{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"id","type":"text"},{"id":"สถานะ","type":"text"},{"id":"กระทรวง","type":"text"},{"id":"หน่วยงาน","type":"text"},{"id":"กระบวนงาน","type":"text"},{"id":"procedure_type_name","type":"text"},{"id":"procedure_category_name","type":"text"},{"id":"impact_type_name","type":"text"},{"id":"procedure_id","type":"text"},{"id":"ระยะเวลา (วัน)","type":"numeric"},{"id":"ค่าธรรมเนียม","type":"numeric"},{"id":"จำนวนเอกสารหลักฐาน","type":"numeric"},{"id":"criteria","type":"text"},{"id":"แก้ไขล่าสุด","type":"timestamp"}],
  "records": [
    [1,"94e56e27-5924-4268-98c0-d7730920558b","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)","การรับรององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-d541-47ea-94c4-564313dc6bc5",90,5000,14,"-","2021-11-17T13:39:24"],
    [2,"95f11f24-1ae0-4780-af86-37e6321ff71c","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)","การอบรมมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สอบขององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f1104e-ebe6-43de-a35f-fd7d8850b36b",31,0,1,"การอบรมเจ้าหน้าที่สอบ ดำเนินการตามข้อบังคับคณะกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ และหนังสือรับรองสมรรถนะ พ.ศ. 2566 \nระยะเวลา : 62 วัน\nหน่วยงานที่รับผิดชอบ : สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)\nหมายเหตุ : -","2023-06-30T20:15:58"],
    [3,"95f130e5-547b-4144-ae6b-4614d69cb105","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)","การเข้าใช้งานระบบการเรียนรู้สมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพอิเล็กทรอนิกส์ (E–Training)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f12b7d-c06b-40cb-9823-c79d78c7704b",1,0,1,"ผู้ใช้งานสามารถสมัครสมาชิกเว็บไซต์ https://e-training.tpqi.go.th/ และสามารถเข้าไปเรียนรู้ตามชุดฝึกอบรมที่สนใจ การอบรมจะมีเงื่อนไขในการเรียนรู้ โดยจะระบุตามชุดฝึกอบรม กระบวนการอบรมจะประกอบไปด้วย เอกสารการเรียนรู้, แบบทดสอบก่อนเรียน, เนื้อหาในการเรียน (คลิปกระบวนการสอนตามชุดฝึกอบรมอาชีพ), แบบทดสอบหลังเรียน เมื่อผ่านตามเงื่อนไขที่กำหนด จะมีวุฒิบัตรระบุ ได้ผ่านการฝึกอบรม ด้วยระบบการเรียนรู้สมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์","2023-06-30T20:16:21"],
    [4,"95f13164-d6f8-415d-8b8f-377207d17164","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)","การฝึกอบรบผู้เชี่ยวชาญ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-d8e0-441c-b400-f19ab71f52a3",15,300,1,"การฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ เป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแก่องค์กรแก่องค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ พ.ศ.2565\nผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้\n1) ผ่านการอบรมการเป็นผู้เชี่ยวชาญตามที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กำหนด ดังต่อไปนี้\n1.1 มีสัญชาติไทย\n1.2 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์\n1.3 ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้เชี่ยวชาญที่จัดโดยสถาบัน\n1.4 มีการศึกษา ประสบการณ์ หรือหนังสือรับรอง อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n    (1) จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง\n    (2) มีประสบการณ์การทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี\n    (3) ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานอาชีพ หรือประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพในระดับที่เทียบเท่า หรือสูงกว่าระดับที่จะดำเนินการประเมิน\n    (4) ได้รับหนังสือรับรองเป็นผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ หรือหนังสือรับรองความรู้ความสามารถไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ในสาขาที่เกี่ยวข้อง\n\n2) ผ่านการทดสอบ ดังต่อไปนี้\n2.1 ความรู้ทางเทคนิคในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือประสบการณ์ทางวิชาการ\n2.2 ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานอาชีพของสถาบัน\n2.3 ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทดสอบและรับรองสมรรถะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ\n(3) สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับตรวจประเมินองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพที่สถาบันกำหนดขึ้น และให้คำปรึกษาแนะนำทางเทคนิคแก่คณะผู้ตรวจประเมินได้\n(4) รักษาความลับและความปลอดภัยของข่าวสาร ข้อมูล เอกสาร และบันทีก\n*อาจมีการเปลี่ยนแปลง","2023-06-30T20:15:02"],
    [5,"95f151e5-312f-404b-b887-eaffb7d2d916","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)","คู่มือสำหรับผู้เข้ารับการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f14909-d0a3-4a4c-bfb0-6fb2d92555bf",20,100,2,"ผู้เข้ารับการประเมินจะต้องมีความมั่นใจว่ามีความรู้ ทักษะ และทัศนคติ รวมถึงประสบการณ์ในการทำงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพที่จะขอรับการประเมินและผู้เข้ารับการประเมินจะต้องแสดงความจำนงในการขอรับการประเมินด้วยตนเอง โดยการประเมินสมรรถนะ โดยมีหลักการ การพิจารณาดังต่อไปนี้\nหลักการ “ผ่านสมรรถนะ” หรือ “ไม่ผ่านสมรรถนะ”\nการผ่านสมรรถนะ\n\tถ้าผู้เข้ารับการประเมินสามารถตอบคำถามข้อเขียน และสาธิตการปฏิบัติงานได้ตามเกณฑ์การประเมิน จะได้รับผล “ผ่านสมรรถนะ” และรวมทั้งในกรณีที่แสดงให้เจ้าหน้าที่สอบเห็นว่าผู้เข้ารับการประเมินมีความรู้ ทักษะหรือเจตคติตามมาตรฐานของหน่วยสมรรถนะนั้น ๆ \nการไม่ผ่านสมรรถนะ\n\tถ้าผู้เข้ารับการประเมินไม่สามารถตอบคำถามข้อเขียน และสาธิตการปฏิบัติงานได้ตามเกณฑ์การประเมิน หรือไม่สามารถแสดงหรือพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่สอบเห็นว่าผู้เข้ารับการประเมินมีความรู้ ทักษะหรือเจตคติตามมาตรฐานของหน่วยสมรรถนะนั้นๆ จะได้รับผล “ไม่ผ่านสมรรถนะ” ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าผู้เข้ารับการประเมินจำเป็นต้องทำการทดสอบใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง แต่จะเน้นไปที่ในสมรรถนะของการประเมินที่ไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้น โดยผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินสมรรถนะจะถูกกำหนดให้\nก). เข้ารับการฝึกฝนหรือเรียนรู้เพิ่มเติม\nข). เข้ารับการประเมินอีกครั้งในส่วนที่กำหนดจนกว่าจะได้ผลเป็น “ผ่านสมรรถนะ “โดยมีระยะเวลา 90 วัน ในการขอเข้ารับ การประเมินสำหรับหน่วยสมรรถนะที่ยังไม่ผ่าน นับจากวันทราบผลจากวันที่ “ไม่ผ่านสมรรถนะ” อย่างเป็นทางการ\nเกณฑ์การผ่าน ไม่ผ่าน การทดสอบประเมิน\nผู้เข้ารับการประเมินจะเข้ารับการทดสอบตามขั้นตอนและผ่านคะแนนตามเกณฑ์การทดสอบในหัวข้อต่างๆดังนี้\n1. ประเมินความรู้ทฤษฎี โดยวิธีการสอบข้อสอบข้อเขียน ระยะเวลา 45 นาที\n-แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก \n-เกณฑ์ผ่านการประเมินในหัวข้อนี้ผู้ประเมินต้องผ่านด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70\n2. ประเมินความรู้ทฤษฎีเชิงปฏิบัติ โดยแบบทดสอบภาคปฏิบัติ  ระยะเวลา 3 ชั่วโมง\n-เกณฑ์ผ่านการประเมินในหัวข้อนี้ผู้ประเมินต้องผ่านด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80","2023-06-30T10:22:43"],
    [6,"94e56e24-d771-469a-b1cb-5b09200ce5fd","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน","การขอยกเว้นให้เข้ารับราชการกรณีมีลักษณะต้องห้ามเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-3fdc-4538-b6b3-e5fe25e3dba2",83,0,5,"-","2022-04-06T22:52:46"],
    [7,"95d37955-4eb1-4875-b32c-82dc99157d01","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน","การออกหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (หนังสือรับรองภาค ก. อิเล็กทรอนิกส์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95d3683d-a097-4947-8259-7c0abe57e1a3",1,0,1,"หลักเกณฑ์ : \n     ผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. สามารถออกหนังสือรับรองฯ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ประกอบในการขอหนังสือรับรองฯ \nวิธีการ : \n     ทำด้วยตนเองผ่านทางระบบของสำนักงาน ก.พ. ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์หรือ Mobile Application โดยต้องมียืนยันตัวตน\nเงื่อนไข : \n     เฉพาะผู้ที่สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นไปเท่านั้น","2022-03-17T11:28:28"],
    [8,"9b6f3f61-b7b5-4e2e-b9b6-3629ed4c8f55","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน","การใช้ระบบการพิจารณารับรองคุณวุฒิด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ OCSC e-Accreditation","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b6f3b3e-e084-424d-a291-25ae8e52f723",1,0,null,"สามารถใช้ตรวจสอบการรับรองคุณวุฒิ ของ ก.พ. เพื่อประโยชน์ในการบรรจุ แต่งตั้ง และกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับข้าราชการพลเรือน","2024-02-28T09:21:25"],
    [9,"94e56e24-dabc-451a-9d6d-30b284cd0d96","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค","การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง (จดทะเบียนใหม่)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-43a5-4558-8fdf-ee6d181a9f9e",45,0,36,"1. ด้วยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติให้ \"นิติบุคคล\" ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจขายตรง ต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงประกาศกำหนด โดยยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 1  หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่                และตลอดเวลาที่ยังคงประกอบธุรกิจขายตรง หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารหรือหลักฐานให้เปลี่ยนไปจากเดิมที่ได้จดทะเบียนไว้ ผู้ประกอบธุรกิจรายนั้น จะต้องยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงฯ ต่อนายทะเบียน พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 1/1  ดังรายละเอียดปรากฏตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545                    2. กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล                   - นิติบุคคลสัญชาติไทย (กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทน นิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด                   - นิติบุคคลต่างด้าว (กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท เป็นคนต่างด้าว ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาใบอนุญาตทำงานของ คนต่างด้าว (Work Permit) ของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคน แล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจ ลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด ทั้งนี้ กรณีนิติบุคคลต่างด้าว ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดเตรียมสำเนาหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (แบบ ต.7) ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 โดยให้ผู้ยื่นคำขอลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของนิติบุคคล รับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด                  3. สินค้าที่ไม่สามารถขายได้ในธุรกิจขายตรง                              1. สินค้าประเภทยา ตามพระราชบัญญัติ ยา พ.ศ. 2510                              2. สินค้าประเภทเครื่องมือแพทย์ ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2531                              3. สินค้าประเภทสุรา ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493                              4. สินค้าประเภทปุ๋ย ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518                                 และสินค้าชนิดอื่นๆ ที่กฎหมายห้ามมิให้จำหน่ายนอกสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งโดยสภาพของสินค้าไม่สามารถจำหน่ายด้วยวิธีการ ช่อง ขายตรง แต่ยังมีสินค้าบางประเภทที่ไม่ควรจำหน่ายในช่องทางขายตรง เนื่องจากสามารถนำมาสร้างพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปในลักษณะของการระดมเงินทุน หรือการลงทุนในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ได้ เช่น ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ เพชร พลอย สลากกินแบ่งรัฐบาล สุรา บุหรี่ ซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นต้น                      4. แผนการจ่ายผลตอบแทนในธุรกิจขายตรง  ต้องมีลักษณะอย่างน้อย ดังนี้                           4.1 ต้องไม่กำหนดให้สมาชิกได้รับรายได้หลักจากการรับสมัครบุคคลหรือแนะนำบุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรง                           4.2 ต้องกำหนดให้สมาชิกได้รับรายได้หลัก ขึ้นอยู่กับการขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค รวมไปถึงการซื้อเพื่อการใช้หรือบริโภคเอง                           4.3 ต้องไม่บังคับให้สมาชิกซื้อสินค้า                           4.4 ต้องไม่ชักจูงให้สมาชิกซื้อสินค้าในปริมาณมากเกินไป อย่างไม่สมเหตุสมผล                           4.5 ต้องแสดงวิธีคิดคำนวณการจ่ายผลตอบแทนที่ตรงต่อความเป็นจริง หรือเป็นไปได้จริง อย่างเปิดเผยชัดเจน                           4.6 กำหนดรอบคิดคำนวณราย 15 วัน                ขั้นตอนการรับคำขอและเอกสาร หลักฐาน                -กรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้  ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม ให้ครบถ้วน                -กรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกสองฝ่าย โดยกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าว และส่งมอบสำเนาบันทึกให้ผู้ยื่นคำขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน                ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของเจ้าหน้าที่                - กรณีที่เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแจ้งผู้ยื่นคำขอให้ดำเนินการแก้ไข หรือจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องของเอกสารหลักฐาน                 -กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอแจ้ง หรือไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจะคืนคำขอ พร้อมเอกสารและหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นคำขอ                ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของนายทะเบียน                 - หน่วยงานจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนพิจารณาแล้วเสร็จ                 -กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงของนายทะเบียน ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งเป็นหนังสือ พร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน                 คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง                  1. ต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น                 2. ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน                 3. กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท หรือเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท                 4. มีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งต้องรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้                     (1) เป็นบุคคลล้มละลาย                     (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                     (3) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ                     (4) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่นที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง                     (5) เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงในระยะเวลา 5 ปี ก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน             หมายเหตุ:            1) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว          2) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-07-06T15:09:06"],
    [10,"94e56e24-ddcf-46b1-be09-77bfea1ad440","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค","การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง (จดทะเบียนใหม่)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-4771-4841-93ef-cc0e53b78cb5",45,0,32,"1. ด้วยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติให้ \"บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล\" ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงประกาศกำหนด โดยยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 2 หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่                และตลอดเวลาที่ยังคงประกอบธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจตลาดแบบตรง หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารหรือหลักฐานให้เปลี่ยนไปจากเดิมที่ได้จดทะเบียนไว้ ผู้ประกอบธุรกิจรายนั้น จะต้องยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงฯ ต่อนายทะเบียน พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 2/1 ดังรายละเอียดปรากฏตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545                    2. กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล                   - นิติบุคคลสัญชาติไทย(กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทน นิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด                   - นิติบุคคลต่างด้าว (กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท เป็นคนต่างด้าว ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาใบอนุญาตทำงานของ คนต่างด้าว (Work Permit) ของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคน แล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจ ลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด ทั้งนี้ กรณีนิติบุคคลต่างด้าว ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดเตรียมสำเนาหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (แบบ ต.7) ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 โดยให้ผู้ยื่นคำขอลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของนิติบุคคล รับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด                  3. สินค้าที่ไม่สามารถขายได้ในธุรกิจขายตรงและธุรกิจตลาดแบบตรง                              1. สินค้าประเภทยา ตามพระราชบัญญัติ ยา พ.ศ. 2510                              2. สินค้าประเภทเครื่องมือแพทย์ ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2531                              3. สินค้าประเภทสุรา ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493                              4. สินค้าประเภทปุ๋ย ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518                              และสินค้าชนิดอื่น ๆ ที่กฎหมายห้ามมิให้จำหน่ายนอกสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งโดยสภาพของสินค้าไม่สามารถจำหน่ายด้วยวิธีการ ช่อง ขายตรง แต่ยังมีสินค้าบางประเภทที่ไม่ควรจำหน่ายในช่องทางขายตรง เนื่องจากสามารถนำมาสร้างพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปในลักษณะของการระดมเงินทุน หรือการลงทุนในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ได้ เช่น ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ เพชร พลอย สลากกินแบ่งรัฐบาล สุรา บุหรี่ ซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นต้น               หากการยื่นคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน  ดำเนินการดังนี้                ขั้นตอนการรับคำขอและเอกสาร หลักฐาน                   - กรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้  ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม ให้ครบถ้วน                    - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกสองฝ่าย โดยกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าว และส่งมอบสำเนาบันทึกให้ผู้ยื่นคำขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน                ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของเจ้าหน้าที่                    - กรณีที่เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแจ้งผู้ยื่นคำขอให้ดำเนินการแก้ไข หรือจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องของเอกสารหลักฐาน                     - กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอแจ้ง หรือไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจะคืนคำขอ พร้อมเอกสารและหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นคำขอ                 ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของนายทะเบียน                      - หน่วยงานจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นเรื่องราวทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนพิจารณาแล้วเสร็จ                     - กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงของนายทะเบียน ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งเป็นหนังสือ พร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน                 คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง                  กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยมีคุณสมบัติดังนี้                 1. จดทะเบียนได้ทั้งบุคคลธรรมและนิติบุคคล และกรณีนิติบุคคล ไม่มีการกำหนดทุนจดทะเบียน                 2. ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน                 3. มีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งต้องรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้                    (1) เป็นบุคคลล้มละลาย                    (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                    (3) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ                    (4) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่นที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง หรือตลาดแบบตรง                    (5) เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงในระยะเวลา 5 ปี ก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน             หมายเหตุ:            1) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว          2) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-07-06T15:09:58"],
    [11,"94e56e24-e0fd-4027-9dc4-3d109144b125","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค","การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานที่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-4b3e-4629-9839-cc5a9359d84c",47,0,30,"1. ด้วยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติให้ \"นิติบุคคล\" ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจขายตรง ต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงประกาศกำหนด โดยยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 1 หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่              เมื่อผู้ประกอบธุรกิจขายตรงที่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงจากนายทะเบียน (เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) แล้ว ต่อมาหากมีความประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานใดให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วนั้น ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงมีหน้าที่แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานนั้น ให้นายทะเบียนทราบก่อนนำไปปฏิบัติ โดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานที่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง ต้องทำตามแบบ ขต. 1/1 พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 1/1 ด้วย ดังรายละเอียดปรากฏตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545               2. กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล                   - นิติบุคคลสัญชาติไทย(กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทน นิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด                   - นิติบุคคลต่างด้าว(กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท เป็นคนต่างด้าว ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาใบอนุญาตทำงานของ คนต่างด้าว (Work Permit) ของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคน แล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจ ลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด ทั้งนี้ กรณีนิติบุคคลต่างด้าว ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดเตรียมสำเนาหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (แบบ ต.7) ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 โดยให้ผู้ยื่นคำขอลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของนิติบุคคล รับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด             3. สินค้าที่ไม่สามารถขายได้ในธุรกิจขายตรง                              1. สินค้าประเภทยา ตามพระราชบัญญัติ ยา พ.ศ. 2510                              2. สินค้าประเภทเครื่องมือแพทย์ ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2531                              3. สินค้าประเภทสุรา ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493                              4. สินค้าประเภทปุ๋ย ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518                              และสินค้าชนิดอื่นๆ ที่กฎหมายห้ามมิให้จำหน่ายนอกสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งโดยสภาพของสินค้าไม่สามารถจำหน่ายด้วยวิธีการ ช่อง ขายตรง แต่ยังมีสินค้าบางประเภทที่ไม่ควรจำหน่ายในช่องทางขายตรง เนื่องจากสามารถนำมาสร้างพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปในลักษณะของการระดมเงินทุน หรือการลงทุนในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ได้ เช่น ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ เพชร พลอย สลากกินแบ่งรัฐบาล สุรา บุหรี่ ซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นต้น                      4. แผนการจ่ายผลตอบแทนในธุรกิจขายตรง  ต้องมีลักษณะอย่างน้อย ดังนี้                           4.1 ต้องไม่กำหนดให้สมาชิกได้รับรายได้หลักจากการรับสมัครบุคคลหรือแนะนำบุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรง                           4.2 ต้องกำหนดให้สมาชิกได้รับรายได้หลัก ขึ้นอยู่กับการขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค รวมไปถึงการซื้อเพื่อการใช้หรือบริโภคเอง                           4.3 ต้องไม่บังคับให้สมาชิกซื้อสินค้า                           4.4 ต้องไม่ชักจูงให้สมาชิกซื้อสินค้าในปริมาณมากเกินไป อย่างไม่สมเหตุสมผล                           4.5 ต้องแสดงวิธีคิดคำนวณการจ่ายผลตอบแทนที่ตรงต่อความเป็นจริง หรือเป็นไปได้จริง อย่างเปิดเผยชัดเจน                           4.6 กำหนดรอบคิดคำนวณราย 15 วัน (ขอความร่วมมือ)               หากการยื่นคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน  ดำเนินการดังนี้                ขั้นตอนการรับคำขอและเอกสาร หลักฐาน                 -กรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้  ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม ให้ครบถ้วน                 -กรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกสองฝ่าย โดยกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าว และส่งมอบสำเนาบันทึกให้ผู้ยื่นคำขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน                ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของเจ้าหน้าที่                - กรณีที่เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแจ้งผู้ยื่นคำขอให้ดำเนินการแก้ไข หรือจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องของเอกสารหลักฐาน                 -กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอแจ้ง หรือไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจะคืนคำขอ พร้อมเอกสารและหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นคำขอ               ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของนายทะเบียน                 - หน่วยงานจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นเรื่องราวทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนพิจารณาแล้วเสร็จ                 -กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงของนายทะเบียน ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งเป็นหนังสือ พร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน                  คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง                   กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง โดยมีคุณสมบัติดังนี้                 1. ต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น                 2. ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน                 3. กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท หรือเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนและชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท                 4. มีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งต้องรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้                     (1) เป็นบุคคลล้มละลาย                     (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                     (3) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ                     (4) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่นที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง                     (5) เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงในระยะเวลา 5 ปี ก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน            หมายเหตุ:            1) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว          2) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-07-06T15:10:27"],
    [12,"94e56e24-e435-47f3-a5a2-c9c66cda8cff","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค","การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานที่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-4f14-4c49-be70-dbbfd4425d60",47,0,29,"1. ตามที่พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติให้ \"บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล\" ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงประกาศกำหนด โดยยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 2 หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่              เมื่อผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงที่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงจากนายทะเบียน (เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) แล้ว ต่อมาหากมีความประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานใดให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วนั้น ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงมีหน้าที่แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานนั้น ให้นายทะเบียนทราบก่อนนำไปปฏิบัติ โดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเอกสารและหลักฐานที่ได้รับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ต้องทำตามแบบ ขต. 2/1 พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ขต. 2/1 ด้วย ดังรายละเอียดปรากฏตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545               2. กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล                   - นิติบุคคลสัญชาติไทย (กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทน นิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด                   - นิติบุคคลต่างด้าว (กรณีมีจำนวนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น) หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท เป็นคนต่างด้าว ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาใบอนุญาตทำงานของ คนต่างด้าว (Work Permit) ของหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทที่มีความสามารถกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งอาจมีหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคน แล้วแต่กรณี โดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจ ลงนามผูกพันบริษัทคนเดียวหรือหลายคนแล้วแต่กรณี ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด ทั้งนี้ กรณีนิติบุคคลต่างด้าว ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดเตรียมสำเนาหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (แบบ ต.7) ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 โดยให้ผู้ยื่นคำขอลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของนิติบุคคล รับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารดังกล่าวทุกแผ่นให้ครบถ้วน จำนวน 1 ชุด             3. สินค้าที่ไม่สามารถขายได้ในธุรกิจตลาดแบบตรง                       1. สินค้าประเภทยา ตามพระราชบัญญัติ ยา พ.ศ. 2510                       2. สินค้าประเภทเครื่องมือแพทย์ ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2531                       3. สินค้าประเภทสุรา ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493                       4. สินค้าประเภทปุ๋ย ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518                          และสินค้าชนิดอื่นๆ ที่กฎหมายห้ามมิให้จำหน่ายนอกสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งโดยสภาพของสินค้าไม่สามารถจำหน่ายด้วยวิธีการ ช่อง ขายตรง แต่ยังมีสินค้าบางประเภทที่ไม่ควรจำหน่ายในช่องทางขายตรง เนื่องจากสามารถนำมาสร้างพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปในลักษณะของการระดมเงินทุน หรือการลงทุนในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ได้ เช่น ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ เพชร พลอย สลากกินแบ่งรัฐบาล สุรา บุหรี่ ซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นต้น               หากการยื่นคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน  ดำเนินการดังนี้                ขั้นตอนการรับคำขอและเอกสาร หลักฐาน                 -กรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกสองฝ่าย โดยกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าว และส่งมอบสำเนาบันทึกให้ผู้ยื่นคำขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน                ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของเจ้าหน้าที่                - กรณีที่เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแจ้งผู้ยื่นคำขอให้ดำเนินการแก้ไข หรือจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องของเอกสารหลักฐาน                 -กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอแจ้ง หรือไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจะคืนคำขอ พร้อมเอกสารและหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นคำขอ               ขั้นตอนการพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานของนายทะเบียน                 -กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงของนายทะเบียน ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งเป็นหนังสือ พร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน                 คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง                  กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยมีคุณสมบัติดังนี้                 1. จดทะเบียนได้ทั้งบุคคลธรรมและนิติบุคคล และกรณีนิติบุคคล ไม่มีการกำหนดทุนจดทะเบียน                 2. ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง ในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน                 3. มีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งต้องรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้                    (1) เป็นบุคคลล้มละลาย                    (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                    (3) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ                    (4) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่นที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง หรือตลาดแบบตรง                    (5) เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงในระยะเวลา 5 ปี ก่อนวันยื่นคำขอจดทะเบียน     หมายเหตุ:            1) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว          2) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-07-06T15:10:37"],
    [13,"94e56e24-e668-4ef6-9a6c-cf3b55a7abc7","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน/ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มเติม เพื่อเป็นสถานประกอบการหรือสนับสนุนกิจการที่ได้รับส่งเสริม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-5229-41db-9b76-54315df8559b",15,0,10,"1. เป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 27  2. จะต้องยื่นแบบคำขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและใช้สิทธิและประโยชน์ที่ดินตามมาตรา 27 ตามแบบ F LD LO 02  3. รายละเอียดเอกสารประกอบการยื่นขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและใช้สิทธิและประโยชน์ที่ดินตามมาตรา 27    ตามแบบ F LD LO 01  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-15T11:01:02"],
    [14,"94e56e24-feb0-46b3-bd3a-3be13ac7cd35","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การใช้สิทธิประโยชน์วัตถุดิบ อนุมัติปริมาณสต๊อกสูงสุด สูตรการผลิต (Rmts Online) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-8633-4475-a81c-01ec1562a01f",30,0,9,"1. รายการวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ยื่นขออนุมัติ ต้องเป็นวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ใช้สำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริม โดยคำนวณปริมาณสต๊อกสูงสุด 6 เดือน  2. กรรมวิธีการผลิตตามที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว","2023-06-28T11:24:18"],
    [15,"94e56e25-00bb-416e-805f-16c17c0d1de5","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การตรวจสอบงานยื่นเเบบคำขอขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว (e-Extension) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-894e-43c3-8976-e058bb1e3bc6",15,0,2,"1. จะขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียวให้ 1 ครั้ง เป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันครบกำหนดเงื่อนไข การเปิดดำเนินการที่ระบุในบัตรส่งเสริม    2. กรอกข้อมูลในแบบคำขอขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว (F PM EX 06) จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข  ที่กำหนดในบัตรส่งเสริม    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ ประชาชนเรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-28T15:25:00"],
    [16,"94e56e25-02c9-4528-b296-cb58fff52f35","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอหยุดดำเนินกิจการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-8c70-4a6c-b92d-41fd692bd615",15,0,3,"1. การหยุดดำเนินกิจการเป็นระยะเวลาเกินกว่าสองเดือน ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงาน  2. จะขอหยุดดำเนินกิจการได้หลังจากโครงการได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการจากสำนักงานแล้ว  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้ใช้สิทธิในการนำเข้า จะต้องอยู่ครบถ้วนที่สถานประกอบการ  4. จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริม  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-28T15:05:02"],
    [17,"94e56e24-e8db-4e48-9db1-05d23c175352","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั่วไป กรณี ขนาดการลงทุนเกิน  2000 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-5559-4b79-b1ec-5e7a6db23918",90,0,14,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านระบบออนไลน์  1) แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับ ตรา(ถ้ามี) ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ  2) เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง    ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2023-06-19T11:29:23"],
    [18,"94e56e25-04de-4bb7-a6ed-4f415e5be8ae","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การยื่นแบบรายงานผลการปฏิบัติตามเงื่อนไข ISO (e-ISO) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-8fa4-4bd1-9572-7d1430a61005",15,0,5,"1. จะต้องดำเนินการให้ได้รับใบรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 หรือ ISO14000 หรือมาตรฐานสากลอื่น ที่เทียบเท่า ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่เปิดดำเนินการ หากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถูกเพิกถอนสิทธิ และประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 1 ปี  2. จะรายงานผลการปฏิบัติตามเงื่อนไข ISO ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ครบกำหนดเงื่อนไขเปิดดำเนินการ หรือหลังจากได้รับ อนุญาตเปิดดำเนินการจากสำนักงานแล้ว  3. ใบรับรองคุณภาพ จะต้องมีชนิดผลิตภัณฑ์/บริการ สถานที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการ และมีระยะเวลารับรอง ผลถูกต้องตรงตามที่ระบุในบัตรส่งเสริม  4. จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริม  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว","2023-06-28T15:42:11"],
    [19,"94e56e24-eaf9-4a89-ba66-a96f4c5c1983","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั่วไป กรณี ขนาดการลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-585a-4fc1-91cb-37273566b961",40,0,13,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านระบบออนไลน์  1) แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี)ถูกต้อง   2) เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ  ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2023-06-19T10:25:36"],
    [20,"94e56e24-ed2e-450d-b752-7a133c33854a","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั่วไป กรณีขนาดการลงทุนเกิน 200 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 2000 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-5b4c-4a37-ac54-f19b66a831ac",60,0,14,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่านระบบออนไลน์  1) เเบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆ ต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง  2) เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง    ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถเเก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถเเก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการเเก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผุ้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยเเล้ว","2023-06-19T11:00:36"],
    [21,"94e56e24-ef5f-4f9d-aaef-685e7144b4c2","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมการลงทุนบริการ กรณี ขนาดการลงทุนเกิน  2000 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-656f-4349-b5f9-a73c586f47a8",90,0,12,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่านระบบออนไลน์  แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี)ถูกต้อง  เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ    ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-20T14:12:57"],
    [22,"94e56e24-f16a-4d44-b5df-123d227d79ac","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมการลงทุนบริการ กรณี ขนาดการลงทุนเกิน 200 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 2000 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)(์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-71a2-4e00-ae3f-d73d67934bb0",60,0,12,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่านระบบออนไลน์  แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี)ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ  เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง    ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2023-07-20T13:49:38"],
    [23,"94e56e24-f391-4c35-969c-10dd6cc3fff1","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมการลงทุนบริการ กรณีขนาดการลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-762d-44e5-a4ee-9545be22061b",40,0,11,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่านระบบออนไลน์  แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี)ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ  เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง  ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ    หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-18T10:37:15"],
    [24,"94e56e24-f5ac-4680-940b-096eb5bb28dc","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมกิจการซอฟต์แวร์และกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรณี ขนาดการลงทุนเกิน  2000 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-7940-4501-842f-c7c6def1a68e",90,0,14,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่านระบบออนไลน์  แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี)ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ    เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง    ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2023-06-16T13:43:50"],
    [25,"94e56e24-f7d1-4718-8047-03b4e2fbc5a5","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมกิจการซอฟต์แวร์และกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรณี ขนาดการลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-7c89-4b63-bf56-16c3a5ac8ee1",40,0,13,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่านระบบออนไลน์  แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี)ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ  เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง    ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2023-06-16T14:40:53"],
    [26,"94e56e24-fa51-4606-aa0d-3e0b2d1294d9","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การขอรับการส่งเสริมกิจการซอฟต์แวร์และกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรณีขนาดการลงทุนเกิน 200 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 2000 ล้านบาท (โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-7fdf-4716-915a-fd89f7c0d747",60,0,14,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ผ่านระบบออนไลน์  แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนและแบบประกอบต่างๆต้องกรอกข้อมูลครบถ้วนพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี)ถูกต้อง มายื่นที่สำนักงาน ณ วันชี้เเจงโครงการ  เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอต้องครบถ้วนพร้อมลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจและประทับตรา (ถ้ามี) ถูกต้อง  ทั้งนี้หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข  - กรณีผู้ยื่นคำขอมีอำนาจและสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหรือหลักฐานได้ขณะนั้นให้สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ทันที  - กรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ขณะนั้นให้ผู้ยื่นคำขอลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือ หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2023-06-16T09:30:23"],
    [27,"94e56e24-fc9b-427e-af8b-241b9bc48f08","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การใช้สิทธิประโยชน์เครื่องจักร งานอนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรทั่วไป(eMT)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-836f-4fc3-a94e-72801a690226",60,0,1,"1. ตรวจสอบสิทธิและประโยชน์ตามบัตรส่งเสริมได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 หรือ มาตรา 29  2. ช่วงระยะเวลาการนำเข้าเครื่องจักร โดยได้รับสิทธิและประโยชน์การนำเข้า นับตั้งแต่วันที่มีมติให้การส่งเสริมหรือได้รับอนุมัติ ให้ขยายเวลานำเข้าย้อนหลัง  3. วันที่สิ้นสุดตามที่ระบุในเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม  4. รายการเครื่องจักรอยู่ในขั้นตอนการผลิตที่ได้รับการส่งเสริม พิจารณาจากหนังสือแจ้งมติของผู้ได้รับการส่งเสริม  5. เครื่องจักรหลัก เกี่ยวข้องกับกำลังผลิตที่ได้รับการส่งเสริมโดยตรงซึ่งหากขาดเครื่องจักรตัวนั้นแล้วจะไม่สามารถผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์และมีผลต่อกำลังผลิต  6. การคำนวณกำลังผลิต พิจารณาจาก Specification / Cycel Time  7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว","2023-06-28T11:04:57"],
    [28,"94e56e25-074e-428d-bef7-a202de10cc58","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","การออกบัตรส่งเสริมการลงทุน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-9331-418c-973a-fb43901f5f6d",9,0,5,"เงื่อนไข  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    การตอบรับมติการให้ส่งเสริม  1) ผู้ขอรับการส่งเสริมจะต้องยื่นแบบตอบรับมติ (F GA CT 07) ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งมติ  2) กรณีผู้ขอรับส่งเสริมไม่สามารถส่งแบบตอบรับมติได้ภายในกำหนดเวลาในข้อ 1 ผู้ขอฯสามารถยื่นแบบขยายเวลาตอบรับมติ (F GA CT 01) ได้ 3 ครั้งโดยสำนักงานจะพิจารณาการขยายเวลาตอบรับมติให้การส่งเสริมครั้งที่ 1 และ 2 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการครั้งที่ 3 ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอ  3) ผู้ขอรับการส่งเสริมสามารถยื่นแบบตอบรับมติหรือแบบขยายเวลาตอบรับมติการให้การส่งเสริมในระบบงานบัตรส่งเสริม หรือขอทราบรายละเอียด เพิ่มเติม ได้ที่กลุ่มบัตรส่งเสริม สำนักงานเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน       การออกบัตรส่งเสริม  1. ผู้ขอรับส่งเสริมจะต้องกรอกและยื่นแบบประกอบการขอรับบัตรส่งเสริม (F GA CT 08) พร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ยื่นแบบตอบรับมติการให้การส่งเสริมดังนี้   1.1 หนังสือบริคณห์สนธิเพิ่มทุนจดทะเบียน (กรณีที่มีการเพิ่มทุน)   1.2 หลักฐานการนำเงินต่างประเทศเข้ามา (กรณีที่เป็นการลงทุนจากต่างประเทศ)  1.3  หลักฐานอื่นๆ ตามที่ระบุในหนังสือเเจ้งมติให้การส่งเสริม  ทั้งนี้ สำนักงานจะดำเนินการออกบัตรส่งเสริมให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่สำนักงานได้รับแบบประกอบการ ขอรับบัตรส่งเสริมและหลักฐานประกอบการพิจารณาครบถ้วน    2.กรณีผู้ขอรับส่งเสริมไม่สามารถยื่นแบบประกอบการขอรับบัตรส่งเสริมพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาได้ภายในกำหนด เวลาในข้อ 1 ผู้ขอฯสามารถยื่นแบบขยายเวลาขยายเวลาส่งเอกสารประกอบการออกบัตร (F GA CT 04) ได้ 3 ครั้ง โดยสำนักงานจะพิจารณาการขยายเวลาส่งเอกสารออกบัตรส่งเสริมครั้งที่ 1 และ 2 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการครั้งที่ 3 ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอฯ    3. ผู้ขอรับการส่งเสริมสามารถยื่นแบบประกอบการขอรับบัตรส่งเสริมหรือแบบขยายเวลาส่งเอกสารออกบัตรการส่งเสริมในระบบงานบัตรส่งเสริม หรือ ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มบัตรส่งเสริม สำนักงานเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","2023-06-28T14:03:14"],
    [29,"94e56e25-09a7-494c-8e5c-4222caad3b19","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.1 ขออนุมัติตำแหน่งหน้าที่ของคนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-968a-4e06-ac38-74445150a244",3,0,7,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. ในการขออนุมัติตำแหน่งคนต่างด้าวและการขอขยายระยะเวลาตำแหน่งหน้าที่คนต่างด้าว จะต้องยื่นรายงานความคืบหน้าโครงการบริษัทที่ https://emonitoring.boi.go.th เดือนกุมภาพันธ์และเดือนกรกฎาคม ของทุกปี  4. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและ สอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน  5. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T14:57:38"],
    [30,"94e56e25-0bfb-4f34-93a5-a200b187fd69","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.3 ขอยกเลิกตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับอนุมัติของคนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-99bd-471b-a5af-e853becffca6",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภท กิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T15:11:02"],
    [31,"94e56e25-0e36-481e-9798-75f28503aa97","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (3.1 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวไปปฏิบัติงานเพิ่มเติมที่บริษัทฯ ในเครือเดียวกัน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-9ce1-4cad-a1cb-71fb0fa8b82d",3,0,5,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:31:21"],
    [32,"94e56e25-1051-49c9-ba91-5f1a876cfd57","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (3.2 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวไปปฏิบัติงานเพิ่มเติม (หอการค้าต่างประเทศในไทย))(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-9fe0-4d18-b5f2-20e777ebc9a5",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:39:03"],
    [33,"94e56e25-1274-4d3d-a765-82b9d8dfc9aa","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (3.3 ขอยกเลิกการไปปฏิบัติงานเพิ่มเติม)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-a309-4c8b-853c-2fdebeb31fe1",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:42:55"],
    [34,"94e56e25-14ad-4894-bdfc-7f1f0ee3e14d","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (2.1 ขอขยายระยะเวลาของตำแหน่งคนต่างด้าวและครอบครัว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-a5fa-4162-8371-c7cd41e41910",3,0,5,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T11:09:50"],
    [35,"94e56e25-16e7-4da6-9418-26acbf64cb46","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (7.4 ขอยกเลิกใช้สิทธิผ่านช่องทางพิเศษของคนต่างด้าวและครอบครัว(IN-OUT)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-a92e-4853-9c5a-64f43e1ee0b5",1,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T11:02:39"],
    [36,"94e56e25-191b-4ff8-ab9c-ee5c74878b4f","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (11.3 ขอต่ออายุการอยู่ในประเทศของครอบครัวคนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-ac0e-4ac9-836b-8b917852647b",3,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:49"],
    [37,"94e56e25-1c42-429d-867c-7e1445830379","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (7.1 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวและครอบครัวใช้สิทธิผ่านช่องทางพิเศษ(OUT-IN)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-af51-44a9-b500-34a5ec2d79a4",1,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นและสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนจะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรอง โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. ในการขออนุมัติตำแหน่งคนต่างด้าวและการขอขยายระยะเวลาตำแหน่งหน้าที่คน ต่างด้าวจะต้องแนบสำเนา  รายงานความ คืบหน้า โครงการบริษัท 6 เดือน 1 ปี และ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกบัตรส่งเสริม หรือหากบริษัทใดครบกำหนดเปิดดำเนินการจะ ต้องแนบเอกสารขอเปิดดำเนินการกับทางสำนักงานฯไว้ในไฟล์เดียวกับผังสายงานบริษัท  4. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภท กิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม    และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T10:17:47"],
    [38,"94e56e25-1ecf-4368-a621-30751066b6bc","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (12.2 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวย้ายท้องที่ทำงาน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-b285-4c15-a789-ec5ec900d8b3",3,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:49"],
    [39,"94e56e25-2110-498c-b494-fff9e58bf470","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (12.3 ขอยกเลิกการเพิ่มเติมท้องที่ทำงานของคนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-b578-4b39-83d4-ed815230b0d2",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:49"],
    [40,"94e56e25-238c-4e19-bd78-a4646ebbae65","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (6 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวนำของใช้ส่วนตัวเข้ามาในราชอาณาจักร)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-b87f-4711-8274-d7637f9e975b",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T14:24:20"],
    [41,"94e56e25-25ae-4f76-ae31-7e8596c5f62a","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (2 ขอเปลี่ยนชื่อบริษัท) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-bb5c-4ccf-a8f9-e62b7abb5ba9",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:46:03"],
    [42,"94e56e25-27e4-4970-aeec-07b5efd946e7","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.2 ขอเปลี่ยนตำแหน่ง)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-be48-4a50-a8a3-3ac4b4beea43",3,0,4,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. ในการขออนุมัติตำแหน่งคนต่างด้าวและการขอขยายระยะเวลาตำแหน่งหน้าที่คนต่างด้าว จะต้องยื่นรายงานความคืบหน้าโครงการบริษัทที่ https://emonitoring.boi.go.th เดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกรกฎาคม ของทุกปี  4. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภท กิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T10:44:23"],
    [43,"94e56e25-2a11-471f-a8b3-92a503dc0018","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (2.1 ขอเพิ่มลักษณะงาน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-c17c-479e-a86d-45add565b5b8",1,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1.สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นและสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนจะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:18:51"],
    [44,"94e56e25-2c2c-4536-b6bd-d8049638e296","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (2.2 ขอยกเลิกการเพิ่มลักษณะงาน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-c479-4801-b1dc-32da1deec94d",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:27:43"],
    [45,"94e56e25-2f21-4c1c-9f01-375db999221a","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.1 ขอบรรจุคนต่างด้าวและขออนุญาตให้ครอบครัวเข้ามาในประเทศ)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-c78e-4a55-b242-b753c953b651",1,0,9,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T09:44:24"],
    [46,"94e56e25-3181-413d-b79c-5f316d3b76a3","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.1 ขออนุญาตให้ครอบครัวของคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศ)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-ca9a-4c85-ac83-9db1583d7d5c",2,0,4,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:51:28"],
    [47,"94e56e25-33da-4bf4-adc2-014d4f548e3e","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.2 ขอบรรจุคนต่างด้าวและขออนุญาตให้ครอบครัวเข้ามาใน ประเทศ(นักบิน))(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-ce0b-46cc-a50c-67d8c033ae82",2,0,8,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T10:16:17"],
    [48,"94e56e25-3628-494c-b0de-de02377324ff","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.3 ขอบรรจุคนต่างด้าวและขออนญาตให้ครอบครัวเข้ามาในประเทศ (Operator หรือ ใกล้เคียง))(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-d13a-40b4-acdd-c2a6b1db7935",2,0,7,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T10:34:50"],
    [49,"94e56e25-3898-4bfd-862e-491643046425","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (7.2 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวและครอบครัวใช้สิทธิผ่านช่องทางพิเศษ(IN-OUT)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-d446-453f-97df-9bc5bf5e35b3",2,0,2,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T10:29:46"],
    [50,"94e56e25-3ae5-450d-8c18-7b0f564cf593","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (7.3 ขอยกเลิกใช้สิทธิผ่านช่องทางพิเศษของคนต่างด้าวและครอบครัว(OUT-IN)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-d772-41d5-a468-ab35c0c42bbe",1,0,2,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T10:38:59"],
    [51,"94e56e25-3d3a-426f-97d5-244574233f6f","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.4 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวเป็นการเร่งด่วน (30วัน))(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-da8a-4782-9b75-bfb3c1dc6169",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T10:48:31"],
    [52,"94e56e25-3f67-4269-9cf7-56ea4c7dda13","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.5 ขออนุญาติให้คนต่างด้าวเข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราว (ไม่เกิน 6 เดือน))(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-ddc7-4883-92c1-f8f97da6ffe8",2,0,6,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T10:59:35"],
    [53,"94e56e25-419f-4b82-9d8f-d287ac978f46","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (3 ขอความร่วมมือในการประทับตราของคนต่างด้าวและครอบครัว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-e09d-4c6b-bc16-4af704dc9163",2,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T13:49:13"],
    [54,"94e56e25-43ae-436b-9138-da1e9db1be0c","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (2 ขอความร่วมมือในการประทับตราวีซ่าของครอบครัวคนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-e3d0-4fdc-9af7-dfc8daa7707f",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:55:39"],
    [55,"94e56e25-469a-4c5f-be89-4f9625846b47","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (8.1 ขอรับการตรวจลงตราของคนต่างด้าวและครอบครัว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-e742-4c2d-a128-0ea1afb9ad60",3,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:48"],
    [56,"94e56e25-492b-4a32-aaec-305475afdc45","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (8.2ขอรับการตรวจลงตราของครอบครัวคนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-ea4c-444b-a2e6-db22b0ae3e8f",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:48"],
    [57,"94e56e25-4b46-4eea-aeb7-f935abad9494","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (8.3 ขอรับรองการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราของคนต่างด้าว และครอบครัว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-ed93-4598-8255-8cbf1893151b",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:48"],
    [58,"94e56e25-4d55-404e-a4e5-0724fa998c0c","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (8.4 ขอรับรองการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราของครอบครัว คนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-f0b2-4b41-be00-fb35b158ceae",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:48"],
    [59,"94e56e25-4f6b-4c03-8fa1-3a7690f38029","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (9.1 ขอแจ้งการเปลี่ยนสัญชาติของคนต่างด้าวและครอบครัว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-f3d6-4fae-be02-d57bd0068bc3",3,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:48"],
    [60,"94e56e25-5185-436f-a806-dd8484eee11a","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (9.2 ขอแจ้งการเปลี่ยนสัญชาติของครอบครัวคนต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-f772-421d-b5d1-d803d861154c",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2022-04-06T22:52:48"],
    [61,"94e56e25-539d-450a-8e25-6d238a47bf65","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พรบ.ส่งเสริมการลงทุน (5 ขอแจ้งพ้นคนต่างด้าวและครอบครัว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-fac9-46cc-ba13-ef79d8fdd2e6",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว    1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภท กิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T14:17:42"],
    [62,"94e56e25-55e0-4b38-b3c4-527cdf722ca2","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พรบ.ส่งเสริมการลงทุน (4 ขอแจ้งพ้นครอบครัวต่างด้าว)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d37-fdf9-417d-b1b4-5bfbed150bcf",1,0,1,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว    1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภท กิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T14:01:36"],
    [63,"94e56e25-57fe-4a86-8524-ad13a747398c","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พรบ.ส่งเสริมการลงทุน (4 ขอเปลี่ยนชื่อ-สกุลคนต่างด้าวและครอบครัว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-0123-41f8-a084-1b0bb3329bf7",2,0,4,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภท กิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยเเล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-29T13:54:19"],
    [64,"94e56e25-59da-46c2-89fb-8c3516f450c3","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พรบ.ส่งเสริมการลงทุน (3 ขอเปลี่ยนชื่อ-สกุลครอบครัวคนต่างด้าว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-0468-4b0a-a9e7-111b7ebb10b2",2,0,4,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว  1. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องมีการประทับตราบริษัทและเซ็นรับรองโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท  2. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้  3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภท กิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน  4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2023-06-30T09:59:30"],
    [65,"9c2a057e-e011-4ba4-9d18-6b97cc7dd202","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (4.1 ขอบรรจุคนต่างด้าวและขออนุญาตให้ครอบครัวเข้ามาในประเทศ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c29fd4b-c215-47d7-8a79-fe6157e0cd02",3,0,7,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:01:23"],
    [66,"9c29ef2f-1418-41f7-b418-fbf66295a2f8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน",": งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.1 ขออนุมัติตำแหน่งหน้าที่ของคนต่างด้าว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c29e586-4f9a-4b8f-b1d5-5d3cfa4f0990",5,0,4,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. ในการขออนุมัติตำแหน่งคนต่างด้าวและการขอขยายระยะเวลาตำแหน่งหน้าที่คนต่างด้าว จะต้องยื่นรายงานความคืบหน้าโครงการบริษัทที่ https://emonitoring.boi.go.th เดือนกุมภาพันธ์และเดือนกรกฎาคม ของทุกปี\n3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและ สอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน\n4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T13:57:44"],
    [67,"9c2a0b2f-2e7e-4ef3-b58c-d8115b6bfe60","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (4.2 ขออนุญาตให้ครอบครัวของคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a0742-f600-4da2-9a31-a7c62a12dbf1",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:01:41"],
    [68,"9c2a36b9-4276-4fdc-9840-a679c7a107e6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (4.3 ขอบรรจุคนต่างด้าวและขออนุญาตให้ครอบครัวเข้ามาใน ประเทศ(นักบิน))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a2d5e-485e-4dd3-b4f5-a2c0756f9c77",3,0,9,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:02:00"],
    [69,"9c2a3c32-fadd-40c2-a35b-ab6d64d1382d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (4.4 ขอบรรจุคนต่างด้าวและขออนญาตให้ครอบครัวเข้ามาในประเทศ (Operator หรือ ใกล้เคียง))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a378b-32be-4f01-90bf-2dbac068ed8a",3,0,8,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน\n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:02:19"],
    [70,"9c2a401e-ae3d-44a2-95d1-01add0f47f7a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (6.1 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวเป็นการเร่งด่วน (30วัน))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a3cd0-f37f-4922-afbe-153fe0174cf9",1,0,2,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:02:44"],
    [71,"9c2a4435-d487-4d4a-81d2-2b0a2a9be885","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (6.2 ขออนุญาติให้คนต่างด้าวเข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราว (ไม่เกิน 6 เดือน))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a412a-1831-4d9c-8352-159af4159f67",3,0,5,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:02:59"],
    [72,"9c2a47bb-442a-44a4-bd41-e872a8aba14b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (7.1 ขอความร่วมมือในการประทับตราของคนต่างด้าวและครอบครัว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a44b6-41c2-44f0-a845-1ada978dd191",3,0,4,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:03:14"],
    [73,"9c2a4d6e-4234-480c-8f9a-2619c2d57bc9","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (7.2 ขอความร่วมมือในการประทับตราวีซ่าของครอบครัวคนต่างด้าว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a49e4-40f1-4f9c-b5da-f883eb46108d",3,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:03:29"],
    [74,"9c2a53e7-a856-4f66-b53f-885bb9ec4856","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (10.1 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวไปปฏิบัติงานเพิ่มเติมที่บริษัทฯ ในเครือเดียวกัน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a4f8d-ca1c-4d85-a9c3-e35456bc8169",5,0,6,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T13:59:35"],
    [75,"9c2a58f1-2e40-4ea4-8927-4beb88dd9da3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (10.2 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวไปปฏิบัติงานเพิ่มเติม (หอการค้าต่างประเทศในไทย))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a5637-91c0-4758-a602-01fdf4f834e2",5,0,3,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:00:22"],
    [76,"9c2a5dca-b90b-43a5-be61-fcb230ceb724","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (11.1 ขอขยายระยะเวลาของตำแหน่งคนต่างด้าวและครอบครัว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a599f-13fe-41b6-84ef-c5bd70ad3a64",5,0,6,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:00:44"],
    [77,"9c2a63fc-623e-4d8c-9157-3c20cf93537b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (13 ขออนุญาตให้คนต่างด้าวนำของใช้ส่วนตัวเข้ามาในราชอาณาจักร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2a5e6f-4cd6-4fe9-b977-67dd27fdc84d",3,0,2,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริม และสอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของ บริษัทในปัจจุบัน\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T14:01:02"],
    [78,"9c2c6987-b05a-41d2-bf0d-341e8de6f4e6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน","งานยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 25 และ 26 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน (1.2 ขออนุมัติตำแหน่งคนต่างด้าว เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ของคนต่างด้าว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c2c6435-3207-49dc-a684-fdbacb53abdd",5,0,6,"เงื่อนไขในการยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าว\n1. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารต่างให้ตรงกับหัวข้อที่ทางระบบจัดไว้ให้\n2. ในการขออนุมัติตำแหน่งคนต่างด้าวและการขอขยายระยะเวลาตำแหน่งหน้าที่คนต่างด้าว จะต้องยื่นรายงานความคืบหน้าโครงการบริษัทที่ https://emonitoring.boi.go.th เดือนกุมภาพันธ์และเดือนกรกฎาคม ของทุกปี\n3. การชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาในแต่ละคำร้องนั้นต้องสอดคล้องกับประเภทกิจการที่ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมและ สอดคล้องกับสภาพการดำเนินการของบริษัทในปัจจุบัน\n4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยเเล้ว\nทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในกรณีที่กรอกข้อมูลหรือแนบเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง ทางสำนักงานจะดำเนินการคืนคำร้อง","2024-07-08T13:58:42"],
    [79,"94e56e27-5e3d-4628-baec-3614684c0e89","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)","สมัครสมาชิกทีเคพาร์ค (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-dc2c-4541-8bb3-be248bc8f040",1,20,4,"1) หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    (1)   คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิก    (1.1)  บุคคลสัญชาติไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป    (1.2) ชาวต่างประเทศ (คนต่างด้าว) ที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการถาวร, มีใบอนุญาตทำงาน,หลักฐานการเสียภาษีในประเทศไทย หรือหนังสือเดินอย่างใดอย่างหนึ่ง และมีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป    (2)   หลักฐานการสมัครสมาชิก    (2.1) การสมัครสมาชิกต้องเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน หรือหนังสือเดินทางอย่างใดอย่างหนึ่ง    (2.2)  การสมัครสมาชิกของผู้มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชนที่ปรากฎในทะเบียนบ้าน    (2.3)  ชาวต่างประเทศที่สมัครสมาชิกในอัตราประชาชนทั่วไป ต้องแสดงหนังสือเดินทางพร้อมกับใบอนุญาตถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวร หรือใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยอย่างใดอย่างหนึ่ง    (3)   การต่ออายุสมาชิก / การเปลี่ยนบัตร    (3.1)  การต่ออายุ สามารถต่ออายุบัตรก่อน หรือหลังบัตรหมดอายุได้ไม่เกิน 180 วัน โดยใช้บัตรเดิมได้ไม่เกิน 3 ครั้ง    (3.2)  TK park รับประกันบัตรที่เกิดจากการขัดข้อง หรือชำรุดในระยะเวลา 1 เดือนนับจากวันที่ออกบัตร โดยการเปลี่ยนบัตรใหม่    (3.3)  กรณีบัตรหาย กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่ออายัดบัตร และออกบัตรสมาชิกใหม่ในอัตราค่าต่ออายุสมาชิก    (4) การสมัครบัตรผ่านชั่วคราว (One Day Pass)    (4.1) แจ้งชื่อ-สกุล หรือยื่นบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อลงทะเบียนที่จุดบริการ ชำระค่าบัตรผ่านชั่วคราว    (4.2) รับบัตรผ่านชั่วคราว One Day Pass (อายุบัตร 1 วัน)    (4.3) คืนบัตร One Day Pass เพื่อรับเงินค่ามัดจำบัตรคืน รวมถึงค่าบริการอินเทอร์เน็ต (ถ้ามี)    (4.4) ตามมูลค่าซึ่งปรากฏอยู่ในบัตรได้ที่จุดบริการ ก่อนปิดทำการในแต่ละวัน","2022-04-06T22:52:49"],
    [80,"94e56e25-5edd-47a1-854e-0926173efb79","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี","การใช้งานระบบจัดทำฐานข้อมูลและแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d38-0b83-4427-a190-1dd88ece4f0e",60,0,1,"1. องค์กรของผู้บริโภคที่ประสงค์จะรวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคหรือเข้าเป็นสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้แจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภคต่อนายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนประจำจังหวัดผ่านระบบจัดทำฐานข้อมูลและแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภคได้ที่ www.oca.go.th โดยต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้        1.1 เป็นองค์กรที่ผู้บริโภคซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาตั้งแต่สิบคนขึ้นไปรวมตัวกันจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภคและไม่แสวงหากำไร ไม่ว่าการรวมตัวจัดตั้งนั้นจะจัดตั้งเป็นรูปแบบใด และจะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วย (มาตรา 3)        1.2 ไม่เป็นองค์กรของผู้บริโภคที่จัดตั้งขึ้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมหรือถูกครอบงำโดยผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล กรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือโดยหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพรรคการเมือง (มาตรา 5 (1))        1.3 ไม่เป็นองค์กรของผู้บริโภคที่ได้รับเงินอุดหนุนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจากผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล กรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ประกอบธุรกิจ หรือพรรคการเมือง เว้นแต่เป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือได้รับตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 5 (2))        1.4 เป็นองค์กรของผู้บริโภคที่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นที่ประจักษ์มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันยื่นแจ้ง (มาตรา 6 วรรคสอง)    2. องค์กรของผู้บริโภคยื่นคำขอแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภค พร้อมสำเนาเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นที่ประจักษ์มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันยื่นแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภค และรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอให้ครบถ้วน หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน    4. เมื่อคำขอแจ้งสถานะความเป็นองค์กรของผู้บริโภค และรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอครบถ้วนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติขององค์กรของผู้บริโภคและแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่เอกสารหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอครบถ้วน ในกรณีมีความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว สามารถขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน พร้อมทั้งแจ้งองค์กรของผู้บริโภคที่ยื่นคำขอทราบ","2021-11-17T13:39:23"],
    [81,"94e56e25-5c32-4507-97f1-05ad0bbe560a","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี","การให้ความเห็นชอบการแสดงธงชาติที่กระทำโดยเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-080f-48fc-8be9-2302c6396644",49,0,10,"1. การแสดงธงชาติไว้ที่สิ่งบรรจุ หีบห่อ สิ่งหุ้มห่อ สิ่งผูกมัด ผลิตภัณฑ์ สินค้าใด ๆ อาคาร สถานที่ ยานพาหนะ เครื่องแต่งกาย ร่างกาย หรือสิ่งอื่นใด ที่มิได้มีลักษณะเป็นการเหยียดหยามต่อธงชาติประเทศไทย หรือ  ชาติไทย ให้ทำได้โดยสมควร ในกรณีเป็นการแสดงธงชาติที่กระทำโดยเอกชนเพื่อประโยชน์ทางการพาณิชย์ หรือในกรณีเป็นการแสดงธงชาติที่กระทำโดยเอกชนในกรณีอื่น ๆ นอกจากเพื่อประโยชน์ทางการพาณิชย์ ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการขอความเห็นชอบให้เป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี (ปัจจุบันยังไม่มีการออกประกาศฉบับนี้) แต่โดยที่คณะกรรมการธงมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบการแสดงธงให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว ดังนั้น การขอความเห็นชอบดังกล่าวนั้น คณะกรรมการธงจึงมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบการแสดงธง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติและธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2529 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2547 ข้อ 15 ทวิ วรรคหนึ่ง (2) (3) และวรรคสอง ประกอบข้อ 15 ตรี วรรคสอง    2. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาช44    4. หน่วยงานจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2021-11-17T13:39:23"],
    [82,"95d13d7c-0542-4465-9610-747b4e5055a6","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)","DGA Test","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94f62e9c-5828-4965-888f-9eb0ffc9616c",1,0,1,"ทดสอบ","2022-03-14T19:06:23"],
    [83,"9789a8a5-4eb7-4658-bcc0-2e995b2e81a4","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)","การแจ้งที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลางสําหรับการรับและการส่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ของส่วนราชการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","97892eb5-394a-40ff-ba7e-bc5210afda3f",2,0,null,"ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ข้อ ๘๙/๑ กำหนดให้\n\n\"ส่วนราชการจัดให้มีระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์สําหรับปฏิบัติงานสารบรรณ หรืออย่างน้อยต้องมีที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลางสําหรับการรับและการส่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ของส่วนราชการนั้น \n\nในกรณีที่ส่วนราชการใดมีหน่วยงานในสังกัดต้ังอยู่ในภูมิภาค หรือมีหน่วยงานในสังกัด ที่จําเป็นต้องมีหน่วยงานสารบรรณกลางแยกต่างหากจากส่วนกลางเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ หรือมีเหตุจําเป็นอื่นใดให้ต้องมีที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลางตามวรรคหนึ่งของตนเอง ส่วนราชการนั้น จะอนุญาตหรือจัดให้หน่วยงานในสังกัดดังกล่าวมีที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลางเฉพาะ สําหรับการรับและการส่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานนั้นก็ได้\nให้ส่วนราชการประกาศเผยแพร่ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลางตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในเว็บไซต์ของส่วนราชการนั้น และให้แจ้งไปยังสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เพื่อรวบรวมเผยแพร่พร้อมกับหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบหนังสือที่ส่งมายังที่อยู่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วย\n\nเพื่อเป็นการอํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและการปฏิบัติงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) รวบรวมที่อยู่ไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์กลางของหน่วยงานของรัฐทั้งหมดเพื่อเผยแพร่ในที่เดียวกับที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลาง ของส่วนราชการตามวรรคสามด้วย","2022-10-27T12:01:07"],
    [84,"94e56e27-6092-4346-ab43-2aa0b1564d54","PUBLISHED","สำนักนายกรัฐมนตรี","สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)","สมัครสมาชิกศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-dfa9-4478-9a17-1fc1f912250a",1,6000,8,"1. บัตรสมาชิก นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ผู้สูงอายุ    - นักเรียน นักศึกษา: ชาวไทยและชาวต่างชาติที่กำลังศึกษาแบบเต็มเวลาในสถาบันการศึกษาทั้งรัฐบาลและเอกชนในประเทศไทย(ไม่นับรวมสถาบันภาษาและสถาบันกวดวิชานอกหลักสูตรอื่นๆ) หรือนักศึกษาชาวไทยที่กำลังศึกษาในต่างประเทศ มีอายุระหว่าง 12-30 ปี    - ข้าราชการ: ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศไทย    - ผู้สูงอายุ: คนไทยที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป นับถึงวันที่สมัคร    2. บัตรสมาชิกบุคคลทั่วไป: ชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป    3. บัตรสมาชิกกลุ่มผู้ประกอบการ บริษัท และองค์กร (Corporate)    - ผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล/ห้างหุ้นส่วนจำกัด    - องค์กรของภาครัฐ/เอกชน ไทยและต่างประเทศ    - มีบัตรพนักงานบริษัท/องค์กร เพื่อใช้แทนบัตรสมาชิกในการเข้าใช้บริการ    4.บัตรสมาชิกลูกค้าของบริษัท/องค์กร (Affiliate)    - ผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล/ห้างหุ้นส่วนจำกัด    - องค์กรของภาครัฐ/เอกชน ไทยและต่างประเทศ    - มีหลักฐานการเป็นลูกค้าของบริษัท/องค์กรที่สมัครสมาชิกเพื่อใช้แทนบัตรสมาชิกในการเข้าใช้บริการ    หลักฐานการสมัคร    1. นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ และพนักงานของรัฐ ต้องแสดงบัตรประจำตัวหรือหลักฐานแสดงตนเพื่อรับสิทธิสมัครเป็นสมาชิกในราคาพิเศษ    2. การสมัครสมาชิกประชาชนทั่วไป ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางอย่างใดอย่างหนึ่ง    3. การสมัครสมาชิกในนามบริษัท/องค์กร ต้องแสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)    4. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี ให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านเป็นหลักฐานในการสมัครสมาชิก    5. สมาชิกบัตรทุกประเภท ให้ถ่ายรูปในวันแรกที่มาเข้าใช้บริการเพื่อบันทึกลงฐานข้อมูลระบบสมาชิกของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ    (ยกเว้น บัตรสมาชิกบริษัท/องค์กรและบัตรลูกค้าของบริษัท/องค์กร)    6. การสมัครเป็นสมาชิกผ่านเว็บไซต์ my.tcdc.or.th ผู้สมัครสามารถชำระเงินที่เคาน์เตอร์บริการ และถ่ายรูป ในวันแรกที่มาเข้าใช้บริการ จึงจะถือว่าการสมัครสมาชิกนั้นครบถ้วนสมบูรณ์","2023-05-02T14:13:20"],
    [85,"94e56e25-c0f6-47b5-8a31-d8beefd81875","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","ขออนุญาตดำเนินงานจัดตั้งร้านไปรษณีย์ไทย (ปณร.) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-9818-4934-95d3-4ace95920cd5",56,0,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้สนใจรับดำเนินงานการให้บริการไปรษณีย์ในรูปแบบร้านไปรษณีย์อนุญาต ประเภทร้านไปรษณีย์ไทยเพื่อให้การบริการด้านกิจการไปรษณีย์ การรับฝากสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ บริการการเงินและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการไปรษณีย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการและต้องมีรายละเอียดดังนี้    1. เป็นบุคคลธรรมดาที่บรรลุนิติภาวะและมีสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจตามกฎหมายไทยและมีคุณสมบัติ  และหลักฐานการขอดำเนินการถูกต้องครบถ้วน    2. นำเสนอสถานที่ตั้งร้านไปรษณีย์ไทยอยู่ในแหล่งธุรกิจการค้า สถานที่ราชการหรือสถานที่ ปณท เห็นว่ามีความเหมาะสม    3. มีความพร้อมด้านเงินลงทุนในการจัดตั้งร้านไปรษณีย์ไทย    4. มีสถานะทางการเงินที่เชื่อถือได้","2021-11-17T13:39:23"],
    [86,"94e56e25-c326-4d86-bcf0-efa399af1c41","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตเป็นผู้รับตั้งไปรษณีย์อนุญาต (ปณอ.) [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-9b24-40dd-889b-3517b9c78444",22,0,9,"-","2021-11-17T13:39:23"],
    [87,"94e56e25-c81f-4dab-a2cf-599be1cf5e2a","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตรับเป็นผู้จำหน่ายตราไปรษณียากร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-9e40-44f3-a3ba-440e8d8bd009",10,0,6,"การให้บริการผ่านสถานที่รับรวบรวมเป็นความสมัครใจระหว่างผู้ฝากส่งกับผู้รับรวบรวม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ไม่มีความผูกพันกับผู้รับรวบรวมในฐานะตัวการแทนนายจ้าง ลูกจ้าง หรือหุ้นส่วน ผู้รับรวบรวมจึงต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ฝากส่งเกี่ยวกับจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้รับรวบรวมได้รับไว้จากผู้ฝากส่ง เช่น เพื่อชำระค่าบริการของ ปณท ล่วงหน้า หรือเพื่อส่งธนาณัติ เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้รับรวบรวมต้องรับผิดชอบทั้งสิ้นในกรณีนำสิ่งของส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น และกรณีที่ทำให้สิ่งของที่ได้รับไว้ชำรุดเสียหายหรือสูญหายก่อนส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์ด้วย ดังนั้น ผู้รับรวบรวมจึงต้องศึกษาวิธีปฏิบัติในการหุ้มห่อ การจ่าหน้าสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ การคิดค่าบริการที่ถูกต้อง รวมทั้ง ศึกษากำหนดเวลาในการส่งต่อสิ่งของประเภทต่างๆ ของที่ทำการที่ติดต่ออย่างละเอียดเพื่อพิจารณากำหนดเวลารับรวบรวม และนำไปฝากส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์ให้สอดคล้องกัน พร้อมทั้งต้องแนะนำหรือประกาศให้ผู้ฝากส่งรับทราบด้วย              ผู้ขออนุญาตต้องมีสถานที่สำหรับใช้เป็นสถานที่รับรวบรวมที่เหมาะสม และมีคุณสมบัติดังนี้              1. บุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย และเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ              2. ร้านค้า (ซึ่งมิใช่เป็นนิติบุคคล) ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตามกฎหมายไทย              3. นิติบุคคล ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตามกฎหมายไทย","2021-11-17T13:39:23"],
    [88,"94e56e25-cf25-4bf2-abd0-441c8fd76cae","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขอจดทะเบียนสถานที่รับรวบรวมสิ่งของฝากส่งทางไปรษณีย์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-a1ee-4614-ab8c-0ac7b04b6cdf",21,0,6,"การให้บริการผ่านสถานที่รับรวบรวมเป็นความสมัครใจระหว่างผู้ฝากส่งกับผู้รับรวบรวม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ไม่มีความผูกพันกับผู้รับรวบรวมในฐานะตัวการแทนนายจ้าง ลูกจ้าง หรือหุ้นส่วน ผู้รับรวบรวมจึงต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ฝากส่งเกี่ยวกับจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้รับรวบรวมได้รับไว้จากผู้ฝากส่ง เช่น เพื่อชำระค่าบริการของ ปณท ล่วงหน้า หรือเพื่อส่งธนาณัติ เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้รับรวบรวมต้องรับผิดชอบทั้งสิ้นในกรณีนำสิ่งของส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น และกรณีที่ทำให้สิ่งของที่ได้รับไว้ชำรุดเสียหายหรือสูญหายก่อนส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์ด้วย ดังนั้น ผู้รับรวบรวมจึงต้องศึกษาวิธีปฏิบัติในการหุ้มห่อ การจ่าหน้าสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ การคิดค่าบริการที่ถูกต้อง รวมทั้ง ศึกษากำหนดเวลาในการส่งต่อสิ่งของประเภทต่างๆ ของที่ทำการที่ติดต่ออย่างละเอียดเพื่อพิจารณากำหนดเวลารับรวบรวม และนำไปฝากส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์ให้สอดคล้องกัน พร้อมทั้งต้องแนะนำหรือประกาศให้ผู้ฝากส่งรับทราบด้วย              ผู้ขออนุญาตต้องมีสถานที่สำหรับใช้เป็นสถานที่รับรวบรวมที่เหมาะสม และมีคุณสมบัติดังนี้              1. บุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย และเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ              2. ร้านค้า (ซึ่งมิใช่เป็นนิติบุคคล) ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตามกฎหมายไทย              3. นิติบุคคล ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจตามกฎหมายไทย","2021-11-17T13:39:23"],
    [89,"94e56e25-d77c-4c35-9147-a5988262d9dc","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตใช้ซองพลาสติกใสสำหรับบรรจุสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-a568-41ac-965d-e4a34d6db4f4",38,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ใช้บริการรายใดประสงค์จะฝากส่งโดยใช้ซองพลาสติกใสสำหรับบรรจุสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการที่จะฝากส่ง โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้   1. ชนิดของพลาสติกที่ใช้จัดทำซองเพื่อส่งทางไปรษณีย์เป็นพลาสติกเย็น ชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) หรือพลาสติก  ชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติความเหนียว ความหนาและความลื่นใกล้เคียงกัน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสิ่งของที่บรรจุภายในและสภาพการขนส่ง   2. พลาสติกที่ใช้ทำซองต้องมีความหนาไม่ต่ำกว่า 0.14 ม.ม. หรือ 140 ไมครอน (แผ่นบนและแผ่นล่างประกบกัน)   3. ต้องเคลือบสีขาวขุ่นทั้งด้านหน้าและด้านหลังซอง เพื่อลดความลื่นของซอง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติการ  ไปรษณีย์ได้ และวัสดุที่เคลือบสีขาวขุ่นต้องมีคุณสมบัติสามารถเขียนติดง่ายเหมือนกระดาษธรรมดาทั่วๆไป โดยไม่ลบเลือนได้ง่าย   4. ขนาดของซองต้องมีความพอดีกับสิ่งของที่บรรจุภายใน   5. การจ่าหน้าบนซองพลาสติก ให้เขียนหรือพิมพ์ด้วยหมึกสีดำหรือน้ำเงินที่ไม่ลบเลือนง่ายบนซองหรือเครื่องหุ้มห่อโดยตรงหรืออาจเขียนหรือพิมพ์ด้วยหมึกสีดำหรือนำเงินไว้บนกระดาษกาวหรือป้ายผนึก และผนึกให้ติดแน่นลงบนซองหรือเครื่องหุ้มห่อ   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:23"],
    [90,"94e56e25-dd22-46bc-b63e-ce9f1fd31643","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตใช้บริการชำระค่าบริการเป็นเงินเชื่อสำหรับเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-a8b7-4390-b62f-f513c3a7c855",9,1200,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ใช้บริการรายใดประสงค์จะฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์ โดยต้องมีรายละเอียดและเอกสารประกอบ ดังนี้   1. หน่วยงานเอกชนที่จะใช้บริการชำระค่าบริการเป็นเงินเชื่อได้ ต้องอยู่ในเกณฑ์ดังต่อไปนี้   1.1 เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วน มูลนิธิ สมาคม ร้านค้า หรือนิติบุคคลอื่นใดที่จดทะเบียนถูกต้อง   ตามกฎหมาย   1.2 มีสำนักงานหรือสถานที่ตั้งเป็นของตนเอง หากเป็นสถานที่เช่า ต้องให้เจ้าของสถานที่รับรองพร้อมแนบ   สัญญาเช่าด้วย   1.3 มีผู้ค้ำประกัน เช่น หนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินอย่างต่ำ 10,000 บาท   1.4 มีสถิติการฝากส่ง โดยเสียค่าบริการฝากส่งไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5,000 บาท   2. ชื่อผู้ขอใช้บริการและที่อยู่ของหน่วยงานเอกชนที่ขออนุญาต   3. ประเภทสิ่งของที่จะฝากส่ง (ไปรษณียภัณฑ์ พัสดุไปรษณีย์ และหรือไปรษณีย์ด่วนพิเศษ)   4. ชื่อที่ทำการที่จะฝากส่ง (ระบุเพียงแห่งเดียว)   5. การชำระเงินค่าบริการ ซึ่งอาจจะเป็นเงินสดหรือเช็คธนาคารหรือแคชเชียร์เช็คหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารอย่างใด   อย่างหนึ่ง   6. การฝากส่งสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ตามข้อ 3 ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของบริการที่เกี่ยวข้องนั้นๆ   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:23"],
    [91,"94e56e25-e0b0-4c8f-88d1-a5071c2845f5","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตใช้บริการประทับตราเพื่อการเผยแพร่และโฆษณา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-ac31-48cc-a488-6ef94740c54f",9,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ใช้บริการรายใดประสงค์จะใช้บริการประทับตราเพื่อการเผยแพร่และโฆษณา ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการ โดยบริการประทับตราเพื่อการเผยแพร่และโฆษณาได้ ต้องมีลักษณะ ดังนี้   1. การขอประทับตราจะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่โฆษณาคำขวัญ คำแนะนำ คำเชิญชวน และข้อความดังกล่าวนี้จะต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนทั่วไปโดยตรง   2. ผู้มีสิทธิขออนุญาตจะต้องเป็นส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอื่น ที่ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ   3. ระยะเวลาของการขอประทับตราของหน่วยงานภายนอก ไม่เกิน 1 เดือน โดยนับระยะเวลาต่อเนื่องกัน ในแต่ละปีให้ประทับตราของรายการนั้นๆ ได้เพียงครั้งเดียว และประทับได้ไม่เกินครั้งละ 30 ที่ทำการ   4. ข้อความที่จะประชาสัมพันธ์จะต้องมีตัวอักษรไม่เกิน 45 ตัวอักษร   5. ข้อความที่จะประทับรวมทั้งลวดลายหรือภาพประกอบอื่นๆ (ถ้ามี) ต้องมีลักษณะสุภาพเรียบร้อย ไม่ผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรม หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ สถาบัน บุคคล หรือหมู่คณะใดๆ   6. ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำหนังสือยื่นต่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยแจ้งวัตถุประสงค์ ชนิดของตราที่จะใช้ แบบตัวอย่างข้อความ ลวดลายหรือภาพประกอบ (ถ้ามี) ระยะเวลาประทับ จำนวนตราและที่ทำการที่ประสงค์จะให้ทำการประทับ   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:23"],
    [92,"94e56e25-e354-408f-8776-41e489e2169b","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตใช้บริการหนังสือพิมพ์ตราสิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-af93-4bd6-b174-f68e743a3473",8,100,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ใช้บริการรายใดประสงค์จะฝากส่งโดยใช้บริการหนังสือพิมพ์ตราสิน ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการที่จะฝากส่ง โดยหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ขอจดทะเบียนตราสินได้ ต้องมีลักษณะ ดังนี้   1. จัดพิมพ์ในประเทศไทยเท่านั้น   2. มีข่าวหรือบทประพันธ์ส่วนใหญ่เกี่ยวกับข่าวสารทั่วไป เช่นข่าวสารเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความรู้ ความบันเทิง การศึกษา เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเผยแพร่ข่าวสารความรู้และความบันเทิงให้แก่ประชาชนทั่วไป และจะมีประกาศโฆษณาหรือแจ้งความอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้   3. ต้องมีชื่อเดียวกัน เป็นชนิดและประเภทเดียวกันในการจัดพิมพ์ทุกครั้ง มิใช่เหมือนกันแต่เฉพาะชื่อ แต่รายละเอียดแต่ละเล่มมีเนื้อหาต่างชนิดหรือประเภทกัน   4. มีกำหนดออกไม่เกิน 7 วันต่อครั้ง โดยหน้าปกของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต้องพิมพ์เลขที่ประจำฉบับ และกำหนดวันออกไว้อย่างชัดเจน   5. ส่งถึงสมาชิกในประเทศเท่านั้น มีขนาดน้ำหนักและค่าไปรษณียากรเท่ากันทุกชิ้น ฝากส่งอย่างน้อยครั้งละ 100 ชิ้นขึ้นไป และชำระค่าฝากส่งเป็นเงินสด   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:23"],
    [93,"94e56e25-e5dd-44a7-a0b5-226f796bb176","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตใช้เครื่องประทับไปรษณียากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-b2f7-45b2-a2be-470ccc047633",11,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ใช้บริการรายใดประสงค์จะใช้เครื่องประทับไปรษณียากรสำหรับผู้ใช้บริการ ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการที่จะใช้บริการ โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้   1. ผู้ขออนุญาตต้องไปติดต่อขอซื้อ/เช่าเครื่องประทับไปรษณียากรจากผู้ขาย/ผู้ให้เช่าเครื่องก่อน   2. เครื่องที่จะนำมาขออนุญาตใช้งานนั้น ต้องเป็นเครื่องที่มีคุณสมบัติและรายละเอียดตามยี่ห้อ รุ่น ตามที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด อนุญาตไว้แล้วเท่านั้น   3. ผู้ใช้ต้องนำเครื่องที่ผ่านการตรวจสอบจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตามข้อ 1 มารับการทดสอบการทำงาน และผนึกประทับตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ณ ที่ทำการรับฝากก่อน จึงจะนำเครื่องไปใช้งานได้   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:23"],
    [94,"94e56e25-e7f9-4d7b-8e17-e57bd0a75ed6","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตชำระค่าไปรษณียากรด้วยเช็คแทนเงินสด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-b654-4a4d-a955-9975c8887788",11,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ใช้บริการรายใดประสงค์จะชำระค่าบริการด้วยเช็คแทนเงินสด ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการที่จะฝากส่ง โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้   1.เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ใช้บริการเป็นประจำอย่างน้อย 3 เดือน หรือใช้บริการชำระค่าบริการเป็นเงินเชื่อ สำหรับลูกค้า  ที่ไม่เคยใช้บริการมาก่อนหรือใช้บริการไม่บ่อยครั้งต้องชำระเป็นเงินสดไปก่อนอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้ที่ทำการได้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของลูกค้า   2.ต้องชำระค่าบริการหรือสินค้าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป สำหรับลูกค้าทั่วไป และตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป สำหรับลูกค้าประเภทหน่วยงานของรัฐ   3.เป็นเช็คของธนาคารที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นเดียวกันกับที่ทำการที่รับชำระเงิน (หากเป็นเช็คที่ตั้งอยู่ต่างท้องถิ่น ลูกค้าต้องเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมการเรียกเก็บเช็คต่างท้องถิ่น)   4. เป็นบริการ/สินค้า ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนดให้ชำระค่าบริการด้วยเช็คแทนเงินสดได้   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:23"],
    [95,"94e56e25-ea98-4cb6-b8ed-d0c5a3984e2c","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตพิมพ์ป้ายเลขที่สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ขึ้นใช้เอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-b997-41ef-af25-03f48f42372e",9,0,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ใช้บริการรายใดประสงค์จะจัดทำป้ายเลขที่ แทนการใช้ป้ายผนึกซอง ปณท ขึ้นใช้เอง ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อหัวหน้าที่ทำการที่จะฝากส่ง โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้   1. ต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่ และได้รับอนุญาตให้ใช้บริการชำระค่าบริการเป็นเงินเชื่อ ณ ที่ทำการ ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยฝากส่ง ณ ที่ทำการที่เป็นผู้อนุญาตให้ใช้บริการชำระค่าบริการเป็นเงินเชื่อเท่านั้น   2. ต้องจัดพิมพ์ป้ายเลขที่ให้มีรูปแบบเป็นไปตามที่ ปณท กำหนด โดยต้องส่งตัวอย่างป้ายเลขที่ดังกล่าวให้ ปณท ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบก่อนนำไปจัดพิมพ์   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:24"],
    [96,"94e56e25-ef8b-4012-9b4f-1167199ad8b0","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตใช้บริการตู้ไปรษณีย์เช่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-bd05-407d-bcc9-80032680f13f",9,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    เป็นบริการที่ ปณท ให้เช่าใช้ตู้ไปรษณีย์เช่า ณ ศูนย์ไปรษณีย์/ศูนย์รับฝากจำนวนมาก/ที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อรวบรวมสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ส่งมาถึงผู้เช่า/จ่าหน้าตู้ไปรษณีย์เช่า   1. การใช้บริการตู้ไปรษณีย์เช่า ต้องยื่นคำขออนุญาตใช้บริการต่อหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์ พร้อมหลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้    - บุคคลทั่วไป บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือพนักงานองค์การของรัฐ หนังสือประจำตัว   คนต่างด้าว ใบอนุญาตขับรถ บัตรหรือหนังสือแสดงตนอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทางราชการออกให้    - ร้านค้า (ซึ่งมิได้เป็นนิติบุคคล) ต้องแนบสำเนาหลักฐานประจำตัวข้างต้น พร้อมสำเนาทะเบียนการค้า    - นิติบุคคล ต้องแนบสำเนาหลักฐานประจำตัว พร้อมสำเนาการจดทะเบียนนิติบุคคล ตลอดจนหลักฐานแสดงตน   ว่าเป็นผู้มีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ทำนิติกรรมผูกพันนิติบุคคลดังกล่าวได้   2. การนับอายุการเช่าตู้ไปรษณีย์เช่า ปณท จะเริ่มนับตั้งแต่เดือนที่ได้รับอนุญาตเป็น 1 เดือน   3. ห้ามมิให้ผู้เช่ายินยอมให้ผู้อื่นใช้ตู้ร่วมกับผู้เช่า ผู้เช่าจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทุจริตทุกกรณีที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจาก  ผู้เช่ายินยอมให้ผู้อื่นใช้ตู้ร่วมกับผู้เช่า   4. การจ่าหน้าถึงตู้ไปรษณีย์เช่า มีส่วนประกอบ ดังนี้   - บรรทัดแรก ชื่อของผู้รับ นาย ก.   - บรรทัดที่สอง เลขที่ตู้ไปรษณีย์ ตู้ ปณ.12   - บรรทัดที่สาม ชื่อที่ทำการไปรษณีย์ ปณ.หลักสี่   - บรรทัดที่สี่และห้า ชื่อตำบล/อำเภอ/จังหวัด ที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์ กรุงเทพฯ   - บรรทัดสุดท้าย รหัสไปรษณีย์  10210   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:24"],
    [97,"94e56e25-f258-4132-9d13-4696dd3f3f40","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด","การขออนุญาตใช้บริการธุรกิจตอบรับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-c044-461d-9514-24eccc8c74bd",9,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    บริการที่ ปณท อนุญาตให้ผู้ใช้บริการจัดทำซอง บัตร แผ่นพับหรือป้าย ซึ่งจะใช้ผนึกเป็นจ่าหน้าของไปรษณียภัณฑ์ พัสดุไปรษณีย์ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) เพื่อส่งให้บุคคลอื่นใช้ส่งกลับถึงตนเองทางไปรษณีย์ในประเทศ โดยไม่ต้องชำระค่าบริการในการฝากส่ง แต่ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตดังกล่าวจะเป็นผู้ชำระค่าฝากส่งแทน   1. การใช้บริการธุรกิจตอบรับ ต้องยื่นคำขออนุญาตใช้บริการธุรกิจตอบรับต่อหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์ พร้อมหลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้    - บุคคลทั่วไป บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือพนักงานองค์การของรัฐ หนังสือประจำตัว  คนต่างด้าว ใบอนุญาตขับรถ บัตรหรือหนังสือแสดงตนอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทางราชการออกให้    - ร้านค้า (ซึ่งมิได้เป็นนิติบุคคล) ต้องแนบสำเนาหลักฐานประจำตัวข้างต้น พร้อมสำเนาทะเบียนการค้า    - นิติบุคคล ต้องแนบสำเนาหลักฐานประจำตัว พร้อมสำเนาการจดทะเบียนนิติบุคคล ตลอดจนหลักฐานแสดงตน  ว่าเป็นผู้มีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ทำนิติกรรมผูกพันนิติบุคคลดังกล่าวได้    - แนบตัวอย่างรูปแบบและจ่าหน้าของซอง บัตร แผ่นพับหรือป้ายธุรกิจตอบรับธรรมดา ลงทะเบียน พัสดุไปรษณีย์ หรือ  ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ ที่จะใช้ฝากส่งชนิดละ 1 ฉบับ   2. ซอง บัตร แผ่นพับหรือป้ายธุรกิจตอบรับ ต้องจัดทำด้วยกระดาษสีขาวหรือสีอ่อน ห้ามมิให้ใช้กระดาษสีเข้ม สีฉูดฉาด  กระดาษมัน กระดาษสะท้อนแสงหรือกระดาษอื่นใดที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการอ่านจ่าหน้า และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์   3. ที่อยู่ตามจ่าหน้าซอง บัตร แผ่นพับหรือป้ายธุรกิจตอบรับ ต้องอยู่ในพื้นที่เขตจ่ายรับผิดชอบของที่ทำการไปรษณีย์ที่ขออนุญาตใช้บริการ กรณีจ่าหน้าโดยระบุเลขที่ตู้ไปรษณีย์เช่า ผู้ใช้บริการต้องขออนุญาตใช้บริการธุรกิจตอบรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่อนุญาตให้เช่าตู้ไปรษณีย์เช่า   4. การชำระค่าบริการ ผู้ใช้บริการสามารถเลือกชำระด้วยวิธีการ ดังนี้    - ชำระด้วยเงินสด    - ชำระด้วยเช็คธนาคารหรือเช็คเงินสด (แคชเชียร์เช็ค) โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่ ปณท กำหนด   - ชำระด้วยบัตรเครดิต สำหรับที่ทำการที่ติดตั้งเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ ที่ ปณท กำหนด","2021-11-17T13:39:24"],
    [98,"94e56e27-0253-4333-83a9-2e0f4f5808ab","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","บริการรับรองระบบการพิมพ์ออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-4565-4856-a18d-3f5d437a3d35",75,10000,9,"ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราค่าธรรมเนียมการรับรองระบบการพิมพ์ออก ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 (ดาวน์โหลด)","2023-10-19T10:28:06"],
    [99,"9a675d91-42f8-48e0-80af-f531dad0266b","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","990356c0-0241-421b-ba31-802b1d990236",60,200000,8,"1. หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n   1.1 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. 2565\n   1.2 ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ประกอบการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล \n   1.3 ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพส. 1/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต \n   1.4 ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพส. 2/2566 เรื่อง การยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต\n   1.5 ประกาศ สพธอ. ที่ ธพส. 5/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและการพิจารณาความพร้อมของระบบงานสำหรับการเริ่มประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต\n\n2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n   2.1 ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n       2.1.1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด \n       2.1.2 มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วตามจำนวนที่คณะกรรมการประกาศกำหนด สำหรับการให้บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตแต่ละลักษณะก็ได้ \n       2.1.3 ไม่มีการแต่งตั้งหรือยินยอมให้ผู้ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต \n             (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n             (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n             (3) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 35 และยังไม่พ้นกำหนดสามปีนับแต่วันถูกเพิกถอน\n             (4) เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง\n             (5) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลงหรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม\n             (6) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ\n             (7) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน\n             (8) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์\n             (9) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต\n             (10) เคยพ้นจากตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n             (11) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใดตามที่สำนักงานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ\n\n3. ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n   3.1 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนยื่นคำขอรับใบอนุญาต (Pre-Consult)\n       3.1.1 ผู้ขอรับใบอนุญาตแจ้งนัดหมายสำนักงานบนเว็บไซต์ของสำนักงาน เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจบริการและระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจบริการที่ขอรับใบอนุญาต  โดยสามารถศึกษาและจัดเตรียมข้อมูลประกอบการนัดหมายได้จากเอกสารแนวทางการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุมหารือรูปแบบการประกอบธุรกิจบริการและระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจบริการที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต และส่งข้อมูลให้สำนักงานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการก่อนวันนัดหมาย\n       3.1.2 ยื่นร่างเอกสารคำขอรับใบอนุญาตเพื่อให้สำนักงานสอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่สำนักงานจะนัดหมายให้มายื่นแบบคำขอรับใบอนุญาต พร้อมเอกสาร และหลักฐานประกอบฉบับจริง \n   3.2 ขั้นตอนการยื่นคำขอรับใบอนุญาต \n       3.2.1 ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอ พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หลักฐาน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบสนับสนุนการกำกับธุรกิจบริการทางดิจิทัลของสำนักงาน \n       3.2.2 สำนักงานและคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จะพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและพิจารณาออกใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 60 (หกสิบ) วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว สำนักงานอาจขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่ครบกำหนด โดยสำนักงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลา\n       3.2.3 ในกรณีที่คำขอ เอกสาร หรือหลักฐานมีความบกพร่อง หรือไม่สมบูรณ์ หรือไม่ถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะออกบันทึกความบกพร่องของรายการข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์หรือต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไข หรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าวจะถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n       3.2.4 สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และไม่นับระยะเวลาในการดำเนินงานจนกว่าผู้ขอรับใบอนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว","2023-10-24T10:46:54"],
    [100,"9a676989-4ed1-4787-a84f-2f25ef2f241d","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","การขอให้สำนักงานพิจารณาความพร้อมของระบบงานสำหรับการเริ่มประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a675ef3-65a3-4ff6-b926-36c8d2334c9b",60,200000,4,"1. หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n   1.1 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. 2565\n   1.2 ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพส. 1/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต \n   1.3 ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพส. 3/2566 เรื่อง การพิจารณาความพร้อมของระบบงานสำหรับการเริ่มประกอบธุรกิจและการนำส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต\n   1.4 ประกาศ สพธอ. ที่ ธพส. 5/2566 เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและการพิจารณาความพร้อมของระบบงานสำหรับการเริ่มประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต\n\n2. เงื่อนไขในการแจ้งขอเริ่มประกอบธุรกิจ\n   2.1 ผู้รับใบอนุญาตต้องส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจให้แก่สำนักงานภายใน 180 (หนึ่งร้อยแปดสิบ) วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต \n   2.2 กรณีมีเหตุจำเป็นไม่อาจดำเนินการตามข้อ 2.1 ผู้รับใบอนุญาตจะขอให้สำนักงานขยายระยะเวลาตามข้อ 2.1 ออกไปก็ได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 240 (สองร้อยสี่สิบ) วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต\n   2.3 กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจต่อสำนักงาน ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานจะเสนอคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผล\n\n3. ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอเริ่มประกอบธุรกิจ\n   3.1 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนขอเริ่มประกอบธุรกิจ (Pre-Consult)\n       3.1.1 ผู้รับใบอนุญาตแจ้งขอนัดหมายสำนักงานบนเว็บไซต์ของสำนักงาน เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจบริการและระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจตามที่ได้รับใบอนุญาตและดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลประกอบการหารือตามแนวทางการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุมหารือในการพิจารณาความพร้อมของระบบงานสำหรับการเริ่มประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และส่งข้อมูลให้สำนักงานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการก่อนวันนัดหมาย\n       3.1.2 ยื่นร่างเอกสารประกอบการพิจารณาความพร้อมของระบบงานสำหรับการเริ่มประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเพื่อให้สำนักงานสอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่สำนักงานนัดหมายให้มายื่นหนังสือขอให้สำนักงานพิจารณาความพร้อมของระบบงานฉบับจริง \n   3.2 ขั้นตอนการขอเริ่มประกอบธุรกิจ\n       3.2.1 ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือขอให้สำนักงานพิจารณาความพร้อมของระบบงาน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หลักฐาน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบสนับสนุนการกำกับธุรกิจบริการทางดิจิทัลของสำนักงาน \n       3.2.2 สำนักงานจะพิจารณารายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจให้แล้วเสร็จภายใน 60 (หกสิบ) วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และได้ออกใบรับเอกสารไว้ให้เป็นหลักฐาน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว สำนักงานอาจขยายระยะเวลาออกไปอีกไม่เกิน 30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่ครบกำหนด โดยสำนักงานจะแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ\n       3.2.3 ในกรณีที่ข้อมูลหรือเอกสารรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจมีความบกพร่อง หรือไม่สมบูรณ์ หรือไม่ถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะออกบันทึกความบกพร่องของรายการข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์หรือต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ และแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไข หรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด \n       3.2.4 สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และไม่นับระยะเวลาในการดำเนินงานจนกว่าผู้รับใบอนุญาตจะดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว  \n       3.2.5 ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตยังไม่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ สำนักงานจะแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขเรื่องดังกล่าว และจัดส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด และในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขและไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด สำนักงานจะเสนอคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พิจารณามีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผล","2023-10-24T10:47:01"],
    [101,"9a716d44-e08b-4570-b414-cf23ade62225","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์","การแจ้งการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99eaf9a2-b6cb-48c2-a79e-856f5850bdad",31,0,5,"1. หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n    1.1\tพระราชกฤษฏีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ.2565\n    1.2\tประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีหน้าที่แจ้งรายการโดยย่อ\n    1.3\tประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาแจ้งuการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล\n    1.4\tประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้หรือเยียวยาผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ หรือการอื่นที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ\n    1.5\tประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 1/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรที่ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลัง (Average Monthly Active User : AMAU)\n    1.6\tประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 2/2566 เรื่อง แบบการแจ้งก่อนการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง และแบบการแจ้งรายการโดยย่อสำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา 8 วรรคสี่\n    1.7\tประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 3/2566 เรื่อง แบบการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลรายปี และการแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูล\n    1.8\tประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 4/2566 เรื่อง รายละเอียดการประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ผู้ใช้บริการทราบ\n    1.9\tประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 5/2566 เรื่อง แบบรายงานการดำเนินการเกี่ยวกับข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล\n    1.10 ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 6/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล\n\n2. เงื่อนไขในการแจ้งขอเริ่มประกอบธุรกิจ\nเป็นผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีคำนิยามบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หมายความว่า การให้บริการสื่อกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค หรือผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะคิดค่าบริการหรือไม่ก็ตาม ไม่รวมถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีไว้เพื่อเสนอสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลรายเดียว หรือบริษัทในเครือซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ไม่ว่าจะเสนอสินค้าหรือบริการแก่บุคคลภายนอกหรือแก่บริษัทในเครือ\n\n3. ขั้นตอนและวิธีการแจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล\n   3.1\tขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนแจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล\n     3.1.1 ผู้ประกอบธุรกิจ ประเมินตนเองว่าเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือไม่ ผ่านระบบ https://eservice.etda.or.th/dps-assessment/\n     3.1.2\tผู้ประกอบธุรกิจ แจ้งนัดหมายสำนักงาน เพื่อขอรับคำปรึกษาการแจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ https://www.etda.or.th/th/regulator/Digitalplatform/index.aspx และจัดเตรียมข้อมูลการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล  เพื่อทำการนัดหมายต่อไป\n    3.2 ขั้นตอนการแจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล\n      3.2.1 ผู้ประกอบธุรกิจ ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์การแจ้งประกอบธุรกิจ และแจ้งบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลผ่านระบบสนับสนุนการกำกับธุรกิจบริการทางดิจิทัลของสำนักงาน\n      3.2.2 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบแจ้งข้อมูลพร้อมหลักฐาน พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งในวันที่รับแจ้งนั้น และให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งดังกล่าว\n      3.2.3 ในกรณีพบว่าการแจ้งไม่ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนทั้งสิ้นในคราวเดียวกัน ภายในระยะเวลา 30 วัน หากผู้ประกอบธุรกิจไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจหยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน \n     3.2.4 ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการตามข้อ 3.2.3  ภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันที่หยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากทะเบียนการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว","2023-10-24T10:55:00"],
    [102,"95ffd389-fedb-4cba-8e43-25031fd955ab","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล","กระบวนการขึ้นทะเบียน Digital Provider กับ depa","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd334-1453-4bc9-a972-f6a848c5d5dd",3,0,1,"สมัครสมาชิก depa member (Line: @depa Thailand)   เลือกสมัครขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัล Digital Provider (กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ พร้อมแนบเอกสารตามที่กำหนด)   คณะทำงานตรวจสอบข้อมูลเอกสารคำขอและคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียน   ติดตามการประกาศผลบนเว็บไซต์ depa \"ตรวจสอบได้ที่รายชื่อผู้ประกอบการดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียน\" https://www.depa.or.th/th/register-landing/for-dpdtc-register)      รอบที่ 1: รับสมัครวันที่ 1-15 และประกาศผลวันที่ 20 ของทุกเดือน    รอบที่ 2: รับสมัครวันที่ 16-30 ของทุกเดือน และประกาศผลวันที่ 5 ของเดือนถัดไป","2023-05-30T13:47:48"],
    [103,"95ffd38a-0073-421a-9873-6b7788fbfe91","PUBLISHED","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล","กระบวนการสมัครขอรับการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุน และการขอรับบริการต่างๆ ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd334-18a0-4096-833c-4a04518bfbfc",7,0,1,"ลงทะเบียนในระบบสมาชิก depa (Line: @depa Thailand)   กรอกข้อเสนอโครงการออนไลน์ พร้อมแนบเอกสารที่จำเป็นตามที่กำหนด   นำเสนอโครงการต่อคณะทำงานกลั่นกรองและคณะอนุกรรมการพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน   ประกาศผลการพิจารณา   ทำสัญญากับ depa","2023-05-30T13:48:42"],
    [104,"9d83f48b-4df1-4667-85db-11e843938a18","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล","การขึ้นทะเบียนบัญชีบริการดิจิทัล","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9d83e8ec-944d-4a50-ab8f-6426a71d3ad1",31,500,10,"-จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย และมีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยแสดงหนังสือรับรองนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการคา กระทรวงพาณิชย และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวของ กรณีเป็นนิติบุคคลในรูปแบบอื่น ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล\n-มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต พัฒนาหรือให้บริการโปรแกรม คอมพิวเตอร์ (Software), โปรแกรมบริการ (Software as a Service: SaaS) ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ\n-ปรากฎสำเนารับรองการเป็นนิติบุคคล อายุไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ\n-ปรากฏสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) (ในกรณีเป็นบริษัท) หรือสำเนารายการจด ทะเบียน (หส.2) (ในกรณีเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) อายุไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ \n-ปรากฏสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) \n-ได้รับการรับรองมาตรฐานกระบวนการผลิต พัฒนาหรือให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software), โปรแกรมบริการ (Software as a Service: SaaS) ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ ตามที่สำนักงานกำหนด ที่ยังไม่หมดอายุ อย่างหนึ่งอย่างใดจากหน่วยรับรอง (Certified Body) \n-ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือถูกปิดกิจการ\n-ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ และไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกแจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ กรมบัญชีกลาง","2024-11-29T11:50:46"],
    [105,"9aa193c8-664a-4cf9-9d23-735e0547c79c","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","สำนักงานสถิติแห่งชาติ","คู่มือการปฏิบัติงานบริการ พ.ศ. 2566","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9aa02949-59c2-47b0-a464-d561c05ee2de",1,0,null,null,"2023-11-30T19:29:04"],
    [106,"94e56e12-f05c-44ae-8bb6-da8f026a5c89","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน กบส. 305 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-ef11-47b7-af8e-6f86705ffb14",5,0,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ      ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงอื่นใดเกี่ยวกับสถานที่ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานให้ใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายไว้แล้ว ทั้งที่เป็นสถานที่เก็บของตนเอง และ/หรือสถานที่เก็บของบุคคลอื่น (ณ คลังน้ำมัน/คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) /สถานที่เก็บไบโอดีเซล หรือ เอทานอล) รวมถึงการขอเปลี่ยนแปลงการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน จะต้องยื่นหนังสือขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุรายละเอียดรายการที่จะประสงค์ขอเปลี่ยนแปลง (เช่น ชื่อ ที่ตั้ง หมายเลขถัง ชนิด ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะเวลา เป็นต้น) ณ สถานที่ที่ได้รับความเห็นชอบไว้แล้วดังกล่าว    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง     1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 20)     2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558(ข้อ4)      3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน พ.ศ. 2558    4.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ2)(ข้อ3)","2022-03-09T15:37:58"],
    [107,"94e56e13-3fff-494c-8ea8-671b0f41898b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-5d7f-41d5-8ab7-646ea2ddbffb",10,0,30,"ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) ให้ยื่นแบบนพ.425พร้อมเอกสารประกอบเพื่อขอรับความเห็นชอบและต้องได้รับความเห็นชอบก่อนจึงจะจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายได้    เมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบแล้วกรมธุรกิจพลังงานจะออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบตามแบบนพ. 426 โดยกำหนดอายุหนังสือรับรองไม่เกินสามปีทั้งนี้ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดคือ    ติดป้ายแสดงชื่อไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) สูบเดียว 4 จังหวะสูบนอนระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 5 เซนติเมตรณจุดจำหน่ายให้เห็นได้อย่างชัดเจน  ผลิตหรือจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) ณสถานที่ที่กำหนดไว้ในหนังสือรับรอง  จัดเก็บตัวอย่างไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) เพื่อส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบลักษณะและคุณภาพตามความจำเป็นเป็นครั้งคราวตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่  รายงานข้อมูลการจัดหาการจำหน่ายและยอดคงเหลือของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) ตามแบบนพ.427 ต่อกรมธุรกิจพลังงานทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทั้งนี้ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งแบบรายงานข้อมูลเป็นประจำทุกเดือนตลอดช่วงระยะเวลาที่หนังสือรับรองมีอายุการใช้งานอยู่ถึงแม้จะไม่มีการจัดหาหรือจำหน่ายในบางเดือนหรือมีการเลิกผลิตจำหน่ายแล้ว  ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะทำการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมชื่อสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่สถานที่ผลิตสถานที่จำหน่ายหรือรายละเอียดใดๆที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้วให้ทำหนังสือแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแล้วแต่กรณี  ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์เลิกการผลิตการจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) ให้ทำหนังสือแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกการผลิตการจำหน่ายแล้วแต่กรณี    หมายเหตุ    1. ผู้ค้าน้ำมันจะต้องจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตรเพื่อใช้ภายในตำบลที่ตั้งของสถานที่ผลิตเท่านั้น    2. กรณีที่ผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะขอรับความเห็นชอบต่อเนื่องจะต้องยื่นเอกสารขอรับความเห็นชอบต่อศูนย์บริการธุรกิจพลังงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันทำการนับถึงวันสุดท้ายที่หนังสือรับรอง (แบบนพ. 426) ฉบับปัจจุบันมีอายุการใช้งาน    3. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งนี้ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ค้าน้ำมันได้    4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    6. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือนำส่งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทางได้แก่    1) รับด้วยตนเองผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด (อัตรา 21 บาทสำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)    ประกาศที่เกี่ยวข้อง    ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. 2549","2022-09-15T09:03:46"],
    [108,"94e56e13-4a92-48a4-9fc6-6bf15f15711d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงรายละเอียด และการยกเลิก การได้รับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-6afc-462f-8364-03da4cf0ddc5",20,0,36,"หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) จากกรมธุรกิจพลังงานแล้ว หากผู้ค้าน้ำมันจะทำการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายละเอียดใดๆ ที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้ง (แบบ นพ. 425) ซึ่งได้รับความเห็นชอบไว้เรียบร้อยแล้วให้ทำหนังสือแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม หรือถ้าจะเลิกการผลิต การจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) ให้ทำหนังสือแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกการผลิต การจำหน่าย โดยการแจ้งแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้    1. การแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลทั่วไป ได้แก่                การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ              การเปลี่ยนแปลงประเภทผู้ค้าน้ำมัน (ม7 / ม10 / ม11)              การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ / สถานประกอบการ              การเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิต / วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต              การเปลี่ยนแปลงลักษณะการจำหน่าย (หัวจ่าย หลอดแก้ว หรือระบุวิธีอื่นๆ)    2. การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ ได้แก่                การแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ผลิต สถานที่จำหน่าย              การแจ้งเลิกการผลิต การจำหน่าย ซึ่งหากหนังสือรับรองการได้รับความเห็นชอบ (แบบ นพ. 426) ที่กรมธุรกิจพลังงานออกให้แก่ผู้ค้าน้ำมันยังมีอายุการใช้งานอยู่ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งหนังสือรับรองฉบับจริงคืนให้กับกรมธุรกิจพลังงานด้วย โดยหากหนังสือรับรองสูญหาย ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งเอกสารหลักฐานการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน    หมายเหตุ    1. กรมธุรกิจพลังงานจะไม่รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่นๆ ให้ยื่นขอรับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) จากกรมธุรกิจพลังงานใหม่    2. ผู้ค้าน้ำมันจะต้องจำหน่ายไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตรเพื่อใช้ภายในตำบลที่ตั้งของสถานที่ผลิตเท่านั้น    3. การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันไม่รวมถึงการโอนสิทธิ์ในการได้รับความเห็นชอบให้กับผู้ค้าน้ำมันรายอื่น    4. กรณีหนังสือแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับการแจ้งและผู้แจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้แจ้งดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้แจ้งไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับการแจ้งจะดำเนินการคืนหนังสือแจ้งและเอกสารประกอบการแจ้ง ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันผู้ค้าน้ำมันได้    5. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาการแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้แจ้งจะดำเนินการแก้ไขหนังสือแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    6. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    7. ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั่วไป เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน จะออกใบรับแจ้งให้กับผู้แจ้ง สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้แจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือแจ้งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่    1) รับด้วยตนเองผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด (อัตรา 21 บาทสำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)    ประกาศที่เกี่ยวข้อง    ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. 2549","2022-09-15T09:59:51"],
    [109,"94e56e13-28c9-44c7-99ae-b5e8c02edf5e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของเอกสารที่จัดส่งให้กรมธุรกิจพลังงานของผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-3edd-4807-afb9-0a7ab3f1de4f",21,0,5,"นิติบุคคลผู้ได้รับใบรับรองเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายละเอียดของเอกสารที่ได้จัดส่งให้กรมธุรกิจพลังงานให้แจ้งเป็นหนังสือถึงกรมธุรกิจพลังงานภายในสามสิบวัน (30 วัน) นับแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของเอกสารโดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้              การขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายละเอียดเอกสารตามคู่มือฉบับนี้เช่น              - การเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท              - การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท              - การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น, ผู้มีสิทธิออกเสียง,การเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน              - การเปลี่ยนตราประทับสำคัญของบริษัท      หมายเหตุ                  1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน              4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-01-24T09:43:51"],
    [110,"94e56e13-2b38-4c52-af37-fbd2b1ff83c6","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบรับรองเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-422f-464a-b946-111c7b64c5b5",21,0,5,"ผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ใบรับรองฯสูญหายถูกทำลายหรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญในลักษณะที่ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงรายละเอียด/ข้อมูลของใบรับรองฯได้ให้ผู้มีสิทธิจัดทำรายงานฯยื่นคำขอรับใบแทนใบรับรองฯถึงกรมธุรกิจพลังงานภายในสามสิบวัน (30 วัน) นับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหายถูกทำลายหรือชำรุดเสียหายโดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้      หมายเหตุ                  1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน              4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-01-24T09:44:08"],
    [111,"94e56e13-3079-4a1a-9579-f74676cdc7ad","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ   (การขอความเห็นชอบ การพัก หรือหยุดใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ : Deactivate)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-48f1-4edd-9c79-c6a41945830d",23,0,7,"ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทที่ 3 ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ที่มีความประสงค์จะทำการพัก หรือหยุดใช้งาน ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นการชั่วคราว (Deactivate) จะต้องขอความเห็นชอบต่อกรมธุรกิจพลังงานก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้ โดยผู้รับใบอนุญาตฯ จะต้องแจ้งเหตุผลที่จะพักหรือหยุดใช้งาน ระบุตำแหน่ง ขนาด ความยาว และรายละเอียดอื่น ๆ ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ที่จะพักหรือหยุดใช้งานชั่วคราว พร้อมทั้งกำหนดมาตรการตรวจสอบและบำรุงรักษา ตลอดระยะเวลาที่มีการพักหรือหยุดใช้งาน    อนึ่ง เมื่อผู้รับใบอนุญาตฯ ได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตฯ ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ และให้รายงานการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง    หมายเหตุ    1. กรณีรายการเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับเอกสารและผู้ยื่นเอกสารจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นเอกสารดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นเอกสารไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับเอกสารจะดำเนินการคืนเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาเรื่องและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นเอกสารจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับเอกสารได้ตรวจสอบรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นเอกสารทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-03-09T16:26:57"],
    [112,"94e56e13-4f8c-4aaa-b49c-edd20c32f2b4","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขออนุญาตประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซธรรมชาติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-71da-487d-ba4e-6c1f756d5c33",1,0,18,"ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซธรรมชาติ ที่มีการเก็บรักษาก๊าซธรรมชาติในสถานะก๊าซไว้ในถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ หรือกลุ่มถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติ ที่มีปริมาณไม่เกิน 5,000 ลิตร ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และต้องดำเนินการแจ้งประกอบกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้รับใบรับแจ้งจึงจะประกอบกิจการได้   การเลิกประกอบกิจการและการโอนกิจการควบคุมประเภทที่ 2 ผู้ประกอบกิจการต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 30วัน นับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าว      หมายเหตุ       กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนและถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-01-18T14:35:49"],
    [113,"94e56e13-56f8-4fab-96c8-d4df16911f71","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ส่วนภูมิภาค (กบส.231) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d21-7bd2-40d1-a5cd-8bc3e305d95b",14,30000,7,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมีสถานประกอบการ (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือ สำนักงานแห่งใหญ่ (กรณีนิติบุคคล) ตั้งอยู่ในเขตจังหวัด  และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องมาจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ก่อนจึงจะประกอบกิจการได้    1. มีปริมาณการค้า (ปริมาณจัดหาต่อปี) เกิน 30,000 เมตริกตัน (ประมาณ 36 ล้านลิตร) แต่ไม่ถึง 100,000 เมตริกตัน (ประมาณ 120 ล้านลิตร)    2. มีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีความจุของทุกถังรวมกันแล้วเกิน 200,000 ลิตร         เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ       กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดปริมาณการค้าและขนาดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 10 พ.ศ. 2544    2. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ. 2545    3. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมรายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    4. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545    5. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:22:45"],
    [114,"94e56e13-5951-41ae-bf3e-e3a5c6dc3747","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การโอนใบอนุญาตการประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-7f35-47a4-92af-24898175a6a6",25,800,15,"ผู้ประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ประสงค์จะโอนกิจการที่ได้รับอนุญาตให้แก่บุคคลอื่น ให้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตตามแบบ ธพ.ก.5 พร้อมเอกสารและหลักฐานที่กำหนด    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. เมื่อได้รับหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตไปชำระค่าธรรมเนียมตามช่องทางที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือและต้องรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้งหากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2022-03-09T16:23:10"],
    [115,"94e56e13-5bbb-40e6-aa30-9af7c3e43daa","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบอนุญาตการประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-827c-49b9-b346-13a5ceba99e2",25,800,7,"หากใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว สูญหาย หรือถูกทำลายในส่วนสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด    5. เมื่อได้รับหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตไปชำระค่าธรรมเนียมตามช่องทางที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือและต้องรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้งหากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2022-03-09T16:24:43"],
    [116,"94e56e13-5e19-4b53-a873-98f7abfc5ae2","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ส่วนภูมิภาค (กบส.232) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d21-85cd-404e-b564-e79e6d3af3bd",14,0,9,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ให้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงรายการไม่รวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545    2. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม รายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:24:16"],
    [117,"94e56e13-60b4-4b14-ac4e-e8264fb2768d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11ส่วนภูมิภาค (กบส.241)(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d21-895b-48c6-8f6d-30c8bddacb38",14,5000,12,"ผู้ที่ประสงค์ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสถานีบริการ LPG หรือ สถานีบริการ NGV ในเขตจังหวัดเพื่อจำหน่าย ต้องมายื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ก่อน  จึงจะประกอบกิจการได้     เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ. 2545   กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545   กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมรายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545   พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:23:49"],
    [118,"94e56e13-6315-4fd3-87be-cf6393f135fd","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 ส่วนภูมิภาค (กบส.252) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d21-8cde-4d51-8b34-01f13a3ef71f",14,5000,11,"ผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ให้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงรายการไม่รวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง การแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 และการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ พ.ศ. 2544    2. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม รายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:25:22"],
    [119,"94e56e13-65b6-4422-87e4-e18b4df18ab8","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 ส่วนภูมิภาค  (กบส.251) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d21-93c5-4ac0-9229-a86793ecb9fa",14,5000,9,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการรับจ้างขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดก๊าซปิโตรเลียมเหลวน้ำมันดีเซลน้ำมันเบนซินน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินน้ำมันก๊าดน้ำมันเตาและน้ำมันหล่อลื่นที่มีปริมาณการขนส่งน้ำมันแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดตั้งแต่สามพันลิตรขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะซึ่งต้องขออนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (ธพ.น. 2) / ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (ธพ.ก.2) โดยมีสถานประกอบการ (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือสำนักงานแห่งใหญ่ (กรณีนิติบุคคล) ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯต้องแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ก่อนจึงจะประกอบกิจการได้         เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    ฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดชนิดและปริมาณการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ขนส่งต้องแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 พ.ศ. 2544    2. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง การแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 และการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ พ.ศ. 2544    3. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม รายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    4. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-04-06T22:52:48"],
    [120,"94e56e13-6819-42d9-b2ee-850ae7d1d531","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-9708-4408-bfe0-5ca5b7355161",20,0,13,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    5. ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบก่อนใช้งาน ให้แจ้งกรมธุรกิจพลังงานเป็นหนังสือเพื่อประกอบการพิจารณาในระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต    6. ในการที่ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมกันหลายๆ คำขอ โดยมีการก่อสร้างติดตั้งถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระบบความปลอดภัย ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์เหมือนกัน ให้สามารถยื่นโดยใช้เอกสารหลักฐานประกอบตามข้อ 2), 3), 4), 5), 6), 7), 8), 9), 10), 11), 12) และ 13) ร่วมกันได้ ยกเว้น คำขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (ธพ.ช1ข) และหนังสือรับรองคุณภาพหรือผลการทดสอบจากผู้ผลิต กรณีหมายเลขการผลิต (Serial Number) แตกต่างกัน    7. การออกใบอนุญาตใหม่สำหรับถังขนส่งก๊าซธรรมชาติที่เคยได้รับใบอนุญาตไว้เดิมและไม่ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ และไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตได้ก่อนหน้านี้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ให้สามารถยื่นเอกสารในระยะที่ 1 เฉพาะเอกสารหลักฐานประกอบตามข้อ 1), 2), 3), 4) และ 5)","2022-03-09T15:44:22"],
    [121,"94e56e13-6a6b-4386-b9fb-24f3fbe2370e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-9a1f-4601-8ca3-0cedef2420a7",20,200,11,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    5. หลังจากมีการอนุญาตแล้วผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน    6. ในการที่ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมกันหลายๆ คำขอโดยมีการก่อสร้างติดตั้งถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระบบความปลอดภัย ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์เหมือนกัน ให้สามารถยื่นโดยใช้เอกสารหลักฐานประกอบตามข้อ 4), 5), 8) และ 9) ร่วมกันได้    7. การออกใบอนุญาตใหม่สำหรับถังขนส่งก๊าซธรรมชาติที่เคยได้รับใบอนุญาตไว้เดิมและไม่ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงถังขนส่งก๊าซธรรมชาติระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์และไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตได้ก่อนหน้านี้ ให้สามารถยื่นเอกสารในระยะที่ 2 เฉพาะเอกสารหลักฐานประกอบตามข้อ 2), 3), 6), 7) และ 10)","2022-08-18T14:25:34"],
    [122,"94e56e13-6cc2-4fc0-9bc0-4e1383b68575","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-9d47-42b9-8b18-8df78c53f1aa",20,0,12,"ผู้ที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนและต้องได้รับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนจึงจะประกอบกิจการโดยใช้ส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    5. ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบก่อนใช้งานให้แจ้งกรมธุรกิจพลังงานเป็นหนังสือเพื่อประกอบการพิจารณาในระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลง    6. ในการที่ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมกันหลายๆ คำขอ โดยมีการก่อสร้างติดตั้งถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระบบความปลอดภัย ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์เหมือนกัน ให้สามารถยื่นโดยใช้เอกสารหลักฐานประกอบตามข้อ 2), 3), 4), 7), 8), 9), 10), 11) และ 12) ร่วมกันได้ ยกเว้น คำขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (ธพ.ช 4ข) และหนังสือรับรองคุณภาพหรือผลการทดสอบจากผู้ผลิต กรณีหมายเลขการผลิต (Serial Number) แตกต่างกัน","2022-03-09T15:44:42"],
    [123,"94e56e13-6f00-479d-be8e-486f9c392e5f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-a043-4519-b9cd-8a4dffa6fa80",20,200,6,"ผู้ที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนและต้องได้รับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนจึงจะประกอบกิจการโดยใช้ส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    5. หลังจากมีการอนุญาตแล้วผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน","2022-03-09T15:44:53"],
    [124,"94e56e13-7b17-4939-8b12-23d82ea5168c","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งการเลิกการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่น (ตามประกาศปี พ.ศ 2562 เริ่มใช้วันที่ 20 ตุลาคม 2562) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d21-b005-4795-9071-f1a71faa3f0c",15,0,6,"ผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นจากกรมธุรกิจพลังงาน เมื่อมีความประสงค์จะเลิกการผลิต การจำหน่าย หรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นก่อนถึงวันสิ้นอายุหนังสือรับรอง  ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นแบบแจ้งเพื่อขอยกเลิกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ และเลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่น ต่อกรมธุรกิจพลังงาาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกการผลิต  การจำหน่าย หรือการนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามแบบ ธพ. ค 419                                      1. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับแบบแจ้งและผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนแบบแจ้งและเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งนี้ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นแบบแจ้งจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือนำส่งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทางได้แก่    4.1 รับด้วยตนเองผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    4.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด (ติดแสตมป์ 19 บาท)    ประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นพ.ศ. 2562  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/221/T_0048.PDF","2022-03-09T16:45:27"],
    [125,"94e56e13-7e11-487c-a43b-ce46a3263df6","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น  (ตามประกาศปี พ.ศ.  2562 เริ่มใช้วันที่ 20 ตุลาคม 2562) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-b3b4-4db9-97d5-a15096baf2e5",24,0,14,"เมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นหรือให้ความเห็นชอบต่ออายุแล้วหากผู้ค้าน้ำมันหล่อลื่นมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายละเอียดใดๆของน้ำมันหล่อลื่นหรือเอกสารแสดงลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว (โดยขอใช้เลขทะเบียนเดิม) ให้ยื่นขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ต่ออธิบดีไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแล้วแต่กรณี ตามแบบ ธพ. ค 418     1) การขอเปลี่ยนแปลงชื่อน้ำมันหล่อลื่น มาตรฐาน ชั้นคุณภาพ ต้องไม่มีการจำหน่ายมาก่อนจากที่ได้รับความเห็นชอบไว้ครั้งแรก  และต้องส่งหนังสือรับรอง ธพ.ค 415 ฉบับจริงกลับคืน  หากสูญหายให้ส่งเอกสารแจ้งความที่ระบุว่ามีการสูญหายเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งหลังจากกรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงแล้ว จะมีหนังสือแจ้งผลและออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ธพ.ค 415) ฉบับเปลี่ยนแปลง ให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่เห็นชอบเปลี่ยนแปลงถึงวันสิ้นอายุตามที่ระบุไว้ในแบบธพ.ค 415 ฉบับเดิม     2) การขอเปลี่ยนแปลงลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดในแบบธพ.ค 414/1 (การแจ้งปริมาณด่างธาตุ) ธพ.ค 414/2 (การแจ้งสูตร) ธพ.ค 414/3 ( ผลการทดสอบทางเครื่องยนต์) ธพ.ค 414 /4 สูตรน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ในการทดสอบ) ธพค 414/5 ( หนังสือยินยอมให้อ้างอิงเอกสาร) รายละเอียดสารเติมแต่งรายละเอียดของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเอกสารที่กล่าวมาข้างต้นทั้งนี้ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งผลการทดสอบและเอกสารคำอธิบายในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติม เพื่อแสดงว่าไม่มีผลกระทบต่อลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานตามที่ได้รับความเห็นชอบมาแล้ว ทั้งนี้หลังจากกรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเปลี่ยนแปลง กรมจะมีหนังสือแจ้งผลให้ทราบ      หมายเหตุดังนี้      1. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบแจ้ง และผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนแบบแจ้งและเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งนี้ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นแบบแจ้งจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือนำส่งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทางได้แก่    4.1 รับด้วยตนเองผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    4.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด (สำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)    4.2.1 ติดแสตมป์อัตรา 21 บาทกรณีขอเปลี่ยนแปลงชื่อน้ำมันหล่อลื่นชั้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ซึ่งหลังจากกรมธูรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงแล้วกรมจะส่งหนังสือแจ้งผลและหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ธพ.ค 415) ฉบับใหม่ให้    4.2.2 ติดแสตมป์อัตรา 19 บาทกรณีการขอเปลี่ยนแปลงลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดในแบบธพ.ค 414/1 ธพ.ค 414/2 ธพ.ค 414/3 ธพ.ค 414 /4 ธพค 414/5 รายละเอียดสารเติมแต่งรายละเอียดของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเอกสารที่กล่าวมาข้างต้นซึ่งหลังจากกรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงแล้วกรมจะส่งหนังสือแจ้งผลให้      ประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นพ.ศ. 2562    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/221/T_0048.PDF","2022-03-09T16:45:56"],
    [126,"94e56e13-8143-41e8-a6dd-9be3be9d814e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ตามประกาศปี พ.ศ. 2562 เริ่มใช้วันที่  20 ตุลาคม 2562)  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-b7c2-4259-872d-20fdcbca3f20",8,0,5,"ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ธพ.ค 415) ให้ยื่นคำขอต่ออายุตามแบบ ธพ.ค 416 ภายในหกสิบวันก่อนสิ้นอายุหนังสือรับรอง เมื่อได้มีการยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองภายในเวลาที่กำหนดถือว่าหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบนั้นยังคงใช้อยู่จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น    หนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ (ฉบับต่ออายุ) มีกำหนดคราวละสามปี นับถัดจากวันสุดท้ายของหนังสือรับรองเดิม ยกเว้นผู้ที่ขอความเห็นชอบโดยอ้างอิงลักษณะและคุณภาพของผู้ผลิตที่ได้รับความเห็นชอบแล้วให้มีวันหมดอายุตามผู้ผลิต    กรณีหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบหมดอายุพร้อมกัน  ผู้ผลิตหรือเจ้าของสูตรและผู้อ้างอิงสูตรสามารถมายื่นคำขอต่ออายุพร้อมกันได้ หรือผู้อ้างอิงสูตรอาจมอบอำนาจให้ผู้ผลิตหรือเจ้าของสูตรมาดำเนินการแทนก็ได้    กรณีที่ผู้ค้าน้ำมันมิได้ยื่นแบบแจ้งเพื่อต่ออายุหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ ภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบนั้นถูกยกเลิก แต่หากผู้ค้าน้ำมันมีความประสงค์จะจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นดังกล่าวอีก  ให้สามารถยื่นแบบแจ้งลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น ตามแบบ ธพ.ค 414 และเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบใหม่ โดยขอใช้เลขทะเบียนเดิมได้ ภายในหกสิบวันนับจากสิ้นอายุ  (คู่มือประชาชน การให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นตามประกาศ ปี พ.ศ. 2562  เริ่มใช้ 20 ตุลาคม 2562)     ผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองต่ออายุต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้      (1) การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะไม่เกิน 210ลิตรต้องแสดงฉลากไว้ที่ภาชนะบรรจุนั้นโดยมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้  1.1  ชื่อน้ำมันหล่อลื่นต้องเป็นชื่อที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบโดยไม่มีการเพิ่มตัดสลับหรือจัดคำอันทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชื่อจากที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว  1.2  ชนิดความหนืดมาตรฐานและชั้นคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นต้องระบุข้อความเห็นชอบโดยกรมธุรกิจพลังงานหลังมาตรฐานและชั้นคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเท่านั้นการเพิ่มเติมชั้นคุณภาพอื่นในมาตรฐานเดียวกันต้องยื่นขอความเห็นชอบใหม่  1.3  เลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นให้เป็นไปตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด  1.4  ชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ  1.5  วันเดือนปีที่ผลิตหรือบรรจุ    (2) การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะที่มีขนาดเกิน 210ลิตรผู้ค้าน้ำมันต้องจัดทำรายละเอียดตาม (1) และส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อน้ำมันด้วย    (3) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเมื่อมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่สถานที่ผลิตสถานที่บรรจุสถานที่เก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบผู้ค้าน้ำมันต้องแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง    (4) เมื่อมีความประสงค์จะเลิกการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นก่อนถึงวันสิ้นอายุหนังสือรับรองผู้ค้าน้ำมันต้องยื่นแบบแจ้งเพื่อขอยกเลิกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบและเลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นต่อกรมธุรกิจพลังงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าแล้วแต่กรณีตามแบบธพ.ค 419 (คู่มือประชาชน การแจ้งการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นตามประกาศปีพ.ศ. 2562 เริ่มใช้วันที่ 20 ตุลาคม 2562)    (5) ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแจ้งปริมาณการค้าน้ำมันหล่อลื่นที่ได้ทำการค้าไปแล้วในแต่ละปีตามแบบธพ.ค 417ท้ายประกาศนี้ต่อกรมธุรกิจพลังงานภายในวันที่สามสิบเอ็ดของเดือนมกราคมปีถัดไป    (6) ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดเก็บตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นเพื่อส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบลักษณะและคุณภาพตามความจำเป็นเป็นครั้งคราวตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่     หมายเหตุดังนี้    1. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับแบบแจ้งและผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งนี้ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นแบบแจ้งจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้ง หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือนำส่งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทางได้แก่    4.1 รับด้วยตนเองผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    4.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด (อัตรา 21 บาทสำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)    ประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นพ.ศ. 2562    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/221/T_0048.PDF","2022-03-09T16:46:27"],
    [127,"94e56e13-8466-4ed8-961f-3d2857a28ba6","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ตามประกาศปี พ.ศ. 2562 เริ่มใช้วันที่ 20 ตุลาคม 2562) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-bb85-4d44-bebc-113f4ddd470b",14,0,14,"ผู้ที่ประสงค์จะจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ และเครื่องยนต์ดีเซล ที่เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายที่เป็นเจ้าของชื่อในทางการค้า/เครื่องหมายการค้า ต้องแจ้งลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นเพื่อขอความเห็นชอบ ตามแบบ ธพ. ค 414  และต้องได้รับหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น  ตามแบบ ธพ.ค 415  ก่อนจึงจะจำหน่ายได้ หนังสือรับรองมีอายุสามปีตั้งแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ  ยกเว้นผู้ค้าน้ำมันที่ขอความเห็นชอบโดยอ้างอิงลักษณะและคุณภาพของผู้ผลิตที่ได้รับความเห็นชอบแล้วให้มีวันหมดอายุตามผู้ผลิตที่อ้างอิง และหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบอาจต่ออายุได้    ผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข  ดังนี้      (1)  การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะไม่เกิน 210 ลิตร ต้องแสดงฉลากไว้ที่ภาชนะบรรจุนั้น โดยมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้    1.1    ชื่อน้ำมันหล่อลื่น ต้องเป็นชื่อที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบ โดยไม่มีการเพิ่ม ตัด สลับหรือจัดคำ อันทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชื่อจากที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว     1.2    ชนิดความหนืด มาตรฐาน และชั้นคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น ต้องระบุข้อความ เห็นชอบโดยกรมธุรกิจพลังงาน หลังมาตรฐาน และชั้นคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบ เท่านั้น การเพิ่มเติมชั้นคุณภาพอื่นในมาตรฐานเดียวกัน ต้องยื่นขอความเห็นชอบใหม่    1.3    เลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นให้เป็นไปตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด    1.4    ชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ    1.5    วัน เดือน ปี ที่ ผลิตหรือ บรรจุ    (2)  การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะที่มีขนาดเกิน 210 ลิตร ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดทำรายละเอียดตาม (1) และส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อน้ำมันด้วย    (3)  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เมื่อมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สถานที่ผลิต สถานที่บรรจุ สถานที่เก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ ผู้ค้าน้ำมันต้องแจ้งต่อ กรมธุรกิจพลังงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง    (4)  เมื่อมีความประสงค์จะเลิกการผลิต การจำหน่าย หรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นก่อนถึงวันสิ้นอายุหนังสือรับรอง ผู้ค้าน้ำมันต้องยื่นแบบแจ้งเพื่อขอยกเลิกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ และเลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่น ต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกการผลิต การจำหน่ายหรือการนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามแบบ ธพ.ค 419  (คู่มือประชาชน  การแจ้งการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่น ตามประกาศปี พ.ศ.  2562 เริ่มใช้วันที่ 20 ตุลาคม 2562)     (5)  ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแจ้งปริมาณการค้าน้ำมันหล่อลื่นที่ได้ทำการค้าไปแล้วในแต่ละปี ตามแบบ ธพ.ค 417 ท้ายประกาศนี้ ต่อกรมธุรกิจพลังงานภายในวันที่สามสิบเอ็ดของเดือนมกราคมปีถัดไป    (6) ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดเก็บตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่น เพื่อส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่    ทำการตรวจสอบลักษณะและคุณภาพตามความจำเป็น เป็นครั้งคราวตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่    หมายเหตุ ดังนี้    1. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบแจ้งและผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือนำส่งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่     4.1 รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    4.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (อัตรา 21 บาท สำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)     ประกาศที่เกี่ยวข้อง  ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะ และคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น พ.ศ. 2562  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/221/T_0048.PDF","2022-11-24T14:44:41"],
    [128,"94e56e13-87c0-473b-a5cd-d04b264119ff","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-bf85-4a6e-9aeb-f0677860d361",30,0,36,"ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของ  กรดไขมัน (บี100) ให้ยื่นแบบ ธพ.ค 406 พร้อมเอกสารประกอบเพื่อขอรับความเห็นชอบ และต้องได้รับความเห็นชอบก่อนจึงจะจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายได้    หลักเกณฑ์ในการพิจารณา คือ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งเอกสารซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนตามรายการที่กำหนด เมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้วเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานจะเข้าตรวจสอบโรงงานผลิตไบโอดีเซลและจัดเก็บตัวอย่างไบโอดีเซลมาเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพ ซึ่งผู้ค้าน้ำมันจะต้องมีการก่อสร้างโรงงานและติดตั้งอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมเปิดดำเนินการ และลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลจะต้องเป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด    เมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว กรมธุรกิจพลังงานจะออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบตามแบบ ธพ.ค 407 โดยกำหนดอายุหนังสือรับรองไม่เกินสามปี ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ    1. ผลิตหรือจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน ณ สถานที่ ที่กำหนดไว้ในหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ    2. ส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ค่าจุดขุ่นและจุดอุดตันการไหลที่อุณหภูมิต่ำของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน ต่อกรมธุรกิจพลังงานเป็นรายไตรมาส ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนสุดท้ายของไตรมาสนั้น ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งแบบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์เป็นประจำทุกไตรมาสตลอดช่วงระยะเวลาที่หนังสือรับรองมีอายุการใช้งานอยู่ ถึงแม้จะไม่มีการผลิต จัดหา หรือจำหน่ายในบางไตรมาส    3. หากประสงค์จะเปลี่ยนแปลงชื่อ ประเภทผู้ค้าน้ำมัน หรือย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ หรือเลิกการผลิต หรือการจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน จะต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแจ้งเลิกต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง หรือวันที่เลิกการผลิต หรือการจำหน่าย แล้วแต่กรณี      4. หากประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกรายละเอียดใด ๆ ที่ได้แจ้ง หรือระบุไว้ในแบบแจ้งซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว นอกเหนือจากข้อ 3. ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ก่อนวันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะดำเนินการได้ โดยกรณีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซล ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันทำการ สำหรับกรณีการเปลี่ยนแปลงอื่นที่ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซล ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันทำการ      หมายเหตุ    1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมให้เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานเข้าตรวจสอบความพร้อมของโรงงานและจัดเก็บตัวอย่างไบโอดีเซลเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพตลอดเวลา นับแต่วันที่ที่ยื่นคำขอต่อกรมธุรกิจพลังงาน    2. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันกับผู้ค้าน้ำมันได้    3. หากผู้ค้าน้ำมันจะต้องเติมสารเติมแต่ง เช่น สารเติมแต่งประเภทป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Antioxidant Additive) ในไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน เพื่อให้ไบโอดีเซลที่ผลิตได้มีคุณภาพเป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ผู้ค้าน้ำมันจะต้องยื่นขอรับความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดและต้องได้รับความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งจากอธิบดีก่อน จึงจะดำเนินการยื่นขอรับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันได้ สำหรับการเติมสารเติมแต่งในไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันภายหลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไว้แล้ว ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นขอรับความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด    4. กรณีที่ผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะขอรับความเห็นชอบต่อเนื่อง จะต้องยื่นเอกสารเพื่อขอรับความเห็นชอบต่อศูนย์บริการธุรกิจพลังงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ นับถึงวันสุดท้ายที่หนังสือรับรอง (แบบ ธพ.ค 407) ฉบับปัจจุบันมีอายุการใช้งาน    5. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    6. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    7. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือนำส่งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่    1) รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (อัตรา 21 บาท สำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)    ประกาศที่เกี่ยวข้อง    ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันพ.ศ. 2562 (เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2562)","2022-06-22T11:23:19"],
    [129,"94e56e13-8b34-4c88-a8f9-7343fb717514","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด (สำหรับการยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบโดยการส่งเอกสารด้วยตนเอง ณ กรมธุรกิจพลังงาน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-c40a-44a4-a811-fe0760eeedb9",8,0,43,"ผู้ที่ประสงค์จะจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือน้ำมันเบนซินพื้นฐาน หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ หรือน้ำมันเบนซิน หรือน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันดีเซล หรือน้ำมันเตา หรือเอทานอลแปลงสภาพ หรือไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน หรือไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร หรือไบโอมีเทนสำหรับยานยนต์ ที่มีคุณภาพแตกต่างจากที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด ตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการผ่อนผันไว้ในประกาศ ต้องยื่นแบบแจ้ง ธพ.ค 411 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบเพื่อขอรับความเห็นชอบ และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะสามารถจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้    เมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ให้ความเห็นชอบแล้ว กรมธุรกิจพลังงานจะออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบตามแบบ ธพ.ค 412 โดยกำหนดอายุหนังสือรับรองไม่เกินสามปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง หรือวันที่ผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะจำหน่าย ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบแล้วจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ    1) ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดหา จัดเก็บ ขนส่ง และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามรายละเอียดที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว    2) ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดทำรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดเป็นรายเดือน ตามแบบ ธพ.ค 413 ท้ายประกาศนี้ และต้องยื่นรายงานพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกไตรมาส ภายในวันที่ 30 ของเดือนถัดจากเดือนสุดท้ายของไตรมาสนั้น    โดยการยื่นรายงานให้ยื่น ณ กรมธุรกิจพลังงาน หรือตามสถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งแบบรายงานข้อมูลเป็นประจำทุกไตรมาสตลอดช่วงระยะเวลาที่หนังสือรับรองมีอายุการใช้งานอยู่ ถึงแม้จะไม่มีการจัดหา หรือจำหน่ายในบางเดือนหรือมีการเลิกผลิตจำหน่ายแล้ว    3) ผู้ค้าน้ำมันที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ หรือย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ หรือสถานประกอบการ หรือเลิกการผลิตหรือการจำหน่าย จะต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการหรือแจ้งเลิกต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง หรือวันที่เลิกการผลิต การจำหน่าย แล้วแต่กรณี    4) ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกรายละเอียดใดๆ ที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว นอกเหนือจากข้อ 3) ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ ก่อนวันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะดำเนินการได้    โดยการแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือ ยกเลิกรายการตามข้อ 3) และ 4) ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบ โดยให้ยื่น ณ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน หรือตามสถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันกับผู้ค้าน้ำมันได้      2. กรณีที่ผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะขอรับความเห็นชอบต่อเนื่อง จะต้องยื่นเอกสารประกอบการขอรับความเห็นชอบต่อศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 8 วันทำการ นับถึงวันสุดท้ายที่หนังสือรับรอง (แบบ ธพ.ค 412) ฉบับปัจจุบันมีอายุการใช้งาน      3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว      4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน      5. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในแบบแจ้ง (ธพ.ค 411) ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่  1) รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา  2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (อัตรา 21 บาท สำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)    ประกาศที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นขอความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง และการยื่นขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซธรรมชาติสําหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2559   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซิน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินพื้นฐาน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันก๊าด พ.ศ. 2559   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2563 (ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเตา พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของเอทานอลแปลงสภาพ พ.ศ. 2548    ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พ.ศ. 2562 (ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. 2549   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอมีเทนสำหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561","2022-09-08T10:28:23"],
    [130,"94e56e13-8e39-4e63-b308-23c4172b906a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงรายละเอียด และการยกเลิก การได้รับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-c7be-4b02-93aa-03bf2b6899fb",15,0,39,"หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน (บี100) จากกรมธุรกิจพลังงานแล้ว หากผู้ค้าน้ำมันจะทำการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายละเอียดใดๆ ที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้ง (แบบ ธพ.ค 406) ซึ่งได้รับความเห็นชอบไว้เรียบร้อยแล้ว ให้ทำหนังสือแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันที่จะเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม (ทั้งนี้ การแจ้งเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเดินทางไปตรวจสอบโรงงานและเก็บตัวอย่างไบโอดีเซลไปวิเคราะห์คุณภาพจะต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ) หรือถ้าจะเปลี่ยนแปลงชื่อ ประเภทผู้ค้าน้ำมัน หรือย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ หรือเลิกการผลิต หรือการจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน ให้ทำหนังสือแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง หรือวันที่เลิกการผลิต หรือการจำหน่าย โดยการแจ้งแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้    1. การแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลทั่วไป ได้แก่                  การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ              การเปลี่ยนแปลงประเภทผู้ค้าน้ำมัน (ม7 / ม10 / ม11)              การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ / สถานประกอบการ              การเปลี่ยนแปลงลักษณะการจำหน่าย      2. การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ ได้แก่                  การแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่จำหน่าย              การแจ้งเพิ่มเติมหรือยกเลิกแหล่งจัดหาไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน              การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต/กำลังการผลิต / วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต (หากเป็นการเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตที่ไม่ได้มีการปรับปรุงหน่วยการผลิต ให้ถือเป็นการแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลทั่วไป)              การแจ้งเลิกการผลิต การจำหน่าย ซึ่งหากหนังสือรับรองการได้รับความเห็นชอบ (แบบ ธพ.ค 407) ที่กรมธุรกิจพลังงานออกให้แก่ผู้ค้าน้ำมันยังมีอายุการใช้งานอยู่ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งหนังสือรับรองฉบับจริงคืนให้กับกรมธุรกิจพลังงานด้วย โดยหากหนังสือรับรองสูญหาย ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งเอกสารหลักฐานการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน        หมายเหตุ    1. กรมธุรกิจพลังงานจะไม่รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่นๆ ให้ยื่นขอรับความเห็นชอบการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันจากกรมธุรกิจพลังงานใหม่    2. การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันไม่รวมถึงการโอนสิทธิ์ในการได้รับความเห็นชอบให้กับผู้ค้าน้ำมันรายอื่น    3. กรณีหนังสือแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับการแจ้งและผู้แจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้แจ้งดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้แจ้งไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับการแจ้งจะดำเนินการคืนหนังสือแจ้งและเอกสารประกอบการแจ้ง ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาการแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้แจ้งจะดำเนินการแก้ไขหนังสือแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    6. ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั่วไป เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน จะออกใบรับแจ้งให้กับผู้แจ้ง สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้แจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือแจ้งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่    1) รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (อัตรา 21 บาท สำหรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กรัม)    ประกาศที่เกี่ยวข้อง    ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พ.ศ. 2562  (เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2562)","2022-09-07T10:57:59"],
    [131,"94e56e13-9351-4787-b9aa-eaf125c0c5bf","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด  (สำหรับการยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบโดยทางอิเล็กทรอนิกส์)  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-cbfb-4879-a101-2aaa621863d3",4,0,43,"ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือน้ำมันเบนซินพื้นฐาน หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ หรือน้ำมันเบนซิน หรือน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันดีเซล หรือน้ำมันเตา หรือเอทานอลแปลงสภาพ หรือไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน หรือไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร หรือไบโอมีเทนสำหรับยานยนต์ ที่มีคุณภาพแตกต่างจากที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเป็นผู้ที่ได้รับอนุมัติเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดแล้ว สามารถยื่นแบบแจ้งพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยดำเนินการผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของกรมธุรกิจพลังงาน https://eoffspec.doeb.go.th และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะสามารถจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้    เมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ให้ความเห็นชอบแล้ว กรมธุรกิจพลังงานจะออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบตามแบบ ธพ.ค 412 โดยกำหนดอายุหนังสือรับรองไม่เกินสามปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง หรือวันที่ผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะจำหน่าย ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบแล้วจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ    1) ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดหา จัดเก็บ ขนส่ง และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามรายละเอียดที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว    2) ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดทำรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดเป็นรายเดือน ตามแบบ ธพ.ค 413 ท้ายประกาศนี้ และต้องยื่นรายงานพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกไตรมาส ภายในวันที่ 30 ของเดือนถัดจากเดือนสุดท้ายของไตรมาสนั้น    โดยการยื่นรายงานให้ยื่น ณ กรมธุรกิจพลังงาน หรือตามสถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งแบบรายงานข้อมูลเป็นประจำทุกไตรมาสตลอดช่วงระยะเวลาที่หนังสือรับรองมีอายุการใช้งานอยู่ ถึงแม้จะไม่มีการจัดหา หรือจำหน่ายในบางเดือนหรือมีการเลิกผลิตจำหน่ายแล้ว    3) ผู้ค้าน้ำมันที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ หรือย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ หรือสถานประกอบการ หรือเลิกการผลิตหรือการจำหน่าย จะต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการหรือแจ้งเลิกต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง หรือวันที่เลิกการผลิต การจำหน่าย แล้วแต่กรณี    4) ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกรายละเอียดใดๆ ที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว นอกเหนือจากข้อ 3) ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ ก่อนวันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะดำเนินการได้    โดยการแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือ ยกเลิกรายการตามข้อ 3) และ 4) ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบ โดยให้ยื่น ณ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน หรือตามสถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอจะแจ้งผลการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ค้าน้ำมันดำเนินการแก้ไขความบกพร่องของเอกสารภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้แจ้ง หากผู้ค้าน้ำมันไม่ดำเนินการ หรือดำเนินการไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่าผู้ค้าน้ำมันไม่ประสงค์จะดำเนินการใดๆ กับแบบแจ้งต่อไป และแบบแจ้งดังกล่าวจะถูกจำหน่ายออกจากสารบบ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งผลการพิจารณาผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์อันเนื่องมาจากความขัดข้องของระบบส่งข้อมูล ระบบรับข้อมูล หรือเหตุอื่นใด จะแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่ผู้ค้าน้ำมันได้แจ้งลงทะเบียนไว้    2. กรณีที่ผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะขอรับความเห็นชอบต่อเนื่อง จะต้องยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4 วันทำการ นับถึงวันสุดท้ายที่หนังสือรับรอง (แบบ ธพ.ค 412) ฉบับปัจจุบันมีอายุการใช้งาน    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผล ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ในขั้นตอนการลงทะเบียนในแบบ ธพ.อ 2-1 หรือสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงในแบบ ธพ.อ 2-2 ดังนี้  1) รับด้วยตนเอง ณ ที่ทำการกรมธุรกิจพลังงานโดยกรมจะแจ้งการออกหนังสือรับรองให้ทราบทาง E-mail address ที่ผู้ค้าน้ำมันได้แจ้งลงทะเบียนไว้  2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยกรมจะจัดส่งให้ตามที่อยู่ที่ผู้ค้าน้ำมันได้แจ้งลงทะเบียนไว้    ประกาศที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกําหนด และการยื่นแบบรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแจ้งรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบ พ.ศ. 2563?    ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นขอความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง และการยื่นขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซธรรมชาติสําหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2559   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซิน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินพื้นฐาน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันก๊าด พ.ศ. 2559   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2563 (ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเตา พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของเอทานอลแปลงสภาพ พ.ศ. 2548    ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พ.ศ. 2562 (ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. 2549   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอมีเทนสำหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561","2022-08-17T16:30:56"],
    [132,"94e56e13-ab62-4565-90f3-526247f2ae61","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และการยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด (สำหรับการยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบโดยการส่งเอกสารด้วยตนเอง ณ กรมธุรกิจพลังงาน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-d009-4fb0-b384-95f01566b43b",15,0,47,"หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดแล้ว หากผู้ค้าน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูล หรือยกเลิกรายละเอียดใดๆ จากที่เคยได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้ง (ธพ.ค 411)  ซึ่งได้รับความเห็นชอบไว้เรียบร้อยแล้ว ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน  ดังนี้    1. การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั่วไป ให้แจ้งภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง  ได้แก่       การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ   การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่/ สถานประกอบการ   การเปลี่ยนแปลงประเภทผู้ค้าน้ำมัน (ม7 / ม10 / ม11)          2. การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ ให้แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ ก่อนวันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะดำเนินการได้  ได้แก่       การแจ้งเพิ่มเติมหรือยกเลิกแหล่งจัดหาน้ำมัน (การเพิ่มเติมแหล่งจัดหาโดยการนำเข้าจะกระทำได้ต่อเมื่อประกาศกรมธุรกิจพลังงานระบุว่าสำหรับวัตถุประสงค์การใช้งานนั้นๆ สามารถจัดหาน้ำมันโดยการนำเข้าได้ และการเพิ่มเติมแหล่งจัดหาโดยจัดซื้อจากผู้ค้าน้ำมันในประเทศรายอื่น ผู้ค้าน้ำมันที่จะจำหน่ายน้ำมันให้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันเรียบร้อยแล้ว)   การแจ้งเพิ่มเติมหรือยกเลิกสถานที่จัดเก็บน้ำมัน (กรณีที่จะเพิ่มเติมสถานที่จัดเก็บน้ำมันซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น จะต้องได้รับความยินยอมให้ใช้สถานที่หรือถังเก็บน้ำมันจากเจ้าของกรรมสิทธิ์)   การแจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการขนส่งน้ำมัน   การแจ้งเพิ่มปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน   การแจ้งเพิ่มรายชื่อผู้รับซื้อน้ำมัน   การแจ้งเพิ่มประเทศปลายทางที่มีการส่งออกน้ำมัน   การแจ้งเพิ่มเติมหรือยกเลิกรายชื่อด่านที่จะส่งออกน้ำมัน      3. การแจ้งเลิกการผลิต หรือการจำหน่าย ให้แจ้งภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่เลิกการผลิต หรือการจำหน่าย ซึ่งหากหนังสือรับรองการได้รับความเห็นชอบ (ธพ.ค 412) ที่กรมธุรกิจพลังงานออกให้แก่ผู้ค้าน้ำมันยังมีอายุการใช้งานอยู่ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งหนังสือรับรองฉบับจริงคืนให้กับกรมธุรกิจพลังงานด้วย โดยหากหนังสือรับรองสูญหาย ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งเอกสารหลักฐานการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน    หมายเหตุ  1. การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันไม่รวมถึงการโอนสิทธิ์ในการได้รับความเห็นชอบให้กับผู้ค้าน้ำมันรายอื่น    2. กรมธุรกิจพลังงานจะไม่รับแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่นๆ ให้ยื่นขอรับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดจากกรมธุรกิจพลังงานใหม่    3. กรณีหนังสือแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับการแจ้งและผู้แจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้แจ้งดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้แจ้งไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับการแจ้งจะดำเนินการคืนหนังสือแจ้งและเอกสารประกอบการแจ้ง ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันผู้ค้าน้ำมันได้    4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาการแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้แจ้งจะดำเนินการแก้ไขหนังสือแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    6. ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั่วไป เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน จะออกใบรับแจ้งให้กับผู้แจ้ง สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้แจ้งทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือแจ้งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่  1) รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา  2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (อัตรา 21บาท)    ประกาศที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นขอความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง และการยื่นขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซธรรมชาติสําหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2559   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซิน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินพื้นฐาน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันก๊าด พ.ศ. 2559   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2563 (ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเตา พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของเอทานอลแปลงสภาพ พ.ศ. 2548    ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พ.ศ. 2562 (ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. 2549   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอมีเทนสำหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561","2022-08-01T13:26:51"],
    [133,"94e56e13-b381-466c-ac98-89998d428303","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-d472-40dc-927a-8120e01e9dc7",14,0,57,"ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเบนซิน น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล เอทานอลแปลงสภาพ ไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน และไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) จะต้องยื่นขอรับความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด และต้องได้รับความเห็นชอบก่อนจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานกำหนดให้น้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ต้องมีการเติมสารเติมแต่งประเภทชะล้างทำความสะอาด       หลักเกณฑ์ในการพิจารณา คือ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งเอกสารซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนตามรายการที่กำหนด เมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้วผู้ค้าน้ำมันจะต้องกระทำการทดสอบหาปริมาณสารเติมแต่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ โดยกราฟเส้นตรงมาตรฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิงกับคุณสมบัติที่ตรวจวัดตามวิธีการทดสอบหาปริมาณสารเติมแต่งที่ผู้ค้าน้ำมันเสนอจะต้องมีค่า R-Squared ไม่ต่ำกว่า 0.9900 และวิธีการทดสอบจะต้องให้ผลการตรวจวัดที่มีความคลาดเคลื่อนจากค่าที่แท้จริงไม่เกินร้อยละ 10 หรือในกรณีที่ขอรับความเห็นชอบสารเติมแต่งเพื่อปรับปรุงลักษณะและคุณภาพทางเคมีและฟิสิกส์ให้ผู้ค้าน้ำมันทดสอบประสิทธิภาพของสารเติมแต่ง (เช่น สารเติมแต่งประเภทเพิ่มคุณสมบัติการหล่อลื่น สารเติมแต่งประเภทป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สารเติมแต่งประเภทเพิ่มประสิทธิภาพการนำไฟฟ้า สารเติมแต่งประเภทปรับปรุงการไหลที่อุณหภูมิต่ำ ฯลฯ) โดยสารเติมแต่งนั้นจะต้องมีประสิทธิภาพตามที่แจ้ง    เมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ให้ความเห็นชอบแล้ว กรมธุรกิจพลังงานจะออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบตามแบบ ธพ.ค 410 โดยกำหนดอายุหนังสือรับรองไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง หรือวันที่ผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะเติมสารเติมแต่ง     ผู้ค้าน้ำมันต่อไปนี้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง                ผู้ค้าน้ำมันเบนซินที่เติมสารเติมแต่ง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้                                      (1) น้ำมันเบนซินสำหรับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร โดยการขนส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยตรงทางทะเล ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันเบนซินที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (2) น้ำมันเบนซินสำหรับการนำไปใช้กับยานพาหนะที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันเบนซินที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (3) น้ำมันเบนซินสำหรับการนำไปใช้ในการอื่นนอกเหนือจากการใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันเบนซินที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (4) น้ำมันเบนซินสำหรับการนำไปใช้ตามโครงการหรือนโยบายของรัฐบาล หรืองานวิจัย หรืองานทดสอบเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันเบนซินที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                            (5) น้ำมันเบนซินสำหรับการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตาม (1) (2) (3) และ (4)                   ผู้ค้าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่เติมสารเติมแต่ง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้                                       (1) น้ำมันแก๊สโซฮอล์สำหรับส่งออกไปนอกราชอาณาจักร โดยการขนส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยตรงทางทะเล ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (2) น้ำมันแก๊สโซฮอล์สำหรับการนำไปใช้กับยานพาหนะที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (3) น้ำมันแก๊สโซฮอล์สำหรับการนำไปใช้ในการอื่นนอกเหนือจากการใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (4) น้ำมันแก๊สโซฮอล์สำหรับการนำไปใช้ตามโครงการหรือนโยบายของรัฐบาล หรืองานวิจัย หรืองานทดสอบเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (5) น้ำมันแก๊สโซฮอล์สำหรับการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตาม (1) (2) (3) และ (4)                           ผู้ค้าน้ำมันดีเซลที่เติมสารเติมแต่ง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้                                       (1) น้ำมันดีเซลสำหรับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันดีเซลที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (2) น้ำมันดีเซลสำหรับการนำไปใช้กับยานพาหนะที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันดีเซลที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (3) น้ำมันดีเซลสำหรับการนำไปใช้ในการอื่นนอกเหนือจากการใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันดีเซลที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (4) น้ำมันดีเซลสำหรับการนำไปใช้กับเรือเดินทะเล ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันดีเซลที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย                          (5) น้ำมันดีเซลสำหรับการนำไปใช้ตามโครงการหรือนโยบายของรัฐบาล หรืองานวิจัย หรืองานทดสอบเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ให้รวมถึงน้ำมันดีเซลที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์นี้ด้วย แต่ไม่รวมถึงน้ำมันดีเซลหมุนเร็วตามโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร                             (6) น้ำมันดีเซลสำหรับการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตาม (1) (2) (3) (4) และ (5)    โดยเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ผู้ค้าน้ำมันจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้ความเห็นชอบ ดังนี้    1) ผู้ค้าน้ำมันต้องเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิงตามรายละเอียดที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว  2) ผู้ค้าน้ำมันที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ หรือย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่หรือสถานประกอบการ หรือเลิกการเติมสารเติมแต่งที่ได้รับความเห็นชอบ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการหรือแจ้งเลิกต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง หรือวันที่เลิกเติมสารเติมแต่ง แล้วแต่กรณี  3) ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกรายละเอียดใดๆ ที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้ว นอกเหนือจากข้อ  2) ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ก่อนวันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะดำเนินการได้    การแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือ ยกเลิกรายการดังกล่าวข้างต้นให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบ โดยให้ยื่น ณ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน หรือตามสถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    หมายเหตุ    1. ผู้ค้าน้ำมันต้องมีความพร้อมที่จะกระทำการทดสอบประสิทธิภาพหรือทดสอบหาปริมาณของสารเติมแต่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ตลอดเวลานับแต่วันที่ที่ยื่นหนังสือขอความเห็นชอบต่อกรมธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งมอบตัวอย่างสารเติมแต่งและสารเคมีสำหรับใช้ในการทดสอบหาปริมาณสารเติมแต่งในวันที่เจ้าหน้าที่สังเกตการณ์การทดสอบหาปริมาณสารเติมแต่ง    2. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันผู้ค้าน้ำมันได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบ","2022-08-03T10:26:00"],
    [134,"94e56e13-b7df-4dc9-8cb8-88db36a97b77","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงรายละเอียด และการยกเลิก การได้รับความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d21-d913-4ee2-b330-0216c74bd958",30,0,50,"หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิงจากกรมธุรกิจพลังงานแล้ว หากผู้ค้าน้ำมันจะทำการเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกรายละเอียดใดๆ ที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้ง ( แบบ ธพ.ค 409) ซึ่งได้รับความเห็นชอบไว้เรียบร้อยแล้ว ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ดังนี้    1. การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั่วไป ให้แจ้งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่                การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ              การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่/ สถานประกอบการ              การเปลี่ยนแปลงประเภทผู้ค้าน้ำมัน (ม7 / ม10 / ม11)    2. การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ ให้แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ก่อนวันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะดำเนินการได้ ได้แก่                การเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม หรือยกเลิก สถานที่เติมสารเติมแต่ง / วิธีการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง              การเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้าของสารเติมแต่ง              การแจ้งเพิ่มเติม หรือยกเลิกแหล่งจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง (ได้แก่ น้ำมันเบนซินพื้นฐาน เอทานอลแปลงสภาพ ไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (บี0) และน้ำมันเบนซิน)(กรณีที่การทดสอบประสิทธิภาพหรือการทดสอบหาปริมาณของสารเติมแต่งที่ผู้ค้าน้ำมันเคยกระทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ไม่ครอบคลุมแหล่งจัดหาที่แจ้งเพิ่มเติมผู้ค้าน้ำมันจะต้องกระทำการทดสอบต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าวิธีการทดสอบที่เคยแจ้งไว้ยังสามารถใช้ได้)              การเปลี่ยนแปลงวิธีการทดสอบประสิทธิภาพของสารเติมแต่ง หรือวิธีการทดสอบหาปริมาณของสารเติมแต่ง โดยผู้ค้าน้ำมันจะต้องกระทำการทดสอบประสิทธิภาพหรือทดสอบหาปริมาณของสารเติมแต่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบใหม่              การเปลี่ยนแปลงกำหนดการเริ่มใช้สารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง              การเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้าของน้ำมันเชื้อเพลิง    3. การแจ้งเลิกการเติมสารเติมแต่งที่ได้รับความเห็นชอบ ให้แจ้งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เลิกเติมสารเติมแต่ง โดยผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่ง (แบบ ธพ.ค 410) ฉบับจริงคืนให้กับกรมธุรกิจพลังงานด้วย โดยหากหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบสูญหาย ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งเอกสารหลักฐานการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน    หมายเหตุ    1. กรณีที่แจ้งเพิ่มเติมแหล่งจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือแจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการทดสอบประสิทธิภาพ/วิธีการทดสอบหาปริมาณของสารเติมแต่งผู้ค้าน้ำมันต้องมีความพร้อมที่จะกระทำการทดสอบประสิทธิภาพหรือทดสอบหาปริมาณของสารเติมแต่งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ตลอดเวลานับแต่วันที่ที่ยื่นหนังสือแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน    2. ทั้งนี้ การแจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการทดสอบประสิทธิภาพของสารเติมแต่งไม่รวมถึงสารเติมแต่งที่ใช้ปรับปรุงลักษณะและคุณภาพทางเคมีและฟิสิกส์ของน้ำมันเชื้อเพลิงตามรายการที่กำหนดไว้ในตารางแนบท้ายประกาศกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งจะต้องใช้วิธีการทดสอบตามที่กำหนดในตารางแนบท้ายประกาศ เช่น สารเติมแต่งประเภทเพิ่มคุณสมบัติการหล่อลื่น สารเติมแต่งประเภทป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สารเติมแต่งประเภทปรับปรุงการไหลที่อุณหภูมิต่ำ ฯลฯ    3. กรมธุรกิจพลังงานจะไม่พิจารณารับแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่นๆ ให้ยื่นขอรับความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิงจากกรมธุรกิจพลังงานใหม่ โดยบริษัทจะต้องขอยกเลิกหนังสือรับรองฉบับเก่าและส่งหนังสือรับรองฉบับจริงคืนกรมธุรกิจพลังงานด้วย    4. การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันไม่รวมถึงการโอนสิทธิ์ในการได้รับความเห็นชอบให้กับผู้ค้าน้ำมันรายอื่น    5. กรณีหนังสือแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับการแจ้งและผู้แจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้แจ้งดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้แจ้งไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับการแจ้งจะดำเนินการคืนหนังสือแจ้งและเอกสารประกอบการแจ้ง ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันผู้ค้าน้ำมันได้    6. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาการแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้แจ้งจะดำเนินการแก้ไขหนังสือแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    7. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    8. ทั้งนี้ สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั่วไป เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน จะออกใบรับแจ้งให้กับผู้แจ้ง สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้แจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในหนังสือแจ้งถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่      1) รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา      2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามอัตราของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ติดแสตมป์จำนวน 21 บาท)    ประกาศที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นขอความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง และการยื่นขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซิน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินพื้นฐาน พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. 2562  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2563 (ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของเอทานอลแปลงสภาพ พ.ศ. 2548    ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พ.ศ. 2562 (ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562)   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. 2549","2022-08-05T15:54:00"],
    [135,"94e56e13-baef-4502-9ce4-5d5f93db59e0","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอลงทะเบียนเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบ ผู้ยื่นแบบแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบ  และผู้ยื่นแบบรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบ ลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d21-dc88-4247-a9e8-fa9b7d1bf48d",7,0,35,"ผู้ค้าน้ำมันที่มีความประสงค์จะลงทะเบียนเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด หรือยื่นแบบรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแจ้งรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด  ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนตามแบบ ธพ.อ 2-1 พร้อมหลักฐานประกอบ และเมื่อได้รับอนุมัติการลงทะเบียนแล้ว ระบบจะจัดส่งชื่อผู้ใช้ (Username) ให้ผู้ค้าน้ำมันทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันกำหนดรหัสผ่าน (Password) ด้วยตนเอง ซึ่งทะเบียนมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ และผู้ค้าน้ำมันสามารถขอต่ออายุทะเบียนออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี โดยให้นับอายุทะเบียนต่อจากวันสิ้นอายุของทะเบียนเดิม      ทั้งนี้ หากปรากฏว่าข้อมูลหรือหลักฐานประกอบที่ใช้ในการลงทะเบียนเป็นเท็จ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานอาจเพิกถอนการลงทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันโดยให้ถือว่าการลงทะเบียนนั้นเป็นอันสิ้นสภาพไป และห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นคำขอลงทะเบียนภายใน1 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันกับผู้ค้าน้ำมันได้    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์    ประกาศที่เกี่ยวข้อง  ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และการยื่นแบบรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแจ้งรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบ พ.ศ. 2563","2022-09-21T12:42:07"],
    [136,"94e56e13-bdd5-4085-9a1b-877cd648e5a6","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอเปลี่ยนแปลง ต่ออายุ และยกเลิกทะเบียน เป็นผู้ยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบ  ผู้ยื่นแบบแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบ และผู้ยื่นแบบรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบ ลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d21-e007-4b3c-8080-9365db773822",7,0,33,"หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันได้ลงทะเบียนเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด หรือเป็นยื่นแบบรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแจ้งรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด เรียบร้อยแล้ว    1. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงทะเบียน หรือยกเลิกทะเบียน จากที่เคยได้ลงทะเบียนไว้ตามแบบ ธพ.อ 2-1 ซึ่งได้รับอนุมัติไว้เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นคำขอเปลี่ยนแปลง/ยกเลิก ตามแบบ ธพ.อ 2-2 พร้อมหลักฐานประกอบ ณ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน    2. และหากมีความประสงค์จะขอต่ออายุทะเบียน ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนพร้อมหลักฐานประกอบ ณ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน ตามแบบ ธพ.อ 2-2 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ นับถึงวันสุดท้ายที่ทะเบียนมีอายุการใช้งาน หากผู้ค้าน้ำมันไม่ขอต่ออายุทะเบียนภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนใหม่ (ผู้ค้าน้ำมันสามารถขอต่ออายุทะเบียนออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี โดยให้นับอายุทะเบียนต่อจากวันสิ้นอายุของทะเบียนเดิม)      ทั้งนี้ หากปรากฏว่าข้อมูลหรือหลักฐานประกอบที่ใช้ในการลงทะเบียนเป็นเท็จ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานอาจเพิกถอนการลงทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันโดยให้ถือว่าการลงทะเบียนนั้นเป็นอันสิ้นสภาพไป และห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นคำขอลงทะเบียนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันกับผู้ค้าน้ำมันได้    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์      ประกาศที่เกี่ยวข้อง  ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และการยื่นแบบรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแจ้งรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบ พ.ศ. 2563","2022-09-21T14:20:42"],
    [137,"94e56e14-80f5-41f6-abe8-10464ee2e88e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบกำหนดปริมาณการค้าประจำปี (กบส.301-1) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-f2a5-4c89-ba28-0e204fb39f46",45,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มีหน้าที่ต้องยื่นขอความเห็นชอบปริมาณการค้าประจำปีต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันก่อนปีที่จะทำการค้า (ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายนของปีก่อนที่จะทำการค้า ทั้งนี้ หากไม่ยื่นตามกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะมีความผิดตามกฎหมายมาตรา 44) โดยปริมาณการค้าดังกล่าวต้องเป็นปริมาณการค้าที่ครอบคลุมการค้าทั้งปี (มกราคม-ธันวาคม) ซึ่งเป็นการขอเพดานการค้าประจำปี    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้  1. โดยกรณีเป็นผู้ค้ารายใหม่และขอเริ่มทำการค้าระหว่างปี ให้ยื่นขอความเห็นชอบพร้อมกับการยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7    2. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5. เมื่อกรมธุรกิจพลังงานรับคำขอเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าในขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบพบข้อมูลปริมาณการค้าสำหรับนำไปคำนวณหน้าที่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง เช่น กรอกข้อมูลผิดช่อง แจ้งยืนยันการซื้อขายระหว่างผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ไม่ตรงกัน ปริมาณการจำหน่ายส่วนที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณสำรองมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติการจำหน่าย 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอ เป็นต้น ซึ่งส่งผลทำให้ปริมาณการค้าที่นำไปคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายน้อยกว่าสถิติการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอ กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณากำหนดปริมาณการค้าตามที่เห็นสมควร (มาตรา 19 วรรค 3) โดยจะใช้สถิติปริมาณการจำหน่ายทุกประเภท 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอเป็นปริมาณการค้าประจำปีของผู้ค้าน้ำมันดังกล่าวในปีนั้น หรือหากพบว่าปริมาณการค้าที่ผู้ค้ายื่นมานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ไม่ควรจะเป็น กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณาไม่เห็นชอบปริมาณการค้าที่ยื่นขอมาพร้อมทั้งแจ้งเหตุผลและให้ผู้ค้าฯ ยื่นคำขอเข้ามาใหม่    6. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน      7. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท      กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 19)    2. กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นขอกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าประจำปี พ.ศ. 2546    3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดแนวทางการพิจารณาให้ความเห็นชอบปริมาณการค้าประจำปี พ.ศ. 2559    4. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณ ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560    5. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563    6. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563","2022-03-09T16:09:36"],
    [138,"94e56e14-8405-44e8-bb43-2d69f6e19283","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าประจำปี (รอบไตรมาส) (กบส.301-2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-f69b-4626-bd5e-b2c959dec103",30,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 สามารถขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าประจำปีได้ หากพบว่าสภาพการค้าจริงของปีนั้นๆ มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าหรือต่ำกว่าปริมาณการค้าที่เคยได้รับความเห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนของปีก่อนที่จะทำการค้า โดยผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จะต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นของการยื่นขอเปลี่ยนแปลงตามรอบไตรมาสซึ่งกำหนดระยะเวลาไว้ ดังนี้    - ไตรมาสที่ 2 ภายในวันที่ 28 หรือ 29 กุมภาพันธ์ของปีการค้า มีผลบังคับใช้ 1 เมษายน ของปีการค้า     - ไตรมาสที่ 3 ภายในวันที่ 31 พฤษภาคมของปีการค้า มีผลบังคับใช้ 1 กรกฎาคม ของปีการค้า     - ไตรมาสที่ 4 ภายในวันที่ 31 สิงหาคมของปีการค้า มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม ของปีการค้า    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. เมื่อกรมธุรกิจพลังงานรับคำขอเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าในขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบพบข้อมูลปริมาณการค้าสำหรับนำไปคำนวณหน้าที่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง เช่น กรอกข้อมูลผิดช่อง แจ้งยืนยันการซื้อขายระหว่างผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ไม่ตรงกัน ปริมาณการจำหน่ายส่วนที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณสำรองมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติการจำหน่าย 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอ เป็นต้น ซึ่งส่งผลทำให้ปริมาณการค้าที่นำไปคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายน้อยกว่าสถิติการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอ กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณากำหนดปริมาณการค้าตามที่เห็นสมควร (มาตรา 19 วรรค 3) โดยจะใช้สถิติปริมาณการจำหน่ายทุกประเภท 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอเป็นปริมาณการค้าประจำปีของผู้ค้าน้ำมันดังกล่าวในปีนั้น หรือหากพบว่าปริมาณการค้าที่ผู้ค้ายื่นมานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ไม่ควรจะเป็น กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณาไม่เห็นชอบปริมาณการค้าที่ยื่นขอมาพร้อมทั้งแจ้งเหตุผลและให้ผู้ค้าฯ ยื่นคำขอเข้ามาใหม่    5. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  6. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 19)    2. กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นขอกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าประจำปี พ.ศ. 2546    3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดแนวทางการพิจารณาให้ความเห็นชอบปริมาณการค้าประจำปี พ.ศ. 2559    4. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณ ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560    5. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563    6. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563","2022-03-09T16:09:46"],
    [139,"94e56e14-27a7-4653-a7ba-6f08dc772c72","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-5b25-4798-9d98-39267646dae7",18,800,9,"ผู้ประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงจะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบคำขอ ธพ.ก.4ข    เงื่อนไข กรณีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง       แก้ไขเลขที่ หรือสถานที่ตั้ง   เปลี่ยนแปลงตัวแทนค้าต่างก๊าซ (ผู้ค้าน้ำมันตาม มาตรา 7 )   เปลี่ยนแปลงระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์   รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบ ต้องใช้ในกรณีนี้ ภายใน 90 วัน ก่อนวันยื่นขออนุญาต      หมายเหตุ :    1. กรณีการย้ายถังขนส่งก๊าซไปตรึงไว้กับโครงรถขนส่งคันใหม่ (ยกเว้นการเปลี่ยนหัวลาก) ให้ยื่นคำขอตามแบบ ธพ.ก1ข เหมือนกันกับกรณีขออนุญาตใหม่ทุกประการ    2. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2024-09-11T17:04:57"],
    [140,"94e56e14-2af9-456e-9963-608877fb40f1","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-5e8d-4324-aced-433ba0853657",18,800,10,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบฟอร์ม ธพ.ก.3 พร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วัน (เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนธันวาคม) ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตาม ที่กำหนด    เงื่อนไข  ในการยื่นขอและการพิจารณาต่ออายุอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3  ประเภทถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว    1. ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้กรมธุรกิจพลังงานต่ออายุใบอนุญาตประจำปีเมื่อได้มีการทดสอบ และตรวจสอบถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว    2. ผลการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว และอุปกรณ์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้ภายในปีนั้น    3. ก่อนที่จะทำการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์ เพื่อต่ออายุใบอนุญาตประจำปี ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตรวจสอบลักษณะของถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว  ให้เป็นไปตามที่ได้เคยได้รับอนุญาตไว้เดิม และถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดด้วย         หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. เมื่อได้รับหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตไปชำระค่าธรรมเนียมตามช่องทางที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือและต้องรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้งหากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารระบบต่อไป","2022-03-09T16:29:07"],
    [141,"94e56e14-86c4-4fc5-b448-c53fcfc1e4e5","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าประจำปี (นอกรอบไตรมาส) (กบส.301-3) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-fa4d-4525-8ab8-0372f85eecdf",4,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 สามารถขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าประจำปีได้ หากพบว่าสภาพการค้าจริงของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปตามความจำเป็น เช่น ขอนำเข้าน้ำมัน เป็นต้น โดยผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จะต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นที่เป็นรูปธรรมของการยื่นขอเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าด้วย    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. เมื่อกรมธุรกิจพลังงานรับคำขอเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าในขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบพบข้อมูลปริมาณการค้าสำหรับนำไปคำนวณหน้าที่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง เช่น กรอกข้อมูลผิดช่อง แจ้งยืนยันการซื้อขายระหว่างผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ไม่ตรงกัน ปริมาณการจำหน่ายส่วนที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณสำรองมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติการจำหน่าย 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอ เป็นต้น ซึ่งส่งผลทำให้ปริมาณการค้าที่นำไปคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายน้อยกว่าสถิติการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอ กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณากำหนดปริมาณการค้าตามที่เห็นสมควร (มาตรา 19 วรรค 3) โดยจะใช้สถิติปริมาณการจำหน่ายทุกประเภท 12 เดือนย้อนหลังนับแต่เดือนก่อนเดือนที่ยื่นคำขอเป็นปริมาณการค้าประจำปีของผู้ค้าน้ำมันดังกล่าวในปีนั้น หรือหากพบว่าปริมาณการค้าที่ผู้ค้ายื่นมานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ไม่ควรจะเป็น กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณาไม่เห็นชอบปริมาณการค้าที่ยื่นขอมาพร้อมทั้งแจ้งเหตุผลและให้ผู้ค้าฯ ยื่นคำขอเข้ามาใหม่    5. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    6. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 19)    2. กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นขอกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าประจำปี พ.ศ. 2546    3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดแนวทางการพิจารณาให้ความเห็นชอบปริมาณการค้าประจำปี พ.ศ. 2559    4. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณ ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560    5. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563    6. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563","2022-03-09T16:09:56"],
    [142,"94e56e14-8946-4328-9c9e-c21754c8aa63","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย ประจำปี กบส. 302-1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-fdbc-4f80-841b-7cf12cb94cb3",45,0,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมัน/คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) /สถานที่เก็บไบโอดีเซล หรือ เอทานอล ทั้งที่เป็นสถานที่เก็บของตนเอง และ/หรือสถานที่เก็บของบุคคลอื่น (ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานให้ใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแล้ว) ในปีถัดไป จะต้องยื่นหนังสือขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการล่วงหน้าภายในวันที่ 15 ของเดือนพฤศจิกายน ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุหมายเลขถัง ชนิด ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะเวลา และสถานที่ที่จะเก็บสำรองดังกล่าว สำหรับใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายในปีถัดไป    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง     1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 20)     2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558 (ข้อ 4)    3.ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ2)(ข้อ3)","2022-03-09T16:08:43"],
    [143,"94e56e14-8be3-4408-912a-9a545b681f80","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย  กรณี : สถานที่นั้นเคยได้รับความเห็นชอบแล้ว กบส. 302-2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-0148-46d1-9b8f-afabf1b627ad",15,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ     ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมัน/คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) /สถานที่เก็บไบโอดีเซล หรือ เอทานอล ทั้งที่เป็นสถานที่เก็บของตนเอง และ/หรือสถานที่เก็บของบุคคลอื่น (ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานให้ใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแล้ว) จะต้องยื่นแบบขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุหมายเลขถัง ชนิด ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะเวลา และสถานที่ที่จะเก็บสำรองดังกล่าว    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง     1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 20)     2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558 ข้อ(4)    3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ 2)(ข้อ3)","2022-03-09T16:11:24"],
    [144,"94e56e14-5038-4079-958e-0fd9681ab617","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ) (กธน.15) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-8f18-4683-b455-2f6eddf46bae",45,200,8,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบ ธพ.น. 3 พร้อมเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    หมายเหตุ :    1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง  ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2022-03-09T16:02:56"],
    [145,"94e56e14-8e6f-4f1f-a042-8603ca96ed35","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย กรณี : เป็นสถานที่ที่ไม่เคยได้รับความเห็นชอบ กบส. 302-3 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-04af-4ff1-94e7-402190c99923",15,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมัน/คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)/สถานที่เก็บไบโอดีเซล หรือ เอทานอล ทั้งที่เป็นสถานที่เก็บของตนเอง และ/หรือสถานที่เก็บของบุคคลอื่น จะต้องยื่นแบบขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน พร้อมทั้งหนังสือแจ้งความพร้อมให้ตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่ที่ขอใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบุวันที่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่เป็นวันที่ตั้งแต่วันที่ยื่นหนังสือ ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุหมายเลขถัง ชนิด ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะเวลา และสถานที่ที่จะเก็บสำรองดังกล่าว    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง     1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 20)     2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558 (ข้อ4)     3.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ2) (ข้อ3)","2022-03-09T16:11:35"],
    [146,"94e56e14-9128-40e6-a967-fad27822f9d7","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมทั้งการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน กรณี : สถานที่นั้นเคยได้รับความเห็นชอบแล้ว กบส. 303-1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-0831-416c-81d9-67dbcf96db20",15,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน    ณ คลังน้ำมัน/คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)/สถานที่เก็บไบโอดีเซล หรือ เอทานอล (ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเคยได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานให้ใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแล้ว) จะต้องยื่นแบบขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงและแบบขอความเห็นชอบการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทนเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณ ชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง หมายเลขถัง และสถานที่ที่จะเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทนตลอดจนระยะเวลาการมอบหมาย    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง     1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 20)     2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558(ข้อ4)     3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน พ.ศ. 2558    4.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ2)(ข้อ3)","2022-03-09T16:11:46"],
    [147,"94e56e14-93cb-456e-82e0-20883b8fafa9","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมทั้งการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน กรณี : เป็นสถานที่ที่ไม่เคยได้รับความเห็นชอบ กบส. 303-2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-0bc4-49af-bcca-d6b25dba20d7",15,0,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน ณ คลังน้ำมัน/คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)/สถานที่เก็บไบโอดีเซล หรือ เอทานอล จะต้องยื่นแบบขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงและแบบขอความเห็นชอบการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทนเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณ ชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง หมายเลขถัง และสถานที่ที่จะเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน ตลอดจนระยะเวลาการมอบหมาย     นอกจากนี้สถานที่ที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ประสงค์จะใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่ผ่านการตรวจสอบความเหมาะสม ดังนั้น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จะต้องยื่นหนังสือเพื่อแจ้งความพร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่ ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยระบุวันที่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่เป็นวันที่ตั้งแต่วันที่ยื่นหนังสือ    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง     1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตรา 20)     2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558(ข้อ4)     3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน พ.ศ. 2558    4.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ2)(ข้อ3)","2022-03-09T16:11:56"],
    [148,"94e56e14-967f-46f0-be22-a80e14f5fb56","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบเก็บน้ำมันสำรองแทนกัน (กบส.306) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-0f59-455f-9244-0b1266989a21",4,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีหน้าที่ต้องเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายและมีความประสงค์จะขอความเห็นชอบเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทนกัน (เก็บสำรองน้ำมันสำเร็จรูปแทนน้ำมันดิบ) โดยสามารถเก็บแทนกันได้ในอัตรา 1 ต่อ 1 ไม่เกินร้อยละ 20 ของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองตามกฎหมาย     ให้ยื่นหนังสือขอความเห็นชอบเก็บน้ำมันแทนกันดังกล่าวข้างต้นเป็นการล่วงหน้าต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง คลังน้ำมัน หมายเลขถัง และระยะเวลาที่จะใช้เก็บน้ำมันดังกล่าว    หมายเหตุ    * กรณีคลังและถังน้ำมันที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทนกันยังไม่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นสถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558 และ ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฎัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ3)    - ธพ.ธ 304 (กรณีตนเองเป็นเจ้าของน้ำมันและให้ผู้อื่นเก็บน้ำมันแทนในสถานที่ของผู้อื่น) พร้อมด้วยเอกสาร ดังต่อไปนี้    (1) เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์/สิทธิการใช้คลังน้ำมันหรือสถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิง    (2) ปริมาณน้ำมันคงเหลือ (stock) และความจุถัง ณ วันก่อนยื่นหนังสือขอความเห็นชอบ (ย้อนหลังได้    ไม่เกิน 5 วัน) พร้อมระบุปริมาณน้ำมันกรณีมีการรับฝากเก็บน้ำมันของผู้อื่นด้วย    - ธพ.ธ 305 (กรณีต้องการมอบหมายให้ผู้อื่นเก็บสำรองแทน)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    2. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    3. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543    2.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558    3.ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ข้อ3)    4.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน พ.ศ. 2558    5.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563","2022-03-09T16:12:05"],
    [149,"94e56e14-9930-4124-b3d7-bddbc445f860","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอความเห็นชอบยกเลิกสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน กบส. 307 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-1326-4ef9-ae9c-00f6aa1fda8f",5,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ     ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะขอยกเลิกสถานที่ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานให้ใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายไว้แล้ว ทั้งที่เป็นสถานที่เก็บของตนเอง และ/หรือสถานที่เก็บของบุคคลอื่น (ณ คลังน้ำมัน/คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) /สถานที่เก็บไบโอดีเซล หรือ เอทานอล) รวมถึงการขอยกเลิกการมอบหมายให้ผู้อื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายแทน จะต้องยื่นหนังสือขอความเห็นชอบยกเลิกเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยต้องระบุระยะเวลาที่ประสงค์จะขอยกเลิก สถานที่ที่ได้รับความเห็นชอบให้ใช้เป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย หรือการมอบหมายให้ผู้อื่นเก็บสำรองน้ำมันตามกฎหมายแทนซึ่งได้รับความเห็นชอบไว้แล้วจากกรมธุรกิจพลังงาน    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ มีดังนี้    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ ผู้ยื่นจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับ และติดแสตมป์จำนวน 21 บาท        กฎหมายที่เกี่ยวข้อง     1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (มาตา20)      2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558(ข้อ4)      3. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน พ.ศ. 2558    4.ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562(ข้อ2)(ข้อ3)","2022-03-09T16:12:16"],
    [150,"94e56e14-9c04-42eb-871e-0c2cd89b4430","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายปี (กบส.407) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d23-16e4-4748-bec3-7636be52ebf6",8,0,8,"หลักเกณฑ์    ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้ ให้ยื่นขอความเห็นชอบต่อกรมธุรกิจพลังงานและเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้ขอหนังสือรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อไปแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรทุกครั้งที่นำเข้า    1. ผู้ที่มีการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียมและสารละลาย        - น้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันสำหรับเครื่องยนต์ รวมทั้งน้ำมันเบาและสิ่งปรุงแต่งอื่นตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.12        - น้ำมันก๊าด ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.19.83        - รีฟอร์เมต ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2707.50.00        - ก๊าซโพรเพน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.12.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซบิวเทน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.13.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซโพรพิลีน ก๊าซบิวทีลีน และก๊าซบิวทาไดอีน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.14.90 และ 2711.29.00        - ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.19.00    2. ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง       - เอทานอล ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2207.20.11 และ 2207.20.19       - ไบโอดีเซล ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 3826.00.10 และ 3826.00.90    เงื่อนไขการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ หากมิได้มอบอำนาจและคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. พนักงานเจ้าหน้าที่ จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. กรมธุรกิจพลังงานจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถมารับด้วยตนเอง ณ กรมธุรกิจพลังงาน หรือให้เจ้าหน้าที่จัดส่งไปรษณีย์ตอบรับ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อ-ที่อยู่ ในการจัดส่งให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    2. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    3. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2556    4. ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาเห็นชอบให้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552","2022-03-09T16:12:29"],
    [151,"94e56e14-7e7f-4b8a-8d5d-31973ef54e4e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา  12 ส่วนกลาง  (กบส.251) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d22-eee5-4ab3-904a-cccd78664cfe",1,5000,9,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการรับจ้างขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดก๊าซปิโตรเลียมเหลวน้ำมันดีเซลน้ำมันเบนซินน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินน้ำมันก๊าดน้ำมันเตาและน้ำมันหล่อลื่นที่มีปริมาณการขนส่งน้ำมันแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดตั้งแต่สามพันลิตรขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะซึ่งต้องขออนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (ธพ.น. 2) / ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (ธพ.ก.2) โดยมีสถานประกอบการ (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือสำนักงานแห่งใหญ่ (กรณีนิติบุคคล) ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯต้องแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ก่อนจึงจะประกอบกิจการได้         เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    ฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดชนิดและปริมาณการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ขนส่งต้องแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 พ.ศ. 2544    2. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง การแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 และการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ พ.ศ. 2544    3. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม รายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    4. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-04-06T22:52:46"],
    [152,"94e56e14-9ea2-44dc-b427-ea261320679d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบและออกหนังสือรับรองการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายเที่ยว (กบส.408) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-1a60-42e1-aa22-719adf74459c",6,0,12,"หลักเกณฑ์    ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ ให้ยื่นขอความเห็นชอบนำเข้าต่อกรมธุรกิจพลังงาน และขอหนังสือรับรองเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรในการนำเข้า          - น้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันสำหรับเครื่องยนต์ รวมทั้งน้ำมันเบาและสิ่งปรุงแต่งอื่นตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.12        - น้ำมันก๊าด ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.19.83        - รีฟอร์เมต ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2707.50.00        - ก๊าซโพรเพน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.12.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซบิวเทน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.13.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซโพรพิลีน ก๊าซบิวทีลีน และก๊าซบิวทาไดอีน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.14.90 และ 2711.29.00        - ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.19.00       - เอทานอล ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2207.20.11 และ 2207.20.19       - ไบโอดีเซล ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 3826.00.10 และ 3826.00.90    เงื่อนไขการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ หากมิได้มอบอำนาจและคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. พนักงานเจ้าหน้าที่ จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. กรมธุรกิจพลังงานจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถมารับด้วยตนเอง ณ กรมธุรกิจพลังงาน หรือให้เจ้าหน้าที่จัดส่งไปรษณีย์ตอบรับ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อ-ที่อยู่ ในการจัดส่งให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    2. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    3. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2556    4. ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาเห็นชอบให้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552","2022-03-09T16:12:37"],
    [153,"94e56e14-af97-4e0a-b7a6-51fd4e1859ee","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ส่วนกลาง (กบส.234) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-31be-406a-92f4-f56b550c0743",1,0,8,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ซึ่งใบทะเบียนชำรุดหรือสูญหายสามารถยื่นขอรับใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แทนฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ. 2545    2. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-04-06T22:52:46"],
    [154,"94e56e14-a0ed-4f3a-8a8b-3c72e3954c0a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การลงทะเบียนเข้าใช้ระบบให้ความเห็นชอบเพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทางอิเล็กทรอนิกส์ (กบส.410) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d23-1e18-4d0a-b5c9-d327a169e745",8,0,22,"หลักเกณฑ์    1. ผู้ประสงค์ขอหนังสือรับรองการนำเข้าหรือส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบ ดังนี้        - กรณีผู้นำเข้าและผู้ส่งออก-นิติบุคคล (คำขอ ธพ.อ 1-1)        - กรณีผู้นำเข้าและผู้ส่งออก-บุคคลธรรมดา (คำขอ ธพ.อ 1-2)        - กรณีตัวแทนออกของและเคาน์เตอร์บริการ (คำขอ ธพ.อ 1-3)     2. เมื่อได้รับอนุมัติลงทะเบียนแล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)    3. ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงอาจมอบอำนาจให้ลูกจ้าง ตัวแทนออกของ เคาน์เตอร์บริการ หรือผู้อื่นกระทำการต่างๆ แทนก็ได้     4. กรณีที่ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงมอบอำนาจให้ตัวแทนออกของหรือเคาน์เตอร์บริการดำเนินการต่างๆ แทน ให้ตัวแทนออกของหรือเคาน์เตอร์บริการยื่นคำขอลงทะเบียนด้วย    5. เมื่อปรากฏว่าข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการลงทะเบียนเป็นเท็จ อธิบดีอาจเพิกถอนการลงทะเบียนโดยให้ถือว่าการลงทะเบียนนั้นเป็นอันสิ้นสภาพไป และห้ามมิให้ยื่นคำขอลงทะเบียนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน    เงื่อนไขการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ หากมิได้มอบอำนาจและคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. พนักงานเจ้าหน้าที่ จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. กรมธุรกิจพลังงานจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)     กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอความเห็นชอบเพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562","2022-03-09T16:13:05"],
    [155,"94e56e14-a364-40ce-bd7d-bd469849e1a8","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 ส่วนกลาง (กบส.252) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-2140-4c07-b35e-076ec64da18a",1,5000,11,"ผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ให้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงรายการไม่รวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง การแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 และการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ พ.ศ. 2544    2. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม รายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-04-06T22:52:46"],
    [156,"94e56e14-a5d3-4257-9301-09601299195c","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11ส่วนกลาง (กบส.241)(N) N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d23-24a4-46ad-9ed6-ade37e196dfb",1,5000,12,"ผู้ที่ประสงค์ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสถานีบริการ LPG หรือ สถานีบริการ NGV ในเขตกรุงเทพมหานครเพื่อจำหน่าย ต้องมายื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ก่อน  จึงจะประกอบกิจการได้     เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ. 2545   กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545   กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมรายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545   พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:17:15"],
    [157,"94e56e14-a853-4da9-bb2e-5b1349758a41","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 11 ส่วนกลาง (กบส.242)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-27e6-49d6-9caa-613884f043b1",1,5000,12,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ ต้องแจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรายการ ไม่รวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการหรือย้ายสถานีบริการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545   กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม    รายปีสำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545   พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:17:24"],
    [158,"94e56e14-aac7-49cc-b7f5-4882ce091146","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอเปลี่ยนแปลง ต่ออายุ และยกเลิกทะเบียนการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทางอิเล็กทรอนิกส์ (กบส.411) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d23-2b4a-4ecb-bc0e-b4d90f11623b",8,0,12,"หลักเกณฑ์     1. ผู้ที่ได้รับอนุมัติการลงทะเบียนเข้าใช้ระบบบริการให้ความเห็นชอบเพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงทะเบียนต่างจากที่ได้รับอนุมัติ ให้ยื่นคำร้องขอทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลพร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ตามแบบคำขอ ธพ.อ.1-4    2. การอนุมัติให้เข้าใช้ระบบบริการให้ความเห็นชอบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติลงทะเบียน และสามารถขอต่ออายุทะเบียนออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี โดยให้นับอายุต่อจากวันสิ้นอายุของทะเบียนเดิม    3. การขอต่ออายุทะเบียน ให้ยื่นคำขอตามแบบคำขอ ธพ.อ.1-4 ภายใน 60 วัน ก่อนวันสิ้นอายุ หากไม่ยื่นภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนใหม่    4. หากประสงค์ยกเลิกทะเบียนเข้าใช้ระบบบริการให้ความเห็นชอบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นคำขอตามแบบคำขอ ธพ.อ.1-4     เงื่อนไขการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ หากมิได้มอบอำนาจและคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. พนักงานเจ้าหน้าที่ จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. กรมธุรกิจพลังงานจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)     กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอความเห็นชอบ เพื่อขอรับหนังสือรับรองการนําเข้าและส่งออกน้ํามันเชื้อเพลิง โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562","2022-03-09T16:17:33"],
    [159,"94e56e14-ad2f-4fd3-a844-762f0fdcf9ea","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ส่วนกลาง (กบส.232) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-2e8b-4ba6-bac7-bb739ffd3e41",1,0,9,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ให้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงรายการไม่รวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545    2. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม รายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-04-06T22:52:46"],
    [160,"94e56e14-b18f-45a2-8b49-4e3a93b21722","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งฉบับใหม่ให้ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ส่วนกลาง  (กบส.254) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-3509-45d2-9a0f-f63f7eba71db",1,0,8,"ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ซึ่งใบรับแจ้งชำรุดหรือสูญหายสามารถยื่นขอรับใบแทนใบรับแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 แทนฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง การแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมาตรา 12 และการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ พ.ศ.2544    2. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-04-06T22:52:46"],
    [161,"94e56e14-b411-4d47-8787-5145ce23910e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ส่วนกลาง (กบส.244)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-3827-4241-9264-72311c026c97",1,0,13,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ซึ่งใบทะเบียนชำรุด หรือสูญหาย สามารถยื่นขอรับใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 แทนฉบับเดิมที่ชำรุด หรือสูญหาย     เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่องกำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียน ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ.2545   กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์ และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545   พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:18:07"],
    [162,"94e56e14-b6ec-401e-a8d8-d3038f84a854","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 222) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-3b6c-4cf8-b7cb-2482bf92217f",18,0,7,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรซึ่งใบอนุญาตชำรุดหรือสูญหายสามารถยื่นขอรับใบแทนใบอนุญาตแทนฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับซึ่งผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1.ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดแบบคำขอใบอนุญาตแบบแจ้งใบรับแจ้งและใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับแจ้งของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรพ.ศ.2547    2.กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์วิธีการขอการออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมเป็นผู้รับใบอนุญาตค้าน้ำมันเฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรพ.ศ.2547    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2543 และ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:18:18"],
    [163,"94e56e14-b94b-4b68-a3e3-3240d0ee8abc","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายปี โดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (กบส.412) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d23-3ef2-4276-8347-589eda6d0dcb",5,0,3,"หลักเกณฑ์    ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้ ให้ยื่นขอความเห็นชอบต่อกรมธุรกิจพลังงานและเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้ขอหนังสือรับรองจากกรมธุรกิจพลังงานเพื่อไปแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรทุกครั้งที่นำเข้า    1. ผู้ที่มีการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียมและสารละลาย        - น้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันสำหรับเครื่องยนต์ รวมทั้งน้ำมันเบาและสิ่งปรุงแต่งอื่นตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.12        - น้ำมันก๊าด ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.19.83        - รีฟอร์เมต ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2707.50.00        - ก๊าซโพรเพน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.12.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซบิวเทน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.13.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซโพรพิลีน ก๊าซบิวทีลีน และก๊าซบิวทาไดอีน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.14.90 และ 2711.29.00        - ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.19.00    2. ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง       - เอทานอล ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2207.20.11 และ 2207.20.19       - ไบโอดีเซล ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 3826.00.10 และ 3826.00.90    3. ผู้นำเข้าตามหลักเกณฑ์ข้อ 1 ต้องเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียมและสารละลาย และต้องใช้ในกิจการของตนเองเท่านั้น    4. ผู้นำเข้าตามหลักเกณฑ์ข้อ 2 ต้องเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543    5. ผู้นำเข้าตามข้อ 1 และ 2 ต้องลงทะเบียนและได้รับอนุมัติให้เข้าใช้ระบบบริการให้ความเห็นชอบเพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทางอิเล็กทรอนิกส์จากกรมธุรกิจพลังงาน    เงื่อนไขการพิจารณา    1. กรณีคำขอที่ยื่น หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณา ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ครบถ้วนถูกต้อง ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอทางระบบอิเล็กทรอนิกส์    2. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานในระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุ    3. กรมธุรกิจพลังงานจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exim)    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    2. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    3. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555      พ.ศ. 2556     4. ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาเห็นชอบให้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    5. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอความเห็นชอบ เพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562","2022-09-12T11:21:54"],
    [164,"94e56e14-dc16-4814-b2da-3af8d6301df7","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง กรณีสอบภาคทฤษฎี ณ ศูนย์สอบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) สถาบันพัฒนาเทคนิคพลังงาน (สพพ.211) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-6612-4542-898e-8d693e86b3e0",30,0,12,null,"2024-01-09T15:57:52"],
    [165,"94e56e14-e1b1-4a5d-a81d-7d2fdc1916fb","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (สพพ.212) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-6d21-4349-becc-7809f9714e07",34,0,7,"ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประสงค์จะขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องมายื่นขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานต่อกรมธุกิจพลังงาน ภายใน 60 วัน ก่อนวันที่บัตรประจำตัวหมดอายุ โดยบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง มีอายุ 5 ปี    ผู้ที่ได้รับบัตรประจำตัวของผู้ปฏิบัติงานในหลักสูตรดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นบัตรประจำตัวของผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงและสามารถใช้ได้ต่อจนกว่าจะหมดอายุ โดยสามารถขอต่ออายุได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    1. พนักงานบรรจุก๊าซที่ได้รับบัตรประจำตัวพนักงานบรรจุก๊าซสำหรับยานพาหนะขนส่งก๊าซทางบก ลานบรรจุก๊าซ สถานีบรรจุก๊าซ ห้องบรรจุก๊าซ และสถานีบริการ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง แบบ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการฝึกอบรมพนักงานบรรจุก๊าซ การออกหนังสือรับรองและบัตรประจำตัวพนักงานบรรจุก๊าซ ลงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2546 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว    2. ผู้ควบคุมดูแลการจำหน่ายก๊าซ หรือผู้ขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ได้รับบัตรประจำตัวตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการฝึกอบรมบุคลากร ที่รับผิดชอบดูแลร้านจำหน่ายก๊าซ โรงเก็บก๊าซ หรือการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ.2550 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2550 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง    3. บุคลากรเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ได้รับบัตรประจำตัว ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การฝึกอบรมเรื่อง ก๊าซปิโตรเลียมเหลว การระวังและการป้องกันอันตรายของบุคลากรเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2554 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม    4. ผู้ที่ผ่านการอบรมผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติของสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547 หรือผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติในสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การออกใบรับรองวิทยากรฝึกอบรมและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2550 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติหรือสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ แล้วแต่กรณี    คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณาในการต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานมีดังนี้    1. ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในด้านที่ตนจะขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี    2. ผู้ปฏิบัติงานสามารถยื่นคำขอต่ออายุบัตร/ขอใบแทนบัตรประจำตัวด้วยตนเอง หรือให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมที่ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานอยู่ด้วยยืนคำขอแทนได้    3. กรณีผู้ประกอบกิจการควบคุมที่ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานอยู่ด้วย(นายจ้าง)เป็นผู้ยื่นคำขอต่ออายุ/ขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานแทน ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ปฏิบัติงาน    4. กรณีให้ผู้อื่นนอกเหนือจากผู้ประกอบการข้างต้นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจ    เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทาง  การรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับใน  ใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:57:22"],
    [166,"94e56e14-bbf4-4086-b419-7cc0cae90afc","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายเที่ยว โดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (กบส.413) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d23-422d-413e-b603-a83b529f9461",3,0,9,"หลักเกณฑ์    1.ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ ให้ยื่นขอความเห็นชอบนำเข้าต่อกรมธุรกิจพลังงาน          - น้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันสำหรับเครื่องยนต์ รวมทั้งน้ำมันเบาและสิ่งปรุงแต่งอื่นตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.12        - น้ำมันก๊าด ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2710.19.83        - รีฟอร์เมต ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2707.50.00        - ก๊าซโพรเพน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.12.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซบิวเทน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.13.00 และ 2711.29.00        - ก๊าซโพรพิลีน ก๊าซบิวทีลีน และก๊าซบิวทาไดอีน ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.14.90 และ 2711.29.00        - ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2711.19.00        - เอทานอล ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2207.20.11 และ 2207.20.19        - ไบโอดีเซล ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 3826.00.10 และ 3826.00.90    2. ผู้นำเข้าตามข้อ 1 ต้องลงทะเบียนและได้รับอนุมัติให้เข้าใช้ระบบบริการให้ความเห็นชอบเพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทางอิเล็กทรอนิกส์จากกรมธุรกิจพลังงาน    เงื่อนไขการพิจารณา    1. กรณีคำขอที่ยื่น หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณา ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ครบถ้วนถูกต้อง ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอทางระบบอิเล็กทรอนิกส์    2. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานในระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุ    3. กรมธุรกิจพลังงานจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exim)    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    2. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    3. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555      พ.ศ. 2556     4. ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาเห็นชอบให้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    5. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอความเห็นชอบ เพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562","2022-09-12T11:32:18"],
    [167,"94e56e14-be61-4ca6-9ff2-77b57cc06b7a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 223) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-4590-43b7-9bd4-31bde64e64c7",4,0,4,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ.2543 ที่ประสงค์จะทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยวิธีการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรต้องขอใบรับแจ้งก่อนจึงจะประกอบกิจการได้    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับซึ่งผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต แบบแจ้ง ใบรับแจ้ง และใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับแจ้งของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร พ.ศ.2547    2. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ วิธีการขอ การออกใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมเป็นผู้รับใบอนุญาตค้าน้ำมัน เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร พ.ศ.2547    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:20:03"],
    [168,"94e56e14-c130-40ff-ac96-b7215fd46089","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบรับแจ้งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 224) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-48da-4339-b37d-e25207758d5b",4,0,6,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2543 ซึ่งใบรับแจ้งเฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรชำรุดหรือสูญหายสามารถยื่นขอรับใบแทนใบรับแจ้งแทนฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับซึ่งผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต แบบแจ้ง ใบรับแจ้ง และใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับแจ้งของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร พ.ศ.2547    2. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ วิธีการขอ การออกใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมเป็นผู้รับใบอนุญาตค้าน้ำมัน เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร พ.ศ.2547    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:19:52"],
    [169,"94e56e14-c3c1-42b3-abe2-87a2cbb9373c","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกหนังสือรับรองการนำเข้า และการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (กบส.414) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-4bf9-47c9-9d7b-c44a4447b033",3,0,1,"หลักเกณฑ์    ผู้ที่ประสงค์ขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงหรือหนังสือรับรองการส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลว โดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องทำการลงทะเบียน และได้รับอนุมัติให้เข้าใช้ระบบบริการให้ความเห็นชอบเพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการขอรับหนังสือรับรองได้    วิธีการในการยื่นคำขอ    - นำเลขที่ให้ความเห็นชอบนำเข้า หรือส่งออก มายื่นในระบบ National Single Window เพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้า หรือหนังสือรับรองการส่งออก    เงื่อนไขในการพิจารณา    กรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณาออกหนังสือรับรองการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงหรือหนังสือรับรองการส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้ต่อเมื่อปริมาณที่ขอนำเข้าหรือส่งออกไม่เกินปริมาณที่ได้รับความเห็นชอบ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    2. พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543    3. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    4. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555      พ.ศ. 2556     5. ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาเห็นชอบให้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2552    6. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอความเห็นชอบ เพื่อขอรับหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2562    7. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขในการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2551    8. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กําหนดเงื่อนไขในการจําหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไปนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560","2022-03-09T16:19:41"],
    [170,"94e56e14-c667-44cd-b67a-e8e51ff9e1be","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกหนังสือรับรองส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (กบส.409) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-4f4a-4539-9078-d7eba52bdd59",6,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ที่ประสงค์จะส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลวจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ.2543 และต้องมีหนังสือรับรองของกรมธุรกิจพลังงานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรในการตรวจปล่อยทุกครั้ง    เงื่อนไขในการพิจารณาออกหนังสือรับรอง    1.ปริมาณที่ขอหนังสือรับรองจะต้องไม่เกินกว่าปริมาณที่ได้รับความเห็นชอบให้ส่งออก    2. ให้ส่งออกได้เฉพาะท่าที่หรือด่านศุลกากรซึ่งส่งของออกได้ทุกประเภทตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยศุลกากรในกรณีที่เป็นการส่งออกโดยผ่านเขตแดนทางบกให้ส่งออกได้เฉพาะที่เป็นจุดผ่านแดนถาวรเท่านั้น    เงื่อนไข    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับโดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่งหากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กําหนดเงื่อนไขในการจําหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไปนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560    2. ประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดเงื่อนไขในการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไปนอกราชอาณาจักรพ.ศ.2551    3. พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ.2543","2022-03-09T16:19:32"],
    [171,"94e56e14-cb78-4799-b81a-8970136e09f7","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ส่วนกลาง (กบส.231) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d23-525b-472f-8af8-eb09894cf479",1,30000,7,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมีสถานประกอบการ (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือ สำนักงานแห่งใหญ่ (กรณีนิติบุคคล) ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ  และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องมาจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ก่อนจึงจะประกอบกิจการได้    1. มีปริมาณการค้า (ปริมาณจัดหาต่อปี) เกิน 30,000 เมตริกตัน (ประมาณ 36 ล้านลิตร) แต่ไม่ถึง 100,000 เมตริกตัน (ประมาณ 120 ล้านลิตร)    2. มีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีความจุของทุกถังรวมกันแล้วเกิน 200,000 ลิตร         เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ       กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดปริมาณการค้าและขนาดของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 10 พ.ศ. 2544    2. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ. 2545    3. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมรายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    4. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545    5. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:19:25"],
    [172,"94e56e14-d3b3-4a7e-8b26-cf73b12e15d9","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกหนังสือรับรองการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณอันตรายของสถานประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิง (สพพ.401) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-5c3e-46ca-9f25-ab9cf5c90c16",61,0,11,"อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับการรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน เป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ภายในบริเวณอันตรายของสถานประกอบกิจการของกรมธุรกิจพลังงานได้ โดยผู้ที่จะนำไปใช้ต้องยื่นคำขอให้คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานและพิจารณาการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณอันตรายของสถานประกอบการกรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้พิจารณา เมื่อคณะกรรมการเห็นชอบแล้ว จะเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติใช้ต่อไป                 หนังสือรับรองที่ออกให้จะมีอายุตามหนังสือรับรองอุปกรณ์ไฟฟ้าป้องกันการระเบิดที่ระบุวันหมดอายุไว้ หากหนังสือรับรองอุปกรณ์ไฟฟ้าป้องกันการระเบิดไม่ได้ระบุวันหมดอายุไว้ คณะกรรมการจะพิจารณาตามหนังสือรับรองกระบวนการผลิตอุปกรณ์ชนิดนั้น เมื่อหนังสือรับรองหมดอายุหากผู้ประกอบกิจการยังประสงค์จะดำเนินการต่อไป จะต้องยื่นขอต่ออายุหนังสือรับรองตามแบบคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณอันตรายของสถานประกอบการ    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง                กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม                พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน                จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:52:46"],
    [173,"94e56e14-d9b8-4d3b-862c-d577699a9319","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหนังสือรับรองการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณอันตรายของสถานประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิง (สพพ.402) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-6348-4c15-b55d-cb3572d0df48",61,0,12,"อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับการรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน เป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ภายในบริเวณอันตรายของสถานประกอบกิจการของกรมธุรกิจพลังงานได้ โดยผู้ที่จะนำไปใช้ต้องยื่นคำขอให้คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานและพิจารณาการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณอันตรายของสถานประกอบการกรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้พิจารณา เมื่อคณะกรรมการเห็นชอบแล้ว จะเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติใช้ต่อไป          หนังสือรับรองที่ออกให้จะมีอายุตามหนังสือรับรองอุปกรณ์ไฟฟ้าป้องกันการระเบิดที่ระบุวันหมดอายุไว้ หากหนังสือรับรองอุปกรณ์ไฟฟ้าป้องกันการระเบิดไม่ได้ระบุวันหมดอายุไว้ คณะกรรมการจะพิจารณาตามหนังสือรับรองกระบวนการผลิตอุปกรณ์ชนิดนั้น เมื่อหนังสือรับรองหมดอายุหากผู้ประกอบกิจการยังประสงค์จะดำเนินการต่อไป จะต้องยื่นขอต่ออายุหนังสือรับรองตามแบบคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณอันตรายของสถานประกอบการ    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง     กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา          หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม          พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว          ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน          จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:53:22"],
    [174,"94e56e14-deb7-44fc-be04-c94f407c756e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอแก้ไข/เพิ่มเติม หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (สพพ.207) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-6962-47cd-9423-d6b8e086322a",74,0,9,"ฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองจากกรมธุรกิจพลังงานแล้ว และประสงค์จะขอแก้ไข หรือขอรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติม จากหลักสูตรเดิมที่เคยได้รับการรับรองแล้ว โดยการขอแก้ไข หรือขอรับรองหลักสูตรเพิ่มเติมได้เฉพาะในประเภทผู้ฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องที่ตนเป็นผู้ฝึกอบรมแล้วเท่านั้น รวมถึงต้องมีวิทยากรตามประเภทที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรด้วย หากยังไม่มีวิทยากรต้องขอใบรับรองวิทยากรเพิ่มเติม โดยใช้แบบฟอร์มคำขอเป็นวิทยากรและเอกสารหลักฐานตามคู่มือที่กำหนด    ทั้งนี้ให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาหลักสูตรต่อกรมธุรกิจพลังงาน ดังต่อไปนี้    1. เอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของคู่มือการฝึกอบรม    2. ภาพถ่ายสื่อการสอน เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม    3. แนวข้อสอบพร้อมเฉลย อย่างน้อย 50 ข้อ    หลักสูตรที่ขอใบรับรองเพิ่มเติมต้องผู้ยื่นขอเพิ่มหลักสูตร ต้องได้รับใบรับรองผู้ฝึกอบรมตามประเภท    ผู้ฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง    ใบรับรองจะมีอายุเทียบเท่าใบรับรองเดิม และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:56:22"],
    [175,"94e56e14-e457-4e1b-8027-d4db3788ef81","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (สพพ.213) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-704c-4138-bb07-df38114e85af",34,0,7,"กรณีที่บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหาย และผู้ปฏิบัติงานประสงค์จะขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ยื่นขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงต่อกรมธุรกิจพลังงานภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายดังกล่าว โดยสามารถใช้ใบแทนได้ไม่เกินระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ในบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเดิม    เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทาง  การรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับใน  ใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:58:19"],
    [176,"94e56e14-e79d-4205-b2be-a15a79e0b803","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ถือบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (สพพ.214) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-73c7-4656-b60f-9fcff29c3e9f",34,0,6,"ผู้ถือบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานที่ประสงค์ จะแจ้งย้ายไปปฏิบัติงานที่แห่งใหม่ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเดียวกันที่ปฏิบัติงานที่เดิม หรือแจ้งลาออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติงาน หรือแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว ให้ผู้ปฏิบัติงานแจ้งต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยเร็ว เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน    กรณีย้ายไปปฏิบัติงานที่แห่งใหม่ ต้องส่งเอกสารดังต่อไปนี้        1. หนังสือนำส่งแจ้งย้ายไปปฏิบัติงานที่แห่งใหม่        2. สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการที่ผู้ถือบัตรจะไปปฏิบัติงาน (ที่ใหม่) เพื่อแก้ไขฐานข้อมูลของผู้ถือบัตรให้ตรงกับความเป็นจริง        3. สำเนาบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานน้ำมันเชื้อเพลิงเดิม เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับบัตรจากกรมธุรกิจพลังงาน และใช้ในการค้นหาฐานข้อมูลผู้ปฏิบัติงาน        4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน    กรณีลาออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติงาน        1. หนังสือนำส่งแจ้งลาออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการ        2. สำเนาบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานน้ำมันเชื้อเพลิงเดิม เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับบัตรจากกรมธุรกิจพลังงาน และใช้ในการค้นหาฐานข้อมูลผู้ปฏิบัติงาน        3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน       4. สำเนาหนังสือขอลาออกจากสถานที่ทำงาน    กรณีแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร เช่น ชื่อ - สกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปของผู้ถือบัตร หรือแก้ไขคำผิดเป็นต้นผู้ปฏิบัติงานต้องส่งเอกสารดังต่อไปนี้        1. หนังสือนำส่งแจ้งขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร        2. บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานน้ำมันเชื้อเพลิงเดิม (ฉบับจริง) เพราะการเปลี่ยนแปลง ชื่อ - สกุล จะต้องทำการแก้ไขและจัดทำบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานใหม่        3. รูปถ่ายสีหน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 2.5 คูณ 3 เซนติเมตร จำนวน 2 รูป เพื่อใช้ในการทำบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานใหม่        4. สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล เพื่อใช้อ้างอิงในการแก้ไข และจัดทำบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานใหม่        5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน    เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา        1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา        2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม        3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว        4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน        5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทาง การรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:56:49"],
    [177,"94e56e15-0170-4ec2-815e-9b1841f7cc2a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-91af-462c-990d-0c9e0e3253c9",55,200,10,"ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต ภายใน 60 วัน ก่อนที่ใบอนุญาตสิ้นอายุและเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้วให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในสถานะผู้รับใบอนุญาตจนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    5. หลังจากมีการอนุญาตแล้วผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วัน    6. ก่อนยื่นคำขอต่ออายุให้ส่งผลการทดสอบและตรวจสอบประจำปีภายในปีนั้นๆประกอบการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตในกรณีที่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบในกิจกรรมอื่น เช่น ทดสอบก่อนการใช้งาน ทดสอบตามวาระหรือที่ได้รับเสียหาย ให้สามารถนำสำเนาผลการทดสอบดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตในปีนั้นๆ ได้โดยให้ผู้ขอหรือผู้รับมอบอำนาจเซ็นต์รับรองสำเนา    7. ในกรณีที่มีการยื่นคำขอพร้อมกันหลายๆ คำขอให้สามารถยื่นได้โดยใช้เอกสารหลักฐานประกอบตามข้อ 2), 3) ,4) และ 5) ร่วมกันได้","2022-03-09T16:14:20"],
    [178,"94e56e15-2792-4fdf-a901-3aeae78f2c9d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 211) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-c351-4305-b71e-4cc1c866f112",31,80000,17,"ผู้ที่ประสงค์จะทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมีเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ต้องขอรับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก่อนจึงจะประกอบกิจการได้     1. ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเดียวหรือหลายชนิดรวมกันปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตัน (หนึ่งร้อยยี่สิบล้านลิตร) ขึ้นไป     2. ทำการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพียงชนิดเดียวปีละตั้งแต่ห้าหมื่นเมตริกตันขึ้นไป    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับโดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่งหากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียนและใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ.2545    2. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ.2545    3. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    4. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-09-26T16:20:53"],
    [179,"94e56e15-29f6-4143-bbff-cdfcda894050","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้ขออนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 212) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-c69b-42c6-beaf-7cde3b470832",3,0,5,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้ขออนุญาตไว้ให้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาทางไปรษณีย์ตอบรับให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545    2. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:56:23"],
    [180,"94e56e15-2c60-4fbf-b1aa-611bed870ceb","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเลิกประกอบกิจการเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 213) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-c9c4-4a8a-90d2-7235c52fac36",18,0,5,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการต้องแจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันเลิกประกอบกิจการหากมีน้ำมันเชื้อเพลิงเหลืออยู่ในการครอบครองในวันเลิกประกอบกิจการให้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลือให้เสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบกิจการ    เงื่อนไขทั่วไป      1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา        2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาทางไปรษณีย์ตอบรับให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท         กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:57:04"],
    [181,"94e56e15-2ec4-453b-8016-e420ec5a3c31","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 214) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-cd0e-403f-8bd2-77ae1bb28c1c",18,0,7,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งใบอนุญาตชำรุดหรือสูญหายสามารถยื่นขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แทนฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาทางไปรษณีย์ตอบรับให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่องกำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียน ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ.2545    2. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ.2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:02:45"],
    [182,"94e56e15-3180-4916-b483-27d0b6676ee4","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (กบส. 221) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-d07a-44f1-868b-bebbb6ddbed0",23,80000,12,"ผู้ที่ประสงค์จะทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยวิธีการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรโดยมีเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ต้องขอรับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้    1. ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเดียวหรือหลายชนิดรวมกันปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตัน (120 ล้านลิตร) ขึ้นไป    2. ทำการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพียงชนิดเดียวปีละตั้งแต่ห้าหมื่นเมตริกตันขึ้นไป    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จโดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมลหรือการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับโดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่งหากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอในหน้าซองจดหมายและในใบตอบรับและติดแสตมป์จำนวน 19 บาท    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต แบบแจ้ง ใบรับแจ้ง และใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบรับแจ้งของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร พ.ศ.2547    2. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ วิธีการขอ การออกใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมเป็นผู้รับใบอนุญาตค้าน้ำมัน เฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร พ.ศ.2547    3. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    4. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T16:03:31"],
    [183,"94e56e15-3502-4793-858f-1a8cbab26430","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม (กรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรม) (สพพ.201) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-d496-4fb6-98fe-2b4d5e3fb025",73,0,12,"ผู้ที่สามารถเป็นผู้ฝึกอบรมให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ ผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรม ซึ่งก่อนดำเนินการฝึกอบรม ต้องได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน ต้องใช้วิทยากรที่ได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน และต้องดำเนินการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานตามหลักสูตรและเงื่อนไขที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด         ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองผู้ฝึกอบรมให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมน้ำมัน    2. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ         คุณสมบัติของผู้ฝึกอบรม    กรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรม ที่ประสงค์จะเป็นผู้ฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้    (1) มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท    (2) มีสำนักงานที่มีที่ทำการแน่นอน    (3) มีวิทยากรที่ปฏิบัติงานไม่ว่าจะปฏิบัติงานเป็นประจำหรือชั่วคราวเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน    (4) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม เว้นแต่การถูกเพิกถอนได้พ้นระยะเวลาห้าปี นับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม         ผู้ขอใบรับรองประเภทผู้ฝึกอบรมน้ำมัน ต้องมีวิทยากรประเภทวิทยากรน้ำมัน และสามารถฝึกอบรมในหลักสูตร ดังต่อไปนี้    (1) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งน้ำมันประเภทรถขนส่งน้ำมัน    (2) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลังน้ำมันและระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ    (3) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบริการน้ำมัน    (4) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน         ผู้ขอใบรับรองประเภทผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องมีวิทยากรประเภทวิทยากรกาซปิโตรเลียมเหลว และสามารถฝึกอบรมในหลักสูตร ดังต่อไปนี้    (1) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว    (2) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว    (3) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานร้านจำหน่ายและโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว         ผู้ขอใบรับรองประเภทผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ ต้องมีวิทยากรประเภทวิทยากรก๊าซธรรมชาติ และสามารถฝึกอบรมในหลักสูตร ดังต่อไปนี้    (1) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติ    (2) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานประจำรถ    (3) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลังก๊าซธรรมชาติ    (4) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ    (5) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ    (6) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ         การยื่นคำขอ    ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ฝึกอบรม จะต้องมายื่นคำขอใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบ         แนวทางในการยื่นคำขอใบรับรองผู้ฝึกอบรม    1. การยื่นขอรับรองใบรับรองผู้ฝึกอบรม และขอรับรองหลักสูตรไม่จำเป็นต้องขอพร้อมกันทุกประเภทผู้ฝึกอบรม และหลักสูตร    2. เพื่อให้ครบองค์ประกอบของผู้ฝึกอบรมต้องยื่นขออย่างน้อย 1 ประเภทผู้ฝึกอบรม และ 1 หลักสูตรตามประเภทผู้ฝึกอบรมที่ขอ    3. การยื่นขอใบรับรองผู้ฝึกอบรมแต่ละประเภท ต้องมีวิทยากรประเภทเดียวกันกับประเภทผู้ฝึกอบรม จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน    4. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอ ได้เสนอรายชื่อวิทยากรที่ยังไม่มีใบรับรอง วิทยากรดังกล่าวต้องยื่นคำขอใบรับรองเป็นวิทยากรตามประเภทผู้ฝึกอบรม พร้อมแนบเอกสารหลักฐานเพื่อขอใบรับรองวิทยากรมาด้วย เพื่อกรมจะพิจารณาไปพร้อมกัน และรายชื่อวิทยากรดังกล่าวต้องมีหนังสือยืนยันการยินยอมเพื่อเป็นวิทยากรให้กับผู้ยื่นคำขอ    5. เอกสารการฝึกอบรมเพื่อประกอบการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม    5.1 ต้องมีเนื้อหาในการฝึกอบรม สอดคล้อง และครบถ้วนตามหลักสูตรตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    5.2 จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมในแต่ละด้านต้องไม่ต่ำกว่าที่ประกาศกำหนดในแต่ละหลักสูตร โดยผู้ฝึก อบรมสามารถเพิ่มเวลาในการฝึกอบรมได้    5.3 ต้องมีมาตรการควบคุมดูแลการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ    5.4 ในกฎหมายไม่ได้ระบุเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ผู้ฝึกอบรมต้องมีเพื่อใช้ในการฝึกอบรม ให้เป็นหน้าที่ของผู้ฝึกอบรมที่จะจัดหาเครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่ใช้ในการฝึกอบรม ทั้งนี้ให้ระบุไว้ในเอกสารการฝึกอบรม    5.5 สามารถผนวกหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่กฎหมายกำหนด กับหลักสูตรที่ผู้ฝึกอบรมจัดขึ้นเองได้ แต่เนื้อหาและชั่วโมงฝึกอบรมต้องครบถ้วนตามหลักสูตรที่กฎหมายกำหนด    6. ระยะเวลาในการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับจำนวนประเภทผู้ฝึกอบรม จำนวนวิทยากรที่ยังไม่มีใบรับรอง และจำนวนหลักสูตรที่ยื่นขอ เวลาในการพิจารณาที่กำหนดเป็นเวลาของการขอเป็นผู้ฝึกอบรม 1 ประเภท 1 หลักสูตร และวิทยากร 3 ท่าน         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่น คำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:54:49"],
    [184,"94e56e15-396f-4abd-a9d4-9b2e52c93aca","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง กรณีสอบภาคทฤษฎี ณ สถานที่ฝึกอบรม (สพพ.210) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-d8f7-4425-981b-4ea79e338cb2",70,0,11,"ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องยื่นขอบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากผ่านการฝึกอบรมจากผู้ฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน และผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่อธิบดีกำหนดในประเภทกิจการที่ตนจะเป็นผู้ปฏิบัติงานแล้ว กรมธุรกิจพลังงานจะออกบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานให้ ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดและต้องติดบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่แสดงให้บุคคลอื่นเห็นได้ชัดเจนตลอดระยะเวลาปฏิบัติงาน    บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง มีอายุ 5 ปี การต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงให้ยื่นก่อนหมดอายุไม่น้อยกว่า 60 วัน    การประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 จำนวน 23 กิจการ เป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาต และผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติตามจำนวนที่กำหนดในประกาศกรมธุรกิจพลังงาน    สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน มี 13 หลักสูตร ดังต่อไปนี้    (1)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งน้ำมันประเภทรถขนส่งน้ำมัน    (2)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลังน้ำมันและระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ    (3)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบริการน้ำมัน    (4)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน    (5)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว    (6)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว    (7)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานร้านจำหน่ายและโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว    (8)  หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติ    (9) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานประจำรถ    (10) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลังก๊าซธรรมชาติ    (11) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ    (12) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ    (13) หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ    คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการอบรมผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้    1. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการถังขนส่งน้ำมันประเภทรถขนส่งน้ำมัน        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งน้ำมันประเภทรถขนส่งน้ำมัน        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    2. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการดังต่อไปนี้        2.1 คลังน้ำมัน        2.2 ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลังน้ำมันและระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    3. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    4. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการดังต่อไปนี้        4.1 สถานีบริการน้ำมันประเภท ก        4.2 สถานีบริการน้ำมันประเภท ข        4.3 สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง        4.4 สถานีบริการน้ำมันประเภท จ ลักษณะที่สอง        4.5 สถานีบริการน้ำมันประเภท ฉ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบริการน้ำมัน        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณาเฉพาะกิจการที่ 4.1, 4.2, 4.3, และ 4.4 มีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณาเฉพาะกิจการที่ 4.5 มีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    5. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการดังต่อไปนี้        5.1 ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว        5.2 คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว        5.3 ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ        5.4 สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ        5.5 สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ        5.6 สถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณาเฉพาะกิจการที่ 5.1 มีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณาเฉพาะกิจการที่ 5.2, 5.3 มีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณาเฉพาะกิจการที่ 5.4, 5.5, 5.6 มีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ    6. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    7. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการดังต่อไปนี้        7.1 สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง        7.2 สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานร้านจำหน่ายก๊าซและโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ    8. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    9. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานประจำรถ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานประจำรถ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ    10. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลังก๊าซธรรมชาติ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    11. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    12. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี       - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ    13. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ        - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ        คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้        - มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี        - มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือตามอธิบดีเห็นชอบ    ขั้นตอนการออกบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน    1. ผู้ประสงค์จะรับบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่กำหนดไว้ตามประเภทกิจการที่จะปฏิบัติงาน โดยสมัครเข้ารับการฝึกอบรมกับผู้ฝึกอบรมที่ได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน (ดูรายชื่อผู้ฝึกอบรมได้ที่ http://www.doeb.go.th/ แบรนเนอร์ ผู้ปฏิบัติงานควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง)    2. กรอกแบบคำขอรับบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ยื่นต่อผู้ฝึกอบรมที่ได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงานพร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบ และรูปถ่าย 2 ใบ    3. เข้ารับการฝึกอบรม โดยต้องเข้าฝึกอบรมตามหลักสูตรครบตามเกณฑ์ที่กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และผ่านการสอบภาคปฏิบัติกับผู้ฝึกอบรม    4. เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี (สอบข้อเขียน) กับกรมธุรกิจพลังงาน ณ สถานที่ฝึกอบรม และผลการสอบภาคทฤษฎีผ่านตามเกณฑ์ที่ร้อยละ 60    5. ผู้ฝึกอบรมรับรองคุณสมบัติของผู้ขอรับบัตร และรายงานผลการฝึกอบรม พร้อมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ให้กรมธุรกิจพลังงาน    6. กรมธุรกิจพลังงานดำเนินการออกบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้กับผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด และมีผลการสอบผ่านทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี    7. การสอบภาคทฤษฎีเป็นการสอบข้อเขียน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมควรต้องอ่านออกและเขียนได้    เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่น คำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:58:01"],
    [185,"94e56e15-3f4a-4181-a942-1ea28d35763a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม (สพพ.202) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-dcf7-4873-a5e1-3863e7ab4fcf",73,0,11,"ผู้ที่สามารถเป็นผู้ฝึกอบรมให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ ผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรม ซึ่งก่อนดำเนินการฝึกอบรม ต้องได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน ต้องใช้วิทยากรที่ได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน และต้องดำเนินการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานตามหลักสูตรและเงื่อนไขที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด         ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองผู้ฝึกอบรมให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมน้ำมัน    2. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ         คุณสมบัติของผู้ฝึกอบรม    กรณีเป็นผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามกฎหมาย ว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) ที่ประสงค์จะเป็นผู้ฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้    1) ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ของกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง    2) มีวิทยากรที่ปฏิบัติงานไม่ว่าจะปฏิบัติงานเป็นประจำหรือชั่วคราว         การยื่นคำขอ    ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ฝึกอบรม จะต้องมายื่นคำขอใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบ         แนวทางในการยื่นคำขอใบรับรองผู้ฝึกอบรม    1. การยื่นขอรับรองใบรับรองผู้ฝึกอบรม และขอรับรองหลักสูตรไม่จำเป็นต้องขอพร้อมกันทุกประเภทผู้ฝึกอบรม และหลักสูตร    2. เพื่อให้ครบองค์ประกอบของผู้ฝึกอบรม ต้องยื่นขออย่างน้อย 1 ประเภทผู้ฝึกอบรม และ 1 หลักสูตรตามประเภทผู้ฝึกอบรมที่ขอทั้งนี้ต้องมีรายชื่อวิทยากรตามจำนวนที่กำหนด    3. การยื่นขอใบรับรองผู้ฝึกอบรมแต่ละประเภท ต้องมีวิทยากรประเภทเดียวกันกับผู้ฝึกอบรม    4. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอ ได้เสนอรายชื่อวิทยากรที่ยังไม่มีใบรับรอง วิทยากรดังกล่าวต้องยื่นคำขอใบรับรองเป็นวิทยากร พร้อมแนบเอกสารหลักฐานเพื่อขอใบรับรองวิทยากรมาด้วย เพื่อกรมจะพิจารณาไปพร้อมกัน และรายชื่อวิทยากรดังกล่าวต้องมีหนังสือยืนยันการยินยอมเพื่อเป็นวิทยากรให้กับผู้ยื่นคำขอ         5. เอกสารการฝึกอบรมเพื่อประกอบการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม    5.1 ต้องมีเนื้อหาในการฝึกอบรม สอดคล้อง และครบถ้วนตามหลักสูตรตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    5.2 ระบุจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าที่ประกาศกำหนดในแต่ละหลักสูตร โดยผู้ฝึก อบรมสามารถเพิ่มเวลาในการฝึกอบรมได้    5.3. ต้องมีมาตรการควบคุมดูแลการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ    5.4 ในกฎหมายไม่ได้ระบุเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ผู้ฝึกอบรมต้องมีเพื่อใช้ในการฝึกอบรมให้เป็นหน้าที่ของผู้ฝึกอบรมที่จะจัดหาเครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่ใช้ในการฝึกอบรม ทั้งนี้ให้ระบุไว้ในเอกสารการฝึกอบรม    5.5 สามารถผนวกหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่กฎหมายกำหนด กับหลักสูตรที่ผู้ฝึกอบรมจัดขึ้นเองได้    6. ระยะเวลาในการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับจำนวนประเภทผู้ฝึกอบรม จำนวนวิทยากรที่ยังไม่มีใบรับรองและหลักสูตรที่ยื่นขอ         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองบนหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:55:28"],
    [186,"94e56e15-4574-4470-ab1d-2deeb27685b0","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม (กรณีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา) (สพพ.203) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-e0c7-420e-a031-a078a09f12c6",73,0,12,"ผู้ที่สามารถเป็นผู้ฝึกอบรมให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ ผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรม ซึ่งก่อนดำเนินการฝึกอบรม ต้องได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน ต้องใช้วิทยากรที่ได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน และต้องดำเนินการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานตามหลักสูตรและเงื่อนไขที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด         ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองผู้ฝึกอบรมให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมน้ำมัน    2. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ         คุณสมบัติของผู้ฝึกอบรม    กรณีเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ที่ประสงค์จะเป็นผู้ฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้    1) เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการศึกษาที่มีกฎหมายจัดตั้งหรือมีใบอนุญาตจัดตั้งสถาบัน การศึกษาเอกชน    2) มีวิทยากรที่ปฏิบัติงานไม่ว่าจะปฏิบัติงานเป็นประจำหรือชั่วคราว โดยระบุรายชื่อวิทยากรลงในแบบคำขอใบรับรองผู้ฝึกอบรมตามประเภทของผู้ฝึกอบรม         การยื่นคำขอ    ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ฝึกอบรม จะต้องมายื่นคำขอใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบ         แนวทางในการยื่นคำขอใบรับรองผู้ฝึกอบรม    1. การยื่นขอรับรองใบรับรองผู้ฝึกอบรม และขอรับรองหลักสูตรไม่จำเป็นต้องขอพร้อมกันทุกประเภทผู้ฝึกอบรมและหลักสูตร    2. เพื่อให้ครบองค์ประกอบของผู้ฝึกอบรม ต้องยื่นขออย่างน้อย 1 ประเภทผู้ฝึกอบรม และ 1 หลักสูตรตามประเภทผู้ฝึกอบรมที่ขอ ทั้งนี้ต้องมีรายชื่อวิทยากรตามจำนวนที่กำหนด    3. การยื่นขอใบรับรองผู้ฝึกอบรมแต่ละประเภท ต้องมีวิทยากรประเภทเดียวกันกับผู้ฝึกอบรม    4. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอ ได้เสนอรายชื่อวิทยากรที่ยังไม่มีใบรับรอง วิทยากรดังกล่าวต้องยื่นคำขอใบรับรองเป็นวิทยากร พร้อมแนบเอกสารหลักฐานเพื่อขอใบรับรองวิทยากรมาด้วย เพื่อกรมจะพิจารณาไปพร้อมกัน และรายชื่อวิทยากรดังกล่าวต้องมีหนังสือยืนยันการยินยอมเพื่อเป็นวิทยากรให้กับผู้ยื่นคำขอ    5. เอกสารการฝึกอบรมเพื่อประกอบการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรม    5.1 ต้องมีเนื้อหาในการฝึกอบรม สอดคล้อง และครบถ้วนตามหลักสูตรตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด    5.2 ระบุจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมในแต่ละด้าน ไม่ต่ำกว่าที่ประกาศกำหนดในแต่ละหลักสูตร โดยผู้ฝึกอบรมสามารถเพิ่มเวลาในการฝึกอบรมได้    5.3 ต้องมีมาตรการควบคุมดูแลการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ    5.4 ในกฎหมายไม่ได้ระบุเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ผู้ฝึกอบรมต้องมีเพื่อใช้ในการฝึกอบรมให้เป็นหน้าที่ของผู้ฝึกอบรมที่จะจัดหาเครื่องมือ และอุปกรณ์ ที่ใช้ในการฝึกอบรม ทั้งนี้ให้ระบุไว้ในเอกสารการฝึกอบรม    5.5 สามารถผนวกหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่กฎหมายกำหนดกับหลักสูตรที่ผู้ฝึกอบรมจัดขึ้นเองได้    6. ระยะเวลาในการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับจำนวนประเภทผู้ฝึกอบรม จำนวนวิทยากรที่ยังไม่มีใบรับรองและหลักสูตรที่ยื่นขอ         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:55:07"],
    [187,"94e56e15-6a85-4f1f-a7a5-816eab0d39d1","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ส่วนภูมิภาค (กบส.234) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-f772-48f7-9465-7b9e9a9afc24",14,0,8,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ซึ่งใบทะเบียนชำรุดหรือสูญหายสามารถยื่นขอรับใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แทนฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ. 2545    2. กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:39:05"],
    [188,"94e56e15-5384-42cb-b927-5943d415fae3","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม (กรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรม) (สพพ.204) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-e412-43e1-932e-4b92f00e7da3",36,0,7,"ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมน้ำมัน    2. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ         ใบรับรองมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ให้ผู้ฝึกอบรมที่ได้รับใบรับรอง ยื่นคำขอต่ออายุ หรือขอใบแทนใบรับรอง ที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่กำหนด         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:54:19"],
    [189,"94e56e15-5b34-4d49-bc95-fbdde415345d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม (กรณีผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) (สพพ.205) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-e74c-4fc7-b4c9-20b32cb92ed8",36,0,8,"ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมน้ำมัน    2. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ         ใบรับรองมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ให้ผู้ฝึกอบรมที่ได้รับใบรับรอง ยื่นคำขอต่ออายุ หรือขอใบแทนใบรับรอง ที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่กำหนด         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทาง   การรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:54:28"],
    [190,"94e56e15-5f74-4a00-9742-92c4c3ebc673","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม  (กรณี ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา) (สพพ.206) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-ea7f-445d-b148-26acefaabb1f",36,0,9,"ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมน้ำมัน    2. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ         ใบรับรองมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ให้ผู้ฝึกอบรมที่ได้รับใบรับรอง ยื่นคำขอต่ออายุ หรือขอใบแทนใบรับรอง ที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่กำหนด         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทาง  การรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับใน ใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:54:10"],
    [191,"94e56e15-6248-41e7-a1e8-9207c2a842d7","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรองให้เป็นวิทยากร 2564","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-edda-44c5-9db5-a892b6bf50ea",34,0,8,"ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. วิทยากรน้ำมัน    2. วิทยากรก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. วิทยากรก๊าซธรรมชาติ         ผู้ที่ประสงค์จะเป็นวิทยากร จะต้องมายื่นขอใบรับรองก่อนที่จะดำเนินการวิทยากรฝึกอบรมฯ         ใบรับรองมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ผู้ที่ประสงค์จะเป็นวิทยากรต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. มีความรู้และประสบการณ์ในการวิทยากรด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในประเภทที่ตนจะเป็นวิทยากร   ไม่น้อยกว่าสองปี    3. เคยถูกเพิกถอนใบรับรองให้เป็นวิทยากร เว้นแต่การถูกเพิกถอนได้พ้นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบรับรองให้เป็นวิทยากร         วิธีพิจารณา    พิจารณาจากประสบการณ์และหลักฐาน และต้องแสดงตัวตน หากข้อมูลไม่ชัดเจนอาจให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:56:04"],
    [192,"94e56e15-6520-4bba-af9f-6db49c62b978","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นวิทยากร (สพพ.209) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-f112-4357-bfca-3bfb3eac4e01",34,0,6,"ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้    1. วิทยากรน้ำมัน    2. วิทยากรก๊าซปิโตรเลียมเหลว    3. วิทยากรก๊าซธรรมชาติ         ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม มีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ         ผู้ที่ได้รับใบรับรองเป็นวิทยากร ที่ประสงค์จะต่ออายุใบรับรอง หรือขอใบแทนใบรับรองที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอต่ออายุ/ขอใบแทนใบรับรองวิทยากรต่ออธิบดี พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ         เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทาง  การรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับและสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2024-01-09T15:55:49"],
    [193,"94e56e15-67e7-46a2-8dbc-f8b3a3cd327f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเลิกประกอบกิจการเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ส่วนภูมิภาค (กบส.233) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-f43a-434b-bd7a-31476d218a06",14,0,8,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการต้องแจ้งเลิกภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกกิจการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545    2. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม รายปี สำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545    3. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:38:35"],
    [194,"94e56e15-6d22-4121-a9dc-3bfd310d833b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ส่วนภูมิภาค (กบส.242) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-fae6-41a2-aac4-968355eddb26",14,5000,12,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ ต้องแจ้งขอเปลี่ยนแปลงรายการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรายการ ไม่รวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการหรือย้ายสถานีบริการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545   กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมรายปี และหลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียม    รายปีสำหรับผู้ค้าน้ำมันและผู้ขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2545   พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:39:50"],
    [195,"94e56e15-6fcc-44b4-935a-33cc635cab2b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ส่วนภูมิภาค (กบส.243)(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d23-fe30-46da-8dba-34f9a139161e",14,0,8,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ ต้องแจ้งเลิกภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เลิกกิจการ     เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545   พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:40:21"],
    [196,"94e56e15-7223-4556-9972-f2e702c833a3","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ส่วนภูมิภาค (กบส.244)(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d24-0159-4684-8db9-3408fd649f99",14,0,13,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 ซึ่งใบทะเบียนชำรุด หรือสูญหาย สามารถยื่นขอรับใบแทนใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 แทนฉบับเดิมที่ชำรุด หรือสูญหาย     เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือ จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่องกำหนดแบบคำขอ ใบอนุญาต ใบทะเบียน และใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบทะเบียน ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 พ.ศ.2545   กฎกระทรวง กำหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต และหลักเกณฑ์ และวิธีการขอ และออกใบอนุญาตหรือใบทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน พ.ศ. 2545   พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:41:00"],
    [197,"94e56e15-74b4-4ebf-851b-68a9e9d17ad0","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งฉบับใหม่ให้ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ส่วนภูมิภาค  (กบส.254) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d24-047a-482e-a7fe-1f0ea4eba3cb",14,0,8,"ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ซึ่งใบรับแจ้งชำรุดหรือสูญหายสามารถยื่นขอรับใบแทนใบรับแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 แทนฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง การแจ้งเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมาตรา 12 และการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้แจ้งไว้ พ.ศ.2544    2. พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:41:29"],
    [198,"94e56e15-7741-494a-998a-f32c878eeee7","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเลิกประกอบกิจการเป็นผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ส่วนภูมิภาค (กบส.253) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d24-07a7-4f03-9099-43c9066c9495",14,0,8,"ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการต้องแจ้งเลิกภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกกิจการ    เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ    ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 และแบบแจ้งเลิกเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 พ.ศ. 2545    2.  พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ  (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550","2022-03-09T15:42:08"],
    [199,"94e56e15-a0af-48dd-8548-8b2329b19bfa","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และ ก๊าซธรรมชาติ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-4db9-45e5-bff3-abee02fed2ad",20,200,17,"กิจการควบคุมประเภทที่ 3 เป็นกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ ทั้งนี้หากผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะโอนกิจการตามที่ได้รับอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอโอนใบอนุญาตประกอบกิจการพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามแบบฟอร์มที่กำหนด    หมายเหตุ :                       1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลา  ที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                       2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                       3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน                       4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) ภายใน 7วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จหรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์โปรดแนบซองจ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราที่บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัดกำหนด                       5. เมื่อกรมธุรกิจพลังงานได้ออกใบโอนใบอนุญาตใหม่แทนใบโอนใบอนุญาตเดิมแล้วผู้รับใบโอนใบอนุญาตต้องมารับภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบโอนใบอนุญาต และหากไม่มารับภายในกำหนดเวลา จะถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบโอนใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2022-10-03T13:53:12"],
    [200,"94e56e15-a35f-4ef6-8acb-246fcff64d1f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และ ก๊าซธรรมชาติ) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-511b-47fa-9502-4ec82f64d8ce",20,200,9,"กิจการควบคุมประเภทที่ 3 เป็นกิจการที่จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ ทั้งนี้หากใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าวตามแบบฟอร์มที่กำหนด    หมายเหตุ :                       1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลา  ที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                       2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                       3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน                       4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email)ภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จหรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์โปรดแนบซองจ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราที่บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัดกำหนด                       5. เมื่อกรมธุรกิจพลังงานได้ออกใบแทนใบอนุญาตใหม่แทนใบแทนใบอนุญาตเดิมแล้วผู้รับใบแทนใบอนุญาตต้องมารับภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบแทนใบอนุญาต และหากไม่มารับภายในกำหนดเวลาจะถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2022-10-04T09:22:35"],
    [201,"94e56e15-a58b-4961-b08e-61668f630f05","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเลิกประกอบกิจการเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 มาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 (ส่วนกลาง) (กบส.263) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d24-5495-4564-a17b-9e50795fc1ea",1,0,8,"เงื่อนไขทั่วไป    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเองต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันที่รับคำขอ","2022-03-09T15:33:29"],
    [202,"95cac01f-d3ef-45b6-9a13-187169017664","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-4f43-4639-aeef-f2a6b615efec",78,0,46,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานก่อน จึงจะสามารถประกอบกิจการได้ โดยในระยะที่ 1ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการฯต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร และหลักฐานต่อกรมธุรกิจพลังงานหากเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาถูกต้องและครบถ้วน กรมธุรกิจพลังงานจะมีคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาตไว้พิจารณาต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือฉบับนี้ \n\nอนึ่ง เมื่อผู้ที่ประสงค์จะขอรับอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาตไว้พิจารณาแล้ว และเมื่อผู้ขออนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้าง และติดตั้งระบบต่างๆตามแบบการก่อสร้าง และรายการคำนวณที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของโครงการและมีความประสงค์จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบระบบผู้ขออนุญาตจะต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบถึงวันทำการทดสอบและตรวจสอบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน (ยกเว้นการทดสอบแบบไม่ทำลาย)โดยการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวจะต้องจัดทำโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามเงื่อนไขของกรมธุรกิจพลังงานและเมื่อผู้ขออนุญาตดำเนินการทดสอบตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อดังกล่าวแล้วเสร็จทั้งโครงการจึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ต่อไป    \nหมายเหตุ:   \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n- กรณีความยาวท่อไม่เกิน 20 กิโลเมตร และ ไม่มีสถานี : 33 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 20 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีไม่เกิน 5 สถานี : 53 วันทำการ\n-กรณีความยาวท่อมากกว่า 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีมากกว่า 5 สถานี: 78 วันทำการ","2023-11-06T13:16:17"],
    [203,"95d2eef5-dbdf-4240-a7ce-68cab9b020e3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอลงทะเบียนเปลี่ยนแปลง ต่ออายุ และยกเลิกทะเบียน การยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการรายงานปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือรายวัน โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กบส. 308)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95d2e18c-68a4-402b-94e9-01f835faed71",5,0,7,"ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีความประสงค์จะยื่นแบบคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และการมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนตามแบบ ธพ.อ 1-5 พร้อมหลักฐานประกอบ และเมื่อได้รับอนุมัติการลงทะเบียนแล้ว ระบบจะจัดส่งชื่อผู้ใช้และข้อความเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ขั้นตอนการสร้างรหัสผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทะเบียนมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ และสามารถขอต่ออายุทะเบียนออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี โดยให้นับอายุทะเบียนต่อจากวันสิ้นอายุของทะเบียนเดิม\n\nในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างจากที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงตามแบบ ธพ.อ 1-6พร้อมหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงทะเบียนจะนับอายุทะเบียนจนถึงวันสิ้นสุดตามวันที่ได้รับอนุมัติการลงทะเบียนไว้แล้ว\n\nการขอต่ออายุทะเบียน ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนตามแบบ ธพ.อ 1-6 พร้อมหลักฐานประกอบ เป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันสุดท้ายที่ทะเบียนมีอายุการใช้งาน หากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ไม่ขอต่ออายุทะเบียนภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนใหม่\n\nอย่างไรก็ตาม เมื่อปรากฏข้อมูลหรือหลักฐานประกอบที่ใช้ในการลงทะเบียนอันเป็นเท็จ อธิบดีอาจเพิกถอนการลงทะเบียนของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 โดยให้ถือว่าการลงทะเบียนนั้นเป็นอันสิ้นสภาพไป และห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ยื่นคำขอลงทะเบียนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน\n\nหมายเหตุ\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม อันจะมีผลผูกพันกับผู้ค้าน้ำมันได้\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์","2022-09-22T10:48:48"],
    [204,"9618ff3b-4fd7-4740-a39a-db4d73d7f7f0","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต) (กธน.13) (ุ67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-8907-4b9b-af70-cb22404ae5d8",45,0,13,"1. ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมันประเภท ก, ข, ค ลักษณะที่สอง และ จ ลักษณะที่สอง  ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงเก็บน้ำมันได้ ซึ่ง\n- สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ก หมายถึง สถานีบริการน้ำมันที่ให้บริการแก่ยานพาหนะทางบก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ติดเขตทางหลวงหรือถนนสาธารณะ ด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่มีความกว้างของถนน ไม่น้อยกว่า 12 เมตร หรือติดเขตถนนส่วนบุคคลด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่มีความกว้างของถนนไม่น้อยกว่า 10 เมตร และเก็บน้ำมันไว้ในถังเก็บน้ำมันใต้พื้นดิน\n- สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ข หมายถึง สถานีบริการน้ำมันที่ให้บริการแก่ยานพาหนะทางบก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ติดเขตถนนสาธารณะด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ ที่มีความกว้างของถนนน้อยกว่า 12 เมตร หรือติดเขตถนนส่วนบุคคลด้านที่ใช้เป็นทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะที่มีความกว้างของถนนน้อยกว่า 10 เมตร และเก็บน้ำมันไว้ในถังเก็บน้ำมันใต้พื้นดิน\n- สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ค ลักษณะที่สอง หมายถึง สถานีบริการน้ำมันที่ให้บริการแก่ยานพาหนะทางบก ที่เก็บน้ำมันที่มีปริมาณเกิน 10,000 ลิตรขึ้นไป ไว้ในถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดิน และจะเก็บน้ำมันที่มีปริมาณไม่เกิน 5,000 ลิตร ไว้ในถังเก็บน้ำมันใต้พื้นดินอีกด้วยก็ได้ การเก็บน้ำมันไว้ในถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดิน ให้เก็บได้เฉพาะน้ำมันชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยเท่านั้น\n- สถานีบริการน้ำมัน ประเภท จ ลักษณะที่สอง หมายถึง สถานีบริการน้ำมันที่เก็บน้ำมันที่มีปริมาณเกิน 10,000 ลิตรขึ้นไป ไว้ในถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดิน ถังเก็บน้ำมันใต้พื้นดิน หรือถังเก็บน้ำมันที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก เพื่อให้บริการแก่เรือ การเก็บน้ำมันไว้ในถังเก็บน้ำมันเหนือพื้นดินหรือถังเก็บน้ำมันที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก ให้เก็บได้เฉพาะน้ำมันชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยเท่านั้น\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. แผนผังบริเวณ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง กฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าฝ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:35:42"],
    [205,"96190354-7757-4a21-be3c-480a7b0cab40","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต) (กธน.14) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-8c1f-4659-acff-e764d1e8039d",30,0,6,"1. การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จ ถูกต้องตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. การก่อสร้าง ผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง กฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าฝ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:35:52"],
    [206,"96270b8e-ae55-4f30-a807-25cc64f83fd9","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากร ของผู้ทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทที่ 1/2/3  (กรณีเพิ่มรายชื่อ และยกเลิกรายชื่อ) (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-192c-47d3-8507-2ba6ccf6d440",40,0,14,"1. ผู้ทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หากประสงค์จะเพิ่มรายชื่อบุคลากรที่เป็นผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบจะต้องได้รับใบรับรองจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายเป็นหนังสือ ก่อนที่จะดำเนินการได้ โดยบุคลากรต้องมีคุณสมบัติและคุณวุฒิ ตามประเภทของผู้ทดสอบและตรวจสอบดังนี้    \n1.1 ผู้ทดสอบตรวจสอบประเภทที่ 1 ต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบ เพียงแห่งเดียว ดังต่อไปนี้    \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร และต้องมีความรู้ความชำนาญประสบการณ์งานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์รวมเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อ และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสถาบันที่กรมธุรกิจพลังงานรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน    \n(ข) วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน    \n(ค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นอุลตราโซนิคการทดสอบด้วยอนุภาคแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ไม่น้อยกว่า 2 คน หรือสาขาวิชาละไม่น้อยกว่า 2 คน    \n(ง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ อย่างน้อย 3 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงการทดสอบด้วยแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 3    1.2 ผู้ทดสอบตรวจสอบประเภทที่ 2 ต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้    \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร และต้องมีความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์งานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์รวมเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสถาบันที่กรมธุรกิจพลังงานรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน\n(ข) วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน    \n(ค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ใน 4 สาขาวิชาได้แก่การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นอุลตราโซนิค การทดสอบด้วยอนุภาคแม่เหล็ก และการทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คนหรือสาขาวิชาละไม่น้อยกว่า 2 คน  \n1.3 ผู้ทดสอบตรวจสอบประเภทที่ 3 ต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้    \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือระดับวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร และต้องมีความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์งานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์รวมเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสถาบันที่กรมธุรกิจพลังงานรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน\n(ข) วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง  กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:58:05"],
    [207,"963b7846-8c0d-494e-a323-3f883485f39a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต) (กธน.16) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-988d-4a44-b231-ba76965f0f93",45,0,15,"1. ผู้รับใบอนุญาตรายใดประสงค์ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต ต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบ ธพ.น. 4\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. แผนผังบริเวณ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง กฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าฝ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ : \n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:52:00"],
    [208,"963b92d8-66e1-4365-ae81-4b284e80337b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (การขอความเห็นชอบรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ระยะที่ 1 ขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบกลั่นกรองในเบื้องต้น)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-2b6c-48e8-9c02-d8aed2c57ad0",59,0,5,"เจ้าของโครงการที่ประสงค์จะดำเนินกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่มีลักษณะและพื้นที่ดังต่อไปนี้ต้องจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อเสนอกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอความเห็นชอบ\n\t1. โครงการที่มีความดันใช้งานสูงสุดน้อยกว่าหรือเท่ากับยี่สิบบาร์และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อน้อยกว่าหรือเท่ากับสิบหกนิ้วในทุกพื้นที่ยกเว้นพื้นที่ที่มีมติคณะรัฐมนตรีหรือกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น\n\t2. โครงการที่มีความดันใช้งานสูงสุดมากกว่ายี่สิบบาร์ขึ้นไปหรือมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อมากกว่าสิบหกนิ้วขึ้นไปในเขตนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย\n\tเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมมีความรอบคอบและรวดเร็วในการพิจารณาอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณารายงานด้านสิ่งแวดล้อมโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คำแนะนำและข้อคิดเห็นเสนอต่อกรมธุรกิจพลังงานประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบรายงานฯ\n\tกรณีคณะทำงานฯมีมติเบื้องต้นเห็นควรเสนอต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อให้ความเห็นชอบรายงานฯแล้วจึงจะดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนการขอความเห็นชอบรายงานด้านสิ่งแวดล้อมโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อระยะที่ 2 ขั้นตอนการขอความเห็นชอบ\n\tส่วนกรณีคณะทำงานฯมีมติเบื้องต้นเห็นควรเสนอต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อไม่ให้ความเห็นชอบรายงานฯดังกล่าวเจ้าของโครงการที่ประสงค์จะดำเนินโครงการฯต่อไปจะต้องดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือจัดทำรายงานใหม่ทั้งฉบับและจัดส่งให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาอีกครั้ง\n\nหมายเหตุ\n\t1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\t3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\t4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-06T13:12:09"],
    [209,"963b8e34-c091-4201-8d7c-3d63ea4b5a1e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-562b-418b-aa17-b045a985fe3d",78,0,48,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานก่อน จึงจะสามารถประกอบกิจการได้ โดยในระยะที่ 1ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการฯต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร และหลักฐานต่อกรมธุรกิจพลังงานหากเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาถูกต้องและครบถ้วน กรมธุรกิจพลังงานจะมีคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาตไว้พิจารณาต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือฉบับนี้\n\nอนึ่ง เมื่อผู้ที่ประสงค์จะขอรับอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาตไว้พิจารณาแล้ว และเมื่อผู้ขออนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้าง และติดตั้งระบบต่างๆตามแบบการก่อสร้าง และรายการคำนวณที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของโครงการและมีความประสงค์จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบระบบผู้ขออนุญาตจะต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบถึงวันทำการทดสอบและตรวจสอบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน (ยกเว้นการทดสอบแบบไม่ทำลาย)โดยการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวจะต้องจัดทำโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามเงื่อนไขของกรมธุรกิจพลังงานและเมื่อผู้ขออนุญาตดำเนินการทดสอบตรวจสอบคลังก๊าซธรรมชาติดังกล่าวแล้วเสร็จทั้งโครงการจึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ต่อไป\n\nหมายเหตุ:\n\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n- กรณีคลังมีปริมาตรไม่เกิน 500,000 ลิตร: 43 วันทำการ\n- กรณีคลังมีปริมาตรมากกว่า500,000 ลิตร: 78 วันทำการ","2023-11-06T13:14:26"],
    [210,"963b93f8-d15b-4cdf-a230-f85c85117c32","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-aca6-4291-8c61-6958d2e2bc28",19,0,8,"ผู้ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจากเดิมที่ได้รับอนุญาตไว้ต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาต จึงจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนระยะที่ 1 ก่อนจึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ที่กำหนดในคู่มือนี้โดยผู้ขอรับอนุญาตต้องจัดเรียงเอกสารประกอบการพิจารณาตามลำดับรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอฯ ทั้งนี้ผู้ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจะต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ที่ได้รับหนังสือแจ้งพร้อมทั้งนำใบอนุญาตฉบับเดิมมาคืน หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\nหมายเหตุ    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-28T12:01:14"],
    [211,"963b9fab-7ae3-4e9f-94b5-52ca3023c09d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต) (กธน.17) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-a97f-4feb-a2d3-77fe21dcd82e",30,0,4,"1. การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จ ถูกต้องตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. การก่อสร้าง ผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง กฎกระทรวงว่าด้วยระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าฝ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน กฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ : \n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:39:01"],
    [212,"966f7338-f113-4125-ad0d-68dab7462449","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากร ของผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ (สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 1/2/3 (กรณีเพิ่มรายชื่อ และยกเลิกรายชื่อ) (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-fa0c-4a5d-8dea-0a6565f24422",40,0,13,"1. ผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทที่ 1 / 2 /3 ที่ประสงค์จะเพิ่มบุคลากรปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบจะต้องได้รับใบรับรองจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายเป็นหนังสือ ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบได้    \n2. ผู้ทดสอบและตรวจสอบแบ่งเป็น 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบดังต่อไปนี้    \n2.1 ผู้ทดสอบตรวจสอบประเภทที่ 1 ต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบดังต่อไปนี้    \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร และต้องมีความรู้ความชำนาญประสบการณ์งานด้านการทดสอบ และตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์รวมเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อ และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสถาบันที่กรมธุรกิจพลังงานรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน    \n(ข) วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน    \n(ค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นอุลตราโซนิคการทดสอบด้วยอนุภาคแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ไม่น้อยกว่า 2 คน หรือสาขาวิชาละไม่น้อยกว่า 2 คน    \n(ง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ อย่างน้อย 3 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงการทดสอบด้วยแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 3    2.2 ผู้ทดสอบตรวจสอบประเภทที่ 2 ต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบดังต่อไปนี้    \n\n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร และต้องมีความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์งานด้านการทดสอบ และตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์รวมเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสถาบันที่กรมธุรกิจพลังงานรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน\n(ข) วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน    \n(ค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ใน 4 สาขาวิชาได้แก่การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นอุลตราโซนิค การทดสอบด้ว\nยอนุภาคแม่เหล็ก และการทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คนหรือสาขาวิชาละไม่น้อยกว่า 2 คน    2.3 ผู้ทดสอบตรวจสอบประเภทที่ 3 ต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบดังต่อไปนี้    \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือระดับวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร และต้องมีความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์งานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์รวมเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสถาบันที่กรมธุรกิจพลังงานรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน    (ข) วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง  กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:58:16"],
    [213,"96a80609-a25b-403f-b27e-e2ffaf6a43a5","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรอง หรือการต่ออายุใบรับรอง เป็นวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ  ระบบท่อก๊าซ  และอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ (สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ) (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-77a7-4deb-8457-91a862c7ecdd",48,0,21,"วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ (สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ) หากประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรองต่อไปให้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองตามแบบ ธช./ข.1ภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบรับรองเดิมสิ้นอายุ    คุณสมบัติและคุณวุฒิของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ (สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ) มีดังต่อไปนี้    1. เป็นนิติบุคคลมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท ชำระเต็มจำนวน    2. มีการทำประกันภัยประเภทอุบัติภัยในช่วงที่ทำการทดสอบและตรวจสอบเพื่อคุ้มครองต่อชีวิตและร่ายกายของบุคคลอื่นในวงเงินไม่น้อยกว่า ห้าแสนบาทต่อหนึ่งคนและห้าล้านบาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง รวมทั้งคุ้มครองความเสียหายในทรัพย์สินของบุคคลอื่นในวงเงินไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท    3. มีสำนักงานที่แน่นอน สถานที่ปฏิบัติงานเหมาะสม และมีพื้นที่เพียงพอเพื่อใช้ในการเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทดสอบและตรวจสอบ    4. มีบุคคลากรในการทดสอบและตรวจสอบ ซึ่งปฏิบัติงานวิชาการด้านทดสอบและตรวจสอบ ที่เป็นลูกจ้างประจำและปฏิบัติงานให้แก่ วิศวกรทดสอบและตรวจสอบเพียงแห่งเดียวโดยบุคลากรดังกล่าวต้องประกอบด้วย    ก) ผู้ควบคุมการทดสอบ ที่มีคุณวุฒิสามัญวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ที่มีความรู้ความชำนาญประสบการณ์ผ่านงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะรับความดัน รวมทั้งระบบท่อและอุปกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน    ข) วิศวกรทดสอบ ที่มีคุณวุฒิภาคีวิศวกรหรือสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน    ค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 3 อย่างน้อย 3 สาขาวิชาได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน    ง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ในทุกสาขาวิชาได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน    5. มีเครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย    ก) ชุดเครื่องมือตรวจสอบแนวเชื่อมเหล็ก โดยต้องจัดให้มีเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ตรวจสอบ ในแต่ละชุดอย่างน้อยต้องประกอบด้วย      - เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยรังสี (Radiographic Inspection)      - เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยคลื่นอุลตราโซนิค (Ultrasonic Inspection)      - เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยอนุภาคแม่เหล็ก (Magnetic Particle Inspection)      - เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยสารแทรกซึม (Liquid Penetrant Inspection)    ข) ชุดเครื่องมือตรวจสภาพภาชนะบรรจุก๊าซธรรมชาติและระบบท่อก๊าซ โดยต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ตรวจสอบ ในแต่ละชุดอย่างน้อยต้องประกอบด้วย      - เครื่องตรวจวัดความหนา (Ultrasonic Thickness Tester)      - เครื่องตรวจวัดความแข็ง (Hardness Tester)    ค) ชุดเครื่องมือทดสอบสภาวะภายใต้ความดันของภาชนะบรรจุก๊าซ ระบบท่อก๊าซระบบท่อก๊าซและกลอุปกรณ์นิรภัยต่างๆ ที่ติดตั้ง โดยต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ทดสอบ ในแต่ละชุดอย่างน้อยต้องประกอบด้วย      - เครื่องสูบอัดน้ำแรงดันสูง (High Pressure Water Pump)      - มาตรวัดความดันมาตรฐาน (Standard Pressure Gauge)      - กลอุปกรณ์ปรับความดัน (Pressure Regulator)      - เครื่องทดสอบกลอุปกรณ์นิรภัย (Safety Relief Valve Tester)      - เครื่องมือตรวจสอบการขยายตัวของถังก๊าซ (Volumetric Expansion Hydrostatic Tester)    6. ต้องไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบรับรองวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:59:37"],
    [214,"96a816c5-6158-4855-9590-6ff660545523","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากร ของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ (สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ) กรณีเพิ่มรายชื่อ และยกเลิกรายชื่อ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-f20a-4bb2-b8f7-d029c36f03ac",40,0,12,"1. นิติบุคลผู้ที่ได้ใบรับรองเป็นวิศวกรทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ (สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ) ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากร (เพิ่มเติม/แก้ไข/ยกเลิก) จะต้องได้รับความเห็นชอบหรือได้รับใบรับรองจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายเป็นหนังสือ ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบได้    ให้ผู้มีอำนาจของนิติบุคคลผู้ที่ได้รับใบรับรองวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามช่องทางที่กำหนด    2. วิศวกรทดสอบและตรวจสอบต้องมีผู้ควบคุมในการทดสอบและตรวจสอบซึ่งปฏิบัติงานวิชาการด้านทดสอบและตรวจสอบ ที่เป็นลูกจ้างประจำและปฏิบัติงานให้แก่วิศวกรทดสอบและตรวจสอบเพียงแห่งเดียว โดยบุคลากรดังกล่าวต้องประกอบด้วย        ก) ผู้ควบคุมการทดสอบที่มีคุณวุฒิสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลไม่น้อยกว่า 5 ปีหรือมีคุณวุฒิวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ที่มีความรู้ความชำนาญประสบการณ์ผ่านงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะรับความดัน รวมทั้งระบบท่อและอุปกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน        ข) วิศวกรทดสอบที่มีคุณวุฒิภาคีวิศวกรหรือสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน        ค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 3 อย่างน้อย 3 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน        ง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ในทุกสาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง    (1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    (2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    (3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    (4) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    (5) จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T12:08:25"],
    [215,"96a9dd81-6f4c-4306-aedc-eeca8ce8aae1","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรอง หรือการต่ออายุใบรับรองเป็นวิศวกรทดสอบและตรวจสอบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1/2 (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-8aac-429f-80c5-63bcb46843a3",48,0,22,"วิศวกรทดสอบและตรวจสอบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1 หากประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรองต่อไปให้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองตามแบบ สธช./ข.2/1 ภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบรับรองเดิมสิ้นอายุ    ใบรับรองให้เป็นวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ มีอายุ 3 ปี     วิศวกรทดสอบและตรวจสอบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1 ต้องมีคุณสมบัติและคุณวุฒิดังต่อไปนี้    \n(1) เป็นนิติบุคคลมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท ชำระเต็มจำนวน    \n(2) มีการทำประกันภัยประเภทอุบัติภัยในช่วงที่ทำการทดสอบและตรวจสอบเพื่อคุ้มครองต่อชีวิตและร่ายกายของบุคคลอื่นในวงเงินไม่น้อยกว่า ห้าแสนบาทต่อหนึ่งคน และห้าล้านบาทต่อเหตุอุบัติเหตุหนึ่งครั้ง รวมทั้งคุ้มครองความเสียหายในทรัพย์สินของบุคคลอื่นในวงเงินไม่น้อยกว่า สิบล้านบาท    \n(3) มีสำนักงานที่แน่นอน สถานที่ปฏิบัติงานเหมาะสม และมีพื้นที่เพียงพอเพื่อใช้ในการเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทดสอบและตรวจสอบ    \n(4) มีบุคคลากรในการทดสอบและตรวจสอบ ซึ่งปฏิบัติงานวิชาการด้านทดสอบและตรวจสอบ ที่เป็นลูกจ้างประจำและปฏิบัติงานให้แก่ วิศวกรทดสอบและตรวจสอบเพียงแห่งเดียวโดยบุคลากรดังกล่าวต้องประกอบด้วย        ก) ผู้ควบคุมการทดสอบและตรวจสอบ ที่มีคุณวุฒิสามัญวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรที่มีความรู้ความชำนาญประสบการณ์ผ่านงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะรับความดันรวมทั้งระบบท่อและอุปกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน       \nข) ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ที่มีคุณวุฒิภาคีวิศวกรหรือสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน        \nค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 3 อย่างน้อย 3 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน        \nง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ในทุกสาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน    \n(5) มีเครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย        \nก) ชุดเครื่องมือตรวจสอบแนวเชื่อมเหล็ก ไม่น้อยกว่า 1 ชุด            \n- เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยรังสี (Radiographic Inspection)            \n- เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยคลื่นอุลตราโซนิค (Ultrasonic Inspection)            \n- เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยอนุภาคแม่เหล็ก (Magnetic Particle Inspection)            \n- เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยสารแทรกซึม (Liquid Penetrant Inspection)        \nข) ชุดเครื่องมือตรวจสภาพภาชนะบรรจุก๊าซและระบบท่อก๊าซ ไม่น้อยกว่า 1 ชุด            \n- เครื่องตรวจวัดความหนา (Ultrasonic Thickness Tester)            \n- เครื่องตรวจวัดความแข็ง (Hardness Tester)                    \nค) ชุดเครื่องมือทดสอบสภาวะภายใต้ความดันของภาชนะบรรจุก๊าซระบบท่อก๊าซระบบท่อก๊าซและกลอุปกรณ์นิรภัยต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 1 ชุด            \n- เครื่องสูบอัดน้ำแรงดันสูง (High Pressure Water Pump)            \n- มาตรวัดความดันมาตรฐาน (Standard Pressure Gauge)            \n- กลอุปกรณ์ปรับความดัน (Pressure Regulator)            \n- เครื่องทดสอบกลอุปกรณ์นิรภัย (Safety Relief Valve Tester)    \n(6) ต้องไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบรับรองวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา    เงื่อนไขทั่วไป    \n(1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n(2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    \n(3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n(4) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n(5) จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T12:01:00"],
    [216,"96aa100e-a2c3-4859-9f75-1d79fc46bd1b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากร ของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ (สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1/2) กรณีเพิ่มรายชื่อ และยกเลิกรายชื่อ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-fe99-4b10-b79b-0d0c15d196c7",41,0,12,"วิศวกรทดสอบและตรวจสอบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากรปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบ (เพิมเติม/ยกเลิก/แก้ไข) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายเป็นหนังสือ ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบ    \n1. วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ แบ่งเป็น 2 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบดังต่อไปนี้   \n1.1 วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 1 ต้องมีบุคคลากรในการทดสอบและตรวจสอบ ซึ่งปฏิบัติงานวิชาการด้านทดสอบและตรวจสอบ ที่เป็นลูกจ้างประจำและปฏิบัติงานให้แก่ วิศวกรทดสอบและตรวจสอบเพียงแห่งเดียวโดยบุคลากรดังกล่าวต้องประกอบด้วย        \nก) ผู้ควบคุมการทดสอบและตรวจสอบ ที่มีคุณวุฒิสามัญวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรที่มีความรู้ความชำนาญประสบการณ์ผ่านงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะรับความดันรวมทั้งระบบท่อและอุปกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน        \nข) ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ที่มีคุณวุฒิภาคีวิศวกรหรือสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน        \nค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 3 อย่างน้อย 3 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน        \nง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ตํ่ากว่าระดับ 2 ในทุกสาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน    \n1.2 วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ประเภทที่ 2 ต้องมีบุคคลากรในการทดสอบและตรวจสอบ ซึ่งปฏิบัติงานวิชาการด้านทดสอบและตรวจสอบ ที่เป็นลูกจ้างประจำและปฏิบัติงานให้แก่ วิศวกรทดสอบและตรวจสอบเพียงแห่งเดียวโดยบุคลากรดังกล่าวต้องประกอบด้วย        \nก) ผู้ควบคุมการทดสอบและตรวจสอบ ที่มีคุณวุฒิสามัญวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลหรือวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรที่มีความรู้ความชำนาญประสบการณ์ผ่านงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะรับความดัน รวมทั้งระบบท่อและอุปกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน        ข) ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ที่มีคุณวุฒิ ภาคีวิศวกรหรือสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน        \nค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 อย่างน้อย 2 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง    \n(1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n(2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    \n(3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n(4) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n(5) จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:57:35"],
    [217,"96aa28b2-1601-44d9-935f-816d0d1283df","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรอง หรือการต่ออายุใบรับรองเป็นผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ประเภทนิติบุคคล/บุคคล (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-2031-431d-8c04-50564b737fe3",43,0,17,"ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ประเภทนิติบุคคล ที่ประสงค์จะต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุก่อนใบรับรองหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน    คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้    \n(1) ดำเนินกิจการในรูปนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการตรวจสอบระบบไฟฟ้า    \n(2) กรณีที่เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท    \n(3) มีสำนักงานที่แน่นอนเป็นหลักแหล่งน่าเชื่อถือ    \n(4) ไม่เป็นผู้ที่กระทำผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ    \n(5) ไม่เป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนใบรับรองผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคลรวมกันตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป    \n(6) ไม่เป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนใบรับรองผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคลในระหว่างเวลาไม่เกิน 1 ปี หลังจากถูกเพิกถอน    \n(7) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทนิติบุคคล    \n(8) การดำเนินการตรวจสอบต้องใช้บุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทสามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงไฟฟ้ากำลัง    ผู้ยื่นขอต้องพร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่ตั้งสำนักงาน เครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในการใช้เครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ และใบรับรองการตรวจสอบความเที่ยงตรงตามมาตรฐานสากลตามระยะเวลาที่กำหนด โดยเครื่องมือวัดพื้นฐานในการตรวจวัดระบบไฟฟ้า ควรมีอย่างน้อยดังนี้        \n- เครื่องวัดปริมาณไอก๊าซแบบพกพา        \n- เครื่องตรวจวัดความร้อนแบบพกพา        \n- เครื่องตรวจวัดมัลติมิเตอร์แบบทั่วไป        \n- เครื่องตรวจวัดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลแบบฮอร์ทไลน์       \n- เครื่องตรวจวัดความต้านทานสายดินแบบฮอร์ทไลน์    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง    (1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n(2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    \n(3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n(4) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n(5) จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T12:00:03"],
    [218,"96aa3967-e0c5-4445-bef6-2d598f2b208f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรอง หรือการต่ออายุใบรับรองเป็นผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ประเภท นิติบุคคล/บุคคล (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-2eae-434e-80bb-0a1b6c9d19c0",43,0,16,"ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคล ภายในสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ที่ประสงค์จะต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุก่อนใบรับรองหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน    คุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้    \n(1) เป็นนิติบุคคล ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท ชำระเต็มจำนวน    \n(2) มีสำนักงานที่แน่นอนเป็นหลักแหล่งน่าเชื่อถือ    \n(3) ไม่เป็นผู้ที่กระทำผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ    \n(4) ไม่เป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนใบรับรองผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคลรวมกันตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป    \n(5) ไม่เป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนใบรับรองผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคลในระหว่างเวลาไม่เกิน 1 ปี หลังจากถูกเพิกถอน    \n(6) การดำเนินการตรวจสอบต้องใช้บุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทสามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงไฟฟ้ากำลัง หรือมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทภาคีวิศวกรที่สามารถตรวจสอบได้ตามขอบเขตจำกัดที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยวิศวกร    ผู้ยื่นขอต้องพร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่ตั้งสำนักงาน เครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในการใช้เครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ และใบรับรองการตรวจสอบความเที่ยงตรงตามมาตรฐานสากลตามระยะเวลาที่กำหนด โดยเครื่องมือวัดพื้นฐานในการตรวจวัดระบบไฟฟ้า ควรมีอย่างน้อยดังนี้        \n- เครื่องวัดปริมาณไอก๊าซแบบพกพา        \n- เครื่องตรวจวัดความร้อนแบบพกพา        \n- เครื่องตรวจวัดมัลติมิเตอร์แบบทั่วไป        \n- เครื่องตรวจวัดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลแบบฮอร์ทไลน์        \n- เครื่องตรวจวัดความต้านทานสายดินแบบฮอร์ทไลน์    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง    (1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n(2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    \n(3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n(4) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n(5) จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:59:47"],
    [219,"96b41461-a7df-4a16-bc07-9e89528b82a2","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากรของผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ประเภทที่ 1/2/3 (กรณีเพิ่มรายชื่อและยกเลิกรายชื่อ) (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-5473-4c55-a06e-190c61cc5787",41,0,20,"ผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ที่ประสงค์จะเพิ่มบุคลากรปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบจะต้องได้รับใบรับรองจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมอบหมายเป็นหนังสือ ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบ ผู้ทดสอบและตรวจสอบแบ่งเป็น 3 ระดับ ซึ่งแต่ละประเภทต้องมีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้   \n1. ผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ระดับที่ 1 มีบุคลากรดังต่อไปนี้        \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน โดยเป็นวิศวกรระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรและเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้             \n- เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุน้ำมัน หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์ มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี            \n- ได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าควบคุมการทดสอบของผู้ทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์และการออกใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ ลงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2546 หรือได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่วิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี             \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547 หรือในกรณีที่เป็นวิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าว จะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี             \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบและตรวจสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การขึ้นทะเบียนวิศวกรออกแบบ และการออกใบรับรองวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ พ.ศ. 2550 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 หรือในกรณีที่เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบตามประกาศดังกล่าว จะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี        \n(ข) วิศวกรทดสอบ เป็นวิศวกร ระดับหนึ่งระดับใดในสาขาหนึ่งสาขาใด ดังต่อไปนี้             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (ยกเว้นกรณีไม่ประสงค์จะตรวจสอบที่ตั้ง ลักษณะและระยะปลอดภัย)             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (ยกเว้นกรณีไม่ประสงค์จะตรวจสอบระบบไฟฟ้า)    \n2. ผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ระดับที่ 2 มีบุคลากรดังต่อไปนี้        \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบ จำนวนไม่น้อยกว่า 2คน โดยเป็นวิศวกรระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรและเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้             \n- เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุน้ำมัน หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์ มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี             \n- ได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าควบคุมการทดสอบของผู้ทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์และการออกใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ ลงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2546 หรือได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่วิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี             \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547 หรือในกรณีที่เป็นวิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าว จะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี             \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบและตรวจสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2 ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การขึ้นทะเบียนวิศวกรออกแบบ และการออกใบรับรองวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ พ.ศ. 2550ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 หรือในกรณีที่เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบตามประกาศดังกล่าว จะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี\n(ข) วิศวกรทดสอบ เป็นวิศวกร ระดับหนึ่งระดับใดในสาขาหนึ่งสาขาใด ดังต่อไปนี้             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 2คน             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (ยกเว้นกรณีไม่ประสงค์จะตรวจสอบที่ตั้ง ลักษณะและระยะปลอดภัย)             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (ยกเว้นกรณีไม่ประสงค์จะตรวจสอบระบบไฟฟ้า)        \n(ค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมภายใต้หลักสูตรของ The American Society for Nondestructive Testing (ASNT) หรือ American Welding Society (AWS) หรือ Welding Institute Society (WIT) หรือ The Japanese Society for Non-Destructive Inspection (JSNDI) หรือ The British Institute of Non-Destructive Testing (BINDT) หรือ International Institute of Welding (IIW) หรือสถาบันอื่นที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดใน 4 สาขาวิชา ไม่ต่ำกว่าระดับสองได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก และการทดสอบด้วยสารแทรกซึม จำนวนอย่างน้อย 2 คน หรือในสาขาวิชาหนึ่งสาขาวิชาใด อย่างน้อยสาขาละ 2 คน    \n3. ผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ระดับที่ 3 มีบุคลากรดังต่อไปนี้        \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบ จำนวนไม่น้อยกว่า 2คน โดยเป็นวิศวกรระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรและเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้             \n- เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุน้ำมัน หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์ มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี             \n- เป็นผู้ได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าควบคุมการทดสอบของผู้ทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 1 ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์และการออกใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ ลงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2546 หรือได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่วิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี             \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547 หรือในกรณีที่เป็นวิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าว จะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี             \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบและตรวจสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 1 ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การขึ้นทะเบียนวิศวกรออกแบบ และการออกใบรับรองวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ พ.ศ. 2550ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 หรือในกรณีที่เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบตามประกาศดังกล่าวจะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี        \n(ข) วิศวกรทดสอบ เป็นวิศวกร ระดับหนึ่งระดับใดในสาขาหนึ่งสาขาใด ดังต่อไปนี้             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน             \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้ว?","2023-12-06T11:57:46"],
    [220,"96b5c8af-3cbc-4aa2-8cf4-c982d99edda8","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกหนังสือรับรอง หรือการต่ออายุหนังสือรับรองเป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ระดับที่ 1/2/3 (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-3e55-432b-9114-6b1118e1f9e5",48,0,21,"ผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ระดับที่ 1 ที่ประสงค์จะขอต่ออายุหนังสือรับรองให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองภายในหกสิบวันก่อนวันที่หนังสือรับรองสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองแล้วให้ปฏิบัติการทดสอบและตรวจสอบต่อไปได้โดยถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองจนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน  ผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ระดับที่ 1 สามารถดำเนินการทดสอบและตรวจสอบรายการต่างๆ ในสถานที่ประกอบกิจการน้ำมันที่มีปริมาณของภาชนะบรรจุน้ำมันรวมกันไม่เกิน 360,000 ลิตร ดังต่อไปนี้       \n(1) ภาชนะบรรจุน้ำมันที่มีปริมาณไม่เกิน 30,000 ลิตร ได้แก่ ถังน้ำมัน ถังเก็บน้ำมันขนาดเล็ก ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ชนิดถังตามแนวนอน ถังเก็บน้ำมันใต้พื้นดิน ถังเก็บน้ำมันที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก และอุปกรณ์ เว้นแต่ถังเก็บน้ำมันในสถานที่ที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันโดยระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ        \n(2) ระบบท่อน้ำมัน ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ระบบป้องกันอันตรายจากการเก็บน้ำมัน ระบบป้องกันอันตรายจากการจ่ายน้ำมัน และอุปกรณ์        \n(3) ที่ตั้ง ลักษณะ และระยะปลอดภัยของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน    คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน ระดับที่ 1 และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นนิติบุคคลมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่าสามล้านบาท และเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกำหมายว่าด้วยวิศวกร        \n(2) ต้องจัดทำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยมีอายุตลอดเวลาที่เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ เพื่อคุ้มครองต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ในวงเงินไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทต่อหนึ่งคน รวมทั้งคุ้มครองความเสียหายในทรัพย์สินของบุคคลอื่นในวงเงินไม่น้อยกว่าสองล้านบาท        \n(3) ไม่เป็นผู้เคยกระทำการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และวิธีการ ตลอดจนข้อปฏิบัติในการทดสอบและตรวจสอบ อันทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบ หรือเกิดอันตรายแก่มนุษย์ ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม        \n(4) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองที่ออกให้ตามกฎกระทรวงนี้ ซึ่งยังไม่พ้นระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน        \n(5) มีผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้             \n(ก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน โดยเป็นวิศวกรระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร และเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้                   - เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุน้ำมัน หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์ มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี                   \n- ได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าควบคุมการทดสอบของผู้ทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์และการออกใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ ลงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2546 หรือได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่วิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี                   \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547 หรือในกรณีที่เป็นวิศวกรทดสอบตามประกาศดังกล่าว จะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี                   \n- เป็นผู้ควบคุมการทดสอบและตรวจสอบของวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การขึ้นทะเบียนวิศวกรออกแบบ และการออกใบรับรองวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ พ.ศ. 2550 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 หรือในกรณีที่เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบตามประกาศดังกล่าว จะต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี             \n(ข) วิศวกรทดสอบ เป็นวิศวกร ระดับหนึ่งระดับใดในสาขาหนึ่งสาขาใด ดังต่อไปนี้                   \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน                   \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (ยกเว้นกรณีไม่ประสงค์จะตรวจสอบที่ตั้ง ลักษณะและระยะปลอดภัย)                   \n- ระดับไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน (ยกเว้นกรณีไม่ประสงค์จะตรวจสอบระบบไฟฟ้า)   โดยผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้                   \n\n\n\n\n\n(ก) ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม                   \n(ข) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ                   \n(ค) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ                   \n(ง) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองเป็นผู้ปฏิบัติงานในการทดสอบและตรวจสอบซึ่งยังไม่พ้นระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน\n(6) มีเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบและตรวจสอบ จำนวนอย่างน้อย 1 ชุด ดังต่อไปนี้             \n(ก) ชุดเครื่องมือทดสอบสภาวะภายใต้ความดันของภาชนะบรรจุน้ำมัน และระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์                    \n- เครื่องสูบอัดอากาศ (Air Compressor)                   \n- เครื่องสูบอัดน้ำ (Pressure Water Pump)                  \n- มาตรวัดความดันมาตรฐาน (Standard Pressure Gauge)                   \n- อุปกรณ์ปรับความดัน (Pressure Regulator)                   \n- เครื่องทดสอบอุปกรณ์นิรภัย (Safety Relief Valve Tester)             \n(ข) ชุดเครื่องมือตรวจสอบระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า (ยกเว้น กรณีไม่ประสงค์ตรวจสอบระบบไฟฟ้า)                    \n- เครื่องมือวัดแรงดันไฟฟ้า (Volt Meter)                   \n- เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้า (Amp Meter)                   \n- เครื่องมือวัดความต้านทานของหลักสายดิน (Ground Tester)        \n(7) มีเครื่องหมายแสดงการทดสอบและตรวจสอบ โดยจะกำหนดเป็นตัวอักษร ตัวเลข ภาพหรือเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้    ในกรณีที่ผู้ทดสอบและตรวจสอบไม่ประสงค์จะดำเนินการตรวจสอบที่ตั้ง ลักษณะและระยะปลอดภัยของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมันหรือระบบไฟฟ้า สามารถทำได้ โดยมีเงื่อนไขตามที่กฎกระทรวงกำหนด เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา        \n(1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา        \n(2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม        \n(3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว        \n(4) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน        \n(5) จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:59:04"],
    [221,"96aa433e-8059-4afd-945e-bbeb01c5d68b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรองขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรออกแบบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-55cc-4088-a1d5-77105a58a485",31,0,13,"นิติบุคคลประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรออกแบบต้องยื่นคำขอตามแบบ สธช./ข.1/1 เมื่อกรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจสอบและพิจารณาว่าเป็นไปตามข้อกำหนดแล้ว ก็จะพิจารณาขึ้นทะเบียนให้ตามแบบ สธช./ท.1/1 วิศวกรออกแบบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมธุรกิจพลังงาน จึงจะเริ่มดำเนินการได้    วิศวกรออกแบบ ต้องมีคุณสมบัติและคุณวุฒิดังต่อไปนี้    \n1. เป็นนิติบุคคลมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาท ชำระเต็มจำนวน    \n2. มีสำนักงานที่แน่นอน สถานที่ปฏิบัติงานเหมาะสม    \n3. วิศวกรออกแบบ ต้องมีบุคลากรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่าสาขาละ 1คน    \n4. ต้องไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบรับรองวิศวกรออกแบบ ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง    กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T12:06:27"],
    [222,"96aa46df-1d48-4e77-abac-3ee13b01c422","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคคลากรของวิศวกรออกแบบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ กรณีเพิ่มรายชื่อ และยกเลิกรายชื่อ) (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d23-58fb-452e-a88d-ea43b723899b",26,0,10,"ผู้ที่ได้รับใบรับรองขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรออกแบบสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หากประสงค์จะเพิ่มรายชื่อบุคลากรทำหน้าที่ออกแบบ ต้องได้รับใบรับรองขึ้นทะเบียนบุคลากรจากกรมธุรกิจพลังงาน จึงจะดำเนินการได้    บุคลากรของวิศวกรออกแบบ ต้องมีคุณสมบัติและคุณวุฒิดังต่อไปนี้    \n1. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร    \n2. ต้องไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบรับรองวิศวกรออกแบบ ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา    เงื่อนไขทั่วไป สำหรับคำขอที่ผู้ยื่นคำขอยื่นด้วยตนเอง    กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม    พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:57:55"],
    [223,"96d610f6-8b2e-4582-bb5d-af8c0093e3d3","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ) (กธน.28) (ุ67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-d1d0-47f8-b842-af58ef8ad500",45,0,11,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบ ธพ.น. 3 พร้อมเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:18:51"],
    [224,"96d69dc4-15e8-46f9-aed0-c3caea89b6b8","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต) (กธน.30) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-d849-44d8-9bc4-97cc78b9d923",30,0,5,"1. การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จ ถูกต้องตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย \nหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ครบถ้วนถูกต้องแล้ว \n\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น \n\n3. การก่อสร้าง ผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551 กฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงว่าด้วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:38:52"],
    [225,"96d6b7b4-4c67-4fd7-b40a-44d8a5a2d0c2","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต) (กธน.29) (ุ67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-d50a-4a19-a87d-57eade9841e9",45,0,14,"1. ผู้รับใบอนุญาตรายใดประสงค์ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต ต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบ ธพ.น. 4\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. แผนผังบริเวณ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551 กฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงว่าด้วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:38:11"],
    [226,"96d82bbc-4f1c-4b7b-bfc9-6463926000f8","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการระบบขนส่งน้ำมันทางท่อ (ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต) (กธน.07) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-79c3-4e4c-b603-9f002ebbdc68",45,0,17,"1. ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ ซึ่งระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ หมายถึง ระบบที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายน้ำมันจากอุปกรณ์วัดปริมาตรน้ำมันผ่านท่อขนส่งน้ำมันต้นทางไปยังอุปกรณ์วัดปริมาตรน้ำมันที่ปลายทาง ซึ่งประกอบด้วยท่อ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการขนส่งน้ำมัน\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. แผนผังบริเวณ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ พ.ศ. 2564 กฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน พ.ศ. 2556 และประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำเครื่องหมายแสดงในบริเวณระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ \nพ.ศ. 2554\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:32:50"],
    [227,"96da64c9-84fb-4c29-9ed8-78ba5b830baf","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต) (กธน.26) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-cb7c-4a0d-8286-842fea31bb95",45,0,13,"1. ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงเก็บน้ำมันได้ ซึ่งสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม หมายถึง สถานที่เก็บน้ำมันชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ดังต่อไปนี้\n\n(ก) สถานที่เก็บน้ำมัน ชนิดไวไฟมาก ที่มีปริมาณเกิน 454 ลิตรขึ้นไป\n\n(ข) สถานที่เก็บน้ำมัน ชนิดไวไฟปานกลาง ที่มีปริมาณเกิน 1,000 ลิตรขึ้นไป\n\n(ค) สถานที่เก็บน้ำมัน ชนิดไวไฟน้อย ที่มีปริมาณเกิน 15,000 ลิตรขึ้นไป\n\nโดยปริมาณทั้งหมดของน้ำมันรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 ลิตร\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. แผนผังบริเวณ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551 กฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงว่าด้วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:33:04"],
    [228,"96da889a-2dae-428e-b6e0-4e0d3fdb9eab","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต) (กธน.27)  (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-ced5-4de7-9eb0-1f05c1b906f5",30,0,7,"1. การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จ ถูกต้องตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ครบถ้วนถูกต้องแล้ว\n\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น\n\n3. การก่อสร้าง ผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551 กฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการน้ำมัน พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงว่าด้วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n\nหมายเหตุ :\n\n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:33:17"],
    [229,"970ad3de-3279-4142-b9b2-57fcc260f335","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-1e04-4e53-a3f4-e3427ba8654e",42,0,16,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\nหมายเหตุ\n\tกรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\tพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\tระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\tจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\tเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้าง และติดตั้งระบบต่างๆ ตามแบบที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้น จะต้องจัดให้มีการทดสอบและตรวจสอบ โดยวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่ได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน และจัดส่งรายงานผลการทดสอบดังกล่าว เพื่อให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาออกใบอนุญาตต่อไป","2023-11-28T11:58:27"],
    [230,"970ab62b-243e-4402-90f8-a1da5f507fd5","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการที่เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติที่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในเชิงวิศวกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-4c04-427c-aa2d-be90855edcff",33,200,7,"ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของกิจการที่เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ ได้แก่คลังก๊าซธรรมชาติ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ และถังขนส่งก๊าซธรรมชาติที่ได้ใบรับอนุญาตแล้วซึ่งไม่ใช่การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงในเชิงวิศวกรรมต้องดำเนินการขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงกับกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะสามารถดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้    \nหมายเหตุ:    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n5. ผู้ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของกิจการที่เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตแล้วซึ่งไม่ใช่การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงในเชิงวิศวกรรม ต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงานกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-11-06T13:17:27"],
    [231,"970ade86-8dd4-4873-aec8-950597189ffd","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-5962-4a7a-b99f-9ea507dbd3c2",128,0,15,"ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 60 วันก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการทดสอบตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อภายในระยะเวลาที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดให้ และจัดส่งผลการทดสอบตรวจสอบดังกล่าวให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาภายหลังการทดสอบตรวจสอบแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เมื่อผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต กรมธุรกิจพลังงานจะนำรายงานผลการทดสอบตรวจสอบที่ได้ยื่นไว้แล้ว มาประกอบการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตต่อไป    \nอนึ่ง ในกรณีที่ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตยื่นคำขอในเดือนธันวาคมกรมธุรกิจพลังงานจะใช้เวลาในการดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตเพิ่มขึ้นจากระยะเวลาดำเนินการรวมในคู่มือฉบับนี้อีก   \n \n- 15วันทำการ กรณีความยาวท่อไม่เกิน 20 กิโลเมตร และ ไม่มีสถานี    \n- 20วันทำการ กรณีความยาวท่อมากกว่า 20 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีไม่เกิน 5 สถานี    \n- 30 วันทำการ กรณีความยาวท่อมากกว่า 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีมากกว่า 5 สถานี    \n\nหมายเหตุ:    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n5. ผู้ที่ได้รับการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้แล้ว ต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามช่วงเวลายื่นเรื่องและขนาดของโครงการได้ดังนี้\n\nกรณียื่นเรื่องในเดือนพฤศจิกายน\n- กรณีความยาวท่อไม่เกิน 20 กิโลเมตร และ ไม่มีสถานี : 43 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 20 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีไม่เกิน 5 สถานี : 63 วันทำการ\n-กรณีความยาวท่อมากกว่า 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีมากกว่า 5 สถานี: 98 วันทำการ\n\nกรณียื่นเรื่องในเดือนธันวาคม\n-กรณีความยาวท่อไม่เกิน 20 กิโลเมตร และ ไม่มีสถานี : 58 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 20 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีไม่เกิน 5 สถานี : 83 วันทำการ\n-กรณีความยาวท่อมากกว่า 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีมากกว่า 5 สถานี: 128 วันทำการ\n\nสาเหตุที่ระยะเวลาดำเนินการเพิ่มขึ้นจากกรณีการขอรับใบอนุญาต และขึ้นอยู่กับช่วงเวลายื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาต เป็นเพราะทุกกิจการควบคุม จะต้องดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี จึงมีปริมาณโครงการที่กรมธุรกิจพลังงานต้องให้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าวของปี","2023-11-06T13:16:50"],
    [232,"970c2de4-9cb9-4d46-8b53-3297b1d278c8","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-63f5-4a0b-9e25-3f015364f62c",128,0,10,"ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 60 วันก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการทดสอบตรวจสอบระบบภายในคลังก๊าซธรรมชาติภายในระยะเวลาที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดให้ และจัดส่งผลการทดสอบตรวจสอบดังกล่าวให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาภายหลังการทดสอบตรวจสอบแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เมื่อผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต กรมธุรกิจพลังงานจะนำรายงานผลการทดสอบตรวจสอบที่ได้ยื่นไว้แล้ว มาประกอบการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตต่อไป    \n\nหมายเหตุ: \n\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n5. ผู้ที่ได้รับการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติให้แล้ว ต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการออกใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติหากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามช่วงเวลายื่นเรื่องและขนาดของโครงการได้ดังนี้\n\nกรณียื่นเรื่องในเดือนพฤศจิกายน\n- กรณีคลังมีปริมาตรไม่เกิน 500,000 ลิตร: 53 วันทำการ\n- กรณีคลังมีปริมาตรมากกว่า500,000 ลิตร: 98 วันทำการ\n\nกรณียื่นเรื่องในเดือนธันวาคม\n- กรณีคลังมีปริมาตรไม่เกิน 500,000 ลิตร: 68 วันทำการ\n- กรณีคลังมีปริมาตรมากกว่า500,000 ลิตร: 128 วันทำการ\n\nสาเหตุที่ระยะเวลาดำเนินการเพิ่มขึ้นจากกรณีการขอรับใบอนุญาต และขึ้นอยู่กับช่วงเวลายื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาต เป็นเพราะทุกกิจการควบคุม จะต้องดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี จึงมีปริมาณโครงการที่กรมธุรกิจพลังงานต้องให้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าวของปี","2023-11-06T13:13:44"],
    [233,"970cb573-26cf-4ceb-9167-5b4d7556b71a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-2138-4778-876e-cbee66012e96",19,0,6,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้โดยดำเนินการตามขั้นตอนกระยะที่ 1 ก่อน แล้วจึงดำเนินการตามระยะที่2ที่กำหนดในคู่มือนี้\nหมายเหตุ\n\tกรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\tพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\tระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\tจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\tจะต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบระบบท่อ และอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ และตรวจสอบระบบไฟฟ้าพร้อมทั้งกรมธรรม์ประกันภัย และคู่มือขั้นตอนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตด้วย\n\tทั้งนี้ผู้ที่ประสงค์จะรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วัน \nนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการออกใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-11-28T11:58:36"],
    [234,"970cb581-dc99-422d-aea7-d9c5cb75e919","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-a9a0-4753-8c21-0d357fc751f3",19,0,9,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนระยะที่ 1 ก่อนจึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ที่กำหนดในคู่มือนี้โดยผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดเรียง เอกสารประกอบการพิจารณาตามลำดับรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอฯ ทั้งนี้ผู้ที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตจะต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับตั้งแต่ที่ได้รับหนังสือแจ้งหากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\nหมายเหตุ:\n1.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3.ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4.ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-28T12:02:57"],
    [235,"970cb5d9-c0ab-4c54-8183-813dc5d8688a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-a371-4b46-9073-cc01240b88b5",52,0,27,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนระยะที่ 1 ให้เรียบร้อยและเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งระบบต่างๆ ตามแบบที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้น ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการทดสอบและตรวจสอบ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ โดยวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน โดยผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะต้องแจ้งให้ กรมธุรกิจพลังงานทราบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนวัน ทำการทดสอบและตรวจสอบ จึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ที่กำหนดในคู่มือนี้ทั้งนี้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดเรียง เอกสารประกอบการพิจารณาตามลำดับรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอฯ\n\nหมายเหตุ:\n1.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3.ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4.ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-28T12:02:47"],
    [236,"970ce0af-1a0c-4b03-ac7e-af9e9f66805f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-3878-4643-b8d1-cb068f8a86e8",77,0,10,"ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต ภายใน 60 วันก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\n\nทั้งนี้ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการทดสอบภายในระยะเวลาที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดให้ แล้วจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาหลังจากทดสอบแล้วเสร็จ\n\nและเมื่อผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุกรมธุรกิจพลังงานจะนำรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าว ที่ได้ยื่นไว้แล้วมาประกอบการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต\n\nหมายเหตุ\n\n\tกรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\tพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\tระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\tจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\tผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\tถ้ายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตในเดือน พฤศจิกายน จะดำเนินการภายใน 57 วันทำการถ้ายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตในเดือนธันวาคม จะดำเนินการภายใน 77 วันทำการ","2023-11-28T11:57:19"],
    [237,"970cfc98-249f-447d-a0e0-9503096290d5","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-31de-49d5-982f-d48038f257b4",19,0,6,"ผู้ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานีบริการก๊าซธรรมชาติจากเดิมที่ขออนุญาตไว้ต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาต จึงจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานีบริการก๊าซธรรมชาติได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนระยะที่ 1 ก่อนแล้วจึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ที่กำหนดในคู่มือนี้\nหมายเหตุ\n\tกรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้อื่นยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\tพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\tระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\tจะมีการแจ้งผลพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\tจะต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบระบบท่อและอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติและตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีพร้อมทั้งกรมธรรม์ประกันภัยและคู่มือขั้นตอนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตด้วย\n\tทั้งนี้ผู้ที่ประสงค์จะรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติจะต้องนำใบอนุญาตฉบับจริงพร้อมทั้งหลักฐานการชำระเงินมารับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงานกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธรุกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-11-28T11:59:34"],
    [238,"970d2792-b8c9-4b87-812b-c929b51cdef5","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-60c4-4390-bdf7-d016d47baf84",53,0,6,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตต่อกรมธุรกิจพลังงาน โดยผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการต้องดำเนินการตามขั้นตอนในระยะที่ 1 ก่อน รวมทั้งต้องดำเนินการทดสอบและตรวจสอบคลังก๊าซธรรมชาติครบถ้วนทั้งโครงการเรียบร้อยแล้ว จึงจะดำเนินการในระยะที่ 2 ได้โดยในระยะที่ 2 กรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการตรวจสอบสถานที่ และสิ่งก่อสร้าง และตรวจสอบผลการทดสอบตรวจสอบระบบท่ออุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาออกคำสั่งออกใบอนุญาตประกอบกิจการต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\n\nหมายเหตุ:\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n5. จะต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกรมธรรม์ประกันภัย รายชื่อผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติและคู่มือขั้นตอนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตด้วย\n6. ผู้ได้รับการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติให้แล้ว ต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติหากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\n ระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n-กรณีคลังมีปริมาตรไม่เกิน 500,000 ลิตร: 28วันทำการ\n- กรณีคลังมีปริมาตรมากกว่า500,000 ลิตร: 53วันทำการ","2023-11-06T13:14:35"],
    [239,"970d3d57-3591-477b-b7b4-80f843047cbb","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-6741-4e32-95d2-bc96428bf3f4",53,0,6,"ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของโครงการคลังก๊าซธรรมชาติที่ได้รับอนุญาตแล้วในเชิงวิศวกรรมต้องดำเนินการตามขั้นตอนในระยะที่ 1 ก่อน รวมทั้งต้องดำเนินการทดสอบและตรวจสอบระบบภายในคลังก๊าซธรรมชาติในส่วนที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงครบถ้วนเรียบร้อยแล้วจึงจะดำเนินการในระยะที่ 2 ได้ โดยในระยะที่ 2 กรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้างและตรวจสอบผลการทดสอบ ตรวจสอบระบบท่ออุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพื่อพิจารณาออกคำสั่งออกใบอนุญาตประกอบกิจการต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\n\nหมายเหตุ:\n\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n5. จะต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งกรมธรรม์ประกันภัย รายชื่อผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติและคู่มือขั้นตอนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตด้วย\n\n6. ผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตการประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติให้แล้ว ต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงานกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งอนุญาต หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n- กรณีคลังมีปริมาตรไม่เกิน 500,000 ลิตร: 28วันทำการ\n- กรณีคลังมีปริมาตรมากกว่า500,000 ลิตร: 53วันทำการ","2023-11-06T13:15:31"],
    [240,"970d4bde-485c-463c-959c-cdaf00cee9b5","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-6e77-412e-bad3-3cbec5511355",53,0,13,"ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ได้รับอนุญาตแล้วในเชิงวิศวกรรมต้องดำเนินการตามขั้นตอนในระยะที่ 1 ก่อน รวมทั้งต้องดำเนินการทดสอบและตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อในส่วนที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงครบถ้วนเรียบร้อยแล้วจึงจะดำเนินการในระยะที่ 2 ได้ โดยในระยะที่ 2 กรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้างและตรวจสอบผลการทดสอบ ตรวจสอบระบบท่ออุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพื่อพิจารณาออกคำสั่งออกใบอนุญาตประกอบกิจการต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\n\nหมายเหตุ:\n\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n5. จะต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบความดันท่อและอุปกรณ์การตรวจสอบรอยเชื่อมแบบไม่ทำลายและอื่นๆที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งกรมธรรม์ประกันภัย รายชื่อผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติและคู่มือขั้นตอนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตด้วย\n\n6. ผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตการประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้แล้ว ต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงานกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งอนุญาตหากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n\n- กรณีความยาวท่อไม่เกิน 20 กิโลเมตร และ ไม่มีสถานี : 23 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 20 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีไม่เกิน 5 สถานี : 38 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีมากกว่า 5 สถานี: 53 วันทำการ","2023-11-06T13:18:13"],
    [241,"970e392b-6908-453d-b9ee-d8ccfea01a08","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (การขอความเห็นชอบรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ระยะที่ 2 ขั้นตอนการจัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-352c-41e8-9c65-5e06aa1da1f8",18,0,6,"เจ้าของโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนการขอความเห็นชอบรายงานด้านสิ่งแวดล้อมโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อระยะที่ 1 ขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบกลั่นกรองในเบื้องต้นและคณะทำงานฯมีมติเห็นควรเสนอต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อให้ความเห็นชอบรายงานฯแล้วจึงจะดำเนินตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ได้\n\nหมายเหตุ\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-06T13:13:15"],
    [242,"970e3c67-4395-4818-92a7-b158222339a6","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-2ea0-4122-acca-cd8a39238feb",42,0,17,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\nหมายเหตุ\n\tกรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\tพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\tระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\tจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\tเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้าง และติดตั้งระบบต่างๆ ตามแบบที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้น จะต้องจัดให้มีการทดสอบและตรวจสอบ โดยวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่ได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน และจัดส่งรายงานผลการทดสอบดังกล่าว เพื่อให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาออกใบอนุญาตต่อไป","2023-11-28T11:59:23"],
    [243,"970e665a-1cc7-4696-b5f4-e6511166b0ff","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-a686-419f-a726-183b5b82dfd6",36,0,28,"ผู้ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจากเดิมที่ได้รับอนุญาตไว้ต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาต จึงจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติได้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนระยะที่ 1 ให้เรียบร้อยและเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งระบบต่างๆ ตามแบบที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้น ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีการทดสอบและตรวจสอบ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ โดยวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน โดยผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะต้องแจ้งให้ กรมธุรกิจพลังงานทราบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนวัน ทำการทดสอบและตรวจสอบ จึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ที่กำหนดในคู่มือนี้ ทั้งนี้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดเรียงเอกสารประกอบการพิจารณาตามลำดับรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอฯ \n\nหมายเหตุ \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-28T12:01:00"],
    [244,"970eac20-5226-4a33-b06d-015c6cb2091c","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-52b4-49ca-9fdf-35c8e9b1e124",53,0,13,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องยื่นขออนุญาตต่อกรมธุรกิจพลังงาน โดยผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการต้องดำเนินการตามขั้นตอนในระยะที่ 1 ก่อน รวมทั้งต้องดำเนินการทดสอบและตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อครบถ้วนทั้งโครงการเรียบร้อยแล้ว จึงจะดำเนินการในระยะที่ 2 ได้ โดยในระยะที่ 2 กรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการตรวจสอบสถานที่ และสิ่งก่อสร้าง และตรวจสอบผลการทดสอบตรวจสอบระบบท่ออุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาออกคำสั่งออกใบอนุญาตประกอบกิจการต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\n\nหมายเหตุ:\n\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n5. จะต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบความดันท่อและอุปกรณ์ การตรวจสอบรอยเชื่อมแบบไม่ทำลาย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกรมธรรม์ประกันภัย รายชื่อผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติและคู่มือขั้นตอนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตด้วย\n\n6. ผู้ที่ได้รับการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้แล้ว ต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งอนุญาตประกอบกิจการ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n- กรณีความยาวท่อไม่เกิน 20 กิโลเมตร และ ไม่มีสถานี : 23 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 20 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีไม่เกิน 5 สถานี : 38 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 50 กิโลเมตร หรือ มีจำนวนสถานีมากกว่า 5 สถานี: 53 วันทำการ","2023-11-06T13:16:27"],
    [245,"9710f39c-3868-401d-a9cc-4adf45fc94ec","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-7545-4fce-8aa5-532508f4d049",78,0,49,"ผู้ได้รับใบอนุญาต ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ได้รับอนุญาตแล้วในเชิงวิศวกรรม ต้องดำเนินการขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงกับกรมธุรกิจพลังงานก่อน จึงจะสามารถดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยในระยะที่ 1 กรมธุรกิจพลังงานจะตรวจสอบรายละเอียดในคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง เอกสาร และหลักฐานว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากถูกต้องและครบถ้วน กรมธุรกิจพลังงานจะมีคำสั่งรับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไว้พิจารณาต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\nอนึ่ง เมื่อผู้ที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้รับคำสั่งรับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไว้พิจารณาแล้ว และเมื่อผู้ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ดำเนินการก่อสร้าง และติดตั้งระบบต่างๆตามแบบการก่อสร้าง และรายการคำนวณที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของโครงการและมีความประสงค์จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบระบบ ผู้ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบถึงวันทำการทดสอบและตรวจสอบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน (ยกเว้นการทดสอบแบบไม่ทำลาย)โดยการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวจะต้องจัดทำโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามเงื่อนไขของกรมธุรกิจพลังงาน และเมื่อผู้ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงดำเนินการทดสอบตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อดังกล่าวแล้วเสร็จทั้งโครงการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงจึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ต่อไป    \nหมายเหตุ:    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n- กรณีความยาวท่อไม่เกิน 20 กิโลเมตรและไม่มีสถานี : 33 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 20 กิโลเมตรแต่ไม่เกิน 50 กิโลเมตรหรือมีจำนวนสถานีไม่เกิน 5 สถานี : 53 วันทำการ\n- กรณีความยาวท่อมากกว่า 50 กิโลเมตรหรือมีจำนวนสถานีมากกว่า 5 สถานี: 78 วันทำการ","2023-11-06T13:18:05"],
    [246,"97134b59-190c-4fbc-94ff-fe933fc163eb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และการยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด (สำหรับการยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบโดยทางอิเล็กทรอนิกส์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","97133d9a-f57b-462e-86bf-204d362865ec",12,0,26,"หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดแล้ว หากผู้ค้าน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูล หรือยกเลิกรายละเอียดใดๆ จากที่เคยได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้ง (ธพ.ค 411) ซึ่งได้รับความเห็นชอบไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้แก่\n     การแจ้งเปลี่ยนแปลงแหล่งจัดหาน้ำมัน (การเพิ่มเติมแหล่งจัดหาโดยการนำเข้าจะกระทำได้ต่อเมื่อประกาศกรมธุรกิจพลังงานระบุว่าสำหรับวัตถุประสงค์การใช้งานนั้นๆ สามารถจัดหาน้ำมันโดยการนำเข้าได้ และการเพิ่มเติมแหล่งจัดหาโดยจัดซื้อจากผู้ค้าน้ำมันในประเทศรายอื่น ผู้ค้าน้ำมันที่จะจำหน่ายน้ำมันให้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงานเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันเรียบร้อยแล้ว)\n     การแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดเก็บน้ำมัน (กรณีที่จะเพิ่มเติมสถานที่จัดเก็บน้ำมันซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น จะต้องได้รับความยินยอมให้ใช้สถานที่หรือถังเก็บน้ำมันจากเจ้าของกรรมสิทธิ์)\n     การแจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการขนส่งน้ำมัน\n     การแจ้งเพิ่มปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน\n     การแจ้งเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับซื้อน้ำมัน\t\n     การแจ้งเปลี่ยนแปลงประเทศปลายทางที่มีการส่งออกน้ำมัน\n     การแจ้งเปลี่ยนแปลงรายชื่อด่านที่จะส่งออกน้ำมัน\n   โดยหากผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ผู้ค้าน้ำมันจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุมัติเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว และสามารถยื่นแบบแจ้ง ธพ.ค 411-1 พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของกรมธุรกิจพลังงาน https://eoffspec.doeb.go.th เพื่อขอความเห็นชอบต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ ก่อนวันที่ประสงค์จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนจึงจะดำเนินการได้\n   เมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ให้ความเห็นชอบแล้ว กรมธุรกิจพลังงานจะออกแบบบันทึกการแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด ตามแบบ ธพ.ค 412-1 เพื่อใช้เป็นหลักฐานคู่กับหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ\nหมายเหตุ\n1. การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ค้าน้ำมันไม่รวมถึงการโอนสิทธิ์ในการได้รับความเห็นชอบให้กับผู้ค้าน้ำมันรายอื่น\n2. กรมธุรกิจพลังงานจะไม่รับแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากผู้ค้าน้ำมันประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่นๆ ให้ยื่นขอรับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดจากกรมธุรกิจพลังงานใหม่\n3. ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์เปลี่ยนแปลงชื่อ ประเภทผู้ค้าน้ำมัน และสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ หากเป็นผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับอนุมัติการลงทะเบียนเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว โดยใช้แบบคำขอเปลี่ยนแปลง ต่ออายุ และยกเลิกทะเบียน เป็นผู้ยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบ ผู้ยื่นแบบแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบ และผู้ยื่นแบบรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบ ลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (แบบ ธพ.อ 2-2) และหากเป็นผู้ค้าน้ำมันที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ยื่นแบบแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยให้ยื่น ณ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน หรือตามสถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด\n4. ผู้ค้าน้ำมันที่ประสงค์จะยกเลิกการผลิตหรือการจำหน่าย ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยให้ยื่นหนังสือ\nพร้อมหนังสือรับรองฉบับจริงที่ต้องการยกเลิก ณ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน หรือตามสถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด\n5. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอจะแจ้งผลการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ค้าน้ำมันดำเนินการแก้ไขความบกพร่องของเอกสารภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้แจ้ง หากผู้ค้าน้ำมันไม่ดำเนินการ หรือดำเนินการไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่าผู้ค้าน้ำมันไม่ประสงค์จะดำเนินการใดๆ กับแบบแจ้งต่อไป และแบบแจ้งดังกล่าวจะถูกจำหน่ายออกจากสารบบ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งผลการพิจารณาผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์อันเนื่องมาจากความขัดข้องของระบบส่งข้อมูล ระบบรับข้อมูล หรือเหตุอื่นใด จะแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่ผู้ค้าน้ำมันได้แจ้งลงทะเบียนไว้\n6. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาการแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้แจ้งจะดำเนินการแก้ไขหนังสือแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n7. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับการแจ้งได้ตรวจสอบหนังสือแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n8. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผล ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ในขั้นตอนการลงทะเบียนในแบบ ธพ.อ 2-1 หรือสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงในแบบ ธพ.อ 2-2 ดังนี้\n1) รับด้วยตนเอง ณ ที่ทำการกรมธุรกิจพลังงานโดยกรมจะแจ้งการออกหนังสือรับรองให้ทราบทาง E-mail address ที่ผู้ค้าน้ำมันได้แจ้งลงทะเบียนไว้\n2) รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยกรมจะจัดส่งให้ตามที่อยู่ที่ผู้ค้าน้ำมันได้แจ้งลงทะเบียนไว้\nประกาศที่เกี่ยวข้อง\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง   กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นแบบแจ้งเพื่อขอความเห็นชอบ การยื่นแบบแจ้งเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง และยกเลิก รายละเอียดการได้รับความเห็นชอบ และการยื่นแบบรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเห็นชอบ ลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นขอความเห็นชอบการเติมสารเติมแต่งในน้ำมันเชื้อเพลิง และการยื่นขอความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2564\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซธรรมชาติสําหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2559\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซิน พ.ศ. 2562\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินพื้นฐาน พ.ศ. 2562 \n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. 2562 \n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันก๊าด พ.ศ. 2559\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2563\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเตา พ.ศ. 2562\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของเอทานอลแปลงสภาพ พ.ศ. 2548\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน พ.ศ. 2562\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลสำหรับเครื่องยนต์การเกษตร (ไบโอดีเซลชุมชน) พ.ศ. 2549\n   ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอมีเทนสำหรับยานยนต์ พ.ศ. 2561","2022-09-26T16:54:48"],
    [247,"970f1648-83e7-4ed7-af72-5ef3eb686543","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการคลังก๊าซธรรมชาติ (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-7888-49ab-be49-478699827495",78,0,50,"ผู้ได้รับใบอนุญาต ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของโครงการคลังก๊าซธรรมชาติที่ได้รับอนุญาตแล้วในเชิงวิศวกรรม ต้องดำเนินการขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงกับกรมธุรกิจพลังงานก่อน จึงจะสามารถดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยในระยะที่ 1 กรมธุรกิจพลังงานจะตรวจสอบรายละเอียดในคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง เอกสาร และหลักฐานว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากถูกต้องและครบถ้วน กรมธุรกิจพลังงานจะมีคำสั่งรับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไว้พิจารณาต่อไป โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้\n\nอนึ่ง เมื่อผู้ที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้รับคำสั่งรับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไว้พิจารณาแล้ว และเมื่อผู้ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ดำเนินการก่อสร้าง และติดตั้งระบบต่างๆตามแบบการก่อสร้าง และรายการคำนวณที่ได้รับความเห็นชอบเสร็จสิ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของโครงการและมีความประสงค์จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบระบบ ผู้ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบถึงวันทำการทดสอบและตรวจสอบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน (ยกเว้นการทดสอบแบบไม่ทำลาย)โดยการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวจะต้องจัดทำโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามเงื่อนไขของกรมธุรกิจพลังงาน และเมื่อผู้ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงดำเนินการทดสอบตรวจสอบระบบภายในคลังก๊าซธรรมชาติดังกล่าวแล้วเสร็จทั้งโครงการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงจึงจะดำเนินการตามระยะที่ 2 ต่อไป\n\nหมายเหตุ:\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\nระยะเวลาดำเนินการรวมของการบริการสามารถแบ่งตามขนาดของโครงการได้ดังนี้\n- กรณีคลังมีปริมาตรไม่เกิน 500,000 ลิตร: 43วันทำการ\n- กรณีคลังมีปริมาตรมากกว่า500,000 ลิตร: 78วันทำการ","2023-11-06T13:15:18"],
    [248,"97166e53-4e77-4abf-9ffd-8d9648aa3886","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ (N) (กธก. 7430-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-21fd-487f-b823-e46cf429a9e3",45,800,9,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด                เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3  ประเภทห้องบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว    1. ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อความเสียหายของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต    2. ลักษณะและระยะปลอดภัย ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบบำบัดน้ำเสียหรือแยกน้ำปนเปื้อนก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบอุปกรณ์นิรภัย ระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ของห้องบรรจุก๊าซ ต้องเป็นไปตามที่ได้เคยขออนุญาตไว้เดิม     3. ผลการทดสอบและตรวจสอบถัง ท่อ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน  ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว         3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:19:10"],
    [249,"97168e90-313b-4dfa-9bde-5e2f5893738a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (N) (กธก. 3230-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-d62e-4384-9cf5-14d7c394527b",45,800,9,"1. ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด    \n2. ผลการทดสอบและตรวจสอบถัง ท่อ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้    \nหมายเหตุ :    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    \n5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:18:25"],
    [250,"9716957e-21f1-464d-a48e-a391dd9a4d8e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 3210-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-cfc3-46ac-ac47-735083f961d9",45,0,14,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้        \nเงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตสถานประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว               1. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น              \n2. ต้องแสดงเอกสารการผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือผลการทำประชาพิจารณ์ หรือประชามติแสดงผลกรณีการก่อสร้างคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว              \n3. แผนผังบริเวณ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2564 และกฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2564 \nหมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T15:24:15"],
    [251,"971698ac-c893-4694-a065-7426e1c7d08a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 3210-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-d2d4-4b9f-82d2-51ae7a890218",30,800,10,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว    \nหมายเหตุ :    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    \n5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:24:33"],
    [252,"97169c12-b760-4287-9c06-862021418118","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 3240-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-d963-444e-8710-74b3220ec252",45,0,15,"ผู้ประกอบกิจการคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    \nเงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3\n1. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น              \n2. แผนผังบริเวณ แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2564 และกฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของสถานที่ประกอบกิจการก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2564   \nหมายเหตุ :    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T21:44:42"],
    [253,"97169e60-91a8-4102-b774-1856cf8ea7f4","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 3240-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-dc5b-4e7f-b4dd-17933518d3b2",30,800,10,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย      \nหมายเหตุ :    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    \n5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T21:44:52"],
    [254,"97169fb6-596e-445e-b92e-96144efa4276","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ (N) (กธก. 3930-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-e58d-4069-9d93-1064e78ee51c",45,600,9,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด    \nเงื่อนไขในการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ    \n1. ผลการทดสอบและตรวจสอบท่อ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน  ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้    \n2. แผนการบำรุงรักษาระบบขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ    \nหมายเหตุ :    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    \n5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:17:59"],
    [255,"9716a0c6-3ae3-4a3a-8578-8596f6ea5dc0","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 3910-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-df7b-4a37-ac67-130a8a0e641d",45,0,15,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    \nหมายเหตุ :   \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T15:21:22"],
    [256,"9716a22a-4c67-43b8-aeb6-b832964b3401","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 3910-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-e284-470c-a50c-7c3dfd32f7dc",30,600,8,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างระบบขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อแล้วเสร็จถูกต้อง    \nหมายเหตุ :  \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน     \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    \n5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:21:32"],
    [257,"9716a31c-2dd9-4af0-8240-204062a3c92f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 3940-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-e8ad-4b39-9d48-6ce6c1034480",45,0,16,"ผู้ประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด\nหมายเหตุ :    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T15:27:03"],
    [258,"9716a429-20dd-4ae4-93c7-9da9f8c2a91d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 3940-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-eba6-4a4d-87b7-4b478f048cac",30,600,8,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างระบบขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ    \nหมายเหตุ :    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    \n5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:27:15"],
    [259,"9716cb46-fdec-4223-b01b-76cca4253504","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่ 3 (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ ) (กธก.5630-0) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-61b3-4f39-9fe1-f7d54bd0a630",45,2000,9,"1. ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด    2. ผลการทดสอบและตรวจสอบถัง ท่อ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน  ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:18:13"],
    [260,"9716d302-3d34-47b7-9020-65003991d195","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง (N) (กธก.7730-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-b286-4303-954a-0b2176347b4a",45,2000,9,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด    ผลการทดสอบและตรวจสอบถัง ท่อ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน  ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:20:19"],
    [261,"9716d67a-11c9-4e45-ab72-c4489e12c4ff","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง ระยะที่ 1: ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 7710-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-abf3-4781-b6f5-e58556f025ee",45,0,12,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่ายลักษณะที่สองในเขตกรุงเทพมหานครต้องยื่นขออนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้ ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมการออกใบอนุญาตเมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จรวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้างเงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตสถานประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทร้านจำหน่าย\n1. อาคารเอกเทศห่างจากอาคารอื่นไม่น้อยกว่า 6 เมตรเก็บได้ไม่เกิน 6,000 กิโลกรัมถ้าห่างจากอาคารอื่นไม่ถึง 6 เมตรเก็บได้ไม่เกิน 1,200 กิโลกรัม\n2 ตึกแถวต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินอันเป็นที่ตั้งของตึกแถวข้างเคียงที่มีผนังร่วม\n3. ภายในห้องเก็บถังก๊าซฝาและผนังหรือฝ้าเพดานใช้วัสดุทนไฟ\n4. ต้องติดเครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซรั่ว 1 เครื่องบริเวณเก็บถัง\n5. ต้องติดเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งขนาด 6.8 กิโลกรัมจำนวน 3 เครื่อง\n6. สายไฟฟ้าภายในห้องเก็บก๊าซต้องร้อยในท่อโลหะชนิดที่ใช้ร้อยสายไฟ\n7. ต้องติดตั้งระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยแบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง\n8. ต้องผ่านการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานร้านจำหน่ายและโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว\n9. ต้องทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายอันเกิดจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3\nหมายเหตุ :\n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์โปรดแนบซองจ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจนพร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัดกำหนด","2023-12-06T15:25:56"],
    [262,"9716e119-4ab9-4b42-bcf9-79e791f97884","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ )","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-f8e5-4040-9002-878277544a7c",45,800,7,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด     เงื่อนไขในการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว    1. ลักษณะและระยะปลอดภัย ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบบำบัดน้ำเสียหรือแยกน้ำปนเปื้อนก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบอุปกรณ์นิรภัย ระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ของสถานีบริการ ต้องเป็นไปตามที่ได้เคยขออนุญาตไว้เดิม    2. ผลการทดสอบและตรวจสอบถัง ท่อ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน  ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:20:30"],
    [263,"9716e227-bf7d-45d9-9697-43be1316ed1e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-f27f-47b5-bb0f-a8fe36348e9e",45,0,16,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้    เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว     1. การดำเนินการตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยทางสาธารณะหรือทางหลวง เป็นต้น    - ได้ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามประกาศผังเมืองรวม (กรุงเทพมหานคร)    - ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร (แบบ อ.1)    - ได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมระหว่างบริเวณกับถนนสาธารณะหรือทางหลวง สำหรับยานพาหนะเข้า-ออก    - หนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดิน (กรณีผู้ขออนุญาตไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่)        2. การดำเนินการตามกฎกระทรวงสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2560 ว่าด้วยลักษณะและระยะปลอดภัยของภายนอก     - เขตสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องห่างจากเขตของสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ไม่น้อยกว่า 50 เมตร และต้องห่างจากสถานทูต สถานกงสุล สถานศึกษา สถานพยาบาลไม่น้อยกว่า 200 เมตร    - ทางเข้า-ออกติดกับถนนสาธารณะหรือทางหลวงที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร      - จุดเริ่มต้นทางเข้า-ออก ห่างจากจุดเริ่มโค้งของถนนสาธารณะหรือทางหลวง หรือจุดเริ่มโค้งของทางแยกที่อยู่ฝั่งเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 50 เมตร (ในกรุงเทพฯ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 30 เมตร)   - จุดเริ่มต้นทางเข้า-ออก ห่างจากจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเชิงลาดสะพานที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่งเกิน 1 ต่อ 50 ที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 50 เมตร    - มีทางเข้า-ออกแยกต่างหากจากกัน แต่ละทางมีความกว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร    3. การดำเนินการตามกฎกระทรวงสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2560 ว่าด้วยลักษณะและระยะปลอดภัยของภายใน    - มีกำแพงกันไฟสูงไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร โดยรอบ ยกเว้นด้านที่เป็นทางเข้า-ออก    - กำแพงกันไฟห่างจากตู้จ่ายก๊าซ ไม่น้อยกว่า 16 เมตร    - อาคารบริการเป็นอาคารสูงไม่เกินสองชั้น สร้างด้วยวัสดุถาวรและทนไฟ ไม่มีชั้นลอย และชั้นใต้ดิน - ห้องน้ำห้องส้วมที่สร้างขึ้นนอกอาคารบริการ ต้องมีระยะห่างจากรั้วโปร่ง ไม่น้อยกว่า 5 เมตร    - กรณีที่มีที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์อยู่ในสถานีบริการ ขอบที่ล้างรถยนต์หรือที่ยกรถยนต์ ต้องห่างจากเขตบริการ ไม่น้อยกว่า 2 เมตร    - ตู้จ่ายก๊าซห่างจากถังเก็บและจ่ายก๊าซ ไม่น้อยกว่า 3 เมตร    - ตู้จ่ายก๊าซห่างจากอาคารบริการ ไม่น้อยกว่า 6 เมตร    - ตู้จ่ายก๊าซห่างจากแนวเขตถนนสาธารณะหรือทางหลวง ไม่น้อยกว่า 7 เมตร    - ติดตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซแบบฝังไว้ในดิน    - ระยะห่างระหว่างผนังถังเก็บและจ่ายก๊าซ กับเขตบริการหรืออาคารบริการ ดังต่อไปนี้            - ถังเก็บและจ่ายก๊าซความจุ 500-10,000 ลิตร ไม่น้อยกว่า 5 เมตร            - ถังเก็บและจ่ายก๊าซความจุ 10,001-50,000 ลิตร ไม่น้อยกว่า 10 เมตร    - ระยะห่างระหว่างผนังถังเก็บและจ่ายก๊าซด้วยกัน ไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร    - ระยะห่างระหว่างผนังถังเก็บและจ่ายก๊าซ กับรั้วโปร่ง ไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร    - ระยะห่างระหว่างผนังถังเก็บและจ่ายก๊าซ กับเครื่องสูบน้ำมันเชื้อเพลิง (ถ้ามี) ไม่น้อยกว่า 20 เมตร    - ระยะห่างระหว่างผนังถังเก็บและจ่ายก๊าซ กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ฝังไว้ในดิน (ถ้ามี)    ไม่น้อยกว่า 20 เมตร    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T15:26:43"],
    [264,"9716e772-a0aa-4dab-ac89-1a9878165035","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง (N) (กธก.6140-0) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-a8c8-4dcf-ba6a-f979d029f7dd",30,800,13,"ผู้ประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงจะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบคำขอ ธพ.ก.4ข    เงื่อนไข กรณีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง       แก้ไขเลขที่ หรือสถานที่ตั้ง   เปลี่ยนแปลงตัวแทนค้าต่างก๊าซ (ผู้ค้าน้ำมันตาม มาตรา 7 )   เปลี่ยนแปลงระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์   รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบ ต้องใช้ในกรณีนี้ ภายใน 90 วัน ก่อนวันยื่นขออนุญาต      หมายเหตุ :    1. กรณีการย้ายถังขนส่งก๊าซไปตรึงไว้กับโครงรถขนส่งคันใหม่ (ยกเว้นการเปลี่ยนหัวลาก) ให้ยื่นคำขอตามแบบ ธพ.ก1ข เหมือนกันกับกรณีขออนุญาตใหม่ทุกประการ    2. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    5. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T21:45:03"],
    [265,"9716e386-8abb-4bf7-a288-c6c441b993d9","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับส่วนกลาง (N) (กธก.6130-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-a4f1-489c-8c97-d960e8ac75bf",30,800,9,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบฟอร์ม ธพ.ก.3 พร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วัน (เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนธันวาคม) ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตาม ที่กำหนด    เงื่อนไข  ในการยื่นขอและการพิจารณาต่ออายุอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3  ประเภทถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว    1. ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้กรมธุรกิจพลังงานต่ออายุใบอนุญาตประจำปีเมื่อได้มีการทดสอบ และตรวจสอบถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว    2. ผลการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว และอุปกรณ์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้ภายในปีนั้น    3. ก่อนที่จะทำการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซ และอุปกรณ์ เพื่อต่ออายุใบอนุญาตประจำปี ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตรวจสอบลักษณะของถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว  ให้เป็นไปตามที่ได้เคยได้รับอนุญาตไว้เดิม และถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดด้วย         หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. เมื่อได้รับหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตไปชำระค่าธรรมเนียมตามช่องทางที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือและต้องรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้งหากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารระบบต่อไป","2023-12-06T15:18:51"],
    [266,"9716e4b5-6cc0-44f5-b5d9-1adb3285cf88","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-a197-499e-a299-e2b35ec00507",15,800,9,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องยื่นคำขออนุญาตตามแบบ ธพ.ก.1ข และต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามแบบ ธพ.ก.2 ก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    เงื่อนไข   ในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว    1. ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้กรมธุรกิจพลังงานออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว    2. รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต้องใช้ในกรณีนี้ ภายใน 90 ก่อนวันยื่นขออนุญาต    3. การติดตั้งถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว บนรถขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว และรถไฟขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ประกาศใช้บังคับ  รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และข้อกำหนดการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนนของประเทศไทย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด    5. เมื่อได้รับหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตไปชำระค่าธรรมเนียมตามช่องทางที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือและต้องรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้งหากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารระบบต่อไป","2023-12-06T15:24:48"],
    [267,"9716e8c4-8a29-42e8-84f6-756370be3d37","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-fc17-4717-8852-b954ca659b04",45,0,17,"ผู้ประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้ แล้วแต่กรณี    เงื่อนไขในการยื่นเอกสารเป็นไปตามรายการที่ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว เช่น    - กรณีขอขยายแนวเขต เช่น เอกสารสิทธิในที่ดิน หนังสือแจ้งตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามประกาศผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T21:46:31"],
    [268,"9716ea29-eb16-4182-9e4b-cfaeae583005","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-f5b6-4351-9e3f-c46d8991fa76",30,800,4,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องและต้องมีใบรับรองมาตรฐาน อุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ใช้ในบริเวณอันตราย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:26:52"],
    [269,"9716ed5b-4de7-48e7-9563-3041dd7d3778","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-ff3a-45c9-98c2-d63ebaac444a",30,800,4,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T21:46:47"],
    [270,"9716f6d8-9162-49c4-89c7-64f05d08fcf3","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งการประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สอง (N) (กธก.5620-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-9e77-4d4d-b9a8-e97d7a2b7a88",1,0,11,"1. ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สอง ที่มีการเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มปริมาณตั้งแต่เกิน 500 ลิตรจนถึง1,000 ลิตร ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และต้องดำเนินการแจ้งประกอบกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อได้รับใบรับแจ้งจึงจะประกอบกิจการได้     2. การเลิกประกอบกิจการและการโอนกิจการควบคุมประเภทที่ 2 ผู้ประกอบกิจการต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าว    หมายเหตุ :    1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-06T15:20:51"],
    [271,"9716f75f-7b11-4a8a-baf0-67d73c350af1","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก.5611-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-1776-430c-aaea-04132b717257",45,0,10,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบระบบ ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้              การขอรับใบอนุญาตหรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม สำหรับถังก๊าซหุงต้ม ต้องยื่นเอกสารหลักฐานตาม และต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้    1. กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ พ.ศ. 2562            - ยื่นแบบแผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ใช้พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยรอบเขตสถานที่ใช้ ในรัศมีไม่น้อยกว่า 50.00 เมตร โดยแผนผังดังกล่าวต้องแสดงตำแหน่งที่สามารถทราบถึงบริเวณสถานที่ตั้งของสถานที่ใช้ได้อย่างชัดเจน            - ยื่นแบบผังบริเวณของสถานที่ใช้แสดงขอบเขตที่ดิน แนวเขตสถานที่ใช้ แสดงระยะปลอดภัยการติดตั้งถังก๊าซหุงต้ม รั้วโปร่ง เสากันชน และแสดงแนวท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการดับเพลิง รวมถึงทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 250 แต่ทั้งนี้ต้องแสดงรายละเอียดต่างๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน           -  ยื่นแบบติดตั้งถังก๊าซหุงต้ม             -  ยื่นแบบระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ ที่ต่อเข้ากับถังก๊าซหุงต้มไปจนถึงจุดใช้งาน           - ยื่นแบบผังระบบไฟฟ้าและอุปกณ์ เช่น เครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซรั่ว หรืออื่นๆ ถ้ามี โดยแสดงรายละเอียด ชนิดและขนาดของสายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และสายดิน ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด          - ยื่นแบบก่อสร้างรั้วโปร่ง เสากันชน กำแพงกันไฟ (ถ้ามี) และต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย คือ แปลนฐานราก รูปด้านและรูปตัด รายละเอียดส่วนต่างๆ ของรั้วโปร่งและประตูรั้วโปร่ง         - ยื่นแบบการติดตั้งระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยแบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T15:21:47"],
    [272,"9716fa59-fbea-4a42-aaee-387fe748ada0","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกระบอก ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก.5612-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-1075-415d-93b2-0b2d6278cf0a",45,0,13,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้              การขอรับใบอนุญาตหรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม สำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซ ต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้    1. กฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ พ.ศ. 2562            - ยื่นแบบแผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ใช้พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยรอบเขตสถานที่ใช้ ในรัศมีไม่น้อยกว่า 50.00 เมตร โดยแผนผังดังกล่าวต้องแสดงตำแหน่งที่สามารถทราบถึงบริเวณสถานที่ตั้งของสถานที่ใช้ได้อย่างชัดเจน            - ยื่นแบบผังบริเวณของสถานที่ใช้แสดงขอบเขตที่ดิน แนวเขตสถานที่ใช้ แสดงระยะปลอดภัยการติดตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซ หัวท่อรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว รั้วโปร่ง เสากันชน และแสดงแนวท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว เครื่องสูบน้ำดับเพลิง แหล่งน้ำดับเพลิง ที่เก็บสารเคมีสำหรับดับเพลิง เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการดับเพลิง สถานีดับเพลิง อาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ รวมถึงทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 250 แต่ทั้งนี้ต้องแสดงรายละเอียดต่างๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน           -  ยื่นแบบโครงสร้างฐานรากรองรับถังเก็บและจ่ายก๊าซที่นำมาติดตั้งพร้อมรายการคำนวณ           -  ยื่นแบบระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมรายการคำนวณ ที่ต่อเข้ากับถังเก็บและจ่ายก๊าซไปจนถึงจุดใช้งาน กรณีมีโครงสร้างรองรับท่อก๊าซฯ ให้แสดง แบบโครงสร้างรองรับท่อก๊าซฯ พร้อมรายการคำนวณ           - ยื่นแบบระบบท่อน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย คือ แหล่งน้ำและปริมาณกักเก็บน้ำ ขนาดและชนิดของท่อน้ำและอุปกรณ์ หัวท่อน้ำดับเพลิง เครื่องสูบน้ำพร้อมระบุแรงดันและอัตราสูบน้ำ ฐานรองรับระบบท่อน้ำดับเพลิงและเครื่องสูบน้ำดับเพลิง          - ยื่นแบบผังระบบไฟฟ้าและอุปกณ์ เช่น เครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซรั่ว หรืออื่นๆ ถ้ามี โดยแสดงรายละเอียด ชนิดและขนาดของสายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และสายดิน ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด          - ยื่นแบบก่อสร้างรั้วโปร่ง เสากันชน กำแพงกันไฟ (ถ้ามี) และต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย คือ แปลนฐานราก รูปด้านและรูปตัด รายละเอียดส่วนต่างๆ ของรั้วโปร่งและประตูรั้วโปร่ง          - ยื่นหนังสือรับรองของวิศวกรพร้อมสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของผู้ที่ออกแบบโครงสร้าง และระบบที่เกี่ยวข้อง    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T15:22:23"],
    [273,"9716f7cb-049f-4b61-9256-3e8496ef4dc5","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก.5611-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-1abc-48fd-9508-30934135c219",30,2000,4,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบ ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:22:04"],
    [274,"9716fac4-be4b-43c5-9aa7-758a57bd5060","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกระบอก ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก.5612-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-13fc-484f-81b3-42aaabeebae0",30,800,5,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:22:38"],
    [275,"9716fe65-6482-4e43-820b-9e696d7674ae","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกลม หรือแบบถังเย็น ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (5613-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-952f-44fb-a2f4-afcef9330213",45,0,12,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้              การขอรับใบอนุญาตหรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม สำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซ ต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้    1. กระทรวงสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ พ.ศ. 2562              - ยื่นแบบแผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ใช้พร้อมสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยรอบเขตสถานที่ใช้ ในรัศมีไม่น้อยกว่า 50.00 เมตร โดยแผนผังดังกล่าวต้องแสดงตำแหน่งที่สามารถทราบถึงบริเวณสถานที่ตั้งของสถานที่ใช้ได้อย่างชัดเจน            - ยื่นแบบผังบริเวณของสถานที่ใช้แสดงขอบเขตที่ดิน แนวเขตสถานที่ใช้ แสดงระยะปลอดภัยการติดตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซ หัวท่อรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว รั้วโปร่ง เสากันชน และแสดงแนวท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว เครื่องสูบน้ำดับเพลิง แหล่งน้ำดับเพลิง ที่เก็บสารเคมีสำหรับดับเพลิง เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการดับเพลิง สถานีดับเพลิง อาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ รวมถึงทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะ ให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 250 แต่ทั้งนี้ต้องแสดงรายละเอียดต่างๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน           -  ยื่นแบบโครงสร้างฐานรากรองรับถังเก็บและจ่ายก๊าซที่นำมาติดตั้งพร้อมรายการคำนวณ           -  ยื่นแบบระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมรายการคำนวณ ที่ต่อเข้ากับถังเก็บและจ่ายก๊าซไปจนถึงจุดใช้งาน กรณีมีโครงสร้างรองรับท่อก๊าซฯ ให้แสดงแบบโครงสร้างรองรับท่อก๊าซฯ พร้อมรายการคำนวณ           - ยื่นแบบระบบท่อน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย คือ แหล่งน้ำและปริมาณกักเก็บน้ำ ขนาดและชนิดของท่อน้ำและอุปกรณ์ หัวท่อน้ำดับเพลิง เครื่องสูบน้ำพร้อมระบุแรงดันและอัตราสูบน้ำ ฐานรองรับระบบท่อน้ำดับเพลิงและเครื่องสูบน้ำดับเพลิง           - ยื่นแบบผังระบบไฟฟ้าและอุปกณ์ เช่น เครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซรั่ว หรืออื่นๆ ถ้ามี โดยแสดงรายละเอียด ชนิดและขนาดของสายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และสายดิน ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด          - ยื่นแบบก่อสร้างรั้วโปร่ง เสากันชน กำแพงกันไฟ (ถ้ามี) และต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อย คือ แปลนฐานราก รูปด้านและรูปตัด รายละเอียดส่วนต่างๆ ของรั้วโปร่งและประตูรั้วโปร่ง          - ยื่นหนังสือรับรองของวิศวกรพร้อมสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของผู้ที่ออกแบบโครงสร้าง และระบบที่เกี่ยวข้อง    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T15:22:50"],
    [276,"9718321c-685a-4a95-aef5-a7b15c36bec4","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง ระยะที่ 2: ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7710-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-af2c-46b1-8003-b6876c7bce5c",30,2000,4,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือ\n รายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5.หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสาระบบต่อไป","2023-12-06T15:26:07"],
    [277,"9716fe9d-7cb4-4226-9d1d-c2901fec648b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกลม หรือแบบถังเย็น ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก.5613-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-0c56-4f9c-a490-f41492166eae",30,800,5,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:22:59"],
    [278,"9716fff8-720a-438c-9b8c-9e31c95bbb06","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก.5641-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-649b-47e7-bfb5-ffb378ec8ac5",45,0,10,"ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ที่มีการใช้ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม ปริมาณเกิน 1,000 ลิตรขึ้นไป ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T15:27:27"],
    [279,"97170065-0ad7-44a4-9d05-f934f3fdaf0f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้ม ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก.5641-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-67f5-47b2-bc9a-3faf4cc23964",30,2000,4,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:27:40"],
    [280,"971700f5-866a-4ed0-b034-ccac5089d3ce","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกระบอก ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก.5642-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-9845-4429-8d42-e08e254f1520",45,0,13,"ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ที่มีถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกระบอก ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T21:41:10"],
    [281,"9717014e-697b-4a85-a583-8b00b16f4909","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกระบอก ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก.5642-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-9b56-4bb2-9cf1-a3405c293e73",30,800,5,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T21:43:21"],
    [282,"971701d8-0923-4405-b985-5d66b4180659","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกลม หรือแบบถังเย็น ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก.5643-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-24ca-4cd7-a34c-a05a375638f3",45,0,15,"ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม ในเขตกรุงเทพมหานครและที่อื่นที่มีถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวแบบทรงกลมและถังเย็น ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน     4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T21:44:16"],
    [283,"97170230-87b8-4263-a3aa-65763399dc73","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม กรณีใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบบทรงกลม หรือแบบถังเย็นระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก.5643-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-2819-483d-8d47-ce0a06762e80",30,800,5,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด     5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T21:44:32"],
    [284,"971835f0-26b2-4be4-b990-7dffce05088e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง ระยะที่ 1: ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 7740-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-b5e7-489d-b843-c8314682dc17",45,0,10,"ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด                ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T21:47:05"],
    [285,"97183841-31e0-4358-b32f-8a4cfafc4ccf","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง ระยะที่ 2: ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7740-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-b934-4f12-b192-538b5b9c49b0",30,2000,4,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T21:47:15"],
    [286,"971839ef-f841-40a4-a430-034a3346c293","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ (N) (กธก. 7330-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-11c9-45cf-b889-09c09dd44c21",45,800,10,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด    เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาต่ออายุอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3  ประเภทโรงบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว    1. ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อความเสียหายของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต    2. ลักษณะและระยะปลอดภัย ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบบำบัดน้ำเสียหรือแยกน้ำปนเปื้อนก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบอุปกรณ์นิรภัย ระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ของโรงบรรจุ ต้องเป็นไปตามที่ได้เคยขออนุญาตไว้เดิม    3. รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบที่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบมาแล้วไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันเสร็จสิ้นการทดสอบและตรวจสอบ    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว         3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:19:54"],
    [287,"97183d34-3a8c-4dc0-9fb8-461a0e4a8550","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 7310-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-0b38-4cbf-b51e-a2f88dc5a162",45,0,15,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้              เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทโรงบรรจุ     1. การดำเนินการตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยทางสาธารณะหรือทางหลวง เป็นต้น              - ได้ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามประกาศผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร        - ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร  หรือมีหนังสือตอบรับการแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ตามมาตรา 39 ทวิ จากกรุงเทพมหานคร        - ได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมระหว่างบริเวณกับถนนสาธารณะหรือทางหลวง สำหรับยานพาหนะเข้า-ออก        - หนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดิน (กรณีผู้ขออนุญาตไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่)        - หนังสืออนุญาตให้เป็นตัวแทนค้าต่างของผู้ค้าน้ำมัน        - ผู้ขออนุญาตต้องจัดให้มีสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อความเสียหายของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต    2. ลักษณะและระยะปลอดภัยของภายนอก            - อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซต้องเป็นอาคารชั้นเดียว            - อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซต้องมีความสูงวันจากพื้นถึงเพดาสตรงยอดฝาหรือผนัง หรือยอดเสาที่ต่ำที่สุด ไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร          - อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซต้องอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือแนวเขตที่ดินของผู้อื่น ไม่น้อยกว่า 20 เมตร          - กรณีไม่อาจจัดให้อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือแนวเขตที่ดินของผู้อื่นถึง 20 เมตร ต้องสร้างกำแพงกันไฟด้านนั้นสูงไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร และห่างจากขอบอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซ ไม่น้อยกว่า 10 เมตร    3. ลักษณะและระยะปลอดภัยของภายใน          - มีรั้วโปร่งทำด้วยวัสดุทนไฟสูง ไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร ห่างจากขอบอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซและกองภาชนะบรรจุก๊าซ ไม่น้อยกว่า 7.5 เมตร            - อาคารที่ใช้บรรจุก๊าซและรั้วโปร่งต้องมีทางเข้า-ออกอย่างน้อย 2 ทาง          - ต้องจัดให้มีที่ว่างรอบอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซมีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 7.5 เมตร บริเวณที่ว่างนี้ต้องปรับพื้นให้เรียบ และสามารถรับน้ำหนักรถตั้งแต่ 20 ตันขึ้นไปได้            - ต้องจัดให้มีบริเวณสำหรับจอดยานพาหนะที่ใช้ขนส่งภาชนะบรรจุก๊าซ โดยบริเวณดังกล่าวต้องอยู่ห่างจากหัวจ่ายก๊าซในอาคารที่ใช้บรรจุก๊าซ ไม่น้อยกว่า 15 เมตร    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T15:25:34"],
    [288,"97184e05-dd57-4a80-bd9b-b8554ec7a59f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 7410-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-1b5b-4052-8040-4a8b63b286b9",45,0,14,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้              เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทห้องบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว     1. การดำเนินการตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยทางสาธารณะหรือทางหลวง เป็นต้น              - หนังสือแจ้งการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง        - ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร  หรือมีหนังสือตอบรับการแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ตามมาตรา 39 ทวิ จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น        - ได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมระหว่างบริเวณกับถนนสาธารณะหรือทางหลวง สำหรับยานพาหนะเข้า-ออก        - หนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดิน (กรณีผู้ขออนุญาตไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่)        - หนังสืออนุญาตให้เป็นตัวแทนค้าต่างของผู้ค้าน้ำมัน        - ผู้ขออนุญาตต้องจัดให้มีสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อความเสียหายของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต    2. การดำเนินการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 28 ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2514            - ห้องบรรจุก๊าซต้องอยู่ห่างจากแนวเขตที่ดินของผู้อื่น ไม่น้อยกว่า 12 เมตร            - กรณีห้องบรรจุก๊าซห่างจากแนวเขตที่ดินของผู้อื่นน้อยกว่า 12 เมตร ต้องสร้างกำแพงกันไฟสูงไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร และกำแพงกันไฟต้องห่างจากขอบห้องบรรจุ ไม่น้อยกว่า 6 เมตร            - กรณีเป็นห้องบรรจุก๊าซที่ใช้ก๊าซจากถังก๊าซหุงต้ม ต้องมีปริมาณก๊าซรวมกันไม่เกิน 2,000 ลิตร          - กรณีเป็นห้องบรรจุก๊าซที่ใช้ก๊าซจากถังเก็บและจ่ายก๊าซต้องตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซแบบเหนือพื้นดิน    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T15:25:14"],
    [289,"971880c1-5e39-4f71-abda-069247531ece","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมัน (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต) (กธน.33) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-deb2-4e49-a07d-1b9f5c516b69",45,0,9,"1. ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมัน ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อน  จึงเก็บน้ำมันได้ โดยกฎกระทรวงถังขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2558 ระบุว่า \n - ถังขนส่งน้ำมัน หมายความว่า ภาชนะสำหรับบรรจุน้ำมันเพื่อใช้ในการขนส่งน้ำมันที่มีปริมาณความจุเกิน 500 ลิตรขึ้นไป ที่นำมาตรึงไว้กับตัวโครงรถหรือแคร่รถไฟ หรือที่สร้างเข้าไว้ด้วยกันกับตัวรถ\n- รถขนส่งน้ำมัน หมายความว่า รถที่มีถังขนส่งน้ำมันติดตรึงอยู่อย่างถาวรกับตัวโครงรถ หรือสร้างถังขนส่งน้ำมันเข้าไว้กับตัวรถ ซึ่งเป็นรถที่จดทะเบียนให้เป็นรถบรรทุกวัสดุอันตรายหรือรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และให้หมายความรวมถึงรถขนส่งน้ำมันที่ใช้เติมน้ำมันให้อากาศยานในสนามบินที่ไม่ได้จดทะเบี่ยนให้เป็นรถบรรทุกวัสดุอันตรายหรือรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก\n- รถไฟขนส่งน้ำมัน หมายความว่า รถไฟที่มีถังขนส่งน้ำมันติดตรึงอยู่อย่างถาวรกับตัวโครงรถไฟหรือแคร่รถไฟ   \n- แบบก่อสร้างและรายการคำนวณที่เหมือนกัน หมายความว่า แบบก่อสร้างถังขนส่งน้ำมันและรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงที่มีรายละเอียดการออกแบบก่อสร้างทางกายภาพและทางวิศวกรรมศาสตร์เหมือนกันทุกประการ เพื่อนำมาใช้ประกอบการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ขอรับใบอนุญาตรายเดียวกันเป็นจำนวนหลายถังในคราวเดียวกัน\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพ  \n    สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น    \n3. แบบก่อสร้างและรายการคำนวน ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งน้ำมันโดยถังขนส่งน้ำมัน และกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n    หมายเหตุ :    \n1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด","2023-12-06T11:21:03"],
    [290,"97183ec8-9dea-49bf-9dcd-9875f30cb718","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7310-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-0e6a-4314-b86a-f9f04d6a2f9d",30,800,6,"การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามแบบที่ยื่นขออนุญาต มีผลการทดสอบถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยแล้ว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสาระบบต่อไป","2023-12-06T15:25:45"],
    [291,"971845be-6824-4bff-8bbe-2f16c68aede3","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 7340-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-1513-417f-9d45-1fc5f114bed4",45,0,14,"ผู้ประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้    เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม ประเภทโรงบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว    ผู้ประกอบกิจการยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการที่ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เช่น    - กรณีขอขยายแนวเขต เช่น เอกสารสิทธิในที่ดิน หนังสือแจ้งตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามประกาศผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร    - กรณีเปลี่ยนแปลงตัวแทนค้าต่าง เช่น หนังสืออนุญาตให้เป็นตัวแทนค้าต่างของผู้ค้าน้ำมันรายใหม่    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา         2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T21:45:40"],
    [292,"9718467c-612f-4f2f-bf9e-56c30fd4175e","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7340-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-1818-4cbd-b8fb-3dc74a071449",30,800,7,"การขอรับใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสาระบบต่อไป","2023-12-06T21:45:52"],
    [293,"97184785-6ba3-4f4a-8734-819cd715071f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง (N) (กธก. 7830-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-2f36-4c20-884a-936ed5e7019d",45,2000,8,"ใบอนุญาตประกอบกิจการมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบฟอร์มที่กำหนด    ผลการทดสอบและตรวจสอบถัง ท่อ อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างปีที่ออกใบอนุญาต หรือเพื่อการอื่นที่ถูกต้องและครบถ้วน  ให้ใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตได้    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:20:08"],
    [294,"9718491f-4ac2-446b-9e5e-8f0771a6d980","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ระยะที่ 1: ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-4a7d-4eb0-ac86-529b0d54112e",45,0,11,"ผู้ใดประสงค์ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นขออนุญาต และต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง    เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว    1. ต้องเป็นอาคารเอกเทศสร้างด้วยวัสดุทนไฟเก็บก๊าซได้ 1000 ลิตร ขึ้นไป ถ้าห่างจากเขตที่ดินอื่นไม่ถึง 20 เมตร ต้องมีรั้วโปร่งหรือกำแพงกันไฟตามกฎกระทรวง ฯ              2. ฝ้าผนังทำด้วยวัสดุทนไฟและผนังทุกด้านต้องมีช่องระบายอากาศในระดับชิดพื้น              3. ติดตั้งเครื่องส่งเสียงดังเมื่อก๊าซรั่วชนิดที่กรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบตามกฎกระทรวง ฯ              4. ติดตั้งระบบดับเพลิงตามกฎกระทรวงฯ              6. สายไฟฟ้าภายในโรงเก็บต้องร้อยในท่อโลหะชนิดที่ร้อยสายไฟ              7. ต้องมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมเรื่องก๊าซปิโตรเลียมเหลวรับผิดชอบดูแลโรงเก็บก๊าซ              8. ต้องทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายอันเกิดจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T15:26:17"],
    [295,"971849c4-fcae-4aaa-b92c-aa7ca4a6f0a0","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7810-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-2b89-4a70-ab37-a4319430ba06",30,2000,5,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T15:26:30"],
    [296,"97184ac9-83be-4665-ac32-5a314e37d0bb","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 78140-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-43b8-4b4e-b87a-32b691cd6d75",45,0,13,"ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง    เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประเภทโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว              1. ระยะห่างระหว่างแนวเขตที่ดินกับโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องห่างไม่น้อยกว่า 20 เมตร    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T21:46:08"],
    [297,"97184b36-c938-4ee4-b67b-b7c7ff0003ca","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7840-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-46da-4886-b873-caa479fe3b60",30,2000,5,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป","2023-12-06T21:46:20"],
    [298,"97184e62-7594-4b5c-88f1-bb588c17839f","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7410-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-1e97-424c-ad58-f659a7cb5357",30,800,6,"การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จถูกต้อง ตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์ หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยครบถ้วนถูกต้องแล้ว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสาระบบต่อไป","2023-12-06T15:25:24"],
    [299,"97185064-ecf8-465f-917a-da93d5db267a","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต (N) (กธก. 7440-1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-2538-4967-9bda-381530d80fb1",45,0,14,"ผู้ประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ จะต้องยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบที่กำหนด    ผู้ขอรับใบอนุญาตจะขอให้ออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต พร้อมการออกใบอนุญาต เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่และสิ่งก่อสร้าง พร้อมทดสอบถัง ท่อ อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้                เงื่อนไขในการยื่นขอและการพิจารณาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม ประเภทสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว    ผู้ประกอบกิจการยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการที่ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เช่น    - กรณีเปลี่ยนแปลงตัวแทนค้าต่าง เช่น หนังสืออนุญาตให้เป็นตัวแทนค้าต่างของผู้ค้าน้ำมันรายใหม่    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T21:45:17"],
    [300,"971850ad-cd83-4920-8c24-4d868a31f701","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ ระยะที่ 2 : ขั้นตอนออกใบอนุญาต (N) (กธก. 7440-2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-286b-4d7f-bf0e-08f93044d49b",30,800,6,"การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต และก่อสร้างในรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วเสร็จ หากมีการก่อสร้างถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อก๊าซปิโตรเลียมเหลวและอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า หรือระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย จะต้องมีผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวด้วย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด    5. หากออกใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับภายในกำหนดเวลา ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสาระบบต่อไป","2023-12-06T21:45:29"],
    [301,"971857b7-676f-4154-885e-ab6962a8027d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งการประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่หนึ่ง (N) (กธก.7720-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-bc7c-4dc8-8346-e7552908cca5",1,0,11,"1. ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่หนึ่ง ที่มีการเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวปริมาณตั้งแต่เกิน 150 ลิตร จนถึง 500 ลิตร ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และต้องดำเนินการแจ้งประกอบกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้รับใบรับแจ้งจึงจะประกอบกิจการได้    2. การเลิกประกอบกิจการและการโอนกิจการควบคุมประเภทที่ 2 ผู้ประกอบกิจการต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-06T15:20:41"],
    [302,"97187146-81a9-4ef5-96f9-eb17eac8653b","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับแจ้งการประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่หนึ่ง (N) (กธก. 7820-0)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d23-bfd3-4a3c-8089-597e9bc052e7",1,0,11,"1. ผู้ประกอบกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่หนึ่ง ที่มีการเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวปริมาณตั้งแต่เกิน 500 ลิตร จนถึง 1000 ลิตร ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และต้องดำเนินการแจ้งประกอบกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้รับใบรับแจ้งจึงจะประกอบกิจการได้    2. การเลิกประกอบกิจการและการโอนกิจการควบคุมประเภทที่ 2 ผู้ประกอบกิจการต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าว         หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-06T15:21:05"],
    [303,"971a7eb9-c8c1-4c83-8cd8-6f36c3af98db","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมัน (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต) (กธน.34) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-e209-425b-8642-6eac1792e739",30,250,7,"1.การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตก่อสร้างถังขนส่งแล้วเสร็จ และมีการทดสอบถังขนส่งน้ำมัน \n2.ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น \n3. การก่อสร้าง และติดตั้ง ผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งน้ำมันโดยถังขนส่งน้ำมัน และกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\n4. แบบก่อสร้างและรายการคำนวณที่เหมือนกัน หมายความว่า แบบก่อสร้างถังขนส่งน้ำมันและรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงที่มีรายละเอียดการออกแบบก่อสร้างทางกายภาพและทางวิศวกรรมศาสตร์เหมือนกันทุกประการ เพื่อนำมาใช้ประกอบการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ของผู้ขอรับใบอนุญาตรายเดียวกันเป็นจำนวนหลายถังในคราวเดียวกัน\n หมายเหตุ :    1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง  ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T11:32:22"],
    [304,"971ad4cf-f93d-4c0a-9236-7599b892d4a9","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมัน (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 1 ขั้นตอนออกคำสั่งรับคำขอรับใบอนุญาต) (กธน.36) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-e847-4bd7-8dc9-4e5b5383fc35",45,0,12,"1. ผู้รับใบอนุญาตรายใดประสงค์ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของถังขนส่งน้ำมัน ให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต ต้องยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบ ธพ.น. 4ข\n2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น \n3. แบบก่อสร้างและรายการคำนวณ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งน้ำมันโดยถังขนส่งน้ำมัน และกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง\nหมายเหตุ :    1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T11:37:11"],
    [305,"971ae315-6eaa-47d1-86b0-2e8f37fe05eb","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการถังขนส่งน้ำมัน (การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต) (กธน.37) (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d22-eb89-42dc-b971-0b50bef74903",30,0,3,"1. การพิจารณาออกใบอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ดำเนินการก่อสร้างสถานประกอบการแล้วเสร็จ ถูกต้องตรงตามที่กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนด มีผลการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งน้ำมันเเละระบบที่เกี่ยวข้องครบถ้วนถูกต้องแล้ว (เฉพาะกรณีการเเก้ไขเปลี่ยนเเปลงเชิงวิศวกรรม)    2. ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นต้น    3. การก่อสร้างติดตั้ง และผลการทดสอบและตรวจสอบด้านความปลอดภัย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งน้ํามันโดยถังขนส่งน้ํามัน และกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง    \nหมายเหตุ :    1. หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด","2023-12-06T11:37:21"],
    [306,"9724db28-2be9-4379-885a-cdf225da2ffa","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ )","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-e358-463b-9d1b-c8ab9c9cfd3c",77,0,11,"ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต ภายใน 60 วันก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้ ผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตต้องจัดให้มีการทดสอบและตรวจสอบ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ โดยวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงานโดยต้องดำเนินการทดสอบตามเดือนที่เคยได้รับอนุญาตครั้งแรก และผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะต้องแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ ก่อนวันทำการทดสอบและตรวจสอบ ต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบ พร้อมรายงานผลตรวจสอบระบบไฟฟ้าต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายใน 7 วันทำการ นับจากการทดสอบเสร็จสิ้น และเมื่อผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่อกรมธุรกิจพลังงาน จะนำรายงานผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวที่ยื่นไว้แล้วมาประกอบการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต ถ้ายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตในเดือนพฤศจิกายนกรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 57 วันทำการ นับจากวันที่รับคำขอฯ ถ้ายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตในเดือนธันวาคม กรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 77 วันทำการ นับจากวันที่รับคำขอฯ โดยผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดเรียงเอกสารประกอบการพิจารณาตามลำดับรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอฯ ทั้งนี้ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติต้องนำหลักฐานการชำระเงินไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ที่ศูนย์บริการกรมธุรกิจพลังงานภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบต่อไป    \n\nหมายเหตุ    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-28T12:02:08"],
    [307,"9752d5f3-e367-449b-a359-6ba6a3895863","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรอง หรือการต่ออายุใบรับรองเป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ (สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 1/2/3 (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d21-f5dc-4125-b95a-aa439b152162",48,0,25,"ผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ (สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้                 \n- ผู้ทดสอบและตรวจสอบ (สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 1 มีขอบเขตสามารถดำเนินการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ ดังต่อไปนี้ คือ ถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ และถังขนส่งก๊าซชนิดรูปทรงกระบอก (Bullet Type) ได้ไม่จำกัดความจุรวมถึงถังเก็บและจ่ายก๊าซรูปทรงกลม (Sphere Type) และการติดตั้งระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ของสถานประกอบการ ในกิจการทุกประเภทไม่จำกัดการเก็บก๊าซ              \n- ผู้ทดสอบและตรวจสอบ (สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 2 มีขอบเขตสามารถดำเนินการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซดังต่อไปนี้คือ ถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ และถังขนส่งก๊าซชนิดรูปทรงกระบอก (Bullet Type) ที่มีความจุไม่เกิน 300,000 ลิตร และการติดตั้งระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ของสถานประกอบการในกิจการสถานที่บรรจุก๊าซ รถขนส่งก๊าซ ห้องบรรจุก๊าซ และสถานที่เก็บก๊าซรวมกันไม่เกิน 300,000 ลิตร              \n- ผู้ทดสอบและตรวจสอบ (สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 3 มีขอบเขตสามารถดำเนินการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซได้เฉพาะ ถังก๊าซหุงต้ม และการติดตั้งระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ของสถานประกอบการในกิจการสถานที่เก็บก๊าซและห้องบรรจุก๊าซที่เก็บก๊าซรวมกันไม่เกิน 2,000 ลิตร เท่านั้น     \n เงื่อนไข    \n1. ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ (สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 1 จะต้องยื่นขอใบรับรอง ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบ ใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ ใบรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าควบคุมการทดสอบ หรือวิศวกรทดสอบ หรือผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ให้มีอายุ 3 ปี และหากประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรองต่อไปให้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองตามแบบ ข.1 หรือแบบ ข.2 ภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบรับรองเดิมสิ้นอายุ    \n2. ผู้ทดสอบและตรวจสอบ(สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 1 ต้องมีคุณสมบัติและคุณวุฒิดังต่อไปนี้         \n2.1 ต้องดำเนินกิจการในรูปนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทไม่น้อยกว่ายี่สิบล้านบาทชำระเต็ม         \n2.2 มีการทำประกันภัยประเภทอุบัติภัย เพื่อคุ้มครองต่อชีวิตและร่ายกายของบุคคลอื่นในวงเงินไม่น้อยกว่า ห้าแสนบาทต่อหนึ่งคน และห้าล้านบาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง รวมทั้งคุ้มครองความเสียหายในทรัพย์สินของบุคคลอื่นในวงเงินไม่น้อยกว่า สิบล้านบาท         \n2.3 มีสำนักงานที่แน่นอน สถานที่ปฏิบัติงานเหมาะสม และมีพื้นที่เพียงพอเพื่อใช้ในการเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทดสอบและตรวจสอบ         \n2.4 มีผู้ปฏิบัติงานวิชาการด้านทดสอบและตรวจสอบ ที่เป็นลูกจ้างประจำและปฏิบัติงานให้แก่ ผู้ทดสอบและตรวจสอบเพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยบุคลากรดังกล่าวต้องประกอบด้วย                  \nก) หัวหน้าควบคุมการทดสอบ ที่มีคุณวุฒิสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ที่มีความรู้ความชำนาญประสบการณ์งานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะรับความดัน รวมทั้งระบบท่อและอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ ระบบท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน และมีคุณวุฒิสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ที่มีความรู้ความชำนาญประสบการณ์งานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะรับความดัน รวมทั้งระบบท่อและอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ ระบบท่อและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน                  \nข) วิศวกรทดสอบ ที่มีคุณวุฒิภาคีวิศวกร หรือสามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน               \nค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ อย่างน้อย 3 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม และมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผู้ทดสอบโดยไม่ทำลายสำหรับผู้ทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ของกรมธุรกิจพลังงาน หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่าระดับ 3 โดยการตรวจรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน หรือสาขาละ 1 คน\nง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ในทุกสาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม และมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผู้ทดสอบโดยไม่ทำลายสำหรับผู้ทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ของกรมธุรกิจพลังงาน หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่าระดับ 2 โดยการตรวจรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน หรือสาขาละ 2 คน   \n2.5 มีเครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย               \nก) ชุดเครื่องมือตรวจสอบแนวเชื่อมเหล็ก ไม่น้อยกว่า 3 ชุด  เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยรังสี (Radiographic Inspection) เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยคลื่นอุลตราโซนิค (Ultrasonic Inspection) เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยอนุภาคแม่เหล็ก (Magnetic Particle Inspection) เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยสารแทรกซึม (Liquid Penetrant Inspection)\nข) ชุดเครื่องมือตรวจสภาพภาชนะบรรจุก๊าซและระบบท่อก๊าซ ไม่น้อยกว่า 3 ชุด เครื่องตรวจวัดความหนาผนังถัง (Nondestructive Thickness Test หรือ Ultrasonic Thickness Tester)  เครื่องตรวจวัดความแข็งผนังถัง (Hardness Tester)  เทปวัดระยะชนิดเหล็ก (Steel Tape)  เครื่องชั่ง ที่มีความละเอียดได้ถึง 0.1 กิโลกรัม  เครื่องตรวจวัดความลึก (Depth Gauge) \nค) ชุดเครื่องมือทดสอบสภาวะภายใต้ความดันของภาชนะบรรจุก๊าซระบบท่อก๊าซระบบท่อก๊าซและกลอุปกรณ์นิรภัยต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 3 ชุด  เครื่องสูบอัดอากาศแรงดันสูง (Air Compressor)  เครื่องสูบอัดน้ำแรงดันสูง (High Pressure Water Pump)  มาตรวัดความดันมาตรฐาน (Standard Pressure Gauge) กลอุปกรณ์ปรับความดัน (Pressure Regulator)   เครื่องตรวจสอบวิสัยสามารถ และอัตราการระบาย (Orifice Metering Device) หรือเครื่องมือที่ใช้แทนกันได้  เครื่องทดสอบกลอุปกรณ์นิรภัย (Safety Relief Valve Tester)   เครื่องมือตรวจสอบการขยายตัวของถังก๊าซหุงต้ม (Volumetric Expansion Hydrostatic Tester) สามารถทดสอบกับถังก๊าซหุงต้มทุกขนาด   \n2.6 ต้องไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ หรือถูกสั่งพักใช้ใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ รวมกันเกิน 3 ครั้ง   \n2.7 ต้องมีตัวอย่างเครื่องหมายทดสอบและตรวจสอบ ส่งมอบให้กรมธูรกิจพลังงานเก็บไว้เป็นหลักฐาน    รายละเอียด เกี่ยวกับคุณสมบัติของ ผู้ทดสอบและตรวจสอบ ศึกษาได้จากประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิของผู้ทดสอบและตรวจสอบถังก๊าซหุงต้ม ถังเก็บและจ่ายก๊าซ ถังขนส่งก๊าซ ระบบท่อก๊าซและอุปกรณ์ และการออกใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/0E/00139692.PDF เงื่อนไขทั่วไปในการพิจารณา กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T12:00:22"],
    [308,"9752bf2a-6c73-490e-86cb-e3365ebc89d7","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกใบรับรองเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-4598-43f9-98e6-8519918b17d3",21,0,10,"นิติบุคคลผู้ที่ประสงค์จะจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องยื่นขอรับใบรับรองฯต่อกรมธุรกิจพลังงานและต้องได้รับใบรับรองฯก่อนจึงจะมีสิทธิจัดทำรายงานฯได้โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือนี้             \n กรณีนิติบุคคลเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบรับรองหรือรายละเอียดของเอกสารที่จัดส่งให้กรมธุรกิจพลังงานต้องแจ้งเป็นหนังสือถึงกรมธุรกิจพลังงานภายในสามสิบวัน(30 วัน)นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงฯและดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน: การพิจารณาการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบรับรองเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ หรือ คู่มือสำหรับประชาชน: การพิจารณาการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของเอกสารที่จัดส่งให้กรมธุรกิจพลังงานของผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ แล้วแต่กรณี              \nอนึ่งใบรับรองฯที่กรมธุรกิจพลังงานออกให้มีอายุ 3 ปีนับแต่วันที่ออกใบรับรองฯโดยผู้มีสิทธิจัดทำรายงานฯจะต้องยื่นคำขอรับใบรับรองฯใหม่พร้อมด้วยเอกสารประกอบคำขอต่อกรมธุรกิจพลังงานภายในหกสิบวัน(60 วัน) ก่อนวันที่ใบรับรองฯสิ้นอายุ     \n หมายเหตุ                 \n 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว             \n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน              \n4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-06T12:02:29"],
    [309,"9752c253-c4a5-4fe7-bccc-fcc5766a05c8","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบรับรองเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d21-3bbb-480f-8c64-19cd3e9ef248",21,0,13,"ผู้มีสิทธิจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขลดติดตามและตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบรับรองฯให้แจ้งเป็นหนังสือถึงกรมธุรกิจพลังงานพร้อมใบรับรองฯฉบับเดิมหรือใบแทนใบรับรองฯฉบับเดิมและเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในสามสิบวัน (30 วัน) นับแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบรับรองฯโดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือฉบับนี้         \nการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบรับรองฯตามคู่มือฉบับนี้เช่น            \n- การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของนิติบุคคล (ชื่อ, ที่อยู่, ประเภทนิติบุคคลเป็นต้น)             \n- การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของผู้ชำนาญการและ/หรือเจ้าหน้าที่ (เพิ่ม,ลด,ถอน,ลาออก,ไล่ออก,สิ้นสภาพบุคคลตามกฎหมาย,เปลี่ยนชื่อ,เปลี่ยนสกุล,เปลี่ยนคำนำหน้านาม,เปลี่ยนสถานภาพจากเจ้าหน้าที่เป็นผู้ชำนาญการเป็นต้น) ฯลฯ     \nหมายเหตุ  1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว            \n3.ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน              \n4.ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-06T12:02:01"],
    [310,"9752febe-a8f9-4166-b325-cb980342f413","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกหนังสือรับรอง หรือการต่ออายุหนังสือรับรอง เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ประเภทที่ 1/2/3 (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d22-0656-4d11-b5fe-ad954e05dc72",48,0,23,"ผู้ทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว แบ่งเป็น 3ประเภท ดังต่อไปนี้     \n(1) ผู้ทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 1มีขอบเขตความสามารถดําเนินการได้เช่นเดียวกับ ผู้ทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 2 และสามารถดําเนินการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ไม่จํากัดความจุ ระบบท่อและอุปกรณ์     \n(2) ผู้ทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 2มีขอบเขตความสามารถดําเนินการได้เช่นเดียวกับ ผู้ทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 3 และสามารถดําเนินการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซ ที่มีความจุไม่เกิน 300,000 ลิตร ระบบท่อและอุปกรณ์     \n(3) ผู้ทดสอบและตรวจสอบประเภทที่ 3มีขอบเขตความสามารถดําเนินการทดสอบ และตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวได้เฉพาะถังก๊าซหุงต้ม ระบบท่อและอุปกรณ์    \nเงื่อนไข    \n1. ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ (สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว) ประเภทที่ 1 จะต้องยื่นขอใบรับรอง ก่อนที่จะดำเนินการทดสอบและตรวจสอบ ใบรับรองให้เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ ให้มีอายุ 3 ปี ผู้ได้รับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติหน้าที่การทดสอบและตรวจสอบให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ข้อกำหนดที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง และประกาศที่เกี่ยวข้องและจะต้องได้รับการตรวจสอบสภาพชุดเครื่องมือทุกปี หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณาเพิกถอนหนังสือรับรองที่ออกให้ และไม่สามารถขอเป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบใหม่ได้อีกภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย    \n2. ผู้ทดสอบและตรวจสอบสถานที่ใช้ก๊าซปโตรเลียมเหลว ประเภทที่ 1ต้องมีคุณสมบัติและคุณวุฒิดังต่อไปนี้    \n2.1 เป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท และเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทนิติบุคคล    2.2 ต้องจัดทำ สัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยตลอดเวลาที่เป็นผู้ทดสอบและตรวจสอบ เพื่อคุ้มครองต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ทดสอบและตรวจสอบในวงเงินไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทต่อหนึ่งคน และสามล้านบาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง รวมทั้งคุ้มครองความเสียหายในทรัพย์สินของบุคคลอื่น ๆ ในวงเงินไม่น้อยกว่าห้าล้านบาท    \n2.3 ต้องไม่เป็นผู้เคยกระทำการฝ่าฝืนข้อปฏิบัติกฎเกณฑ์ วิธีการในการทดสอบ อันทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของการปฏิบัติหน้าที่ทดสอบและตรวจสอบ หรือเกิดอันตรายแก่มนุษย์ ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อมหรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองที่ออกให้ตามประกาศนี้ ซึ่งยังไม่พ้นระยะเวลา 3 ปี    \n2.4 มีผู้ปฏิบัติงานทดสอบและตรวจสอบที่ปฏิบัติงานเป็นประจำให้แก่ผู้ทดสอบและตรวจสอบดังต่อไปนี้    \nก) หัวหน้าวิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ระดับสามัญวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือระดับวุฒิวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร และต้องมีความรู้ความชำนาญประสบการณ์งานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือภาชนะรับความดัน ระบบท่อและอุปกรณ์รวมเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือได้รับหนังสือรับรองให้เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระบบท่อ และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสถาบันที่กรมธุรกิจพลังงานรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน   \n ข) วิศวกรทดสอบและตรวจสอบ ไม่ต่ำกว่าระดับภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมเครื่องกลตามกฎหมายว่าด้วยสภาวิศวกร จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน    \nค) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นอุลตราโซนิค การทดสอบด้วยอนุภาคแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ไม่น้อยกว่า 2 คนหรือสาขาวิชาละไม่น้อยกว่า 2 คน    \nง) ผู้ชำนาญการทดสอบกรรมวิธีไม่ทำลายสภาพเดิม ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ อย่างน้อย 3 สาขาวิชา ได้แก่ การทดสอบด้วยรังสี การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม ไม่ต่ำกว่าระดับ 3\n2.5 มีเครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย    \nก) ชุดเครื่องมือตรวจสอบแนวเชื่อมเหล็ก อย่างน้อย 2 ชุดเครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยรังสี (Radiographic Inspection)              เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยคลื่นอุลตราโซนิค (Ultrasonic Inspection)  เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยอนุภาคแม่เหล็ก (Magnetic Particle Inspection) เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยสารแทรกซึม (Liquid Penetrant Inspection)              เครื่องตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยกล่องสุญญากาศ (Vacuum Box)      \nข) ชุดเครื่องมือตรวจสภาพภาชนะบรรจุก๊าซและระบบท่อก๊าซ อย่างน้อย 2 ชุด  เครื่องตรวจวัดความหนาผนังถัง (Nondestructive Thickness Measurement)  เครื่องตรวจวัดความแข็งผนังถัง (Hardness Tester)   เทปวัดระยะชนิดเหล็ก (Steel Tape)              เครื่องตรวจวัดความลึก (Depth Gauge) เครื่องมือตรวจสอบความดิ่งของผนังถัง (Plumbness)     \nค) ชุดเครื่องมือทดสอบสภาวะภายใต้ความดันของภาชนะบรรจุก๊าซ ระบบท่อก๊าซและกลอุปกรณ์นิรภัยต่าง ๆ อย่างน้อย 2 ชุด                  เครื่องสูบอัดอากาศ (Air Compressor)  เครื่องสูบอัดน้ำ (Pressure Water Pump)  มาตรวัดความดันมาตรฐาน (Standard Pressure Gauge)  อุปกรณ์ปรับความดัน (Pressure Regulator)   ชุดเครื่องทดสอบกลอุปกรณ์นิรภัย (Safety Relief Valve Tester)      \nง) ชุดเครื่องมือตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่างน้อย 2 ชุด เครื่องมือวัดความต้านทานของหลักสายดิน (Megger Ground Tester)   เครื่องมือวัดแรงดันไฟฟ้า (Volt Meter) เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้า (Amp Meter) รายละเอียดด้านคุณสมบัติ ของผู้ทดสอบและตรวจสอบ สถานที่ใช้ก๊าซปิโดตรเลียมเหลวให้เป็นไปตามที่กำหนดใน ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ทดสอบและตรวจสอบ พ.ศ. 2554http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2554/E/100/26.PDF  เงื่อนไขทั่วไป  กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสาร เพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม              พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ยื่นคำขอ สามารถเลือกช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล์หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โดยระบุช่องทางการรับแจ้งผลการพิจารณาในหนังสือนำส่ง หากเลือกช่องทางไปรษณีย์ตอบรับ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแนบซองจดหมายและใบตอบรับไปรษณีย์ (ใบเหลือง) พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ของตนเองในหน้าซองจดหมายและในช่องผู้รับในใบตอบรับ และสอดแสตมป์จำนวน 21 บาท สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม","2023-12-06T11:58:25"],
    [311,"97d9f8c7-4a41-4a74-a2d2-6affdebcb082","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","97d9ebe0-6e09-4fb2-b1db-d57b55144b97",14,0,14,"ผู้ที่ประสงค์จะจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ และเครื่องยนต์ดีเซล ที่เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายที่เป็นเจ้าของชื่อในทางการค้า/เครื่องหมายการค้า ต้องแจ้งลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นเพื่อขอความเห็นชอบ ตามแบบ ธพ.ค 414 โดยให้ยื่น 1 ชนิดความหนืด ต่อ 1 ชื่อน้ำมันหล่อลื่น ต่อ 1 แบบแจ้ง และต้องได้รับหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น ตามแบบ ธพ.ค 415 ก่อนจึงจะจำหน่ายได้ หนังสือรับรองมีอายุสามปีตั้งแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ ยกเว้นผู้ค้าน้ำมันที่ขอความเห็นชอบโดยอ้างอิงลักษณะและคุณภาพของผู้ผลิตที่ได้รับความเห็นชอบแล้วให้มีวันหมดอายุตามผู้ผลิตที่อ้างอิง และหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบอาจต่ออายุได้\n\nผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้\n\n(1) การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะไม่เกิน 210 ลิตร ต้องแสดงฉลากไว้ที่ภาชนะบรรจุนั้น โดยมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้\n1.1  ชื่อน้ำมันหล่อลื่น ต้องเป็นชื่อที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบ โดยไม่มีการเพิ่ม ตัด สลับหรือจัดคำ อันทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชื่อจากที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว\n1.2  ชนิดความหนืด มาตรฐาน และชั้นคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น ต้องระบุข้อความ เห็นชอบโดยกรมธุรกิจพลังงาน หลังมาตรฐาน และชั้นคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเท่านั้น การเพิ่มเติมชั้นคุณภาพอื่นในมาตรฐานเดียวกัน ต้องยื่นขอความเห็นชอบใหม่\n1.3  เลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นให้เป็นไปตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด\n1.4  ชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ\n1.5  วันเดือนปีที่ผลิตหรือบรรจุ\n\n(2) การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะที่มีขนาดเกิน 210 ลิตร ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดทำรายละเอียดตาม (1) และส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อน้ำมันด้วย\n\n(3) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หรือมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สถานที่ผลิต สถานที่บรรจุ สถานที่เก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ ผู้ค้าน้ำมันต้องแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง\n\n(4) ผู้ค้าน้ำมันจะต้องจัดทำรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ และเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับความเห็นชอบเป็นรายปี ตามแบบ ธพ.ค 417 ตามรายละเอียดในประกาศที่เกี่ยวข้อง และต้องยื่นรายงานต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในวันที่ 31 ของเดือนมกราคมปีถัดไป\n\n(5) ผู้ค้าน้ำมันต้องมีตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นเก็บไว้ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปจัดเก็บมาทำการตรวจสอบลักษณะและคุณภาพตามความจำเป็น\n\nทั้งนี้ หากผู้ค้าน้ำมันมีความประสงค์จะเลิกการผลิต การจำหน่าย หรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นก่อนถึงวันสิ้นอายุหนังสือรับรอง ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นแบบแจ้งเพื่อขอยกเลิกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบและเลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกการผลิต การจำหน่าย หรือการนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามแบบ ธพ.ค 419 (คู่มือประชาชน การแจ้งการเลิกการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่น)\n\nหมายเหตุ ดังนี้\n\n1. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบแจ้งและผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม  หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ทั้งนี้  ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในแบบ ธพ.ค 414 หน้า 2 ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่\n4.1 รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา\n4.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด \n\nประกาศที่เกี่ยวข้อง\nประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น พ.ศ. 2565 (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/221/T_0048.PDF)","2023-01-05T09:58:22"],
    [312,"97dff622-f238-4b24-aade-8047ad12afa9","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","97dfec0e-d7c5-46aa-be5e-9a326eed7db2",8,0,5,"ผู้ที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ธพ.ค 415) ให้ยื่นคำขอต่ออายุตามแบบ ธพ.ค 416 ภายในหกสิบวันก่อนวันสิ้นอายุหนังสือรับรอง เมื่อได้มีการยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองภายในเวลาที่กำหนดถือว่าหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบนั้นยังคงใช้อยู่จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น\n    \nหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ (ฉบับต่ออายุ) มีกำหนดอายุคราวละสามปี นับถัดจากวันสุดท้ายของหนังสือรับรองเดิม ยกเว้นผู้ที่ขอความเห็นชอบโดยอ้างอิงลักษณะและคุณภาพของผู้ผลิตที่ได้รับความเห็นชอบแล้วให้มีวันหมดอายุตามผู้ผลิต    \n\nกรณีหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบหมดอายุพร้อมกัน  ผู้ผลิตหรือเจ้าของสูตรและผู้อ้างอิงสูตรสามารถมายื่นคำขอต่ออายุพร้อมกันได้ หรือผู้อ้างอิงสูตรอาจมอบอำนาจให้ผู้ผลิตหรือเจ้าของสูตรมาดำเนินการแทนก็ได้    \n\nกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันมิได้ยื่นแบบแจ้งเพื่อต่ออายุหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ ภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบนั้นถูกยกเลิก แต่หากผู้ค้าน้ำมันมีความประสงค์จะจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นดังกล่าวอีก  ให้สามารถยื่นแบบแจ้งลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น ตามแบบ ธพ.ค 414 และเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบใหม่ โดยขอใช้เลขทะเบียนเดิมได้ ภายในหกสิบวันนับจากสิ้นอายุ  (คู่มือประชาชน การให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น)     \n\nผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองต่ออายุต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้      \n(1) การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะไม่เกิน 210 ลิตร ต้องแสดงฉลากไว้ที่ภาชนะบรรจุนั้น โดยมีข้อความอย่างน้อย ดังต่อไปนี้  \n1.1  ชื่อน้ำมันหล่อลื่น ต้องเป็นชื่อที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบ โดยไม่มีการเพิ่ม ตัด สลับหรือจัดคำ อันทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชื่อจากที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว\n1.2  ชนิดความหนืด มาตรฐาน และชั้นคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น ต้องระบุข้อความ เห็นชอบโดยกรมธุรกิจพลังงาน หลังมาตรฐาน และชั้นคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเท่านั้น การเพิ่มเติมชั้นคุณภาพอื่นในมาตรฐานเดียวกัน ต้องยื่นขอความเห็นชอบใหม่\n1.3  เลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นให้เป็นไปตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด  \n1.4  ชื่อผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ  \n1.5  วันเดือนปีที่ผลิตหรือบรรจุ    \n\n(2) การจำหน่ายโดยการบรรจุในภาชนะที่มีขนาดเกิน 210 ลิตร ผู้ค้าน้ำมันต้องจัดทำรายละเอียดตาม (1) และส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อน้ำมันด้วย    \n\n(3) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หรือมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สถานที่ผลิต สถานที่บรรจุ สถานที่เก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบ ผู้ค้าน้ำมันต้องแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง\n\n(4) ผู้ค้าน้ำมันจะต้องจัดทำรายงานข้อมูลการจัดหา การจำหน่าย และยอดคงเหลือของน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ และเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับความเห็นชอบเป็นรายปี ตามแบบ ธพ.ค 417 ตามรายละเอียดในประกาศที่เกี่ยวข้อง และต้องยื่นรายงานต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในวันที่ 31 ของเดือนมกราคมปีถัดไป    \n\n(5) ผู้ค้าน้ำมันต้องมีตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นเก็บไว้ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปจัดเก็บมาทำการตรวจสอบลักษณะและคุณภาพตามความจำเป็น   \n\nทั้งนี้ หากผู้ค้าน้ำมันมีความประสงค์จะเลิกการผลิต การจำหน่าย หรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นก่อนถึงวันสิ้นอายุหนังสือรับรอง ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นแบบแจ้งเพื่อขอยกเลิกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบและเลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นต่อกรมธุรกิจพลังงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกการผลิต การจำหน่าย หรือการนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามแบบ ธพ.ค 419 (คู่มือประชาชน การแจ้งการเลิกการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่น)\n\nหมายเหตุ ดังนี้\n\n1. กรณีหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ธพ.ค 415) ฉบับเดิมระบุหลายเลขทะเบียน การออกหนังสือรับรองฯ ฉบับต่ออายุ (ฉบับใหม่) กรมธุรกิจพลังงานจะออกโดยแยกเป็นหนังสือรับรอง 1 ฉบับ ต่อ 1 เลขทะเบียน  เพื่อเป็นการรองรับการยื่นแบบแจ้งผ่านระบบ E-SERVICE ซึ่งมีการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลโดยแบบแจ้ง 1 ฉบับ ต่อ 1 หนังสือรับรอง/ชื่อน้ำมันหล่อลื่น/ชนิดความหนืด/เลขทะเบียน    \n\n2. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบแจ้งและผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม  หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ทั้งนี้  ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้\n\n3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นแบบแจ้งจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้ง หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n\n4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n\n5. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในแบบ ธพ.ค 416 ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่  \n5.1 รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    \n5.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด \n\nประกาศที่เกี่ยวข้อง\nประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นพ.ศ. 2565   (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/238/T_0019.PDF)","2023-01-05T09:52:22"],
    [313,"97e00316-01b1-4e13-b019-097d955ac431","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","97dffd77-cf83-46bc-b04c-5768872d9042",24,0,13,"เมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นหรือให้ความเห็นชอบต่ออายุแล้ว หากผู้ค้าน้ำมันหล่อลื่นมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายละเอียดใดๆ ของน้ำมันหล่อลื่น หรือเอกสารแสดงลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นที่ได้แจ้งหรือระบุไว้ในแบบแจ้งที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว (โดยขอใช้เลขทะเบียนเดิม) ให้ยื่นขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ต่ออธิบดีไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแล้วแต่กรณี ตามแบบ ธพ.ค 418     \n\n1) การขอเปลี่ยนแปลงชื่อน้ำมันหล่อลื่น มาตรฐาน ชั้นคุณภาพ ต้องไม่มีการจำหน่ายมาก่อนจากที่ได้รับความเห็นชอบไว้ครั้งแรก  ซึ่งหลังจากกรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงแล้ว จะมีหนังสือแจ้งผลและออกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่น (ธพ.ค 415)  ฉบับเปลี่ยนแปลง ให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่เห็นชอบเปลี่ยนแปลงถึงวันสิ้นอายุตามที่ระบุไว้ในแบบ ธพ.ค 415 ฉบับเดิม    \n \n2) การขอเปลี่ยนแปลงลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดในแบบ ธพ.ค 414/1 (การแจ้งปริมาณด่างธาตุ) ธพ.ค 414/2 (การแจ้งสูตร) ธพ.ค 414/3 ( ผลการทดสอบทางเครื่องยนต์) ธพ.ค 414/4 (สูตรน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ในการทดสอบ) ธพค 414/5 (หนังสือยินยอมให้อ้างอิงเอกสาร) รายละเอียดสารเติมแต่ง รายละเอียดของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอกสารที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ค้าน้ำมันจะต้องส่งผลการทดสอบและเอกสารคำอธิบายในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติม เพื่อแสดงว่าไม่มีผลกระทบต่อลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานตามที่ได้รับความเห็นชอบมาแล้ว ทั้งนี้ หลังจากกรมธุรกิจพลังงานให้ความเห็นชอบเปลี่ยนแปลง กรมธุรกิจพลังงานจะมีหนังสือแจ้งผลให้ทราบ\n\nหมายเหตุ ดังนี้  \n1. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  ผู้รับแบบแจ้ง และผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม  หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนแบบแจ้งและเอกสารประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  \n  \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นแบบแจ้งจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน   \n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในแบบ ธพ.ค 418 ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่\n4.1 รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา    \n4.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด\n\nประกาศที่เกี่ยวข้อง\nประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น พ.ศ. 2565 (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/238/T_0019.PDF)","2023-01-05T09:56:44"],
    [314,"97e00aba-3ca8-443e-a30c-f8ced3167139","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การแจ้งการเลิกการผลิตการจำหน่ายหรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","97e007f8-4e06-4436-b342-7956bd3c3dd3",15,0,5,"ผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันหล่อลื่นจากกรมธุรกิจพลังงาน เมื่อมีความประสงค์จะเลิกการผลิต การจำหน่าย หรือการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นก่อนถึงวันสิ้นอายุหนังสือรับรอง  ให้ผู้ค้าน้ำมันยื่นแบบแจ้งเพื่อขอยกเลิกหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบ และเลขทะเบียนน้ำมันหล่อลื่น ต่อกรมธุรกิจพลังงาาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกการผลิต  การจำหน่าย หรือการนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามแบบ ธพ.ค 419    \n\nหมายเหตุ ดังนี้\n\n1. กรณีแบบแจ้งหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบแจ้งและผู้ยื่นแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม  หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ทั้งนี้  ผู้ที่นำส่งเอกสารต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจให้สามารถลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมอันจะมีผลผูกพันผู้ประกอบการได้  \n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาแบบแจ้งและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นแบบแจ้งจะดำเนินการแก้ไขแบบแจ้งหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับแบบแจ้งได้ตรวจสอบแบบแจ้งและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    \n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นแบบแจ้งทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ค้าน้ำมันระบุช่องทางการรับแจ้งผลในแบบ ธพ.ค 419 ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง ได้แก่  \n4.1 รับด้วยตนเอง ผู้ค้าน้ำมันต้องระบุที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งให้มารับผลการพิจารณา   \n 4.2 รับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ค้าน้ำมันจะต้องแนบซองและใบตอบรับ (ใบเหลือง) ที่มีการจ่าหน้าชื่อและที่อยู่ของผู้ค้าน้ำมันที่ซองและใบตอบรับอย่างชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด \n\nประกาศที่เกี่ยวข้อง\nประกาศกรมธุรกิจพลังงานเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นพ.ศ. 2565   (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/238/T_0019.PDF)","2023-01-05T09:55:22"],
    [315,"9984a189-e48e-4d70-b397-0befd7ec6378","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การประกอบกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (การออกใบอนุญาต ระยะที่ 2 ขั้นตอนออกใบอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9926022e-607d-4351-9fb7-fc1b9a4b4a2c",15,800,6,"1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n\n4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (Email) หรือหากประสงค์ให้จัดส่งผลให้ทางไปรษณีย์ โปรดแนบซอง จ่าหน้าถึง ตัวท่านเองให้ชัดเจน พร้อมติดแสตมป์สำหรับค่าไปรษณีย์ลงทะเบียนตามอัตราของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดกำหนด\n\n5. เมื่อได้รับหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้วให้ผู้รับใบอนุญาตไปชำระค่าธรรมเนียมตามช่องทางที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือ และต้องรับใบอนุญาตภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งหากไม่มารับภายในกำหนดเวลาถือว่สละสิทธิ์การเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 และกรมธุรกิจพลังงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสาระบบต่อไป","2023-12-06T15:25:05"],
    [316,"9a12e898-caf5-4abd-870b-b1b8e1f46eda","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกหนังสือรับรองถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (67)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9a12dc87-3209-4d53-beef-34ed2a435a0f",45,0,12,"กฎกระทรวงภาชนะบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2560 กำหนดให้ผู้ผลิตหรือสร้างถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องจัดทำหนังสือรับรองตามแบบที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด ยื่นพร้อมผลการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว เพื่อเสนออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพิจารณาให้ความเห็นชอบหนังสือรับรองและผลการทดสอบและตรวจสอบ ดังนั้นหากประสงค์จะขอรับหนังสือรับรองถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวให้ยื่นเอกสารตามที่กำหนด\n           การยื่นขอหนังสือรับรองถังฯ ตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ ให้ดำเนินการหลังจากที่ได้มีการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว และได้ดำเนินการจัดทำรายงานผลทดสอบและตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว พร้อมจัดทำหนังสือรับรองถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวและรับรองผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าว\n          ทั้งนี้เมื่อใช้ถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ได้ผ่านการทดสอบและตรวจสอบแล้ว ครบทุกห้าปี สำหรับถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือครบทุกหกปี สำหรับถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว นับแต่วันที่ได้ทดสอบและตรวจสอบครั้งหลังสุดผู้ประกอบกิจการก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องจัดให้มีการทดสอบและตรวจสอบโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบ พร้อมจัดทำหนังสือรับรองถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวและรับรองผลการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าว\n\nหมายเหตุ : การขอรับหนังสือรับรองถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวนั้น สามารถยื่นหลายถังต่อหนังสือนำส่ง 1 ฉบับได้","2023-12-06T12:02:42"],
    [317,"9f5595cf-222c-456d-bc36-ca2d625a8a38","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9f558936-402a-461f-a65e-16874154d46f",36,0,10,"ใบรับรองผู้ฝึกอบรมมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้\n1. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมน้ำมัน\n2. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซปิโตรเลียมเหลว\n3. ใบรับรองผู้ฝึกอบรมก๊าซธรรมชาติ\n\nใบรับรองมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ\n\nให้ผู้ฝึกอบรมที่ที่ได้รับใบรับรองเป็นผู้ฝึกอบรม ที่ประสงค์จะต่ออายุใบรับรอง หรือขอใบแทนใบรับรองที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอต่ออายุ/ขอใบแทน ใบรับรองผู้ฝึกอบรม ต่ออธิบดี ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองแล้วให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในฐานะผู้รับใบรับรอง จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบรับรอง\n\n\n   กรณีที่ผู้ฝึกอบรมไม่ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองก่อนที่ใบรับรองสิ้นอายุ ผู้ฝึกอบรมรายดังกล่าวจะไม่สามารถประกอบกิจการต่อได้ โดยหากผู้ฝึกอบรมประสงค์ที่จะประกอบกิจการต่อไป จะต้องยื่นคำขอใบรับรองเป็นผู้ฝึกอบรมรายใหม่พร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง\n\nอนึ่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศกําหนดให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นศูนย์บริการธุรกิจพลังงานอิเล็กทรอนิกส์      ผู้ใดประสงค์จะขอการต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องลงทะเบียนขอมีบัญชีเข้าใช้งาน “ระบบรับแจ้งและอนุญาตให้ประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (SAFETY)”  โดยสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียนเข้าใช้งานได้ทาง https://eservice-portal.doeb.go.th/\n\n\n\nหมายเหตุ :\n- กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n- หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม\n- พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n- ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n- จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n- สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากคู่มือ การขอใบรับรองและต่ออายุผู้ฝึกอบรมและวิทยากร ในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน ตาม Link \nhttps://www.doeb.go.th/info/data/manual2025/training-spp.pdf\"","2026-01-27T16:37:19"],
    [318,"9f572863-fa17-4ada-a9d0-27ab94cfa235","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากรของ ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคลสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ และสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ กรณีเพิ่มรายชื่อ และยกเลิกรายชื่อ (68)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d760ca7-c4e0-42dc-aef8-a331bde57893",40,0,6,"การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่ได้รับอนุญาตให้แตกต่างไปจากเดิม โดยได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต โดยจะต้องยื่นคำขอหรือหนังสือแสดงความประสงค์และรายละเอียดที่จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง\n1. ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ\nผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคลที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายชื่อและจำนวนของบุคคลที่เกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบของตน ต้องยื่นแบบนำเรียนอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สำหรับคู่มือที่สถาบันพัฒนาเทคนิคพลังงานรับผิดชอบ (สพพ.1) โดยกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณา และเอกสารหลักฐานประกอบบัญชีรายชื่อบุคลากรที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมให้ครบถ้วน ตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด\n \n2. ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ\nผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้านิติบุคคลที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายชื่อและจำนวนของบุคคลที่เกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบของตน ต้องยื่นแบบนำเรียนอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สำหรับคู่มือที่สถาบันพัฒนาเทคนิคพลังงานรับผิดชอบ (สพพ.1) โดยกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณา และเอกสารหลักฐานประกอบบัญชีรายชื่อบุคลากรที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมให้ครบถ้วน ตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด\n\nหมายเหตุ :\nสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากคู่มือ การขอรับรองเป็นวิศวกรทดสอบและตรวจสอบก๊าซธรรมชาติ \nในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน ตาม Link \nhttps://www.doeb.go.th/info/data/manual2025/3En-ktch.pdf","2026-01-27T16:34:32"],
    [319,"9f9d5f3d-773b-4442-9543-fabf3a3180f3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นวิทยากร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9f9d57c3-f00d-407d-a8a4-74e6adc5b3d5",34,0,6,"ใบรับรองวิทยากรมี 3 ประเภท ดังต่อไปนี้\n1. วิทยากรน้ำมัน\n2. วิทยากรก๊าซปิโตรเลียมเหลว\n3. วิทยากรก๊าซธรรมชาติ\n\nใบรับรองให้เป็นวิทยากร มีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ\n\nผู้ที่ได้รับใบรับรองเป็นวิทยากร ที่ประสงค์จะต่ออายุใบรับรอง หรือขอใบแทนใบรับรองที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอต่ออายุ/ขอใบแทนใบรับรองวิทยากรต่ออธิบดี ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองแล้วให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในฐานะผู้รับใบรับรอง จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบรับรอง\n\n กรณีที่วิทยากรไม่ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองก่อนที่ใบรับรองสิ้นอายุ วิทยากรรายดังกล่าวจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ โดยหากวิทยากรประสงค์ที่จะเป็นวิทยากรต่อไป จะต้องยื่นคำขอใบรับรองเป็นวิทยากรรายใหม่พร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง\n\n อนึ่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศกําหนดให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นศูนย์บริการธุรกิจพลังงานอิเล็กทรอนิกส์      ผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุหรือออกใบแทน ใบรับรองให้เป็นวิทยากร ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องลงทะเบียนขอมีบัญชีเข้าใช้งาน “ระบบรับแจ้งและอนุญาตให้ประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (SAFETY)”  โดยสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียนเข้าใช้งานได้ทาง https://eservice-portal.doeb.go.th/\n\n\n\nหมายเหตุ :\n- กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น   ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n- หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม\n- พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n- ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n- จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n- สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากคู่มือ การขอใบรับรองและต่ออายุผู้ฝึกอบรมและวิทยากร ในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน ตาม Link https://www.doeb.go.th/info/data/manual2025/training-spp.pdf\"","2026-01-27T16:37:35"],
    [320,"9fa37a1e-8bec-45f4-8e16-e0a134585ed3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอแก้ไข/เพิ่มเติม หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9fa369ac-0213-4fc8-a8b1-58b62330621c",60,0,9,"ผู้ฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองจากกรมธุรกิจพลังงานแล้ว และประสงค์จะขอแก้ไข หรือขอรับรองหลักสูตร การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติม จากหลักสูตรเดิมที่เคยได้รับการรับรองแล้ว โดยการขอแก้ไข หรือขอรับรองหลักสูตรเพิ่มเติมได้เฉพาะในประเภทผู้ฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องที่ตนเป็นผู้ฝึกอบรมแล้วเท่านั้น รวมถึงต้องมีวิทยากรตามประเภทที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรด้วย หากยังไม่มีวิทยากรต้องขอใบรับรองวิทยากรเพิ่มเติม โดยใช้แบบฟอร์มคำขอเป็นวิทยากรและเอกสารหลักฐานตามคู่มือที่กำหนด\n\nทั้งนี้ให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาหลักสูตรต่อกรมธุรกิจพลังงาน ดังต่อไปนี้\n1. เอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของคู่มือการฝึกอบรม\n2. ภาพถ่ายสื่อการสอน เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม\n3. แนวข้อสอบพร้อมเฉลย อย่างน้อย 50 ข้อ\n\nหลักสูตรที่ขอใบรับรองเพิ่มเติมต้องผู้ยื่นขอเพิ่มหลักสูตร ต้องได้รับใบรับรองผู้ฝึกอบรมตามประเภท ผู้ฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง\n\nใบรับรองผู้ฝึกอบรมมีอายุ 3 ปี และการต่ออายุใบรับรองผู้ฝึกอบรมให้ยื่นต่ออายุภายใน 30 วันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ\n\n\nอนึ่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศกําหนดให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นศูนย์บริการธุรกิจพลังงานอิเล็กทรอนิกส์  ผู้ใประสงค์จะขอการขอแก้ไข/เพิ่มเติม หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องลงทะเบียนขอมีบัญชีเข้าใช้งาน “ระบบรับแจ้งและอนุญาตให้ประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (SAFETY)”  โดยสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียนเข้าใช้งานได้ทาง https://eservice-portal.doeb.go.th/\nหมายเหตุ :\n- กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n- หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม\n- พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n- ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n- จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n- สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากคู่มือ การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลใบรับรองผู้ฝึกอบรม วิทยากร หลักสูตรการฝึกอบรม  ในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน ตาม Link https://www.doeb.go.th/info/data/manual2025/card-spp.pdf ”","2026-01-27T16:06:16"],
    [321,"9fb7529a-9f98-452a-9703-5feebede8843","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การออกบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9fb741f8-abab-4e82-b390-4289f9cd7483",29,0,7,null,"2026-01-27T16:37:44"],
    [322,"9fb9a81e-9553-4ed3-8581-192e7e0b66c4","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน",": การต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9fb99f85-d3a9-4b73-978f-363808ed4473",33,0,7,"ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประสงค์จะขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องมายื่นขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานต่อกรมธุกิจพลังงาน ภายใน 60 วัน ก่อนวันที่บัตรประจำตัวหมดอายุ โดยบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง มีอายุ 5 ปี\n\nผู้ที่ได้รับบัตรประจำตัวของผู้ปฏิบัติงานในหลักสูตรดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นบัตรประจำตัวของผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงและสามารถใช้ได้ต่อจนกว่าจะหมดอายุ โดยสามารถขอต่ออายุได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด\n1. พนักงานบรรจุก๊าซที่ได้รับบัตรประจำตัวพนักงานบรรจุก๊าซสำหรับยานพาหนะขนส่งก๊าซทางบก ลานบรรจุก๊าซ สถานีบรรจุก๊าซ ห้องบรรจุก๊าซ และสถานีบริการ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง แบบ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการฝึกอบรมพนักงานบรรจุก๊าซ การออกหนังสือรับรองและบัตรประจำตัวพนักงานบรรจุก๊าซ ลงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2546 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว\n2. ผู้ควบคุมดูแลการจำหน่ายก๊าซ หรือผู้ขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ได้รับบัตรประจำตัวตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการฝึกอบรมบุคลากร ที่รับผิดชอบดูแลร้านจำหน่ายก๊าซ โรงเก็บก๊าซ หรือการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ.2550 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2550 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง\n3. บุคลากรเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ได้รับบัตรประจำตัว ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การฝึกอบรมเรื่อง ก๊าซปิโตรเลียมเหลว การระวังและการป้องกันอันตรายของบุคลากรเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2554 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม\n4. ผู้ที่ผ่านการอบรมผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติของสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547 หรือผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติในสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การออกใบรับรองวิทยากรฝึกอบรมและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2550 ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติหรือสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ แล้วแต่กรณี\n\nคุณสมบัติและเงื่อนไขการพิจารณาในการต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานมีดังนี้\n1. ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในด้านที่ตนจะขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี\n2. ผู้ปฏิบัติงานสามารถยื่นคำขอต่ออายุบัตร/ขอใบแทนบัตรประจำตัวด้วยตนเอง หรือให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมที่ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานอยู่ด้วยยืนคำขอแทนได้\n3. กรณีผู้ประกอบกิจการควบคุมที่ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานอยู่ด้วย(นายจ้าง)เป็นผู้ยื่นคำขอต่ออายุ/ขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานแทน ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ปฏิบัติงาน\n4. กรณีให้ผู้อื่นนอกเหนือจากผู้ประกอบการข้างต้นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจ\nผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้ยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวภายใน 60 วันก่อนวันที่บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานสิ้นอายุ \n\n   กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานไม่ยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานก่อนที่บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานสิ้นอายุผู้ปฏิบัติงานรายดังกล่าวจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ โดยหากผู้ปฏิบัติงานประสงค์ที่จะเป็นผู้ปฏิบัติงานต่อไป จะต้องยื่นคำขอบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้ปฏิบัติงานรายใหม่พร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง\n\nอนึ่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศกําหนดให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นศูนย์บริการธุรกิจพลังงานอิเล็กทรอนิกส์      ผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบ e-fuelcard โดยสามารถศึกษาวิธีการเข้าใช้งานได้ทาง  https://efuelcard.doeb.go.th/\n\nหมายเหตุ :\n- กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n- หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม\n- พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n- ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n- จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n- สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม จากคู่มือ การออกบัตร การต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน และการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ถือบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน ตาม Link https://www.doeb.go.th/info/data/manual2025/card-spp.pdf”","2026-01-27T15:59:57"],
    [323,"9fbb4362-eaa5-451f-a187-434844e79fe6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมธุรกิจพลังงาน","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ถือบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9fbb381f-cf91-4e89-bca8-a501b1347c00",33,0,6,"ผู้ถือบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานที่ประสงค์ จะแจ้งย้ายไปปฏิบัติงานที่แห่งใหม่ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเดียวกันที่ปฏิบัติงานที่เดิม หรือแจ้งลาออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติงาน หรือแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว ให้ผู้ปฏิบัติงานแจ้งต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยเร็ว เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน\n- สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากคู่มือการออกบัตร การต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน และการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ถือบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน ตาม Link https://www.doeb.go.th/info/data/manual2025/card-spp.pdf\n ”\n\n\n\n\n\n\n\nกรณีย้ายไปปฏิบัติงานที่แห่งใหม่ ต้องส่งเอกสารดังต่อไปนี้\n1. หนังสือนำส่งแจ้งย้ายไปปฏิบัติงานที่แห่งใหม่\n2. สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการที่ผู้ถือบัตรจะไปปฏิบัติงาน (ที่ใหม่) เพื่อแก้ไขฐานข้อมูลของผู้ถือบัตรให้ตรงกับความเป็นจริง\n3. สำเนาบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานน้ำมันเชื้อเพลิงเดิม เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับบัตรจากกรมธุรกิจพลังงาน และใช้ในการค้นหาฐานข้อมูลผู้ปฏิบัติงาน\n4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน\n\nกรณีลาออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติงาน\n1. หนังสือนำส่งแจ้งลาออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการ\n2. สำเนาบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานน้ำมันเชื้อเพลิงเดิม เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับบัตรจากกรมธุรกิจพลังงาน และใช้ในการค้นหาฐานข้อมูลผู้ปฏิบัติงาน\n3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน\n4. สำเนาหนังสือขอลาออกจากสถานที่ทำงาน\n\n\n\n\nกรณีแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร เช่น ชื่อ - สกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รูปของผู้ถือบัตร\nหรือแก้ไขคำผิดเป็นต้นผู้ปฏิบัติงานต้องส่งเอกสารดังต่อไปนี้\n1. หนังสือนำส่งแจ้งขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร\n2. บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานน้ำมันเชื้อเพลิงเดิม (ฉบับจริง) เพราะการเปลี่ยนแปลง ชื่อ - สกุล จะต้องทำการแก้ไขและจัดทำบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานใหม่\n3. รูปถ่ายสีหน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 2.5 คูณ 3 เซนติเมตร จำนวน 2 รูป เพื่อใช้ในการทำบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานใหม่\n4. สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล เพื่อใช้อ้างอิงในการแก้ไข และจัดทำบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานใหม่\n5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน\n\nอนึ่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศกําหนดให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นศูนย์บริการธุรกิจพลังงานอิเล็กทรอนิกส์      ผู้ใดประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ถือบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านระบบ e-fuelcard โดยสามารถศึกษาวิธีการเข้าใช้งานได้ทาง  https://efuelcard.doeb.go.th/\n\n\nหมายเหตุ :\n- กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n- หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นเอกสารเพื่อทำการยื่นเอกสารและมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม\n- พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n- ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือประชาชน จะเริ่มนับเวลาหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n- จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2026-01-27T16:28:44"],
    [324,"94e56e15-a841-4437-a81f-0d44bf9015b6","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน","การขอรับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-585d-4f2a-be2a-efde9a41e023",83,0,10,"1. ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต  2. พพ. ทำการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร และหลักฐาน ในกรณีที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน พพ. แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 5 วันทำการ  3. หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตทิ้งคำขอรับใบอนุญาต พพ. จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ  4. ในกรณีที่ พพ. ตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร และหลักฐานแล้วมีความถูกต้องครบถ้วน อธิบดีจะมีคำสั่งออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตและแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ พพ. ได้รับคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร และหลักฐานที่มีความถูกต้องครบถ้วน  5. ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตมารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต พพ. จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ","2022-03-08T16:24:03"],
    [325,"94e56e15-b6de-4c18-b32c-6d9b0e0e5526","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน","การแจ้งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านพลังงานประจำโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-6c4b-48b8-aeaa-d65cfeabe815",40,0,6,"ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้  1. เป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและมีประสบการณ์การทำงานในโรงงานหรืออาคารอย่างน้อย 3 ปี โดยมีผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานตามการรับรองของเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุม  2. เป็นผู้ได้รับปริญญาทางวิศวกรรมศาสตร์หรือทางวิทยาศาสตร์ โดยมีผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานตามการรับรองของเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุม  3. เป็นผู้สำเร็จการฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์พลังงานหรือการฝึกอบรมที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ  4. เป็นผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโสหรือการฝึกอบรมที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ  5. เป็นผู้ที่สอบได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดจากการจัดสอบผู้รับผิดชอบด้านพลังงานซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน    ในกรณีที่เป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่ได้รับอนุมัติจากผู้จำหน่ายพลังงานให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือให้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกัน มีขนาดต่ำกว่า 3,000 kW หรือ 3,530 kVA หรือใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อนจากไอน้ำหรือพลังงานสิ้นเปลืองอื่น จากผู้จำหน่ายพลังงานหรือของตนเองอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง  รวมกันของปีที่ผ่านมา มีปริมาณพลังงานทั้งหมดเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าต่ำกว่า 60 ล้านเมกะจูล ต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอย่างน้อย 1 คน    ในกรณีที่เป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่ได้รับอนุมัติจากผู้จำหน่ายพลังงานให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือให้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกัน มีขนาดตั้งแต่ 3,000 kW หรือ 3,530 kVA ขึ้นไป หรือใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อนจากไอน้ำหรือพลังงานสิ้นเปลืองอื่น จากผู้จำหน่ายพลังงานหรือของตนเองอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง  รวมกันของปีที่ผ่านมา มีปริมาณพลังงานทั้งหมดเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ 60 ล้านเมกะจูลขึ้นไป ต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานไม่น้อยกว่า 2 คน โดยอย่างน้อยหนึ่งคนต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 4 หรือ 5","2023-05-01T14:26:24"],
    [326,"94e56e15-b914-4c4a-8cd6-6b57ff855f9d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน","การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-6ff0-4f5b-9c33-da0ad3969001",40,0,5,"1. เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมที่มีความประสงค์จะขอผ่อนผันให้ยื่นคำขอโดยใช้แบบคำขอผ่อนผันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) แบบ บพผ.1  2. เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาเป็นไปตามที่ แบบ บพผ.1 กำหนด โดยให้ระบุหมายเลขทะเบียนบริษัท 13 หลัก และหมายเลขบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม 13 มาในแบบ บพผ.1 ให้ถูกต้อง  3. ให้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต่ออธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม ของปีที่จะขอรับการพิจารณาผ่อนผันเท่านั้น หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว พพ. ไม่รับพิจารณา  4. หลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับการผ่อนผัน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ผ่านมามีการใช้พลังงานต่ำกว่าขนาดหรือปริมาณที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2538 และพระราชกฤษฎีกากำหนดโรงงานควบคุม พ.ศ. 2540 (ต่ำกว่า 20 ล้านเมกะจูลต่อปี) และจะใช้พลังงานในระดับดังกล่าวต่อไปเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน  5. ในกรณีที่ได้รับการผ่อนผัน พพ. จะพิจารณาให้ได้รับการผ่อนผันครั้งละ 1 ปี โดยมีหนังสือแจ้งผลให้เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมทราบ","2022-03-08T16:29:17"],
    [327,"95ee9d63-a7b4-48f9-914a-c81f83181995","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน","การสอบผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน สำหรับโรงงานและอาคารควบคุม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d24-5ed5-47d1-94d8-cc7a6c5184db",63,0,1,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบ    - เป็นบุคลากรของโรงงานควบคุม หรือ อาคารควบคุม      \nการสมัครสอบ    - สมัครผ่าน เว็บไซต์/e-Service (กรอกข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง)       \nเกณฑ์การพิจารณาผู้มีสิทธิ์สอบ     - พิจารณาเฉพาะผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ พพ. กำหนด และข้อมูลครบถ้วนถูกต้องเท่านั้น   \nหมายเหตุ    - ในการสมัครสอบ ไม่เสียค่าสมัครใดๆ ทั้งสิ้น   \n              - สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่สมัครตามลำดับก่อนหลัง   \n              - การประกาศชื่อผู้มีสิทธิสอบ ผู้ผ่านการสอบ และรายละเอียดเพิ่มเติม www.dede.go.th หรือ http://energylearning.dede.go.th","2025-02-13T14:06:14"],
    [328,"98f737db-bb59-4fe3-969c-e800e0b8b0a6","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน","การอบรมหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d24-6592-4a40-8186-2c0d9fd5efdc",34,0,3,"คุณสมบัติของผู้สมัครอบรม    \n1. หลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานสามัญ (โรงงาน/อาคาร)  ต้องเป็นบุคลากรของอาคารควบคุม หรือ โรงงานควบคุม โดยมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้  \n(1) จบการศึกษาระดับ ปวส. สาชาช่างไฟฟ้า เครื่องกล ช่างยนต์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างกลโลหะ ช่างกลโรงงาน ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี  \n(2) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ (สาขาไฟฟ้า อุตสาหการ เครื่องกล เคมี อิเล็กทรอนิกส์ ฟิสิกส์ และพลังงาน)              \n2. หลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส ด้านทฤษฎี   ต้องเป็นบุคลากรของอาคารควบคุม หรือ โรงงานควบคุม โดยมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้  \n(1) จบการศึกษาระดับ ปวส. และเป็นผู้รับผิดชอบด้านพลังงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานประจำอาคาร/โรงงานควบคุม \n(2) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ด้านวิศวกรรม (สาขาไฟฟ้า อุตสาหการ เครื่องกล อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน) หรือด้านวิทยาศาสตร์ (สาขาฟิสิกส์ เคมี) \n3. หลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส ด้านปฏิบัติ โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ \n(1) เป็นผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตร \"ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส ด้านทฤษฎี\"   \n\nเอกสารประกอบการสมัครอบรม ประกอบด้วย\n1. ใบสมัคร (กรอกข้อมูลครบถ้วนและชัดเจน)  \n2. สำเนาวุฒิการศึกษา (TRANSCRIPT) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง\n3. สำเนาการแต่งตั้งเป็นผู้รับผิดชอบด้านพลังงานสามัญ (โรงงาน/อาคาร) (ถ้ามี)\n4. สำเนาหนังสือรับรองผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส ด้านทฤษฎี (ถ้ามี)      \n\n\nเกณฑ์การพิจารณาผู้มีสิทธิ์เข้าอบรม     \n- พพ. จะพิจารณาเฉพาะผู้สมัครที่ส่งเอกสารครบถ้วนถูกต้องและเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของแต่ละหลักสูตรเท่านั้น    \n- กรณีที่จัดส่งทางไปรษณีย์ จะถือวันที่ประทับตราไปรษณียากรเป็นสำคัญ     \n\nหมายเหตุ   \n- หากมีการจำกัดจำนวนผู้อบรม จะสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ส่งใบสมัครมาก่อนโดยเรียงตามลำดับก่อน-หลัง   \n- สามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://enhrd.dede.go.th/ หรือ https://www.facebook.com/PREbyDEDE\n- มีค่าใช้จ่ายลงทะเบียนการฝึกอบรมตามความเหมาะสม","2025-02-13T14:07:06"],
    [329,"9b3c9970-294f-4a5a-aac2-d07df40e34fb","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน","การขอรับใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-693a-461d-a29a-e9f9328ca78a",90,0,8,"1. เป็นผู้ผลิตหรือขยายการผลิตพลังงานควบคุม ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งได้แก่              \n   1.1) มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตรวมของแต่ละแหล่งผลิตตั้งแต่ 200 กิโลโวลต์แอมแปร์ขึ้นไปที่ไม่ได้ขนานหรือเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า              \n   1.2) มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตรวมของแต่ละแหล่งผลิตตั้งแต่ 200 กิโลโวลต์แอมแปร์ขึ้นไปที่ใช้เพื่อสำรองฉุกเฉิน    \n2. ผู้ประสงค์ขออนุญาตผลิตหรือขยายการผลิตพลังงานควบคุม ต้องยื่นคำขอตามแบบ พค.1 พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน    \n3. การยื่นขอใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม ต้องติดตั้งระบบผลิตพลังงานควบคุมให้แล้วเสร็จ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และมีความพร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจระบบผลิตพลังงานควบคุม    \n4. การอนุญาตให้ผลิตหรือขยายการผลิตพลังงานควบคุม มีกำหนดระยะเวลาครั้งละไม่เกิน 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต\n5. ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม ยื่นต่ออายุตามแบบ พค.1 ก่อนใบอนุญาตเดิมหมดอายุ ไม่น้อยกว่า 120 วัน    \n6. หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาต              \n   6.1) เครื่องต้นกำลัง ผลิตถูกต้องตามมาตรฐาน              \n   6.2) มีระบบป้องกันเครื่องต้นกำลังที่เหมาะสม              \n   6.3) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ผลิตถูกต้องตามมาตรฐาน              \n   6.4) มีการออกแบบระบบถ่ายเทอากาศในห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างเหมาะสม              \n   6.5) มีเซอร์กิตเบรกเกอร์ป้องกันทางไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เหมาะสม (พิกัดขนาดของเซอร์กิตเบรกเกอร์ต้องไม่เกินพิกัดกระแสที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจ่ายได้หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถปรับค่ากระแสเกินไม่เกินพิกัดกระแสของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า)              \n   6.6) มีระบบสับเปลี่ยนระหว่างเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือกับการไฟฟ้าที่ปลอดภัยและระบบสับเปลี่ยนต้องประกอบสำเร็จจากโรงงาน              \n   6.7) มีระบบขนานแบบอัตโนมัติระหว่างเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือกับการไฟฟ้าที่เหมาะสมและปลอดภัย              \n   6.8) มีการติดตั้งและเดินสาย การต่อลงดิน เป็นไปตามมาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุด              \n   6.9) มีการติดตั้งถังน้ำมัน เป็นไปตามมาตรฐาน วสท. ฉบับล่าสุด    \n7. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาหรือขอสงวนสิทธิ์ในการทำลายเอกสารดังกล่าว    \n8. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n9. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือฯ เริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วน    \n10. จะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ออกใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมารับใบอนุญาต","2025-02-13T14:08:24"],
    [330,"9b816aac-d3dc-4009-aac1-028058e8df5d","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน","การส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-5b9e-438c-8184-2c604a7e7050",1,0,1,"เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมต้องส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานให้แก่อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552 โดยที่รายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานประกอบด้วย\n1. รายงานการจัดการพลังงานของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม       \n2. รายการตรวจสอบการจัดการพลังงาน จากผู้ตรวจสอบและรับรอง       \n3. ผลสรุปการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน จากผู้ตรวจสอบและรับรอง  \nสามารถจัดส่งเป็นเอกสารต้นฉบับพร้อมแผ่นซีดีไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-service)","2025-02-13T14:05:30"],
    [331,"94e56e12-d173-4f2a-8396-412c065b0545","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ","การขออนุมัติจุดซื้อขายปิโตรเลียม (จุดซื้อขายก๊าซธรรมชาติ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-c9be-4ee2-87a5-f103f4c319b4",12,0,25,"ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมจะต้องยื่นขออนุมัติจุดซื้อขายพร้อมเอกสารมาตรวัดสูตรการคำนวณอัตราการไหลของปิโตรเลียมและมาตรฐานตามเอกสารแนบประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ตามเอกสารแนบ เสนอต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 85 กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจ ผลิต และอนุรักษ์ปิโตรเลียม พ.ศ. 2555 และระเบียบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเทคนิคการผลิตปิโตรเลียม","2022-03-11T15:28:09"],
    [332,"94e56e12-d412-409a-8492-ea0a4a731e69","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ","การพิจารณาอนุมัติสละหลุมผลิต เปลี่ยนแปลงสถานภาพหลุม และเปลี่ยนแปลงวิธีการสละหลุม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-cca3-4bca-88f0-017b3cc204e6",60,0,4,"ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมสามารถขออนุมัติสละหลุมผลิตและเปลี่ยนแปลงสถานภาพหลุมผลิตของผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมได้ตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และกฎกระทรวงหลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจ ผลิต และอนุรักษ์ปิโตรเลียม ออกตามความในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.2514    หมายเหตุ  1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  4. ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-03-11T15:28:24"],
    [333,"95e10e43-c351-4a3b-9ff6-77949bbd65c4","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ","การขออนุมัติจุดซื้อขายปิโตรเลียม (จุดซื้อขายน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติเหลว) แบบใช้การวัดปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวในถังสำหรับคำนวณปริมาณซื้อขาย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e10aa7-695b-4fd7-8490-c471958578dc",12,0,6,"ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมหรือผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตจะต้องยื่นขออนุมัติจุดซื้อขายพร้อมเอกสารมาตรวัดสูตรการคำนวณอัตราการไหลของปิโตรเลียมและมาตรฐานตามเอกสารแนบประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ตามเอกสารแนบ เสนอต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 85 กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจ ผลิต และอนุรักษ์ปิโตรเลียม พ.ศ. 2555 และระเบียบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเทคนิคการผลิตปิโตรเลียม","2022-04-29T18:40:45"],
    [334,"95e111b8-76c6-4d51-b074-8a648c94b0e8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพลังงาน","กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ","การขออนุมัติจุดซื้อขายปิโตรเลียม (จุดซื้อขายน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติเหลว) แบบใช้มาตรวัดอัตราการไหลในการคำนวณปริมาณการซื้อขาย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e110b5-b4f3-4a3d-8118-097d3975e5b7",12,0,11,"ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมหรือผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตจะต้องยื่นขออนุมัติจุดซื้อขายพร้อมเอกสารมาตรวัดสูตรการคำนวณอัตราการไหลของปิโตรเลียมและมาตรฐานตามเอกสารแนบประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ตามเอกสารแนบ เสนอต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 85 กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจ ผลิต และอนุรักษ์ปิโตรเลียม พ.ศ. 2555 และระเบียบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเทคนิคการผลิตปิโตรเลียม","2022-04-29T18:41:00"],
    [335,"94e56e25-f5c0-4bb9-ab5b-b14a302c92ef","PUBLISHED","กระทรวงพลังงาน","การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตสร้างโรงเรือนหรือสิ่งอื่น ปลูกต้นไม้หรือพืชผล ในเขตเดินสายไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-c461-4b93-9174-eaee383acf74",23,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ด้วยพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 มาตรา 32 ได้มีข้อกำหนดว่า ในเขตเดินสายไฟฟ้า ห้ามมิให้ผู้ใดสร้างโรงเรือนหรือสิ่งอื่น ปลูกต้นไม้ หรือพืชผล เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ. การอนุญาตนั้นให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กำหนด    โรงเรือนหรือสิ่งอื่นที่สร้างขึ้นหรือทำขึ้น ต้นไม้หรือพืชผลที่ปลูกขึ้น โดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข หรือไม่ได้รับอนุญาตจาก กฟผ. ให้ กฟผ. มีอำนาจรื้อถอน ทำลายหรือตัดฟันตามควรแก่กรณีโดยไม่ต้องจ่ายค่าทดแทน    โรงเรือนหรือสิ่งอื่นต้นไม้หรือพืชผลในเขตเดินสายไฟฟ้า ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อห้ามตามมาตรา 32 ของ พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 หมายถึง โรงเรือนหรือสิ่งอื่น ต้นไม้หรือพืชผลตามคำจำกัดความที่ให้ไว้ดังนี้    โรงเรือน หมายถึง สิ่งปลูกสร้างบนดินหรือใต้ดิน รวมทั้งส่วนประกอบโรงเรือน เช่น ประตู หน้าต่าง ระเบียง เฉลียง บันได หรือลิฟท์ที่ใช้ขึ้นลงด้วย    อาคาร หมายถึง ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานและสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง    (1) อัฒจันทร์หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเพื่อใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน    (2) เขื่อน สะพานอุโมงค์ ทางหรือท่อระบายน้ำ อู่เรือ คานเรือ ท่าน้ำ ท่าจอดเรือ รั้ว กำแพงหรือประตูที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะหรือสิ่งที่สร้างขึ้นให้บุคคลทั่วไปใช้สอย    (3) ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย    (4) สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ    สิ่งอื่นหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หมายความถึง สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่โรงเรือน ซึ่งนอกจากสิ่งปลูกสร้างที่ติดอยู่กับดิน เช่น อุโมงค์ เจดีย์ อนุสาวรีย์ รั้วบ้าน กำแพง บ่อน้ำ หลุมรับน้ำโสโครก แล้วยังหมายรวมถึง สิ่งอื่นที่สร้างหรือทำขึ้นโดยไม่ยึดหรือฝังลงดินด้วย เพราะกฎหมายมิได้จำกัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ จึงให้หมายรวมถึงสังหาริมทรัพย์ด้วย แต่จำกัดเฉพาะสิ่งที่บุคคลทำขึ้นมีลักษณะติดตั้งอยู่กับที่ หรือเคลื่อนที่ได้เป็นครั้งคราว ก็ให้ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งอื่นตามนัยเดียวกันกับโรงเรือน เช่น กระท่อม ร้านค้า แผงลอย นั่งร้านเคลื่อนที่ได้ ป้ายโฆษณา ซุ้มขายสินค้า ตู้คอนเทนเนอร์ ฯลฯ    ต้นไม้หรือพืชผล หมายถึงต้นไม้หรือพืชผลที่ กฟผ. ห้ามปลูกในเขตเดินสายไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ในประกาศการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เรื่องข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยในเขตเดินสายไฟฟ้า    เขตเดินสายไฟฟ้า หมายถึงบริเวณที่ที่จะเดินสายส่งไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้าตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511และห้ามปลูกสร้าง หรือทำขึ้นซึ่งอาคารโรงเรือน บ้านพักอาศัย ในเขตเดินสายไฟฟ้าตามระยะห้าม ต่อไปนี้            ขนาดแรงดัน (กิโลโวลต์)                  ระยะห้ามจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าด้านละ               69                                           9    เมตร              115                                          12-25 เมตร              230                                          20-25 เมตร              500                                          30-40 เมตร    ในกรณีที่มีการประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้าเฉพาะสายใดสายหนึ่งซึ่งมีความกว้างจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าแตกต่างจากระยะห้ามข้างต้น ให้ถือว่าระยะห้ามปลูกสร้างหรือทำขึ้นซึ่งอาคารโรงเรือน บ้านพักอาศัย มีระยะเท่ากับเขตเดินสายไฟฟ้าตามประกาศนั้น    การสร้างขึ้นหรือทำขึ้นซึ่งอาคารโรงเรือน บ้านพักอาศัยจะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ.ก่อน การอนุญาตให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กฟผ.กำหนด    กฟผ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาอนุญาตให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ทรงสิทธิอื่น สามารถปลูกสร้างโรงเรือน ต้นไม้ พืชผล หรือสิ่งอื่นในเขตเดินสายไฟฟ้าได้ โดยยึดหลักความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ชีวิต ทรัพย์สิน และต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการบำรุงรักษาและการปรับปรุงระบบไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วย    1.ต้องมีความปลอดภัยต่อระบบไฟฟ้า ชีวิต และทรัพย์สิน    2.ต้องอยู่ในมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางไฟฟ้าที่การพลังงานแห่งชาติ และ กฟผ. กำหนด    3.ห้ามใช้เป็นที่พักอาศัย หรือเป็นส่วนหนึ่งของที่พักอาศัย หรือมีผนังปิดกั้นใช้เป็นที่พักอาศัยได้    4.ต้องมีระยะความสูงไม่เกิน 3 เมตร เว้นแต่เป็นสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน    5.ต้องไม่ใช้วัสดุที่เป็นสื่อทางไฟฟ้าหรือต้องมีระบบสายดิน (Ground) เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ตามที่ กฟผ.กำหนด หรือ กฟผ.เห็นชอบ    6.ต้องเป็นไปตามประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า ที่ประกาศไว้เฉพาะแต่ละสาย นั้น    7.ต้องไม่เป็นอุปสรรคใน การตรวจสอบ ดูแล บำรุงรักษาและปรับปรุงระบบไฟฟ้า ของ กฟผ.    8.หาก กฟผ.จำเป็นต้องใช้พื้นที่เพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้า หรือเพื่อดำเนินการอื่นใดๆ ของ กฟผ. ต้องดำเนินการตามที่ กฟผ. กำหนดให้ทันที และจะเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ จาก กฟผ. มิได้    เงื่อนไขและวิธีการในการยื่นคำขอ    ในการขออนุญาตสร้างโรงเรือนหรือสิ่งอื่น ปลูกต้นไม้ หรือพืชผลในเขตเดินสายไฟฟ้าของ กฟผ. ผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือผู้ทรงสิทธิอื่น เช่น ผู้เช่า ผู้มีสิทธิอาศัย ผู้มีสิทธิ เก็บกิน โดยจะต้องยื่นคำร้องขออนุญาตต่อ กฟผ. ตามแบบฟอร์มที่ กฟผ. กำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบในการขออนุญาต    การยื่นคำร้องขอต้องกรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์มที่ กฟผ กำหนด โดยสามารถขอแบบฟอร์ม คำร้องได้ที่สถานที่ติดต่อที่ได้แจ้งไว้ข้างต้นหรือสามารถดาวน์โหลดคำร้องได้ที่ www.egat.co.th    ผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจต้องยื่นคำร้องขอตามสถานที่ที่ระบุไว้ข้างต้น    หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** กฟผ จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:24"],
    [336,"94e56e15-c2a1-4a92-aa2a-a5921ab20dc8","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกหนังสือรับรองการนำเข้าภายใต้พันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-7b2c-4774-92c3-27f98ac82431",1,0,13,"1. สินค้าที่ต้องขอหนังสือรับรองการนำเข้าที่อยู่ภายใต้พันธกรณีความตกลงกับต่างประเทศ 8 ความตกลงมีดังต่อไปนี้   (1) ความตกลง WTO ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 23 รายการโดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ 22 รายการดังต่อไปนี้  (1.1) น้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม  (1.2) นมผงขาดมันเนย  (1.3) มันฝรั่งสดหรือแช่เย็น  (1.4) หอมหัวใหญ่  (1.5) กระเทียม  (1.6) มะพร้าวและมะพร้าวฝอย  (1.7) ลำไยแห้ง  (1.8) เมล็ดกาแฟ  (1.9) ชา (ชาใบชาผง)  (1.10) พริกไทย  (1.11) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  (1.12) ข้าว  (1.13) เมล็ดถั่วเหลือง  (1.14) เนื้อมะพร้าวแห้ง  (1.15) เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่  (1.16) น้ำมันถั่วเหลือง  (1.17) น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในมล็ดปาล์ม  (1.18) น้ำมันมะพร้าว  (1.19) น้ำตาลทราย  (1.20) ผลิตภัณฑ์กาแฟ  (1.21) กากถั่วเหลือง  (1.22) เส้นไหมดิบ  อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง 1 รายการได้แก่ใบยาสูบ      (2) ความตกลงการค้าเสรีไทย- ออสเตรเลีย (TAFTA) ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 8 รายการดังต่อไปนี้  (2.1) น้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม (เฉพาะ Beverage containing milk)  (2.2) นมผงขาดมันเนย  (2.3) มันฝรั่ง  (2.4) เมล็ดกาแฟ  (2.5) ชา  (2.6) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  (2.7) น้ำตาลทราย  (2.8) กาแฟสำเร็จรูป    (3) ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 5 รายการดังต่อไปนี้  (3.1) น้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม (เฉพาะ Beverage containing milk)  (3.2) นมผงขาดมันเนย  (3.3) มันฝรั่ง  (3.4) หอมหัวใหญ่  (3.5) เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่    (4) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 7 รายการดังต่อไปนี้  (4.1) น้ำนมดิบ  (4.2) นมผงขาดมันเนย  (4.3) มันฝรั่ง  (4.4) หอมหัวใหญ่  (4.5) มะพร้าว  (4.6) กระเทียม  (4.7) ลำไยแห้ง    (5) ความตกลงการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 21 รายการและสินค้าประเภทเหล็ก 1 รายการรวมทั้งสิ้น 22 รายการดังต่อไปนี้  (5.1) น้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม (เฉพาะเครื่องดื่มที่มีนมผสม)  (5.2) นมผงขาดมันเนย  (5.3) มันฝรั่ง   (5.4) หอมหัวใหญ่  (5.5) กระเทียม  (5.6) มะพร้าวและมะพร้าวฝอย  (5.7) ลำไยแห้ง  (5.8) เมล็ดกาแฟ  (5.9) ชา  (5.10) พริกไทย  (5.11) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  (5.12) ข้าว  (5.13) เมล็ดถั่วเหลือง  (5.14) เนื้อมะพร้าวแห้ง  (5.15) เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่  (5.16) น้ำมันถั่วเหลือง  (5.17) น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในมล็ดปาล์ม  (5.18) น้ำมันมะพร้าว  (5.19) น้ำตาลทราย  (5.20) กาแฟสำเร็จรูป  (5.21) กากถั่วเหลือง  (5.22) เหล็กและเหล็กกล้า    (6) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 4 รายการ  (6.1) หอมหัวใหญ่  (6.2) กระเทียม  (6.3) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  (6.4) น้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม    (7) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี (AKFTA) ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 22 รายการดังต่อไปนี้  (7.1) น้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม (เฉพาะเครื่องดื่มที่มีนมผสม)  (7.2) นมผงขาดมันเนย  (7.3) มันฝรั่ง  (7.4) หอมหัวใหญ่  (7.5) กระเทียม  (7.6) มะพร้าวและมะพร้าวฝอย  (7.7) ลำไยแห้ง  (7.8) เมล็ดกาแฟ  (7.9) ชา  (7.10) พริกไทย  (7.11) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  (7.12) ข้าว  (7.13) เมล็ดถั่วเหลือง  (7.14) เนื้อมะพร้าวแห้ง  (7.15) เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่  (7.16) น้ำมันถั่วเหลือง  (7.17) น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในมล็ดปาล์ม  (7.18) น้ำมันมะพร้าว  (7.19) น้ำตาล  (7.20) กาแฟสำเร็จรูป  (7.21) กากถั่วเหลือง  (7.22) ไหมดิบ (ยังมิได้ตีเกลียว)    (8) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 23 รายการ  ครอบคลุมสินค้าเกษตรจำนวน 23 รายการโดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ 21 รายการแต่ต้องดำเนินการออกหนังสือรับรองรายการสินค้าจำนวนทั้งสิ้น 18 รายการสินค้าดังต่อไปนี้  (8.1) น้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม  (8.2) นมผงขาดมันเนย  (8.3) มันฝรั่งสดหรือแช่เย็น  (8.4) หอมหัวใหญ่  (8.5) กระเทียม  (8.6) มะพร้าวและมะพร้าวฝอย  (8.7) ลำไยแห้ง  (8.8) เมล็ดกาแฟ  (8.9) ชา (ชาใบชาผง)  (8.10) พริกไทย  (8.11) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  (8.12) ข้าว  (8.13) เมล็ดถั่วเหลือง  (8.14) เนื้อมะพร้าวแห้ง  (8.15) เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่  (8.16) น้ำมันมะพร้าว  (8.17) ผลิตภัณฑ์กาแฟ  (8.18) น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในมล็ดปาล์ม (เปิดเสรีไม่ต้องขอหนังสือรับรอง)  (8.19) น้ำมันถั่วเหลือง (เปิดเสรีไม่ต้องขอหนังสือรับรอง)  (8.20) กากถั่วเหลือง (เปิดเสรีไม่ต้องขอหนังสือรับรอง)  (8.21) น้ำตาลทราย (อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย)  (8.22) ใบยาสูบ (อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง)    2 หลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองสินค้าภายใต้พันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศมีดังนี้  - กรณีที่ 1 การนำเข้าในโควตา  1) ผู้ขอหนังสือรับรองการนำเข้าจะต้องได้รับการจัดสรรโควตาสินค้านำเข้าตามที่ได้ทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆและตามประกาศและระเบียบของกรมการค้าต่างประเทศ  2) ภายหลังการนำเข้าให้ผู้รับหนังสือรับรองรายงานการนำเข้าณกองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้าตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายใดไม่รายงานการนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมการค้าต่างประเทศจะระงับการออกหนังสือรับรองสำหรับการนำเข้าในครั้งถัดไปให้แก่ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายนั้นจนกว่าจะได้มีการส่งรายงานการนำเข้าโดยถูกต้องแล้ว  - กรณีที่ 2 นำเข้านอกโควตา  ผู้ขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีนอกโควตา 17  รายการ ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรอง ณ สำนักบริการการค้าต่างประเทศ  ภายหลังการนำเข้าให้ผู้รับหนังสือรับรองรายงานการนำเข้าณกองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้ากรมการค้าต่างประเทศตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด    เงื่อนไขการนำเข้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ความตกลงอาเซียน-เกาหลี (AKFTA) (ตามความตกลงการออกหนังสือรับรองจะออกให้เฉพาะผู้ที่ได้รับการจัดสรรปริมาณการนำเข้าสินค้าในโควตา)  1) สินค้าที่ขอรับหนังสือรับรองจะต้องมีถิ่นกำเนิดและส่งตรงมาจากประเทศที่มีความตกลงข้างต้นโดยกรมการค้าต่างประเทศจะออกหนังสือรับรองให้ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขสำหรับแต่ละสินค้าภายใต้ปริมาณที่ได้รับจัดสรรตามความตกลง WTO โดยผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองต้องเป็นผู้ที่ได้รับการจัดสรรปริมาณการนำเข้าในโควตาสินค้านำเข้าตามที่ได้ทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆและตามประกาศและระเบียบของกรมการค้าต่างประเทศ  2) หนังสือรับรองมีอายุหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันออกแต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่ออกและให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายงานการนำเข้าภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าแต่ละครั้งตามแบบรายงานการนำเข้าที่กำหนด    ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ไม่มีการจัดสรรโควตาการนำเข้าแต่มีเงื่อนไขการออกหนังสือรับรองดังต่อไปนี้  1) กรณีที่นำเข้าสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เนื่องจากเป็นการเปิดเสรีการค้าตามพันธกรณีเขตการค้าเสรีอาเซียนประเทศไทยต้องยกเลิกมาตรการโควตาอัตราภาษี (Tariff Rate Quota : TRQ ) สินค้าเกษตร 23 รายการและลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการให้เป็น 0 จึงกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าภายใต้ความตกลงดังกล่าวยื่นขอหนังสือรับรองการนำเข้าณกรมการค้าต่างประเทศเท่านั้น  2) หนังสือรับรองมีอายุหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันออกแต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่ออกและให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายงานการนำเข้าภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าแต่ละครั้งตามแบบรายงานการนำเข้าที่กำหนด  3. กรณีผู้นำเข้าน้ำนมดิบและนมพร้อมดื่มนมผงขาดมันเนยมันฝรั่งหอมหัวใหญ่เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่กระเทียมมะพร้าวมะพร้าวฝอยลำไยแห้งเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟชาพริกไทยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดถั่วเหลืองเนื้อมะพร้าวแห้งและน้ำมันมะพร้าวจะต้องเป็นนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้าประเภทนั้นเป็นรายปีไว้กับกรมการค้าต่างประเทศ (รายละเอียดตามคู่มือการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้าสำนักบริการการค้าต่างประเทศ) ตามแบบคำขอขึ้นทะเบียนที่กำหนดไว้  4 ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติระบุไว้ในคู่มือการขึ้นทะเบียนนำเข้าสินค้าที่มีมาตรการของสำนักบริการการค้าต่างประเทศ  5. กรณีผู้นำเข้าน้ำนมดิบและนมพร้อมดื่มนมผงขาดมันเนยมันฝรั่งหอมหัวใหญ่เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่กระเทียมลำไยแห้งพริกไทยกรมการค้าต่างประเทศจะออกหนังสือรับรองให้นำเข้าเฉพาะนำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการของตนเองในปริมาณไม่เก?","2021-11-17T13:39:13"],
    [337,"94e56e15-bb78-4532-9096-e2b07414946f","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานเพิ่มเติม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-7336-490d-9e1c-c6922c84393a",3,50,5,"หลักเกณฑ์และวิธีการ                    กรณีผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานประสงค์จะขอเพิ่มเติมชนิดสินค้ามาตรฐานชนิดอื่น ให้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมสินค้า (แบบ มส. 1/1) พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอ โดยสแกน (Scan) ผ่านระบบที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th    เงื่อนไขยื่นคำขอ                                                                                สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ส่วนราชการ/สหกรณ์/องค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พร้อมประทับตราสำคัญ   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบทะเบียนที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ:       ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานเพิ่มเติมสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ ตามแบบ วิธีการ และช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-04-06T22:52:48"],
    [338,"94e56e15-bf17-40e3-9769-a1b3ceda4733","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าวไปต่างประเทศ (N) 72588 (16 สค.62)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d24-7692-4efd-aa29-3a5b0be0d0e5",3,0,5,"1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเป็นผู้ส่งออกข้าว       ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศจากกรมการค้าภายในหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ผู้ขออนุญาตมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่   ต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักรไว้กับกรมการค้าต่างประเทศ   ต้องเป็นผู้ซึ่งไม่เคยกระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศมาก่อนในกรณีเป็นนิติบุคคล กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของนิติบุคคลนั้น ต้องเป็นผู้ซึ่งไม่เคยกระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศมาก่อน หรือไม่เคยเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการของนิติบุคคลที่เคยกระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศมาก่อน           ในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือข้อบังคับอื่นใด ที่ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ส่งข้าวออกไปจำหน่ายต่างประเทศไว้เป็นอย่างอื่น จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือข้อบังคับดังกล่าว      2. ผู้ที่มีความประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว ให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว ตามแบบ คพ. ท้ายระเบียบนี้ ต่อกรมการค้าต่างประเทศ        หากปรากฏว่า ผู้ส่งออกข้าวรายใดมิได้ดำเนินการส่งออกข้าวตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี  ให้กรมการค้าต่างประเทศถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าว แต่หากผู้ส่งออกข้าวรายนั้นประสงค์จะเป็นผู้ส่งออกข้าวต่อไปให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าวตามวรรคหนึ่ง โดยขอใช้เลขทะเบียนเดิมได้    3.  กรณีผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลมิได้มาดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนดพร้อมสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ โดยสำเนาเอกสารทุกฉบับจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลพร้อมประทับตราสำคัญ (ถ้ามี)","2021-11-17T13:39:13"],
    [339,"94e56e15-c665-4454-89b1-9256530daff8","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การรายงานการนำเข้าสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-7fd2-4ffb-85e2-6c8f8c1e35a1",1,0,2,"1. การรายงานการนำเข้าสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ  - ผู้ประกอบการที่ขอหนังสือรับรองแสดงการได้สิทธิชำระภาษีทั้งในหรือนอกโควตาตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) และความตกลงการค้าเสรีอื่นๆ อีกรวมทั้งสิ้น 9 ความตกลง ได้แก่ 1. ความตกลงการค้าเสรี ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) 2. ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) 3. ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) 4. ความตกลงการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) 5. ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) 6. ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี (AKFTA) 7. ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) 8.ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี (TCFTA) และ 9.ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) จะต้องรายงานการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศและหน่วยงานอื่นตามระเบียบกระทรวงพาณิชย์กำหนด รายละเอียดดังนี้     การรายงานการนำเข้ากรณีในโควตา     - ผู้ได้รับหนังสือรับรองต้องรายงานการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ตามแบบรายงานที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด พร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้องภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่นำเข้าสินค้าแต่ละครั้ง     - ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายใดไม่รายงานการนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิขอรับหนังสือรับรอง โดยกรมการค้าต่างประเทศจะระงับการออกหนังสือรับรองสำหรับการนำเข้าในครั้งต่อๆ ไป จนกว่าจะได้มีการส่งรายงานการนำเข้าโดยถูกต้องแล้ว     การรายงานการนำเข้ากรณีนอกโควตา     - ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายงานการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศ ตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด พร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้องภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าแต่ละครั้ง         การรายงานการนำเข้ากรณีความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน  - สำหรับสินค้า  16 รายการ ได้แก่ นมและครีมและเครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง นมผงขาดมันเนย มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ กระเทียม มะพร้าวและมะพร้าวฝอย ลำไยแห้ง เมล็ดกาแฟ กาแฟสำเร็จรูป ชา พริกไทย เมล็ดถั่วเหลือง เนื้อมะพร้าวแห้ง น้ำมันมะพร้าว  และเส้นไหม ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายงานการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศ ตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด พร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้องภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าแต่ละครั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป กรมการค้าต่างประเทศ ได้มีระบบรายงานการส่งอออก-นำเข้าสินค้าดังกล่าว โดยให้ได้รับหนังสือรับรองฯ รายงานผ่านระบบที่  https://e-report.dft.go.th/         2. สินค้าที่ต้องรายงานการนำเข้าหลังจากขอหนังสือรับรองการนำเข้า  1) นมและครีมและเครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง   (1.1) นมและครีม หมายความถึง นมและครีมที่ไม่ทำให้เข้มข้น และไม่เติมน้ำตาล หรือสารทำให้หวานอื่นๆ ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 0401.10.10 0401.10.90 0401.20.10 0401.20.90 0401.40.10 0401.40.20 0401.40.90 0401.50.10 และ 0401.50.90     (1.2) เครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง หมายความถึง เครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่งตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2202.91.00 2202.99.10 2202.99.20 2202.99.40 2202.99.50 และ 2202.99.90 (เฉพาะเครื่องดื่มที่มีนมผสม)     2) นมผงขาดมันเนย หมายความถึง นมและครีมที่ทำให้เข้มข้นหรือเติมน้ำตาล หรือสารทำให้หวานอื่นๆ เฉพาะที่เป็นผง เม็ด หรือเป็นลักษณะของแข็งอื่นๆ ที่มีไขมันไม่เกินร้อยละ 1.5 โดยน้ำหนัก ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 0402.10.41 0402.10.42 0402.10.49 0402.10.91 0402.10.92 และ 0402.10.99     3) มันฝรั่ง หมายความถึง หัวพันธุ์มันฝรั่ง ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0701.10.00 และหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0701.90.10 และ 0701.90.90 (ทั้งหัว, ปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น และอื่นๆ)     4) หอมหัวใหญ่ หมายความถึง หอมหัวใหญ่สดหรือแช่เย็น ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0703.10.11 (ใช้เพาะปลูก), 0703.10.19 (อื่นๆ) และหอมหัวใหญ่แห้ง ทั้งต้นหรือทั้งหัว ตัด ฝาน ทำให้แตกหรือเป็นผง แต่ต้องไม่จัดทำมากกว่านี้ ทั้งเป็นผงและไม่เป็นผง ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0712.20.00     5) กระเทียม หมายความถึง กระเทียมสดหรือแช่เย็น ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0703.20.10 (ใช้เพาะปลูก), 0703.20.90 (อื่นๆ) และกระเทียมแห้ง ทั้งต้นหรือทั้งหัว ตัด ฝาน ทำให้แตกหรือเป็นผง แต่ต้องไม่จัดทำมากกว่านี้ ทั้งเป็นผงและไม่เป็นผง ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0712.90.10     6) มะพร้าวและมะพร้าวฝอย หมายถึง มะพร้าว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0801.12.00 (มะพร้าวทั้งกะลา [เอนโดคาร์ป]) 0801.19.10 (มะพร้าวอ่อน) และ0801.19.90 (อื่นๆ) และมะพร้าวฝอย ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท0801.11.00 (มะพร้าวทำให้แห้ง)     7) ลำไยแห้ง หมายความถึง ลำไยแห้งตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0813.40.10     8) เมล็ดกาแฟ หมายความถึง เมล็ดกาแฟจะคั่ว บด หรือแยกกาเฟอีนออกแล้วหรือไม่ก็ตาม ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 0901.11.10  0901.11.90  0901.12.10  0901.12.90  0901.21.10 0901.21.20 0901.22.10  0901.22.20 0901.90.10 และ 0901.90.20     9) ชา หมายความถึง ชาใบและชาผง ซึ่งประกอบด้วย ชาเขียว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0902.10.10.001  0902.10.10.501  0902.10.90.001  0902.10.90.090  0902.10.90.501  0902.20.10.001 0902.20.10.090  0902.20.10.501  0902.20.90.001  0902.20.90.090  0902.20.90.501 และชาดำ ตามพิกัด 0902.30.10.001  0902.30.10.090  0902.30.10.501  0902.30.90.001  0902.30.90.090  0902.30.90.501  0902.40.10.001  0902.40.10.090  0902.40.10.501  0902.40.90.001  0902.40.90.090  0902.40.90.501 เท่านั้น โดยไม่รวมถึงชาผงสำเร็จรูป (Instant tea) และชาสมุนไพรอื่นๆ      10) พริกไทย หมายความถึง พริกในตระกูลไปเปอร์ไม่บดหรือไม่ป่น และบดหรือป่น ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 0904.11.10  0904.11.20  0904.11.90  0904.12.10  0904.12.20  และ 0904.12.90     11) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมายความว่า ข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1005.90.90     12) เมล็ดถั่วเหลือง หมายความว่า ถั่วเหลืองจะทำให้แตกหรือไม่ก็ตาม ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1201.10.00 และ 1201.90.00     13) เนื้อมะพร้าวแห้ง หมายความว่า เนื้อมะพร้าวแห้ง ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1203.00.00     14) เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หมายความถึงเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1209.91.10     15) น้ำมันถั่วเหลือง หมายความว่า น้ำมันถั่วเหลืองและแฟรกชั่นของน้ำมันถั่วเหลืองจะทำให้บริสุทธิ์หรือไม่ก็ตามแต่ต้องไม่ดัดแปลงทางเคมี ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1507.10.00 1507.90.10 และ 1507.90.90     16) น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม     (16.1) น้ำมันปาล์ม หมายความว่า น้ำมันปาล์มและแฟรกชั่นของน้ำมันปาล์ม จะทำให้บริสุทธิ์หรือไม่ ก็ตามแต่ต้องไม่ดัดแปลงทางเคมี ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1511.10.00  1511.90.20  1511.90.31  1511.90.32  1511.90.36  1511.90.37 1511.90.39  1511.90.41  1511.90.42  และ 1511.90.49         (16.2) น้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม หมายความว่าน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มและแฟรกชั่นของน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยและรหัสสถิติ 1513.21.10  1513.21.90 1513.29.11  1513.29.12  1513.29.13  1513.29.14 1513.29.91 1513.29.92 1513.29.94 1513.29.95 1513.29.96 และ1513.29.97     17) น้ำมันมะพร้าว หมายความว่า น้ำมันมะพร้าวและแฟรกชั่นของน้ำมันมะพร้าว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1513.11.00 (น้ำมันดิบ) 1513.19.10 (แฟรกชั่นของน้ำมันมะพร้าวที่ไม่ทำให้บริสุทธิ์)และ 1513.19.90 (อื่นๆ)     18) น้ำตาลทราย หมายความถึง น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีต และซูโครสที่บริสุทธิ์ในทางเคมีในลักษณะของแข็ง ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 1701.12.00 1701.13.00 1701.14.00 1701.91.00 1701.99.10 และ 1701.99.90     19) กาแฟสำเร็จรูป หรือผลิตภัณฑ์กาแฟ หมายถึงสิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข้มข้นของกาแฟ และของปรุงแต่งที่มีสิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข้มข้นเหล่านี้เป็นหลักหรือที่มีกาแฟเป็นหลัก ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2101.11.10  2101.11.90  2101.12.10  2101.12.91  2101.12.92  และ 2101.12.99      20) กากถั่วเหลือง หมายความว่า กากน้ำมันและกากแข็งอื่น ๆ ที่ได้จากการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง จะบดหรือทำเป็นเพลเลตหรือไม่ก็ตาม    (20.1) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.90.001    (20.2) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภค ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.90.002    (20.3) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.90.090     21) เส้นไหม                - ไหมดิบ หมายถึงเส้นไหมดิบที่ยังมิได้ตีเกลียว ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 5002.00.00                - ไหมสำเร็จรูป หมายถึง ด้ายไหมสำหรับใช้ทอผ้า ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อย 5004.00.00","2021-11-17T13:39:13"],
    [340,"94e56e15-c9e0-4d04-beb1-ae8abe1a342c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทย (มส.24/1)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-82f9-4695-a29c-ae231aeaa655",1,10,5,"หลักเกณฑ์    1.การขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าข้าว ต้องเข้าระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) เพื่อขอ User Name กลาง จากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศก่อนที่เว็บไซท์ www.dft.go.th     2.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทย กับสำนักงานมาตรฐานสินค้า    3.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอตามที่ระบุในคู่มือประชาชน    เงื่อนไขยื่นคำขอ    1.    ผู้ยื่นคำร้องขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับ มส.24/1 ณ กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก  ชั้น 2 อาคารสำนักงานมาตรฐานสินค้า   หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมการค้าต่างประเทศ ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทราบภายใน 1 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ:    1. การยื่นคำร้องขอสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องในวันและเวลาราชการเท่านั้น    2. กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำร้องขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำร้องขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์","2022-04-06T22:52:48"],
    [341,"94e56e15-cc7d-4043-a91f-83d06d52df3c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การรายงานการส่งออกสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-866c-42e5-9e64-3444300bf194",1,0,3,"การรายงานการส่งออกสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ     1) น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม         1.1) น้ำมันปาล์ม หมายความว่า น้ำมันปาล์มและแฟรกชั่นของน้ำมันปาล์ม จะทำให้บริสุทธิ์หรือไม่ ก็ตามแต่ต้องไม่ดัดแปลงทางเคมี ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยและรหัสสถิติ 1511.10.00  1511.90.20  1511.90.31  1511.90.32  1511.90.36  1511.90.37 1511.90.39  1511.90.41  1511.90.42  และ 1511.90.49         1.2) น้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม หมายความว่าน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มและแฟรกชั่นของน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยและรหัสสถิติ 1513.21.10 1513.21.901513.29.11 1513.29.12 1513.29.13 1513.29.141513.29.911513.29.921513.29.941513.29.951513.29.96และ1513.29.97        1.3) กระทรวงพาณิชย์ได้ออกระเบียบกำหนดมาตรการนำเข้าเพื่อส่งออกนอกโควตา WTO สำหรับสินค้าน้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม กรณีการขอหนังสือรับรองสำหรับการนำเข้าเพื่อการส่งออกจะต้องรายงานการส่งออกพร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาออกที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้อง ภายใน 20 วัน นับแต่วันส่งออกตามแบบที่กำหนด หากไม่รายงาน จะระงับการออกหนังสือรับรองในครั้งต่อไป หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร    2) เมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟ          2.1) เมล็ดกาแฟหมายถึงเมล็ดกาแฟจะคั่ว บด หรือแยกกาเฟอีนออกแล้วหรือไม่ก็ตาม ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยและรหัสสถิติ 0901.11.10 0901.11.90 0901.12.10 0901.12.90 0901.21.10 0901.21.20 0901.22.10 0901.22.20 0901.90.10และ 0901.90.20         2.2) กาแฟสำเร็จรูป หรือผลิตภัณฑ์กาแฟ หมายถึงสิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข้มข้นของกาแฟ และของปรุงแต่งที่มีสิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข้มข้นเหล่านี้เป็นหลักหรือที่มีกาแฟเป็นหลัก ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยและรหัสสถิติ 2101.11.10  2101.11.90  2101.12.10  2101.12.91  2101.12.92  และ 2101.12.99         2.3) การส่งรายงานการส่งออก ผู้ส่งออกจะต้องรายงานปริมาณรับซื้อ ปริมาณการส่งออก ปริมาณคงเหลือ และสถานที่เก็บกาแฟ ตามแบบรายงานที่กำหนดท้ายระเบียบ ต่อกองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า กรมการค้าต่างประเทศ เป็นประจำทุกเดือนภายใน 7 วันทำการของเดือนถัดไป         2.4) กรณีผู้ส่งออกขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ (ICO Certificate of Origin) ซึ่งจะให้เฉพาะกาแฟที่ผลิตภายในประเทศเท่านั้น จะต้องรายงานเมื่อได้ผ่านพิธีการศุลกากรส่งออกสินค้าตามหนังสือรับรองที่จากกรมการค้าต่างประเทศแล้ว โดยมีเอกสาร ดังนี้            (1) สำเนาใบแรก (First Copy) ของหนังสือรับรองฉบับที่ได้ออกสินค้าดังกล่าว            (2) สำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice)           ทั้งนี้ ให้รายงานการส่งออกต่อกรมการค้าต่างประเทศภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ส่งออกเพื่อกรมฯ จะได้จัดส่งให้องค์การกาแฟระหว่างประเทศต่อไป         3) กากถั่วเหลือง หมายถึง กากน้ำมันและกากแข็งอื่นๆ ที่ได้จากการสกัดน้ำมันถั่วเหลืองจะบดหรือทำเป็นเพลเลตหรือไม่ก็ตาม  ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.90      การส่งรายงานการส่งออก ผู้ส่งออกจะต้องรายงานปริมาณการส่งออก ปริมาณคงเหลือ และสถานที่จัดเก็บกากถั่วเหลืองต่อกรมการค้าต่างประเทศตามแบบรายงานที่กำหนดท้ายระเบียบ พร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาออกสถานะรับบรรทุกแล้วที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้อง ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ส่งออกแต่ละครั้ง","2021-11-17T13:39:13"],
    [342,"94e56e15-ceac-4a9c-90cd-c8b434a236fb","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอรับการจัดสรรโควตานำเข้าสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-894a-439c-a71a-f71aaaafbc9b",30,0,2,null,"2021-11-17T13:39:13"],
    [343,"94e56e15-d67e-45f8-94a2-b6ef49e500ae","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","รายงานการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร (N) 19 สค.62","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d24-9329-4c30-96d8-0cf412e094fb",33,0,5,"ตามความตกลงระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป เพื่อชดเชยความเสียหายอันเนื่องมาจากการขยายสมาชิกภาพและการที่สหภาพยุโรปใช้ราคาอ้างอิงในการคำนวณภาษีนำเข้าข้าว โดยสหภาพยุโรปตกลงให้การชดเชยด้วยการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีสำหรับการนำเข้าข้าวบางประเภทบางชนิดจากประเทศไทย ดังนี้                                                                                                                                                                                    ปริมาณ : ตัน                                                     ชนิดข้าว              งวดที่ 1(มกราคม)        งวดที่ 2(เมษายน)            งวดที่ 3(กรกฎาคม)        รวม                                                  ข้าวขาว                      10,727                       5,364                            5,364               21,455                                                  ข้าวหัก                       36,400                            -                                15,600              52,000        ทั้งนี้ ปริมาณข้าวที่ใช้ไม่หมดในแต่ละงวดสามารถนำไปสมทบนำเข้าในงวดถัดไปได้    &ldquo;ข้าวขาว&rdquo; หมายความว่า ข้าวขาว ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมไทยชนิด 100% และให้หมายความรวมถึงข้าวนึ่งชนิด 100% ตามพิกัดอัตราศุลกากร HS ประเภทที่ 1006.30    &ldquo;ข้าวหัก&rdquo; หมายความว่า ข้าวหักตามพิกัดอัตราศุลกากร HS ประเภทที่ 1006.40 และให้หมายความรวมถึง ข้าวขาวตามพิกัดอัตราศุลกากร HS ประเภทที่ 1006.30 ชนิด 20% - 55% ด้วย    1. ข้าวขาว จัดสรรให้แก่ผู้ส่งออกที่มีประวัติการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปในช่วง 3 ปีย้อนหลังจากรายงานการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปที่ยื่นต่อกรมการค้าต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด    2. ข้าวหัก ผู้มีสิทธิยื่นขอหนังสือรับรองการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรป (Export Certificate : EC) ต้องเป็นผู้ส่งออกที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ และปัจจุบันยังคงมีสถานภาพเป็นผู้ส่งออกข้าว โดยวิธีการยื่นขอก่อนได้รับสิทธิก่อน (first come, first served) จนกว่าจะครบปริมาณรวมที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด      การรายงานการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรป    1. ให้ผู้ส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปเฉพาะส่วนที่ได้รับส่วนจัดสรรและใช้สิทธิประโยชน์โดยมีหนังสือรับรองการส่งออก (Export Certificate: EC) ส่งรายงานการส่งออก &ldquo;ข้าวขาว&rdquo; หรือ   &ldquo;ข้าวหัก&rdquo; ไปสหภาพยุโรปต่อกรมการค้าต่างประเทศ ตามแบบ ยร. 5 ท้ายประกาศนี้ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้         (1) สำเนาต้นฉบับใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Original Bill of Lading) หรือสำเนาต้นฉบับใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Original Air Waybill) หรือสำเนาต้นฉบับเอกสารหลักฐานอื่นที่แสดงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่รับรองสำเนาถูกต้อง       (2) สำเนาหนังสือรับรองการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรป (Export Certificate: EC)       (3) สำเนาใบอนุญาตให้ส่งสินค้าข้าวออกไปนอกราชอาณาจักร       (4) สำเนาใบขนสินค้าขาออกที่รับรองโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร       (5) สำเนาเอกสารการนำเข้าข้าวจากหน่วยงานของสหภาพยุโรป ที่ได้รับการรับรองความถูกต้องจากผู้นำเข้า ในสหภาพยุโรปและผู้ส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรป    2. ให้ผู้ส่งออก &ldquo;ข้าวขาว&rdquo; ไปสหภาพยุโรปที่ไม่ใช้หนังสือรับรองการส่งออก (Export Certificate: EC) ส่งรายงานการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปต่อกรมการค้าต่างประเทศ ตามแบบ ยร. 6 ท้ายประกาศนี้ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้         (1) สำเนาต้นฉบับใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Original Bill of Lading) หรือสำเนาต้นฉบับใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Original Air Waybill) หรือสำเนาต้นฉบับเอกสารหลักฐานอื่นที่แสดงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่รับรองสำเนาถูกต้อง       (2) สำเนาใบอนุญาตให้ส่งสินค้าข้าวออกไปนอกราชอาณาจักร       (3) สำเนาใบขนสินค้าขาออกที่รับรองโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร       (4) สำเนาเอกสารการนำเข้าข้าวจากหน่วยงานของสหภาพยุโรป ที่ได้รับการรับรองความถูกต้อง  จากผู้นำเข้าในสหภาพยุโรปและผู้ส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรป    3.  การส่งรายงานตามข้อ 1 หรือข้อ 2 ให้ส่งภายใน 120 วันนับแต่วันส่งออกแต่ละครั้ง เว้นแต่การส่งออกในเดือนกรกฎาคมของแต่ละปี ให้ส่งรายงานภายใน 90 วันนับแต่วันส่งออกแต่ละครั้งและเอกสารหลักฐานที่นำมาแสดงจะต้องมีรายละเอียดถูกต้องตรงกันในสาระสำคัญของการส่งออก เช่น ชนิดข้าว ปริมาณข้าว ชื่อเรือ ประเทศปลายทาง เลขที่ตู้คอนเทนเนอร์ และชื่อที่อยู่ผู้รับสินค้า เป็นต้น                ทั้งนี้ หากผู้ส่งออกประสงค์จะขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารที่ได้นำมารายงานไว้แล้ว ให้ยื่นเป็นหนังสือขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารต่อกองบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง    หมายเหตุ : รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ในระเบียบ/ประกาศที่เกี่ยวข้อง","2021-11-17T13:39:13"],
    [344,"94e56e15-d8e9-4290-9f5c-8c1d558ac844","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การยื่นรายงานการนำเข้าข้าวภายใต้ WTO (N) 19 สค.62","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d24-9675-4c7a-80f3-cda89a130758",1,0,5,"1. การนำเข้าข้าวตามความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO)     (1) ข้าวที่นำเข้าต้องมีถิ่นกำเนิดและส่งมาจากประเทศสมาชิก WTO หรือภาคีแกตต์ 1947 ซึ่งในแต่ละปีมีปริมาณรวม  ไม่เกิน 249,757 ตันโดยสามารถยื่นขอตามหลักการยื่นขอก่อนได้รับสิทธิก่อน (first come, first served) จนกว่าจะ  ครบปริมาณรวมที่กำหนด     (2)  ต้องมีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาหรือนอกโควตาที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานอื่นที่กระทรวงพาณิชย์มอบหมายไปแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อประกอบการนำเข้า     (3)  สำหรับกรณีนำเข้ามาเพื่อใช้ทำพันธุ์หรือนำเข้าเพื่อเป็นตัวอย่างหรือเพื่อการศึกษาวิจัยในปริมาณเท่าที่จำเป็น  ได้รับยกเว้นไม่ต้องแสดงหนังสือรับรองดังกล่าวประกอบการนำเข้า    2. การขอหนังสือรับรองประกอบการนำเข้ามี 2 กรณีคือ  กรณีที่ 1 นำเข้าในโควตา (เสียภาษีนำเข้า 30%)       (1)  ผู้มีสิทธิยื่นขอหนังสือรับรองต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าข้าวและได้รับใบอนุญาตประกอบการค้าข้าวประเภทนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ       (2)  การยื่นขอหนังสือรับรองฯสามารถยื่นขอได้รายละไม่เกิน100 ตันต่องวด แบ่งงวดการนำเข้าเป็น 3 งวดๆละ  83,252.33 ตัน ดังนี้  งวดที่1 ให้นำเข้าตั้งแต่วันที่1 มกราคมถึงวันที่ 30 เมษายน  งวดที่2 ให้นำเข้าตั้งแต่วันที่1 พฤษภาคมถึงวันที่ 31 สิงหาคม  งวดที่3 ให้นำเข้าตั้งแต่วันที่1 กันยายนถึงวันที่31 ธันวาคม          (3)  หนังสือรับรองมีอายุ 15 วันนับแต่วันที่ออกแต่ไม่เกินวันสุดท้ายที่กำหนดไว้ของแต่ละงวดที่ยื่นขอและให้ใช้ได้ครั้งเดียว     (4)  ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองแบบ ร.2 ได้ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศโดยต้องแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าและหนังสือรับรองการปลอดโรคพืช/แมลง/สารตกค้างที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือ  หน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานรัฐของประเทศผู้ส่งออก (โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามคู่มือการออกหนังสือรับรองการนำเข้าภายใต้พันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ)     (5)  รายงานการนำเข้าภายใน30วันนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าแต่ละครั้งตามแบบ ขอ.2 ที่กองบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ พร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าสถานะส่งมอบแล้ว (0409) ที่ได้รับรองสำเนาถูกต้องแล้ว      ผู้ได้รับหนังสือรับรองรายใดไม่รายงานการนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมฯจะระงับการออกหนังสือรับรองสำหรับการนำเข้าในงวดต่อๆไปจนกว่าจะได้มีการส่งรายงานการนำเข้าโดยถูกต้องแล้วและกองบริหารการค้าข้าวจะได้ทำหนังสือรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ         กรณีที่ 2 นำเข้านอกโควตา (เสียภาษีนำเข้า 52%)    (1) ผู้มีสิทธิยื่นขอหนังสือรับรองเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองไว้กับกรมการค้าต่างประเทศ    (2) หนังสือรับรองมีอายุ 30 วันนับแต่วันที่ออก  (3) ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองแบบ ร.4 ได้ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศและหน่วยงาน  ที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมาย  (4)  รายงานการนำเข้าภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำเข้าแต่ละครั้งตามแบบรายงานที่กองบริหารการค้าข้าวกรมการค้าต่างประเทศพร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่กรมศุลกากรรับรอง    หมายเหตุ :  รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ในระเบียบ/ประกาศที่เกี่ยวข้อง","2021-11-17T13:39:13"],
    [345,"94e56e15-e676-4874-b678-8e6f5960eb54","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน (จดทะเบียนรายใหม่ หรือขาดต่ออายุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-a73c-48d2-8200-b0fbaaaef6b7",7,5,14,"หลักเกณฑ์และวิธีการ    1. ผู้ประสงค์จะส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานชนิดใดชนิดหนึ่งออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนดต้องจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานชนิดนั้นกับสำนักงานมาตรฐานสินค้า และยื่นคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า และต้องจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า เพื่อขอใบรับรองมาตรฐานสินค้านำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากร     สินค้ามาตรฐาน 10 ชนิด คือ       ข้าวหอมมะลิไทย   ข้าวโพด   ข้าวฟ่าง   ถั่วเขียว   ถั่วเขียวผิวดำ   ปลาป่น    ปุยนุ่น   แป้งมันสำปะหลัง   ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง   ไม้สักแปรรูป      2. ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียน (รายใหม่) หรือกรณีขาดต่ออายุ ต้องเข้าระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) เพื่อขอ User Name กลาง จากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมค้าต่างประเทศ ที่เว็บไซต์ www.dft.go.th  ก่อน เมื่อได้รับอนุมัติ User Name กลางแล้ว ให้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน (แบบ มส. 1)  ที่เว็บไซต์ (http://ocs.dft.go.th) โดยไปที่เมนูระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ , ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน  , งานที่เกี่ยวข้องกับใบทะเบียน  , ขอจดทะเบียนครั้งแรก (มส. 1)/ขาดต่ออายุขอจดทะเบียนใหม่ (มส. 1) กรอกข้อมูล พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan)    คุณสมบัติ    (1) ในกรณีเป็น       -  นิติบุคคลต้องมีวัตถุประสงค์ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าทำการค้าขาออก                               -  บุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้มีอาชีพทำการค้าขาออก    (2) เป็นสมาชิกของสมาคมการค้าที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าสินค้ามาตรฐานชนิดที่ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก         สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้ามาตรฐาน               ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ปุยนุ่น ถั่วเขียว ถั่วเขียวผิวดำ                     สมาคมพ่อค้าข้าวโพดและพืชพันธุ์ไทย                                     โทร. 0 2234 4387, 0 2237 6790                     สมาคมพ่อค้าพืชผลไทย                                                         โทร. 0 2222 2325                     สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย                                                    โทร. 0 2955 1710 1              ข้าวหอมมะลิไทย                      สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย                                                       โทร. 0 2287 2674-7                      สมาคมโรงสีข้าวไทย                                                            โทร. 0 2234 7289, 0 2234 7295             ปลาป่น                      สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย                                                      โทร. 0 2673 1193-4            ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลัง                      สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย                                               โทร. 0 2234 4724, 0 2236 4375                      สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย                                โทร. 038 275575, 038 272578                       สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ       โทร. 044 212370-1                      สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย                                                    โทร. 0 2285 4282-5           ไม้สักแปรรูป                   สมาคมพ่อค้าส่งไม้ออกและสั่งเข้า                                               โทร. 0 2282 3989, 0 2629 1077    (3) มีเงินทุนที่ชำระแล้ว หรือที่นำมาใช้ในการประกอบพาณิชยกิจตามที่จดทะเบียนไว้ ณ หอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท หรือสำนักงานทะเบียนพาณิชย์แล้วแต่กรณี ดังนี้       ทำการค้าสินค้าข้าว                           ต้องมีเงินทุนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า     1,000,000  บาท   ทำการค้าสินค้ามาตรฐานอื่น               ต้องมีเงินทุนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า        200,000  บาท      (4) มีสำนักงานที่แน่นอนและเหมาะสมสำหรับใช้เป็นสำนักงานทำการค้าขาออก  (5) มีพนักงานและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การดำเนินธุรกิจประจำสำนักงาน  (6) ไม่เคยกระทำการใดๆที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าขาออก  (7) ไม่เป็นผู้ถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานมาแล้วรวมกันตั้งแต่สามครั้งขึ้นไป  (8) ไม่เป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน       ความใน (1) (2) และ (3) มิให้ใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียน    เงื่อนไขยื่นคำขอ       สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ส่วนราชการ/สหกรณ์/องค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พร้อมประทับตราสำคัญ   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบทะเบียนที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ       ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์และ/หรือ ตามแบบ วิธีการ และช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-04-06T22:52:48"],
    [346,"94e56e15-d140-4ede-bbe6-d0618c81ba87","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าข้าวภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน AFTA (N) 72696 19 สค.62","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d24-8c95-404e-9221-d5cbb9e40078",25,0,8,"หลักเกณฑ์การนำเข้าข้าวภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)    1. ขึ้นทะเบี่ยนเป็นผู้นำเข้าข้าวที่กองบริหารการค้าข้าวกรมการค้าต่างประเทศยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตามแบบกข.1 ที่กองบริหารการค้าข้าวกรมการค้าต่างประเทศในเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีที่จะนำเข้า    2. ผู้มีสิทธิในการขอหนังสือรับรองฯต้องมีคุณสมบัติดังนี้     (1) เป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวหรือผลิตภัณฑ์ข้าว     (2) เป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการค้าข้าวจากกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์     (3) เป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรม     (4) ไม่เป็นนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าข้าวเว้นแต่ได้พ้นจากการถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี     (5) ไม่เป็นนิติบุคคลที่มีกรรมการหรือผู้จัดการเป็นบุคคลเดียวกันกับนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าข้าวเว้นแต่นิติบุคคลนั้นได้พ้นจากการถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี     (6) ไม่เป็นนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกพักหรือเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าข้าว    3. กรมการค้าต่างประเทศจะนำเสนอแผนการใช้และการนำเข้าข้าวของผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต่อคณะอนุกรรมการบริหารการนำเข้าข้าวภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนพิจารณาภายในเดือนมีนาคมของแต่ละปีเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจะได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นผู้นำเข้าข้าวเป็นรายปีโดยมีผลตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการฯให้ความเห็นชอบจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่จะนำเข้าและจะแจ้งผลการพิจารณารับขึ้นทะเบียนให้ผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือโดยผู้นำเข้าจะต้องนำเข้าข้าวมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารในกิจการของตนเองเท่านั้นตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดดังนี้          งวดที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมถึงวันที่ 31 กรกฎาคมของแต่ละปี          งวดที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึงวันที่ 31 ตุลาคมของแต่ละปี    4.ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองยื่นคำร้องขอหนังสือรับรอง (แบบต.2) ต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศ(โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามคู่มือ&amp;quot;การออกหนังสือรับรองการนำเข้าภายใต้พันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ&amp;quot;)    5. ผู้ได้รับหนังสือรับรองต้องรายงานการนำเข้าข้าวต่อกรมการค้าต่างประเทศตามแบบกข. 3 ที่กองบริหารการค้าข้าวกรมการค้าต่างประเทศพร้อมหลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้องภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่นำเข้าสินค้าแต่ละครั้งหากผู้นำเข้ารายใดไม่รายงานการนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถูกระงับสิทธิการขอหนังสือรับรองในครั้งต่อๆไปจนกว่าจะได้มีการส่งรายงานให้ถูกต้องแล้ว","2021-11-17T13:39:13"],
    [347,"94e56e15-db85-442c-8b20-8d6871ec3646","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตนําเข้ายางรถที่ใช้แล้วเพื่อการหล่อดอก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-99c8-434e-a74e-f587f948325f",33,0,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอ และในการพิจารณาอนุญาต ในหลักการไม่อนุญาตให้นํายางรถที่ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่กรณีการนำยางรถที่ใช้แล้วเข้ามาเพื่อการหล่อดอกแล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักร    โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้    (1) จะพิจารณาอนุญาตเฉพาะยางรถที่ใช้แล้วชนิดที่ใช้กับรถบัสหรือรถบรรทุก ตามพิกัดอัตราศุลกากรที่ 4012.12.10 4012.12.90 4012.20.21 และ 4012.20.29 เท่านั้น    (2) คณะทํางานกลั่นกรองการนํายางรถที่ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วย รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และผู้อํานวยการกองบริหารการค้าสินค้าทั่วไป จะเป็นผู้พิจารณาคําขอและเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เห็นชอบตามหลักเกณฑ์ต่อไป    หมายเหตุ     - ภายหลังจากได้รับการพิจารณาอนุญาตนําเข้ายางรถที่ใช้แล้วเพื่อการหล่อดอกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้ว ผู้ขอจะต้องดําเนินการทําสัญญาประกันการส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักรต่อกรมการค้าต่างประเทศภายใน 30 วัน และผู้ขอจะต้องยื่นคําขอรับใบอนุญาตให้นําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรในแต่ละครั้งที่นําเข้าต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศ    - ขั้นตอนการดําเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์กําหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่คําขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทําบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กําหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคําขอละทิ้งคําขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:13"],
    [348,"94e56e15-ddfc-40a0-af00-1ed43ab924cf","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วโดยส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสาธารณกุศล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-9d22-49ea-912c-0092eb70adf3",25,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอ และในการพิจารณาอนุญาต กรณีการนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว โดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสาธารณกุศลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้    หลักเกณฑ์และเงื่อนไข    (1) ผู้นําเข้าต้องเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสาธารณกุศล ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย     (2) ต้องนําเข้ามาเพื่อใช้ในหน่วยงานของตนเอง หรือวัตถุประสงค์อื่นตามที่กระทรวงพาณิชย์เห็นสมควร    หมายเหตุ    - ต้องยื่นคําขออนุญาตนําเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศก่อนนํารถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้แบบคําขอและแสดงหลักฐานตามที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะนํารถจักรยานยนต์นั้นเข้ามาในราชอาณาจักรได้ ตามข้อกําหนดในมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    - เอกสารที่นํามาแสดงทุกฉบับ จะต้องเป็นต้นฉบับเอกสารพร้อมสาเนา 1 ชุด หากนําต้นฉบับเอกสารมาแสดงไม่ได้ก็ให้หน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น หรือหน่วยราชการไทยที่ประจําอยู่ในประเทศนั้นรับรองสำเนาเอกสารที่นํามาแสดงก็ได ้    - กรณีที่เอกสารที่นํามาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษให้แปลเป็นภาษาไทย โดยให้หน่วยงานที่เชื่อถือได้เป็นผู้รับรองคําแปลนั้นด้วย    - ภายหลังจากผู้ขอได้รับแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวแล้ว จะต้องดําเนินการยื่นคําร้องขอรับใบอนุญาตนําเข้าภายในกําหนด 2 เดือน ต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ    - ขั้นตอนการดําเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์กําหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่คําขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทําบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กําหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคําขอละทิ้งคําขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:13"],
    [349,"94e56e15-e148-4c00-bfef-ade449340f41","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วที่ได้รับการยกเว้นหรือชดเชยภาษีอากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-a069-49be-bc23-d188da9532c0",25,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอและในการพิจารณาอนุญาต กรณีการนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วที่ได้รับการยกเว้นหรือชดเชยภาษีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข    (1) ผู้นําเข้าต้องเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันเอกชนต่างประเทศ สำนักงานบริหารโครงการช่วยเหลือจากต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่ชาวต่างประเทศ    (2) ต้องมีหนังสือรับรองจากกรมวิเทศสหการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง    หมายเหตุ    - ต้องยื่นคําขออนุญาตนําเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศก่อนนํารถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้แบบคําขอและแสดงหลักฐานตามที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะนํารถจักรยานยนต์นั้นเข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามข้อกําหนดในมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    - เอกสารที่นํามาแสดงทุกฉบับจะต้องเป็นต้นฉบับเอกสารพร้อมสาเนา 1 ชุด หากนําต้นฉบับเอกสารมาแสดงไม่ได้ก็ให้หน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น หรือหน่วยราชการไทยที่ประจําอยู่ในประเทศนั้นรับรองสําเนาเอกสารที่นํามาแสดงก็ได ้    - กรณีที่เอกสารที่นํามาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใชภาษาอังกฤษให้แปลเป็นภาษาไทย โดยให้หน่วยงานที่เชื่อถือได้เป็นผู้รับรองคําแปลนั้นด้วย    - ภายหลังจากผู้ขอได้รับแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวแล้ว จะต้องดําเนินการยื่นคําร้องขอรับใบอนุญาตนําเข้าภายในกําหนด 2 เดือน ต่อสํานักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ    - ขั้นตอนการดําเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์กําหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่คําขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทําบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กําหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคําขอละทิ้งคําขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:13"],
    [350,"94e56e15-e8f0-4bcf-a5a1-c7db9a660b35","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอต่ออายุใบทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-aa6f-4762-8b27-728024e8ce28",1,50,8,"หลักเกณฑ์และวิธีการ         ใบทะเบียนจะมีอายุใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่รับจดทะเบียน และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานจะต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุใบทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน (แบบ มส.10) ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ของปีที่ใบทะเบียนนั้นจะหมดอายุ (ในกรณีที่เป็นใบทะเบียนที่ออกให้ในระหว่างเดือนธันวาคม ให้ยื่นคำร้องขอต่ออายุในระหว่างเดือนธันวาคมของปีแรกที่ใบทะเบียนนั้นจะหมดอายุ) พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th    เงื่อนไขยื่นคำขอ       สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ส่วนราชการ/สหกรณ์/องค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พร้อมประทับตราสำคัญ   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบทะเบียนที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ       ผู้ขอต่ออายุใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน สามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ ตามแบบ วิธีการ และช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-04-06T22:52:48"],
    [351,"94e56e15-eb44-4cdf-a9a4-c1b3bbb58900","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแป้งมันสำปะหลังประเภทสตาร์ช เป็นงวด (มส.24/2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-ad77-474e-8695-4aa984de26bb",1,10,6,"หลักเกณฑ์    1.การขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าแป้งมันสำปะหลังเป็นงวด ต้องเข้าระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) เพื่อขอ User Name กลาง จากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศก่อนที่เว็บไซต์ www.dft.go.th      2.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานสินค้าแป้งมันสำปะหลังกับสำนักงานมาตรฐานสินค้า    3. ผู้ยื่นคำร้องขอต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแนบเอกสารตามที่ระบุในคู่มือประชาชน    4. เมื่อได้รับการพิจารณาผ่านทางระบบแล้วให้นำเอกสาร มส.13/2 พร้อมบัตรผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ) มายื่นด้วยตนเองที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าในวัน และเวลาราชการ    เงื่อนไขยื่นคำขอ    1. ผู้ยื่นคำร้องขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับ มส.24/2 ณ กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก ชั้น 2 อาคารสำนักงานมาตรฐานสินค้า หลังจากได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากรมการค้าต่างประเทศ ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทราบภายใน 1 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ:    1. การยื่นคำร้องขอสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องในวันและเวลาราชการเท่านั้น    2. กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำร้องขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำร้องขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์","2022-04-06T22:52:48"],
    [352,"94e56e15-eddc-4798-82eb-41c6991ad50b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแป้งมันสำปะหลังประเภทสตาร์ช เป็นล็อต (มส.24/2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-b09e-46c6-bcd9-86e1d3329fe3",1,10,6,"หลักเกณฑ์    1.การขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าแป้งมันสำปะหลังเป็นล็อต ต้องเข้าระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) เพื่อขอ User Name กลาง จากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศก่อนที่เว็บไซท์ www.dft.go.th    2.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานสินค้าแป้งมันสำปะหลังกับสำนักงานมาตรฐานสินค้า    3. ผู้ยื่นคำร้องขอต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแนบเอกสารตามที่ระบุในคู่มือประชาชน    4. เมื่อได้รับการพิจารณาผ่านทางระบบแล้ว ให้นำเอกสาร มส.13/2 พร้อมบัตรผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ) มายื่นด้วยตนเองที่สำนักงานมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก    เงื่อนไขยื่นคำขอ    1. การขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าแป้งมันสำปะหลังเป็นล็อต มี 3 กรณี       1.1 ตรวจสอบตามจำนวนที่ขอออกใบรับรองฯ       1.2 ตรวจสอบตามเงื่อนไขข้อตกลงของผู้ซื้อ       1.3 กรณีส่งออกแป้งสตาร์ชตามตัวอย่าง    ตามข้อ 1.3 ผู้ยื่นคำร้องขอต้องกรอกข้อมูลคำร้องขอความเห็นชอบการซื้อขายสินค้ามาตรฐานตามตัวอย่าง/เงื่อนไข (มส.26) ผ่านระบบฯ      2. ผู้ยื่นคำร้องขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับ มส.24/2 ณ กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก ชั้น 2 อาคารสำนักงานมาตรฐานสินค้า หลังจากได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากกรมการค้าต่างประเทศ ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทราบภายใน 1 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ:    1. การยื่นคำร้องขอสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องในวันและเวลาราชการเท่านั้น    2. กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำร้องขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำร้องขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์","2022-04-06T22:52:48"],
    [353,"94e56e15-f01c-4994-88a6-226240b67573","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอความเห็นชอบการซื้อขายสินค้ามาตรฐานตามตัวอย่าง/เงื่อนไข (มส.26)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-b3b9-4897-8355-c58b3af81899",1,10,2,"หลักเกณฑ์    1.การขอความเห็นชอบการซื้อขายสินค้ามาตรฐานตามตัวอย่าง/เงื่อนไข ต้องเข้าระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) เพื่อขอ User Name กลาง จากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศก่อนที่เว็บไซท์ www.dft.go.th    2.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานสินค้ากับสำนักงานมาตรฐานสินค้า    3.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแนบเอกสารตามที่ระบุในคู่มือประชาชน    4.เมื่อได้รับการพิจารณาผ่านแล้วให้นำเอกสาร มส.26 พร้อมบัตรผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ) มายื่นด้วยตนเองที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าในวัน และเวลาราชการ    เงื่อนไขยื่นคำขอ    1. ผู้ยื่นคำร้องขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับ มส.26 ณ กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก ชั้น 2 กรมการค้าต่างประเทศ หลังจากได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากกรมการค้าต่างประเทศ ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทราบภายใน 1 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ:    1. การยื่นคำร้องขอสามารถยื่นคำร้องผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องในวันและเวลาราชการเท่านั้น    2. กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำร้องขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำร้องขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์","2022-04-06T22:52:48"],
    [354,"94e56e15-f237-4be6-b369-d3484578455a","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตใช้หรือต่ออายุเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-b6e6-4fae-93df-2aea4db68877",6,0,13,"เงื่อนไขยื่นคำขอ    1. การขออนุญาต (รายใหม่, การต่ออายุภายในกำหนด, ขาดต่ออายุขอจดทะเบียนใหม่) สามารถดาวน์โหลด แบบหนังสือแสดงความจำนงขออนุญาตใช้หรือต่ออายุเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย ได้ที่ www.ocs.dft.go.th กลุ่มงานรับรองคุณภาพสินค้ามาตรฐาน กรอกข้อความพร้อมแนบเอกสารให้ครบแล้วยื่นที่กลุ่มงานรับรองคุณภาพสินค้ามาตรฐาน กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก ส่วนภูมิภาคสามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่มีรายชื่อท้ายข้อบังคับกรมการค้าต่างประเทศว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย พ.ศ. 2562    2. ในการยื่นคำขอ สำเนาเอกสารทุกแผ่น ต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท/ห้างหุ้นส่วน จำกัด/ส่วนราชการ/สหกรณ์/องค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พร้อมประทับตรา","2021-11-17T13:39:13"],
    [355,"94e56e15-f9ec-4f99-b72d-b3f5b32f4d15","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (รายใหม่ ขาดต่ออายุ และไม่มีผลงาน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-c150-4569-84ae-3e286b81112e",3,5,6,"หลักเกณฑ์ และวิธีการยื่นคำขอ  สำหรับผู้ที่ยังไม่มีใบอนุญาตจะต้องเข้าทดสอบความรู้ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด โดยผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้       ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภท ก. เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทางวิชาการที่ต้องอาศัยหลักวิชา เครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งมีคุณสมบัติต้องเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร เทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ เภสัชศาสตร์ หรือทางวิชาการอื่นที่เกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า   ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภท ข. เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแต่ละชนิดสินค้ามาตรฐานที่ขอรับอนุญาต ซึ่งมีคุณสมบัติต้องเป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือมีความรู้ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านั้น ทั้งนี้ ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภท ข. อยู่แล้ว ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 13 หรือผู้ซึ่งเคยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภท ข. อยู่แล้ว ก่อนวันที่กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 บังคับใช้ ให้ถือเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามกฎกระทรวงฉบับที่ 13 จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น      คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า       อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์   ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ   ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว   ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม   ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท   ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษเพราะประพฤติชั่วถึงต้องออกจากงาน   ไม่เป็นผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามาแล้วรวมกันตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป   ไม่เป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า      หมายเหตุ :       ในกรณีที่ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาดคุณสมบัติตามข้อ 5 หรือ 6 สำนักงานมาตรฐานสินค้าอาจพิจารณาสอบสวนว่าผู้นั้นได้ประพฤติตนเป็นคนดี และกรณีขาดคุณสมบัติตามข้อ 5 ผู้นั้นได้พ้นโทษไปเกินกว่าสามปี หรือในกรณีขาดคุณสมบัติตามข้อ 6 ผู้นั้นได้ออกจากงานไปเกินกว่า 3 ปี จะยกเว้นให้เป็นรายบุคคล   ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องไม่เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หุ้นส่วนหรือผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรรมการหรือผู้จัดการในบริษัทจำกัด ซึ่งทำการค้าสินค้าซึ่งตนได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐาน (มาตรา 31)   ห้ามมิให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำการค้าสินค้าซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ทำการตรวจสอบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออกหรือไม่ (มาตรา 32)      เงื่อนไขการยื่นคำขอ       กรณีได้รับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแล้วประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต แต่ไม่มีผลงานหลักฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าในระหว่างปีที่ผ่านมา หรือขาดต่ออายุใบอนุญาตไม่เกิน 2 ปี ให้ยกเว้นไม่ต้องทดสอบความรู้ และยื่นคำร้องขอ แบบ มส.3 พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th   กรณีผู้รับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแล้วขาดต่ออายุเกิน 2 ปี ต้องผ่านการทดสอบความรู้สำหรับสินค้าที่จะต่ออายุนั้น ที่สำนักงานมาตรฐานสินค้า และยื่นคำร้อง แบบ มส.3 พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบที่เว็บไซต์ http ://ocs.dft.go.th             กรณีได้รับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแล้วขาดต่ออายุเกิน 5 ปี ต้องผ่านการทดสอบความรู้สำหรับสินค้าที่จะต่ออายุนั้น ที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าและต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและยื่นคำร้องขอ แบบ มส.3 พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกนผ่านระบบที่เว็บไซต์ http ://ocs.dft.go.th             สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ:       ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า สามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์และ/หรือตามแบบ วิธีการและช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-04-06T22:52:48"],
    [356,"94e56e15-f48b-4fba-9a2f-cb5dd6d66220","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือการศึกษาวิจัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-ba29-447a-b747-f18d2ee2170f",25,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอ และในการพิจารณาอนุญาต กรณีการนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือการศึกษาวิจัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้    (1) ผู้นําเข้าต้องเป็นโรงงานผลิตหรือประกอบรถจักรยานยนต์ หรือประกอบกิจการอื่นตามที่กระทรวงพาณิชย์เห็นสมควร    (2) จะอนุญาตให้นําเข้าได ้แบบละไม่เกิน 1 คัน เว้นแต่กระทรวงพาณิชย์จะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น    หมายเหตุ    &ndash;  ต้องยื่นคําขออนุญาตนําเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศก่อนนํารถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้แบบคําขอและแสดงหลักฐานตามที่กรมการค้าต่างประ เทศกําหนด เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะนํารถจักรยานยนต์นั้นเข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามข้อกําหนดในมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    - เอกสารที่นํามาแสดงทุกฉบับ จะต้องเป็นต้นฉบับเอกสารพร้อมสำเนา 1 ชุด หากนําต้นฉบับเอกสารมาแสดงไม่ได้ก็ให้หน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น หรือหน่วยราชการไทยที่ประจําอยู่ในประเทศนั้นรับรองสําเนาเอกสารที่นํามาแสดงก็ได ้    - กรณีที่เอกสารที่นํามาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษให้แปลเป็นภาษาไทย โดยให้หน่วยงานที่เชื่อถือได้เป็นผู้รับรองคําแปลนั้นด้วย    - ภายหลังจากผู้ขอได้รับแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวแล้ว จะต้องดําเนินการยื่นคําร้องขอรับใบอนุญาตนําเข้าภายในกําหนด 2 เดือน ต่อสํานักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ    - ขั้นตอนการดําเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์กําหนดไว ้เท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่คําขอหรือเอกสาร หลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทําบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสาร เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กําหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคําขอละทิ้งคําขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให ้ผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจ ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:13"],
    [357,"94e56e15-f6e0-4d20-a8c8-bb8c88713140","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรทันที (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-bd7b-401d-ba60-a0b44a7ddc02",25,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอและในการพิจารณาอนุญาต กรณีการนําเข้ารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรทันทีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้       อนุญาตให้นําเข้าได้เฉพาะผู้ที่ได้นํารถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ทราบว่าเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการนําเข้า และประสงค์จะส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรทันที   จะต้องส่งรถที่ได้รับอนุญาตให้นําเข้ากลับออกไปนอกราชอาณาจักรทันทีที่ได้ทําพิธีการศุลกากรเสร็จเรียบร้อยแล้ว      หมายเหตุ    - ต้องยื่นคําขออนุญาตนําเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศก่อนนํารถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้แบบคําขอและแสดงหลักฐานตามที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะนํารถจักรยานยนต์นั้นเข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามข้อกําหนดในมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    - เอกสารที่นํามาแสดงทุกฉบับ จะต้องเป็นต้นฉบับเอกสารพร้อมสาเนา 1 ชุด หากนําต้นฉบับเอกสารมาแสดงไม่ได้ก็ให้หน่วยงานที่ออกเอกสารนั้น หรือหน่วยราชการไทยที่ประจําอยู่ในประเทศนั้นรับรองสำเนาเอกสารที่นํามาแสดงก็ได้    - กรณีที่เอกสารที่นํามาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษให้แปลเป็นภาษาไทย โดยให้หน่วยงานที่เชื่อถือได้เป็นผู้รับรองคําแปลนั้นด้วย    - ภายหลังจากผู้ขอได้รับแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวแล้ว จะต้องดําเนินการยื่นคําร้องขอรับใบอนุญาตนําเข้าภายในกําหนด 2 เดือน ต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ    - ขั้นตอนการดําเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์กําหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่คําขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทําบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กําหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคําขอละทิ้งคําขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให ้ผู้ยื่นคําขอหรือผู้ได้รับมอบอํานาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:13"],
    [358,"94e56e15-fc81-4167-bca1-2c29221241f2","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเพิ่มเติม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-c478-449b-a857-c6b62a863c73",3,100,3,"หลักเกณฑ์และวิธีการ       ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ขอรับอนุญาตเพิ่มเติมสินค้าที่ผ่านการทดสอบความรู้จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าแล้ว ต้องได้รับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และต้องต่ออายุใบอนุญาตในปีปัจจุบัน ให้ยื่่นคำร้องขอ แบบ มส. 3/1 พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th   กรณีได้รับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือต่ออายุใบอนุญาตประจำปีแล้ว ประสงค์จะขอรับอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับสินค้าที่เคยได้รับอนุญาต แต่ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตได้ เนื่องจากไม่มีผลงานการตรวจสอบระหว่างปีที่ผ่านมา ให้ยื่นคำร้องขอแบบ มส.3/1 พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th       เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า   กรมการค้าต่างประเทศ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้สอบมาตรฐานสินค้าที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ       ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเพิ่มเติม สามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรับคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ ตามแบบ วิธีการ และช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้ หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-04-06T22:52:48"],
    [359,"94e56e15-ff02-4e28-9ab0-2090e0803783","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-c7c9-47e4-af76-5bef78ca3b7b",1,25,4,"หลักเกณฑ์และวิธีการ       ใบอนุญาตนั้นจะมีอายุใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมแห่งปีที่ออก และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี ในการต่ออายุผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจะต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (แบบ มส. 3/2) พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอ โดยสแกน (Scan) ผ่านระบบที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนของปีที่ใบอนุญาตนั้นจะหมดอายุ ในกรณีที่เป็นใบอนุญาตที่ออกให้ระหว่างเดือนธันวาคมให้ยื่นขอต่ออายุในระหว่างเดือนธันวาคมของปีแรกที่ใบอนุญาตนั้นจะหมดอายุ   แสดงหลักฐานว่าในระหว่างปีที่ผ่านมาจนถึงวันที่ยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตได้ปฏิบัติงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทหรือชนิดที่ขอต่ออายุใบอนุญาต (แบบ มส.17)   ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าในปีแรก ได้รับยกเว้นไม่ต้องแสดงหลักฐานการปฏิบัติงานตรวจสอบในระหว่างปีการต่ออายุ      เงื่อนไขการยื่นคำขอ       สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้       หมายเหตุ       ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า สามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบริการมาตรฐานสินค้า?ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือตามแบบ วิธีการและช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป  หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-04-06T22:52:48"],
    [360,"94e56e16-01d3-4bba-a31d-a1bbb1a5a1a5","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (รายใหม่  ขาดต่ออายุ  หรือกรณีไม่มีผลงาน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-cbb6-45d5-acc0-dc2a370bb1d5",7,5,15,"หลักเกณฑ์และวิธีการ    1. ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและต้องด้วยหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้           (1) เป็นสมาชิกสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย         (2) มีเงินทุนชำระแล้วตามที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ มีเงินซึ่งนำมาใช้ในการประกอบการพาณิชยกิจเป็นประจำแล้วแต่กรณี ดังนี้               - ไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท สำหรับการประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และข้าวโพด               - ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท สำหรับการประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าอื่น         (3) มีสำนักงานที่แน่นอนและเหมาะสมสำหรับใช้เป็นสำนักงานประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า         (4) มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เป็นสัดส่วนตามประเภทหรือชนิดของสินค้า ซึ่งต้องตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ และมี มาตรการที่สามารถป้องกันอันตรายจากสารเคมีที่อาจเกิดแก่บุคคลหรือทรัพย์สินได้         (5) มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ของสินค้ามาตรฐานที่ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ส         (6) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ประเภท ก. ที่รับเงินเดือนประจำและอยู่ประจำรับผิดชอบการวิเคราะห์ตัวอย่างสินค้ามาตรฐานตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 คน ซึ่งต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า          (7) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ประเภท ข. ที่รับเงินเดือนประจำสำหรับตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแต่ละชนิดที่ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ชนิดละไม่น้อยกว่า 6 คน ซึ่งต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า          (8) มีพนักงานประเภทรับเงินเดือนประจำ ทำงานอยู่ที่สำนักงานในเวลาทำงานปกติเป็นประจำไม่น้อยกว่า 3 คน          (9) ไม่เคยเป็นผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามาแล้วตั้งแต่สามครั้งขึ้นไป          (10) ไม่เคยเป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า    2. (รายใหม่) ต้องเข้าระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) เพื่อขอ User Name กลางจากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ ที่เว็บไซต์ www.dft.go.th เมื่อได้รับอนุมัติ User Name กลางแล้ว ให้ยื่นแบบคำร้องขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า  (แบบ มส.2) พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบให้บริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th    เงื่อนไขยื่นคำขอ       สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด พร้อมประทับตราสำคัญ   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตที่สำนักงานมาตรฐานสินค้า หรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ        ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ ตามแบบ วิธีการ และช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่   ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าไม่อนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า บุคคลนั้น มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันได้รับแจ้งไม่อนุญาต คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด   กรณีสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นผู้ขอรับอนุญาต เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าไม่ต้องมีหลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือการจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หนังสือบริคณฑ์สนธิและข้อบังคับของบริษัท และหลักฐานการครอบครองสำนักงาน   ในกรณีที่ใบอนุญาตที่ออกให้ระหว่างเดือนธันวาคม ให้ยื่นคำร้องขอต่ออายุในระหว่างเดือนธันวาคมของปีแรกที่ใบอนุญาตนั้นจะหมดอายุ","2022-04-06T22:52:48"],
    [361,"94e56e16-0711-4a53-8183-344ca98f447b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-d285-4eb0-9342-de523db1fe48",1,50,10,"หลักเกณฑ์และวิธีการ    1. ใบอนุญาตนั้นจะมีอายุใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม แห่งปีที่ออก และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า จะต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (แบบ มส. 2/2 ) ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ของปีที่ใบอนุญาตนั้นจะหมดอายุ ในกรณีใบอนุญาตที่ออกให้ระหว่างเดือนธันวาคม ให้ยื่นคำร้องขอต่ออายุในระหว่างเดือนธันวาคมของปีแรกที่ใบอนุญาตนั้นจะหมดอายุ โดยแสดงหลักฐาน ดังนี้         (1) แสดงหลักฐานว่าในระหว่างปีที่ผ่านมาจนถึงวันที่ยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ได้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทหรือชนิดที่ขอต่ออายุใบอนุญาต (แบบ มส. 19)       (2) มีพนักงานประเภทรับเงินเดือนประจำ ทำงานอยู่ที่สำนักงานในเวลาทำงานปกติเป็นประจำไม่น้อยกว่า 3 คน       (3) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ประเภท ก. ที่รับเงินเดือนประจำและอยู่ประจำรับผิดชอบการวิเคราะห์ตัวอย่างสินค้ามาตรฐานตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 1 คน ซึ่งต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า       (4) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ประเภท ข. ที่รับเงินเดือนประจำสำหรับตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแต่ละชนิดที่ขอรับอนุญาตเป็น ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ชนิดละไม่น้อยกว่า 6 คน ซึ่งต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า    2. การต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า  ต้องยื่นแบบคำร้อง (แบบ มส.2/2) พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบให้บริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์  http://ocs.dft.go.th    เงื่อนไขยื่นคำขอ       สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด พร้อมประทับตราสำคัญ   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตที่สำนักงานมาตรฐานสินค้า หรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ        ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ ตามแบบ วิธีการ และช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอรับอนุญาตไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่   เนื่องจากการต่ออายุใบอนุญาต มีการยื่นคำร้องขอเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่กำหนด สำนักงานมาตรฐานสินค้า จะดำเนินการไปตรวจสอบสภาพสำนักงาน อุปกรณ์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ของผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าก่อนดำเนินการต่ออายุใบอนุญาต","2022-04-06T22:52:48"],
    [362,"94e56e16-0f3d-4044-97c1-ecc2fd3c497b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การยื่นรายงานการนำเข้าสินค้า สำหรับสินค้าที่มีมาตรการการนำเข้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d24-dce7-420c-aa04-0b561617e2ad",1,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอและในการพิจารณาอนุญาต กฎหมายที่ให้อํานาจการอนุญาตหรือที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้    1)ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้ส้มเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555    2)ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้หอมแดงเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555    3)ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้เครื่องในสุกรเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555    4)ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้พัดลม หม้อหุงข้าว และหลอดไฟเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555    5)ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้เครื่องทํานํ้าอุ่นและนํ้าร้อนระบบก๊าซเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้าสินค้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557    6)ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้มันสาปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้าสินค้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555    7)ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้ยางรถใหม่เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้าสินค้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555    8)ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าการรายงาน และตรวจสอบ การนําเครื่องในสุกรเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2556    9)ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าการรายงาน และตรวจสอบ การนําพัดลม หม้อหุงข้าว และหลอดไฟเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2556    10)ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าการรายงาน และตรวจสอบ การนําสมเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2556    11)ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าการรายงาน และตรวจสอบ การนําหอมแดงเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2556    12)ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าการรายงาน และตรวจสอบ การนําเครื่องทํานํ้าอุ่นและนํ้าร้อนระบบก๊าซเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557    13)ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าการรายงาน และตรวจสอบ การนํามันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสาปะหลังเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2556    14)ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าการรายงาน และตรวจสอบ การนํายางรถใหม่เข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2556    15) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศเรื่องรายงานการนำเข้า การครอบครอง การส่งออก สถานที่เก็บรักษาการจำหน่ายจ่ายโอน และปริมาณคงเหลือของสินค้าที่มีมาตรการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์    ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ตามข้อ 1 - 7 ของคู่มือสําหรับประชาชนฉบับนี้ กําหนดให้ผู้ประสงค์จะนําสินค้า 9 รายการ ได้แก่ หอมแดง ส้ม เครื่องในสุกร พัดลม หม้อหุงข้าว หลอดไฟ มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องทํานํ้าอุ่นและนํ้าร้อน ระบบก๊าซ และยางรถใหม่ เข้ามาในราชอาณาจักร จะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้าดังกล่าวไว้กับกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานอื่นที่กระทรวงพาณิชย์กําหนด และต้องรายงานการนําเข้า การครอบครอง การส่งออก สถานที่เก็บ  รักษา การจําหน่ายจ่ายโอน และปริมาณคงเหลือของสินค้าดังกล่าวเป็นประจําทุกเดือนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมการค้าต่างประเทศประกาศกําหนด ตามข้อ 8 - 14 ของคู่มือสําหรับประชาชนฉบับนี้ รายละเอียดดังนี้    การรายงาน ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการ ต้องรายงานการนําเข้า การครอบครอง การส่งออก สถานที่เก็บรักษา การจําหน่ายจ่ายโอน และปริมาณคงเหลือของสินค้าดังกล่าวเป็นประจําทุกเดือน โดยตัดยอดบัญชี ณ วันสุดท้ายของแต่ละเดือน โดยให้ยื่นรายงานตามแบบ หล.3 (สำหรับสินค้าหอมแดง) แบบ ส.3 (สำหรับสินค้าส้ม) แบบ คส.3 (สำหรับสนค้าเครื่องในสุกร) แบบ คฟ.03 (สำหรับสินค้าพัดลม หม้อหุงข้าว และหลอดไฟ) แบบ ม/ผ 3 (สำหรับสินค้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง) แบบ คอ. 03 (สำหรับเครื่องทํานํ้าอุ่นและนํ้าร้อนระบบก๊าซ) แบบ ยม. 03 (สำหรับยางรถใหม่) ท้ายประกาศฯ ตามข้อ 8 - 14 ของคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปต่อกองบริหารการค้าสินค้าทั่วไปหรือสำนักงานการค้าต่างประเทศในภูมิภาคโดยตรงหรือทางไปรษณีย์    บทลงโทษ กรณีผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการดังกล่าว       ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศ กรมการค้าต่างประเทศอาจดําเนินการลงโทษกับผู้ได้รับการขึ้นทะเบียน พักการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการ ในกรณีไม่รายงานประจําเดือนเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน ทั้งนี้ จะยกเลิก การพักการขึ้นทะเบียนต่อเมื่อผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนได้รายงานประจําเดือนครบถ้วนถูกต้อง สมบูรณ์แล้ว   ผลการตรวจสอบสินค้า 9 รายการที่นำเข้า ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากกรมการค้าต่างประเทศ  ปรากฏว่า สินค้า 9 รายการนำเข้ามาเก็บในสถานที่เก็บไม่ตรงตามรายงานที่แจ้งให้ทราบโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  ทั้งนี้ จะยกเลิกการพักการขึ้นทะเบียนต่อเมื่อผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน  หรือได้ชี้แจงจนเป็นที่พอใจต่อกรมการค้าต่างประเทศ      (2) ไม่ต่อทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการ ในกรณี    (ก) อยู่ระหว่างการพักการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า  9 รายการ หรือ    (ข) ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนไม่รายงานประจําเดือนครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ ทั้งนี้ จะต่อทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการต่อเมื่อได้รายงานประจําเดือนครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์แล้ว และต่อทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการภายในระยะเวลาที่ กําหนด (15 พฤศจิกายน -15 ธันวาคม ของทุกปี)    (3) เพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการ ในกรณีผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนถูกพักการขึ้นทะเบียนตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ในรอบระยะเวลาขึ้นทะเบียน 1 ปี และการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการจะสิ้นสุดลงเมื่อพ้นระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันเพิกถอนการขึ้นทะเบียน    หมายเหตุ    - กรณีสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้า 9 รายการต่อกรมการค้าต่างประเทศ จะมีความผิดและต้องรับโทษตามมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    - ต้องส่งรายงานเป็นประจําทุกเดือน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการนําสินค้าดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรก็ตาม    - รับรายงานเมื่อ ข้อมูลการรายงาน เอกสารหลักฐาน มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้อง ตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์/กรมการค้าต่างประเทศกําหนดไว้เท่านั้น หากรายงานไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์/กรมการค้าต่างประเทศกําหนด จะไม่สามารถต่ออายุการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้าดังกล่าวในปีถัดไปหรือถูกพักการขึ้นทะเบียนหรือถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน","2021-11-17T13:39:13"],
    [363,"94e56e16-11bd-4ecf-92e2-0c2d7c2264ad","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-e070-4735-bf0a-fa1c7754b94a",1,0,6,"1) หลักเกณฑ์ในการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ไว้ดังนี้      (1) สินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 01 ถึงตอนที่ 24 (สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป) ให้ผู้ประกอบการยื่นแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศในขณะที่ยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด      (2) สินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 25 ถึงตอนที่ 97 (สินค้าอุตสาหกรรม) ผู้ประกอบการจะต้องยื่นขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดเพื่อขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากรที่กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิดก่อนการยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด      (3) กรณีส่งข้อมูลให้ตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดผ่านระบบบริการตรวจและรับรองคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดทางอินเทอร์เน็ต ให้ใช้แบบคำรับรองข้อมูลการผลิตสินค้าถูกต้องตามหลักเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าที่พิมพ์ออกจากระบบดังกล่าวในการยื่นขอตรวจคุณสมบัติฯ      (4) ผลการตรวจสอบคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดให้มีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่กรมการค้าต่างประเทศได้รับรองผลการตรวจสอบ    2) เงื่อนไขในการขอตรวจสอบรับรองคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดทางระบบอินเทอร์เน็ต      (1) สินค้าที่ขอตรวจสอบรับรองคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าต้องเป็นสินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 25 ถึงตอนที่ 97 (สินค้าอุตสาหกรรม) ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ได้แก่ ระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ข้อตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement : ATIGA) ระบบการแลกเปลี่ยนสิทธิพิเศษระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (GSTP) และภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)      (2) สินค้าที่ขอตรวจสอบรับรองคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าจะต้องเป็นสินค้าที่อยู่ในบัญชีรายการที่ได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษีศุลกากรขาเข้าจากประเทศผู้ให้สิทธิ      (3) สินค้าจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากรของแต่ละระบบ    3) คุณสมบัติของผู้ยื่นขอตรวจสอบรับรองคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้า      (1) เป็นผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกสินค้าที่ยื่นขอตรวจสอบ      (2) ลงทะเบียนเพื่อขอรับรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน (User Name/Password) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบทำการบันทึกข้อมูลรายละเอียดการผลิตสินค้าและส่งข้อมูลผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตในระบบบริการการตรวจรับรองคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดได้    4) วิธีการยื่นขอตรวจสอบรับรองคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าทางระบบอินเทอร์เน็ต      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นขอให้ตรวจสอบรับรองคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบบริการการตรวจรับรองคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดของกรมการค้าต่างประเทศผ่านเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ : www.dft.go.th      (2) ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับจากผู้ประกอบการมายื่นแบบคำรับรองข้อมูลการผลิตสินค้าถูกต้องตามหลักเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าพร้อมหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่กลุ่มตรวจสอบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ กรณีที่มีรายละเอียดของข้อมูลไม่สอดคล้องกับการพิจารณาความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้า เจ้าหน้าที่จะระบุรายการที่จะขอให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมลงในคำรับรองฯ เมื่อผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลในระบบฯ จะต้องพิมพ์คำรับรองฯ ที่มีเลขที่ของคำขอใหม่มายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ขั้นตอนระยะเวลาการดำเนินงานจะเริ่มนับจากผู้ประกอบการยื่นคำรับรองฯ ที่มีเลขที่คำขอใหม่ดังกล่าว    5) ระยะเวลาในการให้บริการขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอโดยเฉลี่ย 30 นาทีต่อ 1 คำรับรองฯ","2021-11-17T13:39:13"],
    [364,"94e56e16-0475-4894-a19c-7e47198e16db","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า  (ขอเพิ่มเติมสินค้า)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-cee4-4b8b-b8d1-bc6ca748e4ec",7,5,5,"หลักเกณฑ์และวิธีการ    1. เมื่อได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วประสงค์จะขอรับอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับสินค้ามาตรฐานชนิดอื่น ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ ดังนี้        (1) มีผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ประเภท ข. ที่รับเงินเดือนประจำสำหรับตรวจสอบมาตรฐานสินค้าชนิดที่ขอเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 6 คน ซึ่งต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตการเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า        (2) มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าของชนิดสินค้ามาตรฐานที่ขอเพิ่มเติม  2. ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเพิ่มเติม ต้องยื่นแบบคำร้องขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเพิ่มเติม (แบบ มส.2/1) พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอโดยสแกน (Scan) ผ่านระบบให้บริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์ http://ocs.dft.go.th    เงื่อนไขยื่นคำขอ       สำเนาเอกสารทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด พร้อมประทับตราสำคัญ   กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้รับมอบอำนาจต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตที่สำนักงานมาตรฐานสินค้า หรือช่องทางอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนดไว้      หมายเหตุ       ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเพิ่มเติม สามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องขอในวันและเวลาราชการเท่านั้น   กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ ตามแบบ วิธีการ และช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดได้  คำขอจะถูกยกเลิกและต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-04-06T22:52:48"],
    [365,"94e56e16-098b-41b2-aff6-027d817f3d78","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-d5a7-4489-ab7c-f1b046e6f486",1,0,4,"หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    (1) รถยนต์ที่จะพิจารณาให้นำเข้าจะต้องเป็นรถยนต์ลักษณะพิเศษสำเร็จรูปที่ใช้แล้ว  ซึ่งหมายถึงรถยนต์ที่สามารถวิ่งบนถนนได้และมีเครื่องทุ่นแรงหรือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมบางอย่าง  ซึ่งโดยปกติหมายถึงรถยนต์ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 8705 ทุกชนิด  และให้หมายความรวมถึงรถหัวลากตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 8701 รถหุ้มเกราะที่ใช้ขนเงิน  รถบรรทุกวัสดุอันตราย ตามพิกัดอัตราศุลกากรที่ 8704    (2) จะต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการตนเอง    (3) อนุญาตให้นำเข้าในปริมาณเท่าที่จำเป็น    หมายเหตุ    - ภายหลังจากผู้ขอได้รับแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวแล้ว จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตนำเข้าภายในกำหนด 2 เดือน ต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ    - การนำเข้าสินค้ารถยนต์ที่ใช้แล้วทุกครั้ง ผู้ขอนำเข้าจะต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศ ก่อนการนำเข้าสินค้ามาในราชอาณาจักรตามข้อกำหนดในมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนและตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศ/ระเบียบกระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้เท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม  โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ  โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:13"],
    [366,"94e56e16-0bc2-4e0d-b3ce-0723122cfbe4","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขออนุญาตนำเข้าหิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-d8c0-4fce-aa30-fa403e120202",1,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต ขอบเขตการควบคุม    1. หินอ่อน ทราเวอร์ทิน อีคอสซิน และหินอื่นๆ ที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตสำหรับใช้ทำอนุสาวรีย์หรือใช้ในการก่อสร้างที่มีความถ่วงจำเพาะปรากฏตั้งแต่ 2.5 ขึ้นไป และหินอะลาบาสเตอร์จะแต่ง อย่างหยาบๆ หรือเพียงแต่เลื่อยหรือตัดโดยวิธีอื่นให้เป็นก้อนเหลี่ยมหรือเป็นแผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (รวมถึงสี่เหลี่ยมจัตุรัส)  หรือไม่ก็ตาม ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทที่ 25.15  แต่ไม่รวมถึงหินอ่อนเป็นก้อนเหลี่ยม ตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 2515.12.10 ที่มีรูปทรงมิติเป็นแท่งตันขนาดด้านกว้าง ยาว และสูง ตั้งแต่ด้านละห้าสิบเซนติเมตรขึ้นไป    2.   หินอ่อน ทราเวอร์ทิน และอะลาบาสเตอร์ ตามพิกัดศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 6802.21.00    3.   หินแกรนิต ตามพิกัดศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 6802.23.00    4.   หินอื่นๆ ตามพิกัดศุลกากรขาเข้าประเภทย่อยที่ 6802.29.10, 6802.29.90         หมายเหตุ:    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่รับคำขอพร้อมเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์และได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอเรียบร้อยแล้วตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมแจ้งผู้ขอ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอยกเลิกคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:13"],
    [367,"94e56e16-14ec-4f15-8f28-a914ac4de399","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d24-e469-4a8c-90ea-4e7e734e785c",3,0,6,"1. คุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียน      1.1 เป็นนิติบุคคลที่เป็นผู้ส่งออกสินค้า      1.2 มีประวัติการได้รับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (FORM D) หรือใบรับรองผลการตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดสินค้าโดยถูกต้องตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลง การค้าสินค้าของอาเชียนหรือมีผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจซึ่งผ่านการฝึกอบรมด้านความรู้เกี่ยวกับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงการค้าสินค้าของอาเชียนจากกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมาย     1.3 ไม่เป็นนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกระงับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า     1.4 ไม่เป็นนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิเว้นแต่ได้พ้นระยะเวลาถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีหรือได้รับการยกเลิกการเพิกถอนการขึ้นทะเบียน     1.5 ไม่เป็นนิติบุคคลที่มีกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นบุคคลเดียวกันกับนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิเว้นแต่นิติบุคคลนั้นได้พ้นจากการถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีหรือได้รับการยกเลิกการเพิกถอนการขึ้นทะเบียน    2. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและเอกสารหลักฐานต้องทำผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่าน Internet เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ http://www.dft.go.th      2.1 กรณีการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองในการส่งออกไปประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน เมียนมาร์ และกัมพูชา    ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องบันทึกข้อมูลรายละเอียดตามแบบคำขอขึ้นทะเบียนพร้อมแนบ (Upload) เอกสารต่างๆดังนี้     - หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีอายุไม่เกินหนึ่งเดือนนับถึงวันยื่นคำขอหรือหลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง     - บัตรประจำตัวประชาชน ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หนังสือเดินทาง หรือหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล กรณีมอบอำนาจให้กระทำการแทนให้แนบ (Upload) บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจด้วย     - บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)     - แผนที่แสดงสถานที่ทำการ    กรณีผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการเป็นผู้ผลิตให้แนบ (Upload) เอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ดังนี้     - เอกสารหลักฐานการอนุญาตประกอบกิจการเป็นผู้ผลิต     - เอกสารที่แสดงกระบวนการผลิตสินค้าที่ส่งออก     - แผนที่แสดงสถานที่ผลิตสินค้าและสถานที่เก็บสินค้า   2.2 กรณีการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองในการส่งออกไปประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว และเวียดนาม  ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องบันทึกข้อมูลรายละเอียดตามแบบคำขอขึ้นทะเบียนพร้อมแนบ (Upload) เอกสารต่างๆดังนี้      - หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีอายุไม่เกินหนึ่งเดือนนับถึงวันยื่นคำขอหรือหลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง      - บัตรประจำตัวประชาชน ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หนังสือเดินทาง หรือหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล กรณีมอบอำนาจให้กระทำการแทนให้แนบ (Upload) บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจด้วย      - บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)      - เอกสารหลักฐานการอนุญาตประกอบกิจการเป็นผู้ผลิต      - เอกสารที่แสดงกระบวนการผลิตสินค้าที่ส่งออก      - แผนที่แสดงสถานที่ทำการสถานที่ผลิตสินค้าและสถานที่เก็บสินค้า      - แบบแจ้งรายชื่อและตัวอย่างลายมือชื่อของผู้ที่ประสงค์จะให้เป็นผู้มีอำนาจลงนามรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองจำนวนไม่เกินสามคน  เมื่อบันทึกข้อมูลตาม (2.1) หรือ (2.2) แล้ว ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนส่งข้อมูลทางระบบฯ และดำเนินการดังนี้      - กรณีไม่ใช้ลายมือชื่อดิจิตอล (Digital Signature) ให้สั่งพิมพ์คำขอฯ ออกจากระบบฯ และผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลตามที่ได้จดทะเบียนไว้ลงลายมือชื่อในคำขอฯ แล้วนำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่หรือส่งคำขอมายังกองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด โดยแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล หรือให้ผู้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลเป็นผู้ยื่นคำขอดังกล่าว โดยมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและผู้รับมอบอำนาจแสดงต่อเจ้าหน้าที่     - กรณีใช้ลายมือชื่อดิจิตอล (Digital Signature) ให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลลงลายมือชื่อในคำขอแล้วส่งมาทางระบบฯ    3. กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอขึ้นทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนถูกต้องเป็นไปตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศฯ จะแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Certified Exporter) ต่อผู้ยื่นคำขอทราบเป็นลายลักษณ์อักษรและทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 3 วันทำการ (การขึ้นทะเบียนมีอายุ 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียน)  4. การต่ออายุทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองให้ยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนภายใน 3 เดือน ก่อนทะเบียนหมดอายุโดยดำเนินการตาม (2.1) หรือ (2.2)      หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับจากผู้ประกอบการยื่นคำขอเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอต่อเจ้าหน้าที่โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลรายละเอียดที่ต้องแก้ไขในคำขอหรือเอกสารประกอบคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในวันทำการถัดไป ซึ่งผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่   เจ้าหน้าที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ","2021-11-17T13:39:13"],
    [368,"94e56e16-1aee-42a6-a4fa-921036eced6d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศหรือการปฏิบัติทางการค้าระหว่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-ebb7-44b4-8407-4c545b253c92",1,0,17,"กรมการค้าต่างประเทศได้กำหนดหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไว้ 2 กรณีดังนี้    12.1  หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ใช้สำหรับรับรองว่าสินค้ามีถิ่นกำเนิดในประเทศแต่ไม่สามารถนำไปขอยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรขาเข้าได้เรียกว่า Certificate of Origin (C/O)ทั่วไปและ C/O สินค้าเกษตรที่ได้รับการจัดสรรโควตา   12.2  หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าใช้สำหรับรับรองว่าสินค้ามีถิ่นกำเนิดในประเทศและสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเพื่อขอยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรขาเข้าซึ่งจะมีชื่อเรียกแบบฟอร์มต่างๆตามระบบสิทธิเศษทางด้านศุลกากรดังนี้       12.2.1 หนังสือรับรองฯ FORM A ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GENERALIZED SYSTEM OF PREFERENCES : GSP) สำหรับการส่งออกสินค้าไปยังประเทศผู้ให้สิทธิพิเศษฯ ได้แก่ รัสเซีย และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States) หรือ CIS และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU)         12.2.2  หนังสือรับรองฯ FORM D ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู๋ในรายการที่ได้รับสิทธิพิเศษตามความตกลงว่าด้วยการค้าและอุตสาหกรรมของอาเซียน (ASEAN TRADE IN GOODS AGREEMENT/ASEAN INDUSTRIAL COOPERATION SCHEME CERTIFICATE OF ORIGIN : ATIGA) ได้แก่ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มาเลเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ บรูไน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ราชอาณาจักรกัมพูชา และราชอาณาจักรไทย         12.2.3  หนังสือรับรองฯ FORM GSTP ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ระบบการแลกเปลี่ยนสิทธิพิเศษทางการค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (GLOBAL SYSTEM OF TRADE PREFERENCES : GSTP) รวม 43 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย อาร์เจนตินา บังคลาเทศ เบนิน โลลิเวีย บราซิล แคลเมอรูน ซิลี โคลัมเบีย คิวบา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เอกวาดอร์ อิยิปต์ กานา กิเนีย กายอานา อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน อิรัก ลิเบีย มาเลเซีย เมอร์โคซูร์ เม็กซิโก โมร็อคโค โมซัมบิค เมียนมา นิการากัว ไนจีเรีย ปากีสถาน เปรู ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐเกาหลี สิงคโปร์ ศรีลังกา ซูดาน แทนซาเนีย ตรินิแดดและโตเบโก ตูนิเซีย เวเนซูเอล่า เวียดนาม ซิมบับเวและราชอาณาจักรไทย              12.2.4  หนังสือรับรองฯ สินค้าหัตถกรรม (CERITIFICATE IN REGARD TO CERTAIN HANDICRAFT PRODUCTS : HANDICRAFTS) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าหัตถกรรมตามรายการที่กำหนดไว้ในระเบียบการให้สิทธิพิเศษทางการค้าสหภาพยุโรป              12.2.5  หนังสือรับรองฯ สินค้าไหมและผ้าฝ้ายที่ทอด้วยมือ (CERTIFICATE RELATING TO SILK OR COTTON HANDLOOM PRODUCTS) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าผ้าไหมและผ้าฝ้ายที่ทอด้วยมือ ตามระเบียบการให้สิทธิพิเศษทางการค้าสหภาพยุโรป              12.2.6  หนังสือรับรองฯ สินค้าหัตถกรรม (HANDICRAFT OR HANDLOOM PRODUCTS) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าหัตถกรรมภายใต้สิทธิพิเศษฯ ไปยังประเทศญี่ปุ่นและแคนาดา              12.2.7  หนังสือรับรองฯ (FORM E) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน-จีน ไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประเทสสมาชิกอาเซียน              12.2.8  หนังสือรับรองฯ (FORM FTA ไทย &ndash; อินเดีย) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยและอินเดีย              12.2.9  หนังสือรับรองฯ (FORM FTA ไทย &ndash; ออสเตรเลีย) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยและออสเตรเลีย              12.2.10  หนังสือรับรองฯ (FORM JTEPA) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเสรีระหว่างไทยและญี่ปุ่น              12.2.11  หนังสือรับรองฯ สินค้าที่ได้รับโควตาในการนำเข้าสหภาพยุโรป (Cetificate of Origin for of Products subject to special non-preferential import arrangements into the European Union) สำหรับการส่งออกสินค้าเนื้อไก่ใส่เกลือหรือแช่ในน้ำเกลือ และเนื้อไก่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย เนื้อสัตว์ปีกปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย ปลาที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลัง และข้าว              12.2.12  หนังสือรับรองฯ (FORM AJCEP) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงทางการค้าระหว่างกลุ่มอาเซียนและญี่ปุ่น              12.2.13  หนังสือรับรองฯ (FORM AANZFTA) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์              12.2.14  หนังสือรับรองฯ (FORM AK) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงเขตทางการค้าเสรีระหว่างกลุ่มอาเซียนกับเกาหลีใต้              12.2.15  หนังสือรับรองฯ (FORM TC ไทย-ชิลี) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและชิลี              12.2.16  หนังสือรับรองฯ (FORM TP ไทย-เปรู) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและเปรู              12.2.17  หนังสือรับรองฯ (FORM AHK ASEAN-HONG KONG,CHINA) ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าที่อยู่ในรายการภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง              12.2.18  หนังสือรับรองฯ ใบยาสูบ ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าใบยาสูบไปยังสหภาพยุโรป    2. เงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า   2.1 กรณีออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่นำไปใช้รับรองว่ามีถิ่นกำเนิดภายในประเทศแต่ไม่สามารถนำไปขอยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรขาเข้าได้เรียกว่า Certificate of Origin (C/O) หรือแบบ C/O โดยสินค้าที่ยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าจะต้องเป็นสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดภายในประเทศไทย   2.2 กรณีออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่นำไปใช้ในการขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเพื่อขอยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรขาเข้าตามระบบสิทธิเศษทางด้านศุลกากรประเภทต่างๆสินค้าที่ยื่นขอจะต้องมีเงื่อนไขดังนี้   2.2.1 เป็นสินค้าที่อยู่ในบัญชีรายการได้รับสิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากรของประเทศผู้ให้สิทธิ   2.2.2 สินค้าจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าหรือหลักเกณฑ์เงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษทางด้านศุลกากรตามข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศของแต่ละกรอบความตกลง โดยสินค้าที่จะขอหนังสือรับรองจะต้องผ่านการตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดของสินค้าตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร พ.ศ. 2562 และหลักเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า รวมทั้งข้อกำหนดเพิ่มเติมภายใต้ความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ   2.2.3 สินค้าที่ยื่นขอหนังสือรับรองฯในพิกัด 01-24 แนบหลักฐานแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดเพื่อขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร (สินค้าพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 01 - 24 ) ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เวปไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th &gt;&gt; บริการจากกรม&gt;&gt; ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม&gt;&gt; แบบขอรับการตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิด (ตรวจต้นทุน) &gt;&gt; ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดที่จะขอใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร พ.ศ. 2562   2.2.4 สินค้าที่ยื่นขอหนังสือรับรองฯแบบ JTEPA พิกัดสินค้า 01 - 24 ให้แนบหลักฐานแบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดภายใต้ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจสินค้าพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 01 - 24 ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เวปไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th &gt;&gt; บริการจากกรม&gt;&gt; ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม&gt;&gt; แบบขอรับการตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิด (ตรวจต้นทุน) &gt;&gt; ประกาศกรมการค้าต่างประเทศเรื่องการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจพ.ศ. 2550   2.2.5 สินค้าที่ยื่นขอหนังสือรับรองฯในพิกัด 25 - 97 ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ   2.2.6 สินค้าจะต้องส่งโดยตรงจากประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษทางด้านศุลกากรไปยังประเทศผู้ให้สิทธิ   2.2.7 ยื่นขอหนังสือรับรองได้ในกรณีที่มีการส่งออกสินค้าและประสงค์จะใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรขาเข้าจากประเทศผู้นำเข้า    3. คุณสมบัติของผู้ยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า   3.1 ผู้ยื่นขอหนังสือรับรองฯจะต้องเป็นผู้มีบัตรประจำผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ    4. วิธีการยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า   4.1 ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของกรมการค้าต่างประเทศผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสิ้น 3 ระบบได้แก่ ยื่นคำขอแบบปกติ (Electronic data Interchage : EDI)  คำขอแบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature and seal : DS) และคำขอแบบลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature and Seal : ESS) ซึ่งทั้ง 3 ระบบจะมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้         4.1.1 การยื่นคำขอแบบปกติ (EDI) เมื่อผู้ประกอบการยื่นคำร้องผ่านเข้ามาในระบบแล้วจะต้องนำเอกสารแนบประกอบการพิจารณายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยงานที่ให้บริการ และหากต้องมีการแก้ไขข้อมูลเจ้าหน้าที่จะเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ด้านหลังคำขอ เพื่อส่งให้ผู้ยื่นดำเนินการแก้ไข และเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ลงนามพร้อมประทับตราลงในแบบคำขอ และแบบพิมพ์หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า         4.1.2 การยื่นคำขอแบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature and seal : DS) ระบบนี้ผู้ประกอบการจะยื่นคำร้อง พร้อมแนบ File เอกสารประกอบการพิจารณาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดเจ้าหน้าที่จะแจ้งผ่านระบบให้ผู้ยื่นดำเนินการแก้ไข และหากถูกต้องเจ้าหน้าที่จะอนุมัติผ่านระบบ แล้วจะลงนามประทับตราลงในแบบคำขอ และแบบพิมพ์หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า         4.1.3  คำขอแบบลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature and Seal : ESS) มีขั้นตอนและวิธีการยื่นแบบเดียวกับการยื่นคำขอแบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (DS) แต่ข้อแตกต่างคือลายมือชื่อและตราประทับของผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ปรากฎในคำขอ และแบบพิมพ์หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าจะถูกพิมพ์ออกจากระบบโดยอัตโนมัติ            4.2 ผู้ประกอบการยื่นบัตรประจำผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจหรือเฉพาะบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจณเคาน์เตอร์ให้บริการของกรมการค้าต่างประเทศ     4.3 กรณียื่นขอแบบปกติ (EDI) ผู้ประกอบการแนบเอกสารประกอบคำขอแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบพร้อมพิจารณาลงนาม   4.4 กรณียื่นขอแบบปกติ (EDI) โดยใช้เอกสารประกอบการยื่นคำขอเป็นสำเนาให้ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจหรือผู้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนพร้อมทั้งประทับตราสำคัญ (ถ้ามี)   4.5 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าได้รับคำร้องโดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนกรณีที่คำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  5. ระยะเวลาในการให้บริการขึ้นอยู่กับปริมาณหนังสือรับรองฯโดยเฉลี่ย 30 นาทีต่อ 1 หน้า","2021-11-17T13:39:13"],
    [369,"94e56e16-1d01-4386-bbdb-8dbf74353624","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้าที่มีมาตรการนำเข้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-ee6e-4969-919c-72f0d738c5e0",1,0,20,null,"2021-11-17T13:39:13"],
    [370,"94e56e16-20dd-415e-83af-3ee486d147a9","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกใบอนุญาตส่งออกสินค้าที่มีมาตรการส่งออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-f2bd-4269-92e6-f57546bb5cc5",1,0,11,"1. สินค้าที่มีมาตรการส่งออกประเภทสินค้าที่ต้องออกใบอนุญาตส่งออกจากสำนักบริการการค้าต่างประเทศกรมการค้าต่างประเทศมีทั้งหมด 11 รายการสินค้าซึ่งมีเงื่อนไขและวิธีการที่แตกต่างกันในแต่ละรายการโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้  (1) ข้าว  1.1 ขอบเขตในการควบคุม  ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวทั้งที่เป็นข้าวเปลือกข้าวกล้องข้าวสารปลายข้าวข้าวนึ่งและรำยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวทุกชนิด  1.2 ระเบียบหลักเกณฑ์ในการส่งออก  1.2.1. รำข้าวและข้าวเปลือกในหลักการไม่อนุญาตให้ส่งออก  1.2.2. ข้าวชนิดอื่นอนุญาตให้ส่งออกได้โดยไม่จำกัดปริมาณโดยผู้ส่งออกต้องขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศตามพระราชบัญญัติการค้าข้าวพ.ศ. 2489 ต่อกรมการค้าภายในและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกข้าวต่อกรมการค้าต่างประเทศ  1.2.3 เงื่อนไขการส่งออกให้เป็นไปตามที่กองบริหารการค้าข้าวกรมการค้าต่างประเทศกำหนดและผู้ขออนุญาตส่งออกจะต้องปฏิบัติตามคู่มือการส่งออกข้าวกองบริหารการค้าข้าวกรมการค้าต่างประเทศก่อนการยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกไปราชอาณาจักรประเภทอ.2 (สินค้าข้าว)    (2) ข้าวส่งออกภายใต้โควตาภาษีของสหภาพยุโรป  2.1 ขอบเขตในการควบคุม  ข้าวขาวข้าวหอมมะลิไทยข้าวหอมปทุมธานีข้าวนึ่งและข้าวหัก  2.2 ระเบียบหลักเกณฑ์ในการส่งออก  2.2.1 ผู้ขออนุญาตต้องได้รับการจัดสรรปริมาณข้าวเพื่อการออกหนังสือรับรองการส่งออกไปสหภาพยุโรปผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอได้ล่วงหน้า 10 วันทำการก่อนวันที่สหภาพยุโรปเปิดให้ยื่นขอใบอนุญาตนำเข้า (Import Lincense) ในแต่ละงวด  2.2.2 ผู้ขอใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษที่กองคลังกรมการค้าต่างประเทศ  2.2.3 ผู้ขอใบอนุญาตต้องมีหนังสือรับรองการส่งออกข้าวที่ส่งออกไปสหภาพยุโรป (Export Certificate) ที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ  2.2.4 ผู้ขอใบอนุญาตจัดส่งต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับไปให้ผู้ซื้อในสหภาพยุโรปเพื่อประกอบการขอรับใบอนุญาตนำเข้า (Import License) ภายใน 10 วันทำการแรกของแต่ละงวดที่สหภาพยุโรปกำหนดตามคู่มือการส่งออกข้าวกองบริหารการค้าข้าวกรมการค้าต่างประเทศ      (3) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง  3.1 ขอบเขตในการควบคุม  3.1.1 ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังได้แก่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรสภาพหัวมันสำปะหลังไม่ว่าจะมีลักษณะป่นหรือเป็นชิ้นแผ่นก้อนแท่งเม็ดหรือมีลักษณะอื่นใดแต่ไม่รวมถึงแป้งมันสำปะหลังและกากมันสำปะหลัง  3.1.2 แป้งมันสำปะหลังหมายถึงแป้งมันทุกชนิด  3.2 ระเบียบหลักเกณฑ์ในการส่งออก  3.2.1 ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง  - ผู้ส่งออกต้องเป็นผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานและต้องมีใบรับรองมาตรฐานสินค้าที่ออกโดยกองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออกกรมการค้าต่างประเทศกำกับการส่งออกทุกครั้ง  - ต้องขออนุญาตส่งออกทุกครั้งโดยมีเงื่อนไขการขออนุญาตให้เป็นไปตามที่กองบริหารการค้าสินค้าทั่วไปกรมการค้าต่างประเทศกำหนดและผู้ขออนุญาตส่งออกจะต้องปฏิบัติตามคู่มือการขออนุญาตกองบริหารการค้าสินค้าทั่วไปกรมการค้าต่างประเทศ  - ในกรณีที่ส่งออกไปสหภาพยุโรปและต้องการใช้สิทธิภายใต้โควตาภาษีต้องยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Ceritificate of Origin :C/O) เพื่อให้ผู้นำเข้าของสหภาพยุโรปนำไปแสดงประกอบการผ่านพิธีการทางศุลกากร  - ในกรณีที่ส่งออกไปยังประเทศที่มีความตกลง FTA กับไทยต้องยื่นขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าตามแบบฟอร์มที่ไทยได้ทำความตกลงกับประเทศนั้นๆเพื่อให้ผู้นำเข้านำไปแสดงประกอบพิธีการทางศุลกากร  - การพิจารณาอนุญาตให้ส่งผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังออกไปนอกราชอาณาจักรให้เป็นไปตามที่ระเบียบกระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้    3.2.2 แป้งมันสำปะหลัง  - ผู้ส่งออกต้องเป็นผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานและการส่งออกสินค้าต้องมีใบรับรองมาตรฐานสินค้ากำกับทุกครั้ง  - ในกรณีที่ส่งออกไปยังประเทศที่มีความตกลง FTA กับไทยต้องยื่นขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าตามแบบฟอร์มที่ไทยได้ทำความตกลงกับประเทศนั้นๆเพื่อให้ผู้นำเข้านำไปแสดงประกอบพิธีการทางศุลกากร  - ในกรณีของแป้งมันสำปะหลังตามพิกัดอัตราศุลกากร 1108.14.00 ที่ส่งออกไปสหภาพยุโรปและต้องการใช้สิทธิภายใต้โควตาภาษีต้องยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Ceritificate of Origin : C/O) เพื่อให้ผู้นำเข้าของสหภาพยุโรปนำไปแสดงประกอบการผ่านพิธีการทางศุลกากร    (4) กาแฟ  4.1 ขอบเขตในการควบคุม  ผลกาแฟเมล็ดกาแฟไม่ว่าจะคั่วบดหรือแยกเอาสารคาเฟอีนออกแล้วหรือไม่ก็ตามและผลิตภัณฑ์ที่มีสิ่งสกัดหัวเชื้อและสิ่งเข้มข้นของกาแฟผสมอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 36.54  4.2 ระเบียบหลักเกณฑ์การส่งออก  4.2.1 ผู้ขออนุญาตต้องได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตของกรมการค้าต่างประเทศ  4.2.2 ผู้ขออนุญาตต้องขออนุญาตส่งออกทุกครั้งโดยมีเงื่อนไขการขออนุญาตให้เป็นไปตามที่กองบริหารสินต้าข้อตกลงและมาตรการการค้ากรมการค้าต่างประเทศกำหนดและผู้ขออนุญาตส่งออกจะต้องปฏิบัติตามคู่มือการขออนุญาตกองบริหารสินต้าข้อตกลงและมาตรการการค้ากรมการค้าต่างประเทศ  4.2.3 ผู้ขออนุญาตต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามข้อบังคับขององค์การกาแฟระหว่างประเทศโดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้   - ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองต้องยื่นคำขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟและแบบหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟที่กำหนดโดยองค์การกาแฟระหว่างประเทศ (ICO Certificate of Origin) ต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศกรมการค้าต่างประเทศหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือหน่วยงานอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมาย  4.2.4 ต้องรายงานปริมาณปริมาณรับซื้อปริมาณการส่งออกปริมาณคงเหลือและสถานที่เก็บกาแฟต่อกองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้ากรมการค้าต่างประเทศกำหนด    (5) ไม้และไม้แปรรูป  5.1  ขอบเขตการควบคุม  ไม้หมายความว่าไม้และไม้แปรรูปตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้แต่ไม่หมายความรวมถึงหวายไม่ไผ่และไม้รวกทุกชนิดปาล์มรากไม้ถาไม้ไม้วีเนียร์พันธ์ไม้ขี้เลื่อยหรือเศษไม้ไม่ว่าจะเกาะหรือติดรวมกันเป็นท่อนก้อนเพลเลตหรือลักาณะที่คล้ายกันหรือไม่ก็ตามและไม้ที่ได้จัดทำเป็นของสำเร็จรูปซึ่งไม่เหมาะสมที่จะนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น       5.2 ระเบียบและหลักเกณฑ์การส่งออก  5.2.1 ผู้ขออนุญาตต้องขออนุญาตส่งออกโดยจะอนุญาตให้ส่งออกเฉพาะไม้ยางพาราไม้สนไม้ที่ทำออกจากส่วนป่าดังนี้  (1) ไม้ยางพาราอนุญาตให้ส่งออกโดยไม่จำกัดประมาณ  (2) ไม้สนอนุญาตให้ออกตามปริมาณที่กำหนดในหนังสือรับรองจากกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งกรมป่าไม้มอบหมายว่าเป็นไม้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์กรณีดังต่อไปนี้   - ไม้สนที่ตัดออกจากป่าในบริเวณที่หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจจำเป็นต้องใช้พื้นที่ป่าในบริเวณนั้นเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานนั้นๆ   - ไม้สนที่ตัดออกจากการจัดการตัดสางขยายระยะจากสวนป่าของกรมป่าไม้   - ไม้สนประดิพัทธ์ที่ต้องตัดจากสวนไม้สนประดิพัทธ์ที่ปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์  (3) ไม้ที่ทำออกจากสวนป่าอนุญาตให้ส่งออกตามปริมาณที่กำหนดในหนังสือรับรองจากกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งกรมป่าไม้มอบหมาย  (4) ไม้สักสวนป่าอนุญาตให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ส่งออก    (6) ถ่านไม้  6.1 ขอบเขตในการควบคุม  ถ่านไม้ทุกชนิด (ยกเว้นผงถ่านถ่านอัดและถ่านที่ได้จากวัสดุอื่นที่ไม่ใช่ไม้) พิกัดศุลกากรและรหัสสถิติ 44.02 (เฉพาะถ่านไม้)  6.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไข  ผู้ขออนุญาตต้องขออนุญาตส่งออกโดยแสดงสำเนาบัญชีราคาสินค้าหรือใบเสนอราคาสินค้าล่วงหน้าและหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้  (1) ใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้  (2) หนังสือรับรองถ่านไม้จากการเผาไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง (นกจากไม้สักและไม้ยาง) จากกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งกรมป่าไม้มอบหมาย  (3) เอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการกำหนดให้ใช้ในการควบคุมการนำถ่านไม้เคลื่อนที่    (7) กุ้งกุลาดำมีชีวิต  7.1 ขอบเขตในการควบคุม  กุ้งกุลาดำมีชีวิตที่มีขนาดความยาวตั้งแต่ 7.5 นิ้วหรือน้ำหนัก 70 กรัมขึ้นไปรวมทั้งลูกกุ้งที่จะเกิดจากพ่อแม่พันธ์ขนาดดังกล่าว  7.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไข  ผู้ส่งออกต้องขออนุญาตส่งออกโดยจะอนุญาตเฉพาะกรณีที่นำออกไปเพื่อเป็นตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์หรือเพื่อการศึกษาเท่าที่จำเป็นโดยจะต้องมีหนังสือรับรองจากกรมประมงประกอบการขอรับใบอนุญาตส่วนการส่งออกกุ้งกุลาดำมีชีวิตที่มีขนาดหรือน้ำหนักนอกจากที่ระบุไว้ต้องแสดงหนังสือรับรองเกี่ยวกับขนาดหรือน้ำหนักของกรมประมงต่อเจ้าพนักงานศุลกากร    (8) หอยมุกและผลิตภัณฑ์  8.1 ขอบเขตในการควบคุม  8.1.1 หอยมุกไฟหรือหอยอูด (THURBAN SHELL) ที่อยู่ในสกุล TURBO ASTRAEA หอยมุกจาน (PEARL OYSTER) ที่อยู่ในสกุล PINCTADA หอยมุกเจดีย์หรือหอยนมสาวหรือหอยนมนาง (TOP SHELL) ที่อยู่ในสกุล TROCHUS, TECTUS CALLIOSTOMA หอยกาบน้ำจืด (FRESHWATER CLAMS) ที่อยู่ในครอบครัว MARGARITIFERIDEA, UNIONIDAE ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตรวมทั้งเปลือกหอยและเศษของเปลือกหอยดังกล่าวยกเว้นผลิตภัณฑ์เปลือกหอยสำเร็จรูปที่ได้ประดิษฐ์เป็นสิ่งของสำหรับใช้สอยหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นแล้ว  8.1.2 ผลิตภัณฑ์เปลือกหอยสำเร็จรูปคือเปลือกหอยในข้อ 1 ที่ผ่านการแปรสภาพโดยการขัดผิวนอกออกและขัดเงาแล้วแต่ยังมิได้ประดิษฐ์เป็นสิ่งของสำหรับใช้สอยหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่น  8.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไข  8.2.1 หอยมุขตามข้อ 1 จะอนุญาตให้ส่งออกตามความเห็นของกรมประมง  8.2.2 ผลิตภัณฑ์เปลือกหอยสำเร็จรูปตามข้อ 2 จะอนุญาตให้ส่งออกตามความเห็นของกรมประมงและต้องมีหนังสือรับรองชนิดของหอยและเปลือกหอยจากกรมประมงแสดงต่อกระทรวงพาณิชย์และพนักงานศุลกากรเพื่อประกอบการอนุญาตและตรวจปล่อยด้วย  8.2.3 ไม่ใช้บังคับแก่นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทยที่นำติดตัวออกไปในปริมาณที่สมควร    (9) ถ่านหิน  9.1 ขอบเขตในการควบคุม  ถ่านหินทุกชนิดทั้งที่เป็นก้อนเป็นผงหรืออัดเป็นก้อนยกเว้นถ่านหินผงที่ผลิตจาก HONGAI ANTHRACITE COAL เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกราชอาราจักร  9.2 ระเบียบหลักเกณฑ์การส่งออก  9.2.1 ต้องขออนุญาตส่งออกโดยจะอนุญาตให้ส่งออกเฉพาะกรณีที่เป็นถ่านหินที่นำเข้ามาจากต่างประเทศแล้วส่งกลับคืนออกไปในลักษณะเดิมหรือนำเข้ามาแปรรูปในประเทศแล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักร  9.2.2 ผู้ขออนุญาตต้องมีหนังสือรับรองว่าถ่านหินมีแหล่งกำเนิดในต่างประเทศซึ่งออกโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงาน    (10) สารกาเฟอีน (Caffeine)  10.1 ขอบเขตในการควบคุม  สารกาเฟอีน (Caffeine) ชื่อทางเคมี 3,7-Dihydro-1,3,7-trimenthyl-1H-purine-2,6-dione;1,3,7-trimethylxanthine;1-3-7-trimethyl-2,6-di-oxopurine; caffeine;thein; guaranine; methyltheobromine; สูตรทางเคมี C8H10N402 และเกลือของสารดังกล่าวตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 2939.30 และ 3003.40 ยกเว้นอนุพันธ์สารกาเฟอีนและยาสำเร็จรูปที่มีสารกาเฟอีนผสมอยู่ซึ่งมีใบอนุญาตนำเข้าและขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข  10.2 ระเบียบหลักเกณฑ์การส่งออก  ผู้ส่งออกต้องขออนุญาตส่งออกพร้อมหนังสือแจ้งข้อมูลการขอส่งออกไปนอกราชอาณาจักรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุขหรือจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรมและบัญชีราคาสินค้า (Invoice) หรือใบเสนอราคาสินค้าล่วงหน้า (Proforma Invoce) หรือเอกสารทางการค้าอื่นใดที่แสดงรายละเอียดการซื้อขายสินค้าดังกล่าว    (11) สารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต (Potassium Permanganate)  11.1 ขอบเขตในการควบคุม  สารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต (Potassium Permanganate) สูตรทางเคมี KMnO4  11.2 ระเบียบหลักเกณฑ์การส่งออก  11.3ผู้ขออนุญาตต้องมีหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ส่งออกสินค้าดังกล่าวไปให้ผู้นำเข้าในประเทศปลายทางจริงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย  2 เอกสารประกอบการพิจารณาที่เป็นสำเนาจะต้องมีการลงนามและประทับตราสำคัญ (ถ้ามี) โดยผู้รับมอบอำนาจ  3ผู้ยื่นจะต้องเป็นผู้มีบัตรประจำผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์  4ผู้ประกอบการต้องยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักรผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการค้าต่างประเทศที่ http://edi2.dft.go.th/  5ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับจากผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ประกอบการมาติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ให้บริการและได้ผ่านกระบวนการต่างๆตามเงื่อนไขที่ระบุไว้แต่ละรายการสินค้าเรียบร้อยแล้วโดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนกรณีที่คำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบุรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  6 ระยะเวลาในการให้บริการขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอโดยเฉลี่ย 30 นาทีต่อ 1 คำขอ","2021-11-17T13:39:13"],
    [371,"94e56e16-2475-4d26-9170-59b53c588531","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกสินค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-f6e0-4ae4-a3c1-7ed3292a0b7f",1,0,22,"12.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต        12.1 รายการสินค้าที่จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียน    กรมการค้าต่างประเทศ ได้กำหนดให้มีผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าที่มีรายการตามบัญชีแนบท้ายจะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้า ยกเว้น สินค้ากาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟที่จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้า และส่งออกต่อกรมการค้าต่างประเทศ โดยสินค้าที่มีพิกัดศุลกากรที่จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนมีดังต่อไปนี้               12.1.1 สินค้าภายใต้กรอบความตกลง AFTA                        (1)  กาแฟ พิกัดศุลกากร  2101.11.10  2101.11.90  2101.12.10  2101.12.91  2101.12.92  2101.12.99                        (2)  ชา  พิกัดศุลกากร 0902.10.10  0902.10.90  0902.20.10  0902.20.90  0902.30.10  0902.30.90  0902.40.10  0902.40.90                         (3)  น้ำนมดิบ  พิกัดศุลกากร 0401.10.10  0401.10.90  0401.20.10  0401.20.90  0401.40.10  0401.40.20  0401.40.90  0401.50.10  0401.50.90                         (4)  นมพร้อมดื่ม  พิกัดศุลกากร 2202.91.00  2202.99.10  2202.99.20  2202.99.40 2202.99.50  2202.99.90                        (5)  นมผงขาดมันเนย  พิกัดศุลกากร  0402.10.41  0402.10.42  0402.10.49  0402.10.90 0402.10.91  0402.10.92  0402.10.99                        (6)  เมล็ดถั่วเหลือง  พิกัดศุลกากร 1201.10.00  1201.90.00                        (7)  มะพร้าวผล พิกัดศุลกากร  0801.12.00  0801.19.10  0801.19.90                        (8)  มะพร้าวฝอย พิกัดศุลกากร  0801.11.00                        (9)  เนื้อมะพร้าวแห้ง  พิกัดศุลกากร  1203.00.00                        (10) น้ำมันมะพร้าว  พิกัดศุลกากร 1513.11.00  1513.19.10  1513.19.90                        (11) มันฝรั่ง  พิกัดศุลกากร  0701.10.00  0701.90.10  0701.90.90                        (12) หอมหัวใหญ่  พิกัดศุลกากร  0703.10.11  0703.10.19  0712.20.00                        (13) กระเทียม  พิกัดศุลกากร 0703.20.10  0703.20.90  0712.90.10                        (14) ลำไยแห้ง  พิกัดศุลกากร  0813.40.10                        (15) พริกไทย  พิกัดศุลกากร  0904.11.10  0904.11.20  0904.11.90  0904.12.10  0904.12.20  0904.12.90                        (16)  เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่  พิกัดศุลกากร  1209.91.10              12.1.2 สินค้าภายใต้ WTO                        (1)  เมล็ดกาแฟ  พิกัดศุลกากร 0901.11.10  0901.11.90  0901.12.10  0901.12.90 0901.21.10  0901.21.20  0901.21.20  0901.22.10 0901.22.20  0901.90.10  0901.90.20 2101.11.10  2101.11.90  2101.12.10  2101.12.91 2101.12.92  2101.12.99                        (2)  ชา  พิกัดศุลกากร  0902.10.10  0902.10.90  0902.20.10  0902.20.90 0902.30.10  0902.30.90  0902.40.10  0902.40.90                        (3)  น้ำนมดิบ  พิกัดศุลกากร  0401.10.10  0401.10.90  0401.20.10  0401.20.90 0401.40.10  0401.40.20  0401.40.90  0401.50.10 0401.50.90                        (4)  นมพร้อมดื่ม  พิกัดศุลกากร 2202.91.00  2202.99.10  2202.99.20  2202.99.90 2202.99.50  2202.99.90                        (5)  นมผงขาดมันเนย  พิกัดศุลกากร 0402.10.41  0402.10.42  0402.10.49  0402.10.90 0402.10.91  0402.10.92  0402.10.99                        (6)  น้ำมันถั่วเหลือง พิกัดศุลกากร 1507.10.00  1507.90.10  1507.90.90                        (7)  มะพร้าวผล พิกัดศุลกากร  0801.12.00  0801.19.10  0801.19.90                        (8)  มะพร้าวฝอย พิกัดศุลกากร  0801.11.00                        (9)  เนื้อมะพร้าวแห้ง  พิกัดศุลกากร  1203.00.00                        (10) น้ำมันมะพร้าว  พิกัดศุลกากร 1513.11.00  1513.19.10  1513.19.90                        (11) มันฝรั่ง  พิกัดศุลกากร  0701.10.00  0701.90.10  0701.90.90                        (12) หอมหัวใหญ่  พิกัดศุลกากร  0703.10.11  0703.10.19  0712.20.00                        (13) กระเทียม  พิกัดศุลกากร  0703.20.10  0703.20.90  0712.90.10                        (13) กระเทียม  พิกัดศุลกากรที่  0703.20.10  0703.20.90  0712.90.10                        (14) ลำไยแห้ง  พิกัดศุลกากร  0813.40.10                        (15) พริกไทย  พิกัดศุลกากร  0904.11.10  0904.11.20  0904.11.90  0904.12.10  0904.12.20  0904.12.90                        (16)  เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่  พิกัดศุลกากร  1209.91.10                        (17)  ผลิตภัณฑ์กาแฟ  พิกัดศุลกากร  2101.11.10  2101.11.90  2101.12.10  2101.12.91    2101.12.92  2101.12.99                        (18)  ข้าว  พิกัดศุลกากร 1006.10.10  1006.10.90  1006.20.10  1006.20.90 1006.30.30  1006.30.40  1006.30.91  1006.40.10 1006.40.90                        (19)  เส้นไหมดิบ  พิกัดศุลกากร 5002.00.00              12.1.3 สินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบ                        (1)  ส้ม  พิกัดศุลกากร 0805.10.10  0805.21.00  0805.22.00  0805.29.00                        (2)  หอมแดง  พิกัดศุลกากร 0703.10.21  0703.10.29                        (3)  เครื่องในสุกร  พิกัดศุลกากร 0206.30.00  0206.41.00  0206.49.00                        (4)  มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์  พิกัดศุลกากร  0714.10.11  0714.10.19  0714.10.99                        (5)  พัดลม  พิกัดศุลกากร  8415.51.10                        (6)  หม้อหุงข้าว  พิกัดศุลกากร 8516.60.10                        (7)  หลอดไฟ  พิกัดศุลกากร 8539.31.10  8539.39.10                        (8)  เครื่องทำน้ำอุ่นและน้ำร้อนระบบก๊าซ  พิกัดศุลกากร 8419.11.10  8419.11.90                        (9)  เครื่องพิมพ์สามมิติ  พิกัดศุลกากร 8477.10.39  8479.89.30              12.1.4 สินค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน  พิกัดศุลกากร  7102.10.10  7102.21.00  7102.31.00              12.1.5 สินค้ารถยนต์ที่ใช้แล้วนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก ควบคุมรถยนต์เพื่อปรับสภาพทุกชนิดทุกพิกัดศุลกากร              12.1.6  สารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต  พิกัดศุลกากร  2841.61.00              12.1.7  สินค้ากาแฟที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก พิกัดศุลกากร 0901.11.10  0901.11.90  0901.12.10  0901.12.90 0901.21.10  0901.21.20  0901.21.20  0901.22.10 0901.22.20  0901.90.10  0901.90.20    2101.11.10  2101.11.90  2101.12.10  2101.12.91 2101.12.92  2101.12.99    12.2 คุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียน              กรมการค้าต่างประเทศ ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนไว้ดังนี้              12.2.1  สินค้า AFTA                        (1)  ต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการ ผลิต นำเข้า แปรรูป จำหน่าย บรรจุหีบห่อ หรือดำเนินการใดๆ ด้วยตนเอง ซึ่งสินค้า                        (2)  ต้องไม่เป็นนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้า                        (3)  ต้องไม่เป็นนิติบุคคลที่มีกรรมการหรือผู้จัดการเป็นบุคคลเดียวกันกับนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้า เว้นแต่นิติบุคคลนั้นได้พ้นจากการถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี                        (4)  ต้องไม่เป็นนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกพักหรือเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้า              12.2.2  สินค้า WTO                        (1)  เป็นบุคคลธรรมดาที่ต้องมีใบทะเบียนพาณิชย์หรือนิติบุคคล                        (2)  ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการพักหรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ ที่กำหนดไว้                        (3)  ไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองฯ              12.2.3 สินค้าที่มีมาตรการจัดระเบียบฯ                        (1)  ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้านั้น ๆ หรือผู้ที่จดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์                        (2)  ต้องไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้านั้น ๆ เว้นแต่ได้พ้นระยะเวลาถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี                        (3)  ต้องไม่เป็นนิติบุคคลที่มีกรรมการ ผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการคนใดคนหนึ่งเคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้านั้น ๆ หรือเคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการในนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้านั้น ๆ เว้นแต่ ได้พ้นระยะเวลาการถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี                        (4)  กรณีสินค้าเป็นเครื่องพิมพ์สามมิติ บุคคลธรรมดาหรือชาวต่างชาติที่มีหนังสือเดินทางสามารถนำเข้าได้              12.2.4  สินค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียรไน ต้องมีหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคลหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนพาณิชย์ พร้อมวัตถุประสงค์ประกอบกิจการนำเข้าเพชรฯ              12.2.5  สินค้ารถยนต์ที่ใช้แล้วนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก                        (1)  ต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมในเขตอุตสาหกรรมส่งออกจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยกรมศุลกากร หรือผู้ได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรจากกรมศุลกากร                        (2)  ต้องเป็นนิติบุคคลที่ไม่มีกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมปรับสภาพรถยนต์                        (3)  ต้องเป็นนิติบุคคลที่ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์              12.2.6  สินค้าสารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต                        ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ประกอบการนำเข้าสารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต              12.2.7  สินค้ากาแฟที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก                        (1)  ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ประกอบพาณิชยกิจเป็นผู้ค้ากาแฟหรือสินค้าทางการเกษตรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ สำหรับการส่งออกกาแฟที่ผลิตภายในประเทศ                        (2)  ต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์กาแฟ สำหรับการส่งออกกาแฟที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศ                        (3)  ต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกเพิกถอนการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต เว้นแต่ได้พ้นกำหนดระยะเวลาการถูกเพิกถอนการจดทะเบียนแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี","2021-11-17T13:39:13"],
    [372,"94e56e16-2740-4da4-9480-02e8d6735abb","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการในระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) และทำบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าบัตรผู้รับมอบอำนาจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-fa50-4cad-9dd7-be037e79e98e",1,0,6,"1. ผู้ประกอบการประเภทนิติบุคคลและหรือบุคคลธรรมดาจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีตัวตนและดำเนินธุรกิจอยู่จริงเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับรองจากหน่วยงานของรัฐ  2. นิติบุคคลและหรือบุคคลธรรมดาต้องลงทะเบียนผู้ประกอบการ(Registration Database) เพื่อขอ User Name กลางโดยวิธีการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ http:/www.dft.go.th  3. ต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดของนิติบุคคลและระบุรายชื่อผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลให้ครบทุกรายที่กำหนดตามเงื่อนไขของหนังสือรับรองนิติบุคคลให้ครบถ้วนถูกต้องและเป็นจริงความถูกต้องของข้อมูลผู้ประกอบการเป็นสิ่งสำคัญหากกรมตรวจพบว่าข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ไม่ถูกต้องกรมการค้าต่างประเทศขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการให้ใช้งาน User Name กลางโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าและผู้ประกอบการจะมีความผิดตามกฎหมายที่ให้ข้อมูลเท็จกับหน่วยงานราชการ  4. ต้องบันทึกส่งข้อมูลคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้า (แบบบก.1) และหรือบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจ (แบบบก.1/1) โดยวิธีการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ http://www.dft.go.th  5. ผู้ประกอบการยื่นเอกสารคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและหรือบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจที่สั่งพิมพ์คำร้องขอออกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมแนบเอกสารประกอบคำร้องขอยื่นต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศกรมการค้าต่างประเทศด้วยตนเองและลงลายมือชื่อในคำขอฯต่อหน้าเจ้าหน้าที่งานทะเบียน  6. กรณีผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นคำร้องขอฯด้วยตนเองให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้า/บัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจ (แบบบก.2) และหนังสือรับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจ (แบบบก.3) ที่สั่งพิมพ์ออกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์  7. ผู้รับมอบอำนาจจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่งานทะเบียนและถ่ายรูปเพื่อติดบนบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจยกเว้นการขอรับบริการณสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในส่วนภูมิภาค (เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี หนองคาย สระแก้ว มุกดาหาร สงขลาและตาก ต้องแนบรูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกไม่สวมแว่นตาขนาด 1 นิ้วถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนจำนวน 1 รูป  หมายเหตุ.- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับจากผู้ประกอบการยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและหรือบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องขอต่อเจ้าหน้าที่งานทะเบียนโดยเจ้าหน้าที่งานทะเบียนจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดของผู้ประกอบการในระบบฐานข้อมูลและเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องขอมีบัตรฯว่าครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนกรณีคำร้องขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วนและมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่งานทะเบียนจะส่งคืนคำร้องขอและเอกสารประกอบพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องขอฯทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ","2021-11-17T13:39:13"],
    [373,"95cacf66-d5c2-48c7-bb75-dc7a8e6c6542","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การรับรองระบบงานควบคุมสินค้าภายในองค์กร (Internal Compliance Program: ICP)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95cac80c-f005-4d3a-b4e5-c8089e1d1ec0",50,0,36,"หลักเกณฑ์การจัดทำระบบงานควบคุมสินค้าภายในองค์กร (Internal Compliance Program: ICP)\nประกอบด้วย 6 หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ \n(1) ระบบความรับผิดชอบและการมอบหมายหน้าที่ในการบริหาร \n(2) ระบบการตรวจสอบการใช้และผู้ใช้สุดท้าย \t\n(3) ระบบการจัดฝึกอบรม \n(4) ระบบมาตรการจัดเก็บข้อมูลและเอกสาร \n(5) ระบบการตรวจสอบและการปรับปรุง \n(6) ระบบการรายงาน\nโดยมีการให้ข้อมูล (Information: I) จำนวน 16 รายการ และเอกสาร (Document: D) จำนวน 16 รายการ รวม 32 รายการ\n\nขั้นตอนการสมัครขอรับการประเมินระบบงานควบคุมสินค้าภายในองค์กร \n1. ขึ้นทะเบียนในระบบ e-TCWMD โดยไปที่เว็บไซต์ http://tcwmd.dft.go.th\n2. เลือกขึ้นทะเบียนและกรอกข้อมูลตามระบบ เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วในหน้าสุดท้ายให้เลือกสมัคร ICP และกดเสร็จสิ้น\n3. กรมฯ จะตรวจสอบข้อมูลของท่านและแจ้งผลทางอีเมล์ภายใน 5 วันทำการ หากท่านขึ้นทะเบียนสำเร็จท่านจะเห็นข้อมูลการขึ้นทะเบียนของท่านทั้งหมดในเมนู e-Registration \"ข้อมูลการขึ้นทะเบียน\"\n4. สมัครขอรับการประเมินระบบงาน ICP โดยไปที่เมนู e-Registration > “ข้อมูล ICP” > เพิ่มข้อมูล ICP\n5. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารให้ครบถ้วนตามระดับที่ต้องการประเมินระบบงาน ICP ได้แก่ \n\t- ดี (อย่างน้อย 2 ใน 6 หลักเกณฑ์) \n\t- ดีมาก (อย่างน้อย 4 ใน 6 หลักเกณฑ์) \n\t- สมบูรณ์ (ครบ 6 หลักเกณฑ์) \n6. กรอกข้อมูลและแนบเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ (1) หนังสือรับรองข้อมูลและมอบอำนาจให้ดำเนินการขอรับการประเมินเพื่อการรับรองระบบงาน ICP พร้อมติดอากรสแตมป์ และ (2) Template Powerpoint ข้อมูลของระบบงาน ICP \n7. กด Submit และรอผลการตรวจสอบจากทางกรมฯ\n\nเงื่อนไขการกรอกเอกสารและข้อมูลในระบบ e-TCWMD\n1. กรณีต้องการขอรับการประเมินระบบงาน ICP ในระดับดี: บริษัทต้องยื่นเอกสารและข้อมูลให้ครบถ้วนอย่างน้อย 2 ใน 6 หลักเกณฑ์\n2. กรณีต้องการขอรับการประเมินระบบงาน ICP ในระดับดีมาก: บริษัทต้องยื่นเอกสารและข้อมูลให้ครบถ้วนอย่างน้อย 4 ใน 6 หลักเกณฑ์\n3. กรณีต้องการขอรับการประเมินระบบงาน ICP ในระดับสมบูรณ์: บริษัทต้องยื่นเอกสารและข้อมูลให้ครบทั้งหมด 6 หลักเกณฑ์\n\nทั้งนี้ กรมฯ จะเปิดรับสมัครให้ภาคเอกชนและองค์กรที่สนใจยื่นขอประเมินการรับรองระบบงาน ICP ปีละ 2 รอบ โดยจะประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์กรมฯ https://www.dft.go.th","2023-06-30T16:07:35"],
    [374,"95d8eb87-60d7-4933-93dd-11352e5b2d71","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","มาตรการเพื่อประโยชน์ในการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและมาตรการเกี่ยวกับสินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้สุดท้ายหรือผู้ใช้สุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Catch-All Control: CAC)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95d8d4e1-e1c8-40c2-8e0d-bc75d7b19b41",7,0,1,"การกำหนดมาตรการควบคุมสินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Catch-All Control: CAC) มีสาระสำคัญ ดังนี้ \n\n1) มาตรการ: มาตรการห้าม (อาศัยอำนาจตามมาตรา 12 (3) แห่ง พ.ร.บ. การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 \n2) สินค้าที่ควบคุม: สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items: DUI) ตามบัญชีสินค้าที่ใช้ได้สองทางของสหภาพยุโรป (EU List) ทั้งที่เป็นสินค้าจับต้องได้และสินค้าที่จับต้องไม่ได้ เฉพาะในส่วนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายของหน่วยงานอื่น และสินค้าเข้าข่ายเป็น DUI \n3) กิจกรรมที่ควบคุม: การส่งออก ส่งกลับ ถ่ายลำ ผ่านแดน และถ่ายโอนเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์\n4) การกำหนดมาตรการ: เมื่อกรมการค้าต่างประเทศมีหรือได้รับข้อมูลความเสี่ยงจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาว่าเป็นกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction: WMD) จะออกคำสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมควบคุมตามข้อ 3) \n5) ข้อมูลความเสี่ยง: ข้อมูลว่าจะมีกิจกรรมที่ควบคุมตามข้อ 3) ซึ่งสินค้า DUI และสินค้าเข้าข่ายเป็น DUI โดยมีบุคคลในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยาย WMD\n6) การชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงของประชาชน: ก่อนการออกคำสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมควบคุมตามข้อมูลความเสี่ยงฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการแพร่ขยาย WMD โดยกรมการค้าต่างประเทศจะรับฟังเฉพาะข้อมูลจากผู้ที่มีกลไกการตรวจสอบความเสี่ยงของการทำธุรกรรมสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การรับรองระบบงานควบคุมสินค้า (Internal Compliance Program: ICP) ตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับรองระบบงานควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2564\n7) การทบทวนการบังคับใช้มาตรการ: ผู้ที่ถูกบังคับใช้มาตรการ CAC สามารถยื่นคำขอให้กรมการค้าต่างประเทศ ทบทวนการบังคับใช้มาตรการได้","2023-06-30T16:11:02"],
    [375,"95df03c6-ae5d-4093-ae2f-53f063076a29","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การนำเข้าสินค้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95defb6f-63ec-44ab-b4d6-f15327845741",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอและในการพิจารณาอนุญาต กฎหมายที่ให้อํานาจการอนุญาตหรือที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้\n\n1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562\n\n2) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า การแจ้งการนำเข้าและการตรวจสอบมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง พ.ศ. 2560\n\nประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ตามข้อ 1 ของคู่มือสําหรับประชาชนฉบับนี้ กําหนดให้ผู้ประสงค์จะนําสินค้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ฯ เข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเข้าสินค้าดังกล่าวและต้องแจ้งการนำเข้าไว้กับกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมายก่อนนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งนี้   จะต้องแจ้งการนำเข้าตามแบบ ม/ผ 2 ผ่านระบบแจ้งการนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (แก้ไขได้ 1 ครั้งตามแบบ ม/ผ 3) และต้องรายงานการนําเข้าผ่านระบบรายงานการนำเข้าตามแบบ ม/ผ 4 ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่แจ้งการนำเข้าผ่านระบบแจ้งการนำเข้าของกรมการค้าต่างประเทศ ตามที่กรมการค้าต่งประเทศประกาศกําหนดตามข้อ 2 ของคู่มือสําหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nบทลงโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศ \n\n(1) พักการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง กรณี ตรวจพบว่าคุณภาพไม่เป็นไปตามที่กำหนด และจะยกเลิกการพักการขึ้นทะเบียนในวันทำการถัดจากวันครบกำหนด 5 วันนับตั้งแต่วันที่กองบริหารการค้าสินค้าทั่วไป \nกรมการค้าต่างประเทศได้รับใบรับรองที่ระบุว่าคุณภาพของเชื้อแป้ง ความชื้น และไม่มีวัตถุอื่นเจือปนเป็นไปตามมาตรฐาน\nที่กำหนดจากผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าขาออก ทั้งนี้ หากไม่แสดงใบรับรองจากผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ให้พักการขึ้นทะเบียนไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีการขึ้นทะเบียนนั้น \nและจะยกเลิกพักการขึ้นทะเบียนในวันทำการถัดจากวันครบกำหนดเวลาดังกล่าว\n\n(2) พักการใช้งานระบบแจ้งการนำมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเข้ามาในราชอาณาจักร กรณี\n\n(ก) ไม่รายงานการนำเข้าภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่แจ้งการนำเข้าผ่านระบบแจ้งการนำเข้าของกรมการค้าต่างประเทศ ทั้งนี้ \nจะยกเลิกการพักการใช้งานระบบในวันถัดจากวันครบกำหนด 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รายงานการนำเข้าครบถ้วนถูกต้อง สมบูรณ์แล้ว\n\n(ข) ข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่นำเข้าไม่เป็นไปตามที่ระบุใน แบบ ม/ผ2 ม/ผ3 และ ม/ผ4 ทั้งนี้จะยกเลิกการพักการใช้งานระบบเมื่อผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนได้ชี้แจงสาเหตุและแก้ไขจนเป็นที่ยอมรับต่อกรมการค้าต่างประเทศแล้ว\n\n(3) ไม่ต่อทะเบียนเป็นผู้นำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ในกรณีที่ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนอยู่ระหว่างถูกพักการ\nขึ้นทะเบียนหรือถูกพักการใช้งานระบบตาม (1) หรือ (2)","2023-06-30T16:06:20"],
    [376,"95df785e-5b89-4382-8065-abb8c85043fd","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การยื่นรายงานการครอบครองและการจำหน่ายจ่ายโอนเครื่องพิมพ์อินทาลโย (Intaglio Printing Machinery)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95df70fc-018a-466c-a625-fdb56ffc4c48",1,0,5,"กฎหมายที่ให้อํานาจหรือที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้ \n1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้เครื่องพิมพ์อินทาลโยเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ใช้บังคับวันที่ 16 ตุลาคม 2564 \n2) ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการอนุญาตให้นำเครื่องพิมพ์อินทาลโยเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ใช้บังคับวันที่ 16 ตุลาคม 2564\n\nเครื่องพิมพ์อินทาลโย (Intaglio Printing Machinery) รวมถึงชิ้นส่วนครบชุดสมบูรณ์ ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 8443.19.00-001/C62 และ 8443.19.00-999/KGM เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้า โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ \n\t1. ผู้ขออนุญาตนำเข้าเครื่องพิมพ์อินทาลโยขอรับใบอนุญาตในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ได้แก่ สำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice) และภาพถ่ายของสินค้า พร้อมสำเนาเอกสารแสดงคุณลักษณะ (Specification) ของสินค้า\n\t2. ให้ผู้ได้รับอนุญาตตามข้อ 1 รายงานการครอบครองเครื่องพิมพ์อินทาลโยทุกสิ้นเดือนมิถุนายนและธันวาคมของทุกปี ต่อกรมการค้าต่างประเทศภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และกรณีที่มีการจำหน่ายจ่ายโอนให้บุคคลอื่น ให้รายงานต่อกรมการค้าต่างประเทศภายใน 15 วันนับแต่วันที่จำหน่ายจ่ายโอน ตามแบบรายงานการครอบครองและการจำหน่ายจ่ายโอนเครื่องพิมพ์อินทาลโย (แบบ คอ.) ท้ายระเบียบกระทรวงพาณิชย์ฯ โดยให้รายงานด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบรายงานการนำเข้า ส่งออก (https://e-report2.dft.go.th) ของกรมการค้าต่างประเทศ \n\t3. หากผู้ได้รับอนุญาตไม่รายงานการครอบครองและการจำหน่ายจ่ายโอนเครื่องพิมพ์อินทาลโย กรมการค้าต่างประเทศ จะพิจารณาระงับการออก\nใบอนุญาตนำเข้าในครั้งต่อไป จนกว่าผู้ได้รับอนุญาตจะรายงานให้ครบถ้วนถูกต้อง","2023-06-30T16:06:34"],
    [377,"95df8231-c2c7-4a2c-a1c8-4721c54f5205","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การยื่นรายงานการนำเข้าสินค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95df7bd5-8e76-49f9-95a4-986dfed13c28",1,0,2,"กฎหมายที่ให้อํานาจหรือที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้\n\n1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน พ.ศ. 2546 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2546 ใช้บังคับ 24 พฤษภาคม 2546\n\n2) ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน พ.ศ. 2546 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2546 ใช้บังคับ 24 พฤษภาคม 2546\n\n3) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง กำหนดแบบคำขอ แบบแจ้งปริมาณคงเหลือ และวิธีปฏิบัติในการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน พ.ศ. 2546 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2546 ใช้บังคับ 13 มิถุนายน 2546\n\n4) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การรายงานการนำเข้า การครอบครอง การส่งออก สถานที่เก็บรักษา การจำหน่ายจ่ายโอน และปริมาณคงเหลือของสินค้าที่มีมาตรการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร พ.ศ.2561 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 มีผลใช้บังคับ 1 สิงหาคม 2561\n\nกําหนดให้ผู้นำเข้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 7102.10, 7102.21 และ 7102.31 ต้องรายงานการนำเข้าทาง https://e-report2.dft.go.th ให้กรมการค้าต่างประเทศทราบภายใน 3 วันหลังการนำเข้า","2023-06-30T16:07:23"],
    [378,"95df8b08-cd81-446f-aa50-c0dec793432f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การแจ้งข้อมูลสมาชิกสมาคมสำหรับการส่งออกปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95df8790-fb82-41ea-b7e6-cbcd33936bb7",1,0,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอและในการพิจารณาอนุญาต กฎหมายที่ให้อํานาจการอนุญาตหรือที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้\n\n1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องเป็นสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2557\n\nประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ตามข้อ 1 ของคู่มือสําหรับประชาชนฉบับนี้ กําหนดให้ผู้ส่งอออกปลาทูนาบรรจุกระป๋อง พิกัดอัตราศุลกากรที่ 1604.14.11 และ 1604.14.19 ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปหรือสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย \n\nหมายเหตุ\n- ไม่ใช้บังคับกรณีที่นำติดตัวออกไปหรือนำออกไปพร้อมยานพาหนะเพื่อใช้ในการบริโภคในยานพาหนะนั้น หรือกรณีเพื่อเป็นตัวอย่าง หรือการศึกษาวิจัย ในปริมาณที่จำเป็น","2023-06-30T16:10:36"],
    [379,"95e0d1c4-1cc3-4bb6-8084-52f77d8daecf","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การจดแจ้งการนำเข้าสารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต (Potassium Permanganate)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95decf0d-99fa-417d-8a0d-3d8019bd5525",1,0,4,"ให้สารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต (Potassium Permanganate) เป็นสินค้าที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และต้องจดแจ้งการนำเข้าก่อนวันที่นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร \n\nโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\t1. ขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสารโพแทสเซียมเพอร์แมงกาเนต (Potassium Permanganate) กับสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ แล้วเมื่อมีความประสงค์จะนำเข้าสินค้าดังกล่าว ให้ยื่นคำขอจดแจ้งการนำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศ ผ่านระบบรายงานการนำเข้า-ส่งออก ของกรมการค้าต่างประเทศ (https://e-report2.dft.go.th) \n\t2. ผู้ประกอบการ login เข้าใช้ระบบรายงานการนำเข้า-ส่งออก (https://e-report2.dft.go.th) กรอกรายละเอียดและแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้า ได้แก่ สำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice) และ สำเนาใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading หรือ AirWay Bill) เอกสารดังกล่าวลงนามรับรองสำเนาถูกต้องและประทับตราสำคัญ (ถ้ามี) ทั้งนี้ หากมีการมอบอำนาจให้แนบหนังสือมอบอำนาจมาด้วย","2023-06-30T16:06:08"],
    [380,"95e4b9d8-4cd7-48fd-b8ac-b84a0962bb63","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า (มส.24)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e4b339-144f-4677-8ca7-9ba40975d876",1,10,5,"หลักเกณฑ์\n1.การขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าต้องเข้าระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Registration Database) เพื่อขอ User Name กลาง จากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศก่อนที่เว็บไซต์ www.dft.go.th\n2.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ปุยนุ่น ปลาป่น ถั่วเขียว ถั่วเขียวผิวดำ และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังกับสำนักงานมาตรฐานสินค้า\n3.ผู้ยื่นคำร้องขอต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานประกอบคำร้องขอตามที่ระบุในคู่มือประชาชน\n\nเงื่อนไขยื่นคำขอ\n1. ผู้ยื่นคำร้องขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมและรับ มส.24 ณ กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก ชั้น 2 อาคารสำนักงานมาตรฐานสินค้า  หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมการค้าต่างประเทศ โดยจะแจ้งผลการพิจารณาผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทราบภายใน 1วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\nหมายเหตุ:\n1. การยื่นคำร้องขอสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องในวันและเวลาราชการเท่านั้น\n2. กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ยื่นคำร้องขอได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำร้องขอต้องทำการแก้ไขภายใน 10 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศผ่านทางระบบบริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์","2023-06-30T16:08:28"],
    [381,"95eadb3b-f4e6-464b-84af-6b2e33d24421","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกหนังสือรับรองการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ead075-16b3-4223-af73-382854b53055",1,1200,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.  ขอบเขตในการควบคุม\n\tข้าวขาว ข้าวหอม และข้าวนึ่งชนิด 100% ตามพิกัดอัตราศุลกากร ที่ 1006.30 และข้าวหักพิกัด 1006.40 \n2.  ระเบียบและหลักเกณฑ์การส่งออก\n    การขอหนังสือรับรองการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรป มีรายละเอียดเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n          2.1  ผู้ส่งออกที่ได้รับส่วนจัดสรรปริมาณข้าวเพื่อการออกหนังสือรับรองการส่งออกไปสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ยื่นคำขอหนังสือรับรองการส่งออกข้าว (Export Certificate: EC) ล่วงหน้า 5 วันทำการไปจนถึงวันสุดท้ายที่สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรกำหนดให้ยื่นขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License : IL) กรณีข้าวหักให้ผู้ส่งออกยื่นคำขอก่อนได้รับสิทธิก่อน (first come, first served) จนกว่าจะครบปริมาณข้าวหักที่จะจัดสรรรวมที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด\n          2.2  ผู้ขอหนังสือรับรองยื่นคำร้องขอชำระค่าธรรมเนียมพิเศษตามอัตราที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องการกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกสินค้าข้าวไปสหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร พ.ศ.2564 โดยชำระเป็นเช็คของธนาคาร (Cashier Cheque) หรือเป็นเช็คที่ธนาคารรับรองแล้ว (Certified Cheque) สั่งจ่ายกรมการค้าต่างประเทศ (ข้าว) ต่อกองคลัง กรมการค้าต่างประเทศ ตามแบบ ยร.03 และแบบ สร.3 และนำใบเสร็จที่ได้รับไปแสดงประกอบการขอหนังสือรับรองการส่งออกต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ\n          2.3  ผู้ส่งออกข้าวที่ได้รับหนังสือรับรองการส่งออกข้าว (Export Certificate: EC) ส่งต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับหนังสือรับรองการส่งออกข้าวไปให้ผู้ซื้อในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรเพื่อประกอบการขอรับใบอนุญาตนำเข้าภายใน 7 วันทำการแรกของแต่ละงวดเดือนที่สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรกำหนด\n3.  เอกสารประกอบการพิจารณาที่เป็นสำเนาจะต้องมีการลงนามและประทับตราสำคัญ (ถ้ามี) โดยผู้รับมอบอำนาจ \n4.  ผู้ยื่นจะต้องเป็นผู้มีบัตรประจำผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ \n5.  ผู้ประกอบการต้องยื่นคำร้องขอรับหนังสือรับรองการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการค้าต่างประเทศที่ https://edi2.dft.go.th/\n6.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับจากผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ประกอบการมาติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ให้บริการและได้ผ่านกระบวนการต่างๆ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชน กรณีที่คำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน \n7.  ระยะเวลาในการให้บริการขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอโดยเฉลี่ย 15 นาทีต่อ 1 คำขอ","2023-06-30T16:08:19"],
    [382,"95eb01f3-8267-4c7a-a9e2-6a1385c750b8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับสินค้าที่มีโควตาส่งออกตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eafaec-760e-4093-ac9d-28fb66a79f2f",1,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.  ขอบเขตของสินค้า\n     กล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่ง ที่มีถิ่นกำเนิดและส่งตรงออกจากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น\n2.  ระเบียบและหลักเกณฑ์การส่งออก\n    จะต้องเป็นผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองสินค้า ดังต่อไปนี้\n          2.1  กล้วยสด ต้องเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับการจัดสรรปริมาณการส่งออกจากกรมวิชาการเกษตร\n          2.2  สับปะรดสด ให้ขอหนังสือรับรองได้เป็นการทั่วไป\n          2.3  เนื้อสุกรปรุงแต่ง ต้องเป็นผู้ส่งออกที่มีรายชื่อตามที่กรมปศุสัตว์มีหนังสือแจ้งต่อกรมการค้าต่างประเทศ และต้องส่งออกจากโรงงานแปรรูปเนื้อสุกรที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานสุขอนามัยของประเทศญี่ปุ่นแล้วเท่านั้น\n3.  เอกสารประกอบการพิจารณาที่เป็นสำเนาจะต้องมีการลงนามและประทับตราสำคัญ (ถ้ามี) โดยผู้รับมอบอำนาจ \n4.  ผู้ยื่นจะต้องเป็นผู้มีบัตรประจำผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ \n5.  ผู้ประกอบการต้องยื่นคำร้องขอรับหนังสือรับรองการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการค้าต่างประเทศที่ https://edi2.dft.go.th/\n6.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา และพิจารณาคำร้องและเอกสารหลักฐานประกอบถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ/ระเบียบที่กำหนดหรือไม่ กรณีที่พิจารณาแล้วไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องของรายการที่ต้องแก้ไขในระบบ หากพิจารณาแล้วถูกต้องจะลงนามในหนังสือรับรอง  \n7.  ระยะเวลาในการให้บริการขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอโดยเฉลี่ย 15 นาทีต่อ 1 คำขอ","2023-06-30T16:11:35"],
    [383,"95eb0a2e-8058-49f0-9bf9-8b078a6cfd1f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าต่างประเทศ","การออกหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb0448-96e7-42b8-8948-7b4cd72c53c3",1,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.  ขอบเขตในการควบคุม\n     เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนตามพิกัดศุลกากรประเภทที่ 7102.10.00, 7102.21.00 และ 7102.31.00\n2  ระเบียบและหลักเกณฑ์การส่งออก\n     ผู้ประกอบการที่ประสงค์ส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ให้ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามแบบ พจ.1 พร้อมแจ้งปริมาณคงเหลือของเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ตามแบบ พจ.2 และให้ยื่นแบบหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน (Kimberley Process Certificate) ที่ได้กรอกรายละเอียดด้วยตัวพิมพ์แล้ว พร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารตามที่กำหนดตามระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน พ.ศ. 2546 เพื่อประกอบการพิจารณา  \n3.  เอกสารประกอบการพิจารณาที่เป็นสำเนาจะต้องมีการลงนามและประทับตราสำคัญ (ถ้ามี) โดยผู้รับมอบอำนาจ \n4.  ผู้ยื่นจะต้องเป็นผู้มีบัตรประจำผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าและบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ \n5.  ผู้ประกอบการต้องยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการค้าต่างประเทศที่ https://edi2.dft.go.th/\n6.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา และพิจารณาคำร้องและเอกสารหลักฐานประกอบถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ/ระเบียบที่กำหนดหรือไม่ กรณีที่พิจารณาแล้วไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องของรายการที่ต้องแก้ไขในระบบ หากพิจารณาแล้วถูกต้องจะลงนามในหนังสือรับรอง  \n7.  ระยะเวลาในการให้บริการขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอโดยเฉลี่ย 15 นาทีต่อ 1 คำขอ","2023-06-30T16:11:23"],
    [384,"94e56e16-2a07-4ab9-9d49-20691acc7fa7","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายกระเทียมนำเข้าจากต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d24-fdc7-4ac0-833f-0714f142b03f",1,0,11,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้าน ราคา ปริมาณ และรักษาเสถียรภาพระบบตลาดกระเทียมในประเทศ         จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 54 พ.ศ.2562   เรื่องการควบคุมการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2562 และประกาศสกกร. ฉบับที่ 13 พ.ศ.2562  เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2562 โดยกำหนดให้การขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 400 ก.ก. ขึ้นไป ต้องขออนุญาต โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้    ห้ามขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาหรือออกจากท้องที่ที่กำหนดรวม 52 จังหวัด เว้นแต่จะได้รับอนุญาต โดยมีพื้นที่ ดังนี้    ภาคเหนือ 8 จังหวัด      - อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ตาก    ภาคกลาง 8 จังหวัด    - กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี  สมุทรสาคร  สมุทรปราการ  พิษณุโลก นครสวรรค์ นครปฐม สมุทรสงคราม     ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด      - นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ หนองคาย เลย    ภาคตะวันออก 6 จังหวัด     - ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว    ภาคตะวันตก 4  จังหวัด     - กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์    ภาคใต้ 14 จังหวัด     - ชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส     (รายละเอียดตามประกาศ)    3. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นผู้ขออนุญาต กรณีคำขออนุญาตเป็นของ นิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้    4. หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตเป็นไปตามประกาศสกกร. ฉบับที่ 13 พ.ศ.2562  เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2562  (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย     1. เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตแล้วต้องขนย้ายให้ตรงกับชนิด ขนาด เกรด ปริมาณ ระยะเวลา สถานที่ รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ ที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาต     2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้ายกำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง กรณีผู้นำเข้าต้องมีหนังสืออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมสำเนาใบอากรเข้าและใบตราส่งสินค้าที่ได้รับการรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ กำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง    3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น     4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้วให้ผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมยานพาหนะส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวให้ผู้รับกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตเพื่อสลักหลังรับกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ     5.ผู้ขออนุญาตขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้มีการนำส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นสถานที่ปลายทางภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้        5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กรณีกรุงเทพมหานครเป็นปลายทางการขนย้าย         5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร     6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณ      ที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน  3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป                                                                                            7. กรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-13T10:44:22"],
    [385,"94e56e16-2c6c-40a8-9e67-7b1e020ae685","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การอนุญาตและออกใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล และกิจการห้องเย็น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-0101-4af8-99c5-0488896bc8c0",11,2000,12,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 18 และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการ การออกใบแทนใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการส่งคืนสินค้ากรณีเลิกประกอบกิจการ กำหนดให้ ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นจะกระทำได้ต้องเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และสหกรณ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็น โดยได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี และการขออนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการฯ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล และกิจการห้องเย็น ฉบับละ 2,000 บาท ทั้งนี้ ใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล และกิจการห้องเย็น มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    เงื่อนไขการยื่นคำขอ: ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอที่เอกชนจัดทำขึ้น ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:24:20"],
    [386,"94e56e16-4821-467b-8c70-b2ce2dcc2388","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-264e-454a-8888-bc79ffb672af",11,0,3,"หลักเกณฑ์ :    พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 45 และประกาศกรมการค้าภายใน เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ กำหนดให้ ผู้มีคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือต้องแจ้งข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับชื่อและที่อยู่ของตน สถานที่เก็บ พื้นที่ ขนาด และความจุของคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น รวมทั้งชื่อและสถานที่ทําการของบริษัทในเครือที่ฝากเก็บสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือข้อมูลการเลิกกิจการ หรือข้อมูลการโอนกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ตามแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ        เงื่อนไขการยื่นคำขอ :    ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:30:59"],
    [387,"94e56e16-2ee1-4501-ad54-b6e45b1245da","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจในการผลิต ซ่อมเครื่องชั่งตวงวัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-0431-43cd-91a2-ba84c2d222c1",2,0,8,"ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจในการผลิตหรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัด เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้า ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้                ต้องมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย กรณีที่เป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนหรือจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย              ต้องมีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิ์ที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ใช้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีสภาพมั่นคง แข็งแรง และมีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสมที่จะใช้ประกอบธุรกิจนั้น              ในกรณีที่จะประกอบธุรกิจในการผลิตหรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัด ต้องมีแบบมาตรา และเครื่องมือเครื่องใช้ ตามที่สำนักชั่งตวงวัดกำหนด      เงื่อนไขการยื่นคำขอ    การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจในการผลิตหรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัด ให้ติดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักชั่งตวงวัด ศูนย์ชั่งตวงวัด หรือสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต ที่มีอำนาจในจังหวัดที่สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ตามแบบ ชว.001 (แบบแจ้งการประกอบธุรกิจในการผลิต นำเข้า ขาย ซ่อม เครื่องชั่งตวงวัด หรือให้บริการชั่ง ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542)    ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นแบบ ชว.001 (แบบแจ้งการประกอบธุรกิจในการผลิต นำเข้า ขาย ซ่อม เครื่องชั่งตวงวัด หรือให้บริการชั่ง ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542) เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน นัดหมายวันเวลากับเจ้าหน้าที่ พร้อมสำหรับการตรวจ พิจารณาสถานที่และเครื่องมือ ใช้ระยะเวลาตรวจสอบ 1 วันทำการ เมื่อตรวจสอบผ่านถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ผู้อำนวยการสำนักชั่งตวงวัดพิจารณาอนุญาต ออกรายงานผลการพิจารณาอนุญาต และผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนส่งเสริมและพัฒนาชั่งตวงวัด สำนักชั่งตวงวัด อาคารปฏิบัติการวิเคราะห์ ชั้น 2 กรมการค้าภายใน    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือฯจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือฯเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอ/เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือและมีความบกพร่องไม่ สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานเอกสารที่ ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดใน บันทึกดังกล่าว มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบ อำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-06-12T14:42:46"],
    [388,"94e56e16-30eb-4cf4-9d87-aa2218d5d725","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การอนุญาตให้มีสำนักงานสาขา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-077d-49e1-b469-53cf976d9bc3",11,1000,8,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 22 และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้มีสำนักงานสาขา และการออกใบแทนใบอนุญาต กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นอาจมีสำนักงานสาขาได้ แต่ต้องได้รับใบอนุญาตให้มีสำนักงานสาขา การอนุญาตให้มีสำนักงานสาขาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการฯ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้มีสำนักงานสาขา ฉบับละ 1,000 บาท ทั้งนี้ ใบอนุญาตให้มีสำนักงานสาขาให้มีอายุตามอายุใบอนุญาตประกอบกิจการ (ฉบับแรก)        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่า  ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือ  วันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:26:30"],
    [389,"94e56e16-333c-4304-b8a6-5783e93a3136","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตและการอนุญาตลดทุน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-0a9c-4b97-a8d5-0eb734348075",9,0,4,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 29 (3) และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตลดทุน กำหนดให้ ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล และกิจการห้องเย็นที่ประสงค์จะลดทุนตามที่คณะกรรมการฯ ประกาศกำหนด ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการค้าภายใน        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:27:05"],
    [390,"94e56e16-35f6-4007-803c-cb4f31a67caa","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล และกิจการห้องเย็น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-0e2d-415d-8e46-c91eb191b104",11,1000,14,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และ  ห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 19 และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และ  ห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการ การออกใบแทนใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตและการส่งคืนสินค้ากรณีเลิกประกอบกิจการ กำหนดให้  ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล และกิจการห้องเย็นยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปจนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการฯ        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:27:32"],
    [391,"94e56e16-386c-47db-b914-af2d18900734","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งเปลี่ยนแปลงนายคลังสินค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-1165-447a-863e-536d793dabf0",9,0,3,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และ    ห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 36 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนายคลังสินค้า เปลี่ยนแปลงสถานที่ทำการ หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะ สภาพ จำนวน หรือขนาดของคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น ให้ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นแจ้งอธิบดีทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบ  คำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:28:09"],
    [392,"94e56e16-3ae8-4732-bb0c-fd98f97810cf","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งเปลี่ยนแปลงลักษณะ สภาพ จำนวน หรือขนาดของคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-14cd-495e-b20a-3d354a3d4485",9,0,6,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 36 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนายคลังสินค้า เปลี่ยนแปลงสถานที่ทำการ หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะ สภาพ จำนวน หรือขนาดของคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น ให้ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นแจ้งอธิบดีทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบ  คำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:28:30"],
    [393,"94e56e16-3d77-464e-93f2-51a6c417a8a8","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-181d-423f-b5ae-771e510bc334",9,0,6,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 36 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนายคลังสินค้า เปลี่ยนแปลงสถานที่ทำการ หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะ สภาพ จำนวน หรือขนาดของคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น ให้ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นแจ้งอธิบดีทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบ  คำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:28:50"],
    [394,"94e56e16-3ffb-49da-9e20-747539e74c2c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งเลิกกิจการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-1bcb-4b8a-8ccc-708eabfe9b27",9,0,5,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 37 และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการ การออกใบแทนใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตและการส่งคืนสินค้ากรณีเลิกประกอบกิจการกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นประสงค์จะเลิกกิจการให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมการค้าภายในทราบไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนวันเลิกประกอบกิจการ ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบกิจการมีหนังสือแจ้งผู้ฝากหรือผู้ทรงใบรับของคลังสินค้าหรือประทวนสินค้าทุกรายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน และเมื่อคืนสินค้าที่รับฝากไว้ครบถ้วนแล้วให้แจ้งอธิบดีกรมการค้าภายในทราบภายใน 7 วัน โดยทำเป็นหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐานการส่งมอบสินค้าลงลายมือชื่อฝ่ายผู้รับฝากและฝ่ายผู้ฝาก    เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ (ถ้ามี)    หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:29:39"],
    [395,"94e56e16-42df-4a3f-b0f9-fc6db40b8686","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งแบบรายงานประจำปีแสดงข้อมูลสินค้าที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-1f5e-4a89-a4d5-071b7a0dcde2",1,0,1,"หลักเกณฑ์ :    พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 49 และประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง แบบและวิธีการจัดส่งแบบรายงานประจำปีแสดงข้อมูลสินค้าที่ทำการเก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ กำหนดให้ ผู้มีคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือโดยรับบําเหน็จเป็นทางการค้าปกติ ต้องจัดทำรายงานประจําปีแสดงข้อมูลสินค้าที่ทําการเก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือและยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี ตามแบบรายงานประจำปีแสดงข้อมูลสินค้าที่ทำการเก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ        เงื่อนไขการยื่นคำขอ :    ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง (ถ้ามี)            หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:30:09"],
    [396,"94e56e16-4576-41db-806e-e03936431123","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งไม่ดำเนินกิจการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-22bf-433a-9bbb-37f807ef8097",14,0,1,"หลักเกณฑ์ :    พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 56 (1) และประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้งไม่ดำเนินกิจการหรือหยุดดำเนินกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็น กำหนดให้ ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นที่ไม่ประสงค์จะดำเนินกิจการภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งต่ออธิบดีกรมการค้าภายใน โดยระบุเหตุผลและความจำเป็นแห่งการนั้นและระยะเวลาที่ประสงค์จะหยุดดำเนินกิจการตามแบบแจ้งความประสงค์ไม่ดำเนินกิจการ            เงื่อนไขการยื่นคำขอ :    ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:30:30"],
    [397,"94e56e16-4ad2-4df3-9efc-17a945e9260f","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งการให้เช่าคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของพื้นที่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-2988-4937-859d-6b6960b3fef0",9,0,2,"หลักเกณฑ์ :    พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 29 (2) และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้งการให้เช่าคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของพื้นที่ กำหนดให้ ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นให้เช่าคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น เกินกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่คลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น แจ้งอธิบดีกรมการค้าภายในทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ให้เช่า ตามแบบแจ้งการให้เช่าคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น เกินกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรอง        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:31:13"],
    [398,"94e56e16-4da7-491e-a484-a439bdfdb09b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-2d0f-4104-a86d-a3d5d83af3c6",11,0,3,"หลักเกณฑ์ :    พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 44 มาตรา 46 และมาตรา 47 และประกาศกรมการค้าภายใน เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ กำหนดให้ ผู้มีคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับชื่อและที่อยู่ของตน สถานที่เก็บ พื้นที่ ขนาด และความจุของคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น รวมทั้งชื่อและสถานที่ทําการของบริษัทในเครือที่ฝากเก็บสินค้า ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ ตามแบบการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็นที่เก็บรักษาสินค้าเฉพาะแก่บริษัทในเครือ        เงื่อนไขการยื่นคำขอ :    ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:31:31"],
    [399,"94e56e16-5ab6-486d-8a99-6fd4c99af6a4","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจนำเข้า ขายเครื่องชั่งตวงวัด และให้บริการชั่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-3d29-4bb3-8672-bef9bd660456",1,0,8,"การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจในการนำเข้า ขาย เครื่องชั่งตวงวัดและการให้บริการชั่ง    ผู้ใดจะประกอบธุรกิจในการนำเข้า ขายเครื่องชั่งตวงวัด หรือให้บริการชั่ง เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักชั่งตวงวัด หรือศูนย์ชั่งตวงวัดฯ หรือสำนักงานสาขาฯ    1) ต้องมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย และในกรณีที่เป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียน หรือจัดตั้งตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย    2)ต้องมีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งมีสภาพมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย และมีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสมที่จะใช้ประกอบธุรกิจนั้น    3)การประกอบธุรกิจให้บริการชั้่งสินค้าของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้า ต้องเป็นการใช้เครื่องชั่งที่ติดตั้งอยู่กับที่ และมีพิกัดกำลังตั้งแต่ 20 เมตริกตันขึ้นไป","2023-06-13T15:52:11"],
    [400,"94e56e16-504b-4a72-a0d8-3b35b6bdc7fc","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งรายงานประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-3060-47da-a336-84803abf0e2e",1,0,3,"หลักเกณฑ์ :    พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 34 และประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง แบบรายงานประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน กำหนดให้ ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นต้องส่งรายงานประจำปี พร้อมด้วยงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนแสดงฐานะการเงินและฐานะของกิจการสำหรับรอบปีปฏิทินที่ล่วงมาแล้วต่ออธิบดีกรมการค้าภายใน ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ตามแบบที่อธิบดีกรมการค้าภายในประกาศกำหนด        เงื่อนไขการยื่นคำขอ :    ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ (ถ้ามี)        หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่า  ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือ  วันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:31:48"],
    [401,"94e56e16-52eb-4185-a71e-0554c65c3e87","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การรับแจ้งหยุดดำเนินกิจการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d25-33ad-47fc-831d-0890edc85b37",14,0,3,"หลักเกณฑ์ :    พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 56 (1) และประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้งไม่ดำเนินกิจการหรือหยุดดำเนินกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็น กำหนดให้ ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นที่ประสงค์จะหยุดดำเนินกิจการติดต่อกันเกินกว่า 180 วันต้องแจ้งต่ออธิบดีกรมการค้าภายใน โดยระบุเหตุผลและความจำเป็นแห่งการนั้นและระยะเวลาที่ประสงค์จะหยุดกิจการตามแบบแจ้งความประสงค์หยุดดำเนินกิจการ        เงื่อนไขการยื่นคำขอ :    ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ (ถ้ามี)        1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:32:16"],
    [402,"94e56e16-55b5-446e-bd9e-194c08edb330","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล และกิจการห้องเย็น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-36df-46e9-8071-8f6d4a5eb462",9,200,2,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 20 และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการ การออกใบแทนใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตและการส่งคืนสินค้ากรณีเลิกประกอบกิจการกำหนดให้กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดดังกล่าวและค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 200 บาท        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่า  ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้ง    เป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อน    แล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:32:37"],
    [403,"94e56e16-5863-4519-a753-7cbff9ef0e8c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การออกใบแทนใบอนุญาตให้มีสำนักงานสาขา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-3a42-42b7-bd8d-f822730d9f41",11,0,2,"หลักเกณฑ์ : พ.ร.บ.คลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 20 มาตรา 21 และมาตรา 24 และประกาศคณะกรรมการกำกับคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้มีสำนักงานสาขา และการออกใบแทนใบอนุญาต    กำหนดให้กรณีใบอนุญาตให้มีสำนักงานสาขาสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตให้มีสำนักงานสาขาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดดังกล่าวและค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตให้มีสำนักงานสาขา ฉบับละ 100 บาท        เงื่อนไขการยื่นคำขอ : ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ (ถ้ามี)         หมายเหตุ :    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่  คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ในกรณียื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์กรมการค้าภายใน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้แจ้งไว้ทางระบบไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่า  ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยจะต้องเข้าไปยื่นคำขอใหม่ในระบบอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไป ผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง    3.ในกรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับแจ้ง    เป็นหนังสือจากกรมการค้าภายใน มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญซึ่งถือว่าการทำความตกลงล่วงหน้าไว้ก่อน    แล้ว ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะแจ้งผู้ยื่นคำขอกลับในวันทำการถัดไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ","2022-03-11T11:32:52"],
    [404,"94e56e16-5ce9-4ce4-9426-23a3274606bc","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขอรับการส่งเสริมการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตร และะการขอต่ออายุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-4042-49cd-913a-7cb9481ab1c6",25,0,16,"ระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วยการส่งเสริมการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตร พ.ศ. 2554 กำหนดให้ผู้ประสงค์ขอรับการส่งเสริมจัดตั้งเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตร ต้องเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือองค์กรเกษตรกร ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น    ตลาดที่จะได้รับการส่งเสริมจากกรมการค้าภายในให้เป็นตลาดกลางสินค้าเกษตร ได้แก่       ตลาดข้าวและพืชไร่   ตลาดผักและผลไม้   ตลาดปศุสัตว์   ตลาดสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพมาจากสัตว์น้ำ   ตลาดประเภทอื่นที่อธิบดีกรมการค้าภายในประกาศกำหนด      สถานที่ตั้งตลาดกลางข้าวและพืชไร่ต้องมีระยะทางอยู่ห่างจากสถานที่ตั้งตลาดประเภทเดียวกันที่ได้รับการส่งเสริมไปก่อนแล้วไม่น้อยกว่า 30 กิโลเมตร ไม่ว่าตลาดนั้นจะอยู่ภายในจังหวัดเดียวกันหรือไม่ก็ตาม และสถานที่เก็บข้าวและพืชไร่ต้องมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 1,000 เมตริกตัน    (รายละเอียดหลักเกณ์ วิธีการ เงื่อนไขปรากฏตามระเบียบกรมการค้าภายในว่าด้วยการส่งเสริมการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตร พ.ศ. 2554)","2022-03-11T11:33:56"],
    [405,"94e56e16-65e1-42af-a982-117ae7a20967","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายเฉพาะตัว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-4d7f-4a34-bc73-acd0e69546e7",1,0,2,"การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายเฉพาะตัว สำหรับผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ซ่อมเครื่องชั่งตวงวัดมีเครื่องหมายเฉพาะตัว และให้ประทับหรือแสดงเครื่องหมายนั้นไว้ที่เครื่องชั่งตวงวัดก่อน ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง โดยให้จดทะเบียนไว้ที่สำนักงานกลางชั่งตวงวัด ศูนย์ชั่งตวงวัดหรือสำนักงานสาขาฯ และห้ามมิให้สำนักงานกลางชั่งตวงวัด ศูนย์ชั่งตวงวัดหรือสำนักงานสาขาฯ รับจดทะเบียนเครื่องหมายเฉพาะตัวที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายเฉพาะตัวที่บุคคลอื่นได้แจ้งไว้ก่อนแล้ว","2023-06-14T13:08:14"],
    [406,"94e56e16-5f32-42ce-8d9e-34f15b45ce3e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตใช้เครื่องหมายบริการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร AGQC และการขอต่ออายุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-4391-475b-a245-0647c44d786f",97,1000,8,"หลักเกณฑ์  การขอรับเครื่องหมายบริการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร AGQC  - เป็นตลาดกลางสินค้าเกษตร ตลาดสด หรือตลาดอื่นที่อยู่ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน  - เป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการคัดแยกคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร    การต่ออายุเครื่องหมายบริการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร AGQC  - สัญญาอนุญาตมีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่อนุญาต ถ้าผู้ได้รับอนุญาตมีความประสงค์จะใช้เครื่องหมายบริการฯ ต่อไป ให้ยื่นคำขอต่อสัญญาอนุญาตฉบับใหม่ และยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 30 วันก่อนสิ้นอายุสัญญาอนุญาต    การขอรับใบแทน  - กรณีหนังสืออนุญาตสูญหาย หรือถูกทำลายให้แจ้งต่อกรมการค้าภายใน เพื่อขอรับใบแทนหนังสืออนุญาต ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รู้ถึงการสูญหายหรือถูกทำลาย    เงื่อนไขการยื่นคำขอ  ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรานิติบุคคลรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-11T11:34:31"],
    [407,"94e56e16-6175-4ffd-9242-0ee1cc4b0e65","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขอปรับอัตราค่าบริการ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร (AGQC) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-46c5-4245-a2b8-f2ba5b1f741b",25,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์  ผู้ได้รับอนุญาตมีความประสงค์จะตั้งราคา หรือปรับราคาค่าบริการ ต้องยื่นคำขอ พร้อมเหตุผลให้กรมการค้าภายในพิจารณาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนการตั้งราคาหรือปรับอัตราค่าบริการ และเมื่อได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในแล้ว จึงสามารถเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการได้    เงื่อนไขการยื่นคำขอ  ในการยื่นคำขอ สำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ต้องให้ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรานิติบุคคลรับรองความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-11T11:34:49"],
    [408,"94e56e16-6d8f-4650-8249-01c7bb5622e9","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-57be-4744-a3ff-55eef78451ee",1,0,11,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคา ปริมาณ และรักษาเสถียรภาพระบบตลาดหอมหัวใหญ่ในประเทศ  จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 68 พ.ศ.2562   เรื่องการควบคุมการขนย้ายหอมหัวใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2562 และประกาศสกกร. ฉบับที่ 21 พ.ศ.2562  เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2562 โดยกำหนดให้การขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 400 ก.ก. ขึ้นไป ต้องขออนุญาต โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้    1.ห้ามขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาหรือออกจากท้องที่ที่กำหนดรวม 52 จังหวัด เว้นแต่จะได้รับอนุญาต โดยมีพื้นที่ ดังนี้    ภาคเหนือ 8 จังหวัด    - อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ตาก     ภาคกลาง 8 จังหวัด  - กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี  สมุทรสาคร  สมุทรปราการ  พิษณุโลก นครสวรรค์ นครปฐม สมุทรสงคราม     ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด   - นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ หนองคาย เลย    ภาคตะวันออก 6 จังหวัด   - ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว    ภาคตะวันตก 4  จังหวัด   - กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์    ภาคใต้ 14 จังหวัด   - ชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส     (รายละเอียดตามประกาศ)  2. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นผู้ขออนุญาต กรณีคำขออนุญาตเป็นของนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้    3. หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตเป็นไปตามประกาศสกกร.ฉบับที่ 21 พ.ศ.2562  เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2562  (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย   1. เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตแล้วต้องขนย้ายให้ตรงกับชนิด ขนาด เกรด ปริมาณ ระยะเวลา สถานที่ รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ ที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาต   2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้ายกำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง กรณีผู้นำเข้าต้องมีหนังสืออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมสำเนาใบอากรเข้าและใบตราส่งสินค้าที่ได้รับการรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ กำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง   3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น   4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้วให้ผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมยานพาหนะส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวให้ผู้รับหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตเพื่อสลักหลังรับหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจาก ต่างประเทศ  5.ผู้ขออนุญาตขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้มีการนำส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นสถานที่ปลายทางภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้        5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กรณีกรุงเทพมหานครเป็นปลายทางการขนย้าย       5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร     6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน  3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป       7. กรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่อง            ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-09T15:45:00"],
    [409,"94e56e16-639f-4399-8845-85e256e092f0","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตให้นำเครื่องชั่งตวงวัดออกจากด่านศุลกากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-4a36-4fed-a879-6247a2cc5290",1,0,9,"การนำเข้าสินค้าเครื่องชั่ง เครื่องตวง เครื่องวัดจากต่างประเทศมาขายในประเทศไทย ก่อนนำเครื่องชั่ง เครื่องตวง เครื่องวัดดังกล่าวออกจากด่านศุลกากร                  ต้องยื่นขออนุญาตจากสำนักชั่งตวงวัด เพื่อออกหนังสือให้ด่านศุลกากรปล่อยเครื่องชั่งตวงวัดออกจากด่านศุลกากร โดยสามารถยื่นแบบคำร้องขออนุญาตนำเครื่องชั่งตวงวัดออกจากด่านศุลกากร (ชว.1) ได้ ณ สำนักชั่งตวงวัด              สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนของสินค้าที่อยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักชั่งตวงวัด ที่มีการกำหนดพิกัดกรมศุลกากร ร่วมกับ กรมศุลกากร เพื่อรองรับระบบเชื่อมโยงเครือข่ายอิเลคทรอนิกส์ (NSW 2015) ได้ที่ เวปไซต์สำนักชั่งตวงวัด http://www.cbwmthai.org/pdf/permit/link2.pdf              โดยสินค้าเครื่องชั่ง เครื่องตวง เครื่องวัด ดังกล่าว อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะมาตราชั่งตวงวัดในระบบเมตริก เช่น หน่วยความยาว ใช้ กิโลเมตร, เมตร เป็นต้น (สามารถดูรายละเอียดมาตราชั่งตวงวัดในระบบเมตริกเพิ่มเติมได้ที่เวปไซต์ พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 http://www.cbwmthai.org/UploadFiles/law/1-1.pdf (หน้าที่ 26) )              หรือในกรณีที่ต้องใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบอื่น นอกจากที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น หรือในกรณีที่ต้องใช้เครื่องชั่ง เครื่องตวง เครื่องวัดอย่างอื่นที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงฯ (http://www.cbwmthai.org/UploadFiles/law/2-6.pdf) สำหรับในทางวิชาชีพหรือในทางวิทยาศาสตร์ ให้ใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบนั้นหรือให้ใช้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นได้เมื่อรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายอนุญาต","2023-06-14T15:06:31"],
    [410,"94e56e16-703e-4c40-9869-7bb6f126aa75","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายน้ำมันปาล์ม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-5b2e-4068-b3c6-a72be1c1d4ec",1,0,7,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายน้ำมันปาล์ม เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบตลาด จึงได้ออกประกาศกกร.ฉบับที่ 62 พ.ศ.2562   เรื่อง การควบคุมการขนย้ายน้ำมันปาล์ม ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562  และประกาศสกกร. ฉบับที่ 18 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายน้ำมันปาล์ม ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562  กำหนดให้การขนย้ายน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีปริมาณครั้งละ ตั้งแต่ 25 กิโลกรัม ขึ้นไป โดยทางบก หรือทางทะเล ต้องขออนุญาตจากเลขาธิการ หรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย ประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(ประธาน กจร.) หรือผู้ซึ่งประธาน กจร. มอบหมาย หรือพาณิชย์จังหวัด โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้  1. ห้ามขนย้ายน้ำมันปาล์มเข้ามาหรือออกจากท้องที่ 15 จังหวัด เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ในพื้นที่ดังนี้   ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส   2. ห้ามขนย้ายน้ำมันปาล์มเข้ามาในท้องที่จังหวัดที่กำหนดรวม 31 จังหวัด เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ในพื้นที่ดังนี้    - ภาคเหนือ 6 จังหวัด   -อุตรดิตถ์ , น่าน , พะเยา , เชียงราย , เชียงใหม่ , แม่ฮ่องสอน    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด   -บุรีรัมย์ , สุรินทร์ , ศรีสะเกษ , อุบลราชธานี , อำนาจเจริญ , มุกดาหาร , นครพนม , บึงกาฬ , หนองคาย , เลย  ภาคกลาง 5 จังหวัด   -กรุงเทพมหานคร  สมุทรปราการ , พิษณุโลก , สมุทรสงคราม ,สมุทรสาคร  ภาคตะวันออก 6 จังหวัด   -ฉะเชิงเทรา , ชลบุรี , ระยอง , จันทบุรี , ตราด , สระแก้ว  ภาคตะวันตก 4 จังหวัด   -ตาก , กาญจนบุรี , เพชรบุรี , ราชบุรี   (รายละเอียดตามประกาศ)    3. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายน้ำมันปาล์มเข้ามาหรือออกจากท้องที่จากจังหวัดที่ห้ามขนย้าย เป็นผู้ขออนุญาต กรณีคำขออนุญาตเป็นของนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อ       ในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้      4. วิธีการในการขออนุญาตเป็นไปตามประกาศสกกร. ฉบับที่ 18  พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการ               ขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายน้ำมันปาล์ม ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562  (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย  1. เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตแล้วต้องขนย้ายให้ตรงตามประเภท จำนวน ระยะเวลา สถานที่ รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ             ที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาต  2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้ายกำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง                                                  3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น  4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้วให้ผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมยานพาหนะส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวให้ผู้รับน้ำมันปาล์มตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตการขนย้ายเพื่อสลักหลังรับน้ำมันปาล์ม  5.ผู้ขออนุญาต ขนย้ายน้ำมันปาล์มมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้มีการนำส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นสถานที่ปลายทางภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้     5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กรณีกรุงเทพมหานครเป็นปลายทางการขนย้าย    5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร     6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายน้ำมันปาล์ม ที่ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป                                                                      7. กรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-10T13:00:33"],
    [411,"94e56e16-680c-49d0-818c-e78d5e9dd281","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การตรวจสอบให้คำรับรองเครื่องตวงและเครื่องวัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-508d-492e-a126-c553d75eb9e0",2,0,4,"พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 กำหนดให้เครื่องตวง และเครื่องวัดที่นำไปใช้ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้อื่น เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าตอบแทน ค่าภาษีอากรและค่าธรรมเนียม ต้องได้รับการรับรองจากกรมการค้าภายใน และห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องตวง และเครื่องวัดที่ไม่มีการให้คำรับรองหรือคำรับรองสิ้นอายุแล้ว และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจผลิต นำเข้า ขาย หรือซ่อมเครื่องตวง และเครื่องวัดที่ยังไม่มีการให้คำรับรอง ต้องนำเครื่องตวง และเครื่องวัด มาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองภายในกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542    ในกรณีที่ขอให้ตรวจสอบให้คำรับรองนอกสถานที่ ผู้รับบริการต้องยื่นคำขอก่อน แล้วติดต่อนัดวันเวลาขอรับบริการกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ไม่ได้นัดหมาย ผู้ยื่นคำขอจะได้รับบริการแค่ในส่วนการยื่นแบบคำขอ และทำการนัดหมายเพื่อขอรับบริการในการตรวจสอบเท่านั้น","2023-06-14T13:24:47"],
    [412,"94e56e16-72fa-4134-8336-bce36a52f318","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-5e7b-4172-a73a-1450526bb602",1,0,7,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบตลาด จึงได้ออกประกาศกกร.ฉบับที่ 64 พ.ศ.2562   เรื่อง การควบคุมการขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562  และประกาศสกกร. ฉบับที่ 19  พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562  กำหนดให้การขนย้ายมะพร้าวผลแก่ ที่มีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 7,000 กิโลกรัมขึ้นไป เนื้อมะพร้าวขาวที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 2,500 กิโลกรัม ขึ้นไป เนื้อมะพร้าวแห้ง ที่นำเข้าจากต่างประเทศที่มีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 1,500 กิโลกรัม ขึ้นไป โดยทางบก หรือทางทะเล ต้องขออนุญาตจากเลขาธิการ หรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย ประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(ประธาน กจร.) หรือผู้ซึ่งประธาน กจร. มอบหมาย หรือพาณิชย์จังหวัด โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้     1. ห้ามขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาหรือออกจาก            - เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร         ภาคตะวันออก 1 จังหวัด         ได้แก่ อำเภอบางละมุง และอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี         ภาคใต้ 5 จังหวัด       ได้แก่ อำเภอสะเดา และอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา                 อำเภอเมือง และอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล                 อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี                อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส                อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร          (รายละเอียดตามประกาศ)   2. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายน้ำมันปาล์มเข้ามาหรือออกจากท้องที่จากจังหวัดที่ห้ามขนย้าย เป็นผู้ขออนุญาต กรณีคำขออนุญาตเป็นของนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้      3. วิธีการในการขออนุญาตเป็นไปตามประกาศสกกร. ฉบับที่ 19  พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562  (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย  1. เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตแล้วต้องขนย้ายให้ตรงตามประเภท จำนวน ระยะเวลา สถานที่ รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ ที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาต  2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้ายกำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง                                                   3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น  4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้วให้ผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมยานพาหนะส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวให้ผู้รับมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตการขนย้ายเพื่อสลักหลังรับมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ  5.ผู้ขออนุญาต ขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้มีการนำส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นสถานที่ปลายทางภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้     5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กรณีกรุงเทพมหานครเป็นปลายทางการขนย้าย    5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร    6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายมะพร้าวผลแก่ เนื้อมะพร้าวขาว เนื้อมะพร้าวแห้งที่นำเข้าจากต่างประเทศที่           ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด  ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป    7. กรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-10T11:08:47"],
    [413,"94e56e16-6ada-4be1-b0b6-9d330df199d6","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การออกใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนเองผลิตหรือซ่อม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-544a-43ed-8616-12d7c8ca6f80",10,0,7,"การขอใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนเองผลิตหรือซ่อมของสำนักชั่งตวงวัด ผู้ผลิตหรือผู้ซ่อมเครื่องชั่งตวงวัดจะขออนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย เพื่อให้ผู้ผลิตหรือผู้ซ่อมเป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนเองผลิตหรือซ่อมก็ได้ โดยการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งผู้รับใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ใบอนุญาตให้ใช้ได้ภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต แต่ต้องไม่เกินคราวละห้าปีนับแต่วันออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ทำการตามใบอนุญาตต่อไปได้จนกว่าอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ส่วนในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่ออกใบอนุญาต หรือสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งการไม่ออกใบอนุญาตหรือสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต     การขอใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนเองผลิตหรือซ่อมของสำนักชั่งตวงวัด ให้ติดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักชั่งตวงวัด ตามแบบ ชว.002 (แบบคำขอเป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัด ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542)      การชำระค่าธรรมเนียม เมื่อผลพิจารณาถูกต้องเรียบร้อย รับหนังสืออนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนผลิตหรือซ่อม (ชว.102)ผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนเองผลิตหรือซ่อม ณ สำนักชั่งตวงวัด ส่วนส่งเสริมและพัฒนาชั่งตวงวัด อาคารวิเคราะห์ ชั้น 2 กรมการค้าภายใน","2023-06-13T15:53:05"],
    [414,"94e56e16-7603-4740-a429-82855b04b975","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-61e2-40cb-b511-a89ea78684f1",1,0,5,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้าน ราคา ปริมาณ และรักษาเสถียรภาพระบบตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ จึงได้ออกประกาศกกร. ฉบับที่58 พ.ศ.2562 เรื่อง การควบคุมการขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 และประกาศสกกร. ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 โดยกำหนดให้การขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีปริมาณครั้งละ ตั้งแต่ 10,000 กิโลกรัมขึ้นไป เข้ามาหรือออกจากท้องที่อำเภอ ที่ระบุไว้ต่อไปนี้ ต้องขออนุญาตจากประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (ประธาน กจร.)หรือผู้ซึ่งประธาน กจร. มอบหมาย หรือพาณิชย์จังหวัดสำหรับท้องที่ที่ทำการขนย้าย    โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้   1. ห้ามขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เข้ามาหรือออกจากท้องที่อำเภอที่กำหนด 35 อำเภอใน 7จังหวัด เว้นแต่ได้รับอนุญาต ได้แก่   ภาคเหนือ 3 จังหวัด   - จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอเทิง และอำเภอแม่จัน   - จังหวัดน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสองแคว และอำเภอทุ่งช้าง    -จังหวัดตาก อำเภอแม่สอด อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภออุ้มผาง อำเภอพบพระ    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด   - จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอสิรินธร อำเภอโขงเจียม อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอนาตาล อำเภอเขมราฐ อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย อำเภอน้ำยืน และอำเภอศรีเมืองใหม่     - จังหวัดเลย อำเภอท่าลี่ อำเภอเชียงคาน อำเภอปากชม อำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูเรือ   ภาคตะวันออก 2 จังหวัด    - จังหวัดจันทบุรี อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอสอยดาว   - จังหวัดสระแก้ว อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอตาพระยา และอำเภอโคกสูง   (รายละเอียดตามประกาศ)  2. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เข้ามาหรือออกจากท้องที่อำเภอที่ห้ามขนย้าย เป็นผู้ขออนุญาต กรณีคำขออนุญาตเป็นของนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้  3.ประกาศสกกร. ฉบับที่ 17พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย   1. เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตแล้วต้องขนย้ายให้ตรงตามประเภท จำนวน ระยะเวลา สถานที่ รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ     ที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาต   2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้ายกำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง   3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น   4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้วให้ผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมยานพาหนะส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวให้ผู้รับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตการขนย้ายเพื่อสลักหลังรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์   5. ให้ผู้ขออนุญาตขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดำเนินการส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ปลายทาง ภายใน 7 วัน นับตังแต่เวลา          ที่ได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้       5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กรณีกรุงเทพมหานคร เป็นปลายทางการขนย้าย       5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร    6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป       7. กรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-10T14:43:38"],
    [415,"94e56e16-78dc-44db-8865-db0c3be66626","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-6554-4fb8-a001-04cb4458ec15",1,0,6,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในด้านราคา ปริมาณ และรักษาเสถียรภาพระบบตลาดมันสำปะหลังสดและมันเส้นจึงได้ออกประกาศ   ประกาศกกร.ฉบับที่ 66 พ.ศ. 2562 เรื่องการควบคุมการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562และประกาศสกกร. ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 กำหนดให้การขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น ซึ่งมีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 10,000 กิโลกรัมขึ้นไป เข้ามาหรือออกจากท้องที่อำเภอที่ระบุไว้ต่อไปนี้ ต้องขออนุญาต จากประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (ประธาน กจร.) หรือผู้ซึ่งประธานกจร.มอบหมาย หรือพาณิชย์จังหวัดสำหรับท้องที่ที่ทำการขนย้าย โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้   1. ห้ามขนย้ายหัวมันสำปะหลังสด และมันเส้นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกัน เข้ามาหรือออกจากท้องที่อำเภอ ที่กำหนดรวม 48 อำเภอ ใน 12 จังหวัด ดังนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต     ภาคเหนือ 1 จังหวัด   - จังหวัดเชียงราย อำเภอเชียงของ อำเภอแม่สาย อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่จัน และอำเภอเทิง   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด   - จังหวัดสุรินทร์ อำเภอกาบเชิง อำเภอพนมดงรัก อำเภอบัวเชด และอำเภอสังขะ   - จังหวัดนครพนม อำเภอเมือง อำเภอธาตุพนม อำเภอท่าอุเทน และอำเภอบ้านแพง   - จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมือง อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดอนตาล   - จังหวัดเลย อำเภอท่าลี่ อำเภอเชียงคาน อำเภอปากชม อำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูเรือ   - จังหวัดหนองคาย อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอสังคม   - จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเขมราฐ อำเภอสิรินธร อำเภอโขงเจียม อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอนาตาล อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย อำเภอน้ำยืน และอำเภอศรีเมืองใหม่   - จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอภูสิงห์   - จังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมือง    ภาคตะวันออก 3 จังหวัด   - จังหวัดจันทบุรี อำเภอสอยดาว และอำเภอโป่งน้ำร้อน   - จังหวัดสระแก้ว อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ และอำเภอคลองหาด    - จังหวัดตราด อำเภอบ่อไร่ อำเภอคลองใหญ่ (รายละเอียดตามประกาศ)     2. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดหรือมันเส้น เข้ามาหรือออกจากท้องที่อำเภอที่ห้ามขนย้าย เป็นผู้ขออนุญาต กรณีคำขออนุญาตเป็นของนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้     3. หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตเป็นไปตามประกาศสกกร.ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562  (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย  1. เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตแล้วต้องขนย้ายให้ตรงตามประเภท จำนวน ระยะเวลา สถานที่ รวมทั้งรายละเอียดต่างๆ  ที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาต  2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้ายกำกับติดไปกับยานพาหนะด้วยทุกครั้ง                                             3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น  4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ให้ผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมยานพาหนะส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวให้ผู้รับหัวมันสำปะหลังสด และมันเส้น ตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตการขนย้ายเพื่อสลักหลังรับหัวมันสำปะหลังสด มันเส้น  5. ผู้ขออนุญาตขนย้ายหัวมันสำปะหลังสด และมันเส้น มีหน้าที่ดำเนินการส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ปลายทาง ภายใน 7 วัน          นับตั้งแต่เวลาที่ได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้           5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กรณีกรุงเทพมหานครเป็นปลายทางการขนย้าย      5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร    6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น ที่ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน  3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป                                                                                          7. กรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-10T13:31:12"],
    [416,"94e56e16-7b7d-4494-9866-8dcfd283363a","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-68ce-4f6e-be44-061816abed68",1,0,6,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคา ปริมาณ และรักษาเสถียรภาพระบบตลาดข้าวในประเทศ จึงได้ออกประกาศกกร.ฉบับที่ 56 พ.ศ. 2562 เรื่องการควบคุมการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 และประกาศสกกร. ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต และวิธีการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร  ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 โดยกำหนดให้ ห้ามขนย้ายข้าวเปลือก หรือข้าวสารอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกัน ที่มีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 10 เมตริกตัน ขึ้นไป ออกจากท้องที่อำเภอ  ที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (ประธาน กจร.)หรือผู้ซึ่งประธาน กจร. มอบหมาย หรือพาณิชย์จังหวัดแล้วแต่กรณี โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้    1.ห้ามขนย้ายข้าวเปลือกข้าวสารออกจากท้องที่ที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน รวม 68 อำเภอ ใน 20 จังหวัด      เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยมีพื้นที่ดังนี้       ภาคเหนือ 5 จังหวัด          - จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง           อำเภอแม่จัน และอำเภอเทิง          - จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอเวียงแหง และอำเภอเชียงดาว          - จังหวัดน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสองแคว และอำเภอทุ่งช้าง          - จังหวัดพะเยา อำเภอภูซาง และอำเภอเชียงคำ          - จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอบ้านโคก   ภาคกลาง 1 จังหวัด          - จังหวัดพิษณุโลก อำเภอชาติตระการ   ภาคอีสาน 10 จังหวัด          - จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอบ้านกรวด อำเภอละหานทราย          - จังหวัดสุรินทร์ อำเภอพนมดงรัก อำเภอกาบเชิง อำเภอบัวเชด และอำเภอสังขะ          - จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอภูสิงห์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอกันทรลักษ์          - จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอสิรินธร อำเภอโขงเจียม อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอนาตาล อำเภอเขมราฐ   อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน         - จังหวัดอำนาจเจริญ อำเภอชานุมาน           - จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมือง อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดอนตาล         - จังหวัดนครพนม อำเภอเมือง อำเภอธาตุพนม อำเภอท่าอุเทน และอำเภอบ้านแพง          - จังหวัดหนองคาย อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่   และอำเภอสังคม          - จังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมือง อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง และอำเภอปากคาด          - จังหวัดเลย อำเภอท่าลี่ อำเภอเชียงคาน อำเภอปากชม อำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูเรือ   ภาคตะวันออก 3 จังหวัด         - จังหวัดจันทบุรี อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว         - จังหวัดตราด อำเภอคลองใหญ่ อำเภอบ่อไร่         - จังหวัดสระแก้ว อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอตาพระยา และอำเภอโคกสูง   ภาคตะวันตก 1 จังหวัด          - จังหวัดตาก อำเภอแม่สอด  (รายละเอียดตามประกาศ)       2. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายข้าวเปลือกหรือข้าวสาร ออกจากท้องที่อำเภอที่ห้ามขนย้าย เป็นผู้ขออนุญาต กรณี           คำขออนุญาตเป็นของนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้     3. หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตเป็นไปตามประกาศสกกร. ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต และวิธีการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร  ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย  1. เมื่อได้รับอนุญาตการขนย้ายแล้วต้องดำเนินการขนย้ายข้าวเปลือก หรือข้าวสารให้ตรงตามชนิด คุณภาพ ปริมาณ  ระยะเวลา สถานที่ และใช้ยานพาหนะที่มีหมายเลขทะเบียนตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตขนย้าย    2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้าย กำกับติดไปกับยานพาหนะที่ขนย้ายด้วยทุกครั้ง    3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆ ในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น    4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ให้ผู้ขับขี่ หรือผู้ควบคุมยานพาหนะ ส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาว ให้ผู้รับ  ข้าวเปลือก หรือข้าวสาร ตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตการขนย้ายเพื่อสลักหลังรับข้าวเปลือก หรือข้าวสาร    5. ผู้ขออนุญาตขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร มีหน้าที่ดำเนินการส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ปลายทาง ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่เวลาที่ได้ ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้           5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กรณีกรุงเทพมหานครเป็นปลายทางการขนย้าย        5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร    6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายข้าวเปลือก หรือข้าวสาร ที่ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป                                                                                            7. กรณีฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งจำทั้งปรับ  หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่อง                    ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-02-06T13:48:03"],
    [417,"94e56e16-7e6b-4e92-be49-605456afff0d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสารที่นำเข้าจากต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-6c71-48b7-b675-d3017a51fa91",1,0,11,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคา ปริมาณ และรักษาเสถียรภาพระบบตลาดข้าวในประเทศ จึงได้ออกประกาศกกร.ฉบับที่56 พ.ศ. 2562 เรื่องการควบคุมการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 และประกาศสกกร. ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต และวิธีการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร  ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 โดยกำหนดให้ ห้ามขนย้ายข้าวเปลือก หรือข้าวสารที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกัน ที่มีปริมาณครั้งละตั้งแต่ 10 เมตริกตัน ขึ้นไป เข้ามาในท้องที่อำเภอที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมอบหมาย แล้วแต่กรณี โดยกำหนดรายละเอียดดังนี้  1.ห้ามขนย้ายข้าวเปลือกหรือข้าวสารที่นำเข้าจากต่างประเทศ เข้ามาในท้องที่อำเภอที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน รวม 68 อำเภอ ใน 20 จังหวัด เว้นแต่จะได้รับอนุญาต โดยมีพื้นที่ ดังนี้       ภาคเหนือ 6 จังหวัด            - จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงแก่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง           อำเภอแม่จัน และอำเภอเทิง          - จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอเวียงแหง และอำเภอเชียงดาว          - จังหวัดน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสองแคว และอำเภอทุ่งช้าง          - จังหวัดพะเยา อำเภอภูซาง และอำเภอเชียงคำ          - จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอบ้านโคก                     - จังหวัดตาก อำเภอแม่สอด       ภาคกลาง 1 จังหวัด           - จังหวัดพิษณุโลก อำเภอชาติตระการ     ภาคอีสาน 10 จังหวัด          - จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอบ้านกรวด อำเภอละหานทราย          - จังหวัดสุรินทร์ อำเภอพนมดงรัก อำเภอกาบเชิง อำเภอบัวเชด และอำเภอสังขะ          - จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอภูสิงห์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอกันทรลักษ์        - จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอสิรินธร อำเภอโขงเจียม อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอนาตาล อำเภอเขมราฐ            อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน         - จังหวัดอำนาจเจริญ อำเภอชานุมาน         - จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมือง อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดอนตาล            - จังหวัดนครพนม อำเภอเมือ ง อำเภอธาตุพนม อำเภอท่าอุเทน และอำเภอบ้านแพง          - จังหวัดหนองคาย อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่               และอำเภอสังคม          - จังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมือง อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง และอำเภอปากคาด          - จังหวัดเลย อำเภอท่าลี่ อำเภอเชียงคาน อำเภอปากชม อำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูเรือ    ภาคตะวันออก 3 จังหวัด         - จังหวัดจันทบุรี อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว         - จังหวัดตราด อำเภอคลองใหญ่ อำเภอบ่อไร่         - จังหวัดสระแก้ว อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอตาพระยา และอำเภอโคกสูง  (รายละเอียดตามประกาศ)      2. ให้บุคคลที่ประสงค์จะขนย้ายข้าวเปลือกหรือข้าวสารที่นำเข้าจากต่างประเทศ เข้ามาในท้องที่อำเภอที่ห้ามขนย้าย เป็นผู้ขออนุญาต กรณีคำขออนุญาตเป็นของนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจผูกพันนิติบุคคลหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขออนุญาต สำหรับการยื่นคำขออนุญาตจะมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นก็ได้       3. หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตเป็นไปตามประกาศสกกร. ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต และวิธีการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร  ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 256 (รายละเอียดตามประกาศ)    เงื่อนไขในการขนย้าย   1. เมื่อได้รับอนุญาตการขนย้ายแล้วต้องดำเนินการขนย้ายข้าวเปลือก หรือข้าวสารให้ตรงตามชนิด คุณภาพ ปริมาณ   ระยะเวลา สถานที่ และใช้ยานพาหนะที่มีหมายเลขทะเบียนตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตขนย้าย   2. การขนย้ายทุกครั้งต้องมีหนังสืออนุญาตการขนย้าย กำกับติดไปกับยานพาหนะที่ขนย้ายด้วยทุกครั้ง   3. ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆ ในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น   4. เมื่อได้ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ให้ผู้ขับขี่ หรือผู้ควบคุมยานพาหนะ ส่งมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาว           ให้ผู้รับข้าวเปลือก หรือข้าวสาร ตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตการขนย้ายเพื่อสลักหลังรับข้าวเปลือก หรือข้าวสาร    5. ผู้ขออนุญาตขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร มีหน้าที่ดำเนินการส่งต้นฉบับหนังสืออนุญาตฉบับสีขาวที่มีลายมือชื่อผู้รับสินค้าสลักหลังในหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ปลายทาง ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่เวลาที่ได้ ขนย้ายถึงปลายทางแล้ว ดังนี้           5.1 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กรณีกรุงเทพมหานครเป็นปลายทางการขนย้าย      5.2 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่ปลายทางการขนย้าย กรณีปลายทางการขนย้ายเป็นจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร    6. ให้ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตขนย้ายข้าวเปลือก หรือข้าวสาร ที่ไม่สามารถขนย้ายภายในเวลาและปริมาณที่กำหนด ต้องขอยกเลิกหนังสืออนุญาตขนย้ายดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตขนย้าย ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่หนังสืออนุญาตขนย้ายหมดอายุ เพื่อดำเนินการยกเลิกต่อไป     7. กรณีฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งจำทั้งปรับ  หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-02-06T14:04:08"],
    [418,"94e56e16-82ed-4193-9b4b-ce7ddc470c2c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตหนังสือกำกับการขนย้ายตามหนังสืออนุญาตการขนย้ายข้าวสาร ในสต็อกของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโบายและบริหารจัดการข้าวมีมติเห็นชอบให้ระบายสู่อุตสาหกรรม  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-724b-46ca-b9e2-261f1cc8dee5",1,0,1,"-","2022-03-11T11:42:35"],
    [419,"94e56e16-80a4-4d20-9cd0-e03a98611397","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตขนย้ายข้าวสารในสต็อกของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว มีมติเห็นชอบให้ระบายสู่อุตสาหกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-6f80-40cb-ac16-93db653464f6",1,0,9,"คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายข้าวสารในสต็อกของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว มีมติเห็นชอบให้ระบายสู่อุตสาหกรรม เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการระบายสต็อกข้าวสารของรัฐสู่อุตสาหกรรมไม่ให้รั่วไหลปะปนกับตลาดข้าวปกติ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อระบบการค้าข้าวโดยรวม และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวสำหรับการบริโภค ตลอดจนราคาข้าวที่เกษตรกรจะได้รับ จึงได้ออกประกาศกกร.ฉบับที่ 57 พ.ศ.2562 เรื่องการควบคุมการขนย้ายและจัดทำบัญชีคุมข้าวสารในสต็อกของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวมีมติเห็นชอบให้ระบายสู่อุตสาหกรรม ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 และประกาศสกกร. ฉบับที่ 16  พ.ศ. 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาตและวิธีการขนย้ายข้าวสารในสต็อกข้าวสารในสต็อกของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวมีมติเห็นชอบให้ระบายสู่อุตสาหกรรม ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ขนย้ายข้าวสารออกจากท้องที่ใดท้องที่หนึ่งในราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการมอบหมาย    เงื่อนไขในการขนย้าย    1. เมื่อผู้ได้รับสิทธิจากการประมูลข้าวชำระเงินค่าข้าวกับองค์การคลังสินค้า (อคส.)หรือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) แล้วให้ไปติดต่อขออนุญาตขนย้ายข้าวสารในสต็อกของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวมีมติเห็นชอบให้ระบายสู่อุตสาหกรรม ที่สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์    2.ห้ามทำการแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายใดๆในหนังสืออนุญาตทั้งสิ้น    3.เมื่อได้รับอนุญาตการขนย้ายแล้วต้องดำเนินการขนย้ายข้าวสารให้ตรงตามชนิด คุณภาพ ปริมาณ  ระยะเวลา สถานที่ และใช้ยานพาหนะที่มีหมายเลขทะเบียนตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตขนย้าย    4. กรณีมีการขนย้ายข้าวสารออกจากสถานที่เก็บของรัฐและนำไปพักไว้ในสถานที่เก็บของเอกชนก่อนนำเข้าสู่อุตสาหกรรม เมื่อประสงค์จะขอขนย้ายจากสถานที่เก็บของเอกชนดังกล่าว ไปยังอุตสาหกรรม ต้องขอนุญาตขนย้ายใหม่ตามข้อ 1   5. กรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","2022-03-11T11:42:08"],
    [420,"94e56e16-85b0-4367-8d78-10dd6ba597bb","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพกรดแอซิติกล้วน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-7594-4203-ad87-56ed7b7a8a62",1,0,11,"หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพ  1. กรดแอซีติกล้วน (Glacial acetic acid , CH3 - COOH) หรือชื่อที่เรียกเป็นอย่างอื่น แต่มีสูตรโครงสร้างอย่างเดียวกันนี้ที่มีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ร้อยละ 90ติดตามอัตราส่วนน้ำหนักต่อน้ำหนักและมีปริมาณตั้งแต่ 10กิโลกรัมขึ้นไป เป็นโภคภัณฑ์ควบคุม ห้ามมิให้ผู้ใดนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่นั้น  2. กำหนดพื้นที่ควบคุมทุกอำเภอใน 13 จังหวัด ซึ่งแบ่งออกเป็น   (1) จังหวัดทางภาคเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน   (2) จังหวัดทางภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สตูล  3. หนังสืออนุญาตให้จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงสภาพให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ของปีที่ออกหนังสืออนุญาต ถ้าผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ยื่นคำขอก่อนหนังสืออนุญาตสิ้นอายุ    หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการต่ออายุหนังสืออนุญาต  1. เมื่อผู้ขอได้รับหนังสืออนุญาตฯ ประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุก่อนหนังสืออนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่อหนังสืออนุญาตนั้น  2. การต่อหนังสืออนุญาตให้ต่ออายุได้ 4 ครั้ง เมื่อครบแล้วจะต้องยื่นคำขอใหม่  3. ให้ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุหนังสือ ยื่นคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาตฯ พร้อมทั้งหนังสืออนุญาตที่ใช้อยู่ต้นฉบับ ต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในท้องที่นั้นก่อนวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของหนังสืออนุญาตฯ ในปีนั้น สำหรับแบบคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาตฯ เป็นไปตามแบบที่จังหวัดกำหนด  4. ผู้ฝ่าฝืนไม่ยื่นต่ออายุหนังสืออนุญาต โดยยังคงประกอบกิจการอยู่ต่อไป ให้ขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนนั้นทันที ในข้อหาฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบันที่ 7) พ.ศ.2522 และ(ฉบับที่ 8) พ.ศ.2525 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 ซึ่งมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่กระทำผิดซ้ำให้ระวางโทษเป็นทวีคูณ  หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขออนุญาตนำ ขนย้าย  1. การนำหรือการขนย้ายโภคภัณฑ์แต่ละครั้งต้องได้รับอนุญาตทุกครั้งที่นำ ขนย้าย และผู้นำหรือขนย้ายต้องนำหนังสืออนุญาตนั้นกำกับการนำหรือขนย้ายไปด้วยทุกครั้ง  2. หนังสืออนุญาตนำหรือขนย้าย กรดแอซิติกนี้ ให้นำกำกับไปในเวลาขนย้ายด้วยทุกครั้ง โดยให้ผู้ได้รับอนุญาตมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตให้ผู้ขับขี่หรือควบคุมยานพาหนะ นำติดตัวไปกับยานพาหนะที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตและให้ทำการนำขนย้ายได้เพียงครั้งเดียวเต็มตามจำนวนที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตฉบับนี้  3. เมื่อนำหรือขนย้ายโภคภัณฑ์ถึงท้องที่ปลายทางซึ่งเป็นท้องที่ควบคุมแล้วให้ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตหรือผู้ขับขี่หรือควบคุมยานพาหนะแล้วแต่กรณี นำหนังสืออนุญาตไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่นั้นตรวจและรับรองก่อนการจำหน่าย ครอบครอง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงสภาพ เว้นแต่กรณีการนำหรือขนย้ายออกไปยังสถานที่ซึ่งอยู่นอกที่ควบคุม  4. เมื่อประสงค์จะขออนุญาตนำหรือขนย้ายคราวต่อไป ต้องนำหนังสืออนุญาตฉบับที่มีรายการตรวจสอบและรับรองมาแสดงด้วยทุกครั้ง    5. หนังสืออนุญาตที่ได้รับแล้ว หากไม่สามารถนำหรือขนย้ายภายในเวลาที่กำหนดไว้ หรือไม่ประสงค์ที่จะนำหรือ ขนย้ายต่อไป ให้ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตนำหนังสืออนุญาตฉบับนี้คืนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ยื่นขออนุญาต  6. หนังสืออนุญาตฉบับนี้ใช้สำหรับการนำหรือขนย้ายได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  (รายละเอียดตาม พรบ.และพรฏ.)  หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-16T15:39:22"],
    [421,"94e56e16-8858-4913-8c40-962cf0569966","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาตนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพสารกาเฟอีน หรือเกลือของสารกาเฟอีน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-78b9-4736-878c-edf6e0ffd225",1,0,19,"1. กำหนดให้สารกาเฟอีน (Caffeine) ชื่อทางเคมี 3, 7-Dihydro-1, 3, 7-trimethyl-1H-purine-2, 6-dione; 1, 3, 7-trimethylxanthine; 1, 3, 7 -trimethyl-2, 6-di-oxopurine, caffeine;thein;guaranine;methyltheobromine; สูตรทางเคมี C8 H10 N4 O2 และเกลือของสารดังกล่าวตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 2939.30 และ 3003.40 ยกเว้นอนุพันธ์สารกาเฟอีนและยาสำเร็จรูปที่มีสารกาเฟอีนผสมอยู่ ซึ่งมีใบอนุญาตนำเข้าและขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เป็นโภคภัณฑ์ควบคุม ห้ามมิให้ผู้ใดนำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพ เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาต จากอธิบดีกรมการค้าภายในหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี  2. บุคคลซึ่งมีสิทธิขออนุญาตตามพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2545 ได้แก่   2.1 ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้า หรือส่งออกสารกาเฟอีนจากกรมการค้าต่างประเทศ   2.2 ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตยาที่มีสารกาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ   2.3 ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตอาหารหรือผู้ได้รับอนุญาตเลขสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานของผู้ผลิตเครื่องดื่มผสมสารกาเฟอีน   2.4 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบอุตสาหกรรมผลิตกระดาษพิมพ์เขียวที่ใช้สารกาเฟอีนเป็นวัตถุดิบ   2.5 ผู้ที่จำเป็นต้องใช้สารกาเฟอีนในการทดลอง โดยมีหนังสือรับรองจากสํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข  3. วิธีการในการขออนุญาตฯ เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขออนุญาต นำ ขนย้าย จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงสภาพสารกาเฟอีน (Caffeine) หรือเกลือของสารกาเฟอีน (รายละเอียดตามประกาศ) โดยให้ระบุรายละเอียดในคำขอให้ชัดเจน ดังนี้     1) ระบุชนิดของสารกาเฟอีน เช่น ไฮเตรส     2) ระบุชนิดของเกลือสารกาเฟอีน        3) ระบุส่วนประกอบอื่นและปริมาณสารกาเฟอีนที่ผสมอยู่     4) ระบุชื่อทางหลวงหรือชื่อถนน กรณีขออนุญาตนำ หรือขนย้าย  4. หนังสืออนุญาตให้จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงสภาพ ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ของปีที่ออกหนังสืออนุญาต ถ้าผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ยื่นคำขอก่อนหนังสืออนุญาตสิ้นอายุ  5. ผู้ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพ สารกาเฟอีน (Caffeine) หรือเกลือของสารกาเฟอีน ให้จัดทำรายงานปริมาณการจำหน่ายมีไว้ในครอบครอง ใช้ เปลี่ยนแปลงสภาพ สถานที่เก็บ ชื่อและที่อยู่ของ ผู้ซื้อและแหล่งที่มาของสารกาเฟอีน (Caffeine) หรือเกลือของสารกาเฟอีน  6. การนำ หรือขนย้ายโภคภัณฑ์ตามที่กำหนดนี้ ต้องได้รับหนังสืออนุญาตทุกครั้ง และผู้นำหรือขนย้ายต้องนำหนังสืออนุญาตกำกับการนำหรือขนย้ายไปด้วยทุกครั้ง  หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  &ldquo;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ&rdquo;","2025-01-16T15:39:58"],
    [422,"94e56e16-8d8b-4767-b4e5-fe4a96cdd1ca","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาต/ ขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ (ผู้ส่งออกทั่วไป) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-7f2d-4b35-b8a0-e319aba1388e",8,50000,9,"1.ผู้ที่จะประกอบการส่งออกข้าว ต้องได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทส่งไปจำหน่ายต่างประเทศก่อนนำหนังสืออนุญาตฯ ไปติดต่อดำเนินการส่งออกข้าวที่กรมการค้าต่างประเทศต่อไป    2.กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ มี 3 ประเภท ได้แก่  (1) ผู้ส่งออกทั่วไป ได้แก่ บริษัท รัฐวิสาหกิจ สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่จัดตั้งตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ     กรณีผู้ส่งออกทั่วไปที่เป็นบริษัทต้องมีคุณสมบัติ ได้แก่     (ก)ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท     (ข) ต้องมีจำนวนกรรมการบริษัทเกินครึ่งหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย และต้องมีบุคคลสัญชาติไทยอย่างน้อย 1 คนลงชื่อในคำขออนุญาต     (ค) ต้องมีสถานที่เก็บข้าวสารที่มีความจุได้ไม่น้อยกว่า 500 ตัน กรณีบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 20 ล้านบาท และไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน กรณีบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 20 ล้านบาท  (2) ผู้ส่งออกข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อ ได้แก่ บุคคลธรรมดา บริษัท รัฐวิสาหกิจ สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่จัดตั้งตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ สำหรับข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อที่มีน้ำหนักข้าวสารสุทธิไม่เกิน 12 กก. ต่อกล่องหรือหีบห่อ  (3) ผู้ส่งออกชายแดน ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชายแดนติดต่อกับต่างประเทศ และมีวัตถุประสงค์ในการค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศเฉพาะประเทศที่มีชายแดนติดต่อประเทศไทย    3. กรณีการขออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทผู้ส่งออกทั่วไปซึ่งเป็นบริษัท เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบสถานที่เก็บข้าวตามหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้ยื่นไว้ก่อน จึงจะถือว่าเอกสารหลักฐานครบถ้วนที่สามารถพิจารณาออกใบอนุญาตให้ได้เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อมาชำระค่าธรรมเนียมและรับหนังสืออนุญาตต่อไป    4. หนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่พิจารณาออกหนังสืออนุญาต    5. การขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวจะต้องยื่นคำขอก่อนหนังสืออนุญาตสิ้นอายุ พร้อมหนังสืออนุญาตฉบับเดิมและเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาต    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    7. กรณีมีผู้มาติดต่อในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก หรือมาติดต่อหลังเวลา 13.00 น. อาจส่งผลให้การดำเนินการตามระยะเวลาในคู่มือล่าช้าออกไปเป็นในวันทำการถัดไป","2022-03-11T11:44:20"],
    [423,"94e56e16-9269-4ced-978a-8f7aa050615b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาต/ ขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ (ผู้ส่งออกข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อ / ผู้ส่งออกชายแดน) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-853a-40a5-8afc-a66b729ae377",1,5000,10,"1.ผู้ที่จะประกอบการส่งออกข้าว ต้องได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทส่งไปจำหน่ายต่างประเทศก่อนนำหนังสืออนุญาตฯ ไปติดต่อดำเนินการส่งออกข้าวที่กรมการค้าต่างประเทศต่อไป    2.กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ มี 3 ประเภท ได้แก่  (1) ผู้ส่งออกทั่วไป ได้แก่ บริษัท รัฐวิสาหกิจ สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่จัดตั้งตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ   กรณีผู้ส่งออกทั่วไปที่เป็นบริษัทต้องมีคุณสมบัติ ได้แก่   (ก)ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท   (ข) ต้องมีจำนวนกรรมการบริษัทเกินครึ่งหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย และต้องมีบุคคลสัญชาติไทยอย่างน้อย 1 คนลงชื่อในคำขออนุญาต   (ค) ต้องมีสถานที่เก็บข้าวสารที่มีความจุได้ไม่น้อยกว่า 500 ตัน กรณีบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 20 ล้านบาท และไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน กรณีบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 20 ล้านบาท  (2) ผู้ส่งออกข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อ ได้แก่ บุคคลธรรมดา บริษัท รัฐวิสาหกิจ สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่จัดตั้งตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ สำหรับข้าวสารบรรจุกล่องหรือหีบห่อที่มีน้ำหนักข้าวสารสุทธิไม่เกิน 12 กก. ต่อกล่องหรือหีบห่อ  (3) ผู้ส่งออกชายแดน ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชายแดนติดต่อกับต่างประเทศ และมีวัตถุประสงค์ในการค้าข้าวส่งไปจำหน่ายต่างประเทศเฉพาะประเทศที่มีชายแดนติดต่อประเทศไทย    3. กรณีการขออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวประเภทผู้ส่งออกทั่วไปซึ่งเป็นบริษัท เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบสถานที่เก็บข้าวตามหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้ยื่นไว้ก่อน จึงจะถือว่าเอกสารหลักฐานครบถ้วนที่สามารถพิจารณาออกใบอนุญาตให้ได้เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อมาชำระค่าธรรมเนียมและรับหนังสืออนุญาตต่อไป    4. หนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่พิจารณาออกหนังสืออนุญาต    5. การขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวจะต้องยื่นคำขอก่อนหนังสืออนุญาตสิ้นอายุ พร้อมหนังสืออนุญาตฉบับเดิมและเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาต    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    7. กรณีมีผู้มาติดต่อในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก หรือมาติดต่อหลังเวลา 13.00 น. อาจส่งผลให้การดำเนินการตามระยะเวลาในคู่มือล่าช้าออกไปเป็นในวันทำการถัดไป","2022-03-11T11:45:29"],
    [424,"94e56e16-8ae9-4482-a449-19e5ccc49ccc","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขอตั้งราคาและการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-7bee-4e27-a18c-3000dd263ac1",15,0,12,"1) การยื่นแบบแจ้งให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการของสินค้านั้นๆ หากเป็นเอกสารที่มีหลายรายการให้ใช้ใบแนบตามตารางตามแบบที่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการกำหนด โดยเอกสารทุกฉบับ ทุกหน้า ต้องมีตราประทับของธุรกิจ การลงนามของผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายและวันที่ด้วย    2) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    3) ตามระเบียบคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการพิจารณา  การตั้งราคาและการเปลี่ยนแปลงรายการหรือราคาที่แจ้งไว้ พ.ศ. 2545 กำหนดให้กรณีมีความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณา  คำขอตั้งราคาและการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน สามารถขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีก  ไม่เกิน 15 วัน","2022-04-06T22:52:46"],
    [425,"94e56e16-9485-4baa-acfe-a61386c1be9e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การแจ้งเลิกประกอบการค้าข้าว [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-883b-4f09-8b4f-d2648d52bbde",1,200,8,"1. การเลิกประกอบการค้าข้าวต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกประกอบการค้าข้าว    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ  บริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่อง  ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสาร  หลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ  จะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ  ไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-11T11:45:46"],
    [426,"94e56e16-8ffc-4288-b409-6c92d9306445","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาต/ ขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว (ประเภทนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ สีข้าว  นายหน้าค้าข้าว  ขายส่ง ท่าข้าว และอื่นๆ) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-8268-4bce-b376-76f0b177e64c",1,5000,11,"1.ผู้ที่จะประกอบการค้าข้าวประเภทนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ/ประเภทโรงสีที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 5 ตันต่อวันขึ้นไป/ ประเภทนายหน้าค้าข้าว/ ประเภทขายส่ง/ ประเภทท่าข้าว ต้องได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวก่อน จึงจะประกอบการค้าข้าวได้    2.ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ได้แก่ ผู้ที่นำเข้าข้าวจากต่างประเทศมาเพื่อทำการค้า    3. ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทนายหน้าค้าข้าว ได้แก่ ผู้ทำการค้าข้าวซึ่งเป็นผู้ค้าคนกลางระหว่างโรงสีและผู้ค้าส่งหรือผู้ส่งออกต่างประเทศ    4. ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทขายส่ง ได้แก่  (1) ผู้ขายข้าวให้ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทขายปลีก  (2) ผู้ขายข้าวเฉลี่ยได้เดือนหนึ่งสำหรับข้าวเปลือกไม่น้อยกว่า 40 ตัน หรือข้าวอย่างอื่นไม่น้อยกว่า 25 ตัน  (3) ผู้ขายข้าวโดยมีข้าวในครอบครองสำหรับข้าวเปลือกไม่น้อยกว่า 5 ตัน หรือข้าวอย่างอื่นไม่น้อยกว่า 10 ตัน    5.ผู้ประกอบการค้าข้าวประเภทท่าข้าว ได้แก่ ผู้ค้าข้าวที่มีสถานที่จัดไว้เพื่อการค้าข้าว และรวมถึงตลาดกลางข้าวเปลือกด้วย    6.หนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่พิจารณาออกหนังสืออนุญาต    7. การขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวจะต้องยื่นคำขอก่อนหนังสืออนุญาตสิ้นอายุ พร้อมหนังสืออนุญาตฉบับเดิมและเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาต    8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม  ภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    9. กรณีมีผู้มาติดต่อในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก หรือมาติดต่อหลังเวลา 13.00 น. อาจส่งผลให้การดำเนินการตามระยะเวลาในคู่มือล่าช้าออกไปเป็นในวันทำการถัดไป","2022-03-11T11:45:06"],
    [427,"94e56e16-96fe-44ac-9602-fe8ae132056b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขอเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสืออนุญาต/ ขอใบแทนหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-8b3d-46ac-afb8-7c24662dd662",1,5000,12,"1.กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าว ให้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมหนังสืออนุญาตฉบับเดิมและหลักฐานแสดงการเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสืออนุญาต    2.กรณีหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวชำรุด ถูกทำลาย สูญหาย ให้ยื่นคำขอใบแทนหนังสืออนุญาต พร้อมหนังสืออนุญาตฉบับเดิม (กรณีชำรุด/ ถูกทำลาย) หรือหลักฐานการแจ้งความของสูญหายต่อพนักงานสอบสวน (กรณีสูญหาย)    3.การยื่นขอเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสืออนุญาต/ขอใบแทน ให้ยื่นคำขอภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสืออนุญาต หรือทราบถึงการชำรุด ถูกทำลาย หรือสูญหาย    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    5. กรณีมีผู้มาติดต่อในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก หรือมาติดต่อหลังเวลา 13.00 น. อาจส่งผลให้การดำเนินการตามระยะเวลาในคู่มือล่าช้าออกไปเป็นในวันทำการถัดไป","2022-03-11T11:46:06"],
    [428,"94e56e16-99ae-4e55-a409-fbf58a12e638","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การขออนุญาต/ขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานข้าวหอมมะลิบรรจุถุงจำหน่ายภายในประเทศของกรมการค้าภายใน (รูปพนมมือ) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-8ea0-45e1-ac7c-7838d16fde04",90,0,10,"1.ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายข้าวหอมมะลิบรรจุถุงซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประสงค์จะขออนุญาตใช้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานรูปพนมมือของกรมการค้าภายใน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    (1) ประเภทเครื่องหมายรับรองมาตรฐานทั่วไป ได้แก่ (ก) เป็นผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว พ.ศ.2489 (ข) เป็นเจ้าของหรือมีสิทธิใช้ชื่อทางการค้า ตรา หรือเครื่องหมายการค้าที่ยื่นขอการรับรองมาตรฐาน (ค) เป็นสมาชิกสมาคมการค้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบวิสาหกิจข้าวสารบรรจุถุง ยกเว้น รัฐวิสาหกิจ บริษัทจำกัดที่ทางราชการหือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือหุ้น สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร  (2) ประเภทเครื่องหมายรับรองมาตรฐานดีพิเศษ ได้แก่ (ก) เป็นผู้มีคุณสมบัติในการขออนุญาตใช้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานทั่วไป หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานทั่วไปแล้ว (ข) เป็นผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายข้าวจากผู้ผลิตซึ่งได้รับมาตรฐานระบบการจัดการสุขลักษณะโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่ดี (GMP) หรือมาตรฐานระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร (HACCP) หรือ มาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพ (ISO)    2.เครื่องหมายรับรองมาตรฐานรูปพนมมือเป็นเครื่องหมายราชการ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนจึงจะสามารถใช้เครื่องหมายรับรองดังกล่าวได้    3.ผู้ยื่นขออนุญาตต้องส่งตัวอย่างข้าวให้ตรวจสอบคุณภาพตัวอย่างละ 5 กก. เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตด้วย    4.หนังสืออนุญาตมีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต การขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ยื่นคำขอก่อนวันสิ้นอายุ พร้อมเอกสารหลักฐานเช่นเดียวกับการขออนุญาต    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    6. กรณีมีผู้มาติดต่อในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก หรือมาติดต่อหลังเวลา 13.00 น. อาจส่งผลให้การดำเนินการตามระยะเวลาในคู่มือล่าช้าออกไปเป็นในวันทำการถัดไป","2022-03-11T11:46:28"],
    [429,"94e56e16-9c10-4ffc-9948-51354a005b0c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การตรวจสอบเพื่อติดแถบผนึกแสดงการยกเว้นการให้คำรับรองส่วนประกอบของเครื่องชั่ง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d25-91b3-4838-8c9c-3f866693c9fc",1,0,1,"1.เพื่อให้การกำกับดูแลการใช้เครื่องชั่งแบบดิจิทัลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เป็นเครื่องมือของการฉ้อโกงได้สะดวก และเกิดความเป็นธรรมทางการค้าผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย หรือผู้ซ่อมส่วนประกอบของเครื่องชั่งที่เป็นส่วนชั่งน้ำหนัก หรือส่วนแสดงค่าที่ต่อออกมาภายนอก (Remote Display)ที่ใช้กับเครื่องชั่งแบบแท่นชั่งที่ติดตรึงอยู่กับที่ซึ่งมีพิกัดกำลังตั้งแต่ยี่สิบเมตริกตันขึ้นไปที่เป็นระบบดิจิทัล แจ้งรุ่นซึ่งระบุ เลขลำดับ พิกัดกำลัง จำนวนเครื่อง พร้อมเอกสารแสดงการใช้ รายละเอียดทางเทคนิคหรือคุณลักษณะเฉพาะ มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อติดแถบผนึกแสดงการยกเว้นการให้คำรับรอง ก่อนนำออกจำหน่วยหรือส่งมอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแต่อย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ผลิต หรือวันที่รับมอบไปจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายศุลกากร หรือวันที่ซ่อมเสร็จ โดยยื่น แบบแจ้งตามประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต นำเข้า ขาย และซ่อม ส่วนประกอบของเครื่องชั่งที่เป็นส่วนชั่งน้ำหนัก พ.ศ. 2548 หรือแบบแจ้งตามประกาศกรมการค้าภายใน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจสอบให้คำรับรองเครื่องชั่งที่มีส่วนแสดงค่าที่ต่อออกมาภายนอก (Remote Display) พ.ศ. 2556    2.เงื่อนไขการขอรับบริการ          2.1 ในการขอรับบริการ ผู้ยื่นคำขอต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าที่กลุ่มมาตรฐานเครื่องชั่ง โทร.0 2547 4345 เพื่อขอรับบริการ กรณีที่ไม่ได้นัดหมาย ผู้ยื่นคำขอจะได้รับบริการแค่ในส่วนการยื่นแบบคำขอ และทำการนัดหมายเพื่อมารับบริการในการตรวจสอบส่วนประกอบของเครื่องชั่ง          2.2 ผู้มารับบริการจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มาพร้อมกับส่วนประกอบของเครื่องชั่งที่จะตรวจสอบด้วย          2.3 ในกรณีที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องชั่งรุ่นใหม่ ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือส่วนประกอบของเครื่องชั่งที่มีปรับปรับปรุงแก้ไขให้ต่างไปจากต้นแบบที่ขึ้นทะเบียนไว้ ผู้รับบริการต้องดำเนินการขอตรวจต้นแบบส่วนประกอบของเครื่องชั่งดังกล่าวก่อน","2022-04-06T22:52:46"],
    [430,"94e56e16-9fa6-46d4-a1c1-d386ee45fd94","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การตรวจสอบความเที่ยงตุ้มน้ำหนัก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d25-94a4-410d-9c46-7110185bf6b3",1,600,6,"1.ผู้ที่มีความประสงค์ขอตรวจสอบความเที่ยงตุ้มน้ำหนักมวลใหญ่ (ตุ้มน้ำหนักเหล็กหล่อ) ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด วิธีการยื่นคำขอ การนัดหมาย และการนำตุ้มน้ำหนักมาตรวจสอบ ดังนี้       1.1 ผู้รับบริการต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสาร และชำระค่าธรรมเนียม ผ่าน Pay-in Slip ก่อนถึงวันที่นัดหมายนำตุ้มน้ำหนักมาตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2 วัน โทร 02-547-4345 E-mail : cbwm_bo104@hotmail.com      1.1 ให้ทำความสะอาดตุ้มน้ำหนักโดยการพ่นทรายหรือวิธีขัดเพื่อให้สีเก่าและสนิมออกให้หมดพ่นสีกันสนิมหรือทาสีกันสนิมเป็นการรองพื้นผิวของตุ้มน้ำหนักให้ทั่วทุกด้านให้พ่นหรือทาสีพื้นผิวของตุ้มน้ำหนักให้ทั่วทุกด้าน     1.2 ให้พ่นสีระบุหมายเลขประจำตุ้มน้ำหนัก     1.3 ให้นำตุ้มน้ำหนักที่จะทำการสอบเทียบมาที่ห้องปฏิบัติการทางมวลเพื่อปรับอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง ตามวัน-เวลา ที่กำหนด     1.4 ต้องจัดพนักงานมาช่วยเจ้าหน้าที่ในการยก-วางตุ้มน้ำหนักและทำการปรับแต่งน้ำหนักของตุ้มน้ำหนักให้ถูกต้อง ในกรณีที่ผู้รับบริหารไม่ได้จัดพนักงานมาปรับแต่งน้ำหนัก ผู้ให้บริการจะพิจารณา ยกเลิกการตรวจสอบในวันนั้น และกำหนดวันนัดตรวจใหม่เมื่อผู้รับบริหารพร้อม","2022-04-06T22:52:46"],
    [431,"94e56e16-a1b7-4b59-9646-e8770d55653b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การตรวจสอบให้คำรับรองเครื่องชั่ง และตุ้มน้ำหนัก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-9754-426f-a979-ed56ba4e9ed2",2,50,1,"ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้อื่น หรือการให้บริการชั่ง ตวงหรือวัด หรือการใช้เครื่องชั่งตวงวัดเพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าตอบแทน ค่าภาษีอากรและค่าธรรมเนียม ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่มีการให้คำรับรอง หรือรับรองสิ้นอายุแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจ ผลิต นำเข้า ขาย หรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่มีการให้คำรับรอง นำเครื่องชั่งตวงวัดมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองภายในกำหนดเวลา ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542","2022-04-06T22:52:46"],
    [432,"94e56e16-a3d7-4d79-8d7d-a2c73d019adf","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมการค้าภายใน","การตรวจสอบให้คำรับรองและตรวจสอบความเที่ยงเครื่องวัดความชื้นข้าว [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-9a2d-4b79-b77c-6656e6e7d6cd",20,50,4,"ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้อื่น หรือการให้บริการชั่ง ตวงหรือวัด หรือการใช้เครื่องชั่งตวงวัดเพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าตอบแทน ค่าภาษีอากรและค่าธรรมเนียม ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่มีการให้คำรับรอง หรือรับรองสิ้นอายุแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจ ผลิต นำเข้า ขาย หรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่มีการให้คำรับรอง นำเครื่องชั่งตวงวัดมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองภายในกำหนดเวลา ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542    1. ผู้รับบริการกรุณาติดต่อขอรับบริการล่วงหน้า ที่เบอร์ 02-507-6570 หรือ 02-507-6572 E-mail : agrimeter.dit@gmail.com  2. กรณีผู้รับบริการต้องการสอบเทียบเครื่องวัดความชื้นข้าวโดยใช้ผลิตภัณฑ์ข้าวนอกเหนือจากที่หน่วยงานสอบเทียบมี ผู้รับบริการต้องนำผลิตภัณฑ์ข้าวดังกล่าวมาให้หน่วยงานสอบเทียบ อย่างน้อย 5 กิโลกรัม โดยนำมาให้ก่อนวันที่นำเครื่องมาส่งสอบเทียบอย่างน้อย 14 วัน","2022-04-06T22:52:46"],
    [433,"94e56e16-b18a-4845-a0af-e9693e370638","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การโอนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-a8b8-4d3b-9e84-dc1092713c69",2,250,7,"1. สัญญาโอนสิทธิบัตร คือ สัญญาที่ผู้โอนสิทธิได้ให้สิทธิแก่ผู้รับโอนสิทธิ ได้แก่ สิทธิในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว โดยโอนสิทธิไม่เกินอายุความคุ้มครอง 10 ปี นับจากวันยื่นจดทะเบียน และต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบัน ถ้ายังไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีจะดำเนินการโอนสิทธิไม่ได้    - ในกรณีที่เอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ จะออกหนังสือแจ้งถึงผู้รับโอนสิทธิให้ดำเนินการนำส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอเพิ่มเติม โดยนำมาส่งที่กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ    - ในกรณีที่ผู้รับโอนสิทธิ ยังไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีให้เป็นปัจจุบัน กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ จะออกหนังสือแจ้งถึงผู้รับโอนสิทธิให้ทราบว่ายังไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนการโอนสิทธิได้ เนื่องจากยังไม่ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมรายปีให้เป็นปัจจุบัน    - ในกรณีที่ผู้รับโอนสิทธิ ยังไม่ได้มีการชำระค่าธรรมเนียมรายปีที่ 5-10 กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ จะออกหนังสือแจ้งให้ผู้รับโอนสิทธิทราบว่ายังไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนการโอนสิทธิได้ เนื่องจากถูกเพิกถอนกรณีไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียม      หมายเหตุ          1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนแล้ว          2. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย          3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆไป          4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือ    หลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน          5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย          6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง          7. ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือมีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอ (เจ้าของคำขอ) หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง เนื่องจากได้ทำการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอแทนและมีอำนาจลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอด้วย หากไม่มีหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจรับคำขอได้         8. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆผ่านทางอินเทอร์เน็ตและปรากฏว่าคำขอไม่ถูกต้องครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาเดียวกันกับการนำส่งคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆที่ได้ยื่นทางอินเทอร์เน็ตมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเลขที่คำขอและวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและระยะเวลาดังกล่าวผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) ที่ผู้ยื่นคำขอได้ให้ไว้ภายในวันทำการถัดไป","2024-01-03T10:33:36"],
    [434,"94e56e16-b478-474c-8dcd-c0849a6163c6","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d25-ac60-4e1e-92aa-beb963719349",481,0,13,"เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ต้องเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย รวมทั้งไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว    เงื่อนไขเพิ่มเติม  1. บันทึกข้อตกลง                            กรณีคำขอมีข้อบกพร่องหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในทันที หากผู้ขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกข้อบกพร่องหรือรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ และให้มีการลงนามเจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ขอจดทะเบียนในบันทึกนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้แก่ผู้ขอเพื่อเป็นหลักฐาน                          หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย    2. การขอคืนค่าธรรมเนียม                             กรณีผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกิน ซึ่งการชำระดังกล่าว เกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป        3. e - Filing                            กรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขอจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filling)        4. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีปกติ                            ให้แนบภาพถ่ายหนังสือตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกันด้วย แบ่งได้ 2 กรณีย่อย ดังนี้                          4.1) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ                          - สำหรับการรับรองลายมือชื่อเพียงอย่างเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานฑูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจเป็นผู้รับรอง                          - สำหรับการรับรองลายมือชื่อหรือรับรองการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ให้หัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ โนตารีปับลิกหรือบุคคลซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นระบุให้เป็นผู้มีอำนาจเป็นพยานในเอกสารเป็นผู้รับรอง                          4.2) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง         5. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีเฉพาะให้ยื่นคำขอเท่านั้น                            กรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้น มีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกความบกพร่องแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนได้พร้อมแนบบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์เพราะหากคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้         6. การนำส่งเอกสาร                            6.1) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมดมายื่นในคราวเดียวกัน                          6.2) กรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย                          6.3) กรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง                          6.4) กรณีที่ผู้ขอจะต้องส่งต้นฉบับเอกสาร หากเป็นยื่นคำขอในเรื่องเดียวกันพร้อมกันหลายคำขอ ให้ผู้ขอส่งต้นฉบับเอกสารเพียงคำขอเดียว และในคำขออื่นๆอนุญาตให้ส่งเป็นสำเนาเอกสารได้ แต่ผู้ขอจะต้องระบุในสำเนาเอกสารว่าต้นฉบับอยู่ในคำขอใด","2024-01-03T10:32:08"],
    [435,"94e56e16-b73f-484c-a378-487a12665df4","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-afde-4908-b29a-66988962e02a",3,50,6,"เมื่อผู้ขอรับสิทธิบัตร ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ขอรับสิทธิบัตรหลังรับจดทะเบียน (กรณีแก้ไขเอง) คือเปลี่ยนแปลง ชื่อ-สกุล ที่อยู่ ของผู้ขอรับสิทธิบัตร หรือตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอรับสิทธิบัตร    - ในกรณีที่เอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ จะออกหนังสือแจ้งถึงผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอรับสิทธิบัตร ให้ดำเนินการนำส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอเพิ่มเติม โดยนำมาส่งที่กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ         หมายเหตุ          1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนแล้ว          2. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย          3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆไป          4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือ    หลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน          5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย          6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง          7. ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือมีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอ (เจ้าของคำขอ) หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง เนื่องจากได้ทำการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอแทนและมีอำนาจลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอด้วย หากไม่มีหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจรับคำขอได้          8. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆผ่านทางอินเทอร์เน็ตและปรากฏว่าคำขอไม่ถูกต้องครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาเดียวกันกับการนำส่งคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆที่ได้ยื่นทางอินเทอร์เน็ตมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเลขที่คำขอและวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและระยะเวลาดังกล่าวผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) ที่ผู้ยื่นคำขอได้ให้ไว้ภายในวันทำการถัดไป","2024-01-03T10:33:22"],
    [436,"94e56e16-ba73-46dd-9899-b2ab31ce4ae3","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-b3a4-43b0-be5f-b36fd8162d3e",4,250,5,"1. สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตร คือ สัญญาที่ผู้ให้สิทธิได้ให้สิทธิเฉพาะอย่างแก่ผู้ขอใช้สิทธิ ได้แก่ สิทธิในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว โดยอนุญาตให้ใช้สิทธิไม่เกินอายุความคุ้มครอง 10 ปี นับจากวันยื่นจดทะเบียน และต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบัน ถ้ายังไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี จะดำเนินการอนุญาตให้ใช้สิทธิไม่ได้    - ในกรณีที่เอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ จะออกหนังสือแจ้งถึงผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิให้ดำเนินการนำส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอเพิ่มเติม โดยนำมาส่งที่กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ    - ในกรณีที่ผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ ยังไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีไม่เป็นปัจจุบัน กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ จะออกหนังสือแจ้งถึงผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิให้ทราบว่ายังไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนการอนุญาตให้ใช้สิทธิได้ เนื่องจากต้องให้ผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมรายปีให้เป็นปัจจุบัน    - ในกรณีที่ผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ ยังไม่ได้มีการชำระค่าธรรมเนียมรายปีที่ 5-10 กลุ่มสารบบ หนังสือสำคัญฯ จะออกหนังสือแจ้งให้ผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิทราบว่ายังไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนการอนุญาตให้ใช้สิทธิได้ เนื่องจากถูกเพิกถอนกรณีไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียม           2. ผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ สามารถยื่นแบบคำขอ ณ งานบริการและตรวจรับคำขอจดทะเบียน ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิมีภูมิลำเนา พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วนโดยเสียค่าธรรมเนียมจำนวน 250 บาท    หมายเหตุ          1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนแล้ว          2. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย          3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆไป          4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือ    หลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน          5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย          6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง          7. ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือมีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอ (เจ้าของคำขอ) หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง เนื่องจากได้ทำการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอแทนและมีอำนาจลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอด้วย หากไม่มีหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจรับคำขอได้         8. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆผ่านทางอินเทอร์เน็ตและปรากฏว่าคำขอไม่ถูกต้องครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาเดียวกันกับการนำส่งคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆที่ได้ยื่นทางอินเทอร์เน็ตมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเลขที่คำขอและวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและระยะเวลาดังกล่าวผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) ที่ผู้ยื่นคำขอได้ให้ไว้ภายในวันทำการถัดไป","2024-01-03T10:32:21"],
    [437,"94e56e16-c1f4-44e8-9087-d036d9d6183e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การชำระค่าธรรมเนียมรายปีสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-bd91-4194-a44f-1125c2fdd84b",1,7500,2,"สิทธิบัตร/สิทธิบัตรการออกแบบ/อนุสิทธิบัตร 4 ปีแรกคุ้มครองให้ฟรีเริ่มจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีตั้งแต่ปีที่ 5 ผู้ทรงสิทธิบัตรมีหน้าที่ ที่จะต้องมาดำเนินการเพื่อคงไว้ ซึ่งสิทธิบัตรนั้นตามกฎหมายซึ่งกำหนดให้มีการชำระค่าธรรมเนียมรายปีเริ่มตั้งแต่ปีที่ 5 ของอายุสิทธิบัตร (สิทธิบัตรออกแบบมีอายุการคุ้มครอง 10 ปี) และต้องชำระภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นระยะเวลาของปีที่ 5 และของทุกๆปีต่อไป กองสิทธิบัตรออกแบบจะมีหนังสือแจ้งเตือนชำระรายปีให้ผู้ขอ    มาชำระค่าธรรมเนียมก่อนถึงวันครบกำหนด 3 เดือน ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นชำระค่าธรรมเนียมรายปีต่อเจ้าหน้าที่ ณ ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือส่งทางไปรณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงกองสิทธิบัตรออกแบบ กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมเอกสารแนบต่างๆ ในกรณีผู้ขอไม่มาชำระค่าธรรมเนียมรายปีภายใน 60 วัน (นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดรอบปี) ผู้ขอยังสามารถชำระค่าธรรมเนียมรายปีได้โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ 30 โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีพร้อมทั้งค่าธรรมเนียมเพิ่มภายใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นกำหนดชำระ    หากทางผู้ขอยังไม่มาชำระค่าธรรมเนียมรายปีอีก กองสิทธิบัตรออกแบบจะดำเนินการ เสนอคณะกรรมการสิทธิบัตรสั่งเพิกถอนสิทธิบัตร กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามที่บทบัญญัติในมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.2522แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 กำหนดให้ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีสิทธิบัตรตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป    หมายเหตุ          1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนแล้ว          2. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย          3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆไป          4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือ    หลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน          5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย          6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง          7. ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือมีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอ (เจ้าของคำขอ) หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง เนื่องจากได้ทำการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอแทนและมีอำนาจลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอด้วย หากไม่มีหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจรับคำขอได้         8. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆผ่านทางอินเทอร์เน็ตและปรากฏว่าคำขอไม่ถูกต้องครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาเดียวกันกับการนำส่งคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คำร้อง หรือคำขออื่นๆที่ได้ยื่นทางอินเทอร์เน็ตมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเลขที่คำขอและวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและระยะเวลาดังกล่าวผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) ที่ผู้ยื่นคำขอได้ให้ไว้ภายในวันทำการถัดไป","2024-01-03T10:30:51"],
    [438,"94e56e16-f581-42f6-8f93-07e3c3f93a31","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-fb05-4f88-b530-014c07765d90",261,250,8,"คำจำกัดความ    อนุสิทธิบัตร หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์  เจ้าหน้าที่ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  อนุญาต หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บุคคลใดกระทำการใดที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อนกระทำการนั้นและให้หมายความรวมถึงการออกใบอนุญาต การอนุมัติ การจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การรับแจ้งการให้ประทานบัตรและการให้อาชญาบัตรด้วย  ผู้อนุญาต หมายความว่า ผู้ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจในการอนุญาต  พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ  คำขอ หมายความถึง บรรดาคำขอดังนี้    * คำขอรับอนุสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/อสป/001-ก]    * คำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/อสป/003-ก]    * คำขอเปลี่ยนแปลงประเภทของสิทธิ [แบบสป/อสป/004-ก]    * คำขอตรวจค้นคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรและคัดสำเนาเอกสาร [แบบสป/สผ/อสป/006-ก]    * คำรับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/อสป/001-ก(พ)]    * คำขออื่นๆ [แบบสป/สผ/อสป/011-ก]    ผู้รับบริการหรือยื่นคำขอ หมายถึง ประชาชนผู้รับบริการโดยตรง หรือหน่วยงานภาคเอกชน หรือภาครัฐที่มารับบริการจากหน่วยงานของรัฐ    หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    1. การประดิษฐ์ที่ขอรับอนุสิทธิบัตรได้ต้องประกอบไปด้วยลักษณะดังต่อไปนี้  1.1 เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่  1.2 เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม  1.3 การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สิทธิบัตรฯ นี้    (1) จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์ หรือพืช    (2) กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์    (3) ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์    (4) วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์    (5) การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี อนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน    2. คำขอรับอนุสิทธิบัตร ผู้ยื่นคำขอต้องมีรายละเอียดประกอบคำขอดังนี้    2.1 แบบพิมพ์คำขอ [แบบสป/สผ/อสป/001-ก]              2.2 รายละเอียดการประดิษฐ์ ต้องบรรยายรายละเอียดที่มีข้อความสมบูรณ์ รัดกุม และชัดแจ้งอันจะทำให้ผู้มีความชำนาญในระดับสามัญในศิลปะ หรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องสามารถทำและปฏิบัติตามการประดิษฐ์นั้นได้ ดังนี้    (1) ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์              (2) ระบุสาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์    (3) ภูมิหลังของศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้อง อันจะทำให้เข้าใจการประดิษฐ์นั้นดีขึ้นและเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ให้ระบุเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย (ถ้ามี)    (4) อธิบายลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์      (5) เปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์     (6) อธิบายรูปเขียนแต่ละรูปโดยย่อ (ถ้ามี)    (7) วิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด     2.3 ข้อถือสิทธิ ต้องระบุลักษณะของการประดิษฐ์ที่ผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรประสงค์จะขอความคุ้มครองโดยสมบูรณ์ รัดกุม และ  ชัดแจ้ง รวมทั้งต้องสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์    2.4 รูปเขียน (ถ้ามี) ต้องชัดแจ้ง สอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์และเป็นไปตามหลักวิชาการเขียนแบบ และให้หมายความรวมถึงแผนภูมิและแผนผังด้วย    2.5 บทสรุปการประดิษฐ์ ต้องสรุปสาระสำคัญของการประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผย หรือแสดงไว้ในรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ และรูปเขียน (ถ้ามี) โดยต้องระบุลักษณะทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์โดยย่อ แต่ต้องเป็นไปในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงปัญหาทางเทคนิค ตลอดจนการแก้ปัญหาโดยการประดิษฐ์และการใช้การประดิษฐ์นั้น    2.6 รายการอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 21    2.7 เอกสารประกอบคำขอ ตามที่ระบุในข้อ 14 ของ [แบบสป/สผ/อสป/001-ก]    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในการขอรับอนุสิทธิบัตรให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนด    1.1 คำขอรับอนุสิทธิบัตรต้องมีรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิและบทสรุปการประดิษฐ์ยื่นไปพร้อมกับคำขอและในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้สามารถเข้าใจการประดิษฐ์ได้ดีขึ้น ให้ผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรจัดให้มีรูปเขียนประกอบคำขอรับอนุสิทธิบัตรยื่นไปพร้อมกับคำขอด้วย    1.2 ในกรณีที่การประดิษฐ์ที่ขอรับอนุสิทธิบัตรเป็นการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับจุลชีพใหม่ รายละเอียดการประดิษฐ์ให้หมายถึงหนังสือรับรองการฝากเก็บจุลชีพและ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะ หรือคุณสมบัติของจุลชีพนั้นซึ่งออกให้โดยสถาบันรับฝากเก็บจุลชีพที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศรายชื่อเป็นคราวๆ ไป    2. การมอบอำนาจ    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2)  ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น         2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท         การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    1. ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอ หรือตัวแทนของผู้ขอทราบ เพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากพ้นระยะเวลาจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ ตามมาตรา 27 เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามเห็นสมควร    2. การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ทั้งนี้คำขอที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการตรวจสอบเบื้องต้นตามลำดับเสมือนการยื่นคำขอใหม่    3. ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบจะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม  พ.ศ.2561    4. ในกรณีคำขอถูกต้องหรือได้แก้ไขถูกต้องแล้วเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอมาดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการรับจดทะเบียนและออกอนุสิทธิบัตรและประกาศโฆษณาภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งสองครั้งหากครั้งที่สองไม่มาตามแจ้งจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอในการประกาศโฆษณาจะประกาศในหนังสือประกาศโฆษณาอนุสิทธิบัตร    5. เมื่อประกาศโฆษณาแล้วบุคคลอื่นที่มีส่วนได้?","2024-01-03T10:30:02"],
    [439,"94e56e16-fd17-45a2-8b05-0062b8e27a4e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองแบบผังภูมิของวงจรรวม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-ffa9-4fce-8751-a4921dc11be5",201,500,10,"คำจำกัดความ    วงจรรวม หมายความว่า ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูปที่ทำหน้าที่ทางอิเล็กทรอนิกส์อันประกอบด้วยชิ้นส่วนที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติการทางอิเล็กทรอนิกส์รวมอยู่ด้วยและส่วนเชื่อมต่อที่เชื่อมชิ้นส่วนเหล่านั้นทั้งหมด หรือบางส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งได้จัดวางเป็นชั้นในลักษณะที่ผสานรวมกันอยู่บน หรือในวัตถุกึ่งตัวนำชิ้นเดียวกัน    แบบผังภูมิ หมายความว่า แบบ แผนผัง หรือภาพที่ทำขึ้นไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบ หรือวิธีใดเพื่อให้เห็นถึงการจัดวางให้เป็น  วงจรรวม    หนังสือสำคัญแบบผังภูมิ หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองแบบผังภูมิตามพระราชบัญญัตินี้    การหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หมายความว่า การแสวงหาประโยชน์โดยการขาย ให้เช่า หรือโดยการกระทำอื่นใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใด และให้หมายความรวมถึงการนำเสนอเพื่อการแสวงหาประโยชน์ด้วย    ผู้ทรงสิทธิ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับหนังสือสำคัญแบบผังภูมิและให้หมายความรวมถึงผู้รับโอนด้วย    พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้    อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา         หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    1. ความถูกต้องและความชัดเจนในเนื้อหาสาระของแบบผังภูมิของวงจรรวมและการจัดเตรียมคำขอประกอบด้วย    - กรอกข้อความในแบบพิมพ์ แบบ บผ.1, บผ.1(ผ) หรือ บผ.1(Add) ให้ครบถ้วน    - แบบคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิของวงจรรวม พร้อมลงลายมือชื่อผู้ขอรับจดทะเบียน หรือตัวแทนและ    - ในกรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ออกแบบเองจะต้องกรอกข้อความในคำรับรองสิทธิขอจดทะเบียนแบบผังภูมิของวงจรรวม หรือกรณีผู้ขอเป็นชาวต่างชาติให้ใช้แบบ บผ.1(Add)    2. เตรียมเอกสารแสดงสิทธิในการขอจดทะเบียน    - ในกรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้รับโอนสิทธิ จะต้องแนบหนังสือโอนสิทธิที่มีลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน    - ในกรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้รับสิทธิโดยเหตุอื่น เช่น รับมรดก สัญญาจ้าง เป็นต้น ให้ยื่นเอกสารแสดงสิทธินั้นๆ    3. เตรียมหนังสือมอบอำนาจ ในกรณีที่มอบอำนาจผ่านตัวแทนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้ดำเนินการแทน    4. ตัวอย่างวงจรรวมที่มีแบบผังภูมิที่ยื่นขอจดทะเบียนจำนวน 4 ตัวอย่าง สำหรับกรณีที่มีการนำแบบผังภูมินั้นออกผลิตออกหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แล้วทั้งนี้ไม่เกิน 2 ปี    5. รายละเอียดข้อมูลการทำงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ของวงจรรวมเช่น Data sheet เป็นต้น    6. ภาพวาด หรือภาพถ่ายลายเส้น หรือสิ่งอื่นที่ให้ผลในลักษณะเดียวกันที่ใช้ในการผลิตวงจรรวมที่มีแบบผังภูมิเช่น แผ่นบัง (Mask) เป็นต้น         เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  1. ในการยื่นคำขอรับความคุ้มครองแบบผังภูมิของวงจรรวมให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนด  2. การมอบอำนาจ  2.1 กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2)  ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. กรณีที่คำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย    3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่     (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ     (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป    4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสาร หรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน    5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย    6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง    7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วง หรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอแทนผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนได้เพราะหากคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้    8. ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือระยะเวลาที่ผู้ขอแก้ไขคำขอ หรือการขอให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนไว้ชั่วคราว","2024-01-03T10:28:26"],
    [440,"94e56e17-0516-453a-a35f-e36b7357173d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-03ec-42e0-84dd-c08f1e765f43",30,250,7,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตร คือ สัญญาที่ผู้ให้สิทธิ ซึ่งคือเจ้าของคำขอที่ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์/  อนุสิทธิบัตร ได้ให้สิทธิเฉพาะอย่างแก่ผู้ขอใช้สิทธิโดยอนุญาตให้ใช้สิทธิไม่เกินอายุความคุ้มครอง    * สิทธิบัตรการประดิษฐ์อายุการคุ้มครอง 20 ปี    * อนุสิทธิบัตรอายุการคุ้มครอง 6 ปี หรือเมื่อมีการยื่นคำขอต่ออายุอนุสิทธิบัตรตามกฎหมาย       เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในการจดทะเบียนอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร ให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนด พร้อมหนังสือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร    2. การมอบอำนาจ    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2) ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท         การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    1. ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอ หรือตัวแทนของผู้ขอทราบ เพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หากพ้นระยะเวลาจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามที่เห็นสมควร    2. การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด คำขอที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่กระบวนการการจดทะเบียนอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร    3. ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ จะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม  พ.ศ.2561       หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. กรณีที่คำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย    3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่     (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ     (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป    4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสาร หรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน    5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย    6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง    7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วง หรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอแทนผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนได้เพราะหากคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้    8. ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือระยะเวลาที่ผู้ขอแก้ไขคำขอ หรือการขอให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนไว้ชั่วคราว","2022-04-06T22:52:46"],
    [441,"94e56e17-08c8-4020-ad24-820c369f6312","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนโอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-07ec-4125-959d-5d508e01d0dc",15,250,11,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    สัญญาโอนสิทธิบัตร คือ สัญญาที่ผู้โอนสิทธิ ได้ให้สิทธิแก่ผู้รับโอนสิทธิ โดยโอนสิทธิไม่เกินอายุความคุ้มครอง ดังนี้    * สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อายุการคุ้มครอง 20 ปี    * อนุสิทธิบัตร อายุการคุ้มครอง 6 ปี หรือเมื่อมีการยื่นคำขอต่ออายุอนุสิทธิบัตรตามกฎหมาย    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในการจดทะเบียนโอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร ให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนดพร้อมหนังสือสัญญาโอนสิทธิ    2. การมอบอำนาจ    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2)  ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท         การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    1. ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอ หรือตัวแทนของผู้ขอทราบ เพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หากพ้นระยะเวลาจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามที่เห็นสมควร    2. การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด คำขอที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนโอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร    3. ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ จะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม  พ.ศ.2561       หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. กรณีที่คำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย    3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่     (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ     (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป    4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสาร หรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน    5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย    6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง    7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วง หรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอแทนผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนได้เพราะหากคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้    8. ทั้งนี้ ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือระยะเวลาที่ผู้ขอแก้ไขคำขอ หรือการขอให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนไว้ชั่วคราว","2024-01-03T10:30:32"],
    [442,"94e56e17-1002-4c15-8255-6458641fd536","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การขอต่ออายุอนุสิทธิบัตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-100b-4cb2-8122-85120ccd6357",15,9000,2,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    อนุสิทธิบัตรมีอายุการคุ้มครอง 6 ปี นับแต่วันขอรับอนุสิทธิบัตรในราชอาณาจักร ผู้ทรงสิทธิบัตรอาจขอต่ออายุอนุสิทธิบัตรได้  2 คราว มีกำหนดคราวละ 2 ปี โดยให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 90 วัน ก่อนวันสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าอนุสิทธิบัตรนั้นยังคงจดทะเบียนอยู่ตามกฎหมาย    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในการขอต่ออายุอนุสิทธิบัตร ให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนด    2. การมอบอำนาจ    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2)  ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท         การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    1. ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอ หรือตัวแทนของผู้ขอทราบ เพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หากพ้นระยะเวลาจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามที่เห็นสมควร    2. การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด คำขอที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่กระบวนการขอต่ออายุอนุสิทธิบัตร              3. ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ จะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม  พ.ศ.2561       หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. กรณีที่คำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย    3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่     (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ     (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป    4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสาร หรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน    5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย    6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง    7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วง หรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอแทนผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนได้เพราะหากคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้    8. ทั้งนี้ ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือระยะเวลาที่ผู้ขอแก้ไขคำขอ หรือการขอให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนไว้ชั่วคราว","2024-01-03T10:26:36"],
    [443,"94e56e17-1407-4ccf-b42e-6cd3d8439788","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (PCT) N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-1464-495f-ac10-24f32bdfa697",1611,100,12,"คำจำกัดความ    สิทธิบัตร หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์    เจ้าหน้าที่ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง    อนุญาต หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บุคคลใดกระทำการใดที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อนกระทำการนั้นและให้หมายความรวมถึงการออกใบอนุญาต การอนุมัติ การจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การรับแจ้งการให้ประทานบัตรและการให้อาชญาบัตรด้วย    ผู้อนุญาต หมายความว่า ผู้ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจในการอนุญาต    พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ    คำขอ หมายความถึง บรรดาคำขอดังนี้    * คำขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศไทย [แบบสป/อสป/001-ก (PCT)]    * คำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/อสป/003-ก]    * คำขอเปลี่ยนแปลงประเภทของสิทธิ [แบบสป/อสป/004-ก]    * คำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ [แบบสป/อสป/005-ก]    * คำขอตรวจค้นคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรและคัดสำเนาเอกสาร [แบบสป/สผ/อสป/006-ก]    * คำคัดค้านการขอรับสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/007-ค]    * คำขอนำพยานหลักฐานมาแสดงหรือแถลงเพิ่มเติม [แบบสป/สผ/007-ก(พ)]    * คำโต้แย้ง [แบบสป/สผ/008-ก]    * คำอุทธรณ์ [แบบสป/สผ/อสป/009-ก]    * คำขออื่นๆ [แบบสป/สผ/อสป/011-ก]    ผู้รับบริการหรือยื่นคำขอ หมายถึง ประชาชนผู้รับบริการโดยตรง หรือหน่วยงานภาคเอกชน หรือภาครัฐที่มารับบริการจากหน่วยงานของรัฐ         หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    1. การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้    1.1 เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่    1.2 เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นและ    1.3 เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม    1.4 การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ นี้    (1) จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติสัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์ หรือพืช    (2) กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์    (3) ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์    (4) วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์    (5) การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี อนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน    2. คำขอรับสิทธิบัตรผู้ยื่นคำขอต้องมีรายละเอียดประกอบคำขอดังนี้    2.1 แบบพิมพ์คำขอ [แบบสป/อสป/001-ก (PCT)]    2.2 รายละเอียดการประดิษฐ์ ต้องบรรยายรายละเอียด ที่มีข้อความสมบูรณ์ รัดกุม และชัดแจ้งอันจะทำให้ผู้มีความชำนาญในระดับสามัญในศิลปะ หรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องสามารถทำและปฏิบัติตามการประดิษฐ์นั้นได้ ดังนี้    (1) ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์              (2) ระบุสาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์    (3) ภูมิหลังของศิลปะ หรือวิทยาการที่เกี่ยวข้อง อันจะทำให้เข้าใจการประดิษฐ์นั้นดีขึ้นและเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ให้ระบุเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย (ถ้ามี)    (4) อธิบายลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์      (5) เปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์     (6) อธิบายรูปเขียนแต่ละรูปโดยย่อ (ถ้ามี)    (7) วิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด     2.3 ข้อถือสิทธิ ต้องระบุลักษณะของการประดิษฐ์ที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรประสงค์จะขอความคุ้มครองโดยสมบูรณ์ รัดกุม และ  ชัดแจ้ง รวมทั้งต้องสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์    2.4 รูปเขียน (ถ้ามี) ต้องชัดแจ้ง สอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์และเป็นไปตามหลักวิชาการเขียนแบบ และให้หมายความรวมถึงแผนภูมิและแผนผังด้วย    2.5 บทสรุปการประดิษฐ์ ต้องสรุปสาระสำคัญของการประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผย หรือแสดงไว้ในรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ และรูปเขียน (ถ้ามี) โดยต้องระบุลักษณะทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์โดยย่อ แต่ต้องเป็นไปในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงปัญหาทางเทคนิค ตลอดจนการแก้ปัญหาโดยการประดิษฐ์และการใช้การประดิษฐ์นั้น    2.6 รายการอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 21    2.7 เอกสารประกอบคำขอ ตามที่ระบุในข้อ 8 ของ [แบบสป/อสป/001-ก (PCT)]         เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในการขอรับสิทธิบัตรให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนด    1.1 คำขอรับสิทธิบัตรต้องมีรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิและบทสรุปการประดิษฐ์ยื่นไปพร้อมกับคำขอและในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้สามารถเข้าใจการประดิษฐ์ได้ดีขึ้น ให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรจัดให้มีรูปเขียนประกอบคำขอรับสิทธิบัตรยื่นไปพร้อมกับคำขอด้วย    1.2 ในกรณีที่การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรเป็นการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับจุลชีพใหม่ รายละเอียดการประดิษฐ์ให้หมายถึงหนังสือรับรองการฝากเก็บจุลชีพและ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะ หรือคุณสมบัติของจุลชีพนั้นซึ่งออกให้โดยสถาบันรับฝากเก็บจุลชีพที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศรายชื่อเป็นคราวๆ ไป    2. การมอบอำนาจ    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2)  ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท      การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    1. ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอ หรือตัวแทนของผู้ขอทราบ เพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากพ้นระยะเวลาจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ ตามมาตรา 27 เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามเห็นสมควร    2. การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ คำขอที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการตรวจสอบเบื้องต้นตามลำดับเสมือนการยื่นคำขอใหม่    3. ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ จะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม  พ.ศ.2561       หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที","2024-01-03T10:29:22"],
    [444,"94e56e17-1ad9-473e-9da1-d1266ba263d1","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-221c-4c11-98a7-bfc146162aed",453,250,9,null,"2024-01-03T10:29:42"],
    [445,"9bb93376-bc20-48b8-a25b-fed2ef510f7b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การยื่นขอรับเงินสินบนตามระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญาฯ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d25-e19b-47e2-996c-bfaf786e6b43",389,0,15,"หลักเกณฑ์   1.ผู้ขอรับเงินสินบนตามระเบียบฯ ต้องเป็นผู้แจ้งความนำจับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และคดีนั้นศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว   2.ได้แจ้งความนำจับไว้กับ   (1) อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมาย ตามแบบ สร.01 ตามที่ระเบียบฯ กำหนด หรือ   (2) พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่สืบสวนจับกุมที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป โดยมีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่ที่ทำการของเจ้าพนักงาน หรือ   (3) เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ หรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยดำเนินการตามหนังสือรับแจ้งความของเจ้าพนักงาน   3.การแจ้งความนำจับต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้แจ้งความนำจับ โดยระบุ ชื่อ สกุล ที่อยู่จริงที่สามารถติดต่อได้ให้ผู้รับแจ้งความนำจับทราบ และต้องระบุข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้   (1) รายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำความผิด สถานที่เกิดเหตุ วัน เวลาที่เกิดเหตุ บุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด   ( 2) ลักษณะเบาะแส หรือเค้าเงื่อนที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมและลงโทษผู้กระทำความผิดได้ ทั้งนี้ จะต้องไม่เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจหน้าที่มีข้อมูลรายละเอียดอยู่แล้ว หรือเป็นข้อมูลรายละเอียดที่ทราบได้โดยทั่วไปตามสื่อต่างๆ ก่อนวัน เวลา ที่แจ้งความนำจับ    วิธีการยื่นขอ   1.ใช้แบบคำขอรับเงินสินบน (แบบ สร.02) บันทึกรับรองผลคดี พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบตามระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญาฯ   2.ยื่นขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมกับการยื่นขอรับเงินรางวัลของเจ้าหน้าที่ผู้จับผ่านหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ผู้จับ คือ สถานีตำรวจที่จับกุมผู้กระทำความผิดกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แล้วแต่กรณี    เงื่อนไข   1.ยื่นขอภายใน 4 ปี นับแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด   2.จ่ายเงินสินบนในอัตรา 1 ใน 3 ของเงินรางวัลที่ได้รับ   3.บุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินสินบน   (1) พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สืบสวน จับกุม ร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือบุคคลที่มีอำนาจหรือหน้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา   (2) ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์   (3) กรรมการ อนุกรรมการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   (4) เจ้าของเครื่องหมายการค้า ตลอดจนพนักงาน ลูกจ้าง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าว   (5) ผู้กระทำความผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด   4.กรณีมีผู้แจ้งความนำจับหลายคน ให้ถือว่าผู้แจ้งความนำจับก่อนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน แต่ถ้ามีผู้แจ้งความนำจับหลายคน ให้แบ่งจ่ายเงินสินบนในอัตราเท่ากันทุกคน             5.กรณีเจ้าหน้าที่เห็นว่าเอกสารหลักฐานการขอรับเงินไม่ครบถ้วนถูกต้อง เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งแก้ไข หากไม่แก้ไขให้ถูกต้องและนำส่งหลักฐานส่งต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถือว่าผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับสละสิทธิที่จะขอรับเงินสินบนรางวัล และให้เงินสินบนรางวัลตกเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป             6.เมื่ออธิบดีได้อนุมัติการสั่งจ่ายเงินสินบน กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะแจ้งผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับเป็นหนังสือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือแจ้งโดยวิธีอื่นที่อธิบดีกำหนด และให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับมาแสดงตนเพื่อขอรับเงินสินบนรางวัล ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่มาในกำหนดดังกล่าว ถือว่าผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับสละสิทธิที่จะขอรับเงินสินบนรางวัล และให้เงินสินบนรางวัลตกเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป     7.การยื่นขอรับเงินสินบนตามระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยการจ่ายเงิน สินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พ.ศ. 2556 เป็นการยื่นขอรับเงินสินบนจากเงินค่าปรับตามคำพิพากษาของศาลในคดีเดียวกัน กับคดีที่ยื่นขอรับเงินรางวัล ต้องยื่นมาพร้อมกับการยื่นขอรับเงินรางวัลของหน่วยงานเจ้าหน้าที่ผู้จับเสมอ เงินค่าปรับที่ได้รับจากสำนักงานศาลยุติธรรมจะนำมาแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 1 ส่วน (กรมทรัพย์สินทางปัญญา) เงินสินบน 1 ส่วน (ผู้แจ้งความนำจับตามระเบียบ) เงินรางวัล 2 ส่วน (เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนร่วมในการจับกุมผู้กระทำความผิด) ทั้งนี้ จำนวนเงินที่จะได้รับย่อมขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ได้รับจริงจากสำนักงานศาลยุติธรรม     8.การส่งสำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารประกอบการแจ้ง สำเนาหรือภาพถ่ายต้องครบถ้วนชัดเจน และผู้แจ้งต้องรับรองความถูกต้องด้วย     9.กรณีเอกสารประกอบการยื่นคำขอเป็นภาษาต่างประเทศ ผู้ยื่นคำขอต้องจัดให้มีคำแปลภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลด้วยว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง ยกเว้นในส่วนที่เป็นชื่อเฉพาะ     10.กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน หนังสือมอบอำนาจต้องไม่ขาดช่วง และต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ประกอบด้วย","2024-10-02T10:54:48"],
    [446,"9bb93556-0737-430d-b0b6-a3f98c4520f2","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การยื่นขอรับเงินสินบนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d25-e568-4704-999d-38da50ad8be1",28,0,16,"หลักเกณฑ์   1.เป็นผู้แจ้งข้อมูลการกระทำละเมิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ซีดีหรือผลิตภัณฑ์เทปที่เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป โดยแจ้งต่อ   (1) อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมาย หรือ    (2) พนักงานสอบสวนหรือพนักงานตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่สืบสวนจับกุมที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป   2.แจ้งข้อมูลโดยแสดงความประสงค์ขอรับเงินสินบน   3.แจ้งข้อมูลต่อผู้รับแจ้งก่อนการจับกุม โดยมีหลักฐานการรับแจ้งข้อมูล ตามแบบที่อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด (แบบ สปป.1) หรือลงบันทึกประจำวันไว้ที่ที่ทำการของเจ้าพนักงาน    วิธีการยื่นขอ   1.ใช้แบบขอรับเงินสินบน (แบบ สปป.2) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบตามระเบียบกรมทรัพย์สินทางปัญญาฯ   2.ยื่นขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมกับการยื่นขอรับเงินรางวัลของเจ้าหน้าที่ผู้จับผ่านหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ผู้จับ คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แล้วแต่กรณี      เงื่อนไข   1.ยื่นขอภายใน 180 วัน นับแต่วันที่พนักงานอัยการสั่งฟ้องโดยมีตัวผู้ต้องหา (ครึ่งแรก) หรือวันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย (ครึ่งหลัง) แล้วแต่กรณี   2.จ่ายให้แก่ผู้แจ้งข้อมูลการกระทำละเมิด เมื่อข้อมูลนั้นนำไปสู่การจับกุมสำเร็จ และข้อมูลดังกล่าวมิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ได้มีการจับกุมตามกฎหมายอื่น หรือเป็นข่าวทางสื่อมวลชนอยู่แล้ว   3.จ่ายเงินสินบนในอัตราร้อยละ 10 ของเงินรางวัล (กรณีการจับกุม ณ แหล่งเก็บ หรือแหล่งจำหน่าย ให้จ่ายเฉพาะกรณีที่มีการยึดหรืออายัดผลิตภัณฑ์ซีดี หรือผลิตภัณฑ์เทปที่มีการกระทำละเมิด ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือผู้ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ได้นำงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นออกจำหน่ายหรือเผยแพร่ครั้งสุดท้ายไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน ก่อนวันจับกุม และมีของกลางในคดีตั้งแต่ 300 ชิ้น ขึ้นไป จ่ายเงินรางวัลตามจำนวนของกลางในคดีที่ปรากฏในบันทึกประจำวันและได้หมายเลขคดี ชิ้นละ 3 บาท)   4.คณะกรรมการวินิจฉัยการจ่ายเงินรางวัลหรือเงินสินบนตามระเบียบจะพิจารณาจ่ายจำนวนกึ่งหนึ่ง เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้อง (มีตัวผู้ต้องหา) และจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย    5.ถ้าคดีใดมีผู้แจ้งข้อมูลการกระทำละเมิดหลายคน ให้จ่ายเงินสินบนโดยแบ่งเท่าๆ กัน ทุกคน เว้นแต่จะมีหลักฐานตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น     6.การยื่นขอรับเงินสินบนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ต้องยื่นมาพร้อมกับการยื่นขอรับเงินรางวัลของเจ้าหน้าที่ผู้จับผ่านหน่วยงาน ของเจ้าหน้าที่ผู้จับ คือ สถานีตำรวจที่จับกุมผู้กระทำความผิดกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แล้วแต่กรณี และการจ่ายเงินสินบนจะจ่ายให้ในอัตรา ร้อยละ 10 ของเงินรางวัล            7.การพิจารณาจ่ายเงินรางวัลหรือเงินสินบนเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยการจ่ายเงินรางวัลหรือเงินสินบน     8.กรณีเอกสารประกอบการแจ้งเป็นภาษาต่างประเทศ ผู้แจ้งต้องจัดให้มีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลด้วยว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง ยกเว้นในส่วนที่เป็นชื่อเฉพาะ     9.การส่งสำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารประกอบการแจ้ง สำเนาหรือภาพถ่ายต้องครบถ้วนชัดเจน และผู้แจ้งต้องรับรองความถูกต้องด้วย     10.กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน หนังสือมอบอำนาจต้องไม่ขาดช่วง และต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ประกอบด้วย","2024-10-02T10:55:45"],
    [447,"9bc7bc30-3d13-4314-b0f9-c563ad8da8d1","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-f661-4bc4-9837-6e8912c79545",61,400,6,"หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เจ้าของต้องยื่นคำขอแก้ไขต่อนายทะเบียน โดยแก้ไขได้เฉพาะในเรื่องดังต่อไปนี้\n1. ยกเลิกรายการสินค้าบางอย่างที่ได้จดทะเบียนแล้ว\n2. ชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ และอาชีพของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นและของตัวแทน\n3. สำนักงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อได้ในประเทศไทย\n4. ยกเลิกตัวแทน ตั้งหรือเปลี่ยนตัวแทน\n5. สัญชาติ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า\n\nเงื่อนไขเพิ่มเติม\n1. บันทึกข้อตกลง\nกรณีคำขอมีข้อบกพร่องหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในทันที หากผู้ขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกข้อบกพร่องหรือรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ และให้มีการลงนามเจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ขอจดทะเบียนในบันทึกนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้แก่ผู้ขอเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย\n\n2. การขอคืนค่าธรรมเนียม\nกรณีผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกิน ซึ่งการชำระดังกล่าว เกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป\n\n3. e - Filing\nกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขอจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filling)\n\n4. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีปกติ\nให้แนบภาพถ่ายหนังสือตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกันด้วย แบ่งได้ 2 กรณีย่อย ดังนี้\n\t4.1) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อเพียงอย่างเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้งตัวแทนหรือ\n               มอบอำนาจเป็นผู้รับรอง\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อหรือรับรองการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ให้หัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้ง\n               ตัวแทนหรือมอบอำนาจ โนตารีปับลิกหรือบุคคลซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นระบุให้เป็นผู้มีอำนาจเป็นพยานในเอกสารเป็นผู้รับรอง\n\t4.2) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง \n              หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง\n\n5. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีเฉพาะให้ยื่นคำขอเท่านั้น\nกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้น มีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกความบกพร่องแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนได้พร้อมแนบบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์เพราะหากคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้\n\n6. การนำส่งเอกสาร\n\t6.1) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมดมายื่น\n        ในคราวเดียวกัน\n\t6.2) กรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย\n\t6.3) กรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง\n\t6.4) กรณีที่ผู้ขอจะต้องส่งต้นฉบับเอกสาร หากเป็นยื่นคำขอในเรื่องเดียวกันพร้อมกันหลายคำขอ ให้ผู้ขอส่งต้นฉบับเอกสารเพียงคำขอเดียว และในคำขออื่นๆ\n        อนุญาตให้ส่งเป็นสำเนาเอกสารได้ แต่ผู้ขอจะต้องระบุในสำเนาเอกสารว่าต้นฉบับอยู่ในคำขอใด\n\nหมายเหตุ\n1. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อเอกสารมีความถูกต้อง สมบูรณ์และครบถ้วนแล้ว\n2. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อนายทะเบียนได้ดำเนินการพิจารณาคำขออื่นที่ยื่นเข้ามาพร้อมกันแล้ว เช่น คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายูการจดทะเบียน , คำขอโอน เป็นต้น\n3. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะไม่นับรวมระยะเวลาที่ให้ระงับการดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชั่วคราวหรือผู้ขอจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน","2024-10-02T10:58:52"],
    [448,"9bd33eb4-5c04-453c-9758-457af9391b07","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การขอถอนเครื่องหมายการค้าของเจ้าของ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-a4f1-4a02-acb8-59112d8f87df",31,200,5,"เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว เจ้าของอาจร้องขอต่อนายทะเบียนให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายของตนเองได้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าด้วย เว้นแต่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น\n\nเงื่อนไขเพิ่มเติม\n1. บันทึกข้อตกลง\nกรณีคำขอมีข้อบกพร่องหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในทันที หากผู้ขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกข้อบกพร่องหรือรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ และให้มีการลงนามเจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ขอจดทะเบียนในบันทึกนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้แก่ผู้ขอเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย\n\n2. การขอคืนค่าธรรมเนียม\nกรณีผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกิน ซึ่งการชำระดังกล่าว เกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป\n\n3. e - Filing\nกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขอจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filling)\n\n4. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีปกติ\nให้แนบภาพถ่ายหนังสือตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกันด้วย แบ่งได้ 2 กรณีย่อย ดังนี้\n\t4.1) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อเพียงอย่างเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้งตัวแทนหรือ\n                 มอบอำนาจเป็นผู้รับรอง\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อหรือรับรองการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ให้หัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้ง \n                 ตัวแทนหรือมอบอำนาจ โนตารีปับลิกหรือบุคคลซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นระบุให้เป็นผู้มีอำนาจเป็นพยานในเอกสารเป็นผู้รับรอง\n\t4.2) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง \n              หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง\n\n5. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีเฉพาะให้ยื่นคำขอเท่านั้น\nกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้น มีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกความบกพร่องแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนได้พร้อมแนบบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์เพราะหากคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้\n\n6. การนำส่งเอกสาร\n\t6.1) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมดมายื่น\n        ในคราวเดียวกัน\n\t6.2) กรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย\n\t6.3) กรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง\n\t6.4) กรณีที่ผู้ขอจะต้องส่งต้นฉบับเอกสาร หากเป็นยื่นคำขอในเรื่องเดียวกันพร้อมกันหลายคำขอ ให้ผู้ขอส่งต้นฉบับ\tเอกสารเพียงคำขอเดียว และในคำขออื่นๆ \n        อนุญาตให้ส่งเป็นสำเนาเอกสารได้ แต่ผู้ขอจะต้องระบุในสำเนาเอกสารว่าต้นฉบับอยู่ในคำขอใด\n\nหมายเหตุ\n1. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อเอกสารมีความถูกต้อง สมบูรณ์และครบถ้วนแล้ว\n2. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อนายทะเบียนได้ดำเนินการพิจารณาคำขออื่นที่ยื่นเข้ามาพร้อมกันแล้ว เช่น คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายูการจดทะเบียน , คำขอโอน เป็นต้น\n3. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะไม่นับรวมระยะเวลาที่ให้ระงับการดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชั่วคราวหรือผู้ขอจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน","2024-10-02T10:20:33"],
    [449,"9bd34ae1-fa42-4105-bab5-f5e831640165","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การโอนหรือรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-2e18-42fd-b479-980e7e008610",98,2000,11,"สำหรับสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว ย่อมโอนหรือรับมรดกกันได้ ซึ่งการโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวต้องยื่นขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน\n\nเงื่อนไขเพิ่มเติม\n1. บันทึกข้อตกลง\nกรณีคำขอมีข้อบกพร่องหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในทันที หากผู้ขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกข้อบกพร่องหรือรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ และให้มีการลงนามเจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ขอจดทะเบียนในบันทึกนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้แก่ผู้ขอเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย\n\n2. การขอคืนค่าธรรมเนียม\nกรณีผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกิน ซึ่งการชำระดังกล่าว เกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป\n\n3. e - Filing\nกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขอจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filling)\n\n4. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีปกติ\nให้แนบภาพถ่ายหนังสือตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกันด้วย แบ่งได้ 2 กรณีย่อย ดังนี้\n\t4.1) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อเพียงอย่างเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้งตัวแทนหรือ \n               มอบอำนาจเป็นผู้รับรอง\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อหรือรับรองการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ให้หัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้ง\n               ตัวแทนหรือมอบอำนาจ โนตารีปับลิกหรือบุคคลซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นระบุให้เป็นผู้มีอำนาจเป็นพยานในเอกสารเป็นผู้รับรอง\n\t4.2) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง \n              หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง\n\n5. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีเฉพาะให้ยื่นคำขอเท่านั้น\nกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้น มีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกความบกพร่องแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนได้พร้อมแนบบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์เพราะหากคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้\n\n6. การนำส่งเอกสาร\n\t6.1) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมดมายื่น\n        ในคราวเดียวกัน\n\t6.2) กรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย\n\t6.3) กรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง\n\t6.4) กรณีที่ผู้ขอจะต้องส่งต้นฉบับเอกสาร หากเป็นยื่นคำขอในเรื่องเดียวกันพร้อมกันหลายคำขอให้ผู้ขอส่งต้นฉบับเอกสารเพียงคำขอเดียว และในคำขออื่นๆอนุญาต \n        ให้ส่งเป็นสำเนาเอกสารได้ แต่ผู้ขอจะต้องระบุในสำเนาเอกสารว่าต้นฉบับอยู่ในคำขอใด\n\nหมายเหตุ\n1. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อเอกสารมีความถูกต้อง สมบูรณ์และครบถ้วนแล้ว\n2. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อนายทะเบียนได้ดำเนินการพิจารณาคำขออื่นที่ยื่นเข้ามาพร้อมกันแล้ว เช่น คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายูการจดทะเบียน , คำขอโอน เป็นต้น\n3. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะไม่นับรวมระยะเวลาที่ให้ระงับการดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชั่วคราวหรือผู้ขอจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน","2024-10-02T11:03:45"],
    [450,"9bd35594-ef16-4e1e-b788-07e39604fa2c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-f255-45b0-9449-4f12710e605c",68,0,1,"เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว จะมีอายุการคุ้มครองสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียนและอาจต่ออายุการคุ้มครองได้คราวละสิบปี โดยให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในสามเดือนก่อนวันสิ้นอายุการจดทะเบียนหรือภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นอายุการจดทะเบียน พร้อมชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมการต่ออายุ\n\nเงื่อนไขเพิ่มเติม\n1. บันทึกข้อตกลง\nกรณีคำขอมีข้อบกพร่องหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในทันที หากผู้ขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกข้อบกพร่องหรือรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ และให้มีการลงนามเจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ขอจดทะเบียนในบันทึกนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้แก่ผู้ขอเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย\n\n2. การขอคืนค่าธรรมเนียม\nกรณีผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกิน ซึ่งการชำระดังกล่าว เกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป\n\n3. e - Filing\nกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขอจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filling)\n\n4. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีปกติ\nให้แนบภาพถ่ายหนังสือตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกันด้วย แบ่งได้ 2 กรณีย่อย ดังนี้\n\t4.1) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อเพียงอย่างเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้งตัวแทนหรือ\n               มอบอำนาจเป็นผู้รับรอง\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อหรือรับรองการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ให้หัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้ง\n               ตัวแทนหรือมอบอำนาจ โนตารีปับลิกหรือบุคคลซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นระบุให้เป็นผู้มีอำนาจเป็นพยานในเอกสารเป็นผู้รับรอง\n\t4.2) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง \n              หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง\n\n5. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีเฉพาะให้ยื่นคำขอเท่านั้น\nกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้น มีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกความบกพร่องแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนได้พร้อมแนบบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์เพราะหากคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้\n\n6. การนำส่งเอกสาร\n\t6.1) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมดมายื่น\n        ในคราวเดียวกัน\n\t6.2) กรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย\n\t6.3) กรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง\n\t6.4) กรณีที่ผู้ขอจะต้องส่งต้นฉบับเอกสาร หากเป็นยื่นคำขอในเรื่องเดียวกันพร้อมกันหลายคำขอให้ผู้ขอส่งต้นฉบับเอกสารเพียงคำขอเดียว และในคำขออื่นๆอนุญาต\n        ให้ส่งเป็นสำเนาเอกสารได้ แต่ผู้ขอจะต้องระบุในสำเนาเอกสารว่าต้นฉบับอยู่ในคำขอใด\n\nหมายเหตุ\n1. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อเอกสารมีความถูกต้อง สมบูรณ์และครบถ้วนแล้ว\n2. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อนายทะเบียนได้ดำเนินการพิจารณาคำขออื่นที่ยื่นเข้ามาพร้อมกันแล้ว เช่น คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายูการจดทะเบียน , คำขอโอน เป็นต้น\n3. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะไม่นับรวมระยะเวลาที่ให้ระงับการดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชั่วคราวหรือผู้ขอจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน","2024-10-02T10:25:22"],
    [451,"9bd3697c-2f18-4eb8-bbef-b8d04e3390f0","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-29d1-4732-b570-345f350f2134",105,0,6,"เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้ว เจ้าของเครื่องหมายอาจอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายนั้นของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ทั้งนี้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายควรระบุข้อความเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือบริการ หรือข้อความว่าเจ้าของเครื่องหมายยังมีสิทธิใช้หรืออนุญาตเครื่องหมายนี้ได้อีกหรือไม่ หรือข้อความว่าผู้ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตช่วงมีสิทธิโอนการอนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นต่อได้หรือไม่\n\nเงื่อนไขเพิ่มเติม\n1. บันทึกข้อตกลง\nกรณีคำขอมีข้อบกพร่องหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในทันที หากผู้ขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกข้อบกพร่องหรือรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ และให้มีการลงนามเจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ขอจดทะเบียนในบันทึกนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้แก่ผู้ขอเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย\n\n2. การขอคืนค่าธรรมเนียม\nกรณีผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกิน ซึ่งการชำระดังกล่าว เกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป\n\n3. e - Filing\nกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขอจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filling)\n\n4. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีปกติ\nให้แนบภาพถ่ายหนังสือตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจและบัตรประจำตัวของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกันด้วย แบ่งได้ 2 กรณีย่อย ดังนี้\n\t4.1) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อเพียงอย่างเดียว ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้งตัวแทนหรือ\n               มอบอำนาจเป็นผู้รับรอง\n\t       - สำหรับการรับรองลายมือชื่อหรือรับรองการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ให้หัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่มีการตั้ง\n               ตัวแทนหรือมอบอำนาจ โนตารีปับลิกหรือบุคคลซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นระบุให้เป็นผู้มีอำนาจเป็นพยานในเอกสารเป็นผู้รับรอง\n\t4.2) กรณีหนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง \n              หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง\n\n5. การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ กรณีเฉพาะให้ยื่นคำขอเท่านั้น\nกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วงหรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้น มีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกความบกพร่องแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนได้พร้อมแนบบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์เพราะหากคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้\n\n6. การนำส่งเอกสาร\n\t6.1) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมดมายื่น\n        ในคราวเดียวกัน\n\t6.2) กรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย\n\t6.3) กรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง\n\t6.4) กรณีที่ผู้ขอจะต้องส่งต้นฉบับเอกสาร หากเป็นยื่นคำขอในเรื่องเดียวกันพร้อมกันหลายคำขอ ให้ผู้ขอส่งต้นฉบับ\n\tเอกสารเพียงคำขอเดียว และในคำขออื่นๆอนุญาตให้ส่งเป็นสำเนาเอกสารได้ แต่ผู้ขอจะต้องระบุในสำเนาเอกสารว่าต้นฉบับอยู่ในคำขอใด\n\nหมายเหตุ\n1. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อเอกสารมีความถูกต้อง สมบูรณ์และครบถ้วนแล้ว\n2. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะเริ่มนับต่อเมื่อนายทะเบียนได้ดำเนินการพิจารณาคำขออื่นที่ยื่นเข้ามาพร้อมกันแล้ว เช่น คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายูการจดทะเบียน , คำขอโอน เป็นต้น\n3. ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนจะไม่นับรวมระยะเวลาที่ให้ระงับการดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชั่วคราวหรือผู้ขอจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน","2024-10-02T10:23:40"],
    [452,"9c703bab-1327-43f4-a735-4e957cfafdd1","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-25ba-4052-a393-23c57f1bfd9b",271,500,12,"สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อันพึงรับขึ้นทะเบียนได้ ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้   1. ไม่เป็นชื่อสามัญของสินค้าที่จะใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์   2. ไม่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือนโยบายแห่งรัฐ   3. สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศที่จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ จะต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศนั้นและมีการใช้สืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนในประเทศไทย   4. ต้องเป็นผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.นี้   5. คำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะต้องประกอบด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะอื่นของสินค้าแหล่งภูมิศาสตร์และรายละเอียดอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง (พ.ร.บ. คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 มาตรา 5 - 10)   6. ในกรณีคำขอมีข้อบกพร่องหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ขอแก้ไขให้ถูกต้องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในทันที หากผู้ขอไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ในทันที เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกข้อบกพร่องหรือรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมและให้มีการลงนามเจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ขอในบันทึกนั้น โดยเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้แก่  ผู้ขอเพื่อเป็นหลักฐาน  หากผู้ขอไม่แก้ไขข้อบกพร่องหรือไม่ยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ในบันทึกดังกล่าว ให้ถือว่า ผู้ขอขึ้นทะเบียนละทิ้งคำขอ   7. สำหรับค่าธรรมเนียมใดๆ ที่ผู้ขอได้ชำระให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว จะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่ (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนหรือชำระเกิน ซึ่งการชำระดังกล่าว เกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป   8. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสารหรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานทั้งหมดมายื่นในคราวเดียวกัน   9. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐาน ให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย   10. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง         การยื่นคำขอกรณีมีการตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ                                                                1) ได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือชื่อผู้ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือมีคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้น ให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ       2) ได้กระทำในประเทศไทยโดยผู้ตั้งตัวแทนหรือผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้นายทะเบียนเห็นว่าในขณะตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจ    ผู้มอบอำนาจได้เข้ามาในประเทศไทยจริง             3) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง และคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกความบกพร่องแทนผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนได้ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้รับมอบอำนาจเฉพาะการ เพราะหากคำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และบุคคลนั้นจะไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้","2024-10-02T10:21:49"],
    [453,"9ccf5416-6d29-49ed-bda6-86db503e8f83","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d25-edc8-4471-8dd9-37414a6f3185",1641,100,9,"คำจำกัดความ    สิทธิบัตร หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์    เจ้าหน้าที่ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง    อนุญาต หมายความว่า การที่เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บุคคลใดกระทำการใดที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อนกระทำการนั้นและให้หมายความรวมถึงการออกใบอนุญาต การอนุมัติ การจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การรับแจ้งการให้ประทานบัตรและการให้อาชญาบัตรด้วย    ผู้อนุญาต หมายความว่า ผู้ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจในการอนุญาต    พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ    คำขอ หมายความถึง บรรดาคำขอดังนี้    * คำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ [แบบสป/สผ/อสป/001-ก]    * คำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/อสป/003-ก]    * คำขอเปลี่ยนแปลงประเภทของสิทธิ [แบบสป/อสป/004-ก]    * คำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ [แบบสป/อสป/005-ก]    * คำขอตรวจค้นคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรและคัดสำเนาเอกสาร [แบบสป/สผ/อสป/006-ก]    * คำคัดค้านการขอรับสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/007-ค]    * คำขอนำพยานหลักฐานมาแสดงหรือแถลงเพิ่มเติม [แบบสป/สผ/007-ก(พ)]    * คำโต้แย้ง [แบบสป/สผ/008-ก]    * คำอุทธรณ์ [แบบสป/สผ/อสป/009-ก]    * คำรับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร [แบบสป/สผ/อสป/001-ก(พ)]    * คำขออื่นๆ [แบบสป/สผ/อสป/011-ก]    ผู้รับบริการหรือยื่นคำขอ หมายถึง ประชาชนผู้รับบริการโดยตรง หรือหน่วยงานภาคเอกชน หรือภาครัฐที่มารับบริการจากหน่วยงานของรัฐ         หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    1. การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้    1.1 เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่    1.2 เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นและ    1.3 เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม    1.4 การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. สิทธิบัตรฯ นี้    (1) จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์ หรือพืช    (2) กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์    (3) ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์    (4) วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์    (5) การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี อนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน    2. คำขอรับสิทธิบัตร ผู้ยื่นคำขอต้องมีรายละเอียดประกอบคำขอดังนี้    2.1 แบบพิมพ์คำขอ [แบบสป/สผ/อสป/001-ก]    2.2 รายละเอียดการประดิษฐ์ ต้องบรรยายรายละเอียดที่มีข้อความสมบูรณ์ รัดกุม และชัดแจ้งอันจะทำให้ผู้มีความชำนาญในระดับสามัญในศิลปะ หรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องสามารถทำและปฏิบัติตามการประดิษฐ์นั้นได้ ดังนี้    (1) ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์              (2) ระบุสาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์    (3) ภูมิหลังของศิลปะ หรือวิทยาการที่เกี่ยวข้อง อันจะทำให้เข้าใจการประดิษฐ์นั้นดีขึ้นและเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ให้ระบุเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย (ถ้ามี)    (4) อธิบายลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์      (5) เปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์     (6) อธิบายรูปเขียนแต่ละรูปโดยย่อ (ถ้ามี)    (7) วิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด     2.3 ข้อถือสิทธิ ต้องระบุลักษณะของการประดิษฐ์ที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรประสงค์จะขอความคุ้มครองโดยสมบูรณ์ รัดกุม และ  ชัดแจ้ง รวมทั้งต้องสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์    2.4 รูปเขียน (ถ้ามี) ต้องชัดแจ้ง สอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์และเป็นไปตามหลักวิชาการเขียนแบบ และให้หมายความรวมถึงแผนภูมิและแผนผังด้วย    2.5 บทสรุปการประดิษฐ์ ต้องสรุปสาระสำคัญของการประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผย หรือแสดงไว้ในรายละเอียดการประดิษฐ์  ข้อถือสิทธิ และรูปเขียน (ถ้ามี) โดยต้องระบุลักษณะทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์โดยย่อ แต่ต้องเป็นไปในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงปัญหาทางเทคนิค ตลอดจนการแก้ปัญหาโดยการประดิษฐ์และการใช้การประดิษฐ์นั้น    2.6 รายการอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 21    2.7 เอกสารประกอบคำขอ ตามที่ระบุในข้อ 14 ของ [แบบสป/สผ/อสป/001-ก]         เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในการขอรับสิทธิบัตรให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนด    1.1 คำขอรับสิทธิบัตรต้องมีรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิและบทสรุปการประดิษฐ์ยื่นไปพร้อมกับคำขอและในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้สามารถเข้าใจการประดิษฐ์ได้ดีขึ้น ให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรจัดให้มีรูปเขียนประกอบคำขอรับสิทธิบัตรยื่นไปพร้อมกับคำขอด้วย    1.2 ในกรณีที่การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรเป็นการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับจุลชีพใหม่ รายละเอียดการประดิษฐ์ให้หมายถึงหนังสือรับรองการฝากเก็บจุลชีพและ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะ หรือคุณสมบัติของจุลชีพนั้นซึ่งออกให้โดยสถาบันรับฝากเก็บจุลชีพที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศรายชื่อเป็นคราวๆ ไป    2. การมอบอำนาจ    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2)  ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท      การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    1. ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอ หรือตัวแทนของผู้ขอทราบ เพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากพ้นระยะเวลาจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ ตามมาตรา 27 เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามเห็นสมควร    2. การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ทั้งนี้คำขอที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการตรวจสอบเบื้องต้นตามลำดับเสมือนการยื่นคำขอใหม่    3. ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบจะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม  พ.ศ.2561       หมายเหตุ :  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีที่คำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย\n3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่\n (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ\n (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป\n\n4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสาร หรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน\n5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย\n6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง\n7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน ควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วง หรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอแทนผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนได้ เพราะหากคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้\n8. ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือระยะเวลาที่ผู้ขอแก้ไขคำขอ หรือการขอให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนไว้ชั่วคราว หรือระยะเวลาที่ผู้ขอต้องยื่นรายงานผลการตรวจสอบจากต่างประเทศ และไม่นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องยื่นคำขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ภายใน 5 ปี นับแต่วันประกาศโฆษณา\n9. การคัดค้าน/โต้แย้ง\nกรณีที่มีผู้ยื่นคำคัดค้านเพราะเห็นว่าตนมีสิทธิรับสิทธิบัตรดีกว่าผู้ขอรับสิทธิบัตร หรือเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีนี้ ระยะเวลาดำเนินการจะเพิ่มอีก 420 วัน\n10. ผู้ขอรับสิทธิบัตรมีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงประเภทของสิทธิที่จะขอรับสิทธิบัตรเป็นอนุสิทธิบัตรได้ก่อนการจดทะเบียนการประดิษฐ์ หรือก่อนการประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรตามมาตรา 28 แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ผู้ขอมีสิทธิให้ถือเอาวันยื่นคำขอเดิม หรือวันที่เปลี่ยนแปลงสิทธิเป็นวันยื่นคำขอ","2024-10-02T09:41:35"],
    [454,"9cd4e65f-1c4d-4d96-b8c5-66306f8bdcc0","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรภายหลังการรับจดทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-0c06-49bc-bd5d-13100ed0a586",15,50,9,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    เมื่อผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ขอรับสิทธิบัตรหลังการรับจดทะเบียน (กรณีแก้ไขเอง) อาทิเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล ที่อยู่ หรือตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจ เป็นต้น    * สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อายุการคุ้มครอง 20 ปี    * อนุสิทธิบัตร อายุการคุ้มครอง 6 ปี หรือเมื่อมีการยื่นคำขอต่ออายุอนุสิทธิบัตรตามกฎหมาย    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในการแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรภายหลังการรับจดทะเบียน ให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่อธิบดีกำหนด    2. การมอบอำนาจ    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1) ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2)  ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท         การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    1. ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอ หรือตัวแทนของผู้ขอทราบ เพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หากพ้นระยะเวลาจะถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามที่เห็นสมควร    2. การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด คำขอที่แก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่กระบวนการการแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร    3. ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ จะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่ 5 มีนาคม  พ.ศ.2561       หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. กรณีที่คำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย    3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่     (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียมหรือ     (2) ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป    4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสาร หรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน    5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย    6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง    7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วง หรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอแทนผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนได้เพราะหากคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้    8. ทั้งนี้ ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ขอต้องดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือระยะเวลาที่ผู้ขอแก้ไขคำขอ หรือการขอให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนไว้ชั่วคราว","2024-10-02T10:59:37"],
    [455,"9cd4ec74-6031-40ad-a4a7-1e680f2129ba","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมทรัพย์สินทางปัญญา","การฟื้นสิทธิให้คําขอระหว่างประเทศ (PCT) ยังคงมีผลในประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d26-1f48-45e7-8902-c191ea217244",90,50,4,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา    ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแห่งสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty) ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ที่มีสัญญาชาติ หรือภูมิลำเนาของประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญาสามารถยื่นคำขอระหว่างประเทศเพียงครั้งเดียวเพื่อขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศต่างๆ ที่เป็นภาคีแห่งสนธิสัญญาได้ อันเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ยื่นคำขอรับการคุ้มครองการประดิษฐ์    เมื่อผู้ขอได้ยื่นคำขอระหว่างประเทศในประเทศภาคีแห่งสนธิสัญญาไว้แล้ว หากประสงค์จะขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย ให้ยื่นคำขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศไทย ภายในระยะเวลา 30 เดือนนับแต่วันยื่นคำขอครั้งแรก หากผู้ขอมิได้ดำเนินการภายในระยะเวลากำหนด ให้ถือว่าคำขอระหว่างประเทศนั้นสิ้นผลในประเทศไทย    ในกรณีผู้ขอไม่อาจดำเนินการยื่นคำขอระหว่างประเทศภายในระยะเวลา 30 เดือน ผู้ขออาจยื่นคำร้องเพื่อขอฟื้นสิทธิให้คำขอระหว่างประเทศยังคงมีผลในประเทศไทยต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาภายในระยะเวลา 2 เดือนนับแต่วันที่เหตุที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดได้สิ้นสุดลง หรือภายในระยะเวลา 12 เดือนนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลา 30 เดือนนับแต่วันยื่นคำขอครั้งแรกแล้วแต่ระยะเวลาใดจะสิ้นสุดลงก่อน      เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำขอรับความคุ้มครองการประดิษฐ์ในประเทศไทยเกินกำหนด 30 เดือน นับแต่วันยื่นคำขอครั้งแรก ให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำร้องเพื่อการฟื้นสิทธิให้คำขอระหว่างประเทศยังมีผลในประเทศไทยตาม [แบบสป/อสป/101-ก (PCT)] พร้อมทั้งเหตุผลและหลักฐาน ในคราวเดียวกันต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะพิจารณาคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบผลการพิจารณาในลำดับต่อไป    2. การมอบอำนาจ    2.1กรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้มอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนในราชอาณาจักรโดยยื่นหนังสือมอบอำนาจต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    (1)ในกรณีที่การมอบอำนาจนั้นได้กระทำในต่างประเทศหนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ หรือ    (2) ในกรณีที่หนังสือมอบอำนาจนั้นได้กระทำในประเทศไทยต้องส่งภาพถ่ายหนังสือเดินทาง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้อธิบดีเห็นว่าในขณะมอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริงด้วย    2.2 ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะมอบอำนาจให้แก่ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับอธิบดีเป็นผู้กระทำการแทนได้เท่านั้น    2.3 หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้    (1) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ให้ปิดอากร 10 บาท    (2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียว หรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ให้ปิดอากร 30 บาท    (3) กรณีมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ให้ปิดอากรคิดตามรายบุคคลที่รับมอบคนละ 30 บาท    การดำเนินการตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    ในกรณียื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ จะดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และรายละเอียดในคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ จากข้อมูลและรายละเอียดที่ปรากฏในระบบ e-Filing เป็นสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบคำขอที่ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะดำเนินการตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร คำร้อง หรือคำขออื่นๆ ผ่านทางระบบจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ฉบับลงวันที่  5 มีนาคม พ.ศ.2561      หมายเหตุ:    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่ามีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม (บันทึกข้อตกลงการรับคำขอ) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอและในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอและสิทธิในการอุทธรณ์ให้ทราบด้วย    3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วจะขอคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ เว้นแต่    (1) มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้คืนค่าธรรมเนียม หรือ    (2)ชำระค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน หรือชำระเกินซึ่งการชำระดังกล่าวเกิดเนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิใช่ความผิดของผู้ชำระซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะได้พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป    4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำเอกสาร หรือหลักฐานหลายรายการมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวกัน    5. ในกรณีที่จะต้องส่งสำเนาเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานนั้นด้วย    6. ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารนั้นพร้อมด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง    7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง โดยมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนควรมีหนังสือมอบอำนาจช่วง หรือหนังสือมอบอำนาจเฉพาะการให้บุคคลนั้นมีอำนาจยื่นคำขอและลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับคำขอแทนผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนได้เพราะหากคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและบุคคลผู้ยื่นคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่อาจรับคำขอของท่านไว้ได้    8. นอกจากนี้ยังไม่นับรวมระยะเวลาที่ผู้ขอต้องดำเนินการตามกฎหมายและตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่    9. กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีมติเป็นที่สิ้นสุดพิจารณาอนุมัติให้ฟื้นสิทธิ หรือไม่อนุมัติให้ฟื้นสิทธิ","2024-10-02T10:53:40"],
    [456,"94e56e17-2960-4a01-8a2b-f0d9c6f12d4f","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับสมาคมการค้า/หอการค้า(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-3526-4c6e-92f3-7164ba678d62",1,5,17,"การยื่นจดทะเบียน    (1) กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนตามที่ได้จดทะเบียนไว้เดิมลงลายมือชื่อในคำขอและเอกสารประกอบทุกหน้า    (2) การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับจะต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประชุมใหญ่ ลงมติให้แก้ไข    (3) การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วย เครื่องพิมพ์ดีด หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า    (4) ในกรณีขอแก้ไขที่ตั้งสำนักงานของสมาคมการค้า/หอการค้า ผู้ยื่นขอจดทะเบียนต้องยื่นเอกสาร/หนังสือแสดงสิทธิการใช้สถานที่ตั้งสำนักงาน แล้วแต่กรณีดังนี้          กรณีที่ 1 กรณีสมาคมการค้า/หอการค้า เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ให้ส่งหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้                         1) สำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อสมาคมการค้า/หอการค้า ที่ขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของ                         2) สำเนาเอกสารสัญญาซื้อขายที่ปรากฏชื่อสมาคมการค้า/หอการค้า ที่ขอจดทะเบียนเป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้ซื้อ (เฉพาะกรณีการซื้อขาย)                         3) สำเนาเอกสารอย่างอื่นซึ่งแสดงว่าสมาคมการค้า/หอการค้า ที่ขอจดทะเบียนเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์          กรณีที่ 2 กรณีสมาคมการค้า/หอการค้า ได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิครอบครองให้ใช้สถานที่ ให้ส่งหลักฐานดังนี้                         1) หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ โดยผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิครอบครองในสถานที่แห่งนั้น เป็นผู้ลงลายมือชื่อให้ความยินยอมและมีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนรับรอง                         2) สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารสัญญาซื้อขาย หรือสำเนาเอกสารสัญญาเช่าหรือสำเนาเอกสารอย่างอื่น ที่ปรากฎชื่อผู้ให้ความยินยอมเป็นเจ้าบ้าน หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิตามสัญญา แล้วแต่กรณี          กรณีที่ 3 กรณีสมาคมการค้า/หอการค้า เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ให้ส่งหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้                         1) สำเนาเอกสารการเช่าสถานที่ที่ปรากฏชื่อสมาคมการค้า / หอการค้า ฝ่ายผู้เช่า (เฉพาะกรณีการเช่า)                         2) สำเนาเอกสารอย่างอื่น ซึ่งแสดงว่าสมาคมการค้า / หอการค้า เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมี ความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการ เอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม ภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [457,"94e56e17-2cff-4f72-8721-bba37b6c8816","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-394f-4312-98f6-694eb066c272",1,50,11,"ขั้นตอนการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ มีดังนี้  1.จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและให้ระบุวาระการประชุมเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน  *การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น  2.ในการลงมติให้แก้ไขข้อบังคับของบริษัท ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน  3.จัดทำคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ โดยให้กรรมการตามอำนาจที่จดทะเบียนไว้เป็นผู้ขอจดทะเบียนไว้เป็นผู้ขอจดทะเบียน แล้วยื่นจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีมติพิเศษแก้ไขข้อบังคับ          หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [458,"94e56e17-2665-44da-a697-1d9f77fd371e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 21 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d26-31c0-4f4f-9c33-2246798999a3",7,5000,9,"ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้ได้หนังสือรับรองที่ประสงค์ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดแบบและวิธีการในการขอและการออกใบแทนใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 21 พ.ศ. 2546 และให้ยื่นคำขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบการชำรุดหรือสูญหาย    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:14"],
    [459,"94e56e17-30b0-4d5d-9e9f-7a956bdc1b0a","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขกรรมการ และ / หรือ อำนาจกรรมการ ของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-3db6-4d89-afaa-3781d4e767a6",1,50,10,"ในกรณีที่กรรมการของบริษัทต้องการออกจากตำแหน่งกรรมการและบริษัทได้แต่งตั้งกรรมการใหม่แทนพร้อมทั้งประสงค์จะแก้ไขอำนาจกรรมการผู้มีอำนาจลงนามกระทำการแทนบริษัทนั้น บริษัทจะต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือประชุมคณะกรรมการของบริษัทแล้วแต่กรณี เพื่อมีมติให้กรรมการออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนคนที่ลาออกพร้อมทั้งมีมติให้แก้ไขอำนาจกรรมการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงกรรมการด้วย      **การจดทะเบียนแก้ไขกรรมการ และ / หรือ อำนาจกรรมการ ต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจตามที่จดทะเบียนไว้เดิม เป้นผู้ยื่นขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน การยื่นจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการจะต้องยื่นต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ    ขั้นตอนการดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและ / หรือ อำนาจกรรมการ จะต้องดำเนินการ ดังนี้  1.การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการ      1.1 การแต่งตั้งกรรมการ          (1) แต่งตั้งโดยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น          (2) แต่งตั้งโดยมติคณะกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดวาระ กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จะมีวาระเท่ากับกรรมการเดิมที่ออกไป  *กรณีที่จะแต่งตั้งกรรมการใหม่เพิ่มเติมจากจำนวนกรรมการที่มีอยู่เดิม จะต้องให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้นมีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่      1.2 กรรมการพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้          (1) ครบกำหนดวาระ ในการประชุมสามัญประจำปีแต่ละปี กรรมการจะต้องออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม (โดย 2 ปีแรก หลังจากตั้งบริษัทถ้ามิได้มีการตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ใช้วิธีการจับสลากออก ส่วนปีถัดไป (ปีที่ 3) ให้กรรมการที่อยู่นานที่สุดออกจากตำแหน่ง) และแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ออกจากตำแหน่ง กรรมการที่ออกจากตำแหน่งจะถูกแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการของบริษัทอีกก็ได้          (2) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติถอดถอนจากตำแหน่งก่อนครบวาระ (ป.พ.พ.มาตรา 1151) และมีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่แทน  ***การปลดกรรมการออกจากตำแหน่งจะต้องอาศัยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้น***          (3) ออกจากตำแหน่งกรรมการโดยมีหนังสือลาออกถึงบริษัท (ป.พ.พ. มาตรา 1153/1)          (4) ตาย          (5) ล้มละลาย หรือ ตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ (ป.พ.พ. มาตรา 1154)    2.การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ      ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการ บางครั้งก็จะเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขอำนาจกรรมการให้สอดคล้องกับกรรมการด้วย หรือบางครั้งไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการแต่บริษัทประสงค์จะแก้ไขอำนาจกรรมการเพื่อให้การบริหารงานคล่องตัว หรือรัดกุมมากยิ่งขึ้นก็ดำเนินการแก้ไขอำนาจกรรมการเพียงอย่างเดียวก็ได้  การแก้ไขอำนาจกรรมการนั้นจะต้องอาศัยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้นจึงจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ เว้นแต่ ข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ที่ประชุมคณะกรรมการมีอำนาจลงมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการได้ก็ให้ใช้มติที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการโดยไม่ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นได้    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิต?","2022-04-06T22:52:47"],
    [460,"94e56e17-345c-4ad3-b4b3-097420f080dc","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1. (ชื่อบริษัทจำกัด) และตราของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-41d0-42e6-91ff-1ba3bdc15b88",1,100,9,"กรณีที่บริษัทประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไขชื่อบริษัท โดยจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติพิเศษให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1. (ชื่อ)      ขั้นตอนการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1.(ชื่อ) และดวงตรา(ถ้ามี) มีดังนี้  1. กรรมการของบริษัทจองชื่อนิติบุคคลผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th  2. จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน และให้ระบุวาระการประชุมเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัทและตราสำคัญของบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1. (ชื่อ) ที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน (การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น)   3. ในการลงมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1. (ชื่อ) ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน  4. จัดทำคำขอจดทะเบียน รายการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1. (ชื่อบริษัท) แล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน  5. ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนดวงตราไว้โดยระบุชื่อบริษัทไว้ในตรา บริษัทต้องจดทะเบียนแก้ไขตราสำคัญให้สอดคล้องกับชื่อใหม่ด้วย ให้ระบุรายการแก้ไขตราสำคัญไว้ในคำขอจดทะเบียนเดียวกับการแก้ไขชื่อบริษัท  6. การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงเฉพาะดวงตราโดยไม่ได้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1. (ชื่อบริษัท) กฎหมายไม่ได้กำหนดว่า จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการ  ดังนั้นในการจดทะเบียนจึงไม่ต้องอ้างอิงมติที่ประชุมเพื่อนำมาจดทะเบียนก็ได้ แต่หากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้แก้ไขก็ให้ระบุรายละเอียดการประชุมในคำขอจดทะเบียนด้วย  7. กรณีที่ดวงตราสูญหายหรือชำรุดหรือบริษัทมีความประสงค์จะเปลี่ยนแบบดวงตราเสียใหม่  บริษัทจะต้องยื่นจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงดวงตราด้วยสำหรับกรณีที่ดวงตราสูญหาย ให้ระบุ คำว่า \"ตราหาย\" แทนที่การประทับตราในแบบคำขอจดทะเบียนและหนังสือมอบอำนาจ และกรณีที่ดวงตราชำรุดไม่สามารถประทับได้ ก็ให้ระบุไว้ว่า \"ตราชำรุด\"    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [461,"94e56e17-3822-43a1-a4e6-b5c9b7dc988b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 2 (สำนักงานของบริษัท) และแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และ / หรือ สำนักงานสาขา ของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-4605-4331-9aba-829f7a7c1b5e",1,50,11,"การแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานของบริษัทจำกัดมีทั้ง การแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และการแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานสาขา  การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่นั้น แบ่งได้ 2 ประเภท คือ  1. แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่โดยที่ตั้งแห่งใหม่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน  2. แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่โดยที่ตั้งแห่งใหม่ย้ายไปตั้งอยู่จังหวัดอื่น (ย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ข้ามจังหวัด)      - หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่โดยที่ตั้งแห่งใหม่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการ ดังนั้นในการจดทะเบียนรายการแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่จึงไม่ต้องอ้างอิงมติที่ประชุม  แต่หากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้แก้ไข จะระบุรายละเอียดการประชุมในคำขอจดทะเบียนด้วยก็ได้      - หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่โดยที่ตั้งแห่งใหม่ย้ายไปตั้งอยู่จังหวัดอื่น กฎหมายกำหนดว่าจะต้องมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 2 (สำนักงานของบริษัท) ว่าจะย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่จังหวัดใด  ดังนั้นในการจดทะเบียนจะต้องอ้างอิงมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อขอจดทะเบียนรายการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 2 (ย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ข้ามจังหวัด) และจดทะเบียนรายการแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่อีกรายการหนึ่งด้วย    ขั้นตอนการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 2 (ย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ข้ามจังหวัด) และแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขาของบริษัทจำกัด   1.จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน และให้ระบุวาระการประชุมเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน (การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น)  2.การลงมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน  3.การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 2 ย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ข้ามจังหวัด บริษัทจะต้องจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ด้วย  4.จัดทำคำขอจดทะเบียนแล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน     หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได?","2022-04-06T22:52:47"],
    [462,"94e56e17-3bff-4ec3-8761-2c06100419f0","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์) ของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-4a70-4479-b6cd-508ba752ac02",1,50,15,"เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนจัดตั้งแล้ว ต่อมาบริษัทต้องการประกอบกิจการค้าเพิ่มเติมจากวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ หรือต้องการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ที่ประกอบกิจการบางอย่าง  บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไขวัตถุประสงค์ โดยจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติพิเศษให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์) แล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน    ขั้นตอนการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์)  มีดังนี้  1.จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน และให้ระบุวาระการประชุมเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัทและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. ที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน (การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลาและการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น)  2.ในการลงมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์) ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน  3.จัดทำคำขอจดทะเบียนแล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [463,"94e56e17-3f85-4a4d-8531-14e90dfc9d42","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 7 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d26-4ebb-4e59-8bc5-f46b73bed6cc",26,5000,11,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจภายใต้มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาตและระยะเวลาการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 7 พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 7 พ.ศ.2546    ธุรกิจบัญชีสองและบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542    ธุรกิจบัญชีสอง  ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัย หรือความมั่นคงของประเทศหรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถกรรมพื้นบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  หมวด 1 ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ  (2) การผลิต การจำหน่าย และการซ่อมบำรุง  (ก) อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดินปืน วัตถุระเบิด  (ข) ส่วนประกอบของอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด  (ค) อาวุธยุทโธปกรณ์ เรือ อากาศยาน หรือยานพาหนะทางการทหาร  (ง) อุปกรณ์หรือส่วนประกอบของอุปกรณ์สงครามทุกประเภท  (2) การขนส่งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศในประเทศ รวมถึงกิจการการบินในประเทศ    หมวด 2 ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณี และหัตถกรรมพื้นบ้าน  (1) การค้าของเก่า หรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นงานศิลปกรรม หัตถกรรมของไทย  (2) การผลิตเครื่องไม้แกะสลัก  (3) การเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหมไทย การทอผ้าไหมไทย หรือการพิมพ์ลวดลายผ้าไหมไทย  (4) การผลิตเครื่องดนตรีไทย  (5) การผลิตเครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องถม เครื่องทองลงหิน หรือเครื่องเขิน  (6) การผลิตถ้วยชามหรือเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นศิลปวัฒนธรรมไทย    หมวด 3 ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม  (1) การผลิตน้ำตาลจากอ้อย  (2) การทำนาเกลือ รวมทั้งการทำเกลือสินเธาว์  (3) การทำเกลือหิน  (4) การทำเหมือง รวมทั้งการระเบิดหรือย่อยหิน  (5) การแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย    ธุรกิจบัญชีสาม  ธุรกิจบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว  (1) การสีข้าว และการผลิตแป้งจากข้าวและพืชไร่  (2) การทำการประมง เฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  (3) การทำป่าไม้จากป่าปลูก  (4) การผลิตไม้อัด แผ่นไม้วีเนียร์ ชิปบอร์ด หรือฮาร์ดบอร์ด  (5) การผลิตปูนขาว  (6) การทำกิจการบริการทางบัญชี  (7) การทำกิจการบริการทางกฎหมาย  (8) การทำกิจการบริการทางสถาปัตยกรรม  (9) การทำกิจการบริการทางวิศวกรรม  (10) การก่อสร้าง ยกเว้น   (ก) การก่อสร้างสิ่งซึ่งเป็นการให้บริการ พื้นฐานแก่ประชาชนด้านการสาธารณูปโภคหรือการคมนาคมที่ต้องใช้เครื่องมือ   เครื่องจักร เทคโนโลยีหรือความชำนาญในการก่อสร้างเป็นพิเศษ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่ห้าร้อยล้านบาทขึ้นไป   (ข) การก่อสร้างประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  (11) การทำกิจการนายหน้าหรือตัวแทน ยกเว้น   (ก) การเป็นนายหน้าหรือ ตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริการที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งสินค้าเกษตรหรือ   ตราสารทางการเงินหรือหลักทรัพย์   (ข) การเป็นนายหน้าหรือ ตัวแทนซื้อขายหรือจัดหาสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการผลิตหรือการให้ บริการของวิสาหกิจ   ในเครือเดียวกัน   (ค) การเป็นนายหน้าหรือ ตัวแทนซื้อขาย จัดซื้อหรือจัดจำหน่ายหรือจัดหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการ   จำหน่ายซึ่งสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศอันมี ลักษณะ เป็นการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ   โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป   (ง) การเป็นนายหน้าหรือ ตัวแทนประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  (12) การขายทอดตลาด ยกเว้น   (ก) การขายทอดตลาด ที่มีลักษณะเป็นการประมูลซื้อขายระหว่างประเทศที่มิใช่การประมูลซื้อขายของ เก่า วัตถุโบราณ หรือ   ศิลปวัตถุซึ่งเป็นงานศิลปกรรม หัตถกรรม หรือโบราณวัตถุของไทย หรือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ   (ข) การขายทอดตลาด ประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  (13) การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผล ทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตร   ล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย โดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศ  (14) การค้าปลีกสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำรวมทั้งสิ้นน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้าน บาท หรือที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่า ยี่สิบล้านบาท  (15) การค้าส่งสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท  (16) การทำกิจการโฆษณา  (17) การทำกิจการโรงแรม เว้นแต่บริการจัดการโรมแรม  (18) การนำเที่ยว  (19) การขายอาหารหรือเครื่องดื่ม  (20) การทำกิจการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช  (21) การทำธุรกิจบริการอื่น ยกเว้นธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2556 กำหนดให้ธุรกิจบริการดังต่อไปนี้เป็น  ธุรกิจบริการที่ยกเว้นไม่อยู่ใน (21) ของบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542   (1) ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์   (ก) การค้าหลักทรัพย์   (ข) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน   (ค) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์   (ง) กิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์   (จ) การจัดการกองทุนรวม   (ฉ) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล   (ช) การจัดการเงินร่วมลงทุน   (ซ) การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์   (ฌ) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน   (ญ) การให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์   (ฎ) การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   (ฏ) การเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล   (ฐ) การเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม   (ฑ) การเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้  (2) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   (ก) การเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   (ข) การเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   (ค) การเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  (3) การประกอบธุรกิจเป็นทรัสตีตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน    เงื่อนไขเอกสาร  1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  2.การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น  3.กรณีหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอได้มีการลงลายมือชื่อในต่างประเทศ ต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต และหากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า  4.สำหรับหนังสือแจ้งรายละเอียดของธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตตามประเภทและท้องที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ประกอบด้วยรายการตามที่  กำหนดในกฎกระทรวง ดังนี้     4.1ประเภทธุรกิจและท้องที่ที่ขอรับใบอนุญาต รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินการ     4.2ประมาณการรายจ่ายที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจในแต่ละปีเป็นเวลาสามปี     4.3ขนาดกิจการ     4.4 จำนวนแรงงาน     4.5 แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (ถ้ามี)     4.6แผนงานที่จะมีการวิจัยและพัฒนา (ถ้ามี)     4.7ผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม  5.ประเภทธุรกิจและท้องที่ที่ขอรับใบอนุญาต ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2524) และฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนกลาง ชั้น 4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที","2021-11-17T13:39:14"],
    [464,"94e56e17-422b-4733-9296-4871bae50a7a","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมการค้า/หอการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-521a-4ed4-ac44-c1bcd6e14451",1,5,7,"(1) การขอจดทะเบียนตั้งกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในคำขอและเอกสารประกอบ    (2) การขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนตามที่ได้จดทะเบียนไว้เดิม ลงลายมือชื่อในคำขอ เว้นแต่ข้อบังคับจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น    (3) เมื่อดำเนินการจัดประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรก หรือ เมื่อดำเนินการเลือกตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการในแต่ละคราว จะต้องนำไปยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ    (4) การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน ระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [465,"94e56e17-47c9-455c-bb16-e51221a22904","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การแจ้งทะเบียนสมาชิกสมาคมการค้า/หอการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-5918-43c3-86ec-135096a0b57f",1,0,2,"1. ตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า/หอการค้า พ.ศ. 2509 ให้สมาคมการค้า/หอการค้าจัดทำทะเบียนสมาชิก เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของสมาคมการค้า/หอการค้า และให้ส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกนั้นแก่นายทะเบียนภายใน กำหนด 90 วัน นับแต่วันที่รับใบอนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคมการค้า/หอการค้า หรือนับแต่วันที่สมาคมการค้า/หอการค้าได้มีการรับสมาชิกใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก    2. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน ระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [466,"94e56e17-4a21-4b03-902d-1b33aa9dba87","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","แจ้งเลิกสมาคมการค้า/หอการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-5c74-429b-8dca-53e4bd6daedd",1,0,6,"1. การเลิกสมาคมการค้า/หอการค้าจะต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เกิดมีเหตุที่ทำให้เลิก ในกรณีดังต่อไปนี้       (1) ถ้ามีข้อบังคับกำหนดให้เลิกในกรณีใด เมื่อมีกรณีนั้น       (2) ถ้าตั้งโดยมีกำหนดเวลา เมื่อสิ้นกำหนดเวลานั้น       (3) เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก       (4) เมื่อล้มละลาย    สมาคมการค้า / หอการค้า ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจสั่งให้เลิกสมาคมการค้า / หอการค้า ได้    2. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน ระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [467,"94e56e17-5495-482b-8e5b-984336576352","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (แปลงมูลค่าหุ้น) ของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-696e-4c55-b6f7-3c2ae768095c",1,50,7,"ขั้นตอนการจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (แปลงมูลค่าหุ้น)  1.จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน และให้ระบุวาระการประชุมเรื่องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (มูลค่าหุ้น)    ***การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น ***  2.ในการลงมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน  3.จัดทำคำขอจดทะเบียน แล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน     หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [468,"94e56e17-4c74-4199-a67c-fc29cf154c88","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","แจ้งเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีสมาคมการค้า/หอการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-5f62-4ce2-8efd-4e94c014e325",1,0,5,"การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอทีใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วย เครื่องพิมพ์ดีด หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ชำระบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน ระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าดผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [469,"94e56e17-56d8-4194-a6ce-6051bdcdf489","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อของบริษัทมหาชนจำกัด(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-6c6a-4dab-976c-ea99b1a42e36",1,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข    1. ผู้ที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อได้ต้องเป็นทนายความ หรือ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต    2. ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องแสดงตัวและลงลายมือชื่อต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ในแบบฟอร์มและเอกสารการขึ้นทะเบียน    3. ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อของบริษัทมหาชนจำกัด ต้องแสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทุก 3 ปี ภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป และให้นำหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อไปในการแสดงตัวเพื่อต่ออายุ พร้อมต้นฉบับและสำเนาหลักฐานการเป็นทนายความ หรือ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต        - กรณีหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อหาย ให้ใช้ใบแจ้งความ        - กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ ให้แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ","2021-11-17T13:39:14"],
    [470,"94e56e17-4ed3-4e98-a188-801263cbe41c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การแจ้งเลิกประกอบธุรกิจ หรือแจ้งย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 22 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d26-6231-4edd-a3ad-bd2584e10447",1,1000,11,"ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอเลิกประกอบธุรกิจหรือแจ้งย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดแบบและวิธีการแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจหรือย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2544 และให้แจ้งต่อนายทะเบียนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจหรือย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [471,"94e56e17-511a-4f2e-9640-d034a057bea8","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","แจ้งเสร็จการชำระบัญชี สมาคมการค้า/หอการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-654f-458a-a9ac-bb7731033647",1,0,5,"1. การรายงานการชำระบัญชีและการแจ้งเสร็จการชำระบัญชีของสมาคม / หอการค้า ให้ผู้ชำระบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในแบบรายงานการชำระบัญชี หรือ คำขอแจ้งเสร็จการชำระบัญชีแล้วแต่กรณี    2. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วย เครื่องพิมพ์ดีด หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ชำาระบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือ เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ หรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ หรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [472,"94e56e17-5cef-483e-82e2-12f7bc8fc960","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน/เพิ่มทุน/ แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุน) ของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-73e8-4625-af0e-0eb5c081cd3a",1,50,17,"หลักเกณฑ์การเพิ่มทุน  การเพิ่มทุนของบริษัท จะกระทำได้โดยการออกหุ้นใหม่ โดยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นเนื่องจากรายการเกี่ยวกับทุนของบริษัทอยู่ในรายการหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5. ดังนั้น หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทุนจะต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5. ด้วย โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้  1. จัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติพิเศษให้เพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (ทุน) ให้สอดคล้องกับทุนที่เพิ่ม      1.1 ส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท และให้ระบุวาระการประชุมเรื่องการเพิ่มทุน แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5. (ทุน) รวมทั้งให้ระบุทุนที่เพิ่มและหนังสือบริคณห์สนธิที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น      1.2 ในการลงมติเพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5. (ทุน) ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน  2. การเพิ่มทุนต้องออกหุ้นใหม่ในมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้เดิม  3. หุ้นที่ออกใหม่ต้องเสนอให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นนั้น ๆ ถือหุ้นอยู่ คำเสนอต้องทำเป็นหนังสือแจ้งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน ให้ระบุจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิจะซื้อได้ และกำหนดวันที่จะต้องแจ้ง หากพ้นวันดังกล่าวแล้วยังไม่ตอบรับการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจะถือว่าผู้ถือหุ้นไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว  4. เมื่อพ้นกำหนดไปแล้วไม่มีการตอบรับจากผู้ถือหุ้น หรือผู้ถือหุ้นปฏิเสธไม่ซื้อหุ้นที่เพิ่มทุน ให้ขายหุ้นนั้นแก่ผู้ถือหุ้นคนอื่น หรือกรรมการรับซื้อไว้เองก็ได้  5. หุ้นที่ออกใหม่จะขายให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้  6. หุ้นที่ออกใหม่ถ้าชำระด้วยสิ่งอื่นนอกจากตัวเงินต้องมีมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยต้องระบุรายละเอียดของสิ่งที่นำมาชำระค่าหุ้นให้ชัดเจน      วิธีการจดทะเบียนเพิ่มทุน แบ่งเป็นดังนี้  1. กรณียังไม่ได้ขายหุ้นออกใหม่ ให้ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุมมีมติพิเศษ  2. กรณีที่ขายหุ้นออกใหม่เป็นคราว ๆ ให้ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุมมีมติพิเศษ และจดทะเบียนเพิ่มทุนตามจำนวนหุ้นที่ขายได้ พร้อมทั้งจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (ทุน) ให้สอดคล้องกับทุนที่เพิ่ม (ในการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (ทุน) ให้สอดคล้องกับทุนที่เพิ่มเป็นคราวๆ ไป นั้น จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นการประชุมคราวเดียวกับการประชุมมติพิเศษเพิ่มทุนก็ได้)  3. กรณีขายหุ้นออกใหม่ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ให้ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน จดทะเบียนเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4. (ทุน) พร้อมกัน ทั้งนี้จะต้องจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุนภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติพิเศษให้เพิ่มทุนในกรณีที่ต้องการออกหุ้นใหม่ในมูลค่าที่ต่างจากมูลค่าเดิม จะต้องจัดประชุมแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (มูลค่าหุ้น) โดยให้แก้ไขมูลค่าหุ้น (แปลงมูลค่าหุ้น) ก่อน แล้วจึงมีมติเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (ทุน) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสามารถพิจารณาในการประชุมคราวเดียวกันได้    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับ?","2022-04-06T22:52:47"],
    [473,"94e56e17-5907-49cb-b195-49130029828c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอแก้ไขรายการอื่น ๆ ที่ไม่ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d26-6f9d-40fe-8432-09879b9a1615",1,0,7,"1. การขอแก้ไขรายการอื่น ๆ ที่ไม่ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ได้แก่                     1.1 หนังสือขอแก้ไขชื่อตัว สกุล ที่พิมพ์ผิด        1.2 หนังสือขอเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อกรรมการ        1.3 หนังสือขอเปลี่ยนแปลง/แก้ไข ชื่อตัว สกุล        1.4 หนังสือขอเปลี่ยน/แก้ไข คำนำหน้านาม        1.5 หนังสือขอเปลี่ยนแปลง/แก้ไข ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่        1.6 หนังสือขอเปลี่ยนแปลง/แก้ไข เบอร์โทรศัพท์ (New)        1.7 ยืนยันข้อมูลภาษาอังกฤษ        1.8 หนังสือขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก ชื่อหรือที่อยู่เว็บไซต์ (URL) ที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์หรือประกอบธุรกิจ        1.9 หนังสือขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูล e-mail เพื่อใช้ในการรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านในนามนิติบุคคล    2.  ผู้ประสงค์ยื่นขอแก้ไขรายการทางทะเบียนดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. 2561 หมวด 4 การส่งเอกสารที่ไม่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ส่วนที่ 2 เรื่อง การส่งหนังสือแจ้งขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางทะเบียน โดยมายื่นคำขอแก้ไขรายการทางทะเบียน พร้อมทั้งแนบเอกสารตามที่กำหนดในแต่ละกรณี            การลงลายมือชื่อ                     กรณี 1.1 - 1.4 เอกสารประกอบยื่นคำขอทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อและรับรองสำเนาถูกต้อง โดยกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนที่ขอเปลี่ยนแปลงรายการ                     กรณี 1.5 - 1.9 เอกสารประกอบ ยื่นคำขอทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อและรับรองสำเนาถูกต้อง โดยกรรมการผู้มีอำนาจหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ พร้อมประทับตรา (ถ้ามี)                      หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [474,"94e56e17-5f7a-4496-a7bd-c7219e7e59b8","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-7723-416a-8420-778f8fc7dbc3",1,30,11,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการ (มาตรา 11)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้    3. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [475,"94e56e17-6229-49e0-a768-d04602c74df8","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-7a61-42fd-a11a-296ec1e071f5",1,50,5,"1. บริษัทจะแก้ไขข้อบังคับได้เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้แก้ไขข้อบังคับด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของ จำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง    2. บริษัทต้องขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ    3. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสาร ประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    4. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    5. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคล ดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 5.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        5.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        5.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        5.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        5.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 5.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย              (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    6. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของ สำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือ เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [476,"94e56e17-64b4-4ab5-aa09-aecae52555ba","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-7ddb-417c-8e13-fc91ecbb474f",1,50,10,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ หมายถึง การจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1 (ชื่อ) ข้อ 3 (วัตถุประสงค์) ข้อ 4 (ทุนจดทะเบียน) ข้อ 5 (จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่)    2. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของจำนวนเสียง ทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน    3. ให้บริษัทขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ    4. กรณีแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1 (ชื่อ) ต้องมีมติแก้ไขข้อบังคับของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับชื่อและตราประทับของบริษัท และผู้ขอจดทะเบียนสามารถขอจองชื่อบริษัทมหาชนที่ website กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) โดยชื่อดังกล่าวต้องไม่เหมือนหรือคล้ายหรือมีเสียงเรียกขานตรงกันหรือคล้ายคลึงกันกับชื่อที่ได้จองหรือได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว หรือขัดกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 หรือขัดระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วย การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ. 2561 ข้อ 38 และเมื่อได้รับจองชื่อบริษัทมหาชนแล้ว ให้สั่งพิมพ์ใบแจ้งผลการ จองชื่อบริษัทมหาชนจำกัด ใช้เป็นเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนภายใน 30 วัน    5. กรณีแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 (ทุนจดทะเบียน) ผู้ขอจดทะเบียนต้องแนบสำเนารายงานการประชุมที่มีมติ ให้เพิ่มทุน หรือลดทุน หรือแปลงมูลค่าหุ้น (แล้วแต่กรณี) ประกอบคำขอจดทะเบียน    วิธีการและเงื่อนไข    1. คำขอจดทะเบียนต้องมีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน และต้องพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. ผู้ขอจดทะเบียนต้องเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อ อยู่ในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลงลายมือชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใน คู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสาร หลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่ กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบ อำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [477,"94e56e17-676b-4a9f-95d2-829205c66f1f","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-8146-4212-a6e7-5ff23dba3d48",1,50,7,"หลักเกณฑ์    1. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นและแก้ไขจำนวนหุ้นทีจดทะเบียนและจำนวนหุ้นที่่ได้เรียกชำระแล้วให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นในคราวนี้ทั้งนี้ หุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ์ จะต้องมีมูลค่าเท่ากัน    2. บริษัทต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นของบริษัทภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย              (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจ ากัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนา เอกสารทุกหน้า     หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [478,"94e56e17-6c9b-4cc8-a7cf-f8e6ee55f6d0","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัทมหาชนจำกัด กรณีเสนอขายหุ้น / ใช้สิทธิซื้อหุ้นตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-8786-4653-85e5-0b9c86beddae",1,50,7,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. เมื่อบริษัทได้เสนอขายหุ้นหรือ มีผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นได้มาใช้สิทธิซื้อหุ้น และบริษัทได้รับชำระค่าหุ้นแล้ว    2. บริษัทต้องขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับชำระค่าหุ้นครบตามจำนวนที่เสนอขาย         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย              (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนา เอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [479,"94e56e17-6f65-4434-9139-639c8441454e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนมติลดทุนของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-8ad1-4346-a998-e19fb06cff90",1,50,5,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ให้ลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัท โดยการลดมูลค่าหุ้นให้ต่ำลง หรือ ลดจำนวนหุ้นให้น้อยลง    2. การลดทุนจะลดทุนให้เหลือทุนต่ำกว่า 1/4 ของทุนไม่ได้ เว้นแต่บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนสะสม         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [480,"94e56e17-69d3-4a75-9933-f71c2bd24de7","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-8433-4531-95b8-12765e5d7a5c",1,30,15,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการ  (มาตรา 11)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้    3. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน และรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [481,"94e56e17-7218-45f8-9488-0c0f83222e05","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-8e56-4138-9f9c-67d434ba3912",1,500,8,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    เมื่อพ้นระยะเวลาที่ให้เจ้าหนี้คัดค้านและประกาศหนังสือพิมพ์แล้ว ไม่มีเจ้าหนี้คัดค้าน กรณีมีการคัดค้านและบริษัทได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [482,"94e56e17-750e-44d2-868e-b9257a20d6ff","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนของบริษัทมหาชนจำกัด กรณีตัดหุ้นที่จำหน่ายไม่ได้หรือยังไม่ได้จำหน่าย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-91bb-4c9e-9384-1f09cd5f0d3e",1,50,5,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. บริษัทมีหุ้นคงเหลือที่จำหน่ายไม่ได้ หรือ ไม่ได้นำออกจำหน่าย และต้องการลด/ตัดหุ้น ดังกล่าวออกไป    2. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ให้ลดทุนจดทะเบียน โดยลดหุ้นที่จำหน่ายไม่ได้ หรือไม่ได้นำออกจำหน่าย    3. เมื่อที่ประชุุมมีมติแล้วให้บริษัทขอจดทะเบียนลดทุนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ    วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [483,"94e56e17-781a-4466-8123-2ff5a9d354af","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-956b-4940-879a-19ffd23142d4",1,50,8,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้วก่อนการขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท มีขั้นตอนและวิธีการจดทะเบียน ดังนี้    1. ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคน    2. ต้องดำเนินการก่อนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ    3. กรณีผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทตายหรือถอนตัวก่อนประชุมจัดตั้งบริษัท และผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทที่เหลือประสงค์จะดำเนินการต่อไป ต้องดำเนินการดังนี้        3.1 หาคนทนแทนภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทตายหรือถอนตัว เว้นแต่จะมีผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทเหลือซึ่งมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 15 คน ตกลงกันว่าไม่หาคนแทนที่        3.2 แจ้งให้ผู้จองหุ้นทราบเป็นหนังสือภายใน 14 วัน นับแต่วันที่หาคนแทนที่ได้ หรือวันที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทที่เหลือตกลงกันไม่หาคนแทนที่        3.3 ขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมรายการเกี่ยวกับจำนวนและบุคคลผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทในหนังสือบริคณห์สนธิ ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทตายหรือถอนตัว    4.กรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทที่เหลือไม่หาคนแทนที่ หรือ ไม่ยื่นขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมรายการในหนังสือบริคณห์สนธิ ภายในระยะเวลาตามกฎหมาย ให้หนังสือบริคณห์สนธิสิ้นผลนับแต่วันที่ผู้เริ่มจัดตั้งตายหรือถอนตัว หรือวันที่พ้นกำหนดตามข้อ 3.1 หรือ 3.3 แล้วแต่กรณี         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [484,"94e56e17-7acb-4dfd-937c-efb5187e76fa","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสำนักงานใหญ่ / สำนักงานสาขา ของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-9901-43d7-9072-8afcb6b0c7de",1,50,4,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. บริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ (ภายในจังหวัดเดียวกัน) และ/หรือสำนักงานสาขา    2. บริษัทต้องขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (ภายในจังหวัดเดียวกัน) และ/หรือสำนักงานสาขา ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง        2.1 กรณีเลิกสำนักงานสาขา ให้จดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกสำนักงานสาขานั้น         2.2 กรณีจัดตั้งสำนักงานสาขาเพื่อดำเนินกิจการของบริษัท ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศให้จดทะเบียนสำนักงานสาขาก่อนดำเนินกิจการ          วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [485,"94e56e17-7dab-47c4-9895-7f02206dd76c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-9cd3-4bc7-85a3-1bf02a0cabd5",1,200,11,"หลักเกณฑ์    1. บริษัทจำกัด จัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยมีมติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ลงมติให้แปรสภาพบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด    2. ในการประชุมแปรสภาพบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชน ให้พิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้        (1) หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทเอกชนที่จำเป็นต้องแก้ไข ได้แก่ ชื่อ วัตถุประสงค์ จังหวัดที่ตั้งสำนักงานของบริษัท ทุนจดทะเบียน (โดยจะมีการแก้ไขเพิ่มทุนบริษัทภายหลังแปรสภาพแล้วด้วยก็ได้) มูลค่าหุ้น        (2) ข้อบังคับ        (3) เลือกตั้งกรรมการ        (4) เลือกตั้งผู้สอบบัญชี        (5) เรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นในการแปรสภาพ    3. คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ต้องขอจดทะเบียนแปรสภาพบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ภายใน 14 วัน นับแต่วันเสร็จสิ้นการประชุม         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [486,"94e56e17-8140-43d2-9532-22896b4e057b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนมติพิเศษให้ลดทุน ลดทุน แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 ของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-a136-4385-ac5c-2a5395e6b435",1,50,9,"วิธีการลดทุน      บริษัทจะลดทุนของบริษัทลงด้วยการลดมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้นให้ต่ำลง แต่ต้องคงเหลือไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท หรือลดจำนวนหุ้นให้น้อยลงก็ได้ โดยอาศัยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้จะลดทุนของบริษัทให้เหลือต่ำกว่าจำนวนหนึ่งในสี่ของทุนทั้งหมดไม่ได้    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทุนต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5. (ทุน) ด้วย โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้  1.จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติพิเศษให้ลดทุนและแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (ทุน) ให้สอดคล้องกับทุนที่ลด โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยต้องระบุวาระการประชุมเรื่องลดทุนและแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5. ที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน (การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น )  2. การประชุมผู้ถือหุ้น      2.1 ในการลงมติพิเศษให้ลดทุนและให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5. ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน      2.2 การลดทุนจะลดโดยการลดมูลค่าหุ้นหรือจำนวนหุ้นก็ได้      2.3 จำนวนทุนที่ลดจะลดลงไปให้เหลือต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของทุนไม่ได้  3. ให้ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษให้ลดทุน ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุมมีมติพิเศษให้ลดทุน  4. การบอกกล่าวเจ้าหนี้      เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้ลดทุน และจดทะเบียนมติพิเศษให้ลดทุนแล้ว บริษัทต้องประกาศโฆษณาการลดทุนในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง และต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังเจ้าหนี้ของบริษัท เพื่อให้เจ้าหนี้ทราบการลดทุนและมีสิทธิคัดค้านภายใน 30 วัน นับแต่วันที่บอกกล่าว  5. เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน หากไม่มีเจ้าหนี้คัดค้าน ให้จัดทำคำขอจดทะเบียน ยื่นขอจดทะเบียนลดทุนและจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุน) ให้สอดคล้องกับจำนวนทุนที่ลด    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และ?","2022-04-06T22:52:47"],
    [487,"94e56e17-83ba-4b33-b37c-68c70510186b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การยื่นรายงานการชำระบัญชีทุกรอบระยะเวลา 3 เดือน ของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-a48e-47bf-af6e-b92fd7d6cf6f",1,0,8,"1. ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชีพร้อมกับบัญชีรับจ่ายยื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันได้รับการแต่งตั้งจนกว่าจะเสร็จการชำระบัญชี    2. ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นรายงานการชำระบัญชีพร้อมกับบัญชีรับจ่าย และเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่ได้ดำเนินการในรอบระยะเวลาดังกล่าว ภายใน 14 วันนับแต่วันที่ครบรอบ 3 เดือน    3. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    4. ผู้ชำระบัญชีต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    5. ผู้ชำระบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 5.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        5.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        5.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        5.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        5.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจ รับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 5.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย        (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    6. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [488,"94e56e17-8742-4097-98df-a0eb91b0856e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนมติพิเศษให้ควบบริษัท (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-a8a6-4dea-89ef-d5a8ea63c17d",1,50,6,"ขั้นตอนการจดทะเบียนควบบริษัท มี 2 ขั้นตอน ดังนี้  ขั้นตอนที่ 1 จดทะเบียนมติพิเศษให้ควบบริษัท  ขั้นตอนที่ 2 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่อันเกิดจากการควบ  การควบบริษัทจำกัด คือการที่บริษัทจำกัดตั้งแต่ 2 บริษัท ขึ้นไปมารวมกันเป็นบริษัทเพียงบริษัทเดียว เพื่อลดการแข่งขันทางการค้า ขยายกิจการค้า ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่อันเกิดจากการควบจะใช้ชื่อบริษัทเดิมที่ควบเข้ากัน หรือจะตั้งชื่อใหม่ก็ได้ บริษัทจำกัดเมื่อควบเข้ากันแล้วจะมีผลทำให้บริษัทเดิมแต่ละบริษัทสิ้นสภาพไปเกิดบริษัทใหม่ขึ้นมาแทน สิทธิหน้าที่และความรับผิดที่บริษัทเดิมมีอยู่บริษัทใหม่ก็ต้องรับโอนมาทั้งหมด ผู้ถือหุ้นของบริษัทเดิมที่ควบเข้ากันก็จะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่ ทุนของบริษัทเดิมก็รวมกันเป็นทุนของบริษัทใหม่  ขั้นตอนและวิธีการในการควบบริษัทจำกัด  1. บริษัทแต่ละบริษัทที่จะควบเข้ากันเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษให้ควบบริษัทเข้าด้วยกันด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนหุ้นที่เข้าประชุม การจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษให้ควบบริษัทต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ  2. เมื่อมีมติพิเศษให้ควบบริษัทแล้ว แต่ละบริษัทจะต้องนำมติไปจดทะเบียนมติพิเศษให้ควบบริษัท ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการลงมติ    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [489,"94e56e17-8af3-4f0e-bc07-9f1fd6fc317a","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนควบบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-ad0b-4764-aebd-aa719cdbf893",1,100,16,"ขั้นตอนการจดทะเบียนควบบริษัท ประกอบไปด้วย 2 ขั้นตอน     ขั้นตอนที่ 1 จดทะเบียนมติพิเศษให้ควบบริษัท  ขั้นตอนที่ 2 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่อันเกิดจากการควบ      การควบบริษัทจำกัด คือการที่บริษัทจำกัดตั้งแต่ 2 บริษัท ขึ้นไปมารวมกันเป็นบริษัทเพียงบริษัทเดียว เพื่อลดการแข่งขันทางการค้า ขยายกิจการค้า ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่อันเกิดจากการควบจะใช้ชื่อบริษัทเดิมที่ควบเข้ากันหรือจะตั้งชื่อใหม่ก็ได้ บริษัทจำกัดเมื่อควบเข้ากันแล้วจะมีผลทำให้บริษัทเดิมแต่ละบริษัทสิ้นสภาพไปเกิดบริษัทใหม่ขึ้นมาแทน สิทธิหน้าที่และความรับผิดที่บริษัทเดิมมีอยู่บริษัทใหม่จะต้องรับโอนมาทั้งหมด ผู้ถือหุ้นของบริษัทเดิมที่ควบเข้ากันจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่ และทุนของบริษัทเดิมจะรวมกันเป็นทุนของบริษัทใหม่      ขั้นตอนและวิธีการในการควบบริษัทจำกัด  1. บริษัทแต่ละบริษัทที่จะควบเข้ากันเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษให้ควบบริษัทเข้าด้วยกันด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนหุ้นที่เข้าประชุม การจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษให้ควบบริษัทต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมทางไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ  2. เมื่อมีมติพิเศษให้ควบบริษัทแล้ว แต่ละบริษัทจะต้องนำมติไปจดทะเบียนมติพิเศษให้ควบบริษัท ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการลงมติ  3. แต่ละบริษัทต้องลงประกาศโฆษณาการควบบริษัทในหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 ครั้ง  4. แต่ละบริษัทต้องมีหนังสือบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์แจ้งให้เจ้าหนี้ของบริษัททราบเพื่อคัดค้านการควบบริษัท ภายใน 60  วันนับแต่วันบอกกล่าว  5. เมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศหนังสือพิมพ์หรือวันบอกกล่าวเจ้าหนี้ ซึ่งเป็นเวลาครั้งหลังสุดและไม่มีเจ้าหนี้คัดค้าน ให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะควบเข้ากันทั้งหมดเข้าประชุมหารือร่วมกันเพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ โดยจะตกลงกันในรายละเอียดของบริษัทใหม่ เช่น ชื่อบริษัท (จะใช้ชื่อบริษัทเดิมหรือชื่อใหม่ก็ได้) ทุนจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ข้อบังคับ วัตถุประสงค์ เป็นต้น ในกรณีมีเจ้าหนี้ของบริษัทคัดค้านการควบบริษัท บริษัทที่เป็นลูกหนี้จะต้องใช้หนี้หรือให้ประกันการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้จนกว่าเจ้าหนี้จะพอใจไม่คัดค้านเสียก่อน จึงจะดำเนินการควบบริษัทต่อไป  6. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติให้ควบเข้ากันตามข้อ 5 แล้ว ให้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีมติ โดยกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้?","2022-04-06T22:52:47"],
    [490,"94e56e17-8e32-41d0-b826-6508cb36bff5","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนควบบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-b0db-4e3a-8e94-0976a1d94c81",1,50,11,"หลักเกณฑ์    1. เมื่อบริษัทมหาชนตั้งแต่ 2 บริษัทขึ้นไป หรือบริษัทมหาชนจำกัดกับบริษัทเอกชน มีความประสงค์จะควบเข้ากันเป็นบริษัทมหาชนจำกัด    2. แต่ละบริษัทต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติให้ควบบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (ในกรณีที่เป็นการควบกับบริษัทเอกชน ต้องมีมติพิเศษตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)    3. เมื่อแต่ละบริษัทลงมติให้ควบบริษัทแล้วต้องดำเนินการดังต่อไปนี้        3.1 แต่ละบริษัทต้องมีหนังสือแจ้งมติการควบบริษัทไปยังเจ้าหนี้ของบริษัท ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือหุ้นลงมติให้ควบบริษัท โดยกำหนดเวลาให้ส่งคำคัดค้านภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งมติ        3.2 แต่ละบริษัทต้องโฆษณามติที่ประชุมการควบบริษัททางหนังสือพิมพ์ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือหุ้นลงมติ        3.3 ถ้ามีการคัดค้านการควบบริษัทโดยเจ้าหนี้ บริษัทจะควบกันไม่ได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันหนี้นั้นแล้ว    4. บริษัทที่จะควบกันจะต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นร่วมกันของบริษัทที่ต้องการควบกัน โดยพิจารณาและลงมติในเรื่อง ดังต่อไปนี้        4.1 จัดสรรหุ้นของบริษัทที่ควบกันให้แก่ผู้ถือหุ้น        4.2 ชื่อของบริษัทที่ควบกัน (โดยจะใช้ชื่อใหม่หรือใช้ชื่อเดิมของบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่จะควบก็ได้)        4.3 วัตถุประสงค์        4.4 ทุนของบริษัทที่ควบกัน โดยต้องไม่น้อยกว่าทุนที่ชำระแล้วของบริษัทที่ควบเข้ากันทั้งหมด        4.5 หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทที่ควบกัน        4.6 ข้อบังคับ        4.7 เลือกตั้งกรรมการและอำนาจกรรมการ        4.8 เลือกตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน        4.9 เรื่องอื่น ๆ ที่จำเป็นในการควบบริษัท (ถ้ามี)    5. บริษัทต้องดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมกันของบริษัทที่ควบเข้ากันภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งได้ลงมติให้ควบกันเป็นรายหลังสุด    6. คณะกรรมการบริษัทที่ควบกัน ต้องยื่นขอจดทะเบียนควบบริษัทภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการประชุม         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า          หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [491,"94e56e17-9107-4073-b04f-757b776c73a7","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์  พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนจำกัด) บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-b418-4556-8edf-23d4919d2b67",1,30,14,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจ ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการใดๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการนั้นๆ  (มาตรา 13)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้    3. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐาน    ที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [492,"94e56e17-9604-4f1a-ad80-f551e88c677c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด) บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-b750-41bc-8b9c-68b75d4b9f3a",1,30,6,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งจดทะเบียนพาณิชย์ไว้ ต่อมาได้เลิกประกอบพาณิชยกิจทั้งหมด จะโดยเหตุใดก็ตาม เช่น ขาดทุน ไม่ประสงค์จะประกอบการค้าต่อไป เจ้าของสถานที่เรียกห้องคืนเพราะหมดสัญญาเช่า หรือเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันเลิกประกอบพาณิชยกิจ  (มาตรา 13)    2. กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจมีเหตุขัดข้องไม่สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกด้วยตนเอง เช่น วิกลจริต ตาย สาบสูญ เป็นต้น ให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น สามี ภริยา บิดา มารดา หรือบุตร ยื่นขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจแทนผู้ประกอบพาณิชยกิจนั้นได้ โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนเลิก พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่สามารถมายื่นคำขอจดทะเบียนได้ด้วยตนเอง และเอกสารหลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น ใบมรณบัตร คำสั่งศาล เป็นต้น    3. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจได้ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่น  ยื่นแทนก็ได้    4.ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้มีส่วนได้เสีย (แล้วแต่กรณี) เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    5. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว    มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [493,"94e56e17-99bf-4afe-8e77-ac7c4573a09d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-bb85-416c-83f1-51323d846949",1,50,9,"ขั้นตอนการเลิกบริษัทจำกัด  1. บริษัทจะเลิกกันได้ด้วยเหตุดังต่อไปนี้      1.1 เลิกโดยผลของกฎหมาย          1.1.1 กรณีข้อบังคับกำหนดเหตุเลิกไว้และเมื่อมีเหตุนั้นเกิดขึ้น          1.1.2 ตั้งบริษัทโดยกำหนดระยะเวลาไว้และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลานั้น          1.1.3 ตั้งบริษัทเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด และเมื่อทำกิจการนั้นเสร็จแล้ว          1.1.4 บริษัทล้มละลาย      1.2 โดยความประสงค์ของผู้ถือหุ้น      ผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท :การเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัดในกรณีที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัทโดยดำเนินการจัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น เพื่อลงมติพิเศษให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่เข้าประชุม      1.3 เลิกโดยคำสั่งศาล เหตุที่ศาลจะสั่งเลิกบริษัทคือ          1.3.1 ทำผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท          1.3.2 บริษัทไม่เริ่มประกอบการภายใน 1 ปีนับแต่จดทะเบียน หรือหยุดทำการถึง 1 ปี          1.3.3 การค้ามีแต่ขาดทุนและไม่มีหวังกลับฟื้นคืน          1.3.4 จำนวนผู้ถือหุ้นเหลือไม่ถึง 3 คน        *คำขอจดทะเบียนเลิกและอำนาจของผู้ชำระบัญชีของบริษัท จะต้องลงลายมือชื่อโดยผู้ชำระบัญชี ซึ่งได้แก่ กรรมการที่ลงชื่อผูกพันบริษัทตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิก        *การแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีของบริษัท หากข้อบังคับของบริษัทไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการทุกคนของบริษัทต้องเป็นผู้ชำระบัญชี โดยผลของกฎหมาย ถ้าผู้ชำระบัญชีมีหลายคน ผู้ชำระบัญชีทุกคนต้องกระทำการร่วมกัน เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่หรือศาลจะได้กำหนดอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น        *ในกรณีที่บริษัทไม่ได้กำหนดข้อบังคับในเรื่องการตั้งผู้ชำระบัญชีไว้ หากบริษัทประสงค์จะตั้งกรรมการบางคน หรือ กรรมการคนใดคนหนึ่ง หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่กรรมการของบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีจะต้องให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของบริษัทมีมติตั้งผู้ชำระบัญชีหรือกำหนดอำนาจของผู้ชำระบัญชี        *เมื่อบริษัทจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลเลิกกัน บริษัทจะยังคงตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชี การเลิกบริษัทกรณีอื่นนอกจากล้มละลายต้องมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชีของบริษัทให้เสร็จสิ้นไป เช่น การรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่กรรมการได้ออกไปในการดำเนินกิจการค้าแทนบริษัท หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนและเฉลี่ยเป็นกำไรในระหว่างผู้ถือหุ้น และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว การฟ้องคดีเรียกหนี้สินที่บริษัท กรรมการหรือผู้ชำระบัญชีเป็นหนี้อยู่นั้น จะต้องทำการฟ้องภายใน 2 ปีนับแต่วันเสร็จสิ้นการชำระบัญชี    2. ผู้ชำระบัญชีจัดทำคำขอและยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัท  3. ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย  4. ส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ไปยังเจ้าหนี้ (ถ้ามี)    *ขั้นตอนตาม 2-4 ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกบริษัท    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชีจะเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระ?","2022-04-06T22:52:47"],
    [494,"94e56e17-9c3b-43b7-9156-2a877bc75ec6","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-be6f-4fbf-8e62-18da0dea84a4",1,50,8,"หลักเกณฑ์    เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติรายงานการชำระบัญชีและได้อนุมัติการเสร็จการชำระบัญชี    วิธีการและเงื่อนไข    1. ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 14 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ    2. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    3. ผู้ชำระบัญชีผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    4. ผู้ชำระบัญชีผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน หรือ ทนายความหรือผู้สอบบัญชี ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับนายทะเบียน หรือ ต่อหน้าบุคคลที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2535) ออกตามความใน พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3","2022-04-06T22:52:47"],
    [495,"94e56e17-9eef-4fd3-ab6a-a3713ff21057","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชีของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-c1be-470e-93bd-72c8d2f71874",1,50,6,"หลักเกณฑ์    เมื่อผู้ชำระบัญชีตาย หรือลาออก ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือศาล(แล้วแต่กรณี) แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีแทน    วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. ผู้ชำระบัญชีต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ชำระบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โตยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า     หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [496,"94e56e17-a270-40be-ab05-56cc7da096a7","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-c570-4002-b4f5-8d1d8b9a62f4",1,50,6,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด จองชื่อบริษัทมหาชนจำกัดด้วยตนเองที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) โดยชื่อดังกล่าวต้องไม่เหมือนหรือคล้ายหรือมีเสียงเรียกขานตรงกันหรือคล้ายคลึงกันกับชื่อที่ได้จองหรือได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว หรือขัดกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 หรือขัดระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ. 2561 ข้อ 38 และเมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อแล้ว ให้สั่งพิมพ์ใบแจ้งผลการจองชื่อบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขอจดทะเบียน    2. เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป เข้าชื่อกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้        2.1 บรรลุนิติภาวะแล้ว        2.2 มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททั้งหมด        2.3 จองหุ้น และหุ้นที่จองทั้งหมดนั้นต้องเป็นหุ้นที่ชำระค่าหุ้นเป็นตัวเงินรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของทุนจดทะเบียน        2.4 ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือไม่เป็น หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย        2.5 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้กระทำโดยทุจริต    3. หนังสือบริคณห์สนธิที่จัดทำขึ้นต้องมีรายการดังต่อไปนี้        3.1 ชื่อบริษัท โดยต้องมีคำว่า \"บริษัท\" นำหน้าและมีคำว่า \"จำกัด (มหาชน)\" ต่อท้าย หรือจะใช้อักษรย่อว่า \"บมจ.\" แทนก็ได้ และในกรณีประกอบกิจการธนาคารจะไม่ใช้คำว่า \"บริษัท\" นำหน้าก็ได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ใช้ชื่อเป็นอักษรภาษาต่างประเทศ บริษัทต้องเขียนชื่อภาษาต่างประเทศนั้นเป็นภาษาอังกฤษให้มีการออกเสียงตรงหรือมีความหมายตรงกับชื่อภาษาไทยโดยมีคำว่า \"Public Company Limited\" ต่อท้ายชื่อ        3.2 ความประสงค์ของบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชน         3.3 วัตถุประสงค์ของบริษัทซึ่งต้องระบุประเภทของธุรกิจโดยชัดแจ้ง         3.4 ทุนจดทะเบียนซึ่งต้องแสดงชนิด จำนวน และมูลค่าของหุ้น         3.5 ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ซึ่งต้องระบุว่าจะตั้งอยู่ ณ ท้องที่ใดในราชอาณาจักร         3.6 ชื่อ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ และที่อยู่ของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท และจำนวนหุ้นที่แต่ละคนจองไว้    4. ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนและผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 4.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        4.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        4.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        4.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        4.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใด ๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 4.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    วิธีการและเงื่อนไข    1. คำขอจดทะเบียนต้องมีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน และต้องพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. ผู้ขอจดทะเบียนต้องเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่ออยู่ในราชอาณาจักรไทย    3. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่ สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสาร หลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ     3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [497,"94e56e17-a5ec-4bef-b5f0-2d350f20f91d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-c98f-42ce-a499-3da8c6655447",1,50,8,"ขั้นตอนหลักในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด    ขั้นตอนที่ 1 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาอย่างน้อย 15 คน ขึ้นไป จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ และให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนลงลายมือชื่อและนำไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน    ขั้นตอนที่ 2 เสนอขายหุ้นโดยการเสนอขายหุ้นทั้งหมดต่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทหรือเสนอขายหุ้นต่อประชาชน กรณีเสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทหรือบริษัทจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนที่ต้องจัดทำและส่งให้หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยส่งให้นายทะเบียน 1 ชุด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ส่งให้ หน่วยงานดังกล่าว       ขั้นตอนที่ 3 ประชุมจัดตั้งบริษัท        3.1 ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทเรียกนัดประชุมจัดตั้งบริษัทเมื่อมีการจองหุ้นครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน หรือเอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนหุ้นที่กำหนดไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องเรียกประชุมจัดตั้งบริษัทภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่มีการจองหุ้นครบตามจำนวนที่กำหนด แต่ต้องไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ        3.2 ในการเรียกประชุมจัดตั้งบริษัท ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องดำเนินการส่งหนังสือนัดประชุมไปยังผู้จองหุ้นไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันประชุม และส่งให้นายทะเบียนไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม พร้อมด้วยเอกสารดังนี้              3.2.1 ระเบียบวาระการประชุม              3.2.2 เอกสารเกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ที่ประชุมจัดตั้งบริษัทพิจารณาให้สัตยาบันหรืออนุมัติ (โดยผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท 2 คน รับรองความถูกต้องของเอกสาร)              3.2.3 ร่างข้อบังคับ        3.3 การประชุมจัดตั้งบริษัทต้องจัดให้มีขึ้น ณ ท้องที่ที่จะเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทหรือจังหวัดใกล้เคียง        3.4 การประชุมจัดตั้งบริษัทจะต้องมีผู้จองหุ้นซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่จองแล้วมาประชุมจึงจะเป็นองค์ประชุมได้        3.5 การประชุมจัดตั้งบริษัทต้องพิจารณาประเด็นดังต่อไปนี้              3.5.1 พิจารณาข้อบังคับ              3.5.2 ให้สัตยาบันแก่กิจการที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทได้ทำไว้และอนุมัติค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท              3.5.3 กำหนดจำนวนเงินที่จะให้แก่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท ถ้าระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน              3.5.4 กำหนดลักษณะแห่งหุ้นบุริมสิทธิ (ถ้ามี)              3.5.5 กำหนดจำนวนหุ้นสามัญ หรือ หุ้นบุริมสิทธิ ที่จะออกให้แก่บุคคลที่ให้ทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงิน หรือให้ใช้ลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใด ๆ หรือให้ข้อสนเทศ เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม การพาณิชย์หรือวิทยาศาสตร์              3.5.6 เลือกตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจกรรมการ              3.5.7 เลือกตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชี        3.6 เมื่อประชุมจัดตั้งบริษัทเสร็จสิ้นแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องส่งมอบกิจการและเอกสารทั้งปวงของบริษัทให้แก่คณะกรรมการภายใน 7 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการประชุม        3.7 เมื่อรับมอบกิจการและเอกสารแล้ว ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้ผู้จองหุ้นชำระเงินค่าหุ้นเต็มจำนวนภายในเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือแจ้ง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 14 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง        3.8 เมื่อได้รับชำระเงินค่าหุ้นครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน หรือเอกสารเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่กำหนดไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ให้คณะกรรมการขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัทเสร็จ    ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท        4.1 คณะกรรมการบริษัทต้องขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 เดือน นับแต่วันประชุมจัดตั้งบริษัทเสร็จ        4.2 คำขอจดทะเบียนต้องดำเนินการโดยถูกต้อง ครบถ้วน ตามกฎหมาย และพิมพ์เป็นภาษาไทย        4.3 ในการขอจดทะเบียน ให้กรรมการบริษัทผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ลงลายมือชื่อขอจดทะเบียน โดยกรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่ออยู่ในราชอาณาจักรไทย        4.4 กรรมการบริษัททุกคนและผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 4.4.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน              4.4.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)              4.4.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน              4.4.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ              4.4.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใด ๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 4.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)        4.5 การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [498,"94e56e17-a99f-42bd-93a7-e8b54b73b19d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนตั้ง หรือเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี หรือแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของผู้ชำระบัญชี และที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี (บริษัทจำกัด) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-ce04-4645-83df-47fb54928cf7",1,50,7,"เมื่อบริษัทได้เลิกกันแล้ว และได้ตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อชำระสะสางทรัพย์สินหนี้สินของบริษัท  ต่อมาต้องการเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีและแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชีใหม่ จะต้องให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี หรือกำหนดอำนาจผู้ชำระบัญชีใหม่ หรือศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีและอำนาจผู้ชำระบัญชี แล้วนำมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ไปยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนโดยให้ผู้ชำระบัญชีที่ได้จดทะเบียนไว้เดิมเป็นผู้ขอจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่ประชุมมีมติหรือวันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง        สำหรับการแก้ไขที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชีนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง  ดังนั้นการแก้ไขที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชีไม่ต้องได้รับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้  เมื่อกรอกคำขอจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชีจึงไม่ต้องอ้างมติที่ประชุม     ขั้นตอนการจดทะเบียนตั้ง หรือเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี หรือแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของผู้ชำระบัญชี และที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชี  1.  ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือตามที่กำหนดในข้อบังคับ โดยลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 1 คราว และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ / จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงผู้ชำระบัญชี หรืออำนาจผู้ชำระบัญชีหรือที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชี  2. จัดทำคำขอจดทะเบียน/ยื่นขอจดทะเบียน ภายใน 14 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมมีมติ    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชีจะเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [499,"94e56e17-ad69-4f00-a31a-7d9d10fc700c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-d1ee-46f9-bcbe-acc8cf742755",1,50,9,"ขั้นตอนการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัทจำกัด ?  1.เมื่อที่ประชุมมีมติให้เลิกบริษัทแล้ว  2.ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย  3.ส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ไปยังเจ้าหนี้ (ถ้ามี)  *ขั้นตอนตาม 2-3 ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกบริษัท  4.จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท (ณ วันที่ประชุมมีมติพิเศษให้เลิก หรือวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก)  5.ส่งงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัท ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองว่าถูกต้อง  6.ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อยืนยันตัวผู้ชำระบัญชีและอนุมัติงบการเงิน ณ วันเลิก  7.ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติยืนยันตัวผู้ชำระบัญชีหรือแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่และอนุมัติงบการเงิน ณ วันเลิก  8.ผู้ชำระบัญชีชำระสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท (ถ้ามีทรัพย์สินก็ให้จำหน่าย มีลูกหนี้ให้เรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ ชำระหนี้สิน และจ่ายค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของบริษัท)  9.เมื่อมีเงินคงเหลือก็ให้คืนทุนแก่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ถือหุ้นหรือตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ  10.ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติรายงานการชำระบัญชี  11.ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติอนุมัติรายงานการชำระบัญชี  12.ผู้ชำระบัญชีจัดทำคำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีและยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการชำระบัญชี    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชีจะเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [500,"94e56e17-b0e9-4a68-835d-5e304b453127","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนจัดตั้งบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-d5e5-40eb-a83b-8501e2843541",1,50,8,"เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดตั้งบริษัทจำกัด หากผู้เริ่มก่อการประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1.(ชื่อบริษัท) ข้อ 2.(สำนักงานของบริษัท) ข้อ 3.(วัตถุที่ประสงค์ของบริษัท) ข้อ 5.(ทุน/หุ้น/มูลค่าหุ้น) ข้อ 6.(ผู้เริ่มก่อการ) ก็สามารถทำได้โดยให้ผู้เริ่มก่อการทุกคนให้ความยินยอมแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ     ในการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนตั้งบริษัทจำกัด ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้  1.ผู้เริ่มก่อการทุกคนตกลงกันที่จะแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ  2.จัดทำคำขอจดทะเบียน  3.ยื่นจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิต่อนายทะเบียน    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [501,"94e56e17-b4ab-4a12-8bca-8525cac21174","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-da15-4622-91a7-ecc0fd92515c",1,50,23,"เมื่อได้จัดตั้งห้างหุ้นส่วนแล้วต่อมาต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนไว้ อันได้แก่ ดวงตรา วัตถุที่ประสงค์ การย้ายสำนักงานใหญ่หรือตั้งหรือย้ายสำนักงานสาขา การเปลี่ยนตัวผู้เป็นหุ้นส่วน การเพิ่มทุน/ลดทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน การเปลี่ยนสิ่งที่นำมาลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วน เปลี่ยนจำพวกของหุ้นส่วน การเปลี่ยนหุ้นส่วนผู้จัดการ ข้อจำกัดอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการ และ/หรือ ตราสำคัญของห้าง รวมไปถึงรายการอื่น ๆ ที่เห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ จะต้องได้รับความยินยอม หรือตกลงจากผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน หรือตามที่มีข้อสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนกำหนดไว้ แล้วนำความยินยอมหรือตกลงไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนโดยให้หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ขอจดทะเบียน    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้  ขั้นตอนที่ 1  ทำความยินยอมหรือตกลงระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน ในรายละเอียดที่ต้องการขอเปลี่ยนแปลง ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนชื่อห้างหุ้นส่วน จะต้องดำเนินการจองชื่อห้างที่จะเปลี่ยนใหม่เสียก่อน  ขั้นตอนที่ 2 จัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบ  ขั้นตอนที่ 3 การยื่นขอจดทะเบียน    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน หุ้นส่วนผู้จัดการจะเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [502,"94e56e17-b88e-42ba-b104-de13dfc2208c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี/อำนาจ/ที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-de28-4969-b26e-de43cdbcaaae",1,50,8,"เมื่อห้างหุ้นส่วนได้เลิกกันแล้ว และได้ตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อชำระสะสางทรัพย์สินหนี้สินของห้างหุ้นส่วน ต่อมาต้องการเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีและแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชีใหม่ จะต้องให้ที่ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนลงมติเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีหรือกำหนดอำนาจผู้ชำระบัญชีใหม่ หรือศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชีและอำนาจผู้ชำระบัญชี แล้วนำมติที่ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนโดยให้ผู้ชำระบัญชีที่ได้จดทะเบียนไว้เดิมเป็นผู้ขอจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่ประชุมมีมติหรือวันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง        สำหรับการแก้ไขที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชีนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องให้ที่ประชุม ผู้เป็นหุ้นส่วนมีมติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการแก้ไขที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชี ไม่ต้องได้รับมติที่ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนก็ได้ เมื่อกรอกคำขอจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานผู้ชำระบัญชีก็ไม่ต้องอ้างมติที่ประชุม    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชีเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-06-27T15:57:07"],
    [503,"94e56e17-bc37-4977-8eee-28e770a76d44","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนควบห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-e260-4bd8-85b8-c9b0832e2c6b",1,200,11,"การควบห้างหุ้นส่วน คือการที่ห้างหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 ห้าง ขึ้นไปมารวมกันเป็นห้างเพียงห้างเดียว เพื่อลดการแข่งขันทางการค้า ขยายกิจการค้า ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยห้างหุ้นส่วนที่ตั้งขึ้นใหม่อันเกิดจากการควบจะใช้ชื่อห้างหุ้นส่วนเดิมที่ควบเข้ากัน หรือจะตั้งชื่อใหม่ก็ได้ เมื่อควบเข้ากันแล้วจะมีผลทำให้ห้างหุ้นส่วนเดิมแต่ละห้างสิ้นสภาพไป เกิดห้างหุ้นส่วนใหม่ขึ้นมาแทน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดที่ห้างเดิมมีอยู่ ห้างหุ้นส่วนใหม่ก็ต้องรับโอนมาทั้งหมด ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างเดิมที่ควบเข้ากันก็จะเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างใหม่ ทุนของห้างเดิมก็รวมกันเป็นทุนของห้างหุ้นส่วนใหม่    ขั้นตอนการจดทะเบียนควบห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล  1. ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนแต่ละห้างที่จะควบเข้ากันต้องได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด  2. เมื่อห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนจะควบเข้ากันแล้ว แต่ละห้างหุ้นส่วนต้องดำเนินการลงโฆษณาการควบห้างในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่นั้นอย่างน้อยสองครั้ง  3. แต่ละห้างหุ้นส่วนต้องส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์แจ้งการควบห้างหุ้นส่วนให้เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนทราบ เพื่อคัดค้านการควบห้างหุ้นส่วนภายในสามเดือนนับแต่วันบอกกล่าว  4. เมื่อห้างได้ควบเข้ากันแล้ว จะต้องนำไปจดทะเบียนควบกันเป็นห้างหุ้นส่วนใหม่    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [504,"94e56e17-bf73-4dd5-b3a8-2a87ce678f9b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-e625-4288-a6e4-546401b0d2cf",1,50,7,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. บริษัทไม่มีหุ้นที่ยังไม่ได้จำหน่ายเหลืออยู่ เว้นแต่หุ้นที่ยังไม่จำหน่ายนั้น เป็นหุ้นที่ออกเพื่อรองรับหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้น หรือ รองรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น    2. บริษัทเพิ่มทุนได้โดยการออกหุ้นใหม่เพิ่มขึ้น โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน    วิธีการเและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องขอนำมติไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน (แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 เพิ่มทุน) ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมลงมติ    2. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสาร ประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    3. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    4. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคล ดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 4.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        4.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        4.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        4.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        4.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มี อำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 4.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย              (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจ ากัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    5. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [505,"94e56e17-c232-4410-9263-6b764cf446f0","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัทมหาชนจำกัด กรณีผู้ซื้อหุ้นกู้ใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-e984-4517-8a2d-3f723012a031",1,50,10,"หลักเกณฑ์ทั่วไป  เมื่อมีผู้ซื้อหุ้นกู้ชนิดแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ ใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้น      วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2.กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน    3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)    3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน    3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ    3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย    (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4.การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [506,"94e56e17-c4e8-4de3-a261-f2bbc81b6efd","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัทมหาชนจำกัด กรณีแปลงหนี้เป็นทุนให้กับเจ้าหนี้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-ecca-44e9-88fb-005e574ca9e0",1,50,8,"หลักเกณฑ์ทั่วไป  เมื่อเจ้าหนี้ที่ร่วมโครงการแปลงหนี้เป็นทุน ตกลงและมีหนังสือยอมรับการแปลงหนี้เป็นทุนตามที่บริษัทได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว    วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน    3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)    3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน    3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ    3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย        (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [507,"94e56e17-c75b-4876-bc93-df42bfc9272d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทมหาชนจำกัด กรณีตัดหุ้นที่ซื้อคืนซึ่งไม่ได้จำหน่ายหรือ จำหน่ายไม่ได้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-f063-43c3-a389-17251e8ec442",1,50,9,"หลักเกณฑ์ทั่วไป  เมื่อพ้นระยะเวลาที่ต้องจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนตามโครงการซื้อหุ้นคืน ถ้าบริษัทไม่จำหน่าย หรือ จำหน่ายไม่หมด บริษัทต้องลดทุนตัดหุ้นในส่วนดังกล่าว    วิธีการและเงื่อนไข    1.บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2.กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3.ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน    3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)    3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน    3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ    3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย    (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4.การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [508,"94e56e17-ca15-4b48-aba4-0528023a0801","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-f3ba-4847-874a-c36a41928222",1,50,7,"หลักเกณฑ์ทั่วไป  เมื่อมีผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิยื่นคำขอแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญต่อบริษัท    วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน    3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)    3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน    3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ    3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย  (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4.การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [509,"94e56e17-ccc9-4bc8-a004-d4fa88ad31fb","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนผู้ชำระบัญชีและเลิกบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-f726-4d85-803b-3c88a63ef149",1,50,5,"หลักเกณฑ์    1. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทมีมติให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นต้องแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนของผู้ชำระบัญชีและผู้สอบบัญชี หรือ    2. ศาลมีคำสั่งให้เลิกบริษัทรวมทั้งแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนของผู้ชำระบัญชีและผู้สอบบัญชี       วิธีการ และเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. ผู้ชำระบัญชีต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ชำระบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน    3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)    3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน    3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ    3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย  (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4.การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ 115 นาที","2022-04-06T22:52:47"],
    [510,"94e56e17-d071-4096-a7a8-dd7361984376","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-fb6e-47d5-a838-d660a4c5e7b0",1,5000,22,"เงื่อนไข และวิธีการจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด  1. ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องมีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่สามคนขึ้นไป  2. ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงยินยอมให้แปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด  3. หุ้นส่วนผู้จัดการห้างต้องมีหนังสือแจ้งความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนให้นายทะเบียนทราบภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอม โดยแนบสำเนาบันทึกข้อตกลงยินยอมให้แปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดด้วย      **ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ส่งหนังสือแจ้งความยินยอมต่อนายทะเบียนที่กองข้อมูลธุรกิจ หรือส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง (สนามบินน้ำ) หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขตแห่งใดแห่งหนึ่ง สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ส่งหนังสือแจ้งความยินยอมต่อนายทะเบียนได้ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดที่ห้างหุ้นส่วนนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่  4. ห้างหุ้นส่วนต้องประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวและมีหนังสือบอกกล่าวไปยังเจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนให้ทราบเรื่องที่ห้างหุ้นส่วนจะแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด  5. เมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือวันที่บอกกล่าวแล้วทั้งนี้นับแต่วันที่ดำเนินการหลังสุด หากไม่มีผู้ใดคัดค้าน ให้หุ้นส่วนผู้จัดการจัดให้มีการประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เพื่อให้ความยินยอมและดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้      5.1 จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท (ถ้ามี)      5.2 กำหนดทุนเรือนหุ้นของบริษัท ซึ่งต้องเท่ากับส่วนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนในห้างหุ้นส่วน และกำหนดจำนวนหุ้นของบริษัทที่จะตกได้แก่หุ้นส่วนแต่ละคน      5.3 กำหนดจำนวนเงินที่ได้ใช้แล้วในแต่ละหุ้น (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25)      5.4 กำหนดจำนวนหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ รวมทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิของหุ้น ซึ่งจะออกและจัดสรรหุ้นให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วน      5.5 แต่งตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจของกรรมการ      5.6 แต่งตั้งผู้สอบบัญชี      5.7 ดำเนินการในเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นในการแปรสภาพ  6. หุ้นส่วนผู้จัดการเดิมต้องส่งมอบกิจการ ทรัพย์สิน บัญชี เอกสาร และหลักฐานต่างๆ ของห้างหุ้นส่วนให้แก่กรรมการบริษัทภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้ให้ความยินยอมและดำเนินการในเรื่องต่างๆ ตาม 5. เสร็จสิ้นแล้ว  7. ในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนยังไม่ได้ชำระเงินค่าหุ้น หรือชำระเงินค่าหุ้นไม่ครบร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าหุ้น หรือยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินหรือทำเอกสารหลักฐานการใช้สิทธิต่างๆ ให้แก่ คณะกรรมการ คณะกรรมการบริษัทต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้เป็นหุ้นส่วนชำระเงินค่าหุ้น โอนกรรมสิทธิ์ หรือทำเอกสารหลักฐานการใช้สิทธิต่างๆ แล้วแต่กรณี ให้แก่คณะกรรมการภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง  8. คณะกรรมการต้องยื่นคำขอจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้ดำเนินการตาม 7. ครบถ้วนแล้ว         **เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดแล้ว ห้างหุ้นส่วนเดิมจะหมดสภาพการเป็นห้างหุ้นส่วน และห้างหุ้นส่วนที่จะแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด จะต้องไม่มีชื่อบริษัท วัตถุที่ประสงค์ทุนจดทะเบียน ผู้ถือหุ้น และส่วนลงหุ้นของแต่ละคน แตกต่างไปจากที่ห้างหุ้นส่วนได้จดทะเบียนไว้เดิม    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถช?","2022-04-06T22:52:47"],
    [511,"94e56e17-d445-4ebf-9e33-535ae0790e8b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d26-ffb2-47c9-85f4-c5f1b39475d6",1,50,9,"ขั้นตอนการชำระบัญชีและการขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วน  1. เมื่อเลิกห้างหุ้นส่วนแล้ว  2. ดำเนินการประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย  3. ส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ไปยังเจ้าหนี้     *ขั้นตอนตาม 2-3 ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกห้างหุ้นส่วน  4. จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วน (ณ วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงกันให้เลิกหรือวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก)  5. ส่งงบการเงิน ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วน ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองว่าถูกต้อง  6. ออกหนังสือนัดประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนเพื่อยืนยันตัวผู้ชำระบัญชีและอนุมัติงบการเงิน ณ วันเลิก  7. ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนเพื่อมีมติยืนยันตัวผู้ชำระบัญชีและอนุมัติงบการเงิน ณ วันเลิก  8. ผู้ชำระบัญชีชำระสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของห้างหุ้นส่วน (ถ้ามีทรัพย์สินให้นำออกจำหน่าย หากมีลูกหนี้ให้เรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ ชำระหนี้สินให้เจ้าหนี้ และจ่ายค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วน)  9. เมื่อมีเงินคงเหลือก็ให้คืนทุนแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนตามสัดส่วนการลงหุ้น  10. ออกหนังสือนัดประชุมพิจารณาการชำระบัญชี  11. ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนเพื่อมีมติอนุมัติการชำระบัญชี  12. ผู้ชำระบัญชีจัดทำคำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีและยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ประชุมอนุมัติการชำระบัญชี    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชีเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [512,"94e56e17-d815-407d-afb5-ba5445123a02","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-03fa-4491-bd28-892567db75b4",1,120,9,"ขั้นตอนการเลิกและการขอจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน  1. การเลิกห้างหุ้นส่วน แบ่งได้เป็น 3 กรณี คือ      1.1 เลิกโดยผลของกฎหมาย          1.1.1 กรณีกำหนดเหตุเลิกไว้และเมื่อมีเหตุนั้นเกิดขึ้น          1.1.2 ตั้งห้างโดยกำหนดระยะเวลาไว้และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลานั้น          1.1.3 ตั้งห้างเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด และเมื่อทำกิจการนั้นเสร็จแล้ว          1.1.4 หุ้นส่วนบอกเลิกเมื่อสิ้นรอบปีบัญชี และได้บอกเลิกก่อน 6 เดือน          1.1.5 หุ้นส่วนตาย ล้มละลาย หรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ          1.1.6 ห้างหุ้นส่วนล้มละลาย          1.1.7 เมื่อวัตถุประสงค์ของห้างกลายเป็นผิดกฎหมาย          1.1.8 หุ้นส่วนเหลือเพียงคนเดียว      1.2 โดยความประสงค์ของผู้เป็นหุ้นส่วน          1.2.1 ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนลงมติให้เลิก          1.2.2 หุ้นส่วนฝ่าฝืนกฎหมายเรื่องค้าแข่งกับห้าง และหุ้นส่วนอื่นลงมติให้เลิก      1.3 เลิกโดยคำสั่งศาล เหตุร้องศาลให้สั่งเลิกมี 3 กรณี คือ          1.3.1 หุ้นส่วนจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงฝ่าฝืนข้อสัญญาตั้งห้างที่มีนัยสำคัญ          1.3.2 กิจการห้างมีแต่ขาดทุน ไม่มีหวังฟื้นคืน          1.3.3 มีเหตุที่เหลือวิสัยที่ห้างจะดำรงอยู่ได้      เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลเลิกกัน ห้างนั้นจะยังคงตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชี การเลิกห้างกรณีอื่นนอกจากล้มละลายต้องมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อดำเนินการจดทะเบียนเลิกห้างและชำระบัญชีของห้างให้เสร็จสิ้นไป เช่น การรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่หุ้นส่วนผู้จัดการได้ออกไปในการดำเนินกิจการค้าแทนห้าง หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนและเฉลี่ยเป็นกำไรในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว การฟ้องคดีเรียกหนี้สินที่ห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ชำระบัญชีเป็นหนี้อยู่นั้น จะต้องทำการฟ้องภายใน 2 ปีนับแต่วันเสร็จสิ้นการชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนได้แก่ หุ้นส่วนผู้จัดการตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิก หุ้นส่วนผู้จัดการทุกคนต้องเข้าเป็นผู้ชำระบัญชีโดยผลของกฎหมาย ถ้าผู้ชำระบัญชีมีหลายคนผู้ชำระบัญชีทุกคนต้องกระทำการร่วมกัน เว้นแต่ที่ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนหรือศาลจะได้กำหนดอำนาจไว้เป็นอย่างอื่นในเวลาตั้งผู้ชำระบัญชี    2.ยื่นขอจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนต่อนายทะเบียน  3.ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย  4.ส่งคำบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ไปยังเจ้าหนี้ (ถ้ามี)      *ขั้นตอนตาม 2. - 4. ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการภายใน 14 วัน นับแต่วันที่เลิกห้างหุ้นส่วน    ข้อมูลที่ต้องใช้ในการขอจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน  1. วันที่เลิกห้างหุ้นส่วน  2. ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ และอายุของผู้ชําระบัญชี  3. อํานาจผู้ชําระบัญชี  4. ที่ตั้งสํานักงานของผู้ชําระบัญชี    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชีเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนต่อหน้านายทะเบียน นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              *กรณีผู้ใช้บริการมาแสดงตัวด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ              *กรณีมอบอำนาจ ให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร?","2022-04-06T22:52:47"],
    [513,"94e56e17-dbdb-45ae-9d93-802105051b48","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-0813-442b-89b4-1e38f2574a88",1,100,24,"ขั้นตอนการดำเนินการจัดตั้งบริษัทจำกัดเมื่อจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว  1. ผู้เริ่มก่อการจัดให้มีการจองซื้อหุ้นทั้งหมด  2. เมื่อมีการจองซื้อหุ้นหมดแล้ว ก็ให้ผู้เริ่มก่อการออกหนังสือนัดประชุมผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเพื่อประชุมจัดตั้งบริษัท การออกหนังสือนัดประชุมจะต้องห่างจากวันประชุมอย่างน้อย 7 วัน  3. จัดประชุมผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเพื่อจัดตั้งบริษัท      3.1 องค์ประชุมจะต้องมีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทั้งหมดและนับจำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมด (จะมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนก็ได้)      3.2 วาระการประชุม           (1) ทำความตกลงตั้งข้อบังคับของบริษัท           (2) ให้สัตยาบันแก่บรรดาสัญญาซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ทำไว้ และค่าใช้จ่ายที่ผู้เริ่มก่อการต้องจ่ายในการเริ่มก่อตั้งบริษัท           (3) กำหนดจำนวนเงินซึ่งจะให้แก่ผู้เริ่มก่อการ (ถ้ามี)           (4) ในกรณีที่บริษัทจะออกหุ้นบุริมสิทธิ ให้กำหนดจำนวนหุ้นบุริมสิทธิพร้อมทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิว่ามีสภาพหรือสิทธิอย่างไร          (5) ในกรณีที่บริษัทจะออกหุ้นเพื่อเป็นการตอบแทนการลงทุนด้วยทรัพย์สิน หรือแรงงาน  จะต้องกำหนดจำนวนหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิซึ่งออกให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เต็มค่าแล้วหรือได้ใช้แต่บางส่วนเพราะได้ใช้ค่าหุ้นด้วยอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน โดยจะต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจนทั้งในหนังสือนัดประชุมและมติที่ประชุม (แรงงานที่จะนำมาตีราคาเป็นค่าหุ้นของบริษัทต้องเป็นแรงงานที่ได้กระทำไปแล้ว)           (6) การเรียกชำระค่าหุ้น           (7) เลือกตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจกรรมการ           (8) เลือกผู้สอบบัญชีรับอนุญาตพร้อมทั้งกำหนดค่าสินจ้าง การตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพื่อตรวจสอบและรับรองงบการเงินต้องแต่งตั้งบุคคลธรรมดาเท่านั้น จะแต่งตั้งสำนักงานตรวจสอบบัญชีไม่ได้  4. ผู้เริ่มก่อการมอบหมายกิจการงานทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุม  5. คณะกรรมการเรียกเก็บค่าหุ้นจากผู้เข้าชื่อซื้อหุ้น (อย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น)  6. เมื่อเก็บค่าหุ้นทุกหุ้นได้ครบแล้ว ให้จัดทำคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัทแล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมจัดตั้งบริษัท ถ้าไม่จดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวจะทำให้การประชุมตั้งบริษัทเสียไป หากต่อไปต้องการจดทะเบียนตั้งบริษัท จะต้องดำเนินการจัดประชุมตั้งบริษัทใหม่อีกครั้ง)    ข้อมูลที่ใช้ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดเมื่อจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว  1. ที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่และ/หรือสาขา (ตั้งอยู่ ณ จังหวัดใด) พร้อมเลขรหัสประจําบ้านของที่ตั้งสํานักงาน, e-mail หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัท  2. ข้อบังคับ (ถ้ามี)  3. จํานวนทุน (ค่าหุ้นทุกหุ้น) ที่เรียกชําระแล้ว อย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น  4. ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) ของกรรมการ  5. รายชื่อหรือจํานวนกรรมการที่มีอํานาจลงชื่อแทนบริษัท (อํานาจกรรมการ)  6. ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมค่าตอบแทน  7. ชื่อ ที่อยู่ สัญชาติ อาชีพ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) และจํานวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน  8. ตราสําคัญ (ถ้ามี)    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) โดยสามารถทำได้ 4 วิธี ได้แก่                                                                               ก. ยืนยันตัวตนด้วยตนเอง โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ                                                                     ข. มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นเอกสารยืนยันตัวตนแทน โดยให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท                                                                     ค. ยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Know Your Customer: e-KYC) ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน                                                                                                                                                                                                             ง. ยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID ผ่านระบบ โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [514,"94e56e17-dfb0-4374-8517-f2046bceffb7","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (บริษัทจำกัด) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-0c60-4b61-875d-7d9be57432c3",1,50,9,"การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้  1. ผู้เริ่มก่อการจองชื่อนิติบุคคลโดยตรวจสอบชื่อที่ต้องการจองว่า ชื่อดังกล่าวต้องไม่เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกัน หรือคล้ายคลึงกันกับชื่อที่ได้จองหรือได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว หรือขัดระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ. 2561 ข้อ 38 ด้วยตนเอง และนำใบแจ้งผลการจองชื่อไปประกอบการขอจดทะเบียนต่อไป  2. เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อแล้ว ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 3 คน เข้าชื่อกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ  ผู้เริ่มก่อการจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้      2.1 เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น      2.2 มีอายุตั้งแต่ 12 ปี ขึ้นไป      2.3 จะต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น  3. ผู้เริ่มก่อการยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนอนุญาตให้จองชื่อนิติบุคคล  4. การที่ผู้เริ่มก่อการทุกคนตกลงในหนังสือบริคณห์สนธิฉบับนี้จะสิ้นผล หากไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 10 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ     ข้อมูลที่ใช้ในการจัดตั้งบริษัทจำกัด  1. ชื่อของบริษัท (ตามที่ได้จองชื่อไว้)  2. ที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่ (ตั้งอยู่ ณ จังหวัดใด)  3. วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า  4. ทุนจดทะเบียน จะต้องแบ่งเป็นหุ้น มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆ กัน (มูลค้าหุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท)  5. ชื่อ ที่อยู่ อายุ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) อาชีพ และจํานวนหุ้นที่ผู้เริ่มก่อการจองซื้อไว้  6. ชื่อ ที่อยู่ อายุ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)  ของพยาน 2 คน    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ผู้เริ่มก่อการจะเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) โดยสามารถทำได้ 4 วิธี ได้แก่                                                                                ก. ยืนยันตัวตนด้วยตนเอง โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ                                                                    ข. มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นเอกสารยืนยันตัวตนแทน โดยให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท                                                                      ค. ยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Know Your Customer: e-KYC) ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน                                                                                                                                                                                                              ง. ยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID ผ่านระบบ โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:47"],
    [515,"94e56e17-e281-4522-836f-83665e46e425","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-0ff2-4411-8b5b-2e1c85bb129e",1,50,7,"หลักเกณฑ์    เมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ ดังนี้    1. แต่งตั้งกรรมการเพิ่ม หรือ แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง    2. กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เช่น ครบกำหนดตามวาระแล้วไม่ได้กลับเข้ามาเป็นกรรมการอีก หรือกรรมการลาออก หรือ กรรมการตาย หรือ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้ออก หรือศาลมีคำสั่งให้ออก หรือขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย หรือ พ้นตำแหน่งตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าว แสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:46"],
    [516,"94e56e17-e545-4665-9c5a-4b1d2538a76c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการของบริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-1350-4fba-8712-4570d7662667",1,50,5,"หลักเกณฑ์    1. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้เปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการซึ่งลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท    2. บริษัทต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการของบริษัท ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง         วิธีการและเงื่อนไข    1. บริษัทต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโดยครบถ้วนและถูกต้อง และคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบต้องจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย    2. กรรมการผู้ขอจดทะเบียนต้องมีถิ่นที่อยู่และสถานที่ติดต่อในราชอาณาจักรไทย    3. ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือลงลายมือต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้ โดยมีหนังสือรับรองการลงลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวแสดงต่อนายทะเบียนด้วย เว้นแต่กรณีตาม 3.2 ให้ผู้รับรองลายมือชื่อลงชื่อไว้ในคำขอจดทะเบียน        3.1 นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หรือนายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกขึ้นไป ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ (โดยต้องทำตามแบบหนังสือรับรองลายมือชื่อ แบบ บมจ.404 กำหนด)        3.2 ทนายความหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองลายมือชื่อบริษัทมหาชนจำกัดไว้กับนายทะเบียน        3.3 หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งประจำอยู่ ณ ประเทศอื่น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว สำหรับกรณีลงลายมือชื่อในต่างประเทศ        3.4 บุคคลซึ่งตามกฎหมายของต่างประเทศที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือพำนักอาศัยไม่ว่าในฐานะใดๆ  มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ ทั้งนี้ โดยมีคำรับรองของบุคคลตาม 3.3 รับรองลายมือชื่อของผู้รับรองลายมือชื่อด้วย               (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ข้อ 3)    4. การยื่นสำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารทุกหน้า         หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และ จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้มายื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เมื่อกองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พิจารณาแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว ทางกรมจะแจ้งผลการพิจารณาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. กรณียื่นคำขอจดทะเบียน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ระยะเวลาดำเนินการอาจไม่เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง การกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 ที่กำหนด 115 นาที","2022-04-06T22:52:46"],
    [517,"94e56e17-e86e-4918-8f94-caed64fc7291","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล และกิจการร่วมค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-164e-4240-9ee9-9bd738a7230a",1,30,14,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการ  (มาตรา 11)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้    3. ให้ผู้ประกอบการพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน และรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4.  แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [518,"94e56e17-fece-487b-b325-1236f4781924","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การนำส่งงบการเงิน กรณีผู้นำส่งเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน/นิติบุคคลต่างประเทศ/กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-331c-42b0-8bdd-fb3d87ca5c18",1,0,4,"นิติบุคคลที่จดทะเบียนแล้วมีหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประจำทุกปี ไม่ว่าจะดำเนินกิจการหรือไม่         ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนให้เริ่มจัดทำบัญชีนับแต่วันที่ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนนั้นได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย /นิติบุคคลต่างประเทศให้เริ่มทำบัญชีนับแต่วันที่นิติบุคคลนั้นได้เริ่มต้นประกอบธุรกิจในประเทศไทย /กิจการร่วมค้าตามประมวล รัษฎากรให้เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่กิจการร่วมค้านั้นได้เริ่มต้นประกอบกิจการ         การลงลายมือชื่อในงบการเงิน ให้ดำเนินการดังนี้                                                                                                          (1) ให้หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ลงลายมือชื่อในงบการเงิน แบบ ส.บช.3 และแบบ ส.บช.3/1(ถ้ามี)         (2) การลงลายมือชื่อในงบการเงิน ให้ลงลายมือชื่อและประทับตรา (ถ้ามี) ทุกหน้า         (3) หมายเหตุประกอบงบการเงิน ให้บุคคลตาม (1) จำนวน 1 คนลงลายมือชื่อเฉพาะหน้าสุดท้าย         กำหนดเวลาในการยื่นงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน/ นิติบุคคลต่างประเทศ/ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร     (1) ต้องยื่นงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้วต่อนายทะเบียนภายใน 5 เดือน นับแต่วันปิดบัญชี                 (2)กรณีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ในรอบปีบัญชีที่จัดทำงบการเงินมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวม ไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวม ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับยกเว้น ไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต         ถ้าผู้มีหน้าที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถยื่นงบการเงินได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจทำหนังสือขอขยายหรือเลื่อน กำหนดเวลายื่นงบการเงินต่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ได้ ในการยื่นต้องดำเนินการก่อนที่จะหมดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดส่งหนังสือมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง เพื่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะพิจารณาเหตุผลว่าสมควรจะสั่งให้ ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลายื่นงบการเงินหรือไม่    ทั้งนี้การนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นงบการเงิน ประจำปี และเรื่อง แนวทางปฏิบัติในการยื่นงบการเงินประจำปีในแต่ละปี         กรณีนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้ง ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป จะได้รับ Username และ Password ในการส่งงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง และกรณีนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิกในระบบรับงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) เพื่อขอรับ Username และ Password (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://efiling.dbd.go.th/corpmembersignon/และนำเอกสารหลักฐานมายืนยันตัวตน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กองข้อมูลธุรกิจ ชั้น 3 หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 1-6 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสาขา แห่งหนึ่งแห่งใดก็ได้ ทั้งนี้  หลังจากเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้วหากผู้ประกอบการไม่ยืนยันการใช้งานระบบผ่านเว็บไซต์ภายใน 30 วันต้องทำการลงทะเบียนใหม่         ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรที่มีหุ้นส่วนเป็นต่างชาติ หรือมี การลงทุนในต่างประเทศ และนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ส.บช.3/1 ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี ดังนั้น งบการเงินที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี จะต้องมายื่น ภายในวันที่ 31 พฤษภาคมของปีถัดไป สำหรับธุรกิจที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดไม่ตรงกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ให้ใช้ข้อมูลงบแสดงฐานะการเงินรอบปีบัญชีที่ปิดบัญชี สำหรับข้อมูลที่ได้จากงบกำไรขาดทุนให้ใช้ข้อมูลทั้งปีกรอกในแบบ ส.บช.3/1 และยื่น ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม เพื่อให้ได้ข้อมูลการลงทุนระหว่างประเทศในภาพรวมของประเทศเป็นข้อมูลในระยะเวลาเดียวกัน         หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือ ประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการ แก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดย เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:46"],
    [519,"94e56e17-eac3-4dfb-a424-772f0c63f1c2","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด) บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ที่ประกอบพาณิชยกิจชนิดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-194f-487e-bbdd-7eedf644627d",1,30,13,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการ  (มาตรา 11)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้    3. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน และรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [520,"94e56e17-ed08-44ea-ac97-55445262b38a","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-1c47-45fe-b8b7-73e764a45851",1,30,12,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจ ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการใดๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการนั้นๆ  (มาตรา 13)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้  3. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [521,"94e56e18-01aa-4a2b-b87f-74606a4c27dd","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การนำส่งงบการเงิน กรณีผู้นำส่งเป็นบริษัทจำกัด/บริษัทมหาชนจำกัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-3698-4808-9148-655e6f074c5a",1,0,7,"นิติบุคคลที่จดทะเบียนแล้วมีหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประจำทุกปี ไม่ว่าจะดำเนินกิจการหรือไม่              บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดให้เริ่มจัดทำบัญชีนับแต่วันที่บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดนั้นได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย              การยื่นงบการเงินของบริษัทจำกัดให้ระบุในหน้างบแสดงฐานะการเงินด้วยว่างบการเงินนั้นได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่เท่าใด เมื่อวันที่ เดือน และปี พ.ศ. ใดไว้ด้วย การลงลายมือชื่อในงบการเงิน ให้ดำเนินการดังนี้             1. ให้กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ลงลายมือชื่อในงบการเงิน แบบ ส.บช.3 และแบบ ส.บช.3/1 (เว้นแต่งบการเงินของบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้จัดพิมพ์ไว้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีและจัดทำเป็นรูปเล่ม ซึ่งได้พิมพ์ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจแทนบริษัท และลายมือชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ลงลายมือชื่อรับรองในรายงานการสอบบัญชีของบริษัทไว้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีการลงลายมือชื่อ)                2. การลงลายมือชื่อในงบการเงิน ให้ลงลายมือชื่อและประทับตรา (ถ้ามี) ทุกหน้า             3. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ให้กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1 คน ลงลายมือชื่อเฉพาะหน้าสุดท้าย              บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ต้องนำงบการเงินเสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และจะต้องนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่            ถ้าผู้มีหน้าที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถยื่นงบการเงินได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจทำหนังสือขอขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลายื่นงบการเงินต่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ได้ ในการยื่นต้องดำเนินการก่อนที่จะหมดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดส่งหนังสือมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง เพื่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะพิจารณาเหตุผลว่าสมควรจะสั่งให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลายื่นงบการเงินหรือไม่  ทั้งนี้การนำส่งงบการเงินให้เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นงบการเงิน ประจำปี และเรื่อง แนวทางปฏิบัติในการยื่นงบการเงินประจำปีในแต่ละปี             กรณีนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้ง ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป จะได้รับ Username และ Password ในการส่งงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง และกรณีนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2561  นิติบุคคลต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิกในระบบรับงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขอรับ Username และ Password (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://efiling.dbd.go.th/corpmembersignon/และนำเอกสารหลักฐานมายืนยันตัวตนณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กองข้อมูลธุรกิจ ชั้น 10 หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 1-6 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสาขา แห่งหนึ่งแห่งใดก็ได้ ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้วหากผู้ประกอบการไม่ยืนยันการใช้งานระบบผ่านเว็บไซต์ภายใน 30 วันต้องทำการลงทะเบียนใหม่              บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดในกรณีที่มีหุ้นส่วนเป็นต่างชาติ หรือมีการลงทุนในต่างประเทศ มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ส.บช.3/1 ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี ดังนั้น งบการเงินที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี จะต้องมายื่นภายในวันที่ 31 พฤษภาคมของปีถัดไป สำหรับธุรกิจที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดไม่ตรงกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ให้ใช้ข้อมูลงบแสดงฐานะการเงิน รอบปีบัญชีที่ปิดบัญชีสำหรับข้อมูลที่ได้จากงบกำไรขาดทุนให้ใช้ข้อมูลทั้งปี กรอกในแบบ ส.บช.3/1 และยื่นภายในวันที่ 31 พฤษภาคม เพื่อให้ได้ข้อมูลการลงทุนระหว่างประเทศในภาพรวมของประเทศเป็นข้อมูลในระยะเวลาเดียวกัน    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:46"],
    [522,"94e56e17-ef51-4ae7-b716-95bfeb207833","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล และกิจการร่วมค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-1f58-4185-b635-2efc9aaf729a",1,30,13,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจ ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการใดๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการนั้นๆ  (มาตรา 13)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้    3. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลด จาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว   มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [523,"94e56e17-f19c-4256-a913-336d706605d1","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-227c-4f0c-9b97-40f1afb572c6",1,30,13,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจ ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการใดๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการนั้นๆ  (มาตรา 13)    2. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้    3. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    4. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [524,"94e56e18-050a-47d3-8593-7ae7855dd978","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียน การแก้ไขรายการจดทะเบียน และการยกเลิกสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d27-3a8c-4814-b213-7a51cda10fbd",1,200,1,"ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2559  ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ดังนี้    1. การขอจดทะเบียน การแก้ไขรายการจดทะเบียน และการยกเลิกสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ให้ดำเนินการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ https://esecured.dbd.go.th/esecure-app/login.xhtml โดยใช้แบบคำขอจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (แบบ ทป.01) ตามที่เจ้าพนักงานทะเบียนกำหนดในระบบแจ้งข้อมูลสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ    การดำเนินการให้ใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username และ Password) ที่ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยการขอชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username และ Password)ให้ผู้รับหลักประกันดำเนินการตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับหรือยกเลิกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username และ Password) หรือวิธีการยืนยันตัวตนของผู้รับหลักประกันสำหรับการใช้งานระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2559 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ file:///C:/Users/open/Downloads/sectran_law_dbd_590607.pdf    2. สัญญาหลักประกันทางธุรกิจต้องทำเป็นหนังสือ และนำข้อความในสัญญาซึ่งมีรายการตามที่กำหนดขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ผู้มีหน้าที่ดำเนินการทางทะเบียนเป็นผู้เก็บรักษาสัญญาหลักประกันทางธุรกิจและต้องส่งมอบต่อเจ้าพนักงานทะเบียนทันทีที่ประสงค์จะตรวจสอบ    3. ในการพิจารณาการจดทะเบียน การแก้ไขรายการจดทะเบียน หรือการยกเลิกการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจให้เจ้าพนักงานทะเบียนรับจดทะเบียนตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากผู้มีหน้าที่ดำเนินการทางทะเบียน โดยผู้มีหน้าที่ดำเนินการทางทะเบียนเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลที่ตนเป็นผู้แจ้งนั้น ในกรณีข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากผู้มีหน้าที่ดำเนินการทางทะเบียนมีรายการไม่ครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานทะเบียนปฏิเสธการรับจดทะเบียน แก้ไขรายการจดทะเบียน หรือยกเลิกการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ    4. การจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ให้ผู้รับหลักประกันโดยได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้หลักประกันเป็นผู้ดำเนินการขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ซึ่งการจดทะเบียนอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้    (1) วัน เดือน ปี และเวลาที่จดทะเบียน    (2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขบัตรประจำตัวประชาชนของลูกหนี้และผู้ให้หลักประกัน กรณีเป็นนิติบุคคลให้ระบุเลขทะเบียนนิติบุคคล    (3) ชื่อ ที่อยู่ และเลขทะเบียนนิติบุคคลของผู้รับหลักประกัน    (4) ชื่อ ที่อยู่ และอัตราหรือจำนวนค่าตอบแทนของผู้บังคับหลักประกัน กรณีที่นำกิจการมาเป็นหลักประกัน    (5) หนี้ที่กำหนดให้มีการประกันการชำระ    (6) รายละเอียดของทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน ให้ระบุประเภท ชนิด ปริมาณ และมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าว หากเป็นทรัพย์สินมีทะเบียนให้ระบุประเภทของทะเบียน หมายเลขทะเบียน และนายทะเบียน ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิตามกฎหมายนั้นไว้ด้วย    (7) ข้อความที่แสดงว่าผู้ให้หลักประกันตราทรัพย์สินที่ระบุในรายการจดทะเบียนไว้แก่ผู้รับหลักประกันเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้    (8) จำนวนเงินสูงสุดที่ตกลงใช้ทรัพย์สินเป็นประกัน    (9) เหตุบังคับหลักประกันตามสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ    (10) ชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้ซึ่งมีบุริมสิทธิ์เหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน กรณีทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่มีทะเบียน (ถ้ามี)    5. การจดทะเบียนแก้ไขสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ให้ผู้รับหลักประกันเป็นผู้ดำเนินขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียนดังนี้    (1) กรณีที่คู่สัญญาตกลงกันแก้ไขรายการจดทะเบียนเป็นประการอื่น    (2) กรณีที่รายละเอียดของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้  (3) กรณีที่มีการนำทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันมารวมเข้ากับทรัพย์สินของบุคคลอื่นจนเป็นส่วนควบหรือแบ่งแยกไม่ได้    โดยให้ขอแก้ไขรายการจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือหรือนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันจากผู้ให้หลักประกัน แล้วแต่กรณี?             6. เมื่อหนี้ที่ประกันระงับสิ้นไปด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุอายุความ หรือเมื่อคู่สัญญาตกลงกันเป็นหนังสือให้ยกเลิกสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ หรือเมื่อมีการไถ่ถอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ให้ผู้รับหลักประกันแจ้งความยินยอมให้ดำเนินการจดทะเบียนยกเลิกสัญญาหลักประกันทางธุรกิจให้เจ้าพนักงานทะเบียนทราบทันทีโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์    7. การจดทะเบียนยกเลิกสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ         (1) ให้ผู้ให้หลักประกันเป็นผู้ดำเนินการขอจดทะเบียนยกเลิกต่อเจ้าพนักงานทะเบียนในกรณีดังต่อไปนี้              (1.1) หนี้ที่ประกันระงับสิ้นไปด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุอายุความ              (1.2) คู่สัญญาตกลงกันเป็นหนังสือให้ยกเลิกสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ              (1.3) มีการไถ่ถอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน    โดยให้ดำเนินการขอจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือยินยอมให้ยกเลิกการจดทะเบียนจากผู้รับหลักประกัน          (2) ให้ผู้รับหลักประกันเป็นผู้ดำเนินการขอจดทะเบียนยกเลิกต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ในกรณีดังต่อไปนี้             (2.1) เมื่อบังคับหลักประกันโดยการจำหน่ายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน              (2.2) เมื่อบังคับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันหลุดเป็นสิทธิ    โดยให้ดำเนินการขอจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการจำหน่ายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันหรือเมื่อทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับหลักประกันแล้วแต่กรณี    8. หนังสือยินยอมให้จดทะเบียน แก้ไขรายการทางทะเบียน ยกเลิกการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ หนังสือยินยอมเป็นผู้บังคับหลักประกัน หนังสือยินยอมให้โอนสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ ต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ให้ผู้ดำเนินการทางทะเบียนเป็นผู้เก็บรักษาไว้และต้องส่งมอบต่อเจ้าพนักงานทะเบียนทันทีที่ประสงค์จะตรวจสอบ    9. ผู้ดำเนินการทางทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การแก้ไขรายการทางทะเบียน และการยกเลิกการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ภายใน 2 วันทำการ นับแต่วันที่เจ้าพนักงานทะเบียนแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียม หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าไม่มีการจดทะเบียน    10. การบันทึกรายการจดทะเบียนให้บันทึกเป็นภาษาไทย    11. เมื่อเจ้าพนักงานทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีข้อมูลครบถ้วนให้เจ้าพนักงานทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน และแจ้งผลการจดทะเบียนไปยังผู้ดำเนินการทางทะเบียนโดยวิธีทางอิเล็คทรอนิคส์","2023-06-16T13:14:26"],
    [525,"94e56e17-f432-4576-9129-c8e2a94c57c4","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-2590-47f8-8ccb-5b888a80717b",1,30,7,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งจดทะเบียนพาณิชย์ไว้ ต่อมาได้เลิกประกอบพาณิชยกิจทั้งหมด จะโดยเหตุใดก็ตาม เช่น ขาดทุน ไม่ประสงค์จะประกอบการค้าต่อไป เจ้าของสถานที่เรียกห้องคืนเพราะหมดสัญญาเช่า หรือเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันเลิกประกอบพาณิชยกิจ  (มาตรา 13)    2. กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจมีเหตุขัดข้องไม่สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกด้วยตนเอง เช่น วิกลจริต ตาย สาบสูญ เป็นต้น ให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น สามี ภริยา บิดา มารดา หรือบุตร ยื่นขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจแทนผู้ประกอบพาณิชยกิจนั้นได้ โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนเลิก พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่สามารถมายื่นคำขอจดทะเบียนได้ด้วยตนเอง และเอกสารหลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น ใบมรณบัตร คำสั่งศาล เป็นต้น    3. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจได้ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนก็ได้    4. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้มีส่วนได้เสีย (แล้วแต่กรณี) เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    5. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [526,"94e56e17-f6ee-48c9-9292-800fc688b190","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล และกิจการร่วมค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-2916-4525-ba70-59089383f052",1,30,6,"1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งจดทะเบียนพาณิชย์ไว้ ต่อมาได้เลิกประกอบพาณิชยกิจทั้งหมด จะโดยเหตุใดก็ตาม เช่น ขาดทุน ไม่ประสงค์จะประกอบการค้าต่อไป เจ้าของสถานที่เรียกห้องคืนเพราะหมดสัญญาเช่า หรือเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันเลิกประกอบพาณิชยกิจ  (มาตรา 13)    2. กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจมีเหตุขัดข้องไม่สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกด้วยตนเอง เช่น วิกลจริต ตาย สาบสูญ เป็นต้น ให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น สามี ภริยา บิดา มารดา หรือบุตร ยื่นขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจแทน   ผู้ประกอบพาณิชยกิจนั้นได้ โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนเลิก พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่สามารถมายื่นคำขอจดทะเบียนได้ด้วยตนเอง และเอกสารหลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น ใบมรณบัตร คำสั่งศาล เป็นต้น    3. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจได้ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่น ยื่นแทนก็ได้    4. ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้มีส่วนได้เสีย (แล้วแต่กรณี) เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    5. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลด จาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [527,"94e56e17-f95c-4aae-8d27-b1cfa31d4f0c","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-2c75-4fd5-8b84-f4d8fb6614d6",1,30,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งจดทะเบียนพาณิชย์ไว้ ต่อมาได้เลิกประกอบพาณิชยกิจทั้งหมด จะโดยเหตุใดก็ตาม เช่น ขาดทุน ไม่ประสงค์จะประกอบการค้าต่อไป เจ้าของสถานที่เรียกห้องคืนเพราะหมดสัญญาเช่า หรือเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันเลิกประกอบพาณิชยกิจ (มาตรา 13)    2. กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจมีเหตุขัดข้องไม่สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกด้วยตนเอง เช่น วิกลจริต ตาย สาบสูญ เป็นต้น ให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น สามี ภริยา บิดา มารดา หรือบุตร ยื่นขอจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจแทนผู้ประกอบพาณิชยกิจนั้นได้ โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนเลิก พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจไม่สามารถมายื่นคำขอจดทะเบียนได้ด้วยตนเอง และหลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย เช่น ใบมรณบัตร คำสั่งศาล เป็นต้น    3. ผู้ประกอบพาณิชยกิจสามารถยื่นจดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจได้ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนก็ได้    4.ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้มีส่วนได้เสีย (แล้วแต่กรณี) เป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนและรับรองเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน    5. แบบพิมพ์คำขอจดทะเบียน (แบบ ทพ.) หรือหนังสือมอบอำนาจสามารถขอได้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือดาวน์โหลดจาก www.dbd.go.th    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [528,"94e56e17-fbc2-4ea0-801a-96513e620dfb","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การนำส่งงบการเงิน กรณีผู้นำส่งเป็นหอการค้า/สมาคมการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-2f7b-4f96-9f21-726c3517d270",1,0,5,"นิติบุคคลที่จดทะเบียนแล้วมีหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประจำทุกปี ไม่ว่าจะดำเนินกิจการหรือไม่              สมาคมการค้าและหอการค้าต้องนำงบดุลที่ได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและรายงานประจำปีที่แสดงผลการดำเนินกิจการ (กรณีไม่ได้ระบุครั้งที่ วันเดือนปีที่ประชุมใหญ่ไว้ในงบดุล ต้องส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ด้วย) เสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่สมาคมการค้าและหอการค้าภายใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี และให้นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประชุมใหญ่อนุมัติ              ถ้าผู้มีหน้าที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถยื่นงบการเงินได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจทำหนังสือขอขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลายื่นงบการเงินต่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ได้ ในการยื่นต้องดำเนินการก่อนที่จะหมดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดส่งหนังสือมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง เพื่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะพิจารณาเหตุผลว่าสมควรจะสั่งให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลายื่นงบการเงินหรือไม่              การนำส่งงบดุล สำเนารายงานประจำปี และสำเนารายงานการประชุมใหญ่ให้ยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ เท่านั้น  ทั้งนี้การนำส่งงบดุลให้เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นงบการเงิน ประจำปี และเรื่อง แนวทางปฏิบัติในการยื่นงบการเงินประจำปีในแต่ละปี            หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:46"],
    [529,"94e56e18-083c-46e0-8122-e83c8d85d0e3","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-3e1d-448d-9200-f245c4e2c065",2,1500,5,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมาย บัญชี เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือการประเมินราคาทรัพย์สินโดยเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้       1.1 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพผู้สอบบัญชีอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี       1.2 เป็นผู้ที่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ตามกฎหมายว่าด้วยทนายความต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี         1.3 เป็นผู้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับหลักประกัน ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบหรือขึ้นทะเบียนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปีจากหน่วยงานของรัฐ สมาคมจดทะเบียน หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่          (1) อนุญาโตตุลาการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรม            (2) ผู้เชี่ยวชาญศาล ด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรม            (3) ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมบังคับคดี            (4) ผู้ประเมินซึ่งเป็นผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ประเมินหลักชั้นวุฒิ ที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย และสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้        2.1 เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี        2.2 เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หรือความผิดตามมาตรา 89 หรือมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558        2.3 เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่ได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด        2.4 เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ให้หลักประกันหรือผู้รับหลักประกัน        2.5 เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตามมาตรา 144 หรือ มาตรา 145 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น        2.6 เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง        2.7 เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ        2.8 เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหลักประกันได้        2.9 ถูกเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ หรือถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน หรือหน่วยงานเพิกถอนหนังสือรับรอง แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต    3. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันต้องเข้ารับและผ่านการอบรมความรู้ก่อนได้รับใบอนุญาต ดังต่อไปนี้     3.1 กฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ (จำนวน 6 ชั่วโมง)       3.2 จรรยาบรรณผู้บังคับหลักประกัน (จำนวน 6 ชั่วโมง)    4. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ตามแบบ ทป.03    5. ใบอนุญาตผู้บังคับหลักประกัน มีอายุสามปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต     6.  การขอรับใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) เพื่อใช้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผุ้บังคับหลักประกันผ่านระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-secured) https://esecured.dbd.go.th/eoc-app/login.xhtml โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ดำเนินการตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และวิธีการยืนยันตัวตนของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับผ่านระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-secured) พ.ศ. 2562    http://www.dbd.go.th/download/article/article_20190607115734.pdf    7. ผู้บังคับหลักประกันที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบ ทป.04 ภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    8. ผู้บังคับหลักประกันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้ว หากประสงค์จะขอรับใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามปีนับแต่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    9. กรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้บังคับหลักประกันยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบ ทป.05    10. หากเจ้าพนักงานทะเบียนไม่ออกใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตผู้บังคับหลักประกัน ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่อนุญาต โดยให้ผู้ยื่นคำขอยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานทะเบียน รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์และให้คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด","2023-06-16T13:04:08"],
    [530,"94e56e18-0b2e-45cf-8994-85b46cf3d519","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอต่อใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-41da-408a-ae69-654eaf33a0de",2,500,1,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมาย บัญชีเศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือการประเมินราคาทรัพย์สินโดยเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้        1.1 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพผู้สอบบัญชีอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี        1.2 เป็นผู้ที่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ตามกฎหมายว่าด้วยทนายความต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี        1.3 เป็นผู้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับหลักประกัน ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบหรือขึ้นทะเบียนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปีจากหน่วยงานของรัฐ สมาคมจดทะเบียน หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่          (1) อนุญาโตตุลาการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรม          (2) ผู้เชี่ยวชาญศาล ด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรม          (3) ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมบังคับคดี          (4) ผู้ประเมินซึ่งเป็นผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ประเมินหลักชั้นวุฒิ ที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย และสมาคม ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้        2.1 เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี        2.2 เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หรือความผิดตามมาตรา 89 หรือมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558        2.3 เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเว้นแต่ได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด        2.4 เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ให้หลักประกันหรือผู้รับหลักประกัน        2.5 เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตามมาตรา 144 หรือ มาตรา 145 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น        2.6 เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง       2.7 เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ       2.8 เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหลักประกันได้       2.9 ถูกเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ หรือถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน หรือหน่วยงานเพิกถอนหนังสือรับรอง แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต    3. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันต้องเข้ารับและผ่านการอบรมความรู้ก่อนได้รับใบอนุญาต ดังต่อไปนี้        3.1 กฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ (จำนวน 6 ชั่วโมง)        3.2 จรรยาบรรณผู้บังคับหลักประกัน (จำนวน 6 ชั่วโมง)    4. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ตามแบบ ทป.03    5. ใบอนุญาตผู้บังคับหลักประกัน มีอายุสามปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    6. การขอรับใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) เพื่อใช้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผุ้บังคับหลักประกันผ่านระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-secured) https://esecured.dbd.go.th/eoc-app/login.xhtmlโดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ดำเนินการตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และวิธีการยืนยันตัวตนของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับผ่านระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-secured) พ.ศ. 2562 http://www.dbd.go.th/download/article/article_20190607115734.pdf    7. ผู้บังคับหลักประกันที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบ ทป.04 ภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    8. ผู้บังคับหลักประกันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้ว หากประสงค์จะขอรับใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามปีนับแต่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    9. กรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้บังคับหลักประกันยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบ ทป.05    10. หากเจ้าพนักงานทะเบียนไม่ออกใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตผู้บังคับหลักประกัน ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่อนุญาต โดยให้ผู้ยื่นคำขอยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานทะเบียน รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์และให้คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด","2023-06-16T13:00:44"],
    [531,"94e56e18-0e3b-46f9-8302-f0af78cb042e","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-45b2-441b-89ea-f53fd5032634",2,100,3,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมาย บัญชี เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือการประเมินราคาทรัพย์สินโดยเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้    1.1 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพผู้สอบบัญชีอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี    1.2 เป็นผู้ที่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ตามกฎหมายว่าด้วยทนายความต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี    1.3 เป็นผู้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับหลักประกัน ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบหรือขึ้นทะเบียนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปีจากหน่วยงานของรัฐ สมาคมจดทะเบียน หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่          (1) อนุญาโตตุลาการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรม          (2) ผู้เชี่ยวชาญศาล ด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรม          (3) ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมบังคับคดี          (4) ผู้ประเมินซึ่งเป็นผู้ประเมินหลักที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ประเมินหลักชั้นวุฒิ ที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย และสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้    2.1 เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี    2.2 เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หรือความผิดตามมาตรา 89 หรือมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558    2.3 เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่ได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด    2.4 เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ให้หลักประกันหรือผู้รับหลักประกัน    2.5 เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตามมาตรา 144 หรือ มาตรา 145 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น    2.6 เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง    2.7 เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ    2.8 เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหลักประกันได้    2.9 ถูกเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ หรือถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน หรือหน่วยงานเพิกถอนหนังสือรับรอง แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต    3. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันต้องเข้ารับและผ่านการอบรมความรู้ก่อนได้รับใบอนุญาต ดังต่อไปนี้    3.1 กฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ (จำนวน 6 ชั่วโมง)    3.2 จรรยาบรรณผู้บังคับหลักประกัน (จำนวน 6 ชั่วโมง)    4. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ตามแบบ ทป.03    5. ใบอนุญาตผู้บังคับหลักประกัน มีอายุสามปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    6. การขอรับใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp;amp; Password) เพื่อใช้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผุ้บังคับหลักประกันผ่านระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-secured) https://esecured.dbd.go.th/eoc-app/login.xhtmlโดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ดำเนินการตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp;amp; Password) และวิธีการยืนยันตัวตนของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับผ่านระบบจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ (e-secured) พ.ศ. 2562 http://www.dbd.go.th/download/article/article_20190607115734.pdf    7. ผู้บังคับหลักประกันที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบ ทป.04 ภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    8. ผู้บังคับหลักประกันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้ว หากประสงค์จะขอรับใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามปีนับแต่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    9. กรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้บังคับหลักประกันยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบ ทป.05    10. หากเจ้าพนักงานทะเบียนไม่ออกใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตผู้บังคับหลักประกัน ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่อนุญาต โดยให้ผู้ยื่นคำขอยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานทะเบียน รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์และให้คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด","2023-06-16T13:06:15"],
    [532,"94e56e18-13e9-4dca-ae64-e978f070bf61","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามสนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2511 (กรณีบุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-4cf3-498b-b228-fc5230ecad08",15,20000,9,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบการแจ้งและหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ประกอบกับบทบัญญัติและเงื่อนไขที่กำหนดในสนธิสัญญาหรือตามพันธกรณีระหว่างประเทศไทยกับคู่ภาคี ดังนี้    1. สนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2511 (Treaty of Amity and Economic Relations between The Kingdom of Thailand and the United States of America)   1.  ผู้ที่มีสิทธิแจ้งขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทยภายใต้สนธิสัญญาฉบับนี้ ได้แก่   1)  บุคคลธรรมดาสัญชาติอเมริกัน   2)  นิติบุคคลอเมริกัน ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้         2.1 นิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศไทย หรือสหรัฐอเมริกา         2.2 จำนวนทุนข้างมากของนิติบุคคลนั้น เป็นของบุคคลสัญชาติอเมริกัน         2.3 กรรมการมากกว่าครึ่งหนึ่งต้องเป็นคนอเมริกันและหรือคนไทย         2.4 หากกรรมการคนหนึ่งได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัท กรรมการผู้นั้นจะต้องไม่เป็นคนชาติที่สาม         2.5หากกรรมการหลายคนได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัทร่วมกัน กรรมการเหล่านั้น เกินกึ่งหนึ่งจะต้องไม่เป็นคนชาติที่สาม    ทั้งนี้ หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นข้างมากเป็นบริษัทอเมริกัน จะต้องพิจารณาสัญชาติของกรรมการบริหารของบริษัทอเมริกันที่ถือหุ้นข้างมากด้วย   2. บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน ไม่มีสิทธิขอรับความคุ้มครองภายใต้สนธิสัญญาเพื่อประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้ (ธุรกิจที่คู่ภาคีสงวนสิทธิไว้)   1)  การคมนาคม   2)  การขนส่ง   3)  การหน้าที่รับดูแลทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น   4)  การธนาคารที่เกี่ยวกับการหน้าที่รับฝากเงิน   5)  การแสวงหาประโยชน์จากที่ดินหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น   6)  การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง   3. บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติอเมริกันที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจตาม 2. ให้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เช่นเดียวกับคนต่างด้าวสัญชาติอื่น    เงื่อนไขเอกสาร  1) ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  2) ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง  3) ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทาง และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง  4) การยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า  5) การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น    เงื่อนไขการยื่นคำขอ  ผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนกลางชั้น4กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [533,"94e56e18-171e-4809-bead-7193da38b3f9","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามสนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2511 (กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-513f-4e89-bbdc-80ebc39904ab",15,20000,14,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบการแจ้งและหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ประกอบกับบทบัญญัติและเงื่อนไขที่กำหนดในสนธิสัญญาหรือตามพันธกรณีระหว่างประเทศไทยกับคู่ภาคี ดังนี้    สนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2511 (Treaty of Amity and Economic Relations between The Kingdom of Thailand and the United States of America)   1.  ผู้ที่มีสิทธิแจ้งขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทยภายใต้สนธิสัญญาฉบับนี้ ได้แก่       1)  บุคคลธรรมดาสัญชาติอเมริกัน       2)  นิติบุคคลอเมริกัน ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้            (2.1)  นิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศไทย หรือสหรัฐอเมริกา            (2.2)  จำนวนทุนข้างมากของนิติบุคคลนั้น เป็นของบุคคลสัญชาติอเมริกัน            (2.3)  กรรมการมากกว่าครึ่งหนึ่งต้องเป็นคนอเมริกันและหรือคนไทย            (2.4)  หากกรรมการคนหนึ่งได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัท กรรมการผู้นั้นจะต้องไม่เป็นคนชาติที่สาม            (2.5)  หากกรรมการหลายคนได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัทร่วมกัน กรรมการเหล่านั้น เกินกึ่งหนึ่งจะต้องไม่เป็นคนชาติที่สาม      ทั้งนี้ หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นข้างมากเป็นบริษัทอเมริกัน จะต้องพิจารณาสัญชาติของกรรมการบริหารของบริษัทอเมริกันที่ถือหุ้นข้างมากด้วย   2. บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน ไม่มีสิทธิขอรับความคุ้มครองภายใต้สนธิสัญญาเพื่อประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้ (ธุรกิจที่คู่ภาคีสงวนสิทธิไว้)       1)  การคมนาคม       2)  การขนส่ง       3)  การหน้าที่รับดูแลทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น       4)  การธนาคารที่เกี่ยวกับการหน้าที่รับฝากเงิน       5)  การแสวงหาประโยชน์จากที่ดินหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น       6)  การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง   3. บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติอเมริกันที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจตาม 2. ให้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เช่นเดียวกับคนต่างด้าวสัญชาติอื่น    เงื่อนไขเอกสาร   1. ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน   2. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง (Power of Attorny)   3. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทางและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขระที่มอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง   4. ในการยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า   5. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น   6. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล หรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล ต้องมีรายละเอียดที่แสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วันที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อและสัญชาติของกรรมการและผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นหรือรายละเอียดของผู้เป็นหุ้นส่วน ในกรณีที่ไม่สามารถส่งเอกสารแสดงรายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นหรือรายละเอียดของผู้เป็นหุ้นส่วน ให้ส่งเอกสารที่แสดงว่าคนสัญชาติอเมริกันถือหุ้นหรือลงหุ้นข้างมากในนิติบุคคลนั้น (Affidavit) โดยต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง   7. ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนข้างมากของผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ส่งหลักฐานหรือเอกสารตาม 6.ของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนข้างมากนั้น จนถึงผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนข้างมากรายสุดท้าย เพื่อแสดงว่านิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองนั้นมีคนสัญชาติอเมริกันถือหุ้นหรือลงหุ้นข้างมากในนิติบุคคลนั้น    เงื่อนไขการยื่นคำขอ  ผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลางชั้น4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:14"],
    [534,"94e56e18-34c8-4d93-8f55-708d758b55dd","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-81f9-4f55-aa29-8f999b4af16c",1,50,23,"ขั้นตอนในการจัดตั้งห้างหุ้นส่วน แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้  ขั้นตอนที่ 1 ทำความตกลงระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนในเรื่องสำคัญ ๆ      ห้างหุ้นส่วนจํากัดเป็นรูปแบบการประกอบกิจการค้าที่มีคนหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างประกอบการค้า ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจึงควรทําความตกลงกันในเรื่องสําคัญ ๆ ดังต่อไปนี้ ไว้ก่อนให้ชัดเจน      1.1 จํานวนเงินลงทุนหรือสิ่งที่ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนจะนํามาลงทุน โดยผู้เป็นหุ้นส่วน สามารถลงทุนด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้(ยกเว้นหุ้นส่วนจํากัดความรับผิดจะลงทุนด้วยแรงงานไม่ได้) แต่การลงทุนด้วยทรัพย์สินหรือแรงงาน ต้องตีราคาเป็นจํานวนเงินและกําหนดระยะเวลาชําระเงินหรือสิ่งที่ผู้เป็นหุ้นส่วนจะนํามาลงทุน ซึ่งควรชําระให้ครบก่อนการจดทะเบียน จัดตั้งห้างหุ้นส่วน      1.2 กําหนดขอบเขตหรือกรอบของกิจการค้าที่ห้างหุ้นส่วนจํากัดจะประกอบกิจการ หรือที่ เรียกว่า \"วัตถุที่ประสงค์\" ในปัจจุบันส่วนมากจะกําหนดวัตถุประสงค์ไว้หลาย ๆ กิจการ เพื่อความคล่องตัวในการเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนกิจการค้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการดําเนินการจดทะเบียนเพิ่มหรือเปลี่ยนวัตถุที่ประสงค์ แต่การจดทะเบียนวัตถุที่ประสงค์ไว้เป็นหลาย ๆ กิจการนั้น อาจไม่เป็นผลดีเนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารประกอบกิจการค้าที่ไม่เป็นไปตามแนวทางที่ตนถนัด และให้อํานาจกว้างขวางมากเกินไป      1.3 แต่งตั้งหุ้นส่วนผู้จัดการ (หุ้นส่วนผู้จัดการคือ ผู้ที่จะมีอํานาจกระทําการแทนห้างหุ้นส่วนจํากัด ซึ่งต้องแต่งตั้งจากหุ้นส่วนจําพวกไม่จํากัดความรับผิดเท่านั้น)      1.4 การแบ่งส่วนผลกําไรและขาดทุน      1.5 เรื่องอื่น ๆ เช่น หลักเกณฑ์และวิธีการเปลี่ยนแปลงข้อสัญญาจัดตั้งห้างเดิม สถานที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่ ข้อจํากัดในการใช้อํานาจของหุ้นส่วนผู้จัดการ และการตั้งผู้ชําระบัญชี เป็นต้น  ขั้นตอนที่ 2 ดำเนินการจองชื่อห้างหุ้นส่วน (ใบจองชื่อมีอายุ 30 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนอนุญาตให้จองชื่อนิติบุคคล)  ขั้นตอนที่ 3 จัดทำคำขอจดทะเบียนและเตรียมเอกสารประกอบการจดทะเบียน  ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน    ข้อมูลที่ใช้ในการจัดตั้งห้างหุ้นส่วน  1. ชื่อของห้างหุ้นส่วน  2. วัตถุประสงค์ของห้าง  3. ที่ตั้งสานักงานแห่งใหญ่และ/หรือสาขา  4. ชื่อ ที่อยู่อายุสัญชาติและสิ่งที่นํามาลงหุ้น  5. ชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ (ต้องเป็นหุ้นส่วนไม่จํากัดความรับผิด) กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถเข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ทุกคน  6. ข้อจํากัดอํานาจหุ้นส่วนผู้จัดการ (ถ้ามี)  7. ตราสําคัญของห้าง  8. รายการอื่น ๆ ที่เห็นสมควรให้ประชาชนทราบ (ถ้ามี)    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน หุ้นส่วนผู้จัดการจะเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน ซึ่งกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) โดยสามารถทำได้ 4 วิธี ได้แก่                                                                                ก. ยืนยันตัวตนด้วยตนเอง โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ                                                                    ข. มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นเอกสารยืนยันตัวตนแทน โดยให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท                                                                      ค. ยืนยันตัวตนทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Know Your Customer: e-KYC) ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน                                                                                                                                                                                                               ง. ยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID ผ่านระบบ โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:45"],
    [535,"94e56e18-386f-400c-9421-a66fabd09b67","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด (ภายในวันเดียว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-8613-44de-bf3d-e847c03b0e79",1,100,28,"ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด (ภายในวันเดียว)?  ในการจัดตั้งบริษัท ถ้าได้ดำเนินการทุกขั้นตอนดังต่อไปนี้ ภายในวันเดียวกับวันที่ผู้เริ่มก่อการจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ กรรมการจะจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนตั้งบริษัทไปพร้อมกันภายในวันเดียวก็ได้  1. ผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ร่วมกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ  2. จัดให้มีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นครบตามจำนวนหุ้นทั้งหมดที่บริษัทจะจดทะเบียน  3. จัดประชุมผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นเพื่อจัดตั้งบริษัท (โดยไม่ต้องออกหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท)      3.1 ผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนเข้าร่วมประชุม (มอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนได้) และผู้เริ่มก่อการ และผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคน ให้ความเห็นชอบในกิจการที่ได้ประชุมกันนั้น      3.2 วาระการประชุม           (1) ทำความตกลงตั้งข้อบังคับของบริษัท           (2) ให้สัตยาบันแก่บรรดาสัญญาซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ทำไว้ และค่าใช้จ่ายที่ผู้เริ่มก่อการต้องจ่ายในการเริ่มก่อตั้งบริษัท           (3) กำหนดจำนวนเงินซึ่งจะให้แก่ผู้เริ่มก่อการ (ถ้ามี)           (4) ในกรณีที่บริษัทจะออกหุ้นบุริมสิทธิ ให้กำหนดจำนวนหุ้นบุริมสิทธิพร้อมทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิว่ามีสภาพหรือสิทธิอย่างไร          (5) ในกรณีที่บริษัทจะออกหุ้นเพื่อเป็นการตอบแทนการลงทุนด้วยทรัพย์สิน หรือแรงงาน  จะต้องกำหนดจำนวนหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิซึ่งออกให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เต็มค่าแล้วหรือได้ใช้แต่บางส่วนเพราะได้ใช้ค่าหุ้นด้วยอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน โดยจะต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจนทั้งในหนังสือนัดประชุมและมติที่ประชุม (แรงงานที่จะนำมาตีราคาเป็นค่าหุ้นของบริษัทต้องเป็นแรงงานที่ได้กระทำไปแล้ว)           (6) การเรียกชำระค่าหุ้น           (7) เลือกตั้งกรรมการและกำหนดอำนาจกรรมการ           (8) เลือกผู้สอบบัญชีรับอนุญาตพร้อมทั้งกำหนดค่าสินจ้าง การตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพื่อตรวจสอบและรับรองงบการเงินต้องแต่งตั้งบุคคลธรรมดาเท่านั้น จะแต่งตั้งสำนักงานตรวจสอบบัญชีไม่ได้  4. ผู้เริ่มก่อการมอบหมายกิจการงานทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุม  5. คณะกรรมการเรียกเก็บค่าหุ้นจากผู้เข้าชื่อซื้อหุ้น (อย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น)  6. เมื่อเก็บค่าหุ้นทุกหุ้นได้ครบแล้ว ให้จัดทำคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัทแล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมจัดตั้งบริษัท ถ้าไม่จดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวจะทำให้การประชุมตั้งบริษัทเสียไป หากต่อไปต้องการจดทะเบียนตั้งบริษัท จะต้องดำเนินการจัดประชุมตั้งบริษัทใหม่อีกครั้ง)    ข้อมูลที่ใช้ในการจัดตั้งบริษัทจำกัด  1. ชื่อของบริษัท (ตามที่ได้จองชื่อไว้)  2. ที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่และ/หรือสาขา (ตั้งอยู่ ณ จังหวัดใด) พร้อมเลขรหัสประจําบ้านของที่ตั้งสํานักงาน, e-mail หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัทหรือกรรมการ และชื่อหรือที่อยู่เว็บไซต์ (URL) ที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์หรือประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce)  3. วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า  4. ทุนจดทะเบียน จะต้องแบ่งเป็นหุ้น มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆ กัน (มูลค้าหุ้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท)  5. ชื่อ ที่อยู่ อายุ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) อาชีพ และจํานวนหุ้นที่ผู้เริ่มก่อการจองซื้อไว้  6. ชื่อ ที่อยู่ อายุ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)  ของพยาน 2 คน  7. ข้อบังคับ (ถ้ามี)  8. จํานวนทุน (ค่าหุ้นทุกหุ้น) ที่เรียกชําระแล้ว อย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น  9. ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) ของกรรมการ  10. รายชื่อหรือจํานวนกรรมการที่มีอํานาจลงชื่อแทนบริษัท (อํานาจกรรมการ)  11. ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมค่าตอบแทน  12. ชื่อ ที่อยู่ สัญชาติ อาชีพ เลขที่บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) และจํานวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน  13. ตราสําคัญ (ถ้ามี)    หลักเกณฑ์ในการยื่นขอจดทะเบียน  1. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า  2. การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน กรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนกระทำได้ตามวิธี ดังนี้      2.1 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) นายทะเบียน โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อนายทะเบียนเพื่อตรวจสอบ          (2) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ สามัญสมาชิกหรือสมาชิกวิสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีที่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรม หัวหน้าสำนักงานบัญชี หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้ดำเนินการแจ้งรายชื่อไว้กับกรม และผู้รับใบอนุญาตทำการเป็นผู้บังคับหลักประกัน      2.2 การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนในต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าบุคคลดังต่อไปนี้          (1) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือหัวหน้าสำนักงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงาน ณ ประเทศนั้น หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนบุคคลดังกล่าว หรือ          (2) บุคคลซึ่งสามารถให้การรับรองที่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศนั้น          (3) บุคคลที่ควรเชื่อถือได้สองคนมาลงลายมือชื่อรับรองต่อหน้านายทะเบียนว่าเป็นลายมือชื่อผู้นั้นจริง  3. การยื่นขอจดทะเบียนทำได้ 2 วิธี คือ      3.1 ช่องทาง walk-in สามารถดำเนินการได้ ดังนี้          (1) จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องพิมพ์ (Print out) ใบแจ้งผลการจองชื่อจากระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมือชื่อยอมรับข้อตกลงตามข้อความที่ปรากฏในใบแจ้งผลการจองชื่อ และแนบไปกับคำขอจดทะเบียน          (2) กรอกข้อมูลและรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนด้วยวิธีการพิมพ์ให้ครบถ้วนและให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในคำขอ          (3) นำไปยื่นจดทะเบียน ณ จุดบริการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งหมด 87 แห่งทั่วประเทศ          (4) เมื่อนายทะเบียนตรวจพิจารณาคำขอแล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนมีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการ          (5) นายทะเบียนจะสั่งรับจดทะเบียนพร้อมออกหนังสือรับรองและใบสำคัญเป็นหลักฐาน      3.2 ช่องทาง e-Registration แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ          3.2.1 ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้              (1) ลงทะเบียนผู้ใช้งาน (Registration) เพื่อรับชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน (Username &amp; Password) ผ่านทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th) เพื่อใช้ในการพิสูจน์ตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (2) ยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Authentication) โดยสามารถทำได้ 4 วิธี ได้แก่                                                                                ก. ยืนยันตัวตนด้วยตนเอง โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ                                                                    ข. มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นเอกสารยืนยันตัวตนแทน โดยให้ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณีของผู้ใช้บริการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และให้ผู้รับมอบอำนาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งระบุรายละเอียดของผู้รับมอบอำนาจในแบบคำขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username &amp; Password) และปิดอากรแสตมป์/ชำระค่าอากรแสตมป์ 10 บาท                                                                          ค. ยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Know Your Customer: e-KYC) ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน                                                                                                                                                                                                              ง. ยืนยันตัวตนด้วย Personal Certificate ของ TOT CAT หรือ Thai Digital ID ผ่านระบบ โดยไม่ต้องเดินทางมาแสดงตัวตนต่อหน้านายทะเบียน              (3) เปิดใช้งาน (Activation) หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว นายทะเบียนจะแจ้งรหัสยืนยันการเปิดใช้งาน (Activate Code) ทางอีเมล์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้งาน ทั้งนี้ต้องใช้ Activation Code เพื่อยืนยันการเปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ (ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต)          3.2.2 การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์              (1) จัดทำรายการคำขอจดทะเบียนนิติบุคคล และยื่นคำขอ ทางเว็บไซต์ (www.dbd.go.th)              (2) ลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลังจากนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วจะแจ้งกลับทางอีเมล์ให้ผู้ประกอบการลงนามคำขอด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์              (3) ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางต่างๆ ที่กรมเปิดให้บริการ ได้แก่ บัตรเครดิต เคาน์เตอร์ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ทั้งนี้ การชำระเงินดังกล่าว สามารถชำระเงินได้ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทย              (4) รับเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ได้แก่ ใบสำคัญการจดทะเบียน ในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึงจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตามที่อยู่ที่ผู้ขอจดทะเบียนได้ระบุไว้ และใบเสร็จรับเงินชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน และหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากขอ) ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:45"],
    [536,"94e56e18-3f9e-4e21-857e-95ef33730293","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ทำบัญชี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-8fef-4611-b0ee-131a0ff5a22c",1,0,5,"1) ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้แจ้งไว้แล้วภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง    2) ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลและแนบไฟล์ (File) เอกสารหลักฐานทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) หัวข้อบริการออนไลน์ เมนูผู้ทำบัญชี e-Accountant คลิกระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ระบบแสดงเงื่อนไขการใช้ระบบงานผู้ทำบัญชี หากยอมรับเงื่อนไขคลิกยอมรับ กรอกเลขที่บัตรประจำตัว ประชาชน คลิกเข้าสู่ระบบ กรอกรหัสผ่าน คลิกเข้าสู่ระบบ              หมายเหตุ : กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ทำบัญชีได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ทำบัญชีต้องทำการแก้ไขภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านทางอีเมล์ของผู้ทำบัญชีทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป","2023-06-16T09:28:09"],
    [537,"94e56e18-3b43-46ec-8651-7561af3fc576","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขออนุญาตและจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมการค้า/หอการค้า(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-89b4-41ba-bc6b-81bdab65215a",1,500,16,"1. การขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้        1.1 ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งอย่างน้อย 3 คน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นผู้มีความประพฤติดีและเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจประเภทเดียวกัน หรือ วิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกัน ร่วมกันจัดตั้งสมาคมการค้า โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจ ประเภทเดียวกันหรือวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกัน        1.2 ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งยื่นคำขออนุญาตและเอกสารประกอบจำนวน 1 ชุด โดยผู้เริ่มก่อการทุกคนต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ยื่นคำขอ ตามท้องที่ที่สมาคมการค้าตั้งอยู่    2. การขออนุญาตจัดตั้งหอการค้า มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้        2.1 ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งอย่างน้อย 5 คน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นผู้มีความประพฤติดีและเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจร่วมกันจัดตั้งหอการค้า        2.2 ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งยื่นคำขออนุญาตและเอกสารประกอบจำนวน 1 ชุด โดยผู้เริ่มก่อการทุกคนต้องลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ยื่นคำขอตามท้องที่ที่หอการค้าตั้งอยู่    3. การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอที่ใช้ในการจดทะเบียนให้พิมพ์ ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอจดทะเบียนจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือ เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน ระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:15"],
    [538,"94e56e18-3d78-4b90-885e-2aa5e552d6a0","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีครั้งแรก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-8cdf-403b-8c41-391c5911a596",1,500,7,"1) ผู้ประสงค์เป็นผู้ทำบัญชีครั้งแรก ต้องแจ้งการทำบัญชีภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันรับงานทำบัญชี    2) ผู้ประสงค์เป็นผู้ทำบัญชีต้องมีธุรกิจที่รับทำบัญชีแล้วอย่างน้อย 1 ธุรกิจ และแจ้งรายชื่อธุรกิจที่รับทำบัญชีในการแจ้งรายละเอียด ที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี    3) ผู้ประสงค์เป็นผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี ในกรณีที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกฯ สามารถสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีพร้อมกับการแจ้งเป็นผู้ทำบัญชีในคราวเดียวกันทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า    4) ผู้ประสงค์เป็นผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีและแนบไฟล์ (File) เอกสารหลักฐานทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) หัวข้อบริการออนไลน์ เมนูผู้ทำบัญชี e-Accountant คลิกระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ระบบแสดงเงื่อนไขการใช้ระบบงานผู้ทำบัญชี หากยอมรับเงื่อนไขคลิกยอมรับกรอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน คลิกเข้าสู่ระบบ ระบบแสดงการลงทะเบียนผู้ทำบัญชี คลิกแจ้งรายละเอียดการทำบัญชีครั้งแรก    หมายเหตุ : กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้แจ้งได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้แจ้งต้องทำการแก้ไขภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป","2023-06-16T09:44:36"],
    [539,"94e56e18-41db-44e6-85db-cb4ed4dab64b","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การแจ้งยกเลิกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-92ba-4efd-a0b6-fc6b9c0b8146",1,0,1,"1. ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการยกเลิกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ยกเลิกการทำบัญชี    2. ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งการยกเลิกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีและแนบไฟล์ (File) เอกสารหลักฐานทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) หัวข้อบริการออนไลน์ เมนูผู้ทำบัญชี e-Accountant คลิกระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ระบบแสดงเงื่อนไขการใช้ระบบงานผู้ทำบัญชี หากยอมรับเงื่อนไขคลิกยอมรับ กรอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน คลิกเข้าสู่ระบบ กรอกรหัสผ่าน คลิกเข้าสู่ระบบ    หมายเหตุ : กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้ทำบัญชีได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ทำบัญชีต้องทำการแก้ไขภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านทางอีเมล์ของผู้ทำบัญชี ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป","2023-06-16T09:58:49"],
    [540,"94e56e18-4430-40fe-b649-fc410ed212bf","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การแจ้งขอกลับมาแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีใหม่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-95a0-4be0-8daa-ca2b1e57d690",1,0,8,"1. ผู้ประสงค์ขอกลับมาแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีใหม่ ต้องแจ้งการขอกลับมาและแนบไฟล์ (File) เอกสารหลักฐานทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Accountant) ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) หัวข้อบริการออนไลน์ เมนูผู้ทำบัญชี e-Accountant คลิกระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) ระบบแสดงเงื่อนไขการใช้ระบบงานผู้ทำบัญชี หากยอมรับเงื่อนไขคลิกยอมรับ กรอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน คลิกเข้าสู่ระบบ    2. ผู้ประสงค์ขอกลับมาแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีใหม่ กรณีที่การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีก่อนการแจ้งยกเลิกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีมีจำนวนชั่วโมงไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประสงค์ต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีให้ครบจำนวนชั่วโมงตามระยะเวลาที่ขาดไป แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 24 ชั่วโมง    หมายเหตุ : กรณีข้อมูลและเอกสารที่ผู้แจ้งได้บันทึกในระบบมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้แจ้งต้องทำการแก้ไขภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านทางอีเมล์ของผู้แจ้ง ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งกลับในวันทำการถัดไป","2023-06-16T09:54:36"],
    [541,"94e56e18-473e-4129-ae63-771f72efee91","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขออนุญาตเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-98a7-4592-a811-2021da600b3b",1,0,2,"1 ) ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี และต้องเก็บรักษาไว้ ณ สถานประกอบธุรกิจ    2 ) ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ประสงค์จะขออนุญาตเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่นที่มิใช่ที่ทำการต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมพัฒนาธุรกจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี การขออนุญาตและ การอนุญาตให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น การแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายและเสียหาย และการส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี (กรณีเลิกประกอบธุรกิจโดยมิได้มีการชำระบัญชี) ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) พ.ศ. 2561      หมายเหตุ : การยื่นขออนุญาตเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะส่งคำขอคืน โดยระบบจะแจ้งไปทาง e-mail เพื่อให้ธุรกิจแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และส่งกลับมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ธุรกิจสามารถเข้าไปพิมพ์เอกสาร การขออนุญาตเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น โดยระบบจะระบุวันที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบไว้ด้วย","2023-06-16T10:06:19"],
    [542,"94e56e18-4970-4b0c-8e02-036c11af8571","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-9b9e-4ef5-956c-dbe5a34d7a83",1,0,2,"1. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน หากประสงค์ที่จะเปลี่ยนรอบปีบัญชีต้องขออนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี    2. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหากประสงค์จะเปลี่ยนรอบปีบัญชีให้แตกต่างไปจากเดิม ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 10 โดยยื่นคำขอผ่านเว็บไซด์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th งานการอนุญาต (e-Permit) เรื่อง การขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี      หมายเหตุ : การยื่นขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชีทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซด์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th งานการอนุญาต (e-Permit) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุ ไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะส่งคำขอคืน โดยระบบจะแจ้งไปทาง e-mail เพื่อให้ธุรกิจแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และส่งกลับมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ธุรกิจสามารถเข้าไปพิมพ์เอกสาร การขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี โดยระบบจะระบุวันที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบไว้ด้วย","2023-06-16T09:23:57"],
    [543,"94e56e18-4bb0-4280-8de0-ac4e4c074685","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การแจ้งบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-9e90-488e-8f95-5d2966c3befa",1,0,2,"ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ประสงค์จะแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี การขออนุญาตและการอนุญาตให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น การแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายและเสียหาย และการส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี (กรณีเลิกประกอบธุรกิจโดยมิได้มีการชำระบัญชี) ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) พ.ศ. 2561 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น    หมายเหตุ : การยื่นแจ้งบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุ ไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะส่งคำขอคืน โดยระบบจะแจ้งไปทาง e-mail เพื่อให้ธุรกิจแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง  และส่งกลับมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ธุรกิจสามารถเข้าไปพิมพ์เอกสาร การแจ้งบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย โดยระบบจะระบุวันที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบไว้ด้วย","2023-06-16T09:44:18"],
    [544,"94e56e18-4e42-48f5-b608-bc3b82c6196d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี กรณีเลิกประกอบธุรกิจตามมาตรา 17 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-a1e9-4285-9789-4e25dab58622",1,0,3,"1) ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เลิกประกอบธุรกิจ โดยมิได้มีการชำระบัญชี จะต้องส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ได้แก่    (1) นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทสไทย    (2) กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร    (3) บุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจ      - เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้มีไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือ ผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าประเภทแถบเสียงเพลง แถบวีดีทัศน์ และแผ่นซีดี      - ประกอบธุรกิจ โรงงาน แปรสภาพ แกะสลัก และการทำหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีก การค้าส่งงาช้าง และผลิตภัณฑ์จากงาช้าง    2) ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เลิกประกอบธุรกิจด้วยเหตุใดๆ โดยมิได้มีการชำระบัญชี ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 17 โดยให้ส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี ให้ยื่นผ่านเว็บไซด์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  www.dbd.go.th งานการอนุญาต e-Permit  ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ และสามารถขอขยายระยะเวลาการส่งมอบบัญชี เกิน 90 วัน นับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ แต่ระยะเวลาที่ขอขยายเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ และต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี    3) ในกรณีที่นิติบุคคลต่างด้าวและกิจการร่วมค้าจดเลิกกิจการโดยไม่ชำระบัญชี ให้ยื่นผ่านเว็บไซด์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  www.dbd.go.th งานการอนุญาต e-Permit หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่ ส่วนส่งเสริมพัฒนาวิชาขีพบัญชี  กองกำกับบัญชีธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 13 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง  จังหวัดนนทบุรี โทร. 02 547 4408 โทรสาร 02 547 5977    หมายเหตุ : การยื่นส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี กรณีเลิกประกอบธุรกิจตามมาตรา 17 ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะส่งคำขอคืน โดยระบบจะแจ้งไปทาง e-mail เพื่อให้ธุรกิจแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง  และส่งกลับมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ธุรกิจสามารถเข้าไปพิมพ์เอกสาร การส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี กรณีเลิกประกอบธุรกิจตามมาตรา 17 โดยระบบจะระบุวันที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบไว้ด้วย","2023-06-16T09:34:53"],
    [545,"95d6f2f8-e72e-4816-9498-35a56d83b18d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 12 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-495e-433e-b874-9879d6ffde77",15,20000,12,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 12 พ.ศ. 2546  \nผู้ขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  \n1. ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือให้ประกอบอุตสาหกรรมหรือประกอบการค้าเพื่อการส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย แล้วแต่กรณี  \n2. กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาต รวมถึงขอบข่ายธุรกิจที่ระบุในเงื่อนไขเฉพาะโครงการเป็นธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  \n3. หากได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตซึ่งมิได้เป็นธุรกิจที่เข้าข่ายตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฯ และข้อเท็จจริงมีการรับจ้างผลิตซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม (21) การทำธุรกิจบริการ ซึ่งต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจ คนต่างด้าวนั้นสามารถขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 12 นี้ได้เช่นกัน  (ธุรกิจตามบัญชีสองหรือบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามเอกสารแนบ)\n   \nเงื่อนไขการยื่นเอกสาร  \n1. ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  \n2. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบการแจ้ง ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น  \n3. หนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับ ชื่อ  ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อกรรมการและผู้อํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล โดยเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน  \n4. หนังสือแจ้งสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว จำนวนหุ้น ประเภทหรือชนิดของหุ้นที่คนต่างด้าวถือเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน  \n5. หลักฐานแสดงว่าผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองได้รับการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมหรือประกอบการค้าเพื่อการส่งออก\n    \nเงื่อนไขการยื่นคำขอ  \nผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลางชั้น 4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2024-04-29T10:45:36"],
    [546,"95e2fb48-2808-495e-a163-6490a49c7f92","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามสนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2511 (กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศไทย) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-554a-4e38-89cd-046110756891",15,20000,13,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบการแจ้งและหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ประกอบกับบทบัญญัติและเงื่อนไขที่กำหนดในสนธิสัญญาหรือตามพันธกรณีระหว่างประเทศไทยกับคู่ภาคี ดังนี้    \nสนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2511 (Treaty of Amity and Economic Relations between The Kingdom of Thailand and the United States of America)  \n1. ผู้ที่มีสิทธิแจ้งขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทยภายใต้สนธิสัญญาฉบับนี้ ได้แก่       \n   1) บุคคลธรรมดาสัญชาติอเมริกัน       \n   2) นิติบุคคลอเมริกัน ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้            \n      (2.1) นิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศไทย หรือสหรัฐอเมริกา            \n      (2.2) จำนวนทุนข้างมากของนิติบุคคลนั้น เป็นของบุคคลสัญชาติอเมริกัน            \n      (2.3) กรรมการมากกว่าครึ่งหนึ่งต้องเป็นคนอเมริกันและหรือคนไทย            \n      (2.4) หากกรรมการคนหนึ่งได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัท กรรมการผู้นั้นจะต้องไม่เป็นคนชาติที่สาม            \n      (2.5) หากกรรมการหลายคนได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัทร่วมกัน กรรมการเหล่านั้น เกินกึ่งหนึ่งจะต้องไม่เป็นคนชาติที่สาม    \n   ทั้งนี้ หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นข้างมากเป็นบริษัทอเมริกัน จะต้องพิจารณาสัญชาติของกรรมการบริหารของบริษัทอเมริกันที่ถือหุ้นข้างมากด้วย   \n2. บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน ไม่มีสิทธิขอรับความคุ้มครองภายใต้สนธิสัญญาเพื่อประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้ (ธุรกิจที่คู่ภาคีสงวนสิทธิไว้)       \n   1) การคมนาคม       \n   2) การขนส่ง       \n   3) การหน้าที่รับดูแลทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น      \n   4) การธนาคารที่เกี่ยวกับการหน้าที่รับฝากเงิน      \n   5) การแสวงหาประโยชน์จากที่ดินหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น       \n   6) การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตผลทางเกษตรพื้นเมือง   \n3. บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติอเมริกันที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจตาม 2. ให้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เช่นเดียวกับคนต่างด้าวสัญชาติอื่น    \n\nเงื่อนไขเอกสาร   \n1. ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน   \n2. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง   \n3. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทางและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง   \n4. ในการยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า   \n5. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น   \n6. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล หรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล ต้องมีรายละเอียดที่แสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วันที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อและสัญชาติของกรรมการและผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล   \n7. ในกรณีผู้ถือหุ้นข้างมากของผู้ขอหนังสือรับรองเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ส่งสําเนาเอกสารแสดงการเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในสหรัฐอเมริกาซึ่งแสดงชื่อ วันและสถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นและกรรมการ ผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล จนถึงผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนข้างมากรายสุดท้าย เพื่อแสดงว่านิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของผู้ขอหนังสือรับรองนั้นมีคนสัญชาติอเมริกันถือหุ้มข้างมากในนิติบุคคล (Affidavit) โดยต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง    \n\nเงื่อนไขการยื่นคำขอ  \nผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง ชั้น 4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n\nหมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2024-04-29T14:24:02"],
    [547,"95e31358-5897-4034-b585-bfde63600e5d","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 11 ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-7daf-4de5-bc79-b18e2df4967b",15,20000,12,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบการแจ้งและหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ประกอบกับบทบัญญัติและเงื่อนไขที่กำหนดในสนธิสัญญาหรือตามพันธกรณีระหว่างประเทศไทยกับคู่ภาคี ดังนี้    \n\nความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement: TAFTA) ผู้ที่มีสิทธิแจ้งขอหนังสือรับรองประกอบธุรกิจภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ต้องมีองค์ประกอบดังนี้   \n1. เป็นนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศไทย โดยเข้ามาจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด   \n2. กรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นคนออสเตรเลียหรือคนไทย และในกรณีนิติบุคคลจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเป็นคนไทย   \n3. ผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n   1) เป็นคนออสเตรเลียทั้งหมด หรือเป็นคนออสเตรเลียและคนไทย   \n   2) เป็นนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศออสเตรเลีย โดยมีผู้ถือหุ้นเป็นคนออสเตรเลียมากกว่าร้อยละ 50 ของนิติบุคคลนั้น   \n   ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ขอหนังสือรับรอง ให้เป็นไปตามประเภทธุรกิจภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย   \n4. ผู้ขอหนังสือรับรองจะต้องมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของไม่เกิน 3 : 1 (ธุรกิจที่ต้องขอหนังสือรับรองภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ตามเอกสารแนบ)    \n\nเงื่อนไขเอกสาร              \n1. ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน \n2. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง              \n3. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทางและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง              \n4. ในการยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า \n5. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น\n6. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศไทย ต้องมีรายละเอียดที่แสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วันที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อของกรรมการและผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลโดยเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน                           \n7. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือแจ้งสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว จำนวนหุ้น ประเภทหรือชนิดของหุ้นที่คนต่างด้าวถือเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน                           \n8. ในกรณีผู้ถือหุ้นข้างมากของผู้ขอหนังสือรับรองเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในต่างประเทศ ให้ส่งสําเนาเอกสารแสดงการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงชื่อ วันและสถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล โดยจะต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง    \n\nเงื่อนไขการยื่นคำขอ  \nผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง ชั้น 4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2024-04-30T09:48:04"],
    [548,"95e33eb7-aca1-4673-885f-35e8e5b24c72","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 11 ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-5966-466a-a63a-24ab27a097ac",15,20000,12,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบการแจ้งและหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ประกอบกับบทบัญญัติและเงื่อนไขที่กำหนดในสนธิสัญญาหรือตามพันธกรณีระหว่างประเทศไทยกับคู่ภาคี ดังนี้    \nความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA)  ผู้ที่มีสิทธิแจ้งขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n1. เป็นบริษัทจำกัดซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย (ยกเว้นการประกอบธุรกิจบางประเภทที่ให้สิทธิห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดมาขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจได้)   \n2. บริษัทจำกัดนั้นต้องมีจำนวนผู้ถือหุ้นต่างชาติน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (ยกเว้นการประกอบธุรกิจ บางประเภทที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนผู้ถือหุ้นต่างชาติ)   \n3. ผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ขอหนังสือรับรองต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้       \n   1) เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติญี่ปุ่น       \n   2) เป็นนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น โดยนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้           \n       (2.1) คนญี่ปุ่นถือหุ้นมากกว่า ร้อยละ 50 ของทุนของนิติบุคคลนั้น           \n       (2.2) กรรมการข้างมากของบริษัทต้องเป็นคนญี่ปุ่น           \n       (2.3) กรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นคนญี่ปุ่น     \n   ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นและจำนวนผู้ถือหุ้นของผู้ขอหนังสือรับรอง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของประเภทธุรกิจภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น   \n(ธุรกิจที่ต้องขอหนังสือรับรองภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ตามเอกสารแนบ)    \n\nเงื่อนไขเอกสาร      \n1. ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน   \n2. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง   \n3. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทางและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง   \n4. ในการยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอหากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า   \n5. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น   \n6. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศไทย ต้องมีรายละเอียดที่แสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วันที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อกรรมการและผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลโดยเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน   \n7. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือแจ้งสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว จำนวนหุ้น ประเภทหรือชนิดของหุ้นที่คนต่างด้าวถือเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน   \n8. ในกรณีผู้ถือหุ้นข้างมากของผู้ขอหนังสือรับรองเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในต่างประเทศ ให้ส่งสําเนาเอกสารแสดงการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงชื่อ วันและสถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล โดยจะต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง\n                                                                                                                                                                                                   \nเงื่อนไขการยื่นคำขอ  \nผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง ชั้น 4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2024-04-29T11:23:44"],
    [549,"95e346dc-c4f4-4ed5-9220-57d0ed0ddfb3","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 11 ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ACIA) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-663b-409b-acca-e642451addbf",15,20000,12,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบการแจ้งและหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ประกอบกับบทบัญญัติและเงื่อนไขที่กำหนดในสนธิสัญญาหรือตามพันธกรณีระหว่างประเทศไทยกับคู่ภาคี ดังนี้    \nความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ASEAN Comprehensive Investment Agreement: ACIA)  ผู้มีสิทธิแจ้งขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจภายใต้ความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n1. เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย   \n2. ผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ขอหนังสือรับรองต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้       \n   1) เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน       \n   2) เป็นนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้           \n       (1) คนประเทศสมาชิกอาเซียนถือหุ้นมากกว่า ร้อยละ 50 ของทุนของนิติบุคคลนั้น           \n       (2) กรรมการข้างมากของบริษัทต้องเป็นคนสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน           \n       (3) กรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นคนสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน   \n   ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นและจำนวนผู้ถือหุ้นของผู้ขอหนังสือรับรอง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของประเภทธุรกิจภายใต้ความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน (ACIA)   \n(ธุรกิจที่ต้องขอหนังสือรับรองภายใต้ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน ตามเอกสารแนบ)    \n\nเงื่อนไขเอกสาร  \n1. ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  \n2. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง  \n3. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทางและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง  \n4. ในการยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอหากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า  \n5. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น  \n6. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศไทย ต้องมีรายละเอียดที่แสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วันที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อกรรมการและผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลโดยเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน  \n7. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือแจ้งสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว จำนวนหุ้น ประเภทหรือชนิดของหุ้นที่คนต่างด้าวถือเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน  \n8. ในกรณีผู้ถือหุ้นข้างมากของผู้ขอหนังสือรับรองเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในต่างประเทศ ให้ส่งสําเนาเอกสารแสดงการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงชื่อ วันและสถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล โดยจะต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง    \n\nเงื่อนไขการยื่นคำขอ  \nผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง ชั้น 4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2024-04-30T09:49:30"],
    [550,"95e34d0e-2672-42ed-9d0e-be7972e9f888","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 11 ภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (AFAS) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-6d31-4263-8cbc-dddbfdbc9efd",15,20000,12,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2546 และประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดแบบการแจ้งและหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ประกอบกับบทบัญญัติและเงื่อนไขที่กำหนดในสนธิสัญญาหรือตามพันธกรณีระหว่างประเทศไทยกับคู่ภาคี ดังนี้    \nความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services: AFAS)  ผู้ที่มีสิทธิแจ้งขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n1. เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย   \n2. ผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ขอหนังสือรับรองต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้       \n   1) เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน       \n   2) เป็นนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้           \n       (1) คนประเทศสมาชิกอาเซียนถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 50 ของทุนของนิติบุคคลนั้น           \n       (2) กรรมการข้างมากของบริษัทต้องเป็นคนสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน           \n       (3) กรรมการที่ได้รับมอบอํานาจให้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นคนสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน       \n   ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นและจํานวนผู้ถือหุ้นของผู้ขอหนังสือรับรองให้เป็นไปตามเงื่อนไขของประเภทธุรกิจภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (AFAS)   \n(ธุรกิจที่ต้องขอหนังสือรับรองภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน ตามเอกสารแนบ)    \n\nเงื่อนไขเอกสาร  \n1. ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  \n2. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจนั้นต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง  \n3. ในกรณีที่มีการมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องส่งสำเนาภาพถ่ายหนังสือเดินทางและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยจริง  \n4. ในการยื่นหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอหากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า  \n5. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้แจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น  \n6. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในประเทศไทย ต้องมีรายละเอียดที่แสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วันที่จดทะเบียน สถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อกรรมการและผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลโดยเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน  \n7. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ในกรณีหนังสือแจ้งสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว จำนวนหุ้น ประเภทหรือชนิดของหุ้นที่คนต่างด้าวถือเอกสารรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับรองโดยนายทะเบียน  \n8. ในกรณีผู้ถือหุ้นข้างมากของผู้ขอหนังสือรับรองเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในต่างประเทศ ให้ส่งสําเนาเอกสารแสดงการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงชื่อ วันและสถานที่จดทะเบียน ทุน วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล โดยจะต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรอง    \n\nเงื่อนไขการยื่นคำขอ  \nผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ณ ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง ชั้น 4 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    \n\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2024-04-30T09:50:48"],
    [551,"95e4afaf-1ef3-41e2-b38d-85d6bc699ed2","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว สำหรับธุรกิจบัญชีสาม ตามมาตรา 17 กรณีบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d26-560b-4219-aaf2-4c4cf5c231df",60,20000,12,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามบัญชีสองและบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา 17 พ.ศ. 2546 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 17 พ.ศ. 2554    \nธุรกิจบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว  \n(1) การสีข้าว และการผลิตแป้งจากข้าวและพืชไร่  \n(2) การทำการประมง เฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  \n(3) การทำป่าไม้จากป่าปลูก  \n(4) การผลิตไม้อัด แผ่นไม้วีเนียร์ ชิปบอร์ด หรือฮาร์ดบอร์ด  \n(5) การผลิตปูนขาว  \n(6) การทำกิจการบริการทางบัญชี  \n(7) การทำกิจการบริการทางกฎหมาย  \n(8) การทำกิจการบริการทางสถาปัตยกรรม  \n(9) การทำกิจการบริการทางวิศวกรรม  \n(10) การก่อสร้าง ยกเว้น   \n      (ก) การก่อสร้างสิ่งซึ่งเป็นการให้บริการพื้นฐานแก่ประชาชนด้านการสาธารณูปโภคหรือการคมนาคมที่ต้องใช้เครื่องมือเครื่องจักร เทคโนโลยีหรือความชำนาญในการก่อสร้างเป็นพิเศษ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่ห้าร้อยล้านบาทขึ้นไป   \n      (ข) การก่อสร้างประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(11) การทำกิจการนายหน้าหรือตัวแทน ยกเว้น   \n     (ก) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริการที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งสินค้าเกษตรหรือตราสารทางการเงินหรือหลักทรัพย์   \n     (ข) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหรือจัดหาสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการผลิตหรือการให้บริการของวิสาหกิจในเครือเดียวกัน   \n     (ค) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายจัดซื้อหรือจัดจำหน่ายหรือจัดหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศอันมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป   \n     (ง) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(12) การขายทอดตลาด ยกเว้น   \n     (ก) การขายทอดตลาด ที่มีลักษณะเป็นการประมูลซื้อขายระหว่างประเทศที่มิใช่การประมูลซื้อขายของเก่า วัตถุโบราณ หรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นงานศิลปกรรม หัตถกรรม หรือโบราณวัตถุของไทย หรือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ   \n     (ข) การขายทอดตลาด ประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(13) การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยโดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศ  \n(14) การค้าปลีกสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำรวมทั้งสิ้นน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทหรือที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่ายี่สิบล้านบาท  \n(15) การค้าส่งสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท  \n(16) การทำกิจการโฆษณา  \n(17) การทำกิจการโรงแรม เว้นแต่บริการจัดการโรงแรม  \n(18) การนำเที่ยว  \n(19) การขายอาหารหรือเครื่องดื่ม  \n(20) การทำกิจการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช  \n(21) การทำธุรกิจบริการอื่น ยกเว้นธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง    \n\nหมายเหตุ : กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 กฎกระทรวงกําหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 กำหนดให้ธุรกิจบริการดังต่อไปนี้เป็นธุรกิจบริการที่ยกเว้นไม่อยู่ใน (21) ของบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542   \n(1) ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์   \n    (ก) การค้าหลักทรัพย์   \n    (ข) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน   \n    (ค) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์   \n    (ง) กิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์   \n    (จ) การจัดการกองทุนรวม   \n    (ฉ) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล   \n    (ช) การจัดการเงินร่วมลงทุน   \n    (ซ) การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์   \n    (ฌ) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน   \n    (ญ) การให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์   \n    (ฎ) การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ฏ) การเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล   \n    (ฐ) การเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม   \n    (ฑ) การเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้  \n(2) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ก) การเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ข) การเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ค) การเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  \n(3) การประกอบธุรกิจเป็นทรัสตีตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน\n(4) ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจําเป็นต่อการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ธุรกิจอื่นของสถาบันการเงิน และธุรกิจของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน\n     (ก) ธุรกิจธนาคารพาณิชย์\n     (ข) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานผู้แทนธนาคาร\n     (ค) การให้บริการทางการเงินตามหลักชาริอะฮ์\n     (ง) การเป็นตัวแทนของสถาบันการเงิน\n     (จ) การให้บริการรับฝากเงินที่มีเงื่อนไขการเบิกถอนเงินจากบัญชีตามคําสั่งลูกค้าและกิจการดูแลผลประโยชน์\n     (ฉ) การประกอบธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน\n     (ช) การเป็นตัวแทนรับคําขอและเรียกเก็บเบี้ยประกันหรือค่าบริการการประกันการส่งออกและการค้ำประกันสินเชื่อแก่ลูกค้า\n     (ซ) การรับให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินแก่สถาบันการเงิน บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานราชการ\n     (ฌ) การนําอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่า\n     (ญ) การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม\n     (ฎ) การให้บริการการบริหารจัดการเงินสด\n     (ฏ) การให้บริการเกี่ยวกับการจัดทําเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกิจของลูกค้า\n     (ฐ) การให้บริการเป็นตัวแทนรับชําระหนี้หรือตัวแทนรับคําขอ\n     (ฑ) การให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง\n(5) ธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต\n(6) ธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย\n(7) ธุรกิจการบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์\n(8) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทํางาน พ.ศ. 2540\n(9) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานภูมิภาคของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทํางาน พ.ศ. 2540\n(10) ธุรกิจบริการที่มีส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณเป็นคู่สัญญา\n(11) ธุรกิจบริการที่มีรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณเป็นคู่สัญญา\n(12) ธุรกิจบริการให้กู้ยืมเงินในประเทศ บริการให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน พร้อมสาธารณูปโภค บริการให้คำปรึกษาแนะนำ เฉพาะด้านบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านทรัพยากรบุคคล และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ในลักษณะหนึ่งลักษณะใด ดังต่อไปนี้\n     (ก) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ข) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของนิติบุคคลหนึ่ง ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ค) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ง) กรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการเกินกว่ากึ่งจำนวนของนิติบุคคลหนึ่งเป็นกรรมการหรือเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีออำนาจจัดการเกินกว่ากึ่งจำนวนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง \n\nเงื่อนไขเอกสาร  \n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  \n2. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น  \n3. กรณีหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอได้มีการจัดทำหรือลงลายมือชื่อในต่างประเทศ ต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต และหากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า    \n\nหมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ และ/หรือข้อมูลในหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานและหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-10-24T11:14:17"],
    [552,"95e4ea01-afb2-4fb9-b588-97c5b879bbfc","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว สำหรับธุรกิจบัญชีสาม ตามมาตรา 17 กรณีนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-71ad-4102-8a87-9713337ce573",60,250000,17,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามบัญชีสองและบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา 17 พ.ศ. 2546 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 17 พ.ศ. 2554    \nธุรกิจบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว  \n(1) การสีข้าว และการผลิตแป้งจากข้าวและพืชไร่  \n(2) การทำการประมง เฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  \n(3) การทำป่าไม้จากป่าปลูก  \n(4) การผลิตไม้อัด แผ่นไม้วีเนียร์ ชิปบอร์ด หรือฮาร์ดบอร์ด  \n(5) การผลิตปูนขาว  \n(6) การทำกิจการบริการทางบัญชี  \n(7) การทำกิจการบริการทางกฎหมาย  \n(8) การทำกิจการบริการทางสถาปัตยกรรม  \n(9) การทำกิจการบริการทางวิศวกรรม  \n(10) การก่อสร้าง ยกเว้น   \n      (ก) การก่อสร้างสิ่งซึ่งเป็นการให้บริการพื้นฐานแก่ประชาชนด้านการสาธารณูปโภคหรือการคมนาคมที่ต้องใช้เครื่องมือเครื่องจักร เทคโนโลยีหรือความชำนาญในการก่อสร้างเป็นพิเศษ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่ห้าร้อยล้านบาทขึ้นไป   \n      (ข) การก่อสร้างประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(11) การทำกิจการนายหน้าหรือตัวแทน ยกเว้น   \n     (ก) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริการที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งสินค้าเกษตรหรือตราสารทางการเงินหรือหลักทรัพย์   \n     (ข) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหรือจัดหาสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการผลิตหรือการให้บริการของวิสาหกิจในเครือเดียวกัน   \n     (ค) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายจัดซื้อหรือจัดจำหน่ายหรือจัดหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศอันมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป   \n     (ง) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(12) การขายทอดตลาด ยกเว้น   \n     (ก) การขายทอดตลาด ที่มีลักษณะเป็นการประมูลซื้อขายระหว่างประเทศที่มิใช่การประมูลซื้อขายของเก่า วัตถุโบราณ หรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นงานศิลปกรรม หัตถกรรม หรือโบราณวัตถุของไทย หรือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ   \n     (ข) การขายทอดตลาด ประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(13) การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยโดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศ  \n(14) การค้าปลีกสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำรวมทั้งสิ้นน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทหรือที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่ายี่สิบล้านบาท  \n(15) การค้าส่งสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท  \n(16) การทำกิจการโฆษณา  \n(17) การทำกิจการโรงแรม เว้นแต่บริการจัดการโรงแรม  \n(18) การนำเที่ยว  \n(19) การขายอาหารหรือเครื่องดื่ม  \n(20) การทำกิจการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช  \n(21) การทำธุรกิจบริการอื่น ยกเว้นธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง    \n\nหมายเหตุ : กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 กฎกระทรวงกําหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 กำหนดให้ธุรกิจบริการดังต่อไปนี้เป็นธุรกิจบริการที่ยกเว้นไม่อยู่ใน (21) ของบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542   \n(1) ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์   \n    (ก) การค้าหลักทรัพย์   \n    (ข) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน   \n    (ค) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์   \n    (ง) กิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์   \n    (จ) การจัดการกองทุนรวม   \n    (ฉ) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล   \n    (ช) การจัดการเงินร่วมลงทุน   \n    (ซ) การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์   \n    (ฌ) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน   \n    (ญ) การให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์   \n    (ฎ) การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ฏ) การเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล   \n    (ฐ) การเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม   \n    (ฑ) การเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้  \n(2) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ก) การเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ข) การเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ค) การเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  \n(3) การประกอบธุรกิจเป็นทรัสตีตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน\n(4) ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจําเป็นต่อการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ธุรกิจอื่นของสถาบันการเงิน และธุรกิจของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน\n     (ก) ธุรกิจธนาคารพาณิชย์\n     (ข) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานผู้แทนธนาคาร\n     (ค) การให้บริการทางการเงินตามหลักชาริอะฮ์\n     (ง) การเป็นตัวแทนของสถาบันการเงิน\n     (จ) การให้บริการรับฝากเงินที่มีเงื่อนไขการเบิกถอนเงินจากบัญชีตามคําสั่งลูกค้าและกิจการดูแลผลประโยชน์\n     (ฉ) การประกอบธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน\n     (ช) การเป็นตัวแทนรับคําขอและเรียกเก็บเบี้ยประกันหรือค่าบริการการประกันการส่งออกและการค้ำประกันสินเชื่อแก่ลูกค้า\n     (ซ) การรับให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินแก่สถาบันการเงิน บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานราชการ\n     (ฌ) การนําอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่า\n     (ญ) การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม\n     (ฎ) การให้บริการการบริหารจัดการเงินสด\n     (ฏ) การให้บริการเกี่ยวกับการจัดทําเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกิจของลูกค้า\n     (ฐ) การให้บริการเป็นตัวแทนรับชําระหนี้หรือตัวแทนรับคําขอ\n     (ฑ) การให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง\n(5) ธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต\n(6) ธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย\n(7) ธุรกิจการบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์\n(8) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทํางาน พ.ศ. 2540\n(9) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานภูมิภาคของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทํางาน พ.ศ. 2540\n(10) ธุรกิจบริการที่มีส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณเป็นคู่สัญญา\n(11) ธุรกิจบริการที่มีรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณเป็นคู่สัญญา\n(12) ธุรกิจบริการให้กู้ยืมเงินในประเทศ บริการให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน พร้อมสาธารณูปโภค บริการให้คำปรึกษาแนะนำ เฉพาะด้านบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านทรัพยากรบุคคล และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ในลักษณะหนึ่งลักษณะใด ดังต่อไปนี้\n     (ก) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ข) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของนิติบุคคลหนึ่ง ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ค) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ง) กรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการเกินกว่ากึ่งจำนวนของนิติบุคคลหนึ่งเป็นกรรมการหรือเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีออำนาจจัดการเกินกว่ากึ่งจำนวนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง \n\nเงื่อนไขเอกสาร  \n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  \n2. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น  \n3. กรณีหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอได้มีการจัดทำหรือลงลายมือชื่อในต่างประเทศ ต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต และหากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า    \n\nหมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ และ/หรือข้อมูลในหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานและหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-10-24T11:14:10"],
    [553,"95e5032f-77b8-4870-9df9-849c588a5cf3","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว สำหรับธุรกิจบัญชีสอง ตามมาตรา 17 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-796b-4188-961b-4356eaed2531",60,500000,14,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามบัญชีสองและบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา 17 พ.ศ. 2546 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 17 พ.ศ. 2554    \n     คนต่างด้าวที่มีสิทธิแจ้งขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจภายใต้มาตรา 17 ตามบัญชีสอง ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่เป็นธุรกิจทั่วไป หรือเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ และคู่สัญญาช่วง    \n     ธุรกิจบัญชีสองท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถกรรมพื้นบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม    \nหมวด 1 ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ  \n     (1) การผลิต การจำหน่าย และการซ่อมบำรุง  \n         (ก) อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดินปืน วัตถุระเบิด  \n         (ข) ส่วนประกอบของอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด  \n         (ค) อาวุธยุทโธปกรณ์ เรือ อากาศยาน หรือยานพาหนะทางการทหาร  \n         (ง) อุปกรณ์หรือส่วนประกอบของอุปกรณ์สงครามทุกประเภท  \n     (2) การขนส่งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศในประเทศ รวมถึงกิจการการบินในประเทศ    \nหมวด 2 ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และหัตถกรรมพื้นบ้าน  \n     (1) การค้าของเก่า หรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นงานศิลปกรรม หัตถกรรมของไทย   \n     (2) การผลิตเครื่องไม้แกะสลัก  \n     (3) การเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหมไทย การทอผ้าไหมไทย หรือการพิมพ์ลวดลายผ้าไหมไทย  \n     (4) การผลิตเครื่องดนตรีไทย  \n     (5) การผลิตเครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องถม เครื่องทองลงหิน หรือเครื่องเขิน  \n     (6) การผลิตถ้วยชามหรือเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นศิลปวัฒนธรรมไทย    \nหมวด 3 ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม  \n     (1) การผลิตน้ำตาลจากอ้อย  \n     (2) การทำนาเกลือ รวมทั้งการทำเกลือสินเธาว์  \n     (3) การทำเกลือหิน  \n     (4) การทำเหมือง รวมทั้งการระเบิดหรือย่อยหิน  \n     (5) การแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย    \n\nเงื่อนไขเอกสาร  \n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  \n2. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น    \n\nเงื่อนไขการพิจารณา  \n     ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาตให้ต่างด้าวประกอบธุรกิจตามบัญชีสองให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ ในกรณีการพิจารณาอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีเหตุจำเป็น ซึ่งคณะรัฐมนตรีไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีกได้ตามความจำเป็น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 60 วันนับแต่วันครบกำหนดเวลาดังกล่าว    \n\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ และ/หรือข้อมูลในหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานและหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-10-24T11:13:57"],
    [554,"9a71783c-5a0b-4aaa-8b21-3806940f49a4","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","กรมพัฒนาธุรกิจการค้า","การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว สำหรับธุรกิจบัญชีสาม ตามมาตรา 17 กรณีนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-75b1-4fd3-ac88-19214eab3705",60,250000,12,"คนต่างด้าวที่ประสงค์ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามบัญชีสองและบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา 17 พ.ศ. 2546 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามมาตรา 17 พ.ศ. 2554    \nธุรกิจบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว  \n(1) การสีข้าว และการผลิตแป้งจากข้าวและพืชไร่  \n(2) การทำการประมง เฉพาะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  \n(3) การทำป่าไม้จากป่าปลูก  \n(4) การผลิตไม้อัด แผ่นไม้วีเนียร์ ชิปบอร์ด หรือฮาร์ดบอร์ด  \n(5) การผลิตปูนขาว  \n(6) การทำกิจการบริการทางบัญชี  \n(7) การทำกิจการบริการทางกฎหมาย  \n(8) การทำกิจการบริการทางสถาปัตยกรรม  \n(9) การทำกิจการบริการทางวิศวกรรม  \n(10) การก่อสร้าง ยกเว้น   \n      (ก) การก่อสร้างสิ่งซึ่งเป็นการให้บริการพื้นฐานแก่ประชาชนด้านการสาธารณูปโภคหรือการคมนาคมที่ต้องใช้เครื่องมือเครื่องจักร เทคโนโลยีหรือความชำนาญในการก่อสร้างเป็นพิเศษ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่ห้าร้อยล้านบาทขึ้นไป   \n      (ข) การก่อสร้างประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(11) การทำกิจการนายหน้าหรือตัวแทน ยกเว้น   \n     (ก) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริการที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งสินค้าเกษตรหรือตราสารทางการเงินหรือหลักทรัพย์   \n     (ข) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหรือจัดหาสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการผลิตหรือการให้บริการของวิสาหกิจในเครือเดียวกัน   \n     (ค) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายจัดซื้อหรือจัดจำหน่ายหรือจัดหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศอันมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีทุนขั้นต่ำของคนต่างด้าวตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป   \n     (ง) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(12) การขายทอดตลาด ยกเว้น   \n     (ก) การขายทอดตลาด ที่มีลักษณะเป็นการประมูลซื้อขายระหว่างประเทศที่มิใช่การประมูลซื้อขายของเก่า วัตถุโบราณ หรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นงานศิลปกรรม หัตถกรรม หรือโบราณวัตถุของไทย หรือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ   \n     (ข) การขายทอดตลาด ประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  \n(13) การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยโดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศ  \n(14) การค้าปลีกสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำรวมทั้งสิ้นน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทหรือที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่ายี่สิบล้านบาท  \n(15) การค้าส่งสินค้าทุกประเภทที่มีทุนขั้นต่ำของแต่ละร้านค้าน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท  \n(16) การทำกิจการโฆษณา  \n(17) การทำกิจการโรงแรม เว้นแต่บริการจัดการโรงแรม  \n(18) การนำเที่ยว  \n(19) การขายอาหารหรือเครื่องดื่ม  \n(20) การทำกิจการเพาะขยายหรือปรับปรุงพันธุ์พืช  \n(21) การทำธุรกิจบริการอื่น ยกเว้นธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง    \n\nหมายเหตุ : กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2556 กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 กฎกระทรวงกําหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 กำหนดให้ธุรกิจบริการดังต่อไปนี้เป็นธุรกิจบริการที่ยกเว้นไม่อยู่ใน (21) ของบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542   \n(1) ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์   \n    (ก) การค้าหลักทรัพย์   \n    (ข) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน   \n    (ค) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์   \n    (ง) กิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์   \n    (จ) การจัดการกองทุนรวม   \n    (ฉ) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล   \n    (ช) การจัดการเงินร่วมลงทุน   \n    (ซ) การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์   \n    (ฌ) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน   \n    (ญ) การให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์   \n    (ฎ) การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ฏ) การเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล   \n    (ฐ) การเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม   \n    (ฑ) การเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้  \n(2) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ก) การเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ข) การเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า   \n    (ค) การเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  \n(3) การประกอบธุรกิจเป็นทรัสตีตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน\n(4) ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจําเป็นต่อการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ธุรกิจอื่นของสถาบันการเงิน และธุรกิจของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน\n     (ก) ธุรกิจธนาคารพาณิชย์\n     (ข) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานผู้แทนธนาคาร\n     (ค) การให้บริการทางการเงินตามหลักชาริอะฮ์\n     (ง) การเป็นตัวแทนของสถาบันการเงิน\n     (จ) การให้บริการรับฝากเงินที่มีเงื่อนไขการเบิกถอนเงินจากบัญชีตามคําสั่งลูกค้าและกิจการดูแลผลประโยชน์\n     (ฉ) การประกอบธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน\n     (ช) การเป็นตัวแทนรับคําขอและเรียกเก็บเบี้ยประกันหรือค่าบริการการประกันการส่งออกและการค้ำประกันสินเชื่อแก่ลูกค้า\n     (ซ) การรับให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินแก่สถาบันการเงิน บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานราชการ\n     (ฌ) การนําอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่า\n     (ญ) การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม\n     (ฎ) การให้บริการการบริหารจัดการเงินสด\n     (ฏ) การให้บริการเกี่ยวกับการจัดทําเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกิจของลูกค้า\n     (ฐ) การให้บริการเป็นตัวแทนรับชําระหนี้หรือตัวแทนรับคําขอ\n     (ฑ) การให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง\n(5) ธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต\n(6) ธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย\n(7) ธุรกิจการบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์\n(8) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทํางาน พ.ศ. 2540\n(9) ธุรกิจบริการเป็นสํานักงานภูมิภาคของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทํางาน พ.ศ. 2540\n(10) ธุรกิจบริการที่มีส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณเป็นคู่สัญญา\n(11) ธุรกิจบริการที่มีรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณเป็นคู่สัญญา\n(12) ธุรกิจบริการให้กู้ยืมเงินในประเทศ บริการให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน พร้อมสาธารณูปโภค บริการให้คำปรึกษาแนะนำ เฉพาะด้านบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านทรัพยากรบุคคล และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ในลักษณะหนึ่งลักษณะใด ดังต่อไปนี้\n     (ก) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ข) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของนิติบุคคลหนึ่ง ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ค) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของทุนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง\n     (ง) กรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการเกินกว่ากึ่งจำนวนของนิติบุคคลหนึ่งเป็นกรรมการหรือเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีออำนาจจัดการเกินกว่ากึ่งจำนวนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง \n\nเงื่อนไขเอกสาร  \n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องกรอกข้อความในคำขอโดยการพิมพ์ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ขอรับใบอนุญาต หรือลงลายมือชื่อผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน  \n2. การยื่นสำเนาหรือภาพถ่ายหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้น  \n3. กรณีหลักฐานหรือเอกสารประกอบคำขอได้มีการจัดทำหรือลงลายมือชื่อในต่างประเทศ ต้องมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรองหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต และหากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า    \n\nหมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ และ/หรือข้อมูลในหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานและหนังสือแจ้งรายละเอียดธุรกิจที่ขอรับใบอนุญาตที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-29T10:03:40"],
    [555,"94e56e25-f8a2-4078-b811-a57e67efe3ba","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","องค์การคลังสินค้า","การให้บริการท่าเทียบเรือคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ (ท่า 27A)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-c7a0-414b-8e31-a64fe219b537",2,0,3,"ผู้ประสงค์ขอใช้บริการท่าเทียบเรือคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ (ท่า 27A) ต้องติดต่อนายท่าประจำท่าเทียบเรือ เพื่อให้ทราบข้อมูลของท่าเทียบเรือคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ เช่น ระยเวลาที่ท่าว่าง ขนาดและความลึกของท่าเทียบเรือ ทำเลที่ตั้ง อัตราค่าบริการ ตลอดจนข้อจำกัดในการนำเรือเข้าเทียบท่าและขนถ่ายสินค้า เป็นต้น","2022-04-06T22:52:47"],
    [556,"94e56e25-fb43-4ee0-9b8a-3e5053eec294","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","องค์การคลังสินค้า","การให้เช่าพื้นที่พักสินค้าชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-ca7e-47f2-bdec-dbbe9427b718",3,0,4,"ผู้ประสงค์ขอเช่าต้องติดต่อคลังสินค้าที่ต้องการเช่าพื้นที่พักสินค้าชั่วคราว เพื่อให้ทราบข้อมูลของคลังสินค้านั้น เช่น ลักษณะของคลังสินค้า พื้นที่ว่างที่สามารถให้เช่าพักสินค้าได้ ทำเลที่ตั้ง อัตราค่าเช่า ตลอดจนข้อจำกัดของชนิดสินค้าที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าเก็บในคลังสินค้า เป็นต้น","2022-04-06T22:52:47"],
    [557,"94e56e25-fded-4521-8050-618fe210126f","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","องค์การคลังสินค้า","การให้เช่าคลังสินค้าห้องเย็น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-cd5c-4fc0-8226-8c6bbdbab1ff",4,0,4,"ผู้ประสงค์ขอเช่าต้องติดต่อคลังสินค้าห้องเย็นที่ต้องการเช่า เพื่อให้ทราบข้อมูลของคลังสินค้าห้องเย็นนั้น เช่น ลักษณะของคลังสินค้าห้องเย็น ห้องว่างที่สามารถให้เช่าได้ ทำเลที่ตั้ง ระดับอุณหภูมิที่ต้องการ อัตราค่าเช่า ตลอดจนข้อจำกัดของสินค้าที่ไม่อนุญาตให้นำเก็บในคลังสินค้าห้องเย็น เป็นต้น    หลังจากได้รับอนุมัติให้เช่าคลังสินค้าห้องเย็นแล้ว พนักงานผู้มีหน้าที่จะจัดทำร่างสัญญา เพื่อส่งให้สำนักกฎหมายและคดีตรวจสอบแก้ไข ก่อนแจ้งให้ผู้ประสงค์ขอเช่าทราบ เพื่อจัดเตรียมเงินค้ำประกันสัญญา และกำหนดวันลงนามในสัญญาต่อไป","2022-04-06T22:52:47"],
    [558,"94e56e26-005e-4f76-a71b-d0743e05abd7","PUBLISHED","กระทรวงพาณิชย์","องค์การคลังสินค้า","การให้เช่าคลังสินค้าโดยทำสัญญาระยะยาว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-d05c-4687-a484-1aac59aba98f",4,0,4,"ผู้ประสงค์ขอเช่าต้องติดต่อคลังสินค้าที่ต้องการเช่า เพื่อให้ทราบข้อมูลของคลังสินค้า เช่น ลักษณะของคลังสินค้า พื้นที่ว่างที่สามารถให้เช่าได้ ทำเลที่ตั้ง อัตราค่าเช่า ตลอดจนข้อจำกัดของชนิดสินค้าที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าเก็บในคลังสินค้า เป็นต้น    หลังจากได้รับอนุมัติให้เช่าคลังสินค้าแล้ว พนักงานผู้มีหน้าที่จะจัดทำร่างสัญญาเพื่อส่งให้สำนักกฎหมายและคดีตรวจสอบ แก้ไข ก่อนแจ้งให้ผู้ประสงค์ขอเช่าทราบ เพื่อจัดเตรียมเงินค้ำประกันสัญญา และกำหนดวันลงนามในสัญญาต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [559,"94e56e18-50de-4a41-866f-5e65e5548bc0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันแข่งม้า ซึ่งไม่มีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีปหรือบุ๊กเมกิ้งรวมอยู่ด้วย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-a5a9-433b-8633-50e1a549cbf4",33,500,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      1. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด  2. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา  วันอัฏฐมีบูชา (วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า(ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 2 ) วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และวันธรรมสวนะ  (วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)  3. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช   4. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้  5. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 เที่ยว และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน   6. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ระหว่างเวลา 7.00 น. ถึง 19.00 น.)   7.ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้   8.ห้ามมิให้ใช้ทางสำหรับแข่งเกินกว่า 1 ทาง  9. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย  10.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน   11.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          12.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน                                               13.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:37:56"],
    [560,"94e56e18-530a-4db0-ba38-d4fbf7752e06","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d27-a85c-41f3-9fea-9255c6c950c3",60,205,null,"ป.พ.พ. มาตรา 84 กำหนดว่า การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมจะกระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และสมาคมต้องนำข้อบังคับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้ลงมติ และเมื่อนายทะเบียนได้จดทะเบียนแล้วจึงจะมีผลใช้บังคับได้โดยผู้ยื่นคำขอต้องเป็นนายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งมีหนังสือมอบอำนาจ หรือรายงานการประชุมที่มอบหมายในที่ประชุม    (กรณีไม่ต้องสอบถามความเห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของชื่อ วัตถุประสงค์ หรือเครื่องหมาย ใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วัน)","2022-04-11T14:38:41"],
    [561,"94e56e18-54fd-4f06-8ea2-f1234cf37a45","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d27-ab36-4e15-b867-e1e079708bbb",60,205,null,"ป.พ.พ. มาตรา 85 กำหนดให้ การแต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคมให้กระทำตามข้อบังคับของสมาคม และสมาคมต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม  (กรณีไม่ต้องสอบถามความเห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องเกี่ยวกับกรรมการของสมาคมซึ่งเป๋นคนต่างด้าว หรือฐานะและความประพฤติของบุคคลที่จะเป็นกรรมการสมาคม จะใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วัน)","2022-04-11T14:42:48"],
    [562,"94e56e18-5786-4e49-8cbf-66a9733c4278","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร/ใบอนุญาตทำการเรี่ยไร ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-ae43-482b-bde2-bbf3b73e40d2",33,0,null,"การทำการเรี่ยไร คือ การซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการ ซึ่งมีการแสดงโดยตรงหรือโดยปริยาย ว่ามิใช่เป็นการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นด้วย โดยผู้ที่จะทำการเรี่ยไรจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้    คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร หรือทำการเรี่ยไร      1. ไม่เป็นบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี      2. ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ      3. ไม่เป็นผู้เป็นโรคติดต่อที่น่ารังเกียจ      4. ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์     รับของโจร หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญา และพ้นโทษมาแล้วยังไม่ครบห้าปี      5. ไม่เป็นบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีความประพฤติหรือหลักฐานไม่น่าไว้วางใจ    ข้อห้ามมิให้จัดให้มีการเรี่ยไรหรือทำการเรี่ยไร ดังต่อไปนี้      1. การเรี่ยไรเพื่อรวบรวมทรัพย์สินมาให้หรือชดใช้แก่จำเลย เพื่อใช้เป็นค่าปรับ เว้นแต่จะเป็นการเรี่ยไรในระหว่างวงศ์ญาติของจำเลย      2. การเรี่ยไรโดยกำหนดเก็บเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นอัตรา โดยคำนวณตามเกณฑ์ปริมาณสินค้า ผลประโยชน์หรือวัตถุอย่างอื่น      3. การเรี่ยไรอันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมทรามแก่ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน      4. การเรี่ยไรอันอาจเป็นเหตุกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงถึงความสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ      5. การเรี่ยไรเพื่อจัดหายุทธภัณฑ์ให้แก่ต่างประเทศ    มาตรา 8 การเรี่ยไรในถนนหลวงหรือในที่สาธารณะ การเรี่ยไรโดยโฆษณาด้วยสิ่งพิมพ์ ด้วยวิทยุกระจายเสียง หรือด้วยเครื่องเปล่งเสียงจะจัดให้มีหรือทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว    ข้อความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับแก่         (1) การเรี่ยไรซึ่งได้รับอนุญาตหรือได้รับยกเว้นตามมาตรา 6         (2) การเรี่ยไรเพื่อกุศลสงเคราะห์ในโอกาสที่บุคคลชุมนุมกันประกอบศาสนกิจ         (3) การเรี่ยไรโดยขายสิ่งของในงานออกร้าน หรือในที่นัดประชุมเฉพาะแห่งอันได้จัดให้ขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งผู้ได้รับอนุญาตให้มีการออกร้าน หรือผู้จัดให้มีการนัดประชุมเป็นผู้จัดให้มีขึ้น","2022-04-11T14:43:00"],
    [563,"94e56e18-59b2-45e5-94dd-d5b2536852ac","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตทำการโฆษณาโดยใชเครื่องขยายเสียง(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-b165-4177-b5d0-fb3469b2698c",1,75,5,"ผู้ที่จะทำการโฆษณาโยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยไฟฟ้า จะต้องขอรับอนุญาตต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงทำการโฆษณาได้ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้แก้ผู้ขอรับอนุญาต และให้มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขลงในใบอนุญาตว่าด้วยเวลา าถานที่ และเครื่องอุปกรณ์ขยายเสียงและผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดนั้น โดยห้ามอนุญาตและห้ามใช้เสียงโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงในระยะใกล้กว่า 100 เมตร จากโรงพยาบาล วัด หรือสถานที่บำเพ็ญศาสนกิจ และทางแยกที่มีการสัญจรไปมาคับคั่งอยู่เป็นปกติ และห้ามใช้เสียงโฆษณาในระยะใกล้กว่า 100 เมตร จากบริเวณโรงเรียนระหว่างทำการสอน ศาลสถิตยุติธรรมในระหว่างพิจารณา ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตจะต้องยื่นร้องตามแบบ ฆ.ษ.1 ต่อเจ้าพนักงานตำราจเจ้าของท้องที่ก่อนมาดำเนินการ","2022-04-11T14:43:09"],
    [564,"94e56e18-5e8c-4b0d-a994-28f4ba8f9185","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอต่อใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่า (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-b78f-4c64-966f-9eeb9935d4bb",13,7500,null,"1. คุณสมบัติของผู้ขอต่อใบอนุญาต       1.1 มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป       1.2 มีความรู้หนังสือไทยพออ่านออกเขียนได้       1.3 เป็นผู้ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์ และตั๋ว ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับการค้า ความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และรับของโจร    2. ขอต่อใบอนุญาตได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี    3. ใบอนุญาตขาดอายุต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000บาท    4. แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-11T14:43:35"],
    [565,"94e56e18-5c69-4377-b8ee-687c96dc7170","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-b48f-4edf-8578-3e310ff72550",21,10,null,"ด้วยพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน    พ.ศ. 2490 มาตรา 47 กำหนดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ และมาตรา 50 ใบอนุญาตที่ออกให้ มีอายุใช้ได้หนึ่งปีนับแต่วันออก    กรณีการใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียน ถึงแม้จะผ่านขั้นตอนการพิจารณาทุกขั้นตอนจนถึงขั้นตอนที่      นายทะเบียนจะพิจารณาเพื่ออนุญาตแล้วก็ตาม หากนายทะเบียนใช้ดุลยพินิจแล้ว เห็นสมควรให้ชี้แจง ตรวจสอบ สอบสวน หรือให้แสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ให้ถือว่าเป็นกรณีที่ไม่เข้าลักษณะที่จะพิจารณาตามเงื่อนไข    คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 367/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 เรื่อง การกำหนดเงื่อนไข    ในใบอนุญาตว่าด้วยการเก็บรักษาดอกไม้เพลิง    คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต    1. เป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ    3. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นคนวิกลจริต    4. ประกอบสัมมาอาชีพ มีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ที่ขออนุญาต และมีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ที่ขออนุญาต    5. ไม่เป็นบุคคลที่มีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงอันอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน    6. ไม่เคยต้องโทษจำคุกในฐานความผิดที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้        6.1 ไม่เป็นบุคคลซึ่งต้องโทษจำคุกสำหรับความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ดังต่อไปนี้    (ก)   มาตรา 97 ถึงมาตรา 111 มาตรา 120 มาตรา 177 ถึงมาตรา 183 มาตรา 249 มาตรา 250 หรือมาตรา 293 ถึงมาตรา 303    (ข)  มาตรา 254 ถึงมาตรา 257 และพ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษถึงวันยื่นคำขอใบอนุญาต เว้นแต่ในกรณีความผิดที่กระทำโดยความจำเป็นหรือเพื่อป้องกันหรือโดยถูกยั่วยุโทสะ    6.2 ไม่เป็นบุคคลซึ่งต้องโทษจำคุกสำหรับความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2477 มาตรา 11 มาตรา 22 มาตรา 29 หรือมาตรา 33 หรือพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7 มาตรา 24 มาตรา 33 หรือมาตรา 38    6.3 ไม่เป็นบุคคลซึ่งต้องโทษจำคุกตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป ในระหว่างห้าปีนับย้อนขึ้นไปจากวันยื่นคำขอ สำหรับความผิดอย่างอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ใน ข้อ 6.1 (ก) และ (ข) เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    7. ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาของศาลให้ปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป หรือจำคุกแม้แต่ครั้งเดียวฐานความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2477 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 และพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันยื่นคำขอใบอนุญาต","2022-04-11T14:43:21"],
    [566,"94e56e18-6085-4989-9eb9-0d4c2237e0f1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอแจ้งย้ายสถานประกอบการขายทอดตลาดและค้าของเก่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-ba4d-4526-a14e-7d9536941256",13,0,null,"1. ผู้ประกอบการประสงค์จะย้ายสถานประกอบการให้ยื่นคำขออนุญาต ก่อนย้ายสถานประกอบการ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน    2. แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนัแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-11T14:43:51"],
    [567,"94e56e18-6534-49b2-a5b4-9241211989a9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d27-bd23-4830-88cc-aa978cdd861d",13,0,null,"1. ผู้รับใบอนุญาต (นิติบุคคล) หากประสงค์จะเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ตามใบอนุญาตขายทอดตลาดหรือค้าของเก่า ให้ยื่นคำขออนุญาตก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    2. แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-11T14:44:41"],
    [568,"94e56e18-6745-4623-8bc3-ca82e9d156bd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการขายทอดตลาดและค้าของเก่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d27-bfe6-4928-9fa8-d32464b0dc50",13,0,null,"1. ผู้ประกอบการขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าประสงค์จะเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการในใบอนุญาต ให้มายื่นคำขออนุญาตก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    2. แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-11T14:44:55"],
    [569,"94e56e18-698a-44d3-adc9-ccecf76b6cc9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีตกสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎรเมื่อปี พ.ศ. 2499 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-c2e7-420c-961c-af9defa3bf35",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่   1 เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ    2. จะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2499    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T10:39:56"],
    [570,"94e56e18-6bd9-4e7f-b16d-1e716d4a9683","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนไทยที่เกิดในต่างประเทศขอเพิ่มชื่อ โดยมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจเดินทางกลับประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-c5b4-4eeb-991f-16718dc8175e",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ ผู้ได้รับมอบอำนาจ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T10:40:15"],
    [571,"94e56e18-6e3e-491b-860a-18169b45049e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยในราชอาณาจักร เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-c8b1-43cf-8556-fecb07661b3b",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T10:40:32"],
    [572,"94e56e18-727d-4d39-9587-1bbbdb6159f1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจำหน่ายชื่อและรายการบุคคลออกจากทะเบียนบ้าน กรณีมีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้านมากกว่า 1 แห่ง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-ce6a-4e29-93ee-fcd5a9b714b4",3,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้านหรือบุคคลที่มีชื่อซ้ำหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T10:59:16"],
    [573,"94e56e18-7061-4be8-ad49-4dc0df24cf53","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีบุคคลที่ถูกจำหน่ายชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน เนื่องจากมีชื่อและรายการโดยมิชอบหรือโดยทุจริต (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-cb98-462e-9fba-59e8e2efbe1a",31,0,2,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าบ้าน  หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T10:52:36"],
    [574,"94e56e18-748b-4ac5-9b71-433bea9d7789","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจัดทำทะเบียนอาคาร กรณีอาคารชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-d145-455b-964f-9818e20d35fe",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าของอาคาร หรือผู้ได้รับมอบหมาย    ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่สร้างอาคารเสร็จ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:00:31"],
    [575,"94e56e18-7762-463e-a182-8c6cd27fdb3c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันวิ่งวัวคน ซึ่งมีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีปหรือบุ๊กเมกิ้งรวมอยู่ด้วย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-d4e9-418a-a9ff-a33fb66d4fb9",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน        2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด        3. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)        4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้        6. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น       7.ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 สนาม และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน        8. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 19.00 น.)         9. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้        10. ห้ามมิให้ใช้ทางสำหรับแข่งเกินกว่า 1 ทาง          11.ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          12.ต้องยื่นขออนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันโตแตไลเซเตอร์ สวีป หรือบุกเมกิ้ง          13. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      15.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      16.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:47:14"],
    [576,"94e56e18-79d0-422d-a696-fae0a5626f68","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันหมากหัวแดง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-d848-46cb-add7-f53fe5572a34",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้        6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)        8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้        9. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย        10. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          11. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น                                                                                            12.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน       13. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       14. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน                    15. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:47:39"],
    [577,"94e56e18-7c91-42a5-8b6e-5291932e2ee3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันสวีป สำหรับการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-dbc9-463c-9ca5-5b13e302253b",90,1000,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน           2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอัฏฐมีบูชา (วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า(ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 2 ) วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา  และวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)      4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้       7. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับออกสวีป 1 ครั้ง       8. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต       9. ห้ามมิให้ขายสลากสวีปราคาต่ำกว่าฉบับละ 5 บาท      10. ผู้รับอนุญาตต้องเสียภาษีการจำหน่ายสลากสวีป สำหรับการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนออกสลาก       11. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย       12. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้อกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดไว้ใช้จ่ายในกิจการสาธารณะกุศลเท่านั้น                                       13.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน                14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใคู่มือ  ประชาชนเรียบร้อยแล้ว        15. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน        16.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ","2022-04-11T14:47:58"],
    [578,"94e56e18-819a-42fa-a1b0-3cbdd3734781","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันหมากแกว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-e256-4a43-8913-f71ee4f0f689",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้       6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากผู้จัดให้มีการเล่นเขย่าลูกเต๋าสองลูกซึ่งอยู่ในภาชนะมีรูปคล้ายถ้วยชาและคว่ำลง ให้ผู้เล่นแทงพนันว่าแต้มรวมลูกเต๋าทั้งสองลูกนั้น จะเป็นคู่หรือคี่ ผู้เล่นจะชนะและได้รับของรางวัลจากผู้จัดให้มีการเล่นต่อเมื่อแต้มรวมของลูกเต๋านั้นเป็นคู่หรือคี่ซึ่งตรงกันกับที่ตนแทง        10. จำนวนเงินที่ผู้เล่นคนหนึ่งจะแทงได้ในเที่ยวหนึ่ง ห้ามมิให้เกินกว่าประตูละ 5 บาท        11. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด        12. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย        13. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น        14. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น           15. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          16. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          17. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      18. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558     คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:48:30"],
    [579,"94e56e18-84ea-42f1-ba57-dcd850ec2086","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการแข่งเรือพุ่ง หรือแข่งเรือล้อ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-e5db-493e-8697-affa56eddbf1",90,200,null,"1.ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน        2.การอนุญาตให้เล่นการพนันแข่งเรือพุ่ง แข่งเรือล้อ              2.1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน              2.2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 19.00 น.)              2.3. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้              2.4. การแข่งเรือพุ่งห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่นนอกจากใช้ไม้ทำขึ้นสมมุติเป็นเรือพุ่งไปบนพื้นที่สำหรับแข่ง โดยให้เรือนั้นไปหยุดอยู่ยังที่หมายหรือใกล้ที่หมายมากกว่าลำอื่นๆ                2.5. การแข่งเรือล้อ ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่นนอกจากใช้วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่งล้อไปตามทางที่จัดขึ้นโดยให้เรือนั้นๆ ไปหยุดยังที่หมายลอดช่องหรือถูกเครื่องหมายที่ทำไว้สำหรับพนันกันหรือล้อไปหยุดยังที่หมายลอดช่องและถูกเครื่องหมายด้วย                2.6. การเล่นแข่งเรือพุ่ง แข่งเรือล้อ เมื่อผู้รับอนุญาตได้รับอนุญาตให้เล่นประเภทใดจักต้องเล่นในประเภทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น              2.7. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย                2.8. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด                2.9. ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?                2.10. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช      2.11.ห้ามจัดแข่งขันในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิก    สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้                        2.12 กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น              2.13 ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน                          2.14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                          2.15 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน                          2.16 เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  7.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของตนต่อเจ้าหน้าที่? ในขณะที่ยื่นคำขอตามแบบ พน. 1  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:26:56"],
    [580,"94e56e18-7eb8-44cc-bad1-4680c3d23ed0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันชนโค (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-ded8-4762-b213-4318852d6bc3",140,0,null,"1.การขออนุญาตใช้สถานที่เล่นการพนันชนโคให้ใช้หลักเกณฑ์ของการขออนุญาตใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และกัดปลาโดยอนุโลม อนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายไม่ให้มีการจัดตั้งสนามชนโคเพิ่มเติมจากที่เคยมีอยู่เดิมในจังหวัดนั้นๆ ดังนั้น กรณีผู้รับอนุญาตเดิมเลิกต่ออายุหรือตายและมีผู้ยื่นขออนุญาตใช้สถานที่เล่นการพนันชนโคเพิ่มใหม่ หรือทดแทนจะต้องเสนอขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเป็นกรณีๆไป       2. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 140 วัน       3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน        5.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย","2022-04-11T14:48:18"],
    [581,"94e56e18-8dac-49e8-9c8b-10b285e24959","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันโยนห่วง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-e957-44d9-af5d-2ef821aa34a8",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3. ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช           5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน           7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล้่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากโยนห่วงไปสวม หรือครอบสิ่งอื่นซึ่งตั้งไว้บนแป้นหรือเหรียญกษาปณ์หรือวัตถุใด ๆ ที่ติดหรือตั้งไว้บนโต๊ะ หรือลูกหมากที่เสียบไม้ปักไว้ หรือหลักโดยมีเลขหมายที่เงินเหรียญหรือวัตถุนั้น ๆ หรือลูกหมากหรือหลักตรงกันกับเลขหมายที่สิ่งของรางวัลซึ่งผู้โยนจะได้รับ          10. อัตราค่าโยนห่วงห้ามมิให้คิดเกินกว่าห่วงละ 1 บาท          11. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด          12. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          13. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          14. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น          15. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          16. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          17. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          18. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558      คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:52:11"],
    [582,"94e56e18-94ee-465c-9df5-22bd2f1cfbef","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันโยนสตางค์หรือวัตถุใดๆ  ลงภาชนะต่างๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-ece6-48ec-92b0-26e46a138d5f",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล้่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)?          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากโยนสตางค์หรือวัตถุใด ลงในภาชนะและได้รับรางวัลเนื่องจากการโยนนั้น          10. อัตราค่าโยนห้ามมิให้คิดเกินกว่าครั้งละ 1 บาท          11. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด          12. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          13.การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          14.กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น          15. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน        16. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          17. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          18. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:52:36"],
    [583,"94e56e18-9d8f-4847-a62b-5a535d43accc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันยิงเป้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-f080-4137-9d27-c0ee1e0eaaa7",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ  (วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 เป้าและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล้่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่นนอกจากให้ใช้ปืนที่ใช้กระสุนลูกดอกหรือลูกตะกั่วยิงหรือลูกธนูยิงหรือใช้ไม้ซางมีลูกดอกเป่าให้ลูกไปถูกเป้า ซึ่งตั้งอยู่กับที่หรือเคลื่อนไหวหรือเป้ารูปภาพซึ่งอยู่กับที่หรือเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนที่ได้ หรือถูกลูกแก้ว หรือเลชหมายที่ตั้งหรือติดไว้          10. อัตราค่ายิงเป้าห้ามมิให้คิดเกินกว่าลูกละ 1 บาท          11. จำนวนผู้เข้าเล่นครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน 1 คน          12. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด          13. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          14. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          15. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น          16. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          17. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          18. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน                19. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:52:50"],
    [584,"94e56e18-a2b0-4c09-8ef9-fc25a4e1d80a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นฟุตบอลโต๊ะหรือเครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกลฯ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-f3fa-456b-8707-9bf524c506af",90,1000,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3. ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด ยกเว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)??          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่ง ให้ใช้ได้สำหรับ 1 โต๊ะ หรือ 1 เครื่อง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การเล่นพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา        17.00 น. ถึงเวลา 23.00 น.)           8. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่นนอกจากการแพ้ชนะโดยการนับแต้มหรือเครื่องหมายใด ๆ          9. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย               10. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          11. ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยมีนโนบายไม่อนุญาตให้ออกใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นการพนันฟุตบอลโต๊ะ หรือเครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกล พลังไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใด ที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใดซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ไม่ว่าจะโดยมีการนับแต้มหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ก็ตาม โดยเด็ดขาด          12. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          13. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      14. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน        15.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:26:18"],
    [585,"94e56e18-abb2-438b-a5cf-5a614441113c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันปาหน้าคน ปาสัตว์หรือสิ่งใดๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-f7a9-4ee7-9da2-cd4903a499dd",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมสวนะ  ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่นนอกจากใช้ลูกยางปาหน้าคนหรือรูปหน้าคนซึ่งผู้จัดให้มีการเล่นเป็นผู้ล่อให้ปาหรือปารูปสัตว์หรือสิ่งใด ๆ ที่ได้จัดทำขึ้นสำหรับการเล่นนี้          10. อัตราค่าลูกยางที่ปาห้ามมิให้คิดเกินกว่าลูกละ 1 บาท          11. จำนวนผู้เข้าเล่นครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน 1 คน          12. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด          13. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          14. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          15. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น                             16. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน                              17. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          18. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน                19. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:53:02"],
    [586,"94e56e18-afbb-40e6-8f56-4bc65d2df25d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันบิงโก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-fb58-41bf-9c66-d3eae42f0302",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน        2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3. ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?       4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้        6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้ผู้จัดให้มีการเล่นคิดหักเอาค่าผลประโยชน์จากยอดจำนวนเงินค่าขายแผ่นกระดาษเลขหมายที่ใช้ในการเล่นเกินกว่าร้อยละ 10 ในทุก ๆ เที่ยวที่มีการเล่นนั้น แผ่นกระดาษเลขหมายที่ว่านี้ในแผ่นหนึ่งห้ามมิให้มีตัวเลขซ้ำกัน ให้ขายแก่ผู้เล่นเพียงคนละ 1 แผ่น และห้ามมิให้คิดราคาเกินกว่าแผ่นละ 2 บาท          10. ให้นับว่าเป็นบิงโกได้แต่เฉพาะเมื่อโยนลูกหนังหรือลูกยางลงในช่องเลขหมายที่กั้นไว้ ซึ่งเลขหมายในช่องนั้นตรงกับเลขหมายในแผ่นกระดาษที่ผู้เล่นถืออยู่ทั้ง 5 ช่อง ในแถวบนที่สุด แถวล่างที่สุด แถวข้างที่สุด ทั้งสองข้าง ในแถวในแถวหนึ่ง เพียง 4 แถวนี้เท่านั้น และห้ามมิให้ใช้เลขหมายกำกับช่องสำหรับลูกหนังหรือลูกยางที่จะโยนลงไปนั้นซ้ำกันสำหรับช่องใดช่องหนึ่ง คือต้องมีเลขหมายเรียงลำดับกันไปทุกช่องตั้งแต่ช่องที่ 1 ถึง 100          11. จำนวนผู้เข้าเล่นเที่ยวหนึ่งต้องไม่เกิน 50 คน          12. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          13. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          14. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น                              15. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน       16. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       17. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       18. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558       คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:53:12"],
    [587,"94e56e18-b329-41c9-8a2e-957745c4b205","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันเต๋าข้ามด่าน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d27-ff04-4255-abd1-452fdaba7015",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน           2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม 8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?       4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้       6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ก่อนลงมือเล่นผู้เข้าเล่นจะต้องสัญญากับผู้จัดให้มีการเล่นว่า ฝ่ายผู้เล่นจะถือแต้มใด เมื่อผู้เล่นทอดลูกเต๋าได้แต้มที่ถือนั้นกี่แต้มก็เลื่อนลูกคิดหรือลูกปัดที่ร้อยขั้นเป็นด่านไว้ไปเท่านั้นลูกดังนี้เป็นลำดับ          10. ผู้เล่นจะชนะและได้รับสิ่งของรางวัลต่อเมื่อเดินแต้มข้ามด่านได้แล้วและแพ้เมื่อเดินแต้มไปติดด่าน          11. อัตราค่าทอดเต๋าข้ามด่านห้ามมิให้คิดเกินกว่าเที่ยวละ 1 บาท          12. จำนวนผู้เข้าเล่นเที่ยวหนึ่งต้องไม่เกิน 1 คน          13.ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด          14. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย           15. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          16. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น                  17. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน       18. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       19. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       20. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:53:22"],
    [588,"94e56e18-b67b-410a-a856-9e3e332af684","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันตกเบ็ด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-0296-49ec-9b13-c38d1e4e20dd",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน        2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด            3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมสวนะ  ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล้่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้ใช้วัตถุอื่นนอกจากคันเบ็ดมีเชือกผูกกับแม่เหล็กหย่อนลงไปในภาชนะใด ๆ ที่ปากแคบให้ติดกล่องภาพที่บรรจุอยู่ในภาชนะนั้น ขึ้นมาเพียงเที่ยวละ 1 กล่อง ภาพนี้มีอยู่ 4 ชนิดตรงกับภาพในแผ่นภาพที่วางแสดงไว้ให้แทงพนันกัน แผ่นภาพนั้นมี 1 แผ่น มีภาพ 4 ชนิด ๆ ละ 1 ภาพ ภาพชนิดที่ใช้ 1 ต่อ ต้องมีกล่องภาพชนิดเดียวกัน 4 กล่อง ภาพชนิดใช้ 2 ต่อ ต้องมีกล่องภาพชนิดเดียวกัน 3. กล่อง ภาพชนิดใช้ 3 ต่อ ต้องมีกล่องภาพชนิดเดียวกัน 2 กล่อง ภาพชนิดใช้ 4 ต่อ ต้องมีกล่องภาพชนิดเดียวกัน 1 กล่อง ทั้งนี้ ให้บรรจุกล่องละ 1 ภาพ ฝ่ายผู้เล่น ซึ่งแทงถูกภาพใดที่ใช้กี่ต่อก็ได้รับสิ่งของรางวัลมีราคาตามต่อ ซึ่งผู้จัดให้มีเล่นนี้ได้จัดขึ้นไว้          10. อัตราค่าตกเบ็ดห้ามมิให้คิดเกินกว่าครั้งละ 5 บาท          11. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด          12. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          13. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          14. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น          15. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          16. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          17. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          18. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:53:35"],
    [589,"94e56e18-b9a3-4c43-90d1-8545f364b356","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันชี้รูป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-0613-40e3-9996-cd551e4b9e21",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3. ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมสวนะ ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล้่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากชี้รูปที่แขวนหรือวางไว้ซึ่งรูปนั้นต้องมีเลขหมายอยู่ข้างหลังตรงกันกับเลขหมายสิ่งของรางวัลซึ่งผู้เล่นจะได้รับ          10. อัตราค่าชี้รูปห้ามมิให้คิดเกินกว่าครั้งละ 1 บาท          11. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด          12.ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          13.กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น          14. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรืองานขัตฤกษ์หรือในโอกาศพิเศษอื่นเท่านั้น          15. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          16. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          17. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          18. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:53:45"],
    [590,"94e56e18-bc83-404b-9d65-f382d8868025","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันจับสลากโดยวิธีใดๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-09bf-48df-b35e-8157d771f0a6",90,200,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3.ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน?          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล้่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากการจับสลากที่มีเลขหมายในสลากซึ่งเมื่อผู้เล่นเลือกจับได้สลากหมายเลขเท่าใดก็ได้รับรางวัลสิ่งของที่ผู้จัดให้มีการเล่น การพนันนี้ได้กำหนดไว้ตรงกับเลขหมายในสลาก ที่จับนั้น          10. อัตราค่าจับสลากห้ามมิให้คิดเกินกว่าครั้งละ 1 บาท          11. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          12. การพนันประเภทนี้ให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในงานรื่นเริงสาธารณะหรือ งานนักขัตฤกษ์หรือในโอกาสพิเศษอื่นเท่านั้น          13. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น          14. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          15. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                             16. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          17. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:53:55"],
    [591,"94e56e18-bfd2-47bf-825f-9fffbce7140c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันโตแตไลเซเตอร์สำหรับการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-0d8f-4842-9e47-7c57b6543046",90,10000,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน        2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด        3. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน          7. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึงเวลา 20.00 น.)          8. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          9. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับการเล่นโตแตไลเซเตอร์เฉพาะวินโต๊ดหรือเปล๊สโต๊ดแต่อย่างเดียวซึ่งมียอดรายรับและจ่ายเพียง 1 บัญชี โดยรางวัลส่วนถัวเฉลี่ยที่จ่ายแก่ผุู้ถือสลากประจำตัวสัตว์หรือคนชนะตัวหรือคนคนเดียวกันในบัญชีนั้นจะต้องมีจำนวนฉบับละเท่า ๆ กัน          10. การเล่นโตแตไลเซเตอร์ให้เล่นได้เพียง 2 ชนิดคือ วินโต๊ด และเปล๊สโต๊ด การเล่นวินโต๊ดห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตหักเงินเป็นค่าภาษี และรายได้ของสนามเกินกว่าร้อยละยี่สิบจากจำนวนสุทธิที่จำหน่ายสลากวินโต๊ดประจำตัวสัตว์ทุกตัว หรือคนทุกคนเฉพาะเที่ยว ส่วนการเล่นเปล๊สโต๊ดนั้นห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตหักเงินเป็นค่าภาษีและรายได้ ของสนามเกินกว่าร้อยละสิบห้าจากจำนวนสุทฺธิที่จำหน่ายสลากเปล๊สโต๊ดประจำตัวสัตว์ทุกตัวหรือคนทุกคนเฉพาะเที่ยว          11. ผู้รับอนุญาตต้องขายสลากเลขหมายประจำตัวสัตว์ หรือคนที่เข้าวิ่งแข่งในเที่ยวนั้นให้แก่ผู้เล่นยึดถือไว้เป็นสำคัญ และสลากที่ว่านี้ทุกฉบับอย่างน้อยต้องมีข้อความดังต่อไปนี้         ก. ชื่อสนามที่แข่ง        ข. วัน เดือน ปีที่แข่ง        ค. เลขหมายประจำตัวสัตว์หรือคนที่เข้าแข่ง        ฆ. เลขหมายประจำตัวเที่ยวที่แข่ง        ง. ราคาสลาก        สลากที่ว่านี้ต้องขายตามราคาที่ปรากฏในสลากนั้น และห้ามมิให้ขายต่ำกว่าราคาดังต่อไปนี้              1. ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี  ฉบับละ 10 บาท                          2. ในจังหวัดอื่น                        ฉบับละ 2 บาท        12. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย                    13. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาดหรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงคืเพื่อเป็นการหารายได้ให้กาชาดไว้ใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น         14. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน      15. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      16. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       17. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T14:54:06"],
    [592,"94e56e18-c2d0-4088-b57e-f41df7a941a5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันชกมวย มวยปล้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-1131-4978-b2ff-308faa80353c",33,200,null,"1.ต้องมีใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่สำหรับเล่นการพนันชกมวย มวยปล้ำ (สนามชกมวย มวยปล้ำ)ก่อน ยกเว้นการจัดชกมวยเป็นครั้งคราวในงานประเพณีหรือการจัดการแข่งขันชกมวย มวยปล้ำ ซึ่งกรมพลศึกษาหรือแผนกศึกษาธิการในส่วนภูมิภาคจัดให้มีขึ้นระหว่างนักเรียน   1.1 ให้อนุญาตให้มีการเล่นการแข่งขันชกมวย มวยปล้ำ ในรายการประจำปกติสนามหนึ่งไม่เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร   1.2 ให้อนุญาตให้มีการเล่นการแข่งขันชกมวย มวยปล้ำ ในงานเทศกาล หรืองานนักขัตฤกษ์ ได้เป็นพิเศษเป็นครั้งคราว  2.การอนุญาตให้เล่นการพนันชกมวย มวยปล้ำ    2.1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 เวที และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน    2.2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้เวลา 12.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.)    2.3. ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้    2.4. การเล่นชกมวย มวยปล้ำ ให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยชกมวย มวยปล้ำของกระทรวงมหาดไทย    2.5. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย    2.6. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด    2.7 ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด เว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?             2.8. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช        2.9. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้    3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  6. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:11:25"],
    [593,"94e56e18-c5d6-44b7-ac48-fac330478a57","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตผู้ประกอบกิจการฮัจย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-14c3-4916-b5cf-593b93c38001",96,0,null,"ผู้ประกอบกิจการฮัจย์ คือนิติบุคคลหรือรัฐวิสาหกิจผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการการรับจัดบริการขนส่งในกิจการฮัจย์ ตามมาตรา 5 (1) การจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์ ตามมาตรา 5 (2) หรือการโฆษณา หรือการกระทำการอื่นใดที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์ ตามมาตรา 5 (3)แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการฮัจย์ พ.ศ. 2524 และที่แก้ไขเพิ่มเติม                           นิติบุคคลที่จะขออนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการฮัจย์ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                           1. จดทะเบียนตามกฎหมายไทย และต้องกำหนดวัตถุประสงค์ว่า ประกอบกิจการรับจัดบริการขนส่งในกิจการฮัจย์ และการจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์                           2. มีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย                           3. ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการการรับจัดบริการขนส่งในกิจการฮัจย์ การจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์ หรือการโฆษณาหรือกระทำการอื่นใดที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์                           4. เป็นผู้ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการการรับจัดบริการขนส่งใน  กิจการฮัจย์ การจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์ หรือการโฆษณาหรือกระทำการอื่นใดที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์                           5. หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                               5.1 มีสัญชาติไทย                               5.2 มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์                               5.3 มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย                               5.4 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย                               5.5 ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                               5.6 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ                            6. ทุนจดทะเบียน                                6.1 กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด ทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลธรรมดา  ซึ่งมีสัญชาติไทย                                6.2 กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมด  ต้องมีสัญชาติไทยและทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลธรรมดารซึ่งมีสัญชาติไทย                                6.3 กรณีบริษัทจำกัด กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย  และทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย รวมทั้งจะต้องไม่มีข้อบังคับอนุญาตให้ออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ                                6.4 มูลค่าทุนจดทะเบียนหรือทุนของหุ้นส่วนทุกคนรวมกัน                                     (1) จัดบริการผู้แสวงบุญไม่เกิน 500 คน ต้องมีทุนจดทะเบียนหรือทุน  ของหุ้นส่วนทุกคนรวมกัน ไม่ต่ำกว่า 1,000,000  บาท                                     (2) จัดบริการผู้แสวงบุญตั้งแต่ 501 คนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1,000 คน  ต้องมีทุนจดทะเบียนหรือทุนของหุ้นส่วนทุกคนร่วมกัน ไม่ต่ำกว่า 2,000,000 บาท                                     (3) จัดบริการผู้แสวงบุญตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนหรือทุนของหุ้นส่วนทุกคนรวมกัน ไม่ต่ำกว่า 3,000,000 บาท                             7. หลักทรัพย์ค้ำประกัน (เงินสดหรือหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร)                                 7.1 ผู้แสวงบุญไม่เกิน 100 คน หลักทรัพย์ค้ำประกันการจัดบริการขนส่ง  ในกิจการฮัจย์จำนวน 800,000 บาท และหลักทรัพย์ค้ำประกันการจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์จำนวน 400,000 บาท รวม 1,200,000 บาท                                7.2 ผู้แสวงบุญเกิน 100 คน ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการจัดบริการขนส่ง  ในกิจการฮัจย์เพิ่มจำนวน 800,000 บาท และหลักทรัพย์ค้ำประกันการจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์  เพิ่ม 400,000 รวมเพิ่ม 1,200,000 บาท ต่อจำนวนผู้แสวงบุญที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 100 คน                                7.3 ผู้แสวงบุญเกิน 1,000 คนขึ้นไป ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการจัดบริการขนส่งในกิจการฮัจย์จำนวน 8,800,000 บาท และหลักทรัพย์ค้ำประกันการจัดบริการอื่นที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์จำนวน 4,400,000 บาท รวม 13,200,000 บาท    ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่                               กองส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลามและกิจการฮัจย์ กรมการปกครอง : https://multi.dopa.go.th/haj/main/web_index","2022-04-11T13:56:23"],
    [594,"94e56e18-c7e8-4419-b675-efc782248956","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ  (สัตว์พาหนะตาย)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d28-178a-42e8-bbc8-15e261c6663b",1,0,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่    ให้เจ้าของหรือตัวแทนไปแจ้งความและส่งมอบตั๋วรูปพรรณสัตว์ที่ตายต่อนายทะเบียนท้องที่หรือกำนัน เพื่อจัดส่งต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ทราบว่าสัตว์นั้นตาย","2022-04-12T11:02:39"],
    [595,"94e56e18-c9eb-4130-bcf8-9e8f22b27e71","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนหย่า (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-1a9c-469b-8e81-7464e706e805",1,0,null,"1.ผู้ร้องขอจดทะเบียนการหย่าต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง  2.กรณีหย่าโดยความยินยอมต้องมีหนังสือสัญญาหย่ามาแสดง  3.กรณีหย่าโดยคำพิพากษา/คำสั่งศาลต้องนำคำพิพากษา/คำสั่งศาล พร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดมาแสดง  4.ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/เขต แห่งใดก็ได้โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:02:50"],
    [596,"94e56e18-cc22-4fca-a97c-bd5d9d3a0003","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การอุทิศที่ดินให้เป็นสมบัติของศาลเจ้า(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d28-1d5b-4422-8fba-f5ecedec3b72",11,0,null,"ผู้ประสงค์จะอุทิศที่ดินให้เป็นสมบัติของศาลเจ้า ให้ยื่นคำขอณ ที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขตที่ที่ดินตั้งอยู่ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารับมอบการอุทิศที่ดินแล้ว ให้สำนักงานที่ดินออกโฉนดในนามกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (ที่ศาลเจ้า....)","2022-04-12T11:03:15"],
    [597,"94e56e18-ce46-40b4-a89e-4574f6064061","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-2089-45f8-b7f6-9f7d7aeda8c3",1,0,null,"1. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง  2. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุ 25 ปี  3. ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมต้องมีอายุห่างกัน 15 ปีขึ้นไป  4. กรณีผู้รับบุตรบุญธรรม/บุตรบุญธรรมมีคู่สมรสต้องให้คู่สมรสยินยอมด้วย  5. บุตรบุญธรรมที่เป็นผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจให้ความยินยอมด้วย  6. กรณีบุตรบุญธรรมที่เป็นผู้เยาว์ ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องยื่นเรื่องผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก่อน  7. เมื่อได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม(กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์) ผู้รับบุตรบุญธรรม  ต้องมายื่นคำร้องจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการฯ  8. ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/สำนักทะเบียนเขต แห่งใดก็ได้โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:03:30"],
    [598,"94e56e18-d053-45c6-b1f6-385059d1894a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","บันทึกฐานะของภริยา (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-2358-4246-aa39-00ae64cc1d98",1,0,null,"- เป็นสามีภริยากันก่อน 1 ตุลาคม 2478    - ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/เขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:03:49"],
    [599,"94e56e18-d291-4c37-8298-aec4a6a3a8e6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อตัวของคนต่างด้าวเพื่อประกอบการขอแปลงสัญชาติ หรือขอกลับคืนสัญชาติ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-2695-4c93-9d75-ecb062971ed8",1,0,null,"1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือราชทินนาม  2. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย  3. กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:04:02"],
    [600,"94e56e18-d524-4dce-b61b-529ede72cf32","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การทำทะเบียนพินัยกรรมเอกสารลับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-2986-41fe-a63f-c307c1bd8be7",1,20,null,"1.ผู้ประสงค์จะทำพินัยกรรมเอกสารลับ ให้จัดทำพินัยกรรมใส่ซองปิดผนึกและนำมามอบต่อนายทะเบียนเพื่อเก็บรักษาซึ่งนายทะเบียนจะออกใบรับไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้สามารถ ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/สำนักทะเบียนเขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา  2. ผู้ทำพินัยกรรมมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือบุคคลวิกลจริต","2022-04-12T11:05:29"],
    [601,"94e56e18-d742-4b2a-b842-92b4a04c8280","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนชื่อสกุลโดยการสมรส กรณีคู่สมรสประสงค์จะใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งหรือใช้ชื่อสกุลเดิมของตน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-2c88-48b4-8b85-412b5168feeb",1,0,null,"คู่สมรสประสงค์จะใช้ชื่อสกุลของฝ่ายหนึ่ง หรือใช้ชื่อสกุลเดิมของตน ยื่นคำขอตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:06:37"],
    [602,"94e56e18-d989-422a-91e7-ff214c7b50a1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนชื่อสกุลด้วยเหตุอื่น(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-2f5b-499d-a7c1-fb02aeac9011",1,100,null,"การเปลี่ยนชื่อสกุลด้วยเหตุอื่นเช่น การใช้ชื่อสกุลตามมารดา บิดา ผู้รับบุตรบุญธรรม การใช้ชื่อสกุลเดิม ของตน ฯลฯ ยื่นคำขอตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ สำนักงานเขตที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน","2022-04-12T11:07:20"],
    [603,"94e56e18-dbb0-405c-a966-9147f1ec4c5d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจำหน่ายชื่อรอง(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-3226-4dfa-8f39-c03bfc5193c6",1,0,null,"ผู้ประสงค์จะจำหน่ายชื่อรองให้ยื่นคำขอตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ สำนักงานเขตฯ สำนักทะเบียนอำเภอ ที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน","2022-04-12T11:07:36"],
    [604,"94e56e18-ddd3-44d9-8a11-4f134ff5cb71","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจำหน่ายชื่อสกุล(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-34f8-4e7d-9918-50e36e69a38b",1,0,null,"ผู้ประสงค์จำหน่ายชื่อสกุล ยื่นคำขอตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ สำนักงานเขตฯ สำนักทะเบียนอำเภอ ที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน","2022-04-12T11:07:54"],
    [605,"94e56e18-dfbd-4523-abc5-0c1b04b6e2b4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนชื่อสกุลโดยการร่วมใช้ชื่อสกุล(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-380f-4b34-a548-643e2f218e48",1,100,null,"ผู้ขอร่วมใช้ชื่อสกุลที่ได้รับอนุญาตให้ร่วมใช้ชื่อสกุลตามแบบ ช.6 แล้วให้ยื่นคำขอชื่อสกุล ตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ สำนักงานเขต สำนักทะเบียนอำเภอ ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน  กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:08:45"],
    [606,"94e56e18-e1d9-4d0e-85dd-51d53ae0554d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลซึ่งพ้นสภาพได้รับการยกเว้น (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-3b34-4140-81ba-5cd3be10284e",1,0,null,"-","2022-04-12T11:19:48"],
    [607,"94e56e18-e3c2-4422-9c70-fe3f795d2c67","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ กรณีขอมีบัตรครั้งแรก มีบิดา มารดา เป็นคนต่างด้าว (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-3e1b-41a6-aa9f-ddec89b5070a",1,0,null,"-","2022-04-12T11:22:40"],
    [608,"94e56e18-e5de-45f7-92bc-8f0bd46bfcff","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ กรณีเป็นผู้ที่ได้รับอนุมัติให้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ หรือขอกลับคืนสัญชาติไทย แล้วแต่กรณี (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-4107-4256-ac05-9253bf518ab9",1,0,null,"-","2022-04-12T11:26:28"],
    [609,"94e56e18-e7ce-473b-a792-2f0c682a8b72","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่กรณีบัตรเดิมหมดอายุ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-43d0-4f8b-9f98-428344668f66",1,0,null,"-","2022-04-12T11:27:36"],
    [610,"94e56e18-e9b6-4d3c-9a93-48dc359e6817","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่กรณีบัตรสูญหายหรือถูกทำลาย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-46a3-46e7-bb95-8375b8e8d87f",1,100,null,"-","2022-04-12T11:27:48"],
    [611,"94e56e18-eb9e-45c5-a25d-16dff7cc568d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่กรณีขอเปลี่ยนบัตร บัตรชำรุดในสาระสำคัญ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-497a-4454-ad2d-fab3833fbc45",1,100,null,"-","2022-04-12T11:28:04"],
    [612,"94e56e18-ed8b-4fbb-8efb-6711f2614c90","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนกรณีเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-4cac-49ca-a0be-f788a5ccb716",1,100,null,"-","2022-04-12T11:28:18"],
    [613,"94e56e18-ef6f-46a1-b837-199d6413e948","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชน กรณีขอเปลี่ยนคำนำหน้านาม จาก ด.ช. เป็น นาย และจาก ด.ญ. เป็น น.ส. (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-4fad-4e5e-88ae-d42310978928",1,0,null,"-","2022-04-12T11:28:31"],
    [614,"94e56e18-f167-4877-bb76-905a95bff59f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเปลี่ยนที่อยู่ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-5269-4b9c-b8e2-fa9e00a169f1",1,100,null,"-","2022-04-12T11:28:46"],
    [615,"94e56e18-f353-4221-b558-2c7867859885","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอตรวจหลักฐาน รายการหรือข้อมูลเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-5574-4a24-8fd0-e75f81d5fda4",1,10,null,"-","2022-04-12T11:28:57"],
    [616,"94e56e18-f5a3-494b-9501-2e3e50d05dfd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกหนังสือผ่านแดนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Border Pass)  4 ด้านประเทศ (ประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชาและมาเลเซีย) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-58d5-49a0-bdb7-dcdc32a5ab98",3,200,null,"บุคคลที่สามารถขออนุญาตออกหนังสือผ่านแดนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Border Pass) กำหนดให้มีคุณสมบัติ ดังนี้          1. ต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนโดยพิจารณาจากการมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 6 เดือน (ด้านประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา) และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี (ด้านมาเลเซีย)             2. อาศัยอยู่ในพื้นที่ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน 4 ด้านประเทศ              - ด้านเมียนมา อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัด เชียงราย ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง              - ด้านลาว อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ หนองคาย เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา และเชียงราย              - ด้านกัมพูชา  อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัด ศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด              - ด้านมาเลเซีย อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัด สตูล สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี           3. กรณี ผู้ยื่นคำขอผ่านแดน มีบุตรที่ต้องเดินทางพร้อมผู้ถือหนังสือผ่านแดนบุตรต้องมีอายุไม่ถึง 12 ปี","2022-04-11T14:29:31"],
    [617,"94e56e18-f7b6-4bba-9272-4f4ce6a57953","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนประเภทโรงแรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-5bdb-4953-9831-81c251e37c44",28,0,null,"ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะต้องเปลี่ยนประเภทของโรงแรม ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 กำหนดไว้สี่ประเภท คือ ประเภทแรกให้บริการห้องพักอย่างเดียวไม่เกินห้าสิบห้อง ประเภทที่สองให้บริการห้องพักและห้องอาหารหรือสถานที่บริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร ประเภทที่สามให้บริการห้องพัก ห้องอาหาร หรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือห้องประชุมสัมมนา และประเภทที่สี่ ให้บริการห้องพัก ห้องอาหาร หรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และห้องประชุมสัมมนา ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะต้องดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ถ้าจะเปลี่ยนประเภทให้ตรงตามกฎกระทรวงฯ จะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน มิฉะนั้นจะมีโทษปรับทางปกครอง","2022-04-12T09:26:54"],
    [618,"94e56e18-feac-4b2b-bb35-0a7df3eaeff1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-6571-4aa0-bd23-750f1b4b7a8e",40,10000,null,"การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ         1. ใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่ออกใบอนุญาต         2. ภายในเดือนกันยายนของทุกปี เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำจะประชาสัมพันธ์ประกาศคณะกรรมควบคุมโรงรับจำนำให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำและมีความประสงค์จะดำเนินกิจการโรงรับจำนำในปีต่อไปทราบ เพื่อมายื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำภายในระยะเวลาที่จังหวัดประกาศโดยมีระยะเวลาเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง วันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี ในวันและเวลาราชการ","2022-04-12T09:34:26"],
    [619,"94e56e18-fa22-4f02-b8aa-2a2c73e6fa7a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกหนังสือแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-5f38-4fd0-b5ad-f6cffda0ebc1",36,0,null,"ผู้ใดประสงค์จะยื่นคำขอแบบหนังสือแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม จะต้องเป็นสถานที่พักที่มีจำนวนห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกินสี่ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันไม่เกินยีี่สิบคน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการเพื่อหารายได้เสริมและได้แจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด ซึ่่งอาคารที่นำมาใช้เป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ห้องแถว เป็นต้น มีการแบ่งแยกเป็นสัดส่วนกันชัดเจน ยกเว้นคอนโดมิเนียม อาคารชุดต่าง ๆ มิอาจนำมายื่นคำขอได้         ผู้ขอรับแบบหนังสือแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม กรณีเป็นบุคคลธรรมดาจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มี่ลัษณะต้องห้าม ดังนี้    1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    4. ไม่เป็นบุคคลคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    6. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็กหรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    7. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต    8. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยเหตุอื่นที่มิใช่เหตุตาม (6) แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่่น้อยกว่าสามปี        ถ้าผู้ขอรับแบบหนังสือแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม เป็นห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเหมือนกรณีบุคคลธรรมดา และต้องไม่เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตาม (8)","2022-04-12T09:27:08"],
    [620,"94e56e18-fc9d-4ca9-8aa6-a5a559fa9428","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบรับแจ้งการเป็นผู้จัดการโรงแรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-6292-4de4-86f0-8e7f0f77b791",21,0,null,"ผู้จะเป็นผู้จัดการโรงแรมมีสัญชาติไทยหรือสัญชาติอื่นก็ได้ และจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. เป็นผู้ได้รับวุฒิบัตรหรือมีประสบการณ์ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดหรือมีหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการฝึกอบรมวิชาการบริหารจัดการโรงแรมตามหลักสูตรที่คณะกรรมการรับรอง (ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยดุสิตธานี โรงแรียนการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวนานาชาติ (สถาบันไอทิม) มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเซีย มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี มูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช)    3. ไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติิดให้โทษ หรือเป็นโรคติดต่อที่คณะกรรมการกำหนด    4. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    6. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็กหรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    7. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบรับแจ้งเป็นผู้จัดการ หรือเคยถูกเพิกถอนใบรับแจ้งเป็นผู้จัดการโดยเหตุอื่น ซึ่งมิใช่เหตุตาม (6) แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี       คุณวุฒิหรือประสบการณ์ของผู้จัดการโรงแรม นำมาประกอบการเป็นผู้จัดการโรงแรม มีดังนี้    1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป (ทุกสาขา)    2. เป็นผู้ได้รับใบรับแจ้งการเป็นผู้จัดการโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ (สำเนาใบรับแจ้งการเป็นผู้จัดการโรงแรมฉบับเดิม)    3. เป็นผู้เคยมีประสบการณ์ทำงานในโรงแรมตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป (เอกสารรับรองประสบการณ์จากโรงแรมที่จะทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ)         ซึ่งกฎหมายโรงแรมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจัดให้มีผู้จัดการคนหนึ่งเป็นผู้มีหน้าที่จัดการโรงแรม โดยผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและผู้จัดการโรงแรมอาจเป็นคนเดียวกันก็ได้ ในกรณีผู้จัดการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกินเจ็ดวัน ให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้จัดการโรงแรมแทน ให้แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภานในสามวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าวตามแบบรัฐมนตรีกำหนด","2022-04-12T09:27:24"],
    [621,"94e56e19-00c8-4286-ab47-2d81c7b21884","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการตาย กรณีสงสัยว่าตายด้วยโรคติดต่ออันตรายหรือตายผิดธรรมชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-6867-42c5-9370-d145f638d5b1",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    (1)เจ้าบ้านที่มีคนตาย กรณีคนตายในบ้าน (รวมถึงสถานพยาบาล) หากไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง    (2)บุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพ กรณีตายนอกบ้าน    ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย หรือเวลาพบศพ    3. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:29:49"],
    [622,"94e56e19-02e9-437f-91aa-ec5ea35dc9cb","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการเปลี่่ยนแปลงการจัดการศพ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-6b5b-4473-a649-d38008d9b36b",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    ผู้มีส่วนได้เสีย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:30:06"],
    [623,"94e56e19-04f1-4c65-a98e-1eaf6f82fdb0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d28-6e56-4a42-8a02-6c8fdee7f627",60,205,null,"การก่อตั้งสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีลักษณะ ดังนี้ (ป.พ.พ. มาตรา 78)              เพื่อกระทำการใดๆ เป็นการต่อเนื่อง และมิใช่เป็นการหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน              มีข้อบังคับของสมาคมเป็นแนวทางปฏิบัติและไม่ขัดต่อกฎหมาย              ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล              เป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยให้ผู้จะเป็นสมาชิกของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คนร่วมกันยื่นคำขอ (กรณีไม่ต้องสอบถามความเห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของชื่อ วัตถุประสงค์ หรือเครื่องหมายที่เกี่ยวข้องหรืออาจมีผลกระทบกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วัน)","2022-04-12T09:21:28"],
    [624,"94e56e19-0707-4f3d-8828-e5a4087b7a4f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายออก (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-7176-4a8a-903a-f5927204d317",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าบ้าน ผู้ย้ายที่อยู่ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ย้ายออก    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:30:20"],
    [625,"94e56e19-0916-4861-803a-27b62ef986d3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายเข้า (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-74a7-4453-af0c-29f9286779c7",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าบ้าน และผู้ย้ายที่อยู่ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:30:46"],
    [626,"94e56e19-0fca-46ca-8a25-40e2297abd1c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายที่อยู่ของคนไปต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-7df2-4727-8f38-f250ba837c18",1,0,null,"1. ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าบ้าน ผู้ย้ายที่อยู่ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    2. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:31:25"],
    [627,"94e56e19-0b59-4f9f-814e-f8c85b495526","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนยกเลิกสมาคม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-77cf-45a5-aa44-37fab96aad79",40,0,null,"ป.พ.พ. มาตรา 101 กำหนดว่า สมาคมย่อมเลิกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้  (1) เมื่อมีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับ  (2) ถ้าสมาคมตั้งขึ้นไว้เฉพาะระยะเวลาใด เมื่อสิ้นระยะเวลานั้น  (3) ถ้าสมาคมตั้งขึ้นเพื่อกระทำกิจการใด เมื่อกิจการนั้นสำเร็จแล้ว  (4) เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก  (5) เมื่อสมาคมล้มละลาย  (6) เมื่อนายทะเบียนถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียนตามมาตรา 102 ในกรณีดังต่อไปนี้     (6.1) เมื่อปรากฏในภายหลังว่าวัตถุประสงค์ของสมาคมขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ และนายทะเบียนได้สั่งให้แก้ไขแล้ว แต่ไม่สมาคมไม่ปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด     (6.2) เมื่อปรากฏว่าการดำเนินกิจการของสมาคมขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นอันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ     (6.3) เมื่อสมาคมหยุดดำเนินกิจการติดต่อกันตั้งแต่สองปีขึ้นไป     (6.4) เมื่อปรากฏว่าสมาคมให้หรือปล่อยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการของสมาคมเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคม   (6.5) เมื่อสมาคมมีสมาชิกเหลือน้อยกว่าสิบคนมาเป็นเวลาติดต่อกันกว่าสองปี  (7) เมื่อศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 104  *** กรณีมีการเลิกสมาคม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 101(1) (2) (3) หรือ (4) ให้คณะกรรมการของสมาคมที่อยู่ในตำแหน่งขณะมีการเลิกสมาคม แจ้งการเลิกสมาคมต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเลิกสมาคม    เมื่อสมาคมได้ดำเนินการชำระบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รายงานการชำระบัญชีพร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ หลักฐานการโอนทรัพย์สิน รายงานการชำระบัญชี บัญชีรายรับรายจ่าย สำเนางบดุลของสมาคม ณ วันเลิก และเอกสารอื่น ๆ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนการเลิกสมาคมต่อไป โดยที่ระยะเวลาในการชำระบัญชีขึ้นอยู่กับการดำเนินการของสมาคม","2022-04-12T09:21:13"],
    [628,"94e56e19-0d9c-4ab0-893a-a9494b59b1d3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายออกและย้ายเข้าในเขตสำนักทะเบียนเดียวกัน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-7b05-4485-971b-e3312a3f6ceb",1,0,null,"ผู้ย้ายคำร้องได้แก่ ได้แก่      1.1 การย้ายออก 1) เจ้าบ้าน (บ้านที่ย้ายออก) 2) ผู้ย้ายที่อยู่ 3) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    1.2 การย้ายเข้า  1) เจ้าบ้าน (บ้านที่ย้ายเข้า) 2) ผู้ย้ายที่อยู่ 3) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:31:05"],
    [629,"94e56e19-11df-47cd-a8c6-b381f269c893","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายเข้าทะเบียนบ้านกลาง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-80e0-436a-a3c1-03ab8d6bd2f2",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ออกไปจากบ้านไปครบ 180 วัน    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:31:37"],
    [630,"94e56e19-13fc-46e2-800b-09a378b2b8fd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-83f8-453b-aeb7-254ab6f75e5a",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่  (1) ผู้ขอย้าย ซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางของสำนักทะเบียน  (2) บิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครอง (กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกลางเป็นผู้เยาว์)  (3) ผู้ที่ได้รับมอบหมาย (กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกลางมีเหตุจำเป็นไม่สามารถแจ้งการย้ายออกได้ด้วยตนเองเนื่องจากเป็นเป็นคนพิการทางกายจนเดินไม่ได้ หรือเป็นผู้เจ็บป่วยทุพลภาพ หรือกรณีจำเป็นอื่น)    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:31:56"],
    [631,"94e56e19-162d-4000-b348-7cbd357513ef","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอออกใบแทนใบย้าย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-86c4-44a2-9bde-286627a099c2",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ ผู้แจ้งหรือผู้มีรายการย้ายออก    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:32:08"],
    [632,"94e56e19-1845-4140-a449-f147ec72669e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีการใช้สูติบัตร ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือทะเบียนบ้านแบบเดิม (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-89c4-4876-8f5d-3e1996696036",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ขอเพิ่มชื่อ    สถานที่ยื่นคำร้อง  (1) กรณีผู้ร้องมีหลักฐานสูติบัตร ให้ยื่นคำร้องที่ สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น ที่ออกเอกสารสูติบัตร แล้วแต่กรณี  (2) กรณีผู้ร้องมีหลักฐานทะเบียนบ้านแบบเดิม ให้ยื่นคำร้องที่ สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น ที่ผู้ร้องมีชื่ออยู่ในหลักฐานทะเบียนบ้านเป็นครั้งสุดท้าย    (3) สำนักทะเบียนแห่งท้องที่ที่จะเพิ่มชื่อ (ย้ายเข้า)    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:32:20"],
    [633,"94e56e19-1e90-4c70-8624-04c7833be0b6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอใบแทนใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่า (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-923d-45a9-a070-1fe3f64c0a05",3,0,null,"1. กรณีใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่าสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ทราบว่าใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุด    2. แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-11T16:28:20"],
    [634,"94e56e19-1a70-4601-a030-9b2d310db200","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยใช้หนังสือเดินทางของต่างประเทศ หรือหนังสือสำคัญประจำตัว (Certificate of Identity) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-8c8e-48f5-8a03-918798b26caa",91,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 90 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:32:32"],
    [635,"94e56e19-208c-481d-ad28-e48106a89c8f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอแจ้งยกเลิกประกอบอาชีพขายทอดตลาดและค้าของเก่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d28-9514-404d-abf1-22ff74c9ba47",3,0,null,"1. ผู้ประกอบการใดที่ประสงค์จะเลิกประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่า ให้ยื่นคำร้องขออนุญาตก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    2. แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนัแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-11T16:28:31"],
    [636,"94e56e19-1c8e-40ea-b667-ba97f0bb8b25","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนสัญชาติไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือเกิดในต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นคนสัญชาติไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-8f5a-4e6c-a5c1-bbe7c0072f61",91,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 90 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:32:43"],
    [637,"94e56e19-26ed-4999-99a8-59a92e9c619e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีบุคคลอ้างว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน โดยไม่มีหลักฐานมาแสดง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-9de4-4b68-9c3e-9328dfb575be",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ขอเพิ่มชื่อ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:33:13"],
    [638,"94e56e19-22d5-41ac-9e76-6d10ddaf8d9d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร/ใบอนุญาตทำการเรี่ยไร ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-9814-4bae-a349-2ae9825fc72d",60,0,null,"การทำการเรี่ยไร คือ การซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการ ซึ่งมีการแสดงโดยตรงหรือโดยปริยาย ว่ามิใช่เป็นการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นด้วย โดยผู้ที่จะทำการเรี่ยไรจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้    คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร หรือทำการเรี่ยไร      1. ไม่เป็นบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี      2. ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ      3. ไม่เป็นผู้เป็นโรคติดต่อที่น่ารังเกียจ      4. ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์     รับของโจร หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญา และพ้นโทษมาแล้วยังไม่ครบห้าปี      5. ไม่เป็นบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีความประพฤติหรือหลักฐานไม่น่าไว้วางใจ    ข้อห้ามมิให้จัดให้มีการเรี่ยไรหรือทำการเรี่ยไร ดังต่อไปนี้      1. การเรี่ยไรเพื่อรวบรวมทรัพย์สินมาให้หรือชดใช้แก่จำเลย เพื่อใช้เป็นค่าปรับ เว้นแต่จะเป็นการเรี่ยไรในระหว่างวงศ์ญาติของจำเลย      2. การเรี่ยไรโดยกำหนดเก็บเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นอัตรา โดยคำนวณตามเกณฑ์ปริมาณสินค้า ผลประโยชน์หรือวัตถุอย่างอื่น      3. การเรี่ยไรอันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมทรามแก่ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน      4. การเรี่ยไรอันอาจเป็นเหตุกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงถึงความสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ      5. การเรี่ยไรเพื่อจัดหายุทธภัณฑ์ให้แก่ต่างประเทศ    มาตรา 6 การเรี่ยไรซึ่งอ้างว่าเพื่อประโยชน์แก่ราชการเทศบาลหรือสาธารณะประโยชน์จะจัดให้มีได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรแล้ว    ความในวรรคก่อนมิให้ใช้บังคับแก่การเรี่ยไรซึ่งกระทรวง ทบวงหรือกรมเป็นผู้จัดให้มี","2022-04-12T09:24:16"],
    [639,"94e56e19-24ca-41cc-b4d3-c36809e04f11","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีบุคคลได้เสียสัญชาติไทยหรือสละสัญชาติไทย โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งไม่อาจพิจารณาสั่งการเป็นอย่างอื่น หรือโดยคำสั่งของศาลถึงที่สุด หรือเพิกถอนใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-9afd-49c0-9bd0-202bacf55aed",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ ผู้มีส่วนได้เสีย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:33:21"],
    [640,"94e56e19-2917-4aea-93e7-67e3a4a1c288","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ เด็กอนาถา ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบุคคล หน่วยงานเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-a0a4-4df7-bd49-1a582957042a",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ ผู้อุปการะ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่อุปการะ      เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:34:48"],
    [641,"94e56e19-2b3d-4a04-ada4-314e1955b79e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ บุคคลที่ได้มีการลงรายการ ตายหรือจำหน่าย ในทะเบียนบ้านฉบับที่มีเลขประจำตัวประชาชน เนื่องจากการแจ้งตายผิดคน หรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-a3ab-4f4d-8ac4-99056218ab92",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:34:59"],
    [642,"94e56e19-3424-4ee3-a5c5-625cb4e54e81","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจำหน่ายชื่อและรายการบุคคลออกจากทะเบียนบ้าน เมื่อมีคำสั่งศาลให้ผู้ใดเป็นคนสาบสูญ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-af44-4bdc-905c-cd05bd2eddf0",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    2. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:35:59"],
    [643,"94e56e19-2d68-4242-acb1-c8eb407afa15","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด โดยมีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่ง หรือบิดาและมารดาเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย หรือบุคคลที่ได้สัญชาติไทยโดยมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลโดยถึงที่สุด (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-a67d-43a2-90d5-0a6918b0b742",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ      เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:35:15"],
    [644,"94e56e19-3ad8-4516-aea0-621bcd28acf8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การแก้ไขรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-b8b3-40f6-b733-d3ce317c7fa4",16,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าบ้านหรือเจ้าของรายการ หรือผู้ปกครอง กรณีเจ้าของรายการยังไม่บรรลุนิติภาวะ     3. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 30วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:36:15"],
    [645,"94e56e19-2fa2-4460-b5da-1181698ef05b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยยังไม่สิ้นสุด มีความประสงค์ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร. 13 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-a95d-4c5b-a885-6bfc59518889",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:35:25"],
    [646,"94e56e19-3d00-476e-88f2-cdeb4b294496","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การแก้ไขรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎร กรณีแก้ไขรายการสัญชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-bb96-448c-8c21-5745ca5ecc6f",16,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้านหรือเจ้าของรายการ หรือผู้ปกครอง กรณีเจ้าของรายการยังไม่บรรลุนิติภาวะ      เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:36:24"],
    [647,"94e56e19-320c-4227-92ed-87baa75daf43","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจำหน่ายชื่อและรายการบุคคลออกจากทะเบียนบ้าน เมื่อปรากฏว่าบุคคลในทะเบียนบ้านได้ตายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้จำหน่ายชื่อและรายการบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-ac3d-4029-84e0-5e2403be79e4",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย      เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:35:50"],
    [648,"94e56e19-3f08-42ba-a1d2-fa8d5e82d801","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเปลี่ยนแปลงชื่อที่ใช้ในการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ที่ตั้งสถานประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ หรือผู้แทนนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d28-be54-4fa7-8ec9-bfaa892b8c57",5,0,null,"กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อที่ใช้ในการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ที่ตั้งสถานประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ หรือผู้แทนนิติบุคคล ให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน      ตามแบบ ทน. 1/1 พร้อมทั้งเอกสารและหลักฐานประกอบการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง","2022-04-12T10:35:59"],
    [649,"94e56e19-3658-490d-bda4-ac460769b12f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจำหน่ายชื่อและรายการบุคคลออกจากทะเบียนบ้าน กรณีคนสัญชาติไทยหรือคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตายในต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-b287-4746-a14b-37efb6f61911",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน    ระยะเวลาภายใน 15 วัน นับแต่วันรับแจ้งการตาย    เงื่อนไข  (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:36:06"],
    [650,"94e56e19-4151-4851-9a24-8ccbcbd59588","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การตรวจ คัด และรับรองเอกสารการทะเบียนราษฎร กรณีเอกสารต้นฉบับหรือเอกสารหลักฐานที่เก็บต้นฉบับเอกสารการทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-c12d-4374-b063-e44825b686d2",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าของรายการหรือผู้มีส่วนได้เสีย     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:36:31"],
    [651,"94e56e19-38b5-4bfc-9d6b-cd14dee3daa8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอจำหน่ายทะเบียนอาวุธปืน สลักหลังตัดโอนใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4)(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-b5c7-429b-b8b3-7a7954320c70",30,0,null,"1. บุคคลผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ประสงค์จะโอนอาวุธปืนให้บุคคลผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.3) ให้ยืนคำขอจำหน่ายทะเบียนอาวุธปืนเพื่อสลักหลังตัดโอนใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4) ต่อนายทะเบียนท้องที่ ที่อาวุธปืนนั้นขึ้นทะเบียนอยู่    2. เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    3.นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องผู้ขออนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่    4. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    5. ผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.3)เมื่อได้รับเอกสารจำหน่ายทะเบียนอาวุธปืน พร้อมอาวุธปืนแล้วให้ไปพบนายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา ภายในเวลา 15 วัน เพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4)","2022-04-12T10:06:10"],
    [652,"94e56e19-434a-41f3-94be-6e84dd51e1c2","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d28-c3e1-42c7-b247-46c0338cf429",5,0,null,"กรณีที่หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนประกอบธุรกิจทวงถามหนี้สูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนตามแบบ ทน. 1/2        ต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลาย","2022-04-12T10:36:14"],
    [653,"94e56e19-4546-4e6e-8fd8-fe44ab1cb563","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d28-c6ee-420e-8696-eb8b8bcfec3b",60,210,null,"1. มีทรัพย์สินที่จัดสรรไว้เป็นกองทุนไม่ต่ำกว่าที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ ดังนี้    1.1 มูลนิธิต้องมีกองทุนเป็นเงินสดไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ถ้าเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นต้องมีเงินสดไมน้อยกว่า 250,000 บาท และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอื่นแล้วต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท    1.2 มูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัยและเพื่อการบำบัดรักษา ค้นคว้า ป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐ ต้องมีทุนทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท    2. มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพื่อการกุศลสาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างอื่น โดยมิได้มุ่งหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน    3. มีข้อบังคับเป็นแนวปฏิบัติและต้องไม่ขัดกับกฎหมาย    4. ต้องมีการจดทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด จึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย    5. การจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิ ต้องมิใช่เป็นการหาประโยชน์เพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิที่กำหนดไว้    (กรณีไม่ต้องสอบถามความเห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของชื่อ วัตถุประสงค์หรือเครื่องหมายใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม30 วัน)","2022-04-11T16:29:51"],
    [654,"94e56e19-4764-4a3d-b8ec-b7aeb209c42a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเลิกมูลนิธิ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d28-c9d3-40a1-8182-32a830d21811",40,10,null,"1.เมื่อมีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับ     2.ถ้ามูลนิธิตั้งขึ้นไว้เฉพาะระยะเวลาใด เมื่อสิ้นระยะเวลานั้น     3.ถ้ามูลนิธิตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใด และได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์สำเร็จบริบูรณ์แล้วหรือวัตถุประสงค์นั้น กลายเป็นพ้นวิสัย     4.เมื่อที่มูลนิธินั้นล้มละลาย     5.เมื่อศาลมีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิตามมาตรา 131     *** มูลนิธิต้องยื่นคำขอ ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเลิกมูลนิธิ    เมื่อมูลนิธิได้ดำเนินการชำระบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รายงานการชำระบัญชี (ม.น.7) พร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ หลักฐานการโอนทรัพย์สิน รายงานการชำระบัญชี บัญชีรายรับ รายจ่าย สำเนางบดุลของมูลนิธิ ณ วันเลิก เอกสารอื่น ๆทั้งนี้ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด จะต้องโอนให้แก่มูลนิธิหรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ตามมาตรา 10 แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งได้ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับของมูลนิธิ หรือถ้าข้อบังคับไม่ได้ระบุผู้รับโอนไว้ให้ดำเนินการตามมาตรา 134 แห่ง ป.พ.พ. (ทั้งนี้ระยะเวลาในการชำระบัญชี ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของมูลนิธิ)","2022-04-11T16:29:38"],
    [655,"94e56e19-5362-4f25-975d-99f2ec244ad7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่า (ขอใหม่) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-d980-410d-bd14-ac489737d9f7",13,5000,null,"1. คุณสมบัติของผู้ขอต่อใบอนุญาต       1.1 มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป       1.2 มีความรู้หนังสือไทยพออ่านออกเขียนได้       1.3 เป็นผู้ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์ และตั๋ว ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับการค้า ความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และรับของโจร    2. ผู้ประกอบการอาชีพขายทอดตลาดและค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    3. แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-11T16:28:40"],
    [656,"94e56e19-4ae4-4cda-848c-74b9917e91cf","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การพิจารณาให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฏหมายแก่บุคคลที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-cd03-4784-bc01-581f3945a964",390,0,null,"กำหนดสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยและอาศัยอยู่มานาน (ที่ไม่ได้เกิดในประเทศไทย) ภายใต้เงื่อนไขหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 และประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 26 กันยายน 2555 เรื่อง ให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแก่บุคคลที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอาศัยอยู่มานานตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 สำหรับบุคคล ดังนี้    1. บุคคลที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอาศัยอยู่เป็นเวลานานที่มิได้มีเชื้อสายไทย    2. กลุ่มเด็กและบุคคลทั้งที่กำลังเรียนอยู่ในสถานศึกษาและจบการศึกษาแล้วแต่ไม่มีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจบการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย    3. คนต่างด้าวที่ถูกบุพการีทอดทิ้งหรือไม่ปรากฏบิดาและมารดา (คนไร้รากเหง้า)    4. บุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ","2022-04-11T14:31:19"],
    [657,"94e56e19-70c3-44c6-832e-c288b2e951f5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนแปลงผู้รับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d29-075c-47fa-a92c-abb64546aedb",10,0,null,"การเปลี่ยนแปลงผู้รับจำนำ    1. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้รับจำนำต้องแจ้งให้กรมการปกครอง หรือจังหวัดทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์    2. กรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้เป็นหุ้นส่วนที่ขอเปลี่ยนแปลง จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยต้องรับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์อันจะก่อกวนทำลายการเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ","2022-04-12T09:50:49"],
    [658,"94e56e19-4cf0-4dd9-8bd5-d1d63e3cf21b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอแจ้งย้ายอาวุธปืนเข้า (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-d000-42c7-bc02-d8cef0a11acd",23,0,null,"1.ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนคนใดย้ายถิ่นที่อยู่ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้ายและถ้าย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ใหม่ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วยตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490    2. ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 62ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทตามมาตรา 83แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้องหรือขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันทีให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    4. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้รับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่","2022-04-12T10:06:26"],
    [659,"94e56e19-72c8-4c29-b17f-2943ee7670dc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเลิกกิจการรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d29-0a31-4fea-9058-4fe4d39891b8",10,0,null,"การเลิกกิจการรับจำนำ    ผู้รับจำนำผู้ใดประสงค์จะเลิกกิจการรับจำนำจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กรมการปกครอง หรือจังหวัดทราบ ก่อนเลิกกิจการโรงรับจำนำ ไม่น้อยกว่า 7 วัน","2022-04-12T09:51:11"],
    [660,"94e56e19-4f49-46f9-8510-f9e3d0419207","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 กรณีการประกาศเพื่อให้มีการยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-d350-439b-9ee9-06c5336a93d6",86,10000,null,"การขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ           1.ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์ก่อกวนทำลายการเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ           2.มีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท           3.สถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องห่างจากโรงรับจำนำใกล้เคียงที่สุด ไม่น้อยกว่า 500 เมตร           4.อาคารสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องมีพื้นที่เพียงพอจะปรับปรุงก่อสร้างห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดไม่น้อยกว่า 128 ตารางเมตร ห้องนิรภัยมีขนาดไม่ต่ำกว่า 16 ตารางเมตร โดยมีด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 เมตร    ทั้งนี้ ในขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้มีประกาศฯ ห้ามไม่ให้มีการตั้งโรงรับจำนำขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อต้องการให้มีการกระจายโรงรับจำนำไปสู่ภูมิภาค หรือท้องที่ที่ยังไม่มีโรงรับจำนำตั้งอยู่ เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในท้องที่ที่ห่างไกล          หมายเหตุ กรณีคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำกำหนดท้องที่และจำนวนโรงรับจำนำตามคู่มือเล่มที่ 1 แล้ว ให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตประกาศให้ผู้ประสงค์จะขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำและเอกสารหลักฐาน ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำพิจารณาอนุญาต และแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตฯดำเนินการปรับปรุงหรือก่อสร้างอาคารตามคู่มือการขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 3 ต่อไป          ทั้งนี้ หากมีผู้ยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำเกินกว่าจำนวนที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้กำหนดไว้ เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตจะต้องดำเนินการว่าประมูล ตามคู่มือการว่าประมูล เล่มที่ 1 ต่อไป","2022-04-12T09:34:39"],
    [661,"94e56e19-5199-4144-b722-46279d6c3621","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอแจ้งย้ายอาวุธปืนออกจากท้องที่(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-d6cf-4953-90f7-f207741594da",23,0,null,"1.ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนคนใดย้ายถิ่นที่อยู่ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้ายและถ้าย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ใหม่ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วยตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490    2. ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 62 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันทีกรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันทีให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    4. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องผู้รับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่","2022-04-12T10:06:54"],
    [662,"94e56e19-77f8-4d46-8fb8-4bb0316e0d9c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตสั่ง นำเข้าสิ่งเทียมอาวุธปืน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-1069-4d08-8cef-1c2c9e5e6818",26,10,null,"1. บุคคลใดประสงค์จะสั่ง นำเข้าซึ่งสิ่งเทียมอาวุธปืน ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่    2. ใบอนุญาตให้ค้าซึ่งสิ่งเทียมอาวุธปืน (แบบ ป.2) มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออก    3. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อการใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (กฎกระทรวง พ.ศ. 2490 )คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 674/2490 และที่ 759/2494 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียน    4. เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งยื่นผู้ยื่นคำขอทราบและแก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่อง และกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    5. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน","2022-04-12T10:04:48"],
    [663,"94e56e19-55bd-4ea5-a4b3-742ce8e8e5e5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา (กรณีออกนอกเขตอำเภอ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-dcb4-4c68-96b7-a8837207d742",3,0,null,"1. การยื่นคำขอ        (1) บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หมายถึง บุคคลไม่มีสัญชาติไทยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553             (2) การขออนุญาตออกนอกเขตควบคุม ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งสถานที่ที่ประสงค์จะเดินทางไปศึกษา ชื่อสถานศึกษา ชื่อหลักสูตร ระยะเวลาที่ศึกษาตามหลักสูตร ระยะเวลาที่ขออนุญาต และสถานที่ที่พักอาศัยระหว่างการศึกษาให้ชัดเจน           - ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นขออนุญาตก่อนกำหนดวันเดินทางไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ในวัน เวลาราชการ           - ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นขออนุญาตต่อนายอำเภอ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ ที่ผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนา    2. การอนุญาตให้ออกนอกเขต    (1) ระยะเวลาในการอนุญาตให้อยู่ในดุลยพินิจของนายอำเภอ โดยให้พิจารณาจากระยะเวลาที่ผู้นั้นศึกษา ตามหลักสูตรและระยะเวลาในการเดินทางไปและเดินทางกลับเป็นสำคัญ         (ก) กรณีจำเป็นและมีเหตุผลพิเศษ เช่น กรณีออกนอกเขตอำเภอ เกินกว่าระยะเวลาที่ผู้นั้นศึกษาตามหลักสูตรให้นายอำเภอพิจารณาเป็นรายกรณีไป         (ข) การอนุญาตออกนอกเขตควบคุมนอกเหนือจากตามบัญชีเขตควบคุมท้ายระเบียบ ให้เสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย พิจารณาเป็นรายกรณีไป    (2) การอนุญาตให้นักเรียน นักศึกษา ออกนอกเขตควบคุมชั่วคราวให้หมายความรวมถึง การอนุญาตให้ออกนอกเขตควบคุมเพื่อไปยังเขตท้องที่อื่นอันเป็นท้องที่ที่สถานศึกษาได้กำหนดให้เป็นท้องที่ที่นักเรียน นักศึกษา ต้องดำเนินกิจกรรมตามหลักสูตรที่กำหนด    3. เงื่อนไขการอนุญาต        กรณีนักเรียน นักศึกษา ได้เดินทางออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ไปรายงานตัว เมื่อไปถึงท้องที่ อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษา หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่ หรือเมื่อกลับถึงเขตควบคุมภายในกำหนดเวลาแล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิดตามกฎหมาย","2022-04-11T14:34:26"],
    [664,"94e56e19-5832-4eb4-afee-4f26d14b5b1b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งรายงานตัวของบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-dfcb-4771-8be9-1165155ac2c9",1,0,null,"1. การรายงานตัว    (1) กรณีที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ไปรายงานตัวต่ออธิบดีกรมการปกครอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และให้อธิบดีกรมการปกครองแจ้งผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบ    (2) กรณีที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ไปรายงานตัวต่อนายอำเภอหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และให้นายอำเภอแจ้งหัวหน้าสถานีตำรวจในท้องที่นั้นทราบ    (3) กรณีที่ได้รับอนุญาตออกนอกเขตควบคุมเกินกว่า 1 ปี ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตออกนอกเขตควบคุมไปรายงานตัวต่ออธิบดีกรมการปกครอง นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทุก 6 เดือน นับแต่วันรายงานตัวครั้งแรก โดยให้อธิบดีกรมการปกครอง นายอำเภอ แจ้งผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหัวหน้าสถานีตำรวจในท้องที่ทราบ แล้วแต่กรณี    (4) เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเขตควบคุมแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตกลับไปรายงานตัวยังท้องที่ที่ผู้ได้รับอนุญาตนั้นได้ยื่นคำขออนุญาตออกนอกเขตควบคุมไว้    (5) หากมีเหตุจำเป็นอันเกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ให้ผู้มีอำนาจในการอนุญาตออกนอกเขตควบคุมสามารถขยายระยะเวลาได้ตามสมควรแก่กรณี      2. เงื่อนไขการอนุญาต        กรณีนักเรียน นักศึกษา ได้เดินทางออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ไปรายงานตัวต่ออธิบดีกรมการปกครอง นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อไปถึงท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษา หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่ หรือเมื่อกลับถึงเขตควบคุมภายในกำหนดเวลา แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิดตามกฎหมาย","2022-04-18T09:23:12"],
    [665,"94e56e19-5abd-494d-bd5a-29e0b1fc91da","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสถานที่พักอาศัยของบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-e31e-41a1-9faa-5eafa4d24abd",5,0,null,"1. การยื่นคำขอ        (1) บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หมายถึง บุคคลไม่มีสัญชาติไทยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553             (2) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเขตควบคุม มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยระหว่างการศึกษา กรณีออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตจังหวัด หรือเขตอำเภอ ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นขออนุญาตก่อนกำหนดวันเดินทางไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ในวัน เวลาราชการ    2. การเปลี่ยนแปลงสถานที่         เมื่อผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเขตควบคุม มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยระหว่างการศึกษาให้ดำเนินการ ดังนี้     (1) กรณีท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาเดิมอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ขออนุญาตต่ออธิบดีกรมการปกครอง ณ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย     (2) กรณีท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาเดิมอยู่ในจังหวัดอื่น         (ก) กรณีออกนอกเขตจังหวัด ให้ขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ณ ที่ทำการปกครองอำเภอที่ผู้ยื่นคำขอได้พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาเดิม และให้นายอำเภอเสนอความเห็นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณา         (ข) กรณีออกนอกเขตอำเภอ ให้ขออนุญาตต่อนายอำเภอ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ ที่ผู้ยื่นคำขอได้พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาเดิม     (3) เมื่อท้องที่ใดได้อนุญาตให้นักเรียน นักศึกษา เปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยระหว่างการศึกษา ให้ออกหนังสืออนุญาตการเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตนั้น เพื่อให้ผู้นั้นนำไปแจ้งท้องที่ อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่ทราบและให้ท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาเดิมแจ้งท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่รวมถึงผู้อนุญาตเดิมทราบ ทั้งนี้ เมื่อไปถึงท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตออกนอกเขตควบคุมไปรายงานตัวตามที่กำหนดไว้    3. เงื่อนไขการอนุญาต        กรณีนักเรียน นักศึกษา ได้เดินทางออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ไปรายงานตัวต่ออธิบดีกรมการปกครอง นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อไปถึงท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษา หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่ หรือเมื่อกลับถึงเขตควบคุมภายในกำหนดเวลา แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิดตามกฎหมาย","2022-04-11T14:35:53"],
    [666,"94e56e19-5d17-41d3-badc-ce7a3531c09c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอรับใบอนุญาตให้ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ มีหรือจำหน่ายอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-e678-4dac-b09a-aeeaab0c2607",296,250,null,"1. บุคคลหรือนิติบุคคลประสงค์จะขอรับใบอนุญาตให้ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะมีหรือจำหน่ายอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า (แบบ ป.5) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรและมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนและเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามมาตรา 13 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490    2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้อง หรือขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาแก้ไขและยื่นเอกสารเพิ่มเติม    3. เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ขอรับใบอนุญาตเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตถือหนังสือไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่    4. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบต่อนายทะเบียนท้องที่    5. นายทะเบียนท้องที่เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย    6. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    7 กรณีอนุญาตนายทะเบียนท้องที่จะออกใบอนุญาตให้ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะหรือจำหน่ายอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า (แบบ ป.5)    8. กรณีรับโอนมรดกร้านค้า ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนหากไม่มีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือพินัยกรรมจะต้องสอบให้ได้ว่ามีทายาทใดคัดค้านการขอรับโอนหรือไม่ พร้อมทั้งต้องปิดประกาศของนายทะเบียนท้องที่เพื่อให้โอกาศคัดค้าน 30 วัน และถ้ามีข้อโต้เถียงถึงสิทธิของทายาทก็ให้เก็บรักษาอาวุธปืนไว้จนกว่าข้อโต้เถียงนั้นถึงที่สุด","2022-04-12T10:05:52"],
    [667,"94e56e19-5f6b-42eb-aa79-e950f8cf1065","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตซื้อเครื่องกระสุนปืนจากร้านค้า(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d28-e9c9-49cd-a13d-377f8e8b2a32",38,0.25,null,"1. บุคคลประสงค์จะซื้อเครื่องกระสุนปืนต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติไม่ต้องตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490    2. เครื่องกระสุนปืนที่ขออนุญาตได้นั้น ต้องเป็นเครื่องกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ แต่ต้องไม่เป็นเครื่องกระสุนปืนชนิดเจาะเกาะ หรือ ชนิดกระสุนเพลิง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2522) ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2522    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้อง หรือขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    4. เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ขอรับใบอนุญาตเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมโดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตถือหนังสือไปยังสถานีตำรวจในเขตพื้นที่    5. นายทะเบียนท้องที่รวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่    6. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    7. กรณีอนุญาตนายทะเบียนท้องที่จะออกใบอนุญาตให้ซื้อเครื่องกระสุนปืน (แบบป.3) ใบอนุญาตมีอายุ 6 เดือนนับแต่วันที่ออก","2022-04-12T10:05:34"],
    [668,"94e56e19-61d8-4db2-8104-950d3a84c4ab","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 1 กรณีการกำหนดท้องที่และจำนวนโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-ecc9-4af0-8482-2f5c7339831d",51,10000,null,"การขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ        1.ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์ก่อกวนทำลายการเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ        2.มีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท       3.สถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องห่างจากโรงรับจำนำใกล้เคียงที่สุดไม่น้อยกว่า 500 เมตร        4.อาคารสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องมีพื้นที่เพียงพอจะปรับปรุงก่อสร้างห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดไม่น้อยกว่า 128 ตารางเมตร ห้องนิรภัยมีขนาดไม่ต่ำกว่า 16 ตารางเมตร โดยมีด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 เมตร       ทั้งนี้ในขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้มีประกาศฯ ห้ามไม่ให้มีการตั้งโรงรับจำนำขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อต้องการให้มีการกระจายโรงรับจำนำไปสู่ภูมิภาคหรือท้องที่ที่ยังไม่มีโรงรับจำนำตั้งอยู่ เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในท้องที่ที่ห่างไกล       หมายเหตุ กรณีคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำกำหนดท้องที่และจำนวนโรงรับจำนำตามที่เห็นสมควรแล้ว จังหวัดจะประกาศให้ผู้ที่มีความประสงค์จะขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำไปดำเนินการยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ ตามคู่มือการขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 ต่อไป","2022-04-12T09:34:58"],
    [669,"94e56e19-817a-4ad8-b44e-4b9a59f617ae","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเลขที่บ้าน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-1c7f-4e40-930d-148d68545756",1,0,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ได้รับมอบหมาย  ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สร้างบ้านเสร็จ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:36:45"],
    [670,"94e56e19-64fa-4e91-90e2-c6e0d8c94ebe","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 3 การออกใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-efd5-4412-bfc2-da69cb062720",36,10000,null,"การขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ         1.ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์ก่อกวนทำลายการเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ         2.มีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท         3.สถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องห่างจากโรงรับจำนำใกล้เคียงที่สุดไม่น้อยกว่า 500 เมตร         4.อาคารสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องมีพื้นที่เพียงพอจะปรับปรุงก่อสร้างห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดไม่น้อยกว่า 128 ตารางเมตร ห้องนิรภัยมีขนาดไม่ต่ำกว่า 16 ตารางเมตร โดยมีด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 เมตร         ทั้งนี้ ในขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้มีประกาศฯ ห้ามไม่ให้มีการตั้งโรงรับจำนำขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อต้องการให้มีการกระจายโรงรับจำนำไปสู่ภูมิภาคหรือท้องที่ที่ยังไม่มีโรงรับจำนำตั้งอยู่ เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในท้องที่ที่ห่างไกล         หมายเหตุ เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำตามคู่มือการขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 แล้ว ผู้ได้รับอนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องไปดำเนินการปรับปรุงหรือก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำมีมติอนุญาต โดยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแบบแปลนที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้พิจารณาอนุญาตไว้","2022-04-12T09:35:15"],
    [671,"94e56e19-83ab-4b7f-8ba2-33a04bfbd4ec","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเลขที่บ้าน  กรณีทะเบียนบ้านชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-1f6e-48fa-aee3-36dd5214d09c",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ได้รับมอบหมาย  ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่สร้างบ้านเสร็จ    เงื่อนไข  (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:36:53"],
    [672,"94e56e19-6791-48f2-8a4e-6447e27754e3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การว่าประมูลตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 1 กรณีการประกาศเพื่อให้มีการยื่นคำขอว่าประมูลตั้งโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-f5ea-4477-a54c-90f50bf88b8d",86,10000,null,"การว่าประมูลตั้งโรงรับจำนำ              1. ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์ก่อกวนทำลายการเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ              2.มีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท             3.สถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องห่างจากโรงรับจำนำที่ใกล้เคียงที่สุด ไม่น้อยกว่า 500 เมตร             4.อาคารสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องมีพื้นที่เพียงพอจะปรับปรุงก่อสร้างห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดไม่น้อยกว่า 128 ตารางเมตร ห้องนิรภัยมีขนาดไม่ต่ำกว่า 16 ตารางเมตร โดยมีด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 เมตร             5.หากท้องที่ใดคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำเห็นว่ามีผู้ยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำเกินความจำเป็นของท้องที่ และไม่มีทางที่จะตกลงกันได้ หรือหากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำเห็นสมควรกำหนดจำนวนโรงรับจำนำเพื่อให้มีการว่าประมูลตามความจำเป็นของท้องที่ไว้ก่อนมีผู้ยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำก็ให้ทำได้             6. โดยการว่าประมูลจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทุกๆ 5 ปี           ทั้งนี้ ในขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้มีประกาศฯ ห้ามไม่ให้มีการตั้งโรงรับจำนำขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อต้องการให้มีการกระจายโรงรับจำนำไปสู่ภูมิภาค หรือท้องที่ที่ยังไม่มีโรงรับจำนำตั้งอยู่ เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในท้องที่ที่ห่างไกล            หมายเหตุ กรณีมีผู้ยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำเกินกว่าจำนวนที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้กำหนดไว้ ให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำประกาศให้ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ ตามคู่มือการขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 ยื่นคำขอว่าประมูลภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ แล้วดำเนินการว่าประมูล เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำพิจารณา และแจ้งให้ผู้ว่าประมูลได้ดำเนินการปรับปรุงหรือก่อสร้างอาคารตามคู่มือการว่าประมูลตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 ต่อไป","2022-04-12T09:35:29"],
    [673,"94e56e19-6a19-47bf-a0ba-c4b44e7df26a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การว่าประมูลตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 กรณีการออกใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d28-fed9-49da-bd23-2c97475dc994",36,10000,null,"การว่าประมูลตั้งโรงรับจำนำ         1. ผู้ขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์ก่อกวนทำลายการเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ         2. โดยมีเงินทุนหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท         3. สถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องห่างจากโรงรับจำนำที่ใกล้เคียงที่สุดไม่น้อยกว่า 500 เมตร         4. อาคารสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องมีพื้นที่เพียงพอจะปรับปรุงก่อสร้างห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดไม่น้อยกว่า 128 ตารางเมตร ห้องนิรภัยมีขนาดไม่ต่ำกว่า 16 ตารางเมตร โดยมีด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 เมตร         5. หากท้องที่ใดคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำเห็นว่ามีผู้ยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำเกินความจำเป็นของท้องที่และไม่มีทางที่จะตกลงกันได้ หรือหากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำเห็นสมควรกำหนดจำนวนโรงรับจำนำเพื่อให้มีการว่าประมูลตามความจำเป็นของท้องที่ไว้ก่อนมีผู้ยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงรับจำนำก็ให้ทำได้        6. การว่าประมูลจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทุกๆ 5 ปี        ทั้งนี้ ในขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้มีประกาศฯ ห้ามไม่ให้มีการตั้งโรงรับจำนำขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อต้องการให้มีการกระจายโรงรับจำนำไปสู่ภูมิภาคหรือท้องที่ที่ยังไม่มีโรงรับจำนำตั้งอยู่ เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในท้องที่ที่ห่างไกล         หมายเหตุ เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำตามคู่มือการว่าประมูลตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 1 แล้ว ผู้ได้รับอนุญาตตั้งโรงรับจำนำต้องไปดำเนินการปรับปรุงหรือก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำมีมติอนุญาต โดยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแบบแปลนที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้พิจารณาอนุญาตไว้","2022-04-12T09:49:08"],
    [674,"94e56e19-6c4c-4d19-b5bd-875ee60e92f2","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 1 กรณีการยื่นคำขอย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d29-019a-4986-98e0-4af4cf9d3132",61,0,null,"การย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ         1. ผู้รับจำนำจะย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำ และมีการบันทึกสถานที่ตั้งโรงรับจำนำใหม่ไว้ในใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ         2.สถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องห่างจากโรงรับจำนำใกล้เคียงที่สุดไม่น้อยกว่า 500 เมตร         3. อาคารสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องมีพื้นที่เพียงพอจะปรับปรุงก่อสร้างห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดไม่น้อยกว่า 128 ตารางเมตร และห้องนิรภัยมีขนาดไม่ต่ำกว่า 16 ตารางเมตร โดยมีด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 เมตร            หมายเหตุ ผู้รับจำนำที่มีความประสงค์จะขอย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำก่อนเพื่อให้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำพิจารณาอนุญาตและแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตฯ ดำเนินการปรับปรุงหรือก่อสร้างอาคารตามคู่มือการขอย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 ต่อไป","2022-04-12T09:49:21"],
    [675,"94e56e19-85b2-4984-a0e3-7ce61894fecd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การแจ้งรื้อถอนบ้าน หรือบ้านถูกทำลาย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-22a3-452a-8db7-c84829194c5c",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้านหรือผู้ได้รับมอบหมาย  ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการรื้อถอน หรือบ้านถูกทำลาย      เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:37:00"],
    [676,"94e56e19-6e97-4bab-8e62-c6ad7709d83a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 2 กรณีการแก้ไขสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d29-0481-4834-b09f-173ed1e14ff9",36,0,null,"การย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ        1. ผู้รับจำนำจะย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำ และมีการบันทึกสถานที่ตั้งโรงรับจำนำใหม่ไว้ในใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ        2. สถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องห่างจากโรงรับจำนำใกล้เคียงที่สุดไม่น้อยกว่า 500 เมตร        3. อาคารสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องมีพื้นที่เพียงพอจะปรับปรุงก่อสร้างห้องเก็บของเบ็ดเตล็ดไม่น้อยกว่า 128 ตารางเมตร และห้องนิรภัยมีขนาดไม่ต่ำกว่า 16 ตารางเมตร โดยมีด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 เมตร        หมายเหตุ เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำ ตามคู่มือการย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำ เล่มที่ 1 แล้ว ผู้ได้รับอนุญาตให้ย้ายสถานที่ตั้งโรงรับจำนำต้องไปดำเนินการปรับปรุงหรือก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแบบแปลนที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำได้พิจารณาอนุญาตไว้","2022-04-12T09:49:32"],
    [677,"94e56e19-87d9-46a9-9df1-a69aa4400c6f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสถานะเจ้าบ้าน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-25b3-4a26-b1f6-2758d2ea4d71",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้านเดิมหรือผู้ประสงค์เป็นเจ้าบ้านหรือผู้ได้รับมอบหมาย     เงื่อนไข    (1)กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:37:07"],
    [678,"94e56e19-7596-4336-a9ad-6da6ec5f4eba","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน กรณีออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ( แบบ ป.3)(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-0d54-4afe-a4bf-d32704d11cfe",61,1,null,"1. บุคคลประสงค์จะมีและใช้อาวุธปืน เพื่อใช้ป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน หรือเพื่อใช้ในการกีฬา หรือเพื่อใช้ในการยิงสัตว์ ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ไม่น้อยกว่าหกเดือน และเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490    2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้อง หรือขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    3. เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ขอรับใบอนุญาตเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมโดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตถือหนังสือไปยังสถานีตำรวจในเขตพื้นที่    4. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่    5. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    6. กรณีอนุญาตนายทะเบียนท้องที่จะออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.3) ใบอนุญาตมีอายุ 6 เดือนนับแต่วันที่ออก    7. กรณีรับโอนมรดกอาวุธปืน หากไม่มีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือพินัยกรรมจะต้องสอบให้ได้ว่ามีทายาทใดคัดค้านการขอรับโอนหรือไม่ พร้อมทั้งต้องปิดประกาศการคัดค้าน 30 วัน และถ้ามีข้อโต้เถียงถึงสิทธิของทายาท ก็ให้เก็บรักษาอาวุธปืนไว้จนกว่าข้อโต้เถียงนั้นถึงที่สุด      8. เมื่อรับคำร้องและตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว กรณีที่ต้องใช้ผลการตรวจประวัติอาชญากร ระยะเวลาดำเนินการที่เหลือ 60 วันจะเริ่มนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการตรวจประวัติอาชญากรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว","2023-10-20T15:13:45"],
    [679,"94e56e19-7a52-4601-94de-d94b7aab588c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอออกใบคู่มือประจำปืน(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-1373-4903-a3cc-483e6ce62048",30,0,null,"1. บุคคลผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.3) เมื่อได้ซื้ออาวุธปืนจากร้านค้าอาวุธปืน ต้องยื่นคำขอรับใบคู่มือประจำปืนจากนายทะเบียนท้องที่ ที่ร้านค้าตั้งอยู่    2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้อง หรือขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    3. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่    4. ใบคู่มือประจำปืน ใช้เป็นใบคู่มือสำหรับปืนที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อ และผู้ซื้อต้องนำไปแสดงต่อนายทะเบียนท้องที่ภูมิลำเนา ไม่ช้ากว่า 15 วัน","2022-04-12T10:05:07"],
    [680,"94e56e19-8a54-44d6-b78b-78e16cea7c4a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการเกิดเกินกำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-28a3-42d0-a41c-d72b30eadcbc",91,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    (1) บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก กรณีเด็กอายุไม่เกินกว่า 15 ปี    (2) ผู้ที่ยังไม่ได้แจ้งการเกิด แจ้งการเกิดด้วยตนเอง (อายุ 15 ปี ขึ้นไป)     ระยะเวลาการแจ้ง ตั้งแต่พ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่เกิด    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:37:14"],
    [681,"94e56e19-7cb1-4c4b-99e2-a894a101a364","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอออกใบแทนใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-169c-420c-b0dc-34e738f475ed",23,5,null,"1. เมื่อใบอนุญาตสูญหายเป็นอันตรายหรือลบเลือนอ่านไม่ออกให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบเหตุนั้น ถ้านายทะเบียนเห็นว่ามีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ก็ให้ออกใบแทนให้ตามเงื่อนไขของใบอนุญาตเดิม แต่ถ้าใบอนุญาตที่สูญหายได้คืนในภายหลังก็ให้ส่งใบแทนนั้นแก่นายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้คืนตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490    2. ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 69 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 83แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ พื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันทีให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    4. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องผู้รับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่","2022-04-12T10:04:36"],
    [682,"94e56e19-8cb9-42e1-b911-34a7dbed0945","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้การเกิดเกินกำหนด กรณีท้องที่อื่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-2b95-421b-8d43-ecc7d4442fb5",91,20,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    (1)บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง กรณีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี    (2) ผู้ที่ยังไม่ได้แจ้งการเกิด แจ้งการเกิดด้วยตนเอง อายุ 15 ปี ขึ้นไป    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:37:20"],
    [683,"94e56e19-7f1e-428d-800e-8119021793db","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4) ชั่วคราว(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-1992-4f36-b59e-7e00c84d2c73",9,10,null,"1.  ถ้ามีผู้นำเข้าอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนที่เป็นของสำหรับใช้ส่วนตัวโดยปกติของผู้นำเข้า ซึ่งเดินทางผ่านหรือจะอยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว ประสงค์จะใช้อาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนนั้นระหว่างที่อยู่ในราชอาณาจักร ก็ให้ขอรับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนชั่วคราวต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ ท้องที่ด่านแรกที่เข้ามาถึงในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเที่ยมอาวุธ พ.ศ. 2490 มาตรา 18      2. กรณีที่ผู้ขอเป็นเจ้าหน้าที่อารักขาติดอาวุธ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวบุคคลสำคัญที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร บุคลากรทางการทูตที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เป็นเจ้าหน้าที่หรือบุคคลกรทางการทูตที่ปฏิบัติงานอยู่ในประเทศไทย หรือเป็นนักกี่ฬายิงปืนจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาเพื่อร่วมการแข่งขันภายในราชอาณาจักร จะต้องยื่นใบคำร้องผ่านสถานทูตของแต่ละประเทศ โดยระบุรายละเอียดของบุคคลที่จะขออนุญาต หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจำปืน ชนิด ขนาด ยี่ห้อ และจำนวน ของอาวุธปืนที่จะขออนุญาต และจะต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยมาประกอบการยื่นขออนุญาต    3. โดยใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4) ชั่วคราวจะมีอายุ 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ออก","2022-04-12T10:04:00"],
    [684,"94e56e19-8f16-4cca-9c63-9f0e3dcb0bd0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการเกิด กรณีเด็กในสภาพแรกเกิด หรือเด็กไร้เดียงสาถูกทอดทิ้ง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-2e79-485e-ab8e-087546753034",91,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่รับตัวเด็กไว้    เด็กที่แจ้งเกิดจะต้องมีอายุ  7 ปีขึ้นไป    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลางให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัดเพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่","2022-04-12T11:37:26"],
    [685,"94e56e19-91b2-48d1-9e51-f250fff822cc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการเกิด กรณีเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ไม่ปรากฎบุพการี หรือบุพการีทอดทิ้งที่อยู่ในอุปการะ หรือการสงเคราะห์ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-3153-4594-9ef8-4290881ba6a4",91,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่สงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กตามรายชื่อหน่วยงานที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย  เด็กที่จะแจ้งเกิด ต้องมีอายุไม่เกิน 18 ปี    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลางให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:37:38"],
    [686,"94e56e19-93d4-4bd5-945d-a89373f5ffde","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอหนังสือรับรองการเกิด ตามมาตรา 20/1 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-3434-4c49-9f1e-9101d931ee18",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าของรายการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:38:11"],
    [687,"94e56e19-9627-40da-b2db-0d193655a8ad","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการตาย กรณีตายในบ้าน และตายนอกบ้าน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-370b-4ed4-bba2-42f67c57c659",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    (1)เจ้าบ้านที่มีคนตาย กรณีคนตายในบ้าน (รวมถึงสถานพยาบาล) หากไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง    (2)บุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพ กรณีตายนอกบ้าน    (3) ผู้ที่ได้รับมอบหมาย    ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย หรือเวลาพบศพ    3. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:39:53"],
    [688,"94e56e19-9e96-4ff3-8ec3-4211bc879a96","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การยื่นขอสัญชาติไทย ตามมาตรา 19/2 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-4232-4d4a-9d7f-814a729e4870",120,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่  (1) ผู้ยื่นคำขอ กรณีอายุเกินกว่า 15 ปี บริบูรณ์  (2) ผู้ปกครอง(กรณีผู้ยื่นคำขออายุต่ำกว่า 15 ปี)  (3) ผู้ทำหน้าที่อุปการะดูแล กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ป่วยทางจิตประสาท หรือพิการทางสมอง จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ  (4) ผู้พิทักษ์/ผู้อนุบาล ตามคำสั่งศาล กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือไร้ความสามารถ","2022-04-12T11:40:23"],
    [689,"94e56e19-97fc-408d-b270-8e3ac448247f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการตายเกินกำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-39dc-4645-8c4d-89dc9d0cc989",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    1. เจ้าบ้านของบ้านที่มีการตาย กรณีคนตายในบ้าน (รวมถึงสถานพยาบาล) หากไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง  2. บุคคลที่ไปกับผุ้ตายหรือผู้พบศพ กรณีตายนอกบ้าน    ระยะเวลาการแจ้ง ภายหลัง 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย หรือเวลาพบศพ    3. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:40:03"],
    [690,"94e56e19-a0df-4deb-b93a-296cd08a5060","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d29-4562-4cbd-b419-a66a3cf81a3c",60,60,null,"ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2535 ส่วนที่ 3 กำหนดให้การแต่งตั้งกรรมการมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ ต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้  1. ผู้จะเป็นกรรมการของมูลนิธิมีฐานะหรือความประพฤติเหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ  มูลนิธิต้องยื่นคำขอ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ  (กรณีไม่ต้องสอบถามความเห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องเกี่ยวกับกรรมการของมูลนิธิซึ่งเป็นคนต่างด้าว หรือฐานะและความประพฤติของบุคคลที่จะเป็นกรรมการมูลนิธิใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม30 วัน)","2022-04-11T16:30:22"],
    [691,"94e56e19-9a3d-4234-ba47-94a6506b737f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการตาย กรณีไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-3ca7-4e4d-a2f9-68e4470ac7b8",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    (1) เจ้าบ้านที่มีคนตาย กรณีคนตายในบ้าน (รวมถึงสถานพยาบาล) หากไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง    (2) ผู้พบศพ กรณีตายนอกบ้าน    ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย หรือเวลาพบศพ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:40:11"],
    [692,"94e56e19-a318-4ee4-8ba8-4d4a40e2a21a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง กรณีถูกออกหมายจับ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-481c-4745-b09d-f557f2854766",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ ผู้แจ้ง (เจ้าของรายการ)    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:40:32"],
    [693,"94e56e19-9c6a-49d9-a684-78196d533b55","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมูลนิธิ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d29-3f86-4ecf-8ca9-ed90dcafdea3",60,60,null,"ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2535 ส่วนที่ 3 กำหนดให้การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมูลนิธิต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้  มาตรา 126 ให้คณะกรรมการมูลนิธิเป็นผู้มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ แต่ถ้าข้อบังคับของมูลนิธิได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ การแก้ไขเพิ่มเติมต้องเป็นไปตามที่ข้อบังคับกำหนด และให้มูลนิธินำข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการได้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ  มาตรา 127 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ กระทำได้แต่เฉพาะกรณีดังนี้  เพื่อให้สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ หรือ  2. พฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปเป็นเหตุให้วัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นมีประโยชน์น้อย หรือไม่อาจดำเนินการให้สมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นได้และวัตถุประสงค์ที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นต้องใกล้ชิดกับวัตถุประสงค์เดิมของมูลนิธิ  ( กรณีไม่ต้องสอบถามความเห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของชื่อ วัตถุประสงค์หรือเครื่องหมายใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม30 วัน)","2022-04-11T16:30:03"],
    [694,"94e56e19-a557-4018-8bdb-bb5af036002b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งเอกสารทะเบียนราษฎรที่สูญหาย หรือถูกทำลาย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-4af4-42ae-9730-4197d0007f6d",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้องได้แก่     ผู้มีส่วนได้เสีย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:40:40"],
    [695,"94e56e19-a77e-458c-bc07-ab41a0302070","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง กรณีย้ายปลายทาง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-4e48-488e-b0a6-b90affaa432c",31,20,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่  (1) ผู้ขอย้าย ซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางของสำนักทะเบียน  (2) บิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครอง (กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกลางเป็นผู้เยาว์)  (3) ผู้ที่ได้รับมอบหมาย (กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านกลางมีเหตุจำเป็นไม่สามารถแจ้งการย้ายออกได้ด้วยตนเองเนื่องจากเป็นเป็นคนพิการทางกายจนเดินไม่ได้ หรือเป็นผู้เจ็บป่วยทุพลภาพ หรือกรณีจำเป็นอื่น)    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:40:56"],
    [696,"94e56e19-aeee-4eb1-9257-11445f148ee6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอรับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวในเขตจังหวัด ( แบบ ป.12) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-5843-4592-acb8-5ef1f5aa8a41",56,1000,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวภายในเขตจังหวัด ให้ยื่นเรื่องต่อนายอำเภอท้องที่/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำอำเภอท้องที่ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ/กิ่งอำเภอ ที่ตนมีถิ่นที่อยู่      2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสาร หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องเพียงเล็กน้อยให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ในทันทีหรือต้องจัดหาเอกสารเพิ่มเติมให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอปฏิบัติหรือให้จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมไว้โดยให้ผู้ขอลงนามรับทราบไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อเท็จจริงและส่งพยานหลักฐานที่ตนมีแก่นายอำเภอท้องที่/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำอำเภอ    3. มีหนังสือส่งตัวผู้ขอรับใบอนุญาตไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจภูธรในท้องที่เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม  เว้นแต่กรณีที่ผู้ขอเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับไม่ต้องส่งไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม     4. นายทะเบียนท้องที่รวบรวมเอกสารและมีความเห็นประกอบและส่งเรื่องให้ที่ทำการปกครองจังหวัดพิจารณา    5. ที่ทำการปกครองจังหวัดสรุปเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อพิจารณาลงนามในหนังสือส่งเรื่องให้คณะทำงานกลั่นกรองระดับจังหวัดพิจารณา  6. คณะทำงานกลั่นกรองระดับจังหวัดพิจารณาแล้วแจ้งผลการพิจารณาให้ที่ทำการปกครองจังหวัดทราบ  7.ที่ทำการปกครองจังหวัดสรุปเรื่องพร้อมความเห็นของคณะทำงาน  เสนอให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงผู้ว่าราชการจังหวัด         ในฐานะเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง       และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 พิจารณา         7.1.กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นชอบให้ออกใบอนุญาตให้กับผู้ขอ ให้ที่ทำการปกครองจังหวัดจัดทำใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวภายในเขตจังหวัด(แบบป.12)เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามในใบอนุญาต พร้อมทั้งลงนามในหนังสือแจ้งอำเภอ/กิ่งอำเภอทราบเพื่อแจ้งให้ผู้ขอมารับใบอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียม(ชำระค่าธรรมเนียม ณ ที่ทำการปกครองจังหวัด)         7.2.กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้วจะมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้ที่ทำการปกครองจังหวัดมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงให้อำเภอ/กิ่งอำเภอทราบเพื่อแจ้งให้ผู้ขอทราบเพื่อโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนประกอบการโต้แย้งพร้อมทั้งกำหนดวันที่หรือระยะเวลาที่จะให้ผู้ขอยื่นคำโต้แย้ง เมื่อผู้ขอได้โต้แย้งหรือไม่โต้แย้งภายในกำหนด ให้อำเภอ/กิ่งอำเภอส่งเรื่องคืนที่ทำการปกครองจังหวัด เพื่อเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา กรณีผู้ขอได้โต้แย้งภายในกำหนดและผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้ว หากเห็นชอบให้ออกใบอนุญาตให้ดำเนินการตาม ข้อ 7.1 หากพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเสนอหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตพร้อมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนาม เพื่อแจ้ง ผู้ขอทราบ  8. หากผู้ขอได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งให้ที่ทำการปกครองจังหวัดประมวลเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้ทำคำสั่งทางปกครองพิจารณาอุทธรณ์ ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  พ.ศ.2539    9.กรณีที่ต้องใช้ผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรประกอบการพิจารณา  ระยะเวลาดำเนินการที่เหลือหลังจากที่ทำการปกครองอำเภอ/กิ่งอำเภอได้รับคำขอแล้วจะเริ่มนับต่อตั้งแต่วันที่อำเภอ/กิ่งอำเภอได้รับแจ้งผลการตรวจประวัติอาชญากรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว","2022-04-12T10:03:49"],
    [697,"94e56e19-a9c9-4823-97ce-0cb456422c1d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-5176-4025-9b9d-99c4ba2d3009",15,500,null,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อหรือรับโอนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.3) จากนายทะเบียนท้องที่และได้ซื้ออาวุธปืนจากร้านค้า/จากหน่วยราชการ/เจ้าของโครงการจัดหาอาวุธปืนสวัสดิการ /รับโอนอาวุธปืนระหว่างบุคคล โดยมีหลักการ ดังนี้       1.1 มีใบคู่มือประจำปืน (ปืนร้านค้า)       1.2 มีเอกสารการสลัก ป.3 (ปืนสวัสดิการ)       1.3 มีเอกสารการสลักหลังตัดโอนอาวุธปืน (ปืนรับโอน)      2. นำอาวุธปืนและเอกสารตามข้อ 1.1 หรือ 1.2 หรือ 1.3 มาพบนายทะเบียนที่ออกใบอนุญาต (แบบ ป.3)      3. นายทะเบียนได้ตรวจอาวุธปืนและหลักฐานแล้ว เห็นว่าถูกต้อง จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและออกใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) บันทึกในสมุดคุมทะเบียนอาวุธปืนประจำตำบลแจ้งนายทะเบียนท้องที่ปลายทางทราบตามแบบ ข. แล้วมอบใบอนุญาตให้กับผู้ขอ      4. กรณีมาดำเนินการด้วยตนเองไม่ได้ และมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนจะต้องมีบันทึกของนายทะเบียนท้องที่ในใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งของนายทะเบียนท้องที่ตามข้อ 17 ของคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 674/2490","2022-04-12T10:04:10"],
    [698,"94e56e19-b3b7-405c-85f0-e02e15b74bbc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชค โดยวิธีใด ๆ ในการประกอบกิจการค้า หรืออาชีพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-5ef8-4188-a429-a9c7f4ae614a",90,9000,null,"1. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตได้ 2 วิธี เท่านั้น คือ   (1.1.) ใช้วิธีการเล่นโดยส่งชิ้นส่วนของสินค้าหรือบัตรสมนาคุณหรือบัตรอื่นๆ มาจับสลากตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0307.2/ ว 1651 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2548 ยกเว้น ผู้จัดรายการเฉพาะทางสถานีโทรทัศน์เท่านั้น การจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพโดยใช้วิธีการเปิดแผ่้นป้ายได้ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ผลิตสินค้าขึ้นเองหรือผู้แทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย เว้นแต่กิจการค้าที่เป็นลักษณะของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า ธนาคาร หรือนิติบุคคลที่ประกอบอาชีพด้านการให้บริการ   ทั้งนี้ ยกเว้นให้ผู้จัดรายการเฉพาะทางสถานีโทรทัศน์เท่านั้นสามารถจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพโดยใช้วิธีการเปิดแผ่นป้ายได้โดยไม่ต้องใช้วิธีการส่งชิ้นส่วนของสินค้าหรือบัตรสมนาคุณ หรือบัตรอื่นๆมาจับสลาก (หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 03074/ว 748 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2551)   (1.2.) ใช้วิธีการส่งข้อความ SMS หรือทางโทรศัพท์ผ่านระบบหมายเลขต่างๆ ในการทายผล ตอบปัญหา หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อชิงรางวัล โดยการพิมพ์หมายเลขของผู้ส่งแล้วนำมาจับสลากตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0307.2/ ว 2384 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2548 ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิตสินค้าขึ้นเองหรือผู้แทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย   2. ใบอนุญาตฉบับหนึ่ง ให้ใช้ได้สำหรับ 1 ครั้ง   3. การจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคนี้ ให้เล่นตามวัน เวลา และ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต   4. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้   5. การจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคเพื่อกิจการค้าหรืออาชีพนั้น สินค้าที่จำหน่ายจะต้องเป็นไปตามราคาในท้องตลาดและผู้ซื้อแม้ว่าจะไม่ได้รับรางวัลในการเสี่ยงก็ต้องได้รับสิ่งของตามราคาที่ซื้อนั้นไปเสมอ      6. ห้ามมิให้จ่ายหรือรับเงินแทนการแถมพกหรือรางวัล                                                                                     7.อนุญาตให้เล่นได้ในเวลา 07.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.     8.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน     9.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     10. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน     11. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2022-04-11T16:25:21"],
    [699,"94e56e19-ac3c-45f1-bb11-a6cf1a8a3347","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง (ประทัดไฟ) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-54c1-4071-b319-3b6b72d26e4c",52,10,null,"1.พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน    พ.ศ. 2490 มาตรา 47 กำหนดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ และมาตรา 50 ใบอนุญาตที่ออกให้ มีอายุใช้ได้หนึ่งปีนับแต่วันออก    กรณีการใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียน ถึงแม้จะผ่านขั้นตอนการพิจารณาทุกขั้นตอนจนถึงขั้นตอนที่      นายทะเบียนจะพิจารณาเพื่ออนุญาตแล้วก็ตาม หากนายทะเบียนใช้ดุลยพินิจแล้ว เห็นสมควรให้ชี้แจง ตรวจสอบ สอบสวน หรือให้แสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ให้ถือว่าเป็นกรณีที่ไม่เข้าลักษณะที่จะพิจารณาตามเงื่อนไข    2.คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 367/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 เรื่อง การกำหนดเงื่อนไข    ในใบอนุญาตว่าด้วยการเก็บรักษาดอกไม้เพลิง    3.ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยขั้นตอนและเวลาพิจารณาการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน    พ.ศ. 2490      4. ปฏิบัติตามขั้นตอนและแนวทางตามประกาศกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ฯ พ.ศ.2547 โดยอนุโลม     คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขออนุญาต    1. เป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ    3. ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นคนวิกลจริต    4. ประกอบสัมมาอาชีพ มีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ที่ขออนุญาต และมีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ที่ขออนุญาตไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันยื่นคำขอ    5. ไม่เป็นบุคคลที่มีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงอันอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน    6. ไม่เคยต้องโทษจำคุกในฐานความผิดที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้        6.1 ไม่เป็นบุคคลซึ่งต้องโทษจำคุกสำหรับความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ดังต่อไปนี้    (ก)   มาตรา 97 ถึงมาตรา 111 มาตรา 120 มาตรา 177 ถึงมาตรา 183 มาตรา 249 มาตรา 250 หรือมาตรา 293 ถึงมาตรา 303    (ข)  มาตรา 254 ถึงมาตรา 257 และพ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษถึงวันยื่นคำขอใบอนุญาต เว้นแต่ในกรณีความผิดที่กระทำโดยความจำเป็นหรือเพื่อป้องกันหรือโดยถูกยั่วยุโทสะ    6.2 ไม่เป็นบุคคลซึ่งต้องโทษจำคุกสำหรับความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2477 มาตรา 11 มาตรา 22 มาตรา 29 หรือมาตรา 33 หรือพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7 มาตรา 24 มาตรา 33 หรือมาตรา 38    6.3 ไม่เป็นบุคคลซึ่งต้องโทษจำคุกตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป ในระหว่างห้าปีนับย้อนขึ้นไปจากวันยื่นคำขอ สำหรับความผิดอย่างอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ใน ข้อ 6.1 (ก) และ (ข) เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ","2022-04-12T10:09:00"],
    [700,"94e56e19-b0f8-43fd-a4c5-8b40a2bc265d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันกัดปลา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-5b73-4210-ba0f-7ef3185cccaf",90,0,null,"1.หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันกัดปลามีอายุไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันออกหนังสืออนุญาต หากจะขอต่ออายุการใช้สถานที่เล่นการพนัน ให้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนครบกำหนดการอนุญาตเดิมไม่น้อยกว่าสามสิบวันในเขตกรุงเทพมหานครต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมการปกครองก่อน และในเขตจังหวัดอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนอนึ่ง ปัจจุบันกรมการปกครองมีนโยบายไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งสนามชนไก่/กัดปลาในเขตกรุงเทพมหานคร          2. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน            3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                4.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน     5. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย","2022-04-11T16:11:11"],
    [701,"94e56e19-b646-450a-b2ae-c776dafc2959","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่/กัดปลา (ประเภทให้สัตว์อื่นต่อสู้กันนอกจากโค กระบือ แพะ แกะ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-6289-4bf8-9776-d737fe4dfb49",90,200,null,"1. สถานที่สำหรับเล่นการพนันจะต้องได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันก่อน        2. ในเขตกรุงเทพมหานครต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมการปกครอง และในจังหวัดอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราราชการจังหวัดก่อน          3. การอนุญาตให้เล่นการพนันชนไก่/กัดปลา (ให้สัตว์อื่นต่อสู้กันนอกจากโค กระบือ แพะ แกะ)                 3.1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 สังเวียน หรือ 1 ที่ หรือ 1 อ่าง เว้นแต่ปลากัดให้ใช้ได้ ไม่เกิน 2 แป้น และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน                3.2 การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 19.00 น.)                3.3 ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้                3.4 ห้ามมิให้เอาสัตว์ชนิดอื่น นอกจากที่ได้รับอนุญาตมาต่อสู้กัน                3.5 สัตว์ที่จะเข้าแข่งในครั้งหนึ่ง ต้องไม่เกิน 1 คู่ ต่อเมื่อแพ้ชนะกันแล้วจึงให้นำคู่อื่นเข้าต่อสู้กันต่อไปได้ เว้นแต่ไก่ในระหว่างพักให้น้ำให้นำคู่อื่นเข้าต่อสู้แทนกันได้ ส่วนปลากัดให้ต่อสู้กันได้ครั้งหนึ่งไม่เกินแป้นละ 1 คู่                3.6 ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          4. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          5.อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา   วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษาแต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)          6. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          7. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          8. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นการพนันประเภทให้สัตว์ต่อสู้กันได้เฉพาะการพนันชนไก่/กัดปลา ชนโคและชนกระบือ เท่านั้น          9. ผู้ขออนุญาตจะต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันชนไก่หรือกัดปลา หรือชนสัตว์ประเภทนั้นๆแล้วเท่านั้น          10.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          11. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว        12. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน        13. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:10:56"],
    [702,"94e56e19-b958-4f3b-a271-004d4c050931","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันชนโค กระบือ แพะ แกะ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-6678-4254-acc0-f432d0242cb6",90,400,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            1. สถานที่สำหรับเล่นการพนันจะต้องได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนัน(บ่อน)ก่อน        2. ในเขตกรุงเทพมหานครต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมการปกครอง และในจังหวัดอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราราชการจังหวัดก่อน          3. การอนุญาตให้เล่นการพนันชนโค กระบือ แพะ แกะ                3.1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 สนาม และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน                3.2 การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นตั้งแต่เวลา          07.00 น. ถึงเวลา 19.00 น.)                3.3 ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้                3.4 ห้ามมิให้เอาสัตว์ชนิดอื่น นอกจากที่ได้รับอนุญาตมาชนกัน                3.5 สัตว์ที่จะชนกัน ในครั้งหนึ่งต้องไม่เกินกว่า 1 คู่                3.6 ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          4. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          5. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอัฏฐมีบูชา (วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า(ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 2 ) วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษาและวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)          6. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          7. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบาย สั่งห้ามไว้          8. ผู้ขออนุญาตจะต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันชนโค กระบือ แพะ หรือแกะแล้วเท่านั้น          9. โค หรือสัตว์ที่จะชนทุกตัวต้องมีหนังสือรับรองจากปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์อำเภอต้นทางว่าได้ผ่านการกักตรวจฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่ไม่เกิน 6 เดือน โค หรือสัตว์ที่จะชนตัวใดยังไม่ได้มีการตรวจกักฉีดวัคซีนมาก่อนต้องมีหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ท้องที่ที่สนามกีฬาชนโคตั้งอยู่ว่าโค หรือสัตว์นั้นได้ผ่านการกักตรวจฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันแข่ง          10. จำนวนครั้งที่อนุญาตให้ชนโค                10.1. กรณีปกติ                            10.1.1. ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง ให้อนุญาตได้บ่อนหนึ่งเดือนละ 1 ครั้ง                            10.1.2. จังหวัดอื่นๆ ให้อนุญาตได้บ่อนหนึ่งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เดือนหนึ่งไม่เกิน 4 ครั้ง               10.2. กรณีพิเศษ                            10.2.1. เฉพาะงานที่จัดให้มีขึ้นในโอกาสอันเป็นประเพณีท้องถิ่นซึ่งได้จัดให้มีเป็นประจำทุกปีและเคยได้รับอนุมัติมาแล้ว                            10.2.2. กรณีที่เป็นการขออนุญาตในกรณีจำเป็นอย่างยิ่งในการหาเงินเพื่อการกุศลสาธารณะ ให้อนุมัติได้ปีละไม่เกิน 5 ครั้ง                            10.2.3. การอนุมัติในแต่ละครั้งให้อนุมัติได้ไม่เกิน 3 วัน โดยต้องจัดให้มีการเล่นในสนามชนโคที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันชนโคประจำปีแล้ว                            10.2.4. หากการจัดงานตาม ข้อ 10.2.1. หรือ 10.2.2. นั้น เป็นการจัดงานร่วมกับทางวัดแล้ว ห้ามมิให้อนุมัติ          11. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นการพนันประเภทให้สัตว์ต่อสู้กันได้เฉพาะการพนันชนไก่/กัดปลาชนโคและชน กระบือเท่านั้น ห้ามมิให้ออกใบอนุญาตให้นำสัตว์ประเภทอื่นต่อสู้กัน โดยเฉพาะการจัดให้มีสุนัขกัดกันหรือการให้สัตว์ต่อสู้กันในลักษณะเป็นการทรมานสัตว์ด้วย     12. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตเล่นการพนันชนกระบือได้เป็นครั้งคราวในงานอันเป็นประเพณีนิยมของท้องถิ่นเท่านั้น       13. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน       14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       15. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       16. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:10:42"],
    [703,"94e56e19-c112-4b12-9d00-6143acc2978b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันบิลเลียด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-70b7-45fe-8fd1-879100e4be3c",90,300,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            1. ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับการเล่นการพนันบิลเลียดก่อน เว้นแต่เป็นการเล่นในเคหสถานที่มีบริเวณกว้างขวางและรั้วรอบมิดชิดจำนวนไม่เกินหนึ่งโต๊ะโดยผู้จัดให้มีการเล่นหรือเจ้าบ้านแล้วแต่กรณีมิได้เรียกเก็บหรือรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่นนั้น หรือซึ่งเล่นเพื่อการรื่นเริงในสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวนไม่เกิน 5 โต๊ะ โดยสมาคมเก็บค่าเกมตามสมควร และจัดให้มีการเล่น ดังนี้        1.1.วันปฏิบัติราชการตามปกติ ระหว่างเวลา 15.00 นาฬิกาถึงเวลา 01.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น และ        1.2. ในวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 11.00 นาฬิกา ถึงเวลา 01.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น  2. การอนุญาตให้เล่นการพนันบิลเลียด    2.1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 โต๊ะ และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินสามสิบวันนับจากวันออกใบอนุญาต    2.2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (ให้่เล่นได้ภายในเวลา 17.00 น. ถึงเวลา 23.00 น.)    2.3.ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้    2.4. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากเล่นอย่างการนับแต้มชนะกัน เป็นเกมส์สั้นเกมส์ยาวหรือเล่นอย่างอื่นที่เรียกว่าสนุกเกอร์ หรือรัสเซียนพูล    2.5. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย    2.6. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด    2.7. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬบูชา และวันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ (วันขึ้น หรือวันแรม 8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)    2.8. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช    2.9. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้    2.10. ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายห้ามออกใบอนุญาตให้เล่นการพนันบิลเลียดโดยเด็ดขาด เว้นแต่เว้นแต่เป็นการเล่นในเคหสถานที่มีบริเวณกว้างขวางและรั้วรอบมิดชิดจำนวนไม่เกินหนึ่งโต๊ะ โดยผู้จัดให้มีการเล่นหรือเจ้าบ้านแล้วแต่กรณีมิได้เรียกเก็บหรือรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่นนั้น หรือซึ่งเล่นเพื่อการรื่นเริงในสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวนไม่เกิน 5 โต๊ะ โดยสมาคมเก็บค่าเกมตามสมควร และเล่นในเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวงตามข้อ 1           3..ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน    4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    6. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:17:53"],
    [704,"94e56e19-c423-4079-89b2-3910e3faf866","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่โป๊กเกอร์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-7487-4b77-8df8-6b9b50b56fa5",90,2000,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            1. ในเขตกรุงเทพมหานครต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมการปกครองก่อน และในเขตจังหวัดอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน          2. การอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่โป๊กเกอร์                2.1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน                2.2 การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และห้ามมิให้เล่นในที่เปิดเผย โดยคนภายนอกแลเห็น (วันอาทิตย์ระหว่างเวลา 12.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. วันอื่นๆ ระหว่างเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.                 2.3 ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้                2.4 ห้ามมิให้ใช้ไพ่อื่นนอกจากไพ่โป๊กเกอร์กซึ่งมีจำนวน 52 ใบ ไม่มีโจ๊กเกอร์ สำหรับเล่น ซึ่งต้องแจกไพ่คนละ 5 ใบ แต่คนหนึ่งคราวละ 1 ใบ พอครบ 5 ใบ แล้วให้หยุดเลือกไพ่ทั้ง 5 ใบ นั้นลงเปลี่ยนกับไพ่กองกลางได้ 1 ครั้ง หรือจะไม่เปลี่ยนก็ได้ แล้วเจ้ามือว่าสู้ราคา ถ้าเจ้ามือไม่สู้ คนขวาว่าสู้ได้ดังนี้เป็นลำดับกันไป ถ้าจะไม่สู้ต้องคว่ำไพ่เสียทั้งหมด เมื่อสู้ราคากันเสร็จแล้วให้แบไพ่ออกศักดิ์หรือแต้มไพ่ของใครสูง ผู้นั้นชนะ                2.5.ห้ามมิให้นับศักดิ์และแต้มไพ่เป็นอย่างอื่นนอกจากสูงไปต่ำ ตามลำดับ ดังนี้                            2.5.1. ไพ่พวกเดียวกันเรียงแต้มกันทั้ง 5 ใบ ถ้ามีเช่นนี้เหมือนกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปแล้วแต่จะตกลงกันว่าไพ่พวกใดเป็นใหญ่ แต่ต้องถือว่าไพ่พวกโพธิ์ดำเป็นใหญ่กว่าพวกอื่น                            2.5.2. ไพ่เลขเดียวกัน รวม 4 ใบ อีกใบหนึ่งจะเป็นตัวอะไรก็ได้                            2.5.3. ไพ่เลขเดียวกัน 3 ใบ ส่วนอีก 2 ใบเป็นเลขคู่กัน                            2.5.4. ไพ่พวกเดียวกันแต่ไม่เรียงแต้ม ถ้ามีเช่นนี้เหมือนกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แล้วแต่จะตกลงกันว่าไพ่พวกใดเป็นใหญ่ แต่ต้องถือว่าไพ่พวกโพธิ์ดำใหญ่กว่าพวกอื่น                            2.5.5. ไพ่เลขเดียวกัน 3 ใบ แต่อีก 2 ใบ จะเป็นตัวอะไรก็ได้                             2.5.6. ไพ่เลขเดียวกันรวม 2 คู่ ส่วนอีก 1 ใบ ตัวอะไรก็ได้                             2.5.7. ไพ่เลขเดียวกัน 1 คู่ ส่วนอีก 3 ใบ จะเป็นตัวอะไรก็ได้                            2.5.8. ไพ่ที่ไม่เข้าลักษณะใดใน (1) ถึง (7) แต่รูปใหญ่กว่าคนอื่น ถ้าไพ่ใน (2) (3) (5) (6) มีผู้ถือเหมือนกัน 2 คนขึ้นไป ให้ถือลำดับสูงต่ำของศักดิ์ของแต้มไพ่นั้นๆ                            2.5.9. จำนวนผู้เข้าเล่นในวงหนึ่งไม่เกิน 10 คน                            2.5.10.ห้ามมิให้เล่นการพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด                            2.5.11.ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย      3. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด      4. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)        5. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช       6. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบาย สั่งห้ามไว้       7.กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายห้ามออกใบอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่เผ/ไพ่โปกเกอร์โดยเด็ดขาดฃ       8.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน       9. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       10. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน        11. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:18:10"],
    [705,"94e56e19-c744-43cb-9fa9-00f7123b92e9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่เผ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-7856-444d-a927-0dfbde0f4fb7",90,2000,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            1. ในเขตกรุงเทพมหานครต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมการปกครองก่อน และในเขตจังหวัดอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน           2. การอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่เผ       2.1 ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน       2.2 การพนันนี่้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และห้ามมิให้เล่นในที่เปิดเผย โดยคนภายนอกแลเห็น (วันอาทิตย์ เวลา 12.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. วันอื่นๆ เวลา 18.00 น. ถึงวันที่ 24.00 น.)       2.3 ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้       2.4 ห้ามมิให้ใช้ไพ่อื่นนอกจากไพ่ป๊อกซึ่งมีจำนวน 52 ใบ ซึ่งต้องแจกไพ่ 5 ใบ แต่คราวหนึ่งคนละ 1 ใบ ใบแรกหรือใบที่ 2 ให้คว่ำ 1 ใบ หงาย 1 ใบ จะเป็นใบใดก็ได้ นอกนั้นให้แจกหงายทุกใบ ถ้าแจกคราวใดไพ่ใบหงายของใครสูงกว่าคนอื่น คนนั้นจะว่าสู้ราคาโดยลงเงินเพิ่มก็ได้ ถ้าใครสู้ต้องวางเงินตามจำนวนที่ว่าสู้ราคากัน เมื่อแจกไพ่ครบ 5 ใบ และสู้ราคาเสร็จแล้วต้องหงายไพ่ใบคว่ำขึ้น แล้วรวมแต้มทั้งหมดถ้าศักดิ์หรือแต้มไพ่ของใครสูง คนนั้นชนะ       2.5.ห้ามมิให้นับศักดิ์และแต้มไพ่เป็นอย่างอื่นนอกจากสูงหรือต่ำ ตามลำดับ ดังนี้          2.5.1. ไพ่พวกเดียวกันเรียงแต้มกันทั้ง 5 ใบ ถ้ามีเช่นนั้นเหมือนกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปแล้วแต่จะตกลงกันว่าไพ่พวกใดเป็นใหญ่ แต่ต้องถือว่าไพ่พวกโพธิ์ดำเป็นใหญ่กว่าพวกอื่น          2.5.2. ไพ่เลขเดียวกัน รวม 4 ใบ อีกใบหนึ่งจะเป็นตัวอะไรก็ได้          2.5.3. ไพ่เลขเดียวกัน 3 ใบ ส่วนอีก 2 ใบเป็นเลขคู่กัน          2.5.4. ไพ่พวกเดียวกันแต่ไม่เรียงแต้ม ถ้ามีเช่นนี้เหมือนกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แล้วแต่จะตกลงกันว่าไพ่พวกใดเป็นใหญ่ แต่ต้องถือว่าไพ่พวกโพธิ์ดำใหญ่กว่าพวกอื่น          2.5.5. ไพ่เลขเดียวกัน 3 ใบ แต่อีก 2 ใบ จะเป็นตัวอะไรก็ได้          2.5.6. ไพ่เลขเดียวกันรวม 2 คู่ ส่วนอีก 1 ใบ ตัวอะไรก็ได้          2.5.7. ไพ่เลขเดียวกัน 1 คู่ ส่วนอีก 3 ใบ จะเป็นตัวอะไรก็ได้           2.5.8. ไพ่ที่ไม่เข้าลักษณะใดใน (1) ถึง (7) แต่รูปใหญ่กว่าคนอื่น ถ้าไพ่ใน (2) (3) (5) (6) มีผู้ถือเหมือนกัน 2 คนขึ้นไป ให้ถือลำดับสูงต่ำของศักดิ์ของแต้มไพ่นั้นๆ           2.5.9. จำนวนผู้เข้าเล่นในวงหนึ่งไม่เกิน 10 คน           2.5.10.ห้ามมิให้เล่นการพนันด้วยวิธีเสมอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด           2.5.11.ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย       3. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด       4. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษาแต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)         5. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช       6.ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้       7.กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายห้ามการออกใบอนุญาตให้เล่นไพ่เผโดยเด็ดขาด       8.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน       9.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      10. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       11. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:18:21"],
    [706,"94e56e19-bb9c-42ad-b74a-533ebc9d2b25","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันชกมวย มวยปล้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-69d3-4038-b43b-ec1799d834b0",90,0,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            1.หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันชกมวย มวยปล้ำ ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมการปกครองก่อน และในเขตจังหวัดอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนอนึ่ง          2. ให้อนุญาตให้จัดตั้งสนามแข่งขันชกมวย มวยปล้ำ ได้เฉพาะจังหวัดพระนครไม่เกิน 3 สนาม จังหวัดธนบุรีและจังหวัดอื่นไม่เกิน 1 สนาม   ถ้าหากจังหวัดใดมีเหตุต้องการจะมีมากกว่า 1 สนาม ก็ให้ชี้แจงเหตุผลไปพร้อมกับส่งเรื่องราวไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการและเมื่อ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้จัดตั้งได้แล้วจะต้องจัดสร้างเวทีและอัฒจันทร์ที่นั่งคนดูให้แล้วเสร็จเปิดการแข่งขันได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังเปิดการแข่งขันไม่ได้ให้ถือว่าสิทธิ์นั้นหมดไปในการเพิกถอนการอนุญาตเสีย แต่ถ้ามีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่อาจจัดขึ้นได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ถูกสั่งระงับสิทธินั้น ซึ่งจะได้พิจารณา   ตามความเหมาะสมเป็นรายๆไป          3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วั           4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          6. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย","2022-04-11T16:23:28"],
    [707,"94e56e19-be33-4774-bf7d-97ebf412aa23","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันชนไก่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-6d0f-4db3-a14c-87165aff7419",90,0,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            1.หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่มีอายุไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันออกหนังสืออนุญาต หากจะขอต่ออายุการใช้สถานที่เล่นการพนัน ให้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนครบกำหนดการอนุญาตเดิมไม่น้อยกว่าสามสิบวัน โดยต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ว่าสถานที่และการจัดสถานที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมปศุสัตว์กำหนด ทั้งนี้ในเขตกรุงเทพมหานครต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดี    กรมการปกครองก่อน และในเขตจังหวัดอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน อนึ่ง ปัจจุบันกรมการปกครองมีนโยบายไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งสนามชนไก่/กัดปลาในเขตกรุงเทพมหานคร   2. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   4.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน   5. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย","2022-04-11T16:17:37"],
    [708,"94e56e19-ca38-424e-99d7-efb13a6d386e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นการพนันสะบ้าทอย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-7bd6-43ec-91ba-93b67490dbba",33,100,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันสะบ้าทอย    1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน    2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 07.00 น.ถึงเวลา 24.00 น. )    3.ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้    4. การเล่นสะบ้าทอยนี้ ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย ผลัดกันใช้ลูกทอยซึ่งทำด้วยไม้ไผ่ฝ่ายละ 3 ลูก ทอยลูกสะบ้าที่ตั้งไว้เป็นแก่นในสนามฝ่ายละ 5 ลูก ฝ่ายใดจะทอยก่อนทอยหลังก็แล้วแต่จะตกลงกัน ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันทอยลูกสะบ้าของอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าฝ่ายใดทอยของอีกฝ่ายหนึ่งล้มหมดเป็นชนะถ้าต่างทอยล้มหมดหรือไม่หมดด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย เป็นอันเสมอกัน    5. ห้ามมิให้ผู้จัดให้มีการเล่นนี้หักเอาค่าผลประโยชน์จากเงินเดิมพันซึ่งคู่เล่นทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันในเที่ยวหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนเงินเดิมพันนั้น    6. จำนวนผู้เข้าเล่นในเที่ยวหนึ่งไม่เกินฝ่ายละ 1 คน    7. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอก หรือต่อรองกันอย่างใด    8. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย    9. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด    10.อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา  วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชาวันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ (วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)    11. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช    12. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้     13.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน     14.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                         15. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       16. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.  การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:18:38"],
    [709,"94e56e19-cd0e-4540-925f-a9558614c39a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นการพนันสะบ้าชุด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-7f92-463f-9fb7-7ff6add8d98b",33,100,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันสะบ้าชุด  1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน   2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ระหว่างเวลา 7.00 น. ถึง 24.00 น.)    3.ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้    4. การเล่นสะบ้าชุด ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย ผลัดกันเป็นเจ้ามือหรือตามแต่จะตกลงกัน ฝ่ายเจ้ามือเป็นผู้ยิงสะบ้าซึ่งตั้งไว้ในสนาม 10 ลูกก่อน ถ้าเจ้ามือยิงถูกลูกสะบ้าล้มตั้งแต่ 8 ลูกขึ้นไป ก็ชนะได้เงินซึ่งลูกค้าทุกคนแทงพนันไว้ ถ้ายิงถูกลูกสะบ้าไม่ล้มเลยหรือล้มเพียงลูกเดียวต้องใช้เงินที่ลูกค้าแทงทั้งหมดทุกคน แต่ถ้ายิงลูกสะบ้าล้มตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไปแต่ไม่เกิน 7 ลูก ลูกค้าคนหนึ่งๆ ต้องยิงลูกสะบ้านั้นเช่นเดียวกับเจ้ามือ ถ้ายิงลูกสะบ้าล้มมีจำนวนมากกว่าของเจ้ามือ เป็นฝ่ายชนะ ถ้าล้มน้อยกว่าหรือไม่ล้มเลยเป็นฝ่ายแพ้ ถ้าล้มมีจำนวนเท่ากันเป็นอันเสมอกัน    5. ห้ามมิให้ผู้เล่นคนหนึ่งแทงพนันเที่ยวหนึ่งไม่เกินกว่า10 บาท    6. ห้ามมิให้ผู้จัดให้มีการเล่นหักเอาค่าผลประโยชน์จากผู้เล่นเกินกว่าร้อยละห้าของยอดจำนวนเงินที่แทงพนันกันในเที่ยวหนึ่งๆ    7. จำนวนผู้เข้าเล่นในเที่ยวหนึ่งต้องไม่เกิน 20 คน    8. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสมอนอก หรือต่อรองกันอย่างใด    9. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย    10. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด    11. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)    12. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช    13. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้        14. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน        15. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว            16. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          17. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:18:54"],
    [710,"94e56e19-cfc3-4a1c-b311-1f7fcbaa886d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันวิ่งวัวคน  ซึ่งไม่มีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีป หรือบุ๊กเมกิงรวมอยู่ด้วย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-82f6-4189-82ef-fb7810984981",33,200,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      1. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด   2. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)   3. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช   4. ห้ามจัดแข่งขันในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้   5. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 สนาม และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน   6. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล่นได้ระหว่างเวลา 7.00 น. ถึง 19.00 น.)   7. ห้ามมิให้ผู้ใบอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้   8. ห้ามมิให้ใช้ทางสำหรับการแข่งเกินกว่า 1 ทาง   9. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย   10. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน    11. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     12. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน   13. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558      คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:19:08"],
    [711,"94e56e19-d353-4d39-8f06-5124510f38dc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่ผ่องไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-86e2-45f1-97b4-d6f92debe8c6",33,50,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่ผ่องไทย   1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน?   2. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และห้ามมิให้เล่นในที่เปิดเผย โดยคนภายนอกแลเห็น(อนุญาตให้เล่นวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 12.00 ถึงเวลา 24.00 น. วันอื่น ระหว่างเวลา 18.00 ถึงเวลา 24.00 น.)?   3. ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้    4. การเล่นไพ่ผ่องไทย ย่อมประกอบด้วยไพ่สำหรับหนึ่ง มีเอี่ยวพระยา เอี่ยวแดงนาง เอี่ยวหนู เอี่ยวซี เอี่ยวเกือก สองตาโต สององคต สองคน สามตาโต สามนกเตี้ย สามคน สี่มะเขือ สี่นมยาน สี่คน ห้าแตงโม ห้านก ห้าคน หกตาโต หกละเอียด หกคน เจ็ดพัด เจ็ดนก เจ็ดคน แปดตาโต แปดละเอียด แปดคน เก้าจันทร์ เก้าแดง เก้าคน อย่างละ 4 ใบ รวมไพ่ 120 ใบ เจ้ามือถือไพ่ 12 ใบ ลูกค้าถือไพ่คนละ 11 ใบ ห้ามมิให้เล่นพลิกแพลงเป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้มีตัวเก็งตรง และตัวหิ้งมากกว่าอย่างละหนึ่งตัวและห้ามมิให้คนภายนอกเข้าเล่นพนันคู่ผ่องนอกจากผู้เล่นอยู่ในวงการเล่นนี้เท่านั้นถ้าเล่นกันเป็นปี่แล้ว ห้ามมิให้มีการกินล้มเป็นอย่างอื่น นอกจากกินล้มสี่ตอง เอี่ยวทั้งมือ สามเศียรทั้งมือ ถลกสี่ตัว หรือถลกกินตัวเก็ง ตัวหิ้ง ห้ามมิให้ใช้ไพ่ต่างพวกผสมเป็นเศียรและตอง เช่น สองกับสาม เป็นต้น   5. ห้ามมิให้เอาไพ่ที่แจกแล้วนั้นลงคนหรือแลกเปลี่ยนกันอีก หรือมีตัวโจกหรือสมมุติไพ่ตัวหนึ่งตัวใดในสำหรับขึ้นต่างโจ๊ก   6. จำนวนผู้เข้าเล่นในวงหนึ่งไม่เกิน 6 คน   7.ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสนอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด   8. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย   9. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด  10.อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา  วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)  11. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช  12. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้   13. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน    14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              15. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  16. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ","2022-04-11T16:19:18"],
    [712,"94e56e19-d62d-49c6-88c1-232043e6d01c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่นกกระจอก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-8a8f-445b-88d6-61ee72a4cb89",33,1000,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่นกกระจอก มีดังนี้   1.ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน   2. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และห้ามมิให้เล่นในที่เปิดเผย โดยคนภายนอกแลเห็น (อนุญาตให้เล่นได้วันอาทิตย์ระหว่างเวลา 12.00 ถึงเวลา 24.00 น. วันอื่น ระหว่างเวลา 18.00 ถึงเวลา 24.00 น.)   3. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้   4. การเล่นไพ่นกกระจอกนี้ย่อมประกอบด้วยไพ่สำรับหนึ่ง 136 ตัว คือ ตัวตั้ง น้ำ ไซ ปั้ก อั้งตง ฮวด ใช้ แปะ ไป้ นกกระจอก ยี่เซาะ ซาเซาะ   ซี้เซาะ ลักเซาะ ซิดเซาะ โป้ยเซาะ เก๊าเซาะ เจ๊กบ้วน น่อบ้วน ซาบ้วน สี่บ้วน โง่วบ้วน ลักบ้วน ซิดบ้วน โป้ยบ้วย เก๊าบ้วน เจ๊กตั้ง น่อตั้ง ซาตั้ง ซี้ตั้ง   โง่วตั้ง ลักตั้ง ซิดตั้ง โบ้ยตั้ง เก๊าตั้ง อย่างละ 4 ตัว และให้มีไพ่ที่เป็นเครื่องหมายสำหรับเจ้ามืออีก 4 ตัว คือ ตัวตั้ง น้ำ ไซ ปั้ก เจ้ามือถือไพ่ 14 ตัว ลูกค้าถือคนละ 13 ตัว ไพ่ที่ทิ้งเก็บได้ ผ่องได้ กินได้ ไพ่เปิดไม่ต้องให้ใครดู เมื่อจะคอยกินไพ่ต้องคอยเศียรหรือคู่ หรือคอยไพ่เดี่ยว ไพ่ที่เรียกว่า เศียรนั้น เช่น มี ยี่เซาะ ซาเซาะ ซี้เซาะ อย่างละตัว ดังนี้เป็นต้น ห้ามมิให้เล่นพลิกแพลง เป็นอย่างอื่น การกินไพ่ ถ้าเจ้ามือกินตรงกับตัวไพ่ที่ถือไว้เป็นเครื่องหมายนั้นด้วยแล้วต้องได้ 2 ต่อ ส่วนลูกค้ากินได้ต่อเดียว   5.จำนวนผู้เข้าเล่นในวงหนึ่งไม่เกิน 4 คน   6.ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสนอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด   7. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย   8.สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด   9. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษาแต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)  10.ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช   11.ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้    12.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน    13.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว             14.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  15. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:19:30"],
    [713,"94e56e19-d91e-4ec8-bb8d-1ff0cf123e2a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่ซีเซ็ก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-8e45-4510-999d-38db097eb6b7",33,1000,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่ซีเซ็ก     1.ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบแนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน     2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และห้ามมิให้เล่น ณ ที่เปิดเผย โดยคนภายนอกแลเห็น(อนุญาตให้เล่นได้วันอาทิตย์ระหว่างเวลา 12.00 น. ถึง เวลา 24.00 น.) วันอื่นๆ ให้เล่นได้ระหว่างเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.    3.ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้   4. การเล่นไพ่ซีเซ้ก(ไพ่สี่สี) ย่อมประกอบด้วยไพ่สำหรับหนึ่ง 112 ใบ แบ่งออกเป็น 7 พวก เรียกชื่อว่า ตี่ สือ เฉี่ย กือ เบ๊ เผ่า จุ้ด และในพวกหนึ่งมีอย่างละ 4 สี สีละ 4 ตัว คือ อั้ง (สีแดง) อึ้ง (สีเหลือง) แป๊ะ (สีขาว) แซ (สีเขียว) และห้ามมิให้เล่นนอกจาก 3 ชนิด ดังต่อไปนี้   ชนิดที่ 1 เรียกว่า ฮู่เกี๊ยะ เจ้ามือถือไพ่ 21 ใบ ลูกค้าถือไพ่คนละ 20 ใบ ไพ่ทิ้งผ่องได้นาบคู่ได้ นาบเศียรได้ กินได้แต่จะกินจ๊ะกันต้องให้ผู้ที่อยู่ใต้มือกิน เว้นแต่ผู้คอยกินเปิดไพ่ตัวที่จะกินนั้นได้เอง การกินไพ่อย่างน้อยต้องนับให้ได้ตั้งแต่เก้าแต้มขึ้นไป จะเป็นไพ่สีใดก็ตามถ้าอยู่ในพวกเดียวกัน เช่น อั้งกือ อึ้งกือ แป๊ะกือ แซกือ รวม 4 ใบ นับ 4 แต้ม ไพ่บนมือมี 3 ใบ เหมือนกันและสีเดียวกันจะเป็นตัวใดก็ตามเรียกว่าตองนับ 3 แต้ม เมื่อเปิดในกองหรือผู้ใดทิ้งให้อีกใบหนึ่งเป็นสี่ใบเรียกว่า ไข่ นับ 6 แต้ม ถ้า 4 ใบ เหมือนกัน เรียกว่า ไข่บนมือ นับ 8 แต้ม คู่ที่ผ่องมาเป็นตอง หรือมีตัวตีสีใดสีหนึ่งนับใบละ 1 แต้ม การกินต้องเป็นไพ่สีเดียวกันจะเป็นเศียร ตี่ สือ เฉี๋ย หรือ กือ เบ้ เผ่า ก็ได้ และนับ 1 แต้ม   ชนิดที่ 2 เรียกว่า ตั้วฮู้ เจ้ามือถือไพ่ 26 ใบ ลูกค้าถือไพ่คนละ 25 ใบ ให้เล่นเหมือนชนิดที่ 1 ต่างแต่ว่าเมื่อมีตี่4 สี คือ อั้งตี่ อึ้งตี่ แชตี่ แป๊ะตี่ ให้นับเป็น 8 แต้ม เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง   ชนิดที่ 3 เรียก บั้วติ๊ด เจ้ามือถือไพ่ 21 ใบ ลูกค้าถือไพ่คนละ 20 ใบ และให้เล่นเหมือนชนิดที่ 1 ต่างแต่การกินเศียรเป็นเศียรสีเดียวกันอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามมิให้เล่นพลิกแพลงเป็นอย่างอื่น   5.การเล่นไพ่ซีเซ็กทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวนี้ห้ามมิให้เอาไพ่ที่แยกแล้วลงคนหรือแลกเปลี่ยนกันอีก   6. จำนวนผู้เข้าเล่นชนิด ฮู่เกี๊ยะ ในวงหนึ่งไม่เกิน 4 คน ชนิด ตั้วฮู้ ในวงหนึ่งไม่เกิน 3 คน และชนิด บั้วติ๊ด ในวงหนึ่งไม่เกิน 4 คน           7 ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย                                                        8. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด   9.อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ (วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)   10. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์  วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช     11. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวัน  เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้       12. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน       13. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       14.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน   15. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:19:47"],
    [714,"94e56e19-dbb4-4ed7-897d-f85a5d3e1fc8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันดวด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-91c7-4ab8-b8e3-dc3e1d33437e",33,100,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันดวด   1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน    2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 12.00 ถึงเวลา 24.00 น. วันอื่น ระหว่างเวลา 18.00 ถึงเวลา 24.00 น.)   3. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้    4. ห้ามมิให้มีจำนวนผู้เข้าเล่นในสองฝ่ายมากกว่า ฝ่ายละ 1 คน    5. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย    6. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด   7. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา  วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)    8.ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์   วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช    9.ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้      10.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน         11.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         12.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          13. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขออนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ    4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:20:11"],
    [715,"94e56e19-dec6-4e78-b530-150c3bcc6386","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่ผ่องจีน  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-95bf-4a33-8bea-5bb832f6a4d5",33,1000,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่ผ่องจีน         1.ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วงและใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน?        2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และห้ามมิให้เล่นในที่เปิดเผย โดยคนภายนอกแลเห็น(อนุญาตให้เล่นวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 12.00 ถึงเวลา 24.00 น. วันอื่น ระหว่างเวลา 18.00 ถึงเวลา 24.00 น.)??          3. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          4. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          5. การเล่นไพ่ผ่องจีน ประกอบด้วยไพ่สำหรับหนึ่ง 116 ใบ แบ่งออกเป็นสองพวก พวกหนึ่งแดง พวกหนึ่งดำ พวกแดงมี อั้งตี๋ อั้งสือ อั้งเฉีย อั้งกือ อั้งเบ้ อั้งเผ่า ชนิดละ 8 ใบ และมีอั้งจุ้ด 10 ใบ พวกดำมี โอวตี่โอวสือ โอวเฉีย โอวกือ โอวเบ้ โอวเผ่า ชนิดละ 8 ใบ และโอวจุ้ด 10 ใบ เจ้ามือถือไพ่ 12 ใบ ลูกค้าถือไพ่คนละ 11 ใบ ไพ่ทิ้งเก็บไม่ได้และกินไม่ได้ ผู้เล่นคนใดมีไพ่บนมือเหมือนกัน 4 ใบ เรียกว่าขั้บต้องเอาลงคว่ำแล้วหยิบไพ่ในกองขึ้นมาเพิ่มบนมืออีก 1 ใบ ถ้ามีไพ่บนมือเหมือนกัน 5 ใบ เรียกว่าไข่บนมือ ต้องเอาลงหงายและหยิบไพ่ในกองขึ้นมาเพิ่มบนมืออีก 2 ใบ ผู้ที่คว่ำขั้บนั้น เมื่อผู้ที่เล่นคนใดหรือตนเองก็ดี เปิดไพ่ในกองขึ้นมาตรงกับไพ่ที่ขั้บที่คว่ำ ก็เรียกว่าไข่ แต่ถ้ามีผู้อื่นที่คอยจะกินไพ่ตัวนั้น ก็ต้องยอมให้ผู้ที่คอยกินและถ้าผู้ใดคอยจะกินและมีขั้บอยู่ด้วย เมื่อเปิดไพ่ในกองขึ้นมาตรงกับไพ่ตัวขั้บที่คว่ำไว้แล้วนั้นจะกินหรือไข่อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ การกินไพ่ที่เรียกว่ามีไข่อยู่ก่อนแล้วเรียกว่าเรียกว่าไข่แตก ผู้ใดกินไพ่ซึ่งมีไข่แตก 1 รัง ต้องนับเป็น 2 ต่อ 2 รัง 3 ต่อ ถ้ามีไข่แตกธรรมดาไม่ได้กิน ก็นับรังละ 1 ต่อ ลักษณะการกินไพ่จะกินเป็นตองก็ได้ เศียรก็ได้ แต่ต้องเป็นพวกเดียวกัน พวกดำกับพวกแดงจะผสมกันกินหรือผสมกันเป็นตองเป็นเศียรไม่ได้ ไพ่ที่เรียกว่าตองต้องเป็นไพ่ที่มีชื่ออย่างเดียวกันทั้ง 3 ใบ ส่วนเศียรนั้นผสมได้ เช่น อั้งตี่ อั้งสือ อั้งเฉีย หรือโอวกือ โอวเบ้ โอวเผ่า ดังนี้เป็นต้น ห้ามมิให้เล่นพลิกแพลงเป็นอย่างอื่น          6.ห้ามมิให้เอาไพ่ที่แจกแล้วนั้นลงคนหรือเปลี่ยนกันอีก นอกจากนี้สำหรับผู้เล่นให้มีการเล่นก๊าคู่ผ่องกันและท้าพนันเพิ่มจากเงินเดิมพันได้ และเงินเดิมพันที่พนันกันสำหรับการกินไพ่ให้คิดเป็นครั้งหรือเป็นปีและเงินเดิมพันที่พนันกันสำหรับการกินไพ่ให้คิดเป็นครั้งหรือเป็นปี๋ ซึ่งสุดแต่ผู้เล่นจะตกลงกันครั้งละเท่าใด          7. จำนวนผู้เข้าเล่นในวงหนึ่งไม่เกิน 5 คน          8. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          9. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)          10. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          11 ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้     12. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน     13. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     14. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          15. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:20:34"],
    [716,"94e56e19-e18c-4cdf-846a-681ba203e136","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตการพนันไพ่ต่อแต้ม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-9980-4490-9f84-7f803c72f783",33,50,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      การอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่ต่อแต้ม  1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน  2. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และห้ามมิให้เล่นในที่เปิดเผย โดยคนภายนอกแลเห็น(อนุญาตให้เล่นวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 12.00 ถึงเวลา 24.00 น. วันอื่น ระหว่างเวลา 18.00 ถึงเวลา 24.00 น.)  3. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้  4. ห้ามมิให้ใช้ไพ่อื่นนอกจากไพ่ป๊อกซึ่งมีจำนวน 52 ใบ สำหรับเล่น  5. ห้ามมิให้ใช้ไพ่ต่อแต้มอื่นนอกจากไพ่แต้ม 7 วางลงเป็นใบแรกสำหรับไพ่ต่อ  6. ผู้ใดไม่มีไพ่ต่อให้ถือว่าผู้นั้นแก๊ก(หมายความว่าผู้นั้นต้องเสียเงินพนันแล้วแต่จะตกลงกันว่าแก๊กครั้งหนึ่งเท่าไหร่)  7. ไพ่ที่ต่อแต้มกันนี้ ต่อได้เฉพาะไพ่ประเภทเดียวกัน (หมายความว่าโพธิ์ดำก็ต่อได้เฉพาะโพธิ์ดำด้วยกัน)  8. ผู้ใดลงไพ่หมดมือก่อนให้ถือว่าผู้นั้นชนะ                                                                                        9. นอกจากนี้ผู้ที่ได้ลงไพ่ต่อแต้มได้หมดมือก่อนนั้น ถ้าเป็นไพ่รูป 7 ด้วยกันแล้วให้มีการกินรูป 7 ซึ่งเรียกว่ากินโทนอีกชั้นหนึ่ง สุดแต่ผู้เล่นจะตกลงกันเป็นเงินคนละเท่าใด ทุกๆคนที่ชนะต้องเป็นผู้ที่ทำไพ่แล้วแจกสำหรับเล่นเที่ยวใหม่ต่อไป  10. จำนวนผู้เข้าเล่นวงหนึ่งไม่เกิน 8 คน  11. ห้ามมิให้เล่นพนันด้วยวิธีเสนอนอกหรือต่อรองกันอย่างใด   12. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย  13. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด  14. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา  วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ (วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)  15. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช  16. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา  08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้    17.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน    18.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              19.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       20. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:21:01"],
    [717,"94e56e19-e46b-4171-8360-d7f145393744","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นการพนันแข่งสัตว์อื่น(นอกจากม้า)   ซึ่งไม่มีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีปหรือบุ๊กเมกิงรวมอยู่ด้วย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-9d1d-4437-8310-a36d557ac09a",33,50,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      1. การเล่นดังกล่าวจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการทรมานสัตว์   2. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 เที่ยว และใบอนุญาตฉบับหนึ่งเล่นได้ไม่เกินหนึ่งวัน   3. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต(อนุญาตให้เล่นได้ระหว่างเวลา 7.00 น. ถึง 19.00 น.)   4. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้   5. ห้ามมิให้เอาสัตว์ชนิดอื่นนอกจากที่ได้รับอนุญาตมาแข่งขัน   6. สัตว์ที่จะเข้าแข่งในเที่ยวหนึ่งๆ ต้องมีจำนวนไม่เกิน 1 คู่    7. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย    8. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด    9. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอัฏฐมีบูชา(วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า(ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 2 ) วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)    10.ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช   11.กระทรวงมหาดไทยมีนโยบาย ไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งสนามแข่งสุนัข หรือแข่งสัตว์อื่น สำหรับการแข่งวัวลานให้อยู่ในดุลพินิจของจังหวัด ในการอนุญาตให้จัดการแข่งขันได้เป็นครั้งคราวในงานอันเป็นประเพณีนิยมของท้องถิ่น   12. นับตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2524ห้ามมิให้อนุมัติตั้งสนามแข่งม้าเพิ่มขึ้นอีก                                                         13.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน                         14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          15.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  16. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:21:17"],
    [718,"94e56e19-e75d-4930-91fa-0e9046d3b5f1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันข้องอ้อย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-a0e7-438d-a23f-5050df06bccb",33,100,null,"1. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 วง และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน      2.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 7.00 ถึงเวลา 19.00 น. )      3.ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้       4. การเล่นข้องอ้อยนี้ ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่น นอกจากผู้จัดให้มีการเล่นเลือกอ้อยลำหนึ่ง ให้ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง เอามีดขูดผิวออกให้เป็นทางตลอดแล้วเอามีดสับติดกับลำอ้อย ตรงเส้นที่ขูดผิวออกนั้นแล้วให้ผู้เล่นกะดูว่าเมื่อตัดอ้อยออกเป็นสองท่อน จะสูงหรือต่ำกว่ากันเพียงใด ผู้เล่นทุกคนต้องมีไม้ที่กะความสูงหรือต่ำของอ้อยนี้และต่างก็ยึดถือไว้เป็นสำคัญ แล้วจึงให้ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตัดอ้อยตรงที่เอามีดสับไว้นั้นออกเป็นสองท่อน จับตั้งขึ้นเทียบกันโดยหันทางที่ขูดผิวออกนั้นหันเข้าหากันแล้ว จึงเอาไม้ที่กะความสูงหรือต่ำของอ้อยที่ผู้เล่นทุกคนยึดถือไว้นั้นวัดเปรียบเทียบดู ไม้ของผู้เล่นคนใดวัดได้สูงพอดีกับอ้อยสองท่อนที่สูงต่ำกว่ากัน หรือมีส่วนใกล้ชิดกว่าของผู้เล่นคนอื่นๆ คนนั้นก็เป็นผู้ชนะการเสียเงินค่าข้องอ้อยนี้ให้ถือเป็นเกณฑ์ดังนี้ คือ ถ้าไม้กะความสูงหรือต่ำของข้องอ้อยของผู้เล่นคนใดที่ยึดถือไว้นั้นยาวเกินไปกว่าของผู้อื่น ผู้นั้นต้องเสีย หรืออีกนัยหนึ่งถ้าในเที่ยวใดไม่มีไม้ที่กะความสูงหรือต่ำของผู้เล่นคนใดยาวเกินไปดังนี้แล้ว การเสียเงินก็ต้องตกอยู่แก่ผู้เล่นคนที่ยึดถือไม้กะความสูงหรือต่ำของข้องอ้อยนั้นสั้นกว่าของผู้เล่นทุกคน       5. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย       6. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด       7. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา วันอาสาฬบูชา แต่ไม่รวมถึงวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)       8. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  มหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช       9. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้      10.ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 40 วัน      11.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว        12.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       13. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558  คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:21:31"],
    [719,"94e56e19-ec8b-4993-b0db-ebda7a9777d5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมของบุคคลต่างด้าวบางจำพวกที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (กรณี ขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรและเดินทางกลับมาได้อีกในการพิจารณาของปลัดกระทรวงมหาดไทย) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-a729-4bba-96fe-78446a2255ba",15,0,null,"1. การยื่นคำขอ            (1) คนต่างด้าวบางจำพวก หมายถึง คนต่างด้าวตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่ควบคุมและการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวออกนอกเขตพื้นที่ควบคุม ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2559             (2) การยื่นคำขอจะต้องยื่นคำร้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการดำเนินการภายใน 15 วันทำการ ในวัน เวลาราชการ    2. การอนุญาตให้ออกนอกเขต    - กรณีต้องออกนอกราชอาณาจักร ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเป็นราย ๆ ไป     3. เงื่อนไขการอนุญาต    คนต่างด้าวที่ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมโดยไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิด   ตามมาตรา 81 หรือ มาตรา 82  แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522  แล้วแต่กรณี     4. การพิจารณาคำขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศ    4.1 นายอำเภอรับคำขอจากคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย    4.2 นายอำเภอพิจารณาเหตุผลความจำเป็น กรณีขออนุญาตไปศึกษาต่อหรือทัศนศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย และกรณีเหตุจำเป็นอื่นๆ ต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐ/องค์กรภาคเอกชนที่แสดงเหตุผลและความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักร    4.3 ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหนังสือเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาอนุญาต","2022-04-11T14:32:35"],
    [720,"94e56e19-ea1c-4428-a57a-4b09f77214bd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมของบุคคลต่างด้าวบางจำพวกที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (กรณีออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัด ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-a41a-41e6-90fc-93311376bfc9",3,0,null,"1. การยื่นคำขอ           (1) คนต่างด้าวบางจำพวก หมายถึง คนต่างด้าวตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่ควบคุมและการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวออกนอกเขตพื้นที่ควบคุม ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2559         (2) การยื่นคำขอต้องมายื่นก่อนวันที่ต้องการจะขออนุญาตออกนอกพื้นที่อย่างน้อย 3 วันทำการ ในวัน เวลาราชการ        (3) กรณีมีภูมิลำเนาตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรในเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งความจำนงต่อผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายในหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย กรณีมีภูมิลำเนาตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรในเขตจังหวัดอื่น ให้แจ้งความจำนงต่อนายอำเภอหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ    2. การอนุญาตให้ออกนอกเขต    (1) กรณีเมื่อมีเหตุจำเป็นต้องออกนอกเขตพื้นที่ควบคุม จะอนุญาตให้ออกนอกพื้นที่ได้ครั้งละไม่เกิน 15  วัน กรณีขออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมเกิน 15  วัน ให้ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายในหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร นายอำเภอหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในเขตท้องที่จังหวัด พิจารณาอนุญาตเป็นรายๆ ไป ส่วนในกรณีเพื่อการรักษาพยาบาลให้เป็นไปตามความเห็นของแพทย์ที่ทำการรักษา    (2) กรณีออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมเพื่อไปทำงาน ระยะเวลาในการอนุญาต ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายในหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย         นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี โดยให้พิจารณาจากระยะเวลาที่ผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ทำงานจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เป็นสำคัญ    3. เงื่อนไขการอนุญาต    คนต่างด้าวที่ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมโดยไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิด     ตามมาตรา 81  หรือมาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.  2522 แล้วแต่กรณี","2022-04-11T14:31:55"],
    [721,"94e56e19-eecc-492a-b6c9-1e3605a7e777","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งรายงานตัวสำหรับบุคคลที่ได้รับอนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมของบุคคลต่างด้าวบางจำพวกที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-aa0b-4a19-aa07-f04c22f1d563",1,0,null,"1. การรายงานตัว      (1) กรณีออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมเกินเจ็ดวัน ให้ไปรายงานตัวต่อผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้ ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับตั้งแต่วันที่เดินทางไปถึง      (ก) กรุงเทพมหานคร ให้รายงานตัวต่ออธิบดีกรมการปกครอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย      (ข) จังหวัดอื่น ให้รายงานตัวต่อนายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย      (2) กรณีได้รับอนุญาตให้ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมเกินหกเดือน ให้รายงานตัวต่อผู้มีอำนาจตาม (1) ทุกหกเดือน      (3) เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมให้กลับไปรายงานตัวต่อผู้มีอำนาจที่ออกหนังสืออนุญาตภายในสามวันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการอนุญาต  2. เงื่อนไขการอนุญาต      คนต่างด้าวที่ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมโดยไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิด ตามมาตรา 81 หรือ มาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เมื่อได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้วส่งให้พนักงาน เจ้าหน้าที่หรือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอที่คนต่างด้าวคนนั้นมีภูมิลำเนาทราบเพื่อดำเนินการต่อไป","2022-04-11T14:34:11"],
    [722,"94e56e19-f336-4922-b749-4a8ef58a1036","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอรับใบอนุญาตสั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน สำหรับการค้า(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-b021-454e-997d-79983c513bf8",21,20,null,"ผู้ที่จะขอใบอนุญาตสั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า (แบบป.2) ได้นั้นจะได้นั้นจะต้องได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า (แบบ ป.3) และใบอนุญาตให้จำหน่ายอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนของร้านค้า (แบบ ป.5) เสียก่อน พร้อมทั้งนำเอกสารอื่น ประกอบด้วย หนังสือรับรองการจดทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการ รูปภาพของอาวุธปืนที่จะขออนุญาต และบัญชีเทียบอาวุธปืนของร้าน พร้อมแบบคำร้องขออนุญาต (แบบ ป.1) มายื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่","2022-04-12T10:03:26"],
    [723,"94e56e19-f12c-4805-acc9-cf6dc9690d4b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา (กรณีออกนอกเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด)  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-ad44-4b04-b308-b8a90679257c",6,0,null,"1. การยื่นคำขอ        (1) บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หมายถึง บุคคลไม่มีสัญชาติไทยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553             (2) การขออนุญาตออกนอกเขตควบคุม ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งสถานที่ที่ประสงค์จะเดินทางไปศึกษา ชื่อสถานศึกษา ชื่อหลักสูตร ระยะเวลาที่ศึกษาตามหลักสูตร ระยะเวลาที่ขออนุญาต และสถานที่ที่พักอาศัยระหว่างการศึกษาให้ชัดเจน          - การยื่นคำขอกรณีออกนอกเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นขออนุญาตก่อนกำหนดวันเดินทางไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ ในวัน เวลาราชการ         - กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ขออนุญาตต่ออธิบดีกรมการปกครอง         - กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ ที่ผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนา    2. การอนุญาตให้ออกนอกเขต    (1) ระยะเวลาในการอนุญาต ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ แล้วแต่กรณี โดยให้พิจารณาจากระยะเวลาที่ผู้นั้นศึกษาตามหลักสูตรและระยะเวลาในการเดินทางไปและเดินทางกลับเป็นสำคัญ         (ก) กรณีจำเป็นและมีเหตุผลพิเศษ เช่น กรณีออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัด อำเภอ เกินกว่าระยะเวลาที่ผู้นั้นศึกษาตามหลักสูตรให้อธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ แล้วแต่กรณี พิจารณาเป็นรายกรณีไป         (ข) การอนุญาตออกนอกเขตควบคุมนอกเหนือจากตามบัญชีเขตควบคุมท้ายระเบียบ ให้เสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย พิจารณาเป็นรายกรณีไป    (2) การอนุญาตให้นักเรียน นักศึกษา ออกนอกเขตควบคุมชั่วคราวให้หมายความรวมถึง การอนุญาตให้ออกนอกเขตควบคุมเพื่อไปยังเขตท้องที่อื่นอันเป็นท้องที่ที่สถานศึกษาได้กำหนดให้เป็นท้องที่ที่นักเรียน นักศึกษา ต้องดำเนินกิจกรรมตามหลักสูตรที่กำหนด    3. เงื่อนไขการอนุญาต       กรณีนักเรียน นักศึกษา ได้เดินทางออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ไปรายงานตัวต่ออธิบดีกรมการปกครอง นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อไปถึงท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาหรือเมื่อเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่ หรือเมื่อกลับถึงเขตควบคุมภายในกำหนดเวลา แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิดตามกฎหมาย","2022-04-11T14:34:38"],
    [724,"94e56e19-f572-42dd-8f49-7868660178e6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอรับใบอนุญาตสั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนยาว และเครื่องกระสุนปืนยาว สำหรับบุคคล(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-b344-4da1-8131-ecb979d1cfdc",38,0.5,null,"1. บุคคลใดประสงค์จะสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนยาวเครื่องกระสุนปืนยาวสำหรับบุคคล เพื่อใช้ส่วนตัว ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร    2. อาวุธปืนยาวและเครื่องกระสุนปืนยาวที่จะขออนุญาตสั่งนำเข้านั้น ต้องมิใช่เป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2491) ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2491 และต้องเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนท้องที่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 และจำนวนมากน้อยเพียงใดแล้วแต่เหตุผลความจำเป็นของแต่ละบุคคลปกติไม่เกิน 2 กระบอก ปืนสั้น 1 กระบอก ปืนยาว 1 กระบอก และอัตรากระสุนที่จะขออนุญาตได้เป็นไปตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 759/2494 ลงวันที่15 ธันวาคม2494    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสาร ประกอบการสอบสวนเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 รวมถึงพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมตามหลักเกณฑ์คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2490    4. เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ขอรับใบอนุญาตเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตถือหนังสือไปยังสถานีตำรวจในเขตพื้นที่    5. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่    6. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    7. กรณีอนุญาตนายทะเบียนท้องที่จะออกใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน (แบบป.2) ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออก","2022-04-12T10:03:14"],
    [725,"94e56e19-f80d-4cfd-a7f4-6da8689f86bf","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอรับใบอนุญาตสั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนสั้นและเครื่องกระสุนปืนสั้น สำหรับบุคคล(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-b66c-4158-9bd7-07690af61214",56,20,null,"1. บุคคลใดประสงค์จะสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนสั้น เครื่องกระสุนปืนสั้น สำหรับบุคคล เพื่อใช้ส่วนตัว ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร    2. อาวุธปืนสั้นและเครื่องกระสุนปืนสั้น ที่จะขออนุญาตสั่งนำเข้านั้น ต้องมิใช่เป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนต้องห้ามตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2491) ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2491 และต้องเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนท้องที่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 และจำนวนมากน้อยเพียงใดแล้วแต่เหตุผลความจำเป็นของแต่ละบุคคลปกติไม่เกิน 2 กระบอก ปืนสั้น 1 กระบอก ปืนยาว 1 กระบอก และอัตรากระสุนที่จะขออนุญาตได้เป็นไปตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 759/2494 ลงวันที่15 ธันวาคม2494    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสาร ประกอบการสอบสวนเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 รวมถึงพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมตามหลักเกณฑ์คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 674/2490 ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2490    4. เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ขอรับใบอนุญาตเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตถือหนังสือไปยังสถานีตำรวจในเขตพื้นที่    5. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่    6. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    7. กรณีอนุญาตนายทะเบียนท้องที่จะออกใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน (แบบป.2) ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออก    8. ในการสั่งหรือนำเข้าอาวุธปืนสั้น เครื่องกระสุนปืนสั้นดังกล่าว นายทะเบียนท้องที่จะอนุญาตได้ก็โดยความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ผู้ขอสั่งนำเข้าจะต้องให้ผู้รับใบอนุญาตทำการค้าอาวุธปืนเป็นผู้สั่งหรือนำเข้าแทนเท่านั้น ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 108/2535 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 87/2557 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557    9. สำหรับผู้ใดประสงค์จะสั่งนำเข้าอาวุธปืนเพื่อใช้ในการกีฬาให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องถือปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 108/2535 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ในข้อ 8 แต่การขออนุญาตจะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ยกเว้นปืนชนิดอัดลม","2022-04-12T10:03:04"],
    [726,"94e56e19-f9cd-4420-b0ed-01f3b0d95249","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตค้าสิ่งเทียมอาวุธปืน(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-b978-49bb-aec2-9753224d11a4",31,10,null,"1. บุคคลใดประสงค์จะค้าซึ่งสิ่งเทียมอาวุธปืน ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่    2. เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดจะแจ้งยื่นผู้ยื่นคำขอทราบและแก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่อง และกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    3. นายทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อการใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียน    4. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    5.กรณีอนุญาต นายทะเบียนท้องที่จะออกใบอนุญาตให้ค้าซึ่งสิ่งเทียมอาวุธปืน (แบบ ป.5) ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออก","2022-04-12T10:02:49"],
    [727,"94e56e1a-00bb-4b8f-b181-f09d511863ad","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ขอต่ออายุใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-c29f-4e8b-922b-61c93ab7cfb1",83,0,null,"ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ถ้าผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต สามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตยังที่ทำการปกครองอำเภอ/กิ่งอำเภอ ท้องที่ที่สถานบริการนั้นตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจะตรวจคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการและตรวจอาคารที่ใช้ตั้งสถานบริการ จากนั้นจะส่งเอกสารและหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังที่ทำการปกครองจังหวัด เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการขออนุญาตตั้งสถานบริการและการต่ออายุใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ ต่อมาเสนอความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการต่อไป หากไม่ยื่นคำขอภายในกำหนดเวลาดังกล่าวและยังประกอบกิจการต่อไป ถือว่าตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต","2022-04-12T10:33:10"],
    [728,"94e56e19-fc33-47a5-9356-3c669a116b28","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง นำเข้า ค้า หรือจำหน่าย ด้วยประการใดๆ ซึ่งวัตถุระเบิด(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-bc94-454d-808f-75f3e51d63a5",86,200,null,"1. บุคคลใดประสงค์จะขออนุญาตทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง นำเข้า ค้า หรือจำหน่าย ด้วยประการใด ๆ ซึ่งวัตถุระเบิด ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และเป็นบุคคลไม่ต้องห้ามตามมาตรา 13 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490    2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้วเห็นว่า คำขอไม่ถูกต้อง หรือขาดเอกสารหลักฐานใดจะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที กรณีแก้ไขไม่ได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและกำหนดระยะเวลาและลงนามทั้งสองฝ่ายไว้ในบันทึกนั้น    3. เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ขอรับใบอนุญาตเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากร โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตถือหนังสือไปยังสถานีตำรวจในเขตพื้นที่    4. นาทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจารณาพยานหลักฐานที่ตนเห็นว่าจำเป็นแก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้าที่แจ้งพยานหลักฐานที่ตนทราบแก่นายทะเบียนท้องที่    5. กรณีไม่อนุญาตนายทะเบียนท้องที่ แจ้งผลการพิจารณาและแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน    6. นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีและใบอนุญาตที่ออกให้มีอายุใช้ได้ 1ปีนับแต่วันที่ออก    7. กฎกระทรวงฉบับที่ 11(พ.ศ.2522) ข้อ 4 กำหนดให้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ต้องเป็นวัตถุระเบิดประเภท ชนิด ขนาดที่ใช้เฉพาะกิจการก่อสร้างหรือกิจการอุตสาหกรรมแลได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว  8. คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 436/2498 ลงวันที่27 เมษายน 2498 อนุญาตให้นายทะเบียนท้องที่กำหนดเงื่อนไขลงในใบอนุญาตว่าด้วยการเก็บรักษาวัตถุระเบิด","2022-04-12T10:08:14"],
    [729,"94e56e19-feb3-42af-a3f9-0f2f7b5ae6a3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ขออนุญาตตั้งสถานบริการ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-bfb0-4f00-bfe6-f90a372c0cb3",83,0,null,"1. อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรม    3. ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    4. ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคอันเป็นที่รับเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือโรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง    5. ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง ตามกฎหมายว่าด้วยการปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุลามก หรือตามกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามการค้าประเวณี    สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานยังที่ทำการปกครองอำเภ/กิ่งอำเภอ ท้องที่ที่สถานบริการนั้นตั้งอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจะตรวจคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการและตรวจอาคารที่ใช้ตั้งสถานบริการ จากนั้นจะส่งเอกสารและหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังที่ทำการปกครองจังหวัด เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการขออนุญาตตั้งสถานบริการและการต่ออายุใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ ต่อมาเสนอความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตตั้งสถานบริการต่อไป","2022-04-12T10:32:17"],
    [730,"94e56e1a-02cc-4c7f-9922-5bcf9bcec6a5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ขอย้าย แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมสถานบริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-c573-4056-91df-d07d6caf4155",53,0,null,"ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการที่จะย้าย แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมสถานบริการ ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ/กิ่งอำเภอ ท้องที่ที่สถานบริการตั้งอยู่    ทั้งนี้ การเก็บค่าธรรมเนียมให้เก็บค่าธรรมเนียมเท่าจำนวนพื้นที่โดยถือวัตถุประสงค์ตามกฎกระทรวงกำหนด ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ใบแทนใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานบริการ พ.ศ. 2548 ในพืี่้นที่ที่ขอย้ายไปหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือต่อเติม ที่ขยายพื้นที่เท่านั้น ถ้าไม่ขยายพื้นที่จะไม่เก็บค่าธรรมเนียม (มติที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการ ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558)","2022-04-12T10:33:39"],
    [731,"94e56e1a-0506-4a7f-b171-62cc533a2385","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ขอออกใบอนุญาตตั้งสถานบริการ กรณีผู้รับอนุญาตถึงแก่ความตายและทายาทมีความประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-c880-45d4-9e2f-98642902d368",53,0,null,"กรณีที่ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการถึงแก่ความตาย และทายาทมีความประสงค์จะดำเนินกิจการสถานบริการต่อไป ผู้จัดการมรดกหรือทายาท สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตตั้งสถานบริการพร้อมเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ/กิ่งอำเภอ ท้องที่ที่สถานบริการตั้งอยู่ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดก ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำขอเข้าดำเนินกิจการสถานบริการต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาต โดยผู้จัดการมรดกหรือทายาทจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้    1. อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรม    3. ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    4. ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคอันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือโรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง    5. ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง ตามกฎหมายว่าด้วยการปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุลามก หรือตามกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามการค้าประเวณี    ทั้งนี้ การเก็บค่าธรรมเนียมให้เก็บค่าธรรมเนียม เช่นเดียวกับขอใบอนุญาตตั้งสถานบริการใหม่ (มติที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการ ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2558)","2022-04-12T10:33:54"],
    [732,"94e56e1a-06fb-4810-931c-a311ce7005e7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ขอเลิกกิจการสถานบริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-cb22-4c15-82f5-27e9c0a7c629",10,0,null,"ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการประสงค์จะเลิกกิจการ ให้แจ้งความประสงค์ขอเลิกกิจการพร้อมส่งคืนใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการต่อนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอท้องที่แล้วแต่กรณี ณ ที่ทำการปกครองอำเภอท้องที่ที่สถานบริการตั้งอยู่ และให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอท้องที่แล้วแต่กรณี รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ เพื่อจำหน่ายใบอนุญาตออกจากสารบบต่อไป","2022-04-12T10:34:04"],
    [733,"94e56e1a-08eb-4937-8ef7-79aa8d9924ff","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ขอออกใบแทนใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-cdf1-414c-8f78-8061605777c2",10,0,null,"กรณีที่ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการสามารถยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอ/กิ่งอำเภอ ท้องที่ที่สถานบริการตั้งอยู่","2022-04-12T10:34:34"],
    [734,"94e56e1a-0b03-4c1a-a16b-4ccf0825bf91","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ขอเปลี่ยนบุคคล ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการแทนนิติบุคคลผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-d0ad-47ab-b5e2-ead9895d4f76",53,0,null,"นิติบุคคลที่ประสงค์จะเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล สามารถยื่นคำขอเปลี่ยนบุคคล ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการแทนนิติบุคคลผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ ยังที่ทำการปกครองอำเภอ/กิ่งอำเภอ ท้องที่ที่สถานบริการนั้นตั้งอยู่ การขอเปลี่ยนบุคคล ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการแทนนิติบุคคล ให้อยู่ในดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ดำเนินกิจการแทนนิติบุคคลมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 6 และไม่ปรากฎประวัติการกระทำความผิดตามข้อ 3 แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาตและการดำเนินกิจการสถานบริการ พ.ศ. 2549 ก็ให้พิจารณาอนุญาต แล้วให้แก้ไขและหมายเหตุไว้ในใบอนุญาต โดยไม่ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียม","2022-04-12T10:34:50"],
    [735,"94e56e1a-0f6e-4c13-a277-66b139d6a760","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอยกเลิกประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d29-d667-4f9f-8573-b1a2753439a9",5,0,null,"กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ให้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่จะเลิกประกอบธุรกิจทวงถามหนี้","2022-04-12T10:37:27"],
    [736,"94e56e1a-0d42-4770-9d94-881344d71bb0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-d3b8-406e-b5bf-56cbcd55dfcc",7,0,null,"บุคคลใดจะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้แล้วให้นายทะเบียนออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ให้แก่ผู้ขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนจึงจะสามารถประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ได้ และผู้ได้รับการจดทะเบียนจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์   การประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามที่คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ได้ประกาศกำหนดไว้ด้วย โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ ดังนี้             1. ให้นายทะเบียนตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของคำขอ หากถูกต้องและครบถ้วนให้รับจดทะเบียน และออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้             2. หากคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันยื่นคำขอ พร้อมกำหนดระยะเวลาให้แก้ไข หากพ้นกำหนดเวลาผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนไม่ดำเนินการแก้ไขให้นายทะเบียนคืนคำขอ หากถูกต้องและครบถ้วนให้รับจดทะเบียนและ ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้          ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558","2022-04-12T10:37:16"],
    [737,"94e56e1a-117e-442d-b36d-e8c0e226a13b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การแก้ไขรายการเกี่ยวกับบ้าน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-d915-47d8-b869-2f61dbac22af",7,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าบ้าน หรือผู้ได้รับมอบหมาย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:41:06"],
    [738,"94e56e1a-13b4-4578-b42e-2c696c097937","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการเกิด กรณีเกิดในบ้านและเกิดนอกบ้าน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-dc17-4824-b362-29ad2643987c",1,0,null,"1 ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่     (1) กรณีเกิดในบ้าน บิดา หรือมารดา หรือเจ้าบ้านที่เด็กเกิด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    (2) กรณีเกิดนอกบ้าน บิดา หรือมารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    2. ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด    3. เงื่อนไข    (1)การพิจารณาการได้สัญชาติของบุตร กรณีที่มารดาเป็นคนต่างด้าว และบิดาเป็นคนไทย ต้องดำเนินการสอบสวนพยานบุคคล เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าบิดาเป็นบุคคลสัญชาติไทย ใช้เวลา 1 วัน    (2) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (3) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:41:19"],
    [739,"94e56e1a-15e6-4746-9150-e77b5f3ad0c5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการเกิด กรณีการแจ้งท้องที่อื่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-decd-4549-bf35-b2587b702288",1,20,null,"1. ผู้แจ้งได้แก่ บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กที่เกิด หรือผู้ได้รับมอบหมาย    2. ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด    3. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:41:25"],
    [740,"94e56e1a-17ee-4bbc-9e07-f7614b75a81c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนชื่อตัว ตั้งและเปลี่ยนชื่อรอง (การใช้ราชทินนามของตนเป็นชื่อตัว ชื่อรอง)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d29-e1c5-43fa-812e-3208f29c77a9",1,50,null,"1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือราชทินนาม  2. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย  3. ผู้ที่ได้รับหรือเคยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ แต่ได้ออกจากบรรดาศักดิ์นั้นโดยมิได้ถูกถอดถอนสามารถใช้ราชทินนามตามบรรดาศักดิ์นั้นเป็นชื่อตัวหรือชื่อรองก็ได้  4. ชื่อรองที่จะขอตั้งต้องไม่พ้องกับชื่อสกุลของบุคคลอื่น ยกเว้นการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสเป็นชื่อรองแต่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสที่ใช้ชื่อสกุลนั้นอยู่  5. กรณีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิใช้ชื่อสกุลเดิมของมารดาหรือบิดาเป็นชื่อรองได้  6. ต้องไม่มีเจตนาทุจริต  7. กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:41:33"],
    [741,"94e56e1a-1a00-43e9-a1ff-57244f549ad3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการตาย กรณีท้องที่อื่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-e47c-4f3a-ba81-d55c52b2946a",1,20,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่     เจ้าบ้านของบ้านที่มีการตาย บุคคลที่ไปกับผู้ตายขณะตาย ผู้พบศพ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย     ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย หรือเวลาพบศพ    3. เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 15วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:41:40"],
    [742,"94e56e1a-1c2b-4d64-87af-b7865fcfc704","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการตายเกินกำหนด กรณีท้องที่อื่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-e79c-44c0-b428-f5e4bd8db0e9",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง    ได้แก่ เจ้าบ้านของบ้านที่มีการตาย บุคคลที่ไปกับผู้ตายขณะตาย ผู้พบศพ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:41:48"],
    [743,"94e56e1a-1e31-454e-9b98-318124665b65","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการตาย กรณีมีเหตุเชื่อว่ามีการตาย แต่ไม่พบศพ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-ea85-4036-8a8f-cff17e111559",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    ผู้มีส่วนได้เสีย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:41:56"],
    [744,"94e56e1a-2024-4d68-ba44-094561ba99c6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายปลายทาง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-ed94-48b3-8331-bf8df04dadda",1,20,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    ผู้ย้ายที่อยู่ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:42:05"],
    [745,"94e56e1a-2238-45ba-950f-8f9784d930e7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การรับแจ้งการย้ายกลับเข้าที่เดิม (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-f050-47b8-8d7d-d983d3043470",1,0,null,"ผู้แจ้ง ได้แก่ เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลางให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:42:13"],
    [746,"94e56e1a-2439-4c3c-96f6-eae46feea517","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกของผู้มีอายุเกินเจ็ดปีบริบูรณ์ แต่ไม่ได้ยื่นคำขอมีบัตรภายในกำหนด และไม่ใช่กรณีได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน(N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-f34b-4176-a096-24bc7beaf38d",1,0,null,"-","2022-04-12T11:42:22"],
    [747,"94e56e1a-265d-4b41-802a-6949a2ad3d49","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานการเกิด (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-f621-4992-bb97-ea03c4524e31",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ ผู้ขอเพิ่มชื่อเจ้าบ้าน (กรณีผู้ขอเพิ่มชื่อเป็นผู้เยาว์ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายเป็นผู้ยื่น)    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:42:43"],
    [748,"94e56e1a-2977-4709-965c-4da0e5872067","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนไม่มีสัญชาติไทยที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและเคยมีชื่อในทะเบียนบ้านขอเพิ่มชื่อ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-f91f-41f9-a2f7-252aeb9d6d4d",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ขอเพิ่มชื่อ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:42:50"],
    [749,"94e56e1a-3d14-4ade-8782-2fd46d13468b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย เป็นการถาวรขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-fbda-47dc-89f7-792ad24c2b81",31,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:43:01"],
    [750,"94e56e1a-4b6a-4b45-b2d8-49ff3f3ec39b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มชื่อ กรณีคนที่ไม่มีสัญชาติไทยต่อมาได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d29-febb-4fd2-a9a1-b1b2bca6bcab",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ที่ขอเพิ่มชื่อ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:44:43"],
    [751,"94e56e1a-51e1-4df1-8107-ad2ce5835106","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การตรวจ คัดและรับรองเอกสารการทะเบียนราษฎร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-01c3-40eb-af27-7513bce144ef",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่ เจ้าของรายการหรือผู้มีส่วนได้เสีย     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:44:51"],
    [752,"94e56e1a-5414-4c15-9782-881d0618e0aa","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การยื่นขอหนังสือรับรองการเป็นคนไร้รากเหง้า (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-0479-46eb-9e64-49b5ab6b43b2",45,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่  (1) ผู้ยื่นคำขอ กรณีอายุเกินกว่า 15 ปี บริบูรณ์  (2) ผู้ปกครอง (กรณีผู้ยื่นคำขออายุต่ำกว่า 15 ปี)","2022-04-12T11:44:58"],
    [753,"94e56e1a-5725-4dac-856d-3a797c0cf6e5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจัดทำทะเบียนประวัติตามมาตรา 38 วรรค 2 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-0756-4b45-abdc-77ed0c7d1492",30,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ร้องขอจัดทำทะเบียนประวัติ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:45:06"],
    [754,"94e56e1a-59d8-437f-80ae-995ad97eb103","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจัดทำทะเบียนอาคาร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-0a23-476f-b61f-fd241462a319",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง ได้แก่    เจ้าของอาคาร หรือผู้ได้รับมอบหมาย    ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน     เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:45:14"],
    [755,"94e56e1a-5c7f-4790-9534-531d06dbb3ef","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเลขที่บ้าน  กรณีบ้านอยู่ระหว่าก่อสร้าง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-0cdf-49a5-b0e2-a65027b15d60",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าบ้าน หรือผู้ได้รับมอบหมาย  ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่สร้างบ้านเสร็จ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:45:27"],
    [756,"94e56e1a-5f3a-454c-907b-192b1bca9750","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอรับสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-0fc3-418e-ac93-cedfaab26961",126,0,null,"ผุ้ยื่นคำร้อง ได้แก่     เจ้าบ้าน    เงื่อนไข    (1)กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:45:34"],
    [757,"94e56e1a-623f-4c06-9f47-baf61d30e0a0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจัดทำทะเบียนอาคาร กรณีอาคารอยู่ระหว่างก่อสร้าง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-12a4-4243-abe0-4ae37b83159d",1,0,null,"ผู้ยื่นคำร้อง     ได้แก่ เจ้าของอาคาร หรือผู้ได้รับมอบหมาย  ระยะเวลาการแจ้ง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่สร้างอาคารเสร้จเสร็จ    เงื่อนไข    (1) กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการแจ้งเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน    (2) กรณีที่มีความซับซ้อนหรือข้อสงสัยในแนวทางการปฏิบัติ ข้อกฎหมาย หรือการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ต้องดำเนินการหารือมายังสำนักทะเบียนกลาง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (ทั้งนี้ การหารือต้องส่งให้สำนักทะเบียนกลาง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับเรื่อง) โดยส่งผ่านสำนักทะเบียนจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักทะเบียนกลาง เพื่อตอบข้อหารือดังกล่าวต่อไป","2022-04-12T11:45:42"],
    [758,"94e56e1a-65bc-4f74-a0f7-c11259b587f4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นการพนันแข่งม้า ซึ่งมีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีปหรือบุ๊กเมกิงรวมอยู่ด้วย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-165a-40ee-b9e2-ed6086fde440",140,500,null,"1. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          2. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอัฏฐมีบูชา (วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า(ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 2 ) วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)          3. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          4. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          5. สถานที่สำหรับเล่นการพนันแข่งม้า(สนามม้า) จะต้องได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับเล่นการพนันก่อน ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายห้ามมิให้มีการจัดตั้งสนามม้าเพิ่มเติม          6. การอนุญาตแข่งม้า                6.1.ให้มีจำนวนเที่ยวแข่งแต่ละนัดไม่เกินนัดละ 10 เที่ยว                6.2.ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 เที่ยว และใบอนุญาตหนึ่งไม่เกินหนึ่งวัน                6.3.การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึงเวลา 20.00 น.)                6.4.ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้                6.5.ห้ามมิให้ใช้ทางสำหรับการแข่งเกินกว่า 1 ทาง                6.6. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          7. การอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตให้จัดแข่งม้าซึ่งมีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีป หรือบุุ๊กเมกิงรวมอยู่ด้วย                7.1. การแข่งม้านัดพิเศษ                       ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน              7.2. การแข่งม้านัดปกติ                     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตแทน    8. วันแข่งม้า      8.1. สนามม้าในกรุงเทพมหานคร          8.1.1.ในสัปดาห์หนึ่งให้มีการแข่งขันเพียงนัดเดียว โดยให้ทั้งสองสนามผลัดกันแข่งสัปดาห์หนึ่ง เว้นสัปดาห์หนึ่ง จะเลือกแข่งวันเสาร์หรือวันอาทิตย์แล้วแต่ทางสนามจะตกลงกันเอง         8.1.2. วันแข่งใดตรงกับวันสำคัญทางศาสนาให้งด           8.1.3. ในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน ตุลาคม รวม 3 เดือนที่สนามราชกรีฑาสโมสรหยุดแข่ง ไม่อนุญาตให้สนามราชตฤณมัยสมาคมจัดแข่งแทน (หนังสือ มท.ที่ 0211/ว 1081 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2534)       8.2. สนามม้าในต่างจังหวัด          8.2.1. ในสัปดาห์หนึ่งให้มีการแข่งขันเพียงนัดเดียว ส่วนจะเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์แล้วแต่ความต้องการของสนามม้า          8.2.2. วันแข่งใดตรงกับวันสำคัญทางศาสนาให้งด   9. ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายไม่อนุญาตให้จัดแข่งม้านัดพิเศษ ในโอกาสต่างๆ หากสนามม้าจะจัดแข่งขันนัดพิเศษเพื่อหารายได้มอบให้การกุศลให้จัดในวันแข่งนัดปกติประจำสัปดาห์แทน (หนังสือ มท.ที่ 0211/ว 1081 ลว. 11 พฤษภาคม 2534)   10. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน   11. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   12. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    13.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:23:53"],
    [759,"94e56e1a-68b8-41fb-820d-fcdee58bf419","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นการพนันแข่งสัตว์อื่นซึ่งมีการเล่น โตแตไลเซเตอร์ สวีปหรือบุ๊กเมกิงรวมอยู่ด้วย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-19fd-434e-9e9a-2db77952bbfb",140,200,null,"1. การขออนุญาตแข่งสัตว์อื่นซึ่งมีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีป หรือบุ๊กเมกิงรวมอยู่ด้วย                1.1. การแข่งดังกล่าวจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการทรมานสัตว์ เช่น การแข่งสุนัขกัดกัน                 1.2. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 เที่ยว และใบอนุญาตหนึ่งเล่นได้ไม่เกินหนึ่งวัน                1.3. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต (อนุญาตให้เล่นได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึงเวลา 20.00 น.)                1.4. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้                1.5. ห้ามมิให้เอาสัตว์ชนิดอื่นนอกจากที่ได้รับอนุญาตมาแข่งขัน                1.6. สัตว์ที่จะเข้าแข่งในเที่ยวหนึ่งๆ ต้องมีจำนวนไม่เกิน 1 คู่                1.7. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย                1.8. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด                1.9. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอัฏฐมีบูชา (วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า(ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 2 ) วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)                1.10. ห้ามจัดแข่งขันในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช                1.11. ห้ามจัดแข่งขันในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 15.00 น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้                1.12. ต้องยื่นขออนุญาตเล่นการพนันโตแตไลเซเตอร์ หรือสวีป หรือบุกเมกิ้งด้วย                1.13. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้                1.14. ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งสนามแข่งสุนัขวิ่งหรือแข่งสัตว์อื่น          2. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          5.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:23:44"],
    [760,"94e56e1a-6be5-494c-b104-24b55e200af3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือการเล่นอย่างใดที่เสี่ยงโชคหรือขายสลากกินแบ่ง  สลากกินรวบหรือสวีปซึ่งไม่ได้ออกในประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-1db4-43af-8a6e-30e7cc218a60",90,1000,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน       2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด                                                      3. ไม่อนุญาตให้เล่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ) โดยเด็ดขาด ยกเว้นวันธรรมะสวนะ( วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)?                     4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช        5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้       6.กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ให้กาชาดเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น        7.คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2541 ให้ระงับการออกสลากบำรุงการกุศลหรือบำรุงการกีฬางวดพิเศษไว้ก่อน เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งให้กระทรวงการคลัง เป็นผู้พิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาผ่อนผันเป็นรายๆ ไป          8. คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2523 ห้ามส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลใด ออกสลากตามกฎหมายว่าด้วยการพนันหรือดำเนินการโดยวิธีอื่นในลักษณะเดียวกันอีก เว้นแต่สลากกาชาดและสลากออมสิน       9. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้       10. ห้ามมิให้ขายสลากซึ่งมีราคาต่ำกว่าฉบับละ 10 บาท        11. สลากกินแบ่ง สลากกินรวบหรือการเล่นอย่างใดที่เสี่ยงโชค ผู้รับอนุญาตต้องเสียภาษีต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ก่อนออกสลาก  3 วัน        12. สลากกินแบ่ง สลากกินรวบหรือสวีป ที่ออกสลากนอกประเทศไทย ผู้รับอนุญาตต้องเสียภาษีต่อเจ้าพนักงา       นผู้ออกใบอนุญาต ภายหลังวันปิดบัญชีการจำหน่ายสลาก 1 วัน การเล่นเฉพาะที่กล่าวในข้อนี้ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย                           13. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน        14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       15. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน   16.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:24:15"],
    [761,"94e56e1a-6e91-4fb5-8a2f-2a44df10f5fb","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันบุ๊กเมกิง สำหรับการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-2107-45bb-bc92-81d0b56d1cce",90,5000,null,"1. ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะออกใบอนุญาตได้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้อธิบดีกรมการปกครอง(กรณีในเขตกรุงเทพมหานคร) และผู้ว่าราชการจังหวัด(กรณีในเขตจังหวัดอื่น) ปฏิบัติราชการแทนในการอนุมัติให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตออกใบอนุญาตให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวแทน          2. สถานที่เล่นการพนันต้องไม่อยู่ภายในบริเวณวัดหรือโรงเรียนโดยเด็ดขาด          3. อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เว้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอัฏฐมีบูชา (วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า(ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 2 ) วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา และวันธรรมสวนะ(วันขึ้นหรือวันแรม8 ค่ำ และวันขึ้น หรือแรม 14 หรือ 15 ค่ำ)          4. ห้ามเล่นในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันฉัตรมงคล และวันปิยมหาราช          5. ห้ามเล่นในวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ระหว่างเวลา 08.00น.จนถึงเวลา 15.00น.ของวันเลือกตั้งหรือวันอื่นที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสั่งห้ามไว้          6. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตโอนใบอนุญาตให้ผู้อื่นไปใช้          7. ใบอนุญาตฉบับหนึ่งให้ใช้ได้สำหรับ 1 โต๊ะ          8. การพนันนี้ให้เล่นตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต          9. ห้ามมิให้ผู้จัดให้มีการเล่น รับแทงต่ำกว่าฉบับละ 10 บาท          10. ห้ามมิให้เล่นเป็นอย่างอื่นนอกจากผุ้จัดให้มีการเล่นรับแทงสัตว์หรือคนเป็นส่วนตัวไม่เกี่ยวแก่การเล่นโตแตไลเซเตอร์ ในเที่ยวใดหรือคนเข้าวิ่งกี่คนผู้จัดการให้มีการเล่นก็เขียนชื่อสัตว์หรือคนเหล่านั้นไว้บนป้าย พร้อมทั้งจำนวนเงินที่จะให้เป็นรางวัลแก่ผู้เล่น ในเมื่อแทงถูกสัตว์ชนะตัวใดหรือคนชนะคนใดเป็นเงินเท่าใดด้วย          11. ห้ามมิให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่นด้วย          12. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้ออกใบอนุญาตให้เล่นได้ในงานกาชาด หรืองานประจำปีของจังหวัด ซึ่งจังหวัดมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ไว้ใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลเท่านั้น          13. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขอตามแบบ พ.น. 1 พร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ต่อเจ้าหน้าที่ก่อนวันเล่นไม่น้อยกว่า 90 วัน          14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          15. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          16.เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    คุณสมบัติทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต  1. บรรลุนิติภาวะแล้ว  2. มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน  3. มีอาชีพเป็นหลักฐานและฐานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอในการประกอบกิจการ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ  6. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต นิติบุคคลนั้นจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย  (** โดยให้ทำบันทึกรับรองคุณสมบัติของตนเองหรือเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและบันทึกรับรองคุณสมบัติ)","2022-04-11T16:24:04"],
    [762,"94e56e1a-714f-4ce8-9820-9785342a80df","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิด (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-2473-4198-8f44-95a39af66f2e",34,0,null,"การพิจารณาอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการจัดตั้งมัสยิดนั้นเกี่ยวข้องกับบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม กฎหมายจึงได้กำหนดให้ก่อนที่จะมีการจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดนั้น ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดก่อนที่จะขออนุญาตจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยต้องดำเนินการ ดังนี้    1.1 การขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (ดำเนินการก่อนขออนุญาตจดทะเบียน)    1.1.1 ยื่นคำขอรับความเห็นชอบต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตามแบบ บอ.1 พร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่    (1) แผนผังแสดงการใช้ที่ดินและสิ่งก่อสร้างของมัสยิด    (2) แผนที่แสดงเขตที่ตั้งมัสยิดและระยะห่างจากมัสยิดอื่น    (3) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินที่ใช้สร้างมัสยิด    (4) สำเนาหนังสือสัญญาซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามกฎหมายทำกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด แสดงความจำนงว่าจะให้ที่ดินดังกล่าวเพื่อสร้างมัสยิด    (5) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล    1.1.2 คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งมติเป็นหนังสือให้ผู้ขอทราบภายใน 15 วัน    1.1.3 เมื่อได้สร้างอาคารมัสยิดเสร็จและพร้อมที่จะใช้ปฏิบัติศาสนกิจได้แล้ว ให้ผู้ขอความเห็นชอบจัดตั้งมัสยิดต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด    1.1.4 คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามแบบแปลนและแผนผัง และมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งมัสยิดได้ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะแจ้งเป็นหนังสือ    1.2 การขอจดทะเบียนจัดตั้งมัสยิดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่    1.2.1 ยื่นคำขอตามแบบ บอ.2 ต่อนายอำเภอท้องที่ พร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่    (1) หนังสือแจ้งมติเห็นชอบให้จัดตั้งมัสยิดของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด    (2) สำเนาหนังสืออนุญาตให้ก่อสร้างอาคารมัสยิดหรือใบรับแจ้งการก่อสร้างอาคารมัสยิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร    1.2.2 นายอำเภอตรวจสอบความถูกต้องและแจ้งไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 10 วัน    1.2.3 พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณามีคำสั่งภายใน 20 วัน และออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนตามแบบ บอ.3    1.2.4 มัสยิดที่จดทะเบียนจัดตั้งแล้วเป็นนิติบุคคล","2025-10-24T09:46:42"],
    [763,"94e56e1a-73c6-46dd-ac7b-78d3e6841d94","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ(การจดทะเบียนตั๋วรูปพรรณสัตว์พาหนะ)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2a-273b-4644-a156-62762b64814e",1,0.5,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่ และสัตว์ที่สามารถจดทะเบียสัตว์พาหนะ ได้คือช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ ลา  ให้เจ้าของหรือตัวแทนพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านหรือพยานนำสัตว์พาหนะไปจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณต่อนายทะเบียนท้องที่ที่สัตว์นั้นอยู่ เมื่อนายทะเบียนพร้อมด้วยเจ้าของสัตว์หรือตัวแทนได้ตรวจสอบตำหนิรูปพรรณเห็นเป็นการถูกต้องเมื่อได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จึงจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณให้","2022-04-12T11:45:49"],
    [764,"94e56e1a-7612-4ccd-ac19-f55f41736375","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสมรส (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-2a3b-43e3-845b-f762ea210ecd",1,0,null,"1. ผู้ร้องขอจดทะเบียนสมรสมานยื่นคำร้องด้วยตนเอง  2. ผู้ร้องขอจดทะเบียนสมรสต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ในกรณีที่ผู้ร้องขอจดทะเบียนสมรสมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์แต่ไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมีผู้แทนโดยชอบธรรมให้  ความยินยอม แต่ถ้าผู้ขอจดทะเบียนสมรสมีอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ ต้องร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลอนุญาตให้ทำการสมรส  3. กรณีเป็นการจดทะเบียนสมรสตามคำพิพากษา/คำสั่งศาลต้องมีหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดมาแสดงต่อนายทะเบียนด้วย  4. กรณีจดทะเบียนสมรสของบุคคลต่างด้าว ผู้ร้องขอจดทะเบียนสมรสจะต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขแห่งการสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต้องนำหนังสือเดินทางพร้อมหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสมาแสดงต่อนายทะเบียนด้วย  5. ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/เขต แห่งใดก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:45:55"],
    [765,"94e56e1a-7858-4ce4-96ba-7376eb5f1016","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ(การโอนกรรมสิทธิ์และการจำนองสัตว์พาหนะ)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2a-2d17-4f5a-845b-2df9f2981044",1,0.25,null,"1. กรณีการซื่อขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน หรือให้สัตว์พาหนะ      ผู้โอนและผู้รับโอนทั้งสองฝ่าย หรือตัวแทนนำสัตว์พาหนะและตั๋วรูปพรรณมาแจ้งต่อนายทะเบียนเมื่อนายทะเบียนตรวจสอบตำหนิรูปพรรณถูกต้องกับตัวสัตว์ เมื่อได้รับชำระค่าธรรมเนียมแล้วจึงจดทะเบียนโดยสลักหลังทะเบียนและตั๋วรูปพรรณ บันทึกข้อความแห่งนิติกรรมที่คู่กรณีประสงค์ให้จดทะเบียนแล้วมอบตั๋วรูปพรรณให้ผู้รับโอนไป    2.กรณีการรับมรดกสัตว์พาหนะ     ผู้รับสัตว์พาหนะเป็นมรดกหรือตัวแทน นำพยานพร้อมด้วยตั๋วรูปพรรณมาแจ้งต่อนายทะเบียน ให้นายทะเบียนสอบสวนและประกาศมรดกมีกำหนด 30 วัน ปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ตำบล ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของผู้รับมรดกและเจ้าของสัตว์ ถ้าไม่มีผู้คัดค้านในเวลาที่กำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแล้วบันทึกข้อความนิติกรรมเกี่ยวกับการรับมรดก    3. กรณีการจำนองสัตว์พาหนะ      ผู้จำนองและผู้รับจำนองทั้งสองฝ่าย หรือตัวแทนนำตั๋วรูปพรรณประจำตัวสัตว์ที่จะจำนองมาแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบให้เป็นเป็นการถูกต้องและได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้วให้จดทะเบียนและสลักหลังการจำนองให้","2022-04-12T11:46:03"],
    [766,"94e56e1a-7a94-41e5-81ad-9a4d0698b957","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ(การย้ายสัตว์พาหนะไปต่างอำเภอ)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2a-2fbe-4c8b-a2e3-a0fe8544ecf1",1,0.25,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่","2022-04-12T11:46:13"],
    [767,"94e56e1a-7ce0-4bc0-999b-32745a7f128a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ (การนำสัตว์พาหนะออกไปนอกราชอาณาจักร)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-324a-4048-8223-3f9ad0445b34",1,0,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่","2022-04-12T11:46:22"],
    [768,"94e56e1a-7f0c-4fd6-b6cc-e21cea6be961","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ  (การนำสัตว์พาหนะกลับเข้ามาในราชอาณาจักร)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-350c-483e-b465-5622d17d0512",1,0,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่    ให้เจ้าของหรือตัวแทนนำสัตว์นั้นพร้อมตั๋วรูปพรรณไปแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ที่สัตว์ได้ขึ้นทะเบียนไว้ให้นายทะเบียนตรวจสอบตำหนิรูปพรรณเป็นการถูกต้องและเมื่อได้รับค่าธรรมเนียมแล้วให้หมายเหตุในตั๋วรูปพรรณว่า กลับเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันเดือนปี แล้วลงนามนายทะเบียนและวันเดือนปี กำกับไว้","2022-04-12T11:46:31"],
    [769,"94e56e1a-814b-4dc5-8149-e08d4ed700bd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ (การแก้ตำหนิรูปพรรณสัตว์พาหนะคลาดเคลื่อนจากตั๋วรูปพรรณ)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-381d-44a6-afc5-63118c22ef45",1,0.25,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่","2022-04-12T11:46:42"],
    [770,"94e56e1a-8360-4e9e-ab21-2ea53acbc250","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ (สัตว์พาหนะหาย)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2a-3ae9-4daf-96ac-c4986b142536",1,0,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่     ให้เจ้าของหรือตัวแทนแจ้งความต่อเจ้าพนักงานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ ภายหลังเมื่อได้สัตว์คืนมาให้แจ้งความต่อพนักงานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้คืนมา ถ้าไม่ได้สัตว์คืนให้ส่งตั๋วรูปพรรณต่อนายทะเบียนท้องที่หรือกำนันภายใน 90 วัน","2022-04-12T11:46:55"],
    [771,"94e56e1a-8567-4387-98ae-dd1b75cb9c97","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนสัตว์พาหนะ (กรณีตั๋วรูปพรรณสูญหาย)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2a-3dc6-4ece-aaf2-0a8fda08d53b",1,0.5,null,"การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสัตว์พาหนะผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นในท้องที่ที่สัตว์พาหนะนั้นอยู่     ให้เจ้าของหรือตัวแทนนำพยานหลักฐานไปแจ้งความต่อนายทะเบียนท้องที่ที่สัตว์ได้ขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อขอรับใบแทนตั๋วรูปพรรณ เมื่อนายทะเบียนสอบสวนให้เห็นความบริสุทธิ์ออกใบแทนตั๋วรูปพรรณให้","2022-04-12T11:47:03"],
    [772,"94e56e1a-8765-4f32-95c0-ec6ae8c0b953","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจัดตั้งศาลเจ้า(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2a-4056-4cd0-b7de-b1debfafc739",7,0,null,"ผู้จัดตั้งศาลเจ้าหรือผู้ประสงค์ที่จะยกที่ดินและอาคารให้เป็นศาลเจ้าตามกฎเสนาบดีฯ จะต้องมีกรรมสิทธิในอาคารและที่ดินแปลงนั้น","2022-04-12T11:47:17"],
    [773,"94e56e1a-8998-48ca-b39a-40b99cf29b1c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การแต่งตั้งผู้จัดการปกครองศาลเจ้า  ผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้า(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-4361-4f19-a38f-c4f7f9034383",11,0,null,"คุณสมบัติผู้ที่จะเป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้าและผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าต้องมีคุณสมบัติ คือ    1. ต้องเป็นผู้มีความเคารพนับถือในลัทธินั้น    2. ต้องเป็นคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป    3. ต้องเป็นคนมีหลักฐานในอาชีวะ หรือมีหลักทรัพย์ดี    4. ต้องเป็นคนที่ไม่เคยต้องคำพิพากษาศาลฐานเป็นอั่งยี่ หรือซ่องโจร ผู้ร้าย ลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์  กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร และไม่เคยโต้เถียงกรรมสิทธิ์ที่ศาลเจ้า    ผู้ประสงค์ยื่นคำร้อง ณ ที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต แห่งท้องที่ที่ศาลเจ้าตั้งอยู่","2022-04-12T11:47:41"],
    [774,"94e56e1a-8bdf-4773-b7e1-03dccde7abb4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกบัตรและการใช้บัตรประจำตัวผู้จัดการปกครองศาลเจ้า ผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้า(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-45f6-4b95-a428-2152bb748c7a",11,0,null,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้า ผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้า  2. ต้องยื่นขอมีบัตร ณ สำนักทะเบียนเขต/สำนักทะเบียนอำเภอ ณ เขตที่ศาลเจ้าตั้งอยู่่","2022-04-12T11:47:56"],
    [775,"94e56e1a-8dfc-410e-98b2-98b18a378c0e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การก่อสร้างบูรณะซ่อมแซมอาคารศาลเจ้า(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2a-48d3-4373-a166-607545589c0b",80,0,null,"ยื่นคำขอพร้อมความเห็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้า และผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้า ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ ที่ศาลเจ้าตั้งอยู่","2022-04-12T11:49:18"],
    [776,"94e56e1a-904c-4791-8d02-213e455547bd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเช่าอาคาร/ที่ดิน หรือขอต่ออายุสัญญาเช่าอาคาร/ที่ดินของศาลเจ้า(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-4b7d-4e30-8071-c9a1efd34c82",80,0,null,"ผู้ประสงค์จะขอเช่าหรือต่ออายุสัญญาเช่าอาคาร/ที่ดิน ของศาลเจ้า ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ศาลเจ้าตั้งอยู่","2022-04-12T11:49:25"],
    [777,"94e56e1a-9296-4d95-9c54-c2e2cc542e89","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนรับรองบุตร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-4e37-45d5-a8ae-b6028cec0638",1,0,null,"- บิดายื่นคำร้อง พร้อมเด็กและมารดาเด็กให้ความยินยอม    - กรณีเด็ก/มารดาเด็กไม่ให้ความยินยอม/คัดค้าน/ไม่อาจให้ความยินยอมได้ต้องมีคำพิพากษาของศาลพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด    - ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนเขต แห่งใดก็ได้โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:49:34"],
    [778,"94e56e1a-94cb-43b2-b649-9f5569fc81a2","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-50fa-4ae4-8a4b-c772e4d6a6c8",30,500,null,"ผู้ประสงค์จะเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานให้ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ที่ดินของสุสานและฌาปนสถานตั้งอยู่","2022-04-12T11:49:41"],
    [779,"94e56e1a-96f3-4b22-bea4-52f997ec7b3d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งหรือใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-53b5-4bb2-b14b-5d3f681772eb",30,500,null,"1. ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่จัดตั้งสุสานและฌาปนสถานนั้น  2. ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  3. เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่","2022-04-12T11:49:51"],
    [780,"94e56e1a-9b61-41ea-9cd5-fed7849c3615","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรม (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-59ab-44f5-a1e6-1ca97d5292a3",1,0,null,"- กรณีผู้รับบุตรบุญธรรมประสงค์จะจดทะเบียนเลิกรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมต้องผ่านการเยียวยาจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  - ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/เขต แห่งใดก็ได้โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:50:08"],
    [781,"94e56e1a-9975-4822-80d7-feb5b5b775ed","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขออนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและ ฌาปนสถานเอกชน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-56e4-4cd1-b90b-f39e97a3910f",60,1000,null,"1.ผู้ขอรับใบอนุญาต ต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่จะใช้เป็นที่ตั้งสุสานและฌาปนสถาน และต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 1 ไร่  2.สถานที่จะจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน สำหรับเก็บหรือฝังศพเป็นการถาวรต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้        1) ต้องไม่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร        2) ต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือเขตพื้นที่อันจัดสรรเป็นพื้นที่เพื่อนันทนาการ หรือเขตอนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย ว่าด้วย ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ        3) สถานที่ตั้งต้องไม่อยู่ในบริเวณที่เป็นเอกลักษณ์หรือสัญลักษณ์ของท้องถิ่น หรือมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือโบราณคดี        4) สถานที่ตั้งต้องอยู่ห่างจากทางหลวงที่เป็นทางหรือถนนสำหรับประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะอย่างน้อยห้าสิบเมตร ห่างจากทางน้ำซึ่งประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะ ห้วยแม่น้ำ คลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์อื่นอย่างน้อยสี่ร้อยเมตร เว้นแต่ในกรณีที่มีการป้องกันมิให้กลิ่นและสิ่งปฏิกูลรั่วไหล สถานที่ตั้งนั้นจะต้องอยู่ห่างจากทางน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยเมตร       5) สถานที่ตั้งของสุสานและฌาปนสถานเอกชนต้องไม่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือเทศบาล  3.สถานที่ที่จะจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน สำหรับเผาศพโดยเฉพาะ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้       1) ต้องไม่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร       2) ต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือเขตพื้นที่อันจัดสรรเป็นพื้นที่เพื่อนันทนาการ หรือเขตอนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย ว่าด้วย ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ       3) สถานที่ตั้งต้องไม่อยู่ในบริเวณที่เป็นเอกลักษณ์หรือสัญลักษณ์ของท้องถิ่น หรือมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือโบราณคดี  4. เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต","2022-04-12T11:49:58"],
    [782,"94e56e1a-9d5b-401a-b146-f5ad3b83da9b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","บันทึกฐานะแห่งครอบครัว (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-5cac-4a17-9fa2-107ae9a24fee",1,0,null,"- เอกสารที่จะบันทึกฐานะแห่งครอบครัวต้องแปลเป็นไทยและได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศหรือสถานทูต สถานกงศุลไทย  หรือสถานทูต สถานกงศุลของประเทศนั้น  - ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/เขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:50:18"],
    [783,"94e56e1a-9f54-42cd-ab90-b2cd2057cb0c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนชื่อตัว ตั้งและเปลี่ยนชื่อรอง(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-5f73-44dd-9b30-092993aa5bde",1,50,null,"1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือราชทินนาม  2. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย  3. ผู้ที่ได้รับหรือเคยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ แต่ได้ออกจากบรรดาศักดิ์นั้นโดยมิได้ถูกถอดถอนสามารถใช้ราชทินนามตามบรรดาศักดิ์นั้นเป็นชื่อตัวหรือชื่อรองก็ได้  4. ชื่อรองที่จะขอตั้งต้องไม่พ้องกับชื่อสกุลของบุคคลอื่น ยกเว้นการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสเป็นชื่อรองแต่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสที่ใช้ชื่อสกุลนั้นอยู่  5. กรณีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิใช้ชื่อสกุลเดิมของมารดาหรือบิดาเป็นชื่อรองได้  6. ต้องไม่มีเจตนาทุจริต  7. กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:57:48"],
    [784,"94e56e1a-a158-4831-98fc-a1def9dbbaaa","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การทำทะเบียนพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-624e-4a31-ae1f-74844942ef19",1,100,null,"1. ผู้ประสงค์จะทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/สำนักทะเบียนเขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา ซึ่งนายทะเบียนจะทำการสอบสวนและบันทึกปากคำลงในพินัยกรรม พร้อมทั้งเก็บรักษาไว้โดยจะออกใบรับไว้เป็นหลักฐาน  2. ผู้ทำพินัยกรรมมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือบุคคลวิกลจริต","2022-04-12T11:50:34"],
    [785,"94e56e1a-a36e-47a2-b6b7-0719b8bb3d57","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลหรือขอตั้งชื่อสกุลใหม่(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-6537-4ca2-8aad-9c8ba2c875a7",1,100,null,"1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี  2. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตนของบุพการีหรือของผู้สืบสันดาน  3. ไม่ซ้ำกับชื่อสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือชื่อสกุลในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคล และฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร  4. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย  5. มีพยัญชนะไม่เกินสิบพยัญชนะ เว้นแต่กรณีใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล  6. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลใช้นำชื่อสกุล ลงวันที่15 ธันวาคม พระพุทธศักราช 2458  7. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้เอานามพระนคร และไม่ให้เอาศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล ลงวันที่ 2 มีนาคม พระพุทธศักราช 2458  8. ไม่ต้องห้ามตามประกาศเพิ่มเครื่องหมายนามสกุลสำหรับราชตระกูล ลงวันที่ 1 มกราคม 2458  9. กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:51:51"],
    [786,"94e56e1a-abaf-4da8-8e72-48cd3a346b92","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การทำทะเบียนพินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-70f5-47e1-bb11-8800b7616901",1,0,null,"1. ผู้ยื่นคำขอทำพินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/สำนักทะเบียนเขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา ซึ่งนายทะเบียนจะทำการสอบสวนพฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กฎหมายกำหนดไว้  2. ผู้ทำพินัยกรรมมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือบุคคลวิกลจริต","2022-04-12T11:52:36"],
    [787,"94e56e1a-a53f-43b8-b21c-4cbc4f0f30de","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกหนังสือรับรองการขอจดทะเบียนชื่อสกุลของคนต่างด้าวเพื่อประกอบการขอแปลงสัญชาติ หรือขอกลับคืนสัญชาติไทย(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-6815-4506-9fd7-22a1b633cd9d",1,0,null,"1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี  2. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนาม ของตนของบุพการีหรือของผู้สืบสันดาน  3. ไม่ซ้ำกับชื่อสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือชื่อสกุล ในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคล และฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร  4. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย  5. มีพยัญชนะไม่เกินสิบพยัญชนะ เว้นแต่กรณีใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล  6. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลใช้นำชื่อสกุล ลงวันที่ 15 ธันวาคม พระพุทธศักราช 2458  7. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้เอานามพระมหานคร และไม่ให้เอาศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล ลงวันที่ 2 มีนาคม พระพุทธศักราช 2458  8. ไม่ต้องห้ามตามประกาศเพิ่มเครื่องหมายนามสกุลสำหรับราชตระกูล ลงวันที่ 1 มกราคม 2458  9. กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:52:05"],
    [788,"94e56e1a-ad99-4ba9-b0f9-009c56f8b43f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-7399-4d7f-96c7-164a62086532",1,20,null,"- มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือบุคคลวิกลจริต  - ยื่นคำร้องท่ีสำนักทะเบียนอำเภอ/เขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:53:00"],
    [789,"94e56e1a-a773-4ab7-a4ae-32e143e48ef1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอใช้ราชทินนามของตนเป็นชื่อสกุล(N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2a-6b26-471c-a377-8bcd6961b29a",241,100,null,"1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือราชทินนาม  2. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตน ของบุพการีหรือของผู้สืบสันดาน  3. ไม่ซ้ำกับชื่อสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือชื่อสกุลในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคล และฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร  4. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย  5. มีพยัญชนะไม่เกินสิบพยัญชนะ เว้นแต่กรณีใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล  6. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลใช้นำชื่อสกุล ลงวันที่ 15 ธันวาคม พระพุทธศักราช 2458  7. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้เอานามพระมหานครและไม่ให้เอาศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล    ลงวันที่ 2 มีนาคม พระพุทธศักราช 2458  8. ไม่ต้องห้ามตามประกาศเพิ่มเครื่องหมายนามสกุลสำหรับราชตระกูล ลงวันที่ 1 มกราคม 2458  9. จะต้องมีสำเนาทะเบียนฐานันดรของผู้ยื่นคำขอ ซึ่งได้รับรองจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  10. กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:52:18"],
    [790,"94e56e1a-af97-4a01-8b69-a4788b504731","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การถอนการตัดทายาทโดยธรรมมิให้รับมรดก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-7633-42c0-b09f-88a8303856e1",1,20,null,"1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือบุคคลวิกลจริต  2. ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/เขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:53:32"],
    [791,"94e56e1a-b1a0-4e06-bcfc-f3a538cb9871","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การอนุญาตให้บุคคลสัญชาติไทยร่วมใช้ชื่อสกุล กรณีผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลมีชีวิตอยู่(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-790a-4c27-9277-0b4a9d6871a1",1,100,null,"1. ผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลจะอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยผู้ใดร่วมใช้ชื่อสกุลของตนเองก็ได้  2. กรณีผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลเสียชีวิตแล้ว หรือศาลมีคำสั่งถึงที่สุดว่าเป็นผู้สาบสูญ ผู้สืบสันดานของผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลในลำดับใกล้ชิดที่สุดซึ่งยังมีชีวิตอยู่และใช้ชื่อสกุลนั้น มีสิทธิอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยร่วมใช้ชื่อสกุลได้","2022-04-12T11:54:17"],
    [792,"94e56e1a-a999-4485-98c1-4a7b48300fcf","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การจดทะเบียนตั้งชื่อสกุล หรือขอตั้งชื่อสกุลใหม่ (กรณีการใช้ราชทินนามของบุพการีหรือของผู้สืบสันดานเป็นชื่อสกุล)(N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2a-6e2a-4c96-ad6f-800f47ffd2b1",241,100,null,"1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือราชทินนาม  2. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตน ของบุพการีหรือของผู้สืบสันดาน  3. ไม่ซ้ำกับชื่อสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือชื่อสกุลในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคล และฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร  4. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย  5. มีพยัญชนะไม่เกินสิบพยัญชนะ เว้นแต่กรณีใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล  6. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลใช้นำชื่อสกุล ลงวันที่ 15 ธันวาคม พระพุทธศักราช 2458  7. ไม่ต้องห้ามตามประกาศห้ามมิให้เอานามพระมหานคร และไม่ให้เอาศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล   ลงวันที่ 2 มีนาคม 2458  8. ไม่ต้องห้ามตามประกาศเพิ่มเครื่องหมายนามสกุลสำหรับราชตระกูล ลงวันที่ 1 มกราคม 2458  9. กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:52:26"],
    [793,"94e56e1a-b3ac-4f13-969d-46f2dfb6d489","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การสละมรดก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-7bb1-4e1e-b550-483d133e3d45",1,20,null,"1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลผู้ไม่สามารถจัดการงานของตนเองได้ต้องมีหลักฐานการยินยอมของบิดามารดา ผู้ปกครอง ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์หรือคำอนุมัติของศาล  2. ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมจะสละมรดกได้ต่อเมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิตแล้วเท่านั้น  3. ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ/เขตแห่งใดก็ได้ โดยมิต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T11:54:51"],
    [794,"94e56e1a-b5e2-4597-97c6-0ae1af24e570","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การอนุญาตให้บุคคลสัญชาติไทยร่วมใช้ชื่อสกุล กรณีผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลตายแล้ว หรือศาลมีคำสั่งถึงที่สุดว่าเป็นผู้สาบสูญ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-7e68-403d-a3b7-026c96479841",1,100,null,"1. ผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลจะอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยผู้ใดร่วมใช้ชื่อสกุลของตนเองก็ได้  2. กรณีผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลเสียชีวิตแล้ว หรือศาลมีคำสั่งถึงที่สุดว่าเป็นผู้สาบสูญ ผู้สืบสันดานของผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลในลำดับใกล้ชิดที่สุดซึ่งยังมีชีวิตอยู่และใช้ชื่อสกุลนั้น มีสิทธิอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยร่วมใช้ ชื่อสกุลได้","2022-04-12T11:55:25"],
    [795,"94e56e1a-b7d2-41b8-a32f-a375ea013ff8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การอนุญาตให้ผู้อื่นร่วมใช้ชื่อสกุลกรณีเป็นผู้มีสิทธิอนุญาตให้ผู้อื่นร่วมใช้ชื่อสกุลจะอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยผู้ใดร่วมใช้ชื่อสกุล(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-810b-43c0-990f-1d09887fcbd6",1,100,null,"ผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลจะอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยผู้ใดร่วมใช้ชื่อสกุลของตนเองก็ได้","2022-04-12T11:57:56"],
    [796,"94e56e1a-ba24-4a04-8106-4485e7eafd37","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนชื่อสกุลเมื่อสิ้นสุดการสมรส(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-83ff-4078-8e4d-ce2af58cc95a",1,0,null,"การเปลี่ยนชื่อสกุลเมื่อการสมรสสิ้นสุดลง โดยการหย่า หรือโดยคำพิพากษาของศาลให้คู่สมรส ซึ่งใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่งต้อง กลับไปใช้ชื่อสกุลเดิมของตนยื่นคำขอตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ ณ สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน     กรณีนายทะเบียนไม่อนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ แจ้งสิทธิอุธรณ์ภายใน 30 วัน","2022-04-12T11:58:05"],
    [797,"94e56e1a-bc1f-4092-81c6-7b77cc8ede31","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอใบแทนหนังสือสำคัญเกี่ยวกับทะเบียนชื่อบุคคล  กรณีชำรุดในสาระสำคัญ  หรือสูญหาย(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-9259-43cd-9fe1-3434982b0d49",1,25,null,"หนังสือที่จะออกใบแทน ได้แก่ หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว การตั้งหรือเปลี่ยนชื่อรอง (ช.3) หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุล (ช.2) หนังสือสำคัญแสดงการร่วมใช้ชื่อสกุล (ช.4) หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุล (ช.5)     ยื่นคำขอตามแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน","2022-04-12T11:58:15"],
    [798,"94e56e1a-be18-4b4e-acc6-cc01cbeea9da","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนนิติกรรม  (การซื้อขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ เรือและแพ) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-97d8-4d61-a282-934272b71ad4",1,10,null,"1. ผู้ประสงค์จะจดทะเบียนนิติกรรม (การซื้อขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ เรือและแพ) ให้ยื่นคำขอที่สำนักทะเบียนเขต    ในพื้นที่ กทม. สำนักทะเบียนอำเภอ โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา  2. คู่สัญญาต้องมีความสามารถตามกฎหมาย","2022-04-12T11:58:33"],
    [799,"94e56e1a-c037-4fdc-96b9-244dc676f5f2","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนนิติกรรม (การไถ่ถอนการขายฝาก เรือและแพ) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-9ab8-446f-9aa8-21680d11014b",1,0,null,"1. ผู้ประสงค์จะจดทะเบียนนิติกรรม (การไถ่ถอนการขายฝาก เรือและแพ) ให้ยื่นคำขอที่สำนักทะเบียนเขต ในพื้นที่ กทม. สำนักทะเบียนอำเภอ โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา  2. คู่สัญญาต้องมีความสามารถตามกฎหมาย","2022-04-12T12:02:09"],
    [800,"94e56e1a-c23d-40ed-9310-f2e38bb38ad1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนนิติกรรม (การจำนองเรือ) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-9dd5-4591-a59e-d465f8529fc4",1,10,null,"ผู้ประสงค์จะจดทะเบียนนิติกรรม (การจำนองเรือ) ให้ยื่นคำขอที่สำนักทะเบียนเขตในพื้นที่ กทม. สำนักทะเบียนอำเภอ โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T12:01:52"],
    [801,"94e56e1a-c42a-4601-afe7-ae6b2e5e1ba1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","ทะเบียนนิติกรรม (การไถ่ถอนจำนองเรือ) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-a1ca-4bc5-ad6f-9d5b0ce136c4",2,0,null,"- ผู้ประสงค์จะจดทะเบียนนิติกรรม (การไถ่ถอนจำนองเรือ) ให้ยื่นคำขอที่สำนักทะเบียนเขตในพื้นที่ กทม. สำนักทะเบียนอำเภอ โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนา","2022-04-12T12:01:34"],
    [802,"94e56e1a-c645-4cd3-b2dc-89785757ff4c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การทำสำเนาและรับรองสำเนารายการในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคล(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2a-a4fe-48ac-b6c8-9bdd474e7c0b",1,10,null,"ทำสำเนาและรับรองสำเนารายการในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคล ได้แก่ คำขอ (ช.1) ทะเบียนชื่อ (ช.2/1) ทะเบียนชื่อตัวชื่อรอง (ช.3/1) ทะเบียนร่วมใช้ชื่อสกุล (ช.4/1) ทะเบียนชื่อสกุล (ช.5/1) ทะเบียนอนุญาตให้ร่วมใช้ชื่อสกุล (ช.6/1) ทะเบียนรับรองเป็นผู้มีสิทธิอนุญาตให้ผู้อื่นร่วมใช้ชื่อสกุล (ช.7/1) ทะเบียนรับรองการขอเปลี่ยนชื่อตัวของคนต่างด้าว (ช.8/1) ทะเบียนรับรองขอจดทะเบียนชื่อสกุลของคนต่างด้าว (ช.9/1)       ยื่นคำขอตามแบบข้อ 1 ต่อนายทะเบียนกลาง หรือนายทะเบียนจังหวัด หรือนายทะเบียนท้องที่แห่งใดก็ได้","2022-04-12T12:01:26"],
    [803,"94e56e1a-c83b-40ba-98c1-13ee6b751969","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก กรณีที่มีอายุครบเจ็ดปีบริบูรณ์ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-a7eb-44a4-9ac4-ac96cd1bd4b1",1,0,null,"-","2022-04-12T12:01:03"],
    [804,"94e56e1a-ca21-477f-a0b6-5dd24642bd60","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลที่ได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน กรณีแจ้งเกิดเกินกำหนดหรือตกสำรวจ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-ab0a-4394-b988-2b457a6b0cf5",1,0,null,"-","2022-04-12T12:00:44"],
    [805,"94e56e1a-cc0f-4f88-b8cd-1f04d6a2d9c5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-ae0c-46e5-98f9-26fb776c19a4",1,0,null,"-","2022-04-12T12:00:34"],
    [806,"94e56e1a-cea2-4c12-8121-eacab0dc883c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอถือสัญชาติไทยตามสามีผู้มีสัญชาติไทยของบุคคลต่างด้าวทั่วไป (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-b192-4880-8f29-48016d9c1763",475,5,null,"มาตรา 9แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508กำหนดให้หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทย ถ้าประสงค์จะได้สัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง         กฎกระทรวง (พ.ศ. 2510) กำหนดให้ยื่นคำขอตามแบบ ก.ช.1พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ โดยหากผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ยื่นคำขอต่อผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจสันติบาล หากผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนั้น ในกรณีที่ยื่นคำขอในต่างประเทศต้องยื่นคำขอต่อพนักงานทูตหรือสถานกงสุล ณ ที่ทำการสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น          แนวทางประกอบการใช้ดุลพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย        1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย และมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.13หรือ ท.ร.14)        2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องจดทะเบียนสมรสกับชายไทยถูกต้องตามกฎหมายมาไม่น้อยกว่า 3ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอ ส่วนกรณีมีบุตรกับคู่สมรสซึ่งเป็นชายไทย จะต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายมาไม่น้อยกว่า 1ปี        3. สามีผู้ยื่นคำขอจะต้องมีอาชีพเป็นหลักฐาน โดยมีรายได้ไม่ต่ำกว่าหรือรายได้เฉลี่ย 20,000 บาท/เดือน ทั้งนี้จะต้องมีหนังสือรับรองเงินเดือน/รายได้ และแสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยในรอบปีที่ผ่านมา ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอประกอบอาชีพ ต้องแสดงหนังสือรับรองการประกอบอาชีพจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวหรือสำนักจัดหางานจังหวัด โดยสามารถนำรายได้ของตนไปรวมกับรายได้ของสามี เพื่อให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น โดยแสดงหนังสือรับรองเงินเดือน/รายได้ และหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยในรอบปีที่ผ่านมาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย        4. ผู้ยื่นคำขอจะต้องผ่านการตรวจสอบสถานภาพการสมรสและประวัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้         4.1ตรวจสอบสถานภาพการสมรสจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง         4.2ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (พิมพ์ลายนิ้วมือ) จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร         4.3ตรวจสอบพฤติการณ์บุคคลและทางการเมืองจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล         4.4ตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด         4.5 ตรวจสอบพฤติการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ         4.6 ตรวจสอบหมายจับจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ       5. ผู้ยื่นคำขอและคู่สมรสจะต้องไม่จดทะเบียนสมรสโดยปกปิดข้อเท็จจริง และต้องผ่านการสัมภาษณ์เพื่อสอบถามเจตนารมณ์และสังเกตพฤติการณ์ของคู่สมรสจาก         5.1 กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯ ให้ผ่านการสัมภาษณ์จากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย การขอถือสัญชาติไทยตามสามี และการขอกลับคืนสัญชาติไทย         5.2 กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ให้ผ่านการสัมภาษณ์จากคณะทำงานระดับจังหวัด         5.3 กรณียื่นคำขอต่อพนักงานทูตหรือกงสุลในต่างประเทศ ให้ผ่านการสัมภาษณ์และสังเกตพฤติการณ์จากคณะทำงานในต่างประเทศ      6. เมื่อผู้ยื่นคำขอฯ ได้รับอนุญาตให้ได้สัญชาติไทยแล้ว กรณีประเทศของผู้ยื่นคำขอมีสถานทูตหรือสถานกงสุลตั้งอยู่ในประเทศไทย ให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งเรื่องการได้สัญชาติไทยให้สถานทูตหรือสถานกงสุลแห่งประเทศของผู้ยื่นคำขอทราบเกี่ยวกับการได้สัญชาติไทย กรณีประเทศของผู้ยื่นคำขอไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลตั้งอยู่ในประเทศไทย ให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการแจ้งไปยังประเทศของผู้ยื่นคำขอเกี่ยวกับการได้สัญชาติไทยดังกล่าว","2022-04-12T12:00:23"],
    [807,"94e56e1a-d30d-478c-a215-b0f2b7e8d1fe","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของคนต่างด้าวทั่วไป (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-b7d3-46a7-b7dd-3962b667bd6e",730,500,null,null,"2022-04-12T12:00:10"],
    [808,"94e56e1a-d10d-467a-a09b-83be0e9f2bc8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอถือสัญชาติไทยตามสามีผู้มีสัญชาติไทยของคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-b4bf-4011-8b17-32c29c279a8c",475,10,null,"มาตรา 9แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508กำหนดให้หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะได้สัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง       กฎกระทรวงกำหนดแบบ วิธีการ และค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอเกี่ยวกับการได้สัญชาติไทย ฯ สำหรับคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย กำหนดให้ยื่นคำขอตามแบบ ชกน.1 พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอต่อนายอำเภอ ตามภูมิลำเนาของผู้ยื่นคำขอ และหากมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง     แนวทางประกอบการใช้ดุลพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย      1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย และมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.13หรือ ท.ร.14)      2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องจดทะเบียนสมรสกับชายไทยถูกต้องตามกฎหมายมาไม่น้อยกว่า 3ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอ ส่วนกรณีมีบุตรกับคู่สมรสซึ่งเป็นชายไทย จะต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายมาไม่น้อยกว่า 1ปี      3. สามีผู้ยื่นคำขอจะต้องมีอาชีพเป็นหลักฐาน โดยมีรายได้ไม่ต่ำกว่าหรือรายได้เฉลี่ย 10,000บาท/เดือน ทั้งนี้จะต้องมีหนังสือรับรองเงินเดือน/รายได้ และแสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยในรอบปีที่ผ่านมา ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอประกอบอาชีพ ต้องแสดงหนังสือรับรองการประกอบอาชีพจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวหรือสำนักจัดหางานจังหวัด โดยสามารถนำรายได้ของตนไปรวมกับรายได้ของสามี เพื่อให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น โดยแสดงหนังสือรับรองเงินเดือน/รายได้ และแสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยในรอบปีที่ผ่านมาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย      4. ผู้ยื่นคำขอจะต้องผ่านการตรวจสอบสถานภาพการสมรสและประวัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้        4.1ตรวจสอบสถานภาพการสมรสจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง        4.2ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (พิมพ์ลายนิ้วมือ) จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร        4.3ตรวจสอบพฤติการณ์บุคคลและทางการเมืองจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล        4.4ตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด        4.5ตรวจสอบพฤติการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ        4.6ตรวจสอบหมายจับจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ      5. ผู้ยื่นคำขอและคู่สมรสจะต้องไม่จดทะเบียนสมรสโดยปกปิดข้อเท็จจริง และต้องผ่านการสัมภาษณ์เพื่อสอบถามเจตนารมณ์และสังเกตพฤติการณ์ของคู่สมรสจาก        5.1กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯ ให้ผ่านการสัมภาษณ์จากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย การขอถือสัญชาติไทยตามสามี และการขอกลับคืนสัญชาติไทย        5.2กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ให้ผ่านการสัมภาษณ์จากคณะทำงานระดับจังหวัด","2022-06-20T14:52:54"],
    [809,"94e56e1a-d4f2-462c-ad9c-4dfe651665fd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-ba8e-4a8f-9db1-edbe35953a19",730,100,null,null,"2022-04-12T12:00:01"],
    [810,"94e56e1a-d6f9-4825-80a2-3a81d98e62cd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การสละสัญชาติไทย กรณีคนไทยสมรสกับคนต่างด้าว (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-bda3-465b-9704-6cc5888dcd56",325,5,null,"ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551  กรณี ชายหรือหญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สมรสกับคนต่างด้าว และอาจถือสัญชาติของภริยาหรือสามีได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของภริยาหรือสามี ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอตามแบบ ส.ช.1 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบครบถ้วน และนำพยานจำนวน 2 ปาก พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนหรือหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสอบปากคำรับรองยืนยันว่าผู้ขอเป็นคนมีสัญชาติไทยจริง","2022-04-12T11:59:46"],
    [811,"94e56e1a-d952-4eea-9bd0-7a32ec6dffa4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การสละสัญชาติไทย กรณีเด็กไทยที่มีสองสัญชาติซึ่งเป็นบุตรของคนไทยกับคนต่างด้าว (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-c0f4-4a79-87dd-e14ccf04fa63",430,5,null,"ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551  กรณีผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวและได้สัญชาติของบิดาหรือมารดาด้วยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดา มีความประสงค์จะขอสละสัญชาติไทยภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ส.ช.2 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบเรื่องครบถ้วน และนำพยานจำนวน 2 ปากพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสอบปากคำรับรองยืนยันว่า ผู้ขอเป็นผู้มีสัญชาติไทยจริง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจอนุญาต ถ้าเห็นว่ามีหลักฐานเชื่อได้ว่า อาจถือสัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่นได้จริง เว้นแต่ในระหว่างประเทศไทยมีการรบหรืออยู่ในสถานะสงคราม จะสั่งระงับรายใดก็ได้","2022-04-12T11:59:36"],
    [812,"94e56e1a-db56-4779-94db-bbeeb6b95db0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การสละสัญชาติไทยของคนที่มี 2 สัญชาติทั่วไป (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-c3ea-4330-ad67-64a8f6ca06fe",430,5,null,"ตามมาตรา 15แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535    กรณีนอกเหนือจากมาตรา 14 ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอตามแบบ ส.ช.2 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบเรื่องครบถ้วน และนำพยานจำนวน 2 ปาก พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสอบปากคำรับรองยืนยันว่าผู้ขอเป็นคนมีสัญชาติไทยจริง ซึ่งการอนุญาตหรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","2022-04-12T11:59:24"],
    [813,"94e56e1a-dd90-4865-8fc5-294fb2072312","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-c727-43bf-ae9b-98049ed818af",80,0,null,"บุคคลที่จะยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยมีอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองยื่นคำขอแทน  ต้องมีคุณสมบัติดังนี้  1. เป็นชาวไทยภูเขา 9 เผ่า คือ กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน อาข่า ลาหู่ ลีซู ลัวะ ขมุ และมลาบรี ทีมีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ กล่าวคือเกิดในประเทศไทยระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2546 ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 เป็นบุคคลสัญชาติไทย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น  2.อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ และชนกลุ่มน้อยในจังหวัดต่างๆ 20 จังหวัด คือ กาญจนบุรี กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ราชบุรี เลย ลำปาง ลำพูน สุโขทัย สุพรรณบุรี อุทัยธานี    หมายเหตุ  1)ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558","2022-04-12T11:59:10"],
    [814,"94e56e1a-dfed-4e27-9290-69c6d78ad7cd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอกลับคืนสัญชาติไทย กรณีสละสัญชาติไทยโดยการสมรสกับคนต่างด้าว และได้ขาดจากการสมรสแล้ว (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-ca6a-44bf-821f-93da773154ba",325,1000,null,"ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 กรณี คนที่เคยมีสัญชาติไทยทั้งชายและหญิงที่ได้สละสัญชาติไทยกรณีได้สมรสกับคนต่างด้าว ต่อมาได้ขาดจากการสมรสแล้วไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆ ย่อมมีสิทธิขอกลับคืนสัญชาติไทยได้ โดยให้ยื่นคำขอตามแบบ ก.ช.2 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบเรื่องครบถ้วน และนำพยานจำนวน 4 ปาก พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสอบปากคำรับรองยืนยันว่าผู้ขอเป็นคนมีสัญชาติไทยจริง","2022-04-12T11:59:02"],
    [815,"94e56e1a-e223-40a2-b138-6a9462be0989","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอกลับคืนสัญชาติไทยของบุคคลต่างด้าวทั่วไป (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-cd84-4407-88c4-1e4a5ad333fb",430,1000,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 กรณีผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้เสียสัญชาติไทยตามบิดาหรือมารดาในขณะที่ตนยังไม่บรรลุนิติภาวะ และต้องการขอกลับคืนสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอตามแบบ ก.ช.3 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบเรื่องครบถ้วน และนำพยานจำนวน 4 ปาก พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสอบปากคำรับรองยืนยันว่า ผู้ขอเป็นคนเคยมีสัญชาติไทยจริง","2022-04-12T12:06:12"],
    [816,"94e56e1a-e460-4999-8e24-c93849dd19fd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอกลับคืนสัญชาติไทยของคนต่างด้าวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-d1a5-4f6b-bef6-27f3be4ff48a",450,200,null,"ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 กรณี บุตรของชนกลุ่มน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่บิดาหรือมารดาที่เป็นชนกลุ่มน้อยได้สละสัญชาติไทยที่บิดาหรือมารดาถืออยู่และได้สละสัญชาติไทยให้บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย ต่อมาบุตรบรรลุนิติภาวะ และต้องการขอกลับคืนสัญชาติไทยตามสิทธิที่ตนมีอยู่ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ช.ก.น.3 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบเรื่องครบถ้วน และนำพยานจำนวน 4 ปาก พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสอบปากคำยืนยันว่าผู้ขอเป็นคนเคยมีสัญชาติไทยจริง","2022-04-12T12:06:05"],
    [817,"94e56e1a-e6aa-42f5-835c-23d659854f53","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-d503-4bc1-bdf4-855aa4fea728",187,0,null,"หลักเกณฑ์การพิจารณาความเป็นคนไทยพลัดถิ่น    คุณสมบัติของผู้ที่จะยื่นคำขอ  1. เป็นผู้ซึ่งได้รับการสำรวจ จัดทำทะเบียนประวัติและเอกสารแสดงตนไว้ในกลุ่มซึ่งระบุไว้ว่ามีเชื้อสายไทย  2. อาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยมีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร  3. ปัจจุบันไม่ได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น  4. มีรูปร่างลักษณะและวิถีชีวิตเหมือนคนไทย และ สามารถพูดและฟังภาษาไทยเข้าใจ  5. สามารถแสดงผังเครือญาติซึ่งน่าเชื่อถือว่าเป็นผู้มีเชื้อสายไทย และ มีผู้ที่น่าเชื่อถือซึ่งมีสัญชาติไทย ให้การรับรองหรือมีหลักฐานผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถแสดงถึงความเป็นญาติกับผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด  6. มีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ และ เลื่อมใสการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ดำเนินการในพิ้นที่เป้าหมายได้แก่ จังหวัดตราด จังหวัดตาก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนองและจังหวัดอื่นๆ    วิธีการ         บุคคลที่มีคุณสมบัติยื่นคำขอด้วยตนเอง(บรรลุนิติภาวะ) หรือ บิดามารดาผู้ปกครอง ยื่นคำขอแทน (กรณียังไม่บรรลุนิติภาวะ) ยื่นได้ที่สำนักบริหารการทะเบียน (กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ) หรือยื่นได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ (ที่ว่าการอำเภอ) (กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด)    เงื่อนไข         กรณีคณะกรรมการรับรองการเป็นคนไทยพลัดถิ่น มีมติให้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมระยะเวลาอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้","2022-04-12T12:05:59"],
    [818,"94e56e1a-e929-4ecb-895d-1266fc91c4d8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอเปลี่ยนแปลงสถานะในเอกสารการทะเบียนราษฎรสำหรับบุตรคนไทยพลัดถิ่น (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-d849-4e1d-ac28-a2b87c445362",65,0,null,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    1. ผู้ยื่นคำขอเป็นบุตรของบุคคลที่ผ่านการพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นจากคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น โดยบุตรนั้นจะต้องไม่ถือสัญชาติของประเทศอื่น หรือ    2. ผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทยพลัดถิ่นที่มีสัญชาติไทยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติหรือได้สัญชาติไทยตามมาตราอื่นๆ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 รวมแก้ไขเพิ่มเติม    วิธีการ    บุคคลที่มีคุณสมบัติยื่นคำขอด้วยตนเอง(บรรลุนิติภาวะ) หรือ บิดามารดาผู้ปกครอง ยื่นคำขอแทน (กรณียังไม่บรรลุนิติภาวะ) ยื่นได้ที่สำนักบริหารการทะเบียน (กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ) หรือยื่นได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ (ที่ว่าการอำเภอ)หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น(กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด)","2022-04-12T12:05:50"],
    [819,"94e56e1a-ebb9-4d5f-8530-00fd7548658d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทยของผู้เกิดเพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-db83-477c-8d92-b26ff018a366",30,50,null,"มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้บุคคลได้สัญชาติไทยโดยการเกิด โดยผู้เกิดมีบิดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย โดยบิดาให้หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบิดาของผู้เกิดตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงแม้ผู้นั้นจะมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เกิด และมิได้จดทะเบียนรับรองผู้เกิดเป็นบุตรก็ตาม    กฎกระทรวงกำหนดวิธีการและค่าธรรมเนียมคำขอพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทยของผู้เกิดเพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด กำหนดให้ผู้เกิดหรือผู้มีส่วนได้เสีียที่ประสงค์จะพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทยของผู้เกิดเพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้       ถ้าผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการเขต ณ สำนักงานเขตแห่งท้องที่ที่ผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนา   ถ้าผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอต่อนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอแห่งท้องที่ที่ผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนา   ถ้าผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ ให้ยื่นคำขอต่อข้าราชการสถานทูตไทยหรือกงสุลไทย ที่ได้รับมอบหมาย ณ ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่หรือส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศที่เรียกชื่ออย่างอื่นและปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่มีเขตอาณาหรือเขตกงสุลในประเทศนั้น","2022-04-12T12:05:29"],
    [820,"94e56e1a-ef44-40da-84ce-f278896ad4c9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีสัญชาติไทยของบุตรคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย ตามมาตรา 7 ทวิวรรคสองแห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-df9b-4f14-99a9-b3122a91582b",180,0,null,"การพิจารณาให้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 และตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559    การกำหนดสถานะตามกฎหมายตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559  ข้อ 1. บุตรของคนที่เข้าอพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานาน ครอบคลุมชนกลุ่มน้อย และกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติไว้เดิมรับรองสถานะให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักร อาทิ กลุ่ม เวียดนามอพยพ อดีตทหารจีนคณะชาติ จีนฮ่ออพยพพลเรือน จีนฮ่ออิสระ ไทยลื้อ ผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทย ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า เนปาลอพยพ ชาวเขา บุคคลบนพื้นที่สูง ลาวภูเขาอพยพ ม้งถ้ำกระบอก ผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า อดีตโจรจีนคอมมิวนีสต์มาลายา ผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวกัมพูชา ชาวมอร์แกน และคนอพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานานที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไปภายใต้เงื่อนไข ดังนี้  (1) บิดาหรือมารดาที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานานตามข้อ 1 ต้องมีหรือเคยมีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนประวัติหรือเอกสารการทะเบียนราษฎร มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และต้องเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี นับถึงวันที่บุตรยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนเพื่อขอมีสัญชาติไทย    (2) มีหลักฐานแสดงว่าเกิดในราชอาณาจักร ได้แก่ สูติบัตร ทะเบียนการเกิด หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.20/1) หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด และต้องมีรายการบุคคลในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร แล้วแต่กรณี  (3) ไม่ปรากฎหลักฐานการมีและใช้สัญชาติอื่น  (4) พูดและฟังภาษาไทยเข้าใจได้ ยกเว้นเด็กที่มีอายุต่ำกว่าเจ็ดปี  (5) มีความจงรักภักดีและเลื่อมใสระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  (6) มีความประพฤติดี ไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และถ้าเคยรับโทษอาญา ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ    ข้อ 2. เด็กและบุคคลที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาแล้ว โดยบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวอื่นที่ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ตามข้อ 1 หรือไม่ปรากฎบิดามารดาหรือบิดามารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์ ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้  (1)มีหลักฐานแสดงว่าเกิดในราชอาณาจักร ได้แก่ สูติบัตร ทะเบียนการเกิด หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.20/1) หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด และต้องมีรายการบุคคลในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแล้วแต่กรณี  (2)ไม่ปรากฎหลักฐานการมีและใช้สัญชาติอื่น  (3)พูดและฟังภาษาไทยเข้าใจได้  (4)มีความจงรักภักดีและเลื่อมใสระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  (5)มีความประพฤติดี ไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และถ้าเคยรับโทษอาญา ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ  (6) มีหลักฐานแสดงว่าจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะ แต่ถ้าเป็นผู้ที่เรียนจบการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือเทียบเท่าจากสถาบันในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ได้รับทุนการศึกษาจากหน่วยงานของรัฐ  (7) สำหรับเด็กและบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ 2 (1)-(5) และอยู่ระหว่างการศึกษาในสถาบันการศึกษา หากมีความจำเป็นต้องขอมีสัญชาติไทย ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน  (8) สำหรับเด็กและบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ2 (1)-(5) และเป็นผู้ที่ไม่ปรากฎบิดามารดา หรือบิดามารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์ ถ้าไม่จบการศึกษาตาม (6) ต้องมีหนังสือรับรองความเป็นคนไร้รากเหง้า จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และต้องมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ ในราชอาณาจักรติดต่อกันไม่น้อยกว่าสิบปีนับถึงวันที่ผู้นั้นยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียน เพื่อขอมีสัญชาติไทย    ข้อ 3. ให้ผู้ที่เกิดในราชอณาจักรและไม่ได้รับสัญชาติไทย ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศ จนเป็นที่ประจักษ์ ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย ภายใต้เงื่อนไขดังนี้  (1)มีหลักฐานแสดงว่าเกิดในราชอาณาจักร ได้แก่ สูติบัตร ทะเบียนการเกิด หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.20/1) หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด  (2) มีภูมิลำเนาอยู่ต่อเนื่องในราชอาณาจักร โดยมีรายการบุคคลในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร แล้วแต่กรณี  (3)ไม่ปรากฎหลักฐานการมีและใช้สัญชาติอื่น  (4)มีความจงรักภักดีและเลื่อมใสระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  (5)มีความประพฤติดี ไม่มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และถ้าเคยรับโทษคดีอาญา ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ  (6) ประกอบอาชีพสุจริต และ  (7) เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศโดยมีผลงานหรือความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นที่ประจักษ์ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีหนังสือรับรองการทำคุณประโยชน์ หรือผลงานในสาขาต่างๆ จากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ระดับกรมหรือเทียบเท่ากรมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้  (ก) การศึกษาหรือการกีฬา  (ข) ศิลปะวัฒนธรรม  (ค) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  (ง) สาขาที่ขาดแคลน หรือสาขาอื่น ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นสมควร    ข้อ 4. ผู้ใดได้รับสัญชาติไทยแล้ว ภายหลังปรากฎว่าการได้มาซึ่งสัญชาติไทยไม่เป็นไปตามลักษณะหรือเงื่อนไขตาม ข้อ 1 ถึง ข้อ 3 หรือบุคคลดังกล่าวกระทำการใดๆ อันเป็นการ กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐหรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้หน่วยงานรับผิดชอบถอนสัญชาติไทยบุคคลนั้นตามกฎหมาย","2022-04-12T12:05:18"],
    [821,"94e56e1a-f1fe-4ffe-b76e-04a2208a7550","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอให้พิจารณาเหตุความจำเป็นที่จะต้องมีสัญชาติไทยของนักเรียน นักศึกษา ที่เกิดในประเทศไทยและยังเรียนไม่จบปริญญาตรี (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-e344-44f1-b62c-9a981af2890b",40,0,null,"การพิจารณาเหตุความจำเป็นที่จะต้องมีสัญชาติไทยของนักเรียน นักศึกษา ที่เกิดในประเทศไทยและไม่ได้สัญชาติไทยโดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวอื่นที่มิใช่ชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธ์ และยังเรียนไม่จบปริญญาตรีแต่ประสงค์จะขอมีสัญชาติไทย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560                     นักเรียน นักศึกษาที่จะขอมีสัญชาติไทยในกรณีเหตุความจำเป็น จะต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้                     1. มีบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย แต่การได้รับสัญชาติไทยของบิดาหรือมารดานั้น ไม่มีผลต่อการได้สัญชาติไทยของบุตร เช่น เด็กที่เกิดจากบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ต่อมาบิดาหรือมารดาของเด็กนั้นได้รับอนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยหรือได้กลับคืนสัญชาติไทย แต่การได้สัญชาติไทยของบิดาหรือมารดามีผลตามกฎหมาย (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา) ภายหลังวันที่บุตรเกิด ทำให้บุตรยังคงไม่ได้รับสัญชาติไทย เป็นต้น โดยนักเรียน นักศึกษาที่เป็นบุตรจะต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี นับถึงวันที่บุตรนั้นยื่นคำขอมีสัญชาติไทย                     2. เป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายของคนสัญชาติไทย (ได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมแล้ว) และได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยกับผู้รับบุตรบุญธรรมหรือครอบครัวของผู้รับบุตรบุญธรรมที่เป็นคนสัญชาติไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี                     3. มีบิดาหรือมารดาเป็นคนที่ได้รับสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด แต่การให้สัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าวที่เกิดในประเทศไทย ทำให้บุตรยังคงไม่ได้รับสัญชาติไทย เช่น เด็กที่เกิดจากบิดาหรือมารดาที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประเภท 0 กลุ่ม 89 ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาไร้สัญชาติ ต่อมาบิดาหรือมารดานั้นเรียนจบปริญญาตรีและได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559  โดยขณะยื่นเรื่องขอมีสัญชาติไทย บิดาหรือมารดาคนดังกล่าว มีบุตรที่เกิดในประเทศไทยและไม่ได้สัญชาติไทยอยู่ด้วย การได้สัญชาติไทยของบิดาหรือมารดากรณีนี้ไม่ส่งผลต่อบุตรที่เกิดก่อนวันที่บิดาหรือมารดาได้รับสัญชาติไทย และมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะตัวบิดาหรือมารดาที่เรียนจบปริญญาตรีเท่านั้น โดยไม่รวมถึงบุตรที่เกิดในประเทศไทยและไม่ได้สัญชาติไทยด้วย กรณีนี้ถ้าบุตรที่กำลังศึกษาเล่าเรียนในสถาบันการศึกษาต้องการขอมีสัญชาติไทยสามารถยื่นเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเหตุความจำเป็นได้ เป็นต้น                     4. เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐให้เป็นตัวแทนเพื่อไปแข่งขันหรือประกวดผลงานในระดับนานาชาติหรือทำประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม การศึกษา การกีฬา หรือสาขาอื่นๆ โดยมีหนังสือรับรองเรื่องดังกล่าวจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และนักเรียน นักศึกษาผู้นั้น จะต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี                     5. เป็นผู้ที่เคยทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย หรือมีบิดาหรือมารดาเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย โดยมีหนังสือรับรองจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นประโยชน์นั้น และนักเรียนนักศึกษาผู้นั้น จะต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี                     6. เป็นผู้ที่ไม่สามารถส่งกลับประเทศต้นทางซึ่งบิดาและหรือมารดามีสัญชาติหรือมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ โดยมีหนังสือปฏิเสธความเป็นคนสัญชาติของประเทศบิดาและหรือมารดามีสัญชาติจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นซึ่งปฏิบัติงานด้านกงสุลของประเทศนั้น หรือมีข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผู้นั้นเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ","2022-04-12T12:04:56"],
    [822,"94e56e1b-00ac-4738-8481-0e815acdfb75","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกหนังสือผ่านแดนชั่วคราวด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Temporary Border Pass) (ด้านประเทศเมียนมาและลาว) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-f5d3-46cd-96a9-75ce749f792d",1,30,null,"บุคคลที่สามารถขออนุญาตออกหนังสือผ่านแดนชั่วคราวด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Temporary Border Pass) กำหนดให้บุคคลที่มีสัญชาติไทย ที่อาศัยนอกพื้นที่ชายแดน กรณี ผู้ยื่นคำขอผ่านแดน มีบุตรที่ต้องเดินทางพร้อมผู้ถือหนังสือผ่านแดน บุตรต้องมีอายุไม่ถึง 12 ปี","2022-04-11T14:29:43"],
    [823,"94e56e1b-0579-4cfc-a1ca-96b6e1a3bde0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-fb80-48a8-8e3f-59241d15b136",66,0,null,"ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะต้องดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุห้าปี โดยยื่นก่อนวันที่่ใบอนุญาตสิ้นอายุ หรือถ้าผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมไม่ทันกำหนดเวลา และได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ แต่ต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีกร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาต และหากพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ จะต้องดำเนินการเสมือนขออนุญาตใหม่","2022-04-12T09:27:56"],
    [824,"94e56e1a-f43f-48fa-bc5f-882035a41cf9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-e6a8-47d8-8b76-c29db7a93e93",125,0,null,"คุณสมบัติ  บุคคลที่จะยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กรณีอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองยื่นคำขอแทน สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม  1. เป็นกลุ่มบุคคลที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2515 โดยมีพ่อและแม่เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวหรือได้รับผ่อนผันให้อยู่ได้เป็นกรณีพิเศษ หรือ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  2. เป็นกลุ่มบุคคลที่เกิดในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2515 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2535 โดยมีพ่อและแม่เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว หรือได้รับผ่อนผันให้อยู่ได้เป็นกรณีพิเศษ หรือ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  3.กลุ่มบุตรของบุคคลกลุ่มที่ 1 หรือกลุ่มที่ 2 ที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2551 บุคคลกลุ่มนี้ต้องมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทยและถูกถอนสัญชาติตาม ปว.337 จึงเป็นสาเหตุทำให้ผู้ที่เป็นบุตรไม่ได้รับสัญชาติไทย    เงื่อนไข  1)เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันโดยมีหลักฐานการทะเบียนราษฎร  2) เป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม หรือประเทศไทย    หมายเหุต  1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558","2022-04-12T12:04:47"],
    [825,"94e56e1a-f6a1-4c6a-89ca-4e1a6c72cf88","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรณีคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-e9a5-4e4e-b878-11434cd1afd0",1,60,null,"คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรณีคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว ที่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน ท.ร.14 ระบุสัญชาติอื่น หรือไม่ได้สัญชาติไทย มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 3, 4, 5, 8 และบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ขึ้นด้วยหลักแรกด้วยเลข 6 หรือ 7 ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีบริบูรณ์แต่ไม่ 70 ปีบริบูรณ์ ต้องดำเนินการ ดังนี้    1. กรณีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์ หรือนายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ต้องขอมีบัตร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์หรือวันที่นายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน    2. กรณีบัตรเดิมหมดอายุ บัตรหาย หรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด ต้องขอมีบัตรใหม่ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ บัตรหายหรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด    3. กรณีที่แก้ไขรายการชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14 หรือ ท.ร.13) ต้องขอเปลี่ยนบัตร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนได้แก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน    กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่รับอุปการะดูแลเด็ก เป็นผู้ยืนคำขอแทน แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิืถ้าเด็กมีความประสงค์จะยื่นคำขอด้วยตนเอง    หมายเหตุ  1) กรณีมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับรายการบุคคลผู้ขอมีบัตรอาจต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกับเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ  2) ขั้นตอนของการพิจารณา ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในการจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ","2022-04-12T12:04:21"],
    [826,"94e56e1a-f90f-4720-97b6-4fa13d74220e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรณีคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-ecc0-48f0-a6d9-d42ac1838202",1,60,null,"คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร ที่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน ท.ร.13 (เลขประจำตัวประเภท 6) ที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป  คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ต้องดำเนินการ ดังนี้    1. กรณีอายุครบ 5 ปีบริบูรณื หรือนายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ต้องขอมีบัตร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์ หรือวันที่นายทะเบียนเพิื่มชื่อในทะเบียนบ้าน    2. กรณีบัตรเดิมหมดอายุ บัตรหาย หรือบัตรถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด ต้องขอมีับัตรใหม่ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ บัตรหาย หรือบัตรถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด    3. กรณีที่แก้ไขรายการชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ในทะเบียนบ้าน (ท.ร.13 หรือ ท.ร.14) ต้องเปลี่ยนบัตร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนได้แก้ไขรายการดังกล่าวในทะเบียนบ้าน    กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีอายุต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์ ให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่รับอุปการะดูแลเด็ก เป็นผู้ยื่นคำขอแทน แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิ์ถ้าเด็กมีความประสงค์จะยื่นคำขอด้วยตนเอง    หมายเหตุ  1) กรณีมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับรายการบุคคลผู้ขอมีบัตรอาจต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิื่มกับเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ  2) ขั้นตอนของการพิจารณา ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในการจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ","2022-04-12T12:04:06"],
    [827,"94e56e1a-fbe4-4d2e-b382-61d2c527f045","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-eff1-4f79-8074-5c0e1e6bc23b",1,60,null,"(1) บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ที่มีชื่อและรายการุบคคลในทะเบียนประวัติ ท.ร.38 ก มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 0 และหลักที่หกและเจ็ดเป็นเลข 89 รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าวที่เกิดในประเทศไทยที่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนประวัติท.ร.38 ก เลขประจำตัวประชาชนขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 0    (2) บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำทะเบียนประวัติให้เนื่องจากไม่สามารถรับแจ้งการเกิดหรือเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านในสถานะคนสัญชาติไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งเด็กอนาถาหรือคนไร้รากเหง้าที่อยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์ และบุคคลที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ที่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนประวัติ ท.ร.38 ก มีเลขประจำตัวประชาชน13 หลัก ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 0 ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีบริบูรณ์แต่ไม่ 70 ปีบริบูรณ์ ต้องดำเนินการ ดังนี้  1. กรณีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์ หรือนายทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ ต้องขอมีบัตร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์หรือวันที่นายทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ  2. กรณีบัตรเดิมหมดอายุ บัตรหาย หรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด ต้องขอมีบัตรใหม่ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ บัตรหายหรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด  3. กรณีที่แก้ไขรายการชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ในทะเบียนประวัติ ต้องขอเปลี่ยนบัตร  ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนได้แก้ไขรายการในทะเบียนประวัติ    กรณีบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่รับอุปการะดูแลเด็ก เป็นผู้ยื่นคำขอแทน แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิ์ถ้าเด็กมีความประสงค์จะยื่นคำขอด้วยตนเอง    หมายเหตุ  1) กรณีมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับรายการบุคคลผู้ขอมีบัตรอาจต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกับเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ  2) ขั้นตอนของการพิจารณา ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในการจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ","2022-04-12T12:03:44"],
    [828,"94e56e1a-fe7e-4f8d-b34b-3d6e561b90d9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรณีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-f325-4115-976f-b9e618aebb33",1,20,null,"คนต่างด้าว หมายถึง คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา รวมถึงคนต่างด้าวสัญชาติอื่นตามที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศกำหนด ที่มีลักษณะต่อไปนี้    (1) เป็นผู้ที่ผ่านการตรวจพิสูจน์สัญชาติและได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และได้รับอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายที่เกี่ยวด้วยการทำงานของคนต่างด้าว    (2) เป็นผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการทำงานตามกฎหมาย คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวด้วยการทำงานของคนต่างด้าว รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าวที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักร    เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ขึ้นต้นด้วย 00 ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ จะต้องมีบัตรประจำตัวโดยให้ยื่นคำขอมีบัตรต่อนายทะเบียน ณ สำนันกทะเบียนที่มีระบบการจัดทำบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือสถานที่อื่นตามที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด ดังนี้     1. กรณีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์ หรือนายทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ ต้องขอมีบัตร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์หรือวันที่นายทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ   2. กรณีบัตรเดิมหมดอายุ บัตรหาย หรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด ต้องขอมีบัตรใหม่ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ บัตรหายหรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด   3. กรณีที่แก้ไขรายการชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ในทะเบียนประวัติ ต้องขอเปลี่ยนบัตร  ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนได้แก้ไขรายการในทะเบียนประวัติ         หมายเหตุ    1) กรณีมีเหตุสงสัยเกี่ี่ยวกับรายการบุคคลผู้ขอมีบัตรอาจะต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มกับเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ  2) ขั้นตอนการพิจารณา ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในการจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ","2022-04-12T12:03:26"],
    [829,"94e56e1b-0334-47ee-a7e6-295bd872734c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-f8e0-4aa7-80d7-e1b97cfa3e4e",66,0,null,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม กรณีเป็นบุคคลธรรมดา จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้    1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    4. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    6. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามค้าหญิงและเด็ก หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    7. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต    8.ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยเหตุอื่นที่มิใช่เหตุตาม (6) แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี      ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมเป็นนิติบุคคล ผู้แทนของนิติบุคคคลนั้น ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเหมือนกรณีบุคคลธรรมดา และต้องไม่เคยเป็นผู้แทนของนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตาม (8)      กฎหมายโรงแรมได้กำหนดว่าห้ามมิให้ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีโทษจำคุกและโทษปรับทางปกครอง โดยผู้ประสงค์จะยื่นคำขอประกอบธุรกิจโรงแรมนั้น คำว่าโรงแรมจะต้องเป็น สถานที่พัก ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจ เพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใด โดยมีค่าตอบแทน อันมีลักษณะต่ำกว่ารายเดือน และมีกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ","2022-04-12T09:27:37"],
    [830,"94e56e1b-07a5-4935-a779-ac1ab63039f9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเพิ่มหรือลดจำนวนห้องพัก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2a-fe54-41df-8bce-aedfd235ef34",28,0,null,"ผู้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จะต้องเพิ่มหรือลดจำนวนห้องพัก ตามที่ประกอบธุรกิจโรงแรม ถ้าผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะเพิ่มหรือลดจำนวนห้องพัก จะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน จึงจะประกอบธุรกิจโรงแรมตามที่ได้รับอนุญาต (ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้น)","2022-04-12T09:31:36"],
    [831,"94e56e1b-09fc-4817-a1a9-09ac20ecd489","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (กรณีผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมเสียชีวิต)(N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-015e-466e-bfb1-017c7ad72e84",46,0,null,"เมื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมถึงแก่ความตาย ผู้จัดการมรดกหรือทายาทจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดัังนี้    1. มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    4. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    6. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติืด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็กหรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    7. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต    8. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยเหตุอื่นที่มิใช่เหตุตาม (6) แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี         ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเหมือนกรณีบุคคลธรรมดา และต้องไม่เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตาม (8)","2022-04-12T09:28:10"],
    [832,"94e56e1b-0c5f-49d2-bf50-25836ff63661","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (กรณีปกติ) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-0466-467e-b828-775701cb5299",46,0,null,"ผู้รับโอนในกรณีบุคคลธรรมดา จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้    1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    4. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    6. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็กหรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    7.ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต    8. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยเหตุอื่นที่มิใช้เหตุตาม (6) แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี         ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคล เป็นหุ้ส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเหมือนกรณีบุคคลธรรมดา และต้องไม่เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต (8)         กฎหมายโรงแรมได้กำหนดการโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมในกรณีโอนให้ผู้อื่นจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังที่กล่าวมาข้างต้น         ผู้รับโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จะต้องมาด้วยตนเอง เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติ ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 16 (5) (6) แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547     (ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ)","2022-04-12T09:28:23"],
    [833,"94e56e1b-0e90-47ab-b042-bc9d10007b05","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-075a-41f6-8d5e-423a5f02f6ab",19,0,null,"กฎหมายโรงแรมกำหนดว่าผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมรายใดที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร.2) สูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย (ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จพร้อมชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม)","2022-04-12T09:28:35"],
    [834,"94e56e1b-10cb-47f4-a9d0-0892af2ead8a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การเปลี่ยนชื่อโรงแรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-0a2f-40a7-b622-cb783f20a4f8",28,0,null,"ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จะเปลี่ยนชื่อโรงแรม ในการใช้ชื่อโรงแรมนั้นจะต้องเป็นอักษรไทยที่มองเห็นได้ชัดเจน แตะจะมีอักษรต่างประเทศกำกับไว้ท้ายหรือใต้ชื่ออักษรไทยด้วยก็ได้ และจะต้อง    1. ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย หรือพระนามของพระราชินีหรือองค์รัชทายาท    2. ไม่ซ้ำหรือพ้องกับชื่อโรงแรมอื่นที่ได้รับอนุญาตไว้แล้ว เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมนั้น    3. ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย","2022-04-12T09:28:47"],
    [835,"94e56e1b-1306-484a-b613-0ac625ccb6a3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การแจ้งเลิกกิจการธุรกิจโรงแรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-0d2d-489e-b765-c5c782dc02b2",28,0,null,"กฎหมายโรงแรมได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมประสงค์จะเลิกกิจการในระหว่างอายุใบอนุญาตหรือเมื่อใบอนุญาตหมดอายุ จะต้องแจ้งนายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน นายทะเบียนพิจารณาและมีคำสั่งว่าจะควรอนุญาตให้เลิกได้เมื่อใดภายใต้เงื่อนไขและวิธีการอย่างใด ทั้งนี้ ให้พิจารณาถึงประโยชน์และส่วนได้เสียของผู้พักเป็นหลัก ดังนั้น นายทะเบียนจะอนุญาตให้เลิกกิจการได้ ก็ต้องพิจารณาไปในทางคุ้มครองสิทธิของผู้เข้าพัก ผู้ที่สำรองห้องพักไว้ หรือการคืนเงินค่าที่พัก เป็นต้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมรายใดเลิกกิจการโดยไม่แจ้งนายทะเบียนจะมีโทษปรับทางปกครอง","2022-04-12T09:30:32"],
    [836,"94e56e1b-1575-495a-945b-f6e55dd5235e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการปกครอง","การขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรณีคนต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (ชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-1051-43de-bead-af99d60530a6",1,60,null,"คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรณีคนต่างด้าวซึ่งได้การผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้เมือง(ชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ 19 กลุ่ม) มีเลขประจำตัวประชาขน 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 6 และหลักที่หกและเจ็ดเริ่มจากเลข 50 เป็นต้นไป ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีบริบูรณ์แต่ไม่ 70 ปีบริบูรณ์ ต้องดำเนินการ ดังนี้  1. กรณีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์ หรือนายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ต้องขอมีบัตร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีอายุครบ 5 ปีบริบูรณ์หรือวันที่นายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน  2. กรณีบัตรเดิมหมดอายุ บัตรหาย หรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด ต้องขอมีบัตรใหม่ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ บัตรหายหรือถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด  3. กรณีที่แก้ไขรายการชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ในทะเบียนบ้าน (ท.ร. 13) ต้องขอเปลี่ยนบัตรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนได้แก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน    กรณีคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่รับอุปการะดูแลเด็ก เป็นผู้ยื่่นคำขอแทน แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิ์ถ้าเด็กมีความประสงค์จะยื่นคำขอด้วยตนเอง    หมายเหตุ  1) กรณีมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับรายการบุคคลผู้ขอมีบัตรอาจต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกับเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ  2) ขั้นตอนของการพิจารณา ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในการจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ","2022-04-12T12:03:14"],
    [837,"94e56e1b-17cf-482d-b1ae-1ba8ff08245c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการพัฒนาชุมชน","ลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-1394-4659-b0fa-edc361edb092",15,0,7,"หลักเกณฑ์การลงทะเบียน    1. ลักษณะและคุณสมบัติของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ที่มีสิทธิลงทะเบียน     1.1 เป็นผู้ผลิต ดังต่อไปนี้                1) กลุ่มผู้ผลิตชุมชน                2) ผู้ผลิตชุมชนที่เป็นเจ้าของรายเดียว                3) ผู้ผลิตที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม     1.2 กลุ่มเป้าหมายตามข้อ 1.1 ต้องมีความเชื่อมโยงกับชุมชน โดยเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้                1) ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต เช่น ใช้แรงงานในชุมชน (ภายในจังหวัดที่ขอลงทะเบียน) มีการใช้วัตถุดิบ การผลิตในชุมชน เป็นต้น                2) ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ                3) ชุมชนได้รับประโยชน์     1.3 สถานที่ผลิตของกลุ่มเป้าหมายตามข้อ 1.1 ต้องตั้งอยู่ภายในอำเภอ/เขต (กรุงเทพมหานคร)     1.4 ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และสมาชิกกลุ่มต้องมีสัญชาติไทย     1.5 กรณีส่งตัวแทนมาแจ้งการลงทะเบียน จะต้องเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจ (มีเอกสารมอบอำนาจ)    2. ลักษณะผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่สามารถลงทะเบียนได้ต้องแสดงถึงภูมิปัญญาไทยและมีลักษณะดังนี้    2.1 วัตถุดิบที่นำมาผลิต ต้องไม่ผิดกฎหมาย    2.2 ไม่เป็นสินค้าที่เลียนแบบ ดัดแปลง นำเข้า หรือนำเข้าเพื่อดัดแปลงหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา    2.3 ไม่เป็นสินค้าที่ก่ออันตรายอย่างร้ายแรงต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม รวมทั้งไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อันดีของไทย    2.4 กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายบังคับต้องได้รับอนุญาตให้ผลิต    3. ประเภทผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาดำเนินการลงทะเบียน ต้องผ่านกระบวนการผลิต โดยใช้ภูมิปัญญา จำนวน 5 ประเภท ดังนี้     3.1 ประเภทอาหาร หมายถึง ผลผลิตทางการเกษตร และอาหารแปรรูป ซึ่งได้รับมาตรฐาน อย., GAP, GMP, HACCP, Qmark, มผช., มอก., มาตรฐานเกษตรอินทรีย์, ฮาลาล และมีบรรจุภัณฑ์ เพื่อการจำหน่ายทั่วไป แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้              1) ผลิตผลทางเกษตรที่ใช้บริโภคสด              2) ผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบ และผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น              3) อาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป/สำเร็จรูป     3.2 ประเภทเครื่องดื่ม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม              1) เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์              2) เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์     3.3 ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม              1) ผ้า              2) เครื่องแต่งกาย     3.4 ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก แบ่งเป็น 7 กลุ่ม              1) ไม้              2) จักสาน              3) ดอกไม้ประดิษฐ์/วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ              4) โลหะ              5) เซรามิค/เครื่องปั้นดินเผา              6) เคหะสิ่งทอ              7) อื่น ๆ     3.5 ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร แบ่งเป็น 3 กลุ่ม              1) ยาจากสมุนไพร              2) เครื่องสำอางสมุนไพร              3) วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน    4. มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากทางราชการ     ในการลงทะเบียน หากผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองมาตรฐานจากทางราชการ ให้ผู้มาลงทะเบียน ได้นำใบรับรองมาตรฐานจากทางราชการมาด้วย เพื่อกรอกข้อมูล และแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับลงทะเบียน ในกรณีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นขอการรับรองให้นำเอกสารที่แสดงรายละเอียดการยื่นขอดังกล่าวมาประกอบด้วย    5. กรมการพัฒนาชุมชน ได้กำหนดแผนปฏิบัติการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ปี พ.ศ. 2562 โดยกำหนดการลงทะเบียน เป็นห้วงไตรมาส ดังนี้    - ไตรมาสที่ 1 - 2 กำหนดการลงทะเบียน ภายในวันที่ 15 มีนาคม 2562    - ไตรมาสที่ 3 กำหนดการลงทะเบียน ระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 14 มิถุนายน 2562    - ไตรมาสที่ 4 กำหนดการลงทะเบียน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 10 กันยายน 2562","2022-04-06T22:52:49"],
    [838,"94e56e1b-1ba3-4930-ac23-50a0941bb914","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการพัฒนาชุมชน","กระบวนการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-183f-47b7-9172-33fb6a00c553",67,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.กรอบการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย    1.1 สามารถส่งออกได้ (Exportable) โดยมีความแกร่งของตราผลิตภัณฑ์ (Brand Equity)    1.2 ผลิตอย่างต่อเนื่องและคุณภาพคงเดิม (Continuous &amp; Consistent)    1.3 ความมีมาตรฐาน (Standardization) โดยมีคุณภาพ (Quality) และสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า (Satisfaction)    1.4 มีประวัติความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ (Story of Product) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนเชิงพื้นที่      2. คุณสมบัติของผู้ผลิต ผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ที่สามารถสมัครเข้ารับการคัดสรรฯ    2.1 เป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่มีชื่ออยู่ในการสำรวจและลงทะเบียนผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP ปี พ.ศ. 2557-2562 (ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ของจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร    2.2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้แจ้งไว้ในการสำรวจและลงทะเบียนผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP    ปี พ.ศ. 2557-2562 (ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2562)    2.3  ผลิตภัณฑ์ตามข้อ 2.2  ต้องผ่านการขออนุญาตและการรับรองมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด เช่น อย. และหากผลิตภัณฑ์ใดไม่มีข้อกำหนดของกฎหมายระบุไว้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนวันสมัครเข้ารับการคัดสรรฯ  เช่น มผช., มอก. , ฮาลาล, คิว (Qmark), GAP, GMP, HACCP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น ทั้งนี้ กรณีผลิตภัณฑ์เครื่องประดับอัญมณี หากไม่มีมาตรฐานใดรับรองไม่สามารถส่งเข้ารับการคัดสรรฯได้ ทั้งนี้ใบรับรองต้องไม่หมดอายุก่อนวันรับสมัครคัดสรรฯ ในระดับจังหวัด    2.4 กรณีผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จะไม่รับพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น              2.4.1 ลูกประคบ กรณีได้มาตรฐาน มผช. ฉลากผลิตภัณฑ์ต้องไม่บรรยายสรรพคุณในการบำบัด บรรเทา รักษาหรือป้องกันโรค  ส่วนกรณีที่พบฉลากผลิตภัณฑ์มีการแสดงสรรพคุณทางยา เช่น บรรเทาอาการปวด คลายกล้ามเนื้อจะใช้หลักพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยยา ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจะไม่รับพิจารณาคัดสรร              2.4.2 เครื่องสำอางที่จดแจ้งตามกฎหมายแล้ว แต่พบการแสดงฉลากโอ้อวดเกินความเป็นเครื่องสำอาง  ให้รับพิจารณาคัดสรร โดยให้ตัดคะแนนในส่วนข้อความฉลากเท่านั้น  หากพบผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง แต่มีฉลากและส่วนประกอบแสดงสรรพคุณทางยา เช่น ยาหม่อง น้ำมันเหลือง  ครีมนวดสมุนไพร ฉลากแสดงสรรพคุณรักษาหรือบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จะไม่รับพิจารณาคัดสรร              2.4.3 กรณีผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ที่ฉลากระบุสรรพคุณทางยา จะใช้หลักพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยยา ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจะไม่รับพิจารณาคัดสรร    3. จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสามารถส่งเข้าคัดสรรฯ      ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ OTOP สามารถส่งผลิตภัณฑ์ ที่ได้แจ้งไว้ในการสำรวจและลงทะเบียนผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP ปี พ.ศ. 2557- 31 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ผ่านการรับรองมาตรฐานที่กำหนดไว้ ตามข้อ 4.3 ส่งสมัครเข้ารับการคัดสรรฯ ได้รายละ 3 ผลิตภัณฑ์  (กรณีผลิตภัณฑ์เดี่ยว) หรือ 3 ชุด (กรณีชุดผลิตภัณฑ์)    4. ประเภทผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรฯ    ผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรฯ  แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มประเภทผลิตภัณฑ์  ตามนิยามความหมายที่ระบุ ต่อไปนี้              4.1 ประเภทอาหาร  หมายถึง ผลผลิตทางการเกษตรและอาหารแปรรูป ซึ่งได้รับมาตรฐาน อย., GAP, GMP, HACCP, Qmark, มผช., มอก., มาตรฐานเกษตรอินทรีย์, ฮาลาล และมีบรรจุภัณฑ์ เพื่อการจำหน่ายทั่วไป  แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้                       4.1.1   ผลิตผลทางการเกษตรที่ใช้บริโภคสด    - ผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถลงทะเบียนได้ เช่น พืชผัก ผลไม้       เช่น  มะม่วง  สับปะรด ส้มเขียวหวาน มังคุด ส้มโอ  กล้วย ฯลฯ     - ผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ เช่น กิ่งพันธุ์ไม้ทุกชนิด เช่น กิ่งพันธุ์มะม่วง  กิ่งพันธุ์มะปราง  ไม้ประดับ ฯลฯ                        4.1.2  ผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบและผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น เช่น  น้ำผึ้ง ข้าวสาร  ข้าวกล้อง  ข้าวฮาง  เป็นต้น  เนื้อสัตว์แปรรูป  เช่น เนื้อโคขุนเนื้อนกกระจอกเทศแช่แข็ง  หมูแดดเดียว หมูยอ แหนม ไส้อั่ว ไส้กรอก ปลาอบรมควัน หอยจ้อ เป็นต้น อาหารประมงแปรรูป เช่น  ไส้กรอกปลา ปลาช่อนแดดเดียว ปลาสลิดแดดเดียว ส้มปลาตัว น้ำบูดู  กะปิ กุ้งแห้ง น้ำปลา ปลาร้า เป็นต้น ยกเว้นกรณีสัตว์ที่มีชีวิต เช่น ไก่ชน ปลากัด ไม่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลงทะเบียนได้ เพราะไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น                       4.1.3   อาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป/สำเร็จรูป  เช่น ขนมเค้ก เฉาก๊วย ขนมโมจิ เต้าส้อ  กระยาสารท กล้วยฉาบ กล้วยอบ มะขามปรุงรส ทุเรียนทอด กาละแม กะหรี่ปั๊บ ขนมทองม้วน ข้าวเกรียบ  ข้าวแต๋น น้ำพริกเผาและน้ำพริกต่างๆ  แจ่วบอง น้ำจิ้มสุกี้ น้ำปลาหวาน ผักกาดดอง พริกไทย แคบหมู ไข่เค็ม กุนเชียง หมูทุบ หมูแผ่น เป็นต้น              4.2   ประเภทเครื่องดื่ม   หมายถึง  ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ได้แก่ สุราแช่  สุรากลั่น สาโท อุ ไวน์ เหล้าขาว 35-40  ดีกรี เป็นต้น และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประเภทพร้อมดื่ม  ผลิตภัณฑ์ประเภทชงละลาย และผลิตภัณฑ์ประเภทชง เช่น  น้ำแร่ น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร เครื่องดื่มรังนก กาแฟคั่ว  กาแฟปรุงสำเร็จ ขิงผงสำเร็จรูป มะตูมผง ชาใบหม่อน ชาจีน  ชาสมุนไพร ชาชักน้ำเฉาก๊วย น้ำเต้าหู้  นมสด นมข้าวกล้อง เป็นต้น ทั้งนี้น้ำดื่มบรรจุขวดไม่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลงทะเบียนได้               4.3  ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย หมายถึง ผ้าทอและผ้าถักจากเส้นใยธรรมชาติหรือเส้นใยสังเคราะห์ รวมทั้งเสื้อผ้า/เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องแต่งกายที่ใช้ประดับตกแต่งประกอบการแต่งกาย ทั้งเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยและเพื่อความสวยงาม                       4.3.1   ผ้า หมายถึง ผลิตภัณฑ์ผ้าผืนที่ทำจากเส้นใย เส้นด้าย นำมาทอถักเป็นผืนมีลวดลายเกิดจากโครงสร้างการทอหรือตกแต่งสำเร็จบนผืนผ้า ทำด้วยมือ หรือเครื่องจักร รวมถึงผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าเป็นหลักและมีวัสดุอื่นๆ เป็นองค์ประกอบผสม  เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย  ผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า    ผ้าคลุมไหล่ ผ้าบาติก ผ้าถุง ผ้าปักชาวเขา  ผ้าคลุมผม  หมวกกะปิเยาะ ผ้าพันคอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป   บุรุษ &ndash; สตรี เป็นต้น                       4.3.2   เครื่องแต่งกาย  หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประดับตกแต่งประกอบการ  แต่งกายที่ทำจากวัสดุทุกประเภทเพื่อประโยชน์ในการใช้สอย เช่น รองเท้า  เข็มขัด  กระเป๋าถือ  เป็นต้น และเพื่อความสวยงาม เช่น สร้อย  แหวน  ต่างหู  เข็มกลัด กำไล นาฬิกาข้อมือ  เนคไท  หมวกแฟชั่น หมวกจักสาน เป็นต้น                 4.4  ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก  หมายถึง  ผลิตภัณฑ์ที่มีไว้ใช้หรือตกแต่งประดับในบ้าน สถานที่ต่างๆ เช่น เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องครัว เครื่องเรือน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้สอย หรือประดับตกแต่ง หรือให้เป็นของขวัญ เพื่อให้ผู้รับนำไปใช้สอยในบ้าน ตกแต่งบ้าน รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น และสินค้านั้นต้องไม่ผลิตโดยใช้เครื่องจักรเป็นหลัก และใช้แรงคนเป็นส่วนเสริมหรือไม่ใช้แรงงานคน โดยประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก แบ่งออกเป็น  7  กลุ่ม  ดังนี้                  4.4.1  ไม้ หมายถึง ของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก ที่มีวัสดุที่ทำจากไม้เป็นหลัก  เช่น  ไม้แกะสลัก เฟอร์นิเจอร์ กล่องไม้  นาฬิกาไม้ตั้งโต๊ะ โคมไฟกะลามะพร้าว ของเล่นเด็ก เครื่องดนตรี   ตู้พระธรรม เรือจำลอง แจกันไม้ กรงนก ไม้แขวนเสื้อ เป็นต้น                   4.4.2 จักสาน ถักสาน หมายถึง ของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก  ที่มีวัสดุที่เป็นเส้นใยธรรมชาติ หรือวัสดุสังเคราะห์ใดๆ เช่น พลาสติกนำมาจักสาน หรือถักสานถักทอเป็นรูปร่าง เช่น ตะกร้า กระจูดสาน เสื่อกก ที่รองจานทำจากเสื่อกก ที่ใส่ของทำจากพลาสติกสาน  กระจาด กระบุง กระด้ง กระติบข้าว เชือกมัด เปลยวน โคมไฟผักตบชวา ไม้กวาด กระเช้าเถาวัลย์ พรมเช็ดเท้า    ฝาชี หมวกสานไม้ไผ่ เป็นต้น                  4.4.3 ดอกไม้ประดิษฐ์/วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ หมายถึง ดอกไม้ ต้นไม้ กล้วยไม้ ผลไม้ที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ แต่ทำจากวัสดุต่างๆ เพื่อเลียนแบบธรรมชาติหรือและผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก ที่มีวัสดุที่ทำจากกระดาษสาเป็นหลัก เช่น ถุงกระดาษ  กล่องกระดาษสา ต้นไม้ประดิษฐ์ ผลไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น                 4.4.4 โลหะ  หมายถึง  ผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึกที่ทำจากโลหะต่างๆ  เช่น เงิน ทองเหลือง ดีบุก สเตนเลส ทอง สังกะสี เป็นต้น เป็นส่วนประกอบหลัก เช่น ช้อนส้อม มีด ผลิตภัณฑ์ภาชนะที่ใช้โลหะ ภาชนะที่ทำจากสเตนเลสทุบ ทองเหลืองทุบ พิวเตอร์ บรอนซ์ แกะสลักที่ใช้ตกแต่งสถานที่ต่างๆ เป็นต้น                 4.4.5 เซรามิค/เครื่องปั้นดินเผา  หมายถึง  ผลิตภัณฑ์ที่มีการนำวัสดุประเภทดิน สินแร่ ไปขึ้นรูปและนำไปเผาด้วยความร้อนสูง เพื่อเป็นภาชนะ ของใช้  ของตกแต่ง  ของที่ระลึก   เช่น เบญจรงค์ ถ้วยชาม ภาชนะกระเบื้อง เซรามิค โอ่ง อ่าง กระถางต่างๆ เป็นต้น                 4.4.6  เคหะสิ่งทอ  หมายถึง  ของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก ที่มีวัสดุทำจากผ้า    มีการตัดเย็บ เช่น ชุดเครื่องนอน พรมเช็ดเท้า ผ้าปูโต๊ะ ถุงมือถักสำหรับทำการเกษตร เป็นต้น                 4.4.7  อื่นๆ ของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้วัสดุอื่นใด นอกเหนือ จาก ข้อ 4.4.1  &ndash; 4.4.6 เช่น ทำจากพลาสติก เรซิน แก้ว เทียน รูปวาด เปเปอร์มาเช่   กระจก ซีเมนต์ ต้นไม้มงคล ตุ๊กตาจากดินไทย ผลไม้เผาดูดกลิ่น พระพุทธรูป เป็นต้น    4.5  ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร  หมายถึง ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรหรือมีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบอาจใช้ประโยชน์ และอาจส่งผลต่อสุขภาพ ได้แก่ ยาจากสมุนไพร เครื่องสำอางสมุนไพร วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน เช่น น้ำยาล้างจานสมุนไพร สมุนไพรไล่ยุง หรือกำจัดแมลง และรวมถึงผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ใช้ทางการเกษตร เช่น น้ำหมักชีวภาพ  น้ำส้มควันไม้  ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น  โดยประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร  แบ่งเป็น  4  กลุ่ม                   4.5.1  ยาจากสมุนไพร                   4.5.2  เครื่องสำอางสมุนไพร                   4.5.3  วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน                   4.5.4 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ใช้ในทางการเกษตร          ในกรณีที่มีปัญหาการจัดประเภทผลิตภัณฑ์  ให้พิจารณาจัดโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์หรือประโยชน์ในการใช้สอย และให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการ นตผ. จังหวัด    5.การจัดระดับผลิตภัณฑ์              การคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี พ.ศ. 2562 (OTOP Product  Champion : OPC) ผลการดำเนินการคัดสรรฯ จัดระดับผลิตภัณฑ์ มีระดับเดียว คือ ระดับประเทศเท่านั้น โดยใช้หลักเกณฑ์เฉพาะแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ (Specific Criteria) ซึ่งกำหนดคะแนนรวมไว้ 100 คะแนน ประกอบด้วย หลักเกณฑ์ในการพิจารณา 3 ด้าน คือ หลักเกณฑ์ด้านผลิตภัณฑ์และความเข้มแข็งของชุมชน หลักเกณฑ์ด้านการตลาด และความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ และหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะนำมากำหนดกรอบในการจัดระดับผลิตภัณฑ์ (Product Level) ออกเป็น 5 ระดับ ตามค่าคะแนน ดังนี้              1. ระดับ 5 ดาว (ได้คะแนนตั้งแต่ 90 -100 คะแนน) เป็นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน หรือ  มีศักยภาพในการส่งออก              2. ระดับ 4 ดาว (ได้คะแนนตั้งแต่ 80 &ndash; 89 คะแนน) เป็นสินค้าที่มีศักยภาพ เป็นที่ยอมรับระดับประเทศ และสามารถพัฒนาสู่สากล              3. ระดับ 3 ดาว (ได้คะแนนตั้งแต่ 70 &ndash; 79 คะแนน) เป็นสินค้าที่มีคุณภาพระดับกลาง  ที่สามารถพัฒนาสู่ระดับ 4 ดาวได้              4. ระดับ 2 ดาว (ได้คะแนนตั้งแต่ 50 &ndash; 69 คะแนน) เป็นสินค้าที่สามารถพัฒนาสู่ระดับ 3 ดาว มีการประเมินศักยภาพเป็นระยะ              5. ระดับ 1 ดาว (ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน) เป็นสินค้าที่ไม่สามารถพัฒนาสู่ระดับ 2 ดาวได้ เนื่องจากมีจุดอ่อนมาก และพัฒนายาก","2021-11-17T13:39:16"],
    [839,"94e56e1b-1e5c-49bf-8156-8724556ff571","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมการพัฒนาชุมชน","การขอความเห็นชอบโครงการและเงินยืมของคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-1b53-44b7-a8da-9c1cd2fd2bde",1,0,7,"1. ในการยืมเงินโครงการ กข.คจ. ให้หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายหรือผู้แทนเป็นผู้เสนอโครงการและคำขอยืมเงินต่อคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน    2. ในการพิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมของคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน ให้พิจารณาไปตามลำดับบัญชีครัวเรือนเป้าหมายและต้องได้รับความเห็นชอบจากพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบล    3.ให้เลขานุการคณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน แจ้งให้หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายหรือผู้แทนที่ได้รับอนุมัติโครงการและยืมเงินมาทำสัญญายืมเงินภายใน 3 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งการอนุมัติโครงการและเงินยืมแล้วให้รายงานผลการอนุมัติเงินยืมให้อำเภอทราบและปิดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ณ ศูนย์ปฏิบัติการหมู่บ้านโครงการ กข.คจ. หรือในที่เปิดเผยของชุมชน     4. ในการทำสัญญาให้ประธานกรรมการ กข.คจ.และหัวหน้าหน้าครัวเรือนเป้าหมายหรือผู้แทนเป็นคู่สัญญาและเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาตามแบบสัญญา  ยืมเงินทุนและในกรณีที่ประธานคณะกรรมการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในสัญญา  ยืมเงินแทน    5. ให้ทำสัญญายืมเงินทุน กข.คจ. ตามแบบที่กำหนดจำนวน 3 ชุด โดยส่งมอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน คือ หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายผู้ยืมเงิน 1 ชุด  คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน 1 ชุด นายอำเภอ 1 ชุด (มอบให้ สพอ.อำเภอ)","2021-11-17T13:39:16"],
    [840,"95e6b76e-47cc-43e3-8176-fb1facc395de","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-4001-4cf5-a1d8-35bf8e3d6c6f",60,500,5,"หลักเกณฑ์    ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้  1. มีสัญชาติไทย  2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ (นับถึงวันที่ปิดรับสมัคร)  3. มีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนกำหนด ดังนี้   (1) มีความรู้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ (ปวช.) ทางช่างสำรวจ หรือสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาที่เกี่ยวกับวิชาการสำรวจและทำแผนที่ซึ่งคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนรับรอง ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาโยธา และหลักสูตรนักเรียนนายสิบแผนที่ โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร หรือ   (2) เคยดำรงตำแหน่งช่างรังวัดสังกัดกรมที่ดินมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ   (3) เคยปฏิบัติงานในสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ในตำแหน่งทางช่างรังวัดติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี และต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งทางช่างรังวัด  4. ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีเงินเดือนและตำแหน่งประจำ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ  5. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา  6.ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  7. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดีและมีผู้รับรองความประพฤติตามระเบียบที่กรรมการกำหนด  8. ไม่เคยถูกทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจลงโทษไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้าง ทั้งนี้เพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่  9. ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตแห่งวิชาชีพ  10. ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน เว้นแต่ ได้พ้นเวลาห้าปีไปแล้ว นับแต่วันถูก เพิกถอนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน    เงื่อนไข     1. สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน จะเปิดรับสมัครบุคคลเข้าทดสอบความรู้เพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน ในระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ของทุกปี   2. ผู้เข้าทดสอบต้องได้คะแนนข้อสอบแบบเลือกตอบ (ปรนัย) ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบและแบบบรรยาย (อัตนัย) ไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ   3. ผู้ผ่านการทดสอบข้อเขียน จะต้องผ่านการฝึกอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามหลักสูตรที่คณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนกำหนด จึงจะได้รับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน   4. อดีตข้าราชการกรมที่ดินที่เคยปฏิบัติงานในสำนักงานที่ดิน ตำแหน่งทางช่างรังวัดติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี และจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งทางช่างรังวัด และจะต้องเข้ารับการทดสอบความรู้ฯ ครั้งแรกหลังจากได้ยื่นคำขอ หากไม่เข้ารับการทดสอบความรู้ฯจะถือว่าหมดสิทธิ์ที่จะไม่ต้องเข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติ เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัย และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน","2024-05-02T11:12:13"],
    [841,"95f098c3-4aa3-4c78-98e7-040dede87089","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะราย ตามมาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (มีหลักฐานสำหรับที่ดิน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-f45c-4d4d-b70f-2d7387b7af3a",83,20,5,"บุคคลที่จะขอออกโฉนดที่ดินได้    - มีสภาพบุคคลและนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยต้องพิจารณาถึงความสามารถของบุคคลบางประเภทตามที่กฎหมายได้จำกัดความไว้เช่นผู้เยาว์บุคคลวิกลจริตบุคคลไร้ความสามารถบุคคลเสมือนไร้ความสามารถเป็นต้นรวมถึงพิจารณาการเป็นนิติบุคคลด้วย    - ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายมีหลักฐานเช่นส.ค.1, ใบจอง, ใบเหยียบย่ำ, หนังสือรับรองการทำประโยชน์, โฉนดตราจอง, ตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้ว หรือหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3, ก.ส.น.5) ทั้งนี้ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ด้วยโดยการครอบครองต่อเนื่องจากผู้มีหลักฐานส.ค.1 ต้องเป็นการส่งมอบโดยยินยอมและสมัครใจมิใช่ได้มาโดยการแย่งการครอบครองซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นสิทธิของตนใหม่ไม่ถือเป็นการครอบครองต่อเนื่อง    - วัดที่ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับไม่จำเป็นต้องแจ้งการครอบครองที่ดินและถือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามมาตรา 59 เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดที่ธรณีสงฆ์หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้กระทำได้แต่โดยพระราชบัญญัติ    -ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่งอกจากโฉนดที่ดินไม่จำเป็นต้องแจ้งการครอบครองที่ดินและถือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามมาตรา 59    ที่ดินที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้    1. ที่ดินที่จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส. 3, น.ส.3 ก., น.ส.3 ข.) จะต้องเป็นที่ดินที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ข้อ 14 กล่าวคือ    - จะต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว    -ไม่เป็นที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันเช่นทางน้ำทางหลวงทะเลสาบที่ชายตลิ่งที่เลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์    -ไม่เป็นที่ดินซึ่งได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินพุทธศักราช 2478 หรือตามกฎหมายอื่นอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ    - ไม่เป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติสงวนและพัฒนาที่ดินเพื่อจัดให้แก่ประชาชน    -ไม่เป็นที่ดินของรัฐที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติสงวนหรือหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน    - ไม่เป็นที่ดินที่ได้สงวนหรือหวงห้ามไว้ตามกฎหมายอื่น    -ไม่เป็นที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น    2. ที่ดินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้จะต้องอยู่ในเงื่อนไขดังนี้    -ที่เขาที่ภูเขาและปริมณฑลรอบที่เขาหรือภูเขา 40 เมตรซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศหวงห้ามตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดินผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)    -ที่เกาะผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1), ใบจอง, ใบเหยียบย่ำ, หนังสือรับรองการทำประโยชน์, หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3), หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (ก.ส.น.5) หรือเป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติให้จัดแก่ประชาชนหรือเป็นที่ดินซึ่งได้มีการจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา 10 และ 11 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินโดยคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติแล้ว    -เขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าหรือพื้นที่ที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรหรือที่สงวนหวงห้ามตามกฎหมายจะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) หรือได้ออกใบจองใบเหยียบย่ำไว้ก่อนการสงวนหรือหวงห้ามที่ดิน    -ที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ใบแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินตามมาตรา 27ตรีแห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือมีใบจอง, ใบเหยียบย่ำหรือมีหลักฐานหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3, กสน.5) ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน    -พื้นที่ที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ยร้อยละ 35 ขึ้นไปตามที่กำหนดไว้ในนโยบายป่าไม้แห่งชาติผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)    ระยะเวลาในการดำเนินการ    กรณีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ต้องเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐต้องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 ต้องเสนอคณะกรรมการป้องกันและหยุดยั้งการบุกรุกที่ดินในเขตป่าชายเลนหรือต้องรอผลกรณีที่ต้องดำเนินการอ่านแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น","2024-04-29T15:52:09"],
    [842,"95f0b33b-e195-476a-946b-28686d9329bf","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะราย ตามมาตรา 59 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (ไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดิน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-fe71-484a-a404-b4612fe9f458",83,20,5,"ผู้ที่จะขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดินต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ตามที่ประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดดังนี้    1. มีสภาพบุคคลและนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยต้องพิจารณาถึงความสามารถของบุคคลบางประเภทตามที่กฎหมายได้จำกัดความไว้เช่นผู้เยาว์บุคคลวิกลจริตบุคคลไร้ความสามารถบุคคลเสมือนไร้ความสามารถเป็นต้นรวมถึงพิจารณาการเป็นนิติบุคคลด้วย    2. ต้องเป็นผู้ที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (วันที่ 1 ธันวาคม 2497) และมิได้แจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (วันที่ 1 ธันวาคม 2497) หรือวันที่ได้รับการผ่อนผันให้แจ้งการครอบครองที่ดินจากผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ไม่รวมถึงผู้ซึ่งมิได้แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินณที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปิดประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดที่ดินในท้องที่นั้นหรือมิได้มานำหรือส่งตัวแทนมานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดที่ดินตามประกาศกำหนด (ตามมาตรา 27 ตรีแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน)    3. เป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องจากบุคคลตามข้อ 2. โดยการครอบครองต่อเนื่องต้องเป็นการส่งมอบโดยยินยอมและสมัครใจมิใช่ได้มาโดยการแย่งการครอบครองซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นสิทธิของตนใหม่ไม่ถือเป็นการครอบครองต่อเนื่อง    4. ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ไม่เกินห้าสิบไร่ถ้าเกินห้าสิบไร่จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด    5. พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่บุคคลตามข้อ 2. ถ้ามีความจำเป็นดังนี้ (1) ที่ดินนั้นถูกเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ (2) ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินจะโอนที่ดินนั้นให้แก่ทบวงการเมืององค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ (3) มีความจำเป็นอย่างอื่นโดยได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด    ที่ดินที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้    ที่ดินที่จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก., น.ส.3 ข.) จะต้องเป็นที่ดินที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ข้อ 14 กล่าวคือ    1. จะต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว    2. ไม่เป็นที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันเช่นทางน้ำทางหลวงทะเลสาบที่ชายตลิ่งที่เลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์    3. ไม่เป็นที่ดินซึ่งได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินพุทธศักราช 2478 หรือตามกฎหมายอื่นอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ    4. ไม่เป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติสงวนและพัฒนาที่ดินเพื่อจัดให้แก่ประชาชน    5. ไม่เป็นที่ดินของรัฐที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติสงวนหรือหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน    6. ไม่เป็นที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น    7. ไม่เป็นที่เขาที่ภูเขาและปริมณฑลรอบที่เขาหรือภูเขา 40 เมตรและพื้นที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศหวงห้ามตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน    8. ไม่เป็นที่เกาะหรือเป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติให้จัดแก่ประชาชนหรือเป็นที่ดินซึ่งได้มีการจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา 10 และ 11 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินโดยคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติแล้ว    9. ไม่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าหรือพื้นที่ที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร    10. ไม่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน    11. ไม่เป็นที่ดินที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ยร้อยละ 35 ขึ้นไปตามที่กำหนดไว้ในนโยบายป่าไม้แห่งชาติ    12. ไม่เป็นที่ดินที่ได้สงวนหรือหวงห้ามไว้ตามกฎหมายอื่น    ระยะเวลาในการดำเนินการ    กรณีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ต้องเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐต้องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 ต้องเสนอคณะกรรมการป้องกันและหยุดยั้งการบุกรุกที่ดินในเขตป่าชายเลนหรือต้องรอผลกรณีที่ต้องดำเนินการอ่านแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น","2024-04-29T11:11:33"],
    [843,"95f1013b-2600-46ea-b953-34c1935555fb","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะราย ตามมาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (กรณีเป็น ส.ค.1 ที่มายื่นคำขอภายหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2c-0580-41fc-af43-c1c2118c2868",83,20,5,"บุคคลที่จะขอออกโฉนดที่ดินได้    - มีสภาพบุคคลและนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยต้องพิจารณาถึงความสามารถของบุคคลบางประเภทตามที่กฎหมายได้จำกัดความไว้เช่นผู้เยาว์บุคคลวิกลจริตบุคคลไร้ความสามารถบุคคลเสมือนไร้ความสามารถเป็นต้นรวมถึงพิจารณาการเป็นนิติบุคคลด้วย    - ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายมีหลักฐานเช่นส.ค.1, ใบจอง, ใบเหยียบย่ำ, หนังสือรับรองการทำประโยชน์, โฉนดตราจอง, ตราจองที่ตราว่า&amp;quot;ได้ทำประโยชน์แล้ว&amp;quot; หรือหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3, ก.ส.น.5) ทั้งนี้ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ด้วยโดยการครอบครองต่อเนื่องจากผู้มีหลักฐานส.ค.1 ต้องเป็นการส่งมอบโดยยินยอมและสมัครใจมิใช่ได้มาโดยการแย่งการครอบครองซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นสิทธิของตนใหม่ไม่ถือเป็นการครอบครองต่อเนื่อง    - วัดที่ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับไม่จำเป็นต้องแจ้งการครอบครองที่ดินและถือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามมาตรา 59 เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดที่ธรณีสงฆ์หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้กระทำได้แต่โดยพระราชบัญญัติ    -ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่งอกจากโฉนดที่ดินไม่จำเป็นต้องแจ้งการครอบครองที่ดินและถือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามมาตรา 59    ที่ดินที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้    1. ที่ดินที่จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส. 3, น.ส.3 ก., น.ส.3 ข.) จะต้องเป็นที่ดินที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ข้อ 14 กล่าวคือ    - จะต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์แล้ว    -ไม่เป็นที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันเช่นทางน้ำทางหลวงทะเลสาบที่ชายตลิ่งที่เลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์    -ไม่เป็นที่ดินซึ่งได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินพุทธศักราช 2478 หรือตามกฎหมายอื่นอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ    - ไม่เป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติสงวนและพัฒนาที่ดินเพื่อจัดให้แก่ประชาชน    -ไม่เป็นที่ดินของรัฐที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติสงวนหรือหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน    - ไม่เป็นที่ดินที่ได้สงวนหรือหวงห้ามไว้ตามกฎหมายอื่น    -ไม่เป็นที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น    2. ที่ดินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้จะต้องอยู่ในเงื่อนไขดังนี้    -ที่เขาที่ภูเขาและปริมณฑลรอบที่เขาหรือภูเขา 40 เมตรซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศหวงห้ามตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดินผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)    -ที่เกาะผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1), ใบจอง, ใบเหยียบย่ำ, หนังสือรับรองการทำประโยชน์, หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3), หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (ก.ส.น.5) หรือเป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติให้จัดแก่ประชาชนหรือเป็นที่ดินซึ่งได้มีการจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา 10 และ 11 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินโดยคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติแล้ว    -เขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าหรือพื้นที่ที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรหรือที่สงวนหวงห้ามตามกฎหมายจะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) หรือได้ออกใบจองใบเหยียบย่ำไว้ก่อนการสงวนหรือหวงห้ามที่ดิน    -ที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ใบแจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินตามมาตรา 27 ตรีแห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือมีใบจอง, ใบเหยียบย่ำหรือมีหลักฐานหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3, กสน.5) ก่อนประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน    -พื้นที่ที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ยร้อยละ 35 ขึ้นไปตามที่กำหนดไว้ในนโยบายป่าไม้แห่งชาติผู้ครอบครองที่ดินจะต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)    กรณีหลักฐานที่ดินเป็นส.ค.1 และมายื่นคำขอภายหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 จะต้องดำเนินการตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551    มาตรา 8 ให้ผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับโดยมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินและยังมิได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์นำหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินนั้นมายื่นคำขอเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ    เมื่อได้รับคำขอและหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป    เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหากมีผู้นำหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ได้ต่อเมื่อศาลยุติธรรมได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าผู้นั้นเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ    ในการพิจารณาของศาลตามวรรคสามให้ศาลแจ้งให้กรมที่ดินทราบและให้กรมที่ดินตรวจสอบกับระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทางอากาศฉบับที่ทำขึ้นก่อนสุดเท่าที่ทางราชการมีอยู่พร้อมทั้งทำความเห็นเสนอต่อศาลว่าผู้นั้นได้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับหรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลความเห็นดังกล่าวให้เสนอต่อศาลภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากศาลเว้นแต่ศาลจะขยายระยะเวลาเป็นอย่างอื่น    ระยะเวลาในการดำเนินการ    กรณีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ต้องเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐต้องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 ต้องเสนอคณะกรรมการป้องกันและหยุดยั้งการบุกรุกที่ดินในเขตป่าชายเลนหรือต้องรอผลกรณีที่ต้องดำเนินการอ่านแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น","2024-04-30T02:40:21"],
    [844,"95f11086-2f9d-4cc9-b0c1-42ca988a3d72","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะราย ตามมาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (กรณีเป็น ส.ค.1 ที่มายื่นคำขอภายหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 และศาลมีคำพิพากษาว่าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับแล้ว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2c-01c8-4fa0-8240-21ef63ac755b",36,20,5,"พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551    มาตรา 8 ให้ผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับโดยมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินและยังมิได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์นำหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินนั้นมายื่นคำขอเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ    เมื่อได้รับคำขอและหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป    เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหากมีผู้นำหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ได้ต่อเมื่อศาลยุติธรรมได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าผู้นั้นเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ    ในการพิจารณาของศาลตามวรรคสามให้ศาลแจ้งให้กรมที่ดินทราบและให้กรมที่ดินตรวจสอบกับระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทางอากาศฉบับที่ทำขึ้นก่อนสุดเท่าที่ทางราชการมีอยู่พร้อมทั้งทำความเห็นเสนอต่อศาลว่าผู้นั้นได้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับหรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลความเห็นดังกล่าวให้เสนอต่อศาลภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากศาลเว้นแต่ศาลจะขยายระยะเวลาเป็นอย่างอื่น","2024-04-29T13:23:48"],
    [845,"95f11603-d41e-4cad-add3-78b8e04cfe33","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การออกใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (ตามมาตรา 63 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-f7b9-48cb-bb2c-5efa9b98ce5f",76,50,4,"ตามมาตรา 63 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติว่า โฉนดที่ดินของผู้ใดเป็นอันตรายชำรุดสูญหายด้วยประการใดให้เจ้าของมาขอรับใบแทนโฉนดที่ดินนั้นได้    เมื่อได้ออกใบแทนไปแล้วโฉนดที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิกเว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น    สำหรับการขอใบแทนใบจองหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือใบไต่สวนให้นำความดังกล่าวข้างต้นมาใช้บังคับอนุโลม    จากบทบัญญัติของมาตรา 63 ดังกล่าวจะเห็นได้ว่าหากโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก. และน.ส.3 ข.) รวมทั้งใบจองและใบไต่สวนฉบับเจ้าของที่ดินเป็นอันตรายชำรุดสูญหายกฎหมายได้กำหนดให้เจ้าของมาขอรับใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นโฉนดที่ดินน.ส.3, น.ส.3 ก., ใบจองฯลฯโดยมีหลักเกณฑ์ในการขอออกใบแทนดังนี้้    1. ผู้ขอออกใบแทนจะต้องอยู่ในฐานะ \"เจ้าของ\" ซึ่งนอกจากจะมีความหมายตามนัยทั่วไปซึ่งหมายถึงผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์หรือผู้มีชื่อถือสิทธิครอบครองแล้วยังหมายความรวมไปถึงการออกใบแทนเฉพาะที่มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของเช่นการได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผู้ที่ซื้อที่ดินได้จากการขายทอดตลาดผู้ที่มีสิทธิจดทะเบียนตามคำพิพากษาหรือผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้        1) เจ้าของที่ดินผู้มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน        2) ทายาท/ผู้จัดการมรดกของผู้มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน        3) บุคคลที่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาอันถึงที่สุดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน        4) บุคคลที่เป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียนตามคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดของศาล        5) บุคคลที่ซื้อที่ดินได้จากการขายทอดตลาด    กรณีตามข้อ 3)ถึง 5) ต้องเป็นกรณีที่ไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาแสดง    2.ในกรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเป็นอันตรายหรือสูญหายให้บุคคลตามข้อ 2.1 ยื่นคำขอ (ท.ด.9) และปฏิญาณตนต่อเจ้าพนักงานที่ดินพร้อมนำพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 2 คนมาให้ถ้อยคำรับรองประกอบการสอบสวนของเจ้าหน้าที่จนเป็นที่เชื่อถือได้หากเป็นกรณีสูญหายเนื่องจากการกระทำผิดอาญาเช่นถูกลักขโมยจะต้องนำหลักฐานการแจ้งความมาประกอบการขอออกใบแทนด้วยโดยเจ้าพนักงานที่ดินจะประกาศการขอออกใบแทนมีกำหนด 30 วัน    3. ในกรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินชำรุดโดยยังมีตำแหน่งที่ดินเลขที่โฉนดที่ดินชื่อและตราประจำตำแหน่งของเจ้าพนักงานที่ดินตามแบบของหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวปรากฏอยู่ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนให้ไปได้โดยไม่ต้องมีการสอบสวนและประกาศตามข้อ 2. แต่ถ้าขาดข้อความสำคัญดังกล่าวต้องดำเนินการสอบสวนและประกาศการออกใบแทนมีกำหนด 30 วันด้วย    4. ในกรณีศาลมีคำสั่งหรือมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือผู้ใดมีสิทธิจดทะเบียนตามคำพิพากษาของศาลแต่ไม่ได้โฉนดที่ดินมาหรือโฉนดที่ดินเดิมเป็นอันตรายชำรุดหรือสูญหายด้วยประการใดให้ผู้มีสิทธิจดทะเบียนยื่นคำขอออกใบแทนและดำเนินการตามข้อ 2. และ 3. แล้วแต่กรณี    5. ในกรณีเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจได้ยึดและขายทอดตลาดที่ดินแล้วแต่ไม่ได้โฉนดที่ดินมาหรือโฉนดที่ดินเดิมเป็นอันตรายชำรุดหรือสูญหายด้วยประการใดขอให้ออกใบแทนให้ถือหนังสือของเจ้าพนักงานดังกล่าวเป็นคำขอและดำเนินการตามข้อ 2. และ 3. แล้วแต่กรณีแต่ไม่ต้องสอบสวน    6. กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเพียงบางคนยื่นคำขอออกใบแทนสามารถดำเนินการได้แต่เจ้าพนักงานที่ดินจะออกใบแทนให้แก่ผู้ขอได้ต่อเมื่อได้สอบสวนพยานหลักฐานต่างๆที่ผู้ขอนำมาแสดงจนเชื่อถือได้ว่าโฉนดที่ดินเป็นอันตรายชำรุดสูญหายไปจริงตัวอย่างเช่นการสอบสวนผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมคนอื่นว่าโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมหรือไม่หรือนำหลักฐานอื่นมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เป็นต้น    บุคคลในกรณีนี้รวมถึงนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินด้วยเช่นห้างหุ้นส่วนบริษัทวัดมูลนิธิมัสยิดฯลฯ","2024-04-30T02:52:42"],
    [846,"95f11c08-3d27-4d0e-ad4e-116c38b20826","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การตรวจสอบเนื้อที่ แบ่งแยก รวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3,น.ส.3 ข) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-0974-4aa1-9749-08a267425ed3",92,30,15,"1.1 ประเภทการขอรังวัดแบ่งแยกเช่นแบ่งแยกในนามเดิมแบ่งกรรมสิทธิ์รวมแบ่งให้แบ่งขายแบ่งเวนคืนแบ่งหักที่สาธารณประโยชน์แบ่งได้มาโดยการครอบครองตามมาตรา 1367 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แบ่งตามคำพิพากษาศาลและแบ่งจัดสรรที่ดินเป็นต้น    1.2 ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินพื้นที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์     1.2.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมระยะเวลาให้บริการ)     1.2.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมระยะเวลาให้บริการ)    1.3 พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง    1.4 ระยะเวลาดำเนินการ    1) วันยื่นคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอคู่กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือประเภทนิติกรรมที่ขอจดทะเบียนซึ่งอาจใช้เวลาต่างกันกรณีแบ่งแยกที่ดินหลายแปลงและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติเป็นต้น    2) การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วันนับแต่ปิดประกาศฉบับสุดท้ายการนำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนามและทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วันทั้งนี้ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไปเช่นกรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้าหรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่เป็นต้น    3) วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 160 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอคู่กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือประเภทนิติกรรมที่ขอจดทะเบียนซึ่งอาจใช้เวลาต่างกันกรณีแบ่งแยกที่ดินหลายแปลงและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติเป็นต้น    1.5 กรณีมีการแก้ไขคำขอหรือเปลี่ยนแปลงประเภทการรังวัดแบ่งแยกประเภทต่างๆเช่นแบ่งให้แบ่งขายแบ่งเวนคืนแบ่งได้มาโดยการครอบครองฯและแบ่งจัดสรรที่ดินเป็นต้นต้องมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงและตามจำนวนแปลงที่แบ่งแยกเป็นกรณีไป    1.6 ก่อนออกไปทำการรังวัดผู้ขอต้องวางเงินค่าใช้จ่ายในการรังวัดหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อใช้เรียกเก็บในการรังวัดเกี่ยวกับการพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์สามารถตรวจสอบได้จากประกาศจังหวัดซึ่งปิดประกาศไว้ณสำนักงานที่ดินในพื้นที่ให้บริการโดยใช้เนื้อที่เป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการรังวัดแต่ต้องไม่เกินอัตราในบัญชีค่าใช้จ่ายตามแบบกแบบขแบบคและแบบงท้ายระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหรือพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2558 (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้าย)    1.7 ระยะเวลารอการรังวัดของแต่ละสำนักงานที่ดินผู้ยื่นคำขอสามารถตรวจสอบได้จากรายงานผลงานรังวัด (ร.ว. 19) ประจำเดือนล่าสุดของแต่ละสำนักงานที่ดินหรือรายงานประจำเดือนล่าสุดของสำนักงานที่ดินอำเภอซึ่งมีระยะเวลาการนัดรังวัดตั้งแต่ 15 - 200 วันยกเว้นสำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยกในท้องที่จังหวัดปัตตานียะลาและนราธิวาส    1.8 ตรวจระเบียบและรอผลสอบถาม (ถ้ามี) แบ่งได้เป็น 3 ช่วงเวลาได้แก่     1.8.1 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน     - กรณีไม่ต้องสอบถามเจ้าของที่ดินข้างเคียง (ท.ด. 81)และไม่ต้องสอบถามที่อยู่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นโดยหัวหน้าฝ่ายรังวัด/หัวหน้างานตรวจระเบียบ 6 วันเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยกพิจารณาสั่งการ 3 วันการเงินถอนจ่าย 2 วันเบิกหนังสือรับรองการทำประโยชยน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.) 1 วันเขียนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.) 3 วัน     1.8.2 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 34วัน     - กรณีวันทำการรังวัดเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้รับหนังสือแจ้งเรื่องการระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองแนวเขต (ท.ด. 38) จากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มาระวังชี้แนวเขตที่ดินแล้วแต่ไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมลงนามรับรองแนวเขตที่ดินโดยไม่คัดค้านการรังวัดและผลการรังวัดปรากฏว่า 1.) การรังวัดตรวจสอบเนื้อที่หรือแบ่งแยกหนังสือรับรองการทำประโยชยน์(น.ส. 3,น.ส.3ข.)ได้รูปแผนที่เท่าเดิมแต่เนื้อที่ต่างจากเดิมรูปแผนที่ต่างจากเดิมแต่เนื้อที่เท่าเดิมรูปแผนที่และเนื้อที่ต่างจากเดิมหรือ 2.) การรังวัดรวมตรวจสอบเนื้อที่แบ่งแยกรวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.)ได้รูปแผนที่และเนื้อที่ต่างจากเดิมพนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือเรื่องการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินหรือคัดค้านการรังวัด (ท.ด. 81) โดยให้รอผลการสอบถามเจ้าของที่ดินข้างเคียง 30 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือเมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีผู้คัดค้านให้เบิกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.) 1 วันเขียนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.) 3 วัน     1.8.3 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 67วัน     -กรณีวันทำการรังวัดเจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ได้รับหนังสือแจ้งเรื่องการระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองแนวเขต (ท.ด. 38) เนื่องจากไม่อาจติดต่อเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้และผลการรังวัดปรากฏว่า 1.) การรังวัดตรวจสอบเนื้อที่แบ่งแยกรวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.) ได้รูปแผนที่และเนื้อที่ต่างจากเดิมพนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือสอบถามที่อยู่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแล้วรอผลการสอบถามที่อยู่ 30 วันเมื่อทราบผลการสอบถามที่อยู่แล้วจะส่งหนังสือเรื่องการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินหรือคัดค้านการรังวัด (ท.ด.81) รวมทั้งให้ช่างรังวัดออกไปปิดประกาศณที่ว่าการเขต/ที่ว่าการอำเภอและณบริเวณที่ดินของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงโดยใช้เวลา 3 วันและให้รอผลการสอบถามเจ้าของที่ดินข้างเคียง 30 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือเมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีผู้คัดค้านให้เบิกหนังสือรับรองการทำประโยชยน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.)1 วันเขียนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3,น.ส.3ข.) 3 วัน    1.9 กรณีมีเหตุขัดข้องเช่นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมไม่สามารถตกลงแนวเขตที่จะแบ่งแยกกันได้มีการคัดค้านการรังวัดผู้ขอไม่สามารถนำชี้แนวเขตที่ดินได้มีทางสาธารณประโยชน์ตัดผ่านผู้ขอไม่ยินยอมให้แบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์น้ำท่วมมีการแก้ไขคำขอผู้ขอมีความประสงค์นัดตรวจสอบใหม่เป็นต้นอาจเป็นเหตุให้ต้องงดทำการรังวัดหรือยกเลิกคำขอรังวัดหรือนัดรังวัดตรวจสอบใหม่แล้วแต่กรณีโดยที่ระยะเวลาดำเนินการอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริง    1.10 หลังจากรับคำขอแล้วถ้าที่ดินที่ขอแบ่งแยกเป็นน.ส.3 / น.ส.3 ขผู้ขอไม่ประสงค์จะเปลี่ยนเป็นน.ส.3 กหรือที่ดินน.ส.3 / น.ส. 3 ขหรือแบบหมายเลข 3 ที่ขอตรวจสอบเนื้อที่ผู้ขอประสงค์จะเปลี่ยนเป็นน.ส.3 กก่อนจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือก่อนออกน.ส.3 กให้ประกาศมีกำหนด 30 วันโดยปิดไว้ในที่เปิดเผยณสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่ทำการกำนันที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบริเวณที่ดินแห่งละหนึ่งฉบับ (ประกาศตามกฎหมาย 30 วันการนำส่งประกาศและปิดประกาศ 10 วันและทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วันรวมเป็น 45วัน)    1.11 การเปลี่ยนน.ส.3 / น.ส.3 ขเป็นน.ส.3 กก่อนรับคำขอให้ผู้ขอชี้ระวางรูปถ่ายทางอากาศก่อน (ดูคู่มือสำหรับประชาชนเรื่องการชี้ระวางแผนที่หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ)    1.12 กรณีที่มีการคัดค้านการรังวัดและช่างรังวัดได้ทำแผนที่แสดงเขตคัดค้านแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจสอบสวนไกล่เกลี่ยโดยถือหลักฐานแผนที่เป็นหลักในการพิจารณาถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลงแต่ต้องไม่เป็นการสมยอมกันเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายหากตกลงกันไม่ได้ให้แจ้งคู่กรณีไปฟ้องต่อศาลภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งถ้าไม่มีการฟ้องภายในกำหนดดังกล่าวให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะตรวจสอบเนื้อที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน(น.ส.3,น.ส.3ข) นั้นต่อไป","2024-04-30T01:39:32"],
    [847,"95f119b7-0a73-4351-9e85-b08341a0011e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจัดทำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินขึ้นใหม่ (ตามมาตรา 64 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน) กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินและฉบับเจ้าของที่ดินเป็นอันตรายชำรุดสูญหาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-faef-4f76-a864-f4cede231e24",76,10,5,"ตามมาตรา 64 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติว่า ถ้าโฉนดที่ดินใบไต่สวนหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือใบจองฉบับสำนักงานที่ดินเป็นอันตรายชำรุดสูญหายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 71 มีอำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวจากผู้มีสิทธิในที่ดินมาพิจารณาแล้วจัดทำขึ้นใหม่โดยอาศัยหลักฐานเดิมได้    จากบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงกรณีหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินซึ่งเป็นคู่ฉบับกับฉบับที่อยู่กับเจ้าของที่ดินโดยจัดเก็บไว้ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ได้เป็นอันตรายชำรุดสูญหายไปทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ในราชการซึ่งจะต้องดำเนินการคู่กับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับเจ้าของที่ดินทุกครั้งที่มีการขอดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินตามหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินประมวลกฎหมายที่ดินจึงได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 71 (ซึ่งได้แก่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาเจ้าพนักงานที่ดินหัวหน้าส่วนแยกนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอแล้วแต่กรณี) มีอำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นโฉนดที่ดินน.ส.3 หรือน.ส.3 ก. ฯลฯฉบับเจ้าของที่ดินมาพิจารณาประกอบการจัดทำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินขึ้นใหม่โดยอาศัยหลักฐานเดิมซึ่งตามหลักฐานแล้วเป็นเรื่องที่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการเองแต่ในกรณีที่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินและฉบับเจ้าของที่ดินเป็นอันตรายชำรุดสูญหายจนไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าตรงกับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับใดการดำเนินการตามระเบียบในกรณีนี้ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับการออกใบแทนกรณีฉบับเจ้าของที่ดินสูญหายตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 ข้อ 17 (1) โดยมีหลักเกณฑ์ในการจัดทำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินขึ้นใหม่คือให้เจ้าของที่ดินยื่นคำขอและปฏิญาณตนต่อเจ้าพนักงานที่ดินพร้อมนำพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 2 คนมาให้ถ้อยคำรับรองประกอบการสอบสวนของเจ้าหน้าที่จนเป็นที่เชื่อถือได้และประกาศมีกำหนด 30 วัน","2024-04-29T13:37:18"],
    [848,"95f30c08-b029-46cc-b152-ea2f03718a15","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตดูดทราย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-d92b-4489-9bd1-bcbd231bb7da",113,10,4,"1. เป็นการขออนุญาตดูดทรายในที่ดินของรัฐ ยกเว้นเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตพื้นที่ระหว่างประเทศ 2. ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ (1) ดำเนินการด้วยตนเอง จะโอนสิทธิให้ผู้อื่นมิได้ (2) ทำการดูดทรายตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น. (3) ไม่ทำการดูดทรายจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่น (4) ไม่ทำการเป็นที่กีดขวางการจราจร หรือก่อให้เกิดเสียงดังเป็นที่รบกวนบุคคลอื่น (5) แสดงใบอนุญาตไว้ประจำยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือเครื่องจักรกลที่ใช้ดูดทราย    3. ให้ผู้ประสงค์ขออนุญาตดูดทรายยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี     4. จำนวนเนื้อที่ที่อนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมด รายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินห้าไร่ 5. ที่ดินที่ขออนุญาตจะต้องอยู่ในโซนนิ่ง (Zoning) ที่จังหวัดกำหนด 6.หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้คำนึงถึง (1) ในด้านวิชาการ เช่น ความเสียหายแก่สภาพตลิ่ง สภาพธรรมชาติของลำน้ำ (2) ในด้านการปกครอง เช่น ความเดือดร้อนของราษฎร ความเสียหายทางเศรษฐกิจหรือทรัพยากรธรรมชาติ ให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3) แม่น้ำลำคลองแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ 7. กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบมติอนุญาตโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าผู้ขอรับอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้งดเว้นการออกใบอนุญาต 8. ก่อนจังหวัดออกใบอนุญาต ผู้ขอต้องนำใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาแสดงให้ครบถ้วน 9. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 10. วัน หมายถึงวันทำการปกติของหน่วยงานของรัฐ 11. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับการออกใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาของสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2546)","2024-04-25T15:26:16"],
    [849,"95f328f5-1189-4f00-aeb0-4424c3b1228f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอต่ออายุใบอนุญาตดูดทราย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-dc80-4eac-a454-fd68d276b0b7",113,10,3,"ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน หากไม่ยื่นภายในกำหนดให้ถือว่าไม่ประสงค์จะขอต่อใบอนุญาตเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต 1. เป็นการขออนุญาตดูดทรายในที่ดินของรัฐในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตพื้นที่ระหว่างประเทศ 2. ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้    (1) ดำเนินการด้วยตนเอง จะโอนสิทธิให้ผู้อื่นมิได้ (2) ทำการดูดทรายตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น.(3) ไม่ทำการดูดทรายจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่น (4) ไม่ทำการเป็นที่กีดขวางการจราจร หรือก่อให้เกิดเสียงดังเป็นที่รบกวนบุคคลอื่น (5) แสดงใบอนุญาตไว้ประจำยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือเครื่องจักรกลที่ใช้ดูดทราย 3. ให้ผู้ประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตดูดทรายยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี 4. จำนวนเนื้อที่ที่อนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมด รายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินห้าไร่ 5. ที่ดินที่ขออนุญาตจะต้องอยู่ในโซนนิ่ง (Zoning) ที่จังหวัดกำหนด 6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้คำนึงถึง (1) ในด้านวิชาการ เช่น ความเสียหายแก่สภาพตลิ่ง สภาพธรรมชาติของลำน้ำ (2) ในด้านการปกครอง เช่น ความเดือดร้อนของราษฎร ความเสียหายทางเศรษฐกิจหรือทรัพยากรธรรมชาติ ให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3) แม่น้ำลำคลองแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ 7. คณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายจะประชุมภายในกำหนด 15 วัน ได้ต่อเมื่อเรื่องราวพร้อมเอกสาร หลักฐาน ถูกต้อง ครบถ้วน 8. กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบมติอนุญาตโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าผู้ขอรับอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้งดเว้นการออกใบอนุญาต 9. ก่อนจังหวัดออกใบอนุญาต ผู้ขอต้องนำใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาแสดงให้ครบถ้วน 10. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 11. วัน หมายถึงวันทำการปกติของหน่วยงานของรัฐ 12. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับการออกใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2546)","2023-03-01T11:17:50"],
    [850,"95f35bef-7631-4e86-a015-dd311d1acb90","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตดูดทราย (กรณีในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตพื้นที่ระหว่างประเทศ) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-e2ea-4e51-8337-321be173066d",133,10,3,"1. เป็นการขออนุญาตดูดทรายในที่ดินของรัฐในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตพื้นที่ระหว่างประเทศ    2. ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ (1) ดำเนินการด้วยตนเอง จะโอนสิทธิให้ผู้อื่นมิได้ (2) ทำการดูดทรายตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น. (3) ไม่ทำการดูดทรายจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่น (4) ไม่ทำการเป็นที่กีดขวางการจราจร หรือก่อให้เกิดเสียงดังเป็นที่รบกวนบุคคลอื่น (5) แสดงใบอนุญาตไว้ประจำยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือเครื่องจักรกลที่ใช้ดูดทราย 3. ให้ผู้ประสงค์ขออนุญาตดูดทรายยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี 4. จำนวนเนื้อที่ที่อนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมด รายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินห้าไร่ 5. ที่ดินที่ขออนุญาตจะต้องอยู่ในโซนนิ่ง (Zoning) ที่จังหวัดกำหนด 6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้คำนึงถึง (1) ในด้านวิชาการ เช่น ความเสียหายแก่สภาพตลิ่ง สภาพธรรมชาติของลำน้ำ (2) ในด้านการปกครอง เช่น ความเดือดร้อนของราษฎร ความเสียหายทางเศรษฐกิจหรือทรัพยากรธรรมชาติ ให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3) แม่น้ำลำคลองแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ 7. คณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายจะประชุมภายในกำหนดเวลา 15 วันได้ต่อเมื่อเรื่องราวพร้อมเอกสาร หลักฐานถูกต้องครบถ้วน    8. กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบมติอนุญาตโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าผู้ขอรับอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้งดเว้นการออกใบอนุญาต 9. ก่อนจังหวัดออกใบอนุญาต ผู้ขอต้องนำใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาแสดงให้ครบถ้วน 10. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 11. วัน หมายถึงวันทำการปกติของหน่วยงานของรัฐ 12. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับการออกใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2546)","2024-04-25T15:26:24"],
    [851,"95f3704b-f7d7-4780-b239-c41e5d003110","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-0f8e-4b1c-a65f-229b5ad5bd55",279,10,6,"1. ที่ดินที่ขออนุญาตต้องเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งมีลักษณะดังนี้ (1) ที่ดินซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง                  (2) ที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนสิทธิในที่ดินให้แก่รัฐ หรือทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าจนตกเป็นของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน 2. ให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินสาขา แล้วแต่กรณี 3. การอนุญาตต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และประกอบกิจการด้วยตนเอง (2) ไม่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินและของเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง (3) จำนวนเนื้อที่ที่ควรอนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมดรายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินสิบไร่ ถ้าผู้ขอรายใดเป็นคู่สมรสของผู้ขออีกรายหนึ่งหรือของผู้ที่ได้รับอนุญาตเนื้อที่ที่จะอนุญาตเมื่อรวมกันแล้วไม่ควรเกินสิบไร่ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร 4. ลักษณะกิจการที่ขออนุญาตซึ่งต้องแสดงรายละเอียด แผนผัง แผนงาน โครงการ อันเป็นความจำเป็นเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบการพิจารณา ให้ผู้ขอแสดงหลักฐานดังกล่าวด้วย 5. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 6. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับลำดับวันทำการรังวัด (คิวรังวัด) และการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  พ.ศ. 2543)","2024-04-25T15:27:38"],
    [852,"95f3654a-cb13-447b-9cc4-858ea4ddc08e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอต่ออายุใบอนุญาตดูดทราย (กรณีในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตพื้นที่ระหว่างประเทศ) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-e643-47a6-9570-ac3d479836b0",133,10,3,"ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน หากไม่ยื่นภายในกำหนดให้ถือว่าไม่ประสงค์จะขอต่อใบอนุญาตเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต 1. เป็นการขออนุญาตดูดทรายในที่ดินของรัฐในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตพื้นที่ระหว่างประเทศ 2. ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ (1) ดำเนินการด้วยตนเอง จะโอนสิทธิให้ผู้อื่นมิได้ (2) ทำการดูดทรายตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น. (3) ไม่ทำการดูดทรายจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่น (4) ไม่ทำการเป็นที่กีดขวางการจราจร หรือก่อให้เกิดเสียงดังเป็นที่รบกวนบุคคลอื่น    (5) แสดงใบอนุญาตไว้ประจำยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือเครื่องจักรกลที่ใช้ดูดทราย 3. ให้ผู้ประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตดูดทรายยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี 4. จำนวนเนื้อที่ที่อนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมด รายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินห้าไร่ 5. ที่ดินที่ขออนุญาตจะต้องอยู่ในโซนนิ่ง (Zoning) ที่จังหวัดกำหนด 6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้คำนึงถึง (1) ในด้านวิชาการ เช่น ความเสียหายแก่สภาพตลิ่ง สภาพธรรมชาติของลำน้ำ (2) ในด้านการปกครอง เช่น ความเดือดร้อนของราษฎร ความเสียหายทางเศรษฐกิจหรือทรัพยากรธรรมชาติ ให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (3) แม่น้ำลำคลองแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ 7. คณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายจะประชุมภายในกำหนด 15 วัน ได้ต่อเมื่อเรื่องราวพร้อมเอกสาร หลักฐาน ถูกต้อง ครบถ้วน 8. กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบมติอนุญาตโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าผู้ขอรับอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้งดเว้นการออกใบอนุญาต 9. ก่อนจังหวัดออกใบอนุญาต ผู้ขอต้องนำใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาแสดงให้ครบถ้วน 10. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 11. วัน หมายถึงวันทำการปกติของหน่วยงานของรัฐ 12. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับการออกใบอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ดูดทราย  พ.ศ. 2546)","2024-04-25T15:25:18"],
    [853,"95f37649-cab0-4586-8eac-f431aa8060cb","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน)  (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-bfde-4311-a015-2527ca62e146",279,10,6,"1. ที่ดินที่ขออนุญาตต้องเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันตามมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2. ให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี 3. การอนุญาตต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และประกอบกิจการด้วยตนเอง (2) ไม่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินและของเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง (3) จำนวนเนื้อที่ที่ควรอนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมดรายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินสิบไร่ ถ้าผู้ขอรายใดเป็นคู่สมรสของผู้ขออีกรายหนึ่งหรือของผู้ที่ได้รับอนุญาตเนื้อที่ที่จะอนุญาตเมื่อรวมกันแล้วไม่ควรเกินสิบไร่ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร (4) หากการขออนุญาตไม่ขัดต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎรเมื่อผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาตามกฎหมายไม่ขัดข้อง พนักงานเจ้าหน้าที่จะอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว 4. ลักษณะกิจการที่ขออนุญาตซึ่งต้องแสดงรายละเอียด แผนผัง แผนงาน โครงการ อันเป็นความจำเป็นเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบการพิจารณา ให้ผู้ขอแสดงหลักฐานดังกล่าวด้วย 5. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 6. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับลำดับวันทำการรังวัด (คิวรังวัด) และการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543)","2024-04-25T15:27:45"],
    [854,"95f3810e-cf06-4c34-bcb9-3048ed429d91","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (การขุดดินลูกรัง กรณีอธิบดีกรมที่ดินเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-c6d1-408a-93e0-65442316397f",320,10,6,"1. การอนุญาตต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และประกอบกิจการด้วยตนเอง (2) ไม่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินและของเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง                  (3) จำนวนเนื้อที่ที่ควรอนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมดรายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินสิบไร่ ถ้าผู้ขอรายใดเป็นคู่สมรสของผู้ขออีกรายหนึ่งหรือของผู้ที่ได้รับอนุญาตเนื้อที่ที่จะอนุญาตเมื่อรวมกันแล้วไม่ควรเกินสิบไร่ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร 2. ให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี 3. ต้องไม่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ กรณีพื้นที่ที่ขออนุญาตเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรี จะอนุญาตได้เมื่อปรากฏว่า (1) เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอย่างแท้จริง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหาพื้นที่ดำเนินการที่อื่นได้ และ (2) เป็นกิจกรรมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงว่ามีลักษณะของกิจกรรมตาม (1) และมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างแท้จริง 4. ต้องไม่เป็นพื้นที่สงวนหรือหวงห้ามตามหลักเกณฑ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2529 ดังนี้ (1) ที่ดินที่มีชั้นลูกรังและหินผุอยู่ใต้ผิวดินที่ระดับความลึกมากกว่ายี่สิบห้าเซนติเมตร (2) พื้นที่ที่มีความลาดชันมากจนเป็นเหตุให้เกิดการพังทลายในบริเวณที่ขุดลูกรัง และหินผุ หรือบริเวณใกล้เคียง (3) พื้นที่ที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ (4) บริเวณที่มีสภาพทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทางโบราณคดี หรือทางศิลปกรรม และศาสนสถาน (5) บริเวณที่มีความงามของธรรมชาติ    (6) แหล่งที่มีซากดึกดำบรรพ์ หรือโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่สำคัญและหายาก (7) สถานที่หรือบริเวณที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน (8) บริเวณที่มีแร่ธาตุที่มีค่าในปริมาณที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (9) บริเวณที่อยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำภายในระยะหนึ่งร้อยเมตร (10) แหล่งพืชพันธุ์ที่มีคุณค่าหรือหายาก (11) แหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์ป่า (12) แหล่งน้ำหรือพื้นที่ที่อนุญาตแล้วจะมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ (13) พื้นที่ที่มีความลาดชันเกินร้อยละสามสิบห้า 5. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 6. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543)","2024-04-25T15:27:32"],
    [855,"95f38572-c654-4e12-8ee3-70ac9134b4a4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (การขุดดินลูกรัง กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-c395-481e-97bc-0202a2eedec5",279,10,6,"1. การอนุญาตต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และประกอบกิจการด้วยตนเอง (2) ไม่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินและของเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง                  (3) จำนวนเนื้อที่ที่ควรอนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมดรายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินสิบไร่ ถ้าผู้ขอรายใดเป็นคู่สมรสของผู้ขออีกรายหนึ่งหรือของผู้ที่ได้รับอนุญาตเนื้อที่ที่จะอนุญาตเมื่อรวมกันแล้วไม่ควรเกินสิบไร่ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร 2. ให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี 3. ต้องไม่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ กรณีพื้นที่ที่ขออนุญาตเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรี จะอนุญาตได้เมื่อปรากฏว่า (1) เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอย่างแท้จริง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหาพื้นที่ดำเนินการที่อื่นได้ และ (2) เป็นกิจกรรมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงว่ามีลักษณะของกิจกรรมตาม (1) และมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างแท้จริง 4. ต้องไม่เป็นพื้นที่สงวนหรือหวงห้ามตามหลักเกณฑ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2529 ดังนี้ (1) ที่ดินที่มีชั้นลูกรังและหินผุอยู่ใต้ผิวดินที่ระดับความลึกมากกว่ายี่สิบห้าเซนติเมตร (2) พื้นที่ที่มีความลาดชันมากจนเป็นเหตุให้เกิดการพังทลายในบริเวณที่ขุดลูกรัง และหินผุ หรือบริเวณใกล้เคียง (3) พื้นที่ที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ (4) บริเวณที่มีสภาพทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทางโบราณคดี หรือทางศิลปกรรม และศาสนสถาน (5) บริเวณที่มีความงามของธรรมชาติ    (6) แหล่งที่มีซากดึกดำบรรพ์ หรือโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่สำคัญและหายาก (7) สถานที่หรือบริเวณที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน (8) บริเวณที่มีแร่ธาตุที่มีค่าในปริมาณที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (9) บริเวณที่อยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำภายในระยะหนึ่งร้อยเมตร (10) แหล่งพืชพันธุ์ที่มีคุณค่าหรือหายาก (11) แหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์ป่า (12) แหล่งน้ำหรือพื้นที่ที่อนุญาตแล้วจะมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ (13) พื้นที่ที่มีความลาดชันเกินร้อยละสามสิบห้า 5. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 6. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543)","2024-04-25T15:27:23"],
    [856,"95f38d78-5bf3-4726-846c-28838e629f79","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอต่ออายุใบอนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (การขุดดินลูกรัง) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-0c7c-4226-bb27-b06b6e893ea5",239,5,6,"ยื่นคำขอตามแบบ ท.ด.64 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา พร้อมสำเนาแผนที่ที่ดินที่ได้รับอนุญาตและสำเนาใบอนญาตจำนวนสามสิบสองชุดก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสองร้อยสี่สิบวันเว้นแต่มีเหตุจำเป็นพื้นที่ที่ขออนุญาตอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีผู้ขอต้องแนบหลักฐานการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย","2024-04-25T15:25:31"],
    [857,"95f3897c-90ef-40b4-ab0e-5bc6aa4633c7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอต่ออายุใบอนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-bc2f-4a0d-8175-0be11b166931",239,5,6,"ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 240 วัน 1. ที่ดินที่ขออนุญาตต้องเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งมีลักษณะดังนี้ (1) ที่ดินซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง (2) ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตามมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (3) ที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนสิทธิในที่ดินให้แก่รัฐ หรือทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าจนตกเป็นของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน 2. ให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด สาขา แล้วแต่กรณี 3. ต้องไม่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ กรณีพื้นที่ที่ขออนุญาตเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรีจะอนุญาตได้เมื่อปรากฏว่า (1) เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอย่างแท้จริง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหาพื้นที่ดำเนินการที่อื่นได้และ (2) เป็นกิจกรรมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงว่ามีลักษณะของกิจกรรมตาม (1) และมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างแท้จริง 4. การอนุญาตต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) ผู้ขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย และประกอบกิจการด้วยตนเอง (2) ไม่เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินและของเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง (3) จำนวนเนื้อที่ที่ควรอนุญาตในจังหวัดหนึ่งๆ โดยผู้ขอจะขอกี่แห่งก็ตามเมื่อรวมเนื้อที่ทั้งหมดรายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินสิบไร่ ถ้าผู้ขอรายใดเป็นคู่สมรสของผู้ขออีกรายหนึ่งหรือของผู้ที่ได้รับอนุญาตเนื้อที่ที่จะอนุญาตเมื่อรวมกันแล้วไม่ควรเกินสิบไร่ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร (4) หากการอนุญาตไม่ขัดต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎรเมื่อผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาตามกฎหมายไม่ขัดข้อง 5. ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต 6.  ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดปรากฏตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543)","2024-04-25T15:25:25"],
    [858,"95f3916b-253f-4522-9c8e-0bc4dd105e8b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (กรณีอนุญาตไม่เกิน 20 ปี) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","94e56d2b-dfb7-40ad-a610-84c6c7744e36",272,10,6,"การขอสัมปทานในที่ดินของรัฐมีหลักเกณฑ์ดังนี้ 1. ที่ดินของรัฐที่มิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง 2. ผู้ขอมีความประพฤติดี 3. ผู้ขอต้องมีความสามารถ และมีปัจจัยที่จะกระทำกิจการที่ได้รับสัมปทานให้เป็นผลสำเร็จได้ 4. ที่ดินที่ขออนุญาตสมควรกับกิจการที่ขอสัมปทาน และกิจการที่ทำนั้นจะต้องไม่เป็นที่เสื่อมเสียแก่เศรษฐกิจของประเทศ ต้องไม่ขัดต่อสาธารณประโยชน์ และไม่เป็นอันตรายแก่ทรัพย์สิน หรือขัดต่อสวัสดิภาพของประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ดินนั้นในกรณีขอสัมปทานที่ดินที่ถูกกันออกจากที่ดินที่ทางราชการไม่ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินผู้ขอสัมปทานจะต้องเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองที่ดินนั้น 5. กิจการใดซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ผู้ขอจัดทำรายงานดังกล่าว 6. ให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี 7. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับลำดับวันทำการรังวัด (คิวรังวัด) และการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดปรากฏตามกฎกระทรวงฉบับที่ 12 (พ.ศ.2500) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 กฎกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2503) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 กฎกระทรวงฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 194/2501 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2501 เรื่อง ระเบียบการให้สัมปทานในที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 330/2539 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องราวขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน)","2024-04-25T15:26:08"],
    [859,"95f39523-448f-4e1f-80ab-10aaf0729feb","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (กรณีอนุญาตเกิน 20 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","94e56d2c-131e-4295-a281-7b2f89522a09",332,20,6,"การขอสัมปทานในที่ดินของรัฐมีหลักเกณฑ์ดังนี้ 1. ที่ดินของรัฐที่มิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง 2. ผู้ขอมีความประพฤติดี 3. ผู้ขอต้องมีความสามารถ และมีปัจจัยที่จะกระทำกิจการที่ได้รับสัมปทานให้เป็นผลสำเร็จได้ 4. ที่ดินที่ขออนุญาตสมควรกับกิจการที่ขอสัมปทาน และกิจการที่ทำนั้นจะต้องไม่เป็นที่เสื่อมเสียแก่เศรษฐกิจของประเทศ ต้องไม่ขัดต่อสาธารณประโยชน์ และไม่เป็นอันตรายแก่ทรัพย์สิน หรือขัดต่อสวัสดิภาพของประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ดินนั้นในกรณีขอสัมปทานที่ดินที่ถูกกันออกจากที่ดินที่ทางราชการไม่ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินผู้ขอสัมปทานจะต้องเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองที่ดินนั้น 5. การขอสัมปทานในที่ดินของรัฐ กรณีให้สัมปทานเกิน 20 ปี จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี 6. กิจการใดซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ผู้ขอจัดทำรายงานดังกล่าวด้วย 7. ให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี 8. ระยะเวลาดำเนินการอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับลำดับวันทำการรังวัด (คิวรังวัด) และการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดปรากฏตามกฎกระทรวงฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2500) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน  พ.ศ. 2497 กฎกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2503) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 กฎกระทรวงฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2515)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 194/2501 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2501 เรื่อง ระเบียบการให้สัมปทานที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 330/2539 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องราวขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน)","2024-04-25T15:26:02"],
    [860,"95f4ba3a-2e7a-4353-9dc0-36ceef07a76a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การชี้ระวางแผนที่ หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d2b-f09c-4dca-b7fa-a23738b1808d",2,0,9,"1. การออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย จะกระทำได้ในบริเวณที่ดินที่ได้สร้างระวางแผนที่เพื่อการออกโฉนดที่ดินไว้แล้วเท่านั้น    \n2. ก่อนรับคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก) เฉพาะราย หรือเปลี่ยน น.ส.3 / น.ส.3 ข เป็น น.ส.3 ก พร้อมกับแบ่งแยก หรือตรวจสอบเนื้อที่ ให้เจ้าหน้าที่และผู้ขอร่วมกันชี้ระวางแผนที่ หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศก่อน โดยใช้แบบบันทึกคำชี้แจง ตรวจและชี้ระวางแผนที่ (ร.ว.10)    \n3. ผู้ขอต้องไปติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ เพื่อชี้ระวางแผนที่หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ    \n4. การชี้ระวางแผนที่หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ เพื่อจะให้ทราบตำแหน่งที่ตั้งของที่ดิน และรูปแผนที่ประมาณเขตติดต่อข้างเคียงทั้งสี่ทิศ เมื่อพบที่ดินที่จะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) หรือเปลี่ยน  น.ส.3 / น.ส.3 ข เป็น น.ส.3 ก ให้เขียนรูปแปลงที่ดินโดยประมาณ รวมทั้งเขียนชื่อ ที่อยู่ ตำแหน่งที่ดินของแปลงข้างเคียงทุกด้าน ถ้าที่ดินข้างเคียงไม่มีหลักฐานทางทะเบียนที่ปรากฏในสำนักงานที่ดิน ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ดินเป็นผู้แจ้งชื่อ และที่อยู่ ของเจ้าของที่ดินข้างเคียงให้เจ้าหน้าที่ทราบ                   \n5. เอกสารหลักฐานประกอบการชี้ระวางแผนที่ เช่น สำเนาโฉนดที่ดินบริเวณใกล้เคียง (ถ้ามี) หรือหากที่ดินบริเวณเดียวกันมีโฉนดที่ดิน ให้จดหมายเลขระวาง เลขที่ดิน หน้าสำรวจ โฉนดที่ดินเลขที่ ตำบล อำเภอ ของที่ดินใกล้เคียงมาด้วย หรือเอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่ผู้ขอสามารถระบุตำแหน่งที่ดินในระวางแผนที่ได้    \n6. เอกสารหลักฐานประกอบการชี้ระวางรูปถ่ายทางอากาศ เช่น สำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก) บริเวณใกล้เคียง (ถ้ามี) หรือหากที่ดินบริเวณเดียวกันมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ให้จดชื่อระวางรูปถ่ายทางอากาศ หมายเลข แผ่น เลขที่ดิน ของที่ดินใกล้เคียงมาด้วย หรือเอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่ผู้ขอสามารถระบุตำแหน่งที่ดินในระวางรูปถ่ายทางอากาศได้    \n7. เมื่อผู้ขอชี้ระวางแผนที่หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศเสร็จแล้ว ให้มอบแบบบันทึกคำชี้แจงตรวจและชี้แผนที่ระวาง (ร.ว.10) ให้ผู้ขอนำไปประกอบการยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เฉพาะราย หรือเปลี่ยน  น.ส.3 / น.ส.3 ข เป็น น.ส.3 ก  ต่อไป","2024-04-25T15:29:54"],
    [861,"95f509c5-d0fb-431f-aaa5-a71a385c82c6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การรังวัดสอบเขต แบ่งแยก รวมโฉนดที่ดิน หรือตรวจสอบเนื้อที่ แบ่งแยก รวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2b-ed39-4d40-877b-ca7804b025f4",107,15,16,"1. ประเภทการขอรังวัดแบ่งแยก เช่น แบ่งแยกในนามเดิม แบ่งกรรมสิทธิ์รวม แบ่งให้ แบ่งขาย แบ่งเวนคืน แบ่งหักที่สาธารณประโยชน์ แบ่งได้มาโดยการครอบครองตามมาตรา 1367 และมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แบ่งตามคำพิพากษาศาล และแบ่งจัดสรรที่ดิน เป็นต้น    \n2. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์          \n   2.1 ครั้งแรก ในวันยื่นคำขอ ติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมระยะเวลาให้บริการ)          \n   2.2 ครั้งที่สอง ในวันจดทะเบียน ติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อรับบัตรคิว และรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมระยะเวลาให้บริการ)        \n3. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์    \n4. ระยะเวลาดำเนินการ            \n   1)  วันยื่นคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอ คู่กรณี หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือประเภทนิติกรรมที่ขอจดทะเบียน ซึ่งอาจใช้เวลาต่างกัน กรณีแบ่งแยกที่ดินหลายแปลง และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง  เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ เป็นต้น          \n   2) วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 160 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน  ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอ คู่กรณี หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือประเภทนิติกรรมที่ขอจดทะเบียน ซึ่งอาจใช้เวลาต่างกัน กรณีแบ่งแยกที่ดินหลายแปลง และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ เป็นต้น    \n5. กรณีมีการแก้ไขคำขอหรือเปลี่ยนแปลงประเภทการรังวัด แบ่งแยกประเภทต่างๆ  เช่น  แบ่งให้ แบ่งขาย แบ่งเวนคืน แบ่งได้มาโดยการครอบครองฯ และแบ่งจัดสรรที่ดิน เป็นต้น  ต้องมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง และตามจำนวนแปลงที่แบ่งแยกเป็นกรณีไป    \n6. ก่อนออกไปทำการรังวัด ผู้ขอต้องวางเงินค่าใช้จ่ายในการรังวัด หลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าใช้จ่าย เพื่อใช้เรียกเก็บในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ สามารถตรวจสอบได้จากประกาศจังหวัด ซึ่งปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานที่ดิน ในพื้นที่ให้บริการ โดยใช้เนื้อที่เป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการรังวัด แต่ต้องไม่เกินอัตราในบัญชีค่าใช้จ่าย ตามแบบ  ก   แบบ  ข   แบบ  ค  และแบบ  ง  ท้ายระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่ เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2558 (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้าย)     \n7. ระยะเวลารอการรังวัดของแต่ละสำนักงานที่ดิน ผู้ยื่นคำขอสามารถตรวจสอบได้จากรายงานผลงานรังวัด (ร.ว. 19) ประจำเดือนล่าสุดของแต่ละสำนักงานที่ดิน ซึ่งมีระยะเวลาการนัดรังวัดตั้งแต่ 15 - 1,000 วัน    \n8. ตรวจระเบียบและรอผลสอบถาม(ถ้ามี) แบ่งได้เป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่                   \n   8.1 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน                   \n       - กรณีไม่ต้องสอบถามเจ้าของที่ดินข้างเคียง (ท.ด. 81) และไม่ต้องสอบถามที่อยู่นายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น  โดยหัวหน้าฝ่ายรังวัด/หัวหน้างานตรวจระเบียบ 6 วัน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก พิจารณาสั่งการ 3 วัน การเงินถอนจ่าย 2 วัน เบิกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชยน์ (น.ส. 3ก) 1 วัน เขียนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) 3 วัน                    \n   8.2 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 34 วัน                    \n        - กรณีวันทำการรังวัด เจ้าของที่ดินข้างเคียงได้รับหนังสือแจ้งเรื่องการระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองแนวเขต (ท.ด. 38) จากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มาระวังชี้แนวเขตที่ดินแล้วแต่ไม่มา หรือมาแต่ไม่ยอมลงนามรับรองแนวเขตที่ดิน โดยไม่คัดค้านการรังวัด และผลการรังวัดปรากฏว่า 1.) การรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดิน หรือแบ่งแยกโฉนดที่ดิน ได้รูปแผนที่เท่าเดิมแต่เนื้อที่ต่างจากเดิม รูปแผนที่ต่างจากเดิมแต่เนื้อที่เท่าเดิม รูปแผนที่และเนื้อที่ต่างจากเดิม หรือ 2.) การรังวัดรวมโฉนดที่ดิน หรือตรวจสอบเนื้อที่ แบ่งแยก รวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) ได้รูปแผนที่และเนื้อที่ต่างจากเดิม พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือเรื่องการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดิน หรือคัดค้านการรังวัด (ท.ด. 81) โดยให้รอผลการสอบถามเจ้าของที่ดินข้างเคียง 30 วัน นับแต่วันที่ส่งหนังสือ เมื่อครบกำหนดแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน ให้เบิกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชยน์ (น.ส. 3ก) 1 วัน เขียนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) 3 วัน                     \n   8.3 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 67 วัน                     \n        - กรณีวันทำการรังวัด เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ได้รับหนังสือแจ้งเรื่องการระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองแนวเขต (ท.ด. 38) เนื่องจากไม่อาจติดต่อเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ และผลการรังวัดปรากฏว่า 1.) การรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินหรือแบ่งแยกโฉนดที่ดิน ได้รูปแผนที่เท่าเดิมแต่เนื้อที่ต่างจากเดิม รูปแผนที่ต่างจากเดิมแต่เนื้อที่เท่าเดิม รูปแผนที่และเนื้อที่ต่างจากเดิม หรือ 2.) การรังวัดรวมโฉนดที่ดินหรือตรวจสอบเนื้อที่ แบ่งแยก รวมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) ได้รูปแผนที่และเนื้อที่ต่างจากเดิม พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือสอบถามที่อยู่นายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น แล้วรอผลการสอบถามที่อยู่ 30 วัน เมื่อทราบผลการสอบถามที่อยู่แล้ว จะส่งหนังสือเรื่องการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินหรือคัดค้านการรังวัด (ท.ด.81) รวมทั้งให้ช่างรังวัดออกไปปิดประกาศ ณ ที่ว่าการเขต/ที่ว่าการอำเภอ และ ณ บริเวณที่ดินของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง โดยใช้เวลา 3 วัน และให้รอผลการสอบถามเจ้าของที่ดินข้างเคียง 30 วัน นับแต่วันที่ส่งหนังสือ เมื่อครบกำหนดแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน ให้เบิกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชยน์ (น.ส. 3ก) 1 วัน เขียนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3ก) 3 วัน     \n9. กรณีมีเหตุขัดข้อง เช่น ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมไม่สามารถตกลงแนวเขตที่จะแบ่งแยกกันได้ มีการคัดค้านการรังวัด ผู้ขอไม่สามารถนำชี้แนวเขตที่ดินได้ มีทางสาธารณประโยชน์ตัดผ่าน ผู้ขอไม่ยินยอมให้แบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ น้ำท่วม มีการแก้ไขคำขอ ผู้ขอมีความประสงค์นัดตรวจสอบใหม่ เป็นต้น อาจเป็นเหตุให้ต้องงดทำการรังวัด หรือยกเลิกคำขอรังวัด หรือนัดรังวัดตรวจสอบใหม่ แล้วแต่กรณีโดยที่ระยะเวลาดำเนินการอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริง    \n10. กรณีที่มีการคัดค้านการรังวัด และช่างรังวัดได้ทำแผนที่แสดงเขตคัดค้านแล้ว ให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจสอบสวนไกล่เกลี่ยโดยถือหลักฐานแผนที่เป็นหลักในการพิจารณา ถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลง แต่ต้องไม่เป็นการสมยอมกันเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หากตกลงกันไม่ได้ให้แจ้งคู่กรณีไปฟ้องต่อศาล ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าไม่มีการฟ้องภายในกำหนดดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะสอบเขตโฉนดที่ดินนั้นต่อไป","2024-04-25T15:30:23"],
    [862,"9be5d7e1-fe51-42cd-b622-25e204c57bd2","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนประเภทโอนอสังหาริมทรัพย์  กรณีไม่ต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-2fee-4a95-b2ca-70b6a37337fc",1,5,23,"1.กรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียว  โดยไม่ต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  สำหรับการโอนที่ดินมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์  หรือกรณีโอนที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศ  หรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497)  ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)  2.การขอจดทะเบียนประเภทการโอนที่ดิน  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  หรือห้องชุด  กรณีไม่มีการประกาศตามกฎหมาย  เช่น  ขาย  ขายฝาก  ให้  แลกเปลี่ยน  หลุดเป็นสิทธิจากจำนอง  โอนชำระหนี้จำนอง  โอนตามคำสั่งศาล  โอนตามกฎหมาย  โอนชำระค่าหุ้น  โอนชำระหนี้  การได้มาโดยการครอบครองตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382  การลงชื่อคู่สมรส  แบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส  เป็นต้น  3. ผู้โอนจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินหรือห้องชุดที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  และผู้รับโอนต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย (เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยรับโอนได้)  กรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าว ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และ 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่สามารถรับโอนได้ (เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าวรับโอนได้)  4. หากเป็นการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของสิ่งปลูกสร้างจะต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง  5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุดตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว  เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป  (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  7. ระยะเวลาดำเนินการ  อาจใช้เวลาน้อยกว่า 150  นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  เช่น  มีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง  เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน  เป็นต้น\nกรณีจองคิวยื่นคำขอจดทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบ e-QLands\n1.ผู้ขอที่ประสงค์จะจองคิวขอนัดจดทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบ e-QLands ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน (e-QLands) ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทั้งระบบ Android และ iOS พร้อมทั้งลงทะเบียนเข้าใช้งานในระบบ เพื่อดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนล่วงหน้า\n2.ระยะเวลาดำเนินการรวม 60 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เช่น มีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับหรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น","2024-12-03T14:12:26"],
    [863,"9be5e35b-6394-4ed8-ae97-9a69bfad4101","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนประเภทโอนอสังหาริมทรัพย์  กรณีต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-cdec-47fb-8ccb-e83b7aadf78a",47,5,18,"1.กรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอ  เนื่องจากต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  สำหรับการโอนที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือโอนเฉพาะสิ่งปลูกสร้างซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วัน (กรณีที่ต้องมีการประกาศหรือไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)  \n2.การขอจดทะเบียนประเภทการโอนที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง กรณีต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  เช่น  ขาย  ขายฝาก ให้  แลกเปลี่ยน  โอนชำระค่าหุ้น  โอนชำระหนี้  การได้มาโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367  การลงชื่อคู่สมรส  แบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส  เป็นต้น  \n3. ผู้โอนจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  และผู้รับโอนต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย (เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยรับโอนได้)  กรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าว  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และ 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่สามารถรับโอนได้ (เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าวรับโอนได้)  \n4. หากเป็นการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือโอนเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของสิ่งปลูกสร้างจะต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง  \n5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน  หรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์      \n   5.1 ครั้งแรก ในวันยื่นคำขอ  เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)      \n   5.2 ครั้งที่สอง ในวันจดทะเบียน  ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่ จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป  (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ  รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติ่ม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  7. ระยะเวลาดำเนินการ      \n   7.1 วันยื่นคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง  เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจน  ต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน  เป็นต้น      \n   7.2 การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วัน นับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้าย นำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม และทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันประกาศครบกำหนด  ทั้งนี้  ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป  เช่น  กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้า หรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่  เป็นต้น      \n   7.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/ น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข)  หลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน   เป็นต้น","2024-12-03T14:12:16"],
    [864,"9beb7e5c-900c-4c69-90ae-4ac19ee0fe41","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเกี่ยวกับจำนองอสังหาริมทรัพย์  กรณีต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-723a-4962-8f5b-d3d66f8689e6",47,5,16,"1. กรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอ  เนื่องจากต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  สำหรับการจำนองที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส.3/ น.ส. 3 ข)  หรือจำนองเฉพาะสิ่งปลูกสร้างซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วัน  (กรณีที่ต้องมีการประกาศ หรือไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศ  เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497)  ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)  \n2. การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับจำนอง กรณีต้องมีการประกาศตามกฎหมาย ได้แก่ การจำนองที่ดิน น.ส. 3/น.ส. 3 ข)  หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างเดียว  \n3. ผู้จำนองต้องเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ข.)  หลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง  \n4. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์      \n     4.1 ครั้งแรก  ในวันยื่นคำขอ  เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ  เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอน ต่อไป  (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)      \n     4.2 ครั้งที่สอง  ในวันจดทะเบียน  ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิว  และรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497)  ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n6. ระยะเวลาดำเนินการ      \n     6.1 วันรับคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข)  หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง แต่สิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น      \n     6.2 การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วัน นับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้าย นำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วัน  นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม และทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันประกาศครบกำหนด  ทั้งนี้  ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เช่น กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้า หรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่  เป็นต้น      \n     6.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี  หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น","2024-12-03T14:13:07"],
    [865,"9beb7aa3-11fd-4d91-915b-23078feed5e1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเกี่ยวกับจำนองอสังหาริมทรัพย์  กรณีไม่ต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-6c25-4f14-9306-42ca61c1cee6",1,5,15,"1. กรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียวโดยไม่ต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  สำหรับการจำนองที่ดินมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือกรณีจำนองที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)  \n2. การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับจำนองกรณีไม่มีการประกาศตามกฎหมาย  เช่น  จำนอง  ขึ้นเงินจำนอง  การโอนสิทธิการรับจำนอง  แก้ไขหนี้อันจำนองเป็นประกัน  ผ่อนต้นเงินจากจำนอง  ลดเงินจากจำนอง  ปลอดจำนอง  ไถ่ถอนจำนอง  เป็นต้น  \n3. ผู้จำนองต้องเป็นเจ้าของที่ดินสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุด  ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์  หลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  \n4. การจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจะต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วย  \n5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบ  ซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ  เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ  รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง  ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n7. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาน้อยกว่า 100 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  เช่น  มีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง  เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่สิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน  เป็นต้น","2024-12-03T14:13:15"],
    [866,"9beb8319-360f-4bad-b393-4b5884bf082b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเกี่ยวกับเช่าอสังหาริมทรัพย์  กรณีต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-7b62-469a-93ac-7f1a6e49135e",47,5,16,"1. กรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอ เนื่องจากต้องมีการประกาศตามกฎหมาย สำหรับการเช่าที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส. 3 ข.) หรือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วัน (กรณีที่ต้องมีการประกาศหรือไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)  \n2. การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับเช่า กรณีต้องมีการประกาศตามกฎหมาย เช่น เช่า/โอนสิทธิการเช่า/แบ่งเช่า/เช่าช่วง/แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่า เป็นต้น  \n3. ผู้ขอเป็นเจ้าของที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ข.) หลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ทรงสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนให้ปรากฏสิทธิแล้ว  \n4. การให้เช่ากรณีนี้ต้องเป็นการเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีกำหนดเช่าระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี และต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 30 ปี หรือกำหนดว่าตลอดอายุของผู้ให้เช่าหรือผู้เช่าก็ได้และต้องเป็นการเช่าเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป จึงสามารถขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้  \n5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  \n     5.1 ครั้งแรก ในวันยื่นคำขอ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n     5.2 ครั้งที่สอง ในวันจดทะเบียน ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n7. ระยะเวลาดำเนินการ  \n     7.1 วันยื่นคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ เช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่สิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น  \n     7.2 การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วัน นับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้าย นำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม และทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันประกาศครบกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เช่น กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้า หรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่ เป็นต้น  \n     7.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น","2024-12-03T14:13:38"],
    [867,"9beb85be-eb2a-488b-a3bf-eb7d27502c5c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเกี่ยวกับเช่าอสังหาริมทรัพย์  กรณีไม่ต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-75b6-4b96-8a69-2499ca32260a",1,5,15,"1. กรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียว โดยไม่ต้องมีการประกาศตามกฎหมาย สำหรับการเช่าที่ดินมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือกรณีเช่าที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)  \n2. การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับเช่า กรณีไม่มีการประกาศตามกฎหมาย เช่น เช่า โอนสิทธิการเช่า แบ่งเช่า เช่าช่วง แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่า เลิกเช่า เป็นต้น  \n3. ผู้ขอเป็นเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วย ต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง หรือเป็นผู้ทรงสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนให้ปรากฏสิทธิแล้ว  \n4. การให้เช่ากรณีนี้ต้องเป็นการเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีกำหนดเช่าระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี และต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 30 ปี หรือกำหนดว่าตลอดอายุของผู้ให้เช่าหรือผู้เช่าก็ได้และต้องเป็นการเช่าเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป จึงสามารถขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้  \n5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุดตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n7. ระยะเวลาดำเนินการ อาจใช้เวลาน้อยกว่า 150 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เช่น มีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ เช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น","2024-12-03T14:13:45"],
    [868,"9beb939b-5963-4f66-8a1a-b8cd547d96ce","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนประเภทก่อภาระผูกพันในอสังหาริมทรัพย์  กรณีต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-af30-400d-b298-f1623470e0e8",47,10,16,"1.กรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอเนื่องจากต้องมีการประกาศตามกฎหมาย สำหรับการการจดทะเบียนก่อภาระผูกพันในที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส. 3 ข.) หรือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วัน (กรณีที่ต้องมีการประกาศหรือไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)  \n2.การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับการก่อภาระผูกพันในที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง กรณีต้องมีการประกาศตามกฎหมาย เช่น สิทธิเก็บกิน/ สิทธิเหนือพื้นดิน/ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์/สิทธิอาศัย/ภาระจำยอม เป็นต้น  \n3. ผู้เป็นเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส. 3 ข.) กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วย ต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง  \n4. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  \n     4.1 ครั้งแรก ในวันยื่นคำขอ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n     4.2 ครั้งที่สอง ในวันจดทะเบียน ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติ่ม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n6. ระยะเวลาดำเนินการ      \n     6.1 วันยื่นคำขอ (1 วัน)ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ ก่อภาระผูกพันในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น      \n     6.2 การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วัน นับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้าย นำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม และทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันประกาศครบกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เช่น กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้า หรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่ เป็นต้น      \n     6.3 วันจดทะเบียน (1 วัน)ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส. 3 ข) หรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) หลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น","2024-12-03T14:11:52"],
    [869,"9beb958f-fc5a-413e-abf2-8f4f003926b1","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนประเภทก่อภาระผูกพันในอสังหาริมทรัพย์  กรณีไม่ต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-a7d7-4cb7-b6ce-cbbce1714455",1,100,15,"1. กรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียว โดยไม่ต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  สำหรับการจดทะเบียนก่อภาระผูกพันในที่ดินมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  (กรณีที่ไม่มีการประกาศ  หรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศ  เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497)  \n2.การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับการก่อภาระผูกพันในที่ดินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด กรณีไม่มีการประกาศตามกฎหมาย เช่น สิทธิเก็บกิน/ สิทธิเหนือพื้นดิน/ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์/สิทธิอาศัย/ภาระจำยอม/บรรยายส่วน หรือเลิกภาระผูกพัน เช่น เลิกสิทธิเก็บกิน/เลิกสิทธิเหนือพื้นดิน/เลิกภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์/เลิกสิทธิอาศัย /เลิกภาระจำยอมเป็นต้น  \n3. ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วยต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง  \n4. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติ่มรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n6. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาน้อยกว่า 150 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี และหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เช่น มีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติก่อภาระผูกพันในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่สิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น","2024-12-03T14:13:00"],
    [870,"9beb9985-6ba2-4f56-852f-aeb5a6e72f10","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเช่าตาม พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 (เช่าเนื้อที่เกิน 100 ไร่)  (กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-d1ac-42c3-acf9-6e1c78a7f238",67,10,21,"1. การให้เช่ากรณีนี้ต้องเป็นการเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งมีกำหนดเช่าระยะเวลาเกิน 30 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 50 ปีและต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปีและต้องเป็นการเช่าเกินกว่า 30 ปีขึ้นไปจึงสามารถขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในประเภทนี้ได้  กรณีคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในที่ดินได้เสมือนคนต่างด้าว ตามมาตรา 97 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินจดทะเบียนการเช่าต้องเป็นพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว    \n2. การเช่าที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่มีเนื้อที่เกินกว่า 100 ไร่ จะต้องเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้      \n   (1) เป็นการประกอบกิจการที่เพิ่มมูลค่าการส่งออกหรือสนับสนุนการจ้างแรงงานภายในประเทศ      \n   (2) เป็นการประกอบกิจการที่ยังไม่มีในราชอาณาจักรหรือมีแต่ไม่เพียงพอ      \n   (3) เป็นการประกอบกิจการที่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัยหรือเป็นการพัฒนาด้านเทคโนโลยี      \n   (4) เป็นการประกอบกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างสูงตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี    \n3. ในกรณีคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในที่ดินได้เสมือนคนต่างด้าว ตามมาตรา 97 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  เป็นผู้เช่า  ผู้เช่าช่วง  หรือผู้รับโอนสิทธิการเช่าการประกอบพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมนั้น  จะต้องมีการลงทุนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท  ทั้งนี้  ไม่รวมถึงจำนวนเงินค่าเช่าโดยต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร  หรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ  หรือถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามจำนวนเงินลงทุนทั้งหมด    \n4. การเช่าที่ดินตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542  กรณีเช่าที่ดินเนื้อที่เกิน 100 ไร่ ต้องให้สภาท้องถิ่นที่ที่ดินตั้งอยู่ให้ความเห็นก่อนดำเนินการขออนุมัติต่ออธิบดีกรมที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร    \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ  รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง    \n6. ระยะเวลาดำเนินการ      \n   - ระยะเวลากรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร  ใช้เวลารวม  61 วัน        \n   - ระยะเวลากรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขา/ส่วนแยก  ใช้เวลารวม  6 7วัน    \nโดยมีขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ ดังนี้          \n   6.1 วันรับคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี  และหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ  เป็นต้น  โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป       \n   6.2 ระยะเวลาการขอความเห็นสภาท้องถิ่น และการขออนุมัติอธิบดีกรมที่ดิน            \n     (1) ระยะเวลาการขอความเห็นสภาท้องถิ่นจัดทำหนังสือ/นำส่งหนังสือ/ส่งกลับรวม  10  วันนับแต่ลงนามในหนังสือแจ้งสภาท้องถิ่นให้ความเห็นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสาร  (ถ้าไม่ได้รับแจ้งผลภายใน  30 วัน  ถือว่าไม่ประสงค์จะให้ความเห็น)              \n     (2) ระยะเวลาการขออนุมัติอธิบดีกรมที่ดิน                 \n         - ระยะเวลากรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร   ใช้เวลารวม  19  วัน                   \n         - ระยะเวลากรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขา/ส่วนแยก  ใช้เวลารวม  25  วัน          \n   6.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน  ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่อง เพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี  หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ  หรือขอจด ทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป    \n7. กรณีต้องมีการประกาศตามกฎหมายสำหรับการเช่าที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส.3 ข.) ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันก่อน จะมีระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการจัดทำประกาศ และหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาการปิดประกาศ (ถ้ามี) และขอความเห็นสภาท้องถิ่นเป็นขั้นตอนที่สามารถดำเนินการพร้อมกันได้  (กรณีที่ต้องมีการประกาศ  หรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)","2024-12-03T14:13:55"],
    [871,"9beb9b49-69ab-46e1-b303-b1499c8b8213","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเช่าตาม พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 (เช่าเนื้อที่เกิน 100 ไร่)  (กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-d5a9-427d-b458-b28b3b1a7950",61,10,21,"1. การให้เช่ากรณีนี้ต้องเป็นการเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมพ.ศ. 2542 ซึ่งมีกำหนดเช่าระยะเวลาเกิน 30 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 50 ปีและต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปีและต้องเป็นการเช่าเกินกว่า 30 ปีขึ้นไป  จึงสามารถขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในประเภทนี้ได้  กรณีคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในที่ดินได้เสมือนคนต่างด้าวตามมาตรา 97 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินจดทะเบียนการเช่าต้องเป็นพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว  \n2. การเช่าที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่มีเนื้อที่เกินกว่า 100 ไร่จะต้องเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใด  ดังต่อไปนี้      \n   (1) เป็นการประกอบกิจการที่เพิ่มมูลค่าการส่งออกหรือสนับสนุนการจ้างแรงงานภายในประเทศ      \n   (2) เป็นการประกอบกิจการที่ยังไม่มีในราชอาณาจักรหรือมีแต่ไม่เพียงพอ      \n   (3) เป็นการประกอบกิจการที่มีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัยหรือเป็นการพัฒนาด้านเทคโนโลยี      \n   (4) เป็นการประกอบกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างสูงตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี  \n3. ในกรณีคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในที่ดินได้เสมือนคนต่างด้าวตามมาตรา 97 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นผู้เช่าผู้เช่าช่วงหรือผู้รับโอนสิทธิการเช่าการประกอบพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมนั้นจะต้องมีการลงทุนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท  ทั้งนี้  ไม่รวมถึงจำนวนเงินค่าเช่าโดยต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร  หรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ  หรือถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่น  ที่อยู่นอกประเทศตามจำนวนเงินลงทุนทั้งหมด  \n4. การเช่าที่ดินตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมพ.ศ.2542 กรณีเช่าที่ดินเนื้อที่เกิน 100 ไร่  ต้องให้สภาท้องถิ่นที่ที่ดินตั้งอยู่ให้ความเห็นก่อนดำเนินการขออนุมัติต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมที่ดิน) กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น  \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n6. ระยะเวลาดำเนินการ      \n   - ระยะเวลากรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดใช้เวลารวม 55 วัน      \n   - ระยะเวลากรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา/ส่วนแยก  ใช้เวลารวม 61วัน  \nโดยมีขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ  ดังนี้       \n   6.1 วันรับคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติม  เพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ  เป็นต้นโดยติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป      \n   6.2 ระยะเวลาการขอความเห็นสภาท้องถิ่นและการขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด (ในฐานะปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมที่ดิน)                  \n       (1) ระยะเวลาการขอความเห็นสภาท้องถิ่นจัดทำหนังสือ/นำส่งหนังสือ/ส่งกลับรวม 10 วันนับแต่ลงนามในหนังสือแจ้งสภาท้องถิ่นให้ความเห็นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสาร (ถ้าไม่ได้รับแจ้งผลภายใน 30 วันถือว่าไม่ประสงค์จะให้ความเห็น)             \n       (2) ระยะเวลาการขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด (ในฐานะปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมที่ดิน)                                                                                                 \n            - กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัด  ใช้เวลา 13 วัน                                                                                                                              \n            - กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา/ส่วนแยก  ใช้เวลา 19 วัน      \n   6.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย  หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป  \n7. กรณีต้องมีการประกาศตามกฎหมายสำหรับการเช่าที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส.3 ข.) ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันก่อนจะมีระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการจัดทำประกาศและหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วันทั้งนี้ระยะเวลาการปิดประกาศ (ถ้ามี) และขอความเห็นสภาท้องถิ่นเป็นขั้นตอนที่สามารถดำเนินการพร้อมกันได้ (กรณีที่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497)","2024-12-03T14:14:04"],
    [872,"9beb9e37-f085-4647-b066-166e17392414","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเช่าตาม พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 (เช่าเนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่)  กรณีต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-ca62-43fd-b7d1-8b5c61b830ae",47,10,21,"1. กรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอ  เนื่องจากต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  สำหรับการเช่าที่ดินมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส.3 ข.) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วัน (กรณีที่ต้องมีการประกาศ  หรือไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศ  เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)    2. การขอจดทะเบียนเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 เช่น  เช่า  โอนสิทธิการเช่า  แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่า  เป็นต้น    \n3. ผู้เป็นเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3/น.ส. 3 ข.)  กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วย ต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง    \n4. การให้เช่ากรณีนี้ต้องเป็นการเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542  ซึ่งมีกำหนดเช่าระยะเวลาเกิน 30 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 50 ปี  และต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปี และต้องเป็นการเช่าเกินกว่า 30 ปีขึ้นไป จึงสามารถขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในประเภทนี้ได้    \n5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์      \n       5.1 ครั้งแรก ในวันยื่นคำขอ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n       5.2 ครั้งที่สอง ในวันจดทะเบียน  ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ  รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง    \n7. ระยะเวลาดำเนินการ      \n       7.1 วันรับคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง )ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือรับรองการทำประโยชน์  เช่น กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง  เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ  เป็นต้น        \n       7.2 การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วัน นับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้าย นำส่งประกาศและปิดประกาศรวม 10 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม และทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันประกาศครบกำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เช่น กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้า หรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่  เป็นต้น        \n       7.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน  ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง)ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หลายฉบับ  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น","2024-12-03T14:14:10"],
    [873,"9beb9f04-94fb-4cbd-afb8-09b30ac99281","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอออกหนังสืออนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผัง โครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f10bb3-1f02-4482-8006-9b381d8d6c8f",7,0,13,"เมื่อผู้ขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดินได้ยื่นคำขอและคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดได้มีมติให้ดำเนินการอย่างใดแล้วผู้ขอต้องดำเนินการตามมติของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดให้ครบถ้วนถูกต้องแล้วจึงแจ้งให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดดำเนินการขออกหนังสืออนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน","2024-12-03T14:04:02"],
    [874,"9beb9fc2-d9b7-44c1-989d-327f3d48c936","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเช่าตาม พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 (เช่าเนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่)  กรณีไม่ต้องประกาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-b2a1-4bf8-b7c2-a30f619a2e40",1,10,21,"1. กรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียว โดยไม่ต้องมีการประกาศตามกฎหมาย สำหรับการเช่าที่ดินมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือกรณีเช่าที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)    \n2. การขอจดทะเบียนเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 เช่น เช่า โอนสิทธิการเช่า แบ่งเช่า เช่าช่วง แก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่า เลิกเช่า เป็นต้น    \n3. ผู้เป็นเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วย ต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง    4. การให้เช่ากรณีนี้ต้องเป็นการเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งมีกำหนดเช่าระยะเวลาเกิน 30 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 50 ปี และต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปี และต้องเป็นการเช่าเกินกว่า 30 ปีขึ้นไป จึงสามารถขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในประเภทนี้ได้    \n5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n6. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 และตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง    \n7. ระยะเวลาดำเนินการ ใช้ระยะเวลาประมาณ 150 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณี และหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เช่น มีคู่กรณีฝ่ายละหลายราย หรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน เป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ เป็นต้น","2024-12-03T14:14:17"],
    [875,"9beba125-50fa-4a29-a5e6-6add9ef5507c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเกี่ยวกับผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-3c87-4e9d-8e4a-dc07e76bf95a",1,20,12,"1. เมื่อเจ้าของที่ดินสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือหลักฐานสิ่งปลูกสร้างหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดถึงแก่กรรม และมีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งศาล  ผู้ได้รับแต่งตั้งต้องจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3, น.ส. 3 ก.,น.ส. 3 ข.) หรือทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (สิ่งปลูกสร้าง) หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นกรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียว    \n2. การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล เช่น ผู้จัดการมรดกผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน  เปลี่ยนผู้จัดการมรดก  โอนเปลี่ยนนามผู้จัดการมรดกเลิกผู้จัดการมรดก เป็นต้น    \n3. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ  เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)     \n4.พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง         \n5.ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาน้อยกว่า 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอ  และหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเช่นมีชื่อผู้ขอหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับ  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ  เป็นต้น","2024-12-03T14:13:22"],
    [876,"9beba2a0-5a89-427a-804d-d111f97200b5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนเกี่ยวกับผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-4948-4a41-bdf0-2ab8680a1b48",47,20,12,"1. เมื่อเจ้าของที่ดินสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือหลักฐานสิ่งปลูกสร้าง หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดถึงแก่กรรมและมีพินัยกรรมแต่งตั้งผู้จัดการมรดกโดยไม่มีกรณีขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกอีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้น เพื่อให้เป็นไปตามพินัยกรรมผู้ได้รับแต่งตั้งต้องจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3, น.ส. 3 ก.,น.ส. 3 ข.) หรือทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (สิ่งปลูกสร้าง) หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เป็นกรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอ เนื่องจากต้องมีการประกาศตามกฎหมาย  มีกำหนด 30 วัน    \n2. การขอจดทะเบียนเกี่ยวกับผู้จัดการมรดก เช่น ผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วน เป็นต้น    \n3.ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  หรือสิ่งปลูกสร้าง  หรือห้องชุดตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์         \n   3.1 ครั้งแรก  ในวันยื่นคำขอ  เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป  (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)         \n   3.2 ครั้งที่สอง  ในวันจดทะเบียน ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n4. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง    \n5. ระยะเวลาดำเนินการ       \n   5.1 วันยื่นคำขอ (1 วัน)ใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง ) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอ  เช่น  กรณีมีผู้ขอหลายราย  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น         \n   5.2 การนับระยะเวลา 30 วันนับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้าย  ระยะเวลาการนำส่งประกาศและปิดประกาศ  รวม 10  วันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม และทำหนังสือแจ้งผู้ขอ 5 วันนับแต่วันประกาศครบกำหนด  ทั้งนี้  ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป  เช่น  กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้า  หรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่  เป็นต้น         \n   5.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน  ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอ  เช่น  กรณีมีผู้ขอหลายราย  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทต่อในคราวเดียวกัน  เป็นต้น","2024-12-03T14:13:31"],
    [877,"9beba51e-3368-4786-aa8b-8f44ff675ae0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนประเภทโอนมรดก   กรณีมีผู้จัดการมรดก(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-4c29-475b-88c4-18b9bbedc25f",1,3.3,14,"1. กรณีผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม  ซึ่งได้จดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกไว้แล้วในหลักฐานโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก., น.ส. 3 ข.) หรือตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือหลักฐานสิ่งปลูกสร้าง หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด มีความประสงค์ขอโอนมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมหรือทายาทตามพินัยกรรมของเจ้ามรดก เป็นกรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียว  โดยไม่ต้องมีการประกาศตามกฎหมาย ตามมาตรา 82 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน    \n2. การขอจดทะเบียนประเภทโอนมรดก กรณีมีผู้จัดการมรดก เช่น โอนมรดก โอนมรดกเฉพาะส่วน โอนมรดกบางส่วน โอนมรดกเฉพาะส่วนเพียงบางส่วน โอนมรดกสิทธิการไถ่ โอนมรดกสิทธิการรับจำนอง  โอนมรดกสิทธิเหนือพื้นดิน  เป็นต้น    \n3. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดิน  หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง  หรือสิ่งปลูกสร้าง  หรือห้องชุดตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ  เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n4. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ  ตลอดจนความเป็นทายาทของเจ้ามรดก  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง  ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน  พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติม  รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง    \n5. ระยะเวลาดำเนินการ  อาจใช้เวลาน้อยกว่า 130  นาที  (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนทายาทผู้รับมรดก  เช่น  กรณีมีทายาทผู้รับมรดกหลายราย  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง  เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติ  เป็นต้น","2024-12-03T14:12:00"],
    [878,"9beba6ec-b4d3-4ead-a29c-4b021dceb9c7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","จดทะเบียนประเภทโอนมรดก   กรณีไม่มีผู้จัดการมรดก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-9330-47c1-b1f7-d998e93823a2",47,100,16,"1. กรณีทายาทโดยธรรมหรือทายาทตามพินัยกรรมของผู้ตาย (เจ้ามรดก) ซึ่งมีชื่อเจ้ามรดกเป็นเจ้าของปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 น.ส.3 ก. หรือ น.ส. 3 ข.) หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง  และหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาขอรับโอนมรดก  เป็นกรณีไม่แล้วเสร็จในวันยื่นคำขอเนื่องจากไม่มีผู้จัดการมรดก ต้องมีการประกาศตามกฎหมายเป็นเวลา 30 วัน ตามมาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  \n2. การขอจดทะเบียนประเภทโอนมรดกกรณีไม่มีผู้จัดการมรดก เช่น โอนมรดก โอนมรดกเฉพาะส่วน  โอนมรดกบางส่วน โอนมรดกเฉพาะส่วนเพียงบางส่วน โอนมรดกสิทธิการไถ่ โอนมรดกสิทธิการรับจำนอง  โอนมรดกสิทธิเหนือพื้นดิน  เป็นต้น  \n3. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดตั้งอยู่เท่านั้น  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์                                      \n   3.1 ครั้งแรก ในวันยื่นคำขอ  เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ  เบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)       \n   3.2 ครั้งที่สอง ในวันจดทะเบียน ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิว  และรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n4. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ ตลอดจนความเป็นทายาทของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) และฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2516) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n5. ระยะเวลาดำเนินการ      \n   5.1 วันยื่นคำขอ (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอ  เช่น  กรณีมีผู้ขอหลายราย  หรือเป็นกรณีทายาทหลายลำดับแทนที่  หรือรับมรดกตกทอดในคราวเดียวกัน  หรือเป็นมรดกที่มีความซับซ้อนของชั้นทายาทและจำนวนทายาทมาก  หรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง  เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติเป็นต้น                     \n   5.2 การนับระยะเวลาปิดประกาศครบ 30 วันนับแต่วันปิดประกาศฉบับสุดท้ายนำส่งประกาศ  และปิดประกาศรวม10 วันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินลงนาม  และทำหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 5 วันนับแต่วันประกาศครบกำหนด  ทั้งนี้  ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป  เช่น  กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์  หรือผู้ขอล่าช้าหรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่  เป็นต้น       \n   5.3 วันจดทะเบียน (1 วัน) ใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที  (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนทายาทผู้รับมรดก  หรือมรดกตกทอด  เช่น  กรณีมีทายาทผู้รับมรดกหลายราย  หรือมรดกหลายลำดับชั้นในคราวเดียวกัน  เป็นต้น","2024-12-03T14:12:08"],
    [879,"9bebd857-dbed-4a3c-bd0d-9a8688ebe40b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแก้คำนำหน้านาม, แก้ชื่อตัว, แก้ชื่อสกุล, แก้อายุ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-5fa5-4228-b72e-b6d6aaf1c7b0",1,50,7,"1. ผู้ขอจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินหรือห้องชุดที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมีความประสงค์แก้คำนำหน้านาม ชื่อตัว ชื่อสกุล อายุ เนื่องจาก    \n- จดทะเบียนสมรส    \n- แก้ชื่อตัวหรือแก้ชื่อสกุลเนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดชื่อตัวหรือชื่อสกุลของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก,น.ส.3ข ,น.ส.3) หรือห้องชุดไว้ผิด    \n- ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้เปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล    \n- แก้อายุเนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดอายุของเจ้าของที่ดินหรือห้องชุดในสัญญาไว้ผิด    \n2. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล พร้อมโฉนดที่ดิน, น.ส.3ก, น.ส.3ข,น.ส.3, หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดและสัญญา ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n3. ระยะเวลาดำเนินการ 30 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดหรือจำนวนเอกสารที่ขอแก้ไข  กรณีมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับหรือเอกสารที่ต้องแก้ไขหลายฉบับระยะเวลาอาจต้องเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงดังกล่าว","2024-12-03T14:11:13"],
    [880,"9bebe2b7-7878-40a2-8aa1-259fd8a5ea02","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทคำขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-595b-4602-9bc9-9eba7784b6e4",1,100,8,"1. ผู้ขอต้องเป็นเจ้าของที่ดิน /ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง /ห้องชุดหรือผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดิน    \n2. ผู้ขอต้องแจ้งความประสงค์ว่าขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดเพื่อประโยชน์อย่างไรมีวัตถุประสงค์อย่างไร    \n3. ผู้ขอต้องนำหลักฐานโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (ต้นฉบับ) ไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กรณีขอหนังสือรับรองราคาประเมินเพื่อนำไปประกอบการกู้ยืมเงินหรือจำนองซึ่งได้มีการจดทะเบียนจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้แล้วและยังไม่มีการไถ่ถอนจำนองอนุโลมให้ใช้สำเนาโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้    \n4. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n5. ผู้ขอต้องให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนในเรื่องดังต่อไปนี้      \n   (1) ผู้ขอเป็นเจ้าของที่ดินหรือผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดิน      \n   (2) วัตถุประสงค์ในการขอราคาประเมิน      \n   (3) กรณีนำไปประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องบันทึกผู้ขอรับทราบไว้เป็นหลักฐานด้านหลังหนังสือรับรองราคาประเมินว่า \"การนำโฉนดที่ดินไปประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียที่ดินได้เพราะหากมีการผิดสัญญาประกันและผู้ประกันไม่สามารถนำเงินเท่าจำนวนประกันไปชำระตามสัญญาประกันได้หรือชำระได้แต่ไม่เพียงพอที่ดินแปลงที่นำไปเป็นหลักประกันจะถูกศาลบังคับขายทอดตลาดเพื่อนำเงินไปชำระตามสัญญาประกันต่อไป\"      \n   (4) สิ่งปลูกสร้างต้องเป็นประเภทที่กำหนดไว้ในบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำไปใช้ในการคำนวณทุนทรัพย์ได้  \n   (5) สอบสวนตำแหน่งที่ตั้งของที่ดินในกรณีที่ราคาประเมินที่ดินแปลงดังกล่าวยังไม่เป็นราคาประเมินรายแปลง    \n   (6) กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนและตรวจสอบหลักฐานที่ผู้ขอนำมาแสดงแล้วมีเหตุสงสัยว่าสิ่งปลูกสร้างที่ขอออกหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์พร้อมที่ดินนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างประเภทใดหรือมีขนาดเนื้อที่เท่าใดหรือมีข้อสงสัยประการอื่นใดเกี่ยวกับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยให้ผู้ขอเป็นผู้นำตรวจและเสียค่าพาหนะในการไปตรวจสอบ    \n6. ระยะเวลาดำเนินการ 50 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ระยะเวลาอาจต้องเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงดังกล่าว    \n7. กรณีผู้ขอยื่นคำขอณสำนักงานที่ดินที่ผู้ขอสะดวก (ไม่ใช่สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่) เนื่องจากไม่สามารถไปยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่ได้สามารถยื่นคำขอได้ที่สำนักงานที่ดินทุกแห่งโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและแจ้งให้สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่ตรวจสอบทางโทรสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีอื่นโดยสำนักงานที่ดินท้องที่จะแจ้งผลการตรวจสอบหากมีข้อขัดข้องจะแจ้งสำนักงานที่ดินรับคำขอทราบทันทีเพื่อแจ้งผู้ขอทราบ    \n    กรณีมีเหตุขัดข้องเนื่องจากการสื่อสาร เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบและแนะนำผู้ขอไปติดต่อณสำนักงานที่ดินใกล้เคียงที่คาดว่าสามารถดำเนินการตามคำขอได้  กรณียื่นคำขอต่างสำนักงานที่ดิน (ไม่ใช่สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่) ต้องเพิ่มระยะเวลารอสำนักงานที่ดินท้องที่ตรวจสอบราคาประเมินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่จะใช้ในการจัดทำหนังสือรับรองราคาประเมินพร้อมแจ้งผลการตรวจสอบเป็นเวลาประมาณ 30 - 60 นาที)","2024-12-03T14:11:06"],
    [881,"9bebe89c-980a-4ee8-8a14-c058d77ec83d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-62d1-409d-bc66-a157d379baee",1,50,7,"1. ผู้ขอต้องเป็นบิดาและมารดา กรณีบิดามารดาสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือผู้ขอเป็นบิดาหรือมารดา กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรมหรือบิดามารดาหย่ากันแล้ว อำนาจปกครองอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  \n2. ผู้ขอต้องยื่นคำขอแสดงตัวผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์เพื่อขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแทนผู้เยาว์  \n3. ผู้ขอต้องนำหลักฐานการแสดงตนว่าเป็นบิดาและ/หรือมารดาของผู้เยาว์ เช่น สูติบัตรของผู้เยาว์ ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่าหรือมรณบัตร (กรณีบิดาหรือมารดาเสียชีวิต) หรือคำสั่งศาลรับรองบุตร เป็นต้น และในกรณีนิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องขออนุญาตศาลก่อนจึงจะกระทำได้ ต้องนำหลักฐานคำพิพากษา/คำสั่งศาลถึงที่สุดอนุญาตให้ผู้ใช้อำนาจปกครองกระทำนิติกรรมนั้นแทนในทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้ โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n4. ระยะเวลาดำเนินการ : คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์จะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแทนผู้เยาว์  เช่น  ขาย  ให้  เป็นต้น  ดังนั้น ระยะเวลาขั้นตอนการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับประเภทการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแทนผู้เยาว์ที่ดำเนิน การพร้อมๆ กันและเสร็จพร้อมกันโดยมีระยะเวลาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอแสดงตัวผู้ใช้อำนาจปกครองอีก 15 นาที","2024-12-03T14:11:45"],
    [882,"9bebe9ff-c5c6-4f7a-bcfb-9988be7cb3bd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้ปกครอง(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-e96b-45e0-9579-c19213aa552e",1,50,6,"1. ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากศาลหรือพินัยกรรมของบิดามารดาที่ตายทีหลังได้ระบุชื่อไว้ให้เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์  \n2. ผู้ขอต้องยื่นคำขอแสดงตัวผู้ปกครองเพื่อขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแทนผู้เยาว์  \n3. ผู้ขอต้องนำหลักฐานการแสดงตนเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์เช่นคำพิพากษา/คำสั่งศาลถึงที่สุดแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์หรือพินัยกรรม  เป็นต้น  ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่หรือห้องชุดตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n4. ระยะเวลาดำเนินการ : คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้ปกครองจะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแทนผู้เยาว์  เช่น  ขาย  ให้  เป็นต้น  ดังนั้น  ระยะเวลาขั้นตอนการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับประเภทการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของแทนผู้เยาว์ที่ดำเนินการพร้อมๆกันและเสร็จพร้อมกันโดยมีระยะเวลาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอแสดงตัวผู้ปกครองอีก 15 นาที","2024-12-03T14:11:21"],
    [883,"9bebebf7-6c78-480e-a033-74f5bc085fce","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้พิทักษ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-65d8-4470-bdc3-0092ddca9f36",1,50,5,"1. ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากศาลเป็นผู้พิทักษ์ของผู้เสมือนไร้ความสามารถ  \n2. ผู้ขอต้องยื่นคำขอแสดงตัวผู้พิทักษ์ของผู้เสมือนไร้ความสามารถ เพื่อให้ความยินยอมให้ผู้เสมือนไร้ความสามารถทำนิติกรรม  \n3. ผู้ขอต้องนำหลักฐานการแสดงตนเป็นผู้พิทักษ์ของผู้เสมือนไร้ความสามารถได้แก่คำพิพากษา/คำสั่งศาลถึงที่สุดแต่งตั้งเป็นผู้พิทักษ์ของผู้เสมือนไร้ความสามารถยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n4. ระยะเวลาดำเนินการ : คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้พิทักษ์ของผู้เสมือนไร้ความสามารถจะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของผู้เสมือนไร้ความสามารถ เช่น ขาย ให้ เป็นต้น ดังนั้น ระยะเวลาขั้นตอนการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับประเภทการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของผู้เสมือนไร้ความสามารถที่ดำเนินการพร้อมๆกัน และเสร็จพร้อมกันโดยมีระยะเวลาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอแสดงตัวผู้พิทักษ์อีก 15 นาที","2024-12-03T14:11:29"],
    [884,"9bebed8e-c2f2-4584-947e-d1318669da71","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้อนุบาล(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-68e5-43f0-84e0-c66f1b3d8d08",1,50,5,"1. ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ  \n2. ผู้ขอต้องยื่นคำขอแสดงตัวผู้อนุบาลเพื่อขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแทนผู้ไร้ความสามารถ  \n3. ผู้ขอต้องนำหลักฐานการแสดงตนเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ ได้แก่ คำพิพากษา/คำสั่งศาลถึงที่สุดแต่งตั้งเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ และกรณีนิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องขออนุญาตศาลก่อนจึงจะกระทำได้ ต้องนำหลักฐานคำพิพากษา/คำสั่งศาลถึงที่สุดอนุญาตให้ผู้อนุบาลกระทำนิติกรรมนั้นในทรัพย์สินของผู้ไร้ความสามารถได้ โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n4. ระยะเวลาดำเนินการ : คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทแสดงตัวผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถจะดำเนินการควบคู่ไปกับขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแทนผู้ไร้ความสามารถ เช่น ขาย ให้ เป็นต้น ดังนั้น ระยะเวลาขั้นตอนการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับประเภทการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในทรัพย์สินของผู้ไร้ความสามารถที่ดำเนินการพร้อมๆกัน และเสร็จพร้อมกันโดยมีระยะเวลาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอแสดงตัวผู้อนุบาลอีก 15 นาที","2024-12-03T14:11:36"],
    [885,"9bebf307-1f59-4438-9b73-50bb57498766","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอการอายัดที่ดิน ห้องชุด และทรัพย์อิงสิทธิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","998e8cef-fc09-4750-8302-12862edcf26c",2,200,7,"1. ผู้ขอที่ประสงค์จะขออายัดที่ดิน ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินแปลงที่ขออายัดโดยตรง โดยต้องมีเอกสารหลักฐาน  ประกอบคำขออายัดที่ดิน (ต้นฉบับ) เช่น มีสัญญาจะซื้อจะขาย มีสิทธิรับมรดกที่ดิน เป็นต้น โดยมีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร เมื่อขออายัดแล้วจะไปฟ้องศาลบังคับให้มีการจดทะเบียน หรือให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ แต่หากที่ดินที่ขออายัดมีการโอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วให้ผู้ขออายัดระบุด้วยว่าจะฟ้องบุคคลภายนอกด้วยหรือไม่ ถ้าฟ้องจะฟ้องประเด็นใด มีเหตุผลอย่างไร  \n2. การขออายัดตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนี้ เป็นการขออายัดเฉพาะที่ดิน หากขออายัดสิ่งปลูกสร้างไม่สามารถรับอายัดได้\n3. พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนจากหลักฐานเท่าที่ผู้ขออายัดนำมาแสดงเท่านั้น ไม่อาจสอบสวนพยานบุคคลหรือเจ้าของที่ดินที่ถูกขออายัดได้\n4. การสั่งรับอายัดไว้ จะมีกำหนด 30 วันนับแต่วันสั่งรับอายัด เมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันสั่งรับอายัด การอายัดสิ้นสุดลง  และผู้ที่ขออายัดเดิมจะขออายัดซ้ำในกรณีเดียวกันอีกไม่ได้\n5. คำสั่งรับอายัด หรือไม่รับอายัด หรือการสั่งยกเลิกการอายัดที่ดิน ตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นคำสั่งปกครอง ผู้ขอสามารถอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งได้\n6. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขออายัดที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่  โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ในเบื้องต้น และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)\n7. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลา 2 วัน (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกคิวพร้อมทั้งเริ่มทำการสอบสวน) โดยในวันยื่นคำขอ (1 วันทำการ) ใช้เวลา 90 นาที ทั้งนี้ เนื่องจากการรับคำขออายัดที่ดินต้องพิจารณาถึงเอกสารหลักฐานที่ผู้ขออายัดที่ดินนำมาแสดง ประกอบกับการรับคำขออายัดจะมีผลกระทบต่อสิทธิของบุคคล จึงต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาว่าคำขออายัดที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรับอายัดไว้ได้หรือไม่ พิจารณาให้เสร็จในวันที่ยื่นคำขอ หรืออย่างช้าภายในวันทำการรุ่งขึ้น\n8. กรณีการขออายัดห้องชุดและทรัพย์อิงสิทธิใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการอายัดที่ดิน","2024-12-03T14:08:57"],
    [886,"9bebf672-dac4-4512-b8ba-3c04360d2cfa","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนประเภทก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","998ff59d-c621-4d75-9a64-1cfffc67a577",1,20,15,"1. กรณียื่นคำขอและจดทะเบียนเสร็จในวันเดียวโดยไม่ต้องมีการประกาศตามกฎหมาย สำหรับการจดทะเบียนก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด \n2. การขอจดทะเบียนก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิในที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  กรณีไม่มีการประกาศตามกฎหมาย\n3. ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด กรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างด้วยต้องมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง\n4. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)\n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนผู้ขอและตรวจหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงสิทธิและความสามารถของผู้ขอ รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรม กำหนดเวลาทรัพย์อิงสิทธิ และข้อกำหนดสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ตามนัยกฎกระทรวงการขอก่อตั้งและการยกเลิกทรัพย์อิงสิทธิ การทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์อิงสิทธิ การออกหนังสือรับรอง การออกใบแทนหนังสือรับรอง และการเพิกถอนหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. 2563 รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง\n6. พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิแล้วให้ออกหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิในวันเดียวกัน\n7. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาน้อยกว่า 210 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอหรือให้ระบุรายละเอียดข้อกำหนดสิทธิการใช้ประโยชน์ในคำขอและในหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิหลายข้อ และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่สิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น","2024-12-03T14:06:04"],
    [887,"9bebf845-2b5c-4c05-be59-0b2a4cc5b732","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","999017de-8b96-491f-be87-b21ac0c8775c",1,2,13,"1. การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิในที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้ใช้แบบ ท.ส.1 หรือหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิสำหรับห้องชุด ให้ใช้แบบ ท.ส.2 \n2. การทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์อิงสิทธิให้ทำได้เฉพาะประเภทนิติกรรม  ดังต่อไปนี้  \n    (1) การโอนทรัพย์อิงสิทธิโดยมีค่าตอบแทน  \n    (2) การโอนทรัพย์อิงสิทธิโดยไม่มีค่าตอบแทน  \n    (3) การจำนองทรัพย์อิงสิทธิ  \n    (4) การจดทะเบียนนิติกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ (1) (2) หรือ (3)  \n    (5) การจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกทรัพย์อิงสิทธิ \n3. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานพร้อมด้วยหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่หรือสำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตสำนักงานที่ดินท้องที่ดำเนินการรับคำขอ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ดำเนินการจดทะเบียนให้ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนผู้ขอและตรวจหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงสิทธิและความสามารถของผู้ขอ รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรม และให้ผู้ขอแจ้งทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนเพื่อเสียค่าธรรมเนียม\n5. กรณีผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิตาย ให้ผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนผู้จัดการมรดกและโอนมรดกให้แก่ทายาท\n6. กรณีผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิเป็นบุคคลต่างด้าวถึงแก่ความตาย ผู้ดำเนินการในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงต้องเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลไทยเท่านั้น\n7. ห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียน\n    7.1 แบ่งแยกทรัพย์อิงสิทธิ\n    7.2 โอนทรัพย์อิงสิทธิโดยกำหนดระยะเวลาต่างไปจากที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ\n    7.3 โอนทรัพย์อิงสิทธิเฉพาะบางส่วน\n    7.4 จำนองเฉพาะบางส่วน\n    7.5 จดทะเบียนประเภทอื่นที่ขัดกับกฎหมายว่าด้วยทรัพย์อิงสิทธิ\n8. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาน้อยกว่า 150 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีหรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่สิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน เป็นต้น","2024-12-03T14:06:13"],
    [888,"9bebfb13-1922-4561-ace8-5c0695927cdd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ณ สำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝาก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9990596d-199e-488b-852b-5128eebd75e9",1,0,10,"1. เมื่อผู้ขายฝากแสดงความประสงค์ขอวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ สามารถยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง\n2. ผู้ขายฝากต้องแสดงเหตุที่ขอวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ให้ชัดเจน มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน โดยผู้ขอวางทรัพย์ต้องกำหนดเงื่อนไขที่ผู้ซื้อฝากต้องปฏิบัติก่อนรับเงินที่วางทรัพย์ เช่น ให้ส่งมอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หนังสือสัญญาขายฝากฉบับผู้ซื้อฝาก เป็นต้น\n3. ผู้ขายฝากสามารถวางทรัพย์โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่วางไว้ต่อสำนักงานที่ดินได้ในกรณีดังนี้  \n    (1) ภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก \n    (2) ภายในหกเดือนนับแต่วันครบกําหนดไถ่ที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก ในกรณีผู้ซื้อฝากไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ขายฝากภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือมิได้ส่งสําเนาสัญญาขายฝากไปด้วย  \n    (3) กรณีที่ผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่เป็นความผิดของผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ภายในสามสิบวันนับแต่วันถึงกําหนดเวลาไถ่ หรือนับแต่วันที่เหตุที่ทําให้ไม่อาจใช้สิทธิไถ่ดังกล่าวได้สิ้นสุดลง\n4. ผู้ขายฝากต้องวางทรัพย์ตามจํานวนสินไถ่ที่กําหนดไว้ในสัญญาขายฝาก \n5. การพิจารณาสั่ง“รับวางทรัพย์” หรือ “ไม่รับวางทรัพย์” พิจารณาตามข้อมูลและเอกสารหลักฐาน ที่ผู้ขอนํามาแสดงแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยผู้ขอเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องของข้อมูล และต้องให้แล้วเสร็จ ในวันที่ยื่นคําขอวางทรัพย์\n6. เมื่อมีคำสั่งรับอายัดแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงบัญชีอายัด หมายเหตุกลัดติดไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับสำนักงานที่ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใดๆ ยกเว้นจดทะเบียนไถ่จากขายฝากเท่านั้น\n7. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่ โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)\n8. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาน้อยกว่า 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)","2024-12-03T14:10:16"],
    [889,"9bebfdbc-a61f-45dd-9314-4fde7fe533d0","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ที่มิได้รับจดทะเบียนขายฝาก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","99906333-3495-4b38-a2eb-323947a025d8",1,0,10,"1. เมื่อผู้ขายฝากแสดงความประสงค์ขอวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ สามารถยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง\n2. ผู้ขายฝากต้องแสดงเหตุที่ขอวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ให้ชัดเจน มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐาน โดยผู้ขอวางทรัพย์ต้องกำหนดเงื่อนไขที่ผู้ซื้อฝากต้องปฏิบัติก่อนรับเงินที่วางทรัพย์ เช่น ให้ส่งมอบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หนังสือสัญญาขายฝากฉบับผู้ซื้อฝาก เป็นต้น\n3. ผู้ขายฝากสามารถวางทรัพย์โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่วางไว้ต่อสำนักงานที่ดินได้ในกรณีดังนี้  \n    (1) ภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก \n    (2) ภายในหกเดือนนับแต่วันครบกําหนดไถ่ที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก ในกรณีผู้ซื้อฝากไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ขายฝากภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือมิได้ส่งสําเนาสัญญาขายฝากไปด้วย  \n    (3) กรณีที่ผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่เป็นความผิดของผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ภายในสามสิบวันนับแต่วันถึงกําหนดเวลาไถ่หรือ นับแต่วันที่เหตุที่ทําให้ไม่อาจใช้สิทธิไถ่ดังกล่าวได้สิ้นสุดลง\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ประสานขอข้อมูลที่รับรองความถูกต้องจากสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากทางระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน โทรสาร หรือสื่ออิเล็กทรกนิกส์อื่น ก่อนพิจารณาคำขอ\n5. ผู้ขายฝากต้องวางทรัพย์ตามจํานวนสินไถ่ที่กําหนดไว้ในสัญญาขายฝาก \n6. การพิจารณาสั่ง “รับวางทรัพย์” หรือ “ไม่รับวางทรัพย์” พิจารณาตามข้อมูลและเอกสารหลักฐาน ที่ผู้ขอนํามาแสดงแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยผู้ขอเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องของข้อมูล และต้องให้แล้วเสร็จในวันที่ยื่นคําขอวางทรัพย์\n7. พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งวางทรัพย์ไปยังสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากทางระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน โทรสาร หรือสื่ออิเล็กทรกนิกส์อื่นทันที และส่งเอกสารการวางทรัพย์ให้แก่สำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากภายในวันที่มีคำสั่งวางทรัพย์ (กรณีวางทรัพย์ ณ สำนักงานที่ดินที่มิได้รับจดทะเบียนขายฝาก)\n8. เมื่อมีคำสั่งรับอายัดแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงบัญชีอายัด หมายเหตุกลัดติดไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับสำนักงานที่ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใดๆ ยกเว้น จดทะเบียนไถ่จากขายฝากเท่านั้น\n9. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครที่มิได้รับจดทะเบียนขายฝาก โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)\n10. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลาน้อยกว่า 150 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)","2024-12-03T14:09:42"],
    [890,"9bec0240-0696-49cd-a9c9-d994ea8bccbc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอขอรับสินไถ่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","99906e0c-82af-4d96-9c63-6da34fa5b925",2,50,11,"1. เมื่อผู้ซื้อฝากแสดงความประสงค์ขอรับสินไถ่ สามารถยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากไว้ พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง\n2. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเงื่อนไขที่ผู้ขายฝากกำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องปฏิบัติก่อนขอรับสินไถ่ให้ผู้ซื้อฝากทราบ พร้อมส่งมอบเอกสารหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่\n3. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่า ผู้ซื้อฝากเป็นผู้มีสิทธิรับสินไถ่ตามกฎหมายและได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ขายฝากกำหนดครบถ้วนแล้วหรือไม่ \n4. การพิจารณาสั่ง “อนุญาตให้รับสินไถ่” หรือ “ไม่อนุญาตให้รับสินไถ่” ต้องให้แล้วเสร็จ ในวันที่ยื่นคําขอรับเงินสินไถ่ หรืออย่างช้าภายในวันทำการรุ่งขึ้น\n5. กรณีมีคำสั่งอนุญาตให้รับสินไถ่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขอนำหลักฐานที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด มีคำสั่งอนุญาตให้รับสินไถ่ไปขอรับสินไถ่จากการเงิน\n6. ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขายฝากทราบถึงการขอรับสินไถ่ของผู้ซื้อฝากภายในวันที่มีคำสั่งอนุญาตให้รับสินไถ่ หรืออย่างช้าภายในวันทำการรุ่งขึ้น เพื่อมาดำเนินการจดทะเบียนไถ่จากขายฝาก\n7. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากไว้ (สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ้งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่) โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อน และรับบัตรคิว เพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)\n8. ระยะเวลาดำเนินการอาจใช้เวลา 2 วัน (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) โดยในวันยื่นคำขอ (1 วันทำการ) ใช้เวลา 90 นาที โดยพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาถึงอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้รับสินไถ่ ให้เสร็จในวันยื่นคำขอรับเงินสินไถ่ หรืออย่างช้าภายในวันทำการรุ่งขึ้น","2024-12-03T14:09:05"],
    [891,"9bec20ef-48c7-4553-904a-26c76d848d87","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทคำขอตรวจสอบหลักทรัพย์อสังหาริมทรัพย์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-4ff7-4857-86dc-8382666fb7f7",1,50,7,"1. ผู้ขอต้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลถึงที่สุดหรือทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ดังกล่าว โดยแสดงหลักฐานว่ามีสิทธิตรวจสอบหลักทรัพย์ได้ตามกฎหมายเช่นคำพิพากษา/คำสั่งศาลถึงที่สุดและแจ้งความประสงค์ว่าขอตรวจสอบเพื่อประโยชน์อย่างไรกรณีผู้ขออ้างว่าคดีได้ถึงที่สุดโดยผลของกฎหมายเช่นคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งถึงที่สุดแล้วตามมาตรา 138 และมาตรา 147 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและมีหมายบังคับคดีแล้วเป็นต้นผู้ขอต้องยืนยันและอ้างกฎหมายที่บัญญัติให้คดีถึงที่สุดนั้น    \n2. ต้องเป็นการขอตรวจสอบเพื่อขอทราบว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือห้องชุดหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นใดหรือไม่    \n3. ผู้ขอต้องระบุเลขประจำตัวประชาชน(เลข 13 หลัก) หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล(เลข 13 หลัก) ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา(ผู้ถูกตรวจสอบหลักทรัพย์)    \n4. กรณีหน่วยงานของรัฐยื่นคำขอตรวจสอบหลักทรัพย์ให้พิจารณาตามพรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และให้หน่วยงานของรัฐนั้นระบุเลขประจำตัวประชาชน (เลข 13 หลัก) หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล (เลข 13 หลัก) ของผู้ถูกตรวจสอบหลักทรัพย์    \n5. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n6. ระยะเวลาดำเนินการ 40 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนรายชื่อผู้ถูกตรวจสอบหลักทรัพย์กรณีมีรายชื่อผู้ถูกตรวจสอบหลักทรัพย์จำนวนหลายราย  ระยะเวลาอาจต้องเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงดังกล่าว","2024-12-03T14:10:24"],
    [892,"9bedae53-8303-41b1-bf98-d41b4488b8c3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอต่อใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (การชำระทางไปรษณีย์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-55ce-4712-8313-1afefdd1d4bd",1,200,2,"ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน   - นิติบุคคล เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ กรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันนิติบุคคลพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ตามหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์)   - บุคคลธรรมดา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ บุคคลที่ปรากฏชื่อตามใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน  เงื่อนไข    1. การชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประจำปี ต้องชำระก่อนครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียม    2. หากชำระเกินกำหนดจะต้องชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ    3. หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ประจำปีเป็นเวลานานเกิน 6 เดือน จะถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน","2024-05-02T11:11:59"],
    [893,"9bee05e2-3638-4838-b2d4-2e04c0add281","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การยื่นคำขอออกบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-6ed7-4ae7-8de2-977a650d16a1",1,0,4,"ผู้ยื่นคำขอต่อบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้         1. เป็นเจ้าของบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนที่หมดอายุ/ชำรุด/สูญหายและต้องมายื่นคำขอด้วยตนเอง       2. กรณีบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนหมดอายุ ต้องให้เลยวันที่กำหนดในบัตรเดิมก่อนจึงจะมายื่นคำขอทำบัตรใหม่       3. กรณีบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนสูญหาย ต้องมีหลักฐานการแจ้งความบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนสูญหายมาประกอบคำขอด้วย","2024-05-02T11:12:53"],
    [894,"9bee074c-732a-46b3-8f78-ce5d93a49cca","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การแจ้งช่างรังวัดเอกชน เข้า-ออก และแจ้งเปลี่ยนผู้จัดการสำนักงาน (การแจ้งทางไปรษณีย์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-a0d2-4481-9989-1af113c2a6ea",1,0,9,"หลักเกณฑ์    ผู้แจ้งต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน         (1) นิติบุคคล เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต คือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ตามที่ระบุในหนังสือรับรองนิติบุคคล)         (2) บุคคลธรรมดา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือบุคคลที่ปรากฏชื่อตามใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน    เงื่อนไข         1. ต้องแจ้งตามแบบ สชอ.2 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง       2. กรณ๊ผู้แจ้งเป็นนิติบุคคล จะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลที่กระทรวงพาณิชย์ออกให้ไม่เกิน 1 เดือน      3. กรณีเพิ่มช่างรังวัดเอกชนในสังกัดจะต้องมีจำนวนเทปวัดระยะ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับนายทะเบียน ไม่น้อยกว่าจำนวนช่างรังวัดเอกชนทั้งหมดรวมทั้งที่ขอเพิ่มด้วย (ถ้ามีจำนวนเครื่องมือดังกล่าวน้อยกว่าจำนวนช่างรังวัดเอกชนให้ยื่นคำขอตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องมือรังวัดแบบ สชอ.4 เพิ่มก่อนจึงจะขอเพิ่มจำนวนช่างรังวัดเอกชนได้)      4. กรณีช่างรังวัดเอกชนเข้าใหม่ต้องแนบหลักฐานการเข้าอยู่ในสังกัด (หนังสือยืนยันเข้าสังกัดช่างรังวัดเอกชน) พร้อมใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน บัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนของช่างรังวัดเอกชนที่จะเข้าสังกัด      5. กรณีช่างรังวัดเอกชนลาออกต้องแนบหลักฐานการลาออก (หนังสือยืนยันการลาออกจากสังกัด) ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ลาออกจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน      6. กรณ๊ช่างรังวัดเอกชนในสังกัดเสียชีวิต ให้ผู้แจ้งแนบสำเนาใบมรณบัตรของผู้เสียชีวิต      7. กรณีเปลี่ยนผู้จัดการสำนักงานช่างรังวัดเอกชน ให้ผู้แจ้งแนบสำเนาใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน สำเนาบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนของผู้จัดการฯ คนใหม่     8. แจ้งไม่ถูกต้อง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผู้จัดการหรือช่างรังวัดเอกชนในสังกัดได้จนกว่าได้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง","2024-05-02T11:13:27"],
    [895,"9bee09f5-a3fc-43e4-8b8f-8f06f8161068","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การแจ้งย้ายที่ตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (การแจ้งทางไปรษณีย์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-8876-41fc-b08c-1f063fdc0a96",1,0,6,"หลักเกณฑ์    ผู้แจ้งต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน     1.  นิติบุคคล เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต คือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ตามที่ระบุหนังสือรับรองนิติบุคคล)     2. บุคคลธรรมดา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ บุคคลที่ปรากฏชื่อตามใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน    เงื่อนไข       1. ต้องแจ้งตามแบบ สชอ.3 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก่อนวันย้ายสำนักงานไม่น้อยกว่า 30 วัน     2. แจ้งไม่ถูกต้อง จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ย้ายสำนักงานจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง","2024-05-02T11:13:39"],
    [896,"9bf1d24d-8c9d-4ad1-a11e-919c3e0fb40e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-25c2-40ce-862f-6c9d6ee34e76",1,20,5,"การจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดจะต้องกระทำก่อนทำการโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยไม่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดให้แก่บุคคลเดียวหรือหลายคนโดยถือกรรมสิทธิ์รวมโดยให้ผู้ขอโอนผู้ขอรับโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดยื่นคำขอโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดพร้อมกับคำขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด คุณสมบัติของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องเป็นไปตามมาตรา 35 และมาตรา 35/1 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 คือให้นิติบุคคลอาคารชุดมีผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดหนึ่งคนจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้จัดการให้นิติบุคคลนั้นแต่งตั้งบุคคลธรรมดาคนหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลในฐานะผู้จัดการซึ่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้                    เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เคยถูกไล่ออกปลดออกหรือให้ออกจากราชการองค์การหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนฐานทุจริตต่อหน้าที่ เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ เคยถูกถอดถอนจากการเป็นผู้จัดการเพราะเหตุทุจริตหรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี มีหนี้ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 ในกรณีที่ผู้จัดการนิติบุคคลเป็นนิติบุคคลผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลนั้นในฐานะผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย การจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและจดทะเบียนผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดนั้นจะต้องมีการจดทะเบียนข้อบังคับพร้อมกันไปด้วยซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาว่าข้อบังคับมีสาระตามนัยมาตรา 32 คือ ชื่อนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งต้องมีคำว่านิติบุคคลอาคารชุดไว้ด้วยวัตถุประสงค์ตามมาตรา 33              ที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งจะต้องตั้งอยู่ในอาคารชุด จำนวนเงินค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลที่เจ้าของร่วมต้องชำระล่วงหน้า การจัดการทรัพย์ส่วนกลาง การใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลาง              อัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละห้องชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด              อัตราส่วนค่าใช้จ่ายร่วมกันของเจ้าของร่วมตามมาตรา 18 ข้อความอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง","2024-12-03T14:04:31"],
    [897,"9bf1ddea-31c9-416f-9ce4-009144249182","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร(N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-1e85-498a-916b-746bfe69cc87",39,10,9,"1.ผู้จัดสรรที่ดินครบกำหนดระยะเวลาในการบำรุงดูแลสาธารณูปโภคตามที่ระบุไว้ในโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน    2.ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของแปลงจำหน่ายตามแผนผังโครงการรวมตัวกันและมีมติให้จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแต่งตั้งตัวแทนยื่นคำขอจดทะเบียนและเห็นชอบข้อบังคับ    3.ตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ซื้อที่ดินจัดสรรยื่นหลักฐานเอกสารเพื่อขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอจดทะเบียนจัดตั้งการบริหารการควบและการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรพ.ศ.2545 และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นและการขออนุมัติดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค พ.ศ.2545","2024-12-03T13:58:27"],
    [898,"9bf1e2c8-4440-472b-a3ab-502b362f5c3e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนอาคารชุดกรณีที่ดินรวมกับอาคารมีภาระผูกพัน (จำนอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-2c8f-463c-84fd-5cd5aa831794",54,50,9,"1. ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารประสงค์จะจดทะเบียนที่ดินและอาคารให้เป็นอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ.2522 ให้ดำเนินการดังนี้ (1) ยื่นคำขอจดทะเบียนอาคารชุดพร้อมด้วยหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยกในท้องที่ที่ที่ดินและอาคารนั้นตั้งอยู่ (2)พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานเมื่อรับคำขอจดทะเบียนพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการดังนี้ (2.1) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสภาพที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียน (2.2) เรียกบุคคลใดๆมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารตามความจำเป็น (2.3) อาคารที่จะจดทะเบียนนั้นต้องปลูกสร้างเสร็จและได้รับใบรับรองการก่อสร้างแล้ว (3) กรณีที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดติดการจำนองหรือตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งบุริมสิทธิอันได้จดทะเบียนไว้ในโฉนดที่ดินให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้ (3.1) ให้ปิดประกาศคำขอจดทะเบียนอาคารชุดไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานที่ดินสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอสำนักงานเทศบาลที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนันแห่งท้องที่ที่ที่ดินและอาคารนั้นตั้งอยู่และบริเวณที่ดินที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดแห่งละหนึ่งฉบับ (3.2) มีหนังสือแจ้งเจ้าหนี้พร้อมทั้งส่งสำเนาประกาศตามข้อ (3.1) ให้เจ้าหนี้จำนองหรือเจ้าหนี้บุริมสิทธิเหนือที่ดินและอาคารนั้นมาแจ้งพร้อมทั้งแสดงหลักฐานแห่งหนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง     (3.3) เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ (3.1) และข้อ (3.2) แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังนี้  - ถ้าเจ้าหนี้จำนองมาแจ้งและแสดงหลักฐานแห่งหนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ชี้แจงเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นพร้อมทั้งจำนวนเงินที่เจ้าหนี้ดังกล่าวจะได้รับชำระหนี้จากห้องชุดแต่ละห้องชุดโดยคำนวณเงินดังกล่าวตามอัตราส่วนแห่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางแล้วบันทึกคำชี้แจงและคำยินยอมหรือไม่ยินยอมของเจ้าหนี้และให้เจ้าหนี้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานถ้าเจ้าหนี้จำนองไม่ยินยอมให้จดทะเบียนที่ดินและอาคารเป็นอาคารชุดให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่รับจดทะเบียนอาคารชุด  - ถ้าเจ้าหนี้จำนองไม่มาแจ้งและแสดงหลักฐานแห่งหนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลาให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกไว้ในคำขอแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่รับจดทะเบียนอาคารชุด  - ในกรณีที่มีเจ้าหนี้ซึ่งมีบุริมสิทธิเหนือที่ดินและอาคารไม่ว่าเจ้าหนี้ดังกล่าวจะได้มาแจ้งและแสดงหลักฐานแห่งหนี้หรือไม่ก็ตามให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบและให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการเพื่อให้ที่ดินและอาคารนั้นปราศจากภาระผูกพันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่รับจดทะเบียนอาคารชุด (4) คณะกรรมการตรวจสอบสภาพที่ดินและอาคารจะดำเนินการตรวจสอบ ดังนี้ (4.1) อาคารนั้นได้ปลูกสร้างในที่ดินตามโฉนดที่ดินที่ผู้ยื่นคำขอยื่นและมีเส้นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะตรงตามที่ระบุไว้ในแผนผัง (4.2) ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางถูกต้องตรงกับหลักฐานที่ผู้ขอยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (4.3) ห้องชุดมีความกว้างความยาวความสูงเนื้อที่และเลขที่ (เลขหมายประจำบ้านของแต่ละห้องชุด) ตรงกับหลักฐานที่ยื่น (4.4) อาคารนั้นสามารถแยกทรัพย์ส่วนกลางและทรัพย์ส่วนบุคคลถูกต้องตามพระราชบัญญัติอาคารชุด (4.5) ในกรณีที่มีการจัดพื้นที่ของอาคารชุดเพื่อประกอบการค้าต้องปรากฎว่าได้มีการจัดระบบการเข้าออกในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการเฉพาะไม่ให้รบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุขของเจ้าของร่วม  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสภาพที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียนแล้วพบว่ารายการใดไม่ถูกต้องผู้ยื่นคำขอต้องไปดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 15 วัน หลักเกณฑ์ในการพิจารณาจดทะเบียนอาคารชุด (1) ที่ดินและอาคารนั้นต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ยื่นคำขอโดยปราศจากภาระผูกพันใดๆนอกจากการจำนองซึ่งเข้าเกณฑ์ตาม (2) และต้องมีเส้นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ (2) ในกรณีที่ที่ดินหรือทั้งที่ดินและอาคารติดการจำนองต้องปรากฏว่าผู้รับจำนองยินยอมให้จดทะเบียนเป็นอาคารชุดโดยยินยอมที่จะรับชำระหนี้จากห้องชุดแต่ละห้องชุดตามจำนวนเงินที่ตกลงกันแล้ว (3) ในกรณีที่อาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นตั้งอยู่ในท้องที่ที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารใช้บังคับอาคารนั้นต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและสามารถใช้เป็นห้องชุดและทรัพย์ส่วนกลางได้","2024-12-03T14:08:09"],
    [899,"9bf1e950-a205-4cc4-bfba-8609a4b4fc80","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนเกี่ยวกับนิติบุคคลอาคารชุด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-225f-4350-a9eb-722ceaded018",15,50,6,"การจดทะเบียนเกี่ยวกับนิติบุคคลอาคารชุดประกอบด้วยการจดทะเบียน 3 ประเภท คือ 1.การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด กรณีที่นิติบุคคลอาคารชุดมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมข้อบังคับที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วให้ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ อ.ช.4 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอดังกล่าวมีหลักฐานครบถ้วนข้อบังคับที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมใหม่ไม่ขัดต่อกฎหมายการเรียกประชุมและวิธีการประชุมตลอดจนมติของที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ก็จะดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับดังกล่าว    2.การจดทะเบียนผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด    กรณีนิติบุคคลอาคารชุดมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดตามมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมให้ผู้จัดการซึ่งได้รับแต่งตั้งยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบอ.ช.17 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอดังกล่าวมีหลักฐานครบถ้วนผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมีคุณสมบัติถูกต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามการเรียกประชุมวิธีการประชุมและมติของที่ประชุมใหญ่ของเจ้าของร่วมเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ก็จะดำเนินการจดทะเบียนผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด สำหรับคุณสมบัติของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องเป็นไปตามมาตรา 35 และมาตรา 35/1 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 คือให้นิติบุคคลอาคารชุดมีผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดหนึ่งคนจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้จัดการให้นิติบุคคลนั้นแต่งตั้งบุคคลธรรมดาคนหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลในฐานะผู้จัดการซึ่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้ เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เคยถูกไล่ออกปลดออกหรือให้ออกจากราชการองค์การหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนฐานทุจริตต่อหน้าที่ เคยได้รับโทษจำคุยโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ              เคยถูกถอดถอนจากการเป็นผู้จัดการเพราะเหตุทุจริตหรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี              มีหนี้ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามมาตรา 18 ในกรณีที่ผู้จัดการนิติบุคคลเป็นนิติบุคคลผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคลนั้นในฐานะผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย 3. การจดทะเบียนกรรมการ/เปลี่ยนแปลงกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด กรณีนิติบุคคลอาคารชุดมีการแต่งตั้ง/เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดให้ผู้จัดการยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบอ.ช.17 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอดังกล่าวมีหลักฐานครบถ้วนผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการมีคุณสมบัติถูกต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามการเรียกประชุมวิธีการประชุมและมติของที่ประชุมใหญ่ของเจ้าของร่วมเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ก็จะดำเนินการจดทะเบียนแต่งตั้ง/เปลี่ยนแปลงกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดสำหรับคุณสมบัติของคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดต้องเป็นไปตามมาตรา 37/1 คือ เจ้าของร่วมหรือคู่สมรสของเจ้าของร่วม ผู้แทนโดยชอบธรรมผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ในกรณีที่เจ้าของร่วมเป็นผู้เยาว์คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถแล้วแต่กรณี ตัวแทนของนิติบุคคลอาคารชุดจำนวนหนึ่งคนในกรณีที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของร่วม ในกรณีที่ห้องชุดใดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของร่วมหลายคนให้มีสิทธิได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการจำนวนหนึ่งคน และบุคคลซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ เป็นผู้เยาว์คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เคยถูกที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการหรือถอดถอนจากการเป็นผู้จัดการเพราะเหตุทุจริตหรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี เคยถูกไล่ออกปลดออกหรือให้ออกจากราชการองค์การหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน              เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ","2024-12-03T14:06:29"],
    [900,"9bf1f0ce-7951-4b62-a899-108c5dbbaac2","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนเลิกอาคารชุด (กรณีจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดแล้ว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-32e8-40c3-be82-b48ba5df3174",16,50,7,"ในกรณีที่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดแล้วต่อมาเจ้าของร่วมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกอาคารชุดหรือกรณีที่อาคารชุดเสียหายทั้งหมดและเจ้าของร่วมมีมติไม่ก่อสร้างขึ้นใหม่ตามนัยมาตรา 53แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ. 2522ถ้าผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดมาขอจดทะเบียนเลิกอาคารชุดให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (อ.ช.20)","2024-12-03T14:06:36"],
    [901,"9bf1f2ce-5e38-462d-add4-4f5ee9ebbaaf","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนเลิกอาคารชุด (กรณียังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","95eea9af-7186-4895-8f59-7e7de9e6bbf2",1,2000,4,"ผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด หรือผู้รับโอนห้องชุดทั้งหมด ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร","2024-12-03T14:06:43"],
    [902,"9bf1e6aa-d5e0-41b5-8530-973bd6111b1e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การจดทะเบียนอาคารชุดกรณีที่ดินรวมกับอาคารไม่มีภาระผูกพัน (จำนอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-28d9-4a60-a01b-81e113098e47",26,20,5,"1. ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารประสงค์จะจดทะเบียนที่ดินและอาคารให้เป็นอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ.2522 ให้ดำเนินการดังนี้ (1) ยื่นคำขอจดทะเบียนอาคารชุดพร้อมด้วยหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยกในท้องที่ที่ที่ดินและอาคารนั้นตั้งอยู่ (2)พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานเมื่อรับคำขอจดทะเบียนพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการดังนี้ (2.1) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสภาพที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด (2.2) เรียกบุคคลใดๆมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารตามความจำเป็น (2.3) อาคารที่จะจดทะเบียนนั้นต้องปลูกสร้างเสร็จและได้รับใบรับรองการก่อสร้างแล้ว (3) คณะกรรมการตรวจสอบสภาพที่ดินและอาคารจะดำเนินการตรวจสอบ ดังนี้ (3.1)อาคารนั้นได้ปลูกสร้างในที่ดินตามโฉนดที่ดินที่ผู้ยื่นคำขอยื่นและมีเส้นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะตรงตามที่ระบุไว้ในแผนผัง (3.2)ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางถูกต้องตรงกับหลักฐานที่ผู้ขอยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (3.3) ห้องชุดมีความกว้างความยาวความสูงเนื้อที่และเลขที่ (เลขหมายประจำบ้านของแต่ละห้องชุด) ตรงกับหลักฐานที่ยื่น (3.4) อาคารนั้นสามารถแยกทรัพย์ส่วนกลางและทรัพย์ส่วนบุคคลถูกต้องตามพระราชบัญญัติอาคารชุด (3.5) ในกรณีที่มีการจัดพื้นที่ของอาคารชุดเพื่อประกอบการค้าต้องปรากฎว่าได้มีการจัดระบบเข้าออกในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการเฉพาะไม่รบกวนความเป็นอยู่โดยปกติสุขของเจ้าของร่วม    เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสภาพที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียนแล้วพบว่ารายการใดไม่ถูกต้องผู้ยื่นคำขอต้องไปดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 15 วัน หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตจดทะเบียนอาคารชุด (1) ที่ดินและอาคารนั้นต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ยื่นคำขอโดยปราศจากภาระผูกพันใดๆและต้องมีเส้นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ  (2) ในกรณีที่อาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นตั้งอยู่ในท้องที่ที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารใช้บังคับอาคารนั้นต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและสามารถใช้เป็นห้องชุดและทรัพย์ส่วนกลางได้","2024-12-03T14:06:21"],
    [903,"9bf1f4b0-438b-421f-b682-22a08bdb518e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-3656-4e4e-96cc-ecbaf52ffea9",45,20,8,"1. กรณีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดสูญหายให้เจ้าของห้องชุดยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดพร้อมด้วยพยานหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สำหรับกรณีสูญหายอันเนื่องมาจากการกระทำผิดทางอาญาเช่นถูกลักขโมยให้นำหลักฐานการแจ้งความมาประกอบคำขอด้วยกรณีเป็นพยานบุคคลผู้ขอต้องนำบุคคลที่เชื่อถือได้อย่างน้อย 2คนมาให้ถ้อยคำรับรองซึ่งบุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสร็จแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดประกาศการขอออกใบแทนนั้นเป็นเวลาสามสิบวันไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานที่ดินสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอสำนักงานเทศบาลที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนันแห่งท้องที่ที่ห้องชุดตั้งอยู่และห้องชุดนั้นแห่งละหนึ่งฉบับถ้ามีผู้คัดค้านและนำพยานหลักฐานมาแสดงภายในสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศการขอออกใบแทนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วสั่งการไปตามควรแก่กรณีถ้าไม่มีผู้คัดค้านให้ออกใบแทนให้ตามคำขอได้    2. กรณีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดชำรุดถ้าเจ้าของห้องชุดนำหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมามอบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ชำรุดนั้นยังมีตำแหน่งที่ดินที่ตั้งห้องชุดลายมือชื่อและตราประจำตำแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ปรากฏอยู่และสามารถทำการตรวจสอบได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบแทนได้แต่ถ้าขาดสาระสำคัญดังกล่าวให้นำความใน (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม    3.กรณีศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ห้องชุดแต่ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาเพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลได้หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดสูญหายหรือชำรุดด้วยประการใดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกใบแทนได้ตาม (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณีโดยให้ถือคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลดังกล่าวเป็นคำขอแต่ไม่ต้องสอบสวน    4. กรณีอธิบดีกรมที่ดินจะใช้อำนาจจำหน่ายห้องชุดของคนต่างด้าวตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ. 2522แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534แต่ไม่ได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาหรือได้มาแต่ชำรุดให้นำความใน (1) หรือ (2) มาใช้บังคับโดยอนุโลม    5. กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุดหรือการจดแจ้งรายการในสารบัญสำหรับจดทะเบียนตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ. 2522 แต่ไม่ได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาหรือได้มาแต่ชำรุดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบแทนตามคู่ฉบับที่เก็บไว้ณสำนักงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อไปได้    ในกรณีที่ไม่ได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาตาม (3) (4) และ (5) ให้ถือว่าหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดสูญหาย    ดังนั้นหากผู้ใดประสงค์ที่จะขอออกใบแทนให้ยื่นคำขอออกใบแทนได้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินจังหวัด / สาขา / ส่วนแยกในท้องที่ที่อาคารชุดตั้งอยู่","2024-12-03T14:07:23"],
    [904,"9bf1fe46-5577-4479-8579-eeed52e9a510","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตจัดสรรที่ดิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95eeff2b-8378-431f-94db-38177169f28f",45,10,16,"ผู้ที่้มีความประสงค์จะขอออกใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ยื่นคำขอตามแบบ จ.ส. 1 ต่อเจ้าพนักงารที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก/อำเภอแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมเอกสารหลักฐานและรายละเอียดตามมาตรา 23 แห้งพระราชบัญญัติการาจัดสรรที่ดิน พ.ส. 2543 , กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนำขในการอนุญาต และการออกใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2544 และข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม","2024-12-03T14:03:06"],
    [905,"9bf208c7-fa1a-4ad7-956d-5679a3379d32","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผัง โครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f0e97e-34d5-4a21-b7d7-3e0055bf567d",45,10,12,"ผู้ขอมีความประสงค์จะขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผัง โครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน โดยยื่นคำขอตามแบบ จ.ส.5 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก และอำเภอแห้งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมเอกสารหลักฐานและรายละเอียดตามาตรา 32แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543","2024-12-03T14:03:23"],
    [906,"9bf20f5e-e0c5-45a7-99dc-699c52f41ba8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การยกเลิกการจัดสรรที่ดิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f12bfb-d718-46e6-a0b0-8b26303b6ceb",157,10,11,"จัดสรรที่ดินประสงค์จะยกเลิกการจัดสรรที่ดินให้ดำเนินการได้ทั้งในกรณีที่ยังไม่มีการจัดสรรที่ดินและกรณีที่มีการจัดสรรที่ดินแล้วโดยยื่นคำขอตามแบบ จ.ส. 3 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก/อำเภอ แห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมเอกสารหลักฐานและรายละเอียด ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 และกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยกเลิกการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2550","2024-12-03T14:06:50"],
    [907,"9bf2157d-3092-405c-be24-adfd63b1cc0b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ef2cc5-d833-422e-ac4d-74f424d7f5ed",7,250,18,"ผู้ขออนุญาทำการจัดสรรที่ดินได้ยื่นคำขอ และคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติให้ดำเนินการอย่างใดแล้ว ผู้ขอต้องดำเนินการตามมติของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินให้ครบถ้วนถูกต้อง แล้วจึงแจ้งให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินดำเนินการออกใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน","2024-12-03T14:07:14"],
    [908,"9bf216c6-1e5f-4ba0-831c-8be032b3b410","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f13ad4-9941-42e2-8363-48959dc1fd1f",59,3000,13,"ผู้จัดสรรที่ดินและผู้ที่มีความประสงค์จะขอรับโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน ยื่นคำขอตามแบบ จ.ส.ก 2 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก/อำเภอ แห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมเอกสารหลักฐานและรายละเอียด ตามมาตรา 38, 39 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543","2024-12-03T14:08:17"],
    [909,"9bf39553-d271-4672-be6f-07ee8b6c6054","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอต่อใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (การชำระด้วยตนเอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-52e4-410e-a432-4f25392c7c5c",1,200,6,"ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน   - นิติบุคคล เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ กรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันนิติบุคคลพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ตามหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์)  - บุคคลธรรมดา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ บุคคลที่ปรากฏชื่อตามใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน  เงื่อนไข    1. การชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประจำปี ต้องชำระก่อนครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียม    2. หากชำระเกินกำหนดจะต้องชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ    3. หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ประจำปีเป็นเวลานานเกิน 6 เดือน จะถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน","2024-12-03T14:02:27"],
    [910,"9bf38e78-b21a-4b9a-bf0a-c0083edf360f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-399f-4277-93ea-d5c5afeb0b5d",50,1000,11,"ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชนพ.ศ.2535 ดังนี้    บุคคลธรรมดา    1. สัญชาติไทย  2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  3. ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีเงินเดือนและตำแหน่งประจำ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ  4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด  5. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ  6. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  7. ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ  8. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนหรือใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน    นิติบุคคล    1. มีสัญชาติไทยโดยเป็นบริษัท จำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย ซึ่ง  ก. มีทุนเกินกึ่งหนึ่งเป็นของคนสัญชาติไทยและ  ข. มีคนสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน  2. ไม่เป็นนิติบุคคลที่ถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายหรือสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด  3. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน    เงื่อนไข    ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กฎกระทรวงกำหนดไว้ ดังนี้  1. จัดให้มีผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เป็นช่างรังวัดเอกชนในสังกัดจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน  2. แสดงชื่อ คุณวุฒิ จำนวนของช่างรังวัดเอกชนไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานฯ  3. มีกรรมสิทธิ์ในเครื่องมือรังวัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับนายทะเบียน ดังนี้    - กล้องธิโอโดไลท์ หรือกล้องสำรวจแบบประมวลผล สำนักงานละไม่น้อยกว่าสองกล้อง    - เทปวัดระยะไม่น้อยกว่าจำนวนช่างรังวัดที่อยู่ในสังกัด","2024-12-03T14:02:43"],
    [911,"9bf39e72-65c9-4988-b3ed-574d5ff06a10","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การแจ้งช่างรังวัดเอกชน เข้า-ออก และแจ้งเปลี่ยนผู้จัดการสำนักงาน (มาดำเนินการด้วยตนเอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-9a10-4109-bd40-e0b8945e2040",1,0,10,"หลักเกณฑ์    ผู้แจ้งต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน       (1) นิติบุคคล เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต คือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ตามที่ระบุในหนังสือรับรองนิติบุคคล)       (2) บุคคลธรรมดา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือบุคคลที่ปรากฏชื่อตามใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน       (3) ผู้รับมอบอำนาจจาก 1 และ 2    เงื่อนไข         1. ต้องแจ้งตามแบบ สชอ.2 ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง       2. กรณ๊ผู้แจ้งเป็นนิติบุคคล จะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลที่กระทรวงพาณิชย์ออกให้ไม่เกิน 1 เดือน       3. กรณีเพิ่มช่างรังวัดเอกชนในสังกัดจะต้องมีจำนวนเทปวัดระยะ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับนายทะเบียน ไม่น้อยกว่าจำนวนช่างรังวัดเอกชนทั้งหมดรวมทั้งที่ขอเพิ่มด้วย (ถ้ามีจำนวนเครื่องมือดังกล่าวน้อยกว่าจำนวนช่างรังวัดเอกชนให้ยื่นคำขอตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องมือรังวัดแบบ สชอ.4 เพิ่มก่อนจึงจะขอเพิ่มจำนวนช่างรังวัดเอกชนได้)      4. กรณีช่างรังวัดเอกชนเข้าใหม่ต้องแนบหลักฐานการเข้าอยู่ในสังกัด (หนังสือยืนยันเข้าสังกัดช่างรังวัดเอกชน) พร้อมใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนของช่างรังวัดเอกชนที่จะเข้าสังกัด      5. กรณีช่างรังวัดเอกชนลาออกต้องแนบหลักฐานการลาออก (หนังสือยืนยันการลาออกจากสังกัด) ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ลาออกจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน      6. กรณ๊ช่างรังวัดเอกชนในสังกัดเสียชีวิต ให้ผู้แจ้งแนบสำเนาใบมรณบัตรของผู้เสียชีวิต      7. กรณีเปลี่ยนผู้จัดการสำนักงานช่างรังวัดเอกชน ให้ผู้แจ้งแนบสำเนาใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน สำเนาบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนของผู้จัดการฯ คนใหม่     8. แจ้งไม่ถูกต้อง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผู้จัดการหรือช่างรังวัดเอกชนในสังกัดได้จนกว่าได้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง","2024-12-03T14:07:31"],
    [912,"9bf3a12e-7150-481d-a4ed-848c8f616db4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การแจ้งย้ายที่ตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (มาดำเนินการด้วยตัวเอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-85ae-433c-aad4-60c2f55480ba",1,0,8,"ผู้แจ้งต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน    1. นิติบุคคล เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต คือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ตามที่ระบุในหนังสือรับรองนิติบุคคล)    2.บุคคลธรรมดา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ บุคคลที่ปรากฏชื่อตามใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน    3.ผู้รับมอบอำนาจจาก 1 และ 2    เงื่อนไข       1. ต้องแจ้งตามแบบ สชอ.3 ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนก่อนวันย้ายสำนักงานไม่น้อยกว่า 30 วัน     2. แจ้งไม่ถูกต้อง จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ย้ายสำนักงานจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง","2024-12-03T14:07:39"],
    [913,"9bf3bb3e-6409-44db-84b7-28ced1e345f6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การขอออกหนังสือรับรองเครื่องมือรังวัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2b-b5c1-4623-9ef9-764b29c68efc",1,100,5,"หลักเกณฑ์    ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน   1. นิติบุคคล เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ตามที่ระบุในหนังสือรับรองนิติบุคคล)   2. บุคคลธรรมดา เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ คือ บุคคลที่ปรากฏชื่อตามใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชน   3. ผู้รับมอบอำนาจจาก 1. หรือ 2.    เงื่อนไข   1. กรณียื่นคำขอเพื่อตั้งสำนักงานช่างรังวัดเอกชนในครั้งแรกให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน (ไม่รับยื่นทางไปรษณีย์) พร้อมคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสำนักงาน ช่างรังวัดเอกชน โดยจะได้รับหนังสือรับรองฯ พร้อมกับใบอนุญาตจัดตั้ง สำนักงานช่างรังวัดเอกชน    2. การตรวจสอบเครื่องมือกรณีหนังสือรับรองฯ หรือกรณียื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเครื่องมือเพิ่มเติมจากเดิม    หมายเหตุ การตรวจเครื่องมือรังวัด ควรยื่นคำขอฯ ก่อนวันที่หนังสือรับรองเครื่องมือรังวัดแต่ละชิ้นหมดอายุ","2024-12-03T14:03:39"],
    [914,"9bf3b1bc-a58d-4aa1-bd82-64d4f8ef859a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การรังวัดสอบเขต แบ่งแยก รวมโฉนดที่ดิน โดยสำนักงานช่างรังวัดเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-b8e7-412d-819e-b52c84315ab9",81,10,7,"หลักเกณฑ์    1. ช่างรังวัดเอกชนมีสิทธิทำการรังวัดตามประมวลกฎหมายที่ดินได้เฉพาะที่ดินที่มีโฉนดที่ดินเพื่อการสอบเขต แบ่งแยก หรือรวมที่ดินหลายแปลงเข้าเป็นแปลงเดียวกัน  2. ช่างรังวัดเอกชนทำการรังวัดได้ทั่วราชอาณาจักร  3. เมื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินมีความประสงคฺ์จะขอรังวัดที่ดินเพื่อการสอบเขต แบ่งแยก หรือรวมที่ดินหลายแปลงเข้าเป็นแปลงเดียวกัน โดยให้ช่างรังวัดเอกชนเป็นผู้ทำการรังวัด ให้ยื่นคำขอรังวัดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน พร้อมทั้งระบุสำนักงานช่างรังวัดเอกชนที่จะให้ทำการรังวัด  4. ค่าใช้จ่ายในการรังวัดเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างผู้ขอรังวัดซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง กับ สำนักงานช่างรังวัดเอกชนซึ่งเป็นผู้รับจ้าง โดยทำสัญญารับจ้างทำการรังวัดที่ดินตามระเบียบคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนว่าด้วยแบบสัญญารับจ้างทำการรังวัดที่ดิน พ.ศ.2535  5. ระยะเวลาดำเนินการอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาทำการรังวัดที่ดินของช่างรังวัดเอกชนตามที่ตกลงในสัญญารับจ้างทำการรังวัดที่ดิน","2024-12-03T14:07:07"],
    [915,"9bff98a3-0468-47a0-ad18-8079fd199fe9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","การยื่นคำขอจดทะเบียนต่างสำนักงานที่ดิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-5ccd-4804-9ec3-b001e9e20f68",11,0,3,"1. การยื่นคำขอจดทะเบียนต่างสำนักงานที่ดินเป็นกรณีที่ผู้ขอไม่สะดวกในการเดินทางไปยื่นคำขอจดทะเบียนยังพื้นที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่  ผู้ขอต้องไปยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร/สาขาสำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขาและส่วนแยกแห่งใดแห่งหนึ่ง  โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆเบื้องต้นก่อน  และรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ) ในกรณีที่เป็นการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์และหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเฉพาะกรณีที่ไม่มีการประกาศหรือการรังวัด  โดยพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมภาษีและอากร  รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการส่งเรื่องราวขอจดทะเบียนโอนที่ดินหรือห้องชุดทางไปรษณีย์ไปให้สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่  เพื่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่นั้นดำเนินการจดทะเบียนตามกฎหมาย  หากไม่มีเหตุขัดข้องพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจดทะเบียนให้ผู้ขอเสร็จแล้วจะส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดและสัญญาทางไปรษณีย์คืนสำนักงานที่ดินที่รับคำขอเพื่อแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนรับเอกสารคืน  \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถ  รวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติ่มรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n3. ระยะเวลาดำเนินการ      \n   3.1 วันยื่นคำขอ (1 วันทำการ) ใช้ระยะเวลาประมาณ 110 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน  ทั้งนี้  การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง)  ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  เช่น  กรณีมีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิหลายฉบับหรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกัน  เป็นต้น  และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง  เช่น  หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่สิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกัน  เป็นต้น      \n   3.2 การส่งเรื่องทางไปรษณีย์ลงให้สำนักงานที่ดินท้องที่จดทะเบียน 3 วันทำการ  สำนักงานที่ดินท้องที่ตรวจสอบเรื่องจดทะเบียนและส่งเรื่องทางไปรษณีย์ให้สำนักงานที่ดินที่รับคำขอ 5 วันทำการแจ้งผู้ขอรับเอกสารคืน 2 วันทำการ  ทั้งนี้  ระยะเวลาดำเนินการอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป  เช่น  ได้รับเอกสารหลักฐานจากไปรษณีย์ล่าช้า  เป็นต้น      \n   3.3 วันที่ผู้ขอรับเอกสารคืน  (1 วันทำการ)  ผู้ขอยื่นใบรับ  (ท.ด. 53)  ต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ไปพบพนักงานเจ้าหน้าที่และดำเนินการแจกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดและสัญญาพร้อมใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ขอทั้งนี้ผู้ขอต้องตรวจสอบความถูกต้องในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดและสัญญาใช้ระยะเวลาประมาณ 10 นาที\nนิติกรรมที่ยื่นคำขอต่างสำนักงานที่ดินได้ต้องเป็นนิติกรรมประเภทที่ไม่มีการประกาศหรือการรังวัด","2024-12-03T14:06:58"],
    [916,"9bffa0ca-010b-4e48-84c7-39a56d7ce48e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","วัด มัสยิด มูลนิธิเกี่ยวกับคริสต์จักรขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-970c-46f3-a4f1-6b2a5279ca8d",91,10,34,"1. ผู้โอนจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและผู้รับโอนต้องเป็นวัดหรือมัสยิดอิสลามหรือมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรโดยต้องนำหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคลหลักฐานเอกสารของวัด มัสยิดอิสลาม มูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่    2. การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้มาซึ่งที่ดินเช่นรับให้ซื้อรับมรดกเป็นต้นหรือกรณีการยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินที่ดินขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการเป็นไปตามกระบวนงานในแต่ละประเภทโดยมีเงื่อนไขคือวัดหรือมัสยิดอิสลามหรือมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทดังกล่าวได้ซึ่ง รมต. ได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลเพื่อการศาสนาดังนี้      - กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน      - กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน      - กรณีที่เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการ    3.กรณีวัดขอแลกเปลี่ยนที่ดินกับเอกชนหรือกับวัดด้วยกันคู่กรณีต้องเสนอเรื่องการแลกเปลี่ยนที่ดินกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนต่างๆให้ครบถ้วนถ้าผลการพิจารณาให้วัดแลกเปลี่ยนที่ดินได้ต้องส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณากรมที่ดินรับเรื่องแล้วส่งคืนสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครเพื่อแจ้งคู่กรณีให้มายื่นคำขอเพื่อเข้าสู่กระบวนงานวัดขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป    4. มูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรเมื่อได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินแล้วหากจะจำหน่ายที่ดินต้องขออนุญาตอธิบดีกรมที่ดินก่อน    5. ในเรื่องการขออนุญาตได้มาซึ่งที่ดินเป็นเรื่องของสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะดำเนินการต่อไปเอง  6. คู่กรณีต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่เท่านั้นโดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์    6.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    6.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป(ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    7. ระยะเวลาดำเนินการ    กระบวนงานวัดมัสยิดมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นเช่นสำนักงานเขต , สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นต้นและมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้      7.1กรณีอนุญาต        7.1.1กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร            - ใช้เวลาทั้งสิ้น 93 วันแบ่งเป็น                (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นผู้โอนมีหลายคนหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติหรือขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น                (2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 91 วันทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานอื่นได้แก่สำนักงานเขตหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่งผลการพิจารณาให้สำนักงานที่ดินหรือกรมที่ดินทราบตามระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่เพียงใด              (3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 130 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน        7.1.2กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขา             - ใช้เวลาทั้งสิ้น 98 วันแบ่งเป็น                (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นผู้โอนมีหลายคนหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติหรือขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น                (2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 96 วันทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานอื่นได้แก่สำนักงานเขตหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่งผลการพิจารณาให้สำนักงานที่ดินหรือกรมที่ดินทราบตามระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่เพียงใด              (3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 130 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน    7.2กรณีไม่อนุญาต   - สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครส่งเรื่องไปกรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย    8. กรณีวัดมัสยิดมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอได้มาซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ไม่ต้องประกาศตามกฎหมายแต่หากวัดมัสยิดมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอได้มาซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการการจัดทำประกาศและหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วัน (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497)","2024-12-03T14:14:27"],
    [917,"9bffa95a-256f-43e1-9fba-19c04fc142e7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","วัด มัสยิด มูลนิธิเกี่ยวกับคริสต์จักรขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นๆ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-7f0e-4d5f-9f91-dfbe73a548d5",92,10,34,"1. ผู้โอนจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและผู้รับโอนต้องเป็นวัดหรือมัสยิดอิสลามหรือมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรโดยต้องนำหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคลหลักฐานเอกสารของวัดมัสยิดอิสลามมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  2. การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้มาซึ่งที่ดินเช่นรับให้ซื้อรับมรดกเป็นต้นหรือกรณีการยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินที่ดินขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการเป็นไปตามกระบวนงานในแต่ละประเภทโดยมีเงื่อนไขคือวัดหรือมัสยิดอิสลามหรือมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทดังกล่าวได้ซึ่งรมต. ได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลเพื่อการศาสนาดังนี้   - กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   - กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   - กรณีที่เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการ  3.กรณีวัดขอแลกเปลี่ยนที่ดินกับเอกชนหรือกับวัดด้วยกันคู่กรณีต้องเสนอเรื่องการแลกเปลี่ยนที่ดินกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนต่างๆให้ครบถ้วนถ้าผลการพิจารณาให้วัดแลกเปลี่ยนที่ดินได้ต้องส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณากรมที่ดินรับเรื่องแล้วส่งคืนจังหวัดเพื่อแจ้งคู่กรณีให้มายื่นคำขอกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าสู่กระบวนงานวัดขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป  4. มูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรเมื่อได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินแล้วหากจะจำหน่ายที่ดินต้องขออนุญาตอธิบดีกรมที่ดินก่อน  5. ในเรื่องการขออนุญาตได้มาซึ่งที่ดินเป็นเรื่องของสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะดำเนินการต่อไปเอง  6. คู่กรณีต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่เท่านั้นโดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์   6.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)   6.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป(ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  7. ระยะเวลาดำเนินการ  กระบวนงานวัดมัสยิดมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นเช่นอำเภอ/กิ่งอำเภอ, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นต้นและมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้   7.1 กรณีอนุญาต   7.1.1 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัด   - ใช้เวลาทั้งสิ้น 93 วันแบ่งเป็น     (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นผู้โอนมีหลายคนหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติหรือขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น   (2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 91 วันทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานอื่นได้แก่อำเภอ/กิ่งอำเภอหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่งผลการพิจารณาให้สำนักงานที่ดินหรือจังหวัดทราบตามระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่เพียงใด   (3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 130 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน   7.1.2 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา/ส่วนแยก   - ใช้เวลาทั้งสิ้น 101 วันแบ่งเป็น   (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นผู้โอนมีหลายคนหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติหรือขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น   (2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 99วันทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานอื่นได้แก่อำเภอ/กิ่งอำเภอหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่งผลการพิจารณาให้สำนักงานที่ดินหรือจังหวัดทราบตามระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่เพียงใด   (3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 130 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน   7.2 กรณีไม่อนุญาต  - สำนักงานที่ดินจังหวัดส่งเรื่องไปกรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  8. กรณีวัดมัสยิดมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอได้มาซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ไม่ต้องประกาศตามกฎหมายแต่หากวัดมัสยิดมูลนิธิเกี่ยวกับคริสตจักรขอได้มาซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการการจัดทำประกาศและหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วัน (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497)","2024-12-03T14:14:35"],
    [918,"9bffb336-1451-4d59-99e5-f8dc0632c566","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คนต่างด้าวขอรับมรดกที่ดินในฐานะทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-82d4-4b65-b5d2-96085ebd978a",65,10,12,"1. คนต่างด้าวซึ่งมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก (ตามมาตรา 1629 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ที่เป็นเจ้าของที่ดินและหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดิน,หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3, น.ส.3ก. หรือน.ส. 3ข) ขอรับโอนมรดกโดยตรงเนื่องจากไม่มีผู้จัดการมรดกต้องประกาศตามกฎหมายเป็นเวลา 30 วันตามมาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินโดยยื่นคำขออนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (แบบต.1) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ \n2. กรณีเจ้าของที่ดิน(เจ้ามรดก) ถึงแก่กรรมและมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกตามคําสั่งศาลไม่ว่าจะมีพินัยกรรมหรือไม่มีพินัยกรรมก็ตามต้องจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดินและหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 น.ส.3 กหรือน.ส.3 ข) ก่อนไม่สามารถขอโอนมรดกตรงไปยังทายาทที่มีสิทธิรับมรดกได้ เนื่องจากศาลได้มีคําสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว อํานาจในการจัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมเป็นของผู้จัดการมรดกตามที่ศาลมีคําสั่งแต่ผู้เดียว ทายาททั้งหลายย่อมหมดสิทธิที่จะเข้าจัดการมรดก  \n3. กรณีคนต่างด้าวขอรับมรดกที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งได้จดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกไว้แล้วในหลักฐานโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3,น.ส.3ก,น.ส.3ข) และมีความประสงค์ขอโอนมรดกไม่ต้องประกาศ 30 วันตามมาตรา 82 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (ไม่ต้องดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 การประกาศมีกำหนด 30 วัน ) พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนการขออนุญาต ร.ม.ต. ในขั้นตอนต่อไปได้ทันที   \n4. ที่ดินที่ขอรับมรดกเมื่อรวมกับที่ดินซึ่งมีอยู่เดิม (ถ้ามี) จะต้องไม่เกินสิทธิที่จะพึงมีได้ตามมาตรา 87 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเช่นที่อยู่อาศัยครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่อพาณิชกรรมไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่อเกษตรกรรมครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ที่ดินส่วนที่เกินต้องจำหน่ายในเวลาไม่น้อยกว่า 180 วันแต่ไม่เกินหนึ่งปี   \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถตลอดจนความเป็นทายาทของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) และฉบับที่ 24 (พ.ศ.2516) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งตรวจสอบหลักฐานและสอบสวนบันทึกถ้อยคำคนต่างด้าวผู้ขอตามแบบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด \n6.ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่เท่านั้น โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ \n  6.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n 6.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n7. ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวดังนี้   \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   \n- กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน  \n- กรณีที่เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการ  \n8. ระยะเวลาดำเนินการ  \nกระบวนงานคนต่างด้าวขอรับมรดกที่ดินในฐานะทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับกระบวนงานการขอจดทะเบียน                           ประเภทโอนมรดกและมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน จึงจะจดทะเบียนได้ ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับกระบวนงานจดทะเบียนโอนมรดกและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้  \n 8.1 กรณีอนุญาต   \n 8.1.1 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร  \n - ใช้เวลาทั้งสิ้น 60 วันแบ่งเป็น  \n   (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวน ทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้า                                                                           หน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอ เช่น กรณีมีทายาทผู้รับมรดกหลายรายหรือเป็นกรณีทายาทหลายลำดับแทนที่หรือรับมรดกตกทอดในคราวเดียวกัน หรือเป็นมรดกที่มีความซับซ้อนของชั้นทายาทและจำนวนทายาทหรือขอจดทะเบียนหลายประเภทในคราวเดียวกันเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติเป็นต้น  \n (2) จัดทำประกาศหนังสือส่งประกาศและประกาศ 40 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไปเช่นกรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้าหรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่เป็นต้น  \n (3) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาต ร.ม.ต. ภายใน 18 วัน (ขั้นตอนที่ 4 - 7,9)  \n (4) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการ จะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนทายาทผู้รับมรดกและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน  \n 8.1.2 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาหรือส่วนแยก  \n - ใช้เวลาทั้งสิ้น 65 วันแบ่งเป็น  \n (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วัน ใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอเช่นกรณีมีทายาทผู้รับมรดกหลายราย หรือมรดกหลายลำดับชั้นในคราวเดียวกันเป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติเป็นต้น  \n (2) จัดทำประกาศหนังสือส่งประกาศและประกาศ 40 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เช่น กรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้าหรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่เป็นต้น  \n (3) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาต ร.ม.ต. ภายใน 23 วัน (ขั้นตอนที่ 3-9)   \n (4) วันจดทะเบียนภายใน 1 วัน ใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนทายาทผู้รับมรดกและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน   \n8.2 กรณีไม่อนุญาต  \n - สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครส่งเรื่องไปกรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย \n9. เมื่อรับมรดกแล้วหากคนต่างด้าวจะจำหน่ายที่ดินต้องขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตจำหน่ายที่ดินดังนี้  \n   - กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   \n   - กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน","2024-12-03T14:08:40"],
    [919,"9bffcf87-b68d-41fe-a3f9-5c3e39da4692","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คนต่างด้าวขอรับมรดกที่ดินในฐานะทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นๆ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-8c32-40f5-80f9-2f5516f29d2f",66,10,11,"1. คนต่างด้าวซึ่งมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก(ตามมาตรา 1629 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ที่เป็นเจ้าของที่ดินและหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีชื่อปรากฏในหลักฐานโฉนดที่ดิน,หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3, น.ส.3ก. หรือน.ส. 3ข) ขอรับโอนมรดกโดยตรงเนื่องจากไม่มีผู้จัดการมรดกต้องประกาศตามกฎหมายเป็นเวลา 30 วันตามมาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินโดยยื่นคำขออนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (แบบต.1) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  \n2. กรณีเจ้าของที่ดิน(เจ้ามรดก)ถึงแก่กรรมและมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกผู้จัดการมรดกตามคําสั่งศาลไม่ว่าจะมีพินัยกรรมหรือไม่มีพินัยกรรมก็ตามต้องจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในโฉนดที่ดินและหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 น.ส.3 กหรือน.ส.3 ข) ก่อนไม่สามารถขอโอนมรดกตรงไปยังทายาทที่มีสิทธิรับมรดกได้เนื่องจากศาลได้มีคําสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้วอํานาจในการจัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมเป็นของผู้จัดการมรดกตามที่ศาลมีคําสั่งแต่ผู้เดียวทายาททั้งหลายย่อมหมดสิทธิที่จะเข้าจัดการมรดก  \n3. กรณีคนต่างด้าวขอรับมรดกที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งได้จดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกไว้แล้วในหลักฐานโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3,น.ส.3ก,น.ส.3ข) และมีความประสงค์ขอโอนมรดกไม่ต้องประกาศ 30 วันตามมาตรา 82 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (ไม่ต้องดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 การประกาศมีกำหนด 30 วัน ) พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนการขออนุญาตร.ม.ต. ในขั้นตอนต่อไปได้ทันที  \n4. ที่ดินที่ขอรับมรดกเมื่อรวมกับที่ดินซึ่งมีอยู่เดิม (ถ้ามี) จะต้องไม่เกินสิทธิที่จะพึงมีได้ตามมาตรา 87 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเช่นที่อยู่อาศัยครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ที่ใช้เพื่อพาณิชกรรมไม่เกิน 1 ไร่ที่ใช้เพื่อเกษตรกรรมครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ที่ดินส่วนที่เกินต้องจำหน่ายในเวลาไม่น้อยกว่า 180 วันแต่ไม่เกินหนึ่งปี  \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถตลอดจนความเป็นทายาทของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) และฉบับที่ 24 (พ.ศ.2516)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 และแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งตรวจสอบหลักฐานและสอบสวนบันทึกถ้อยคำคนต่างด้าวผู้ขอตามแบบและหลักเกณฑ์ที่กำหนด  \n6.ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่เท่านั้นโดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์   \n6.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)   \n6.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n7. ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวดังนี้  \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน  \n- กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน \n- กรณีที่เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการ  \n8. ระยะเวลาดำเนินการ  กระบวนงานคนต่างด้าวขอรับมรดกที่ดินในฐานะทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับกระบวนงานการขอจดทะเบียนประเภทโอนมรดกและมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับกระบวนงานจดทะเบียนโอนมรดกและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้     \n8.1 กรณีอนุญาต          \n8.1.1  กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัด              - ใช้เวลาทั้งสิ้น 60 วันแบ่งเป็น                 \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอเช่นกรณีมีทายาทผู้รับมรดกหลายรายหรือมรดกหลายลำดับชั้นในคราวเดียวกันเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติเป็นต้น                 \n(2) จัดทำประกาศและหนังสือส่งประกาศและประกาศ 40วันทั้งนี้ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไปเช่นกรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้าหรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่เป็นต้น               \n(3) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตร.ม.ต. ภายใน 18วัน (ขั้นตอนที่ 4 - 7,9)               \n(4) วันจดทะเบียนภายใน 1วันใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนทายาทผู้รับมรดกและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน         8.1.2  กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาหรือส่วนแยก              - ใช้เวลาทั้งสิ้น 66  วันแบ่งเป็น                \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอเช่นกรณีมีทายาทผู้รับมรดกหลายรายหรือมรดกหลายลำดับชั้นในคราวเดียวกันเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติเป็นต้น                \n(2) จัดทำประกาศและหนังสือส่งประกาศและประกาศ 40 วันทั้งนี้ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นได้ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีไปเช่นกรณีได้รับหลักฐานการปิดประกาศจากไปรษณีย์หรือผู้ขอล่าช้าหรือหลักฐานการปิดประกาศสูญหายต้องปิดประกาศใหม่เป็นต้น                \n(3) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตร.ม.ต.ภายใน 24วัน(ขั้นตอนที่ 3-9)                \n(4) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนทายาทผู้รับมรดกและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน     \n8.2 กรณีไม่อนุญาต        - สำนักงานที่ดินจังหวัดส่งเรื่องไปกรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  \n9. เมื่อรับมรดกแล้วหากคนต่างด้าวจะจำหน่ายที่ดินต้องขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตจำหน่ายที่ดินดังนี้  \n-  กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน  \n-  กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน","2024-12-03T14:08:48"],
    [920,"9c000121-6e3a-43d7-9c4b-31572e909b4b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คนต่างด้าวขอซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามมาตรา 96 ทวิแห่งประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-8fde-4618-b1ae-caa18f5e8f25",27,10,16,"1. ผู้โอนจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและกรณีการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างต้องแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง    2. ผู้รับโอนต้องเป็นคนต่างด้าวที่นำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาทในธุรกิจหรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่งตามกฎกระทรวงกำหนดและสามารถซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องนำหลักฐานเกี่ยวกับคนต่างด้าวหลักฐานที่มาของเงินที่นำมาลงทุนประเภทธุรกิจหรือกิจการที่มาลงทุนและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและบันทึกถ้อยคำเกี่ยวกับรายละเอียดที่มาของเงินที่นำมาลงทุนประเภทธุรกิจหรือกิจการที่มาลงทุนที่ตั้งของที่ดินเหตุผลความจำเป็นและข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องของคนต่างด้าวผู้รับโอนโดยยื่นคำขอให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว (แบบ ต.4) เพื่อขออนุญาตร.ม.ต. ได้มาซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวตามที่กฎหมายและระเบียบกำหนด(ตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวพ.ศ. 2545) \n3. ที่ดินต้องอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานครและต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร(ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวพ.ศ. 2545)    \n4.คู่กรณีต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่เท่านั้นโดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ \n4.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n4.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป(ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n5. ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซื้อที่ดินได้ซึ่งรมต. ได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวดังนี้     \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   \n- กรณีที่เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการ  \n6. ในเรื่องการขออนุญาตรัฐมนตรีฯ ให้ได้มาซึ่งที่ดินเป็นเรื่องสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะดำเนินการต่อไปเอง  \n7. ระยะเวลาดำเนินการกระบวนงานคนต่างด้าวขอซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามมาตรา 96ทวิแห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับกระบวนงานการขอจดทะเบียนประเภทขายที่ดินและมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับกระบวนงานจดทะเบียนประเภทขายที่ดินและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้    \n7.1 กรณีอนุญาต     \n7.1.1 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร     \n- ใช้เวลาทั้งสิ้น 20 วันแบ่งเป็น  \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นมีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น                 \n(2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตร.ม.ต. ภายใน 18 วัน (ขั้นตอนที่ 3-6,8)                  \n(3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน            \n7.1.2 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาหรือส่วนแยก  - ใช้เวลาทั้งสิ้น 27 วันแบ่งเป็น                   \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นมีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น                   \n(2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตร.ม.ต. ภายใน 25 วัน(ขั้นตอนที่ 2- 8)                   \n(3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน           \n7.2 กรณีไม่อนุญาต               \n- สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครส่งเรื่องไปกรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย    \n8. กรณีคนต่างด้าวขอซื้อที่ดินที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)หรือกรณีโอนที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่ต้องประกาศตามกฎหมายแต่หากคนต่างด้าวขอซื้อที่ดินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการการจัดทำประกาศและหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วัน (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497)    \n9. เมื่อคนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดินแล้วหากจะจำหน่ายที่ดินต้องขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตจำหน่ายที่ดินดังนี้       \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน       \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน","2024-12-03T14:08:24"],
    [921,"9c000f99-6c29-4e8c-a2a2-62fc3fc1696f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คนต่างด้าวขอซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามมาตรา 96 ทวิแห่งประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นๆ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-9da7-4a70-b8f0-d9f83422ec04",28,10,18,"1. ผู้โอนจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินที่มีชื่อตนเองปรากฏอยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและกรณีการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างต้องแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง  2. ผู้รับโอนต้องเป็นคนต่างด้าวที่นำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาทในธุรกิจหรือกิจการประเภทใดประเภทหนึ่งตามกฎกระทรวงกำหนดและสามารถซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่โดยต้องนำหลักฐานเกี่ยวกับคนต่างด้าวหลักฐานที่มาของเงินที่นำมาลงทุนประเภทธุรกิจหรือกิจการที่มาลงทุนและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและบันทึกถ้อยคำเกี่ยวกับรายละเอียดที่มาของเงินที่นำมาลงทุนประเภทธุรกิจหรือกิจการที่มาลงทุนที่ตั้งของที่ดินเหตุผลความจำเป็นและข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องของคนต่างด้าวผู้รับโอนโดยยื่นคำขอให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว (แบบต.4) เพื่อขออนุญาตร.ม.ต. ได้มาซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวตามที่กฎหมายและระเบียบกำหนด (ตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวพ.ศ. 2545)  \n3. ที่ดินต้องอยู่ภายในเขตเมืองพัทยาเขตเทศบาลหรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร (ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวพ.ศ. 2545)  \n4.คู่กรณีต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่เท่านั้นโดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์   \n4.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)   \n4.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n5. ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซื้อที่ดินได้ซึ่งรมต. ได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวดังนี้   \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   \n- กรณีที่เห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาสั่งการ  \n6. ในเรื่องการขออนุญาตรัฐมนตรีฯให้ได้มาซึ่งที่ดินเป็นเรื่องสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะดำเนินการต่อไปเอง  \n7. ระยะเวลาดำเนินการ  กระบวนงานคนต่างด้าวขอซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามมาตรา 96 ทวิแห่งประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับกระบวนงานการขอจดทะเบียนประเภทขายที่ดินและมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับกระบวนงานจดทะเบียนประเภทขายที่ดินและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้    \n7.1 กรณีอนุญาต        \n7.1.1  กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัด             \n- ใช้เวลาทั้งสิ้น 20วันแบ่งเป็น               \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นมีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น              \n(2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตร.ม.ต.ภายใน 18 วัน(ขั้นตอนที่ 3-6,8)               \n(3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน       \n7.1.2  กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาหรือส่วนแยก             \n- ใช้เวลาทั้งสิ้น 28วันแบ่งเป็น                 \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นมีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น               \n(2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตร.ม.ต.ภายใน 26วัน (ขั้นตอนที่ 2- 8)                \n(3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน      \n7.2 กรณีไม่อนุญาต         \n- สำนักงานที่ดินจังหวัดส่งเรื่องไปกรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  \n8. กรณีคนต่างด้าวขอซื้อที่ดินที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)หรือกรณีโอนที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่ต้องประกาศตามกฎหมายแต่หากคนต่างด้าวขอซื้อที่ดินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการการจัดทำประกาศและหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วัน (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497)  \n9. เมื่อคนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดินแล้วหากจะจำหน่ายที่ดินต้องขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตจำหน่ายที่ดินดังนี้   \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน   \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน","2024-12-03T14:08:33"],
    [922,"9c0013a4-42f8-480a-a6b2-6f0c671aac52","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวซึ่งได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-a476-4e8e-868d-1278ff05ef8d",27,10,13,"1. คนต่างด้าวผู้โอนต้องเป็นผู้ซึ่งได้ที่ดินมาตามประมวลกฎหมายที่ดินในกรณีดังต่อไปนี้ \n  1.1 คนต่างด้าว(หมายความรวมถึงนิติบุคคลต่างด้าวด้วย) ได้ที่ดินมาโดยอาศัยบทสนธิสัญญาตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (ปัจจุบันประเทศไทยได้บอกเลิกสนธิสัญญาเกี่ยวกับการถือครองที่ดินกับประเทศต่างๆแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2514 ดังนั้นคนต่างด้าวจึงไม่อาจขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้อีกต่อไป) \n  1.2 คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  \n 1.3 คนต่างด้าวซึ่งนำเงินมาลงทุนสี่สิบล้านบาทและซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามมาตรา 96 ทวิแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  \n2. การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำหน่ายที่ดินเป็นไปตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการในแต่ละประเภทโดยมีเงื่อนไขคือคนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินแปลงดังกล่าวได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.2497 ข้อ 1(3)ซึ่งรมต. ได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้คนต่างด้าวจำหน่ายที่ดินดังนี้  \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน  \n- กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน \n 3. ผู้รับโอนต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยกรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และ 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไม่สามารถรับโอนได้ (เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลที่มีสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าวรับโอนได้)  \n4. ผู้ขอต้องนำหลักฐานเอกสารของคนต่างด้าวและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์    \n4.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)    \n4.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียน ผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ) \n 5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n 6. ในเรื่องการขออนุญาตจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวเป็นเรื่องของสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะดำเนินการต่อไปเอง   \n 7.ระยะเวลาดำเนินการ  กระบวนงานคนต่างด้าวขอจำหน่ายที่ดินที่ได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับกระบวนงานการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทต่างๆ เช่น ขาย ให้ เป็นต้น และมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับประเภทการจดทะเบียนและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้    \n 7.1 กรณีอนุญาต       \n   7.1.1 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร           \n - ใช้เวลาทั้งสิ้น  20  วันแบ่งเป็น          \n   (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เช่น มีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น \n  (2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาต ร.ม.ต. ภายใน 18 วัน (ขั้นตอนที่ 3-6,8)  \n (3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน \n    7.1.2 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาหรือส่วนแยก   \n  - ใช้เวลาทั้งสิ้น 27 วันแบ่งเป็น  \n   (1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เช่น มีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้น และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริง เช่น หลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น  \n (2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาต ร.ม.ต. ภายใน 25 วัน (ขั้นตอนที่ 2- 8) \n  (3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียน ทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน \n 8. กรณีคนต่างด้าวขอจำหน่ายที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ไม่ต้องประกาศตามกฎหมายแต่หากคนต่างด้าวขอจำหน่ายที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการการจัดทำประกาศและหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วัน (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497)","2024-12-03T14:09:26"],
    [923,"9c001a6f-bbf1-4a52-85e1-664b96573eb6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวซึ่งได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นๆ  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2b-ab7d-484b-ace0-a7db547b2e33",28,10,13,"1. คนต่างด้าวผู้โอนต้องเป็นผู้ซึ่งได้ที่ดินมาตามประมวลกฎหมายที่ดินในกรณีดังต่อไปนี้  \n1.1 คนต่างด้าว(หมายความรวมถึงนิติบุคคลต่างด้าวด้วย) ได้ที่ดินมาโดยอาศัยบทสนธิสัญญาตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (ปัจจุบันประเทศไทยได้บอกเลิกสนธิสัญญาเกี่ยวกับการถือครองที่ดินกับประเทศต่างๆแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2514 ดังนั้นคนต่างด้าวจึงไม่อาจขอได้มาซึ่งที่ดินตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้อีกต่อไป)  \n1.2 คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยได้รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  \n1.3 คนต่างด้าวซึ่งนำเงินมาลงทุนสี่สิบล้านบาทและซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามมาตรา 96 ทวิแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  \n2. การยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำหน่ายที่ดินเป็นไปตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการในแต่ละประเภทโดยมีเงื่อนไขคือคนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินแปลงดังกล่าวได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.2497 ข้อ 1(3) ซึ่ง รมต. ได้มอบอำนาจการสั่งอนุญาตให้คนต่างด้าวจำหน่ายที่ดินดังนี้  \n- กรณีที่ดินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน  \n- กรณีที่ดินอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน  \n3. ผู้รับโอนต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยกรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และ 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไม่สามารถรับโอนได้ (เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลที่สัญชาติไทยแต่มีสิทธิการได้มาซึ่งที่ดินเสมือนคนต่างด้าวรับโอนได้)  \n4. ผู้ขอต้องนำหลักฐานเอกสารของคนต่างด้าวและหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์   \n4.1 ครั้งแรกในวันยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)   \n4.2 ครั้งที่สองในวันจดทะเบียนผู้ขอต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อรับบัตรคิวและรอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป(ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ)  \n5. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนสิทธิและความสามารถรวมตลอดถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  \n6. ในเรื่องการขออนุญาตจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวเป็นเรื่องของสำนักงานที่ดินที่รับคำขอจะดำเนินการต่อไปเอง  \n7.ระยะเวลาดำเนินการ  กระบวนงานคนต่างด้าวขอจำหน่ายที่ดินที่ได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นกระบวนงานเชื่อมโยงกับกระบวนงานการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประเภทต่างๆเช่นขายให้เป็นต้นและมีเงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนจึงจะจดทะเบียนได้ดังนั้นระยะเวลารวมในขั้นตอนการดำเนินงานจึงขึ้นอยู่กับประเภทการจดทะเบียนและที่ตั้งของที่ดินที่ขอได้มาดังนี้   \n7.1 กรณีอนุญาต   \n7.1.1 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัด   - ใช้เวลาทั้งสิ้น 20 วันแบ่งเป็น   \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นมีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น  \n(2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาต ร.ม.ต. ภายใน 18 วัน (ขั้นตอนที่ 3-6,8)  \n(3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน  \n7.1.2 กรณีที่ดินอยู่ในเขตสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา/ส่วนแยก  - ใช้เวลาทั้งสิ้น 28วันแบ่งเป็น  \n(1) วันยื่นคำขอภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเช่นมีคู่กรณีฝ่ายละหลายรายหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหลายฉบับเป็นต้นและในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาเพิ่มตามข้อเท็จจริงเช่นหลักฐานไม่ชัดเจนต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงยุติขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่ขนาดสิ่งปลูกสร้างตามหลักฐานเดิมกับข้อเท็จจริงที่ขอจดทะเบียนไม่ตรงกันเป็นต้น \n(2) สำนักงานที่ดินดำเนินการขออนุญาตร.ม.ต. ภายใน 26วัน (ขั้นตอนที่ 2- 8)  \n(3) วันจดทะเบียนภายใน 1 วันใช้ระยะเวลาประมาณ 120 นาที(ไม่รวมระยะเวลารอเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มรับเรื่องเพื่อดำเนินการจดทะเบียนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนคู่กรณีและจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อาจใช้เวลาต่างกัน  \n8. กรณีคนต่างด้าวขอจำหน่ายที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ไม่ต้องประกาศตามกฎหมายแต่หากคนต่างด้าวขอจำหน่ายที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ข) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศ 30 วันระยะเวลาดำเนินการรวมจะเพิ่มกระบวนการการจัดทำประกาศและหนังสือนำส่งประกาศและระยะเวลาประกาศทั้งหมดรวม 40 วัน (กรณีที่ไม่ต้องมีการประกาศหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องประกาศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497)","2024-12-03T14:09:33"],
    [924,"9c0021c7-ea2b-4b49-bfdf-d4cc51832055","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทคำขอตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดิน/ห้องชุดขอคัดขอถ่ายสำเนาเอกสาร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-4604-44e4-b1f6-bcfdf3949414",1,50,7,"1. ผู้ขอต้องระบุในคำขอว่าต้องการตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดินของที่ดินแปลงใด/ห้องชุดห้องใดต้องการทราบเกี่ยวกับเรื่องใดคัดหรือถ่ายสำเนาเอกสารใดเหตุผลที่ขอคัดหรือถ่ายสำเนาเอกสารเพื่อประโยชน์อะไรและจะให้รับรองเอกสารด้วยหรือไม่    \n2. ผู้ขอต้องแจ้งเลขที่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเครื่องหมายที่ดินหรือกรณีไม่ทราบเลขที่ผู้ขอต้องแจ้งข้อความเท่าที่ผู้ขอสามารถแจ้งให้ทราบถึงที่ตั้งของที่ดิน/ห้องชุดแปลง /ห้องชุดที่จะขอตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดิน/ห้องชุดขอคัดหรือขอถ่ายสำเนาเอกสาร    \n3. การขอตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดินต้องเป็นกรณีที่ผู้ขอต้องการทราบว่าที่ดิน/ห้องชุดแปลง/ห้องชุดดังกล่าวปัจจุบันมีชื่อบุคคลใดเป็นผู้มีสิทธิในที่ดิน /ห้องชุดได้ที่ดิน/ห้องชุดมาอย่างไรเมื่อใดมีภาระผูกพันหรือไม่มีการยึดหรืออายัดตามกฎหมายใดหรือไม่ได้มีการออกใบแทนไปแล้วหรือไม่รวมทั้งขอทราบเอกสารหลักฐานทะเบียนที่ดิน/ห้องชุดที่เกี่ยวข้อง    \n4. ผู้ขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเบื้องต้นก่อนและรับบัตรคิวเพื่อรอยื่นคำขอและสอบสวนตามลำดับก่อนหลังในขั้นตอนต่อไป (ไม่นับรวมอยู่ในระยะเวลาให้บริการ    \n5. ระยะเวลาดำเนินการ 30  นาที (ไม่รวมระยะเวลารอการยื่นคำขอและสอบสวนทั้งนี้การนับระยะเวลาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนตามลำดับก่อนหลัง) ระยะเวลาแล้วเสร็จขึ้นอยู่กับจำนวนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดและจำนวนเอกสารที่ขอตรวจขอคัดขอถ่ายเอกสารกรณีขอตรวจขอคัดขอถ่ายหลักฐานทะเบียนที่ดิน/ห้องชุดหลายแปลง/ห้องชุดระยะเวลาอาจต้องเพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริงดังกล่าว","2024-12-03T14:10:50"],
    [925,"9c002a68-651e-4367-b66f-cebb9c26c26d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมที่ดิน","คำขอเบ็ดเตล็ดประเภทคำขอตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดิน/ห้องชุดทางไปรษณีย์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2b-42f4-43b5-92b2-7830036abc8b",7,100,6,"1. ผู้ขอขอตรวจได้เฉพาะที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์และกรณีเป็นอาคารชุดขอตรวจได้เฉพาะหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดโดยไม่รวมถึงการตรวจสอบหลักทรัพย์การขอคัดและขอถ่ายสำเนาเอกสาร    \n2. การขอตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดินทางไปรษณีย์ให้ตรวจได้เฉพาะหลักฐาน  ดังต่อไปนี้\n   2.1) ที่ดินมีชื่อบุคคลใดเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินหรือห้องชุด  ได้มาอย่างไร  เมื่อใด  มีภาระผูกพันหรือไม่  อย่างไร\n   2.2) ที่ดินมีการยึดหรืออายัดตามกฎหมาย  หรือไม่\n   2.3) ได้มีการออกใบแทนไปแล้วหรือไม่  เมื่อใด    \n3. ผู้ขอส่งหนังสือขอตรวจหลักฐานทางทะเบียนที่ดินดังกล่าวข้างต้นทางไปรษณีย์พร้อมเงินค่าธรรมเนียมและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปณสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินหรือห้องชุดตั้งอยู่    \n4. ระยะเวลาดำเนินการ 7 วัน(กรณีไม่มีข้อขัดข้อง) ทั้งนี้ไม่รวมระยะเวลาแจ้งให้ผู้ขอส่งเงินค่าธรรมเนียม(กรณีผู้ขอไม่ส่งเงินค่าธรรมเนียมมาพร้อมหนังสือขอตรวจหลักฐานฯ) หรือไม่รวมระยะเวลาแจ้งให้ผู้ขอส่งเงินค่าธรรมเนียมมาเพิ่มเติม (กรณีผู้ขอส่งเงินค่าธรรมเนียมมาไม่ครบถ้วน)","2024-12-03T14:10:58"],
    [926,"95d400b5-3bdf-4ae5-a741-288b9d784729","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย","การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสำหรับภัยที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95d3bf3c-e4ef-4450-8754-0c1dc26ca5da",28,0,4,null,"2022-06-08T14:31:29"],
    [927,"95e52c0c-df11-4eb4-a369-8a8f1a583fb6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย","การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในเขตกรุงเทพมหานคร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95e50849-7113-409d-9a3c-2b695f7a97b5",90,0,6,"ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 และหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563","2023-06-07T11:03:30"],
    [928,"94e56e1c-4916-4d04-8ff2-e2013805d97e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-7fc8-460c-8419-ea359f10a960",1,0,6,"- การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะรับเด็กนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกคน โดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนไม่เต็มตามจำนวนที่กำหนด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพิจารณารับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ แต่หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้ใช้วิธีการจับฉลากหรือการวัดความสามารถด้านวิชาการได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะประกาศกำหนด    - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบรายชื่อเด็กที่คาดว่าจะจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทราบภายในเดือนพฤษภาคมก่อนปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน 1 ปี  - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาแจ้งประชาสัมพันธ์รายละเอียดหลักเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนให้ผู้ปกครองทราบระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน ของปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน","2021-11-17T13:39:17"],
    [929,"94e56e1c-5d6b-4a93-994a-09b92d6bc855","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-97a1-4598-aafe-5665ef50c532",2,0,5,"ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยความพิการ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้  1. มีสัญชาติไทย  2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน  3.มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการคุณภาพชีวิตคนพิการ  4.ไม่เป็นบุคคลอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐตามบัญชีรายชื่อที่ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประกาศกำหนด","2021-11-17T13:39:17"],
    [930,"94e56e1c-4ba5-4978-890c-7ed72b83b7fc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-82be-4273-b4a5-8084be61a8a4",1,0,5,"- การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะรับเด็กที่มีอายุย่างเข้า ปีที่ 7 หรือเด็กที่จบการศึกษาชั้นก่อนประถมศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกคน โดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนไม่เต็มตามจำนวนที่กำหนด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพิจารณารับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ แต่หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้ใช้วิธีการจับฉลากหรือการวัดความสามารถด้านวิชาการได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะประกาศกำหนด    - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบรายชื่อเด็กที่มีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ (อายุย่างเข้าปีที่ 7) และประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ปิดไว้ ณ สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษา พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กทราบภายในเดือนพฤษภาคมก่อนปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน 1 ปี    - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาแจ้งประชาสัมพันธ์รายละเอียดหลักเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนให้ผู้ปกครองทราบระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน ของปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน","2023-10-18T10:50:43"],
    [931,"94e56e1c-622c-48af-a89b-1371edaeffae","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การลงทะเบียนและยื่นขอรับการสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-9dc0-4e61-b04e-5a81da0c8f61",2,0,6,"ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้  1. เป็นผู้ป่วยเอดส์ที่แพทย์ได้รับรองและทำการวินิจฉัยแล้ว  2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  3. มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือถูกทอดทิ้ง หรือขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ในการขอรับการสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า หรือผู้ที่มีปัญหาซ้ำซ้อน หรือผู้ที่อยู่อาศัย      อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารยากต่อการเข้าถึงบริการของรัฐเป็นผู้ได้รับการพิจารณาก่อน","2021-11-17T13:39:17"],
    [932,"94e56e1c-4e18-4813-ad28-0f25ecdd62e7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-85c5-4436-8866-02b0032fe984",1,0,6,"- การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะรับเด็กนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า ที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกคน โดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนไม่เต็มตามจำนวนที่กำหนด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพิจารณารับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ แต่หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้ใช้วิธีการจับฉลากหรือการวัดความสามารถด้านวิชาการได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะประกาศกำหนด    - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบรายชื่อเด็กที่คาดว่าจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทราบภายในเดือนพฤษภาคมก่อนปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน 1 ปี  - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาแจ้งประชาสัมพันธ์รายละเอียดหลักเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนให้ผู้ปกครองทราบระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน ของปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน","2021-11-17T13:39:17"],
    [933,"94e56e1c-531e-4093-9bc2-b91c0058dee7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-8ba2-4631-9cd6-33c4164b0bb6",1,0,5,"- การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเข้าศึกษาในระดับชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 จะรับเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 4 (กรณีจัดการศึกษาอนุบาล 3 ปี) หรือจะรับเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 5 (กรณีจัดการศึกษาอนุบาล 2 ปี) ที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการขององค์กรปกครอง  ส่วนท้องถิ่นทุกคน โดยไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนไม่เต็มตามจำนวนที่กำหนด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพิจารณารับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้ แต่หากกรณีที่มีเด็กมาสมัครเรียนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้ใช้วิธีการจับฉลากหรือการวัดความสามารถด้านวิชาการได้ตามความเหมาะสมทั้งนี้ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะประกาศกำหนด    - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบรายชื่อเด็กที่มีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาก่อนประถมศึกษา และประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ปิดไว้ ณ สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษา พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กทราบ ภายในเดือนพฤษภาคมก่อนปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน 1 ปี    - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาแจ้งประชาสัมพันธ์รายละเอียดหลักเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนให้ผู้ปกครองทราบ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน ของปีการศึกษาที่เด็กจะเข้าเรียน","2021-11-17T13:39:17"],
    [934,"94e56e1c-73f5-4098-85af-523bd8d90f45","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับชำระค่าธรรมเนียมบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากผู้พักในโรงแรม [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2c-b436-4863-b143-e0256d5bd6b6",1,3,5,"1. หลักเกณฑ์  องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจออกข้อบัญญัติจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 สำหรับค่าธรรมเนียมจากผู้พักโรงแรม อัตราไม่เกินร้อยละ 3 ของอัตราค่าเช่าห้องพัก    2. วิธีการ  ผู้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการค่าธรรมเนียม และชำระค่าธรรมเนียมต่อเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด    3. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบการจดทะเบียนสถานการค้า ต่อเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัด ณสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด    4. ผู้ประกอบการเสียเบี้ยปรับในกรณี    4.1กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการค่าธรรมเนียมกับไม่ชำระค่าธรรมเนียมในเวลากำหนดเสียเบี้ยปรับ2เท่าของ ค่าธรรมเนียมที่ต้องเสีย    4.2กรณียื่นแบบแสดงรายการค่าธรรมเนียม กับชำระค่าธรรมเนียมในเวลาที่กำหนดแต่ไม่ถูกต้อง เสียเบี้ยปรับ 1 เท่า ของค่า  ธรรมเนียมที่ขาดไป    5. บทกำหนดโทษ    5.1ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษไม่เกิน 5,000.- บาท    5.2ผู้มีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียม แต่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการค่าธรรมเนียมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือนหรือ ปรับไม่เกิน  10,000.- บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    5.3ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือนำหลักฐานมาแสดงเท็จ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000.- บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    6. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    7. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ  ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว    8. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว  เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    9. จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-03T10:19:53"],
    [935,"94e56e1c-7661-49e4-ad8a-0152a2e2d96f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับชำระภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากน้ำมัน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2c-b730-435b-92b7-f76953f7e854",1,0,3,"1. หลักเกณฑ์  องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจออกข้อบัญญัติจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 สำหรับภาษีน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซลและน้ำมันที่คล้ายกัน อัตราลิตรละ ไม่เกิน 10 สตางค์ และก๊าซปิโตรเลียมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ อัตรากิโลกรัมละ ไม่เกิน 10 สตางค์    2. วิธีการ  ผู้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีต่อเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด    3. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบการจดทะเบียนสถานการค้าต่อเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัด ณสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด    4. ผู้ประกอบการเสียเบี้ยปรับในกรณี    4.1กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีกับไม่ชำระภาษีในเวลากำหนดเสียเบี้ยปรับ2เท่าของค่าภาษีที่ต้องเสีย    4.2กรณียื่นแบบแสดงรายการภาษี กับชำระภาษีในเวลาที่กำหนดแต่ไม่ถูกต้อง เสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีที่ขาดไป    5. บทกำหนดโทษ    5.1ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษไม่เกิน 5,000.- บาท    5.2 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแต่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000.- บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    5.3 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือนำหลักฐานมาแสดงเท็จ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000.- บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    6. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    7. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ  ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว    8. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว  เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2024-04-03T15:45:10"],
    [936,"94e56e1c-7de7-400f-8284-3281ca47a196","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การให้สัมปทานโดยการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","94e56d2c-c165-4719-9e91-3ec564c14fa1",45,0,13,"การให้สัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งปฏิบัติการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการให้สัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นของแต่ละจังหวัดเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนด โดยมีการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้    1. การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการให้สัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นโดยเปิดเผยอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจใช้วิธีการต่างๆ ดังนี้  1.1 ปิดประกาศข้อมูลข่าวสารดังกล่าวไว้ ณ ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดให้มีการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น หรือประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวโดยทางเว็บไซต์ของส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น  1.2  ส่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์หรือตรวจสอบความโปร่งใส เช่น กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ NBT สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  1.3 ส่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอาชีพหรือธุรกิจเกี่ยวข้องกับรังนกอีแอ่น รวมทั้งผู้ได้รับสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นของจังหวัดต่างๆ เพื่อทราบข้อมูลข่าวสารดังกล่าว  1.4 ประชาสัมพันธ์โดยวิธีการอื่นๆ เช่น การโฆษณาทางหนังสือพิมพ์สถานีวิทยุหรือสถานีโทรทัศน์ หรือศูนย์รวมข่าวประกวดราคาของทางราชการ    2. การกำหนดเวลาในการประกาศประชาสัมพันธ์ก่อนวันรับเอกสารการประมูลไม่น้อยกว่า 30 วัน    3. การขายเอกสารการประมูลควรกระทำก่อนวันรับเอกสารการประมูลไม่น้อยกว่า 10 วัน    4. การกำหนดวงเงินประกันซองไม่เกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินขั้นต่ำของราคากลาง    5. การกำหนดวงเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกันสัญญาไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของเงินอากรที่ประมูลได้    6. ระยะเวลาในการให้สัมปทานไม่ควรเกินกว่า 5 ปี    7. กระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานก่อนที่ผู้ประสงค์จะเข้าร่วมการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นจะยื่นซองประมูล มีดังนี้  7.1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด.....(ระบุชื่อ)จัดทำประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้สัมปทานโดยการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น  7.2 องค์การบริหารส่วนจังหวัด.....(ระบุชื่อ) จะดำเนินการปิดประกาศคุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเข้าร่วมการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันขายเอกสารการประมูล  7.3 องค์การบริหารส่วนจังหวัด.....(ระบุชื่อ) จะกำหนดการขายเอกสารการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น ไม่น้อยกว่า 10 วัน ก่อนวันรับเอกสารการประมูลที่กำหนดไว้ในประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้สัมปทานโดยการประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น    8. ผู้ได้รับสัมปทานทำสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง    9. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    10. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว    11. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    12. หน่วยงานจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2021-11-17T13:39:17"],
    [937,"94e56e1c-837f-4b44-9cf3-8fef80983398","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศ หรือใบปลิวในที่สาธารณะ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-c8bf-409d-8c18-c71b6699c4aa",5,100,6,"พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 กำหนดให้การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศ หรือใบปลิวในที่สาธารณะ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสืออนุญาตด้วย เว้นแต่ เป็นการกระทำของราชการส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนอื่น หรือรัฐวิสาหกิจหรือของหน่วยงานที่มีอำนาจกระทำได้ หรือเป็นการโฆษณาด้วยการปิดแผ่นประกาศ ณ สถานที่ซึ่งราชการส่วนท้องถิ่นจัดไว้เพื่อการนั้น หรือเป็นการโฆษณาในการเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และการโฆษณาด้วยการปิดประกาศของเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือต้นไม้ เพื่อให้ทราบชื่อเจ้าของผู้ครอบครองอาคาร ชื่ออาคาร เลขที่อาคาร หรือข้อความอื่นเกี่ยวกับการเข้าไปและออกจากอาคาร   กรณีแผ่นประกาศหรือใบปลิวในการหาเสียงเลือกตั้งที่มีการโฆษณาทางการค้าหรือโฆษณาอื่นๆ รวมอยู่ด้วย จะต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนี้ด้วยเช่นกัน   การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศ หรือใบปลิวในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตแต่มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในการรับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ผู้โฆษณาปลด รื้อ ถอน ขูด ลบ หรือล้างข้อความหรือภาพนั้นภายในเวลาที่กำหนด และหากเป็นกรณีที่มีข้อความหรือภาพที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือลามกอนาจาร เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจปลด ถอน ขูด ลบ หรือล้างข้อความ หรือภาพนั้นได้เองโดยคิดค่าใช้จ่ายจากผู้โฆษณาตามที่ได้ใช้จ่ายไปจริง   เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ จะอนุญาตให้โฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศ หรือใบปลิวในที่สาธารณะ ในกรณีดังต่อไปนี้  (1) ข้อความหรือภาพในแผ่นประกาศหรือใบปลิวไม่ขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  (2) มีคำรับรองของผู้ขออนุญาตว่าจะเก็บ ปลด รื้อถอน ขูด ลบ หรือล้างแผ่นประกาศหรือใบปลิวเมื่อหนังสืออนุญาตหมดอายุ  (3) ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้การโฆษณาในเรื่องใดต้องได้รับอนุมัติข้อความ หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณา หรือจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายใด ต้องได้รับอนุมัติหรือได้ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นแล้ว อาทิ การขออนุญาตเล่นการพนัน การขออนุญาตเรี่ยไร การขออนุญาตแสดงมหรสพงิ้ว เป็นต้น  (4) ในกรณีที่เป็นการโฆษณาด้วยการติดตั้งป้ายโฆษณา ต้องไม่อยู่ในบริเวณที่ห้ามติดตั้งป้ายโฆษณา ซึ่งได้แก่ บริเวณคร่อมถนนหรือทางสาธารณะ วงเวียน อนุสาวรีย์ สะพาน สะพานลอย สะพานลอยคนเดินข้ามเกาะกลางถนน สวนหย่อม สวนธารณะ ถนน ต้นไม้ และเสาไฟฟ้าซึ่งอยู่ในที่สาธารณะ เว้นแต่เป็นการติดตั้งเพื่อพระราชพิธี รัฐพิธี หรือการต้อนรับราชอาคันตุกะหรือแขกเมืองของรัฐบาล   ในการอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องแสดงเขตท้องที่ที่อนุญาตไว้ในหนังสืออนุญาต และต้องกำหนดอายุของหนังสืออนุญาต ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้  (1) การโฆษณาที่เป็นการค้า ครั้งละไม่เกิน 60 วัน  (2) การโฆษณาที่ไม่เป็นการค้า ครั้งและไม่เกิน 30 วัน   เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับอนุญาตแสดงข้อความว่าได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยแสดงเลขที่ และวัน เดือน ปี ที่ได้รับหนังสืออนุญาตลงในแผ่นประกาศหรือใบปลิวด้วย   การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศ หรือใบปลิวในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสืออนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท    หมายเหตุ :        กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้  ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ  จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา        พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว        กรณีมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับการพิจารณาอนุญาตซึ่งจะต้องมีการแก้ไขคำร้อง ข้อความ หรือภาพในแผ่นประกาศหรือใบปลิว หรือพบในภายหลังว่าผู้ขออนุญาตจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอื่นก่อน จะแจ้งเหตุขัดข้องหรือเหตุผลที่ไม่สามารถออกหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตทราบภายใน 3 วัน นับแต่วันตรวจพบข้อขัดข้อง แต่จะไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันยื่นคำขออนุญาต การแจ้งข้อขัดข้องดังกล่าวให้กระทำได้เพียงครั้งเดียว เว้นแต่ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจแจ้งเพียงครั้งเดียวได้ ให้ระบุเหตุจำเป็นนั้นไว้ด้วย        หน่วยงานจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2022-04-06T22:52:46"],
    [938,"94e56e1c-8849-4df6-9278-dc03af06e669","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-cf1d-4ebe-87d7-a5958350e59d",1,0,2,"1.มีสัญชาติไทย  2.มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน  3.มีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ลงทะเบียน และยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  4.ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่       (ก) ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน       (ข) ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น       (ค) ผู้ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ       บุคคลตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ไม่รวมถึง ผู้พิการหรือผู้ป่วยเอดส์ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 หรือผู้ที่ได้รับสวัสดิการอื่นตามมติคณะรัฐมนตรี","2021-11-17T13:39:17"],
    [939,"94e56e1c-85f1-4542-9a34-0bd143925dde","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับชำระภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากยาสูบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2c-cbe4-418a-bd54-9507ccb98301",1,0,3,"1. หลักเกณฑ์  องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจออกข้อบัญญัติจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 สำหรับภาษียาสูบ อัตรามวนละ ไม่เกิน 10 สตางค์    2. วิธีการ  ผู้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีต่อเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด    3. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบการจดทะเบียนสถานการค้า ต่อเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัด ณสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด    4. ผู้ประกอบการเสียเบี้ยปรับในกรณี    4.1กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีกับไม่ชำระภาษีในเวลากำหนดเสียเบี้ยปรับ2เท่าของค่าภาษีที่ต้องเสีย    4.2กรณียื่นแบบแสดงรายการภาษี กับชำระภาษีในเวลาที่กำหนดแต่ไม่ถูกต้อง เสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีที่ขาดไป    5. บทกำหนดโทษ    5.1ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษไม่เกิน 5,000.- บาท    5.2ผู้มีหน้าที่เสียภาษี แต่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000.- บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ    5.3ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือนำหลักฐานมาแสดงเท็จ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน6เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000.- บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    6. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    7. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ  ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว    8. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว  เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2024-04-04T09:19:03"],
    [940,"94e56e1c-8ab8-44e9-93a8-106e8d2c42dc","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับชำระภาษีป้าย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2c-d257-4b3a-8a32-99effca62153",46,0,7,"ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการรับชำระภาษีป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้เพื่อการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่น หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่น เพื่อหารายได้ โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้    1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล) ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนและวิธีการเสียภาษี    2. แจ้งให้เจ้าของป้ายทราบเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป. 1)    3. เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป. 1) ภายในเดือนมีนาคม    4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบแบบแสดงรายการภาษีป้ายและแจ้งการประเมินภาษีป้าย (ภ.ป. 3)    5. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับชำระภาษี (เจ้าของป้ายชำระภาษีทันที หรือชำระภาษีภายในกำหนดเวลา)    6. กรณีที่เจ้าของป้ายชำระภาษีเกินเวลาที่กำหนด (เกิน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน) ต้องชำระภาษีและเงินเพิ่ม    7. กรณีที่ผู้รับประเมิน (เจ้าของป้าย) ไม่พอใจการประเมินสามารถอุทธรณ์ต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้ง การประเมิน เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นชี้ขาดและแจ้งให้ผู้เสียภาษีทราบ ตามแบบ (ภ.ป. 5) ภายในระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510    8. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    9. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ  ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว    10. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว   เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    11. หน่วยงานจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง   พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-04-02T10:38:08"],
    [941,"94e56e1c-8d21-455b-af91-bdd04956787d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การรับชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2c-d587-473e-81ca-e45f17166e63",31,0,6,"1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/องค์การบริหารส่วนตำบล/เมืองพัทยา) ประชาสัมพันธ์ขั้นตอนและ  วิธีการชำระภาษี    2. แจ้งให้เจ้าของทรัพย์สินทราบเพื่อยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภ.ร.ด.2)    3. เจ้าของทรัพย์สินยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สิน (ภ.ร.ด.2) ภายในเดือนกุมภาพันธ์    4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบแบบแสดงรายการทรัพย์สินและแจ้งการประเมินภาษี (ภ.ร.ด.8)    5.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับชำระภาษี (เจ้าของทรัพย์สินชำระภาษีทันที หรือชำระภาษีภายในกำหนดเวลา)    6. เจ้าของทรัพย์สินดำเนินการชำระภาษีภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน กรณีที่เจ้าของทรัพย์สินชำระภาษีเกินเวลาที่กำหนด จะต้องชำระเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด    7. กรณีที่ผู้รับประเมิน (เจ้าของทรัพย์สิน) ไม่พอใจการประเมินสามารถอุทธรณ์ต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน โดยผู้บริหารท้องถิ่นชี้ขาดและแจ้งเจ้าของทรัพย์สินทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่เจ้าของทรัพย์สินยื่นอุทธรณ์ (ภ.ร.ด.9)    8. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกสองฝ่ายและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    9. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังนับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกสองฝ่ายนั้นเรียบร้อยแล้ว    10. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    11.จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-14T14:29:27"],
    [942,"9b79398b-a238-41f8-a28e-f896e2d5a891","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การยืนยันสิทธิการขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9b792af8-4568-4f10-b4d0-322bd3dc474f",1,0,3,"คุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพ\n1. มีสัญชาติไทย\n2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\n3. มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\n4. เป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด","2025-01-03T10:36:35"],
    [943,"9b8aefe9-7073-4fe7-a485-8aa5018bca6d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","ขอรับการสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","9b8ae9d0-eabf-4d1d-801e-f6089773ae9c",13,0,4,"ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้\n1. เป็นผู้ป่วยเอดส์ที่แพทย์ได้รับรองและทำการวินิจฉัยแล้ว\n2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\n3. มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพหรือถูกทอดทิ้งหรือขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูหรือไม่สามารถประกอบอาชีพ\nเลี้ยงตนเองได้\nในการขอรับการสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์ผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับความเดือดร้อนกว่าหรือผู้ที่มีปัญหาซ้ำซ้อนหรือผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารยากต่อการเข้าถึงบริการของรัฐเป็นผู้ได้รับการพิจารณาก่อน","2025-01-03T10:37:15"],
    [944,"9baf8a0d-a1df-4f81-93e8-05f78e6c9adc","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","การลงทะเบียนขอรับเงินเบี้ยความพิการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9b8d7fa2-4c97-49e5-830c-b89abf424f99",1,0,5,"ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครอง\nส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2553 กำหนดให้ภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีให้คนพิการลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการในปีงบประมาณถัดไป ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนาหรือสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด","2025-01-03T10:36:58"],
    [945,"94e56e1b-f64a-4a1c-be62-3665c87a2b17","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอจดทะเบียนผู้รับจ้างงานก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2c-169a-48c5-8278-58e2eb871a94",15,2000,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ที่มีความประสงค์ขอจดทะเบียนเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในสาขาต่าง ๆ หรือ   ผู้รับจ้างงานก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนในประเภท(ชั้น)ที่สูงขึ้น ให้ยื่นคำขอ   จดทะเบียนพร้อมด้วยรายละเอียดได้ที่ กองคลัง กรมโยธาธิการและผังเมือง ในวันและเวลาราชการ       กรมโยธาธิการและผังเมือง จะพิจารณาคำขอจดทะเบียนตามคุณสมบัติที่กำหนดใน มยผ.701-2553 ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยเอกสารหลักฐานต่าง ๆ จะต้องครบถ้วนและถูกต้อง ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก กรมโยธาธิการและผังเมือง จะประกาศขึ้นบัญชีเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง และจะออกบัตรเป็นผู้รับจ้างให้ ซึ่งบัตรจะมีอายุ 3  ปี นับตั้งแต่วันประกาศขึ้นบัญชี        กรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดให้ผู้ประสงค์จะขอจดทะเบียนเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้าง หรือผู้ที่มีความประสงค์จะขอจดทะเบียนในประเภท(ชั้น)ที่สูงขึ้น สามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนได้ที่ กองคลัง กรมโยธาธิการและผังเมือง ในวัน   และเวลาราชการ       คุณสมบัติของผู้รับจ้างงานก่อสร้าง       1. เป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจงานก่อสร้าง และไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีการละทิ้งงานราชการ          ของกระทรวงการคลัง       2. ไม่เป็นคนต่างด้าว ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว       3. มีฐานะการเงินมั่นคงเพียงพอตามที่กำหนดไว้ในตารางท้ายมาตรฐาน มยผ.701-2553       4. มีบุคลากรเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร สำหรับงานก่อสร้าง          ตามที่กำหนดไว้ในตารางท้ายมาตรฐาน มยผ.701-2553       5. มีเครื่องมือและอุปกรณ์ก่อสร้างของตนเอง ตามที่กำหนดไว้ในตารางท้ายมาตรฐาน มยผ.701-2553 การประเมิน          เครื่องมือ เครื่องจักร ของผู้ยื่นขอจดทะเบียน ตามเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้          (1) รายการเครื่องมือเครื่องจักรตามงบดุลปีสุดท้าย(ภงด.50)          (2) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ทะเบียนเครื่องจักร ยานพาหนะ ที่ชำระค่าภาษี              ประจำปีถูกต้อง          (3) เครื่องมือเครื่องจักรที่จดทะเบียนมีกรรมสิทธิ์น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันออกประกาศรับสมัครจดทะเบียน              จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการ              ซื้อขายด้วยในกรณีที่เช่าซื้อจะต้องเช่าซื้อมาไม่น้อยกว่า 90 วัน          (4) เครื่องมือเครื่องจักรต้องมีสภาพดีสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีลักษณะและคุณสมบัติถูกต้อง              ได้มาตรฐาน โดยผู้ยื่นสมัครขอจดทะเบียนต้องแนบภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรทุกชิ้นตามบัญชีที่ยื่นขอ              จดทะเบียนและสามารถตรวจสอบเครื่องมือได้       สาขางานก่อสร้าง ได้กำหนดสาขาดังต่อไปนี้       1. สาขา 1 งานก่อสร้างอาคาร       2. สาขา 2 งานก่อสร้างเขื่อน       3. สาขา 3 งานก่อสร้างทางระบายน้ำ       4. สาขา 4 งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย       5. สาขา 5 งานก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม       6. สาขา 6 งานก่อสร้างทาง       7. สาขา 7 งานก่อสร้างสะพาน       8. สาขา 8 งานก่อสร้างปรับปรุงภูมิทัศน์","2021-11-17T13:39:17"],
    [946,"94e56e1c-0008-4e6f-9c74-a4238d2d28ab","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอรับใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ   (กรณีบุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-1a6e-4faa-b2dd-053606cdf4a4",135,500,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต         1. เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารใดประสงค์จะใช้อาคารหรือส่วนใดของอาคารนั้นที่ได้ดำเนินการก่อสร้างหรือดัดแปลงแล้วเสร็จเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ ขม. 1 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว จำนวนสามชุดต่อคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่นผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด         2. เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าอาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ประสงค์จะขออนุญาตใช้เพื่อเป็นโรงมหรสพนั้นได้ก่อสร้างหรือดัดแปลงแล้วเสร็จโดยถูกต้องตามที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 21 หรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา 39 ทวิ และเห็นควรอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพก็ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบเพื่อจัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยตามข้อ 3 ให้แก่คณะกรรมการ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ส่งผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ส่งผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ         ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่จัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควรให้คณะกรรมการทราบ ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพอีกต่อไป         3. สำเนากรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องจัดส่งให้แก่คณะกรรมการตามข้อ 2 จะต้องเป็นการประกันความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน รวมกันแล้วไม่น้อยกว่าห้าล้านบาทต่อครั้งและมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามปี         4. แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของโรงมหรสพต้องเป็นสิ่งพิมพ์ สำเนา ภาพถ่าย หรือเขียนด้วยหมึก และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้            (1) มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก และหน่วยการคำนวณต่าง ๆ ให้ใช้มาตราเมตริก            (2) แผนผังบริเวณให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 500 แสดงลักษณะที่ตั้งและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพพร้อมด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้                 (ก) แสดงขอบนอกของโรงมหรสพและอาคารที่โรงมหรสพนั้นตั้งอยู่                 (ข) ทางเดินจากโรงมหรสพไปยังบันไดหนีไฟ                 (ค) ลักษณะและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพและบริเวณที่ติดต่อกันด้วยโดยสังเขป พร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ                 (ง) แสดงระดับของพื้นโรงมหรสพและความสัมพันธ์กับระดับทางหรือถนนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดและระดับพื้นดิน                 (จ) แบบแปลนอาคารที่แสดงทางหนีไฟจากโรงมหรสพออกสู่ภายนอกอาคาร             (3) แบบแปลนให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 100 โดยต้องแสดงรูปต่าง ๆ คือแปลนพื้น รูปด้านไม่น้อยกว่าสองด้าน รูปตัดทางขวาง รูปตัดทางยาว ผังโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่งและทางเดิน พร้อมทั้งห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพในกรณีที่มีห้องฉายพร้อมด้วยแบบแปลนแสดงส่วนต่าง ๆ ของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพให้ชัดเจน เช่น แผนผังการจัดที่นั่งคนดู ช่องทางเดินภายในโรงมหรสพ ทางเดินภายนอกรอบโรงมหรสพ รายละเอียดส่วนต่าง ๆ ของอาคารชั้นที่ใช้เป็นสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ รวมถึงแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนของระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในโรงมหรสพ ระบบท่อน้ำดับเพลิงที่แสดงแผนผังการเดินท่อเป็นระบบจากแหล่งจ่ายน้ำหรือหัวรับน้ำดับเพลิงไปสู่หัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงและที่เก็บน้ำสำรองไว้ด้วย            (4) รายการประกอบแบบแปลน ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพและชนิดของวัสดุ         5. แบบแปลนระบบไฟฟ้าให้ประกอบด้วย             (1) แผนผังวงจรไฟฟ้าของโรงมหรสพที่มีมาตราส่วนเช่นเดียวกับที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา 8 (12) ซึ่งแสดงถึง                  (ก) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในแต่ละวงจรย่อยของระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และกำลัง                  (ข) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้เว้นแต่โรงมหรสพประเภท จ                  (ค) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน             (2) แผนผังวงจรไฟฟ้าแสดงรายละเอียดของระบบสายดิน สายประธานต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียดของระบบป้องกันสายประธานดังกล่าวและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของทุกระบบ             (3) รายการประกอบแบบแสดงรายละเอียดของการใช้ไฟฟ้า             (4) แผนผังวงจรและการติดตั้งแผงควบคุมหรือแผงจ่ายไฟฟ้าและระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง             (5) ในกรณีที่เป็นโรงมหรสพประเภท ก และประเภท ข ให้มีแผนผังและรายละเอียดการเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าด้วย         6. ให้แสดงรายการคำนวณการระบายคนที่ออกจากโรงมหรสพไปสู่ภายนอกอาคารได้ในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมง ให้แสดงรายการคำนวณโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่ง และทางเดิน พร้อมด้วยห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ","2021-11-17T13:39:17"],
    [947,"94e56e1c-037f-451f-8ec4-5f2ce979bdc8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอรับใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ (กรณีนิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-1eb3-4817-ace6-8efc3316b904",135,500,12,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต          1. เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารใดประสงค์จะใช้อาคารหรือส่วนใดของอาคารนั้นที่ได้ดำเนินการก่อสร้างหรือดัดแปลงแล้วเสร็จเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ ขม. 1 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว จำนวนสามชุดต่อคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่นผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด         2. เมื่อคณะกรรมการเห็นว่าอาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ประสงค์จะขออนุญาตใช้เพื่อเป็นโรงมหรสพนั้นได้ก่อสร้างหรือดัดแปลงแล้วเสร็จโดยถูกต้องตามที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 21 หรือที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา 39 ทวิ และเห็นควรอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพก็ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบเพื่อจัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยตามข้อ 3 ให้แก่คณะกรรมการ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ส่งผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ส่งผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ         ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่จัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควรให้คณะกรรมการทราบ ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพอีกต่อไป         3. สำเนากรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องจัดส่งให้แก่คณะกรรมการตามข้อ 2 จะต้องเป็นการประกันความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน รวมกันแล้วไม่น้อยกว่าห้าล้านบาทต่อครั้งและมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามปี         4. แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของโรงมหรสพต้องเป็นสิ่งพิมพ์ สำเนา ภาพถ่าย หรือเขียนด้วยหมึก และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้            (1) มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก และหน่วยการคำนวณต่าง ๆ ให้ใช้มาตราเมตริก            (2) แผนผังบริเวณให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 500 แสดงลักษณะที่ตั้งและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพพร้อมด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้                 (ก) แสดงขอบนอกของโรงมหรสพและอาคารที่โรงมหรสพนั้นตั้งอยู่                 (ข) ทางเดินจากโรงมหรสพไปยังบันไดหนีไฟ                 (ค) ลักษณะและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพและบริเวณที่ติดต่อกันด้วยโดยสังเขป พร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ                 (ง) แสดงระดับของพื้นโรงมหรสพและความสัมพันธ์กับระดับทางหรือถนนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดและระดับพื้นดิน                 (จ) แบบแปลนอาคารที่แสดงทางหนีไฟจากโรงมหรสพออกสู่ภายนอกอาคาร            (3) แบบแปลนให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 100 โดยต้องแสดงรูปต่าง ๆ คือแปลนพื้น รูปด้านไม่น้อยกว่าสองด้าน รูปตัดทางขวาง รูปตัดทางยาว ผังโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่งและทางเดิน พร้อมทั้งห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพในกรณีที่มีห้องฉายพร้อมด้วยแบบแปลนแสดงส่วนต่าง ๆ ของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพให้ชัดเจน เช่น แผนผังการจัดที่นั่งคนดู ช่องทางเดินภายในโรงมหรสพ ทางเดินภายนอกรอบโรงมหรสพ รายละเอียดส่วนต่าง ๆ ของอาคารชั้นที่ใช้เป็นสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ รวมถึงแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนของระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในโรงมหรสพ ระบบท่อน้ำดับเพลิงที่แสดงแผนผังการเดินท่อเป็นระบบจากแหล่งจ่ายน้ำหรือหัวรับน้ำดับเพลิงไปสู่หัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงและที่เก็บน้ำสำรองไว้ด้วย            (4) รายการประกอบแบบแปลน ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพและชนิดของวัสดุ         5. แบบแปลนระบบไฟฟ้าให้ประกอบด้วย             (1) แผนผังวงจรไฟฟ้าของโรงมหรสพที่มีมาตราส่วนเช่นเดียวกับที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา 8 (12) ซึ่งแสดงถึง                  (ก) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในแต่ละวงจรย่อยของระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และกำลัง                  (ข) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้เว้นแต่โรงมหรสพประเภท จ                  (ค) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน             (2) แผนผังวงจรไฟฟ้าแสดงรายละเอียดของระบบสายดิน สายประธานต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียดของระบบป้องกันสายประธานดังกล่าวและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของทุกระบบ             (3) รายการประกอบแบบแสดงรายละเอียดของการใช้ไฟฟ้า             (4) แผนผังวงจรและการติดตั้งแผงควบคุมหรือแผงจ่ายไฟฟ้าและระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง             (5) ในกรณีที่เป็นโรงมหรสพประเภท ก และประเภท ข ให้มีแผนผังและรายละเอียดการเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าด้วย         6. ให้แสดงรายการคำนวณการระบายคนที่ออกจากโรงมหรสพไปสู่ภายนอกอาคารได้ในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมง ให้แสดงรายการคำนวณโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่ง และทางเดิน พร้อมด้วยห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ","2021-11-17T13:39:17"],
    [948,"94e56e1c-067e-4960-949a-bc376eeaea60","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอต่ออายุหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร (กรณีบุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-2a19-4750-9b90-f1ad9e92d05c",120,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                   ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 กำหนดให้เจ้าของอาคาร 9 ประเภท ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือผู้ตรวจสอบด้านสถาปัตยกรรมแล้วแต่กรณี ทำการตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของตัวอาคาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของอาคาร เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยในการใช้อาคาร แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อพนักงานท้องถิ่น ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียน และการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ที่กำหนดให้ผู้ตรวจสอบอาคารต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารกับคณะกรรมการควบคุมอาคาร โดยยื่นคำขอนั้นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร ผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่                หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้มีอายุ 2 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน และในกรณีที่มีการขอต่ออายุหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจสอบให้มีอายุ 2 ปีนับจากวันที่หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสิ้นอายุ ดังนั้นการขอต่ออายุหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจสอบอาคารต้องยื่นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนวันที่หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสิ้นอายุโดยยื่นผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่ หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่","2021-11-17T13:39:17"],
    [949,"94e56e1c-09a2-487a-929b-9e44bf1d849b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร (กรณีนิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-3321-4f46-907a-e70969e634b5",120,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                  ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 กำหนดให้เจ้าของอาคาร 9 ประเภท ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือผู้ตรวจสอบด้านสถาปัตยกรรมแล้วแต่กรณี ทำการตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของตัวอาคาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของอาคาร เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยในการใช้อาคาร แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อพนักงานท้องถิ่น ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียน และการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ที่กำหนดให้ผู้ตรวจสอบอาคารต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียน  เป็นผู้ตรวจสอบอาคารกับคณะกรรมการควบคุมอาคาร โดยยื่นคำขอนั้นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร ผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่                                                                                                                                     ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ กฎหมายกำหนดให้เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลโดยมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้  กรณีนิติบุคคล              (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทย และมีผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการทั้งหมด              (2) ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก แล้วแต่กรณี              (3) สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและ  อุปกรณ์ประกอบของอาคารที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง              (4) สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลตาม (3) ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ              สมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคล ได้แก่ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารตำแหน่งอื่นที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลในการตรวจสอบอาคาร","2021-11-17T13:39:17"],
    [950,"94e56e1c-0c16-449d-965c-d383a0517073","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอต่ออายุหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร (กรณีนิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-3611-4372-bb86-21e62d639d1b",120,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                       ตามมาตรา 32 ทวิแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 กำหนดให้เจ้าของอาคาร 9 ประเภทต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือผู้ตรวจสอบด้านสถาปัตยกรรมแล้วแต่กรณีทำการตรวจสอบสภาพอาคารโครงสร้างของตัวอาคารและอุปกรณ์ต่างๆของอาคาร เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้อาคารแล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อพนักงานท้องถิ่นตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบหลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบและหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ที่กำหนดให้ผู้ตรวจสอบอาคารต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารกับคณะกรรมการควบคุมอาคารโดยยื่นคำขอนั้นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่              หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนให้มีอายุ 2 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนและในกรณีที่มีการขอต่ออายุหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจสอบให้มีอายุ 2 ปีนับจากวันที่หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสิ้นอายุดังนั้นการขอต่ออายุหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจสอบอาคารต้องยื่นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนวันที่หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสิ้นอายุโดยยื่นผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคารกรมโยธาธิการและผังเมือง/สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่","2021-11-17T13:39:17"],
    [951,"94e56e1c-0e66-40c1-a6be-48cc843e1ef6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร (กรณีบุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-3940-4ccd-bb39-92ec656ad2a6",120,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                  ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 กำหนดให้เจ้าของอาคาร 9 ประเภท ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือผู้ตรวจสอบ ด้านสถาปัตยกรรมแล้วแต่กรณี ทำการตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของตัวอาคาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของอาคารเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยในการใช้อาคาร แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อพนักงานท้องถิ่น ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียน และการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ที่กำหนดให้ผู้ตรวจสอบอาคารต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารกับคณะกรรมการควบคุมอาคาร โดยยื่นคำขอนั้นต่อคณะกรรมการควบคุมอาคาร ผ่านสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่                                                                                                                   ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ กฎหมายกำหนดให้เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลโดยมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้  กรณีบุคคลธรรมดา               (1) มีสัญชาติไทย               (2) ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก แล้วแต่กรณี               (3) ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง               (4) ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะเวลาสองปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ","2021-11-17T13:39:17"],
    [952,"94e56e1c-10d1-469f-a5a9-c9040ad588f9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การแจ้งดัดแปลงอาคารตามมาตรา 39 ทวิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-3c40-4a13-ab80-52b8e9e91340",45,0,27,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต              ผู้ใดจะดัดแปลงอาคารโดยไม่ยื่นคําขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็ได้ โดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 39 ทวิ เมื่อผู้แจ้งได้ดําเนินการแจ้งแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบรับแจ้งตามแบบที่คณะกรรมการ ควบคุมอาคารกําหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้น้ันภายใน 3 วันทําการนับต้ังแต่วันที่ได้รับชําระค่าธรรมเนียมและ ภายใน 120 วันนับต้ังแต่วันท่ีได้ออกใบรับแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ หรือนับแต่วันที่ได้เริ่มการดัดแปลงอาคารตามท่ีได้แจ้งไว้ ถ้าเจ้าพนักงานท้องถ่ินได้ตรวจพบว่าการดัดแปลงอาคารที่ได้แจ้งไว้ แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคํานวณของอาคารที่ได้ยื่นไว้ตามมาตรา 39 ทวิ ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือกฎหมายอื่นท่ีเกี่ยวข้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือแจ้ง ข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ทราบโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:17"],
    [953,"94e56e1c-17fb-47bb-8947-31750c602419","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตรื้อถอนอาคาร ตามมาตรา 22 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-4560-4d19-9750-e21f109ffbf2",45,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            ผู้ใดจะรื้อถอนอาคารที่มีส่วนสูงเกิน 15 เมตร ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าความสูงของอาคาร  และอาคารที่อยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่า 2 เมตรต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ","2021-11-17T13:39:17"],
    [954,"94e56e1c-135a-48f4-a9b6-df56272430ec","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การแจ้งก่อสร้างอาคารตามมาตรา 39 ทวิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-3f8e-4c60-9933-c47605528f38",45,0,27,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต              ผู้ใดจะก่อสร้างอาคารโดยไม่ยื่นคําขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็ได้ โดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา39 ทวิเมื่อผู้แจ้งได้ดําเนินการแจ้งแล้วเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบรับแจ้งตามแบบที่คณะกรรมการ ควบคุมอาคารกําหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้น้ันภายใน 3 วันทําการนับตั้งแต่วันที่ได้รับชําระค่าธรรมเนียมและ ภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันที่ได้ออกใบรับแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ หรือนับแต่วันที่ได้เริ่มการก่อสร้างอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตรวจพบว่าการก่อสร้างอาคารที่ได้แจ้งไว้ แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรือรายการคํานวณของอาคารที่ได้ยี่นไว้ตามมาตรา 39 ทวิ ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือแจ้ง ข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ทราบโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:17"],
    [955,"94e56e1c-1a42-48b5-8898-4bd51c4ddb3e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอเปลี่ยนผู้ควบคุมงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-4822-4c7d-920c-321754cf52cd",5,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                 กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตจะบอกเลิกตัวผู้ควบคุมงานที่ได้แจ้งชื่อไว้ หรือผู้ควบคุมงานจะบอกเลิกการเป็น ผู้ควบคุมงาน ให้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบในกรณีที่มีการบอกเลิกผู้ควบคุมงานผู้ได้รับใบอนุญาตต้องระงับการดําเนินการ ตามที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนจนกว่าจะได้มีหนังสือแจ้งชื่อและส่งหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงานคนใหม่ให้แก่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว","2021-11-17T13:39:17"],
    [956,"94e56e1c-15c6-4f9d-883e-eb9fe85b98d3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การแจ้งรื้อถอนอาคารตามมาตรา 39 ทวิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-4270-4c88-bf7d-dc0b65386434",15,10,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต              ผู้ใดจะรื้อถอนอาคาร ที่มีส่วนสูงเกิน 15 เมตร ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าความสูงของอาคาร และอาคารที่อยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่า 2 เมตร โดยการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 39 ทวิ เมื่อผู้แจ้งได้ดําเนินการแจ้งแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบรับแจ้งตามแบบที่คณะกรรมการควบคุมอาคารกําหนดเพื่อ เป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายใน 3 วันทําการนับตั้งแต่วันที่ได้รับชําระค่าธรรมเนียม และภายใน 120 วันนับตั้งแต่ วันที่ได้ออกใบรับแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ หรือนับแต่วันที่ได้เริ่มการรื้อถอนอาคารตามที่ได้แจ้งไว้ ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้ตรวจพบว่าการรื้อถอนอาคารที่ได้แจ้งไว้ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้แจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ทราบโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:17"],
    [957,"94e56e1c-1efd-4afe-ba35-47fb2bc8b843","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคาร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-4b36-4e1b-990c-69fcee7dfa30",5,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                 ใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร (ตามมาตรา 21) และอนุญาตรื้อถอนอาคาร (ตามมาตรา 22) ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคําขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคําขอดังกล่าวแล้ว ให้ดําเนินการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น","2021-11-17T13:39:17"],
    [958,"94e56e1c-2153-4706-8257-9c42ad0437fb","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การแจ้งถมดิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-4e3e-46f6-bcea-e0c5d13cc686",5,500,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต           1.การถมดินที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องมีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ดังนี้                     1.1 การดำเนินการถมดินนั้นจะต้องเป็นการดำเนินการในท้องที่ที่พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดินใช้บังคับ ได้แก่                               1) เทศบาล                               2) กรุงเทพมหานคร                               3) เมืองพัทยา                               4) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้น ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา                               5) บริเวณที่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร                               6) เขตผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง                               7) ท้องที่ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน (ใช้กับกรณีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นซึ่งไม่อยู่ในเขตควบคุมอาคารและไม่อยู่ในเขตผังเมืองรวม)                     1.2 การดำเนินการถมดินเข้าลักษณะตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดินคือประสงค์จะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่เกิน 2,000 ตารางเมตร หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ซึ่งการประกาศของเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องไม่เป็นการขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน            2. การพิจารณารับแจ้งการถมดิน                 เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีการแจ้ง ถ้าผู้แจ้งไม่แก้ไขให้ถูกต้องภายใน 7 วันนับแต่วันที่ผู้แจ้งได้รับแจ้งให้แก้ไข ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งเป็นอันสิ้นผล กรณีถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง","2021-11-17T13:39:17"],
    [959,"94e56e1c-23b8-4272-b70c-89205f6f8e85","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การแจ้งขุดดิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-51ae-454b-9767-10659fe16a8c",5,500,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต          1.การขุดดินที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องมีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ดังนี้                     1.1 การดำเนินการขุดดินนั้นจะต้องเป็นการดำเนินการในท้องที่ที่พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดินใช้บังคับ ได้แก่                               1) เทศบาล                               2) กรุงเทพมหานคร                               3) เมืองพัทยา                               4) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายโดยเฉพาะจัดตั้งขึ้น ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา                               5) บริเวณที่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร                               6) เขตผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง                               7) ท้องที่ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน (ใช้กับกรณีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นซึ่งไม่อยู่ในเขตควบคุมอาคารและไม่อยู่ในเขตผังเมืองรวม)                     1.2 การดำเนินการขุดดินเข้าลักษณะตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดินคือประสงค์จะทำการขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดโดยการประกาศของเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องไม่เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543                   2. การพิจารณารับแจ้งการขุดดิน                เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีการแจ้ง ถ้าผู้แจ้งไม่แก้ไขให้ถูกต้องภายใน 7 วันนับแต่วันที่ผู้แจ้งได้รับแจ้งให้แก้ไข ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งเป็นอันสิ้นผล กรณีถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง","2021-11-17T13:39:17"],
    [960,"94e56e1c-26f1-4dcd-829e-5f424daef400","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ (กรณีบุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-5570-4e6b-ad7f-1dc815097ca3",135,500,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต          1. ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบ ขม. 2 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว จำนวนสามชุดต่อคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่นผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาต          ในการพิจารณาให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้ประธานคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่          2. เมื่อคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพเห็นว่าอาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ใช้เพื่อเป็นโรงมหรสพนั้น ควรอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพก็ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบเพื่อจัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยตามข้อ 3 ให้แก่คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ส่งผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ส่งผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ          ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่จัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควรให้คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพทราบ ให้ถือว่าผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพอีกต่อไป          3. สำเนากรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องจัดส่งให้แก่คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพตามข้อ 2 จะต้องเป็นการประกันความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน รวมกันแล้วไม่น้อยกว่าห้าล้านบาทต่อครั้งและมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามปี          4. แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของโรงมหรสพต้องเป็นสิ่งพิมพ์ สำเนา ภาพถ่าย หรือเขียนด้วยหมึก และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้              (1) มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก และหน่วยการคำนวณต่าง ๆ ให้ใช้มาตราเมตริก              (2) แผนผังบริเวณให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 500 แสดงลักษณะที่ตั้งและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพพร้อมด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้                   (ก) แสดงขอบนอกของโรงมหรสพและอาคารที่โรงมหรสพนั้นตั้งอยู่                   (ข) ทางเดินจากโรงมหรสพไปยังบันไดหนีไฟ                   (ค) ลักษณะและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพและบริเวณที่ติดต่อกันด้วยโดยสังเขป พร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ                   (ง) แสดงระดับของพื้นโรงมหรสพและความสัมพันธ์กับระดับทางหรือถนนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดและระดับพื้นดิน                   (จ) แบบแปลนอาคารที่แสดงทางหนีไฟจากโรงมหรสพออกสู่ภายนอกอาคาร               (3) แบบแปลนให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 100 โดยต้องแสดงรูปต่าง ๆ คือแปลนพื้น รูปด้านไม่น้อยกว่าสองด้าน รูปตัดทางขวาง รูปตัดทางยาว ผังโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่งและทางเดิน พร้อมทั้งห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพในกรณีที่มีห้องฉายพร้อมด้วยแบบแปลนแสดงส่วนต่าง ๆ ของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพให้ชัดเจน เช่น แผนผังการจัดที่นั่งคนดู ช่องทางเดินภายในโรงมหรสพ ทางเดินภายนอกรอบโรงมหรสพ รายละเอียดส่วนต่าง ๆ ของอาคารชั้นที่ใช้เป็นสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ รวมถึงแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนของระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในโรงมหรสพ ระบบท่อน้ำดับเพลิงที่แสดงแผนผังการเดินท่อเป็นระบบจากแหล่งจ่ายน้ำหรือหัวรับน้ำดับเพลิงไปสู่หัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงและที่เก็บน้ำสำรองไว้ด้วย              (4) รายการประกอบแบบแปลน ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพและชนิดของวัสดุ         5. แบบแปลนระบบไฟฟ้าให้ประกอบด้วย            (1) แผนผังวงจรไฟฟ้าของโรงมหรสพที่มีมาตราส่วนเช่นเดียวกับที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา 8 (12) ซึ่งแสดงถึง                 (ก) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในแต่ละวงจรย่อยของระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และกำลัง                 (ข) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้เว้นแต่โรงมหรสพประเภท จ                 (ค) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน            (2) แผนผังวงจรไฟฟ้าแสดงรายละเอียดของระบบสายดิน สายประธานต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียดของระบบป้องกันสายประธานดังกล่าวและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของทุกระบบ            (3) รายการประกอบแบบแสดงรายละเอียดของการใช้ไฟฟ้า            (4) แผนผังวงจรและการติดตั้งแผงควบคุมหรือแผงจ่ายไฟฟ้าและระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง            (5) ในกรณีที่เป็นโรงมหรสพประเภท ก และประเภท ข ให้มีแผนผังและรายละเอียดการเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าด้วย        6. ให้แสดงรายการคำนวณการระบายคนที่ออกจากโรงมหรสพไปสู่ภายนอกอาคารได้ในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงให้แสดงรายการคำนวณโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่ง และทางเดิน พร้อมด้วยห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ","2021-11-17T13:39:17"],
    [961,"94e56e1c-2a35-44bd-a2b5-46daf943decd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ (กรณีนิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-5967-4b71-aff1-76ce5edd71b9",135,500,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต          1. ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบ ขม. 2 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว จำนวนสามชุดต่อคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่นผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาต          ในการพิจารณาให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้ประธานคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่          2. เมื่อคณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพเห็นว่าอาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ใช้เพื่อเป็นโรงมหรสพนั้น ควรอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพก็ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบเพื่อจัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยตามข้อ 3 ให้แก่คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพ โดยอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ส่งผ่านกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับอาคารที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นให้ส่งผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ          ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่จัดส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควรให้คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพทราบ ให้ถือว่าผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพอีกต่อไป          3. สำเนากรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องจัดส่งให้แก่คณะกรรมการพิจารณาการประกอบกิจการโรงมหรสพตามข้อ 2 จะต้องเป็นการประกันความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทต่อคน รวมกันแล้วไม่น้อยกว่าห้าล้านบาทต่อครั้งและมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามปี          4. แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของโรงมหรสพต้องเป็นสิ่งพิมพ์ สำเนา ภาพถ่าย หรือเขียนด้วยหมึก และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้              (1) มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก และหน่วยการคำนวณต่าง ๆ ให้ใช้มาตราเมตริก              (2) แผนผังบริเวณให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 500 แสดงลักษณะที่ตั้งและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพพร้อมด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้                   (ก) แสดงขอบนอกของโรงมหรสพและอาคารที่โรงมหรสพนั้นตั้งอยู่                   (ข) ทางเดินจากโรงมหรสพไปยังบันไดหนีไฟ                   (ค) ลักษณะและขอบเขตของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพและบริเวณที่ติดต่อกันด้วยโดยสังเขป พร้อมด้วยเครื่องหมายทิศ                   (ง) แสดงระดับของพื้นโรงมหรสพและความสัมพันธ์กับระดับทางหรือถนนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดและระดับพื้นดิน                   (จ) แบบแปลนอาคารที่แสดงทางหนีไฟจากโรงมหรสพออกสู่ภายนอกอาคาร               (3) แบบแปลนให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า 1 ใน 100 โดยต้องแสดงรูปต่าง ๆ คือแปลนพื้น รูปด้านไม่น้อยกว่าสองด้าน รูปตัดทางขวาง รูปตัดทางยาว ผังโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่งและทางเดิน พร้อมทั้งห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพในกรณีที่มีห้องฉายพร้อมด้วยแบบแปลนแสดงส่วนต่าง ๆ ของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพให้ชัดเจน เช่น แผนผังการจัดที่นั่งคนดู ช่องทางเดินภายในโรงมหรสพ ทางเดินภายนอกรอบโรงมหรสพ รายละเอียดส่วนต่าง ๆ ของอาคารชั้นที่ใช้เป็นสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ รวมถึงแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนของระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในโรงมหรสพ ระบบท่อน้ำดับเพลิงที่แสดงแผนผังการเดินท่อเป็นระบบจากแหล่งจ่ายน้ำหรือหัวรับน้ำดับเพลิงไปสู่หัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงและที่เก็บน้ำสำรองไว้ด้วย              (4) รายการประกอบแบบแปลน ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพและชนิดของวัสดุ         5. แบบแปลนระบบไฟฟ้าให้ประกอบด้วย            (1) แผนผังวงจรไฟฟ้าของโรงมหรสพที่มีมาตราส่วนเช่นเดียวกับที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา 8 (12) ซึ่งแสดงถึง                 (ก) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในแต่ละวงจรย่อยของระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และกำลัง                 (ข) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้เว้นแต่โรงมหรสพประเภท จ                 (ค) รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน            (2) แผนผังวงจรไฟฟ้าแสดงรายละเอียดของระบบสายดิน สายประธานต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียดของระบบป้องกันสายประธานดังกล่าวและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของทุกระบบ            (3) รายการประกอบแบบแสดงรายละเอียดของการใช้ไฟฟ้า            (4) แผนผังวงจรและการติดตั้งแผงควบคุมหรือแผงจ่ายไฟฟ้าและระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง            (5) ในกรณีที่เป็นโรงมหรสพประเภท ก และประเภท ข ให้มีแผนผังและรายละเอียดการเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าด้วย        6. ให้แสดงรายการคำนวณการระบายคนที่ออกจากโรงมหรสพไปสู่ภายนอกอาคารได้ในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงให้แสดงรายการคำนวณโครงสร้างอัฒจันทร์ที่นั่ง และทางเดิน พร้อมด้วย    ห้องฉายของสถานที่เพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ","2021-11-17T13:39:17"],
    [962,"94e56e1c-2c9f-4403-8a40-78321d24e411","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารตามมาตรา 33 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-5c39-411d-8b2f-9ec7266b24fc",25,20,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนญุาต              กรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งไม่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ประสงค์จะใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารดังกล่าวเพื่อกิจการควบคุมการใช้ และกรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารประเภทควบคุมการใช้สําหรับกิจการหนึ่งประสงค์ใช้เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้สําหรับอีกกิจกรรมหนึ่ง จะต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือ ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว","2021-11-17T13:39:17"],
    [963,"94e56e1c-2efb-44dc-9fa6-09f6c90c0e60","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตดัดแปลง หรือใช้ที่จอดรถที่กลับรถ และทางเข้า ออกของรถ เพื่อการอื่นตามมาตรา 34 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-5f1c-41b7-8e6d-b59d9d3b7822",45,10,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                       ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องมีพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถตามที่ระบุไว้ในมาตรา 8 (9) ดัดแปลง หรือใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นดัดแปลงหรือใช้ที่จอดรถ ที่กลับรถและทางเข้าออกของรถนั้นเพื่อการอื่น ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ข้อห้ามดังกล่าวให้ถือว่าเป็นภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยตรงตราบที่อาคารนั้นยังมีอยู่ ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีการโอนที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถนั้นต่อไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ก็ตาม","2021-11-17T13:39:17"],
    [964,"94e56e1c-3143-4a22-868f-a57fd4b6e32f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอใบรับรองการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารประเภทอาคารสูง และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ตามมาตรา 32 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-6206-4dcd-8914-e276ee043ef2",15,10,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    อาคารประเภทควบคุมการใช้ซึ่งเข้าข่ายเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ดังต่อไปนี้        1. อาคารสําหรับใช้เป็นคลังสินค้า โรงแรม อาคารชุด หรือสถานพยาบาล        2. อาคารสําหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข หรือกิจการอื่น ทั้งนี้ตามที่กําหนดในกฎกระทรวงกำหนดอาคารประเภทควบคุมการใช้ พ.ศ. 2552             เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารประเภทควบคุมการใช้ หรือผู้แจ้งตามมาตรา 39 ทวิได้กระทําการดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้ยื่นคำขอใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร แล้วแต่กรณีต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อขอใบรับรองการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารก่อนการใช้อาคาร ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะทำการตรวจสอบการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง","2021-11-17T13:39:17"],
    [965,"94e56e1c-3370-4c66-8418-0c50f4d860ff","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตก่อสร้างอาคารประเภทอื่นๆ ตามมาตรา 21(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-64fd-4dda-a24a-d35628b6c795",10,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต              ผู้ใดจะก่อสร้างอาคารประเภทอื่นๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ","2021-11-17T13:39:17"],
    [966,"94e56e1c-3592-4275-8e83-cbccda10b56e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตดัดแปลงอาคารประเภทอื่นๆ ตามมาตรา 21 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-67ce-47a1-afbd-8495a02e283b",10,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต              ผู้ใดจะดัดแปลงอาคารซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ","2021-11-17T13:39:17"],
    [967,"94e56e1c-37f2-40f0-b25a-865d60cbb52a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตดัดแปลงอาคารประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ตามมาตรา 21 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-6a91-43e8-a722-31652e0a55bb",45,0,24,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                      ผู้ใดจะดัดแปลงอาคารซึ่งเข้าข่ายเป็นอาคารประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ","2021-11-17T13:39:17"],
    [968,"94e56e1c-3a6f-42ac-8971-ed4c08ece661","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอใบรับรองการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารประเภทอื่นๆ ตามมาตรา 32 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-6d62-428e-aff9-ecc2869a13d7",10,10,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    อาคารประเภทควบคุมการใช้ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ดังต่อไปนี้                1. อาคารสําหรับใช้เป็นคลังสินค้า โรงแรม อาคารชุด หรือสถานพยาบาล                2. อาคารสําหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข หรือกิจการอื่น ทั้งนี้ตามที่กําหนดในกฎกระทรวงกำหนดอาคารประเภทควบคุมการใช้ พ.ศ. 2552 เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารประเภทควบคุมการใช้ หรือผู้แจ้งตามมาตรา 39 ทวิได้กระทําการดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ เพื่อทําการตรวจสอบการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารนั้นก่อนการใช้อาคาร ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นจะทำการตรวจสอบและออกใบรับรองภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง","2021-11-17T13:39:17"],
    [969,"94e56e1c-3cbb-4f62-bc68-bbfbea52e39c","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตก่อสร้างอาคารประเภทอาคารสูงและอาคาร ขนาดใหญ่พิเศษ ตามมาตรา 21 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-7023-441c-8ff9-858af0830d69",45,0,23,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต             ผู้ใดจะก่อสร้างอาคารซึ่งเข้าข่ายเป็นอาคารประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาต หรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ","2021-11-17T13:39:17"],
    [970,"94e56e1c-3f20-4b60-8ce9-84b2170fed7a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขอใบรับรองการตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-72fe-4f95-94df-970d54ec9000",30,100,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต              มาตรา 32 ทวิ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตางรางเมตรขึ้นไป อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารโรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่สูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือป้ายที่ติดหรือตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคาร หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารแล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณารายงานผลการตรวจสอบอาคารและแจ้งให้ทราบถึงผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบ ในกรณีที่เห็นว่าอาคารดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือตามมาตรฐานที่กำหนดไว้และมีความปลอดภัยในการใช้ให้ออกใบรับรองการตรวจสอบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียน และการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ข้อ 21","2021-11-17T13:39:17"],
    [971,"94e56e1c-4166-48a4-8894-c480f6612082","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","กรมโยธาธิการและผังเมือง","การขออนุญาตเคลื่อนย้ายอาคาร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2c-75df-420d-9886-846273004302",10,0,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต             ผู้ใดจะเคลื่อนย้ายอาคารต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจพิจารณาและออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ","2021-11-17T13:39:17"],
    [972,"95d2d04c-000f-472b-98bf-b819f5b57c13","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอฝากมาตรวัดน้ำ (กรณีระยะเวลาตั้งแต่ยื่นคำขอจนถึงถอดมาตร 3 วันทำการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d38-f315-4128-8717-de9821275457",3,180,5,"ผู้ใช้น้ำที่ต้องการของดการใช้น้ำชั่วคราวด้วยการขอฝากมาตรวัดน้ำครั้งหนึ่งจะต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ต้องไม่เกิน 12 เดือน ทั้งนี้ผู้ใช้น้ำจะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่การประปานครหลวงกำหนด ซึ่งค่าธรรมเนียมการฝากมาตรวัดน้ำที่ชำระแล้ว การประปานครหลวงจะไม่คืนให้ผู้ใช้น้ำไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น (ผู้ใช้น้ำประเภทถาวรมีความประสงค์จะของดใช้น้ำชั่วคราวเนื่องจากไม่มีผู้อยู่อาศัยในสถานที่ใช้น้ำ สามารถยื่นคำขอฝากมาตรวัดน้ำได้สำหรับการใช้น้ำประเภทชั่วคราวฝากมาตรไม่ได้)    ทั้งนี้ไม่รวมระยะเวลาในการแก้ไขปัญหานอกเหนือการควบคุม เช่น บ้านปิดมีสิ่งกีดขวางต้องรื้อถอน ผู้ใช้น้ำไม่ให้ดำเนินการ ฯลฯ","2023-01-19T10:52:47"],
    [973,"95e4eaa7-03b8-4a5e-8287-f591010c6e37","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอถอนเงินประกันการใช้น้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-dc39-4195-9e11-15a80441559a",2,0,6,"ลูกค้าสามารถขอถอนคืนเงินประกันการใช้น้ำจากการประปานครหลวงได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้\n1. มีชื่อเป็นผู้วางเงินประกันการใช้น้ำไว้กับการประปานครหลวง\n2.กรณีที่ยกเลิกการใช้น้ำแล้ว จะต้องไม่มีค่าน้ำประปาค้างชำระ","2023-01-19T10:52:26"],
    [974,"95e69720-b425-41c3-81c6-fbb7ed049b40","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอต่ออายุสัญญาเพื่อใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของการประปานครหลวง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-2398-4555-bd4e-9364412c06d5",5,0,1,"1.การขอต่อสัญญาเพื่อใช้ประโยน์ในอสังหาริมทรัพย์ของการประปานครหลวงต้องเป็นกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการเช่าและใช้สำหรับการของต่ออายุหนังสือเช่า/สัญญาเช่า ตามที่การประปานครหลวงได้อนุญาตให้กระทำการ ในกรณีดังต่อไปนี้    \n1.1 กรณีขอเช่าที่ดินหรือเช่าที่ดินและปลูกสิ่งสร้างบนที่ดินของการประปานครหลวง    \n1.2 กรณีขอเช่าที่ดินพร้อมอาคารหรือเช่าพื้นที่บางส่วนของการประปานครหลวง    \n1.3 กรณีขอเชื่อมทางโดยการก่อสร้างสะพานข้ามคลองทั่วไปกับที่ดินของการประปานครหลวง    \n1.4 กรณีขอเชื่อมทางโดยการก่อสร้างสะพานข้ามคลองประปาที่ดินของการประปานครหลวง    \n1.5 กรณีขอเชื่อมทางกับที่ดินของการประปานครหลวง โดยไม่มีการก่อสร้างสะพาน (เป็นพื้นที่ดินติดต่อกัน)\n2. เสนอผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติต่อสัญญาเช่า/หนังสือเช่า    \n3.ภายหลังที่การประปานครหลวงแจ้งผลการพิจารณาและผู้ขออนุญาตมาติตต่อชำระเงินค่าเช่าตามประกาศการประปานครหลวงแล้วการประปานครหลวง โดย    \n3.1 กองนิติการจะดำเนินการจัดทำสัญญาเช่า กรณีเป็นนิติบุคคล หรือผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 20 วันทำการ\n3.2 กองจัดการทรัพย์สินจะดำเนินการจัดทำหนังสือเช่า กรณีผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 1 วันทำการ    \nหมายเหตุ  :    \n1.กรณีคำขอฯหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนหรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารที่เจ้าหน้าที่ให้ทราบร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำขอฯดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯจะดำเนินการคืนคำขอฯและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอฯหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n4.การประปานครหลวงกำหนดหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์เป็นไปตามประกาศการประปานครหลวงเรื่องหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์ที่ดินของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:52:19"],
    [975,"95e6a66e-3e79-4fe2-a4f9-01c4eb329db8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอเช่าที่ดินพร้อมอาคารหรือเช่าพื้นที่บางส่วนของอาคาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-1c96-4cf2-b476-53c514b8308e",103,0,1,"1. ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตเช่าท่ีดินพร้อมอาคารหรือเช่าพื้นที่บางส่วน ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของการประปานครหลวงหรือทางราชการการประปานครหลวงมีสิทธิที่จะเพิกถอนการอนุญาตได้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบล่วงหน้า    \n2.ภายหลังที่การประปานครหลวงแจ้งผลการพิจารณาและผู้ขออนุญาตมาติตต่อชำระเงินค่ารรมเนียมตามประกาศการประปานครหลวงแล้วการประปานครหลวง โดย    \n2.1 กองนิติการจะดำเนินการจัดทำสัญญาเช่า กรณีเป็นนิติบุคคล หรือผู้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 20 วันทำการ\n2.2 กองจัดการทรัพย์สินจะดำเนินการจัดทำหนังสือเช่า กรณีผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 1 วันทำการ    \nหมายเหตุ  :    \n1.กรณีคำขอฯหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนหรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารที่เจ้าหน้าที่ให้ทราบร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำขอฯดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯจะดำเนินการคืนคำขอฯและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอฯหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n4.การประปานครหลวงกำหนดหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์เป็นไปตามประกาศการประปานครหลวงเรื่องหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์ที่ดินของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:54:56"],
    [976,"95e6a938-a2f7-448e-83e0-0f79c25fcf6a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอเช่าที่ดินหรือเช่าที่ดินและปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างบนที่ดินของการประปานครหลวง (กปน.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-1955-40fb-8647-64695e1e461a",103,0,1,"1.หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตและเงื่อนไขในการขออนุญาตขอเช่าที่ดินหรือเช่าที่ดินและปลูกสร้างปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างบนที่ดินของการประปานครหลวง ผู้ประสงค์จะขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอตามแบบที่การประปาครหลวงกำหนดซึ่งการขออนุญาตเพื่อกระทำการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปาโครงสร้างของคลองประปาหรือทรัพย์สินต่างๆของการประปานครหลวงและในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของการประปานครหลวงหรือทางราชการการประปานครหลวงมีสิทธิที่จะเพิกถอนการอนุญาตได้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบล่วงหน้า    \n2.ภายหลังที่การประปานครหลวงแจ้งผลการพิจารณาและผุู้ขออนุญาตมาติตต่อชำระเงินค่ารรมเนียมตามประกาศการประปานครหลวงแล้วการประปานครหลวง โดย    \n2.1 กองนิติการจะดำเนินการจัดทำสัญญาเช่า กรณีเป็นนิติบุคคล หรือผู้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 20 วันทำการ\n2.2 กองจัดการทรัพย์สินจะดำเนินการจัดทำหนังสือเช่า กรณีผู้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 1 วันทำการ    \nหมายเหตุ  :    \n1.กรณีคำขอฯหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนหรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารที่เจ้าหน้าที่ให้ทราบร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำขอฯดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯจะดำเนินการคืนคำขอฯและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอฯหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n4.การประปานครหลวงกำหนดหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์เป็นไปตามประกาศการประปานครหลวงเรื่องหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์ที่ดินของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:55:28"],
    [977,"95e6aa7f-da05-4573-82e0-af17e5204273","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอเชื่อมทางกับที่ดินของ กปน. โดยไม่มีการก่อสร้างสะพาน (เป็นพื้นที่ดินติดต่อกัน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-59d7-497c-b6f8-12160e18f8c3",103,0,1,"1.หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตและเงื่อนไขในการขออนุญาตการขอเชื่อมทางกับที่ดินของการประปานครหลวง โดยไม่มีการก่อสร้างสะพาน (เป็นพื้นที่ดินติดต่อกัน) ผู้ประสงค์จะขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอตามแบบที่การประปาครหลวงกำหนดซึ่งการขออนุญาตเพื่อกระทำการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อทรัพย์สินต่างๆของการประปานครหลวงและในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของการประปานครหลวงหรือทางราชการการประปานครหลวงมีสิทธิที่จะเพิกถอนการอนุญาตได้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบล่วงหน้า    \nเงื่อนไขเฉพาะในการพิจารณาอนุญาต    \n1.1 กรณีเชื่อมทาง เพื่อที่จอดรถยนต์ สถานที่ราชการ องค์การ รัฐวิสาหกิจ โรงพยาบาล สถานศึกษา และหอประชุม    \n- อนุญาตความกว้างทางเข้า-ออก ไม่เกิน 8 เมตร    \n1.2 กรณีเชื่อมทาง เพื่ออาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ อาคารที่ต้องมีที่จอดรถ กลับรถและทางเข้า-ออก ของรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร    \n- อนุญาตความกว้างทางเข้า-ออก สำหรับรถยนต์วิ่งทางเดียว กว้างไม่เกิน 4.5 เมตร      \n- อนุญาตความกว้างทางเข้า-ออก สำหรับรถยนต์วิ่งสวนทางกัน กว้างไม่เกิน 8 เมตร   หรือตามที่ กปน. เห็นสมควร     \n1.3 กรณีเชื่อมทาง เพื่อบ้านพักอาศัย    \n- อนุญาตความกว้างทางเข้า-ออก สำหรับรถยนต์วิ่งทางเดียว กว้างไม่เกิน 4 เมตร    \n- อนุญาตความกว้างทางเข้า-ออก สำหรับรถยนต์วิ่งสวนทางกัน กว้างไม่เกิน 6 เมตร\n2.ภายหลังที่การประปานครหลวงแจ้งผลการพิจารณาและผู้ขออนุญาตมาติตต่อชำระเงินค่าธรรมเนียมตามประกาศการประปานครหลวงแล้ว การประปานครหลวง โดย    \n2.1 กองนิติการจะดำเนินการจัดทำสัญญาเช่า กรณีเป็นนิติบุคคล หรือผู้เช่าบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าตั้งแต่ 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 20 วันทำการ    \n2.2 กองจัดการทรัพย์สินจะดำเนินการจัดทำหนังสือเช่า กรณีผู้เช่าบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 1 วันทำการ    \nหมายเหตุ :    \n1.กรณีคำขอฯหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนหรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำขอฯดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯจะดำเนินการคืนคำขอฯและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n4.การประปานครหลวงกำหนดหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์เป็นไปตามประกาศการประปานครหลวงเรื่องหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์ที่ดินของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:55:34"],
    [978,"95e6ac6c-068b-4c1b-aa60-1c293033122d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอเชื่อมทางโดยการก่อสร้างสะพานข้ามคลองทั่วไปกับที่ดินของ กปน.","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-2a89-4683-a40a-a5161bcd9149",103,0,1,"1.หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตและเงื่อนไขในการขออนุญาตการขอเชื่อมทางโดยการก่อสร้างสะพานข้ามคลองประปากับที่ดินของการประปานครหลวง (กปน.)  ผู้ประสงค์จะขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอตามแบบที่การประปาครหลวงกำหนดซึ่งการขออนุญาตเพื่อกระทำการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปาโครงสร้างของคลองประปาหรือทรัพย์สินต่างๆของการประปานครหลวงและในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของการประปานครหลวงหรือทางราชการการประปานครหลวงมีสิทิที่จะเพิกถอนการอนุญาตได้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบล่วงหน้า    เงื่อนไขเฉพาะในการพิจารณาอนุญาต       กรณีเชื่อมทาง เพื่อที่อยู่อาศัยอนุญาตไม่เกิน 4 เมตร   กรณีเชื่อมทาง เพื่อประกอบธุรกิจอนุญาตไม่เกิน 16 เมตรหรือตามที่การประปานครหลวงเห็นสมควร   ผู้ขออนุญาตต้องทำสัญญาเช่าที่ดินในบริเวณที่ขอเชื่อมทาง   กรณีสร้างสะพานในบริเวณคลองประปาให้สะพานดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของการประปานครหลวง      \n2.ภายหลังที่การประปานครหลวงแจ้งผลการพิจารณาและผู้ขออนุญาตมาติตต่อชำระเงินค่าเช่าและค่าธรรมเนียมตามประกาศการประปานครหลวงแล้วการประปานครหลวง โดย    \n2.1 กองนิติการจะดำเนินการจัดทำสัญญาเช่า กรณีเป็นนิติบุคคล หรือผู้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 20 วันทำการ\n2.2 กองจัดการทรัพย์สินจะดำเนินการจัดทำหนังสือเช่า กรณีผู้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 1 วันทำการ    \nหมายเหตุ  :    \n1.กรณีคำขอฯหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนหรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารที่เจ้าหน้าที่ให้ทราบร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำขอฯดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯจะดำเนินการคืนคำขอฯและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอฯหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n4.การประปานครหลวงกำหนดหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์เป็นไปตามประกาศการประปานครหลวงเรื่องหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์ที่ดินของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:55:40"],
    [979,"95e6ad30-6472-44ca-8df9-1061c66f8e0d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอเชื่อมทางโดยการก่อสร้างสะพานข้ามคลองประปากับที่ดินของ กปน.","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-2e11-4155-a7bf-031c95fad41f",103,0,1,"1.หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตและเงื่อนไขในการขออนุญาตการขอเชื่อมทางโดยการก่อสร้างสะพานข้ามคลองประปากับที่ดินของการประปานครหลวง (กปน.) ผู้ประสงค์จะขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอตามแบบที่การประปาครหลวงกำหนดซึ่งการขออนุญาตเพื่อกระทำการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปาโครงสร้างของคลองประปาหรือทรัพย์สินต่างๆของการประปานครหลวงและในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของการประปานครหลวงหรือทางราชการการประปานครหลวงมีสิทิที่จะเพิกถอนการอนุญาตได้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาตดดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบล่วงหน้า    \nเงื่อนไขเฉพาะในการพิจารณาอนุญาต              \nเมื่อได้รับอนุญาตจากการประปานครหลวงแล้วก่อนดำเนินการก่อสร้างผู้ขอจะต้องติดต่อทำสัญญาก่อสร้างสะพานข้ามคลองประปากับการประปานครหลวงให้เป็นที่เรียบร้อยภายในกำหนดเวลาที่การประปานครหลวงแจ้งให้ทราบหากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคำสั่งอนุญาตน้นเป็นอันระงับสิ้นไป              \nกรณีสร้างสะพานในบริเวณคลองประปาให้สะพานดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของการประปานครหลวง    \n2.ภายหลังที่การประปานครหลวงแจ้งผลการพิจารณาและผู้ขออนุญาตมาติตต่อชำระเงินค่ารรมเนียมตามประกาศการประปานครหลวงแล้วการประปานครหลวง โดย    \n2.1 กองนิติการจะดำเนินการจัดทำสัญญาเช่า กรณีเป็นนิติบุคคล หรือผู้เช่าบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 20 วันทำการ    \n2.2 กองจัดการทรัพย์สินจะดำเนินการจัดทำหนังสือเช่า กรณีผู้เช่าบุคคลธรรมดาที่มีค่าเช่าต่ำกว่า 200,000.00 บาทต่อปี โดยใช้ระยะเวลา 1 วันทำการ    \nหมายเหตุ  :    \n1.กรณีคำขอฯหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนหรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารที่เจ้าหน้าที่ให้ทราบร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำขอฯดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯจะดำเนินการคืนคำขอฯและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอฯหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเพรียบร้อยแล้ว    \n4.การประปานครหลวงกำหนดหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์เป็นไปตามประกาศการประปานครหลวงเรื่องหลักเกณฑ์การจัดประโยชน์ที่ดินของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:55:47"],
    [980,"95e99ea9-d1bb-49ee-818a-a719bbcd0cdd","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การออกหนังสือรับรองโรงงานและผลิตภัณฑ์มาตรวัดน้ำ (กรณี เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-5082-420e-be17-da87759287c6",194,0,2,"เงื่อนไขในการขอยื่นคำขอ  โรงงานผู้ผลิตจะสามารถขอรับรองผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ก็ต่อเมื่อทางการประปานครหลวงได้ดำเนินการออกหนังสือรับรอง  โรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์(กรณีโรงงานใหม่)ของท่อ อุปกรณ์ท่อ ประตูน้ำ ประตูระบายอากาศ สำหรับท่อจ่ายน้ำ ขนาด 100  มม.ถีง 400 มม.และท่อบริการ 20 มม.ถีง 50 มม.และมาตรวัดน้ำ ให้กับผู้ขอยื่น ตามข้อกำหนดเงื่อนไขของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:57:36"],
    [981,"95e9a2ef-b101-4b04-a584-b733f035afdf","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การออกหนังสือรับรองโรงงานและผลิตภัณฑ์มาตรวัดน้ำ (กรณีโรงงานใหม่)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-4774-4c06-859c-083bc2b964ad",194,0,2,"เงื่อนไขในการขอยื่นคำขอ  \n1.การประปานครหลวงจะดำเนินการรับรองโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ ท่อ อุปกรณ์ท่อ ประตูน้ำ ประตูระบายอากาศ สำหรับ  ท่อจ่ายน้ำ ขนาด 100 มม.ถึง 400 มม.และท่อบริการ 20 มม.ถึง 50 มม.และมาตรวัดน้ำ จะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ผลิตภัณฑ์  ที่ผ่านการรับรองในการจัดซื้อ จัดหา จัดจ้าง และในงานก่อสร้างวางท่อจ่ายน้ำและท่อบริการ ของการประปานครหลวง  \n2.การยื่นขอรับรองฯจะต้องแสดงรายการโดยละเอียดว่าเป็นโรงงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในการขอรับรอง  \n3.หลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์คือ  \n  3.1 ฐานะการเงินของโรงงานผู้ผลิต(ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท)  \n  3.2 ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา  \n  3.3 คุณภาพผลิตภัณฑ์  \n  3.4 ความรับผิดชอบในการดำเนินงานของโรงงานผู้ผลิต  \n4. การยกเลิกโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์รับรอง  \n  4.1 ไม่มีการนำเสนอขายให้นำผลิตภัณฑ์มาใช้ในกิจการของการประปานครหลวงมากกว่า 1 ปี  \n  4.2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ การประปานครหลวงได้บอกเลิกสัญญาในช่วงปีที่ผ่านมา  \n  4.3 เป็นผู้ผลิตที่ถูกทางราชการขึ้นบัญชีเป็นผู้ละทิ้งงาน  \n  4.4 ผู้ผลิตที่จงใจผลิต ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน  \n  4.5 การประเมิณผลงานที่มีสัญญากับการประปานครหลวง ตามเกณฑ์ที่ต่ำกว่าที่การประปานครหลวงกำหนด","2023-01-19T10:57:43"],
    [982,"95e9a414-25bd-417b-9e2a-5d7404774911","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การออกหนังสือรับรองโรงงานและผลิตภัณฑ์วัสดุพลาสติก (พีอี) วัสดุพลาสติก (พีบี) และวัสดุทองแดงเจือ (กรณี เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-4a92-4aa2-8cd4-8ae80c3fa93a",84,0,2,"เงื่อนไขในการขอยื่นคำขอ  โรงงานผู้ผลิตจะสามารถขอรับรองผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ก็ต่อเมื่อทางการประปานครหลวงได้ดำเนินการออกหนังสือรับรอง  โรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์(กรณีโรงงานใหม่)ของท่อ อุปกรณ์ท่อ ประตูน้ำ ประตูระบายอากาศ สำหรับท่อจ่ายน้ำ ขนาด 100  มม.ถีง 400 มม.และท่อบริการ 20 มม.ถีง 50 มม.และมาตรวัดน้ำ ให้กับผู้ขอยื่น ตามข้อกำหนดเงื่อนไขของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:57:50"],
    [983,"95e9a48b-bad7-4ce5-9c79-efc722d49919","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การออกหนังสือรับรองโรงงานและผลิตภัณฑ์วัสดุพลาสติก (พีอี) วัสดุพลาสติก (พีบี) และวัสดุทองแดงเจือ (กรณีโรงงานใหม่)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-4455-4172-974a-c266733273d9",84,0,2,"เงื่อนไขในการขอยื่นคำขอ  \n1.การประปานครหลวงจะดำเนินการรับรองโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ ท่อ อุปกรณ์ท่อ ประตูน้ำ ประตูระบายอากาศ สำหรับ  ท่อจ่ายน้ำ ขนาด 100 มม.ถึง 400 มม.และท่อบริการ 20 มม.ถึง 50 มม.และมาตรวัดน้ำ จะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ผลิตภัณฑ์  ที่ผ่านการรับรองในการจัดซื้อ จัดหา จัดจ้าง และในงานก่อสร้างวางท่อจ่ายน้ำและท่อบริการ ของการประปานครหลวง  \n2.การยื่นขอรับรองฯจะต้องแสดงรายการโดยละเอียดว่าเป็นโรงงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในการขอรับรอง  \n3.หลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์คือ  \n  3.1 ฐานะการเงินของโรงงานผู้ผลิต(ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท)  \n  3.2 ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา  \n  3.3 คุณภาพผลิตภัณฑ์  \n  3.4 ความรับผิดชอบในการดำเนินงานของโรงงานผู้ผลิต  \n4. การยกเลิกโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์รับรอง  \n  4.1 ไม่มีการนำเสนอขายให้นำผลิตภัณฑ์มาใช้ในกิจการของการประปานครหลวงมากกว่า 1 ปี  \n  4.2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ การประปานครหลวงได้บอกเลิกสัญญาในช่วงปีที่ผ่านมา  \n  4.3 เป็นผู้ผลิตที่ถูกทางราชการขึ้นบัญชีเป็นผู้ละทิ้งงาน  \n  4.4 ผู้ผลิตที่จงใจผลิต ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน  \n  4.5 การประเมิณผลงานที่มีสัญญากับการประปานครหลวง ตามเกณฑ์ที่ต่ำกว่าที่การประปานครหลวงกำหนด","2023-01-19T10:57:56"],
    [984,"95e9a4d9-ea4f-4356-9895-e90bf6038d4f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การออกหนังสือรับรองโรงงานและผลิตภัณฑ์วัสดุเหล็กหล่อ เหล็กหล่อเหนียว วัสดุเหล็กเหนียว วัสดุพลาสติก (พีวีซี) วัสดุซีเมนต์ใยหิน วัสดุยาง และน๊อต สกรู (กรณี เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-3b25-40df-bbbe-ee28258e5d9e",74,0,2,"เงื่อนไขในการขอยื่นคำขอ  โรงงานผู้ผลิตจะสามารถขอรับรองผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ก็ต่อเมื่อทางการประปานครหลวงได้ดำเนินการออกหนังสือรับรอง  โรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์(กรณีโรงงานใหม่)ของท่อ อุปกรณ์ท่อ ประตูน้ำ ประตูระบายอากาศ สำหรับท่อจ่ายน้ำ ขนาด 100  มม.ถีง 400 มม.และท่อบริการ 20 มม.ถีง 50 มม.และมาตรวัดน้ำ ให้กับผู้ขอยื่น ตามข้อกำหนดเงื่อนไขของการประปานครหลวง","2023-01-19T10:58:03"],
    [985,"95e9a51d-f040-4828-929e-c7be84534bed","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การออกหนังสือรับรองโรงงานและผลิตภัณฑ์วัสดุเหล็กหล่อ เหล็กหล่อเหนียว วัสดุเหล็กเหนียว วัสดุพลาสติก (พีวีซี) วัสดุซีเมนต์ใยหิน วัสดุยาง และน๊อต สกรู (กรณีโรงงานใหม่)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-3499-4e47-9ead-6ba3d5a7d319",74,0,2,"เงื่อนไขในการขอยื่นคำขอ  \n1.การประปานครหลวงจะดำเนินการรับรองโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ ท่อ อุปกรณ์ท่อ ประตูน้ำ ประตูระบายอากาศ สำหรับ  ท่อจ่ายน้ำ ขนาด 100 มม.ถึง 400 มม.และท่อบริการ 20 มม.ถึง 50 มม.และมาตรวัดน้ำ จะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ผลิตภัณฑ์  ที่ผ่านการรับรองในการจัดซื้อ จัดหา จัดจ้าง และในงานก่อสร้างวางท่อจ่ายน้ำและท่อบริการ ของการประปานครหลวง  \n2.การยื่นขอรับรองฯจะต้องแสดงรายการโดยละเอียดว่าเป็นโรงงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในการขอรับรอง  \n3.หลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์คือ  \n  3.1 ฐานะการเงินของโรงงานผู้ผลิต(ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท)  \n  3.2 ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา  \n  3.3 คุณภาพผลิตภัณฑ์  \n  3.4 ความรับผิดชอบในการดำเนินงานของโรงงานผู้ผลิต  \n4. การยกเลิกโรงงานผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์รับรอง  \n  4.1 ไม่มีการนำเสนอขายให้นำผลิตภัณฑ์มาใช้ในกิจการของการประปานครหลวงมากกว่า 1 ปี  \n  4.2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ การประปานครหลวงได้บอกเลิกสัญญาในช่วงปีที่ผ่านมา  \n  4.3 เป็นผู้ผลิตที่ถูกทางราชการขึ้นบัญชีเป็นผู้ละทิ้งงาน  \n  4.4 ผู้ผลิตที่จงใจผลิต ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน  \n  4.5 การประเมิณผลงานที่มีสัญญากับการประปานครหลวง ตามเกณฑ์ที่ต่ำกว่าที่การประปานครหลวงกำหนด","2023-01-19T10:58:10"],
    [986,"95e9a675-3f76-47c5-871a-5cd93c5160b4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การรับทดสอบคุณสมบัติของกรวดและทรายกรองน้ำ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-3e32-4a85-9a06-ed28e3b0cb6f",16,400,1,"-","2023-01-19T10:56:28"],
    [987,"95e9a718-bef6-4206-bdb8-7b78ff080360","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การรับทดสอบคุณสมบัติความถ่วงจำเพาะและความทนอะซีโทนของท่อพีวีซี","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-4123-4db3-b6cc-44e300c12235",8,300,1,"กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 5 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินการติดต่อบริษัทนั้นๆ ให้มาชำระค่าธรรมเนียมฯ  กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 15 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินยกเลิกการทดสอบพร้อมมีหนังสือแจ้งบริษัทนั้นๆ ให้รับชิ้นทดสอบคืน","2023-01-19T10:56:34"],
    [988,"95e9a762-7a4e-469a-8c6b-6cbb164c59c9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การรับทดสอบคุณสมบัติทางกลของคอนกรีต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-4d79-414d-bed1-dcfd395c21a9",10,150,1,"กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 5 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินการติดต่อบริษัทนั้นๆ ให้มาชำระค่าธรรมเนียมฯ  กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 15 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินยกเลิกการทดสอบพร้อมมีหนังสือแจ้งบริษัทนั้นๆ ให้รับชิ้นทดสอบคืน","2023-01-19T10:56:42"],
    [989,"95e9a790-5ec6-4716-a8bc-866594bd1eae","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การรับทดสอบคุณสมบัติทางกลของโลหะ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-5383-4d63-af3a-1f3958e15b78",9,200,1,"กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 5 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินการติดต่อบริษัทนั้นๆ ให้มาชำระค่าธรรมเนียมฯ  กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 15 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินยกเลิกการทดสอบพร้อมมีหนังสือแจ้งบริษัทนั้นๆ ให้รับชิ้นทดสอบคืน","2023-01-19T10:56:49"],
    [990,"95e9a7c2-c7de-4dfc-a146-0c8bee6d4c94","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การรับทดสอบคุณสมบัติองค์ประกอบทางเคมี","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-567d-4ad8-af32-60c7b128c42a",20,1600,1,"กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 5 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินการติดต่อบริษัทนั้นๆ ให้มาชำระค่าธรรมเนียมฯ  กรณีไม่ชำระค่าธรรมเนียมฯภายใน 15 วันทำการ ส่วนทดสอบคุณสมบัติวัสดุจะดำเนินยกเลิกการทดสอบพร้อมมีหนังสือแจ้งบริษัทนั้นๆ ให้รับชิ้นทดสอบคื","2023-01-19T10:56:55"],
    [991,"95ed1320-e1fa-40cb-82f9-659ebd82cef9","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตติดตั้งประปาใหม่ กรณีมีการวางท่อจ่ายน้ํา และงานที่เกี่ยวข้อง วงเงินค่าแรงจัดจ้างเกิน 2,000,000 บาท","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-e232-4908-9280-5dd857c11f7a",58,0,16,"การขอติดตั้งประปาใหม่ กรณีมีการวางท่อจ่ายน้ํา และงานที่เกี่ยวข้อง วงเงินค่าแรงจัดจ้างเกิน 2,000,000 บาท โดยสามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานประปาสาขา  (การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาขนาดมาตรวัดน้ําตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด)    ในกรณีที่ได้รับอนุญาตกรรมสิทธ์ิที่ดินแล้ว และการประปานครหลวงสงวนสิทธ์ิในการยืนราคา 30 วัน    ระยะเวลารับคําขอจนถึงแจ้งค่าใช้จ่าย 15 วันทําการ    ระยะเวลาถัดจากวันรับชําระเงิน จนถึงวันทําสัญญาจ้าง 72 วันทําการ    ระยะเวลาดำเนินการวางท่อจ่ายน้ํา และงานที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน","2023-01-19T10:54:08"],
    [992,"95ed1456-2bad-4b18-baab-3fa0165bc5e8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอย้าย-ยกมาตร (ตามความประสงค์ของผู้ใช้น้ำ) กรณีมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว - 1 นิ้ว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d38-f608-4cfb-8815-e11e0e54a45f",6,800,5,"กรณีที่ผู้ใช้น้ำยื่นความประสงค์จะยกหรือย้ายมาตรวัดน้ำเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว - 1 นิ้ว จะต้องแจ้งการประปานครหลวงทราบ    กรณีที่ผู้ใช้น้ำหรือบริวารทำการยกหรือย้ายมาตรวัดน้ำโดยพลการ การประปานครหลวงจะคิดเบี้ยปรับ 3,000 บาท และหากการกระทำดังกล่าวทำให้การประปานครหลวงต้องทำการยกหรือย้ายมาตรวัดน้ำใหม่ให้เหมาะสม การประปานครหลวงจะคิดค่าใช้จ่ายตามอัตราในข้อ 2 เพิ่มจากเบี้ยปรับ ถ้าผู้ใช้น้ำไม่ติดต่อชำระค่าใช้จ่ายหรือค่าเบี้ยปรับ การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ที่ระงับการจ่ายน้ำประปา","2023-01-19T10:53:32"],
    [993,"95ed2dcd-b10d-43c4-b6b8-06eed577a854","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตติดตั้งประปาใหม่รายเดี่ยว ไม่มีการวางท่อจ่ายน้ำ (มาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ½ นิ้ว – 1 นิ้ว ในกรณีสามารถดำเนินการติดตั้งได้ภายใน 1 วันทำการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-ea95-4f21-8726-9b33999a16bd",2,0,9,"การขอติดตั้งประปาใหม่รายเดี่ยว ไม่มีการวางท่อจ่ายน้ำ มาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว -1 นิ้ว โดยสามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานประปาสาขา หรือช่องทางออนไลน์ เช่น Mwa E-service หรือ Application Mwa on Mobile  (การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาขนาดมาตรวัดน้ำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด) ในกรณีมีท่อเมนผ่านสถานที่ติดตั้งฝั่งเดียวกัน ระยะห่างไม่เกิน 20 เมตร แนวท่ออยู่ในทางเท้าหรือไหล่ทางโดยได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ที่ดิน และผู้ใช้น้ำชำระเงินค่าติดตั้งในวันยื่นคำขอ (ทั้งนี้ไม่รวมการขอติดตั้งประปาประเภท Smart meter)","2023-01-19T10:54:23"],
    [994,"95ed7d02-84c7-45d1-b53c-547d51eca2e8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตติดตั้งประปาใหม่ กรณีมีการวางท่อจ่ายน้ํา และงานที่เกี่ยวข้องวงเงินค่าแรงจัดจ้างไม่เกิน 2,000,000 บาท","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-e515-47c9-a62a-65f56cfedf8b",96,0,15,"การขอติดตั้งประปาใหม่ กรณีมีการวางท่อจ่ายน้ำ และงานที่เกี่ยวข้อง วงเงินค่าแรงจัดจ้างไม่เกิน 2,000,000 บาท (การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาขนาดมาตรวัดน้ำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด)   ในกรณีที่ได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว และการประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการยืนราคา 30 วัน ระยะเวลารับคำขอ จนถึงแจ้งค่าใช้จ่าย 10 วันทำการ ระยะเวลาถัดจากวันรับชำระเงินจนถึงติดตั้งประปาใหม่แล้วเสร็จ 85 วันทำการ ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาที่ โครงการไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ การประปานครหลวงดำเนินการวางท่อได้","2023-01-19T10:54:15"],
    [995,"95ed7f25-fd07-4b47-b7f2-d256ca48d177","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตติดตั้งประปาใหม่รายเดี่ยว ไม่มีการวางท่อจ่ายน้ำ (มาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1½ นิ้ว – 8 นิ้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-ed67-4055-8dee-cadcc8909984",20,0,9,"การขอติดตั้งประปาใหม่รายเดี่ยว ไม่มีการวางท่อจ่ายน้ำ มาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/1/2 นิ้ว - 8 นิ้ว (การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาขนาดมาตรวัดน้ำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด)   ในกรณีที่ได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว และการประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการยืนราคา 30 วัน","2023-01-19T10:54:41"],
    [996,"95ee901f-9940-4516-bfe0-56f17063ac67","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตติดตั้งประปาใหม่รายเดี่ยว ไม่มีการวางท่อจ่ายน้ำ (มาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ½ นิ้ว – 1 นิ้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-e7cd-4637-88f5-ab16f12ce3e7",5,0,9,"การขอติดตั้งประปาใหม่รายเดี่ยว ไม่มีการวางท่อจ่ายน้ำ มาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง1/2 นิ้ว - 1 นิ้ว โดยสามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานประปาสาขา หรือช่องทางออนไลน์ เช่น Mwa E-service และ Application Mwa on Mobile(การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาขนาดมาตรวัดน้ำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด) ในกรณีที่ได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว และการประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการยืนราคา 30 วัน  (ทั้งนี้ไม่รวมการขอติดตั้งประปาประเภท Smart meter)","2023-01-19T10:54:32"],
    [997,"95ee97e2-7ba2-414c-a3bf-e9597ed8c9c8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตย้ายแนวเส้นท่อประปา วงเงินค่าแรงจัดจ้างไม่เกิน 1,000,000 บาท","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-f014-469d-ae1c-7e9ccade7a8d",61,0,8,"การขอย้ายแนวเส้นท่อประปา วงเงินค่าแรงจัดจ้างไม่เกิน 1,000,000 บาท   ในกรณีที่ได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วและการประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการยืนราคา 30วัน   ระยะเวลารับคำขอจนถึงแจ้งค่าใช้จ่าย 6 วันทำการ   ระยะเวลาถัดจากวันรับชำระเงินจนถึงดำเนินการแล้วเสร็จ 54 วันทำการ","2023-01-19T10:54:49"],
    [998,"95f329f3-d69f-41a2-aefd-2814c9ba735f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอรับรองการให้บริการจ่ายน้ําประปาโครงการหมู่บ้านจัดสรร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-d39f-46b3-84bb-0cd17948cc54",3,0,8,"ผู้ประกอบการจัดสรรโครงการต้องทำหนังสือยื่นขอใบรับรองการให้บริการจ่ายน้ำประปาโครงการหมู่บ้านจัดสรรก่อนดำเนินการจัดสรร เพื่อให้การประปานครหลวงตรวจสอบความสามารถในการให้บริการจ่ายน้ำในพื้นที่นั้น","2023-01-19T10:53:45"],
    [999,"95f332b2-ef1e-4cbc-908c-04f673c8e213","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตติดตั้ง ประปาซ้ำ/บรรจบมาตรกรณีงดจ่ายน้ําเกินกว่า 180 วัน (มาตรวัดน้ําขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1⁄2นิ้ว– 1 นิ้วในกรณีสามารถดำเนินการติดตั้งได้ภายใน 1 วันทำการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-df4e-49d5-bcce-7bf8cffd760e",2,0,9,"การขอติดตั้งประปาซ้ำ/บรรจบมาตรกรณีงดจ่ายน้ำเกินกว่า 180 วัน สำหรับมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว -1 นิ้ว ในกรณีมีท่อเมนผ่านสถานที่ติดตั้งฝั่งเดียวกัน ระยะห่างไม่เกิน 20 เมตร แนวท่ออยู่ในทางเท้าหรือไหล่ทางโดยได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ที่ดิน และผู้ใช้น้ำชำระเงินค่าติดตั้งในวันยื่นคำขอ ระยะเวลารับคำขอ จนถึงชำระเงิน 30 นาที  ระยะเวลานับถัดจากวันรับชำระเงินจนถึงติดตั้งประปาให้แล้วเสร็จ 1 วันทำการ","2023-01-19T10:53:53"],
    [1000,"95f33769-6aec-4ba5-b938-0719c538de00","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขอย้าย-ยกมาตร (ตามความประสงค์ของผู้ใช้น้ำ) กรณีมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1½ นิ้ว - 8 นิ้ว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-126f-48a0-b2ee-bc048856a8ac",13,0,6,"การขอยกหรือย้ายมาตรวัดน้ำ (ตามความประสงค์ของผู้ใช้น้ำ) มาตรวัดน้ำเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 1/2 นิ้ว - 8 นิ้ว    การประปานครหลวงจะคิดค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงแต่ไม่เกินตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติและอัตราค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปา ไม่รวมค่าซ่อมผิววัสดุพิเศษ เช่น กระเบื้องขัดหินอ่อน ฯลฯ และไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม    กรณีที่ผู้ใช้น้ำหรือบริวารทำการยกหรือย้ายมาตรวัดน้ำโดยพลการ การประปานครหลวงจะคิดเบี้ยปรับ 3,000 บาท และหากการกระทำดังกล่าวทำให้การประปานครหลวงต้องทำการยกหรือย้ายมาตรวัดน้ำใหม่ให้เหมาะสม การประปานครหลวงจะคิดค่าใช้จ่ายตามอัตราในข้อ 2 เพิ่มจากเบี้ยปรับ ถ้าผู้ใช้น้ำไม่ติดต่อชำระค่าใช้จ่ายหรือค่าเบี้ยปรับ การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ที่ระงับการจ่ายน้ำประปา","2023-01-19T10:53:38"],
    [1001,"95f33df4-820c-4426-bc76-0e219adf9d60","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การบรรจบมาตรวัดน้ำสูญหาย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-0128-48b0-a2b6-1537786f5e9f",2,0,3,"ผู้ใช้น้ำสามารถยื่นคำขอให้ดำเนินการกรณีมาตรวัดน้ำติดตั้งภายนอกบริเวณสถานที่ที่ขอใช้น้ำสูญหายจากที่ตั้งหรือสูญหายจากภัยธรรมชาติที่มิอาจคาดหมายหรือป้องกันได้ สำนักงานประปาสาขาจะเปลี่ยนมาตรวัดน้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเว้นแต่มาตรวัดน้ำสูญหายโดยการกระทำของ ผู้ใช้น้ำหรือกรณีมาตรวัดน้ำติดตั้งภายในบริเวณสถานที่ที่ขอใช้น้ำหรือมาตรวัดน้ำสำหรับการติดตั้งประปาชั่วคราวหรือมาตรวัดน้ำที่ไม่สามารถติดตั้งไว้ใกล้ทางเข้าออกด้านหน้าอาคารหรือมาตรห่างอาคารหรือมาตรที่ไม่สามารถติดตั้งไว้ใกล้ทางเข้า-ออกด้านหน้าอาคารสูญหายผู้ใช้น้ำจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมาตรวัดน้ำและชดใช้ค่าน้ำสูญเสียกับค่าเสียหายที่พึงประเมินได้ทั้งหมดตามความเป็นจริง    ทั้งนี้ หากผู้ใช้น้ำแจ้งมาตรวัดน้ำสูญหายนอกเวลาทำการและจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมาตรหรือค่าใช้จ่ายที่พึงประเมินได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนได้มีน้ำประปาสำหรับอุปโภค/บริโภค/ใช้น้ำเพื่อการอื่น ๆ สำนักงานประปาสาขา การประปานครหลวง จะอนุโลมบรรจบมาตรวัดน้ำให้ก่อนและให้  ผู้ใช้น้ำมาชำระเงินทันทีในวัน-เวลาทำการ","2023-01-19T10:56:21"],
    [1002,"95f33e2d-7ec1-46d1-b5b5-c9f4b7c70164","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การเปลี่ยนมาตรชำรุด/ไม่เดิน(กรณีมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว - 16 นิ้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-15e1-48bf-8b36-2c6a776d3fbc",11,0,5,"การเปลี่ยนมาตรชำรุด/ไม่เดิน (กรณีมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 2 นิ้ว - 16 นิ้ว กรณีมาตรวัดน้ำติดตั้งภายนอกบริเวณสถานที่ที่ขอใช้น้ำชำรุดเสียหายหรือเกิดจากเหตุภัยธรรมชาติที่มิอาจคาดหมาย สำนักงานประปาสาขาจะเปลี่ยนมาตรวัดน้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เว้นแต่มาตรวัดน้ำชำรุดเสียหายโดยการกระทำของผู้ใช้น้ำหรือมาตรวัดน้ำที่ติดตั้งภายในบริเวณสภานที่ที่ขอใช้น้ำ หรือมาตรวัดน้ำสำหรับติดตั้งประปาชั่วคราวหรือมาตรวัดน้ำที่ไม่สามารถติดตั้งไว้ใกล้ทางเข้าออกด้านหน้าอาคาร โดยติดตั้งชิดฝาผนังอาคารหรือแนวรั้วกำแพงด้านหน้าได้ชำรุดเสียหาย ผู้ใช้น้ำจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมาตรและชดใช้ค่าน้ำสูญเสียกับค่าเสียหายที่พึงประเมินได้ทั้งหมดตามความเป็นจริง    ทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินการไม่รวมระยะเวลาในการแก้ไขปัญหานอกเหนือการควบคุม เช่น บ้านปิด มีสิ่งกีดขวางต้องรื้อถอน ผู้ใช้น้ำไม่ให้ดำเนินการ ฯลฯ","2023-01-19T10:58:25"],
    [1003,"95f342b3-2ded-4c2b-8a26-fb95f718e728","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การต่อทะเบียนผู้รับจ้างงานก่อสร้าง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d39-26b5-47c8-8e82-3b263d3b31e0",25,0,2,"กปน.จะดำเนินการพิจารณาทบทวนฐานะการเงินของผู้รับจ้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้างของ กปน. เมื่อครบ 2 ปี เพื่อปรับลดหรือเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานให้ถูกต้องตามความเป็นจริง จึงขอให้ผู้รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้ครบ 2 ปีจัดส่งงบการเงิน (ปีล่าสุด) มาให้ การประปานครหลวงพิจารณา ณ กองบริหารสัญญาโครงการ ห้อง 402 ชั้น 4 การประปานครหลวง สำนักงานใหญ่    หากผู้รับจ้างไม่ส่งงบการเงินฉบับล่าสุดให้ กปน. ภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดจะถูกระงับสิทธิในการเข้าร่วมประกวดราคา และสิทธิอื่นๆ ที่จะได้รับจากการประปานครหลวงเป็นการชั่วคราว จนกว่าผู้รับจ้างจะได้จัดส่งงบการเงิน และได้รับการพิจารณาทบทวนฐานะทางการเงินจาก กปน. แล้วเสร็จ","2023-01-19T10:56:03"],
    [1004,"95f34316-5e12-407c-9d65-e3598afd9434","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การเปลี่ยนมาตรชำรุด/ไม่เดิน(กรณีมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว - 1½ นิ้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-0f0b-4e31-bd6c-830d7ced3660",3,0,5,"การเปลี่ยนมาตรชำรุด/ไม่เดิน (กรณีมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1/2 นิ้ว - 1 1/2 นิ้ว กรณีมาตรวัดน้ำติดตั้งภายนอกบริเวณสถานที่ที่ขอใช้น้ำชำรุดเสียหายหรือเกิดจากเหตุภัยธรรมชาติที่มิอาจคาดหมาย สำนักงานประปาสาขาจะเปลี่ยนมาตรวัดน้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เว้นแต่มาตรวัดน้ำชำรุดเสียหายโดยการกระทำของผู้ใช้น้ำหรือมาตรวัดน้ำที่ติดตั้งภายในบริเวณสภานที่ที่ขอใช้น้ำ หรือมาตรวัดน้ำสำหรับติดตั้งประปาชั่วคราวหรือมาตรวัดน้ำที่ไม่สามารถติดตั้งไว้ไกล้ทางเข้าออกด้านหน้าอาคาร โดยติดตั้งชิดฝาผนังอาคารหรือแนวรั้วกำแพงด้านหน้าได้ชำรุดเสียหาย ผู้ใช้น้ำจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมาตรและชดใช้ค่าน้ำสูญเสียกับค่าเสียหายที่พึงประเมินได้ทั้งหมดตามความเป็นจริง    ทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินการไม่รวมระยะเวลาในการแก้ไขปัญหานอกเหนือการควบคุม เช่น บ้านปิด มีสิ่งกีดขวางต้องรื้อถอน ผู้ใช้น้ำไม่ให้ดำเนินการ ฯลฯ","2023-01-19T10:58:17"],
    [1005,"95f3435c-dc9e-42fc-9302-b669c2caa961","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การทดสอบความเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d38-d65a-4d2c-914a-8de118c75386",16,0,3,"กรณีผู้ใช้น้ำ สามารถยื่นคำขอให้ดำเนินการทดสอบความเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำผู้ใช้น้ำจะต้องชำระค่าใช้จ่ายและค่าบริการทดสอบ ตามอัตราที่การประปานครหลวงกำหนด ทั้งนี้ ไม่รวมระยะเวลาในการแก้ไขปัญหานอกเหนือการควบคุม เช่น มีสิ่งกีดขวางต้องรื้อถอน หรือผู้ใช้น้ำไม่ให้ดำเนินการ ฯลฯ","2023-01-19T10:56:13"],
    [1006,"95f35d72-4097-4835-88fb-9968edbaaaa3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การขออนุญาตติดตั้ง ประปาซ้ำ/บรรจบมาตรกรณีงดจ่ายน้ําเกินกว่า 180 วัน (มาตรวัดน้ําขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1⁄2นิ้ว– 1นิ้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-d931-4d12-91e4-cd6750477223",5,0,9,"การขอติดตั้งประปาซ้ำ/บรรจบมาตรกรณีงดจ่ายน้ําเกินกว่า 180 วันสําหรับมาตรวัดน้ําขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว - 1 นิ้ว ใน กรณีที่ได้รับอนุญาตกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วและการประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ในการยืนราคา 30 วัน      ระยะเวลารับคําขอจนถึงแจ้งค่าใช้จ่าย 1 วันทําการ    ระยะเวลานับถัดจากวันรับชําระเงินจนถึงติดตั้งประปาใหม่แล้วเสร็จ3วันทําการ","2023-01-19T10:54:00"],
    [1007,"95f4f269-02f8-4aa2-837e-76e1128d717d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การจดทะเบียนผู้รับจ้างงานก่อสร้าง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d39-2014-464a-8ce6-f5b95686c728",60,2140,6,"คุณสมบัติของผู้ยื่นขอจดทะเบียนผู้รับจ้าง        \n1. ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทยเว้นแต่กรณียื่นขอจดทะเบียนในฐานะนิติบุคคลร่วม (Joint Venture หรือ  Consortium) ที่มีการร่วมค้ากับนิติบุคคลต่างประเทศให้เฉพาะนิติบุคคลที่เป็น Lead Firm เท่านั้นที่ต้องเป็นนิติบุคคลที่จด  ทะเบียนในประเทศไทย      \n2. ในกรณีที่มีการร่วมค้า (Joint Venture หรือ Consortium)           \n   o ต้องมีผู้ร่วมค้าไม่เกิน 3 รายและต้องระบุบริษัทที่จะมาร่วมงาน(Joint Venture) หรือผู้ร่วมงาน(Consortium) มาด้วยบริษัทที่  อยู่ในกลุ่มไม่สามารถยื่นขอจดทะเบียน \n      ร่วมกับบริษัทอื่นเกินกว่าหนึ่งกลุ่ม           \n   o ต้องมีหนังสือรับรองภาระผูกพันและการรับผิดชอบร่วมกันในการดำเนินงานจนเสร็จสมบูรณ์ตามที่กปน. กำหนด           \n   o ในกรณีที่ร่วมค้ากับนิติบุคคลต่างประเทศนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยต้องเป็น Lead Firm และมีสัดส่วนรับผิดชอบ  ในกิจการร่วมค้าไม่น้อยกว่า 51% ของ \n      มูลค่าโครงการ      \n3. ผู้ร่วมงานที่เป็นบริษัทต่างประเทศจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือคุ้มครองทางการทูตซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย  เว้นแต่รัฐบาลเป็นผู้เสนอราคาและผู้ร่วมงานได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น      \n4. ผู้ยื่นขอจดทะเบียนและผู้ร่วมงานทุกรายต้องไม่เป็นผู้ถูกแจ้งเวียนชื่อเป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการหรือห้ามติดต่อหรือห้าม  เข้าเสนอราคากับกปน.      \n5. ผู้ยื่นขอจดทะเบียนและผู้ร่วมงานทุกรายต้องไม่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งศาล      \n6. ผู้ยื่นขอจดทะเบียนต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกการประปานครหลวงเพิกถอนออกจากทะเบียนผู้รับจ้าง      \n7. ผู้ยื่นขอจดทะเบียนต้องไม่มีผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการเคยทำงานอยู่ในกิจการที่เคยถูกเพิกถอนนั้น (ยกเว้นผู้ถือหุ้นของบริษัทมหาชนจำกัด)  \nหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นขอจดทะเบียน  รายละเอียดตามเว็บไซต์ http://www.mwa.co.th/download/eng01/criteria.pdf    \nหมายเหตุ    \n1.นิติบุคคลผู้ยื่นคำขอฯ ต้องซื้อเอกสารการขอจดทะเบียนผู้รับจ้างและยื่นเอกสารประกอบคำขอภายในกำหนดเวลา ดังนี้       \n   งวดที่ 1 ยื่นภายในเดือนมกราคมของทุกปี       \n   งวดที่ 2 ยื่นภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี    \n2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันปิดรับสมัครหรือการยื่นคำขอในแต่ละงวด","2023-01-19T10:55:57"],
    [1008,"95f5232a-4c1c-4a86-8b8c-166d52308360","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การออกหนังสือรับรองระบบประปาเอกชน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-3162-4450-b000-00fe017bcc42",15,0,2,"ผู้ใดประสงค์จะทำการสร้างหรือขยายระบบประปาเอกชนเพื่อจะทำการผลิตจัดส่งและจำหน่ายน้ำประปาให้แก่ผู้อยู่ในบ้านที่มีทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรตามพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ.2510 และที่แก้ใขเพิ่มเติมโดยมีค่าตอบแทนเป็นเงิน หรือ ผลประโยชน์อย่างอื่นในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ จะต้องยื่นขอความเห็นชอบโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรฐานที่การประปานครหลวงกำหนด    ทั้งนี้ ระบบประปา หมายความว่าระบบน้ำดิบ ระบบผลิตน้ำประปา (รวมถึงระบบกำจัดตะกอนและ/หรือระบบฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา(หากมี)) ระบบจัดส่งและจ่ายน้ำประปา","2023-01-19T10:57:30"],
    [1009,"95f525f7-84ca-4d87-9d96-01c2b0a56759","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","การแจ้งชำระค่าธรรมเนียมเพื่อออกหนังสือรับรองระบบประปาเอกชน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d39-37e9-47c5-844a-592e9ca3ee70",102,1,11,"ผู้ใดประสงค์จะทำการสร้างหรือขยายระบบประปาเอกชนเพื่อจะทำการผลิตจัดส่งและจำหน่ายน้ำประปาให้แก่ผู้อยู่ในบ้านที่มีทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรตามพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ.2510 และที่แก้ใขเพิ่มเติมโดยมีค่าตอบแทนเป็นเงิน หรือ ผลประโยชน์อย่างอื่นในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ จะต้องยื่นขอความเห็นชอบโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรฐานที่การประปานครหลวงกำหนด    ทั้งนี้ ระบบประปา หมายความว่าระบบน้ำดิบ ระบบผลิตน้ำประปา (รวมถึงระบบกำจัดตะกอนและ/หรือระบบฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา(หากมี)) ระบบจัดส่งและจ่ายน้ำประปา","2023-01-19T10:58:32"],
    [1010,"95fcc6ae-5dd1-46e5-bd0a-1c09de7ab424","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","ขออนุญาตขุดลอกคลองประปาฝั่งตะวันออก,คลองประปาฝั่งตะวันตก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95fcbfaa-610f-473a-9c39-1cb09d9d97d8",28,0,6,null,"2023-01-19T10:58:39"],
    [1011,"960114c5-61c6-4dfc-9be2-2224d1066821","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","ขออนุญาตเดินเรือในคลองประปาฝั่งตะวันออก,คลองประปาฝั่งตะวันตก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96010e58-859b-4ce9-bbff-ec6cceb7ddc1",28,0,6,null,"2023-01-19T10:58:47"],
    [1012,"96030ed8-81bd-41af-a424-7ddff965bcc6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปานครหลวง","ขออนุญาตใช้น้ำดิบคลองประปาฝั่งตะวันออก,คลองประปาฝั่งตะวันตก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96030a4e-5451-443c-8c88-13d76244891c",90,0,6,null,"2023-01-19T10:59:11"],
    [1013,"94e56e26-595f-4d21-bb71-7d5aa14add76","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การชำระเงินค่าน้ำประปา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-5da8-45bb-878a-f45dab4f29be",1,0,1,"ผู้ใช้น้ำต้องชำระค่าน้ำประปาพร้อมค่าบริการทั่วไป ตามอัตราที่ กปภ. กำหนด ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้งค่าน้ำประปา โดยสามารถชำระได้ที่          กองการเงิน กปภ. สำนักงานใหญ่, กปภ.สาขา (ในพื้นที่ที่ผู้ใช้น้ำใช้บริการ), http://payment.pwa.co.th หรือตัวแทน","2023-06-15T17:14:49"],
    [1014,"94e56e26-5bf5-4922-9f90-ff5831c84c48","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอติดตั้งประปาแบบถาวร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-60b0-4d0a-bff2-b85995fbffa9",1,0,7,"1. ผู้ขอใช้น้ำสามารถติดต่อขอแบบคำขอใช้น้ำประปาได้ที่ กปภ. ทุกสาขา หรือ Download แบบคำขอผ่านทาง http://www.pwa.co.th     2. ผู้ขอใช้น้ำต้องยื่นแบบคำขอใช้น้ำประปาพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการที่รับแบบคำขอ หรือยื่นคำขอ Online ทางเว็บไซต์ www.pwa.co.th  และชำระเงินมัดจำในการติดตั้งวางท่อประปา (ถ้ามี)","2023-06-14T15:50:09"],
    [1015,"94e56e26-5e10-4513-bb40-c59f403d2b66","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอย้ายสถานที่ใช้น้ำประปา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-63ad-446d-9354-804620810ff6",1,0,2,"ผู้ใช้น้ำที่ประสงค์จะย้ายสถานที่ขอใช้น้ำจากที่เดิมไปติดตั้งยังสถานที่ใหม่ หรือเปลี่ยนจุดประสานท่อจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ภายในเขตพื้นที่ให้บริการของ กปภ. สาขาแห่งเดียวกัน สามารถดำเนินการได้โดยกรอกแบบคำขอและยื่นแบบคำขอที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการ","2023-06-16T15:00:55"],
    [1016,"94e56e26-6020-4031-ad81-ea4a26c388ad","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอเปลี่ยนขนาดมาตรวัดน้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-669f-46f2-9a9a-74ff8b163c1d",1,0,2,"ผู้ใช้น้ำประสงค์จะเปลี่ยนมาตรวัดน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง สามารถดำเนินการขอเปลี่ยนมาตรวัดน้ำได้ โดยกรอกแบบคำขอและยื่นแบบคำขอได้ที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการ","2023-06-16T19:01:13"],
    [1017,"94e56e26-622f-4954-8569-30132ef1c11a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอยกเลิกการใช้น้ำประปา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-6972-4f8b-8855-cf1892719148",1,0,2,"ผู้ใช้น้ำที่ประสงค์จะยกเลิกการใช้น้ำประปา สามารถยื่นคำร้องขอยกเลิกได้ที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการ     ทั้งนี้ ผู้ใช้น้ำอาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ โดยทำเป็นหนังสือและต้องมีผู้ลงนามเป็นพยาน 2 คน พร้อมปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย","2024-01-04T09:07:51"],
    [1018,"94e56e26-6426-401e-b861-25354d1c5860","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การคืนเงินประกันการใช้น้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-6ca9-473f-a371-b4dca6fd3267",1,0,2,"ผู้ใช้น้ำที่ยกเลิกการใช้น้ำประปาถาวรหรือผู้ใช้น้ำที่โอนสิทธิการใช้น้ำ(โอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้น้ำ)ให้แก่ผู้อื่นแล้ว และประสงค์จะขอเงินประกันการใช้น้ำคืนจาก กปภ. สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำ หรือศูนย์บริการ","2023-06-16T17:45:17"],
    [1019,"94e56e26-662a-436b-81b3-2561e35728db","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การฝากมาตรวัดน้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-6f99-40d6-a36f-b7d07af7545e",1,0,1,"ผู้ใช้น้ำที่ประสงค์จะของดการใช้น้ำประปาชั่วคราว สามารถดำเนินการได้โดยกรอกแบบคำขอและยื่นแบบคำขอฝากมาตรวัดน้ำ เพื่อเก็บรักษามาตรไว้ที่ กปภ.    ในการฝากมาตรวัดน้ำสามารถฝากต่อเนื่องได้ ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี โดยผู้ใช้น้ำจะต้องชำระเงินค่าน้ำในส่วนที่ใช้ไปก่อนการฝากมาตรวัดน้ำ และชำระค่าธรรมเนียมถอดและฝากมาตรวัดน้ำในปีแรก ตามขนาดมาตรวัดน้ำ         เมื่อครบกำหนดเวลา 1 ปีแล้ว ถ้าผู้ใช้น้ำประสงค์จะฝากมาตรวัน้ำในปีที่ 2 ต้องยื่นคำร้องขอภายใน 30 วันนับแต่วันครบกำหนด และชำระค่าธรรมเนียมการฝากมาตรวัดน้ำตามขนาดมาตรวัดน้ำ","2024-01-04T09:15:38"],
    [1020,"94e56e26-687e-4aa4-a52d-6c23b73cf04f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอบรรจบมาตรวัดน้ำ (กรณีฝากมาตรวัดน้ำ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-72d3-417d-a840-5ee30b14c570",1,0,1,"ผู้ใช้น้ำรายที่ฝากมาตรวัดน้ำไว้กับ กปภ. ที่มีความประสงค์จะเปิดใช้น้ำประปา สามารถยื่นคำร้องขอบรรจบมาตรวัดน้ำได้ที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการ","2023-06-14T16:00:37"],
    [1021,"94e56e26-6a58-4d4e-851d-8382f3b26e48","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การเปลี่ยนมาตรวัดน้ำชำรุด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-7626-4313-8570-b3315239e66b",1,0,1,"กรณีผู้ใช้น้ำสงสัยว่ามาตรวัดน้ำอาจวัดจำนวนน้ำคลาดเคลื่อนสามารถยื่นคำร้องขอให้ กปภ. ดำเนินการตรวจสอบมาตรวัดน้ำได้ที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการ หากพบว่ามาตรวัดน้ำมีความคลาดเคลื่อน กปภ. จะดำเนินการซ่อมหรือเปลี่ยนมาตรวัดน้ำให้ใหม่ โดยผู้ใช้น้ำไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม        แต่หากปรากฏว่ามาตรวัดน้ำอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี ผู้ใช้น้ำต้องเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบมาตรวัดน้ำตามขนาดของมาตรวัดน้ำ","2023-06-16T19:10:25"],
    [1022,"94e56e26-6c30-48d2-8642-4ede0b174618","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","ซ่อมท่อประปาแตกรั่ว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-794f-4618-871a-0479c092c815",1,0,1,"ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์อาจมาแจ้งข้อมูลที่ กปภ.สาขา หรือที่สายด่วน 1662","2023-06-16T15:47:05"],
    [1023,"94e56e26-707f-4104-9c04-b616cc52b96a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอติดตั้งประปาแบบชั่วคราว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-7f36-4198-a256-5f35e662b88e",1,0,9,"1. ผู้ขอใช้น้ำสามารถติดต่อขอแบบคำขอใช้น้ำประปาได้ที่ กปภ. ทุกสาขา หรือศูนย์บริการ หรือ Download แบบคำขอผ่านทาง http://www.pwa.co.th     2. ผู้ขอใช้น้ำต้องยื่นแบบคำขอใช้น้ำประปาพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการที่รับแบบคำขอ หรือยื่นคำขอ Online ทางเว็บไซต์ www.pwa.co.th  และชำระเงินมัดจำในการติดตั้งวางท่อประปา (ถ้ามี)","2023-06-14T15:47:05"],
    [1024,"94e56e26-6e7e-4fa1-b116-1350dabb7e7a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การโอนสิทธิการใช้น้ำประปา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-7c67-4ca2-80c0-62f30749f1ff",1,0,6,"1. กรณีผู้ใช้น้ำถึงแก่กรรม ทายาทหรือผู้มีกรรมสิทธิ์ในอาคารสถานที่นั้น ประสงค์จะรับสิทธิในการใช้น้ำต่อไป ทายาทหรือผู้มีกรรมสิทธิ์ต้องแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ กปภ. เพื่อทำการโอนสิทธิการใช้น้ำภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ผู้ใช้น้ำถึงแก่กรรม มิฉะนั้น กปภ. จะถือว่าสละสิทธิการใช้น้ำ และ กปภ. จะงดการจ่ายน้ำหรือโอนสิทธิการใช้น้ำให้แก่ผู้อื่น      2. กรณีโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในบ้านหรืออาคาร อันเนื่องจากการซื้อขาย การเช่า หรือการทำนิติกรรมใดๆ โดยที่คู่กรณีมิได้ตกลงในเรื่องสิทธิในการใช้น้ำหรือเงินประกันการใช้น้ำ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตามให้ถือว่าผู้ใช้น้ำรายเดิมได้สละสิทธิหรือโอนเงินประกันการใช้น้ำไปเป็นของผู้ครอบครองบ้านหรืออาคาร ตามสิทธิสืบเนื่องจากการทำนิติกรรมดังกล่าว ผู้ครอบครองบ้านหรืออาคารรายใหม่ จึงมีสิทธิขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้น้ำได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินประกันการใช้น้ำหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด เว้นแต่ผู้ใช้น้ำรายเดิมได้ถอนเงินประกันการใช้น้ำไปแล้ว หรือ กปภ. ได้หักเงินประกันการใช้น้ำชดใช้ค่าน้ำที่ค้างชำระจนหมดสิ้น      3. ผู้ใช้น้ำที่ประสงค์จะโอนสิทธิการใช้น้ำประปาให้แก่บุคคลอื่น สามารถยื่นแบบคำร้องขอเพื่อโอนสิทธิการใช้น้ำประปาได้ ณ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำ หรือศูนย์บริการ","2023-06-16T13:50:36"],
    [1025,"94e56e26-729c-4bc7-9dfd-1174eecc1136","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอเปิดจ่ายน้ำประปา (ถูกตัดมาตร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-824e-43b8-8888-b911955940ee",1,0,1,"กรณีผู้ใช้น้ำถูกงดจ่ายน้ำประปาด้วยเหตุค้างชำระหนี้ค่าน้ำประปาหากผู้ใช้น้ำประสงค์จะขอใช้น้ำประปาอีกครั้ง ผู้ใช้น้ำสามารถยื่นคำร้องขอให้ใช้น้ำประปาได้ที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการ  แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ถูกงดการจ่ายน้ำประปา","2023-06-15T15:41:13"],
    [1026,"94e56e26-74bf-429b-947c-6acc38dd1439","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การขอเปลี่ยนแปลงจากการใช้น้ำแบบชั่วคราวเป็นแบบถาวร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-8566-4f61-9a6d-512c18ebc8b2",1,0,1,"ผู้ใช้น้ำชั่วคราวประสงค์จะขอเปลี่ยนเป็นผู้ใช้น้ำถาวร สามารถดำเนินการได้โดยกรอกแบบคำขอและยื่นแบบคำขอที่ กปภ.สาขาในพื้นที่ที่ขอใช้น้ำประปา หรือศูนย์บริการ ผู้ใช้น้ำไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปาในกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนสถานที่ตั้งมาตรวัดน้ำและประสานท่อใหม่ ส่วนเงินค่าประกันการใช้น้ำประปาชั่วคราว กปภ. จะคืนแก่ผู้ใช้น้ำและเรียกเก็บเงินค่าประกันการใช้น้ำประปาใหม่","2023-06-16T13:28:04"],
    [1027,"94e56e26-7700-4a0e-94a7-e1642b127582","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การประปาส่วนภูมิภาค","การยื่นคำขอเพื่อรับรองระบบประปาเอกชน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d39-8898-4069-9ef1-65f72930340b",1,10000,13,"ผู้ที่ประสงค์จะให้ กปภ. ดำเนินการตรวจสอบและออกหนังสือรับรองระบบประปาเอกชน สามารถติดต่อขอรับแบบคำขอและยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานได้ที่การประปาส่วนภูมิภาคเขต/สำนักงานใหญ่ กปภ.  กปภ. จะดำเนินการตรวจสอบระบบประปา(รวมทั้งระบบน้ำดิบ ระบบผลิต ระบบจำหน่ายและอื่นๆ) เฉพาะหลักเกณฑ์การออกแบบ(DESIGN CRITERIA) และข้อกำหนดมาตรฐาน(GENERAL SPECFICATIONS) เท่านั้น (ไม่รวมรายละเอียดและการคำนวณ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของวิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณ) หากเห็นว่าไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานของ กปภ.หลังจากนั้น    เจ้าหน้าที่จะประมาณการค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบระบบประปา และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอนำเงินมาชำระภายในเวลาที่กำหนด ก่อนที่ กปภ.ข. จะออกหนังสือรับรองการตรวจสอบระบบประปาให้แก่ผู้ยื่นคำขอ","2023-06-19T10:30:03"],
    [1028,"95def64e-4648-4620-85e6-1032e60047b3","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอคืนเงินค่าบริการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-9ec8-469c-a7aa-908c38cf984f",26,0,8,"1. ผู้ขอคืนเงินค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ต้องเป็นผู้ที่มีชื่อในใบเสร็จค่าธรรมเนียมการใช้บริการเท่านั้น\n2. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน","2023-03-03T08:34:07"],
    [1029,"95f0b355-7a1d-436c-b5d3-058080180bce","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินจัดสรรจำนวนไม่เกิน 100 แปลง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-91e3-460e-8956-f87bf08b5f18",52,0,8,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. กรณีที่ดินจัดสรรห่างจากแนวสายแรงกลางเดิมเกิน 1,000 เมตร จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ ระยะทาง 100 เมตร หรือเศษที่เกินจาก 100 เมตร\n5. ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตทางหรือตำแหน่งเสาไฟฟ้า\n6. กรณีที่ดินจัดสรรเกิน 100 แปลง จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ จำนวน 10 แปลง หรือเศษที่เกิน จาก 10 แปลง\n7. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินของผู้ยื่นคำขอ หรือที่ดินของบุคคลอื่น ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำสัญญาอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและหนังสือรับรองการย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n8. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือรับรองการปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n9. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการปักเสาพาดสายไฟฟ้าได้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-01-19T11:00:23"],
    [1030,"95f0bbef-609d-43d1-9c8d-7ac3f83f810b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอย้ายเสา สาย และอุปกรณ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-952d-480a-b7ba-cb209cf95cf9",48,0,8,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตทาง การจราจร ตำแหน่งเสาไฟฟ้า สาธารณูปโภคอื่นๆ และการประกาศดับไฟเพื่อปฏิบัติงาน\n3. ไม่เป็นการย้ายสายใต้ดิน\n4. กรณีเป็นการย้ายเสา สาย และอุปกรณ์ไฟฟ้า ของระบบไฟฟ้าแรงดันไม่เกิน 24,000 โวลต์ ต้องไม่เกิน 25 ต้น\n5. กรณีเป็นการย้ายเสา สาย และอุปกรณ์ไฟฟ้า ของระบบไฟฟ้าแรงดันตั้งแต่ 69,000 โวลต์ ขึ้นไป ต้องไม่เกิน 2 ต้น\n6. ผู้ขอย้ายเสา สาย และอุปกรณ์ ชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วนถูกต้อง\n7. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินของผู้ยื่นคำขอ หรือที่ดินของบุคคลอื่น ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำสัญญาอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและหนังสือรับรองการย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n8. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือรับรองการปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n9. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการย้ายเสา สาย และอุปกรณ์ ได้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ในวันยื่นเรื่อง ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างการรอดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-01-19T11:00:51"],
    [1031,"95f0bc2a-ac47-40c0-b8cd-2ed1dee6a60e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟถนนจำนวนดวงโคม ไม่เกิน 50 ดวง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-b51a-4d50-a66a-d22c09bf7c4b",43,0,7,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n3. มีเสาและสายไฟฟ้าระบบจำหน่ายพร้อม\n4. การติดตั้งดวงโคมต้องติดตั้งบนเสาของการไฟฟ้านครหลวง และไม่มีการเดินสายใต้ดิน \n5. หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะจัดหาดวงโคมเองจะต้องชำระค่าทดสอบ และผลการทดสอบต้องเป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง จึงชำระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งฯ ได้\n6. กรณีติดตั้งดวงโคมเกิน 50 ดวง จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ ดวงโคมจำนวน 5 ดวง หรือเศษที่เกินจาก 5 ดวง\n7. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วนถูกต้อง\n8. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-03-03T08:35:07"],
    [1032,"95f0ce7e-5c0b-4167-a0c3-9d14531f7744","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 300 เควีเอ ถึง 2,000 เควีเอ ในระบบสายป้อน 12 เควี และขนาดตั้งแต่ 300 เควีเอ ถึง 4,000 เควีเอ ในระบบสายป้อน 24 เควี ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าแรงดันกลางด้วยระบบสายอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-b850-4494-ac38-eb4039b08bfd",52,0,9,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. ชำระค่าใช้จ่าย และเอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง และมีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน* จากผู้รับจ้างซึ่งขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง\n5. กรณีไม่มีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ไฟฟ้าถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับปัจจุบัน ในการตรวจครั้งแรก\n6. ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตทางหรือตำแหน่งปักเสาไฟฟ้า\n7. กรณีปักเสาพาดสายไฟฟ้าระยะทางเกิน 500 เมตร จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ ระยะทาง 100 เมตร หรือเศษที่เกินจาก 100 เมตร\n8. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินของผู้ยื่นคำขอ หรือที่ดินของบุคคลอื่น ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำสัญญาอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและหนังสือรับรองการย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n9. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือรับรองการปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n10. กรณีมีการพาดสายไฟฟ้าภายใน ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น จะต้องนำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ปักเสา-พาดสายไฟฟ้าภายใน (หลังเครื่องวัดฯ) ผ่านที่ดิน มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อน จึงจะติดตั้งเครื่องวัดฯ \n11. ไม่ใช่การขอใช้ไฟฟ้าประเภทอาคารชุด\n12. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-03-03T08:35:17"],
    [1033,"95f0e7c1-9f27-4df0-9d71-05313ed204e4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟฟ้าขนาดเกิน 2,000 เควีเอ ถึง 5,000 เควีเอ ในระบบสายป้อน 12 เควี และขนาดเกิน 4,000 เควีเอ ถึง 8,000 เควีเอ ในระบบสายป้อน 24 เควี ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าแรงดันกลางด้วยระบบสายอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-bb59-483b-900f-f2c40e4fc7ff",70,0,9,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. ชำระค่าใช้จ่าย และเอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง และมีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน* จากผู้รับจ้างซึ่งขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง\n5. กรณีไม่มีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ไฟฟ้าถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับปัจจุบัน ในการตรวจครั้งแรก\n6. ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตทางหรือตำแหน่งปักเสาไฟฟ้า\n7. กรณีปักเสาพาดสายไฟฟ้าระยะทางเกิน 500 เมตร จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ ระยะทาง 100 เมตร หรือเศษที่เกินจาก 100 เมตร\n8. ต้องไม่มีการออกสายป้อนใหม่หรือก่อสร้างสายป้อนหลักเพิ่ม\n9. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินของผู้ยื่นคำขอ หรือที่ดินของบุคคลอื่น ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำสัญญาอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและหนังสือรับรองการย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n10. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือรับรองการปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n11. กรณีมีการพาดสายไฟฟ้าภายใน ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น จะต้องนำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ปักเสา-พาดสายไฟฟ้าภายใน (หลังเครื่องวัดฯ) ผ่านที่ดิน มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อน จึงจะติดตั้งเครื่องวัดฯ \n12. ไม่ใช่การขอใช้ไฟฟ้าประเภทอาคารชุด\n13. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า\n\nหมายเหตุ\n*กรณีการขอใช้ไฟฟ้าขนาดเกิน 4,000 เควีเอ ไม่สามารถใช้หนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในได้","2023-03-03T08:35:27"],
    [1034,"95f0f266-6ee2-49fa-ae02-5c895e5c7332","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟฟ้าสำหรับอาคารชุด หรืออาคารอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-af21-471e-98b5-ba7d92f2b5c0",62,6100,10,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. ชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วนถูกต้อง \n5. การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ไฟฟ้าถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับปัจจุบัน ในการตรวจครั้งแรก\n6. ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตทางหรือตำแหน่งปักเสาไฟฟ้า\n7. ต้องไม่มีการออกสายป้อนใหม่หรือก่อสร้างสายป้อนหลักเพิ่ม\n8. กรณีปักเสาพาดสายไฟฟ้าระยะทางเกิน 500 เมตร จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ ระยะทาง 100 เมตร หรือเศษที่เกินจาก 100 เมตร\n9. อาคารชุดหรืออาคารอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันสูงไม่เกิน 9 ชั้น ภาระไฟฟ้าต้องไม่เกิน 2,000 เควีเอ\n10. ผู้ยื่นเรื่องต้องแนบรายการคำนวนโหลดอาคารชุดและโหลดส่วนกลาง สำเนาให้หมายเลขบ้าน lay out plant และขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่ขอ\n11. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินของผู้ยื่นคำขอ หรือที่ดินของบุคคลอื่น ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำสัญญาอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและหนังสือรับรองการย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n12. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือรับรองการปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n13. กรณีมีการพาดสายไฟฟ้าภายใน ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น จะต้องนำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ปักเสา-พาดสายไฟฟ้าภายใน (หลังเครื่องวัดฯ) ผ่านที่ดิน มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อน จึงจะติดตั้งเครื่องวัดฯ \n14. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ในวันยื่นเรื่อง ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-03-03T08:35:36"],
    [1035,"95f1006e-ee6f-42d7-b66e-bbad9909f84a","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟฟ้าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแรงต่ำในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าแรงดันกลางด้วยระบบสายอากาศ ขนาด 400 แอมแปร์ 3 เฟส 4 สาย ที่มีการดำเนินงานสายนอก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-abeb-4671-96a8-9e10e23501d9",23,0,8,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. ชำระค่าใช้จ่าย และเอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง และมีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน* จากผู้รับจ้างซึ่งขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง\n5. กรณีไม่มีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ไฟฟ้าถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับปัจจุบัน ในการตรวจครั้งแรก\n6. ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตทางหรือตำแหน่งปักเสาไฟฟ้า\n7. กรณีปักเสาพาดสายไฟฟ้าระยะทางเกิน 500 เมตร จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ ระยะทาง 100 เมตร หรือเศษที่เกินจาก 100 เมตร\n8. กรณีมีการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า ต้องสามารถใช้รถเครื่องมือกลเข้าดำเนินการได้\n9. ไม่มีการเปลี่ยนหรือพาดสายแรงกลางเพิ่ม \n10. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินของผู้ยื่นคำขอ หรือที่ดินของบุคคลอื่น ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำสัญญาอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและหนังสือรับรองการย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n11. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือรับรองการปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n12. กรณีมีการพาดสายไฟฟ้าภายใน ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น จะต้องนำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ปักเสา-พาดสายไฟฟ้าภายใน (หลังเครื่องวัดฯ) ผ่านที่ดิน มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อน จึงจะติดตั้งเครื่องวัดฯ \n13. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-03-03T08:35:47"],
    [1036,"95f103bd-2bfe-4d38-a253-ed8a38447c57","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟฟ้าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแรงต่ำในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าแรงดันกลางด้วยระบบสายอากาศ ขนาดตั้งแต่ 30(100) แอมแปร์ ถึง 400 แอมแปร์ ทั้ง 1 เฟส 2 สาย และ 3 เฟส 4 สาย ที่ไม่มีการดำเนินงานสายนอก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-9bbd-4305-ba93-c6a99344038f",8,0,6,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. ชำระค่าใช้จ่าย และเอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง และมีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน จากผู้รับจ้างซึ่งขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง\n5. กรณีไม่มีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ไฟฟ้าถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับปัจจุบัน ในการตรวจครั้งแรก\n6. การขอใช้ไฟฟ้าใหม่ ไม่รวมถึงการขอใช้ไฟฟ้าชั่วคราว ไม่มีการปักเสาพาดสายไฟฟ้าเพิ่ม และไม่มีการติดตั้งหรือเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า\n7. กรณีมีการพาดสายไฟฟ้าภายใน ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น จะต้องนำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ปักเสา-พาดสายไฟฟ้าภายใน (หลังเครื่องวัดฯ) ผ่านที่ดิน มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อน จึงจะติดตั้งเครื่องวัดฯ \n8. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-03-03T08:35:54"],
    [1037,"95f10752-508b-4f44-ac26-7de936fdee0e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟฟ้าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแรงต่ำในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าแรงดันกลางด้วยระบบสายอากาศ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมแปร์ 1 เฟส 2 สาย และ 3 เฟส 4 สาย ที่ไม่มีการดำเนินงานสายนอก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-988a-41b7-994b-cbf82013c83d",4,0,6,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. ชำระค่าใช้จ่าย เอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง และมีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน จากผู้รับจ้างซึ่งขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง\n5. กรณีไม่มีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ไฟฟ้าถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับปัจจุบัน ในการตรวจครั้งแรก\n6. การขอใช้ไฟฟ้าใหม่ ไม่รวมถึงการขอใช้ไฟฟ้าชั่วคราว ไม่มีการปักเสาพาดสายไฟฟ้าเพิ่ม และไม่มีการติดตั้งหรือเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า\n7. กรณีมีการพาดสายไฟฟ้าภายใน ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น จะต้องนำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ปักเสา-พาดสายไฟฟ้าภายใน (หลังเครื่องวัดฯ) ผ่านที่ดิน มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อน จึงจะติดตั้งเครื่องวัดฯ \n8. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-03-03T08:36:03"],
    [1038,"95f10a33-7c35-4809-913e-1ffa5e6fb28f","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การขอใช้ไฟฟ้าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแรงต่ำในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าแรงดันกลางด้วยระบบสายอากาศ ขนาดไม่เกิน 200 แอมแปร์  1 เฟส 2 สาย และ 3 เฟส 4 สาย ที่มีการดำเนินงานสายนอก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-a585-41a9-9d00-41d025da6193",11,0,8,"1. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n2. ไม่อยู่ในพื้นที่การจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายใต้ดิน\n3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าไม่มีหนี้ค่าไฟฟ้าและ/หรือหนี้ค้างชำระอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ไฟฟ้า\n4. ชำระค่าใช้จ่าย และเอกสารครบถ้วนถูกต้องในวันยื่นเรื่อง และมีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน จากผู้รับจ้างซึ่งขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง\n5. กรณีไม่มีหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานที่ใช้ไฟฟ้าถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยฉบับปัจจุบัน ในการตรวจครั้งแรก\n6. ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตทางหรือตำแหน่งปักเสาไฟฟ้า\n7. กรณีปักเสาพาดสายไฟฟ้าระยะทางเกิน 500 เมตร จะเพิ่มระยะเวลา 1 วันทำการ ทุกๆ ระยะทาง 100 เมตร หรือเศษที่เกินจาก 100 เมตร\n8. กรณีมีการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า ต้องสามารถใช้รถเครื่องมือกลเข้าดำเนินการได้\n9. ไม่มีการเปลี่ยนหรือพาดสายแรงกลางเพิ่ม \n10. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินของผู้ยื่นคำขอ หรือที่ดินของบุคคลอื่น ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำสัญญาอนุญาตให้ติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าและหนังสือรับรองการย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้า มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n11. กรณีมีการปักเสาและหรือพาดสายไฟฟ้าและหรือย้ายเสาสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหนังสือรับรองการปักเสาพาดสายไฟฟ้าในที่ดินสาธารณะ มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อนดำเนินการ\n12. กรณีมีการพาดสายไฟฟ้าภายใน ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น จะต้องนำหนังสือสัญญาอนุญาตให้ปักเสา-พาดสายไฟฟ้าภายใน (หลังเครื่องวัดฯ) ผ่านที่ดิน มามอบให้การไฟฟ้านครหลวงก่อน จึงจะติดตั้งเครื่องวัดฯ \n13. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดฯ แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาระหว่างรอการดำเนินการของผู้ขอใช้ไฟฟ้า","2023-03-03T08:36:14"],
    [1039,"95f11026-e711-4ca8-88bf-a66803bd942d","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","งดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว กรณีบ้านรื้อ/ไม่มีผู้อยู่อาศัย/ผู้อยู่อาศัยยินยอมให้ถอดเครื่องวัดฯ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-a223-4471-89b3-6f5271c6b9f3",5,0,5,"1. สถานที่ใช้ไฟฟ้าเป็น บ้านรื้อ หรือไม่มีผู้อยู่อาศัย หรือผู้อยู่อาศัยยินยอมให้ถอดเครื่องวัดฯ และไม่มีหนี้ค้างชำระ\n2. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n3. กรณีต้องการใช้ไฟฟ้าอีก สามารถขอต่อกลับภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ถอดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าออก ถ้าเกินกว่ากำหนดเวลาดังกล่าวจะต้องยื่นขอใช้ไฟฟ้าใหม่\n4. กรณีขอต่อกลับหลังจากงดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน ผู้ขอต่อกลับต้องชำระค่าต่อกลับ \n5. กรณีขอต่อกลับหลังจากงดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเกินกว่า 6 เดือน หรือหลังงดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเพื่อรื้อถอนอาคารและสร้างใหม่ในที่เดิม ต่อเติมอาคาร หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน ผู้ขอต่อกลับต้องชำระค่าต่อกลับ และค่าตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน เพื่อให้การไฟฟ้านครหลวงตรวจสอบใหม่ด้วย\n6. กรณีที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าอันสืบเนื่องมาจากการใช้ไฟฟ้าของผู้ขอต่อกลับ ผู้ขอต่อกลับต้องชำระค่าอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าตามค่าใช้จ่ายจริง","2023-03-03T08:37:02"],
    [1040,"95f114d9-b80e-42bd-82a9-fd208d276de8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","งดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว กรณีมีผู้อื่นอยู่อาศัย แต่ผู้อยู่อาศัยไม่ยอมมาวางหลักประกัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-b22f-4f41-8417-501126c3a47f",23,0,5,"1. สถานที่ใช้ไฟฟ้ามีผู้อยู่อาศัย แต่ผู้อยู่อาศัยไม่มาวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า และไม่มีหนี้ค้างชำระ\n2. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n3. กรณีต้องการใช้ไฟฟ้าอีก สามารถขอต่อกลับภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ถอดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าออก ถ้าเกินกว่ากำหนดเวลาดังกล่าวจะต้องยื่นขอใช้ไฟฟ้าใหม่\n4. กรณีขอต่อกลับหลังจากงดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน ผู้ขอต่อกลับต้องชำระค่าต่อกลับ \n5. กรณีขอต่อกลับหลังจากงดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเกินกว่า 6 เดือน หรือหลังงดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเพื่อรื้อถอนอาคารและสร้างใหม่ในที่เดิม ต่อเติมอาคาร หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน ผู้ขอต่อกลับต้องชำระค่าต่อกลับ และค่าตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน เพื่อให้การไฟฟ้านครหลวงตรวจสอบใหม่ด้วย\n6. กรณีที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าอันสืบเนื่องมาจากการใช้ไฟฟ้าของผู้ขอต่อกลับ ผู้ขอต่อกลับต้องชำระค่าอุปกรณ์ระบบจ่ายไฟฟ้าตามค่าใช้จ่ายจริง","2023-03-03T08:37:10"],
    [1041,"95f11683-627c-4154-a81a-e090a95fd351","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","งดใช้ไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว กรณีมีผู้อื่นอยู่อาศัยและผู้อยู่อาศัยมาวางหลักประกัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-a870-44e1-aec6-b62b4f18807f",21,0,5,"1. สถานที่ใช้ไฟฟ้ามีผู้อยู่อาศัย โดยผู้อยู่อาศัยมาวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า และไม่มีหนี้ค้างชำระ\n2. ปฎิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย การใช้ไฟฟ้าและบริการ และข้อบังคับการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วย อัตราค่าบริการการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน","2023-03-03T08:37:21"],
    [1042,"95f2bd42-cc98-4080-8169-be93187722ed","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้าประเภทเงินสดและหนังสือสัญญาค้ำประกันของสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-8bcf-44b1-ad2b-59778bba69c9",19,0,9,"1. ผู้ประสงค์ขอคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ต้องยื่นเรื่องหลังจากเลิกใช้ไฟฟ้า (ถอดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้ากลับแล้ว), ลดขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า, เปลี่ยนผู้ใช้ไฟฟ้า, ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า (จะดำเนินการให้ต่อเมื่อได้ตรวจสอบแล้วว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป) และเปลี่ยนแปลงหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ยกเว้นประเภทการใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 และ 2\n2. ก่อนรับหลักประกันการใช้ไฟฟ้าคืน ต้องชำระหนี้ค่าไฟฟ้า หรือหนี้ค้างชำระอื่นให้เสร็จสิ้น หากไม่ชำระ การไฟฟ้านครหลวงจะหักเงินหนี้สินค้างชำระจากเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้า\n3. การจ่ายคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า จะดำเนินการตามระเบียบ กฟน. ว่าด้วย การคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n4. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน","2023-03-03T08:36:47"],
    [1043,"95f32379-e472-4768-be28-797e196c8bf6","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การโอนเปลี่ยนชื่อพันธบัตรและการโอนกรรมสิทธิ์คืนเจ้าของพันธบัตร","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d39-8ec6-4c20-a848-c4264d2e2e9f",10,0,7,"1. ผู้ประสงค์ขอคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ต้องยื่นเรื่องหลังจากเลิกใช้ไฟฟ้า (ถอดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้ากลับแล้ว), ลดขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า, เปลี่ยนผู้ใช้ไฟฟ้า, ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า (จะดำเนินการให้ต่อเมื่อได้ตรวจสอบแล้วว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป) และเปลี่ยนแปลงหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ยกเว้นประเภทการใช้ไฟฟ้า ประเภทที่ 1 และ 2    \n2. ก่อนรับหลักประกันการใช้ไฟฟ้าคืน ต้องชำระหนี้ค่าไฟฟ้า หรือหนี้ค้างชำระอื่นให้เสร็จสิ้น\n3. กรณีโอนกรรมสิทธิ์คืน เจ้าของพันธบัตรต้องไปดำเนินการ พร้อมกับการไฟฟ้านครหลวง ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย    \n4. การจ่ายคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ให้ดำเนินการตามระเบียบ กฟน. ว่าด้วย การคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน    \n5. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน","2023-03-03T08:36:56"],
    [1044,"96c03a23-6e81-4be6-bdec-5d409d2e0ab4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้านครหลวง","การคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้าประเภทบุคคลธรรมดาโอนผ่าน Prompt Pay","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","96bfca6f-7e98-4aa3-a74c-5d2015fc4d3e",5,0,4,"1. ผู้ประสงค์ขอคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ต้องยื่นเรื่องหลังจากเลิกใช้ไฟฟ้า (ถอดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้ากลับแล้ว), ลดขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า, เปลี่ยนผู้ใช้ไฟฟ้า, ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า (จะดำเนินการให้ต่อเมื่อได้ตรวจสอบแล้วว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป) และเปลี่ยนแปลงหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ยกเว้นประเภทการใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1, 2 และ 8\n2. ก่อนรับหลักประกันการใช้ไฟฟ้าคืน ต้องชำระหนี้ค่าไฟฟ้า หรือหนี้ค้างชำระอื่นให้เสร็จสิ้น หากไม่ชำระ การไฟฟ้านครหลวงจะหักเงินหนี้สินค้างชำระจากเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้า\n3. การจ่ายคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า จะดำเนินการตามระเบียบ กฟน. ว่าด้วย การคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ฉบับปัจจุบัน\n4. การไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน","2023-01-19T11:01:55"],
    [1045,"94e56e26-a53e-4df8-be29-fd0767d17532","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การต่อกลับการใช้ไฟฟ้าผู้ใช้ไฟรายใหญ่ กรณีถูกงดจ่ายไฟ  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-c4c3-4730-9001-ab58ca02d2c4",2,2140,null,"การต่อกลับการใช้ไฟฟ้าผู้ใช้ไฟรายใหญ่ กรณีถูกงดจ่ายไฟ (ต่อไฟกลับของลูกค้ารายเดิมกรณีถูกงดจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินและปฏิบัติตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว)    1. ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ (ขนาดเกิน 30 แอมแปร์)    2. มาตรฐานการให้บริการ        - ภายใน2 วันทำการ    3. เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าที่ถูกงดจ่ายไฟฟ้า ไม่เกิน 90 วัน เท่านั้น    หมายเหตุ      กฟภ. ไม่สามารถงดจ่ายไฟฟ้าได้ในกรณีดังต่อไปนี้    1. วันเสาร์และวันอาทิตย์    2. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีบุคคลอยู่ในความดูแล หรือมีผู้ป่วย ที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อการรักษาพยาบาล หากไม่เช่นนั้น จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพและลงทะเบียนรายชื่อกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    3. ระยะเวลาตามมาตรฐานการให้บริการ นับถัดจากวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินและปฏิบัติตามเงื่อนไข","2021-11-17T13:39:24"],
    [1046,"94e56e26-a789-456a-8f1f-9b5be5784896","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การจ่ายคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า (กรณียกเลิกการใช้ไฟฟ้า) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-c7ef-4341-bd22-d068926037a7",20,0,null,"การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีหน้าที่ต้องจ่ายคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ให้กับผู้รับบริการเมื่อสัญญาสิ้นสุด หากมีกรณีต้องคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้าและดอกผลของหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ให้ กฟภ. คืนให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายใน 20 วันทำการ (เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนและเป็นไปตามเงื่อนไขที่ กฟภ. กำหนด)    หมายเหตุ :1. การนับวันให้เริ่มนับตั้งแต่ผู้ใช้ไฟฟ้าแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้าและสิ้นสุดเมื่อ กฟภ. มีอนุมัติคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า และแจ้งให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารับทราบ                   2. การจ่ายคืนดอกผลจากเงินประกันการใช้ไฟฟ้า (เฉพาะเงินสด) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กฟภ. กำหนด","2021-11-17T13:39:24"],
    [1047,"94e56e26-a076-4cad-97ff-b4dd015c5856","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การต่อกลับการใช้ไฟฟ้าในเขตชุมชน กรณีถูกงดจ่ายไฟ (ในและนอกเวลาทำการ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-becc-4ff5-a35e-4285e0641a1a",1,160.5,null,"การต่อกลับการใช้ไฟฟ้าในเขตชุมชน กรณีถูกงดจ่ายไฟ (ต่อไฟกลับของลูกค้ารายเดิมกรณีถูกงดจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินและปฏิบัติตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว)      1. ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย (ขนาดไม่เกิน 30 แอมแปร์)    2. มาตรฐานการให้บริการ      - ในเขตชุมชน ภายใน 1 วันทำการ         3. เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าที่ถูกงดจ่ายไฟฟ้า ไม่เกิน 90 วัน เท่านั้น    หมายเหตุ    ในเวลาทำการช่วงเวลาระหว่างวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 08.30 ถึง 16.30 น.    นอกเวลาทำการช่วงเวลาระหว่างวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 16.30 ถึง 08.30 น. และวันเสาร์ ถึง อาทิตย์ เวลา 24 ชม.    กฟภ. ไม่สามารถงดจ่ายไฟฟ้าได้ในกรณีดังต่อไปนี้    1. วันเสาร์และวันอาทิตย์    2. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีบุคคลอยู่ในความดูแล หรือมีผู้ป่วย ที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อการรักษาพยาบาล หากไม่เช่นนั้น จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพและลงทะเบียนรายชื่อกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    3. ระยะเวลาตามมาตรฐานการให้บริการ นับถัดจากวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินและปฏิบัติตามเงื่อนไข","2021-11-17T13:39:24"],
    [1048,"94e56e26-a300-4f3d-a1c8-88e2c6f12e47","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การต่อกลับการใช้ไฟฟ้านอกเขตชุมชน กรณีถูกงดจ่ายไฟ (ในและนอกเวลาทำการ)  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-c1d0-49e9-83ce-2a2ed662ea00",3,160.5,null,"การต่อกลับการใช้ไฟฟ้านอกเขตชุมชน กรณีถูกงดจ่ายไฟ (ต่อไฟกลับของลูกค้ารายเดิมกรณีถูกงดจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินและปฏิบัติตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว)    1. ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย (ขนาดไม่เกิน 30 แอมแปร์)    2. มาตรฐานการให้บริการ      - นอกเขตชุมชน ภายใน 3วันทำการ      3. เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าที่ถูกงดจ่ายไฟฟ้า ไม่เกิน 90 วัน เท่านั้น      หมายเหตุ    ในเวลาทำการช่วงเวลาระหว่างวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 08.30 ถึง 16.30 น.    นอกเวลาทำการช่วงเวลาระหว่างวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 16.30 ถึง 08.30 น. และ วันเสาร์ ถึง อาทิตย์ เวลา 24 ชม.    กฟภ. ไม่สามารถงดจ่ายไฟฟ้าได้ในกรณีดังต่อไปนี้    1. วันเสาร์และวันอาทิตย์    2. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีบุคคลอยู่ในความดูแล หรือมีผู้ป่วย ที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อการรักษาพยาบาล หากไม่เช่นนั้น จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพและลงทะเบียนรายชื่อกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    3. ระยะเวลาตามมาตรฐานการให้บริการ นับถัดจากวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินและปฏิบัติตามเงื่อนไข","2021-11-17T13:39:24"],
    [1049,"94e56e26-aa4c-49cb-ae5c-82524d5eeed5","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ นอกเขตชุมชน กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (นิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-cb46-48dd-99b2-b51f3399e253",6,1605,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ (เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัยและประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก) นอกเขตชุมชน (พื้นที่ที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่เขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ)กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (นิติบุคคล)เมื่อมาขอใช้ไฟฟ้า โดยมีเงื่อนไข ดังนี้    1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีผู้ใช้ไฟมีความประสงค์ชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (นิติบุคคล) นั้น ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร อนุมัติคำร้องและรับชำระเงินในการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า จะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558 ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยนอกเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 5 วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1050,"94e56e26-acf8-45db-b68f-6a72d396e935","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ นอกเขตชุมชน กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (บุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-cec4-4dff-95aa-d3d0dcb91eda",6,1605,null,"งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ(เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก) นอกเขตชุมชน (พื้นที่ที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่เขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ)กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (บุคคลธรรมดา)เมื่อมาขอใช้ไฟฟ้า โดยมีเงื่อนไข ดังนี้    1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีผู้ใช้ไฟมีความประสงค์ชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (บุคคลธรรมดา) นั้นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร อนุมัติคำร้อง และรับชำระเงินในการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า จะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558 ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยนอกเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 5 วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1051,"94e56e26-afa2-4a49-92f7-8af12b033dc7","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ นอกเขตชุมชน กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (นิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-d214-4a7d-81be-a6b3310735cd",8,1605,null,"งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ(เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก)  นอกเขตชุมชน (พื้นที่ที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่เขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ) กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (นิติบุคคล) เนื่องจากผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดินสายภายในสถานที่ขอใช้ไฟฟ้ายังไม่เรียบร้อย เมื่อมาขอใช้ไฟฟ้า โดยมีเงื่อนไข ดังนี้    1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (นิติบุคคล) นั้น ขั้นตอนการให้บริการแต่ละขั้นตอนนั้นดำเนินการไม่ต่อเนื่องกัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558 ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยนอกเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 5 วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1052,"94e56e26-b206-4cb8-ae0c-147e1f4ebeee","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ นอกเขตชุมชน กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-d59b-4108-8be3-f451b72fda49",8,1605,null,"งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ(เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัยและประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก)   นอกเขตชุมชน(พื้นที่ที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่เขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ) กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา) เนื่องจากผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดินสายภายในสถานที่ขอใช้ไฟฟ้ายังไม่เรียบร้อย เมื่อมาขอใช้ไฟฟ้า โดยมีเงื่อนไข ดังนี้      1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา) นั้น ขั้นตอนการให้บริการแต่ละขั้นตอนนั้นดำเนินการไม่ต่อเนื่องกัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558 ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยนอกเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 5 วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1053,"94e56e26-b4b1-4fb8-bb10-2d165373b22e","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ ในเขตชุมชน กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (นิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-d93a-4818-bd38-5c7bfe4c9fc6",3,1605,null,"งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ (เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก)   ในเขตชุมชน(พื้นที่ที่อยู่ในเขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ) กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (นิติบุคคล) โดยมีเงื่อนไข ดังนี้    1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีผู้ใช้ไฟมีความประสงค์ชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (นิติบุคคล) นั้นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร อนุมัติคำร้อง และรับชำระเงินในการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า จะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยในเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 2 วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1054,"94e56e26-b75e-47c9-8803-7d2cbcd26f32","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ ในเขตชุมชน กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (บุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-dcaa-452d-afdf-a39c063dc998",3,1605,null,"งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ(เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก)    ในเขตชุมชน (พื้นที่ที่อยู่ในเขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ) กรณีชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (บุคคลธรรมดา) โดยมีเงื่อนไข ดังนี้    1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีผู้ใช้ไฟมีความประสงค์ชำระค่าธรรมเนียมก่อนการตรวจสอบการเดินสายภายใน (บุคคลธรรมดา) นั้นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร อนุมัติคำร้อง และรับชำระเงินในการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า จะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยในเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 2 วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1055,"94e56e26-ba07-47f8-9f6e-84a844a6fbe8","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ ในเขตชุมชน กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (นิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-e00c-4679-a72f-bda9ef60f756",5,1605,null,"งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ (เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก)   ในเขตชุมชน (พื้นที่ที่อยู่ในเขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ) กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (นิติบุคคล) เนื่องจากผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดินสายภายในสถานที่ขอใช้ไฟฟ้ายังไม่เรียบร้อย เมื่อมาขอใช้ไฟฟ้า โดยมีเงื่อนไข ดังนี้    1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียมนั้น (นิติบุคคล) ขั้นตอนการให้บริการแต่ละขั้นตอนนั้นดำเนินการไม่ต่อเนื่องกัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558 ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยในเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 2วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1056,"94e56e26-bcd5-4f30-9fd8-4654159f236b","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การขอใช้ไฟฟ้าประเภทติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 30 แอมป์ ในเขตชุมชน กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-e368-4350-890f-20594ab9ce53",5,1605,null,"งานขอใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แรงต่ำขนาด 5(15) แอมป์ ถึง 30(100) แอมป์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ (เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก)ในเขตชุมชน (พื้นที่ที่อยู่ในเขตเทศบาลตามประกาศของทางราชการ) กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา) เนื่องจากผู้ขอใช้ไฟฟ้าเดินสายภายในสถานที่ขอใช้ไฟฟ้ายังไม่เรียบร้อย เมื่อมาขอใช้ไฟฟ้า โดยมีเงื่อนไข ดังนี้      1. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพาดผ่าน    2. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีเลขที่บ้านของสถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า    3. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเดินสายเมนไฟฟ้าจากตัวบ้าน/อาคาร ถึงเสาไฟฟ้า และปล่อยปลายสายจนถึงระดับที่ติดตั้งมิเตอร์    4. สถานที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า ต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารให้เรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด หากผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเป็นที่จะต้องให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน มิฉะนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์ที่จะจ่ายไฟฟ้าให้    5. กรณีมีจำนวนดวงโคม เต้ารับ และเครื่องไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แล้ว และที่ติดตั้งใหม่รวมกันเกินกว่า 20 จุด (หนึ่งจุด เท่ากับดวงโคม 1 ชุด หรือเต้ารับ 1 ชุด) หรือใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 5 กิโลวัตต์ จะต้องส่งแผนผังการเดินสาย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดมาตราส่วนไม่เกิน 1:100 จำนวน 2 ชุดเพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบแผนผังการเดินสายนี้ ผู้ขอใช้ไฟฟ้าจะจ้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทำให้ก็ได้    หมายเหตุ    1.กรณีตรวจสอบการเดินสายภายในก่อนชำระค่าธรรมเนียม (บุคคลธรรมดา) นั้นขั้นตอนการให้บริการแต่ละขั้นตอนนั้นดำเนินการไม่ต่อเนื่องกัน    2. ระยะเวลาการให้บริการตามระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพการบริการ พ.ศ. 2558 ให้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟฟ้า นับถัดจากวันที่ผู้ขอใช้ไฟฟ้าได้ชำระเงิน โดยในเขตชุมชนให้ดำเนินการติดตั้งพร้อมจ่ายไฟฟ้าภายใน 2วันทำการ    3. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอนจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นในการชำระเงิน การนัดหมายเพื่อตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และติดตั้งมิเตอร์พร้อมจ่ายไฟ ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาในการเดินทาง และ เวลาในการรอคอยนัดหมาย สำหรับกรณีดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะแจ้งผู้ขอใช้ไฟแก้ไขและนัดหมายตรวจสอบครั้งต่อไป","2021-11-17T13:39:24"],
    [1057,"95ffd38d-3b10-43cb-8d08-bca264f410ae","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","กระบวนการสับเปลี่ยนมิเตอร์กรณีมิเตอร์ชำรุด : ผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย (ขนาดไม่เกิน 30 แอมแปร์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd336-364a-4ec7-aa67-fd5c5507efeb",2,0,1,"งานสับเปลี่ยนมิเตอร์กรณีมิเตอร์ชำรุดแรงต่ำขนาด 5(15) แอมแปร์ ถึง 30(100) แอมแปร์ ชนิด 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ (เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก) โดยมีเงื่อนไข ดังนี้    กรณีมิเตอร์ไหม้หรือชำรุด ผู้ใช้ไฟฟ้าหรือผู้ครอบครองสถานที่ใช้ไฟฟ้า จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย ค่าบริการการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าที่ปรับปรุงในระหว่างที่มิเตอร์ไหม้หรือชำรุด ตามหลักเกณฑ์หรือระเบียบของ กฟภ. ที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นการกระทำของผู้ใช้ไฟฟ้าหรือผู้ครอบครองสถานที่ใช้ไฟฟ้า จึงไม่ต้องชำระค่าเสียหาย ค่าบริการการใช้ไฟฟ้า แต่จะต้องชำระค่าไฟฟ้าที่ปรับปรุงในระหว่างมิเตอร์ไหม้ หรือชำรุด ทั้งนี้ หากการไหม้หรือชำรุดนั้นเกิดจากไฟฟ้าเกินขนาดมิเตอร์จะต้องเปลี่ยนเพิ่มขนาดมิเตอร์ให้เพียงพอกับการใช้ไฟฟ้าด้วย    หมายเหตุ    1. ระยะเวลาการให้บริการ ดำเนินการแก้ไข สับเปลี่ยนมิเตอร์ชำรุดภายใน 2 วันทำการนับถัดจากที่ได้รับการร้องขอจากลูกค้า    2. ระยะเวลาที่กำกับในแต่ละขั้นตอน เป็นเวลาการปฏิบัติงานภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบมีความถูกต้องครบถ้วน    กรณีมิเตอร์เครื่องเดิมชำรุดเนื่องจากมีการใช้ไฟฟ้าเกินพิกัด และต้องนำมิเตอร์เครื่องใหม่ขนาดใหญ่กว่าไปสับเปลี่ยนแทนเพื่อให้รองรับการใช้ไฟฟ้า มีค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร และเงินประกันการใช้ไฟฟ้า เท่ากับส่วนต่างของมิเตอร์เครื่องใหม่ และเครื่องเดิมที่ได้ชำระไว้แล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก ได้รับการยกเว้นเรียกเก็บเงินประกันการใช้ไฟฟ้า","2022-07-06T14:33:02"],
    [1058,"96b5eee1-f1b7-4cd2-96c2-8331b9aad1c0","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าและเปลี่ยนหลักทรัพย์ค้ำประกัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","96b5e047-8565-48e5-9e6e-5bdc263e3f58",30,0,13,"1. ไม่นับรวมระยะเวลารอผู้ใช้ไฟฟ้ามาชำระเงินหรือทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและวางค้ำประกัน\n2. ไม่นับรวมวันที่รอการยืนยันจากธนาคารกรณีค้ำประกันการใช้ไฟฟ้าของผู้รับโอนเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันธนาคาร\n3. ไม่นับรวมเวลาดำเนินการที่โอนเปลี่ยนชื่อจากผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นชื่อ กฟภ. กรณีผู้ใช้ไฟฟ้านำพันธบัตรมาวาง เป็นหลักประกันการใช้ไฟฟ้า\n4. ไม่นับรวมระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินการกรณีการโอนเปลี่ยนชื่อหรือไถ่ถอนพันธบัตรที่เจ้าของพันธบัตรเสียชีวิต และผู้รับผลประโยชน์มาดำเนินการแทน\n\nหมายเหตุ\n1. การนับวันให้เริ่มนับถัดจากวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้าแจ้งความประสงค์ขอโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าและสิ้นสุดเมื่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีอนุมัติโอนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว และรับชำระหลักประกันการใช้ไฟฟ้าของผู้รับโอน (ถ้ามี)\n2. กรณีมีการคืนหลักประกันการใช้ไฟฟ้า และจ่ายคืนดอกผลจากเงินประกันการใช้ไฟฟ้า (เฉพาะเงินสด) ของผู้โอน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด","2024-06-07T16:02:20"],
    [1059,"96b82bc8-19cb-4537-81f8-c63d67caa6b4","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","การยกเลิกการใช้ไฟฟ้า (กรณีมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 30 แอมแปร์) N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96b825b7-d551-409a-a931-a98294f3954f",11,0,6,"การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีหน้าที่ยกเลิกการใช้ไฟฟ้า ให้กับผู้รับบริการเมื่อสัญญาสิ้นสุด \n\nหมายเหตุ : การนับวันให้เริ่มนับตั้งแต่ผู้ใช้ไฟฟ้าแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้าและสิ้นสุดเมื่อ กฟภ. อนุมัติการยกเลิกการใช้ไฟฟ้า และแจ้งให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารับทราบ","2023-01-19T11:03:07"],
    [1060,"94e56e1c-9011-4102-94d9-14e97cdc4724","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","งานออกบัตรประจำตัวผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนและเหรียญราชการชายแดน (กรณียื่นเรื่องด้วยตนเอง) (n)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-d88f-4a80-996f-f972e208abf6",1,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอทำบัตรต้องมีรายชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาเหรียญพิทักษ์เสรีชนและหรือเหรียญราชการชายแดน  และมีความประพฤติเรียบร้อย เหมาะสม    2. ผู้ได้รับพระราชทานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดใด ให้ยื่นคำขอมีบัตรที่ได้รับการลงนามรับรอง  ตามระเบียบแล้วที่จังหวัด (สำนักจังหวัด) นั้น เพื่อทำการออกบัตร    3. ผู้ได้รับพระราชทานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอมีบัตรที่ได้รับการลงนามรับรองตามระเบียบแล้ว ที่กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำการออกบัตร    4. เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการออกบัตรให้ต่อเมื่อยื่นหลักฐานประกอบการออกบัตรถูกต้องและครบถ้วน","2021-11-17T13:39:17"],
    [1061,"94e56e1c-96d0-4a56-bb88-5ce6293be7de","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","งานจ่ายเหรียญพิทักษ์เสรีชนและเหรียญราชการชายแดน  (n)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-e1d7-4d40-80c8-68a876149b33",1,0,1,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีรายชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาเหรียญพิทักษ์  เสรีชนและหรือเหรียญราชการชายแดน และมีความประพฤติเรียบร้อยเหมาะสม    2. การพิจารณา จ่ายเหรียญฯ ขึ้นอยู่กับปริมาณเหรียญฯ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จัดสรรให้กระทรวงมหาดไทย  ในแต่ละปีงบประมาณ","2021-11-17T13:39:17"],
    [1062,"94e56e1c-925d-4c6d-894e-136a92bf7d83","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","งานออกบัตรประจำตัวผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนและเหรียญราชการชายแดน (กรณีส่งเรื่องทางไปรษณีย์โดยต้นสังกัด) (n)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-dbb3-4b6f-8ae4-fb924f7b1651",10,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอทำบัตรต้องมีรายชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาเหรียญพิทักษ์เสรีชนและหรือเหรียญราชการชายแดน และมีความประพฤติเรียบร้อย เหมาะสม    2. หน่วยงานตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดใด ให้หน่วยงานส่งคำขอทำบัตร ณ สำนักงานจังหวัดนั้น เช่น เจ้าหน้าที่ที่มีสำนักงานตั้งอยู่จังหวัดนนทบุรี ส่งคำขอทำบัตรที่สำนักงานจังหวัดนนทบุรี    3. หน่วยงาน ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ส่งคำขอทำบัตร ให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการออกบัตร    4. ผู้ได้รับพระราชทานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอมีบัตรที่ได้รับการลงนามรับรองตามระเบียบแล้ว ที่กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำการออกบัตร    5. เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการออกบัตรให้ต่อเมื่อยื่นหลักฐานประกอบการออกบัตรถูกต้องและครบถ้วน","2021-11-17T13:39:17"],
    [1063,"94e56e1c-94b2-4c33-8109-8a8031fda545","PUBLISHED","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","งานออกบัตรประจำตัวผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนและเหรียญราชการชายแดน (กรณียื่นเรื่องที่เคาน์เตอร์ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้วส่งให้จังหวัด) (n)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-de9c-43bd-8625-ed6fe24805cc",10,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอทำบัตรต้องมีรายชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาเหรียญพิทักษ์เสรีชนหรือเหรียญราชการชายแดน และมีความประพฤติเรียบร้อย เหมาะสม    2. ผู้ได้รับพระราชทานซึ่งเป็นประชาชน ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอมีบัตรที่เคาน์เตอร์บริการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจะอำนวยความสะดวกตรวจสอบเอกสารหลักฐานและส่งให้จังหวัดซึ่งผู้ยื่นคำขอมีภูมิลำเนาอยู่เป็นผู้ออกบัตร และจัดส่งให้ผู้ยื่นคำขอตามที่ผู้ยื่นคำขอระบุไว้    3. เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการออกบัตรให้ต่อเมื่อยื่นหลักฐานประกอบการออกบัตรถูกต้องและครบถ้วน","2021-11-17T13:39:17"],
    [1064,"9bb7b5d6-0e86-4096-883b-0efd9e770af7","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การรับแบบแจ้งรายการเพื่อชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน (รายใหม่)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bb18064-b734-4660-8eec-018a3fc797b7",114,0,26,"ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ให้ผู้รับประเมิน (บุคคลผู้พึงชำระค่าภาษี) ยื่นแบบพิมพ์เพื่อแจ้งรายการ\nทรัพย์สินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี การรับแบบแจ้งรายการ\nเพื่อชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินของฝ่ายรายได้ สำนักงานเขต เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และกำหนดค่าภาษีโรงเรือน\nและที่ดินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดและแจ้งให้ผู้รับประเมินทราบค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ต้องชำระ\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือกระบวนงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:08:31"],
    [1065,"9bb96bc0-4b50-486e-9e6f-252ded1d5d2d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การรับแบบแจ้งรายการเพื่อชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน (รายเก่า)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bb95a78-6e30-4cc7-ad18-ec95a68e14c6",53,0,26,"ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ให้ผู้รับประเมิน (บุคคลผู้พึงชำระค่าภาษี) ยื่นแบบพิมพ์เพื่อแจ้งรายการ\nทรัพย์สินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี การรับแบบแจ้งรายการ\nเพื่อชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินของฝ่ายรายได้ สำนักงานเขต เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และกำหนดค่าภาษีโรงเรือน\nและที่ดินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดและแจ้งให้ผู้รับประเมินทราบค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ต้องชำระ\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือกระบวนงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:12:43"],
    [1066,"9bb981ec-9532-46b5-a1e3-c504383e8b4a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การรับแบบแจ้งรายการเพื่อชำระภาษีป้าย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bb974c2-210d-41a8-8854-54a46d6f3712",38,0,7,"ให้เจ้าของป้ายซึ่งจะต้องเสียภาษีป้าย ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ณ ฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตซึ่งป้ายนั้นติดตั้งอยู่\nภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ป้ายที่ติดตั้งใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากเดือนมีนาคม ให้ยื่นแบบภายใน 15 วัน \nนับแต่วันติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือนับตั้งแต่วันเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วแต่กรณี ให้เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีโดยเสีย\nเป็นรายปี ยกเว้นป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปี และ\nคิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือนของปี โดยเริ่มเสียภาษีป้ายตั้งแต่งวดที่ติดตั้งป้ายจนถึงงวดสุดท้ายของปี\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือกระบวนงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:11:50"],
    [1067,"9bbb8296-67e5-4ef0-870f-a2cabf3f4108","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การรับเงินของกรุงเทพมหานคร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9bbb541d-7316-40f0-b53f-01d4e06eab9d",1,0,7,"1.) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2.) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ  ละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึก ความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3.) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:16:12"],
    [1068,"9bba41a4-e64d-45b8-a49f-bcfaef5e7b3d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การรับแบบแจ้งรายการเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bba36de-1e8d-4c9f-95bd-14a3e1a92ec4",53,0,8,"ให้เจ้าของที่ดินในวันที่ 1 มกราคมของปีใด มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ในปีนั้น และยื่นแบบแสดงรายการที่ดินต่อ\nเจ้าพนักงานประเมิน  ณ  สำนักงานเขตที่ที่ดินตั้งอยู่\n\nกรณีที่ดินรายใหม่ หรือปีที่มีการตีราคาปานกลาง ให้เจ้าของที่ดินยื่นแบบเสียภาษีภายในเดือนมกราคมของปีที่มี\nการตีราคาปานกลางที่ดินหรือทุกรอบระยะเวลา 4 ปี  หรือภายใน 30 วัน กรณีที่ได้กรรมสิทธิ์ใหม่หรือเปลี่ยนแปลง\nการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือกระบวนงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:13:14"],
    [1069,"9bbb92d1-e65e-4556-aacb-79a748e34f09","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การจ่ายเงินของกรุงเทพมหานคร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9bbb85af-8fae-469a-940b-4bc4bdcd78fc",1,12,7,"1.) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2.) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่ให้สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ  ละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึก ความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3.) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:16:57"],
    [1070,"9bba5495-67cb-42f3-8672-bf055ce8b33d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การรับคำร้องขอแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง/บัญชีรายการห้องชุด ตามมาตรา 32 พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bba454d-19ed-4e37-9bdf-a6ac52e08b6c",31,0,14,"ผู้เสียภาษีเห็นว่าบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.3) และบัญชีรายการห้องชุด (ภ.ด.ส.4) ไม่ถูกต้องตาม\nความเป็นจริง ผู้เสียภาษีมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บัญชีรายการห้องชุด ต่อ\nผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อขอแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 \nเมื่อได้รับคำร้องขอแก้ไขบัญชี ภ.ด.ส. 3 และ บัญชี ภ.ด.ส. 4 จากผู้เสียภาษีให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีคำสั่งให้พนักงานสำรวจดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ผลเป็นประการใดให้แจ้งผู้เสียภาษีทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากผู้เสียภาษี\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือกระบวนงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:14:24"],
    [1071,"9bbb3db4-39e9-4d10-9451-db978d3c6055","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การรับคำร้องคัดค้านและอุทธรณ์การประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bbb34c1-ddd3-4238-bc07-6275d95d54c8",76,0,14,"ผู้เสียภาษีที่ได้รับการแจ้งการประเมินภาษีตามมาตรา 44 หรือการทบทวนการประเมินภาษีตามมาตรา 53 หรือเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 61 มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านตามแบบ ภ.ด.ส. 10 ต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษี หรือเรียกเก็บภาษี และผู้บริหารท้องถิ่นต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับ\nคำร้อง หากผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาคำร้องของผู้เสียภาษีไม่แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ให้ถือว่าผู้บริหารท้องถิ่นเห็นชอบกับคำร้องของผู้เสียภาษี\n\n\tกรณีผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาเห็นชอบกับคำร้องของผู้เสียภาษี ว่าการประเมินหรือการเรียกเก็บภาษีไม่ถูกต้อง \nให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เสียภาษีทราบ โดยแจ้งจำนวนภาษีที่จะต้องชำระตามคำร้อง\nหรือจำนวนภาษีที่ต้องชำระซึ่งน้อยกว่าคำร้องไปยังผู้เสียภาษี และหากผู้เสียภาษีชำระภาษีไว้แล้วเกินกว่าจำนวนค่าภาษีที่ต้องเสียให้แจ้งผู้เสียภาษีมารับเงินคืนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n\n\tกรณีผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาไม่เห็นชอบกับคำร้องของผู้เสียภาษี โดยเห็นว่าการประเมินภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกต้อง ให้มีหนังสือแจ้งยืนยันผลการพิจารณาโดยระบุเหตุผลให้ผู้เสียภาษีทราบ พร้อมทั้งแจ้ง\nสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีโดยยื่นอุทธรณ์ต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 30 วัน \nนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n\n\tหากเห็นว่ามีกรณีที่จะต้องชำระภาษีเพิ่มเติม ให้แจ้งพนักงานประเมินพิจารณาทบทวนการประเมินภาษี เพื่อประเมินภาษีเพิ่มเติมตามมาตรา 53 โดยผู้เสียภาษีที่ได้รับแจ้งการประเมินเพิ่มเติม มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินภาษีเฉพาะในส่วนที่เพิ่มเติมต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ \n\n\tผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี โดยฟ้องเป็นคดีต่อศาลภาษีอากรกลางภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์\n\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือกระบวนงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:15:02"],
    [1072,"9bbb4fcd-9531-4b93-9c2b-9ce73b7a4687","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การยื่นแบบแสดงรายการภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกัน น้ำมันดีเซลและน้ำมันที่คล้ายกัน และก๊าซปิโตรเลียมในสถานการค้าปลีก (ภน.03)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bbb45c5-14b9-43ef-9983-eeea57540d31",1,0,7,"ให้ผู้เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการปริมาณการจําหน่ายน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกัน น้ำมันดีเซลและน้ำมันที่คล้ายกัน และก๊าซปิโตรเลียม ที่ผู้เสียภาษีจําหน่ายได้ในเดือนนั้น พร้อมกับชําระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน\nวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ที่สํานักงานเขตท้องที่ที่สถานการค้าปลีกนั้นตั้งอยู่ หรือสถานที่อื่นใดตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกําหนด\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือกระบวนงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n3) เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-05-31T14:15:46"],
    [1073,"9bbbac0b-d5dc-4829-86b3-5879fbf742f8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงมหาดไทย","สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย","การจดทะเบียนสุนัข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","9bbba3ba-d1b9-4124-a552-465da2f8ecc3",1,0,1,"พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 29 กำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนดของท้องถิ่น เพื่อกำหนดให้ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด\nของพื้นที่ในเขตอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ กรุงเทพมหานครจึงได้ออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและเจ้าของสุนัขต้องนำสุนัข หรือใบรับรองแล้วแต่กรณีไปจดทะเบียน ณ สถานที่ที่กำหนด ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สุนัขเกิด หรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำสุนัขมาเลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานคร และระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2550 กำหนดขั้นตอนการจดทะเบียนสุนัขไว้สองขั้นตอน คือ\n\tขั้นตอนที่ 1 การทำเครื่องหมายระบุตัวสุนัขอย่างถาวร ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การฝังไมโครชิป เป็นต้น จากสัตวแพทย์พร้อมออกใบรับรอง\n\tขั้นตอนที่ 2 ให้เจ้าของสุนัขแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อบันทึกรายละเอียด รูปพรรณสัณฐานของสุนัข\nและรหัสไมโครชิป รายละเอียดเจ้าของสุนัข สถานที่ที่สุนัขอาศัย พร้อมออกบัตรประจำตัวสุนัข","2024-04-22T09:03:41"],
    [1074,"94e56e1c-997b-4c4b-859e-0e6c277bd5ad","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ","พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2c-e5b0-4e83-817d-a248cb0e3eb8",21,0,26,"ผู้ที่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัติฯ ต้องเข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้    1. ได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิตหรือร่างกาย หรือจิตใจ    2. เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา    1) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามมาตรา 224,238    2) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามมาตรา 276 ถึงมาตรา 287    3) ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย    -ความผิดต่อชีวิต ตามมาตรา 288 ถึงมาตรา 294    -ความผิดต่อร่างกาย ตามมาตรา 295 ถึงมาตรา 300          - ความผิดฐานทำให้แท้งลูก ตามมาตรา 301 ถึงมาตรา 305          - ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บ หรือคนชรา ตามมาตรา 306 ถึงมาตรา 308          4) ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง          -ความผิดต่อเสรีภาพ ตามมาตรา 309 มาตรา 310 มาตรา 311 มาตรา 312 ทวิ มาตรา 313          5) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์          - ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ มาตรา 336          - ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ มาตรา 337 มาตรา 339 มาตรา 339 ทวิ มาตรา 340 มาตรา 340 ทวิ          - ความผิดฐานบุกรุก มาตรา 365    3. โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว    4.ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานกำหนดภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการกระทำความผิด    ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ    1. ผู้เสียหาย หรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหายต้องยื่นคำขอต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา14/1หรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการมอบหมาย โดยแนบเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดมาพร้อมกับคำขอ    ทั้งนี้ ทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย หมายความว่า ผู้สืบสันดาน ผู้บุพการี คู่สมรส หรือบุคคลใดๆ ซึ่งให้การอุปการะ หรืออยู่ในความอุปการะของผู้เสียหายหรือจำเลยแล้วแต่กรณี โดยทายาทซึ่งมีสิทธิขอรับค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายต้องเป็นทายาทซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสียหาย    2. บุคคลอื่นจะยื่นคำขอแทนผู้เสียหายหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้          1) ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณี ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์          2) ผู้อนุบาล กรณี ผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้ไร้ความสามารถ          3) ผู้สืบสันดาน ผู้บุพการี คู่สมรส บุคคลใดๆ ซึ่งได้อุปการะหรืออยู่ในอุปการะ หรือบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหนังสือ (การมอบอำนาจ) กรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมีเหตุจำเป็น ในกรณีดังนี้          - เจ็บป่วยจนไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้          - เป็นคนสูงอายุหรือเป็นบุคคลทุพพลภาพไม่สะดวกในการเดินทาง          -เดินทางไปต่างประเทศโดยมีกิจธุระจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และไม่อาจมายื่นคำขอได้ภายในกำหนดเวลา          - เหตุจำเป็นอย่างอื่นที่คณะกรรมการเห็นชอบกำหนดเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ แบบฟอร์มการมอบอำนาจตามที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากำหนด ได้แก่ แบบ สชง.7 ใช้มอบอำนาจในกรณีผู้เสียหายเสียชีวิตและมีทายาทซึ่งได้รับความเสียหายหลายคน โดยทายาทมอบอำนาจให้ทายาทคนใดคนหนึ่งยื่นคำขอแทนและรับเงินแทน ส่วนแบบ สชง.7/1 ใช้มอบอำนาจในกรณีที่ผู้เสียหายหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหายไม่อาจยื่นคำขอด้วยตนเองเนื่องจากเหตุจำเป็น ตามข้อ 3)         หลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอและพิจารณาอนุมัติ    1. คำขอต้องเป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด แบบคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา(แบบ สชง1/01 หรือ          สชง.1/03)    2.ผู้เสียหายหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย ต้องยื่นคำขอภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำความผิด โดยการยื่นผู้ยื่นต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงพร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา    3. คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาหรือคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ    4. เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันจัดทำคำวินิจฉัยแล้วเสร็จหากมีมติให้จ่ายเงิน เจ้าหน้าที่จะจัดส่งเอกสารแบบแจ้งขอรับเงิน แบบ สชง 15 และ สชง 16 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแนบเพิ่มเติมให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินแล้วแต่กรณี    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน อนึ่ง ในกรณีที่มีเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาคำขอได้เนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องแสวงหาข้อเท็จจริงหรือเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น เช่น ศาล อัยการ พนักงานสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นต้นให้ถือว่าระยะเวลาในการดำเนินการสะดุดหยุดลงจนกว่าข้อเท็จจริงหรือเอกสารหลักฐานดังกล่าวนั้นครบถ้วนแล้ว","2024-11-22T14:10:25"],
    [1075,"94e56e1c-9d22-43b1-856d-4907e9af709c","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ","การช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559)(กรณีจำเลย)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2c-e991-4c11-b7fc-a55663f84f7a",21,0,23,"ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติ ต้องเข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้    1. เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ    2. ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดีและ    3. ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดี หรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลย มิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด    4. ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานกำหนดภายใน 1 ปี นับต่วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องเพราะปรากฏหลักฐานว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือวันที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำ ความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด         ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ    1. จำเลยหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหายต้องยื่นคำขอต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา 14/1 หรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการมอบหมาย โดยแนบเอกสารหลักฐาน ตามที่กำหนดมาพร้อมกับคำขอ ทั้งนี้ ทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย หมายความว่า ผู้สืบสันดาน ผู้บุพการี คู่สมรส หรือบุคคลใดๆ ซึ่งให้การอุปการะ หรืออยู่ในความอุปการะของผู้เสียหาย หรือจำเลยแล้วแต่กรณี โดยทายาทซึ่งมีสิทธิขอรับค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายต้องเป็นทายาทซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสียหาย    2. บุคคลจะยื่นคำขอแทนจำเลยหรือทายาทซี่งได้รับความเสียหาย เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้     1) ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์     2) ผู้อนุบาล กรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้ไร้ความสามารถ    3) ผู้สืบสันดาน ผู้บุพการี คู่สมรส บุคคลใดๆ ซึ่งได้อุปการะหรืออยู่ในอุปการะ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหนังสือ(การมอบอำนาจ) กรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมีเหตุจำเป็น ในกรณี ดังนี้    - เจ็บป่วยจนไม่สามารถยื่นได้ด้วยตนเองได้    - เป็นคนสูงอายุหรือเป็นบุคคลทุพพลภาพไม่สะดวกในการเดินทาง     - เดินทางไปต่างประเทศ โดยมีกิจธุระจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และไม่อาจมายื่นคำขอได้ภายในกำหนดระยะเวลา    -เหตุจำเป็นอย่างอื่นที่คณะกรรมการเห็นชอบ กำหนดเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ แบบฟอร์มการมอบอำนาจตามที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากำหนด ได้แก่ แบบ สชง.7 ใช้มอบอำนาจในกรณีจำเลยเสียชีวิตและมีทายาทซึ่งได้รับความเสียหายหลายคน โดยทายาทมอบอำนาจให้ทายาทคนใดคนหนึ่ง ยื่นคำขอแทนและรับเงิน ส่วนแบบ สชง.7/1 ใช้มอบอำนาจในกรณีที่จำเลยหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย ไม่อาจยื่นคำขอด้วยตนเอง เนื่องจากเหตุจำเป็นตามข้อ (3) ก.- ง.    หลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอและพิจารณาอนุมัติ     1. คำขอต้องเป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด ตามแบบคำขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (แบบ สชง. 1/02 หรือ สชง. 1/04) โดยการยื่นผู้ยื่นต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงพร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา    2. จำเลยหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหายให้ยื่นคำขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง เพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือวันที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด    3. คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ  4. เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันจัดทำคำวินิจฉัยแล้วเสร็จ หากมีมติจ่ายเงิน เจ้าหน้าที่ จะจัดส่งเอกสารแบบแจ้งขอรับเงิน แบบ สชง 15 และ สชง 16 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแนบเพิ่มเติมให้แก่ ผู้มีสิทธิรับเงิน    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะก็จัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน อนึ่ง ในกรณีที่มีเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาคำขอได้เนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องแสวงหาข้อเท็จจริง หรือเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ถือว่าระยะเวลาในการดำเนินการสะดุดหยุดลง จนกว่าข้อเท็จจริงหรือเอกสารหลักฐานดังกล่าวนั้นครบถ้วนแล้ว","2023-01-06T10:50:03"],
    [1076,"94e56e1c-9faa-4e7a-a4f0-b05b9e492a85","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ","การให้บริการเบิกจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายในการปฎิบัติหน้าที่ทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2c-ece0-4707-901a-4375d0a5cc5d",13,0,9,"1)ทนายความที่จะยื่นคำขอรับเงินและค่าใช้จ่ายได้ต้องเป็นทนายความที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อทนายความที่รัฐจัดหาให้ผู้ต้องหาในคดีอาญา ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 134/1 ซึ่งสภาทนายความได้จัดทำขึ้น    2)ทนายความมีสิทธิยื่นคำขอรับการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายได้ต่อเมื่อมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือเมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี    3)ให้ทนายความยื่นคำขอรับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายต่อผู้แทนกระทรวงยุติธรรมแห่งท้องที่ที่มีการสอบสวน โดย       3.1)ส่วนกลาง ให้ยื่นคำขอที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ  การเบิกจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่รัฐจัดหาให้ผู้ต้องหาในคดีอาญา     3,2) ในเขตพื้นที่จังหวัดนอกเหนือจากส่วนกลางให้ยื่นคำขอที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในเขตท้องที่สอบสวน ยุติธรรมจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ การเบิกจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่รัฐจัดหาให้ผู้ต้องหาในคดีอาญา    4) การพิจารณาคำขอรับเงินรางวัลทนายความจะพิจารณาเป็นรายคดีในอัตราตามที่กำหนดไว้โดย       4.1)คดีประเภทที่ 1 คือ คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต อัตราเงินรางวัล 2,000 บาท       4.2)คดีประเภทที่ 2 คือ คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงกับประหารชีวิต อัตราเงินรางวัล 1,500 บาท       4.3)คดีประเภทที่ 3 คือ คดีอื่นนอกจากคดีในประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2 หรือเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในความผิดฐานครอบครองหรือเสพ อัตราเงินรางวัล 1,000 บาท      4.4)คดีประเภทที่ 4 คือ คดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงและผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อัตราเงินรางวัล 500 บาท    5)เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งผลการพิจารณาแก่ทนายความผู้ยื่นคำขอภายใน 2วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    6) เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเบิกจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายและโอนเงินเข้าบัญชี ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่แจ้งผลการพิจารณาแก่ทนายความผู้ยื่นคำขอ    7)เงินค่าใช้จ่ายกรณีต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพนักงานสอบสวนนอกเขตอำเภอ อันเป็นที่ตั้งของพนักงานสอบสวนพิจารณาค่าใช้จ่ายของทนายความให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ให้เบิกแต่ละครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ เท่าที่จ่ายจริง โดยเทียบตำแหน่งทนายความที่แต่งตั้งให้แก่ผู้ต้องหากับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนเพื่อสิทธิในการเบิกจ่าย ดังนี้    7.1) ผู้เป็นทนายความมาแล้วยังไม่ถึง 5 ปี เทียบเท่าข้าราชการพลเรือน ระดับ 5    7.2) ผู้เป็นทนายความมาแล้ว ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี เทียบเท่ากับ ตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ระดับ 6    7.3) ผู้เป็นทนายความมาแล้ว ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 15 ปี เทียบเท่ากับข้าราชการพลเรือนระดับ 8    7.4) ผู้เป็นทนายความมาแล้ว ตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป เทียบเท่าตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ระดับ 9    หมายเหตุ     1) สำหรับผู้ต้องหาที่เป็นเด็กหรือเยาวชนต้องเป็นการปฏิบัติงานไม่เกินวันที่ 12 พฤษภาคม 2560จึงจะมีสิทธิรับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้    2) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-01-06T10:50:23"],
    [1077,"94e56e1c-a285-481e-a5c6-42afb7d01eff","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ","การขอรับค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยาน สามี ภรรยา ผุ้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2c-f066-42d6-aad3-95a7bfc565e1",40,0,30,"ผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานฯได้แก่     1.พยานในคดีอาญา   2.สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือ   3.บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ซึ่งมีผลต่อการที่พยานจะมาเป็นพยาน     4.ทายาทโดยธรรมของผู้มีสิทธิตามข้อ 1-3 ในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่ชีวิต    ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานฯ   1.ผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานฯ   2.ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานฯให้ยื่นคำร้องแทน   3.ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล ในกรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ     4.บุคคลอื่นใดซึ่งมีประโยชน์เกี่ยวข้องกับพยาน ได้แก่ สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน     5.ทายาทโดยธรรมของผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนแก่พยานฯ ในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่ชีวิต      หลักเกณฑ์การยื่นคำร้องขอรับค่าตอบแทนฯ  1. ต้องยื่น ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการกระทำความผิด  2. สถานที่ยื่น   1) ส่วนกลาง ให้ยื่นที่สำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (ผู้ที่ต้องการยื่นคำร้องสามารถติดต่อขอรับแบบฟอร์มได้ที่สำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือดาวน์โหลดได้ที่ www.rlpd.go.th)   2) ในเขตพื้นที่จังหวัดนอกเหนือจากส่วนกลางให้ยื่นที่ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ภาค 1-4 หรือ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัด   3) กรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ ให้ส่งมาที่ สำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 6 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะแขวงทุ่งสองห้องเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210    หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติคำร้อง     1. เป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานฯ   2. ได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดเพราะมีการกระทำผิดอาญาโดยเจตนา เนื่องจากการที่พยานจะมา หรือได้มาเป็นพยาน   3. หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารแล้ว พบว่า ข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่อาจติดต่อเพื่อให้ผู้ยื่นคำร้องขอทำการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมหรือลงพื้นที่พบพยานได้     4. คณะกรรมการพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานในคดีอาญาและผู้ใกล้ชิด เป็นผู้พิจารณาอนุมัติจ่ายค่าตอบแทน โดยคณะกรรมการ ประกอบด้วย     1) อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ     2) ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด      3) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ     4) ผู้แทนกระทรวงการคลัง     5) ผู้แทนกระทรวงกลาโหม     6) ผู้แทนกรมการปกครอง     7) ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยานเป็นกรรมการและเลขานุการ    หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ในอัตราดังต่อไปนี้   1. กรณีเกิดความเสียหายแก่ชีวิต   (ก) ค่าตอบแทนตั้งแต่30,000บาทแต่ไม่เกิน 100,000 บาท   (ข) ค่าจัดการศพ 20,000 บาท   (ค) ค่าขาดอุการะเลี้ยงดูตามพฤติการณ์ในขณะที่เสียชีวิตไม่เกิน 30,000 บาท   (ง) ค่าอุปการะด้านการศึกษาแก่บุตรโดยชอบกฎหมายของพยานให้จ่ายเป็นรายเดือน เดือนละไม่เกิน 3,000 บาทจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ เว้นแต่เมือบรรลุนิติภาวะแล้ว กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าจนถึงปริญญาตรีในประเทศให้ได้รับการอุปการะต่อไปจนถึงอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์   2. กรณีเกิดความเสียหายแก่ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ   (ก) ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท   (ข) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท   (ค) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างการรักษาพยาบาลให้จ่ายในอัตราวันละไม่เกิน 200 บาทนับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ   (ง) ค่าเสียหายอื่นนอกจากที่กล่าวข้างต้นให้จ่ายตามจำนวนที่สมควรแต่ไม่เกิน 30,000 บาท   3. กรณีเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ให้จ่ายตามที่สามารถประเมินหรือเทียบเคียงได้แต่ไม่เกิน 50,000 บาท หากความเสียหายนั้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำผิดอาญาโดยเจตนา    การแจ้งผลการพิจารณา   สำนักงานคุ้มครองพยานจะแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการให้แก่ผู้ยื่นคำขอเป็นหนังสือภายใน 7 วัน และเมื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานฯ ยื่นขอรับเงินที่สำนักงานคุ้มครองพยาน ให้ดำเนินการจ่ายเงินภายในระยะเวลา 12 วันนับแต่วันที่ยื่นขอรับเงิน    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะก็จัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2024-11-14T14:12:32"],
    [1078,"970ab60b-168d-4483-a7e1-88d2051367b8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงยุติธรรม","กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ","การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","970a59b5-6374-4d8f-a958-e189190745d9",82,0,5,"ประเภทข้อพิพาทที่ไกล่เกลี่ยได้ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562\n1.ข้อพิพาททางแพ่ง\n     ถ้าเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคล สิทธิในครอบครัว หรือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ไม่สามารถกระทำได้\nการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่ง ให้กระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้\n\t(1) ข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน ที่ไม่ใช่ข้อพิพาทเกี่ยวด้วยกรรมสิทธิ์\n            หน่วยงานที่ไกล่เกลี่ย : หน่วยงานของรัฐ , ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน\n\t(2) ข้อพิพาทระหว่างทายาทเกี่ยวกับทรัพย์มรดก\n\t    หน่วยงานที่ไกล่เกลี่ย : หน่วยงานของรัฐ , ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน\n\t(3) ข้อพิพาทอื่น ที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด\n            กรณีที่หน่วยงานของรัฐไกล่เกลี่ย : ทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000,000 บาท\n\t    กรณีที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนไกล่เกลี่ย : ทุนทรัพย์ไม่เกิน 500,000 บาท\n2.ข้อพิพาททางอาญา\n     การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้\n\t(1) ความผิดอันยอมความได้\n\t    หน่วยงานที่ไกล่เกลี่ย : หน่วยงานของรัฐ, ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน, พนักงานสอบสวน (ในชั้นการสอบสวน)\n\t(2) ความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390-395 และ มาตรา 397\n\t    มาตรา 390 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ\n\t    มาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ\n\t    มาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ\n\t    มาตรา 393 ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ\n\t    มาตรา 394 ผู้ใดไล่ ต้อน หรือทำให้สัตว์ใด ๆ เข้าในสวน ไร่ หรือนาของผู้อื่นที่ได้แต่งดินไว้ เพาะพันธุ์ไว้ หรือมีพืชพันธุ์หรือผลิตผลอยู่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ\n\t    มาตรา 395 ผู้ใดควบคุมสัตว์ใด ๆ ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเข้าในสวน ไร่หรือนาของผู้อื่นที่ได้แต่งดินไว้ เพาะพันธุ์ไว้ หรือมีพืชพันธุ์หรือผลิตผลอยู่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท\n\t    มาตรา 397 ผู้ใดในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ\n\t    หน่วยงานที่ไกล่เกลี่ย : หน่วยงานของรัฐ, ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน, พนักงานสอบสวน (ในชั้นการสอบสวน)\n\t(3) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี\n\t        หน่วยงานที่ไกล่เกลี่ย : พนักงานสอบสวน (ในชั้นการสอบสวน)\n\nวิธีการยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาท \n1. ยื่นออนไลน์ผ่านระบบสารสนเทศกลางสำหรับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท \nhttps://emediation.rlpd.go.th/\n2. ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน \n- ศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และ\n- สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ\n- ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สามารถค้นหาศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนใกล้บ้านได้ที่ https://emediation.rlpd.go.th/mediation/location","2022-08-22T13:32:31"],
    [1079,"9bbc100e-a089-4acf-baf3-a2e40419e5ce","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงยุติธรรม","กรมบังคับคดี","การอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตเป็นผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bbc07a4-be74-4cd4-b58f-2a90279927fe",30,0,1,null,"2024-04-05T19:51:12"],
    [1080,"94e56e1c-a51e-4b44-b634-b39c7e05ef0f","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน","การดำเนินงานด้านกำกับการปกครอง (การเบิกเงินผู้เยาว์) ของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-f3d0-4391-a1ae-2d27dbb71e21",1,0,1,"การกำกับการปกครอง(การเบิกเงินผู้เยาว์) เป็นการกำกับการใช้อำนาจปกครองในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายในทรัพย์สินของผู้เยาว์ เมื่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้รับคำสั่งศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้กำกับการปกครอง และบุคคลที่ศาลเห็นสมควรให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์ โดยการเบิกเงินผู้เยาว์จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในการกำกับการปกครอง ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กับผู้ปกครองผู้เยาว์ ได้วางเงื่อนไขในการเบิกเงินผู้เยาว์    การยื่นคำขอเบิกเงินผู้เยาว์นั้น ผู้ปกครองผู้เยาว์ต้องมาดำเนินการที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งการเบิกเงินผู้เยาว์มีลักษณะการเบิกจ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้    1. ค่าอุปการะเลี้ยงดู หมายถึง ค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนในการอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ รวมถึงค่าเครื่องแต่งกาย โดยกำหนดตามฐานานุรูปของผู้เยาว์ พิจารณากำหนดให้เหมาะสมแก่ผู้เยาว์แต่ละราย    2. ค่าการศึกษา หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการศึกษาเล่าเรียน ค่าเรียนพิเศษ ค่าวัสดุ อุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ค่าเครื่องแต่งกายที่เกี่ยวกับการศึกษา ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าเครื่องดนตรี ค่าอุปกรณ์กีฬาที่เกี่ยวกับการศึกษาของผู้เยาว์    3. ค่ารักษาพยาบาล หมายถึง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัย และบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วย หรืออาการผิดปกติของร่ายกาย จิตใจ    4. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ตามฐานานุรูป หรือหน้าที่ตามกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี       หมายเหตุ กรณีผู้ปกครองผู้เยาว์ขอเบิกค่าใช้จ่ายของผู้เยาว์นอกเหนือจากข้อกำหนดดังกล่าวในข้างต้น ให้ผู้ปกครองผู้เยาว์ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตต่อไป        ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-07T10:48:23"],
    [1081,"94e56e1c-a7f4-4555-b0b1-3e0a7618f580","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน","การขอเยี่ยมเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (กรณีมีสิทธิ์แล้ว) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-f72f-4ec3-ba96-429a27579ba3",1,0,2,"1) ผู้มาเยี่ยมต้องได้รับการอนุมัติให้มีสิทธิ์ในการเยี่ยมก่อนถึงจะสามารถเยี่ยมเด็กและเยาวชนได้  2) ผู้มาเยี่ยมยื่นบัตรเยี่ยมพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาณจุดบริการญาติเยี่ยมของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน  3) ผู้เข้าเยี่ยมต้องปฏิบัติตนดังนี้ี้              3.1 ผู้เยี่ยมต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยไม่ล่อแหลมหรือส่อไปในทางยั่วยุทางเพศ              3.2 ผู้เยี่ยมต้องประพฤติตนสุภาพเรียบร้อยทั้งต่อเยาวชนและเจ้าหน้าที่              3.3 ห้ามมิให้เด็กหรือเยาวชนใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์สื่อสารใดๆ              3.4 ห้ามถ่ายภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวเด็กและเยาวชน              3.5 ผู้เยี่ยมต้องไม่มีอาการมึนเมาสุราหรือสิ่งเสพติดอื่นๆ              3.6 สิ่งของที่นำเข้าเยี่ยมต้องผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าเยี่ยมทุกครั้ง              3.7 ห้ามนำสิ่งของใดๆเข้ามาหรือนำออกจากสถานที่ควบคุมส่งมอบให้หรือรับจากเด็กหรือเยาวชนโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่              3.8 ผู้เยี่ยมมีสิทธิ์เข้าเยี่ยมวันละ 1 ครั้งครั้งละไม่เกิน 3 คน              3.9 ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยมหรือติดต่อกับเด็กหรือเยาวชนจะต้องอยู่ในเขตที่ทางสถานควบคุมกำหนดให้เป็นที่เยี่ยมหรือติดต่อกับเด็กหรือเยาวชนเท่านั้น  หากผู้เข้าเยี่ยมไม่ปฏิบัติตามเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมหรือระงับการเยี่ยมเมื่อพบว่ามีการฝ่าฝืนข้อตกลงโดยทันที  4) สิงของต้องห้ามในการเยี่ยมได้แก่              4.1 เงินสดหรือทรัพย์สินมีค่าอื่น              4.2 เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด              4.3 สารเสพติดหรือสารที่ก่อให้เกิดอาการมึนเมา              4.4 เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บุหรี่หรือยาเส้น              4.5 สิ่งตีพิมพ์หรือสื่อลามกอนาจารที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ              4.6 อาวุธหรือสิ่งที่อาจใช้เป็นอาวุธหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัย              4.7 วัสดุหรืออุปกรณ์อื่นที่อาจนำไปให้ในการก่อเหตุร้ายหรือกระทำการผิดระเบียบหรือฝ่าฝืนข้อบังคับ              4.8 ยารักษาโรคทุกชนิดเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์              4.9 สิ่งของอื่นตามที่ศูนย์ฝึกฯกำหนด  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:17"],
    [1082,"94e56e1c-aa4f-4f30-ab1b-f2b92dd8e247","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน","การขอเยี่ยมเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (กรณีขอมีสิทธิ์เยี่ยม) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-fa39-4671-b960-73e6d1395dd0",1,0,7,"กรณีขอมีสิทธิ์เยี่ยม    ผู้ที่ประสงค์ขอมีสิทธิ์เยี่ยมเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ให้ยื่นคำร้องขอมีสิทธิ์เยี่ยม พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา ที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนที่เด็กและเยาวชนฝึกอบรมอยู่ ในวันเวลาราชการ หรือ จุดบริการญาติเยี่ยม ในวันหยุดราชการ เพื่อขอมีบัตรขอเยี่ยมโดยบุคคลที่มีสิทธิ์ขอเยี่ยม มีดังนี้    1)บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้อุปการะ และสมาชิกในครอบครัวเด็กและเยาวชน  2)ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง  3)บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับเด็ก/เยาวชน และได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:17"],
    [1083,"94e56e1c-acaa-4d89-90ef-0c1b157ced0c","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน","การขอเยี่ยมเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (ที่มีสถานแรกรับเด็กและเยาวชน)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2c-fd63-4e29-bf6e-15eed2e978c3",1,0,3,"1) บุคคลที่มีสิทธิ์ขอเยี่ยม มีดังนี้    1.1)บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้อุปการะ และสมาชิกในครอบครัวเด็กและเยาวชน  1.2)ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง  1.3)บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับเด็ก/เยาวชน และได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน    2) สิ่งของต้องห้ามในการเยี่ยม    2.1) ทรัพย์สินมีค่า    2.2) สิ่งเสพติดหรือของมึนเมาทุกชนิด สารเสพติดให้โทษ บุหรี่ สุรา เบียร์ ยาเส้น ยาตั้ง ยาฉุน ทินเนอร์ สารระเหยต่างๆ    2.3) ยารักษาโรคทุกชนิด    2.4) อาวุธ หรือของมีคมทุกชนิด และสิ่งของอื่นใดที่อาจใช้เป็นอาวุธได้    2.5) อุปกรณ์การเล่นการพนัน    3)ผู้เข้าเยี่ยมต้องปฏิบัติตน ดังนี้    3.1) ผู้เข้าเยี่ยมต้องแต่งกายสุภาพ  3.2) ประพฤติ ปฏิบัติตนสุภาพเรียบร้อยระหว่างเยี่ยม และปฏิบัติตามระเบียบที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกำหนด  3.3) ห้ามมิให้เด็กหรือเยาวชนใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์สื่อสารใดๆ  3.4) ห้ามถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวเด็กและเยาวชน  3.5) ผู้เข้าเยี่ยมให้งดสูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือของมึนเมาก่อนเข้าเยี่ยม และต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์  3.6) สิ่งของที่นำเข้าเยี่ยมต้องผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าเยี่ยมทุกครั้ง    หมายเหตุ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2021-11-17T13:39:17"],
    [1084,"94e56e1c-af9e-435e-8e67-db36c921d0d9","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมราชทัณฑ์","การพิจารณาอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-012b-4329-b432-7802f2fcacdb",3,0,2,"คู่มือสำหรับประชาชน : การพิจารณาอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำ    หน่วยงานที่ให้บริการ : กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำ จะต้องมีหนังสือขออนุญาตมายังกองทัณฑวิทยา เรือนจำ สถานกักขัง หรือสถานกักกัน โดยระบุวัน เวลา สถานที่ พร้อมแนบรายชื่อคณะผู้เข้าดูกิจการของเรือนจำทั้งหมด    2. บุคคลภายนอกจะเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำได้ต่อเมื่อรับอนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการเรือนจำ    3. บุคคลภายนอกที่จะเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำจะต้องปฏิบัติตนดังนี้    (1) แต่งกายและมีกิริยาอันสุภาพ    (2) ไม่พูดจากับผู้ต้องขัง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่    (3) ต้องเข้าดูแต่ภายในอาณาเขต และกำหนดเวลาที่ทางการเรือนจำกำหนดให้ไว้    4. บุคคลภายนอกที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำในคราวหนึ่งจะมีจำนวนเท่าใด ให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสมแก่สภาพการณ์ของเรือนจำ    กรณียื่นคำขอที่เรือนจำ สถานกักกัน หรือสถานกักขัง ที่ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในคำขอ ให้เรือนจำ สถานกักกัน สถานกักขังดังกล่าว ส่งคำขอมายังผู้มีอำนาจอนุญาตเพื่อพิจารณาอนุญาต    5. การเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่ปรากฎภาพถ่าย แสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดบันทึกข้อมูลบุคคลภายนอกผู้เข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำไว้เป็นหลักฐาน    6. กรณีเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำเป็นหมู่คณะ จะต้องมีหนังสือขออนุญาตจากหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมแจ้งรายชื่อคณะผู้เข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำทั้งหมดแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดบันทึกข้อมูลบุคคลภายนอกผู้เข้าดูกิจการหรือติดต่อการงานกับเรือนจำไว้เป็นหลักฐาน    7.เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 1 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ:   ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการสถานกักขัง ผู้อำนวยการสถานกักกัน มีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาอนุญาต โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม สภาวะการณ์ต่าง ๆ ภัยธรรมชาติ สภาวะอากาศ อาทิเช่น เกิดเหตุการณ์ไม่สงบจากการจลาจล การประท้วง ทั้งภายในและภายนอกเรือนจำ สถานกักขัง สถานกักกัน หรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลภายนอกของเรือนจำ สถานกักขัง สถานกักกัน แห่งนั้น เป็นต้น   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน         Public Handbook: A Consideration for Giving Permission to Outsider/Visitor for Visiting and Contacting with Prison  Agency operating the service: Department of Corrections, Ministry of Justice  ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------  Requirements, methods and conditions (if any) of submitting the request and having a consideration for permission    1. Person who is willing to visit or contact prison must submit the requesting letter to Bureau of Penology, prison, detention center or retention center by indicating the details of date, time, and location as well as the list of all persons who want to visit prison.  2. The outsider or visitor must be permitted by the Director of Prison or his/her assigned person before entering into prison for visiting or contacting with prison.  3. The outsider or visitor who wants to visit or contact with prison must show these behaviors:  1) Dress properly and be polite  2) Do not talk to prisoner unless the prison officer allows to do so  3) Visit only the designated area and during the time specified by prison  4. The Director of Prison shall permit the number of outsiders/visitors for each visit by taking into consideration of necessity, suitability for circumstances of each prison.    If the request is submitted to prison/detention center/retention center which is different from what stated in the request, such prison/detention center/ retention centermust forward the request to an authorized person to give permission.      5. The outsider or visitor must bring the national identification card or any card displaying photo issued by government agency and show it to the officer for recording as the evidence.  6. In case of visiting or contacting with prison as a group, there must be a requesting letter issued by their agency, together with the list of all persons to visit or contact with prison to show to the officer for recording as the evidence.  7. The officer shall inform the result of request within 1 working day after the consideration is made.  Remark:  The Director of Prison, Director of Detention Center and Director of Retention Center can use discretion over the permission by taking into consideration of prison&rsquo;s environment, circumstances, danger caused by nature, and weather condition, i.e. disturbance, riot, protest  inside and outside of such prison, detention center and retention center. Other situations include natural disaster and the number of prison officers providing custodial and safety protection duties of outsider in such prison, detention center and retention center, and so on.  The procedure shall be started when the officer completely finishes examining all documents as specified in the public handbook. If the request or relevant documents are incomplete, and/or insufficient to the extent that the consideration cannot be made, the officer will make a note recording the list of missing or additional documents that have to be further submitted. The person making a request must correct/submit additional documents within the prescribed period of time in such note; otherwise it is considered that the person withdraws the request. In this case, the officer and the person submitting the request or the attorney to act on his/her behalf shall put signatures on the note. The copy  of this note will be given to the person submitting the request or the attorney to act on his/her behalf.    Channels of providing service    Location of providing service    (Remark: -)    Bureau of Penology, Department of Corrections Address: 222 Nonthaburi 1 Road, Nonthaburi    Province 11000 Tel: 02 967 2222    - Contacting by yourself at the agency         Working hours: Mondays to Fridays (Excepting national holidays)    From 08.30 am &ndash; 04.30 pm (with lunch break)    Location of providing service    (Remak: -)    Prisons, detention centers, retention centers (143 facilities nationwide in 77 provinces)    - Contacting by yourself at the agency         Working hours: Mondays to Fridays (Excepting national holidays)    From 08.30 am &ndash; 04.30 pm (with lunch break)         Procedure, duration and responsible agency    Total duration: 3 working days    Procedure  1) Examination of documents    The officer checks the correctness and    completion of requesting letter and    relevant documents    (Remark: -)    Duration : 1 Working day    Responsible Agency : Department of Corrections    2) Consideration    The Director of Prison, Director of  Detention Center, and Director of Retention Center shall consider the request and issue the order granting or refusing permission.    (Remark: -)    Duration : 1 Working day    Responsible Agency : Department of Corrections         3) Signing/Decision of the Committee    The Director of Prison, or Director of Detention Center, or Director of    Retention Center signs for the order granting or refusing permission.    (Remark: -)    Duration : 1 Working day    Responsible Agency : Department of Corrections         List of required documents and supporting evidence    1. Name of document, quantity and additional details (if any) : National Identification Card or other card displaying photo issued by government agency    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    Public agency issuing the document : Department of Provincial Administration    2. Name of document, quantity and additional details (if any) : Requesting letter issued by agency, attached with the list of all persons to visit or contact with prison (in case of a group)    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    Fee    Order Fee Description Amount (TH Baht/percentage)    1) No Fee    Remark: -    Channels of making complaint/suggestion for the service    1) Bureau of Penology, Department of Corrections    Address: 222 Nonthaburi 1 Road, Nonthaburi Province 11000 (Tel: 02 967 2222 ext. 706)    (Remark: -)    2) Prisons, detention centers, retention centers (143 facilities) nationwide (77 provinces)    (Remark: -)    3) Website for making electronic complaint:    https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSc2T8PrWaUCCPJtSxfKxKeSKf-    9uBidmmkIjHMDNDUcj-EhEw/viewform    (Remark: -)    4) Center of Public Service, Office of the Permanent Secretary, Prime Minister&rsquo;s Office    (Remark: (Address: 1 Pitsanulok Road, Dusit, Bangkok 10300/Call Center: 1111/    www.111.go.th/ P.O. Box 1111, No. 1 Pitsanulok Road, Dusit, Bangkok 10300))    5) Center for Making Complaints against Corruption in Public Sector,    (Remark: (Office of the Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC)    -Address: 99 Moo 4 Software Park Building, 2nd floor, Chaeng Wattana Road, Pakkred,    Nonthaburi 11120    - Call Center: 1206/Tel. 0 2502 6670-80 ext.1990, 1904-7/Fax: 0 2502 6132    - www.pacc.go.th/www.facebook.com/PACC.GO.TH         The Anti-Corruption Operation Center    Tel: +66 92 668 0777/ LINE: Fad.pacc/ Facebook: The Anti-Corruption Operation    Center/ Email: Fad.pacc@gmail.com         Forms, examples and guidelines for completion    No form, example and guideline for completion    Remark : -","2023-07-19T10:45:17"],
    [1085,"94e56e1c-b2b4-4ebf-a002-25af76fe101e","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมราชทัณฑ์","การพิจารณาอนุญาตให้นักศึกษา บุคคล หรือหน่วยงานอื่นที่ประสงค์จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทำวิจัย ทำวิทยานิพนธ์ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ หรือในเรือนจำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-04ed-4351-a007-196bd41d663c",2,0,5,"คู่มือสำหรับประชาชน : การพิจารณาอนุญาตให้นักศึกษา บุคคล หรือหน่วยงานอื่นที่ประสงค์จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทำวิจัย ทำวิทยานิพนธ์ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ หรือในเรือนจำ     หน่วยงานที่ให้บริการ : กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ผู้ยื่นคำขอ ได้แก่ นักศึกษา บุคคลทั่วไป หรือหน่วยงานที่มีความประสงค์ที่จะเก็บข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของกรมราชทัณฑ์ภายในเรือนจำ เพื่อประโยชน์ในการทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีหนังสือขออนุญาตมายังกองทัณฑวิทยา หรือเรือนจำ สถานกักกันหรือสถานกักขัง โดยในหนังสือขออนุญาตจะต้องระบุ วัน เวลา และสถานที่ ที่จะเข้าไปเก็บข้อมูลให้ละเอียด และครบถ้วน    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นโครงร่างและแบบสอบถามการทำวิจัยหรือการทำวิทยานิพนธ์แนบมาพร้อมกับหนังสือขออนุญาต    4.การพิจารณาอนุญาต/ผู้มีอำนาจอนุญาต ได้แก่     (1) กรณียื่นที่เรือนจำ ผู้มีอำนาจอนุญาต ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการสถานกักขัง และผู้อำนวยการสถานกักกัน     (2) กรณียื่นคำขอเพื่อเก็บข้อมูลในการทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ หรือในเรือนจำ ในหัวข้อเดียวกัน โดยเก็บข้อมูล ณ เรือนจำ สถานกักขัง สถานกักกัน หลายแห่ง ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา จะเป็นผู้พิจารณาคำขอเท่านั้น     (3) กรณียื่นคำขอที่เรือนจำ สถานกักกัน หรือสถานกักขัง ที่ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในคำขอ ให้เรือนจำ สถานกักกัน สถานกักขังดังกล่าว ส่งคำขอมายังผู้มีอำนาจอนุญาตเพื่อพิจารณาอนุญาต    5. กรณีที่การเก็บข้อมูลภายในเรือนจำ มีการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังร่วมด้วย ให้ทำการขออนุญาตเป็นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการสถานกักขัง และผู้อำนวยการสถานกักกัน ทั้งนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องขังด้วย (หลักเกณฑ์ให้เป็นไปตามคู่มือสำหรับประชาชน: การพิจารณาอนุญาตให้บุคคลที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเรือนจำเพื่อสัมภาษณ์ผู้ต้องขัง รวมถึงการถ่ายภาพ ภาพยนตร์-วิดิทัศน์ ภายในเรือนจำ)    6. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 1 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ:     ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการสถานกักขัง ผู้อำนวยการสถานกักกัน มีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาอนุญาต โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม สภาวะการณ์ต่าง ๆ ภัยธรรมชาติ สภาวะอากาศ อาทิเช่น เกิดเหตุการณ์ไม่สงบจากการจลาจล การประท้วง ทั้งภายในและภายนอกเรือนจำ สถานกักขัง สถานกักกัน หรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลภายนอกของเรือนจำ สถานกักขัง สถานกักกัน แห่งนั้น เป็นต้น   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน         Public Handbook: A Consideration for Giving Permission to Student, Person or Other Agencies Asking for Collecting Data for Doing Research or Thesis about the Missions of Department of Corrections or Prison  Agency operating the service: Department of Corrections, Ministry of Justice  ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------  Requirements, methods and conditions (if any) of submitting the request and having a consideration for permission    1. Person eligible for submitting the request includes student, people, or agency willing to request permission to collect data about the mission of Department of Corrections inside prison for the benefits of doing research or thesis.  2. Person submitting the request must provide Bureau of Penology or prison, detention center, retention center with the requesting letter which indicates complete details of date, time and location for collecting data.  3. Person asking for the request must submit the outline and interview questions/questionnaires to be used in the research or thesis together with the requesting letter.  4. Consideration for permission/authorized person to give permission:  1) If the request is submitted to prison authority, the authorized person includes the Governor of Province or Director of Prison, or Director of Detention Center or Director of Retention Center.  2) In case that the request is for conducting research or thesis on the mission of Department of Corrections or prison work in various prisons/retention centers/detention centers, but still under the same research topic, the Director of Bureau of Penology shall be  only an authorized person to permit the request.  3) If the request is submitted to prison/detention center/retention center which is different from what stated in the request, such prison/detention center/ retention center must forward the request to an authorized person to give permission.    5. In case that the data collection inside prison consists of interview with prisoner, the request must be submitted to the Governor of Province or Director of Prison, or Director of Detention Center or Director of Retention Center. In this regard, the prisoner must give a  consent (the requirements shall be in accordance with the Public Handbook: A Consideration for Giving Permission to Ordinary Person or Juristic Person who Visits Prison for Conducting Interview with Prisoner, including Taking Photo and Filming inside Prison).    6. The officer shall inform the result of request within 1 working day after the consideration is made.      Remark:  The Director of Prison, Director of Detention Center and Director of Retention Center can use discretion over the permission by taking into consideration of prison&rsquo;s environment, circumstances, danger caused by nature, and weather condition, i.e. disturbance, riot, protest  inside and outside of such prison, detention center and retention center. Other situations include natural disaster and the number of prison officers providing custodial and safety protection duties of outsider in such prison, detention center and retention center, and so  on.  The procedure shall be started when the officer completely finishes examining all documents as specified in the public handbook. If the request or relevant documents are incomplete, and/or insufficient to the extent that the consideration cannot be made, the officer will make a note recording the list of missing or additional documents that have to be further submitted. The person making a request must correct/submit additional documents within the prescribed period of time in such note; otherwise it is considered that the person withdraws the request. In this case, the officer and the person submitting the request or the attorney to act on his/her behalf shall put signatures on the note. The copy  of this note will be given to the person submitting the request or the attorney to act on his/her behalf.         Channels of providing service    Location of providing service    (Remark: -)    Bureau of Penology, Department of Corrections Address: 222 Nonthaburi 1 Road, Nonthaburi    Province 11000 Tel: 02 967 2222    - Contacting by yourself at the agency         Working hours: Mondays to Fridays (Excepting national holidays)    From 08.30 am &ndash; 04.30 pm (with lunch break)    Location of providing service    (Remak: -)    Prisons, detention centers, retention centers (143 facilities nationwide in 77 provinces)    - Contacting by yourself at the agency         Working hours: Mondays to Fridays (Excepting national holidays)    From 08.30 am &ndash; 04.30 pm (with lunch break)    Location of providing service    (Remark: -)    Working hours: Mondays to Fridays (Excepting national holidays)    Department of Corrections, Ministry of Justice Address: 222 Nonthaburi 1 Road, Nonthaburi    Province 11000 From 08.30 am &ndash; 04.30 pm (with lunch break)         Procedure, duration and responsible agency    Total duration: 2 working days    Order Procedure Duration Responsible Agency    1) Examination of documents    The officer checks the correctness and completion of requesting letter and relevant documents.    (Remark: in case of collecting data in more than one prison, for using in the same topic of research or thesis, the Bureau of Penology is the only agency examining requesting letter and supporting documents)    Duration: 1 Working day    Responsible Agency: Department of Corrections    2) Consideration    The request is proposed to the Governor of Province, Director of Prison, Director of Detention Center, Director of Retention Center or Director of Bureau of Penology for his/her consideration to issue the order granting or refusing permission.    (Remark: in case of collecting data in more than one prison, for using in the same topic of research or thesis, the Bureau of Penology is the only agency examining requesting letter and supporting documents)    Duration: 1 Working day    Responsible Agency: Department of Corrections         List of required documents and supporting evidence    1. Name of document, quantity and additional details (if any) : 1) National Identification Card or other card displaying photo issued by government agency       Public agency issuing the document : Department of Provincial Administration    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    2. Name of document, quantity and additional details (if any) : Outline of research or thesis    Original: 0    Copy: 1    Remark: (certifying true copy)    3. Name of document, quantity and additional details (if any) :  Letter certified by agency    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    4. Name of document, quantity and additional details (if any) :  Questionnaires for doing research or thesis    Original: 0    Copy: 1    Remark:-    5. Name of document, quantity and additional details (if any) :  Letter certifying the status as a student from academic institution (in case of student)    Original: 1    Copy: 0    Remark: -         Fee    Order Fee Description Amount (TH Baht/percentage)    1) No Fee    Remark: -         Channels of making complaint/suggestion for the service    1) Bureau of Penology, Department of Corrections    Address: 222 Nonthaburi 1 Road, Nonthaburi Province 11000 (Tel: 02 967 2222 ext. 706)    (Remark: -)    2) Prisons, detention centers, retention centers (143 facilities) nationwide (77 provinces)    (Remark: -)    3) Website for making electronic complaint:    https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSc2T8PrWaUCCPJtSxfKxKeSKf-    9uBidmmkIjHMDNDUcj-EhEw/viewform    (Remark: -)    4) Center of Public Service, Office of the Permanent Secretary, Prime Minister&rsquo;s Office    (Remark: (Address: 1 Pitsanulok Road, Dusit, Bangkok 10300/Call Center: 1111/    www.111.go.th/ P.O. Box 1111, No. 1 Pitsanulok Road, Dusit, Bangkok 10300))    5) Center for Making Complaints against Corruption in Public Sector,    (Remark: (Office of the Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC)    -Address: 99 Moo 4 Software Park Building, 2nd floor, Chaeng Wattana Road, Pakkred,    Nonthaburi 11120    - Call Center: 1206/Tel. 0 2502 6670-80 ext.1990, 1904-7/Fax: 0 2502 6132    - www.pacc.go.th/www.facebook.com/PACC.GO.TH         The Anti-Corruption Operation Center    Tel: +66 92 668 0777/ LINE: Fad.pacc/ Facebook: The Anti-Corruption Operation    Center/ Email: Fad.pacc@gmail.com         Forms, examples and guidelines for completion    No form, example and guideline for completion    Remark : -","2023-07-18T16:04:40"],
    [1086,"94e56e1c-b5d5-4054-8cdb-16bd5dcaff9d","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมราชทัณฑ์","การพิจารณาอนุญาตให้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเรือนจำเพื่อสัมภาษณ์ผู้ต้องขัง รวมถึงการถ่ายภาพ ภาพยนตร์-วิดิทัศน์ ภายในเรือนจำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-08c1-4d0e-b107-5eb46a8fdd5f",9,0,8,"คู่มือสำหรับประชาชน : การพิจารณาอนุญาตให้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเรือนจำเพื่อสัมภาษณ์ผู้ต้องขัง รวมถึงการถ่ายภาพ ภาพยนตร์-วิดิทัศน์ ภายในเรือนจำ    หน่วยงานที่ให้บริการ : กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1) ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ ได้แก่บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีความประสงค์จะขออนุญาตเข้าไปในเรือนจำเพื่อสัมภาษณ์ผู้ต้องขัง รวมถึงการถ่ายภาพ ภาพยนตร์ - วิดิทัศน์ ภายในเรือนจำ    2) กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นสื่อมวลชนจะต้องเป็นสื่อมวลชนที่มีสังกัดชัดเจนเชื่อถือได้ เช่น สังกัดสำนักพิมพ์ สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุและหนังสือพิมพ์ฯลฯ โดยจะต้องมีหนังสืออนุญาตจากต้นสังกัดมาแสดง และหากมีการถ่ายทำละครหรือภาพยนตร์ จะต้องแนบบทละครหรือบทภาพยนตร์มาพร้อมกับคำขอด้วย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา    3) กรณีสัมภาษณ์หรือถ่ายภาพผู้ต้องขังเพื่อใช้ประกอบในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทำวิจัย หรือทำวิทยานิพนธ์ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ หรือในเรือนจำ จะต้องยื่นโครงร่างพร้อมแบบสอบถามในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำวิจัย หรือทำวิทยานิพนธ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาด้วย    4) ผู้ยื่นคำขอจะต้องทำการขออนุญาตเป็นหนังสือโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับบทความ แนวทาง หรือคำถามที่จะสัมภาษณ์ผู้ต้องขัง วัตถุประสงค์ของการสัมภาษณ์ วิธีการบันทึกและวิธีการเผยแพร่สิ่งบันทึกนั้น รวมทั้งต้องระบุวันเวลาและสถานที่ที่จะเข้าไปทำการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังรวมถึงถ่ายภาพยนตร์-วิดิทัศน์ให้ชัดเจน เพื่อนำมาใช้ในการประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ต้องขังและจะต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของเรือนจำและเกิดความเสียหายต่อกรมราชทัณฑ์ด้วย    5) การพิจารณาอนุญาต/ผู้มีอำนาจอนุญาต ได้แก่     (1) กรณียื่นที่เรือนจำ ผู้มีอำนาจอนุญาต ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการสถานกักขัง และผู้อำนวยการสถานกักกัน     (2) กรณียื่นคำขอเพื่อเก็บข้อมูลในการทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ หรือในเรือนจำ ในหัวข้อเดียวกัน โดยเก็บข้อมูล ณ เรือนจำ สถานกักขัง สถานกักกัน หลายแห่ง ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา จะเป็นผู้พิจารณาคำขอเท่านั้น   (3) กรณียื่นคำขอที่เรือนจำ สถานกักกัน หรือสถานกักขัง ที่ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในคำขอ ให้เรือนจำ สถานกักกัน สถานกักขังดังกล่าว ส่งคำขอมายังผู้มีอำนาจอนุญาตเพื่อพิจารณาอนุญาต     (4) สำหรับกรณีอื่นๆ เช่น การใช้สถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร และสิ่งอื่นใดเพื่อความบันเทิง การอนุญาตให้สื่อต่างชาติเข้าบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ผู้มีอำนาจในการอนุญาต ได้แก่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นรายกรณี    6) เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หมายเหตุ:       ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน         Public Handbook: A Consideration for Giving Permission to Ordinary Person or Juristic Person who Visits Prison for Conducting Interview with Prisoner, including Taking Photo and Filming inside Prison  Agency operating the service: Department of Corrections, Ministry of Justice  ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------  Requirements, methods and conditions (if any) of submitting the request and having a consideration for permission    1. Person eligible for submitting the request includes ordinary person or juristic person who is willing to request permission to get inside prison for conducting interview with prisoner, as well as taking photo and filming inside prison  2. In case that the person submitting the request is from the press belonging to reliable company, such as from the printing press, television station, radio station, newspaper publishing company, and so on, he/she must submit the letter issued by the company. If the request is for filming TV series or movie, there must be the movie or shooting scripts additionally attached with the request for consideration.  3. In case that such interviews or photos shall be used in the data collection for the research, thesis or dissertation on the topic regarding the mission of Department of Corrections or prison work, the research outline as well as the interview questions/questionnaires to be used must be also attached together with the request for consideration.  4. Person must submit a written request by providing clear details about article, method or questions to be asked to prisoner, objective of interview, recording method and approach to publicize such content. He/she must also indicate the date, time and name of prison to conduct interview and to shoot film for consideration. In this regard, it depends on the consent of prisoner and such action must not affect the security of prison and may not cause any damage to Department of Corrections as well.  5. Consideration for permission/authorized person to give permission:  1) If the request is submitted to prison authority, the authorized person includes the Governor of Province or Director of Prison, Director of Detention Center and Director of Retention Center.  2) In case that the request is for conducting research or thesis on the mission of Department of Corrections or prison work in various prisons/retention centers/detention centers, but still under the same research topic, the Director of Bureau of Penology shall be  only an authorized person to permit the request.  3) If the request is submitted to prison/detention center/retention center which is different from what stated in the request, such prison/detention center/ retention center must forward the request to an authorized person to give permission.  4) As for other cases, such as filming TV series or movie by using prison as the location and other actions for entertainment, the permission to foreign press to take photos or movie, the Director General of Department of Corrections is an authorized person to give  permission case by case.  6. The officer shall inform the result of request within 3 working days after the consideration is made.  Remark:  The procedure shall be started when the officer completely finishes examining all documents as specified in the public handbook. If the request or relevant documents are incomplete, and/or insufficient to the extent that the consideration cannot be made, the officer will make a note recording the list of missing or additional documents that have to be further submitted. The person making a request must correct/submit additional documents within the prescribed period of time in such note; otherwise it is considered that the person withdraws the request. In this case, the officer and the person submitting the request or the attorney to act on his/her behalf shall put signatures on the note. The copy  of this note will be given to the person submitting the request or the attorney to act on his/her behalf.       Channels of providing service    Location of providing service    (Remark: (Excepting official and Thai holidays)) Public Relations Sub-division, Office of the    Secretary, Department of Corrections Address: 222 Nonthaburi 1 Road, Nonthaburi    Province 11000    - Contacting by yourself at the agency         Working hours: Mondays to Fridays (Excepting national holidays)    From 08.30 am &ndash; 04.30 pm (with lunch break)         Location of providing service    (Remak: -)    Prisons, detention centers, retention centers (143 facilities nationwide in 77 provinces)    - Contacting by yourself at the agency         Working hours: Mondays to Fridays (Excepting national holidays)    From 08.30 am &ndash; 04.30 pm (with lunch break)         Procedure, duration and responsible agency    Total duration: 9 working days    Procedure    1) Examination of documents    The officer checks the correctness and completion of requesting letter and    relevant documents    (Remark: -)    Duration : 1 Working day    Responsible Agency : Department of Corrections    2) Consideration    The request is proposed to the Governor of Province, Director of Prison, Director of Detention Center, Director of Retention Center for his/her consideration to issue the order granting or refusing permission.    (Remark: -)    Duration : 3 Working day    Responsible Agency : Department of Corrections    3) Signing/Decision of the Committee    - The Governor of Province, or Director of Prison, or Director of Detention Center, or Director of Retention Center signs for the order granting or refusing permission.    - The Director General of Department of Corrections signs for the order granting or refusing permission in case of the request relevant to foreign affairs and entertaining activities in prison, such as filming for TV Series or movie and other activities for entertainment, the permission for foreign press to shoot photo or movie, etc.    (Remark: -)    Duration : 5 Working day    Responsible Agency : Department of Corrections         List of required documents and supporting evidence    1. Order Name of document, quantity and additional details (if any) : Consent form that prisoner must sign (in case of interviewing with prisoner)    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    Public agency issuing the document : Department of Corrections    2. Order Name of document, quantity and additional details (if any) : Letter from agency requesting for the shooting, attached with name list of all relevant persons, indicating date, time and location for photo and film shoots (in case of juristic person and ordinary person as a team)    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    3. Order Name of document, quantity and additional details (if any) : Movie or TV series shooting scripts (in case of TV series or movie shoot)    Original: 1    Copy: 0    Remark: (certifying true copy)    4. Order Name of document, quantity and additional details (if any) : National Identification Card or other card displaying photo issued by government agency    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    Public agency issuing the document : Department of Provincial Administration    5. Order Name of document, quantity and additional details (if any) : Letter certifying the status as a student from academic institution (in case of student)    Original: 1    Copy: 0    Remark: -    -    6. Order Name of document, quantity and additional details (if any) : Outline of research or thesis, list of questions or questionnaires (in case the interview shall be conducted in the research or thesis)    Original: 1    Copy: 0    Remark: (certifying true copy)    Fee    Order Fee Description Amount (TH Baht/percentage)    1) No Fee    Remark: -         Channels of making complaint/suggestion for the service    1) Public Relations Sub-division, Office of the Secretary,  Bureau of Penology, Department of Corrections    Address: 222 Nonthaburi 1 Road, Nonthaburi Province 11000 (Tel: 02 967 2222 ext. 124)    (Remark: -)    2) Prisons, detention centers, retention centers (143 facilities) nationwide (77 provinces)    (Remark: -)    3) Website for making electronic complaint:    https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSc2T8PrWaUCCPJtSxfKxKeSKf-    9uBidmmkIjHMDNDUcj-EhEw/viewform    (Remark: -)    4) Center of Public Service, Office of the Permanent Secretary, Prime Minister&rsquo;s Office    (Remark: (Address: 1 Pitsanulok Road, Dusit, Bangkok 10300/Call Center: 1111/    www.111.go.th/ P.O. Box 1111, No. 1 Pitsanulok Road, Dusit, Bangkok 10300))    5) Center for Making Complaints against Corruption in Public Sector,    (Remark: (Office of the Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC)    -Address: 99 Moo 4 Software Park Building, 2nd floor, Chaeng Wattana Road, Pakkred,    Nonthaburi 11120    - Call Center: 1206/Tel. 0 2502 6670-80 ext.1990, 1904-7/Fax: 0 2502 6132    - www.pacc.go.th/www.facebook.com/PACC.GO.TH         The Anti-Corruption Operation Center    Tel: +66 92 668 0777/ LINE: Fad.pacc/ Facebook: The Anti-Corruption Operation    Center/ Email: Fad.pacc@gmail.com         Forms, examples and guidelines for completion    No form, example and guideline for completion    Remark : -","2023-07-19T10:46:17"],
    [1087,"94e56e1c-b7e0-4a8b-8942-370917ec21d8","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","กรมราชทัณฑ์","การพิจารณาอนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ประสงค์จะเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขังในเรือนจำ ตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-0b90-4870-a901-1baa9d388559",1,0,3,null,"2023-07-19T10:45:41"],
    [1088,"94e56e1c-ba9b-4424-bc0b-fa2304e92f28","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม","การขอและรับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา[n]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2d-0f18-4f51-99c1-c97dc32fdf9a",5,0,8,"1) ผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้             1.1) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี             1.2) เป็นผู้สำเร็จการศึกษา ดังต่อไปนี้นี้                   1.2.1) กรณีนักจิตวิทยา ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาหนึ่ง ดังต่อไปนี้                          1.2.1.1) ปริญญาศิลปศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา จิตวิทยาคลินิกจิตวิทยาพัฒนาการหรือจิตวิทยาการปรึกษาและเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันยื่นคำขอโดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง                           1.2.1.2) ปริญญาแพทยศาสตร์ สาขากุมารเวชศาสตร์ จิตเวชศาสตร์ หรือจิตเวขศาสตร์เด็กและวัยรุ่นและเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาแล้วอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันยื่นคำขอโดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง                           1.2.1.3) ปริญญาพยาบาลศาสตร์ สาขาการพยาบาล หรือการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชและเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาแล้วอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันยื่นคำขอโดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง                           1.2.1.4) ปริญญาหรือเทียบเท่าปริญญาในสาขาอื่น และเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาแล้วอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าสองปีนับถึงวันยื่นคำขอโดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง                   1.2.2) กรณีนักสังคมสงเคราะห์ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ หรือปริญญาตรีในสาขาวิชาอื่น และเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสังคมสงเคราะห์    2) ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กระทรวงยุติธรรมร่วมกับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดมาแล้วไม่เกินสองปีนับถึงวันยื่นคำขอ    3) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือบุคคลล้มละลายทุจริต    5) ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงยุติธรรมตามกฎกระทรวงนี้    6) ให้ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 1 (1.1) (1.2) (2) (3) (4) และ (5) ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามแบบพิมพ์คำขอท้ายกฎกระทรวงด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่ ณ กองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม พร้อมกับหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในคำขอหรือด้วยการบันทึกข้อมูลลงในคำขอผ่านทางเว็บไซต์     กองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม แล้วแต่กรณี               กรณีที่ยื่นคำขอด้วยการบันทึกข้อมูลลงในคำขอผ่านทางเว็บไซต์กองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรมตามวรรคหนึ่ง ผู้ยื่นคำขอต้องส่งคำขอพร้อมกับหลักฐานแสดงคุณวุฒิและประสบการณ์ทำงาน รวมทั้งหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในคำขอ ไปยังเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอบันทึกข้อมูลลงในคำขอผ่านทางเว็บไซต์กองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้พิจารณาดำเนินการต่อไป หากผู้ยื่นคำขอผ่านทางเว็บไซต์กองกฎหมาย สำนักงาน ปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ไม่ดำเนินการตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขออีกต่อไป               กรณีที่ข้อความหรือหลักฐานมีรายละเอียดไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบในใบรับคำขอ และให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อความหรือหลักฐานตามที่ได้รับแจ้งให้ครบถ้วน และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้ง หากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขหรือไม่ส่งข้อความหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้นไม่ประสงค์ที่จะยื่นคำขออีกต่อไป","2025-01-14T11:41:38"],
    [1089,"94e56e1c-bd7c-4da2-843f-f13586c2e995","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม","การขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา[n]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-12a0-49f2-8503-c3b9a595ece3",3,0,7,"*กรณียื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา    1) ผู้ยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จะต้องเป็นผู้ซึ่งได้ ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงยุติธรรมแล้ว และประสงค์จะทำหน้าที่ต่อไปเมื่อบัตรประจำตัวสิ้นอายุ    2) ผู้ยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาต้องกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอต่ออายุบัตรประจำตัว ซึ่งขอรับได้ที่สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ทางอินเตอร์เน็ต    3) ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหรือทางไปรษณีย์ไปยังสำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม พร้อมกับหลักฐานที่ระบุในคู่มือบริการประชาชนภายใน 45 วัน ก่อนวันที่บัตรประจำตัวสิ้นอายุ    4) กรณีที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งอนุญาต/ไม่อนุญาตให้ต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาเจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบคำสั่งนั้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่ง       *กรณียื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา    1) ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสังคมสงเคราะห์    2) ผู้ยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จะต้องเป็นผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงยุติธรรมแล้ว และประสงค์จะทำหน้าที่ต่อไปเมื่อบัตรประจำตัวสิ้นอายุ    3) ผู้ยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ต้องกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอต่ออายุบัตรประจำตัว ซึ่งขอรับได้ที่สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ทางอินเตอร์เน็ต    4) ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่ ณ กองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหรือทางไปรษณีย์ไปยังกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม พร้อมกับหลักฐานที่ระบุในคู่มือบริการประชาชนภายใน 45 วัน ก่อนวันที่บัตรประจำตัวสิ้นอายุ    5) กรณีที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งอนุญาต/ไม่อนุญาตให้ต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ทำหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบคำสั่งนั้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่ง  หมายเหตุ :            เมื่อได้รับแบบคำขอและเอกสารหลักฐานแล้วเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อความและหลักฐานว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอหรือไม่ หากปรากฏว่ามีข้อความหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบและให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลตามที่ได้รับแจ้งให้ครบถ้วน และส่งไปยังกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมภายในไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งหากผู้ยื่นคำขอไม่จัดส่งข้อมูลหรือหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขออีกต่อไป และจะส่งคืนคำขอพร้อมหลักฐานทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำขอ พร้อมทำหนังสือระบุเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2023-06-26T14:40:55"],
    [1090,"94e56e1c-bf9e-4d4d-a3cc-182dd488a1f6","PUBLISHED","กระทรวงยุติธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม","การขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-155f-460b-8a0e-c1219b6a4703",14,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ให้ยึดหลักตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง","2021-11-17T13:39:17"],
    [1091,"95d31324-8fdb-46d8-b4dc-2c8002e9a99b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงยุติธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม","การช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95d2f852-bbf6-4147-969b-a91fa2fccfde",21,0,10,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา\n\t1. พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558\n\t\tมาตรา 28 การพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดําเนินคดี และการให้                                    ความช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน คณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือ หรือคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจําจังหวัดต้องคํานึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้\n\t\t(1) พฤติกรรมและข้อเท็จจริงของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน \n\t\t(2) ฐานะของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน \n\t\t(3) โอกาสที่ผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนจะได้รับการช่วยเหลือหรือบรรเทา                                                                       ความเสียหาย ตามกฎหมายอื่น\n\t2. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใน        การช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี พ.ศ. 2559\n\t\tข้อ 10 การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้\n\t\t(1) พฤติกรรมและข้อเท็จจริงของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน \n\t\t(2) ฐานะของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน \n\t\t(3) โอกาสที่ผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนจะได้รับการช่วยเหลือหรือบรรเทา                                                                   ความเสียหายตามกฎหมายอื่น","2022-03-31T09:55:54"],
    [1092,"95d4da25-6476-4a9d-b582-20dc431b9eb6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงยุติธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม","การขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95d4cba2-5202-4a76-9eaf-b8a05c2f1e91",21,0,11,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา\n\t1. พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558\n\t\tมาตรา 29 การพิจารณาให้ความช่วยเหลือในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย ให้คำนึงถึงว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือจะไปก่อเหตุภยันตรายประการใดหรือไม่\n\n\t2. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย พ.ศ. 2559\n\t\tข้อ 10 การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้\n\t\t(1) ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี\n\t\t(2) ไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไม่ไปก่อเหตุภยันตรายประการใด\n\t\tข้อ 11 การพิจารณาตามข้อ 10 ควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้\n\t\t(1) ลักษณะการกระทำความผิดที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือความมั่นคงของประเทศ หรือการกระทำที่มีผลกระทบต่อประชาชนที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายหรือความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม\n\t\t(2) สาเหตุหรือพฤติการณ์น่าเชื่อว่ามิได้กระทำความผิด\n\t\t(3) ฐานะของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ\n\t\t(4) ประวัติการกระทำความผิด นิสัย ความประพฤติ และข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้อง\n\t\t(5) ความคิดเห็นของผู้เสียหาย หรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง หากมีการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย\n\t\tข้อ 12 การพิจารณาฐานะของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือตามข้อ 11 (3) คณะอนุกรรมการ อาจคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t\t(1) รายได้ หรือความสามารถทางเศรษฐกิจของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน\n\t\t(2) ภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพตามปกติอันควรแก่ฐานานุรูป\n\t\t(3) ภาระหนี้สินของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนที่ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมเป็นสำคัญ","2022-03-31T09:55:37"],
    [1093,"95d4eeb1-c129-42b7-9c8d-d439923b106a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงยุติธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม","การช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95d4dc03-a5e5-4cb7-9a09-bc50793c0155",1,0,9,"การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 มาตรา 28 ประกอบระเบียบ ข้อ 10 ดังต่อไปนี้\n\t1. พฤติกรรมและข้อเท็จจริงของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน \n\t2. ฐานะของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม \n\t3. โอกาสที่ผู้จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนจะได้รับความช่วยเหลือหรือบรรเทาความเสียหายจากกฎหมายอื่น","2022-03-31T09:56:15"],
    [1094,"95d509a0-cd74-4c12-bb77-4f5f05921e6a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงยุติธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม","การให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95d4f4fe-9cea-4bfb-a342-72d6bc8ccccb",1,0,12,null,"2022-03-31T09:56:32"],
    [1095,"95bc468a-fea3-4c23-8d5e-1788b5d88765","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอขยายระยะเวลาใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62 ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-d70d-4c53-a337-f014c3c88e2e",1,3000,8,"หลักเกณฑ์ : \n1. คนต่างด้าวต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น และได้รับใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 62 แล้ว \n2. คนต่างด้าวต้องได้รับการขยายระยะเวลาทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น\n\t \nหมายเหตุ : \n     ทั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น ตามมาตรา 62 แจ้งให้นายทะเบียนทราบ\n\n* กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T09:38:45"],
    [1096,"95c2d3c3-d4b3-4032-b25e-bde56a38a340","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอขยายระยะเวลาใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม การลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62  (ยกเว้น ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน) (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-28b1-4532-a9d7-b442981c2462",3,3000,8,"หลักเกณฑ์ :\n1. คนต่างด้าวต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น และได้รับใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 62 แล้ว \n2. คนต่างด้าวต้องได้รับการขยายระยะเวลาทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น\t \n\nหมายเหตุ : \n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น ตามมาตรา 62 แจ้งให้นายทะเบียนทราบ\n\n* กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T09:38:36"],
    [1097,"95c6a1df-b9a1-47ca-a2d3-eb7e412d022b","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ภายใต้การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีอาเซียน ตามข้อตกลง MRAs ตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-18a3-48ff-a956-6c3c60db73d2",1,3000,25,"หลักเกณฑ์ : \n1. คนต่างด้าวต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางผ่าน (Tourist/Transit)\n2. เป็นคนต่างด้าวภายใต้การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีอาเซียน และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือหนังสือรับรองจากสภา / สมาคมวิชาชีพหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ตามข้อตกลง MRAs\n3. ประเภทงานที่ขออนุญาตต้องไม่เป็นงานที่ห้ามตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563\n4. คนต่างด้าวต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2563 \n5. หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าวจะต้องเป็นไปตามระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม \n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1. กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2. สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3. กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:43:20"],
    [1098,"95c6b7fa-6e09-436f-86d0-a5aac320e234","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-1f44-4bbd-9e34-71ea301ec036",28,5000,12,"หลักเกณฑ์ :\n          ภาคเอกชนรายใดที่ประสงค์ประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศกับนายทะเบียนจัดหางาน โดยยื่นคำขอ ณ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้ขออนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างจังหวัด\n- คุณสมบัติของผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานในประเทศ -\n1. มีสัญชาติไทย\n2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3. ไม่เป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่นที่ได้รับอนุญาตแล้ว\n4. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน\n5. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n6. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n7. ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี\n8. ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่น\n9. ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานหรืออยู่ในระหว่างใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n10. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำผิดโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n11. ต้องวางหลักประกันไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทไว้กับนายทะเบียนจัดหางาน\n\nกรณีนิติบุคคล ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นกรรมการ และมีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล    \n\nหมายเหตุ : \n         ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน \n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1. กรณีนิติบุคคล ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นกรรมการ และมีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล \n2. กรณีบุคคลธรรมดา  ให้ยกเว้นเอกสารในข้อ 4 และ 5","2023-11-22T10:10:51"],
    [1099,"95c6c3d5-e511-4deb-b47f-581688916adb","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-31f7-4f94-b6e0-8a8e71d3879f",24,5000,9,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยยื่นคำขอ ณ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างจังหวัด    \n\nหมายเหตุ :\n           ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:39:26"],
    [1100,"95c6c834-1a50-4578-9a7a-ab8b27b35469","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอย้ายสำนักงานจัดหางานในประเทศ : กรณีย้ายในเขตจังหวัดเดียวกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-48bc-4caa-a55e-e710b06e1e0c",18,400,7,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ ประสงค์จะย้ายที่ตั้งสำนักงานจัดหางาน ไปที่แห่งใหม่ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องดำเนินการยื่นคำขอย้ายสถานที่ตั้งสำนักงาน ตามแบบ จง.13 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้รับอนุญาตตั้งอยู่ เพื่อพิจารณาอนุญาตย้าย ก่อนที่จะไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่อยู่กับกระทรวงพาณิชย์\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:10:36"],
    [1101,"95c6cbce-2c31-4742-82ed-76dff98860ec","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอย้ายสำนักงานจัดหางานในประเทศ : กรณีย้ายนอกเขตจังหวัดเดียวกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-4575-4f3b-aaf2-3c2d4b8a0697",28,400,7,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานใดประสงค์จะย้ายที่ตั้งสำนักงานจัดหางาน ต้องดำเนินการยื่นคำขอ ตามแบบ จง.13 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้รับอนุญาตตั้งอยู่ เพื่อพิจารณาอนุญาตย้าย ก่อนที่จะไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่อยู่กับกระทรวงพาณิชย์\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:41:37"],
    [1102,"95cc75f8-1bab-4119-b4bf-2dcaaf5bc69f","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตรับสมัครหรือประกาศรับสมัครเป็นการล่วงหน้า เพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศของผู้รับอนุญาตจัดหางานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-8e62-49bc-b273-17dac67491fd",5,10,9,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ประสงค์จะรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้าต้องยื่นขออนุญาตต่อนายทะเบียน และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ  กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องไม่ถูกลงโทษทางทะเบียนจัดหางานและต้องมีคุณสมบัติซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้\n          ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขออนุญาตรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า  ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ  คือ ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่มีสำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ\n          หนังสืออนุญาตมีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่อนุญาต\n          การขออนุญาตรับสมัคร หรือประการรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า ผู้รับอนุญาตจะเรียกหรือรับผลประโยชน์ หรือหลักประกันใดๆ จากคนหางานไม่ได้    \n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่ และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารรายการที่ 2, 3, 4 และ 5 ให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอด้วย\n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาและผู้แปลรับรองการแปล\n3) เอกสารรายการ 2 , 3 และ 4 ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือ หอการค้า หรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับรองของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงาน โดยสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงานรับรองความถูกต้องของโนตารีปับลิคหรือหอการค้าหรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับรอง ในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นรับรองความถูกต้องดังกล่าว\n4) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:47:12"],
    [1103,"95c6d0a8-d24c-4f9d-9103-018cd75131da","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอตั้งสำนักงานจัดหางานในประเทศชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-421f-4db7-8b7d-7ad3a11e74c2",30,400,7,"หลักเกณฑ์ : \n          กรณีที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจป้องกันได้ ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจจัดหางาน ณ ที่ตั้งสำนักงานฯ ที่นายทะเบียนอนุญาตได้ ผู้รับอนุญาตจัดหางานฯ ประสงค์จะตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานของผู้รับอนุญาตตั้งอยู่ โดยให้ระบุเหตุแห่งความจำเป็นด้วย\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:40:53"],
    [1104,"95cc78e2-4b16-446c-9205-ed9e0c40e253","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตรับสมัครหรือประกาศรับสมัครเป็นการล่วงหน้า เพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศของผู้รับอนุญาตจัดหางานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-91be-4d26-b1d3-4fda6ff9e125",11,10,9,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ประสงค์จะรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้าต้องยื่นขออนุญาตต่อนายทะเบียน และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องไม่ถูกลงโทษทางทะเบียนจัดหางานและต้องมีคุณสมบัติซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้\n          การยื่นคำขออนุญาตรับสมัครหรือประกาศรับสมัครเป็นการล่วงหน้า ผู้ยื่นทำการยื่นคำขอได้  ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่                     \n          หนังสืออนุญาตมีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่อนุญาต\n          การขออนุญาตรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า ผู้รับอนุญาตจะเรียกหรือรับผลประโยชน์ หรือหลักประกันใด ๆ จากคนหางานไม่ได้    \n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n.......................................................................................................................................................................................................\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารรายการที่ 2, 3, 4 และ 5 ให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอด้วย\n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาและผู้แปลรับรองการแปล\n3) เอกสารรายการ 2 , 3 และ 4 ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือ หอการค้า หรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับรองของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงาน โดยสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงานรับรองความถูกต้องของโนตารีปับลิคหรือหอการค้าหรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับรอง ในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นรับรองความถูกต้องดังกล่าว\n4) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:47:19"],
    [1105,"95c6e5e7-36c1-4445-b000-ec14e4169d03","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนผู้จัดการของสำนักงานจัดหางานในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-4f49-4e1e-bfde-2117f73033b2",24,400,9,"หลักเกณฑ์ :\n          การยื่นคำขอเปลี่ยนผู้จัดการ ใช้ในกรณีนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ มีความประสงค์จะเปลี่ยนกรรมการผู้จัดการเป็นคนใหม่ในใบอนุญาตจัดหางาน ต้องไปดำเนินการเพิ่มชื่อกรรมการคนใหม่ในหนังสือรับรองของสำนักทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท จากกระทรวงพาณิชย์ก่อนเพื่อจะได้นำเอกสารดังกล่าวมาประกอบการยื่นคำขอ ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานนั้นตั้งอยู่ ทั้งนี้ผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n1) มีสัญชาติไทย\n2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3) ไม่เป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน\n4) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน\n5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n6) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n7) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี\n8) ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน\n9) ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานหรืออยู่ในระหว่างใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน            \n10) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:48:52"],
    [1106,"95cc825e-ebe5-4222-94e3-28fb6a07137f","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-6afa-48f8-b12c-63f1233ad12b",3,10,22,"หลักเกณฑ์ :\n1. การขออนุญาตจัดส่งคนหางานฯ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ กำหนดให้ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ไม่ถูกลงโทษทางทะเบียนจัดหางานและต้องมีคุณสมบัติ ซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้\n2. ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่ประสงค์จะจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ต้องส่งสัญญาจัดหางาน  เงื่อนไขการจ้างแรงงาน และหลักฐานอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด เพื่ออธิบดีกรมการจัดหางานพิจารณาอนุญาตก่อนส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ\n3. ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ คือ ผู้รับอนุญาตจัดหางาน ที่มีสำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ\n4. หนังสืออนุญาตมีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่อนุญาต\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ \n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาว่าเป็นภาพถ่ายจากต้นฉบับจริง พร้อมแสดงต้นฉบับประกอบคำขออนุญาต\n3) เอกสารคำแปล ต้องรับรองการแปลจากผู้จบการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสาร\n4) เอกสารรายการที่  5, 6, 7 ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือหอการค้าหรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับรองของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือของประเทศที่คนหางานจะไปทำงาน โดยสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะไปทำงานรับรองความถูกต้องของโนตารีปับลิค ในกรณีไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือผู้รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นรับรองความถูกต้องดังกล่าว\n5) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:46:17"],
    [1107,"95cc86f6-9685-4352-a8d4-914ca4ca8cfd","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-6e19-44f6-a7a5-374b1d7b60a6",10,10,22,"หลักเกณฑ์ :\n1. การขออนุญาตจัดส่งคนหางานฯ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ กำหนดให้ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ไม่ถูกลงโทษทางทะเบียนจัดหางานและต้องมีคุณสมบัติ ซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้\n2. ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่ประสงค์จะจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ต้องส่งสัญญาจัดหางาน  เงื่อนไขการจ้างแรงงาน และหลักฐานอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด เพื่ออธิบดีกรมการจัดหางานพิจารณาอนุญาตก่อนส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ\n3. ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ คือ ผู้รับอนุญาตจัดหางาน ที่มีสำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ\n4. หนังสืออนุญาตมีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่อนุญาต\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ (รอ กรต. ตรวจสอบ)\n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาว่าเป็นภาพถ่ายจากต้นฉบับจริง พร้อมแสดงต้นฉบับประกอบคำขออนุญาต\n3) เอกสารคำแปล ต้องรับรองการแปลจากผู้จบการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสาร\n4) เอกสารรายการที่  5, 6, 7 ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือหอการค้าหรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับรองของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือของประเทศที่คนหางานจะไปทำงาน โดยสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะไปทำงานรับรองความถูกต้องของโนตารีปับลิค ในกรณีไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือผู้รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นรับรองความถูกต้องดังกล่าว\n5) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:46:24"],
    [1108,"95cc6ff2-6ca8-46f9-ae84-12de1322e4c6","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การจดทะเบียนลูกจ้างจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2d-3b03-40fc-b484-fc21854c4251",21,500,11,"หลักเกณฑ์ :\n- ผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศต้องจดทะเบียนลูกจ้างต่อนายทะเบียนจัดหางานที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่\n- ลูกจ้างต้องมิได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่นในขณะเดียวกัน และต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ยกเว้น มาตรา 9 (1) และ (2)    \n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:50:30"],
    [1109,"95cc927a-2920-4eb8-87f4-fd6268f664ee","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-5872-4c31-b131-168b0ee0501b",35,10000,12,"หลักเกณฑ์ : \n          ภาคเอกชนรายใดที่ประสงค์ประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศกับนายทะเบียนจัดหางานกลาง โดยยื่นคำขอ ณ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้ขออนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างจังหวัด\n          คุณสมบัติของผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ               \n          1. ต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท\n          2. มีสัดส่วนของการถือหุ้นและบุคคลที่มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนทุนและผู้ถือหุ้นทั้งหมด\n          3. ผู้จัดการซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 ดังนี้\n            (1)  มีสัญชาติไทย\n            (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n            (3) ไม่เป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่นที่ได้รับอนุญาตแล้ว\n            (4) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน\n            (5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n            (6) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n            (7) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                  \n            (8) ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่น                  \n            (9) ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานหรืออยู่ในระหว่างใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n            (10) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำผิดโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              \n          4.  ต้องวางหลักประกัน จำนวน 5 ล้านบาทไว้กับนายทะเบียนจัดหางานกลาง\n\nหมายเหตุ : \n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:43:02"],
    [1110,"95cc75d4-82f2-454e-a545-cb99aa90767c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอใบแทนใบอนุญาตและบัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต/ผู้จัดการ/ลูกจ้าง/ตัวแทนจัดหางาน ของผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-3515-46e7-928a-e854d80cd42b",5,2500,7,"หลักเกณฑ์ :\n          กรณีใบอนุญาตจัดหางานหรือบัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้รับอนุญาตจัดหางานจะต้องยื่นขอใบแทนใบอนุญาต บัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานที่สูญหายหรือถูกทำลาย ตามแบบ จง.18 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานนั้นตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:50:13"],
    [1111,"95cc8101-e973-4a80-adcd-8fa65f040417","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอมีบัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-3802-4fd8-b5db-3411bf004367",8,100,7,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องยื่นแบบคำขอมีบัตรประจำตัว ผู้จัดการ ผู้รับอนุญาต ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางาน พร้อมหลักฐานต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่  และเมื่อผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานออกไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้เกี่ยวข้อง\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:41:12"],
    [1112,"95cc9471-5c75-4980-b95c-3941d503dca1","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค  กรณียื่นคำขอที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ  กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-7434-452a-9ff8-cf12e92481d6",3,10,20,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ถูกลงโทษทางทะเบียน จัดหางาน และผู้รับอนุญาตต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้เป็นองค์กรผู้ส่ง\n\t  การยื่นคำขออนุญาตและการอนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ผู้ยื่นทำการยื่นคำขอได้ ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กรณีมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร  กรณีผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ หรือ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน\n\t  ผู้รับอนุญาตจะเรียกหรือรับค่าบริการจากคนหางานที่จัดส่งไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและปฏิบัติงานทางเทคนิคนี้ได้ไม่เกินจำนวนค่าจ้างหรือค่าตอบแทนรายเดือนที่คนหางานจะได้รับจากองค์กรผู้รับในเดือนแรก หรือในระยะเวลา 30 วันแรกที่เข้าทำงาน และจะเรียกหรือรับค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคนหางานไปทำงานได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินค่าตอบแทนรายเดือนจำนวน 2 เดือน\n\nหมายเหตุ : \n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่ และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ\n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาและผู้แปลรับรองการแปล\n3) เอกสาร 2 , 3 , 4 และ 5 ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงาน ในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้น หรือหอการค้าของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือของประเทศที่คนหางานจะไปทำงานรับรองความถูกต้อง","2023-11-22T10:46:33"],
    [1113,"95cc84df-b499-4fc6-baf8-76bdeb18ab38","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอแจ้งข้อความโฆษณาการจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางาน ในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2d-3e76-4cfa-9bee-51f724314621",3,0,7,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานรายใดประสงค์จะโฆษณาจัดหางานในประเทศ ให้แจ้งข้อความที่จะทำการโฆษณาต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่ทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วัน  ก่อนที่จะทำการโฆษณา และโฆษณาข้อความตามที่แจ้งต่อนายทะเบียนเท่านั้น\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:49:24"],
    [1114,"95cc9476-bc3f-4b67-bf95-21b5dd6771e8","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค  กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-77f4-4c82-bc2a-37e2d986f569",10,10,20,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ถูกลงโทษทางทะเบียน จัดหางาน และผู้รับอนุญาตต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้เป็นองค์กรผู้ส่ง\n\t  การยื่นคำขออนุญาตและการอนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ผู้ยื่นทำการยื่นคำขอได้ ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กรณีมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร  กรณีผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ หรือ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน\n\t  ผู้รับอนุญาตจะเรียกหรือรับค่าบริการจากคนหางานที่จัดส่งไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและปฏิบัติงานทางเทคนิคนี้ได้ไม่เกินจำนวนค่าจ้างหรือค่าตอบแทนรายเดือนที่คนหางานจะได้รับจากองค์กรผู้รับในเดือนแรก หรือในระยะเวลา 30 วันแรกที่เข้าทำงาน และจะเรียกหรือรับค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคนหางานไปทำงานได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินค่าตอบแทนรายเดือนจำนวน 2 เดือน\n\t  ระยะเวลาดำเนินการที่กำหนดในกฎหมาย  ไม่รวมระยะเวลาการจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์\n\nหมายเหตุ : \n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่ และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ\n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาและผู้แปลรับรองการแปล\n3) เอกสาร 2 , 3 , 4 และ 5 ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงาน ในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้น หรือหอการค้าของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือของประเทศที่คนหางานจะไปทำงานรับรองความถูกต้อง","2023-11-22T10:46:40"],
    [1115,"95cc8869-b57b-49fb-9ebb-378b646a0b2d","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนชื่อสำนักงานจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-4bf9-4aed-a4da-7070aacc804c",10,100,8,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ มีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อสำนักงานจัดหางาน ให้ยื่นหนังสือพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ กรณีนิติบุคคลต้องได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานเรียบร้อยแล้วจากกระทรวงพาณิชย์\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:48:29"],
    [1116,"95cc97e3-982f-46df-aaf9-a2fe676d8517","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้ขออนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-5b9f-48ca-b298-d163efd1cc41",52,10000,12,"หลักเกณฑ์ :\n          ภาคเอกชนรายใดที่ประสงค์ประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศกับนายทะเบียนจัดหางานกลาง โดยยื่นคำขอ ณ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้ขออนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างจังหวัด\n          คุณสมบัติของผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ               \n          1. ต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท\n          2. มีสัดส่วนของการถือหุ้นและบุคคลที่มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนทุนและผู้ถือหุ้นทั้งหมด\n          3. ผู้จัดการซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 ดังนี้\n            (1) มีสัญชาติไทย\n            (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n            (3) ไม่เป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่นที่ได้รับอนุญาตแล้ว\n            (4) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน\n            (5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n            (6) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n            (7) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                  \n            (8) ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่น                  \n            (9) ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน \n                 หรืออยู่ในระหว่างใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n            (10) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกใน                     \n                  ความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำผิดโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือในความ \n                  ผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n          4.  ต้องวางหลักประกัน จำนวน 5 ล้านบาทไว้กับนายทะเบียนจัดหางานกลาง\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:43:10"],
    [1117,"95cc8b1c-feaf-4bdc-a985-7d9e50ad9fce","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอแจ้งข้อความโฆษณาการจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2d-abe8-4c51-b42a-c64ba75d996b",3,0,5,"หลักเกณฑ์\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานรายใดประสงค์จะโฆษณาการจัดหางาน ให้แจ้งข้อความที่จะทำการโฆษณาต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่ทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วัน ก่อนที่จะทำการโฆษณา และโฆษณาข้อความตามที่แจ้งต่อนายทะเบียนเท่านั้น\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:49:30"],
    [1118,"95cccace-0bc9-40d6-961d-bf286d9a98d5","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-1c0f-4416-a853-d41788edfa27",3,3000,35,"หลักเกณฑ์ : \n1. คนต่างด้าวต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โดยมิใช่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางผ่าน (Tourist/Transit)\n2. ประเภทงานที่ขออนุญาตต้องไม่เป็นงานที่ห้ามตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563\n3. คนต่างด้าวต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2563 \n4. หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าวจะต้องเป็นไปตามระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม \n5. กรณีประเภทงานที่ขออนุญาตเป็นงานที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องได้รับการอนุญาตหรือการรับรองจะต้องได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองให้ประกอบวิชาชีพ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1. กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2. สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3. คนต่างด้าวที่มีสัญชาติใน 34 ประเทศ ได้แก่ กาน่า เกาหลีเหนือ กัมพูชา แคเมอรูน โคลัมเบีย จีน ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย ซูดาน เนปาล ไนจีเรีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ปาเลสไตน์ ฟิลิปปินส์ มาลี มาเลเซีย เมียนมา เยเมน รัสเซีย ลิเบีย เลบานอน ไลบีเรีย เวียดนาม ศรีลังกา อัฟกานิสถาน แอลจีเรีย อินเดีย อินโดนีเซีย อิรัก อิหร่าน อียิปต์ อุชเบกิสถาน และแอฟริกา ให้ถ่ายสำเนาแบบ บต.25 หนังสือรับรองการจ้าง (แบบ บต. 46) หนังสือเดินทางของคนต่างด้าว และสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อยืนยันตัวตนของนายจ้าง เพิ่มอีก 1 ชุด เพื่อส่งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ\n4. กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:43:27"],
    [1119,"95cc8d73-0b3d-43d0-9c36-df848bf191af","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับคืนหลักประกันของผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-5526-496a-851e-51be6e8177e5",40,0,6,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานใดเมื่อเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานให้ยื่นขอรับคืนหลักประกันการจัดหางาน หรือหลักประกันตัวแทนจัดหางาน ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ในกรณีเลิกประกอบธุรกิจจัดหางาน ผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศจะขอรับคืนหลักประกันได้ก็ต่อเมื่อได้ชำระหนี้ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ถ้าหนี้ที่เหลือมีจำนวนน้อยกว่าหลักประกันที่วางไว้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ลดหลักประกันลงให้เหลือเท่ากับหนี้ที่พึงจะรับผิดชอบได้\n\nหมายเหตุ : \n        ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:42:55"],
    [1120,"95d068ca-f821-4a25-8534-b43cb0526aec","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-7b4b-4751-85ba-91c04707ac6f",1,3000,28,"หลักเกณฑ์ :\n1. เป็นคนต่างด้าว ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองซึ่งมิใช่การท่องเที่ยวหรือเดินทางผ่านราชอาณาจักร (Tourist/Transit) และมีคุณสมบัติตา,ประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดสถานที่ยื่นคำขอและแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ลงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้\n\t(1) คนต่างด้าวซึ่งเข้าทำงานกับสถานประกอบการมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหรือทุนดำเนินการ\nตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป\n\t(2) คนต่างด้าวซึ่งเป็นนักลงทุน ผู้บริหาร หรือผู้ชำนาญการ \n\t(3) คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาประจำสำนักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศหรือสำนักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติ\n\t(4) คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ \n\t(5) คนต่างด้าวซึ่งเป็นนักวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี \n\t(6) คนต่างด้าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสาขาธนาคารต่างประเทศ สำนักงานวิเทศธนกิจของธนาคารต่างประเทศ และสำนักงานผู้แทนของธนาคารต่างประเทศซึ่งได้รับการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย \n\t(7) คนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ \n\t(8) คนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค \n\t(9) คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานตามพันธกรณีที่รัฐบาลทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ\n\t(10) คนต่างด้าวตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา\n2. ประเภทงานที่ขออนุญาตต้องไม่เป็นงานที่ห้ามตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563\n3. คนต่างด้าวต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2563 \n4. หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าวจะต้องเป็นไปตามระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม \n5. กรณีประเภทงานที่ขออนุญาตเป็นงานที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องได้รับการอนุญาตหรือการรับรองจะต้องได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองให้ประกอบวิชาชีพ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ \n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3) คนต่างด้าวที่มีสัญชาติใน 34 ประเทศ ได้แก่ กาน่า เกาหลีเหนือ กัมพูชา แคเมอรูน โคลัมเบีย จีน ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย ซูดาน เนปาล ไนจีเรีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ปาเลสไตน์ ฟิลิปปินส์ มาลี มาเลเซีย เมียนมา เยเมน รัสเซีย ลิเบีย เลบานอน ไลบีเรีย เวียดนาม ศรีลังกา อัฟกานิสถาน แอลจีเรีย อินเดีย อินโดนีเซีย อิรัก อิหร่าน อียิปต์ อุชเบกิสถาน และแอฟริกา ให้ถ่ายสำเนาแบบ บต.25 หนังสือรับรองการจ้าง (แบบ บต. 46) หนังสือเดินทางของคนต่างด้าว และสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อยืนยันตัวตนของนายจ้าง เพิ่มอีก 1 ชุด เพื่อส่งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ\n4) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:52:20"],
    [1121,"95cc904d-3674-4ef4-9e44-0f863700f5cf","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนหลักประกันของผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-5230-44e8-bd3d-0c110a40c28f",30,0,5,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานใดมีความประสงค์จะเปลี่ยนหลักประกันการจัดหางาน หรือหลักประกันตัวแทนจัดหางานของผู้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ พร้อมหลักประกันใหม่\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:49:15"],
    [1122,"95d06eca-f731-4b0f-9d0f-42649ff2f0a4","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-7eb9-441a-9b0e-bd42c4b87c8d",1,3000,28,"หลักเกณฑ์ : \n\tคนต่างด้าวซึ่งได้รับใบอนุญาตทำงาน และมีคุณสมบัติตามประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดสถานที่ยื่นคำขอและแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ลงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ประสงค์จะทำงานต่อไป ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน ก่อนที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นอายุ ยกเว้นกรณีจำเป็นให้นายทะเบียนพิจารณารับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนระยะเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถทำงานไปพลางก่อนได้ จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตให้ต่อได้ครั้งละไม่เกิน 2 ปี\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3) คนต่างด้าวที่มีสัญชาติใน 34 ประเทศ ได้แก่ กาน่า เกาหลีเหนือ กัมพูชา แคเมอรูน โคลัมเบีย จีน ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย ซูดาน เนปาล ไนจีเรีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ปาเลสไตน์ ฟิลิปปินส์ มาลี มาเลเซีย เมียนมา เยเมน รัสเซีย ลิเบีย เลบานอน ไลบีเรีย เวียดนาม ศรีลังกา อัฟกานิสถาน แอลจีเรีย อินเดีย อินโดนีเซีย อิรัก อิหร่าน อียิปต์ อุชเบกิสถาน และแอฟริกา ให้ถ่ายสำเนาแบบ บต.25 หนังสือรับรองการจ้าง (แบบ บต. 46) หนังสือเดินทางของคนต่างด้าว และสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อยืนยันตัวตนของนายจ้าง เพิ่มอีก 1 ชุด เพื่อส่งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ\n4) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:52:11"],
    [1123,"95cc9d4b-ca6c-41e1-81f5-07faebfef6d6","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-5eb6-4616-a2ec-b1092067e527",24,10000,9,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยยื่นคำขอ ณ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างจังหวัด    \n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:39:34"],
    [1124,"95ccac38-b203-4faa-b749-90d8bc413dfd","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-61ce-44da-b70c-ca15c0fd9994",30,10000,9,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยยื่นคำขอ ณ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร  และยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ กรณีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างจังหวัด    \n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:39:43"],
    [1125,"95ccb69e-eddb-4047-9f6c-6919d4f9f281","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอย้ายสำนักงานจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณีย้ายในเขตจังหวัดเดียวกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-64da-4e79-beba-1adec02c5cf8",18,400,7,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ประสงค์จะย้ายที่ตั้งสำนักงานจัดหางาน ไปที่แห่งใหม่ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องดำเนินการยื่นคำขอย้ายสถานที่ตั้งสำนักงาน ตามแบบ จง.13 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้รับอนุญาตตั้งอยู่ เพื่อพิจารณาอนุญาตย้าย ก่อนที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่อยู่กับกระทรวงพาณิชย์\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:41:29"],
    [1126,"95ccb9b8-1e10-4853-86c8-17a9366dda56","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอย้ายสำนักงานจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณีย้ายนอกเขตจังหวัดเดียวกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-67e6-43c7-bf4e-2f5efcaa0ba0",28,400,7,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานใดประสงค์จะย้ายที่ตั้งสำนักงานจัดหางาน ต้องดำเนินการยื่นคำขอ ตามแบบ จง.13 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้รับอนุญาตตั้งอยู่ เพื่อพิจารณาอนุญาตย้าย ก่อนที่จะไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่อยู่กับกระทรวงพาณิชย์\n\nหมายเหตุ :\n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:41:22"],
    [1127,"95ccbdfe-4ed1-47a5-94e2-9ef5aaa41263","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอตั้งสำนักงานจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-710b-4e4b-b4cf-4ca7d74dd20a",30,400,7,"หลักเกณฑ์ :\n          กรณีที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจป้องกันได้ ทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจจัดหางาน ณ ที่ตั้งสำนักงานฯที่นายทะเบียนอนุญาตได้ ผู้รับอนุญาตจัดหางานฯประสงค์จะตั้งสำนักงานชั่วคราวนอกเขตท้องที่ที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้รับอนุญาตตั้งอยู่ โดยให้ระบุเหตุแห่งความจำเป็นด้วย\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:40:45"],
    [1128,"95ccc47c-5af1-403b-90fc-55cf7fd05d14","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนผู้จัดการของสำนักงานจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-9610-448e-b5b7-c3fe52719133",24,400,9,"หลักเกณฑ์ : \n          การยื่นคำขอเปลี่ยนผู้จัดการ ใช้ในกรณีนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ มีความประสงค์จะเปลี่ยนกรรมการผู้จัดการเป็นคนใหม่ในใบอนุญาตจัดหางาน ต้องไปดำเนินการเพิ่มชื่อกรรมการคนใหม่ในหนังสือรับรองของสำนักทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท จากกระทรวงพาณิชย์ก่อนเพื่อจะได้นำเอกสารดังกล่าวมาประกอบการยื่นคำขอ ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงาน  จัดหางานนั้นตั้งอยู่  ทั้งนี้ผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n          1)  มีสัญชาติไทย\n          2)  มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n          3)  ไม่เป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน\n          4)  ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน\n          5)  ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n          6)  ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n          7)  ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี\n          8)  ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน            \n          9)  ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานหรืออยู่ในระหว่างใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n          10) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้    \n\nหมายเหตุ :\n          *   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:48:37"],
    [1129,"95cccc34-0ff1-48d3-9697-070d5c3b7a0e","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนผู้จัดการของสำนักงานจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-9958-454f-a2a6-4bec86cbf31a",30,400,9,"หลักเกณฑ์ : \n          การยื่นคำขอเปลี่ยนผู้จัดการ ใช้ในกรณีนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ มีความประสงค์จะเปลี่ยนกรรมการผู้จัดการเป็นคนใหม่ในใบอนุญาตจัดหางาน ต้องไปดำเนินการเพิ่มชื่อกรรมการคนใหม่ในหนังสือรับรองของสำนักทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท จากกระทรวงพาณิชย์ก่อนเพื่อจะได้นำเอกสารดังกล่าวมาประกอบการยื่นคำขอ ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงาน  จัดหางานนั้นตั้งอยู่ ทั้งนี้ผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n          1)  มีสัญชาติไทย\n          2)  มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n          3)  ไม่เป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน\n          4)  ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน\n          5)  ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n          6)  ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n          7)  ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี\n          8)  ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางาน            \n          9)  ไม่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานหรืออยู่ในระหว่างใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน\n          10) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้    \n\nหมายเหตุ : \n          *   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:48:45"],
    [1130,"95cccfe9-df8b-4974-b35a-3403ba3b9613","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การจดทะเบียนลูกจ้างจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2d-9c52-4efe-847c-3c6c747c19a6",30,500,11,"หลักเกณฑ์ : \n     - ผู้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องจดทะเบียนลูกจ้างต่อนายทะเบียนจัดหางานที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่            \n     - ลูกจ้างต้องมิได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตจัดหางานอื่นในขณะเดียวกัน และต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ยกเว้น มาตรา 9 (1) และ (2)    \n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:50:22"],
    [1131,"95ccd22f-6b4e-4a8d-b470-451980ba82f8","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอใบแทนใบอนุญาตของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-9f4d-4dd7-93bc-66e67d625c24",5,5000,7,"หลักเกณฑ์ : \n          กรณีใบอนุญาตจัดหางานหรือบัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้รับอนุญาตจัดหางานจะต้องยื่นขอใบแทนใบอนุญาต บัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานที่สูญหายหรือถูกทำลาย ตามแบบ จง.18 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานนั้นตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:49:45"],
    [1132,"95ccd247-8b31-4b76-ba97-ee2854290309","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การแจ้งการทํางานอันมีลักษณะจําเป็นหรือเร่งด่วน หรือเป็นงานเฉพาะกิจ ตามมาตรา 61 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-2255-4cf7-9d5c-66ec9d1acbf8",1,0,10,"หลักเกณฑ์ :\n          คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเพื่อการทำงานอันมีลักษณะจำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเป็นงานเฉพาะกิจ ตามที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน \n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีข้อมูลการแจ้งหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นแบบ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นแบบไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นแบบไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:51:36"],
    [1133,"95ccdd48-19a6-496e-a926-051bc66879ba","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอใบแทนใบอนุญาตของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-a259-4b55-a1be-b93463185b78",18,5000,7,"หลักเกณฑ์ :\n          กรณีใบอนุญาตจัดหางานหรือบัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานสูญหายหรือถูกทำลาย  ผู้รับอนุญาตจัดหางานจะต้องยื่นขอใบแทนใบอนุญาต บัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานที่สูญหายหรือถูกทำลาย ตามแบบ จง.18 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานนั้นตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย\n\nหมายเหตุ :          \n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:49:56"],
    [1134,"95ccdfae-a3af-455a-af42-0bf054cfcf5c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้จัดการ / ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-a5ae-49b3-bac1-28a17aa7b11e",5,10,7,"หลัเกณฑ์ : \n          กรณีใบอนุญาตจัดหางานหรือบัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้รับอนุญาตจัดหางานจะต้องยื่นขอใบแทนใบอนุญาต บัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานที่สูญหายหรือถูกทำลาย ตามแบบ จง.18 ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานนั้นตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:49:38"],
    [1135,"95cce04f-3da4-4303-a5e2-2629b33a61bf","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การออกใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62 (ยกเว้น ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน) (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-2583-4e0c-a967-cbbf5d109609",3,3000,7,"หลักเกณฑ์ :\n          คนต่างด้าวต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น ตามมาตรา 62 โดยกฎหมายอื่น หมายถึง กฎหมายที่มีลักษณะเป็นการให้สิทธิในการทำงานในราชอาณาจักรแก่คนต่างด้าวเป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียม ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62 แจ้งให้นายทะเบียนทราบ โดยนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตทำงานให้แก่คนต่างด้าวภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานดังกล่าว\n2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นแบบ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นแบบไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นแบบไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n* กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:50:38"],
    [1136,"95cce5c8-bf69-45eb-916e-3064f6fedc90","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอมีบัตรประจำตัวผู้รับอนุญาต ผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-a8e8-4d31-939d-7418ef6b4142",8,100,7,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องยื่นแบบคำขอมีบัตรประจำตัว ผู้จัดการ ผู้รับอนุญาต ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางาน พร้อมหลักฐานต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่ และเมื่อผู้จัดการ ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานออกไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้เกี่ยวข้อง\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:41:04"],
    [1137,"95cce9dc-313c-4f52-8a3c-59cbb005e940","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนชื่อสำนักงานจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-aedd-474e-aefa-4f5ce3300199",10,100,7,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ มีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อสำนักงานจัดหางาน ให้ยื่นหนังสือพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ กรณีนิติบุคคลต้องได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานเรียบร้อยแล้วจากกระทรวงพาณิชย์\n\nหมายเหตุ:\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:47:26"],
    [1138,"95ccebb5-fe34-4e7b-a011-08a3097d9da2","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 63/1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-2bce-4f5f-b9ed-0547df6a6bec",3,4500,17,"หลักเกณฑ์ :\n1. ลักษณะของคนต่างด้าวที่อาจขอรับใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 63/1  \n\t1.1 ถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2515 หรือตามกฎหมายอื่น\n\t1.2 เกิดในราชอาณาจักรแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 หรือตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ\n\t1.3 คนต่างด้าวซึ่งได้รับสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง\n\t1.4 คนต่างด้าวซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและได้รับบัตรประจำตัวตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร\n2. ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวจะมีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตทำงาน\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:43:34"],
    [1139,"95cced0e-ab1c-4447-9114-df8dc687ab7b","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนชื่อสำนักงานจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-b2d4-48fa-a5f9-38ca7d16fe9c",20,100,7,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ มีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อสำนักงานจัดหางาน ให้ยื่นหนังสือพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่  กรณีนิติบุคคลต้องได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานเรียบร้อยแล้วจากกระทรวงพาณิชย์\n\nหมายเหตุ:\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:47:34"],
    [1140,"95ccef90-328d-4c38-8f79-83d535b45e8a","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานเป็นการชั่วคราวในช่วงระยะเวลาหรือตามฤดูกาล ตามมาตรา 64 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-2f09-4af6-bc9a-3dca645c6491",1,225,12,"หลักเกณฑ์ : \n1. คนต่างด้าว ซึ่งเป็นคนสัญชาติของประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา และได้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมีบัตรผ่านแดนหรือบัตรอื่นใดทำนองเดียวกันที่อธิบดีกำหนด\n2. ประเภทงานที่ขออนุญาตได้ คือ งานกรรมกร และงานบ้าน \n3. คนต่างด้าวขออนุญาตทำงานได้เฉพาะในท้องที่ที่กำหนดไว้ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การใช้บังคับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558\n4. คนต่างด้าวต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2563\n5. บันทึกความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างประเทศทั้ง 2 อยู่ระหว่างดำเนินการ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n* กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:43:43"],
    [1141,"95cceff8-29ab-4ac0-9645-e93d72a5afc5","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับคืนหลักประกันของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-b7e8-4286-9516-8dd5b2f83dc6",40,0,6,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานใดเมื่อเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานให้ยื่นขอรับคืนหลักประกันการจัดหางาน หรือหลักประกันตัวแทนจัดหางาน ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ในกรณีเลิกประกอบธุรกิจจัดหางาน ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศจะขอรับคืนหลักประกันได้ก็ต่อเมื่อได้ชำระหนี้ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ถ้าหนี้ที่เหลือมีจำนวนน้อยกว่าหลักประกันที่วางไว้  ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ลดหลักประกันลงให้เหลือเท่ากับหนี้ที่พึงจะรับผิดชอบได้    \n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:10:43"],
    [1142,"95ccf1f6-b20a-40ff-96ed-46eff2872bc6","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับคืนหลักประกันของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-bf73-42e2-96c0-f8f24b3adf0f",52,0,6,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานใดเมื่อเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานให้ยื่นขอรับคืนหลักประกันการจัดหางาน หรือหลักประกันตัวแทนจัดหางาน ต่อนายทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ ในกรณีเลิกประกอบธุรกิจจัดหางาน ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศจะขอรับคืนหลักประกันได้ก็ต่อเมื่อได้ชำระหนี้ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ถ้าหนี้ที่เหลือมีจำนวนน้อยกว่าหลักประกันที่วางไว้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ลดหลักประกันลงให้เหลือเท่ากับหนี้ที่พึงจะรับผิดชอบได้    \n\nหมายเหตุ :          \n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          \n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:42:46"],
    [1143,"95d06eb1-99b3-40b3-9f0a-ed23d792534e","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนหลักประกันของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-ca01-48ca-9b6f-7281bca73389",30,0,5,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานใดมีความประสงค์จะเปลี่ยนหลักประกันการจัดหางาน หรือหลักประกันตัวแทนจัดหางานของผู้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจัดหางานกลาง กรณีผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ พร้อมหลักประกันใหม่\n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          \n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:48:59"],
    [1144,"95d07181-37ee-4bc2-a3c4-4570adeac33a","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอเปลี่ยนหลักประกันของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-cd2b-40c9-b087-61ce1c9ee9aa",39,0,5,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับอนุญาตจัดหางานใดมีความประสงค์จะเปลี่ยนหลักประกันการจัดหางาน หรือหลักประกันตัวแทนจัดหางานของผู้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจัดหางานกลาง กรณีผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่ พร้อมหลักประกันใหม่        \n\nหมายเหตุ :\n          *  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n*  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:49:07"],
    [1145,"95d07350-5d7b-4d74-8ac0-022d73e451b5","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบแทนใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป (กรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ) ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-81ca-42d1-9bcb-60a7cd45bc23",1,500,7,"หลักเกณฑ์ : \n\tคนต่างด้าว ซึ่งได้รับใบอนุญาตทำงาน และมีคุณสมบัติตามประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดสถานที่ยื่นคำขอและแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ลงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตทำงานยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ โดยต้องดำเนินการก่อนวันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองโดยคนต่างด้าว หรือผู้รับมอบอำนาจ\n2) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:52:36"],
    [1146,"95d075cd-2d89-4d4d-aada-2fa5a9666df5","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบแทนใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป (กรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-8b0e-4727-b1e4-3c6156adf5ee",1,500,7,"หลักเกณฑ์ : \n\tกรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตทำงานยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ โดยต้องดำเนินการก่อนวันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n\t1) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองโดยคนต่างด้าว หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t2) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:45:41"],
    [1147,"95d07c4e-eed8-40d1-bc4c-a860728460c4","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-84cf-49dd-aabc-061687fda9fa",2,3000,33,"หลักเกณฑ์ : \n          คนต่างด้าวซึ่งได้รับใบอนุญาตทำงานที่ประสงค์จะทำงานต่อไป ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 30 วันก่อนที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นอายุ  ยกเว้นกรณีจำเป็น ให้นายทะเบียนพิจารณารับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนระยะเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถทำงานไปพลางก่อนได้ จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตให้ต่อได้ครั้งละไม่เกิน 2 ปี\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่อง\nออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T09:40:04"],
    [1148,"95d07f20-9266-43bc-ad3f-e3dc06bd1e67","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวตามมาตรา 60 วรรคสอง กรณีทั่วไป : การยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-87ff-4678-90fb-e51dab13fc7f",3,100,29,"หลักเกณฑ์ :\n1. นายจ้างที่ประสงค์จะจ้างคนต่างด้าวซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรเข้ามาทำงานในกิจการของตนในราชอาณาจักร สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวได้   \n2. ประเภทงานที่ขออนุญาตต้องไม่เป็นงานที่ห้ามตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2563\n3. คนต่างด้าวต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2563 \n4. หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าวจะต้องเป็นไปตามระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม \n5. กรณีประเภทงานที่ขออนุญาตเป็นงานที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องได้รับการอนุญาตหรือการรับรองจะต้องได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองให้ประกอบวิชาชีพ\n          หลังจากผู้มาขอรับบริการดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้แล้วเสร็จ และเมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร คนต่างด้าวต้องดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนกระบวนงาน “เรื่องการขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวตามมาตรา 60 วรรคสอง กรณีทั่วไป  : การรับใบอนุญาตทำงาน” ต่อด้วย มิเช่นนั้นจะยังไม่สิ้นสุดกระบวนการการขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวตามมาตรา 60 วรรคสอง กรณีทั่วไป \n\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n3) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:43:51"],
    [1149,"95d082b2-7c60-4a0d-bc47-72a36fb2e55c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวตามมาตรา 60 วรรคสอง กรณีทั่วไป : การรับใบอนุญาตทำงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-dd60-4bbe-872b-c7519c6dfe03",1,3000,4,"หลักเกณฑ์ : \n\tเมื่อคนต่างด้าวซึ่งนายจ้างได้ยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนตามมาตรา 60 วรรคสอง เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน เพื่อประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตทำงาน \n\tผู้มาขอรับบริการตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ต้องดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนกระบวนงาน “การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวตามมาตรา 60 วรรคสอง กรณีทั่วไป : การยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว” ให้แล้วเสร็จก่อน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถขอรับบริการตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ได้ เนื่องจากต้องใช้เอกสารจากคู่มือดังกล่าวมาประกอบการดำเนินงานด้วย เพื่อให้กระบวนงานการขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวตามมาตรา 60 วรรคสอง กรณีทั่วไป เสร็จสมบูรณ์\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นเอกสาร จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นเอกสารดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นเอกสารไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นเอกสารไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง \n3) คนต่างด้าวที่มีสัญชาติใน 34 ประเทศ ได้แก่ กาน่า เกาหลีเหนือ กัมพูชา แคเมอรูน โคลัมเบีย จีน ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย ซูดาน เนปาล ไนจีเรีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ปาเลสไตน์ ฟิลิปปินส์ มาลี มาเลเซีย เมียนมา เยเมน รัสเซีย ลิเบีย เลบานอน ไลบีเรีย เวียดนาม ศรีลังกา อัฟกานิสถาน แอลจีเรีย อินเดีย อินโดนีเซีย อิรัก อิหร่าน อียิปต์ อุชเบกิสถาน และแอฟริกา ให้ถ่ายสำเนาแบบ บต.32 หนังสือรับรองการจ้าง (แบบ บต. 46) หนังสือเดินทางของคนต่างด้าว และสำเนาหนังสือรับรองที่ส่วนราชการออกให้ เพื่อแสดงว่ากิจการของผู้ซึ่งจะเป็นนายจ้างได้จดทะเบียนหรือได้รับอนุญาตให้จัดตั้งหรือได้รับการรับรองโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มอีก 1 ชุด เพื่อส่งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ\n4) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:43:58"],
    [1150,"95d08918-b49f-4aa9-84b9-29e71ca8736e","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การออกใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62 ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-d3e8-4fb7-a350-d803116c08d9",1,3000,7,"หลักเกณฑ์ : \n\tคนต่างด้าวต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น ตามมาตรา 62 โดยกฎหมายอื่น หมายถึง กฎหมายที่มีลักษณะเป็นการให้สิทธิในการทำงานในราชอาณาจักรแก่คนต่างด้าวเป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียม ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62 แจ้งให้นายทะเบียนทราบ โดยนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตทำงานให้แก่คนต่างด้าวภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานดังกล่าว\n2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นแบบ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นแบบไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นแบบไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n\n* กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:50:45"],
    [1151,"95d08e2c-9d10-472d-bbc8-c890f841f8e2","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การออกใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ตามมาตรา 62 ภายใต้ระบบ Single Window for Visa and Work Permit (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-da48-4995-85b6-9a1ef308d004",1,3000,6,"หลักเกณฑ์ :\n\t  คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ตามมาตรา 62 \n\nหมายเหตุ :\n\t  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่เปิดเอกสารที่ยื่นผ่านระบบ Single Window for Visa and Work Permit และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เป็นเหตุให้ไม่สามารถออกใบอนุญาตทำงานได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม แจ้งไปในระบบ โดยผู้ยื่นเอกสารจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มิเช่นนั้นให้ถือว่าผู้ยื่นเอกสารไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n* เอกสารลำดับที่ 2-6 ให้แนบไฟล์เข้าในระบบ Single Window for Visa and Work Permit ที่เว็บไซต์ https://swe-expert.boi.go.th","2023-11-22T10:50:53"],
    [1152,"96174d2a-0381-40fd-b476-fef23f779fed","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","96173ccf-77a2-4c57-8684-4e3246f41f98",3,900,23,"หลักเกณฑ์ : \t\n          คนต่างด้าวซึ่งได้รับใบอนุญาตทำงานที่ประสงค์จะทำงานต่อไป ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 30 วันก่อนที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นอายุ  ยกเว้นกรณีจำเป็นให้นายทะเบียนพิจารณารับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนระยะเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถทำงานไปพลางก่อนได้ จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตให้ต่อได้ครั้งละไม่เกิน 2 ปี\n\nหมายเหตุ : \n1.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2.  กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n...................................................................................\n\n* กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T09:39:55"],
    [1153,"96176b73-8ced-4c29-934e-d27d4ee81b5a","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตขยายระยะเวลาการรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า : กรณียื่นคำขอที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96175bd6-b636-4053-8fa9-c8ef3a7339c9",5,10,5,"หลักเกณฑ์ :     \n      การอนุญาตให้รับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้าให้อนุญาตได้ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินหกสิบวัน หากผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอขยายระยะเวลาการอนุญาตให้รับสมัครคนหางาน ให้ยื่นคำขออนุญาตและเอกสารตามแบบ จง. 22 ก.  ก่อนที่หนังสืออนุญาตให้รับสมัครคนหางานสิ้นอายุสิบวันทำการ พร้อมแจ้งเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถรับสมัครคนหางานได้ และแนบแผนการจัดส่งคนหางานให้กรมการจัดหางานทราบด้วย\n       การขยายระยะเวลาการอนุญาตให้รับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า อนุญาตได้ครั้งเดียวตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่หนังสืออนุญาตให้รับสมัครคนหางานสิ้นอายุ \n       ผู้มีสิทธิยื่นคำขออนุญาตขยายระยะเวลาการรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า  ณ  กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ  ได้แก่ ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่มีสำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ทุกจังหวัด    ทั่วประเทศ\n\nหมายเหตุ : \n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n- ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:46:10"],
    [1154,"96178b79-31a6-4cb7-abf5-ea96f3a17f41","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตขยายระยะเวลาการรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า  :  กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96177d27-8bfb-4399-b2be-e2af4afa613a",11,10,5,"หลักเกณฑ์ :\n      ผู้รับอนุญาตที่ประสงค์จะขออนุญาตรับสมัครคนหางานหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า \nเพื่อจัดเตรียมคนหางาน การอนุญาตให้รับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้าให้อนุญาตได้\nตามความจำเป็นแต่ไม่เกินหกสิบวัน หากผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอขยายระยะเวลาการอนุญาตให้รับสมัครคนหางานให้ยื่นคำขออนุญาตและเอกสารตามแบบ จง. 22 ก. ก่อนที่หนังสืออนุญาตให้รับสมัครคนหางาน สิ้นอายุสิบวันทำการ พร้อมแจ้งเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถรับสมัครคนหางานได้ และแนบแผนการจัดส่งคนหางานให้กรมการจัดหางานทราบด้วย\n    การขยายระยะเวลาการอนุญาตให้รับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า อนุญาตได้ครั้งเดียวตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่หนังสืออนุญาตให้รับสมัครคนหางานสิ้นอายุ \n      การยื่นคำขออนุญาตขยายระยะเวลาการรับสมัครหรือประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า \nผู้ยื่นทำการยื่นคำขอได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่\n\nหมายเหตุ :\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่ และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n- ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:46:02"],
    [1155,"9619072c-e0f3-400d-88a6-6a40f2722d0e","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบแทนใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลง หรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) (กรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9618f4ea-d116-4c8d-ad80-9deed94a9df0",1,200,7,"หลักเกณฑ์ : \n\tกรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตทำงานยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ โดยต้องดำเนินการก่อนวันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ\n\n\nหมายเหตุ :\n1.  การดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2.  กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองโดยคนต่างด้าว หรือผู้รับมอบอำนาจ\n2) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:44:50"],
    [1156,"961958fd-d981-424c-9d3f-44a28b8dfba6","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การแจ้งการขอขยายระยะเวลาทำงานอันมีลักษณะจำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเป็นงานเฉพาะกิจ ตามมาตรา 61 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","961951da-5688-48bb-9d61-b740f3ccf5f2",1,0,6,"หลักเกณฑ์ :\n\tคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเพื่อการทำงานอันมีลักษณะจำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเป็นงานเฉพาะกิจ ตามที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด แต่ทำงานนั้นไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา อาจขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 15 วัน โดยจะต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ขอขยายต้องไม่เกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร\n\nหมายเหตุ : \n1.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2.  กรณีข้อมูลการแจ้งหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นแบบ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นแบบไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นแบบไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:51:01"],
    [1157,"96196877-0db4-4640-bfe4-ae4f29cf2928","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอขยายระยะเวลาใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาต ให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรา 62ภายใต้ระบบ Single Window for Visa and Work Permit (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","96195cc4-7677-4d74-b79d-2a980aaba51d",1,3000,7,"หลักเกณฑ์ :\n\t1.  คนต่างด้าวต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมหรือกฎหมายอื่น และได้รับใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 62แล้ว \n\t2.  คนต่างด้าวต้องได้รับการขยายระยะเวลาทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมหรือกฎหมายอื่น\t\n\nหมายเหตุ :\n\tขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่เปิดเอกสารที่ยื่นผ่านระบบSingle Window for Visa and Work Permit และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถออกใบอนุญาตทำงานได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม แจ้งไปในระบบโดยผู้ยื่นเอกสารจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มิเช่นนั้นให้ถือว่าผู้ยื่นเอกสารไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n* เอกสารลำดับที่ 2-7 ให้แนบไฟล์เข้าในระบบ Single Window for Visa and Work Permit ที่เว็บไซต์ https://swe-expert.boi.go.th","2023-11-22T09:39:00"],
    [1158,"961cfc7f-6615-481f-96da-cd6cbf056a62","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบแทนใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมาย ว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62 กรณีใบอนุญาตทำงาน สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ (ยกเว้น ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961cf757-56c5-4c06-b656-20f72a87180e",1,500,7,"หลักเกณฑ์ : \n\tกรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตทำงานยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ โดยต้องดำเนินการก่อนวันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองโดยคนต่างด้าว หรือผู้รับมอบอำนาจ\n2) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:45:34"],
    [1159,"961d0803-d907-4d1e-a46f-138e1b4380fe","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบแทนใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมาย ว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่นตามมาตรา 62 กรณีใบอนุญาตทำงาน สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961d0391-806f-41b2-ad3d-8529a8cf5217",1,500,7,"หลักเกณฑ์ : \n          คนต่างด้าว ซึ่งได้รับใบอนุญาตทำงาน และมีคุณสมบัติตามประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดสถานที่ยื่นคำขอและแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ลงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตทำงานยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ โดยต้องดำเนินการก่อนวันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองโดยคนต่างด้าว หรือผู้รับมอบอำนาจ\n2) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:52:28"],
    [1160,"961eef02-9337-4b29-a856-12c663d43612","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตรับสมัครคนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค : กรณียื่นคำขอที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961edf35-3124-4b43-81a8-29d7b5816d61",5,10,12,"หลักเกณฑ์ : \n     ผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ถูกลงโทษทางทะเบียน จัดหางาน และผู้รับอนุญาตต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้เป็นองค์กรผู้ส่ง\n     การยื่นคำขออนุญาตและการอนุญาตรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ผู้ยื่นทำการยื่นคำขอได้ ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน หรือ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่\n     ผู้รับอนุญาตจะเรียกหรือรับค่าบริการจากคนหางานที่จัดส่งไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและปฏิบัติงานทางเทคนิคนี้ได้ไม่เกินจำนวนค่าจ้างหรือค่าตอบแทนรายเดือนที่คนหางานจะได้รับ      จากองค์กรผู้รับในเดือนแรก หรือในระยะเวลา 30 วันแรกที่เข้าทำงาน และจะเรียกหรือรับค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคนหางานไปทำงานได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินค่าตอบแทนรายเดือนจำนวน 2 เดือน\n\nหมายเหตุ :\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ    หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n- ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n...............................................................................\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ\n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาและผู้แปลรับรองการแปล\n3) เอกสาร 2 , 3 , 4 และ 5 ต้องได้รับการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงาน ในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้น หรือหอการค้าของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือของประเทศที่คนหางานจะไปทำงานรับรองความถูกต้อง","2023-11-22T10:46:49"],
    [1161,"961efb4a-2de0-4591-af6e-e6a869aef70c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตรับสมัครคนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค : กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961ef1d3-e5cd-4f1d-8ff8-631874aa6039",11,10,12,"หลักเกณฑ์ : \n     ผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ถูกลงโทษทางทะเบียน จัดหางาน และผู้รับอนุญาตต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้เป็นองค์กรผู้ส่ง\n     การยื่นคำขออนุญาตและการอนุญาตรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานทางด้านเทคนิค ผู้ยื่นทำการยื่นคำขอได้ ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน หรือ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่\n     ผู้รับอนุญาตจะเรียกหรือรับค่าบริการจากคนหางานที่จัดส่งไปทำงานในต่างประเทศ ตามระบบโครงการฝึกงานและปฏิบัติงานทางเทคนิคนี้ได้ไม่เกินจำนวนค่าจ้างหรือค่าตอบแทนรายเดือนที่คนหางาน\nจะได้รับจากองค์กรผู้รับในเดือนแรก หรือในระยะเวลา 30 วันแรกที่เข้าทำงาน และจะเรียกหรือรับค่าใช้จ่ายในการจัดส่งคนหางานไปทำงานได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินค่าตอบแทนรายเดือนจำนวน 2 เดือน\n\nหมายเหตุ :\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n- ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n...................................................................................\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ\n2) สำเนาเอกสารตามรายการดังกล่าว ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องรับรองสำเนาและผู้แปลรับรองการแปล\n3) เอกสาร 2 , 3 , 4 และ 5 ต้องผ่านการรับรองความถูกต้องจากโนตารีปับลิคหรือหอการค้าหรือหน่วยซึ่งมีหน้าที่รับรองของประเทศที่นายจ้างถือสัญชาติหรือประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงาน โดยสำนักงานแรงงานไทยที่ประจำอยู่ในประเทศที่คนหางานจะเดินทางไปทำงานรับรองความถูกต้องของโนตารีปับลิคหรือหอการค้าหรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่รับรอง ในกรณีที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยในประเทศดังกล่าว ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นรับรองความถูกต้อง","2023-11-22T10:46:56"],
    [1162,"961d9574-6b18-41ed-a398-539194d0ba92","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตขยายระยะเวลาการจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ  : กรณียื่นคำขอที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961d8c14-762d-4bb1-b9f3-d924e9b8a0ff",2,10,7,"หลักเกณฑ์ :\n     ผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอขยายระยะเวลาดำเนินการจัดส่งเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการจัดส่งคนหางานที่ได้รับอนุญาตแล้วไปทำงานในต่างประเทศภายในกำหนดเวลาตามหนังสืออนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้  ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอขยายระยะเวลาดำเนินการจัดส่ง พร้อมแนบหนังสืออนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศต่ออธิบดีก่อนวันที่หนังสืออนุญาตนั้นสิ้นอายุ \n     การขยายระยะเวลาการอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ อนุญาตได้ครั้งเดียวตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่หนังสืออนุญาตให้จัดส่งคนหางานสิ้นอายุ \n     ผู้มีสิทธิยื่นคำขออนุญาตขยายระยะเวลาการจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ  ณ  กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ  ได้แก่ ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่มีสำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ\n\nหมายเหตุ :\n     -  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n     -  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:45:47"],
    [1163,"961d9d3b-5ac3-4738-aa13-f663cde71a1f","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขออนุญาตขยายระยะเวลาการจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ  : กรณียื่นคำขอที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตตั้งสำนักงานอยู่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961d97bf-f768-4bf9-a44b-c09f2478a0bb",8,10,7,"หลักเกณฑ์ : \n     ผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอขยายระยะเวลาดำเนินการจัดส่งเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการจัดส่งคนหางานที่ได้รับอนุญาตแล้วไปทำงานในต่างประเทศภายในกำหนดเวลาตามหนังสืออนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้ ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอขยายระยะเวลาดำเนินการจัดส่ง พร้อมแนบหนังสืออนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศต่ออธิบดีก่อนวันที่หนังสืออนุญาตนั้นสิ้นอายุ \n     การยื่นคำขออนุญาตขยายระยะเวลาการจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ยื่นคำขอได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ผู้รับอนุญาตมีสำนักงานตั้งอยู่\n\nหมายเหตุ : \n-  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่ และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n-  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T10:45:55"],
    [1164,"961f03cb-cd00-4389-b1ad-e470c5e5e889","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 63/1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","961ef40e-9d1e-45d9-ac4e-d9519107acd2",2,4500,17,"หลักเกณฑ์ : \n          คนต่างด้าวซึ่งได้รับใบอนุญาตทำงานที่ประสงค์จะทำงานต่อไป ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 30 วันก่อนที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นอายุ  ยกเว้นกรณีจำเป็น ให้นายทะเบียนพิจารณารับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนระยะเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถทำงานไปพลางก่อนได้ จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตให้ต่อได้คราวละ 5 ปี\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน\nตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) กรอกแบบเป็นภาษาไทย เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องโดยผู้มีใบอนุญาต/หน่วยราชการ\n2) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรอง ดังนี้\n\t- เอกสารของนายจ้าง ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือผู้รับมอบอำนาจ\n\t- เอกสารของคนต่างด้าว ให้คนต่างด้าวลงลายมือชื่อ \n3) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T09:40:39"],
    [1165,"961f1306-c612-4f58-9014-84edf972cb5c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอใบแทนใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 63/1 (กรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961f0ae9-cad5-4f59-a13c-b0c9915577e9",1,200,7,"หลักเกณฑ์ :\n\tกรณีใบอนุญาตทำงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตทำงานยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ โดยต้องดำเนินการก่อนวันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ\n\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n\n.................................................................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1) สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองโดยคนต่างด้าว หรือผู้รับมอบอำนาจ\n2) กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:50:06"],
    [1166,"961f1b26-5a01-4da2-a4d1-a1d786623533","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง  : กรณียื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่ให้บริการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","961f120c-9631-4d5f-9398-5e3d278b8f5d",1,0,10,"หลักเกฑณ์ : \n1. คนหางานที่อยู่ในประเทศไทยที่ติดต่อกับนายจ้างในต่างประเทศเพื่อจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง โดยมิได้ทำสัญญาจัดหางานหรือไม่ผ่านผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ หรือกรมการจัดหางาน ให้ยื่นแบบแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง ได้แก่ คนหางานที่เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง (จง.39)  คนหางานที่เดินทางไปทำงานนอกชายฝั่งทะเลหรือในทะเล (จง.39 ข) และคนหางานที่เดินทางไปเก็บผลไม้ป่าตามฤดูกาลในต่างประเทศ (จง.39 ค) พร้อมด้วยหลักฐานตามที่กำหนดไว้ก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน\n2. คนหางานต้องลงทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ https://toea.doe.go.th เพื่อขอรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านก่อนยื่นแบบ\n\nหมายเหตุ :\n     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n\n.......................................................................\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1. สำเนาเอกสารหลักฐานข้างต้น ยกเว้นลำดับที่ 6 ให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ \n2. ผู้มารับบริการต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมารับบริการ","2023-11-22T10:51:50"],
    [1167,"961f4458-fb6a-4f23-aca8-50d49cba2a83","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การแจ้งการเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศของคนหางานที่เดินทางกลับประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ผ่านระบบ e-Service","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","961f3d72-91f3-41e4-861a-8c63bad3d8d0",1,0,5,"หลักเกณฑ์ :\n     คนหางานที่เดินทางไปทำงานกับนายจ้างในต่างประเทศแล้วเดินทางกลับมาพักผ่อน หรือทำธุรกิจชั่วคราวในประเทศไทยในระหว่างสัญญาจ้างงาน รวมถึงบุคคลที่กลับมาพักผ่อนหรือทำธุรกิจชั่วคราวในประเทศไทยภายหลังจากที่ทำงานจนสิ้นสุดสัญญาจ้างงานฉบับเดิมแล้ว และได้ทำสัญญาจ้างงานฉบับใหม่กับนายจ้างในต่างประเทศไม่ว่านายจ้างเดิมหรือนายจ้างคนใหม่ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อคนหางานจะเดินทางกลับไปทำงานกับนายจ้างตามสัญญาจ้างในต่างประเทศ ต้องยื่นแบบแจ้งการเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศ (จง.39 ก) ก่อนวันเดินทาง\n\nหมายเหตุ : \n     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n.........................................................................\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ : ผู้รับบริการต้องแนบไฟล์เอกสารหลักฐานทุกรายการเข้าสู่ระบบ e-Service","2023-11-22T10:51:43"],
    [1168,"961f6270-a91f-4558-9492-4ab60f4327d8","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","นายจ้างขออนุญาตพาลูกจ้างไปทำงานในต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961f5536-8755-482f-a870-6057014261ce",2,10,12,"หลักเกณฑ์ : \n1. นายจ้างในประเทศไทย (นิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา) ที่มีความประสงค์จะพาลูกจ้างไปทำงานในต่างประเทศจะต้องขออนุญาตต่ออธิบดีกรมการจัดหางานตามความในมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537\n2. การยื่นคำขออนุญาตดังกล่าว นายจ้างที่มีสำนักงานในกรุงเทพให้ยื่นคำขอ ณ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ  กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานจัดหางานเขตในพื้นที่ที่สำนักงานตั้งอยู่ นายจ้างที่มีสำนักงานในจังหวัดอื่นให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนั้น\n\nหมายเหตุ :\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n- ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n...........................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n- สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ\n- กรณีมีการมอบอำนาจ นายจ้าง หรือผู้รับมอบอำนาจลงนามในเอกสารหลักฐานประกอบทุกฉบับ พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)","2023-11-22T10:51:57"],
    [1169,"961f70f8-690d-4911-98e7-136323df7615","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","นายจ้างแจ้งการส่งลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศไม่เกิน 45 วัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","961f69f9-af0c-4959-8feb-d67683f708a5",1,0,7,"หลักเกณฑ์ : \n1. นายจ้างซึ่งประสงค์จะส่งลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการตามวัตถุประสงค์ของนายจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศ ไม่เกิน 45 วัน โดยลูกจ้างได้รับเงินหรือประโยชน์ที่จะพึงได้รับในต่างประเทศไม่ต่ำกว่าอัตราและหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด ต้องยื่นแบบแจ้งการส่งลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศไม่เกินสี่สิบห้าวัน ต่ออธิบดีกรมการจัดหางาน หรือผู้ที่อธิบดีกรมการจัดหางานมอบหมายก่อนวันที่ลูกจ้างเดินทางออกนอกราชอาณาจักร\n2. การส่งลูกจ้างไปฝึกงานดังกล่าวจะเรียกเก็บเงินหรือประโยชน์อื่นมิได้\n3. นายจ้างซึ่งส่งลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศต้องรับผิดชอบในการเดินทางกลับมาในราชอาณาจักรของลูกจ้าง\n\nหมายเหตุ :\n     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\n.........................................................................\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1. สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ\n2. นายจ้าง หรือผู้รับมอบอำนาจลงนามในเอกสารหลักฐานประกอบทุกฉบับ พร้อมประทับตราบริษัท  (ถ้ามี)","2023-11-22T10:52:56"],
    [1170,"961f9776-a3ec-4f84-b904-b63f3024d57f","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","นายจ้างขออนุญาตส่งลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศเกิน 45 วัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","961f8e91-f437-4e47-bbb6-4cb5e6203367",2,10,12,"หลักเกณฑ์ :\n1. นายจ้างซึ่งประสงค์จะส่งลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการตามวัตถุประสงค์ของนายจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศ  เกิน 45 วัน โดยลูกจ้างได้รับเงินหรือประโยชน์ที่พึงจะได้รับในต่างประเทศ ต่ำกว่าอัตราและหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด หรือส่งลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศ ไม่เกิน 45 วัน ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายก่อน\n2. การส่งลูกจ้างไปฝึกงานดังกล่าวจะเรียกเก็บเงินหรือประโยชน์อื่นใดมิได้\n3. นายจ้างซึ่งส่งลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศต้องรับผิดชอบในการเดินทางกลับมาในราชอาณาจักรของลูกจ้าง \n\nหมายเหตุ :\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n- ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n....................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ :\n1. สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้นำเอกสารฉบับจริงมาแสดงในวันที่ยื่นคำขอ\n2. นายจ้าง หรือผู้รับมอบอำนาจลงนามในเอกสารหลักฐานประกอบทุกฉบับ พร้อมประทับตราบริษัท  (ถ้ามี)","2023-11-22T10:52:04"],
    [1171,"96215f7c-cdb4-43a1-8e4d-db0e39ec9c7b","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้ กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าว มาทำงาน : การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมาตรา 41 วรรคสี่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd336-5fdb-4f7a-bdef-8f2ea61c7908",9,0,26,"หลักเกณฑ์ :\n\tผู้มาขอรับบริการตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ต้องดำเนินการตามคู่มือ เรื่อง “การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน : การขอนำคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนามมาทำงานในประเทศ” ให้แล้วเสร็จก่อน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถขอรับบริการตามคู่มือฉบับนี้ได้ เนื่องจากต้องใช้บัญชีรายชื่อ (Name List) ซึ่งได้รับการรับรองจากประเทศต้นทาง หลังจากที่ดำเนินการตามคู่มือดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้นแล้ว มาประกอบการยื่นคำขอด้วยเมื่อผู้รับอนุญาตฯ ได้รับบัญชีรายชื่อ (Name List) จากทางการของประเทศต้นทางแล้วต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัด ทั้งนี้ หากนายทะเบียนพิจารณาอนุญาตแล้ว จะมีหนังสือแจ้งไปยังสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลที่ตั้งอยู่ในประเทศต้นทาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้รับอนุญาตฯ เพื่อแจ้งให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร \n\tเมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเข้ารับการอบรมและรับใบอนุญาตทำงาน (E-Work Permit) ณ ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง (กรณีสัญชาติเวียดนามเข้ารับการอบรมและรับใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าวมาทำงาน) และคนต่างด้าวต้องยื่นใบรับรองแพทย์ และสำเนาหลักฐานการอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร ณ  ศูนย์แรกรับฯ หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้รับอนุญาตฯ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตทำงาน ทั้งนี้ หากคนต่างด้าวไม่ยื่นเอกสารดังกล่าว หรือยื่นแล้วพบว่ามีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตทำงานได้\n\nหมายเหตุ : \n1.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2.  กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน \nพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2023-11-22T10:44:16"],
    [1172,"962147bf-d05e-478c-9357-b903ce63d83b","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้ กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าว มาทำงาน : การขอนำคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนามมาทำงาน ในประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd336-6464-445e-b3a1-6cacab938527",5,900,18,"หลักเกณฑ์ : \n\tผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน ที่ประสงค์จะนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) ต้องยื่นคำร้องขอนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตามแบบ นจ. 2  ณ  สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด\n\tหลังจากผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงานดำเนินการตามคู่มือประชาชนฉบับนี้แล้วเสร็จ ต้องดำเนินการตามคู่มือประชาชน เรื่อง “การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน : การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมาตรา 41 วรรคสี่” ต่อด้วย มิเช่นนั้นจะยังไม่สิ้นสุดกระบวนการการขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน\n\nหมายเหตุ :     \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำร้องขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n..............................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ : \n1. กรณีการขอนำคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา นายจ้างต้องทำหนังสือรับรองเพิ่มเติมใน 3 กรณี คือ\n   -  กรณีนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวไปทำงานในท้องที่จังหวัดภาคใต้\n   -  กรณีนายจ้างยื่นคำร้องขอนำเข้าคนต่างด้าวเกิน 200 คน\n   -  กรณีนายจ้างในกิจการรับจ้างทำของ รับจ้างทั่วไป\n2. กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:44:34"],
    [1173,"9625056d-e16e-4b9a-b8eb-902efa5e5180","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้ กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยนายจ้าง : การขอนำคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนามมาทำงาน ในประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd336-5d42-4657-9676-8d9b2cb76396",5,0,16,"หลักเกณฑ์ : \n\tนายจ้างที่ประสงค์จะนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) ต้องยื่นคำร้องขอนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตามแบบ นจ. 2 ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด\n\tหลังจากนายจ้างดำเนินการตามคู่มือประชาชนฉบับนี้แล้วเสร็จ ต้องดำเนินการตามคู่มือประชาชน เรื่อง “การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยนายจ้าง : การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม” ต่อด้วย มิเช่นนั้นจะยังไม่สิ้นสุดกระบวนการการขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยนายจ้าง\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำร้องขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n..............................................................................................................\n\nเงื่อนไขเอกสารหลักฐานประกอบ : \n1. กรณีการขอนำคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา นายจ้างต้องทำหนังสือรับรองเพิ่มเติมใน 3 กรณี คือ\n    \t- กรณีนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวไปทำงานในท้องที่จังหวัดภาคใต้\n\t- กรณีนายจ้างยื่นคำร้องขอนำเข้าคนต่างด้าวเกิน 200 คน\n\t- กรณีนายจ้างในกิจการรับจ้างทำของ รับจ้างทั่วไป\n2. กรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทางราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาของเอกสารบางอย่างที่ออกโดยส่วนราชการด้วย","2023-11-22T10:44:06"],
    [1174,"96254ad6-6b9e-499d-ab94-49d8c8212193","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้ กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยนายจ้าง : การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd336-621b-49dc-9cee-e8ed779fc21d",9,900,24,"หลักเกณฑ์ :\n\tผู้มาขอรับบริการตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ต้องดำเนินการตามคู่มือ เรื่อง “การขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งประสงค์จะเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ (MoU) กรณีดำเนินการโดยนายจ้าง : การขอนำคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม มาทำงานในประเทศ” ให้แล้วเสร็จก่อน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถขอรับบริการตามคู่มือฉบับนี้ได้ เนื่องจากต้องใช้บัญชีรายชื่อ (Name List) ซึ่งได้รับการรับรองจากประเทศต้นทาง หลังจากที่ดำเนินการตามคู่มือดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้นแล้ว มาประกอบการยื่นคำขอด้วย\n        เมื่อนายจ้าง ได้รับบัญชีรายชื่อ (Name List) จากทางการของประเทศต้นทางแล้ว ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว  ณ  สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยให้นายจ้างซึ่งนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศด้วยตนเองวางหลักประกันเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท ต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน รวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ หากนายทะเบียนพิจารณาอนุญาตแล้ว จะมีหนังสือแจ้งไปยังสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลที่ตั้งอยู่ในประเทศต้นทาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และนายจ้าง เพื่อแจ้งให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร \n\tเมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเข้ารับการอบรมและรับใบอนุญาตทำงาน (E-Work Permit) ณ ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง (กรณีสัญชาติเวียดนามเข้ารับการอบรมและรับใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ยื่นขอนำเข้าคนต่างด้าวมาทำงาน) และคนต่างด้าวต้องยื่นใบรับรองแพทย์ และสำเนาหลักฐานการอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร ณ  ศูนย์แรกรับฯ หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายจ้างยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตทำงาน ทั้งนี้ หากคนต่างด้าวไม่ยื่นเอกสารดังกล่าวหรือยื่นแล้วพบว่ามีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตทำงานได้\n\nหมายเหตุ : \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และเจ้าหน้าที่จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2023-11-22T10:44:25"],
    [1175,"96277659-9567-4aac-bfe3-93fb8eb51e31","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","96276df8-c19c-4485-9d6e-26efa0d1d012",7,0,9,"หลักเกณฑ์ : \n          ผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะขอจดทะเบียน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n               1) กรณีผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นรายบุคคล ต้องมีสัญชาติไทย มีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสถานที่ที่รับงานไปทำที่บ้านเป็นหลักแหล่ง โดยยื่นแบบคำขอจดทะเบียน ตามแบบ ท.รบ.1 พร้อมหลักฐานที่ระบุในแบบ\n               2) กรณีผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นกลุ่มบุคคล สมาชิกกลุ่มต้องมีสัญชาติไทย มีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน สมาชิกกลุ่มจะต้องไม่เป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านอื่น มีสถานที่ที่รับงานไปทำที่บ้านเป็นหลักแหล่ง โดยยื่นแบบคำขอจดทะเบียน ตามแบบ ท.รบ.2 พร้อมหลักฐานที่ระบุในแบบ\n          ผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะขอจดทะเบียน ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ แห่งท้องที่ที่มีสถานที่รับงานไปทำที่บ้านตั้งอยู่ และทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ออกให้มีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออก\n\nหมายเหตุ : \n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\t *ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:39:10"],
    [1176,"96277c73-7555-414a-9169-eb4c2a0cd52a","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การขอต่ออายุทะเบียนจัดตั้งกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","962777fd-6141-427f-967e-6a4096ee4044",7,0,8,"หลักเกณฑ์ :\n          ผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะต่ออายุใบทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุ (กรณีเป็นบุคคล ตามแบบ ท.รบ.5 และเป็นกลุ่มบุคคล ตามแบบ ท.รบ.6) พร้อมหลักฐานตามที่ระบุในแบบ ก่อนใบทะเบียนสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 15 วัน ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด แห่งท้องที่ที่กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านตั้งอยู่ \n\nหมายเหตุ : \n          ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้  ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\t  *  ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-22T09:39:19"],
    [1177,"9aabc6ab-f737-4f38-b26f-b3b35e24cf2a","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การพิจารณาอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ ใช้มาตรา 35 แทนการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 หรือ การส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 กรณียื่นคำขอผ่านระบบ e-service.doe.go.th/การให้/ขอรับสิทธิสำหรับผู้พิการ มาตรา 35 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9aaba055-be09-467a-9bf7-bcfcd9b0f826",35,0,22,"หลักเกณฑ์ : \n     1. มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 กำหนดให้ กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้นอาจให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการก็ได้  โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบฯ\n     2. นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงานและไม่ประสงค์ส่งเงินเข้ากองทุนแต่ประสงค์ให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ ให้แจ้งการให้สิทธิและดำเนินการให้เข้ารับสิทธิ ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีก่อนปีที่มีหน้าที่ กรณีหน่วยงานของรัฐซึ่งไม่ประสงค์รับคนพิการเข้าทำงานให้แจ้งการให้สิทธิ ณ ท้องที่ที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานของรัฐได้ทุกเมื่อ\n\n\nหมายเหตุ :\n \t  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่ที่ยื่นผ่านระบบ e-service การให้/ขอรับสิทธิสำหรับผู้พิการ มาตรา 35 และตรวจสอบเอกสารครบถ้วน พร้อมพิจารณาความถูกต้องของเอกสารเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบฯ ตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่วันและเวลานั้นเป็นวันหรือเวลานอกทำการของหน่วยงาน ให้ถือว่าขั้นตอนการดำเนินงานเริ่มนับในวันและเวลาทำการถัดไป ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม แจ้งไปในระบบภายใน 7 วัน โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอและไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป\n\n\t\t\n* ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n\n*แนบไฟล์เอกสารหลักฐานทุกรายการตามประเภทการให้สิทธิ มาตรา 35 เข้าสู่ระบบ E-service ที่เว็บไซต์ e-service.doe.go.th /การให้/ขอรับสิทธิสำหรับผู้พิการ มาตรา 35","2023-11-28T16:09:41"],
    [1178,"9aada92a-c298-48c1-a3a4-e37af681cff8","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมการจัดหางาน","การพิจารณาอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ ใช้มาตรา 35 แทนการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 หรือ การส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 กรณียื่นคำขอ ณ สำนักงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-d0bc-4d15-af78-bf7682e8c86f",38,0,22,"หลักเกณฑ์ : \n     1. มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 กำหนดให้ กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้นอาจให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการก็ได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบฯ\n     2. นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงานและไม่ประสงค์ส่งเงินเข้ากองทุนแต่ประสงค์ให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ ให้แจ้งการให้สิทธิและดำเนินการให้เข้ารับสิทธิ ภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีก่อนปีที่มีหน้าที่ กรณีหน่วยงานของรัฐซึ่งไม่ประสงค์รับคนพิการเข้าทำงานให้แจ้งการให้สิทธิ ณ ท้องที่ที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานของรัฐได้ทุกเมื่อ\n\nหมายเหตุ :\n \t  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน พร้อมพิจารณาความถูกต้องของเอกสารเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบฯ ตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\t\t\n* ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน  7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-28T16:06:48"],
    [1179,"94e56e1d-4fee-4902-8bd9-3989bc2cf073","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ (กรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมเองหรือจ้างจัดฝึกอบรม) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-e234-461c-9b5b-df0d454c913c",3,0,17,"การยื่นคำขอให้ผู้ประกอบกิจการยื่นขอรับรองหลักสูตร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th เข้าสู่ระบบบริการภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) หรือ ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างมีสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาที่จะดำเนินการฝึกอบรมตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนั้น            กรณีผู้ประกอบกิจการเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมเอง หมายถึง ผู้ประกอบกิจการอาจจัดฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตนเอง โดยใช้วิทยากรภายในหรือวิทยากรภายนอกก็ได้ และให้รวมถึงการที่ผู้ประกอบกิจการดำเนินการจ้างสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานมาฝึกอบรมให้ด้วย    1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ                                                                                              1.1 ต้องยื่นคำขอรับความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรมเสนอนายทะเบียนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการฝึกอบรมหรือหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแล้วก็ได้ ทั้งนี้ จะต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายพร้อมแนบหลักสูตร กำหนดการฝึกและหลักฐานค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมแต่ละหลักสูตรตามที่จ่ายจริงเสนอต่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบภายใน 60 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการฝึกอบรมเท่านั้น สำหรับการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน จนถึง 31 ธันวาคม ต้องยื่นไม่เกินวันที่ 15 มกราคมของปีถัดไป ทั้งนี้ การพิจารณาให้ความเห็นชอบของนายทะเบียนเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551 หรือ                                                    1.2 ยื่นด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) โดยให้ผู้ยื่นคำขอแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทไฟล์เอกสารชนิด *.gif *.jpg *.pdf *xls ความละเอียดไม่น้อยกว่า 300 dpi เพื่อประกอบการพิจารณาของนายทะเบียน และถือว่าการยื่นคำขอและการแนบเอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นการรับรองความถูกต้องของเอกสารที่ได้ยื่นต่อนายทะเบียน ทั้งนี้ การพิจารณาให้ความเห็นชอบของนายทะเบียน เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559               1.3 ต้องเป็นการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตนเองและเป็นการฝึกอบรมภายในประเทศเท่านั้น    2. หลักสูตรการฝึกอบรม                                                                     2.1 กรณีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน หมายถึง การที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างจัดให้ลูกจ้าง ได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพที่ลูกจ้างปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในสาขาอาชีพนั้นสูงขึ้น                    2.1.1 หลักสูตรต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติที่ดี ต่อการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นตามสาขาอาชีพที่ลูกจ้างนั้นปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ                                                    2.1.2 เนื้อหาวิชาของหลักสูตร ต้องมีความสอดคล้องและเป็นประโยชน์กับกิจการของสถานประกอบกิจการนั้น              2.1.3 ระยะเวลาการฝึกอบรมต้องสอดคล้องกับหลักสูตร กรณีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานต้องไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง                2.2 กรณีการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ หมายถึง การที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพอื่นที่ลูกจ้างมิได้ปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้ความสามารถ ที่จะทำงานในสาขาอาชีพอื่น               2.2.1 หลักสูตรต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นตามสาขาอาชีพอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากลักษณะงานที่ปฏิบัติอยู่ตามปกติ              2.2.2 เนื้อหาวิชาของหลักสูตร ต้องมีความสอดคล้องและเป็นประโยชน์กับกิจการของสถานประกอบกิจการนั้นหรือเพื่อประโยชน์ต่อลูกจ้างที่จะพัฒนาไปสู่การทำงานในสาขาอาชีพอื่นเพิ่มเติมได้                                                            2.2.3 ระยะเวลาการฝึกอบรมต้องสอดคล้องกับหลักสูตร แต่ต้องไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง  3. จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการจัดฝึกอบรมทั้งกรณีฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ กำหนดจำนวนผู้รับการฝึกอบรมต่อกลุ่ม ดังนี้                                                             3.1 การฝึกอบรมโดยการบรรยาย กลุ่มละไม่เกิน 100 คน                               3.2การฝึกอบรมโดยการจัดกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 50 คนต่อวิทยากร 1 คน                3.3 การฝึกอบรมทักษะฝีมือซึ่งต้องมีภาคปฏิบัติ กลุ่มละไม่เกิน 25 คนต่อวิทยากร 1 คน    4. เงื่อนไขในการฝึกอบรมผู้รัการฝึกต้องเข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของระยะเวลาการฝึกอบรมทั้งหลักสูตร เช่น หลักสูตร มีระยะเวลาการฝึกอบรม 10 ชั่วโมง ผู้รับการฝึกต้องเข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง  5. การพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรมลูกจ้าง (กรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมเองหรือจ้างจัดฝึกอบรม) ยื่นขอรับรองได้ตามรายการดังต่อไปนี้   5.1 ค่าตอบแทนวิทยากรตามที่ปรากฏในใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับเงิน ซึ่งไม่รวมค่าจ้างที่ปรึกษา   5.2 ค่าลิขสิทธิ์ของหลักสูตรที่ใช้ในการฝึกอบรม ให้ระบุรายละเอียดพร้อมแผนการฝึกอบรม   5.3 ค่าจ้างล่ามระหว่างฝึกอบรม   5.4 ค่าแปลเอกสารประกอบการฝึกอบรม   5.5 ค่าเอกสารประกอบการฝึกอบรม หรือตำรา   5.6 ค่าจ้างถ่ายเอกสารประกอบการฝึกอบรม   5.7 ค่าถ่าย ล้าง อัดและขยายรูปภาพ ค่าบันทึกภาพและเสียงที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม   5.8 ค่าจัดทำหรือค่าเช่าสื่อการฝึกอบรม ได้แก่ สื่อในลักษณะแผ่นโปร่งใส เทปเสียง เทปวีดีโอ ซีดี วีซีดี ดีวีดี ซีดี - รอม แผ่นภาพ สไลด์และรวมถึงชุดทดลอง ชุดสาธิต หุ่นจำลอง ที่ไม่มีลักษณะคงสภาพเข้าข่ายเป็นการลงทุน  ในกรณีเช่าสื่อการฝึกอบรม จะต้องมีระยะเวลาเช่า ที่แน่นอนและสอดคล้องกับหลักสูตรที่จัดฝึกอบรม  5.9 ค่าวัสดุ เครื่องมือต่าง ๆ ที่จะใช้ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน จะต้องมีลักษณะการใช้สอดคล้องกับเนื้อหาวิชาในหลักสูตรนั้นๆ ทั้งนี้ วัสดุ เครื่องมือดังกล่าว จะต้องไม่ปะปนกับที่ใช้ในการประกอบกิจการตามปกติของ ผู้ขอรับความเห็นชอบ โดยต้องระบุรายการ จำนวนและราคาของวัสดุ เครื่องมือนั้นให้ชัดเจน  5.10 ค่าเช่าเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม ต้องมีระยะเวลาเช่าที่แน่นอนและสอดคล้อง  กับหลักสูตรที่จัดฝึกอบรม  5.11 ค่าเช่าสถานที่จัดการฝึกอบรม  5.12 ค่าเช่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มและอาหารว่างสำหรับผู้รับการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ประสาน การฝึกอบรมและวิทยากรระหว่างการฝึกอบรม ยกเว้นค่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (กรณีใบเสร็จรับเงินของโรงแรมหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่ผู้ดำเนินการจ้างจัดฝึกอบรมให้แนบ ใบแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่าย ค่าที่พักและอาหารด้วย  5.13 ค่าจ้างพาหนะเดินทางข้ามจังหวัดไป - กลับภายในประเทศ เพื่อเข้ารับการ ฝึกอบรมไม่เกินสองเที่ยวยกเว้นค่าเครื่องบิน  5.14 ค่าจ้างเหมาพาหนะรับ - ส่งผู้รับการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ประสานการฝึกอบรม และวิทยากรระหว่างการฝึกอบรม  5.15 ค่าจ้างเหมาพาหนะไปดูงานเป็นกลุ่มที่กำหนดไว้ในหลักสูตรภายในประเทศ ยกเว้นค่าเครื่องบิน  5.16 ค่าพาหนะเดินทางภายในประเทศของวิทยากร  กรณีจ้างจัดฝึกอบรม  กรณีที่ผู้ประกอบกิจการจ้างสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานจัดให้ฝึกอบรมให้กับลูกจ้างของตน ซึ่งเป็นการจ้างเหมา  ทั้งหลักสูตร ค่าใช้จ่ายจะเป็นยอดรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมด เช่น ค่าวิทยากร ค่าอาหาร เครื่องดื่ม อาหารว่าง ค่าสถานที่ เป","2022-04-06T22:52:46"],
    [1180,"94e56e1d-53af-4a43-84a5-ff16a41844a1","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การให้ความเห็นชอบรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกเตรียมเข้าทำงาน (กรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกเอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-e6cc-49a4-ac96-8b65015a7c03",30,0,13,"การยื่นคำขอให้ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอตามจังหวัดที่สถานประกอบกิจการของผู้ซึ่งจัดให้มีการฝึกนั้นตั้งอยู่    1. เงื่อนไขการยื่นขอความเห็นชอบหลักสูตรเตรียมเข้าทำงาน                  1.1 การฝึกเตรียมเข้าทำงาน คือ การฝึกอบรมฝีมือแรงงานก่อนเข้าทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งไม่ใช่ลูกจ้างของตน ไม่มีสัญญาจ้าง ไม่ได้จ่ายประกันสังคม ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้จ่ายเพียงค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างฝึกอบรมตามกฎหมายเท่านั้น (ถ้าเป็นลูกจ้างแล้วเมื่อจัดฝึกอบรมให้จะเป็นการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานหรือการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ซึ่งคำจำกัดความของการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานหรือการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ กำหนดไว้ชัดเจนว่าจัดฝึกอบรมให้ (ลูกจ้าง) ดังนั้น กฎหมายเกี่ยวกับการฝึกเตรียมเข้าทำงานจึงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับการฝึกให้ใกล้เคียงกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เพื่อเป็นหลักประกันในการฝึกอบรมของผู้รับการฝึก)                 1.2 เนื่องจากการฝึกเตรียมเข้าทำงานเป็นการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ซึ่งไม่ใช่ลูกจ้างของตน ดังนั้น กรณีฝึกเตรียมเข้าทำงานให้บุคคลทั่วไปทั้งกรณีอบรมเองหรือส่งไปฝึกอบรมภายนอก ไม่สามารถนำคนต่างด้าวที่ยังมิใช่ลูกจ้างของตนเข้ารับการฝึกเตรียมเข้าทำงานได้                 1.3 การฝึกเตรียมเข้าทำงานให้กับบุคคลทั่วไปและการรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาหรือบุคคลที่ทางราชการ ส่งมาฝึกเข้ารับการฝึก ไม่สามารถนำจำนวนผู้เข้ารับการฝึกมาประเมินเงินสมทบได้                 1.4 การฝึกเตรียมเข้าทำงาน ต้องยื่นขอความเห็นชอบก่อนดำเนินการฝึก 30 วัน                 1.5 หลักสูตรที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว สามารถนำไปใช้ฝึกอบรมได้จนเสร็จสิ้นการฝึก                 1.6 การพิจารณาหลักสูตรและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกเตรียมเข้าทำงาน ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง กำหนดรายการค่าใช้จ่ายในการฝึกเตรียมเข้าทำงาน ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557         2. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบ                 2.1 หลักสูตร ต้องเป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานก่อนเข้าทำงานในสถานประกอบกิจการ เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยมีเนื้อหาวิชาของหลักสูตรสอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของผู้ดำเนินการฝึก            กรณีผู้ดำเนินการฝึกรับนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาที่สถานศึกษาส่งเข้ารับการฝึกหรือบุคคลที่ทางราชการส่งมาฝึกกับผู้ดำเนินการฝึกให้ใช้หลักสูตรของสถานศึกษา หรือหลักสูตรของส่วนราชการ หรือหลักสูตรของผู้ดำเนินการฝึก หรือหลักสูตรที่สถานศึกษากับผู้ดำเนินการฝึกได้ร่วมกันจัดทำขึ้น หรือหลักสูตรที่ส่วนราชการกับผู้ดำเนินการฝึกได้ร่วมกันจัดทำขึ้นก็ได้                 2.2 สถานที่ฝึกหรือศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ต้องมีพื้นที่เพียงพอ เหมาะสมและปลอดภัยต่อการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน หรือเป็นสถานที่เดียวกันกับสถานที่ปฏิบัติงานตามปกติของพนักงานของสถานประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้ดำเนินการฝึก                 2.3 ชื่อและคุณสมบัติของครูฝึก ต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และมีจำนวนครูฝึกต่อจำนวนผู้รับการฝึกในสัดส่วนครูฝึกหนึ่งคนต่อผู้รับการฝึกไม่เกินสิบหกคน ครูฝึกต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติของครูฝึกเตรียมเข้าทำงาน ลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2546                 2.4 กำหนดระยะเวลาการฝึก ต้องสอดคล้องกับหลักสูตรตามสาขาอาชีพที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง                 2.5 รายการอุปกรณ์อันจำเป็นที่จะใช้ในการฝึกที่มีอยู่แล้วและที่ต้องหามาเพิ่มเติมในภายหลังต้องมีตาม  ความจำเป็นเพียงพอเหมาะสมกับจำนวนผู้รับการฝึกอยู่ในสภาพที่ดีและปลอดภัยสำหรับการฝึกในแต่ละหลักสูตร                 2.6 วิธีการและมาตรฐานในการวัดผลการฝึก ต้องจัดให้มีการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้วยวิธีการอื่นๆ ซึ่งต้องกำหนดหลักเกณฑ์ผ่านการฝึกโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60                 2.7 รายละเอียดที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของกิจการของผู้ดำเนินการฝึก                 2.8 รายละเอียดเกี่ยวกับรายการค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฝึก                 2.9 ผู้ดำเนินการฝึกต้องทำสัญญาการฝึกกับผู้รับการฝึกเป็นหนังสือเก็บรักษาไว้ให้ตรวจสอบ                 2.10 ผู้ดำเนินการฝึกต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับการฝึก โดยต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้แก่  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด                 2.11 ให้ผู้ดำเนินการฝึกออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้สำเร็จการฝึกให้แก่ผู้รับการฝึกที่ฝึกครบตามหลักสูตรและผ่านการวัดผลแล้วภายในสิบห้าวันนับแต่วันเสร็จสิ้นการวัดผล และรายงานผลการฝึกให้นายทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันเสร้จสิ้นการวัดผล                 2.12 ผู้ดำเนินการฝึกจะต้องจัดให้มีข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการฝึกเป็นภาษาไทย                 2.13 ผู้ดำเนินการฝึกจะต้องจัดทำทะเบียนประวัติผู้รับการฝึกไว้เป็นหลักฐาน                 2.14 ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการเรียกหรือรับเงินค่าฝึกอบรมฝีมือแรงงานจากผู้รับการฝึก                 2.15 ให้ผู้ดำเนินการฝึกเก็บเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการฝึกอบรมไว้เพื่อให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสำเร็จการฝึกอบรมไว้เพื่อให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสำเร็จการฝึก         หมายเหตุ    **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    **พนักงาน/เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้     ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-21T09:32:55"],
    [1181,"94e56e1d-5703-4b56-b423-57ee498c54a2","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ  (กรณีส่งลูกจ้างไปรับการฝึกภายนอก) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-ead0-470b-90d0-0c36cb167415",3,0,9,"การยื่นคำขอให้ผู้ประกอบกิจการยื่นขอรับรองหลักสูตร ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างมีสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาที่จะดำเนินการฝึกอบรมตั้งอยู่ใน เขตจังหวัด นั้น    กรณีส่งลูกจ้างไปรับการฝึกภายนอก ผู้ดำเนินการฝึกที่เป็นนายจ้างอาจส่งผู้รับการฝึกที่เป็นลูกจ้างไปรับการฝึกอบรมฝีมือแรงงานกับสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชนหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานของทางราชการ หรือ หน่วยฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่เป็นมูลนิธิ สมาคม หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย    1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ                 1.1 ต้องยื่นคำขอรับความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรมเสนอนายทะเบียนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการฝึกอบรมหรือหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแล้ว ทั้งนี้ จะต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับการฝึกอบรม พร้อมแนบหลักสูตร กำหนดการฝึกและหลักฐานค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม แต่ละหลักสูตรตามที่จ่ายจริง เสนอต่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบภายใน 60 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการฝึกอบรมเท่านั้น สำหรับการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน จนถึง 31 ธันวาคม ต้องยื่นไม่เกินวันที่ 15 มกราคม ของปีถัดไป ทั้งนี้การพิจารณาให้ความเห็นชอบของนายทะเบียนเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551 หรือ                 1.2 ยื่นด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) โดยให้ผู้ยื่นคำขอแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทไฟล์เอกสารชนิด *.gif *.jpg *.pdf *xls ความละเอียดไม่น้อยกว่า 300 dpi  เพื่อประกอบการพิจารณาของนายทะเบียน และถือว่าการยื่นคำขอและการแนบเอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นการรับรองความถูกต้องของเอกสารที่ได้ยื่นต่อนายทะเบียน ทั้งนี้ การพิจารณาให้ความเห็นชอบของนายทะเบียนเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559    1.3 ต้องเป็นการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตนเองและเป็นการฝึกอบรมภายในประเทศเท่านั้น    2. หลักสูตรการฝึกอบรม     2.1 กรณีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน หมายถึง การที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพที่ลูกจ้างปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะ    ในสาขาอาชีพนั้นสูงขึ้น                        2.1.1 หลักสูตรต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นตามสาขาอาชีพที่ลูกจ้างนั้นปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ                        2.1.2 เนื้อหาวิชาของหลักสูตรต้องมีความสอดคล้องและเป็นประโยชน์กับกิจการของสถานประกอบกิจการนั้น                             2.1.3 ระยะเวลาการฝึกอบรมต้องสอดคล้องกับหลักสูตร กรณีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานต้องไม่น้อยกว่า        6 ชั่วโมง                  2.2 กรณีการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ หมายถึง การที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพอื่นที่ลูกจ้างมิได้ปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้ ความสามารถ ที่จะทำงานในสาขาอาชีพอื่นนั้น ได้ด้วย                       2.2.1 หลักสูตรต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นตามสาขาอาชีพอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากลักษณะงานที่ปฏิบัติอยู่ตามปกติ                       2.2.2 เนื้อหาวิชาของหลักสูตร ต้องมีความสอดคล้องและเป็นประโยชน์กับกิจการของสถานประกอบกิจการนั้น หรือเพื่อประโยชน์ต่อลูกจ้างที่จะพัฒนาไปสู่การทำงานในสาขาอาชีพอื่นเพิ่มเติมได้                       2.2.3 ระยะเวลาการฝึกอบรมต้องสอดคล้องกับหลักสูตร แต่ต้องไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง             3. การพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรมลูกจ้าง       ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ให้ความเห็นชอบหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายการค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551 มิได้กำหนดกรอบรายการค่าใช้จ่ายไว้ เนื่องจากนายทะเบียนจะให้ความเห็นชอบเฉพาะหลักสูตร เพื่อนับจำนวนผู้รับการฝึกในการประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเท่านั้น       ส่วนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้ยื่นต่อกรมสรรพากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548         หมายเหตุ              **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน         พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              **พนักงาน/เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-21T09:33:34"],
    [1182,"94e56e1d-6d3e-4489-aabc-c7322f425c15","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-08e9-4b93-8f5b-b91f7f027240",6,1000,8,"การประเมิน หมายความว่า การพิจารณาและวัดค่าทักษะฝีมือ ความรู้ความสามารถ คุณลักษณะส่วนบุคคล และประสบการณ์หรือความสําเร็จในการประกอบอาชีพในระดับต่างๆ ตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด    การรับรองความรู้ความสามารถ หมายความว่า การรับรองความรู้ความสามารถ ในการประกอบอาชีพของบุคคล  ที่ผ่านการประเมินในแต่ละระดับตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด    หนังสือรับรองความรู้ความสามารถ หมายความว่า หนังสือที่ออกให้แก่บุคคลที่ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถ    ผู้ประสงค์จะขอหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานต่อศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง หรือให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานต่อศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2)  พร้อมชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการตามที่กำหนด    การประเมินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้    (1) ให้ใช้ผลการผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เป็นการประเมินในส่วนของการวัดค่าความรู้ความสามารถ ทักษะฝีมือ และทัศนคติในการทำงาน    (2) กรณีที่สาขาอาชีพหรือตำแหน่งงานใดยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน กำหนดกรอบความรู้ความสามารถ ทักษะฝีมือ และทัศนคติในการทำงาน เพื่อใช้ในการประเมิน    (3) ประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง หรือความสำเร็จในการประกอบอาชีพหรือการทำงาน หรือการฝึกอบรม    (4) คุณลักษณะส่วนบุคคลที่แสดงถึงศักยภาพในการประกอบอาชีพหรือการทำงานที่มีอยู่ในตัวบุคคล เช่น ทักษะในการจัดการเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ทักษะเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ทักษะในการเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่ทำงาน ทักษะในเรื่องของความสัมพันธ์ภายในหน่วยงาน เป็นต้น         การประเมินตาม (3) หรือ (4) อาจทำได้ด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้    (1) ตรวจสอบจากเอกสารที่เกี่ยวข้องหรือรายละเอียดที่ปรากฏในสมุดประจำตัว    (2) การสัมภาษณ์ หรือการทดสอบเชิงพฤติกรรม    (3) การแสดงผลงานที่ผ่านมา    (4) วิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับสาขาอาชีพหรือตำแหน่งงานนั้น    ในการประเมินเพื่อรับรองความรู้ความสามารถแต่ละครั้งต้องมีผู้ประเมินไม่น้อยกว่าสามคน ผู้ขอรับรองความรู้ความสามารถจะต้องได้รับคะแนนการประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบห้าของคะแนนรวม จึงจะถือว่าผ่านการประเมินและมีสิทธิได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ให้ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางหรือ  ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ตามมาตรา 26/4 (2) ซึ่งดำเนินการจัดให้มีการประเมินแก่ผู้ขอรับรองความรู้ความสามารถ  ออกหนังสือรับรองความรู้ความสามารถให้แก่ผู้ผ่านการประเมิน หนังสือรับรองความรู้ความสามารถซึ่งออกโดย  ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางหรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) ให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้    ให้ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ แจ้งผลการประเมินให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในห้าวันทำการนับจากวันทำการประเมิน กรณีที่ไม่ผ่านการประเมินให้แจ้งเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    หนังสือรับรองความรู้ความสามารถให้มีอายุห้าปี ผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ อาจยื่นคำขอเพื่อประเมินใหม่ก่อนวันที่หนังสือรับรองความรู้ความสามารถฉบับเดิมหมดอายุไม่น้อยกว่าหกสิบวัน    กรณีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถชำรุดหรือสูญหาย ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสาร หลักฐานต่อศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุดหรือสูญหายดังกล่าว ใบแทนหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ซึ่งออกโดยศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) ให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้    การยื่นคำขอตามประกาศนี้ ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในจังหวัดอื่นให้ยื่น  ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ตามมาตรา 26/4 (2)    ในกรณีที่เป็นการยื่นคำขอหนังสือรับรองความรู้ความสามารถครั้งแรก ให้ผู้ที่ยื่นคำขอไว้แล้ว สามารถทำงานต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งผลการประเมิน    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:49:06"],
    [1183,"94e56e1d-79c6-464d-9e4e-12b04f7f6c14","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ตามมาตรา 26/4 (2) และกรณีต่ออายุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-19d1-40f1-9310-21dbcae4ca2a",9,5000,6,"กฎกระทรวง การยื่นคําขอ การออกหนังสือรับรอง การขอต่ออายุหนังสือรับรอง และการออกใบแทนหนังสือรับรอง การเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ พ.ศ. 2559                  ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้ &ldquo;ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ&rdquo; หมายความว่า ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ตามมาตรา 26/4 (2)                  ข้อ 2 องค์กรอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐที่ประสงค์จะเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ตามมาตรา  26/4 (2) ให้ยื่นคําขอตามแบบ คร. 5 ท้ายกฎกระทรวง พร้อมเอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคําขอนั้น  และต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้                  (1) จัดให้มีผู้ประเมินในสาขาอาชีพที่ยื่นคําขอไม่น้อยกว่าสาขาอาชีพละสามคน                  (2) จัดให้มีสถานที่อันเป็นที่ตั้งของศูนย์ประเมินตลอดจนเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อใช้ในการประเมินความรู้ความสามารถในสาขาที่ยื่นคําขอด้วย                  ข้อ 3 เมื่อนายทะเบียนได้รับคําขอแล้ว ให้ตรวจสอบคําขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคําขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากเห็นว่าคําขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดเวลาที่ผู้ยื่นคําขอต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมไว้ ในกรณีที่ผู้ยื่นคําขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคําขอ หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กําหนด  ให้ถือว่าผู้ยื่นคําขอไม่ประสงค์จะดําเนินการต่อไป                  เมื่อผู้ยื่นคําขอได้ยื่นคําขอและแนบเอกสารหรือหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุแล้ว ให้นายทะเบียนตรวจสอบความพร้อมในการจัดให้มีผู้ประเมินและความเหมาะสมของสถานที่ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ในกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคําขอมีความพร้อม และมีสถานที่ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอํานวยความสะดวกที่เหมาะสมในการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ให้นายทะเบียนออกหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ตามแบบ คร. 6 ท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้แก่ผู้ยื่นคําขอ แต่ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าผู้ยื่นคําขอไม่มีความพร้อมและสถานที่ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอํานวยความสะดวกไม่เหมาะสมในการที่จะเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ให้นายทะเบียนคืนคําขอให้แก่ผู้ยื่นคําขอพร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบด้วย      ข้อ 4 ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถที่ได้รับการรับรอง ต้องแสดงหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ    ไว้ในสถานที่ทำการโดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย                  ข้อ 5 ในระหว่างที่หนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถยังไม่หมดอายุ หากศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ให้แจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป               ข้อ 6 ในกรณีที่องค์กรอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถประสงค์จะขอต่ออายุหนังสือรับรอง ให้ยื่นคำขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้นต่อนายทะเบียนภายในหกสิบวันก่อนวันที่ หนังสือรับรองจะหมดอายุ ในระหว่างที่นายทะเบียนพิจารณาคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ให้ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถดำเนินการต่อไปได้ จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรอง การต่ออายุหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถให้ใช้ได้ครั้งละสองปี นับแต่วันที่หนังสือรับรองฉบับเดิมหมดอายุ               ข้อ 7 ในกรณีที่หนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ให้องค์กรอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับหนังสือรับรองดังกล่าวยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ และรายการเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้นต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ และรายการเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอแล้ว และเห็นว่าหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถของผู้ยื่นคำขอสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดจริง  ให้นายทะเบียนออกใบแทนหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถให้แก่ผู้ยื่นคำขอ      ข้อ 8 การยื่นคำขอหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ และรายการเอกสาร หรือหลักฐานประกอบคำขอตามกฎกระทรวงนี้ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับในจังหวัดอื่น ให้ยื่นที่หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น        **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:49:44"],
    [1184,"94e56e1d-7c88-46ab-a95c-f228d3816920","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอใบแทนหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-1db9-42a6-a3f2-56781b844f52",2,500,7,"มาตรา 26/4 ให้มีศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ดังต่อไปนี้                       (1) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง                       (2) องค์กรอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐตามประเภทที่คณะกรรมการประกาศกำหนดที่ได้รับ            การรับรองจากนายทะเบียนให้เป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ออกประกาศกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้              ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ หมายความว่า ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ  ตามมาตรา 26/4 (2)               ข้อ 2 องค์กรอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐที่ประสงค์จะเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2)     ให้ยื่นคำขอตามพร้อมเอกสารหรือหลักฐาน ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้น และต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้    (1) จัดให้มีผู้ประเมินในสาขาอาชีพที่ยื่นคำขอไม่น้อยกว่าสาขาอาชีพละสามคน    (2) จัดให้มีสถานที่อันเป็นที่ตั้งของศูนย์ประเมินตลอดจนเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอำนวย  ความสะดวกเพื่อใช้ในการประเมินความรู้ความสามารถในสาขาที่ยื่นคำขอด้วย              ข้อ 3 เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอแล้ว ให้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากเห็นว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดเวลาที่ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมไว้ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลา  ที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป              เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอและแนบเอกสารหรือหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุแล้ว ให้นายทะเบียนตรวจสอบความพร้อมในการจัดให้มีผู้ประเมินและความเหมาะสมของสถานที่ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ในกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีความพร้อม และมีสถานที่ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมในการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถให้นายทะเบียนออกหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถให้แก่ผู้ยื่นคำขอ แต่ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความพร้อมและสถานที่ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เหมาะสมในการที่จะเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ให้นายทะเบียนคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบด้วย ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและรายการเอกสาร  หรือหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วน ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร นายทะเบียนอาจขยายระยะเวลา ในการพิจารณาคำขอได้  แต่รวมแล้วต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและรายการเอกสาร หรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วน                      ข้อ 4 ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถที่ได้รับการรับรอง ต้องแสดงหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถไว้ในสถานที่ทำการโดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย              ข้อ 5 ในระหว่างที่หนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถยังไม่หมดอายุ หากศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ให้แจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป              ข้อ 6 ในกรณีที่องค์กรอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถประสงค์จะขอต่ออายุหนังสือรับรอง ให้ยื่นคำขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้  ในแบบคำขอนั้นต่อนายทะเบียนภายในหกสิบวันก่อนวันที่ หนังสือรับรองจะหมดอายุ ในระหว่างที่นายทะเบียนพิจารณาคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ให้ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถดำเนินการต่อไปได้ จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรอง การต่ออายุหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถให้ใช้ได้ครั้งละสองปี นับแต่วันที่หนังสือรับรองฉบับเดิมหมดอายุ              ข้อ 7 ในกรณีที่หนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ให้องค์กรอาชีพหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับหนังสือรับรองดังกล่าวยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ และรายการเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้นต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ และรายการเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอแล้ว และเห็นว่าหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถของผู้ยื่นคำขอสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดจริง ให้นายทะเบียนออกใบแทน หนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถให้แก่ผู้ยื่นคำขอ              ข้อ 8 การยื่นคำขอหนังสือรับรองการเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ และรายการเอกสาร หรือหลักฐานประกอบคำขอตามกฎกระทรวงนี้ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับในจังหวัดอื่น ให้ยื่นที่หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:50:58"],
    [1185,"94e56e1d-95b5-4df8-8cc4-5caf6845e266","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามมาตรา 28 (2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-280f-423d-8079-cb8d098aadb6",25,0,18,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การขอกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน                  พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มาตรา 28 (2) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานให้ผู้ดำเนินการฝึก ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและผู้ประกอบกิจการกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ประกอบกับระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานว่าด้วยการให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดหลักเกณฑ์การให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานไว้ ดังนี้    ผู้มีสิทธิกู้ยืมเงิน    1. ผู้ดำเนินการฝึก    2. ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน    3. ผู้ประกอบกิจการ         คุณสมบัติของผู้มีสิทธิกู้ยืมเงิน    1. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย    2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    3. ไม่เป็นลูกหนี้ของกองทุน         การคัดเลือกผู้มีสิทธิกู้ยืมเงินกองทุน พิจารณาตามเงื่อนไข ดังนี้    1. สาขาอาชีพที่จะดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานต้องเป็นสาขาอาชีพที่จะส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ดังนี้             (1) สาขาอาชีพช่างก่อสร้าง              (2) สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ              (3) สาขาอาชีพช่างเครื่องกล              (4) สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์              (5) สาขาอาชีพช่างอุตสาหกรรมศิลป์              (6) สาขาอาชีพเกษตรอุตสาหกรรม              (7) สาขาอาชีพภาคบริการ            2. มาตรฐานฝีมือแรงงานที่ทดสอบต้องเป็นมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามมาตรา 22 หรือมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545                          วงเงินกู้ยืมเงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน   ไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อครั้ง         อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาการชำระหนี้ ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาการชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน              ในกรณีผู้กู้ยืมเงินผิดนัดชำระหนี้ ให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ผิดสัญญาจนถึงวันที่ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้เงินกู้ยืมเสร็จสิ้น         การชำระหนี้    ให้ชำระหนี้เงินกู้ยืมคืนกองทุนหลังจากลงนามในสัญญาและได้รับเช็คแล้ว โดยชำระเป็นรายเดือนภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป    วิธีการชำระหนี้ ให้ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยด้วยวิธีการผ่อนชำระหนี้เป็นประจำทุกเดือน    1. เงินสด หรือเช็คที่ธนาคารรับรอง หรือตั๋วแลกเงิน หรือธนาณัติ หรือ    2. ชำระเงินผ่านธนาคาร         กรณีชำระเงินผ่านธนาคาร              ผู้กู้ยืมเงินตกลงจะชำระหนี้เงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ย โดยชำระผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ได้ 3 ช่องทาง ดังนี้              1. นำใบแจ้งการชำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทยที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกให้ (สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน : หน่วยงานที่ทำสัญญา) ชำระ ณ ที่ทำการธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา โดยใช้รหัสการชำระเงิน (COMPANY CODE) ที่ระบุในใบแจ้งการชำระเงิน              2. ชำระผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดยผู้กู้ยืมเงินจะต้องมีบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทยโดยใช้รหัสการชำระเงิน (COMPANY CODE) ที่ระบุในใบแจ้งการชำระเงิน              3. ชำระผ่านระบบ KTB Netbank ของธนาคารกรุงไทย โดยผู้กู้ยืมเงินจะต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย  และสมัครใช้บริการ KTB Netbank โดยใช้รหัสการชำระเงิน (COMPANY CODE) ที่ระบุในใบแจ้งการชำระเงิน              การประนอมหนี้              ผู้กู้ยืมเงินประสงค์จะขอประนอมหนี้ได้ ดังนี้              1. กรณียังไม่ส่งดำเนินคดี                       เมื่อผู้ให้กู้ยืมเงินบอกเลิกสัญญาแล้ว และยังไม่ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดี              2. กรณีส่งดำเนินคดีแล้วและศาลยังไม่พิพากษา                        เมื่อผู้ให้กู้ยืมเงินได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดี ผู้กู้ยืมเงินประสงค์จะประนอมหนี้ในระหว่างการดำเนินการในชั้นพนักงานอัยการ หรือประนีประนอมยอมความในระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล                        การทำสัญญาประนอมหนี้หรือประนีประนอมยอมความ              1. จำนวนหนี้ที่จะประนอมหนี้หรือประนีประนอมยอมความ คือ จำนวนหนี้ที่ค้างชำระทั้งเงินต้นคงเหลือและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ นับจนถึงวันที่ทำสัญญาประนอมหนี้หรือประนีประนอมยอมความ  เงินต้นคงเหลือและดอกเบี้ยค้างชำระไม่เกิน 50,000 บาทระยะเวลาการชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน เงินต้นคงเหลือและดอกเบี้ยค้างชำระเกิน 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทระยะเวลาการชำระคืนไม่เกิน 24 เดือน เงินต้นคงเหลือและดอกเบี้ยค้างชำระเกิน 100,000 บาทระยะเวลาการชำระคืนไม่เกิน 36 เดือน              2. หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนอมหนี้หรือประนีประนอมยอมความภายในกำหนดเวลา หรือพบว่ามีเงินค้างชำระหรือต้องชำระเพิ่ม ให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของจำนวนเงินต้นที่ค้างชำระนับแต่วันที่ค้างชำระ    การค้ำประกัน              1. พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือ              2. หนังสือค้ำประกันของธนาคารต้องมีจำนวนเงินค้ำประกันไม่น้อยกว่าวงเงินกู้ยืม และต้องมีระยะเวลาค้ำประกันเกินกว่าระยะเวลาสิ้นสุดสัญญาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ              3. กรณีผู้กู้ยืมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ได้แก่ กรรมการบริหาร หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้แทนอื่นของนิติบุคคล แล้วแต่กรณี    หมายเหตุ กรณีผู้ค้ำประกันมีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส โดยให้คู่สมรสลงนามให้ความยินยอมในสัญญาค้ำประกัน          การติดอากรแสตมป์              1. ผู้ค้ำประกันเป็นผู้ที่ต้องติดอากรแสตมป์ลงบนสัญญาค้ำประกัน และเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์ พร้อมทั้งลงวันที่กำกับโดยติดอากรเฉพาะฉบับที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานเก็บรักษาไว้                      2. อัตราการติดอากรแสตมป์                       (1) จำนวนเงินกู้ยืมไม่เกิน 1,000 บาท ให้ติดอากรแสตมป์ 1 บาท                       (2) จำนวนเงินกู้ยืม 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ให้ติดอากรแสตมป์ 5 บาท                       (3) จำนวนเงินกู้ยืมเกิน 10,000 บาทขึ้นไป ให้ติดอากรแสตมป์ 10 บาท         การดำเนินคดี              หากผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือตามระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผันของคณะกรรมการ หรือไม่ชำระหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยติดต่อกันเกินสามเดือน รวมทั้งกรณีเมื่อปรากฏในภายหลังว่าผู้กู้ยืมเงินไม่มีสิทธิกู้ยืมเงิน หรือได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จในสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินผู้ให้กู้ยืมเงินมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและดำเนินการตามกฎหมายเพื่อบังคับชำระหนี้ต่อไป              สถานที่ยื่นคำขอกู้              ผู้ประสงค์จะขอกู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ยื่นคำขอกู้ยืมเงินตามแบบ กย1 ต่อหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สถานที่ฝึก หรือสถานประกอบกิจการที่ดำเนินการฝึกอบรม หรือสถานที่ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร จังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอกู้ยืมเงิน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน              2. รายงานผลการกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน                 ผู้กู้ยืมเงินจะต้องรายงานผลการกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามแบบ กย.6 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (หน่วยงานที่ทำสัญญากู้ยืมเงิน) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:05:59"],
    [1186,"94e56e1d-a42b-471f-b040-dc1d1e695e7c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานส่งไปทดสอบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-2ef5-4fa7-be9b-9ba3f8c9212a",6,0,9,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน และช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 24 ซึ่งดำเนินการทดสอบให้แก่ผู้เข้ารับการทดสอบที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานส่งไปทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ในสาขาอาชีพที่จำเป็นต้องให้การส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีผู้ประกอบอาชีพที่มีทักษะฝีมือได้มาตรฐานเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงานหรือเป็นสาขาอาชีพที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ เครื่องมือ อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีเฉพาะด้าน โดยให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเป็นค่าทดสอบตามที่ผู้ดำเนินการทดสอบกำหนด แต่ทั้งนี้ไม่เกินอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง กำหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานต่อจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบหนึ่งคน (ประกาศข้อ 5) สาขาอาชีพที่จำเป็นต้องให้การส่งเสริมหรือสนับสนุนกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไม่สามารถดำเนินการทดสอบได้ในสาขาอาชีพช่างอุตสาหกรรมศิลป์ จำนวน 6 สาขา ดังนี้    (1) สาขาช่างเครื่องประดับ (ประดับอัญมณี)    (2) สาขาช่างเครื่องประดับ (รูปพรรณ)    (3) สาขาช่างเจียระไนพลอย    (4) สาขาช่างหล่อเครื่องประดับ    (5) สาขาช่างตกแต่งเครื่องประดับ    (6) สาขาช่างฝังอัญมณีบนเครื่องประดับ    ขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเป็นค่าทดสอบตามจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานส่งไปทดสอบแต่ไม่เกินอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง กำหนดอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.1 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ ณ ท้องที่ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้น ทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามแบบชอ.3 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:06:31"],
    [1187,"94e56e1d-b388-4b7a-9229-c9fe949a1d9a","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ประกอบกิจการที่ฝึกอบรมลูกจ้างในหลักสูตรสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-3f98-456e-8cef-7cc7f3b915ec",6,0,6,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานและช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560 และประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาหลักสูตรการฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่ลูกจ้างเพื่อเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการลงวันที่ 19 กันยายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ประกอบกิจการเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่ลูกจ้างเพื่อเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการโดยมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาททั้งนี้หลักสูตรการฝึกอบรมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานประกาศกำหนด (ประกาศข้อ 10)             1.1หลักสูตรที่จะใช้ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่ลูกจ้างของผู้ประกอบกิจการที่จะขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจะต้องเป็นหลักสูตรดังต่อไปนี้                  (1) การฝึกอบรมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมต้องเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมตามบัญชีท้ายประกาศจำนวน 5 หลักสูตรดังนี้                         1) การออกแบบสมองกลฝังตัวในโรงงานอุตสาหกรรม                         2) การควบคุมหุ่นยนต์ในระบบงานอุตสาหกรรม                         3) การใช้โปรแกรมเมเปิ้ลลอจิกคอนโทรลเลอร์ขั้นสูง                         4) การสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ (3D Animation)                         5) การจำลองโมเดลสายการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Automation Plant Simulation                  (2) การฝึกอบรมเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการต้องเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายมีระยะเวลาการฝึกไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงและต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน    (อธิบดีมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน)    &amp;quot;อุตสาหกรรม&amp;quot; หมายความว่าอุตสาหกรรมเป้าหมายตามกฎกระทรวงว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายรองรับนโยบายประเทศไทย 4.0 ดังนี้                1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่                2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ                3) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับคุณภาพ                4) อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ                5) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าสูง                6) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์                7) อุตสาหกรรมการบิน                8) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ                9) อุตสาหกรรมดิจิทัล                10) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร              1.2 ขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินปีละ100,000 บาทดังนี้                   (1) กรณีจัดฝึกอบรมเอง                     1) ค่าตอบแทนวิทยากรเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินชั่วโมงละ 5,000 บาท                     2) ค่าวัสดุที่จะใช้ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานโดยจะต้องมีลักษณะการใช้สอดคล้องกับเนื้อหาวิชาในหลักสูตรนั้นฯและไม่ปะปนกับที่ใช้ในการประกอบกิจการทั้งนี้เท่าที่จ่ายจริงเฉลี่ยจากผู้เข้ารับการฝึกแต่ละคนไม่เกินคนละ 4,000 บาท                   (2) กรณีส่งลูกจ้างไปเข้ารับการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน                      - ค่าลงทะเบียนเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 10,000 บาท              1.3ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเป็นลูกจ้างของผู้ประกอบกิจการที่จะขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนและปฏิบัติงานในหน้าที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่จะฝึกอบรม              1.4 จัดทำเอกสารรายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการประกอบด้วยชื่อหลักสูตรรุ่นที่ระหว่างวันที่ถึงวันที่สถานที่ฝึกอบรมชื่อ-สกุลผู้เข้ารับการฝึกอบรมเลขประจำตัวประชาชนตำแหน่งเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบขอรับความเห็นชอบหลักสูตรการฝึกอบรมตามแบบขร.1              1.5ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์จะขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนต้องยื่นหลักสูตรการฝึกอบรมที่จะขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (อธิบดีมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 30 วันตามแบบขอรับความเห็นชอบหลักสูตรการฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่ลูกจ้างเพื่อเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการ (แบบขร.1)              1.6 หลักสูตรการฝึกอบรมที่ได้รับความเห็นชอบแล้วให้ผู้ประกอบกิจการนำไปใช้ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานได้หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาการฝึกอบรมสถานที่ฝึกอบรมหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้แจ้งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน) ทราบเป็นหนังสือก่อนดำเนินการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 7 วัน    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ผู้ประกอบกิจการ    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.2-4 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบณท้องที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่กรุงเทพมหานครให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานครและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จังหวัดอื่นให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายใน 60 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแต่ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.3-1 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ  **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:07:46"],
    [1188,"94e56e1d-59e2-4de7-bfa4-f24e99207c5a","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขออนุญาตจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-ee78-4639-8b6a-76eb7e48f302",14,0,7,"ให้ผู้ขอรับอนุญาตยื่นในเขตจังหวัดที่ศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานนั้นตั้งอยู่    1. เงื่อนไขการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน        1.1 สถานประกอบกิจการต้องมีสถานที่ฝึกที่ได้จัดไว้เป็นสัดส่วนแยกจากหน่วยประกอบกิจการ        1.2 ศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ต้องมีความพร้อมและความเหมาะสมในเรื่อง สถานที่ เครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก และจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจดตั้งศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2546              1.3 สถานที่ เครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องมีลักษณะเหมาะสมสำหรับการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามสาขาอาชีพที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประกาศกำหนด และต้องมีสภาพที่ดีและมีความปลอดภัย    2. การพิจารณาอนุญาต       เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอ มีความพร้อมและความเหมาะสมจะออกใบอนุญาตจัดตั้ง  ศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้แก่ผู้ยื่นคำขอในกรณีที่นายทะเบียนไม่ให้ความเห็นชอบให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมเหตุผล สิทธิ และระยะเวลาในการอุทธรณ์ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ            กรณีใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด ลบเลือนในสาระสำคัญ ให้ผู้ขอรับอนุญาตจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานขอรับใบแทนใบอนุญาต โดยยื่นคำขอพร้อมแนบใบอนุญาต ที่ชำรุดหรือหลักฐานการลงบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนว่าใบอนุญาตสูญหาย เพื่อประกอบการพิจารณาผู้รับอนุญาต  ต้องแสดงใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ ศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน         หมายเหตุ         **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา          **พนักงาน/เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว          **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ        **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2022-04-06T22:52:46"],
    [1189,"94e56e1d-5c57-4ea8-ae17-c82a5abeb00c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขออนุญาตรายการเครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ผู้ดำเนินการฝึกนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในศูนย์ฝีกอบรมฝีมือแรงงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2d-f1d2-4ded-ac33-f5553fa84b94",60,0,7,"ให้ผู้ขอรับอนุญาตยื่นคำขอฯ ในเขตจังหวัดที่ศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานของผู้ดำเนินการฝึกนั้นตั้งอยู่  1. เงื่อนไขการขออนุญาต   1.1 ผู้ดำเนินการฝึก ยื่นคำขอรับอนุญาตรายการเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร เสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ผ่านนายทะเบียน) หากคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอมีเหตุผลความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ก็จะให้นายทะเบียนออกหนังสืออนุญาต  โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง การอนุญาตรายการเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อใช้ในการฝึกอบรมในศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ลงวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2548   2. การพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสม   2.1 เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ในการฝึกอบรมในศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเท่านั้น และมีจำนวนเหมาะสม สอดคล้องกับสาขาอาชีพที่ดำเนินการฝึก   2.2 รายการเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ จะต้องเป็นของที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศ หรือหากมีการผลิตภายในประเทศ แต่ผู้ดำเนินการฝึกมีความจำเป็นต้องใช้เพื่อการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน  หมายเหตุ  **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน  พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  **พนักงาน/เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ  **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง  **กรณีผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนต้องดำเนินการภายใน 7 วัน","2022-04-06T22:52:46"],
    [1190,"94e56e1d-5ecd-4de9-9da9-1ac7b1d3e4df","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอใบอนุญาต การดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ (สถานทดสอบฝีมือคนหางาน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-f50f-42aa-adb3-9f00938a2587",7,5000,2,"การทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เป็นการทดสอบฝีมือแรงงานที่ผู้ที่มีความประสงค์ ไปทำงานในต่างประเทศ ในตำแหน่งช่างฝีมือ เพื่อให้นายจ้างทราบถึงความสามารถในการปฏิบัติงานว่าตรงกับลักษณะงานที่จะจ้างหรือไม่ หากผู้ใดมีความประสงค์จะขอใบอนุญาตดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน (สถานทดสอบฝีมือคนหางาน) ภายใต้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 (เว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th) สามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียนพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบ ทค.1  หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา            **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-28T10:35:32"],
    [1191,"94e56e1d-611a-4aa4-b248-5b4a175107f4","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การต่อใบอนุญาต การดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ (สถานทดสอบฝีมือคนหางาน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-f88b-4744-8ee8-3e97a1dd4ff6",7,5000,2,"การทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เป็นการทดสอบฝีมือแรงงานที่ผู้ที่มีความประสงค์ไปทำงานในต่างประเทศ ในตำแหน่งช่างฝีมือ เพื่อให้นายจ้างทราบถึงความสามารถในการปฏิบัติงานว่าตรงกับลักษณะงานที่จะจ้างหรือไม่ หากผู้ใดมีความประสงค์จะขอใบอนุญาตดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน (สถานทดสอบฝีมือคนหางาน) ภายใต้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 (เว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th)         การต่อใบอนุญาตยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานตามแบบ ทค.3         หมายเหตุ    **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    **พนักงาน/เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตาม บันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-28T10:36:03"],
    [1192,"94e56e1d-6378-4109-8ec1-82dd0ec2ef04","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การออกใบแทนใบอนุญาต การดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ (สถานทดสอบฝีมือคนหางาน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-fb83-4317-b26a-97873c4f9ec1",7,2500,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    การทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เป็นการทดสอบฝีมือแรงงานที่ผู้ที่มีความประสงค์ไปทำงานในต่างประเทศ ในตำแหน่งช่างฝีมือ เพื่อให้นายจ้างทราบถึงความสามารถในการปฏิบัติงานว่าตรงกับลักษณะงานที่จะจ้างหรือไม่ หากผู้ใดมีความประสงค์จะขอใบอนุญาตดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน (สถานทดสอบฝีมือคนหางาน) ภายใต้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 (เว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th)    กรณีการสูญหายหรือถูกทำลายให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานตามแบบ ทค. 4 โดยในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอได้ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วแต่กรณี    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา            **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-28T10:36:49"],
    [1193,"94e56e1d-65e4-4850-8205-f379cf2ee128","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานตามมาตรา 26 (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2d-fece-47a0-b7b3-6571ca936938",24,0,7,"ผู้มีความประสงค์ยื่นแบบคำรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน (แบบ รมฐ. 1) พร้อมเอกสารแนบคำขอยื่น โดยมีการประสานการจัดทำร่วมกันกับหน่วยงานของกรม และยื่นเอกสารการจัดทำรายละเอียด จำนวน 16 รายการ (แบบ รมฐ.2) ซึ่งหากคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้การรับรองมาตรฐานดังกล่าวแล้ว นายทะเบียนจะลงนามในหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน (แบบ รมฐ. 3) ซึ่งสถานประกอบกิจการสามารถนำมาตรฐานฝีมือแรงงานไปใช้ทดสอบกับลูกจ้างของตนเพื่อวัดทักษะฝีมือ ความรู้และความสามารถ และออกหนังสือรับรองการผ่านการทดสอบได้ (แบบ รมฐ.4) โดยให้รายงานผลการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน (แบบ รมฐ.5) และหากใช้มาตรฐานฝีมือแรงงานไประยะหนึ่งแล้ว มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีหรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน สามารถดำเนินการปรับปรุงได้ (แบบ รมฐ.6) รายละเอียดตามเอกสารแนบ  ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.dsd.go.th/standard  หมายเหตุ    **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    **พนักงาน/เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-28T10:34:35"],
    [1194,"94e56e1d-6822-48ef-9437-2545cca508b9","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-020e-4e01-b84b-f172bebd7168",30,0,4,"1. สถานประกอบการใดหรือผู้ใดมีความประสงค์จะดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติจะต้องมีเอกสารรับรองว่าเป็นผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ การออกใบอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ การออกใบอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เป็นไปตามระเบียบการพิจารณาอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบฝีมือแรงงานแห่งชาติ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มาตรา 24 (เว็บไซต์กรมพัมนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th) และประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และคุณสมบัติของผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน  2. ผู้ใดมีความประสงค์เป็นผู้ดำเนินการทดสอบ สามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียนพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบ มฐ.1       หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา            **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     **ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-28T10:35:04"],
    [1195,"94e56e1d-6a65-4d7b-9a0d-5cff1dcd5e7b","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอมีสมุดประจำตัว การบันทึกข้อมูลเพิ่มเติม และกรณีชำรุดสูญหาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-054b-4826-a1e4-24bad8a4c56b",2,10,7,"สมุดประจำตัว หมายความว่า เอกสารหรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ในการบันทึกประวัติของบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษาการฝึกอบรม การสัมมนา การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การประกอบอาชีพ การทำงานที่ผ่านมา หรือกรณีอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ หรือการจ้างงาน              บุคคลที่ประสงค์จะมีสมุดประจำตัวหรือจะให้บันทึกข้อมูลเพิ่มเติมในสมุดประจำตัว ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน แบบสมุดประจำตัว การออกสมุดประจำตัว และการบันทึกข้อมูล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด              เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอมีสมุดประจำตัวหรือคำขอให้บันทึกข้อมูลเพิ่มเติมในสมุดประจำตัวแล้ว            ให้ตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอได้ยื่นไว้ หรือขอข้อมูลไปยังหน่วยงานของรัฐ สถานประกอบกิจการ หรือบุคคลที่ทราบข้อมูลดังกล่าว ในกรณีที่นายทะเบียนเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้อง ให้บันทึกข้อมูลนั้นไว้ในสมุดประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ และมอบสมุดประจำตัวนั้นให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ในกรณีที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในภายหลังหรือไม่ตรงกับความเป็นจริง ให้นายทะเบียนแก้ไขข้อมูลในสมุดประจำตัวให้ถูกต้องตามความเป็นจริงได้    ให้นายทะเบียนเก็บรักษาเอกสารหลักฐานไว้เพื่อการตรวจสอบไม่น้อยกว่าสองปี    กรณีสมุดประจำตัวชำรุดหรือสูญหายให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:48:46"],
    [1196,"94e56e1d-6fb9-45b4-a4bc-39fcc0627a95","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอใบแทนหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-0c50-45c9-a5b6-2d396d0cd8ae",2,100,3,"&ldquo;หนังสือรับรองความรู้ความสามารถ&rdquo; หมายความว่า หนังสือที่ออกให้แก่บุคคลที่ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถ    ผู้ประสงค์จะขอหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานต่อศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง หรือให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานต่อศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) พร้อมชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการตามที่กำหนด            หนังสือรับรองความรู้ความสามารถให้มีอายุห้าปี ผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ อาจยื่นคำขอเพื่อประเมินใหม่ก่อนวันที่หนังสือรับรองความรู้ความสามารถฉบับเดิมหมดอายุไม่เกินหกสิบวัน            กรณีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถชำรุดหรือสูญหาย ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสาร หลักฐานต่อศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุดหรือสูญหายดังกล่าว ใบแทนหนังสือรับรองความรู้ความสามารถซึ่งออกโดยศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) ให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้            การยื่นคำขอตามประกาศนี้ ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในจังหวัดอื่นให้ยื่น  ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2)    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:51:25"],
    [1197,"94e56e1d-7206-48c9-a6aa-29a9a9de90d8","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-0f7f-461a-87ae-70b139175701",2,100,7,"ผู้ประเมิน หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้ทำหน้าที่ประเมินผู้ขอหนังสือรับรอง ความรู้ความสามารถ    ผู้ประเมินต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    (1) จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน หรือ    (2) ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องมีประสบการณ์การทำงานในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน ไม่น้อยกว่าห้าปีและผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรการเป็นผู้ประเมินตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนด    บุคคลที่ประสงค์จะยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ต่อนายทะเบียนตามแบบท้ายประกาศนี้ การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งให้ระบุสาขาอาชีพที่จะเป็นผู้ประเมิน    เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอแล้ว ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ หากเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ให้รับขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน ตามแบบท้ายประกาศนี้ พร้อมทั้งออกบัตรประจำตัวผู้ประเมินแก่ผู้ยื่นคำขอ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมระบุเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หนังสือรับรองและบัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่งให้มีอายุห้าปี    ในกรณีหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินหรือบัตรประจำตัวผู้ประเมินชำรุด หรือสูญหายให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนเพื่อออกใบแทน หรือขอรับบัตรประจำตัวผู้ประเมินแล้วแต่กรณี ใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้    ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมิน ค่าธรรมเนียม การออกใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมิน และค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวผู้ประเมิน ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง    การยื่นคำขอตามประกาศนี้ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:48:13"],
    [1198,"94e56e1d-749e-4675-ac8c-fc81af71f81b","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมิน หรือบัตรประจำตัวผู้ประเมิน กรณีชำรุดหรือสูญหาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-12da-48b4-869b-766895519590",2,100,2,"ประเมิน หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้ทำหน้าที่ประเมินผู้ขอหนังสือรับรอง ความรู้ความสามารถ    ผู้ประเมินต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    (1) จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน หรือ    (2) ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน ผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องมีประสบการณ์การทำงานในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน ไม่น้อยกว่าห้าปีและผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรการเป็นผู้ประเมินตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนด    บุคคลที่ประสงค์จะยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมิน ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ต่อนายทะเบียน  ตามแบบท้ายประกาศนี้ การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งให้ระบุสาขาอาชีพที่จะเป็นผู้ประเมิน    เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอแล้ว ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ หากเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ให้รับขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน ตามแบบท้ายประกาศนี้ พร้อมทั้งออกบัตรประจำตัวผู้ประเมินแก่ผู้ยื่นคำขอ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมระบุเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หนังสือรับรองและบัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่งให้มีอายุห้าปี    ในกรณีหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินหรือบัตรประจำตัวผู้ประเมินชำรุด หรือสูญหายให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนเพื่อออกใบแทน หรือขอรับบัตรประจำตัวผู้ประเมินแล้วแต่กรณี ใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน  เป็นผู้ประเมินให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้    ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมิน ค่าธรรมเนียม การออกใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมิน และค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวผู้ประเมินให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนด  ในกฎกระทรวง    การยื่นคำขอตามประกาศนี้ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:50:36"],
    [1199,"94e56e1d-76b7-45c6-bd91-5c445a9cd23c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรอาชีพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-1607-49e8-b04a-accf0c34f851",45,0,5,"องค์กรอาชีพหมายความว่า กลุ่มบุคคลหรือสถาบันที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการประกอบอาชีพ  ซึ่งคณะกรรมการได้รับรองให้มีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข  ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และให้หมายความรวมถึงองค์กรวิชาชีพตามกฎหมายอื่นด้วย    คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานจึงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับรอง  เป็นองค์กรอาชีพและประเภทหน่วยงานของรัฐที่จะขอรับรองเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถไว้ดังต่อไปนี้    ข้อ 1 กลุ่มบุคคลหรือสถาบันที่จะขอให้คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานรับรองให้เป็นองค์กรอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการประกอบอาชีพในสาขา  ที่ขอให้รับรอง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้    การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในจังหวัดอื่นให้ยื่น           ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ผู้ยื่นคำขอตั้งอยู่ในเขตพื้นที่    ข้อ 2 เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ 1 แล้ว ให้ตรวจสอบคำขอ    ข้อ 3 เมื่อคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาให้การรับรองการขึ้นทะเบียนแล้ว  ให้นายทะเบียนออกหนังสือรับรองแก่ผู้ยื่นคำขอ ในกรณีที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานทราบ    ข้อ 4 ประเภทหน่วยงานของรัฐที่จะยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ จะต้องเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลการประกอบอาชีพ การควบคุมคุณภาพการผลิต หรือพัฒนาบุคลากร  ในสาขาอาชีพนั้นตามที่กฎหมายกำหนด    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:49:23"],
    [1200,"94e56e1d-7f01-4284-93e4-bf49f7b11936","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายจ้างงานผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-2115-4e81-a3ea-880a31ac7742",15,5000,8,"คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดแบบของเครื่องหมาย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตและการใช้เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบกิจการซึ่งจ้างงานผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถไว้ ดังต่อไปนี้             ข้อ 1 เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบกิจการซึ่งจ้างงานผู้ได้รับหนังสือรับรอง ความรู้ความสามารถให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้    ข้อ 2 ผู้ประกอบกิจการที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบกิจการ ซึ่งจ้างงาน  ผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ต้องจ้างงานผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ เต็มตามจำนวนของลูกจ้างในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงาน หรือลักษณะงาน ที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ หรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด    ข้อ 3 ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์จะขออนุญาตใช้เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบกิจการซึ่งจ้างงานผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนพร้อมเอกสาร หลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบท้ายประกาศนี้ การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ ท้องที่ที่สถานประกอบกิจการของผู้ประกอบกิจการนั้นตั้งอยู่ ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น    ข้อ 4 เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอแล้ว ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน หากเห็นว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ให้นายทะเบียนอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย    ข้อ 5 ในกรณีที่พบว่าผู้ประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรายใด มีการจ้างงานผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถไม่เต็มตามจำนวนของลูกจ้างในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงาน หรือลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้นายทะเบียนออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง หากผู้ประกอบกิจการไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง ให้นายทะเบียนออกคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-23T15:50:13"],
    [1201,"94e56e1d-8328-4e92-9def-13c85547fbc7","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอเป็นสถานฝึกอบรมคนประจำเรือในตำแหน่งคนครัวบนเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-2441-4688-83c9-f9160509ad57",9,0,10,"ผู้ประสงค์จะดำเนินการเป็นสถานฝึกอบรมให้ยื่นคำขอตามแบบ สค. 2 ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น              1. เงื่อนไขการขอเป็นสถานฝึกอบรม                       1.1 สถานฝึกอบรมต้องมีความพร้อมและความเหมาะสมในเรื่อง สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์  สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับใช้ในการฝึกอบรม และผู้ฝึกอบรม ซึ่งเป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรฐานการฝึกอบรมและคุณสมบัติของคนประจำเรือในตำแหน่งคนครัวบนเรือ ประกาศ ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559                       1.2 สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับใช้ในการฝึกอบรม และผู้ฝึกอบรม  ต้องมีลักษณะเหมาะสมสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรการจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือ (Food and Catering)            2. การพิจารณาอนุญาต                       2.1 เมื่อหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอ มีคุณสมบัติครบถ้วน  จะออกหนังสือรับรองในการเป็นสถานฝึกอบรมให้กับผู้ยื่นคำขอ โดยหนังสือรับรองมีอายุสามปีนับแต่วันที่ออกหนังสือ  รับรอง    2.2 ในกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือพร้อมเหตุผลให้ทราบ                       2.3 กรณีต่ออายุหนังสือรับรองการเป็นสถานฝึกอบรม ให้ยื่นคำขอตามแบบ สค. 4 ก่อนวันที่หนังสือรับรองสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน                       2.4 กรณีที่หนังสือรับรองการเป็นสถานฝึกอบรมชำรุดหรือสูญหาย ให้ยื่นคำขอตามแบบ สค. 5  เพื่อออกใบแทน    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:12:23"],
    [1202,"94e56e1d-9ca9-4dfe-bb88-85d470a341dc","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ดำเนินการทดสอบฯ ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและมีผู้ผ่านการทดสอบ ในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-2b50-4fbc-9dd4-55196d4a5854",6,0,7,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน และช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน         ให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 24 ซึ่งดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และมีผู้ผ่านการทดสอบในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป โดยมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนปีละ 10,000 บาท ต่อผู้ผ่านการทดสอบทุก 100 คน ทั้งนี้ในส่วนที่เกิน 100 คน ถ้ามีจำนวนตั้งแต่ 75 คนขึ้นไปให้ปัดเป็น 100 คน (ประกาศข้อ 4)    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน       ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบ ชอ.1 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ ณ ท้องที่ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้น ทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.3ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:12:04"],
    [1203,"94e56e1d-a6fd-4905-8f88-3f88d30fdfcb","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ประกอบกิจการที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-3223-43ba-9fe8-3441c39c073a",6,0,6,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานและช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้ช่วยเหลืออุดหนุนแก่ผู้ประกอบกิจการที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนภายในเวลาที่กำหนดในปีที่ผ่านมาและได้ดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานตามมาตรา 29 วรรคสองครบตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดในปีถัดมาโดยมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนในอัตราร้อยละ 10 ของเงินสมทบที่นำส่ง (ประกาศข้อ 6)    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ผู้ประกอบกิจการ    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.2 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบณท้องที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่กรุงเทพมหานครให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานครและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1- 5 จังหวัดอื่นให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้นทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ. 3-1 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:08:50"],
    [1204,"94e56e1d-a9ff-415d-8dd6-19fd4fed8fe9","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ประกอบกิจการที่พัฒนาฝีมือแรงงานเกินกว่าร้อยละ 70 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-357b-4b43-84df-b8aaca10fa34",6,0,6,"หลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข (ถ้ามี) การยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานและช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้ช่วยเหลืออุดหนุนแก่ผู้ประกอบกิจการที่ดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานตามมาตรา 29 วรรคสองในส่วนที่มีการพัฒนาฝีมือแรงงานส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 70 ของลูกจ้างทั้งหมดซึ่งได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงานในปีที่ผ่านมาโดยมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน 200 บาทต่อลูกจ้าง 1 คน (ประกาศข้อ 7)    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ผู้ประกอบกิจการ    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.2-1 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบณท้องที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่กรุงเทพมหานครให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานครและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จังหวัดอื่นให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้นทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.3-1 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ","2023-06-27T14:08:12"],
    [1205,"94e56e1d-aca6-4ce6-a83a-d9db5c86c903","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานของตน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-38a5-4af9-91a3-e859996675c6",6,0,7,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานและช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ประกอบอาชีพผู้ประกอบกิจการหรือกลุ่มผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานของตนตามมาตรา 26 และได้นำมาตรฐานฝีมือแรงงานดังกล่าวไปใช้ในการทดสอบให้แก่ลูกจ้างของตนโดยมัสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนในแต่ละสาขาระดับละ 10,000 บาทโดยให้ใช้บังคับกับมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้รับการรับรองตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นไป (ประกาศข้อ 8)    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ผู้ประกอบกิจการผู้ประกอบอาชีพหรือกลุ่มผู้ประกอบกิจการ    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.2-2 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบณท้องที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่กรุงเทพมหานครให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานครและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1- 5 จังหวัดอื่นให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้นทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.3-1 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:07:03"],
    [1206,"94e56e1d-af7b-4017-83d5-5290281e5352","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ประกอบกิจการที่จ่ายค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-3bd6-43c2-a76b-cbc69fb8b580",6,0,9,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานและช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ประกอบกิจการที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการทดสอบและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและได้จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างดังกล่าวตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 180 วันก่อนวันยื่นขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนโดยมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน 1,000 บาทต่อลูกจ้าง 1 คนทั้งนี้ไม่เกินปีละ 100,000 บาท (ประกาศข้อ 9)    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ผู้ประกอบกิจการ    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.2-3 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบณท้องที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่กรุงเทพมหานครให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานครและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จังหวัดอื่นให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้นทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.3-1ให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:04:24"],
    [1207,"94e56e1d-b657-46b2-9c84-942455741d2d","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ส่งค่าทดสอบเข้ากองทุน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2e-431e-4e0d-beba-fccd9204c095",6,0,7,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน และช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานตามมาตรา 24ซึ่งส่งเงินค่าทดสอบหรือค่าธรรมเนียมเข้ากองทุน ตามมาตรา 27 วรรคสอง (3/1) โดยมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเท่ากับจำนวนเงินที่ส่งเข้ากองทุน (ประกาศข้อ 11)    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.1 ณ ท้องที่ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-5 จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้น ทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.3 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:06:47"],
    [1208,"94e56e1d-b91e-4b78-9696-652b7f642e57","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน","การขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4(2) ที่ส่งค่าธรรมเนียมเข้ากองทุน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-468a-4604-b188-4301fea512a3",6,0,5,"พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพ.ศ. 2545 มาตรา 28 (3) บัญญัติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด    ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานเรื่องหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานและช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลางลงวันที่ 9 มิถุนายน 2560    1. หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน    ให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) ที่เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งส่งเงินค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนตามมาตรา 27 วรรคสอง (3/1) โดยมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนเงินที่ส่งเข้ากองทุน (ประกาศข้อ 11)    2. ผู้มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน      - ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2)    3. สถานที่ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.1-1 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบณท้องที่ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตั้งอยู่กรุงเทพมหานครให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานครและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 จังหวัดอื่นให้ยื่นณสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน    4. กำหนดเวลาการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน    ให้ยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนภายในวันที่ 30 กันยายนของปีที่สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเกิดมีขึ้นทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป    5. การรายงานผลการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงาน    ผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาฝีมือแรงงานตามแบบชอ.3-2 ส่งให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ    **กรณีมอบอำนาจ ผู้แทน/ผู้มาส่งเอกสาร/พนักงานส่งเอกสารนั้นไม่มีอำนาจในการทำบันทึกข้อตกลงสองฝ่ายแทนผู้ยื่นคำขอจนกว่าจะได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง","2023-06-27T14:11:50"],
    [1209,"94e56e1d-bc1c-4427-a504-79d75f5e2819","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร เป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน และระดับบริหาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-4a52-41fa-80cd-bf578abbab4b",60,0,19,"- ให้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ยื่นคำขอพร้อมเอกสาร ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ระเบียบกรมสวัสดิการและค้มครองแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และการดำเนินการฝึกอบรม พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 6 กันยายน 2549 ข้อ 5 http://http://www.oshthai.org/index.php?option=com_phocadownload&amp;view=category&amp;download=133:%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%97-%m-%E0%B9%92%E0%B9%96-%E0%B9%90%E0%B9%94-%M-%S&amp;id=7:-m-m-s&amp;Itemid=186    - หน่วยงานที่สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ได้แก่           1. สถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน           2. หน่วยงานภาคราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล              3. รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์              4. หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  กฎหมายว่าด้วย บริษัทฯมหาชน  จำกัด  หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลอื่น              5. นายจ้างซึ่งมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพประจำสถานประกอบกิจการ เฉพาะการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน หรือระดับบริหารให้แก่ลูกจ้างของนายจ้างนั้น    ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2549  ข้อ 16 http://www.oshthai.org/index.php?option=com_phocadownload&amp;view=category&amp;download=56:%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%97-%m-%E0%B9%90%E0%B9%98-%E0%B9%90%E0%B9%96-%M-%S&amp;id=4:-m-m-s&amp;Itemid=186&amp;start=20    หมายเหตุ    * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    * ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    * กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน    * กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน         กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และการดำเนินการฝึกอบรม พ.ศ. 2549","2022-05-24T11:41:10"],
    [1210,"94e56e1d-bea0-426f-9986-8006eb1b30a5","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร เป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับหัวหน้างาน และระดับบริหาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-4e0e-47e3-9621-8c4985f879d6",30,0,21,"หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ สามารถต่ออายุการขึ้นทะเบียนได้ภายในระยะเวลาสามสิบวันก่อนวันที่การขึ้นทะเบียนจะสิ้นสุด ตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และการดำเนินการฝึกอบรม พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 6 กันยายน 2549 ข้อ 6 http://www.oshthai.org/index.php?option=com_phocadownload&amp;view=category&amp;download=133:%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%97-%m-%E0%B9%92%E0%B9%96-%E0%B9%90%E0%B9%94-%M-%S&amp;id=7:-m-m-s&amp;Itemid=186            โดยหน่วยงานฝึกอบรมฯ ที่มีความประสงค์จะต่ออายุการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน สามารถยื่นคำขอพร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอายุการขึ้นทะเบียนคราวละ 3 ปี         หมายเหตุ    * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    * ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    * กรณีผู้ขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการต่ออายุการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอต่ออายุขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน    * กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน         กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และการดำเนินการฝึกอบรม พ.ศ. 2549","2022-05-24T14:22:34"],
    [1211,"9627016a-0472-48b5-92ef-b03f2f6f82c1","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","96254b88-2a94-459b-9127-abe6d5e44e18",90,0,4,"ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน หมายความว่า ผู้ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน โดยที่ปรึกษาดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน และการดำเนินการพัฒนามาตรฐานแรงงานไทยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 คุณสมบัติและการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานสามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานได้เป็นเวลา 3 ปีนับแต่วันออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน และบัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานมีอายุ 3 ปีนับแต่วันออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน\n            ผู้ยื่นคำขอการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกรมฯ หมวด 1 คุณสมบัติและการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานตามข้อ 6 และข้อ 7 และให้ยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานพร้อมหลักฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จะประสานขอเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะสมัครสอบการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน\n2) การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบข้อเขียน จะดำเนินการภายใน 7 วันนับแต่วันที่คณะอนุกรรมการประเมินสมรรถนะที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานโดยการสอบข้อเขียนพิจารณาแล้วเสร็จ","2025-01-24T15:34:08"],
    [1212,"96277cd9-a779-471c-a5dd-ca1b2f0ca103","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขึ้นทะเบียนต่ออายุที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","96277827-4c36-421a-9b3f-6fb2700a04d1",25,0,7,"ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน และการดำเนินการพัฒนามาตรฐานแรงงานไทยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 การต่ออายุที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ข้อ 13 ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานที่ประสงค์จะต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องยื่นคำขอต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต่ออธิบดีภายใน 90 วันแต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนที่หนังสือรับรองหมดอายุ","2025-01-24T15:33:16"],
    [1213,"96297695-13d0-4f40-8c33-4a8e9679d5cc","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","96296b1c-f738-4ca9-b904-2a8e0a80e6c0",60,0,5,"ให้บุคคลที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนตาม แบบ กภ.ทบ.9 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-11T11:06:14"],
    [1214,"962b525c-3934-4658-b88a-4aa305588eee","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","962b0c95-7e35-4fda-849b-bedc06f334b0",60,0,6,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายในเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n      เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่ง\nไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น\n\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:14:52"],
    [1215,"962d7e38-122c-4203-a708-9bb5cf165b06","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนควบองค์กรลูกจ้าง/องค์กรนายจ้าง (ควบสหภาพแรงงาน ควบสหพันธ์แรงงาน ควบสภาองค์การลูกจ้าง  ควบสมาคมนายจ้าง ควบสหพันธ์นายจ้าง ควบสภาองค์การนายจ้าง)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","962d50d4-9d89-4465-82e2-aedafff9752f",27,0,10,"การจดทะเบียนควบองค์กรลูกจ้าง/องค์กรนายจ้าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดให้\n1. การควบสหภาพแรงงานตั้งแต่สองสหภาพแรงงานขึ้นไป\n1) ต้องเป็นสหภาพแรงงานที่จดทะเบียนประเภทรับสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันควบเข้า\nด้วยกัน หรือสหภาพแรงงานที่จดทะเบียนประเภทรับสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างที่ประกอบกิจการเดียวกันควบเข้าด้วยกัน\n2) ต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียน และส่ง\nสำเนารายงานการประชุมใหญ่ให้นายทะเบียนเพื่อขอความเห็นชอบ\n3) เมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบในการควบสหภาพแรงงานแล้ว ให้สหภาพแรงงานแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสหภาพแรงงาน เพื่อให้ทราบถึงการที่ประสงค์จะควบสหภาพแรงงานเข้ากัน และขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านอย่างใดอย่างหนึ่งในการควบสหภาพแรงงานเข้ากันนั้นส่งคำคัดค้านไปยังสหภาพแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้ง ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น ก็ให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน และสหภาพแรงงานอาจควบเข้ากันได้\n4) ให้คณะกรรมการของแต่ละสหภาพแรงงานที่ควบเข้ากันตั้งผู้แทนของตนขึ้นสหภาพแรงงานละไม่เกินสามคน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนสหภาพแรงงานใหม่ ตามประเภทของสหภาพแรงงานที่มีอยู่เดิม โดยยื่น   คำขอจดทะเบียนเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน\n5) ในคำขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานใหม่ ต้องมีผู้แทนของสหภาพแรงงานทุกสหภาพแรงงานที่ควบเข้ากันลงลายมือชื่ออย่างน้อยสหภาพแรงงานละสองคน\n\n2. การควบสหพันธ์แรงงานตั้งแต่สองแห่งขึ้นไป\n1) ต้องเป็นสหพันธ์แรงงานที่จดทะเบียนประเภทรับสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันควบเข้าด้วยกัน หรือสหพันธ์แรงงานที่จดทะเบียนประเภทรับสมาชิกเป็นลูกจ้างของนายจ้างที่ประกอบกิจการเดียวกันควบเข้าด้วยกัน\n2) ต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียน และส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ให้นายทะเบียนเพื่อขอความเห็นชอบ\n3) เมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบในการควบสหพันธ์แรงงานแล้ว ให้สหพันธ์แรงงานแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสหพันธ์แรงงาน เพื่อให้ทราบถึงการที่ประสงค์จะควบสหพันธ์แรงงานเข้ากัน และขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านอย่างใดอย่างหนึ่งในการควบสหพันธ์แรงงานเข้ากันนั้นส่งคำคัดค้านไปยังสหพันธ์แรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้ง ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น ก็ให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน และสหพันธ์แรงงานอาจควบเข้ากันได้\n4) ให้คณะกรรมการของแต่ละสหพันธ์แรงงานที่ควบเข้ากันตั้งผู้แทนของตนขึ้นสหพันธ์แรงงานละไม่เกินสามคน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนสหพันธ์แรงงานใหม่ ตามประเภทของสหพันธ์แรงงานที่มีอยู่เดิมโดยยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน\n5) ในคำขอจดทะเบียนสหพันธ์แรงงานใหม่ ต้องมีผู้แทนของสหพันธ์แรงงานทุกสหพันธ์แรงงานที่ควบเข้ากันลงลายมือชื่ออย่างน้อยสหพันธ์แรงงานละสองคน\n3. การควบสภาองค์การลูกจ้างตั้งแต่สองแห่งขึ้นไป\n1) สภาองค์การลูกจ้างตั้งแต่สองแห่งขึ้นไปควบเข้าด้วยกัน โดยมีผู้แทนสภาองค์การลูกจ้างทุกแห่งที่ควบเข้ากันลงลายมือชื่ออย่างน้อยสภาองค์การลูกจ้างละสองคน\n2) ต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียน และส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ให้นายทะเบียนเพื่อขอความเห็นชอบ\n3) เมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบในการควบสภาองค์การลูกจ้างแล้ว ให้สภาองค์การลูกจ้างแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสภาองค์การลูกจ้าง เพื่อให้ทราบถึงการที่ประสงค์จะควบสภาองค์การลูกจ้าง\nเข้ากัน และขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านอย่างใดอย่างหนึ่งในการควบสภาองค์การลูกจ้างเข้ากันนั้นส่งคำคัดค้านไปยังสภาองค์การลูกจ้างภายในสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้ง ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น ก็ให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน และสภาองค์การลูกจ้างอาจควบเข้ากันได้\n4) ให้คณะกรรมการของแต่ละสภาองค์การลูกจ้างที่ควบเข้ากันตั้งผู้แทนของตนขึ้นสภาองค์การลูกจ้างละไม่เกินสามคน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนสภาองค์การลูกจ้างใหม่ โดยยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน\n5) ในคำขอจดทะเบียนสภาองค์การลูกจ้างใหม่ ต้องมีผู้แทนของสภาองค์การลูกจ้างที่ควบเข้ากัน ลงลายมือชื่ออย่างน้อยสภาองค์การลูกจ้างละสองคน\n4. การควบสมาคมนายจ้างตั้งแต่สองสมาคมนายจ้างขึ้นไป\n1) สมาคมนายจ้างตั้งแต่สองสมาคมนายจ้างขึ้นไปที่มีสมาคมนายจ้างซึ่งประกอบกิจการเดียวกันควบเข้าด้วยกัน โดยมีผู้แทนของสมาคมนายจ้างทุกสมาคมนายจ้างที่ควบเข้ากันลงลายมือชื่ออย่างน้อยสมาคมนายจ้างละสองคน \n2) ต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ของแต่ละสมาคมนายจ้างด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียน และส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ให้นายทะเบียนเพื่อขอความเห็นชอบ\n3) เมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบในการควบสมาคมนายจ้างแล้ว ให้สมาคมนายจ้างแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสมาคมนายจ้าง เพื่อให้ทราบถึงการที่ประสงค์จะควบสมาคมนายจ้างเข้ากัน และขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านอย่างใดอย่างหนึ่งในการควบสมาคมนายจ้างเข้ากันนั้นส่งคำคัดค้านไปยังสมาคมนายจ้างภายในสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้ง ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น ก็ให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน และสมาคมนายจ้างอาจควบเข้ากันได้\n4) ให้คณะกรรมการของแต่ละสมาคมนายจ้างที่ควบเข้ากันตั้งผู้แทนของตนขึ้นสมาคมนายจ้างละไม่เกินสามคน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนสมาคมนายจ้างใหม่ ตามประเภทการประกอบกิจการของสมาคมนายจ้างที่มีอยู่เดิม โดยยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน\n5) ในคำขอจดทะเบียนสมาคมนายจ้างใหม่ ต้องมีผู้แทนของสมาคมนายจ้างทุกสมาคมนายจ้างที่ควบ\nเข้ากันลงลายมือชื่ออย่างน้อยสมาคมนายจ้างละสองคน\n5. การควบสหพันธ์นายจ้างตั้งแต่สองแห่งขึ้นไป\n1) สหพันธ์นายจ้างตั้งแต่สองสหพันธ์นายจ้างขึ้นไปที่มีสมาชิกประกอบกิจการเดียวกันควบเข้ากัน โดยมีผู้แทนของสหพันธ์นายจ้างทุกสหพันธ์นายจ้างที่ควบเข้ากันลงลายมืออย่างน้อยสหพันธ์นายจ้างละสองคน \n2) ต้องได้รับมติจากที่ประชุมใหญ่ของแต่ละสหพันธ์นายจ้างด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียน และส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ให้นายทะเบียนเพื่อขอความเห็นชอบ\n3) เมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบในการควบสหพันธ์นายจ้างแล้ว ให้สหพันธ์นายจ้างแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสหพันธ์นายจ้าง เพื่อให้ทราบถึงการที่ประสงค์จะควบสหพันธ์นายจ้างเข้ากัน และขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านอย่างใดอย่างหนึ่งในการควบสหพันธ์นายจ้างเข้ากันนั้นส่งคำคัดค้านไปยังสหพันธ์นายจ้างภายในสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้ง ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น ก็ให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน และสหพันธ์นายจ้างอาจควบเข้ากันได้\n4) ให้คณะกรรมการของแต่ละสหพันธ์นายจ้างที่ควบเข้ากันตั้งผู้แทนของตนขึ้นสหพันธ์นายจ้างละ\nไม่เกินสามคน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนสหพันธ์นายจ้างใหม่ ตามประเภทการประกอบกิจการของสหพันธ์นายจ้างที่มีอยู่เดิม โดยยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน\n5) ในคำขอจดทะเบียนสหพันธ์นายจ้างใหม่ ต้องมีผู้แทนของสหพันธ์นายจ้างทุกสหพันธ์นายจ้างที่ควบเข้ากันลงลายมือชื่ออย่างน้อยสหพันธ์นายจ้างละสองคน\n6. การควบสภาองค์การนายจ้างตั้งแต่สองแห่งขึ้นไป\n1) สภาองค์การนายจ้างตั้งแต่สองแห่งขึ้นไป โดยมีผู้แทนของสภาองค์การนายจ้างทุกสภาองค์การนายจ้างที่ควบเข้ากัน ลงลายมือชื่ออย่างน้อยสภาองค์การนายจ้างละสองคน \n2) ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ของแต่ละสภาองค์การนายจ้างด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียน และส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ให้นายทะเบียนเพื่อขอความเห็นชอบ\n3) เมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบในการควบสภาองค์การนายจ้างแล้ว ให้สภาองค์การนายจ้างแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสภาองค์การนายจ้าง เพื่อให้ทราบถึงการที่ประสงค์จะควบสภาองค์การนายจ้างเข้ากัน และขอให้เจ้าหนี้ผู้มีข้อคัดค้านอย่างใดอย่างหนึ่งในการควบสภาองค์การนายจ้างเข้ากันนั้นส่ง\nคำคัดค้านไปยังสภาองค์การนายจ้างภายในสามสิบวันนับแต่วันที่แจ้ง ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น ก็ให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน และสภาองค์การนายจ้างอาจควบเข้ากันได้\n4) ให้คณะกรรมการของแต่ละสภาองค์การนายจ้างที่ควบเข้ากันตั้งผู้แทนของตนขึ้นสภาองค์การนายจ้างละไม่เกินสามคน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนสภาองค์การนายจ้างใหม่ โดยยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน\n5) ในคำขอจดทะเบียนสภาองค์การนายจ้างใหม่ ต้องมีผู้แทนของสภาองค์การนายจ้างที่ควบเข้ากัน\nลงลายมือชื่ออย่างน้อยสภาองค์การนายจ้างละสองคน\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอจดทะเบียนฯ ไม่ได้รับการจดทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:43:08"],
    [1216,"962b65e7-503e-47cd-9526-e276a6582ef8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","962b5c3a-6744-405e-8100-81de459f3b26",60,0,6,"ให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ยื่นแบบคำขอใบอนุญาต แบบ กภ.บญ.11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย \nตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย   อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ      ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:27:56"],
    [1217,"962d1388-c36f-4939-ae8a-ef8ddb251ce6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนที่ปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","962d0d15-5c39-4fc5-87db-1df698b430e6",6,0,4,"ที่ปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์ หมายถึง ที่ปรึกษาที่นายจ้างหรือลูกจ้างแต่งตั้งเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ แก่ผู้แทนของตนในการยื่นข้อเรียกร้องหรือการเจรจาต่อรองกันตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 17 โดยที่ปรึกษาดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนดและต้องยื่นคำขอและได้รับการจดทะเบียนจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งกำหนดไว้ใน ทั้งนี้ ตามมาตรา 17 ทวิผู้ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษานายจ้างหรือที่ปรึกษาลูกจ้างให้มีระยะเวลาในการเป็นที่ปรึกษามีกำหนด 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียน\n            ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนต้องมีคุณสมบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การกำหนดคุณสมบัติของที่ปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ข้อ 3 และ ให้แนบเอกสารตามที่มีคุณสมบัติ\n    หมายเหตุ :\n    1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบ ภายใน 7 วัน\n4) กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-13T15:44:04"],
    [1218,"9639154c-6654-4bda-8b9c-bbc13df3776c","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","963901ac-2427-4200-b029-09a378a81278",33,0,8,"การจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ\n      พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 หมวด 5 กำหนดให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ 10 สหภาพแรงงานขึ้นไปอาจรวมตัวจัดตั้งสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจได้ เพื่อปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้างและเพื่อส่งเสริมการศึกษาและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในรัฐวิสาหกิจ โดยสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจต้องมีข้อบังคับและต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อได้จดทะเบียนแล้วให้สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจเป็นนิติบุคคล    \nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใน คู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้  เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้  จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ  ทราบ          ภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:42:57"],
    [1219,"96416e9e-dc69-4c89-827d-6dcb58f7edc2","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","964128ed-aff4-4917-84fe-9e97c694f683",60,20000,15,"ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรม\nความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ข้อ 2 ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศแก่ลูกจ้างผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ และต้องจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อทบทวนความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมที่กำหนดไว้ในประกาศนี้\n     กรณีลูกจ้างมีการเปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงานซึ่งอาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติให้กับลูกจ้าง ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือและผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ก่อนเริ่มการทำงาน\n     ที่นายจ้างไม่สามารถจัดให้มีการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่งได้ ให้นายจ้างจัดให้บุคคลดังกล่าวเข้ารับการฝึกอบรมกับนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 11 เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ นิติบุคคลดังกล่าวต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อ 20 แห่งกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 \n\n     ให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงาน\nในอับอากาศ  ยื่นแบบคำขอใบอนุญาต แบบ กภ.บญ.11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย \nตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย  อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564\n\n       หมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้\nเป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:32:15"],
    [1220,"96418478-e84d-478f-98ae-21cb6397e747","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96417cb9-86e0-46e0-882c-087a25a0b619",60,20000,16,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคาขอต่ออธิบดีภายในเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคาขอต่ออายุใบอนุญาต\n      เมื่อได้ยื่นคาขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดาเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคาสั่ง\nไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น\n\n       หมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้\nเป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:25:20"],
    [1221,"9641ab54-e85f-4c80-9d90-dae5a2c453fd","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และผู้ให้บริการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (กรณีนิติบุคคลผู้ยื่นคำขอเป็นหน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","964197fe-18cd-4ae9-a3b7-d8b421883ac7",60,20000,14,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายในเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n      เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่ง\nไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น\n\nหมายเหตุ:\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้\nเป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:20:59"],
    [1222,"96454351-77e2-4128-b855-ffa79a6db810","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และผู้ให้บริการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (กรณีนิติบุคคลไม่เป็นหน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96438922-e319-41bc-8122-23c4de7823cf",60,20000,16,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายในเก้าสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n      เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่ง\nไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น\n\nหมายเหตุ:\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:22:06"],
    [1223,"96459504-9cf3-4959-92f2-ae4654f7f178","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (กรณีอื่นนอกจากค่าชดเชย)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","96457b62-f9b2-4b52-b801-c9826afa9205",26,0,7,"1. การยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์ ในกรณีนี้เป็นการยื่นคำขอในกรณีอื่นนอกจากค่าชดเชยเช่นค่าจ้างค้างจ่ายฯโดยต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าวตามมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แล้ว โดยลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนและมายื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง\n2. การพิจารณาให้เงินสงเคราะห์แก่ลูกจ้างต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง\n3. การจ่ายเงินสงเคราะห์ในกรณีอื่นนอกจากค่าชดเชย จะจ่ายให้ลูกจ้างผู้ขอรับเงินไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันที่ลูกจ้างพึงได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์ อัตราเงินที่จะจ่ายและระยะเวลาการจ่าย พ.ศ. 2565\n4. การจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง เมื่อคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาและเห็นชอบให้จ่ายเงินสงเคราะห์แล้ว จะต้องได้รับการอนุมัติจ่ายเงินสงเคราะห์ จากผู้มีอำนาจอนุมัติ ดังนี้\n    4.1 ส่วนกลาง คือ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย\n    4.2 ส่วนภูมิภาค คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย\n5. ให้ลูกจ้างมารับเงินสงเคราะห์ภายใน 60 นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ทั้งนี้ในกรณีที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและทำให้ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอต่อการพิจารณาให้เงินสงเคราะห์แก่ลูกจ้างคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง อาจพิจารณาให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจึงทำให้การให้บริการอาจไม่เป็นไป\nตามระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ยื่นคำขอไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน","2025-02-26T16:11:53"],
    [1224,"96474ec0-8a45-4339-9c5d-a027649ffb49","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การให้บริการกู้เงินแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ (กรณีวงเงินกู้เกินห้าล้านบาท)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9645a759-b838-459f-b6d3-8e358f8fc2f4",35,0,15,"1. สหกรณ์ที่ประสงค์จะขอกู้เงินกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานจะต้องมีระยะเวลาดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบปีบัญชี\n2. สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ในรัฐวิสาหกิจสามารถกู้เงินจากกองทุน เพื่อผู้ใช้แรงงานได้ไม่เกิน 1.5 เท่าของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์ ทั้งนี้ เมื่อรวมกับหนี้อื่นที่สหกรณ์มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินวงเงินกู้หรือค้ำประกันประจำปีของนายทะเบียนสหกรณ์ และกู้ได้สูงสุดไม่เกินรายละ 30,000,000 บาท\n3. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการหรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในรัฐวิสาหกิจสามารถกู้เงินจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานได้ไม่เกิน 5 เท่าของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์ ทั้งนี้ เมื่อรวมกับหนี้อื่นที่สหกรณ์มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินวงเงินกู้หรือค้ำประกันประจำปีของนายทะเบียนสหกร์ และกู้ได้สูงสุดไม่เกิน รายละ 30,000,000 บาท\n4. สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจที่ประสงค์จะขอยื่นกู้เงินเพิ่มเติมจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานในสัญญาใหม่จะต้องชำระหนี้เงินกู้รวมทุกสัญญาที่มีหนี้อยู่เดิมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบ (40%) ของวงเงินกู้ทุกสัญญารวมกัน\n5. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ : เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มี 2 ประเภท คือ\n - เงินกู้ระยะสั้นกำหนดส่งชำระคืนไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละสองจุดเจ็ดห้า (2.75%) ต่อปี\n - เงินกู้ระยะยาวกำหนดส่งชำระคืน 1-5 ปีอัตราดอกเบี้ยร้อยละสาม (3%) ต่อปี\n 6. หลักประกันในการกู้ \n - คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ทั้งคณะรวมทั้งผู้จัดการสหกรณ์ค้ำประกันในฐานะส่วนตัว\n 7. สหกรณ์จะต้องยื่นคำขอกู้ ก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือน โดยจำแนกการยื่นคำขอกู้เป็น 3 ช่องทาง ดังนี้\n (1) ยื่นผ่านระบบ e-Service (http://eservice.labour.go.th) \n (2) ยื่นที่ส่วนกลาง (กองสวัสดิการแรงงาน)\n (3) ยื่นที่ส่วนภูมิภาค (สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่สหกรณ์ฯ ตั้งอยู่)\n8. คณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานประชุมสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน\n9. คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานประชุมสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอกู้ที่ได้รับจากสหกรณ์มีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้สหกรณ์ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ยื่นคำขอไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้น อีก 3 วัน","2025-02-10T16:22:01"],
    [1225,"96512c5a-2702-4aec-b5f7-1349339ee314","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนต่ออายุที่ปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2e-5712-49d4-87a5-1aca2e2b38af",3,0,3,"พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 17 กำหนดให้ผู้ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษานายจ้างหรือลูกจ้างให้มีระยะเวลาในการเป็นที่ปรึกษามีกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียน โดยก่อนครบวาระและที่ปรึกษาประสงค์จะเป็นที่ปรึกษาต่อไป ให้ยื่นคำขอต่ออายุการจดทะเบียนต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายก่อนครบวาระ 15 วัน\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม  โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-13T15:43:55"],
    [1226,"9651915d-effb-4ca7-968c-e863b331e0fe","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนจัดตั้งองค์กรลูกจ้าง(สหภาพแรงงาน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-6832-4e8e-8a3a-647ef6690e98",18,0,9,"1. การจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงาน \n        สหภาพแรงงานเป็นองค์กรของลูกจ้างที่รวมตัวกันจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ดังนี้\n1) เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง เช่น เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้าง\nอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน\n2) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและระหว่างลูกจ้างด้วยกัน\nผู้มีสิทธิขอจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงาน ต้องเป็นลูกจ้างมีจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคนเป็นผู้เริ่มก่อการและเป็นผู้บรรลุนิติภาวะที่มีสัญชาติไทย โดยผู้เริ่มก่อการจะขอจดทะเบียนได้ประเภทใดประเภทหนึ่งใน 2 ประเภทนี้เท่านั้น คือ\n        (1) สหภาพแรงงานของนายจ้างคนเดียวกัน ซึ่งผู้เริ่มก่อการทุกคนต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันจึงจะขอจดทะเบียนได้\n        (2) สหภาพแรงงานในกิจการประเภทเดียวกัน ซึ่งผู้เริ่มก่อการจะต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างที่ประกอบกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน\n        สหภาพแรงงานต้องมีข้อบังคับ กรรมการบริหารสหภาพแรงงาน และต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อ\nนายทะเบียน เมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:43:36"],
    [1227,"96559fc5-d599-4eb1-8d11-bbbb36e717f6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนจัดตั้งองค์กรนายจ้าง(สมาคมนายจ้าง)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-71c2-4be7-bee7-0773aa0de994",20,0,7,"การจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมนายจ้าง\nสมาคมนายจ้าง คือ องค์กรของนายจ้างที่จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ\n1) แสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน\n        2) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และระหว่างนายจ้างด้วยกัน\nผู้มีสิทธิขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมนายจ้าง ต้องเป็นนายจ้างที่ประกอบกิจการประเภทเดียวกัน จำนวน ไม่น้อยกว่า 3 คน จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ เป็นผู้เริ่มก่อการและเป็นผู้บรรลุนิติภาวะที่มีสัญชาติไทย \nสมาคมนายจ้างต้องมีข้อบังคับ กรรมการบริหารสมาคมนายจ้าง และยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล\n\nหมายเหตุ :\n\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ   ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2)  ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3)  กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:43:27"],
    [1228,"9655b747-826e-4852-b6ff-a01d389a69e7","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนจัดตั้งองค์กรลูกจ้าง/องค์กรนายจ้าง(สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การลูกจ้าง สหพันธ์นายจ้าง สภาองค์การนายจ้าง)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-7c69-4090-9c76-3a9f080441a0",20,0,9,"1. การจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์แรงงาน\n         สหพันธ์แรงงาน คือ องค์กรของลูกจ้างที่เกิดจากสหภาพแรงงานตั้งแต่สองสหภาพแรงงานขึ้นไปรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหพันธ์แรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ\n         1) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหภาพแรงงาน\n         2) คุ้มครองผลประโยชน์ของสหภาพแรงงานและลูกจ้าง\n         ผู้มีสิทธิขอจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์แรงงาน  \n         (1) สหภาพแรงงานประเภทนายจ้างคนเดียวกัน หรือ        \n         (2) สหภาพแรงงานประเภทกิจการเดียวกัน\n         โดยมีผู้แทนซึ่งคณะกรรมการของแต่ละสหภาพแรงงานมอบหมายเป็นหนังสือและผู้แทนนั้นต้องเป็นกรรมการของสหภาพแรงงานเป็นผู้เริ่มก่อการ และต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียนของแต่ละสหภาพแรงงาน \n           สหพันธ์แรงงานต้องมีข้อบังคับ กรรมการบริหารสหพันธ์แรงงาน และต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อ\nนายทะเบียน เมื่อได้รับจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล\n     2. การจดทะเบียนจัดตั้งสภาองค์การลูกจ้าง\n สภาองค์การลูกจ้าง คือ องค์การของลูกจ้างที่จัดตั้งขึ้นโดยสหภาพแรงงาน หรือสหพันธ์แรงงานไม่น้อยกว่าสิบห้าแห่งรวมกันจัดตั้งเป็นสภาองค์การลูกจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ\n1) เพื่อส่งเสริมการศึกษา\n2) เพื่อส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์\nผู้มีสิทธิขอจดทะเบียนจัดตั้งสภาองค์การลูกจ้าง\n1) เป็นสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงาน ไม่น้อยกว่า 15 แห่ง โดยมีผู้แทนซึ่งคณะกรรมการของแต่ละสหภาพแรงงาน หรือสหพันธ์แรงงานมอบหมายเป็นหนังสือ และผู้แทนนั้นต้องเป็นกรรมการของสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานเป็นผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสภาองค์การลูกจ้าง\n        2) ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ของสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานแต่ละแห่งด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียนของแต่ละสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงาน\n             สภาองค์การลูกจ้างต้องมีข้อบังคับกรรมการบริหารสภาองค์การลูกจ้าง และยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเมื่อได้รับจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล\n     3. การจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์นายจ้าง\nสหพันธ์นายจ้าง คือ สมาคมนายจ้างตั้งแต่สองสมาคมนายจ้างขึ้นไปรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหพันธ์นายจ้าง และยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ\n1) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมนายจ้าง\n2) คุ้มครองผลประโยชน์ของสมาคมนายจ้างและนายจ้าง\nผู้มีสิทธิขอจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์นายจ้าง\nสมาคมนายจ้างตั้งแต่สองสมาคมนายจ้างขึ้นไปซึ่งประกอบกิจการประเภทเดียวกัน โดยมีผู้แทนซึ่งคณะกรรมการของแต่ละสมาคมนายจ้างมอบหมายเป็นหนังสือและผู้แทนนั้นต้องเป็นกรรมการของสมาคมนายจ้าง  และต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกตามทะเบียนของแต่ละสมาคมนายจ้าง \n         สหพันธ์นายจ้างต้องมีข้อบังคับ กรรมการบริหารสมาคมนายจ้าง และยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล\n     4. การจดทะเบียนจัดตั้งสภาองค์การนายจ้าง\nสภาองค์การนายจ้าง คือ สมาคมนายจ้างหรือสหพันธ์นายจ้างไม่น้อยกว่าห้าแห่งรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสภาองค์การนายจ้างและยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ\n1) ส่งเสริมการศึกษา\n2) ส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์\nผู้มีสิทธิจัดตั้งสภาองค์การนายจ้าง\n1) สมาคมนายจ้างหรือสหพันธ์นายจ้าง ไม่น้อยกว่า 5 แห่ง โดยมีผู้แทนซึ่งคณะกรรมการของแต่ละสมาคมนายจ้างหรือสหพันธ์นายจ้างมอบหมายเป็นหนังสือเป็นผู้เริ่มก่อการ และผู้แทนนั้นจะต้องเป็นกรรมการของแต่ละสมาคมนายจ้างหรือสหพันธ์นายจ้างด้วย\n2) ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามทะเบียนของแต่ละสมาคมนายจ้างหรือสหพันธ์นายจ้าง \nสภาองค์การนายจ้างต้องมีข้อบังคับ กรรมการบริหารสภาองค์การนายจ้าง และยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อได้รับจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ บริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม  โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ  ทราบ ภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:43:46"],
    [1229,"96574804-9aea-4875-8630-fa0297c8f61a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนข้อบังคับองค์กรลูกจ้าง/องค์กรนายจ้าง(ข้อบังคับสหภาพแรงงาน ข้อบังคับสหพันธ์แรงงาน ข้อบังคับสภาองค์การลูกจ้าง ข้อบังคับสมาคมนายจ้าง ข้อบังคับสหพันธ์นายจ้าง ข้อบังคับสภาองค์การนายจ้าง)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-7fab-471e-98d4-774c89b79a02",25,0,4,"พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดให้สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การลูกจ้างสมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง สภาองค์การนายจ้าง ต้องนำสำเนาข้อบังคับไปจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติโดยการจดทะเบียนข้อบังคับมี 2 ลักษณะ คือ\n     1. การจดทะเบียนข้อบังคับทั้งฉบับโดยเมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 120 วัน ที่ประชุมจะพิจารณาร่างข้อบังคับที่ได้ยื่นไว้กับนายทะเบียน (ในการขอทะเบียนจัดตั้ง) ที่ประชุมต้องพิจารณาให้มีการอนุมัติร่างข้อบังคับ หรือขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับในการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก เช่น การขอเปลี่ยนสถานที่ตั้งอัตราค่าบำรุงองค์ประชุม ฯลฯ จะกระทำได้ในวาระอื่นภายหลังวาระรับรองร่างข้อบังคับแล้ว\n     2. การจดทะเบียนในส่วนที่มีการขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับที่ใช้อยู่แล้วโดยที่ประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญมีมติเห็นสมควรให้แก้ไข\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:42:44"],
    [1230,"965d3efb-e718-4e55-bcb4-3b6540763f6b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนกรรมการองค์กรลูกจ้าง/องค์กรนายจ้าง(กรรมการสหภาพแรงงาน กรรมการสหพันธ์แรงงาน กรรมการสภาองค์การลูกจ้าง กรรมการสมาคมนายจ้าง กรรมการสหพันธ์นายจ้าง กรรมการสภาองค์การนายจ้าง)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-82c7-4bb1-93d8-0dc721d6449c",25,0,4,"กำหนดให้สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การลูกจ้าง สมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง และสภาองค์การนายจ้างต้องนำรายชื่อที่อยู่อาชีพหรือวิชาชีพของกรรมการไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกลงมติ (เลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการ) ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:42:19"],
    [1231,"965d564c-3048-4641-b4ab-750efc503334","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง(เอกชน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2e-85e9-47be-bc73-f286c6accd41",11,0,4,"การจดทะเบียนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เป็นการดำเนินการของนายจ้างในการนำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมาจดทะเบียนตามกฎหมาย โดย\n      ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หมายถึง ข้อตกลงที่กระทำขึ้นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือระหว่างนายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับสหภาพแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งเกิดขึ้นจากการแจ้งข้อเรียกร้องตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และมีการเจรจาตกลงกันได้เอง หรือตกลงกันได้โดยการไกล่เกลี่ยของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ทั้งนี้ ข้อตกลงฯ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อนายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างที่เป็นผู้แทนในการเจรจา กับลายมือชื่อผู้แทนลูกจ้างหรือลายมือชื่อกรรมการของสหภาพแรงงานที่เป็นผู้แทนในการเจรจา\n      พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 18 วรรคท้าย กำหนดให้นายจ้างนำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมาจดทะเบียนต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน     15 วันนับแต่วันที่ได้ตกลงกัน      \n\n     ข้อตกลงฯ ที่จะต้องนำมาจดทะเบียน ได้แก่\n     1. ข้อตกลงฯ ที่เกิดจากการแจ้งข้อเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อตกลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงตามมาตรา 13 และสามารถเจรจาตกลงกันได้เอง\n     2. ข้อตกลงฯ ที่สามารถตกลงกันได้โดยการไกล่เกลี่ยของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (5 วัน)\n     3. ข้อตกลงฯ ที่สามารถตกลงกันได้เมื่อพ้นระยะเวลาไกล่เกลี่ย (5 วัน) โดยถือว่าเป็นข้อตกลงที่ตกลงกันได้ในขั้นตอนของการไกล่เกลี่ยแม้จะล่วงเลยระยะเวลาก็ตาม\n     4. ข้อตกลงฯ ที่สามารถตกลงกันได้หลังจากการใช้สิทธิปิดงานหรือนัดหยุดงานตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือ จะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน และหรือ    มีประเด็นพิจารณาด้านกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานที่ต้อง ยื่นเพิ่มเติม หรือประเด็นพิจารณาด้านกฎหมาย โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจลงนามในบันทึก และเจ้าหน้าที่จะมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอจดทะเบียนฯไม่ได้รับการจดทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T14:22:28"],
    [1232,"965d9c79-5da9-4de0-bd8a-aac3e0e96cb3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-88fa-4911-8fcb-302eb0b5ffd0",13,0,4,"การจดทะเบียนคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน เป็นการดำเนินการของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานในการนำคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมาจดทะเบียนตามกฎหมาย โดย\n            คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน หมายถึง คำชี้ขาดของบุคคลหรือคณะบุคคล ซึ่งนายจ้างและลูกจ้างตกลงกันตั้งเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานโดยสมัครใจ เพื่อชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 \n            พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 29 วรรคท้าย กำหนดให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานนำคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมาจดทะเบียนต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ชี้ขาด    \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอจดทะเบียนฯ ไม่ได้รับการจดทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนฯทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T14:23:33"],
    [1233,"965daaaf-3367-4448-adec-34791c6f3852","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-5155-4679-8eb5-be797157515d",33,0,9,"การจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ \nพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 หมวด 4 กำหนดให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง\nมีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจได้ 1 สหภาพแรงงาน ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อ\n1) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างและระหว่างลูกจ้างด้วยกัน\n2) พิจารณาช่วยเหลือสมาชิกตามคำร้องทุกข์\n3) แสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้างของลูกจ้าง\n4) ดำเนินการและให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ\nผู้มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจต้องเป็นลูกจ้างในรัฐวิสาหกิจเดียวกันที่มิใช่ฝ่ายบริหาร             บรรลุนิติภาวะแล้ว และมีสัญชาติไทย จำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน เป็นผู้เริ่มก่อการ มีบัญชีรายชื่อและลายมือชื่อของผู้แสดงความจำนงเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของลูกจ้างทั้งหมด \nสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจจะจัดตั้งขึ้นได้ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของลูกจ้างทั้งหมด            แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว เป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาลหรือเป็นงาน          ตามโครงการ ต้องมีข้อบังคับ และต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อได้จดทะเบียนแล้วให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจเป็นนิติบุคล\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:43:18"],
    [1234,"965db66a-9123-45a3-8335-6c03fe5f4961","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนข้อบังคับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ข้อบังคับสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-5e07-4594-bf45-73bda24165e2",25,0,5,"พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 กำหนดให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ ต้องนำข้อบังคับไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติอนุมัติร่างข้อบังคับหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ และจะมีผลใช้บังคับต่อเมื่อนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนแล้ว\nการจดทะเบียนข้อบังคับของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ มี 2 ลักษณะ คือ\n1. การจดทะเบียนข้อบังคับทั้งฉบับ เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 120 วัน นับแต่วันที่\nนายทะเบียนจดทะเบียนสหภาพแรงงานที่ประชุมใหญ่จะพิจารณาอนุมัติร่างข้อบังคับที่ได้ยื่นต่อนายทะเบียน ซึ่งที่ประชุมอาจให้การรับรองหรือขอแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้\n2. การจดทะเบียนข้อบังคับในส่วนที่มีการขอแก้ไขเพิ่มเติมโดยที่ประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญมีมติให้แก้ไข\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบ           ภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:42:33"],
    [1235,"965fc1c5-89be-496c-8c95-b2ec11865261","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","ให้บริการกู้เงินแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ(กรณีวงเงินกู้ไม่เกินห้าล้านบาท)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-5a91-41ee-ab33-044e8937873f",27,0,15,"1. สหกรณ์ที่ประสงค์จะขอกู้เงินกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานจะต้องมีระยะเวลาดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบปีบัญชี\n2. สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ในรัฐวิสาหกิจสามารถกู้เงินจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานได้ไม่เกิน 1.5 เท่าของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์ ทั้งนี้ เมื่อรวมกับหนี้อื่นที่สหกรณ์มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินวงเงินกู้หรือค้ำประกันประจำปีของนายทะเบียนสหกรณ์ และกู้ได้สูงสุดไม่เกินรายละ 30,000,000 บาท\n3. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการหรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในรัฐวิสาหกิจสามารถกู้เงิน\nจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานได้ไม่เกิน 5 เท่าของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์ ทั้งนี้ เมื่อรวมกับหนี้อื่น\nที่สหกรณ์มีอยู่แล้วจะต้องไม่เกินวงเงินกู้หรือค้ำประกันประจำปีของนายทะเบียนสหกรณ์ และกู้ได้สูงสุดไม่เกิน รายละ 30,000,000 บาท\n4. สหกรณ์ทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจที่ประสงค์จะขอยื่นกู้เงินเพิ่มเติมจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานในสัญญาใหม่จะต้องชำระหนี้เงินกู้รวมทุกสัญญาที่มีหนี้อยู่เดิมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบ (40%) ของวงเงินกู้ทุกสัญญารวมกัน\n5. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ : เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มี 2 ประเภท คือ\n- เงินกู้ระยะสั้นกำหนดส่งชำระคืนไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละสองจุดเจ็ดห้า (2.75%) ต่อปี\n- เงินกู้ระยะยาวกำหนดส่งชำระคืน 1-5 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละสาม (3%) ต่อปี\n6.หลักประกันในการกู้ \n - คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ทั้งคณะรวมทั้งผู้จัดการสหกรณ์ค้ำประกันในฐานะส่วนตัว\n7. สหกรณ์จะต้องยื่นคำขอกู้ ก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือน โดยจำแนกการยื่นคำขอกู้เป็น 3 ช่องทาง ดังนี้\n (1) ยื่นผ่านระบบ e-Service (http://eservice.labour.go.th) \n (2) ยื่นที่ส่วนกลาง (กองสวัสดิการแรงงาน)\n (3) ยื่นที่ส่วนภูมิภาค (สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่สหกรณ์ฯ ตั้งอยู่)\n8. คณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานประชุมสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน\n9. คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานประชุมสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอกู้\nที่ได้รับจากสหกรณ์มีความถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณี\nที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น\nจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว\nและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้สหกรณ์ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ยื่นคำขอไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 3 วัน","2025-02-10T16:22:44"],
    [1236,"965f6135-cf1d-47bf-a410-ab17564bf539","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-8c11-4935-aa3e-b3bce4f945e9",22,0,4,"พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 เมื่อสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจได้จัดตั้งขึ้นแล้ว ผู้เริ่มก่อการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนเพื่อเลือกตั้งกรรมการสหภาพแรงงาน จากนั้นให้นำรายชื่อ ที่อยู่ อาชีพ หรือวิชาชีพของกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ \n      นอกจากการเลือกตั้งกรรมการในการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกแล้ว การเปลี่ยนแปลงกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ จะต้องกระทำโดยมติของที่ประชุมใหญ่ และต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ และการเปลี่ยนแปลงกรรมการจะมีผลใช้บังคับต่อเมื่อนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนแล้ว\n          หากไม่ดำเนินการภายใน 14 วัน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินวันละห้าสิบบาท\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:42:09"],
    [1237,"965f67ec-da0c-437c-923c-042c3d945f0b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนกรรมการสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-8f63-473d-96c9-0b926998db7a",25,0,4,"ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 เมื่อสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจได้จัดตั้งขึ้นแล้ว ผู้เริ่มก่อการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 120 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียน เพื่อเลือกตั้งกรรมการสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ จากนั้นให้นำรายชื่อ ที่อยู่ อาชีพ หรือวิชาชีพของกรรมการสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจไปจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกรรมการ และการจดทะเบียนกรรมการจะมีผลใช้บังคับต่อเมื่อนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนแล้ว\n       หากไม่ดำเนินการภายใน 14 วัน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินวันละห้าสิบบาท\nหมายเหตุ : \n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T15:41:57"],
    [1238,"965f6e63-6e44-4423-a039-370cc1c59064","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การจดทะเบียนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง(รัฐวิสาหกิจ)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-927f-46a2-a639-87d3864af884",13,0,4,"การจดทะเบียนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เป็นการดำเนินการของนายจ้าง (รัฐวิสาหกิจ) ในการนำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมาจดทะเบียนตามกฎหมาย โดย\n        ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หมายถึง  ข้อตกลงที่กระทำขึ้นระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งเกิดขึ้นจากการยื่นข้อเรียกร้องตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 และมีการเจรจาตกลงกันได้เอง หรือตกลงกันได้โดยการไกล่เกลี่ยของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ทั้งนี้ ข้อตกลงฯ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้แทนในการเจรจาของนายจ้าง กับลายมือชื่อผู้แทนในการเจรจาของสหภาพแรงงาน\n       พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 27 วรรคท้าย กำหนดให้นายจ้างนำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ตกลงกัน\n       ข้อตกลงฯ ที่จะต้องนำมาจดทะเบียน ได้แก่\n       1. ข้อตกลงฯ ที่เกิดจากการยื่นข้อเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อตกลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงตามมาตรา 25 และสามารถเจรจาตกลงกันได้เอง\n       2. ข้อตกลงฯ ที่สามารถตกลงกันได้โดยการไกล่เกลี่ยของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (10 วัน)\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว  และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอจดทะเบียนฯไม่ได้รับการจดทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนฯทราบภายใน 7 วัน","2025-02-13T14:21:28"],
    [1239,"965fbae2-9916-41c8-9078-f77ba6b4cc6a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-6b5d-4d11-bb7e-b37659606a29",6,0,4,"- กำหนดให้นายจ้างแจ้งชื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานเพื่อขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามที่อธิบดีกำหนดตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานบุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ข้อ 42\n- กำหนดให้แจ้งชื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานเพื่อขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่แต่งตั้งตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การแจ้งการขึ้นทะเบียนการพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ข้อ 2\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนฯ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-27T08:50:20"],
    [1240,"965fcc20-5dd8-4c86-83b7-91ac581cb086","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การพิจารณาออกใบอนุญาตให้ใช้สถานพยาบาลแทนการจัดให้มีแพทย์เพื่อตรวจรักษาพยาบาลในสถานที่ทำงาน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-5443-4711-9ef8-9c661ed9a292",10,0,7,"นายจ้างที่มีลูกจ้างทำงานในสถานที่ทำงานในขณะเดียวกันครบ 200 คนขึ้นไปหรือ 1,000 คนขึ้นไป ประสงค์จะใช้สถานพยาบาลแทนการจัดให้มีแพทย์ เพื่อตรวจรักษาพยาบาลในสถานที่ทำงานของลูกจ้างให้ยื่นคำขอตามแบบ กสว.1. โดยเริ่มนับตั้งแต่ได้ทำความตกลงกับสถานพยาบาล กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2548 ข้อ 2 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขออนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขออนุญาตฯ ทราบภายใน 7 วัน","2025-02-10T16:20:25"],
    [1241,"96636066-72ef-4d5f-94cc-f9f14b34378f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และผู้ให้บริการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (กรณีนิติบุคคลผู้ยื่นคำขอเป็นหน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-6141-46bc-8330-80b2b39c8b78",60,20000,13,"กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 27 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงานของสถานประกอบกิจการรับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น โดยให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม \nข้อ 30 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ ให้ลูกจ้างของนายจ้างทุกรายที่ทำงานอยู่ภายในอาคารเดียวกันและในวันและเวลาเดียวกันทำการฝึกซ้อมพร้อมกัน และก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน ในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟตามวรรคหนึ่งได้เองจะต้องให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการฝึกซ้อม\nให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงาน\nในอับอากาศ  ยื่นแบบคำขอใบอนุญาต แบบ กภ.บญ.11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย \nตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย  อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564\nหมายเหตุ:\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้\nเป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:28:57"],
    [1242,"96637f96-fd72-46cc-8d9f-7321aee3f9bf","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และเป็นผู้ให้บริการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ (กรณีนิติบุคคลไม่เป็นหน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-64a8-4a68-878c-0de1464a919a",60,20000,15,"กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 27 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงานของสถานประกอบกิจการรับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น โดยให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม \nข้อ 30 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ ให้ลูกจ้างของนายจ้างทุกรายที่ทำงานอยู่ภายในอาคารเดียวกันและในวันและเวลาเดียวกันทำการฝึกซ้อมพร้อมกัน และก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน\nในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟตามวรรคหนึ่งได้เองจะต้องให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการฝึกซ้อม\nให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงาน\nในอับอากาศ  ยื่นแบบคำขอใบอนุญาต แบบ กภ.บญ.11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย \nตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย  อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564\nหมายเหตุ:\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้\nเป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน  ยื่นขอขึ้นทะเบียนฯทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:37:33"],
    [1243,"9663b8df-b327-45b7-af6a-91f6a5afd166","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2e-6eab-4bd8-948d-135b13574770",10,0,9,"1) ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งทั้งนี้ ให้ลูกจ้างของนายจ้างทุกรายที่ทำงานอยู่ภายในอาคารเดียวกัน และในวันและเวลาเดียวกันทำการฝึกซ้อมพร้อมกันและก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน  ให้นายจ้างส่งแผนการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟรวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกซ้อมต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อให้ความเห็นชอบ\n     2) ในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟได้เองจะต้องให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการฝึกซ้อม\n     3) ให้นายจ้างจัดทำรายงานผลการฝึกซ้อมดังกล่าวตามแบบที่อธิบดีกำหนดและยื่นต่ออธิบดีหรือ\nผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกซ้อม\n     ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยพ.ศ. 2555 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2555 ข้อ 30\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี นายจ้างยื่นแผนการฝึกซ้อมดับเพลิงฯ ไม่ได้รับการพิจารณาเห็นชอบแผนฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นฯทราบภายใน 7 วัน","2025-02-27T08:51:37"],
    [1244,"96655a87-0df1-4c6e-ba79-1ad7fb8de551","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (กรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2e-7531-4826-a723-08ae42348858",19,0,7,"1) การจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย คือ การช่วยเหลือลูกจ้างในเรื่องค่าชดเชยในกรณีเลิกจ้างตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เท่านั้น โดยต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชย ตามมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แล้ว โดยลูกจ้างได้รับความเดือดร้อน และมายื่นขอรับเงินสงเคราะห์\nจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง\n     2) การจ่ายเงินสงเคราะห์ในกรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยจะจ่ายให้ลูกจ้างผู้ยื่นคำขอรับเงินเป็น 3 อัตรา คือ\n        2.1 จำนวน 30 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันที่ลูกจ้างพึงได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 3 ปี\n        2.2 จำนวน 50 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันที่ลูกจ้างพึงได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี\n        2.3 จำนวน 70 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันที่ลูกจ้างพึงได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป\n     3) การพิจารณาคำขอรับเงิน และการอนุมัติการจ่ายเงินสงเคราะห์ กรณีค่าชดเชย คือ\n        3.1 ส่วนกลาง พิจารณาและอนุมัติจ่ายเงิน โดยอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย\n        3.2 ส่วนภูมิภาค พิจารณาและอนุมัติจ่ายเงิน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย\n     4) ให้ลูกจ้างมารับเงินสงเคราะห์ภายใน 60 นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ยื่นคำขอไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน","2025-01-27T09:49:49"],
    [1245,"9665ad67-f0b4-4604-996a-7671293e5968","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขออนุญาตให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. ตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2e-785f-4026-ae55-26289dcf852c",5,0,4,"พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย จากเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้น ต้องการมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากนายจ้างมีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว จะต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นที่โดยชัดเจนในการขออนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย \n     นายจ้างต้องเป็นผู้ขออนุญาตและต้องขออนุญาตตามแบบคำขออนุญาตให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า  สิบแปดปีทำงานในเวลาทำงานปกติระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. (แบบ คร. 5) ท้ายประกาศ            กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องแบบคำขออนุญาตและแบบใบอนุญาตให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในเวลาทำงานปกติระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 06.00 น.\n     ทั้งนี้ งานที่จะให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กทำงานต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายในเรื่องอายุลักษณะงานและสถานที่ที่ห้ามลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กทำงาน เป็นต้น\nหมายเหตุ :\t\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขออนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯหน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯทราบ ภายใน 7 วัน","2025-03-04T10:32:29"],
    [1246,"9d19afb7-01a1-4167-9403-bd250f4a25f8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร เป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย  อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงานของสถานประกอบกิจการ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9d19a643-76cb-4a54-aa18-4b76c24b1885",60,0,15,"ให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับรองหลักสูตร คุณสมบัติวิทยากร ในการเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรเคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการและผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ยื่นคำขอพร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามประกาศ\nกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติวิทยากร และการดำเนินการฝึกอบรมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ \nและผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ข้อ 5 ผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมประสงค์ที่จะจัดฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้\n\t(1) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการด้านความปลอดภัย \nอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และต้องได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่รับรองระบบบริหารงานคุณภาพ หรือ\n\t(2) สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ\n\t(3) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน และต้องมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ประเมินระบบการประกันคุณภาพการศึกษา หรือ\n\t(4) เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอ\nหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอรับรองฯ ไม่ได้รับการรับรองฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-18T15:40:53"],
    [1247,"9d21d1e4-acc5-4c24-ad62-9554a78423ff","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การต่ออายุการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมและรายชื่อวิทยากร เป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d2131bc-20c6-465d-8775-ec25d3685339",30,0,17,"หน่วยงานผู้ให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัยที่ได้รับรองการรับรองไว้\nสามารถขอต่ออายุการรับรอง ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันที่การรับรองจะสิ้นสุด ตามประกาศกรมสวัสดิการ\nและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติวิทยากร และการดำเนินการฝึกอบรมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ข้อ 8 \n          โดยหน่วยงานผู้ให้บริการฝึกอบรมฯ ที่มีความประสงค์จะต่ออายุการรับรองเป็นหน่วยงานผู้ให้บริการฝึกอบรมหลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย สามารถยื่นคำขอพร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย โดยมีอายุการรับรองคราวละ 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับการรับรอง\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอรับรองฯ ไม่ได้รับการรับรองฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-18T15:39:17"],
    [1248,"9d25bd18-df38-442e-9575-8927b3548c3a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d25645c-b24c-4a58-a6e2-2227fd670ca9",60,20000,13,"กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 4 ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้าง ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด\n        ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ข้อ 2 การจัดฝึกอบรมให้กับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้ารับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า นายจ้างต้องดำเนินการตามประกาศนี้ \n         ในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาต\nจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณี เป็นผู้ดำเนินการ\n          ให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ยื่นแบบคำขอใบอนุญาต แบบ กภ.บญ. 11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:29:59"],
    [1249,"9d25d886-707d-4b8e-a7b2-9cea5fef558f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรมความปลอดภัย ในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d25c5de-a5ac-429b-822a-45973afe685c",60,20000,14,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n          เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:23:36"],
    [1250,"9d2f83f1-b68d-4bac-a34e-49dd55315b37","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทดสอบเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9d2f7859-ba94-4bc9-9c2d-f3fc37f91cb6",60,0,5,"ให้บุคคลที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทดสอบเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ ยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนตาม แบบ กภ.ทบ.9 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียน ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-11T11:35:35"],
    [1251,"9d2fbe28-f8b9-426c-b1cd-70d791c1d0ff","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการทดสอบเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d2f8578-29d9-4e22-b714-321d263eddce",60,0,6,"ให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการทดสอบเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ ยื่นแบบคำขอใบอนุญาต แบบ กภ.บญ.11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:36:11"],
    [1252,"9d2ff05f-94e9-4e9a-b34c-cc3b2961c3cf","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการทดสอบเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d2fbf96-5527-44f4-8e07-b2398b9dbf36",60,0,6,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n       เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณี ยื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:17:28"],
    [1253,"9d314c51-a792-43c4-9f7d-c1eee763f682","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอใบสำคัญเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d2ff720-3aa8-4618-ae41-381b00cb7196",60,5000,6,"ให้บุคคลที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียน ตามแบบ กภ.ทบ.9 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียน และการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอขึ้นทะเบียน ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-18T15:34:46"],
    [1254,"9d31554a-f7b5-4a0b-b171-8733f3dbbdaf","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d314da7-b6fb-4240-8106-773eda4c4bf2",60,20000,10,"ให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ยื่นแบบคำขอใบอนุญาตตาม แบบ กภ.บญ.11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:26:59"],
    [1255,"9d31640a-6f36-484d-b424-f9317ac473b3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์ ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงาน และสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d31593e-81a9-43ec-a722-72dc1c8d01dd",60,20000,10,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n\tเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอต่อใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-11T11:37:29"],
    [1256,"9d316fa0-a871-4fcb-8fed-d86da2850501","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง และเสียง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","9d3168ac-a70a-4bf6-91ca-30a058994416",60,5000,5,"ให้บุคคลที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง และเสียง ยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนตาม แบบ กภ.ทบ.9 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564\nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน","2025-02-18T15:33:48"],
    [1257,"9d3176cd-aa16-4946-a4cf-72722e3323c9","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง และเสียง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d3170f6-5850-49f7-8e5c-4da08e8bd1ca",60,20000,6,"ให้นิติบุคคลที่มีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง และเสียง ยื่นแบบคำขอใบอนุญาตตาม แบบ กภ.บญ.11 พร้อมเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนและการอนุญาตให้บริการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564 \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:35:23"],
    [1258,"9d318105-56b3-413a-9ae9-683aa6224d18","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงแรงงาน","กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะ การทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง และเสียง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d317a0c-297e-4562-b780-b8f2b8100dfe",60,20000,6,"ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยใบอนุญาต ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นตามที่กำหนดในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n\tเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น \nหมายเหตุ :\n1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือบริการประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n2) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n3) กรณี ผู้ขอต่อใบอนุญาตฯ ไม่ได้รับการต่ออายุอนุญาตฯ หน่วยงานจะแจ้งให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตทราบสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n4) กรณียื่นคำขอที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระยะเวลาการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นอีก 7 วัน\n5) ใบอนุญาตต่ออายุ มีอายุ 3 ปี","2025-02-18T15:12:47"],
    [1259,"94e56e1d-f6e0-447f-a7d5-f462e559663c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีทุพพลภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-9622-426f-8c56-93e61370af1e",1,0,12,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    - จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ    สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ    1. ทุพพลภาพระดับสูญเสียไม่รุนแรง       1.1 ผู้ทุพพลภาพจนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติและงานอื่นได้            - เงินทดแทนการขาดรายได้รับในอัตราร้อยละ 30 ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ แต่ไม่เกินระยะเวลา 180 เดือน      1.2 ทุพพลภาพจนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติ และมีรายได้ลดลงจากเดิม           - เงินทดแทนการขาดรายได้ในส่วนที่ลดลงแต่ไม่เกินร้อยละ 30 ไม่เกินระยะเวลา 180 เดือน    2. ทุพพลภาพระดับความสูญเสียรุนแรง         - เงินทดแทนการขาดรายได้รับในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิต         - ค่าบริการทางการแพทย์กรณีทุพพลภาพระดับสูญเสียไม่รุนแรงและทุพพลภาพระดับความสูญเสียรุนแรง        ? กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลของรัฐ             ประเภทผู้ป่วยนอก   จ่ายเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น              ประเภทผู้ป่วยใน     จ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลคำนวณตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRGs)        ? กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลของเอกชน            ประเภทผู้ป่วยนอก   จ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ  2,000  บาท             ประเภทผู้ป่วยใน     จ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ  4,000  บาท    - ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพกรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท     - ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคตามหลักเกณฑ์ประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด    - ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเมื่อมีมติให้เป็นผู้ทุพพลภาพและสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน    ** กรณีผู้ทุพพลภาพเสียชีวิต ทายาทมีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ฯ    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1. ผู้ประกันตนที่มีมติหรือคำวินิจฉัยให้เป็นผู้ทุพพลภาพแล้ว /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือนปี ที่ยื่นคำขอฯ    2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิทราบ    4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5. การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้       1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)       2) กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย       3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 4 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    ** วิธีการและเงื่อนไขข้างต้นสำหรับผู้ประกันตนที่สำนักงานประกันสังคมมีมติหรือคำวินิจฉัยให้เป็นผู้ทุพพลภาพแล้ว    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข /เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการ แก้ไข /เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่น เอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1260,"94e56e1d-f955-4d83-9e9f-8b60c0a6ace4","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีตาย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-9954-423e-ad3f-c0dd9d503591",1,0,11,"เงื่อนไขในการเกิดสิทธิ    - จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนถึงแก่ความตายไม่เนื่องจากการทำงาน    สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ    ค่าทำศพ 50,000 บาท (บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563)    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1. ผู้มีสิทธิต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มีสิทธิทราบ    4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5. การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้    1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้มีสิทธิขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงหรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)    2) กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้มีสิทธิ ภายใน  3  วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขที่บัญชี ของผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิ ภายใน 4 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1261,"94e56e1d-fc1d-4543-aa60-970f0e65add3","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีเงินสงเคราะห์บุตร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-9cb8-4c58-876a-fba1716bed22",1,0,12,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    - จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่ได้รับสิทธิ และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ 39    สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ    เงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 600 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน สำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ คราวละไม่เกิน 3 คนยกเว้นบุตรบุญธรรมและบุตรที่ยกให้เป็นบุตรของบุคคลอื่น    *** กรณีเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถขอใช้สิทธิได้เพียงคนเดียว    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1. ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนดและมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิทราบ    4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5. ประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร สำนักงานประกันสังคมจ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านทางธนาคารเท่านั้น การยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีดังกล่าว ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องนำสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอฯ ประกอบการยื่นคำขอฯ ด้วย    ทั้งนี้ การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ขึ้นอยู่กับรอบการตัดจ่ายและเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทน    หมายเหตุ :    1) กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข /เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้  ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว    4) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1262,"94e56e1e-0b62-4a95-9112-8bf3ed7e9c2c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-b078-4144-afb7-ee5fe672095e",1,0,6,"การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตนตามมาตรา 40          1. กรณีผู้ประกันตนเปลี่ยนแปลง ชื่อ &ndash; สกุล หรือข้อมูลสถานภาพผู้ประกันตน ให้ยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงและการเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (สปส.1-40/1) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 &ndash; 12 และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา            2. กรณีผู้ประกันตนมีความประสงค์ขอเปลี่ยนแปลงสำนักงานประกันสังคมที่รับผิดชอบ ให้ยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงและการเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (สปส.1-40/1) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 &ndash; 12 และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา    การแจ้งเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40                   1. ผู้ประกันตนมีสิทธิเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบได้ปีละ 1 ครั้ง โดยสามารถยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงและการเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (สปส.1-40/1) ได้ตั้งแต่เดือนมกราคม &ndash; ธันวาคม ของทุกปี โดยให้มีผลในการเปลี่ยนแปลงทางเลือก ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่ยื่นเปลี่ยนแปลงทางเลือก            2. กรณีผู้ประกันตนมีความประสงค์จะจ่ายเงินสมทบทางเลือกใหม่ ก่อนถึงเดือนที่มีผลในการเปลี่ยนแปลงทางเลือก ผู้ประกันตนไม่สามารถนำส่งเงินสมทบก่อนถึงเดือนที่มีผลในการเปลี่ยนแปลงทางเลือกได้            3. ผู้ประกันตนสามารถยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงและการเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (สปส.1-40/1) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 &ndash; 12 และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา    การแจ้งความจำนงไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40            กรณีผู้ประกันตนมีความประสงค์จะลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ให้ยื่นแบบแจ้งความจำนงไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ตามแบบ (สปส.1-40/2) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 &ndash; 12 และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา โดยให้มีผลนับแต่วันที่ไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตน    หมายเหตุ :            1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา            2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง            3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว            4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1263,"94e56e1e-0e19-4de7-a6ac-4438c3314986","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนของนายจ้าง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-b3f9-4ee7-addb-c1ac930945bf",1,0,6,"พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติมนายจ้าง หมายถึง ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงาน โดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้างในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้หมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลให้ทำการแทนด้วย ซึ่งในปีแรกนายจ้างมีหน้าที่ต้องชำระเงินสมทบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบ สำหรับปีถัดไปนายจ้างมีหน้าที่ต้องชำระเงินสมทบ ภายในวันที่ 31 มกราคมของแต่ละปีหากพ้นระยะเวลาที่กำหนดนายจ้างต้องชำระเงินเพิ่มตามกฎหมายร้อยละสองต่อเดือน ของจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย นอกจากนี้นายจ้างต้องรายงานค่าจ้างกองทุนเงินทดแทนของปีที่ผ่านมาต่อสำนักงานประกันสังคมโดยกรอกข้อมูลจำนวนค่าจ้างที่จ่ายจริงให้กับลูกจ้างทุกคน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคมของปีที่ผ่านมา และจำนวนลูกจ้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม พร้อมกรอกแบบคำนวณค่าจ้างเพื่อประกอบการรายงานค่าจ้าง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาที่นายจ้างตั้งอยู่    นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามใบแจ้งประเมินแต่ละประเภทดังนี้    1. ใบแจ้งการประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี (กท.26 ก) กำหนดชำระเงินภายในวันที่ 31 มกราคม ของทุกปี    2. ใบแจ้งเงินสมทบจากการรายงานค่าจ้างประจำปี (กองทุนเงินทดแทน) (กท.25 ค) กำหนดชำระเงินภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี    3. ใบแจ้งเงินสมทบจากการตรวจบัญชีประจำปี (กองทุนเงินทดแทน) (กท.25 ก) กำหนดชำระเงินภายใน 30 วันนับแต่วันที่ออกใบแจ้งเงินสมทบฯ (เว้นแต่ไม่รายงานค่าจ้างหรือรายงานค่าจ้างเกินกำหนดให้ชำระเงินภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปี)    4. ใบแจ้งประเมินเงินฝาก (กท.23) กำหนดชำระเงินภายในเดือนมกราคม    5. ใบแจ้งเงินสมทบประจำงวด กองทุนเงินทดแทน (กท.26 ข) แบ่งชำระเงินสมทบเป็น 4 งวด คือ เงินสมทบงวด 1 กำหนดชำระเงินภายในวันที่ 30 เมษายน เงินสมทบงวด 2 กำหนดชำระเงินภายในวันที่ 31 กรกฎาคม เงินสมทบงวด 3 กำหนดชำระเงินภายในวันที่ 31 ตุลาคม และเงินสมทบงวด 4 กำหนดชำระเงินภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่น ส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสาร เพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน   ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1264,"94e56e1e-105d-490b-a0e3-47c00ee353c3","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของนายจ้าง (มาตรา 33) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-b6e9-409c-ada7-05793ef257c4",1,0,2,"พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้มีการจัดเก็บเงินสมทบเข้า &ldquo;กองทุนประกันสังคม&rdquo;  จาก 3 ฝ่าย คือ นายจ้าง ผู้ประกันตน และรัฐบาล ซึ่งในการชำระเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 กฎหมายกำหนดให้นายจ้างเป็นผู้นำส่งเงินสมทบโดยหักเงินค่าจ้างของลูกจ้าง เพื่อนำส่งเป็นเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมและจ่ายในส่วนของนายจ้าง ทั้งนี้ นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสมทบนำส่งสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการหักเงินสมทบไว้พร้อมทั้งยื่นรายการแสดงการส่งเงินสมทบตามแบบที่กำหนด หากนายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบในส่วนของตนหรือในส่วนของผู้ประกันตนหรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนดต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างยังมิได้นำส่งหรือของจำนวนเงินสมทบที่ยังขาดอยู่นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ","2021-11-17T13:39:18"],
    [1265,"94e56e1e-1294-4f06-a118-3d4aa3767cca","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-b9f0-4b70-8cdc-52274d186578",1,0,1,"พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และแก้ไขเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่เคยเป็นลูกจ้าง (ผู้ประกันตนมาตรา 33) และสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง หากประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไปให้ยื่นความจำนงสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ณ สำนักงานประกันสังคม ภายใน 6 เดือน นับจากวันสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33  โดยผู้ประกันตนมาตรา 39 มีหน้าที่นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนละครั้ง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด หากผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบไม่ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดต้องจ่ายเงินเพิ่มตามกฎหมายร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่ไม่ได้นำส่ง โดยยื่นแบบ สปส.1-11 หรือบัตรประจำตัวประชาชน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป","2021-11-17T13:39:18"],
    [1266,"94e56e1e-1a53-446a-b97c-f8ce57a12de8","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับคืนเงินสมทบกรณีผู้ประกันตน กองทุนประกันสังคม (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2e-c3d5-4bbf-bd74-c648ef5b1d92",1,0,3,"1. ผู้ประกันตนมาตรา33 ที่ทำงานกับนายจ้างหลายรายและนำส่งเงินสมทบเกินจำนวนตามที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกันตนยื่นแบบคำขอรับเงินได้ตามระเบียบที่กำหนด ถ้าผู้ประกันตนมิได้เรียกเอาเงินดังกล่าวคืนภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่นำส่งเงินสมทบหรือไม่มารับเงินคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้มารับเงิน ให้เงินนั้นตกเป็นของกองทุน        2. ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเมื่อผู้ประกันตนนั้น (1) ตาย (2) ได้กลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีก (3) ลาออกจากความเป็นผู้ประกันตนโดยการแสดงความจำนง ต่อสำนักงาน  หากผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีการนำส่งเงินสมทบหลังความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุด ให้ยื่นแบบขอรับคืนเงินได้ตามระเบียบที่กำหนด ถ้าผู้ประกันตนมิได้เรียกเอาเงินดังกล่าวคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่นำส่งเงินสมทบหรือ ไม่มารับเงินคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้มารับเงิน ให้เงินนั้นตกเป็นของกองทุน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และแก้ไขเพิ่มเติม      3. การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้         1) กรณีรับเงินสด/เช็ค (ผู้ประกันตนขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)         2) กรณีรับเช็คทางไปรษณีย์ จะส่งให้ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย         3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อและ         เลขที่บัญชีของผู้มีสิทธิเท่านั้น         4) กรณีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารขึ้นอยู่กับรอบการตัดจ่ายและเงื่อนไขการขอคืนเงินสมทบ ทั้งนี้ สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตนภายใน 4 วันทำการ นับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :      1.กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯและผู้ยื่นคำขอฯจะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา      2.ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม  เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้ง ให้ผู้ยื่นคำขอฯหรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง      3.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่ เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว      4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1267,"94e56e1e-1d56-4bdf-83a8-81fd77ffb4f9","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับคืนเงินสมทบไม่พึงชำระของผู้ประกันตนตามมาตรา 40  (กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-c76a-43bf-a8ed-a60b94b0df9c",1,0,14,"เงินไม่พึงชำระ หมายถึง เงินสมทบที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จ่ายล่วงหน้าไว้แล้ว ต่อมาผู้ประกันตนเสียชีวิตและทายาท /ผู้มีสิทธิได้แสดงความจำนงต่อสำนักงานขอรับเงินดังกล่าว           ให้ทายาท หรือผู้มีสิทธิสามารถยื่นแบบคำขอรับเงินสมทบล่วงหน้าคืน กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เสียชีวิต (สปส.1-40/3) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 12  สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทราบว่ามีสิทธิขอรับเงินคืน หรือภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นำส่งเงินเข้ากองทุน           ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบล่วงหน้าครั้งละเกินจำนวนหนึ่งเดือนขึ้นไป และผู้ประกันตนเสียชีวิตให้สำนักงานคืนเงินสมทบส่วนที่จ่ายล่วงหน้า ให้แก่          1.  บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินสมทบ          2.  กรณีที่ผู้ประกันตนมิได้ทำหนังสือระบุไว้ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่ สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน          3.  กรณีที่ไม่มีผู้มีสิทธิรับเงินสมทบตามที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินสมทบและ  ไม่มีทายาทตาม ข้อ 2 ให้ทายาทของผู้ประกันตนดังต่อไปนี้มีสิทธิได้รับเงินสมทบตามลำดับ หากบุคคลลำดับใด มีจำนวนมากกว่าหนึ่งคนให้บุคคลลำดับนั้นได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน                       3.1 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน                       3.2 พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดา                       3.3 ปู่ ย่า ตา ยาย                       3.4 ลุง ป้า น้า อา    การขอรับคืนเงินสมทบไม่พึงชำระ (กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เสียชีวิต)  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้      1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจฉบับจริงไปแสดงด้วย)      2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจนสำนักงานฯจะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน ภายใน  3  วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย      3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชี ของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิเท่านั้น พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตน ภายใน  5  วันทำการ นับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสาร เพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร /หลักฐาน  ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1268,"94e56e1e-2000-4e4d-a21e-3c90dd4a29ca","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับคืนเงินสมทบไม่พึงชำระของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (กรณีผู้ประกันตนยังมีชีวิต) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-cb08-4a37-bebe-ce4605076884",1,0,4,"เงินไม่พึงชำระ หมายถึง เงินที่จ่ายเข้ากองทุนโดยไม่มีหน้าที่จ่าย หรือโดยมิได้มีลักษณะเป็นเงินสมทบตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทน ของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561          ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 หรือผู้มีสิทธิสามารถยื่นแบบคำขอรับเงินไม่พึงชำระคืนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (สปส.1-40/5) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-12  สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทราบว่ามีสิทธิขอรับเงินคืน หรือภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นำส่งเงินเข้ากองทุน       การขอรับคืนเงินไม่พึงชำระ (กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ยังมีชีวิต) ได้แก่    1. กรณีไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40    2. กรณีเปลี่ยนแปลงทางเลือกการจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40    3. กรณีแจ้งความจำนงไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (เกษียณอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป)    4. กรณีแจ้งความจำนงไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ประสงค์ลาออกจากสาเหตุอื่น)    5. กรณีได้กลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39    การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้      1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจฉบับจริงไปแสดงด้วย)      2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจนสำนักงานฯจะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน ภายใน  3  วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย      3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชี ของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิเท่านั้น พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตน ภายใน  5  วันทำการ นับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสาร เพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร /หลักฐาน  ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1269,"94e56e1e-22b7-4c41-ba49-882cd715572d","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-cec5-40a7-aea9-e7d0b0b93d18",1,0,13,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    - จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อน วันรับบริการทางการแพทย์    ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับ    - มีสิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการรักษา    แต่กรณีที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลกำหนดสิทธิได้ เนื่องจากผู้ประกันตนประสบอันตราย/เจ็บป่วยฉุกเฉิน มีความจำเป็นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลอื่นและได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน สามารถนำมาเบิกคืนจากสำนักงานประกันสังคมได้ตามอัตราประกาศกำหนด    - ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค  เบิกได้ตามรายการและอัตราตามประกาศกำหนด    - เงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีหนึ่งไม่เกิน 180 วัน        เว้นแต่การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 365 วัน    *** ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2558 กรณีผู้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ด้วยโรคเรื้อรังเสียชีวิตมีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์กรณีตาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1. ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอ    2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน  ถูกต้อง และไม่ต้องขอความเห็นชอบแพทย์เพิ่มเติมเจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนดและมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิทราบ    4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5. การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้     1) กรณีรับเงินสด/เช็ค (ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงหรือกรณีมอบอำนาจ ให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)       2) กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน     3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิเท่านั้น    6.กรณีรับเงินผ่านทางธนาณัติ สำนักงาน จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย  7.กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 4 วันทำการ นับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่ายเงิน    หมายเหตุ :  1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา  2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1270,"94e56e1d-fe9f-4c19-a417-47c3b00723dd","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขึ้นทะเบียนนายจ้างกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-9ff5-4650-97f8-e9decf925d4c",1,0,15,"1.  พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จะต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างพร้อมกับขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่มีลูกจ้าง      2. พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนนายจ้างวิธีการยื่นแบบรายการ การจ่ายเงินสมทบ ณ สำนักงานแห่งท้องที่ที่นายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบ    หมายเหตุ:    1.  กรณีนายจ้างยื่นคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะทำหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง   3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1271,"94e56e1e-0132-4844-a8aa-f79e6750f4e7","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2e-a31c-405a-9182-17cf7d97475c",1,0,3,"ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เมื่อออกจากงานและประสงค์จะประกันตนเองสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้      คุณสมบัติของผู้สมัคร      เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน      การยื่นใบสมัคร    ต้องยื่นใบสมัครตามแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (แบบ สปส. 1-20 ) ด้วยตนเอง ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกจากงาน    - เงินสมทบที่ต้องนำส่งสำนักงานประกันสังคมเดือนละ 432 บาทต่อเดือน เงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ คือ เดือนละ 4,800 บาท เท่ากันทุกคน โดยคิดจากอัตราเงินสมทบ 9 % (4,800 X 9 % = 432 บาทต่อเดือน)    - สิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (กรณีเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ) ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33    เหตุที่ทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน    1. ตาย    2. กลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33    3. ลาออก    4. ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ)    5. ภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน (สิ้นสภาพในเดือนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน)    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯจะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1272,"94e56e1e-03b8-4523-89fb-fad4947eaf0c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การสมัครและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-a681-4361-82b3-38b10348ad73",1,0,4,"ประชาชนผู้ประกอบอาชีพอิสระ สามารถยื่นคำขอสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้ โดยมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้           1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์           2. มีสัญชาติไทย หรือ           3. เป็นชนกลุ่มน้อยซึ่งอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยมีมติคณะรัฐมนตรีผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขหลักแรกเป็นเลขหกหรือเลขเจ็ด หรือ           4. เป็นบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับ ที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขประจำตัวหลักแรกเป็นเลขศูนย์ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ยกเว้นผู้ที่มีเลขประจำตัว) หลักแรกและหลักที่สองเป็นเลขศูนย์           5. ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39           6. ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือไม่เป็นสมาชิกกองทุนของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีลักษณะอย่างเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญของส่วนราชการ  รวมทั้งไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น           7. หากเป็นบุคคลซึ่งเป็นผู้พิการ ให้ระบุลักษณะหรืออาการของผู้พิการโดยละเอียด (ยกเว้นผู้พิการทางสติปัญญา และผู้พิการที่ไม่อาจรับรู้สิทธิที่พึงจะได้รับจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ไม่สามารถสมัครและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้)    หมายเหตุ :           1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา         2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมเพิ่มเติมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง           3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ  จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว           4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1273,"94e56e1e-0604-4a6e-b39a-d2e7121552c2","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-a9ae-43b7-9668-ffa99278673a",1,0,6,"1. ในกรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อความ ในแบบรายการที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานเปลี่ยนแปลงไป พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่แจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการเป็นหนังสือตามแบบ สปส. 6-15 ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง              2. การเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ย้ายสถานประกอบการ หยุดกิจการชั่วคราว เลิกประกอบกิจการ เปลี่ยนแปลงชื่อ  สถานประกอบการ เปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจลงนาม เปลี่ยนแปลงผู้รับมอบอำนาจ เพิ่มจำนวนสาขา ยกเลิกสาขา เปลี่ยนแปลงสถานที่นำส่งเงินสมทบ เป็นต้น    หมายเหตุ:              1. ในกรณีที่นายจ้างยื่นคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอฯและผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน   ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืน คำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนสำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง              3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว              4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1274,"94e56e1e-088f-4d06-b09c-c0e8934e352f","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2e-acea-4c27-a472-7ae1f61d6b95",1,0,14,"ในกรณีที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ มาตรา 39 มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เคยแจ้งไว้แก่สำนักงานประกันสังคมทุกกรณี ต้องแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคม โดยใช้แบบฟอร์ม  ดังนี้           (1) กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 33                - ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนให้นายจ้างยื่นแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน  (สปส. 6-09)  ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง           (2) กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 39                - ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนหรือกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา33 ให้ผู้ประกันตนยื่นแบบการแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ(แบบ สปส.1-21)                - เปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อให้ผู้ประกันตนยื่นแบบแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ (แบบ สปส.1-34)            (3) กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เปลี่ยนคำนำหน้านาม /ชื่อ /ชื่อสกุล /เลขประจำตัวประชาชน /สถานภาพครอบครัว /แจ้งเพิ่มจำนวนบุตร หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย ให้ใช้แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตน (แบบ สปส.6-10) ยื่นต่อสำนักงานประกันสังคม ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร /หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯจะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสาร เพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร /หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1275,"94e56e1e-14d2-459c-8897-8954b47c3adb","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-bcf3-4517-8284-563879bef386",1,0,1,"เงินสมทบที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม    ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่าย 70 บาท/เดือน รัฐบาลสมทบ 30 บาท/เดือน)    ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท/เดือน รัฐบาลสมทบ 50 บาท/เดือน)    ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 450 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท/เดือน รัฐบาลสมทบ 150บาท/เดือน)    เฉพาะทางเลือกที่ 2 และ 3 หากผู้ประกันตนประสงค์จะจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติม (เงินบำเหน็จชราภาพ) สามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท    หน้าที่ของผู้ประกันตนตามมาตรา 40                1. ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบตามทางเลือกที่ได้สมัครไว้เป็นรายเดือน เดือนละครั้ง หากเกินกำหนดจะถือว่าผู้ประกันตนขาดส่งเงินสมทบในเดือนนั้น                2. ผู้ประกันตนสามารถนำส่งเงินสมทบล่วงหน้าได้ครั้งละไม่เกินสิบสองเดือน                3. ผู้ประกันตนไม่สามารถนำส่งเงินสมทบย้อนหลังได้    หมายเหตุ : สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 (ทำงานในสถานประกอบการ/นายจ้าง) ให้ผู้ประกันตนระงับการนำส่งเงินสมทบในฐานะผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เนื่องจากไม่สามารถนำส่งเงินสมทบซ้ำซ้อนในช่วงที่ได้กลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 ได้","2021-11-17T13:39:18"],
    [1276,"94e56e1e-25dc-4b3f-bbe1-1e1804201109","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-d2e1-4118-a92c-a9cec37ce1b7",1,0,17,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    เงินบำเหน็จชราภาพ    -กรณีจ่ายเงินสมทบ ไม่ครบ 180 เดือน    -อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง    *** กรณีเป็นผู้ทุพพลภาพหรือตายก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ    เงินบำนาญชราภาพ    -จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี)    -อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง    ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับ     เงินบำเหน็จชราภาพ    -กรณีจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ได้รับเท่ากับจำนวนเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน    -จ่ายตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ได้รับเท่ากับจำนวนเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน+นายจ้าง+ผลประโยชน์ตอบแทน    เงินบำนาญชราภาพ    -กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน ได้รับเงินบำนาญชราภาพในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง    -กรณีจ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพขึ้นอีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน    ***เงินบำนาญชราภาพที่ได้รับไม่ต่ำกว่า 720 บาทต่อเดือน       ทายาทผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ กรณีผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเสียชีวิต ได้แก่       1) บุตรชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น บุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นให้ได้รับสองส่วน ถ้าผู้ประกันตนที่ตายมีบุตรตั้งแต่สามคนขึ้นไปให้ได้รับสามส่วน       2) สามีหรือภริยาให้ได้รับหนึ่งส่วนและ       3) บิดามารดา หรือบิดา หรือมารดาที่มีชีวิตอยู่ให้ได้รับหนึ่งส่วน       4) บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ให้ได้รับหนึ่งส่วน        ในกรณีที่ไม่มีทายาทในลำดับใด หรือทายาทนั้นได้ตายไปเสียก่อน ให้แบ่งเงินบำเหน็จชราภาพในระหว่างทายาทผู้มีสิทธิ ในลำดับที่มีทายาทผู้มีสิทธิได้รับ        ในกรณีที่ไม่มีทายาททั้ง 4 ลำดับข้างต้น ให้ทายาทดังต่อไปนี้ มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามลำดับ หากบุคคลลำดับใดมีจำนวนมากกว่าหนึ่งคนให้บุคคลลำดับนั้นได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน         (1) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน         (2) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา         (3) ปู่ ย่า ตา ยาย         (4) ลุง ป้า น้า อา    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1. ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน  ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนดและมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิทราบ    4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้  5. การรับเงินบำเหน็จชราภาพ  3 วิธี ดังนี้      1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงหรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)      2) กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน      3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิเท่านั้น    6.กรณีรับเงินผ่านทางธนาณัติ สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการนับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย  7.กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 4 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติจ่ายเงิน    8. การรับเงินบำนาญชราภาพ สำนักงานประกันสังคมจ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านทางธนาคารเท่านั้น โดยธนาคารคิดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินจากผู้รับเงินบำนาญชราภาพตามอัตราที่ธนาคารกำหนด (รายการละ 5 บาท)    การยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีดังกล่าว ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องนำสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอฯ และหนังสือยินยอมให้หักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารประกอบการยื่นคำขอฯ ด้วย  ทั้งนี้ การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตนขึ้นอยู่กับรอบการตัดจ่ายและเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทน    หมายเหตุ :  1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา  2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1277,"94e56e1e-1794-4fbc-9c5d-46d90b156c4b","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับคืนเงินสมทบกรณีนายจ้าง กองทุนประกันสังคม (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2e-c068-45a7-9c9b-b816608283b1",1,0,7,"1. นายจ้างมีหน้าที่หักค่าจ้างของผู้ประกันตนตามจำนวนที่จะต้องนำส่งเป็นเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบส่วนของนายจ้างในจำนวนที่เท่ากัน เพื่อนำส่งให้สำนักงานประกันสังคม ในกรณีที่นายจ้างนำส่งเงินสมทบในส่วนผู้ประกันตนหรือเงินสมทบในส่วนของนายจ้างให้แก่สำนักงานเกินจำนวนที่ต้องชำระ ให้นายจ้างหรือผู้ประกันตนยื่นคำร้องขอรับเงินในส่วนที่เกินคืนได้ตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนด ถ้านายจ้างหรือผู้ประกันตน มิได้เรียกเอาเงินดังกล่าวคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่นำส่งเงินสมทบหรือไม่มารับเงินคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้มารับเงิน ให้เงินนั้นตกเป็นของกองทุน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และแก้ไขเพิ่มเติม        2. การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้         1) กรณีรับเงินสด/เช็ค (นายจ้างขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่น มารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)         2) กรณีรับเช็คทางไปรษณีย์         3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้มีสิทธิเท่านั้น (โดยสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด และสาขาเป็นผู้ดำเนินการโอนเอง)      3. กรณีรับเช็คทางไปรษณีย์หรือธนาณัติ สำนักงานฯ จะส่งภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย      4. กรณีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร สำนักงานจะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย  หมายเหตุ :      1.กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯและผู้ยื่นคำขอฯจะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา      2.ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง      3.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯจะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว     4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1278,"94e56e1e-2844-4c40-a757-3748e6ea4d69","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีทันตกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-d641-42d4-bc3f-6d0ebdd22c75",1,0,8,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    - จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า  3  เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์    สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ    - กรณีทันตกรรม เฉพาะถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่าย    แต่ไม่เกิน 900 บาท/ปี    - กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วน 1-5 ซี่ ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,300 บาท     มากกว่า 5 ซี่ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน  1,500 บาท    - กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปาก ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง  เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน  2,400 บาท    ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนและล่าง  เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,400  บาท    ** กรณีใช้สิทธิใส่ฟันเทียมแล้ว สามารถเบิกฟันเทียมชุดใหม่ได้อีกเมื่อพ้นระยะเวลา 5 ปี    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1. ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วนพร้อมตรวจสอบและอ่านข้อความ ให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน ถูกต้อง และไม่ต้องขอความเห็นแพทย์เพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ ผู้มีสิทธิทราบ  4.กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5. การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้      1)กรณีรับเงินสด/เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงหรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)      2) กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการนับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย      3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 4 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย  หมายเหตุ :  1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ  จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา  2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15  วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1279,"94e56e1e-2ae6-49ba-95a2-17069a551ca2","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีคลอดบุตร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-d99b-4a3a-91d9-4f3043a5d01c",1,0,16,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์    สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ    1) ผู้ประกันตนชาย ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 13,000 บาท/ครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง    2) ผู้ประกันตนหญิง ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 13,000 บาท/ครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน ไม่เกิน 2 ครั้ง    3) ค่าฝากครรภ์ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขกำหนด     *** กรณีเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถขอใช้สิทธิได้เพียงคนเดียว แนะนำให้ใช้สิทธิผู้ประกันตนหญิง เนื่องจากจะได้รับเงินสงเคราะห์ฯ ด้วย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1. ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิทราบ    4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5. การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้    1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงหรือกรณีมอบอำนาจ ให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)    2) กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 4 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1280,"94e56e1e-2d7a-4496-8863-e629d3a10503","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีเงินสงเคราะห์ตาย (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-dd2d-4767-90ca-6e93548e0989",1,0,17,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    - จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนถึงแก่ความตาย    - สาเหตุการตายไม่เนื่องจากการทำงาน    เงินสงเคราะห์ตายให้แก่ทายาท ดังนี้    (1) จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป (3 ปี) แต่ไม่ถึง 120 เดือน (10 ปี) ได้รับร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งสูงสุด 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน มารวมกันหารด้วย 90 คูณด้วย 4    (2) จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือน (10 ปี) ได้รับร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งสูงสุด 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน มารวมกันหารด้วย 90 คูณด้วย 12       วิธีการยื่นคำขอฯ    - ผู้มีสิทธิต้องกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมลงวันที่ เดือน ปี ที่ยื่นแบบคำขอฯ    - เอกสารประกอบการยื่นแบบคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองสำเนาถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    - กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มีสิทธิทราบ    - กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใด จึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้    (1) กรณีรับเงินสด/เช็ค (ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)    (2) กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำงานไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน    (3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้มีสิทธิเท่านั้น    กรณีรับเงินผ่านทางธนาณัติ สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร สำนักงานฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิภายใน 4 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการ แก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม นั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1281,"94e56e1e-3097-426f-8ece-b1507efed81c","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม กรณีว่างงานเหตุสุดวิสัย(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-e104-4e32-91c2-7dc8356a570c",1,0,9,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    - จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย    - มีระยะเวลาการว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป    - ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนว่างงานผ่านระบบสารสนเทศของกรมการจัดหางาน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานนับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน    - ต้องรายงานตัวตามวันที่กำหนดนัดรายงานตัว และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เพื่อมิให้เสียสิทธิในการขอรับประโยชน์ทดแทนในระหว่างการว่างงาน    - ต้องมิใช่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่  หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันขอบด้วยกฎหมาย ในกรณีร้ายแรงหรือละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาเจ็ดวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    - เป็นผู้มีความสามารถในการทำงาน พร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมที่จัดหาให้ หรือต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน และได้ขึ้นทะเบียนไว้ ที่สำนักจัดหางานของรัฐ โดยต้องไปรายงานตัวไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งครั้ง    สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ    เงินทดแทนในระหว่างการว่างงาน ดังนี้    - กรณีเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ครั้งละไม่เกิน 180 วัน    - กรณีลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ได้รับเงินทดแทนร้อยละ 30 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ครั้งละไม่เกิน 90 วัน    - ในกรณียื่นคำขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานเพราะถูกเลิกจ้าง หรือถูกเลิกจ้างและลาออก เกินกว่า 1 ครั้งภายในหนึ่งปีปฏิทิน   มีสิทธิได้รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 180 วัน    - ในกรณียื่นขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานเพราะเหตุลาออกเกินกว่า 1 ครั้งภายในหนึ่งปีปฏิทิน มีสิทธิได้รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 90 วัน    *** ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2558  กรณีว่างงานเหตุสุดวิสัย ได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย หรือนายจ้างไม่ให้ทำงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ แต่ไม่เกิน 180 วัน    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1. ผู้ประกันตนต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอ    2. เอกสารประกอบการยื่นคำขอ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนดและมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิทราบ    4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5. ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน สำนักงานประกันสังคมจ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านทางธนาคารเท่านั้น การยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีดังกล่าว ผู้ยื่นคำขอต้องนำสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอประกอบการยื่นเรื่องด้วย    *** ทั้งนี้ การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตนขึ้นอยู่กับรอบการตัดจ่ายและเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทน    หมายเหตุ    1. กรณีแบบคำขอ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ จะดำเนินการคืนแบบคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคมนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1282,"94e56e1e-33a5-481d-adde-371163d05ccd","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-e4b3-4f7e-9a62-8bf6835efef5",1,0,5,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ             - จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน ก่อนเดือนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย                           ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับ             ทางเลือกที่ 1 และ 2               (1) เงินทดแทนการขาดรายได้ วันละ 300 บาท ไม่เกิน 30 วัน ต่อปี กรณีเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลประเภทผู้ป่วยในตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป              (2) เงินทดแทนการขาดรายได้ วันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วัน ต่อปี กรณีแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยในไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมีความเห็นให้หยุดพักเพื่อการรักษาพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป              (3) เงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละ 50 บาท ไม่เกิน 3 ครั้ง ต่อปี กรณีไม่ได้พักรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลและไม่มีความเห็นแพทย์ให้หยุดพักเพื่อการรักษาพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป    ** ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับตาม (1) และ (2) รวมกันไม่เกิน 30 วัน ต่อปี             ทางเลือกที่ 3                (1) เงินทดแทนการขาดรายได้ วันละ 300 บาท ไม่เกิน 90 วัน ต่อปี กรณีเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลประเภทผู้ป่วยในตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป               (2) เงินทดแทนการขาดรายได้ วันละ 200 บาท ไม่เกิน 90 วัน ต่อปี กรณีแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยในไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมีความเห็นให้หยุดพักเพื่อการรักษาพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป    ***ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับตาม (1) และ (2) รวมกันไม่เกิน 90 วัน ต่อปี    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ              1. ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ให้ครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ ไว้เป็นหลักฐาน              2. กรณีเอกสารใบรับรองแพทย์เป็นสำเนา ต้องให้หน่วยงานที่ใช้ใบรับรองแพทย์ฉบับจริงเป็นผู้รับรองความถูกต้องของสำเนา หรือให้มีการประทับตราโรงพยาบาลพร้อมลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกครั้ง              3. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิทราบ              4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้              5. การรับเงิน มี 3 วิธี ดังนี้                  1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)                  2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย                  3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ เท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :              1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา  ให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา              2. ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอข้อเท็จจริงเพื่่อประกอบการวินิจฉัยประโยชน์ทดแทนเพิ่มเติมจากบุคคลที่เกี่่ยวข้อง              3. ในกรณีผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ  หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง              4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง และตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เรียบร้อยแล้ว              5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              6. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ที่เป็นสำเนาให้รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ พร้อมแสดงเอกสารที่เป็นต้นฉบับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ","2021-11-17T13:39:18"],
    [1283,"94e56e1e-3652-456e-9c4e-2778cfa5ee75","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีทุพพลภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-e7fc-418c-9768-45904a0bf953",1,0,7,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ              1.จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 10 เดือน ก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เดือนละ 500 บาท               2. จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 20 เดือน ก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เดือนละ 650 บาท              3. จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 24 เดือน ภายในระยะเวลา 40 เดือน ก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เดือนละ 800 บาท              4. จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 36 เดือน ภายในระยะเวลา 60 เดือน ก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เดือนละ 1,000 บาท    ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับ    ทางเลือก 1 และ 2               - เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เป็นเวลา 15 ปี              - ค่าทำศพ  กรณีเสียชีวิตภายใน 15 ปี    ทางเลือก 3               - เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพตลอดชีวิต              - ค่าทำศพ    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ              1. ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ก่อนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ              2. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิทราบ              3. การรับเงิน มี 3 วิธี ดังนี้                 1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือ กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)                 2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย                 3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ เท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงิน เข้าบัญชีผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย        หมายเหตุ :              1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา  ให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา              2. ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอข้อเท็จจริงเพื่่อประกอบการวินิจฉัยประโยชน์ทดแทนเพิ่มเติมจากบุคคลที่เกี่่ยวข้อง              3. ในกรณีผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ  หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง              4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง และตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เรียบร้อยแล้ว              5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              6. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ที่เป็นสำเนาให้รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ พร้อมแสดงเอกสารที่เป็นต้นฉบับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ","2021-11-17T13:39:18"],
    [1284,"94e56e1e-3907-4ec6-bf54-ca24d1aa3b56","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีตาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-eb41-4506-8d8b-2990e2addb4c",1,0,8,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย ยกเว้น ถึงแก่ความตายด้วยอุบัติเหตุ หากจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา  6 เดือน ก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย                 ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับ    ทางเลือกที่ 1 และ 2               - ค่าทำศพ 20,000 บาท              - เงินสงเคราะห์กรณีตาย 3,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือนก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย    ทางเลือกที่ 3              - ค่าทำศพ 40,000 บาท    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ              1. ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ให้ครบถ้วน ถูกต้อง    พร้อมลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ ไว้เป็นหลักฐาน              2. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มีสิทธิทราบ              4. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้              5. การรับเงิน มี  3  วิธี ดังนี้                  1) กรณีรับเงินสด/เช็ค (ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)                 2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย                 3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ เท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ  ภายใน  5  วันทำการนับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย      หมายเหตุ :              1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กองทุนประกันสังคม ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา  ให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด   ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา              2. ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการวินิจฉัยประโยชน์ทดแทนเพิ่มเติมจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง              3. ในกรณีผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ  หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง              4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง และตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เรียบร้อยแล้ว              5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              6. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ที่เป็นสำเนาให้รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ พร้อมแสดงเอกสารที่เป็นต้นฉบับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ","2021-11-17T13:39:18"],
    [1285,"94e56e1e-3bc7-4a35-a31d-c9bac5b08d8f","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีชราภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-ee83-4c61-a032-31197266a3bd",1,0,8,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ                                            - อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ต่อไป                                            - ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์หรือก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ    ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับ                                            ทางเลือกที่ 2                                                    - เงินบำเหน็จชราภาพ เดือนละ 50 บาท และเงินที่ผู้ประกันตนนำส่งเพิ่มเติมในกรณีชราภาพ พร้อมด้วยผลประโยชน์ตอบแทนรายปีตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด                                            ทางเลือกที่ 3                                                     - เงินบำเหน็จชราภาพ เดือนละ 150 บาท และเงินที่ผู้ประกันตนนำส่งเพิ่มเติมในกรณีชราภาพ พร้อมด้วยผลประโยชน์ตอบแทนรายปีตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด                                                    - เงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มเติม 10,000 บาท (เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน)    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ                                            1. ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ให้ครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ ไว้เป็นหลักฐาน                                            2. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิทราบ                                            3. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้                                            4. การรับเงิน มี 3 วิธี ดังนี้                                                1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)                                               2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ภายใน  3  วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย                                               3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ เท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ภายใน  5  วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย                หมายเหตุ :                                            1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข /เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข /เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา                                            2. ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอข้อเท็จจริงเพื่่อประกอบการวินิจฉัยประโยชน์ทดแทนเพิ่มเติมจากบุุคคลที่เกี่ยวข้อง                                            3. ในกรณีผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ  หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง                                            4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง และตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เรียบร้อยแล้ว                                            5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                                            6. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ที่เป็นสำเนาให้รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ พร้อมแสดงเอกสารที่เป็นต้นฉบับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ","2021-11-17T13:39:18"],
    [1286,"94e56e1e-3e7d-431e-814f-877935d4eefd","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีเงินสงเคราะห์บุตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-f208-40ab-a927-d2936d60da12",1,0,9,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ              - จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน มีสถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 และมีการจ่ายเงินสมทบในเดือนที่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์บุตร              - บุตรชอบด้วยกฎหมาย อายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ (ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น)     ประโยชน์ทดแทนที่ได้รับ              -  เงินสงเคราะห์บุตร 200 บาท ต่อเดือน สำหรับบุตรอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ คราวละไม่เกิน 2 คน    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ              1. ผู้ประกันตน ต้องกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ก่อนลงพร้อมลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ ไว้เป็นหลักฐาน              2. กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกันตนทราบ              3. กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้              4. การรับเงิน มี 3 วิธี ดังนี้                  1) กรณีรับเงินสด /เช็ค (ผู้ประกันตน /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง หรือ กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)                 2) กรณีรับเงินทางธนาณัติ ให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย                 3) กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ เท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ :              1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา  ให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา              2. ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการวินิจฉัยประโยชน์ทดแทนเพิ่มเติมจากบุคคลที่เกี่่ยวข้อง              3. ในกรณีผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ  หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง              4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง และตรวจสอบเอกสารการขอรับประโยชน์ทดแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เรียบร้อยแล้ว              5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              6. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ ที่เป็นสำเนาให้รับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ พร้อมแสดงเอกสารที่เป็นต้นฉบับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ","2021-11-17T13:39:18"],
    [1287,"94e56e1e-413e-4d3f-a2b9-779bebc95c53","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับเงินทดแทนกองทุนเงินทดแทน (ค่ารักษาพยาบาล) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-f564-40d8-a26c-bf69bce31dde",1,0,12,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    1.  นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ หรือควรจะได้ทราบถึงการประสบอันตราย    2.  ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย     3.  ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองตามกฎหมายเงินทดแทน    4.  ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้าง    หมายเหตุ  :  ทั้งนี้ การยื่นแบบการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณี ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1.  นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ  และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.  เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิทราบ    4.  กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5.  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้               1)  กรณีรับเงินสด/เช็ค (นายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)               2)  กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้นายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย               3)  กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและ เลขบัญชีของนายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีนายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิ ภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ  :    1.  กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/ เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทนกองทุนทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1288,"94e56e1e-4442-4568-ab7d-a375d8fb3a6d","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับเงินทดแทนกองทุนเงินทดแทน (ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-f91b-4f11-91e4-be69adba002d",1,0,11,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    1.  นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่  ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ หรือควรจะได้ทราบถึงการประสบอันตราย    2.  ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย     3.  ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองตามกฎหมายเงินทดแทน    4.  ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้าง    5.  ใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าลูกจ้างหยุดพักรักษาตัว    6.  ลูกจ้างหยุดพักรักษาตัวตั้งแต่ 1 วัน รวมไม่เกิน 1 ปี    หมายเหตุ  :  ทั้งนี้ การยื่นแบบการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณี ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1.  นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.  เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิทราบ    4.  กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5.  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้               1)  กรณีรับเงินสด/เช็ค (นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง หรือกรณีมอบอำนาจ ให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)               2)  กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย               3)  กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขบัญชีของนายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีนายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิ ภายใน  5 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ  :    1.  กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/ เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1289,"94e56e1e-470c-485d-8960-e5684cf13321","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับเงินทดแทนกองทุนเงินทดแทน (ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2e-fc9f-4c6e-a603-f1112877a541",1,0,10,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    1.  นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่  ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ หรือควรจะได้ทราบถึงการประสบอันตราย    2.  ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย     3.  ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองตามกฎหมายเงินทดแทน    4.  ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้าง    5.  ลูกจ้างต้องเข้ารับการฟื้นฟู ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานของสำนักงานประกันสังคม    6.  เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเกิดเนื่องจากการทำงาน    7.  ลูกจ้างได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงาน ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานแล้ว    หมายเหตุ  :  ทั้งนี้ การยื่นแบบการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณี ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1.  นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบ   และอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.  เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้นายจ้าง /ลูกจ้าง /ผู้มีสิทธิทราบ    4.  กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5.  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้               1)  กรณีรับเงินสด/เช็ค (นายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)               2)  กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้นายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย               3)  กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อและ เลขบัญชีของนายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีนายจ้าง/ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิ ภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ  :    1.  กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/ เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทนกองทุนทดแทน   ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:18"],
    [1290,"94e56e1e-4993-4445-89d7-4f473e7fc231","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับเงินทดแทนกองทุนเงินทดแทน (ค่าทำศพ) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-0019-4d4b-88af-339b36e18c5b",1,0,15,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    1.  นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ หรือควรจะได้ทราบถึงการประสบอันตราย    2.  ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย     3.  ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองตามกฎหมายเงินทดแทน    4.  ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้างจนทำให้ถึงแก่ความตายหรือสูญหาย    5.  เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเกิดเนื่องจากการทำงาน    หมายเหตุ  :  ทั้งนี้ การยื่นแบบการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณี ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1.  นายจ้าง /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบและอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.  เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้นายจ้าง /ผู้มีสิทธิทราบ    4.  กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5.  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้               1)  กรณีรับเงินสด/เช็ค (ผู้จัดการศพ ขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง หรือกรณีมอบอำนาจ ให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)               2)  กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้จัดการศพ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย               3)  กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขบัญชีของผู้จัดการศพเท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้จัดการศพ ภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ  :    1.  กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/ เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน   ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1291,"94e56e1e-4cc9-4820-9321-40e90fa8e2c1","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับเงินทดแทนกองทุนเงินทดแทน (ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-03e2-4c6f-bc76-44f37d95d45b",1,0,13,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    1.  นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ หรือควรจะได้ทราบถึงการประสบอันตราย    2.  ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย     3.  ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองตามกฎหมายเงินทดแทน    4.  ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้าง และเป็นทุพพลภาพ    5.  ได้รับการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะจากแพทย์ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ผู้ประเมินของสำนักงานประกันสังคม (โดยลูกจ้างจะประเมินการสูญเสียได้ต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ทางการแพทย์อย่างเต็มที่แล้ว หรือสิ้นสุดการรักษาซึ่งไม่สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ และพยาธิสภาพของอวัยวะนั้น คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก หรือเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย) หรือกรณีสูญเสียอวัยวะตามมาตรา 18 (3) ถ้ามีการสูญเสียอวัยวะที่ชัดเจน ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว เช่น ขาทั้งสองข้างขาด มือทั้งสองข้างขาด เป็นต้น โดยสามารถจ่ายได้ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทน และหลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณค่าจ้างรายเดือน ฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562    6.  เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเกิดเนื่องจากการทำงาน พร้อมทั้งได้รับการประเมินการเป็นผู้ทุพพลภาพจากแพทย์ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ผู้ประเมินของสำนักงานประกันสังคม หรือเป็น  ผู้ทุพพลภาพตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนและหลักเกณฑ์ฯ เรียบร้อยแล้ว    หมายเหตุ  :  ทั้งนี้ การยื่นแบบการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณี ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1.  นายจ้าง /ลูกจ้าง ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบและอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.  เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้นายจ้าง /ลูกจ้างทราบ    4.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ไม่ครบถ้วนเพียงพอต่อการวินิจฉัย เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือรับเรื่องให้แก่ผู้ยื่น คำขอฯ เก็บไว้เป็นหลักฐานและแจ้งให้ทราบว่าขาดเอกสารใด นายจ้าง/ลูกจ้าง ต้องนำเอกสารหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จึงจะสามารถพิจารณาเรื่องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนดได้    5.  กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    6.  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้               1)  กรณีรับเงินสด/เช็ค (ลูกจ้างขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)               2)  กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ลูกจ้าง ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย               3)  กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขบัญชีของลูกจ้างเท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้าง ภายใน  5 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ  :    1.  กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/ เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนทดแทน   ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1292,"94e56e1e-4fce-4542-8167-0cca292e7e35","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับเงินทดแทนกองทุนเงินทดแทน (ค่าทดแทนกรณีตาย หรือสูญหาย) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-0757-4622-b328-3f89e8605a53",1,0,19,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    1.  นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ หรือควรจะได้ทราบถึงการประสบอันตราย    2.  ผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย     3.  ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองตามกฎหมายเงินทดแทน    4.  ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้าง จนทำให้ถึงแก่ความตายหรือสูญหาย    5.  เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเกิดเนื่องจากการทำงาน    หมายเหตุ  :  ทั้งนี้ การยื่นแบบการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณี ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1.  นายจ้าง /ผู้มีสิทธิ ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบและอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.  เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้นายจ้าง /ผู้มีสิทธิทราบ    4.  กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5.  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้               1)  กรณีรับเงินสด/เช็ค (ผู้มีสิทธิขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)               2)  กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ผู้มีสิทธิ ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย               3)  กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขบัญชีของผู้มีสิทธิเท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิ ภายใน  5 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ  :    1.  กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/ เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1293,"94e56e1e-52e1-42f6-8812-80997f3d9839","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การขอรับเงินทดแทนกองทุนเงินทดแทน (ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-0b29-42fa-9d58-bef1dfe8e545",1,0,13,"เงื่อนไขการเกิดสิทธิ    1.  นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่  ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ หรือควรจะได้ทราบถึงการประสบอันตราย    2.  ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย     3.  ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้าง ที่อยู่ในข่ายความคุ้มครองตามกฎหมายเงินทดแทน    4.  ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้าง และมีการสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย    5.  ได้รับการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะจากแพทย์ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ผู้ประเมินของสำนักงานประกันสังคม (โดยลูกจ้างจะประเมินการสูญเสียได้ต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ทางการแพทย์อย่างเต็มที่แล้ว หรือสิ้นสุดการรักษาซึ่งไม่สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ และพยาธิสภาพของอวัยวะนั้น คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก หรือเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย) หรือกรณีสูญเสียอวัยวะตามมาตรา 18 (2) ถ้ามีการสูญเสียอวัยวะที่ชัดเจน ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว เช่น นิ้วมือขาดออกจากกันอย่างชัดเจน และไม่สามารถต่อให้ติดกันได้อีก โดยสามารถจ่ายได้ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทน และหลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณค่าจ้าง รายเดือน ฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562    6.  เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเกิดเนื่องจากการทำงาน พร้อมทั้งได้รับการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากแพทย์ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ผู้ประเมินของสำนักงานประกันสังคม หรือมีการสูญเสียอวัยวะที่ชัดเจนตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนและหลักเกณฑ์ฯ เรียบร้อยแล้ว    หมายเหตุ  :  ทั้งนี้ การยื่นแบบการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณี ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอฯ    1.  นายจ้าง /ลูกจ้าง ต้องกรอกแบบยื่นคำขอรับเงินทดแทน (กท.16) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมตรวจสอบและอ่านข้อความให้ครบถ้วนก่อนลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมวัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอฯ    2.  เอกสารประกอบการยื่นคำขอฯ ที่เป็นสำเนาต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาทุกฉบับ    3.  กรณีเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนด และมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้นายจ้าง /ลูกจ้างทราบ    4.  กรณีเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องได้ เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถวินิจฉัยได้    5.  การรับเงินมี 3 วิธี ดังนี้               1)  กรณีรับเงินสด/เช็ค (ลูกจ้างขอรับด้วยตนเองให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง หรือกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนต้องทำเป็นหนังสือและนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจไปแสดงด้วย)               2)  กรณีรับเงินทางธนาณัติให้ระบุชื่อที่ทำการไปรษณีย์ที่ต้องการจะติดต่อรับเงินให้ชัดเจน สำนักงานฯ จะส่งธนาณัติให้ลูกจ้าง ภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย               3)  กรณีรับเงินผ่านทางธนาคาร ต้องแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อ และเลขบัญชีของลูกจ้างเท่านั้น สำนักงานฯ จะแจ้งธนาคารให้โอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้าง ภายใน  5 วันทำการนับจากวันที่อนุมัติคำสั่งจ่าย    หมายเหตุ  :    1.  กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/ เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯ และผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนทดแทน   ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา    2.  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่ง เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทน ส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    3.  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่อง และตรวจสอบเอกสารการขอรับเงินทดแทน กองทุนเงินทดแทน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว    4.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1294,"94e56e1e-559a-452a-87d8-299b68358400","PUBLISHED","กระทรวงแรงงาน","สำนักงานประกันสังคม","การกำหนดสิทธิ/การเปลี่ยนสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d2f-0ebb-41b7-8634-48865a2feb49",1,0,4,"ระเบียบสำนักงานประกันสังคมว่าด้วย การกำหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533  พ.ศ. 2560      1.  หลักเกณฑ์การกำหนดสิทธิ           จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า  3  เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนรับบริการทางการแพทย์ โดยสำนักงานจะกำหนดสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ ดังนี้           1.1 ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 15 ของเดือน (ก่อน 16.30 น. ของวันที่ 15) สิทธิการรักษาเริ่มวันที่ 16           1.2 ตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือน (ก่อน 16.30 น. ของวันสุดท้ายของเดือน) สิทธิการรักษาเริ่มวันที่ 1ของเดือนถัดไป      2.  หลักเกณฑ์การเลือกสถานพยาบาล          ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิต้องเลือกสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดที่ประจำทำงานอยู่หรือพักอาศัย อยู่จริง หรือเขตจังหวัดรอยต่อ โดยการเลือกสถานพยาบาลดังกล่าวสามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้          2.1 ลูกจ้างหรือผู้ประกันตนที่เข้าทำงานกับนายจ้าง ให้กรอกแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03)  ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด พร้อมเลือกสถานพยาบาลและยื่นต่อนายจ้าง เพื่อให้นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงาน หรือกรอกและยื่นแบบรายการทางอิเล็กทรอนิกส์          2.2 ผู้มีสิทธิตามมาตรา 38 ที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้กรอกแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-20) ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด พร้อมเลือกสถานพยาบาลและยื่นต่อสำนักงาน          2.3 ผู้มีสิทธิตามมาตรา 38 และมาตรา 41 ให้กรอกแบบเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ (สปส.9-02) และยื่นต่อสำนักงาน หรือกรอกและยื่นแบบรายการทางอิเล็กทรอนิกส์    ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิได้จาก www.sso.go.th/โทรศัพท์สายด่วน/1506/Application SSO Connect/สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ และเครื่อง Smart Kiosk ของกระทรวงมหาดไทย            3. หลักเกณฑ์การเปลี่ยนสถานพยาบาล         3.1  ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี        3.2  เปลี่ยนสถานพยาบาลระหว่างปี กรณีมีเหตุจำเป็น เช่น ย้ายที่พักอาศัย ย้ายสถานที่ประจำทำงานหรือพิสูจน์ทราบว่ามีการเลือกสถานพยาบาลให้ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิ โดยผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธินั้นไม่ประสงค์ จะไปรับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลดังกล่าว ทั้งนี้ กรณีย้ายที่พักอาศัย หรือย้ายสถานที่ประจำทำงาน ให้ยื่นเปลี่ยนสถานพยาบาลภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ย้ายที่พักอาศัย หรือย้ายสถานที่ประจำทำงาน    ** ในกรณีที่ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิเป็นผู้ป่วยในและจำเป็นต้องไปรับการรักษาต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยใน    ของสถานพยาบาลใดๆ ก็ตาม สำนักงานจะไม่กำหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์ หรือทำการเปลี่ยนสถานพยาบาลให้แก่ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษาพยาบาลในครั้งนั้นก่อน และสำนักงานต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533  ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น    หมายเหตุ :                 1. กรณีคำขอฯ หรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน หรือไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอฯและผู้ยื่น คำขอฯจะต้องลงนามในแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอฯ  ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอฯ จะดำเนินการคืนคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา                 2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคม เช่น ทางไปรษณีย์ ฝากผู้อื่นส่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ หรือผู้แทนส่งเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมภายใน  15  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง                 3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอฯ จะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสาร เพิ่มเติมครบถ้วนตามแบบรับเรื่องและตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบนั้นเรียบร้อยแล้ว                 4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1295,"94e56e1e-5822-4c44-8698-be8c7a478ed0","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมการศาสนา","การออกหนังสือรับรองเพื่อต่ออายุหนังสือเดินทางผู้เผยแพร่ศาสนาชาวต่างประเทศ  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-120a-432d-b419-3a5c5128c065",3,0,15,"ผู้เผยแพร่ศาสนา หมายถึง ชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเผยแพร่ศาสนาในประเทศไทย โดยสังกัดองค์กรศาสนาใดศาสนาหนึ่งที่กรมการศาสนารับรองและไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้แล้ว ในกรณีที่ผู้เผยแพร่ศาสนาจะนำสามีหรือภรรยาหรือบุตรติดตามเข้าในประเทศไทย ต้องขออนุญาตกรมการศาสนาเป็นกรณีพิเศษ นอกเหนือจากจำนวนที่กำหนดไว้ กรมการศาสนาจะพิจารณาออกหนังสือรับรองเพื่อต่ออายุหนังสือเดินทางของผู้เผยแพร่ศาสนาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยการออกหนังสือรับรองเพื่อต่ออายุหนังสือเดินทางของผู้เผยแพร่ศาสนาชาวต่างประเทศ พ.ศ. 2523 ข้อ 4  การขอหนังสือรับรองเพื่อขอต่ออายุหนังสือเดินทาง องค์การศาสนาจะต้องยื่นหนังสือคำร้องต่อกรมการศาสนาก่อนครบกำหนด 30 วัน         สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่่มเติมได้ที่  http://www.dra.go.th เมนูหลัก กฎระเบียบ หรือศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ศน. เลือกเมนูกฎระเบียบ/ข้อบังคับ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยการออกหนังสือรับรองเพื่อต่ออายุหนังสือเดินทางของผู้เผยแพร่ศาสนาชาวต่างประเทศ พ.ศ. 2523","2025-01-06T14:38:08"],
    [1296,"94e56e1e-5d29-4097-868b-58b2bb18662d","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมการศาสนา","การจดทะเบียนจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-1835-4df4-b738-443151091191",6,0,2,"ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ หมายความว่า หน่วยการเรียนรู้ การเผยแผ่อบรมปลูกฝังศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยอันดีงามแก่เด็กและเยาวชน เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำหลักธรรมไปพัฒนาให้เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม และมีคุณภาพของสังคม จัดตั้งขึ้นตามระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ พ.ศ. 2550  และการดำเนินงานอยู่ในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา        การจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ให้จัดตั้งที่วัด มูลนิธิ สมาคม สถานศึกษา หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณบ้านหรือชุมชน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้        1. เป็นศูนย์การเรียนรู้ การเผยแผ่ อบรม ปลูกฝังศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงามแก่เด็กและเยาวชน        2. มีคณะกรรมการบริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ประกอบด้วย            1) ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์          เป็นประธาน            2) รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์     เป็นรองประธาน            3) กรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่น้อยกว่า 5 รูป/คน            4) เลขานุการ            5) ผู้ช่วยเลขานุการ        3. มีครูผู้สอนเพียงพอกับจำนวนนักเรียนในอัตราครูผู้สอน 1 รูป/คน ต่อนักเรียนไม่เกิน 35 คน                             4. มีสถานที่เรียนเหมาะสมและเพียงพอกับจำนวนนักเรียน        การขอจดทะเบียนจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดำเนินการ ดังนี้            การยื่นคำขอจดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร ให้วัด มูลนิธิ สมาคม สถานศึกษา หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่มีความประสงค์จะขอจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อกรมการศาสนา โดยได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะแขวง เจ้าคณะเขต และเจ้าคณะจังหวัด            ในส่วนภูมิภาค  ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด โดยได้รับความเห็นชอบของเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ นายอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด โดยให้วัฒนธรรมจังหวัดเป็นนายทะเบียน และเมื่อจดทะเบียนแล้วให้รายงานไปยัง      กรมการศาสนา       หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ พ.ศ. 2562","2025-01-06T14:38:54"],
    [1297,"94e56e1e-5f8d-48bb-9035-cdd80f9a9cbe","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมการศาสนา","การจดทะเบียนจัดตั้งหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-1b58-4dfb-92eb-c15471b25fe9",7,0,2,"หน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา หมายความว่า หน่วยงานเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาของส่วนราชการ สถานศึกษา สมาคม มูลนิธิ หรือสถาบันเผยแพร่ที่เรียกชื่ออย่างอื่นภายใต้การบริหาร ควบคุม ดูแลและรับผิดชอบของหัวหน้าส่วนราชการ สถานศึกษา หรือผู้มีอำนาจดำเนินการแทนนิติบุคคลนั้น แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้           1. หน่วยเผยแพร่ศีลธรรม หมายความว่า หน่วยที่ส่วนราชการ สมาคม มูลนิธิ จัดตั้งขึ้นเพื่อทำกิจกรรมด้านศาสนาและการเผยแพร่คุณธรรมจริยธรรม           2. หน่วยพุทธศาสนาในสถานศึกษา หมายความว่า หน่วยที่สถานศึกษาจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา           3. หน่วยสงเคราะห์พุทธมามกะ หมายความว่า หน่วยที่วัดจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่แสดงตนเป็นพุทธมามกะของนักเรียนและประชาชนทั่วไป รวมทั้งให้การอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรมและการสงเคราะห์ด้านอื่น ๆ แก่ประชาชนในพื้นที่ตามสมควร      การขอจดทะเบียนจัดตั้งหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาดำเนินการดังนี้                                        กรุงเทพมหานคร        หน่วยเผยแพร่ศีลธรรมและหน่วยพุทธศาสนาในสถานศึกษา ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อกรมการศาสนา        หน่วยสงเคราะห์พุทธมามกะ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อกรมการศาสนาโดยได้รับความเห็นชอบจาก เจ้าคณะแขวง เจ้าคณะเขตและเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร      ส่วนภูมิภาค        หน่วยเผยแพร่ศีลธรรมและหน่วยพุทธศาสนาในสถานศึกษา ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นผู้จัดทำทะเบียน แล้วรายงานให้กรมการศาสนาทราบ        หน่วยสงเคราะห์พุทธมามกะ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดโดยได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด ผ่านสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นผู้จัดทำทะเบียน    แล้วรายงานให้กรมการศาสนาทราบ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยการส่งเสริมและอุดหนุนหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2551","2025-01-06T14:39:19"],
    [1298,"94e56e1e-621e-421b-85b3-1f82017b1f1c","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมการศาสนา","การออกหนังสืออนุญาตจัดตั้งศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-1ebf-49e5-bd81-6e8dd3ca0e3d",7,0,13,"ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดเป็นสถานที่ที่มัสยิดจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ให้การศึกษา และอบรมจริยธรรมอิสลาม ตลอดจนการจัดกิจกรรมด้านศาสนาและประเพณีที่ไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม    การจัดตั้งมีหลักเกณฑ์ ดังนี้                  1. เป็นมัสยิดที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย                2. มีคณะกรรมการศูนย์ ประกอบด้วย                    1) อิหม่ามมัสยิดเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง                  2) คอเต็บ บิหลั่น ผู้แทนผู้สอนหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าหกคน และไม่เกิน        สิบสองคน ซึ่งอิหม่ามมัสยิดแต่งตั้งเป็นกรรมการ              3. มีผู้สอนเพียงพอกับจำนวนผู้เรียนอัตราผู้สอนหนึ่งคนต่อผู้เรียนไม่น้อยกว่าสามสิบห้าคน                4. ผู้สอนในศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                    1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย                  2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์                  3) มีความรู้การศึกษาสามัญไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับและมีความรู้ด้านศาสนาอิสลามไม่ต่ำกว่าชั้นอิสลามศึกษาตอนกลางปีที่สามตามหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนกลาง (มุตาวัซซีเตาะฮ์หรือเอียะดาดีย์) หรือมีประสบการณ์ในการสอนศาสนาอิสลามไม่น้อยกว่าสามปี โดยผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตามแบบ ศอม.7                  4) เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามแนวทางของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย             5. มีอาคารสถานที่เหมาะสม ปลอดภัย และเพียงพอกับจำนวนผู้เรียน       การขออนุญาตจัดตั้งศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดให้ดำเนินการ ดังนี้        1. ส่วนกลาง ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอจัดตั้งต่ออธิบดีกรมการศาสนาโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต และปลัดกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ตามแบบ ศอม.1        2. ส่วนภูมิภาค ให้อิหม่ามมัสยิดยื่นคำขอจัดตั้งต่ออธิบดีกรมการศาสนาโดยได้รับความเห็นชอบ   จากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (ถ้ามี) นายอำเภอ วัฒนธรรมจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดตามลำดับตามแบบ ศอม.1            สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.dra.go.th เมนูหลัก กฎระเบียบ หรือศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ศน. เลือกเมนูกฎระเบียบ/ข้อบังคับ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ         กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ระเบียบกรมการศาสนาว่าด้วยศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด พ.ศ. 2553","2025-01-06T14:39:41"],
    [1299,"9609366f-a726-4bcb-b24d-fc821ebe866f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมการศาสนา","การขอจัดตั้งวัดคาทอลิก(์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","960928ed-dc22-4698-a83d-29129e2484ed",36,0,5,"ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณ ฐานะ ของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิกในกรุงสยาม \nตามกฎหมาย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อคริสต์ศาสนิกชน โดยให้คำนิยาม “วัดคาทอลิก” หมายความว่า วัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกตามกฎหมายว่าด้วยลักษณ ฐานะ ของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิกในกรุงสยาม \nตามกฎหมาย และกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนสำนักข่าวกรอง\nแห่งชาติ และผู้แทนกรมที่ดิน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสามคน และอธิบดีกรมการศาสนาเป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อทำหน้าที่เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งวัดคาทอลิก โดยมีกรมการศาสนาทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการ\nการพิจารณาคำขอจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๑๑ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้\n\tข้อ ๑๑ เมื่อได้รับคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิกจากมิซซัง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้\n\t(๑) สถานที่ขอจัดตั้งวัดคาทอลิก เป็นสถานที่ที่สมควรเป็นที่พำนักของบาทหลวง และเพื่อการประกอบศาสนกิจอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ\n\t(๒) ตั้งอยู่ห่างจากวัดคาทอลิกอื่นโดยรอบ มีระยะไม่น้อยกว่ายี่สิบกิโลเมตร\n\t(๓) มีบาทหลวงพำนักอยู่ที่วัดคาทอลิกเป็นประจำ\n        (๔) เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่น โดยตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีคริสต์ศาสนิกชนอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่าสองร้อยคน\n        (๕) มีเหตุผลที่จะสนับสนุนได้ว่า เมื่อตั้งวัดคาทอลิกแล้วจะได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริมจากประชาชน \nในกรณีที่มีความจำเป็นตามสภาพแห่งท้องที่ มิซซังที่ขอจัดตั้งวัดคาทอลิกจะขอยกเว้นหลักเกณฑ์ตาม (๒) หรือ (๔) ก็ได้ โดยต้องระบุเหตุผล ความจำเป็น และประโยชน์ที่ประชาชนในท้องถิ่นจะได้รับจากการจัดตั้งวัดคาทอลิกนั้นประกอบคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิกด้วย","2025-01-06T14:39:55"],
    [1300,"94e56e1e-6522-4d6a-9bbe-74b04a6f295d","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การอนุญาตเข้าไปดำเนินการตามภารกิจใดใดเพื่อหาผลประโยชน์ในบริเวณโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและมิใช่โบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-2207-4f7d-a8ab-c58c6d6aaa2c",15,0,6,"(1) ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 13 ทวิ กำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจอนุญาตเป็นหนังสือให้บุคคลใดเข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในบริเวณโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและมิใช่เป็นโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยให้ผู้รับอนุญาตออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการเองทั้งสิ้น โดยการอนุญาตต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการศึกษาและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม    (2) การเข้าไปหาประโยชน์ในโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและมิใช่เป็นโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น การขออนุญาตเข้าไปจำหน่ายของที่ระลึก การขออนุญาตให้บริการสุขา การขออนุญาตให้บริการสื่อโสตทัศนศึกษา การขออนุญาตจำหน่ายเครื่องสักการะบูชา การขออนุญาตให้บริการรถรางนำชมโบราณสถาน การขออนุญาตจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม เป็นต้น    (3) ผู้ขออนุญาตเข้าไปหาประโยชน์ในโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและมิใช่เป็นโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายต้องเสนอผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนการเข้าใช้ประโยชน์ให้กรมศิลปากรพิจารณา โดยกรมศิลปากรจะพิจารณาโดยคำนึงประโยชน์ในด้านการศึกษาและการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก และหากมีผู้ขออนุญาตมากกว่าหนึ่งราย กรมศิลปากรจะเปิดให้ผู้ขออนุญาตแต่ละรายเสนอผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนให้กรมศิลปากรพิจารณา    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1301,"94e56e1e-67a5-4fda-88de-9138fc3b1d39","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การแจ้งการได้รับกรรมสิทธิ์โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว โดยทางมรดกหรือโดยพินัยกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-252c-4f25-ab20-f5f7167fd55a",10,0,7,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 17 วรรคสองกำหนดว่า กรณีมีผู้ได้รับกรรมสิทธิ์โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วโดยทางมรดกหรือโดยพินัยกรรมต้องแจ้งการได้รับกรรมสิทธิ์ไปยังอธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้กรรมสิทธิ์ ในกรณีที่มีผู้ได้รับกรรมสิทธิ์โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุเดียวกันหลายคน เมื่อได้มีการมอบหมายให้ผู้มีกรรมสิทธิ์รวมคนใดคนหนึ่งเป็นผู้แจ้งการรับกรรมสิทธิ์และผู้ได้รับมอบหมายได้ปฏิบัติการแจ้งนั้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้มีกรรมสิทธิ์รวมทุกคนได้ปฏิบัติการแจ้งนั้นแล้วด้วย    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1302,"94e56e1e-69f5-4b12-a236-a360054548c8","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การแจ้งโอนโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-281d-497b-9729-cc5fe277f5e4",10,0,6,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 17 กำหนดว่า              ในกรณีมีการโอนโบราณวัตถุหรือศืลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ผู้โอนต้องแจ้งการโอนเป็นหนังสือโดยระบุชื่อและที่อยู่ของผู้รับโอน รวมทั้งวัน เดือน ปีที่โอน ให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่โอน    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1303,"94e56e1e-6cdf-4818-a0e0-a6e7fc6eb3ad","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การแจ้งการผลิต การค้า หรือมีไว้ในสถานการค้า ซึ่งสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุที่ควบคุมการทำเทียม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-2bfc-4578-9d95-efd57dcabd60",10,0,8,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 18 ทวิ วรรคสอง  กำหนดว่า    1. ผู้ใดประสงค์จะผลิต ค้า หรือมีไว้ในสถานที่ทำการค้าซึ่งสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุที่ประกาศควบคุมการทำเทียมตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต การค้า หรือมีไว้ในสถานที่ทำการค้าซึ่งสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุที่ควบคุมการทำเทียม ซึ่งมีหลักเกณฑ์ดังนี้              (1) ประทับคำต่อไปนี้ลงในเนื้อของสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุในที่เห็นได้ง่าย                       (ก) สิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุที่เป็นพระพุทธรูป รูปเคารพในพระพุทธศาสนาและเทวรูป ให้ประทับคำว่า &ldquo;จำลอง&rdquo;                       (ข) สิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุอื่นให้ประทับคำว่า &ldquo;สิ่งเทียม&rdquo;              (2) ขนาดของสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุที่จะต้องผลิตต้องมีขนาดแตกต่าง โดยให้เล็กหรือใหญ่กว่าของจริงไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า    2. ให้ผู้ที่จะผลิตตามข้อ 1 แจ้งรายการสิ่งที่ตนจะผลิตต่ออธิบดีกรมศิลปากร ณ สำนักศิลปากรที่ 1 &ndash; 12 สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนการผลิต พร้อมด้วยหลักฐานเอกสารประกอบ    3. เมื่อผู้ผลิตได้ผลิตสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุตามที่แจ้งไว้ในข้อ 2 แล้ว ให้แจ้งอธิบดีกรมศิลปากร ณ สำนักศิลปากรที่ 1 &ndash; 12 สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ผลิตเสร็จ พร้อมส่งภาพถ่ายสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุขนาด 5X7 นิ้ว จำนวน 3 ชุด (1 ชุด ประกอบด้วย ภาพถ่ายด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวา)    4. ผู้ใดประสงค์จะค้าหรือมีไว้ในสถานที่ทำการค้าซึ่งสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุที่ควบคุมการทำเทียม ต้องแจ้งให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบ ณ ณ สำนักศิลปากรที่ 1&ndash; 12 สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนการค้าหรือมีไว้ในสถานที่ทำการค้า พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบ    5. ให้ผู้ทำการค้าหรือมีไว้ในสถานที่ทำการค้าซึ่งสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุ ทำบัญชีรายการสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุที่ควบคุมการทำเทียมที่อยู่ในความครอบครองของตนและรักษาบัญชีนั้นไว้ ณ สถานที่ดังกล่าว แบบบัญชีรายการสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุให้ใช้แบบบัญชีรายการของกรมศิลปากร    6. ในกรณีที่มีการย้ายสถานที่ทำการผลิต สถานที่ทำการค้า หรือเลิกกิจการ ต้องแจ้งให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบ ณ สถานที่ที่ยื่นไว้ตามข้อ 2 หรือ 4 ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันย้ายสถานที่ผลิตหรือสถานที่ทำการค้าหรือเลิกกิจการ แล้วแต่กรณี    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:49"],
    [1304,"94e56e1e-6f62-4a19-859b-5a5ce6d4d0ac","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การแจ้งจัดแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุโดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-2fa3-4c23-bafd-d925c27733ef",17,0,6,"เป็นการแจ้งเรื่องการรับทราบการจัดแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุโดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่น   การจัดแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุโดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่น ผู้ประสงค์จะจัดแสดงต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบก่อนเปิดให้เข้าชม ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 19 ทวิ   การจัดแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุต้องไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรม ศีลธรรมอันดีงาม และไม่ลบหลู่พระศาสนา   ผู้จัดแสดงต้องจัดให้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการยกเว้นให้ผู้เข้าชมบางประเภทไม่ต้องเสียค่าเข้าชมหรือลดค่าเข้าชม เช่น นักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบ พระภิกษุ สามเณร   ให้ประสงค์จะจัดแสดงยื่นหลักฐานเอกสารตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ โดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่น      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1305,"94e56e1e-71e2-40eb-9943-f6974adcbbf1","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ หรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุ หรือชิ้นส่วนของศิลปวัตถุในความครอบครองของกรมศิลปากร ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย ซ่อมแซม หรือประกอบ เป็นการชั่วคราว รวมทั้งการนำไปแปรสภาพหรือทำลายโดยกระบวนการวิเคราะห์ โดยไม่นำกลับเข้ามา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-32e3-44d0-8178-36c6c158aaff",61,0,3,"พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 23 ทวิ ในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องส่งหรือนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุหรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่อยู่ในความครอบครองของกรมศิลปากรออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษา การวิเคราะห์ การวิจัย การซ่อมแซม หรือประกอบ ให้อธิบดีมีอำนาจส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุหรือชิ้นส่วนของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ต้องนำไปแปรสภาพหรือทำลายไปโดยกระบวนการวิเคราะห์หรือการวิจัยนั้น อธิบดีจะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ต้องนำกลับมาก็ได้    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1306,"94e56e1e-74fe-43b3-a3ef-07676b802a1d","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร  เป็นการชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-3677-4ee3-801c-603e4b7f2cb3",5,0,15,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 23 กำหนดว่า บุคคลใดประสงค์จะส่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด        ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรหรือรัฐมนตรีวินิจฉัยให้ออกใบอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอส่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และเมื่อผู้ยื่นคำขอได้ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข วิธีการ และข้อกำหนดว่าด้วยการวางเงินประกัน และหรือการชำระค่าปรับตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเกี่ยวแก่การโบราณวัตถุและศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้ว ก็ให้อธิบดีออกใบอนุญาตให้ผู้ยื่นเรื่องราวส่งหรือนำโบราณวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวก็ได้    (1) ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2539) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2550) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พ.ศ.2504 โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ได้ที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร    (2) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องวางหลักทรัพย์เป็นจำนวนเท่ากับราคาประเมินของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ขออนุญาตส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรไว้กับผู้อนุญาต เพื่อเป็นหลักประกันการชำระค่าปรับในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต โดยผู้ขอรับใบอนุญาตสามารถวางหลักทรัพย์ประกันเป็น       เงินสด หรือ   พันธบัตรของรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรที่รัฐบาลไทยค้ำประกัน หรือ   หนังสือค้ำประกันขของธนาคาร      (3) กรณีที่ไม่สามารถนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มาให้ตรวจที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จำเป็นต้องออกตรวจนอกสถานที่ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดรถรับส่งเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร และเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด    (4) หากผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ออกใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุเป็นการชั่วคราว ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมภายในกำหนด 30 วัน (สามสิบวัน) นับแต่่วันทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่ากากระทรวงวัฒนธรรมห้เป็นที่สุด    (5) หากผู้รับใบอนุญาตไม่ส่งหรือนำโบราณวัตถุที่ได้รับอนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ผู้อนุญาตมีอำนาจปรับผู้รับใบอนุญาตเป็นจำนวนเงินเท่ากับราคาประเมินของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ เว้นแต่ในกรณีี่ไม่สามารถส่งหรือนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดเนื่องจากเหตุสุดวิสัยหรือในกรณีที่จำเป็น และผู้รับใบอนุญาตได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตให้ขยายระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตออกไป    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1307,"94e56e1e-7c3e-4aa2-8f81-657bccda56e3","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตทำการซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-3fde-4620-99d4-36fd172c4c80",15,0,4,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 15 กำหนดไว้    ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลง โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ประกาศขึ้นทะเบียน หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองประสงค์จะทำการซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงจะต้องยื่นคำขออนุญาตและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี และถ้าหนังสืออนุญาตนั้นกำหนดเงื่อนไขไว้ประการใดก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นด้วย    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1308,"94e56e1e-774b-49f6-8277-8a011e68ff2b","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-399a-4065-ac00-7af34bf8632b",76,0,11,"1. ผู้ประสงค์จะทำการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติต้องยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีกรมศิลปากรพร้อมเอกสารตามที่กำหนดในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ.2520    2. เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจะตรวจสอบพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์หรือประวัติของบุคคลสำคัญที่จะขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์ ตลอดจนเหตุผล/วัตถุประสงค์ในการก่อสร้าง สถานที่ประดิษฐาน รูปลักษณะ/แบบรายการ/ขนาดของอนุสาวรีย์ คำจารึก รายละเอียดในการก่อสร้าง ประวัติของประติมากร และหน่วยงาน/บุคคลที่รับผิดชอบในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ หรืออนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ    3. สถานที่ที่จะประดิษฐานอนุสาวรีย์ต้องเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าไปสักการะได้สะดวก และต้องเป็นที่สถานที่ที่สง่างามและสอดคล้องกับกับประวัติของพระมหากษัตรย์ หรือบุคคลสำคัญทีจะขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์    4. ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อกรมศิลปากรพิจารณาให้ความเห็นชอบรูปแบบแล้วจะต้องนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต โดยผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี    5. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการก่อสร้างอนุสาวรีย์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขออนุญาต ทั้งนีรวมถึงค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่ต้องเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์ด้วย    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:49"],
    [1309,"94e56e1e-79ba-4995-9884-1bbb88a12709","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตจำลองพระพุทธรูปสำคัญ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-3cda-486f-9c1c-727795c6c0b3",76,0,10,"1. ผู้ประสงค์จะจำลองพระพุทธรูปสำคัญตามบัญชีรายนามแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ.2520 ต้องยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีกรมศิลปากรพร้อมเอกสารที่กำหนดในระเบียบ    2. เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจะตรวจสอบเหตุผล/วัตถุประสงค์ในการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ รูปลักษณะ แบบรายการ ขนาดที่ขอจำลอง รายละเอียดในการจำลอง ประวัติ/ผลงานของประติมากร รวมทั้งหน่วยงาน/บุคคล/นิติบุคคลที่รับผิดชอบในการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ    3. ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตประสงค์จะให้กรมศิลปากรพิจารณาในขั้นหลักการและความดำริริเริ่ม ผู้อนุญาตอาจแนบแค่ชื่อและประวัติความสำคัญของพระพุทธรูปที่ขอจำลอง รวมทั้งเหตุผล/วัตถุประสงค์ในการขอจำลองพระพุทธรูปสำคัญ มาพร้อมกับคำขออนุญาต    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    4. เมื่อกรมศิลปากรพิจารณาให้ความเห็นชอบรูปแบบของพระพุทธรูปสำคัญที่ขอออนุญาตจำลองแล้ว จะต้องนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต โดยผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี    5. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการขออนุญาตจำลองพระพุทธรูปสำคัญให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขออนุญาต ทั้งนี้รวมถึงค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรที่ต้องเดินทางไปตรวจสอบการจำลองพระพุทธรูปสำคัญด้วย","2022-04-06T22:52:49"],
    [1310,"94e56e1e-7ed0-4eff-bb53-34c70a9904d4","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","แจ้งการเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือ ผู้ครอบครองที่ชอบโดยกฎหมาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-4342-4c7c-a76e-026df7833b51",13,0,14,"1. เป็นการแจ้งเรื่องการรับทราบการขอเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ชอบโดยกฎหมาย จากกรมศิลปากรถึงผู้ร้องขอเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการฯ         2. การขอเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ชอบโดยกฎหมายนี้ใช้ในกรณีที่เป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น         3. การขอเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ชอบโดยกฎหมายนี้ ต้องดำเนินการแจ้งให้กรมศิลปากรทราบก่อนเปิดให้เข้าชม         4. ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโบราณสถานฯ จัดให้มีป้ายอธิบายประวัติของโบราณสถาน และให้รายงานสถิติผู้เข้าชมให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบปีละครั้ง         5. ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองจัดให้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการยกเว้นให้ผู้เข้าชมบางประเภทไม่ต้องเสียค่าเข้าชมหรือลดค่าเข้าชม เช่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในเครื่องแบบ พระภิกษุ สามเณร         6. ให้ยื่นหลักฐานเอกสารตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดให้เข้าชมโบราณสถานที่มีเจ้าของ หรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่น พ.ศ. 2535 ก่อนวันเปิดให้เข้าชม ไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1311,"94e56e1e-816a-4985-a3b0-7dbc3dbb0939","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การแจ้งโอนและการแจ้งการได้รับกรรมสิทธิ์โดยทางมรดกหรือโดยพินัยกรรมของโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-4675-4a28-a73a-06baabcccace",8,0,9,"เป็นการแจ้งการโอนโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วให้กรมศิลปากร หรือเป็นการแจ้งการรับกรรมสิทธิ์ในโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วโดยทางมรดกหรือพินัยกรรมให้กรมศิลปากรทราบ   การโอนโบราณสถาน หรือการรับกรรมสิทธิ์โบราณสถานใช้ในกรณีที่เป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น   กรณีการโอนโบราณสถานนั้น ผู้โอนจะต้องแจ้งชื่อและที่อยู่ของผู้โอนและผู้รับโอนและวันเดือนปีที่โอน   กรณีการรับกรรมสิทธิ์โบราณสถานโดยทางมรดกหรือพินัยกรรม ผู้รับกรรมสิทธิ์จะต้องแจ้งชื่อและที่อยู่ของผู้รับกรรมสิทธิ์และเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม พร้อมวันเดือนปีที่ได้รับกรรมสิทธิ์   ผู้โอนต้องแจ้งการโอนโบราณสถานต่อกรมศิลปากรภายใน 30 วัน นับแต่วันโอน ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แห่ง พรบ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ฯ   ผู้รับกรรมสิทธิ์ต้องแจ้งการรับกรรมสิทธิ์ต่อกรมศิลปากรภายใน 60 วัน นับแต่วันได้รับกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 12 วรรคสอง แห่ง พรบ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ฯ   ในกรณีมีผู้ที่ได้รับกรรมสิทธิ์โบราณสถานเดียวกันหลายคนให้มอบหมายให้ผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมคนใดคนหนึ่งเป็นผู้แจ้งการรับกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 12 วรรคสอง แห่ง พรบ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ฯ      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1312,"94e56e1e-83db-4745-b86c-f09b40f1f4f6","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การส่งหรือนำเอกสารจดหมายเหตุออกนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-4960-483d-806f-ddf3c0687407",7,0,7,"ตามพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ.2556 หมวด 3 การคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ มาตรา 20 กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดส่งหรือนำเอกสารจดหมายเหตุออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1313,"94e56e1e-952b-4aff-8095-2e98f4164ff0","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตเก็บรักษาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินและอยู่ในความดูแลรักษาของกรมศิลปากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-7f8d-417f-8925-04deda4b8107",57,0,6,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 26 กำหนดให้โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินและอยู่ในความดูแลรักษาของกรมศิลปากรนั้น จะเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นใดนอกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไม่ได้ แต่ในกรณีที่ไม่อาจหรือไม่สมควรจะนำมาเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรแล้ว จะเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์อื่น วัด หรือสถานที่ของทางราชการก็ได้ โดยผู้ขออนุญาตเก็บรักษาจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเก็บรักษา และนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ไปตั้งแสดง ณ สถานที่อื่นใดเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2535 ซึ่งมีหลักเกณฑ์ดังนี้       กรณีที่อธิบดีกรมศิลปากรอนุญาตให้นำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไปแสดง ณ สถานที่ใดๆ เป็นการชั่วคราว ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามข้อตกลง หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กรมศิลปากรกำหนดไว้ และลงนามในข้อตกลง   ผู้ได้รับอนุญาตต้องดูแลรักษาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้นำไปเก็บรักษาหรือตั้งแสดงอย่างดี โดยไม่กระทำหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำเสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้สูญหาย ทำซ้ำ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งไม่ซ่อมแซมโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุดังกล่าวก่อนได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต   หากเกิดการเสียหายแก่โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตหรือโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุนั้นสูญหายไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้ได้รับอนุญาตต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบภายใน 24 ชั่วโมง และต้อง และต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่อธิบดีกรมศิลปากรกำหนด แม้ความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย   ผู้ได้รับอนุญาตต้องประกันภัยในโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตโดยให้กรมศิลปากรเป็นผู้รับประโยชน์ และต้องมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้ผู้อนุญาตถือว้า 1 ฉบับ   กรณีที่ผู้อนุญาตเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ผู้อนุญาตอาจยกเว้นการปฏิบัติตามความในวรรคแรกหรือให้มีการประกันภัยอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้   ผู้ได้รับอนุญาตต้องให้ผู้อนุญาตหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เข้าไปตรวจสถานที่เก็บรักษาหรือตั้งแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุดังกล่าวได้ตลอดเวลา   ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดอันเกี่ยวกับการนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไปตั้งแสดงหรือนำส่งกลับคืน ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น   หากผู้อนุญาตประสงค์ที่จะให้ผู้ได้รับอนุญาตนำโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้ไปเก็นรักษาหรือตั้งแสดงคืนก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ผู้ได้รับอนุญาตต้องนำส่งคืนผู้อนุญาตทันที   เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตต้องนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุคืนให้ผู้อนุญาตโดยเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน   หากผู้ได้รับอนุญาตประสงค์จะเก็บรักษาหรือตั้งแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุดังกล่าวต่อไปต้องยื่นหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต   หากผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อตกลง ข้อใดข้อหนึ่งหรือเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตกำหนด ผู้ได้รับอนุญาตต้องส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้รับอนุญาตให้เก็บรักษาหรือตั้งแสดงส่งคืนให้แก่ผู้อนุญาตทันที      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1314,"94e56e1e-864a-4da3-a790-1e15aaff9aa9","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตนำเอกสารจดหมายเหตุในหอจดหมายเหตุแห่งชาติออกไปจัดแสดงนอกสถานที่เป็นการชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-4c90-4b55-b6c6-7e8b9ef9e4bc",7,0,10,"ตามพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ.2556 หมวดที่ 2 หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มาตรา 14 กำหนดให้เก็บรักษาเอกสารจดหมายเหตุไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ หากผู้ใดประสงค์จะนำออกแสดง ณ ที่ใด ๆ เป็นการชั่วคราว หรือเพื่อซ่อมแซม หรือด้วยเหตุจำเป็นอื่นใด  ต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากรก่อน    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1315,"94e56e1e-97f1-48c1-9244-7b661565fa67","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-8300-425e-8c79-356d2ca17780",8,10,14,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 22 กำหนดว่า       ห้ามมิให้ผู้ใดส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุไม่ว่าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นจะเป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วหรือไม่ ออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร   ผู้ประสงค์จะส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2539) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2550) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504   ผู้ขออนุญาตต้องยื่นแบบคำขออนุญาตตามแบบ ศก.6 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุในแบบ ศก.6 และต้องนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรมาแสดง ณ สถานที่ที่ยื่นคำขออนุญาต เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ด้วย โดยหากผู้ขออนุญาตไม่สามารถนำวัตถุที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรมาแสดงได้ ให้ผู้ขออนุญาตจัดทำคำขอเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุผลเสนอเพื่อให้มีการตรวจพิสูจน์วัตถุ ณ สถานที่เก็บรักษาวัตถุนั้น ซึ่งผุู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการณ์นี้   หากโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่จะขออนุญาตส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเป็นพระพุทธรูปหรือรูปเคารพในศาสนา ผู้ขออนุญาตต้องระบุวัตถุประสงค์ในการส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรด้วย   ผู้ขออนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียบใบอนุญาตส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504   หากดำเนินการลักลอบส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากกรมศิลปากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ลักลอบส่งออกนอกราชอาณาจักรเป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ประกาศขึ้นทะเบียน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับไม่เกินหนึงล้านบาท      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1316,"94e56e1e-88ab-47b4-a1f3-c509b05f70b8","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การผลิตหรือทำซ้ำจดหมายเหตุในเชิงพาณิชย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-699e-41fe-b12d-def57c11136e",11,100,8,"ตามพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ.2556 หมวด 2 สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มาตรา 16 กำหนดว่า ผู้ใดประสงค์จะทำการผลิตหรือทำซ้ำเอกสารจดหมายเหตุที่เก็บรักษาอยู่ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องยื่นคำขออนุญาตและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร ก่อนเริ่มดำเนินการ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท)    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:49"],
    [1317,"94e56e1e-a801-485f-8db8-bb2ef16f3cbd","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือที่เป็นลิขสิทธิ์ของกรมศิลปากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-97d3-4f7f-a465-a207b59d34c4",6,5,5,"(1) ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือหรือเอกสารที่กรมศิลปากรเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ หรือได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ หรือหนังสือที่หน่วยงานในกรมศิลปากรค้นคว้าเรียบเรียงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์เพื่อการกุศลไม่แสวงหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมศิลปากร ณ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ทั้งนี้กรมศิลปากรขอสงวนสิทธิ์ในการไม่อนุญาตให้จัดพิมพ์หนังสือหากปรากฏว่าหนังสือและเอกสารดังกล่าวควรสงวนไว้เป็นความลับ ยังไม่สมควรนำออกตีพิมพ์เผยแพร่ในปัจจุบัน หรือเป็นหนังสือที่กรมศิลปากรมีโครงการที่จะดำเนินงานอย่างอื่นไว้แล้ว    (2) การจัดพิมพ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล ได้แก่ การพิมพ์เพื่อแจกเป็นวิทยาทาน แจกเพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์ หรือแจกเป็นมิตรพลีในงานมงคล หรืองานอวมงคล โดยการขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือในกรณีนี้ผู้ขออนุญาตต้องขออนุญาตพิมพ์ไม่น้อยกว่า 500 เล่ม    (3) ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือต่อกรมศิลปากรก่อนวันงานไม่น้อยกว่า 30 วัน หากผู้ขออนุญาตมีความเป็นเร่งด่วนไม่สามารถขออนุญาตขอพิมพ์หนังสือล่วงหน้าก่อน 30 วันได้ ให้ระบุเหตุผลในคำขอขออนุญาต โดยหากกรมศิลปากรพิจารณาแล้วเห็นว่าหนังสือที่ขออนุญาตเป็นเรื่องใหญ่ ถ้ามอบต้นฉบับให้ผู้ขออนุญาตไปพิมพ์เองจะเสร็จไม่ทันวันที่จะใช้งาน กรมศิลปากรอาจจะจัดหาโรงพิมพ์ที่พิมพ์ได้รวดเร็วและเรียบร้อยให้ผู้ขออนุญาต โดยผู้ขออนุญาตเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับโรงพิมพ์    (4) ผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือเพื่อแจกในงานกุศลต้องจ่ายหนังสือเป็นผลประโยชน์ให้กรมศิลปากรร้อยละ 20 ของจำนวนหนังสือที่ขออนุญาตพิมพ์ แต่ไม่เกิน 400 เล่ม โดยผู้ขออนุญาตต้องนำส่งหนังสือผลประโยชน์ดังกล่าวให้กรมศิลปากรทันทีที่พิมพ์เสร็จหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้แจกจ่ายหนังสือ    (5) หนังสือที่กรมศิลปากรอนุญาตให้พิมพ์เพื่อแจกในงานกุศล ผู้ขออนุญาต้องส่งใบพิสูจน์อักษรให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรตรวจแก้และเป็นผู้สั่งพิมพ์ และกรมศิลปากรจะจัดทำคำนำเป็นหลักฐานการอนุญาต ซึ่งผู้ขออนุญาตจะต้องตีพิมพ์คำนำดังกล่าวไปเป็นเบื้องต้นของหนังสือ ในการนี้ห้ามผู้ขออนุญาตตีพิมพ์ข้อความอื่น ๆ หรือบทความอื่นๆ อันมิใช่ลิขสิทธิ์ของกรมศิลปากรเพิ่มเติมลงในหนังสือที่ได้รับอนุญาตให้จัดพิมพ์ ยกเว้นคำไว้อาลัยหรือข้อความที่ได้้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรแล้ว    (6) หน้าปกหนังสือที่ได้รับอนุญาตให้จัดพิมพ์แจกงานกุศลต้องพิมพ์ตราพระคเณศซึ่งเป็นเครื่องหมายราชการประจำกรมศิลปากร และหลังปกหนังสือต้องจัดพิมพ์ตามแบบที่กรมศิลปากรกำหนด    (7) ห้ามผู้ขออนุญาตนำหนังสือที่ได้รับอนุญาตให้จัดพิมพ์เพื่อแจกในงานกุศลไปจำหน่ายเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์    (8) ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือหรือเอกสารที่กรมศิลปากรเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ หรือได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ หรือหนังสือที่หน่วยงานในกรมศิลปากรค้นคว้าเรียบเรียงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในเชิง พาณิชย์ ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือพร้อมระบุจำนวนที่ประสงค์จะจัดพิมพ์ต่ออธิบดีกรมศิลปากร ณ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ทั้งนี้กรมศิลปากรขอสงวนสิทธิ์ในการไม่อนุญาตให้จัดพิมพ์หนังสือหากปรากฏว่า หนังสือและเอกสารดังกล่าวควรสงวนไว้เป็นความลับ ยังไม่สมควรนำออกตีพิมพ์เผยแพร่ในปัจจุบัน หรือเป็นหนังสือที่กรมศิลปากรมีโครงการที่จะดำเนินงานอย่างอื่นไว้แล้ว    (9) ผู้ขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต้องขออนุญาตจัดพิมพ์ครั้งหนึ่งไม่น้อยกว่า 3,000 เล่ม และเมื่อได้รับอนุญาตให้จัดพิมพ์หนังสือแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาจัดทำสัญญากับกรมศิลปากรภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งการอนุญาต หากผู้ขออนุญาตไม่มาจัดทำสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมศิลปากรจะถือว่าผู้ขออนุญาตสละสิทธิ์ และกรมศิลปากรอาจจะอนุญาตให้ผู้อื่นจัดพิมพ์หนังสือเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้    (10) หากผู้ขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ประสงค์จะพิมพ์หนังสือเพิ่มเติมจากจำนวนที่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำขออนุญาตมาใหม่     (11) กรมศิลปากรจะจัดทำคำนำเพื่อเป็นหลักฐานการอนุญาตให้พิมพ์เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งผู้ขออนุญาตต้องพิมพ์คำนำดังกล่าวไว้เป็นเบื้องต้นในหนังสือที่ได้รับอนุญาตให้จัดพิมพ์เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์    (12) ผู้ขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต้องจ่ายผลประโยชน์ให้กรมศิลปากรตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบ โดยในส่วนของเงินผลประโยชน์ให้ผู้ขออนุญาตนำมาชำระให้กรมศิลปากรในวันที่ทำสัญญา    (13) กรมศิลปากรจะสงวนระยะเวลาไม่อนุญาตให้ผู้อื่นพิมพ์หนังสือเรื่องเดียวกันเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ภายในระยะเวลา ดังนี้       ถ้าขออนุญาตพิมพ์หนังสือครั้งละ 6,000 เล่มขึ้นไป จะสงวนระยะเวลาไว้ 1 ปี นับแต่วันที่ลงนามในสัญญา   ถ้าขออนุญาตพิมพ์หนังสือครั้งละ 10,000 เล่มขึ้น จะสงวนระยะเวลาไว้ 2 ปี นับแต่วันที่ลงนามในสัญญา      (14) ห้ามผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ตีพิมพ์ข้อความอื่นต่อเติมจากต้นฉบับของกรมศิลปากร และจะต้องส่งใบพิสูจน์อักษรให้เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรตรวจแก้และสั่งพิมพ์ ถ้าปรากฏว่าตอนใดเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรไม่ได้ตรวจแก้ หรือตรวจแก้แล้วแต่ยังไม่ได้สั่งตีพิมพ์ ผู้ขออนุญาตนำไปพิมพ์เองโดยพลการ หากมีข้อความผิดตกบกพร่องมาก กรมศิลปากรจะไม่อนุญาตให้วางจำหน่ายหนังสือดังกล่าวจนกว่าจะได้มีการแก้ไขใหม่ให้ถูกต้อง     หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1318,"94e56e1e-8b07-47a9-9b30-403e048f9c35","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การพิจารณาซ่อมแซมเอกสารจดหมายเหตุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-70b5-4ded-a99b-1bf16ede1cc8",7,500,2,"ตามพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556 หมวด 3 การคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ มาตรตรา 18 ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซมเอกสารจดหมายเหตุ เว้นแต่จะเป็นการซ่อมแซม โดยกรมศิลปากรหรือโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี หากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 18 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท จึงจะดำเนินการได้     หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1319,"94e56e1e-ad4d-41ed-9a71-2a1e511284db","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","ขออนุญาตซ่อมแซม แก้ไข เปลียนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถาน หรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นในเขตโบราณสถาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-9ea5-4b5d-b88d-893ed464bdaa",22,0,9,"1. ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลียนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถาน หรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นในเขตโบราณสถาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร    2. หากฝ่าฝืนดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร หรือดำเนินการไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดในหนังสืออนุญาต เป็นผลให้โบราณสถานได้รับความเสียหาย ถูกทำลาย เสื่อมค่า หรือไร้ประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากโบราณสถานดังกล่าวเป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    3. ผู้ประสงค์จะซ่อมแซม แก้ไข เปลียนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถาน หรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นในเขตโบราณสถาน ให้ยื่นหนังสือขออนุญาตได้ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้         (1) กรมศิลปากร         (2) กองโบราณคดี กรมศิลปากร         (3) สำนักศิลปากรที่ 1-12         (4) อุทยานประวัติศาสตร์    4. ในกรณีที่อธิบดีกรมศิลปากรไม่อนุญาตให้ซ่อมแซม แก้ไข เปลียนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถาน หรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นในเขตโบราณสถาน ผู้ขออนุญาตสามารถอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตของอธิบดีกรมศิลปากรได้ตามหลัก เกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง    5. กรมศิลปากรจะพิจารณาอนุญาต/ไม่อนุญาตโดยยึดหลักเกณฑ์ตามระเบียบกรมศิลปากร ว่าด้วยการอนุรักษ์โบราณสถาน พ.ศ. 2528 และจะพิจารณาโดยดูจากลำดับความจำเป็นเร่งด่วนตลอดจนสภาพความวิกฤติของโบราณสถาน ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่อยู่นอกเหนือจากการลำดับวันของการยื่นหนังสืออนุญาต    6. กรณีที่มีความยุ่งยากซับซ้อนจำเป็นต้องเพิ่มขั้นตอนนำเสนอคณะกรรมการวิชาการเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานในลำดับต่อไป และเพิ่มระยะเวลาในการดำเนินการ    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1320,"94e56e1e-8d4c-47e9-a53f-5ec67371fcd8","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การแจ้งการชำรุด หักพัง เสียหาย สูญหาย หรือย้ายสถานที่เก็บโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-7433-4c7e-89cd-67a48b49ed82",12,0,4,"พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535  มาตรา 16 กำหนดให้ในกรณีที่โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วชำรุด หักพัง เสียหาย สูญหาย หรือมีการย้ายสถานที่เก็บรักษา ให้ผู้ครอบครองโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นแจ้งเป็นหนังสือไปยังอธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันชำรุด หักพัง เสียหาย สูญหาย หรือมีการย้ายนั้น    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1321,"94e56e1e-8f9d-4f43-9bdc-2768e542d31c","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขอต่ออายุใบอนุญาตค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-7791-4a89-a35f-16b6351f551e",11,2000,21,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 19 ตรี กำหนดว่า ใบอนุญาตตามมาตรา 19 ให้มีอายุใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดีก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ   ไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยต้องยื่นคำขอตามแบบ ศก.4 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในแบบ ศก.4  เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว  ให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น   เมื่อผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุต่ออายุใบอนุญาตค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรตรวจสอบเอกสารครบสมบูรณ์แล้ว คณะกรรมการตรวจสถานการค้าหรือสถานจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จะออกตรวจสถานการค้าที่ขอต่ออายุใบอนุญาต      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1322,"94e56e1e-923f-4801-9a90-ef4134368f18","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขอรับใบอนุญาตค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-7b3e-4316-be49-c50968b23140",12,2000,21,"ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มาตรา 19 กำหนดว่า       ผู้ใดประสงค์จะทำการค้าโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ที่มิได้ห้ามทำการค้าตามมาตรา 14 วรรคสอง ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน       กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504    กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504    กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2550) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504         เมื่อยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตทำการค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุแล้ว ผู้ขออนุญาตจะต้องซื้อสมุดจัดทำบัญชีโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุซึ่งมีจำหน่ายที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราคาเล่มละ 900 บาท เพื่อนำไปจัดทำบัญชีแสดงรายการโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ประสงค์จะทำการค้า โดยในบัญชีดังกล่าวจะต้องระบุแหล่งที่มาของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุด้วย   ผู้ประสงค์ทำการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้ยื่นคำขอรับอนุญาตตามแบบ ศก.1   โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ประสงค์จะทำการค้า ต้องเป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่มิได้ห้ามทำการค้า   ใบอนุญาตทำการค้าโบราณวัตถุและ/หรือใบอนุญาตทำการค้าศิลปวัตถุ มีอายุใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่ออายุต่ออธิบดีกรมศิลปากรก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีกรมศิลปากรจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น   เมือ่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้งแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการค้า หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามกฎหมาย      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1323,"94e56e1e-9a93-4b67-b153-7e0de498321e","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การขอทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-860b-4f15-beb4-217bfa0cf05e",5,1050,6,"ตามพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556  หมวด 2 หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มาตรา 15 กำหนดให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติจัดเอกสารจดหมายเหตุไว้เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษา การค้นคว้า การวิจัย หรือการทำสำเนา ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารจดหมายเหตุให้อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ         การให้บริการการศึกษา การค้นคว้า การวิจัย หรือการทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุและการเรียกเก็บค่าบริการ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมศิลปากรกำหนด         อัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการเป็นไปตามประกาศกรมศิลปากร เรื่อง อัตราค่าทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุ และค่าบริการอื่น    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1324,"94e56e1e-9d1f-42a5-8287-383b79697702","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2f-89f4-4060-822f-00d1e808c64c",7,5000,19,"1. ผู้ใดประสงค์จะจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ต้องยื่นคำขอจดแจ้งการพิมพ์ (แบบ พ.1) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ประกอบกับกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นจดแจ้ง การจดแจ้ง การเปลี่ยนแปลงรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง การกำหนดแบบจดแจ้ง และอัตราค่าธรรมเนียม การจดแจ้ง  การพิมพ์หนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2551    2. ให้ผู้ประสงค์จดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการพิมพ์ ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 โดยยื่น ณ สถานที่ดังต่อไปนี้              2.1 ในกรณีที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ ให้ยื่น ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร            2.2 ในกรณีที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากที่กำหนดใน 2.1 ให้ยื่น ณ สำนักงานศิลปากร 1 - 12 ที่เขตอำนาจในจังหวัดนั้น    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้ยื่นจดแจ้งได้ต่อเมื่อผู้ยื่นจดแจ้งได้ชำระค่าธรรมเนียมการจดแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว    4. ผู้ใดผู้ใดออกหนังสือพิมพ์โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับจดแจ้ง หรือรู้ว่าตนไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ แล้วได้เป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์โดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    5. กระบวนการดังกล่าวไม่รวมระยะเวลารอคอยในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:46"],
    [1325,"94e56e1e-a034-4b4e-b8b8-a981d7e9abc5","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การเปลี่ยนแปลงรายการที่จดแจ้งการพิมพ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2f-8d7e-4e2a-b280-b2a3977c6645",7,0,22,"1. ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้เคยจดแจ้งการพิมพ์ไว้แล้วอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งภายในสามสิบวัน นับแต่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าว       (1) ชื่อ สัญชาติ ถิ่นที่อยู่ของผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ แล้วแต่กรณี       (2) ชื่อของหนังสือพิมพ์       (3) วัตถุประสงค์และระยะเวลาออกหนังสือพิมพ์       (4) ภาษาที่หนังสือพิมพ์จะออกใช้       (5) ชื่อและที่ตั้งโรงพิมพ์หรือสถานที่พิมพ์       (6) ชื่อและที่ตั้งสำนักงานของหนังสือพิมพ์    2. ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ที่ประสงค์จะดำเนินการตามข้อ 1. ให้ติดต่อยื่นแบบเปลี่ยนแปลงรายการ (แบบ พ.3) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550    3. การยื่นตามข้อ 1. ให้ยื่น ณ สถานที่ดังต่อไปนี้         (1) ในกรณีที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ ให้ยื่น ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร       (2) ในกรณีที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นๆนอกจากที่กำหนดใน (1) ให้ยื่น ณ สำนักงานศิลปากรที่ 1 - 12 ที่เขตอำนาจในจังหวัดนั้น      4. ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ รายใดฝ่าฝืนไม่ดำเนินการแจ้งการการเปลียนแปลงรายการภายในกำหนดระยะเวลา ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสองหมื่นบาท    5. กระบวนการดังกล่าวไม่รวมระยะเวลารอคอยในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1326,"94e56e1e-a268-46b2-bfee-aed3279fcef9","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","การยกเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของหนังสือพิมพ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d2f-90c2-4db0-8098-697d2b6b1aff",4,0,16,"1. ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อยกเลิกภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่เลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ โดยติดต่อยื่นแบบเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ (แบบ พ.3) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550    2. การยื่นตามข้อ 1. ให้ยื่น ณ สถานที่ดังต่อไปนี้         (1) ในกรณีที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ ให้ยื่น ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร       (2) ในกรณีที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากที่กำหนดใน (1) ให้ยื่น ณ สำนักศิลปากรที่ 1 - 12 ที่เขตอำนาจในจังหวัดนั้น      3. ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ รายใดฝ่าฝืนไม่ดำเนินการแจ้งการเลิกภายในกำหนดระยะเวลา ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสามหมื่นบาท    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1327,"94e56e1e-a511-4811-adce-00cbb2af2a75","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","ขออนุญาตใช้สถานที่โรงละครแห่งชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-943d-4632-b7c4-d57faf8a0a42",7,300,5,"1. ผู้ขออนุญาตแสดงความจำนงขอใช้โรงละครแห่งชาติและกรอกแบบฟอร์มขอใช้โรงละครแห่งชาติ โดยระบุรายละเอียดของกิจกรรม/การแสดง วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม/การแสดง ระยะเวลาและกำหนดการใช้โรงละครแห่งชาติ พร้อมรูปแบบรายการกิจกรรม/การแสดงอย่างละเอียด โดยต้องแสดงความจำนงก่อนการจัดกิจกรรม/การแสดงไม่น้อยกว่า 15 วัน    2. กรมศิลปากรจะอนุญาตให้ใช้โรงละครแห่งชาติเพื่อจัดกิจกรรม/จัดการแสดงภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้         2.1 เพื่อจัดกิจกรรมอันเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม         2.2 เพื่อส่งเสริมหรือรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศหรือความสามัคคีระหว่างชาติ ตามครรลองแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย         2.3 เพื่อเทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์         2.4 เพื่อกิจกรรมอื่นใดที่อธิบดีกรมศิลปากรพิจารณาเห็นสมควรให้ความร่วมมือ    3. ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตประสงค์จะจัดกิจกรรม/จัดการแสดงในโรงละครแห่งชาติเพื่อหารายได้ กรมศิลปากรจะอนุญาตให้กระทำได้เฉพาะเพื่อนำเงินรายได้ไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้         3.1 โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย         3.2 บำรุงการกุศลสาธารณะหรือการศึกษา         3.3 สมทบทุนเพื่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย         3.4 ใช่จ่ายในกิจการอื่นใดที่อธิบดีกรมศิลปากรเห็นสมควร    4. กรมศิลปากรขอสงวนสิทธิที่จะเลื่อนหรือบอกเลิกการใช้โรงละครแห่งชาติโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าได้ หากกรมศิลปากรมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยผู้ขออนุญาตไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรมศิลปากรในทุกกรณี    5. กรมศิลปากรมีสิทธิยกเลิกการอนุญาตได้ทันทีหากการจัดกิจกรรมหรือการจัดแสดงในโรงละครแห่งชาติขัดต่อเงื่อนไขที่ระบุในระเบียบกรมศิลปากร    6. ในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของกรมศิลปากรไม่ว่ากรณีใดอันเนื่องมาจากการใช้โรงละครแห่งชาติ ผู้ขออนุญาตต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมศิลปากรภายใน 15 วันนับแต่่วันที่ผู้ขออนุญาตได้รับแจ้งราคาประเมินความเสียหายจากกรมศิลปากร    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1328,"94e56e1e-aa8f-4b5c-a38c-536d42057a79","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมศิลปากร","ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคารภายในเขตของโบราณสถาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-9b24-4aa6-b4e1-b2ecee5bba55",22,0,10,"1. ห้ามมิให้ผู้ใดปลูกสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคารภายในเขตโบราณสถาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร โดยหากประสงค์จะดำเนินการปลูกสร้างอาคารในเขตโบราณสถานให้ยื่นหนังสือขออนุญาตก่อนดำเนินการก่อสร้าง    2. หากฝ่าฝืนดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร หรือดำเนินการไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดในหนังสืออนุญาต เป็นผลให้โบราณสถานได้รับความเสียหาย ถูกทำลาย เสื่อมค่า หรือไร้ประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากโบราณสถานดังกล่าวเป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    3. ผู้ประสงค์จะปลูกสร้างอาคารในเขตโบราณสถาน ให้ยื่นหนังสือขออนุญาต ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้         (1) กรมศิลปากร         (2) กองโบราณคดี กรมศิลปากร         (3) สำนักศิลปากรที่ 1-12         (4) อุทยานประวัติศาสตร์    4. กรมศิลปากรจะพิจารณาอนุญาต/ไม่อนุญาตโดยยึดหลักเกณฑ์ตามระเบียบกรมศิลปากร ว่าด้วยการอนุรักษ์โบราณสถาน พ.ศ.2528    5. ในกรณีที่อธิบดีกรมศิลปากรไม่อนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารในเขตโบราณสถาน ผู้ขออนุญาตสามารถอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุุญาตของอธิบดีกรมศิลปากรได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:46"],
    [1329,"94e56e1e-b065-4f33-b29a-05f1a2be554f","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขออนุญาตนำสื่อโฆษณาภาพยนตร์ออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-a281-434b-ab5a-4904ee758ad0",15,100,11,"หลักเกณฑ์ในการยื่นขออนุญาต     พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้สื่อภาพยนตร์ที่จะนำออกเผยแพร่ในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยผู้ที่ประสงค์จะนำสื่อภาพยนตร์ออกเผยแพร่ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามแบบ ภย.2 พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้    1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล ซึ่่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงานและผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันจำนวน 1 ชุด ( หมายเหตุ : ยกเลิกการขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่มาติดต่อราชการ ตามข้อ 17 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ 2560 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เรื่อง มาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน ยกเว้นกรณีมอบอำนาจ)    2. หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในสื่อโฆษณาที่ยื่นคำขออนุญาต หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีผู้รับรองคำแปล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล จำนวน 1 ชุด    3. สำเนาเอกสารการอนุญาตจากกรมศุลกากรให้นำสื่อโฆษณาภาพยนตร์เข้ามาในราชอาณาจักรในกรณีสื่อโฆษณาภาพยนตร์ต่างประเทศที่นำเข้าผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 1 ชุด    4. สื่อโฆษณาหรือสำเนาสื่อโฆษณาภาพยนตร์ที่ประสงค์จะขออนุญาต จำนวน 2 ชุด (กรณีเป็น Digital ต้องโหลด (Load) ไฟล์ให้แล้วเสร็จก่อนวันตรวจพิจารณาพร้อมรหัสที่ใช้ในการเปิด)    5. บทพากย์หรือคำบรรยายสื่อโฆษณาภาพยนตร์เป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด    6. หนังสือมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ อย่างละ 1 ชุด    (การสำเนาเอกสาร / หลักฐาน ต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลรับรองสำเนาถูกต้องและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)    ทั้งนี้สามารถยื่นคำขออนุญาตพร้อมหลักฐานและเอกสารได้ที่ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตั้งแต่เวลา 08.30 น.- 16.30 น. ทุกวัน (เว้นวันหยุดราชการ)    หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  การตรวจเอกสาร       เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขออนุญาต (แบบ ภย.2) หลักฐานและเอกสารที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นขอแล้ว หากเห็นว่าคำขอถูกต้องและเอกสารหลักฐานครบถ้วนให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว        ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกแจ้งให้ผู้ยืนคำขอทราบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องแก้ไขหรือนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม และให้เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้น พร้อมมอบสำเนาบันทึกนั้นแก่ผู้ยื่นคำขอเป็นหลักฐาน ให้ถือว่าวันที่ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมครบถ้วนเป็นวันที่ได้รับคำขอและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว         ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่คืนคำขอพร้อมแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ          เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอพร้อมเอกสารแล้ว         - กรณีหลักฐานหรือเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาต่อไปได้คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งไม่อนุญาต         - กรณีหลักฐานหรือเอกสารถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการฯ จะพิจารณาและกำหนดประเภทภาพยนตร์ต่อไป    การตรวจพิจารณา  (1) กรณีสื่อโฆษณาภาพยนตร์ที่ขออนุญาตไม่มีลักษณะหรือเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งอนุญาตให้นำสื่อโฆษณาดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร    (2) กรณีสื่อโฆษณามีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย คณะกรรมการฯ จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก        (2.1) กรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอน คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งไม่อนุญาต        (2.2) กรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาในส่วนที่คณะกรรมการฯ มีความเห็น คณะกรรมการฯ จะมี คำสั่งอนุญาตให้นำสื่อโฆษณาดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร        ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ถ้าพิจารณาไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าอนุญาต หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1330,"94e56e1e-b402-4a88-b706-a5e892241e46","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขออนุญาตส่งภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-a698-4001-9309-05879c8639e2",15,5,12,"หลักเกณฑ์ในการยื่นขออนุญาต        พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ใดส่งภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ยกเว้น              ภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับการอนุญาตให้สร้างในราชอาณาจักร              ภาพยนตร์ข่าวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง              ภาพยนตร์ที่สร้างในต่างประเทศและได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร              ภาพยนตร์ที่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ แล้ว              ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อดูเป็นการส่วนตัว              ภาพยนตร์ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐสร้างขึ้น เพื่อเผยแพร่หรือส่งเสริมการดำเนินงานของหน่วยงานนั้น              ภาพยนตร์ที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศตามที่คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ กำหนด              ภาพยนตร์ที่ฉายทางโทรทัศน์และผ่านการตรวจพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แล้ว              ภาพยนตร์อื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง         โดยผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตส่งภาพยนตร์ออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามแบบ ภย.3 พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้    1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล ซึ่่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงานและผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันจำนวน 1 ชุด ( หมายเหตุ : ยกเลิกการขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่มาติดต่อราชการ ตามข้อ 17 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ 2560 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เรื่อง มาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน ยกเว้นกรณีมอบอำนาจ)    2. หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาต หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีผู้รับรองคำแปล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล จำนวน 1 ชุด    3. ภาพยนตร์และสำเนาภาพยนตร์ที่ประสงค์จะขออนุญาต จำนวน 1 ชุด โดยสำเนาภาพยนตร์นั้นอาจมีลายน้ำระบุว่าใช้สำหรับการตรวจพิจารณาก็ได้ (กรณีเป็น Digital ต้องโหลด (Load) ไฟล์ให้แล้วเสร็จก่อนวันตรวจพิจารณาพร้อมรหัสที่ใช้ในการเปิด)    4. ในกรณีที่ภาพยนตร์นั้นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการฉายเป็นการเฉพาะ ต้องนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวมาด้วย    5. บทพากย์หรือคำบรรยายภาพยนตร์เป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด    6. หนังสือมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ อย่างละ 1 ฉบับ    7. เอกสารสรุปเรื่องย่อภาพยนตร์ จำนวน 1 ชุด  (การสำเนาเอกสาร / หลักฐาน ต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลรับรองสำเนาถูกต้องและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)        ทั้งนี้สามารถยื่นคำขออนุญาตพร้อมหลักฐานและเอกสารได้ที่ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตั้งแต่เวลา 08.30 น.- 16.30 น. ทุกวัน (เว้นวันหยุดราชการ)    หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต    การตรวจเอกสาร        เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขออนุญาต (แบบ ภย.3) หลักฐานและเอกสารที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นขอแล้ว หากเห็นว่าคำขอถูกต้องและเอกสารหลักฐานครบถ้วนให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว        ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกแจ้งให้ผู้ยืนคำขอทราบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องแก้ไขหรือนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม และให้เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้น พร้อมมอบสำเนาบันทึกนั้นแก่ผู้ยื่นคำขอเป็นหลักฐาน ให้ถือว่าวันที่ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมครบถ้วนเป็นวันที่ได้รับคำขอและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว        ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่คืนคำขอพร้อมแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ        เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานแล้ว      - กรณีหลักฐานหรือเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาต่อไปได้คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งไม่อนุญาต      - กรณีหลักฐานหรือเอกสารถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการฯ จะพิจารณาต่อไป    การตรวจพิจารณาภาพยนตร์    (1) กรณีภาพยนตร์ที่ขออนุญาตไม่มีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งอนุญาตให้นำภาพยนตร์ดังกล่าวส่งออกไปนอกราชอาณาจักร    (2) กรณีภาพยนตร์มีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย คณะกรรมการฯ จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก        (2.1) กรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอน คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งไม่อนุญาต        (2.2) กรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาในส่วนที่คณะกรรมการฯ มีความเห็น คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งอนุญาตให้นำภาพยนตร์ดังกล่าวส่งออกไปนอกราชอาณาจักร        ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ถ้าพิจารณาไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าอนุญาต หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1331,"94e56e1e-b6b5-4fd0-990d-c64148817b3f","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การแจ้งเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-a98a-4d7d-b18f-f05ecf7aba31",61,0,8,"กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1332,"94e56e1e-b8f6-420e-a120-f46e6e9c6c08","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การแจ้งเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-aca7-40d8-8182-45a36c23792d",61,0,8,"กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1333,"94e56e1e-bb5e-4138-977b-0d32640f44c4","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอใบแทนใบอนุญาต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-af7d-4246-9019-5835f995f08b",60,50,10,"(1) ถ้าใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือบกพร่องในสาระสำคัญให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนและยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงกรณีดังกล่าว  (1) การขอใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1334,"94e56e1e-bdc9-434e-bc47-feac1a0e0ac5","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขออนุญาตนำสื่อโฆษณาวีดิทัศน์ออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-b2ba-441e-9cf9-dcac80650b97",15,100,13,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องจัดเตรียมเอกสาร หลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้อง โดยจะเริ่มนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง?   2. สื่อโฆษณาวีดิทัศน์ที่จะยื่นขออนุญาตต้องไม่มีเนื้อหาที่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีตามหลักศาสนาของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย   3. ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องลงลายมือชื่อในแบบคำขอ และมาติดต่อยื่นคำขอด้วยตนเอง    หากไม่สามารถดำเนินการเองได้ ให้มีหนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจซึ่งมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตเป็นนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลนั้นและผู้รับมอบอำนาจซึ่งมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร   4. สำเนาเอกสาร ต้องมีการรับรองสำเนาทุกหน้าทุกแผ่นโดยบุคคล ดังนี้       4.1 ยกเลิกการขอสำเนาบัตรประชาชน กรณีจำเป็นและต้องการสำเนาเอกสารดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นผู้จัดทำสำเนาเอกสารดังกล่าวขึ้นเอง และห้ามมิให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดทำสำเนาเอกสารนั้น       4.2 กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ให้ใช้สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง   5. เมื่อได้รับแจ้งให้มาชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ หรือคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องมาชี้แจงตามวันเวลาที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่   6. เพื่อให้บริการเป็นไปอย่างทั่วถึงเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสาร หลักฐานหนึ่งเรื่องต่อหนึ่งการขอรับบริการ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1335,"94e56e1e-c028-46b8-b9c1-a0916a6318b8","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขออนุญาตส่งวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-b630-496c-ba88-fd7c958a59cd",15,5,11,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องจัดเตรียมเอกสาร หลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้องโดยจะเริ่มนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง?   2. วีดิทัศน์ที่จะยื่นขออนุญาตต้องไม่มีเนื้อหาที่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีตามหลักศาสนาของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย   3. ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องลงลายมือชื่อในแบบคำขอ และมาติดต่อยื่นคำขอด้วยตนเอง    หากไม่สามารถดำเนินการเองได้ ให้มีหนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจซึ่งมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตเป็นนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลนั้นและผู้รับมอบอำนาจซึ่งมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร   4. สำเนาเอกสาร ต้องมีการรับรองสำเนาทุกหน้าทุกแผ่นโดยบุคคล ดังนี้       4.1 ยกเลิกการขอสำเนาบัตรประชาชน กรณีจำเป็นและต้องการสำเนาเอกสารดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นผู้จัดทำสำเนาเอกสารดังกล่าวขึ้นเอง และห้ามมิให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดทำสำเนาเอกสารนั้น       4.2 กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ให้ใช้สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง   5. เมื่อได้รับแจ้งให้มาชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ หรือคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องมาชี้แจงตามวันเวลาที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่   6. เพื่อให้บริการเป็นไปอย่างทั่วถึงเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสาร หลักฐานหนึ่งเรื่องต่อหนึ่งการขอรับบริการ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1336,"94e56e1e-c736-48be-abd7-d587028fc3d8","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การรับจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างประเทศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-bffc-4de4-8d17-2b2b79d056dc",30,0,2,"1. จัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิกกลุ่มชุมชนองค์กรหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานภาคเอกชนโดยใช้แบบจจ.สวธ. 03  2. จัดทำบัญชีรายชื่อผู้แทนกลุ่มชุมชนองค์กรหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานภาคเอกชนจำนวนไม่เกิน 10 คนโดยใช้แบบเอกสารประกอบแนบท้ายแบบจจ.สวธ. 03  3. จัดทำมติของที่ประชุมกลุ่ม/ชุมชน/องค์กร/หน่วยงานภาครัฐ/เอกชนยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมต่อสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรีโดยใช้แบบจจ.สวธ. 02  4. ขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมโดยใช้แบบจจสวธ 01 (ข) พร้อมแนบเอกสารแบบจจสวธ 02 แบบจจสวธ 03 และแบบเอกสารประกอบแนบท้ายแบบจจสวธ 03 และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม      เงื่อนไขการยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม  1. กรณีที่ประธานกลุ่มชุมชนองค์กรหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานภาคเอกชนไม่สามารถยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมได้ด้วยตัวเองให้มีหนังสือมอบอำนาจหรือมอบฉันทะให้ผู้รับมอบอำนาจหรือฉันทะดำเนินการยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม  2. เอกสารในการยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมเช่นแบบจจสวธ. 03 เอกสารประกอบแนบท้ายแบบจจ.สวธ. 03 แบบจจ.สวธ. 02 และแบบจจ.สวธ. 01 (ข) ต้องเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงหรือพิมพ์ทั้งนี้ผู้รับมอบฉันทะต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบฉันทะด้วย","2023-06-02T11:22:58"],
    [1337,"94e56e1e-cc66-44bd-8696-1834d221373b","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขออนุญาตนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-c715-41b2-9fb8-0fd01c52687c",15,5,13,"หลักเกณฑ์ในการยื่นขออนุญาต       พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้ภาพยนตร์ที่จะนำออกเผยแพร่ในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยผู้ที่ประสงค์จะนำภาพยนตร์ออกเผยแพร่ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามแบบ ภย.1 พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้    1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล ซึ่่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงานและผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันจำนวน 1 ชุด ( หมายเหตุ : ยกเลิกการขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่มาติดต่อราชการ ตามข้อ 17 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ 2560 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เรื่อง มาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน ยกเว้นกรณีมอบอำนาจ)    2. หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ที่ยื่นคำขออนุญาต หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีผู้รับรองคำแปล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล จำนวน 1 ชุด    3. สำเนาเอกสารการอนุญาตจากกรมศุลกากรให้นำภาพยนตร์เข้ามาในราชอาณาจักรในกรณีภาพยนตร์ต่างประเทศที่นำเข้าผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 1 ชุด    4. ภาพยนตร์และสำเนาภาพยนตร์ ที่ประสงค์จะขออนุญาต จำนวน 1 ชุด โดยสำเนาภาพยนตร์นั้นอาจมีลายน้ำระบุว่าใช้สำหรับการตรวจพิจารณาก็ได้ (กรณีเป็น Digital ต้องโหลด (Load) ไฟล์ให้แล้วเสร็จก่อนวันตรวจพิจารณาพร้อมรหัสที่ใช้ในการเปิด)    5. ในกรณีที่ภาพยนตร์นั้นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการฉายเป็นการเฉพาะ ต้องนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวมาด้วย    6. บทพากย์หรือคำบรรยายภาพยนตร์เป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด    7. หนังสือมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ อย่างละ 1 ชุด    8. เอกสารสรุปเรื่องย่อภาพยนตร์ จำนวน 1 ชุด  (การสำเนาเอกสาร / หลักฐาน ต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลรับรองสำเนาถูกต้องและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี) )       ทั้งนี้สามารถยื่นคำขออนุญาตพร้อมหลักฐานและเอกสารได้ที่ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตั้งแต่เวลา 08.30 น.- 16.30 น. ทุกวัน (เว้นวันหยุดราชการ)    หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต    การตรวจเอกสาร        เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขออนุญาต (แบบ ภย.1) หลักฐานและเอกสารที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นขอแล้ว หากเห็นว่าคำขอถูกต้องและเอกสารหลักฐานครบถ้วนให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว        ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกแจ้งให้ผู้ยืนคำขอทราบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอจะต้องแก้ไขหรือนำเอกสาร หรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม และให้เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้น พร้อมมอบสำเนาบันทึกนั้นแก่ผู้ยื่นคำขอเป็นหลักฐาน ให้ถือว่าวันที่ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมครบถ้วนเป็นวันที่ได้รับคำขอและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว      ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่คืนคำขอพร้อมแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ             เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานแล้ว       - กรณีหลักฐานหรือเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาต่อไปได้คณะกรรมการฯ จะมีคำสั่งไม่อนุญาต       - กรณีหลักฐานหรือเอกสารถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการฯ จะพิจารณาและกำหนดประเภทภาพยนตร์ต่อไป    การตรวจพิจารณาภาพยนตร์และการกำหนดประเภทภาพยนตร์  (1) ในกรณีภาพยนตร์ที่ขออนุญาตไม่มีลักษณะหรือเนื้อหาที่กำหนดไว้ในภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร จะมีคำสั่งอนุญาตและกำหนดว่าภาพยนตร์ดังกล่าวจัดอยู่ในภาพยนตร์ประเภทใด    (2) ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตยินยอมให้แก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาของภาพยนตร์บางส่วนออกเพื่อให้สามารถจัดอยู่ในประเภทที่ตนประสงค์จะขออนุญาต คณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดประเภทภาพยนตร์ที่ผู้ขออนุญาตยินยอมให้แก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาออกแล้ว    (3) ในกรณีภาพยนตร์ที่ขออนุญาตมีลักษณะหรือเนื้อหาตามที่กำหนดไว้ในภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร คณะกรรมการฯ จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก     (3.1) หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอน คณะกรรมการฯ จะกำหนดให้ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร     (3.2) หากผู้ยื่นคำขออนุญาตยินยอมแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาตามที่คณะกรรมการฯ แจ้ง คณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดประเภทภาพยนตร์ต่อไป       ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ถ้าพิจารณาไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าอนุญาต หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1338,"94e56e1e-c962-42fc-af7e-9e2a1052e563","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การรับจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ในพื้นที่ต่างจังหวัด [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-c32f-4d85-ac9f-bfa6765ca9d0",30,0,3,"1. จัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิกกลุ่มชุมชนองค์กรหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานภาคเอกชนโดยใช้แบบจจ.สวธ. 03  2. จัดทำบัญชีรายชื่อผู้แทนกลุ่มชุมชนองค์กรหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานภาคเอกชนจำนวนไม่เกิน 10 คนโดยใช้แบบเอกสารประกอบแนบท้ายแบบจจ.สวธ. 03  3. จัดทำมติของที่ประชุมกลุ่ม/ชุมชน/องค์กร/หน่วยงานภาครัฐ/เอกชนยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมต่อสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรีโดยใช้แบบจจ.สวธ. 02  4. ขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมโดยใช้แบบจจสวธ 01 (ข) พร้อมแนบเอกสารแบบจจสวธ 02 แบบจจสวธ 03 และแบบเอกสารประกอบแนบท้ายแบบจจสวธ 03 และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม      เงื่อนไขการยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม  1. กรณีที่ประธานกลุ่มชุมชนองค์กรหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานภาคเอกชนไม่สามารถยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมได้ด้วยตัวเองให้มีหนังสือมอบอำนาจหรือมอบฉันทะให้ผู้รับมอบอำนาจหรือฉันทะดำเนินการยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม  2. เอกสารในการยื่นขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมเช่นแบบจจสวธ. 03 เอกสารประกอบแนบท้ายแบบจจ.สวธ. 03 แบบจจ.สวธ. 02 และแบบจจ.สวธ. 01 (ข) ต้องเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงหรือพิมพ์ทั้งนี้ผู้รับมอบฉันทะต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบฉันทะด้วย","2023-06-02T11:23:25"],
    [1339,"94e56e1e-d0d8-44ce-ac68-0252878ac10b","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-cdb6-444d-81f3-eab501a0a020",60,2500,11,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1340,"94e56e1e-cec2-4b86-a508-dd5c8a24d2df","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขออนุญาตนำวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d2f-ca5a-4862-ae5f-090a5c1bd01b",15,5,13,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องจัดเตรียมเอกสาร หลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้องโดยจะเริ่มนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง?   2. วีดิทัศน์ที่จะยื่นขออนุญาตต้องไม่มีเนื้อหาที่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีตามหลักศาสนาของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย   3. ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องลงลายมือชื่อในแบบคำขอ และมาติดต่อยื่นคำขอด้วยตนเอง    หากไม่สามารถดำเนินการเองได้ ให้มีหนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจซึ่งมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตเป็นนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลนั้นและผู้รับมอบอำนาจซึ่งมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร   4. สำเนาเอกสาร ต้องมีการรับรองสำเนาทุกหน้าทุกแผ่นโดยบุคคล ดังนี้       4.1 ยกเลิกการขอสำเนาบัตรประชาชน กรณีจำเป็นและต้องการสำเนาเอกสารดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นผู้จัดทำสำเนาเอกสารดังกล่าวขึ้นเอง และห้ามมิให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดทำสำเนาเอกสารนั้น       4.2 กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ให้ใช้สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง   5. เมื่อได้รับแจ้งให้มาชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ หรือคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องมาชี้แจงตามวันเวลาที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่   6. เพื่อให้บริการเป็นไปอย่างทั่วถึงเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสาร หลักฐานหนึ่งเรื่องต่อหนึ่งการขอรับบริการ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1341,"94e56e1e-d306-4d3e-8d3b-038ef2763eef","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (เกมการเล่น) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-d0a7-47d1-abb6-0c0f609bd948",60,500,13,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (เกมการเล่น) โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอต่ออายุใบอนุญาตและการให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1342,"94e56e1e-d518-4348-95d9-1f54dc2e19a6","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (คาราโอเกะ) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-d3c5-4bad-8e13-899331a5c17d",60,500,13,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (คาราโอเกะ) โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอต่ออายุใบอนุญาตและการให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1343,"94e56e1e-d708-4b2c-b92e-bba817e5028d","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (เกมการเล่น) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-d6d1-4103-99eb-28ad80884c8f",60,3000,12,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (เกมการเล่น) โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1344,"94e56e1e-d8f7-4684-bb00-0ef4e2ac4735","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (คาราโอเกะ) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-d9dd-48d1-857f-f4d7bf4e1c4b",60,3000,12,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (คาราโอเกะ) โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1345,"94e56e1e-daf9-4a0a-bfd4-ec1917450388","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-dd29-4b91-8fd4-9e34faf190b7",60,500,12,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอต่ออายุใบอนุญาตและการให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1346,"94e56e1e-dd04-499d-ad66-01d24b1d4412","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-e01f-4c0a-8cad-a17cf90b8589",60,500,12,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอต่ออายุใบอนุญาตและการให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1347,"94e56e1e-deff-4ed3-bae6-56bac9206d87","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-e32b-41e7-8f9f-7f4a973355cf",60,3000,11,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1348,"94e56e1e-e0f4-4b1a-ad9c-84b733cfdfc3","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-e63d-481d-9b8f-6dd2b43eee0a",60,3000,11,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1349,"94e56e1e-e2ea-45e9-b949-8481e675288c","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอเพิ่มจำนวนเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ในการให้บริการในร้านวีดิทัศน์ (เกมการเล่น) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-e967-4fb3-b31d-109b00b2f485",60,0,3,"การเพิ่มจำนวนเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการในร้านวีดิทัศน์ ของสถานประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ในระหว่างที่ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ ยังไม่สิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1350,"94e56e1e-e4df-43bd-be1b-47eb78d6f017","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอเพิ่มจำนวนเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ในการให้บริการในร้านวีดิทัศน์ (คาราโอเกะ) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-ecca-48b6-9796-0f20df8ea5bd",60,0,3,"การเพิ่มจำนวนเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการในร้านวีดิทัศน์ ของสถานประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ในระหว่างที่ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ ยังไม่สิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1351,"94e56e1e-e6e6-45a3-9d29-a509fd251497","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอเพิ่มขนาดพื้นที่ของสถานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-eff6-4e96-9258-5287caa4ac5b",60,0,2,"การเพิ่มขนาดพื้นที่ของสถานประกอบกิจการในระหว่างที่ใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ ยังไม่สิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1352,"94e56e1e-e8fa-4801-b532-919cb3050474","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอเพิ่มขนาดพื้นที่ของสถานประกอบกิจการร้านให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-f2eb-4ab3-b5ec-3a089cb318c6",60,0,2,"การเพิ่มขนาดพื้นที่ของสถานประกอบกิจการในระหว่างที่ใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ ยังไม่สิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1353,"94e56e1e-eafd-4ada-8192-8403bd5074b8","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การแจ้งเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-f603-434d-80d4-4e3bcd6c8507",61,0,8,"กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1354,"94e56e1e-ecf3-45a5-a75e-9269c23e0b26","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การแจ้งเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d2f-f8c8-41b8-9937-a96c75e53b39",61,0,8,"กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกลางประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1355,"94e56e1e-f13c-4c09-a3cb-fb552bebf9d4","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","กรมส่งเสริมวัฒนธรรม","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d2f-fe95-44a3-8f31-3af54d76b4e8",60,1000,13,"(1) ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน จะต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากนายทะเบียน  (2) การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1356,"96c05d55-6f42-43c1-b8ac-da7ff2e76974","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงวัฒนธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม","การขอพระราชทานเกี่ยวกับพิธีการศพ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","96c054c6-dd80-407f-ac88-de3843b67953",1,0,9,"การขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เพลิงศพ และดินฝังศพ\nผู้มีสิทธิ์ขอรับพระราชทาน \n1. พระสมณศักดิ์ ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป หรือพระภิกษุ สามเณร เปรียญธรรม 9 ประโยค\n2. พระราชวงศ์ ตั้งแต่ชั้น “หม่อมเจ้า” ขึ้นไป\n3. ข้าราชการพลเรือน ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป หรือข้าราชการตามระบบจำแนกประเภท ได้แก่\n    - ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน รับราชการ 2 ปีขึ้นไป\n    - ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ รับราชการ 2 ปีขึ้นไป\n4. ข้าราชการฝ่ายทหาร ตำรวจ ชั้นยศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ร้อยตำรวจตรี ขึ้นไป \n5. ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตั้งแต่ “เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ (บ.ภ.)” และ “เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.)” ขึ้นไป\n6. ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “จุลจอมเกล้า”\n7. ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “เหรียญรัตนาภรณ์” \n8. ประธานองคมนตรี องคมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรต่าง ๆ ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ และรัฐมนตรีที่ถึงแก่อสัญกรรม ในขณะดำรงตำแหน่ง\n9. บิดามารดาของประธานองคมนตรี องคมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรต่าง ๆ ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ และรัฐมนตรี ที่ถึงแก่กรรมในขณะบุตรดำรงตำแหน่ง\n10. ข้าราชบริพารในพระองค์ตามที่กำหนดในระเบียบหน่วยราชการในพระองค์ \nเรื่อง การขอรับพระมหากรุณาธิคุณ  ขอพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการศพของข้าราชบริพารในพระองค์ ครอบครัว และบุคคลทั่วไป พ.ศ. 2561\n11. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ถึงแก่กรรมในขณะดำรงตำแหน่ง\n12. ผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นกรณีพิเศษ\n\nการขอพระราชทานเพลิงศพ และดินฝังศพ (กรณีพิเศษ)\nผู้มีสิทธิ์ขอรับพระราชทาน \n1. ผู้ที่เนื่องในราชสกุล ชั้น “หม่อมราชวงศ์” หรือ “หม่อมหลวง”\n2. ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิ เหรียญกล้าหาญ และเหรียญชัยสมรภูมิ\n3. บิดามารดา ของข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป\n   - ข้าราชการตามระบบจำแนกประเภท ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการขึ้นไป\n   - ข้าราชการตามระบบจำแนกประเภท ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงานขึ้นไป\n   - ข้าราชการตามระบบจำแนกประเภท ตำแหน่งอำนวยการ ระดับต้นขึ้นไป\n4. บิดามารดา ของผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.)” ขึ้นไป\n5. บิดามารดาของข้าราชการทหาร ตำรวจ ชั้นยศตั้งแต่ พันโท นาวาโท นาวาอากาศโท และพันตำรวจโท ขึ้นไป \n6. บิดามารดาของพระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ ตั้งแต่ “พระครูสัญญาบัตร” ขึ้นไป\n7. ผู้บริจาคร่างกาย หรืออวัยวะแก่สภากาชาดไทย โรงพยาบาลของรัฐ หรือสถานศึกษาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์\n8. ข้าราชการทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนรวมถึงจิตอาสาที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่\n9. ผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เป็นกรณีพิเศษ\n\nหมายเหตุ: บุคคลผู้ทำลายชีพตนเอง และผู้ต้องอาญาแผ่นดิน ไม่พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เพลิงศพ ดินฝังศพ และเครื่องเกียรติยศประกอบศพ","2022-08-08T15:32:40"],
    [1357,"9ad410b9-10e9-4ba3-b53a-c3b2f96898c5","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงวัฒนธรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม","ประกาศตามมาตรา 10 และคำสั่งตามมาตรา 16 พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9ad4033c-bafc-431f-a82e-a669d7b0e41f",1,0,null,"โดยที่มาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 บัญญัติให้บรรดาคำขออนุญาตหรือการติดต่อโด ๆ ที่ประชาชนส่งหรือมีถึงหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หน่วยงานของรัฐประกาศกำหนด ให้ถือว่า หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นได้รับตามวันและเวลาที่คำขออนุญาตหรือการคิดต่อนั้นเข้าสู่ระบบ สมควรกำหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประชาชนใช้ในการยื่นคำขอหรือติดต่อสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ\n          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้\n          ข้อ 1 ให้ช่องทางอิเล็กทรนิกส์ต่อไปนี้ เป็นช่องทางสำหรับประชาชนยื่นคำขอหรือติดต่อ\nสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\n          (1) ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) saraban@m-cutture.go.th\n          (2) เว็บไชต์กระทรวงวัฒนธรรม www.m-culture.go.th\n          (3) แอปพลิเคชัน Line @กระทรวงวัฒนธรรม, facebook กระทรวงวัฒนธรรม, facebook กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ และ facebook 1765 สายด่วนวัฒนธรรม\n          ข้อ 2 ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอหรือติดต่อมาทางช่องทางตามข้อ 1 ประสงค์จะสอบถามหรือขอรับคำยืนยันจากสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ว่าได้รับคำขอหรือการติดต่อแล้ว ให้สอบถามในวันและเวลาราชการได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ดังต่อไปนี้\n          (1) กองกลาง กลุ่มอำนวยการและประสานราชการ 0 2209 3590 - 95\n          (2) กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ 0 2209 3504\n          (3) 1765 สายด่วนวัฒนธรรม\n          ข้อ 3 ประชาชนอาจใช้วิธีการบันทึกภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่าได้มีการยื่นคำขอหรือติดต่อสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ทางช่องทางตามข้อ 1 แล้ว ก็ได้\n\n\n          โดยที่มาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 บัญญัติว่าในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ มติ หรือคำสั่งกำหนดให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหนังสือ หรือเป็นเอกสาร ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้จัดทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามระบบที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดแล้ว ให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎ มติ หรือคำาสั่งนั้นแล้ว สมควรกำหนดระบบสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ\n          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้\n          ข้อ 1 ในคำสั่งนี้\n          \"สำนักงาน\" หมายความว่า สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม\n          ข้อ 2 ให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปฏิบัติหน้าที่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังต่อไปนี้\n          (1) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ชื่อโดเมน @m-cuture.go.th ที่สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจัดสรรให้\n          (2) แอปพลิเคชัน Zoom Meeting\n          (3) ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (http://intranet.m-culture.go.th/iwebflow/)\n          (4) กลุ่มไลน์ สารบรรณ สป.วธ และ สารบรรณ สวจ.\n          ข้อ 3 คำสั่งใดขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้ใช้คำสั่งนี้แทน\n          ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป","2023-12-12T13:11:23"],
    [1358,"94e56e1e-f4a8-4dc3-91a0-89a5b8f051f4","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย","การให้บริการหอศิลป์ร่วมสมัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-02fd-426b-af15-328824e83ebd",35,10000,6,"คู่มือสำหรับประชาชน : การให้บริการหอศิลป์ร่วมสมัย    หน่วยงานที่ให้บริการ : ศูนย์หอศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม         หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต  หลักเกณฑ์การยื่นคำขอ ผู้ขอใช้หอศิลป์ร่วมสมัย หมายถึง บุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและสถาบันการศึกษา การขอใช้ หอศิลป์ร่วมสมัยเพื่อดำเนินการหรือ จัดงาน ผู้ขอต้องจัดทำเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในกรณีหนึ่งกรณีใด    ลักษณะของโครงการดังต่อไปนี้    1 ดำเนินงาน จัดรายการและกิจกรรม นิทรรศการ แสดง สาธิต ถ่ายทอด สร้างสรรค์ประกวด เสนอผลงาน หรือสรรหาบุคคลด้านศิลปะร่วมสมัย    2 ประชุม อบรม สัมมนา จัดเทศกาล เผยแพร่ แลกเปลี่ยนผลงาน องค์ความรู้ในงานศิลปะร่วมสมัย    3 ส่งเสริมและสนับสนุนยุวศิลปิน ยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินผู้สร้างสรรค์งานและผู้มีคุณูปการด้านศิลปะ    4 ร่วมมือและจัดกิจกรรมศิลปะร่วมสมัยเพื่อเผยแพร่ทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อต่าง ๆ    5 สนับสนุนการปฏิบัติงานของหอศิลป์ หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชนทั้งนี้ ผู้ขอต้องปฏิบัติตาม ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อปฏิบัติของหอศิลป์ที่เกี่ยวข้อง เช่น การติดตั้งงาน การแสดงงาน การรื้อถอนงานในพื้นที่หอศิลป์ การเข้าชมงาน เป็นต้น    6 การดำเนินการหรือจัดงานของผู้ขอจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีและความสงบสุขของประชาชน ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น         เงื่อนไขการยื่นคำขอ  1 ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยตามแบบคำขอใช้หอศิลป์แนบท้ายระเบียบนี้ก่อนวันใช้ไม่น้อยกว่า 90 วัน เพื่อที่จะเข้าใช้พื้นที่หอศิลป์ในช่วงระยะเวลาล่วงหน้าไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขออนุญาต    2 ในกรณีที่ผู้ยื่นแบบคำขอไม่ปฏิบัติตามระเบียบการใช้หอศิลป์ฯ อาจใช้ได้โดยได้รับการผ่อนผันจากผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์กับทางราชการ    3 เมื่อผู้ขอได้รับอนุญาตแล้ว ให้มาทำสัญญาขอใช้ ชำระเงินบำรุง วางหลักประกันสัญญากับสำนักงาน ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ หากผู้ขอไม่มาดำเนินการภายในกำหนดให้ถือว่าการอนุญาตให้ใช้หอศิลป์เป็นอันยกเลิก    4 เงินบำรุงการใช้หอศิลป์ให้คำนวณในอัตราตารางเมตรละ 150 บาทต่อ 30วัน โดยให้รวมถึงวันที่ติดตั้ง และวันที่รื้อถอนงานด้วย ทั้งนี้ให้เรียกเก็บเงินบำรุงการใช้หอศิลป์โดยเฉลี่ยตามจำนวนวันที่ขอใช้ในแต่ละครั้งซึ่งจะต้อง ไม่ต่ำกว่า 7 วัน    4.1 การคำนวณระยะเวลาการขอใช้หรือใช้เพิ่มให้นับ 24 ชั่วโมงเป็น 1 วัน เศษของวัน 8 ชั่วโมง ให้นับเป็น 1 วัน    4.2 ไม่ให้ใช้บังคับกรณีผู้ขอที่เป็นหน่วยงานของรัฐ หรือผู้อำนวยการฯ เห็นสมควรให้ผ่อนผัน    5 หลักประกันสัญญาเพื่อประกันความเสียหายอันเกิดจากการติดตั้ง รื้อถอนงาน ป้ายประกาศโฆษณา การปรับปรุงซ่อมแซมและการทำความสะอาดบริเวณที่ได้ใช้พื้นที่ หรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้พื้นที่หอศิลป์ให้มีอัตราค่าหลักประกัน ดังนี้  5.1 ไม่เกิน 7 วัน เป็นเงิน 10,000 บาท  5.2 เกินกว่า 7 วันขึ้นไป เพิ่มอีก 10,000 บาทในทุกๆ 7 วัน  5.3 ตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป หากจำนวนเงินเกินกว่าผลรวมของ 7.1-7.2 อาจคำนวณในอัตราร้อยละสิบ (10%) ของเงินบำรุงก็ได้  5.4 การคำนวณระยะเวลาการขอใช้หรือใช้เพิ่มให้นับ 24 ชั่วโมงเป็น 1 วัน เศษของวัน 8 ชั่วโมง ให้นับเป็น 1 วัน  5.5 การวางหลักประกันสัญญาให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการขอใช้แล้วผู้ขออนุญาตจะต้องรื้อถอนป้าย ประกาศโฆษณา ฉาก และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่นำเข้ามา รวมทั้งต้องทำความสะอาดบริเวณที่ขอใช้ให้เรียบร้อย ปรับปรุงซ่อมแซมวัสดุ อุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดังเดิม และให้หอศิลป์ตรวจสอบสภาพ หอศิลป์ หากไม่ชำรุดหรือเสียหายแต่ประการใดให้คืนหลักประกันสัญญาให้ผู้ขอภายใน 3 วันทำการ     5.6 ไม่ให้ใช้บังคับกรณีผู้ขอที่เป็นหน่วยงานของรัฐ หรือผู้อำนวยการเห็นสมควรให้ผ่อนผัน      *** รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเปิดดูได้ที่ www.ocac.go.th เมนู คู่มือสำหรับประชาชน  หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ            ช่องทางการให้บริการ         ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน    สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย   อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ ชั้น 3 เลขที่ 10 ถนนเทียมร่วมมิตร  แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310   โทรศัพท์ : 0 2209 3757   โทรสาร  : 0 2202 9639    ระยะเวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง)         หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน  เลขที่ 84 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ  เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200  โทรศัพท์ : 0 2224 8030 ต่อ 202    ระยะเวลาเปิดให้บริการ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 10:00 - 17:30 น. (มีพักเที่ยง)    หมายเหตุ: กรณียื่นหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ในวันเสาร์ &ndash; อาทิตย์ สำนักงานฯจะรับเรื่องไว้พิจารณาในวัน &ndash; เวลาราชการที่เปิดทำการวันแรก         ไปรษณีย์         สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย    อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ ชั้น 3 เลขที่ 10 ถนนเทียมร่วมมิตร    แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310  ระยะเวลาเปิดให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง    หมายเหตุ: ในกรณีที่ส่งทางไปรษณีย์จะยึดถือวันที่ส่งถึงสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นสำคัญ         ขั้นตอน ระยะเวลา และส่วนงานที่รับผิดชอบ    ระยะเวลาในการดำเนินการรวม : 35 วัน         1) การตรวจสอบเอกสาร    เจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ของเอกสารหลักฐานทั้งหมด    ระยะเวลา 1 วัน    ส่วนที่รับผิดชอบ ศูนย์หอศิลป์         2) การพิจารณา    1. เจ้าหน้าที่รวบรวมคำขอเสนอคณะกรรมการพิจารณาการใช้หอศิลป์  2. เตรียมการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้หอศิลป์พิจารณาให้ความเห็น  3. ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้หอศิลป์พิจารณาให้ความเห็น  4. ฝ่ายเลขานุการฯ รวบรวมมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ นำเสนอ ผอ.สศร. พิจารณา  5. ผอ.สศร. พิจารณา อนุญาต/ไม่อนุญาต    ระยะเวลา 34 วัน    ส่วนที่รับผิดชอบ ศูนย์หอศิลป์    หมายเหตุ: ขั้นตอนที่ 1 : การตรวจสอบเอกสาร และขั้นตอนที่ 2 : การพิจารณา มีระยะเวลาของการดำเนินรวมกันทั้งสองขั้นตอน ไม่เกิน 35 วัน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยว่าด้วยการใช้หอศิลป์ร่วมสมัย พ.ศ. 2557 หมวด 3 ข้อ 8 วรรคสอง และ ข้อ 8 วรรคสาม              รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ         1. บัตรประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลทั่วไป และกรณีนิติบุคคล)    หน่วยงานภาครัฐผู้ออกเอกสาร กรมการปกครอง    ฉบับจริง 1 ชุด    สำเนา 0 ชุด      หมายเหตุ (ที่มีการลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง  1.กรณีบุคคลธรรมดา ให้ยื่นเอกสารยืนยันตัวตนเฉพาะรายการที่ 1-2 และรายการที่ 5 หากมีการมอบอำนาจ)    2. กรณียื่นเอกสารทางไปรษณีย์ ให้แนบสำเนาพร้องรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ชุด    2. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีบุคคลทั่วไป)    หน่วยงานภาครัฐผู้ออกเอกสาร กรมการปกครอง    ฉบับจริง 1 ชุด    สำเนา 0 ชุด    หมายเหตุ (ที่มีการลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง  1.กรณีบุคคลธรรมดา ให้ยื่นเอกสารยืนยันตัวตนเฉพาะรายการที่ 1-2 และรายการที่ 5 หากมีการมอบอำนาจ)    2. กรณียื่นเอกสารทางไปรษณีย์ ให้แนบสำเนาพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ชุด    3. หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล)    หน่วยงานภาครัฐผู้ออกเอกสาร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า    ฉบับจริง 1 ชุด    สำเนา 0 ชุด    หมายเหตุ (หนังสือรับรองนิติบุคคล ซึ่งออกให้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมสำเนาที่มีการลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง  ***กรณีนิติบุคคล ให้ยื่นเอกสารยืนยันตัวตนเฉพาะรายการที่ 3-4 และรายการที่ 5 หากมีการมอบอำนาจ)         4. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) และบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ    หน่วยงานภาครัฐผู้ออกเอกสาร ศูนย์หอศิลป์    ฉบับจริง 1 ชุด    สำเนา 0 ชุด    หมายเหตุ  หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน) และบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมสำเนาที่มีการลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง  ***ทั้งนี้ สามารถDownload ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจได้จากหัวข้อที่ 18 : ตัวอย่างแบบฟอร์มฯ         5. โครงการที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ในการขอใช้ตามระเบียบสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยว่าด้วยการใช้หอศิลป์ร่วมสมัย พ.ศ. 2557    หน่วยงานภาครัฐผู้ออกเอกสาร ศูนย์หอศิลป์    ฉบับจริง 1 ชุด    สำเนา ดิจิตอล 1 ชุด (รูปแบบไฟล์ PDF หรือ Word)    หมายเหตุ (ผู้ขอใช้ต้องแนบรายละเอียดโครงการที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ในการขอใช้ตามระเบียบสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยว่าด้วยการใช้หอศิลป์ ร่วมสมัย พ.ศ. 2557)              6. แบบขอใช้ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน    หน่วยงานภาครัฐผู้ออกเอกสาร ศูนย์หอศิลป์    ฉบับจริง 1 ชุด    สำเนา 0 ชุด    หมายเหตุ (สามารถDownload แบบขอใช้หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินจากหัวข้อที่ 18 : ตัวอย่างแบบฟอร์ม)              ค่าธรรมเนียม    1) เงินบำรุงในอัตราตารางเมตรละ 150 บาทต่อ 30 วัน (หนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน)    หมายเหตุ:    1.เงินบำรุงในอัตราตารางเมตรละ 150 บาทต่อ 30วัน (หนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน)โดยให้รวมถึงวันที่ติดตั้งและวันที่รื้อถอนงานด้วย  ทั้งนี้ให้เรียกเก็บเงินบำรุงการใช้หอศิลป์โดยเฉลี่ยตามจำนวนวันที่ขอใช้ในแต่ละครั้งซึ่งจะต้องไม่ต่ำกว่า 7 วัน  2. การคำนวณระยะเวลาการขอใช้หรือใช้เพิ่มให้นับ 24 ชั่วโมงเป็น 1วัน เศษของวัน 8 ชั่วโมงให้นับเป็น 1 วัน  3.ไม่ให้ใช้บังคับกรณีผู้ขอที่เป็นหน่วยงานของรัฐ หรือผู้อำนวยการฯ เห็นสมควรให้ผ่อนผัน))         2) ค่าหลักประกันสัญญา         หมายเหตุ:    1. ค่าหลักประกันสัญญา 10,000 บาท (หนึ่งหนื่มบาทถ้วน) ต่อ 7วัน โดยให้รวมถึงวันที่ติดตั้งและวันที่รื้อถอนงานด้วย ทั้งนี้ให้เรียกเก็บค่าหลักประกันสัญญาการใช้หอศิลป์โดยเฉลี่ยตามจำนวนวันที่ขอใช้ในแต่ละครั้งซึ่งจะต้องไม่ต่ำกว่า 7 วัน  2. การคำนวณระยะเวลาการขอใช้หรือใช้เพิ่มให้นับ 24 ชั่วโมงเป็น 1วัน เศษของวัน 8 ชั่วโมงให้นับเป็น 1 วัน  3.ไม่ให้ใช้บังคับกรณีผู้ขอที่เป็นหน่วยงานของรัฐ หรือผู้อำนวยการฯ เห็นสมควรให้ผ่อนผัน)    4. ค่าหลักประกันสัญญาจะได้รับคืนเต็มจำนวนต่อเมื่อไม่เกิดความชำรุดเสียหายใด ๆ หลังส่งมอบพื้นที่คืน                   ช่องทางการร้องเรียน แนะนำบริการ    1) สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย   อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ ชั้น 3 เลขที่ 10 ถนนเทียมร่วมมิตร  แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310   โทรศัพท์ : 0 2209 3757   โทรสาร  : 0 2202 9639         2) ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต  กระทรวงวัฒนธรรม    อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ เลขที่ 10 ถนนเทียมร่วมมิตร  แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310   โทรศัพท์ : 0 2209 3561-62       3) ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี    เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300    สายด่วน 1111    www.1111.go.th    ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300         4) ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)  - 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120  - สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132  - www.pacc.go.th / www.facebook.com/PACC.GO.TH       ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ (The Anti-Corruption Operation center)  Tel : +66 92 668 0777 / Line : Fad.pacc / Facebook : The Anti-Corruption Operation Center / Email : Fad.pacc@gmail.com))                   แบบฟอร์ม ตัวอย่างและคู่มือการกรอก    1) โครงการที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ในการขอใช้ตามระเบียบสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยว่าด้วยการใช้หอศิลป์ร่วมสมัย พ.ศ. 2557 (จำนวน 1 ชุด)    2) แบบขอใช้หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน หมายเหตุ:(จำนวน 1 ชุด)    3) ตัวอย่างแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ","2023-06-26T09:52:03"],
    [1359,"94e56e1e-f6eb-4b00-8d2e-99a2e6c89714","PUBLISHED","กระทรวงวัฒนธรรม","สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย","การอุดหนุนหรือกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d30-05a7-4bd1-bc12-a8fb85e2f238",45,0,13,null,"2023-06-16T09:50:25"],
    [1360,"95d4dd87-201a-45ed-84a3-6fc819365965","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","การทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-c88c-4cc8-9c02-f89e3844d9c9",74,0,1,"กลุ่มทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ จะจัดส่งจดหมายเชิญห้องปฏิบัติการเข้าร่วมในแต่ละกิจกรรมการทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ โดยมีเอกสารที่เกี่ยวข้องแนบด้วยเช่น โปรแกรมประจำปี ใบสมัคร ค่าธรรมเนียม ข้อมูลเกี่ยวกับชนิดของตัวอย่างและชนิดของการทดสอบ ห้องปฏิบัติการที่เข้าร่วมในแต่ละกิจกรรมอาจเป็นห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการแล้ว/หรือห้องปฏิบัติการที่สนใจ ส่งใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมมายังกลุ่มทดสอบความชำนาญฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาและประสานกับห้องปฏิบัติการนั้นๆ ตามลำดับขั้นตอน      \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-03-29T14:12:09"],
    [1361,"95eccf45-9d66-4776-84a1-34ceafdd94ee","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","การรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-c5a1-44e8-97b5-41fe37597f20",77,5000,6,"ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องเป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-04-05T10:54:13"],
    [1362,"960926f6-9af6-44a5-9362-40c940ef025b","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","การบริการทดสอบ/สอบเทียบ/ขอใบรับรองสินค้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-d100-4f7b-884b-b772b03ed2ed",41,0,1,"-","2023-04-05T10:52:00"],
    [1363,"96413d2d-89a0-4376-bc1b-aaa37ae5b1b9","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","การรับรองความสามารถบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาการควบคุมและจัดการสารเคมีในห้องปฏิบัติการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-ce4f-43f6-9cf6-12779e812f89",70,200,8,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ (สาขาการควบคุมและจัดการสารเคมีในห้องปฏิบัติการ) มีดังนี้          1) มีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรี ด้านวิทยาศาสตร์สาขาเคมีหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการลงทะเบียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับเคมี ไม่น้อยกว่า 16 หน่วยกิต         2) มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับการควบคุมและจัดการสารเคมี ไม่น้อยกว่า 2 ปี         3) ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ หรือการควบคุมและจัดการสารเคมี หรือหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ภายใน 2 ปี ก่อนวันที่ยื่นคำขอ โดยหลักสูตรดังกล่าวต้องเป็นหลักสูตรที่สำนักพิจารณาให้การยอมรับ โดยพิจารณารายละเอียดหลักสูตรที่ได้รับการฝึกอบรม ซึ่งผู้ยื่นคำขอระบุไว้ในใบสมัครพร้อมแนบรายละเอียด        4) ไม่เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณ อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และความน่าเชื่อถือ        5) ตาไม่บอดสี","2023-03-29T14:18:27"],
    [1364,"96473047-5b13-4bac-80b0-a015f66733f0","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","งานบริการฝึกอบรม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-cb64-444a-b29b-420e56ca6d58",19,1500,1,"กำหนดวันหมดอายุการชำระเงินภายใน 15 วันทำการ","2023-03-29T14:21:22"],
    [1365,"97a5a668-9c9a-45b3-8c0b-c32105497826","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ : ภาชนะเซรามิกที่ใช้กับอาหาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97a59212-2347-46b5-84f6-c58fd66fe7ea",51,0,1,"ขั้นตอนการดำเนินงานตามกระบวนการรับรอง จะเริ่มหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารแล้วว่าครบถ้วน","2023-04-05T10:56:06"],
    [1366,"994ff6b3-1d5d-4cac-bd22-8a8a27445f04","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Certification Body : CB)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","994fc097-ea5c-4c78-8376-e57bb60c14f9",51,0,null,"ขั้นตอนการดำเนินงานตามกระบวนการรับรอง จะเริ่มหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารแล้วว่าครบถ้วน","2025-02-27T12:21:34"],
    [1367,"99826fc0-4b23-406d-9ad5-dfcd9ad0ebe3","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","กรมวิทยาศาสตร์บริการ","การบริการสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d15-d3d9-4cea-8bcd-2a81e74cf200",2,5,2,"บริการสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ผ่านช่องทางที่เปิดให้บริการต่าง ๆ ได้แก่ บริการทำบัตรยืมทรัพยากรสารสนเทศ บริการทำบัตรห้องสมุด บริการสารสนเทศ บริการจัดหาเอกสารฉบับเต็ม โดยกำหนดวิธีการใช้บริการไว้ดังนี้    2.1 ใช้บริการครั้งแรกต้องยื่นคำขอใช้บริการ ณ เคาน์เตอร์บริการ ชั้น 1 อาคารหอสมุดวิทยาศาสตร์ ดร.ตั้ว ลพานุกรม    2.2 แสดงบัตรห้องสมุดทุกครั้งที่มาใช้บริการ    2.3 การยื่นคำขอทำบัตรยืมทรัพยากรสารสนเทศต้องมีหนังสือรับรองสถานะภาพการเป็นพนักงานจากหน่วยงานต้นสังกัดประกอบการยื่นคำขอ    2.4 บัตรยืมทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อนุญาตให้ยืมได้เฉพาะหนังสือต่างประเทศ จำนวนไม่เกิน 3 เล่ม ยืมติดต่อได้ไม่เกิน 14 วัน ต่อครั้ง    2.5 การคืนหนังสือเกินกำหนดส่ง มีค่าปรับ อัตรา เล่มละ 5 บาท ต่อวัน    2.6 การใช้บริการจัดหาเอกสารฉบับเต็มค่าบริการหน้าละ 5 บาท สามารถติดต่อขอรับบริการได้ด้วยตนเองหรือทางอีเมล ค่าบริการหน้าละ 5 บาท โดยชำระด้วยตนเอง ณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ หรือที่ธนาคารกรุงไทย หรือผ่าน Mobile Banking","2024-08-15T15:25:20"],
    [1368,"94e56e26-f822-4f61-a222-2a4f96d410ea","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)","ขั้นตอนการให้บริการแสงซินโครตรอนสำหรับภาครัฐและภาคการศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-3814-4346-9a9f-16a282a82340",11,0,1,"นักวิจัยและผู้สนใจขอใช้บริการ จะต้องส่งข้อเสนอโครงการทางเว็บไซต์ www.slri.or.th ได้ตลอดทั้งปี เพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของทางสถาบันฯ ประเมินโครงการก่อนการเข้าใช้บริการทุกครั้ง และส่วนงานบริการผู้ใช้ จะเป็นผู้ดำเนินการประสานงานแจ้งผู้ใช้บริการเรื่องผลการประเมินโครงการและผลการจัดสรรเวลาการเข้าใช้ (กรณีที่โครงการของท่านผ่านการประเมิน)    โดยมีกระบวนการหลัก 3 ประการในการให้บริการแสงซินโครตรอน โดยสังเขป ดังนี้    1. กระบวนการก่อนทำการทดลอง    2. เข้าทำการทดลอง    3. หลังเสร็จสิ้นการทดลอง","2025-02-07T10:55:51"],
    [1369,"94e56e26-fa8b-4769-b3d4-3de7a3c6975e","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)","ขั้นตอนการขอเข้ารับบริการ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-3b25-446a-b64a-6fb7bc2a618e",15,25,1,"การขอใช้ให้ผู้ขอใช้บริการที่ประสงค์จะใช้บริการของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.) ติดต่อส่วนพัฒนาธุรกิจ และแจ้งความประสงค์การขอใช้บริการวิจัยให้สถาบันฯทราบล่วงหน้าก่อนวันเข้าใช้บริการ โดยผู้ขอใช้บริการทำการลงทะเบียนเข้าใช้ระบบบริการออนไลน์ของส่วนพัฒนาธุรกิจ (http://bdd.slri.or.th/bdd) หลังจากลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทำการยืนยันตัวตนผ่านลิงค์ของท่านทางอีเมล จากนั้นท่านสามารถเข้าสู่ระบบ เพื่อทำการแจ้งขอรับบริการของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ต่อไป               เพื่อการประสานงานที่รวดเร็ว ควรทำการติดต่อสอบถามรายละเอียดโจทย์วิจัยกับทางเจ้าหน้าที่ก่อนส่งใบขอใช้บริการเข้ามาที่ส่วนพัฒนาธุรกิจ  ซึ่งพิจารณาการให้บริการวิจัยออกเป็น 2 กลุ่มคือ    1. สำหรับอุตสาหกรรมและบุคคลภายนอก    2. สำหรับผู้ปฎิบัติงานของ สซ.","2024-12-03T15:24:00"],
    [1370,"94e56e26-df18-446d-aad7-0132dd93317f","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจเช็คและซ่อมเครื่องสำรวจรังสี (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-1734-4a74-922f-998e969f58b4",15,0,1,"-","2021-11-17T13:39:24"],
    [1371,"94e56e26-e136-4cba-a7a7-f13d59046bea","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในตัวอย่างสินค้าส่งออก และนำเข้า (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-1a2d-4ba8-96ea-6afb5fe7ff15",15,1500,1,"-","2021-11-17T13:39:24"],
    [1372,"94e56e26-e592-488d-aa5d-0bb970b5361b","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจวิเคราะห์อายุตัวอย่างด้วยวิธีคาร์บอน-14 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-2009-4bec-8666-72f8442ed826",31,7490,1,"-","2022-04-06T22:52:48"],
    [1373,"94e56e26-f131-4267-8d4e-8ee8e26e7d4e","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการวิเคราะห์หาปริมาณความชื้นในตัวอย่าง (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-2f52-4dc7-b51d-ff77699a91f5",9,0,1,"ทางสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติเปิดให้บริการวิเคราะห์ประมาณความชื้นในตัวอย่างดิน หิน แร่ และตัวอย่างอื่นๆ    เพื่ออำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานเอกชน นักศึกษา และหน่วยงานราชการที่มีความประสงค์ต้องการทราบปริมาณความชื้น    ในตัวอย่างดิน หิน แร่ และตัวอย่างอื่นๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า งานวิจัย และอื่นๆ โดยปริมาณตัวอย่างที่ต้องการขั้นต่ำ    100 กรัม","2022-04-06T22:52:46"],
    [1374,"94e56e26-f5d0-41ab-93e7-a35a3e4ff27e","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในตัวอย่างสินค้าต่างๆ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-3534-448a-bf76-f7baa86df866",15,1605,1,"งานบริการตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในตัวอย่างภายในประเทศ     สถาบันนเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติมีหน่วยงานที่ให้บริการตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในตัวอย่างที่นอกเหนือจากสินค้าส่งออก/นำเข้า เช่น อาหาร ยิปซั่ม แร่ ดิน ทราย และน้ำทิ้งจากโรงงาน เป็นต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และยังเป็นการสนับสนุนสินค้าในภาคอุตสาหกรรมของประเทศอีกด้วย","2021-11-17T13:39:24"],
    [1375,"94e56e26-e377-4365-887c-0c2e2704d873","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจสอบหอกลั่นโดยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-1d32-42fe-829b-db90f5fd4397",16,0,1,"การตรวจวิเคราะห์หอกลั่นอาศัยคุณสมบัติของรังสีแกมมาที่สามารถทะลุผ่านตัวกลางภายในหอกลั่น โดยปริมาณความเข้มของรังสีที่ทะลุผ่านขึ้นอยู่กับชนิด และความหนาแน่นของวัตถุตัวกลางนั้น ๆ เป็นการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาประยุกต์ใช้ในการตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างและสภาพภายในหอกลั่น ที่เป็นต้นเหตุทำให้ไม่สามารถกลั่นผลผลิตได้ตามความต้องการทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ การตรวจวิเคราะห์หอกลั่นโดยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์นี้ สามารถทราบผลวิเคราะห์ได้ทันที และที่สำคัญ สามารถดำเนินการตรวจสอบได้โดยไม่ต้องหยุดกระบวนการกลั่น นอกจากนั้นผลการตรวจวิเคราะห์จะแสดงความผิดปกติของโครงสร้างภายในหอกลั่น ทำให้สามารถวางแผนเตรียมการจัดหาอุปกรณ์ที่เสียหายไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นการลดระยะเวลาในการซ่อมบำรุง และหากพบว่าสภาวะการกลั่นมีความผิดปกติ ก็สามารถปรับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง การให้บริการตรวจสอบหอกลั่นโดยเทคนิคเชิงนิวเคลียร์มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อ ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียม และปิโตรเคมี ของประเทศไทย","2022-04-06T22:52:48"],
    [1376,"94e56e26-e7ff-4edc-b99a-fcdf33a5c949","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการประเมินค่าปริมาณรังสีจากเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคล (OSL) (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-235e-4db9-898a-e40c89b0c720",16,0,2,"การปฏิบัติงานร่วมกับเครื่องกำเนิดรังสีหรือวัสดุกัมมันตรังสีมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประเมินและเฝ้าระวังการได้รับรังสีในขณะที่ปฏิบัติงานไม่ให้เกินขีดจำกัดปริมาณรังสีเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งหรืออาการเจ็บป่วยอื่นๆที่อาจเกิดจากการได้รับรังสีห้องปฏิบัติการฝ่ายตรวจวัดและประเมินปริมาณรังสีสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้ให้บริการประเมินปริมาณรังสีประจำบุคคลจากแผ่นวัดรังสีชนิดOptically Stimulated Luminescence Dosimeter (OSL) ซึ่งเป็นผลึกของอะลูมิเนียมออกไซด์สำหรับบันทึกประเมินและรายงานค่าปริมาณรังสีที่ได้รับจากการปฏิบัติงานเพื่อให้ท่านสามารถนำรายงานผลการประเมินค่าปริมาณรังสีไปประกอบการดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งวางแผนการปฏิบัติงานเพื่อลดปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับในกรณีที่หน่วยงานของท่านใช้ปริมาณรังสีสูง    ***ห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองมาตรฐานISO17025:2017 จากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการกระทรวงสาธารณสุขหมายเลขทะเบียน 1219/55***    ประเภทการให้บริการ       อุปกรณ์วัดรังสีประจำบุคคลชนิด Optical Stimulated Luminescent Dosimeter (OSL)      ขั้นตอนการบริการ    1.ดาวน์โหลดแบบคำขอรับบริการและแบบประวัติผู้ใช้งานแผ่นวัดรังสี (ด้านล่าง) กรอกรายละเอียดส่งไปยังosl@tint.or.th  2.ชำระค่าบริการโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยสาขาพหลโยธิน 39 เลขที่บัญชี 039-6-03267-2 ชื่อบัญชี &ldquo;รายได้สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ&rdquo; (สถาบันเป็นหน่วยงานภาครัฐไม่หักภาษีณที่จ่าย)           3.รอรับแผ่นวัดรังสีตามที่ในรอบเดือนตามที่ตกลงเมื่อใช้งานครบรอบให้นำส่งกลับมาประเมินค่าและรอรับรายงานผลภายใน 15 วันทำการหลังจากที่ห้องปฏิบัติการฯได้รับแผ่นวัดรังสี  4.เมื่อใกล้ครบอายุการใช้งาน (1 หรือ 2 ปี) ทางห้องปฏิบัติการฯจะติดต่อกลับไปเพื่อต่ออายุการใช้งาน","2022-04-06T22:52:46"],
    [1377,"94e56e26-ea25-48e9-917e-e3d04b29b43f","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการสอบเทียบเครื่องวัดรังสี (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-265f-4d47-9cd5-70bc7adc7c69",16,0,1,"เครื่องวัดรังสี เช่น เครื่องสำรวจรังสี (Survey Meter) เครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคลชนิดปากกา (Pen-type Pocket Dosimeter) หรือเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคลชนิดดิจิตอล (Electronic Personal Dosimeter) ชนิดต่าง ๆ เป็นต้น เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญมากสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานทางรังสีเพราะนอกจากจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่า ณ ตำแหน่งนั้น มีระดับปริมาณรังสีเท่าใดแล้ว ยังสามารถใช้คำนวณเพื่อหาระยะเวลาที่ปลอดภัยในการปฏิบัติงานบริเวณนั้นได้อีกเช่นกัน ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสอบเทียบเครื่องวัดรังสีให้มีความเที่ยงตรง และแม่นยำเสมอ         ขั้นตอนการขอรับบริการ    1.ผู้ขอรับบริการดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำขอฯ พร้อมกรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย     2.ยื่นแบบคำขอฯสอบเทียบเครื่องวัดรังสี และคู่มือการใช้งาน(ถ้ามี)แก่เจ้าหน้าที่เพื่อขอรับบริการ พร้อมรับใบนัดรับเครื่องมือที่       - กรุงเทพฯ ณ สำนักงานส่วนหน้า (TINT-One Stop Service) อาคาร 9 ชั้น 1 สทน.บางเขน โทร. 02-401-9889 ต่อ 5990  สายตรง 02-579-0743 โทรสาร 02-579-0220    - นครนายก ณ สำนักงานส่วนหน้า (TINT-One Stop Service)  อาคาร 1 ชั้น 1 สทน.องครักษ์ โทร. 02-401-9889 ต่อ 5980    3.รอการดำเนินการสอบเทียบเครื่องวัดรังสี ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน 15 วันทำการ (กรณีที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนวันนัดรับ จะโทรแจ้งและ/หรือส่งเมลล์แจ้งให้ผู้ขอรับบริการทราบ)    4.ชำระค่าบริการ    5.รับใบรับรอง พร้อมเครื่องวัดรังสีและคู่มือการใช้งาน (ถ้ามี) คืน        * ลูกค้าต้องนำใบนัดรับมาแสดงในวันรับเครื่องมือทุกครั้ง     ** ห้องปฏิบัติการฯ ไม่มีนโยบายตัดสินผลการสอบเทียบว่าผ่านหรือไม่ผ่าน","2022-04-06T22:52:46"],
    [1378,"94e56e26-eca1-44c4-820e-eb90521627df","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจวิเคราะห์ Sr-90 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-2976-4df9-8362-ec09ce7ae673",31,214,1,"เนื่องจากมีข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับปริมาณกัมมันตภาพรังสีมาตรฐาน Sr-90 ในกลุ่มสินค้าส่งออกประเภทสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย และยูเรเซีย ทางสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จึงมีการเปิดให้บริการตรวจวิเคราะห์ปริมาณกัมมันตภาพรังสี Strontium &ndash; 90 (Sr-90) และออกใบรายงานปริมาณกัมมันตภาพรังสี ในตัวอย่างผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่จะส่งออกไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย และยูเรเซีย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่บริษัทผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลแช่เยือกแข็งของประเทศไทย  ให้สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย และยูเรเซียได้ตามปกติ และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นหากผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำส่งออกของประเทศไทยไม่ผ่านข้อกำหนดดังกล่าว              ชนิดผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ส่งออกไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย และยูเรเซีย    ที่ต้องผ่านการตรวจวิเคราะห์ปริมาณกัมมันตภาพรังสี  Sr-90    1. ผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ปอเปี๊ยะกุ้ง ปูอัด    7. หอยรมควันบรรจุกระป๋อง    2. กุ้งแช่เย็น/แช่แข็ง    8. ปลาหมึกบรรจุกระป๋อง    3. อาหารทะเลรวม (Seafood Mixed)    9. ปลาหมึกสด    4. หอยแช่เย็น/แช่แข็ง    10. ผลิตภัณฑ์ปลาแห้ง    5. ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องในน้ำมัน/น้ำเกลือ    11. ผลิตภัณฑ์ปลารมควัน    6. ผลิตภัณฑ์ Surimi    12. น้ำปลา","2021-11-17T13:39:24"],
    [1379,"94e56e26-ef0c-4b46-b968-a5e5ab20d50e","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-2c77-43b8-aeb7-52dc196429fa",21,0,1,"ศูนย์ฉายรังสีสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติมีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาที่มีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากรและเครื่องมือในการให้บริการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดและการตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคชนิดอื่นๆแก่ผู้ที่มาขอใช้บริการฉายรังสีและสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ (ที่ไม่ต้องใช้บริการการฉายรังสี) โดยใช้ระยะดำเนินการทราบผลและออกรายงานผลการวิเคราะห์ประมาณ 20 วันทำการ (อาจจะได้ผลเร็วกว่า 20 วันทำการหากผลการตรวจวิเคราะห์เสร็จก่อน)    ประเภทของการให้บริการ    1.การตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อนฉายรังสีเพื่อใช้ในการกำหนดปริมาณรังสีที่เหมาะสมและการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีเพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณเชื้อจุลินทรีย์มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของสินค้าชนิดนั้นๆ    2.การตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคที่สำคัญๆในผลิตภัณฑ์อาหารสมุนไพรเครื่องสำอางเช่นStaphylococcus aureus, Escherichia coli, Clostridium spp., Pseudomonas aeruginosa, Bacillus cereus. Salmonella spp.เป็นต้น    3.การตรวจวิเคราะห์หาPresumptive taint producing Alicyclobacillus โดยวิธีการตรวจวิเคราะห์ IFU Method on the Detection of taint producing Alicyclobacillus in Fruit Juices. (IFU Method No.12)      4.การจำแนกชนิดของเชื้อจุลินทรีย์โดยเครื่องVITEK&reg;2 Systems ของบริษัท bioM&eacute;rieux, Inc.โดยรายงานผลเป็นชื่อวิทยาศาสตร์และเปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นที่จะเป็นเชื้อชนิดนั้น    5.การตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาอื่นๆตามวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่ลูกค้าต้องการ    ขอบข่ายที่ได้รับการรับรองISO/IEC17025:2005             ปัจจุบันศูนย์ฉายรังสีได้รับรองระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาตามระบบมาตรฐานISO/IEC 17025 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขใบรับรองเลขที่ 1234/56 โดยขอบข่ายที่ได้รับการรับรองมีรายละเอียดดังนี้    ผลิตภัณฑ์ : วัตถุดิบสมุนไพรและเครื่องเทศ (แบบแห้งและหรือเป็นผง)    วิธีการ       : AOAC Official Method 2002.07 Detection and Quantification of Total                        Aerobic Microorganisms SimPlate Total Plate Count-Color Indicator                        (TPC-CI) Method","2022-04-06T22:52:46"],
    [1380,"94e56e26-f37b-47b9-9dd8-c8688d9070cf","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การบริการตรวจประเมินความปลอดภัยเครื่องกำเนิดรังสี (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3a-324c-48d5-9e72-ac729f510dc5",15,3200,1,"ความปลอดภัยของเครื่องกำเนิดรังสี     รังสีเป็นสิ่งที่มีคุณประโยชน์มากมาย แต่ก็มีโทษและอันตรายเช่นกัน หากนำมาใช้ผิดวิธีการ เนื่องจากรังสีนั้นไม่สามารถมองเห็นด้วยตาหรือสัมผัสได้  ทำให้การปฏิบัติงานกับเครื่องกำเนิดรังสีนั้นจำเป็นต้องปฏิบัติให้ถูกวิธีและเคร่งครัด เพราะหากเกิดการรั่วไหลของรังสีขึ้นก็จะส่งผลอันตรายกับผู้ปฏิบัติงานโดยไม่ทันรู้ตัว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจประเมินความปลอดภัย นอกจากนี้ ตามกฎหมายกระทรวงกำหนดเงื่อนไขวิธีการขอรับใบอนุญาตและการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุต้นกำลัง วัสดุพลอยได้หรือพลังงานปรมาณู พ.ศ.2550 รวมถึงระเบียบสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วยแบบคำขอรับใบอนุญาตที่เกี่ยวกับวัสดุพลอยได้หรือพลังงานปรมาณูจากเครื่องกำเนิดรังสี วัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุต้นกำลัง และพลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู พ.ศ.2552 และประกาศคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางรังสี พ.ศ.2549 ได้กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตครั้งแรกและต่ออายุใบอนุญาต จะต้องแสดงรายละเอียดผลการตรวจประเมินความปลอดภัยเครื่องกำเนิดรังสี โดยหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","2021-11-17T13:39:24"],
    [1381,"94e56e0a-4c36-4f42-808b-c81b66779e46","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การขอรับใบอนุญาตผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-f570-437f-808f-aee07519a666",2,0,5,"ผู้ใดประสงค์ (นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ผู้สอน (สอนภาคปฏิบัติ หรือเสนอโครงการขอใช้สัตว์ฯ) ผู้ควบคุมการเลี้ยงสัตว์ฯ สัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการฯ หรือ ผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการฯ ฯลฯ) จะผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (สัตว์ทดลอง สัตว์เลี้ยง หรือสัตว์จากธรรมชาติ) เพื่อให้บริการหรือใช้ในงานทางวิทยาศาสตร์ (งานวิจัย งานทดสอบ งานผลิตชีววัตถุ งานสอน หรืองานผลิตสัตว์ทดลอง) ต้องได้รับใบอนุญาตผลิตสัตว์ฯ จากเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)    บุคคลที่ได้รับการยกเว้น     - นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเลี้ยง การใช้หรือการผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรที่สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่จัดการฝึกอบรมกำหนด     - ผู้ช่วยผู้ใช้หรือผู้ผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ซึ่งดำเนินการภายใต้การควบคุมของผู้รับใบอนุญาต    1. ผู้ยื่นคำขออนุญาต ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้    1.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    1.2 มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือได้รับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว    1.3 สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในด้านวิทยาศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสืบสายพันธุ์และการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ หรือเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการสืบสายพันธุ์และการเพาะขยายพันธุ์สัตว์    1.4 ได้รับใบอนุญาตใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์    1.5 มีหนังสือรับรองจากคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของสถานที่ดำเนินการว่าเป็นบุคลากรที่จะปฏิบัติหน้าที่ผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ในสถานที่ดำเนินการนั้น    1.6 ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ เว้นแต่การถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้ผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต    1.7 ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต    1.8 ไม่อยู่ระหว่างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558    1.9 ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    1.10 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    1.11 ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และโรคอื่นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด    2. ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต่อผู้อนุญาต (เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในแบบคำขอ    3. ผู้อนุญาต (เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)) ออกใบอนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมเอกสารและหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน    4. ใบอนุญาตมีอายุ 4 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    หมายเหตุ :    * ใบรับคำขอที่ออกให้สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตสัตว์ฯ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558แล้วและใช้ได้จนกว่ากฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตใช้หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา    **ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2023-01-27T11:24:53"],
    [1382,"94e56e0a-4ede-4e82-9ed0-d5fa86c28cad","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การจดแจ้งสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์  (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d15-f8c0-46ba-ba2b-cdb82ac8c436",2,0,8,"ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้    (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานทีดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ    (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานทีดำเนินการเป็นสถานศึกษา    (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา    สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย    1. ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะใช้สถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ให้แจ้งการใช้สถานที่ดำเนินการต่อเลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ตามแบบแจ้งการใช้สถานที่ (สพสว.วช. - สช.1) พร้อมเอกสารและหลักฐาน    2. ผู้แจ้งการจดแจ้งสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์ฯ เป็นได้ทั้งประเภทบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล    3. ผู้ยื่นแจ้ง เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อ (ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ) หรือมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้แจ้งได้    4. เมื่อได้รับแจ้งแล้ว วช. จะดำเนินการตรวจอาคาร สิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่ดำเนินการ เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าได้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ ให้ วช. ออกใบรับแจ้งตามแบบ สพสว.วช. - สช.2    5. ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา 22 และกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 22 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 ดังต่อไปนี้    หมวด 1 เรื่อง - ที่ตั้ง และสภาพแวดล้อม     - ลักษณะของสถานที่ที่เหมาะสมในการใช้เป็นสถานที่ดำเนินการ     หมวด 2 เรื่อง - เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นประจำสถานที่ดำเนินการ    หมวด 3 เรื่อง - การจัดการสถานที่และวัสดุอุปกรณ์    หมายเหตุ :    *ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการที่ใช้อาคาร สิ่งปลูกสร้างหรือสถานที่ใดที่เป็นสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 ใช้บังคับ ให้ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการแจ้งต่อเลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ตามแบบแจ้งการใช้สถานที่ดำเนินการ (สพสว.วช. - สช.1) พร้อมเอกสารและหลักฐาน เมื่อได้รับแจ้งแล้วให้ วช. ออกใบรับแจ้งตามแบบ สพสว.วช. - สช.2    **ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:46"],
    [1383,"94e56e0a-3e5f-492f-ad61-513f8dc05045","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการเปลี่ยนชื่อสถานที่ดำเนินการ (ตามมาตรา 25) (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d15-d730-4f92-a8b7-c334fef423c9",2,0,5,"ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้    (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ    (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นสถานศึกษา    (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา    สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย    ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะเปลี่ยนชื่อสถานที่ดำเนินการ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบ ก่อนการดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามแบบแจ้ง (สพสว.วช.-ปป.5) พร้อมเอกสารและหลักฐาน    หมายเหตุ :  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:47"],
    [1384,"94e56e0a-40e9-45cc-9162-ed9f8124fd99","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของสถานที่ดำเนินการ  (ตามมาตรา 25) (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d15-da5f-4e52-bce5-04a1c1b67f54",2,0,4,"ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้    (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ  (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นสถานศึกษา  (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา  สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย  1.1 ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการดำเนินการของสถานที่ดำเนินการให้แตกต่างไปจากที่ได้แจ้งไว้ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบ ก่อนการดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามแบบแจ้ง (สพสว.วช.-ปป.1) พร้อมเอกสารและหลักฐาน  1.2 รายการแจ้งการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของสถานที่ดำเนินการ มีดังนี้       1.2.1 การดำเนินงานทางวิทยาศาสตร์ของสถานที่ดำเนินการ       1.2.2 ระบบการเลี้ยงสัตว์ของสถานที่ดำเนินการ      หมายเหตุ :  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:47"],
    [1385,"94e56e0a-43e0-40a0-870b-eeab302e9031","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการเปลี่ยนผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการหรือสัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการ (ตามมาตรา 25)  (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d15-dd8d-4523-bdc1-18489b10de53",2,0,6,"ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้    (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ  (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นสถานศึกษา  (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา    สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย    1.1 ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะเปลี่ยนผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการหรือสัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบ ก่อนการดำเนินการ ยกเว้นมีเหตุอันสมควร ตามแบบแจ้ง (สพสว.วช.-ปป.4) พร้อมเอกสารและหลักฐาน  1.2 รายการแจ้งการเปลี่ยนผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการหรือสัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการ มีดังนี้       1.2.1 แจ้งเปลี่ยนผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการ       1.2.2 แจ้งเปลี่ยนสัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการ    หมายเหตุ :  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:47"],
    [1386,"94e56e0a-4689-4a78-8bda-cd0dfa167bc4","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการเลิกใช้อาคาร สิ่งปลูกสร้าง เป็นสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (ตามมาตรา 25)  (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d15-e617-4fa8-a59c-df157955b072",2,0,4,"ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้    (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานทีดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ  (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานทีดำเนินการเป็นสถานศึกษา  (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา    สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย    1.1 ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะเลิกใช้อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่ใดเป็นสถานที่ดำเนินการ        1.1.1 กรณีที่ไม่มีสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เลี้ยงในสถานที่ดำเนินการแล้ว ต้องแจ้งการเลิกใช้เป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบก่อนการดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามแบบแจ้ง (สพสว.วช.-ปป.7) พร้อมเอกสารและหลักฐาน        1.1.2 กรณีที่มีสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เลี้ยงอยู่ในสถานที่ดำเนินการ ต้องดำเนินการแจ้งเป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบก่อนเลิกใช้อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่ใดเป็นสถานที่ดำเนินการ โดยผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการต้องปฏิบัติการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558    1.2 รายการแจ้งการเลิกใช้อาคาร สิ่งปลูกสร้าง เป็นสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ มีดังนี้        1.2.1 เลิกกิจการการเป็นสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์        1.2.2 ยกเลิกการใช้อาคาร/สถานที่ ระบุชื่ออาคารหรือหมายเลขอาคาร        1.2.3 อื่นๆ    หมายเหตุ :  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:47"],
    [1387,"94e56e0a-5148-4fe4-8f58-dddf8b19be3c","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขาย ซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ประเภทสัตว์ทดลอง ตามมาตรา 32(1) (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d15-fca6-479e-8e7b-e7d58c388590",2,0,7,"ผู้ใดประสงค์จะขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสัตว์ทดลอง ให้ยื่นการแจ้งการขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายฯ พร้อมด้วยหลักฐานตามแบบ สพสว.วช. - ข และต้องแจ้งก่อนการดำเนินการต่อเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ณ สถาบันพัฒนาการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ    1. ผู้แจ้งการขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสัตว์ทดลอง เป็นได้ทั้งประเภทบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล    2. ผู้ยื่นแจ้ง เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อ (ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ) หรือมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้แจ้งได้    กรณีมีคำสั่งไม่รับแจ้งให้ผู้รับแจ้งชี้แจงเหตุผลการไม่รับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้แจ้งทราบภายใน 5 วันทำการ    3. ผู้ขาย ผู้เสนอขาย หรือผู้มีไว้เพื่อขายซึ่งสัตว์ทดลองต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้    - ต้องมีเอกสารรับรองคุณภาพพันธุกรรมและคุณภาพสุขภาพของสัตว์ทดลอง จากผู้ผลิตสัตว์ทดลอง    ทั้งนี้ ให้หมายรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการผลิตและอัตราการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละชนิด แต่ละสายพันธุ์ เพื่อผู้ซื้อได้เลือกชนิด เพศ จำนวน อายุ น้ำหนัก ตามความต้องการของผู้ซื้อ    - ต้องดำเนินการให้ผู้ซื้อได้มีสัตว์ทดลองทั้งสายพันธุ์ เพศ อายุ น้ำหนัก และจำนวนอย่างครบถ้วนตามความต้องการของผู้ซื้อ    - ต้องปฏิบัติต่อสัตว์ทดลองให้เป็นไปตามจรรยาบรรณการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์    - ผู้มีสัตว์ทดลองไว้เพื่อขาย ต้องเลี้ยงสัตว์ทดลองไว้ในสถานที่ดำเนินการที่ได้แจ้งต่อเลขาธิการไว้แล้ว    - การจัดการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ทดลอง ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 33 ของพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558    - ต้องจัดทำรายงานการขายประจำปี แบบรายงานการขายสัตว์ทดลองประจำปี    หมายเหตุ:    *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:46"],
    [1388,"94e56e0a-53f1-44ce-9883-6032a13353c0","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการดัดแปลงหรือต่อเติมสถานที่ดำเนินการหรือก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้เป็นสถานที่ดำเนินการขึ้นใหม่ (ตามมาตรา 25) (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d16-0025-40da-9662-8e8e6dce9a97",2,0,7,"ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้  (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานที่  ดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ  (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานที่  ดำเนินการเป็นสถานศึกษา  (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา  สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย  1.1 ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะดัดแปลงหรือต่อเติมสถานที่ดำเนินการหรือก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้เป็นสถานที่ดำเนินการขึ้นใหม่ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบ ก่อนการดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามแบบแจ้ง (สพสว.วช.-ปป.2) พร้อมเอกสารและหลักฐาน  1.2 รายการแจ้งการดัดแปลงหรือต่อเติมสถานที่ดำเนินการหรือก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้เป็นสถานที่ดำเนินการขึ้นใหม่ มีดังนี้  1.2.1 แจ้งดัดแปลงสถานที่ดำเนินการ  1.2.2 แจ้งต่อเติมสถานที่ดำเนินการ  1.2.3 แจ้งก่อสร้างสถานที่ดำเนินการขึ้นใหม่  1.2.4 แจ้งเพิ่มสถานที่เลี้ยง    หมายเหตุ :  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:46"],
    [1389,"94e56e0a-5667-4130-9e76-44df48fad80f","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตามมาตรา 31 (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d16-036c-45a4-99c8-c20fb5a4a13e",2,0,3,"ผู้รับใบอนุญาตหมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์แล้วแต่กรณี  คณะกรรมการกำกับดูแลหมายความว่า คณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของสถาบัน (คกส.)  1. ผู้แจ้ง เป็นหัวหน้าโครงการขอใช้สัตว์  2. หัวหน้าโครงการขอใช้สัตว์ (ผู้แจ้ง) ต้องได้รับใบอนุญาตใช้และผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์  3. การดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องแจ้ง มีดังนี้  (1) การพัฒนาสายพันธุ์ (Genetic Development)  (2) การสืบสายพันธุ์ (Breeding)  (3) การเพาะขยายพันธุ์ (Production)  (4) การศึกษาเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell Study)  (5) การดัดแปลงพันธุกรรม (Genetic Modification)  (6) การโคลนนิ่ง (Cloning)  4. ก่อนแจ้งการดำเนินการต่อเลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ผู้รับใบอนุญาต (หัวหน้าโครงการขอใช้สัตว์) ต้องเสนอโครงการให้คณะกรรมการกำกับดูแลพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติโครงการ  5. หลักเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับดูแล ต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการขอใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้  (1) ต้องไม่เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประเทศ  (2) ต้องไม่ผิดต่อศีลธรรม จรรยาบรรณ  (3) ต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค มลพิษ สารพิษ และตัวสัตว์สู่สิ่งแวดล้อม  6. กรณีที่คณะกรรมการกำกับดูแลได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งเป็นหนังสือโดยผ่านคณะกรรมการกำกับดูแลให้เลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบ พร้อมทั้งแนบเอกสารโครงการขอใช้สัตว์และใบรับรองการอนุมัติให้ดำเนินการเลี้ยงและใช้สัตว์จากคณะกรรมการกำกับดูแล ทั้งนี้ การแจ้งให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ประกาศกำหนดและให้ส่งสำเนาการแจ้งให้คณะกรรมการกำกับดูแลทราบด้วย  7. ผู้รับใบอนุญาตต้องรายงานสรุปผลการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ให้เลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบทุก 6 เดือนนับแต่วันที่แจ้ง โดยผ่านคณะกรรมการกำกับดูแลและผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการ ตามที่หน่วยงานกำหนด    หมายเหตุ:  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:46"],
    [1390,"94e56e0a-58f4-4929-a727-87740743b79b","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการดำเนินการนำเข้า ส่งออก นำผ่านซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตามมาตรา 32 (2)  (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d16-06a4-4a96-931c-ad3194e841b9",2,0,21,"ผู้ใดประสงค์จะดำเนินการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต้องแจ้งต่อเลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ณ สถาบันพัฒนาการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  1. ผู้แจ้งการดำเนินการนำเข้า ส่งออก นำผ่านซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ เป็นได้ทั้งประเภทบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล  2. ผู้แจ้ง เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อ (ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ) หรือมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้แจ้งได้  3. ผู้ใดประสงค์จะนำเข้าซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต้องแจ้งก่อนการนำเข้า ไม่น้อยกว่า 7 วัน ตามแบบการแจ้งการดำเนินการนำเข้า พร้อมเอกสารและหลักฐาน  เมื่อได้รับแจ้งแล้วให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ออกใบรับแจ้ง  เมื่อมีการนำเข้าซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ณ สถานที่ดำเนินการปลายทางในราชอาณาจักร เรียบร้อยแล้ว ภายใน 3 วันทำการให้ผู้ดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์แจ้งเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)  4. ผู้ใดประสงค์จะดำเนินการส่งออกซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต้องแจ้งก่อนการส่งออก ไม่น้อยกว่า 7 วัน ตามแบบการแจ้งการดำเนินการส่งออกพร้อมเอกสารและหลักฐาน  เมื่อได้รับแจ้งแล้วให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ออกใบรับแจ้ง  5. ผู้ใดประสงค์จะดำเนินการนำผ่านซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต้องแจ้งก่อนการนำผ่านไม่น้อยกว่า 7 วัน ตามแบบการแจ้งการดำเนินการนำผ่าน พร้อมเอกสารและหลักฐาน  เมื่อได้รับแจ้งแล้วให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ออกใบรับแจ้ง  6. ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และผู้นำผ่านซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามจรรยาบรรณการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์    หมายเหตุ:    *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:46"],
    [1391,"94e56e0a-5b57-4f22-8173-e45d85a2cb50","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมชนิดสัตว์ตามที่ได้แจ้งไว้ในมาตรา 31 (ตามมาตรา 25)  (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d16-0a88-4776-826c-d5904c463cf1",2,0,4,"คณะกรรมการหมายความว่า คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์      ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้  (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ  (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นสถานศึกษา  (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา  สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย  1.1 ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมชนิดของสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลหรือตามที่ได้แจ้งไว้ตามาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบ ก่อนการดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามแบบแจ้ง (สพสว.วช.-ปป.3) พร้อมเอกสารและหลักฐาน  1.2 รายการแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมชนิดสัตว์ตามที่ได้แจ้งไว้ในมาตรา 31 มีดังนี้       1.2.1 แจ้งเปลี่ยนแปลงชนิดสัตว์       1.2.2 แจ้งเพิ่มเติมชนิดสัตว์    หมายเหตุ :  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:46"],
    [1392,"94e56e0a-5daa-4f90-94f8-899aafccbab7","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การแจ้งการย้ายสถานที่ดำเนินการ (ตามมาตรา 25)  (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d16-0d84-45d4-b949-8f3badb6fd61",2,0,6,"ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการหมายความว่า เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้    (1) ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีอำนาจปกครองสถานที่ดำเนินการในกรณีสถานทีดำเนินการเป็นของหน่วยงานของรัฐ  (2) อธิการบดี ผู้อำนวยการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในกรณีสถานทีดำเนินการเป็นสถานศึกษา  (3) เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ในกรณีสถานที่ดำเนินการเป็นของเอกชนซึ่งไม่ใช่สถานศึกษา    สถานที่ดำเนินการหมายความว่า อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่อื่นใดที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่โดยรอบของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วย    ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ (เจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ที่ประสงค์จะย้ายสถานที่ดำเนินการ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ทราบก่อนการดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามแบบแจ้ง (สพสว.วช.-ปป.6) พร้อมเอกสารและหลักฐาน    หมายเหตุ :  *ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2022-04-06T22:52:46"],
    [1393,"98525563-7467-48a8-a62b-aab11d8df1fa","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ","การขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์  (พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-f082-4644-acfa-4fae6644e351",1,0,2,"ผู้ใดประสงค์ (นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ผู้สอน (สอนภาคปฏิบัติ หรือเสนอโครงการขอใช้สัตว์ฯ) ผู้ควบคุมการเลี้ยงสัตว์ฯ สัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการฯ หรือ ผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการฯ ฯลฯ) จะใช้สัตว์ (สัตว์ทดลอง สัตว์เลี้ยง หรือสัตว์จากธรรมชาติ) เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (งานวิจัย งานทดสอบ งานผลิตชีววัตถุ งานสอน หรืองานผลิตสัตว์ทดลอง) ต้องได้รับใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ จากเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)    บุคคลที่ได้รับการยกเว้น     - นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเลี้ยง การใช้หรือการผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรที่สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่จัดการฝึกอบรมกำหนด     - ผู้ช่วยผู้ใช้หรือผู้ผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ซึ่งดำเนินการภายใต้การควบคุมของผู้รับใบอนุญาต    1. ผู้ยื่นคำขออนุญาต ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้    1.1 มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือได้รับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว    1.2 ได้รับประกาศนียบัตรการอบรมหลักสูตรผู้ใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ที่จัดหรือให้การรับรองโดย วช. ภายในระยะเวลาไม่เกิน 4 ปีนับแต่วันได้รับประกาศนียบัตร    1.3 ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ เว้นแต่การถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้ผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต    1.4 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต    1.5 ไม่อยู่ระหว่างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558    1.6 ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    1.7 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    1.8 ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และโรคอื่นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด    2. ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ ต่อผู้อนุญาต (เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในแบบคำขอ    3. ผู้อนุญาต (เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ วช. (ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)) ออกใบอนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมเอกสารและหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน    4. ใบอนุญาตมีอายุ 4 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    หมายเหตุ :    * ใบรับคำขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์นี้ใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ 2558 แล้ว และใช้ได้จนกว่ากฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การต่อใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตใช้สัตว์หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา    เมื่อใดที่กฎกระทรวงประกาศ ผู้ขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ที่จัดหรือให้การรับรองโดย วช. ตามข้อ 1.2    **ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ประกาศการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนเป็น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการในกระทรวงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ใหม่ มีผลใช้บังคับในวันที่ 2 พฤษภาคม 2562","2023-06-20T13:55:43"],
    [1394,"94e56e0a-7964-4a5c-8a23-9a20e61e3fbc","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุนิวเคลียร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-3377-4871-84ff-bda0d1060ae0",38,0,13,"ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัยและการพิทักษ์ความปลอดภัยตามประเภทของวัสดุนิวเคลียร์ที่ขออนุญาต              ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์มีอายุ 5 ปี              กรณีขอต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ              กรณีผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลในใบอนุญาต ให้ยื่นแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขใบอนุญาตต่อเจ้าหน้าที่              กรณีใบอนุญาตสูญหาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงาน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ              การขอโอนใบอนุญาต และการโอนใบอนุญาตต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ          กรณียื่นแบบคำขออนุญาตและเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง                  ผู้ขอรับใบอนุญาต หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ (กรณีที่ไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง) ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วน (กรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น)              หากไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารได้ในขณะนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งรายการแก้ไขหรือเอกสารประกอบที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด              กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดำเนินการแก้ไข หรือไม่สามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะแจ้งคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร      กรณียื่นแบบคำขออนุญาตและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนและถูกต้อง                  สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตมารับใบอนุญาตด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่ระบุไว้ในแบบใบรับคำขออนุญาต              กรณีจำเป็นต้องตรวจสอบสถานประกอบการก่อนการอนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อเข้าตรวจสอบสถานประกอบการ หากไม่สามารถนัดหมายได้ จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการพิจารณาอนุญาตได้ เมื่อครบกำหนดเวลา สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะแจ้งคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอ และเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนและถูกต้อง","2023-04-05T15:02:50"],
    [1395,"95e0ad2c-723f-4c30-b868-f27e7b2a206c","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขออนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-3a7c-4301-a816-c04fad75ce36",763,10000000,8,"กระบวนการในการพิจารณาและออกใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ. 2563 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ        \n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต เริ่มนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2023-09-27T13:41:34"],
    [1396,"95e4f91d-1ad0-4933-ba7c-6c3ffa7cd230","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขอรับใบแทนใบอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-1be4-4f25-bf4a-e095cb57d90d",7,500,6,"ในกรณีที่ใบอนุญาตชำรุดในสาระสำคัญ หรือสูญหาย หรือถูกทำลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงาน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการชำรุดในสาระสำคัญ หรือสูญหาย หรือถูกทำลาย โดยใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาต โดยระบุคำว่า \"ใบแทน\" ด้วยอักษรสีแดงไว้ด้านบนของใบอนุญาต   \n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต เริ่มนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2023-09-27T13:39:39"],
    [1397,"95e51951-3b9a-4373-92d9-92f378bfef3e","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การยกเลิกใบอนุญาตทางรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-4928-4949-954e-e72169003956",22,0,6,"เพื่อเป็นการกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสีจากกิจกรรมต่างๆ เมื่อมีการดำเนินการใดๆที่ทำให้ตนเองหมดความรับผิดชอบในการครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ หรือเครื่องกำเนิดรังสีที่ตนเองครอบครองอยู่ เช่น จากการโอน การส่งไปขจัดกากกัมมันตรังสี สูญหาย หรือกรณีอื่นๆ ให้ผู้รับใบอนุญาตขอยกเลิกใบอนุญาตเป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงกําหนดเงื่อนไขวิธีการขอรับใบอนุญาตและการดําเนินการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์พิเศษวัสดุต้นกําลังวัสดุพลอยได้หรือพลังงานปรมาณู พ.ศ. 2550 และกฎกระทรวงการอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี พ.ศ. 2564","2023-06-19T14:02:44"],
    [1398,"95e6a49d-ec81-4590-8723-e869d0a84e82","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกทางรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-2976-46c8-92c8-23a9a4d0e2c5",29,5000,15,"ตามมาตรา 19 ผู้ใดจะดำเนินการผลิต มีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี\nตามมาตรา 26 ผู้ใดจะดำเนินการทำ มีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้าหรือส่งออก เครื่องกำเนิดรังสี\nตามมาตรา 36 ผู้ใดจะดำเนินการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์\nจะต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ และดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559\nซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในการออกใบอนุญาต เริ่มนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำ ขอรับใบอนุญาตและเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2023-09-27T13:40:55"],
    [1399,"95e6f0d1-975f-4639-8cfd-682d33f33213","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งเครื่องกำเนิดรังสี วัสดุกัมมันตรังสี และวัสดุนิวเคลียร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-302e-4128-984a-6c341ba68c6a",45,100000,12,"ตามมาตรา 19 ผู้ใดจะดำเนินการผลิต มีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี \nตามมาตรา 26 ผู้ใดจะดำเนินการทำ มีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้าหรือส่งออก เครื่องกำเนิดรังสี \nตามมาตรา 36 ผู้ใดจะดำเนินการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุนิวเคลียร์\nจะต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ และดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง  \n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในการออกใบอนุญาต เริ่มนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2023-09-27T13:27:44"],
    [1400,"95e70097-3400-4cfb-95f2-df80f0c46974","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสี /ผลิตวัสดุกัมมันตรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-21f7-45c0-969c-273bc2580b29",45,50000,9,"ตามมาตรา 19 ผู้ใดจะดำเนินการผลิต มีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัสดุกัมมันตรังสี\nตามมาตรา 26 ผู้ใดจะดำเนินการทำ มีไว้ในครอบครองหรือใช้ นำเข้าหรือส่งออกเครื่องกำเนิดรังสี\nจะต้องได้รับใบอนุญาตจากเลขาธิการ และดำ เนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำ ดับรองที่เกี่ยวข้อง\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในการออกใบอนุญาต เริ่มนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำ ขอรับใบอนุญาตและเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2023-09-27T13:26:49"],
    [1401,"95ecbbab-9296-4390-aee7-9780c49bc87b","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขอรับใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-4c48-4087-99ae-b4690220e0ea",30,100,7,"กระบวนการสมัครสอบ หรือการยื่นคำขอรับใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี รายละเอียดเป็นไปตามที่กำหนดไว้หน้าเว็บไซต์ ปส. https://rsothai.oap.go.th","2023-09-27T13:28:59"],
    [1402,"95f2cbfd-560f-4b36-af73-c9dd2ea5af76","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขอรับใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-6b0b-4035-b753-413b54d32f60",73,5000,6,"เพื่อให้การกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล และเกิดความมั่นใจว่าการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย เป็นไปอย่างมีระบบโดยมีกระบวนการกำกับดูแลความปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวงการนิวเคลียร์ในอนาคต    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9(19) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2559 (http://www.ocpb.go.th/download/pdf/201059.pdf) คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ จึงได้วางระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วยการรับรองเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย พ.ศ. 2550 (http://www.oap.go.th/images/documents/about-us/regulations/10.PDF) และสำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้จัดทำมาตรฐานการรับรองเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยดังกล่าวขึ้นมา (รายละเอียดตามเอกสารแนบ) บังคับใช้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย     ดังนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยได้นั้นต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการรับรองเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย และจะต้องทำการทดสอบเพื่อให้ได้ ใบรับรองเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยที่ออกให้โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ    หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไข วิธีการขอรับใบอนุญาต และการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุต้นกำลัง วัสดุพลอยได้ หรือพลังงานปรมาณู พ.ศ. 2550 และระเบียบสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติว่าด้วยแบบคำขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับ วัสดุพลอยได้หรือพลังงานปรมาณูจากเครื่องกำเนิดรังสีวัสดุนิวเคลียร์หรือ วัสดุต้นกำลังและพลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู พ.ศ. 2552    - การนับระยะเวลาตามคู่มือสำหรับประชาชนนี้จะเริ่มเมื่อ เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอครบถ้วน ถูกต้อง ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    - กรณีผู้ยื่นคำขอบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ได้ส่งเอกสารด้วยตนเอง ขอให้มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกข้อตกลง 2 ฝ่าย ในกรณีที่หน่วยงานตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วน    - กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    - เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หน่วยงานผู้รับผิดชอบเปลี่ยนจากสำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์เป็นกลุ่มอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี กองอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี","2023-09-27T13:38:31"],
    [1403,"98cf46ac-4cc1-4692-bda0-d37235ef44a6","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การรับบริการสอบเทียบเครื่องวัดรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-3d6d-4113-a37a-12bf0169232c",15,0,2,"1. เจ้าหน้าที่รับ - ส่งตัวอย่าง ดำเนินการตรวจสอบตัวอย่างก่อนรับเข้าระบบ โดยตัวอย่างจะต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน\n2. ช่องทางการติดต่อทางโทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ 1401\n3. ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ irmssdl@gmail.com","2023-06-19T14:19:27"],
    [1404,"98df62f3-2726-49ed-b1e0-1978300f7045","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การรายงานวัสดุกัมมันตรังสีตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d16-435b-4d6b-ae2a-4b0211ab7246",6,0,5,"ตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 เมื่อผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 19 (1) และมาตรา 20 พบว่ามีวัสดุกัมมันตรังสีตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม จะต้องปฏิบัติตาม ข้อกำหนดภายใต้กฎกระทรวงการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีที่ตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม พ.ศ. 2562 และการรายงานนั้นดำเนินตามประกาศสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เรื่องแบบรายงานการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีที่ตกค้างอยู่ในหลุมสำรวจปิโตรเลียม พ.ศ. 2562","2023-06-19T14:11:30"],
    [1405,"99e71c0e-47ed-4785-9e82-e9d1f79f112d","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในใบอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-1395-4ee5-94d6-835689f0c5ae",22,100,7,"1. การนับระยะเวลาตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้จะเริ่มนับเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558\n2. เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงกําหนดเงื่อนไขวิธีการขอรับใบอนุญาตและการดําเนินการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์พิเศษวัสดุต้นกําลังวัสดุพลอยได้หรือพลังงานปรมาณู พ.ศ. 2550 และกฎกระทรวงการอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี พ.ศ. 2564","2023-09-27T13:42:12"],
    [1406,"99eae60e-fce9-488b-b426-abdf19831530","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การขออนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-2567-4526-aaa9-0983c218592c",1095,15000000,7,"กระบวนการในการพิจารณาและออกใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกฎกระทรวงการอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ. 2563 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ            \n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต เริ่มนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2023-09-27T13:40:11"],
    [1407,"99e721a6-0d62-4e0e-b255-1097884c95f5","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การแจ้งเพื่อขอดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสี","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-4090-4275-bd3a-3af565e5cc3a",53,0,7,"ผู้ใดประสงค์จะยกเลิกการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี เพื่อส่งให้สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ดำเนินการจัดการเป็นกากกัมมันตรังสี มีหลักเกณฑื วิธีการ และเงื่อนไขดังนี้             \n1. ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมเอกสารหลักฐานที่ระบุข้อมูลรายละเอียดของรายการวัสดุกัมมันตรังสีตามใบอนุญาตที่จะขอยกเลิกการครอบครองหรือใช้เนื่องจากจะจัดการเป็นกากกัมมันตรังสี             \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา หากพบว่าข้อมูลไม่ครบถ้วนถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการประสานกับผู้รับใบอนุญาตเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม หรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาแล้ว พบว่า ครบถ้วนถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งให้สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ทราบ             \n3. สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ประสานกับผู้แจ้งขอจัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อดำเนินการรับวัสดุกัมมันตรังสีมาจัดการเป็นกากกัมมันตรังสี  เมื่อดำเนินการรับวัสดุกัมมันตรังสีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) แจ้งการดำเนินการให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทราบ              \n4. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลรายการวัสดุกัมมันตรังสีตามที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) แจ้งการรับวัสดุกัมมันตรังสีเพื่อจัดการเป็นกากกัมมันตรังสี หากพบว่า ข้อมูลรายการวัสดุกัมมันตรังสีไม่ถูกต้องตามที่แจ้งไว้ในข้อ 1 พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการประสานกับผู้รับใบอนุญาตและสถาบันเทคโนเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง และแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของข้อมูลวัสดุกัมมันตรังสีที่จะจัดการเป็นกากกัมมันตรังสีตามใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือชี้แจงถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อประกอบการพิจารณา             \n5. เมื่อตรวจสอบข้อมูลวัสดุกัมมันตรังสีที่จะจัดการเป็นกากกัมมันตรังสีแล้ว พบว่า ถูกต้อง สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะดำเนินยกเลิกรายการวัสดุกัมมันตรังสีในใบอนุญาต และแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ              \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือแจ้ง และรายการเอกสารหรือหลักฐานประกอบที่ยื่นพร้อมหนังสือแจ้งความประสงค์ครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-27T13:24:52"],
    [1408,"9b917ed3-0c13-4d9a-b448-66e85e8e6a48","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ","การแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสี และวัสดุกัมมันตรังสี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b916c79-1f0f-42bc-9fbf-86e0f1d9b32d",15,0,13,"ตามมาตรา 20 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 19  ต้องแจ้งการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีต่อเลขาธิการ  \nตามมาตรา 26/2 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีที่ไม่ต้องขอรับอนุญาตตามมาตรา 26 ต้องแจ้งการครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีต่อเลขาธิการ \nและดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง  \n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในการออกใบรับแจ้ง เริ่มนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอแจ้ง และเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2024-08-15T15:26:44"],
    [1409,"94e56e0a-aa9c-4a5a-bbae-1634821f92fc","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","การขออนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d16-73d7-44b8-9999-109b17faaae1",390,0,29,"การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม (1) พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (2) กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2561 (3) กฎกระทรวงกำหนดลักษณะเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 (4) กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของมหาวิทยาลัย สถาบัน และวิทยาลัยของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 และ (5) ประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง รายละเอียดในการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ตามข้อ 5 (3)(ก) และ (ข) และรายละเอียดการจัดทำแผนการดำเนินงานตามข้อ 6(6) และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    โดยการพิจารณาออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาออกใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งมีขั้นตอนในการพิจารณา ดังนี้    ขั้นที่ 1 : ตรวจสอบคำขอเอกสารหลักฐาน    1.ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พร้อมทั้งโครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน และเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบ รกอ. 01 ท้ายกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2561    2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนพร้อมทั้งโครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน และเอกสารและหลักฐานตามข้อ 1. และแจ้งผู้ขอรับ             ใบอนุญาตฯ ใน 2 กรณี    2.1 กรณีที่คำขอรับใบอนุญาตฯ ถูกต้อง และเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว    สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะออกใบรับคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้แก่ผู้ขอรับ             ใบอนุญาตฯ ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงว่าได้รับคำขอรับใบอนุญาตฯ ไว้แล้ว และจะดำเนินการเสนอคำขอรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าว พร้อมด้วยโครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน และเอกสารและหลักฐานให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป    2.2 กรณีที่คำขอรับใบอนุญาตฯ ไม่ถูกต้อง หรือเอกสารและหลักฐานไม่ครบถ้วน    สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ทราบทันทีหรือภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ       เพื่อแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด นับแต่วันที่ผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับแจ้งเป็นหนังสือ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้ถูกต้องหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะคืนคำขอรับใบอนุญาตฯ รวมถึงเอกสาร และหลักฐานให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ โดยแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอรับใบอนุญาตฯ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอรับใบอนุญาตฯ โดยทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง ยื่นต่อสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการคืนคำขอรับใบอนุญาตฯ หรือจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ ใหม่ก็ได้    ขั้นที่ 2 : การพิจารณาการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน    การพิจารณาการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จะพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตฯ โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน และเอกสารและหลักฐาน โดยผ่านคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ชุด ตามลำดับ ได้แก่ (1) คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ (2) คณะอนุกรรมการดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และ (3) คณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งผลการพิจารณาจำแนกตามกรณีได้ ดังนี้    1. กรณีที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่า คำขอรับใบอนุญาตฯ โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน รวมถึงเอกสารและหลักฐานเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ทราบ เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ดำเนินงานตามแผนงานจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนทั้งนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต่อสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ทุก 3 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือว่าคณะกรรมการการอุดมศึกษาเห็นว่า คำขอรับใบอนุญาตฯ โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน รวมถึงเอกสารและหลักฐานเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข    2. กรณีที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่า คำขอรับใบอนุญาตฯ โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน รวมถึงเอกสารและหลักฐานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ และจะดำเนินการตามแต่ละกรณี ดังนี้    2.1 กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาดังกล่าว และคณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับปรุงแก้ไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว รวมทั้งให้ความเห็นชอบโครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ  สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ทราบ เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ดำเนินงานตามแผนงานจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต่อไป    ทั้งนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต่อสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ทุก 3 เดือน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือว่าคณะกรรมการการอุดมศึกษาเห็นว่า คำขอรับใบอนุญาตฯ โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน รวมถึงเอกสารและหลักฐานเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข    2.2  กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาดังกล่าวแล้ว แต่คณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับปรุงแก้ไขไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข คณะกรรมการการอุดมศึกษาจะให้คำแนะนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อพิจารณาไม่อนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน    2.3 กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนไม่ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ไม่ประสงค์ที่จะให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาต่อไป สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะคืน      คำขอรับใบอนุญาตฯ โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน รวมถึงเอกสารและหลักฐานให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตฯ  โดยแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอรับใบอนุญาตฯ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอรับใบอนุญาตฯ โดยทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง ยื่นต่อสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการคืนคำขอรับใบอนุญาตฯ หรือจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯใหม่ก็ได้    3. กรณีที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่า คำขอรับใบอนุญาตฯ โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชาที่เปิดสอน รวมถึงเอ","2023-05-31T11:02:19"],
    [1410,"994bbdd8-8439-488c-8051-e877e7552d16","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","การขอตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาของนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d16-6f2b-4084-9ba4-c659611f71c1",5,0,3,"1. เป็นการตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาของนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการ     2. หน่วยงานจะตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษาจากหลักฐาน เอกสารเกี่ยวกับผลการศึกษาที่ได้รับมอบจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการ ตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 เท่านั้น","2024-08-15T15:21:56"],
    [1411,"9982788c-e29f-4985-a229-247ba2e55eb4","PUBLISHED","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","การขอหนังสือรับรองผลการศึกษาของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d16-7768-45b8-bfda-0d94a4093e5c",5,0,5,"1. เป็นการออกหนังสือรับรองผลการศึกษาของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการ 2. ระยะเวลาการดำเนินการตามคู่มือนี้จะเริ่มนับตั้งเเต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารที่ถูกต้อง ครบถ้วนจากผู้ยื่นคำขอ (นักศึกษา) 3. หน่วยงานจะออกหนังสือรับรองผลการศึกษาให้กับผู้ยืนคำขอ (นักศึกษา) ที่เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการเท่านั้น โดยหน่วยงานจะพิจารณาและตรวจสอบจากหลักฐาน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลการศึกษาที่ได้รับมอบตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546","2024-08-15T15:23:13"],
    [1412,"94e56e1f-9c7e-4864-b2c3-716986486617","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","กรมส่งเสริมการเรียนรู้","การขอหนังสือรับรองการจบหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ภาษาอังกฤษ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-bd05-4c94-9bff-b76b0817de38",19,0,3,"1. ผู้ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรอง จะต้องเป็นผู้เรียนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละระดับการศึกษาจากสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.    2. ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองที่การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/เขต และพิจารณาออกหนังสือรับรองจากสำนักงาน กศน.","2024-02-14T02:46:42"],
    [1413,"94e56e1f-a092-464e-b0d3-f0d82720ab25","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","กรมส่งเสริมการเรียนรู้","การขอตรวจสอบวุฒิการศึกษาของผู้เรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-c2e2-48de-9e9f-ef7cfd81212c",3,0,2,"ผู้ขอตรวจสอบวุฒิการศึกษาต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย/ผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งหนังสือขอตรวจสอบวุฒิการศึกษาและแนบสำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียนมาด้วย","2024-02-14T02:47:38"],
    [1414,"94e56e1f-a29f-4f08-a349-c8cb60b3b759","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","กรมส่งเสริมการเรียนรู้","การขอประเมินเพื่อเปรียบเทียบระดับการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-c5d8-4105-b36c-4d1c2bbee12a",161,0,5,"ผู้ที่จะยื่นคำขอรับการประเมินต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    1. เป็นคนไทยที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์    2. มีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ที่ขอรับบริการไม่น้อยกว่า 1 ปี    3. ไม่เป็นนักเรียน/นักศึกษาในระบบและนอกระบบโรงเรียน    วิธีการประเมินฯ จะประเมิน 3 ส่วน คือ    1. ประเมินภาคประสบการณ์โดยคณะกรรมการ    2. ประเมินมิติความรู้ ความคิดภาคทฤษฎี    3. เข้าสัมมนาทางวิชาการก่อนจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละระดับ","2024-02-14T02:47:49"],
    [1415,"94e56e1f-a4bf-4eaa-acf2-1f29e5b9f4dd","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","กรมส่งเสริมการเรียนรู้","การขอเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-c8ab-470b-a6d0-73442d572a0e",7,0,3,"ผู้ที่จะยื่นคำขอรับการเทียบโอนผลการเรียนต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    1. ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนนักศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.    2. ไม่เป็นนักเรียนในระบบโรงเรียน    3. มีใบระเบียนแสดงผลการศึกษา/วุฒิบัตร/เอกสารใบประกาศที่ผ่านการอบรม ฯ หรืออื่น ๆ    วิธีการประเมิน ฯ โดยสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเทียบฌอนผลการเรียน","2024-02-14T02:48:00"],
    [1416,"94e56e1f-9ea1-43e9-bdee-f6c3ba03fcb1","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","กรมส่งเสริมการเรียนรู้","การขอจัดตั้งสถานศึกษาในกำกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-c01f-4753-b9b4-a033abf835f3",41,0,3,"ผู้ประสงค์จะขอจัดตั้งสถานศึกษาในกำกับ คือ ภาคีเครือข่าย 11 ประเภท ได้แก่ บุคคล/ครอบครัว/ชุมชน/องคืกรชุมชน/องคืกรปกครองส่วนท้องถิ่น/องค์กรเอกชน/องค์กรวิชาชีพ/สถาบันศาสนา/สถานประกอบการ/สถานศึกษาอื่น/องค์กรอื่น ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษา ทั้งนี้จะต้องผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์และประกาศสำนักงาน กศน. ว่าด้วยแนวทางการดำเนินงานและจัดการศึกษาของสถานศึกษาในกำกับของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประกาศ ณ วันที่ 19 เมษายน 2555 โดยพิจารณาจาก    1) มีสถานที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้    2) มีความพร้อมด้านบุคลากร สื่อ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการจัดการการเรียนรู้    3) มีจำนวนผู้เรียนพอสมควร    4) กรณีหน่วยงานของรัฐต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานต้นสังกัด     วิธีการ ให้ยื่นคำขอผ่านสำนักงาน กศน. จังหวัด","2024-02-14T02:47:19"],
    [1417,"94e56e1f-a6f0-4bc7-89d1-9a935bf867f7","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","กรมส่งเสริมการเรียนรู้","การขอประเมินความรู้และประสบการณ์เพื่อเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กรณีไม่มีเอกสารหลักฐานการศึกษา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-cbc7-43ae-a906-89f1042b9dfb",39,0,1,"การประเมินความรู้และประสบการณ์จะประเมินเป็นรายวิชา ผู้ที่ยื่นคำขอรับการขอประเมินความรู้และประสบการณ์ต้องมีคุณสมบัติดังนี้    1. ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.    2. ไม่เป็นนักเรียนในระบบโรงเรียน    3. ผ่านการประเมินเบื้องต้น จากประวัติด้านการศึกษาและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา หรือการสัมภาษณ์","2024-02-14T02:48:10"],
    [1418,"94e56e27-1047-4a61-9bae-060264b39fd2","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การสมัครเข้ารับการทดสอบวัดสมรรถนะครู (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-597f-4de1-8921-b38254544e0e",47,200,1,"คู่มือสำหรับประชาชน : การสมัครเข้ารับการทดสอบวัดสมรรถนะครู    หน่วยงานที่ให้บริการ : สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ : บุคคลที่มีคุณสมบัติตามประกาศรับสมัครสอบของ สทศ.    วิธีการ : ดำเนินการสมัครสอบตามขั้นตอนในระบบการรับสมัครสอบของ สทศ. ผ่านทางเว็บไซต์ www.niets.or.th    เงื่อนไข : กรอกรายละเอียดตามขั้นตอนการสมัครสอบและภายในกำหนดเวลาตามระบบการรับสมัครสอบของ สทศ. ทางออนไลน์                 ชำระเงินผ่านผู้รับชำระเงิน ตามอัตราและภายในกำหนดเวลาที่ประกาศรับสมัครสอบของ สทศ.","2022-04-06T22:52:49"],
    [1419,"94e56e27-1254-4928-81eb-efe596031286","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การสมัครเข้ารับการทดสอบ GAT/PAT (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-5c4c-4823-a90f-599b20d96c3c",32,140,1,"หลักเกณฑ์ : บุคคลที่มีคุณสมบัติตามประกาศรับสมัครสอบของ สทศ.    วิธีการ : ดำเนินการสมัครสอบตามขั้นตอนในระบบการรับสมัครสอบของ สทศ. ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.niets.or.th    เงื่อนไข :  กรอกรายละเอียดตามขั้นตอนการสมัครสอบและภายในกำหนดเวลาตามระบบการรับสมัครสอบของ สทศ. ทางออนไลน์              ชำระเงินผ่านผู้รับชำระเงิน ตามอัตราและภายในกำหนดเวลาที่ประกาศรับสมัครสอบของ สทศ.","2021-11-17T13:39:24"],
    [1420,"94e56e27-1532-4dcf-8afb-900fbce8c54e","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การออกหนังสือรับรองผลการทดสอบ หรือ ใบรายงานผลการทดสอบ (ฉบับภาษาอังกฤษ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-5f2f-4754-9c74-4d1c56736d40",14,20,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    บุคคลที่มีสิทธิขอหนังสือรับรองผลการทดสอบหรือใบรายงานผลการทดสอบ ต้องเป็นผู้ผ่านการทดสอบประเภทต่างๆ ของสถาบัน ตามประกาศและระเบียบที่สถาบันกำหนด ได้แก่  1) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET : Ordinary National Educational Test)  2) การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT : Professional and Academic Aptitude Test)    วิธีการ  1) ยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)  2) ยื่นคำร้องผ่านทางไปรษณีย์    เงื่อนไข : ยื่นคำร้องตามแบบคำร้องที่สถาบันกำหนดในเว็บไซต์www.niets.or.th โดยทำการระบุชื่อ-นามสกุล (เป็นภาษาอังกฤษ) เพื่อความถูกต้องในการจัดทำใบรายงานผลการทดสอบ พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานประกอบและชำระค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนตามที่สถาบันกำหนด","2021-11-17T13:39:24"],
    [1421,"94e56e27-179c-4f9c-b094-46209a5117f2","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การรับสมัครสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (เฉพาะนักเรียนเทียบเท่า) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-6282-4d26-98a6-f9aaec56a144",75,0,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์: บุคคลที่มีสิทธิ์สมัครสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET : Ordinary National Educational Test)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 เฉพาะนักเรียนเทียบเท่า ซึ่งเป็นนักเรียนที่ไม่ได้ศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หรือเป็นผู้ที่อยู่ในการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น การจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Home school)ผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง เป็นต้น    วิธีการ: เว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ http://www.niets.or.th    เงื่อนไข: ยื่นคำขอตามแบบคำร้องภายในวันและเวลาที่สถาบันกำหนด       ช่องทางการให้บริการ     สถานที่ให้บริการ    (หมายเหตุ: (เวลาเปิดรับคำขอและปิดรับคำขอ เป็นไปตามประกาศของสถาบัน ))     www.niets.or.th/เว็บไซท์และช่องทางออนไลน์    ระยะเวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง","2022-04-06T22:52:48"],
    [1422,"94e56e27-19b9-4902-98df-12846148eabf","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การสมัครเข้ารับการทดสอบวิชาสามัญ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-6575-4970-ace6-1c9904e451a2",32,0,1,"หลักเกณฑ์ : บุคคลที่มีคุณสมบัติตามประกาศรับสมัครสอบของ สทศ.    วิธีการ : ดำเนินการสมัครสอบตามขั้นตอนในระบบการรับสมัครสอบของ สทศ. ผ่านทางเว็บไซต์ www.niets.or.th    เงื่อนไข :  กรอกรายละเอียดตามขั้นตอนการสมัครสอบและภายในกำหนดเวลาตามระบบการรับสมัครสอบของ สทศ. ทางออนไลน์ ชำระเงินผ่านผู้รับชำระเงิน ตามอัตราและภายในกำหนดเวลาที่ประกาศรับสมัครสอบของ สทศ.","2022-04-06T22:52:49"],
    [1423,"94e56e27-1beb-4a4b-b325-470d58683ae4","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การออกหนังสือรับรองผลการทดสอบ หรือ ใบรายงานผลการทดสอบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-688e-4a45-9e43-1cb00b6e7cf2",6,20,6,"คู่มือสำหรับประชาชน : การออกหนังสือรับรองผลการทดสอบ หรือ ใบรายงานผลการทดสอบ    หน่วยงานที่ให้บริการ : สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ : บุคคลที่มีสิทธิขอหนังสือรับรองผลการทดสอบ หรือ ใบรายงานผลการทดสอบ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบประเภทต่างๆ ของสถาบัน เช่น การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET : Ordinary National Educational Test) การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT : General Aptitude Test) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT : Professional and Academic Aptitude Test) การทดสอบวิชาสามัญฯลฯ ตามประกาศ/ระเบียบที่สถาบันกำหนด    วิธีการ : 1) ยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)                2) ยื่นคำร้องผ่านทางช่องทางออนไลน์http://www.niets.or.th (สามารถดำเนินการได้ 24 ชั่วโมง)                3) ยื่นคำร้องผ่านทางไปรษณีย์    เงื่อนไข : ยื่นคำร้องตามแบบคำร้องที่สถาบันกำหนด พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบและชำระค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนตามที่สถาบันกำหนด (เฉพาะกรณียื่นคำร้องขอหนังสือรับรองด้วยตนเองหรือผ่านทางไปรษณีย์เท่านั้น)","2021-11-17T13:39:24"],
    [1424,"94e56e27-1e3d-454a-a456-9a913fd2e50c","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)","การจัดสอบรอบพิเศษกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-6ba4-427a-9566-e72ec2ebf3c9",9,0,5,"หลักเกณฑ์ : บุคคลที่มีสิทธิ์สอบรอบพิเศษกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน  (O-NET : Ordinary National Educational Test) ดังนี้  1. เป็นผู้ที่ สทศ. ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้มีสิทธิ์สอบ แต่ไม่สามารถเข้าสอบได้ โดยมีเหตุสุดวิสัย  2. เหตุสุดวิสัย หมายถึง เหตุการณ์ใดๆที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน โดยไม่มีบุคคลใดคาดหมายหรือคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นและไม่อาจป้องกันหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นไปได้ แม้ว่าตนเองจะได้ใช้ความระมัดระวังแล้วก็ตาม  3. เหตุสุดวิสัยมี 2 กรณี คือ    3.1 เหตุสุดวิสัยที่เกิดกับตัวนักเรียนเอง ได้แก่ ความเจ็บป่วย การประสบอุบัติเหตุที่ต้องเข้ารับการรักษา      3.2 เหตุสุดวิสัยที่เกิดจากปัจจัยภายนอกแล้วส่งผลต่อตัวนักเรียน ได้แก่ ภัยธรรมชาติ โรคระบาด เหตุฉุกเฉินอันเกิดแก่บิดาหรือมารดา แล้วทําให้ไม่สามารถเข้าสอบในช่วงวันและเวลาที่กำหนดได้      เงื่อนไข : ยื่นคำขอตามแบบคำร้องที่สถาบันกำหนด และชำระค่าธรรมเนียมพร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบให้ครบถ้วนภายในวันและเวลาที่สถาบันกำหนดตามประกาศ","2022-04-06T22:52:48"],
    [1425,"94e56e27-20e5-4789-be1a-2759cfd51507","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี","การขอรับทุนโอลิมปิกวิชาการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-6f47-44dd-87a8-7d7d106ba256",8,0,4,"หลักเกณฑ์ทั่วไป    1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้แทนประเทศไทย และมีรายชื่อตามประกาศ สสวท.    2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นแบบคำขอพร้อมด้วยเอกสารให้ครบถ้วน    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอด้วยตนเองเท่านั้น ณ สาขาโอลิมปิกวิชาการและอัจฉริยภาพ สสวท.    4.   ผู้ยื่นคำขอที่มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ จะต้องเข้าสอบสัมภาษณ์ตามวัน เวลา ที่กำหนด    5.  ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขอแต่ไม่ยื่นคำขอภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าไม่ประสงค์รับทุน    * สำหรับหลักเกณฑ์และคุณสมบัติ สำหรับผู้รับทุนโอลิมปิกวิชาการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ศึกษาต่างประเทศ โดย คณะกรรมการกำหนดนโยบายการดำเนินงานทุนโอลิมปิกวิชาการสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นั้น มีดังนี้    1. คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนโอลิมปิกวิชาการฯ        1.1  เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ สาขาวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์โลกอวกาศ        1.2  ในกรณีที่ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 1.1 สละสิทธิ์และมีทุนเหลือ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้รับทุน ต้องเป็นนักเรียนที่ผ่านการอบรมคัดเลือกค่ายสุดท้าย ในโครงการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ สาขาวิชาฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และนักเรียนที่ผ่านการอบรมคัดเลือกวิชาชีววิทยา        1.3  ผู้ที่กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 แผนวิทยาศาสตร์ มีผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.50          1.4  มีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่ง พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และเป็นผู้มีคุณสมบัติเฉพาะตามที่กำหนดไว้ในแต่ละหน่วยทุน        1.5 ไม่สอบตกวิชาใดวิชาหนึ่งตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย        1.6  มีศีลธรรม และความประพฤติดี โดยมีหนังสือรับรองจากผู้อำนวยการโรงเรียนที่ตนสังกัดและอาจารย์หัวหน้าทีมที่ตนไปแข่งขัน และรายงานความประพฤติขณะเข้ารับการอบรมและช่วงแข่งขันจากคณะอนุกรรมการดำเนินการแต่ละสาขาวิชา        1.7 ไม่อยู่ระหว่างการรับทุนที่มีสัญญาผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนใดๆ        1.8  ต้องผ่านการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิตจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. หรือตามที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการดำเนินงานทุนโอลิมปิกวิชาการฯ กำหนด    2. การประเมินความเหมาะสมในการรับทุนโอลิมปิกวิชาการฯ         2.1  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการดำเนินงานทุนโอลิมปิกวิชาการฯ  จัดสอบสัมภาษณ์สำหรับผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ สาขาวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ที่แสดงความจำนงขอรับทุน        2.2 ในกรณีที่มีทุนเหลือจากข้อ 1.1 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการดำเนินงานทุนโอลิมปิกวิชาการฯ จัดสอบสัมภาษณ์นักเรียนที่ผ่านการอบรมคัดเลือกครั้งสุดท้าย เพื่อประเมินความเหมาะสมตามลำดับคะแนนที่ได้จากการอบรมคัดเลือกค่ายสุดท้ายก่อนคัดเลือกผู้แทนประเทศไทยในโครงการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ","2023-06-26T14:54:55"],
    [1426,"94e56e27-27fd-4e39-a236-239e4046414a","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี","การสอบคัดเลือกนักเรียนเข้ารับทุน พสวท. ระดับมัธยมศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-7867-44f0-8e87-38091c6e6a4c",65,300,4,"1. เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าในปีการศึกษาที่เปิดรับสมัครในปีนั้น ๆ    2. มีสัญชาติไทย และมีบัตรประจำตัวประชาชน    3. ผู้สมัครสอบต้องทำการลงทะเบียนด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก    4. ผู้สมัครสอบต้องกรอกข้อมูลในระบบออนไลน์ภายในระยะเวลาที่กำหนด    5. ผู้สมัครสอบต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด     6. ผู้สมัครสอบต้องไปสอบตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนดไว้    7. ในวันสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบแสดงต่อคณะกรรมการคุมสอบ    ศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์  http://sml62.ipst.ac.th/IPST","2023-06-26T14:52:39"],
    [1427,"94e56e1e-fc49-4e8e-8bc2-068dcfb7f4f6","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การขออนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ของเอกชนในสถานศึกษา (ตรวจก่อนจัดจำหน่าย)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-0cc2-4ac4-9bae-ce4d7686fb86",135,0,7,"ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาคุณภาพสื่อการเรียนรู้ของเอกชน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กำหนดให้                              1.  ผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ที่ประสงค์จะส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                                 1.1  เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตสื่อกับสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน                                 1.2  เป็นผู้ทรงสิทธิในสื่อการเรียนรู้ ที่ส่งเข้ารับการตรวจประเมินและหากมีผู้อื่นร่วมทรงสิทธิด้วยต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร                                 1.3  มีระบบจัดจำหน่ายหรือกระจายหนังสือถึงสถานศึกษาอยู่ก่อนยื่นคำขอ   จดทะเบียนเพื่อส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมิน                                 ในกรณีที่จะจัดจำหน่ายสื่อที่ผลิตในต่างประเทศจะต้องเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร                        2.  กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่รับตรวจประเมินก่อนจัดจำหน่ายมี 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้แก่                                 2.1  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย                                 2.2  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์                                 2.3  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์                                 2.4  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม                                 2.5  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษที่ผลิตโดยคนไทย)                        3.  ผู้ผลิตสื่อต้องส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพตามปฏิทินปฏิบัติงานตรวจ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด                         4.  ก่อนส่งคำขอรับการตรวจประเมินพร้อมต้นฉบับ ผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ต้องแจ้งแผนการจัดทำต้นฉบับที่จะส่งเข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพ พร้อมเอกสารประกอบส่งให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้                                  4.1  รายชื่อและคุณสมบัติของผู้เขียน                                  4.2  รายชื่อและคุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจ อย่างน้อย 3 คน  พร้อมเอกสารประกอบ                                           (1)  หนังสือรับรองคุณภาพสื่อการเรียนรู้ของผู้ตรวจ                                           (2)  สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 1 ชุด                                 4.3  รายชื่อและคุณสมบัติของคณะบรรณาธิการ อย่างน้อย 1 คน พร้อมเอกสารประกอบ                                           (1)  หนังสือรับรองคุณภาพสื่อการเรียนรู้ของคณะบรรณาธิการ                                           (2)  สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 1 ชุด                        5.  การอนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะอนุญาตคราวละ 5 ปี                        6.  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกใบอนุญาต หากผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ มิได้ดำเนินการตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้ผลิตจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้                        7.  ผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้เป็นผู้จ่ายค่าตอบแทนการตรวจประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ ในอัตราตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะได้แจ้งรายการการเรียกเก็บเงินค่าตอบแทนดังกล่าวจากผู้ยื่นขออนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ตามรายการที่เกิดขึ้นจริง                        8.  สื่อการเรียนรู้ที่ส่งให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจประเมินคุณภาพ และอนุญาตให้ใช้ในสถานศึกษาหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เรียบเรียงหรือผู้ผลิตต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น    ระยะเวลาการให้บริการรวมตามที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับตั้งแต่ได้รับเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2023-09-11T15:05:04"],
    [1428,"94e56e1e-f99b-4e63-95c5-9b8b789f57df","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิขององค์กรวิชาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-0952-41e0-86a1-0b38d6220bc5",60,0,7,"1.  คุณสมบัติของผู้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบศูนย์การเรียน                                 ต้องเป็นองค์กรวิชาชีพที่ได้จัดตั้งโดยกฎหมาย                        2.  บทบาทหน้าที่ของผู้ขอจัดตั้งศูนย์การเรียน                                 2.1  ดำเนินการยื่นความประสงค์เพื่อขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน เป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                 2.2  จัดทำแผนการจัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสถานศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียดประกอบการขออย่างน้อย 9 รายการ ดังนี้                                                       (1)  ชื่อศูนย์การเรียน                                         (2) วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                         (3) ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                         (4) รูปแบบการจัดการศึกษา                                         (5) ระดับการศึกษาที่จัด ในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                         (6) หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                         (7) ระบบประกันคุณภาพภายใน                                         (8) รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาศูนย์การเรียน                                         (9) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)                       3.  การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้                               3.1  การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับประถมศึกษา ให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                               3.2  การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่    อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นขอ    ขยายต่อสำนักงานเขตที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ให้ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา                                 3.3  ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็นและอาจยื่นคำขอได้ปีละ 2 ครั้ง ก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิด&ndash; ปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                        4.  เมื่อได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ศูนย์การเรียนดำเนินการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาได้                       หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนการจัดการศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ให้อนุญาตแล้วต้องเสนอเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนการจัดการศึกษาเพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอนุญาต    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1429,"94e56e1e-ff17-4967-bd35-a6e4b2a8539a","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน (เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-1088-44fe-9868-662ebae5d86a",60,0,7,"1.  คุณสมบัติของผู้ขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนที่จะขอจัดตั้งศูนย์การเรียนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้                                 1.1  องค์กรชุมชน                                         1. เป็นคณะบุคคลประกอบด้วยผู้ที่บรรลุนิติภาวะไม่น้อยกว่า 7 คน                                         2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในชุมชนหรือท้องถิ่นร่วมกัน                                         3. มีวัตถุประสงค์ขององค์กรร่วมกันเพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์และไม่แสวงหากำไร                                         4. มีที่ตั้งองค์กรอยู่ในท้องที่เดียวกันกับศูนย์การเรียนที่ขอจัดตั้ง                                         5. รายการตามข้อ 1 และข้อ 3 ต้องได้รับการรับรองจากสมาชิกในชุมชนซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน                     ผู้แทนหรือผู้รับมอบอำนาจ ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ขอได้ตั้งศูนย์การเรียนต้องมีคุณสมบัติดังนี้                               1. เป็นสมาชิกของคณะบุคคลตามข้อ 1                               2. มีสัญชาติไทย                               3. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย                               4. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                      2.  คุณสมบัติผู้เรียน                        3.  การจัดตั้งศูนย์การเรียนองค์กรชุมชน                                 3.1  ยื่นแบบคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียนเป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยมีรายละเอียดการขอจัดตั้งอย่างน้อย 6 รายการ ดังต่อไปนี้                                            (1)  ชื่อองค์กรชุมชน                                            (2)  รายละเอียดของคณะบุคคล ได้แก่ ชื่อ สัญชาติ อายุ ที่อยู่และอาชีพ                                            (3)  วัตถุประสงค์ขององค์กรชุมชน                                            (4)  ที่ตั้งองค์กรชุมชน                                            (5)  ประวัติความเป็นมาขององค์กรชุมชน                                            (6)  ผลการดำเนินงานขององค์กรชุมชน                        รายการตามข้อ (2) และ (3) ต้องได้รับการรับรองจากสมาชิกในชุมชนซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ จำนวนไม่น้อยกว่า20 คน                                3.2  จัดทำแผนการจัดการศึกษา ให้ศูนย์การเรียนร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษาหรือเครือข่ายทางการศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียด ประกอบการขออนุญาตอย่างน้อย 9 รายการ ดังนี้                                           (1)  ชื่อศูนย์การเรียน                                           (2)  วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                           (3)  ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                           (4)  รูปแบบการจัดการศึกษา                                           (5)  ระดับการศึกษาที่จัดในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                           (6)  หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                           (7)  ระบบประกันคุณภาพภายใน                                           (8)  รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน                                           (9)  ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียน                               3.3  ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็น และยื่นคำขอได้ ปีละ 2 ครั้ง ก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิดปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                               3.4 การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้                                          3.4.1  การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับก่อนประถมศึกษาระดับประถมศึกษาให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                          3.4.2 การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                              อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาต ให้ ยื่นขอขยายต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) ให้ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวง ศึกษาธิการ ก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1430,"94e56e1f-0215-4ec7-b53c-9fd1fb28aabe","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การจัดการศึกษาว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนกรณีองค์กรเอกชนเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-1428-486c-84f1-785398c7148e",30,0,9,"1.  คุณสมบัติของผู้ขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนที่จะขอจัดตั้งศูนย์การเรียน  กรณีองค์กรเอกชนเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย  ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้                                 1.  เป็นสมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือเป็นส่วนงานหรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล                                 2.  มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์และไม่แสวงหากำไร                                 3.  มีที่ตั้งหรือมีส่วนงานหรือโครงการรับผิดชอบอยู่ในท้องที่เดียวกันกับศูนย์การเรียน          2.  คุณสมบัติของผู้เรียน    ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                               2.1  เป็นผู้ซึ่งขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ                                 2.2  เป็นผู้มีความต้องการเข้าศึกษาในศูนย์การเรียน        3.  การจัดตั้งศูนย์การเรียน                                 3.1  การจัดตั้งศูนย์การเรียนองค์กรเอกชน  ที่มีคุณสมบัติยื่นแบบคำขอจัดตั้ง ศูนย์การเรียนเป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยมีรายละเอียดการขอจัดตั้งอย่างน้อย 6 รายการดังต่อไปนี้                                    (1)  ชื่อองค์กรเอกชน                                    (2)  วัตถุประสงค์ขององค์กรเอกชน                                    (3)  ที่ตั้งองค์กรชุมชน                                    (4)  ประวัติความเป็นมาขององค์กรเอกชน                                    (5)  ผลการดำเนินงานขององค์กรเอกชน                                    (6) หลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลขององค์กรหรือหลักฐานการเป็นส่วนงาน หรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล                                    (7) หลักฐานใบรับมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้แทนหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นคำขอ  (ถ้ามี)                                 3.2  จัดทำแผนการจัดการศึกษา ให้ศูนย์การเรียนร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษาหรือเครือข่ายทางการศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียด ประกอบการขออนุญาตอย่างน้อย 9 รายการ ดังนี้                                    (1)  ชื่อศูนย์การเรียน                                    (2)  วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                    (3)  ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                    (4)  รูปแบบการจัดการศึกษา                                    (5)  ระดับการศึกษาที่จัดในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                    (6)  หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                    (7)  ระบบประกันคุณภาพภายใน                                    (8)  รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน                                    (9)  ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียน                                3.3  ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็น และยื่นคำขอได้  ปีละ 2 ครั้ง ก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิดปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                                3.3  การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้                                          3.4.1 การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับก่อนประถมศึกษาระดับประถมศึกษาให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                          3.4.2 การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                       อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาต ให้ ยื่นขอขยายต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) ให้ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา             4. กรณีองค์กรเอกชนเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ที่ขอจัดศูนย์การเรียนให้เสนอคำขอและเอกสารประกอบต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาอนุญาต โดยให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอจัดการศึกษา  ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1431,"94e56e1f-0506-45b5-806c-54c1c338495d","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การจัดการศึกษาว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนกรณีองค์กรเอกชนเป็นนิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย(ที่มีผู้เรียนไม่เกิน 50 คน) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-17f2-4f73-b374-3b7d950aed01",60,0,10,"คุณสมบัติของผู้ขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนที่จะขอจัดตั้งศูนย์การเรียน    ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้                       1.  องค์กรเอกชนซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย                                 1.1  เป็นสมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือเป็นส่วนงาน หรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล                                 1.2  มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์และไม่แสวงหากำไร                                 1.3  มีที่ตั้งหรือมีส่วนงานหรือโครงการรับผิดชอบอยู่ในท้องที่เดียวกันกับศูนย์การเรียน                                 1.4  มีผู้รับมอบอำนาจ มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาในประเทศไทย                       2.  คุณสมบัติของผู้เรียน  ผู้เรียนในศูนย์การเรียนโดยนี้  ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                                 2.1  เป็นผู้ซึ่งขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ                                 2.2  สำหรับกรณีองค์กรเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย คุณสมบัติของผู้เรียนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด                      3.  การจัดตั้งศูนย์การเรียน                                 3.1  การจัดตั้งศูนย์การเรียนองค์กรเอกชน  ที่มีคุณสมบัติยื่นแบบคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียนเป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยมีรายละเอียดการขอจัดตั้งอย่างน้อย 6 รายการ ดังต่อไปนี้                                        (1)  ชื่อองค์กรเอกชน                                        (2)  วัตถุประสงค์ขององค์กรเอกชน                                        (3)  ที่ตั้งองค์กรเอกชน                                        (4)  ประวัติความเป็นมาขององค์กรเอกชน                                        (5)  ผลการดำเนินงานขององค์กรเอกชน                                        (6)  หลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลขององค์กรหรือหลักฐานการเป็นส่วนงาน หรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล                                        (7) หลักฐานใบรับมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้แทนหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นคำขอ  (ถ้ามี)                                     3.2  จัดทำแผนการจัดการศึกษา ให้ศูนย์การเรียนร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษาหรือเครือข่ายทางการศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียด ประกอบการขออนุญาตอย่างน้อย 9 รายการ ดังนี้                                        (1) ชื่อศูนย์การเรียน                                        (2) วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                        (3) ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                        (4) รูปแบบการจัดการศึกษา                                        (5) ระดับการศึกษาที่จัดในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                        (6) หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                        (7) ระบบประกันคุณภาพภายใน                                        (8) รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน                                        (9) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียน                                 3.3  ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็น และยื่นคำขอได้ปีละ 2 ครั้ง ก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิดปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                                 3.4  การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้                                          3.4.1  การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับก่อนประถมศึกษาระดับประถมศึกษาให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                          3.4.2  การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                       อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาต ให้ ยื่นขอขยายต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) ให้ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา                        4.  กรณีองค์กรเอกชนเป็นนิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย ให้พิจารณา    คำขอจัดตั้งศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนไม่เกิน 50 คน ให้เสนอคำขอและเอกสารประกอบต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาอนุญาต โดยให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอจัดการศึกษาภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ และเอกสารประกอบ    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1432,"94e56e1f-0763-47cf-81f8-cd4752f00513","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การจัดตั้งศูนย์การเรียนของสถานประกอบการ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-1b34-4bd8-97fa-e25aafd2327c",60,0,9,"1.  ศูนย์การเรียนในสถานประกอบการสามารถจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบได้แก่  การศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย                       2.  ศูนย์การเรียนในสถานประกอบการจะต้องยึดแนวการจัดการศึกษา การจัดระบบการเรียนรู้  การประเมินผู้เรียน รวมทั้งดำเนินการตามหลักสูตรตามที่กำหนดในหมวด 4 ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ                       3.  ศูนย์การเรียนในสถานประกอบการต้องรับการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)                       4.  ศูนย์การเรียนในสถานประกอบการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและเขตพื้นที่การศึกษา                       5.  กลุ่มเป้าหมายของศูนย์การเรียนในสถานประกอบการ  ได้แก่                                 กลุ่มที่  1  คู่สมรส  ผู้สืบสันดาน หรือบุตรบุญธรรมของลูกจ้าง                                 กลุ่มที่  2  พนักงานหรือบุคคลที่อยู่ในความดูแลของสถานประกอบการ                                 กลุ่มที่  3  บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ใกล้กับสถานประกอบการที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งไม่ใช่พนักงาน                       6.  รายละเอียดแผนการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนในสถานประกอบการมีรายละเอียด  9 ดังนี้                                 (1)  ชื่อศูนย์การเรียน                                 (2)  วัตถุประสงค์                                 (3)  ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                 (4)  รูปแบบการจัดการศึกษา                                 (5)  ระดับการศึกษาที่จัด                                 (6)  หลักสูตร                                 (7)  ระบบประกันคุณภาพ                                 (8)  บุคลากรทางการศึกษาของศูนย์                                 (9)  ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มรับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1433,"94e56e1f-0977-4663-815d-5783947279d8","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การขอใบแทนเอกสารทางการศึกษาของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-1e2b-493d-91ac-ba1160100215",4,0,4,"1.  ใบแทนเอกสารทางการศึกษา เป็นใบแทนเอกสารแสดงวุฒิการศึกษา ซึ่งสถานศึกษาเคยออกเอกสารฉบับจริงให้แล้ว โดยใบแทนจะมีลักษณะแตกต่างจากเอกสารจริง ตามรูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด                  2.  กรณีที่หลักฐานสูญหายและขอใหม่ (ขอใบแทน) จะต้องดำเนินการแจ้งความ และนำใบแจ้งความมายื่น                  3.  กรณีที่หลักฐานชำรุดให้นำเอกสารฉบับเก่ามายื่นเป็นหลักฐาน                  4. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1434,"94e56e1f-0c2f-4e81-84a6-a190db6a3c3a","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การขออนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ของเอกชนในสถานศึกษา (ตรวจหลังจัดจำหน่าย) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-21e4-48b5-a6f6-2c26f88c52f4",135,0,5,"ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาคุณภาพสื่อการเรียนรู้ของเอกชน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กำหนดให้                        1.  ผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ที่ประสงค์จะส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                                                    1.1  เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตสื่อกับสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน                                  1.2  เป็นผู้ทรงสิทธิในสื่อการเรียนรู้ ที่ส่งเข้ารับการตรวจประเมินและหากมีผู้อื่นร่วมทรงสิทธิด้วยต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร                                 1.3  มีระบบจัดจำหน่ายหรือกระจายหนังสือถึงสถานศึกษาอยู่ก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมิน                        ในกรณีที่จะจัดจำหน่ายสื่อที่ผลิตในต่างประเทศจะต้องเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร                        2.  กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่รับตรวจประเมินหลังจัดจำหน่าย มี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้แก่                                 2.1  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา                                 2.2  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ                                 2.3  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี                                 2.4  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษฉบับนำเข้าจากต่างประเทศ)                        3.  ผู้ผลิตสื่อต้องส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพตามปฏิทินปฏิบัติงานตรวจประเมินที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด                        4.  ก่อนส่งคำขอรับการตรวจพร้อมต้นฉบับ ผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ต้องแจ้งแผนการจัดทำต้นฉบับที่จะส่งเข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพ พร้อมเอกสารประกอบส่งให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้                                  4.1  รายชื่อและคุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจ อย่างน้อย 3 คน  พร้อมเอกสารประกอบ                                           (1)  หนังสือรับรองคุณภาพสื่อการเรียนรู้ของผู้ตรวจ                                           (2)   สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 1 ชุด                                  4.2  รายชื่อและคุณสมบัติของคณะบรรณาธิการ อย่างน้อย 1 คน พร้อมเอกสารประกอบ                                           (1)  หนังสือรับรองคุณภาพสื่อการเรียนรู้ของคณะบรรณาธิการ                                           (2)  สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 1 ชุด                        5.  สื่อที่จะส่งเข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพ จะต้องมีใบรับรองคุณภาพของผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ แสดงให้เห็นชัดเจนที่ปกหลัง                        6.  ผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้เป็นผู้จ่ายค่าตอบแทนการตรวจประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ในอัตราตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะได้แจ้งรายการการเรียกเก็บเงินค่าตอบแทนดังกล่าวจากผู้ยื่นคำขออนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ตามรายการที่เกิดขึ้นจริง                        7.  สื่อการเรียนรู้ตามข้อ 5 ที่ไม่ผ่านการพิจารณาฯ จะถูกถอนรายชื่อออกจากบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้สำหรับเลือกใช้ในสถานศึกษา                        8.  การอนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะอนุญาตคราวละ 5 ปี                        9.  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอสงวนสิทธิในการยกเลิกใบอนุญาต หากผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้มิได้ดำเนินการตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการโดยผู้ผลิตจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้                        10. สื่อการเรียนรู้ที่ส่งให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจประเมินคุณภาพ และอนุญาตให้ใช้ในสถานศึกษาหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เรียบเรียงหรือผู้ผลิตต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับตั้งแต่ได้รับเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2023-09-10T19:54:26"],
    [1435,"94e56e1f-0f34-42bf-ae2c-1d283c895c9a","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน (กรณีองค์กรเอกชนเป็นนิติบุคคลซึ่งไม่ได้ออกทะเบียนในประเทศไทย มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่า 100 คน)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-25ce-4afb-b5ae-c7631a5e09f8",120,0,10,"คุณสมบัติของผู้ขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนที่จะขอจัดตั้งศูนย์การเรียน ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้                        1.  องค์กรเอกชนซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย                                 1.1 เป็นสมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือเป็นส่วนงาน หรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล                                 1.2 มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์และไม่แสวงหากำไร                                 1.3 มีที่ตั้งหรือมีส่วนงานหรือโครงการรับผิดชอบอยู่ในท้องที่เดียวกันกับศูนย์การเรียน                                 1.4 มีผู้รับมอบอำนาจ มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาในประเทศไทย                        2.  คุณสมบัติของผู้เรียน                           ผู้เรียนในศูนย์การเรียนนี้  ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                               2.1 เป็นผู้ซึ่งขาดโอกาสในการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ                               2.2 สำหรับกรณีองค์กรเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย คุณสมบัติของผู้เรียนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด                       3.  การจัดตั้งศูนย์การเรียน                                 3.1 การจัดตั้งศูนย์การเรียนองค์กรเอกชน ที่มีคุณสมบัติยื่นแบบคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียนเป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาโดยมีรายละเอียดการขอจัดตั้งอย่างน้อย 6 รายการ ดังต่อไปนี้                                       (1) ชื่อองค์กรเอกชน                                       (2) วัตถุประสงค์ขององค์กรเอกชน                                       (3) ที่ตั้งองค์กรเอกชน                                       (4) ประวัติความเป็นมาขององค์กรเอกชน                                       (5) ผลการดำเนินงานขององค์กรเอกชน                                       (6) หลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลขององค์กรหรือหลักฐานการเป็นส่วนงาน หรือโครงการในองค์กรนิติบุคคล                                       (7) หลักฐานใบรับมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้แทนหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นคำขอ  (ถ้ามี)                                3.2 จัดทำแผนการจัดการศึกษา ให้ศูนย์การเรียนร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษาหรือเครือข่ายทางการศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียด ประกอบการขออนุญาตอย่างน้อย 9 รายการ ดังนี้                                      (1) ชื่อศูนย์การเรียน                                      (2) วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                      (3) ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                      (4) รูปแบบการจัดการศึกษา                                      (5) ระดับการศึกษาที่จัดในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                      (6) หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                      (7) ระบบประกันคุณภาพภายใน                                      (8) รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาของศูนย์การเรียน                                      (9) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียน                                3.3 ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็น และยื่นคำขอได้ปีละ 2 ครั้ง ก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิดปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                                3.4 การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้                                          3.4.1 การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับก่อนประถมศึกษาระดับประถมศึกษาให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                          3.4.2 การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                       อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาต ให้ ยื่นขอขยายต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้ ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการ     การอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา                        4.  กรณีองค์กรเอกชนเป็นนิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย การขอจัดตั้งศูนย์   การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่า 100 คน ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอคำขอ ต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)    ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1436,"94e56e1f-115b-4fb2-af42-886eaa3efbd3","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การขอย้ายนักเรียนเข้าเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-2926-48e7-854f-045552da9b98",3,0,11,"1.  ให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอย้ายต่อโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน                  2.  โรงเรียนพิจารณาการรับย้ายเบื้องต้นก่อนรับคำขอจากเหตุผล ความต้องการและความจำเป็นของนักเรียนและผู้ปกครองที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโรงเรียน จำนวนนักเรียนต่อห้องเรียน แผนการเรียน ฯลฯ                  3.  การใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบคุณสมบ้ติ และเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้เรียนขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการขอย้าย หากขอย้ายเข้าช่วงปฏิทินเปิดภาคเรียน อาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบมาก กว่า 1 วัน เนื่องจากมีนักเรียนยื่นคำขอย้ายเข้าเรียนเป็นจำนวนมากสำหรบโรงเรียนขนาดใหญ๋                                     4.โรงเรียนหรือผู้ปกครองยื่นเอกสารการส่งตัวจากโรงเรียนที่ขอย้ายออกตามแบบส่งตัวนักเรียน (แบบ  บค. 20) เมื่อได้รับย้ายจากโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน                 5.  ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1437,"94e56e1f-136f-42be-b8dd-fb4ed9137765","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การขอย้ายนักเรียนออกจากโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-2c21-493f-adb7-d83dd456bca8",4,0,5,"1. ผู้ปกครองกรอกแบบคำร้องขอย้ายออกและยื่นต่อโรงเรียนที่ขอย้ายออก                      แบบคำร้องขอย้ายนักเรียน  แบบ  บค. 19  (การศึกษาภาคบังคับ) /แบบฟอร์มที่ กพร.สพฐ.กำหนด                      แบบคำร้องขอย้ายนักเรียน  แบบ  พฐ. 19  (การศึกษาขั้นพื้นฐาน)  หรือตามแบบที่โรงเรียนกำหนด/ แบบฟอร์มที่ กพร.สพฐ.กำหนด    2. โรงเรียนที่ขอย้ายแจ้งผลการพิจารณา และจัดทำหนังสือส่งตัวนักเรียน  ตามแบบ  บค.  20    3. โรงเรียนจะจำหน่ายนักเรียนออกเมื่อได้รับเอกสารยืนยันการรับย้ายจากโรงเรียนปลายทาง                                  4. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1438,"94e56e1f-159e-46f0-becb-517abbf95955","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การขอลาออกของนักเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-2f77-46fd-b69c-e4aefee4e67c",5,0,3,"1.  การลาออกมี  2  กรณี                     กรณีที่ 1  ลาออกเพื่อศึกษาต่อที่อื่น                     กรณีที่ 2  ลาออกเพื่อไปประกอบอาชีพ     2.  การขอลาออกของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้                     2.1  อายุย่างเข้าปีที่ 16  (ตามมาตรา  17  แห่ง  พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ  พ.ศ.  2545 กำหนดให้เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดต้องเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้า        ปีที่สิบหก  เว้นแต่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ)                     2.2  อยู่ระหว่างการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ต้องการลาออก                     2.3  กรณียังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ แต่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี อนุญาตให้เฉพาะเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาเท่านั้น (เช่น  การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ฯลฯ)    3.  ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือเริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว    4.  กรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นผู้พิจารณาส่งต่อ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1439,"94e56e1f-187a-44e3-9598-c55016526fe9","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การขอเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-3364-4981-b5c3-e4d56f770d84",7,0,4,"1  หลักการเทียบโอนผลการเรียน                                                                                                                                                            1.1  แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน                            1.2. พิจารณาจากเอกสาร  หลักฐานการศึกษาหรือหลักฐานอื่นหรือประเมินจากความรู้  ความสามารถ  ทักษะ  หรือประสบการณ์ของผู้เรียนด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย  ไม่ซับซ้อน  ทั้งนี้  ให้คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เทียบโอนผลการเรียนเป็นสำคัญ                            1.3  พิจารณาเทียบโอนผลการเรียนเพื่อการศึกษาต่อโดยพิจารณารูปแบบการศึกษา  และหลักสูตรที่อยู่ในระดับเดียวกัน                   2.  แนวทางการเทียบโอนผลการเรียน                            2.1  การเทียบโอนผลการเรียนให้พิจารณาจากรูปแบบการจัดการศึกษา  ลักษณะการจัดหลักสูตร  และสาระการเรียนรู้ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายโดยเทียบเคียงกับหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่รับเทียบโอน                            2.2  ช่วงเวลาในการเทียบโอนผลการเรียน  ดำเนินการได้  2  กรณี  ดังนี้                           กรณีที่  1  การเทียบโอนผลการเรียนที่เกิดขึ้นจากสภาพการณ์ต่าง ๆ ได้แก่  การย้ายสถานศึกษา  การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา  การย้ายหลักสูตร                           ให้ดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรกหรือต้นภาคเรียนแรกที่สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นนักเรียน/นักศึกษา  เพื่อการวางแผนการเรียน  ทั้งนี้  สถานศึกษาควรดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนให้แล้วเสร็จภายใน  1  ภาคเรียน  ถ้ามีเหตุจำเป็นผู้ขอเทียบโอนไม่สามารถขอเทียบโทนได้ภายในช่วงเวลาที่กำหนด  ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา                           กรณีที่  2  การเทียบโอนความรู้  ทักษะ  หรือประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้อื่น  เช่น  สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพอิสระ สถานบันทางศาสนา สถาบันฝึกอบรมวิชาชีพ  บ้านเรียน  (Home School) ฯลฯ                           ให้ดำเนินการต้นภาคเรียนหรือก่อนภาคเรียน  โดยสถานศึกษาที่รับเทียบโอนกำหนดรายวิชา/หมวดวิชา  จำนวนหน่วยกิต/หน่วยการเรียน  ที่จะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม  รวมทั้ง  กรณีของผู้กำลังเรียนและประสงค์จะไปศึกษาจากแหล่งเรียนรู้อื่น ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าสถานศึกษาก่อน                  3.  การกำหนดอายุของผลการเรียนที่ขอเทียบโอน  ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่รับเทียบโอนโดยพิจารณาบนพื้นฐานของธรรมชาติวิชา  ความทันสมัย  ทันต่อเหตุการณ์  และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน                  4.  การพิจารณาให้ผลการเรียนในรายวิชา/หมวดวิชาที่ได้จากการเทียบโอนผลการเรียนให้ผลการเรียน  ตามหลักฐานเดิมที่ปรากฏหรือให้ผลการเรียนใหม่ที่ได้จากการประเมินด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย                  5.  นักเรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย  1  ภาคเรียน                  6   การจบหลักสูตรของผู้ขอเทียบโอน  การให้หน่วยกิต/หน่วยการเรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์การจบหลักสูตรของสถานศึกษาที่รับเทียบโอนกำหนด                  7.  การเทียบโอนผลการเรียนสำหรับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน/วัฒนธรรมต่างประเทศเป็นเวลา  1  ปีการศึกษา  ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางการเทียบชั้นการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกำหนดไว้แล้ว                  8.  การเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่หลักสูตรเดิมของกระทรวงศึกษาธิการ  ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีระเบียบ/คำสั่งกำหนดไว้แล้ว                  9.  สถานศึกษาเป็นผู้จัดทำเอกสาร/หลักฐานการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเทียบโอนผลการเรียนโดยบันทึกผลการเทียบโอนไว้เป็นหลักฐาน  และออกแจ้งผลการเทียบโอนให้แก่ผู้ยื่นความจำนงและจัดเก็บเอกสาร/หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเทียบโอน  พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนผู้ขอเทียบโอนผลการเรียนไว้เพื่อการอ้างอิงสถานศึกษาสามารถบันทึกข้อมูลการเทียบโอนไว้ในช่องหมายเหตุโดยไม่ต้องกรอกผลการเรียนเดิมในระเบียนแสดงผลการเรียนและแบบเอกสารแสดงผลการเรียนจากแหล่งเรียนรู้เดิมที่นำมาขอเทียบโอนไว้ด้วยกัน                  10.  ผู้ที่ประสงค์จะขอเทียบผลการเรียนจะต้องสมัครเข้าเป็นนักเรียนของสถานศึกษาที่รับเทียบโอนผลการเรียน                   ทั้งนี้  ระยะเวลาให้บริการเริ่มนับเมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2021-11-17T13:39:19"],
    [1440,"94e56e1f-1ad8-4ae2-8adc-ab6164b95b04","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การขอจดทะเบียนเป็นผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d30-36a7-4781-b7a8-cf381999cfbf",7,0,8,"1.  สื่อการเรียนรู้ หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับตรวจประเมินคุณภาพ มี 4 ประเภท ดังนี้                                 1.1  หนังสือเรียน (รับตรวจประเมินคุณภาพ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา)                                 1.2  แบบฝึกหัด (รับตรวจประเมินคุณภาพเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับประถมศึกษา)                                 1.3  คู่มือครู (รับตรวจประเมินคุณภาพเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา)                                 1.4  ชุดการเรียนการสอน (รับตรวจประเมินคุณภาพเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา)                                  2.  ผู้ผลิตสื่อการเรียนรู้ที่ประสงค์จะส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้                                           2.1  เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตสื่อกับสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน                                 2.2  เป็นผู้ทรงสิทธิในสื่อการเรียนรู้ ที่ส่งเข้ารับการตรวจประเมินและหากมีผู้อื่นร่วมทรงสิทธิด้วยต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร                                 2.3  มีระบบจัดจำหน่ายหรือกระจายหนังสือถึงสถานศึกษาอยู่ก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อส่งสื่อการเรียนรู้เข้ารับการตรวจประเมิน                                ในกรณีที่จะจัดจำหน่ายสื่อที่ผลิตในต่างประเทศจะต้องเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2022-03-14T14:01:05"],
    [1441,"94e56e1f-1dcb-4e11-9a99-3c0da26d7810","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การขอจัดการศึกษาว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน  (ผู้เรียนจำนวนเกินกว่า 100 คน)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-3a4b-40db-bfd7-649746e4e6f7",96,0,8,"ศูนย์การเรียน  หมายถึง  สถานที่เรียนที่บุคคลจัดตั้งขึ้น เพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่แสวงหากำไร                        การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยบุคคลตามกฎกระทรวงว่าสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2554  เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น คล่องตัว  และสนองตอบวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน ซึ่งได้กำหนดรูปแบบไว้ในลักษณะการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย                        1  คุณสมบัติของผู้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน                         บุคคลผู้ขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การเรียน พ.ศ.2554 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้                                 1.1  เป็นผู้มีสัญชาติไทย                                 1.2  ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลและธรรมอันดี                                 1.3  มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้                                        (1)  อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือ เทียบเท่า                                (2)  ได้รับการประกาศยกย่อง เป็นครูภูมิปัญญาจากหน่วยงานของรัฐ หรือ                                           (3)  หรือเป็นบุคคลที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศึกษา                                  2.  บทบาทหน้าที่ของผู้ขอจัดตั้งศูนย์การเรียน                         บุคคลซึ่งมีความประสงค์และมีความพร้อมจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน ให้ดำเนินการดังนี้                                 2.1  ผู้ขอจัดการศึกษายื่นความประสงค์เพื่อขอจัดการศึกษาเป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา                                 2.2  ผู้ขอจัดการศึกษาทำแผนการจัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานสถานศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียดประกอบ  อย่างน้อย 9 รายการ  ดังนี้                                           (1)  ชื่อศูนย์การเรียน                                   (2)  วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                   (3)  ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                   (4)  รูปแบบการจัดการศึกษา                                   (5)  ระดับการศึกษาที่จัด ในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                   (6)  หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                   (7)  ระบบประกันคุณภาพภายใน                                   (8)  รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาศูนย์การเรียน                                   (9)  ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)                          3.  การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน  แบ่งเป็น  2  กรณี                                 3.1    การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับก่อนประถมศึกษาให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                 3.2  การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                          อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นขอขยายต่อสำนักงานเขตที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา                         ทั้งนี้ ต้องเสนอแผนการจัดการศึกษา จำนวน 2 ชุด ตามแบบที่กำหนดต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                         ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็นและอาจยื่นคำขอได้ปีละ 2 ครั้ง  ก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิด&ndash; ปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                         4. การพิจารณาคำขอตั้งศูนย์การเรียน                         ศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่า 100 คน ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอคำขอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1442,"94e56e1f-2053-4f32-96fc-99eae2b798d8","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การให้บริการจัดสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-3d4c-404e-b7d1-6fc5eb62d441",47,2000,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการพิจารณา ได้แก่ การสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาไทย แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ทักษะการอ่าน (Reading Skill) ส่วนที่ 2 ทักษะการฟัง (Liestening Skill) ส่วนที่ 3 ทักษะการเขียน (Writing Skill) และส่วนที่ 4 ทักษะการพูด (Speaking Skill) โดยจะแบ่งระดับความสามารถจำแนกตามระดับการศึกษา (Grade Norm) มี 6 ระดับ ได้แก่ ระดับเริ่มต้น ระดับประถมศึกษาตอนต้น ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ ระดับอุดมศึกษา     สำหรับการตัดสินผลการวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษา มีรูปแบบการตัดสินผลตามมติที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาไทย (Thai Competency Test) สำหรับชาวต่างประเทศ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1443,"94e56e1f-264b-4c2d-adb9-2677077e9d1d","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-440e-4df6-a38a-f3f9f59a0e70",30,0,12,"แนะนำให้ครอบครัวซึ่งประสงค์จะจัดการศึกษายื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษาต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิด-ปิดภาคเรียนของสถานศึกษา (ภาคเรียนที่ 1  ระหว่างเดือนเมษายน  - พฤษภาคม และ ภาคเรียนที่ 2 ระหว่างเดือนสิงหาคม  - กันยายน) เพื่อประโยชน์ในการรับเงินอุดหนุนประจำปีการศึกษา       สถานที่ยื่นความประสงค์ และยื่นคำขออนุญาตครอบครัวหรือผู้จัดการศึกษา ยื่นแบบแสดงความประสงค์ พร้อมร่างแผนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัวได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ที่ครอบครัวมีภูมิลำเนา หรือหากครอบครัวมีทะเบียนบ้านอยู่ที่หนึ่งแต่มีถิ่นพักอาศัยในปัจจุบันอีกที่หนึ่งซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดการศึกษาให้ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ณ ถิ่นที่อยู่อาศัยปัจจุบันได้ ทั้งนี้สถานที่ยื่นคำขออนุญาตสามารถดำเนินการได้ ดังนี้                                         1.1  ระดับก่อนประถมศึกษา และระดับประถมศึกษา ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา                                                                                                                   1.2  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรณีครอบครัวจัดการศึกษาต่อเนื่องจากระดับประถมศึกษา สามารถยื่นได้ที่สำนักงานเขต                            พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา                                                                                                                                                                                                                 1.3  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา   รายละเอียดของเอกสารคำขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ต้องมีรายละเอียดตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. 2547 ดังนี้           2.1  ชื่อ ชื่อสกุลของครอบครัว    2.2  ชื่อ ชื่อสกุลของผู้เรียน     2.3  สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของครอบครัวและผู้เรียน    2.4  ที่ตั้งและแผนผังสถานที่ซึ่งใช้                      จัดการศึกษา   2.5  สำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าของผู้จัดการศึกษา เว้นแต่ผู้จัดการศึกษาผ่านการประเมินโดยสำนักงาน                     ว่าเป็นผู้มีความรู้  ความสามารถหรือประสบการณ์ในการจัดการศึกษา    2.6  ระดับและประเภทการจัดการศึกษา    2.7  แผนการจัดการศึกษาที่ครอบครัวและสำนักงาน                     ร่วมกันกำหนดตามความมุ่งหมาย หลักการและแนวทางการจัดการศึกษาตาม กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ   กรณีผู้เรียนลาออกจากการศึกษาในระบบ        กรณีผู้เรียนลาออกจากการศึกษาในระบบ ให้นำหลักฐานการศึกษา (ปพ.1) เอกสารการขอย้ายสถานที่เรียนจากสถานศึกษาเดิม ชื่อ-สกุลครอบครัว ชื่อ-สกุลผู้เรียน สำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้านของ ครอบครัวและผู้เรียน แผนผังที่ตั้งสถานที่ซึ่งใช้จัดการศึกษาสำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษาของผู้จัดการศึกษาระดับและประเภทการจัดการศึกษาแผนการจัดการศึกษาที่ครอบครัวและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร่วมกัน กำหนดความมุ่งหมาย หลักการและแนวทางการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ พร้อมทั้ง ให้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเดิมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับผู้เรียนที่ยังอยู่ในการศึกษาภาคบังคับ   กรณีผู้เรียน ที่เรียนรู้จากการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ   จากการ ศึกษาโดยครอบครัวจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น ให้นำหลักฐานการเรียนรู้เดิมเท่าที่มี ชื่อ-สกุลครอบครัว ชื่อ-สกุลผู้เรียน สำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้านของครอบครัวและผู้เรียน ที่ตั้งและแผนผังสถานที่ซึ่งใช้จัดการศึกษาสำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษาของผู้จัดการศึกษาระดับและประเภท การจัดการศึกษา แผนการจัดการศึกษาที่ครอบครัวและสำนักงานร่วมกันกำหนดความมุ่งหมาย หลักการและแนวทางการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ มาประกอบการขออนุญาต เพื่อใช้ในการประเมินเทียบโอนภายหลังการได้รับอนุญาตต่อไปกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ มาประกอบการขออนุญาต เพื่อใช้ในการประเมินเทียบโอนภายหลังการได้รับอนุญาตต่อไป   การจัดทำแผนการจัดการศึกษาครอบครัวหรือผู้จัดการศึกษาต้องจัดทำแผน   การศึกษาร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก่อนยื่นคำขอ โดยมีองค์ประกอบดังนี้                5.1  ข้อมูลพื้นฐานของครอบครัว                                                                         5.2  ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน                                                                                  5.3  ระดับการศึกษาที่ขอจัด                                                                                    5.4  จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา                                                                        5.5  รูปแบบการจัดการศึกษา                                                                                  5.6  การจัดสาระการเรียนรู้                                                                                    5.7  การจัดกระบวนการเรียนรู้                                                                                  5.8  การวัดและประเมินผลการเรียนรู้                                                                          5.9  เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)                                                                                               ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-07-07T13:03:19"],
    [1444,"94e56e1f-2271-430e-89bf-95e03530ae8c","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การให้บริการเทียบวุฒิการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-403e-4732-bb1b-f4586c58fdba",8,200,14,"1.  วุฒิการศึกษาที่จะขอให้พิจารณาเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือการศึกษาภาคบังคับ และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการอื่นนอกเหนือจากการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 มีดังนี้                                  1.1  วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ                                  1.2  วุฒิการศึกษาในประเทศ เช่น วุฒิเปรียญธรรมห้าประโยค                        2.  ระยะเวลาการออกใบเทียบวุฒิการศึกษาที่กำหนดไม่รวมช่วงเวลาที่รอคำตอบยืนยันการจบการศึกษา และความถูกต้องของเอกสารหลักฐานการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ                        3.  ในกรณีวุฒิการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้อนุมัติ จะต้องนำเสนอคณะกรรมการพิจารณาเทียบวุฒิการศึกษา ซึ่งต้องใช้เวลาเพิ่มมากกว่าที่กำหนดจำนวน 180 วัน    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับตั้งแต่ได้รับเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1445,"94e56e1f-2f57-476c-8d63-7fdba8efe126","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิของบุคคล (มีผู้เรียนจำนวนไม่เกิน 50 คน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-4800-4a47-8c5e-7ae9ad63f7e8",60,0,7,"ศูนย์การเรียน  หมายถึง  สถานที่เรียนที่บุคคลจัดตั้งขึ้น เพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่แสวงหากำไร                   การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยบุคคลตามกฎกระทรวงว่าสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2554  เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น คล่องตัว  และสนองตอบวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน ซึ่งได้กำหนดรูปแบบไว้ในลักษณะการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย                                                              1.  คุณสมบัติของผู้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน บุคคลผู้ขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การเรียน พ.ศ.2554 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้                                                                                                                                                           1.1  เป็นผู้มีสัญชาติไทย                        1.2  ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลและธรรมอันดี                       1.3  มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้                                                                                                                  (1)  อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า                                                       (2)  ได้รับการประกาศยกย่อง เป็นครูภูมิปัญญาจากหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดหรือ                                                                                                            (3)  หรือเป็นบุคคลที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศึกษา                                                                                                       2.  บทบาทหน้าที่ของผู้ขอจัดตั้งศูนย์การเรียน                                                                                                                        2.1  บุคคลซึ่งมีความประสงค์และมีความพร้อมจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน ให้ดำเนินการดังนี้                                                                                                                                            2.2  ผู้ขอจัดการศึกษายื่นความประสงค์เพื่อขอจัดการศึกษาเป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา                                                                                                                                                           2.3  ผู้ขอจัดการศึกษาทำแผนการจัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานสถานศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียดประกอบ  อย่างน้อย 9 รายการ  ดังนี้                                                                                                                                                                        (1)  ชื่อศูนย์การเรียน                                                                                                                                                                                                                                                                 (2)  วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                                                                                                                                                                                                                                 (3)  ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                                                                                                                                                                                                                                               (4)  รูปแบบการจัดการศึกษา                                                                                                                                            (5)  ระดับการศึกษาที่จัด ในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                                                                              (6)  หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                                                                                                (7)  ระบบประกันคุณภาพภายใน                                                                                                                                         (8)  รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาศูนย์การเรียน                                                                                               (9)  ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)                                                     3.  การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน  แบ่งเป็น  2  กรณี                                                                                                               3.1   การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับก่อนประถมศึกษาให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                                                                                                              3.2  การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                              อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นขอขยายต่อสำนักงานเขตที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา   ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็นและอาจยื่นคำขอได้ปีละ 2 ครั้งก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิด&ndash; ปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                                                                                            4. การพิจารณาคำขอตั้งศูนย์การเรียน                                                                                                                   การพิจารณาขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิของบุคคลที่มีผู้เรียนจำนวนไม่เกิน  50  คน  ให้เสนอคำขอและเอกสารประกอบต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาอนุญาตโดยให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอจัดการศึกษาทราบภายใน  60  วัน  นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารประกอบ    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-10T19:49:22"],
    [1446,"94e56e1f-37d9-498c-a57a-debc7d497e48","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การขอจัดการศึกษาว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน (มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 100คน)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-4bce-4bb6-bba9-57fe99e77b20",90,0,7,"ศูนย์การเรียน  หมายถึง  สถานที่เรียนที่บุคคลจัดตั้งขึ้น เพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่แสวงหา กำไร                                                                                                                                  การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยบุคคลตามกฎกระทรวงว่าสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2554  เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น คล่องตัว  และสนองตอบวัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน ซึ่งได้กำหนดรูปแบบไว้ในลักษณะการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย                                                     1. คุณสมบัติของผู้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน                                     บุคคลผู้ขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การเรียน พ.ศ.2554 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้                                                             1.1  เป็นผู้มีสัญชาติไทย                                                                                                                                          1.2  ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลและธรรมอันดี                                                                                1.3  มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้                                                                                                                             (1)  อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า                                                                 (2)  ได้รับการประกาศยกย่อง เป็นครูภูมิปัญญาจากหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดหรือ                                                                                  (3)  หรือเป็นบุคคลที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศึกษา                                                                                                              2.  บทบาทหน้าที่ของผู้ขอจัดตั้งศูนย์การเรียน                                                                                                                      บุคคลซึ่งมีความประสงค์และมีความพร้อมจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบศูนย์การเรียน ให้ดำเนินการดังนี้                                                                                                                            2.1  ผู้ขอจัดการศึกษายื่นความประสงค์เพื่อขอจัดการศึกษาเป็นหนังสือต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา                                                                                                                                            2.2  ผู้ขอจัดการศึกษาทำแผนการจัดการศึกษาร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานสถานศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายโดยแผนการจัดการศึกษาต้องมีรายละเอียดประกอบ  อย่างน้อย 9 รายการ  ดังนี้                                             (1)  ชื่อศูนย์การเรียน                                     (2)  วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน                                     (3)  ที่ตั้งศูนย์การเรียน                                     (4)  รูปแบบการจัดการศึกษา                                     (5)  ระดับการศึกษาที่จัด ในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษานอกระบบ                                     (6)  หลักสูตรหรือลักษณะกิจกรรมการเรียนการสอน                                     (7)  ระบบประกันคุณภาพภายใน                                     (8)  รายชื่อและคุณสมบัติของบุคลากรทางการศึกษาศูนย์การเรียน                                     (9)  ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการศูนย์การเรียนเอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)                        3. การยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์การเรียน  แบ่งเป็น  2  กรณี                                                                                                             3.1    การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับก่อนประถมศึกษาให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                                                                                          3.2 การจัดการศึกษาที่เริ่มจากระดับมัธยมตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าให้ยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่                                                 อนึ่ง ในกรณีที่ประสงค์จะขยายระดับการจัดการศึกษาเพิ่มจากที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นขอขยายต่อสำนักงานเขตที่การศึกษาเดิมที่ยื่นขอไว้ หรือกรณีที่ประสงค์จะจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้ผู้ขอจัดการศึกษาขออนุญาตใช้หลักสูตรต่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการก่อนเสนอแผนการจัดการศึกษา                                                              ทั้งนี้ ต้องเสนอแผนการจัดการศึกษา จำนวน 2 ชุด ตามแบบที่กำหนดต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ศูนย์การเรียนตั้งอยู่ ผู้ขอจัดการศึกษาสามารถยื่นคำขอได้ตามความจำเป็นและอาจยื่นคำขอได้ปีละ 2 ครั้งก่อนเปิดภาคเรียนแต่ละภาค ไม่น้อยกว่า 120 วัน โดยสอดคล้องกับเวลาเปิด&ndash; ปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและศูนย์การเรียนเพื่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เป็นต้น                                                 4. การพิจารณาคำขอตั้งศูนย์การเรียน                                     การพิจารณาขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิของบุคคลที่มีศูนย์การเรียนที่มีผู้เรียนจำนวนเกินกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 100 คน ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ    ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1447,"94e56e1f-3dbb-47d1-b0e5-c5a72a2780ba","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ (ชั้นประถมศึกษาปีที่  1) ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-4efa-41b0-b224-f29252403f47",4,0,5,"1.  หลักเกณฑ์และวิธีการผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ           พ.ศ. 2546          1.1 ลักษณะที่สามารถขอผ่อนผัน                              1.1.1  การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับต้องมีเหตุหนึ่งเหตุใดดังนี้                                        (1) เด็กเรียนจบการศึกษาระดับปฐมวัย                                        (2) ในกรณีที่เด็กไม่จบการศึกษาระดับปฐมวัยหรือเทียบเท่า แต่ผู้ปกครองร้องขอและผ่านการประเมินความพร้อมทางด้านสติปัญญา ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมตามประกาศของผู้มีอำนาจดำเนินการ                              1.1.2  การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ต้องมีเหตุหนึ่งเหตุใดดังนี้                                        (1)  เด็กเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อร้ายแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็กหรืออาจเป็นอันตรายแก่นักเรียนอื่นตามความเห็นของแพทย์ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลป์                                        (2)  เด็กเจ็บป่วยและอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวไม่สามารถเข้าเรียนในสถานศึกษาภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนแรกของ ปีการศึกษาตามความเห็นของแพทย์ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลป์                                        (3)  เด็กที่มีความจำเป็นอื่นที่ไม่สามารถเข้าเรียนตามปกติได้ด้วยเหตุสุดวิสัยแล้วแต่กรณี                                                2.  ระยะเวลาการผ่อนผัน            2.1  กรณีเด็กเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง  หรือเจ็บป่วยและอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวตามข้อ 1.1.2 (1) และ ข้อ  1.1.2 (2) ผ่อนผันไปจนกว่าเด็กจะสามารถเข้าเรียนตามปกติได้            2.2  กรณีเด็กมีความจำเป็นอื่น  ตามข้อ  1.1.2 (3) ผ่อนผันได้ครั้งละหนึ่งปีการศึกษาถ้ามีความจำเป็นต้องผ่อนผันเกินกว่าหนึ่งครั้งให้สถานศึกษาพิจารณาจัดการศึกษาเป็นพิเศษให้          3.  ผู้ปกครองกรอกแบบคำร้องขอผ่อนผันตามแบบ บค.16 หรือแบบ พฐ. 18 หรือแบบที่โรงเรียนกำหนด/แบบฟอร์มที่ กพร.สพฐ. กำหนด (Offline)      4.  ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อโรงเรียนได้รับคำร้องและแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1448,"94e56e1f-4432-4c03-a9d4-b426c5e81051","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การรับนักเรียนของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โรงเรียนประเภททั่วไป)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-5289-4ec1-9fad-0abe7c33daf3",5,0,10,"1. หลักเกณฑ์การรับนักเรียนเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และประกาศโรงเรียน เรื่อง การรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา...    2. ระยะเวลาการให้บริการในขั้นตอน เป็นการนับระยะเวลาที่ผู้ปกครองมารับบริการที่โรงเรียนเท่านั้น    3. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว    หมายเหตุ ระยะเวลารวม 45 วัน โดยขั้นตอนในการให้บริการไม่ต่อเนื่องกัน ทั้งนี้เริ่มนับตั้งแต่ประกาศวันรับสมัคร จนถึงวันมอบตัวขึ้นทะเบียนนักเรียน","2021-11-17T13:39:19"],
    [1449,"95ffd38d-e858-4465-941a-40e517ba9f1e","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.) การขอใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd336-baa7-4b0b-a754-759463edf840",2,0,2,"การขอใช้อาคารสถานที่อนุญาตให้ใช้เป็นการชั่วคราวเท่านั้น และต้องอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้                  ๑.  ไม่ใช้อาคารสถานที่กระทำในสิ่งผิดกฎหมาย                  ๒. ไม่ใช้อาคารสถานที่ในการแสดงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีต่อประชาชน                  ๓.  ไม่ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดงานรื่นเริงในรูปแบบต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดเสียงดังจนเป็นเหตุเดือดร้อน รำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง                    ๔.  ไม่ใช้อาคารสถานที่จัดกิจกรรมบางประเภท เช่น ดิสโกเธค หรือกิจกรรมอื่นๆ ในทำนองเดียวกันในอาคารสถานที่ของสถานศึกษา                  ๕.  ไม่ใช้อาคารสถานที่เพื่อการอย่างอื่นนอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในคำขอใช้อาคารสถานที่                  ๖.  โดยที่สถานศึกษาเป็นสถานที่ราชการ บุคคลอื่นจะเข้ามาต้องปฏิบัติตนให้ชอบด้วยวัฒนธรรมและ    ศีลธรรมอันดี ตลอดทั้งต้องเชื่อฟังหัวหน้าสถานศึกษา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบรักษาสถานที่นั้น                  ๗.  การใช้อาคารสถานที่เพื่อหาเสียงเลือกตั้งหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจะต้องไม่กระทบต่อ การเรียนการสอนของสถานศึกษานั้นๆ ต้องให้ความเป็นธรรมและเสมอภาคกับทุกพรรคการเมือง               ทั้งนี้  ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว","2023-07-07T10:03:18"],
    [1450,"9a19b2d1-2f4e-421c-8434-3cac9bbcbb54","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การยื่นความจำนงประสงค์เข้าเรียนของนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนสำหรับการรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา ....","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a19ad1e-f014-431e-ad49-97e404c52298",15,0,3,"1. หลักเกณฑ์การรับนักเรียนเป็นไปตามประกาศ สพฐ. ประกาศ สพท. และประกาศโรงเรียน เรื่องการรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา...\n2. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-11-30T20:57:10"],
    [1451,"9a21d85a-25b8-40c0-9901-f107014c18d1","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.สศศ.) การรับนักเรียนของโรงเรียนเฉพาะความพิการ","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9a21c89b-40e4-4c01-88e5-041d1244d316",7,0,6,"๑. หลักเกณฑ์การรับนักเรียนเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน/ประกาศสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และประกาศโรงเรียน เรื่อง การรับนักเรียน ปีการศึกษา...\nกรณีเด็กพิการเรียนรวม อาจมีหรือไม่มีแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล และบัตรประจำตัวคนพิการหรือสมุดประจำตัวคนพิการ\n๒. ระยะเวลาการให้บริการในขั้นตอน เป็นการนับระยะเวลาเมื่อโรงเรียนได้รับเอกสารที่ผู้ปกครองยื่นตามช่องทางต่าง ๆ\n๓. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-27T14:55:15"],
    [1452,"9a396b72-3b5e-48c2-aa02-781df775d455","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.สศศ.) การขอย้ายนักเรียนออกจากโรงเรียนเฉพาะความพิการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a39649b-d690-4935-bba2-30cb67f51d0a",4,0,7,"1. ผู้ปกครองกรอกแบบคำร้องจอย้ายออกและยื่นต่อโรงเรียนที่ขอย้ายออก\n  - แบบคำร้องขอย้ายนักเรียน แบบ บค.19 (การศึกษาภาคบังคับ)\n  - แบบคำร้องขอย้ายนักเรียน แบบ พฐ.19 (การศึกษาขั้นพื้นฐาน) หรือตามแบบที่โรงเรียนกำหนด\n2. โรงเรียนที่ขอย้ายแจ้งผลการพิจารณา และจัดทำหนังสือส่งตัวนักเรียน ตามแบบ บค.20\n3. โรงเรียนจะจำหน่ายนักเรียนออกเมื่อได้รับเอกสารยืนยันการรับย้ายนักเรียนจากโรงเรียนปลายทาง\n4. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-27T14:54:58"],
    [1453,"9a396e59-cd7f-4952-9466-547e7f4c8c0f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.สศศ.) การขอลาออกของนักเรียนโรงเรียนเฉพาะความพิการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a396bf4-dc63-457e-9b76-d596bcf8b826",4,0,3,"๑. การลาออกมี ๒ กรณี\n\t\tกรณีที่ ๑ ลาออกเพื่อศึกษาต่อที่อื่น\n\t\tกรณีที่ ๒ ลาออกเพื่อไปประกอบอาชีพ\n\t๒. การขอลาออกของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหลักเกณฑ์\nและเงื่อนไข ดังนี้\n\t\t๒.๑ อายุย่างเข้าปีที่ ๑๖ (ตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๕ กำหนดให้เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดต้องเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ)\n\t\t๒.๒ อยู่ระหว่างการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ต้องการลาออก\n\t\t๒.๓ กรณียังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ แต่มีอายุต่ำกว่า ๑๖ ปี อนุญาตให้เฉพาะเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาเท่านั้น (เช่น การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ฯลฯ)\n\t๓. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-27T14:55:47"],
    [1454,"9a3971f7-7fd5-47cd-96bf-489706af62e3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.สศศ.) การขอใบแทนเอกสารทางการศึกษาาของโรงเรียนเฉพาะความพิการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a396f9e-e738-4c98-a694-9662efa69a1b",4,0,4,"๑. ใบแทนเอกสารทางการศึกษา เป็นใบแทนเอกสารแสดงวุฒิการศึกษา ซึ่งสถานศึกษาเคยออกเอกสารฉบับจริงให้แล้ว โดยใบแทนจะมีลักษณะแตกต่างจากเอกสารจริง ตามรูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด\n\t๒. กรณีที่หลักฐานสูญหายและขอใหม่ (ขอใบแทน) จะต้องดำเนินการแจ้งความ และนำใบแจ้งความมายื่น\n\t๓. กรณีที่หลักฐานชำรุดให้นำเอกสารฉบับเก่ามายื่นเป็นหลักฐาน\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-27T14:55:32"],
    [1455,"9a3b618d-b2ff-422f-820c-6e9455525114","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a3b5ea8-dab0-49ba-8f2d-c85947edf2ac",1,0,4,"1. การขอเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล \n\tเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล เป็นเงินสวัสดิการที่รัฐกําหนดให้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือเมื่อยามเจ็บป่วย และบรรเทาภาระของผู้มีสิทธิ (ข้าราชการ ลูกจ้างประจํา ผู้รับเบี้ยหวัดบํานาญ) และบุคคลในครอบครัวในด้าน ค่ารักษาพยาบาล โดยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลข้าราชการให้ถือปฏิบัติตามพระราช กฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยวิธีการ เบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และหนังสือกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใน เบื้องต้นจะให้ทราบถึงคําจํากัดความของคําต่างๆ ที่ควรรู้ดังนี้\n\tการรักษาพยาบาล หมายความว่า การให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขโดยตรงแก่ผู้มีสิทธิ และบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิเพื่อการรักษาโรค การตรวจวินิจฉัย การฟื้นฟูสมรรถภาพที่จําเป็นต่อ สุขภาพและการดํารงชีวิต และให้หมายความรวมถึงการตรวจสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกัน โรคเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ตามที่กระทรวงการคลังกําหนดแต่ไม่รวมถึงการเสริมความงาม \n\tค่ารักษาพยาบาล หมายความว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล ดังต่อไปนี้ \n\t\t1. ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสาร ทดแทน ค่าน้ำยาหรืออาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน และอื่นๆ ทํานองเดียวกันที่ใช้ในการ บําบัดรักษาโรค \n\t\t2. ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบําบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซมอวัยวะเทียมและ อุปกรณ์ดังกล่าว \n\t\t3. ค่าบริการทางการแพทย์ค่าบริการทางการพยาบาล ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าวิเคราะห์โรคแต่ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์พิเศษ ค่าจ้างพยาบาลพิเศษ ค่าธรรมเนียมพิเศษและค่าบริการอื่นทํานองเดียวกัน ที่มีลักษณะเป็นเงินตอบแทนพิเศษ \n\t\t4. ค่าตรวจครรภ์ค่าคลอดบุตรและการดูแลหลังคลอดบุตร \n\t\t5. ค่าห้องและค่าอาหาร ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล \n\t\t6. ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรค \n\t\t7. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ \n\t\t8. ค่าใช้จ่ายอื่นที่จําเป็นแก่การรักษาพยาบาลตามที่กระทรวงการคลังกําหนด\n\tสถานพยาบาล หมายความว่า สถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลเอกชน \n\tโรงพยาบาลรัฐ หมายความว่า สถานพยาบาลทางราชการซึ่งเป็นส่วนราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และให้หมายความรวมถึงสถานพยาบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา องค์การมหาชนตาม กฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทยและองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โรงพยาบาลประสานมิตร และสถานพยาบาลอื่น ตามที่ กระทรวงการคลังกําหนด\n\tโรงพยาบาลเอกชน หมายความว่า สถานพยาบาลเอกชนที่มีลักษณะการให้บริการเป็นโรงพยาบาล ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการและดำเนินการตามกฏหมายว่าด้วยสถานพยาบาล\n\tผู้มีสิทธิ ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ประกอบด้วย 3 ประเภท ดังนี้ \n\t\t1. ข้าราชการและลูกจ้างประจําซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจําจากเงินงบประมาณรายจ่าย งบบุคลากร \n\t\t2. ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย และ สัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลไว้ \n\t\t3. ผู้ได้รับบํานาญปกติหรือผู้ได้รับบํานาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วย บําเหน็จบํานาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ และทหารกองหนุนมี \nเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด\n\tผู้มีสิทธิสามารถนําค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัว (ผู้อาศัยสิทธิ) มาเบิกเงินบุคคลใน ครอบครัว (ผู้อาศัยสิทธิ) สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลได้บุคคลในครอบครัว (ผู้อาศัยสิทธิ) ได้แก่ \n\t\t(1) บิดาหรือมารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ \n\t\t(2) คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ \n\t\t(3) บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่ \nเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีสิทธิ \n\t\t(4) ทั้งนี้ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น \nหมายเหตุ : ¬  บุตรเบิกได้ไม่เกินอายุ 20 ปีบริบูรณ์หรือบรรลุนิติภาวะ ¬ ผู้เบิกมีสิทธินําใบเสร็จรับเงินมาขอเบิกได้ภายในกําหนด 1 ปีนับแต่วันที่ระบุใน ใบเสร็จรับเงิน\n\n◾ การยื่นขอเบิกและพิจารณาอนุญาต/อนุมัติ ประเภทผู้ป่วยนอก\n\t1. กรณีการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐ ประเภทผู้ป่วยนอก (กรณีที่ไม่ได้เข้าระบบเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง) มีเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอเบิกและพิจารณาอนุมัติ/อนุญาต เบิกค่ารักษาพยาบาล ดังนี้\n\t\t1)  แบบฟอร์มค่ารักษาพยาบาล (แบบกรมบัญชีกลาง 7131)\n\t\t2)  ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (กรณียานอก/อุปกรณ์การแพทย์ /ฝังเข็ม นวดบำบัด/เจาะ\t\t     เลือด ต้องมีใบรับรองแพทย์)\n\t\t3)  กรณีแพทย์สั่งซื้ออุปกรณ์การแพทย์ / X-ray MRI นอกสถานพยาบาลต้องมีใบรับรอง\t\t     แพทย์ยานอกบัญชีหลักและอวัยวะเทียม\n\t\t4)  การเจาะเลือด ต้องมีใบรหัสการเจาะ \n\t\t     ทั้งนี้ ในการเจาะเลือดโรงพยาบาลศิริราช ต้องมีบัตรประจำตัวคนไข้ประกอบการเบิก\n\n\t2. กรณีการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์และศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประเภทผู้ป่วยนอก มีเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอเบิกและพิจารณาอนุมัติ/อนุญาต เบิกค่ารักษาพยาบาล ดังนี้\n\t\t1) เอกสารความเห็นแพทย์ในการรักษา และ ใบรหัสค่ารักษาพยาบาล \n\t\t2) เอกสารแสดงตัวตน  :  บัตรข้าราชการบำนาญ /บัตรประชาชน\n\t\t3) กรณีมอบฉันทะ      :   (1) หนังสือมอบฉันทะ \n\t\t\t\t\t\t◾ผู้มอบลงลายมือชื่อ 2 ที่ \n\t          \t\t\t\t\t◾ผู้รับมอบลงลายมือชื่อ  3 ที่  \n\t          \t\t\t\t\t◾พยาน  2  คน\n\t\t\t\t\t (2) สำเนาบัตรผู้มอบและผู้รับมอบ\n\t\tระยะเวลาการให้บริการ  20 นาที (ตั้งแต่ได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้อง)\n◾ การยื่นขอเบิกและพิจารณาอนุญาต/อนุมัติ ประเภทผู้ป่วยใน\n\t1. กรณีการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐ ประเภทผู้ป่วยใน (กรณีที่เข้าระบบเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง) ในการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล ผู้มีสิทธิให้สถานพยาบาลนั้นเบิกเงิน\nค่ารักษาพยาบาลแทนโดยระบบการเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด\n\t2. กรณีการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน ประเภทผู้ป่วยใน (กรณีที่ไม่เข้าระบบเบิกจ่ายตรงกรมบัญชีกลาง) ให้ผู้มีสิทธินำหลักฐานการรับเงินที่สถานพยาบาลซึ่งตนเองหรือบุคคลในครอบครัวเข้ารับการรักษาพยาบาลออกให้มายื่นต่อเจ้าหน้าที่ โดยมีเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอเบิกและพิจารณาอนุมัติ/อนุญาต เบิกค่ารักษาพยาบาล ดังนี้\n\t\t1) แบบฟอร์มค่ารักษาพยาบาล (แบบกรมบัญชีกลาง 7131)\n\t\t2) ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ได้แก่ รายละเอียดค่ารักษาพยาบาล, ใบรับรองแพทย์, \n\t\t\t\t\t\tใบความเห็นแพทย์หนังสือขออนุญาตจัดตั้งสถานพยาบาล,\n \t\t\t\t\t\tหนังสือจดทะเบียนของโรงพยาบาล และใบประเมิน\n\t\t\t\t\t\tคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน\n\n\t3. กรณีการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์และศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประเภทผู้ป่วยใน\n\t\tผู้มีสิทธิสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น ต้นสังกัดไม่สามารถเบิกจ่ายเองได้ โดยให้\nต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายมายัง สคส.สพฐ. ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการ \n8 – 12 เดือน (เนื่องจากต้องส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณารายละเอียดในการอนุมัติเบิกจ่าย) โดยมีเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกค่ารักษาพยาบาล ดังนี้\n\t\t1) ใบเสร็จรับเงินที่สถานพยาบาลออกให้ ได้แก่ รายละเอียดค่ารักษาพยาบาล ประเภทผู้ป่วยใน\n\t\t2) เอกสารแสดงตัวตน ได้แก่ บัตรข้าราชการบำนาญ / บัตรประชาชน\n\t\t3) กรณีมอบฉันทะ      :   (1) หนังสือมอบฉันทะ \n\t\t\t\t\t\t◾ผู้มอบลงลายมือชื่อ 2 ที่ \n\t          \t\t\t\t\t◾ผู้รับมอบลงลายมือชื่อ  3 ที่  \n\t          \t\t\t\t\t◾พยาน  2  คน\n\t\t\t\t\t  (2) สำเนาบัตรผู้มอบและผู้รับมอบ\n\n2. การขอเบิกค่าการศึกษาของบุตร\n\t“ผู้มีสิทธิ” หมายความว่า \n\t\t(๑) ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำจากเงินงบประมาณรายจ่าย งบบุคลากรของกระทรวง ทบวง กรม เว้นแต่ข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ ซึ่งอยู่ในระหว่างรับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำ \n\t\t(๒) ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย และสัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับการได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรไว้เป็นพิเศษ \n\t\t(๓) ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และทหารกองหนุน มีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด \n\t\t“สถานศึกษาของทางราชการ” หมายความว่า \n\t\t(๑) มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการหรือ ส่วนราชการอื่น หรือที่อยู่ในกำกับของรัฐ \n\t\t(๒) วิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยในสังกัดหรือ \nอยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ หรือส่วนราชการอื่นที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ \n\t\t(๓) โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง และให้หมายความรวมถึงโรงเรียนที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีการจัดระดับชั้นเรียนด้วย \n\t\t(๔) โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในกำกับของส่วนราชการอื่น หรือองค์การของรัฐบาลที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ \n\t\t(๕) โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการที่กระทรวงการคลังกำหนด \n\t\t(๖) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีการจัดระดับชั้นเรียนในสังกัดส่วนราชการ \n\t\t“สถานศึกษาของเอกชน” หมายความว่า \n\t\t(๑) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน \n\t\t(๒) โรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน \n\t\t“เงินบำรุงการศึกษา” หมายความว่า เงินประเภทต่าง ๆ ที่สถานศึกษาของทางราชการเรียกเก็บ ตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือที่กำกับ มหาวิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง หรือองค์การของรัฐบาล \n\t\t“เงินค่าเล่าเรียน” หมายความว่า เงินค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งสถานศึกษาของเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่สถานศึกษากำหนด \n\t\t“บุตร” หมายความว่า บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุครบสามปีแต่ไม่เกินยี่สิบห้าปี ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมและบุตรซึ่งบิดามารดาได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น\n\n\n\t◾ การยื่นขอเบิกและพิจารณาอนุญาต/อนุมัติ การศึกษาบุตร มีเอกสารหลักฐานประกอบการเบิก ดังนี้\n\t   1. แบบฟอร์มค่าการศึกษาบุตร (แบบกรมบัญชีกลาง 7223)\n\t   2. ใบเสร็จค่าการศึกษาบุตร  ประกอบด้วย\n\t       ระดับประถม – มัธยมศึกษา :  หนังสือรับรองการเก็บค่าเล่าเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน\n\t       ระดับปริญญาตรี :  หนังสือเก็บค่าธรรมเนียมการเรียน\n\t       สถานศึกษาเอกชน  : ประกาศเก็บค่าเล่าเรียนของสถานศึกษา\n \t       อาชีวศึกษา :           ประกาศเก็บค่าเล่าเรียนของสถานศึกษา\n\t    3. สำเนาทะเบียนบ้านบุตร\n\t    4. กรณีบิดาเป็นผู้ใช้สิทธิเบิก  ให้แนบทะเบียนสมรสด้วย\n        \t        เอกสารแสดงตัวตน : บัตรข้าราชการบำนาญ / บัตรประชาชน\n\t    5. กรณีมอบฉันทะ      :   (1) หนังสือมอบฉันทะ \n\t\t\t\t\t\t◾ผู้มอบลงลายมือชื่อ 2 ที่ \n\t          \t\t\t\t\t◾ผู้รับมอบลงลายมือชื่อ  3 ที่  \n\t          \t\t\t\t\t◾พยาน  2  คน\n\t\t\t\t      (2) สำเนาบัตรผู้มอบและผู้รับมอบ\n\t    ระยะเวลาดำเนินการ\t20 นาที  (ตั้งแต่ได้รับเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง)","2023-09-27T14:54:20"],
    [1456,"9a2f026b-44fe-41bf-921d-97d8598e9933","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.สศศ.) การขอย้ายนักเรียนเข้าโรงเรียนเฉพาะความพิการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a2efb36-ed67-45c2-bf40-565b7bab22a0",3,0,7,"1. ให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอย้ายต่อโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน \n2. โรงเรียนพิจารณาการรับย้ายเบื้องต้นก่อนรับคำขอจากเหตุผล ความต้องการและความ จำเป็นของนักเรียน และผู้ปกครองที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโรงเรียน จำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนแผนการเรียน ฯลฯ\n3. การใช้ระยะเวลาตรวจสอบคุณสมบัติ และเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้เรียนขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการขอย้าย หากขอย้ายเข้าเรียนช่วงปฏิทินเปิดภาคเรียน อาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่า 1 วัน เนื่องจากมีนักเรียนยื่นคำร้องขอย้ายเข้าเรียนเป็นจำนวนมากสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่\n4. โรงเรียนหรือผู้ปกครองยื่นเอกสารการส่งตัวจากโรงเรียนที่ขอย้ายออกตามแบบส่งตัวนักเรียน (แบบ บค. 20) เมื่อได้รับย้ายจากโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน\n5. กรณีนักเรียนพิการเรียนรวมควรมีแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและบัตรประจำตัวคนพิการหรือสมุดประจำตัวคนพิการ\n6. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-21T10:31:39"],
    [1457,"9a3b70fa-05dd-45fc-908c-049f78d230cd","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพฐ.) การเบิกจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9a3b6a15-22e0-458d-9767-678bb776c182",16,0,13,"1.\tการยื่นขอเบิก  กรณีข้าราชการลาออกเกษียณอายุราชการ\n2.\tบำเหน็จดำรงชีพ  \n2.1\tการขอเบิกเงินบำเหน็จดำรงชีพในอัตรา  15  เท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับไม่เกิน  500,000  บาท  โดยจ่ายให้  3  ครั้ง  \nครั้งที่  1  กรณีลาออกราชการ หรือกรณีเกษียณอายุราชการ  60  ปี  =  200,000 บาท\nครั้งที่  2  รับเมื่ออายุครบ  65  ปีบริบูรณ์  =  200,000  บาท\nครั้งที่  3  รับเมื่ออายุครบ  70  ปีบริบูรณ์  =  100,000  บาท\n2.2\tกรณีข้าราชการบำนาญถึงแก่กรรม","2023-09-27T14:54:06"],
    [1458,"9a39d8f3-bfd4-49d7-a808-bb96fd472c83","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.สศศ.) การขอใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนเฉพาะความพิการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a39d5c6-195b-4099-889f-75965f071e85",3,0,2,"การขอใช้อาคารสถานที่อนุญาตให้ใช้เป็นการชั่วคราวเท่านั้น และต้องอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n1. ไม่ใช้อาคารสถานที่กระทำในสิ่งผิดกฎหมาย\n2. ไม่ใช้อาคารสถานที่ในการแสดงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีต่อประชาชน\n3. ไม่ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดงานรื่นเริงในรูปแบบต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดเสียงดังจนเป็นเหตุ\nเดือดร้อน รำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง\n4. ไม่ใช้อาคารสถานที่จัดกิจกรรมบางประเภท เช่น ดิสโกเธค หรือกิจกรรมอื่นๆ ในทำนองเดียวกันในอาคารสถานที่ของสถานศึกษา\n5. ไม่ใช้อาคารสถานที่เพื่อการอย่างอื่นนอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในคำขอใช้อาคารสถานที่\n6. โดยที่สถานศึกษาเป็นสถานที่ราชการ บุคคลอื่นจะเข้ามาต้องปฏิบัติตนให้ชอบด้วยวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดี ตลอดทั้งต้องเชื่อฟังหัวหน้าสถานศึกษา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบรักษาสถานที่นั้น\n7. การใช้อาคารสถานที่เพื่อหาเสียงเลือกตั้งหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจะต้องไม่กระทบต่อการเรียนการสอนของสถานศึกษานั้นๆ ต้องให้ความเป็นธรรมและเสมอภาคกับทุกพรรคการเมือง\nทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-27T14:56:00"],
    [1459,"9a3b875f-8721-4193-8bc7-aa60cb535651","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.สศศ.) การรับนักเรียนของศูนย์การศึกษาพิเศษ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a39dba2-efcb-4702-8d84-400f82a46521",7,0,8,"นักเรียนพิการทุกประเภท ตามประกาศ ศธ.เรื่องกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๕๒ ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด หรือแรกพบความพิการ","2023-10-25T16:03:23"],
    [1460,"9a3a24f7-0f00-48be-93fe-99d630b526a9","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การรับนักเรียนของโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย (ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a3a2029-43f5-4823-a94b-05390d4d18b5",5,0,8,"โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษา รับสหศึกษาประเภทประจำและ ไป-กลับ\n\t๑. การรับนักเรียนของโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ๘ โรงเรียน ยกเว้นโรงเรียนกาญจนาภิเษก\nวิทยาลัยนครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) มีการกำหนดสัดส่วน ดังนี้\n    \t\t๑.๑ รับนักเรียนโควตาในทุกจังหวัดในเขตพื้นที่บริการร้อยละ ๒0\n\t    \t๑.2 รับนักเรียนโควตาทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ ร้อยละ ๒๕\n     \t\t๑.๓ รับนักเรียนในพื้นที่บ้านใกล้โรงเรียน ร้อยละ ๑๐\n\t     \t๑.๔ รับนักเรียนโดยการสอบคัดเลือก ร้อยละ ๔๕\n\t\tในกรณีที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษรวมอยู่ในการสอบคัดเลือก ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ ๕\n    \t๒. การรับนักเรียนของโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา มีการกำหนดสัดส่วน ดังนี้\n\t\t๒.๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑\n     \t\t๒.๑.๑ ประเภทบุตรข้าราชบริพาร รับนักเรียนจากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ บุตรข้าราชบริพาร บุตรข้าราชการครู่และลูกจ้างโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม บุตรทหารที่กำลังปฏิบัติราชการประจำที่ชายแดน และบุตรตำรวจตระเวนชายแดน (ต.ช.ด.) ที่กำลังปฏิบัติราชการเป็นประจำที่ชายแดน ร้อยละ ๓๐\n     \t\t๒.๑.๒ ประเภทนักเรียนในพื้นที่ใกล้โรงเรียน ร้อยละ ๑๐\n     \t\t๒.๑.๓ ประเภทสอบคัดเลือก ร้อยละ ๔๕\n     \t\t๒.๑.๔ ประเภทโควตาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดในเขตพื้นที่บริการ ร้อยละ ๑๕\n     \t\tกรณีที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษรวมอยู่ในการสอบคัดเลือก ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ ๕\n\t\t๒.๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔\n\t\tรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่มีศักยภาพเหมาะสมของโรงเรียนเดิมเข้าเรียนโดยกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นธรรม เหมาะสม\n\t๓. คุณสมบัติอื่น ๆ และจำนวนที่รับเข้าเรียน เป็นตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-09-27T14:53:45"],
    [1461,"9a458a0e-e9c2-4359-a5e7-cc778b73280f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ) การขอย้ายนักเรียนเข้าเรียนโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a457113-91c4-425b-87d5-cd36408c0b12",3,0,8,"๑. นักเรียนในกลุ่มโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยจะสามารถขอย้ายเข้าเรียนในกลุ่มโรงเรียน\nกาญจนาภิเษกวิทยาลัย\n๒. ให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอย้ายต่อโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน\n๓. โรงเรียนพิจารณากรรับย้ายเบื้องต้นก่อนรับคำขอจากเหตุผล ความต้องการและความจำเป็นของนักเรียนและผู้ปกครองที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโรงเรียน จำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนแผนการเรียน ฯลฯ\n๔. การใช้ระยะเวลาตรวจสอบคุณสมบัติ และเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้เรียนขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการขอย้าย หากขอย้ายเข้าเรียนช่วงปฏิทินเปิดภาคเรียน อาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่า ๑ วันเนื่องจากมีนักเรียนยื่นคำร้องขอย้ายเข้าเรียนเป็นจำนวนมากสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่\n๕. โรงเรียนหรือผู้ปกครองยื่นเอกสารการส่งตัวจากโรงเรียนที่ขอย้ายออกตามแบบส่งตัวนักเรียน (แบบ บค. ๒๐) เมื่อได้รับย้ายจากโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน\n๖. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-10-25T16:02:09"],
    [1462,"9a71c21f-4ebc-409b-a387-28f92371228b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ) การรับนักเรียนของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a71bdd1-9634-48ca-9608-312a2c78ce18",5,0,7,"โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา รับสหศึกษาประเภทประจำ และ ไป-กลับ โดยมีการกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียน ดังนี้\n\t๑. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑\n\t\t๑.๑ รับนักเรียนโควตาในทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในทุกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่บริการของโรงเรียนร้อยละ ๒0 (ไม่รวมจังหวัดที่ตั้งของโรงเรียน)\n\t\t๑.๒ รับนักเรียนโควตาในทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ร้อยละ ๒๐\n\t\t๑.๓ รับนักเรียนบ้านใกล้โรงเรียน ร้อยละ ๒๐\n\t\t๑.๔ รับนักเรียนจากบุตรหลานทหารผ่านศึก ตำรวจตระเวนชายแดน และบุตรเจ้าหน้าที่โครงการแพทย์อาสาของสมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชชนนี ร้อยละ ๕\n\t\t๑.๕ รับนักเรียนโดยการสอบคัดเลือก ร้อยละ ๓๕\n    \t\t ในกรณีที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษให้รับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษรวมอยู่ในการสอบคัดเลือก ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ ๕\n\t๒. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔\n\t\tรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่มีศักยภาพเหมาะสมของโรงเรียนเดิมเข้าเรียนโดยกำหนดเกณฑ์ การคัดเลือกที่เป็นธรรม เหมาะสม\n\t๓. คุณสมบัติอื่น ๆ และจำนวนที่รับเข้าเรียน เป็นตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-10-25T16:03:46"],
    [1463,"9a73ba2b-1ccb-466e-8b05-ef632f71d05e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอย้ายนักเรียนออกจากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ (ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a73b1b8-03fc-4621-a38e-d844183059f3",4,0,7,"นักเรียนในกลุ่มโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์สามารถขอย้ายออกจากโรงเรียน\nเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ เพื่อย้ายเข้าเรียนในกลุ่มโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติอื่น หรือย้าย\nเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปได้ โดย\n\t๑. ผู้ปกครองกรอกแบบคำร้องขอย้ายออกและยื่นต่อโรงเรียนที่ขอย้ายออก\n  \t   ◾แบบคำร้องขอย้ายนักเรียน แบบ บค. ๑๙ (การศึกษาภาคบังคับ)\n     \t    ◾แบบคำร้องขอย้ายนักเรียน แบบ พฐ ๑๙ (การศึกษาชั้นพื้นฐาน) หรือตามแบบที่โรงเรียนกำหนด\n\t2. โรงเรียนที่ขอย้ายแจ้งผลการพิจารณา และจัดทำหนังสือส่งตัวนักเรียน ตามแบบ บค. ๒๐\n\t3. โรงเรียนจะจำหน่ายนักเรียนออกเมื่อได้รับเอกสารยืนยันการรับย้ายจากโรงเรียนปลายทาง\n\t4. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วน","2023-10-25T16:03:11"],
    [1464,"9a73b0cd-58b7-4d7e-b941-4ee208c28060","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอย้ายนักเรียนเข้าโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ (ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a71c4ce-efb5-4419-a6a9-bf2408be55a8",3,1,1,"๑. นักเรียนในกลุ่มโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์จะสามารถขอย้ายเข้าเรียน\nในกลุ่มโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ได้\n\t๒. ให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอย้ายต่อโรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน\n\t๓. โรงเรียนพิจารณาการรับย้ายเบื้องต้นก่อนรับคำขอจากเหตุผล ความต้องการและความจำเป็นของนักเรียนและผู้ปกครองที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของโรงเรียน จำนวนนักเรียนต่อห้องเรียน แผนการเรียน ฯลฯ\n\t๔. การใช้ระยะเวลาตรวจสอบคุณสมบัติ และเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้เรียนขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการขอย้าย หากขอย้ายเข้าเรียนช่วงปฏิทินเปิดภาคเรียน อาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่า ๑ วันเนื่องจากมีนักเรียนยื่นคำร้องขอย้ายเข้าเรียนเป็นจำนวนมากสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่\n\t๕. โรงเรียนหรือผู้ปกครองยื่นเอกสารการส่งตัวจากโรงเรียนที่ขอย้ายออกตามแบบส่งตัวนักเรียน (แบบ บค. ๒0) เมื่อได้รับย้ายจากรงเรียนที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน\n\t๖. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-10-25T16:03:34"],
    [1465,"9a73ddcf-9d1f-4c1c-8228-c6f87b1e97b6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การรับนักเรียนของโรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย (ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a73c6aa-42b0-48fb-9b43-19c1a17c7740",4,1,8,"โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา รับสหศึกษาประเภทประจำและ ไป-กลับ พื้นที่บริการรับนักเรียนทั่วประเทศ และประเภทโควตา ๔ จังหวัด คือ จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด โดยมีการกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียน ดังนี้\n\t๑. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑\n\t\t๑.๑ ประเภทโควตา\n\t\t\t๑.๑.๑ รับนักเรียนซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต ตำบลบ้านนา ทุกคน ที่มีคุณสมบัติและสมัครเรียน\n\t\t\t๑.๑.๒ รับนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต ๑ และ เขต ๒ โรงเรียนละ ๒ คน รวมกันไม่เกิน ๑๐๐ คน\n\t\t\t๑.๑.๓ รับนักเรียนจากโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา\nจังหวัดชลบุรี เขตละ  คน จังหวัดจันทบุรี เขตละ  คน จังหวัดตราด เขละ ๓ คน รวมจำนวน ๑๘ คน\n\t\t๑.๒ ประเภทคัดเลือก\n\t\tรับนักเรียนทั่วไปหลักสูตรปกติ โดยเมื่อรวมกับนักเรียนโควตาแล้วไม่เกิน ๑๘๐ คน และรับนักเรียนโครงการ EP จำนวน ๓๐ คน \n\t2. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ \n\tรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนเดิม และมีผลการเรียนเฉลี่ยรวมในชั้นมัธยมปีที่ ๑ และ ๒ ไม่ต่ำกว่า ๒.๕. ที่ประสงค์จะเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ให้เต็มตามแผนการรับนักเรียนของโรงเรียน\n\t๓. คุณสมบัติอื่น ๆ และจำนวนที่รับเข้าเรียน เป็นตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2023-10-25T16:03:02"],
    [1466,"9a75dc56-8592-4539-ae1a-fc8534d730e1","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การรับนักเรียนของโรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย (ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a75d77f-0873-4914-8f08-f5856bde547b",5,1,3,"โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา รับสหศึกษาประเภทไป - กลับ และรับนักเรียนสตรีประเภทประจำ โดยมีพื้นที่บริการประเภทโควตาเป็นนักเรียนทุกจังหวัด และประเภทสอบคัดเลือกที่มีพื้นที่บริการทั่วประเทศ โดยกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียน ดังนี้\n\t๑. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑\n\t\t๑.๑ ประเภทโควตา\n\t\t      ๑.๑.๑ รับนักเรียนประจำสตรี จำนวน ๗๙ คน จากกรุงเทพมหานคร ๓ คน และส่วนภูมิภาคให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๑ ของจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกโดยวิธีการจับฉลาก ทั้งจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน\n\t\t๑.๒ ประเภทคัดเลือก\n\t\t      ๑.๒.๑ รับนักเรียนประจำสตรี\n\t\t      ๑.๒.๒ รับนักเรียนไป - กลับ สหศึกษา\n\t๒. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔\n\t     รับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยมีผลการเรียนเฉลี่ยรวม ๕ ภาคเรียน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่หนึ่ง) ไม่ต่ำกว่า ๒.๗๕ โดยการสอบคัดเลือก\n\t๓. คุณสมบัติอื่น ๆ และจำนวนที่รับเข้าเรียน เป็นตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2025-10-09T20:30:57"],
    [1467,"9abca8ae-2904-4616-b0f1-0d2e1b12f30c","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอย้ายนักเรียนเข้าของศูนย์การศึกษาพิเศษ (ระดับ รร.สศศ.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8fd2a0-7984-437a-ac70-a4b15a48e50d",5,0,6,"๑. ให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอย้ายต่อศูนย์การศึกษาพิเศษที่ประสงค์ขอย้ายเข้าเรียน (ตามช่องทางที่ระบุไว้ในข้อ ๑๑)\n\t๒. ศูนย์การศึกษาพิเศษพิจารณาการรับย้ายเบื้องต้นก่อนรับคำขอจากเหตุผล ความต้องการและความจำเป็นของนักเรียน และผู้ปกครอง\n\t3. ศูนย์การศึกษาพิเศษหรือผู้ปกครองยื่นเอกสารการส่งตัวจากศูนย์การศึกษาพิเศษที่ขอย้ายออก  ตามแบบส่งตัวนักเรียนตามที่ศูนย์การศึกษาพิเศษแต่ละแห่งกำหนด \n\t4. นักเรียนพิการที่ย้ายเข้า ต้องนำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลจากศูนย์การศึกษาพิเศษเดิมเพื่อประกอบการยื่นคำขอ\n\t5. ศูนย์การศึกษาที่รับย้าย ส่งหนังสือตอบรับการย้ายเข้าเรียนของนักเรียน\n\t6. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2025-10-09T20:35:01"],
    [1468,"9abcaaff-d0ee-40ce-b7de-0414d9b41bfa","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอย้ายนักเรียนออกของศูนย์การศึกษาพิเศษ (ระดับ รร.สศศ.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a99ff3c-1b8e-4b51-8605-8dfab3efef53",2,0,1,"๑. ผู้ปกครองกรอกแบบคำร้องขอย้ายออกและยื่นต่อศูนย์การศึกษาพิเศษที่ขอย้ายออก ตามแบบที่ศูนย์การศึกษาพิเศษแต่ละแห่งกำหนด \n\t๒. ศูนย์การศึกษาพิเศษที่ขอย้ายออก แจ้งผลการพิจารณา และจัดทำหนังสือส่งตัวนักเรียน\n\t๓. ศูนย์การศึกษาพิเศษจะจำหน่ายนักเรียนออกเมื่อได้รับเอกสารยืนยันการรับย้ายจากศูนย์การศึกษาพิเศษปลายทาง\n\t4. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2025-10-09T20:34:44"],
    [1469,"9abcad53-30cb-4804-b715-ec594d77430a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอใช้อาคารสถานที่ของศูนย์การศึกษาพิเศษ (ระดับ รร.สศศ.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a9a0914-ccc4-4f21-8d7f-6b250048b29a",3,0,3,"การขอใช้อาคารสถานที่อนุญาตให้ใช้เป็นการชั่วคราวเท่านั้น และต้องอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n\t1. ไม่ใช้อาคารสถานที่กระทำในสิ่งผิดกฎหมาย\n\t๒. ไม่ใช้อาคารสถานที่ในการแสดงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีต่อประชาชน\n\t๓. ไม่ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดงานรื่นเริงในรูปแบบต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดเสียงดังจนเป็นเหตุเดือดร้อน รำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง\n\t๔. ไม่ใช้อาคารสถานที่จัดกิจกรรมบางประเภท เช่น ดิสโกเธค หรือกิจกรรมอื่นๆ ในทำนองเดียวกันในอาคารสถานที่ของสถานศึกษา\n\t๕. ไม่ใช้อาคารสถานที่เพื่อการอย่างอื่นนอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในคำขอใช้อาคารสถานที่\n\t๖. โดยที่สถานศึกษาเป็นสถานที่ราชการ บุคคลอื่นจะเข้ามาต้องปฏิบัติตนให้ชอบด้วยวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดี ตลอดทั้งต้องเชื่อฟังหัวหน้าสถานศึกษา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบรักษาสถานที่นั้น\n\t๗. การใช้อาคารสถานที่เพื่อหาเสียงเลือกตั้งหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจะต้องไม่กระทบต่อการเรียนการสอนของสถานศึกษานั้นๆ ต้องให้ความเป็นธรรมและเสมอภาคกับทุกพรรคการเมือง ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2025-10-09T20:35:39"],
    [1470,"9abcaf76-d69f-4ee1-9216-6f36dc5cfef3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอลาออกของนักเรียนของศูนย์การศึกษาพิเศษ (ระดับ รร.สศศ.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9a00a0-2f6b-45af-92a0-197adf10f92a",1,0,1,"๑. ผู้ปกครองกรอกแบบคำร้องขอลาออกและยื่นต่อศูนย์การศึกษาพิเศษที่ขอลาออก ตามแบบที่\nศูนย์การศึกษาพิเศษแต่ละแห่งกำหนด \n\t๒. ศูนย์การศึกษาพิเศษที่ขอลาออก แจ้งผลการอนุญาต\n\t3. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2025-10-09T20:35:18"],
    [1471,"9abcb23e-0c9a-4c6f-a17d-0bd7dcfd6b20","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ  (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1) ของศูนย์การศึกษาพิเศษ (ระดับ รร.สศศ.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9a0e3c-9f6a-4a8f-a35a-51e3636eae07",3,0,5,"๑. หลักเกณฑ์และวิธีการผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๖\n  \t\t๑.๑ ลักษณะที่สามารถขอผ่อนผัน\n\t\t          ๑.๑.๑ การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับต้อง\nมีเหตุหนึ่งเหตุใดดังนี้\n                   \t\t\t(๑) เด็กเรียนจบการศึกษาระดับปฐมวัย\n                    \t\t\t(๒) ในกรณีที่เด็กไม่จบการศึกษาระดับปฐมวัยหรือเทียบเท่า แต่ผู้ปกครองร้องขอและผ่านการประเมินความพร้อมทางด้านสติปัญญา ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมตามประกาศ\nของผู้มีอำนาจดำเนินการ\n            \t\t๑.๑.๒ การขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ต้อง\nมีเหตุหนึ่งเหตุใดดังนี้\n                    \t\t\t(๑) เด็กเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อร้ายแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของ\nเด็กหรืออาจเป็นอันตรายแก่นักเรียนอื่นตามความเห็นของแพทย์ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลป์\n                    \t\t\t(๒) เด็กเจ็บป่วยและอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวไม่สามารถเข้าเรียน\nใน สถานศึกษาภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนแรกของ ปีการศึกษาตามความเห็นของแพทย์ผู้\nซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลป์\n                    \t\t\t(๓) เด็กที่มีความจำเป็นอื่นที่ไม่สามารถเข้าเรียนตามปกติได้ด้วยเหตุสุดวิสัยแล้วแต่กรณี\n\t๒. ระยะเวลาการผ่อนผัน\n     \t\t๒.๑ กรณีเด็กเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง หรือเจ็บป่วยและอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวตาม\nข้อ ๑.๑.๒ (๑) และ ข้อ ๑.๑.๒ (๒) ผ่อนผันไปจนกว่าเด็กจะสามารถเข้าเรียนตามปกติได้\n        \t\t๒.๒ กรณีเด็กมีความจำเป็นอื่น ตามข้อ ๑.๑.๒ (๓) ผ่อนผันได้ครั้งละหนึ่งปีการศึกษาถ้ามีความจำเป็นต้องผ่อนผันเกินกว่าหนึ่งครั้งให้สถานศึกษาพิจารณาจัดการศึกษาเป็นพิเศษให้\n\t๓. ผู้ปกครองกรอกแบบคำร้องขอผ่อนผันตามแบบ บค.๑๖ หรือแบบ พฐ. ๑๘ หรือแบบที่โรงเรียนกำหนด\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อโรงเรียนได้รับคำร้องและแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา\n\tทั้งนี้ การดำเนินการผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับให้แล้วเสร็จก่อนวันรับสมัครเข้าเรียน","2025-10-09T20:31:22"],
    [1472,"9ae6656d-45d2-4ec0-8497-5fc38fb1096f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การขอใบแทนเอกสารทางการศึกษาของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ (ระดับ รร.สศศ.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9a069f-2f0f-4adc-b73b-d3d21e70af71",4,0,4,"๑. ใบแทนเอกสารทางการศึกษา เป็นใบแทนเอกสารแสดงวุฒิการศึกษา ซึ่งสถานศึกษาเคยออกเอกสารฉบับจริงให้แล้ว โดยใบแทนจะมีลักษณะแตกต่างจากเอกสารจริง ตามรูปแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด\n\n\t๒. กรณีที่หลักฐานสูญหายและขอใหม่ (ขอใบแทน) จะต้องดำเนินการแจ้งความ และนำใบแจ้งความมายื่น\n\t๓. กรณีที่หลักฐานชำรุดให้นำเอกสารฉบับเก่ามายื่นเป็นหลักฐาน\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2025-10-09T20:30:18"],
    [1473,"9ae6752c-e33b-484b-a359-779a909eb29b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","การรับนักเรียนของโรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย (ระดับ รร.วัตถุประสงค์พิเศษ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a99fc03-01bb-448c-a1ac-30b518fe576c",5,0,7,"โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา มีพื้นที่บริการทั่วประเทศ โดยกำหนดสัดส่วนในการรับนักเรียน ดังนี้\n\t๑. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑\n\t     ๑.๑ ประเภทโควตา\n\t     ๑.๒ รับนักเรียนบุตรหลานข้าราชบริพาร และนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน ๓ คน ซึ่งโรงเรียนจะประสานงานโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\n\t     ๑.๓ ประเภทคัดเลือก\n\t๒. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ การสอบคัดเลือก\n\t๓. คุณสมบัติอื่น ๆ และจำนวนที่รับเข้าเรียน เป็นตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\n\t๔. ระยะเวลาการให้บริการรวมที่กำหนดในคู่มือ เริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว","2025-10-09T20:36:59"],
    [1474,"a0128b10-2465-41c9-a0dc-01bba3cc07ea","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การเบิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่าศึกษาเล่าเรียนบุตร","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","a012898b-b35e-48d5-8e97-8dba64f279fc",1,0,2,null,"2025-10-09T20:28:17"],
    [1475,"a0128f2c-d1a4-4806-8c62-3e98406fc0c4","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน","(ระดับ สพท.) การขอรับบำเหน็จ บำนาญ ข้าราชการผู้เกษียณอายุราชการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a0128bcc-25ec-4f4d-8a9a-d04c2a006c63",16,0,11,"1.\tการยื่นขอเบิก  กรณีข้าราชการลาออกเกษียณอายุราชการ\n2.\tบำเหน็จดำรงชีพ  \n2.1\tการขอเบิกเงินบำเหน็จดำรงชีพในอัตรา  15  เท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับไม่เกิน  500,000  บาท  โดยจ่ายให้  3  ครั้ง  \nครั้งที่  1  กรณีลาออกราชการ หรือกรณีเกษียณอายุราชการ  60  ปี  =  200,000 บาท\nครั้งที่  2  รับเมื่ออายุครบ  65  ปีบริบูรณ์  =  200,000  บาท\nครั้งที่  3  รับเมื่ออายุครบ  70  ปีบริบูรณ์  =  100,000  บาท\n2.2\tกรณีข้าราชการบำนาญถึงแก่กรรม","2025-10-09T20:29:46"],
    [1476,"94e56e1f-528b-4b38-be86-63058ea8e45b","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การรับสมัคร คัดเลือก และขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีของสถาบันการอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d30-5f8a-460e-8cc8-ea374cc9b363",17,25000,6,"1. ผู้สมัครเข้าศึกษาต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศการรับสมัครของสถาบันการอาชีวศึกษา  2. การคัดเลือกนักศึกษาให้เป็นไปตามประกาศของสถาบันการอาชีวศึกษา  3. การขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน นักศึกษา ประกอบขั้นตอน ดังนี้ 1)รายงานตัว 2) มอบตัวเข้าศึกษา 3) จ่ายค่าลงทะเบียน และ 4) รับรหัสนักเรียน นักศึกษา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1477,"94e56e1f-4a49-40ee-9cc0-83c1ca1f1294","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การรับสมัคร คัดเลือกและขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน นักศึกษา  ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา   และสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d30-5616-4336-813f-4c6361415c94",17,10000,12,"1. ผู้สมัครเข้าศึกษาต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศการรับสมัครฯ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษา  ในช่วงนั้นๆ  2. การคัดเลือกนักเรียน นักศึกษา ให้เป็นไปตามประกาศของสถานศึกษาอาชีวศึกษา  3. การขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน นักศึกษา ประกอบขั้นตอน ดังนี้ 1)รายงานตัว 2) มอบตัวเข้าศึกษา 3) จ่ายค่าลงทะเบียน  และ 4) รับรหัสนักเรียน นักศึกษา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1478,"94e56e1f-4dc3-4447-ba70-900b3f02f042","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การขอสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของสถานศึกษาอาชีวศึกษา สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาและสถานศึกษาอาชีวศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d30-593c-465d-8e61-f7081fa24bcb",24,0,4,"1. คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษาที่มีผลการเรียนเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดและเรียนครบหน่วยกิตตามโครงสร้างหลักสูตร  2. การสำเร็จการศึกษาของนักเรียน นักศึกษา ต้องเป็นไปตามที่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย  การจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. ...  และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ ... กำหนด  3. ช่วงระยะเวลาที่ยื่นคำร้องขอสำเร็จการศึกษา เป็นไปตามประกาศของสถาบันการอาชีวศึกษา สถานศึกษาที่สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา หรือสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1479,"94e56e1f-5044-4265-ad72-8794034f873b","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การขอเอกสารหลักฐานทางการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ  และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-5ca3-4a6c-b943-4bc9cb82f956",13,20,6,"1. คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา   ผู้สำเร็จการศึกษา และผู้ปกครอง  2. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 1 สามารถยื่นคำขอได้ที่สถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  3. เอกสารหลักฐานการศึกษาตามคู่มือฉบับนี้ หมายถึง เอกสาร หรือ สำเนาเอกสารหลักฐานทางการศึกษาที่ออกตามอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา    สำหรับนักเรียน นักศึกษาปัจจุบัน ได้แก่  1) ใบรับรองเรียนครบตามหลักสูตร (กรณีที่เกรดออกครบทุกภาคการศึกษา)  2) ใบรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา (ฉบับไทย/อังกฤษ)  3) ใบระเบียนแสดงผลการเรียน  4) ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) (ฉบับไทย/อังกฤษ)  5) อื่นๆ    สำหรับบัณฑิตที่มาขอเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง ได้แก่  1) ใบรับรองสำเร็จการศึกษา (ฉบับไทย/อังกฤษ)  2) ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) (ฉบับไทย/อังกฤษ)  3) อื่นๆ  4. ระยะเวลาดำเนินการ จำนวน 1-3 วันทำการ ระยะเวลาตามคู่มือนี้ เป็นระยะเวลาดำเนินการต่อหนึ่งคำขอและประเภทของเอกสารหลักฐานการศึกษา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1480,"94e56e1f-5a03-4bd6-8d68-4c33bdc696e7","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การขอเอกสารหลักฐานทางการศึกษาระดับปริญญาตรีของสถาบันการอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-6871-4fe1-90b4-b0d60e5ec37b",44,100,6,"1. คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ ได้แก่ นักศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษา และผู้ปกครอง  2. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 1 ยื่นคำขอได้ที่สถาบันการอาชีวศึกษา  3. เอกสารหลักฐานการศึกษาตามคู่มือฉบับนี้ หมายถึง เอกสาร หรือ สำเนาเอกสารหลักฐานทางการศึกษา  ที่ออกตามอำนาจหน้าที่ของสถาบันการอาชีวศึกษาแก่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาและนักศึกษาปัจจุบัน ได้แก่  1) ใบรับรองเรียนครบตามหลักสูตร (กรณีที่เกรดออกครบทุกภาคการศึกษา)  2) ใบรับรองการเป็นนักศึกษา (ฉบับไทย/อังกฤษ)   3) ใบระเบียนแสดงผลการเรียน  4) ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) (ฉบับไทย/อังกฤษ)  5) หนังสือรับรองปริญญา  6) อื่นๆ  สำหรับบัณฑิตที่มาขอเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง ได้แก่  1) ใบรับรองสำเร็จการศึกษา (ฉบับไทย/อังกฤษ)  2) ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) (ฉบับไทย/อังกฤษ)  3) ปริญญาบัตร  4) อื่นๆ  4. ระยะเวลาดำเนินการ จำนวน 1-7 วันทำการ ตามคู่มือนี้เป็นระยะเวลาดำเนินการต่อหนึ่งคำขอและประเภทของเอกสารหลักฐานการศึกษา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1481,"94e56e1f-5cd7-43d7-ae01-71ea08152c89","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-6be7-444d-a679-9ce88ec8b9f0",200,5000,19,"ผู้ประสงค์ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบ (สช.1) พร้อมเอกสารประกอบ ดังนี้  1. คำขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ (แบบ สช.1)  2. ตัวอย่างการจัดทำตราสารจัดตั้งโรงเรียนในระบบ  3. ตัวอย่างการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบ  เอกสารหลักฐานประกอบคำขอ (สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล)  1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน  (นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่มายื่นเอกสารด้วยตนเอง กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายืนคำขอฯ   ให้ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนา)  2. ทะเบียนบ้าน  3. หลักฐานการสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี พร้อมสำเนา  4. รูปถ่ายสีครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 2 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน  5. ตราสารจัดตั้งโรงเรียนในระบบ ตามมาตรา 19  6. รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบ ตามมาตรา 20   7. โฉนดที่ดินฉบับจริง หรือหลักฐานที่แสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิเกี่ยวกับที่ดินไม่น้อยกว่า 10 ปี พร้อมสำเนา  8. หลักฐานที่แสดงได้ว่าเมื่อได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนแล้วโรงเรียนจะได้รับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิเกี่ยวกับที่ดิน  ไม่น้อยกว่า 10 ปี  9. สำเนาใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ อ.6)  หรือสำเนาใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร (แบบ อ.5) ที่ใช้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ  10. แผนการเรียนของหลักสูตร ประเภทวิชา/สาขาวิชา/สาขางานที่จะขอเปิดทำการสอน  11. บัญชีเครื่องมืออุปกรณ์ตามประเภทวิชา/สาขาวิชา/สาขางานที่จะขอเปิดทำการสอน  12.รายชื่อหนังสือในห้องสมุด และรายชื่อหนังสือ วารสาร ตำรา เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเภทวิชา/สาขาวิชา/  สาขางานที่จะขอเปิดทำการสอน  13. รายชื่อผู้อำนวยการ ผู้จัดการ ครู ผู้สอน พร้อมแสดงคุณวุฒิการศึกษา  14. แผนผังอาคารเรียน อาคารประกอบที่แสดงให้เห็นห้องเรียน ห้องเรียนปฏิบัติการ สถานที่ฝึกปฏิบัติงาน   และห้องประกอบต่าง ๆ พร้อมระบุขนาด และความจุนักเรียนต่อห้อง (กรณีที่ในตราสารจัดทำไม่ชัดเจน)    เอกสารหลักฐานประกอบคำขอ (สำหรับนิติบุคคลให้ยื่นเพิ่มเติม)  1. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนของนิติบุคคล พร้อมวัตถุประสงค์   2. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น สำหรับนิติบุคคลที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทจำกัดหรือสำเนาบัญชีรายชื่อ  ผู้เป็นหุ้นส่วน สำหรับนิติบุคคลที่เป็นห้างหุ้นส่วน  3. รายชื่อและสัญชาติของกรรมการ สำหรับนิติบุคคลที่เป็นมูลนิธิ สมาคม หรือสหกรณ์  4. รายชื่อและสัญชาติของสมาชิกทุกคน สำหรับนิติบุคคลที่เป็นสมาคมหรือสหกรณ์  5. หนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลให้เป็นผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคล  6. เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล","2022-04-06T22:52:46"],
    [1482,"95d8fd21-042d-4ea2-a858-3d186f31d21d","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การขอขึ้นทะเบียนบัณฑิตระดับปริญญาตรีของสถาบันการอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d30-658f-4537-858f-e6b32c9615bb",4,100,2,"1. นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาต้องผ่านการอนุมัติโดยสภาสถาบันการอาชีวศึกษา และจะต้องขอขึ้นทะเบียนบัณฑิต โดยยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนบัณฑิตพร้อมชำระเงินค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต  \n2. การเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาให้เป็นไปตามประกาศของสถาบันการอาชีวศึกษา  \n3. ระยะเวลาเปิดให้ยื่นคำขอเป็นไปตามประกาศของสถาบันการอาชีวศึกษา","2023-02-13T11:42:23"],
    [1483,"95e0f5c4-5942-4f6e-b26d-3f5565b7d03e","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การขอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ของสถาบันการอาชีวศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d30-627f-4f0a-9434-3aae3af86849",33,0,2,"1. นักศึกษาที่มีสิทธิขอสำเร็จการศึกษา ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  \n1) ศึกษารายวิชาได้ครบตามหลักสูตรและข้อกำหนดของสาขานั้น ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสี่ปีการศึกษา สำหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา หรือไม่เกินหกปีการศึกษา สำหรับการลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา นับตั้งแต่วันขึ้นทะเบียนโดยไม่นับภาคเรียนที่ลาพักการเรียน หรือถูกสั่งพักการเรียนรวมเข้าด้วย  \n2) มีหน่วยกิตสะสมไม่ต่ำกว่าที่หลักสูตรกำหนดไว้ และผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ  \n3) มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นบัณฑิต และไม่มีหนี้สินผูกพันต่อสถาบัน  \n4) ต้องยื่นคำร้องขอสำเร็จการศึกษาในภาคเรียนที่นักศึกษาคาดว่าจะสำเร็จการศึกษาภายในสามสิบวันนับแต่วันเปิดภาคเรียนนั้น ตามประกาศของสถาบัน  \n5) นักศึกษาที่ไม่ดำเนินการตามข้อ 4) จะไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาในแต่ละภาคเรียนนั้น และจะต้องชำระค่ารักษาสภาพการเป็นนักศึกษาจนถึงภาคเรียนที่นักศึกษายื่นคำร้องขอสำเร็จการศึกษา  \n2. นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาต้องขอขึ้นทะเบียนบัณฑิต โดยยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนบัณฑิตพร้อมชำระเงินค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิตตามขั้นตอนที่สถาบันกำหนด  \n3. การเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาให้เป็นไปตามประกาศของสถาบัน  \n4. หากนักศึกษายังไม่ผ่านการประเมินครบทุกรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตร ทำให้ไม่สำเร็จการศึกษาในภาคการเรียนที่ได้ยื่นคำร้องแบบขอสำเร็จการศึกษาไว้ ให้นักศึกษาแจ้งสำเร็จการศึกษาใหม่ในภาคเรียนถัดไป","2023-02-13T14:17:48"],
    [1484,"95e12680-b4cd-4df2-aa27-8193f0e53e0e","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา","การออกใบแทนใบประกาศนียบัตร กรณีโรงเรียนเลิกกิจการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-6e94-4d4e-8f29-7e217be7843c",5,0,5,"1. ผู้รับบริการยื่นแบบคำขอใบแทนประกาศนียบัตร และแนบเอกสารประกอบให้ครบถ้วน  \n2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของแบบคำขอและเอกสารประกอบ  \n3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทะเบียนประกาศนียบัตร หรือแบบรายงานการออกประกาศนียบัตร ของแต่ละระดับ เช่น ม.ศ. 5 ,  ม.ศ. 6 , ปวช. , ปวท. , ปวส. จากฐานข้อมูลการจัดเก็บเอกสารหลักฐานการศึกษา  \n4. เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกข้อความและใบแทนประกาศนียบัตร  \n5. เจ้าหน้าที่เสนอใบแทนประกาศนียบัตรต่อประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดลงนาม  \n6. เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้รับบริการมารับใบแทนประกาศนียบัตร  \n7. เจ้าหน้าที่จัดเก็บสำเนาใบแทนประกาศนียบัตร","2023-02-14T12:49:46"],
    [1485,"94e56e1f-6747-4766-bc0d-2935150562ff","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-780f-4965-9a3c-6fac8e1bc21e",60,100,10,"1. ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง พร้อมเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน    2. กรณีเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอาคารเรียน และห้องเรียน ต้องได้รับอนุญาตการก่อสร้างจากทางราชการที่รับผิดชอบ เช่น สำนักงานเทศบาล สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด เมืองพัทยา และจะต้องก่อสร้างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นนั้น ๆ และตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ การกำหนดรายการ และการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง และการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555","2023-06-26T10:29:12"],
    [1486,"94e56e1f-6cc4-401a-b7d5-83c9c81ee315","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-7e19-4e39-8e39-2980a9c69f1e",60,100,6,"1. ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียน พร้อมเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน    2. กรณีเปลี่ยนแปลง/เพิ่มหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนต้องจัดทำหลักสูตรให้แล้วเสร็จ เพื่อนำมาใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณา","2023-06-21T13:39:29"],
    [1487,"94e56e1f-61fc-45e9-ba41-f8edba7741de","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-71ce-4b19-aa61-2c04b57923eb",187,5000,15,"1. ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบ (แบบ สช.1) พร้อมเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน  ซึ่งผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรา 21 และ 22 แห่งพรบ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554   2. ผู้ยื่นคำขอต้องประสานเตรียมความพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จก่อนยื่นคำขอดังต่อไปนี้    2.1 ตรวจสอบชื่อของสถานศึกษาที่จะขออนุญาต ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบการกำหนดรายการและการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งและการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555     2.2 ตรวจสอบสถานที่ตั้งของสถานศึกษา ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบการกำหนดรายการและการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งและการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 และกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง    2.3 ผู้ขอจัดตั้งโรงเรียน ต้องก่อสร้างอาคารให้เสร็จเรียบร้อยก่อนยื่นคำขอจัดตั้งโรงเรียนในปีการศึกษานั้น โดยการก่อสร้างอาคารจะต้องได้รับอนุญาตการก่อสร้างจากทางราชการที่รับผิดชอบ เช่น สำนักงานเทศบาล สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด เมืองพัทยา และจะต้องก่อสร้างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นนั้น ๆ และตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ การกำหนดรายการ และการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง และการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555  3. เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ดำเนินการตามาตรา 25 แล้ว และพร้อมจะเปิดดำเนินกิจการการโรงเรียน ให้แจ้งผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันเปิดดำเนินกิจการ  4. ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนต้องยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบถูกต้องครบถ้วน","2023-06-21T13:36:52"],
    [1488,"94e56e1f-64a7-4f91-8f11-061cd23b07da","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียนนอกระบบ (การขอเพิ่มหลักสูตรวิชา/รายวิชา) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-751f-4fce-b10e-7947a63c9128",46,100,8,"การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียนนอกระบบ (การขอเพิ่มหลักสูตรวิชา/รายวิชา)   ในการพิจารณาการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ยื่นประกอบการพิจารณา  เอกสารประกอบการพิจารณา   1. คำร้อง อช.6 (คำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ)   2. สำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนและสำเนาใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ   3. หลักสูตรที่ขอเพิ่ม จำวนวน 2 ชุด   4. หลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษาหลักสูตรที่ขอเพิ่ม   5. โครงการขอเพิ่มหลักสูตรวิชา/รายวิชา ของโรงเรียนนอกระบบ จำนวน 2 ชุด   6. รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ จำนวน 2 ชุด (กรณีที่ยังไม่ได้จัดทำ)   7. รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบที่เปลี่ยนแปลง จำนวน 2 ชุด       (กรณีมีรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบแล้ว)  กรณีนิติบุคคล แนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมหนังสือแสดงการจดทะเบียนของนิติบุคคล  ขั้นตอนการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียนนอกระบบ  1. ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งหมด เมื่อพิจารณา      ถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ผู้รับใบอนุญาต ชำระค่าธรรมเนียมค่ายื่นคำขอ ฉบับละ 100 บาท  3. ผู้อนุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิจารณาอาคาร สถานที่ ห้องเรียน ห้องประกอบ อุปกรณ์      การเรียนการสอน การดำเนินกิจการโรงเรียน ว่ามีความพร้อมและเหมาะสมที่จะเพิ่มหลักสูตรวิชา/รายวิชา  4. เมื่อผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับใบอนุญาต  5. ให้หน่วยงานผู้อนุญาตจัดเก็บหลักฐานสำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน พร้อมรายละเอียด       เกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบอย่างละ 1 ชุด ดังนี้       5.1 กรุงเทพมหานคร จัดเก็บหลักฐานไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน       5.2 จังหวัดอื่น จัดเก็บหลักฐานไว้ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ จำนวน 1 ชุด และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 1 ชุด    หมายเหตุ - ผู้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบครบถ้วนจึงจะรับพิจารณา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1489,"94e56e1f-6a4e-4bba-ab67-a1cde488c758","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-7b3f-4c8c-898c-74a28b2771ab",16,5000,19,"1. ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบ (แบบ สช.1) พร้อมเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน  ซึ่งผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรา 21 และ 22 แห่งพรบ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554   2. ผู้ยื่นคำขอต้องประสานเตรียมความพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จก่อนยื่นคำขอดังต่อไปนี้    2.1 ตรวจสอบชื่อของสถานศึกษาที่จะขออนุญาต ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบการกำหนดรายการและการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งและการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555       2.2 ผู้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนต้องดำเนินการขออนุมัติหลักสูตรต่างประเทศจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน/สำนักศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชน แล้วแต่กรณี ซึ่งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้หลักสูตรต่างประเทศก่อนยื่นคำขอจัดตั้งโรงเรียน    2.3 ตรวจสอบสถานที่ตั้งของสถานศึกษา ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบการกำหนดรายการและการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งและการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 และกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง    2.4 ผู้ขอจัดตั้งโรงเรียน ต้องก่อสร้างอาคารให้เสร็จเรียบร้อยก่อนยื่นคำขอจัดตั้งโรงเรียนในปีการศึกษานั้น โดยอาคารต้องได้รับการรับรองการก่อสร้างอาคาร ตัดแปลงอาคารหรือเคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ อ. 6) หรือใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารที่ใช้จัดตั้งโรงเรียนในระบบโดยระบุให้ใช้อาคารเพื่อการศึกษา (แบบ อ.5) และอาคารจะต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ การกำหนดรายการ และการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง และการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555  3. เมื่อผู้ขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนแล้วผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และเมื่อพร้อมจะเปิดดำเนินกิจการการโรงเรียน ให้แจ้งผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันเปิดดำเนินกิจการ    4. ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนต้องยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบถูกต้องครบถ้วน","2021-11-17T13:39:19"],
    [1490,"94e56e1f-6f58-4758-843c-22ea6ac187e0","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-8138-44ed-9991-aed4d5ee60d8",11,100,12,"1. ผู้รับโอนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 21 หรือมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 กำหนด  2. ผู้โอนยื่นคำขอตามแบบคำขอโอนและรับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ (แบบ อ.1) พร้อมเอกสารประกอบครบถ้วนถูกต้อง  3. การโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ แบ่งได้เป็น 2 กรณี     3.1 กรณีผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะโอนใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบให้บุคคลอื่น และเป็นโรงเรียนในระบบที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งก่อน พรบ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550จะต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าโรงเรียนได้รับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือสิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิเก็บกิรหรือสิทธิการเช่าแล้ว     3.2 กรณีผู้รับใบอนุญาตตาย หรือเป็นคนสาบสูญ และทายาทมีความประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไปให้ทายาทซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 21  หรือกรณีมีทายาทหลายคน ให้ทายาทตกลงตั้งทายาทคนหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติแลไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 21 หรือกรณีทายาทไม่สาามารถตกลงกันได้ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกจัดตั้งนิติบุคคล ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะตามมาตรา 22  เพื่อยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต ภายใน 90 วันและดำเนินการตามมาตรา 107 108 109 และ 110 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554     กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 21 ให้ผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต ภายใน 90 วัน และดำเนินการตามมาตรา 110","2021-11-17T13:39:19"],
    [1491,"94e56e1f-71a5-408d-bbd3-e33bc3f5b99e","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-844f-462d-9431-a6eb62102f42",53,100,12,"การโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ให้ผู้โอนยื่นคำขอตามแบบ อ.2 (คำขอโอนและรับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ)    พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้    (1) สำเนารายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน    (2) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือสำเนาสัญญาเช่าอาคาร    ที่มีกำหนดเวลาการเช่าไม่น้อยกว่าสามปีที่ใช้จัดตั้งโรงเรียน    บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งรับโอนแล้วแต่กรณี ต้องแนบเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้    (ก) กรณีบุคคลธรรมดา    (1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน    (2) สำเนาทะเบียนบ้าน    (3) สำเนาหลักฐานการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี    (4) รูปถ่าย ขนาด 4 x 6 เซนติเมตร จำนวน 2 รูป    (ข) กรณีนิติบุคคล    (1) สำเนาสำคัญแสดงการจดทะเบียนของนิติบุคคล พร้อมด้วยวัตถุประสงค์    (2) สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น กรณีนิติบุคคลเป็นบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทจำกัด    (3) สำเนาบัญชีรายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน กรณีนิติบุคคลเป็นห้างหุ้นส่วน    (4) สำเนารายชื่อและสัญชาติของกรรมการ กรณีนิติบุคคลเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือสหกรณ์    (5) สำเนารายชื่อและสัญชาติของสมาชิกทุกคน กรณีนิติบุคคลเป็นสมาคมหรือสหกรณ์    (6) สำเนาหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลให้เป็นผู้จัดการหรือ    ผู้แทนนิติบุคคล    หมายเหตุ - ผู้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบครบถ้วนจึงจะรับพิจารณา","2023-06-21T13:41:53"],
    [1492,"94e56e1f-750f-4829-9756-95bad0fcda0b","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-8897-406e-af46-ca973d060554",53,3000,19,"การขอจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบให้พิจารณาดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้    1.        ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ    1.1     บุคคลธรรมดา ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554    1.2     นิติบุคคล ได้แก่ มูลนิธิ สมาคม บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือสหกรณ์ ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 22 และผู้แทนของนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554    2.        ชื่อ ประเภท และลักษณะของโรงเรียนนอกระบบ    2.1     ชื่อโรงเรียนนอกระบบ จะต้องเป็นไปตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. 2555      2.2     ประเภทและลักษณะของโรงเรียนนอกระบบจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเรื่อง การกำหนดประเภทและลักษณะของโรงเรียนการจัดการเรียนการสอน และหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบ ประกาศ ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2558  ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558    3.        อาคาร สถานที่    3.1     อาคารเป็นเอกเทศหรือกรณีเป็นอาคารร่วมต้องแยกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับกิจการอื่น เป็นอาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างหรือต่อเติมอาคารจากทางราชการให้ใช้เป็นอาคารเรียนเพื่อการศึกษา และต้องจัดมาตรการป้องกันอัคคีภัยในโรงเรียน       พื้นที่ใช้สอยบริเวณโรงเรียนที่เปิดสอนแต่ละประเภทตามกฎกระทรวง ข้อ 11 วรรค 2 หน้า 4 กรณีที่เปิดสอนหลักสูตรที่มีระยะเวลาเรียนไม่เกิน 6 เดือน และไม่เกิน 600 ชั่วโมง ต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 100 ตารางเมตร หลักสูตรที่เปิดสอนมีระยะเวลาเรียนเกิน 6 เดือน หรือไม่เกิน 1 ปี และไม่เกิน 1,200 ชั่วโมง ต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 200 ตารางเมตร ยกเว้นประเภทกวดวิชา มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า  100  ตารางเมตร    กรรมสิทธิ์ในอาคารที่ใช้จัดตั้งโรงเรียนต้องเป็นของผู้ขอจัดตั้ง หรือผู้ขอจัดตั้ง มีสิทธิครอบครองโดยการเช่าซึ่งต้องมีระยะเวลาการเช่าไม่น้อยกว่า 3 ปี   โดยกำหนดวัตถุประสงค์การเช่า เพื่อใช้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ    ห้องเรียนภาคทฤษฎี ให้คํานวณความจุนักเรียนไม่น้อยกว่า 1 ตารางเมตรต่อนักเรียน 1 คน   ห้องเรียนภาคปฏิบัติ ให้คํานวณความจุนักเรียนไม่น้อยกว่า 1.5 ตารางเมตรต่อนักเรียน 1 คน   ห้องประกอบต้องมีห้องธุรการหรือห้องพักครูหรือผู้สอน พื้นที่หรือห้องพักผ่อนสำหรับนักเรียน ห้องส้วมแยกชายและหญิงแยกเป็นสัดส่วน และห้องประกอบอื่น ๆ ตามความเหมาะสม      4.        หลักสูตร    4.1     แนวทางพิจารณาหลักสูตรโรงเรียนนอกระบบ ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ประเภทศิลปะและกีฬา ประเภทวิชาชีพ และประเภทสร้างเสริมทักษะชีวิต การจัดทำหลักสูตรต้องจัดทำตามรูปแบบหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบที่กำหนดและจัดทำเป็นภาษาไทย    4.2     ลักษณะหลักสูตร    4.2.1    หลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด    4.2.2    หลักสูตรต้นแบบที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจัดทำ หรือจัดร่วมกับหน่วยงานอื่น    4.2.3    หลักสูตรที่นำมาจากหน่วยงานอื่นทั้งในและต่างประเทศ หลักสูตรที่โรงเรียนจัดทำขึ้นเอง หลักสูตรที่โรงเรียนจัดทำขึ้นร่วมกับโรงเรียนอื่นหรือหน่วยงานอื่น ซึ่งต้องได้รับอนุมัติให้ใช้หลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการ (หลักสูตรของโรงเรียนอื่นหรือหน่วยอื่น ต้องได้รับอนุญาตจากผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนหรือหน่วยงานนั้น)    4.3     การพิจารณาอนุมัติหลักสูตร    4.3.1    กรุงเทพมหานคร เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในการอนุมัติหลักสูตรโรงเรียนนอกระบบ    4.3.2    จังหวัดอื่น กระทรวงศึกษาธิการได้มอบอำนาจการพิจารณาอนุมัติหลักสูตรโรงเรียนนอกระบบ ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ประเภทศิลปะและกีฬา ประเภทวิชาชีพและประเภทสร้างเสริมทักษะชีวิต ตามข้อ 4.2 (3) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุมัติหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบ ที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัด ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป. 675/2552 สั่ง ณ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552 และการดำเนินการพิจารณาอนุมัติหลักสูตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์แนบท้ายคำสั่ง ดังกล่าว    ทั้งนี้ จะต้องประทับตราพร้อมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในหลักสูตรทุกแผ่นที่พิจารณาอนุมัติหลักสูตรให้โรงเรียนนำไปใช้สอนได้    สำหรับประเภทกวดวิชา ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน    5.        สื่อและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนนอกระบบ  การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน   นอกระบบสําหรับห้องเรียนภาคทฤษฎีต้องปฏิบัติ ดังนี้    5.1     การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ครูหรือผู้สอน ต้องมีจํานวนนักเรียนไม่เกิน 45 คนต่อห้องเรียน    5.2     การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการเรียนการสอน ต้องมีจํานวนนักเรียนไม่เกิน 90 คนต่อห้องเรียน และต้องมีเจ้าหน้าที่ประจําห้องเรียนทําหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและควบคุมการใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างน้อย 1 คน    5.3          การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยมีทั้งครูหรือผู้สอนและสื่อการเรียนการสอน  ในกรณีที่มีนักเรียนเกิน 90 คน ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจําห้องเรียนทําหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและควบคุมการใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างน้อย 1 คน    6.        หลักเกณฑ์การกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่นและการเพิ่มค่าธรรมเนียมการศึกษา    พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 และมาตรา 125 บัญญัติว่าการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นในโรงเรียนนอกระบบต้องไม่มีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรเกินควร เมื่อคำนึงถึงคุณภาพมาตรฐานการศึกษาและสิทธิประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ    ดังนั้น นับตั้งแต่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ โรงเรียนนอกระบบไม่ต้องขออนุญาตเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นเหมือนที่เคยปฏิบัติมาก่อน โรงเรียนเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นและการเพิ่มค่าธรรมเนียม    นิยามศัพท์    \"ค่าธรรมเนียมการศึกษา\" หมายความว่า  เงินที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผู้ปกครองและหรือนักเรียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ค่าตอบแทนผู้สอนที่มีความรู้และความสามารถที่ดีและค่าใช้จ่ายอื่น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขยายกิจการและผลตอบแทน&ldquo;ค่าธรรมเนียมอื่น&rdquo; หมายความว่า เงินที่โรงเรียน เรียกเก็บจากผู้ปกครองและหรือนักเรียน เป็นค่าบำรุงและค่าบริการอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการศึกษา    \"ผลตอบแทน\" หมายความว่า ผลประโยชน์ของโรงเรียนที่ได้มาจากการดำเนินกิจการเท่ากับผลต่างของรายได้กับค่าใช้จ่ายของโรงเรียนเป็นรายปี    \"อัตราผลตอบแทน\" หมายความว่า ร้อยละของผลตอบแทนเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของโรงเรียนเป็นรายปี    \"ค่าใช้จ่ายของโรงเรียน\" หมายความว่า ค่าใช้จ่ายลงทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินกิจการของโรงเรียน    แนวทางการคิดคำนวณค่าธรรมเนียมการศึกษาให้ดำเนินการ ดังนี้                       (1)  ค่าใช้จ่ายของโรงเรียน (รายปี) ซึ่งประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายลงทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินการ                             (1.1)  ค่าใช้จ่ายลงทุน ประกอบด้วย อาคาร/สิ่งก่อสร้าง ครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนการสอน                                      1) อาคาร/สิ่งก่อสร้าง ให้คำนวณค่าเสื่อมราคาโดยคิดค่าเสื่อมราคาปีละ 5% ของมูลค่าอาคาร/สิ่งก่อสร้าง (อาคาร/สิ่งก่อสร้างที่ใช้งานเกิน 20 ปี แล้วไม่ต้องนำมาคิดค่าเสื่อมราคา)                                    2) ค่าครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนการสอน ให้คำนวณ    ค่าเสื่อมราคาโดยคิดค่าเสื่อมราคาปีละ 20% ของมูลค่าครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนการสอนเป็นเวลา 5 ปี (ครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ใช้งานเกิน 5 ปี แล้ว ไม่ต้องนำมาคิดค่าเสื่อมราคา)                             (1.2)  ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ได้แก่ ค่าเช่าที่ดิน ค่าเช่าอาคาร เงินเดือนบุคลากร  ค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุสำนักงาน ค่าวัสดุฝึก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาตลอดปีการศึกษา                       (2)  นำค่าใช้จ่ายที่คำนวณได้ในข้อ (1)  มาคำนวณหาผลตอบแทนตามที่โรงเรียนคาดว่า จะได้รับ ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนของโรงเรียนไม่เกิน 20%                       (3)  นำค่าใช้จ่ายที่คำนวณได้ในข้อ (1) รวมกับผลตอบแทนที่คำนวณได้ในข้อ (2)                       (4)  นำผลรวมในข้อ (3) หารด้วยจำนวนนักเรียนผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา                       แนวทางการคิดคำนวณค่าธรรมเนียมอื่น                       ในการคำนวณค่าธรรมเนียมอื่น โรงเรียนต้องคำนวณค่าใช้จ่ายของการจัดบริการที่โรงเรียนจัดเพิ่มเติม  โดยคำนวณหาค่าใช้จ่ายลงทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินการเช่นเดียวกับแนวทางการคิดคำนวณค่าธรรมเนียมการศึกษา    แนวทางการคิดคำนวณการเพิ่มค่าธรรมเนียมการศึกษา    ในการคำนวณการเพิ่มค่าธรรมเนียมการศึกษา ให้คำนวณหาค่าใช้จ่ายลงทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินการเช่นเดียวกับแนวทางการคิดคำนวณค่าธรรมเนียมการศึกษา โดยต้องแสดงการคำนวณต้นทุนเดิม และต้นทุนเพิ่มเติม    7.        โครงการจัดตั้งโรงเรียน พิจารณาจากรายละเอียดประกอบการดำเนินกิจการโรงเรียนและการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษา    8.        เอกสารประกอบการยื่นขอจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบและรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนนอกระบบ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ประกอบกับกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. 2555    ตรวจสอบเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องและตรวจพิจารณาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องประกอบ สื่อ เครื่องมืออุปกรณ์การเรียนการสอน ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สรุปรายงานเสนอผู้มีอำนาจอนุญาตเพื่อพิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน และรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ โดยให้ผู้อนุญาตประทับตราเครื่องหมายราชการ ของส่วนราชการผู้อนุญาตไว้มุมล่างด้านขวาทุกแผ่น  ผู้อนุญาตลงชื่อกำกับทุกแผ่น และ ประทับตราของโรงเรียนนอกระบบไว้มุมล่างด้านซ้ายทุกแผ่น และลงนามในใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน พร้อมส่งสำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนและรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 1 ชุด    หมายเหตุ : ผู้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบครงถ้วนจึงจะรับพิจารณา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1493,"94e56e1f-7721-490d-9b2b-c954f121e5b9","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-8b74-43e4-8020-d0937dd9923e",30,0,1,null,"2021-11-17T13:39:19"],
    [1494,"94e56e1f-7975-4827-ad73-426f57d6c108","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-8e5e-4974-99c1-40f28c7b41c4",53,100,11,"1. ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง พร้อมเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน    2. กรณีเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับอาคารเรียน และห้องเรียน ต้องได้รับอนุญาตการก่อสร้างจากทางราชการที่รับผิดชอบ เช่น สำนักงานเทศบาล สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด เมืองพัทยา และจะต้องก่อสร้างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นนั้น ๆ และตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ การกำหนดรายการ และการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง และการกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555","2021-11-17T13:39:19"],
    [1495,"94e56e1f-7e53-4205-b22f-b3293daa4a87","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-942a-4f35-9b82-595f482c0c19",30,0,1,null,"2021-11-17T13:39:19"],
    [1496,"94e56e1f-7bc9-4215-b85e-03ee7d730e6f","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตเลิกกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-9172-49cb-a4d8-de72284172ff",100,100,6,"1. การขอเลิกกิจการโรงเรียนในระบบจะต้องยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารประกอบการพิจารณาต่อผู้อนุญาตล่วงหน้า  ไม่น้อยกว่า 120 วัน ก่อนสิ้นปีการศึกษา หรือกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยจะยื่นคำขอล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาดังกล่าวก็ได้     2. โรงเรียนจะต้องดำเนินการแจ้งผู้ปกครอง และนักเรียน พร้อมแนะนำสถานที่เรียนใหม่ให้กับนักเรียน    3. โรงเรียนจะต้องแจ้งผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2542 กำหนด    4. โรงเรียนจะต้องจัดส่งหลักฐานการศึกษาตั้งแต่โรงเรียนเปิดดำเนินกิจการ จนถึงวันที่เลิกกิจการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน/สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ  แล้วแต่กรณี    5. เมื่อโรงเรียนได้รับอนุญาตให้เลิกกิจการโรงเรียนแล้ว ให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียน หรือคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบ แล้วแต่กรณี แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อชำระบัญชีของโรงเรียนในระบบ    6. ผู้ขอเลิกกิจการโรงเรียนต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน","2023-06-21T13:41:00"],
    [1497,"94e56e1f-832c-47a3-a0d0-efe205b69b83","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขอใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบและใบแทนใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนในระบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-9a18-4522-893f-85167ca75acc",7,500,5,"เงื่อนไขการยื่นคำขอและพิจารณาอนุญาตขอใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบและใบแทนใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนในระบบ มีดังนี้    1. ยื่นคำขอได้ในกรณีใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนหรือใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนในระบบสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    2. ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในคำขอ อ.4 และ สช.4  เพื่อประกอบการพิจารณา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1498,"94e56e1f-8107-49f3-ad33-1765bf5d1371","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขอหนังสือรับรองผลการศึกษาของนักเรียนจากโรงเรียนเอกชนในระบบ กรณีเลิกกิจการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-9748-4c56-8074-8cc7c19d7b28",5,0,10,"1. โรงเรียนในระบบประเภทสามัญเลิกกิจการ แล้ว ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 แก้ไข้เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555  ตามมาตรา 116 วรรคสาม เมื่อโรงเรียนในระบบเลิกกิจการแล้วและมีความจำเป็นต้องออกหนังสือรับรองผลการศึกษาของนักเรียน ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจออกให้แทนโรงเรียนในระบบได้    2. นิยามของคำว่า \"หนังสือรับรองผลการศึกษา\"  หมายถึง เอกสารหลักฐานการศึกษาที่ออกให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา กรณีโรงเรียนเลิกกิจการ   3. ผู้ที่สามารถยื่นคำขอหนังสือรับรองผลการศึกษา ได้แก่       3.1 ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับประโยคประถมศึกษาตอนต้น (ป.4) ระดับประโยคประถมศึกษาตอนปลาย (ป.7)  ระดับประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ.3)  ระดับประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.ศ.5) ระดับประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.ศ.6) สายอาชีพ  ระดับประถมศึกษา (ป.6) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6)  ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ( ปวส.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) จากโรงเรียนเอกชนในระบบ ที่เลิกกิจการแล้ว       3.2 ต้องเป็นผู้ที่เคยได้รับเอกสารหลักฐานการศึกษาฉบับจริงไปแล้ว แต่ได้ทำเอกสารหลักฐานการศึกษาดังกล่าว สูญหาย ถูกทำลาย หรือ ชำรุดจนไม่สามารถใช้การได้   4. สถานที่สามารถยื่นคำขอหนังสือรับรองผลการศึกษา และเอกสารประกอบ ได้แก่       4.1 ในกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นได้ที่ กลุ่มงานทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 319 กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300        4.2 ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นได้ที่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ที่โรงเรียนได้รับอนุญาตจัดตั้ง / ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน  5. กรณีไม่ปรากฏหลักฐานการจบหลักสูตร ระดับประโยคประถมศึกษาตอนต้น (ป.4) ระดับประโยคประถมศึกษาตอนปลาย (ป.7) ระดับประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ.3)  ระดับประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.ศ.5) ระดับประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.ศ.6) สายอาชีพ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจะดำเนินการจัดทำหนังสือไปที่สำนักทดสอบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำเนินการตรวจสอบและแจ้งผลการตรวสอบกลับมาที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเพื่อจะดำเนินการจัดทำหนังสือรับรองความรู้ต่อไป โดยใช้เวลาประมาณ 45 - 60 วัน  ซึ่งจะไม่นับรวมเวลาตามที่กำหนดในคู่มือนี้","2021-11-17T13:39:19"],
    [1499,"94e56e1f-853a-43bc-94e8-d8792da09aa1","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การอนุญาตพานักเรียน และนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา สำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d30-9cfa-4661-a6e4-239e82cb7d77",1,0,6,"การพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ที่สถานศึกษาต้องขออนุญาตจากต้นสังกัด มี 2 กรณี คือ  1. การพาไปนอกสถานศึกษาค้างคืน  2. การพาไปนอกราชอาณาจักร       โดยสถานศึกษาต้องยื่นเรื่องขออนุญาตการไปนอกสถานศึกษาจากต้นสังกัดตามลำดับ  ก่อนการเดินทาง 15 วัน พร้อมด้วยเอกสารประกอบถูกต้อง ครบถ้วน ดังนี้  1. แบบขออนุญาตผู้บังคับบัญชาพานักเรียน/นักศึกษา ไปนอกสถานศึกษา  2. โครงการ รายชื่อครูผู้ควบคุมและนักเรียน  3. ตารางกิจกรรมประจำวัน  4. ใบตอบรับของผู้ปกครอง  5. แผนที่การเดินทาง แผนที่สังเขป และรายละเอียดของสถานที่ที่จะเดินทางไป  6. สำเนากรรม์ธรรมประกันชีวิต","2023-06-21T13:27:55"],
    [1500,"94e56e1f-8748-40ec-8624-f191649a150e","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขอใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบและใบแทนใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนนอกระบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-9ff3-4428-be49-cf799b024240",7,300,5,"เงื่อนไขการยื่นคำขอและพิจารณาอนุญาตขอใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบและใบแทนใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนนอกระบบ มีดังนี้    1. ยืนขอได้ในกรณีใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนหรือใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนในนอกระบบ สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    2. ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในคำขอ อ.5 และ สช.7  เพื่อประกอบการพิจารณา","2021-11-17T13:39:19"],
    [1501,"94e56e1f-8981-4583-86dc-2d4cc23dc155","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตเลิกกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-a2d1-491f-9a0c-4aae27ee8174",196,100,9,"1. การขอเลิกกิจการโรงเรียนในระบบจะต้องยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารประกอบการพิจารณาต่อผู้อนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 120 วัน ก่อนสิ้นปีการศึกษา หรือกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยจะยื่นคำขอล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาดังกล่าวก็ได้     2. โรงเรียนจะต้องดำเนินการแจ้งผู้ปกครองและนักเรียน พร้อมแนะนำสถานที่เรียนใหม่ให้กับนักเรียน    3. โรงเรียนจะต้องแจ้งผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2542 กำหนด    4. โรงเรียนจะต้องจัดส่งหลักฐานการศึกษาตั้งแต่โรงเรียนเปิดดำเนินกิจการ จนถึงวันที่เลิกกิจการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน/สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ  แล้วแต่กรณี    5. เมื่อโรงเรียนได้รับอนุญาตให้เลิกกิจการโรงเรียนแล้ว ให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนหรือคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบแล้วแต่กรณีแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อชำระบัญชีของโรงเรียนในระบบ    6. ผู้ขอเลิกกิจการโรงเรียนต้องยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบถูกต้องครบถ้วน","2021-11-17T13:39:19"],
    [1502,"94e56e1f-933c-401d-a4f1-911a3cd55ace","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เงินอุดหนุนรายบุคคล) สำหรับโรงเรียนเอกชน (N) 76191","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-b097-4b00-8346-89e345d9edef",11,0,5,"หลักเกณฑ์ของการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล    1. โรงเรียนที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องเป็นโรงเรียนเอกชนในระบบ โดยไม่รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ    2. เป็นโรงเรียนที่ี่ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย    3. เป็นโรงเรียนที่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเมื่อรวมกับเงินอุดหนุนรายบุคคลแล้วไม่เกิน อัตราค่าใช้จ่ายรายบุคคลสําหรับนักเรียนภาครัฐในแต่ละระดับ (ในกรณีเป็นโรงเรียนการกุศลต้องไม่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาจากนักเรียน)    4. ไม่เป็นโรงเรียนที่ประกาศแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่า นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนี้ไม่ได้ รับเงินอุดหนุนรายบุคคล         วิธีการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลของโรงเรียน ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้    1. จัดทําคําร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามแบบหรือโปรแกรมที่สํานักงานกําหนด จํานวน 2 ชุด โรงเรียนเก็บไว้ 1 ชุด    2. ยื่นคําร้องขอรับเงินอุดหนุนพร้อมเอกสารและข้อมูลที่จําเป็นต้องใช้ในการขอรับเงินอุดหนุน หรือข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กรณีโรงเรียนได้รับอนุญาตให้จัดส่งเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ สําหรับกรุงเทพมหานครให้ยื่นที่สํานักงาน ส่วนจังหวัดอื่นให้ยื่นที่สํานักงานศึกษาธิการจังหวัด หรือ  สํานักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด หรือสํานักงานการศึกษาเอกชนอําเภอ ภายในวันที่ 20 มิถุนายนของทุกปี    3. ให้ส่งเอกสารหลักฐานและข้อมูลที่จําเป็นต้องใช้ในการขอรับเงินอุดหนุน ดังนี้         3.1 แบบคําร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล แบบรายงานจํานวนนักเรียนและครู พร้อม บัญชีรายชื่อนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุน โดยให้สํารวจ  จํานวนนักเรียน ณ วันที่ 10 มิถุนายนของทุกปี         3.2 แบบทะเบียนคุมนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน กรณีที่โรงเรียนขอรับเงินอุดหนุน รายบุคคลนักเรียนพิการ         3.3 สําเนาใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน ประกาศโรงเรียนเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่น และหลักฐานการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน         3.4 รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ซึ่งให้ความเห็นชอบจํานวนนักเรียนที่ขอรับ เงินอุดหนุนรายบุคคล งบรายได้และค่าใช้จ่าย งบดุล ของปีการศึกษาที่ผ่านมา         เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบ มีดังต่อไปนี    1. นักเรียนต้องมาเรียนตามหลักสูตรและเวลาเปิดที่โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดทําการสอน และมาเรียนทุกวันเป็นประจําสม่ําเสมอตามกฎกระทรวง ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง    2. การรับนักเรียนเข้าเรียน โรงเรียนต้องดําเนินการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนให้ถูกต้อง ตามระเบียบ และจัดเก็บเอกสารไว้ให้เป็นปัจจุบันพร้อมให้ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ กรณีที่จัดเก็บเอกสาร เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์โรงเรียนต้องจัดเก็บเอกสารต้นฉบับไว้เพื่อการตรวจสอบด้วย    3. โรงเรียนที่ไม่ยื่นคําร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลภายในระยะเวลาที่กําหนดให้ถือว่าโรงเรียนไม่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลสําหรับนักเรียนของโรงเรียนนั้น โดยห้ามเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาในส่วนที่โรงเรียนไม่ได้ดําเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคล ตามระเบียบนี้และห้ามจําหน่ายนักเรียนผู้นั้นออกจากโรงเรียนด้วยเหตุดังกล่าว    4. โรงเรียนที่ขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลประจําเดือนไม่ทันภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้โรงเรียนดําเนินการขอเบิกจ่ายให้ทันภายในปีงบประมาณที่ยื่นคําร้อง โดยห้ามงดจ่าย เงินเดือนครูด้วยเหตุดังกล่าวและจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ    5. โรงเรียนที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในตราสารจัดตั้งเป็นโรงเรียนการกุศลภายหลัง วันที่ 10 มิถุนายนของปีการศึกษา ให้โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคล โรงเรียนการกุศลในปีการศึกษาถัดไป    6. โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องดําเนินกิจการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง ประกาศและนโยบายของทางราชการและต้องนําเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ได้รับไปจ่าย เป็นเงินเดือนครูไม่ต่ํากว่าวุฒิที่ทางราชการกําหนดและตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ํา และนําเงินที่เหลือไปใช้จ่ายเป็นค่าพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ครุภัณฑ์ พัฒนาอาคารสถานที่ และการดําเนิน กิจการของโรงเรียน     7. โรงเรียนต้องทําบัญชีการเงินและบัญชีอื่นให้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน    8. โรงเรียนต้องจ่ายเงินเดือนครูโดยผ่านระบบธนาคารเป็นรายบุคคลทุกเดือนและเก็บไว้เป็น หลักฐานพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ     9. โรงเรียนต้องเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นตามประกาศของโรงเรียน และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ    10. โรงเรียนต้องบรรจุครูให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนในระดับที่เปิดสอน โดยให้มี ครูประจําชั้นครบทุกชั้นที่เปิดทําการสอน    11. เมื่อนักเรียนพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียน โรงเรียนต้องแจ้งผู้อนุญาตภายในสิ้นเดือน และให้จ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลแก่โรงเรียนนั้นจนถึงสิ้นเดือนที่นักเรียนพ้นสภาพ    12. การจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลในเดือนเมษายนและพฤษภาคมให้จ่ายตามจํานวนนักเรียน ที่เรียนอยู่จริงในเดือนมีนาคมและในเดือนตุลาคมให้จ่ายตามจํานวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงในเดือนกันยายน    13. นักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนระหว่างเดือนในแต่ละภาคเรียน ให้เบิกเงินอุดหนุนรายบุคคลได้ สําหรับนักเรียนผู้นั้นในเดือนถัดไป    14. โรงเรียนจัดตั้งใหม่หรือโรงเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนในครั้งแรกให้ได้รับเงินอุดหนุน ตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาที่ยื่นคําร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล    15. โรงเรียนที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง หรือใบอนุญาตที่มีผลต่อ การเพิ่มจํานวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน ภายหลังวันที่ 10 มิถุนายนของปีการศึกษา ให้คํานวณจํานวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงได้ใน ปีการศึกษาถัดไป","2021-11-17T13:39:19"],
    [1503,"94e56e1f-8be2-4bc8-b51b-868580d4d037","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบ ประเภทนานาชาติ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-a5dc-4f05-bf09-cc154ec10dac",53,100,6,"1. หลักสูตรต่างประเทศที่ขอขยายต้องได้รับอนุมัติจากผู้อนุญาตแล้ว  2. การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดกิจการโรงเรียนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนในระบบก่อนยื่นคำขอ  3. ขั้นตอนการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียนในระบบ      3.1. โรงเรียนยื่นคำขอแบบ อช.2 เปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียนในระบบโดยจะต้องแนบเอกสารตามรายการที่กำหนดในแบบ      3.2 ส่วนราชการผู้อนุญาตลงทะเบียนรับเรื่องในแบบคำขอ      3.3 ผู้อนุญาตพิจารณาแจ้งผลการพิจารณาภายใน 60 วันนับแต่วันรับคำขอพร้อมเอกสารประกอบครบถ้วน      3.4 การอนุญาตให้ออกเป็นใบอนุญาตแบบ อช.3 เปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียนในระบบเฉพาะหลักสูตรวิธีการเรียนการสอนและการวัดและประเมินผลการศึกษา      3.5 รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบต้องประทับตราโรงเรียนไว้มุมล่างด้านซ้ายของรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบด้วยหมึกสีน้ำเงินพร้อมลงลายมือชื่อผู้รับใบอนุญาตกำกับในดวงตราที่ประทับโรงเรียนที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบจำนวนสองชุดสำหรับในเขตจังหวัดอื่นให้จัดทำจำนวนสามชุด             ให้ประทับตราเครื่องหมายราชการของส่วนราชการผู้อนุญาตด้วยหมึกสีแดงพร้อมลงลายมือชื่อผู้อนุญาตกำกับในดวงตราที่ประทับไว้มุมล่างด้านขวาของรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบและให้ผู้อนุญาตจัดเก็บไว้ที่ทำการของผู้อนุญาตจำนวนหนึ่งชุดมอบให้ผู้รับใบอนุญาตจัดเก็บไว้ที่โรงเรียนในระบบจำนวนหนึ่งชุดกรณีของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ ให้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบให้สำนักงานเก็บไว้จำนวนหนึ่งชุด  4. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน","2023-06-21T13:39:50"],
    [1504,"94e56e1f-8dfc-4d28-9baf-a7026c015364","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขออนุญาตพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทนานาชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-a8c1-4594-bf41-2fbbbe1e88d2",5,0,7,"1 การพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา จำแนกเป็น 3 ประเภท คือ      (1) การพาไปนอกสถานศึกษาไม่ค้างคืน ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาและอนุญาต                               (2) การพาไปนอกสถานศึกษาค้างคืน ให้ศึกษาธิการจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือผู้มีอำนาจเหนือสถานศึกษาขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งแล้วแต่กรณีเป็นผู้พิจารณาและอนุญาต      (3) การพาไปนอกราชอาณาจักร ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาและอนุญาต     โดยการยื่นเรื่องขออนุญาตพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษาประเภท (2) และประเภท (3) ให้ยื่นแบบคำขอไปนอกสถานศึกษาพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ก่อนกำหนดการเดินทางไปทัศนศึกษา ไม่น้อยกว่า 15 วัน     2. เมื่อพานักเรียนและนักศึกษากลับจากการพาไปนอกสถานศึกษาแล้วให้รายงานให้ผู้สั่งอนุญาตทราบ","2021-11-17T13:39:19"],
    [1505,"94e56e1f-9077-4477-b6f7-1134028edee9","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ (การขอย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียนนอกระบบ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-ac72-4401-a487-559cda1b2cf6",46,100,10,"ในการพิจารณาการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ  ต้องยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้       คำร้อง อช.6 (คำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ)   สำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนและสำเนาใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง   สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือสำเนาสัญญาเช่าอาคารที่มีกำหนดเวลาการเช่าไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอ โดยมีวัตถุประสงค์การเช่าเพื่อใช้ประกอบกิจการโรงเรียน   สำเนาใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคารหรือสำเนาใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นอาคารเพื่อการศึกษา   สำเนาทะเบียนบ้านของอาคารเรียน   รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ จำนวน 2 ชุด (กรณีที่ยังไม่ได้จัดทำ)   รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบที่เปลี่ยนแปลง จำนวน 2 ชุด   แนบสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมหนังสือแสดงการจดทะเบียนของนิติบุคคล      ขั้นตอนการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียนนอกระบบ       ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน   เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งหมด เมื่อพิจารณาถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ผู้รับใบอนุญาต ชำระค่าธรรมเนียมค่ายื่นคำขอ ฉบับละ 100 บาท   ผู้อนุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิจารณาอาคาร สถานที่ ห้องเรียน ห้องประกอบ อุปกรณ์การเรียนการสอน การดำเนินกิจการโรงเรียน ว่ามีความพร้อมและเหมาะสมที่จะย้ายสถานที่ตั้งของโรงเรียนนอกระบบ   เจ้าหน้าที่สรุปผลการตรวจ เสนอผู้อนุญาตพิจารณาการอนุญาตให้ย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียน   เมื่อผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับใบอนุญาต   ให้หน่วยงานผู้อนุญาตจัดเก็บหลักฐานสำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน  พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบอย่างละ 1 ชุด ดังนี้             1. กรุงเทพมหานคร จัดเก็บหลักฐานไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน           2. จังหวัดอื่น จัดเก็บหลักฐานไว้ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด/สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ จำนวน 1 ชุด และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 1 ชุด    หมายเหตุ : ผู้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบครบถ้วนจึงจะรับพิจารณา","2023-06-22T09:26:41"],
    [1506,"94e56e1f-95a3-4c18-b877-3cb5f5839d17","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน","การโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-b3ce-409e-8ef7-4320f7d61f54",30,100,12,"1. ผู้รับโอนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 21 หรือมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 กำหนด  2. ผู้โอนยื่นคำขอตามแบบคำขอโอนและรับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ (แบบ อ.1) พร้อมเอกสารประกอบครบถ้วน ถูกต้อง  3. การโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนในระบบ แบ่งได้เป็น 2 กรณี     3.1 กรณีผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะโอนใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบให้บุคคลอื่น   และเป็นโรงเรียนในระบบที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งก่อน พรบ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550  จะต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าโรงเรียนได้รับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน  หรือสิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิเก็บกิรหรือสิทธิการเช่าแล้ว     3.2 กรณีผู้รับใบอนุญาตตาย หรือเป็นคนสาบสูญ และทายาทมีความประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป  ให้ทายาทซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 21  หรือกรณีมีทายาทหลายคน ให้ทายาทตกลงตั้งทายาทคนหนึ่ง  ซึ่งมีคุณสมบัติแลไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 21 ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต ภายใน 90 วัน  และดำเนินการตามมาตรา 107 108 109 และ 110 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554","2023-06-26T13:32:10"],
    [1507,"94e56e1f-97e3-4369-ae3c-ab453efb69e3","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ","การขอหนังสือรับรองการยกเว้นอากรนำเข้าสื่อ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการศึกษา(ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-b710-4ff8-b4ae-cba5fb3096e3",40,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549 กำหนดให้ของที่จะได้รับการยกเว้นอากรจะต้องเป็นของที่นำไปใช้เพื่อการศึกษาและการวิจัยที่ผ่านการพิจารณาโดยกระทรวงศึกษาธิการ และต้องเป็นของที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศเว้นแต่กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ของนั้น มี 7 ประเภท (ตามประกาศฯ แนบท้าย) โดยผู้ขอจะต้องเสนอเรื่องการยกเว้นอากรนำเข้าต่อคณะกรรมการก่อนที่ของนั้นจะเข้ามาในราชอาณาจักร    2. คณะกรรมการฯ จะประชุมพิจารณาเรื่องการขอยกเว้นอากรนำเข้าฯ เดือนละ 1 ครั้ง ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นเรื่องก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ    3. กรณีที่จำเป็นต้องให้หน่วยงานชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่องต่าง ๆ นอกเหนือจากเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอ จะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเพิ่มขึ้น ตามระยะเวลาที่เกิดขึ้นจริง ไม่นับรวมกับระยะเวลาที่กำหนด    4. ระยะเวลาให้บริการที่กำหนดไว้ จะเริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วนถูกต้องแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1508,"94e56e1f-9a34-448c-83b5-8fd94ac4041f","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ","การขอหนังสือรับรองการยกเว้นอากรนำเข้าสื่อ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการศึกษา (ตามความตกลงฟลอเรนซ์) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d30-ba3a-4161-99a1-dad7f70af2b2",45,0,11,"1. ประเทศไทยได้ยื่นภาคยานุวัติสารเป็นภาคีความตกลงฟลอเรนซ์ ตามความตกลงฉบับนี้ กำหนดให้รัฐภาคียกเว้นอากรนำเข้าแก่วัสดุการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมที่หน่วยงานนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและการวิจัย ทั้งนี้ วัสดุดังกล่าวจะต้องผลิตจากประเทศที่เป็นภาคีความตกลงฟลอเรนซ์และจะต้องอยู่ภายใต้ภาคผนวกของความตกลง 5 ข้อ (ตามระเบียบฯ แนบท้าย)    2. หน่วยงานต้องเสนอเรื่องการขอยกเว้นอากรนำเข้าต่อคณะกรรมการล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันก่อนที่วัสดุนั้นจะเข้ามาในราชอาณาจักร    3. วัสดุที่ขอยกเว้นอากรนำเข้าต้องผลิตจากประเทศที่เป็นภาคีตามความตกลงฟลอเรนซ์ (สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กระทรวงศึกษาธิการ)    4. กรณีที่จำเป็นต้องให้หน่วยงานชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่องต่าง ๆ นอกเหนือจากเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอ จะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเพิ่มขึ้น ตามระยะเวลาที่เกิดขึ้นจริง ไม่นับรวมกับระยะเวลาที่กำหนด    5. ระยะเวลาให้บริการที่กำหนดไว้ จะเริ่มนับเมื่อได้ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วนถูกต้องแล้ว","2021-11-17T13:39:19"],
    [1509,"94e56e27-2a60-4f32-b337-2da573392f3e","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-7bf4-4ed9-b0f2-cb7d2bfb4685",30,200,5,"1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีอายุใช้ได้เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่อนุญาต    2. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 ต่อเลขาธิการคุรุสภาภายใน 180 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ    3. ผู้ที่จะได้รับการต่ออายุใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดและประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ และจะได้รับใบอนุญาตเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาอนุมัติแล้ว    4. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต สามารถใช้หลักฐานการชำระเงินเป็นหลักฐานแสดงการยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ โดยกำหนดวันออกใบอนุญาตจะเป็นที่ต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิม              5. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตหลังจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว นอกจากมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จะต้องชำระค่าดำเนินการกรณีขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้าเป็นเงินเดือนละ 200 บาท โดยระยะเวลาที่ล่าช้านับได้ไม่ถึง 1 เดือนให้นับเป็น 1 เดือน              6. กรณี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้เลขาธิการคุรุสภาแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบ และผู้ยื่นคำขอสามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาได้ภายใน 30 วัน              คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา               (1) มีคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ดังนี้                       (1.1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                       (1.2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                       (1.3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ              (2) มีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามคุณสมบัติของการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ              (3) มีผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน โดยมีการพัฒนาตนเองหรือมีกิจกรรมการพัฒนาไม่น้อยกว่า 3 กิจกรรม ภายในเวลา 5 ปี ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2552                   ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังมิได้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติในการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ","2022-04-06T22:52:45"],
    [1510,"94e56e27-2d1f-4858-9055-a701323eb2a7","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-7f49-4241-aa83-71ae7749fa98",15,0,10,"การออกหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งคุรุสภาดำเนินการตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ที่กำหนด &ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา&rdquo; เพื่ออนุญาตให้สถานศึกษาที่มีเหตุผลและความจำเป็นต้องรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าปฏิบัติการสอน ให้สามารถปฏิบัติการสอนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและ     เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดการเรียนการสอน โดยเป็นการอนุญาตให้เฉพาะบุคคล เฉพาะสถานศึกษาที่ขออนุญาตและอนุญาตเป็นการชั่วคราว ครั้งละ 2 ปี เพื่อให้พัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป และมาตรา 43    ที่กำหนด &ldquo;ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพควบคุมอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง&rdquo; และ &ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้...(8) บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด&rdquo; โดยออกเป็นประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง บุคคลผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ประกาศ    ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558  หลักเกณฑ์การพิจารณา  ประเภทครู ออกให้แก่สถานศึกษาที่ประสงค์จะรับบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งสถานศึกษาเป็นผู้ขออนุญาตจากคุรุสภา    โดยผู้ขอประกอบวิชาชีพครูต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  ชาวไทย  1) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  2) คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้     (1) ทางการศึกษา หรือเทียบเท่า     (2) ที่ ก.ค.ศ. รับรอง ที่สอดคล้องกับระดับชั้น หลักสูตร และประเภทวิชาที่เข้าสอน     (3) ที่จำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการสอนในโรงเรียนพระราชดำริ/ตำรวจตระเวนชายแดน     (4) ที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.5 ในโรงเรียนโครงการพิเศษ     (5) ที่จำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการสอนในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร / เสี่ยงภัย     (6) สาขาขาดแคลน     (7) ที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 กรณีเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์     (8) ที่มีความสามารถเฉพาะทางและประสบการณ์  3) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 (ข) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546  การขอและเงื่อนไขการอนุญาต  1) สถานศึกษาต้องทำหนังสือขออนุญาตให้ผู้ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ      เป็นการชั่วคราว เป็นการเฉพาะราย โดยจะต้องปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด      และภายใต้การควบคุมของผู้บริหารสถานศึกษา  2) ผู้ประกอบวิชาชีพครูชาวไทย อนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูครั้งละไม่เกิน 2 ปี โดยขออนุญาตได้ไม่เกิน 3 ครั้ง","2023-07-03T16:11:56"],
    [1511,"94e56e27-2f48-46c5-86b5-177e4efabb0b","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น B-License","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-8243-4a43-97b7-d675a9926dce",30,500,9,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้  ก. คุณสมบัติ  (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  (2) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง  (3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด  ข. ลักษณะต้องห้าม  (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี  (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ","2022-04-06T22:52:45"],
    [1512,"94e56e27-33ed-4d8f-a052-5868a02c0742","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอใบแทนใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-8918-4c84-a671-a3e15a0a9992",14,200,10,"ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 ข้อ 23 ผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาต กรณีใบอนุญาตถูกทำลาย ชำรุด สูญหาย หรือขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ปรากฎในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการตามแบบที่กำหนด เพื่อใช้แสดงเป็นหลักฐานในการประกอบวิชาชีพโดยถูกต้องตามกฏหมาย    คุณสมบัติ              ผู้ประสงค์ที่จะขอใบแทนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการอนุมัติจากการขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจาก คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาแล้ว แต่ใบอนุญาตสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลาย หรือต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางทะเบียนและใบอนุญาต แล้วแต่กรณี และต้องการใบอนุญาตฉบับใหม่","2022-04-06T22:52:45"],
    [1513,"94e56e27-31ca-4e2f-8b11-b5fbffd4084a","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-85ac-4d84-9f8d-433d8f0ca691",15,0,12,"การออกหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งคุรุสภาดำเนินการตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ที่กำหนด &ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา&rdquo; เพื่ออนุญาตให้สถานศึกษาที่มีเหตุผลและความจำเป็นต้องรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าปฏิบัติการสอน ให้สามารถปฏิบัติการสอนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและ    เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดการเรียนการสอน โดยเป็นการอนุญาตให้เฉพาะบุคคล เฉพาะสถานศึกษาที่ขออนุญาตและอนุญาตเป็นการชั่วคราว ครั้งละ 2 ปี เพื่อให้พัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป และมาตรา 43    ที่กำหนด &ldquo;ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพควบคุมอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง&rdquo; และ &ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้...(8) บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด&rdquo; โดยออกเป็นประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง บุคคลผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ประกาศ     ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 และประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง บุคคล    ผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน 2558    หลักเกณฑ์การพิจารณา  ประเภทผู้บริหารสถานศึกษา ออกให้แก่สถานศึกษาที่ประสงค์จะรับบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา   ทั้งของรัฐและเอกชน โดยผู้ขอประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้       1) มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีที่ ก.พ. หรือ ก.ค.ศ. รับรอง       2) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ยื่นคำขอ       3) มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนและต้องมี             ประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้าหมวด หัวหน้าสาย หัวหน้างาน หรือตำแหน่งอื่น ๆ ในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี       4) ไม่มีลักษณะต้องห้ามมาตรา 44 (ข) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546","2022-04-06T22:52:45"],
    [1514,"94e56e27-464e-4c47-9cbd-30ff0483536a","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอหนังสืออนุญาตให้ชาวต่างประเทศประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-b93d-4d9f-944e-057f089b7d91",15,0,8,"การออกหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งคุรุสภาดำเนินการตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ที่กำหนด &ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา&rdquo; เพื่ออนุญาตให้สถานศึกษาที่มีเหตุผลและความจำเป็นต้องรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าปฏิบัติการสอน ให้สามารถปฏิบัติการสอนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและเพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดการเรียนการสอน โดยเป็นการอนุญาตให้เฉพาะบุคคล เฉพาะสถานศึกษาที่ขออนุญาตและอนุญาตเป็นการชั่วคราว ครั้งละ 2 ปี เพื่อให้พัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป และมาตรา 43 ที่กำหนด &ldquo;ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพควบคุมอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง\" และ &ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้...(8) บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด&rdquo; โดยออกเป็นประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง บุคคลผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ประกาศ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 และประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง บุคคลผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมเป็นการชั่วคราว ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน 2558    หลักเกณฑ์การพิจารณา    ประเภทครู ออกให้แก่สถานศึกษาที่ประสงค์จะรับบุคคล (ชาวไทยและชาวต่างประเทศ) ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งสถานศึกษาเป็นผู้ขออนุญาตจากคุรุสภา โดยผู้ขอประกอบวิชาชีพครูต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    ครูชาวต่างประเทศ    1. คุณสมบัติ  1.1 มีอายุไม่ต่ากว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  1.2 มีคุณวุฒิตามข้อใดข้อหนึ่ง  (1) คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า หรือ  (2) คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาที่เป็นความต้องการของสถานศึกษาที่มีความจำเป็นต้อง  ให้ปฏิบัติหน้าที่สอน หรือ  (3) คุณวุฒิต่ำกว่าปริญญาแต่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากต่างประเทศ  1.3 ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 44 (ข) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร  ทางการศึกษา พ.ศ. 2546  2. การขอและเงื่อนไขการอนุญาต  2.1 สถานศึกษาต้องทำหนังสือขออนุญาตให้ชาวต่างประเทศประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นการชั่วคราว เป็นการเฉพาะราย โดยชาวต่างประเทศจะต้องปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาภายใต้เงื่อนไขที่กาหนด และภายใต้การควบคุมของผู้บริหารสถานศึกษา  2.2 ระยะเวลาที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอนครั้งละไม่เกิน 2 ปี ทั้งนี้ รวมระยะเวลาอนุญาต ไม่เกิน 6 ปี ต่อเนื่อง  2.3 ภายในระยะเวลา 6 ปีต่อเนื่อง นับจากการได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครั้งแรกครูชาวต่างประเทศต้องพัฒนาตนให้มีคุณสมบัติตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 และข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  2.4 หากผู้ได้รับหนังสือให้ปฏิบัติการสอนตามที่คณะกรรมการคุรุสภากาหนดฝ่าฝืนจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือปฏิบัติการสอนผิดเงื่อนไขหรือไม่พัฒนาตนตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่คุรุสภากาหนด ต้องถูกเพิกถอนหนังสืออนุญาต","2022-04-06T22:52:47"],
    [1515,"94e56e27-4120-4073-a833-e3a201e02467","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-b184-4962-ae37-3bce40124363",30,500,16,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้    1. คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้    1.1 คุณสมบัติ    (1) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู    (2) มีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามที่คณะกรรมการกำหนด    1.2 ลักษณะต้องห้าม    (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี    (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ    2.1 มาตรฐานความรู้  ดังนี้    (1) มีวุฒิปริญญาทางการบริหารการศึกษา  หรือ    (2) มีวุฒิประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรอง  หรือ    (3) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และผ่านการรับรองความรู้ครบตามมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา หรือ    (4) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีที่คุรุสภาให้การรับรองคุณวุฒิเพื่อการประกอบวิชาชีพ     2.2 ประสบการณ์วิชาชีพ  ดังนี้    (1) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี  หรือ    (2) มีประสบการณ์ด้านการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้าหมวดหรือหัวหน้าสายหรือหัวหน้างานหรือตำแหน่งบริหารอื่นๆ ในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี","2022-04-06T22:52:45"],
    [1516,"94e56e27-43ba-406a-9f0c-4fa3cb60ece3","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (B - License) ชาวต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-b532-4c01-a3fa-b5bcb1071cec",30,200,12,"ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 กำหนดให้ใบอนุญาตให้มีอายุใช้ได้เป็นเวลาห้าปี นับแต่วันออกใบอนุญาต    ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด และประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ    ผู้ได้รับใบอนุญาต ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอต่อเลขาธิการภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน และตามประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่องคุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2552 ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้            1. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ดังต่อไปนี้                คุณสมบัติ                (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์                (2) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง                (3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด                ลักษณะต้องห้าม                (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ            2. มีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ            3. มีผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน            4. มีมาตรฐานการปฏิบัติตน ให้กำหนดเป็นข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ประกอบด้วย                (1) จรรยาบรรณต่อตนเอง                (2) จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ                (3) จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ                (4) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ                (5) จรรยาบรรณต่อสังคม    เมื่อตรวจสอบแบบคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตตามประเภทของใบอนุญาต โดยกำหนดวันออกใบอนุญาตเป็นวันที่ต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิม    ทั้งนี้ ให้ใช้หลักฐานการชำระเงินเป็นหลักฐานแสดงการยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ    ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา แต่มิได้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวุฒิการศึกษา หรือคุณวุฒิและประสบการณ์วิชาชีพ และต้องผ่านการอบรมหรือทดสอบความรู้มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด","2022-04-06T22:52:47"],
    [1517,"94e56e27-4867-4676-8a8b-c959964a887c","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น B-License ครูชาวต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-bcc5-461c-b997-271a5a007f0c",30,500,21,"1. มีอายุไม่ต่ากว่ายี่ สิบปีบริบูรณ์  2. มีวุฒิการศึกษา ข้อใดข้อหนึ่งดังนี้  (ก) มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า  (ข) มีวุฒิปริญญาอื่นและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากต่างประเทศ  (ค) มีวุฒิปริญญาอื่นและมีคุณวุฒิประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูที ใช้เวลาศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี  (ง) มีวุฒิปริญญาอื่นและผ่านการรับรองความรู้วิชาชีพครูตามมาตรฐานของคุรุสภา  3. ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี  4. มีใบอนุญาตให้ท่างานในประเทศไทย (Work Permit)  5. มีหลักฐานการให้พ่านักอยู่ในประเทศไทย  6. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546  - เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี  - เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  - เคยต้องโทษจ่าคุกในคดีที คุรุสภาเห็นว่าอาจน่ามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ","2022-03-30T15:25:04"],
    [1518,"94e56e27-4ac1-430c-ba93-f3a50d62387d","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-c02b-4b59-899b-db069d548402",30,500,16,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้    1. คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้    1.1 คุณสมบัติ    (1) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู    (2) มีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามที่คณะกรรมการกำหนด    1.2 ลักษณะต้องห้าม    (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี    (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ    2.1 มาตรฐานความรู้  ดังนี้    (1) มีวุฒิปริญญาทางการบริหารการศึกษา  หรือ    (2) มีวุฒิประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรอง  หรือ    (3) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และผ่านการรับรองความรู้ครบตามมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา  หรือ    (4) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีที่คุรุสภาให้การรับรองคุณวุฒิเพื่อการประกอบวิชาชีพ    2.2 ประสบการณ์วิชาชีพ  ดังนี้    (1) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี  หรือ    (2) มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี  หรือ    (3) มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ศึกษานิเทศก์) ไม่น้อยกว่า 3 ปี  หรือ    (4) มีประสบการณ์ในตำแหน่งในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์บริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่ม หรือผู้อำนวยการกลุ่ม หรือเทียบเท่า มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี  หรือ    (5) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอน และประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารนอกสถานศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ศึกษานิเทศก์) หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์บริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่ม หรือผู้อำนวยการกลุ่ม หรือเทียบเท่า  มาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี","2022-04-06T22:52:45"],
    [1519,"94e56e27-4d0e-47cf-9e09-43b2dfef13e4","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-c3aa-424f-9f95-510b50d87f8e",30,500,14,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้    1. คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้    1.1 คุณสมบัติ    (1) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู    (2) มีความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามที่คณะกรรมการกำหนด    1.2 ลักษณะต้องห้าม    (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี    (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ    2.1 มาตรฐานความรู้  ดังนี้    (1) มีวุฒิปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางการศึกษา  หรือ    (2) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีที่คุรุสภาให้การรับรองคุณวุฒิเพื่อการประกอบวิชาชีพ    2.2 ประสบการณ์วิชาชีพ  ดังนี้    (1) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี  หรือ    (2) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษารวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี    (3) มีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพและมีการเผยแพร่","2022-04-06T22:52:45"],
    [1520,"94e56e27-4f98-426c-98f6-f6d7ff9b9937","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-c729-4279-b967-d47e9fb9220a",30,200,5,"1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีอายุใช้ได้เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่อนุญาต    2. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 ต่อเลขาธิการคุรุสภาภายใน 180 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ    3. ผู้ที่จะได้รับการต่ออายุใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดและประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ และจะได้รับใบอนุญาตเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาอนุมัติแล้ว    4. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต สามารถใช้หลักฐานการชำระเงินเป็นหลักฐานแสดงการยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ โดยกำหนดวันออกใบอนุญาตจะเป็นที่ต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิม              5. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตหลังจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว นอกจากมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จะต้องชำระค่าดำเนินการกรณีขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้าเป็นเงินเดือนละ 200 บาท โดยระยะเวลาที่ล่าช้านับได้ไม่ถึง 1 เดือนให้นับเป็น 1 เดือน              6. กรณี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้เลขาธิการคุรุสภาแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบ และผู้ยื่นคำขอสามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาได้ภายใน 30 วัน              คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา               (1) มีคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ดังนี้                       (1.1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                       (1.2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                       (1.3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ              (2) มีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามคุณสมบัติของการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ              (3) มีผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน โดยมีการพัฒนาตนเองหรือมีกิจกรรมการพัฒนาไม่น้อยกว่า 3 กิจกรรม ภายในเวลา 5 ปี ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2552                   ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังมิได้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติในการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ","2022-04-06T22:52:45"],
    [1521,"94e56e27-522a-45e2-bcb0-35cc10434bce","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-ca95-4c00-9323-6a3e8ebecfc2",30,200,5,"1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีอายุใช้ได้เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่อนุญาต    2. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 ต่อเลขาธิการคุรุสภาภายใน 180 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ    3. ผู้ที่จะได้รับการต่ออายุใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดและประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ และจะได้รับใบอนุญาตเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาอนุมัติแล้ว    4. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต สามารถใช้หลักฐานการชำระเงินเป็นหลักฐานแสดงการยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ โดยกำหนดวันออกใบอนุญาตจะเป็นที่ต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิม              5. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตหลังจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว นอกจากมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จะต้องชำระค่าดำเนินการกรณีขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้าเป็นเงินเดือนละ 200 บาท โดยระยะเวลาที่ล่าช้านับได้ไม่ถึง 1 เดือนให้นับเป็น 1 เดือน              6. กรณี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้เลขาธิการคุรุสภาแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบ และผู้ยื่นคำขอสามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาได้ภายใน 30 วัน              คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา               (1) มีคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ดังนี้                       (1.1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                       (1.2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                       (1.3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ              (2) มีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามคุณสมบัติของการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ              (3) มีผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน โดยมีการพัฒนาตนเองหรือมีกิจกรรมการพัฒนาไม่น้อยกว่า 3 กิจกรรม ภายในเวลา 5 ปี ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2552                   ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังมิได้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติในการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ","2022-04-06T22:52:45"],
    [1522,"94e56e27-54b1-443a-804c-cb437625e116","PUBLISHED","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-cdeb-4430-b275-1b86eb55a725",30,200,5,"1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีอายุใช้ได้เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่อนุญาต    2. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 ต่อเลขาธิการคุรุสภาภายใน 180 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ    3. ผู้ที่จะได้รับการต่ออายุใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดและประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ และจะได้รับใบอนุญาตเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาอนุมัติแล้ว    4. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต สามารถใช้หลักฐานการชำระเงินเป็นหลักฐานแสดงการยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ โดยกำหนดวันออกใบอนุญาตจะเป็นที่ต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิม              5. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตหลังจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว นอกจากมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จะต้องชำระค่าดำเนินการกรณีขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้าเป็นเงินเดือนละ 200 บาท โดยระยะเวลาที่ล่าช้านับได้ไม่ถึง 1 เดือนให้นับเป็น 1 เดือน              6. กรณี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้เลขาธิการคุรุสภาแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบ และผู้ยื่นคำขอสามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาได้ภายใน 30 วัน              คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา               (1) มีคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ดังนี้                       (1.1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี                       (1.2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                       (1.3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ              (2) มีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามคุณสมบัติของการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ              (3) มีผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน โดยมีการพัฒนาตนเองหรือมีกิจกรรมการพัฒนาไม่น้อยกว่า 3 กิจกรรม ภายในเวลา 5 ปี ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2552                   ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังมิได้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติในการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ","2022-04-06T22:52:45"],
    [1523,"99862749-3429-4688-90a4-f7d99ed9d126","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99860ab9-eab1-4c52-8560-1a4a5c81cba9",14,100,7,"1. ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 ข้อ 33 \n2. ระเบียบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 ข้อ 12\n3. ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง กำหนดแบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2566","2023-06-29T15:39:22"],
    [1524,"9986408e-81b3-4558-bae3-c0b6bf557d3a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอรับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9986328d-7936-47c3-8d40-9c465b9564a7",14,300,3,"1. ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 ข้อ 33 \n2. ระเบียบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 ข้อ 12","2023-06-29T15:41:31"],
    [1525,"9987f255-fc73-4551-b0e4-3bdc3da4d85e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู (P-License)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9986846c-16cc-4311-82fb-d747a7bb7966",30,500,3,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้   \n(ก) คุณสมบัติ  \n  (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  \n  (2) มีคุณวุฒิข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้\n      (2.1) ปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่าที่คุรุสภารับรอง\n      (2.2) ปริญญาตรีอื่นที่ผ่านการรับรองคุณวุฒิจากคุรุสภา\n      (2.3) ปริญญาอื่นและผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรู้วิชาชีพของคุรุสภา  \n  (3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด   \n(ข) ลักษณะต้องห้าม  \n  (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี  \n  (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  \n  (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ\nการสิ้นสุดใบอนุญาต\n1. หมดอายุ\n2. ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n3. ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต","2023-06-30T15:37:28"],
    [1526,"9988113c-2c08-4830-be7f-e36bc09ff4cb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9987f832-d564-4f1e-b502-7ae0fd5ee111",30,200,6,"1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง มีอายุใช้ได้เป็นเวลา 7 ปี นับแต่วันที่อนุญาต \n2. ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดและ ประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ\n3. ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานตามที่ สำนักงานกำหนด และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วจะประกอบวิชาชีพต่อไปก็ได้จนกว่าคณะกรรมการพิจารณา สั่งไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น \nให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ชำระค่าธรรมเนียมในอัตราที่กำหนดตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ \nเมื่อตรวจสอบคำขอแล้วเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการ พิจารณาอนุมัติต่ออายุใบอนุญาตตามประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยกำหนดวันออก ใบอนุญาตเป็นวันต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิม \nกรณีคณะกรรมการไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตให้จัดทำเป็นคำสั่งและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบ ทั้งนี้ ให้ใช้หลักฐานแสดงการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตและหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียม เป็นหลักฐานแสดงการผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตจะได้รับ ใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ \n4. กรณียื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้าหลังจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว ให้ผู้ยื่น คำขอชี้แจงเหตุผลพร้อมแนบเอกสารหลักฐาน และชำระค่าดำเนินการกรณีขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้า ในอัตราเดือนละสองร้อยบาทแต่ไม่เกินสองพันบาท โดยนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ใบอนุญาตหมดอายุ จนถึงวันที่ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต กรณีระยะเวลาดังกล่าวนับได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ให้ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตจนกว่าใบอนุญาตจะมีอายุใช้ได้ \nเมื่อตรวจสอบคำขอแล้วเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติต่ออายุใบอนุญาต ตามประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยกำหนดวันออกใบอนุญาตเป็นวันต่อเนื่องจากใบอนุญาต ฉบับเดิม \nกรณีคณะกรรมการไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตให้จัดทำเป็นคำสั่งและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบ \nทั้งนี้ ให้ใช้หลักฐานแสดงการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตและหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียม เป็นหลักฐานแสดงการผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตจะได้รับ ใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ     \n\n\n\n\nคุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง\nคุณสมบัติตามบทเฉพาะกาล \n1. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอต่อเลขาธิการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงาน ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาต จะหมดอายุ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ \n1.1 เอกสารหลักฐานแสดงกลุ่มวิชา\n1.2 เอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตตามที่คณะกรรมการกำหนด \n1.3 คำรับรองการประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ\n1.4 รูปถ่ายสี หน้าตรงครึ่งตัว ชุดสุภาพ ไม่สวมแว่นตาดำ พื้นหลังไม่มีลวดลาย ซึ่งถ่ายไว้ ไม่เกินหกเดือน ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน 1 รูป \n1.5 หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียม \n1.6 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน ให้ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงาน พร้อมแนบเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ \n2.1 เอกสารหลักฐานแสดงความจำเป็นกรณีเร่งด่วนข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้ \n2.1.1 การใช้สมัครสอบและจะหมดระยะเวลารับสมัคร \n2.1.2 การเรียกบรรจุแต่งตั้งที่ต้องใช้ใบอนุญาตในวันที่บรรจุ \n2.1.3 การทำหรือต่อสัญญาจ้างเป็นการเร่งด่วน \n2.1.4 การอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีมติ \n2.2 หลักฐานการชำระค่าดำเนินการ \n2.3 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)\n3. กรณีต่ออายุหลังใบอนุญาตหมดอายุให้ชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณา","2023-06-30T15:23:53"],
    [1527,"99888b0c-5eff-4a66-a5c7-578efd8e43bb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (A-License) ครูชาวต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99888092-b330-4098-9cdc-ec7bfa1a301d",30,200,8,"1. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง มีอายุใช้ได้เป็นเวลา 7 ปี นับแต่วันที่อนุญาต\n2. ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำ หนดและ ประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ\n3. ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำ ขอต่อเลขาธิการ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบ\nอนุญาตจะหมดอายุ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานตามที่ สำ นักงานกำ หนด และเมื่อได้ยื่นคำ ขอแล้วจะประกอบวิชาชีพต่อไป\nก็ได้จนกว่าคณะกรรมการพิจารณา สั่งไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น\nให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ชำ ระค่าธรรมเนียมในอัตราที่กำ หนดตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนคณะกรรมการพิจารณา\nอนุมัติ\nเมื่อตรวจสอบคำ ขอแล้วเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมทั้งชำ ระค่า\nธรรมเนียม ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการ พิจารณาอนุมัติต่ออายุใบอนุญาตตามประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ\nโดยกำ หนดวันออก ใบอนุญาตเป็นวันต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิม\nกรณีคณะกรรมการไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตให้จัดทำ เป็นคำ สั่งและแจ้งให้ผู้ยื่นคำ ขอรับทราบ ทั้งนี้ ให้ใช้หลักฐานแสดง\nการยื่นคำ ขอต่ออายุใบอนุญาตและหลักฐานการชำ ระค่าธรรมเนียม เป็นหลักฐานแสดงการผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้อง\nต้นแล้ว ผู้ยื่นคำ ขอต่ออายุใบอนุญาตจะได้รับ ใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ\n4. กรณียื่นคำ ขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้าหลังจากวันที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว ให้ผู้ยื่น คำ ขอชี้แจงเหตุผลพร้อมแนบเอกสาร\nหลักฐาน และชำ ระค่าดำ เนินการกรณีขอต่ออายุใบอนุญาตล่าช้า ในอัตราเดือนละสองร้อยบาทแต่ไม่เกินสองพันบาท โดยนับ\nระยะเวลาตั้งแต่วันที่ใบอนุญาตหมดอายุ จนถึงวันที่ยื่นคำ ขอต่ออายุใบอนุญาต กรณีระยะเวลาดังกล่าวนับได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน\nให้นับเป็นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ให้ดำ เนินการต่ออายุใบอนุญาตจนกว่าใบอนุญาตจะมีอายุใช้ได้\nเมื่อตรวจสอบคำ ขอแล้วเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมทั้งชำ ระค่า\nธรรมเนียม ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติต่ออายุใบอนุญาต ตามประเภทของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ\nโดยกำ หนดวันออกใบอนุญาตเป็นวันต่อเนื่องจากใบอนุญาต ฉบับเดิม\nกรณีคณะกรรมการไม่อนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตให้จัดทำ เป็นคำ สั่งและแจ้งให้ผู้ยื่นคำ ขอรับทราบ\nทั้งนี้ ให้ใช้หลักฐานแสดงการยื่นคำ ขอต่ออายุใบอนุญาตและหลักฐานการชำ ระค่าธรรมเนียม เป็นหลักฐานแสดงการผ่านการ\nตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ผู้ยื่นคำ ขอต่ออายุใบอนุญาตจะได้รับ ใบอนุญาตเมื่อผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ\nคุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง\nคุณสมบัติตามบทเฉพาะกาล\n1. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่จะขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำ ขอต่อเลขาธิการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบสารสนเทศ\nของสำ นักงาน ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาต จะหมดอายุ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้\n1.1 เอกสารหลักฐานแสดงกลุ่มวิชา\n1.2 เอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตตามที่คณะกรรมการกำ หนด\n1.3 คำ รับรองการประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ\n1.4 รูปถ่ายสี หน้าตรงครึ่งตัว ชุดสุภาพ ไม่สวมแว่นตาดำ พื้นหลังไม่มีลวดลาย ซึ่งถ่ายไว้ ไม่เกินหกเดือน ขนาด ๑ นิ้ว\nจำ นวน 1 รูป\n1.5 หลักฐานการชำ ระค่าธรรมเนียม\n1.6 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กรณีมีความจำ เป็นเร่งด่วน ให้ยื่นคำ ร้องต่อเลขาธิการด้วย\nวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบสารสนเทศของสำ นักงาน พร้อมแนบเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้\n2.1 เอกสารหลักฐานแสดงความจำ เป็นกรณีเร่งด่วนข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้\n2.1.1 การใช้สมัครสอบและจะหมดระยะเวลารับสมัคร\n2.1.2 การเรียกบรรจุแต่งตั้งที่ต้องใช้ใบอนุญาตในวันที่บรรจุ\n2.1.3 การทำ หรือต่อสัญญาจ้างเป็นการเร่งด่วน\n2.1.4 การอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีมติ\n2.2 หลักฐานการชำ ระค่าดำ เนินการ\n2.3 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)\n3. กรณีต่ออายุหลังใบอนุญาตหมดอายุให้ชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณา","2023-07-03T16:02:07"],
    [1528,"9988063c-1110-458e-bdd3-97f38ae006d8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (A-License)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9987f8bf-3102-4442-ac41-8c6c37872371",30,500,4,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้   \n(ก) คุณสมบัติ  \n  (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  \n  (2) มีคุณวุฒิข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้\n      (2.1) ปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่าที่คุรุสภารับรอง\n      (2.2) ปริญญาตรีอื่นที่ผ่านการรับรองคุณวุฒิจากคุรุสภา\n      (2.3) ปริญญาอื่นและผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรู้วิชาชีพของคุรุสภา  \n  (3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด   \n(ข) ลักษณะต้องห้าม  \n  (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี  \n  (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  \n  (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ\nการสิ้นสุดใบอนุญาต\n   1. หมดอายุ\n   2. ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n   3. ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต","2023-06-30T15:38:36"],
    [1529,"99883bcf-4ba5-4029-b272-142b169099fb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู (P-License) ครูชาวต่างประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99881f61-453b-4f8e-a801-bb598e1d8df1",30,500,8,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ \n(ก) คุณสมบัติ \n    (1)  มีอายุไม่ต่ำ กว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ \n    (2) มีคุณวุฒิข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้นี้ \n        (2.1) ปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่าที่คุรุสภารับรอง \n        (2.2) ปริญญาตรีอื่นที่ผ่านการรับรองคุณวุฒิจากคุรุสภา \n        (2.3) ปริญญาอื่นและผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรู้วิชาชีพของคุรุสภา \n   (3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำ หนด \n(ข) ลักษณะต้องห้าม \n   (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี \n   (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ \n   (3) เคยต้องโทษจำ คุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำ มาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ","2023-07-03T09:17:36"],
    [1530,"99887a1e-be15-4661-b407-ccd1303c100e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงศึกษาธิการ","สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา","การขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (A-License) ครูชาวต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","998851bc-9e98-482d-a597-8ce7fb99a122",60,500,10,"ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n     (ก) คุณสมบัติ\n         (1) มีอายุไม่ต่ำ กว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n         (2) มีคุณวุฒิข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้\n             (2.1) ปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่าที่คุรุสภารับรอง\n             (2.2) ปริญญาตรีอื่นที่ผ่านการรับรองคุณวุฒิจากคุรุสภา\n             (2.3) ปริญญาอื่นและผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรู้วิชาชีพของคุรุสภา\n         (3) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด\n   (ข) ลักษณะต้องห้าม\n       (1) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี\n       (2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n       (3) เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ\n   (ค) มีใบประกอบวิชาชีพครูชั้นต้นที่ยังไม่หมดอายุ\n   (ง) ผ่านเกณฑ์การประเมินตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด","2023-07-03T15:48:56"],
    [1531,"94e56e07-533b-4c2b-bf46-e4f3ae2235de","PUBLISHED","กระทรวงกลาโหม","กองทัพบก","การขอรับหนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะ (รด.3) แทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-2e81-4285-b70b-56238aad6356",1,0,2,"การขอรับหนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะ (รด.3) แทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย    สถานที่ให้บริการที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน","2023-12-06T09:53:59"],
    [1532,"94e56e07-57a2-4581-a4c3-2bf70270c944","PUBLISHED","กระทรวงกลาโหม","กองทัพบก","การขอใบรับรองแพทย์ประกอบการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-32ed-4a86-ad93-7bcfaef9acb6",3,0,8,"1. บุคคลชายไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ ที่ได้รับหมายเรียกใบสำคัญ (แบบ สด.9) หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร  (แบบ สด.35) และต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารในปีนั้น ที่สงสัยว่าตนเองมีโรคที่ขัดต่อ พรบ.การรับราชการเป็นทหารกองประจำการ    2. โรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร ถูกระบุในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กฎกระทรวง ฉบับที่ 37 พ.ศ. 2516 และ ฉบับที่ 47 พ.ศ. 2518 , กฎระทรวงโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร ฉบับแก้ไข/เพิ่มเติม ฉบับที่ 75 พ.ศ. 2555 และ ฉบับที่ 76 พ.ศ. 2555 กำหนดบุคคลจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 4    3. บุคคลจำพวกที่ 2 ได้แก่ คนซึ่งร่างกายที่เห็นได้ชัดว่าไม่สมบูรณ์ดี เหมือนคนจำพวกที่ 1 แต่ไม่ทุพพลภาพ อาทิ เช่น ตาหรือหนังตา หู ผิดปกติจนปรากฏชัดอย่างหนึ่งอย่างใดแม้เพียงข้างเดียว, จมูก, ปาก, ช่องปาก, หน้า, คอพอก, ซอกคอหรือซอกรักแร้ติดกัน, อวัยวะเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างหนึ่งอย่างใดแม้เพียงข้างเดียว, กระดูกชิ้นใหญ่ผิดรูปจนทำให้อวัยวะทำงานไม่สะดวกหรือจนดู  น่าเกลียด, ไส้เลื่อนลงถุงหนึ่งข้าง, ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด    4. บุคคลจำพวกที่ 4 ได้แก่ คนพิการ ทุพพลภาพ หรือมีโรคที่ไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 41 อาทิ เช่น โรคหรือความผิดปกติของตา เช่น ตาข้างหนึ่งข้างใดบอด ต้อแก้วตาทั้งสองข้าง ต้อหิน, โรคหรือความผิดปกติของหู เช่น หูหนวกทั้งสองข้าง หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังทั้งสองข้าง, โรคของหัวใจและหลอดเลือด, โรคเลือดและอวัยวะสร้างเลือด,          โรคของระบบหายใจ, โรคของระบบทางเดินปัสสาวะ, โรคหรือความผิดปกติของกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ, โรคของต่อมไร้ท่อและภาวะผิดปกติของเมตะบอลิสัม, โรคติดเชื้อ, โรคทางประสาทวิทยา, โรคทางจิตเวช    5. บุคคลที่มีข้อสงสัยว่าตนเองมีโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหารกองประจำการ เป็นบุคคลจำพวกที่ 4 ให้เข้ารับการตรวจโรค โดยอยู่ในห้วงระหว่าง ตุลาคม &ndash; กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป ตามวันและเวลาที่ประกาศของทุกปี    6. (Asthma) เพื่อการเตรียมเอกสารให้กรรมการแพทย์พิจารณาออกใบรับรองแพทย์ ขอให้เตรียมค่าใช้จ่ายเพื่อการตรวจพิเศษเพิ่มเติม (ถ้ามี)    7. สำหรับบุคคลภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด (Gender Identity Disorder) ซึ่งกำหนดไว้เป็นบุคคลจำพวกที่ 2 มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจประเมินจากจิตแพทย์ ดังนั้นต้องเข้ารับ การตรวจในโรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก และสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หากไปพบจิตแพทย์ใน รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขสามารถนำใบรับรองแพทย์          ให้คณะกรรมการตรวจเลือก ณ หน่วยตรวจเลือกได้โดยตรง หากไม่มั่นใจสามารถนำใบรับรองแพทย์ที่ได้รับจาก รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขมายัง รพ.สังกัดกองทัพบก เพื่อให้แพทย์ทหาร       ออกใบรับรองแพทย์โดยไม่ต้องผ่านคณะกรรมการแพทย์เพื่อยืนยันความถูกต้อง    8. ใบรับรองแพทย์ จำพวกที่ 4 เป็นรูปแบบใบรับรองแพทย์ (แบบ ทบ.466-620 มุมขวาของใบรับรองแพทย์) โดยมีคณะกรรมการแพทย์ 3 ท่าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ลงนาม และประทับตรา รพ.ทบ. ให้ชัดเจนโดยไม่ทับกับลายเซ็น มีเลขใบประกอบวิชาชีพ (ใบ ว.)  มีชื่อทหารกองเกิน / ภูมิลำเนาทหาร / สังกัดและความเห็นตามกฎกระทรวงฯ ที่เกี่ยวข้องด้วยลายมือที่ชัดเจน                นำรูปทหารกองเกินติดมุมขวาของใบรับรองแพทย์ และประทับตรา รพ.ทบ. ข้างรูปด้วย      หลังจากกรรมการแพทย์พิจารณาตามผู้ยื่นคำขอแล้ว จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ และสามารถตรวจสอบโรคที่ขัดต่อการเข้ารับ        การตรวจเลือกทหารกองประจำการได้ตามคู่มือประชาชน หรือ ทาง Web site http://goo.gl/uBWLZG","2021-11-17T13:39:03"],
    [1533,"94e56e07-5f0d-498d-865a-8c9519b5c2f1","PUBLISHED","กระทรวงกลาโหม","กองทัพบก","การขอหนังสือรับรองว่าสำเร็จการฝึกวิชาทหารทุกชั้นปี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-4072-4c0d-9250-ffa36b07b01c",1,0,1,"ผู้มาขอรับบริการต้องสำเร็จการฝึกวิชาทหารมาแล้วไม่เกิน 10 ปี","2023-12-06T09:55:03"],
    [1534,"94e56e07-60f5-44a8-a36c-eb33d762dbb4","PUBLISHED","กระทรวงกลาโหม","กองทัพบก","การยื่นเอกสารขอแต่งตั้งยศเป็นว่าที่ ร.ต. [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-435a-4461-8df6-7cd609c9873d",1,0,1,"ผู้รับบริการจะเรื่องขอแต่งตั้งยศเป็นว่าที่ร้อยตรีต้องสำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ 5 และสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญา, อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรทางด้านวิชาชีพซึ่งเทียบเท่าได้ไม่ต่กว่าอนุปริญญา และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด","2023-12-06T09:55:33"],
    [1535,"94e56e07-5a61-4a5d-aac4-0d5c21507e3e","PUBLISHED","กระทรวงกลาโหม","กองทัพบก","การรับสมัครบุคคลเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลกองทัพบก[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d12-364f-4451-b092-cf5206cb23bf",1,0,6,"เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ สถานภาพโสด มีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ มีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม มีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 155 เซนติเมตร และมีดัชนีมวลกาย  ไม่เกิน 30 กิโลกรัม/ตารางเมตร และไม่เป็นโรคหรือมีความพิการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 74 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พ.ศ.2497 และ กฎกระทรวง ฉบับที่ 76 (พ.ศ.2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 ไม่บกพร่องในศีลธรรม มีความยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เป็นผู้ต้องหา หรือเป็นจำเลยในคดีอาญา ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่อยู่ระหว่างพักราชการ หรือเคยถูกปลดออกหรือถูกไล่ออกจากราชการหรือสถานศึกษาเพราะมีความผิด ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์) ของกระทรวงศึกษาธิการ มีผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ คือ ผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของสำนักทดสอบทางการศึกษา (สทศ.)            จำนวน 5 รายวิชา คือ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT 1)  ผลการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT 2) และผลการทดสอบความถนัดทางวิชาการและวิชาชี (PAT 2) กรณีไม่มีผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (O-NET) ให้ใช้ผลการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชาของสำนักทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) จำนวน 7 รายวิชา คือ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี","2022-04-06T22:52:47"],
    [1536,"94e56e07-5cf9-49a1-86e7-f5eacc9d109e","PUBLISHED","กระทรวงกลาโหม","กองทัพบก","การขอใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.43) แทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-39cd-4d77-884e-cf3ea027294d",3,0,1,"1. ผู้รับบริการยื่นคำร้องต่อหน่วยสัสดีเขตฯ/หน่วยสัสดีอำเภอฯ ตามภูมิลำเนาทหาร เพื่อพิจารณานำเรื่องเสนอสำนักงานสัสดีกรุงเทพมหานคร/สำนักงานสัสดีจังหวัดฯ ตามภูมิลำเนาทหาร    2. เจ้าหน้าที่หน่วยสัสดีเขตฯ/หน่วยสัสดีอำเภอฯ ตามภูมิลำเนาทหารตรวจสอบเอกสาร และทำหนังสือแจ้งสำนักงานสัสดีกรุงเทพมหานคร/สำนักงานสัสดีจังหวัดฯ ตามภูมิลำเนาทหาร ภายใน 3 วันทำการ    3. สัสดีกรุงเทพมหานคร/สัสดีจังหวัดฯ ตามภูมิลำเนาทหาร พิจารณาลงนามอนุมัติออกใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ (แบบ สด.43) แทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย และส่งให้หน่วยสัสดีเขตฯ/หน่วยสัสดีอำเภอฯ ตามภูมิลำเนาทหารภายใน 3 วันทำการ หน่วยสัสดีเขตฯ/หน่วยสัสดีอำเภอฯ ตามภูมิลำเนาทหารแจ้งให้ผู้รับบริการมารับใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ (แบบ สด.43) แทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหายต่อไป","2023-12-06T09:54:40"],
    [1537,"94e56e07-62f8-4c68-bbd6-7a2339dd6923","PUBLISHED","กระทรวงกลาโหม","สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม","การดำเนินการขอรับบำเหน็จตกทอด (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d12-4668-481a-abed-d018d3e744e5",13,0,9,"พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการขอรับและการจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการขอรับเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ และการเบิกจ่ายเงิน พ.ศ.2541   ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด   * ผู้มาติดต่อต้องเป็นทายาทของผู้ตาย หรือบุคคลซึ่งผู้ตายได้แสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดไว้ *","2023-07-27T13:29:10"],
    [1538,"94e56e1f-a954-404f-91e9-fc2e9a2284a6","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก","การขึ้นทะเบียนสิทธิ์ผู้ประกอบการสมุนไพร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-ced5-4468-be1a-b8a86e77bcdb",1,0,1,"https://bit.ly/3fXk4Qx","2023-06-12T10:57:23"],
    [1539,"94e56e1f-abc1-4f93-b97a-d52cc7f1bb2c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมควบคุมโรค","ออกหนังสือรับรองการจดแจ้งรายการส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบ [N]75070","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-d1ea-4fa1-8204-bfdd44c0e5f1",11,0,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอรับบริการจดแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ  ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ประกอบกับกฎกระทรวง พ.ศ. 2540 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 กำหนดหน้าที่ในการต้องแจ้งรายการส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบให้กระทรวงสาธารณสุขทราบ ให้แก่บุคคล 2 ประเภท ดังนี้ 1. ผู้ผลิต  2. ผู้นำเข้า ทั้งนี้บุคคลผู้มีหน้าที่ต้องแจ้งรายการส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบทั้ง 2 ประเภทดังกล่าวข้างต้นนั้น ให้หมายรวมเฉพาะผู้ที่ผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2 ประเภทนี้เท่านั้น ซึ่งได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต 2.ผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิการ์  ระยะเวลาในการดำเนินการออกใบอนุญาต กำหนดโดยใช้จำนวนรายการสินค้าที่ผู้ประกอบการยื่นขอจดแจ้ง รายการประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบต่อวัน แบ่งออกเป็น 4 กรณี  1) ไม่เกิน 5 รายการ   3 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วน  2) ไม่เกิน 15 รายการ  5 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วน  3) ไม่เกิน 100 รายการ  7 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วน  4) เกิน 100 รายการขึ้นไป  10 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วน โดยการขอรับการจดแจ้งรายการประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้น ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาสูบ จะต้องดำเนินการขั้นตอนต่างๆให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะดำเนินการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบมาในราชอาณาจักร หรือก่อนนำผลิตภัณฑ์ยาสูบออกจากแหล่งผลิตแล้วแต่กรณี     http://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor/c74d97b01eae257e44aa9d5bade97baf/files/lawbtc/002_1btc.PDF    https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor/c74d97b01eae257e44aa9d5bade97baf/files/lawbtc/006_1btc.pdf    https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor/c74d97b01eae257e44aa9d5bade97baf/files/lawbtc/006_2btc.pdf","2021-11-17T13:39:19"],
    [1540,"9986645b-b72b-437b-9f20-2001f09edbf5","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมควบคุมโรค","การจดแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","998656a2-cf94-420b-9d92-4ff4e50abd29",15,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอรับบริการจดแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ  ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ประกอบกับกฎกระทรวง พ.ศ. 2540 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 กำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบที่จะขายในราชอาณาจักร มีหน้าที่ต้องแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ สารที่เกิดจากการเผาไหม้ของส่วนประกอบนั้น และส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยาสูบ\nให้กระทรวงสาธารณสุขทราบ ดําเนินการตรวจสอบ และเปิดเผยต่อสาธารณชนตามที่ได้รับแจ้ง โดยในการขอใบรับรองดังกล่าว ผลิตภัณฑ์ยาสูบต้องเป็นประเภทดังต่อไปนี้เท่านั้น 1.ผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต 2.ผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิการ์  สำหรับระยะเวลาในการดำเนินการออกใบรับรองการจดแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้น มีระยะเวลาดำเนินการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วน โดยการขอรับการจดแจ้งรายการประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้น ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาสูบ จะต้องดำเนินการขั้นตอนต่างๆให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะดำเนินการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบมาในราชอาณาจักร หรือก่อนนำผลิตภัณฑ์ยาสูบออกจากแหล่งผลิตแล้วแต่กรณี","2023-06-30T09:29:48"],
    [1541,"94e56e1f-af6a-44c6-bf28-1ebdca9302a0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับใบอนุญาตผลิตเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-d654-4bf3-9cbc-40792ace5ef8",29,100,16,"1) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ อ.ผ.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้ง ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน               กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบอนุญาตผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะออกใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้              คุณสมบัติ              1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต              2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์              3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย              4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ และจำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)              ลักษณะต้องห้าม              1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต              2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาต              4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้              5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต              6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกใบอนุญาต              ใบอนุญาต มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตผลิต              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)             ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต              4.1 ผู้รับใบอนุญาตผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย              4.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต              4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ              4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                    4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                    4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                       ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                      ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน             5) การพักใช้หรือเพิกถอน             การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต              6.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต              6.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    7) อื่น ๆ              7.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ              7.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-03-14T15:52:02"],
    [1542,"94e56e1f-b336-4f99-a243-baff02479bf8","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-dabd-4e74-9287-1959e385b78f",29,100,17,"1) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              ผู้ที่ประสงค์จะนำผ่านเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ อ.นผ.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้ง ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน               กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต    กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะออกใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้              คุณสมบัติ              1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต              2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์              3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย              4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ และจำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)              ลักษณะต้องห้าม              1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต              2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาต              4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้              5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต              6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกใบอนุญาต              ใบอนุญาต มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตนำผ่าน              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต              4.1 ผู้รับใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย              4.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต              4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ              4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                    4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                    4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                        ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน             การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต              6.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต              6.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    7) อื่น ๆ              7.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ              7.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-03-14T15:58:46"],
    [1543,"94e56e1f-b6f6-4b10-ab49-c9da7f0fa69c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-df6f-4b01-ad0d-09372d7f8e6e",29,100,17,"1) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีไวในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              ผู้ที่ประสงค์จะมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ อ.ค.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้ง ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน               กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะออกใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้              คุณสมบัติ              1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต              2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์              3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย              4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ และจำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์  ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)              ลักษณะต้องห้าม              1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต              2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาต              4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้              5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต              6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกใบอนุญาต              ใบอนุญาต มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตมีไว้ในครอบครอง              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต              4.1 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต              4.2 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ              4.3 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                    4.3.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                    4.3.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                        ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน             การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตราย   อย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต              6.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต              6.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    7) อื่น ๆ              7.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ              7.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่?","2022-03-14T15:54:50"],
    [1544,"94e56e1f-b986-4311-a640-f86f2fb56deb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนและชีววัตถุสำหรับมนุษย์ ที่ผลิตในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-e297-4e15-af5f-1beb5ac5e926",66,5000,7,"การรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนและชีววัตถุสำหรับมนุษย์ที่ผลิตในประเทศมีหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการขอรับหนังสือรับรองรุ่นการผลิตยาชีววัตถุและกำหนดแบบคำขอ และแบบหนังสือรับรองรุ่นการผลิตยาชีววัตถุซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 131 ตอนพิเศษ 216 ง วันที่ 29 ตุลาคม 2557    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/216/50.PDF","2022-04-06T22:52:48"],
    [1545,"94e56e1f-bbb3-49ad-8519-8b72ec90beda","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนและชีววัตถุสำหรับมนุษย์ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-e580-4abd-ab68-bdf7341339ff",16,5000,8,"การรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนและชีววัตถุสำหรับมนุษย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการขอรับหนังสือรับรองรุ่นการผลิตยาชีววัตถุและกำหนดแบบคำขอ และแบบหนังสือรับรองรุ่นการผลิตยาชีววัตถุซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 131 ตอนพิเศษ 216 ง วันที่ 29 ตุลาคม 2557    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/216/50.PDF","2022-03-14T15:53:52"],
    [1546,"94e56e1f-bf49-464a-aef1-83fe32589b79","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-e9a6-40e8-8a25-458d6407cfa3",29,100,17,"1) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ อ.นข.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้ง ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน               กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะออกใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้              คุณสมบัติ              1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต              2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์              3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย              4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ และจำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์  ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)              ลักษณะต้องห้าม              1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต              2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาต              4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้              5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต              6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกใบอนุญาต              ใบอนุญาต มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตนำเข้า              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต              4.1 ผู้รับใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย              4.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต              4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ              4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                   4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                   4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                        ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน             5) การพักใช้หรือเพิกถอน             การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต              6.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต              6.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    7) อื่น ๆ              7.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ              7.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-03-14T15:59:03"],
    [1547,"94e56e1f-c356-4c00-8b90-78721c3b2799","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-ee6f-4507-b839-fe7d1fe78a1a",29,100,17,"1) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              ผู้ที่ประสงค์จะส่งออกเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งออก  เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ อ.ส.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้ง ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน               กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะออกใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้              คุณสมบัติ              1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต              2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์              3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย              4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ และจำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)              ลักษณะต้องห้าม              1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต              2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาต              4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้              5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต              6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกใบอนุญาต              ใบอนุญาต มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตส่งออก              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต              4.1 ผู้รับใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย              4.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต              4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ              4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                   4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                   4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                       ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน             การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต              6.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต              6.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    7) อื่น ๆ              7.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ              7.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-03-14T15:59:19"],
    [1548,"94e56e1f-c9a8-4243-97df-63aa3b5ea107","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับใบอนุญาตขายเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d30-f2c3-4da7-84ed-ece911d4e0a6",29,100,17,"1) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              ผู้ที่ประสงค์จะขายเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ อ.ข.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้ง ข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน               กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะออกใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้              คุณสมบัติ              1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต              2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์              3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย              4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ และจำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)              ลักษณะต้องห้าม              1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต              2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาต              4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้              5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต              6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกใบอนุญาต              ใบอนุญาต มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตขาย              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต              4.1 ผู้รับใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย              4.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต              4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ              4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                   4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                   4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                       ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน             การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต              6.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต              6.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    7) อื่น ๆ              7.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ              7.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-03-14T16:03:29"],
    [1549,"94e56e1f-ec12-4596-afa3-011c2d359c5a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การออกใบแทนใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-2cb2-466b-bbf8-ab712aa6fb66",7,100,3,"1) การยื่นแบบคำขอใบแทนใบอนุญาต                  กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต (แบบ ท.อ) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอ                    เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบแทนใบอนุญาต                  อธิบดีพิจารณาออกใบแทนใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบแทนใบอนุญาต","2022-03-14T16:00:06"],
    [1550,"94e56e1f-f21b-4649-b33c-5c979beacdcb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุใบอนุญาตผลิตเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-3479-4a0d-9328-43a18b2170ea",29,100,6,"1) การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์             ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต (แบบ ต.อ.) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ              เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่ให้ต่ออนุญาต              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้              คุณสมบัติ              1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาตหรือขอรับใบอนุญาต              2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์              3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย              4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)              ลักษณะต้องห้าม              1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต              2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาตหรือขอรับใบอนุญาต              4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้              5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาตหรือขอรับใบอนุญาต              6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาตใบอนุญาต มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต              3.1 ผู้รับใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย              3.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต              3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ              3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                      3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                      3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                      ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    4) การพักใช้หรือเพิกถอน              การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้             4.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23             4.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน             4.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้             4.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    5) การอุทธรณ์              5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรอง    การแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต             5.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรี    ว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต             5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    6) อื่น ๆ             6.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ             6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-03-14T16:04:57"],
    [1551,"94e56e1f-f5e1-4f0b-b22b-016844bba3b0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-3916-4338-94a5-e1a57fb39175",29,2000,16,"1) การยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์               ผู้ที่ประสงค์จะมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ให้ยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ จ.ค.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง รวมทั้ง ข้อมูล เอกสารและหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีจะออกใบรับคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งและใบรับแจ้งให้แก่ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ชั่วคราวระหว่างเวลาที่อธิบดียังมิได้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด     2) การพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์             อธิบดีจะออกหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้             คุณสมบัติ             1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง                     2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์             3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย             4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ     ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)             5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)             ลักษณะต้องห้าม             1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต             2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ             3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง                         4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้             5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง             6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งยังไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              หนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครอง               ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)               ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ในกรณีจำเป็น    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง                          4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง               4.2 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ               4.3 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                       4.3.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                       4.3.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                       ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน              การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน  30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง             6.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งถูกพักใช้ห?","2022-03-14T16:05:05"],
    [1552,"94e56e1f-ee81-456c-b9ab-910760dfce20","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การแจ้งเลิกใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-2fe5-4d62-96eb-947da74741e1",10,0,3,"1) การแจ้งเลิกผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครอง เชื้อโรคกลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์กลุ่มที่ 2              ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคกลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์กลุ่มที่ 2 ให้แจ้งเป็นหนังสือ (แบบ ล.อ.) ต่ออธิบดีล่วงหน้าก่อนวันที่ประสงค์จะเลิกดำเนินการดังกล่าว และให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นอายุนับแต่วันที่ประสงค์เลิกดำเนินการนั้น              เมื่อได้เเจ้งเลิกดำเนินการแล้วในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามมาตรา 6 (4) (5) (10) (11) (12) (13) (14) (15) และ (18) ตลอดระยะเวลาที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ               เมื่อได้พิจารณาหนังสือแจ้งเลิกใบอนุญาต พร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐานแล้วเห็นว่า  มีความถูกต้องครบถ้วน อธิบดีจะออกใบรับคำขอ    2) การพิจารณายกเลิกใบอนุญาต              อธิบดีพิจารณายกเลิกใบอนุญาตตามที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ ระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการจัดให้มีสถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ผู้ดำเนินการ และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ตลอดระยะเวลาที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตได้แจ้งเลิกดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์แล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งผลการดำเนินการดังกล่าวให้อธิบดีทราบ และนำใบอนุญาตส่งคืนต่ออธิบดีเพื่อประทับตรายกเลิกใบอนุญาต","2022-03-14T16:03:51"],
    [1553,"94e56e1f-f9d2-4b79-b19d-570ffc17aa66","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-3dcc-4e8f-b623-7ca186402ad8",29,2000,14,"1) การยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์               ผู้ที่ประสงค์จะนำผ่านเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ให้ยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ จ.นผ.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง รวมทั้ง ข้อมูล เอกสารและหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีจะออกใบรับคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งและใบรับแจ้งให้แก่ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ชั่วคราวระหว่างเวลาที่อธิบดียังมิได้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด     2) การพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์             อธิบดีจะออกหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้             คุณสมบัติ             1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง                     2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์             3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย             4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ     ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)             5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)             ลักษณะต้องห้าม             1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต             2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ             3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง                         4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้             5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง             6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งยังไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              หนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่าน              ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)               ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ในกรณีจำเป็น    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง               4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย               4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง               4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ               4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                       4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                       4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                        ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน              การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน  30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ","2022-03-14T16:05:11"],
    [1554,"94e56e1f-fdc6-449b-ab81-5baab68c6b4c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-4240-443a-916c-de28beec0ffe",29,2000,16,"1) การยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์               ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ให้ยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์  (แบบ จ.นข.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง รวมทั้ง ข้อมูล เอกสารและหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีจะออกใบรับคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งและใบรับแจ้งให้แก่ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ชั่วคราวระหว่างเวลาที่อธิบดียังมิได้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด     2) การพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์             อธิบดีจะออกหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้             คุณสมบัติ             1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง                     2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์             3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย             4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)             5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)             ลักษณะต้องห้าม             1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต             2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ             3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง                         4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้             5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง             6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งยังไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              หนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้า                         ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)               ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ในกรณีจำเป็น    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง               4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง    มีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย               4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง               4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ               4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                       4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                       4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                        ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน              การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน  30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้","2022-03-14T16:05:17"],
    [1555,"94e56e20-01a7-4e56-8f3e-2e56d0bc14a3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-46c2-4748-b361-95fb4e2f9c94",29,2000,16,"1) การยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์               ผู้ที่ประสงค์จะขายเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ให้ยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ จ.ข.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง รวมทั้ง ข้อมูล เอกสารและหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีจะออกใบรับคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งและใบรับแจ้งให้แก่ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ชั่วคราวระหว่างเวลาที่อธิบดียังมิได้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด     2) การพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์             อธิบดีจะออกหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้             คุณสมบัติ             1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง                     2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์             3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย             4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)             5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)             ลักษณะต้องห้าม             1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต             2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ             3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง                         4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้             5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง             6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งยังไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              หนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งขาย               ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)               ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ในกรณีจำเป็น    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง               4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง    มีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย               4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง               4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ               4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                       4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                       4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                        ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน              การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง             6.2","2022-03-14T16:05:22"],
    [1556,"94e56e20-0599-42a0-be80-f28b1332d5ca","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-4b32-42cd-abde-bd4a3effe54d",29,2000,16,"1) การยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์               ผู้ที่ประสงค์จะส่งออกเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ให้ยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์  (แบบ จ.ส.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง รวมทั้ง ข้อมูล เอกสารและหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีจะออกใบรับคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งและใบรับแจ้งให้แก่ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ชั่วคราวระหว่างเวลาที่อธิบดียังมิได้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด     2) การพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์             อธิบดีจะออกหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้             คุณสมบัติ             1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง                     2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์             3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย             4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและ     ระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)             5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)             ลักษณะต้องห้าม             1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต             2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ             3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง                         4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้             5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง             6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของ                 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งยังไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30  วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              หนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งส่งออก                        ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)               ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ในกรณีจำเป็น    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง               4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย               4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง               4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ               4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                       4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                       4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                       ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                       ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน              การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูก            พักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน  30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อ?","2022-03-14T16:05:27"],
    [1557,"94e56e20-09af-48e3-b263-a26a2627302f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอรับหนังสือรับรองการแจ้งผลิตเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-4fc8-40b6-bccb-d84ef1db80a7",29,2000,15,"1) การยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์               ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ให้ยื่นคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (แบบ จ.ผ.1) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีตรวจสอบคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง รวมทั้ง ข้อมูล เอกสารและหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน อธิบดีจะออกใบรับคำขอรับหนังสือรับรองการแจ้งและใบรับแจ้งให้แก่ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง โดยใบรับแจ้งให้ใช้ได้ชั่วคราวระหว่างเวลาที่อธิบดียังมิได้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด     2) การพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์             อธิบดีจะออกหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้ขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้             คุณสมบัติ             1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง                     2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์             3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย             4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)             5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)             ลักษณะต้องห้าม             1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต             2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ             3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง                         4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้             5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง             6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งยังไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งออกหนังสือรับรองการแจ้ง              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง              หนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    3) การตรวจประเมินสถานที่และอุปกรณ์การผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งผลิต                        ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องส่งเอกสารแสดงรายละเอียดของสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ ระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)              ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ในกรณีจำเป็น    4) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง               4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งผลิตเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย               4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง               4.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ               4.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                       4.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                       4.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                        ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    5) การพักใช้หรือเพิกถอน              การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้              5.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23              5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน              5.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้              5.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    6) การอุทธรณ์              6.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน  30  วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ","2022-03-14T16:05:33"],
    [1558,"94e56e20-0d8f-4894-9336-d45eeb37c1e3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งผลิตเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-5459-450d-ba8f-9f1a49da94ca",29,2000,6,"1) การยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์               ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง (แบบ ต.จ.) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ หรือยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนหนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ              เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง              เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน              กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์              อธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    คุณสมบัติ    1 เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง    2 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    3 มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย    4 มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)    5 มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)    ลักษณะต้องห้าม    1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต    2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง    4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้    5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง    6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งไม่ครบ 2 ปี              กรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน              กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง              หนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง    3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง              3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย              3.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง              3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ              3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้                    3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที                    3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย     ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด                       ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน                        ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน    4) การพักใช้หรือเพิกถอน            การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้            4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23            4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน            4.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้            4.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน    5) การอุทธรณ์            5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง            5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้ง             5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด    6) อื่นๆ    6.1 หนังสือรับรองการแจ้งมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรอ?","2022-03-14T16:05:40"],
    [1559,"94e56e20-31f7-4769-a5b6-784ea3e6c6c5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-8079-4bb6-ab98-fcec627f6453",7,100,3,"1) การยื่นแบบคำขอใบแทนหนังสือรับรองการแจ้ง                  กรณีที่หนังสือรับรองการแจ้งสูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งยื่นแบบคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการแจ้ง (แบบ ท.จ.) ต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ                 เมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด    2) การพิจารณาออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้ง              อธิบดีพิจารณาออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการแจ้ง","2022-03-14T16:07:25"],
    [1560,"94e56e20-3450-4e56-9a13-d51124ab4f1c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การแจ้งเลิกหนังสือรับรองการแจ้งผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-8381-47dd-8bc3-7abe99d8eea8",10,0,3,"1) การแจ้งเลิกผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครอง เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1                    ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะเลิกการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้    ในครอบครอง เชื้อโรคกลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 ให้แจ้งเป็นหนังสือ (แบบ ล.จ.) ต่ออธิบดี ล่วงหน้าก่อนวันที่ประสงค์จะเลิกดำเนินการดังกล่าวและให้ถือว่าหนังสือรับรองการแจ้งจะสิ้นอายุนับตั้งแต่ประสงค์ที่จะเลิกดำเนินการนั้น                    เมื่อได้แจ้งเลิกดำเนินการแล้วในระหว่างที่หนังสือรับรองการแจ้งยังไม่สิ้นอายุผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องดำเนินการตามมาตรา 6 (4) (5) (10) (11) (12) (13) (14) (15) และ (18) ตลอดระยะเวลาที่หนังสือรับรองการแจ้งยังไม่สิ้นอายุ           2) การพิจารณายกเลิกหนังสือรับรองการแจ้ง              อธิบดีพิจารณายกเลิกหนังสือรับรองการแจ้งตามที่ได้รับแจ้งต่อเมื่อผู้แจ้งได้ทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่เหลืออยู่และแจ้งผลการดำเนินการดังกล่าว พร้อมนำหนังสือรับรองการแจ้งส่งคืนต่ออธิบดีเพื่อประทับตรายกเลิกหนังสือรับรองการแจ้ง","2022-03-14T16:07:31"],
    [1561,"95f2d8bf-077e-4bd0-b596-be797f7c30e1","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f0c51e-13a7-4495-bdfa-36792f8e3bd7",29,2000,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนหนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่ให้ต่อหนังสือรับรองการแจ้ง\n\tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tอธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n  คุณสมบัติ\n1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4. มีสถานที่นำเข้าและมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n  ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n        หนังสือรับรองการแจ้งมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n         \t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \t\tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         \tในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n\n          \tในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\n การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n    \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่นๆ\n \t6.1 หนังสือรับรองการแจ้งมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งภายใน 90 วันก่อนวันที่หนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:38:33"],
    [1562,"95f2e081-a603-4ca5-9c6c-f2264831c355","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f0cf4d-aa42-44c9-bcc4-977dac29db38",29,2000,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนหนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \tเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ อธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n   คุณสมบัติ\n1 เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n2 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3 มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4 มีสถานที่ขายและมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5 มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n    ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tหนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n \t\t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา 29ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา 29ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\nการพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n    \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่นๆ\n \t6.1 หนังสือรับรองการแจ้งมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งภายใน 90 วันก่อนวันที่หนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:36:11"],
    [1563,"95f309c2-3462-44eb-8963-9ae811c44914","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f0cd49-1ae5-4c15-ab01-6ce74449c983",29,2000,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนหนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \tเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ อธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n   คุณสมบัติ\n1 เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n2 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3 มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4 มีสถานที่ขายและมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5 มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n    ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tหนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n \t\t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา 29ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา 29ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\nการพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n    \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่นๆ\n \t6.1 หนังสือรับรองการแจ้งมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งภายใน 90 วันก่อนวันที่หนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:42:01"],
    [1564,"95f30e9c-4ac9-48c3-a56d-b8e74214e148","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f0d010-f97d-466b-8b1f-23c6b030fcbb",29,2000,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนหนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \tเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ อธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n   คุณสมบัติ\n1 เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n2 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3 มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4 มีสถานที่นำผ่านและมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5 มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n    ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tหนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n \t\t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณีได้และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n\n          ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\n การพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n    \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่นๆ\n \t6.1 หนังสือรับรองการแจ้งมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งภายใน 90 วันก่อนวันที่หนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:37:39"],
    [1565,"95f31266-0af2-4f23-a2fb-efcfb5bdc9a7","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f0d4dd-f443-4adc-8872-01b61395852b",29,2000,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนหนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \tเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ อธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งได้ต่อเมื่อผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n   คุณสมบัติ\n1 เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n2 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3 มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4 มีสถานที่มีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5 มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n    ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้งไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tหนังสือรับรองการแจ้ง มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n \t\t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา 29ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22หรือปฏิบัติตามมาตรา 29ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\nการพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการแจ้ง ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้หนังสือรับรองการแจ้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในหนังสือรับรองการแจ้งอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n    \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งหรือผู้รับหนังสือรับรองการแจ้ง มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.2 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้หนังสือรับรองการแจ้ง\n    \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่นๆ\n \t6.1 หนังสือรับรองการแจ้งมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการแจ้ง ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งภายใน 90 วันก่อนวันที่หนังสือรับรองการแจ้งสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:41:08"],
    [1566,"95f319c2-90fd-43e8-8829-3407ed07fcb1","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การแจ้งการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในหนังสือรับรองการแจ้งผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f0d704-ab38-4ba4-a7dc-c7f804e62cec",29,100,1,"1) การแจ้งการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในหนังสือรับรองการแจ้ง \n \tผู้ที่ประสงค์จะขอย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในหนังสือรับรองการแจ้ง สามารถยื่นคำขอแจ้งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ \n\tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาการแจ้งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tพนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจสอบสถานที่หรือให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมตามความจำเป็นก่อนพิจารณาอนุมัติ\n กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ผู้ยื่นคำขอต้องให้ความร่วมมือที่จำเป็นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น\n 1. ให้เข้าไปในบริเวณสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์\n 2. ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริเวณสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครองครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์\n 3. ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนการไปตรวจสถานที่หากมีมาตรการด้านความปลอดภัยกรณีพิเศษ และต้องจัดหาอุปกรณ์เครื่องป้องกันอันตรายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควรก่อนการเข้าตรวจสถานที\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \t3.2 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.3 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.3.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n \t\t3.3.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n \tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n         ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) อื่น ๆ\n \tขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:58:24"],
    [1567,"95f32041-ae7b-4891-8f07-e9728f0d82ab","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้งผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f107c6-848e-403d-bb7d-aac88b82399f",10,100,1,"1) การยื่นคำขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง\n \tผู้ที่ประสงค์จะขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือรับรองการแจ้งสามารถยื่นคำขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือรับรองการแจ้งต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ \n \tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง\n การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง กรณี\n 2.1 แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งโดยผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้งจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23\n 2.2 แก้ไขหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n2.3 แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ จะต้องเป็นเชื้อโรคที่ประสงค์ควบคุมตามมาตรา 18 (2) และพิษจากสัตว์ที่ประสงค์ควบคุมตามมาตรา 19 (1)\n 2.4 อื่นๆ  \n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับหนังสือรับรองการแจ้ง\n    3.1 ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง\n    3.2 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง หรือกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะแก้ไขรายการในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n    3.3 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการแจ้ง ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n       3.3.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n       3.3.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ หากไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งสามารถขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 แล้วแต่กรณี ได้ และผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้น ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n          ในกรณีที่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 22 หรือปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตตามมาตรา 22 ให้แก่ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งหรือเห็นว่าผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับหนังสือรับรองการแจ้งดำเนินการทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน \n4) อื่น ๆ\n \tขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:26:58"],
    [1568,"95f3379a-35de-471d-8e38-65f8e63af971","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f11c83-0fa7-439d-8469-5ad222ce5ca5",29,100,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่ให้ต่อใบอนุญาต \n\tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tอธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n  คุณสมบัติ\n1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต\n2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4. มีสถานที่นำเข้าและมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n  ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาตใบอนุญาต มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต\n \t3.1 ผู้รับใบอนุญาตนำเข้าเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n         \t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n         ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\n การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต\n \t5.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่น ๆ\n \t6.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วันก่อนวันที่ใบอนุญาต\nสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:48:35"],
    [1569,"95f33cbd-f3c1-46f9-b170-a185abb96109","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f11f8c-095b-4679-bc6f-55b42f76688a",29,100,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่ให้ต่อใบอนุญาต \n\tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n อธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n คุณสมบัติ\n1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต\n2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4. มีสถานที่ส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4) \n5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาตใบอนุญาต มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต\n \t3.1 ผู้รับใบอนุญาตส่งออกเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n         \t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \t\tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n         ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\n การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต\n \t5.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่น ๆ\n \t6.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วันก่อนวันที่ใบอนุญาต\nสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:52:09"],
    [1570,"95f340d1-8548-4dbf-94f8-4e8598220346","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุใบอนุญาตขายเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f12066-24e4-48d9-87a8-5c04e4ef1f6b",29,100,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่ให้ต่อใบอนุญาต \n\tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tอธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n  คุณสมบัติ\n1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต\n2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4. มีสถานที่ขายและมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n  ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาตใบอนุญาต มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต\n \t3.1 ผู้รับใบอนุญาตขายเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n         \t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n         ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\n การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต\n \t5.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่น ๆ\n \t6.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วันก่อนวันที่ใบอนุญาต\nสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:45:05"],
    [1571,"95f3453d-06a3-4646-8a13-38ae4ff18d53","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f120e6-4c34-4bc5-b530-68b3906cd4b1",29,100,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่ให้ต่อใบอนุญาต \n\tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tอธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n  คุณสมบัติ\n1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาต\n2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4. มีสถานที่นำผ่านและมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4)\n5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n  ลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาต\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาตใบอนุญาต มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต\n \t3.1 ผู้รับใบอนุญาตนำผ่านเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ด้วย\n \t3.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n \t3.3 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.4 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 2 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 1 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t\t3.4.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n         \t3.4.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n         ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\n การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต\n \t5.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่น ๆ\n \t6.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วันก่อนวันที่ใบอนุญาต\nสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:45:54"],
    [1572,"95f349f0-ae9b-4bd3-8a7a-84b443c16b22","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f12490-75ea-434b-89d8-989db777b0b4",29,100,3,"1) การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\n \tผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีจะสั่งไม่ให้ต่อใบอนุญาต \n\tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน\n \tกรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์\nอธิบดีจะมีคำสั่งต่ออายุใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้รับใบอนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n คุณสมบัติ\n1. เป็นเจ้าของกิจการที่จะขอรับใบอนุญาตหรือขอรับใบอนุญาต\n2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n3. มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n4. มีสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อขอภาชนะบรรจุ จำนวนหรือปริมาณของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ รวมทั้งระบบความปลอดภัยและระบบคุณภาพของการผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบรองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ ตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (4) \n5. มีผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\nลักษณะต้องห้าม\n1. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต\n2. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n3. เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ก่อนได้รับใบอนุญาตหรือขอรับใบอนุญาต\n4. เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n5. เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ขอรับใบอนุญาตหรือขอรับใบอนุญาต\n6. ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบอนุญาตไม่ครบ 2 ปี\n \tกรมวิทยศาสตร์การแพทย์จะแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้แจ้งทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน\n \tกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาตใบอนุญาต มีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต\n \t3.1 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n \t3.2 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \t3.3 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับหนังรับรองการแจ้งปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n \t    3.3.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n            3.3.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n         ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) การพักใช้หรือเพิกถอน\n การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีต่อไปนี้\n \t4.1 ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมาตรา 23\n \t4.2 ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปด้วยเหตุเดียวกัน\n \t4.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้\n \t4.4 ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อสาธารณชน\n5) การอุทธรณ์\n\n \t5.1 กรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต หรือมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกหนังสือรับรองการแจ้งหรือคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต\n \t5.2 ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้หรือเพิกถอน มีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n \t5.3 คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด\n6) อื่น ๆ\n \t6.1 ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุในคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ\n \t6.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:51:37"],
    [1573,"95f34dec-0ef2-4424-962d-a5b0b74c2de7","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การแจ้งการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f125dc-4c88-45d8-8f37-2fb61405e597",29,100,1,"1) การแจ้งการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในใบอนุญาต \n\tผู้ที่ประสงค์จะขอย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในใบอนุญาต สามารถยื่นคำขอแจ้งย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n     \tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาการแจ้งการย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ในใบอนุญาต\n     \tผู้ยื่นคำขอต้องได้รับการตรวจประเมินสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ก่อนพิจารณาอนุมัติผู้ยื่นคำขอต้องให้ความร่วมมือที่จำเป็นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น\n     \t2.1 ให้เข้าไปในบริเวณสถานที่ผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์\n     \t2.2 ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริเวณผลิตหรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์\n    \t2.3 ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนการไปตรวจสถานที่หากมีมาตรการด้านความปลอดภัยกรณีพิเศษ และต้องจัดหาอุปกรณ์เครื่องป้องกันอันตรายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควรก่อนการเข้าตรวจสถานที่\n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต\n     \t3.1 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n     \t3.2 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n     \t3.3 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2 มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n          \t3.3.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n          \t3.3.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n          ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) อื่นๆ\n \t  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:59:40"],
    [1574,"95f35166-c641-4db0-b126-27895671f255","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์","การขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95f12760-f13e-46d8-90e8-187b22a1dcac",10,100,1,"1) การยื่นคำขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต\n \tผู้ที่ประสงค์จะขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต สามารถยื่นคำขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตต่ออธิบดี โดยยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาประกอบการพิจารณาตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n \tเมื่อได้รับคำขอแล้ว อธิบดีออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน กรณีคำขอ เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n2) การพิจารณาการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต\n \tการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต กรณี\n \t2.1 แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงผู้รับใบอนุญาตโดยผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23\n \t2.2 แก้ไขหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (5)\n \t2.3 แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรายการเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ จะต้องเป็นรายการเชื้อโรคที่ประสงค์ควบคุมตามมาตรา 18 (3) หรือรายการพิษจากสัตว์ที่ประสงค์ควบคุมตามมาตรา 19 (2)\n \t2.4 อื่น ๆ      \n3) ข้อปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาต\n     \t3.1 ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n     \t3.2 กรณีที่มีข้อมูลใดเปลี่ยนแปลงไปจากรายการในใบอนุญาต หรือกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในคำขอ\n     \t3.3 กรณีที่เชื้อโรค กลุ่มที่ 3 หรือพิษจากสัตว์ กลุ่มที่ 2มีระดับความรุนแรงสูงขึ้นกว่าระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้\n         \t3.3.1 หยุดดำเนินการเกี่ยวกับเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ทันที\n \t\t3.3.2 แจ้งให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณชน รวมทั้งแจ้งความประสงค์ว่าจะศึกษาวิจัยตามมาตรา 29 หรือไม่ หากไม่ประสงค์จะศึกษาวิจัย ให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าว ตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n  \tเมื่ออธิบดีได้รับแจ้งแล้ว ให้พิจารณาข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน หากปรากฏว่าเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์นั้นมีระดับความรุนแรงสูงขึ้นและผู้รับใบอนุญาตสามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ และผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับความรุนแรงสูงขึ้นให้อธิบดีแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด\n         ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปในระดับที่สูงขึ้น และให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 และให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n         ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรา 29 ได้ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทำลายหรือส่งมอบเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ดังกล่าวตามมาตรา 35 แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบภายใน 3 วัน\n4) อื่น ๆ\n \tขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารถูกต้องและครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ทั้งนี้ กรณีที่คำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-05-03T11:33:09"],
    [1575,"94e56e20-3953-4201-81f3-0e85e280b995","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอเปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d31-8a1d-4958-9cc0-ea73b227b0c9",60,0,8,"1. หลักเกณฑ์           1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ยื่นเอกสารเพื่อขอเปลี่ยนแปลงฯ ให้ดำเนินการยื่นแบบคำขอแก้ไขขอปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (ตามแบบ คทพ.12) พร้อมหลักฐานประกอบตามที่กำหนด (รายละเอียดตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)      2) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะที่รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร      3) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะดำเนินการตามขั้นตอนธุรกรรมทางทะเบียน    2. แนวทาง/เงื่อนไข      1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่มีความประสงค์ขอเปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ จะต้องเป็นโรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่เคยได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์      2) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ผู้ให้การรักษา นักวิทยาศาสตร์ผู้รับผิดชอบการให้บริการฯ พยาบาลด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ บุคลากรอื่นๆ เป็นต้น ให้ยื่นเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงภายในกำหนดเวลา 60 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น      3) กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลมีการขอเปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งมีผลกระทบในการเพิ่ม/ลด ผู้ประกอบวิชาชีพ ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 โรงพยาบาล/สถานพยาบาลจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด      4) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน ที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอนั้น      5) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทนและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และมีข้อความในใบมอบอำนาจว่า ผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้    3. ช่องทางการให้บริการ              กรณีผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข              กรณีขอเปลี่ยนแปลงบุคลากรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะดำเนินการในด้านธุรกรรมและส่งเรื่องมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ    หมายเหตุ : (1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว                 (2) กรณียื่นคำร้องฯ ผ่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะต้องดำเนินการจัดส่งคำร้องฯพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ โดยขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-28T12:25:32"],
    [1576,"94e56e20-3c86-4117-acb2-cfe1b4b86e1f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขออนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-8e27-4803-a06c-8ec14d7eb23a",60,0,5,"1. หลักเกณฑ์      1) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มีความประสงค์จะใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัย ยื่นคำขออนุญาตตามแบบคำขออนุญาตใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัย (ตามแบบ คทพ.7) พร้อมหลักฐานประกอบตามที่กำหนด (รายละเอียดตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)      2) เจ้าหน้าที่จากกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะที่รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร      3) เจ้าหน้าที่จากกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ จัดทำสรุปผลการตรวจและนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัย      4) เจ้าหน้าที่จากกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ นำเสนอข้อมูลให้คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.)      5) เจ้าหน้าที่จากกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ จัดทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัย เสนอผู้มีอำนาจลงนาม      6) เจ้าหน้าที่จากกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ แจ้งผลการพิจารณาการขออนุญาตแก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต โดยการส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัยแก่ผู้ขออนุญาต    2. แนวทางเงื่อนไข      1) แพทย์ผู้ประสงค์จะใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัยต้องเป็นแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม      2) การศึกษาวิจัยตัวอ่อนที่มีอายุเกินกว่า 14 วัน นับแต่วันปฏิสนธิจะกระทำมิได้ ทั้งนี้อายุของตัวอ่อนไม่นับรวมระยะเวลาในการแช่แข็งตัวอ่อน      3) ตัวอ่อนถือเป็นสิทธิของสามีและภริยาร่วมกัน ดังนั้น การตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากตัวอ่อน การเก็บรักษา การทำให้สิ้นสภาพ จึงเป็นการเลือกและตัดสินใจของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นร่วมกัน เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นที่ชอบด้วยกฎหมาย      4) การตรวจสอบ เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมยื่นเอกสารผ่านช่องทางการให้บริการมายังศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสารทั้งหมดตามข้อกำหนด      5) กรณีคณะอนุกรรมการ/คณะกรรมการมีข้อสงสัยใดเพื่อประกอบการพิจารณา ผู้ยื่นคำขออนุญาต หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องจัดส่งหลักฐานหรือให้ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา      6) ระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตของคณะกรรมการจะพิจารณาคำขออนุญาตในการดำเนินการให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมใช้ตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อการศึกษาวิจัย แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้ขยายเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันทำการ และสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง      7) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน ที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอนั้น      8) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทนและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และมีข้อความในใบมอบอำนาจว่า ผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้    3.ช่องทางการให้บริการ     ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ยื่นคำขออนุญาตที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ       ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่อยู่ในส่วนภูมิภาคยื่นคำขออนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่โรงพยาบาล/สถานพยาบาลนั้นตั้งอยู่ หรือในกรณีที่มีความประสงค์จะยื่นโดยตรงที่ส่วนกลางให้ยื่นที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข    หมายเหตุ : (1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว                  (2) กรณียื่นคำร้องฯ ผ่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะต้องดำเนินการจัดส่งคำร้องฯ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบมายังกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ โดยขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-28T12:14:36"],
    [1577,"94e56e20-4053-4387-9990-49526d7825c4","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-9279-4ba5-9d85-d1553624d002",60,0,21,"1. หลักเกณฑ์     1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ที่ประสงค์จะขอรับรองมาตรฐานการให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ยื่นเอกสารเพื่อขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ให้ดำเนินการยื่นแบบคำขอหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (ตามแบบ คทพ.8) พร้อมหลักฐานประกอบตามที่กำหนด (รายละเอียดตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)    2) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะที่รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร    3) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะและผู้เชี่ยวชาญฯเข้าตรวจมาตรฐานสถานพยาบาล    4) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ จัดทำสรุปผลการตรวจและนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์พิจารณา และเสนอคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.) เพื่อทราบ/พิจารณา    5) หน่วยงานรับผิดชอบจัดทำหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ตามแบบ คทพ.9 และเสนอผู้มีอำนาจลงนาม    6) เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรับผิดชอบแจ้งผลการรับรองมาตรฐานโดยส่งหนังสือการรับรองมาตรฐานฯ ตามแบบ คทพ.9 แก่โรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ขอรับรอง      การส่งหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์              สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ดำเนินการส่งหนังสือเพื่อแจ้งผลการพิจารณารับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาล/สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร โดยให้สถานพยาบาลมารับหนังสือรับรองที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ              กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาค สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ดำเนินการส่งหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อส่งให้สถานพยาบาลที่ขอรับรองมาตรฐานต่อไป    2. แนวทาง/เงื่อนไข    1) โรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์    2) โรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจะได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ตามแบบ คทพ.9 มีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกใบรับรอง    3) โรงพยาบาล/สถานพยาบาลใดที่ประสงค์จะต่ออายุหนังสือรับรอง จะต้องยื่นแบบคำขอหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ตามแบบ คทพ. 8 ภายใน 60 วันก่อนหนังสือรับรองเดิมสิ้นอายุ                กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่เคยได้รับการรับรองมาตรฐานจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยแล้ว (เฉพาะแห่งที่ได้รับรองมาตรฐานก่อน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้) จะต้องยื่นแบบคำขอหนังสือรับรองมาตรฐานฯต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และให้ถือว่าโรงพยาบาล/สถานพยาบาลนั้นมีมาตรฐานเป็นไปตามประกาศที่กำหนดนี้จนกว่าจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณารับรองมาตรฐานฉบับใหม่ หรือจนกว่าจะสั่งไม่รับรอง      4) โรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วหากดำเนินการผิดไปจากมาตรฐานที่กำหนด หรือดำเนินการขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี ให้คณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการฯ/คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์พิจารณาดำเนินการแจ้งให้แก้ไข ว่ากล่าวตักเตือน หรือเสนอเพิกถอนหนังสือรับรองมาตรฐานตามแต่กรณี    5) วิธีการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์/คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กำหนด ได้แก่ การตรวจเอกสาร การลงพื้นที่ การเรียกบุคคลมาให้ข้อมูล เป็นต้น    6) คณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์/คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จะพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความเสี่ยงของการให้บริการ ข้อร้องเรียน ตามความเหมาะสมเพื่อประกอบการพิจารณารับรองมาตรฐาน    7) กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาล อยู่ในระหว่างการดำเนินการแก้ไขตามมติของคณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์/คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จะพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้อง ถือว่าขณะนั้นข้อมูลหรือเอกสารประกอบการพิจารณาของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลแห่งนั้นยังไม่ถูกต้องครบถ้วน    8) ระยะเวลาการพิจารณาการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้ขยายเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันทำการ และสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง    9) ระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ และหรือ อนุกรรมการ/คณะทำงานที่เกี่ยวข้องขึ้นกับการกำหนดของหน่วยงาน    10) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน ที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอนั้น    11) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทนและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และมีข้อความในใบมอบอำนาจว่า ผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้    3. ช่องทางการให้บริการ     กรณีขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข       กรณีขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะดำเนินการในด้านธุรกรรมและส่งเรื่องมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ    หมายเหตุ : (1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว                  (2) กรณียื่นคำร้องฯ ผ่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะต้องดำเนินการจัดส่งคำร้องฯพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ โดยขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2023-12-22T15:52:55"],
    [1578,"94e56e20-3670-47e9-97ba-e85cb128abfe","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขออนุมัติการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-86a4-4968-ab78-dcb5b4b73ef1",47,300,8,"พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559     มาตรา 38  ผู้ใดประสงค์จะโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใดๆเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล นอกจากชื่อและที่ตั้งของสถานพยาบาลตามที่ปรากฏในใบอนุญาตต้องได้รับอนุมัติข้อความเสียงหรือภาพที่ใช้ในการ โฆษณาหรือประกาศจากผู้อนุญาตทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และค่าใช้จ่ายทีผู้อนุญาตประกาศกําหนด&rdquo; การโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใดๆ ซึ่งชื่อหรือที่ตั้ง หรือกิจการของสถานพยาบาลหรือคุณวุฒิ ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล เพื่อชักชวนให้มีผู้มาขอรับบริการจากสถานพยาบาลโดยใช้ข้อความ เสียง หรือภาพอันเป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสําคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล จะกระทํามิได้&rdquo;    ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล พ.ศ. 2562    วิธีการ    1. ยื่นแบบคำขออนุมัติการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล เอกสาร/ชิ้นงาน หรืออื่นๆ โดยจัดทำ เอกสารในการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล เป็นกระดาษขนาดเอสี่ ตัวอักษรขนาดไม่ต่ำกว่า  สิบหกพอยต์ พร้อมชำระค่าธรรมเนียม    2.ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (ศูนย์ One Stop Service) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะส่งแบบคำขอ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปกองกฎหมาย เพื่อพิจารณา    3.กรณีผู้อนุญาต มีคำสั่งอนุมัติ ผู้อนุญาตจะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอมารับหนังสือ/เอกสารการอนุมัติการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาลและหรือเงื่อนไข    เงื่อนไข    1. สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ยื่นคำขอ","2021-11-17T13:39:20"],
    [1579,"94e56e20-43e8-43ca-b609-f94078d0209c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-9693-4d38-86b5-cbf924b225cb",60,0,7,"1. หลักเกณฑ์    1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ยื่นเอกสารเพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบฯ ให้ดำเนินการยื่นแบบคำขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ตามแบบ คทพ.10) พร้อมหลักฐานประกอบตามที่กำหนด (รายละเอียดตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)    2) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะที่รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฯ พิจารณา    3) กรณีคณะอนุกรรมการฯเห็นชอบ เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ดำเนินการตามธุรกรรม กรณีไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่ฯดำเนินการตามมติที่ประชุม โดยการเข้าตรวจมาตรฐานสถานพยาบาลพร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ หรืออื่นๆตามแต่กรณี    4) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ จัดทำสรุปผลการตรวจและนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฯ พิจารณา    5) หน่วยงานรับผิดชอบทำหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่ และเสนอผู้มีอำนาจลงนาม    6) เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรับผิดชอบแจ้งผลการพิจารณาโดยส่งหนังสือการรับรองมาตรฐานฯ ตามแบบ คทพ.9 แก่โรงพยาบาล/สถานพยาบาล       การส่งหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่              สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ดำเนินการส่งหนังสือเพื่อแจ้งผลการพิจารณาเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบฯแก่โรงพยาบาล/สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร โดยให้สถานพยาบาลมารับหนังสือรับรองฉบับใหม่ที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ              กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาค สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ดำเนินการส่งหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อส่งให้โรงพยาบาล/สถานพยาบาลต่อไป      2. แนวทาง/เงื่อนไข    1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่มีความประสงค์ขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ จะต้องเป็นโรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์    2) หนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่ จะกำหนดวันหมดอายุตามหนังสืออนุญาตเดิม    3) กรณีมีการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบฯให้ยื่นเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบฯที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพภายในกำหนดเวลา 60 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบนั้น    4) การพิจารณาเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบฯให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์/คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กำหนด ได้แก่ การตรวจเอกสาร การลงพื้นที่ การเรียกบุคคลมาให้ข้อมูล เป็นต้น    5) การพิจารณาของคณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์/คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จะพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความเสี่ยงของการให้บริการ ข้อร้องเรียน ตามความเหมาะสมเพื่อประกอบการพิจารณารับรองมาตรฐาน ข้อกำหนดของกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น    6) กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาล อยู่ในระหว่างการดำเนินการแก้ไขตามมติของคณะอนุกรรมการควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์/คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์จะพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้อง ถือว่าขณะนั้นข้อมูลหรือเอกสารประกอบการพิจารณาของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลแห่งนั้นยังไม่ถูกต้องครบถ้วน    7) ระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ และหรือ อนุกรรมการ/คณะทำงานที่เกี่ยวข้องขึ้นกับการกำหนดของหน่วยงาน    8)ระยะเวลาการพิจารณาการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบให้เป็นไปตามการขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้ขยายเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันทำการ และสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง    9) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน ที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอนั้น    10)กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทนและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และมีข้อความในใบมอบอำนาจว่า ผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้    3. ช่องทางการให้บริการ              กรณีขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข              กรณีขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะดำเนินการในด้านธุรกรรมและส่งเรื่องมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ      หมายเหตุ : (1)ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว                  (2) กรณียื่นคำร้องฯ ผ่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะต้องดำเนินการจัดส่งคำร้องฯพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ โดยขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-28T12:32:42"],
    [1580,"94e56e20-4743-4a5e-9080-6b9861b9bcfa","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-9a66-4b81-8dd1-5072dc99c590",60,0,3,"1. หลักเกณฑ์     1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ยื่นเอกสารเพื่อขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขฯ ให้ดำเนินการยื่นแบบคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (ตามแบบ คทพ.11) พร้อมหลักฐานประกอบตามที่กำหนด (รายละเอียดตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)     2) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะที่รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร     3) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะจัดทำและออกหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่ และเสนอผู้มีอำนาจลงนาม     4) เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรับผิดชอบแจ้งผลการดำเนินงานโดยส่งหนังสือการรับรองมาตรฐานฯ แก่โรงพยาบาล/สถานพยาบาล        การส่งหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่              สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ดำเนินการส่งหนังสือเพื่อแจ้งผลการผลการดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานฯ แก่โรงพยาบาล/สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร โดยให้สถานพยาบาลมารับหนังสือรับรองฉบับใหม่ที่ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ              กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาค สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ดำเนินการส่งหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อส่งให้สถานพยาบาลต่อไป    2. แนวทาง/เงื่อนไข     1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่มีความประสงค์ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ จะต้องเป็นสถานพยาบาลที่เคยได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์     2) หนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ฉบับใหม่ จะกำหนดวันหมดอายุตามหนังสืออนุญาตเดิม     3) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายการในหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้ยื่นเรื่องเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงฯ ภายในกำหนดเวลา 60 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น     4) กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์อยู่ในระหว่างกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานฯ และให้ถือว่าโรงพยาบาล/สถานพยาบาลนั้นมีมาตรฐานเป็นไปตามประกาศที่กำหนด     5) ระยะเวลาการพิจารณาการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้ขยายเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันทำการ และสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง     6) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน ที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอนั้น     7) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทนและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และมีข้อความในใบมอบอำนาจว่า ผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้    3. ช่องทางการให้บริการ              กรณีผู้ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข              กรณีขอขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการหนังสือรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะดำเนินการในด้านธุรกรรมและส่งเรื่องมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ    หมายเหตุ : (1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว                  (2) กรณียื่นคำร้องฯ ผ่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะต้องดำเนินการจัดส่งคำร้องฯพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ โดยขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-28T12:37:20"],
    [1581,"94e56e20-4a84-4b29-86aa-7c43b92c26c3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขออนุญาตให้ผู้ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d31-9e1f-4118-ae91-2f31dfdb846e",60,0,23,"1. หลักเกณฑ์     1) ผู้ให้บริการ/ผู้รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ที่ประสงค์จะขออนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทนแก่สามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายรายใดจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ยื่นเอกสารเพื่อขออนุญาตให้ผู้ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน(ตามแบบ คพพ.1,คทพ.2,คทพ.3 และ คทพ.4) พร้อมหลักฐานประกอบตามที่กำหนด (รายละเอียดตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)     2) การยื่นคำขออนุญาตฯ โรงพยาบาล/สถานพยาบาล ยื่นคำขออนุญาตที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลมีภูมิลำเนาอยู่ในส่วนภูมิภาค สามารถยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้     3) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะที่รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร     4) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ จัดทำสรุปผลการตรวจและนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทน     5) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ นำเสนอข้อมูลให้คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.)     6) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะจัดทำสรุปผลและหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทนเสนอผู้มีอำนาจลงนาม     7) เจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ แจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต โดยการส่งหนังสือแจ้งผลการอนุญาตให้ดำเนินการตั้งครรภ์แทนแก่ผู้ขออนุญาต และสำเนาถึงผู้ดำเนินการสถานพยาบาล/ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามแต่กรณี    2. แนวทาง/เงื่อนไข      1) หนังสืออนุญาตเป็นการออกอนุญาตเฉพาะราย กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบใด ได้แก่ แพทย์ผู้ให้บริการ สามี ภริยา หญิงที่รับตั้งครรภ์แทน รวมทั้งอสุจิ หรือไข่ หรืออย่างใดอย่างหนึ่งที่แตกต่างไปจากการอนุญาตเดิมตามที่กำหนด ให้ยื่นคำขออนุญาตใหม่      2) ผู้ให้บริการที่ประสงค์จะดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน จะต้องดำเนินการในโรงพยาบาล/สถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์      3) ให้สามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายที่มีความประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทน นำหนังสืออนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทนใช้เป็นหลักฐานประกอบในการแจ้งเกิดของเด็ก โดยให้ยื่นร่วมกับหนังสือรับรองการเกิดเพื่อขอรับใบสูติบัตร ณ อำเภอหรือท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่เด็กเกิด หรือท้องที่อื่นตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร      4) หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนต้องมีอายุไม่เกิน 40ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันออกใบอนุญาต และต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ประกาศกำหนด      5) สามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย หญิงที่รับตั้งครรภ์แทน และ/หรือ ผู้บริจาคเซลล์สืบพันธุ์ ต้องมาแสดงตนตามมติคณะอนุกรรมการ กรณีที่เป็นญาติหากมีข้อมูลและหลักฐานแสดงความเป็นญาติระบุชัดเจนอาจไม่ต้องมาแสดงตน ทั้งนี้ ให้นัดหมายเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ      6) ผู้รับอนุญาตต้องรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการแต่ละขั้นตอนในแต่ละรายของการตั้งครรภ์แทน และรายงานสรุปผลการตั้งครรภ์แทน โดยให้รายงานผลการดำเนินงาน ผลการตั้งครรภ์แทน สุขภาพหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนหลังคลอด สุขภาพเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทนหลังคลอด ภายใน 45 วันนับจากวันคลอด          กรณีการยุติการตั้งครรภ์แทน ให้ผู้รับอนุญาตรายงานภายใน 30 วันนับจากวันยุติการตั้งครรภ์แทน          การรายงานดังกล่าวข้างต้น ให้รายงานต่อคณะกรรมการฯ ผ่านสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ      7) ระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตของคณะกรรมการจะพิจารณาคำขออนุญาตในการดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้ขยายเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันทำการ และสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง      8) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน ที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคําขอจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอนั้น      9) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทนและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ และมีข้อความในใบมอบอำนาจว่า ผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้    3. ช่องทางการให้บริการ      กรณีการขออนุญาตดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนของโรงพยาบาล/สถานพยาบาล ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นคำขอที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข        กรณีในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะดำเนินการในด้านธุรกรรม และจัดส่งเอกสารมาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร กรณีโรงพยาบาล/สถานพยาบาลในส่วนภูมิภาคสะดวกที่จะยื่นคำขอด้วยตนเองสามารถยื่นโดยตรงได้ที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข        การตรวจสอบ เมื่อสถานพยาบาลและโรงพยาบาลที่มีความประสงค์ขออนุญาตฯ ยื่นเอกสารผ่านช่องทางการให้บริการมายังศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ หน่วยงานจะตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสารทั้งหมดตามข้อกำหนด        ในกรณีที่เอกสารในการยื่นขออนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เมื่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ พบว่า เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะแจ้งกลับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อดำเนินการแจ้งให้โรงพยาบาล/สถานพยาบาลแก้ไขต่อไป    หมายเหตุ : (1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว                    (2) กรณียื่นคำร้องฯ ผ่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะต้องดำเนินการจัดส่งคำร้องฯพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบมายังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ โดยขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-28T12:27:10"],
    [1582,"94e56e20-55d6-4f6c-a3a9-03848ece8563","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-aae1-4758-ae9d-8639d631edee",59,1000,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ระยะเวลาดำเนินการของงานบริการนี้กำหนดไว้ 44 วันทำการ ให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ    2.1 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    2.2 เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา 33 (7) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ดังนี้ ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือเป็นผู้ได้รับปริญญาสาขาการแพทย์แผนจีนจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนรับรอง    2.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.5 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ    2.6 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ    2.7 ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    3. ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อย แต่คณะอนุกรรมการวิชาชีพมีการพิจารณาว่าไม่มีสิทธิสอบหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ    5. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับสมัครและการสอบแต่ละครั้ง อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนในการสอบครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีการประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ    6. กรณีจบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือแจ้งว่า สถาบันการศึกษาได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนแล้ว    7. กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน สามารถยื่นคำร้องขอทราบผลคะแนนสอบได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศผลการสอบ โดยต้องมายื่นความประสงค์ขอดูคะแนนด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ    8. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัครที่กำหนด หรือยื่นผ่านเว็บไซท์ https://mrd-hss.thaijobjob.com ภายในระยะเวลาที่กำหนด    9. การรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    10. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลให้ดำเนินการในขั้นตอนใดๆ ของการจัดสอบไม่เป็นตามที่ประกาศกำหนด ต้องมีการประกาศกำหนดให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการอย่างเป็นทางการ    11. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาชีพมีมติไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ เรื่อง ผลการสอบความรู้ฯ เพื่อขอขึ้นทะเบียน    12.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจดบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:49:38"],
    [1583,"94e56e20-4d14-4ad1-9355-30da5e44d595","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายการในทะเบียนและใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-a130-450a-882a-a8bb6a4674cd",4,50,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. การนับระยะเวลา 4วัน นับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วน ถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้วทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้(บันทึกสองฝ่าย)    3. กรณีแก้ไขสาระสำคัญในใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ยศ ชื่อ ชื่อสกุล ต้องยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะด้วย    4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้วและแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-10-11T14:33:53"],
    [1584,"94e56e20-505d-444e-ac01-407594a67518","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-a465-4751-82e9-ec65ec5414f7",22,50,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. การนับเวลา 22 วันทำการ นับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วน ถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้วทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. การยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ขอต้องมายื่นด้วยตนเอง ณ จุดบริการกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    3. กรณีการยื่นคำร้องขอใบแทนมีดังต่อไปนี้ ต้องนำใบอนุญาตเดิมมาคืนด้วย      3.1. กรณีชำรุด      3.2. กรณีสูญหาย (ต้องมีใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ)      3.3. กรณียื่นคำร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายการในทะเบียนและใบอนุญาต(กรณีแก้ไขคำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อสกุล)    4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-10-11T15:09:59"],
    [1585,"94e56e20-52d1-42a4-8673-440c012ea9ea","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอใบแปลใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะเป็นภาษาอังกฤษ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-a764-4b0a-b4e7-79d479ad4c88",8,50,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. การนับระยะเวลา 8 วันนับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วน ถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้วทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. การยื่นคำร้องขอใบแปลใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ขอต้องมายื่นด้วยตนเอง ณ จุดบริการ หรือ กรณีที่ไม่สามารถมายื่นและ/หรือรับเอกสารด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-10-11T15:10:27"],
    [1586,"94e56e20-58c2-46e2-a9fb-6bb3c062a900","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยศาสตร์ไคโรแพรคติก(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-ae5a-4f82-b485-90a6f74a67dc",104,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ให้ผู้มีความประสงค์ในการยื่นคำขอดูรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการ คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องแต่ละครั้งอ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้บุคคลทําการประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยศาสตร์ไคโรแพรคติก พ.ศ.2557 ได้จากเว็ปไซต์ สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะโดยพิมพ์ คำว่า http://www.mrd-hss.moph.go.th    1.1 ดูประกาศ/ประชาสัมพันธ์และคลิกที่หัวข้อที่ท่านต้องการทราบเพื่อดูรายละเอียด    1.2 ดูประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้บุคคลทําการประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยศาสตร์ไคโรแพรคติก พ.ศ.2557 ได้จากhttp://www.mrd-hss.moph.go.th คลิก พรบ.และกฎกระทรวงฯ    1.3 ท่านสามารถดูรายการ พรบ. กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ได้ตามที่ท่านต้องการทราบจากหน้าเว็ปไซต์นี้    2. ผู้ขอต้องมายื่นด้วยตนเอง ณ จุดบริการ พร้อมเตรียมหลักฐานเอกสารให้พร้อมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข    3. ผู้ยื่นคำร้องต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันที่คณะกรรมการการการประกอบโรคศิลปะรับรอง    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่รับรอง ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง    5. กรณีเป็นคนต่างประเทศต้องตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น ประวัติจากกรมตำรวจแห่งชาติ ระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย เป็นต้น    ตัวอย่างการตรวจ กรณีเป็นคนต่างประเทศ                สำเนาหนังสือเดินทาง (passport) ที่แสดงการอยู่ในประเทศไทยอย่างน้อยครบ 3 ปี ต่อเนื่องกัน นับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัครใน 1 ปี ต้องอยู่อย่างน้อย 9 เดือน    6. การสอบข้อสอบเป็นภาษาไทย ยกเว้นศัพท์เฉพาะวิชาชีพอาจใช้ภาษาอังกฤษ    7. การรับหนังสืออนุญาตฯ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือ และติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    8. การนับระยะเวลา 104วันทำการนับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วนถูกต้อง  หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้ว ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือมีเหตุการณ์ ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เข่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น หรือผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถลงนามได้ตามระยะเวลาที่กำหนด    9.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ:ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาขนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-07-11T13:48:29"],
    [1587,"94e56e20-5b46-4335-90f2-7849ab85e18d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-b236-42c3-94db-5a2616b87e07",104,50,12,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ให้ผู้มีความประสงค์ในการยื่นคำขอดูรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการ คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องแต่ละครั้งอ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้บุคคลทําการประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยศาสตร์ทัศนมาตรพ.ศ.2557 ได้จากเว็ปไซต์ สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะโดยพิมพ์ คำว่า http://www.mrd-hss.moph.go.th    1.1 ดูประกาศ/ประชาสัมพันธ์และคลิกที่หัวข้อที่ท่านต้องการทราบเพื่อดูรายละเอียด    1.2 ดูประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้บุคคลทําการประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยศาสตร์ทัศนมาตรพ.ศ.2557 ได้จากhttp://www.mrd-hss.moph.go.th คลิก พรบ.และกฎกระทรวงฯ    1.3ท่านสามารถดูรายการ พรบ. กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ได้ตามที่ท่านต้องการทราบจากหน้าเว็ปไซต์    2. หลักเกณฑ์และวิธีการ การรับสมัครและการสอบแต่ละครั้งอ้างอิงตามประกาศคณะอนุกรรมการพิจารณาการอนุญาตให้บุคคลทำการประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์    3. ผู้ยื่นคำร้องต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันที่คณะกรรมการการการประกอบโรคศิลปะรับรอง    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่รับรอง ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง    5. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอต้องมายื่นด้วยตนเอง ณ จุดบริการ    6. กรณีเป็นคนต่างประเทศต้องตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น ประวัติจากกรมตำรวจแห่งชาติ ระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย เป็นต้น    ตัวอย่างการตรวจ กรณีเป็นคนต่างประเทศ                สำเนาหนังสือเดินทาง (passport) ที่แสดงการอยู่ในประเทศไทยอย่างน้อยครบ 3 ปี ต่อเนื่องกัน นับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัครใน 1 ปี ต้องอยู่อย่างน้อย 9 เดือน    7. การสอบข้อสอบเป็นภาษาไทย ยกเว้นศัพท์เฉพาะวิชาชีพอาจใช้ภาษาอังกฤษ    8. การรับหนังสืออนุญาตฯ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือ และติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    9. การนับระยะเวลา 104วันทำการนับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วนถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้วยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือมีเหตุการณ์ ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เข่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น หรือผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถลงนามได้ตามระยะเวลาที่กำหนด    10.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในะยะเวลาที่กำนดในบนทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ:ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับรเยะเวลาตั้งแต่เจ้านห้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาขนเรืียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-07-11T13:48:11"],
    [1588,"94e56e20-660f-4698-ae69-aeef9d2d5e01","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-bf3b-475a-bf83-4eedc9b4dd45",59,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ระยะเวลาดำเนินการของงานบริการนี้กำหนดไว้ 35 วันทำการ ให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ    2.1 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    2.2 เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา 33 (1) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ดังนี้ ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือเป็นผู้ได้รับปริญญาสาขารังสีเทคนิคจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิครับรอง    2.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.5 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ    2.6 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ    2.7 ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    3. ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อย แต่คณะอนุกรรมการวิชาชีพมีการพิจารณาว่าไม่มีสิทธิสอบหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ    5. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับสมัครและการสอบแต่ละครั้ง อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิคในการสอบครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีการประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และแจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือในการรับสมัครสอบก่อนถึงกำหนดวันรับสมัครสอบ    6. กรณีจบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือแจ้งว่า สถาบันการศึกษาได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิคแล้ว    7. กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน สามารถยื่นคำร้องขอทราบผลคะแนนสอบได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศผลการสอบ โดยต้องมายื่นความประสงค์ขอดูคะแนนด้วยตนเอง ณ กลุ่มการประกอบโรคศิลปะ    8. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัครที่กำหนด หรือยื่นผ่านเว็บไซท์ https://mrd-hss.thaijobjob.com ภายในระยะเวลาที่กำหนด    9. การรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    10. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลให้ดำเนินการในขั้นตอนใดๆ ของการจัดสอบไม่เป็นตามที่ประกาศกำหนด ต้องมีการประกาศกำหนดให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการอย่างเป็นทางการ    11. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาชีพมีมติไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ เรื่อง ผลการสอบความรู้ฯ เพื่อขอขึ้นทะเบียน    12.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจดบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:51:41"],
    [1589,"94e56e20-6923-4d1c-8654-ef39999e72ec","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากิจกรรมบำบัด(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-c2c3-473b-a5f4-92cb57aaf06a",59,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ระยะเวลาดำเนินการของงานบริการนี้กำหนดไว้ 35 วันทำการ ให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ    2.1 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    2.2 เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา 33 (1) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ดังนี้ ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือเป็นผู้ได้รับปริญญาสาขากิจกรรมบำบัดจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขากิจกรรมบำบัดรับรอง    2.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.5 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ    2.6 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ    2.7 ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    3. ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อย แต่คณะอนุกรรมการวิชาชีพมีการพิจารณาว่าไม่มีสิทธิสอบหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ    5. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับสมัครและการสอบแต่ละครั้ง อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขากิจกรรมบำบัดในการสอบครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีการประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และแจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือในการรับสมัครสอบก่อนถึงกำหนดวันรับสมัครสอบ    6. กรณีจบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือแจ้งว่า สถาบันการศึกษาได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขากิจกรรมบำบัดแล้ว    7. กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน สามารถยื่นคำร้องขอทราบผลคะแนนสอบได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศผลการสอบ โดยต้องมายื่นความประสงค์ขอดูคะแนนด้วยตนเอง ณ กลุ่มการประกอบโรคศิลปะ    8. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัครที่กำหนด หรือยื่นผ่านเว็บไซท์ https://mrd-hss.thaijobjob.com ภายในระยะเวลาที่กำหนด    9. การรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    10. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลให้ดำเนินการในขั้นตอนใดๆ ของการจัดสอบไม่เป็นตามที่ประกาศกำหนด ต้องมีการประกาศกำหนดให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการอย่างเป็นทางการ    11. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาชีพมีมติไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน  ผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ เรื่อง ผลการสอบความรู้ฯ เพื่อขอขึ้นทะเบียน    12.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจดบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:51:05"],
    [1590,"94e56e20-6bce-45e7-9dab-298268e84611","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-c652-4fda-ac14-534673450b4e",59,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ระยะเวลาดำเนินการของงานบริการนี้กำหนดไว้ 45 วันให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ      2.1 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์      2.2 เป็นผู้ได้รับปริญญาสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกรับรอง และต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกกำหนด      2.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ      2.4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ      2.5 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ      2.6 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ ได้แก่ โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฎอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังและโรคอื่นซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพพิจารณาเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการประกอบวิชาชีพเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก      2.7 ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    3. ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อยแล้ว แต่คณะอนุกรรมการวิชาชีพมีการพิจารณาว่าไม่มีสิทธิสอบหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ    5. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับสมัครและการสอบแต่ละครั้ง อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ในการสอบครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีการประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และแจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือในการรับสมัครสอบ ก่อนถึงกำหนดวันรับสมัครสอบ    6. กรณีจบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือแจ้งว่า สถาบันการศึกษาได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกแล้ว    7. กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน สามารถยื่นคำร้องขอทราบผลคะแนนสอบได้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประกาศผลการสอบ โดยต้องมายื่นความประสงค์ขอดูคะแนนด้วยตนเอง ณ กลุ่มการประกอบโรคศิลปะ    8. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอต้องมายื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัครที่กำหนด    9. การรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    10. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลให้ดำเนินการในขั้นตอนใดๆ ของการจัดสอบไม่เป็นตามที่ประกาศกำหนด ต้องมีการประกาศกำหนดให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการอย่างเป็นทางการ    11. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาชีพมีมติไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน  ผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ เรื่อง ผลการสอบความรู้ฯ เพื่อขอขึ้นทะเบียน    12. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:52:50"],
    [1591,"94e56e20-6e9c-4350-83ae-5d0863ad7cd1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-c9f2-48fa-b3fd-b6053aebaa9c",59,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ระยะเวลาดำเนินการของงานบริการนี้กำหนดไว้ 35 วันทำการ ให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ    2.1 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    2.2 เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา 33 (1) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ดังนี้ ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือเป็นผู้ได้รับปริญญาสาขา   จิตวิทยาคลินิกจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกรับรอง    2.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.5 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ    2.6 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ    2.7 ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    3. ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อย แต่คณะอนุกรรมการวิชาชีพมีการพิจารณาว่าไม่มีสิทธิสอบหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ    5. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับสมัครและการสอบแต่ละครั้ง อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกในการสอบครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีการประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และแจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือในการรับสมัครสอบก่อนถึงกำหนดวันรับสมัครสอบ    6. กรณีจบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือแจ้งว่า สถาบันการศึกษาได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขา จิตวิทยาคลินิกแล้ว    7. กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน สามารถยื่นคำร้องขอทราบผลคะแนนสอบได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศผลการสอบ โดยต้องมายื่นความประสงค์ขอดูคะแนนด้วยตนเอง ณ กลุ่มการประกอบโรคศิลปะ    8. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัครที่กำหนด หรือยื่นผ่านเว็บไซท์ https://mrd-hss.thaijobjob.com ภายในระยะเวลาที่กำหนด    9. การรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของ      ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    10. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลให้ดำเนินการในขั้นตอนใดๆ ของการจัดสอบไม่เป็นตามที่ประกาศกำหนด ต้องมีการประกาศกำหนดให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการอย่างเป็นทางการ    11. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาชีพมีมติไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ เรื่อง ผลการสอบความรู้ฯ เพื่อขอขึ้นทะเบียน    12.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจดบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:51:20"],
    [1592,"94e56e20-5dc7-4ba6-9c11-e815cabf4398","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยศาสตร์ไคโรแพรคติก(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-b569-431f-8bf0-b481b491e2db",69,50,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. หลักเกณฑ์และวิธีการ คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องแต่ละครั้งอ้างอิงตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้บุคคลทําการประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยศาสตร์ไคโรแพรคติก พ.ศ. 2557    2. การยื่นคำร้องต่ออายุ ผู้ขอต้องมายื่นด้วยตนเอง ณ จุดบริการ หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่น โดยทำเป็นหนังสือ และติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    3. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่รับรอง ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง    4. ยื่นคำร้องต่ออายุก่อนหนังสืออนุญาตฉบับเดิมหมอายุจำนวนสามสิบวัน    5. การนับระยะเวลา 69วันทำการนับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วนถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้ว ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือมีเหตุการณ์ ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น หรือผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถลงนามได้ตามระยะเวลาที่กำหนด    6. การรับหนังสืออนุญาตฯ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเอง ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    7.กรณีมีการมอบอำนาจผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    8.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในะยะเวลาที่กำนดในบนทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ:ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับรเยะเวลาตั้งแต่เจ้านห้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาขนเรืียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-07-11T13:53:32"],
    [1593,"94e56e20-6060-4e5e-aafd-7bff2303bb9f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอต่ออายุหนังสืออนุญาตให้บุคคลประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-b884-46ab-a9f9-4ae0813db350",69,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. หลักเกณฑ์และวิธีการ คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องแต่ละครั้งอ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2546) เรื่อง การอนุญาตให้บุคคลทำการประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ หรือสามารถดูรายละเอียดประกาศได้จากเว็ปไซต์ http://www.mrd-hss.moph.go.th    2. การยื่นคำร้องต่ออายุ ผู้ขอต้องมายื่นด้วยตนเอง ณ จุดบริการ หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่น โดยทำเป็นหนังสือ และติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    3. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่รับรอง ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง    4. ยื่นคำร้องต่ออายุก่อนหนังสืออนุญาตฉบับเดิมหมดอายุจำนวนสามสิบวัน    5. การนับระยะเวลา 69วันทำการนับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วนถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้ว ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือมีเหตุการณ์ ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น หรือผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถลงนามได้ตามระยะเวลาที่กำหนด    6. การรับหนังสืออนุญาตฯ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    7. กรณีมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกทั้งสองฝ่าย)    8.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ:ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาขนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-07-11T13:53:17"],
    [1594,"94e56e20-6311-4838-8a0e-15fe458c7393","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองสถาบันการศึกษา สาขาการแพทย์แผนจีน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-bbb4-4993-8b1c-1d6e383d34da",110,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.สถาบันการศึกษา ยื่นคำขอการรับรองสถาบันการศึกษาพร้อมแบบประเมินตนเอง ณ สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยจะนับระยะเวลาเมื่อเอกสารที่ยื่นมีความครบถ้วนและถูกต้องครบถ้วน    2. คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีน แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีน ด้านการตรวจประเมินสถาบันการศึกษา ทำหน้าที่ตรวจแบบประเมินตนเองของสถาบันการศึกษา ทำการตรวจประเมิน และ ให้คำแนะนำในการพัฒนาสถาบันการศึกษาพร้อมเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการวิชาชีพ    3. ค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินสถาบันการศึกษา ให้สถาบันการศึกษาที่ขอการรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง  และค่าที่พัก ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่สูงกว่าอัตราที่ทางราชการกำหนด    4. สถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนจะให้การรับรอง จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด คือ หลักเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขาการแพทย์แผนจีน พ.ศ. 2561    5. คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีน ต้องออกหนังสือการรับรองสถาบันการศึกษาให้แก่สถาบันการศึกษาเมื่อผลการพิจารณาผ่านเกณฑ์การรับรอง    6. สถาบันการศึกษาใดไม่ผ่านเกณฑ์การรับรอง สถาบันการศึกษานั้นจะต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน พร้อมแจ้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนด้านการประเมินเพื่อการรับรองสถาบันการศึกษา หลังจากปรับแก้หากยังไม่ผ่านการประเมินหรือไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องยื่นคำขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่    7.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ:ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้วและแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-07-11T13:55:33"],
    [1595,"94e56e20-7163-4272-b3c0-255e1c397027","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-cd8e-4a93-9427-4111c43df725",59,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ระยะเวลาดำเนินการของงานบริการนี้กำหนดไว้ 35 วันทำการ ให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ    2.1 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    2.2 เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา 33 (1) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ดังนี้ ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือเป็นผู้ได้รับปริญญาสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของ               การสื่อความหมายรับรอง    2.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.5 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ    2.6 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ    2.7 ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    3. ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อย แต่คณะอนุกรรมการวิชาชีพมีการพิจารณาว่าไม่มีสิทธิสอบหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ    5. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับสมัครและการสอบแต่ละครั้ง อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายในการสอบครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีการประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และแจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือในการรับสมัครสอบก่อนถึงกำหนดวันรับสมัครสอบ    6. กรณีจบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือแจ้งว่า สถาบันการศึกษาได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขา การแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายแล้ว    7. กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน สามารถยื่นคำร้องขอทราบผลคะแนนสอบได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศผลการสอบ โดยต้องมายื่นความประสงค์ขอดูคะแนนด้วยตนเอง ณ กลุ่มการประกอบโรคศิลปะ    8. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัครที่กำหนด หรือยื่นผ่านเว็บไซท์ https://mrd-hss.thaijobjob.com ภายในระยะเวลาที่กำหนด    9. การรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของ      ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    10. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลให้ดำเนินการในขั้นตอนใดๆ ของการจัดสอบไม่เป็นตามที่ประกาศกำหนด ต้องมีการประกาศกำหนดให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการอย่างเป็นทางการ    11. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาชีพมีมติไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ เรื่อง ผลการสอบความรู้ฯ เพื่อขอขึ้นทะเบียน    12.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจดบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:49:03"],
    [1596,"94e56e20-742d-4b68-840e-cb5e261c64dd","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-d12c-40ea-8d75-14346d9c4999",59,50,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ระยะเวลาดำเนินการของงานบริการนี้กำหนดไว้ 35 วันทำการ ให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ    2.1 อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    2.2 เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา 33 (1) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ดังนี้ ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือเป็นผู้ได้รับปริญญาสาขากายอุปกรณ์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์รับรอง    2.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    2.5 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ    2.6 ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ    2.7 ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    3. ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อย แต่คณะอนุกรรมการวิชาชีพมีการพิจารณาว่าไม่มีสิทธิสอบหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ    4. หนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนด หรือกรณีที่เป็นใบรับรองแพทย์ทั่วไป ต้องมีสาระสำคัญให้ครบตามแบบที่กำหนด พร้อมประทับตราสถานพยาบาลที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับรองต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ    5. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับสมัครและการสอบแต่ละครั้ง อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์ในการสอบครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีการประกาศเพื่อประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และแจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือในการรับสมัครสอบก่อนถึงกำหนดวันรับสมัครสอบ    6. กรณีจบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือแจ้งว่า สถาบันการศึกษาได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขา กายอุปกรณ์แล้ว    7. กรณีผู้ที่สอบไม่ผ่าน สามารถยื่นคำร้องขอทราบผลคะแนนสอบได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศผลการสอบ โดยต้องมายื่นความประสงค์ขอดูคะแนนด้วยตนเอง ณ กลุ่มการประกอบโรคศิลปะ    8. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ผู้ขอสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่รับสมัครที่กำหนด หรือยื่นผ่านเว็บไซท์ https://mrd-hss.thaijobjob.com ภายในระยะเวลาที่กำหนด    9. การรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ กรณีที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ต้องมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ    10. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งมีผลให้ดำเนินการในขั้นตอนใดๆ ของการจัดสอบไม่เป็นตามที่ประกาศกำหนด ต้องมีการประกาศกำหนดให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงกำหนดการอย่างเป็นทางการ    11. ในกรณีที่คณะกรรมการวิชาชีพมีมติไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ เรื่อง ผลการสอบความรู้ฯ เพื่อขอขึ้นทะเบียน    12.ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจดบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:49:23"],
    [1597,"94e56e20-7e08-4246-a33e-3ffc4c407c9d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองสถาบันการศึกษาสาขาจิตวิทยาคลินิก(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-dde1-4789-bcda-d7c1f4c915fb",88,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านตรวจประเมินฯ ต้องทําการตรวจประเมินและให้คําแนะนําในการพัฒนาสถาบันการศึกษาพร้อมเสนอคณะกรรมการวิชาชีพให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับแบบประเมินตนเองจากสถาบันการศึกษา    2. กรณีสถาบันการศึกษาต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์ ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน และถ้าสถาบันไม่ยื่นผลการปรับปรุงภายใน 180 วัน ถือว่าไม่ผ่านการรับรอง สถาบันแจ้งผลการปรับปรุงให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านตรวจประเมินฯ เพื่อทำการประเมิน จนกว่าจะแล้วเสร็จ    3. กรณีที่สถาบันการศึกษามีการปรับปรุงองค์ประกอบของสถาบันฯ นั้น จะต้องยื่นคําขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ทุกครั้ง    4. สถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน เช่น ค่าเดินทางค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยงตามระเบียบที่ราชการกำหนด    5. สถาบันการศึกษาจะต้องยื่นคําขอการรับรองสถาบันการศึกษาพร้อมแบบประเมินตนเอง เพื่อขอรับการประเมินการรับรองสถาบันการศึกษา ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนครบ กําหนด 5 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองสถาบันการศึกษา    6. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T14:11:47"],
    [1598,"94e56e20-7683-4280-8c11-1d9607380ffc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองสถาบันการศึกษาสาขารังสีเทคนิค(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-d43b-492c-af19-3d9e0550a601",88,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านตรวจประเมินสถาบันการศึกษาสาขารังสีเทคนิค มีหน้าที่ตรวจแบบประเมินตนเองของสถาบันการศึกษาภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแบบประเมินตนเองจากสถาบันการศึกษา และให้ทำการตรวจประเมินสถาบันการศึกษาพร้อมเสนอคณะกรรมการวิชาชีพให้แล้วเสร็จใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบประเมินตนเองจากสถาบันการศึกษา โดยมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจลการก่อวินาศกรรม เป็นต้น                ภายใน 90 วัน ก่อนครบกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับการรับรองสถาบันการศึกษา สถาบันการศึกษาจะต้องยื่นคำขอ  การรับรองสถาบันการศึกษาเพื่อขอรับการประเมินการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ แต่ถ้าหากมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใหม่ สถาบันการศึกษาจะต้องยื่นคำขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ทุกครั้ง                หากผลการประเมินสถาบันการศึกษาคราวใดไม่ผ่านตามเกณฑ์การประเมิน สถาบันการศึกษาจะต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการวิชาชีพกำหนด ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน พร้อมแจ้งให้ คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านตรวจประเมินสถาบันการศึกษาสาขารังสีเทคนิคทำการประเมินอีกครั้งหนึ่ง                กรณีที่สถาบันการศึกษามีการปรับปรุงองค์ประกอบของสถาบันการศึกษาสถาบันการศึกษานั้น จะต้องยื่นคําขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ทุกครั้ง                สถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ตามระเบียบที่ราชการกำหนด                          ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ                หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T14:12:03"],
    [1599,"94e56e20-78d2-4c8a-af3f-4db8e7dac707","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองสถาบันการศึกษาสาขากิจกรรมบำบัด(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-d770-4cd8-8670-4942596a7b1a",88,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านตรวจประเมินสถาบันการศึกษาสาขากิจกรรมบำบัดต้องทําการตรวจประเมินและให้คําแนะนํา ในการพัฒนาสถาบันการศึกษาพร้อมเสนอคณะกรรมการวิชาชีพให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจากสถาบันการศึกษา โดยมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล  การก่อวินาศกรรม เป็นต้น                กรณีสถาบันการศึกษาต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์การรับรอง ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน และถ้าสถาบันไม่ยื่นผลการปรับปรุงภายใน 180 วัน ถือว่าไม่ผ่านการรับรอง                คณะกรรมการวิชาชีพต้องออกหนังสือรับรองสถาบันการศึกษาให้แก่สถาบันการศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษา โดยหนังสือรับรองสถาบันการศึกษามีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่คณะกรรมการวิชาชีพได้มีมติรับรอง                          สถาบันการศึกษาจะต้องยื่นคำขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ในกรณี ดังนี้              1. หนังสือรับรองหมดอายุ โดยต้องยื่นคำขอรับการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ภายใน 90 วันก่อนวันหมดอายุ              2. สถาบันการศึกษามีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ ต้องยื่นคำขอรับการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ ภายใน  หนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนใช้หลักสูตร                          สถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ และ  ค่าที่พัก เป็นต้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบของสถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองค่าเดินทาง                                      ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:56:18"],
    [1600,"94e56e20-7b4f-485f-bc06-e15649d5c6a8","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองสถาบันการศึกษาสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-dad1-496c-b414-fd7ab5b78448",88,0,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านตรวจประเมินสถาบันการศึกษาสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกต้องทําการตรวจประเมินและให้คําแนะนําในการพัฒนาสถาบันการศึกษาพร้อมเสนอคณะกรรมการวิชาชีพให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจากสถาบันการศึกษา โดยมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น                กรณีสถาบันการศึกษาต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์การรับรอง ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน และถ้าสถาบันไม่ยื่นผลการปรับปรุงภายใน 180 วัน ถือว่าไม่ผ่านการรับรอง เมื่อสถาบันแจ้งผลการปรับปรุง คณะอนุกรรมการต้องประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับจากได้รับผลการปรับปรุงแก้ไข                คณะกรรมการวิชาชีพต้องออกหนังสือรับรองสถาบันการศึกษาให้แก่สถาบันการศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษา โดยหนังสือรับรองสถาบันการศึกษามีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่คณะกรรมการวิชาชีพได้มีมติรับรอง                สถาบันการศึกษาจะต้องยื่นคำขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ในกรณี ดังนี้              1. หนังสือรับรองหมดอายุ โดยต้องยื่นคำขอรับการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ภายใน 90 วันก่อนวันหมดอายุ              2. สถาบันการศึกษามีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ ต้องยื่นคำขอรับการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนใช้หลักสูตร                สถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ และค่าที่พัก เป็นต้น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบของสถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองค่าเดินทาง                  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T14:23:33"],
    [1601,"94e56e20-8098-4e95-aae7-c80a4a7cb416","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองสถาบันการศึกษาสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-e118-4503-8f6a-78b7ec7b186b",88,0,12,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คณะอนุกรรมการวิชาชีพ มีหน้าที่ตรวจคำขอการรับรองสถาบันการศึกษา และให้ทำการตรวจประเมินสถาบันการศึกษาพร้อมเสนอคณะกรรมการวิชาชีพให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอการรับรองสถาบันการศึกษา ให้นับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสารการยื่นคำขอเพื่อขึ้นทะเบียน โดยมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น                หากผลการประเมินสถาบันการศึกษาคราวใดไม่ผ่านตามเกณฑ์การประเมิน สถาบันการศึกษาจะต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษาตามที่กำหนด ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการประเมินพร้อมแจ้งให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพทำการประเมินอีกครั้งหนึ่ง ถ้าสถาบันการศึกษาไม่ยื่นผลการปรับปรุงแก้ไขภายใน 180 วัน ถือว่าสถาบันการศึกษานั้นไม่ผ่านการรับรอง                ต้องทำการประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการปรับปรุงแก้ไขภายใน 90 วันก่อนครบกำหนด 5 ปี สถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย สถาบันการศึกษาจะต้องยื่นคำขอการรับรองสถาบันการศึกษาเพื่อขอรับการประเมินการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ แต่ถ้าหากมีการปรับปรุงหลักสูตร สถาบันการศึกษาจะต้องยื่นคำขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ทุกครั้ง                สถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ตามระเบียบที่ราชการกำหนด                    ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:56:03"],
    [1602,"94e56e20-8301-4ce1-915c-79b6a03d2485","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองสถาบันการศึกษาสาขากายอุปกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-e42b-4b1b-a749-75f5df1d83c3",88,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                  คณะอนุกรรมการวิชาชีพด้านตรวจประเมินสถาบันการศึกษาสาขากายอุปกรณ์ ต้องทําการตรวจประเมินและให้คําแนะนํา ในการพัฒนาสถาบันการศึกษาพร้อมเสนอคณะกรรมการวิชาชีพให้แล้วเสร็จภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับแบบประเมินตนเองจากสถาบันการศึกษา โดยมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ  ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น                   กรณีสถาบันการศึกษาต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์การรับรอง ให้แล้วเสร็จภายในหกเดือนนับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการประเมิน และถ้าสถาบันไม่ยื่นผลการปรับปรุงภายในหกเดือน ถือว่าไม่ผ่านการรับรอง                   ในกรณียื่นคำขอใหม่ให้ยื่นก่อนเริ่มดำเนินการไม่น้อยกว่าหกเดือน                  กรณีต่ออายุสถาบันการศึกษาให้ยื่นคำขอรับรองเพื่อต่ออายุสถาบันล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปี                  กรณีที่สถาบันการศึกษาที่มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใหม่ สถาบันการศึกษาต้องยื่นคําขอการรับรองสถาบันการศึกษาใหม่ทุกครั้ง                  สถาบันการศึกษาที่ขอรับการรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าตอบแทนการตรวจประเมินสถาบันการศึกษา ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่สูงกว่าอัตราที่ราชการกำหนด                  กรณีที่มีปัญหาตามประกาศนี้ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด                           ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    หมายเหตุ:ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-11T13:55:48"],
    [1603,"94e56e20-8648-46d2-876e-d51b94aaa5ad","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การอนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน (การขออนุมัติแผนการจัดตั้ง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-e805-4419-9da6-9f21178d8f7b",81,0,18,"หลักเกณฑ์       1. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16 กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการสถานพยาบาล เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต       2. กฎกระทรวงว่าด้วยการประกอบกิจการสถานพยาบาล พ.ศ. 2545 หมวด 2 ส่วน 2 กำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการโรงพยาบาลให้ยื่นคำขออนุมัติแผนการจัดตั้ง และแผนการจัดตั้งสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ และเมื่อได้รับอนุมัติแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลแล้วให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานที่ให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ในแผน หากก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามกำหนดในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุมัติแผนการจัดตั้ง ให้ยื่นคำขอแผนการจัดตั้งใหม่       3. เมื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว กฎกระทรวงว่าด้วยการประกอบกิจการสถานพยาบาล พ.ศ. 2545 หมวด 3 ได้กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะเปิดกิจการโรงพยาบาล ให้ยื่นคำขออนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ และหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ ตามแบบที่กำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน       4. การขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย       อาคารได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร   ได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม (ถ้าเข้าข่าย)   ถูกสุขลักษณะสาธารณสุขตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข   ไม่ขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง      วิธีการ       ผู้ขอประกอบกิจการยื่นคำขออนุมัติและเอกสารแผนการจัดตั้งสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน   หน่วยงานรับผิดชอบรวบรวมข้อมูล และส่งแบบแปลนให้สถาปนิกพิจารณาเบื้องต้น   หน่วยงานรับผิดชอบนำเสนอข้อมูลและความเห็นสถาปนิกให้คณะอนุกรรมการฯและคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาอนุมัติแผนการจัดตั้งและแบบแปลน   หน่วยงานรับผิดชอบแจ้งผู้ขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนดำเนินการก่อสร้าง      เงื่อนไข       ผู้จะขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้             (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์           (2) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย           (3) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ           (4) ไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา           (5) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย           (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ           (7) ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับอนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย       2. ผู้จะขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการโรงพยาบาลเอกชน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้           (1) เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ แต่บุคคลเช่นว่านั้นจะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการตามประเภทใด หรือสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง           (2) ไม่เป็นผู้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วสองแห่ง แต่ในกรณีที่เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอยู่แล้วแห่งหนึ่งจะอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอีกแห่งหนึ่งไม่ได้           (3) เป็นผู้ที่สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด       3. ช่องทางการให้บริการ           (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข           (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       4. การตรวจสอบ           (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข           (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       5. ระยะเวลาในการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน ไม่รวมระยะเวลาการก่อสร้างของผู้ขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน       6. ระยะเวลาการพิจารณาตรวจสอบแบบแปลนขึ้นอยู่กับ           (1) กรณีสถาปนิกพิจารณาขึ้นอยู่กับขนาดของโรงพยาบาล และจำนวนเตียง           (2) ขั้นตอนการรับส่งเอกสารจากฝ่ายบริหารถึงกลุ่มสถานพยาบาล       7. ระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการสถานพยาบาล และหรือ อนุกรรมการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ต้องเป็นตามแผนการประชุมที่กำหนด       8. การนับวันทำการ ให้นับจากวันที่หน่วยงานประทับตรารับเอกสาร โดยมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง และจัดส่งให้ผู้รับผิดชอบภายใน 2 วัน ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่มีสภาวะวิกฤต เหตุฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถลงนามได้ตามระยะเวลาที่กำหนด       9. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์      10. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-22T15:55:29"],
    [1604,"94e56e20-8982-48a9-93b0-8fda6aab57e7","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การอนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน (ขออนุญาตเปิดให้บริการ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-ebc5-4ebf-a2b1-18da69763ee7",91,20000,40,"หลักเกณฑ์       1. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16 กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการสถานพยาบาล เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต       2. กฎกระทรวงว่าด้วยการประกอบกิจการสถานพยาบาล พ.ศ. 2545 หมวด 2 ส่วน 2 กำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการโรงพยาบาลให้ยื่นคำขออนุมัติแผนการจัดตั้ง และแผนการจัดตั้งสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ และเมื่อได้รับอนุมัติแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลแล้วให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานที่ให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ในแผน หากก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามกำหนดในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุมัติแผนการจัดตั้ง ให้ยื่นคำขอแผนการจัดตั้งใหม่       3. เมื่อดำเนินการก่อสร้างอาคาร สถานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว กฎกระทรวงว่าด้วยการประกอบกิจการสถานพยาบาล พ.ศ. 2545 หมวด 3 ได้กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะเปิดกิจการโรงพยาบาล ให้ยื่นคำขออนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ และหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ ตามแบบที่กำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน       4. การขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย           (1) อาคารได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร           (2) ได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม (ถ้าเข้าข่าย)           (3) ถูกสุขลักษณะสาธารณสุขตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข           (4) ไม่ขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง      วิธีการ       1. ผู้ขอประกอบกิจการยื่นคำขออนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.5) ยื่นหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพ (ส.พ.6) และคำขอรับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล/คำขออนุญาตเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ.18)       2. หน่วยงานรับผิดชอบนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการฯและคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาอนุญาตให้เปิดบริการ     3. ผู้อนุญาตออกใบอนุญาต      เงื่อนไข       1. ผู้ขออนุญาตต้องได้รับการอนุมัติแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลเอกชนแล้ว       2. ผู้จะขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการโรงพยาบาลเอกชน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้           (1) เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ แต่บุคคลเช่นว่านั้นจะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการตามประเภทใด หรือสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง           (2) ไม่เป็นผู้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วสองแห่ง แต่ในกรณีที่เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอยู่แล้วแห่งหนึ่ง  จะอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอีกแห่งหนึ่งไม่ได้           (3) เป็นผู้ที่สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด       3. ช่องทางการให้บริการ           (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่กลุ่มสถานพยาบาล สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ชั้น 5 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข           (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       4. การตรวจสอบ           (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่กลุ่มสถานพยาบาล สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ชั้น 5 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข           (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       5. การส่งใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน           (1) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข           (2) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       6. การตรวจอนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน การก่อสร้างต้องเป็นไปตามแบบแปลน       7. ระยะเวลาการพิจารณาของกรรมการสถานพยาบาล และหรือ อนุกรรมการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ต้องเป็นตามแผนการประชุมที่กำหนด       8. การนับวันทำการ ให้นับจากวันที่หน่วยงานประทับตรารับเอกสาร โดยมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถูกต้อง และจัดส่งให้ผู้รับผิดชอบภายใน 2 วัน ทั้งนี้ยกเว้นกรณีที่มีสภาวะวิกฤต เหตุฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถลงนามได้ตามระยะเวลาที่กำหนด       9. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์      10. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T13:18:50"],
    [1605,"94e56e20-8c3f-4c7a-b88a-8e242e3f1c9d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน  (อนุมัติแบบแปลนการเปลี่ยนแปลง/เพิ่มพื้นที่ใช้สอย) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-ef31-438a-966e-b31881b63dc6",81,0,24,"หลักเกณฑ์     พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 40 กำหนดให้ผู้ที่รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการที่แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือก่อสร้างอาคารใหม่ หรือดัดแปลงอาคารเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาต      วิธีการ     1. ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน     2. หน่วยงานรับผิดชอบรวบรวมข้อมูล และส่งแบบแปลนให้สถาปนิกพิจารณาเบื้องต้น     3. หน่วยงานรับผิดชอบนำเสนอข้อมูลและความเห็นสถาปนิกให้คณะอนุกรรมการฯและคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาอนุมัติแบบแปลน     4. หน่วยงานรับผิดชอบแจ้งผู้ประกอบกิจการดำเนินการตามแบบแปลนที่ได้รับอนุมัติ      เงื่อนไข     1. ช่องทางการให้บริการ        (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข        (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด     2. การตรวจสอบ        (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข        (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด     3. การส่งใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน        (1) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข        (2) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด     4. ระยะเวลาการพิจารณาตรวจสอบแบบแปลนขึ้นอยู่กับ ความซับซ้อนของแบบแปลนแสดงการจัดพื้นที่ใช้สอย ขนาดพื้นที่ใช้สอย จำนวนอาคาร และจำนวนชั้นที่ให้บริการ     5. ระยะเวลาการพิจารณาของกรรมการสถานพยาบาล และหรือ อนุกรรมการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนต้องเป็นตามแผนการประชุมที่กำหนด     6. การเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโดยการเพิ่มเตียงหากเข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 เช่น การเพิ่มเตียง โดยมีการก่อสร้างอาคารใหม่ หรือ การดัดแปลงอาคารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม และเป็นเหตุให้เพิ่มหรือลดจำนวนเตียง จะเป็นกระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น ผู้ประกอบกิจการต้องนำเอกสารหรือหลักฐานที่ออกให้โดยหน่วยงานอื่นมาประกอบการพิจารณา     7. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอและถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์    8.  กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-22T15:56:19"],
    [1606,"94e56e20-8eef-4111-bab9-dfd653f547e2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน (ขออนุญาตเปิดใช้พื้นที่บริการที่เปลี่ยนแปลง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-f291-4740-a1df-5fb9569b717b",91,20000,1,"หลักเกณฑ์       พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 40 กำหนดให้ผู้ที่รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการที่แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือก่อสร้างอาคารใหม่ หรือดัดแปลงอาคารเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาต    วิธีการ     1. ผู้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนแจ้งหน่วยงานรับผิดชอบตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลเพื่ออนุญาตให้เปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงพยาบาล     2. พนักงานเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรับผิดชอบออกตรวจความพร้อมของโรงพยาบาล     3. หน่วยงานรับผิดชอบนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงพยาบาล     4. ผู้อนุญาตออกใบอนุญาต / ลงบันทึกในสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    เงื่อนไข     1. การขออนุญาตเปิดใช้พื้นที่บริการที่เปลี่ยนแปลง ต้องได้รับอนุมัติแบบแปลนการเปลี่ยนแปลง/เพิ่มพื้นที่ใช้สอย     2. ช่องทางการให้บริการ         (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่กลุ่มสถานพยาบาล สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ชั้น 5 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข          (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       3. การตรวจสอบ         (1) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่กลุ่มสถานพยาบาล สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ชั้น 5 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข         (2) กรณีขออนุญาตประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       4. การส่งใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน         (1) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข         (2) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       5. ระยะเวลาการพิจารณาตรวจสอบแบบแปลนขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแบบแปลนแสดงการจัดพื้นที่ใช้สอย ขนาดพื้นที่ ใช้สอย จำนวนอาคาร และจำนวนชั้นที่ให้บริการ     6. ระยะเวลาการพิจารณาของกรรมการสถานพยาบาล และหรือ อนุกรรมการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนต้องเป็นตามแผนการประชุมที่กำหนด     7. การเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโดยการเพิ่มเตียงหากเข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 เช่น การเพิ่มเตียง โดยมีการก่อสร้างอาคารใหม่ หรือ การดัดแปลงอาคารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม และเป็นเหตุให้เพิ่มหรือลดจำนวนเตียง จะเป็นกระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น ผู้ประกอบกิจการต้องนำเอกสารหรือหลักฐานที่ออกให้โดยหน่วยงานอื่นมาประกอบการพิจารณา     8. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอและถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T13:03:16"],
    [1607,"94e56e20-91e5-4325-8dc9-9d7fe302726c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-f5d1-49b3-9e29-af3f6ea135c1",91,20000,13,"หลักเกณฑ์       1. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 19 กำหนดให้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลใช้ได้ถึงปีที่ 10 นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และให้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตหมดอายุ       2. กฎกระทรวงว่าด้วยการประกอบกิจการสถานพยาบาล พ.ศ. 2545 หมวด 4 ข้อ 19 กำหนดให้การต่ออายุใบอนุญาตผู้อนุญาตจะต้องตรวจสอบสถานพยาบาลให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนการต่ออายุใบอนุญาต    วิธีการ       1. ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน (สพ.11)       2. หน่วยงานรับผิดชอบรวบรวมข้อมูล       3. พนักงานเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรับผิดชอบออกตรวจโรงพยาบาล       4. หน่วยงานรับผิดชอบนำเสนอข้อมูลให้คณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล       5. ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตและบันทึกในสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    เงื่อนไข       1. ช่องทางการให้บริการ           (1) กรณีขอต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข             (2) กรณีขอต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       2. การตรวจสอบ           (1) กรณีขอต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข             (2) กรณีขอต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ยื่นเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด       3. การส่งใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน           (1) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข            (2) กรณีประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในส่วนภูมิภาค ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด     4. ระยะเวลาการพิจารณาของกรรมการสถานพยาบาล และหรือ อนุกรรมการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนต้องเป็นตามแผนการประชุมที่กำหนด       5. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอและถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์.       6. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T13:17:35"],
    [1608,"94e56e20-999b-40e7-af6b-5e84798313d6","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การชำระค่าธรรมเนียมโรงพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-ff88-4726-9053-61cb1127da94",1,5000,6,"หลักเกณฑ์          1. ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานพยาบาลรายปีภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ให้ยกเว้นสำหรับปีที่ได้รับอนุญาตและสำหรับปีที่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาต ตลอดเวลาที่ยังประกอบกิจการ ถ้าไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนดให้ชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละห้าต่อเดือน ถ้ายังไม่ยินยอมชำระค่าธรรมเนียมหลังพ้นจากกำหนดหกเดือน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ ผู้รับอนุญาตดำเนินการตามมาตรา 49 ให้ระงับหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นเหตุลบล้างความผิดตามพระราชบัญญัตินี้          2. ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลสามารถยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปี    เงื่อนไข          1. การนับระยะเวลา 1 ชั่วโมงทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์          2. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความว่าในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T13:12:09"],
    [1609,"94e56e20-94ba-45af-8f60-685a38a7a1d1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ดำเนินการโรงพยาบาล (กรณีออกใบอนุญาตใหม่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-f916-45d9-aa11-1b77dd6926af",21,5000,9,"1.หลักเณฑ์          1) มาตรา 28 ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สองนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต       2) การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้นั้นดำเนินการสถานพยาบาลต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ       3) การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2.วิธีการ         1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลยื่นคำขอการขอต่ออายุใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ต้องยื่นก่อนใบอนุญาตให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล หมดอายุก่อนสิ้นปีที่ 2 นับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต         2) การยื่นต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนตุลาคม จนถึง 31 ธันวาคม         3) ต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุสุขภาพแข็งแรงและไม่เป็นโรคต้องห้าม         4) พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบคำขอต่ออายุใบอนุญาตการผู้ดำเนินการสถานพยาบาล         5) ผู้อนุญาตพิจารณาการต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล / ลงบันทึกการต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ในใบอนุญาตและสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    3.เงื่อนไข          1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์         2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)         3) แบบคำขอการต่อใบอนุญาตการดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (โรงพยาบาล) (แบบ สพ.20)       4) ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-22T15:58:18"],
    [1610,"94e56e20-9747-4267-b047-6234fa538820","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ดำเนินการโรงพยาบาล (กรณีใช้ต่ออายุใบเดิม) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d31-fc57-49bf-b298-42f02410c9cd",1,5000,8,"1.หลักเณฑ์         1) มาตรา 28 ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สองนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต         2) การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้นั้นดำเนินการสถานพยาบาลต่อไปได้ จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ         3) การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2.วิธีการ         1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลยื่นคำขอการขอต่ออายุใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ต้องยื่นก่อนใบอนุญาตให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล หมดอายุก่อนสิ้นปีที่ 2 นับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต         2) การยื่นต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนตุลาคม จนถึง 31 ธันวาคม         3) ต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุสุขภาพแข็งแรงและไม่เป็นโรคต้องห้าม         4) พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบคำขอต่ออายุใบอนุญาตการผู้ดำเนินการสถานพยาบาล         5) ผู้อนุญาตพิจารณาการต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล / ลงบันทึกการต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ในใบอนุญาตและสมุดทะเบียนสถานพยาบาล         6) กรณีการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งมอบหมายให้ข้าราชการเป็นผู้อนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้อนุญาตดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลแทน เมื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการเรียบร้อยแล้วขอให้ส่งสำเนาเอกสารการต่ออายุใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ส่วนกลาง (สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ) ทราบเพื่อเป็นหลักฐาน    3.เงื่อนไข         1) การนับระยะเวลา 1 ชั่วโมง ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอและถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์         2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)         3) แบบคำขอการต่อใบอนุญาตการดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (โรงพยาบาล) (แบบ สพ.20)    หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-22T15:58:46"],
    [1611,"94e56e20-9c52-41f2-98e0-821234dcbfb7","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาล/การขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล/การขอรับใบแทนใบอนุญาตให้ดำเนินการโรงพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-0322-471b-bb6c-d5d84cda5963",21,200,10,"1.หลักเกณฑ์    กรณีใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาตและยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้น ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ทราบการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว    1) กรณีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (สพ.7) หรือสมุดทะบียนสถานพยาบาล    2) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (สพ.19) ถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบกิจการโรงพยาบาลแจ้งต่อผู้ขออนุญาตและยื่นขอรับใบแทนใบอนุญาตและใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว    2.เงื่อนไข  1) การนับระยะเวลา 21วันทำการ นับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วน ถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น  2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความว่าในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้(บันทึกสองฝ่าย)    3.ช่องทาง  1) การยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล/คำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล/คำขอใบแทนใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข  2) การตรวจสอบการ ตรวจสอบคำขอใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล/คำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล /คำขอรับใบแทนใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข  3)การส่งใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล/คำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล/ใบแทนใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ให้กับผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล    ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข  กรณีที่ 1  ยื่นแบบคำขอใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล /คำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล (แบบ สพ.15)  1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน  2) สำเนาทะเบียนบ้าน  3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล (กรณีถูกทำลาย)  4) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล(กรณีถูกทำลาย)  5) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล)  6) เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)    กรณีที่ 2    ยื่นแบบคําขอรับใบแทนใบอนุญาต กรณีใบอนุญาตให้ดําเนินการสถานพยาบาลสูญหายหรือถูกทําลายในสาระสําคัญ(สพ.21)  1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน  2) สำเนาทะเบียนบ้าน  3) รูปถ่ายของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ขนาด 2.5 x 3 ซม. จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี  4) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล(กรณีชำรุด)  5) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล (กรณีถูกทำลาย)  6) เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)    หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจ มีเอกสารดังนี้ หนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ                    ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ / หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์                    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T11:48:32"],
    [1612,"94e56e20-9f24-4858-93c4-df67b9f070de","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาล/ใบอนุญาตให้ดำเนินการโรงพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-0685-491f-9be8-88716bf04925",21,200,13,"1. หลักเกณฑ์      ผู้รับอนุญาตที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้รับอนุญาตไว้แล้วในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอนั้น    2. เงื่อนไข      1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ นับจากวันที่หน่วยงานประทับตราลงรับเอกสาร โดยเอกสารหลักฐานต้องครบถ้วน ถูกต้อง หากมีการแก้ไขเอกสารต้องนับวันหลังจากหน่วยงานได้รับเอกสารแก้ไขครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร เช่น อุทกภัย อัคคีภัย การก่อการประท้วง การก่อการจลาจล การก่อวินาศกรรม เป็นต้น      2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความว่าในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3. วิธีการ      1) ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาล ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ      2) พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล/เปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล/ลงบันทึกในสมุดทะเบียนสถานพยาบาล      3) ผู้อนุญาตพิจารณาการอนุญาต การเปลี่ยนแปลงรายการการประกอบกิจการสถานพยาบาล      4) การส่งใบอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข        กรณีที่ 1      แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.10)        กรณีบุคคลธรรมดา รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบ ดังนี้      1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล      2) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล      3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล      4) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล      5) เอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวข้องกับการขอเปลี่ยนแปลง      6) เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)           กรณีเป็นนิติบุคคล มีรายการเอกสาร/หลักฐานประกอบเพิ่มเติมจากกรณีบุคคลธรรมดา ดังนี้      1) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน (มีอายุไม่เกิน 6 เดือน) และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล      2) มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล      3) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลที่เป็นผู้มีอำนาจลงนาม      4) สำเนาบัตรประจำตัวผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลที่เป็นผู้มีอำนาจลงนาม      5) ใบรับรองแพทย์ผู้แทนนิติบุคคลที่มีอำนาจลงนามบริษัท        กรณีที่ 2      แบบคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ สพ.22)      1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ดำเนินการสถานพยาบาล      2) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ดำเนินการสถานพยาบาล      3) รูปถ่ายของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ขนาด 2.5 x 3 ซม. จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี      4) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล      5) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล      6) เอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวข้องกับการขอเปลี่ยนแปลง      7) เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)    หมายเหตุ :     1) กรณีมีการมอบอำนาจ มีเอกสารดังนี้ หนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ     2) ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์     3) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T13:14:30"],
    [1613,"94e56e20-a940-46a1-9a6e-d231a9c820b0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การแจ้งเลิกโรงพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-13d3-4500-aa8c-d2f884a69ba6",21,0,9,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 44 ผู้รับอนุญาตผู้ใดประสงค์จะเลิกกิจการสถานพยาบาล ต้องแจ้งเป็นหนังสือและจัดทำรายงานที่จะปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ป่วยให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง       เมื่อได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่ง ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งให้ผู้รับอนุญาตต้อง ปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนเลิกกิจการก็ได้ ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาถึงประโยชน์ และส่วนได้เสียของผู้ป่วยในสถานพยาบาลนั้นเป็นสำคัญให้สถานพยาบาลทันตกรรมชั้นสอง และสถานพยาบาลการผดุงครรภ์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการได้ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 อยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยังคงประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้ดำเนินการสถานพยาบาลนั้นขอเลิกดำเนินการสถานพยาบาล    2. วิธีการ       1. ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ประสงค์จะเลิกกิจการสถานพยาบาล ให้แจ้งเป็นตามแบบคำขอหนังสือแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาลให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน       2. พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบหนังสือแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล       3. ผู้อนุญาตพิจารณาการแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล ลงบันทึกการแจ้งเลิกกิจการลงในใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการ และสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    3. เงื่อนไข       1. การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการ  ละทิ้งคำขอ       2. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความว่าในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทน ผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    4. ช่องทาง       1. การยื่นแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข       2. มีเอกสารครบถ้วนคือ         1) แบบหนังสือแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.17)           2) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล           3) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล           4) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล           5) รายงานยอดผู้ป่วยที่คงค้างอยู่ในสถานพยาบาลและแผนการดำเนินการต่อผู้ป่วยที่ยังคงค้างอยู่หลังจากเลิกกิจการสถานพยาบาล           6) รายงานการประกาศแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาลทางหนังสือพิมพ์และหรือสิ่งอื่น ๆ ที่แพร่หลาย เพื่อให้ผู้ป่วยมาขอรับเวชระเบียน ฟิล์มเอกซเรย์ และอื่นๆ           7) รายงานการจำหน่ายเวชระเบียน ฟิล์มเอกซเรย์ และอื่นๆ ที่ยังไม่มีผู้มาขอรับ    หมายเหตุ:       1. กรณีมีการมอบอำนาจ มีเอกสารดังนี้ หนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ       2. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์       3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T13:20:52"],
    [1614,"94e56e20-abd0-406c-80b4-f34ff0992e46","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขออนุญาตการประกอบกิจการและดำเนินการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-174b-40d9-bf5b-d4a8a0480109",67,250,32,"1.หลักเกณฑ์       มาตรา 16 ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการสถานพยาบาล เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต       การขอ การออกใบอนุญาต และการประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทใดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง         มาตรา 24 ห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินการสถานพยาบาล เว้นแต่ ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต       การขอและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2.เงื่อนไข       1) การนับระยะเวลา 67 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการ  ละทิ้งคำขอ       2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3.วิธีการ       ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลของผู้อนุญาต จะต้องปรากฏว่าผู้ขอรับใบอนุญาตได้จัดให้มีกรณี ดังต่อไปนี้โดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว     1) มีแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนที่ได้รับอนุมัติแล้วตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง     2) มีสถานพยาบาลตามลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออก ตามมาตรา 14     3) มีเครื่องมือ เครื่องใช้ เวชภัณฑ์หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาลนั้น ตามชนิดและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง     4) มีผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลตามวิชาชีพและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง     5) ชื่อสถานพยาบาลต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง    4.คุณสมบัติผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล     1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์     2) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย     3) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ     4) ไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา     5) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย     6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับอนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตามคุณสมบัติข้างต้น    คุณสมบัติผู้ดำเนินการสถานพยาบาล     1) ผู้ประกอบวิชาชีพ/เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ     2) ไม่เป็นผู้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วสองแห่ง  กรณีที่เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอยู่แล้วแห่งหนึ่ง จะอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอีกแห่งหนึ่งไม่ได้     3) เป็นผู้ที่สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T11:53:13"],
    [1615,"94e56e20-b5d9-4ba3-a97f-6cdefd986a06","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-2434-4927-ae50-deca23c0050f",67,1000,22,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 40 กำหนดให้ผู้ที่รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการที่แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือก่อสร้างอาคารใหม่ หรือดัดแปลงอาคารเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาต โดย     1) ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลินิก     2) พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงกิจการที่แตกต่างในการประกอบกิจการคลินิก     3) ผู้อนุญาตพิจารณาการอนุญาตการเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลินิก / ลงบันทึกในสมุดทะเบียน    2.วิธีการ     1) การขออนุญาตประกอบกิจการคลินิก ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข     2) การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการคลินิก โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     3) การส่งใบอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการคลินิกในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาต พร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข    3.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 67 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์  เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    4.แบบคำขอเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.16)     1.กรณีบุคคลธรรมดา รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบดังนี้        1) สำเนาบัตรประจำตัวผู้ประกอบกิจการ        2) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ประกอบกิจการ        3) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในสถานพยาบาล (สำเนาสัญญาเช่าหรือสำเนาโฉนด)          4) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล        5) แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานพยาบาลและอาคารใกล้เคียง        6) แผนผังแสดงลักษณะภายในอาคารส่วนที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม        7) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล        8) ใบแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงาน ตามแบบ ส.พ.6 พร้อมสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวของผู้ประกอบวิชาชีพ รูปถ่าย ขนาด 8 x 13 ซม. จำนวน 1 รูป  (กรณีเพิ่มบริการ)        9) สำเนาวุฒิบัตร หรือหนังสืออนุมัติ จากสภาวิชาชีพในสาขาที่ให้บริการ       2. กรณีเป็นนิติบุคคล มีรายการเอกสาร/หลักฐานประกอบเพิ่มเติมจากข้อ 1 ดังนี้        1) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล        2) มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล        3) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขออนุญาตประกอบกิจการที่ เป็นผู้มีอำนาจลงนาม        4) สำเนาบัตรประจำตัวผู้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นผู้มีอำนาจลงนาม        5) ใบรับรองแพทย์ผู้แทนนิติบุคคลที่มีอำนาจผูกพันบริษัท    หมายเหตุ     1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ     2. สำเนาเอกสารของนิติบุคคลทุกหน้าให้ผู้มีอำนาจลงนามลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกคนและประทับตราบริษัท     3. กรณีมีการมอบอำนาจ มีหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ","2024-05-28T12:22:42"],
    [1616,"94e56e20-a19c-44e1-a424-888f990c0758","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การแสดงความจำนงเป็นผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาล กรณีผู้รับอนุญาตตาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-09ab-4f73-b577-57799c6c7b80",21,20000,9,"1.หลักเกณฑ์       ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการสถานพยาบาลแทนกรณีผู้รับอนุญาตตายให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อผู้อนุญาตตามแบบที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบหนังสือนั้น เพื่อขอประกอบกิจการที่ผู้ตายได้รับอนุญาตนั้นต่อไป ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตาย    2.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์  เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ       2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความว่าในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทน ผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)       3) แบบคำขอหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลกรณีผู้รับอนุญาตตาย (สพ.14)    รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบ ดังนี้         1. สำเนาบัตรประชาชน           2. สำเนาทะเบียนบ้าน           3. สำเนาใบมรณะบัตรของผู้อนุญาต           4. ใบรับรองแพทย์           5. ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล           6. สมุดทะเบียนสถานพยาบาล           7. สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสถานพยาบาล           8. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล)    หมายเหตุ:       1. กรณีมีการมอบอำนาจ มีเอกสารดังนี้ หนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ       2. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์       3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T13:23:32"],
    [1617,"94e56e20-a415-41b8-80ff-947f3790f49a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับใบอนุญาตให้ดำเนินการโรงพยาบาล/การขอเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการโรงพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-0d21-40bf-a0a8-ceb6eac013db",21,5000,12,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 24 วรรคแรก ห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินการสถานพยาบาล เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต       มาตรา 42 เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ตามมาตรา 18 (4) ผู้รับอนุญาตต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนนั้น    2.เงื่อนไข     1. การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ       2. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3.วิธีการ       ต้องยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสถานพยาบาลนั้นแบบคำขออนุญาตเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (แบบ สพ.18)     เอกสารหลักฐาน       1) สำเนาบัตรประจำตัว       2) สำเนาทะเบียนบ้าน       3) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งแสดงว่ามีสุขภาพแข็งแรง สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด       4) รูปถ่าย ขนาด 2.5 x 3 ซม. จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกินหนึ่งปี       5) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล       6) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ/ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ       7) สำเนาวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติหรือหนังสือรับรอง       8) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล    หมายเหตุ:     1. กรณีมีการมอบอำนาจ มีเอกสารดังนี้ หนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ       2. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วน และ/หรือ มี/ความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ และถือว่าวันที่เอกสารหลักฐานที่นำมายื่นครบถ้วนเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสมบูรณ์       3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T11:40:17"],
    [1618,"94e56e20-a68d-4460-a31c-e5fafda2b0d2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-1057-4c10-a691-e34dfab5db6a",21,200,10,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 21 การโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ให้แก่บุคคล ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 17 ให้กระทำได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตการขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2.วิธีการ     1. ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอโอนให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล     2. พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการการโอนในการประกอบกิจการสถานพยาบาล     3. ผู้อนุญาตพิจารณาการโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล/ ลงบันทึกในสมุดทะเบียน    3.เงื่อนไข     1. การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความว่าในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    4.ช่องทาง     1. การขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯ ให้ยื่นเรื่องที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     2. การตรวจสอบการขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     3. การส่งใบอนุญาตที่โอนกิจการสถานพยาบาลให้กับผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข       5.แบบคำขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.13)       กรณีบุคคลธรรมดา รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบดังนี้     1) สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับโอน     2) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับโอน     3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล     4) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล     5) เอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์     6) ใบรับรองแพทย์ของผู้รับโอน     7) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล (กรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล)       กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและผู้มอบอำนาจ    หมายเหตุ:  1. กรณีมีการมอบอำนาจ มีเอกสารดังนี้ หนังสือมอบอำนาจพร้อมเอกสารของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ  2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T11:30:09"],
    [1619,"94e56e20-ae3c-45af-b7b9-efa9c4ae52da","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอต่อใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-1a57-4b00-887c-9260e8e7a3fd",21,1000,16,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 19 ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สิบนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต     การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นสุด เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลต่อไปได้ จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ     การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2.วิธีการ       1) ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ ต้องยื่นก่อนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล หมดอายุก่อนสิ้นปีที่ 10 นับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต     2) การยื่นต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนตุลาคม จนถึง 31 ธันวาคม     3) ต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุสุขภาพแข็งแรงและไม่เป็นโรคต้องห้าม     4) พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการขอต่ออายุใบอนุญาตการผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล     5) ผู้อนุญาตพิจารณาการต่อใบอนุญาตผู้ประกอบกิจการ / ออกใบอนุญาตผู้ประกอบกิจการใหม่ (เลขใหม่) ลงบันทึกในสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    3.เงื่อนไข        1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    4.คำขอต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก (แบบ สพ.11) รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบดังนี้     1) สำเนาบัตรประจำตัว     2) ใบรับรองแพทย์     3) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับอนุญาต     4) สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งสถานพยาบาล     5) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล     6) หนังสือรับรองการตรวจสอบสถานพยาบาล จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541     7) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล     8) เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ ณ เลขที่ตั้งสถานพยาบาล        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-22T16:05:50"],
    [1620,"94e56e20-b0ca-41dd-942e-03f7d680aadc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ดำเนินการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-1d8e-4781-8032-892341f3acce",21,250,10,"1.หลักเณฑ์     มาตรา 28 ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สองนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต     การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้นั้นดำเนินการสถานพยาบาลต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ     การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2.วิธีการ     1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลยื่นคำขอการขอต่ออายุใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ต้องยื่นก่อนใบอนุญาตให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล หมดอายุก่อนสิ้นปีที่ 2 นับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต     2) การยื่นต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนตุลาคม จนถึง 31 ธันวาคม     3) ต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุสุขภาพแข็งแรงและไม่เป็นโรคต้องห้าม     4) พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการขอต่ออายุใบอนุญาตการผู้ดำเนินการสถานพยาบาล     5) ผู้อนุญาตพิจารณาการต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล / ลงบันทึกการต่อใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ในใบอนุญาตและสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    3.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการ  ละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    4.แบบคำขอการต่อใบอนุญาตการดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) (แบบ สพ.20) รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบ ดังนี้     1) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล     2) รูปถ่าย ขนาด 2.5 x 3 ซม. จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกินหนึ่งปี (กรณีออกใบอนุญาตใหม่)     3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล     4) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งแสดงว่ามีสุขภาพแข็งแรง สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด     5) เอกสารอื่นๆ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-12-22T16:06:44"],
    [1621,"94e56e20-b32b-44b1-a036-c16caa415528","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสถานพยาบาล(คลินิก) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-20b1-48a3-a41d-d30db48da686",21,250,12,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 23 ผู้รับอนุญาตต้องจัดให้มีผู้ดำเนินการคนหนึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ควบคุม ดูแลและรับผิดชอบในการดำเนินการสถานพยาบาล     มาตรา 26 ถ้าผู้ดำเนินการพ้นจากหน้าที่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกินเจ็ดวัน ผู้รับอนุญาตอาจมอบหมายให้บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 25 ดำเนินการแทนได้ไม่เกินเก้าสิบวัน ในกรณีเช่นว่านี้ให้ผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทนแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบภายในสามวันนับแต่วันที่เข้าดำเนินการแทน     ผู้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทนตามวรรคหนึ่ง ให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับผู้ดำเนินการ    2.เงื่อนไข        1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรณ์แสตมป์  พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3.วิธีการ     ต้องยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสถานพยาบาลนั้น แบบคำขออนุญาตเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (แบบ สพ.18)      เอกสารหลักฐาน     1) สำเนาบัตรประจำตัว       2) สำเนาทะเบียนบ้าน       3) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งแสดงว่ามีสุขภาพแข็งแรง สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด       4) รูปถ่าย ขนาด 8 x 13 ซม. จำนวน 1 รูป ถ่ายไว้ไม่เกินหนึ่งปี       5) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล       6) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ/ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ       7) สำเนาวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติหรือหนังสือรับรอง       8) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล      หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T12:20:00"],
    [1622,"94e56e20-b8d5-4a24-9820-572228c588a1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับใบแทนใบอนุญาตให้ดำเนินการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-2755-4017-840e-233d33cc321a",21,200,7,"1.หลักเกณฑ์     กรณีใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (สพ.19) สูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญให้ผู้ดำเนินการแจ้งต่อผู้ขออนุญาตและยื่นขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว    2.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3.คำขอใบแทนใบอนุญาตกรณีใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ส.พ.21 เอกสารหลักฐานที่ต้องยื่น    1) สำเนาบัตรประจำตัว    2) สำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้าน    3) รูปถ่ายขนาด 2.5 x 3 เซนติเมตร  จำนวน 2 รูปถ่ายไม่เกินหนึ่งปี    4) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (กรณีชำรุด)    5) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล    6) เอกสารอื่นๆ    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T11:44:02"],
    [1623,"94e56e20-bb33-41eb-8048-83d4ab22dc54","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การแสดงความจำนงเป็นผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก  กรณีผู้รับอนุญาตตาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-2ab6-4b6c-9d48-e927d2df7620",21,1000,11,"1.หลักเกณฑ์     ผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการคลินิกแทนกรณีผู้รับอนุญาตตาย ให้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อผู้อนุญาตตามแบบคำขอหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลกรณีผู้รับอนุญาตตาย (สพ.14) ให้ผู้อนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตาย    2.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3.แบบคำขอหนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลกรณีผู้รับอนุญาตตาย (สพ.14) รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบ ดังนี้     1) สำเนาบัตรประชาชน     2) สำเนาทะเบียนบ้าน     3) สำเนาใบมรณะบัตรของผู้อนุญาต     4) ใบรับรองแพทย์     5) ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล     6) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล     7) สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสถานพยาบาล     8) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล)     9) เอกสารแสดงความยินยอมจากทายาทตามกฎหมาย เช่น หนังสือยินยอม หรือหนังสือผู้จัดการมรดก    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T13:22:11"],
    [1624,"94e56e20-bd91-4703-81b1-bd0849d6199d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล(คลินิก) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-2db4-4737-9b59-7a5ae144a8a2",7,0,7,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 44 ผู้รับอนุญาตผู้ใดประสงค์จะเลิกกิจการสถานพยาบาล ต้องแจ้งเป็นหนังสือและจัดทำรายงานที่จะปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ป่วยให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง     เมื่อได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่ง ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งให้ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนเลิกกิจการก็ได้ ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาถึงประโยชน์ และส่วนได้เสียของผู้ป่วยในสถานพยาบาลนั้นเป็นสำคัญ    2.วิธีการ     1) ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ประสงค์จะเลิกกิจการสถานพยาบาล ให้แจ้งเป็นหนังสือตามแบบคำขอแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาลให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน     2) พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบหนังสือแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล     3) ผู้อนุญาตพิจารณาการแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล ลงบันทึกการแจ้งเลิกกิจการลงในใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการ และสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    3.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 7 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    4.ช่องทาง     1) การยื่นแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     2) มีเอกสารครบถ้วน คือ ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการและสมุดทะเบียนสถานพยาบาล    5.ให้ยื่นแบบหนังสือแจ้งเลิกกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.17) พร้อมรายการเอกสาร/หลักฐานประกอบ ดังนี้     1) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล     2) ใบอนุญาตให้ดำเนินการ     3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T13:15:43"],
    [1625,"94e56e20-bf8a-4f82-af8c-35f29ac3d02b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การชำระค่าธรรมเนียมคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-30d9-4bc3-92b9-7a758235cd48",1,500,3,"1.หลักเกณฑ์       1) ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานพยาบาลรายปีภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ให้ยกเว้นสำหรับปีที่ได้รับอนุญาตและสำหรับปีที่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาต ตลอดเวลาที่ยังประกอบกิจการถ้าไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนดให้ชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละห้าต่อเดือน ถ้ายังไม่ยินยอมชำระค่าธรรมเนียมหลังพ้นจากกำหนดหกเดือน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ ผู้รับอนุญาตดำเนินการตามมาตรา 49 ให้ระงับหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นเหตุลบล้างความผิดตามพระราชบัญญัตินี้     2) ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลสามารถยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปี    2.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 1 ชั่วโมงทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T13:09:40"],
    [1626,"94e56e20-c20d-46b0-a87d-948012df244b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-3438-48d2-a526-e182aa23ac46",21,200,10,"1.หลักเกณฑ์     1) เปลี่ยนชื่อสถานพยาบาล     2) เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ของผู้รับอนุญาต     3) เปลี่ยนเลขที่ตั้ง ชื่อถนน ตำบล หรือแขวง อำเภอหรือเขต จังหวัด     4) เปลี่ยนผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบโรคศิลปะ หรือผู้ได้รับวุฒิบัตร หรือหนังสืออนุมัติ     5) เปลี่ยนแปลงเวลาทำการ     6) อื่นๆ    2.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3.วิธีการ     1) ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ     2) พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก     3) ผู้อนุญาตพิจารณาการอนุญาต การแก้ไขเเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก/ลงบันทึกในสมุดทะเบียนสถานพยาบาล     4) ส่งใบอนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการคลินิก         ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข    4.ให้ยื่นแบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.10)     1.กรณีบุคคลธรรมดา รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบดังนี้        1) สำเนาบัตรประจำตัวผู้ประกอบกิจการ          2) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ประกอบกิจการ          3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล        4) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล        5) เอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวข้องกับการขอเปลี่ยนแปลง        6) เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)       2. กรณีเป็นนิติบุคคล มีรายการเอกสาร/หลักฐานประกอบเพิ่มเติมจากข้อ 1 ดังนี้        1) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน (มีอายุไม่เกิน 6 เดือน) และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล        2) มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล        3) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขออนุญาตประกอบกิจการที่ เป็นผู้มีอำนาจลงนาม        4) สำเนาบัตรประจำตัวผู้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นผู้มีอำนาจลงนาม        5) ใบรับรองแพทย์ผู้แทนนิติบุคคลที่มีอำนาจผูกพันบริษัท    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T13:07:28"],
    [1627,"94e56e20-c48f-4c33-b9cd-80cb097fb4c2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ดำเนินการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-37af-4c17-b4f3-1ebea8e1348e",21,100,10,"1. หลักเกณฑ์      ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลประสงค์ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ได้ดังนี้              1) การเปลี่ยนชื่อสถานพยาบาล              2) การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ของผู้ดำเนินการ              3) การเปลี่ยนชื่อถนน ตำบลหรือแขวง อำเภอหรือเขต จังหวัด                4) การเปลี่ยนแปลงวัน เวลา ที่ให้บริการ    2.วิธีการ     1) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล     2) พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล     3) ผู้อนุญาตพิจารณาการอนุญาตฯ / ลงบันทึกในสมุดทะเบียน    3.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)       3) ช่องทาง      ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข                การตรวจสอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยพนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข                การส่งใบอนุญาตที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ให้กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข    4.คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตไว้แล้ว (แบบ สพ.22) รายการ     เอกสาร/หลักฐานประกอบ ดังนี้     1) สำเนาบัตรประจำตัวผู้ดำเนินการ     2) สำเนาทะเบียนบ้านผู้ดำเนินการ       3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล       4) ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล     5) เอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวข้องกับการขอเปลี่ยนแปลง     6) เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T13:05:26"],
    [1628,"94e56e20-c707-493f-ba4f-61a81ecb886e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-3b13-4802-8288-46e0079e730b",21,200,12,"1.หลักเกณฑ์     มาตรา 21 การโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 17 ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต       การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2.วิธีการ     1) ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล     2) พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบการขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก     3) ผู้อนุญาตพิจารณาการโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล/ลงบันทึกในสมุดทะเบียน    3.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    4.ช่องทาง     1) การขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯ ให้ยื่นเรื่องที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     2) การตรวจสอบการขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     3) การส่งใบอนุญาตที่โอนกิจการสถานพยาบาลให้กับผู้ประกอบกิจการคลินิกในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข    5.คำขอโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.13) รายการเอกสาร/หลักฐานประกอบดังนี้     1.กรณีบุคคลธรรมดา        1) สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับโอน        2) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับโอน        3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล        4) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล        5) เอกสารที่เป็นหลักฐานเกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์        6) ใบรับรองแพทย์ของผู้รับโอน        7) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล (กรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล)        8) กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและผู้มอบอำนาจ         9) กรณีใช้ชื่อคลินิกเป็นชื่อเดิม ต้องแนบเอกสารยินยอมการใช้ชื่อคลินิกจากผู้ประกอบกิจการคลินิกเดิม    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T13:24:38"],
    [1629,"94e56e20-c97b-4b92-a465-6049521958ca","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการคลินิก/การขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-3e5f-449c-a6f2-f1222eb37d6e",21,200,9,"1.หลักเกณฑ์     1) กรณีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (สพ.7) หรือ     2) สมุดทะบียนสถานพยาบาลสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญให้ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลแจ้งต่อผู้ขออนุญาตและยื่นขอรับใบแทนใบอนุญาตและใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว    2.เงื่อนไข     1) การนับระยะเวลา 21 วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ     2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    3.ช่องทาง     1) การยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือคำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาลให้ยื่นเรื่องที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     2) การตรวจสอบการ ตรวจสอบคำขอใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือคำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข     3) การส่งใบอนุญาตใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือคำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาลให้กับผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล        ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้รับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข    4.แบบคำขอใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล /คำขอใบแทนสมุดทะเบียนสถานพยาบาล (แบบ สพ.15)     1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน     2) สำเนาทะเบียนบ้าน     3) สมุดทะเบียนสถานพยาบาล (กรณีถูกทำลาย)     4) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล(กรณีถูกทำลาย)     5) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล)     6) เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)    หมายเหตุ :ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T11:45:59"],
    [1630,"94e56e20-cbf0-416c-8e04-f7f4fa6c6904","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอใบรับแจ้งสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนซึ่งไม่ต้องอยู่ในบังคับพระราชบัญญัติสถานพยาบาล  พ.ศ.2541 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-4172-41c0-a8d1-fb4d236543dd",22,0,23,"1.หลักเกณฑ์   1) เป็นสถานพยาบาลที่จัดให้บริการด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพอนามัย และการควบคุมและป้องกันโรคในลักษณะที่เป็นการจัดสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเป็นการประกอบธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรตอบแทน และเป็นการจัดสวัสดิการของ     ก. รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ     ข. องค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน     ค. สถานศึกษาของเอกชน     ง. นายจ้าง ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานและสวัสดิการสังคม     จ. ผู้ให้บริการขนส่งผู้โดยสารในยานพาหนะต่าง ๆ   2) เป็นสถานพยาบาลที่ใช้ยานพาหนะในการออกไปให้บริการเคลื่อนที่ ณ สถานที่ใดที่หนึ่งเป็นการชั่วคราว และมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือหรือสงเคราะห์โดยไม่เรียกเก็บค่าบริการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้บริการขององค์กรการกุศลต่างๆ มูลนิธิ สถานพยาบาลหรือของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยผู้ให้บริการต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม   3) การขอใบรับแจ้งการประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนที่ไม่ต้องอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 หากเป็นนายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานและสวัสดิการสังคมด้วย    2.เงื่อนไข   1) การนับระยะเวลา 22วันทำการ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิฉะนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ   2) กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้ (บันทึกสองฝ่าย)    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T12:46:01"],
    [1631,"94e56e20-d153-4d29-8818-8432b53b3c39","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-45d7-4983-8bee-8970dea4863e",26,0,5,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    1.1 หลักเกณฑ์        ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ได้ระบุในมาตรา 22 ไว้ว่า ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการต่อผู้อนุญาต  ซึ่งในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต้องเป็นตามที่ระบุในกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ดังนั้นผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 เท่านั้น  ในการขึ้นทะเบียนทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้ยื่นคำขอต้องจบหลักสูตรบริการเพื่อสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรองและมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559   เมื่อผู้ที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนฯ ได้รับการขึ้นทะเบียน  จะได้รับใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.14)    (1) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม สำหรับผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามซึ่งตามมาตรา 23 ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็น         ผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    ก. คุณสมบัติ    (1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์    (2) ได้รับวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุน     บริการสุขภาพ    ข. ลักษณะต้องห้าม    (1) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (2) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ              (2) หลักสูตรที่สามารถขึ้นทะเบียนได้                         ผู้ที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามต้องจบจากหลักสูตรและสถาบัน หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆที่        กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรองเท่านั้นจึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้ ดังนี้    2.1) หลักสูตรที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรอง สำหรับกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง คือ หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง    2.2) ตามบทเฉพาะกาลในกฎกระทรวงสำหรับผู้ที่จบหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุไม่ต่ำกว่า 420 ชั่วโมงที่จบการอบรมก่อนวันที่ 27 มกราคม 2564 สามารถขึ้นทะเบียนได้จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 โดยสถาบันที่จัดการเรียนการสอนจะต้องส่งรายชื่อผู้ที่จบให้กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตรวจสอบและให้การรับรอง จึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้         2.3) ตามบทเฉพาะกาลในกฎกระทรวงสำหรับผู้ที่เรียนในหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุไม่ต่ำกว่า 420 ชั่วโมงและจบหลังจากวันที่ 27 มกราคม 2564 สามารถขึ้นทะเบียนได้จนถึงวันที่  6 มกราคม 2565     โดยสถาบันที่จัดการเรียนการสอนจะต้องส่งรายชื่อผู้ที่จบให้กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตรวจสอบและให้การรับรอง จึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้              (3) สถาบัน หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่ได้รับการรับรองให้จัดการเรียนการสอนหลักสูตรด้านบริการเพื่อสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรอง ดูรายละเอียดได้ที่  www.thaispa.moph.go.th         1.2. วิธีการ           การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงต้องดำเนินการในระบบอิเลคทรอนิกส์ เท่านั้น โดยยื่นผ่านทาง www.esta.hss.moph.go.th           1.) ผู้ขอขึ้นทะเบียนสมัครเข้าใช้งานในระบบ www.esta.hss.moph.go.th แล้วไปที่สมัครใช้งานแล้วกรอกรายละเอียดของข้อมูลผู้เข้าใช้งานในระบบ พร้อมทั้งกำหนด ชื่อผู้ใช้งาน (username) และรหัสผ่าน (password) ซึ่งระบบจะทำการบันทึกและอนุมัติให้เข้าใช้งานอัตโนมัติ           2.) ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯยื่นคำขอฯ (สพส.12) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานในระบบอิเลคทรอนิกส์ ได้ที่  www.esta.hss.moph.go.th โดยใช้ชื่อผู้ใช้งาน (username) และรหัสผ่าน (password) ที่ได้กำหนดไว้แล้วเข้าใช้งาน และทำการกรอกข้อมูลการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงในระบบอิเลคทรอนิกส์ พร้อมทั้งแนบไฟล์เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง         3.) เจ้าหน้าที่รับคำขอขึ้นทะเบียนฯ ในระบบและกดยืนยันการรับเรื่องในระบบอิเลคทรอนิกส์ และตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐาน ภายใน 1 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ           4.) หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอขึ้นทะเบียนฯหรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอฯในเรื่องใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนฯในระบบอิเลคทรอนิกส์ทราบพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งนั้น          5.) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนฯไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอขึ้นทะเบียนฯหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลา ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนฯไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และ        ผู้ อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ          6.) ในกรณีที่คำขอฯและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้วให้พิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนฯ  โดยจะมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนฯมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559          7.) เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ยื่นคำขอฯทราบภายใน 26 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังกล่าวครบถ้วนโดยแจ้งทางระบบอิเลคทรอนิกส์             ในกรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาการขึ้นทะเบียนฯให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลา อาจขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน แต่ต้องมีการแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นนั้นให้ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนฯทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลา            9.) ในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียน ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ทั้งนี้ภายใน 1 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียน              8.) ในกรณีที่มีการรับขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ฯ ตรวจสอบสถานะการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็น  ผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงในระบบอิเลคทรอนิกส์ และพิมพ์ใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการฯ ได้ด้วยตนเองจากระบบได้ที่ www.esta.hss.moph.go.th         1.3 เงื่อนไข    1.) ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559      2.) ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต้องจบจากหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมงเท่านั้น จึงจะสามารถขึ้นทะเบียน ได้รายละเอียดข้างต้น    3.) ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต้องจบจากสถาบัน หน่วยงานหรือองค์กรที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรองเท่านั้นดูรายละเอียดได้ที่ www.thaispa.moph.go.th    4.) การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนฯ หรือหรือการดำเนินการใดๆรวมทั้งการติดต่อประสานงานจะดำเนินการในระบบอิเลคทรอนิกส์ทาง www.esta.hss.moph.go.th เท่านั้น    5.) การยื่นขอรับใบแทน หรือขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบรับรอง ให้ใช้วิธีการพิจารณา เช่นเดียวกับขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทาง www.esta.hss.moph.go.th    6.) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอขึ้นทะเบียน ในการแจ้งให้ผู้ขึ้นทะเบียนทราบในเรื่องต่างๆนั้นจะแจ้งให้ทราบผ่านระบบอิ?","2021-11-17T13:39:20"],
    [1632,"95ffd38e-22e3-4419-846d-3f31739494f3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd336-fb9d-47b3-a2e9-c5ab9ba95a9f",33,300,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณา                 ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 เมื่อรับอนุญาตได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการแล้วมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (สพส 7) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานต่อผู้อนุญาต โดยดำเนินการตามกฎกระทรวง การอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ให้ไว้ ณ วันที่  21  เมษายน  พ.ศ.2560 หมวด 5 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต      ข้อ 13 ผู้รับอนุญาตซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการ ในใบอนุญาตให้ยืนคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการต่อ          ผู้อนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ     ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จึงได้มีการปรับปรุงขั้นตอนให้มีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการดังนี้    วิธีการ           1.1 ผู้รับอนุญาตซึ่งมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาตยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (สพส. 7) ต่อผู้อนุญาต                      (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข                      (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่           1.2 เจ้าหน้าที่รับยื่นคำขอตรวจสอบเอกสารคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (สพส. 7) พร้อมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และออกใบรับคำขอ (สพส.2)ให้กับผู้ยื่นขอ           1.3 เจ้าหน้าที่ตรวจความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต                      (1) กรณีเอกสารถูกต้องและครบถ้วน   เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้อนุญาตพิจารณา                   (2) กรณีเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอฯทราบ ภายใน 15 วัน หลังวันยื่นคำขอฯพร้อมเอกสารและหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน  นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง เมื่อผู้ยื่นคำขอ ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ตามระยะเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารอีกครั้งหากพบว่า เอกสารครบถ้วน ถูกต้อง เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณา                    แต่หากผู้ยื่นคำขอไม่ส่งเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ         1.4 ผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตจะมีคำสั่งอนุญาต จะมีหนังสือแจ้งผู้ขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาตทราบภายใน 7 วันหลังการพิจารณาอนุญาต และให้ผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (300 บาท) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง  ทั้งนี้ การส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาและแจ้งชำระค่าธรรมเนียมจะดำเนินการแจ้งทางระบบหนังสือปกติหรือทางอิเลคทรอนิกส์        1.5 สถานที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต                        (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข                        (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่                        (3) ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา                        1.6 ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการภายในระยะเวลา 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากระบบ    1.7 เมื่อผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตใบใหม่โดยมีสาระสำคัญตามใบอนุญาตเดิม เว้นแต่รายการที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และให้ผู้อนุญาตติดต่อรับใบอนุญาตใหม่ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม    1.8 เจ้าหน้าที่ประทับตรา &ldquo;ยกเลิก&rdquo; การใช้ใบอนุญาตเดิมด้วย อักษรสีแดง","2022-04-06T22:46:25"],
    [1633,"95ffd38e-26ba-498b-8a90-896007a9422c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-0015-4396-aaea-4af142cd9cca",51,0,4,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    1.1 หลักเกณฑ์        ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ได้ระบุในมาตรา 22 ไว้ว่า ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการต่อผู้อนุญาต  ซึ่งในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต้องเป็นตามที่ระบุในกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ดังนั้นผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 เท่านั้น  ในการขึ้นทะเบียนทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้ยื่นคำขอต้องจบหลักสูตรบริการเพื่อสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรองและมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559   เมื่อผู้ที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนจะได้รับใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.14)    (1) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม สำหรับผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามซึ่งตามมาตรา 23 ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    ก. คุณสมบัติ    (1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์    (2) ได้รับวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุน     บริการสุขภาพ    ข. ลักษณะต้องห้าม    (1) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (2) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ              (2) หลักสูตรที่สามารถขึ้นทะเบียนได้                         ผู้ที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามต้องจบจากหลักสูตรและสถาบัน หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรองเท่านั้นจึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้  ซึ่งหลักสูตรที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรอง มีดังต่อไปนี้    1.) หลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ 60 ชั่วโมง    2.) หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง    3.) หลักสูตรผู้ดําเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง    4.) หลักสูตรผู้ให้บริการสปาเพื่อสุขภาพ 500 ชั่วโมง    5.) หลักสูตรการดูแลสุขภาพและความงามสตรีหลังเรือนไฟ 150 ชั่วโมง    6.) หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพสําหรับผู้พิการทางการเห็น 255 ชั่วโมง    7.) หลักสูตรการนวดด้วยน้ำมันหอมระเหย 150 ชั่วโมง    8.) หลักสูตรการนวดสวีดิช 150 ชั่วโมง    9.) หลักสูตรการบริการเพื่อความงาม 150 ชั่วโมง    10.) หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมงต่อยอด 60/80 ชั่วโมง (เทียบเท่านวดไทยเพื่อสุขภาพ              150 ชั่วโมง)    11.) หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพชั้นสูง 600 ชั่วโมง    12.) หลักสูตรการนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพสําหรับผู้พิการทางการเห็น 80 ชั่วโมง    ***หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพชั้นสูง 600 ชั่วโมง และหลักสูตรผู้ดําเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง   ต้องเป็นสถาบันการศึกษาระดับอาชีวะศึกษา (มหาวิทยาลัย) เท่านั้นที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ (ข้อมูล ณ วันที่  30 เมษายน  2564 โดยสามารถอัพเดตข้อมูลได้ที่ www.thaispa.moph.go.th              (3) สถาบัน หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่ได้รับการรับรองให้จัดการเรียนการสอนหลักสูตรด้านบริการเพื่อสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรอง ดูรายละเอียดได้ที่  www.thaispa.moph.go.th    1.2. วิธีการ          1.) ผู้ขอขึ้นทะเบียนฯยื่นคำขอฯ (สพส.12) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ซอย 8 ชั้น 1 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์  ตำบลตลาดขวัญ  อำเภอเมืองนนทบุรี  จังหวัดนนทบุรี สำหรับส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด          2.) เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอฯแล้ว ออกใบรับคำขอ (สพส.13) ให้แก่ผู้ยื่นคำขอฯ ไว้เป็นหลักฐาน และตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐาน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ          3.) หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอฯหรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอฯในเรื่องใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯทราบพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น          4) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอฯหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลา ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอฯไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ          5) ในกรณีที่คำขอฯและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้วให้พิจารณาคำขอ โดยจะมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอฯมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559          6) เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ยื่นคำขอฯทราบภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังกล่าวครบถ้วน          7.) ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ฯ ติดต่อรับใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามได้ (สพส.14) ณ สถานที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ซอย 8 ชั้น 1 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์  ตำบลตลาดขวัญ  อำเภอเมืองนนทบุรี  จังหวัดนนทบุรี สำหรับส่วนภูมิภาครับได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด)          8.) ในกรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาการขึ้นทะเบียนฯให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลา อาจขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นนั้นให้ผู้ยื่นคำขอฯทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลา          9.) ในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียน ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ทั้งนี้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียน          10.) ในกรณีที่มีคำสั่งรับขึ้นทะเบียน ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบเพื่อมารับใบรับรอง(สพส.14) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว กรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียน ไม่มารับใบรับรองภายในระยะเวลาให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียน ไม่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ          11.) กรณีที่ใบรับรองสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ให้บริการยื่นคำขอรับใบแทนใบรับรอง (สพส.15) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบรับรอง ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด รวมทั้งให้ส่งคืนใบรับรองฉบับเดิมที่ชำรุดหรือยื่นหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย          12.) ในการออกใบแทนใบรับรอง ให้ออกใบรับรองใหม่ตามใบรับรองเดิม โดยให้กำกับคำว่า&ldquo;ใบแทน&rdquo; ไว้ที่มุมบนด้านซ้าย และระบุวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทนใบรับรองไว้ด้วย          13.) กรณีประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการ(สพส.16) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการ          14.) ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการที่ได้ขึ้นทะเบียน ให้ออกใบรับรองใหม่โดยมีสาระสำคัญตามใบรับรองเดิม และให้ประทับตรายกเลิกการใช้ใบรับรองเดิมด้วยอักษรสีแดง    1.3 เงื่อนไข    1.) ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559      2.) ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต้องจบจากหลักสูตรด้านบริการเพื่อสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการเพื่อสุขภาพให้การรับรองเท่านั้น จึงจะสามารถขึ้นทะเบียน ได้รายละเอียดข้างต้น    3.) ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนต้องจบจากสถาบัน หน่วยงานหรือองค์กรที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรองเท่านั้นดูรายละเอียดได้ที่ www.thaispa.moph.go.th    4.) การยื่นคำขอฯ หรือขอรับใบรับรองฯ กรณีที่ไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเองได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทนได้ โดยผู้ดำเนินการแทนต้องนำบัตรประชาชนฉบับจริงของตนมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยหนังสือมอบอำนาจที่ระบุชื่อผู้มอบอำนาจ,ผู้รับมอบอำนาจพร้อมลงนามทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชาชนที่มีการลงนามรับรองสำเนา ทั้งของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และติดอากรแสตมป์ 10 บาทต่อ 1 รายการ    5.) การยื่นขอรับใบแทน หรือขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบรับรอง ให้ใช้วิธีการพิจารณา เช่นเดียวกับขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ    6.) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอขึ้นทะเบียน ในการแจ้งให้ผู้ขึ้นทะเบียนทราบในเรื่องต่างๆนั้นจะแจ้งให้ทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกับหนังสือแจ้งด้วยก็ได้","2022-04-06T22:52:45"],
    [1634,"95ffd38e-3d96-4b16-86b6-acf90be0e971","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-0eb1-4489-93e7-5c83a822af8b",38,300,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอและในการพิจารณา                           ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559  มาตรา 12 การออกใบแทนใบอนุญาตและการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง  ทั้งนี้ในกฎกระทรวง การอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560  หมวด 4 การขอและการออกใบแทนใบอนุญาต    กรณีที่ผู้รับอนุญาตที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการแล้วใบอนุญาตสูญหาย  ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ  ผู้รับอนุญาตสามารถยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต่อผู้อนุญาต พร้อมหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต  ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับอนุญาต  โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้              1.1 หลักเกณฑ์    1.) ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส. 6) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ภายใน 30 วันนับแต่ผู้วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญดังกล่าว    2.) ส่งคืนใบอนุญาตฉบับเดิมที่ชำรุดหรือยื่นหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย    3.) ผู้รับอนุญาตสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนได้ ทั้งนี้จะต้องมีใบมอบอำนาจลงลายมือชื่อทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ         1.2 วิธีการ    1.) ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส. 6)     ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด                2.) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานและออกใบรับคำขอ (สพส. 2) ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ    3.) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ผลการตรวจสอบคำขอและเอกสาร แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้           3.1) เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณา         ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตให้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วันหลังการพิจารณาอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียม                     3.2).เอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง                   (1) เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ยื่นคำขอฯทราบ ภายใน 15 วัน หลังวันยื่นคำขอ เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมหรือแก้ไขตามวันที่กำหนด ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง                              (1.1) เมื่อผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารอีกครั้ง หากพบว่า เอกสารครบถ้วน ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณา                              (1.2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ส่งเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่แก้ไขเอกสารภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอใบแทนใบอนุญาต และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    4.) ชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต             (1) ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 (สพส. 17) ในรายการ ค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต (ฉบับละ 300 บาท) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง      สถานประกอบการที่มีที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครสามารถชำระได้ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา  ส่วนสถานประกอบการที่อยู่ในส่วนภูมิภาคสามารถชำระได้         ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด              (2) เมื่อผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ผู้อนุญาตออกใบแทนใบอนุญาตให้ภายใน 7 วัน โดยมีระยะเวลาและเงื่อนไขตามใบอนุญาตเดิม โดยจะกำกับคำว่า &ldquo;ใบแทน&rdquo; ไว้ที่มุมบนด้านซ้าย และระบุวันเดือนปีที่ออกใบอนุญาตดังกล่าวไว้ด้วย              (3) ผู้อนุญาตจะประทับตรา &ldquo;ยกเลิก&rdquo; การใช้ใบอนุญาตเดิมด้วย อักษรสีแดง    5.) ผู้ยื่นคำขอติดต่อขอรับใบแทนใบอนุญาตได้หลังจากชำระค่าธรรมเนียม 7 วัน    6.) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะรับใบแทนใบอนุญาต และผู้อนุญาตจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2022-04-06T22:46:25"],
    [1635,"95ffd38e-40c4-409f-8cb2-a1edc09eb08a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการสปา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-13e1-4d03-ae67-92a781efa45b",45,1000,4,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ        1.1.หลักเกณฑ์      ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปาจะต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการสปา ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ซึ่งในมาตรา 20 ระบุไว้ว่า ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการจากผู้อนุญาต การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต  การออกใบแทนใบอนุญาต และการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง  และกฎกระทรวง การอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ข้อ 2 ผู้ใดประสงค์จะเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อ ผู้อนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต ดังนั้นผู้ที่จะยื่นขอรับใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด       คุณสมบัติผู้ขอยื่นรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ            ต้องห้าม (มาตรา 21 พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559) ดังต่อไปนี้          ก. คุณสมบัติ             1.) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์           2.) ได้รับวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุน บริการสุขภาพ           3.) ผ่านการทดสอบและประเมินความรู้ความสามารถจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ          ข. ลักษณะต้องห้าม                     1.) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ             2.) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือความผิดเกี่ยวกับ  ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา  ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี             3.) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ             4.) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ             5.) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการและยังไม่พ้นกำหนดหนึ่งปีนับถึงวันยื่นคำขอรับ ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ    1.2. วิธีการ    1) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต ในระบบอิเลคทรอนิกส์ www.spa.hss.moph.go.th    2) เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตไว้เป็นหลักฐานในระบบอิเลคทรอนิกส์และตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานภายใน 5 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต    3) หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอรับใบอนุญาตหรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตในเรื่องใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯทราบพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น    4) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลา ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอฯไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้เจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    5) ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณา   คำขอ โดยจะมีคำสั่งอนุญาตได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอฯมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559    6) เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ยื่นคำขอฯทราบภายใน  60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังกล่าวครบถ้วน    7) ในกรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาการออกใบอนุญาตฯให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลา อาจขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน โดยมีหนังสือแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นนั้นให้ผู้ยื่นคำขอฯทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลา    8) ในกรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ทั้งนี้ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต      9) ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและให้ผู้ขอรับใบอนุญาตมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต จำนวน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว      10) เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ตามแบบที่กำหนด ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม      11) ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในระยะเวลาให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ      12) ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ดำเนินการยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ รวมทั้งให้ส่งคืนใบอนุญาตฉบับเดิมที่ชำรุดหรือยื่นหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย          13) ในการออกใบแทนใบอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตใหม่ตามใบอนุญาตเดิม โดยให้กำกับคำว่า&ldquo;ใบแทน&rdquo; ไว้ที่มุมบนด้านซ้าย และระบุวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทนใบอนุญาตไว้ด้วย          14) ผู้ดำเนินการซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต          15) ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตใหม่โดยมีสาระสำคัญตามใบอนุญาตเดิม เว้นแต่รายการที่เปลี่ยนแปลงแก้ไข และให้ประทับตรายกเลิกการใช้ใบอนุญาตเดิมด้วยอักษรสีแดง    1.3 เงื่อนไข           1) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็นการยื่นทางระบบอิเลคทรอนิกส์เท่านั้น โดยยื่นทาง www.spa.hss.moph.go.th          2) การยื่นชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ได้ 2 ช่องทาง คือ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคาร   กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ถนนสาธารณสุข 8 กระทรวงสาธารณสุข  และ ชำระผ่านทางธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดยนำเอกสารที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพส่งให้ไปติดต่อชำระ          3) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ในการแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯทราบในเรื่องต่างๆนั้นจะแจ้งให้ทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกับหนังสือแจ้งด้วยก็ได้","2022-04-06T22:52:45"],
    [1636,"95ffd38e-42ae-457c-8e46-c71bf79ec266","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-163b-4e29-ad49-2d73927cc1ad",52,1000,4,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ        1.1.หลักเกณฑ์      ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปาจะต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง    ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ซึ่งในมาตรา 20 ระบุไว้ว่า ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการจากผู้อนุญาต การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต  การออกใบแทนใบอนุญาต และการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต    ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง  และกฎกระทรวง การอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ข้อ 2 ผู้ใดประสงค์จะเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อ ผู้อนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต ดังนั้นผู้ที่จะยื่นขอรับใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด       คุณสมบัติผู้ขอยื่นรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ            ต้องห้าม (มาตรา 21 พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559) ดังต่อไปนี้          ก. คุณสมบัติ        ) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์   ) ได้รับวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุน บริการสุขภาพ            3.) ผ่านการทดสอบและประเมินความรู้ความสามารถจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ      ข. ลักษณะต้องห้าม              1.) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              2.)  เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือความผิดเกี่ยวกับ  ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา  ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี             3.)  เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ                4.) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ              5.) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการและยังไม่พ้นกำหนดหนึ่งปีนับถึงวันยื่นคำขอรับ ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ    1.2. วิธีการ    1.) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต ในระบบอิเลคทรอนิกส์ www.esta.hss.moph.go.th    2.) เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตไว้เป็นหลักฐานในระบบอิเลคทรอนิกส์และตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานภายใน 5 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต    3.) หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอรับใบอนุญาตหรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาตในเรื่องใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯทราบพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น    4.) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลา ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอฯไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้เจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    5.) ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณา   คำขอ โดยจะมีคำสั่งอนุญาตได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอฯมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559    6.) เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ยื่นคำขอฯทราบภายใน  27 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังกล่าวครบถ้วน    7.) ในกรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาการออกใบอนุญาตฯให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลา อาจขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน โดยมีหนังสือแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นนั้นให้ผู้ยื่นคำขอฯทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลา    8.) ในกรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ทั้งนี้ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต      9.) ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและให้ผู้ขอรับใบอนุญาตมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต จำนวน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว      10.) เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ตามแบบที่กำหนด ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม      11.) ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในระยะเวลาให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ      12.) ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ดำเนินการยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ รวมทั้งให้ส่งคืนใบอนุญาตฉบับเดิมที่ชำรุดหรือยื่นหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย          13.) ในการออกใบแทนใบอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตใหม่ตามใบอนุญาตเดิม โดยให้กำกับคำว่า&ldquo;ใบแทน&rdquo; ไว้ที่มุมบนด้านซ้าย และระบุวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทนใบอนุญาตไว้ด้วย          14.) ผู้ดำเนินการซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต          15.) ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตใหม่โดยมีสาระสำคัญตามใบอนุญาตเดิม เว้นแต่รายการที่เปลี่ยนแปลงแก้ไข และให้ประทับตรายกเลิกการใช้ใบอนุญาตเดิมด้วยอักษรสีแดง         1.3 เงื่อนไข                     1.) การยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็นการยื่นทางระบบอิเลคทรอนิกส์เท่านั้น โดยยื่นทาง www.esta.hss.moph.go.th          2.) การยื่นชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ได้ 2 ช่องทาง คือ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคาร   กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ถนนสาธารณสุข 8 กระทรวงสาธารณสุข  และ ชำระผ่านทางธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดยนำเอกสารที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพส่งให้ไปติดต่อชำระ          3.) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ในการแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตฯทราบในเรื่องต่างๆนั้นจะแจ้งให้ทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกับหนังสือแจ้งด้วยก็ได้","2022-04-06T22:46:25"],
    [1637,"95ffd38e-48c0-44e6-b788-7533aa1c392a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับรองหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-1e03-428b-b09b-a7c1bfd46116",71,0,11,"ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มาตรา 9 (3) คณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดหลักเกณฑ์การรับรองวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรที่ผู้ดำเนินการหรือผู้ให้บริการได้รับจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆและประกาศคณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับรองวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรที่ผู้ดำเนินการหรือผู้ให้บริการได้รับจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ พ.ศ.2559 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ และแนวทางในการขอรับรองหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพของสถาบันการศึกษา หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆเพื่อให้ผู้ที่ผ่านการอบรมสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น สถาบันการศึกษา หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆที่จะดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวกับผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือหลักสูตรผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  จึงต้องยื่นขอรับรองหลักสูตรก่อนเปิดการอบรมโดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขดังนี้          1.1 หลักเกณฑ์    (๑) กรณีเป็นหน่วยงานราชการต้องได้รับอนุมัติหลักสูตร/โครงการจากผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน    (๒) กรณีเป็นโรงเรียนเอกชนประเภทนอกระบบต้องได้รับอนุมัติจัดตั้งโรงเรียนและได้รับอนุญาตให้ใช้หลักสูตร   จากกระทรวงศึกษาธิการ    (๓) เอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน(ตามรายการเอกสารที่ระบุในหน้าถัดไป)                         1.) หนังสือนําส่ง  โดยเรียนอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่องการขอรับรองหลักสูตร ระบุช่องหน่วยงาน สถาบัน สถานศึกษา หลักสูตรที่ขอรับรองหลักสูตร และลงนามโดยผู้มีอำนาจสูงสุดของหน่วยงาน พร้อมแนบหลักฐานของผู้ยื่นขออนุญาต คือ สําเนาบัตรประชาชน (รับรองสําเนาผู้ขออนุญาต) กรณีมอบหมาย ต้องมีหนังสือมอบหมายมาจากหน่วยงาน    *กรณีเป็นสถานศึกษาหรือหน่วยงานภาครัฐ ให้ผู้ลงนามในหนังสือนําส่งเป็นผู็บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน                         *กรณีเป็นองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น มูลนิธิ สมาคม ให้แนบเอกสารหลักฐานอนุมัติจัดตั้งองค์กร แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กร ซึ่งองค์กรต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยไม่หวังผลทางธุรกิจเป็นสําคัญ จํานวนผู้เรียนและการขอรับรองหลักสูตรต้องไม่ขัดกับ ระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมายออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบสถานที่จัดการเรียนการสอนขององค์กรที่ขอรับรอง หลักสูตรโดยอนุกรรมการหรือผู้ที่อนุกรรมการมอบหมาย ก่อนการพิจารณารับรองหลักสูตร    2.) เอกสารหลักฐานแสดงประเภทของหน่วยงาน/สถาบันที่ขอรับรองหลักสูตร                        *กรณีเป็นสถาบันการศึกษาภาคเอกชนที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบ ดังนี้                            2.1) ใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน                            2.2) ใบอนุญาตเก็บค่าธรรมเนียม                            2.3) ใบอนุญาตการอนุมัติหลักสูตร จากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งหลักสูตรที่ได้รับอนุญาตต้องตรงกับหลักสูตรที่ขอรับรอง                            2.4) บรรจุแต่งตั้งครูประจําจากกระทรวงศึกษาธิการ                            2.5) ตัวอย่างใบประกาศนียบัตรของสถาบันการศึกษาภาคเอกชนที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาภาคเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนการออกใบ ประกาศนียบัตรของโรงเรียนนอกระบบ    3.) แบบฟอร์มยื่นขอรับรองหลักสูตร 1 แบบแสดงความจํานงขอรับการรับรองหลักสูตร สถาบันการศึกษา   หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ที่ผลิตผู้ดําเนินการหรือผู้ให้บริการ หลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพในความรับรองของกรม สนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมแนบ ตัวอย่าง ใบแสดงวุฒิบัตร/ใบประกาศนียบัตร ฉบับจริงที่สถาบันจะออกให้กับผู้จบ การศึกษาตามหลักสูตรที่ขอรับรอง โดยเว้นไม่ต้องระบุ ชื่อผู้จบกับผู้ลงนาม    4.) แบบฟอร์มยื่นขอรับรองหลักสูตร 2 ตารางรายละเอียดการยื่นขอรับรองหลักสูตร ฯ                                   4.1) โครงสร้างหลักสูตร ชื่อวิชา คําอธิบายรายวิชา ตามหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพ กําหนด                                   4.2) วิทยากรผู้สอน ระบุรายชื่อตามรายวิชา โดยให้ตรวจสอบคุณสมบัติวิทยากรรายวิชาตามที่หลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพกําหนดให้ครบถ้วน                                   4.3) รายชื่อวิทยากร คุณสมบัติวิทยากร ประสบการณ์การสอน แนบเอกสารสําเนาบัตรประชาชน (รับรองสําเนา) สําเนาวุฒิการศึกษา (รับรองสําเนา) ต่างๆ ตามที่ระบุ แนวทางการระบุคุณสมบัติวิทยากรเพิ่มเติม ดังนี้                                             4.3.1)  หากวิทยากรมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ หรือใบรับรองผู้ดําเนินการสปา    ให้ระบุเลขที่ใบอนุญาต หรือ เลขที่ใบรับรอง และวันที่ออกใบอนุญาตหรือใบรับรองให้ชัดเจน                                             4.3.2) หากจบหลักสูตรจากสถาบันต่างๆให้ระบุชื่อหลักสูตรให้ครบถ้วน (หากมีจํานวนชั่วโมงให้ระบุด้วย) ชื่อสถาบัน จังหวัด และปีที่จบการศึกษา                                             4.3.3) วิทยากรต้องมีประสบการณ้ที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่สอน ไม่ต่ำกว่า 2 ปี                                             4.3.4) วิทยากรที่เป็นข้าราชการ จะต้องมีหนังสืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานต้นสังกัด                                             4.3.5)  ให้สถาบันที่ยื่นขอรับรองหลักสูตรตรวจสอบตารางการสอนของวิทยากรว่าไม่สอนซ้ำซ้อนกันกับหน่วยงานอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน                                   4.4) จํานวนผู้เข้าเรียนต่อครั้ง ของการเรียนการสอน รวมทุกห้องเรียนของสถาบัน โดยจํานวน   ผู้เรียนจะสัมพันธ์กับอัตราส่วนวิทยากร ซึ่งหลักเกณฑ์การรับรองหลักสูตรกําหนดไว้คือ สัดส่วนวิทยากรต่อผู้เรียน ภาคทฤษฎีไม่เกิน 1 : 40 และ ภาคปฏิบัติ ไม่เกิน 1 : 10 ดังนั้นวิทยากรตามที่ระบุชื่อไว้ในตารางโครงสร้างหลักสูตร จึงต้องมีจํานวนวิทยากรเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เช่น หากผู้เรียน 20 คน/ครั้ง ในตารางโครงสร้างหลักสูตรที่มีชั่วโมงปฏิบัติ จะต้องมีวิทยากร 2 คน เป็นต้น โดยจํานวนผู้เข้าเรียนต่อครั้งจะต้องตรงกับจํานวนที่ยื่นขอรับรอง                                   4.5)  เอกสารประกอบการเรียนการสอน/ ตํารา มีรายละเอียดตรงกับหลักสูตรที่สอน  โดยถ่าย เอกสารหน้าปกเอกสารประกอบการเรียนการสอน / ตํารานั้นๆส่งมา (ไม่ต้องส่งตําราฉบับจริงมา)                                   4.6) อุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอน มีสื่อที่เหมาะสมกับเนื้อหาหลักสูตรและเพียงพอกับจํานวนนักเรียน                                   4.7) การประเมินผล ตามหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพแต่ละหลักสูตรกําหนด    (4) หลักสูตรที่ขอรับรองได้ ต้องเป็นหลักสูตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้การรับรอง    ดูรายละเอียดใน thaispa.go.th ประกอบด้วยหลักสูตรดังต่อไปนี้    1.) หลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ 60 ชั่วโมง    2.) หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง    3.) หลักสูตรผู้ดําเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง    4.) หลักสูตรผู้ให้บริการสปาเพื่อสุขภาพ 500 ชั่วโมง    5.) หลักสูตรการดูแลสุขภาพและความงามสตรีหลังเรือนไฟ 150 ชั่วโมง    6.) หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพสําหรับผู้พิการทางการเห็น 255 ชั่วโมง    7.) หลักสูตรการนวดด้วยน้ำมันหอมระเหย 150 ชั่วโมง    8.) หลักสูตรการนวดสวีดิช 150 ชั่วโมง    9.) หลักสูตรการบริการเพื่อความงาม 150 ชั่วโมง    10.) หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมงต่อยอด 60/80 ชั่วโมง           (เทียบเท้านวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง)    11.) หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพชั้นสูง 600 ชั่วโมง    12.) หลักสูตรการนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพสําหรับผู้พิการทางการเห็น 80 ชั่วโมง    ***หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพชั้นสูง 600 ชั่วโมง และหลักสูตรผู้ดําเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง   ต้องเป็นสถาบันการศึกษาระดับอาชีวะศึกษา (มหาวิทยาลัย) เท่านั้นที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้    (5) กรณียกเลิกการจัดการเรียนการสอน หรือเปลี่ยนแปลงวิทยากรผู้สอน ไม่ว่ากรณีใดๆให้ทําหนังสือแจ้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ    (6) เกณฑ์การประเมินผลเป็นไปตามที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำหนด    1.) ผู้เรียนจะต้องมีเวลาเรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน    2.) เกณฑ์การตัดสิน ต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60และ","2022-04-06T22:52:45"],
    [1638,"95ffd38e-4aec-4ef6-8881-b427f85de41c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอรับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-20ae-4dd4-b413-2603767bfbc4",34,300,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณา                          ผู้รับอนุญาตซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 เสียชีวิต และทายาทมีความประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต่อไปให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือในกรณีที่มีทายาทหลายคนให้ทายาทด้วยกันนั้นตกลงตั้งทายาทคนหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามาตรา 13 ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตเพื่อขอรับโอนใบอนุญาตภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตเสียชีวิต  ถ้ามิได้ยื่นคำขอภายในระยะเวลาดังกล่าว ถือว่าใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นสิ้นสุดลง                        ในระหว่างดำเนินการขอรับโอนใบอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทซึ่งเป็นผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตเข้าประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบเสมือนผู้รับอนุญาตจนกว่าผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต   ซึ่งถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามาตรา 13  ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งอนุญาตแก่ผู้ยื่นคำขอ  การขอรับโอนและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง   และกฎกระทรวงการอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ลงวันที่ 21 เมษายน  พ.ศ.2560  หมวด 3 ว่าด้วยเรื่อง การขอโอนใบอนุญาต การขอรับโอนใบอนุญาตและการอนุญาต ข้อ11 ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตเสียชีวิตหากผู้จัดการมรดกหรือทายาทประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขสุขภาพต่อไปให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอโอนใบอนุญาต (สพส.5)  ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการขอรับโอนใบอนุญาตมีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ   จึงได้มีการปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการสำหรับการขอรับโอนใบอนุญาต โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการดังนี้                        1.1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอรับโอนใบอนุญาต                         การขอรับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ดังนี้                        (1) ใบอนุญาตที่ผู้รับอนุญาตมีความประสงค์จะทำการขอรับโอนใบอนุญาตต้องเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ยังสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย (ไม่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ไม่ถูกเพิกถอนหรือไม่หมดอายุ)                        (2) คุณสมบัติของผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตร 13 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ดังต่อไปนี้    (2.1) เป็นบุคคลล้มละลาย    (2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              (2.3) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวล           กฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ           ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ           ปราบปรามการค้าประเวณี    (2.4) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติด           ให้โทษ    (2.5) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    (2.6) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้น           กำหนด 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อ           สุขภาพ    * ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้มี       อำนาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามด้วย                         (3) อายุใบอนุญาตหลังจาการขอรับโอนใบอนุญาตจะมีระยะเวลาและเงื่อนไขตามใบอนุญาตเดิมก่อนที่จะทำการโอนใบอนุญาต    (4) ผู้รับอนุญาตสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนได้ ทั้งนี้จะต้องมีใบมอบอำนาจลงลายมือชื่อทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ    (5) ผู้จัดการมรดกหรือทายาทประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขสุขภาพต่อไปให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตเสียชีวิต    (6) ถ้ามิได้ยื่นคำขอภายใน 90 วันนับแต่วันผู้รับอนุญาตเสียชีวิต ถือว่าใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นสิ้นสุดลง    (7) สถานที่ยื่นคำขอโอนใบอนุญาต    (7.1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่น ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 ตึกกรมสนับสนุนบริการ         กระทรวงสาธารณสุข   7.2) ส่วนภูมิภาคผู้ประสงค์ประกอบกิจการฯ ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบ               1.2 วิธีการยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาต           1.) ผู้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขสุขภาพต่อไปให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาต (สพส. 5) ต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ณ สถานที่ต่อไปนี้                      (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข                      (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่           2.) เจ้าหน้าที่รับยื่นคำขอตรวจสอบเอกสารคำขอรับโอนใบอนุญาต (สพส. 5) พร้อมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และออกใบรับคำขอ (สพส.2)ให้กับผู้ยื่นคำขอ           3.) เจ้าหน้าที่ตรวจความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอโอนใบอนุญาต                      (1) กรณีเอกสารถูกต้องและครบถ้วน   เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้อนุญาตพิจารณา                   (2) กรณีเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอฯทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอฯพร้อมเอกสารและหลักฐาน และกำหนดให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน  นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง เมื่อผู้ยื่นคำขอ ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ตามระยะเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารอีกครั้งหากพบว่า เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณา                    แต่หากผู้ยื่นคำขอไม่ส่งเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอรับโอนใบอนุญาต และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ         4.) ผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตจะมีคำสั่งอนุญาต และจะมีหนังสือแจ้งผู้ขอโอนใบอนุญาตทราบภายใน 7 วันหลังการพิจารณาอนุญาต และให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (300 บาท) ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ทั้งนี้ การส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาและแจ้งชำระค่าธรรมเนียมจะดำเนินการแจ้งทางระบบหนังสือปกติหรือทางอิเลคทรอนิกส์         5.) สถานที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต                       (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  กระทรวงสาธารณสุข                       (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่                       (3) ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา                         6.) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการภายในระยะเวลา 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    7.) เมื่อผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตใบใหม่โดยมีสาระสำคัญตามใบอนุญาตเดิม เว้นแต่รายการที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และกำกับในใบอนุญาตใหม่คำว่า","2022-04-06T22:46:25"],
    [1639,"95ffd38e-4d67-40e5-84ee-8a6e0cde669c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-23ac-48e2-84eb-04e6cea59253",61,1000,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต               สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มาตรา 3 (3) กิจการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  และกฎกระทรวง ลงวันที่  20 กรกฎาคม พ.ศ.2563 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่  31  กรกฎาคม พ.ศ.2563 มีผลบังคับใช้วันที่  27  มกราคม  พ.ศ.2564 ข้อ 3 ได้กำหนดให้กิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นกิจการอื่นในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามมาตรา 3 (3) พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 และมาตรา 12 ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากผู้อนุญาต   การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาตและการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้นผู้ใดที่จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จึงต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังนี้    1.1 หลักเกณฑ์       ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้าม (มาตรา 13 พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559) ดังต่อไปนี้      (1.1) เป็นบุคคลล้มละลาย    (1.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (1.3) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    (1.4) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษ    (1.5) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    (1.6) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้นกำหนด 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    * ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามด้วย                  (2)  ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต                  (3) กิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง หมายความว่า กิจการที่ให้บริการเกี่ยวกับ  การดูแลส่งเสริม ฟื้นฟูสุขภาพ หรือการประคับประคองผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่มีปัญหาด้านสุขภาพ  โดยวิธีการจัดกิจกรรมในระหว่างวัน หรือการช่วยเหลือในการดำรงชีวิต หรือการจัดสถานที่เพื่อพำนัก  อาศัย หรือสถานที่บริบาลดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง เว้นแต่เป็นการดำเนินการในสถานพยาบาล  ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล                   กิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง แบ่งลักษณะการให้บริการออกเป็น 3 ลักษณะ ดังต่อไปนี้    (1) การให้บริการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงระหว่างวัน  ที่มีการจัดกิจกรรมการดูแล ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพแก่ผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยไม่มีการพักค้างคืน    (2) การให้บริการดูแลผู้สูงอายุ  ที่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ โดยให้มีที่พำนักอาศัย    (3) การให้บริการดูแลและประคับประคองผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง  ที่มีการจัดกิจกรรม การดูแล ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพแก่ผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยมีการพักค้างคืน              * กิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงลักษณะที่ 2 และลักษณะที่ 3 ต้องมีผู้ดำเนินการในสถานประกอบการการดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559    1.2 วิธีการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในเขตกรุงเทพมหานคร                    เพื่อให้การพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง มีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ผู้อนุญาตได้ปรับปรุงแนวทางการในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยกำหนดช่องทางในการรับใบอนุญาตฯ โดยกำหนดให้การยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงต้องดำเนินการในระบบอิเลคทรอนิกส์ เท่านั้น โดยยื่นผ่านทาง www.esta.hss.moph.go.th           1.) ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตสมัครเข้าใช้งานในระบบ www.esta.hss.moph.go.th แล้วไปที่สมัครใช้งานแล้วกรอกรายละเอียดของข้อมูลผู้เข้าใช้งานในระบบ พร้อมทั้งกำหนด ชื่อผู้ใช้งาน (username) และรหัสผ่าน (password) ซึ่งระบบจะทำการบันทึกและอนุมัติให้เข้าใช้งานอัตโนมัติ           2.) ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอฯ (สพส.1) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานในระบบอิเลคทรอนิกส์ ได้ที่  www.esta.hss.moph.go.th โดยใช้ชื่อผู้ใช้งาน (username) และรหัสผ่าน (password) ที่ได้กำหนดไว้แล้วเข้าใช้งาน และทำการกรอกข้อมูลการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงในระบบอิเลคทรอนิกส์ พร้อมทั้งแนบไฟล์เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง         3.) เจ้าหน้าที่รับคำขออนุญาตประกอบกิจการในระบบอิเลคทรอนิกส์และกดยืนยันการรับเรื่องในระบบอิเลคทรอนิกส์ ภายใน 2 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐาน ภายใน 5 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ                  3.1)คำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง                  3.2)ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง                  3.3) ตรวจสอบหลักฐานคุณสมบัติและการรับรองว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                   3.4) ตรวจสอบเอกสาร หลักฐานคุณสมบัติและการรับรองว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                   3.5) ตรวจสอบหลักฐานคุณสมบัติและการรับรองว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ          4.) หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอรับใบอนุญาตฯหรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมกับคำขอฯในเรื่องใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯในระบบอิเลคทรอนิกส์ทราบพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งนั้น          5.) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตฯหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลา ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ          6.) ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต  เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประกอบการพิจารณาอนุญาตโดยจะทำการนัดหมายในระบบอิเลคทรอนิกส์                        6.1) ผู้รับผิดชอบของกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพถ้ามีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด เสนอประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อพิจารณาให้เห็นต่อผลการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                       6.2) กรณีที่มีการแก้ไขปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  เจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขเมื่อดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยเสนอประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอร?","2022-04-06T22:52:45"],
    [1640,"95ffd38e-4fbd-4e77-a2db-a5b9f83f3c4b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-27d7-4ff0-bca5-a4be1c62161c",65,500,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต               สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการสปาตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มาตรา 3 (2) กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม เว้นแต่การนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลหรือในหน่วยบริการสาธารณสุขของหน่วยงานของรัฐหรือการนวดที่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และมาตรา 12 ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากผู้อนุญาต   การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาตและการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้นผู้ใดที่จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจึงต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังนี้    1.1 หลักเกณฑ์       ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้าม (มาตรา 13 พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559) ดังต่อไปนี้      (1.1) เป็นบุคคลล้มละลาย    (1.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (1.3) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    (1.4) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษ    (1.5) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    (1.6) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้นกำหนด 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    * ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามด้วย                  (2)  ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    1.2 วิธีการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในเขตกรุงเทพมหานคร                    เพื่อให้การพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ผู้อนุญาตได้ปรับปรุงแนวทางการในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยกำหนดช่องทางในการรับใบอนุญาตฯ ซึ่งประกอบด้วย                     (1)  ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  (สพส.1) ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ(one stop service) ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านทางเว็บไซต์ https://esta.hss.moph.go.th/ หรือ ทางเว็บไซต์ระบบการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์ (Biz Portal) https://biz.govchannel.go.th/ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (แบบฟอร์ม 1)                    (2) ตรวจสอบหลักฐานคุณสมบัติและการรับรองว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                    (3) ตรวจสอบเลขที่ตั้งของสถานประกอบการ เวลาเปิด-ปิดบริการ ที่ชัดเจนถูกต้องตามประเภทของกิจการ และ   ผู้ให้บริการมีใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.14)                   (4) ตรวจสอบเอกสาร หลักฐานผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                  (5) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามแบบคำขอรับใบอนุญาตฯ เมื่อครบถ้วน เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.2) ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต    หากเอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ ให้คำแนะนำแก่ผู้ขอรับใบอนุญาต เพื่อจัดเตรียมเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบและนำมายื่นอีกครั้ง                        (6) เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอฯลงบันทึกการขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในระบบฐานข้อมูล                    (7) เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอฯ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แจ้งแนวทางการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตและให้คำแนะนำข้อควรปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐาน ได้แก่ (1)  เจ้าหน้าที่ลงตรวจประเมินมาตรฐานในพื้นที่  หรือ (2) ส่งภาพถ่ายและวิดีโอให้เจ้าหน้าที่ตรวจ                  (8) เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จส่งคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบการขออนุญาตให้กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                  (9) ผู้รับผิดชอบของกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับมอบหมายในการตรวจประเมินตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารคำขอตามแบบฟอร์ม 1 หากพบว่าต้องเพิ่มเติมเอกสารหรือปรับปรุงแก้ไข ต้องมีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับคำขอฯ ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติม หรือไม่แก้ไขภายใน 30 วัน ให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ                  (10) ผู้รับผิดชอบของกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนัดหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพถ้ามีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด เสนอประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อพิจารณาให้เห็นต่อผลการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                    กรณีที่มีการแก้ไขปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  เจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขเมื่อดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยเสนอประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อพิจารณาให้เห็นต่อผลการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งไม่เกิน 60 วัน ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ประกอบกิจการเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจำหน่ายเรื่องออกจากระบบ                    (11) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 60 วันนับจากวันที่เอกสารถูกต้องและครบถ้วน  ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ประกอบกิจการเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจำหน่ายเรื่องออกจากระบบ                    (12) ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อพิจารณาให้เห็นต่อผลการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แล้วเสนอผู้อนุญาต                    กรณีผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาต  มีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ถนนสาธารณสุข 8 กระทรวงสาธารณสุข หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา   เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว   ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ผู้ขอรับใบอนุญาตภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มาชำระค่าธรรมเนียมเมื่อครบกำหนด 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ผู้รับผิดชอบงานเสนอความเห็นต่อผู้อนุญาตเพื่อจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ                    กรณีผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้อนุญาตมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบพร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต  ผู้ขอรับใบอนุญาต","2022-04-06T22:52:45"],
    [1641,"95ffd38e-51f9-4ff2-a564-deb2159a1d60","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการสปา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-2a84-484e-b8a6-455306284fdc",65,1000,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต               สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการสปาตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มาตรา 3 (1) กิจการสปา หมายถึง บริการที่เกี่ยวกับการดูแลและเสริมสร้างสุขภาพโดยวิธีการบำบัดด้วยน้ำและนวดร่างกายเป็นหลัก ประกอบกับบริการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงอีกอย่างน้อยสามอย่าง เว้นแต่เป็นการดำเนินการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือ การอาบน้ำ นวดหรืออบตัวซึ่งเป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำนวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และมาตรา 12 ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากผู้อนุญาต   การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาตและการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้นผู้ใดที่จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจึงต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังนี้       1 หลักเกณฑ์                (1) ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้าม (มาตรา 13 พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559) ดังต่อไปนี้    (1.1) เป็นบุคคลล้มละลาย    (1.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (1.3) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี    (1.4) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษ    (1.5) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    (1.6) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้นกำหนด 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    * ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามด้วย                  (2)  ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต                  (3) บริการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งผู้ขอรับใบอนุญาตประเภทกิจการประเภทสปาต้องมีในเมนูบริการอย่างน้อย 3 อย่าง นอกเหนือจากการบำบัดด้วยน้ำและนวดร่างกายแล้ว จึงจะสามารถขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการสปาได้ ดังนี้        (1) การขัดผิวกาย (2) การขัดผิวหน้า (3) การใช้ผ้าห่มร้อน (4) การทําความสะอาดผิวกาย (5) การทําความสะอาดผิวหน้า (6) การทําสมาธิ (7) การนวดหน้า (8) การบริการอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (9) การบํารุงผิวกาย (10) การบํารุงผิวหน้า (11) การประคบด้วยความเย็น (12) การประคบด้วยหินร้อน (13) การปรับสภาพผิวหน้า (14) การแปรงผิว (15) การพอกผิวกาย (16) การพอกผิวหน้า (17) การพันตัว (18) การพันร้อน(19) การอบซาวน่า (20) การอบไอน้ำ (21) การอาบด้วยทรายร้อน (22) ชิบอล (23) ไทเก็ก (24) ไทชิ (25) พิลาทิส (26) ฟิตบอล (27) โยคะ (28) ฤาษีดัดตน (29) แอโรบิก       วิธีการยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในเขตกรุงเทพมหานคร                      เพื่อให้การพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ผู้อนุญาตได้ปรับปรุงแนวทางการในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยกำหนดช่องทางในการรับใบอนุญาตฯ ซึ่งประกอบด้วย                     (1)  ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  (สพส.1) ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ(one stop service) ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านทางเว็บไซต์ https://esta.hss.moph.go.th/ หรือ ทางเว็บไซต์ระบบการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์ (Biz Portal) https://biz.govchannel.go.th/ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (แบบฟอร์ม 1)                     (2) ตรวจสอบหลักฐานคุณสมบัติและการรับรองว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการ                  (3) ตรวจสอบเลขที่ตั้งของสถานประกอบการ เวลาเปิด-ปิดบริการ ที่ชัดเจนถูกต้องตามประเภทของกิจการ และ   ผู้ให้บริการมีใบรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.14)                  (4) ตรวจสอบเอกสาร หลักฐานของผู้ดำเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                  (5) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามแบบคำขอรับใบอนุญาตฯ เมื่อครบถ้วน เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.2) ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต    หากเอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ ให้คำแนะนำแก่ผู้ขอรับใบอนุญาต เพื่อจัดเตรียมเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบและนำมายื่นอีกครั้ง                        (6) เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอฯลงบันทึกการขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในระบบฐานข้อมูล                   (7) เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอฯ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แจ้งแนวทางการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตและให้คำแนะนำข้อควรปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐาน                  (8) เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จส่งคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบการขออนุญาตให้กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                  (9) ผู้รับผิดชอบของกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับมอบหมายในการตรวจประเมินตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารคำขอตามแบบฟอร์ม 1 หากพบว่าต้องเพิ่มเติมเอกสารหรือปรับปรุงแก้ไข ต้องมีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับคำขอฯ ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ส่งเอกสารเพิ่มเติม หรือไม่แก้ไขภายใน 30 วัน ให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ                  (10) ผู้รับผิดชอบของกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนัดหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพถ้ามีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด เสนอประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อพิจารณาให้เห็นต่อผลการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ                    กรณีที่มีการแก้ไขปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  เจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขเมื่อดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยเสนอประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อพิจารณาให้เห็นต่อผลการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งไม่เกิน 60 วัน ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ประกอบกิจการเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจำหน่ายเรื่องออกจากระบบ                    (11) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 60 วันนับจากวันที่เอกสารถูกต้องและครบถ้วน  ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์ประกอบกิจการเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจำหน่ายเรื่องออกจากระบบ                    (12) ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อพิจารณาให้เห็นต่อผลการตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แล้วเสนอผู้อนุญาต                    กรณีผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาต  มีหนังสือแจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบและให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว ณ ศูนย์บริ?","2022-04-06T22:52:45"],
    [1642,"95ffd38e-559d-4fd9-9042-95d3896aae49","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การขอโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-2f2f-4753-bf7c-2199951a1802",34,300,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณา                          ผู้รับอนุญาตซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 แล้วมีความประสงค์จะโอนใบอนุญาต (ขายกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ)ให้กับบุคคลอื่นสามารถดำเนินการได้ โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มาตรา 17 การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 ให้กระทำได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต  การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง   และกฎกระทรวงการอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 ลงวันที่ 21 เมษายน  พ.ศ.2560  หมวด 3 ว่าด้วยเรื่อง การขอโอนใบอนุญาต การขอรับโอนใบอนุญาตและการอนุญาต    ข้อ 11 กำหนดให้ผู้รับอนุญาตซึ่งประสงค์จะโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นยื่นคำขอโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอโอนใบอนุญาต (สพส.4)  ทั้งนี้ผู้รับโอนใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตร 13 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการโอนใบอนุญาตมีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จึงได้มีการปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการสำหรับการโอนใบอนุญาต โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการดังนี้                        1.1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนใบอนุญาต                         การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ดังนี้                        (1) ใบอนุญาตที่ผู้รับอนุญาตมีความประสงค์จะทำการโอนใบอนุญาตต้องเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ยังสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย (ไม่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ไม่ถูกเพิกถอนหรือไม่หมดอายุ)                        (2) คุณสมบัติของผู้รับโอนใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตร 13 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ดังต่อไปนี้    (2.1) เป็นบุคคลล้มละลาย    (2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    (2.3) เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวล           กฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ           ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ           ปราบปรามการค้าประเวณี         (2.4) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติด           ให้โทษ    (2.5) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    (2.6) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้น           กำหนด 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อ           สุขภาพ    * ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้มี       อำนาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามด้วย                         (3) อายุใบอนุญาตหลังจาการโอนใบอนุญาตจะมีระยะเวลาและเงื่อนไขตามใบอนุญาตเดิมก่อนที่จะทำการโอนใบอนุญาต    (4) ผู้รับอนุญาตสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนได้ ทั้งนี้จะต้องมีใบมอบอำนาจลงลายมือชื่อทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ    (5) สถานที่ยื่นคำขอโอนใบอนุญาต    (5.1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่น ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 ตึกกรมสนับสนุนบริการ         กระทรวงสาธารณสุข   5.2) ส่วนภูมิภาคผู้ประสงค์ประกอบกิจการฯ ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบ               1.2 วิธีการยื่นคำขอโอนใบอนุญาต           1.) ผู้รับอนุญาตซึ่งมีความประสงค์จะโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพยื่นคำขอโอนใบอนุญาต (สพส. 4) พร้อมเอกสารและหลักฐาน ต่อผู้อนุญาต ณ สถานที่ต่อไปนี้                      (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข                      (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่           2.) เจ้าหน้าที่รับยื่นคำขอตรวจสอบเอกสารคำขอโอนใบอนุญาต (สพส. 4) พร้อมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และออกใบรับคำขอ (สพส.2)ให้กับผู้ยื่นคำขอ           3.) เจ้าหน้าที่ตรวจความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอโอนใบอนุญาต                      (1) กรณีเอกสารถูกต้องและครบถ้วน   เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้อนุญาตพิจารณา                   (2) กรณีเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอฯทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอฯพร้อมเอกสารและหลักฐาน และกำหนดให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน  นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง เมื่อผู้ยื่นคำขอ ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ตามระยะเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารอีกครั้งหากพบว่า เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณา                    แต่หากผู้ยื่นคำขอไม่ส่งเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอโอนใบอนุญาต และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ         4.) ผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตจะมีคำสั่งอนุญาต จะมีหนังสือแจ้งผู้ขอโอนใบอนุญาตทราบภายใน 7 วันหลังการพิจารณาอนุญาต และให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต (300 บาท) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง  ทั้งนี้ การส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาและแจ้งชำระค่าธรรมเนียมจะดำเนินการแจ้งทางระบบหนังสือปกติหรือทางอิเลคทรอนิกส์         5.) สถานที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการในใบอนุญาต                       (1) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข                       (2) สถานประกอบการที่มีสถานที่ตั้งในส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตั้งอยู่                       (3) ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา                         6.) ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการภายในระยะเวลา 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากระบบ    7.) เมื่อผู้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตใบใหม่โดยมีสาระสำคัญตามใบอนุญาตเดิม เว้นแต่รายการที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และกำกับในใบอนุญาตใหม่คำว่า &ldquo; โอนใบอนุญาต &rdquo; พร้อมชื่อผู้โอนไว้มุมบนด้านซ้ายและระบุวัน เดือน ปีที่ออกใบอนุญาต    8.) ผู้ยื่นคำขอติดต่อรับใบอนุญาตใหม่ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม","2022-04-06T22:46:25"],
    [1643,"95ffd38e-5a01-4fa8-ad99-2fd486ffd16e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน แทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd337-3598-4470-a4bb-13c434ec9e23",11,250,1,"หลักเกณฑ์       ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ.2564 บัญญัติให้ การต่ออายุใบอนุญาตตามรายชื่อพระราชบัญญัติและประเภทของใบอนุญาตที่กำหนดในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลด้วยนั้น ผู้รับใบอนุญาตอาจชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตได้   ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ.2564 บัญญัติให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามมาตรา 4 ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุลง ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดเงื่อนเวลาการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตไว้เป็นประการใด ให้ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นด้วย ซึ่งตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบลกำหนดให้ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สองนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้นั้นดำเนินการสถานพยาบาลต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ   ตามมาตรา 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ.2564 บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 พฤษภาคม 2564) จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป      วิธีการ        ผู้ดำเนินการขอแสดงความจำนงขอชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน พร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียม   หน่วยงานรับผิดชอบออกหลักฐานการรับเงินให้แก่ผู้ดำเนินการ พร้อมผู้ดำเนินการสามารถรับใบอนุญาตดำเนินการ (ใบเดิม) หากยังไม่หมดพื้นที่ลงข้อมูลการต่ออายุใบอนุญาต   กรณีออกใบอนุญาตใหม่ ผู้ดำเนินการสามารถดำเนินการได้ ดังนี้                3.1 มอบรูปถ่ายของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (ขนาด 2.5  x 3 ซม. จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี              3.2 ผู้ประกอบกิจการรับใบอนุญาตประกอบกิจการด้วยตนเองในภายหลัง ณ หน่วยงานที่ยื่นชำระค่าธรรมเนียม โดยในเขตกรุงเทพมหานคร รับใบอนุญาตที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือรับใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ กรณียื่นความจำนงผ่านระบบ Biz Portal ในส่วนภูมิภาค รับที่ใบอนุญาตสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด    เงื่อนไข       กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ ในส่วนผู้รับมอบอำนาจใช้บัตรประชาชน และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้         ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-22T15:45:47"],
    [1644,"95ffd38e-57d7-4a47-a390-35c66bcbaafe","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การแจ้งเลิกประกอบกิจการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-326c-497f-871c-a1370e657238",4,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี)                           1.1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไข                         ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ  พ.ศ. 2559  มาตรา 19 ผู้รับอนุญาตซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ ให้แจ้งให้ผู้อนุญาตทราบ พร้อมส่งคืนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแก่   ผู้อนุญาตภายใน 15 วันนับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการ  ทั้งนี้ การเลิกประกอบกิจการไม่เป็นเหตุให้ผู้รับอนุญาตพ้นจากความรับผิดที่มีตามพระราชบัญญัตินี้    ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับอนุญาตที่มีความประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ จึงได้มีการพัฒนา ปรับปรุงรูปแบบการดำเนินการให้มีความชัดเจน และเกิดความสะดวกต่อการปฏิบัติ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมาย ดังนี้       ผู้รับอนุญาตที่มีความประสงค์ยกเลิกประกอบกิจการต้องนำส่งคืนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ฉบับจริง)   กรณีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพสูญหายต้องมีหลักฐานการแจ้งเอกสารสูญหายจากสถานีตำรวจมาแสดง   ต้องดำเนินการแจ้งยกเลิกต่อผู้อนุญาตภายใน 15 วันนับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการ   การเลิกประกอบกิจการไม่เป็นเหตุให้ผู้รับอนุญาตพ้นจากความรับผิดที่มีตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559   ผู้รับอนุญาตสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนได้ ทั้งนี้จะต้องมีใบมอบอำนาจลงลายมือชื่อทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ      1.2 วิธีการ    ในการยื่นแจ้งยกเลิกประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559  มีขั้นตอนวิธีการดำเนินการ ดังนี้    (1) ผู้รับอนุญาตหรือผู้แทนยื่นคำขอแจ้งเลิกประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ              ต่อผู้อนุญาต ดังนี้    (1.1) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ตั้งในกรุงเทพมหานคร ยื่นแจ้งยกเลิก ณ ศูนย์บริการ            แบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข    (1.2) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ตั้งในส่วนภูมิภาคยื่นแจ้งยกเลิก ณ สำนักงานสาธารณสุข           จังหวัดที่เป็นผู้อนุญาตให้ประกอบกิจการ                         (2) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานประกอบการยื่น ภายใน 1 วัน นับแต่ได้รับคำขอแจ้งยกเลิกการประกอบกิจการ                         (3) เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตเพื่อทราบ ภายใน 5 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอแจ้งยกเลิกถูกต้องและครบถ้วน                         (4) เจ้าหน้าที่ลบข้อมูลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพออกจากระบบของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพภายใน 3 วันหลังจากผู้อนุญาตทราบการยกเลิกประกอบกิจการ","2022-04-06T22:46:25"],
    [1645,"95ffd38e-5bb5-4ad8-83d2-12290d9850ee","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน แทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd337-3868-4add-a280-757b70ba6ddf",16,500,1,"หลักเกณฑ์       ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 บัญญัติให้การต่ออายุใบอนุญาตตามรายชื่อพระราชบัญญัติและประเภทของใบอนุญาตที่กำหนดในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลด้วยนั้น ผู้รับใบอนุญาตอาจชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตได้   ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 บัญญัติให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามมาตรา 4 ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุลง ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดเงื่อนเวลาการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตไว้เป็นประการใด ให้ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นด้วย ซึ่งตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบลกำหนดให้ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สองนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้นั้นดำเนินการสถานพยาบาลต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ   ตามมาตรา 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 พฤษภาคม 2564) จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป      วิธีการ        ผู้ดำเนินการขอแสดงความจำนงขอชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน พร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียม   หน่วยงานรับผิดชอบออกหลักฐานการรับเงินให้แก่ผู้ดำเนินการ พร้อมผู้ดำเนินการสามารถรับใบอนุญาตดำเนินการ (ใบเดิม) หากยังไม่หมดพื้นที่ลงข้อมูลการต่ออายุใบอนุญาต   กรณีออกใบอนุญาตใหม่ ผู้ดำเนินการสามารถดำเนินการได้ ดังนี้                3.1 มอบรูปถ่ายของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (ขนาด 2.5  x 3 ซม. จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี)              3.2 ผู้ประกอบกิจการรับใบอนุญาตประกอบกิจการด้วยตนเองในภายหลัง ณ หน่วยงานที่ยื่นชำระค่าธรรมเนียม โดยในเขตกรุงเทพมหานคร รับใบอนุญาตที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือรับใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ กรณียื่นความจำนงผ่านระบบ Biz Portal ในส่วนภูมิภาค รับใบอนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด    เงื่อนไข       กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ ในส่วนผู้รับมอบอำนาจใช้บัตรประชาชน และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้      หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T12:52:56"],
    [1646,"95ffd38e-5d54-40fd-a69b-2e955f3e4030","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน แทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd337-3d68-4d9e-86ad-a78393a90d35",16,1000,1,"หลักเกณฑ์       ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ.2564 บัญญัติให้ การต่ออายุใบอนุญาตตามรายชื่อพระราชบัญญัติและประเภทของใบอนุญาตที่กำหนดในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลด้วยนั้น ผู้รับใบอนุญาตอาจชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตได้   ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ.2564 บัญญัติให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามมาตรา 4 ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุลง ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดเงื่อนเวลาการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตไว้เป็นประการใด ให้ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นด้วย ซึ่งตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 19 กำหนดให้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลใช้ได้ถึงปีที่ 10 นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และให้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตหมดอายุ หรือชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต   ตามมาตรา 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ.2564 บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 พฤษภาคม 2564) จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป      วิธีการ        ผู้ประกอบกิจการขอแสดงความจำนงขอชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน พร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียม   หน่วยงานรับผิดชอบออกหลักฐานการรับเงินให้แก่ผู้ประกอบกิจการ   ผู้ประกอบกิจการรับใบอนุญาตประกอบกิจการด้วยตนเองในภายหลัง ณ หน่วยงานที่ยื่นชำระค่าธรรมเนียม โดยในเขตกรุงเทพมหานคร รับใบอนุญาตที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือรับใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ กรณียื่นความจำนงผ่านระบบ Biz Portal ในส่วนภูมิภาค รับใบอนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด      เงื่อนไข       กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ ในส่วนผู้รับมอบอำนาจใช้บัตรประชาชน และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้      หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T12:57:27"],
    [1647,"95ffd38e-5efc-4ebc-9fd4-1adfea930e5d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน แทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd337-4010-4376-9e2d-1cb96c619db1",16,2000,1,"หลักเกณฑ์       ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 บัญญัติให้การต่ออายุใบอนุญาตตามรายชื่อพระราชบัญญัติและประเภทของใบอนุญาตที่กำหนดในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลด้วยนั้น ผู้รับใบอนุญาตอาจชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอ   ต่ออายุใบอนุญาตได้   ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 บัญญัติให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามมาตรา 4 ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุลง ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดเงื่อนเวลาการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตไว้เป็นประการใด ให้ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นด้วย ซึ่งตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 19 กำหนดให้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลใช้ได้ถึงปีที่ 10 นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และให้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตหมดอายุ หรือชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต   ตามมาตรา 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อย   แปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 พฤษภาคม 2564) จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป      วิธีการ        ผู้ประกอบกิจการขอแสดงความจำนงขอชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน พร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียม   หน่วยงานรับผิดชอบออกหลักฐานการรับเงินให้แก่ผู้ประกอบกิจการ   ผู้ประกอบกิจการรับใบอนุญาตประกอบกิจการด้วยตนเองในภายหลัง ณ หน่วยงานที่ยื่นชำระค่าธรรมเนียม โดยในเขตกรุงเทพมหานครรับใบอนุญาตที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือรับใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ กรณียื่นความจำนงผ่านระบบ Biz Portal ในส่วนภูมิภาครับใบอนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด      เงื่อนไข       กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการหรือรับเอกสารแทน ต้องทำเป็นหนังสือมอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ ในส่วนผู้รับมอบอำนาจใช้บัตรประชาชน และต้องมีข้อความในใบมอบอำนาจว่าผู้รับมอบอำนาจสามารถลงนามแทนผู้มอบอำนาจในบันทึกให้แก้ไขของหน่วยงานได้         : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-28T12:55:55"],
    [1648,"95ffd38e-6475-452e-b8bf-e7743b7447ed","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ","การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-481a-4f9f-88d3-774674bd222f",39,1000,5,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณา         ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559  มาตรา 14 ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต  การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอ(สพส.3) ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด  และเมื่อยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ผู้ยื่นคำขอประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตจากผู้อนุญาต   การขอต่ออายุใบอนุญาตและการให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตลอดจนชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  ซึ่งตามกฎกระทรวงการอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2560 หมวด 2 การขอต่ออายุใบอนุญาตและการให้ต่ออายุใบอนุญาต ได้กำหนดให้ผู้รับอนุญาตที่มีความประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน    ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด        ดังนั้น ผู้รับใบอนุญาตที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหมดอายุต้องดำเนินการยื่นคำขอก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ 90วันและเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตจากผู้อนุญาต ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่น ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 ตึกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในส่วนภูมิภาคผู้ประสงค์ประกอบกิจการฯ ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบกอบการนั้นตั้งอยู่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับอนุญาต จึงได้มีการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการต่ออายุใบอนุญาตให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นและลดขั้นตอนการดำเนินงานสำคัญ คือ ผู้รับอนุญาตสามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมหลักฐานและสามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปี ได้ และผู้ยื่นคำขอสามารถประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตจากผู้อนุญาต  โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้            หลักเกณฑ์การขอต่ออายุใบอนุญาต            (1) ผู้รับอนุญาตที่มีความประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด    (2) เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตจากผู้อนุญาต    (3) สถานที่ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต    (3.1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่น ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการ         กระทรวงสาธารณสุข   3.2) ส่วนภูมิภาคผู้ประสงค์ประกอบกิจการฯ ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบ          (4)    (5) การยื่นคำขอต่ออายุผู้รับอนุญาตต้องส่งแบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพพร้อมเอกสารและหลักฐานอื่นและสามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปีพร้อมกับการยื่นคำขอต่ออายุ    (6) เจ้าหน้าที่จะติดตามประเมินมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหลังจากผู้รับอนุญาตได้รับการต่ออายุใบอนุญาต หากพบไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้อนุญาตพิจารณาสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต         1.2 เอกสารและหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ       ต่ออายุใบอนุญาตผู้รับอนุญาตต้องแนบเอกสารและหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้         ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ใบเดิม)   หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมการประกอบการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปี(ปีสุดท้าย)      (3) บัตรประชาชนผู้รับอนุญาต    (4) แบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ    (5) หนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงขนาดพื้นที่ในการให้บริการ (ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้บริการ)         1.3 วิธีการขอต่ออายุใบอนุญาต    (1) ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สพส.3)     ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด                (2) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานและออกใบรับคำขอ (สพส. 2) ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ    (3) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอผลการตรวจสอบคำขอและเอกสาร แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้           3.1) เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณาอนุญาตต่ออายุใบอนุญาตและมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วันหลังการพิจารณาอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียม           3.2).เอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง                   (1) เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ยื่นคำขอฯทราบ ภายใน 15 วัน หลังวันยื่นคำขอ เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมหรือแก้ไขตามวันที่กำหนด ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง                              (1.1) เมื่อผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารอีกครั้ง หากพบว่า เอกสารครบถ้วน ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่เสนอผู้อนุญาตพิจารณา                              (1.2) หากผู้ยื่นคำขอไม่ส่งเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่แก้ไขเอกสารภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอใบแทนใบอนุญาต และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    4.) ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปี             (1) ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 (สพส. 17) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง  สถานประกอบการที่มีที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครสามารถชำระได้ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา  ส่วนสถานประกอบการที่อยู่ในส่วนภูมิภาคสามารถชำระได้  ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด              (2) เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตและหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปีภายใน 7 วัน    5.) ผู้ยื่นคำขอติดต่อขอรับใบอนุญาตได้หลังจากชำระค่าธรรมเนียม 7 วัน                  (1) ผลการตรวจประเมินมาตรฐาน : สถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดเจ้าหน้าที่ยืนยันการต่ออายุใบอนุญาต    (2) ผลการตรวจประเมินมาตรฐาน : สถานประกอบการเพื่อสุขภาพไม่มีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ผู้อนุญาตจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้อนุญาตพิจารณาสั่งพักใช้ใบอนุญาตจนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด              8.) กรณีผู้อนุญาตพิจารณาไม่อนุญาตต่ออายุใบอนุญาต   ผู้อนุญาตจะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทราบพร้อมทั้งเหตุผลและสิทธิ์อุทธรณ์ ภายใน 7 วันหลังการพิจารณาไม่อนุญาต ทั้งนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งไม่อนุญาต ขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์ ดังนี้                        (1) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์                        (2) หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้มีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์ทราบและขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว                        (3) คำวินิจฉัยของปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นที่สุด","2022-04-06T22:46:25"],
    [1649,"94e56e20-dff0-4fa7-a375-1ea8bafedc94","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมสุขภาพจิต","การขอออกบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d32-490f-4d17-a254-0dabde38fb35",50,0,4,"พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.2551จัดทำขึ้นเพื่อให้บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม ลดความผิดปกติที่มีความรุนแรงเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้น หรือผู้อื่นในสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต และคุ้มครองสังคม จากผู้มีความผิดปกติทางจิต ซึ่งมุ่งเน้นการปกป้องสิทธิของผู้ป่วยจิตเวชทั้งผู้ป่วยจิตเวชทั่วไปและผู้ป่วยนิติจิตเวช (ผู้ป่วยคดี) ให้ได้รับการบำบัดรักษา และการคุ้มครอง โดยมีกระบวนการบำบัดรักษาให้เป็นแนวทางเดียวกัน และผู้ปฏิบัติงานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยก็ได้รับการคุ้มครองด้วย ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2551 ต้องดำเนินการยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้แสดงตัวในการเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ เพื่อนำตัวบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต ที่มีภาวะอันตราย และต้องได้รับการบำบัดรักษาเข้าสู่การบำบัดรักษา ตามระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติกำหนด    ผู้ที่มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.2551 ที่มีความประสงค์จะสมัคร/ขอมีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 สามารถดำเนินการได้ดังนี้    1.เข้าไปในเว็บไซต์www.omhc.dmh.go.th/members/rule.asp เพื่อสมัคร สมาชิก (กรุณาจดบันทึก/จดจำ PASSWORD ที่ท่านกำหนดเพื่อความสะดวกในการเข้าไปเพิ่มเติม/แก้ไขข้อมูล)     2.เมื่อสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วกดบันทึกข้อมูล (กรุณาจดบันทึก/จดจำ Username หรือ หมายเลขบัตร ที่ระบบให้ไว้ในหน้าข้อมูลส่วนตัว)     3.ให้กรอกข้อมูลหน่วยงานให้ถูกต้องและครบถ้วน แล้วกดบันทึกข้อมูล (ซึ่งระบบจะจัดส่งข้อมูลมาที่ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กลุ่มงานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ โดยอัตโนมัติ)    4.สั่งพิมพ์แบบฟอร์มบนหน้าเว็บไซต์นั้นออกมา โดยกดปุ่มเพื่อพิมพ์แบบฟอร์มการสมัครสมาชิก จะขึ้นแบบคำขอมีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ โดยอัตโนมัติ     5.ติดรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป และแนบมาอีก 1 รูป  6.เสนอแบบฟอร์มที่สั่งพิมพ์จากหน้าเวปไซต์นั้นให้ผู้บังคับบัญชาลงนามเพื่อรับรองการปฎิบัติงานในหน่วยงานสังกัดนั้น    7. ผู้ประสานงานระดับหน่วยงาน/สังกัดดำเนินการรวบรวมเอกสารแบบฟอร์มคำขอต่อ/ขอมีบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ (เอกสารที่สั่งพิมพ์จากเว็บไซต์) พร้อมรูปถ่ายคนละ 2 รูป และสรุปรายชื่อผู้ขอต่อ/ขอมีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ลงในแบบสรุปรายชื่อผู้ขอต่อ/ขอมีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ และรวบรวมแบบฟอร์มสรุปรายชื่อส่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด    ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกข้อความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ","2022-03-31T17:29:17"],
    [1650,"94e56e20-e6fb-4fd6-a435-099106ea0b2d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-4cb2-4f09-925a-4ec2b3e90baf",30,7500,11,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ    ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อกำหนดของท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านสุขลักษณะการกำจัดสิ่งปฏิกูล และด้านคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (3) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1651,"94e56e20-ecd2-4468-bc24-6f47a6e1ec26","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยทั่วไป","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-4fb2-42ee-9355-a804cb0c4705",30,5000,11,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ         ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยทั่วไป โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)         (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ         (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน         (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านยานพาหนะขนมูลฝอยทั่วไป ด้านผู้ขับขี่และผู้ปฏิบัติงานประจำยานพาหนะ ด้านสุขลักษณะวิธีการเก็บขนมูลฝอยทั่วไปต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมีวิธีการควบคุมกำกับการขนส่งเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งมูลฝอยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)         (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น         หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1652,"94e56e20-f025-4cc5-a152-602e458ce48a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยทั่วไป","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-52b4-4192-b93b-d8580b4a4c2a",30,5000,11,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ             ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยทั่วไป โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายในระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่              ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ        (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านยานพาหนะขนมูลฝอยทั่วไป ด้านผู้ขับขี่และผู้ปฏิบัติงานประจำยานพาหนะ ด้านสุขลักษณะวิธีการเก็บขนมูลฝอยทั่วไปต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมีวิธีการควบคุมกำกับการขนส่งเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งมูลฝอยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อกำหนดของท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อกำหนดของท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1653,"94e56e21-0062-4975-b541-4527b355dd32","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-55c5-4bdb-9a38-6c47d8bf5c09",30,7500,11,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ             ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่    ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่              ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านสุขลักษณะการกำจัดสิ่งปฏิกูล และด้านคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (3) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1654,"94e56e21-0304-4a84-b47d-b6761139bd62","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยทั่วไป","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-58b3-472e-b856-ab4fb9fa5c1e",30,7500,14,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ    ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยทั่วไป โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)    (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ    (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน    (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านสุขลักษณะการกำจัดมูลฝอยทั่วไป และด้านคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)    (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1655,"94e56e21-05f0-4331-b740-f75b48b36d37","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยทั่วไป","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-5bcc-42f0-bd7c-a376778d2a9c",30,7500,14,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยทั่วไป โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายในระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่             ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ        (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านสุขลักษณะการกำจัดมูลฝอยทั่วไป และด้านคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1656,"94e56e21-08e0-4c08-bf26-8f6d28bf400f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-5eea-4f79-b668-1b7f3aa2353d",30,15000,18,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในแต่ละประเภทกิจการ (ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นให้เป็นกิจการที่ต้องควบคุมในเขตท้องถิ่นนั้น) จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่              ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) สำเนาใบอนุญาต หรือเอกสารหลักฐานตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามประเภทกิจการที่ขออนุญาต        (3) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบกิจการแต่ละประเภทกิจการต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1657,"94e56e21-0b9a-48fe-b81f-89e0ba9fee4f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยติดเชื้อ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-61d9-4a06-8b9a-e23ec38a2c20",30,10000,12,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ         ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยติดเชื้อ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อกำหนดของท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)       2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ        (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านยานพาหนะขนมูลฝอย ด้านผู้ขับขี่และผู้ปฏิบัติงานประจำยานพาหนะ ด้านสุขลักษณะวิธีการเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมีวิธีการควบคุมกำกับการขนส่งเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1658,"94e56e21-0e3b-4140-9030-0c04d79251a2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยติดเชื้อ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-6507-49b3-9d64-2d0720b56825",30,10000,12,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ    ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนมูลฝอยติดเชื้อ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่    ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)    (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ    (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน    (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านยานพาหนะขนมูลฝอยติดเชื้อ ด้านผู้ขับขี่และผู้ปฏิบัติงานประจำยานพาหนะ ด้านสุขลักษณะวิธีการเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมีวิธีการควบคุมกำกับการขนส่งเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งมูลฝอยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)    (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น    หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1659,"94e56e21-1095-4a4a-bc21-8076fe7b437f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-6818-45f9-810c-f0366cf40d95",30,15000,14,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อกำหนดของท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ        (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านสุขลักษณะการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ และด้านคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1660,"94e56e21-135f-4d6e-8286-835575c1af3b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-6b23-4f9d-96f8-c6f75f1dc928",30,15000,14,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่             ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (1) ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีด้านการจัดการมูลฝอยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ        (2) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (3) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านสุขลักษณะการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ และด้านคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1661,"94e56e21-15cb-4404-8978-02d029c3ad0d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนสิ่งปฏิกูล","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-6dfe-4f6a-a271-9097999006de",30,5000,11,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ         ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนสิ่งปฏิกูล โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อกำหนดของท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล ด้านผู้ขับขี่และผู้ปฏิบัติงานประจำยานพาหนะ ด้านสุขลักษณะวิธีการเก็บขนสิ่งปฏิกูลถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมีวิธีการควบคุมกำกับการขนส่งเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (3) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1662,"94e56e21-1885-4163-a415-ccf8c12f2563","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนสิ่งปฏิกูล","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-712e-4a42-b0f6-7341b1cb758f",30,5000,11,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บ และขนสิ่งปฏิกูล โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่             ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) หลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการ ด้านยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล ด้านผู้ขับขี่และผู้ปฏิบัติงานประจำยานพาหนะ ด้านสุขลักษณะวิธีการเก็บขนสิ่งปฏิกูลถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และมีวิธีการควบคุมกำกับการขนส่งเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (3) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1663,"94e56e21-1b37-4c2c-b37e-a34558514f09","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตจัดตั้งตลาด","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-7469-4337-8825-213ce81e6032",30,10000,10,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตจัดตั้งตลาด (ยกเว้น กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรของรัฐที่ได้จัดตั้งตลาดขึ้นตามอำนาจหน้าที่ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของท้องถิ่น) ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) สำเนาใบอนุญาต หรือเอกสารหลักฐานตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง        (3) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบกิจการ ต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1664,"94e56e21-1de8-4076-94cf-a0c7a5ed5109","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งตลาด","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-77e6-4723-bdf4-54c565c8f7c5",30,10000,10,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งตลาด (ยกเว้น กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรของรัฐที่ได้จัดตั้งตลาดขึ้นตามอำนาจหน้าที่ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของท้องถิ่น) จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่             ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ        (3) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบกิจการต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1665,"94e56e21-204e-4522-80aa-1c567443270c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารที่มีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-7b2b-4e2b-9a70-fbbef5489925",30,4500,10,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200  ตารางเมตร และมิใช่เป็นการขายของในตลาด ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) สำเนาใบอนุญาต หรือเอกสารหลักฐานตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง        (3) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบกิจการต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1666,"94e56e21-22dd-4133-93f0-a695de5d6b51","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารที่มีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-7e84-4b01-89a4-75aa73179276",30,4500,10,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร และมิใช่เป็นขายของในตลาด จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่             ทั้งนี้หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) ต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ        (3) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบกิจการต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1667,"94e56e21-2534-48a6-a214-d6bfaa10804e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-8187-4ef3-9a15-cb870439f3c2",30,100,9,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ (ตามเขตประกาศควบคุมการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะในลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร) ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)      2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบการต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (3) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        (4) พื้นที่ที่จะใช้ประกอบกิจการจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ หรืออยู่ในเขตผ่อนผัน เช่น กรณีขายของริมถนนจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวง หรือเจ้าหน้าที่จราจร เป็นต้น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1668,"94e56e21-27c5-4ac7-9887-7b716e6f610b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-84af-4365-8d41-e6e197b59d6f",30,100,9,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ (ตามเขตประกาศควบคุมการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะในลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร) จะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ภายใน..ระบุ..... วัน (ระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น) ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต) เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต และหากผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่ได้มายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันใบอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตใหม่เสมือนเป็นผู้ขออนุญาตรายใหม่             ทั้งนี้ หากมายื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และกรณีที่ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่า 2 ครั้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินการไว้ได้จนกว่าจะเสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบการต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ตามข้อบัญญัติท้องถิ่น)        (3) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        (4) พื้นที่ที่จะใช้ประกอบกิจการจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ หรืออยู่ในเขตผ่อนผัน เช่น กรณีขายของริมถนนจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวง หรือเจ้าหน้าที่จราจร เป็นต้น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:49"],
    [1669,"94e56e21-2a49-4467-b4c3-bb64ec871a6f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอหนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารที่มีพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d32-8785-499e-9cb9-09bfb985d23d",7,1500,10,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ        ผู้ใดประสงค์ขอจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคารหรือพื้นที่ใดซึ่งมีพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร และมิใช่เป็นการขายของในตลาด ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง ทั้งนี้ผู้ขอรับหนังสือรับรองการแจ้ง สามารถดำเนินกิจการได้ทันทีหลังจากยื่นคำขอ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการแจ้งตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)        2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง","2022-04-06T22:52:49"],
    [1670,"94e56e21-2cc2-49d1-8bea-dd5fa7e3ca19","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","กรมอนามัย","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d32-8a6b-4d24-b442-7cebc9b9caea",30,15000,18,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ      ผู้ใดประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในแต่ละประเภทกิจการ (ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นให้เป็นกิจการที่ต้องควบคุมในเขตท้องถิ่นนั้น) ต้องยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งเอกสารประกอบการขออนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น ณ กลุ่ม/กอง/ฝ่าย ที่รับผิดชอบ (ระบุ)      2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น)      (1) ผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน        (2) แนบสำเนาใบอนุญาต หรือเอกสารหลักฐานตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตามประเภทกิจการที่ขออนุญาต        (3) สภาพสุขลักษณะของสถานประกอบกิจการแต่ละประเภทกิจการต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์        (4) ระบุเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาต และตามแบบที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่น        หมายเหตุ: ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วน","2022-04-06T22:52:46"],
    [1671,"9ce19045-6f2c-4b63-b95b-c74932add8fb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนยาพัฒนาจากสมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9ce157c2-8feb-4c88-9f7c-c0c48aa3a7a6",181,100000,5,"วิธีการ:\n     1. ผู้ยื่นคำขอนัดหมายการยื่นคำขอผ่านระบบการนัดหมาย หมายเลขโทรศัพท์ 02 590 7000 ต่อ 71501, 97479; E-mail : herbaldivision.7476@gmail.com หรือมายื่นคำขอด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n     2. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบ ทบ.1 และหลักฐานแสดงข้อมูลด้านวิชาการของผลิตภัณฑ์ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับ (checklist) ตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n     3. เจ้าหน้าที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้อง ของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร \n     4. ผู้ยื่นคำขอชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร ตามระยะเวลาที่กำหนด\n     5. เจ้าหน้าที่นำคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออนุกรรมการด้านวิชาการ เพื่อประเมินเอกสารทางวิชาการ\n     6. เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร\n\nเงื่อนไข:\nI. การตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n     1. ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งมีอำนาจตัดสินใจได้ \n     2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเรียงเอกสาร ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร พร้อมทั้งจัดทำสารบัญ และดัชนีเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง และลงนามรับรองความถูกต้อง ในทุกเอกสารที่ไม่ใช่ฉบับจริง \n     3. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรายละเอียดตรงตามแบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1) โดยจำนวนที่ส่งให้เป็นปริมาณที่เหมาะสมต่อการพิจารณา โดยจำนวนตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดูรายละเอียดได้ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) สำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับ\n     4. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร พร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน ว่าครบถ้วนหรือไม่ จากนั้น แบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี ดังนี้\n        (1) กรณีเอกสารหลักฐานครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร โดยเมื่อชำระเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ\n        (2) กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และคืนคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอในกรณีที่มีความบกพร่องที่สำคัญ ดังนี้\n             (2.1) ขาดใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่มีประเภทและรูปแบบตรงกับยาพัฒนาจากสมุนไพร ที่ขอขึ้นทะเบียน หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมดอายุ\n             (2.2) ขาดหนังสือรับรองการอนุญาตให้ขาย (Certificate of Free Sale; CFS) หรือหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนตำรับ (Certificate of Product Registration; CPR) หรือหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยา (Certificate of Pharmaceutical Product; CPP) หรือหนังสือรับรองหมดอายุ หรือมีรายละเอียดไม่สอดคล้องกับยาพัฒนาจากสมุนไพร ที่ขอขึ้นทะเบียน (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n             (2.3) ขาดหนังสือแจ้งผลการพิจารณาความเทียบเท่าของมาตรฐานของสถานที่ผลิตในต่างประเทศ (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n             (2.4) รายละเอียดตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร ที่แจ้งในคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ ทบ.1) แสดงสูตรไม่ตรงกับ แบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1)\n             (2.5) การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีรายละเอียดไม่สอดคล้องตาม ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง วิธีควบคุมคุณภาพและข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์สมุนไพร และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n             (2.6) ลักษณะของตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่สอดคล้องกับรายละเอียดของตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร ตามคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ ทบ.1)\n             (2.7) รายการเอกสารไม่ครบถ้วนตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร\n\nII. ขั้นตอนการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ\n     ใบนัดรับผลการประเมินเอกสารวิชาการ จะระบุระยะเวลาในการดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยการพิจารณาเอกสารจะมีการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม หากผลการพิจารณา พบว่า มีรายการที่ผู้ยื่นคำขอต้องชี้แจงหรือแก้ไข ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด\n     กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแก้ไขไม่ครบถ้วนตามบันทึกข้อบกพร่อง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอจะใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ ต่อไป\n\nIII. ผลการพิจารณา\n     (1) กรณีรับขึ้นทะเบียนตำรับ \n        เมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนตำรับ จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอ ให้ชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยผู้ยื่นคำขอ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว โดยเมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งมอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนให้แก่ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n        หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอ ไม่ประสงค์จะรับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n     (2) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับ \n         สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะส่งหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถชี้แจงผลการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเด็นวิชาการได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งขอแก้ไขเอกสารวิชาการที่ยื่นพิจารณา \n\nIV. ระยะเวลาการดำเนินการ \n     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ จนถึงขั้นตอนลงนามใบสำคัญ โดยระยะเวลาการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้\n         (1) ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อน หมายถึง ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน ที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อน หรือมีผลการพิจารณาไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n             ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n               (1.1) กรณีรับขึ้นทะเบียน โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 64 วันทำการ \n               (1.2) กรณีรับขึ้นทะเบียน 124 วันทำการ\n               (1.3) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียน 181 วันทำการ\n         (2) การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน หมายถึง การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่นอกเหนือจากข้อ (1) \n             ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n               (2.1) กรณีรับขึ้นทะเบียน โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 84 วันทำการ \n               (2.2) กรณีรับขึ้นทะเบียน 154 วันทำการ\n               (2.3) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียน 211 วันทำการ","2025-05-28T12:06:45"],
    [1672,"9ce1a9fd-e229-4110-9b69-802536ddb707","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนเวชสำอางสมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9ce1a0ca-2f70-4df0-be32-91796a2ff767",181,150000,5,"วิธีการ:\n     1. ผู้ยื่นคำขอนัดหมายการยื่นคำขอผ่านระบบการนัดหมาย หมายเลขโทรศัพท์ 02 590 7000 ต่อ 71501, 97479; E-mail : herbaldivision.7476@gmail.com หรือมายื่นคำขอด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n     2. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับเวชสำอางสมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบ ทบ.1 และหลักฐานแสดงข้อมูลด้านวิชาการของผลิตภัณฑ์ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับ (checklist) ตำรับเวชสำอางสมุนไพร ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n     3. เจ้าหน้าที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้อง ของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับเวชสำอางสมุนไพร\n     4. ผู้ยื่นคำขอชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับเวชสำอางสมุนไพร ตามระยะเวลาที่กำหนด\n     5. เจ้าหน้าที่นำคำขอขึ้นทะเบียนตำรับเวชสำอางสมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออนุกรรมการด้านวิชาการ เพื่อประเมินเอกสารทางวิชาการ\n     6. เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับเวชสำอางสมุนไพร\n\nเงื่อนไข:\nI. การตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n     1. ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งมีอำนาจตัดสินใจได้ \n     2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเรียงเอกสาร ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ตำรับเวชสำอางสมุนไพร พร้อมทั้งจัดทำสารบัญ และดัชนีเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง และลงนามรับรองความถูกต้อง ในทุกเอกสารที่ไม่ใช่ฉบับจริง \n     3. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรายละเอียดตรงตามแบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1) โดยจำนวนที่ส่งให้เป็นปริมาณที่เหมาะสมต่อการพิจารณา โดยจำนวนตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดูรายละเอียดได้ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) สำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับ\n     4. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอขึ้นทะเบียนตำรับเวชสำอางสมุนไพร พร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน ว่าครบถ้วนหรือไม่ จากนั้น แบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี ดังนี้\n        (1) กรณีเอกสารหลักฐานครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการตำรับเวชสำอางสมุนไพร โดยเมื่อชำระเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ\n        (2) กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และคืนคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอในกรณีที่มีความบกพร่องที่สำคัญ ดังนี้\n             (2.1) ขาดใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่มีประเภทและรูปแบบตรงกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ที่ขอขึ้นทะเบียน หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมดอายุ\n             (2.2) ขาดหนังสือรับรองการอนุญาตให้ขาย (Certificate of Free Sale; CFS) หรือหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนตำรับ (Certificate of Product Registration; CPR) หรือหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยา (Certificate of Pharmaceutical Product; CPP) หรือหนังสือรับรองหมดอายุ หรือมีรายละเอียดไม่สอดคล้องกับเวชสำอางสมุนไพร ที่ขอขึ้นทะเบียน (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n             (2.3) ขาดหนังสือแจ้งผลการพิจารณาความเทียบเท่าของมาตรฐานของสถานที่ผลิตในต่างประเทศ (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n             (2.4) รายละเอียดตำรับเวชสำอางสมุนไพร ที่แจ้งในคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ ทบ.1) แสดงสูตรไม่ตรงกับ แบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1)\n             (2.5) การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีรายละเอียดไม่สอดคล้องตาม ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง วิธีควบคุมคุณภาพและข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์สมุนไพร และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n             (2.6) ลักษณะของตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่สอดคล้องกับรายละเอียดของตำรับเวชสำอางสมุนไพร ตามคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ ทบ.1)\n             (2.7) รายการเอกสารไม่ครบถ้วนตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ตำรับเวชสำอางสมุนไพร\n\nII. ขั้นตอนการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ\n     ใบนัดรับผลการประเมินเอกสารวิชาการ จะระบุระยะเวลาในการดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยการพิจารณาเอกสารจะมีการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม หากผลการพิจารณา พบว่า มีรายการที่ผู้ยื่นคำขอต้องชี้แจงหรือแก้ไข ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด\n     กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแก้ไขไม่ครบถ้วนตามบันทึกข้อบกพร่อง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอจะใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ ต่อไป\n\nIII. ผลการพิจารณา\n    (1) กรณีรับขึ้นทะเบียนตำรับ \n        เมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนตำรับ จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอ ให้ชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยผู้ยื่นคำขอ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว โดยเมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งมอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนให้แก่ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n        หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอ ไม่ประสงค์จะรับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n    (2) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับ \n        สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะส่งหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถชี้แจงผลการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเด็นวิชาการได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งขอแก้ไขเอกสารวิชาการที่ยื่นพิจารณา \n\nIV. ระยะเวลาการดำเนินการ \n    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ จนถึงขั้นตอนลงนามใบสำคัญ โดยระยะเวลาการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับเวชสำอางสมุนไพร แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้\n             (1) ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อน หมายถึง ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน ที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อน หรือมีผลการพิจารณาไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n             ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n               (1.1) กรณีรับขึ้นทะเบียน โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 64 วันทำการ \n               (1.2) กรณีรับขึ้นทะเบียน 124 วันทำการ\n               (1.3) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียน 181 วันทำการ\n             (2) การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน หมายถึง การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่นอกเหนือจากข้อ (1) \n             ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n               (2.1) กรณีรับขึ้นทะเบียน โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 84 วันทำการ \n               (2.2) กรณีรับขึ้นทะเบียน 154 วันทำการ\n               (2.3) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียน 211 วันทำการ","2025-05-28T12:07:50"],
    [1673,"9d33f127-10d8-4da5-88f0-d9c4809bf1fc","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be588ec-537b-4396-8017-26b7b6068b9f",30,500,1,"หลักเกณฑ์ \nผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมายที่ ที่กำหนดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ ผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแบบถูกต้อง ) ยื่นคำ คำขอผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (SKYNET) \n\n**สถานที่ที่จะขออนุญาตต้องมีการวางแบบแปลน แผนผัง ออกแบบที่มีความถูกต้องสอดคล้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบัน และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2559 มีบันทึกผลการตรวจสถานที่ พร้อมแนบสำเนาแบบแปลนที่ผ่านการตรวจผ่านทุกหัวข้อการตรวจ (ไม่พบข้อบกพร่อง หรือแก้ไขข้อบกพร่องเรียบร้อยแล้ว**)\n\n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปี ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่ บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย\n- (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพื่อเป็นหลักฐาน \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำ ขอฯ\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \nให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )\n- กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะ คืนคำขอ\n- ผู้ขออนุญาต /ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจ และลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มี หนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \nวิธีการ\n1. การยื่นขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน\n- ใช้แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตจากลิงค์\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n-คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท /คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง \nได้ที่เว็บไซด์กองยา\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n2. กรณีผู้รับอนุญาตมีประเด็นสงสัยที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแบบแปลน แผนผัง ออกแบบที่มีความถูกต้องสอดคล้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบัน และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2559 สามารถนำแบบแปลนมาขอรับปรึกษาแนะนำเบื้องต้นได้ โดยยื่นเรื่องเป็นหนังสือพร้อมแนบแบบแปลน แผนผัง ถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (กองยา) \n\nสอบถามเพิ่มเติม ( 02 590 7000 ต่อ 70927-31 งานใบอนุญาต กองยา )\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอรับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถ\nดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐาน และเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่เว็บไซด์ \nกองยา) ยื่นได้ 1 ช่องทาง คือ\nสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันทั่วประเทศ ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (SKYNET)","2025-01-07T13:39:31"],
    [1674,"9dd0da8f-d38a-4cae-83bd-bd8fe8fe729e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9dd0c2e8-1a9b-46f4-8c36-a07e80ef1f6c",146,30000,5,"วิธีการ:\n    1. ผู้ยื่นคำขอนัดหมายการยื่นคำขอผ่านระบบการนัดหมาย หมายเลขโทรศัพท์ 02 590 7000 ต่อ 71505, 98040, 97476, 71501, 97479; E-mail : prefda456@gmail.com, herbaldivision.7476@gmail.com หรือมายื่นคำขอด้วยตนเอง  ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n    2. ยื่นคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบ จร.1 และหลักฐานแสดงข้อมูลด้านวิชาการของผลิตภัณฑ์ ตามประเภทผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ระบุในแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (checklist) ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n    3. เจ้าหน้าที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้อง ของคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n    4. ผู้ยื่นคำขอชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ของคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตามระยะเวลาที่กำหนด\n    5. เจ้าหน้าที่นำคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออนุกรรมการด้านวิชาการ เพื่อประเมินเอกสารทางวิชาการ\n    6. เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n\nเงื่อนไข:\nI. การตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n    1. ผู้รับใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งมีอำนาจตัดสินใจได้ \n    2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเรียงเอกสาร ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) คำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมทั้งจัดทำสารบัญ และดัชนีเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง และลงนามรับรองความถูกต้อง ในทุกเอกสารที่ไม่ใช่ฉบับจริง\n    3. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรายละเอียดตรงตามแบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1) โดยจำนวนที่ส่งให้เป็นปริมาณที่เหมาะสมต่อการพิจารณา โดยจำนวนตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดูรายละเอียดได้ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) คำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n    4. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน ว่าครบถ้วนหรือไม่ จากนั้น แบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี ดังนี้\n\t(1) กรณีเอกสารหลักฐานครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยเมื่อชำระเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ\n\t(2) กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และคืนคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอในกรณีที่มีความบกพร่องที่สำคัญ ดังนี้\n\t    (2.1) ขาดใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่มีประเภทและรูปแบบตรงกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขอแจ้งรายละเอียด หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมดอายุ\n\t    (2.2) ขาดหนังสือรับรองการอนุญาตให้ขาย (Certificate of Free Sale; CFS) หรือหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนตำรับ (Certificate of Product Registration; CPR) หรือหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยา (Certificate of Pharmaceutical Product; CPP) หรือหนังสือรับรองหมดอายุ หรือมีรายละเอียดไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขอแจ้งรายละเอียด (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n\t    (2.3) ขาดหนังสือแจ้งผลการพิจารณาความเทียบเท่าของมาตรฐานของสถานที่ผลิตในต่างประเทศ (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n\t    (2.4) รายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่แจ้งในคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ จร.1) แสดงสูตรไม่ตรงกับ แบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1)\n\t    (2.5) การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีรายละเอียดไม่สอดคล้องตาม ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง วิธีควบคุมคุณภาพและข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์สมุนไพร และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\t    (2.6) ลักษณะของตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่สอดคล้องกับรายละเอียดของตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตามคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ จร.1)\n\t    (2.7) รายการเอกสารไม่ครบถ้วนตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) คำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n\nII. ขั้นตอนการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ\n    ใบนัดรับผลการประเมินเอกสารวิชาการ จะระบุระยะเวลาในการดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยการพิจารณาเอกสารจะมีการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม หากผลการพิจารณา พบว่า มีรายการที่ผู้ยื่นคำขอต้องชี้แจงหรือแก้ไข ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด\n    กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแก้ไขไม่ครบถ้วนตามบันทึกข้อบกพร่อง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอจะใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ ต่อไป\n\nIII. ผลการพิจารณา\n    (1) กรณีรับแจ้งรายละเอียด\n\tเมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งรับแจ้งรายละเอียด จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอ ให้ชำระค่าธรรมเนียมใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว โดยเมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งมอบใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ให้แก่ผู้รับใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n\tหากผู้ยื่นคำขอ ไม่ชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอ ไม่ประสงค์จะรับใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n    (2) กรณีไม่รับแจ้งรายละเอียด\n\tสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะส่งหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถชี้แจงผลการพิจารณาคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเด็นวิชาการได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งขอแก้ไขเอกสารวิชาการที่ยื่นพิจารณา \n\nIV. ระยะเวลาการดำเนินการ \n    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ จนถึงขั้นตอนลงนามใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยระยะเวลาการพิจารณาคำขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร แบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้\n\t(1) การแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อนน้อย หมายถึง การแจ้งรายละเอียดชื่อผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n\t    ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n\t      (1.1) กรณีรับแจ้งรายละเอียด โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 9 วันทำการ \n\t      (1.2) กรณีรับแจ้งรายละเอียด 21 วันทำการ\n\t      (1.3) กรณีไม่รับแจ้งรายละเอียด 86 วันทำการ\n\n\t(2) ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อน หมายถึง ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน ที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อนและผลการพิจารณาไม่รับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n\t    ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n\t      (2.1) กรณีรับแจ้งรายละเอียด โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 44 วันทำการ \n\t      (2.2) กรณีรับแจ้งรายละเอียด 104 วันทำการ\n\t      (2.3) กรณีไม่รับแจ้งรายละเอียด 166 วันทำการ\n\t(3) การแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน หมายถึง การแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร กรณีดังนี้\n\t    (3.1) ส่วนประกอบไม่สำคัญ\n\t    (3.2) กรรมวิธีการผลิต\n\t    (3.3) ขนาดและวิธีการใช้\n\t    (3.4) สรรพคุณ ข้อบ่งใช้ ข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพ\n\t    (3.5) ขนาดบรรจุ\n\t    ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n\t      (3.1) กรณีรับแจ้งรายละเอียด โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 54 วันทำการ \n\t      (3.2) กรณีรับแจ้งรายละเอียด 114 วันทำการ\n\t      (3.3) กรณีไม่รับแจ้งรายละเอียด 176 วันทำการ","2025-05-28T12:08:21"],
    [1675,"94e56e21-3d64-402f-8331-04ff0999b0e5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การประเมินเอกสารทางวิชาการของสารใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติการใช้ในเครื่องสำอาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d32-b548-4d66-97d8-7cdea708e28e",60,100,6,"1). การประเมินเอกสารทางวิชาการของสารใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติการใช้ในเครื่องสำอาง ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลตามตำราเครื่องสำอาง เช่น cosing, CTFA เป็นต้น    2).จัดเตรียมเอกสารได้ครบถ้วนตามข้อกำหนด และสามารถอธิบายความสอดคล้องของเอกสารต่างๆได้","2022-09-21T14:44:50"],
    [1676,"94e56e21-6d6e-43c3-bae1-062fac882e9f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือวินิจฉัยผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-f380-4774-a614-34780252d221",30,1000,8,"ในกรณีผู้ยื่นคำขอมีข้อสงสัยและต้องการหนังสือวินิจฉัยอย่างเป็นทางการว่าผลิตภัณฑ์เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือไม่ ให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน: การขอหนังสือวินิจฉัยผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมจัดเตรียมหนังสือขอวินิจฉัยและเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามคู่มือฯ และขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเองตามแบบบันทึกการตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบคำขอ (Checklist) การขอหนังสือวินิจฉัยผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย และลงนามในแบบบันทึกการตรวจสอบคำขอฯ ให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ณ ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ชั้น 4 อาคาร 6 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารายละเอียดข้อมูลในเอกสารและหลักฐานประกอบการขอวินิจฉัยผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายแล้ว หากถูกต้องครบถ้วนสอดคล้องตามคู่มือฯ ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารไปยื่นที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) ชั้น 5 อาคาร 6 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ยื่นคำขอเพื่อนำไปชำระค่าใช้จ่ายที่ห้องการเงินศูนย์ผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จหรือสามารถชำระได้ที่ธนาคารทุกแห่ง หลังจากนั้นให้นำหลักฐานการชำระเงินมายื่นให้เจ้าหน้าที่เพื่อออกใบนัดรับเรื่องให้แก่ผู้ยื่นคำขอ    กฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาวินิจฉัยผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย       พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม   ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม   พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาขออนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558   คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 77/2559 เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ   ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พ.ศ. 2560      การตรวจสอบเบื้องต้นว่าสารเคมี/ผลิตภัณฑ์ใดจัดเป็นวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาควบคุมหรือไม่ ให้ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้    1) ตรวจสอบว่าสารเคมี/ผลิตภัณฑ์มีสารสำคัญตรงกับรายชื่อสารเคมี และมี&ldquo;วัตถุประสงค์การใช้&rdquo; เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในบัญชี 4.1 รายชื่อสารควบคุมหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ http:// www.fda.moph.go.th/sites/Hazardous/Shared%20Documents/กลุ่มกำหนดมาตรฐานวัตถุอันตราย/บัญชีรายชื่อตามประกาศ4.1ฉบับปรับปรุง-4กย2560%20(2).pdf     2) ตรวจสอบว่าสารเคมี/ผลิตภัณฑ์มีสารสำคัญอยู่ในกลุ่มสารเคมี และมี&ldquo;วัตถุประสงค์การใช้&rdquo; เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในบัญชี 4.2 รายชื่อกลุ่มสารควบคุมหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ http://www.fda.moph.go.th/ sites/Hazardous/List_of%20_hazmat/2.3.1.2.2%20บัญชีรายชื่อตามประกาศ%204.2.pdf    3) ตรวจสอบว่าสารเคมี/ผลิตภัณฑ์มีวัตถุประสงค์การใช้ คุณสมบัติหรือการอ้างสรรพคุณเป็นไปตามที่ระบุในบัญชี 4.3 รายชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคุมหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ (http://www.fda. moph.go.th/sites/Hazardous/Shared%20Documents/กลุ่มกำหนดมาตรฐานวัตถุอันตราย/บัญชีรายชื่อตามประกาศ4.3ฉบับปรับปรุง-4กย2560.pdf","2022-03-30T17:26:11"],
    [1677,"94e56e21-2f73-46dc-b7f2-9e8ba2980e21","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำเข้าอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างในการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (อ.16) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-9521-451b-96ce-50013500e57f",1,0,10,"เป็นการนำเข้าอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   กรณีนำเข้าเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับต้องได้รับใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร (อ.7)   เงื่อนไขเกี่ยวกับชนิดและปริมาณอาหารที่นำเข้า ดูตามรายละเอียดตามแนบท้ายประกาศระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการนำเข้าอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างในการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ พ.ศ. 2560 http://www.fda.moph.go.th/sites/food/Permission/O-16.pdf   สินค้าที่นำเข้าอยู่ใน permission goods (ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.customs.go.th &gt;ใบอนุญาต/ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ &gt; Reference Files &gt; เลือกดูไฟล์ Permission Goods) ต้องยื่นขอนำเข้าสินค้าผ่านทาง  อินเตอร์เน็ตเท่านั้น ทั้งนี้ต้องยื่นเอกสารขอเข้าใช้ระบบสารสนเทศด่านอาหารและยาก่อนที่สำนักด่านอาหารและยา โดยดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Other/2018/Manual_O16.pdf   สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.16 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.16 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.16 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจน มั่นใจในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-08-29T14:26:47"],
    [1678,"94e56e21-3fdc-44bd-b2a0-89135f8cca50","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (อ.12) เพื่อจำหน่ายในร้านค้าปลอดอากร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-bb9f-4866-8bad-2d0f720f3a6c",1,2500,8,"เป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายในร้านค้าปลอดอากร   การขอนำเข้าตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ผู้นำเข้าที่ไม่มีข้อมูลประวัติในระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้ติดต่อเพิ่มข้อมูลที่สำนักด่านอาหารและยาก่อน http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Food/2019/MN_O12.pdf    สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ พร้อมประทับตราบริษัท   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ประกอบการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐาน ที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.12 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติม ผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจนมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-03-30T17:23:04"],
    [1679,"94e56e21-4266-4906-adae-81a8d272ad23","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (อ.12) เพื่อแสดงสินค้าของเอกชน นิติบุคคลและองค์กรต่างๆ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-bee2-4181-92b0-8dcf18e53324",1,2500,12,"เป็นการนำเข้าเพื่อแสดงสินค้าของเอกชน นิติบุคคล และองค์กรต่างๆ   การขอนำเข้าตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ผู้นำเข้าที่ไม่มีข้อมูลประวัติในระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้ติดต่อเพิ่มข้อมูลที่สำนักด่านอาหารและยา โดยดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Food/2019/MN_O12.pdf   สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล(เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.12 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติม ผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจนมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-03-30T17:23:18"],
    [1680,"94e56e21-44f0-4921-b936-af843fb412ca","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (อ.12) เพื่อจำหน่ายเป็นสาธารณกุศลโดยสถานทูต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-c20b-4a33-8b4d-ce2a5817fa47",1,2500,12,"เป็นการนำเข้าเพื่อแสดงสินค้าหรือเพื่อจําหน่ายเป็นสาธารณกุศลโดยสถานทูต   การขอนำเข้าตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ผู้นำเข้าที่ไม่มีข้อมูลประวัติในระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้ติดต่อเพิ่มข้อมูลที่สำนักด่านอาหารและยา โดยดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Food/2019/MN_O12.pdf   สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ)หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.12 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติม ผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจนมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-03-30T17:23:32"],
    [1681,"94e56e21-4b95-4e69-8f29-4ecad15fb66c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (อ.12) เป็นการนำเข้าอาหารที่อยู่ในสภาพพร้อมจำหน่าย เพื่อใช้ประกอบการผลิตสำหรับการส่งออกโดยผู้ผลิต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-c9fd-4693-959a-f95196377ed3",1,2500,12,"การนำเข้าอาหารสำเร็จรูปที่อยู่ในสภาพพร้อมจำหน่ายโดยตรงให้ผู้บริโภค เพื่อใช้ประกอบการผลิตสำหรับการส่งออกโดยผู้ผลิต เช่น ซอสที่บรรจุในซองขนาดเล็ก เป็นต้น   การขอนำเข้าตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ผู้นำเข้าที่ไม่มีข้อมูลประวัติในระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้ติดต่อเพิ่มข้อมูลที่ที่สำนักด่านอาหารและยา โดยดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Food/2019/MN_O12.pdf     สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจพร้อมประทับตราบริษัท   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.12 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติม ผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจนมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-03-30T17:24:06"],
    [1682,"94e56e21-4e10-4ba1-b8db-bfb3a4a65676","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (อ.12) เพื่อวิจัยทางวิชาการ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-cd41-4290-ab08-9a77de5f09c4",1,2500,10,"เป็นการนำเข้าเพื่อศึกษาวิจัยทางวิชาการ   การขอนำเข้าตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ผู้นำเข้าที่ไม่มีข้อมูลประวัติในระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้ติดต่อเพิ่มข้อมูลที่ที่สำนักด่านอาหารและยา โดยดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Food/2019/MN_O12.pdf   สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ พร้อมประทับตราบริษัท   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ)หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่ เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.12 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติม ผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจนมั่นใจ ในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-03-30T17:24:20"],
    [1683,"94e56e21-50a2-46c5-85e0-3cd6902e514a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำเข้าเครื่องมือแพทย์เพื่อใช้เฉพาะตัว [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-d093-4a80-ad35-38b4f6193bc6",1,0,8,"เป็นการนำเข้าเพื่อใช้เฉพาะตัวเท่านั้น และต้องนำเข้าในนามของผู้ป่วยหรือญาติ (พร้อมหลักฐานระบุความสัมพันธ์กับผู้ป่วย) โดยเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องได้รับใบอนุญาตหรือต้องแจ้งรายการละเอียดหรือเครื่องมือแพทย์ที่ต้องจดแจ้ง (ที่ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ต้องได้รับใบอนุญาตหรือแจ้งรายการละเอียด) ดูรายละเอียดการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่ http://logistics.fda.moph.go.th/data/MedicalDevices-1.pdf   เครื่องมือแพทย์ที่นำเข้าต้องไม่เป็นเครื่องมือแพทย์ห้ามนำเข้า   สินค้าที่นำเข้าอยู่ใน permission goods (ดูรายละเอียดตาม http://www.customs.go.th &gt; ใบอนุญาต/ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ &gt; Reference Files &gt; เลือกดูไฟล์ Permission Goods) ต้องมายื่นขอนำเข้าสินค้า ณ ด่านตรวจสอบเครื่องมือแพทย์ เท่านั้น (ดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Medical/Medical_14.pdf   สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ)หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสารเจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร หรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมในบันทึกการพิจารณาผลิตภัณฑ์สุขภาพและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าเครื่องมือแพทย์ที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค พนักงานเจ้าหน้าที่จะ พิจารณาสินค้าจนมั่นใจในความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์นั้น","2023-10-09T14:17:05"],
    [1684,"94e56e21-5398-4dec-a796-086efb4a8d39","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (อ.12) เพื่อให้บริการบนสายการบิน/จำหน่ายบนเครื่องบิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-d3a9-4bde-a11a-e7302712d8c7",1,2500,9,"เพื่อให้บริการบนสายการบิน / จำหน่ายบนเครื่องบิน   การขอนำเข้าตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ผู้นำเข้าที่ไม่มีข้อมูลประวัติในระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้ติดต่อเพิ่มข้อมูลที่ที่สำนักด่านอาหารและยา โดยดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Food/2019/MN_O12.pdf   สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.12 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติม ผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจนมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-07-22T10:01:47"],
    [1685,"94e56e21-59a3-4a31-9009-d5d5ee687c54","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (อ.12) เพื่อไปเก็บรักษาในเขตปลอดอากร/คลังสินค้าฑัณฑ์บน/เขตประกอบการเสรี [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-da26-49ad-9ec4-088345342278",1,2500,9,"เพื่อไปเก็บรักษาในเขตปลอดอากร / คลังสินค้าทัณฑ์บน / เขตประกอบการเสรี เพื่อส่งจำหน่ายนอกราชอาณาจักร   การขอนำเข้าตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้นำเข้าจะต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย   อาหารที่นำเข้าไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข   ผู้นำเข้าที่ไม่มีข้อมูลประวัติในระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ให้ติดต่อเพิ่มข้อมูลที่ที่สำนักด่านอาหารและยา โดยดูรายละเอียดตาม http://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/Shared%20Documents/Food/2019/MN_O12.pdf   สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ   กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีการแปลภาษาโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการแปล (เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) หรือหน่วยงานของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศไทย หรือรับรองความถูกต้องของคำแปลจากหน่วยงานผู้ออกหนังสือ   ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารและตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณา   ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ยื่นและให้ผู้ยื่นคำขอการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน   กรณีพบความบกพร่องของเอกสาร เจ้าหน้าที่จะบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นแก้ไข/เพิ่มเติมผ่านระบบ e-Submission อ.12 เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบและดำเนินการยื่นแก้ไขเอกสาร/เพิ่มเติม ผ่านระบบ e-Submission อ.12 ให้เรียบร้อย   กรณีที่มีเหตุที่เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เจ้าหน้าที่จะพิจารณาสินค้าจนมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารนั้น","2022-07-22T10:03:00"],
    [1686,"94e56e21-8c22-4b8a-8c40-274d6e72c280","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอให้พิจารณาวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-1b4a-44e6-a2f0-10c89540e1c2",1,3000,5,"ผู้จดแจ้งที่ประสงค์จะยื่นคำขอให้พิจารณาวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ ให้ยื่นคำขอต่อสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย","2024-04-25T14:50:10"],
    [1687,"94e56e21-945f-4408-91e4-a718b024e27f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์[N]1124488","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d33-25e4-4f49-b5ae-d05e5bd6b8f4",30,1000,1,"หลักเกณฑ์       ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ กฎกระทรวงฉบับที่ 26 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510   กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำขอ   กรณีเปลี่ยนผู้รับอนุญาต (มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว) ผู้รับอนุญาตเดิม และผู้ขออนุญาตใหม่/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำขอ โดยพร้อมกัน   อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย   (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯhttp://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 10 วันทำการ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอดังกล่าว   ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)           วิธีการ         การยื่นขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์      1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา    ข้อ 2.1http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-198_1.pdf       กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล ข้อ2.2 http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-199_1.pdf         คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ    ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์สำนักยา ??ข้อมูล? ?การบริการอนุญาตและคู่มือ??แบบฟอร์ม/คำแนะนำฯ??เลือกข้อ6 http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx   สอบถามเพิ่มเติม ( 02-590-7200  งานใบอนุญาต ห้อง318 ชั้น3 อาคาร4 สำนักยา อย. )      เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ สำนักยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ งานใบอนุญาต สำนักยา ห้อง 318 ชั้น3 อาคาร 4 ตึกอย.     1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2022-03-30T17:27:41"],
    [1688,"94e56e21-9c7c-4de2-b3d4-d7679e5958c3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักร[N]1124555","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-30f5-40f9-a648-b4e59c0221d7",30,10000,1,"หลักเกณฑ์       ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตาม กฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ.2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510   กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำขอ   กรณีเปลี่ยนผู้รับอนุญาต (มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว) ผู้รับอนุญาตเดิม และผู้ขออนุญาตใหม่/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำขอ โดยพร้อมกัน   อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย   (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯhttp://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 10 วันทำการ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอดังกล่าว   ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)           วิธีการ         การยื่นขออนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักร      1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา    ข้อ 2.1http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-198_1.pdf       กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล ข้อ2.2 http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-199_1.pdf         คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ    ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์สำนักยา ??ข้อมูล? ?การบริการอนุญาตและคู่มือ??แบบฟอร์ม/คำแนะนำฯ??เลือกข้อ6 http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx   สอบถามเพิ่มเติม ( 02-590-7200  งานใบอนุญาต ห้อง318 ชั้น3 อาคาร4 สำนักยา อย. )      เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ สำนักยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่งานใบอนุญาต สำนักยา ห้อง 318 ชั้น3 อาคาร 4 ตึกอย.     1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2022-03-30T17:28:58"],
    [1689,"94e56e21-b9cd-4d02-9bfe-2badc908d014","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนโบราณ[N]1124794","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-574e-498b-b853-2dabdfcd589b",30,300,1,"หลักเกณฑ์       ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตาม    ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบันและแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559     และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559      กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำขอ   กรณีเปลี่ยนผู้รับอนุญาต (มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว) ผู้รับอนุญาตเดิม และผู้ขออนุญาตใหม่/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำขอ โดยพร้อมกัน   อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย   (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯhttp://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 10 วันทำการ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอดังกล่าว   ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)           วิธีการ         การยื่นขออนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนโบราณ      1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา    ข้อ 2.1http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-198_1.pdf       กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล ข้อ2.2 http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-199_1.pdf         คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ    ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์สำนักยา ??ข้อมูล? ?การบริการอนุญาตและคู่มือ??แบบฟอร์ม/คำแนะนำฯ??เลือกข้อ10 http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx   สอบถามเพิ่มเติม ( 02-590-7200  งานใบอนุญาต  ห้อง318 ชั้น3 อาคาร4 สำนักยา อย. )      เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ สำนักยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ งานใบอนุญาต สำนักยา ห้อง 318 ชั้น3 อาคาร 4 ตึกอย.     1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-26T12:41:41"],
    [1690,"94e56e21-c746-4b69-8d7a-590815b52757","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน[N]1125048","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-688f-4942-9102-ef00843a601d",30,8000,1,"หลักเกณฑ์       ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตาม   1.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบัน สำหรับยาชีววัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2549     1.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2554     1.3 กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผลิตยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2546      กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยสําเนาแบบแปลนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว และ บันทึกผลการตรวจสถานที่ที่ผ่านทุกหัวข้อการตรวจ (ไม่พบข้อบกพร่อง หรือแก้ไขข้อบกพร่องเรียบร้อยแล้ว)    กรณีเปลี่ยนผู้รับอนุญาต (มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว) ผู้รับอนุญาตเดิม และผู้ขออนุญาตใหม่/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ยื่นคำขอ โดยพร้อมกัน   อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย   (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯhttp://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 10 วันทำการ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอดังกล่าว   ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)           วิธีการ         การยื่นขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน      1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา    ข้อ 2.1http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-198_1.pdf       กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล ข้อ2.2 http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-199_1.pdf         คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ    ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์สำนักยา ??ข้อมูล? ?การบริการอนุญาตและคู่มือ??แบบฟอร์ม/คำแนะนำฯ??เลือกข้อ14* http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx   สอบถามเพิ่มเติม ( 02-590-7200  งานใบอนุญาต  ห้อง318 ชั้น3 อาคาร4 สำนักยา อย. )      เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ สำนักยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ งานใบอนุญาต สำนักยา ห้อง 318 ชั้น3 อาคาร 4 ตึกอย.     1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2022-03-30T17:37:33"],
    [1691,"94e56e21-c9ee-4e6c-b098-5ceca47167e2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การประเมินเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับการโฆษณาวัตถุอันตราย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-6c09-4861-b650-14a8e91967eb",60,3000,2,"ผู้ประสงค์ให้ประเมินเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับการโฆษณาวัตถุอันตรายทางสื่อโทรทัศน์ ภาพยนตร์ สื่ออิเลคโทรนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และสื่ออื่นๆ โดยต้องยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ทั้งนี้ ผู้ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว    ผู้ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นหนังสือฯตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเอง ให้เรียบร้อยก่อนยื่น(จำนวนชุดเอกสารที่ต้องยื่น - เอกสารต้นฉบับ 1 ชุด และ สำเนา 1 ชุด ทั้งนี้ขอให้ผู้ยื่นหนังสือฯจัดทำสำเนา 1 ชุด เก็บไว้ที่ตนเองเพื่อเป็นหลักฐานในการอ้างอิง)    ในกรณีที่หนังสือแจ้งความประสงค์หรือเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถประเมินได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นหนังสือฯจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นหนังสือฯ ละทิ้ง    หากเอกสารหลักฐานครบถ้วนหรือผู้ยื่นหนังสือฯแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนภายใน 10 วันทำการ และเจ้าหน้าที่รับหนังสือฯแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าประเมิน    การประเมิน    ระยะเวลาที่ใช้ในการประเมินเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมิน โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการประเมินภายใน 7 วันนับแต่วันประเมินแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือแจ้งผลการประเมินให้แก่ผู้ยื่นหนังสือฯ    หมายเหตุ    การชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับการโฆษณาวัตถุอันตราย เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผุ้ยื่นคำขอในกระบวนการประเมินเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับการโฆษณาวัตถุอันตราย ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    ผู้ที่ประสงค์ให้ประเมินเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับการโฆษณาวัตถุอันตรายทางสื่อโทรทัศน์ ภาพยนตร์ สื่ออิเลคโทรนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และสื่ออื่นๆ ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะต้องยืนหนังสือแจ้งความประสงค์ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประการพิจารณา    ในกรณีที่หนังสือฯหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถประเมินได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้ง","2022-04-06T22:52:48"],
    [1692,"94e56e21-cc61-4b21-9a55-a00db8f222b4","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกหนังสือรับรองสถานที่ด้านยา [N]1125060","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d33-6f70-424e-bb2d-813240ab4b0a",10,500,1,"หลักเกณฑ์?       ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/new-file/20.2.pdf ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 10 วันทำการ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอดังกล่าว   ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)      วิธีการ         การยื่นขอหนังสือรับรองสถานที่ด้านยาใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอหนังสือรับรองสถานที่ด้านยาhttp://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/new-file/20.2.pdf   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสารได้ที่เว็ปไซด์สำนักยา ??ข้อมูล? ?การบริการอนุญาตและคู่มือ??แบบฟอร์ม/คำแนะนำฯ?? http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ApprovalDrugFormPage.aspx   คำขอรับรองสถานที่เกี่ยวกับยา ฉบับภาษาอังกฤษ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสารได้ที่http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/new-file/20.1.pdf   สอบถามเพิ่มเติม ( 02-590-7200  งานใบอนุญาต  ห้อง318 ชั้น3 อาคาร4 สำนักยา อย. )      เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ สำนักยา)    ยื่นขอ หนังสือรับรองสถานที่ด้านยาได้ที่ งานใบอนุญาต สำนักยา ห้อง 318 ชั้น3 อาคาร 4 ตึกอย. เท่านั้น**","2022-03-30T17:36:52"],
    [1693,"94e56e21-d159-4884-8033-fc9839cd7b85","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาใหม่ (ยกเว้นยาชีววัตถุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-7616-48c1-8862-3ef5b1b317c3",220,182500,4,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-04-06T22:52:48"],
    [1694,"94e56e21-d62f-4095-b4ed-a6a3583a397e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-7d1f-4198-8673-6a33e70b0c11",67,5000,11,"1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอหารือวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ ณ สำนักยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ     เงื่อนไข    ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอหารือวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือยื่นเพิ่ม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    ระยะเวลาที่ระบุในคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้นับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการแก้ไขเอกสาร ซึ่งมีได้ไม่เกิน 1 รอบการหยุดเวลา โดยระยะเวลาการหยุดเวลานี้จะไม่เกิน 30 วัน หากระยะเวลาที่หยุดเวลานี้เกินที่กำหนดไว้ อย. จำหน่ายเรื่องดังกล่าว หรือพิจารณาคำขอฯ ต่อไปโดยใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณา","2023-04-18T11:43:53"],
    [1695,"94e56e21-f219-4690-ac8d-14ab4ec886e9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะเฮมพ์ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-9ae6-44c6-8ef2-fea5b0d8904d",102,4000,14,"1. พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม    2. กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะเฮมพ์ พ.ศ. 2559    3. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2560      วิธีการ และเงื่อนไข    ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกเอกสารคำขอ พร้อมเอกสารประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดหากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอดังกล่าว","2023-08-25T16:02:26"],
    [1696,"94e56e21-fc59-474b-a95e-ff5e6ce5aa21","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อการวิจัยทางคลินิก (น.ย.ม.1) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-a8e4-4023-96b2-89339545aae8",60,4000,22,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:34:02"],
    [1697,"94e56e21-fefd-469c-8470-8130ff9ba62c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุมัติรายงานการยกเว้นการศึกษาชีวสมมูลในมนุษย์ แบบ BCS Class I และDose proportionality[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-ac49-41c7-9e3a-09b6f6a6f472",130,14000,7,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:34:52"],
    [1698,"94e56e22-03f0-48c0-8578-a601bd8d4010","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุมัติโครงร่างการศึกษาความเท่าเทียมกันทางผลการรักษา (Therapeutic equivalence protocol)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-b2d2-46d4-a290-f0e62c4e3cf7",158,14000,4,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:37:06"],
    [1699,"94e56e22-0b6a-49c3-8e6d-e55061237670","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุมัติรายงานการศึกษาชีวสมมูล (Bioequivalence report)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-bcd6-4933-8ce3-a6c253ec57cd",145,34000,5,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:37:56"],
    [1700,"94e56e22-1288-40c6-9d14-a1be4d42a5a9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-c653-4398-baeb-ccc3628e1d7a",6,100,7,"หลักเกณฑ์    1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญขึ้นทะเบียนตำรับยา ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2556    วิธีการ     ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญขึ้นทะเบียนตำรับยา พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาตามแบบตรวจการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับการขอใบแทนใบสำคัญขึ้นทะเบียนตำรับยา ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    เงื่อนไข    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-07-31T15:38:37"],
    [1701,"94e56e22-1003-427a-afc6-43e44a0ceadf","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับยาวิจัย (น.ย.ม.1/ ผย.8)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-c326-4c43-ba2e-ea3495045fd5",20,500,6,"วิธีการ :    1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:38:23"],
    [1702,"94e56e22-17c4-42e2-b374-ea20581f8b77","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตผลิตยาตัวอย่างเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน(ผ.ย.8) เพื่อการศึกษาวิจัยในมนุษย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-cd44-49bc-b82f-b7a7aa0846c7",61,4000,6,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:39:33"],
    [1703,"94e56e22-1a6e-4471-a78d-5c56772b55a9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การจดแจ้งเภสัชเคมีภัณฑ์/การเพิ่มชื่อผู้ผลิตเภสัชเคมีภัณฑ์ในฐานข้อมูล [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-d069-47a9-93b4-20520495a13e",6,100,3,"หลักเกณฑ์    1.กฏกระทรวง กำหนดหน้าที่ของผู้รับอนุญาตเกี่ยวกับเภสัชเคมีภัณฑ์ที่เป็นสารออกฤทธิ์ หรือเภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ พ.ศ.2555    2.ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดหน้าที่ของผู้รับอนุญาตเกี่ยวกับเภสัชเคมีภัณฑ์ที่เป็นสารออกฤทธิ์ หรือเภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ พ.ศ.2556    3.คู่มือระบบเภสัชเคมีภัณฑ์     วิธีการ    1. สร้างบัญชีผู้ใช้งาน Open ID ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(องค์กรมหาชน)ที่ www.egov.go.th หรือ http://privus.fda.moph.go.th/    2. ยื่นหนังสือมอบอำนาจเพื่อขอใช้ระบบเภสัชเคมีภัณฑ์ ณ สำนักยา โดย download แบบฟอร์ม หนังสือมอบอำนาจได้ที่ http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/Chemical.aspx    3. ยื่นจดแจ้งเภสัชเคมีภัณฑ์/เพิ่มชื่อผู้ผลิตเภสัชเคมีภัณฑ์ ในฐานข้อมูล ได้ที่ http://privus.fda.moph.go.th/ เลือกผู้ประกอบการ ยืนยันตัวบุคคลกลางใส่ OPEN ID และเลือกระบบเภสัชเคมีภัณฑ์      3.1 กรณีลงทะเบียนสถานที่ผลิต เลือก ลงทะเบียนสถานที่ผลิต ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน (ดาวน์โหลด-คีย์-อัพโหลด-ส่ง)      3.2 กรณีจดแจ้งเภสัชเคมีภัณฑ์ เลือกเภสัชเคมีภัณฑ์ ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน (กรณีเภสัชเคมีภัณฑ์ที่เป็นสารออกฤทธิ์ที่ไม่มีในทะเบียนตำรับยาผลิต ต้องแนบเอกสารหลักฐาน) (ดาวน์โหลด-คีย์-อัพโหลด-ส่ง)      3.3 กรณีไม่พบชื่อเภสัชเคมีภัณฑ์ในระบบ เลือกเพิ่มสาร  ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน    4.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯพร้อมเอกสารหลักฐาน และแจ้งผลกพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบเภสัชเคมีภัณฑ์    5.พิมพ์ใบสั่งชำระเงินผ่านระบบเภสัชเคมีภัณฑ์ (กรณีคำขอจดแจ้งเภสัชเคมีภัณฑ์) ชำระเงินได้ทุกช่องทางการชำระเงินที่ระบุในใบสั่งชำระ    6.ระบบเภสัชเคมีภัณฑ์ออกเลขจดแจ้งเภสัชเคมีภัณฑ์ หลังชำระเงินแล้ว    เงื่อนไข    ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐาน ให้ถูกต้องตามประเภทใบอนุญาตฯ/ประเภทของเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าเภสัชเคมีภัณฑ์ผลิตจากสถานที่ผลิตที่ได้รับการรับรองคุณภาพการผลิตได้แก่ Certificate of GMP, ISO, HACCP, Purchase Order และเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้ความเห็นชอบ ที่ผู้ยื่นคำขอต้องการนำเข้าเภสัชเคมีภัณฑ์นั้นๆ    ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้อง และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอและแจ้งความบกพร่องของคำขอนั้นๆ รวมถึงเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการยื่นคำขอใหม่","2022-07-31T15:39:48"],
    [1704,"94e56e22-1caf-496e-a37a-30423ae8db4f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย ขายนอกสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4[N]1125579","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d33-d37b-4860-bc54-316da54f97fa",30,1000,1,"หลักเกณฑ์    ผู้ประสงค์ยื่นคำขอจะต้องได้รับใบอนุญาตผลิตหรือขายยาแผนปัจจุบัน หรือใบอนุญาตนําหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา แล้วแต่กรณี เสียก่อน จึงจะสามารถยื่นขอใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย ขายนอกสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4ได้    วิธีการ    1. การยื่นขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย ขายนอกสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4    ใช้ :แบบตรวจสอบเอกสารคำขออนุญาต (ขอใหม่) ประเภทใบอนุญาตยาเสพติดให้โทษ, วัตถุออกฤทธิ์ (บุคคลธรรมดา/ นิติบุคล)      สามารถดาวน์โหลดได้ที่ เว็ปไซด์ สำนักยา ที่ http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-208-Edit2.pdf      2. สอบถามเพิ่มเติม ( 02-590-7200  งานใบอนุญาต  ห้อง318 ชั้น3 อาคาร4 สำนักยา อย. )    เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ สำนักยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ งานใบอนุญาต สำนักยา ห้อง 318 ชั้น3 อาคาร 4 ตึกอย.     1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2022-07-31T15:40:28"],
    [1705,"94e56e22-21c7-4a9a-96e6-70c38c261b54","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์แบบอ้างอิง (refer) กรณีสถานที่ผลิตยาเดิม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-da5c-4444-8ffe-a22f2e552983",75,2000,2,"หลักเกณฑ์ :     1.กฏกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตำรับยา พ.ศ. 2555    2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา    3.ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์แบบอ้างอิง (REFER)    4.ประกาศสำนักยาเรื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนผันการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมสำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาและคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยา ที่ยื่นต่อสำนักยา    5. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยา สำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน    6. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ?หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยา กรณีมาตรฐานสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันในต่างประเทศ    7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา พ.ศ.2560    วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:41:02"],
    [1706,"94e56e22-1f13-4d70-a8e6-9da39e2b0164","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตผลิต แบ่งบรรจุ นำหรือสั่ง Placebo เข้ามาในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-d6c8-4002-a871-99065678b884",8,1000,9,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:40:48"],
    [1707,"94e56e22-2468-4d85-b47d-eff82924cffb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ (ยกเว้น ยาชีววัตถุสำหรับสัตว์) แบบเอกสาร (hard copy)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-ddfb-4075-af87-fea22235a54f",140,2000,2,"หลักเกณฑ์  1.กฏกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตำรับยา พ.ศ. 2555    2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา    3. คู่มือ/หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน ยาสัตว์    4.ประกาศสำนักยา เรื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนผันการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมสำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาและคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยา ที่ยื่นต่อสำนักยา    5. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยา สำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน    6. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ?หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยา กรณีมาตรฐานสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันในต่างประเทศ    7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา พ.ศ.2560      วิธีการ  1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:41:15"],
    [1708,"94e56e22-2984-415d-8afd-09a9a28a1d99","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้่นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์แบบอ้างอิง (refer) กรณีเปลี่ยนสถานที่ผลิตยา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-e4b9-4338-b6f8-b08719a33f1e",130,2000,2,"หลักเกณฑ์ :    1.กฏกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตำรับยา พ.ศ. 2555    2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา    3.ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์แบบอ้างอิง (REFER)    4.ประกาศสำนักยาเรื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนผันการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมสำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาและคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยา ที่ยื่นต่อสำนักยา    5. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยา สำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน    6. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ?หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยา กรณีมาตรฐานสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันในต่างประเทศ    7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา พ.ศ.2560    วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:42:20"],
    [1709,"94e56e22-2e55-471b-9575-10b5b3226422","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา",": การขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ใหม่ (ยกเว้น ยาชีววัตถุสำหรับสัตว์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-eb11-4c12-ae49-d7f0352bf8d2",245,2000,5,"หลักเกณฑ์    1.กฏกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตำรับยา พ.ศ. 2555    2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา    3. คู่มือ/หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน ยาสัตว์    4.ประกาศสำนักยา เรื่อง กำหนดระยะเวลาผ่อนผันการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมสำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาและคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยา ที่ยื่นต่อสำนักยา    5. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยา สำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน    6. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ?หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยา กรณีมาตรฐานสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันในต่างประเทศ    7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา พ.ศ.2560    วิธีการ  1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ      เงื่อนไข    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:42:35"],
    [1710,"94e56e22-4767-4380-92c7-cb956521686b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ไม่ใช่เฮมพ์","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-0ba8-466e-b662-d34b7ad71e28",75,4000,9,"ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกเอกสารคำขอ พร้อมเอกสารประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอดังกล่าว","2023-08-25T16:02:09"],
    [1711,"94e56e22-26dc-4acf-9df3-1c920172a074","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยา (Certificate of Pharmaceutical Product/Certificate of Free Sale)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-e147-4e45-acee-f57c57ba96d0",1,500,9,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:41:31"],
    [1712,"94e56e22-2bba-42be-882b-f834e1cc9214","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 [N]1125636","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d33-e7b5-4472-b573-58fc7e49e461",30,0,1,"หลักเกณฑ์    ผู้ประสงค์ยื่นคำขอจะต้องได้รับใบอนุญาตผลิตหรือขายยาแผนปัจจุบัน หรือใบอนุญาตนําหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา แล้วแต่กรณี เสียก่อน จึงจะสามารถยื่นขอใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ได้    วิธีการ    1. การยื่นขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3    ใช้ :แบบตรวจสอบเอกสารคำขออนุญาต (ขอใหม่) ประเภทใบอนุญาตยาเสพติดให้โทษ, วัตถุออกฤทธิ์ (บุคคลธรรมดา/ นิติบุคล)      สามารถดาวน์โหลดได้ที่ เว็ปไซด์ สำนักยา ที่ http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/ApplicationForms/F-D2-208-Edit2.pdf      2. สอบถามเพิ่มเติม ( 02-590-7200  งานใบอนุญาต  ห้อง318 ชั้น3 อาคาร4 สำนักยา อย. )    เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ สำนักยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ งานใบอนุญาต สำนักยา ห้อง 318 ชั้น3 อาคาร 4 ตึกอย.     1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2022-07-31T15:42:00"],
    [1713,"94e56e22-3082-42c9-b826-7eae6d2bb09e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การตรวจประเมินหลักวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยยา [N]1125675","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-ee2d-4e07-aeca-2635a3262cec",60,2000,1,"1.ผู้ประสงค์ยื่นคำขอ :ต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557 จัดทำแบบประเมินตนเอง (Self-Assessment) และผ่านการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้นจาก หน่วยงาน/องค์กรที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามอบหมายแล้ว  2. ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม การยื่นคำขอ และเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ที่ เว็ปไซด์ สำนักยา หัวข้อ GPP สำหรับผู้ประกอบการ ได้ที่  http://www.fda.moph.go.th/sites/Drug/SitePages/GPPPage.aspx  3. การนับเวลานี้มีการหยุดเวลาในช่วงที่ผู้ประกอบการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้สอคคล้องตามหลักวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน","2022-07-31T15:44:48"],
    [1714,"94e56e22-5070-4b0a-be9d-3e35712c6451","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ (สำหรับสัตว์) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-1875-4b7c-9926-a806d78c1b67",150,500,4,"-กฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตํารับยาพ.ศ. 2555      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-medical-registration.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/form(0).PDF      -กฏกระทรวงฉบับที่ 20  (เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บยาคืน)      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-20.pdf    -กฏกระทรวงฉบับที่ 25  (เนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณโดยวิธีตอกอัดเม็ด, วิธีเคลือบ, เงื่อนไขการใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสียตลอดจนวิธีตรวจสอบยาแผนโบราณที่ผลิตตามวิธีดังกล่าว)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-25.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตํารายา พ.ศ. 2561    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/2561-1.PDF    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณพ.ศ. 2556    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-03.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-04.pdf         -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562         http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-05.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณและยาพัฒนาจากสมุนไพรตามบัญชียาจากสมุนไพรที่แนบท้ายบัญชียาหลักแห่งชาติกลุ่มเภสัชตำรับโรงพยาบาล    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20140131.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการแจ้งรายการเรียกเก็บยาคืนของผู้รับอนุญาตผลิตและนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20120216.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องกำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณสำหรับการรายงานการไม่พึงไม่ประสงค์จากยาชนิดร้ายแรง (Serious Adverse Drug Reaction : SADR)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/AE.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20040325.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก ฉบับที่ 2 พ.ศ.2548    http://elib.fda.moph.go.th/fulltext2/กฎหมาย/กองควบคุมยา/ประกาศสำนักงาน/Not_tradstandard2.pdf    - ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ใช้ชื่อการค้าใหม่ และมีข้อมูลเหมือนตำรับยาที่ได้รับขึ้นทะเบียนไว้แล้ว (กรณียาแผนโบราณ)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/herbal27102560.PDF       วิธีการ :         1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ         เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน         หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-08-25T15:02:25"],
    [1715,"94e56e22-3307-431f-9e57-420150cfd6bc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์(เฉพาะกรณีที่มีเอกสาร Certificate of Lot Release จากหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแล และการขนส่งเป็นไปตามสภาวะที่กำหนด)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-f185-43d1-ac41-c0a00e2731e1",1,1000,7,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:45:14"],
    [1716,"94e56e22-359c-479f-8dd2-616e2525d6ca","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับรอง/ให้ความเห็นชอบการนำหรือสั่งสินค้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์เข้ามาในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-f4b5-4d2b-b141-3e1cbb006d8f",1,0,20,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:45:48"],
    [1717,"94e56e22-3810-4fc2-9554-8ada98fa55bd","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การประเมินเพื่อออกเอกสารอนุญาตนำหรือสั่งยาที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียน (เพื่อบริจาคเพื่อการกุศล-สำหรับเอกชน) [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-f809-4ee8-ae5d-f5b986c46015",30,1000,7,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:46:28"],
    [1718,"94e56e22-3a84-4610-ad53-74bea1e20f55","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาตัวอย่างเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน (น.ย.8)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-fb7d-439b-b70c-061ec8b0fa6d",1,300,6,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:46:50"],
    [1719,"94e56e22-3cf1-42f9-8bd6-bd940b8ea1c0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตผลิตยาตัวอย่างเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน (ผ.ย.8)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-fed2-4440-83d5-91cc3164a708",1,300,6,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:47:08"],
    [1720,"94e56e22-3f6c-4a85-b87f-a3a86e6d9a22","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวิเคราะห์ (น.ย.ม.2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-0222-464e-9414-41b48128691e",1,1000,8,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:47:28"],
    [1721,"94e56e22-41d5-4fa6-951d-a5f87e6955f4","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการจัดนิทรรศการ (น.ย.ม.3)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-0572-433a-b641-c5f92cbad8db",1,1000,9,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:48:50"],
    [1722,"94e56e22-4509-4347-95d4-0311f216f7a9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการบริจาคเพื่อการกุศล (น.ย.ม.4) สำหรับสถานพยาบาลของรัฐ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-08c9-4d6c-8255-9c4df94874c0",1,1000,10,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:49:27"],
    [1723,"94e56e22-4bab-4212-ad56-2c3e9025f4a6","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองการแปลใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-11c6-4c33-8164-9c655e08215c",1,1500,8,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:51:14"],
    [1724,"94e56e22-4dc9-4460-81d9-b878a55a8f30","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การตอบข้อหารือหรือการให้บริการข้อมูล โดยตอบเป็นหนังสือ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-1507-4bbb-9cc2-7b441acbe84f",40,2000,3,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:51:40"],
    [1725,"94e56e22-5304-40be-b980-a799e5e139da","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงสาระบางประการในหนังสือให้ความเห็นชอบ การนำหรือสั่งสินค้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์เข้ามาในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-1bbe-4c77-b456-b74ad11a703c",1,0,6,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:53:05"],
    [1726,"94e56e22-57be-4954-83e3-da866aca4f5b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพร (สำหรับสัตว์) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-223d-4b25-9ccf-07772cb92bd8",190,2000,3,"-กฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตํารับยาพ.ศ. 2555      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-medical-registration.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/form(0).PDF      -กฏกระทรวงฉบับที่ 20  (เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บยาคืน)      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-20.pdf    -กฏกระทรวงฉบับที่ 25  (เนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณโดยวิธีตอกอัดเม็ด, วิธีเคลือบ, เงื่อนไขการใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสียตลอดจนวิธีตรวจสอบยาแผนโบราณที่ผลิตตามวิธีดังกล่าว)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-25.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตํารายา พ.ศ. 2561    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/2561-1.PDF      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการแจ้งรายการเรียกเก็บยาคืนของผู้รับอนุญาตผลิตและนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20120216.pdf             -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องกำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยาสำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20160205.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องกำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณสำหรับการรายงานการไม่พึงไม่ประสงค์จากยาชนิดร้ายแรง (Serious Adverse Drug Reaction : SADR)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/AE.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20040325.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก ฉบับที่ 2 พ.ศ.2548    http://elib.fda.moph.go.th/fulltext2/กฎหมาย/กองควบคุมยา/ประกาศสำนักงาน/Not_tradstandard2.pdf        วิธีการ :        1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ        เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน        หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-08-25T15:01:54"],
    [1727,"94e56e22-5a24-4324-a67d-dab0121aaf53","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุมัติปลด Safety Monitoring Program","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-2594-45ed-8bd1-90b697c3e969",140,2000,24,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:54:12"],
    [1728,"94e56e22-6047-4fd7-a2d8-9ebb28041685","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาสามัญและยาสามัญใหม่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-41ab-4a18-b746-7e8be4893b06",155,2000,3,"1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:54:41"],
    [1729,"94e56e22-62a2-4a31-8354-8259a7546eff","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนกรณีถ่ายโอนทะเบียนตำรับยา (Transfer)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-451d-4f44-bfc5-3539ed3e3d2c",5,500,16,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:55:02"],
    [1730,"94e56e22-65a5-4dc2-b63e-04fac98e0756","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตํารับยาแผนปัจจุบัน (ยกเว้น ยาชีววัตถุที่เป็นวัคซีนสำหรับมนุษย์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-4963-4bf0-8bb8-90648dfd0688",161,43500,5,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    หมายเหตุ :- ระยะเวลาการประเมินรายละเอียดแต่ละประเภทคำขอฯ มีดังนี้    1) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-1 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ฯ วัคซีน    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 135 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 160 วันทำการ)    2) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-2 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ฯ    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 115 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ)    3) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-1 ของตำรับที่ไม่ใช่ยาใหม่หรือชีววัตถุใหม่ กรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากยาต้นแบบ    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 135 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 160 วันทำการ)    4) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-1 ของตำรับที่ไม่ใช่ยาใหม่หรือชีววัตถุใหม่ กรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเหมือนกับยาต้นแบบ, Biosimilar    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 50 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ)    5) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-2 ของตำรับที่ไม่ใช่ยาใหม่หรือชีววัตถุใหม่    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 50 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70วันทำการ)    6) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-4 และ MaV-5 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ฯ    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 115 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ)    7) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-4 และ MaV-5 ของตำรับที่ไม่ใช่ยาใหม่หรือชีววัตถุใหม่    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ)    8) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-3 และ MaV-6 ถึง MaV-16 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ฯ    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ)    9) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-3 และ MaV-6 ถึง MaV-16 ของตำรับยาที่ไม่ใช่ยาใหม่หรือชีววัตถุใหม่ฯ    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 90 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ)    10) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรณีอื่นนอกจากข้อ 1) ถึง 9) ที่สำนักยาพิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ)    11) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม ตาม MiV-PA-1 ถึง MiV-PA-36 กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญพิจารณา    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ)    12) การประเมินคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม ตาม MiV-PA-1 ถึง MiV-PA-36 กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญพิจารณา    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 30 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40วันทำการ)    13) การประเมินคำขอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรณีอื่นนอกจากข้อ 1)ที่สำนักยาพิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญพิจารณา    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณา จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ)    14) การประเมินคำขอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรณีอื่นนอกจากข้อ 1)ที่สำนักยาพิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญพิจารณา    (กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 30 วันทำการ    กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40วันทำการ)","2022-07-31T15:55:35"],
    [1731,"94e56e22-6ae2-47da-b2a7-0d643bb0fd30","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตผลิต/นําหรือสั่งยาตัวอย่างเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการขึ้นทะเบียนตํารับยาแผนโบราณ (ย.บ.8)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-509d-4e1e-8090-74c621cab93b",1,100,6,"- กฎกระทรวงการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนโบราณ พ.ศ.2555    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-traditional-medicine-license.PDF    - ประกาศสำนักยา เรื่อง ข้อกำหนดปริมาณยาตัวอย่างที่อนุญาตให้ผลิตหรือนำสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับยา    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law05-Bureau-Drug-announced/A20110530.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ?การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-23-05.pdf    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบันและแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฏหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559         http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-23-06.pdf         -กฏกระทรวงฉบับที่ 25  (เนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณโดยวิธีตอกอัดเม็ด, วิธีเคลือบ, เงื่อนไขการใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสียตลอดจนวิธีตรวจสอบยาแผนโบราณที่ผลิตตามวิธีดังกล่าว)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-25.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตํารายา พ.ศ. 2561    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/2561-1.PDF    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณพ.ศ. 2556    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-03.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-04.pdf        -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-05.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณและยาพัฒนาจากสมุนไพรตามบัญชียาจากสมุนไพรที่แนบท้ายบัญชียาหลักแห่งชาติกลุ่มเภสัชตำรับโรงพยาบาล    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20140131.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการแจ้งรายการเรียกเก็บยาคืนของผู้รับอนุญาตผลิตและนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20120216.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องกำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณสำหรับการรายงานการไม่พึงไม่ประสงค์จากยาชนิดร้ายแรง (Serious Adverse Drug Reaction : SADR)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/AE.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20040325.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก ฉบับที่ 2 พ.ศ.2548    http://elib.fda.moph.go.th/fulltext2/กฎหมาย/กองควบคุมยา/ประกาศสำนักงาน/Not_tradstandard2.pdf            วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ      เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:57:19"],
    [1732,"94e56e22-6e54-4d35-9e61-45a6576dd828","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตํารับยาแผนโบราณและยาพัฒนาจากสมุนไพร (สำหรับสัตว์) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-5548-44ec-b84e-f044ff78bb64",120,43500,3,"-กฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตํารับยาพ.ศ. 2555      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-medical-registration.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/form(0).PDF      -กฏกระทรวงฉบับที่ 20  (เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บยาคืน)      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-20.pdf    -กฏกระทรวงฉบับที่ 25  (เนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณโดยวิธีตอกอัดเม็ด, วิธีเคลือบ, เงื่อนไขการใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสียตลอดจนวิธีตรวจสอบยาแผนโบราณที่ผลิตตามวิธีดังกล่าว)    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-25.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตํารายา พ.ศ. 2561    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/2561-1.PDF    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณพ.ศ. 2556    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-03.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-04.pdf        -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562        http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-05.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกำหนดเอกสารหรือหลักฐานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ      http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20171027.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกำหนดเอกสารหรือหลักฐานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20130628.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ผลิตยาในทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ    http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20150112.pdf      วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน        หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา      ระยะเวลาในการดำเนินการ    คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ    4.1 ตำรับยาแผนโบราณ    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 75 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 105 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ      (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 50 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ      4.2 ตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนโบราณ    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    ก การแก้ไขเปลี่ยนแปลงและ/หรือการเพิ่มเกี่ยวกับข้อบ่งใช้ขนาดปละแผนการใช้ยา กลุ่มผู้ป่วยหรือข้อมูลทางคลินิก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขยายการใช้ยา    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 90 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ        ข การแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉลากลเอกสารกำกับยาที่มีข้อมูลนอกเหนือจากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามข้อ ก    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ        ค การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสูตรตำรับ กระบวนการผลิต หรือ การควบคุมคุณภาพมาตรฐาน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ      (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    ก กรณีส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 80 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    ข กรณีไม่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ      คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบัน    3.1 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-1 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 135 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 160 วันทำการ    (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-2 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 115 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ        (5) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-4 และ MaV-5 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 115 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ    (7) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-3 และ MaV-6 ถึง MaV-13 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ        (9) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรณีอื่นนอกเหนือจากข้อ 3.1 (1) ถึง (8) ข้างต้นซึ่งสำนักยาได้พิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ    3.2 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MiV-PA-1 ถึง MiV-PA-36    ก กรณีส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    ข กรณีไม่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 30วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40 วันทำการ      (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรณีอื่นนอกเหนือจากข้อ 3.2 (1) ข้างต้นซึ่งสำนักยาได้พิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    ก กรณีส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    ข กรณีไม่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 30วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40 วันทำการ","2022-08-25T15:00:53"],
    [1733,"94e56e22-6828-4250-9c6e-766fabd4f138","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยากำพร้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-4cce-4d8f-8df2-1ed0652f2c08",316,2000,6,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบโดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบหากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    ยากำพร้าได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาพ.ศ. 2560 ข้อ 2 (1.1) (ข)","2022-07-31T15:56:01"],
    [1734,"94e56e22-819e-4f15-91a1-ba37cfe29643","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาชีววัตถุใหม่ (ยกเว้น ยาชีววัตถุที่เป็นวัคซีนสำหรับมนุษย์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-62bc-434a-9915-8598123eeac6",258,2000,4,"วิธีการ :  1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ  เงื่อนไข:  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)  2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  หมายเหตุ  การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:58:25"],
    [1735,"94e56e22-8830-4c7f-83a7-5c0125a7df2f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาชีววัตถุ ที่เป็นวัคซีนสำหรับมนุษย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-6624-408c-ad36-b3ecf109995b",348,2000,4,"วิธีการ :  1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ  เงื่อนไข:  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)  2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  หมายเหตุ  การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T16:00:37"],
    [1736,"94e56e22-8ce9-493a-9023-a94efc796782","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การรับรองรุ่นการผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-69b6-48c3-91f0-b8d1000e5f65",20,1000,6,"วิธีการ :  1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ  เงื่อนไข:  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)  2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  หมายเหตุ  การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:58:39"],
    [1737,"94e56e22-947d-4ad7-a395-83a7ff051704","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาชีววัตถุสามัญ (ยกเว้น ยาชีววัตถุที่เป็นวัคซีนสำหรับมนุษย์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-6cf6-4673-a875-d1d88801df9c",160,2000,3,"วิธีการ :  1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ  เงื่อนไข:  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)  2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  หมายเหตุ  การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T15:58:53"],
    [1738,"94e56e22-9da6-4b9b-845e-a4e1fd4d93d2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การวินิจฉัยประเภทยาที่ขอขึ้นทะเบียนยา [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-7782-4386-8147-6086bc3a21d5",37,1000,8,"1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอหารือวินิจฉัยประเภทยาที่ขอขึ้นทะเบียนยา และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอหารือวินิจฉัยประเภทยาที่ขอขึ้นทะเบียนยา ณ สำนักยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ     เงื่อนไข    ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอหารือวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการหรือยื่นเพิ่ม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึก มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ    ระยะเวลาที่ระบุในคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้นับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการแก้ไขเอกสาร ซึ่งมีได้ไม่เกิน 1 รอบการหยุดเวลา โดยระยะเวลาการหยุดเวลานี้จะไม่เกิน 30 วัน หากระยะเวลาที่หยุดเวลานี้เกินที่กำหนดไว้ อย. จำหน่ายเรื่องดังกล่าว หรือพิจารณาคำขอฯ ต่อไปโดยใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณา","2022-07-31T15:59:26"],
    [1739,"94e56e22-9b09-4d89-95a9-7d5154b59864","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาชีววัตถุสามัญสำหรับสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-73ee-4f27-b581-19e7502c3e6a",160,2000,1,"วิธีการ :  1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ  เงื่อนไข:  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)  2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  หมายเหตุ  การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T16:00:54"],
    [1740,"94e56e22-9ffc-455e-81df-0c7899b3d7ee","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอเปลี่ยนประเภทยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-7aa4-4602-beb7-11052e459999",190,99000,5,"1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอเปลี่ยนประเภทยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์และเอกสารประกอบการพิจารณาตามหัวข้อที่ระบุ    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณาภายในระยะเวลาที่กำหนด    4. หากคำขอฯ และเอกสารทั้งหมดถูกต้อง ให้ผู้ยื่นคำขอฯ ชำระเงินค่าใช้จ่ายในการประเมิน หากไม่ถูกต้องให้ผู้ยื่นคำขอฯ แก้ไขเอกสารภายใน 10 วันทำการ    5. เจ้าหน้าที่รับคำขอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    เงื่อนไข    เวลาในการแก้ไขการทำ PIL User testing การรับฟังความเห็น และการพิจารณาของคณะกรรมการยา ไม่รวมในกระบวนการ 190 วันทำการ","2022-07-31T15:59:44"],
    [1741,"94e56e22-a2ec-4ddb-8a4c-bb817fe29764","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตํารับยาที่อนุญาตที่ OSSC (กรณียื่นตามแบบ ย.5)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-7e01-4299-8571-6a7fc07621bd",1,300,5,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T16:00:11"],
    [1742,"94e56e22-a59d-4a12-8025-570a2080703e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตํารับยาที่อนุญาตที่ OSSC โดยการสลักหลังใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา (กรณียื่นตามแบบ ย.4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-81cb-41df-aa92-01afe99509ff",15,300,5,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T16:01:40"],
    [1743,"94e56e22-b4f2-4a7f-9cc3-dab19f59acd3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การพิจารณามาตรฐานวิธีการในการผลิตยาของสถานที่ผลิตยาในประเทศ (Good Manufacturing Practice : GMP) (ยา) ไม่รวมถึงกระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่ป้องกันหรือบำบัดโรค สภากาชาดไทย และองค์การเภสัชกรรม ตามมาตรา 13","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-933f-42a5-9331-f6fdd63c93f7",330,2000,4,"1. ผู้รับอนุญาตผลิตต้องทำหนังสือแจ้งความประสงค์ขอให้มีการตรวจประเมิน GMP กรณีขอให้มีการตรวจใหม่  2. ผู้รับอนุญาตผลิตต้องยื่นเอกสารตามรายละเอียดในหนังสือนัดหมายการตรวจประเมิน GMP   3. ผู้รับอนุญาตผลิตต้องชำระค่าตรวจประเมิน GMP ให้เสร็จสิ้นก่อนการตรวจประเมิน GMP ตามวันและเวลาที่นัดหมาย","2025-09-23T11:19:41"],
    [1744,"94e56e22-b9b1-44eb-8e79-0b556241779e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับการพิจารณาแบบแปลน สถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน และสถานที่ผลิตยาแผนโบราณ [N] นายธนานันท์ ทรัพย์เจริญ สำนักยา","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-9904-47d8-aaa4-b08ef8d4aa46",191,2500,8,"การพิจารณาอนุญาตสถานที่ผลิตยา    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตผลิตยาจะต้องขออนุมัติแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน หรือสถานที่ผลิตยาแผนโบราณจากผู้อนุญาต ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำหรับกรณีสถานที่ผลิตยาแผนโบราณ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถขออนุมัติ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ของจังหวัดที่ประสงค์จะขออนุญาตผลิตยาแผนโบราณตั้งอยู่ และเมื่อได้รับอนุมัติแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแล้ว จึงนำแบบแปลนที่ได้รับอนุมัตินั้น ไปดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนที่ได้รับอนุมัตินั้น ก่อนที่จะยื่นเอกสารเพื่อขอตรวจสถานที่และยื่นขอมีใบอนุญาตผลิตยาต่อไป       การยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องเตรียมแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน หรือสถานที่ผลิตยาแผนโบราณ โดยปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้       กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิตยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2546   กฎกระทรวง การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนโบราณ พ.ศ. 2555   ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบันและแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559   ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559           กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง       กฎหมายว่าด้วยผังเมือง   กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร   กฎหมายว่าด้วยโรงงาน   กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว   กฎหมายว่าด้วยยา            ขั้นตอนขอรับการพิจารณาแบบแปลน สำหรับผู้ประกอบการ    1. การพิจารณาแบบแปลน ขอใหม่ / Major change / Medium change    ประกอบไปด้วย 3 กระบวนการหลัก ได้แก่    1.1 กระบวนงานที่กลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด สำนักยา รับเรื่องพิจารณาค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา (ขอใหม่ / Major change / Medium change)         1.1.1 ผู้ประกอบการ ทำหนังสือเรียนหัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด (กลุ่ม Post) สำนักยา สอบถามค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอพิจารณาแบบแปลน หรือใช้แบบฟอร์มตามที่กำหนดให้ โดยจัดให้มีเอกสารดังต่อไปนี้       หนังสือสอบถามค่าธรรมเนียมในการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา 1 ฉบับ   ร่างแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน / แผนโบราณ ที่สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน / แผนโบราณ ฉบับจริง 3 ฉบับ   สำเนาแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน / แผนโบราณ ที่เคยได้รับการอนุมัติครั้งล่าสุด (กรณีประสงค์ขอปรับปรุงแก้ไขสถานที่) 1 ฉบับ   รายการหมวดการผลิตยาที่ขอรับการพิจารณาแบบแปลน (แบบ ม.ป.1 / ม.บ.1)            1.1.2 หัวหน้ากลุ่ม Post มอบเรื่องให้ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานพิจารณาเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ขาย และนำเข้ายา พิจารณาค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอพิจารณาแบบแปลน ภายใน 1 วันทำการ          1.1.3 ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ พิจารณาค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอพิจารณาแบบแปลน ภายใน 7 วันทำการ ตั้งแต่วันที่เลขานุการคณะทำงานฯ รับเรื่อง ถ้าพิจารณาได้ ให้ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการผ่านหัวหน้ากลุ่ม Post เพื่อแจ้งยอดค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอฯ พร้อมแนบคืนเอกสารที่ผู้ประกอบการนำมาให้พิจารณา          แต่ถ้าพิจารณาไม่ได้ เนื่องด้วยสาเหตุอันเหมาะสม เช่น เอกสารแสดงรายละเอียดไม่ครบถ้วน แบบแปลน ไม่ชัดเจน ไม่แสดงส่วนขอปรับปรุงแก้ไข ให้แจ้งผู้ประกอบการเพื่อส่งคืนกลับไปแก้ไข  โดยผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน แล้วนำมายื่นให้เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา พิจารณาเพิ่มเติมไม่เกิน 7 วันปฏิทิน นับถัดจากวันตรวจสอบเอกสาร (Stop Clock) หากเกินกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา จะทำการยกเลิกเรื่อง          1.1.4 ผู้ประกอบการแก้ไขแล้วนำมาให้ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ พิจารณาเพิ่มเติม ตาม ข้อ 1.1.3          1.1.5 ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ พิจารณาเรียบร้อยแล้ว ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการผ่านหัวหน้ากลุ่ม Post  เพื่อแจ้งยอดค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอฯ พร้อมแนบคืนเอกสาร ที่ผู้ประกอบการนำมาให้พิจารณา          1.1.6 ผู้ประกอบการรับหนังสือแจ้งยอดค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอฯ และแบบฟอร์ม แบบคำขอพิจารณา แบบแปลนสถานที่ผลิตยา และแบบตรวจสอบตนเอง พร้อมทั้งเอกสารที่ผู้ประกอบการยื่นมาด้วยทั้งหมด          1.1.7 ผู้ประกอบการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน       แบบคำขอพิจารณาแบบแปลน สถานที่ผลิตยา ตามรูปแบบที่กลุ่ม Post สำนักยา กำหนด   แบบตรวจสอบตนเอง สำหรับขอรับการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา            หมายเหตุ : กรณีมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสถานประกอบการหรือผู้แทนดำเนินการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ทำการแทน (ปิดอากรแสตมป์ 10 บาท) ฉบับจริง 1 ชุด และฉบับสำเนา 1 ชุด    1.2 กระบวนงานที่ One Stop Service Center / เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เกี่ยวกับการชำระค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอพิจารณาแบบแปลน และรับเรื่องการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา (ขอใหม่ / Major change / Medium change)          1.2.1 ผู้ประกอบการยื่นขอใบสั่งชำระเงินค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอพิจารณาแบบแปลน ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ                 (1) พิมพ์ใบสั่งชำระเงินผ่านทางระบบสารสนเทศ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยจำเป็นต้องมี Open ID ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ก่อนการเข้าใช้งานระบบ (http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/GL-Industry.aspx)                 (2) ติดต่อด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ในการใช้งานระบบ          1.2.2 ชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทุกสาขา และทุกช่องทางการชำระเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ ตามระยะเวลาที่ระบุในใบสั่งชำระ          1.2.3 ผู้ประกอบการ นำสำเนาใบเสร็จการชำระเงินมามอบให้เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมทั้งยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมสำเนาหลักฐานฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุในหัวข้อ &ldquo;รายการเอกสาร คำขอ และหลักฐานประกอบ\" โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบตนเอง สำหรับขอรับการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา ณ  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี          1.2.4 เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตรวจสอบเอกสาร ดังต่อไปนี้       หนังสือจากกลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด สำนักยา เรื่องแจ้งยอดค่าธรรมเนียมการประเมินคำขอฯ   ร่างแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน / แผนโบราณ ที่สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน / แผนโบราณ ฉบับจริง   แบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบัน / แผนโบราณ ที่เคยได้รับการอนุมัติครั้งล่าสุด (กรณีประสงค์ขอปรับปรุงแก้ไขสถานที่)   รายการหมวดการผลิตยาที่ขอรับการพิจารณาแบบแปลน (แบบ ม.ป.1 / ม.บ.1) ฉบับจริง   แบบคำขอพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา ตามรูปแบบที่กลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด สำนักยา กำหนด   แบบตรวจสอบตนเอง สำหรับขอรับการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา   สำเนาใบเสร็จการชำระเงิน พร้อมทั้งแสดงใบเสร็จฉบับจริง   หนังสือมอบอำนาจให้ทำการแทน (ปิดอากรแสตมป์ 10 บาท) ฉบับจริง 1 ชุด และฉบับสำเนา 1 ชุด      หมายเหตุ : เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ จะพิจารณา ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน ของเอกสาร และตรวจสอบ สำเนาใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบการ พร้อมทั้ง ประทับตรา &ldquo;ชำระเงินแล้ว&rdquo; ลงใน แบบคำขอพิจารณาแบบแปลน และทำการบันทึกข้อมูล ในระบบที่จำเป็น         1.2.5 เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร ภายใน 1 วันทำการ          หากเอกสารแสดงรายละเอียด ครบถ้วน ให้ประทับตรา &ldquo;ครบถ้วน&rdquo; และลงลายมือชื่อกำกับในส่วนที่ 2 ของแบบตรวจสอบตนเอง สำหรับขอรับการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา พร้อมออกใบนัดรับผลการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา ให้กับผู้ประกอบการ         หากเอกสารแสดงรายละเอียด ไม่ครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่ฯ ออกบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม และให้ประทับตรา &ldquo;ไม่ครบถ้วน&rdquo; พร้อมหมายเหตุตามลำดับเอกสาร และลงลายมือชื่อกำกับในส่วนที่ 2 ของแบบตรวจสอบตนเอง สำหรับขอรับการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา แล้วสำเนาคืนให้ผู้ประกอบการ ส่วนต้นฉบับให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมคืนเอกสารทั้งหมดแก่ผู้ประกอบการ         โดยผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน แล้วนำมายื่นให้เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ พิจารณาเพิ่มเติมไม่เกิน 7 วันปฏิทิน นับถัดจากวันตรวจสอบเอกสาร (Stop Clock) หากเกินกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา จะทำการยกเลิกเรื่อง         1.2.6 เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่งเรื่องและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กลุ่ม Post สำนักยา ทุกเย็นวันทำการ    1.3 กระบวนงานที่กลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด สำนักยา รับเรื่อง และพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา (ขอใหม่ / Major change / Medium change)         1.3.1 กลุ่ม Post รับเรื่องจากเจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมประทับตราลงเลขรับในแบบคำขอพิจารณาแบบแปลน เพื่อมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ดำเนินการต่อไป         1.3.2 ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ บันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูล และทำการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนโบราณเบื้องต้น ส่วนกรณีสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันให้ส่งมอบงานตรวจประเมิน GMP ตามเขตรับผิดชอบเป็นผู้พิจารณาแบบแปลนเบื้องต้น โดยหากพบว่า แบบแปลนครบถ้วนเหมาะสม แก่การพิจารณา ให้นัดผู้ประกอบการ เพื่อเข้าประชุมหารือในที่ประชุมคณะทำงานฯ         หากไม่เหมาะสม ให้ผู้ประกอบการ แก้ไขแบบแปลนให้ครบถ้วนเหมาะสมแก่การพิจารณา แล้วนำมายื่นให้เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา พิจารณาเพิ่มเติมไม่เกิน 15 วันปฏิทิน นับถัดจากวันพิจารณา (Stop Clock) หากเกินกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่กลุ่ม Post สำนักยา จะทำการยกเลิกเรื่อง         1.3.3 ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ดำเนินการทำหนังสือเชิญประชุม และจัดประชุมคณะทำงานฯ         1.3.4 คณะทำงานฯ ร่วมกันพิจารณาแบบแปลน ของแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ หากมติเห็นชอบไม่มีการแก้ไข หรือมีการแก้ไขเล็กน้อยและดำเนินการแล้วเสร็จได้ในวันเดียวกันให้ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ จัดทำบันทึกการประชุมคณะทำงานพิจารณาเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ขาย และนำเข้ายา แต่หากไม่เห็นชอบ คือ มีมติให้แก้ไขแบบแปลนในหลาย ๆ ส่วน ซึ่งไม่สามารถใช้เวลาอันสั้นในการแก้ไข ให้ผู้ประกอบการแก้ไขแบบแปลนมาใหม่ (Stop clock นับจากวันที่แจ้ง) แล้วทำหนังสือส่งเรื่องการพิจารณาแบบแปลน โดยนำมายื่นที่กลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด สำนักยา โดยหัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด จะส่งมอบเรื่องให้ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ดำเนินการนำเรื่องเข้าประชุมเป็นเรื่องสืบเนื่องต่อไป         1.3.5 เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม โดยผ่านการเห็นชอบจากองค์ประชุมแล้ว ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ ประทับตราอนุมัติแบบแปลนในวันประชุมนั้นพร้อมลงนามรายชื่อคณะทำงานฯ และบันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูล         1.3.6 ผู้ประกอบการ ลงนามรับแบบแปลนในแบบแปลนต้นฉบับ และรับแบบแปลนจำนวน 1 ฉบับ เพื่อดำเนินการเตรียมการก่อสร้างหรือปรับปรุงแก้ไขต่อไป         1.3.7 ผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานฯ จะพิจารณาว่าสถานที่ผลิตยาที่ผ่านการอนุมัติ อยู่ในเขต พื้นที่จังหวัดใด                    กรณีกรุงเทพมหานคร ทำหนังสือนำส่งแบบแปลนถึงผู้ประกอบการ พร้อมสำเนาหลักฐานลงชื่อรับแบบแปลนจากผู้ประกอบการ   กรณีต่างจังหวัด ทำหนังสือนำส่งแบบแปลนถึงผู้ประกอบการ พร้อมสำเนาหลักฐานลงชื่อรับแบบแปลนจากผู้ประกอบการ และทำหนังสือแจ้งถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อทราบเป็นข้อมูลด้วย           2. การพิจารณาแบบแปลนกรณีปรกติ Minor change     กระบวนงานรับเรื่อง และพิจารณาแบบแปลนกรณีปรกติ ในการพิจารณาแบบแปลนสถานที่ผลิตยา          2.1 ผู้ประกอบการนำสำเนาแบบแปลนที่ได้รับการอนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาติดต่อ ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ อาคาร 4 ชั้น 2 ห้อง 216 โทร 0 2590 7315          2.2 ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ พิจารณาความประสงค์ตามเกณฑ์ Minor change                2.2.1 กรณีดำเนินการตามเกณฑ์ได้ ให้พิจารณาว่าสามารถแก้ไขแบบแปลนได้ทันทีหรือไม่ โดยไม่ผิดหลักการแบบแปลนเดิม ถ้าสามารถแก้ไขได้ทันที ให้ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานฯ อย่างน้อย 1 ท่าน พิจารณาแก้ไขแบบแปลนร่วมกับผู้ประกอบการ โดยลงนามกำกับ พร้อมลงวันที่แก้ไข ในแบบแปลนตัวจริงทั้ง 3 ฉบับ ที่อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2 ฉบับ กับแบบแปลนที่ผู้ประกอบการนำมามอบให้พิจารณา 1 ฉบับ ซึ่งได้รับการอนุมัติในครั้งก่อนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ทันที ซึ่งต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะทำงานฯ ให้นำเรื่องเสนองานตรวจประเมิน GMP พื้นที่เขตรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง นำเรื่องเข้าประชุม ตามกระบวนงานที่กลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด สำนักยา พิจารณาแบบแปลนกรณีปรกติ (ขอใหม่ / Major change / Medium change) ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการพิจารณาแบบแปลน เนื่องจากอยู่ในช่วงพื้นที่ การปรับปรุงแก้ไขระดับ Minor change คิดเป็นพื้นที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 % ของพื้นที่ภายในอาคารสถานที่ผลิตยา ต่อ 1 ชั้น ที่มีการ ปรับปรุง / แก้ไข / เปลี่ยนแปลง / ต่อเติม / สลับ / เปลี่ยน                2.2.2 กรณีไม่สามารถดำเนินการตามเกณฑ์ได้ ให้อธิบายด้วยเหตุผลตามหลักการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีแบบแปลนมาให้พิจารณาด้วย ให้เขียนข้อความหรือเนื้อความสั้น ๆ พร้อมทั้งลงวันที่ เวลา ชื่อผู้พิจารณา เพื่อเป็นหลักฐาน กำกับไว้ในแบบแปลนที่ผู้ประกอบการนำมาให้พิจารณา และขอสำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐานที่กลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด สำนักยา 1 ชุด และแจ้งให้ผู้ประกอบการ ดำเนินการเตรียมเอกสาร ตามเกณฑ์กรณียื่นแบบ Major change / Medium change  โดยมีค่าธรรมเนียมการพิจารณาแบบแปลน                2.2.3 ผู้ประกอบการ รับมอบแบบแปลนที่รับการอนุมัติแก้ไข    หมายเหตุ : กรณีดำเนินการตามเกณฑ์ได้ ผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานฯ ลงบันทึกการแก้ไขในฐานข้อมูล และนำแบบแปลนต้นฉบับเก็บที่ตู้เก็บเอกสารแบบแปลนตามเดิม         เงื่อนไข    ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)         ภาคผนวกที่เกี่ยวข้อง    นิยาม Major change / Medium change / Minor change    ในการพิจารณาประเมินค่าใช้จ่ายในการพิจารณาแบบแปลน กรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง    นิยาม Major change    เป็นการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติม อาคารผลิตยาส่วนมากหรือทั้งหมด เพื่อการขยายกำลังการผลิต หรือปรับปรุง Facility การผลิต ให้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานข้อกำหนด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินการผลิตระยะยาว ซึ่งอาจทำให้ต้องหยุดการผลิตในส่วนที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นพื้นที่ มากกว่าหรือเท่ากับ 70 % ของพื้นที่ภายในอาคารผลิตยา ต่อ 1 ชั้น ที่มีการ ปรับปรุง / แก้ไข / เปลี่ยนแปลง / ต่อเติม / สลับ / เปลี่ยน ซึ่งพิจารณาตามรายละเอียด ดังนี้       การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติมโครงสร้างภายในอาคาร และแบบแปลนของอาคารในหมวดการผลิตยาที่เกี่ยวข้อง เช่น การเพิ่มประตู / กั้นผนัง / ปิดช่องประตู / ปิดช่องผนัง / เจาะผนัง จุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนทางเข้า-ออก เปลี่ยนทิศทาง ลด ขยาย หรือกั้นแบ่งขนาดห้อง โดยพิจารณาจากพื้นที่ ที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติม   การสลับ / เปลี่ยน ห้องปฏิบัติงานในกระบวนการผลิต หรือการควบคุมคุณภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการวิกฤต (Critical process) และส่งผลกระทบต่อแบบแปลนส่วนอื่น   การเพิ่มเติมจำนวนอาคาร สถานที่ภายนอกอาคาร ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตยา โดยไม่นำขนาดพื้นที่ ที่จะมีการก่อสร้างมาพิจารณา ยกเว้นให้สำหรับ อาคารเก็บวัตถุดิบ / วัตถุตั้งต้น / วัสดุการบรรจุ หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป      นิยาม Medium change     เป็นการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติม อาคารผลิตยาปานกลาง เพื่อการขยายกำลังการผลิต หรือปรับปรุง Facility การผลิต ให้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานข้อกำหนด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินการผลิตชั่วคราว ซึ่งอาจทำให้ต้องหยุดการผลิตในส่วนที่เกี่ยวข้องชั่วคราวบางส่วน คิดเป็นพื้นที่ อยู่ระหว่าง 40 % &lt; พื้นที่แก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลง &lt; 70 % ของพื้นที่ภายในอาคารสถานที่ผลิตยา ต่อ 1 ชั้น ที่มีการ ปรับปรุง / แก้ไข / เปลี่ยนแปลง / ต่อเติม / สลับ / เปลี่ยน ซึ่งพิจารณาตามรายละเอียด ดังนี้       การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติมโครงสร้างภายในอาคาร และแบบแปลนของอาคารในหมวดการผลิตยาที่เกี่ยวข้อง เช่น การเพิ่มประตู / กั้นผนัง / ปิดช่องประตู / ปิดช่องผนัง / เจาะผนัง จุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนทางเข้า-ออก เปลี่ยนทิศทาง ลด ขยาย หรือกั้นแบ่งขนาดห้อง โดยพิจารณาจากพื้นที่ ที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติม   การสลับ / เปลี่ยน ห้องปฏิบัติงานในกระบวนการผลิต หรือการควบคุมคุณภาพ ซึ่งไม่ใช่กระบวนการวิกฤต (Critical process) และไม่ส่งผลกระทบต่อแบบแปลนส่วนอื่น   การเพิ่มเติมจำนวนอาคารภายนอกอาคาร ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตยา เฉพาะอาคารเก็บวัตถุดิบ / วัตถุตั้งต้น / วัสดุการบรรจุ หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยไม่นำขนาดพื้นที่ ที่จะมีการก่อสร้างมาพิจารณา      นิยาม Minor change     เป็นการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติม อาคารสถานที่ผลิตยาบางส่วนเล็กน้อยถึงปานกลาง ในส่วนของการเก็บรายละเอียดงาน หรือเป็นการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบบ Facility ในอาคารผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานในการผลิตยา ตามเกณฑ์มาตรฐานข้อกำหนด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยอ้างอิงเกณฑ์ตาม การพิจารณาแบบ Medium change แต่คิดเป็นพื้นที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 % ของพื้นที่ภายในอาคารผลิตยา ต่อ 1 ชั้น ที่มีการ ปรับปรุง / แก้ไข / เปลี่ยนแปลง / ต่อเติม / สลับ / เปลี่ยน ซึ่งพิจารณาตามรายละเอียด ดังนี้       การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ปรับปรุงแก้ไข หรือต่อเติมโครงสร้างภายในอาคาร และแบบแปลนของอาคารในหมวดการผลิตยาที่เกี่ยวข้อง เช่น การเพิ่มประตู / กั้นผนัง / ปิดช่องประตู / ปิดช่องผนัง / เจาะผนัง จุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนทางเข้า-ออก เปลี่ยนทิศทาง ลด ขยาย หรือกั้นแบ่งขนาดห้อง โดยพิจารณาจากพื้นที่ ที่จะมีการแก้ไขปรับปรุง หรือต่อเติม   การสลับ / เปลี่ยน ห้องปฏิบัติงานในกระบวนการผลิต หรือการควบคุมคุณภาพ ซึ่งไม่ใช่กระบวนการวิกฤต (Critical process) และไม่ส่งผลกระทบต่อแบบแปลนส่วนอื่น โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่จะมีการสลับ / เปลี่ยน                     กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผลิตยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2546   ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบัน และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2559   กฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาต และการออกใบอนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเรื่องยาแผนโบราณ พ.ศ.2555   ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559   ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การพิจารณารับรองแบบแปลนแผนผังสถานที่ผลิตยาแผนโบราณ ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2555","2022-07-31T16:05:14"],
    [1745,"94e56e22-c15a-4016-9cb5-bf3a573b2ec1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ GMP/GDP/FMP Certificate [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d34-a2b3-4dd9-ab4d-5931d0a14605",15,500,5,"การออก GMP/GDP/FMP Certificate สามารถดำเนินการได้ต่อเมื่อผลการตรวจประเมินแบบปกติ (Routine Inspection) เป็นดังนี้    - ไม่พบข้อบกพร่อง    - กรณีพบข้อบกพร่องร้ายแรง และผู้ประกอบการยาสามารถดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงข้อบกพร่องร้ายแรงเสร็จเรียบร้อย    - กรณีพบข้อบกพร่องสำคัญหรือข้อบกพร่องเล็กน้อย ซึ่งผู้ประกอบการยาเสนอแผนแก้ไขข้อบกพร่องสำคัญ (Major Deficiency) และ/หรือ ข้อบกพร่องเล็กน้อย (Minor Deficiency) จากการตรวจประเมิน และได้รับอนุมัติแผนการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว","2022-07-31T16:06:08"],
    [1746,"94e56e22-bce9-40a5-bd35-2796197b1e2d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อการส่งออกเท่านั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-9ca6-4b52-ad4a-1081e036deae",25,500,3,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T16:05:41"],
    [1747,"94e56e22-cb48-4216-b43e-d7f005ec4b5b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การพิจารณามาตรฐานวิธีการในการผลิตยาของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ (GMP Clearance of Overseas Pharmaceutical Manufacturers )","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-afa2-4609-8842-2b65068c0904",152,150000,6,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2022-07-31T16:06:32"],
    [1748,"94e56e22-d6ad-4914-a53d-553ea5770f49","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกหนังสือรับรองมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิตยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณ และเกียรติบัตรรับรองหลักเกณฑ์และวิธีการพื้นฐานในการผลิตยาแผนโบราณ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-bd59-4c1b-81b6-e9752797df4b",15,500,6,"หลักเกณฑ์    1. ยาแผนปัจจุบัน และแผนโบราณความเสี่ยงสูง:    -  กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการผลิตยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2546    - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบัน และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559    2. ยาแผนโบราณ ภาคผนวก ข และ ค:    - กฎกระทรวง การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนโบราณ พ.ศ. 2555    - ภาคผนวก ข แนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559         วิธีการ    1. ยื่นขอใบสั่งชำระเงิน ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ                (1) พิมพ์ใบสั่งชำระเงินผ่านทางระบบสารสนเทศ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยจำเป็นต้องมี Open ID ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ก่อนการเข้าใช้งานระบบ  (เติมลิงค์คู่มือการสมัคร)                (2) ติดต่อด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ในการใช้งานระบบ    2.  ชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทุกสาขา และทุกช่องทางการชำระเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ ตามระยะเวลาที่ระบุในใบสั่งชำระ    3. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ &ldquo;รายการและเอกสารประกอบ&rdquo;  โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง  ณ  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี    4. เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณา/ประเมินแล้วเสร็จ จะแจ้งผลการพิจารณา  ทั้งนี้มีค่าใช้จ่ายฯ หรือ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต/ใบสำคัญการขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี         เงื่อนไข    ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)         ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบคำขอให้ออก GMP Certificate/เกียรติบัตร ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง","2022-07-31T16:09:02"],
    [1749,"94e56e22-d95f-4f68-8edc-cee6a711f5ca","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การพิจารณาความถูกต้องและแปลรายงานการตรวจประเมิน GMP จากฉบับภาษาไทย เป็นฉบับภาษาอังกฤษ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-c063-48a4-8a3d-5e809b164335",30,1500,4,"วิธีการ    1. ยื่นขอใบสั่งชำระเงิน ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ                (1) พิมพ์ใบสั่งชำระเงินผ่านทางระบบสารสนเทศ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยจำเป็นต้องมี Open ID ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ก่อนการเข้าใช้งานระบบ  (เติมลิงค์คู่มือการสมัคร)                (2) ติดต่อด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ในการใช้งานระบบ    2.  ชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทุกสาขา และทุกช่องทางการชำระเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ ตามระยะเวลาที่ระบุในใบสั่งชำระ    3. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ &ldquo;รายการและเอกสารประกอบ&rdquo;  โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง  ณ  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี    4. เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณา/ประเมินแล้วเสร็จ จะแจ้งผลการพิจารณา  ทั้งนี้มีค่าใช้จ่ายฯ หรือ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต/ใบสำคัญการขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี         เงื่อนไข    ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)         ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบคำขอให้จัดทำเอกสารฉบับภาษาอังกฤษ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง","2022-07-31T16:09:54"],
    [1750,"94e56e23-57ac-48f4-bef4-e4d13b87adf6","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกใบแทนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-6393-41e5-bb79-c1fa2ba1e577",1,100,6,"1.ในกรณีที่ใบรับจดแจ้งชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้จดแจ้ง ยื่นคำขอรับใบแทนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบแทน ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางตามแบบ จ.ค.6 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับทราบถึงการชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลาย ในสาระสำคัญดังกล่าวต่อผู้รับจดแจ้ง และชำระค่าธรรมเนียมคำขอตามที่กำหนดใน กฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับเครื่องสำอาง    2.การนับระยะเวลาจะนับตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 64 กําหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที ซึ่งจะนับวันถัดจากการยื่นเรื่องเป็นวันแรก","2022-04-06T22:52:46"],
    [1751,"94e56e23-527b-4dd3-988d-6bed76abef53","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองเกี่ยวกับเครื่องสำอางเพื่อการส่งออก ผ่านระบบ e-submission [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-5d94-4a13-8d22-05cfa076eec1",3,500,1,"1.ผู้จดแจ้งที่ประสงค์จะยื่นคำขอหนังสือรับรองการขาย หนังสือรับรองการขายพร้อมแนบสูตร และหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดผลิตภัณฑ์ ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการยื่นคําขอและการออกหนังสือรับรองเกี่ยวกับเครื่องสําอาง หนังสือรับรองการขาย หนังสือรับรองการขายพร้อมแนบสูตร หรือหนังสือรับรองแหล่งกําเนิดผลิตภัณฑ์     2.ให้ยื่นคำตามแบบ ร.ค. 1 พร้อมเอกสารที่ระบุในแบบดังกล่าว      3.การขอหนังสือรับรองการขาย หนังสือรับรองการขายพร้อมแนบสูตร หรือหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ ข้อมูลใบรับจดแจ้งอยู่ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่เป็นระบบปัจจุบัน       4.ผู้จดแจ้งสามารถยื่นผ่านระบบ e-submission และสามารถรับหนังสือรับรองทุกประเภท ได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ","2022-07-31T16:19:27"],
    [1752,"94e56e23-5534-4779-b327-a9342d1ae187","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอจดแจ้งเครื่องสำอาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-609d-4e36-9b6f-daada65d6b82",3,900,11,"1.การจดแจ้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจดแจ้งเครื่องสำอาง    2.ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอางต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และเมื่อผู้รับจดแจ้งออกใบรับจดแจ้งให้แล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้    3.ผู้ผลิต นำเข้า หรือรับจ้างผลิตเพื่อขายต้องมีคุณสมบัติดังนี้        3.1กรณีเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทยที่อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์        3.2กรณีเป็นนิติบุคคลจะต้องจดทะเบียนในประเทศไทย    4.ยื่นจดแจ้งตามแบบจ.ค.1    5.การจดแจ้งเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ชื่อการค้า หรือชื่อเครื่องสำอางไปในทำนองโอ้อวดไม่สุภาพ หรืออาจทำให้เข้าใจผิดจากความจริง ไม่ใช้ชื่อการค้าหรือชื่อเครื่องสำอางที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามของไทย หรือสื่อไปในทางทำลายคุณค่าของภาษาไทย  6.การใช้ชื่อ หรือลักษณะของเครื่องสำอาง ต้องไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังนี้       6.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดชื่อเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย       6.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดลักษณะเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย    7. สูตรส่วนผสมมีสารที่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับรายการสารด้านเครื่องสำอาง    8.กรณีการจดแจ้งเฉพาะเพื่อการส่งออกเท่านั้น จะต้องมีคุณภาพมาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆตามผู้สั่งซื้อกำหนด    9.การนับระยะเวลาจะนับตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 64 กําหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที ซึ่งจะนับวันถัดจากการยื่นเรื่องเป็นวันแรก","2022-07-31T16:19:55"],
    [1753,"94e56e23-5c3a-42b6-99cb-ab117e61afbc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอจดแจ้งเครื่องสำอาง กรณีพิจารณาฉลาก หรือตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-69fb-48ab-b30f-a79175ef6af5",20,900,13,"1.กรณีการจดแจ้งเฉพาะเพื่อการส่งออกเท่านั้น จะต้องมีคุณภาพมาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆตามผู้สั่งซื้อกำหนด    2.การยื่นขอจดแจ้งเครื่องสำอางกรณีต้องส่งฉลากประกอบการพิจารณา เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ลักษณะภาชนะบรรจุ ampoule, vial ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของชื่อสื่อว่าอาจไม่เข้าข่ายเครื่องสำอางหรือสื่อถึงคำที่ห้ามใช้เป็นชื่อตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจดแจ้งเครื่องสำอาง  ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับจุดซ่อนเร้น  ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือชนิดไม่ล้างออกที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ยื่นคำขอเห็นว่าฉลากอาจไม่เข้าข่ายเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏข้อความโฆษณาที่อาจไม่เข้าข่ายเครื่องสำอางในสื่อต่างๆ เป็นต้น    3.ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอางต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และเมื่อผู้รับจดแจ้งออกใบรับจดแจ้งให้แล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้    4.ผู้ผลิต นำเข้า หรือรับจ้างผลิตเพื่อขายต้องมีคุณสมบัติดังนี้       4.1กรณีเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทยที่อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์       4.2กรณีเป็นนิติบุคคลจะต้องจดทะเบียนในประเทศไทย    5.ยื่นจดแจ้งตามแบบจ.ค.1    6.การจดแจ้งเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ชื่อการค้า หรือชื่อเครื่องสำอางไปในทำนองโอ้อวดไม่สุภาพ หรืออาจทำให้เข้าใจผิดจากความจริง ไม่ใช้ชื่อการค้าหรือชื่อเครื่องสำอางที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามของไทย หรือสื่อไปในทางทำลายคุณค่าของภาษาไทย  7.การใช้ชื่อ หรือลักษณะของเครื่องสำอาง ต้องไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังนี้       7.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดชื่อเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย       7.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดลักษณะเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย    8. สูตรส่วนผสมมีสารที่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับรายการสารด้านเครื่องสำอาง","2023-09-19T12:35:34"],
    [1754,"94e56e23-6313-45f0-8a73-be8fea3e29f4","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกหนังสืออนุญาตการนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อใช้ในการศึกษา วิจัย หรือวิเคราะห์ทางวิชาการ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-7308-49c1-bb98-ce309279463a",1,100,10,"การขออนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อใช้ในการศึกษา วิจัย หรือวิเคราะห์ทางวิชาการ โดยสามารถขอนำเข้าได้ในกรณีดังต่อไปนี้     1.การนำเข้าเพื่อใช้ในการศึกษา วิจัย  มีหลักเกณฑ์ดังนี้                1.1. ปริมาณการนําเข้าต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษา วิจัย    1.2. สูตรส่วนประกอบต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับรายการสารด้านเครื่องสําอาง หากไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ต้องแนบผลการประเมินความปลอดภัยประกอบการพิจารณา (กรณีการศึกษาวิจัยในมนุษย์)    1.3. สูตรส่วนประกอบต้องไม่มีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมการผลิตเคร่ืองสําอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง    1.4. กรณีที่ทำการศึกษา วิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ทดลอง ดังต่อไปนี้                            1.4.1. เพื่อศึกษา วิจัย ด้านคลินิก หรือการทดสอบประสิทธิภาพ หรือความปลอดภัย ต้องแสดงหลักฐานผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์    1.4.2. เพื่อศึกษาวิจัยนอกเหนือจาก ข้อ 1.4.1 ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องแสดงหลักฐานผ่านการพิจารณาจากคณะกรรม-การจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์    2.การนำเข้าเพื่อวิเคราะห์ทางวิชาการ มีหลักเกณฑ์ดังนี้                2.1. ปริมาณนําเข้าสอดคล้องตามแผนการวิเคราะห์โดยพิจารณาจากระยะเวลาในการศึกษา วิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์ จํานวนหรือปริมาณที่ใช้ต่อครั้งในการทดสอบ    2.2. ต้องทําลายเครื่องสําอางทั้งหมดหลังสิ้นสุดการวิเคราะห์และจัดทําข้อมูลเก็บไว้สําหรับการตรวจสอบเมื่อมีการร้องขอจากพนักงานเจ้าหน้าที่    2.3. กรณีการวิเคราะห์ทางวิชาการในมนุษย์หรือสัตว์ทดลอง ต้องแสดงหลักฐาน ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์","2022-07-31T16:20:44"],
    [1755,"94e56e23-6dfc-445b-82ab-364dac993b65","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-8052-48e9-99c5-f39d978f025e",150,2500,4,"- กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ลด และยกเว้นค่าธรรมเนียมการดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร    http://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/ministry_law/Law02-Ministerial-regulations-01.pdf         -กฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตํารับยาพ.ศ. 2555  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-medical-registration.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/form(0).PDF      -กฏกระทรวงฉบับที่ 20  (เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บยาคืน)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-20.pdf    -กฏกระทรวงฉบับที่ 25  (เนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณโดยวิธีตอกอัดเม็ด, วิธีเคลือบ, เงื่อนไขการใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสียตลอดจนวิธีตรวจสอบยาแผนโบราณที่ผลิตตามวิธีดังกล่าว)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-25.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตํารายา พ.ศ. 2561  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/2561-1.PDF    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณพ.ศ. 2556  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-03.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-04.pdf        -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-05.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณและยาพัฒนาจากสมุนไพรตามบัญชียาจากสมุนไพรที่แนบท้ายบัญชียาหลักแห่งชาติกลุ่มเภสัชตำรับโรงพยาบาล  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20140131.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการแจ้งรายการเรียกเก็บยาคืนของผู้รับอนุญาตผลิตและนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20120216.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องกำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณสำหรับการรายงานการไม่พึงไม่ประสงค์จากยาชนิดร้ายแรง (Serious Adverse Drug Reaction : SADR)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/AE.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20040325.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก ฉบับที่ 2 พ.ศ.2548  http://elib.fda.moph.go.th/fulltext2/กฎหมาย/กองควบคุมยา/ประกาศสำนักงาน/Not_tradstandard2.pdf    - ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ใช้ชื่อการค้าใหม่ และมีข้อมูลเหมือนตำรับยาที่ได้รับขึ้นทะเบียนไว้แล้ว (กรณียาแผนโบราณ)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/herbal27102560.PDF      วิธีการ :  1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-07-31T16:22:10"],
    [1756,"94e56e23-709a-4216-8fc7-593dc9f866ec","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ยาพัฒนาจากสมุนไพรสำหรับมนุษย์) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-838a-4ed9-9530-4bcb3b286e25",190,2500,2,"- กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ลด และยกเว้นค่าธรรมเนียมการดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร    http://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/ministry_law/Law02-Ministerial-regulations-01.pdf         -กฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตํารับยาพ.ศ. 2555  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-medical-registration.pdf    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/form(0).PDF      -กฏกระทรวงฉบับที่ 20  (เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บยาคืน)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-20.pdf    -กฏกระทรวงฉบับที่ 25  (เนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณโดยวิธีตอกอัดเม็ด, วิธีเคลือบ, เงื่อนไขการใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสียตลอดจนวิธีตรวจสอบยาแผนโบราณที่ผลิตตามวิธีดังกล่าว)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-25.pdf      -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตํารายา พ.ศ. 2561  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/2561-1.PDF      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการแจ้งรายการเรียกเก็บยาคืนของผู้รับอนุญาตผลิตและนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20120216.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องกำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยาสำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20160205.pdf      -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องกำหนดคำรับรองเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณสำหรับการรายงานการไม่พึงไม่ประสงค์จากยาชนิดร้ายแรง (Serious Adverse Drug Reaction : SADR)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/AE.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20040325.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณเกี่ยวกับมาตรฐานการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก ฉบับที่ 2 พ.ศ.2548  http://elib.fda.moph.go.th/fulltext2/กฎหมาย/กองควบคุมยา/ประกาศสำนักงาน/Not_tradstandard2.pdf         วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ        เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-07-31T16:22:28"],
    [1757,"94e56e23-7403-4d9b-b509-3f041737d6db","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตํารับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ยาแผนโบราณและยาพัฒนาจากสมุนไพร) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-879c-4cc5-a7f0-45ac23a54689",120,2500,4,"-กฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตํารับยาพ.ศ. 2555  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-medical-registration.pdf    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/form(0).PDF    -กฏกระทรวงฉบับที่ 20  (เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บยาคืน)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-20.pdf    -กฏกระทรวงฉบับที่ 25  (เนื้อหาเกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณโดยวิธีตอกอัดเม็ด, วิธีเคลือบ, เงื่อนไขการใช้สารปรุงแต่งและวัตถุกันเสียตลอดจนวิธีตรวจสอบยาแผนโบราณที่ผลิตตามวิธีดังกล่าว)  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law02-Ministerial-regulations/ministerial-25.pdf    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุตํารายา พ.ศ. 2561  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/2561-1.PDF    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณพ.ศ. 2556  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-03.pdf    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-04.pdf    -ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law03-TheMinistryOfHealth/Law03-07-05.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกำหนดเอกสารหรือหลักฐานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20171027.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกำหนดเอกสารหรือหลักฐานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20130628.pdf    -ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ผลิตยาในทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ  http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Documents/Law04-Notification-ThFDA/FDA-20150112.pdf    วิธีการ :  1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:  1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    ระยะเวลาในการดำเนินการ    คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ    4.1 ตำรับยาแผนโบราณ    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 75 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 105 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ      (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 50 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ      4.2 ตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนโบราณ    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    ก การแก้ไขเปลี่ยนแปลงและ/หรือการเพิ่มเกี่ยวกับข้อบ่งใช้ขนาดปละแผนการใช้ยา กลุ่มผู้ป่วยหรือข้อมูลทางคลินิก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขยายการใช้ยา    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 90 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ        ข การแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉลากลเอกสารกำกับยาที่มีข้อมูลนอกเหนือจากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามข้อ ก    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ        ค การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสูตรตำรับ กระบวนการผลิต หรือ การควบคุมคุณภาพมาตรฐาน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ      (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    ก กรณีส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 80 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    ข กรณีไม่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ      คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยาพัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบัน    3.1 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-1 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 135 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 160 วันทำการ    (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-2 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 115 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ        (5) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-4 และ MaV-5 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 115 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 140 วันทำการ    (7) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MaV-3 และ MaV-6 ถึง MaV-13 ของตำรับยาใหม่ ยาชีววัตถุใหม่ หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นยาแผนปัจจุบันหรือวัคซีน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ        (9) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรณีอื่นนอกเหนือจากข้อ 3.1 (1) ถึง (8) ข้างต้นซึ่งสำนักยาได้พิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 70 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 100 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 120 วันทำการ    3.2 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตาม MiV-PA-1 ถึง MiV-PA-36    ก กรณีส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    ข กรณีไม่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 30วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40 วันทำการ      (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรณีอื่นนอกเหนือจากข้อ 3.2 (1) ข้างต้นซึ่งสำนักยาได้พิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง    ก กรณีส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 60 วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 85 วันทำการ  -กรณีจะต้องส่งคณะอนุกรรมการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 95 วันทำการ    ข กรณีไม่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน    -กรณีพิจารณาไม่มีการแก้ไขเอกสารจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 30วันทำการ  -กรณีพิจารณาแล้วมีการแก้ไขเอกสารและจะต้องพิจารณาอีกรอบจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 40 วันทำการ","2022-07-31T16:22:45"],
    [1758,"94e56e23-8821-413f-9bf5-0660803ad947","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอ การออก และการต่ออายุหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-a20a-4fc2-9fa3-02bc6a8fa231",331,150000,6,"วิธีการ :    1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    เงื่อนไข:    1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ    การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2023-06-14T09:35:32"],
    [1759,"952e16ea-6a4f-45a2-947f-ca70f6a1d095","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับการรับรอง/ต่ออายุ/เพิ่มขอบข่ายการรับรองตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย (GMP) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ในขั้นตอนการตรวจประเมินเอกสาร GMP วัตถุอันตราย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-b67a-4d2c-b78e-3193c878133f",45,1500,null,"ผู้ที่มีความประสงค์จะขอรับการรับรอง/ต่ออายุการรับรอง/การเพิ่มขอบข่ายการรับรองตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย (GMP) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n\nผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติและนำเอาหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบมาปฏิบัติ รวมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมตรวจติดตามคุณภาพภายในและการทบทวนของฝ่ายบริหารแล้ว อันเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขว่าด้วยเรื่องการรับรอง GMP วัตถุอันตราย \nขั้นตอนการขอรับการรับรอง/ต่ออายุการรับรอง/การเพิ่มขอบข่ายการรับรอง GMP วัตถุอันตราย จะประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก คือ  \nขั้นตอนที่ 1 การประเมินเอกสารตามคำขอรับการรับรอง/ต่ออายุการรับรอง/การเพิ่มขอบข่ายการรับรอง GMP วัตถุอันตราย เมื่อผลการประเมินสอดคล้องกับข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตรายแล้ว จึงสามารถยื่นคำขอเพื่อตรวจประเมินสถานที่ผลิตได้  \nขั้นตอนที่ 2 การตรวจประเมินสถานที่ผลิตตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย (GMP) โดยอัตราค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บจะเป็นไปตามขนาดแรงม้าเครื่องจักรและ/หรือคนงาน ที่ใช้ตามขอบข่ายที่ยื่นขอรับการรับรอง GMP วัตถุอันตราย และอาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการร่วมตรวจประเมินห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ การกำหนดวันเวลาที่ตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิต นั้น จะเป็นไปตามการนัดหมายของผู้ยื่นคำขอและเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประเมินที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย    \n\nการยื่นคำขอให้ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบรายละเอียดตาม\nคำขอรับการรับรองมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตราย (F-CH4-21) หรือคำขอเพิ่มขอบข่ายการรับรองมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตราย (F-CH4-23) หรือคำขอต่ออายุการรับรองมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ด้าน GMP วัตถุอันตราย (F-CH4-22) แล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าคำขอ แล้วนำหลักฐานการชำระค่าคำขอ พร้อมคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หากเอกสารหลักฐานครบถ้วนและเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าประเมินเอกสารตามคำขอรับการรับรอง GMP    การพิจารณาอนุญาต    ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสาร โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาแล้วเสร็จ หากผลการประเมินเอกสารประกอบคำขอการรับรอง GMP สอดคล้องกับข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตราย จึงจะสามารถยื่นคำขอเพื่อตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตได้    หมายเหตุ    การชำระค่าคำขอและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2025-04-28T14:27:14"],
    [1760,"952e17b4-0174-413b-9060-0159e7cda13d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d33-04d0-42dd-bae3-17bc8194a292",30,2000,1,"หลักเกณฑ์       \n- ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557.   \n- กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ตรวจสถานที่ โดยพร้อมกัน   \n  \n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย  \n - (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายระเอียดและระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้งผ่านระบบ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะคืนคำขอดังกล่าว   \n- ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)          \n วิธีการ         \n-การยื่นขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน     \n 1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา  https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n 1.2 กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล \n https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา  เลือก: สถานประกอบการด้านยา เลือก: แบบฟอร์ม แล้วเลือกเอกสารตามประเภทใบอนุญาต\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  สอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7000 ต่อ 70927-31  งานใบอนุญาต)  \nเงื่อนไข   \n 1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    \n1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา( SKYNET)      \n1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-29T14:16:50"],
    [1761,"95ffd38e-8a24-47d2-95f8-0c6e6756ba4b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำเข้าวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-72d9-4975-b4d0-7c9dd4021a9f",1,0,11,"1. วัตถุประสงค์ในการนำเข้า มีดังนี้           1.1 เพื่อใช้สอยส่วนบุคคลหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเป็นครั้งคราว                     - เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป                     - มิใช่การมีไว้ในครอบครองเพื่อการใช้รับจ้าง การจำหน่ายหรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าวัตถุอันตราย                     - มิใช่การนำเข้าเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการสั่งซื้อ ขึ้นทะเบียนหรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตวัตถุอันตรายที่จะขอขึ้นทะเบียน                     - ปริมาณการนำเข้าต้องไม่เกิน ครั้งละ 5 ลิตร หรือ 5 กิโลกรัม            1.2 เพื่อการแสดงนิทรรศการ           1.3 เพื่อการศึกษาของสถาบันการศึกษา หรือเพื่อใช้ในงานศึกษาวิจัย                     - นำเข้ามาเพื่อใช้ในการทดลอง การสาธิตหรือเพื่อการศึกษาของสถาบันการศึกษา                                     - นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยทางห้องปฏิบัติการ หรือภาคสนาม ที่มิใช่เป็นการวิจัยด้านการตลาด                     - ปริมาณนำเข้าต้องไม่เกินที่กำหนดไว้ในโครงการวิจัย เว้นแต่จะมีเหตุผลความจำเป็นแล้วแต่กรณี           1.4 นำเข้ามาใช้โดยหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของการใช้วัตถุอันตรายนั้น                     - นำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการของหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น สายการบิน           1.5 เพื่อส่งต่อให้กระทรวง ทบวง กรมราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐ สภากาชาดไทย คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย  2. เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3  3. กรณีเอกสารประกอบการยื่นคำขอเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ให้แนบคำแปลที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองคำแปลจากหน่วยงานหรือบุคคล อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้                      3.1 สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ           3.2 สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยประเทศนั้นใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาราชการ           3.3 คนไทยที่จบการศึกษาในระดับที่ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอน           3.4 อาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและเป็นผู้สอนภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นในสถาบันการศึกษาดังกล่าว           3.5 บุคคลหรือหน่วยงานที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลพร้อมใบรับรอง  4. ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอที่ยื่นมาและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน  5. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขอต้องยื่นหลักฐานประกอบการขอเข้าใช้ระบบสารสนเทศด่านอาหารและยา (เปิดสิทธิ์) โดยดูรายละเอียดในการยื่นได้ที่ https://www.fda.moph.go.th/sites/Logistics/SitePages/DisplayNews.aspx?IDitem=6&amp;List=HazardousNews หลังจากนั้นดำเนินการสมัคร OPEN ID ใน https://privus.fda.moph.go.th/ เพื่อให้ได้ Username และ Password เข้าใช้งานระบบ e-submission","2024-04-30T15:31:18"],
    [1762,"95ffd38e-aee3-41da-9cf6-75db61c6848d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.12)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-9aa6-4343-b065-20a116dba87f",1,500,22,"1. วัตถุประสงค์ในการนำเข้า มีดังนี้           1.1 เพื่อจำหน่ายในร้านค้าปลอดอากร/ บริการบนเครื่องบิน/ คลังสินค้าทัณฑ์บน เข้าเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการค้าเสรีเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร           1.2 เพื่อแสดงสินค้าของเอกชน นิติบุคคล และองค์กรต่างๆ           1.3 เพื่อแสดงสินค้าหรือเพื่อจำหน่ายเป็นสาธารณกุศุล โดยสถานทูต           1.4 เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ที่อยู่ในสภาพพร้อมจำหน่ายต่อผู้บริโภค เพื่อใช้ประกอบการผลิตสำหรับการส่งออกโดยผู้ผลิต           1.5 เพื่อศึกษาวิจัยทางวิชาการ (ในมนุษย์)  2. อาหารที่นำเข้าต้องไม่เป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข  3. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงเอกสารหลักฐานเมื่อมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 377) พ.ศ. 2559 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเข้าอาหารที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้า  4. ผู้ยื่นคำขอแสดงเอกสารหลักฐานเมื่อมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโอกาสใช้น้ำมันและไขมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 388) พ.ศ. 2561 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย  5. กรณีเอกสารประกอบการยื่นคำขอเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ให้แนบคำแปลที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองคำแปลจากหน่วยงานหรือบุคคล อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้                        5.1 สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ           5.2 สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยประเทศนั้นใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาราชการ           5.3 คนไทยที่จบการศึกษาในระดับที่ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอน           5.4 อาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและเป็นผู้สอนภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นในสถาบันการศึกษาดังกล่าว           5.5 บุคคลหรือหน่วยงานที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลพร้อมใบรับรอง  6. ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอที่ยื่นมาและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน  7. กรณีที่มีเหตุให้เชื่อว่าอาหารที่นำเข้าอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค ให้ผู้ยื่นคำขอจัดหาเอกสารเพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยของอาหารนั้น  8. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขอต้องยื่นหลักฐานประกอบการขอเข้าใช้ระบบสารสนเทศด่านอาหารและยา (เปิดสิทธิ์) โดยดูรายละเอียดในการยื่นได้ที่ https://www.fda.moph.go.th/sites/logistics/SitePages/O12_Online.aspx หลังจากนั้นดำเนินการสมัคร OPEN ID ใน https://privus.fda.moph.go.th/ เพื่อให้ได้ Username และ Password เข้าใช้งานระบบ e-submission","2024-04-26T14:00:18"],
    [1763,"95ffd38e-cb59-4769-acb0-b7fe5a6bc549","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้เฉพาะตัวตามมาตรา 27(5)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-ba8a-45fd-b516-7fcbc290a02d",1,0,7,"1. เครื่องมือแพทย์ที่นำเข้าต้องไม่เป็นเครื่องมือแพทย์ห้ามนำเข้าตามกฎหมาย  2. กรณีเอกสารประกอบการยื่นคำขอเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ให้แนบคำแปลที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองคำแปลจากหน่วยงานหรือบุคคล อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้           2.1 สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ           2.2 สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยประเทศนั้นใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาราชการ           2.3 คนไทยที่จบการศึกษาในระดับที่ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในหลักสูตรที่ใช้ภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอน           2.4 อาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและเป็นผู้สอนภาษาที่ปรากฏในเอกสารนั้นในสถาบันการศึกษาดังกล่าว           2.5 บุคคลหรือหน่วยงานที่ดำเนินธุรกิจการแปลเอกสารที่เป็นมาตรฐานสากลพร้อมใบรับรอง  3. ในกรณีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามีความคาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีความซับซ้อนในการจัดประเภทของผลิตภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอที่ยื่นมาและให้ผู้ยื่นคำขอติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวินิจฉัยประเภทของผลิตภัณฑ์ก่อน  4. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-submission ต้องยื่นหลักฐานประกอบการขอเข้าใช้ระบบสารสนเทศด่านอาหารและยา (เปิดสิทธิ์) โดยดูรายละเอียดในการยื่นได้ที่ https://www.fda.moph.go.th/sites/Logistics/SitePages/DisplayNews.aspx?IDitem=1&amp;List=MedicalNews หลังจากนั้นดำเนินการสมัคร OPEN ID ใน https://privus.fda.moph.go.th/ เพื่อให้ได้ Username และ Password เข้าใช้งานระบบ e-submission","2024-04-26T13:59:59"],
    [1764,"969bee5d-9817-47b5-b187-ffb3e4363ea8","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอผลการตรวจสถานที่ผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง กรณีสถานที่ใหม่หรือย้ายสถานที่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","969bc873-99d8-41f3-ac79-64ecb384fe62",20,0,13,"1. ผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้รับจ้างผลิตเครื่องสําอาง ต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดของสถานที่ผลิตเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุ วิธีการผลิต วิธีการเก็บรักษาเครื่องสําอาง ที่กําหนดไว้ ในภาคผนวก ก เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผลิต หรือ นำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561\n2. ผู้นําเข้าเพื่อขายเครื่องสําอาง ต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดของสถานที่นําเข้า\nวิธีการนําเข้า และวิธีการเก็บรักษาเครื่องสําอาง ที่กําหนดไว้ในภาคผนวก ข และ ผู้นําเข้าเพื่อขายเครื่องสําอาง ต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดของสถานที่นําเข้า วิธีการนําเข้า และวิธีการเก็บรักษาเครื่องสําอาง ที่กําหนดไว้ในภาคผนวก ข เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผลิต หรือ นำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561\n3. เอกสารการขอผลการตรวจสถานที่ผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอาง กรณีสถานที่ใหม่หรือย้ายสถานที่ เป็นไปตามคู่มือสำหรับผู้ประกอบการ เรื่อง การยื่นขอผลการตรวจสถานที่เพื่อประกอบการจดแจ้งเครื่องสำอาง (ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารที่\nhttps://cms-media.fda.moph.go.th/461117737616416768/2023/03/cvGG1PF0PJxp33XXwiRWammk.pdf)","2024-04-29T14:24:27"],
    [1765,"974d1c2c-27b7-49a0-9fe2-0c26088431dd","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-6fb3-458d-bbe1-f072d3694ca9",3,500,11,"1. ผู้จดแจ้งที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบรับจดแจ้งให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การจดแจ้ง การออกใบรับจดแจ้ง การต่ออายุใบรับจดแจ้ง การแก้ไขรายการใบรับจดแจ้ง และการออกใบแทนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง\n2. ผู้จดแจ้งจะต้องยื่นคำขอก่อนที่ใบรับจดแจ้งจะสิ้นอายุ (โดยสามารถดำเนินการต่ออายุภายใน 180 วันก่อนวันที่ใบรับจดแจ้งสิ้นอายุ)\n3. กรณีใบรับจดแจ้งสิ้นอายุไม่เกิน 1 เดือน สามารถยื่นขอต่ออายุได้ โดยต้องยื่นขอผ่อนผัน และชำระค่าปรับตามกฎหมาย\n4. กรณีใบรับจดแจ้งสิ้นอายุเกิน 1 เดือน ไม่สามารถขอต่ออายุใบรับจดแจ้งเดิมได้ ต้องยื่นคำขอจดแจ้งใหม่เท่านั้น\n\nหมายเหตุ\n1) ระยะเวลาที่เเจ้งเริ่มนับตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ครบถ้วนถูกต้องจนถึงได้รับการต่ออายุใบรับจดแจ้ง\n2) ระยะเวลาที่เเจ้งเป็นระยะเวลาพิจารณา 1 คำขอ (1 เลขที่ใบรับจดแจ้ง)\n3) ผู้ประกอบการสามารถติดตามผลการพิจารณาผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือโทรสอบถามที่หมายเลข 02-590-7274 ถึง 5\n4) การนับระยะเวลาจะนับตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 64 กําหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะนับวันถัดจากการยื่นเรื่องเป็นวันแรก\n5) กรณีสถานที่ผลิต/นำเข้าเครื่องสำอางอยู่ในเขตจังหวัดใด ให้ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น โดยเงื่อนไขการดำเนินการให้เป็นไปตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นกำหนด\n6) กรณียื่นคำขอต่ออายุล่าช้า (ใบรับจดแจ้งสิ้นอายุไม่เกิน 1 เดือน) ต้องติดต่อที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อชำระค่าปรับก่อนดำเนินการยื่นต่ออายุ","2024-04-29T14:26:44"],
    [1766,"974f1652-b8a8-4488-97ea-329480540b9d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การยื่นคำขอความเห็นเกี่ยวกับฉลากเครื่องสำอาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d33-0156-457d-8c96-f3740f9a5c15",90,5000,10,"ผู้จดแจ้งที่ประสงค์จะยื่นคำขอความเห็นเกี่ยวกับฉลากเครื่องสำอาง ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขอความเห็นเกี่ยวกับฉลากเครื่องสำอาง\nหมายเหตุ\n1) ระยะเวลาที่เเจ้งเริ่มนับตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ครบถ้วนถูกต้องจนถึงได้รับแจ้งผลการพิจารณา\n2) ระยะเวลาที่เเจ้งเป็นระยะเวลาพิจารณา 1 คำขอ (1 เลขที่ใบรับจดแจ้ง) \n3) กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ชุดเซ็ตต้องขอความเห็นเกี่ยวกับฉลากของชุดเซ็ตและทุกรายการเดี่ยวที่นำมาประกอบเป็นชุดเซ็ต\n4) ผู้ประกอบการสามารถติดตามผลการพิจารณาผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือโทรสอบถามที่หมายเลข 02-590-7274 ถึง 5\n5) การนับระยะเวลาจะนับตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 64 กําหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะนับวันถัดจากการยื่นเรื่องเป็นวันแรก","2024-04-29T14:27:39"],
    [1767,"98429549-1835-45f1-9c6b-289f3983488b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอให้สืบค้น คัดสำเนาและรับรองเอกสารที่คัดสำเนาเกี่ยวกับการอนุญาตวัตถุอันตราย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98409adc-28ca-4efd-a43e-98839963ad20",10,110,1,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n          คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สืบค้น คัดสำเนาเอกสาร และรับรองเอกสารที่คัดสำเนาเกี่ยวกับการอนุญาตวัตถุอันตรายที่ตนได้รับอนุญาตไว้ ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n          ผู้ที่ประสงค์จะให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สืบค้นเอกสารการอนุญาตวัตถุอันตรายของตน เพื่อขอคัดสำเนา และรับรองเอกสารที่คัดสำเนา เช่น การขอให้สืบค้นและคัดสำเนาเอกสารรายงานผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ที่ตนได้ยื่นไว้และรับรองสำเนาเอกสารดังกล่าว หรือการขอคัดสำเนาทะเบียนตำรับของตน เป็นต้น ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) \n\n          ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด \n\n          การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลด และศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานระบบการขอให้สืบค้น คัดสำเนาและรับรองเอกสารที่คัดสำเนาเกี่ยวกับวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n          ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบให้ครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าพิจารณาตรวจสอบ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยืนคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและสืบค้นเอกสารการอนุญาต คัดสำเนาเอกสารการอนุญาต และรับรองเอกสารที่คัดสำเนา และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ โดยระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าสำเนาเอกสาร เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระเงินแล้ว จึงจะสามารถขอรับสำเนาเอกสารได้\n\t\nการพิจารณา\n          ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบและสืบค้นเอกสารการอนุญาต คัดสำเนาเอกสารการอนุญาต และรับรองเอกสารที่คัดสำเนาเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอที่กรอกข้อมูลถูกต้องครบถ้วนพร้อมหลักฐานการชำระค่าพิจารณาตรวจสอบเอกสาร ผู้ยื่นคำขอสามารถขอรับสำเนาเอกสารตามวันที่ระบุในระบบ e-submission ได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตามแต่กรณี\n\nหมายเหตุ \n          การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบเอกสารตามคู่มือประชาชนฉบับนี้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2024-04-29T14:26:25"],
    [1768,"98443bd3-fbc8-4091-9b06-d7644747bab2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การต่ออายุใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98409bc9-1fd5-4942-9c8c-7d216240c8e9",1,500,1,"คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอต่ออายุใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ได้แก่ ใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 2) ใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 4) ใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 6) และใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 8) ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ ผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องแจ้งความประสงค์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมการต่ออายุตามกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยให้ยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) \n\nผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 แทนการยื่นคำขอต่ออายุ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา การกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 \n\nผู้แจ้งความประสงค์ต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n\nการแจ้งความประสงค์ให้แจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) ภายในเก้าสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 จะสิ้นอายุ (กำหนดต่ออายุเดือนตุลาคมถึงธันวาคม) โดยผู้แจ้งความประสงค์สามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการแจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการต่ออายุวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n \nผู้แจ้งความประสงค์ต้องเลือกรายการใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ประสงค์จะต่ออายุในระบบ จากนั้นระบบจะออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุให้ผู้แจ้งฯ ชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้แจ้งความประสงค์ดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ   \n\nการพิจารณาอนุญาต \nกรณีที่สถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะเป็นผู้พิจารณาการต่ออายุใบอนุญาต แต่หากสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาอยู่ต่างจังหวัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาการต่ออายุใบอนุญาต กรณีสถานที่เก็บรักษามากกว่า 1 แห่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะเป็นผู้พิจารณาการต่ออายุใบอนุญาต\n\nระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาเมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ระบบจะอนุมัติการต่ออายุโดยอัตโนมัติ โดยผู้แจ้งความประสงค์จะทราบผลการพิจารณาผ่านระบบและสามารถพิมพ์หลักฐานการต่ออายุได้ด้วยตนเองผ่านระบบ","2024-04-29T14:27:30"],
    [1769,"98409224-ea55-45fc-84c7-5c578b5b8b76","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98408dd9-2fdd-427f-93d4-c2fb41864b26",1,0,1,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\nคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ \n\nผู้ประสงค์จะต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ต้องแจ้งความประสงค์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การขอต่ออายุ และการต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n\nผู้แจ้งความประสงค์ต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงาคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตามแต่กรณี \n\nการแจ้งความประสงค์ให้แจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) ภายในเก้าสิบวันก่อนวันที่ใบรับแจ้งการดำเนินการฯ จะสิ้นอายุ (กำหนดต่ออายุเดือนตุลาคมถึงธันวาคม) โดยผู้แจ้งความประสงค์สามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการแจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการต่ออายุวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n\nการแจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Submission ผู้แจ้งความประสงค์ต้องเลือกรายการใบรับแจ้งดำเนินการวัตถุอันตรายที่ประสงค์จะต่ออายุในระบบ และขอให้ผู้แจ้งความประสงค์ดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต \nกรณีที่สถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะเป็นผู้พิจารณาการต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการฯ แต่หากสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาอยู่ต่างจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการฯ \n\nระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตามแต่กรณี การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบได้รับแจ้งความประสงค์ ระบบจะอนุมัติการต่ออายุโดยอัตโนมัติ โดยผู้แจ้งความประสงค์จะทราบผลการพิจารณาผ่านระบบและสามารถพิมพ์หลักฐานการต่ออายุได้ด้วยตนเองผ่านระบบ","2024-04-29T14:26:50"],
    [1770,"9840b112-624c-4993-af99-b64badb46c5c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9840956f-0575-41d5-9797-c9ec5ca836e7",1,2000,1,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n\nคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\nผู้ประสงค์จะต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบสำคัญฯ แทนการยื่นคำขอต่ออายุ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา การกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. 2564 โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมการต่ออายุตามกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 \n\nผู้แจ้งความประสงค์ต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n\nการแจ้งความประสงค์ขอให้แจ้งผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) ภายในเก้าสิบวันก่อนวันที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายจะสิ้นอายุ (กำหนดต่ออายุเดือนตุลาคมถึงธันวาคม) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการแจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-submission ได้จากคู่มือการใช้งานระบบ e-Submission สำหรับผู้ประกอบการ เรื่อง การต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\nการแจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Submission\nผู้แจ้งความประสงค์ต้องเลือกรายการใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่ประสงค์จะต่ออายุในระบบ จากนั้นระบบจะออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุให้ผู้แจ้งฯ ชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้แจ้งความประสงค์ดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ   \n\nการพิจารณาอนุญาต \nระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาเมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ระบบจะอนุมัติการต่ออายุโดยอัตโนมัติ โดยผู้แจ้งความประสงค์จะทราบผลการพิจารณาผ่านระบบและสามารถพิมพ์หลักฐานการต่ออายุได้ด้วยตนเองผ่านระบบ","2024-04-29T14:27:23"],
    [1771,"98c956dd-2534-4a17-8e1c-bdc8f30d8020","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด กรณีต้องหารือวิชาการหรือส่งผู้เชี่ยวชาญหรือสารใหม่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98c929df-bccf-4dc3-b443-7e5dda15c3bb",65,2000,19,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n    คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ฝาผนัง เครื่องสุขภัณฑ์ และวัสดุอื่นๆ ผลิตภัณฑ์แก้ไขการอุดตันของท่อหรือทางระบายสิ่งปฏิกูล กรณีสารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้วที่ต้องหารือวิชาการหรือส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือกรณีสารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตหรือนำเข้าเพื่อการส่งออกเท่านั้น (Export only) ที่สารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n    การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ\n\n     ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n     หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบประเด็นวิชาการที่จำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือหารือวิชาการ หรือผลการพิจารณากรณีที่สารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียน เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\nหมายเหตุ\n     การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(4) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย   \n(5) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n(6) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(8) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(10) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(11) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด\n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2025-04-10T09:53:38"],
    [1772,"98c97400-903f-4b61-a9fb-11c555da331f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98c93267-634b-4d11-849f-8e9aa0e2a15d",48,2000,12,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n       คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว กรณีสารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้ว ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n       ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n       การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n       ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n        หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต\n       ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย   \n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(5) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n(6) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(8) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ของสารสำคัญในวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(9) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหน่วยงานเอกชนที่ทำการตรวจวิเคราะห์วัตถุอันตรายเพื่อการขึ้นทะเบียน\n(10) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(11) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(12) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(13) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค\n(14) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุนของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคชนิดของเหลวหรือชนิดผงที่ละลายน้ำได้\n(15) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุน ของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ชนิดฉีดพ่นธรรมดาหรือฉีดพ่นอัดก๊าซ\t\n(16) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องแนวทางการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อแบคทีเรียของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการซักผ้า\n(17) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว\n      \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2025-04-10T09:52:16"],
    [1773,"98cb6439-d2d3-43b5-b81f-14837f7f3673","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว กรณีต้องหารือวิชาการหรือส่งผู้เชี่ยวชาญหรือสารใหม่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98caf9f7-b9ca-48cc-b9ff-5e6aadf9efe0",77,2000,21,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว กรณีสารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้วที่ต้องหารือวิชาการ หรือส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือกรณีสารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตหรือนำเข้าเพื่อการส่งออกเท่านั้น (Export only) ที่สารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n     การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n     ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n     หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ในขั้นตอนการพิจารณา เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบประเด็นวิชาการที่จำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือหารือวิชาการ หรือผลการพิจารณากรณีที่สารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n\n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย   \n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(5) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n(6) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(8) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ของสารสำคัญในวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(9) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหน่วยงานเอกชนที่ทำการตรวจวิเคราะห์วัตถุอันตรายเพื่อการขึ้นทะเบียน\n(10) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(11) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(12) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(13) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค\n(14) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุนของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคชนิดของเหลวหรือชนิดผงที่ละลายน้ำได้\n(15) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุน ของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ชนิดฉีดพ่นธรรมดาหรือฉีดพ่นอัดก๊าซ\t\n(16) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องแนวทางการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อแบคทีเรียของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการซักผ้า\n(17) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว\n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides/)","2025-04-10T09:52:38"],
    [1774,"993b71c4-9361-4e74-bee9-fa5c9246607c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย กรณีเป็นวัตถุอันตรายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว และต้องการแบ่งบรรจุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","993b689f-f89b-4221-9d09-5b1bb07caaee",20,2000,10,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n  \tคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์โดยการรวมบรรจุ / แบ่งบรรจุ จากผลิตภัณฑ์ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว สำหรับประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n\tผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n\tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\t\n        ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n         การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n         ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\tหากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n\tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\nหมายเหตุ\nการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ   \n(5) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย \n(6) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(7) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(8) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(10) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n      \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2025-04-10T09:47:11"],
    [1775,"993c18be-fd7f-49c8-9633-7bb927bed100","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอสอบถามหรือขอหารือทางวิชาการเฉพาะด้านเกี่ยวกับวัตถุอันตรายโดยตอบหนังสือเป็นหลักฐาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","993be5e2-cbcc-4580-b0bc-e188a28c39e6",50,12000,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอสอบถามหรือขอหารือทางวิชาการเฉพาะด้านเกี่ยวกับวัตถุอันตรายโดยตอบหนังสือเป็นหลักฐาน ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ที่ประสงค์จะขอสอบถามหรือขอหารือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในประเด็นทางวิชาการเฉพาะด้านเกี่ยวกับวัตถุอันตราย เช่น การขอหารือหลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบประสิทธิภาพด้วยวิธีใหม่ เป็นต้น และประสงค์ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตอบขอหารือดังกล่าวเป็นหนังสือ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/)\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n    การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานระบบการขอสอบถามหรือขอหารือทางวิชาการ เฉพาะด้านเกี่ยวกับวัตถุอันตราย โดยตอบหนังสือเป็นหลักฐาน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องแนบไฟล์หนังสือแจ้งความประสงค์และเอกสารประกอบผ่านระบบ โดยระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาคำขอและประเมินเอกสารผ่านระบบ และตอบข้อหารือเป็นหนังสือ ภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาคำขอและประเมินเอกสารเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอที่แนบเอกสารครบถ้วน พร้อมหลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบ โดยเมื่อพิจารณาคำขอและประเมินเอกสารแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลให้ทราบโดยทันที ผู้ยื่นคำขอสามารถขอรับหนังสือได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือรับการจัดส่งทางไปรษณีย์ ตามแต่กรณี\n \n     ในขั้นตอนการพิจารณา หากคณะทำงานพิจารณาทะเบียนตำรับและการขออนุญาตวัตถุอันตรายมีประเด็นทางวิชาการจำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าประเมินในส่วนนี้เพิ่มเติม\n\nหมายเหตุ\n     การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบตามคู่มือประชาชนฉบับนี้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2024-04-29T14:24:33"],
    [1776,"993c1c43-1f0a-475a-b8af-8186dcdeccc1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย กรณีเป็นวัตถุอันตรายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว และต้องการถ่ายโอนทะเบียน (transfer)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","993c01dc-904c-4d3d-9a46-ca4ca345c80e",15,2000,11,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n  \tคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะถ่ายโอนข้อมูลทั้งหมดจากทะเบียนเดิม (transfer) สำหรับประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n\tผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n\tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\t\n        ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n\tการยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n         ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n       หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n\tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\t\nหมายเหตุ\nการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(5) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(6) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(8) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(10) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2025-04-10T09:46:35"],
    [1777,"993c2e35-70bd-4a8f-88ca-c8fadf0eb511","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","993c0fe5-7a97-4c55-afbe-cf364c2bbf4f",35,2000,10,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ฝาผนัง เครื่องสุขภัณฑ์ และวัสดุอื่นๆ ผลิตภัณฑ์แก้ไขการอุดตันของท่อหรือทางระบายสิ่งปฏิกูล กรณีสารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้ว ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ \n\n     ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n     การยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ      \t\n\n     ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n     หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\n\nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\t\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(5) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(6) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(8) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(10) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(11) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด\n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณารับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2025-04-10T09:53:20"],
    [1778,"9959e27d-a5b8-4beb-bfcb-a82c31207f7f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9959d3e5-ea21-4fe3-81ab-50fdebe54738",25,200,2,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n-พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/Law01-Herbal-Act-01.pdf      \n-ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2565\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/0865/law_herbal3-29.PDF\n-ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_ministry/law_herbal3-15.PDF\n-ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_fda/law_herbal8-04.PDF\n\nเงื่อนไข\nกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ","2024-04-29T12:59:57"],
    [1779,"99787e76-1c78-4dcd-92ab-51810d47aa65","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขรายการการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายประกาศกำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99787000-2653-4c5f-af43-60142cbdb39d",8,500,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n          \n         คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ เอกสาร หรือข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยเป็นการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ฉลาก สี กลิ่นของผลิตภัณฑ์ ชนิดและขนาดของภาชนะบรรจุวัตถุอันตราย เฉพาะที่เป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศกองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย เรื่อง กำหนดเงื่อนไขการอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลง สูตรผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายและรายการเอกสารอื่นๆ ประกอบการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้พิจารณาการอนุญาตและลงนามเอกสารอนุญาต ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n          ผู้ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้า ชื่อและปริมาณวัตถุอันตราย (สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์) จะกระทำมิได้\n\n          ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n          ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานระบบการขอแก้ไขรายการการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ประกาศกำหนด (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n\n          การยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วันทำการ\n \n          ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณา เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n          หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n            ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องตามข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง \n\n         การอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงจะออกเป็นหนังสืออนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง และเมื่อได้ร้บอนุญาตแล้วจึงจะดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้\n\nหมายเหตุ\n          การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(5) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(6) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์แทะ\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค\n(8) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว\n(9) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด\n(10) ประกาศกองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย เรื่องกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉลาก สูตรผลิตภัณฑ์ และภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายและรายการเอกสารอื่นๆ ประกอบการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้พิจารณาการอนุญาตและลงนามเอกสารอนุญาต\n     \n       \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2024-04-29T14:24:59"],
    [1780,"997e5754-ec3a-43bd-9276-3e0e5c3ed059","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีสายการผลิตเดิมหรือสถานที่เก็บรักษาเคยได้รับอนุญาตแล้ว [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","997e3d79-b500-4221-a74a-b81c63a9b0d9",5,500,8,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\n \tคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ออกใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยผลิตภัณฑ์ที่จะขออนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายแล้ว และการขออนุญาตตามคู่มือประชาชนฉบับนี้เป็นกรณีที่ไม่ต้องตรวจสถานที่ โดยหากเป็นการขออนุญาตผลิต ต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันและเป็นสายการผลิตเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ที่จะขออนุญาตอยู่ก่อนแล้ว (สายการผลิตเดิม) หรือหากเป็นการขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออก ต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันอยู่ก่อนแล้ว(สถานที่เก็บรักษาเคยได้รับอนุญาตแล้ว) โดยการขออนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n \tผู้ประสงค์จะผลิต นำเข้า หรือส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีสายการผลิตเดิมหรือสถานที่เก็บรักษาเคยได้รับอนุญาตแล้ว ต้องยื่นคำขออนุญาตตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535\n \n        ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด \n\n        ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาตตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 (กรณีไม่ตรวจสถานที่) (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\t\n\n \tการยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบผ่านระบบ \n\n \tในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 3 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ\n\n \tหากเอกสารหลักฐานครบถ้วนหรือผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนภายใน 3 วันทำการ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\n\nการพิจารณาอนุญาต\n \tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเสร็จ กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบอนุญาตจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\nหมายเหตุ\n \tการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การนำผ่าน และการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ  \n(2) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย\n(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง\n(1) แนวทางการพิจารณาสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายและสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายโดยการอ้างอิงใบอนุญาตผลิต/นำเข้า/ส่งออก เดิม (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/re03)","2024-04-29T14:24:45"],
    [1781,"997dfd5b-e915-4e1e-a547-dc150be9daf5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอจดแจ้งเครื่องสำอาง กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจดแจ้งเครื่องสำอาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-7ce6-42e9-81bc-c2eb68b1e152",19,50,13,"1.การจดแจ้งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจดแจ้งเครื่องสำอาง เช่น คาบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่น ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่   \n2.ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอางต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และเมื่อผู้รับจดแจ้งออกใบรับจดแจ้งให้แล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้    \n3.ผู้ผลิต นำเข้า หรือรับจ้างผลิตเพื่อขายต้องมีคุณสมบัติดังนี้        \n3.1 กรณีเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทยที่อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์        \n3.2 กรณีเป็นนิติบุคคลจะต้องจดทะเบียนในประเทศไทย    \n4.ยื่นจดแจ้งตามแบบจ.ค.๑   \n5.การจดแจ้งเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ชื่อการค้า หรือชื่อเครื่องสำอางไปในทำนองโอ้อวดไม่สุภาพ หรืออาจทำให้เข้าใจผิดจากความจริง ไม่ใช้ชื่อการค้าหรือชื่อเครื่องสำอางที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามของไทย หรือสื่อไปในทางทำลายคุณค่าของภาษาไทย  \n6.การใช้ชื่อ หรือลักษณะของเครื่องสำอาง ต้องไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้        \n6.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดชื่อเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย        \n6.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดลักษณะเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย    \n7.สูตรส่วนผสมมีสารที่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับรายการสารด้านเครื่องสำอาง    \n8.กรณีการจดแจ้งเฉพาะเพื่อการส่งออกเท่านั้น จะต้องมีคุณภาพมาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆตามผู้สั่งซื้อกำหนด\nหมายเหตุ :\n      1.\tระยะเวลาที่แจ้งเริ่มนับตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ครบถ้วนถูกต้องจนถึงได้รับแจ้งผลการพิจารณา\n      2.ระยะเวลาที่เเจ้งเป็นระยะเวลาพิจารณา 1 คำขอ \n      3.ผู้ประกอบการสามารถติดตามผลการขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้งผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือโทรสอบถามที่หมายเลข 02-590-7274 ถึง 5\n      4.การนับระยะเวลาจะนับตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 64 กําหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะ นับวันถัดจากการยื่นเรื่องเป็นวันแรก\n      5.กรณีสถานที่ผลิต/นำเข้าเครื่องสำอางอยู่ในเขตจังหวัดใด ให้ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น โดยเงื่อนไขการดำเนินการให้เป็นไปตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นกำหนด","2025-04-28T14:50:44"],
    [1782,"998069aa-98b3-4cc1-8775-21c6cab6bedb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99805f4d-f0f0-48be-b2f8-47bb93a40b7c",6,300,4,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n-พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/Law01-Herbal-Act-01.pdf       \n-ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2565\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/0865/law_herbal3-29.PDF\n-ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_ministry/law_herbal3-15.PDF\n-ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_fda/law_herbal8-04.PDF\n\nเงื่อนไข\nกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ","2024-04-29T13:00:05"],
    [1783,"99824641-bc0f-4093-8417-699d93605b46","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99823d86-73f0-493e-ab84-86d262c801cb",5,200,4,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n-พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/Law01-Herbal-Act-01.pdf       \n-ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2565\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/0865/law_herbal3-29.PDF\n-ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_ministry/law_herbal3-15.PDF\n-ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_fda/law_herbal8-04.PDF\n\nเงื่อนไข\nกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ","2024-04-29T13:00:18"],
    [1784,"99829b7e-ad5f-4443-9455-11056671de22","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 การแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และการแจ้งยืนยันข้อเท็จจริง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","998299cc-a0c1-4d11-8d13-614ff0762b18",1,100,3,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 การแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และการแจ้งยืนยันข้อเท็จจริง โดยผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว และผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ประสงค์จะดำเนินการผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นแจ้งข้อเท็จจริงหรือข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุอันตรายนั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ โดยให้ยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) \n\n     สำหรับกรณีที่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ไว้แล้วและได้รับเลขที่รับแจ้งแล้ว หากต่อมาประสงค์จะขอแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เช่น สูตรส่วนประกอบที่ไม่ใช่สารสำคัญ ปริมาณการผลิตหรือปริมาณการนำเข้าต่อปี เป็นต้น ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมผ่านระบบ  e-submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/)  ทั้งนี้การแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติม กรณีแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้าที่ใช้ภายในประเทศ ชื่อและอัตราส่วนของวัตถุอันตราย (สารสำคัญ) และลักษณะของวัตถุอันตรายจะกระทำมิได้    \n\n     กรณีแจ้งยืนยันข้อเท็จจริง ผู้แจ้งความประสงค์สามารถยืนยันการแจ้งข้อเท็จจริงผ่านระบบ e-Submission และขอให้ผู้แจ้งความประสงค์ดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ   \n\n     ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ได้จากคู่มือการใช้งานการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1\n\n     การยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน (ถ้ามี)  ในการรับคำขอระบบจะออกใบสั่งชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ  ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ  มิฉะนั้นระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ\n\n     หมายเหตุ สำหรับการยื่นคำขอแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่เป็นไปตามเงื่อนไข ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์กาว (2) ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อในสระว่ายน้ำ (3) ผลิตภัณฑ์กลุ่มไล่แมลง หรือกลุ่มทำความสะอาดที่ไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม และชื่อการค้าไม่มีประเด็นที่ต้องส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม เมื่อระบบคัดกรองและตรวจสอบแล้ว ระบบจะอนุมัติคำขอโดยอัตโนมัติ กรณีคำขอผลิตภัณฑ์กลุ่มไล่แมลง หรือกลุ่มทำความสะอาดที่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำขอต้องส่งเอกสารประกอบการพิจารณา คำขอจะถูกพิจารณาและอนุมัติโดยเจ้าหน้าที่\n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสาร โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบ e-submission \n\n     หมายเหตุ การชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต\n-กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง\n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้เพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการให้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n(4) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย \n(5) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ\n(7) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(8) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n\n-คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง\n(1) คู่มือการแจ้งข้อเท็จจริงและการจัดทำฉลากวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)\n\n-คู่มือการใช้งานระบบ e-submission     \n(1) คู่มือการใช้งานการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 \n(https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/notification-of-the-facts-of-hazardous-substances-type-1-1)","2025-04-10T09:55:36"],
    [1785,"9984905f-81c8-4383-8407-7854720338f8","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทวัตถุเจือปนอาหาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-3813-46d6-a20a-94d9eb90b743",28,3000,12,"- หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n1.2 วัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง\nการกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม\nหมายเหตุ: สำหรับวัตถุเจือปนอาหารที่มีหน้าที่เป็นวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร (วัตถุดูดออกซิเจน\n(Oxygen absorber) วัตถุกันชื้น (Desiccator หรือ Desiccant), เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร,\nผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนแต่ละเรื่องที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า\n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1\nและกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n3. วัตถุเจือปนอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281)\nพ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง\nการขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานหรือเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงส\nาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ก่อนยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหาร\n4. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n5. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยอาหาร\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n8. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” หรือกลุ่มหน้าที่ (functional classes) ในอาหาร กำกับไว้ด้วย ตรา\nเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง\nการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่องการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ\n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Helth Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง\nการยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภทที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n13. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ\nรายงานการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และฉลากอาหาร พร้อมคู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) เก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบ ณ สถานประกอบการ และแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ\n-วิธีการ\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ - การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ดังนี้\n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานหรือนำเข้าหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุ\nให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา\nด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site)\nของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร\nและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์\n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุ\nให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา\nด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และะใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์\n3. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก\nให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร\nด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic)\nของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18)\nหรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน\nเรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉฉากอาหารเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร\n\n4. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ\nให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18)\nฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ\nและสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) อาคาร 6\nชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nหมายเหตุ :\n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) และแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์ (อ.19/สบ.4)\nสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/ESub/document/manual/Esub_FA.pdf\n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ\n\n- เงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์\nwww.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612\n6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ\nหากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้\nสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น\nและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง\nและส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\nสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/ESub/pages/register.php โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ(OSSC) อาคาร 6 ชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n2.3ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง\nซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง)หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของประเภทอาหารซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หรือหน่วยงานภายนอกจะต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้ โดยใช้เวลาประมาณ 15-45 วันทำการ แล้วแต่กรณี\n4. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.2\nต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง\nวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่\nเอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต\nรายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก\nรายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร(ถ้ามี) ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) หนังสือรับรองสถานที่ผลิต\n(กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุดิบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ\nณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n4.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร\nต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง\nการแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ\nและประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\nในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน\nสามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients)\nหรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้\nที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n5.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต\nนำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n5.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน\nหรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี\n(นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ)\nเว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\nหรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n5.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n5.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด","2023-10-17T10:30:39"],
    [1786,"99860883-73f8-4f4b-8e35-0baac8130776","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบอนุญาตสถานที่ผลิต นำเข้า หรือขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9985ee5f-9896-4fc0-89d7-07cd62ab9c6d",30,1500,8,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n1. พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/Law01-Herbal-Act-01.pdf\n2. กฎกระทรวง การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตผลิต  นำเข้า  หรือขายผลิตภัณฑ์สมนุไพร พ.ศ. 2563\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/ministry_law/law_herbal7-01.PDF\n3. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม ลด และยกเว้นค่าธรรมเนียมการดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2563\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/ministry_law/law_herbal7-03.pdf\n4.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_ministry/law_herbal3-18.PDF\n5.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ จำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในสถานที่ผลิต นำเข้า ขาย และเก็บรักษาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2565\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_ministry/law_herbal3-20.PDF\n6. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2565\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/0865/law_herbal3-29.PDF\n7. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2563\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce_fda/law_herbal8-03.PDF\n8.ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงป้ายและใบอนุญาตของผู้รับอนุญาตและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2564\nhttps://www.fda.moph.go.th/Herbal/SitePages/Document/law/announce/law_herbal6-05.PDF\n\nเงื่อนไข\nกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ","2024-04-29T13:00:12"],
    [1787,"99906219-c65b-4402-b306-b3017f464739","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตโฆษณาขายยาที่กระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-5bd8-4bcf-800e-0fa6ddb554af",1,3000,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nหลักเกณฑ์ :   \n1. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการอนุญาตและให้ความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ. 2541 \n2. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยหลักเกณฑ์การโฆษณาขายยา พ.ศ. 2545 https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/119375.pdf\n3. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยหลักเกณฑ์การโฆษณาขายยา (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2560 https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/2100127.pdf\n4. คู่มือการโฆษณาขายยา ปี 2551\n5. คำแนะนำในการจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับการขออนุญาตโฆษณาขายยา\n6. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาควบคุมพิเศษ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม https://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาอันตรายและฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n8. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาที่ต้องแจ้งคำเตือนการใช้ยาไว้ในฉลากและที่เอกสารกำกับยาและข้อความของคำเตือน และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม\nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry \n9. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุตำรายา และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n10. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม https://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n11. ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม\nhttps://ratchakitcha.soc.go.th/documents/12716.pdf\n\nวิธีการ :    \n1. ยื่นคำขอและเอกสารประกอบการคำขอ ผ่านระบบ E-submission (โฆษณา AUTO) \n2. ชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ตามใบสั่งชำระที่อยู่ในระบบ\n3. เมื่อผู้ประกอบการชำระเงินแล้ว จะได้รับใบอนุญาตโฆษณายาในระบบ\n4. แจ้งการเผยแพร่โฆษณาหลังจากทำการโฆษณาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งในระบบ\n\nเงื่อนไข:    \n1. เป็นไปตามคำรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขออนุญาตโฆษณาขายยาแบบอัตโนมัติ\n2. อนุญาตให้โฆษณาเฉพาะข้อความและภาพที่ไม่ได้ขีดฆ่า/และตรงตามที่ได้แก้ไขไว้\n3. ให้โฆษณาได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่อนุญาต\n4. ให้โฆษณาภายในเวลาก่อนมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ใบอนุญาต/ทะเบียน/ฉลาก/เอกสารกำกับยาต่างไปจากเดิม\n5. ข้อความและภาพที่โฆษณาต้องตรงตามที่ได้รับอนุญาต ถ้าโฆษณาแตกต่างไปจากนี้ ถือว่าข้อความโฆษณาทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาต\n6. ให้แสดงข้อความเลขที่ใบอนุญาตในสื่อโฆษณาที่ได้รับอนุญาต\n7. ให้โฆษณาเฉพาะในสื่อที่เผยแพร่โดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะและผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์\n8. ผู้อนุญาตสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขหรือเพิกถอนใบอนุญาตนี้ได้ หากมีเหตุผลอันจำเป็น ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539    \n\nหมายเหตุ :   \n1. กรณียังไม่มีสิทธิเข้าใช้ระบบ E-submission (โฆษณา AUTO) ให้ขอเข้าใช้ระบบโดยสร้างบัญชีผู้ใช้งานระบบผ่านระบบ Digital ID และยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์เข้าใช้ระบบสารสนเทศและเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบ พร้อมหลักฐานประกอบการยื่นหนังสือ โดยยื่นได้ที่ กองผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมและการบริการ (สนบ.) ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดแบบฟอร์ม/คู่มือการใช้ระบบได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/)\n2. การชำระค่าใช้จ่ายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยาเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n3. ระยะเวลาที่ระบุในคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้นับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการดำเนินการ เช่น การแนบเอกสารประกอบคำขอ การชำระค่าใช้จ่ายฯ\n4. เอกสารอ้างอิงให้ระบุจุดที่มีความเชื่อมโยงระหว่างข้อความโฆษณากับข้อความในเอกสารอ้างอิง สำเนาเอกสารทางทะเบียน ได้แก่ ฉลาก เอกสารกำกับยา คำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาฉบับที่มีเลขรับ เอกสารแสดงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนตำรับยา เอกสารคำขอขึ้นทะเบียนที่ใช้ประกอบการยื่นขออนุญาต ให้ถือว่าผู้ยื่นขออนุญาตได้รับว่า \"เป็นสำเนาที่ถูกต้องตรงตามที่ขึ้นทะเบียน\" แล้ว เอกสารอื่นๆ ได้แก่ ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ใบอนุญาตโฆษณาและข้อความ/หน้าโฆษณา เอกสารอ้างอิง หนังสือมอบอำนาจ ให้ถือว่าผู้ยื่นขออนุญาตได้รับรอง \"เป็นสำเนาถูกต้อง\" แล้ว","2024-04-29T14:19:44"],
    [1788,"99947114-64cf-4ac6-b661-846f104645b2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตโฆษณาขายยาทางสื่อทั่วไปหรือที่กระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะทางสื่อสิ่งของสำหรับแจก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-70c9-4841-863d-c32805da32ee",1,200,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักเกณฑ์\n1. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการอนุญาตและให้ความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ. 2541 \n2. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยหลักเกณฑ์การโฆษณาขายยา พ.ศ. 2545 https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/119375.pdf\n3. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยหลักเกณฑ์การโฆษณาขายยา (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2560 https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/2100127.pdf\n4. คู่มือการโฆษณาขายยา ปี 2551\n5. คำแนะนำในการจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับการขออนุญาตโฆษณาขายยา\n6. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาควบคุมพิเศษ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม https://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาอันตรายและฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n8. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาที่ต้องแจ้งคำเตือนการใช้ยาไว้ในฉลากและที่เอกสารกำกับยาและข้อความของคำเตือน และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม\nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry \n9. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุตำรายา และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n10. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม https://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n11. ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม\nhttps://ratchakitcha.soc.go.th/documents/12716.pdf\n\nวิธีการ\n1. ยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ผ่านระบบ E-submission \n2. ชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ตามใบสั่งชำระที่อยู่ในระบบ\n3. เมื่อผู้ประกอบการชำระเงินแล้ว จะได้รับใบอนุญาตโฆษณายา\n4. แจ้งการเผยแพร่โฆษณาหลังจากทำการโฆษณาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งในระบบ\n5. กรณีการโฆษณาขายยาทางสื่อสิ่งของสำหรับแจกที่แสดงเฉพาะชื่อยาตามใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ชื่อบริษัทและ/หรือโลโก้บริษัทเฉพาะกรณีรายการของแจกตรงตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือกองยากำหนด ให้ยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ผ่านระบบ E-submission (โฆษณา AUTO)\nกรณีการโฆษณาขายยาทางสื่อสิ่งของสำหรับแจกที่ไม่ได้แสดงเฉพาะชื่อยาตามใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ชื่อบริษัทและ/หรือโลโก้บริษัท หรือ การโฆษณาขายยาทางสื่อสิ่งของสำหรับแจกที่แสดงเฉพาะชื่อยาตามใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ชื่อบริษัทและ/หรือโลโก้บริษัทเฉพาะกรณีรายการของแจกไม่ตรงตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือกองยากำหนด ให้ยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ผ่านระบบ E-submission\n6. กรณีแสดงเฉพาะชื่อยาตามใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ชื่อบริษัทและ/หรือโลโก้บริษัท รายการของแจกตรงตามที่กำหนด ระยะเวลาดำเนินการ 1 วันทำการ \nกรณีการโฆษณาขายยาทางสื่อสิ่งของสำหรับแจกที่ไม่ได้แสดงเฉพาะชื่อยาตามใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ชื่อบริษัทและ/หรือโลโก้บริษัท ระยะเวลาดำเนินการ 15 วันทำการ\nกรณีการโฆษณาขายยาทางสื่อสิ่งของสำหรับแจกที่แสดงเฉพาะชื่อยาตามใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ชื่อบริษัทและ/หรือโลโก้บริษัทเฉพาะกรณีรายการของแจกไม่ตรงตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือกองยากำหนด ระยะเวลาดำเนินการ 45 วันทำการ \n\nเงื่อนไข:    \nการโฆษณาขายยาที่กระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะทางสื่อสิ่งของสำหรับแจก\n1. เป็นไปตามคำรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขออนุญาตโฆษณาขายยาแบบอัตโนมัติ\n2. อนุญาตให้โฆษณาเฉพาะข้อความและภาพที่ไม่ได้ขีดฆ่า/และตรงตามที่ได้แก้ไขไว้\n3. ให้โฆษณาได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่อนุญาต\n4. ให้โฆษณาภายในเวลาก่อนมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ใบอนุญาต/ทะเบียน/ฉลาก/เอกสารกำกับยาต่างไปจากเดิม\n5. ข้อความและภาพที่โฆษณาต้องตรงตามที่ได้รับอนุญาต ถ้าโฆษณาแตกต่างไปจากนี้ ถือว่าข้อความโฆษณาทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาต\n6. ให้แสดงข้อความเลขที่ใบอนุญาตในสื่อโฆษณาที่ได้รับอนุญาต\n7. ให้โฆษณาเฉพาะในสื่อที่เผยแพร่โดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะและผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์\n8. ผู้อนุญาตสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขหรือเพิกถอนใบอนุญาตนี้ได้ หากมีเหตุผลอันจำเป็น ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539    \n\nโฆษณาขายยาทางสื่อทั่วไปหรือที่กระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะทางสื่อสิ่งของสำหรับแจก\n1. เป็นไปตามคำรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขออนุญาตโฆษณาขายยา\n2. อนุญาตให้โฆษณาเฉพาะข้อความและภาพที่ไม่ได้ขีดฆ่า/และตรงตามที่ได้แก้ไขไว้\n3. ให้โฆษณาได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่อนุญาต\n4. ให้โฆษณาภายในเวลาก่อนมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ใบอนุญาต/ทะเบียน/ฉลาก/เอกสารกำกับยาต่างไปจากเดิม\n5. ข้อความและภาพที่โฆษณาต้องตรงตามที่ได้รับอนุญาต ถ้าโฆษณาแตกต่างไปจากนี้ ถือว่าข้อความโฆษณาทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาต\n6. เงื่อนไขอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารข้อความในโฆษณา (ถ้ามี)\n7. ผู้อนุญาตสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขหรือเพิกถอนใบอนุญาตนี้ได้ หากมีเหตุผลอันจำเป็น ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539\n\nหมายเหตุ :   \n1. กรณียังไม่มีสิทธิเข้าใช้ระบบ E-submission (โฆษณา AUTO) ให้ขอเข้าใช้ระบบโดยสร้างบัญชีผู้ใช้งานระบบผ่านระบบ Digital ID และยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์เข้าใช้ระบบสารสนเทศและเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบ พร้อมหลักฐานประกอบการยื่นหนังสือ โดยยื่นได้ที่ กองผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมและการบริการ (สนบ.) ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดแบบฟอร์ม/คู่มือการใช้ระบบได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/)\n2. การชำระค่าใช้จ่ายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยาเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n3. ระยะเวลาที่ระบุในคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้นับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการดำเนินการ เช่น การแนบเอกสารประกอบคำขอ การชำระค่าใช้จ่ายฯ\n4. เอกสารอ้างอิงให้ระบุจุดที่มีความเชื่อมโยงระหว่างข้อความโฆษณากับข้อความในเอกสารอ้างอิง สำเนาเอกสารทางทะเบียน ได้แก่ ฉลาก เอกสารกำกับยา คำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาฉบับที่มีเลขรับ เอกสารแสดงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนตำรับยา เอกสารคำขอขึ้นทะเบียนที่ใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตให้ถือว่า ผู้ยื่นขออนุญาตได้รับว่า  \"เป็นสำเนาที่ถูกต้องตรงตามที่ขึ้นทะเบียน\" แล้ว เอกสารอื่นๆ ได้แก่ ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ใบอนุญาตโฆษณาและข้อความ/หน้าโฆษณา เอกสารอ้างอิง หนังสือมอบอำนาจ ให้ถือว่าผู้ยื่นขออนุญาตได้รับรอง \"เป็นสำเนาถูกต้อง\" แล้ว","2024-04-29T14:19:38"],
    [1789,"99e51081-02c1-46d2-8b8a-952b165ca881","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท​ [N]​","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-4b55-4f2a-8cb2-d683104c6ba5",1,0,3,"1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหาร ดังต่อไปนี้\n\n   1.1 อาหารควบคุมเฉพาะ ได้แก่ นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก วัตถุเจือปนอาหาร เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชงและ ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ\n\n  1.2 อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลี และ ผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท เครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟ เกลือบริโภค ข้าวเติมวิตามิน ไข่เยี่ยวม้า ครีม  ชา ชาจากพืช ซอสบางชนิด น้ำแข็ง น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท* น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำปลา น้ำผึ้ง* น้ำมันเนย น้ำมันและไขมัน น้ำมันปลา น้ำแร่ธรรมชาติ น้ำส้มสายชู เนย เนยแข็ง เนยใสหรือกี ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง แยม เยลลีและมาร์มาเลดในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารกึ่งสำเร็จรูป น้ำเกลือปรุงอาหาร เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม  ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต  ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้\n\n*กรณีที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ไม่ต้องยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร (แบบ สบ.1) และจดทะเบียนอาหาร แต่สถานที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 342) พ.ศ.2555 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย หากผู้ผลิตที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานประสงค์จะขอรับเลขสารบบอาหารก็ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิต(แบบ สบ.1)และจดทะเบียนอาหารด้วยก็ได้\n\n  1.3 อาหารที่ต้องมีฉลาก ได้แก่ ขนมปัง ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท แป้งข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ วัตถุแต่งกลิ่นรส วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ หมากฝรั่งและลูกอม อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ\n\n  1.4 อาหารทั่วไป **ได้แก่ สัตว์และผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์ แป้งและผลิตภัณฑ์ เครื่องปรุงรส น้ำตาลเครื่องเทศ ผลิตภัณฑ์สำหรับทำอาหารชนิดต่างๆที่ยังไม่พร้อมบริโภค ข้าวในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่าย\n\n**อาหารทั่วไป ที่ผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหารตามที่กําหนดสําหรับอาหารนั้นๆ และประสงค์จะแสดงเลขสารบบอาหาร\n\n2. การยื่นขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก จำหน่ายนอกราชอาณาจักร ผู้ขออนุญาตยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรผ่านระบบ E-SUBMISSION ด้วยการประเมินผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองให้สอดคล้องกับที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้และมีรูปแบบการอนุญาตเป็นแบบอัตโนมัติ\n3. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n\n  3.1 ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิต และใบอนุญาตฯที่ได้รับยังมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n  3.2 ต้องได้รับเลขสารบบอาหารแล้ว โดยมีคุณภาพหรือมาตรฐาน สูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีผลิต ภาชนะบรรจุ ตรงตามที่ได้รับอนุญาตและสอดคล้องกับประเทศผู้สั่งซื้อ พร้อมเก็บเป็นข้อมูลไว้ ณ สถานประกอบการ\n\n  3.3 การแสดงฉลาก ต้องแสดง (1)ประเทศผู้ผลิตและ (2)เลขสารบบอาหาร หรือเลขสถานที่ผลิตอาหาร หรือชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิต อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ของกรณีส่งออก สำหรับกรณีที่เป็นวัตถุเจือปนอาหารต้องแสดงรุ่นการผลิต\nหมายเหตุ ฉลากอาหารต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศผู้สั่งซื้อ\n  วิธีการ\n การเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก\nให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทางเวปไซด์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\nเมื่อครบถ้วน ผู้อนุญาตจะออกหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร\n\nหมายเหตุ: กรณีเป็นอาหารควบคุมเฉพาะตามข้อ 1.1ให้แนบฉลากอาหาร หรือคำแปลกรณีเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ(ถ้ามี)\n\nเงื่อนไข\n   1. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจ\nลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมาย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n  2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิตัล (องค์การมหาชน)(สพร) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n  3. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n    3.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลบิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ(OSSC) ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n    3.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n  4. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้องประเมินผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ฉลากสอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศผู้สั่งซื้อ และต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอ\n\n  5. สิ่งที่ต้องปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   5.1 กรอกข้อมูลในคำขอให้ถูกต้อง ครบถ้วน\n   5.2 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n   5.3 แนบไฟล์เอกสารฉลากและคำแปลให้ครบถ้วนถูกต้อง กรณีเป็นอาหารควบคุมเฉพาะที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร","2023-10-17T11:11:24"],
    [1790,"99f0e0b1-1f0f-43bb-8b00-fc6f9e4f71fc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การพิจารณารับรองเอกสารเกี่ยวกับการอนุญาตวัตถุอันตราย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99f0a96f-446b-4eb7-a566-332dc493a46a",3,50,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจารณาให้การรับรองเอกสารเกี่ยวกับการอนุญาตวัตถุอันตราย ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ที่ประสงค์จะให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจารณา ให้การรับรองเอกสารเกี่ยวกับการอนุญาตวัตถุอันตราย เช่น การขอรับรองฉลากวัตถุอันตรายว่าเป็นฉลากตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ หรือการนำสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย หรือสำเนาใบอนุญาตวัตถุอันตรายมาขอรับการรับรอง เป็นต้น ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th)\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n    การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานระบบการพิจารณารับรองเอกสารเกี่ยวกับการอนุญาตวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูล และแนบไฟล์เอกสารที่ต้องการให้รับรองผ่านระบบ โดยระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาและรับรองเอกสาร และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและรับรองเอกสารเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอที่แนบเอกสารครบถ้วน พร้อมหลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบ โดยเมื่อพิจารณาและรับรองเอกสารแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลให้ทราบโดยทันที ผู้ยื่นคำขอสามารถขอรับเอกสารได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด\n\nหมายเหตุ\n     การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต\n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง\n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(5) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่อง การแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การขอต่ออายุ และการต่ออายุใบรับแจ้ง การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(7) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2025-04-10T09:54:25"],
    [1791,"99f0fe1d-588d-4390-88b4-449f6e901880","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับรองการแปลเอกสารการอนุญาตวัตถุอันตรายเป็นภาษาอังกฤษ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99f0ea82-9820-4293-a89e-656ac5a41244",2,500,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอรับรองการแปลเอกสารการอนุญาตวัตถุอันตรายเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ประกอบการวัตถุอันตรายที่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 หรือได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือใบอนุญาตเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามแต่กรณี และประสงค์จะขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับรองการแปลเอกสารการอนุญาตดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) \n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n     การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานระบบการขอรับรองการแปลเอกสารการอนุญาตวัตถุอันตรายเป็นภาษาอังกฤษ (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูล และแนบไฟล์เอกสารที่ต้องการให้รับรองการแปลเป็นอังกฤษผ่านระบบ โดยระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาและรับรองเอกสาร และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาและรับรองเอกสารเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอที่แนบเอกสารครบถ้วน พร้อมหลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบ โดยเมื่อพิจารณาและรับรองเอกสารแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลให้ทราบโดยทันที ผู้ยื่นคำขอสามารถขอรับเอกสารได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nหมายเหตุ\n     การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาหรือการตรวจสอบเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต\n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง\n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(5) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่อง การแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การขอต่ออายุ และการต่ออายุใบรับแจ้ง การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(7) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2025-04-10T09:42:46"],
    [1792,"99f2cce9-8089-46d0-8628-0e98b2d7e933","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแจ้งดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 และการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99f1202f-8f14-40b9-a1aa-7a1e983659e2",2,0,6,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอแจ้งการดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 โดยผลิตภัณฑ์ที่จะขอแจ้งการดำเนินการต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายแล้ว (ยกเว้นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่ได้รับยกเว้นการขึ้นทะเบียน ได้แก่ แนฟทาลีน (naphthalene) และวัตถุดิบเทคนิคอลเกรดกำจัดแมลงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตของตนเองซึ่งต้องเป็นสารที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเคยรับขึ้นทะเบียนไว้แล้ว) ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n     สำหรับการแจ้งการดำเนินการผลิต นำเข้า หรือส่งออก ผู้ยื่นคำขอจะต้องแยกยื่นใบแจ้งตามแต่ละชื่อผลิตภัณฑ์ (หรือตามใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย) และแยกใบแจ้งตามแต่ละประเภทของการดำเนินการ เช่น ผู้ผลิตและส่งออกวัตถุอันตรายชื่อผลิตภัณฑ์ ก. จะต้องแจ้งการดำเนินการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ ก. และแจ้งการดำเนินการส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์ ก\n\n     สำหรับการแจ้งการดำเนินการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตราย หากผู้ยื่นคำขอมีสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายอยู่ในหลายจังหวัด ผู้แจ้งจะต้องแยกยื่นใบแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัด หรือหากผู้ยื่นคำขอมีสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัด ผู้แจ้งจะต้องแยกยื่นใบแจ้งสำหรับแต่ละสถานที่เก็บรักษา หรือหากผู้ยื่นคำขอมีการครอบครองวัตถุอันตรายทั้งเพื่อใช้รับจ้างกำจัดแมลงและเพื่อใช้รับจ้างทำความสะอาด ผู้ยื่นคำขอจะต้องแยกยื่นใบแจ้งตามประเภทของการใช้รับจ้าง\n\n     การพิจารณาว่าเป็นกรณีสถานที่เดิมหรือไม่ ดูรายละเอียดได้จาก แนวทางการพิจารณาสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายและสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายโดยการอ้างอิงใบอนุญาตผลิต/นำเข้า/ส่งออกเดิม (https://mnfda.fda.moph.go.th/hazard/?page_id=181) \n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) โดยสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n     การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบผ่านระบบ\n\n     ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอและจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม \n   \n     หากเอกสารหลักฐานครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะพิจารณาคำขอและประเมินเอกสาร และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต\n     กรณีที่สถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะเป็นผู้พิจารณาการอนุญาต แต่หากสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาอยู่ต่างจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการอนุญาต\n\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ผู้ยื่นคำขอสามารถพิมพ์์ใบแจ้งดำเนินการฯ จากระบบได้ด้วยตนเอง","2024-04-29T14:27:50"],
    [1793,"99f8aab1-7cf1-4df6-a56c-0afd7acc9603","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำเข้าตัวอย่างหรือผลิตตัวอย่างวัตถุอันตราย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99f89f2e-0847-4201-b8d2-0922cf725a95",6,300,4,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n       คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขออนุญาตนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายหรือผลิตตัวอย่างวัตถุอันตราย สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนมีความจำเป็นต้องนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายหรือผลิตตัวอย่างวัตถุอันตรายที่จะขอขึ้นทะเบียน หรือต้องนำเข้ามาซึ่งวัตถุอันตรายอย่างอื่นเพื่อใช้ในการผลิตวัตถุอันตรายที่จะขอขึ้นทะเบียน เช่น กรณีการผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงหรือสัตว์แทะ หรือผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค หรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว เพื่อส่งทดสอบประสิทธิภาพหรือวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ เป็นต้น ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n       \n     กรณีการผลิตหรือการนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายที่มีปริมาณเกิน 5 กิโลกรัม หรือ 5 ลิตร หรือกรณีวัตถุดิบเทคนิคอลเกรดและวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุขที่นำมาใช้เพื่อประโยชน์แก่การระงับ ป้องกัน ควบคุม ไล่ กำจัดแมลง และสัตว์อื่นหรือสัตว์แทะ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ให้ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตราย (กรณีมากกว่า 5 กิโลกรัม/ลิตร) (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) (หมายเหตุ: กรณีการผลิตหรือการนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายที่มีปริมาณไม่เกิน 5 กิโลกรัม หรือ 5 ลิตร ซึ่งมิใช่วัตถุดิบเทคนิคอลเกรดและวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปกำจัดแมลงหรือสัตว์แทะ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายสามารถยื่นหนังสือรับรองตนเองแทนการขออนุญาตได้ โดยยื่นผ่านระบบ e-Submission (https://privus.fda.moph.go.th) และเป็นระบบอัตโนมัติ จึงไม่อยู่ในขอบข่ายของคู่มือฯ ฉบับนี้)\n\n   \n      การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วันทำการ\n\n       ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n       หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต\n       ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตตัวอย่างวัตถุอันตรายหรือใบอนุญาตนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบอนุญาตผลิตตัวอย่างวัตถุอันตรายหรือใบอนุญาตนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง\n(1) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(4) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(5) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(7) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(8) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย","2025-04-10T09:43:40"],
    [1794,"99feb23d-b666-4813-9596-6f413bad2f94","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน (Certificate of Product Registration) หนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale) และหนังสือรับรองการผลิต (Certificate of Manufacturer) สำหรับผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99fe9cd3-88b1-4209-a5b3-702174400a35",1,200,1,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n       คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (Certificate of Product Registration) หนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale; CFS) และหนังสือรับรองการผลิต (Certificate of Manufacturer) ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ \n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบการวัตถุอันตรายที่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 หรือได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือใบอนุญาตเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 แล้ว และประสงค์จะขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาออกหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียน (Certificate of Product Registration) หรือมีการจำหน่ายในประเทศ (Certificate of Free Sale) หรือรับรองว่าเป็นผู้ผลิต (Product of Manufacturer) ตามแต่กรณี \n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจต้องได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว กรณีประสงค์จะส่งออกผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายด้วยชื่อการค้าอื่นนอกเหนือจากชื่อการค้าตามที่ระบุในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ใบแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นขอเพิ่มชื่อการค้าเพื่อการส่งออก (alternative names for export) ในเอกสารการอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนจึงจะสามารถขอหนังสือรับรองให้กับผลิตภัณฑ์ตามชื่อการค้าเพื่อการส่งออกนั้นได้ \n       \n       การยื่นคำขอให้ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขอ Certificate of Free Sale/ Certificate of Product Register/ Certificate of Manufacturing (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n       \n       ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบให้ครบถ้วนและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ในการรับคำขอระบบจะออกใบสั่งชำระค่าพิจารณาตรวจสอบเอกสารให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้นระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต \n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาตรวจสอบและออกหนังสือรับรองเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอที่กรอกข้อมูลถูกต้องครบถ้วนพร้อมหลักฐานการชำระค่าพิจารณาตรวจสอบเอกสาร ผู้ยื่นคำขอสามารถขอรับหนังสือรับรองได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือรับการจัดส่งทางไปรษณีย์ ตามแต่กรณี \n\nหมายเหตุ \n     การชำระค่าพิจารณาตรวจสอบเอกสารเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2024-04-29T14:24:39"],
    [1795,"9a093f27-1e67-44da-b6e3-015304d94819","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และการขอใบแทนใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a093ac2-c127-45c4-b5fa-93f79572d2ec",3,500,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายและการขอใบแทนใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3  ใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 หรือใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามแต่กรณี เนื่องจากเหตุสูญหาย หรือชำรุด/ลบเลือน ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n \tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียน/ใบแจ้งข้อเท็จจริง วอ.1/ใบแจ้งดำเนินการ วอ.2/ใบอนุญาต วอ.3 (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n\n \tในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม และให้ผู้ยื่นคำขอ ยื่นคำขอใหม่ผ่านระบบ e-Submission อีกครั้ง\n\nการพิจารณาอนุญาต\n \tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 3 วันทำการ\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535  และฉบับที่เแก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\t\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\t\n(5) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม","2025-04-10T09:45:12"],
    [1796,"9a1f4f74-d30b-4c47-a5f8-c2e5550162d8","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขรายการการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายประกาศกำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a0d3606-4578-4bca-af04-4b27c31b69fc",40,1000,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n       คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ เอกสาร หรือข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นกรณีที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เช่น การแก้ไขประโยชน์ สรรพคุณ หรืออัตราการใช้บนฉลาก และกรณีอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายว่าด้วยเรื่องกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉลาก สี กลิ่นของผลิตภัณฑ์ ชนิดและขนาดของภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้พิจารณาการอนุญาตและลงนามเอกสารอนุญาต ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n       ผู้ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้า ชื่อและปริมาณวัตถุอันตราย (สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์) จะกระทำมิได้\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขอแก้ไขรายการการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายประกาศกำหนด (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n\n       การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n       ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n       หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต\n       ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลา เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที การอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงจะออกเป็นหนังสืออนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง และเมื่อได้ร้บอนุญาตแล้วจึงจะดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้\n\nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(5) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(6) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์การทดสอบประสิทธิภาพของวัตถุอันตราย\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์แทะ\n(8) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว\n(9) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด\n(10) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค\n(11) ประกาศกองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายว่าด้วยเรื่องกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉลาก สูตรผลิตภัณฑ์ และภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายและรายการเอกสารอื่นๆ ประกอบการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้พิจารณาการอนุญาตและลงนามเอกสารอนุญาต\n(12) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุนของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคชนิดของเหลวหรือชนิดผงที่ละลายน้ำได้\n(13) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุน ของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ชนิดฉีดพ่นธรรมดาหรือฉีดพ่นอัดก๊าซ\n(14) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องแนวทางการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อแบคทีเรียของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการซักผ้า\n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2024-04-29T14:25:07"],
    [1797,"9a22f1e4-71e6-49fd-86cf-db6ea91e6ae9","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3  กรณีไม่ตรวจสถานที่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-42d0-42eb-8c5a-4c07191979e9",3,200,3,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีไม่ตรวจสถานที่ ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ได้แก่ ใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 2) ใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 4) ใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 6) และใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 8) ซึ่งจำเป็นต้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตดังกล่าว การยื่นคำขอแก้ไขตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ เป็นกรณีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องมีการตรวจประเมินสถานที่ เช่น การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงปริมาณการผลิต นำเข้า ส่งออกหรือมีไว้ในครอบครอง การขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้าง การขอเพิ่มหรือยกเลิกผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ขอครอบครองสำหรับกรณีการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้าง การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์หรือโทรสาร เป็นต้น ทั้งนี้ การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อวัตถุอันตราย สูตรเคมี อัตราส่วน ลักษณะและสูตรของวัตถุอันตราย จะกระทำมิได้\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขอแก้ไขรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายประกาศกำหนด (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n\n     การยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบผ่านระบบ \n\n     ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมผ่านระบบภายใน 2 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ หากเอกสารหลักฐานครบถ้วนหรือผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนภายใน 2 วันทำการ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n\n          ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ การอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงจะบันทึกรายการแก้ไขฯ ไว้ในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย\n\nหมายเหตุ\n          การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535\n(2) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535\n(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ","2023-09-21T14:01:32"],
    [1798,"9a23574e-7a62-4d65-b430-a5d654b5be1c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอนำผ่านวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 และการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบนำผ่าน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a22fec9-a1c4-4403-8dd5-c1e05e61858b",10,200,10,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n        คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอนำผ่านวัตถุอันตราย และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบนำผ่านวัตถุอันตราย ชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ โดยการขออนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n   \n        ผู้ประสงค์จะนำผ่าน หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบนำผ่านวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3  ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอนำผ่าน หรือหนังสือขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบนำผ่านวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การขออนุญาต และการออกใบนำผ่านวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n        \n        ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n        \n        ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือระบบนำผ่านวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n        \n        การยื่นคำขอนำผ่านวัตถุอันตรายผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทําการ\n        ในกรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n        หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n       \n        การยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบนำผ่านวัตถุอันตรายผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร และแจ้งผลให้ทราบผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 2 วันทําการ\n        ในกรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่อง เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n            \nการพิจารณาอนุญาต \n         ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาออกใบนำผ่านวัตถุอันตรายเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบนำผ่านวัตถุอันตราย เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถรับใบนำผ่านวัตถุอันตรายได้ที่ ศูนย์บริการสุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center; OSSC)\n        ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบนำผ่านวัตถุอันตรายเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว และสามารถรับหนังสือตอบได้ที่ ศูนย์บริการสุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center; OSSC)\n\n\nหมายเหตุ การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอนำผ่านวัตถุอันตรายและการตรวจสอบความถูกต้อง เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การนำผ่าน และการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(5) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดด่านศุลกากรที่นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(6) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การขออนุญาต และการออกใบนำผ่านวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ","2024-04-29T14:23:08"],
    [1799,"9a0d1c7a-9c6c-4749-8ca0-183da66e9886","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบรับแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a0d025d-7d94-408d-b65b-f138da02f13b",1,0,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอใบแทนใบรับแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 เนื่องจากเหตุสูญหาย ลบเลือน หรือชำรุด โดยเป็นใบรับแจ้งฯ ที่ออกให้โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ก่อนที่จะเปิดให้ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission (https://privus.fda.moph.go.th/) ดังนั้น คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้จึงไม่รวมถึงกรณีใบรับแจ้งฯ ที่ออกให้โดยระบบ e-Submission  ซึ่งหากเกิดเหตุสูญหาย ลบเลือน หรือชำรุด  ผู้ยื่นคำขอสามารถสั่งพิมพ์จากระบบได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องยื่นคำขอตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ การขอใบแทนใบรับแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ \n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง\n     ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม และให้ผู้ยื่นคำขอ ยื่นคำขอใหม่ผ่านระบบ e-Submission อีกครั้ง\n\nการพิจารณาอนุญาต\n \tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 1 วันทำการ\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535  และฉบับที่เแก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการให้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ","2025-04-10T09:44:41"],
    [1800,"9a156a4b-05be-43f4-92ee-7d67ef63e0f6","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบรับแจ้งการดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a0d3499-e89f-40b4-95f3-d054dc51f766",2,0,2,"คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอใบแทนใบรับแจ้งการดำเนินการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ตามแต่กรณี เนื่องจากเหตุสูญหาย หรือชำรุด ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n \tผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  โดยต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียน/ใบแจ้งข้อเท็จจริง วอ.1/ใบแจ้งดำเนินการ วอ.2/ใบอนุญาต วอ.3  \n\n \tในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม และให้ผู้ยื่นคำขอ ยื่นคำขอใหม่ผ่านระบบ e-Submission อีกครั้ง\n\nการพิจารณาอนุญาต\n \tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 2 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ","2025-04-28T14:40:07"],
    [1801,"9a234fe7-1e7c-499b-8ed6-9d1e15f39d92","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประทับตรารับรองหนังสือมอบอำนาจเครื่องสำอาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-667f-45db-958e-63c189b66c4a",1,0,13,"1. การขอประทับตราหนังสือมอบอำนาจ เพื่อใช้ในการติดต่อราชการในครั้งถัดไป และใช้เป็นหลักฐานในการกำหนดสิทธิ์เข้าระบบเครื่องสำอาง\n2. การจัดทำหนังสือมอบอำนาจ กรณีมอบอำนาจให้บุคคล 1 คน ดำเนินการ 1 ครั้ง ต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท หากมอบอำนาจให้บุคคล 1 คน ดำเนินการหลายครั้ง ต้องปิดอากรเเสตมป์ 30 บาท ทั้งนี้ หนังสือมอบอำนาจจะมีอายุ 1 ปี\n\nหมายเหตุ\n1) ระยะเวลาที่เเจ้งเริ่มนับตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ครบถ้วนถูกต้องจนถึงได้รับหนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการประทับตรารับรอง\n2) ระยะเวลาที่เเจ้งเป็นระยะเวลาพิจารณา 1 คำขอ \n3) การนับระยะเวลาจะนับตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 64 กําหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะนับวันถัดจากการยื่นเรื่องเป็นวันแรก\n4) กรณีสถานที่ผลิต/นำเข้าเครื่องสำอางอยู่ในเขตจังหวัดใด ให้ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น โดยเงื่อนไขการดำเนินการให้เป็นไปตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นกำหนด","2024-04-29T14:23:16"],
    [1802,"9a3a1196-efeb-4ae2-935f-9dc53db1fc98","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-6cdc-4f9d-b715-85cde9822409",3,500,9,"1. ผู้จดแจ้งเครื่องสำอางที่ประสงค์จะขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้ง ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน และชำระค่าคำขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง โดยรายละเอียดจะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การจดแจ้ง การออกใบรับจดแจ้ง การต่ออายุใบรับจดแจ้งการแก้ไขรายการใบรับจดแจ้ง และการออกใบแทนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง\n2. การแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้ง สามารถแก้ไขได้ 2 กรณี ได้แก่ \n   2.1 กรณีขอแก้ไขภาชนะบรรจุ โดยจะสามารถแก้ไขได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n       1) ภาชนะบรรจุที่ขอแก้ไขต้องสอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์\n       2) ภาชนะบรรจุที่ขอแก้ไขต้องไม่กระทบต่อตัวผลิตภัณฑ์ หรือ สูตรของผลิตภัณฑ์ เช่น ขอแก้ไขภาชนะบรรจุจากขวดพลาสติกหัวสเปรย์เป็นขวดอะลูมิเนียมอัดแก๊ส แต่สูตรผลิตภัณฑ์เป็นแบบสเปรย์ไม่อัดแก๊ส เป็นต้น\n          ทั้งนี้ การแก้ไขภาชนะบรรจุไม่ครอบคลุมถึงการเพิ่มภาชนะบรรจุที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ภาชนะบรรจุรูปแบบกระบอกฉีดยา (SYRINGE)/ แอมพูล (AMPOULE)/ ไวอัล (VIAL) โดยหากผู้ประกอบการต้องการขอเพิ่มภาชนะบรรจุรูปแบบดังกล่าว ผู้ประกอบการจะต้องยกเลิกใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางเดิมแล้วยื่นคำขอจดแจ้งใหม่ โดยในขั้นตอนการจดแจ้งจะต้องระบุภาชนะบรรจุรูปแบบ “กระบอกฉีดยา (SYRINGE) / แอมพูล (AMPOULE) / ไวอัล (VIAL)”\n    2.2 กรณีขอแก้ไขรายละเอียดสถานประกอบการ\n         อนุญาตให้แก้ไขสถานประกอบการ เฉพาะรายละเอียดสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า และสถานที่เก็บเครื่องสำอางในประเทศ โดยจะสามารถแก้ไขได้ตามเงื่อนไขต่อไปนี้\n       1) การแก้ไขรายละเอียดที่ตั้งสถานประกอบการ กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง สามารถแก้ไขรายละเอียด ได้แก่ ชื่อสถานประกอบการ (กรณีเป็นบุคคล/นิติบุคคลเดิม), บ้านเลขที่, หมู่บ้าน, หมู่ที่, อาคาร/ตึก, ซอย, ถนน, ตำบล/แขวง, รหัสไปรษณีย์, เบอร์โทรศัพท์ (เบอร์ติดต่อของสถานประกอบการที่จะปรากฏในใบรับจดแจ้ง) ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามคู่มือสำหรับผู้ประกอบการ เรื่อง การแก้ไขรายละเอียดสถานที่ผลิต/ นำเข้า/ เก็บรักษาเครื่องสำอาง (กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง) ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง \n       2) การแก้ไขรายละเอียดที่ตั้งสถานประกอบการ กรณีย้ายที่ตั้ง สามารถแก้ไขได้โดยต้องเป็นบุคคล/นิติบุคคลเดิม โดยผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการยื่นขอตรวจสถานประกอบการที่ใหม่และต้องได้รับการอนุมัติสถานที่ใหม่ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถขอแก้ไขรายละเอียดสถานประกอบการในใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางได้ ทั้งนี้ รายละเอียดจะเป็นไปตามคู่มือสำหรับผู้ประกอบการ เรื่อง การยื่นขอผลการตรวจสถานที่เพื่อประกอบการจดแจ้งเครื่องสำอาง (ฉบับปรับปรุง)\n\nหมายเหตุ\n1) ระยะเวลาที่แจ้งเริ่มนับตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ครบถ้วนถูกต้องจนถึงได้รับแจ้งผลการพิจารณา\n2) ระยะเวลาที่เเจ้งเป็นระยะเวลาพิจารณา 1 คำขอ \n3) ผู้ประกอบการสามารถติดตามผลการขอแก้ไขรายการในใบรับจดแจ้งผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือโทรสอบถามที่หมายเลข 02-590-7274 ถึง 5\n4) การนับระยะเวลาจะนับตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 64 กําหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่มการในวันนั้นหรือมีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะ นับวันถัดจากการยื่นเรื่องเป็นวันแรก\n5) กรณีสถานที่ผลิต/นำเข้าเครื่องสำอางอยู่ในเขตจังหวัดใด ให้ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น โดยเงื่อนไขการดำเนินการให้เป็นไปตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นกำหนด","2024-04-29T14:26:12"],
    [1803,"9a3d3b54-9c18-4161-b55c-c906b827b92f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายเพื่อการส่งออกเท่านั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a3b8f06-72a7-4e0c-b49e-4f72fb66fa3d",5,2000,19,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n       คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายเพื่อการส่งออกเท่านั้น ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด กรณีสารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้ว โดยผลิตภัณฑ์มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตหรือนำเข้า เพื่อการส่งออกเท่านั้น (Export only) ไม่ประสงค์จะจำหน่ายในประเทศ โดยอาจเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป วัตถุดิบเทคนิคอลเกรด หรือวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป  สำหรับกรณีผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ (กรณีเป็นวัตถุดิบต้องยื่นคำขอพร้อมกับคำขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป) หรืออาจเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สำหรับกรณีผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n       ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n       การยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 1 วันทำการ \n\n       ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n       หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n       ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n      \nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ   \n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n(4) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(5) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ของสารสำคัญในวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหน่วยงานเอกชนที่ทำการตรวจวิเคราะห์วัตถุอันตรายเพื่อการขึ้นทะเบียน\n(8) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(10) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(11) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์การทดสอบประสิทธิภาพของวัตถุอันตราย\n(12) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องยกเว้นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(13) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องยกเว้นการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2024-04-29T14:26:37"],
    [1804,"9a53319e-78c2-4182-aef0-3a398ff0db96","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตโฆษณาขายยาทางสื่อทั่วไป [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-5f57-438c-ba1d-faad101cea39",70,200,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nหลักเกณฑ์ : \n1.ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการอนุญาตและให้ความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ. 2541 \n2.ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยหลักเกณฑ์การโฆษณาขายยา พ.ศ. 2545 \nhttps://ratchakitcha.soc.go.th/documents/119375.pdf\n3.ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยหลักเกณฑ์การโฆษณาขายยา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 \nhttps://ratchakitcha.soc.go.th/documents/2100127.pdf   \n4.คู่มือแนวการโฆษณาขายยาต่อประชาชนทั่วไป \n5.คำแนะนำในการจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจเกี่ยวกับการขออนุญาตโฆษณาขายยา     \n6.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาควบคุมพิเศษ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n7.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาอันตรายและฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n8.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาที่ต้องแจ้งคำเตือนการใช้ยาไว้ในฉลากและที่เอกสารกำกับยาและข้อความของคำเตือน และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม  \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n9.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุตำรายา และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n10.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry\n11.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง โรคหรืออาการของโรคที่ห้ามโฆษณายาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษาหรือป้องกัน \nhttps://drug.fda.moph.go.th/announcement-ministry/category/symptom-disease  \n12.ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม\nhttps://ratchakitcha.soc.go.th/documents/12716.pdf\n\nวิธีการ :    \n1. ยื่นคำขอและเอกสารประกอบการคำขอ ผ่านระบบ E-submission    \n2. ชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ตามใบสั่งชำระที่อยู่ในระบบ พร้อมส่งคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุไว้ในระบบ E-submission ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (OSSC)   \n3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    \n\nเงื่อนไข:    \n1. อนุญาตให้โฆษณาเฉพาะข้อความและภาพที่ไม่ได้ขีดฆ่า/และตรงตามที่ได้แก้ไขไว้\n2. ให้โฆษณาได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่อนุญาต\n3. ให้โฆษณาภายในเวลาก่อนมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ใบอนุญาต/ทะเบียน/ฉลาก/เอกสารกำกับยาต่างไปจากเดิม\n4. ข้อความและภาพที่โฆษณาต้องตรงตามที่ได้รับอนุญาต ถ้าโฆษณาแตกต่างไปจากนี้ ถือว่าข้อความโฆษณาทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาต\n5. ให้แสดงข้อความเลขที่ใบอนุญาตในสื่อโฆษณาที่ได้รับอนุญาต ยกเว้น สื่อโฆษณาที่ได้รับอนุญาตมีเฉพาะข้อความเสียง\n6. ผู้อนุญาตสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขหรือเพิกถอนใบอนุญาตนี้ได้ หากมีเหตุผลอันจำเป็น ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539\n\nหมายเหตุ:\n1. กรณียังไม่มีสิทธิเข้าใช้ระบบ E-submission ให้ขอเข้าใช้ระบบโดยสร้างบัญชีผู้ใช้งานระบบผ่านระบบ Digital ID และยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์เข้าใช้ระบบสารสนเทศและเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบ พร้อมหลักฐานประกอบการยื่นหนังสือ โดยยื่นได้ที่ กองผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมและการบริการ (สนบ.) ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดแบบฟอร์ม/คู่มือการใช้ระบบได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/)\n2. การชำระค่าใช้จ่ายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยาเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n3. ระยะเวลาที่ระบุในคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้นับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการดำเนินการ เช่น การแนบเอกสารประกอบคำขอ การชำระค่าใช้จ่ายฯ\n4. เอกสารอ้างอิงให้ระบุจุดที่มีความเชื่อมโยงระหว่างข้อความโฆษณากับข้อความในเอกสารอ้างอิง สำเนาเอกสารทางทะเบียน ได้แก่ ฉลาก เอกสารกำกับยา คำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาฉบับที่มีเลขรับ เอกสารแสดงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนตำรับยา เอกสารคำขอขึ้นทะเบียนที่ใช้ประกอบการยื่นขออนุญาต ให้ถือว่าผู้ยื่นขออนุญาตได้รับว่า \"เป็นสำเนาที่ถูกต้องตรงตามที่ขึ้นทะเบียน\" แล้ว เอกสารอื่นๆ ได้แก่ ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ใบอนุญาตโฆษณาและข้อความ/หน้าโฆษณา เอกสารอ้างอิง ให้ถือว่าผู้ยื่นขออนุญาตได้รับรอง \"เป็นสำเนาถูกต้อง\" แล้ว","2024-04-29T14:19:32"],
    [1805,"9a81d7c5-cf7e-4179-8e62-761e1833d826","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81b9de-4674-4b1c-bdaa-fd3e4b239e3f",58,5000,16,null,"2023-11-27T14:22:33"],
    [1806,"9a81ed12-8c68-41ee-9d7e-232043b62c82","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล)ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81de37-5044-472d-8cda-0ab4b47d5d0b",64,1000,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักเกณฑ์\n\tตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 121) พ.ศ.2532 เรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใน ข้อ 7 ของประกาศฯ ระบุว่า อาหารตามข้อ 2 วรรคสอง ( คือ วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัด และวัตถุที่ได้จากการผสมระหว่างวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดกับวัตถุอื่น ซึ่งเมื่อรวมรสหวานเข้าด้วยกันแล้วมากกว่าน้ำตาลทรายในปริมาณเท่ากัน) นอกจากต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามข้อ 3 ของประกาศฯฉบับดังกล่าวแล้ว ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่ได้รับความเห็นชอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดังนั้นวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลตามประกาศฯ ฉบับดังกล่าวจึงต้องยื่นขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\tกรณีวัตถุเจือปนอาหารชนิดใหม่ที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหาร\n\tกรณีเป็นอาหารใหม่ หรือสารใหม่ (novel food or novel ingredient) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีที่เป็นสารใหม่เป็นส่วนประกอบ ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร\n\tในการผลิตสำหรับวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล วัตถุดิบที่ใช้ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามข้อกำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข และหากวัตถุดิบนั้นเป็นวัตถุเจือปนอาหารต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specifications for the Identity and Purity of Food Additives\n\tการใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\tไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\tการใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n\tการตั้งชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของผลิตภัณฑ์อีกครั้งในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) หรือการขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3) แล้วแต่กรณี\n\tการแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ ,ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขออนุญาต และมีข้อความที่แสดงว่าการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ 1...(ระบุลักษณะของผลิตภัณฑ์ และ/หรือ ชื่อหน่วยการชั่ง ตวง แล้วแต่กรณี)ให้พลังงานกี่แคลอรี ให้ความหวานเทียบเท่าน้ำตาลทรายกี่ช้อนชา เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ 1 เม็ด (0.3 กรัม) ให้พลังงาน...ช้อนชา , การใช้ผลิตภัณฑ์ 1 ช้อนชา ให้พลังงาน...ช้อนชา เป็นต้นซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากอาหารของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\tการแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\tผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง คู่มือการขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณารายละเอียดการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\nวิธีการ\nการยื่นขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล) ใช้แบบฟอร์ขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล) (Input),พิมพ์ และนำส่งแบบฟอร์มขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล) (Output) \n\nเงื่อนไข\n\n\t1.ยื่นคำขอต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\t2.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง(ให้)คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆได้ที่เว็ปไซด์สำนักอาหาร) ยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร ได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n2.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n2.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n2.3 หลังจากยื่นคำขอในระบบ และชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์แบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรฯ (Output) และเอกสารทุกฉบับที่ส่งผ่านระบบเพื่อประกอบการพิจารณา จำนวน 2 ชุด แล้วนำส่งที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อนำส่งเอกสารเรียบร้อยแล้วระบบจะออกใบรับคำขอ เพื่อใช้ประกอบการรับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อขั้นตอนการพิจารณาแล้วเสร็จ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร\n3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบ หรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือก่อนกดตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือก่อนตอบคำชี้แจง\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n3.7 ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์ใบรับคำขอ พร้อมแนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้มีอำนาจไม่ได้มาด้วยตัวเอง) เพื่อมารับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร\n4.3 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสำรหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอฯจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร ภายใน 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\nหมายเหตุ : ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 64 วันทำการตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (24 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:27:53"],
    [1807,"9a81f590-1d7a-4036-b301-06d1a9ddc773","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล)ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81ee7e-2494-4f7e-bcf8-5d37b05fdf47",109,1000,7,"หลักเกณฑ์\n\tตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 121) พ.ศ.2532 เรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใน ข้อ 7 ของประกาศฯ ระบุว่า อาหารตามข้อ 2 วรรคสอง ( คือ วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัด และวัตถุที่ได้จากการผสมระหว่างวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดกับวัตถุอื่น ซึ่งเมื่อรวมรสหวานเข้าด้วยกันแล้วมากกว่าน้ำตาลทรายในปริมาณเท่ากัน) นอกจากต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามข้อ 3 ของประกาศฯฉบับดังกล่าวแล้ว ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่ได้รับความเห็นชอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดังนั้นวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลตามประกาศฯ ฉบับดังกล่าวจึงต้องยื่นขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\tกรณีวัตถุเจือปนอาหารชนิดใหม่ที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหาร\n\tกรณีเป็นอาหารใหม่ หรือสารใหม่ (novel food or novel ingredient) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีที่เป็นสารใหม่เป็นส่วนประกอบ ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร\n\tในการผลิตสำหรับวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล วัตถุดิบที่ใช้ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามข้อกำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข และหากวัตถุดิบนั้นเป็นวัตถุเจือปนอาหารต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specifications for the Identity and Purity of Food Additives\n\tการใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\tไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\tการใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n\tการตั้งชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของผลิตภัณฑ์อีกครั้งในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) หรือการขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3) แล้วแต่กรณี\n\tการแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ ,ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขออนุญาต และมีข้อความที่แสดงว่าการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ 1...(ระบุลักษณะของผลิตภัณฑ์ และ/หรือ ชื่อหน่วยการชั่ง ตวง แล้วแต่กรณี)ให้พลังงานกี่แคลอรี ให้ความหวานเทียบเท่าน้ำตาลทรายกี่ช้อนชา เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ 1 เม็ด (0.3 กรัม) ให้พลังงาน...ช้อนชา , การใช้ผลิตภัณฑ์ 1 ช้อนชา ให้พลังงาน...ช้อนชา เป็นต้นซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากอาหารของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\tการแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\tผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง คู่มือการขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณารายละเอียดการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\nวิธีการ\nการยื่นขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล) ใช้แบบฟอร์ขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล) (Input),พิมพ์ และนำส่งแบบฟอร์มขอให้พิจารณาคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล) (Output) \n\nเงื่อนไข\n\n\t1.ยื่นคำขอต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\t2.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง(ให้)คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆได้ที่เว็ปไซด์สำนักอาหาร) ยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร ได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n2.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n2.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n2.3 หลังจากยื่นคำขอในระบบ และชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์แบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรฯ (Output) และเอกสารทุกฉบับที่ส่งผ่านระบบเพื่อประกอบการพิจารณา จำนวน 2 ชุด แล้วนำส่งที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อนำส่งเอกสารเรียบร้อยแล้วระบบจะออกใบรับคำขอ เพื่อใช้ประกอบการรับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อขั้นตอนการพิจารณาแล้วเสร็จ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร\n3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบ หรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือก่อนกดตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือก่อนตอบคำชี้แจง\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n3.7 ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์ใบรับคำขอ พร้อมแนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้มีอำนาจไม่ได้มาด้วยตัวเอง) เพื่อมารับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร\n4.3 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสำรหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอฯจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร ภายใน 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. กรณีผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อน หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฎิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ จะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มเติมจากที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ โดยประมาณ 15 - 45 วันทำการ แล้วแต่กรณี\n\nหมายเหตุ : ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 109 วันทำการตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (24 วันทำการ),ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:28:57"],
    [1808,"9a821115-85c7-4b40-a24f-0f5ff9865f17","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81f858-bb0c-4c8e-89a3-ae1a1233e70d",64,3000,8,"หลักเกณฑ์\n\t1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารอื่น นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร , รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี,นมโค, นมปรุงแต่ง, นมเปรี้ยว, ผลิตภัณฑ์ของนม, ไอศกรีม, เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท(ยกเว้น เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน), อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และอาหารวัตถุประสงค์พิเศษ\n\t2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n\t2.1 ต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นๆที่เกี่ยวข้อง\n\t2.2 ต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร และมีประวัติการใช้เป็นอาหาร\n\t2.3 ต้องไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง \n\t2.4 ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ หรือสารใหม่ (novel food or novel ingredient) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีที่เป็นสารใหม่เป็นส่วนประกอบ หากท่านประสงค์จะยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ หรือสารใหม่ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร\n\t2.5 วัตถุเจือปนอาหารที่ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ ต้องเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หากเป็นวัตถุเจือปนอาหารชนิดใหม่ที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหาร\n\t2.6 การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\t2.7 การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n\t2.8 การตั้งชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\t2.9 การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขออนุญาต ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากอาหารของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\t2.10 การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\t2.11 ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง คู่มือการขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณารายละเอียดการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\nวิธีการ\n   1.ต้องวินิจฉัย และจัดประเภทอาหารผลิตภัณฑ์ว่าเข้าข่ายอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใด ก่อนการยื่นขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหาร\n   2. การยื่นขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรฯ ใช้แบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Input) ,พิมพ์ และนำส่งแบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Output) \n\nเงื่อนไข\n\tผู้ยื่นคำขอต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์www.egov.go.th(หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อcontact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\t\n\tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง(ให้)คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆได้ที่เว็ปไซด์สำนักอาหาร) ยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร ได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n\t     2.1กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\t     \n2.2กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น\n\t     2.3หลังจากยื่นคำขอในระบบ และชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์แบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรฯ (Output) และเอกสารทุกฉบับที่ส่งผ่านระบบเพื่อประกอบการพิจารณา จำนวน 2 ชุด แล้วนำส่งที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อนำส่งเอกสารเรียบร้อยแล้วระบบจะออกใบรับคำขอเพื่อใช้ประกอบการรับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อขั้นตอนการพิจารณาแล้วเสร็จ\n\t\n\n \nข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n 3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n 3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร\n 3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n 3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบ หรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n 3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือก่อนกดตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือก่อนตอบคำชี้แจง\n 3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n 3.7 ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์ใบรับคำขอพร้อมแนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้มีอำนาจไม่ได้มาด้วยตัวเอง) เพื่อมารับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n 4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n 4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n 4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร\n 4.3 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n 5.กรณีคำขอหรือเอกสำรหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอฯจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร ภายใน 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\nหมายเหตุ : ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 64 วันทำ การตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (24 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:12:40"],
    [1809,"9a821cf8-6496-4e35-99d2-e6e6ca9556ae","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตโฆษณาอาหาร (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a820bb3-cad7-433b-a815-e8cb983a6e8a",18,1000,5,null,"2023-11-27T14:26:52"],
    [1810,"9a83712c-d0e0-43ce-9ea7-c6d85df6e103","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e81d-e0ca-4982-b4d2-4c81184035be",103,5000,16,null,"2023-11-27T14:22:40"],
    [1811,"9a83c2d6-c983-4cc6-80d9-6874f8eae399","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e8bb-92ca-408c-8241-50b1236ec135",58,5000,19,null,"2023-11-27T14:20:33"],
    [1812,"9a83cccd-3a24-4465-9406-a0acc6c88047","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e90d-119f-4f70-868b-3db2fcac49ad",103,5000,19,null,"2023-11-27T14:20:40"],
    [1813,"9a83cf63-10bd-41a8-adb9-4d810620ece2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร(เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a838220-726c-4f6f-b806-b285e4868275",68,5000,16,"หลักเกณฑ์\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n     1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n     1.2 วัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม\n     1.3 สารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ ข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับสารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ \n     1.4 สารกลุ่มสตีวิออลไกลโคไซด์ที่มีคุณสมบัติเป็นทั้งวัตถุแต่งกลิ่นรสและสารให้ความหวาน\n     1.5 สารช่วยในกระบวนการผลิต ได้แก่ เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตอาหาร ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดียว, ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ทาหรือสเปรย์เคลือบผิวแม่พิมพ์ขนมอบ เป็นต้น\n\nหมายเหตุ: สำหรับวัตถุเจือปนอาหารที่มีหน้าที่เป็นวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร (วัตถุดูดออกซิเจน (Oxygen absorber) วัตถุกันชื้น (Desiccator หรือ Desiccant), เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนแต่ละเรื่องที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า\n    2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n    2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n3. วัตถุเจือปนอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหารหรือยังไม่ข้อกำหนดการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานหรือเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ก่อนยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหาร \n4. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n5. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร\n\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n8. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” หรือกลุ่มหน้าที่ (functional classes) ในอาหารกำกับไว้ด้วย ตราหรือเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ\n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n13. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ รายงานการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และฉลากอาหาร พร้อมคู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) เก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบ  ณ สถานประกอบการ และแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ   \n\nวิธีการ\n\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ - การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ดังนี้\n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานหรือนำเข้าหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และะใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก  ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n3. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยกเว้นกรณีที่สถานประกอบการเป็นผลิตแบ่งบรรจุที่ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่องการขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร\n\nหมายเหตุ : \n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร\n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ\n\n\nเงื่อนไข\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n\n             2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\n            2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์กองอาหาร\nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้  \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n\n            2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n3. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n\n3.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n3.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร(ถ้ามี) ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี)  หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุดิบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ ณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n\n3.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n\n4.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน สามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n\n    4.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n\n    4.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n    4.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ) เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n\n   4.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n\n   4.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\n\n\n\n\n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ แบ่งกรณีดังนี้\n-\tกรณีคำขอใหม่-สูตรส่วนประกอบ 1 รายการ รวมทั้งหมด 59 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (19 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)\n-\tกรณีคำขอใหม่ -สูตรส่วนประกอบมากกว่า 1 รายการ รวมทั้งหมด 68 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:22:19"],
    [1814,"9a83d029-11dc-4e97-b3c1-17d724a83523","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e962-3fad-4687-beab-227b09838277",58,5000,19,"-----หลักเกณฑ์-----\n\n1.  ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 429) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 439) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (ฉบับที่ 2)\n\n2. “สารสกัดแคนนาบิไดออล” หมายความว่า สารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD) เป็นส่วนประกอบซึ่งสกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงและต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก\n\n3. “กรณีเป็นสารสกัดแคนนาบิไดออลซึ่งมีการผสมกับวัตถุอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพื่อช่วยในกระบวนการผลิตตาม (3) เพื่อปรุงแต่งหรือปรับแต่งคุณสมบัติการละลายน้ำของสารสกัดแคนนาบิไดออล รวมถึงอาจมีการปรับปรุงอัตราส่วนสารสำคัญหรือรูปแบบจากลักษณะผงเป็นของเหลว เพื่อให้เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งอาจส่งผลทำให้ปริมาณสารแคนนาบิไดออลในผลิตภัณฑ์สารสกัดแคนนาบิไดออลที่มีการปรุงแต่ง ปรับแต่ง หรือปรับปรุงดังกล่าวน้อยกว่าร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก ให้ผลิตภัณฑ์สารสกัดแคนนาบิไดออลที่มีการผสมกับ วัตถุอื่นนั้นสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารได้ หากเตรียมจากสารสกัดแคนนาบิไดออลที่มีปริมาณสารแคนนาบิไดออล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก และมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก”\n\n4. ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ \n\nหมวดอาหาร // ประเภทอาหาร // เงื่อนไข\n\n13.6 // ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food supplements) // \n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 55 มิลลิกรัมต่อวัน \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือ มิลลิกรัมต่อลิตร\n\n14.1.4.1 // เครื่องดื่มแต่งกลิ่นรสอัดก๊าซ เฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเท่านั้น ยกเว้น ผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันที่มีส่วนประกอบของ ชา กาแฟ และกาเฟอีน ทั้งธรรมชาติและสังเคราะห์ และเครื่องดื่มเกลือแร่ //\n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 75 มิลลิกรัมต่อลิตร \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร \n\n14.1.4.2 // เครื่องดื่มแต่งกลิ่นรสไม่อัดก๊าซ เฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเท่านั้น ยกเว้น ผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันที่มีส่วนประกอบของ ชา กาแฟ และกาเฟอีน ทั้งธรรมชาติและสังเคราะห์ และเครื่องดื่มเกลือแร่ //\n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 75 มิลลิกรัมต่อลิตร \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร \n\n14.1.5 // เครื่องดื่มจากธัญชาติ (Cereal and grain beverages) เฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเท่านั้น ยกเว้น ชา กาแฟ ชาจากพืช และผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน //\n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 75 มิลลิกรัมต่อลิตร \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร \n\nหมายเหตุ: 1. หมวดอาหารและประเภทอาหาร อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวัตถุเจือปนอาหาร\n            2. ปริมาณสูงสุดของสารแคนนาบิไดออล และสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล คำนวณในสภาพพร้อมบริโภค\n            3. สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอลทั้งหมด (Total Tetrahydrocannabinol, Total THC) หมายถึง The total THC content of the substances Δ9 -THC, Δ8 -THC and THC content ซึ่งได้แก่ (Δ9 –THC) + (Δ8 –THC) + (0.877 x THCA)\n            4. วิธีการตรวจวิเคราะห์สารแคนนาบิไดออล และสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจยืนยันที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่ใช้หลักการโครมาโตกราฟีแบบของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography, HPLC) หรือสูงกว่า\n\n5. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิต\n   5.1 ต้องได้รับใบอนุญาตผลิต (อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1/1) ตามประเภทอาหารก่อน และยังคงมีผลบังคับใช้ และได้รับการเพิ่มประเภทอาหารที่จะยื่นขอแล้ว ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหาร\n\n6. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร    \n\n7. ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน สูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีผลิต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออล คุณภาพหรือมาตรฐานต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร\n\n8. ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กําหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจวิเคราะห์ ของอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ทําให้เกิดโรค\n\n9. ตรวจพบสารปนเปื้อนตกค้างได้ไม่เกินปริมาณสูงสุด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน\n\n10. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n\n11. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n\n12. การใช้ภาชนะบรรจุอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ    \n\n13. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n\n14. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “สารสกัดแคนนาบิไดออล” หรือ “แคนนาบิไดออล” หรือ “CBD” หรือคำที่มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหาร หรือกำกับชื่ออาหาร\n\n15. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n\n16. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางโภชนาการบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ต้องเป็นไปตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ \n\n17. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ต้องเป็นไปตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหาร\n\n\n-----วิธีการ-----\n\n1. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ที่ผลิต/แบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย\n    1.1 คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารเข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ เอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ฉลากอาหาร\n    1.2 คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ เอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ฉลากอาหาร\n\n2. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก\n    2.1 คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) / คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n3. การขอแก้ไขรายการอนุญาตของผลิตภัณฑ์\n   3.1 คำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) กรณีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ\n   3.2 แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.4) กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) / (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)\n\n4. การเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก \nให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\n\n-----เงื่อนไข-----\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้อง\n   2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือ โทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n   2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  \n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n   2.3 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฏหมายที่เกี่ยวข้อง (https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509439444252762112&name=P429.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456676728832&name=P439.PDF) และหลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม (https://food.fda.moph.go.th/cannabis/category/production-of-hemp) ก่อนยื่นคำขอฯ โดยการกรอกคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) หรือคำขออนุญาตการใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีสถานที่ผลิตอาหารไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ \n   2.4 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ไม่เกินจำนวน 3 ครั้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\n3. กรณีลักษณะผลิตภัณฑ์ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานให้ส่งรูปภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประกอบการ ยื่นคำขอฯ ด้วย\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีดังต่อไปนี้\n   4.1 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.2 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น หรือเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ\n   4.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไม่ได้มาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร หรือวัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n   4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้รวมทั้งหมด 58 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)","2023-11-27T14:20:47"],
    [1815,"9a83d0fb-3f36-4588-a7b0-ed50946f36c3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8212c7-d1ed-4997-a448-887a814d94de",109,3000,8,"หลักเกณฑ์\n\t1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารอื่น นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร , รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี,นมโค, นมปรุงแต่ง, นมเปรี้ยว, ผลิตภัณฑ์ของนม, ไอศกรีม, เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท(ยกเว้น เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน), อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และอาหารวัตถุประสงค์พิเศษ\n\t2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n\t2.1 ต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นๆที่เกี่ยวข้อง\n\t2.2 ต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร และมีประวัติการใช้เป็นอาหาร\n\t2.3 ต้องไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง \n\t2.4 ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ หรือสารใหม่ (novel food or novel ingredient) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีที่เป็นสารใหม่เป็นส่วนประกอบ หากท่านประสงค์จะยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ หรือสารใหม่ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร\n\t2.5 วัตถุเจือปนอาหารที่ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ ต้องเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หากเป็นวัตถุเจือปนอาหารชนิดใหม่ที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหาร\n\t2.6 การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\t2.7 การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n\t2.8 การตั้งชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\t2.9 การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขออนุญาต ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากอาหารของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\t2.10 การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณาการแสดงฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\t2.11 ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง คู่มือการขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะพิจารณารายละเอียดการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health claim) ของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการยื่นขอรับเลขสารบบอาหาร\n\nวิธีการ\n   1.ต้องวินิจฉัย และจัดประเภทอาหารผลิตภัณฑ์ว่าเข้าข่ายอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใด ก่อนการยื่นขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหาร\n   2. การยื่นขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรฯ ใช้แบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Input) ,พิมพ์ และนำส่งแบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรอาหารและการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Output) \n\nเงื่อนไข\n\tผู้ยื่นคำขอต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์www.egov.go.th(หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อcontact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\t\n\tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง(ให้)คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆได้ที่เว็ปไซด์สำนักอาหาร) ยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าระบบอาหาร ได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n\t     2.1กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\t     \n2.2กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น\n\t     2.3หลังจากยื่นคำขอในระบบ และชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์แบบฟอร์มขอให้พิจารณาอนุมัติสูตรฯ (Output) และเอกสารทุกฉบับที่ส่งผ่านระบบเพื่อประกอบการพิจารณา จำนวน 2 ชุด แล้วนำส่งที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อนำส่งเอกสารเรียบร้อยแล้วระบบจะออกใบรับคำขอเพื่อใช้ประกอบการรับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อขั้นตอนการพิจารณาแล้วเสร็จ\n\t\n\n \nข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n 3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n 3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร\n 3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n 3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบ หรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n 3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือก่อนกดตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือก่อนตอบคำชี้แจง\n 3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n 3.7 ผู้ยื่นคำขอต้องพิมพ์ใบรับคำขอพร้อมแนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้มีอำนาจไม่ได้มาด้วยตัวเอง) เพื่อมารับหนังสือตอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n 4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n 4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n 4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร\n 4.3 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n 5.กรณีคำขอหรือเอกสำรหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอฯจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบการอนุญาตอาหาร ภายใน 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6.กรณีผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อน หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฎิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ จะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มเติมจากที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ โดยประมาณ 15 - 45 วันทำการ แล้วแต่กรณี\n\nหมายเหตุ : ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 109 วันทำการตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (24 วันทำการ),ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:13:00"],
    [1816,"9a83d97a-29ba-4682-913b-85815e42c872","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร(วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร)[เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83822c-a0de-46e1-a4f0-fbee7cf03c90",68,5000,14,"หลักเกณฑ์\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้ \n1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ประเภทวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร (Food additives which are used to prolong or maintain quality of food) ได้แก่ วัตถุเจือปนอาหารที่ได้จากวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดี่ยว หรือวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ที่มิได้ใช้เจือปนโดยตรงในอาหาร แต่บรรจุอยู่ในภาชนะบรรจุแยกต่างหาก และรวมอยู่ในภาชนะบรรจุอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร เช่น วัตถุดูดออกซิเจน (Oxygen absorber) วัตถุกันชื้น (Desiccator หรือ Desiccant) เป็นต้น\n\tวัตถุเจือปนอาหาร ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร คือ (1) ผงเหล็ก (2) ซีโอไลต์ (Zeolite) (3) ยิบซั่ม (Gypsum) (4) เคลย์ (Clay) (5) เฟอร์ริกออกไซด์ (Ferric oxide) (6) อะลูมิเนียมออกไซด์หรืออะลูมินา (Aluminum oxide/Alumina) (7) ผงถ่าน (Carbon)\n\tวัตถุเจือปนอาหารตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives\nหมายเหตุ :  หากมีการผสมด้วยวัตถุอื่นที่ไม่ใช่วัตถุเจือปนอาหาร วัตถุนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ\n\n 2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า\n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n3. วัตถุเจือปนอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานหรือเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ก่อนยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหาร\n4. การใช้วัตถุเจืออาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n5. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n8. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” หรือกลุ่มหน้าที่ (functional classes) ในอาหาร กำกับไว้ด้วย ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภทที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n11. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ คุณภาพมาตรฐานของภาชนะบรรจุ รายงานการวิเคราะห์ภาชนะบรรจุ/ฝา ที่ใช้เป็นพลาสติก และฉลากอาหาร\n\nวิธีการ\n\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ – การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ดังนี้ \n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานหรือนำเข้าหรือผลิตเพื่อการส่งออก\nหรือผลิตแบ่งบรรจุ (ทั้งนี้ กรณีแบ่งบรรจุผู้ผลิตต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์วัตถุดูดความชื้นให้มีประสิทธิภาพในการดูดความชื้นด้วย) ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซด์ (Web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุ (ทั้งนี้ กรณีแบ่งบรรจุผู้ผลิตต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์วัตถุดูดความชื้นให้มีประสิทธิภาพในการดูดความชื้นด้วย) ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็ปไซด์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1 โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก  ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n3. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยกเว้นกรณีที่สถานประกอบการเป็นผลิตแบ่งบรรจุที่ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่องการขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร\nหมายเหตุ : \n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร \n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ \n\n\n\n \nเงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n             2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n            2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์กองอาหาร \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้  \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n            2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n3. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n\n3.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n3.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ ณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n\n3.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n\n4.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน สามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n\n    4.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n\n    4.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n    4.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ) เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n\n   4.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n\n   4.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ แบ่งกรณีดังนี้\n-\tกรณีคำขอใหม่-สูตรส่วนประกอบ 1 รายการ รวมทั้งหมด 59 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (19 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)\n-\tกรณีคำขอใหม่ -สูตรส่วนประกอบมากกว่า 1 รายการ รวมทั้งหมด 68 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:22:04"],
    [1817,"9a83e439-00cb-4d20-85e6-1ba11ff5311a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e9d0-1700-486c-b83c-b6ff011f70c8",103,5000,19,"-----หลักเกณฑ์-----\n\n1.  ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 429) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 439) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (ฉบับที่ 2)\n\n2. “สารสกัดแคนนาบิไดออล” หมายความว่า สารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD) เป็นส่วนประกอบซึ่งสกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงและต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก\n\n3. “กรณีเป็นสารสกัดแคนนาบิไดออลซึ่งมีการผสมกับวัตถุอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพื่อช่วยในกระบวนการผลิตตาม (3) เพื่อปรุงแต่งหรือปรับแต่งคุณสมบัติการละลายน้ำของสารสกัดแคนนาบิไดออล รวมถึงอาจมีการปรับปรุงอัตราส่วนสารสำคัญหรือรูปแบบจากลักษณะผงเป็นของเหลว เพื่อให้เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งอาจส่งผลทำให้ปริมาณสารแคนนาบิไดออลในผลิตภัณฑ์สารสกัดแคนนาบิไดออลที่มีการปรุงแต่ง ปรับแต่ง หรือปรับปรุงดังกล่าวน้อยกว่าร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก ให้ผลิตภัณฑ์สารสกัดแคนนาบิไดออลที่มีการผสมกับ วัตถุอื่นนั้นสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารได้ หากเตรียมจากสารสกัดแคนนาบิไดออลที่มีปริมาณสารแคนนาบิไดออล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก และมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก”\n\n4. ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ \n\nหมวดอาหาร // ประเภทอาหาร // เงื่อนไข\n\n13.6 // ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food supplements) // \n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 55 มิลลิกรัมต่อวัน \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือ มิลลิกรัมต่อลิตร\n\n14.1.4.1 // เครื่องดื่มแต่งกลิ่นรสอัดก๊าซ เฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเท่านั้น ยกเว้น ผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันที่มีส่วนประกอบของ ชา กาแฟ และกาเฟอีน ทั้งธรรมชาติและสังเคราะห์ และเครื่องดื่มเกลือแร่ //\n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 75 มิลลิกรัมต่อลิตร \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร \n\n14.1.4.2 // เครื่องดื่มแต่งกลิ่นรสไม่อัดก๊าซ เฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเท่านั้น ยกเว้น ผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันที่มีส่วนประกอบของ ชา กาแฟ และกาเฟอีน ทั้งธรรมชาติและสังเคราะห์ และเครื่องดื่มเกลือแร่ //\n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 75 มิลลิกรัมต่อลิตร \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร \n\n14.1.5 // เครื่องดื่มจากธัญชาติ (Cereal and grain beverages) เฉพาะผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเท่านั้น ยกเว้น ชา กาแฟ ชาจากพืช และผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน //\n1. ปริมาณสารแคนนาบิไดออล (CBD) ไม่เกิน 75 มิลลิกรัมต่อลิตร \n2. ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร \n\nหมายเหตุ: 1. หมวดอาหารและประเภทอาหาร อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวัตถุเจือปนอาหาร\n            2. ปริมาณสูงสุดของสารแคนนาบิไดออล และสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล คำนวณในสภาพพร้อมบริโภค\n            3. สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอลทั้งหมด (Total Tetrahydrocannabinol, Total THC) หมายถึง The total THC content of the substances Δ9 -THC, Δ8 -THC and THC content ซึ่งได้แก่ (Δ9 –THC) + (Δ8 –THC) + (0.877 x THCA)\n            4. วิธีการตรวจวิเคราะห์สารแคนนาบิไดออล และสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจยืนยันที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่ใช้หลักการโครมาโตกราฟีแบบของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography, HPLC) หรือสูงกว่า\n\n5. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิต\n   5.1 ต้องได้รับใบอนุญาตผลิต (อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1/1) ตามประเภทอาหารก่อน และยังคงมีผลบังคับใช้ และได้รับการเพิ่มประเภทอาหารที่จะยื่นขอแล้ว ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหาร\n\n6. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร    \n\n7. ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน สูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีผลิต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออล คุณภาพหรือมาตรฐานต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร\n\n8. ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กําหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจวิเคราะห์ ของอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ทําให้เกิดโรค\n\n9. ตรวจพบสารปนเปื้อนตกค้างได้ไม่เกินปริมาณสูงสุด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน\n\n10. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n\n11. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n\n12. การใช้ภาชนะบรรจุอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ    \n\n13. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n\n14. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “สารสกัดแคนนาบิไดออล” หรือ “แคนนาบิไดออล” หรือ “CBD” หรือคำที่มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหาร หรือกำกับชื่ออาหาร\n\n15. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n\n16. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางโภชนาการบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ต้องเป็นไปตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ \n\n17. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ต้องเป็นไปตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหาร\n\n\n-----วิธีการ-----\n\n1. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ที่ผลิต/แบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย\n    1.1 คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารเข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ เอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ฉลากอาหาร\n    1.2 คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ เอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ ฉลากอาหาร\n\n2. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก\n    2.1 คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) / คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n3. การขอแก้ไขรายการอนุญาตของผลิตภัณฑ์\n   3.1 คำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) กรณีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ\n   3.2 แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.4) กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) / (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)\n\n4. การเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก \nให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\n\n-----เงื่อนไข-----\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้อง\n   2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือ โทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n   2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n   2.3 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฏหมายที่เกี่ยวข้อง (https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509439444252762112&name=P429.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456676728832&name=P439.PDF) และหลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม (https://food.fda.moph.go.th/cannabis/category/production-of-hemp) ก่อนยื่นคำขอฯ โดยการกรอกคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) หรือคำขออนุญาตการใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีสถานที่ผลิตอาหารไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ \n   2.4 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ไม่เกินจำนวน 3 ครั้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\n3. กรณีลักษณะผลิตภัณฑ์ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานให้ส่งรูปภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประกอบการ ยื่นคำขอฯ ด้วย\n\n4. ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ จะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ จะต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มจากที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ โดยประมาณ 15-45 วันทำการ แล้วแต่กรณี\n\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีดังต่อไปนี้\n   5.1 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   5.2 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น หรือเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ\n   5.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไม่ได้มาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   5.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร หรือวัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   5.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n   5.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้รวมทั้งหมด 103 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ), ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)","2023-11-27T14:20:56"],
    [1818,"9a83eff0-f9df-4051-87f5-40d3c495acef","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร (เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร)[ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83d1bd-6076-4efc-aa09-2a97851ca4a8",113,5000,16,"หลักเกณฑ์\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n     1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n     1.2 วัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม\n     1.3 สารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ ข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับสารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ \n     1.4 สารกลุ่มสตีวิออลไกลโคไซด์ที่มีคุณสมบัติเป็นทั้งวัตถุแต่งกลิ่นรสและสารให้ความหวาน\n     1.5 สารช่วยในกระบวนการผลิต ได้แก่ เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตอาหาร ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดียว, ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ทาหรือสเปรย์เคลือบผิวแม่พิมพ์ขนมอบ เป็นต้น\n\nหมายเหตุ: สำหรับวัตถุเจือปนอาหารที่มีหน้าที่เป็นวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร (วัตถุดูดออกซิเจน (Oxygen absorber) วัตถุกันชื้น (Desiccator หรือ Desiccant), เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนแต่ละเรื่องที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า\n    2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n    2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n3. วัตถุเจือปนอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหารหรือยังไม่ข้อกำหนดการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานหรือเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ก่อนยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหาร \n4. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n5. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร\n\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n8. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” หรือกลุ่มหน้าที่ (functional classes) ในอาหารกำกับไว้ด้วย ตราหรือเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ\n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n13. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ รายงานการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และฉลากอาหาร พร้อมคู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) เก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบ  ณ สถานประกอบการ และแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ   \n\nวิธีการ\n\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ - การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ดังนี้\n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานหรือนำเข้าหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และะใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก  ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n3. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยกเว้นกรณีที่สถานประกอบการเป็นผลิตแบ่งบรรจุที่ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่องการขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร\n\nหมายเหตุ : \n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร\n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ\n\n\nเงื่อนไข\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n\n             2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\n            2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์กองอาหาร\nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้  \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n\n            2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n3. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n\n3.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n3.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร(ถ้ามี) ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี)  หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุดิบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ ณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n\n3.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\n4. ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของประเภทอาหาร ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หรือหน่วยงานภายนอก จะต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้ โดยใช้เวลาประมาณ 15-45 วันทำการ แล้วแต่กรณี\n\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน สามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n\n    5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n\n    5.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n    5.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ) เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n\n   5.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n\n   5.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ แบ่งกรณีดังนี้\n-\tกรณีคำขอใหม่-สูตรส่วนประกอบ 1 รายการ รวมทั้งหมด 104 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (19 วันทำการ) ,ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)\n-\tกรณีคำขอใหม่ -สูตรส่วนประกอบมากกว่า 1 รายการ รวมทั้งหมด 113 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) ,ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:21:24"],
    [1819,"9a83f3a7-4abe-4743-b699-b053fb61e917","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร(วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร)[ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83d3c4-3ee4-4fde-aa1e-0e02ce162be7",113,5000,14,"หลักเกณฑ์\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้ \n1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ประเภทวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร (Food additives which are used to prolong or maintain quality of food) ได้แก่ วัตถุเจือปนอาหารที่ได้จากวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดี่ยว หรือวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ที่มิได้ใช้เจือปนโดยตรงในอาหาร แต่บรรจุอยู่ในภาชนะบรรจุแยกต่างหาก และรวมอยู่ในภาชนะบรรจุอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร เช่น วัตถุดูดออกซิเจน (Oxygen absorber) วัตถุกันชื้น (Desiccator หรือ Desiccant) เป็นต้น\n\tวัตถุเจือปนอาหาร ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร คือ (1) ผงเหล็ก (2) ซีโอไลต์ (Zeolite) (3) ยิบซั่ม (Gypsum) (4) เคลย์ (Clay) (5) เฟอร์ริกออกไซด์ (Ferric oxide) (6) อะลูมิเนียมออกไซด์หรืออะลูมินา (Aluminum oxide/Alumina) (7) ผงถ่าน (Carbon)\n\tวัตถุเจือปนอาหารตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives\nหมายเหตุ :  หากมีการผสมด้วยวัตถุอื่นที่ไม่ใช่วัตถุเจือปนอาหาร วัตถุนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ\n\n 2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า\n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n3. วัตถุเจือปนอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานหรือเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ก่อนยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหาร\n4. การใช้วัตถุเจืออาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n5. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n8. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” หรือกลุ่มหน้าที่ (functional classes) ในอาหาร กำกับไว้ด้วย ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภทที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n11. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ คุณภาพมาตรฐานของภาชนะบรรจุ รายงานการวิเคราะห์ภาชนะบรรจุ/ฝา ที่ใช้เป็นพลาสติก และฉลากอาหาร\n\nวิธีการ\n\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ – การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ดังนี้ \n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานหรือนำเข้าหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุ (ทั้งนี้ กรณีแบ่งบรรจุผู้ผลิตต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์วัตถุดูดความชื้นให้มีประสิทธิภาพในการดูดความชื้นด้วย) ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซด์ (Web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุ (ทั้งนี้ กรณีแบ่งบรรจุผู้ผลิตต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์วัตถุดูดความชื้นให้มีประสิทธิภาพในการดูดความชื้นด้วย) ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็ปไซด์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1 โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก  ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n3. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยกเว้นกรณีที่สถานประกอบการเป็นผลิตแบ่งบรรจุที่ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่องการขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร\nหมายเหตุ : \n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร \n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ \n\n\n\n \nเงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n             2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n            2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์กองอาหาร \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้  \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n            2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n3. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n3.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n3.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ ณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n3.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\n4. ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของประเภทอาหาร ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หรือหน่วยงานภายนอก จะต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้ โดยใช้เวลาประมาณ 15-45 วันทำการ แล้วแต่กรณี\n\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน สามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n\n    5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n\n    5.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n    5.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ) เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n\n   5.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n\n   5.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ แบ่งกรณีดังนี้\n-\tกรณีคำขอใหม่-สูตรส่วนประกอบ 1 รายการ รวมทั้งหมด 104 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (19 วันทำการ) ,ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)\n-\tกรณีคำขอใหม่ -สูตรส่วนประกอบมากกว่า 1 รายการ รวมทั้งหมด 113 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) ,ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:22:13"],
    [1820,"9a84041b-c4f6-4638-956a-9a73453f0126","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร (ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร)[เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83ed45-4fda-48d2-911a-2f0c4f2c9a1c",68,5000,16,"หลักเกณฑ์\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n     1.1 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 412) ได้แก่ วัตถุเจือปนอาหารที่มีวัตถุประสงค์การใช้เป็นสารช่วยในการผลิต สำหรับการชะล้าง ทำความสะอาด ขจัดหรือลดปริมาณสิ่งที่อาจเป็นอันตรายในอาหาร ทั้งอันตรายทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมี แล้วแต่กรณี\n\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า\n    2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n    2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n\n3. มีสูตรส่วนประกอบ คุณภาพหรือมาตรฐาน ปริมาณสารสำคัญในส่วนประกอบและผลิตภัณฑ์ในสภาพพร้อมใช้ วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษา รวมถึงภาชนะบรรจุและการแสดงฉลาก ตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 412) พ.ศ.2562 ออกความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n4. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารที่ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 412) พ.ศ.2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง ประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวัตถุเจือปนอาหารหรือประเมินวัตถุเจือปนอาหารที่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ก่อนยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหาร \n\n5. ส่วนประกอบอื่นที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต้องไม่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้ แล้วแต่กรณี \n(ก) วัตถุเจือปนอาหาร ให้ใช้ตามชื่อวัตถุเจือปนอาหาร และหน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร \n(ข) สารแต่งกลิ่นที่ใช้ ต้องเป็นสารแต่งกลิ่นที่ให้ใช้สำหรับอาหาร \n(ค) น้ำที่ใช้ ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท \n(ง) ส่วนประกอบอื่นนอกเหนือจาก (ก) ถึง (ค) จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อนยื่นคำขออนุญาต\n\n6. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร\n\n7. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n\n8. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n\n9. ชื่ออาหาร โดยมีคำว่า “ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้สำหรับ..........” “ผลิตภัณฑ์ล้าง...........” “ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับ..........” “ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับ..........” (ความที่เว้นไว้ให้ระบุประเภทหรือชนิดของอาหาร) หรือข้อความอื่นที่มีความหมายในทำนองเดียวกันกำกับไว้ด้วยแล้วแต่กรณี รวมถึงตราหรือเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องชื่ออาหาร\n\n10. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n\n11. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ\n12. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n\n13. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n14. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ รายงานการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และฉลากอาหาร พร้อมคู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) เก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบ  ณ สถานประกอบการ และแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ   \n\n\nวิธีการ\n\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ - การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ดังนี้\n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานหรือนำเข้าหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และะใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก  ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\n3. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยกเว้นกรณีที่สถานประกอบการเป็นผลิตแบ่งบรรจุที่ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่องการขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร\nหมายเหตุ : \n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร  \n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ\n\nเงื่อนไข\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n\n             2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\n            2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้  \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n\n            2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n3. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n\n3.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n3.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร(ถ้ามี) ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี)  หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุดิบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ ณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n\n3.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n\n4.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน สามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n\n    4.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n\n    4.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n    4.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ) เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n\n   4.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n\n   4.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ แบ่งกรณีดังนี้\n-\tกรณีคำขอใหม่-สูตรส่วนประกอบ 1 รายการ รวมทั้งหมด 59 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (19 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)\n-\tกรณีคำขอใหม่ -สูตรส่วนประกอบมากกว่า 1 รายการ รวมทั้งหมด 68 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:21:02"],
    [1821,"9a8405dc-493d-4c4c-8046-9ce541de284f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81edff-d4c7-46ed-afe1-c364442cb695",20,500,7,"-----หลักเกณฑ์-----\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ จัดเป็นอาหารประเภท รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี และผลิตภัณฑ์ที่ขออนุญาตแก้ไขต้องได้รับอนุญาตใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขข้างต้น\n\n2. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร    \n\n3. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขแล้วแต่กรณีดังนี้     \n   3.1 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และประกาศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง     \n   3.2 รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลีต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี และประกาศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง        \n\n4. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n5. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n\n6. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ    \n\n7. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ดูรายละเอียดที่ คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี)    \n\n8. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ดูรายละเอียดที่ คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี)     \n\n9. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n\n10. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี \n\nหมายเหตุ : สามารถดาวน์โหลดคู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=470850486388531200&name=Manual_5.1.pdf\ndf\n\n-----วิธีการ-----\n\n1. การแก้ไขรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ให้ยื่นแบบแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหารที่ได้รับอนุญาตไว้ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญจดทะเบียนอาหาร พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ สบ.5/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์   (ดูรายละเอียด คู่มือการยื่นคำขออนุญาตและคำขอแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์ สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141543629103104&name=Esub_supplement.pdf)\n\n2. การเพิ่มชื่ออาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อแจ้งข้อมูลครบถ้วน ผู้อนุญาตจะออกหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร อัตโนมัติ โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ดูรายละเอียดคู่มือการยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141307015831552&name=label_e-sub.pdf)\n\n-----เงื่อนไข-----    \n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n   2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@dga.or.th หรือโทร 0 2612 6060 ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n   2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n       -กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  \n       -กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n   2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายใน 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\n3. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   3.1 ส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามที่ยื่นคำขอ จากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองสากล เมื่อมีการผลิตเพื่อจำหน่าย หรือ เมื่อมีการนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก\n   3.2 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   3.3 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   3.4 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้\n\t- กรณีผลิต: คำขอฯที่ได้รับอนุญาต, รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต, แบบฉลากของผลิตภัณฑ์, ชนิดภาชนะบรรจุ, ข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) และผลวิเคราะห์ของผลิตภัณฑ์\n\t- กรณีนำเข้า: คำขอฯที่ได้รับอนุญาต, สูตรส่วนประกอบจากผู้ผลิต, รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต, แบบฉลากของผลิตภัณฑ์, ชนิดภาชนะบรรจุ, ข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification), ใบรับรองสถานที่ผลิตต่างประเทศ และผลวิเคราะห์ของผลิตภัณฑ์\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n   4.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n   4.2 เป็นอาหารใหม่ (Novel food) หรือใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n   4.3 สูตรส่วนประกอบ\n        - มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/food-law/category/prohibited-food-to-be-produced-imported-or-sold/)\n\nหมายเหตุ : ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 20 วันทำการตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (10 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ)","2023-11-27T14:25:43"],
    [1822,"9a840d66-90b9-4bbb-80af-b18fd41914cb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร (ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร)[ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8407c5-dc17-490d-bfcf-491348bc0162",113,5000,16,null,"2023-11-27T14:21:09"],
    [1823,"9a841556-a89d-43e5-a7ee-f463dff31537","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a840de0-aabe-4a40-896c-4015cb0d4672",68,5000,10,"หลักเกณฑ์\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n1.1วัตถุเจือปนอาหาร ประเภทวัตถุเจือปนอาหาร\n-\tวัตถุเจือปนอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n-\tวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม\n-\tสารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ ข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับสารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ \n-\tสารกลุ่มสตีวิออลไกลโคไซด์ที่มีคุณสมบัติเป็นทั้งวัตถุแต่งกลิ่นรสและสารให้ความหวาน\n-\tสารช่วยในกระบวนการผลิต ได้แก่ เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตอาหาร ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดียว, ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ทาหรือสเปรย์เคลือบผิวแม่พิมพ์ขนมอบ เป็นต้น\n1.2วัตถุเจือปนอาหาร ประเภทวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร (Food additives which are used to prolong or maintain quality of food) ได้แก่ วัตถุเจือปนอาหารที่ได้จากวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดี่ยว หรือวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ที่มิได้ใช้เจือปนโดยตรงในอาหาร แต่บรรจุอยู่ในภาชนะบรรจุแยกต่างหาก และรวมอยู่ในภาชนะบรรจุอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร เช่น วัตถุดูดออกซิเจน (Oxygen absorber) วัตถุกันชื้น (Desiccator หรือ Desiccant) เป็นต้น\n\tวัตถุเจือปนอาหาร ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร คือ (1) ผงเหล็ก (2) ซีโอไลต์ (Zeolite) (3) ยิบซั่ม (Gypsum) (4) เคลย์ (Clay) (5) เฟอร์ริกออกไซด์ (Ferric oxide) (6) อะลูมิเนียมออกไซด์หรืออะลูมินา (Aluminum oxide/Alumina) (7) ผงถ่าน (Carbon)\n\tวัตถุเจือปนอาหารตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives\n1.3วัตถุเจือปนอาหาร ประเภทเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 443) พ.ศ. 2566 ได้แก่\n-\tเอนไซม์ (enzyme) คือ โปรตีนกลุ่มหนึ่งที่ได้จากพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ซึ้งนำมาใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร เช่น การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การบ่ม การขนส่ง การเก็บรักษา เป็นต้น\n-\tเอนไซม์ปรุงแต่ง (enzyme preparation) คือ เอนไซม์ตั้งแต่หนึ่งชนิด(เอนไซม์จากแหล่งเดียวกันตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป) ซึ่งอาจมีวัตถุอื่น เช่น วัตถุกันเสีย สารที่ทำให้คงตัว หรือสารเพิ่มปริมาณ เป็นส่วนประกอบ เพื่อช่วยคงสภาพหรือยืดอายุการเก็บรักษาของเอนไซม์\n-\tเอนไซม์ตรึงรูป (immobilized enzyme) คือ เอนไซม์ที่ถูกทำให้ไม่ละลายด้วยกระบวนการทางเคมีหรือทางกายภาพ เช่น นำไปจับยึดไว้กับตัวพยุง หรืออาจทำให้โมเลกุลมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยการเชื่อมพันธะทางเคมีหรือไม่มีพันธะเคมีก็ได้ซึ่งมีผลให้เอนไซม์จับยึดกันเป็นของแข็งเพื่อให้สามารถแยกออกจากกระบวนการผลิตและสามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่\n1.4 วัตถุเจือปนอาหาร ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 412) ได้แก่ วัตถุเจือปนอาหารที่มีวัตถุประสงค์การใช้เป็นสารช่วยในการผลิต สำหรับการชะล้าง ทำความสะอาด ขจัดหรือลดปริมาณสิ่งที่อาจเป็นอันตรายในอาหาร ทั้งอันตรายทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมี แล้วแต่กรณี\n\nหมายเหตุ :  หากมีการผสมด้วยวัตถุอื่นที่ไม่ใช่วัตถุเจือปนอาหาร วัตถุนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ\n\n2. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตโดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n\n3. คุณภาพหรือมาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่น ๆ ของผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นไปตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนด โดยอ้างอิงตามข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออก ภายในประเทศ\n\n4. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n5.  การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n6. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n7. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ รายงานการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และฉลากอาหาร พร้อมคู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) เก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบ  ณ สถานประกอบการ และแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ   \n8. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n\n\nวิธีการ\n\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ - การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น แล้วแต่กรณี ดังนี้\n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ \n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และะใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์\n\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก  ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\n3. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยกเว้นกรณีที่สถานประกอบการเป็นผลิตแบ่งบรรจุที่ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่องการขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร\n\nหมายเหตุ : \n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร\n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ\n\n\nเงื่อนไข\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n\n             2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\n            2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์กองอาหาร\nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้  \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n\n            2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n3. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n\n3.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n3.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร(ถ้ามี) ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี)  หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุดิบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ ณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n\n3.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n\n4.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน สามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n\n    4.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n\n    4.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n    4.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ) เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n\n   4.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n\n   4.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 68 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:21:32"],
    [1824,"9a84304d-d7d1-4c6a-b9b1-a4a22afbab17","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตโฆษณาอาหาร (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8429f8-33e2-4d80-ab4f-ee20032695bf",63,1000,5,null,"2023-11-27T14:26:58"],
    [1825,"9a85ccfa-ff49-4900-a93a-70855d628191","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อการส่งออกเท่านั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81ea33-8eab-4762-831d-3d0c9c204173",57,5000,8,"-----หลักเกณฑ์-----\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท\n1.1 เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 425) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง (ฉบับที่ 2)                        \n1.2 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ.2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบ ของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 438) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง (ฉบับที่ 2)\n1.3 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 429) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 439) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (ฉบับที่ 2)\n\n2. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิต\n2.1 ต้องได้รับใบอนุญาตผลิต (อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1/1) ตามประเภทอาหารก่อน และยังคงมีผลบังคับใช้ และได้รับการเพิ่มประเภทอาหารที่จะยื่นขอแล้ว ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร\n\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร    \n\n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แล้วแต่กรณีดังนี้\n4.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง\n4.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใส่ส่วนของกัญชาหรือกัญชง คุณภาพหรือมาตรฐานต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร\n4.3 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออล คุณภาพหรือมาตรฐานต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร\n\n5. ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กําหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจวิเคราะห์ ของอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ทําให้เกิดโรค\n\n6. ตรวจพบสารปนเปื้อนตกค้างได้ไม่เกินปริมาณสูงสุด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน\n\n7. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n\n8. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n\n9. การใช้ภาชนะบรรจุอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n    \n10. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชา หรือกัญชง, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง \n\n11. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “กัญชา” หรือ “กัญชง” หรือชื่อส่วนของกัญชาหรือกัญชงที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหาร หรือกำกับชื่ออาหาร กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง\n\n12. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “สารสกัดแคนนาบิไดออล” หรือ “แคนนาบิไดออล” หรือ “CBD” หรือคำที่มีความหมายทำนองเดียวกันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาหาร หรือกำกับชื่ออาหาร กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ\n\n13. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารชนิดนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n\n14. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ \n\n15. การแสดงข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหาร\n\n16. ไม่อนุญาตการกล่าวอ้างชนิดและปริมาณ รวมทั้งการกล่าวอ้างทางสุขภาพของสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอลทั้งหมด (Total Tetrahydrocannabinol, Total THC) และสารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD)\n \n17. ไม่อนุญาตการแสดงรูปภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความส่วนอื่น ๆ ของกัญชง หรือในความหมายทํานองเดียวกัน ยกเว้นส่วนของเมล็ดกัญชงที่ใช้เป็นส่วนประกอบ\n\n\n-----วิธีการ-----\n\n1. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก\n1.1 คำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารเข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ \n1.2 คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ \n\n2. การขอแก้ไขรายการอนุญาตของผลิตภัณฑ์\n2.1 คำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) กรณีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ\n2.2 แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) / (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)\n\n3. การเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก \nให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ. 3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดคู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\n\n-----เงื่อนไข-----\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือ โทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n2.3 2.3 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฏหมายที่เกี่ยวข้อง https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509438054956670976&name=P425.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456785780736&name=P437.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509438792910905344&name=P427.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456429264896&name=P438.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509439444252762112&name=P429.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456676728832&name=P439.PDF) \nหลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม (https://food.fda.moph.go.th/cannabis/category/production-of-hemp) ก่อนยื่นคำขอฯ โดยการกรอกคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) หรือคำขออนุญาตการใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3) กรณีสถานที่ผลิตอาหารไม่เข้าข่ายโรงงาน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ \n\n2.4 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน \n10 วันทำการต่อครั้ง ไม่เกินจำนวน 3 ครั้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\n3. กรณีลักษณะผลิตภัณฑ์ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานให้ส่งรูปภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประกอบการ  ยื่นคำขอฯ ด้วย\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีดังต่อไปนี้\n4.1 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n4.2 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น หรือเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ\n4.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไม่ได้มาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร หรือวัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้รวมทั้งหมด 57 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (27 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)","2023-11-27T14:20:03"],
    [1826,"9a8b77fb-2713-4a4f-b2c2-334da10d715a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก [เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81de43-14e7-4bd7-871c-1cab74330be7",108,5000,26,null,"2023-11-27T14:20:10"],
    [1827,"9a8b9071-84a2-47c3-a390-0a75543ba918","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก [ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e28b-3b9e-40ae-9987-ac6a2180dac4",153,5000,26,null,"2023-11-27T14:20:20"],
    [1828,"9a8b97d8-187c-4e3b-9b55-4f1b5335a21d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว สำหรับอาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก [เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e360-6411-4e5e-a9ce-2e84e242dbac",100,1000,19,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ \n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n   2.1 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหาร \n   2.2 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหารภาษาต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.3 แก้ไขชนิดภาชนะบรรจุ / ขนาดบรรจุ\n   2.4 แก้ไขวันหมดอายุ \n   2.5 แก้ไขชื่อ / ที่ตั้ง ผู้ผลิตอาหารต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.6 แก้ไขชื่ออาหาร / ชื่อตรา / ชื่อเครื่องหมายการค้า\n   2.7 แก้ไขสูตรส่วนประกอบอาหาร หรือแหล่งที่มาวัตถุดิบ \n   2.8 แก้ไขกรรมวิธีการผลิต\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n5. กรณีมีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ, พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หรืออาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ,พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. กรณีที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและ/หรือแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ อ.18 หรือ สบ.3/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอแก้ไขฉลากอาหารเฉพาะส่วน กรณีที่การแก้ไขไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร \n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.7 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n   4.2 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และ/หรือ ใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบหรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตการแก้ไข\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   6.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร ฉลากอาหาร หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 100 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:24:56"],
    [1829,"9a8ba18f-632f-4edf-be6d-73880bede4f9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว สำหรับอาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก [ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e420-09f8-46fe-aaba-65f3d1419b7d",145,1000,19,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ \n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n   2.1 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหาร \n   2.2 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหารภาษาต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.3 แก้ไขชนิดภาชนะบรรจุ / ขนาดบรรจุ\n   2.4 แก้ไขวันหมดอายุ \n   2.5 แก้ไขชื่อ / ที่ตั้ง ผู้ผลิตอาหารต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.6 แก้ไขชื่ออาหาร / ชื่อตรา / ชื่อเครื่องหมายการค้า\n   2.7 แก้ไขสูตรส่วนประกอบอาหาร หรือแหล่งที่มาวัตถุดิบ \n   2.8 แก้ไขกรรมวิธีการผลิต\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n5. กรณีมีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ, พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หรืออาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ,พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. กรณีที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n\nวิธีการ\n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและ/หรือแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ อ.18 หรือ สบ.3/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอแก้ไขฉลากอาหารเฉพาะส่วน กรณีที่การแก้ไขไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\nเงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร \n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.7 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n   4.2 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และ/หรือ ใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบหรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตการแก้ไข\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   6.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร ฉลากอาหาร หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n   หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 145 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (65 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:25:03"],
    [1830,"9a8baa76-5bd4-4f70-a5b1-26403a05835c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e4ff-4c5e-40be-afca-d40389845b4f",107,5000,11,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n   - นมดัดแปลงสำหรับทารก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n   - นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n   - อาหารทารก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n   - อาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n   - อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n2. นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หมายความว่า อาหารที่ผลิตขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของนมโค ให้มีองค์ประกอบของสารอาหารให้เหมาะสมและเพียงพอกับที่จะใช้เลี้ยงทารกและเด็กเล็ก แบ่งออกได้ดังนี้\n   2.1 นมดัดแปลงสำหรับทารก หมายความว่า นมดัดแปลงที่มีจุดมุ่งหมายใช้เลี้ยงทารกตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 เดือน แทนหรือทดแทนนมแม่\n   2.2 นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หมายความว่า นมดัดแปลงที่มีจุดมุ่งหมายใช้เลี้ยงทารกที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 12 เดือน หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี\n3. อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หมายความว่า อาหารนอกเหนือจากนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็กที่ผลิตขึ้นให้มีส่วนประกอบของอาหารให้เหมาะสมและเพียงพอกับที่จะใช้เลี้ยงทารกและเด็ก แบ่งออกได้ดังนี้\n   3.1 อาหารทารก หมายความว่า อาหารที่มีจุดหมายใช้เลี้ยงทารกตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 เดือน แทนหรือทดแทนนมแม่\n   3.2 อาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก หมายความว่า อาหารที่มีจุดมุ่งหมายใช้เลี้ยงทารกที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 12 เดือน หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี จนถึง 3 ปี\n4. อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก หมายความว่า อาหารที่ใช้เสริมคุณค่าอาหารและสร้างความคุ้นเคยในการกินอาหาร ทั่วไปให้แก่ทารกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 12 เดือน หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีถึง 3 ปี มี 6 ชนิดคือ\n   4.1 แป้ง ได้แก่ อาหารที่ทำจากธัญพืชเป็นหลัก\n   4.2 ผัก ได้แก่ อาหารที่ทำจากพืชผักเป็นหลัก\n   4.3 ถั่ว ได้แก่ อาหารที่ทำจากถั่วเป็นหลัก\n   4.4 ผลไม้ ได้แก่ อาหารที่ทำจากผลไม้เป็นหลัก\n   4.5 เนื้อสัตว์ ได้แก่ อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด ตับ ไข่ เป็นหลัก\n   4.6 ผสม ได้แก่ อาหารตาม 1 ถึง 5 รวมกันตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป\n5. ผลิตภัณฑ์อาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ เช่น ผลิตภัณฑ์มีความประสงค์จะใช้เลี้ยงทารกหรือเด็กเล็กซึ่งมีระบบการย่อยอาหารผิดปกติหรือแพ้สารอาหารบางชนิด หรืออาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็กที่เป็นโรคมีความผิดปกติ หรือภาวะทางการแพทย์ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n6. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารประเภทตามที่ระบุในข้อ 1 และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ รวมทั้งกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \nทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n7. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เชื้อจุลินทรีย์ตามประกาศฯ และความชื้น (กรณีผลิตภัณฑ์ชนิดแห้ง)\n8. คุณภาพ มาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นไปตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนด โดยอ้างอิงตามข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออกภายในประเทศ\n9. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n10. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิต\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก เพื่อการส่งออกเท่านั้น สามารถยื่นคำขออนุญาตแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n   1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่ได้รับเลขสถานที่ผลิตอาหารไว้ ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) สามารถศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 กรอกข้อมูลส่วนประกอบในคำขอ โดยกรอกสูตรส่วนประกอบ 100% ไม่ต้องเลือกส่วนประกอบจาก FDA NUMBER \n   3.3 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.6 กรณีไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.7 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.8 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.5 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิตอาหาร ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต หลักฐานการสั่งซื้อ ข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 107 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (27 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:20:26"],
    [1831,"9a8bbb82-5828-4eba-b0ce-b3110b1ef94d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว สำหรับอาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81e5fb-d059-43fd-90fe-d4fed47cb955",100,1000,8,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออกเท่านั้น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่\n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n   2.1 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหาร \n   2.2 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหารภาษาต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.3 แก้ไขชนิดภาชนะบรรจุ / ขนาดบรรจุ\n   2.4 แก้ไขวันหมดอายุ \n   2.5 แก้ไขชื่อ / ที่ตั้ง ผู้ผลิตอาหารต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.6 แก้ไขชื่ออาหาร / ชื่อตรา / ชื่อเครื่องหมายการค้า\n   2.7 แก้ไขสูตรส่วนประกอบอาหาร หรือแหล่งที่มาวัตถุดิบ \n   2.8 แก้ไขกรรมวิธีการผลิต\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เชื้อจุลินทรีย์ตามประกาศฯ และความชื้น (กรณีผลิตภัณฑ์ชนิดแห้ง)\n5. คุณภาพ มาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นไปตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนด โดยอ้างอิงตามข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออกภายในประเทศ\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตนมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก/อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n\nวิธีการ\n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออก ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและ/หรือแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ อ.18 หรือ สบ.3/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) สามารถศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\nเงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 กรอกข้อมูลส่วนประกอบในคำขอ โดยกรอกสูตรส่วนประกอบ 100% ไม่ต้องเลือกส่วนประกอบจาก FDA NUMBER \n   3.3 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.6 กรณีไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.7 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.8 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.5 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิตอาหาร ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต หลักฐานการสั่งซื้อ ข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n   หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 100 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:25:10"],
    [1832,"9a8bc078-f7c0-4075-a8ff-fcf1a4276d54","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ [เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8bbd02-d410-4abc-b811-141d4a00b7a7",172,5000,27,null,"2023-11-27T14:19:43"],
    [1833,"9a8bcc61-4d7f-488d-8f9b-c4ebee454ebc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ [ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8bca2d-b3e6-4002-bd54-c1ae1a432d61",237,5000,27,null,"2023-11-27T14:19:50"],
    [1834,"9a8bdb57-69cf-4fe4-8192-830f5eef4d9f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว [เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8bd6fd-4631-4971-8524-1875f3446f59",100,1000,20,null,"2023-11-27T14:23:34"],
    [1835,"9a8be0b3-89ce-4eaa-a663-8366083a2fd1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร (เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร)[เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8bd990-f8be-4177-a8c4-42cff57207ff",68,5000,14,null,"2023-11-27T14:21:16"],
    [1836,"9a8c12c8-6fd9-4ec4-b8da-9d0e5bd6de74","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว [ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8c10f7-b915-4404-bd0e-5f2cf4b2991b",165,1000,20,null,"2023-11-27T14:24:15"],
    [1837,"9a8c386f-758f-464e-8490-1ec2ad407855","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8c214b-2204-4bba-ac77-6676be8ba2df",168,5000,11,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท อาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ \n2. อาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ หมายถึง อาหารที่ผลิตขึ้นโดยมีกรรมวิธี สูตร หรือส่วนประกอบเฉพาะ เพื่อใช้ตามความต้องการพิเศษอันเนื่องมาจากสภาวะทางฟิสิกส์ หรือสรีรวิทยา หรือความเจ็บป่วย หรือความผิดปกติของร่างกาย โดยมีลักษณะ รูปร่าง หรือชนิดและปริมาณของส่วนประกอบแตกต่างไปจาก อาหารชนิดเดียวกันที่ใช้โดยปกติอย่างเห็นได้ชัด แบ่งออกเป็น\n\t-อาหารที่ใช้สำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค หรือผู้ที่มีสภาพผิดปกติทางร่างกาย เช่น ผลิตภัณฑ์มีความประสงค์จะใช้เลี้ยงทารกหรือเด็กเล็กซึ่งมีระบบการย่อยอาหารผิดปกติหรือแพ้สารอาหารบางชนิด หรืออาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็กที่เป็นโรคมีความผิดปกติ หรือภาวะทางการแพทย์ หรืออาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคไต เป็นต้น \n\t-อาหารที่ใช้สำหรับบุคคลผู้มีวัตถุประสงค์ในการบริโภคอาหารเป็นพิเศษ เช่น อาหารสำหรับสตรีมีครรภ์ เป็นต้น\n3. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารประเภทตามที่ระบุในข้อ 1 และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ รวมทั้งกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \nทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขตามประเภทของอาหารเฉพาะเรื่องและ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เชื้อจุลินทรีย์ตามประกาศฯ และความชื้น (กรณีผลิตภัณฑ์ชนิดแห้ง)\n5. คุณภาพ มาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นไปตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนด โดยอ้างอิงตามข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออกภายในประเทศ\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิต\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษเพื่อการส่งออกเท่านั้น สามารถยื่นคำขออนุญาตแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   1.1 กรณีสถานที่นำเข้าและสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานตามที่ได้รับอนุญาตไว้ สำหรับผลิตอาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ ได้แก่ นมดัดแปลงสำหรับทารก, นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก, อาหารทารก, อาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก, อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และอาหารควบคุมน้ำหนัก ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n   1.2 กรณีสถานที่นำเข้าและสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานตามที่ได้รับอนุญาตไว้ สำหรับผลิตอาหารวัตถุประสงค์พิเศษที่นอกเหนือจากนมดัดแปลงสำหรับทารก, นมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก, อาหารทารก, อาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก, อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก และอาหารควบคุมน้ำหนัก ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n   1.3 สถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่ได้รับเลขสถานที่ผลิตอาหารไว้ ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) สามารถศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 กรอกข้อมูลส่วนประกอบในคำขอ โดยกรอกสูตรส่วนประกอบ 100% ไม่ต้องเลือกส่วนประกอบจาก FDA NUMBER \n   3.3 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.6 กรณีไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.7 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.8 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบ หรือ กรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n      4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.5 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 5 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต หลักฐานการสั่งซื้อ ข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 168 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (68 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 100 วันทำการ)","2023-11-27T14:19:57"],
    [1838,"9a8c478f-58fb-47fb-9fee-ea016d822af0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8c4191-140f-420d-a4f6-532136a55455",100,1000,8,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออกเท่านั้น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่\n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n   2.1 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหาร \n   2.2 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหารภาษาต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.3 แก้ไขชนิดภาชนะบรรจุ / ขนาดบรรจุ\n   2.4 แก้ไขวันหมดอายุ \n   2.5 แก้ไขชื่อ / ที่ตั้ง ผู้ผลิตอาหารต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.6 แก้ไขชื่ออาหาร / ชื่อตรา / ชื่อเครื่องหมายการค้า\n   2.7 แก้ไขสูตรส่วนประกอบอาหาร หรือแหล่งที่มาวัตถุดิบ \n   2.8 แก้ไขกรรมวิธีการผลิต\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขตามประเภทของอาหารเฉพาะเรื่องและ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เชื้อจุลินทรีย์ตามประกาศฯ และความชื้น (กรณีผลิตภัณฑ์ชนิดแห้ง)\n5. คุณภาพ มาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นไปตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนด โดยอ้างอิงตามข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออก ภายในประเทศ\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิต\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออก ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและ/หรือแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ อ.18 หรือ สบ.3/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) สามารถศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 กรอกข้อมูลส่วนประกอบในคำขอ โดยกรอกสูตรส่วนประกอบ 100% ไม่ต้องเลือกส่วนประกอบจาก FDA NUMBER \n   3.3 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.6 กรณีไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.7 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.8 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.5 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิตอาหาร ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต หลักฐานการสั่งซื้อ ข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 100 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:24:23"],
    [1839,"9a8c5b6b-c1b3-4377-9f4d-45a1d741b09a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก [เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8c592d-9603-4cfa-8b08-9e689df6bb9d",108,5000,23,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n2. อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หมายความว่า อาหารที่ใช้เฉพาะเพื่อควบคุมหรือลดน้ำหนัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท\n   2.1 อาหารที่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใช้กินแทนอาหารที่ใช้กินตามปกติใน 1 มื้อหรือมากกว่า 1 มื้อ หรือแทนอาหารทั้งวัน\n   2.2 อาหารที่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใช้กินแทนอาหารบางส่วน ได้แก่\n(ก) อาหารที่ถูกลดพลังงาน\n(ข) อาหารที่ให้พลังงานต่ำ\nรวมถึงวัตถุให้ความแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดและวัตถุที่ได้จากการผสมระหว่างวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดกับวัตถุอื่น ซึ่งเมื่อรวมรสหวานเข้าด้วยกันแล้วมากกว่าน้ำตาลในปริมาณที่เท่ากัน และมีจุดประสงค์การใช้เพื่อควบคุมหรือลดน้ำหนัก แต่ไม่รวมถึงเครื่องดื่มตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่มีการใช้วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล\n3. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n   3.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารประเภทตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n   3.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n4. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n5. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n6. รายละเอียดสูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีการผลิต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หากมีกรรมวิธีอื่นต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนแล้วจึงยื่นคำขออนุญาตผลิตภัณฑ์\n7. กรณีมีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n8. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง\n9. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n10. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง \n11. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n12. กรณีที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n13. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n\nวิธีการ\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักที่ผลิตและนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ สำหรับการผลิต/นำเข้า/อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร สามารถยื่นคำขออนุญาตแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   1.1 กรณีสถานที่นำเข้าและสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n   1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่ได้รับเลขสถานที่ผลิตอาหารไว้ ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\nเงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.7 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n   4.2 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และ/หรือ ใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบ หรือ กรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   6.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร ฉลากอาหาร หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n   หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 108 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:22:48"],
    [1840,"9a8c676a-cb60-47c8-af8d-ce93f24b36d3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว [เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8c65f4-9fe0-47aa-8aeb-815c26086a06",100,1000,17,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ \n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n   2.1 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหาร \n   2.2 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหารภาษาต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.3 แก้ไขชนิดภาชนะบรรจุ / ขนาดบรรจุ\n   2.4 แก้ไขวันหมดอายุ \n   2.5 แก้ไขชื่อ / ที่ตั้ง ผู้ผลิตอาหารต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.6 แก้ไขชื่ออาหาร / ชื่อตรา / ชื่อเครื่องหมายการค้า\n   2.7 แก้ไขสูตรส่วนประกอบอาหาร หรือแหล่งที่มาวัตถุดิบ \n   2.8 แก้ไขกรรมวิธีการผลิต\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n5. กรณีมีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. กรณีที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและ/หรือแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ อ.18 หรือ สบ.3/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอแก้ไขฉลากอาหารเฉพาะส่วน กรณีที่การแก้ไขไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร \n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.7 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n   4.2 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และ/หรือ ใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบหรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตการแก้ไข\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   6.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร ฉลากอาหาร หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 100 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:25:22"],
    [1841,"9a8c786e-9c87-4e6f-bf73-f8c24a950a99","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8c769c-e3bb-4230-8c36-6539686a7cd8",107,5000,11,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n2. อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หมายความว่า อาหารที่ใช้เฉพาะเพื่อควบคุมหรือลดน้ำหนัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท\n   2.1 อาหารที่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใช้กินแทนอาหารที่ใช้กินตามปกติใน 1 มื้อหรือมากกว่า 1 มื้อ หรือแทนอาหารทั้งวัน\n   2.2 อาหารที่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใช้กินแทนอาหารบางส่วน ได้แก่\n(ก) อาหารที่ถูกลดพลังงาน\n(ข) อาหารที่ให้พลังงานต่ำ\nรวมถึงวัตถุให้ความแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดและวัตถุที่ได้จากการผสมระหว่างวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดกับวัตถุอื่น ซึ่งเมื่อรวมรสหวานเข้าด้วยกันแล้วมากกว่าน้ำตาลในปริมาณที่เท่ากัน และมีจุดประสงค์การใช้เพื่อควบคุมหรือลดน้ำหนัก แต่ไม่รวมถึงเครื่องดื่มตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่มีการใช้วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล\n3. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n   3.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารประเภทตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n   3.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เชื้อจุลินทรีย์ตามประกาศฯ และความชื้น (กรณีผลิตภัณฑ์ชนิดแห้ง)\n5. คุณภาพ มาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นไปตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนด โดยอ้างอิงตามข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออกภายในประเทศได้\n6. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพื่อการส่งออกเท่านั้น สามารถยื่นคำขออนุญาตแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   1.1 กรณีสถานที่นำเข้าและสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n   1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่ได้รับเลขสถานที่ผลิตอาหารไว้ ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) สามารถศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.7 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.3 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต หลักฐานการสั่งซื้อ ข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 107 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (27 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:23:03"],
    [1842,"9a8d1e6e-4622-45eb-947b-99e80a4dd0bb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8d1d18-e553-4eef-87a5-e528a64eec8f",100,1000,8,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออกเท่านั้น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่\n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n   2.1 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหาร \n   2.2 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหารภาษาต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.3 แก้ไขชนิดภาชนะบรรจุ / ขนาดบรรจุ\n   2.4 แก้ไขวันหมดอายุ \n   2.5 แก้ไขชื่อ / ที่ตั้ง ผู้ผลิตอาหารต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.6 แก้ไขชื่ออาหาร / ชื่อตรา / ชื่อเครื่องหมายการค้า\n   2.7 แก้ไขสูตรส่วนประกอบอาหาร หรือแหล่งที่มาวัตถุดิบ \n   2.8 แก้ไขกรรมวิธีการผลิต\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะอาหาร เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เชื้อจุลินทรีย์ตามประกาศฯ และความชื้น (กรณีผลิตภัณฑ์ชนิดแห้ง)\n5. คุณภาพ มาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นไปตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนด โดยอ้างอิงตามข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) เพื่อการส่งออก ภายในประเทศ\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิต\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออก ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและ/หรือแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ อ.18 หรือ สบ.3/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) สามารถศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 กรอกข้อมูลส่วนประกอบในคำขอ โดยกรอกสูตรส่วนประกอบ 100% ไม่ต้องเลือกส่วนประกอบจาก FDA NUMBER \n   3.3 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.6 กรณีไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.7 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.8 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.5 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิตอาหาร ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต หลักฐานการสั่งซื้อ ข้อมูลกฎระเบียบ/กฎหมาย หรือหนังสือรับรองที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศคู่ค้าที่แสดงว่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศคู่ค้า รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี) รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก ฉลากอาหาร เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 100 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:25:37"],
    [1843,"9a8d254b-95cf-4c07-b48d-9cd1d1f65454","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก [ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8d2251-33f9-4608-bef0-a64c600d99ba",153,5000,23,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n2. อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หมายความว่า อาหารที่ใช้เฉพาะเพื่อควบคุมหรือลดน้ำหนัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท\n   2.1 อาหารที่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใช้กินแทนอาหารที่ใช้กินตามปกติใน 1 มื้อหรือมากกว่า 1 มื้อ หรือแทนอาหารทั้งวัน\n   2.2 อาหารที่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักใช้กินแทนอาหารบางส่วน ได้แก่\n(ก) อาหารที่ถูกลดพลังงาน\n(ข) อาหารที่ให้พลังงานต่ำ\nรวมถึงวัตถุให้ความแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดและวัตถุที่ได้จากการผสมระหว่างวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้รสหวานจัดกับวัตถุอื่น ซึ่งเมื่อรวมรสหวานเข้าด้วยกันแล้วมากกว่าน้ำตาลในปริมาณที่เท่ากัน และมีจุดประสงค์การใช้เพื่อควบคุมหรือลดน้ำหนัก แต่ไม่รวมถึงเครื่องดื่มตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่มีการใช้วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล\n3. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n   3.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารประเภทตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n   3.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n4. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n5. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n6. รายละเอียดสูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีการผลิต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หากมีกรรมวิธีอื่นต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนแล้วจึงยื่นคำขออนุญาตผลิตภัณฑ์\n7. กรณีมีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n8. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง\n9. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n10. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง \n11. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n12. กรณีที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n13. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักที่ผลิตและนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ สำหรับการผลิต/นำเข้า/อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร สามารถยื่นคำขออนุญาตแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   1.1 กรณีสถานที่นำเข้าและสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.17) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n   1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่ได้รับเลขสถานที่ผลิตอาหารไว้ ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.7 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n   4.2 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และ/หรือ ใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบ หรือ กรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   6.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร ฉลากอาหาร หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 153 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (73 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:22:54"],
    [1844,"9a8d2880-da85-44b9-aeb4-41299538612c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว [ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข] [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8d22d2-eaba-46b1-aa9c-8267f1ec067b",145,1000,17,"***หลักเกณฑ์***\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ \n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n   2.1 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหาร \n   2.2 เพิ่ม และ/หรือ แก้ไขแบบฉลากอาหารภาษาต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.3 แก้ไขชนิดภาชนะบรรจุ / ขนาดบรรจุ \n   2.4 แก้ไขวันหมดอายุ \n   2.5 แก้ไขชื่อ / ที่ตั้ง ผู้ผลิตอาหารต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n   2.6 แก้ไขชื่ออาหาร / ชื่อตรา / ชื่อเครื่องหมายการค้า\n   2.7 แก้ไขสูตรส่วนประกอบอาหาร หรือแหล่งที่มาวัตถุดิบ \n   2.8 แก้ไขกรรมวิธีการผลิต\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขอื่นที่เกี่ยวข้อง\n5. กรณีมีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก, ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. กรณีที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n11. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***วิธีการ***\n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งแนบรายการเอกสารหลักฐานและ/หรือแบบฉลากอาหารเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ อ.18 หรือ สบ.3/1 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n(สามารถดูรายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร \nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141464570667008&name=Esub_infant.pdf)\n2. กรณีขอแก้ไขฉลากอาหารเฉพาะส่วน กรณีที่การแก้ไขไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n***เงื่อนไข***\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n   2.1 มี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร \n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียด ได้ที่\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513116258871418880&name=5_OpenID.pdf) \nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n• กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission\n   3.3 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n   3.5 กรณีไม่มั่นใจในการเลือกส่วนประกอบ (FDA NUMBER) หรือไม่เข้าใจการขอคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ให้ปรึกษาหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนกดยืนยันคำขอฯ หรือตอบคำชี้แจงผ่านระบบ e-submission หรือตอบคำชี้แจง\n   3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันคำตอบด้วย\n   3.7 กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอหรือเอกสารหลักฐานให้ผู้ยื่นขออนุญาตส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์และ/หรือเอกสารแสดงรายละเอียดความไม่ชัดเจนหรือความไม่สอดคล้องของผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา\n4. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n   4.1 ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ยื่นขอฯ เข้าข่ายเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือต้องประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในอาหารประเภทนั้น\n   4.2 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตกมาตรฐาน หรือ รายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n   4.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และ/หรือ ใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n   4.4 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีสูตรส่วนประกอบหรือกรรมวิธีการผลิตที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   4.5 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ ไม่สอดคล้องประเภทของอาหารที่ยื่นขอฯ หรือยื่นคำขอฯ ผิดประเภทอาหาร\n   4.6 ผู้ขออนุญาตตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 4 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 20 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตการแก้ไข\n   6.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   6.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   6.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ รายงานผลวิเคราะห์ภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร ฉลากอาหาร หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 145 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (65 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:25:29"],
    [1845,"9a8dd9b8-952f-4b87-9bf2-cfba20e96b05","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อการส่งออกเท่านั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81eb22-cc32-4a72-80e0-a240f4928413",50,1000,7,"-----หลักเกณฑ์------\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท\n1.1 เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 425) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง (ฉบับที่ 2)                        \n1.2 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ.2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบ ของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 438) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง (ฉบับที่ 2)\n1.3 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 429) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 439) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (ฉบับที่ 2)\n\n2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n2.1 ต้องเป็นอาหารตามข้อ 1. ที่ได้รับอนุญาตคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือ คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหารไว้\n2.2 กรณีขอแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐาน หรือ ความปลอดภัยของอาหารตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารฉบับปัจจุบัน สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n\n\n------วิธีการ------\nการยื่นคำขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วประเภท ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อการส่งออกเท่านั้น ใช้แบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือ แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบเอกสารฉลากอาหาร (กรณีมีการแก้ไขฉลาก), เอกสารชี้แจงเหตุผลการแก้ไขตามแต่กรณี เช่น หนังสือชี้แจงการแก้ไขชื่ออาหาร หรือชื่อเครื่องหมายการค้า เป็นต้น\n\nเงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือ โทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n2.3 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฏหมายที่เกี่ยวข้องhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509438054956670976&name=P425.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456785780736&name=P437.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509438792910905344&name=P427.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456429264896&name=P438.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509439444252762112&name=P429.PDF, https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509444456676728832&name=P439.PDF) \nหลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม (https://food.fda.moph.go.th/cannabis/category/production-of-hemp) ก่อนยื่นคำขอฯ โดยการกรอกแบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือ แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ\n2.4 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน \n10 วันทำการต่อครั้ง ไม่เกินจำนวน 3 ครั้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้รวมทั้งหมด 50 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)","2023-11-27T14:24:50"],
    [1846,"9a8df30c-69a2-4cda-a0e2-3637ea973f93","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83c0e4-4a49-4d7d-ba41-1ef184010043",14,200,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทที่อยู่ในกลุ่มอาหารดังต่อไปนี้    \n1.1 อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ได้แก่ \n(1) ข้าวเติมวิตามิน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ข้าวเติมวิตามิน\n(2) ครีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ครีม\n(3) ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต\n(4) ชา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชา\n(5) ชาจากพืช ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชาจากพืช\n(6) น้ำมันและไขมัน* ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันและไขมัน\n(7) เนย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนย\n(8) เนยแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยแข็ง\n(9) อาหารกึ่งสำเร็จรูป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป\n(10) เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม\n1.2 อาหารที่ต้องมีฉลาก ได้แก่ \n(1) ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(2) วัตถุแต่งกลิ่นรส ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุแต่งกลิ่นรส\n(3) วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่\n(4) หมากฝรั่งและลูกอม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง หมากฝรั่งและลูกอม\n(5) อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที  \n1.3 อาหารทั่วไป*** ได้แก่ \n(1) พืชและผลิตภัณฑ์ \n(2) เครื่องปรุงรส \n(3) เครื่องเทศ\n(4) ผลิตภัณฑ์สำหรับทำอาหารชนิดต่างๆ ที่ยังไม่พร้อมบริโภค \nหมายเหตุ *น้ำมันและไขมัน เฉพาะน้ำมันและไขมันชนิดอื่น ที่นอกเหนือจากบัญชีหมายเลข 1-3 และน้ำมันและไขมันผสม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 421) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2566 เรื่อง น้ำมันและไขมัน\n**อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที นอกเหนือจาก อาหารขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์ขนมอบ อาหารมื้อหลักที่เป็นอาหารจานเดียว (นิยามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2561) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม แบบจีดีเอ ข้อ 2 (1)(3)(5))\n***อาหารทั่วไป ที่ผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหารตามที่กำหนดสำหรับอาหารนั้นๆ และได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ซึ่งมีความประสงค์จะแสดงเลขสารบบอาหาร\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หากมีการใช้สารใหม่หรือเป็นอาหารใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food)\n4. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องอาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ \n5. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี \n6. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n7. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n8. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n9. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n11. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n12. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n13. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n14. ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุอาหารและหีบห่อ  \n15. ผลิตภัณฑ์อาหาร \"กระเทียมดำ\" จัดเป็นอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที ที่ต้องมีข้อมูลตามแนวทางการพิจารณาอนุญาตกระเทียมดำเป็นอาหาร ศึกษารายละเอียดตามเวปไซด์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/for-entrepreneurs/guidelines-for-granting-black-garlic-as-food\n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n2. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อจำหน่ายในประเทศ การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นแบบแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.8) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n3. กรณีการยื่นคำขอใหม่และแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\nหมายเหตุ : ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141432098365440&name=sorbor7-8.pdf\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้องประเมินผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองให้เป็นไปตามกฎหมายและต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอ โดยการตอบคำถามคัดกรองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ e-Submission\n4. สิ่งที่ต้องปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอ         \n4.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น         \n4.2 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ         \n4.3 แนบไฟล์เอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง         \n4.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต         \n4.5 กรณีที่เจ้าหน้าที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายใน 10 วันทำการ หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันด้วย    \n5. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง 1 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอ ต้องส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น สูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต จุดประสงค์การใช้ วิธีการบริโภค วิธีการใช้ ปริมาณการบริโภค ปริมาณการใช้ ภาชนะบรรจุ การเก็บรักษา ฉลากอาหาร เป็นต้น เพื่ออธิบายชี้แจงเพิ่มเติมในการพิจารณาคำขอ    \n7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n7.1 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ ประเภทอาหารไม่เป็นไปตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n7.2 ผลิตภัณฑ์เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรือ อาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n7.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร หรือวัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์ หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร         \n7.4 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ และไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การห้ามผลิตนำเข้าหรือจำหน่ายอาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุอาหารและหีบห่อ      \n8. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n8.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n8.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.4. ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า เช่น สูตรส่วนประกอบ 100% รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ ฉลากอาหาร กรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับอนุญาต สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 14 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (4 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ)","2023-11-27T14:25:56"],
    [1847,"9a8df948-e968-4c86-9595-7bcbff2fe0b9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร(ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8df2dd-9ac1-42be-b194-62f49b90104d",113,5000,16,"หลักเกณฑ์\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n     1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n     1.2 วัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม\n     1.3 สารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ ข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับสารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์ \n     1.4 สารกลุ่มสตีวิออลไกลโคไซด์ที่มีคุณสมบัติเป็นทั้งวัตถุแต่งกลิ่นรสและสารให้ความหวาน\n     1.5 สารช่วยในกระบวนการผลิต ได้แก่ เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตอาหาร ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดียว, ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ทาหรือสเปรย์เคลือบผิวแม่พิมพ์ขนมอบ เป็นต้น\n\nหมายเหตุ: สำหรับวัตถุเจือปนอาหารที่มีหน้าที่เป็นวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร (วัตถุดูดออกซิเจน (Oxygen absorber) วัตถุกันชื้น (Desiccator หรือ Desiccant), เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนแต่ละเรื่องที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า\n    2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n    2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n3. วัตถุเจือปนอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหารหรือยังไม่ข้อกำหนดการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานหรือเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ.2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ก่อนยื่นคำขอรับเลขสารบบอาหาร \n4. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n5. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร\n\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ\n8. ชื่ออาหาร ต้องมีคำว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” หรือกลุ่มหน้าที่ (functional classes) ในอาหารกำกับไว้ด้วย ตราหรือเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ เรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง\n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ\n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน\n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเวปไซด์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n13. ต้องมีเอกสารสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ รายงานการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และฉลากอาหาร พร้อมคู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี) เก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบ  ณ สถานประกอบการ และแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ   \n\nวิธีการ\n\n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่ - การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท วัตถุเจือปนอาหาร แล้วแต่กรณี ดังนี้\n1.1 กรณีสถานที่ผลิตที่เข้าข่ายโรงงานหรือนำเข้าหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.17) พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n1.2 กรณีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าข่ายโรงงานหรือผลิตเพื่อการส่งออกหรือผลิตแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว   ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกซ์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็ปไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อพิจารณาว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และะใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหารตามแบบ สบ.3/1โดยออกในรูปแบบอิเล็กทอนิกส์ทั้งนี้กรณีที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร /วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n2. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก  ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร พร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ไปได้ด้วยตัวเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) หรือผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.3/1) ไว้ โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\n3. กรณีขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) แบบกระดาษ ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน พร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยกเว้นกรณีที่สถานประกอบการเป็นผลิตแบ่งบรรจุที่ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่องการขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร\n\nหมายเหตุ : \n- สามารถดาวน์โหลดคู่มือการยื่นขออนุญาต (อ.17/สบ.3) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท :วัตถุเจือปนอาหาร ได้ที่เว็บไซด์กองอาหาร\n-กรณีสถานประกอบเป็นผลิตแบ่งบรรจุ ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถติดตามคำขอได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้น ๆ\n\n\nเงื่อนไข\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องดำเนินการ ดังนี้\n\n             2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซด์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66)0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\n            2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์กองอาหาร\nโดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้  \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ยื่นได้ที่ศูนย์รับเรื่อง เข้า-ออก ด้านการบริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n \t- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n\n            2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและหรือมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-submission ภายใน 20 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) หากไม่ดำเนินการตอบคำขอชี้แจงภายในกำหนดเวลาจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n3. ข้อพึงปฏิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารหรือนำเข้าอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n\n3.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n\n3.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ เอกสารสูตรส่วนประกอบ เอกสารกรรมวิธีการผลิต รายงานผลวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และภาชนะบรรจุที่เป็นพลาสติก รายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารอาหาร(ถ้ามี) ฉลากอาหาร คู่มือประกอบการจำหน่าย (ถ้ามี)  หนังสือรับรองสถานที่ผลิต (กรณีนำเข้า) และเอกสารคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุดิบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่สถานประกอบการ หรือ ณ ด่านอาหารและยาที่นำเข้าอาหาร แล้วแต่กรณี สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n\n3.4 กรณีแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณมาตรฐานหรือความปลอดภัยของอาหาร ต้องมีฉลากอาหารที่จัดทำให้ครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษารายละเอียดที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขรายการฉลากอาหารเฉพาะส่วน ที่เป็นไปตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหารไว้แล้ว\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n\n4.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร ยกเว้นหากมีหลักฐานการจัดประเภทอาหารเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยัน สามารถดำเนินการขอคืนเงินค่าคำขอได้\n\n    4.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรืออาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือ วัตถุเจือปนอาหารใหม่ หรือวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n\n    4.3 สูตรส่วนประกอบ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือ มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n    4.4 รายงานผลการวิเคราะห์ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ หรือมีอายุเกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ถึงวันที่รับคำขอ) เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ หรือหน่วยวิเคราะห์ไม่ใช่ส่วนราชการหรือสถาบันที่คณะกรรมการอาหารกำหนด\n\n   4.5 ผลิตภัณฑ์มีชนิดอาหาร หรือสูตรส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการผลิต ไม่เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n\n   4.6 ผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n\n\n\n\n\n\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ แบ่งกรณีดังนี้\n-\tกรณีคำขอใหม่-สูตรส่วนประกอบ 1 รายการ รวมทั้งหมด 104 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (19 วันทำการ) ,ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)\n-\tกรณีคำขอใหม่ -สูตรส่วนประกอบมากกว่า 1 รายการ รวมทั้งหมด 113 วันทำการเป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) ,ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 40 วันทำการ)","2023-11-27T14:22:27"],
    [1848,"9a8ed7a4-b021-4792-b2c7-ca1283797d1d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอย้ายสถานที่ผลิตอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a8eb0d3-d0c7-46c8-a2c0-9ccb2f9822ec",26,500,15,"1. หลักเกณฑ์ \n   1.1 สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.2 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n   1.3 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหารและเปลี่ยนแปลงรายการอาหารกรณีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นแบบการแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ตามแบบ สบ.2 แนบท้ายระเบียบนี้ พร้อมหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบ สบ.2\n   1.4 มาตรา 21 ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตย้ายสถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บอาหาร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1 และ 12)\n   1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมาย  ว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n\n2. สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n   2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n   2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n   2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n   2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n\n3. เงื่อนไข\n   3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n   3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n  3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n                 1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n                 2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n   3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n   3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n   3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต คำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n   3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n   3.8 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n   3.9 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n                (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n                (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n                (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n                (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n   3.10 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n                 1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n                 2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:14:50"],
    [1849,"9a9006e9-8f6f-42b2-87ef-70730f3fb082","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81eba5-e719-4a70-903d-1aa4f306ca66",50,1000,7,"-----หลักเกณฑ์-----\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n1.1 ประเภทเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข \n(ฉบับที่ 425) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง \nโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง (ฉบับที่ 2)\n1.2 ประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ.2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 438) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง (ฉบับที่ 2)\n1.3 ประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 429) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 439) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (ฉบับที่ 2)\n\n2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n2.1 ต้องเป็นอาหารตามข้อ 1. ที่ได้รับอนุญาตคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือ คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหารไว้\n2.2 กรณีขอแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐาน หรือความปลอดภัยของอาหารตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารฉบับปัจจุบัน สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n\n\n-----วิธีการ-----\n1. การยื่นคำขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล \n1.1 คำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) กรณีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ\n1.2 แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ\n\nเงื่อนไข\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือ โทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  \n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n2.3 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฏหมายที่เกี่ยวข้อง, หลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม (https://food.fda.moph.go.th/cannabis/category/production-of-hemp) ก่อนยื่นคำขอฯ โดยการกรอกแบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบอ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ\n2.4 ในกรณีที่แบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือ แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร และเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงแบบฉลาก ไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ไม่เกินจำนวน 3 ครั้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้รวมทั้งหมด 50 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)","2023-11-27T14:24:36"],
    [1850,"9a900d9e-0880-46ae-a693-e0052563cf36","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนหรือคัดสำเนาสถานที่ผลิตอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a900bca-e39d-4c4a-8f84-2c8731971717",25,500,5,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n    1.1 หลักเกณฑ์ \n       1.1.1   มาตรา 22 แห่ง พรบ.อาหาร พ.ศ. 2522 ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาต และยื่นขอรับ   ใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1) \n        1.1.2   คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n    1.2 เงื่อนไข\n        1.2.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n         1.2.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n         1.2.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n                1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n                2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n         1.2.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n         1.2.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n         1.2.6 กรณีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือ ใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ยังเป็นรูปแบบกระดาษ (ใบอนุญาต Type eLo) และเป็นการยื่นเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ผู้ยื่นคำขอต้องระบุประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิต จำนวนกำลังแรงม้าเครื่องจักร และจำนวนคนงาน ซึ่งต้องสอดคล้องตามที่เคยได้รับอนุญาตไว้ รวมทั้งต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ แบบแปลนพื้นสถานที่ผลิตอาหาร รายการเครื่องจักร และผังกรรมวิธีการผลิตอาหาร เพื่อดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและเก็บอาหารในการเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ซึ่งคำขอที่ยื่นจะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น เป็นไปตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n         1.2.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n        1.2.8 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n        1.2.9 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n              (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n              (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n              (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n              (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n        1.2.10 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ:\n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:27:41"],
    [1851,"9a91a404-c010-405e-bb52-16cb8e45e866","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81ebf7-5705-4fc0-9c7e-3edfe857bc17",95,1000,7,"-----หลักเกณฑ์-----\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังต่อไปนี้\n1.1 ประเภทเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข \n(ฉบับที่ 425) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของเมล็ดกัญชง                   \n1.2 ประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 427) พ.ศ.2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 438) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของส่วนของกัญชาหรือกัญชง (ฉบับที่ 2)\n1.3 ประเภทผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 429) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 439) พ.ศ.2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสารสกัดแคนนาบิไดออลเป็นส่วนประกอบ (ฉบับที่ 2)\n\n2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n2.1 ต้องเป็นอาหารตามข้อ 1. ที่ได้รับอนุญาตคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือ คำขออนุญาตใช้ฉลากอาหารไว้\n2.2 กรณีขอแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐาน หรือความปลอดภัยของอาหารตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารฉบับปัจจุบัน สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n\n\n-----วิธีการ-----\n1. การยื่นคำขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล \n1.1 คำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) กรณีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (อ.18) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ\n1.2 แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร กรณีผลิตภัณฑ์ได้รับใบสำคัญการอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (สบ.3/1) ไว้ พร้อมแนบไฟล์รายการเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n\n-----เงื่อนไข-----\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือ โทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1 โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  \n-กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n2.3 ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฏหมายที่เกี่ยวข้อง, หลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม (https://food.fda.moph.go.th/cannabis/category/production-of-hemp) ก่อนยื่นคำขอฯ โดยการกรอกแบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบอ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ\n2.4 ในกรณีที่แบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.19) หรือ แบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร และเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงแบบฉลาก ไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ไม่เกินจำนวน 3 ครั้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ จะต้องผ่านการพิจารณาโดย\nคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ จะต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มจากที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ โดยประมาณ 15-45 วันทำการแล้วแต่กรณี \n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้รวมทั้งหมด 95 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (20 วันทำการ), ระยะเวลาที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/ผู้เชี่ยวชาญ/หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สูงสุด 45 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)","2023-11-27T14:24:42"],
    [1852,"9a921dfb-4c80-42b7-89de-7d353dcef522","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์และแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี เพื่อการส่งออกเท่านั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81ed1a-ad0d-430a-807b-fc84dea1dbf2",1,500,2,"-----หลักเกณฑ์------\n\n1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี หากผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้นไม่มีการจำหน่ายในประเทศไทย ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอรับเลขสารบบอาหาร กรณีประสงค์ขอรับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหารเพื่อรับใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) โดยผลิตภัณฑ์ต้องสามารถจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศผู้สั่งซื้อได้\n\n2. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ประเภทอาหารผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี  แล้วแต่กรณี และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n\n3. กรณีขอแก้ไข ผลิตภัณฑ์ที่ขอแก้ไขต้องได้รับอนุญาตใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี  แล้วแต่กรณี\n\n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามเป็นไปตามข้อกำหนดหรือกฎหมายของประเทศผู้สั่งซื้อ\n\n5. การแสดงฉลากอาหาร ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจะแสดงเป็นข้อความภาษาใดก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องระบุประเทศผู้ผลิต และเลขสารบบอาหาร หรือเลขสถานที่ผลิตอาหาร หรือชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิตอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ (ดูรายละเอียดที่ คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี) \n    \n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/food-law/category/prohibited-food-to-be-produced-imported-or-sold/)\n\n7. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี \n\nทั้งนี้ ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) เพื่อการส่งออกเท่านั้นภายในประเทศไทยได้\n\nหมายเหตุ : สามารถดาวน์โหลดคู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=470850486388531200&name=Manual_5.1.pdf\n\n-----วิธีการ-----\n\n1. หากประสงค์ยื่นขออนุญาตผลิตเพื่อการส่งออก ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อแจ้งข้อมูลครบถ้วน ผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร ตามแบบ สบ.5/1 อัตโนมัติ โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ดูรายละเอียด คู่มือการยื่นคำขออนุญาตและคำขอแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์ สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141543629103104&name=Esub_supplement.pdf)\n\n2. การแก้ไขรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ให้ยื่นแบบแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหารที่ได้รับอนุญาตไว้ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อแจ้งข้อมูลครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญจดทะเบียนอาหาร พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข ตามแบบ สบ.5/1 อัตโนมัติ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์   (ดูรายละเอียด คู่มือการยื่นคำขออนุญาตและคำขอแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์ สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141543629103104&name=Esub_supplement.pdf)\n\n3. การเพิ่มชื่ออาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อแจ้งข้อมูลครบถ้วน ผู้อนุญาตจะออกหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร อัตโนมัติ โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ดูรายละเอียดคู่มือการยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141307015831552&name=label_e-sub.pdf)\n\n-----เงื่อนไข-----    \n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n   2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@dga.or.th หรือโทร 0 2612 6060 ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n   2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n       -กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n       -กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n\n3. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   3.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้ คำขอฯที่ได้รับอนุญาต, เอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศผู้สั่งซื้อได้พร้อมสูตรส่วนประกอบ, เอกสารข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณา (ถ้ามี)","2023-11-27T14:23:14"],
    [1853,"9a938f1f-2ffb-415a-89ab-4bd294afbe0c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a938683-b751-4631-a986-7576e98db5dc",1,200,3,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทที่อยู่ในกลุ่มอาหารดังต่อไปนี้    \n1.1 อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ได้แก่ \n(1) ข้าวเติมวิตามิน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ข้าวเติมวิตามิน\n(2) ครีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ครีม\n(3) ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต\n(4) ชา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชา\n(5) ชาจากพืช ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชาจากพืช\n(6) น้ำมันและไขมัน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันและไขมัน\n(7) เนย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนย\n(8) เนยแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยแข็ง\n(9) อาหารกึ่งสำเร็จรูป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป\n(10) เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม\n(11) กาแฟ 100% (กาแฟที่ไม่ได้มีการผสมสิ่งอื่นๆ)* ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n(12) เกลือบริโภค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เกลือบริโภค \n(13) ไข่เยี่ยวม้า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไข่เยี่ยวม้า \n(14) ซอสบางชนิด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ซอสบางชนิด\n(15) น้ำแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำแข็ง\n(16) น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท \n(17) น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(18) น้ำปลา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำปลา\n(19) น้ำผึ้ง** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำผึ้ง\n(20) น้ำมันเนย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันเนย\n(21) น้ำแร่ธรรมชาติ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำแร่ธรรมชาติ\n(22) น้ำส้มสายชู ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำส้มสายชู\n(23) เนยใสหรือกี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยใสหรือกี\n(24) ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง\n(25) แยม เยลลีและมาร์มาเลดในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง แยม เยลลีและมาร์มาเลดในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(26) น้ำเกลือปรุงอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำเกลือปรุงอาหาร\n(27) น้ำมันปลา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันปลา\n(28) ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้\n1.2 อาหารที่ต้องมีฉลาก ได้แก่ \n(1) ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(2) วัตถุแต่งกลิ่นรส ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุแต่งกลิ่นรส\n(3) วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่\n(4) หมากฝรั่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง หมากฝรั่งและลูกอม\n(5) ลูกอม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง หมากฝรั่งและลูกอม\n(6) ขนมปัง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ขนมปัง\n(7) แป้งข้าวกล้อง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง แป้งข้าวกล้อง\n(8) ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์\n(9) อาหารพร้อมปรุง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที    \n(10) อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที    \n1.3 อาหารทั่วไป*** ได้แก่ \n(1) พืชและผลิตภัณฑ์ \n(2) เครื่องปรุงรส \n(3) เครื่องเทศ\n(4) ผลิตภัณฑ์สำหรับทำอาหารชนิดต่างๆ ที่ยังไม่พร้อมบริโภค \n(5) สัตว์และผลิตภัณฑ์ \n(6) แป้งและผลิตภัณฑ์\n(7) ข้าวในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่าย\n(8) น้ำตาล\n(9) ผักหรือผลไม้สดบางชนิด (การคัดและบรรจุ)****            \nหมายเหตุ *กาแฟไม่รวม กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ  \n**น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และน้ำผึ้ง กรณีที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ไม่ต้องยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร (แบบ สบ.1) และจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.7) แต่สถานที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหาร หากผู้ผลิตที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานประสงค์จะขอรับเลขสารบบอาหารก็ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิต (แบบ สบ.1) และจดทะเบียนอาหาร(แบบ สบ.7) ด้วยก็ได้   \n***อาหารทั่วไป ที่ผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหารตามที่กำหนดสำหรับอาหารนั้นๆ และได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ซึ่งมีความประสงค์จะแสดงเลขสารบบอาหาร\n****ผักหรือผลไม้สดบางชนิด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ. 2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษา ผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก\n2. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารประเภทตามที่ระบุในข้อ 1 (แล้วแต่กรณี) และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ รวมทั้งกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \nทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. คุณภาพหรือมาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือกฎหมายของประเทศคู่ค้า \nทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) เพื่อการส่งออกภายในประเทศไทย\n4. ผลิตภัณฑ์ตามข้อ 1 หากผลิตเพื่อจำหน่ายในการส่งออกโดยไม่มีการจำหน่ายในประเทศไทย ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอรับเลขสารบบอาหาร กรณีประสงค์จะขอเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) เพื่อรับใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) \n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) อัตโนมัติ โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n2. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออก การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.8) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n3. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\nหมายเหตุ : ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141432098365440&name=sorbor7-8.pdf\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. สิ่งที่ต้องปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอ         \n3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น         \n3.2 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ         \n3.3 แนบไฟล์เอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง         \n3.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต         \n4. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต เช่น สูตรส่วนประกอบ 100% รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ ฉลากอาหาร กรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับอนุญาต สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย","2023-11-27T14:26:47"],
    [1854,"9a939332-2dd4-44ff-807d-1b3860b08a28","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตและแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น [N]","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a939059-ba8b-42ea-a5bf-5418bb8aa662",1,500,2,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังนี้        \n1.1 นมโค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมโค        \n1.2 นมปรุงแต่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมปรุงแต่ง        \n1.3 นมเปรี้ยว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมเปรี้ยว        \n1.4 ผลิตภัณฑ์ของนม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของนม        \n1.5 ไอศกรีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไอศกรีม        \n1.6 เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.7 อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.8 กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n1.9 เครื่องดื่มเกลือแร่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มเกลือแร่    \n2. กรณีขอแก้ไขผลิตภัณฑ์ต้องได้รับอนุญาตใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี    \n3. การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารประเภทตามที่ระบุในข้อ 1 และยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ รวมทั้งกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \nทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n4. คุณภาพหรือมาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือกฎหมายของประเทศคู่ค้า \nทั้งนี้ไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) เพื่อการส่งออกภายในประเทศไทย\n5. ผลิตภัณฑ์ตามข้อ 1 หากผลิตเพื่อจำหน่ายในการส่งออกโดยไม่มีการจำหน่ายในประเทศไทย ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอรับเลขสารบบอาหาร กรณีประสงค์จะขอเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.5) เพื่อรับใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) \n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.5) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) อัตโนมัติ โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n2. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออก การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) อัตโนมัติ พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n3. กรณีขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออก ให้ยื่นหนังสือชี้แจงการขอเพิ่มฉลากอาหารที่ผลิตเพื่อการส่งออกจำหน่ายนอกราชอาณาจักรพร้อมฉลากอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขอเพิ่มชื่ออาหารหรือฉลากอาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น สำหรับอาหารทุกประเภท\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n3.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n3.2 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต ได้แก่ สูตรส่วนประกอบ 100% รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ และกรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่ผลิต สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย","2023-11-27T14:25:49"],
    [1855,"9a93c9d4-c1f6-452e-9d68-3a7e1a78e7ed","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a93ac4d-d906-4365-a3b9-7be58fa743ea",59,200,5,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทที่อยู่ในกลุ่มอาหารดังต่อไปนี้    \n1.1 อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ได้แก่ \n(1) ข้าวเติมวิตามิน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ข้าวเติมวิตามิน\n(2) ครีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ครีม\n(3) ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต\n(4) ชา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชา\n(5) ชาจากพืช ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชาจากพืช\n(6) น้ำมันและไขมัน* ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันและไขมัน\n(7) เนย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนย\n(8) เนยแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยแข็ง\n(9) อาหารกึ่งสำเร็จรูป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป\n(10) เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม\n(11) ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้\n1.2 อาหารที่ต้องมีฉลาก ได้แก่ \n(1) ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(2) วัตถุแต่งกลิ่นรส ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุแต่งกลิ่นรส\n(3) วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่\n(4) หมากฝรั่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง หมากฝรั่งและลูกอม\n(5) ลูกอม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง หมากฝรั่งและลูกอม\n(6) อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที  \n1.3 อาหารทั่วไป*** ได้แก่ \n(1) พืชและผลิตภัณฑ์ \n(2) เครื่องปรุงรส \n(3) เครื่องเทศ\n(4) ผลิตภัณฑ์สำหรับทำอาหารชนิดต่างๆ ที่ยังไม่พร้อมบริโภค \nหมายเหตุ *น้ำมันและไขมัน เฉพาะน้ำมันและไขมันชนิดอื่น ที่นอกเหนือจากบัญชีหมายเลข 1-3 และน้ำมันและไขมันผสม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 421) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง น้ำมันและไขมัน\n**อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที นอกเหนือจาก อาหารขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์ขนมอบ อาหารมื้อหลักที่เป็นอาหารจานเดียว (นิยามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2561) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม แบบจีดีเอ ข้อ 2 (1)(3)(5))\n***อาหารทั่วไป ที่ผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหารตามที่กำหนดสำหรับอาหารนั้นๆ และได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ซึ่งมีความประสงค์จะแสดงเลขสารบบอาหาร\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หากมีการใช้สารใหม่หรือเป็นอาหารใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food)\n4. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องอาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ \n5. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี \n6. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n7. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n8. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n9. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n11. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n12. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n13. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n14. ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุอาหารและหีบห่อ  \n15. ผลิตภัณฑ์อาหาร \"กระเทียมดำ\" จัดเป็นอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที ที่ต้องมีข้อมูลตามแนวทางการพิจารณาอนุญาตกระเทียมดำเป็นอาหาร ศึกษารายละเอียดตามเวปไซด์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/for-entrepreneurs/guidelines-for-granting-black-garlic-as-food\n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n2. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อจำหน่ายในประเทศ การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นแบบแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.8) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n3. กรณีการยื่นคำขอใหม่และแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\nหมายเหตุ : ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141432098365440&name=sorbor7-8.pdf\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้องประเมินผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองให้เป็นไปตามกฎหมายและต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอ โดยการตอบคำถามคัดกรองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ e-Submission\n4. สิ่งที่ต้องปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอ         \n4.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น         \n4.2 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ         \n4.3 แนบไฟล์เอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง         \n4.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต         \n4.5 กรณีที่เจ้าหน้าที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายใน 10 วันทำการ หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันด้วย    \n5. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง 1 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอ ต้องส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น สูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต จุดประสงค์การใช้ วิธีการบริโภค วิธีการใช้ ปริมาณการบริโภค ปริมาณการใช้ ภาชนะบรรจุ การเก็บรักษา ฉลากอาหาร เป็นต้น เพื่ออธิบายชี้แจงเพิ่มเติมในการพิจารณาคำขอ    \n7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n7.1 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ ประเภทอาหารไม่เป็นไปตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n7.2 ผลิตภัณฑ์เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรือ อาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n7.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร หรือวัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์ หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร \n7.4 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ และไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การห้ามผลิตนำเข้าหรือจำหน่ายอาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุอาหารและหีบห่อ      \n8. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n8.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n8.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.4. ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า เช่น สูตรส่วนประกอบ 100% รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ ฉลากอาหาร กรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับอนุญาต สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 59 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (49 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ)","2023-11-27T14:26:04"],
    [1856,"9a93d70e-7412-4745-9e8f-e01ab34c2af5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีการอนุญาตผ่านระบบแบบอัตโนมัติ Auto e-Submission[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a93cdfb-e640-455e-8d4f-490988bcb072",1,200,5,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทที่อยู่ในกลุ่มอาหารดังต่อไปนี้    \n1.1 อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ได้แก่ \n(1) กาแฟ 100% (กาแฟที่ไม่ได้มีการผสมสิ่งอื่นๆ)* ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n(2) เกลือบริโภค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เกลือบริโภค \n(3) ไข่เยี่ยวม้า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไข่เยี่ยวม้า \n(4) ซอสบางชนิด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ซอสบางชนิด\n(5) น้ำแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำแข็ง\n(6) น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท \n(7) น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(8) น้ำปลา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำปลา\n(9) น้ำผึ้ง** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำผึ้ง\n(10) น้ำมันเนย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันเนย\n(11) น้ำมันและไขมัน*** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันและไขมัน\n(12) น้ำแร่ธรรมชาติ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำแร่ธรรมชาติ\n(13) น้ำส้มสายชู ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำส้มสายชู\n(14) เนยใสหรือกี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยใสหรือกี\n(15) ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง\n(16) แยม เยลลีและมาร์มาเลดในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง แยม เยลลีและมาร์มาเลดในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(17) น้ำเกลือปรุงอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำเกลือปรุงอาหาร\n(18) น้ำมันปลา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันปลา\n1.2 อาหารที่ต้องมีฉลาก ได้แก่ \n(1) ขนมปัง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ขนมปัง\n(2) แป้งข้าวกล้อง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง แป้งข้าวกล้อง\n(3) ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์\n(4) อาหารพร้อมปรุง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที    \n(5) อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที**** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที    \n1.3 อาหารทั่วไป***** ได้แก่ \n(1) สัตว์และผลิตภัณฑ์ \n(2) แป้งและผลิตภัณฑ์\n(3) ข้าวในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่าย\n(4) น้ำตาล\n(5) ผักหรือผลไม้สดบางชนิด (การคัดและบรรจุ)******            \nหมายเหตุ *กาแฟไม่รวม กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ  \n**น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และน้ำผึ้ง กรณีที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ไม่ต้องยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร (แบบ สบ.1) และจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.7) แต่สถานที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหาร หากผู้ผลิตที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานประสงค์จะขอรับเลขสารบบอาหารก็ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิต (แบบ สบ.1) และจดทะเบียนอาหาร(แบบ สบ.7) ด้วยก็ได้  \n***น้ำมันและไขมันที่ได้จากพืช/ สัตว์/ สิ่งมีชีวิตที่มีแหล่งกำเนิดจากทะเล จากบัญชีหมายเลข 1-3 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 421) พ.ศ. 2564 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง น้ำมันและไขมัน\n****อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที ที่เป็นชนิดตามนิยามที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2561) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง อาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ และค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม แบบจีดีเอ ข้อ 2 (1)(3)(5) \n- อาหารขบเคี้ยว ได้แก่ (1) มันฝรั่ง ทอด หรืออบกรอบ (2) ข้าวโพด คั่ว ทอด หรืออบกรอบ (3) ข้าวเกรียบ ทอด หรืออบกรอบ หรืออาหารขบเคี้ยวชนิดอบพอง (4) ถั่วหรือนัตหรือเมล็ดพืชอื่น ทอด หรืออบกรอบ หรืออบเกลือ หรือเคลือบปรุงรส (5) สาหร่าย ทอด หรืออบกรอบ หรือปรุงรส (6) เนื้อสัตว์ที่ทำเป็นเส้น แผ่น ทอด หรืออบกรอบ หรือปรุงรส (7) อาหารขบเคี้ยวตาม (1) - (6) ผสมกันมากกว่า 1 ชนิด\n- ผลิตภัณฑ์ขนมอบ ได้แก่ (1) ขนมปังกรอบ หรือแครกเกอร์ หรือบิสกิต (2) เวเฟอร์สอดไส้ (3) คุกกี้ (4) เค้ก (5) พาย เพสตรี ทั้งชนิดที่มีและไม่มีไส้                    \n- อาหารมื้อหลักที่เป็นอาหารจานเดียว ซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นหรือตู้แช่แข็งหรือไม่ก็ได้\n*****อาหารทั่วไป ที่ผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหารตามที่กำหนดสำหรับอาหารนั้นๆ และได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ซึ่งมีความประสงค์จะแสดงเลขสารบบอาหาร\n\n******ผักหรือผลไม้สดบางชนิด รายชื่อตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ. 2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษา ผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต \n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หากมีการใช้สารใหม่หรือเป็นอาหารใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food)\n4. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องอาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ \n5. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี \n6. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n7. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n8. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n9. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n11. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n12. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n13. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n14. ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุอาหารและหีบห่อ  \n15. ผลิตภัณฑ์อาหาร \"กระเทียมดำ\" จัดเป็นอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที ที่ต้องมีข้อมูลตามแนวทางการพิจารณาอนุญาตกระเทียมดำเป็นอาหาร ศึกษารายละเอียดตามเวปไซด์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/for-entrepreneurs/guidelines-for-granting-black-garlic-as-food\n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) อัตโนมัติ โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์\n2. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อจำหน่ายในประเทศ การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นแบบแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.8) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ได้ด้วยตนเอง (Automatic) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะได้รับใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) อัตโนมัติ พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n3. กรณีการยื่นคำขอใหม่และแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\nหมายเหตุ : ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141432098365440&name=sorbor7-8.pdf\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้องประเมินผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองให้เป็นไปตามกฎหมายและต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอ โดยการตอบคำถามคัดกรองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ e-Submission\n4. สิ่งที่ต้องปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอ         \n4.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น         \n4.2 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ         \n4.3 แนบไฟล์เอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง         \n4.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต         \n5. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n5.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n5.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n5.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า เช่น สูตรส่วนประกอบ 100% รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ ฉลากอาหาร กรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับอนุญาต สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย","2023-11-27T14:26:34"],
    [1857,"9a93ded2-a209-4801-81da-01340383cd98","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a93d8a1-8494-4639-97df-606fb563bf56",59,200,8,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทที่อยู่ในกลุ่มอาหารดังต่อไปนี้    \n1.1 อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ได้แก่ \n(1) ข้าวเติมวิตามิน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ข้าวเติมวิตามิน\n(2) ครีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ครีม\n(3) ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ช็อกโกแลตและผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต\n(4) ชา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชา\n(5) ชาจากพืช ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ชาจากพืช\n(6) น้ำมันและไขมัน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันและไขมัน\n(7) เนย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนย\n(8) เนยแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยแข็ง\n(9) อาหารกึ่งสำเร็จรูป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป\n(10) เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนยเทียมและผลิตภัณฑ์เนยผสม\n(11) กาแฟ 100% (กาแฟที่ไม่ได้มีการผสมสิ่งอื่นๆ)* ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n(12) เกลือบริโภค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เกลือบริโภค \n(13) ไข่เยี่ยวม้า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไข่เยี่ยวม้า \n(14) ซอสบางชนิด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ซอสบางชนิด\n(15) น้ำแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำแข็ง\n(16) น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท \n(17) น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(18) น้ำปลา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำปลา\n(19) น้ำผึ้ง** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำผึ้ง\n(20) น้ำมันเนย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันเนย\n(21) น้ำแร่ธรรมชาติ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำแร่ธรรมชาติ\n(22) น้ำส้มสายชู ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำส้มสายชู\n(23) เนยใสหรือกี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เนยใสหรือกี\n(24) ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง\n(25) แยม เยลลีและมาร์มาเลดในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง แยม เยลลีและมาร์มาเลดในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(26) น้ำเกลือปรุงอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำเกลือปรุงอาหาร\n(27) น้ำมันปลา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง น้ำมันปลา\n(28) ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้\n1.2 อาหารที่ต้องมีฉลาก ได้แก่ \n(1) ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n(2) วัตถุแต่งกลิ่นรส ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุแต่งกลิ่นรส\n(3) วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่\n(4) หมากฝรั่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง หมากฝรั่งและลูกอม\n(5) ลูกอม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง หมากฝรั่งและลูกอม\n(6) ขนมปัง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ขนมปัง\n(7) แป้งข้าวกล้อง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง แป้งข้าวกล้อง\n(8) ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์\n(9) อาหารพร้อมปรุง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที    \n(10) อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที    \n1.3 อาหารทั่วไป*** ได้แก่ \n(1) พืชและผลิตภัณฑ์ \n(2) เครื่องปรุงรส \n(3) เครื่องเทศ\n(4) ผลิตภัณฑ์สำหรับทำอาหารชนิดต่างๆ ที่ยังไม่พร้อมบริโภค \n(5) สัตว์และผลิตภัณฑ์ \n(6) แป้งและผลิตภัณฑ์\n(7) ข้าวในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่าย\n(8) น้ำตาล\n(9) ผักหรือผลไม้สดบางชนิด (การคัดและบรรจุ)****            \nหมายเหตุ *กาแฟไม่รวม กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ  \n**น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และน้ำผึ้ง กรณีที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ไม่ต้องยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร (แบบ สบ.1) และจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.7) แต่สถานที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหาร หากผู้ผลิตที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานประสงค์จะขอรับเลขสารบบอาหารก็ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิต (แบบ สบ.1) และจดทะเบียนอาหาร(แบบ สบ.7) ด้วยก็ได้   \n***อาหารทั่วไป ที่ผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหารตามที่กำหนดสำหรับอาหารนั้นๆ และได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ซึ่งมีความประสงค์จะแสดงเลขสารบบอาหาร\n****ผักหรือผลไม้สดบางชนิด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ. 2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษา ผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. ผลิตภัณฑ์ตามข้อ 1 ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) ทั้งนี้การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ต้องส่งมอบฉลากให้ตรวจอนุมัติก่อน\n4. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องอาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ \n5. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี \n6. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n7. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n8. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n9. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n11. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n12. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n13. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n14. ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุอาหารและหีบห่อ  \n15. ผลิตภัณฑ์อาหาร \"กระเทียมดำ\" จัดเป็นอาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที ที่ต้องมีข้อมูลตามแนวทางการพิจารณาอนุญาตกระเทียมดำเป็นอาหาร ศึกษารายละเอียดตามเวปไซด์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/for-entrepreneurs/guidelines-for-granting-black-garlic-as-food\n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมแนบแบบฉลาก และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n2. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อจำหน่ายในประเทศ การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นแบบแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.8) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการแจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.7/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n3. กรณีการยื่นคำขอใหม่และแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากอาหารควบคุมเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี อาหารวัตถุประสงค์พิเศษ นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\nหมายเหตุ : ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร\nhttps://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141432098365440&name=sorbor7-8.pdf\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. ผู้ยื่นขออนุญาต ต้องประเมินผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองให้เป็นไปตามกฎหมายและต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอ โดยการตอบคำถามคัดกรองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ e-Submission\n4. สิ่งที่ต้องปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอ         \n4.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น         \n4.2 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ         \n4.3 แนบไฟล์เอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง         \n4.4 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต         \n4.5 กรณีที่เจ้าหน้าที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายใน 10 วันทำการ หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบยืนยันด้วย    \n5. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง 1 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n6. กรณีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุในคำขอ ต้องส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น สูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต จุดประสงค์การใช้ วิธีการบริโภค วิธีการใช้ ปริมาณการบริโภค ปริมาณการใช้ ภาชนะบรรจุ การเก็บรักษา ฉลากอาหาร เป็นต้น เพื่ออธิบายชี้แจงเพิ่มเติมในการพิจารณาคำขอ    \n7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n7.1 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ ประเภทอาหารไม่เป็นไปตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n7.2 ผลิตภัณฑ์เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ \n7.3 ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอฯ มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร หรือวัตถุเจือปนอาหารไม่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเฉพาะของผลิตภัณฑ์ หรือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร \n7.4 ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ และไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การห้ามผลิตนำเข้าหรือจำหน่ายอาหารที่มีการบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารในภาชนะบรรจุอาหารและหีบห่อ      \n8. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n8.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n8.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n8.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า เช่น สูตรส่วนประกอบ 100% รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ ฉลากอาหาร กรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับอนุญาต สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 59 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (49 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ)","2023-11-27T14:26:41"],
    [1858,"9a93e242-93f0-47ec-b71a-e60c10571c87","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบการขออนุญาตเกี่ยวกับสารกาเฟอีน (Caffeine) ตามประกาศกรมการค้าภายใน พ.ศ. 2546 สำหรับการผลิตเครื่องดื่มผสมกาเฟอีน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a938e2f-93b8-4be3-a2a3-baeebe174876",30,1000,2,"หลักเกณฑ์\n1. กาเฟอีน (Caffeine) หมายถึง สารประกอบที่มีชื่อทางเคมีว่า 3, 7-Dihydro-1, 3, 7-trimethyl-1H-purine-2, 6-dione; 1, 3, 7-trimethylxanthine; 1, 3, 7-trimethyl-2, 6-di-oxopurine, caffeine; thein; guaranine; methyltheobromine; สูตรทางเคมี C8H10N4O2 และเกลือของสารดังกล่าวตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ 2939.30 และ 3003.40 \n2. ผลิตภัณฑ์ที่เติมสารกาเฟอีน\n2.1 ต้องเป็นอาหารประเภทเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\n2.2 ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิต และใบอนุญาตที่ได้รับยังมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n2.3 ต้องได้รับเลขสารบบอาหารแล้ว และมีรายละเอียดชื่ออาหาร สูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต และมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ยกเว้นการผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น\nวิธีการ\n1. ยื่นเอกสารการขออนุญาต ต่อเจ้าหน้าที่ ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC)   \n    - หนังสือมอบอำนาจและแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ และหนังสือมอบอำนาจ(กรณีผู้ดำเนินกิจการไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเอง) พร้อมเอกสารการมอบอำนาจ\n   - คำขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบการขออนุญาตเกี่ยวกับสารกาเฟอีนตามประกาศกรมการค้าภายใน พ.ศ. 2546 (แบบ รภ.01) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนถูกต้องตามข้อเท็จจริง พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา ตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องสำหรับการขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบการขออนุญาตเกี่ยวกับสารกาเฟอีนตามประกาศกรมการค้าภายใน พ.ศ. 2546 \n2. เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) ตรวจสอบเอกสารประกอบการพิจารณาตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ, ออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียม: ค่ารับรองการครอบครองกาเฟอีน, รับใบเสร็จค่าธรรมเนียม, ออกใบนัดรับฟังผล, รวบรวมชุดเอกสารคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งชุด ส่งจ้าหน้าที่กองอาหาร (1 วันทำการ: ส่งในวันทำการถัดไปหลังรับเอกสาร)\n3. เจ้าหน้าที่กองอาหารพิจารณาคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา \nหากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือเอกสารไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะติดต่อผู้ยื่นคำขอตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้ ภายใน 7 วันทำการ เพื่อให้ผู้ประกอบการแก้ไขข้อบกพร่องและ/หรือส่งเอกสารเพิ่มเติมกลับมา ภายใน 10 วันทำการ\n4. เจ้าหน้าที่กองอาหารทวนสอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน ตามที่ผู้ขอแจ้งไว้ในคำขอ ว่ามีการใช้สารกาเฟอีนจริง พร้อมจัดสำเนาเอกสารการอนุญาตผลิตภัณฑ์เพื่อแนบประกอบหนังสือรับรอง\nกรณีเป็นการอนุญาตแบบกระดาษ และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถค้นหาข้อมูลจากระบบการอนุญาตได้ จะให้ผู้ขอส่งสำเนาการได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์ และจะขอหลักฐานการอนุญาตผลิตภัณฑ์และสูตรส่วนประกอบจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดผู้อนุญาต (7 วันทำการ)\n5. เจ้าหน้าที่กองอาหารจัดชุดเอกสารและหนังสือรับรอง เสนอผู้มีอำนาจลงนามหนังสือรับรอง ตามลำดับชั้น \n6. เลขาธิการ หรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย ลงนามหนังสือรับรอง (5 วันทำการ)\n7.แจ้งผู้ประกอบการมารับหนังสือรับรองฯ ที่กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ลงนามในคำขอต้องเป็นผู้ดำเนินกิจการตามใบอนุญาตผลิตอาหาร (หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1/1) แล้วแต่กรณี) หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินกิจการตามหนังสือมอบอำนาจและแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ที่ลงนามโดยกรรมการที่มีอำนาจผูกพันบริษัทตามหนังสือรับรองนิติบุคคล หรือใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีบุคคลธรรมดา)\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามโดยกรรมการที่มีอำนาจผูกพันบริษัทตามหนังสือรับรองนิติบุคคล หรือใบทะเบียนพาณิชย์ (กรณีบุคคลธรรมดา) ให้ดำเนินการยื่นคำขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบการอนุญาตเกี่ยวกับสารกาเฟอีน เป็นผู้ที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมาย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ มีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการมอบอำนาจ และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n2.1 ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center: OSSC) (อาคาร 8) ชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n2.2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่\n3. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n3.1 ใบอนุญาตสถานที่ผลิตขาดต่ออายุหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต\n3.2 ผลิตภัณฑ์ไม่มีเลขสารบบอาหาร ยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น หรือถูกยกเลิกเลขสารบบอาหาร หรือตรวจพบภายหลังว่าไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและไม่สามารถทำการแก้ไขได้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่อง เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องชี้แจง แก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาและจำนวนครั้งที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ แบ่งระยะเวลาเป็นดังนี้\n-ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 30 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาและผู้มีอำนาจลงนาม (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ)","2024-04-29T14:22:00"],
    [1859,"9a940635-123d-4b7f-9b34-26920ec65bc7","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ประเภทวัตถุเจือปนอาหาร/ วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร [ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a907341-28a7-4a30-a349-a745fc7eec7b",50,1000,6,"หลักเกณฑ์\n   1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทดังต่อไปนี้\n      1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n      1.2 วัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม\n      1.3 วัตถุเจือปนอาหารประเภทวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารประเภทวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร\n      1.4 เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 443) พ.ศ. 2566 เรื่อง เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร\n      1.5 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 412) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร\n    2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n       2.1 ต้องเป็นอาหารตามข้อ 1. ที่ได้รับอนุญาตคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหารแล้ว\n       2.2 การขอแก้ไขฉลากที่ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ มาตรฐาน หรือความปลอดภัยของอาหารตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n       2.3 การขอเพิ่มชื่อหรือฉลากเพื่อการส่งออกเท่านั้น สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนที่จัดทำแยกไว้แล้ว\n\nวิธีการ\n     การแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ประเภทวัตถุเจือปนอาหาร เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร และอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล ให้ยื่นแบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบอ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.4) พร้อมเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง ต่อผู้อนุญาตด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (e-Submission อาหาร)  และเมื่อเห็นว่า คำขอถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสําคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหารที่ระบุประวัติการแก้ไขตามแบบ อ.18 (อิเล็กทรอนิกส์) หรือ แบบ สบ.3/1 (อิเล็กทรอนิกส์)\n\nเงื่อนไข\n    1. การแก้ไขผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ในการยื่นคำขอฯ\n    2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n       2.1 เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย โดยให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร)\n           กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC)  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อาคาร 6 ชั้น 4 \n           กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ยื่นได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นั้น ๆ (เฉพาะวัตถุเจือปนอาหารที่ผลิตโดยวิธีแบ่งบรรจุ)\n       2.2 ต้องเปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000)  และเปิดสิทธิ์เข้าถึงระบบ e-Submission อาหาร โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร และยื่นคำขอเปิดสิทธิฯ ได้ที่ อย. หรือ สสจ. แล้วแต่กรณี  ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย \n       2.3 ประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง http://www.fda.moph.go.th/sites/food/SitePages/FoodAdditives.aspx หลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม http://www.fda.moph.go.th/sites/food/SitePages/Manual.aspx)  ก่อนยื่นคำขอฯ \n       2.4 จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมด (รวมถึงเอกสารที่ไม่ได้ใช้ยื่นประกอบการขอแก้ไข) ไว้ ณ สถานประกอบการเพื่อการตรวจสอบภายหลัง \n    3. ในกรณีที่แบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบอ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงแบบฉลากไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจงผ่านระบบ e-Submission อาหาร  โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 3 ครั้ง ๆ ละ 10 วันทำการ) นับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ส่งคำชี้แจง  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ผู้อนุญาตจะดำเนินการคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n    4. ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 44-50 วันทำการ (เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (14-20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)\n    5. ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ จะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ โดยประมาณ 20 วันทำการ สามารถศึกษาจากคู่มือสำหรับประชาชนที่จัดทำแยกไว้แล้ว","2023-11-27T14:24:30"],
    [1860,"9a9421a3-7b4e-49e5-8ab6-02d7ce37e07e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว สำหรับอาหารประเภทวัตถุเจือปนอาหาร/ วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานอาหาร/เอนไซม์ที่ใช้สำหรับการผลิตอาหาร/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร [ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a940757-1ab4-4ee8-bdb5-ce913a9ed949",70,1000,6,"หลักเกณฑ์\n   1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภทดังต่อไปนี้\n      1.1 วัตถุเจือปนอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n      1.2 วัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารลักษณะผสม\n      1.3 วัตถุเจือปนอาหารประเภทวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารประเภทวัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร\n      1.4 เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 443) พ.ศ. 2566 เรื่อง เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร\n      1.5 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 412) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร\n    2. ผลิตภัณฑ์ที่ยื่น\n       2.1 ต้องเป็นอาหารตามข้อ 1. ที่ได้รับอนุญาตคำขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือคำขออนุญาตใช้ฉลากอาหารแล้ว\n       2.2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาโดยคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ \n\nวิธีการ\n     การแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้ว ประเภทวัตถุเจือปนอาหาร เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร และอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเฉพาะวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล ให้ยื่นแบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบอ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร (แบบ สบ.4) พร้อมเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง ต่อผู้อนุญาตด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (e-Submission อาหาร)  และเมื่อเห็นว่า คำขอถูกต้องครบถ้วน ผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสําคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหารที่ระบุประวัติการแก้ไขตามแบบ อ.18 (อิเล็กทรอนิกส์) หรือ แบบ สบ.3/1 (อิเล็กทรอนิกส์)\n\nเงื่อนไข\n    1. การแก้ไขผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ในการยื่นคำขอฯ\n    2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n       2.1 เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคล ให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย โดยให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร)\n           กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC)  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อาคาร 6 ชั้น 4 \n           กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ยื่นได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นั้น ๆ (เฉพาะวัตถุเจือปนอาหารที่ผลิตโดยวิธีแบ่งบรรจุ)\n       2.2 ต้องเปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000)  และเปิดสิทธิ์เข้าถึงระบบ e-Submission อาหาร โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร และยื่นคำขอเปิดสิทธิฯ ได้ที่ อย. หรือ สสจ. แล้วแต่กรณี  ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย \n       2.3 ประเมินและจัดเตรียมเอกสารตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (checklist) ด้วยตนเอง (ศึกษารายละเอียดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง http://www.fda.moph.go.th/sites/food/SitePages/FoodAdditives.aspx หลักเกณฑ์และรายการเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม http://www.fda.moph.go.th/sites/food/SitePages/Manual.aspx)  ก่อนยื่นคำขอฯ \n       2.4 จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมด (รวมถึงเอกสารที่ไม่ได้ใช้ยื่นประกอบการขอแก้ไข) ไว้ ณ สถานประกอบการเพื่อการตรวจสอบภายหลัง \n    3. ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 64-70 วันทำการ (เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (14-20 วันทำการ) ระยะเวลาที่คณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญพิจารณา (20 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 30 วันทำการ)\n    4. ในกรณีที่แบบคำขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร (แบบอ.19) หรือแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตใช้ฉลากอาหาร และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงแบบฉลากไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจงผ่านระบบ e-Submission อาหาร  โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 3 ครั้ง ๆ ละ 10 วันทำการ) นับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ส่งคำชี้แจง  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ผู้อนุญาตจะดำเนินการคืนคำขอโดยไม่คืนค่าใช้จ่าย","2023-11-27T14:25:16"],
    [1861,"9a945d5b-fb5b-4a7f-9dc5-a751bc2f1568","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการผลิตอาหาร กรณีตรวจประเมินสถานที่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a942dde-d362-4b48-b39c-84eb71d34db6",26,500,16,"1.1 หลักเกณฑ์ \n    1.1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n    1.1.2 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n    1.1.3 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหารและเปลี่ยนแปลงรายการอนุญาต กรณีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นแบบการแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ตามแบบ สบ.2 พร้อมหลักฐาน\n    1.1.4 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหาร กรณีสถานที่ผลิตเข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิตอาหาร ตามแบบ ส.4 พร้อมหลักฐาน\n    1.1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n1.2 กรณีขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ต้องตรวจสถานที่ ได้แก่\n    1.2.1 เพิ่มประเภท หรือกรรมวิธีผลิตอาหาร \n    1.2.2 เพิ่ม-ลดสถานที่ผลิตอาหาร, เปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผัง, เพิ่ม-ลดเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร \n    1.2.3 เพิ่มสถานที่เก็บอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บอาหาร \n1.3 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n    1.3.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n    1.3.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n    1.3.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n    1.3.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n    1.3.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.3.1 - 1.3.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.3.1-1.3.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n1.4 เงื่อนไข\n    1.4.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.4.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n    1.4.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n         1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n         2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.4.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food production-facility/)\n    1.4.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    1.4.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต คำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n    1.4.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.4.8 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    1.4.9 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n         (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n         (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n         (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n         (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n    1.4.10 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n            1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n            2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ:\n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2. เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:27:17"],
    [1862,"9a95a8d1-66f8-4053-88de-bebc143bd111","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการผลิตอาหาร กรณีตรวจประเมินสถานที่ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a9596c8-93a1-4402-aa02-46c977534713",71,500,16,"1.1 หลักเกณฑ์ \n    1.1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n    1.1.2 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n    1.1.3 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหารและเปลี่ยนแปลงรายการอนุญาต กรณีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นแบบการแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ตามแบบ สบ.2 พร้อมหลักฐาน\n    1.1.4 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหาร กรณีสถานที่ผลิตเข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิตอาหาร ตามแบบ ส.4 พร้อมหลักฐาน\n    1.1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n1.2 กรณีขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ต้องตรวจสถานที่ ได้แก่\n    1.2.1 เพิ่มประเภท หรือกรรมวิธีผลิตอาหาร \n    1.2.2 เพิ่ม-ลดสถานที่ผลิตอาหาร, เปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผัง, เพิ่ม-ลดเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร \n    1.2.3 เพิ่มสถานที่เก็บอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บอาหาร \n1.3 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n    1.3.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n    1.3.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n    1.3.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n    1.3.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n    1.3.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.3.1 - 1.3.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.3.1-1.3.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n1.4 เงื่อนไข\n    1.4.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.4.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n    1.4.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n         1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n         2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.4.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food production-facility/)\n    1.4.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    1.4.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต คำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n    1.4.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.4.8 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n    1.4.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    1.4.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมาย     หลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n    1.4.11 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n          1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n          2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:27:22"],
    [1863,"9a966ac7-33c3-4885-b0ae-53519e5c754e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอปรับสถานะสถานที่ผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9a9651a7-d3f2-4e1a-a23a-62bff600695f",71,10000,9,"1 หลักเกณฑ์ \n  1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n  1.2  สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักร กำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n  1.3  ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าเลขสถานที่ผลิตอาหารที่เปลี่ยนสภาพจากที่เข้าข่ายโรงงานซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ตามมาตรา 14 ในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน โดยได้รับใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) จากผู้อนุญาตเรียบร้อยแล้ว สามารถนำเลขสถานที่ผลิตอาหารเดิมที่เข้าข่ายโรงงานที่เคยได้รับอนุญาตมาใช้ได้ \n  1.4  ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าเลขสถานที่ผลิตอาหารที่เปลี่ยนสภาพจากที่ไม่เข้าข่ายโรงงานซึ่งได้รับใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน  (แบบ สบ.1/1) เป็นสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน โดยได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ตามมาตรา 14 ในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 จากผู้อนุญาตเรียบร้อยแล้ว (เฉพาะกรณีที่ผู้รับอนุญาตเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงานยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (แบบ อ.1) ต่อผู้อนุญาตไม่รวมถึงกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าผู้รับอนุญาตมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ผลิตอาหารจนเข้าข่ายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต) สามารถนำเลขสถานที่ผลิตอาหารเดิมที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่เคยได้รับอนุญาตมาใช้ได้ \n   1.5  คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n   2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n   2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่  14 กันยายน 2553\n   2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n   2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 2.1 - 2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 2.1 - 2.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง \nจำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการ กรอง\n\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n3 เงื่อนไข\n   3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n  3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n  3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n      1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n      2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n  3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n  3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n  3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต คำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n  3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n  3.8 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n  3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n  3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน\n(3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต \n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n   3.11 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตาม GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลง\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:14:22"],
    [1864,"9a96931a-1fff-4f94-81e5-2afb68c00b85","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอปรับสถานะสถานที่ผลิตอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9a967dee-c8c8-4566-8fa7-c93eaa239961",26,10000,9,"1 หลักเกณฑ์ \n   1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.2  สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n  1.3   ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าเลขสถานที่ผลิตอาหารที่เปลี่ยนสภาพจากที่เข้าข่ายโรงงานซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ตามมาตรา 14 ในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เป็นสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน โดยได้รับใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) จากผู้อนุญาตเรียบร้อยแล้ว สามารถนำเลขสถานที่ผลิตอาหารเดิมที่เข้าข่ายโรงงานที่เคยได้รับอนุญาตมาใช้ได้ \n  1.4   ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าเลขสถานที่ผลิตอาหารที่เปลี่ยนสภาพจากที่ไม่เข้าข่ายโรงงานซึ่งได้รับใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน  (แบบ สบ.1/1) เป็นสถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน โดยได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ตามมาตรา 14 ในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 จากผู้อนุญาตเรียบร้อยแล้ว (เฉพาะกรณีที่ผู้รับอนุญาตเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงานยื่นคำขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (แบบ อ.1) ต่อผู้อนุญาตไม่รวมถึงกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าผู้รับอนุญาตมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ผลิตอาหารจนเข้าข่ายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต) สามารถนำเลขสถานที่ผลิตอาหารเดิมที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่เคยได้รับอนุญาตมาใช้ได้ \n   1.5   คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n   2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n   2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n  2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n  2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 2.1 - 2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 2.1 - 2.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n3 เงื่อนไข\n   3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n   3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n   3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n   3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n   3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n   3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต คำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n   3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n   3.8 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n   3.9 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n   3.10 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n1)  กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตาม GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n2)  กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ:\n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลง\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:13:59"],
    [1865,"9a96a364-31bb-47ee-befd-b980b7ed8239","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9a969526-a640-4b19-a3b4-b60cf1fbf414",16,10000,8,"1 หลักเกณฑ์ \n  1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n  1.2   สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n  1.3   ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่ากรณีการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน (รายใหม่) ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ตามแบบ สบ.1 พร้อมหลักฐาน \n  1.4   มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งโรงงานผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 12)\n  1.5  คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n  2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n  2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n  2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n  2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n  2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n3 เงื่อนไข\n   3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n   3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n   3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n   3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n   3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n   3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาตคำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n   3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n  3.8 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n  3.9 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n  3.10 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ:\n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลง\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:23:20"],
    [1866,"9a96b494-e7a8-4d14-af39-222b2a20f80f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9a96a3e7-65d9-4184-95ae-fc0486a89ef6",46,10000,8,"1 หลักเกณฑ์ \n  1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n  1.2  สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n  1.3   ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่ากรณีการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน (รายใหม่) ให้ยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ตามแบบ สบ.1 พร้อมหลักฐาน \n  1.4   มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งโรงงานผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 12)\n  1.5  คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมาย   \nว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n  2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n  2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n  2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n  2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n  2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 2.1 - 2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 2.1 - 2.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n3 เงื่อนไข\n  3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n  3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n  3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n  3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n  3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n  3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาตคำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n  3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ไดกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n  3.8 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมาย   หลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n  3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n  3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n  3.11 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n     1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n     2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ:\n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลง\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:23:27"],
    [1867,"9a96e42a-368a-4af2-86fa-7d22104bc48f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอย้ายสถานที่ผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a96cfba-827d-4bc6-b2a1-393c55f4b18e",71,500,15,"1. หลักเกณฑ์ \n   1.1 สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.2 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n   1.3 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหารและเปลี่ยนแปลงรายการอาหารกรณีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นแบบการแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ตามแบบ สบ.2 แนบท้ายระเบียบนี้ พร้อมหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบ สบ.2\n   1.4 มาตรา 21 ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตย้ายสถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บอาหาร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1 และ 12)\n   1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมาย  ว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n\n2. สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n   2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n   2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n   2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n   2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n   2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n\n3. เงื่อนไข\n   3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n   3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n  3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n                 1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n                 2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n   3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n   3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n   3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Submission นั้น จะส่งไปยัง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหาร และประเภทอาหารที่ขออนุญาต หากสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือ สถานที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการผลิตอาหารที่ไม่ได้มอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้อนุญาตตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต คำขอนั้นจะต้องดำเนินพิจารณา และอนุญาตจาก อย. โดยผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดของคำสั่งฯ ได้จากเว็บไซต์กองอาหาร หัวข้อกฎหมายอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=509468102510125056&name=425_2564.pdf\n   3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n   3.8 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n   3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ ต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n  3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน\n(3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n1.3.11 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n2) กรณีคำขอระบุรายละเอียดที่ขออนุญาต ไม่สอดคล้องตามแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ผู้ยื่นคำขอส่งมอบเอกสารหลักฐานไว้ในขั้นตอนการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:14:57"],
    [1868,"9a96f552-d5e2-48d3-b647-126714124f82","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการผลิตอาหาร กรณีไม่ตรวจประเมินสถานที่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a96e601-6c8d-4d95-9c38-777fa2777c50",25,500,16,"1. หลักเกณฑ์ \n   1.1 สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.2 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.3 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหารและเปลี่ยนแปลงรายการอนุญาต กรณีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นแบบการแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ตามแบบ สบ.2 พร้อมหลักฐาน\n   1.4 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหาร กรณีสถานที่ผลิตเข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิตอาหาร ตามแบบ ส.4 พร้อมหลักฐาน \n   1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n\n2.กรณีขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่ต้องตรวจสถานที่ ได้แก่\n   2.1\tการแก้ไขชื่อผู้รับอนุญาต และ/หรือชื่อสถานที่ผลิตอาหาร (ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนบุคคลหรือนิติบุคคลผู้รับอนุญาต)\n   2.2\tการแก้ไขที่อยู่ของสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บอาหาร (ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ที่รับอนุญาตไว้) เช่น การเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้าน เนื่องจากกรมการปกครองแจ้งเปลี่ยนแปลงแต่สถานที่ผลิตยังคงตั้งอยู่ที่เดิม หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงแยกเลขที่บ้านโดยผู้รับอนุญาตแจ้งต่อสำนักงานเขต  \n   2.3\tการแก้ไขเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้รับอนุญาต (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้ดำเนินกิจการ (กรณีนิติบุคคล) ที่ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนตัวบุคคล\n   2.4\tการแก้ไขเปลี่ยน เพิ่ม หรือลดผู้ดำเนินกิจการ (เฉพาะกรณีนิติบุคคล)\n   2.5\tการแก้ไขหรือยกเลิกประเภทอาหารที่ไม่เกี่ยวข้องกับแบบแปลนแผนผังหรือรายการเครื่องจักร หรือยกเลิกสถานที่เก็บอาหาร (ที่มีมากกว่า 1 แห่ง) \n   2.6\tการเปลี่ยนแปลงสถานะนิติบุคคลผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการแปรสภาพนิติบุคคล หรือการเปลี่ยนนิติบุคคลผู้รับอนุญาตที่เกิดจากการควบรวมกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการควบรวมกิจการของนิติบุคคล\n   2.7\tการจดทะเบียนเปลี่ยนวิสาหกิจชุมชนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์\n\n3. เงื่อนไข\n   3.1\tยื่นขออนุญาต ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n   3.2\tผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n   3.3\tผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร http://food.fda.moph.go.th/ESub/pages/register.php) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n        (1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) อาคาร 6 ชั้น 4  ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n        (2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://www.fda.moph.go.th/sites/food/SitePages/Manual.aspx)\n    3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    3.6 กรณีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือ ใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ยังเป็นรูปแบบกระดาษ (ใบอนุญาต Type eLo) และเป็นการยื่นเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ผู้ยื่นคำขอต้องระบุประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิต จำนวนกำลังแรงม้าเครื่องจักร และจำนวนคนงาน ซึ่งต้องสอดคล้องตามที่เคยได้รับอนุญาตไว้ รวมทั้งต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ แบบแปลนพื้นสถานที่ผลิตอาหาร รายการเครื่องจักร และผังกรรมวิธีการผลิตอาหาร เพื่อดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและเก็บอาหารในการเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก\n    3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    3.8 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    3.9 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n         (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n         (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n         (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n         (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n    3.10 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:27:28"],
    [1869,"9a9717e2-d8a5-4156-a865-8f7ed1daf5b5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการผลิตอาหาร กรณีไม่ตรวจประเมินสถานที่ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a970d3c-a01e-482f-bdda-10f708c7cd0e",70,500,16,"1. หลักเกณฑ์ \n   1.1 สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.2 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.3 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหารและเปลี่ยนแปลงรายการอนุญาต กรณีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นแบบการแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ตามแบบ สบ.2 พร้อมหลักฐาน\n   1.4 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตอาหาร กรณีสถานที่ผลิตเข้าข่ายเป็นโรงงาน ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิตอาหาร ตามแบบ ส.4 พร้อมหลักฐาน \n   1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n\n2.กรณีขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่ต้องตรวจสถานที่ ได้แก่\n   2.1\tการแก้ไขชื่อผู้รับอนุญาต และ/หรือชื่อสถานที่ผลิตอาหาร (ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนบุคคลหรือนิติบุคคลผู้รับอนุญาต)\n   2.2\tการแก้ไขที่อยู่ของสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บอาหาร (ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ที่รับอนุญาตไว้) เช่น การเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้าน เนื่องจากกรมการปกครองแจ้งเปลี่ยนแปลงแต่สถานที่ผลิตยังคงตั้งอยู่ที่เดิม หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงแยกเลขที่บ้านโดยผู้รับอนุญาตแจ้งต่อสำนักงานเขต  \n   2.3\tการแก้ไขเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้รับอนุญาต (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้ดำเนินกิจการ (กรณีนิติบุคคล) ที่ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนตัวบุคคล\n   2.4\tการแก้ไขเปลี่ยน เพิ่ม หรือลดผู้ดำเนินกิจการ (เฉพาะกรณีนิติบุคคล)\n   2.5\tการแก้ไขหรือยกเลิกประเภทอาหารที่ไม่เกี่ยวข้องกับแบบแปลนแผนผังหรือรายการเครื่องจักร หรือยกเลิกสถานที่เก็บอาหาร (ที่มีมากกว่า 1 แห่ง) \n   2.6\tการเปลี่ยนแปลงสถานะนิติบุคคลผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการแปรสภาพนิติบุคคล หรือการเปลี่ยนนิติบุคคลผู้รับอนุญาตที่เกิดจากการควบรวมกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการควบรวมกิจการของนิติบุคคล\n   2.7\tการจดทะเบียนเปลี่ยนวิสาหกิจชุมชนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์\n\n3. เงื่อนไข\n   3.1\tยื่นขออนุญาต ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n   3.2\tผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n   3.3\tผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร http://food.fda.moph.go.th/ESub/pages/register.php) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n        (1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) อาคาร 6 ชั้น 4  ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n        (2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://www.fda.moph.go.th/sites/food/SitePages/Manual.aspx)\n    3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    3.6 กรณีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือ ใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ยังเป็นรูปแบบกระดาษ (ใบอนุญาต Type eLo) และเป็นการยื่นเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ผู้ยื่นคำขอต้องระบุประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิต จำนวนกำลังแรงม้าเครื่องจักร และจำนวนคนงาน ซึ่งต้องสอดคล้องตามที่เคยได้รับอนุญาตไว้ รวมทั้งต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ แบบแปลนพื้นสถานที่ผลิตอาหาร รายการเครื่องจักร และผังกรรมวิธีการผลิตอาหาร เพื่อดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและเก็บอาหารในการเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก\n    3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    3.8 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n    3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 2 ครั้ง (20 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n   3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมาย     หลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และเกินกว่าจำนวน 2 ครั้ง \n   3.11\t การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2023-11-27T14:27:35"],
    [1870,"9a9bb8ca-bbd1-42e3-9904-1a57ab9b017e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกหนังสือรับรองสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการส่งออก เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9b6d10-78b4-4c18-a7a7-d15accdf6526",14,500,18,"หนังสือรับรองสถานที่ผลิตอาหาร (Certificate of Manufacturer)\n1. ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมาก่อนและใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ หรือถูกพักใช้ใบอนุญาต\n2. หนังสือรับรองฯ ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ ชื่อผู้ผลิตตามใบอนุญาต สถานที่ตั้ง และประเภทอาหารที่ได้รับอนุญาตให้ผลิต ซึ่งสอดคล้องตรงตามใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นภาษาอังกฤษ\n3. กรณีมีการแก้ไข เช่น เปลี่ยนชื่อ ที่ตั้งสถานที่ผลิต ต้องแก้ไขใบอนุญาตผลิตอาหารให้เรียบร้อยก่อนการยื่นขอหนังสือรับรองฯ\n4. กรณีประสงค์ให้ระบุข้อความเพิ่มเติมว่าได้รับการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารภายใต้การรับรองมาตรฐานระบบการผลิตอาหาร เช่น GMP กฎหมาย HACCP หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า ผู้ผลิตต้องได้รับ การรับรอง GMP กฎหมาย หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า กับหน่วยตรวจสอบรับรองสถานที่ผลิตอาหาร ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n\nหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์อาหาร (Certificate of Free Sale)\n1. ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือได้รับอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมาก่อน และใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ หรือถูกพักใช้ใบอนุญาต\n2. ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับเลขสารบบอาหารถูกต้องตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร ฉบับปัจจุบัน (กรณี แบบ สบ.5 ที่ เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ และกาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม ต้องมี รายละเอียดสูตรครบ 100% และเจ้าหน้าที่/หน่วยงานผู้ตรวจสอบได้ลงชื่อกำกับไว้) \n3. กรณีมีการแก้ไข เช่น เปลี่ยนชื่อ หรือ ที่ตั้งของสถานที่ผลิต แก้ไขชื่อผลิตภัณฑ์และอื่นๆ ต้องแก้ไขในใบอนุญาตผลิตอาหารหรือใบอนุญาตนำเข้าอาหารและใบสำคัญของผลิตภัณฑ์ต่อผู้อนุญาตให้เรียบร้อยก่อนการยื่นขอหนังสือรับรองฯ\n4. ชื่อผลิตภัณฑ์ต้องสอดคล้อง ถูกต้องตรงตามใบสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้\n5. กรณีผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลขสารบบอาหาร ต้องแสดงรายละเอียดสูตร และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์(ลักษณะของอาหาร ภาชนะบรรจุ ขนาดบรรจุ วัตถุประสงค์การจำหน่าย วัตถุประสงค์การใช้) และกระบวนการผลิต ถ้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการใช้วัตถุเจือปนอาหารเป็นส่วนประกอบให้ระบุรายละเอียดของวัตถุเจือปนอาหารที่ใช้ และปริมาณการใช้ พร้อมการคำนวณโดยต้องสอดคล้องตามประกาศฯ เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือตามมาตรฐาน Codex หรือตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง\n6. หนังสือรับรองฯ ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรตามใบอนุญาต สถานที่ตั้ง ซึ่งสอดคล้องตรงตามใบอนุญาตผลิตอาหาร หรือใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตเป็นภาษาอังกฤษ\n7. กรณีประสงค์ต้องการเพิ่มเติมข้อความนอกเหนือจากรูปแบบปกติต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์และสูตรส่วนประกอบ (Certificate of Ingredient)\n1. ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือได้รับอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมาก่อน และใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ หรือถูกพักใช้ใบอนุญาต\n2. ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับเลขสารบบอาหารถูกต้องตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร ฉบับปัจจุบัน (กรณี แบบ สบ.5 ที่ เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ และกาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม ต้องมี รายละเอียดสูตรครบ 100% และเจ้าหน้าที่/หน่วยงานผู้ตรวจสอบได้ลงชื่อกำกับไว้)\n3. กรณีมีการแก้ไข เช่น เปลี่ยนชื่อ หรือ ที่ตั้งของสถานที่ผลิต แก้ไขชื่อผลิตภัณฑ์ และอื่นๆ ต้องแก้ไขในใบอนุญาตผลิตอาหาร หรือใบอนุญาตนำเข้าอาหารและใบสำคัญของผลิตภัณฑ์ต่อผู้อนุญาตให้เรียบร้อยก่อนการยื่นขอหนังสือรับรองฯ \n4. สูตรต้องได้รับการอนุญาตแล้ว หรือจากเจ้าหน้าที่/หน่วยงานผู้ตรวจสอบซึ่งได้มีการลงชื่อกำกับไว้\n5. ชื่อผลิตภัณฑ์ต้องสอดคล้อง ถูกต้องตรงตามใบสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตไว้\n6. รายละเอียดสูตรส่วนประกอบครบ 100% หรือ กรณีเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแจ้ง สูตรที่เป็น Active Ingredient หรือสูตรตามฉลากที่ได้รับการอนุมัติไว้\n7. หนังสือรับรองฯ ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรตามใบอนุญาต สถานที่ตั้ง ซึ่งสอดคล้องตรงตามใบอนุญาตผลิตอาหาร หรือใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต และรายละเอียดสูตรเป็นภาษาอังกฤษ\n8. กรณีประสงค์ต้องการเพิ่มเติมข้อความนอกเหนือจากรูปแบบปกติต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nวิธีการ\nwww.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอหนังสือรับรองสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการส่งออกเท่านั้น โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n•\tกรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นได้ที่กองผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมและการบริการ\n•\tกรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ \n3. ผู้ได้รับมอบอำนาจเมื่อได้รับสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหารแล้ว สามารถใช้บริการยื่นคำขอหนังสือรับรองฯที่ช่องทาง  https://privus.fda.moph.go.th//เว็บไซท์และช่องทางออนไลน์\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. ผู้มายื่นคำขอ ต้องกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มคำขอและในกรณีที่มีหลักฐานเอกสารแนบต้องแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน \n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในระบบ E submission ภายใน 10 วันทำการต่อครั้ง ได้ไม่เกินจำนวน 1 ครั้ง (10 วันทำการ) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n\nหมายเหตุ\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วันนับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-27T14:29:07"],
    [1871,"9a9f84a0-6b9f-4497-a096-b33f037c7c42","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหาร (กรณีที่ 1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d34-8633-45d9-820c-5a73c4025b29",227,3000,2,"หลักเกณฑ์\nการใช้วัตถุเจือปนอาหารจะต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยด้านคุณภาพหรือมาตรฐาน ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร ได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลการใช้วัตถุเจือปนอาหารไว้ โดยกำหนดให้วัตถุเจือปนอาหารที่จะนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหรือใช้ในกระบวนการผลิตอาหารจะต้องมีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังนี้\n(1) ตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives\n(2) ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร\n(3) ตามความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและวินิจฉัยในเชิงวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องส่งมอบผลการประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารชนิดนั้น พร้อมรายละเอียดประกอบการยื่นขอตามที่ระบุในประกาศฯ\nดังนั้น ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเพื่อจำหน่ายหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายวัตถุเจือปนอาหารซึ่งยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดไว้ จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้ \nโดยขอบข่ายของผลิตภัณฑ์ที่ต้องขอประเมินความปลอดภัยวัตถุเจือปนอาหารกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร มีดังนี้  \n(1) เป็นผลิตภัณฑ์เข้าข่ายนิยามของวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร หรือ สารที่มีคุณสมบัติเป็นได้ทั้งวัตถุเจือปนอาหารและวัตถุแต่งกลิ่นรส (Flavoring agent) ตรวจสอบรายชื่อในภาคผนวก 1 แนบท้ายคู่มือฉบับนี้ ทั้งนี้ต้องไม่มีส่วนประกอบของวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ\n(2) เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives หรือ JECFA Combined Compendium of Food Additive Specifications หรือ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร \nสำหรับวัตถุเจือปนอาหารที่มีการใช้กระบวนการผลิตเพิ่มเติมทำให้มีคุณลักษณะทางกายภาพแตกต่างไปจากข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร โดยกระบวนการผลิตนั้นไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีของวัตถุเจือปนอาหาร เช่น กระบวนการทำแห้ง กระบวนการทำให้เกิดอิมัลชัน ซึ่งเมื่อนำไปคืนรูปและตรวจวิเคราะห์มีคุณภาพหรือมาตรฐานเป็นไปตามที่ประกาศฯ กำหนด ไม่ต้องประเมินความปลอดภัยตามคู่มือฉบับนี้\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1 เปนเจาของกิจการหรือผูไดรับมอบอํานาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2 สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง         คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร  ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n[สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร]\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. โดยรับคำขอฯ จำนวน 1 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผย พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว \n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอฯ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1 กรณีที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับพร้อมเอกสารหลักฐาน\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n8. หน่วยงานประเมินความปลอดภัย\n8.1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายอมรับผลการประเมิน\n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานประเมินความปลอดภัยเพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมินและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินฯ กำหนด\n8.3 หน่วยงานประเมินความปลอดภัยมีสิทธิ์เรียกขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่าเอกสารที่         ส่งมายังไม่เพียงพอต่อการประเมินความปลอดภัย โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่ร้องขอและส่งให้หน่วยประเมินความปลอดภัยตามระยะเวลาที่กำหนด \nอนึ่ง เกณฑ์ปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารสามารถอ้างอิงได้จาก Environmental Health Criteria 70: Principles for the Safety Assessment of Food Additives and Contaminants in Food ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัย วิธีการตรวจวิเคราะห์ และการปฏิบัติสำหรับวัตถุเจือปนอาหารและสารปนเปื้อนในอาหาร และ Environmental Health Criteria 240: Principles and Methods for the Risk Assessment of Chemicals in Food ซึ่งเป็นเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ในอาหาร รวมทั้งเอกสารแนวทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามแนวปฏิบัติของโคเด็กซ์\n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอฯ \n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป \n\nรวมระยะเวลา\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 77__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __140__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __345__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:03"],
    [1872,"9a9fabab-a6b6-4f44-88ca-d7925ae377f2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหาร (กรณีที่ 2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9988088e-4c4a-442a-a2c7-9871b405cecf",487,45000,2,"หลักเกณฑ์\nการใช้วัตถุเจือปนอาหารจะต้องพิจารณาเรื่องข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ในอาหารต่างๆ ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร ได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลการใช้วัตถุเจือปนอาหารไว้ โดยกำหนดให้การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องใช้ตามชื่อวัตถุเจือปนอาหาร หมวดอาหารหรือชนิดอาหาร หน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต และไม่เกินปริมาณสูงสุดที่อนุญาตที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร ฉบับล่าสุด\nกรณีการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่แตกต่างไปจากวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยจะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย ดังนี้\n(1) ต้องเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานและค่าความปลอดภัยไว้แล้วอย่างสมบูรณ์ตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives ฉบับล่าสุด หรือ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหาร\n(2) ผ่านการประเมินการได้รับสัมผัสวัตถุเจือปนอาหาร \n(3) มีเอกสารวิชาการหรือผลการศึกษาวิจัยที่น่าเชื่อถือซึ่งสนับสนุนความจำเป็นทางด้านเทคโนโลยีการผลิตและประสิทธิภาพของวัตถุเจือปนอาหารนั้นๆ ในผลิตภัณฑ์อาหารที่จะเสนอขอใช้\n(4) มีกฎหมายหรือกฎระเบียบฉบับล่าสุดของประเทศที่มีระบบประเมินความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือตั้งแต่ 2  ประเทศขึ้นไปที่ยอมรับการใช้วัตถุเจือปนอาหารนั้นๆ ในผลิตภัณฑ์อาหารที่จะเสนอขอใช้” \nดังนั้น ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเพื่อจำหน่ายหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายวัตถุเจือปนอาหารซึ่งยังไม่มีข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ตามที่ประกาศกำหนดไว้ จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้\nโดยขอบข่ายของผลิตภัณฑ์ที่ต้องขอประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารที่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้ หรือเพิ่มเติมหน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต มีดังนี้  \n(1) เป็นผลิตภัณฑ์เข้าข่ายนิยามของวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร หรือ สารที่มีคุณสมบัติเป็นได้ทั้งวัตถุเจือปนอาหาร และวัตถุแต่งกลิ่นรส (Flavoring agent) ตรวจสอบรายชื่อในภาคผนวก 1 แนบท้ายคู่มือฉบับนี้ ทั้งนี้ต้องไม่มีส่วนประกอบของวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ\n(2) ต้องเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ไว้แล้วตาม Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives หรือ JECFA Combined Compendium of Food Additive Specifications หรือ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร รวมถึงวัตถุเจือปนอาหารที่ผ่านการประเมินความปลอดภัย แต่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้ไว้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร รวมถึงกรณีที่ต้องการเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้หรือเพิ่มเติมหน้าที่จากประกาศฯ ดังกล่าว \n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1 เปนเจาของกิจการหรือผูไดรับมอบอํานาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2 สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง         คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร  ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n[สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร]\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. โดยรับคำขอฯ จำนวน 2 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผย พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว \n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอฯ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอฯ \n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป\n\nรวมระยะเวลา\n• ขั้นตอนที่ 1: การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __31__  วันทำการ สำหรับกรณีข้อมูลครบถ้วน \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __111__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __184__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 2 ครั้ง\n• ขั้นตอนที่ 2: การพิจารณาประเมินความปลอดภัย\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 71__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __284__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __478__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:10"],
    [1873,"9a9fce70-a9e9-4d46-8df0-f47bccac3c97","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยเอนไซม์กรณีที่ไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร (กรณีที่ 1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9a9fb904-ae20-42f6-953c-ea2fd45508cc",227,3000,2,"หลักเกณฑ์\n\nการใช้เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารจะต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยด้านคุณภาพหรือมาตรฐาน ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลการใช้เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารไว้ โดยกำหนดให้เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารต้องได้จากส่วนของพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ซึ่งมีรายชื่อตามที่กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข 1 แนบท้ายประกาศฯ หรือตามที่กำหนดไว้ใน JECFA Combined Compendium of Food Additive Specifications\nกรณีที่ไม่มีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณาอนุญาตตามคำแนะนำของคณะกรรมการอาหาร โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องส่งมอบรายงานผลการประเมินความปลอดภัย พร้อมรายละเอียดข้อมูลตามบัญชีแนบท้ายประกาศฯ \n\nดังนั้น ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเพื่อจำหน่ายหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารซึ่งยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดไว้ จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้ \nโดยขอบข่ายของผลิตภัณฑ์ที่ต้องขอประเมินความปลอดภัยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร มีดังนี้  \n(1) เป็นผลิตภัณฑ์เข้าข่ายนิยามของเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ทั้งนี้ต้องไม่มีส่วนประกอบของวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ\n(2) เป็นเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารที่ยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร \n\nเงื่อนไข\n\n1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1 เปนเจาของกิจการหรือผูไดรับมอบอํานาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2 สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง         คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร  ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n[สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร]\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. โดยรับคำขอฯ จำนวน 1 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผย พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว \n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1 กรณีที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับพร้อมเอกสารหลักฐาน\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\n8. หน่วยงานประเมินความปลอดภัย \n8.1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายอมรับผลการประเมิน\n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานประเมินความปลอดภัยเพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมินและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินฯ กำหนด\n8.3 หน่วยงานประเมินความปลอดภัยมีสิทธิ์เรียกขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่าเอกสารที่         ส่งมายังไม่เพียงพอต่อการประเมินความปลอดภัย โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่ร้องขอและส่งให้หน่วยประเมินความปลอดภัยตามระยะเวลาที่กำหนด \nอนึ่ง เกณฑ์ปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารสามารถอ้างอิงได้จาก Environmental Health Criteria 70: Principles for the Safety Assessment of Food Additives and Contaminants in Food ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัย วิธีการตรวจวิเคราะห์ และการปฏิบัติสำหรับวัตถุเจือปนอาหารและสารปนเปื้อนในอาหาร และ Environmental Health Criteria 240: Principles and Methods for the Risk Assessment of Chemicals in Food ซึ่งเป็นเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ในอาหาร รวมทั้งเอกสารแนวทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามแนวปฏิบัติของโคเด็กซ์\n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอฯ \n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป \n\nรวมระยะเวลา\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 77__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __140__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __345__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:21:12"],
    [1874,"9a9fcf18-0e3c-4aae-a140-e953de646899","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d33-8db4-4366-96dd-883653a4cc3b",140,3000,2,"หลักเกณฑ์ \n\n\n1. กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความปลอดภัยอาหาร ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีดังนี้\n1.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 376) พ.ศ. 2559 เรื่อง อาหารใหม่ (Novel food) ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 กำหนดให้อาหารใหม่ที่เป็นไปตามนิยามที่กำหนดไว้ต้องมีการประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในการบริโภคก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย \n1.2 ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดําเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตํารับอาหาร จดทะเบียนอาหาร หรือแจ้งรายละเอียดของอาหาร เพื่อให้ได้เลขสารบบอาหาร ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์คุณภาพมาตรฐาน ความปลอดภัย และความเหมาะสมทางโภชนาการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร\n2. “อาหารใหม่ (Novel Food)” หมายความว่า\n(1) วัตถุที่ใช้เป็นอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของอาหารที่ปรากฏหลักฐานทางวิชาการว่ามีประวัติการบริโภคเป็นอาหารน้อยกว่าสิบห้าปี หรือ\n(2) วัตถุที่ใช้เป็นอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของอาหารที่ได้จากกระบวนการผลิตที่มิใช่กระบวนการผลิตโดยทั่วไปของอาหารนั้น ๆ ที่ทำให้ส่วนประกอบ โครงสร้างของอาหาร รูปแบบของอาหารนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการ กระบวนการทางเคมีภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต (metabolism) หรือระดับของสารที่ไม่พึงประสงค์ (level of undesirable substances)\n(3) ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวัตถุ (1) หรือ (2) เป็นส่วนประกอบ\nทั้งนี้ ไม่รวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร และอาหารที่ได้จากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรม\n3. ผู้ใดประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือขอเลขสารบบอาหารสำหรับอาหารใหม่ (Novel food) ให้ยื่นขอประเมินความปลอดภัยอาหารกับหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ และส่งมอบรายงานผลการประเมินดังกล่าวพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณา \n4. เอกสารและหลักฐานประกอบการขอประเมินความปลอดภัยจะต้องมีความน่าเชื่อถือ โดยต้องมี\nความชัดเจน บ่งบอกคุณลักษณะของสารสำคัญที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว และควรมีหลักการหรือทฤษฎีที่ใช้ซึ่งสามารถอธิบายผลการศึกษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและชัดเจน โดย\n4.1 เป็นข้อมูลที่ผู้ยื่นคำขอประเมินความปลอดภัย รับรองว่าเป็นความจริง \n4.2 เป็นข้อมูลที่มีการรับรองจากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ\n4.3 เป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลหรือเอกสารทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ\nเงื่อนไข\n\n1. ผู้ยื่นคําขอฯ ต้อง\n1.1 เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ได้รับมอบอํานาจเป็นผู้ดําเนินกิจการของนิติบุคคลและมีอํานาจตัดสินใจ\nลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดําเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอํานาจของ\nนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอํานาจให้เป็นผู้มีอํานาจดําเนินการแทนด้วย\n1.2. สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้รวมทั้งมีอํานาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดําเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอํานาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอํานาจให้มีอํานาจดําเนินการแทนแนบด้วย)\n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ \n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. จำนวน 1 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว\n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่เจ้าหน้าที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย \n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยอาหารว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือคณะอนุกรรมการ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยอาหารที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ จัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1 กรณีการยื่นคำขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) ที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ พร้อมเอกสารหลักฐาน\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n\t\n\n8. เงื่อนไขการยื่นขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) ดังนี้\n8.1 สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยประเมินความปลอดภัยสำหรับอาหารใหม่ (Novel food) ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับผลการประเมิน\nทั้งนี้ รายชื่อหน่วยประเมินความปลอดภัย มีดังนี้\n1. สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์\n2. สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม\n3. ศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center: TRAC)\n4. ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (BIOTEC)(1)\nหมายเหตุ: \t(1) เฉพาะอาหารที่ได้จากจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรม หรือที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเซลล์สัตว์ (cultivated meat \nหรือ cell-based meat หรือ cell-cultured meat)\n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ เพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมิน และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินความปลอดภัยกำหนด\n8.3 หน่วยประเมินความปลอดภัย รับมอบเอกสารและพิจารณาความครบถ้วน คุณภาพและความเพียงพอของเอกสารหลักฐานจากนั้นแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ ทราบ เพื่อส่งเอกสารเพิ่มเติมกรณีไม่ครบถ้วน ตามกำหนดเวลาที่หน่วยประเมินความปลอดภัยกำหนด\n8.4 หน่วยประเมินความปลอดภัยจัดคณะผู้ประเมินและประสานการพิจารณาการประเมินความปลอดภัยตามกระบวนงานของหน่วยประเมินความปลอดภัย แล้วแต่กรณี\n8.5 หน่วยประเมินความปลอดภัยจัดทำรายงานผลการประเมินความปลอดภัย และส่งรายงานดังกล่าวพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอฯ \n8.6 ผู้ยื่นคำขอฯ ยื่นรายงานผลการประเมินความปลอดภัยและเอกสารประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งชำระค่าพิจารณาคำขอฯ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ\n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารนั้น ๆ ตามกระบวนงานที่เกี่ยวข้อง\nระยะเวลาการขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) แบ่งเป็น 3 กรณี ได้ดังนี้\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 77 วันทำการ สำหรับกรณีไม่ผ่านคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 140 วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 345 วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:49"],
    [1875,"9a9ffb7b-b9ec-47ea-b283-943c1bb501b0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยเอนไซม์กรณีที่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร (กรณีที่ 2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9a9fe1fd-4a37-4a78-b4c1-da90a3fe11ca",487,45000,2,"หลักเกณฑ์\nการใช้เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารจะต้องพิจารณาเรื่องข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลการใช้เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารไว้ โดยกำหนดให้การใช้เอนไซม์ในการผลิตอาหารต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งดังต่อไปนี้\n(1) ตามเงื่อนไขการใช้ซึ่งระบุไว้ในบัญชีหมายเลข 1 แนบท้ายประกาศฯ หรือตามFunctional uses ซึ่งกำหนดไว้ใน JECFA Combined Compendium of Food Additive Specifications\n(2) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร หรือตามมาตรฐานทั่วไปสำหรับการใช้วัตถุเจือปนอาหารของโคเด็กซ์ฉบับล่าสุด\n(3) การใช้เอนไซม์นอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตามคำแนะนำของคณะกรรมการอาหาร โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องส่งมอบรายละเอียดข้อมูลความจำเป็นตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร\nดังนั้น ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเพื่อจำหน่ายหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารซึ่งยังไม่มีข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ตามที่ประกาศกำหนดไว้ จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้\nโดยขอบข่ายของผลิตภัณฑ์ที่ต้องขอประเมินความปลอดภัยของเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารที่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้ หรือเพิ่มเติมหน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต มีดังนี้  \n(1) เป็นผลิตภัณฑ์เข้าข่ายนิยามของเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร ทั้งนี้ต้องไม่มีส่วนประกอบของวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ\n(2) ต้องเป็นเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหารที่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ไว้แล้วประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร แต่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้ไว้ รวมถึงกรณีที่ต้องการเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้จากประกาศฯ ดังกล่าว \n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1 เปนเจาของกิจการหรือผูไดรับมอบอํานาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2 สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง         คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร  ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n[สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร]\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. โดยรับคำขอฯ จำนวน 2 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผย พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว \n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอฯ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอฯ \n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป \n\nรวมระยะเวลา\n• ขั้นตอนที่ 1: การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __31__  วันทำการ สำหรับกรณีข้อมูลครบถ้วน \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __111__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __184__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 2 ครั้ง\n• ขั้นตอนที่ 2: การพิจารณาประเมินความปลอดภัย\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 71__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __284__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __478__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:21:05"],
    [1876,"9aa000b9-1b4b-40ba-9e56-85663472acfb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยอาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารใหม่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9a9ff747-4de7-4ab3-aa4e-fe9e299952a8",140,3000,2,"หลักเกณฑ์ \n\n\n1. กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความปลอดภัยอาหาร ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีดังนี้\n1.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 376) พ.ศ. 2559 เรื่อง อาหารใหม่ (Novel food) ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 กำหนดให้อาหารใหม่ที่เป็นไปตามนิยามที่กำหนดไว้ต้องมีการประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมในการบริโภคก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย \n1.2 ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดําเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตํารับอาหาร จดทะเบียนอาหาร หรือแจ้งรายละเอียดของอาหาร เพื่อให้ได้เลขสารบบอาหาร ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์คุณภาพมาตรฐาน ความปลอดภัย และความเหมาะสมทางโภชนาการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร\n2. “อาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารใหม่” หมายถึง อาหารที่นอกเหนือจากอาหารใหม่ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 376) พ.ศ. 2559 เรื่อง อาหารใหม่ (Novel Food) ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เช่น อาหารที่มีคุณภาพหรือมาตรฐานแตกต่างจากที่เคยได้รับอนุญาต การเพิ่มขนาดรับประทาน หรือเพิ่มประเภทอาหารนอกเหนือจากที่ได้อนุญาตไว้ ซึ่งส่งผลต่อปริมาณการบริโภคหรือคุณค่าทางโภชนาการ หรือความปลอดภัยต่อผู้บริโภค\n3. อาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารใหม่ซึ่งจำเป็นต้องมีการประเมินทางวิชาการเพื่อกำหนดอัตราส่วนการใช้ ให้ยื่นขอประเมินความปลอดภัยอาหารกับหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ และส่งมอบรายงานผลการประเมินดังกล่าวพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณา\n4. เอกสารและหลักฐานประกอบการขอประเมินความปลอดภัยจะต้องมีความน่าเชื่อถือ โดยต้องมี\nความชัดเจน บ่งบอกคุณลักษณะของสารสำคัญที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว และควรมีหลักการหรือทฤษฎีที่ใช้ซึ่งสามารถอธิบายผลการศึกษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและชัดเจน โดย\n4.1 เป็นข้อมูลที่ผู้ยื่นคำขอประเมินความปลอดภัย รับรองว่าเป็นความจริง \n4.2 เป็นข้อมูลที่มีการรับรองจากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ\n4.3 เป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลหรือเอกสารทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ\nเงื่อนไข\n\n1. ผู้ยื่นคําขอฯ ต้อง\n1.1 เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ได้รับมอบอํานาจเป็นผู้ดําเนินกิจการของนิติบุคคลและมีอํานาจตัดสินใจ\nลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดําเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอํานาจของ\nนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอํานาจให้เป็นผู้มีอํานาจดําเนินการแทนด้วย\n1.2. สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้รวมทั้งมีอํานาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดําเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอํานาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอํานาจให้มีอํานาจดําเนินการแทนแนบด้วย)\n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ \n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. จำนวน 1 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว\n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่เจ้าหน้าที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย \n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยอาหารว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือคณะอนุกรรมการ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยอาหารที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ จัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ\ne-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1 กรณีการยื่นคำขอประเมินความปลอดภัยอาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารใหม่ที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ พร้อมเอกสารหลักฐาน\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n8. เงื่อนไขการยื่นขอประเมินความปลอดภัยอาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารใหม่ ดังนี้\n8.1 สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยประเมินความปลอดภัยอาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารใหม่ ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับผลการประเมิน\nทั้งนี้ รายชื่อหน่วยประเมินความปลอดภัย มีดังนี้\n1. สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์\n2. สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม\n3. ศูนย์ประเมินความเสี่ยงประเทศไทย (Thailand Risk Assessment Center: TRAC)\n4. ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (BIOTEC)(1)\nหมายเหตุ: (1) เฉพาะอาหารที่ได้จากจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรม หรือที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเซลล์สัตว์ (cultivated meat หรือ cell-based meat หรือ cell-cultured meat)\n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ เพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมิน และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินความปลอดภัยกำหนด\n8.3 หน่วยประเมินความปลอดภัย รับมอบเอกสารและพิจารณาความครบถ้วน คุณภาพและความเพียงพอของเอกสารหลักฐานจากนั้นแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ ทราบ เพื่อส่งเอกสารเพิ่มเติมกรณีไม่ครบถ้วน ตามกำหนดเวลาที่หน่วยประเมินความปลอดภัยกำหนด\n8.4 หน่วยประเมินความปลอดภัยจัดคณะผู้ประเมินและประสานการพิจารณาการประเมินความปลอดภัยตามกระบวนงานของหน่วยประเมินความปลอดภัย แล้วแต่กรณี\n8.5 หน่วยประเมินความปลอดภัยจัดทำรายงานผลการประเมินความปลอดภัย และส่งรายงานดังกล่าวพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอฯ \n8.6 ผู้ยื่นคำขอฯ ยื่นรายงานผลการประเมินความปลอดภัยและเอกสารประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งชำระค่าพิจารณาคำขอฯ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ\n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารนั้น ๆ ตามกระบวนงานที่เกี่ยวข้อง\nระยะเวลาการขอประเมินความปลอดภัยอาหารที่ไม่เข้าข่ายอาหารใหม่ แบ่งเป็น 3 กรณี ได้ดังนี้\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 77 วันทำการ สำหรับกรณีไม่ผ่านคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 140 วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 345 วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:40"],
    [1877,"9aa00815-28de-4285-bd1e-1b567c730fca","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยจุลินทรีย์โพรไบโอติก (Probiotics)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9aa00193-5673-45f3-9d9b-9ee63513705c",140,3000,2,"หลักเกณฑ์ \n\n\n1. กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความปลอดภัยอาหาร ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีดังนี้\n1.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติกในอาหาร ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2554 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้การใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติกอื่นนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศฯ ฉบับดังกล่าว ต้องส่งมอบหลักฐานแสดงผลการประเมินความปลอดภัยและคุณสมบัติการเป็นจุลินทรีย์โพรไบโอติก ประกอบการยื่นขออนุญาต\n1.2 ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดําเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ.2562 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตํารับอาหาร จดทะเบียนอาหาร หรือแจ้งรายละเอียดของอาหาร เพื่อให้ได้เลขสารบบอาหาร ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์คุณภาพมาตรฐาน ความปลอดภัย และความเหมาะสมทางโภชนาการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร\n2. “จุลินทรีย์โพรไบโอติก (Probiotic)” หมายความว่า จุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะทำให้เกิดผลที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งนี้ไม่รวมถึง      \n  (1) จุลินทรีย์ที่ใช้เป็นสารชีวบําบัด (biotherapeutic agents) \n  (2) จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (beneficial microorganisms) ที่ไม่ใช้ในอาหาร \n  (3) จุลินทรีย์ที่ได้จากการดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified Microorganism, GMM)\n3. ผู้ใดประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือขอเลขสารบบอาหารที่มีการใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติก\nชนิด (Species) อื่นนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้จุลินทรีย์โพรไบโอติกในอาหาร ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ยื่นขอประเมินความปลอดภัยอาหารกับหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ และส่งมอบรายงานผลการประเมินดังกล่าวพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณา\n4. เอกสารและหลักฐานประกอบการขอประเมินความปลอดภัยจะต้องมีความน่าเชื่อถือ โดยต้องมี\nความชัดเจน บ่งบอกคุณลักษณะของสารสำคัญที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว และควรมีหลักการหรือทฤษฎีที่ใช้ซึ่งสามารถอธิบายผลการศึกษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและชัดเจน โดย\n4.1 เป็นข้อมูลที่ผู้ยื่นคำขอประเมินความปลอดภัย รับรองว่าเป็นความจริง \n4.2 เป็นข้อมูลที่มีการรับรองจากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ\n4.3 เป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลหรือเอกสารทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ\nเงื่อนไข\n\n1. ผู้ยื่นคําขอฯ ต้อง\n1.1 เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ได้รับมอบอํานาจเป็นผู้ดําเนินกิจการของนิติบุคคลและมีอํานาจตัดสินใจ\nลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดําเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอํานาจของ\nนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอํานาจให้เป็นผู้มีอํานาจดําเนินการแทนด้วย\n1.2. สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้รวมทั้งมีอํานาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดําเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอํานาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอํานาจให้มีอํานาจดําเนินการแทนแนบด้วย)\n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ \n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. จำนวน 1 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว\n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่เจ้าหน้าที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยอาหารว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือคณะอนุกรรมการ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยอาหารที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ จัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อคำขอ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ\ne-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1 กรณีการยื่นคำขอประเมินความปลอดภัยจุลินทรีย์โพรไบโอติก ที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ พร้อมเอกสารหลักฐาน\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n8. เงื่อนไขการยื่นขอประเมินความปลอดภัยจุลินทรีย์โพรไบโอติก ดังนี้\n8.1 สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยประเมินความปลอดภัยสำหรับจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับผลการประเมิน\nทั้งนี้ หน่วยประเมินความปลอดภัยของจุลินทรีย์โพรไบโอติก ได้แก่ \n1) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (BIOTEC)\n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับ เพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมิน และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินความปลอดภัยกำหนด\n8.3 หน่วยประเมินความปลอดภัย รับมอบเอกสารและพิจารณาความครบถ้วน คุณภาพและความเพียงพอของเอกสารหลักฐานจากนั้นแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ ทราบ เพื่อส่งเอกสารเพิ่มเติมกรณีไม่ครบถ้วน ตามกำหนดเวลาที่หน่วยประเมินความปลอดภัยกำหนด\n8.4 หน่วยประเมินความปลอดภัยจัดคณะผู้ประเมินและประสานการพิจารณาการประเมินความปลอดภัยตามกระบวนงานของหน่วยประเมินความปลอดภัย แล้วแต่กรณี\n8.5 หน่วยประเมินความปลอดภัยจัดทำรายงานผลการประเมินความปลอดภัย และส่งรายงานดังกล่าวพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอฯ \n8.6 ผู้ยื่นคำขอฯ ยื่นรายงานผลการประเมินความปลอดภัยและเอกสารประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งชำระค่าพิจารณาคำขอฯ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ\n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารนั้น ๆ ตามกระบวนงานที่เกี่ยวข้อง\nการขอประเมินความปลอดภัยจุลินทรีย์โพรไบโอติก\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 77 วันทำการ สำหรับกรณีไม่ผ่านคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 140 วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 345 วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:18"],
    [1878,"9aa00e13-3741-4d2b-b4ff-38454014d8ec","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร (กรณีที่ 1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9a9ffd02-1f71-42ac-946b-c6cac3d8dd35",227,3000,2,"หลักเกณฑ์\nการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ จะต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัยด้านคุณภาพหรือมาตรฐาน ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารไว้ โดยกำหนดให้สารที่ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร หรือ สารที่ใช้เป็นสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ (active ingredient) ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน ดังต่อไปนี้\n (1) ตามที่กำหนดไว้ใน Combined Compendium of Food Additive Specifications, FAO JECFA Monographs ฉบับล่าสุด\n (2) ตามที่กำหนดไว้ใน Food Chemical Codex Monograph ฉบับล่าสุด\n (3) ตามที่กำหนดไว้ใน The Code of Federal Regulations Title 21 ประเทศสหรัฐอเมริกา ฉบับล่าสุด\n (4) ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณาอนุญาตตามคำแนะนำของคณะกรรมการอาหาร ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1 เปนเจาของกิจการหรือผูไดรับมอบอํานาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2 สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง         คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร  ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n[สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร]\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. โดยรับคำขอฯ จำนวน 1 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผย พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว \n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอฯ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1 กรณีที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับพร้อมเอกสารหลักฐาน\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n8. หน่วยงานประเมินความปลอดภัย\n8.1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายอมรับผลการประเมิน\n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานประเมินความปลอดภัยเพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมินและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินฯ กำหนด\n8.3 หน่วยงานประเมินความปลอดภัยมีสิทธิ์เรียกขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่าเอกสารที่         ส่งมายังไม่เพียงพอต่อการประเมินความปลอดภัย โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่ร้องขอและส่งให้หน่วยประเมินความปลอดภัยตามระยะเวลาที่กำหนด \nอนึ่ง เกณฑ์ปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาความปลอดภัยของสารที่ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร หรือ สารที่ใช้เป็นสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ (active ingredient) สามารถอ้างอิงได้จาก Environmental Health Criteria 70: Principles for the Safety Assessment of Food Additives and Contaminants in Food ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัย วิธีการตรวจวิเคราะห์ และการปฏิบัติสำหรับวัตถุเจือปนอาหารและสารปนเปื้อนในอาหาร และ Environmental Health Criteria 240: Principles and Methods for the Risk Assessment of Chemicals in Food ซึ่งเป็นเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ในอาหาร รวมทั้งเอกสารแนวทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามแนวปฏิบัติของโคเด็กซ์\n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอฯ \n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป \n\nรวมระยะเวลา\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 77__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __140__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __345__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:27"],
    [1879,"9aa0174e-d7dd-469b-9627-a71cff532dc2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารกรณียังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร (กรณีที่ 2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9aa00e89-6d66-4120-ad6f-5695f878bb68",487,45000,2,"หลักเกณฑ์\nการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ จะต้องพิจารณาเรื่องข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ในอาหาร ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารไว้ โดยกำหนดให้การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งดังต่อไปนี้\nตามเงื่อนไขการใช้ซึ่งระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร\nการใช้สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร หน้าที่ทางเทคโนโลยีการผลิต ชนิดอาหาร ปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ และปริมาณการตกค้างในอาหาร นอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตามคำแนะนำของคณะกรรมการอาหาร \nดังนั้น ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเพื่อจำหน่ายหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ที่สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ยังไม่มีข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ตามที่ประกาศกำหนดไว้ จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้\nโดยขอบข่ายของผลิตภัณฑ์ที่ต้องขอประเมินความปลอดภัยสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารที่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้ หรือเพิ่มเติมหน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต มีดังนี้  \n(1) เป็นผลิตภัณฑ์เข้าข่ายนิยามของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร ทั้งนี้ต้องไม่มีส่วนประกอบของวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ\n(2) ต้องเป็นสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารที่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (Specification) ไว้แล้วประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหารแต่ยังมิได้กำหนดเงื่อนไขการใช้ไว้ รวมถึงกรณีที่ต้องการเพิ่มเติมเงื่อนไขการใช้จากประกาศฯ ดังกล่าว  \n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1 เปนเจาของกิจการหรือผูไดรับมอบอํานาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2 สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง         คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร  ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n[สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร]\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. โดยรับคำขอฯ จำนวน 2 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผย พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว \n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n\n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอฯ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอฯ \n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป \n\nรวมระยะเวลา\n• ขั้นตอนที่ 1: การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __31__  วันทำการ สำหรับกรณีข้อมูลครบถ้วน \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __111__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __184__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 2 ครั้ง\n• ขั้นตอนที่ 2: การพิจารณาประเมินความปลอดภัย\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 71__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __284__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __478__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:33"],
    [1880,"9aa01a9b-68f2-423b-b21a-9c39afbc0aff","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","คู่มือการขอประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยของภาชนะบรรจุอาหาร หรือภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก กรณีพลาสติกแปรใช้ใหม่สำหรับการผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9aa00e12-1b1f-45f9-b1e1-4a3668d9ba90",140,3000,2,null,"2024-04-29T14:21:55"],
    [1881,"9aa01c42-a633-4c97-b741-52b4cffdb461","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","คู่มือการขอประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยของภาชนะบรรจุอาหาร หรือภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d33-851f-42ed-800f-4e7a965b1d12",284,3000,3,"หลักเกณฑ์\n\n• พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เพื่อประโยชน์แก่การควบคุมอาหาร ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 6 (6) กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุและการใช้ภาชนะบรรจุ ตลอดจนการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหารด้วย \n• ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร                     พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกไว้ตามบัญชีหมายเลข 1 และ 2 ท้ายประกาศ ทั้งนี้ สำหรับภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกชนิดอื่นที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามข้อ 4 (1) (2) (4) (5) และ (6) ของประกาศฯ และไม่มีสารอันตรายที่แพร่กระจายออกมาในปริมาณที่มีผลต่อสุขภาพ โดยต้องส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานและรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด\nภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกชนิดที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2522 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ไม่ต้องประเมินคุณภาพหรือมาตรฐานและความปลอดภัย และไม่ต้องขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยมีแผนผังแนวทางการพิจารณารายชื่อพลาสติก มีรายละเอียดตามภาคผนวก 1 แนบท้ายคู่มือฉบับนี้ \nสำหรับวัสดุสัมผัสอาหาร เช่น ช้อน ส้อมที่ทำจากพลาสติก ไม่อยู่ในขอบข่ายนิยามของภาชนะบรรจุตามประกาศฯ ฉบับดังกล่าว จึงไม่ต้องปฏิบัติตามตามคู่มือฉบับนี้\nดังนั้น การใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติกที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งหมายรวมถึงการใช้ภาชนะบรรจุที่มีการใช้สารหรือสารเคมีผสมหรือประกอบในชั้นวัสดุ/เนื้อวัสดุที่ใช้ทำภาชนะบรรจุ โดยสารที่ใช้ในภาชนะบรรจุนั้นส่งผลต่อคุณสมบัติของอาหารที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว (เช่น ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร หรือรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร หรือช่วยปรับปรุงสภาวะการเก็บรักษาอาหาร)\nจะต้องทำการประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยของภาชนะบรรจุดังกล่าว โดยผู้ผลิตหรือนำเข้าอาหารที่ใช้ภาชนะบรรจุอาหารลักษณะข้างต้น หรือผู้ผลิตหรือนำเข้าภาชนะบรรจุอาหารที่จะส่งต่อให้ผู้ผลิตหรือนำเข้าอาหารใช้งาน แล้วแต่กรณี จะต้องยื่นหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับภาชนะบรรจุดังกล่าว หรือรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด เพื่อประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัย ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อประกอบการอนุญาตและกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติก ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้ \n1 กรณี การประเมินโดย อย. (ในระหว่างที่ยังไม่มีหน่วยประเมินความปลอดภัย)\nข้อมูลองค์ประกอบของภาชนะบรรจุ \nชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตวัสดุที่ใช้ทำภาชนะบรรจุ และสารที่ใช้ในภาชนะบรรจุแล้วส่งผลต่อคุณสมบัติของอาหารที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว  \nชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตขึ้นรูปภาชนะบรรจุ\nชื่อและข้อมูลของพลาสติกหรือวัสดุที่ใช้ผลิตเป็นภาชนะบรรจุ \n- กรณีทำจากพลาสติกที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีหลักฐานพิจารณาอนุญาตพลาสติกชนิดนั้นๆ ก่อน หรือยื่นข้อมูลเพื่อประเมินความปลอดภัยของพลาสติกชนิดที่ยังไม่มีการกำหนดในประกาศฯ ด้วย \n- กรณีทำจากวัสดุอื่นที่ไม่ใช่พลาสติก ต้องข้อมูลและรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ผลิตเป็นภาชนะบรรจุด้วย\nรายชื่อ และปริมาณการใช้ของสารส่งผลต่อคุณสมบัติของอาหารที่บรรจุในภาชนะ ที่ใช้ผสมหรือประกอบในชั้นวัสดุ/เนื้อวัสดุที่ใช้ทำภาชนะบรรจุ  \nเอกสารแสดงกระบวนการผลิตภาชนะบรรจุ\nกลไกการเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารที่ใช้ กับวัสดุที่ใช้ทำภาชนะบรรจุ พร้อมเอกสารวิชาการสนับสนุน \nกลไกการเกิดปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างสารที่ผสมในภาชนะบรรจุ กับอาหาร รวมถึงประสิทธิภาพและผลที่เกิดขึ้นต่ออาหารที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว พร้อมเอกสารวิชาการสนับสนุน\nเอกสารแสดงข้อกำหนดเฉพาะ (specification) หรือคุณสมบัติของภาชนะบรรจุ \nเอกสารแสดงข้อกำหนดเฉพาะ (specification) หรือคุณสมบัติของสารที่ใช้ในภาชนะบรรจุแล้วส่งผลต่อคุณสมบัติของอาหารที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว \nเอกสารสรุปข้อมูลคุณสมบัติของภาชนะบรรจุ หรือคุณลักษณะพิเศษหรือผลกระทบต่ออาหารที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลักษณะหรือสภาวะการใช้งานของภาชนะบรรจุที่ขอความเห็นชอบ เช่น  ชนิดอาหารที่ใช้บรรจุ อุณหภูมิการใช้งานสูงสุด ระยะเวลาการใช้งาน วิธีการใช้งาน เป็นต้น พร้อมเอกสารวิชาการสนับสนุน\nเอกสารสรุปข้อมูลการประเมินความปลอดภัย และค่าความปลอดภัยของสารที่ใช้ในภาชนะบรรจุซึ่งส่งผลต่อคุณสมบัติของอาหารที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว พร้อมเอกสารวิชาการสนับสนุน\nผลการศึกษาการแพร่กระจายของสารที่ใช้สู่อาหาร พร้อมวิธีการวิเคราะห์\nเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อมูลการอนุญาต กฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับภาชนะบรรจุที่ยื่นขอให้พิจารณาของประเทศผู้ผลิตหรือประเทศที่จะใช้อ้างอิง พร้อมทั้งสรุปข้อมูลระบบการกำกับดูแล กฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานที่ยื่นข้างต้น \nผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของประเทศผู้ผลิตหรือประเทศที่ใช้อ้างอิง พร้อมวิธีวิเคราะห์\nรูปภาพของภาชนะบรรจุ\nเอกสารอื่นๆ ตามความจำเป็น (ถ้ามี)\n2 กรณี การประเมินโดย หน่วยประเมินความปลอดภัย\nให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานข้อมูลที่ใช้ยื่นให้หน่วยประเมินความปลอดภัย และรายงานผลการประเมินความปลอดภัยเกี่ยวกับภาชนะบรรจุอาหาร จากหน่วยประเมินความปลอดภัยที่ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด \nเงื่อนไข\n\n1.  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1  เป็นเจาของกิจการ หรือผู้ไดรับมอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2.  สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n1.5 ชำระค่าพิจารณาคำขอและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารคำขอฯ และชำระค่าประเมินเอกสารวิชาการฯ ตามช่องทางที่กำหนดไว้\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. จำนวน 1 เรื่องต่อวัน \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว\n\n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n            3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5.  กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1  กรณีประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตพลาสติกแปรใช้ใหม่สำหรับการผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับพร้อมเอกสารหลักฐาน\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนดมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n8. เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการขอประเมินความปลอดภัย\n8.1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายอมรับผลการประเมิน \n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานประเมินความปลอดภัยเพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมินและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินฯ กำหนด\n8.3 หน่วยงานประเมินความปลอดภัยมีสิทธิ์เรียกขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่าเอกสารที่ส่งมายังไม่เพียงพอต่อการประเมินความปลอดภัย โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่ร้องขอและส่งให้หน่วยประเมินความปลอดภัยตามระยะเวลาที่กำหนด \n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ \n10. ผลการประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัย ใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการ เสนอขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป","2024-04-29T14:22:40"],
    [1882,"9aa01d2d-2839-437f-9aa3-35523da7bd8f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหาร[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d34-0e71-4114-ba6a-eba82189445f",227,3000,7,null,"2024-04-29T14:19:57"],
    [1883,"9aa02215-146b-4611-9097-443c53da89e1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอาหาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9982183e-8195-4600-88cc-46799a31cdb4",210,3000,4,"กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข\n(ฉบับที่ 431) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เรื่อง อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปร\nพันธุกรรม โดยอาศัยอำนาจของรัฐมนตรีตามมาตรา 6(8) ซึ่งกำหนดให้อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม\nเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย เว้นแต่\n(1) อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมตามรายชื่อในบัญชีหมายเลข 1 แนบท้ายประกาศฯ\n(2) อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอาหารตาม\nเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศฯ\n1. ขอบข่าย\n“อาหารที่ได้จำกสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม” หมายความว่า\n(1) พืช สัตว์ จุลินทรีย์ ที่มีการตัดต่อ ตัดแต่ง ดัดแปร หรือเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมหรือผสมผสานสาร\nพันธุกรรมใหม่จากวิธีการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่และใช้บริโภคเป็นอาหาร\n(2) ผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้ (1) เป็นส่วนประกอบของอาหาร หรือผลิตจาก (1)\n(3) ผลิตผลจาก (1) ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร หรือที่ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร หรือที่ใช้เป็น\nสารอาหาร\n“สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (Genetically Modified Organism; GMO)” หมายความว่า สิ่งมีชีวิต\nที่มีการปรับเปลี่ยนสารพันธุกรรมซึ่งได้จากการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่\n“เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ (modern biotechnology)” หมายความว่า\n(1) กระบวนการใช้เทคนิคกรดนิวคลีอิกในหลอดทดลอง (in vitro) หรือในสภาพของห้องปฏิบัติการ\nรวมถึงการตัดต่อสารพันธุกรรม หรือการใช้สารพันธุกรรมลูกผสม หรือการใส่กรดนิวคลีอิกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ\nสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ซึ่งข้ามขอบเขตของการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติและไม่ได้ใช้เทคนิคในการขยายพันธุ์\nหรือคัดเลือกพันธุ์แบบดั้งเดิม (ธรรมชาติ) หรือ\n(2) การรวมตัวกันของเซลล์ (fusion of cells) นอกวงศ์ (family) ทางอนุกรมวิธานซึ่งข้ามขอบเขตของ\nการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติและไม่ได้ใช้เทคนิคในการขยายพันธุ์หรือคัดเลือกพันธุ์แบบดั้งเดิม (ธรรมชาติ)\n“พืชดัดแปรพันธุกรรมแบบรวมยีน (stacked event)” หมายความว่า พืชดัดแปรพันธุกรรมที่เกิด\nการผสมพันธุ์โดยวิธีการปรับปรุงพันธุ์แบบปกติ(conventional breeding) ระหว่างพันธุ์พ่อและพันธุ์แม่ที่เป็นพืช\nดัดแปรพันธุกรรม\n“เทคโนโลยีกำรปรับแต่งจีโนม” หมายถึง เทคนิคในการปรับเปลี่ยนและแก้ไขรหัสพันธุกรรมของ\nสิ่งมีชีวิตที่มีความจำเพาะและแม่นยำ หรือเพื่อแก้ไขให้ได้ยีนที่มีลักษณะตามต้องการ แบ่งเป็น\n(1) ประเภทที่ 1 หมายถึง อาหารที่มาจากสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาด้วยเทคนิค site-directed nuclease 1 (SDN1)\nหรือเทคนิคการปรับแต่งจีโนมอื่นที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงลำดับดีเอ็นเอแบบเกิดการกลายพันธุ์แบบสุ่มบริเวณจำเพาะ\n(site-specific random mutations) ทั้งการแทนที่ (substitutions) การแทรก (insertions) และการลบ (deletions) ที่\nบริเวณดีเอ็นเอเป้าหมาย และต้องไม่มีดีเอ็นเอแปลกปลอมอื่น ๆ (foreign DNA) ในผลิตภัณฑ์สุดท้าย\n(2) ประเภทที่ 2 หมายถึง อาหารที่มาจากสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาด้วยเทคนิค site-directed nuclease 2\n(SDN2) หรือเทคนิคการปรับแต่งจีโนมอื่นที่มีการใช้ดีเอ็นเอต้นแบบเพื่อดัดแปรลำดับดีเอ็นเอเป้าหมายให้เป็น\nตามที่คาดการณ์ไว้ โดยกระบวนการ homology-directed repair (HDR)\n(3) ประเภทที่ 3 หมายถึง อาหารที่มาจากสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาด้วยเทคนิค site-directed nuclease 3\n(SDN3) หรือเทคนิคการปรับแต่งจีโนมอื่นที่ใช้เทคนิคทั้งกระบวนการ non-homologous end-joining (NHEJ)\nและ homology-directed repair (HDR) เพื่อแทรกยีนในตำแหน่งจีโนมเป้าหมาย\n“จุลินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาแบบ Self-cloning” คือจุลินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการนำชิ้นดีเอ็น\nเอหรือยีน (nucleic acid sequences) ออกจากเซลล์ โดยจะมีการนำกลับเข้าไปทั้งชิ้นหรือบางส่วน (รวมทั้งที่\nสังเคราะห์ขึ้นแต่มีลำดับเบสเหมือนเดิม) ก็ได้ โดยก่อนที่จะใส่กลับเข้าไปนั้น อาจผ่านกระบวนการที่ใช้เอนไซม์หรือ\nวิธีการทางกล (mechanical steps) หรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้รวมทั้งการนำเข้าไปในจุลินทรีย์ชนิดพันธุ์ (species) เดียวกัน\nหรือชนิดพันธุ์ที่ใกล้เคียงกันที่สามารถแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกันได้ตามธรรมชาติ\n“ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety)” หมายถึง ความปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์และต่อความ\nหลากหลายทางชีวภาพอันอาจเกิดในการวิจัยและพัฒนา การเคลื่อนย้าย การจัดการและการใช้ประโยชน์\nสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม (อ้างอิงจากระเบียบสำนัก\nนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. 2563)\n“การประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอาหาร” หมายถึง กระบวนการทบทวนเอกสาร\n(scientific peer review) เพื่อประเมินโอกาสที่จะเกิดความเป็นพิษต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์จากการบริโภค\nอาหารที่ผลิตโดยใช้เทคนิคทางเทคโนโลยีชีวภาพ ทั้งที่เข้าข่ายและไม่เข้าข่ายเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ (modern\nbiotechnology) โดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี\n2. แนวทางการยื่นเอกสารเพื่อประเมินความปลอดภัย\nเมื่อได้รับ (1) รายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ\n(BIOTEC)* และ (2) เอกสารหลักฐานการส่งมอบวัสดุอ้างอิงหรือรายละเอียดวิธีการตรวจวิเคราะห์จาก\nกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว ให้นำหลักฐานและเอกสาร (ดูรายละเอียดใน “รายการเอกสารหรือหลักฐานประกอบ”\nหน้าที่ 8) ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผ่านระบบ e-submission แล้วแต่กรณี ดังนี้ (รูปที่ 2)\n1. อาหารที่ได้จากพืชดัดแปรพันธุกรรม สัตว์ดัดแปรพันธุกรรม หรือจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรม (รวมทั้ง\nself cloned strain) หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนของพืชหรือสัตว์ดัดแปรพันธุกรรมเป็นส่วนประกอบ หรือ\nผลิตภัณฑ์อาหารที่มีจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรมเป็นส่วนประกอบ ต้องยื่นหลักฐานและเอกสารผ่านระบบ\ne-submission หัวข้อ “การขอประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอาหาร”\n2. ผลิตผลจากพืชดัดแปรพันธุกรรม สัตว์ดัดแปรพันธุกรรม หรือจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรม (รวมทั้ง self cloned strain) ที่เป็นสารสกัด สารสำคัญ หรือสารอาหาร ต้องยื่นหลักฐานและเอกสารผ่านระบบ e-submission\nหัวข้อ “การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร”\n3. ผลิตผลจากพืชดัดแปรพันธุกรรม สัตว์ดัดแปรพันธุกรรม หรือจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรม (รวมทั้ง self cloned strain) ที่เป็นวัตถุเจือปนอาหาร ต้องยื่นหลักฐานและเอกสารผ่านระบบ e-submission หัวข้อ “การขอประเมินความปลอดภัยวัตถุเจือปนอาหาร”\nทั้งนี้กรณีที่เป็นวัตถุเจือปนอาหารซึ่งมีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานและมีข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้แล้วตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารให้ติดต่อกลุ่มกำกับดูแลก่อนออกสู่ตลาดเพื่อขอแก้ไขทะเบียนตำรับอาหาร\n3. เงื่อนไขของการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม\n(1) เป็นอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมตามรายชื่อในบัญชีหมายเลข 1 แนบท้ายประกาศฯ\n(2) เป็นอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอาหารแล้วตามเงื่อนไขของประกาศฯ\n(3) ไม่เป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นต้น\n4. ข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม\n(1) ไม่มีสารพิษ วัตถุ หรือองค์ประกอบที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ มากไปกว่าคู่เปรียบเทียบ\n(conventional counterpart)\n(2) มีคุณค่าทางโภชนาการ หรือคุณสมบัติที่ต้องการไม่น้อยกว่าคู่เปรียบเทียบ (conventional counterpart)\n(3) คุณภาพหรือมาตรฐานส าหรับอาหารชนิดนั้น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี\n(4) คุณภาพหรือมาตรฐานอื่น (ถ้ามี) ตามรายงานผลการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอาหาร\n5. ข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ของอาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมการใช้อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมเป็นส่วนประกอบในอาหารให้ใช้ตามชื่อ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร หรือตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\nการใช้อาหารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมเป็นส่วนประกอบในอาหาร นอกเหนือจากวรรคหนึ่ง ให้ใช้ตามรายงานผลการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพด้านอาหาร แล้วแต่กรณี\n\nรวมระยะเวลา\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 77__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __140__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __345__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:22:33"],
    [1884,"9aa03358-3a90-4b38-828c-bc05cb3e512d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","คู่มือการขอประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยของภาชนะบรรจุที่มีการใช้สารหรือสารเคมี (active substances) ในภาชนะบรรจุ ซึ่งสารนั้นส่งผลต่อคุณสมบัติของอาหารที่บรรจุในภาชนะดังกล่าว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9aa02d8a-3956-45f0-a03c-1d29e23b6286",284,3000,3,"หลักเกณฑ์\n พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เพื่อประโยชน์แก่การควบคุมอาหาร ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 6 (6) กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุและการใช้ภาชนะบรรจุ ตลอดจนการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหารด้วย \n ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร                     พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกไว้ตามบัญชีหมายเลข 1 และ 2 ท้ายประกาศ ทั้งนี้ สำหรับภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกชนิดอื่นที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามข้อ 4 (1) (2) (4) (5) และ (6) ของประกาศฯ และไม่มีสารอันตรายที่แพร่กระจายออกมาในปริมาณที่มีผลต่อสุขภาพ โดยต้องส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานและรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด\n•\tภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกชนิดที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2522 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ไม่ต้องประเมินคุณภาพหรือมาตรฐานและความปลอดภัย และไม่ต้องขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยมีแผนผังแนวทางการพิจารณารายชื่อพลาสติก มีรายละเอียดตามภาคผนวก 1 แนบท้ายคู่มือฉบับนี้ \n•\tสำหรับวัสดุสัมผัสอาหาร เช่น ช้อน ส้อมที่ทำจากพลาสติก ไม่อยู่ในขอบข่ายนิยามของภาชนะบรรจุตามประกาศฯ ฉบับดังกล่าว จึงไม่ต้องปฏิบัติตามตามคู่มือฉบับนี้\nดังนั้น การใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติกที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข  จะต้องทำการประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยของภาชนะบรรจุดังกล่าว โดยผู้ผลิตหรือนำเข้าอาหารที่ใช้ภาชนะบรรจุอาหาร ที่ทำจากพลาสติกที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก และรวมถึงผู้ผลิตหรือนำเข้าภาชนะบรรจุอาหารที่จะส่งต่อให้แก่ผู้ผลิตหรือนำเข้าอาหารใช้งาน แล้วแต่กรณี จะต้องยื่นหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับพลาสติกที่ใช้ผลิตภาชนะบรรจุดังกล่าว และรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด เพื่อประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัย ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อประกอบการอนุญาตและกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติก ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้ \nแนวทางการยื่นเอกสาร\nการขอประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยของภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติกที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ต้องยื่นหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับพลาสติกเพื่อประกอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้\n1.1 กรณี การประเมินโดย อย. (ในระหว่างที่ยังไม่มีหน่วยประเมินความปลอดภัย)\n(1)\tชนิดพลาสติก\n(2)\tชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตพลาสติก\n(3)\tชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตขึ้นรูปภาชนะบรรจุ\n(4)\tรายชื่อ และปริมาณการใช้ของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมพลาสติก เช่น มอนอเมอร์ สารตั้งต้นในการผลิต สารเติมแต่ง (additive) หรือสารช่วยในกระบวนการผลิต (polymer production aid) เป็นต้น\n(5)\tเอกสารแสดงข้อกำหนดเฉพาะ (specification) หรือคุณสมบัติของพลาสติกรวมถึงสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมพอลิเมอร์\n(6)\tเอกสารแสดงรายชื่อและปริมาณสารแปลกปน (impurity)  สารเคมีที่เป็นผลพลอยได้ หรือสารที่ตกค้างจากกระบวนการผลิตพลาสติก และกระบวนการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ\n(7)\tเอกสารแสดงกระบวนการผลิต : กระบวนการและสภาวะการเตรียมพลาสติก เช่น กระบวนการและสภาวะการเตรียมพอลิเมอไรส์เซชัน เป็นต้น \n(8)\tเอกสารแสดงข้อมูลข้อกำหนดเฉพาะ (specification) หรือคุณสมบัติ (properties) ของวัสดุหรือพลาสติก\n(9)\tเอกสารแสดงรายชื่อและข้อกำหนดเฉพาะ (specification) และปริมาณการใช้ของสารเคมีที่ใช้ในการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ  รวมถึงวัสดุที่ใช้ร่วมในการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ\n(10)\tเอกสารแสดงกระบวนการผลิต : กระบวนการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ\n(11)\tเอกสารสรุปข้อมูลคุณสมบัติ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลักษณะหรือสภาวะการใช้งานของภาชนะบรรจุที่ยื่นขอ เช่น  ชนิดอาหารที่ใช้บรรจุ อุณหภูมิการใช้งานสูงสุด ระยะเวลาการใช้งาน วิธีการใช้งาน เป็นต้น พร้อมเอกสารวิชาการสนับสนุน\n(12)\tเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อมูลการประเมินความปลอดภัย การอนุญาต กฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกที่ใช้ผลิต หรือที่เกี่ยวข้องกับภาชนะบรรจุอาหารของประเทศผู้ผลิตหรือประเทศที่จะใช้อ้างอิง พร้อมทั้งสรุปข้อมูลระบบการกำกับดูแล กฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานที่ยื่นข้างต้น \n(13)\tเอกสารข้อมูลการศึกษาด้านความปลอดภัยหรือด้านพิษวิทยาของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมพลาสติกและสารเคมีที่ใช้ในการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ รวมถึงสารแปลกปน (impurity) สารเคมีที่เป็นผลพลอยได้ หรือสารที่ตกค้างจากกระบวนการผลิตพลาสติกและจากกระบวนการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ แล้วแต่กรณี โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมพลาสติก และสารเคมีที่ใช้ในการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ\n(14)\tผลการศึกษาการแพร่กระจายของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมพลาสติกและสารเคมีที่ใช้ในการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ รวมถึงสารแปลกปน (impurity) สารเคมีที่เป็นผลพลอยได้ หรือสารที่ตกค้างจากกระบวนการผลิตพลาสติกและจากกระบวนการขึ้นรูปเป็นภาชนะบรรจุ แล้วแต่กรณี ตามสภาวะการใช้งาน พร้อมรายละเอียดการวิเคราะห์และวิธีการวิเคราะห์\n(15)\tผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของประเทศผู้ผลิตหรือประเทศที่ใช้อ้างอิง พร้อมวิธีวิเคราะห์\n(16)\tรูปภาพของภาชนะบรรจุ\n(17)\t เอกสารอื่นๆ ตามความจำเป็น (ถ้ามี)\n1.2 กรณี การประเมินโดย หน่วยประเมินความปลอดภัย\nให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานข้อมูลที่ใช้ยื่นให้หน่วยประเมินความปลอดภัย และรายงานผลการประเมินความปลอดภัยเกี่ยวกับภาชนะบรรจุอาหาร จากหน่วยประเมินความปลอดภัยที่ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด\nเงื่อนไข\n1.  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1  เป็นเจาของกิจการ หรือผู้ไดรับมอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2.  สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n1.5 ชำระค่าพิจารณาคำขอและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารคำขอฯ และชำระค่าประเมินเอกสารวิชาการฯ ตามช่องทางที่กำหนดไว้\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. จำนวน 1 เรื่องต่อวัน \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว\n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n            3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5.  กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด  \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n7.1  กรณีประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน ที่ไม่มีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้การยอมรับพร้อมเอกสารหลักฐาน (สำหรับกรณีที่มีหน่วยประเมินความปลอดภัยให้บริการ)\n7.2 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n8. เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการขอประเมินความปลอดภัย\n8.1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะประกาศรายชื่อหน่วยงานประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายอมรับผลการประเมิน \n8.2 ผู้ยื่นคำขอฯ ดำเนินการติดต่อกับหน่วยงานประเมินความปลอดภัยเพื่อขอรับประเมินด้วยตนเอง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการประเมินและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามอัตราที่หน่วยประเมินฯ กำหนด\n8.3 หน่วยงานประเมินความปลอดภัยมีสิทธิ์เรียกขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่าเอกสารที่ส่งมายังไม่เพียงพอต่อการประเมินความปลอดภัย โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่ร้องขอและส่งให้หน่วยประเมินความปลอดภัยตามระยะเวลาที่กำหนด \n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ \n10.  ผลการประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัย ใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการ เสนอขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป\nA. กรณีไม่มีรายงานผลการประเมินจากหน่วยประเมิน\n• ขั้นตอนที่ 1: การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __31__ วันทำการ สำหรับกรณีข้อมูลครบถ้วน \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __111__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __184__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 2 ครั้ง\n• ขั้นตอนที่ 2: การพิจารณาประเมินความปลอดภัย\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 71__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __284__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __478__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง\nB. กรณีมีรายงานผลการประเมินจากหน่วยประเมิน\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 77__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __140__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __345__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:22:55"],
    [1885,"9aa033a9-75bc-40b7-9b6a-f47fc37e1bf1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยของวัสดุที่ใช้ทำขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ที่มิใช่ชนิดวัสดุที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข  [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d33-79e2-4554-851c-eb5a3d53f1f7",284,69000,2,"หลักเกณฑ์\n1.  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 เรื่อง ขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ข้อ 7 ขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ที่ทำจากวัสดุอื่นที่มิใช่วัสดุตามข้อ 3 (5) ข้อ 4 (5) ข้อ 6 (1) (จ) และข้อ 6 (2) (ง) แล้วแต่กรณี ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยให้ยื่นหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ผลิต และเอกสารเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้\n(1)\tชนิดวัสดุหรือพลาสติก\n(2)\tชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตวัสดุหรือพลาสติก\n(3)\tชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตขึ้นรูปเป็นขวดนม หรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n(4)\tรายชื่อ และปริมาณการใช้ของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมวัสดุหรือพลาสติก เช่น มอนอเมอร์ สารตั้งต้นในการผลิต สารเติมแต่ง (additive) หรือสารช่วยในกระบวนการผลิต (polymer production aid) เป็นต้น \n(5)\tเอกสารแสดงกระบวนการผลิต ได้แก่ กระบวนการเตรียมวัสดุหรือพลาสติก                 เช่น กระบวนการและสภาวะการเตรียมพอลิเมอไรส์เซชัน เป็นต้น และกระบวนการขึ้นรูปเป็นขวดนมหรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก \n(6)\tเอกสารแสดงข้อกำหนดเฉพาะ (specification) หรือคุณสมบัติของวัสดุหรือพลาสติกรวมถึงสารเคมี และปริมาณการใช้ของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมวัสดุหรือพอลิเมอร์\n(7)\tเอกสารสรุปข้อมูลคุณสมบัติ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลักษณะหรือสภาวะการใช้งานของขวดนมหรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็กที่ทำจากวัสดุหรือพลาสติกที่ขอความเห็นชอบ เช่น  ชนิดอาหารที่ใช้บรรจุ อุณหภูมิการใช้งานสูงสุด ระยะเวลา การใช้งาน เป็นต้น\n(8)\tเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อมูลการประเมินความปลอดภัย การอนุญาต กฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับวัสดุหรือพลาสติกที่ใช้ผลิต หรือเกี่ยวข้องกับขวดนมหรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็กของประเทศผู้ผลิตหรือประเทศที่จะใช้อ้างอิง พร้อมทั้งสรุปข้อมูลระบบการกำกับดูแล กฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานที่ยื่นข้างต้น \n(9)\tผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของประเทศผู้ผลิตหรือประเทศที่ใช้อ้างอิงตาม (8)\n(10)\tเอกสารข้อมูลการศึกษาด้านความปลอดภัยหรือด้านพิษวิทยาของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมวัสดุ/พลาสติกและสารเคมีที่ใช้ในการขึ้นรูปเป็นขวดนมหรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก รวมถึงสารแปลกปน (impurity) สารเคมีที่เป็นผลพลอยได้ หรือสารที่ตกค้างจากกระบวนการผลิตวัสดุ/พลาสติกและจากกระบวนการขึ้นรูป แล้วแต่กรณี\n(11)\t ผลการศึกษาการแพร่กระจายของสารเคมีที่ใช้ในการเตรียมวัสดุ/พลาสติกและสารเคมีที่ใช้ในการขึ้นรูปเป็นขวดนมหรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก รวมถึงสารแปลกปน (impurity) สารเคมีที่เป็นผลพลอยได้ หรือสารที่ตกค้างจากกระบวนการผลิตวัสดุ/พลาสติกและจากกระบวนการขึ้นรูป แล้วแต่กรณี ตามสภาวะการใช้งาน\n(12)\tรูปภาพสีของขวดนม หรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก\n(13)\t เอกสารอื่นๆ ตามความจำเป็น (ถ้ามี)\n2. ชนิดวัสดุที่กำหนดไว้แล้วในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 เรื่อง ขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ไม่ต้องประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัย เพื่อประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยมีแผนผังแนวทางการพิจารณาวัสดุมีรายละเอียดตามภาคผนวก 1 แนบท้ายคู่มือฉบับนี้ \nสำหรับเครื่องปั๊มน้ำนมมารดา อุปกรณ์ปั๊มน้ำนมมารดา ภาชนะที่ใช้เก็บนมที่ไม่อยู่ในลักษณะเหลว และภาชนะที่ใช้เก็บอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ไม่อยู่ในขอบข่ายนิยามของขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็กตามประกาศฯฉบับดังกล่าว จึงไม่ต้องประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยตามคู่มือฉบับนี้\nผู้ผลิตหรือนำเข้า ขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก ที่ทำจากวัสดุอื่นที่มิใช่วัสดุที่กำหนดไว้ตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 369) พ.ศ. 2558 เรื่อง ขวดนม และภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก จะต้องยื่นหลักฐานและเอกสารดังกล่าวข้างต้น เกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ผลิตเพื่อประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัย เพื่อประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานสำหรับวัสดุดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้ \nเงื่อนไข\n1.  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1  เป็นเจาของกิจการ หรือผู้ไดรับมอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2.  สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) \n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร) ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\nกรณีขวดนม หรือภาชนะบรรจุนมสำหรับทารกและเด็กเล็ก มีส่วนประกอบที่ทำจากวัสดุมิใช่วัสดุที่กำหนดไว้ตามที่ประกาศฯ มากกว่า 1 ชนิด ให้แนบเอกสาร/หลักฐานเกี่ยวกับวัสดุแยกตามจำนวนชนิดวัสดุที่ใช้ทำ                  \n 1.5 ชำระค่าพิจารณาคำขอและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารคำขอฯ และชำระค่าประเมินเอกสารวิชาการฯ ตามช่องทางที่กำหนดไว้\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. จำนวน 1 เรื่องต่อวัน \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว\n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n            3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไข หรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5.  กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินคุณภาพหรือมาตรฐาน และความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด  \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย\nกรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n8. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ \n9. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป","2024-04-29T14:22:48"],
    [1886,"9aaff90a-5294-4f7a-8d43-ef0199af8695","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a921624-6eb9-4e32-9ad6-da94faa342ee",153,660,7,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังนี้        \n1.1 นมโค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมโค        \n1.2 นมปรุงแต่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมปรุงแต่ง        \n1.3 นมเปรี้ยว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมเปรี้ยว        \n1.4 ผลิตภัณฑ์ของนม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของนม        \n1.5 ไอศกรีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไอศกรีม        \n1.6 เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.7 อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.8 กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n1.9 เครื่องดื่มเกลือแร่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มเกลือแร่    \n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หากมีการใช้สารใหม่หรือเป็นอาหารใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี    \n5. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.5) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n \nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 8 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามที่ยื่นคำขอ จากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองสากล เมื่อมีการผลิตเพื่อจำหน่าย หรือ เมื่อมีการนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก\n4.2 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.3 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.4. ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ \nสูตรส่วนประกอบ 100% รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ และกรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรือ อาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n5.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n5.4 สูตรส่วนประกอบ\n- มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n- มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง\n5.5 ไม่มีหนังสืออนุมัติน้ำหนักเนื้ออาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีเป็นอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ที่มีน้ำหนักเนื้ออาหารไม่เป็นไปตามบัญชีน้ำหนักเนื้ออาหาร หรือ เป็นอาหารประเภทอื่นที่มิได้กําหนดไว้ในบัญชีให้มีน้ำหนักเนื้ออาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 355) พ.ศ. 2556 เรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 153 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (73 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:08:15"],
    [1887,"9aaffde5-39c1-4347-bef0-9e0720211ef5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) [N]","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a939c2f-5318-4e80-81f3-1ae5476be9a6",153,660,10,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังนี้        \n1.1 นมโค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมโค        \n1.2 นมปรุงแต่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมปรุงแต่ง        \n1.3 นมเปรี้ยว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมเปรี้ยว        \n1.4 ผลิตภัณฑ์ของนม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของนม        \n1.5 ไอศกรีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไอศกรีม        \n1.6 เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.7 อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.8 กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n1.9 เครื่องดื่มเกลือแร่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มเกลือแร่    \n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. ผลิตภัณฑ์ตามข้อ 1 ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) ทั้งนี้การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ต้องส่งมอบฉลากให้ตรวจอนุมัติก่อน\n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี\n5. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ  กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.5)สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมแนบแบบฉลาก และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n \nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 8 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามที่ยื่นคำขอ จากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองสากล เมื่อมีการผลิตเพื่อจำหน่าย หรือ เมื่อมีการนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก\n4.2 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.3 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.4. ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ \nสูตรส่วนประกอบ 100% รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ และกรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ \n5.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n5.4 สูตรส่วนประกอบ\n- มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n- มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง\n5.5 ไม่มีหนังสืออนุมัติน้ำหนักเนื้ออาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีเป็นอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ที่มีน้ำหนักเนื้ออาหารไม่เป็นไปตามบัญชีน้ำหนักเนื้ออาหาร หรือ เป็นอาหารประเภทอื่นที่มิได้กําหนดไว้ในบัญชีให้มีน้ำหนักเนื้ออาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 355) พ.ศ. 2556 เรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 153 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (73 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:09:55"],
    [1888,"9aafff97-895f-4527-92d4-763a8c4e55b7","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ (ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a93d09b-2f88-4bc0-bee6-6fdca707c150",153,500,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังนี้        \n1.1 นมโค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมโค        \n1.2 นมปรุงแต่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมปรุงแต่ง        \n1.3 นมเปรี้ยว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมเปรี้ยว        \n1.4 ผลิตภัณฑ์ของนม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของนม        \n1.5 ไอศกรีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไอศกรีม        \n1.6 เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.7 อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.8 กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n1.9 เครื่องดื่มเกลือแร่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มเกลือแร่ \n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n2.1 ชนิดอาหาร\n2.2 กรรมวิธีการผลิต\n2.3 ชื่ออาหารภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ (ถ้ามี)\n2.4 ลักษณะอาหาร\n2.5 ชนิดของภาชนะบรรจุ/อายุการเก็บรักษา/อุณหภูมิการเก็บรักษา\n2.6 ค่าความเป็นกรด-ด่าง/ค่าวอเตอร์แอคติวิตี้/คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์\n2.7 จุดประสงค์การจำหน่าย\n2.8 จุดประสงค์การใช้\n2.9 วิธีการนำไปใช้\n2.10 สูตรส่วนประกอบ\n2.11 รหัสของหมวดอาหาร\n2.12 ร้อยละน้ำหนักเนื้ออาหาร\n2.13 รายละเอียดสถานที่ผลิต ณ ต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n3. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หากมีการใช้สารใหม่หรือเป็นอาหารใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี    \n5. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ  กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n\nวิธีการ \n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อจำหน่ายในประเทศ การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 8 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ \nสูตรส่วนประกอบ 100% รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ และกรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรือ อาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n5.3 สูตรส่วนประกอบ\n- มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเขา จำหน่าย\n- มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯที่เกี่ยวข้อง\n5.5 ไม่มีหนังสืออนุมัติน้ำหนักเนื้ออาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีเป็นอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ที่มีน้ำหนักเนื้ออาหารไม่เป็นไปตามบัญชีน้ำหนักเนื้ออาหาร หรือ เป็นอาหารประเภทอื่นที่มิได้กําหนดไว้ในบัญชีให้มีน้ำหนักเนื้ออาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 355) พ.ศ. 2556 เรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 153 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (73 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:09:20"],
    [1889,"9ab00026-ddb6-4b88-9eb4-8260df21558b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a839c9e-cc97-4ebb-97ec-d6861c9cb0e5",153,500,6,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังนี้        \n1.1 นมโค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมโค        \n1.2 นมปรุงแต่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมปรุงแต่ง        \n1.3 นมเปรี้ยว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมเปรี้ยว        \n1.4 ผลิตภัณฑ์ของนม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของนม        \n1.5 ไอศกรีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไอศกรีม        \n1.6 เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.7 อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.8 กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n1.9 เครื่องดื่มเกลือแร่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มเกลือแร่    \n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n2.1 ชนิดอาหาร\n2.2 กรรมวิธีการผลิต\n2.3 ชื่ออาหารภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ (ถ้ามี)\n2.4 ลักษณะอาหาร\n2.5 ชนิดของภาชนะบรรจุ/อายุการเก็บรักษา/อุณหภูมิการเก็บรักษา\n2.6 ค่าความเป็นกรด-ด่าง/ค่าวอเตอร์แอคติวิตี้/คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์\n2.7 จุดประสงค์การจำหน่าย\n2.8 จุดประสงค์การใช้\n2.9 วิธีการนำไปใช้\n2.10 สูตรส่วนประกอบ\n2.11 รหัสของหมวดอาหาร\n2.12 ร้อยละน้ำหนักเนื้ออาหาร\n2.13 รายละเอียดสถานที่ผลิต ณ ต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n2.14 ฉลากอาหาร\n3. ผลิตภัณฑ์ตามข้อ 1 ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ (Novel food) ทั้งนี้การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ต้องส่งมอบฉลากให้ตรวจอนุมัติก่อน\n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี    \n5. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ  กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n\nวิธีการ \n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อจำหน่ายในประเทศ การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 8 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ สูตรส่วนประกอบ 100% รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ และกรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ \n5.3 สูตรส่วนประกอบ\n- มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเขา จำหน่าย\n- มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯที่เกี่ยวข้อง\n5.5 ไม่มีหนังสืออนุมัติน้ำหนักเนื้ออาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีเป็นอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ที่มีน้ำหนักเนื้ออาหารไม่เป็นไปตามบัญชีน้ำหนักเนื้ออาหาร หรือ เป็นอาหารประเภทอื่นที่มิได้กําหนดไว้ในบัญชีให้มีน้ำหนักเนื้ออาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 355) พ.ศ. 2556 เรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 153 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (73 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 80 วันทำการ)","2023-11-27T14:11:22"],
    [1890,"9ab000a6-c463-40d4-9c79-ae0fd98e0f0c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a93b424-84de-4e3d-93fa-921e7b3cd379",78,500,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังนี้        \n1.1 นมโค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมโค        \n1.2 นมปรุงแต่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมปรุงแต่ง        \n1.3 นมเปรี้ยว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมเปรี้ยว        \n1.4 ผลิตภัณฑ์ของนม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของนม        \n1.5 ไอศกรีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไอศกรีม        \n1.6 เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.7 อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.8 กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n1.9 เครื่องดื่มเกลือแร่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มเกลือแร่\n2. การขอแก้ไขรายการที่ต้องยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร เพื่อพิจารณาอนุญาตผ่านระบบ e-Submission มีดังนี้ \n2.1 ชนิดอาหาร\n2.2 กรรมวิธีการผลิต\n2.3 ชื่ออาหารภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ (ถ้ามี)\n2.4 ลักษณะอาหาร\n2.5 ชนิดของภาชนะบรรจุ/อายุการเก็บรักษา/อุณหภูมิการเก็บรักษา\n2.6 ค่าความเป็นกรด-ด่าง/ค่าวอเตอร์แอคติวิตี้/คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์\n2.7 จุดประสงค์การจำหน่าย\n2.8 จุดประสงค์การใช้\n2.9 วิธีการนำไปใช้\n2.10 สูตรส่วนประกอบ\n2.11 รหัสของหมวดอาหาร\n2.12 ร้อยละน้ำหนักเนื้ออาหาร\n2.13 รายละเอียดสถานที่ผลิต ณ ต่างประเทศ (กรณีนำเข้า)\n3. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หากมีการใช้สารใหม่หรือเป็นอาหารใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี    \n5. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ  กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n\nวิธีการ \n1. กรณีขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อจำหน่ายในประเทศ การขอแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นแบบการแก้ไขรายละเอียดของอาหารที่จดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะแก้ไขรายการให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันและออกใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) พร้อมทั้งระบุประวัติการแก้ไข โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขอแก้ไขผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอแก้ไขรายการอนุญาตที่ได้รับเลขสารบบอาหารไว้แล้วเพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 5 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.2 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.3 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ สูตรส่วนประกอบ 100% รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ และกรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) \nณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรือ อาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n5.3 สูตรส่วนประกอบ\n- มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย\n- มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯที่เกี่ยวข้อง\n5.5 ไม่มีหนังสืออนุมัติน้ำหนักเนื้ออาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีเป็นอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ที่มีน้ำหนักเนื้ออาหารไม่เป็นไปตามบัญชีน้ำหนักเนื้ออาหาร หรือ เป็นอาหารประเภทอื่นที่มิได้กําหนดไว้ในบัญชีให้มีน้ำหนักเนื้ออาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 355) พ.ศ. 2556 เรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 78 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 50 วันทำการ)","2023-11-27T14:08:46"],
    [1891,"9ab02027-ce84-48a0-87ea-85ef04f4f5cf","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a92133e-8101-42d6-90ec-54aaf9ba0932",78,660,6,"หลักเกณฑ์\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ดังนี้        \n1.1 นมโค ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมโค        \n1.2 นมปรุงแต่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมปรุงแต่ง        \n1.3 นมเปรี้ยว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง นมเปรี้ยว        \n1.4 ผลิตภัณฑ์ของนม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์ของนม        \n1.5 ไอศกรีม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ไอศกรีม        \n1.6 เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.7 อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท        \n1.8 กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กาแฟ\n1.9 เครื่องดื่มเกลือแร่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง เครื่องดื่มเกลือแร่    \n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า \n2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร โดยประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\nใบอนุญาตสถานที่ผลิตและนำเข้าที่ได้รับอนุญาตต้องยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้สถานที่ผลิตอาหารต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่เกี่ยวข้อง\n3. ผลิตภัณฑ์ต้องไม่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) หากมีการใช้สารใหม่หรือเป็นอาหารใหม่ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) \n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อ 1 แล้วแต่กรณี    \n5. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร หรือประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ แล้วแต่กรณี    \n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ  กรณีการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก/ฝาพลาสติกมีสี นอกเหนือจากสีขาวที่สัมผัสอาหารเหลวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว ต้องมีรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุพลาสติก/ ฝาพลาสติกมีสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก เก็บไว้ ณ สถานที่ผลิตหรือนำเข้า\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภท ที่ประกาศไว้หน้าเว็บไซต์กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา        \n\nวิธีการ \n1. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ผลิต/ นำเข้า/ อ้างอิงสูตรและแบ่งบรรจุจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเลขสารบบอาหาร ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร/ แจ้งรายละเอียดอาหาร (แบบ สบ.5) สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทแล้วแต่กรณี ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร (แบบ สบ.5/1) โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ \n(ศึกษารายละเอียดคู่มือการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141884768624640&name=Esub_reprocess.pdf)\n2. กรณีการยื่นคำขอใหม่เพื่อการส่งออกเท่านั้น ให้ยื่นคำขอด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่คู่มือประชาชน เรื่อง การขออนุญาตและแก้ไขผลิตภัณฑ์อาหารประเภท นมโค นมปรุงแต่ง นมเปรี้ยว ผลิตภัณฑ์ของนม ไอศกรีม เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท กาแฟผสม กาแฟสำเร็จรูปผสม กาแฟปรุงสำเร็จ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อการส่งออกเท่านั้น\n\n\n\n \nเงื่อนไข    \n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซด์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n- กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n3. กรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 5 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายในเวลา 10 วันทำการ ต่อครั้ง (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n4. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n4.1 ส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามที่ยื่นคำขอ จากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองสากล เมื่อมีการผลิตเพื่อจำหน่าย หรือ เมื่อมีการนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก\n4.2 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n4.3 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n4.4. ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า ได้แก่ \nสูตรส่วนประกอบ 100% รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต ชนิดภาชนะบรรจุ และกรณีสูตรส่วนประกอบมีการเติมสารสำคัญต้องจัดเตรียมข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย\n5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n5.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n5.2 เข้าข่ายเป็นอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ หรือ อาหารใหม่ (Novel food) หรือมีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n5.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือ มีอายุเกิน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ออกรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ เว้นแต่มีหลักฐานว่าเคยยื่นก่อนวันที่ระบุในรายงานผลการตรวจวิเคราะห์\n5.4 สูตรส่วนประกอบ\n- มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเขา จำหน่าย\n- มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร และประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง\n5.5 ไม่มีหนังสืออนุมัติน้ำหนักเนื้ออาหาร จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีเป็นอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ที่มีน้ำหนักเนื้ออาหารไม่เป็นไปตามบัญชีน้ำหนักเนื้ออาหาร หรือ เป็นอาหารประเภทอื่นที่มิได้กําหนดไว้ในบัญชีให้มีน้ำหนักเนื้ออาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 355) พ.ศ. 2556 เรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท\nหมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 78 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (28 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 50 วันทำการ)","2023-11-27T14:07:42"],
    [1892,"9ab7c447-ce51-45bb-8f72-1f026010114f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอประเมินความปลอดภัยเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ที่ใช้ในการผลิตอาหาร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9ab7a97c-ac37-487f-8c86-27999d0fb4f6",487,45000,2,"หลักเกณฑ์\n\nการใช้เชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ที่ใช้ในการผลิตอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิตอาหารจะต้องมีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังนี้ \n(1) ตามที่กำหนดไว้ใน Codex Advisory Specification for the Identity and Purity of Food Additives\n(2) ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร\n(3) ตามความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและวินิจฉัยในเชิงวิชาการเกี่ยวกับอาหาร โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องส่งมอบผลการประเมินความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหารชนิดนั้น พร้อมรายละเอียดประกอบการยื่นขอตามที่ระบุในประกาศฯ\nและจะต้องใช้ตามรายชื่อจุลินทรีย์ ชนิดอาหาร และเงื่อนไขการใช้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเคยให้ความเห็นชอบไว้\nกรณีการใช้ที่แตกต่างไปจากวรรคหนึ่งและวรรคสอง ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \nดังนั้น ผู้ที่ประสงค์จะผลิตเพื่อจำหน่ายหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ที่ใช้ในการผลิตอาหารซึ่งยังไม่มีข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานและข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้ตามที่ประกาศกำหนดไว้ จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของคู่มือฉบับนี้\nเงื่อนไข\n\n1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้อง\n1.1 เป็นเจ้าของกิจการหรือผูไดรับมอบอํานาจเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล และมีอำนาจตัดสินใจลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการ หรือผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย\n1.2 สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอได้ รวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)\n1.3 ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่า มีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย\n1.4 ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่ง         คำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร  ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครยื่นได้ที่ กองอาหาร ห้อง 325 ชั้น 3 อาคาร 5 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n[สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร]\n2. การขอรับบริการผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรับคำขอทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. โดยรับคำขอฯ จำนวน 2 เรื่องต่อสัปดาห์ \n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n3.1 กรอกข้อมูลในแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n3.2 แนบไฟล์เอกสารตรงตามช่องข้อมูลที่ให้ upload ผ่านระบบ e-submission โดยเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ\n3.3 กรณีมีความประสงค์ให้มีการรักษาความลับ (confidential) ของข้อมูล/หลักฐาน บางส่วนหรือทั้งหมดของคำขอฯ โดยผู้ยื่นคำขอฯ ต้องจัดทำรายการของข้อมูลที่เป็นความลับซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผย พร้อมแสดงเหตุผลเพื่อขอรับการรักษาความลับดังกล่าว \n3.4 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นคำขอฯ\n3.5 หมั่นตรวจสอบข้อมูลในระบบหรือ e-mail เพื่อตรวจสอบสถานะของเรื่องที่ยื่นขออนุญาต\n3.6 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ขออนุญาตต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีข้อที่ไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือยืนยันข้อมูลที่ยื่นมาให้ตอบ “ยืนยัน” ด้วย\n4. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยว่าครบถ้วนแล้ว จึงจะรับคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำสำเนาเอกสารทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นรายกรณี โดยจัดทำสารบัญและเรียงเอกสารตามลำดับที่กำหนดไว้ในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น (Checklist) เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น พร้อมตรวจสอบให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. กรณีที่เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ประเมิน หรือ คณะประเมิน หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อสงสัยต่อเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินความปลอดภัยที่ยื่นมาให้นั้น อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารชี้แจงประกอบข้อมูลเพิ่มเติมและจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n6. การนำเสนอเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบการประเมินความปลอดภัยต่อคณะอนุกรรมการฯ วิชาการที่เกี่ยวข้องนั้น จะดำเนินการไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อ คำขอฯ หากประชุมครบ 2 ครั้งแล้วที่ประชุมยังไม่สามารถมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมผ่านระบบ e-submission และปิดคำขอดังกล่าว\n7. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย \n9. ระยะเวลาทำการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอฯ \n10. ผลการประเมินความปลอดภัยใช้เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งประกอบการขอความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานต่อไป \n\nรวมระยะเวลา\n• ขั้นตอนที่ 1: การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __31__  วันทำการ สำหรับกรณีข้อมูลครบถ้วน \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __111__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __184__ วันทำการ สำหรับกรณีขอข้อมูลเพิ่มเติม 2 ครั้ง\n• ขั้นตอนที่ 2: การพิจารณาประเมินความปลอดภัย\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __ 71__ วันทำการ สำหรับกรณีไม่เข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ\nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __284__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง \nใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน __478__ วันทำการ สำหรับกรณีเข้าคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ที่เกี่ยวข้อง 2 ครั้ง","2024-04-29T14:20:55"],
    [1893,"9abe5e29-9f59-48ed-8f20-c767ee6b9656","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกเฉพาะคราวยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-4db9-4716-8c67-66a46b28a385",3,100,15,"- การขออนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนำเข้า/ส่งออกซึ่งวัตถุเสพติด (สำหรับภาครัฐ)   \n- การขออนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนำเข้า/ส่งออกซึ่งวัตถุเสพติด ยกเว้น กรณีการนำเข้า/ส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 (สำหรับภาคเอกชน)  \nมีรายละเอียด ดังนี้   \n1. กรณีการขออนุญาตนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 /วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 (เฉพาะกรณีภาครัฐ)                                                    \n1.1 การนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ให้ยื่นคำขอเฉพาะภาครัฐเท่านั้น โดยให้ภาครัฐที่ประสงค์การนำเข้า/ส่งออก ส่งหนังสือแสดงความจำนงและรายละเอียดของสารที่ประสงค์จะขอนำเข้า ส่งออกและครอบครอง และชื่อที่อยู่ของผู้ส่งออก มายังกองควบคุมวัตถุเสพติด กองควบคุมวัตถุเสพติดจะดำเนินการเสนอเรื่องตามมาตราแห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เกี่ยวข้อง คือ \n    1.1.1 มาตรา 34 วรรค 1 ระบุว่า กรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความร่วมมือระหว่างประเทศ เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้อนุญาตแล้ว กองควบคุมวัตถุเสพติดจึงจะดำเนินการออกใบอนุญาตเฉพราะคราวการนำเข้าหรือส่งออกแล้วแต่กรณี  ซึ่งจะนับเวลาระยะเวลาการดำเนินงานหลังจากกองได้รับเรื่องกลับจากรัฐมนตรีแล้วเท่านั้น\n    1.1.2 มาตรา 35 (3) ระบุว่า การนำเข้า ส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ในปริมาณเล็กน้อยที่นำไปใช้เป็นสารมาตรฐานในการตรวจวิเคราะห์ เสนอต่อเลขาธิการ อย. หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ อย. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว กองควบคุมวัตถุเสพติดจึงจะดำเนินการออกใบอนุญาตเฉพราะคราวการนำเข้าหรือส่งออกแล้วแต่กรณี ซึ่งจะนับเวลาระยะเวลาการดำเนินงานหลังจากกองได้รับเรื่องกลับจากเลขาธิการ อย. แล้วเท่านั้น\n1.2 การนำเข้า/ส่งออกวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ให้ยื่นคำขอเฉพาะภาครัฐเท่านั้น ซึ่งภาครัฐที่ประสงค์จะนำเข้า/ส่งออกต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 แล้ว จึงยื่นขอใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออกเฉพาะคราวได้    \n\n2. กรณีการขออนุญาตนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 /วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2  \n2.1 กรณีภาคเอกชน การนำเข้าเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้เป็นผู้จัดหาหรือผู้ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 /วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ซึ่งต้องส่งมอบให้ อย. หรือผู้ซึ่งประสงค์ขอหนังสือรับรองเพื่อการประเมินเอกสารวิชาการ โดยเมื่อเอกสารตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 2/วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ผ่านการประเมินเอกสารทางวิชาการให้ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2/วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เพื่อนำตัวอย่างยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 /วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 มาใช้ประกอบการตรวจวิเคราะห์                                                                                                                                                       2.2 กรณีภาครัฐ การนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2/วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยให้ภาครัฐที่ประสงค์การนำเข้า/ส่งออก ส่งหนังสือแสดงความจำนงและรายละเอียดของสารที่ประสงค์จะขอนำเข้า ส่งออกและครอบครอง และชื่อที่อยู่ของผู้ส่งออก มายังกองควบคุมวัตถุเสพติด                                                               \n2.3 การนำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 แล้ว จึงจะสามารถยื่นขอใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออกเฉพาะคราวได้   \n2.4 กรณีส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ต้องเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้เป็นผู้ส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือผู้ขออนุญาตที่ประสงค์จะส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการบริหารยาเสพติดให้โทษในประเภท 2ที่ใช้ในทางการแพทย์ของประเทศ   \n2.5 กรณีส่งออกวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขให้ส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1, 2 หรือ เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งมีความจำเป็นต้องส่งออกวัตถุออกฤทธิ์คืนแก่ประเทศต้นทาง และผู้รับอนุญาตต้องมีสำเนาใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) ซึ่งออกโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่จะส่งวัตถุออกฤทธิ์นั้นไป \n\n3. กรณีการขออนุญาตนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3  \n3.1 การขออนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 แล้ว  \n3.2 การนำเข้า/ส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท 3ที่เป็นตำรับที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสมต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ซึ่งปริมาณโคเดอีนที่ขออนุญาตนำเข้าต้องไม่เกินโควต้าในปีนั้นๆ  \n3.3 ผู้ขออนุญาตต้องได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 แล้ว  \n3.4 กรณีส่งออก ผู้ขออนุญาตต้องได้รับใบอนุญาตผลิตซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 แล้ว    \n\n4. กรณีการขอหนังสือรับรองเพื่อนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือประเภท 5 (ยกเว้นกัญชา/กัญชง) \n4.1 การขอหนังสือรับรองเพื่อนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ต้องเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ กรณีการนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 4 เช่น Acetic Anhydrideเพื่อใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรม   \n4.2 การขอหนังสือรับรองเพื่อนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ต้องเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ให้แก่กลุ่มเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว                                                                                                4.3 การขอหนังสือรับรองเพื่อนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือประเภท 5 กรณีอื่นที่ไม่ใช่ตามข้อ 1 หรือ 2 ต้องได้รับหนังสือสำคัญ/ใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกฉบับภาษาไทยแล้ว                                                                                                                                                                                             \n\n5. กรณีการขออนุญาตนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (กัญชง / กัญชา)\n5.1 การขออนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (กัญชง / กัญชา) ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (กัญชง / กัญชา) แล้ว \n\n6. กรณีการขออนุญาตนำเข้าซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือในประเภท 4  \n6.1 การขอใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนำเข้าซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3, 4 ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้นำเข้าซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3, 4 แล้ว   \n6.2 กรณีการนำเข้าวัตถุตำรับที่มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3,4 ต้องเป็นผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับแล้ว  \n6.3 กรณีการนำเข้าวัตถุตำรับเพื่อเป็นตัวอย่างในการขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับ ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ตัวอย่างในประเภท 3 หรือ 4 แล้ว          \n\nหมายเหตุ:  \n- การนับระยะเวลาแล้วเสร็จ จะนับวันทำการโดยไม่รวมวันหยุดราชการ  \n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และแจ้งผลการพิจารณาภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ\n- ข้อมูลในการยื่นเอกสารนี้ต้องเป็นข้อมูลจริง หากการส่งข้อมูลเป็นความเท็จ หรือเป็นความไม่บริบูรณ์ หรือเป็นความชักพาให้ผิดหลงในรายการใด ๆ หรือเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายใด ๆ ก็ตาม ผู้ยื่นยินยอมให้นำข้อมูลดังกล่าวไปเป็นหลักฐานในการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง","2024-10-21T14:50:34"],
    [1894,"9ad470b1-f221-4188-87b2-7e7220d800dc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำเข้า/มีไว้ในครอบครองเพื่อผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ตำรับที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสมเพิ่มเติมระหว่างปี (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-50c3-4feb-976c-23a6e4a7c38c",49,0,9,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ที่ประสงค์มีโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 โดยจะต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และได้รับอนุญาตให้ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3   \n\nวิธีการและเงื่อนไข    \nเนื่องจากการพิจารณาอนุญาตเพิ่มปริมาณระหว่างปีต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ โดยต้องประสานข้อมูลการกระจายยาจากกลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด ซึ่งต้องได้รับข้อมูลการรับ-จ่ายจากทุกบริษัทให้เป็นปัจจุบันจึงสรุปข้อมูลได้ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว: ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อมูลในตารางสรุปปริมาณรับ-จ่ายโคเดอีนและนำไปตรวจสอบกับกลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาดให้ถูกต้องครบถ้วนก่อน และนำมาเป็นเอกสารในการประกอบการยื่นคำขอ","2024-04-29T12:46:46"],
    [1895,"9ad47b49-7cae-4d23-b64b-4ecc007b507c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำเข้า/มีไว้ในครอบครองเพื่อผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 ตำรับที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสมประจำปี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-53c2-499a-83d6-827d80ba3b08",50,0,6,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ที่ประสงค์มีโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 โดยจะต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และได้รับอนุญาตให้ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3    \n\nวิธีการและเงื่อนไข    \nเนื่องจากการพิจารณาอนุญาตต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ โดยต้องประสานข้อมูลการกระจายยาจากกลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด ซึ่งต้องได้รับข้อมูลการรับ-จ่ายจากทุกบริษัทให้เป็นปัจจุบันจึงสรุปข้อมูลได้ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว: ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อมูลในตารางสรุปปริมาณรับ-จ่ายโคเดอีนและนำไปตรวจสอบกับกลุ่มกำกับดูแลหลังออกสู่ตลาดให้ถูกต้องครบถ้วนก่อน และนำมาเป็นเอกสารในการประกอบการยื่นคำขอ","2024-04-29T12:46:40"],
    [1896,"9af02f1a-6b46-44b1-a7f1-1426c1687a57","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแจ้งผลการวินิจฉัยผลิตภัณฑ์วัตถุเสพติด [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-80aa-40c1-91f6-db3f20b9e0ff",10,0,6,"หลักเกณฑ์ - วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอให้ผู้ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาวินิจฉัยผลิตภัณฑ์แจ้งส่วนประกอบทุกชนิดที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ และให้แจ้งรายละเอียดของส่วนประกอบดังกล่าวให้ครบถ้วน เช่น ชื่อสามัญ ชื่อทางเคมี สูตรโมเลกุล โครงสร้างทางเคมี CAS Number ให้ผู้ยื่นหนังสือฯ ยื่นแบบตรวจสอบเอกสารประกอบการขอวินิจฉัยผลิตภัณฑ์ (F-N5-142) ทุกครั้ง กรณีเครื่องมือแพทย์ ให้ยื่นแบบสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ขอให้วินิจฉัย (เฉพาะกรณีเครื่องมือแพทย์) (F-N5-143) ด้วย กรณีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากพืชให้ยื่นแบบสรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ขอให้วินิจฉัย (เฉพาะกรณีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากพืช) (F-N5-1)\n\n -หมายเหตุ กรณีไม่ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญใช้เวลา 10 วันทำการ","2024-10-21T14:55:52"],
    [1897,"9bb9c5e7-cbfa-472a-a1b7-dcfc595886b1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยา แผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์/สัตว์ และ ยาแผนโบราณสำหรับสัตว์ ระดับรอง (Minor) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bb9bbd6-5921-44fc-8aaf-5343916bc432",1,1500,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link : https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS","2024-04-29T14:18:46"],
    [1898,"9bb9cd48-927f-4b61-b0e7-e5ec1a7be781","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยากำพร้า (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bb9b85f-6b78-4044-999c-a42c686ee90f",130,500,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link :   https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\nหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยากำพร้า\n       1. ให้ใช้หลักเกณฑ์นี้เฉพาะในการขอขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ได้รับการประกาศกำหนดให้จัดเป็นยากำพร้าตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n       2. ให้ใช้หลักฐานหรือตำรายาที่เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ในการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยากำพร้า ตามแนวทางการพิจารณาทะเบียนตำรับยาสามัญ จึงไม่บังคับให้แนบเอกสาร เช่น toxicology, pre-clinical study, clinical study เป็นต้น\n       3. ให้พิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยากำพร้าตามระบบ fast track ทั้งในกรณีที่จัดเป็นยาใหม่ ยาสามัญ หรือยาชีววัตถุ ทั้งนี้โดยสำนักงานฯ พิจารณากำหนดรายละเอียดทั้งเรื่องหลักเกณฑ์และระยะเวลาการพิจารณา\n       4. ให้ยากำพร้าที่เป็นมาตรฐานการรักษา หรือเป็น drug of choice หรือเป็นยาที่ well-established ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนยาให้ความเห็นชอบ ไม่ต้องอยู่ในโครงการการติดตามความปลอดภัยของยาใหม่ (Safety Monitoring Program : SMP) ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนตำรับยาใหม่ ทั้งนี้ยาที่จัดเป็นยา well-established หมายถึง ยาที่มีหลักฐานยืนยันว่ามีขึ้นทะเบียนในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยมีเอกสารยืนยัน หรือ approval letter ว่ามีการใช้ในประเทศนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาด้วย","2024-05-15T16:40:06"],
    [1899,"9bbb649c-3070-46eb-a856-565b39041209","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตํารับยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ และสัตว์ และยาแผนโบราณสำหรับสัตว์ ระดับหลัก (Major) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bbb4095-42bf-450b-80d9-03f79931a28f",80,15000,3,"หลักเกณฑ์ \n1.\tประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนตำรับยา\n2.\tประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดเอกสารหรือหลักฐานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนตำรับยา\n3.\tประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ผลิตยาในทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน\n4.\tประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ตารางเปรียบเทียบรายการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยาประเภทวัคซีนสำหรับมนุษย์ กับรายการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันตามอาเซียน\n5.\tประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนตำรับยาโดยช่องทางการอ้างอิงผลการประเมินจาก Collaborative Registration Procedure (CRP)\n6.\tประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอ การออก และการต่ออายุ หนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ\n7.\tประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอ การออก และการต่ออายุหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566\n\n\nวิธีการ \nสามารถเข้าผ่าน Link: https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้    \n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง","2024-05-07T16:30:57"],
    [1900,"9bd57507-ffea-4014-8f3f-a9d4891363cc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขรายการการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายประกาศกำหนด กรณีต้องหารือวิชาการหรือส่งผู้เชี่ยวชาญ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bd55093-238e-4efb-ad73-42b7d60206eb",70,1000,2,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n       คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ เอกสาร หรือข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นกรณีที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เช่น การแก้ไขประโยชน์ สรรพคุณ หรืออัตราการใช้บนฉลาก และกรณีอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายว่าด้วยเรื่องกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉลาก สี กลิ่นของผลิตภัณฑ์ ชนิดและขนาดของภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้พิจารณาการอนุญาตและลงนามเอกสารอนุญาต ซึ่งต้องหารือวิชาการ หรือส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n       ผู้ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้า ชื่อและปริมาณวัตถุอันตราย (สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์) จะกระทำมิได้\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขอแก้ไขรายการการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายประกาศกำหนด (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n\n       การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ\n\n       ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n       หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต\n       ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลา เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ในขั้นตอนการพิจารณา เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบประเด็นวิชาการที่จำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือหารือวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที การอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงจะออกเป็นหนังสืออนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง และเมื่อได้ร้บอนุญาตแล้วจึงจะดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้\n       \nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(5) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(6) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์การทดสอบประสิทธิภาพของวัตถุอันตราย\n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์แทะ\n(8) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว\n(9) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด\n(10) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค\n(11) ประกาศกองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายว่าด้วยเรื่องกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงฉลาก สูตรผลิตภัณฑ์ และภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายและรายการเอกสารอื่นๆ ประกอบการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้พิจารณาการอนุญาตและลงนามเอกสารอนุญาต\n(12) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุนของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคชนิดของเหลวหรือชนิดผงที่ละลายน้ำได้\n(13) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องวิธีการทดสอบและเกณฑ์ตัดสินผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแข็งที่ไม่มีรูพรุน ของผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ชนิดฉีดพ่นธรรมดาหรือฉีดพ่นอัดก๊าซ\n(14) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องแนวทางการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อแบคทีเรียของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการซักผ้า\n\n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2024-04-29T14:25:14"],
    [1901,"9bd5b127-9bd3-4990-8407-04448695b485","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-b385-46b2-9f90-d6eaccbf173b",3,200,3,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n       คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ปรากฏในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ในกรณีดังต่อไปนี้\n1. กรณีเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย หรือสถานที่ติดต่อ หรือโทรศัพท์ หรือโทรสาร หรือชื่อผู้ผลิต สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ โดยผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนยังคงเป็นนิติบุคคลเดิม\n2. กรณีเปลี่ยนแปลงที่ตั้งของสถานที่ผลิต สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ โดยผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายยังเป็นนิติบุคคลเดิม และได้รับอนุญาตให้แก้ไขในกรณีดังกล่าวแล้วในใบอนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 หรือใบรับแจ้งการดำเนินการวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 แล้วแต่กรณี\n3. กรณีสถานที่ผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศมีการเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์หรือโทรสาร หรือกรณีที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงเลขที่ตั้ง ชื่อแขวงหรือตำบล ชื่อเขตหรืออำเภอ หรือรหัสไปรษณีย์\n4. กรณีเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ผลิตต่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์นำเข้า โดยสูตรส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ กรรมวิธีการผลิต และอุปกรณ์การผลิตยังคงเดิมตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้\n5. กรณีเพิ่มหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อหรือประเทศของผู้จัดส่งสำหรับผลิตภัณฑ์นำเข้า\n6. กรณีแก้ไขคำผิดบนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n7. กรณีแก้ไขเปลี่ยนแปลงประเภทของการใช้ หรือลักษณะของวัตถุอันตรายบนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย สำหรับกรณีที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เปลี่ยนแปลงจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n8. กรณีการขอเพิ่มชื่อการค้าเพื่อการส่งออก หรือเพิ่มชื่อการค้าภาษาอังกฤษสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เดิมไม่ได้ขอชื่อการค้าภาษาอังกฤษไว้ \nซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n       ผู้ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้า ชื่อและปริมาณวัตถุอันตราย (สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์) จะกระทำมิได้\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\n       ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการขอแก้ไขรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission) \n\n       การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบผ่านระบบ \n\n       ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมผ่านระบบภายใน 2 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ หากเอกสารหลักฐานครบถ้วนหรือผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนภายใน 2 วันทำการ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n       ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ\n\n       การอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงจะบันทึกรายการแก้ไขฯ ไว้ในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n\nหมายเหตุ\n       การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ   \n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n      \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2024-04-29T14:25:22"],
    [1902,"9bd5f0fd-248c-42df-ba5a-365484d8e897","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย กรณีเป็นวัตถุอันตรายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อการค้า (อ้างอิงทะเบียนเดิม/refer)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99462f1d-5509-4ebd-9e7f-c67773a1f261",20,2000,8,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n  \tคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ ประเภทผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคและผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว และประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สำหรับกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์นั้นไว้แล้วและประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์นั้นด้วยชื่อการค้าอื่น โดยสูตรส่วนประกอบ รูปแบบ วิธีการใช้ และข้อความบนฉลากคงเดิมตามผลิตภัณฑ์ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ (อ้างอิงทะเบียนเดิม/refer) ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n\tผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n\tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\t\n        ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n         การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n         หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การอ้างอิงทะเบียน เช่น มีการเปลี่ยนแปลงสูตรส่วนประกอบ รูปแบบ และข้อความบนฉลาก หรือมีข้อมูลแตกต่างไปจากทะเบียนที่ขออ้างอิง (refer) คำขอดังกล่าวจะไม่ถือเป็นการพิจารณาตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อจัดเตรียมเอกสารใหม่ให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนเรื่องนั้นๆ            \t\n\n         ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\tหากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n\tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\nหมายเหตุ\nการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ   \n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(4) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n      \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2024-04-29T14:26:31"],
    [1903,"9bd7c82e-ea6a-4c2d-8e73-78d801f31164","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a81ea6b-9cf0-4c2f-8d8d-d274beffcd22",20,660,8,"-----หลักเกณฑ์-----\n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องจัดเป็นอาหารประเภท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ จัดเป็นอาหารประเภท รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี  \n\n2. การผลิตหรือนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้า ก่อนการยื่นคำขออนุญาตผลิตภัณฑ์ \n   2.1 การผลิต ต้องได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ประเภทอาหารตามที่ระบุในข้อ 1 และกรรมวิธีสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n   2.2 การนำเข้า ต้องได้รับอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร โดยสภาวะการเก็บสอดคล้องกับที่ยื่นขออนุญาต\n\n3. ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) หรือเป็นอาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัย และรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อน โดยดูรายละเอียดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอประเมินความปลอดภัยอาหาร    \n\n4. คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขแล้วแต่กรณีดังนี้     \n   4.1 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และประกาศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง     \n   4.2 รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลีต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี และประกาศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง        \n\n5. การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร\n\n6. ไม่มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร และ/หรือ อาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ    \n\n7. การใช้ภาชนะบรรจุอาหารต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ภาชนะบรรจุ    \n\n8. ชื่ออาหาร ตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ดูรายละเอียดที่ คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี)    \n\n9. การแสดงฉลากอาหาร ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และประกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ดูรายละเอียดที่ คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี)     \n\n10. การแสดงฉลากโภชนาการ ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลากโภชนาการ    \n\n11. ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ต้องผ่านการประเมินตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การยื่นผลการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) ก่อน    \n\n12. หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตาม คู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี \n\nหมายเหตุ : สามารถดาวน์โหลดคู่มือหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=470850486388531200&name=Manual_5.1.pdf\n\n-----วิธีการ-----\n\n1. การยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ให้ยื่นใบจดทะเบียนอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (web site) ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนผู้อนุญาตจะออกเลขสารบบอาหาร และใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร ตามแบบ สบ.5/1 โดยออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ดูรายละเอียด คู่มือการยื่นคำขออนุญาตและคำขอแก้ไขรายการผลิตภัณฑ์ สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=513141543629103104&name=Esub_supplement.pdf)\n\n-----เงื่อนไข-----   \n\n1. ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้อง\n   2.1 เปิด Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ทางเว็บไซต์ https://accounts.egov.go.th/ (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน โปรดติดต่อ contact@dga.or.th หรือโทร 0 2612 6060 ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสียหาย    \n   2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/e-submission-system/%20esub-1) โดยสามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n        -กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One stop Service Center; OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n        -กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ\n   2.3 ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงหรือแนบไฟล์เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนตามข้อพิจารณา ผ่านระบบ e-Submission ภายใน 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอ ละทิ้งคำขอ ซึ่งผู้อนุญาตจะคืนคำขอ โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n\n3. ข้อพึงปฎิบัติหลังได้รับอนุญาตเลขสารบบอาหาร\n   3.1 ส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ตามที่ยื่นคำขอ จากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองสากล เมื่อมีการผลิตเพื่อจำหน่าย หรือ เมื่อมีการนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก\n   3.2 ต้องดำเนินการผลิตอาหารให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุญาตไว้\n   3.3 ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องนั้นๆ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง\n   3.4 ต้องเก็บเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไว้ ณ สถานที่ผลิต/สถานที่นำเข้า สำหรับการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้\n\t- กรณีผลิต: คำขอฯที่ได้รับอนุญาต, รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต, แบบฉลากของผลิตภัณฑ์, ชนิดภาชนะบรรจุ, ข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification) และผลวิเคราะห์ของผลิตภัณฑ์\n\t- กรณีนำเข้า: คำขอฯที่ได้รับอนุญาต, สูตรส่วนประกอบจากผู้ผลิต, รายละเอียดกรรมวิธีการผลิต, แบบฉลากของผลิตภัณฑ์, ชนิดภาชนะบรรจุ, ข้อกำหนดคุณภาพมาตรฐานของส่วนประกอบ (Raw Material Specification), ใบรับรองสถานที่ผลิตต่างประเทศ และผลวิเคราะห์ของผลิตภัณฑ์\n\n4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอทันทีและไม่คืนค่าใช้จ่าย ในกรณีที่พิจารณาคำขอแล้วพบว่าคำขอมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n   4.1 ยื่นคำขอผิดประเภทอาหาร \n   4.2 เป็นอาหารใหม่ (Novel food) หรือใช้สารใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนการยื่นขออนุญาต\n   4.3 สูตรส่วนประกอบ\n        - มีการใช้วัตถุที่ห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/food-law/category/prohibited-food-to-be-produced-imported-or-sold/)\n\nหมายเหตุ : ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งหมด 20 วันทำการตามคู่มือประชาชนฉบับนี้ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (10 วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องหรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ)","2024-04-29T14:22:20"],
    [1904,"9bdd7267-80eb-450a-aa13-5f20599ca83d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a8f6792-a578-4481-851b-980504459afb",70,3000,46,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.1 หลักเกณฑ์ \n      1.1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบ รวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n      1.1.2 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n      1.1.3  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 436) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522\n1.2 กรณีที่ต้องตรวจประเมินสถานที่ผลิตและสถานที่เก็บอาหาร ได้แก่\n    1.2.1 การขออนุญาตผลิตอาหาร (รายใหม่) \n    1.2.2 การเพิ่มประเภท หรือกรรมวิธีการผลิตอาหาร\n    1.2.3 การเพิ่ม-ลดสถานที่ผลิตอาหาร, เปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผัง, เพิ่ม-ลดเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร\n    1.2.4 การย้ายสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n    1.2.5 การย้ายสถานที่เก็บอาหาร หรือเพิ่มสถานที่เก็บอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บอาหาร\n    1.2.6 การต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร กรณีที่ไม่มีผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หรือ ผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิต หรือ หนังสือรับรองมาตรฐานระบบการผลิตอาหารตามเกณฑ์ GMP กฎหมายจากหน่วยตรวจประเมินที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ ใบรับรองระบบมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหารที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า GMP กฎหมาย เช่น GHP หรือ HACCP หรือ ISO 22000 ตามมาตรฐานสากลจากหน่วยรับรอง (Certification Body; CB) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช) หรือ จากหน่วยตรวจสอบและรับรองที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body: AB) ที่เป็นสมาชิกและได้รับการยอมรับจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum; IAF) ขอบข่ายไม่ครอบคลุมประเภทอาหารที่ได้รับการอนุญาตตามใบอนุญาตผลิตอาหารที่ผู้อนุญาตออกให้ หรือ หมดอายุ\n    1.2.7 การขอปรับสถานะสถานที่ผลิตอาหาร\n1.3 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n    1.3.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n    1.3.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n    1.3.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n    1.3.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n    1.3.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.3.1 - 1.3.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.3.1 - 1.3.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n1.4 เงื่อนไข\n    1.4.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.4.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่าน หากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n    1.4.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.4.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/request-a-site-assessment)\n    1.4.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    1.4.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องตรวจสอบข้อมูลในคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหารให้ถูกต้อง ได้แก่ ข้อมูลผู้ยื่นคำขอ ผู้ขอรับการตรวจประเมิน รายละเอียดสถานที่ผลิต และสถานที่เก็บอาหาร และต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการตรวจประเมิน ประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิตที่ขออนุญาต กำลังแรงม้าของเครื่องจักร และจำนวนคนงาน และต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการตรวจประเมินให้ครบถ้วนก่อนวันตรวจประเมิน กรณีการคำนวณกำลังแรงม้าของเครื่องจักร ผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/download/ หัวข้อที่ 84\n    1.4.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.4.8 ผู้ขออนุญาต จะต้องจัดส่งเอกสารแบบแปลนแผนผัง หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการผลิต ตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) โดยต้องจัดเตรียมสถานที่ผลิต ติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตให้พร้อม รวมทั้งต้องนัดหมายวันตรวจประเมินกับเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 วันทำการ หลังจากการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิต มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย กรณีขอเลื่อนนัดหมายตรวจประเมินสามารถทำได้ 1 ครั้ง แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาภายใน 20 วันทำการ หลังจากการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตเท่านั้น \n    1.4.9 ผู้ขออนุญาต จะต้องส่งหลักฐานการแก้ไขข้อบกพร่องหลังการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามรายละเอียดข้อแก้ไข และต้องแก้ไขในช่วงระยะเวลาที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) โดยให้ระยะเวลาการแก้ไขสูงสุดได้ไม่เกิน 30 วันทำการ หลังจากวันที่ตรวจประเมินสถานที่ผลิต มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n    1.4.10 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ หลังจากการส่งหลักฐานการแก้ไขข้อบกพร่องจากการตรวจประเมินสถานที่ผลิตตามข้อ 1.4.9 มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    1.4.11 วิธีการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่\n           1.4.11.1 การตรวจประเมินด้วยผู้ตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตจริง (On-site Audit)\n           1.4.11.2 การตรวจประเมินด้วยวิธีแบบทางไกล (Remote Audit) โดยวิธีดังกล่าวทางผู้ตรวจประเมินจะเป็นผู้ประเมินว่าสถานที่ผลิตนั้น สามารถใช้วิธีการดังกล่าวได้หรือไม่ รวมทั้งขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นคำขอในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สัญญาณอุปกรณ์สื่อสาร และการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ซึ่งท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ https://food.fda.moph.go.th/public-guide/audit-re โดยสามารถศึกษารายละเอียดวีดีโอแนะนำการตรวจประเมินด้วยวิธีแบบทางไกล ข้อแนะนำ และคำถาม-คำตอบที่พบบ่อยได้\n    1.4.12 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฏในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) ไม่จัดส่งแบบแปลน รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิต หรือสถานที่ผลิตไม่พร้อมให้ตรวจประเมินตามระยะเวลาที่กำหนด   \n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์ หรือส่งเอกสารหลักฐานการแก้ไขหลังการตรวจประเมินไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ หลังจากส่งเอกสารหลักฐานการแก้ไขหลังการตรวจประเมิน\n    1.4.13 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n2) กรณีไม่สามารถดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องจากการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหารตามที่เจ้าหน้าที่/คณะผู้ตรวจประเมินได้แจ้งรายละเอียดไว้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด  \n\nหมายเหตุ: 1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การส่งเอกสารแบบแปลนแผนผังและรายละเอียดการผลิตอื่น ๆ กับเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณา รวมถึงขั้นตอนการนัดหมายและตรวจประเมินสถานที่ และแก้ไขข้อบกพร่องหลังการตรวจประเมิน โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ          \n\t    2. กรณีมีเหตุจำเป็น หรือเหตุฉุกเฉินที่ทำให้ไม่สามารถเข้าตรวจประเมินตามวันนัดตรวจได้ ผู้ยื่นคำขอสามารถขอเลื่อนวันตรวจประเมินได้ 1 ครั้ง โดยต้องแจ้งความประสงค์ และสาเหตุในการขอเลื่อนวันตรวจกับผู้ตรวจประเมินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน และต้องอยู่ในช่วงระยะเวลา 20 วันทำการหลังการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n            3. กรณีพบว่าการขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และปฏิบัติตาม “คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข”\n            4. เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n            5. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:24:12"],
    [1905,"9bdd7282-b90f-4f65-a2ca-cf9ebe609a0d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-3ecd-4632-8f33-81cb179b0d71",20,1000,21,"1. ผู้ประสงค์จะผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบต้องยื่นคำขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตราย ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2537) ออกความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว    \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง   \n3. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยัเวลาที่กำหนดมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ    \n4. ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าตรวจสถานประกอบการ    การพิจารณาอนุญาต    ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน (ในขั้นตอนการตรวจสถานประกอบการ หากมีประเด็นทางวิชาการจำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมตรวจประเมินสถานประกอบการ)","2024-04-29T14:24:52"],
    [1906,"9bddbb5f-36ad-4e04-a6ad-8809382fcfd2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสำอาง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-9182-4a75-b5ef-59fdf94ada7a",60,10000,6,"ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการขอความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561","2024-04-29T14:23:01"],
    [1907,"9bdf518a-361c-419a-a097-f26a4aaf4936","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำเข้าอาหาร และต่ออายุ  เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a85ede4-6924-42e5-806b-2b925962e85d",15,500,16,"1.1 หลักเกณฑ์ \n    1.1.1  มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n    1.1.2   มาตรา 18 กำหนดให้ใบอนุญาตนำเข้าอาหารที่ออกตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตต่ออายุใบอนุญาตนั้น\n    1.1.3  คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n1.2 สถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บอาหาร ต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกำหนด ดังนี้\t\n    1.2.1 สถานที่นำเข้า ต้องเป็นสถานที่ตั้งเดียวกับที่เป็นสำนักงานใหญ่ หรือสาขา ที่ปรากฏตามหลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมาย\n          1) เป็นอาคารถาวรตั้งอยู่ในที่เหมาะสมใช้เป็นสถานที่นำเข้าอาหาร\n         2) สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ\n         3) มั่นคงและถูกสุขลักษณะ\n    1.2.2 สถานที่เก็บอาหาร ต้องมีสถานที่เก็บอาหาร 1 แห่งเป็นอย่างน้อย และสามารถมีสถานที่เก็บอาหารได้มากกว่า 1 แห่งในราชอาณาจักร จะเพิ่มเติมหรือยกเลิกได้ตามความจำเป็น\n         1) สถานที่ตั้งตัวอาคารที่จัดเก็บอาหาร ต้องมีลักษณะดังนี้\n           1.1) ต้องตั้งอยู่ในที่เหมาะสมไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่อาหารที่จัดเก็บได้อย่างดี\n           1.2) เป็นอาคารมีลักษณะมั่นคงและถูกสุขลักษณะ มีพื้นที่หรือห้องภายในอาคารสำหรับจัดเก็บอาหารที่ขออนุญาตให้เป็นสัดส่วน และต้องไม่อยู่รวมกับบริเวณที่พักอาศัย \n           1.3) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหารต้องสะอาด มีระบบแสงสว่าง และการระบายอากาศอย่างเพียงพอ\n           1.4) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหารต้องไม่เป็นทางเดินผ่านไปยังบริเวณอื่นๆ เช่น บริเวณที่พักอาศัย ห้องน้ำ-ห้องส้วม หรือสำนักงาน เป็นต้น กรณีที่จำเป็นต้องลำเลียงผ่านสำนักงานต้องมีการกั้นทางเดินหรือแยกสัดส่วนให้ชัดเจน\n        2) การจัดเก็บอาหาร ต้องมีลักษณะดังนี้\n\t   2.1)  การจัดเก็บอาหารต้องจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน พื้นที่การจัดเก็บต้องเพียงพอ และมีความเหมาะสมในการจัดเก็บ\n\t   2.2) สภาวะการเก็บรักษาอาหารต้องเหมาะสมกับอาหารที่นำเข้า และสามารถรักษาคุณภาพมาตรฐานอาหารได้ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา ได้แก่ การเก็บรักษาอาหารสภาวะการเก็บรักษาแบบแช่แข็ง จะต้องมีอุปกรณ์ที่ควบคุมอุณภูมิการเก็บรักษาอาหารให้มีอุณหภูมิต่ำกว่าหรือเท่ากับ -18 องศาเซลเซียส  สภาวะการเก็บรักษาแบบแช่เย็น จะต้องมีอุปกรณ์ที่ควบคุมอุณหภูมิการเก็บรักษาอาหารให้มีอุณหภูมิไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส แต่ไม่ถึง -18 องศาเซลเซียส  และสภาวะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง เป็นการเก็บรักษาอาหารที่อุณภูมิตามสภาวะแวดล้อมปกติ อาจติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิตามความเหมาะสม ทั้งนี้อุณหภูมิการเก็บรักษาอาหารให้พิจารณาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีการกำหนดไว้เป็นการเฉพาะด้วย\n\t   2.3) การเก็บอาหารร่วมกับที่พักอาศัย ต้องแยกส่วนของที่พักอาศัยออกจากสถานที่เก็บอาหารให้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีการแบ่งห้องหรือพื้นการจัดเก็บอาหารอย่างเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับสินค้าหรือวัตถุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหาร\n           2.4) การจัดเก็บอาหารในคลังเก็บสินค้า (Warehouse) ร่วมกับสินค้าอื่น จะต้องจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วน ไม่เก็บปะปนกัน และระบุมาตรการในการควบคุมการจัดเก็บ\n\t   2.5) การจัดเก็บอาหารในอาคารชุด เช่น คอนโดมิเนียม จะให้จัดเก็บได้เฉพาะชั้นที่นิติบุคคลของอาคารชุดนั้น ๆ อนุญาต ทั้งนี้จะต้องแสดงเอกสารอนุญาตให้นำห้องดังกล่าวเพื่อประกอบการพาณิชย์จากนิติบุคคลมาประกอบ\n\t   2.6) กรณีสถานที่ผลิตอาหารแบ่งพื้นที่ในคลังเก็บอาหารให้ผู้อื่นมาเช่าจัดเก็บอาหารนำเข้าต้องมีมาตรการจัดเก็บการควบคุมบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง และป้องกันการปนเปื้อนข้ามไม่ให้ปะปนกับกิจกรรมการผลิตของสถานที่ผลิตอาหารผู้ให้เช่า     เว้นแต่การจัดเก็บอาหารนั้น นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร\n\t   2.7) กรณีร้านอาหารหรือร้านอื่นที่จำหน่ายอาหารหน้าร้าน ประสงค์นำเข้าสินค้าเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิต ต้องพิจารณาพื้นที่ในการจัดเก็บและมาตรการป้องกันการปนเปื้อนข้าม\n\t   2.8) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหาร ต้องไม่เป็นทางเดินผ่านไปยังบริเวณอื่นๆ เช่น บริเวณที่พักอาศัย ห้องน้ำ-ห้องส้วม หรือสำนักงาน เป็นต้น\n\t   2.9) ไม่อนุญาตให้เก็บอาหารในอาคารเดียวกับสถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บวัตถุอันตราย\n\t  2.10) การเก็บอาหารร่วมกันหลายประเภท ต้องแยกเก็บอาหารแต่ละประเภทให้เป็นสัดส่วน โดยอาจมีการบ่งชี้พื้นที่การจัดเก็บที่ชัดเจน และต้องจัดทำป้ายคงทน ถาวร ชื่อแสดงประเภทอาหารหรือกลุ่มอาหาร ตัวอย่างการแสดงประเภทอาหาร เช่น วัตถุเจือปนอาหาร นมโค เป็นต้น ตัวอย่างการแสดงกลุ่มอาหาร เช่น อาหารควบคุมเฉพาะ อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน เป็นต้น โดยติดหรือแขวนไว้บริเวณ หรือชั้นเก็บอาหาร\n    1.2.3 การจัดทำป้ายแสดงสถานที่นำเข้า ตามมาตรา 23 ของ พรบ .อาหาร ปี พ.ศ. 2522 \n\t  1) กรณีที่สถานที่นำเข้าและที่เก็บอยู่ที่เดียวกัน\n             1.1) จัดทำป้ายถาวรแสดงชื่อสถานที่นำเข้าหรือบริษัท ติดหรือแขวนไว้ภายนอกสถานที่ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย  \n             1.2) จัดทำป้ายที่คงทน ถาวรที่มีข้อความ “สถานที่นําหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร” ติดด้านหน้าของสถานที่นำเข้า \n             1.3) จัดทำป้ายคงทน ถาวร ที่มีข้อความ “สถานที่เก็บอาหาร” ติดไว้ด้านหน้าห้องหรือบริเวณที่เก็บอาหาร\n            1.4) ภายในห้องเก็บอาหารให้จัดทำป้าย “ประเภทอาหารหรือกลุ่มอาหาร” ซึ่งต้องมีชั้นหรือพื้นสําหรับรองรับอาหาร\n\t2) กรณีที่สถานที่นำเข้าและที่เก็บอยู่คนละที่\n           2.1) จัดทำป้ายคงทน ถาวร แสดงชื่อสถานที่นำเข้าหรือบริษัท ติดหรือแขวนไว้ภายนอกสถานที่ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย  \n           2.2) จัดทำป้ายที่คงทนถาวรที่มีข้อความ “สถานที่นําหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร” ติดด้านหน้าของสถานที่นำเข้า \n           2.3) จัดทำป้ายคงทน ถาวร ที่มีข้อความ “สถานที่เก็บอาหาร” ติดไว้ด้านหน้าห้องหรือบริเวณที่เก็บอาหาร\n           2.4) กรณีในสถานที่เก็บอาหารมีหลายอาคาร/โกดัง ต้องแสดงป้าย “สถานที่เก็บอาหาร” ที่คงทนถาวรเห็นได้ชัดเจน ด้านหน้าอาคาร/โกดัง \n           2.5) กรณีในสถานที่เก็บอาหารมีหลายห้องเก็บ ต้องแสดงป้าย “สถานที่เก็บอาหาร” หน้าห้องเก็บอาหาร\n           2.6) กรณีที่ห้องเก็บอาหารเป็นลักษณะโกดังหรือห้องเก็บอาหารที่มีการใช้พื้นที่เก็บร่วมกับสินค้าของบริษัทอื่น ซึ่งอาจเป็นชั้นหรือพาเลทให้จัดทำป้าย“สถานที่เก็บอาหารของบริษัท........”เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นของบริษัทที่จะขออนุญาต \n           2.7) ภายในห้องเก็บอาหารหรือชั้นหรือพาเลทให้จัดทำป้าย “ประเภทอาหารหรือชนิดอาหาร” ซึ่งต้องมีชั้นหรือพื้นสําหรับรองรับอาหาร\n1.3 เงื่อนไข\n    1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการนำเข้าอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n   1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n          1) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n         2) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-to-import-food-places/)\n    1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    1.3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุสภาวะการเก็บรักษาอาหาร ณ สถานที่เก็บอาหารทุก ๆ แห่ง ที่ใช้สำหรับเก็บรักษาอาหารที่นำเข้า ได้แก่ สภาวะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง สภาวะการเก็บรักษาแบบแช่เย็น และสภาวะการเก็บรักษาแบบแช่แข็ง \n    1.3.7 การขออนุญาตนำเข้าอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตนำเข้าอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.3.8 อาหารที่นำเข้าต้องไม่มีการใช้วัตถุห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายตามประกาศที่เกี่ยวข้อง\n    1.3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    1.3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n           (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n           (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ ตัดต่อดัดแปลงภาพถ่าย หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n           (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n           (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ\n     1.3.11 การไม่อนุญาตคำขอ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 การเข้าตรวจประเมินสถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารให้เป็นไปตามความจำเป็น แล้วแต่กรณี ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เห็นสมควร \n3 กรณีพบว่าการขออนุญาตนำเข้าอาหารและต่ออายุ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และปฏิบัติตาม “คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตนำเข้าอาหารและต่ออายุ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข”\n4 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n5 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:22:07"],
    [1908,"9bdf618e-89fd-4147-9cf1-174ca94e38c9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำเข้าอาหาร และต่ออายุ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a8fae0e-5c71-4e1f-9fc3-62774d7ffd52",45,500,16,"1.1 หลักเกณฑ์ \n    1.1.1  มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n    1.1.2   มาตรา 18 กำหนดให้ใบอนุญาตนำเข้าอาหารที่ออกตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตต่ออายุใบอนุญาตนั้น\n    1.1.3  คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n    1.2 สถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บอาหาร ต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกำหนด ดังนี้\t\n        1.2.1 สถานที่นำเข้า ต้องเป็นสถานที่ตั้งเดียวกับที่เป็นสำนักงานใหญ่ หรือสาขา ที่ปรากฏตามหลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมาย \n              1) เป็นอาคารถาวรตั้งอยู่ในที่เหมาะสมใช้เป็นสถานที่นำเข้าอาหาร\n              2) สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ\n              3) มั่นคงและถูกสุขลักษณะ\n        1.2.2 สถานที่เก็บอาหาร ต้องมีสถานที่เก็บอาหาร 1 แห่งเป็นอย่างน้อย และสามารถมีสถานที่เก็บอาหารได้มากกว่า 1 แห่งในราชอาณาจักร จะเพิ่มเติมหรือยกเลิกได้ตามความจำเป็น\n              1) สถานที่ตั้งตัวอาคารที่จัดเก็บอาหาร ต้องมีลักษณะดังนี้\n                 1.1) ต้องตั้งอยู่ในที่เหมาะสมไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่อาหารที่จัดเก็บได้อย่างดี\n                 1.2) เป็นอาคารมีลักษณะมั่นคงและถูกสุขลักษณะ มีพื้นที่หรือห้องภายในอาคารสำหรับจัดเก็บอาหารที่ขออนุญาตให้เป็นสัดส่วน และต้องไม่อยู่รวมกับบริเวณที่พักอาศัย \n                 1.3) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหารต้องสะอาด มีระบบแสงสว่าง และการระบายอากาศอย่างเพียงพอ\n                 1.4) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหารต้องไม่เป็นทางเดินผ่านไปยังบริเวณอื่นๆ เช่น บริเวณที่พักอาศัย ห้องน้ำ-ห้องส้วม หรือสำนักงาน เป็นต้น กรณีที่จำเป็นต้องลำเลียงผ่านสำนักงานต้องมีการกั้นทางเดินหรือแยกสัดส่วนให้ชัดเจน\n             2) การจัดเก็บอาหาร ต้องมีลักษณะดังนี้\n\t\t2.1)  การจัดเก็บอาหารต้องจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน พื้นที่การจัดเก็บต้องเพียงพอ และมีความเหมาะสมในการจัดเก็บ\n\t\t2.2) สภาวะการเก็บรักษาอาหารต้องเหมาะสมกับอาหารที่นำเข้า และสามารถรักษาคุณภาพมาตรฐานอาหารได้ตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา ได้แก่ การเก็บรักษาอาหารสภาวะการเก็บรักษาแบบแช่แข็ง จะต้องมีอุปกรณ์ที่ควบคุมอุณภูมิการเก็บรักษาอาหารให้มีอุณหภูมิต่ำกว่าหรือเท่ากับ -18 องศาเซลเซียส  สภาวะการเก็บรักษาแบบแช่เย็น จะต้องมีอุปกรณ์ที่ควบคุมอุณหภูมิการเก็บรักษาอาหารให้มีอุณหภูมิไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส แต่ไม่ถึง -18 องศาเซลเซียส  และสภาวะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง เป็นการเก็บรักษาอาหารที่อุณภูมิตามสภาวะแวดล้อมปกติ อาจติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิตามความเหมาะสม ทั้งนี้อุณหภูมิการเก็บรักษาอาหารให้พิจารณาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีการกำหนดไว้เป็นการเฉพาะด้วย\n\t\t2.3) การเก็บอาหารร่วมกับที่พักอาศัย ต้องแยกส่วนของที่พักอาศัยออกจากสถานที่เก็บอาหารให้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีการแบ่งห้องหรือพื้นการจัดเก็บอาหารอย่างเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับสินค้าหรือวัตถุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหาร\n\t\t2.4) การจัดเก็บอาหารในคลังเก็บสินค้า (Warehouse) ร่วมกับสินค้าอื่น จะต้องจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วน ไม่เก็บปะปนกัน และระบุมาตรการในการควบคุมการจัดเก็บ\n\t\t2.5) การจัดเก็บอาหารในอาคารชุด เช่น คอนโดมิเนียม จะให้จัดเก็บได้เฉพาะชั้นที่นิติบุคคลของอาคารชุดนั้น ๆ อนุญาต ทั้งนี้จะต้องแสดงเอกสารอนุญาตให้นำห้องดังกล่าวเพื่อประกอบการพาณิชย์จากนิติบุคคลมาประกอบ\n\t\t2.6) กรณีสถานที่ผลิตอาหารแบ่งพื้นที่ในคลังเก็บอาหารให้ผู้อื่นมาเช่าจัดเก็บอาหารนำเข้าต้องมีมาตรการจัดเก็บการควบคุมบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง และป้องกันการปนเปื้อนข้ามไม่ให้ปะปนกับกิจกรรมการผลิตของสถานที่ผลิตอาหารผู้ให้เช่า เว้นแต่การจัดเก็บอาหารนั้น นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร\n\t\t2.7) กรณีร้านอาหารหรือร้านอื่นที่จำหน่ายอาหารหน้าร้าน ประสงค์นำเข้าสินค้าเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิต ต้องพิจารณาพื้นที่ในการจัดเก็บและมาตรการป้องกันการปนเปื้อนข้าม\n\t\t2.8) ห้องหรือบริเวณเก็บอาหาร ต้องไม่เป็นทางเดินผ่านไปยังบริเวณอื่นๆ เช่น บริเวณที่พักอาศัย ห้องน้ำ-ห้องส้วม หรือสำนักงาน เป็นต้น\n\t\t2.9) ไม่อนุญาตให้เก็บอาหารในอาคารเดียวกับสถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บวัตถุอันตราย\n\t\t2.10) การเก็บอาหารร่วมกันหลายประเภท ต้องแยกเก็บอาหารแต่ละประเภทให้เป็นสัดส่วน โดยอาจมีการบ่งชี้พื้นที่การจัดเก็บที่ชัดเจน และต้องจัดทำป้ายคงทน ถาวร ชื่อแสดงประเภทอาหารหรือกลุ่มอาหาร ตัวอย่างการแสดงประเภทอาหาร เช่น วัตถุเจือปนอาหาร นมโค เป็นต้น ตัวอย่างการแสดงกลุ่มอาหาร เช่น อาหารควบคุมเฉพาะ อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน เป็นต้น โดยติดหรือแขวนไว้บริเวณ หรือชั้นเก็บอาหาร\n    1.2.3 การจัดทำป้ายแสดงสถานที่นำเข้า ตามมาตรา 23 ของ พรบ .อาหาร ปี พ.ศ. 2522 \n\t  1) กรณีที่สถานที่นำเข้าและที่เก็บอยู่ที่เดียวกัน\n             1.1) จัดทำป้ายถาวรแสดงชื่อสถานที่นำเข้าหรือบริษัท ติดหรือแขวนไว้ภายนอกสถานที่ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย  \n            1.2) จัดทำป้ายที่คงทน ถาวรที่มีข้อความ “สถานที่นําหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร” ติดด้านหน้าของสถานที่นำเข้า \n            1.3) จัดทำป้ายคงทน ถาวร ที่มีข้อความ “สถานที่เก็บอาหาร” ติดไว้ด้านหน้าห้องหรือบริเวณที่เก็บอาหาร\n            1.4) ภายในห้องเก็บอาหารให้จัดทำป้าย “ประเภทอาหารหรือกลุ่มอาหาร” ซึ่งต้องมีชั้นหรือพื้นสําหรับรองรับอาหาร\n\t2) กรณีที่สถานที่นำเข้าและที่เก็บอยู่คนละที่\n           2.1) จัดทำป้ายคงทน ถาวร แสดงชื่อสถานที่นำเข้าหรือบริษัท ติดหรือแขวนไว้ภายนอกสถานที่ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย  \n           2.2) จัดทำป้ายที่คงทนถาวรที่มีข้อความ “สถานที่นําหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร” ติดด้านหน้าของสถานที่นำเข้า \n           2.3) จัดทำป้ายคงทน ถาวร ที่มีข้อความ “สถานที่เก็บอาหาร” ติดไว้ด้านหน้าห้องหรือบริเวณที่เก็บอาหาร\n           2.4) กรณีในสถานที่เก็บอาหารมีหลายอาคาร/โกดัง ต้องแสดงป้าย “สถานที่เก็บอาหาร” ที่คงทนถาวรเห็นได้ชัดเจน ด้านหน้าอาคาร/โกดัง \n           2.5) กรณีในสถานที่เก็บอาหารมีหลายห้องเก็บ ต้องแสดงป้าย “สถานที่เก็บอาหาร” หน้าห้องเก็บอาหาร\n           2.6) กรณีที่ห้องเก็บอาหารเป็นลักษณะโกดังหรือห้องเก็บอาหารที่มีการใช้พื้นที่เก็บร่วมกับสินค้าของบริษัทอื่น ซึ่งอาจเป็นชั้นหรือพาเลทให้จัดทำป้าย“สถานที่เก็บอาหารของบริษัท........”เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นของบริษัทที่จะขออนุญาต \n           2.7) ภายในห้องเก็บอาหารหรือชั้นหรือพาเลทให้จัดทำป้าย “ประเภทอาหารหรือชนิดอาหาร” ซึ่งต้องมีชั้นหรือพื้นสําหรับรองรับอาหาร\n1.3 เงื่อนไข\n    1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน\nนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการนำเข้าอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n    1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n          1) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n          2) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-to-import-food-places/)\n    1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    1.3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุสภาวะการเก็บรักษาอาหาร ณ สถานที่เก็บอาหารทุก ๆ แห่ง ที่ใช้สำหรับเก็บรักษาอาหารที่นำเข้า ได้แก่ สภาวะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง สภาวะการเก็บรักษาแบบแช่เย็น และสภาวะการเก็บรักษาแบบแช่แข็ง \n    1.3.7 การขออนุญาตนำเข้าอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตนำเข้าอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.3.8 อาหารที่นำเข้าต้องไม่มีการใช้วัตถุห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายตามประกาศที่เกี่ยวข้อง\n    1.3.9 กรณีสถานที่นำเข้ามีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n    1.3.10 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    1.3.11 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n          (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n          (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ ตัดต่อดัดแปลงภาพถ่าย หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n          (3) สถานที่นำเข้ามีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n          (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n          (5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ\n    1.3.12 การไม่อนุญาตคำขอ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 การเข้าตรวจประเมินสถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารให้เป็นไปตามความจำเป็น แล้วแต่กรณี ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เห็นสมควร \n3 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n4 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:22:14"],
    [1909,"9bdf8843-d37a-4c38-91d3-1ad256e5e729","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ย้าย การนำเข้าอาหาร หรือขอใบแทน เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a97a37f-5539-4cd3-8786-a287166aa5f2",15,500,28,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n  1.1 หลักเกณฑ์ \n      1.1.1 มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n      1.1.2 มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตย้ายสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหาร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขอย้ายสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหารให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n      1.1.3 มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ถ้าใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารสูญหายหรือถูกทำลายให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาต และยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว การขอรับใบแทนใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n      1.1.4 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าหากประสงค์จะขอย้ายสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหาร ให้ยื่นคำขออนุญาตย้ายสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหาร แบบ อ.10 ตามท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) กรณีเปลี่ยนแปลงแก้ไขอื่นๆ เช่น การแก้ไขชื่อสถานที่นำเข้าอาหาร การเพิ่มสภาวะการเก็บรักษาอาหาร การยกเลิก หรือ เพิ่มสถานที่เก็บอาหาร หรือการเปลี่ยนแปลงสถานะบุคคลหรือนิติบุคคล ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ตามแบบ ส.5 พร้อมหลักฐาน\n      1.1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n  1.2 กรณีขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตสถานที่นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ได้แก่\n      1.2.1 การเพิ่มสภาวะการเก็บอาหาร\n      1.2.2 การย้ายสถานที่นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร และสถานที่เก็บอาหาร\n      1.2.3 การเพิ่มสถานที่เก็บอาหาร\n      1.2.4 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้องเก็บอาหาร\n      1.2.5 การแก้ไขชื่อผู้รับอนุญาต และ/หรือชื่อสถานที่นำเข้าอาหาร (ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนบุคคลหรือนิติบุคคลผู้รับอนุญาต)\n      1.2.6 การแก้ไขที่อยู่ของสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหาร (ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ที่รับอนุญาตไว้) เช่น การเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้าน เนื่องจากกรมการปกครองแจ้งเปลี่ยนแปลงแต่สถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารยังคงตั้งอยู่ที่เดิม หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงแยกเลขที่บ้านโดยผู้รับอนุญาตแจ้งต่อสำนักงานเขต  \n      1.2.7 การแก้ไขเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้รับอนุญาต (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้ดำเนินกิจการ (กรณีนิติบุคคล) ที่ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนตัวบุคคล\n      1.2.8 การแก้ไขเปลี่ยน เพิ่ม หรือลดผู้ดำเนินกิจการ (เฉพาะกรณีนิติบุคคล)\n      1.2.9 การยกเลิกสภาวะการเก็บอาหาร และยกเลิกสถานที่เก็บอาหาร (ที่มีมากกว่า 1 แห่ง)\n      1.2.10 การเปลี่ยนแปลงสถานะนิติบุคคลผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการแปรสภาพนิติบุคคล หรือการเปลี่ยนนิติบุคคลผู้รับอนุญาตที่เกิดจากการควบรวมกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการควบรวมกิจการของนิติบุคคล\n      1.2.11 การจดทะเบียนเปลี่ยนวิสาหกิจชุมชนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์\n      1.2.12 การขอรับใบแทน\n  1.3 เงื่อนไข\n      1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการนำเข้าอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n      1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n      1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กอง อาหารhttps://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n            1) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n            2) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n      1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-to-import-food-places/)\n      1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n      1.3.6 กรณีใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรอาหาร แบบ อ.7 ยังเป็นรูปแบบกระดาษ (ใบอนุญาต Type eLo) และเป็นการยื่นเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ผู้ยื่นคำขอต้องระบุสภาวะการเก็บอาหาร ได้แก่ อุณหภูมิห้อง แช่เย็น หรือแช่แข็งในคำขอ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสถานที่นำเข้า และสถานที่เก็บเดิมที่เคยได้รับอนุญาต เช่น แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บอาหาร แบบแปลนพื้นสถานที่เก็บอาหาร คำรับรองประกอบการขออนุญาตสถานที่นำเข้าฯ และภาพถ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นำเข้าและเก็บอาหารในการเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก\n      1.3.7 การขออนุญาตนำเข้าอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n      1.3.8 อาหารที่นำเข้าต้องไม่มีการใช้วัตถุห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายตามประกาศที่เกี่ยวข้อง\n      1.3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n       1.3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n               (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n               (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ ตัดต่อดัดแปลงภาพถ่าย หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n               (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n               (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ\n      1.3.11 การไม่อนุญาตคำขอ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 กรณีพบว่าการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ย้าย การนำเข้าอาหาร หรือขอใบแทน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและปฏิบัติตาม “คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ย้าย การนำเข้าอาหาร หรือขอใบแทน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข”\n3 การเข้าตรวจประเมินสถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารให้เป็นไปตามความจำเป็น แล้วแต่กรณี ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เห็นสมควร\n4 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n5 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T20:35:13"],
    [1910,"9bdf8f9f-71e3-44e6-813f-1343dfab23b3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ย้าย การนำเข้าอาหาร หรือขอใบแทน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a9c1295-9d27-48ad-8499-10121da57b03",45,500,28,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n  1.1 หลักเกณฑ์ \n      1.1.1 มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n      1.1.2 มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตย้ายสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหาร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขอย้ายสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหารให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n      1.1.3 มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ได้กำหนดไว้ว่า ถ้าใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารสูญหายหรือถูกทำลายให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาต และยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว การขอรับใบแทนใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)\n      1.1.4 ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเลขสารบบอาหาร พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่าหากประสงค์จะขอย้ายสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหาร ให้ยื่นคำขออนุญาตย้ายสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหาร     แบบ อ.10 ตามท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) กรณีเปลี่ยนแปลงแก้ไขอื่นๆ เช่น การแก้ไขชื่อสถานที่นำเข้าอาหาร การเพิ่มสภาวะการเก็บรักษาอาหาร การยกเลิก หรือ เพิ่มสถานที่เก็บอาหาร หรือการเปลี่ยนแปลงสถานะบุคคลหรือนิติบุคคล ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ตามแบบ ส.5 พร้อมหลักฐาน\n      1.1.5 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n  1.2 กรณีขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตสถานที่นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ได้แก่\n      1.2.1 การเพิ่มสภาวะการเก็บอาหาร\n      1.2.2 การย้ายสถานที่นำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร และสถานที่เก็บอาหาร\n      1.2.3 การเพิ่มสถานที่เก็บอาหาร\n      1.2.4 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้องเก็บอาหาร\n      1.2.5 การแก้ไขชื่อผู้รับอนุญาต และ/หรือชื่อสถานที่นำเข้าอาหาร (ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนบุคคลหรือนิติบุคคลผู้รับอนุญาต)\n      1.2.6 การแก้ไขที่อยู่ของสถานที่นำเข้าหรือสถานที่เก็บอาหาร (ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ที่รับอนุญาตไว้) เช่น การเปลี่ยนแปลงเลขหมายประจำบ้าน เนื่องจากกรมการปกครองแจ้งเปลี่ยนแปลงแต่สถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารยังคงตั้งอยู่ที่เดิม หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงแยกเลขที่บ้านโดยผู้รับอนุญาตแจ้งต่อสำนักงานเขต  \n      1.2.7 การแก้ไขเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้รับอนุญาต (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลของผู้ดำเนินกิจการ (กรณีนิติบุคคล) ที่ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนตัวบุคคล\n      1.2.8 การแก้ไขเปลี่ยน เพิ่ม หรือลดผู้ดำเนินกิจการ (เฉพาะกรณีนิติบุคคล)\n      1.2.9 การยกเลิกสภาวะการเก็บอาหาร และยกเลิกสถานที่เก็บอาหาร (ที่มีมากกว่า 1 แห่ง)\n      1.2.10 การเปลี่ยนแปลงสถานะนิติบุคคลผู้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการแปรสภาพนิติบุคคล หรือการเปลี่ยนนิติบุคคลผู้รับอนุญาตที่เกิดจากการควบรวมกิจการตามกฎหมายว่าด้วยการควบรวมกิจการของนิติบุคคล\n      1.2.11 การจดทะเบียนเปลี่ยนวิสาหกิจชุมชนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์\n      1.2.12 การขอรับใบแทน\n  1.3 เงื่อนไข\n      1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการนำเข้าอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n      1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n      1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า สถานที่เก็บอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กอง อาหารhttps://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n            1) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n            2) กรณีสถานที่นำเข้าตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n      1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-to-import-food-places/)\n      1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n      1.3.6 กรณีใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรอาหาร แบบ อ.7 ยังเป็นรูปแบบกระดาษ (ใบอนุญาต Type eLo) และเป็นการยื่นเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ผู้ยื่นคำขอต้องระบุสภาวะการเก็บอาหาร ได้แก่ อุณหภูมิห้อง แช่เย็น หรือแช่แข็งในคำขอ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสถานที่นำเข้า และสถานที่เก็บเดิมที่เคยได้รับอนุญาต เช่น แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บอาหาร แบบแปลนพื้นสถานที่เก็บอาหาร คำรับรองประกอบการขออนุญาตสถานที่นำเข้าฯ และภาพถ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นำเข้าและเก็บอาหารในการเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก\n      1.3.7 การขออนุญาตนำเข้าอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n      1.3.8 อาหารที่นำเข้าต้องไม่มีการใช้วัตถุห้ามใช้ในอาหารและหรืออาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายตามประกาศที่เกี่ยวข้อง\n      1.3.9 กรณีสถานที่นำเข้ามีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n      1.3.10 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n       1.3.11 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ ตัดต่อดัดแปลงภาพถ่าย หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) สถานที่นำเข้ามีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ \n      1.3.12 การไม่อนุญาตคำขอ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 การเข้าตรวจประเมินสถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารให้เป็นไปตามความจำเป็น แล้วแต่กรณี ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เห็นสมควร\n3 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n4 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T20:36:06"],
    [1911,"9bdfc878-2207-4ced-bf54-478d8befb19c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a90798c-e93d-495c-9145-5297a2ddff78",100,3000,46,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.1 หลักเกณฑ์ \n   1.1.1  สถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง สถานที่ผลิตอาหารที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าหรือกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมไม่ถึง 50 แรงม้า และใช้คนงานรวมไม่ถึง 50 คน โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม  \n   1.1.2  สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n   1.1.3  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 436) พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522\n1.2 กรณีที่ต้องตรวจประเมินสถานที่ผลิตและสถานที่เก็บอาหาร ได้แก่\n    1.2.1 การขออนุญาตผลิตอาหาร (รายใหม่) \n    1.2.2 การเพิ่มประเภท หรือกรรมวิธีการผลิตอาหาร\n    1.2.3 การเพิ่ม-ลดสถานที่ผลิตอาหาร, เปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผัง, เพิ่ม-ลดเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร\n    1.2.4 การย้ายสถานที่ผลิตและเก็บอาหาร\n    1.2.5 การย้ายสถานที่เก็บอาหาร หรือเพิ่มสถานที่เก็บอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บอาหาร\n    1.2.6 การต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร กรณีที่ไม่มีผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หรือ ผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิต หรือ หนังสือรับรองมาตรฐานระบบการผลิตอาหารตามเกณฑ์ GMP กฎหมายจากหน่วยตรวจประเมินที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ ใบรับรองระบบมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหารที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า GMP กฎหมาย เช่น GHP หรือ HACCP หรือ ISO 22000 ตามมาตรฐานสากลจากหน่วยรับรอง (Certification Body; CB) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช) หรือ จากหน่วยตรวจสอบและรับรองที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body: AB) ที่เป็นสมาชิกและได้รับการยอมรับจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum; IAF) ขอบข่ายไม่ครอบคลุมประเภทอาหารที่ได้รับการอนุญาตตามใบอนุญาตผลิตอาหารที่ผู้อนุญาตออกให้ หรือ หมดอายุ\n    1.2.7 การขอปรับสถานะสถานที่ผลิตอาหาร\n1.3 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n    1.3.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n    1.3.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n    1.3.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n    1.3.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n    1.3.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.3.1 - 1.3.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.3.1 - 1.3.4\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n1.4 เงื่อนไข\n    1.4.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน\nนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.4.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฏว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่าน หากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n    1.4.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ \n1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.4.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/request-a-site-assessment)\n    1.4.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล\n    1.4.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องตรวจสอบข้อมูลในคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหารให้ถูกต้อง ได้แก่ ข้อมูลผู้ยื่นคำขอ ผู้ขอรับการตรวจประเมิน รายละเอียดสถานที่ผลิต และสถานที่เก็บอาหาร และต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการตรวจประเมิน ประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิตที่ขออนุญาต กำลังแรงม้าของเครื่องจักร และจำนวนคนงาน และต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการตรวจประเมินให้ครบถ้วนก่อนวันตรวจประเมิน กรณีการคำนวณกำลังแรงม้าของเครื่องจักร ผู้ยื่นคำขอสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://food.fda.moph.go.th/download/ หัวข้อที่ 84\n    1.4.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.4.8 ผู้ขออนุญาต จะต้องจัดส่งเอกสารแบบแปลนแผนผัง หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการผลิต ตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) โดยต้องจัดเตรียมสถานที่ผลิต ติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตให้พร้อม รวมทั้งต้องนัดหมายวันตรวจประเมินกับเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 วันทำการ หลังจากการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิต มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย กรณีขอเลื่อนนัดหมายตรวจประเมินสามารถทำได้ 1 ครั้ง แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาภายใน 20 วันทำการ หลังจากการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตเท่านั้น \n    1.4.9 ผู้ขออนุญาต จะต้องส่งหลักฐานการแก้ไขข้อบกพร่องหลังการตรวจประเมินสถานที่ผลิต ตามรายละเอียดข้อแก้ไข และต้องแก้ไขในช่วงระยะเวลาที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) โดยให้ระยะเวลาการแก้ไขสูงสุดได้ไม่เกิน 30 วันทำการ หลังจากวันที่ตรวจประเมินสถานที่ผลิต มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n    1.4.10 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ หลังจากการส่งหลักฐานการแก้ไขข้อบกพร่องจากการตรวจประเมินสถานที่ผลิตตามข้อ 1.4.9 มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย \n    1.4.11 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n    1.4.12 วิธีการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่\n           1.4.12.1 การตรวจประเมินด้วยผู้ตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตจริง (On-site Audit)\n           1.4.12.2 การตรวจประเมินด้วยวิธีแบบทางไกล (Remote Audit) โดยวิธีดังกล่าวทางผู้ตรวจประเมินจะเป็นผู้ประเมินว่าสถานที่ผลิตนั้น สามารถใช้วิธีการดังกล่าวได้หรือไม่ รวมทั้งขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ยื่นคำขอในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สัญญาณอุปกรณ์สื่อสาร และการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ซึ่งท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ https://food.fda.moph.go.th/public-guide/audit-re โดยสามารถศึกษารายละเอียดวีดีโอแนะนำการตรวจประเมินด้วยวิธีแบบทางไกล ข้อแนะนำ และคำถาม-คำตอบที่พบบ่อยได้\n    1.4.13 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฏในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) ไม่จัดส่งแบบแปลน รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิต หรือสถานที่ผลิตไม่พร้อมให้ตรวจประเมินตามระยะเวลาที่กำหนด\n(4) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์ หรือส่งเอกสารหลักฐานการแก้ไขหลังการตรวจประเมินไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด\n(6) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ หลังจากส่งเอกสารหลักฐานการแก้ไขหลังการตรวจประเมิน\n    1.4.14 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้ \n1) กรณีผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n2) กรณีไม่สามารถดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องจากการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและเก็บอาหารตามที่เจ้าหน้าที่/คณะผู้ตรวจประเมินได้แจ้งรายละเอียดไว้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด  \n\nหมายเหตุ: 1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การส่งเอกสารแบบแปลนแผนผังและรายละเอียดการผลิตอื่น ๆ กับเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณา การพิจาณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงขั้นตอนการนัดหมายและตรวจประเมินสถานที่ และแก้ไขข้อบกพร่องหลังการตรวจประเมิน โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ          \n\t    2. กรณีมีเหตุจำเป็น หรือเหตุฉุกเฉินที่ทำให้ไม่สามารถเข้าตรวจประเมินตามวันนัดตรวจได้ ผู้ยื่นคำขอสามารถขอเลื่อนวันตรวจประเมินได้ 1 ครั้ง โดยต้องแจ้งความประสงค์ และสาเหตุในการขอเลื่อนวันตรวจกับผู้ตรวจประเมินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน และต้องอยู่ในช่วงระยะเวลา 20 วันทำการหลังการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย\n            3 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n            4 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:24:19"],
    [1912,"9bdfe894-42ea-467b-95fb-5977bac86575","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือเพื่อเป็นตัวอย่างขึ้นทะเบียน หรือพิจารณาการสั่งซื้อ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a93e57c-33d7-4def-b60f-a8cc8ec52d93",20,2000,20,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n    1.1 หลักเกณฑ์ \n       1.1.1  มาตรา 16 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 หมวด 2 กำหนดไว้ว่า บทบัญญัติมาตรา14 ไม่ให้ใช้บังคับแก่ การผลิตซึ่งอาหารเฉพาะคราว ซึ่งได้รับใบอนุญาต เฉพาะคราวจากผู้อนุญาต ผู้ที่ได้รับอนุญาตการผลิตซึ่งอาหารเฉพาะคราว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง\n      1.1.2   มาตรา 54 ผู้ใดผลิต ซึ่งอาหารเฉพาะคราว โดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา 16(1) หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 16 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท\n      1.1.3   กฎกระทรวงฉบับที่ 3 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ระบุว่า\t\n              1.1.3.1 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิตอาหารเฉพาะคราวให้ยื่นคําขอตามแบบ อ.11 ท้ายกฎกระทรวง ใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวให้ใช้แบบ อ.13\n             1.1.3.2 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกซึ่งอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ อ.15 การอนุญาตให้แสดงไว้ในแบบ อ.15 \n    1.2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n        1.2.1 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n       1.2.2 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n       1.2.3 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n       1.2.4 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.3 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.3\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง \nจำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n   1.3 เงื่อนไข\n       1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n       1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n      1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n     1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n     1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n     1.3.6 ผู้ยื่นคำขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.11) ต้องปฏิบัติ ดังนี้ \n\t- กรณีสถานที่ผลิตอาหารซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ของการผลิตอาหารประเภทที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวอยู่แล้ว ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ \n        - กรณีไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เป็นสถานที่ผลิตอาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 แต่ต้องมีสถานที่ผลิตที่มีสภาพเหมาะสม มีอุปกรณ์การผลิตครบถ้วนเพียงพอสำหรับการผลิตอาหารประเภทที่ประสงค์จะขออนุญาต รวมทั้งต้องผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่เกี่ยวข้อง\n        - กรณีการผลิตตามโครงการศึกษาวิจัยทางวิชาการหรือการควบคุมอนามัยทางด้านสาธารณสุข สถานที่ผลิตจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก่อน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่โครงการฯ กำหนด\n        - ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการผลิตเฉพาะคราว สถานที่ที่ใช้ผลิต และวิธีการผลิต การควบคุม การนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาต ตลอดจนวิธีการทำลาย วัน เวลา และสถานที่ในการทำลาย พร้อมทั้ง นัดหมายเจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นพยานในการทำลายอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือรายงานผลที่ได้จากการผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ด้วย\n        - หลังจากได้รับอนุญาตให้ผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ ต้องนัดหมายให้เจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นพยานในการทำลายอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือรายงานผลที่ได้จากการผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้\n     1.3.7 ผู้ยื่นคำขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (แบบ อ.15) ต้องปฏิบัติ ดังนี้\n\t- สถานที่ผลิตอาหารจะต้องได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ของการผลิตอาหารประเภทที่ขอจะอนุญาตด้วย\n        - วัตถุประสงค์ของการขออนุญาตต้องผลิตอาหารหรือส่งออกเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อเท่านั้น มิใช่เพื่อการจำหน่ายต่อผู้อื่นใด \n        - ปริมาณการผลิตอาหารต้องมีปริมาณตามวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นตัวอย่าง หรือพิจารณาสั่งซื้อ ซึ่งสามารถพิจารณาจากเอกสารหลักฐานในการสั่งซื้อ หรือสั่งผลิตตัวอย่างจากคู่ค้าได้ \n     1.3.8 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n     1.3.9 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n     1.3.10 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ \n     1.3.11 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ: \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2. กรณีพบว่าการขอผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือ เพื่อเป็นตัวอย่างขึ้นทะเบียน หรือพิจารณาการสั่งซื้อ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และปฏิบัติตาม “คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือ เพื่อเป็นตัวอย่างขึ้นทะเบียน หรือพิจารณาการสั่งซื้อ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข”\n3. เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n4. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:25:58"],
    [1913,"9bdfefa3-02ac-48c3-a40f-476994368729","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือเพื่อเป็นตัวอย่างขึ้นทะเบียน หรือพิจารณาการสั่งซื้อ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a940501-f136-485e-bc04-fd2b73b09a28",50,2000,20,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n    1.1 หลักเกณฑ์ \n       1.1.1  มาตรา 16 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 หมวด 2 กำหนดไว้ว่า บทบัญญัติมาตรา14 ไม่ให้ใช้บังคับแก่ การผลิตซึ่งอาหารเฉพาะคราว ซึ่งได้รับใบอนุญาต เฉพาะคราวจากผู้อนุญาต ผู้ที่ได้รับอนุญาตการผลิตซึ่งอาหารเฉพาะคราว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง\n      1.1.2   มาตรา 54 ผู้ใดผลิต ซึ่งอาหารเฉพาะคราว โดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา 16(1) หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 16 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท\n      1.1.3   กฎกระทรวงฉบับที่ 3 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ระบุว่า\t\n              1.1.3.1 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิตอาหารเฉพาะคราวให้ยื่นคําขอตามแบบ อ.11 ท้ายกฎกระทรวง ใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวให้ใช้แบบ อ.13\n             1.1.3.2 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกซึ่งอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ อ.15 การอนุญาตให้แสดงไว้ในแบบ อ.15 \n    1.2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n        1.2.1 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n       1.2.2 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n       1.2.3 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n       1.2.4 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.3 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\tส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.3\n\tส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง \nจำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t\t(1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t\t(2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t\t(3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n   1.3 เงื่อนไข\n       1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้น ได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n       1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n      1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n     1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n     1.3.5 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n     1.3.6 ผู้ยื่นคำขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว (แบบ อ.11) ต้องปฏิบัติ ดังนี้ \n\t- กรณีสถานที่ผลิตอาหารซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ของการผลิตอาหารประเภทที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวอยู่แล้ว ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ \n        - กรณีไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เป็นสถานที่ผลิตอาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 แต่ต้องมีสถานที่ผลิตที่มีสภาพเหมาะสม มีอุปกรณ์การผลิตครบถ้วนเพียงพอสำหรับการผลิตอาหารประเภทที่ประสงค์จะขออนุญาต รวมทั้งต้องผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่เกี่ยวข้อง\n        - กรณีการผลิตตามโครงการศึกษาวิจัยทางวิชาการหรือการควบคุมอนามัยทางด้านสาธารณสุข สถานที่ผลิตจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก่อน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่โครงการฯ กำหนด\n        - ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการผลิตเฉพาะคราว สถานที่ที่ใช้ผลิต และวิธีการผลิต การควบคุม การนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาต ตลอดจนวิธีการทำลาย วัน เวลา และสถานที่ในการทำลาย พร้อมทั้ง นัดหมายเจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นพยานในการทำลายอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือรายงานผลที่ได้จากการผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ด้วย\n        - หลังจากได้รับอนุญาตให้ผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ ต้องนัดหมายให้เจ้าหน้าที่ไปร่วมเป็นพยานในการทำลายอาหารที่ขออนุญาตผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราว หรือรายงานผลที่ได้จากการผลิตอาหารเป็นการเฉพาะคราวตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้\n     1.3.7 ผู้ยื่นคำขออนุญาตผลิตอาหารหรือส่งออกอาหารเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อ (แบบ อ.15) ต้องปฏิบัติ ดังนี้\n\t- สถานที่ผลิตอาหารจะต้องได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) หรือใบสำคัญเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1/1) ของการผลิตอาหารประเภทที่ขอจะอนุญาตด้วย\n        - วัตถุประสงค์ของการขออนุญาตต้องผลิตอาหารหรือส่งออกเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือเพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อเท่านั้น มิใช่เพื่อการจำหน่ายต่อผู้อื่นใด \n        - ปริมาณการผลิตอาหารต้องมีปริมาณตามวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นตัวอย่าง หรือพิจารณาสั่งซื้อ ซึ่งสามารถพิจารณาจากเอกสารหลักฐานในการสั่งซื้อ หรือสั่งผลิตตัวอย่างจากคู่ค้าได้ \n     1.3.8 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.3.9 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n    1.3.10 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่ จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    1.3.11 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ\n    1.3.12 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ ในกรณีที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วพบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:26:05"],
    [1914,"9be17e86-e30e-4e41-bb5e-52ea5620c119","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตขายส่งยาแผนปัจจุบัน[N]1124518","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d33-29a5-471e-b315-e2cb53fe4d88",30,1500,1,"หลักเกณฑ์       \n- ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557.   \n- กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ตรวจสถานที่ โดยพร้อมกัน   \n\n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย  \n - (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายระเอียดและระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้งผ่านระบบ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะคืนคำขอดังกล่าว   \n- ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)          \n วิธีการ         \n-การยื่นขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน     \n 1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา  https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n 1.2 กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล \n https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา  เลือก: สถานประกอบการด้านยา เลือก: แบบฟอร์ม แล้วเลือกเอกสารตามประเภทใบอนุญาต\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  สอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7000 ต่อ 70927-31  งานใบอนุญาต)  \nเงื่อนไข   \n 1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    \n1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา( SKYNET)      \n1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-29T14:17:04"],
    [1915,"9be2012a-7a4d-4595-9aef-7342536567ab","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8b657a-47ea-41d4-a76d-c8c2d9bdb83e",14,500,5,"**หลักเกณฑ์**\n    มาตรา 22 แห่ง พรบ.อาหาร พ.ศ. 2522 บัญญัติว่าถ้าใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาตและยื่นคำขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลาย \n    การขอรับใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร และการออกใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 4) (พ.ศ. 2522) เรื่อง การขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหารควบคุมเฉพาะของผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานหรือผู้รับอนุญาตนำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่าย\n\n--------------------------------------------------------------------------------------------------------\n**วิธีการ**\n    กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารที่ออกหลักฐานไว้เป็นแบบกระดาษ (ไม่เคยมีการยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission) ที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายบางส่วน ให้ยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.20) กรณีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร (แบบ อ.18) ฉบับจริงสูญหาย หรือ ชำรุด หรือ ถูกทำลายบางส่วนพร้อมหลักฐานใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (OSSC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n--------------------------------------------------------------------------------------------------------\n**เงื่อนไข**\n1. การยื่นคำขอใบแทนฯ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นคำขอ\n2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้ดำเนินกิจการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคล หรือ เป็นผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้\n3. ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ยื่นคำขอฯ\n   3.1 กรอกข้อมูลในคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อที่สะดวก เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรศัพท์ เป็นต้น\n   3.2 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่องฯ ก่อนยื่นคำขอฯ\n   3.3 กรณีที่มีการขอคำชี้แจง ผู้ยื่นคำขอต้องตอบคำชี้แจงให้ครบทุกข้อ ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n4. กรณีผู้ยื่นคำขอตอบคำชี้แจงไม่เป็นไปตามระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง ไม่เกิน 1 ครั้ง โดยผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ (นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ส่งขอคำชี้แจง) มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ ละทิ้งคำขอฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะคืนคำขอฯ ดังกล่าวและไม่คืนค่าใช้จ่าย\n----------------------------------------------------------------------------------------------------------------\n   **หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการในคู่มือประชาชนฉบับนี้ รวมทั้งหมด 14 วันทำการ เป็นการนับรวมระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต (วันทำการ) และระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม (สูงสุด 10 วันทำการ)","2024-04-29T14:22:27"],
    [1916,"9be3827e-6f65-4584-867b-967a7bbf937c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอให้รับรองสำเนาหนังสือรับรอง GMP เครื่องสำอาง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-eff3-455b-806c-1581ec9d3645",1,100,6,"ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นหนังสือแจ้งขอให้รับรองสำเนาหนังสือรับรอง GMP เครื่องสำอางพร้อมแนบสำเนาหนังสือรับรอง GMP ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2024-04-29T14:26:18"],
    [1917,"9be35f64-dc40-40ba-9408-e03322f8e6fb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีสถานที่ผลิตใหม่ หรือสายการผลิตใหม่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-468f-4a3b-9a80-691c769882e4",24,12000,26,"ผู้ประสงค์จะผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบต้องยื่นคำขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตราย ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2537) ออกความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยต้องยื่นคำขออนุญาต ผ่านระบบสารสนเทศวัตถุอันตราย ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสาธารณสุขจังหวัดแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเอง ให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ  การพิจารณาอนุญาตระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน  เจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ก็ต่อเมื่อผลการตรวจสถานประกอบการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ครบถ้วนและสอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    ในขั้นตอนการตรวจสถานประกอบการ หากมีประเด็นทางวิชาการจำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมตรวจประเมินสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบและผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าประเมินในส่วนนี้เพิ่มเติม ระยะเวลารวมทั้งหมดที่ใช้ในการพิจารณาจะไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้    หมายเหตุ    การชำระค่าคำขอและค่าตรวจสถานประกอบการวัตถุอันตรายพื่อการอนุญาต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผุ้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2025-04-28T14:28:29"],
    [1918,"9be36e42-5140-47f5-a703-c8bb4ef0b543","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีสถานที่เก็บใหม่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-3491-43b0-9599-1dd22695f173",19,1000,17,"ผู้ประสงค์จะผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบต้องยื่นคำขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตราย ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2537) ออกความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยต้องยื่นคำขออนุญาต ผ่านระบบสารสนเทศวัตถุอันตราย ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสาธารณสุขจังหวัดแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเอง ให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอการพิจารณาอนุญาตระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน  เจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ก็ต่อเมื่อผลการตรวจสถานประกอบการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ครบถ้วนและสอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  ระยะเวลารวมทั้งหมดที่ใช้ในการพิจารณาจะไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้   หมายเหตุ    การชำระค่าคำขอและค่าตรวจสถานประกอบการวัตถุอันตรายพื่อการอนุญาต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    ขอบข่ายของคู่มือประชาชนฉบับนี้ใช้สำหรับผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2025-04-28T14:28:01"],
    [1919,"9be38b99-98ba-4c55-bf05-50c7cb3401b9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีสถานที่เก็บใหม่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-3b23-41c3-8350-4b40e6981d73",18,1000,17,"ผู้ประสงค์จะผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตราย ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2537) ออกความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยต้องยื่นคำขออนุญาต ผ่านระบบสารสนเทศวัตถุอันตราย ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสาธารณสุขจังหวัดแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเอง ให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ  \nการพิจารณาอนุญาตระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน  เจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ก็ต่อเมื่อผลการตรวจสถานประกอบการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ครบถ้วนและสอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    \nขอบข่ายของคู่มือประชาชนฉบับนี้ใช้สำหรับผู้ที่ประสงค์จะส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่มีใบสำคัญการขึ้นทะเบียน และใบอนุญาตผลิต/นำเข้าแล้ว","2025-04-28T14:29:00"],
    [1920,"9be390ab-0433-4265-8cba-e5dbaea63a99","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีตรวจสถานที่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-4a2b-4d1e-9956-f4b38f2e5fa6",24,12000,22,"ผู้ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ กรณีตรวจสถานที่ เช่น ย้ายสถานที่ผลิต ย้ายและ/หรือเพิ่มสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายต้องยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบสารสนเทศวัตถุอันตราย ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอแจ้งความประสงค์เปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเองให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอ  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ    การพิจารณาอนุญาตระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแก้ไขรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ก็ต่อเมื่อผลการตรวจสถานประกอบการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ครบถ้วนและสอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    ในขั้นตอนการตรวจสถานประกอบการ หากมีประเด็นทางวิชาการจำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมตรวจประเมินสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบและผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าประเมินในส่วนนี้เพิ่มเติม หมายเหตุ    การชำระค่าคำขอและค่าตรวจสถานประกอบการวัตถุอันตรายเพื่อการอนุญาต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตรายที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    กรณีย้ายสถานที่ผลิต ย้ายสถานที่เก็บรักษา หรือเพิ่มสถานที่เก็บรักษา ซึ่งต้องใช้ข้อมูลการตรวจประเมินสถานที่     ประกอบการพิจารณาอนุญาต ผู้ยื่นคำขอจะต้องเตรียมสถานที่และเอกสารให้ครบถ้วน ถูกต้อง สอดคล้องกับ    กฎระเบียบหลักที่เกี่ยวข้อง","2025-04-28T14:34:53"],
    [1921,"9be39b80-4f24-4bd2-8b1f-5b48a5d7395f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีตรวจสถานที่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-5aa3-4dfc-b4fc-bcdb9f53d9fe",19,500,15,"ผู้ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ กรณีตรวจสถานที่ เช่น ย้ายสถานที่ผลิต ย้ายและ/หรือเพิ่มสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายต้องยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบสารสนเทศวัตถุอันตราย ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอแจ้งความประสงค์เปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเองให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอ  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ    การพิจารณาอนุญาตระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแก้ไขรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ก็ต่อเมื่อผลการตรวจสถานประกอบการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ครบถ้วนและสอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในขั้นตอนการตรวจสถานประกอบการ หากมีประเด็นทางวิชาการจำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมตรวจประเมินสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบและผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าประเมินในส่วนนี้เพิ่มเติม ระยะเวลารวมทั้งหมดที่ใช้ในการพิจารณาจะไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้","2025-04-28T14:29:35"],
    [1922,"9be3b7ef-6706-4548-b8b2-8deeefef9c98","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be3b445-846f-4e3d-9e01-e1fde79182ba",30,1000,1,"หลักเกณฑ์       \n- ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557.   \n- กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ตรวจสถานที่ โดยพร้อมกัน   \n \n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย  \n - (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายระเอียดและระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้งผ่านระบบ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะคืนคำขอดังกล่าว   \n- ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)          \n วิธีการ         \n-การยื่นขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน     \n 1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา  https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n 1.2 กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล \n https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา  เลือก: สถานประกอบการด้านยา เลือก: แบบฟอร์ม แล้วเลือกเอกสารตามประเภทใบอนุญาต\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  สอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7000 ต่อ 70927-31  งานใบอนุญาต)  \nเงื่อนไข   \n 1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    \n1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา( SKYNET)      \n1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-29T14:16:56"],
    [1923,"9be3c72b-5419-4e3b-b764-1d8f49e932e0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักร (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be3c206-4ac2-4645-a290-203c44606e38",30,10000,1,"หลักเกณฑ์       \n- ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557.   \n- กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ตรวจสถานที่ โดยพร้อมกัน   \n   \n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย  \n - (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายระเอียดและระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้งผ่านระบบ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะคืนคำขอดังกล่าว   \n- ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)          \n วิธีการ         \n   \n 1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา  https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n 1.2 กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล \n https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา  เลือก: สถานประกอบการด้านยา เลือก: แบบฟอร์ม แล้วเลือกเอกสารตามประเภทใบอนุญาต\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  สอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7000 ต่อ 70927-31  งานใบอนุญาต)  \nเงื่อนไข   \n 1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    \n1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา( SKYNET)      \n1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-29T14:18:09"],
    [1924,"9be3d742-1cab-4b0d-bf6d-fc4324634c6a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงสาระบางประการในหนังสือให้ความเห็นชอบ การนำหรือสั่งสินค้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์เข้ามาในราชอาณาจักร (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be3cdf7-7c5a-4306-a880-70e2f118bb95",1,100,6,"วิธีการ :   เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    \n\nเงื่อนไข : ระยะเวลาที่ระบุในคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้นับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการแก้ไขเอกสา","2024-04-29T14:16:37"],
    [1925,"9be3bac2-824a-412c-84fd-ff5e2fa542c9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 กรณีตรวจสถานที่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-6219-49bc-89d3-9ebd3f9f9724",20,500,16,"ผู้ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ กรณีตรวจสถานที่ เช่น ย้ายสถานที่ผลิต ย้ายและ/หรือเพิ่มสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายต้องยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบสารสนเทศวัตถุอันตราย ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอแจ้งความประสงค์เปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเองให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอ  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ    การพิจารณาอนุญาตระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน เจ้าหน้าที่จะแก้ไขรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ก็ต่อเมื่อผลการตรวจสถานประกอบการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ครบถ้วนและสอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    ในขั้นตอนการตรวจสถานประกอบการ หากมีประเด็นทางวิชาการจำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมตรวจประเมินสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบและผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าประเมินในส่วนนี้เพิ่มเติม ระยะเวลารวมทั้งหมดที่ใช้ในการพิจารณาจะไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้    หมายเหตุ    การชำระค่าคำขอและค่าตรวจสถานประกอบการวัตถุอันตรายพื่อการอนุญาต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 8) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว แต่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายในใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย จะต้องยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาตามกฎระเบียบหลักที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้","2025-04-28T14:35:38"],
    [1926,"9be3bdcd-013a-4471-b2d7-039285ec933d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตายชนิดที่ 3  กรณีตรวจสถานที่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-5e6a-4da7-8e16-e659b32e0d4e",18,500,14,"ผู้ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออกหรือครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ กรณีตรวจสถานที่ เช่น ย้ายสถานที่ผลิต ย้ายและ/หรือเพิ่มสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายต้องยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบสารสนเทศวัตถุอันตราย ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอแจ้งความประสงค์เปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตตามรายการเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบรายการเอกสารด้วยตนเองให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำขอ  ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ    การพิจารณาอนุญาตระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะแก้ไขรายการในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองวัตถุอันตรายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ก็ต่อเมื่อผลการตรวจสถานประกอบการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม ครบถ้วนและสอดคล้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    ในขั้นตอนการตรวจสถานประกอบการ หากมีประเด็นทางวิชาการจำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมตรวจประเมินสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบและผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าประเมินในส่วนนี้เพิ่มเติม ระยะเวลารวมทั้งหมดที่ใช้ในการพิจารณาจะไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้    หมายเหตุ    การชำระค่าคำขอและค่าตรวจสถานประกอบการวัตถุอันตรายพื่อการอนุญาต เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    ขอบข่ายของคู่มือประชาชนฉบับนี้ใช้สำหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (แบบ วอ.6) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว แต่มีความประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายในใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย จะต้องยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา ตามกฎระเบียบและหลักเกณฑ์","2025-04-28T14:36:40"],
    [1927,"9be3da88-facb-4835-83db-bbbf0d876d2e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่ง ยาแผนโบราณ (ยา) สำหรับสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be3caab-daeb-4876-bd68-c255804be3a2",30,5000,1,"หลักเกณฑ์       \n- ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557.   \n- กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ตรวจสถานที่ โดยพร้อมกัน   \n\n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย  \n - (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายระเอียดและระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้งผ่านระบบ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะคืนคำขอดังกล่าว   \n- ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)          \n วิธีการ            \n 1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา  https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n 1.2 กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล \n https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา  เลือก: สถานประกอบการด้านยา เลือก: แบบฟอร์ม แล้วเลือกเอกสารตามประเภทใบอนุญาต\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  สอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7000 ต่อ 70927-31  งานใบอนุญาต)  \nเงื่อนไข   \n 1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    \n1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา( SKYNET)      \n1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-29T14:18:18"],
    [1928,"9be3e1a4-8268-4c0c-a3bc-42dff8303635","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับรอง/ให้ความเห็นชอบการนำหรือสั่งสินค้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์เข้ามาในราชอาณาจักร (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be3cd8a-6332-41aa-b00f-b9a670dd9db9",1,100,19,"วิธีการ :   เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ \n\nเงื่อนไข : ระยะเวลาที่ระบุในคู่มือฉบับนี้ ไม่ได้นับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการแก้ไขเอกสาร","2024-04-29T14:16:43"],
    [1929,"9be3e35d-1a69-4242-a7d5-794a28128d03","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย ขายนอกสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be3de34-0ffb-48dc-91b7-e07643cda877",15,1000,1,"หลักเกณฑ์       \n- ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557.   \n- กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ตรวจสถานที่ โดยพร้อมกัน   \n  \n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย  \n - (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายระเอียดและระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้งผ่านระบบ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะคืนคำขอดังกล่าว   \n- ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)          \n วิธีการ         \n     \n 1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา  https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n 1.2 กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล \n https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา  เลือก: สถานประกอบการด้านยา เลือก: แบบฟอร์ม แล้วเลือกเอกสารตามประเภทใบอนุญาต\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  สอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7000 ต่อ 70927-31  งานใบอนุญาต)  \nเงื่อนไข   \n 1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    \n1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา( SKYNET)      \n1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-29T14:18:26"],
    [1930,"9be3e8ac-e303-445f-a486-caded915cd0b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be3e4e5-6af1-404f-bf72-b164b3989e9b",15,1000,1,"หลักเกณฑ์       \n- ผู้ประสงค์ยื่นคำขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557.   \n- กรณีขอใบอนุญาตใหม่ ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ( มีหนังสือมอบอำนาจและหลักฐานการมอบอำนาจแนบถูกต้อง )และเภสัชกรที่จะเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ตรวจสถานที่ โดยพร้อมกัน   \n  \n- อายุของผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ ต้องไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องมิใช่บุคคลต่างด้าว เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน /ประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย  \n - (สำหรับคนต่างด้าวต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม(14) และ(15) หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยแสดงใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบัญชีสาม หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 11 หรือมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อเป็นหลักฐาน   \n- ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามรายระเอียดและระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้งผ่านระบบ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวระบบจะคืนคำขอดังกล่าว   \n- ผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)          \n วิธีการ         \n     \n 1.1 กรณีบุคคลธรรมดา ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตบุคคลธรรมดา  https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n 1.2 กรณีนิติบุคคล ใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอใบอนุญาตนิติบุคคล \n https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \n   คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา  เลือก: สถานประกอบการด้านยา เลือก: แบบฟอร์ม แล้วเลือกเอกสารตามประเภทใบอนุญาต\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  สอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7000 ต่อ 70927-31  งานใบอนุญาต)  \nเงื่อนไข   \n 1.ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    ยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้    \n1.1 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ กทม. ยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา( SKYNET)      \n1.2 กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ ตจว. ให้ยื่นได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นั้นๆ","2024-04-29T14:18:33"],
    [1931,"9be56b79-4ceb-4967-8856-89f23a5629d6","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับการรับรอง/ต่ออายุ/เพิ่มขอบข่ายการรับรองตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย (GMP) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ในขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-a56a-449a-b3c8-3813467c321e",60,3000,1,"ผู้ที่มีความประสงค์จะขอรับการรับรอง/ต่ออายุการรับรอง/การเพิ่มขอบข่ายการรับรองตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย (GMP) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n\nผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติและนำเอาหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบมาปฏิบัติ รวมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมตรวจติดตามคุณภาพภายในและการทบทวนของฝ่ายบริหารแล้ว อันเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขว่าด้วยเรื่องการรับรอง GMP วัตถุอันตราย \nขั้นตอนการขอรับการรับรอง/ต่ออายุการรับรอง/การเพิ่มขอบข่ายการรับรอง GMP วัตถุอันตราย จะประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก คือ  \nขั้นตอนที่ 1 การประเมินเอกสารตามคำขอรับการรับรอง/ต่ออายุการรับรอง/การเพิ่มขอบข่ายการรับรอง GMP วัตถุอันตราย เมื่อผลการประเมินสอดคล้องกับข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตรายแล้ว จึงสามารถยื่นคำขอเพื่อตรวจประเมินสถานที่ผลิตได้  \nขั้นตอนที่ 2 การตรวจประเมินสถานที่ผลิตตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย (GMP) โดยอัตราค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บจะเป็นไปตามขนาดแรงม้าเครื่องจักรและ/หรือคนงาน ที่ใช้ตามขอบข่ายที่ยื่นขอรับการรับรอง GMP วัตถุอันตราย และอาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการร่วมตรวจประเมินห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ การกำหนดวันเวลาที่ตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิต นั้น จะเป็นไปตามการนัดหมายของผู้ยื่นคำขอและเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประเมินที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย    \n\nการยื่นคำขอให้ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว    ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบรายละเอียดตาม\nคำขอรับการรับรองมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตราย (F-CH4-21) หรือคำขอเพิ่มขอบข่ายการรับรองมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตราย (F-CH3-23) หรือคำขอต่ออายุการรับรองมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ด้าน GMP วัตถุอันตราย (F-H3-22) แล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าคำขอ แล้วนำหลักฐานการชำระค่าคำขอ พร้อมคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หากเอกสารหลักฐานครบถ้วนและเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าประเมินเอกสารตามคำขอรับการรับรอง GMP    การพิจารณาอนุญาต    ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชน การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสาร โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาแล้วเสร็จ หากผลการประเมินเอกสารประกอบคำขอการรับรอง GMP สอดคล้องกับข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์ GMP วัตถุอันตราย จึงจะสามารถยื่นคำขอเพื่อตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตได้    หมายเหตุ    การชำระค่าคำขอและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2025-04-28T14:26:26"],
    [1932,"9be59ad0-4a74-49b7-b3b3-e61d66c0599b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกหนังสือรับรองสถานที่ที่ได้รับอนุญาตด้านยาฉบับภาษาอังกฤษ (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be5956a-8d22-4114-aa94-205c41f68f5f",10,500,1,"หลักเกณฑ์ ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง )กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน\nผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย) วิธีการ การยื่นขอหนังสือรับรองสถานที่ด้านยาใช้ แบบตรวจสอบเอกสารคำขอหนังสือรับรองสถานที่ด้านยา\nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form   \n-คำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ \n-คำขอรับรองสถานที่เกี่ยวกับยาฉบับภาษาอังกฤษ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสารได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form   \nสอบถามเพิ่มเติม (  02 590 7461 และ02 590 7000 ต่อ 70927-31   งานใบอนุญาต  กองยา อย. )  \n  เงื่อนไข    \nผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้อำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจง ข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ที่ยื่นคำขอได้ (สามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และศึกษารายละอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ เว็บไซด์ กองยา)    \nยื่นขอ หนังสือรับรองสถานที่ด้านยาได้ที่ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ","2024-04-29T14:19:51"],
    [1933,"9be5a76b-1fb5-4951-b67b-2e40a282c8e7","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การตรวจประเมินหลักวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยยา (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9be59d24-daa8-4afe-b7a6-9ce0bab0b91f",60,3000,1,"ผู้ประสงค์ยื่นคำขอ :\n1.ต้องจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงการขออนุญาต และการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ.2557 \n-2.จัดทำแบบประเมินตนเอง (Self-Assessment) \n-3.ผ่านการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้นจาก หน่วยงาน/องค์กรที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามอบหมายแล้ว\n-ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม การยื่นคำขอ และเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ที่ เว็ปไซด์กองยา เลือกสถานประกอบการด้านยา เลือกคู่มือ เลือกมาตราฐานGPP ( https://drug.fda.moph.go.th/pharmaceutical-establishments/ ) \n-การนับเวลานี้มีการหยุดเวลาในช่วงที่ผู้ประกอบการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้สอคคล้องตามหลักวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน","2024-04-29T14:18:59"],
    [1934,"9be5c9da-58f2-4aa6-ae03-7a848b4b6d7e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทน และการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตด้านยา ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d33-9e5a-471c-a601-f992be3bb6c2",15,100,1,"หลักเกณฑ์ :   \nการขอใบแทนและการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต\nสามารถยื่นคำขอผ่านระบบสารสนเทศของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( SKYNET) \nได้ที่เว็บไซต์ privus.fda.moph.go.th/ \nURL : privus.fda.moph.go.th/  \nผู้ประสงค์ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาต กรณีที่ได้รับเดิมที่ถูกทำลาย หรือ ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ จะต้องนำใบอนุญาตเดิมมาส่งคืน แต่หากเป็นกรณีการสูญหายจะต้องมีหลักฐานเป็นใบแจ้งความมาประกอบด้วย กรณีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสถานที่ ได้แก่ การขยายหรือลดสถานที่ที่ได้รับอนุญาต การย้ายสถานที่เก็บยา การย้ายสถานที่ที่ได้รับใบอนุญาต การเพิ่มหรือลดสถานที่เก็บยา จะต้องผ่านการตรวจสถานที่พร้อมแนบหลักฐานการตรวจสถานที่มากับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง  \nกรณีการขอเพิ่มหรือลดหมวดยาที่ผลิตในใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน หรือใบอนุญาตผลิตยาแผนโบราณ จะต้องผ่านการอนุมัติแบบแปลนสถานที่ผลิตฯ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีการจัดเตรียมสถานที่ และปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงฯ โดยแสดงหลักฐานเป็นแบบแปลนฯที่ได้รับอนุมัติจากอย. และผลการตรวจสถานที่ฯ (ว่ามีการสร้างตามแบบแปลน และเจ้าหน้าที่ฝ่าย GMP อนุมัติว่าเหมาะสมที่จะเป็นสถานที่ผลิตฯ)   \nสำหรับการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการอื่น ๆ ในใบอนุญาตให้แนบเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอแก้ไขนั้น หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ งานใบอนุญาต กองยา 02 590 7000 ต่อ 70927-31 ในวันและเวลาราชการ ผู้ขออนุญาต เตรียมและตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ดาวน์โหลดได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form  \n(แบบตรวจสอบเอกสารฯอยู่ที่ข้อ2.3 /คำขอแก้ไขฯอยู่ที่ข้อ15 / คำขอใบแทนและย้ายสถานที่ อยู่ที่ข้อ16) ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการก่อนการยื่นคำขอ ( จะรับคำขอเมื่อรายการเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง ) \nกรณีที่เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบตรวจสอบเอกสารคำขอฯ ให้ยื่นแก้ไขหรือแนบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด หากเกินระยะเวลาเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอดังกล่าว\n\tผู้ขออนุญาต/ผู้ดำเนินกิจการ หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนแนบด้วย)\n\n\n วิธีการ \nดาวน์โหลด์แบบตรวจสอบเอกสารคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต แบบตรวจสอบเอกสารคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต (บุคคลธรรมดา / นิติบุคตล) ได้ที่ \nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form \nดาวน์โหลด์แบบตรวจสอบเอกสารคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงประเภทใบอนุญาตยาเสพติดให้โทษ , วัตถุออกฤทธิ์ (บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล) ได้ที่ \nhttps://drug.fda.moph.go.th/form-home/category/pharmaceutical-form\n  คำขอให้เลือกแยกตามประเภทใบอนุญาต\n คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต(ขย17) \nคำขอใบแทน/ ย้ายสถานที่(ขย16) \nคำแนะนำ และแบบฟอร์มที่ต้องใช้ตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ แบบคำขอทุกประเภท / คำขอฯ /คำรับรองฯ /หนังสือมอบอำนาจกระทำการแทน /หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ  \nดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสาร/ฟอร์มรูปถ่าย /แผนที่ /แผนผัง ได้ที่เว็ปไซด์กองยา","2024-04-29T14:18:52"],
    [1935,"9be5dda6-b132-43b9-b69b-cfc550e61702","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขรายการในใบสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ (กรณีเปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติมขอบข่าย) กรณีไม่ตรวจสถานที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be5d811-4f10-4caa-a342-647b80753ad4",25,12000,5,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีที่ตั้งของสถานที่ผลิตจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2024-04-29T14:17:59"],
    [1936,"9bea759f-e7c6-478d-940d-0b0e7289a969","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบอนุญาตด้านยา ยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4(ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9bea6c9c-4211-41ba-a0dc-00d44065da64",3,0,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nใบอนุญาตผลิต ขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ รวมถึงใบอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 3 วัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 3 และประเภทที่ 4 ทุกใบอนุญาตจะใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว จะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่ต่ออายุ\nการขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงของแต่ละพระราชบัญญัติ\n\nการขอต่ออายุใบอนุญาตเมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุจะกระทำมิได้\n\nใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์นอกสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ไม่มีกฎหมายให้สามารถต่ออายุใบอนุญาตได้ การขอต่ออายุจึงเท่ากับการออกใบอนุญาตใหม่\n\nปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้รับอนุญาตโดยจัดระบบให้มีการต่ออายุใบอนุญาตทางการยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ privus.fda.moph.go.th/ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง \nทั้งนี้ผู้รับอนุญาตจะต้องส่งไฟล์เอกสารพร้อมหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมผ่านเว็บไซต์ privus.fda.moph.go.th/ ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม (ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุ) เอกสารหลักฐานต่างๆหากมีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จจะถูกดำเนินคดีอาญา","2024-04-29T14:16:29"],
    [1937,"9beb7c46-57ec-4f04-ba1f-4c1d500e9718","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a8e282a-6549-4215-9e51-50fe9812237e",15,10000,4,"1.1 หลักเกณฑ์ \n   1.1.1 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n    1.1.2 มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้ใบอนุญาตผลิตอาหารที่ออกตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตต่ออายุใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1)\n   1.1.3 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n   1.1.4 ประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การขอหนังสือรับรองมาตรฐานระบบการผลิตตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอาหาร\n\n1.2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n    1.2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n    1.2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n    1.2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n    1.2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n    1.2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\t ส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.4\n\t ส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t       (1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t       (2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t       (3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n1.3 เงื่อนไข\n    1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n    1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n         1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n         2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n    1.3.5 ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    1.3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ หรือ ตามผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิต หรือ หนังสือรับรองมาตรฐานระบบการผลิตอาหารตามเกณฑ์ GMP กฎหมายจากหน่วยตรวจประเมินที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ ใบรับรองระบบมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหารที่เทียบเท่า หรือ  สูงกว่า GMP กฎหมาย เช่น GHP หรือ HACCP หรือ ISO 22000 ตามมาตรฐานสากล จากหน่วยรับรอง (Certification Body; CB) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช) หรือ จากหน่วยตรวจสอบและรับรองที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body: AB) ที่เป็นสมาชิกและได้รับการยอมรับจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum; IAF) โดยใบรับรองระบบมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่ออกให้นั้น จะต้องครอบคลุมทุกประเภทอาหารที่ได้รับการอนุญาตตามใบอนุญาตผลิตอาหารที่ผู้อนุญาตออกให้ และยังไม่หมดอายุ\n    1.3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.3.8 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอ และชำระเงินค่าคำขอให้เสร็จสิ้น ไม่เกินวันสิ้นอายุที่ระบุไว้ในใบอนุญาต มิเช่นนั้นจะถือว่าไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อ และใบอนุญาตนั้นจะสิ้นอายุตามไปด้วย รวมถึงจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ \n    1.3.9 กรณีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ยังเป็นรูปแบบกระดาษ (ใบอนุญาต Type eLo) และเป็นการยื่นเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ผู้ยื่นคำขอต้องระบุประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิต จำนวนกำลังแรงม้าเครื่องจักร และจำนวนคนงาน ซึ่งต้องสอดคล้องตามที่เคยได้รับอนุญาตไว้ รวมทั้งต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ แบบแปลนพื้นสถานที่ผลิตอาหาร รายการเครื่องจักร และผังกรรมวิธีการผลิตอาหาร เพื่อดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและเก็บอาหารในการเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก\n    1.3.10 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n    1.3.11 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n          (1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n          (2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n          (3) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n          (4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ \n    1.3.12 กรณีที่สถานที่ผลิตอาหารมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนผัง รายการเครื่องมือเครื่องจักร หรือ เพิ่มประเภทอาหาร/กรรมวิธีการผลิต หรือย้ายสถานที่ผลิตอาหาร จะต้องดำเนินการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต หรือย้ายสถานที่ผลิตอาหารให้เรียบร้อยก่อนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n    1.3.13 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีเมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการต่ออายุแล้ว พบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ: \n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2. กรณีพบว่าการขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ให้ผู้ยื่นคำขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และปฏิบัติตาม “คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข”\n3. เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n4. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:27:13"],
    [1938,"9beb7ec3-e216-4c8d-8304-b3678769406b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหาร ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a90392c-cc69-4276-b8d4-3af9eadfc51c",45,10000,4,"1.1 หลักเกณฑ์ \n   1.1.1 สถานที่ผลิตอาหารที่เข้าข่ายโรงงาน หมายถึง โรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ที่มีการใช้เครื่องจักรกำลังแรงม้าและกำลังแรงม้าเปรียบเทียบรวมตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม \n    1.1.2 มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้ใบอนุญาตผลิตอาหารที่ออกตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตต่ออายุใบอนุญาตนั้น การขอต่ออายุและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ฉบับที่ 1)\n   1.1.3 คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่าด้วยเรื่อง มอบอำนาจเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ตามกฎหมายว่าด้วยอาหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต\n   1.1.4 ประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การขอหนังสือรับรองมาตรฐานระบบการผลิตตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอาหาร\n1.2 สถานที่ผลิตอาหารต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกฎหมายแล้วแต่กรณี ดังนี้\n    1.2.1 กรณีเป็นสถานที่เก็บอาหาร ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522\n    1.2.2 กรณีเป็นสถานที่ผลิตเกลือบริโภค ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ตามบันทึกการตรวจสถานที่ผลิตเกลือบริโภคในเอกสารแนบท้าย คําสั่งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ 428/2553 เรื่อง การตรวจประเมินสถานที่ผลิตเกลือบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เกลือบริโภค\n    1.2.3 กรณีเป็นสถานที่ฉายรังสีอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารฉายรังสี ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน 2553\n    1.2.4 กรณีเป็นสถานที่คัดและบรรจุผักหรือผลไม้สดบางชนิด ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ.2560 เรื่อง กําหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก \n    1.2.5 กรณีเป็นสถานที่ผลิตอาหารอื่น นอกเหนือจาก 1.2.1 - 1.2.4 ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ.2563 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร แบ่งข้อกำหนดเป็น 2 ส่วน คือ\n\t ส่วนที่ 1 ข้อกำหนดพื้นฐาน สำหรับสถานที่ผลิตอาหารสำหรับอาหารทุกประเภท ยกเว้น 1.2.1 - 1.2.4\n\t ส่วนที่ 2 ข้อกำหนดเฉพาะ เพิ่มเติมจากข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิตอาหารที่มีกรรมวิธีการผลิตเฉพาะและมีความเสี่ยงสูง จำนวน 3 รายการ ดังนี้\n\t       (1) การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ น้ำแข็งบริโภค ที่ผ่านกรรมวิธีการกรอง\n\t       (2) การผลิตผลิตภัณฑ์นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอไรซ์\n\t       (3) การผลิตอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำและชนิดที่ปรับกรดที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยทำให้ปลอดเชื้อเชิงการค้า\n1.3 เงื่อนไข\n    1.3.1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามใบทะเบียนพาณิชย์ หรือผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจที่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ และมีอำนาจ หรือได้รับมอบอำนาจให้ตัดสินใจลงนามรับทราบเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องตามกฎหมาย ระเบียบ แนวทางหรือวิธีปฏิบัติตามที่หน่วยงานผู้อนุญาตกำหนดเพื่อมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการผลิตอาหารนั้นได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนด้วย)\n    1.3.2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องมี Open ID โดยสามารถสมัครได้กับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์กรมหาชน) ทางเว็บไซต์ www.egov.go.th (หากมีปัญหาในการสมัครเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานโปรดติดต่อ contact@ega.or.th หรือโทร (+66) 0 2612 6000) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับ หากปรากฎว่ามีผู้อื่นสามารถใช้งานผ่านบัญชีของท่านได้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและถือเป็นความรับผิดชอบของท่านหากเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียหาย\n    1.3.3 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการยื่นคำขอ รับทราบข้อบกพร่อง และส่งคำชี้แจงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอได้ โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้ระบบอาหาร\n(สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มและศึกษารายละเอียดหลักฐานและเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กองอาหาร https://food.fda.moph.go.th/public-information/%20e-sub-manual) สามารถยื่นได้ 2 ช่องทาง ดังนี้\n         1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (One Stop Service Center) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             \n         2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้น ๆ\n    1.3.4 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องตามแบบตรวจสอบคำขอและบันทึกข้อบกพร่อง (Checklist) (https://food.fda.moph.go.th/public-guide/category/permission-for-food-production-facility/)\n    1.3.5 ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยเข้าเว็บไซต์ http://privus.fda.moph.go.th โดยใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้จากการสมัคร Open ID เพื่อเข้าดำเนินการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน และต้องทวนสอบรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกครั้งก่อนยืนยันข้อมูล \n    1.3.6 ผู้ยื่นคำขอ ต้องระบุประเภทอาหารที่ขออนุญาต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบสรุปผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร (Audit Report) ที่ได้จากขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ หรือ ตามผลการตรวจประเมินสถานที่ผลิต หรือ หนังสือรับรองมาตรฐานระบบการผลิตอาหารตามเกณฑ์ GMP กฎหมายจากหน่วยตรวจประเมินที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ ใบรับรองระบบมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหารที่เทียบเท่า หรือ  สูงกว่า GMP กฎหมาย เช่น GHP หรือ HACCP หรือ ISO 22000 ตามมาตรฐานสากล จากหน่วยรับรอง (Certification Body; CB) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช) หรือ จากหน่วยตรวจสอบและรับรองที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body: AB) ที่เป็นสมาชิกและได้รับการยอมรับจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum; IAF) โดยใบรับรองระบบมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่ออกให้นั้น จะต้องครอบคลุมทุกประเภทอาหารที่ได้รับการอนุญาตตามใบอนุญาตผลิตอาหารที่ผู้อนุญาตออกให้ และยังไม่หมดอายุ\n    1.3.7 การขออนุญาตผลิตอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารอาหารหรือสารเคมีชนิดใหม่ (Novel Ingredients) ที่ยังไม่ได้กำหนด คุณภาพหรือมาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food) ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ และรับรองโดยคณะอนุกรรมการอาหารก่อนจึงจะขออนุญาตผลิตอาหารได้ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่องการขอประเมินความปลอดภัยของอาหาร)\n    1.3.8 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอ และชำระเงินค่าคำขอให้เสร็จสิ้น ไม่เกินวันสิ้นอายุที่ระบุไว้ในใบอนุญาต มิเช่นนั้นจะถือว่าไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อ และใบอนุญาตนั้นจะสิ้นอายุตามไปด้วย รวมถึงจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ \n    1.3.9 กรณีใบอนุญาตผลิตอาหาร (แบบ อ.2) ยังเป็นรูปแบบกระดาษ (ใบอนุญาต Type eLo) และเป็นการยื่นเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก ผู้ยื่นคำขอต้องระบุประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิต จำนวนกำลังแรงม้าเครื่องจักร และจำนวนคนงาน ซึ่งต้องสอดคล้องตามที่เคยได้รับอนุญาตไว้ รวมทั้งต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ แบบแปลนพื้นสถานที่ผลิตอาหาร รายการเครื่องจักร และผังกรรมวิธีการผลิตอาหาร เพื่อดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและเก็บอาหารในการเข้าระบบ e-Submission ครั้งแรก\n   1.3.10 กรณีสถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาในการขอคำชี้แจง เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะเสนอให้เข้าคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป\n   1.3.11 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะขอคำชี้แจง โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสาร หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 10 วันทำการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้น ละทิ้งคำขอ และผู้อนุญาตจะคืนคำขอดังกล่าว โดยไม่คืนค่าใช้จ่าย  \n   1.3.12 กรณีดังต่อไปนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะคืนคำขอและไม่คืนเงินค่าใช้จ่าย \n(1) ยื่นคำขอผิดประเภท หรือรายละเอียดของข้อมูลผู้รับอนุญาตที่ปรากฎในระบบไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง \n(2) ยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน  \n(3) สถานที่ผลิตมีความซับซ้อน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรือมีความคาบเกี่ยวของการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ หรือผู้ประกอบการมีข้อโต้แย้งต่อผลการพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับสถานที่ผลิต ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ และมีผลการพิจารณาไม่อนุญาต\n(4) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระบบ e-Submission  \n(5) ตอบคำชี้แจง หรือแนบไฟล์เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ภายใน 10 วันทำการ \n   1.3.13 กรณีที่สถานที่ผลิตอาหารมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนผัง รายการเครื่องมือเครื่องจักร หรือ เพิ่มประเภทอาหาร/กรรมวิธีการผลิต หรือย้ายสถานที่ผลิตอาหาร จะต้องดำเนินการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต หรือย้ายสถานที่ผลิตอาหารให้เรียบร้อยก่อนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n   1.3.14 การไม่อนุญาตคำขอ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะพิจารณาไม่อนุญาตคำขอ  ในกรณีเมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการต่ออายุแล้ว พบว่าไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GMP กฎหมาย หรือไม่สอดคล้องตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n\nหมายเหตุ: \n1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอและชำระเงินค่าคำขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การขอแก้ไขข้อบกพร่อง หรือชี้แจงเพิ่มเติม การพิจารณาจากคณะทำงาน/คณะกรรมการ/หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2 เอกสารที่เป็นสำเนาทั้งหมดต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาโดยผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทั่วไปที่มีอำนาจลงนามรับรองเอกสารได้\n3 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กองอาหาร","2024-04-29T14:28:12"],
    [1939,"9bebda91-ecea-4307-a4ce-d3275fadf81a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4  [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-1ef9-4afd-ae6d-7891633e0325",12,2000,5,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  กฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนตํารับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 พ.ศ. 2559   กฎกระทรวง\nการขอขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับและการขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับที่มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 พ.ศ. 2563  \n\n         วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ   การยื่นคำขอให้เป็นไปตามแนวทางการขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับ พ.ศ. 2556 สำหรับยาสามัญ แบบ ASEAN HARMONIZATION  \n  หมายเหตุ: ข้อมูล ผลการทดสอบ เอกสารวิชาการ หรือเอกสารอ้างอิงใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อท่านในการพิจารณา ขอให้แนบมาให้ครบถ้วน หากข้อมูลที่ยื่นมาไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ข้อกำหนดข้างต้น หรือ ไม่สามารถสนับสนุนว่าผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขึ้นทะเบียนตำรับมีคุณภาพ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่สามารถอนุมัติทะเบียนตำรับดังกล่าวได้    \nเงื่อนไข : สถานที่ผลิตต้องได้การรับรองมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) ในหมวดยาที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนและยังคงสถานะใช้ได้ในปัจจุบัน   กรณีเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าต้องมีหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ (Certificate of Pharmaceutical Product) ตามรูปแบบที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก หรือหนังสือรับรองการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (Certificate of Free Sale) ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันเอกชนที่รัฐรับรอง และยังคงสถานะใช้ได้ในปัจจุบัน   \n   ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนจะต้องไม่ซ้ำกับผลิตภัณฑ์ยา ยาเสพติดและวัตถุตำรับอื่นที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับไว้แล้ว \n   เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต้องเป็นเอกสารฉบับปัจจุบัน","2024-04-29T20:33:54"],
    [1940,"9bebddf6-540d-472a-8ead-18d6ff53dc12","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ad85e94-4398-4c38-b46c-9c77dc6ea71f",5,0,11,"ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลคำขอรับอนุญาต พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน","2024-10-21T14:55:24"],
    [1941,"9bebe44b-5d3a-47c1-885c-7275d2113020","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์/ หนังสือรับรองการขาย ของผลิตภัณฑ์วัตถุออกฤทธิ์และยาเสพติด  [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-37b9-4d1f-abca-ba428f9d1d11",3,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    \nผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับอนุญาตของทะเบียนวัตถุตำรับและทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษประเภท3  ที่ได้รับอนุญาตที่ยังคงสถานะ และมีฉลาก/เอกสารกำกับยาสำหรับส่งออกที่ได้รับอนุมัติของตำรับนั้นๆ        \nเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต้องเป็นเอกสารฉบับปัจจุบัน","2025-07-18T10:16:03"],
    [1942,"9bebe55f-cc24-4942-ab39-638364eb3a25","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างของตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-fa18-4aae-9036-c27481571092",10,0,8,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    \nกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างของวัตถุตำรับที่มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 พ.ศ. 2563  \n      \nวิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ    \n   ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับจะต้องไม่ซ้ำกับผลิตภัณฑ์ยา ยาเสพติดและวัตถุตำรับอื่นที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับไว้แล้ว        \n   เอกสารหลักฐานประกอบการยึ่นคำขอต้องเป็นเอกสารฉบับปัจจุบัน    \n   กรณีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือ ประเภท 4 ที่เป็นยาใหม่ต้องแนบเอกสารวิชาการ หรือเอกสารอ้างอิงใดๆ เพื่อสนับสนุนข้อความบนฉลากและเอกสารกำกับยา","2024-10-21T14:46:23"],
    [1943,"9bebe681-34c8-4a65-a7e1-1a73b77db158","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบอนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-8abf-4f95-8d83-45b43fc8d607",1,500,7,"***ผู้ที่มีใบอนุญาตดังต่อไปนี้ ให้ใช้ได้จนกว่าจะมีกฎกระกรวงกำหนดเรื่องอายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาตตามมาตรา 35 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด***\n1.ผู้ที่มีใบอนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต    \n2.ผู้ที่มีใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 และประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต    \n3.ผู้ที่มีใบอนุญาตครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 และประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต    \nทั้งนี้ผู้รับอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในกฎหมายที่ประสงค์จะขออนุญาต","2024-10-21T14:35:18"],
    [1944,"9bebe783-30a7-44dc-9975-cc6538c8d865","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ad67919-c91a-4a44-9e14-b7ed42628f8f",60,0,11,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลคำขอรับอนุญาต พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมสร้างสถานที่ผลิตให้แล้วเสร็จก่อนการยื่นคำขออนุญาต","2024-10-21T14:54:24"],
    [1945,"9bebe8cb-5e6d-42d2-9514-eeea5fa3ffce","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ad603f8-ed5e-4eee-953f-efed38ad5d71",40,0,12,"ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลคำขอรับอนุญาต พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน","2024-10-21T14:54:58"],
    [1946,"9bebee24-fb88-4e5b-9cff-9943edcbb6b5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-a925-418e-8170-f4cb31bbc0ee",6,200,5,"ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขอ: \nผู้ที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอบซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ที่ต้องการจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เกินปริมาณที่กำหนดในประกาศกระทรวงาสาธารณสุข","2024-10-21T14:40:53"],
    [1947,"9bebee81-ceba-4364-98db-c7242e9eac07","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตโฆษณายาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์  [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-1443-496d-aae0-d61fa6603852",7,3000,7,"ประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด เรื่อง การขออนุญาต การอนุญาต และเงื่อนไขในการโฆษณายาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ พ.ศ.2566\n   \n   เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต้องเป็นเอกสารฉบับปัจจุบัน     \n        \n หมายเหตุ : เอกสารวิชาการ หรือเอกสารอ้างอิงใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อท่านในการพิจารณา ขอให้แนบมาให้ครบถ้วน หากข้อมูลที่ยื่นมาไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ข้างต้นสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่อนุญาตการโฆษณาดังกล่าว","2024-10-21T14:46:55"],
    [1948,"9bebf1c4-967a-497a-bd66-d27a6b7057fe","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก มีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-90b6-45dc-8171-964d7bc52f4d",3,1000,12,"ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขอ:    \n1.ผู้ที่ประสงค์จะขอนุญาตผลิต จำหน่าย มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2    \n2.ผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตผลิต ขาย  นำเข้า ส่งออก มีไว้ในครอบครองวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท     \nทั้งนี้ผู้รับอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในกฎหมายที่ประสงค์จะขออนุญาต","2024-10-21T14:34:40"],
    [1949,"9bebf477-9085-47b0-a638-5bd42b650090","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-b96c-4eaf-b32b-0148177856bd",10,100,9,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่ผลิตจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-05-01T10:20:03"],
    [1950,"9bebf8fc-680a-4ddf-9c35-b198e14e342f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ (กรณีไม่ผ่านผู้เชี่ยวชาญ/คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-93b0-41f0-ab7e-2736da6ea270",2,0,3,"ผู้รับอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในกฎหมายที่ประสงค์จะขออนุญาต","2024-10-21T14:36:32"],
    [1951,"9bebfb83-ab8d-4113-931a-000ab2030090","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบอนุญาตยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-8dbc-4856-8b65-9aaf4f921f3e",1,100,21,"ผู้มีสิทธิ์ยื่นขอใบแทนใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในกฎหมาย\nการขอรับใบแทนใบอนุญาต แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้    \n1. กรณีใบอนุญาตสูญหาย ต้องมีใบแจ้งความ     \n2. กรณีใบอนุญาตดังกล่าวถูกทำลายหรือลบเลือนในสาระสำคัญ ต้องนำใบอนุญาตฉบับเดิมมายื่นขอใบแทนด้วย","2024-10-21T14:35:55"],
    [1952,"9bec03db-71e8-4285-965f-8527b1068638","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองในการนำหรือสั่งสารกาเฟอีน (caffeine) เข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d32-f6a1-465c-b465-22c14c5a3a87",3,0,23,"- ผู้ที่จะยื่นขอหนังสือรับรองในการนำหรือสั่งสารกาเฟอีน (caffeine) เข้ามาในราชอาณาจักรนั้น ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ในกิจการของตนเองหรือเพื่อขายให้ผู้รับอนุญาตผลิตยา อาหาร หรือใช้ในห้องวิทยาศาสตร์สำหรับการวิเคราะห์วิจัยเท่านั้น\n- ผู้ที่จะยื่นขอหนังสือรับรองในการนำหรือสั่งสารกาเฟอีน (caffeine) เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องดำเนินการตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการออกหนังสือแจ้งข้อมูลการขอส่งออก หนังสือรับรองการนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสารกาเฟอีน (caffeine) พ.ศ. 2557\n- ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดแจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคำขอ\n\nหมายเหตุ: ระยะเวลาในการดำเนินการรวม 3 วันทำการ* (จะเริ่มใช้เมื่อได้รับอนุมัติจากสำนักงาน อย. ให้ปรับกระบวนการทำงาน)","2024-10-21T14:54:00"],
    [1953,"9bec04d9-16c0-46be-8746-434f5a9991ca","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4   กรณีรายใหม่ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-94b9-4301-bdbf-c3746dee3e20",80,6000,9,"1. Acetic anhydride รายอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบปิด หมายถึง Acetic anhydride ที่ใช้ในการผลิตโดยมีการขนส่งโดยใช้ Isotank และอยู่ภายใต้ระบบปิดตลอดกระบวนการผลิต เช่น การผลิตแป้งมันสำปะหลังดัดแปร สีย้อมและพอลิเมอร์ เป็นต้น    2. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 รายอุตสาหกรรมที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบปิด หมายถึง ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ทุกชนิดที่ใช้ในการผลิต โดยไม่อยู่ภายใต้ระบบปิดตลอดกระบวนการผลิต เช่น การใช้ Ergotamine tartrate ในการผลิตยาแผนปัจจุบัน เป็นต้น    3. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 รายวิทยาศาสตร์ หมายถึง ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ทุกชนิดที่ใช้ในการวิเคราะห์ วิจัย หรือการเรียนการสอน (ยกเว้นสารมาตรฐานปริมาณเล็กน้อยที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์)    4. แนวทางการพิจารณาอนุญาตยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ตามมติคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการอนุญาตยาเสพติดให้โทษในประเภท 4    5. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาตยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 กำหนด    6. ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกเอกสารคำขอ พร้อมเอกสารประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดหากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอดังกล่าว","2024-10-21T14:51:47"],
    [1954,"9bec1dd6-ca9a-4b1f-84b1-a19efc74f212","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 กรณีรายเดิมขอเพิ่มชนิดหรือปริมาณระหว่างปี/ขอต่อเนื่องเพื่อปีถัดไป (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-c984-46f0-a462-a1307f9183d9",65,6000,6,"1. Acetic anhydride รายอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบปิด หมายถึง Acetic anhydride ที่ใช้ในการผลิตโดยมีการขนส่งโดยใช้ Isotank และอยู่ภายใต้ระบบปิดตลอดกระบวนการผลิต เช่น การผลิตแป้งมันสำปะหลังดัดแปร สีย้อมและพอลิเมอร์ เป็นต้น    2. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 รายอุตสาหกรรมที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบปิด หมายถึง ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ทุกชนิดที่ใช้ในการผลิต โดยไม่อยู่ภายใต้ระบบปิดตลอดกระบวนการผลิต เช่น การใช้ Ergotamine tartrate ในการผลิตยาแผนปัจจุบัน เป็นต้น    3. ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 รายวิทยาศาสตร์ หมายถึง ยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ทุกชนิดที่ใช้ในการวิเคราะห์ วิจัย หรือการเรียนการสอน (ยกเว้นสารมาตรฐานปริมาณเล็กน้อยที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์)    4. แนวทางการพิจารณาอนุญาตยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566 ตามมติคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการอนุญาตยาเสพติดให้โทษในประเภท 4    5. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 กำหนด    6. ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกเอกสารคำขอ พร้อมเอกสารประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดหากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอดังกล่าว","2024-10-21T14:52:00"],
    [1955,"9bec216d-0c90-45bb-a512-4f6138acf1c2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขรายการอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 ที่ไม่ใช่การเพิ่มชนิดหรือปริมาณระหว่างปี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-1eba-4658-8ca3-eca45e340081",3,0,3,"ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกเอกสารคำขอ พร้อมเอกสารประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอดังกล่าว","2024-10-21T14:52:43"],
    [1956,"9bec1fec-1e94-48e9-801a-10ada3d86cbb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกใบอนุญาตนำผ่านวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-8946-448d-a907-b2077f0ff32e",3,6000,4,"1. Acetic anhydride รายอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบปิด หมายถึง Acetic anhydride ที่ใช้ในการผลิตโดยมีการขนส่งโดยใช้ Isotank และอยู่ภายใต้ระบบปิดตลอดกระบวนการผลิต    2. ผู้ขอรับอนุญาตนำเข้าต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้นำเข้า Acetic anhydride ได้เอง โดยไม่ต้องผ่านการจัดซื้อของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    3. ผู้ขอรับอนุญาตต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 (Acetic anhydride) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วในปีนั้นๆ โดยการขออนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนำเข้า Acetic anhydride สำหรับรายอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบปิด ต้องดำเนินการขออนุญาตภายใต้ปริมาณที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าประจำปีดังกล่าวแล้วเท่านั้น    4. ผู้ที่จะเป็นผู้ดำเนินกิจการในใบอนุญาตเฉพาะคราวเพื่อนำเข้า Acetic anhydride สำหรับรายอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบปิด จะต้องเป็นผู้ดำเนินกิจการในใบอนุญาตนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 กรณี Acetic anhydride รายอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบปิดประจำปีนั้น    5. ผู้ขอรับอนุญาตต้องยื่นคำขอรับอนุญาตพร้อมเอกสารประกอบคำขอล่วงหน้า ก่อนที่เรือจะเข้ามายังราชอาณาจักรไทย อย่างน้อย 1 สัปดาห์    6. ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกเอกสารคำขอ พร้อมเอกสารประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดหากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนคำขอดังกล่าว","2024-10-21T14:53:15"],
    [1957,"9bec30c0-6d50-442c-a4a2-c3a836199301","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การออกใบอนุญาตนำยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ซึ่งต้องใช้รักษาโรคเฉพาะตัวติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-b9d4-47ae-a697-38c33425cc9d",3,0,4,"ผู้ขออนุญาตเป็นผู้มีคุณสมบัติในการยื่นขอ ตามข้อ 2 (4) ของกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. 2563 โดยระบุว่า การปฏิบัติตามมติของคณะกรรมาธิการยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ ในกรณีที่ผู้ป่วยซึ่งเดินทางระหว่างประเทศนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรสำหรับใช้รักษาเฉพาะตัวไม่เกินเก้าสิบวัน ทั้งนี้ การดำเนินการตามมาตรา 39 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ต้องรอกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่","2024-10-21T14:51:06"],
    [1958,"9bef9b39-3d0e-426d-a094-805a11619659","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยา (Certificate of Pharmaceutical Product/Certificate of Free Sale) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bef8e7b-9ac6-4a18-89d4-cb19d277ccd9",1,500,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link : https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS","2024-05-02T15:22:52"],
    [1959,"9befa797-81ed-4214-ab8e-afa7cc9b9d89","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์(เฉพาะกรณีที่มีเอกสาร Certificate of Lot Release จากหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแล และการขนส่งเป็นไปตามสภาวะที่กำหนด) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9befa031-4134-4bef-b667-2b4648b11606",1,1000,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link : https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS","2024-05-12T12:20:46"],
    [1960,"9befb3c6-ca05-46d1-8e40-57980b359139","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองการแปลใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9befab9a-17ca-4ad2-bcee-f4bad639180b",1,500,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link : https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS","2024-05-02T11:37:07"],
    [1961,"9befb326-646f-47e3-b10b-c70823b47ed0","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อการส่งออกเท่านั้น (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9befa9e3-90a1-4c7d-a307-78a3db6e162e",5,500,3,"รายละเอียด\tหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link :   https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\n\nหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อการส่งออกเท่านั้น\n1.\tให้ใช้หลักเกณฑ์นี้เฉพาะในการขอขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ผู้รับอนุญาตผลิตฯ ประสงค์ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อการส่งออกเท่านั้น หรือ ผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาฯ นำยาเข้ายามาเพื่อแบ่งบรรจุยาแล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเท่านั้น\n2.\tยาที่ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อการส่งออกเท่านั้นจะต้องไม่มีจำหน่ายในราชอาณาจักร ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ทั้งสิ้น\n3.\tทะเบียนตำรับยาเพื่อการส่งออกเท่านั้นจะมีอายุ 3 ปี\n4.\tหากทะเบียนตำรับยาใดไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลงและเงื่อนไขตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อการส่งออกเท่านั้น ผู้รับอนุญาตยินยอมยกเลิกทะเบียนตำรับยาโดยสมัครใจ ทั้งนี้รวมถึงการดำเนินการตามกฎหมายอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร","2024-05-13T11:19:38"],
    [1962,"9befcced-fd1d-412f-bd4a-6d58ced9c9db","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบการขออนุญาตเกี่ยวกับสารคาเฟอีน (Caffeine) ตามประกาศกรมการค้าภายใน พ.ศ. 2546 (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9befb790-2d88-49a3-9eb9-d728e0175fa0",1,100,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n2.ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ โดยตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n\nเงื่อนไข:\n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)\n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\nทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n\nหมายเหตุ\nการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2024-05-13T16:33:07"],
    [1963,"9befd748-bd30-4e8a-a607-e16772bf12b0","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการจัดนิทรรศการ (น.ย.ม.3) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9befcfea-2d3e-46dc-9bb3-128a135040e3",1,1000,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน \nLink : https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\nในกรณีที่กระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่ป้องกันหรือบำบัดโรค สภากาชาดไทย และองค์การเภสัชกรรม ตามมาตรา 13 พ.ร.บ.ยา ทำหน้าที่เป็นผู้ยื่นคำขอ ให้ขอสิทธิ์เข้าระบบ ตามขั้นตอนดังนี้ \n1) Download แบบคำขอขอสิทธิระบบ ได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide/category/access-gov\n2) กรอกแบบคำขอให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบคำขอสิทธิมาที่ E-mail: saraban@fda.moph.go.th \n3) รับผลมอบสิทธิรายใหม่ใช้ระยะเวลา ไม่เกิน 10 วัน","2025-09-05T16:16:49"],
    [1964,"9befdb05-d186-4e6b-99b7-82f20d05a07d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวิเคราะห์ (น.ย.ม.2) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9befb9b3-1bd1-41f0-b756-075ce11da2de",1,1000,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link : https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\nในกรณีที่กระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่ป้องกันหรือบำบัดโรค สภากาชาดไทย \nและองค์การเภสัชกรรม ตามมาตรา 13 พ.ร.บ.ยา ทำหน้าที่เป็นผู้ยื่นคำขอ ให้ขอสิทธิ์\nเข้าระบบ ตามขั้นตอนดังนี้ \n1) Download แบบคำขอขอสิทธิระบบ ได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide/category/access-gov\n2) กรอกแบบคำขอให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบคำขอสิทธิมาที่ E-mail: saraban@fda.moph.go.th \n3) รับผลมอบสิทธิรายใหม่ใช้ระยะเวลา ไม่เกิน 10 วัน","2025-09-05T16:04:38"],
    [1965,"9bf022d5-0d69-49b4-bbbc-bc85e4ca4d77","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ และสัตว์ และยาแผนโบราณสำหรับสัตว์ (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf007bc-de2d-42ec-a34b-62a66d007920",120,500,9,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน \nLink :   https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n\t1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n\t2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n\t3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n\t4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\n2. การสร้างคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาและการแจ้งข้อมูลสิทธิบัตรบนระบบ SKYNET (รายละเอียดตามคู่มือผู้ประกอบการ ภาคผนวก 2 ระบบทะเบียนตำรับยา หน้าที่ 32)  \n(https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide/)\n\n3. การสร้างข้อมูลประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาบนระบบ ดังต่อไปนี้\n   3.1 กรณีจัดเตรียมเอกสารตามมาตรฐาน Non-eCTD electronic Submissions (Nees): โปรดอัพโหลดเอกสารผ่านระบบ Thairims รายละเอียดตามแนวทางการใช้งานระบบ Thairims สำหรับผู้ประกอบการ (https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide/submit-application-drug)\n   3.2 กรณีจัดเตรียมเอกสารตามมาตรฐาน ICH eCTD: โปรดอัพโหลดเอกสารผ่านระบบ DocuBridge รายละเอียดตามคู่มือการใช้งานคู่มือการใช้งานโปรแกรม DocuBridge สำหรับผู้ประกอบการ โดยกองผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมและการบริการ สำหรับผู้ประกอบการ (https://drug.fda.moph.go.th/sale-knowledge-base/docubridge) \n\n4. กรณีคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ประสงค์ยกเว้นค่าใช้จ่ายหรือลดหย่อนค่าใช้จ่าย \nตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยา พ.ศ. 2566 ข้อที่ 4 (1) ให้ผู้รับอนุญาตฯ ทำหนังสือเรียนผู้อำนวยการกองยา ขอยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในการจัดเก็บ โดยอ้างอิงประกาศที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุรายละเอียด ก่อนยื่นคำขอฯ ในระบบ SKYNET\n\n5. กรณีการขึ้นทะเบียนตำรับยาผ่านช่องทางการประเมินแบบย่อ (abbreviated assessment) โปรดดูขั้นตอนก่อนยื่นคำขอ (pre-submission) รูปแบบที่ 2 เพื่อจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้รับอนุญาตฯ ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ฯ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อนยื่นคำขอฯ ในระบบ SKYNET\n\n6. กรณีการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนยาความเสี่ยงต่ำ โปรดดูขั้นตอนก่อนยื่นคำขอ (pre-submission) รูปแบบที่ 3 เพื่อจัดเตรียมโมโนกราฟอ้างอิง และ/หรือ เอกสารกำกับยาอ้างอิง (ในกรณีที่เกี่ยวข้อง) และผ่านการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการฯ ก่อนยื่นคำขอฯ ในระบบ SKYNET\n\nการเตรียมพร้อมก่อนยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยา (Pre-submission)\nลำดับที่ 1: การเตรียมเอกสาร\n\t1. ผู้ประกอบการเตรียมเอกสารสำหรับใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนตำรับยา ตามมาตรฐาน \nICH eCTD หรือ NeeS โดยมี 3 รูปแบบ รายละเอียดดังนี้\nรูปแบบที่ 1. การยื่นคำขอรูปแบบการประเมินแบบเต็ม (Full assessment)\n\nรูปแบบที่ 2. การยื่นคำขอรูปแบบการประเมินแบบย่อ (Abbreviated assessment) ประกอบด้วย 3 รูปแบบ โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้ \n\nรูปแบบที่ 2.1 กรณีการประเมินแบบย่อ (Abridged assessment) อ้างอิงรายงานการประเมินของหน่วยงานกำกับดูแลยาที่เข้มงวด (Reference SRA)\n\t     2.1.1) การรวบรวมเอกสารรายงานการประเมินฉบับเต็ม (Un-redacted assessment report)\n\t\t2.1.1.1) ในกรณีที่ ผู้ผลิต/เจ้าของผลิตภัณฑ์ ไม่มีรายงานการประเมินฉบับเต็ม (Un-redacted assessment report) ผู้ผลิต/เจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องร้องขอจาก Reference SRA ที่เกี่ยวข้อง\n\t\t2.1.1.2) ในกรณีที่ ผู้ผลิต/เจ้าของผลิตภัณฑ์ มีความประสงค์ที่จะส่งรายงานการประเมินฉบับเต็ม (Un-redacted assessment report) ให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยตรง โปรดติดต่อผ่านทาง email: reliance_med@fda.moph.go.th\n\t\t2.1.1.3) ในกรณีที่จำเป็น ผู้ประกอบการต้องส่งหนังสือยินยอม (letter of access) เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเข้าถึงข้อมูลรายงานการประเมินฉบับเต็ม \n\t     2.1.2) เมื่อจัดเตรียมเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ครบถ้วนแล้ว ผู้ประกอบการทำหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการใช้ช่องทางการประเมินโดยอ้างอิงผลการประเมินจาก Reference SRA\n                    ทั้งนี้ เพื่อให้การประเมินสามารถดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประชาชนได้ ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงเพิ่มเติม 1. กรณีที่เอกสารมีความแตกต่างจากที่ยื่นต่อ Reference SRA และ 2. จัดทำตาราง context consideration เพิ่มเติม\n\nรูปแบบที่ 2.2 กรณีการประเมินแบบอ้างอิงรายงานการประเมิน ที่ประสานผ่านองค์การอนามัยโลก (CRP reliance assessment) อ้างอิงผลการประเมินจาก WHO Prequalification (WHO PQ CRP)\n\t    2.2.1) การเตรียมเอกสารภาคผนวกตามรายงานทางเทคนิคขององค์การอนามัยโลก(*1)\n\t\t2.2.1.1) ผู้ประกอบการยื่นเอกสาร “Appendix 3A: Expression of interest to NRAs” ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และส่งสำเนาไปยังองค์การอนามัยโลก\n\t\t2.2.1.2) กรณีที่ผู้ประกอบการไม่ใช่รายเดียวกันกับผู้รับอนุญาต WHO PQ holder \nให้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และส่งสำเนาไปยังองค์การอนามัยโลก คือ “หนังสือยินยอมจากผู้รับอนุญาต WHO PQ holder โดยผู้ประกอบการดำเนินการยื่นคำขอผ่านช่องทาง WHO PQ CRP” \n\t\t2.2.1.3) ผู้รับอนุญาต WHO PQ holder หรือผู้ประกอบการยื่นเอกสาร “Appendix 2: WHO PQ holder’s consent for WHO to share information with the NRAs” ต่อองค์การอนามัยโลก\t\n\t2.2.2) เมื่อจัดเตรียมเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ครบถ้วนแล้ว ให้ผู้ประกอบการยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการใช้ช่องทางการประเมินโดยอ้างอิงผลการประเมินจาก WHO Prequalification ที่ประสานผ่านองค์การอนามัยโลก (CRP reliance assessment) พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้\n        - สำเนา Appendix 3A: Expression of interest to NRAs\n\t- สำเนาหนังสือยินยอมจากผู้รับอนุญาต WHO PQ holder ให้ผู้ประกอบการดำเนินการ\nยื่นคำขอผ่านช่องทาง WHO PQ CRP (ในกรณีที่เกี่ยวข้อง)\n\t- คำรับรองการขึ้นทะเบียนตำรับยาผ่านช่องทางการประเมินแบบอ้างอิง\nการขึ้นทะเบียนจากองค์การอนามัยโลก(*3)\n           ทั้งนี้ เพื่อให้การประเมินสามารถดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประชาชนได้ ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงเพิ่มเติม 1. กรณีที่เอกสารมีความแตกต่างจากที่ยื่นต่อ WHO และ 2. จัดทำตาราง context consideration เพิ่มเติม\n\nรูปแบบที่ 2.3 กรณีการประเมินแบบอ้างอิงรายงานการประเมิน ที่ประสานผ่านองค์การอนามัยโลก \n(CRP reliance assessment) อ้างอิงผลการประเมินจากหน่วยงานกำกับดูแลยาที่เข้มงวด (SRA CRP)\n         2.3.1) การเตรียมเอกสารภาคผนวกตามรายงานทางเทคนิคขององค์การอนามัยโลก(*2)\n               2.3.1.1) ผู้ประกอบการ/เจ้าของผลิตภัณฑ์/ผู้ผลิตยื่นเอกสารดังต่อไปนี้ ต่อ Reference SRA และส่งสำเนาไปยังองค์การอนามัยโลก\n                        - Appendix 3A: Manufacturer’s consent for information sharing with participating NRAs and WHO \n                        - Appendix 3B: Manufacturer’s request for SRA’s permission for sharing SRA-owned non-public information with participating NRAs and WHO (ในกรณีที่เกี่ยวข้อง)\n               2.3.1.2) ผู้ประกอบการยื่นเอกสาร ดังต่อไปนี้ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และส่งสำเนาไปยังองค์การอนามัยโลก\n                        - Appendix 7: Expression of interest to NRAs\n               2.3.1.3) ผู้ประกอบการยื่นเอกสาร ดังต่อไปนี้ ต่อองค์การอนามัยโลก\n                        - Appendix 8: Confidential Disclosure Agreement\n               2.3.1.4) ในกรณีที่ ผู้ผลิต/เจ้าของผลิตภัณฑ์ ไม่มีรายงานการประเมินฉบับเต็ม (Unredacted Assessment Report) และ/หรือรายงานการตรวจตรา (Inspection Report) ผู้ผลิต/เจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องร้องขอจาก Reference SRA ที่เกี่ยวข้อง\n               2.3.1.5) ผู้ผลิตเตรียมสรุปข้อมูลด้านคุณภาพ และยื่นเอกสารดังต่อไปนี้ ต่อ Reference SRA\n                        - Appendix 4: Quality information summary (QIS-SRA (crp))\n               ภายหลังจากเอกสารดังกล่าว ได้รับการตรวจสอบและรับรองโดย Reference SRA เรียบร้อยแล้ว จึงนำมายื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n               2.3.1.6) กรณีที่จำเป็น ผู้ประกอบการต้องยื่นรายงานการเชื่อมโยง (Bridging report) สำหรับการอ้างอิงผลิตภัณฑ์ยาและวัคซีนที่ได้รับการรับรองจาก Reference SRA เพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนตำรับยาในประเทศไทย หากมีความแตกต่างของประชากรเป้าหมาย ระบาดวิทยาและลักษณะอื่น ๆ ของโรค \n(รายละเอียดตาม Appendix 6: Requirements for provision of a bridging report)\n        2.3.2) เมื่อจัดเตรียมเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ครบถ้วนแล้ว ให้ผู้ประกอบการยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการใช้ช่องทางการประเมินโดยอ้างอิงผลการประเมินจาก Reference SRA ที่ประสานผ่านองค์การอนามัยโลก (CRP reliance assessment) พร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้\n               - สำเนา Appendix 3A: Manufacturer’s consent for information sharing with participating NRAs and WHO \n               - Appendix 4: Quality information summary (QIS-SRA (crp)) ที่ ผ่านการตรวจสอบและรับรองโดย Reference SRA แล้ว\n               - Appendix 7: Expression of interest to NRAs\n               - คำรับรองการขึ้นทะเบียนตำรับยาผ่านช่องทางการประเมินแบบอ้างอิงการขึ้นทะเบียน\nจากหน่วยงานกำกับดูแลยาที่เข้มงวดซึ่งประสานการดำเนินการโดยองค์การอนามัยโลก(*3)\n              ทั้งนี้ เพื่อให้การประเมินสามารถดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประชาชนได้ ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงเพิ่มเติม 1. กรณีที่เอกสารมีความแตกต่างจากที่ยื่นต่อ Reference SRA และ WHO และ 2. จัดทำตาราง context consideration เพิ่มเติม\n\nเอกสารอ้างอิง:\n(*1) WHO Technical Report Series, No. 966, 2016, Annex 8: WHO collaborative procedure between the WHO prequalification team and national regulatory authorities in the assessment and accelerated national registration of WHO-prequalified pharmaceutical products and vaccines\n(*2) WHO Technical Report Series, No. 1010, 2018, Annex 11: Collaborative procedure in the assessment and accelerated national registration of pharmaceutical products and vaccines approved by stringent regulatory authorities\n(*3) แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนตำรับยา โดยช่องทางการอ้างอิงผลการประเมินจาก Collaborative Registration Procedure (CRP) ลงวันที่ 15 กันยายน 2566\n\nรูปแบบที่ 3. การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนยาความเสี่ยงต่ำ \n- ตรวจสอบว่ามีโมโนกราฟผลิตภัณฑ์ยาความเสี่ยงต่ำแล้วหรือไม่ โดยผู้ประกอบการตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์กองยา (https://drug.fda.moph.go.th/lowrisk) หากตรวจสอบแล้ว กรณีที่มีความสอดคล้องกับโมโนกราฟอ้างอิง สามารถยื่นคำขอขึ้นทะเบียนได้\nหมายเหตุ: กรณีไม่พบโมโนกราฟผลิตภัณฑ์ยาความเสี่ยงต่ำหรือพบแต่ไม่สอดคล้อง ให้ยื่นเอกสาร\nเพื่อประเมินความปลอดภัยของตัวยาสำคัญ โดยมีเอกสารตามภาคผนวก 1 ของแนวประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการพิจารณาทะเบียนตำรับยาสามัญแบบยาความเสี่ยงต่ำ ซึ่งอาจยื่นข้อเสนอโมโนกราฟผลิตภัณฑ์ยาความเสี่ยงต่ำตามภาคผนวก 2 และ 3 ไปพร้อมกันกับการประเมินตัวยาสำคัญได้ หากมีข้อสงสัยโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านระบบให้คำปรึกษาออนไลน์ (E-consult) (https://innovative.fda.moph.go.th/online-consultation/category/request-e-consult/) \n\n2. การเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice : GMP) \n    1 กรณีสถานที่ผลิตในประเทศ\n        1.1 หนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบัน (GMP Certificate) โดยหมวดยาตรงตามยาที่ขอขึ้นทะเบียน เว้นแต่ยาชีววัตถุจะมีรายการผลิตภัณฑ์ยาตรงตามที่ขอขึ้นทะเบียน หรือ\n        1.2 จดหมายของกองยาที่แจ้งผลการตรวจประเมินความสอดคล้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตและกระจายยา โดยหมวดยาตรงตามยาที่ขอขึ้นทะเบียน เว้นแต่ยาชีววัตถุจะมีรายการผลิตภัณฑ์ยาตรงตามที่ขอขึ้นทะเบียน\n        1.3 ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานตามข้อ 2.1.1 และ 2.1.2 เนื่องจากเป็นการเพิ่มหมวดการผลิตในกรณีที่เป็นยาเคมี หรือเพิ่มรายการใหม่ของชีววัตถุ ให้ผู้รับอนุญาตยื่นหลักฐานการยื่นคำขอตรวจ GMP ในระหว่างการยื่นขึ้นทะเบียนแทน \n   2. กรณีสถานที่ผลิตในต่างประเทศ\n        2.1 หนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ \n(GMP Clearance Letter) โดยมีรายการยาตรงตามที่ขอขึ้นทะเบียน ในกรณีที่เป็นยาเคมีพิจารณาให้ตรงกับหมวดยาที่ขอขึ้นทะเบียนก็ได้ หรือ\n        2.2 กรณีมีการตรวจสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ โดยกองยาแล้วให้แนบหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบัน (GMP Certificate) หรือจดหมายของกองยาที่แจ้งผลการตรวจประเมินความสอดคล้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตและกระจายยา โดยหมวดยาตรงตามยาที่ขอขึ้นทะเบียน เว้นแต่\nยาชีววัตถุจะมีรายการผลิตภัณฑ์ยาตรงตามที่ขอขึ้นทะเบียน\n        2.3 ในกรณีที่ยามีความจำเป็นเร่งด่วนในด้านสาธารณสุข ให้ยื่นหนังสือขอรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ คู่ขนานกับคำขอขึ้นทะเบียนได้ โดยแสดงหลักฐานและเหตุผล เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี\n\nลำดับที่ 2: สร้างบัญชีรายการยาและสร้างคำขอทะเบียนตำรับยาบนระบบ SKYNET \n\nลำดับที่ 3 อัพโหลดเอกสาร: อัพโหลดเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนตำรับยาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถเลือกใช้ระบบ ดังต่อไปนี้ พร้อมแนบฟอร์มคำขอขึ้นทะเบียนตามแบบ ย.1 แล้วบันทึกในระบบ เพื่อได้ “เลขดำเนินการ”\n           -  กรณีจัดเตรียมเอกสารตามมาตรฐาน NeeS : ระบบ ThaiRIMS หรือระบบอื่นตามที่กองยากำหนด\n           -  กรณีจัดเตรียมเอกสารตามมาตรฐาน ICH eCTD: ระบบ Docubridge\n\nลำดับที่ 4 การยื่นคำขอ: โปรดดูขั้นตอนการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์และสัตว์ และยาแผนโบราณสำหรับสัตว์ ตารางที่ 4","2025-09-01T15:32:05"],
    [1966,"9bf18803-edb9-41e1-ac57-0c7c303da1d6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf18433-f6f4-4e7e-81fc-e262990a0b4d",3,100,5,"หลักเกณฑ์    \n1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดแบบคำขอและใบสำคัญขึ้นทะเบียนตำรับยา ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2556    \nวิธีการ     \nยื่นคำขอใบแทนใบสำคัญขึ้นทะเบียนตำรับยา พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาตามแบบตรวจการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับการขอใบแทนใบสำคัญขึ้นทะเบียนตำรับยา ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \nเงื่อนไข    \n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    \n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง","2024-05-13T16:43:21"],
    [1967,"9befe71c-3e27-49e0-be72-e85e4c35c645","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงการศึกษาวิจัยยาเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการขึ้นทะเบียนตำรับ (ศย.2) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9befdf2d-38e6-4df5-95c6-a522c99c165c",25,2000,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต \n\n\nหลักเกณฑ์\n1. การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ให้พิจารณาตามแนวทางการดำเนินการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งการเปลี่ยนแปลงเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ \n   (1)\tการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องดำเนินการทันทีเพื่อขจัดอันตรายเฉพาะหน้า\n   (2)\tการเปลี่ยนแปลงที่ต้องแจ้งเพื่อทราบ\n   (3)\tการเปลี่ยนแปลงที่ต้องยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนดำเนินการ\nผู้สนับสนุนการศึกษาวิจัยยามีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเข้าข่ายในกรณีใด รายละเอียดตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง มาตรฐาน การขออนุญาต และการรายงาน ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยยาเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการขึ้นทะเบียนตำรับยา ลงวันที่ 27 ก.พ. 67\n\n\nวิธีการยื่นคำขอ\n1. ผู้ยื่นคำขอสามารถเข้าผ่าน Link :   https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n   1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n   2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n   3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n   4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS","2024-05-02T18:50:44"],
    [1968,"9bf19315-fdeb-47fe-ab8b-8d1af2bd5253","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การตอบข้อหารือหรือการให้บริการข้อมูล โดยตอบเป็นหนังสือ (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf18e55-c22a-41b1-ab7e-cb429683f104",30,1000,3,"วิธีการ :    \n1. ยื่นคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    \n2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ    \nเงื่อนไข:    \n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)    \n2. ให้ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ","2024-05-15T14:22:38"],
    [1969,"9bf1ba36-c72c-490c-ae7a-4c890fbe48a7","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ข้อมูลเหมือนตำรับยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้วในชื่อการค้าใหม่ (กรณีทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf1b549-8bd9-4cbb-b6b1-60ad4777169d",50,500,2,"หลักเกณฑ์ \n1. กฏกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตำรับยา พ.ศ. 2555\n2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562\n3. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่ข้อมูลเหมือนตำรับยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้วในชื่อการค้าใหม่ (กรณีทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ) พ.ศ. 2560\n4. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดคำรับรองเงื่อนไขการ\nขึ้นทะเบียนตำรับยา สำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน พ.ศ. 2559    \n5. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยา กรณีมาตรฐานสถานที่ผลิตยาแผนโบราณในต่างประเทศ พ.ศ.2562   \n7. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยา พ.ศ. 2566    \n\n\nวิธีการ \nสามารถเข้าผ่าน Link :   https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\n\nเงื่อนไข :    \n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้  \n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง","2024-05-03T15:26:06"],
    [1970,"9bf1cc62-92d5-4ebb-a3e0-67b5b9f16d05","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์แบบอ้างอิง (refer) กรณีสถานที่ผลิตยาเดิม และกรณีเปลี่ยนสถานที่ผลิตยา (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf19a07-83d9-490d-bdf8-d17434eb3be2",50,2000,4,"หลักเกณฑ์ \n1. กฎกระทรวงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนตำรับยา พ.ศ. 2555\n2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนดแบบคำขอและใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562\n3. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยา พ.ศ. 2566    \n4. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์แบบอ้างอิง (REFER)    \n5. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง กำหนดคำรับรองเงื่อนไขการ\nขึ้นทะเบียนตำรับยา สำหรับการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยารวมถึงวัคซีน    \n6. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอ การออก และการต่ออายุ หนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ\n7. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอ การออก และการต่ออายุหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตยาแผนปัจจุบันของสถานที่ผลิตยาในต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566\nวิธีการ \nสามารถเข้าผ่าน Link: https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\nเงื่อนไข :    \n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้  \n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง","2024-05-13T11:32:00"],
    [1971,"9bf1fa06-dd0d-49ca-ac49-c7e4094aee3e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอเปลี่ยนประเภทยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf1eeee-46ad-480f-a13d-4c1fa1440e0c",200,99000,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n\nสามารถดำเนินการตาม Link : https://drug.fda.moph.go.th/media.php?id=526174704868925440&name=100%20","2024-05-13T16:41:19"],
    [1972,"9bf2281a-e5ce-487c-9611-a14e48954b90","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนตำรับยาความเสี่ยงต่ำ (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf21f13-1d94-456d-a38b-96145e1524ec",135,500,4,"1. หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต สามารถเข้าผ่าน Link :   https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n       1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n       2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n       3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n       4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\n2. การสร้างคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาบนระบบ SKYNET \n(รายละเอียดตามคู่มือการใช้งานระบบทะเบียนตำรับยา)  \n(รายละเอียดตามคู่มือการใช้งานระบบทะเบียนตำรับยา https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide/   หน้าที่  32) \n\n3. กรณีคำขอขึ้นทะเบียนตำรับยาที่เข้าข่ายได้รับยกเว้นค่าใช้จ่าย ข้อที่ 1 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยา พ.ศ. 2566 ข้อที่ 4 (1)  ให้ผู้รับอนุญาตทำหนังสือเรียนผู้อำนวยการกองยา ขอยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในการจัดเก็บ โดยอ้างอิงประกาศที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุรายละเอียด","2024-05-24T10:03:18"],
    [1973,"9bf37b1a-7076-4f1c-b94e-666cb224eb8e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การวินิจฉัยประเภทยาที่ขอขึ้นทะเบียนยา (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf22c3d-eaf4-4580-beb7-954e84e9ebeb",31,1000,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nสามารถดำเนินการตาม Link : https://drug.fda.moph.go.th/media.php?id=526174704868925440&name=100%20","2024-05-15T14:25:01"],
    [1974,"9bf3d7c8-87b6-4bfb-ad9a-923b5bf8f944","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับการได้รับอนุญาตตามแบบ น.ย.ม.1 สำหรับการศึกษาวิจัยในมนุษย์ (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf3d1c6-7e01-410e-adb2-dcf831fdd1c9",25,500,3,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขอ อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 14 (พ.ศ.2532) ภาคผนวก 1 ได้แก่\n(1) ผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร\n(2) กระทรวง กรม ในหน้าที่ป้องกันหรือบำบัดโรค\n(3) สภากาชาดไทย หรือ\n(4) องค์การเภสัชกรรม\nกรณีผู้ยื่นคำขอ ไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง ให้แนบหนังสือมอบอำนาจ\n2. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้\n3. กรอกข้อมูลที่เป็นความจริงให้ถูกต้องครบถ้วนในแบบคำขอโดยการพิมพ์\n4. ต้องลงนาม ด้วยลายเซ็นจริงของ ผู้มีสิทธิ์ยื่นคำขอเท่านั้น","2024-05-03T17:25:14"],
    [1975,"9bf3bec6-3213-4c35-ac56-2abcb33944e1","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การประเมินเพื่อออกเอกสารอนุญาตนำหรือสั่งยาที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียน (เพื่อบริจาคเพื่อการกุศล-สำหรับเอกชน) (น.ย.ม.4) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf3ae39-39a8-48f3-a2dc-ec05f1a31804",100,1000,2,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจ)\n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง\n    \nทั้งนี้ กำหนดให้อายุยาที่รับบริจาคมีอายุยาคงเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากต่ำกว่าให้ผู้ขออนุญาตระบุเหตุผล อาทิเช่น มีเอกสารชี้แจงว่าสามารถใช้ยาที่ได้รับการบริจาคได้ทันตามอายุยา ที่เหลืออยู่ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตต่อไป","2025-09-25T13:08:15"],
    [1976,"9bf3f7ca-6c28-4484-a849-ace20915aa1b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการบริจาค เพื่อการกุศลกรณีสถานพยาบาลของรัฐ (น.ย.ม.4) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf3e2ea-0bd6-4ccb-a0f9-57aec2ab35a7",1,1000,3,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจ)\n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง\n\nในกรณีที่กระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่ป้องกันหรือบำบัดโรค สภากาชาดไทย และองค์การเภสัชกรรม ตามมาตรา 13 พ.ร.บ.ยา ทำหน้าที่เป็นผู้ยื่นคำขอ ให้ขอสิทธิ์เข้าระบบ ตามขั้นตอนดังนี้ \n1) Download แบบคำขอขอสิทธิระบบ ได้ที่ https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide/category/access-gov\n2) กรอกแบบคำขอให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบคำขอสิทธิมาที่ E-mail: saraban@fda.moph.go.th \n3) รับผลมอบสิทธิรายใหม่ใช้ระยะเวลา ไม่เกิน 10 วัน \n\nทั้งนี้ กำหนดให้อายุยาที่รับบริจาคมีอายุยาคงเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากต่ำกว่า ให้ผู้ขออนุญาตระบุเหตุผล อาทิเช่น มีเอกสารชี้แจงว่าสามารถใช้ยาที่ได้รับการบริจาคได้ทันตามอายุยา ที่เหลืออยู่ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตต่อไป","2025-09-05T17:11:43"],
    [1977,"9bf41854-1b06-48d9-a2fb-884ae90aeb8a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อการวิจัยทางคลินิก (น.ย.ม.1) (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf40cfb-09ba-4154-b99c-5b58cdcf0155",25,4000,14,"วิธีการในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต \nสามารถเข้าผ่าน Link : https://drug.fda.moph.go.th/operators-guide \n1) บัญชีผู้ใช้งาน OpenID\n2) การมอบอำนาจเพื่อเข้าใช้งานในระบบสารสนเทศ\n3) การตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน TeDA Forms\n4) ระบบงานด้านยา ในระบบ PRIVUS\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n1) ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้","2024-05-13T11:35:16"],
    [1978,"9bf4254e-12eb-4302-88f0-d57b56d7475b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การรับรองรุ่นการผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์ ในกรณีการขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิตชีววัตถุสำหรับสัตว์ (เฉพาะกรณีที่ไม่มีเอกสาร Certificate of Lot Release จากหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแล หรือ การขนส่งไม่เป็นไปตามสภาวะที่กำหนด) (ยา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf420d7-9c57-4fbb-ad3e-d79340ae72ed",21,3000,8,"วิธีการ :\n1. ยื่นคำขอและชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n2. ยื่นหลักฐานการชำระเงินพร้อมคำขอฯ และเอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่ระบุใน หัวข้อ รายการและเอกสารประกอบ\n3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากมีการแก้ไข/ส่งเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังแก้ไขเรียบร้อยแล้วและเจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถรับคำขอได้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าใช้จ่ายฯ\nเงื่อนไข:\n1. ผู้ดำเนินกิจการหรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอฯ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอฯ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีอำนาจตัดสินใจและลงนามรับทราบข้อบกพร่องได้ (กรณีไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้แนบหนังสือมอบอำนาจให้มีอำนาจดำเนินการแทนด้วย)\n2. ให้ตรวจสอบเอกสารสำหรับยื่นคำขอฯ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอฯ ให้ครบถ้วนถูกต้องในทุกรายการและลงนามรับรอง\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\nหมายเหตุ : การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตยา พ.ศ.2566 ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","2024-05-12T12:18:07"],
    [1979,"9c643e66-249e-433e-a5ea-0858250f8ee2","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้รับจดแจ้งในใบจดแจ้งผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c642d4d-ad2a-4370-a469-ae2541c44cf9",15,0,11,"1. หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกระทบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์จะต้องมีการประเมินเอกสารทางวิชาการประกอบด้วย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. ไม่อนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์\n4. การกล่าวอ้างต่าง ๆ ต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุน เช่น สรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต หากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบอนุญาต","2024-08-20T14:18:22"],
    [1980,"9ca6da38-8687-4a27-9b56-b5e87fed08e0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบอนุญาตขายเครื่องมือแพทย์ (เฉพาะ ต่างจังหวัด)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be58952-0753-44e7-bfcb-dd78b4f01288",10,1000,6,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีที่ตั้งของสถานที่ขายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:37:40"],
    [1981,"9ccec005-6be9-4af6-965e-5f5da7571087","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอย้ายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ขายเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-e680-4848-aa8d-4b305f4b5690",20,3000,10,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีที่ตั้งของสถานที่ขายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:43:53"],
    [1982,"9cd0f944-c66e-49a8-9aec-41f95798beb5","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตขายเครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ต้องตรวจสถานที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-e943-4e3c-ba66-975b27315eb1",20,1000,12,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีที่ตั้งของสถานที่ขายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-05-01T10:11:11"],
    [1983,"9cd0fd05-0d4c-42ef-892f-3e8d291c5f43","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตขายเครื่องมือแพทย์ กรณีต้องตรวจสถานที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be59f7a-6243-44e6-b1db-69f797091812",30,3000,12,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีที่ตั้งของสถานที่ขายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-05-01T10:10:41"],
    [1984,"9cd105d7-cbe5-4f51-823f-b843df7c9092","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตขายเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-2883-457b-91c9-38230f22ee33",10,3000,9,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีที่ตั้งของสถานที่ขายกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-05-01T10:22:40"],
    [1985,"9cd10915-e71f-4ba1-bfdf-bdad30d46919","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบอนุญาตขายเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-3dda-43e5-8054-12923464269e",10,500,4,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-05-01T10:48:56"],
    [1986,"9ce19ea3-c6e2-46e7-b063-6bb44683b10d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9ce19265-f73d-47ce-82ab-a42374caf626",181,150000,5,"วิธีการ:\n     1. ผู้ยื่นคำขอนัดหมายการยื่นคำขอผ่านระบบการนัดหมาย หมายเลขโทรศัพท์ 02 590 7000 ต่อ 71501, 97479; E-mail : herbaldivision.7476@gmail.com หรือมายื่นคำขอด้วยตนเอง  ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n     2. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบ ทบ.1 และหลักฐานแสดงข้อมูลด้านวิชาการของผลิตภัณฑ์ ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับ (checklist) ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n     3. เจ้าหน้าที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้อง ของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ\n     4. ผู้ยื่นคำขอชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ตามระยะเวลาที่กำหนด\n     5. เจ้าหน้าที่นำคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออนุกรรมการด้านวิชาการ เพื่อประเมินเอกสารทางวิชาการ\n     6. เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ\n\nเงื่อนไข:\nI. การตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n     1. ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งมีอำนาจตัดสินใจได้ \n     2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเรียงเอกสาร ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งจัดทำสารบัญ และดัชนีเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง และลงนามรับรองความถูกต้อง ในทุกเอกสารที่ไม่ใช่ฉบับจริง \n     3. ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรายละเอียดตรงตามแบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1) โดยจำนวนที่ส่งให้เป็นปริมาณที่เหมาะสมต่อการพิจารณา โดยจำนวนตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดูรายละเอียดได้ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) สำหรับคำขอขึ้นทะเบียนตำรับ\n     4. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน ว่าครบถ้วนหรือไม่ จากนั้น แบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี ดังนี้\n        (1) กรณีเอกสารหลักฐานครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยเมื่อชำระเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ\n        (2) กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และคืนคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอในกรณีที่มีความบกพร่องที่สำคัญ ดังนี้\n             (2.1) ขาดใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่มีประเภทและรูปแบบตรงกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ที่ขอขึ้นทะเบียน หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมดอายุ\n             (2.2) ขาดหนังสือรับรองการอนุญาตให้ขาย (Certificate of Free Sale; CFS) หรือหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนตำรับ (Certificate of Product Registration; CPR) หรือหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยา (Certificate of Pharmaceutical Product; CPP) หรือหนังสือรับรองหมดอายุ หรือมีรายละเอียดไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ที่ขอขึ้นทะเบียน (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n             (2.3) ขาดหนังสือแจ้งผลการพิจารณาความเทียบเท่าของมาตรฐานของสถานที่ผลิตในต่างประเทศ (เฉพาะกรณีนำเข้า)\n             (2.4) รายละเอียดตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ที่แจ้งในคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ ทบ.1) แสดงสูตรไม่ตรงกับ แบบแจ้งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการขึ้นทะเบียน การแจ้งรายละเอียด หรือการจดแจ้ง (แบบ ตย.1)\n             (2.5) การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีรายละเอียดไม่สอดคล้องตาม ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง วิธีควบคุมคุณภาพและข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์สมุนไพร และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n             (2.6) ลักษณะของตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่สอดคล้องกับรายละเอียดของตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ตามคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (แบบ ทบ.1)\n             (2.7) รายการเอกสารไม่ครบถ้วนตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ\n\nII. ขั้นตอนการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ\n     ใบนัดรับผลการประเมินเอกสารวิชาการ จะระบุระยะเวลาในการดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยการพิจารณาเอกสารจะมีการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม หากผลการพิจารณา พบว่า มีรายการที่ผู้ยื่นคำขอต้องชี้แจงหรือแก้ไข ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด\n     กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแก้ไขไม่ครบถ้วนตามบันทึกข้อบกพร่อง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอจะใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ ต่อไป\n\nIII. ผลการพิจารณา\n     (1) กรณีรับขึ้นทะเบียนตำรับ \n        เมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนตำรับ จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอ ให้ชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยผู้ยื่นคำขอ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว โดยเมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งมอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนให้แก่ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n        หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอ ไม่ประสงค์จะรับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n     (2) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับ \nสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะส่งหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถชี้แจงผลการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเด็นวิชาการได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งขอแก้ไขเอกสารวิชาการที่ยื่นพิจารณา \n\nIV. ระยะเวลาการดำเนินการ \n     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ จนถึงขั้นตอนลงนามใบสำคัญ โดยระยะเวลาการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้\n         (1) ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อน หมายถึง ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน ที่เคยผ่านการพิจารณาเอกสารทางวิชาการมาก่อน หรือมีผลการพิจารณาไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n             ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n               (1.1) กรณีรับขึ้นทะเบียน โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 64 วันทำการ \n               (1.2) กรณีรับขึ้นทะเบียน 124 วันทำการ\n               (1.3) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียน 181 วันทำการ\n         (2) การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีความซับซ้อน หมายถึง การขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่นอกเหนือจากข้อ (1) \n             ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n               (2.1) กรณีรับขึ้นทะเบียน โดยไม่มีการแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 84 วันทำการ \n               (2.2) กรณีรับขึ้นทะเบียน 154 วันทำการ\n               (2.3) กรณีไม่รับขึ้นทะเบียน 211 วันทำการ","2025-05-28T12:07:27"],
    [1987,"9d88538d-cd65-4014-b136-ee18b4234a6e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ กรณีต้องหารือวิชาการหรือส่งผู้เชี่ยวชาญหรือสารใหม่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98c953f4-de14-4f18-8481-1f5de8082863",77,2000,27,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะกรณีสารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้วที่ต้องหารือวิชาการ หรือส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือกรณีสารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) ซึ่งอาจเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป วัตถุดิบเทคนิคอลเกรด หรือวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป (กรณีวัตถุดิบที่เป็นสารใหม่ต้องยื่นคำขอพร้อมกับคำขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป) รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตหรือนำเข้าเพื่อการส่งออกเท่านั้น (Export only) ที่สารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n      การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n      ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n     หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบประเด็นวิชาการที่จำเป็นต้องขอความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือหารือวิชาการ หรือผลการพิจารณากรณีที่สารสำคัญยังไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (สารใหม่) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียน เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใ์บสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n  \nหมายเหตุ\n     การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n(4) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(5) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(8) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์การทดสอบประสิทธิภาพของวัตถุอันตราย\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ของสารสำคัญในวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(10) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหน่วยงานเอกชนที่ทำการตรวจวิเคราะห์วัตถุอันตรายเพื่อการขึ้นทะเบียน\n(11) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(12) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(13) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(14) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์แทะ\n(15) คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 398/2544, 122/2548 (ฉบับที่ 2) และ 741/2567 (ฉบับที่ 4) เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale: CFS) เพื่อประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ\n(16) ประกาศสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย เรื่อง หนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale: CFS) เพื่อประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทป้องกันควบคุมไล่กำจัดแมลงสัตว์แทะและสัตวอื่น\n(17) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องยกเว้นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n      \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2025-04-10T09:50:15"],
    [1988,"9d9279b2-9ec9-4f85-9bc0-9678c0f56595","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ กรณีวัตถุดิบเทคนิคอลเกรด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","993b6718-7bba-4a27-8b4b-ca4aadb63c00",35,2000,12,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     คู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ กรณีวัตถุดิบเทคนิคอลเกรดที่สารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้ว และรวมถึงวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปที่สารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้วซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n     ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\n     ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n        การยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n     ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n     หากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ \n\nการพิจารณาอนุญาต\n     ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียน เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใ์บสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n \nหมายเหตุ\n     การชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ   \n(4) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n(5) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(7) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(8) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(9) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(10) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์แทะ\n(11) คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 398/2544, 122/2548 (ฉบับที่ 2) และ 741/2567 (ฉบับที่ 4) เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale: CFS) เพื่อประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ\n(12) ประกาศสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย เรื่อง หนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale: CFS) เพื่อประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทป้องกัน ควบคุม ไล่ กำจัดแมลง สัตว์แทะและสัตวอื่น\n(13) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการยกเว้นการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(14) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องยกเว้นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(15) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n      \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides/)","2025-04-10T09:50:33"],
    [1989,"9d93fbdd-a714-44a7-9e16-1e7acaf33a18","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98c951e1-a1e5-417c-b794-55c6c4a329da",48,2000,16,"ผู้รับบริการ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n  \tคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ใช้กับการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ประเภทผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและสัตว์แทะ กรณีสารสำคัญเคยรับขึ้นทะเบียนแล้ว สำหรับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้\n\n\tผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n\tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับมอบอำนาจ และผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือรับรองการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต และทั้งผู้รับมอบอำนาจและผู้มีอำนาจได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกระบวนการยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ไว้ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว\n\t\n        ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (https://privus.fda.moph.go.th/) โดยต้องจัดเตรียมและยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอขึ้นทะเบียนตามรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกําหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดและศึกษารายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ได้จากคู่มือการใช้งานการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/e-submission)\n\n\tการยื่นคำขอผ่านระบบ e-submission ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบไฟล์เอกสารหลักฐาน ในการยื่นคำขอ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระเงินได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ตามที่ระบุในใบสั่งชำระฯ มิฉะนั้น ระบบจะไม่สามารถดำเนินการต่อให้ได้ และขอให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อแนะนำและขั้นตอนตามที่แจ้งผ่านระบบ เมื่อระบบได้รับการชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานทางวิชาการที่ยื่น และแจ้งผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาที่แจ้งผ่านระบบ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ \n\n\tในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถใส่เลขรับเดิมตอนยื่นคำขอ เพื่อระบบจะได้ดึงข้อมูลที่เคยยื่นขึ้นมาให้ ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อบกพร่องได้ แต่หากพบว่าผู้ยื่นคำขอแก้ไขข้อบกพร่องหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกปรับสถานะเป็นโปรดยื่นคำขอใหม่ ซึ่งจะไม่สามารถอ้างอิงเลขรับเดิมได้อีก หรือหากไม่ยื่นคำขอใหม่ที่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมแล้วภายใน 30 วันทำการ จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อ สามารถยื่นเป็นคำขอใหม่\n\n\tหากเอกสารหลักฐานครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าใช้จ่ายแล้ว เจ้าหน้าที่จะประเมินเอกสารและแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบผ่านระบบ\n\nการพิจารณาอนุญาต\n\tระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามที่ระบุในคู่มือประชาชนฉบับนี้ การนับระยะเวลาเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และ/หรือได้รับเอกสารที่แก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วนแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก็ต่อเมื่อผลการประเมินหลักฐานและเอกสารทางวิชาการที่ยื่นประกอบคำขอมีความถูกต้องเหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสอดคล้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที กรณีได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอออกใบสั่งชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะสามารถพิมพ์ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนจากระบบได้ด้วยตนเอง\n\t\nหมายเหตุ\nการชำระค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคำขอและการตรวจสอบความถูกต้อง และค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n\nกฎระเบียบหลักเกณฑ์ในการรับคำขอและการพิจารณาอนุญาต \n- กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n(1) พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2560 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(3) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องการขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญ และการต่ออายุใบสําคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ \n(4) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย\n(5) กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n(6) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   \n(7) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการกำหนดรายการข้อมูลเอกสารและหลักฐานเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n(8) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์การทดสอบประสิทธิภาพของวัตถุอันตราย\n(9) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องกำหนดเกณฑ์ค่าคลาดเคลื่อนจากปริมาณที่กำหนดไว้ของสารสำคัญในวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(10) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องหน่วยงานเอกชนที่ทำการตรวจวิเคราะห์วัตถุอันตรายเพื่อการขึ้นทะเบียน\n(11) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องฉลากของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(12) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(13) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเรื่องระบบการจำแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย\n(14) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่าด้วยเรื่องการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์แทะ\n(15) คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 398/2544, 122/2548 (ฉบับที่ 2) และ 741/2567 (ฉบับที่ 4) เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale: CFS) เพื่อประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ\n(16) ประกาศสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย เรื่อง หนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale: CFS) เพื่อประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายประเภทป้องกันควบคุมไล่กำจัดแมลงสัตว์แทะและสัตวอื่น\n(17) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องยกเว้นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ\n(18) ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องยกเว้นการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย\n      \n- คู่มือและแนวทางการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง         \n(1) แนวทางการพิจารณาเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (https://hazard.fda.moph.go.th/our-service/category/other-guides)","2025-04-10T09:49:48"],
    [1990,"9e052fbb-e709-49aa-a598-3a57f175124f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9e05079e-259c-4ce0-bbc8-452fd2501e72",151,30000,2,"วิธีการ:\n   1. ผู้ยื่นคำขอนัดหมายการยื่นคำขอผ่านระบบการนัดหมาย หมายเลขโทรศัพท์ 02 590 7000 ต่อ 71505, 98040, 97476, 71501, 97479; E-mail : prefda456@gmail.com, herbaldivision.7476@gmail.com หรือมายื่นคำขอด้วย ตนเอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   2. ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบ จร.3 และเอกสารสนับสนุนการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในแต่ละกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ที่ระบุในแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (checklist) ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n   3. เจ้าหน้าที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้อง ของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n   4. ผู้ยื่นคำขอชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตามระยะเวลาที่กำหนด\n   5. เจ้าหน้าที่นำคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออนุกรรมการด้านวิชาการ เพื่อประเมินเอกสารทางวิชาการ\n   6. เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n\nเงื่อนไข : \nI. การตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n   1. ผู้รับใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งมีอำนาจตัดสินใจได้ \n   2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเรียงเอกสาร ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ในแต่ละกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งจัดทำสารบัญ และดัชนีเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง และลงนามรับรองความถูกต้อง ในทุกเอกสารที่ไม่ใช่ฉบับจริง\n   3. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน ว่าครบถ้วนหรือไม่ จากนั้น แบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี ดังนี้\n     (1) กรณีเอกสารหลักฐานครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยเมื่อชำระเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ\n     (2) กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และคืนคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอในกรณีที่มีความบกพร่องที่สำคัญ ดังนี้\n        (2.1) ขาดใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่มีประเภทและรูปแบบตรงกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขอแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตผลิต หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมดอายุ\n        (2.2) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระบุชื่อภาษาไทย หรือชื่อภาษาอังกฤษ หรือเลขที่แจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือช่องทางการจำหน่าย ไม่ถูกต้อง\n        (2.3) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระบุรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ถูกต้อง\n        (2.4) การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีรายละเอียดไม่สอดคล้องตาม ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง วิธีควบคุมคุณภาพและข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์สมุนไพร และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม\n        (2.5) รายการเอกสารไม่ครบถ้วนตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ในแต่ละกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง\n\nII. ขั้นตอนการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ\n   ใบนัดรับผลการประเมินเอกสารวิชาการ จะระบุระยะเวลาในการดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยการพิจารณาเอกสารจะมีการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม หากผลการพิจารณา พบว่า มีรายการที่ผู้ยื่นคำขอต้องชี้แจงหรือแก้ไข ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด\n   กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแก้ไขไม่ครบถ้วนตามบันทึกข้อบกพร่อง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอจะใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ ต่อไป\n\nIII. ผลการพิจารณา\n   (1) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n       เมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ยื่นคำขอ และส่งมอบคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้แก่ผู้รับใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n   (2) กรณีไม่รับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร\n       สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะส่งหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถชี้แจงผลการพิจารณาคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเด็นวิชาการได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งขอแก้ไขเอกสารวิชาการที่ยื่นพิจารณา \n\nIV. ระยะเวลาการดำเนินการ \n   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ จนถึงขั้นตอนลงนามอนุญาตคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยระยะเวลาการพิจารณาคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้\n     (1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับหลัก\n         ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n           (1.1) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยไม่การแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 49 วันทำการ \n           (1.2) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร 109 วันทำการ\n           (1.3) กรณีไม่รับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร 181 วันทำการ\n \n     (2) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับรอง \n         ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n           (2.1) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยไม่การแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 19 วันทำการ \n           (2.2) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร 59 วันทำการ\n           (2.3) กรณีไม่รับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบรับแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพร 131 วันทำการ","2025-05-28T12:09:38"],
    [1991,"9e055bba-c588-479d-a099-69c934630254","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9e055519-3f36-45c6-9878-cff0211f0f6e",101,2000,2,"วิธีการ:\n   1. ผู้ยื่นคำขอนัดหมายการยื่นคำขอผ่านระบบการนัดหมาย หมายเลขโทรศัพท์ 02 590 7000 ต่อ 71505, 98040, 97476, 71501, 97479; E-mail : prefda456@gmail.com, herbaldivision.7476@gmail.com หรือมายื่นคำขอด้วย ตนเอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n   2. ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบ ทบ.3 และเอกสารสนับสนุนการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง ในแต่ละกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ที่ระบุในแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเองสำหรับคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร (checklist) ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา \n   3. เจ้าหน้าที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือ เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ OSSC ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้อง ของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง\n   4. ผู้ยื่นคำขอชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการ ของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง ตามระยะเวลาที่กำหนด\n   5. เจ้าหน้าที่นำคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออนุกรรมการด้านวิชาการ เพื่อประเมินเอกสารทางวิชาการ\n   6. เจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง\n\nเงื่อนไข :  \nI. การตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง\n   1. ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือผู้รับมอบอำนาจที่มายื่นคำขอ ต้องสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งมีอำนาจตัดสินใจได้ \n   2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเรียงเอกสาร ตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ในแต่ละกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งจัดทำสารบัญ และดัชนีเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง และลงนามรับรองความถูกต้อง ในทุกเอกสารที่ไม่ใช่ฉบับจริง\n   3. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง พร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน ว่าครบถ้วนหรือไม่ จากนั้น แบ่งการดำเนินการเป็น 2 กรณี ดังนี้\n      (1) กรณีเอกสารหลักฐานครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะออกใบสั่งชำระค่าตรวจสอบความถูกต้องและค่าประเมินเอกสารทางวิชาการของคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง โดยเมื่อชำระเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ \n      (2) กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และคืนคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอในกรณีที่มีความบกพร่องที่สำคัญ ดังนี้\n         (2.1) ขาดใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่\nมีประเภทและรูปแบบตรงกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง หรือใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมดอายุ\n         (2.2) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง ระบุชื่อภาษาไทย หรือชื่อภาษาอังกฤษ หรือเลขทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่ถูกต้อง\n         (2.3) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง ระบุรายการที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ถูกต้อง\n         (2.4) การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีรายละเอียดไม่สอดคล้องตาม ประกาศคณะกรรมการผลิตภัณฑ์สมุนไพร เรื่อง วิธีควบคุมคุณภาพและข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์สมุนไพร และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม \n         (2.5) รายการเอกสารไม่ครบถ้วนตามแบบตรวจสอบการยื่นเอกสารด้วยตนเอง (checklist) ในแต่ละกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง\n\nII. ขั้นตอนการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ\n   ใบนัดรับผลการประเมินเอกสารวิชาการ จะระบุระยะเวลาในการดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยการพิจารณาเอกสารจะมีการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม หากผลการพิจารณา พบว่า มีรายการที่ผู้ยื่นคำขอต้องชี้แจงหรือแก้ไข ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด\n   กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแก้ไขไม่ครบถ้วนตามบันทึกข้อบกพร่อง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอจะใช้ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาเอกสารทางวิชาการ ต่อไป\n\nIII. ผลการพิจารณา\n   (1) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง\nเมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ยื่นคำขอ และส่งมอบคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง ให้แก่ผู้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร \n   (2) กรณีไม่รับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง\nสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะส่งหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ โดยผู้ยื่นคำขอสามารถชี้แจงผลการพิจารณาคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง ในประเด็นวิชาการได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งขอแก้ไขเอกสารวิชาการที่ยื่นพิจารณา \n\nIV. ระยะเวลาการดำเนินการ \n   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนนี้ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนออกเลขรับคำขอเข้าสู่ระบบ จนถึงขั้นตอนลงนามอนุญาตคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ระดับรอง \n      ระยะเวลาในการดำเนินการรวม แบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ \n        (1.1) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยไม่การแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติม 19 วันทำการ \n        (1.2) กรณีรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร 59 วันทำการ\n        (1.3) กรณีไม่รับแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร 131 วันทำการ","2025-05-28T12:09:07"],
    [1992,"9e658e6a-08b7-4c08-95f8-26b74054c294","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ (กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-2d36-4ded-8098-3b0cf29dd1f8",25,500,3,"การแก้ไขทะเบียน/หนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ (กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ) หมายความว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับทะเบียน/หนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งผู้ตรวจประเมินของสำนักงาน อย. สามารถพิจารณาได้ ไม่ต้องส่งผู้เชี่ยวชาญ\n\nการแก้ไขแบ่งเป็นระดับหลักและระดับรอง\n     การแก้ไขระดับหลัก หมายความว่า การแก้ไขที่อาจมีผลกระทบอย่างมากหรือมีผลโดยตรงต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย\n     การแก้ไขระดับรอง หมายความว่า การแก้ไขที่อาจมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย\n\nวิธีการ\n\n1. การยื่นคำขอ\n- ยื่นคำขอ เอกสารประกอบคำขอ เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามข้อกฎหมายและหลักวิชาการ เจ้าหน้าที่ออกเลขรับคำขอ พร้อมแจ้งชำระค่าธรรมเนียม เมื่อผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้มีอำนาจลงนามพิจารณา \nหมายเหตุ : การยื่นคำขอให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น\n- กฎกระทรวงสาธารณสุข การขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4\n- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การขอหนังสือรับรองการประเมินเอกสารทางวิชาการของยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 \n- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง เอกสารหรือหลักฐานที่ใช้สนับสนุนการแก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 \n- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดฉลากและเอกสารกำกับยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ หรือวัตถุตำรับ \n- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดมาตรฐานว่าด้วยปริมาณ ส่วนประกอบ คุณภาพ ความบริสุทธิ์ หรือลักษณะอื่นของยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 ตลอดจนการบรรจุและการเก็บรักษา \n- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง เอกสารแสดงข้อมูลคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือ วัตถุตำรับที่มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 \n- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อและยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ที่ต้องมีคำเตือนหรือข้อควรระวังและข้อความของคำเตือนหรือข้อควรระวัง \n\n2. แจ้งผลพิจารณา\n- กรณีอนุญาต เจ้าหน้าที่แจ้งชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)  เมื่อผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่จะส่งมอบหนังสืออนุญาต\n- กรณีไม่อนุญาต เจ้าหน้าที่ส่งมอบหนังสือแจ้งผล\n\nหมายเหตุ:  \n- ขอให้แนบมาให้ครบถ้วน หากข้อมูลที่ยื่นมาไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ข้อกำหนดข้างต้น หรือ ไม่สามารถสนับสนุนว่าผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขึ้นทะเบียนตำรับมีคุณภาพ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่สามารถอนุญาตคำขอได้ \n- เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต้องเป็นเอกสารฉบับปัจจุบัน\n- ชำระค่าธรรมเนียมตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น \n     กฎกระทรวงสาธารณสุข การขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 \n     กฎกระทรวง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโฆษณายาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ และค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2567\n\nเงื่อนไข\n- ไม่สามารถแก้ไขที่เกี่ยวกับปริมาณตัวยาสำคัญ รูปลักษณะ หรือรูปแบบทางเภสัชกรรม\n- ผู้ยื่นสามารถขอผ่อนผันการใช้ฉลากและเอกสารกำกับฉบับเดิมต่อไป พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็น ทั้งนี้การผ่อนผันไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะยกเลิกฉบับเดิมเมื่อเริ่มใช้ฉบับใหม่  กรณีที่มีความจำเป็น เช่น ต้องผ่อนผันเพื่อป้องกันการขาดคราวของยารักษาในประเทศ หรือเหตุผลจำเป็นอื่น ให้ผ่อนผันรวมได้ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n- ไม่นับเวลากรณีผู้ยื่นชี้แจงแก้ไขเพิ่มเติมและเวลาผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียม \n- กรณีผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไข หรือไม่ส่งข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป ให้ผู้อนุญาตดำเนินการจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2026-02-17T14:46:13"],
    [1993,"9e67a5e0-3805-4667-9978-b0f6b500bb4d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ (กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ)  [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-225c-4792-add8-9f5ff5929434",60,16500,3,"- การแก้ไขทะเบียน/หนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ (กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ) หมายความว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับทะเบียน/หนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งผู้ตรวจประเมินของสำนักงาน อย. ไม่สามารถพิจารณาได้ ต้องส่งผู้เชี่ยวชาญพิจารณา\n\n  การแก้ไขแบ่งเป็นระดับหลักและระดับรอง\n      การแก้ไขระดับหลัก หมายความว่า การแก้ไขที่อาจมีผลกระทบอย่างมากหรือมีผลโดยตรงต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย\n      การแก้ไขระดับรอง หมายความว่า การแก้ไขที่อาจมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพและความปลอดภัย\n\nวิธีการ\n\n1. การยื่นคำขอ\n- ยื่นคำขอ เอกสารประกอบคำขอ เมื่อเอกสารครบถ้วน เจ้าหน้าที่ออกเลขรับคำขอ พร้อมแจ้งชำระค่าธรรมเนียม เมื่อผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียม\n- ส่งผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความถูกต้องตามข้อกฎหมายและหลักวิชาการ  \n- เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้มีอำนาจลงนามพิจารณา \n\nหมายเหตุ : การยื่นคำขอให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น\n- กฎกระทรวงสาธารณสุข การขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4\n- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การขอหนังสือรับรองการประเมินเอกสารทางวิชาการของยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 \n- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง เอกสารหรือหลักฐานที่ใช้สนับสนุนการแก้ไขรายการทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 \n- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดฉลากและเอกสารกำกับยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ หรือวัตถุตำรับ \n- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดมาตรฐานว่าด้วยปริมาณ ส่วนประกอบ คุณภาพ ความบริสุทธิ์ หรือลักษณะอื่นของยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 ตลอดจนการบรรจุและการเก็บรักษา \n- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง เอกสารแสดงข้อมูลคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือ วัตถุตำรับที่มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 \n- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อและยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ที่ต้องมีคำเตือนหรือข้อควรระวังและข้อความของคำเตือนหรือข้อควรระวัง \n\n2. แจ้งผลพิจารณา\n- กรณีอนุญาต เจ้าหน้าที่แจ้งชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)  เมื่อผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่จะส่งมอบหนังสืออนุญาต\n- กรณีไม่อนุญาต เจ้าหน้าที่ส่งมอบหนังสือแจ้งผล\n\nหมายเหตุ:  \n- ขอให้แนบมาให้ครบถ้วน หากข้อมูลที่ยื่นมาไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ข้อกำหนดข้างต้น หรือ ไม่สามารถสนับสนุนว่าผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขึ้นทะเบียนตำรับมีคุณภาพ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะไม่สามารถอนุญาตคำขอได้ \n- เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต้องเป็นเอกสารฉบับปัจจุบัน\n- ชำระค่าธรรมเนียมตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น \n     กฎกระทรวงสาธารณสุข การขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 \n     กฎกระทรวง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโฆษณายาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ และค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2567\n\nเงื่อนไข\n- ไม่สามารถแก้ไขที่เกี่ยวกับปริมาณตัวยาสำคัญ รูปลักษณะ หรือรูปแบบทางเภสัชกรรม\n- ผู้ยื่นสามารถขอผ่อนผันการใช้ฉลากและเอกสารกำกับฉบับเดิมต่อไป พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็น ทั้งนี้การผ่อนผันไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะยกเลิกฉบับเดิมเมื่อเริ่มใช้ฉบับใหม่  กรณีที่มีความจำเป็น เช่น ต้องผ่อนผันเพื่อป้องกันการขาดคราวของยารักษาในประเทศ หรือเหตุผลจำเป็นอื่น ให้ผ่อนผันรวมได้ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา\n- ไม่นับเวลากรณีผู้ยื่นชี้แจงแก้ไขเพิ่มเติมและเวลาผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียม \n- กรณีผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไข หรือไม่ส่งข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป ให้ผู้อนุญาตดำเนินการจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2026-02-17T14:45:32"],
    [1994,"9ec1d1c5-271b-4523-bcd3-5a61ba4ed542","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีต้องตรวจสถานที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bdddb24-98a7-4a4b-b0b3-dbc2c4dfb756",30,4000,11,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่นำเข้าจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:33:00"],
    [1995,"9ec207cc-1c56-4dea-a7e5-25ce06a4d0d3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ต้องตรวจสถานที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-6504-445a-93c6-3dd879046a22",20,4000,12,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่นำเข้าจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:34:30"],
    [1996,"9ec2091c-f2ae-4737-879a-c5e1f3fe2f68","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน คณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-9af3-48fe-a211-17ae6a689833",30,2000,11,null,"2025-05-01T10:16:26"],
    [1997,"9ec20a1f-25b9-48c5-86e2-9f46a5d1de9c","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be1e7a0-cc4b-438d-bf19-00fc0fd14511",50,2000,11,null,"2025-05-01T10:16:05"],
    [1998,"9ec21166-a8fb-443d-8a2a-a9c56937c1bf","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-8a87-4c03-b58f-88a740e68aee",15,500,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอและในการพิจารณาอนุญาต\nกรณีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุงรายการในใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสําคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคําขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์(แบบฆพ. 4)\nรายการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องเป็นส่วนที่ไม่ใช่สาระสําคัญเช่น \n- การเปลี่ยนสถานที่ตั้ง \n- การเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์\n- การเปลี่ยนขนาดและอัตราส่วนของข้อความ\n- การเปลี่ยนสีพื้นหลัง\n- การเปลี่ยนการจัดวางข้อความและภาพ\n- การเปลี่ยนสิทธิประโยชน์/ โปรโมชัน\n- การเปลี่ยนชื่อบริษัท (กรณีเลขนิติบุคคลเดิม)\n- การเปลี่ยนราคา\n- การเปลี่ยนชื่อร้านที่จำหน่าย/ ชื่อผู้จัดจำหน่าย\n- การยกเลิกการแสดงรูปภาพ/ ข้อความบางประการ โดยไม่มีการขอเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงรูปภาพใหม่\nในกรณีที่คําขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทําบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้รับบริการจะต้องดําเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กําหนดในบันทึกมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับบริการละทิ้งคําขอ\nหน้าที่ของผู้ยื่นคําขอ/ ผู้มาติดต่อต้องปฏิบัติ\n1. ต้องมีความรู้ความเข้าใจและศึกษาข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐานตลอดจนข้อกําหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ที่จะยื่นคําขอฯ อย่างเข้าใจชัดเจน\n2. ต้องจัดทําและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามข้อกําหนดของแบบคําขอ\n3. สามารถตรวจสอบเอกสารและให้ข้อมูลรายละเอียดของเครื่องมือแพทย์ที่ประสงค์จะยื่นคําขอ\n4. สามารถชี้แจงให้ข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ที่ประสงค์จะยื่นคําขอต่อเจ้าหน้าที่ได้อย่างเข้าใจชัดเจนครบถ้วน","2025-05-01T10:23:09"],
    [1999,"9ec211f3-7294-4bf4-8d4f-10bb45be1b72","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขรายละเอียดสถานประกอบการ (กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9ec1cceb-71f0-43ef-843e-9f466a67c693",3,0,6,"1. การแก้ไขรายละเอียดสถานประกอบการ (กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง) เป็นไปตามคู่มือสำหรับผู้ประกอบการ เรื่อง การแก้ไขรายละเอียดสถานที่ผลิต/นำเข้า/เก็บรักษาเครื่องสำอาง (กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง)\n2. การแก้ไขรายละเอียดสถานประกอบการ (กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง) มีรายละเอียดดังนี้ \n2.1 การแก้ไขรายละเอียดที่ตั้งสถานประกอบการ ได้แก่ บ้านเลขที่, หมู่บ้าน, หมู่ที่, อาคาร/ตึก, ซอย, ถนน, ตำบล/แขวง, รหัสไปรษณีย์, เบอร์โทรศัพท์ (เบอร์ติดต่อของสถานประกอบการที่จะปรากฏในใบรับจดแจ้ง)\n2.2 การแก้ไขรายละเอียดข้อมูลสถานประกอบการ ได้แก่ ชื่อและที่ตั้งสถานประกอบการภาษาอังกฤษ, โทรศัพท์มือถือ (เบอร์ติดต่อผู้ประสานงานหรือผู้รับมอบอำนาจ), โทรสาร, Email, เพิ่มเติมข้อมูลพิกัด GPS ในกรณีที่ยังไม่เคยแจ้งข้อมูล, แบบแปลนแผนผัง, ลักษณะพื้นที่/อาคารสถานที่/ข้อมูลการประกอบกิจการ","2025-04-28T14:47:07"],
    [2000,"9ec2122f-8d79-4dab-8cb5-3b615b1e91b7","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-e069-431f-9709-52a969316a43",20,2000,15,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่ผลิตจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:35:08"],
    [2001,"9ec212d3-b1af-461f-b27b-e446ed4da8b0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-e353-434d-99fc-8997b34dfb54",1,4000,4,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-04-30T13:36:07"],
    [2002,"9ec2135b-09b5-43e8-928f-664e2478e19b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอย้าย/เปลี่ยนแปลงสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-ef9d-4ac4-9f64-c1df38c228ba",30,6000,10,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่ผลิตจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:42:17"],
    [2003,"9ec2141a-3265-4451-851c-6f6285997468","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอย้าย/เปลี่ยนแปลงสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-ec4d-4d5d-a7a9-74aab21ed989",20,6000,10,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่นำเข้าจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:41:44"],
    [2004,"9ec21f27-f83b-42ab-b376-857aff509648","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบอนุญาตขายเครื่องมือแพทย์ (เฉพาะ กทม.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-5838-4b08-bb79-4e445832ff50",1,3000,4,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-04-30T13:37:13"],
    [2005,"9ec22252-a9f2-4bbf-88d6-ab32578a4872","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบรับแจ้งรายการละเอียดผลิต หรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-0828-42ac-9805-79c3a30cc5c5",1,10000,18,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-04-30T13:36:36"],
    [2006,"9ec21594-cd39-4324-b1b2-23d2a6c3710b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ (กรณีเปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติมขอบข่าย) กรณีต้องตรวจสถานที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-a198-4a54-9f65-8760ea91c522",30,12000,5,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีที่ตั้งของสถานที่ผลิตจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-05-01T10:20:38"],
    [2007,"9ec2273d-c0cb-4d7f-a6ab-ad44ad990402","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-ffb7-4365-95a5-1d056b61cec9",1,20000,18,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-04-30T13:38:08"],
    [2008,"9ec21e71-fd57-4ae0-8313-303046482730","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ (กรณีเปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติมขอบข่าย)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-af7d-4cf3-bbc6-35bfacca27d2",10,12000,2,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่นำเข้าจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-05-01T11:09:01"],
    [2009,"9ec227c3-8f74-4504-9ecc-c978cc76d5b7","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้รับอนุญาตในใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์  กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-0b21-4241-97c3-4c7425dabeb7",45,30000,12,"1. หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกระทบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์จะต้องมีการประเมินเอกสารทางวิชาการประกอบด้วย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. ไม่อนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ณวันที่อนุญาต\nหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบอนุญาต","2025-05-01T10:17:33"],
    [2010,"9ec22059-21d9-444e-ac0d-680bb83a7c4b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอจดแจ้งผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ (กรณีไม่ใช่ Positive list)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c62bb9f-24f5-4cd6-a6f5-4002f780959c",30,2000,13,"1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ซึ่งระบุเครื่องมือแพทย์หรือขอบข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการขอใบอนุญาต\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ต้องไม่ที่มีลักษณะโอ้อวดหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจากความเป็นจริง เช่น การใช้คําว่า ยอด ยอดเยี่ยม พิเศษ วิเศษ ดีเลิศ ดีที่สุด เป็นหนึ่ง ที่หนึ่ง หรือใช้คําหรือข้อความภาพหรือเสียงอื่นใดที่มีความหมายทํานองเดียวกันและโอ้อวด เป็นเท็จ หลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อทําให้เข้าใจผิด หรือขัดต้อศีลธรรม หรือขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย\n4. การกล่าวอ้างต่าง ๆ ต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุน เช่น สรรพคุณข้อบ่งใช้ และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์ เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาตหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบอนุญาต\n6. สามารถยื่นคำขอโดยการรวมกลุ่มเครื่องมือแพทย์เป็นคำขอฉบับเดียวได้โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์\n7. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกความบกพร่อง","2025-04-30T13:35:40"],
    [2011,"9ec2215f-b175-48f9-97a5-313025076d3a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแจ้งรายการละเอียดผลิต หรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be20724-8a85-4147-8700-5c22cbe9078e",86,10000,16,"1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ซึ่งระบุเครื่องมือแพทย์หรือขอบข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการขอใบรับแจ้งรายการละเอียด\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ต้องไม่ที่มีลักษณะโอ้อวดหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจากความเป็นจริงเช่นการใช้คําว่ายอดยอดเยี่ยมพิเศษวิเศษดีเลิศดีที่สุดเป็นหนึ่งที่หนึ่งหรือใช้คําหรือข้อความภาพหรือเสียงอื่นใดที่มีความหมายทํานองเดียวกันและโอ้อวดเป็นเท็จหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อทําให้เข้าใจผิดหรือขัดต้อศีลธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ณวันที่อนุญาตหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบรับแจ้งรายการละเอียด\n6. ผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกประเมินแบบย่อ (concise evaluation) ได้หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- หากเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไดัรับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียน 5 ประเทศหรือองค์การอนามัยโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration: TGA) แคนาดา (Health Canada: HC) กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (European Union Notified Bodies: EU NB) ญี่บ่น (Japan Ministry o f Health Labour and Welfare: MHLW) สหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration: US FDA) หรืออยู่ในโครงการ WHO Prequalification of Vitro Diagnostics (IVD) โดยมีระยะเวลาการได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป\n7. ผู้ยื่นขอสามารถเลือกขึ้นทะเบียนแบบ reliance ได้ หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- ได้รับอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนในสาธารณรัฐสิงคโปร์\n\t- ชื่อการค้า รุ่น รหัสสินค้าของเครื่องมือแพทย์ วัตถุประสงค์การใช้ ข้อบ่งใช้ของเครื่องมือแพทย์นั้น เหมือนกับที่ได้รับอนุมัติจากสาธารณรัฐสิงคโปร์\n8. สามารถยื่นคำขอโดยการรวมกลุ่มเครื่องมือแพทย์เป็นคำขอฉบับเดียวได้โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์\n9. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกความบกพร่อง","2025-05-01T10:45:46"],
    [2012,"9ec221f3-2887-4b3b-b18c-2cd2e780bbc1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแจ้งรายการละเอียดผลิต หรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-b703-4026-8fed-e85821a0cd04",108,10000,16,"1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ซึ่งระบุเครื่องมือแพทย์หรือขอบข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการขอใบใบแจ้งรายการละเอียด\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ต้องไม่ที่มีลักษณะโอ้อวดหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจากความเป็นจริงเช่นการใช้คําว่ายอดยอดเยี่ยมพิเศษวิเศษดีเลิศดีที่สุดเป็นหนึ่งที่หนึ่งหรือใช้คําหรือข้อความภาพหรือเสียงอื่นใดที่มีความหมายทํานองเดียวกันและโอ้อวดเป็นเท็จหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อทําให้เข้าใจผิดหรือขัดต้อศีลธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ณวันที่อนุญาตหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบใบแจ้งรายการละเอียด\n6. ผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกประเมินแบบย่อ (concise evaluation) ได้หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- หากเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไดัรับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียน 5 ประเทศหรือองค์การอนามัยโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration: TGA) แคนาดา (Health Canada: HC) กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (European Union Notified Bodies: EU NB) ญี่บ่น (Japan Ministry o f Health Labour and Welfare: MHLW) สหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration: US FDA) หรืออยู่ในโครงการ WHO Prequalification of Vitro Diagnostics (IVD) โดยมีระยะเวลาการได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป\n7. ผู้ยื่นขอสามารถเลือกขึ้นทะเบียนแบบ reliance ได้ หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- ได้รับอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนในสาธารณรัฐสิงคโปร์\n\t- ชื่อการค้า รุ่น รหัสสินค้าของเครื่องมือแพทย์ วัตถุประสงค์การใช้ ข้อบ่งใช้ของเครื่องมือแพทย์นั้น เหมือนกับที่ได้รับอนุมัติจากสาธารณรัฐสิงคโปร์\n8. สามารถยื่นคำขอโดยการรวมกลุ่มเครื่องมือแพทย์เป็นคำขอฉบับเดียวได้โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์\n9. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกความบกพร่อง","2025-05-01T10:24:16"],
    [2013,"9ec2230a-1341-4f6d-b9b1-12f73b5d2d71","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้รับในใบรับแจ้งรายการละเอียดผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be26c4d-003e-431d-b81d-164745af0b7a",15,500,12,"1. หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกระทบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์จะต้องมีการประเมินเอกสารทางวิชาการประกอบด้วย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. ไม่อนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\nหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบใบแจ้งรายการละเอียด","2025-05-01T10:19:12"],
    [2014,"9ec22870-754e-4e7e-b0e6-b2f9765b2cb4","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตเครื่องมือแพทย์เพื่อการส่งออก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-dd48-47b2-b943-f2d6b619d4ce",1,1000,4,"ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งระบุเครื่องมือแพทย์หรือขอบข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการขอ","2025-05-01T10:15:38"],
    [2015,"9ec22561-fc77-4090-97e9-ae59c96c0261","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้รับในใบรับแจ้งรายการละเอียดผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-028c-48ec-96c6-ff82c3b1b5cd",45,24000,12,"1. หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกระทบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์จะต้องมีการประเมินเอกสารทางวิชาการประกอบด้วย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. ไม่อนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\nหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบใบแจ้งรายการละเอียด","2025-05-01T10:18:46"],
    [2016,"9ec22919-ba97-48fc-90bd-6a43d49545f9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้รับอนุญาตในหนังสือรับรองการผลิตเครื่องมือแพทย์เพื่อการส่งออก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-da57-4377-a2e8-50c48c05f867",1,0,3,"ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งระบุเครื่องมือแพทย์หรือขอบข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการขอ","2025-05-01T10:17:03"],
    [2017,"9ec225b4-9463-430d-9e44-0a6dde160502","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรหัสสถานที่แบ่งบรรจุเครื่องสำอาง เพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ec1f47e-c14e-4334-8450-1c2675c0a5e6",20,0,14,"1. การแบ่งบรรจุเครื่องสำอางเพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) หมายความว่า การแบ่งถ่ายเครื่องสำอางเพื่อขาย โดยกระทำ ณ จุดบริการ ซึ่งไม่รวมถึงการทำ ผสม เปลี่ยนรูป แปรสภาพ ปรุงแต่งเครื่องสำอางดังกล่าว\n2. เครื่องสำอางที่นำมาแบ่งบรรจุเพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) ต้องเป็นเครื่องสำอางตามภาคผนวก ก. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดลักษณะของเครื่องสำอาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแบ่งบรรจุเครื่องสำอาง เพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) พ.ศ. 2566 ซึ่งต้องเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งแล้วเท่านั้น\n3. ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะแบ่งบรรจุเครื่องสำอางในข้อ 2. ต้องแจ้งสถานที่แบ่งบรรจุเครื่องสำอางเพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) ดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบ ส.บ. 1 ในภาคผนวก ข. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดลักษณะของเครื่องสำอาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแบ่งบรรจุเครื่องสำอาง เพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) พ.ศ. 2566 ทั้งนี้ ในกรณีที่เครื่องหรืออุปกรณ์การจ่ายเครื่องสำอางติดตั้งอยู่บนรถยนต์ให้แจ้งหมายเลขทะเบียนรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องหรืออุปกรณ์การจ่ายเครื่องสำอางดังกล่าวด้วย\n4. ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องสำอางที่ประสงค์จะแบ่งบรรจุเครื่องสำอางเพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของบุคลากร สถานที่แบ่งบรรจุ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์การแบ่งบรรจุ การดำเนินการแบ่งบรรจุ การควบคุมด้านความปลอดภัย เอกสารวิธีการควบคุมกระบวนการแบ่งบรรจุ วิธีการเก็บรักษา ภาชนะบรรจุ ที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ค. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดลักษณะของเครื่องสำอาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแบ่งบรรจุเครื่องสำอาง เพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) พ.ศ. 2566\n5. ให้เครื่องสำอางที่ได้จากการแบ่งบรรจุเพื่อขาย ณ จุดบริการ (Refill station) เป็นเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต หรือขายต่อ","2025-04-28T14:47:47"],
    [2018,"9ec225f7-251b-4613-bc65-07231c2747bb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be25fda-4420-4c9a-878e-c53c6e2d4e23",86,20000,16,"1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ซึ่งระบุเครื่องมือแพทย์หรือขอบข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการขอใบอนุญาต\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ต้องไม่ที่มีลักษณะโอ้อวดหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจากความเป็นจริงเช่นการใช้คําว่ายอดยอดเยี่ยมพิเศษวิเศษดีเลิศดีที่สุดเป็นหนึ่งที่หนึ่งหรือใช้คําหรือข้อความภาพหรือเสียงอื่นใดที่มีความหมายทํานองเดียวกันและโอ้อวดเป็นเท็จหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อทําให้เข้าใจผิดหรือขัดต้อศีลธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ณวันที่อนุญาตหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบอนุญาต\n6. ผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกประเมินแบบย่อ (concise evaluation) ได้หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- หากเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไดัรับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียน 5 ประเทศหรือองค์การอนามัยโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration: TGA) แคนาดา (Health Canada: HC) กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (European Union Notified Bodies: EU NB) ญี่บ่น (Japan Ministry o f Health Labour and Welfare: MHLW) สหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration: US FDA) หรืออยู่ในโครงการ WHO Prequalification of Vitro Diagnostics (IVD) โดยมีระยะเวลาการได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป\n7. ผู้ยื่นขอสามารถเลือกขึ้นทะเบียนแบบ reliance ได้ หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- ได้รับอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนในสาธารณรัฐสิงคโปร์\n\t- ชื่อการค้า รุ่น รหัสสินค้าของเครื่องมือแพทย์ วัตถุประสงค์การใช้ ข้อบ่งใช้ของเครื่องมือแพทย์นั้น เหมือนกับที่ได้รับอนุมัติจากสาธารณรัฐสิงคโปร์\n8. สามารถยื่นคำขอโดยการรวมกลุ่มเครื่องมือแพทย์เป็นคำขอฉบับเดียวได้โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์\n9. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกความบกพร่อง","2025-05-01T10:14:30"],
    [2019,"9ec226da-554f-4ce5-95d6-a4ce31f75d30","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-f9b5-47a4-83be-d535d93c6697",108,20000,16,"1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ซึ่งระบุเครื่องมือแพทย์หรือขอบข่ายเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการขอใบอนุญาต\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ต้องไม่ที่มีลักษณะโอ้อวดหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจากความเป็นจริงเช่นการใช้คําว่ายอดยอดเยี่ยมพิเศษวิเศษดีเลิศดีที่สุดเป็นหนึ่งที่หนึ่งหรือใช้คําหรือข้อความภาพหรือเสียงอื่นใดที่มีความหมายทํานองเดียวกันและโอ้อวดเป็นเท็จหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อทําให้เข้าใจผิดหรือขัดต้อศีลธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ณวันที่อนุญาตหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบอนุญาต\n6. ผู้ยื่นคำขอสามารถเลือกประเมินแบบย่อ (concise evaluation) ได้หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- หากเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไดัรับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียน 5 ประเทศหรือองค์การอนามัยโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration: TGA) แคนาดา (Health Canada: HC) กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (European Union Notified Bodies: EU NB) ญี่บ่น (Japan Ministry o f Health Labour and Welfare: MHLW) สหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration: US FDA) หรืออยู่ในโครงการ WHO Prequalification of Vitro Diagnostics (IVD) โดยมีระยะเวลาการได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป\n7. ผู้ยื่นขอสามารถเลือกขึ้นทะเบียนแบบ reliance ได้ หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- ได้รับอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนในสาธารณรัฐสิงคโปร์\n\t- ชื่อการค้า รุ่น รหัสสินค้าของเครื่องมือแพทย์ วัตถุประสงค์การใช้ ข้อบ่งใช้ของเครื่องมือแพทย์นั้น เหมือนกับที่ได้รับอนุมัติจากสาธารณรัฐสิงคโปร์\n8. สามารถยื่นคำขอโดยการรวมกลุ่มเครื่องมือแพทย์เป็นคำขอฉบับเดียวได้โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์\n9. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกความบกพร่อง","2025-05-01T10:11:42"],
    [2020,"9ec22816-62a7-425d-a26b-edceb22f5348","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้รับอนุญาตในใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9be28648-9bf5-49e3-b1fb-9c807c7118ec",15,500,12,"1. หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกระทบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์จะต้องมีการประเมินเอกสารทางวิชาการประกอบด้วย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n3. ไม่อนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์\n4. การกล่าวอ้างต่างๆต้องมีเอกสารและหลักฐานสนับสนุนเช่นสรรพคุณข้อบ่งใช้และประโยชน์คุณภาพมาตรฐานเครื่องหมายสัญลักษณ์เป็นต้น\n5. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ณวันที่อนุญาต\nหากหมดอายุผู้ยื่นคำขอต้องจัดหาเอกสารหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะออกใบอนุญาต","2025-05-01T10:18:12"],
    [2021,"9ec22a4e-0232-42c7-a1af-166733baa994","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการวิจัยทางคลินิก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18cfc2-a90b-43e9-86b9-b2fc8d6cdb43",5,0,5,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องเป็นตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่ที่นำมาเพื่อใช้วิจัยทางคลินิกเท่านั้น\n3. กรณีผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ เพื่อวิจัยทางคลินิกของยาและมีเครื่องมือแพทย์ร่วมด้วย หรือวิจัยเครื่องมือแพทย์\nที่มุ่งหมายใช้สำหรับในสัตว์","2025-05-01T11:07:02"],
    [2022,"9ec22985-6f82-479e-9316-6d8ccc49cdcc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการวิจัยทางคลินิก กรณีการศึกษาวิจัยเครื่องมือแพทย์ในคน (กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c5ea81d-179a-4ecc-bad4-c1a16ef9fc69",60,15000,12,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐ\n2. การศึกษาวิจัยเครื่องมือแพทย์ทางคลินิก ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสมรรถนะการทำงาน ความปลอดภัย หรือประสิทธิผล (effectiveness) ของเครื่องมือแพทย์เท่านั้น\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม และคืนคำขอ","2025-05-01T10:14:55"],
    [2023,"9ec22ae5-187d-4f81-9e6f-59924c937c3a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการวิเคราะห์หรือทดสอบ  คุณภาพมาตรฐาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18bdd7-4f69-4f1c-a4b1-9d9732aa18dd",5,0,3,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องเป็นการวิเคราะห์หรือทดสอบ คุณภาพมาตรฐานของเครื่องมือแพทย์ที่นำเข้า","2025-05-01T11:05:12"],
    [2024,"9ec229d1-26b6-4c0a-8260-3b03444013bb","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการวิจัยทางคลินิก กรณีการศึกษาวิจัยเครื่องมือแพทย์ในคน (กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c5ea81d-0b04-48aa-b011-9eb41ddbde63",20,0,12,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐ\n2. การศึกษาวิจัยเครื่องมือแพทย์ทางคลินิก ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสมรรถนะการทำงาน ความปลอดภัย หรือประสิทธิผล (effectiveness) ของเครื่องมือแพทย์เท่านั้น\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อตามคำขอและแบบตรวจรับคำขอ\n4. เครื่องมือแพทย์วิจัยทางคลินิกจะได้รับการยกเว้นการประเมินความปลอดภัยและสมรรถนะการทำงานโดยผู้เชี่ยวชาญ/คณะทำงาน/คณะอนุกรรมการ หากเข้าตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t- หากเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไดัรับอนุมัติหรืออนุญาตให้ขึ้นทะเบียน 5 ประเทศหรือองค์การอนามัยโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration: TGA) แคนาดา (Health Canada: HC) กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (European Union Notified Bodies: EU NB) ญี่บ่น (Japan Ministry o f Health Labour and Welfare: MHLW) สหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration: US FDA) หรืออยู่ในโครงการ WHO Prequalification of Vitro Diagnostics (IVD) \n5. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม และคืนคำขอ","2025-05-01T10:15:17"],
    [2025,"9ec22b42-9b5c-4332-af4f-9906ea7dff84","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อจัดนิทรรศการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18dd98-fe6d-4590-bfff-1d7473705769",5,0,3,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานภาครัฐ\n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตหรือนำเข้ามาเพื่อจัดนิทรรศการ","2025-05-01T11:06:37"],
    [2026,"9ec22c2c-9583-4f3a-ae45-341ab2d210a1","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นตัวอย่างในการขออนุญาต หรือขอแจ้งรายการละเอียด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18db7b-c275-4a1a-b0fb-eb0ef61cbbe7",5,0,1,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตหรือนำเข้ามาเพื่อใช้ในขออนุญาต หรือขอแจ้งรายการละเอียด","2025-05-01T11:06:10"],
    [2027,"9ec22cc6-1d91-40b1-b88d-df21b26cc37f","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าอุปกรณ์เสริมสำหรับผลิตเครื่องมือแพทย์เพื่อส่งออก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18aeb6-9ded-4946-ad22-16a3a69482a3",5,0,5,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นอุปกรณ์เสริม ไม่ใช่ส่วนควบ อุปกรณ์ ชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบของเครื่องมือแพทย์ นำมาเพื่อผลิตเครื่องมือแพทย์เพื่อการส่งออกเท่านั้น","2025-05-01T10:50:25"],
    [2028,"9ec22d38-cc73-45da-8ed9-e851feec0fcc","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นตัวอย่างส่งทดสอบ หรือ ตรวจวิเคราะห์ประกอบการขออนุญาต หรือขอแจ้งรายการละเอียด หรือขอจดแจ้ง หรือขอประเมินเทคโนโลยี หรือ ขอหนังสือรับรองอื่น ๆ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18c9c6-93b8-4de0-b8cb-e083d907e60d",5,0,2,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนารกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องเป็นตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตหรือนำเข้า เพื่อเป็นตัวอย่างส่งทดสอบ หรือตรวจวิเคราะห์","2025-05-01T11:05:35"],
    [2029,"9ec22e03-e470-41de-b0f2-8357fd4429d9","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการศึกษาหรือการเรียน การสอนของสถาบันการศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18cc4a-bd9a-4368-975a-86371917d58a",5,0,3,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ที่มีความจำเป็นต้องใช้เพื่อการเรียน การสอนเท่านั้น","2025-05-01T11:07:26"],
    [2030,"9ec22fca-1de8-4c28-9af3-4eef807ca273","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาเครื่องมือแพทย์ ในประเทศไทยที่มิใช่การวิจัยทางคลินิก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18c083-fb65-4970-8500-94ea8650880b",5,0,3,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องเป็นตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ที่ที่นำมาเพื่อใช้วิจัยทางคลินิกเท่านั้น\n3. กรณีผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ เพื่อเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาเครื่องมือแพทย์","2025-05-01T11:04:22"],
    [2031,"9ec2305b-4b5c-43c2-9afa-d0aa5a7c2fbd","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็นเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18ba1c-0e1c-4785-83b0-d6d77b25392f",5,0,2,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไม่เคยนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย","2025-05-01T11:03:56"],
    [2032,"9ec230e1-74e3-40f5-a511-fec1aa585324","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าอุปกรณ์เสริมที่ไม่สามารถแยกใช้เป็นเอกเทศ เพื่อใช้ควบคู่หรือใช้ซ่อมแซมเครื่องมือแพทย์ที่ต้องได้รับอนุญาต หรือต้องแจ้งรายการละเอียดที่มีการผลิตหรือนำเข้าอยู่ก่อนแล้ว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18abb4-81df-4155-9fc3-0b0fec9abe09",5,0,2,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นอุปกรณ์เสริม ไม่ใช่ส่วนควบ อุปกรณ์ ชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบของเครื่องมือแพทย์","2025-05-01T10:50:03"],
    [2033,"9ec2300c-2c11-41da-b0e7-0f46d8a2b370","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เพื่อทดสอบ หรือ สอบเทียบเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b184a1b-ef35-42e6-858c-b40e36060f3b",5,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย ระบุว่าประกอบธุรกิจการให้บริการตรวจสอบ บำรุงรักษา การปรับแต่งเครื่องมือให้ได้มาตรฐานและเที่ยงตรง การทดสอบ การปรับปรุงให้ดีขึ้น การซ่อมแซมและเปลี่ยนถ่ายชิ้นส่วนที่สึกหรอหรือเสียสำหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมทั้งการใช้บริการอบรมและแนะนำทางเทคนิคเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือแพทย์ให้แก่ผู้ใช้และช่างเทคนิคที่ดูแลเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์\n2. ต้องมีรายละเอียดของการทดสอบหรือสอบเทียบเครื่องมือแพทย์\n3. ต้องระบุว่าด้วยว่าจะนำเครื่องมือแพทย์ไปใช้เพื่อทดสอบหรือสอบเทียบเครื่องมือแพทย์เท่านั้น และเมื่อสิ้นสุดการทดสอบหรือสอบเทียบเครื่องมือแพทย์จะดำเนินการอย่างไรกับเครื่องมือแพทย์","2025-05-01T11:02:34"],
    [2034,"9ec23136-fc4e-4b57-b6f2-d827082e601a","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติภายในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18a126-b85d-4568-9555-7cfdf455b773",5,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์\nในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีความจำเป็นต้องใช้ในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ","2025-05-01T11:02:55"],
    [2035,"9ec2309f-3dc5-4bba-8ecd-efac5de34f06","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ป่วยหรือสัตว์เฉพาะรายเป็นกรณีการนำเข้าเครื่องมือแพทย์เพื่อใช้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือสัตว์ตัวใดตัวหนึ่งโดยเฉพาะเพื่อรักษา บำบัด บรรเทา ป้องกัน วินิจฉัย ติดตาม ประคับประคองหรือช่วยชีวิตอันเนื่องมาจากการเป็นโรค เจ็บป่วย หรือเกิดความผิดปกติของร่างกายหรืออวัยวะของบุคคลหรือสัตว์นั้น โดยต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณสมบัติพิเศษและไม่มีอยู่ในประเทศ หรือเป็นเครื่องมือแพทย์ที่หาได้ยากในประเทศ แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18c2ba-a801-4f86-9a90-93bac2bc6bf8",5,0,3,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือเป็นผู้ป่วย ญาติของผู้ป่วย หรือเจ้าของสัตว์ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องในการใช้เครื่องมือแพทย์สาหรับผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยนั้น สถานพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยหรือสัตว์ที่ป่วยนั้น\n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณสมบัติพิเศษและไม่มีอยู่ในประเทศ หรือเป็นเครื่องมือแพทย์ที่\nหาได้ยากในประเทศ แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้","2025-05-01T11:02:12"],
    [2036,"9ec23180-2374-4fc3-8dff-1d7375c341b8","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลเอกชนโดยใช้ต้นฉบับ หนังสือรับรองประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของบุคคลอื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18a749-34c9-4c0b-888a-f863078357b8",5,0,6,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์\nในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจากหนังสือรับรองประกอบการนาเข้าเครื่องมือแพทย์ฉบับนั้น ๆ","2025-05-01T11:01:07"],
    [2037,"9ec231e6-8278-4c8b-8858-d40f53f6d65e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การผลิตเครื่องมือแพทย์เพื่อเป็นตัวอย่างในการส่งออก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b18d5e6-9615-481d-8e19-f4abafe3c21e",5,0,3,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย\n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตเป็นตัวอย่างเพื่อการส่งออก","2025-05-01T11:07:49"],
    [2038,"9ec23237-3ffa-4ddb-aa17-6a89d8848d90","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การวินิจฉัยผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ กรณีไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-9697-4889-b4a1-96cdfd6a0bff",20,500,9,"1. หน้าที่ของผู้ยื่นคำขอ/ผู้มาติดต่อ ต้องปฏิบัติ\n1.1 ต้องมีความรู้ความเข้าใจและศึกษาข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐานตลอดจนข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการยื่นคำขอวินิจฉัยผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์\n1.2 ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามข้อกำหนดของเอกสารแนบ\n1.3 การกล่าวอ้างวัตถุประสงค์การใช้ ข้อบ่งใช้ หรือคุณภาพมาตรฐานใดๆ ต้องมีเอกสารหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนและสามารถชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์ยื่นคำขอฯ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์\n2. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด","2025-05-01T11:08:35"],
    [2039,"9ec2328c-b096-47bc-8a48-9793be21debf","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การวินิจฉัยผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ กรณีส่งผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bdfeedd-a09a-4e95-859e-544e910698f9",85,500,9,"1.\tหน้าที่ของผู้ยื่นคำขอ/ผู้มาติดต่อ ต้องปฏิบัติ\n\t1.1\tต้องมีความรู้ความเข้าใจและศึกษาข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐานตลอดจนข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการยื่นคำขอวินิจฉัยผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์\n\t1.2\tต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามข้อกำหนดของเอกสารแนบ\n\t1.3\tการกล่าวอ้างวัตถุประสงค์การใช้ ข้อบ่งใช้ หรือคุณภาพมาตรฐานใดๆ ต้องมีเอกสารหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนและสามารถชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์ยื่นคำขอฯ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์\n2. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด","2025-05-01T11:08:11"],
    [2040,"9ec23332-c128-4877-a9e5-76cff6b3c3ec","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-8d5a-471a-80f0-62d0fd5320d5",14,500,7,"กรณีที่ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์สูญหาย ถูกทําลายหรือชํารุด ให้ผู้รับอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ยื่นคําขอรับใบแทนโฆษณาภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ถูกทําลายหรือชํารุด ใบอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์ออกให้ใหม่จะใช้เลขที่เดิม โดยมีคําว่า ใบแทน กํากับไว้ที่ด้านบน แต่จะระบุวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทนใบอนุญาต","2025-05-01T10:49:40"],
    [2041,"9ec2346e-592d-474c-a2e8-3ca8cc29f75d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองเพื่อการส่งออกเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-9e9c-42e5-9712-084be86a507f",1,3000,1,"หลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคําขอและในการพิจารณาอนุญาต\n  หน้าที่ของผู้มายื่นคําขอ/ผู้มาติดต่อที่มีความประสงค์ขอรับหนังสือรับรองการส่งออกเครื่องมือแพทย์ต้องปฎิบัติ\nดังนี้\n- ต้องมีความรู้ความเข้าใจและศึกษาข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐานตลอดจนข้อกําหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์\n- ต้องจัดทําและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานตามข้อกําหนด\n- สามารถชี้แจงให้ข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ที่ประสงค์จะยื่นคําขอต่อเจ้าหน้าที่ได้อย่างเข้าใจ\nทั้งนี้ หนังสือรับรองการส่งออกหมายถึง\n- หนังสือรับรองการขาย (Certificate of Free Sale)\n- หนังสือรับรองเพื่อการส่งออก (Certificate for Exportation)\n- หนังสือรับรองผู้ผลิต (Certificate of Manufacturer)\n- หนังสือรับรองแหล่งผลิต (Certificate of Origin)\nโดยผู้ยื่นคําขอที่เป็นผู้จดทะเบียนสถานประกอบการผลิตที่ต้องการส่งผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ไปจําหน่ายต่างประเทศ และมีความจําเป็นต้องใช้หนังสือรับรองเพื่อการส่งออก สามารถขอรับหนังสือรับรองประกอบการส่งออกได้ดังนี้\n- หนังสือรับรองการขาย (Certificate of Free Sale)\n- หนังสือรับรองเพื่อการส่งออก (Certificate for Exportation)\n- หนังสือรับรองผู้ผลิต (Certificate of Manufacturer)\n- หนังสือรับรองแหล่งผลิต (Certificate of Origin)\nส่วนผู้ยื่นคําขอที่ไม่ได้เป็นผู้จดทะเบียนสถานประกอบการผลิตแต่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์* หรือเป็นผู้จดทะเบียนสถานประกอบการนําเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการส่งผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ไปจําหน่ายต่างประเทศและ\nมีความจําเป็นต้องใช้หนังสือรับรองเพื่อการส่งออกสามารถขอรับหนังสือรับรองประกอบการส่งออกได้ดังนี้\n- หนังสือรับรองการขาย (Certificate of Free Sale)\n- หนังสือรับรองเพื่อการส่งออก (Certificate for Exportation)\nโดยหนังสือรับรองการส่งออกจะระบุข้อความที่แสดงถึงการเป็นผู้จําหน่ายของผู้ขอรับหนังสือรับรองเท่านั้น\n* เจ้าของผลิตภัณฑ์(Product owner) หมายถึงบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้ซึ่งเป็น (ก) ผู้ที่ส่งมอบ\nเครื่องมือแพทย์โดยใช้ชื่อของตนเองหรือโดยใช้เครื่องหมายการค้าที่มีการออกแบบมีชื่อทางการค้าหรือชื่อหรือเครื่องหมายอื่นที่ตนเองเป็นเจ้าของหรืออยู่ในความควบคุมของตนเองหรือ (ข) ผู้ที่รับผิดชอบต่อการออกแบบ\nการผลิตการประกอบการดําเนินกระบวนการการแสดงฉลากการบรรจุหีบห่อการนํากลับไปทําใหม่หรือ\nการดัดแปลงเครื่องมือแพทย์หรือในกิจกรรมที่เป็นการดําเนินการให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายไม่ว่าภารกิจเหล่านี้จะทําโดยบุคคลนั้นหรือกระทําในนามของบุคคลนั้นก็ตาม","2025-04-30T13:45:37"],
    [2042,"9ec234ce-a8ca-4e20-992b-b87511874ec3","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d33-bfd6-4a89-9c43-e62ec0226719",10,500,4,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-05-01T10:47:55"],
    [2043,"9ec23533-595a-403b-825a-9c2e59481858","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอรับรองระบบคุณภาพการผลิตเครื่องมือแพทย์ (GMP)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-fcbf-40c6-86c4-f8974794586e",150,1000,12,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่มีที่ตั้งของสถานที่ผลิตจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย หรือหน่วยงานของรัฐในหน้าที่ป้องกัน ชันสูตร บำบัดโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ และสภากาชาดไทย\n2. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n3. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต\n4. ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นต้นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกความบกพร่องโดยเจ้าหน้าที่","2025-04-30T13:45:07"],
    [2044,"9ec235ac-09f3-4988-a371-da5a0e1e219d","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบรับแจ้งรายการละเอียดผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-0df5-41f6-8547-9af5ef13bf04",10,500,2,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-05-01T10:48:19"],
    [2045,"9ec23634-b30b-41ae-aac0-5ac856dc45ee","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-052b-4d58-b909-bdbdd2ad7c99",10,500,2,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-05-01T10:49:19"],
    [2046,"9ec23686-63a1-4dc6-9eae-f5b519c5bcf8","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอใบแทนหนังสือรับรองการผลิตเครื่องมือแพทย์เพื่อการส่งออก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d34-a5b7-457e-aed8-fa04ba816679",9,500,2,"1. ต้องจัดทำและจัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบทุกหัวข้อ\n2. เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นหนังสือรับรองต้องอยู่ในระยะเวลาที่ยังมีผลใช้ได้ ณ วันที่อนุญาต","2025-05-01T10:46:14"],
    [2047,"9ec23852-5bb9-4cd1-b229-37122af5ec28","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การแก้ไขรายละเอียดสถานที่ Refill station (กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9ec22e41-5f2a-4dde-8b5f-06756353cec4",3,0,3,"การแก้ไขรายละเอียดสถานที่ Refill station (กรณีไม่ย้ายที่ตั้ง) เป็นไปตามคู่มือสำหรับผู้ประกอบการ เรื่อง ระบบเครื่องสำอาง Refill station (ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารที่ https://cosmetic.fda.moph.go.th/permission-for-cosmetics/category/peoples-guide)","2025-04-28T14:48:33"],
    [2048,"9ec245e7-4bc7-4409-8408-8f26a2dd1d8e","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การนำเข้าเครื่องมือแพทย์ในปริมาณเท่าที่จำเป็น เพื่อจัดนิทรรศการแสดงนวัตกรรม  เชิงประวัติศาสตร์ของการออกแบบและศึกษาเทคโนโลยีทางการแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b18b5f4-7f8f-4ff8-8541-c42e5887b65b",5,0,3,"1. ต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ในประเทศไทย \n2. ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ที่นำเข้ามาเพื่อจัดนิทรรศการนิทรรศการแสดงนวัตกรรม เชิงประวัติศาสตร์ของการออกแบบและศึกษาเทคโนโลยีทางการแพทย์","2025-05-01T11:03:30"],
    [2049,"9ec3b53b-5e16-41f7-99ea-c9ad0b711032","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองสถานที่ผลิต หรือสถานที่นำเข้าเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561 ซึ่งมีที่ตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ec206ae-4ccb-4b18-8199-80c94cc42f98",80,500,21,"ผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่ผลิตเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุ วิธีการผลิต วิธีการเก็บรักษาเครื่องสำอาง ที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561\n\nผู้นำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอาง ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่นำเข้า วิธีการนำเข้า และวิธีการเก็บรักษาเครื่องสำอาง    ที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ข ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561","2025-04-28T14:48:57"],
    [2050,"9ec4178c-dcbe-4f91-84dd-ae5c0f8ee58b","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน (ASEAN Cosmetic GMP) กรณีตรวจประเมินโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ec3f4ae-7c1e-4129-8ebc-72819243fa8b",150,1000,25,"ผู้ที่มีความประสงค์จะขอการรับรอง/ต่ออายุการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง (ASEAN Cosmetic GMP) โดยประสงค์ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาดำเนินการตรวจสถานประกอบการ        ตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน (ASEAN Cosmetic GMP) และสถานประกอบการเครื่องสำอางที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ซึ่งได้รับยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บการตรวจประเมินสถานประกอบการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาเครื่องสำอาง พ.ศ. 2567 \n\nค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักสำหรับคณะผู้ตรวจประเมิน ให้ผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย\n\nกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะแจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นประกอบการพิจารณาการขอการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ประกอบการละทิ้งคำขอ\n\nกรณีผลการตรวจประเมินไม่ผ่านตรวจพบข้อบกพร่องวิกฤติ (Critical Defect) ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จะมีหนังสือแจ้ง        ผู้ประกอบการเพื่อทราบ และหากผู้ประกอบการประสงค์จะขอการรับรอง ASEAN Cosmetic GMP ใหม่ จะต้องยื่นคำขอ    \n และชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งหมด\n\nกรณีการยื่นต่ออายุหนังสือรับรอง ASEAN Cosmetic GMP จะต้องยื่นคำร้องและเอกสารเพื่อต่ออายุหนังสือรับรองฯ ก่อนวันที่หนังสือรับรองฯ หมดอายุไม่น้อยกว่า 120 วัน แต่ไม่เกิน 180 วัน หากยื่นต่ออายุหนังสือรับรองฯ น้อยกว่า 120 วันจะถือเป็นการยื่นขอหนังสือรับรองฯ ใหม่","2025-04-28T14:46:18"],
    [2051,"9ec450ca-9a4d-4005-aa12-e8ccfdf76cb0","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การขอหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน (ASEAN Cosmetic GMP) กรณีตรวจประเมินโดยหน่วยตรวจ (Inspection Body)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ec43fd1-910e-48a6-958d-f1e60af7718b",150,1000,25,"ผู้ที่มีความประสงค์จะขอการรับรอง/ต่ออายุการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง (ASEAN Cosmetic GMP) โดยประสงค์ให้หน่วยตรวจประเมิน (IB) ดำเนินการตรวจสถานประกอบการตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน (ASEAN Cosmetic GMP) \n\nกรณีสถานประกอบการเครื่องสำอางที่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บตามข้อ 2 และข้อ 3 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บจากผู้ยื่นคำขอในกระบวนการพิจารณาเครื่องสำอาง พ.ศ. 2567 มีความประสงค์จะขอรับการตรวจประเมินโดยหน่วยตรวจประเมินจะไม่ได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่าย\n\nค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักสำหรับคณะผู้ตรวจประเมิน ให้ผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย\n\nกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะแจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในแบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นประกอบการพิจารณาการขอการรับรองมาตรฐานการผลิตตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางของอาเซียน มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ประกอบการละทิ้งคำขอ\n\nกรณีผลการตรวจประเมินไม่ผ่านตรวจพบข้อบกพร่องวิกฤติ (Critical Defect) ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จะมีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการเพื่อทราบ และหากผู้ประกอบการประสงค์จะขอการรับรอง ASEAN Cosmetic GMP ใหม่ จะต้องยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งหมด\n\nกรณีการยื่นต่ออายุหนังสือรับรอง ASEAN Cosmetic GMP จะต้องยื่นคำร้องและเอกสารเพื่อต่ออายุหนังสือรับรองฯ ก่อนวันที่หนังสือรับรองฯ หมดอายุไม่น้อยกว่า 120 วัน แต่ไม่เกิน 180 วัน หากยื่นต่ออายุหนังสือรับรองฯ น้อยกว่า 120 วันจะถือเป็นการยื่นขอหนังสือรับรองฯ ใหม่","2025-04-28T14:46:32"],
    [2052,"9f2a8071-6256-442d-af4b-0ceed3da8c9b","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา","การรับแจ้งยาที่นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร เฉพาะที่ไม่ใช่การศึกษาวิจัยยาในมนุษย์ โดยกระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่ป้องกันหรือบำบัดโรค สภากาชาดไทย และองค์การเภสัชกรรม (ยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์) (ยา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9f2a7761-6eb5-4b05-ac4e-d73c0cb14147",10,0,8,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\nกรณีที่ 1 ผู้ยื่นคำขอรายใหม่หรือผู้ยื่นคำขอรายเก่าที่สิทธิหมดอายุ\n1.1 Download แบบคำขอ ขอสิทธิระบบนำเข้ายาโดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับยา ตามพระราชบัญญัติยา ได้ที่ \nhttps://drug.fda.moph.go.th/operators-guide/category/access-gov\n1.2 กรอกแบบคำขอให้ครบถ้วนถูกต้อง และส่งแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบคำขอสิทธิมาที่ E-mail: saraban@fda.moph.go.th \n1.3 รับผลมอบสิทธิรายใหม่ใช้ระยะเวลา ไม่เกิน 10 วัน \n\nกรณีที่ 2 กรณีขอยกเลิกคำขอรับแจ้งหรือยกเลิก License Per invoice (LPI) \n2.1 ผู้ยื่นคำขอแจ้งยกเลิกคำขอรับแจ้ง ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่ E-mail: drugshortages@fda.moph.go.th \n2.2 ผู้ยื่นคำขอแจ้งยกเลิก LPI ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่ E-mail: cancel.lpi@fda.moph.go.th","2025-07-08T09:35:23"],
    [2053,"95ffd38e-e299-4f2a-8113-cb2042c02cea","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข","คู่มือรายงานผลการดำเนินงานประกันสุขภาพของประชากรต่างด้าว กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2563","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-d5e6-48ad-b690-1247819f0f34",1,0,1,"-","2022-04-06T22:46:25"],
    [2054,"99a09c80-f7e0-406c-900d-9cadb3ebbf29","PUBLISHED","กระทรวงสาธารณสุข","สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ","การลงทะเบียนเลือก/เปลี่ยนหน่วยบริการประจำในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-d1db-4a15-9b03-853c0c5a244e",1,0,5,"หลักเกณฑ์และวิธีการ ตามข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการประจำ พ.ศ. 2562 ดังนี้\n1.การแสดงเอกสารที่แสดงว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีสิทธิฯ\n     1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือ\n     1.2 บัตรหรือเอกสารอื่นใดที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน\n2.ยื่นแบบคำขอลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการหรือเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการประจำฯ ที่กรอกรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนแล้ว ต่อหน่วยรับคำขอลงทะเบียนฯ\n************************************************************************************\nวิธีการลงทะเบียนผ่านช่องทางการให้บริการ\n1. ผ่านแอพพลิเคชัน (Mobile Application)\n   1.1 ลงทะเบียนใช้งานครั้งแรกด้วยบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart Card\n\n2.ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน\n  2.1 แสดงเอกสารที่แสดงตัวบุคคล\n      1) บัตรประจำตัวประชาชน หรือ\n      2) บัตรหรือเอกสารอื่นใดที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชน หรือ\n      3) ทะเบียนบ้าน ทร.14 (ฉบับจริงหรือสำเนา) หรือ\n      4) สูติบัตร (ท.ร.1) กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนผู้ปกครอง หรือ\n      5) แสดงใบคัดทะเบียนประวัติบุคคล ทร.12 (กรณีไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน)\n  2.2 ยื่นแบบคำขอลงทะเบียนเพื่อเลือกหน่วยบริการหรือเปลี่ยนแปลงหน่วยบริการประจำฯ\n  2.3 ผู้ยื่นคำขอลงทะเบียนลงนามในแบบคำขอ เพื่อยืนยันการลงทะเบียน\nหมายเหตุ\nกรณีที่ 1 เลือกลงทะเบียน \"ตรงตามบัตรประจำตัวประชาชนหรือทะเบียนบ้าน\" ไม่ต้องแสดงหลักฐานการพักอาศัย\nกรณีที่ 2 เลือกลงทะเบียน \"ไม่ตรงตามบัตรประจำตัวประชาชนหรือทะเบียนบ้าน\"  ให้แสดงเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งที่แสดงว่าตนมีถิ่นที่อยู่หรือพักอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ดังนี้  \n             (1) หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน\n             (2) หนังสือรับรองของผู้นำชุมชน\n             (3) หนังสือรับรองของผู้ว่าจ้าง หรือนายจ้าง\n             (4) เอกสารหรือหลักฐานอื่น เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าสาธารณูปโภค ใบเสร็จค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก แผนที่ปัจจุบันที่แสดงว่าตนมีถิ่นที่อยู่หรือพักอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ","2024-10-01T09:33:26"],
    [2055,"94e56e24-4dba-45e3-899b-fb36e3d22414","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม","ขอกู้ไม่เกิน 200,000 บาท ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-8865-419f-a533-adcb27513448",20,0,33,"เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม โดยการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต การจ้างแรงงานในการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การรับซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ และการให้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมแก่ราษฎร และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวใน 6 ประเภท ดังนี้    1. ราษฎรซึ่งเคยได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และมีวัตถุประสงค์ ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม    2.ราษฎรซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในด้านการตลาด การปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตหรือวิธีปฏิบัติหรือวิธีการจัดการในการดำเนินธุรกิจและมีวัตถุประสงค์ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม    3.กลุ่มอาชีพที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่มพร้อมทั้งมีทะเบียนสมาชิกกลุ่มจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน เป็นหลักฐานโดยมีเขตหรืออำเภอหรือหน่วยงานราชการอื่นที่อยู่ในพื้นที่ที่สนับสนุนกลุ่มอาชีพนั้นให้การรับรองเป็นหนังสือ    4.ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีหุ้นส่วนดำเนินงานของห้าง โดยมีหนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมทั้งใบทะเบียนพาณิชย์เป็นหลักฐาน    5.กลุ่มอาชีพหรือองค์กรที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รวมทั้งนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมของราษฎร เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล สมาคมกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ เป็นต้น    6.บุคคลผู้ประกอบอาชีพที่สนับสนุนเกื้อกูลแก่ผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมที่มีขนาดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรสุทธิ (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกินสิบล้านบาท กรณีผู้ประกอบการรายใหม่ต้องมีสัดส่วนการร่วมลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด    ประเภทอุตสาหกรรมที่ให้บริการ     ง.1 ประเภทอาหาร หมายถึง ผลิตผลทางการเกษตรที่ไม่ใช้บริโภคสด แต่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ทั้งอาหารแปรรูปที่พร้อมบริโภค หรืออาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีกระบวนการแปรรูปหรือผลิตสำเร็จรูปชัดเจน โดยมีเงื่อนไข มีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ     ง.2 ประเภทเครื่องดื่ม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์ประเภทชงละลาย และผลิตภัณฑ์ประเภทชง เช่น น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร ขิงผงสำเร็จรูป ชาใบหม่อน เป็นต้น โดยมีเงื่อนไข มีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ     ง.3 ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย หมายถึง ผ้าทอและผ้าถักจากเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยธรรมชาติผสมเส้นใยสังเคราะห์ เช่น ผ้าแพรวา ผ้าพื้นเมืองทุกประเภท ผ้าถักโครเชต์ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้า เครื่องประดับตกแต่ง ร่างกายทุกประเภทจากวัสดุทุกประเภท เช่น ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู รองเท้า เป็นต้น     ง.4 ประเภทของใช้และเครื่องประดับตกแต่ง หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องเรือน ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้สอยต่าง ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มจักสาน ถักสาน ที่มีวัตถุประสงค์ทุกประเภท เป็นต้น     ง.5 ประเภทศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก หมายถึง ผลิตภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของขวัญของที่ระลึก     ง.6 ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร หมายถึง ผลผลิตจากธรรมชาติที่ไม่ใช่การบริโภคและรักษา เช่น เครื่องสำอางสมุนไพร สบู่สมุนไพร น้ำมันหอมระเหย รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสปาทุกชนิด เป็นต้น     ง.7 ประเภทอื่น ๆ หมายถึง ประเภทอุตสาหกรรมที่มีส่วนในการสนับสนุนหรือต่อเนื่องประเภทอุตสาหกรรมทั้ง 6 ประเภท เช่น กลุ่มงานบริการ ซ่อม เชื่อม กลึง หล่อ ชุบ บรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ เป็นต้น หรือเป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs หรือเกิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ๆ กรณีเข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ต้องจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม    หลักประกันเงินกู้     กรณีหลักทรัพย์เป็นประกัน ใช้สำหรับทุกวงเงินกู้ ให้ใช้หลักทรัพย์เป็นประกันอย่างใดอย่างหนี่งและหรือหลายอย่างรวมกัน ดังนี้    1.ที่ดิน ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมินของทางราชการ    2.ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก.) ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 60 ของราคาประเมินของทางราชการ    3.สิ่งปลูกสร้าง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด หรือให้เป็นไปตามคู่มือประเมินราคาสิ่งปลูกสร้าง    4.หนังสือค้ำประกันของธนาคาร    5.หลักประกันเสริมที่คณะกรรมการยอมรับเป็นหลักประกัน ในวงเงินที่คณะกรรมการกำหนด    วงเงินให้กู้และระยะเวลาผ่อนชำระคืนเงินกู้   1. วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 2 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้น ไม่เกิน 4 เดือน   2. วงเงินกู้เกิน 50,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 4 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 4 เดือน  3. วงเงินกู้เกิน 100,000 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 6 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน    4. วงเงินกู้เกิน 200,000 แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 8 ปี ระยะเวลาปลอดเงินหนี้ไม่เกิน 12 เดือน  5. วงเงินกู้เกิน 1,000,000 แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 10 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน  หมายเหตุ : การอนุมัติระยะเวลาปลอดหนี้ หรือปลอดเงินต้นให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุมัติ    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน   ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:22"],
    [2056,"94e56e24-514b-4f69-9cdf-cfc577e8df9c","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม","ขอกู้ไม่เกิน 200,000 บาท ใช้บุคคลคำ้ประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-8c28-4e45-b565-44e6f00787a1",15,0,29,"เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม โดยการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต การจ้างแรงงานในการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การรับซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ และการให้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมแก่ราษฎร และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวใน 6 ประเภท ดังนี้   1.ราษฎรซึ่งเคยได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และมีวัตถุประสงค์ ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม   2.ราษฎรซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในด้านการตลาด การปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตหรือวิธีปฏิบัติหรือวิธีการจัดการในการดำเนินธุรกิจและมีวัตถุประสงค์ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม   3.กลุ่มอาชีพที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่มพร้อมทั้งมีทะเบียนสมาชิกกลุ่มจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน เป็นหลักฐานโดยมีเขตหรืออำเภอหรือหน่วยงานราชการอื่นที่อยู่ในพื้นที่ที่สนับสนุนกลุ่มอาชีพนั้นให้การรับรองเป็นหนังสือ   4.ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีหุ้นส่วนดำเนินงานของห้าง โดยมีหนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมทั้งใบทะเบียนพาณิชย์เป็นหลักฐาน   5.กลุ่มอาชีพหรือองค์กรที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รวมทั้งนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมของราษฎร เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล สมาคมกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ เป็นต้น   6. บุคคลผู้ประกอบอาชีพที่สนับสนุนเกื้อกูลแก่ผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมที่มีขนาดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรสุทธิ (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกินสิบล้านบาท กรณีผู้ประกอบการรายใหม่ต้องมีสัดส่วนการร่วมลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด    ประเภทอุตสาหกรรมที่ให้บริการสินเชื่อ   ง.1 ประเภทอาหาร หมายถึง ผลิตผลทางการเกษตรที่ไม่ใช้บริโภคสด แต่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ทั้งอาหารแปรรูปที่พร้อมบริโภค หรืออาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีกระบวนการแปรรูปหรือผลิตสำเร็จรูปชัดเจน โดยมีเงื่อนไข มีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ   ง.2 ประเภทเครื่องดื่ม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์ประเภทชงละลาย และผลิตภัณฑ์ประเภทชง เช่น น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร ขิงผงสำเร็จรูป ชาใบหม่อน เป็นต้น โดยมีเงื่อนไข มีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ   ง.3 ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย หมายถึง ผ้าทอและผ้าถักจากเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยธรรมชาติผสมเส้นใยสังเคราะห์ เช่น ผ้าแพรวา ผ้าพื้นเมืองทุกประเภท ผ้าถักโครเชต์ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้า เครื่องประดับตกแต่ง ร่างกายทุกประเภทจากวัสดุทุกประเภท เช่น ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู รองเท้า เป็นต้น   ง.4 ประเภทของใช้และเครื่องประดับตกแต่ง หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องเรือน ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้สอยต่าง ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มจักสาน ถักสาน ที่มีวัตถุประสงค์ทุกประเภท เป็นต้น   ง.5 ประเภทศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก หมายถึง ผลิตภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของขวัญของที่ระลึก   ง.6 ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร หมายถึง ผลผลิตจากธรรมชาติที่ไม่ใช่การบริโภคและรักษา เช่น เครื่องสำอางสมุนไพร สบู่สมุนไพร น้ำมันหอมระเหย รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสปาทุกชนิด เป็นต้น   ง.7 ประเภทอื่น ๆ หมายถึง ประเภทอุตสาหกรรมที่มีส่วนในการสนับสนุนหรือต่อเนื่องประเภทอุตสาหกรรมทั้ง 6 ประเภท เช่น กลุ่มงานบริการ ซ่อม เชื่อม กลึง หล่อ ชุบ บรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ เป็นต้น หรือเป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs หรือเกิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ๆ กรณีเข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ต้องจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม    หลักประกันเงินกู้    กรณีบุคคลค้ำประกัน ให้ค้ำประกันเงินกู้ได้เพียงรายเดียว เท่านั้น ตามหลักเกณฑ์ดังนี้   1.วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท ให้ใช้ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ และมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หรือบุคคลที่เชื่อถือได้มีเงินเดือนหรือรายได้ประจำไม่น้อยกว่าเดือนละ 20,000 บาท และมีเงินคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท ไม่น้อยกว่า 1 คน ค้ำประกันเงินกู้ โดยพิจารณาจากเอกสารการเงินย้อนหลัง 3 เดือน  กรณีกลุ่มอาชีพ มีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่ม พร้อมทั้งมีทะเบียนสมาชิกกลุ่มไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนเป็นหลักฐาน โดยผู้ให้การรับรองกลุ่มอาชีพจะต้องเป็นเขตหรืออำเภอ หรือหน่วยงานราชการอื่นที่อยู่ในพื้นที่ที่สนับสนุนกลุ่มอาชีพนั้น ให้การรับรองเป็นหนังสือ ให้กรรมการหรือสมาชิกกลุ่มอาชีพจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้  2.วงเงินกู้เกิน 50,000 ถึง200,000 บาท ให้ดำเนินการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้     2.1 ให้ใช้ผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน โดยผู้ค้ำประกันต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต้องมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 10,000 บาท โดยพิจารณาจากเอกสารการเงินย้อนหลัง 3 เดือน     2.2 ให้ใช้ผู้ค้ำประกัน จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน โดยผู้ค้ำประกันต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจอย่างน้อย 1 คน ซึ่งเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หรือบุคคลที่เชื่อถือได้มีเงินเดือนหรือรายได้ประจำไม่น้อยกว่าเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท โดยพิจารณาจากเอกสารการเงินย้อนหลัง 3 เดือน       การพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลค้ำประกัน ให้เป็นไปตามดุลพินิจที่คณะอนุกรรมการและหรือคณะกรรมการกำหนด    วงเงินให้กู้และระยะเวลาผ่อนชำระคืนเงินกู้   1. วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 2 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้น ไม่เกิน 4 เดือน   2. วงเงินกู้เกิน 50,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 4 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 4 เดือน  3. วงเงินกู้เกิน 100,000 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 6 ปี ระยะเวลาปลอดเงินหนี้ไม่เกิน 12 เดือน    4. วงเงินกู้เกิน 200,000 แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 8 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน  5. วงเงินกู้เกิน 1,000,000 แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 10 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน  หมายเหตุ : การอนุมัติระยะเวลาปลอดหนี้ หรือปลอดเงินต้นให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุมัติ    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน   ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:22"],
    [2057,"94e56e24-548a-4839-ac90-c902c0b4472a","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม","ขอกู้เกิน 200,000 แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-8fa5-4770-8179-c636bdfbda9e",30,0,31,"เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม โดยการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต การจ้างแรงงานในการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การรับซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ และการให้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมแก่ราษฎร และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวใน 6 ประเภท ดังนี้   1.ราษฎรซึ่งเคยได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และมีวัตถุประสงค์ ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม   2.ราษฎรซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในด้านการตลาด การปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตหรือวิธีปฏิบัติหรือวิธีการจัดการในการดำเนินธุรกิจและมีวัตถุประสงค์ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม   3.กลุ่มอาชีพที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่มพร้อมทั้งมีทะเบียนสมาชิกกลุ่มจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน เป็นหลักฐานโดยมีเขตหรืออำเภอหรือหน่วยงานราชการอื่นที่อยู่ในพื้นที่ที่สนับสนุนกลุ่มอาชีพนั้นให้การรับรองเป็นหนังสือ   4.ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีหุ้นส่วนดำเนินงานของห้าง โดยมีหนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมทั้งใบทะเบียนพาณิชย์เป็นหลักฐาน   5.กลุ่มอาชีพหรือองค์กรที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รวมทั้งนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมของราษฎร เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล สมาคมกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ เป็นต้น   6. บุคคลผู้ประกอบอาชีพที่สนับสนุนเกื้อกูลแก่ผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม  อุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมที่มีขนาดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรสุทธิ (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกินสิบล้านบาท กรณีผู้ประกอบการรายใหม่ต้องมีสัดส่วนการร่วมลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด    ประเภทอุตสาหกรรมที่ให้บริการสินเชื่อ   ง.1 ประเภทอาหาร หมายถึง ผลิตผลทางการเกษตรที่ไม่ใช้บริโภคสด แต่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ทั้งอาหารแปรรูปที่พร้อมบริโภค หรืออาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีกระบวนการแปรรูปหรือผลิตสำเร็จรูปชัดเจน โดยมีเงื่อนไขมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ   ง.2 ประเภทเครื่องดื่ม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์ประเภทชงละลาย และผลิตภัณฑ์ประเภทชง เช่น น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร ขิงผงสำเร็จรูป ชาใบหม่อน เป็นต้น โดยมีเงื่อนไข มีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ   ง.3 ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย หมายถึง ผ้าทอและผ้าถักจากเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยธรรมชาติผสมเส้นใยสังเคราะห์ เช่น ผ้าแพรวา ผ้าพื้นเมืองทุกประเภท ผ้าถักโครเชต์ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้า เครื่องประดับตกแต่ง ร่างกายทุกประเภทจากวัสดุทุกประเภท เช่น ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู รองเท้า เป็นต้น   ง.4 ประเภทของใช้และเครื่องประดับตกแต่ง หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องเรือน ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้สอยต่าง ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มจักสาน ถักสาน ที่มีวัตถุประสงค์ทุกประเภท เป็นต้น   ง.5 ประเภทศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก หมายถึง ผลิตภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของขวัญของที่ระลึก   ง.6 ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร หมายถึง ผลผลิตจากธรรมชาติที่ไม่ใช่การบริโภคและรักษา เช่น เครื่องสำอางสมุนไพร สบู่สมุนไพร น้ำมันหอมระเหย รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสปาทุกชนิด เป็นต้น   ง.7 ประเภทอื่น ๆ หมายถึง ประเภทอุตสาหกรรมที่มีส่วนในการสนับสนุนหรือต่อเนื่องประเภทอุตสาหกรรมทั้ง 6 ประเภท เช่น กลุ่มงานบริการ ซ่อม เชื่อม กลึง หล่อ ชุบ บรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ เป็นต้น หรือเป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs หรือเกิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ๆ กรณีเข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ต้องจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม    หลักประกันเงินกู้   กรณีหลักทรัพย์เป็นประกัน ใช้สำหรับทุกวงเงินกู้ ให้ใช้หลักทรัพย์เป็นประกันอย่างใดอย่างหนี่งและหรือหลายอย่างรวมกัน ดังนี้   1. ที่ดิน ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมินของทางราชการ   2. ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก.) ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 60 ของราคาประเมินของทางราชการ   3. สิ่งปลูกสร้าง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด หรือให้เป็นไปตามคู่มือประเมินราคาสิ่งปลูกสร้าง   4. หนังสือค้ำประกันของธนาคาร   5. หลักประกันเสริมที่คณะกรรมการยอมรับเป็นหลักประกัน ในวงเงินที่คณะกรรมการกำหนด    วงเงินให้กู้และระยะเวลาผ่อนชำระคืนเงินกู้   1. วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 2 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้น ไม่เกิน 4 เดือน   2. วงเงินกู้เกิน 50,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 4 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 4 เดือน  3. วงเงินกู้เกิน 100,000 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 6 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน    4. วงเงินกู้เกิน 200,000 แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 8 ปี ระยะเวลาปลอดเงินหนี้ไม่เกิน 12 เดือน  5. วงเงินกู้เกิน 1,000,000 แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 10 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน  หมายเหตุ : การอนุมัติระยะเวลาปลอดหนี้ หรือปลอดเงินต้นให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุมัติ    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน   ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:22"],
    [2058,"94e56e24-57a4-4311-8b02-09421070bfc1","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม","ขอกู้เกิน 500,000 บาท แต่ไมเ่กิน 2,000,000 บาท ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-9356-4b6f-9d15-7e7ab2d69de3",45,0,31,"เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม โดยการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต การจ้างแรงงานในการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การรับซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ และการให้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมแก่ราษฎร และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวใน 6 ประเภท ดังนี้   1.ราษฎรซึ่งเคยได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และมีวัตถุประสงค์ ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม   2.ราษฎรซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในด้านการตลาด การปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตหรือวิธีปฏิบัติหรือวิธีการจัดการในการดำเนินธุรกิจและมีวัตถุประสงค์ที่จะประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม   3.กลุ่มอาชีพที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่มพร้อมทั้งมีทะเบียนสมาชิกกลุ่มจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน เป็นหลักฐานโดยมีเขตหรืออำเภอหรือหน่วยงานราชการอื่นที่อยู่ในพื้นที่ที่สนับสนุนกลุ่มอาชีพนั้นให้การรับรองเป็นหนังสือ   4.ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม มีหุ้นส่วนดำเนินงานของห้าง โดยมีหนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมทั้งใบทะเบียนพาณิชย์เป็นหลักฐาน   5.กลุ่มอาชีพหรือองค์กรที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รวมทั้งนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมของราษฎร เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล สมาคมกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ เป็นต้น   6. บุคคลผู้ประกอบอาชีพที่สนับสนุนเกื้อกูลแก่ผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมที่มีขนาดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรสุทธิ (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกินสิบล้านบาท กรณีผู้ประกอบการรายใหม่ต้องมีสัดส่วนการร่วมลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด    ประเภทอุตสาหกรรมที่ให้บริการสินเชื่อ   ง.1 ประเภทอาหาร หมายถึง ผลิตผลทางการเกษตรที่ไม่ใช้บริโภคสด แต่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ทั้งอาหารแปรรูปที่พร้อมบริโภค หรืออาหารแปรรูปกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีกระบวนการแปรรูปหรือผลิตสำเร็จรูปชัดเจน โดยมีเงื่อนไข มีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ   ง.2 ประเภทเครื่องดื่ม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์ประเภทชงละลาย และผลิตภัณฑ์ประเภทชง เช่น น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร ขิงผงสำเร็จรูป ชาใบหม่อน เป็นต้น โดยมีเงื่อนไข มีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบอาหารและยา (อย.) หรือมีหลักฐานคำขอมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพ (GMP) หรือมาตรฐานอื่นรองรับ   ง.3 ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย หมายถึง ผ้าทอและผ้าถักจากเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยธรรมชาติผสมเส้นใยสังเคราะห์ เช่น ผ้าแพรวา ผ้าพื้นเมืองทุกประเภท ผ้าถักโครเชต์ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้า เครื่องประดับตกแต่ง ร่างกายทุกประเภทจากวัสดุทุกประเภท เช่น ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู รองเท้า เป็นต้น   ง.4 ประเภทของใช้และเครื่องประดับตกแต่ง หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องเรือน ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้สอยต่าง ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มจักสาน ถักสาน ที่มีวัตถุประสงค์ทุกประเภท เป็นต้น   ง.5 ประเภทศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก หมายถึง ผลิตภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นของขวัญของที่ระลึก   ง.6 ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร หมายถึง ผลผลิตจากธรรมชาติที่ไม่ใช่การบริโภคและรักษา เช่น เครื่องสำอางสมุนไพร สบู่สมุนไพร น้ำมันหอมระเหย รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสปาทุกชนิด เป็นต้น   ง.7 ประเภทอื่น ๆ หมายถึง ประเภทอุตสาหกรรมที่มีส่วนในการสนับสนุนหรือต่อเนื่องประเภทอุตสาหกรรมทั้ง 6 ประเภท เช่น กลุ่มงานบริการ ซ่อม เชื่อม กลึง หล่อ ชุบ บรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ เป็นต้น หรือเป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs หรือเกิดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ๆ กรณีเข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ต้องจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม    หลักประกันเงินกู้    กรณีบุคคลค้ำประกัน ให้ค้ำประกันเงินกู้ได้เพียงรายเดียว เท่านั้น ตามหลักเกณฑ์ดังนี้   1.วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท ให้ใช้ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ และมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หรือบุคคลที่เชื่อถือได้มีเงินเดือนหรือรายได้ประจำไม่น้อยกว่าเดือนละ 20,000 บาท และมีเงินคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท ไม่น้อยกว่า 1 คน ค้ำประกันเงินกู้ โดยพิจารณาจากเอกสารการเงินย้อนหลัง 3 เดือน  กรณีกลุ่มอาชีพ มีคณะกรรมการดำเนินงานของกลุ่ม พร้อมทั้งมีทะเบียนสมาชิกกลุ่มไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนเป็นหลักฐาน โดยผู้ให้การรับรองกลุ่มอาชีพจะต้องเป็นเขตหรืออำเภอ หรือหน่วยงานราชการอื่นที่อยู่ในพื้นที่ที่สนับสนุนกลุ่มอาชีพนั้น ให้การรับรองเป็นหนังสือ ให้กรรมการหรือสมาชิกกลุ่มอาชีพจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้  2.วงเงินกู้เกิน 50,000 ถึง200,000 บาท ให้ดำเนินการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้     2.1 ให้ใช้ผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน โดยผู้ค้ำประกันต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต้องมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 10,000 บา โดยพิจารณาจากเอกสารการเงินย้อนหลัง 3 เดือน       2.2 ให้ใช้ผู้ค้ำประกัน จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน โดยผู้ค้ำประกันต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หรือบุคคลที่เชื่อถือได้มีเงินเดือนหรือรายได้ประจำไม่น้อยกว่าเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งเงินเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 5,000 บาท โดยพิจารณาจากเอกสารการเงินย้อนหลัง 3 เดือน       การพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลค้ำประกัน ให้เป็นไปตามดุลพินิจที่คณะอนุกรรมการและหรือคณะกรรมการกำหนด    วงเงินให้กู้และระยะเวลาผ่อนชำระคืนเงินกู้   1. วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 2 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้น ไม่เกิน 4 เดือน   2. วงเงินกู้เกิน 50,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 4 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 4 เดือน  3. วงเงินกู้เกิน 100,000 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายใน 6 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน    4. วงเงินกู้เกิน 200,000 แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 8 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน  5. วงเงินกู้เกิน 1,000,000 แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท กำหนดให้ผ่อนชำระคืนภายในเวลา 10 ปี ระยะเวลาปลอดเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน  หมายเหตุ : การอนุมัติระยะเวลาปลอดหนี้ หรือปลอดเงินต้นให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุมัติ    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน   ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:22"],
    [2059,"95cabdf4-42ba-4e87-8510-de859617253f","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตครอบครองแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-9696-41bd-9e3c-6a8d4fd3839d",11,20,16,"1. แร่ที่ยื่นขอมีไว้ในครอบครองแร่ต้องเป็น   \n  1.1 แร่ที่ได้จากการทำเหมืองตามประทานบัตรรวมถึงแร่อื่นที่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองและสิทธิตามประทานบัตรนั้นสิ้นสุดลง   \n  1.2 แร่ที่ได้จากการทำเหมืองตามประทานบัตรรวมถึงแร่อื่นที่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองและประทานบัตรนั้นสิ้นอายุโดยมิได้ยื่นคำขอต่ออายุ หรือยื่นคำขอต่ออายุแต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุนับแต่วันสิ้นอายุแล้ว   \n  1.3 แร่ในสถานที่เก็บแร่และใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่สิ้นอายุโดยมิได้ยื่นคำขอต่ออายุหรือยื่นคำขอต่ออายุแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุ   \n  1.4 แร่ในสถานที่ซื้อแร่และใบอนุญาตซื้อแร่สิ้นอายุโดยมิได้ยื่นคำขอต่ออายุ หรือยื่นคำขอต่ออายุแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุ   \n  1.5 แร่ที่อยู่ในเขตแต่งแร่หรือเขตโลหกรรมและใบอนุญาตนั้นสิ้นอายุโดยมิได้ยื่นคำขอต่ออายุหรือยื่นคำขอต่ออายุแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุ  \n2. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้มีสิทธิในแร่    \n3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตครอบครองแร่ต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่สิทธิตามประทานบัตรสิ้นสุดลงหรือนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ  \n4. ผู้ขออนุญาตครอบครองแร่ต้องนำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ ปริมาณ และชักตัวอย่างแร่ หากเป็นแร่ที่ต้องทำการวิเคราะห์ต้องได้รับผลวิเคราะห์แร่ ก่อนการรับจดทะเบียนคำขอ กรณีต้องดำเนินการรังวัดหาปริมาณแร่ และ/หรือชักตัวอย่างแร่เพื่อทำการวิเคราะห์ ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ  \n5. พิจารณาเฉพาะสิทธิในการครอบครองแร่เท่านั้น  \n6. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าว                ไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:12:46"],
    [2060,"98369259-0a76-4a10-ae73-1d701ffff1f6","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98245124-6eed-47d6-86e2-2241e701549f",30,20,13,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับช่วงการทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระ \n2. ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ว่าด้วยการเพิ่มเติมชนิดของแร่\nที่จะทำเหมือง การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมือง และการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง พ.ศ. 2558\n3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองประกอบการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง พร้อมแนบแผนผังโครงการทำเหมืองที่ขอเปลี่ยนแปลงทั้งฉบับหรือขอเปลี่ยนแปลงบางส่วน และรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่กรณีที่พบว่าลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งนี้ ในการจัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมือง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ว่าด้วยการจัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมือง\t\n4. กรณีที่ผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับช่วงการทำเหมืองหลายรายที่มีเขตประทานบัตรติดต่อกันและประสงค์จะร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเดียวกันจะต้องขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง\t\n5. กรณีการขอเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมืองจากไม่มีการใช้วัตถุระเบิดเป็นมีการใช้วัตถุระเบิด การขยายพื้นที่การทำเหมืองในพื้นที่กันชนหรือพื้นที่เว้นการทำเหมือง การทำเหมืองเข้าใกล้ทางหลวงหรือทางน้ำสาธารณะในระยะห่างน้อยกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา 68 (3) พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 การทำเหมืองแร่ประเภทโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงตามประกาศที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด และการเปลี่ยนแปลงที่มีการจัดการกากแร่ที่มีโลหะหนักหรือสารพิษจะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน\t\n6. กรณีที่ปริมาณสำรองแร่ที่สามารถทำเหมืองได้มีจำนวนมากกว่าที่ได้แจ้งไว้เดิม ผู้ขออนุญาตจะต้องเสนอเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐเพิ่มเติมให้ครบถ้วน โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด\t\n7. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลทางเทคนิควิชาการตามข้อ 3 ถูกต้องครบถ้วนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการยื่นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง\n8. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง พร้อมทั้งเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขอเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมืองให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n9. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:32:13"],
    [2061,"983662d3-5424-4628-8963-f3f4a5737e0d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9823fa78-30b9-467d-9b8a-72281e2aa13c",30,20,13,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือประทานบัตร หรือผู้รับช่วงการทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระ \n2. ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ว่าด้วยการเพิ่มเติมชนิดของแร่\nที่จะทำเหมือง การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมือง และการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง พ.ศ. 2558\n3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองประกอบการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมือง พร้อมแนบแผนผังโครงการทำเหมืองที่เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับวิธีการทำเหมืองที่ขอเปลี่ยนแปลงใหม่ และรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่กรณีที่พบว่าลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งนี้ ในการจัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ว่าด้วยการจัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมือง\t\n4. กรณีการขอเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมืองที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) ผู้ขออนุญาตจะต้องจัดทำ EIA หรือ EHIA แล้วแต่กรณี เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาก่อน\t\n5. กรณีที่การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมืองเป็นการทำเหมืองใต้ดิน ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามหมวด 6 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 \n6. กรณีที่ปริมาณสำรองแร่ที่สามารถทำเหมืองได้มีจำนวนมากกว่าที่ได้แจ้งไว้เดิม ผู้ขออนุญาตจะต้องเสนอเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐเพิ่มเติมให้ครบถ้วน โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด\t\n7. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลทางเทคนิควิชาการตามข้อ 3 ถูกต้องครบถ้วนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการยื่นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมือง \n8. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นหนังสือเพื่อขอเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมือง พร้อมเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลทางเทคนิควิชาการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้วตามข้อ 7 หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาหนังสือดังกล่าวจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n9. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:31:48"],
    [2062,"98447917-b9d9-4862-bbff-7c112aafc990","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตเพิ่มเติมชนิดของแร่ที่จะทำเหมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98246c23-4881-47d8-8170-aec76a8597bb",30,20,14,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือประทานบัตร หรือผู้รับช่วงการทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระ \n2. ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ว่าด้วยการเพิ่มเติมชนิดของแร่ที่จะทำเหมือง การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมือง และการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมือง พ.ศ. 2558\n3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองประกอบการเพิ่มเติมชนิดแร่ที่จะทำเหมือง พร้อมแนบรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่ แผนผังโครงการทำเหมือง และผลการวิเคราะห์ตัวอย่างแร่ที่ขอเพิ่มเติมชนิดของแร่ที่จะทำเหมือง ทั้งนี้ ในการจัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมือง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ว่าด้วยการจัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมือง\t\n4. กรณีการขอเพิ่มเติมชนิดของแร่ที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) ผู้ขออนุญาตจะต้องจัดทำ EIA หรือ EHIA แล้วแต่กรณี เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาก่อน\t\n5. ผู้ขออนุญาตจะต้องเสนอเงินผลประโยชน์พิเศษเพื่อประโยชน์แก่รัฐเพิ่มเติมจากการเพิ่มชนิดแร่ให้ครบถ้วน โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด\t\n6. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลทางเทคนิควิชาการตามข้อ 3 ถูกต้องครบถ้วนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการยื่นหนังสือขอเพิ่มเติมชนิดแร่ที่จะทำเหมือง \n7. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นหนังสือขอเพิ่มเติมชนิดของแร่ที่จะทำเหมือง พร้อมเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลทางเทคนิควิชาการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ตามข้อ 6 หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n8. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:06:26"],
    [2063,"98529829-6c71-4cc2-9dd8-aa478bb0089a","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98345ad2-bbef-4782-8e5b-39231450e68f",60,0,19,"1. ที่มาของแร่และคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย มีดังนี้ \n  1.1 กรณีแร่ที่ได้มาจากการกระทำหรือกิจกรรมใด ๆ แก่พื้นที่ ซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์หรือเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งแร่นั้นมาตั้งแต่ต้น โดยผู้ที่สามารถครอบครองแร่กรณีดังกล่าว ได้แก่ \n    (1) หน่วยงานของรัฐซึ่งดำเนินโครงการในพื้นที่ของรัฐ และประสงค์จะนำแร่จากการดำเนินโครงการไปใช้ประโยชน์ในโครงการนั้น หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ตามอำนาจหน้าที่ซึ่งเป็นภารกิจของหน่วยงานนั้น\n    (2) ภาคเอกชนซึ่งดำเนินโครงการในพื้นที่ของรัฐ หรือในที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน\n  1.2 กรณีตะกรันซึ่งเกิดจากการประกอบโลหกรรมและมีแร่ชนิดอื่นเจือปนอยู่เกินปริมาณที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศกำหนด โดยผู้ที่สามารถครอบครองแร่กรณีดังกล่าว ได้แก่\n    (1) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรม หรือ\n    (2) เคยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรมและได้ยื่นขออนุญาตครอบครองแร่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตประกอบโลหกรรมสิ้นสุดลง\n  1.3 กรณีแร่ชนิดอื่นที่เป็นผลพลอยได้จากการแต่งแร่ตามใบอนุญาตครอบครองแร่หรือหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย โดยผู้ที่สามารถครอบครองแร่กรณีดังกล่าว ได้แก่\n    (1) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครองแร่ หรือ\n    (2) เป็นผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย\n  1.4 กรณีแร่เปอร์เซ็นต์ต่ำ ซึ่งหมายความว่า แร่ที่ผ่านการแต่งเอาหัวแร่มาแล้วตามใบอนุญาตแต่งแร่แต่ยังมีเปอร์เซ็นต์ของแร่นั้นหรือแร่ชนิดอื่นเหลืออยู่พอที่จะแต่งเอาหัวแร่ได้และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยใช้ระยะเวลาและการลงทุนในการดำเนินการเพิ่มขึ้น โดยผู้ที่สามารถครอบครองแร่กรณีดังกล่าว ได้แก่\n    (1) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตแต่งแร่ หรือ\n    (2) เคยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตแต่งแร่ที่ได้ยื่นขออนุญาตครอบครองแร่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ใบอนุญาตแต่งแร่\nสิ้นสุดลง\n  1.5 กรณีแร่ซึ่งตกเป็นของแผ่นดิน โดยผู้ที่สามารถครอบครองแร่กรณีดังกล่าว คือ ผู้ซื้อแร่ซึ่งตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยแร่\n  1.6 กรณีแร่ที่ประมูลได้จากการขายทอดตลาดของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายอื่น โดยผู้ที่สามารถครอบครองแร่กรณีดังกล่าว คือ ผู้ประมูลแร่ได้จากหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการขายทอดตลาดแร่\n  1.7 กรณีแร่คงเหลือตามหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและประสงค์จะขอครอบครองต่อเนื่อง โดยผู้ที่สามารถครอบครองแร่กรณีดังกล่าว คือ ผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย\n2. ผู้ขออนุญาตครอบครองแร่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ ปริมาณ และชักตัวอย่างแร่ หากเป็นแร่ที่ต้องทำการวิเคราะห์ต้องได้รับผลวิเคราะห์แร่ กรณีต้องดำเนินการรังวัดหาปริมาณแร่ และ/หรือชักตัวอย่างแร่เพื่อทำการวิเคราะห์ ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ\n3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n4. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:29:30"],
    [2064,"98586647-4d2b-4c2f-87bc-42c37ade9062","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป ยกเว้นแร่ยิปซัมและแร่แอนไฮไดรต์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","983466cb-50c8-4cff-bffb-3536e15f4e8e",11,0,11,"1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป มีดังนี้\n\t1.1 กรณีเป็นบุคคลธรรมดา \n\t\t(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร \n\t\t(2) เป็นสมาชิกของสภาการเหมืองแร่\n\t\t(3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยถูกยกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่การยกเลิกหรือเพิกถอนนั้นพ้นกำหนด 12 เดือนแล้ว และไม่ต้องโทษฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 24 เดือน\n\t1.2 กรณีเป็นนิติบุคคล\n\t\t(1) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร \n\t\t(2) เป็นสมาชิกของสภาการเหมืองแร่ เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปเป็นนิติบุคลที่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ\n\t\t(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยถูกยกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่การยกเลิกหรือเพิกถอนนั้นพ้นกำหนด 12 เดือนแล้ว และไม่ต้องโทษฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 24 เดือน\n2. ชนิดและสภาพของแร่ที่ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป มีดังนี้\n\t2.1 สินแร่ดีบุก\n\t2.2 สินแร่ทองแดง\n\t2.3 สินแร่สังกะสี\n\t2.4 สินแร่เหล็ก\n\t2.5 แร่ที่มีธาตุโคลัมเบียมแทนทาลัม หรือทอเรียม และแร่ชนิดอื่น ๆ ที่มีกัมมันตภาพรังสี\n\t2.6 แร่แมงกานีส\n\t2.7 แร่ฟลูออไรต์\n\t2.8 แร่โดโลไมต์\n\t2.9 แร่แบไรต์\n\t2.10 แร่ไพโรฟิลไลต์\n\t2.11 แร่เฟลด์สปาร์\n\t2.12 แร่ยิปซัม\n        2.13 แร่แอนไฮไดรต์\n        2.14 ดินขาว\n3. แร่ที่ขออนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปต้องเป็นแร่ที่มีถิ่นกำเนิดในราชอาณาจักรและได้ชำระค่าภาคหลวงแร่ถูกต้องครบถ้วนแล้วตามปริมาณแร่ที่จะขอส่งออก\n4. การส่งสินแร่ดีบุกหรือสินแร่กลุ่มโลหะออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป ผู้ยื่นคำขอต้องทำบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐานต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ว่าจะยินยอมชำระค่าภาคหลวงแร่เพิ่ม\n\t4.1 กรณีสินแร่ดีบุก หากปรากฏผลการวิเคราะห์ว่ามีเนื้อโลหะดีบุกเกินกว่าที่ได้ชำระค่าภาคหลวงแร่ไว้\n\t4.2 กรณีสินแร่กลุ่มโลหะซึ่งชำระค่าภาคหลวงแร่ตามปริมาณร้อยละของเนื้อโลหะที่มีอยู่ในสินแร่ หากปรากฏผลการวิเคราะห์ว่ามีเนื้อโลหะเกินกว่าที่ได้ชำระค่าภาคหลวงแร่ไว้\n5. กรณีสินแร่ประเภทโลหะต้องมีการเก็บตัวอย่างเพื่อการวิเคราะห์ โดยผู้ยื่นคำขอเป็นผู้นำเก็บตัวอย่างและออกค่าใช้จ่ายสำหรับการวิเคราะห์ตัวอย่าง\t\n6. ผู้ได้รับใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปต้องแจ้งกำหนดเวลาการส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ปลายทางทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน\n7. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ ณ สถานที่ที่แร่กองเก็บอยู่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน พร้อมทั้งยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n8. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:15:42"],
    [2065,"98589fbc-a062-471e-87c9-756251fefa44","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปกรณีเฉพาะแร่ยิปซัมและแร่แอนไฮไดรต์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98346b65-4ba9-4c03-8def-0443cb0d1ab0",11,0,null,"1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป มีดังนี้\n\t1.1 กรณีเป็นบุคคลธรรมดา \n\t\t(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร \n\t\t(2) เป็นสมาชิกของสภาการเหมืองแร่\n\t\t(3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลไร้ความความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยถูกยกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่การยกเลิกหรือเพิกถอนนั้นพ้นกำหนด 12 เดือนแล้ว และไม่ต้องโทษฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 24 เดือน\n\t1.2 กรณีเป็นนิติบุคคล\n\t\t(1) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร \n\t\t(2) เป็นสมาชิกของสภาการเหมืองแร่ เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปเป็นนิติบุคลที่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ\n\t\t(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยถูกยกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่การยกเลิกหรือเพิกถอนนั้นพ้นกำหนด 12 เดือนแล้ว และไม่ต้องโทษฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 24 เดือน\n2. แร่ที่ขออนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปต้องเป็นแร่ที่มีถิ่นกำเนิดในราชอาณาจักรและได้ชำระค่าภาคหลวงแร่ถูกต้องครบถ้วนแล้วตามปริมาณแร่ที่จะขอส่งออก\n3. กรณีเป็นแร่ยิปซัม\t\t\n\t\t4.1 ผู้ยื่นคำขอต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์การบริหารจัดการแร่ยิปซัมเพื่อการส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด และต้องยื่นเรื่องให้สภาการเหมืองแร่ตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวก่อนการยื่นคำขอต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด\t\n\t\t4.2 ปริมาณและเงื่อนไขการส่งออกแร่ยิปซัมต้องเป็นไปตามนโยบายการบริหารจัดการแร่ยิปซัมของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่\n\t\t4.3 การพิจารณาออกใบอนุญาตส่งแร่ยิปซัมออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป ต้องได้รับหนังสือแจ้งความเห็นจากสภาการเหมืองแร่ก่อนการออกใบอนุญาต\n4. กรณีเป็นแร่แอนไฮไดรต์ ผู้ยื่นคำขอต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด และนำพนักงานเจ้าหน้าที่ไปชักตัวอย่างแร่เพื่อส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขตวิเคราะห์\n5. ผู้ได้รับใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปต้องแจ้งกำหนดเวลาการส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ปลายทางทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน\n6. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ ณ สถานที่ที่แร่กองเก็บอยู่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน พร้อมทั้งยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด\nพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-02-18T16:06:28"],
    [2066,"984cb58e-810b-4960-9d4d-00acb04991fc","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตขนแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98340f08-e199-4c17-ba96-8bcbc0442a29",11,20,12,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ถือประทานบัตร ผู้รับหนังสืออนุญาตให้รับช่วงการทำเหมือง ผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ ผู้รับใบอนุญาตครอบครองแร่ ผู้รับใบอนุญาตแต่งแร่ หรือผู้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรม\n2. แร่ที่ยื่นคำขอให้ออกใบอนุญาตขนแร่ต้องเป็นแร่ ดังต่อไปนี้ \n2.1 แร่ตามชนิด สภาพ และปริมาณ ดังต่อไปนี้ \n(1) แร่ทองคํา \tไม่ว่าจะมีปริมาณเท่าใด\n(2) แร่ดีบุก \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n(3) แร่เหล็ก \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n(4) แร่ทองแดง\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n(5) แร่สังกะสี \tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n(6) แร่พลวง \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n(7) แร่ตะกั่ว \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n(8) แร่แมงกานีส\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n(9) แร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์\t   ปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n(10) แร่อิลเมไนต์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n(11) แร่โมนาไซต์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.2 แร่ตาม 2.1 ต้องชำระค่าภาคหลวงแร่ครบถ้วนแล้วตามสภาพ ชนิด และปริมาณที่ขอขนแร่ หรือได้วางเงินประกันหรือได้จัดให้ธนาคารที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เห็นชอบเป็นผู้ค้ำประกันการชำระค่าภาคหลวงแร่กรณีเป็นการขอขนแร่ไปทำการแต่งหรือประกอบโลหกรรม\n3. เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยของประชาชน สัตว์ พืช และทรัพย์สินผู้ออกใบอนุญาตขนแร่อาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควรไว้ในใบอนุญาตก็ได้ \n4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอใบอนุญาตขนแร่ต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ ณ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่เป็นสถานที่ที่แร่กองเก็บอยู่ โดยต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:11:48"],
    [2067,"984e47a0-62c3-4996-9fee-31d99a489577","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตซื้อแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98341448-bcc1-4abb-9eee-42ba490fc545",11,20,12,"1. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตซื้อแร่ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n1.1 คุณสมบัติ\n(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n(2) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร\n(3) เป็นสมาชิกสภาการเหมืองแร่\n1.2 ลักษณะต้องห้าม\n(1) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n(2) เป็นบุคคลล้มละลาย\n1.3 ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตซื้อแร่เป็นนิติบุคคลจะต้องมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรและเป็นสมาชิกสภาการเหมืองแร่และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n2. แร่ที่ยื่นคำขอให้ออกใบอนุญาตซื้อแร่ต้องเป็นแร่ตามชนิด สภาพ และปริมาณ ดังต่อไปนี้ \n2.1 แร่ทองคํา \tไม่ว่าจะมีปริมาณเท่าใด\n2.2 แร่ดีบุก \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n2.3 แร่เหล็ก \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n2.4 แร่ทองแดง\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.5 แร่สังกะสี \tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n2.6 แร่พลวง \tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n2.7 แร่ตะกั่ว \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n2.8 แร่แมงกานีส\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.9 แร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.10 แร่อิลเมไนต์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.11 แร่โมนาไซต์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่ซื้อแร่ โดยสถานที่ต้องมีความเหมาะสมและสามารถเก็บกองแร่ได้หากไม่สามารถเก็บแร่ได้ต้องขอใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ และซื้อได้เฉพาะแร่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น\n4. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตซื้อแร่ประสงค์จะเก็บกองแร่ไว้ที่อื่น ซึ่งไม่ใช่สถานที่ตามที่ระบุไว้ในคำขอใบอนุญาตซื้อแร่ ให้ผู้ยื่นคำขอบันทึกเหตุผลและความจำเป็นไว้ในคำขอ และให้ยื่นคำขอใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ในคราวเดียวกัน\n5. สถานที่ซื้อแร่ต้องไม่ก่อให้เกิดหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้องไม่ทับซ้อนกับเขตแต่งแร่ เขตโลหกรรม หรือเขตใบอนุญาตอื่น ๆ ของบุคคลอื่น รวมถึง อาคารรับซื้อแร่ต้องมีความมั่นคง แข็งแรง เหมาะสมกับสภาพของชนิดแร่ที่จะรับซื้อ และนำมาเก็บกอง สถานที่รับซื้อแร่เป็นอาณาบริเวณต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ \n6. เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยของประชาชน สัตว์ พืช และทรัพย์สิน \nผู้ออกใบอนุญาตซื้อแร่อาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควรไว้ในใบอนุญาตก็ได้ \n7. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\t\t\t\n8. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:13:39"],
    [2068,"984e8bb3-42ba-4fd0-8352-b1620755f383","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอต่ออายุใบอนุญาตซื้อแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98341cf2-6c55-46a5-9f3b-aeed14b8a4fe",11,20,8,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ที่ยังไม่สิ้นอายุ โดยยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตซื้อแร่ต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ก่อนใบอนุญาตซื้อแร่สิ้นอายุ พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตซื้อแร่และใบอนุญาตฉบับเดิมมาพร้อมกับคำขอ  \n2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาให้ต่ออายุใบอนุญาตซื้อแร่ \n2.1 ผู้ยื่นคำขอไม่เคยต้องโทษฐานไม่จัดทำรายงานหรือจัดทำรายงานเป็นเท็จตามมาตรา 101 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระตามกฎหมายว่าด้วยแร่ หรือเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งตามกฎหมายว่าด้วยแร่ และยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ครบถ้วน\n2.3 ผู้ยื่นคำขอได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตมาโดยถูกต้องครบถ้วน และได้ดำเนินการตามข้อสั่งการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไว้โดยครบถ้วนแล้ว (ถ้ามี)\n2.4 กรณีที่ผู้ยื่นคำขอยังไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตอย่างครบถ้วน ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จโดยไม่มีเหตุอันควรอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต\n2.5 ไม่มีเหตุขัดข้องหรือนโยบายของภาครัฐเป็นอย่างอื่น\n3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตซื้อแร่แล้วให้ถือว่ามีฐานะเสมือนผู้ได้รับใบอนุญาตซื้อแร่\nและให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตซื้อแร่นั้น \n4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:22:49"],
    [2069,"984e9b7a-66be-487f-ad4e-efc56794e239","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอโอนใบอนุญาตซื้อแร่โดยการตกทอด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98341ff3-daca-40b0-b288-4371e0c35bb1",11,20,9,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ซึ่งถึงแก่ความตายเท่านั้น\n2. เมื่อผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ถึงแก่ความตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกมีหนังสือแจ้งชื่อของทายาทที่จะประกอบกิจการแทน พร้อมยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจแร่โดยการตกทอดต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ถึงแก่ความตาย หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวหรือผู้ออกใบอนุญาตซื้อแร่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้โอนใบอนุญาตซื้อแร่โดยการตกทอดให้ถือว่าสิทธิตามใบอนุญาตซื้อแร่นั้นสิ้นสุดลง\n3. ใบอนุญาตซื้อแร่ที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์ขอรับโอนโดยการตกทอด ต้องเป็นใบอนุญาตซื้อแร่ที่มีอายุอยู่ ณ วันที่ยื่นคำขอ\n4. กรณีที่ทายาทของผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่หรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา 90 วัน ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกทำการซื้อแร่ต่อไปได้เสมือนเป็นผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่จนกว่าผู้ออกใบอนุญาตซื้อแร่จะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตซื้อแร่โดยการตกทอด\n5. กรณีทายาทคนหนึ่งคนใดยื่นคำขอภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน ไม่เป็นการตัดสิทธิทายาทคนอื่นหรือผู้จัดการมรดกในการยื่นคำขอในเวลาใด ๆ ก่อนผู้ออกใบอนุญาตซื้อแร่จะอนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตซื้อแร่โดยการตกทอดนั้น\n6. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าว\nไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:09:23"],
    [2070,"98504c30-8f20-4258-9469-75a3963a7188","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98345158-e2bd-449a-a97b-18be0ec028ff",11,20,15,"1. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้\n1.1 เป็นผู้ถือประทานบัตร ซึ่งต้องการเก็บแร่ที่ได้จากการทำเหมืองไว้นอกเขตประทานบัตร\n1.2 เป็นผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้รับช่วงการทำเหมือง ซึ่งต้องการเก็บแร่ที่ได้จากการทำเหมืองไว้นอกเขตประทานบัตร\n1.3 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตซื้อแร่ ซึ่งต้องการเก็บแร่ที่ซื้อไว้นอกสถานที่ซื้อแร่\n1.4 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตแต่งแร่ ซึ่งต้องการเก็บแร่ไว้นอกเขตแต่งแร่\n1.5 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ซึ่งต้องการเก็บแร่ไว้นอกเขตโลหกรรม\n2. แร่ที่ยื่นคำขอให้ออกใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ ต้องเป็นแร่ตามชนิด สภาพ และปริมาณ ดังต่อไปนี้ \n2.1 แร่ทองคํา \tไม่ว่าจะมีปริมาณเท่าใด\n2.2 แร่ดีบุก \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n2.3 แร่เหล็ก \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n2.4 แร่ทองแดง\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.5 แร่สังกะสี \tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n2.6 แร่พลวง \tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n2.7 แร่ตะกั่ว \t\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\t\n2.8 แร่แมงกานีส\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.9 แร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.10 แร่อิลเมไนต์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม \t\n2.11 แร่โมนาไซต์\tปริมาณเกิน 10 กิโลกรัม\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่เก็บแร่ \n4. สถานที่เก็บแร่ต้องไม่ทับซ้อนกับเขตประทานบัตร เขตแต่งแร่ เขตโลหกรรม หรือเขตใบอนุญาตอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และต้องเก็บเฉพาะแร่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต นอกจากนี้ อาคารเก็บแร่ต้องมีความมั่นคง แข็งแรง ชัดเจน เหมาะสมกับสภาพของชนิดแร่ที่จะเก็บกอง ถ้าสถานที่เก็บแร่เป็นอาณาบริเวณต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้\n5. เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยของประชาชน สัตว์ พืช และทรัพย์สิน ผู้ออกใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่อาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควรไว้ในใบอนุญาตก็ได้ \n6. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ โดยต้องยื่นเอกสาร \tหลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสาร\tหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:13:59"],
    [2071,"98509ebc-6507-4898-b508-8c059ea37490","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98342c65-86d1-4614-8528-02dc397b366e",11,20,8,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ที่ยังไม่สิ้นอายุโดยยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่\nต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ก่อนใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่สิ้นอายุ พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่และใบอนุญาตฉบับเดิมมาพร้อมกับคำขอ         \n2. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่แล้วให้ถือว่ามีฐานะเสมือนผู้ได้รับใบอนุญาต               ตั้งสถานที่เก็บแร่ และให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะมีคำสั่ง                ไม่ต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่นั้น\n3. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาให้ต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่\n3.1 ผู้ยื่นคำขอไม่เคยต้องโทษฐานไม่จัดทำรายงานหรือจัดทำรายงานเป็นเท็จตามมาตรา 101 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n3.2 ผู้ยื่นคำขอต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระตามกฎหมายว่าด้วยแร่ หรือเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งตามกฎหมายว่าด้วยแร่ และยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ครบถ้วน\n3.3 ผู้ยื่นคำขอได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตมาโดยถูกต้องครบถ้วน และได้ดำเนินการตามข้อสั่งการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไว้โดยครบถ้วนแล้ว (ถ้ามี)\n3.4 กรณีที่ผู้ยื่นคำขอยังไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตอย่างครบถ้วน ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จโดยไม่มีเหตุอันควร อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต\n3.5 ไม่มีเหตุขัดข้องหรือนโยบายของภาครัฐเป็นอย่างอื่น\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าว                ไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:23:12"],
    [2072,"98524f9d-5ef8-40d6-9c6a-d609898ac905","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอโอนใบอนุญาตครอบครองแร่โดยการตกทอด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98345758-ceae-43d6-a0fb-741d74ec7933",11,20,9,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้รับใบอนุญาตครอบครองแร่ ซึ่งถึงแก่ความตายเท่านั้น\n2. เมื่อผู้รับใบอนุญาตครอบครองแร่ถึงแก่ความตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกมีหนังสือแจ้งชื่อของทายาทที่จะประกอบกิจการแทน พร้อมยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจแร่โดยการตกทอดต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตครอบครองแร่ถึงแก่ความตาย หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวหรือผู้ออกใบอนุญาตครอบครองแร่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้โอนใบอนุญาตครอบครองแร่โดยการตกทอดให้ถือว่าสิทธิตามใบอนุญาตครอบครองแร่นั้นสิ้นสุดลง\n3. ใบอนุญาตครอบครองแร่ที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์ขอรับโอนโดยการตกทอด ต้องเป็นใบอนุญาตครอบครองแร่ที่มีอายุอยู่ ณ วันที่ยื่นคำขอ\n4. กรณีที่ทายาทของผู้รับใบอนุญาตครอบครองแร่หรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา 90 วัน ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกทำการครอบครองแร่ต่อไปได้เสมือนเป็นผู้รับใบอนุญาตครอบครองแร่จนกว่าผู้ออกใบอนุญาตครอบครองแร่จะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตครอบครองแร่โดยการตกทอด\n5. กรณีทายาทคนหนึ่งคนใดยื่นคำขอภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน ไม่เป็นการตัดสิทธิทายาทคนอื่นหรือผู้จัดการมรดกในการยื่นคำขอในเวลาใด ๆ ก่อนผู้ออกใบอนุญาตครอบครองแร่จะอนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตครอบครองแร่โดยการตกทอดนั้น\n6. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:08:57"],
    [2073,"9852bbf8-a39e-4a20-a08f-9683f4dfffeb","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอโอนใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่โดยการตกทอด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98345fd1-b0a0-49a7-a919-2f530c329f41",11,20,9,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ ซึ่งถึงแก่ความตายเท่านั้น\n2. เมื่อผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ถึงแก่ความตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกมีหนังสือแจ้งชื่อของทายาทที่\nจะประกอบกิจการแทน พร้อมยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจแร่โดยการตกทอดต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ถึงแก่ความตาย หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวหรือผู้ออกใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้โอนใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่โดยการตกทอด ให้ถือว่าสิทธิตามใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่นั้นสิ้นสุดลง\n3. ใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์ขอรับโอนโดยการตกทอด ต้องเป็นใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ที่มี\tอายุอยู่ ณ วันที่ยื่นคำขอ\n4. กรณีที่ทายาทของผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่หรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา 90 วัน ให้ทายาท\tหรือผู้จัดการมรดกทำการเก็บแร่ต่อไปได้เสมือนเป็นผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่จนกว่าผู้ออกใบอนุญาตตั้งสถานที่\tเก็บแร่จะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่โดยการตกทอด\n5. กรณีทายาทคนหนึ่งคนใดยื่นคำขอภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน ไม่เป็นการตัดสิทธิทายาทคนอื่นหรือผู้จัดการมรดกในการยื่นคำขอในเวลาใด ๆ ก่อนผู้ออกใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่จะอนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่โดยการตกทอดนั้น\n6. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:09:59"],
    [2074,"9858574f-fc55-4a08-908a-6b6c7591cfd8","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","983463cb-decd-454d-bab2-65e4e9502950",11,20,10,"1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป มีดังนี้\n\t1.1 กรณีเป็นบุคคลธรรมดา \n\t\t(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร \n\t\t(2) เป็นสมาชิกของสภาการเหมืองแร่\n\t\t(3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยถูกยกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่การยกเลิกหรือเพิกถอนนั้นพ้นกำหนด 12 เดือนแล้ว และไม่ต้องโทษฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 24 เดือน\n\t1.2 กรณีเป็นนิติบุคคล\n\t\t(1) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร \n\t\t(2) เป็นสมาชิกของสภาการเหมืองแร่ เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปเป็นนิติบุคลที่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ\n\t\t(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยถูกยกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่การยกเลิกหรือเพิกถอนนั้นพ้นกำหนด 12 เดือนแล้ว และไม่ต้องโทษฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 24 เดือน\n2. ชนิดและสภาพของแร่ที่ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีป มีดังนี้\n2.1 สินแร่ดีบุก\n2.2 โลหะดีบุก (ที่มีส่วนผสมของแร่ดีบุกตั้งแต่ร้อยละ 99.85 ขึ้นไป)\n2.3 แร่ใยหินชนิดไครโซไทล์ (chrysotile)\n2.4 แร่ปรอท\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ ณ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่มีสถานที่ตรวจปล่อยสินค้าของกรมศุลกากรที่มีการนำแร่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือเขตไหล่ทวีปสถานที่แรกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน พร้อมทั้งยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n4. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:15:00"],
    [2075,"985a5572-def5-4e24-9b4c-261ef808778e","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอร่อนแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","983487a5-3134-491e-aef9-94280346f011",2,20,6,"1. ผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ร่อนแร่ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n  1.1 มีสัญชาติไทย\n  1.2 มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่อาศัยในจังหวัดที่จะร่อนแร่\n  1.3 เป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อยกับกระทรวงการคลัง หรือผู้ใหญ่บ้านรับรองว่าเป็นผู้มีรายได้น้อย\n  1.4 ไม่เป็นผู้รับจ้างหรือเป็นตัวแทนทำการร่อนแร่แทนตัวการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกลงโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายในการร่อนแร่เพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น\n2. การร่อนแร่ให้กระทำได้ทุกจังหวัด โดยให้กระทำได้เฉพาะแร่ ดังต่อไปนี้\n  2.1 แร่ดีบุกและแร่อื่นที่เป็นผลพลอยได้จากการร่อนแร่ดีบุก\n  2.2 แร่วุลแฟรมและชีไลต์\n  2.3 แร่ทองคำ\n  2.4 แร่รัตนชาติ\n3. ผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ร่อนแร่ ต้องยื่นใบรับแจ้งการร่อนแร่ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นในท้องที่ที่จะทำการร่อนแร่ โดยแนบเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการรับแจ้งการร่อนแร่ให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ร่อนแร่จะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n4. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:27:20"],
    [2076,"985a6aea-49ec-4bb6-a05b-0235901eab9d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอหนังสืออนุญาตให้ขายแร่เป็นกรณีพิเศษ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98360654-382a-436e-b60f-57da046cde9b",8,20,8,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่กรณีพิเศษเฉพาะรายซึ่งประสงค์จะขายแร่ตามที่ได้รับอนุญาต \n2. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลอื่นสำหรับใช้ประกอบการขอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n3. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:28:56"],
    [2077,"985ab058-e3fc-448b-a333-a9923e23bc59","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอหนังสืออนุญาตให้ขนแร่เป็นกรณีพิเศษ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98360892-4617-47c5-b2dc-deae2e398f23",8,20,10,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ครอบครองแร่กรณีพิเศษเฉพาะรายซึ่งประสงค์จะขอขนแร่ที่ได้รับอนุญาต \n2. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n3. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ เอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:28:19"],
    [2078,"986070fb-34af-40ab-a5b7-5006cdfedf3e","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตขุดหาแร่รายย่อย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98324e6c-fa23-426f-bdf9-6eecbb895efc",31,20,9,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n1.1 บรรลุนิติภาวะ\n1.2 มีสัญชาติไทย\n1.3 มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดซึ่งมีการขุดหาแร่รายย่อย\n1.4 เป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อยกับกระทรวงการคลัง\n1.5 ไม่เป็นผู้รับจ้างหรือเป็นตัวแทนทำการขุดหาแร่รายย่อยแทนตัวการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกลงโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย หรือทำการขุดหาแร่รายย่อยเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น\n2. กรณีการขอใบอนุญาตขุดหาแร่รายย่อยในที่ดินซึ่งบุคคลอื่นมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือที่ดินซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแลของหน่วยงานรัฐผู้ยื่นคำขอต้องมีหลักฐานแสดงความยินยอมจากเจ้าของที่ดินหรือหน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่แล้วแต่กรณีประกอบการยื่นคำขอด้วย\n3. การขุดหาแร่รายย่อยให้กระทำได้ทุกจังหวัด โดยให้กระทำได้เฉพาะแร่และตามขนาดพื้นที่ ดังต่อไปนี้\n3.1 แร่รัตนชาติ ซึ่งเป็นแร่ที่นำมาเจียระไนตกแต่ง หรือแกะสลักเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับมีความงาม ทนทาน  และหายาก เช่น เพชร พลอย เพทาย บุษราคัม โกเมน นิล เป็นต้น จำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 1 งาน\n3.2 แร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินกรวด จำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 1 ไร่\n3.3 แร่หินประดับและหินอุตสาหกรรมที่มีรูปทรงตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อการประดับหรือตกแต่งได้ จำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 1 ไร่\n3.4 แร่หินประดับ ชนิดหินชนวน จำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 1 ไร่\n3.5 แร่ที่นำไปใช้ในงานหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมพื้นบ้าน จำนวนเนื้อที่ไม่เกิน 1 ไร่\n4. ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นในท้องที่ที่จะขอขุดหาแร่รายย่อย โดยผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชน จะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T16:12:12"],
    [2079,"986adc5b-3861-4516-9aae-2290e3bba3f0","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอต่ออายุใบอนุญาตครอบครองแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9834562f-bb4f-4ef6-b719-c850af2f39f4",11,20,8,"1. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตครอบครองแร่ต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตครอบครองแร่ที่ยังไม่สิ้นอายุและมีแร่ที่คงเหลือตามใบอนุญาตครอบครองแร่ โดยให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตครอบครองแร่ต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ก่อนใบอนุญาตครอบครองแร่สิ้นอายุ พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตครอบครองแร่และใบอนุญาตฉบับเดิมมาพร้อมกับคำขอ  \n2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาให้ต่ออายุใบอนุญาตครอบครองแร่\n   2.1 ผู้ยื่นคำขอไม่เคยต้องโทษฐานไม่จัดทำรายงานหรือจัดทำรายงานเป็นเท็จตามมาตรา 101 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n   2.2 ผู้ยื่นคำขอต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระตามกฎหมายว่าด้วยแร่ หรือเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งตามกฎหมายว่าด้วยแร่ และยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ครบถ้วน\n   2.3 ผู้ยื่นคำขอได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตมาโดยถูกต้องครบถ้วน และได้ดำเนินการตามข้อสั่งการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไว้โดยครบถ้วนแล้ว (ถ้ามี)\n   2.4 กรณีที่ผู้ยื่นคำขอยังไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตอย่างครบถ้วน ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จโดยไม่มีเหตุอันควร อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต\n   2.5 ไม่มีเหตุขัดข้องหรือนโยบายของภาครัฐเป็นอย่างอื่น\n3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตครอบครองแร่แล้วให้ถือว่ามีฐานะเสมือนผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครองแร่ และให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตครอบครองแร่นั้น\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-04-05T15:22:22"],
    [2080,"9a0d5b46-9a59-4441-85be-8adef0dfc7c4","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้อาชญาบัตร","บริการทั่วไป","9a0ccab3-11ff-41b1-8eca-031ce24d75e2",106,20,11,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564 \n2. พื้นที่ที่ยื่นขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ต้องไม่เป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี หรือพื้นที่ในเขตการดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 \n3. การยื่นขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ต้องไม่เหลื่อมล้ำทับซ้อนกับคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ หรือคำขอประทานบัตรในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงห้ามยื่นคำขอดังกล่าวเหลื่อมล้ำทับซ้อนกับเขตเนื้อที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตร เว้นแต่\n   (1) ผู้ยื่นคำขอมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินในเขตพื้นที่ตามคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ เขตพื้นที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ หรือเขตพื้นที่อาชญาบัตรพิเศษ \n   (2) ผู้ยื่นคำขอได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษ หรือผู้ถือประทานบัตร ให้ยื่นคำขอประทานบัตรในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้นได้ \n4. กรณีมีการร้องเรียนคัดค้านการขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ต้องมีการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนคัดค้านตามแนวทางปฏิบัติของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อน\n5. กรณีการขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 หรือพื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรี ต้องได้รับอนุญาตผ่อนผันจากคณะรัฐมนตรี\n6. อธิบดีมีอำนาจสั่งยกคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ในกรณีดังต่อไปนี้ \n   (1) ผู้ยื่นคำขอขาดนัดในการนำรังวัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร\n   (2) ผู้ยื่นคำขอละเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งในการดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อออกอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ \n   (3) ผู้ยื่นคำขอกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 4 ตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. 2560 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น\nโดยในกรณีตามข้อ 6 (1) และ 6 (2) จะดำเนินการยกคำขอเมื่อแจ้งเตือนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่จดแจ้งไว้ไม่เกิน 2 ครั้ง\n7. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n8. ให้อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่สิ้นสุดลงก่อนอายุที่กำหนดไว้ในอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ในกรณีดังต่อไปนี้ \n   (1) ผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล\n   (2) ผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่เป็นบุคคลล้มละลาย\n   (3) ผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง\n   (4) ผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ไม่รายงานผลการดำเนินการและการสำรวจที่กระทำไปในรอบระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 44\n   (5) ผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ขอยกเลิกอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่\n   (6) อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเพิกถอนนั้น\n9. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n10. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:13"],
    [2081,"9a0ec671-c622-424a-8c93-7745e31b5741","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออาชญาบัตรพิเศษ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้อาชญาบัตร","บริการทั่วไป","9a0cd310-af0d-40db-b3b8-59a84bf3e468",173,20,12,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้กฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564\n2. พื้นที่ที่ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษต้องไม่เป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี หรือพื้นที่ในเขตการดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n3. การยื่นขออาชญาบัตรพิเศษไม่เหลื่อมล้ำทับซ้อนกับคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ หรือคำขอประทานบัตรในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงห้ามยื่นคำขอดังกล่าวเหลื่อมล้ำทับซ้อนกับเขตเนื้อที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตร เว้นแต่\n   (1) ผู้ยื่นคำขอมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินในเขตพื้นที่ตามคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ เขตพื้นที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ หรือเขตพื้นที่อาชญาบัตรพิเศษ \n   (2) ผู้ยื่นคำขอได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษหรือผู้ถือประทานบัตรให้ยื่นคำขอประทานบัตรในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้นได้ \n4. กรณีมีการร้องเรียนคัดค้านการขออาชญาบัตรพิเศษ ต้องมีการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนคัดค้านตามแนวทางปฏิบัติของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อน\n5. กรณีการขออาชญาบัตรพิเศษในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 หรือพื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรี ต้องได้รับอนุญาตผ่อนผันจากคณะรัฐมนตรี\n6. คำขอที่มีประเด็นเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี นโยบายของภาครัฐ ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการต่อไป\n7. กรณีมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็น ข้อกฎหมาย จะต้องได้ข้อยุติด้านกฎหมายดังกล่าวก่อนดำเนินการ\n8. กรณีการขออาชญาบัตรพิเศษในพื้นที่ของรัฐ ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่\n9. อธิบดีจะดำเนินการยกคำขออาชญาบัตรพิเศษ ในกรณีดังต่อไปนี้\n   (1) ผู้ยื่นคำขอขาดนัดในการนำรังวัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร\n   (2) ผู้ยื่นคำขอละเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งในการดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อออกาชญาบัตรพิเศษ\n   (3) ผู้ยื่นคำขอกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 4 ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น\nโดยในกรณีตามข้อ 9 (1) และ 9 (2) จะดำเนินการยกคำขอเมื่อแจ้งเตือนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่จดแจ้งไว้\nไม่เกิน 2 ครั้ง\n10. ให้อาชญาบัตรพิเศษสิ้นสุดลงก่อนอายุที่กำหนดไว้ในอาชญาบัตรพิเศษ ในกรณีดังต่อไปนี้\n    (1) ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล\n    (2) ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษเป็นบุคคลล้มละลาย\n    (3) ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง\n    (4) ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษไม่รายงานผลการดำเนินการและการสำรวจที่กระทำไปในรอบระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 50\n    (5) ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษขอยกเลิกอาชญาบัตรพิเศษ ตามมาตรา 48\n    (6) อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนอาชญาบัตรพิเศษ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเพิกถอนนั้น\n11. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n12. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n13. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:22"],
    [2082,"9a0ef125-bf78-4d66-b1cf-6d4cfacd5686","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ใต้ดิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","9a0cda65-c7a0-419f-bbf3-808cb73870fa",212,20,31,"1. ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรต้องมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564 \n2. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง \n3. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องไม่เป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี หรือพื้นที่ในเขตการดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n4. การยื่นคำขอประทานบัตรต้องไม่เหลื่อมล้ำทับซ้อนกับคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ หรือคำขอประทานบัตรในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงห้ามยื่นคำขอดังกล่าวเหลื่อมล้ำทับซ้อน กับเขตเนื้อที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตร เว้นแต่\n   (1) ผู้ยื่นคำขอมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินในเขตพื้นที่ตามคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ เขตพื้นที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ หรือเขตพื้นที่อาชญาบัตรพิเศษ \n   (2) ผู้ยื่นคำขอได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษ หรือผู้ถือประทานบัตรให้ยื่นคำขอประทานบัตรในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้นได้ \n5. การทำเหมืองใต้ดินต้องทำในระดับความลึกที่ปลอดภัย โดยพิจารณาจากโครงสร้างทางธรณีวิทยา รวมทั้งวิธีการทำเหมืองตามหลักวิศวกรรมเหมืองแร่ในแต่ละพื้นที่และความปลอดภัยของสิ่งมีชีวิตและทรัพย์สิน\n6. การทำเหมืองใต้ดินที่อยู่ในระดับความลึกจากผิวดินไม่เกินหนึ่งร้อยเมตรผู้ยื่นคำขอประทานบัตรต้องแสดงหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้ขอจะมีสิทธิทำเหมืองในเขตที่ดินนั้น\n7. เขตประทานบัตรทำเหมืองใต้ดินต้องไม่รุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในกรณีที่พบว่าการทำเหมืองใต้ดินบริเวณใดในเขตประทานบัตรจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสำคัญโดยมิอาจแก้ไขหรือฟื้นฟูได้ผู้ออกประทานบัตรสามารถกำหนดเป็นเงื่อนไขในประทานบัตรมิให้ทำเหมืองใต้ดินในบริเวณนั้น\n8. ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองใต้ดินดำเนินการจัดการปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อพัฒนาโครงการทำเหมืองใต้ดิน โดยยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้น\n9. ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรต้องจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเพื่อดำเนินการศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด \n10. เมื่อรังวัดกำหนดเขตพื้นที่ประทานบัตรซึ่งผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเป็นผู้นำรังวัดเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้\n    (1) จัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้ \n        (1.1) ข้อมูลโดยสังเขปแสดงความลึกและมาตรการทางเทคนิคตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n\t(1.2) แผนที่แสดงเขตเหมืองแร่โดยสังเขป พร้อมข้อมูลประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมในบริเวณต่าง ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาตามมาตรา 80 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n\t(1.3) ข้อมูลทางเทคนิคในวิธีการทำเหมืองและแต่งแร่โดยสังเขปพร้อมทั้งทางเลือกทางวิศวกรรมเหมืองแร่ที่มีอยู่โดยทั่วไปและทางเลือกที่ผู้ขอประทานบัตรเห็นสมควรจะนำมาใช้พร้อมเหตุผลของทางเลือกดังกล่าว\n\t(1.4) ข้อมูล แผนผัง ขั้นตอน วิธีการในการทำเหมือง และการแต่งแร่ ที่แสดงถึงมาตรการในการลดผลกระทบหรือรักษาไว้ซึ่งคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่อาจกระทบต่อการดำรงอยู่ของธรรมชาติและชุมชน\n\t(1.5) ข้อเสนอเพื่อการมีส่วนร่วมตรวจสอบการทำเหมืองใต้ดินของตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 86 (2) แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ที่ระบุถึงจำนวนเงินสนับสนุน และระเบียบการตรวจสอบการทำเหมืองที่ผู้ขอประทานบัตรจะเสนอให้ผู้มีสิทธิตรวจสอบการทำเหมืองได้เข้าร่วมตรวจสอบการทำเหมืองตามที่ระบุไว้ในมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n\t(1.6) เส้นทางขนส่ง และแหล่งน้ำที่จะใช้ในโครงการ ทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะพัฒนาขึ้น พร้อมรายละเอียดการใช้สอยตลอดโครงการที่เพียงพอจะประเมินให้เห็นได้ว่าการทำเหมืองใต้ดินโครงการจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของธรรมชาติและชุมชน\n\t(1.7) ข้อเสนอเอาประกันภัยความรับผิดตามมาตรา ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ที่ระบุถึงวงเงินและระยะเวลาเอาประกันภัยไว้โดยชัดเจน\n\t(1.8) แผนการฟื้นฟู การพัฒนา การใช้ประโยชน์ และการเฝ้าระวังผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระหว่างที่มีการทำเหมืองและหลังจากปิดเหมือง\n\t(1.9) การวางหลักประกันเพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ที่ทำเหมืองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง และส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขตตรวจสอบรับรอง (ใช้เวลาในการตรวจสอบ 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานหรือแผนผังแล้วแต่กรณี)\n   (2) กรณีเป็นที่ดินของรัฐ และกรณีพื้นที่ทำเหมืองระดับความลึกไม่เกิน 100 เมตร ให้ยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการทำเหมืองตามระเบียบและกฎหมายของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งและสำเนาหนังสือดังกล่าวให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ภายใน 7 วัน\n   (3) จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี ยื่นต่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และส่งสำเนาหนังสือการยื่นรายงานดังกล่าวให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภายใน 7 วัน ยกเว้นเป็นการขอประทานบัตรชนิดแร่ที่ไม่ต้องจัดทำรายงานดังกล่าว ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\n   (4) จัดทำแนวพื้นที่กันชนการทำเหมืองและข้อมูลพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n   (5) จัดทำรายงานแสดงความคุ้มค่าในทางเศษฐกิจ\n   (6) จัดหนังสือรับรองความเหมาะสมของเทคโนโลยี\n   (7) กรณีผู้ยื่นคำขอประทานบัตรประสงค์จะยื่นคำขอใบอนุญาตเกี่ยวเนื่องกับการทำเหมือง ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร ใบอนุญาตร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเป็นเขตเหมืองแร่เดียวกัน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอไว้ และดำเนินการ เตรียมไว้จนถึงขั้นพร้อมที่จะออกใบอนุญาตเมื่อได้รับประทานบัตรแล้ว\n11. อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะดำเนินการยกคำขอประทานบัตร ในกรณีดังต่อไปนี้ \n   (1) ผู้ยื่นคำขอขาดนัดในการนำรังวัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร\n   (2) ผู้ยื่นคำขอละเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งในการดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อออกประทานบัตร\n   (3) ผู้ยื่นคำขอกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น \n   (4) เมื่อปรากฏว่าแร่ชนิดที่ประสงค์ที่จะเปิดการทำเหมืองในเขตคำขอมีไม่เพียงพอที่จะเปิดการทำเหมืองได้\nโดยในกรณีตามข้อ 11 (1) 11 (2) และ 11 (4) จะดำเนินการยกคำขอเมื่อแจ้งเตือนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่จดแจ้งไว้ไม่เกิน 2 ครั้ง\n12. กรณีมีการร้องเรียนคัดค้านการขอประทานบัตร ต้องมีการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนคัดค้านตามแนวทางการจัดการเรื่องร้องเรียนของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อน\n13. กรณีการขอประทานบัตรทำเหมืองใต้ดินในพื้นที่ของรัฐในกรณีที่พื้นที่ทำเหมืองระดับไม่เกิน 100 เมตร ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่\n14. กรณีมีการยื่นคำขอหลายคำขอ พนักงานเจ้าหน้าที่จะลำดับการนัดหมายให้ผู้ยื่นคำขอมานำรังวัด โดยแจ้งลำดับให้ผู้ขอทราบ\n15. คำขอที่มีประเด็นเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี นโยบายของภาครัฐ ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการต่อไป\n16. กรณีมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมาย จะต้องได้ข้อยุติด้านกฎหมายดังกล่าวก่อนดำเนินการ \n17. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการออกประทานบัตร \n    (1) โครงการเหมืองแร่ต้องมีความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่จะใช้ในการทำเหมืองมีความเหมาะสมหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด\n    (2) มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องมีความเหมาะสมตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด หรือตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบแล้วแต่กรณี\n    (3) แผนการฟื้นฟู การพัฒนา การใช้ประโยชน์พื้นที่จากการทำเหมือง การเฝ้าระวังผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระหว่างที่มีการทำเหมืองและหลังจากปิดเหมือง ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่\n    (4) ไม่มีหนี้สินตามกฎหมายว่าด้วยแร่ค้างชำระ\n18. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561                                    19. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n20. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:07:53"],
    [2083,"9a0f3842-1825-4cb9-b6d2-b62bc501d46d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ประเภทที่ 1","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","9a0cde81-b389-4869-8b0f-45705ff2635f",130,20,31,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564\n2. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง\n3. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องไม่เป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี หรือพื้นที่ในเขตการดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n4. การยื่นขอประทานบัตรต้องไม่เหลื่อมล้ำทับซ้อนกับคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ หรือคำขอประทานบัตรในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงห้ามยื่นคำขอดังกล่าวเหลื่อมล้ำทับซ้อน กับเขตเนื้อที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตร เว้นแต่\n   (1) ผู้ยื่นคำขอมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินในเขตพื้นที่ตามคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ เขตพื้นที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ หรือเขตพื้นที่อาชญาบัตรพิเศษ \n   (2) ผู้ยื่นคำขอได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษ หรือผู้ถือประทานบัตรให้ยื่นคำขอประทานบัตรในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้นได้ \n5. เมื่อรังวัดกำหนดเขตพื้นที่ประทานบัตรซึ่งผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเป็นผู้นำรังวัดเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ \n    (1) จัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนดส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขตตรวจสอบรับรอง (ใช้เวลาในการตรวจสอบ 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานหรือแผนผังแล้วแต่กรณี)\n    (2)\tกรณีเป็นที่ดินของรัฐ ให้ยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการทำเหมืองตามระเบียบและกฎหมายของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และสำเนาหนังสือดังกล่าวให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภายใน 7 วัน\n    (3)\tจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ \n    (4)\tจัดทำแนวพื้นที่กันชนการทำเหมืองและข้อมูลพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n    (5)\tจัดทำรายงานแสดงความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ\n    (6)\tจัดทำหนังสือรับรองความเหมาะสมของเทคโนโลยี \n    (7)\tกรณีผู้ยื่นคำขอประทานบัตรประสงค์จะยื่นคำขอใบอนุญาตเกี่ยวเนื่องกับการทำเหมือง ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร ใบอนุญาตร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเป็นเขตเหมืองแร่เดียวกันพนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอไว้ และดำเนินการเตรียมไว้จนถึงขั้นพร้อมที่จะออกใบอนุญาตเมื่อได้รับประทานบัตรแล้ว\n6. เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่มีอำนาจยกคำขอประทานบัตร ในกรณีดังต่อไปนี้ \n   (1) ผู้ยื่นคำขอขาดนัดในการนำรังวัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร\n   (2) ผู้ยื่นคำขอละเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งในการดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อออกประทานบัตร\n   (3) ผู้ยื่นคำขอกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น\n   (4) เมื่อปรากฏว่าแร่ชนิดที่ประสงค์ที่จะเปิดการทำเหมืองในเขตคำขอมีไม่เพียงพอที่จะเปิดการทำเหมืองได้\nโดยในกรณีตามข้อ 6 (1) 6 (2) และ 6 (4) จะดำเนินการยกคำขอเมื่อแจ้งเตือนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่จดแจ้งไว้ไม่เกิน 2 ครั้ง \n7. กรณีมีการร้องเรียนคัดค้านการขอประทานบัตร ต้องมีการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนคัดค้านตามแนวทางการจัดการเรื่องร้องเรียนของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อน\n8. กรณีการขอประทานบัตรในพื้นที่ของรัฐ จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่\n9. กรณีมีการยื่นคำขอหลายคำขอพนักงานเจ้าหน้าที่จะลำดับการนัดหมายให้ผู้ยื่นคำขอมานำรังวัด โดยแจ้งลำดับให้ผู้ขอทราบ\n10. คำขอที่มีประเด็นเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี นโยบายของภาครัฐ ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการต่อไป\n11. กรณีมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็น ข้อกฎหมาย จะต้องได้ข้อยุติด้านกฎหมายดังกล่าวก่อนดำเนินการ \n12. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการออกประทานบัตร\n    (1) โครงการเหมืองแร่ต้องมีความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่จะใช้ในการทำเหมืองมีความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด\n    (2)\tมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องมีความเหมาะสมตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด หรือตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบแล้วแต่กรณี\n    (3)\tแผนการฟื้นฟู การพัฒนา การใช้ประโยชน์พื้นที่จากการทำเหมือง การเฝ้าระวังผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระหว่างที่มีการทำเหมืองและหลังจากปิดเหมือง ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่\n    (4)\tไม่มีหนี้สินตามกฎหมายว่าด้วยแร่ค้างชำระ\n13. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n14. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n15. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:07:37"],
    [2084,"9a0f5cc5-fbf4-416f-bdf3-543b2b01e5e0","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ประเภทที่ 2 และ 3","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","9a0ce146-fca0-4983-abc3-ccfbabc0e774",205,20,30,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564\n2. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง\n3. พื้นที่ที่ยื่นขอประทานบัตรต้องไม่เป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมหรือพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี หรือพื้นที่ในเขตการดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n4. การยื่นขอประทานบัตรต้องไม่เหลื่อมล้ำทับซ้อนกับคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ หรือคำขอประทานบัตรในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงห้ามยื่นคำขอดังกล่าวเหลื่อมล้ำทับซ้อนกับเขตเนื้อที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ หรือประทานบัตร เว้นแต่\n   (1) ผู้ยื่นคำขอมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินในเขตพื้นที่ตามคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ คำขออาชญาบัตรพิเศษ เขตพื้นที่ตามอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ หรือเขตพื้นที่อาชญาบัตรพิเศษ \n   (2) ผู้ยื่นคำขอได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษ หรือผู้ถือประทานบัตรให้ยื่นคำขอประทานบัตรในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้นได้ \n5. เมื่อรังวัดกำหนดเขตพื้นที่ประทานบัตรซึ่งผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเป็นผู้นำรังวัดเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอประทานบัตรต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ \n   (1) จัดทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนดส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขตตรวจสอบรับรอง (ใช้เวลาในการตรวจสอบ 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานหรือแผนผังแล้วแต่กรณี)\n   (2) กรณีเป็นที่ดินของรัฐ ให้ยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการทำเหมืองตามระเบียบและกฎหมายของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และสำเนาหนังสือดังกล่าวให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ภายใน 7 วัน\n   (3) จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณียื่นต่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และส่งสำเนาหนังสือการยื่นรายงานดังกล่าวให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภายใน 7 วัน ยกเว้นเป็นการขอประทานบัตรชนิดแร่ที่ไม่ต้องจัดทำรายงานดังกล่าว ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\n   (4) จัดทำแนวพื้นที่กันชนการทำเหมืองและข้อมูลพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n   (5) จัดทำรายงานแสดงความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ \n   (6) ผู้ยื่นคำขอจัดทำหนังสือรับรองความเหมาะสมของเทคโนโลยี\n   (7) กรณีผู้ยื่นคำขอประสงค์จะยื่นคำขอใบอนุญาตเกี่ยวเนื่องกับการทำเหมือง ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร ใบอนุญาตร่วมแผนผังโครงการทำเหมืองเป็นเขตเหมืองแร่เดียวกัน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอไว้ และดำเนินการเตรียมไว้จนถึงขั้นพร้อมที่จะออกใบอนุญาตเมื่อได้รับประทานบัตรแล้ว\n6. อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่มีอำนาจสั่งยกคำขอประทานบัตรได้ในกรณีดังต่อไปนี้ \n   (1) ผู้ยื่นคำขอขาดนัดในการนำรังวัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร\n   (2) ผู้ยื่นคำขอละเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งในการดำเนินการตามความจำเป็นเพื่อออกประทานบัตร\n   (3) ผู้ยื่นคำขอกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น\n   (4) เมื่อปรากฏว่าแร่ชนิดที่ประสงค์ที่จะเปิดการทำเหมืองในเขตคำขอมีไม่เพียงพอที่จะเปิดการทำเหมืองได้\nโดยในกรณีตามข้อ 6 (1) 6 (2) และ 6 (4) จะดำเนินการยกคำขอเมื่อแจ้งเตือนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่จดแจ้งไว้ไม่เกิน 2 ครั้ง \n7. กรณีมีการร้องเรียนคัดค้านการขอประทานบัตร ต้องมีการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนคัดค้านตามแนวทางการจัดการเรื่องร้องเรียนของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อน \n8. กรณีการขอประทานบัตรในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 หรือพื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรี ต้องได้รับอนุญาตผ่อนผันจากคณะรัฐมนตรี\n9. กรณีการขอประทานบัตรในพื้นที่ของรัฐ จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่\n10. กรณีมีการยื่นคำขอหลายคำขอ พนักงานเจ้าหน้าที่จะลำดับการนัดหมายให้ผู้ขอมานำรังวัดโดยแจ้งลำดับให้ผู้ยื่นคำขอมานัดรังวัดโดยแจ้งลำดับให้ผู้ขอทราบ\n11. คำขอที่มีประเด็นเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี นโยบายของภาครัฐ ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการต่อไป\n12. กรณีมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็น ข้อกฎหมาย จะต้องได้ข้อยุติด้านกฎหมายดังกล่าวก่อนดำเนินการ \n13. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการออกประทานบัตร \n    (1)\tโครงการเหมืองแร่ต้องมีความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่จะใช้ในการทำเหมืองมีความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด\n    (2)\tมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องมีความเหมาะสมตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่กำหนด หรือตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบแล้วแต่กรณี\n   (3) แผนการฟื้นฟู การพัฒนา การใช้ประโยชน์พื้นที่จากการทำเหมือง การเฝ้าระวังผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระหว่างที่มีการทำเหมือง และหลังจากปิดเหมือง ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแร่\n    (4)\tไม่มีหนี้สินตามกฎหมายว่าด้วยแร่ค้างชำระ\n14. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n15. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n16. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:07:46"],
    [2085,"9a0f606c-5514-4157-92cd-6d7caef5b74b","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอต่ออายุประทานบัตรทำเหมืองแร่ประเภทที่ 1","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","9a0ce3b7-5bf5-4ab4-809b-5903d8a3b7af",120,20,27,"1. ผู้ถือประทานบัตรที่ประสงค์จะขอต่ออายุประทานบัตร ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรนั้นตั้งอยู่ก่อนวันที่ประทานบัตรจะสิ้นอายุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน  \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564\n3. กรณีประทานบัตรมิได้ตั้งอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตรดำเนินการ ดังนี้ \n(1) กรณีเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้อื่น ต้องแสดงหลักฐานการได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินให้ใช้ที่ดินเพื่อทำการเหมืองในเขตพื้นที่ที่ยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตรตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตประทานบัตร  \n(2) กรณีที่ดินอยู่ในความครอบครองของหน่วยของรัฐ ให้ดำเนินการยื่นขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการทำเหมืองต่อหน่วยงานนั้น เว้นแต่ขณะที่ยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตรใบอนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่สิ้นอายุ  \n4. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำเอกสารดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาให้ต่ออายุประทานบัตร                                      (1) รายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศกำหนดโดยให้อยู่ในฉบับเดียวกัน \n(2) รายงานการประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้แนบท้ายประทานบัตร                                                                                            \n(3) แผนที่แสดงพื้นที่ตามประทานบัตรที่ผ่านการทำเหมืองแล้วและพื้นที่ที่ยังไม่ผ่านการทำเหมือง\n(4) บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการวางหลักประกันการฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมืองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการแร่กำหนด\n5. ผู้ยื่นคำขอต้องเสนอผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนด (ถ้ามี) \n6. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ต่ออายุประทานบัตร \n(1) รายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่ แผนผังโครงการทำเหมือง และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบ หรือรายงานการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการต่ออายุประทานบัตรที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่กรณี ต้องมีความ สอดคล้องกัน    \n(2) การทำเหมืองที่ผ่านมาผู้ถือประทานบัตรได้ปฏิบัติตามแผนผังโครงการทำเหมือง มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขกำหนดไว้แนบท้ายประทานบัตรและหรือได้ดำเนินการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไว้ครบถ้วนถูกต้อง \n(3) โครงการเหมืองแร่ต้องมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศกำหนด       \n(4) เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำเหมืองต้องมีความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศกำหนด \n(5) ผู้ถือประทานบัตรต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระตามกฎหมายว่าด้วยแร่ \n7. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n8. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใดพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสาร \nหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด   \n9. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:07:06"],
    [2086,"9a10e7ed-7f02-4359-93cb-ed13cc283a2d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอต่ออายุประทานบัตรทำเหมืองแร่ประเภทที่ 2 และ 3","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","9a0ce5d7-f160-4dea-b3d4-f68afe19c142",247,20,27,"1. ผู้ถือประทานบัตรที่ประสงค์จะขอต่ออายุประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ 2 การทำเหมืองประเภทที่ 3 และการทำเหมืองใต้ดินตามหมวด 6 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรนั้นตั้งอยู่ ก่อนวันที่ประทานบัตรจะสิ้นอายุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 180 วัน    \n2. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตรต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร \n3. กรณีประทานบัตรมิได้ตั้งอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตร ดำเนินการดังนี้      \n(1) กรณีเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้อื่น ต้องแสดงหลักฐานการได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินให้ใช้ที่ดินเพื่อการทำเหมืองในเขตพื้นที่ที่ยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตร ตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตประทานบัตร  \n(2) กรณีเป็นที่ดินอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ให้ดำเนินการยื่นขออนุญาตเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อการ\nทำเหมืองต่อหน่วยงานนั้น เว้นแต่ ขณะที่ยื่นคำขอต่ออายุประทานบัตรใบอนุญาตเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่สิ้นอายุ \n4. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำเอกสารดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาให้ต่ออายุประทานบัตร\n(1) รายงานลักษณะทางธรณีวิทยาแหล่งแร่และแผนผังโครงการทำเหมืองตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศกำหนด\n(2) รายงานการประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการป้องกันกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตาม เงื่อนไขที่กำหนดไว้แนบท้ายประทานบัตรสำหรับโครงการเหมืองแร่ที่ได้รับการ ยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือ                                       (3) รายงานการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ต่ออายุประทานบัตรตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศกำหนด หรือ                                                                        (4) รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนดสำหรับโครงการทำเมืองที่ต้องขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี หรือ                                                                    \n(5) รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนด สำหรับโครงการทำเหมืองที่ต้องขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี                                                       (6) แผนที่แสดงพื้นที่ตามประทานบัตรที่ผ่านการทำเหมืองแล้วและพื้นที่ที่ยังไม่ผ่านการทำเหมือง                                \n(7) บันทึกข้อตกลงว่าจะวางหลักประกันการฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมืองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง    ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการแร่กำหนด และจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินที่คณะกรรมการกำหนด\n5. ผู้ยื่นคำขอต้องเสนอผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนด (ถ้ามี) \n6. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ต่ออายุประทานบัตร                                                                     (1) รายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่ แผนผังโครงการทำเหมือง และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบ หรือรายงานการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการต่ออายุประทานบัตรที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ให้ความเห็นชอบแล้วแต่กรณีต้องมีความสอดคล้องกัน \n(2) การทำเหมืองที่ผ่านมาผู้ถือประทานบัตรได้ปฏิบัติตามแผนผังโครงการทำเหมือง มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่ง \nแวดล้อม เงื่อนไขที่กำหนดไว้แนบท้ายประทานบัตร และหรือได้ดำเนินการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไว้ครบถ้วนถูกต้อง \n(3) โครงการเหมืองแร่ต้องมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศ \nกำหนด \n(4) เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำเหมืองต้องมีความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศ กำหนด \n(5) ผู้ถือประทานบัตรต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระตามกฎหมายว่าด้วยแร่ \n7. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำหนดขั้น ตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n8. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือ\nยังขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n9. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ สำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:07:14"],
    [2087,"9a10f32e-2be3-4d98-ab7d-d14bcd9c7537","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอโอนประทานบัตรทำเหมืองแร่ประเภทที่ 1","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","9a0ce7de-c39e-4874-a061-7bbf9b645300",113,20,13,"1. ผู้ถือประทานบัตรที่ประสงค์จะโอนประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ 1 ให้ผู้ถือประทานบัตรและผู้ประสงค์จะรับโอนประทาน บัตรยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรนั้นตั้งอยู่\n2. ผู้รับโอนประทานบัตรต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้ถือประทานบัตร ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการ \nออกอาชญาบัตรประทานบัตร \n3. กรณีผู้ถือประทานบัตรตายให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ถือประทานบัตรยื่นคำขอรับโอนประทานบัตรต่อเจ้าพนักงาน อุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรตั้งอยู่ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือประทานบัตรตาย เมื่อยื่นคำขอโอนประทานบัตรดังกล่าวแล้ว ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกทำเหมืองต่อไปได้เสมือนเป็นผู้ถือประทานบัตรจนกว่าผู้ออกประทานบัตรจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการโอนประทานบัตรนั้น \n4. กรณีผู้ถือประทานบัตรถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ให้ผู้อนุบาลของผู้ถือประทานบัตรยื่นคำขอรับโอนประทานบัตรต่อ เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรตั้งอยู่ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถเมื่อยื่นคำขอโอนประทานบัตรดังกล่าวแล้ว ให้ผู้อนุบาลทำเหมืองต่อไปเสมือนเป็นผู้ถือประทานบัตรจนกว่าผู้ออกประทานบัตร \nจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการโอนประทานบัตรนั้น \n5. กรณีประทานบัตรตั้งอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลอื่นผู้ขอรับโอนประทาน บัตรต้องแสดงหลักฐานการได้รับความยินยอมจากผู้มีสิทธิในที่ดินนั้น \n6. กรณีประทานบัตรตั้งอยู่ที่ดินซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐให้ผู้ขอรับโอนประทานบัตรแสดงหลักฐานการ ยื่นคำขออนุญาตเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการทำเหมืองจากหน่วยงานนั้น\n7. ผู้ขอโอนประทานบัตรต้องจัดทำรายงานการประเมินปริมาณแร่ทั้งหมดที่สามารถทำเหมืองได้ตลอดอายุ ประทานบัตรที่เหลือ \nยกเว้น โอนประทานบัตรในกรณี ดังต่อไปนี้ \n(1) การโอนให้แก่บิดามารดา สามี ภริยา หรือผู้สืบสันดานของผู้ขอโอนประทานบัตรเอง \n(2) การโอนโดยการตกทอด \n(3) การโอนในกรณีผู้ถือประทานบัตรถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ\n8. ผู้ขอรับโอนประทานบัตรต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงการวางหลักประกันการฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมืองและเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากการทำเหมืองตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการแร่กำหนด\n9. เงื่อนไขการอนุญาตให้โอนประทานบัตร \n(1) การทำเหมืองที่ผ่านมา ผู้ถือประทานบัตรต้องได้ปฏิบัติตามแผนผังโครงการทำเหมืองหรือมาตรการ ป้องกันและแก้ไข    ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขที่กำหนดไว้แนบท้ายประทานบัตรหรือได้ ืดำเนินการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งการไว้ (ถ้ามี) โดยครบถ้วน \n(2) ผู้ถือประทานบัตรต้องไม่มีหนี้สินตามกฎหมายว่าด้วยแร่ค้างชำระ \n10. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือสำหรับประชาชนไม่ใช้บังคับกับกรณีตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n11. ผู้ขอโอนประทานบัตรต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยัง ขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ขอโอนจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้อง \nและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n12. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจ สอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:55"],
    [2088,"9a111963-9bd6-498c-b758-f5e59eee6c6c","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอโอนประทานบัตรทำเหมืองแร่ประเภทที่ 2 และ 3","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ให้ประทานบัตร","บริการทั่วไป","9a0cee50-db72-4eed-94b2-bce950f2a57f",173,20,13,"1. ผู้ถือประทานบัตรที่ประสงค์จะโอนประทานบัตรการทำเหมืองประเภทที่ 2 การทำเหมืองประเภทที่ 3 และการทำเหมืองใต้ดินตาม หมวด 6 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ให้ผู้ถือประทานบัตรและผู้ประสงค์จะรับโอนประทานบัตรยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงาน อุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรนั้นตั้งอยู่ \n2. ผู้รับโอนประทานบัตรต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้ถือประทานบัตรตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร\n3. กรณีผู้ถือประทานบัตรตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ถือประทานบัตรยื่นคำขอรับโอนประทานบัตรต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรตั้งอยู่ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือประทานบัตรตาย เมื่อยื่นคำขอโอนประทานบัตรดังกล่าวแล้ว ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกทำเหมืองต่อไปได้เสมือนเป็นผู้ถือประทานบัตรจนกว่าผู้ออกประทานบัตรจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการโอนประทานบัตรนั้น\n4. กรณีผู้ถือประทานบัตรถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ให้ผู้อนุบาลของผู้ถือประทานบัตรยื่นคำขอรับโอนประทานบัตรต่อ เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ที่ประทานบัตรตั้งอยู่ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความ     \nสามารถ เมื่อยื่นคำขอโอนประทานบัตรดังกล่าวแล้ว ให้ผู้อนุบาลทำเหมืองต่อไปได้เสมือน เป็นผู้ถือประทานบัตรจนกว่าผู้ออกประทานบัตรจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการโอนประทานบัตรนั้น \n5. กรณีประทานบัตรตั้งอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลอื่นผู้ขอรับโอนประทาน บัตรต้องแสดงหลักฐานการได้รับความยินยอมจากผู้มีสิทธิในที่ดินนั้น \n6. กรณีประทานบัตรตั้งอยู่ในที่ดินซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐให้ผู้ขอรับโอนประทานบัตร แสดงหลักฐาน การยื่นคำขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์เพื่อการทำเหมืองจากหน่วยงานนั้น \n7. ผู้ขอโอนประทานบัตรต้องจัดทำรายงานการประเมินปริมาณแร่ทั้งหมดที่สามารถทำเหมืองได้ตลอดอายุประทานบัตรที่เหลือ ยกเว้น การโอนประทานบัตรในกรณี ดังต่อไปนี้ \n(1) การโอนให้แก่บิดามารดา สามี ภริยา หรือผู้สืบสันดานของผู้ขอโอนประทานบัตรเอง\n(2) การโอนโดยการตกทอด\n(3) การโอนในกรณีผู้ถือประทานบัตรถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ\n8. ผู้ขอรับโอนประทานบัตรต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงการวางหลักประกันการฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมืองและเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากการทำเหมืองตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการแร่กำหนดและจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อชีวิต ร่างกายและ ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินที่คณะกรรมการแร่กำหนด \n9. เงื่อนไขในการอนุญาตให้โอนประทานบัตร \n   (1) การทำเหมืองที่ผ่านมาผู้ถือประทานบัตรต้องได้ปฏิบัติตามแผนผังโครงการทำเหมืองมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเงื่อนไขที่กำหนดไว้แนบท้ายประทานบัตรหรือได้ดำเนินการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งการได้ (ถ้ามี) โดยครบถ้วน \n   (2) ผู้ถือประทานบัตรต้องไม่มีหนี้สินตามกฎหมายว่าด้วยแร่ค้างชำระ\n10. ระยะเวลาดำเนินการตามคู่มือประชาชนไม่ใช้บังคับกรณีตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 \n11. ผู้ขอโอนประทานบัตรต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยัง ขาดเอกสารหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ขอโอนจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด \n12. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:10:02"],
    [2089,"9a115954-75e1-4282-9bc8-e29dbe16426b","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตแต่งแร่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a0d1111-67a2-4560-93f3-a02bc49818dc",63,20,13,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยการกำหนด คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาตประกอบโลหกรรม  \n2. กรณีการแต่งแร่ที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: \nEIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการ กิจการหรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง \n(Environmental and Health Impact Assessment: EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผู้ขออนุญาตจะต้องดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรายงานดังกล่าวโดยครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ\n3. กรณีเขตแต่งแร่อยู่ในที่ดินของรัฐจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ก่อนการรับจดทะเบียนคำขอ\n4. กรณีที่ดินที่จะใช้ตั้งสถานที่เพื่อการแต่งแร่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐให้แนบหลักฐานการอนุญาตให้เข้าใช้ ประโยชน์ในที่ดินเพื่อตั้งสถานที่แต่งแร่จากหน่วยงานนั้น ๆ \n5. กรณีที่ดินที่จะใช้ตั้งสถานที่เพื่อการแต่งแร่อยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งผู้ยื่น\nคำขอประสงค์ให้มีเขตแต่งแร่ไม่เต็มพื้นที่ให้รังวัดเฉพาะส่วนที่จะกำหนดเป็นเขตแต่งแร่ หรือกรณีที่ดินดังกล่าวมิใช่ที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินให้กำหนดเขตสถานที่แต่งแร่โดยการรังวัด ทั้งนี้ ให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมรังวัดพร้อมกับการยื่นคำขอและเป็นผู้นำรังวัด \n6. ผู้ออกใบอนุญาต พิจารณาดังต่อไปนี้                                                                                            6.1 การแต่งแร่ที่กระทำโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธี ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เสนออธิบดี \n     พิจารณา\n     (1) วิธีการลอยแร่ (Flotation)\n     (2) วิธีการทางเคมี เช่น การละลายด้วยความร้อนและตกผลึกใหม่ (Recrystallization) \n     (3) วิธีการอื่นที่อธิบดีเห็นชอบ                                                                                                 \n6.2 การแต่งแร่ที่กระทำโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธี ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเสนอผู้มีอำนาจพิจารณา\n     (1) วิธีการโม่ การบด หรือการย่อยแร่ หรือการคัดขนาดแร่ รวมทั้งการล้างแร่ด้วยน้ำ\n     (2) วิธีการแยกแร่โดยอาศัยความแตกต่างของความถ่วงจำเพาะ เช่น ใช้รางล้างแร่ (Lanchute) จิ๊ก (jig)    \n     (3) โต๊ะแยกแร่ (Shaking Table) ฮัมฟรีย์สไปราล (Humphrey’s Spiral) หรือไซโคลน (Cyclone) เป็นต้น\n     (4) วิธีการแยกแร่ด้วยแม่เหล็ก (Magnetic Separation)\n     (5) วิธีการแยกแร่ด้วยไฟฟ้าสถิต หรือไฟฟ้าแรงสูง (Electrostatic or High Tension Separation)\n7. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าว ไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n8. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ \nเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:10:51"],
    [2090,"9a0cc3e5-6737-403d-a3b3-b617a9a96b5d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออาชญาบัตรสำรวจแร่","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","ให้อาชญาบัตร","บริการทั่วไป","9a0cc108-8df2-4743-9ea8-5c17cf43851c",11,20,8,"1. การยื่นขออาชญาบัตรสำรวจแร่ต้องไม่เป็นพื้นที่ในเขตการดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัย เกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญบัตรและประทานบัตร พ.ศ. 2564\n   (1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ \n   (2) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร \n   (3) เป็นสมาชิกของสภาการเหมืองแร่ \n   (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย \n3. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหลักฐานใด เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n4. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:29"],
    [2091,"9a12cb9d-42fc-4480-86c3-d5e041d348f1","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตเริ่มการแต่งแร่/การแจ้งการแต่งแร่ใหม่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","9a0d162a-2c8e-479b-9246-e5c8997edc8d",33,20,4,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตแต่งแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. ผู้ขออนุญาตต้องก่อสร้างโรงแต่งแร่ให้เป็นไปตามแผนผังและวิธีการแต่งแร่ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ให้ ความเห็นชอบไว้\n3. กรณีการแต่งแร่ที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง(Environmental and Health Impact Assessment: EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ขออนุญาตจะต้องดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรายงานดังกล่าว โดยครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ                                                            4. กรณีผู้ที่พึ่งได้รับใบอนุญาตก่อนเริ่มการแต่งแร่ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งเป็นหนังสือต่อผู้มีอำนาจอนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และเมื่อได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจากผู้มีอำนาจอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินการแต่งแร่ได้ กรณีการแจ้งแต่งแร่ใหม่ คือ ผู้ที่แจ้งหยุดการแต่งแร่ชั่วคราว หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการแต่งแร่ เมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้มีอำนาจอนุญาตให้ดำเนินการแต่งแร่\n5. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลการขออนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสาร หลักฐานดังกล่าว     \nไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n6. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ \nเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:00"],
    [2092,"9a12d74c-41bf-408c-b0e5-965e6e27158f","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอต่ออายุใบอนุญาตแต่งแร่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a0d1837-6068-436d-b051-cc66eaa6a208",33,20,8,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตแต่งแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. การยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแต่งแร่ต้องยื่นก่อนใบอนุญาตแต่งแร่สิ้นอายุ \n3. การยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตแต่งแร่ต้องเป็นไปตามหมวด 1 ของประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการต่ออายุและการโอนใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาตประกอบโลหกรรม\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระตามกฎหมายว่าด้วยแร่ \n5. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n6. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:07:31"],
    [2093,"9a12ea87-452c-4218-98bd-94f5043adffd","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการแต่งแร่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a0d2527-14ac-460f-a9b6-0c65c30db4b9",28,20,14,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตแต่งแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการแต่งแร่ให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่และต้องเป็นไปตาม ประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการ \nแต่งแร่ การหยุดแต่งแร่ชั่วคราว การแจ้งแต่งแร่ใหม่และการเลิกแต่งแร่ \n3. กรณีการแต่งแร่ที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: \nEIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการ กิจการหรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmentaland Health Impact Assessment: EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผู้ขออนุญาตจะต้องดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรายงานดังกล่าวโดยครบถ้วนและถูกต้อง ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ                                                                        4. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำแผนผังและวิธีการแต่งแร่ในส่วนที่ขอเปลี่ยนแปลง \n5. การเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการแต่งแร่ หมายถึง\n   (1) การขยายหรือลดเขตแต่งแร่\n   (2) การเปลี่ยนแปลงวิธีการแต่งแร่\n   (3) การขอเพิ่มชนิดแร่ที่จะทำการแต่งแร่\n   (4) การเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งแร่ ที่ทำให้วิธีการผลิตหรือกำลัง การผลิตเปลี่ยนแปลง หรือสร้าง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ\n   (5) การเปลี่ยนแปลงบ่อกักเก็บหางแร่หรือบ่อเกรอะกรองน้ำขุ่นข้น\n   (6) การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือวิธีการทิ้งมูลดินทราย\n6. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขออนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าว ไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด                                                                             7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:48"],
    [2094,"9a2d0aee-983e-4e37-894a-2c709d263ff6","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98246499-4042-4bb2-afed-e8b9e02acd70",20,20,7,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับช่วงการทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 \n2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร และการนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ พ.ศ. 2561 หมวด 1 \n3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต ตรวจสอบพื้นที่ กรณีต้องมีการรังวัดผู้ยื่นคำขอจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการรังวัด และปฏิบัติตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร และการนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ พ.ศ. 2561\n4. การขอจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตรในที่ดินซึ่งอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐ หรือในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลอื่น ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่\n5. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตรให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n6. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:10:32"],
    [2095,"9a2d418f-01bd-4649-8553-06cdc3fe83ea","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","982466ba-2211-401f-9b9d-8d62a18b7b42",25,20,7,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับช่วงการทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\t\n2. ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตรและการนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ พ.ศ. 2561 หมวด 2 \n3. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นหนังสือขออนุญาตนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ และต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต ตรวจสอบปริมาณมูลแร่หรือมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ พร้อมเอกสารหลักฐาน โดยปฏิบัติตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตจัดตั้งสถานที่ทิ้งหรือเก็บมูลดินทรายนอกเขตประทานบัตร และการนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมือง พ.ศ. 2561\n4. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบหนังสือขออนุญาตนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาหนังสือดังกล่าว จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n5. การนำมูลแร่หรือมูลดินทรายออกจากเขตเหมืองแร่จะต้องไม่กระทบต่อแผนการฟื้นฟูที่กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม\t\n6. ผู้ขออนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมการนำมูลดินทรายออกนอกเขตเหมืองแร่ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด\n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:08:09"],
    [2096,"9a2d4e19-effb-4daf-8e49-ca5ea284f175","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอรับใบแทนอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98321c4b-1027-4905-9908-fbebc9fed41f",3,20,8,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ถืออาชญาบัตรสำรวจแร่ อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ ประทานบัตร หรือใบอนุญาตอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 ที่ประสงค์จะขอรับใบแทนอาชญาบัตรสำรวจแร่ อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ ประทานบัตร หรือใบอนุญาตอื่น ๆ เนื่องจากเอกสารฉบับจริงชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลาย\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบแทนอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561\n3. กรณีอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลาย ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการ ดังนี้\n\t3.1 กรณีอาชญาบัตรสำรวจแร่หรือใบอนุญาตขุดหาแร่รายย่อย ให้ยื่นคำขอรับใบแทนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น\n\t3.2 กรณีอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ ประทานบัตรทุกประเภท หรือใบอนุญาตอื่น ๆ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ให้ยื่นคำขอรับใบแทนต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน ข้อมูลประกอบเหตุผลการขอรับใบแทนอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตอื่น ๆ ให้ถูกต้องและครบถ้วน และหากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:08:01"],
    [2097,"9a2d57b7-eb3f-482a-b861-e897a424949c","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตเปิดการทำเหมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9832222f-ab37-4d47-8852-3b6db078d4f5",20,20,10,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับช่วงการทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\t\n2. ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเหตุขัดข้องในการเปิดการทำเหมือง การหยุดการทำเหมือง ระยะเวลา การตรวจสอบ การขออนุญาตหยุดการทำเหมือง และการขออนุญาตเปิดการทำเหมือง พ.ศ. 2560 หมวด 1 \n3. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบหนังสือขออนุญาตเปิดการทำเหมืองให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาหนังสือดังกล่าวจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\t\n4. กรณีที่ต้องใช้วัตถุระเบิดในการทำเหมืองจะต้องได้รับใบอนุญาต ซื้อ มี และใช้วัตถุระเบิด\t\n5. ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามแผนผังโครงการทำเหมืองมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขการอนุญาตประทานบัตรที่กำหนดให้ต้องดำเนินการก่อนเปิดการทำเหมือง\t\n6. ในการตรวจสอบการอนุญาตเปิดการทำเหมืองให้ผู้ขออนุญาตพร้อมวิศวกรควบคุมเป็นผู้นำตรวจ\t\n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:08:52"],
    [2098,"9a2d59ec-158e-494f-ae45-96220eb2418b","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตหยุดการทำเหมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98322897-2096-4b95-ad30-aa173c4d6432",20,20,7,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับช่วงการทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560  \n2. ผู้ถือประทานบัตรที่ไม่สามารถเปิดการทำเหมืองได้ภายใน 1 ปี หรือผู้ที่ประสงค์จะหยุดการทำเหมืองทั้งหมดหรือบางส่วนให้แจ้งการขออนุญาตหยุดการทำเหมืองเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่\n3. ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเหตุขัดข้องในการเปิดการทำเหมือง การหยุดการทำเหมือง ระยะเวลา การตรวจสอบ การขออนุญาตหยุดการทำเหมือง และการขออนุญาตเปิดการทำเหมือง พ.ศ. 2560 หมวด 2 \n4. ผู้ขออนุญาตจะต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขตตรวจสอบพื้นที่ ทั้งนี้ สภาพพื้นที่จะต้องมีความปลอดภัย \n5. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน ข้อมูลประกอบเหตุผลการขออนุญาตหยุดการทำเหมืองให้ถูกต้องและครบถ้วน และหากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n6. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:08:43"],
    [2099,"9a2d5b1e-f1ea-4ee6-8075-229d0c73057a","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตรับช่วงการทำเหมือง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98322c74-6e9f-4a27-b78c-a488224d39bf",11,20,10,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ถือประทานบัตรที่ประสงค์จะให้ผู้อื่นรับช่วงการทำเหมือง ทั้งนี้ ผู้รับช่วงการทำเหมืองต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกอาชญาบัตรและประทานบัตร เช่นเดียวกับผู้ถือประทานบัตร\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการอนุญาตรับช่วงการทำเหมืองและการเลิกรับช่วงการทำเหมือง พ.ศ. 2561\n3. ผู้ยื่นคำขอและผู้รับช่วงการทำเหมืองจะต้องลงลายมือชื่อในแบบคำขอต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับคำขอ\n4. ผู้รับช่วงต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบพื้นที่ ให้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่จะรับช่วงการทำเหมือง\n5. กรณีการขออนุญาตให้มีการรับช่วงการทำเหมืองเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของเขตประทานบัตร ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่รังวัดเพื่อกำหนดเขตประทานบัตรที่จะให้รับช่วงการทำเหมืองโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรังวัด\n6. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใดพนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n7. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:08:17"],
    [2100,"9a2d5db5-9571-47ab-ac74-74988a5c4727","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอใบอนุญาตประกอบโลหกรรม (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98325511-c33f-4e15-a00b-8369a3b2fb9e",53,20,15,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาต\nประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2560 \n2. การประกอบโลหกรรมต้องเป็นประเภทที่ควบคุม ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การประกอบโลหกรรมที่ควบคุม พ.ศ. 2563  \n3. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรม ตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับการขอและการออกใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาตประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2561 หมวด 2 ส่วนที่ 1 ข้อ 24\n4. กรณีการประกอบโลหกรรมที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmental and Health Impact Assessment: EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี จะต้องได้รับแจ้งความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อนรับจดทะเบียนคำขอ\n5. กรณีเขตโลหกรรมอยู่ในที่ดินของรัฐจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ก่อนการรับจดทะเบียนคำขอ\n6. กรณีที่ตั้งเขตโลหกรรมไม่มีโฉนดที่ดิน น.ส.3 หรือ น.ส.3ก. ต้องมีการรังวัดกำหนดเขตโลหกรรม ซึ่งผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีการนำรังวัดกำหนดเขตและออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการก่อนการรับจดทะเบียนคำขอ\n7. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n8. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:10:40"],
    [2101,"9a2d5f87-2ef5-4ab2-a66f-634ff3b9e60a","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขออนุญาตเริ่มประกอบโลหกรรม/การแจ้งประกอบโลหกรรมใหม่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","983268b8-472b-4015-a92a-b0b97419be2b",12,20,2,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. ผู้ขออนุญาตต้องก่อสร้างโรงประกอบโลหกรรมให้เป็นไปตามแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรมที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ให้ความเห็นชอบไว้\n3. กรณีการประกอบโลหกรรมที่มีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmental and Health Impact Assessment: EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ขออนุญาตจะต้องดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรายงานดังกล่าวโดยครบถ้วนและถูกต้อง \n4. กรณีผู้ที่พึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ก่อนเริ่มประกอบโลหกรรม ผู้ขออนุญาตต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ก่อน จึงจะดำเนินการประกอบโลหกรรมได้ (มาตรา 112 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และคำสั่งกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ที่ 181/2560) \nกรณี การแจ้งประกอบโลหกรรมใหม่ คือ ผู้ที่แจ้งหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราว หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรม เมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่แล้วจึงจะประกอบโลหกรรมใหม่ได้ (มาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และคำสั่งกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ที่ 181/2560)\n5. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขออนุญาติให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n6. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:07"],
    [2102,"9a2d61e0-f6ff-4bda-9d01-236165a05962","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","98326d51-6362-4e21-aeb7-afc7edb8de6e",31,20,7,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. การยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมต้องยื่นก่อนใบอนุญาตประกอบโลหกรรมสิ้นอายุตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n3. การยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมต้องเป็นไปตามหมวด 1 ของประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการต่ออายุและการโอนใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาตประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2560 \n4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:07:22"],
    [2103,"9a2d649f-0937-4f55-8fec-835269f22c91","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอโอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม  และการขอโอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรมโดยการตกทอด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","983270d1-087c-4eac-b10b-7fb5ba513caa",21,20,16,"1. ผู้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรมต้องเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. ผู้รับโอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรมต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาตประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2560 \n3. การโอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรมต้องเป็นไปตามหมวด 2 ของประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการต่ออายุและการโอนใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาตประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2560 กรณีขอรับโอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรมโดยการตกทอดต้องเป็นไปตามหมวด 3 ของประกาศดังกล่าว\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบคำขอให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n5. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:10:09"],
    [2104,"9a2d6687-2ef6-4c1f-bf3c-0ddda7e4b3c0","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การแจ้งหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","98327864-c48b-4102-b942-f2e7041904b3",6,0,2,"1. ผู้แจ้งหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราวต้องเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. ผู้แจ้งหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราวที่ประสงค์จะหยุดดำเนินการประกอบโลหกรรมมากกว่า 120 วัน ต้องแจ้งหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราวต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ โดยผู้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรมไม่ต้องจัดส่งรายงานการประกอบโลหกรรมนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ได้แจ้ง แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบโลหกรรม และชำระค่าธรรมเนียมรายปี เป็นไปตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรม การหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราว การแจ้งประกอบโลหกรรมใหม่ และการเลิกประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2560 \n3. ผู้แจ้งหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราวต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขออนุญาติให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้แจ้งหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราวจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n4. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:11:09"],
    [2105,"9a2d6831-f695-413b-a908-3b388e30bba5","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การเลิกประกอบโลหกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","98328126-d019-4925-8dce-f4e4c21f94b2",12,0,2,"1. ผู้ขออนุญาตแจ้งเลิกประกอบโลหกรรมต้องเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. ผู้รับใบอนุญาตประกอบโลหกรรม อาจแจ้งเลิกประกอบโลหกรรมได้ เมื่อไม่มีหนี้สินค้างชำระหรือภาระผูกพันอื่น ๆ พร้อมได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบโลหกรรมครบถ้วนแล้ว ให้เป็นไปตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรม การหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราว การแจ้งประกอบโลหกรรมใหม่ และการเลิกประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2560 \n3. ผู้ขออนุญาตแจ้งเลิกประกอบโลหกรรมต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขออนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ขออนุญาตแจ้งเลิกประกอบโลหกรรมจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n4. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:11:02"],
    [2106,"9a2d7299-adb6-43b4-95c9-6072ae9bcca0","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่","การขอเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9832868c-b9d1-4640-8fbc-cc6d510b44d1",48,20,14,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ถือใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560\n2. การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรมให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ และต้องเป็นไปตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรม การหยุดประกอบโลหกรรมชั่วคราว การแจ้งประกอบโลหกรรมใหม่ และการเลิกประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2560 \n3. กรณีการเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรมที่ส่งผลให้เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมิน\nผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmental  and Health Impact Assessment: EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี หรือการเปลี่ยนแปลงแผนผังและวิธีการประกอบ\nโลหกรรมที่กระทบต่อสาระสำคัญในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เคยได้รับความเห็นชอบไว้เดิม จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อนการรับจดทะเบียนคำขอ \n4. ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำแผนผังและวิธีการประกอบโลหกรรมในส่วนที่ขอเปลี่ยนแปลง โดยให้เป็นไปตามประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับการขอและการออกใบอนุญาตแต่งแร่และใบอนุญาต\nประกอบโลหกรรม พ.ศ. 2561  หมวด 2 ส่วนที่ 1 ข้อ 24\n5. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลประกอบการขออนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วน หากเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือยังขาดเอกสารหรือหลักฐานใด พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n6. การนับระยะเวลาของขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-29T16:09:40"],
    [2107,"94e56e23-97e9-424c-a4b9-dea93b120c4a","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอขยายระยะเวลาในการกักเก็บสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในบริเวณโรงงาน (สก.1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-b2ff-4c33-8de3-6d17a3d98568",20,0,8,"ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ/ขยายกิจการโรงงาน หรือเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ต้องไม่ครอบครองสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไว้ภายในโรงงานเกินระยะเวลา 90 วันหากเกินกว่าระยะเวลาที่กําหนดไว้ ต้องยื่นคำขอขยายระยะเวลาในการกักเก็บสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในบริเวณโรงงาน (สก.1) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม และต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 อย่างเคร่งครัด    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:52:47"],
    [2108,"94e56e23-9a59-4a5a-a1fb-e9ddcc80320d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน (สก.2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-b624-4066-9ff3-f864990f4a62",21,0,20,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ/ขยายกิจการโรงงาน หรือเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ที่ประสงค์จะนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานต้องยื่นคำขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกบริเวณโรงงาน (สก.2) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยต้องกรอกข้อมูลในแบบคำขออนุญาตฯ ให้ถูกต้องครบถ้วน และสอดคล้องกับเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา   ผลวิเคราะห์วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 10 สามารถแยกเป็นกรณีได้ ดังนี้       ผลวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นทั้งหมดของสิ่งเจือปน (Total Concentration Analysis) ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548    กรณีที่จะใช้วัสดุที่ไม่ใช้แล้วเป็นเชื้อเพลิงทดแทนและเชื้อเพลิงผสม (รหัสกำจัด 041 และ 042) ซึ่งมาจากหน่วยการผลิตที่ไม่ทราบชนิดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและ/หรือค่าความร้อนแน่ชัด ต้องมีผลวิเคราะห์ค่าความร้อนสุทธิ (Net Calorific Value หรือ Lower Heating Value) ในหน่วยกิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม    กรณีที่จะใช้วัสดุที่ไม่ใช้แล้วเป็นวัตถุดิบทดแทน (รหัสกำจัด 044) ต้องมีผลวิเคราะห์มลสารโดยน้ำหนัก ในรูปออกไซด์ของ 4 ธาตุหลัก (Si, Al, Fe, Ca)    กรณีที่บำบัด/กำจัดโดยใช้รหัสกำจัด 061 066 และ 065 ต้องมีผลวิเคราะห์น้ำเสีย ต้องมีพารามิเตอร์ตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 7 มิ.ย. 2560    กรณีบำบัด/รีไซเคิลน้ำมันปนน้ำที่อยู่ในรูปอิมัลชัน ได้แก่Coolant และ Emulsify liquid (รหัสของเสีย 12 01 08, 12 01 09 และ 13 08 02) ผลวิเคราะห์น้ำเสียที่จำเป็นต้องวิเคราะห์พารามิเตอร์อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ค่าบีโอดี ค่าซีโอดี น้ำมันและไขมัน ทีดีเอส ความเป็นกรดและด่าง และค่าความร้อนสุทธิ                     3. กรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นแบบคำขออนุญาต สก.2 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องแนบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ของเอกสารใน               ตามตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 10 และข้อ 11 เฉพาะกรณีตามรูปแบบและขนาดไฟล์ตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด?    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-05-12T14:22:58"],
    [2109,"94e56e23-9dae-4a80-bc22-b3a672020f2a","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","หนังสือขอความเห็นชอบการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วภายในบริเวณโรงงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d35-ba2e-4d5d-8d50-e55829f1db92",21,0,14,"?เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ/ขยายกิจการโรงงาน หรือเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ที่ประสงค์จะจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วภายในบริเวณโรงงาน ต้องยื่นหนังสือขอความเห็นชอบการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วภายในบริเวณโรงงานพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม   เอกสารเพิ่มเติมตามวิธีการจัดการของเสีย ตามตารางรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 14 มีหลักเกณฑ์ดังนี้       การหมักทำปุ๋ยหรือเป็นสารปรับปรุงคุณภาพดิน (เฉพาะเศษชิ้นส่วนพืชและสัตว์ กากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เกษตรแปรรูป และกระดาษ รวมถึงขี้เถ้า)         ผลวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นทั้งหมด และค่าน้ำสกัดของของเสีย เฉพาะของเสียจากอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ และขี้เถ้าจากถ่านหิน     ผลวิเคราะห์ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) เฉพาะของเสียประเภทขี้เถ้าทุกชนิด     ผลการวิเคราะห์ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ.2548เป็นต้น (ถ้ามี)     ผลการทดลอง บทความหรืองานวิจัยทางวิชาการที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุน (ถ้ามี)     หนังสือรับรอง/หนังสือให้ความเห็นในการนำไปใช้ประโยชน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น (ถ้ามี)            ถมที่/ถมบ่อดิน/ถมบ่อน้ำ (เฉพาะเศษกระเบื้อง ดิน หิน ปูน ทราย คอนกรีต ซีเมนต์ ที่ไม่เป็นของเสียอันตรายและไม่เป็น Designated waste รวมถึงตะกอนจากระบบผลิตน้ำใช้อุตสาหกรรม)         วัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่จะนำไปถมที่ลุ่มควรจะมีคุณสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงกับวัสดุธรรมชาติในลักษณะมวลหยาบ มวลละเอียด เช่น กรวด หิน ดิน ทราย     ผลวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นทั้งหมด และค่าน้ำสกัดของของเสีย เฉพาะตะกอนจากระบบผลิตน้ำใช้อุตสาหกรรม     แผนผังแสดงขอบเขตโรงงานตามใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) พร้อมระบุตำแหน่งบริเวณพื้นที่ ที่จะนำของเสียไปถมที่ลุ่ม ภาพถ่ายบริเวณที่จะถมพื้นที่     รายละเอียดการคำนวณปริมาตรของพื้นที่รองรับของเสีย พร้อมทั้งระบุปริมาณของเสียทั้งหมดที่คาดว่าจะนำไปถมที่ในบริเวณดังกล่าว และระยะเวลาในการดำเนินการ     มาตรการรองรับผลกระทบอื่นๆ เช่น มาตรการการป้องกันการฟุ้งกระจายจากการขนส่งเคลื่อนย้าย และรวมถึงการถมที่ซึ่งจะต้องมีการปิดทับด้วยวัสดุป้องกันการฟุ้งกระจาย            เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตไอน้ำ         รายละเอียดของ Boiler     เชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พร้อมสัดส่วน     ระบบบำบัดมลพิษทางอากาศที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน     ผลการตรวจสอบ ทดสอบ การใช้ของเสียเป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำจากผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่ขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรตรวจทดสอบหม้อไอน้ำ ที่มีการระบุเลขทะเบียนหม้อไอน้ำ อัตราการใช้เชื้อเพลิง (ของเสีย) รวมทั้งผลการตรวจสอบระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ เป็นต้น     เอกสารรับรองความปลอดภัยการใช้หม้อไอน้ำ ของการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกตามที่เสนอ ที่มีการระบุเลขทะเบียนหม้อไอน้ำ พร้อมทั้งให้มีการลงนามโดยวิศวกรตามข้อบังคับของสภาวิศวกร     วิธีการจัดการกากที่เหลือจากการเผาไหม้            การฝังกลบ         ผลวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นทั้งหมด และค่าน้ำสกัดของของเสีย     ผลวิเคราะห์ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของของเสีย     แบบแปลนหลุมฝังกลบของเสีย ประกอบด้วย ระบบกันซึม ระบบการตรวจสอบการรั่วไหล ระบบระบายก๊าซและระบบบำบัดน้ำเสียตามความเหมาะสมของชนิดหรือประเภทของของเสียนั้นๆ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งให้มีการลงนามโดยวิศวกรตามข้อบังคับของสภาวิศวกร     รายละเอียดการคำนวณปริมาตรของพื้นที่รองรับของเสีย พร้อมทั้งระบุปริมาณของเสียทั้งหมดที่คาดว่าจะนำไปฝังกลบในบริเวณดังกล่าว และระยะเวลาในการดำเนินการ     มาตรการรองรับผลกระทบอื่นๆ เช่น มาตรการการป้องกันการฟุ้งกระจายจากการขนส่งเคลื่อนย้าย     ทั้งนี้ การฝังกลบของเสียไม่อันตราย จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การฝังกลบของเสียของโรงงานที่ไม่เข้าข่ายของเสียอันตราย และการฝังกลบอันตรายจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์หลุมฝังกลบอย่างปลอดภัยสำหรับของเสียที่เป็นของเสียอันตรายซึ่งผ่านการทำลายฤทธิ์หรือปรับเสถียรและทำก้อนแข็งมาแล้ว            การเผาของเสียอันตราย         แบบแปลนเตาเผา และระบบเกี่ยวเนื่องต่างๆ เช่น ระบำบัดมลพิษทางอากาศ การจัดการน้ำเสีย การนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ประโยชน์ การจัดการกากที่เหลือจากการเผาไหม้ พร้อมทั้งให้มีการลงนามโดยวิศวกรตามข้อบังคับของสภาวิศวกร     รายละเอียดการคำนวณเตาเผา และระบบเกี่ยวเนื่องต่างๆ     มาตรการรองรับผลกระทบอื่นๆ เช่น มาตรการการป้องกันการฟุ้งกระจายจากการขนส่งเคลื่อนย้าย     ค่ามาตรฐานมลพิษทางอากาศ จะต้องเป็นไปตาม ประกาศ อก. เรื่องกำหนดค่าปริมาณสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องเตาเผาสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นอันตรายจากอุตสาหกรรม พ.ศ. 2545 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2545            การทำอิฐบล็อก         ผลวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นทั้งหมด และค่าน้ำสกัดของของเสีย     ผลการทดลอง บทความหรืองานวิจัยทางวิชาการที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุน (ถ้ามี)     วิธีการจัดการกากที่เหลือจากการทำอิฐบล็อก รวมถึงอิฐบล็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน                    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-21T09:08:41"],
    [2110,"94e56e23-e61b-4724-969c-03d7996e779d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การประเมินราคาเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-2a76-4a29-a3e6-511eafc6fa90",30,0,8,"1. เครื่องจักรที่นำมาขอประเมินราคา ต้องเป็นเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรไว้แล้วเท่านั้น (ยกเว้นผู้ขอฯ เป็นหน่วยงานราชการ)  2. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอประเมินฯ (อ.8/10) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ  3. เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้  4. การนับวันรวมของการประเมินราคาเครื่องจักร แยกนับวันตามจำนวนและที่ตั้งเครื่องจักร ดังนี้*          4.1 จำนวนเครื่องจักร  1 ถึง 10 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดปริมณฑล (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) ระยะเวลา 30 วันทำการ          4.2 จำนวนเครื่องจักร 1 ถึง 30 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด นอกจากที่กำหนดในข้อ 3.1 ระยะเวลา 40 วันทำการ          4.3 จำนวนเครื่องจักร  31 ถึง  90 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 50 วันทำการ          4.4 จำนวนเครื่องจักร  91 ถึง 180 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 60 วันทำการ          4.5 จำนวนเครื่องจักรมากกว่า 180 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 90 วันทำการ                - กรณียื่นคำขอที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง* ระยะเวลาดำเนินการจะขึ้นอยู่กับจำนวนและที่ตั้งเครื่องจักรข้างต้น                - กรณียื่นคำขอที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด (สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด) ระยะเวลาดำเนินการจะขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องจักร    5. การนับวันรวมของการประเมินราคาเครื่องจักร จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว    6. การยื่นคำขอ              - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือ*ยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (อ้างอิง มาตรา 7  พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ) ในกรณีการยื่นคำขอกับสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง*               - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้               - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ              - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น              - กรณีที่ต้องใช้เอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อประกอบการพิจารณา โดยผู้ยื่นคำขอไม่ได้นำมาแสดงประกอบคำขอ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น เจ้าหน้าที่จะแจ้งหน่วยงานราชการที่เป็นผู้ออกเอกสารนั้น ให้จัดส่งข้อมูลหรือสำเนาเอกสารมาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณามาให้ เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์ที่จะนำเอกสารราชการนั้นมาแสดงด้วยตนเอง ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอ              - ภายหลังการลงรับคำขอฯ ในระบบของสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางหรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดแล้ว เครื่องจักรที่ขอประเมินราคาจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หากพบว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงตามเอกสาร/หลักฐานประกอบการพิจารณา หรือไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางหรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดอาจจะพิจารณาปฏิเสธคำขอต่อไป    7. การพิจาณา         ในการตรวจสอบเครื่องจักร/ ตรวจสอบข้อมูลของเครื่องจักรกับเอกสารคำขอฯ/ ประเมินราคาเครื่องจักร/ จัดทำรายละเอียดเครื่องจักร/ลงบันทึก               - เมื่อมีการลงรับคำขอจดทะเบียนฯ ในระบบแล้ว เครื่องจักรที่ขอประเมินราคา จะต้องผ่านการตรวจสอบรายละเอียดของเครื่องจักรโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อเท็จจริงเพื่อความถูกต้อง และตรงตามเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาประกอบการพิจารณา               - หากคำขอที่ไม่ได้รับการนัดและตรวจสอบเครื่องจักร ณ สถานประกอบการให้แล้วเสร็จ ภายใน 15 วันทำการ นับตั้งแต่วันยื่นคำขอ จะถือว่าคำขอนั้นถูกละทิ้ง แต่หากมีการนัดหมายภายหลังและทำให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรเกินวันทำการที่กำหนด เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องทำการบันทึกการนัดร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร หากการนัดดังกล่าวนั้นทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป                - โดยหากมีความประสงค์จะเลื่อนวันนัดหมายการตรวจเครื่องจักร ผู้ยื่นคำขอสามารถกระทำได้ ดังนี้                      1) มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและลงเลขรับเรื่องที่ฝ่ายบริหารทั่วไป                      2) บันทึกชี้แจงในเอกสารคำขอฯ พร้อมลงลายมือชื่อและวันที่รับรองไว้                     - ในการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเครื่องจักร จะต้องตรงกับรายละเอียดเอกสารคำขอ เอกสารแสดงรายละเอียดเครื่องจักร ผังการวางเครื่องจักร เอกสารรายละเอียดส่วนประกอบเครื่องจักร ภาพถ่ายเครื่องจักร และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักร               - ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคําขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ขอทราบ เพื่อให้การประเมินราคาเครื่องจักรมีความสมบูรณ์ถูกต้อง ผู้ขออาจขอแก้ไขรายการที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำขอและเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงการขอส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่อง โดยเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องบันทึกข้อบกพร่อง ตลอดจนวันนัดส่งมอบการแก้ไขที่สมบูรณ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร หากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าวของผู้ขอนั้นทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป    8. การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ               - เมื่อนายทะเบียนเครื่องจักรได้ประเมินราคาเครื่องจักรที่ได้เคยจดทะเบียนเครื่องจักรไว้ให้กับผู้ขอและได้ออกรายงานการประเมินราคาเครื่องจักรแล้ว ซึ่งถือว่าสิ้นสุดกระบวนการประเมินราคาฯ สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางหรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาและลงนามแล้วเสร็จ","2023-06-12T10:45:29"],
    [2111,"96250400-a6cf-4c7a-8cd9-2df7d6df4363","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งเพิ่มจำนวน เปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร แต่ไม่ถึงขั้นขยายโรงงาน หรือการเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงานหรือการก่อสร้างอาคารโรงงานเพิ่มขึ้นใหม่ ตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-6470-44d3-9700-802383358b43",30,1500,13,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 \nเมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเพิ่มจำนวน เปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต เครื่องจักรที่ใช้เป็นเครื่องต้นกำลัง เครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดมลพิษ หรือมาตรการป้องกันหรือลดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือพลังงานของเครื่องจักรเป็นอย่างอื่นอันทำให้เครื่องจักรมีกำลังแรงม้ารวมลดลงหรือเพิ่มขึ้นแต่ไม่ถึงขั้นขยายโรงงาน หรือ เป็นการเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงานออกไป หรือก่อสร้างอาคารโรงงานเพิ่มขึ้นใหม่เพื่อประโยชน์แก่ กิจการของโรงงานนั้นโดยตรงอันทำให้เนื้อที่ของอาคารโรงงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ห้าร้อยตารางเมตรขึ้นไปในกรณีเนื้อที่โรงงานมีไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไปในกรณีเนื้อที่ของโรงงานมีเกินกว่าสองพันตารางเมตร   ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 30วัน นับแต่วันที่ดำเนินการดังกล่าว","2024-05-02T11:01:37"],
    [2112,"96250cb5-03f1-41aa-9015-ada2f4cc98fd","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอย้ายเครื่องจักรบางส่วนที่ติดตั้งในโรงงานไปยังสถานที่อื่นเพื่อประกอบกิจการโรงงานเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 26","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-747f-4d85-a717-59493aadac5e",30,0,19,"1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 \n2. ต้องยื่นคำขอย้ายเครื่องจักรบางส่วนที่ติดตั้งในโรงงานไปยังสถานที่อื่น เพื่อประกอบกิจการโรงงานเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งแผนผังและรายละเอียดอื่นแสดงเหตุผลประกอบการพิจารณาด้วย\n3. การอนุญาตให้ย้ายเครื่องจักรไปประกอบกิจการโรงงานสามารถอนุญาตได้ตามระยะเวลาที่ระบุในคำขอ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำสั่ง และพนักงานเจ้าหน้าที่อาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติด้วย กรณีมีความจำเป็นต้องประกอบกิจการเกินกว่าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ให้ทำการขอขยายระยะเวลาก่อนระยะเวลานั้นสิ้นสุดลง และการอนุญาตขยายระยะเวลาต่อไปได้ไม่เกินหนึ่งปี  \n4. ผู้ยื่นหนังสือแจ้งขอย้ายเครื่องจักรชั่วคราว ต้องเป็นผู้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด ณ กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ตามพื้นที่เขตที่โรงงานตั้งอยู่\n5. กรณีขอย้ายเครื่องจักรบางส่วนที่ติดตั้งในโรงงานไปยังสถานที่อื่น เพื่อประกอบกิจการโรงงานเป็นการชั่วคราว ในจังหวัดเดียวกับที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาที่ได้ระบุไว้ในคู่มือประชาชนฉบับนี้ 2 ชุด กรณีย้ายไปจังหวัดอื่นให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบ 3 ชุด (ฉบับจริง 1 ชุด สำเนา 2 ชุด) และต้องมีการลงนามรับรองเอกสารทุกหน้า","2024-05-02T11:01:44"],
    [2113,"96251518-feb2-4f8e-9310-1b10fd756a1f","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอประกอบกิจการโรงงานหลังการหยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุงแก้ไขโรงงานหรือปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามมาตรา 39 วรรคสอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-7e3f-4f51-afec-f7c7e029a1ca",30,0,6,"เป็นโรงงานที่ได้รับคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว  ต้องแจ้งเป็นหนังสือว่าได้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานหรือปฏิบัติให้ถูกต้องก่อนหรือภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลา","2024-05-02T11:01:50"],
    [2114,"962516e9-f05d-4d15-a34c-b5d656c9b664","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานกรณีใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย ตามมาตรา 25","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-679e-4c9b-9b53-ad42e6a9a300",30,500,6,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลาย","2024-05-02T11:02:15"],
    [2115,"96251a91-9bcd-4046-84e9-3f5954539bd9","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งกรณีมีอุบัติเหตุในโรงงาน ตามมาตรา 34","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-77b5-41bf-a709-7919e3b5a28f",30,0,5,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ที่เกิดอุบัติเหตุภายในโรงงานเนื่องจากโรงงานหรือเครื่องจักรของโรงงานไม่ว่าจะเป็นกรณีของโรงงานจำพวกใด ถ้าอุบัติเหตุนั้น       เป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตาย เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ ซึ่งภายหลัง 72 ชั่วโมงแล้วยังไม่สามารถทำงานได้ ให้แจ้งภาย 3 วันนับแต่วันตาย หรือวันครบกำหนด 72 ชั่วโมง   เป็นเหตุให้โรงงานต้องหยุดดำเนินงานเกินกว่า 7 วัน ให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 10 วันนับแต่วันเกิดอุบัติเหตุ","2024-05-02T11:02:21"],
    [2116,"96251d78-8eae-4914-9efe-80542f4db2b8","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งหยุดดำเนินงานติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี ตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-6a77-4c07-9ae9-316a4a73348e",30,0,6,"1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522      \n2. หยุดดำเนินงานติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันพ้นกำหนดหนึ่งปี    \n3. กรณีต้องการเริ่มประกอบกิจการอีกครั้ง ต้องได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตก่อนจึงจะประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้โดยดำเนินการคู่มือสำหรับประชาชนเรื่องการแจ้งเริ่มประกอบกิจการหลังหยุดดำเนินงานติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี","2024-05-02T11:02:38"],
    [2117,"96253f5d-df93-43a3-a5ed-0f5a057b3c0e","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งเปลี่ยนชื่อโรงงาน หรือชื่อผู้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 24","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-613b-418e-8dd1-756b2f6a0e09",9,0,7,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ที่ประสงค์เปลี่ยนชื่อโรงงานหรือชื่อผู้รับใบอนุญาต","2024-05-02T11:02:44"],
    [2118,"962540cb-e27d-4100-9a61-6e79bf7c2f02","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งเริ่มประกอบกิจการหลังหยุดดำเนินงานติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี ตามมาตรา 33 วรรคสอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-6d8d-4ce2-98ac-cd69c58bee55",30,43500,6,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ที่ประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการหลังจากแจ้งหยุดดำเนินงานติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี ต้องได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตก่อนจึงจะเริ่มประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้   ในการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน ถ้าผลการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ปรากฏว่าโรงงานและเครื่องจักรมีลักษณะถูกต้องตามมาตรา 8 ประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 และประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามมาตรา 32 และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้ หากมีกรณีที่ไม่ถูกต้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กาหนด เมื่อได้แก้ไขแล้ว ให้ผู้อนุญาตมีคาสั่งอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้","2024-05-02T11:03:23"],
    [2119,"962541cc-10a5-40fe-91a7-fc7a46ac41ac","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งเลิกประกอบกิจการโรงงาน ตามมาตรา 28","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-8164-4c36-a538-a3e325f617ed",15,0,7,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันเลิกประกอบกิจการ   ในกรณีที่ผู้อนุญาตเห็นว่า โรงงานมีสภาพที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความเดือดร้อนแก่บุคคล ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน ให้แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นแก้ไขปรับปรุงโรงงานภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ และให้ถือว่าผู้นั้นมีฐานะเสมือนเป็นผู้ประกอบกิจการโรงงานจนกว่าจะดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หากผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ให้นำมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาใช้บังคับโดยอนุโลม","2024-05-02T11:03:55"],
    [2120,"9625435a-6b61-4596-912f-32485a709136","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตามมาตรา 21 และมาตรา 22","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-7af1-4ae2-8488-cc480b831159",51,1500,15,"เป็นผู้รับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ในกรณีดังต่อไปนี้\n1. กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่อาจตั้งโรงงานหรือตั้งโรงงานแล้วแต่ไม่อาจเริ่มประกอบกิจการโรงงานได้ภายหลังจากที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นสามารถโอนใบอนุญาตได้ โดยให้ผู้ซึ่งประสงค์จะรับโอนใบอนุญาตยื่นคำขอโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการโอนใบอนุญาต ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อโรงงาน หรือขายโรงงาน เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ในระหว่างที่รอการพิจารณาอนุญาตจากผู้อนุญาต ให้ถือเสมือนว่าผู้ยื่นคำขอนั้นเป็นผู้รับใบอนุญาต และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตเดิมมิได้เป็นผู้รับใบอนุญาตตั้งแต่วันที่มีการโอนใบอนุญาต ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อโรงงาน หรือขายโรงงาน อีกต่อไป\n2. กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตโอนการประกอบกิจการโรงงาน ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อโรงงาน หรือขายโรงงาน ให้ถือว่าผู้นั้นได้เลิกประกอบกิจการโรงงานตั้งแต่วันที่มีการโอนการประกอบกิจการโรงงานให้เช่าหรือให้เช่าซื้อโรงงาน หรือขายโรงงาน   ให้ผู้รับโอนการประกอบกิจการโรงงาน ผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อโรงงาน หรือผู้ซื้อโรงงาน ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่ามีการเลิกประกอบกิจการโรงงาน และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ในระหว่างที่รอการพิจารณาอนุญาตจากผู้อนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้โดยให้ถือเสมือนว่าผู้ยื่นคำขอนั้นเป็นผู้รับใบอนุญาต\n3. กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตาย หรือภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตพิจารณากำหนดเพิ่มเติมให้ตามความจำเป็น หากไม่ได้ยื่นคำขอภานในระยะเวลาที่กำหนด และผู้นั้นประสงค์จะประกอบกิจการโรงงานต่อไป ให้ดำเนินการขอรับใบอนุญาตใหม่","2024-05-02T11:04:01"],
    [2121,"96454580-5b75-4fe4-9c50-2d545585eaed","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตนำเข้า/ ส่งออก วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และการต่ออายุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-e55b-4099-adf1-3623746a13ab",21,500,19,"ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการขออนุญาตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ควบคุมเป็นพิเศษตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมประกาศกำหนด    1. ผู้ประสงค์จะขออนุญาตนำเข้า หรือส่งออก หรือขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอ วอ.3 หรือ วอ.5 หรือ  วอ.9 ตามกรณีพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม    2. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วเป็นเวลา 2 วันทำการ ผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามการพิจารณาได้ทางเว็บไซต์  http:// eis.diw.go.th/haz/hazdiw/searc_recv.asp    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องติดต่อนัดหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่องในการตรวจสอบสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว หากไม่มีการติดต่อ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการพิจาณาอนุญาตต่อไปได้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามขั้นตอนการบริการ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ    หมายเหตุ    **    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:05:41"],
    [2122,"96461227-88a1-4fb2-b39b-00ccba7d4592","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตผลิตวัตถุอันตราย และการต่ออายุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-e88c-4c9c-ad0b-1d0c5816b71e",21,500,13,"1. ผู้ประสงค์จะขออนุญาตผลิตวัตถุอันตรายหรือต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอ วอ.1 หรือ วอ.9 ตามกรณีพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม    2. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วเป็นเวลา 2 วันทำการ ผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามการพิจารณาได้ทางเว็บไซต์  http:// eis.diw.go.th/haz/hazdiw/searc_recv.asp    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องติดต่อนัดหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่องในการตรวจสอบสถานที่เก็บวัตถุอันตราย ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว หากไม่มีการติดต่อ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการพิจาณาอนุญาตต่อไปได้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามขั้นตอนการบริการ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ","2024-05-02T11:05:47"],
    [2123,"9646202c-6e0a-4bcb-b934-9eb45700d3cd","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การให้ความเห็นชอบนําคลอโรฟอร์ม (CHLOROFORM) เข้ามาในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-0616-4ac2-b078-db0e8d7891d0",17,0,9,"1. ผู้ประสงค์จะขอความเห็นชอบในการนําคลอโรฟอร์ม (CHLOROFORM) เข้ามาในราชอาณาจักรให้ยื่นคำขอหนังสือให้ความเห็นชอบการนำคลอโรฟอร์มเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของเอกสาร   2. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วเป็นเวลา 11 วันทำการ ผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามการพิจารณาได้ทางเว็บไซต์  http:// eis.diw.go.th/haz/hazdiw/searc_recv.asp    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องติดต่อนัดหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่องในการตรวจสอบสถานที่เก็บวัตถุอันตราย ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว หากไม่มีการติดต่อ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการพิจาณาอนุญาตต่อไปได้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามขั้นตอนการบริการ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ    หมายเหตุ           ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ   ** กรณีส่งออกให้ดำเนินการตามขั้นตอนของ PEN","2024-05-02T11:06:58"],
    [2124,"96462822-1fd9-4f2c-b04d-4fe369f342ea","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การนำเข้าหรือส่งออกสารกาเฟอีน (Caffeine)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-0318-48c8-a5ed-2b866b7ca18a",17,0,11,"1. ผู้ประสงค์จะนำเข้าหรือส่งออกสารกาเฟอีน (Caffeine) ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม    2. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วเป็นเวลา 11 วันทำการ ผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามการพิจารณาได้ทางเว็บไซต์  http:// eis.diw.go.th/haz/hazdiw/searc_recv.asp    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องติดต่อนัดหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่องในการตรวจสอบสถานที่เก็บวัตถุอันตราย ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว หากไม่มีการติดต่อ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการพิจาณาอนุญาตต่อไปได้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามขั้นตอนการบริการ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-02T11:06:35"],
    [2125,"96463041-30f1-4fd3-8bc8-2774df4dae28","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 และการต่ออายุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-f671-4e97-9bab-a0b1d902bdc5",6,0,12,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์แจ้งดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือต่ออายุการแจ้งฯ ให้ยื่นคำขอให้ยื่นคำขอ วอ./อก. 5/1 หรือ วอ./อก.5/1 ตามกรณีพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม    หมายเหตุ           ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-02T11:06:46"],
    [2126,"964729b0-f5e5-4cc7-9ec2-f221d96fa7b1","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การจดทะเบียนบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบความปลอดภัย การเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-fcef-4a70-931f-cc7b902945cf",11,0,4,"1. ผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบความปลอดภัยการเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบให้ยื่นคำขอให้ยื่นคำขอตามแบบ บฉ.2 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบให้ถูกต้องและครบถ้วน เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วจะพิจารณาและส่งหนังสือรับรองการจดทะเบียนบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบความปลอดภัยการเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ (บฉ.4) ให้ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 11 วัน\n2. ผู้ประสงค์จดทะเบียนเป็นบุคลากรเฉพาะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n   2.1 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่หลักสูตรกำหนดให้เรียนวิชาเคมีไม่น้อยกว่า 8 หน่วยกิต หรือสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่ามีประสบการณ์หน้าที่ประจำรับผิดชอบการเก็บรักษาสารเคมีหรือวัตถุอันตรายรวมกันไม่น้อยกว่า 3 ปี\n   2.2 ผ่านการทดสอบวัดความรู้ตามหลักสูตรความปลอดภัยการเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด โดยได้คะแนนในการทดสอบไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และผลการทดสอบวัดความรู้ยังไม่สิ้นระยะเวลา\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:06:30"],
    [2127,"964731a8-f702-467f-91b6-e2408eeac698","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งมีบุคลากรเฉพาะสำหรับสถานประกอบการ ที่เข้าข่ายต้องมีบุคลากรเฉพาะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-f9af-438e-b3dd-ef02ce464d85",15,0,7,"1. ผู้ประสงค์แจ้งมีบุคลากรเฉพาะสำหรับสถานประกอบการให้ยื่นคำขอตามแบบ บฉ.5 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบให้ถูกต้องและครบถ้วน เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วจะพิจารณาภายใน 15 วันและทำหนังสือแจ้งตอบ2. ผู้ประกอบการวัตถุอันตรายที่เข้าข่ายต้องมีบุคลากรเฉพาะ ต้องมีลักษณะเป็นไปตามตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n   2.1 ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออกวัตถุอันตราย ที่มีวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ปริมาณรวมตั้งแต่ 1,000 เมตริกตัน/ปี ขึ้นไป\n   2.2 ผู้มีไว้ในครอบครองวัตถุอันตรายที่มีพื้นที่การเก็บรักษาวัตถุอันตรายตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป\n   2.3 ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองวัตถุอันตรายที่เป็นวัตถุไวไฟ หรือวัตถุออกซิไดซ์ และวัตถุเปอร์ออกไซด์\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:06:52"],
    [2128,"96474628-c905-450f-8f6e-afbf33dcb760","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งและการรับแจ้งการมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-1745-4650-afae-70e27c0779c4",15,0,20,"ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่มีการประกอบกิจการโรงงานเข้าข่ายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554   \n\nในการพิจารณาเอกสารของเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่โรงงานของท่านเข้าข่ายตามประกาศฯ ต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนและถูกต้อง   \n\nการแจ้งและการรับแจ้งการมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน(ครั้งแรกและต่ออายุ)ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้       \n1. ต้องแจ้งชื่อผู้จัดการสิ่งแวดล้อม ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ และผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษ มาพร้อมกัน    \n2. ต้องแจ้งชื่อผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำและผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษน้ำมาพร้อมกัน หรือผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศและผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษอากาศมาพร้อมกัน หรือผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรมและผู้ปฏิบัติงานประจำระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม มาพร้อมกัน    \n3. ผู้จัดการสิ่งแวดล้อม ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ ผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษ ต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน\n4. ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษต้องควบคุมดูแลระบบบำบัดมลพิษของโรงงานได้ไม่เกิน 5 โรงงาน    \n5. ผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษต้องปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษของโรงงานได้ไม่เกิน 1 โรงงาน\n\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:08:33"],
    [2129,"96474b51-aaff-4f2a-894d-d220d935f037","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และการต่ออายุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-efc4-4c59-9a34-72e042405b61",18,1000,8,"1. ผู้ประสงค์จะขออนุญาตขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย หรือต่ออายุให้ยื่นคำขอให้ยื่นคำขอ วอ. /อก.1 หรือ วอ./อก.4 ตามกรณีพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม    2. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วเป็นเวลา 2 วันทำการ ผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามการพิจารณาได้ทางเว็บไซต์  http:// eis.diw.go.th/haz/hazdiw/searc_recv.asp    หมายเหตุ           ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-02T11:06:09"],
    [2130,"964754ab-4817-4394-8af5-a9f9a00e7098","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งข้อเท็จจริงการนำเข้า – ส่งออกวัตถุอันตราย ตามแบบ วอ./อก. 6 (การแจ้งข้อเท็จจริง)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-f350-4b97-8efc-2a28ded1fe22",1,0,5,"1. ผู้ประกอบการที่จะประสงค์แจ้งข้อเท็จจริงการนำเข้า ส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 จะต้องเป็นสมาชิกขอใช้บริการแจ้งข้อเท็จจริงของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ (วอ./อก.6) โดยผ่านระบบสัญญาณคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (ผู้ประกอบการสามารถสมัครสมาชิกโดยยื่นแบบ วอ./อก. 6.1 พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://eis.diw.go.th/haz/hazard/pdf/vook61.pdf)    2. การแจ้งตามแบบ วอ./อก.6 กำหนดให้ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชื่อวัตถุอันตราย สูตรและอัตราส่วน ชื่อทางการค้า ชื่อสามัญหรือชื่อย่อ (ถ้ามี) ปริมาณ ภาชนะบรรจุ ชื่อผู้ผลิต ประเทศผู้ผลิต สถานที่เก็บรักษา ชื่อพาหนะ ด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือส่งออกและกำหนดวันที่พาหนะจะมาถึงหรือออกจากด่านศุลกากร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนนำหรือส่งวัตถุอันตรายออกจากด่านศุลกากร สามารถแจ้งข้อเท็จจริง ได้ที่เว็บไซต์กองบริหารจัดการวัตถุอันตราย http://haz2.diw.go.th/HazLicense/jsp/login/login_vk6.jsp  สามารถดาวน์โหลดคู่มือการแจ้งข้อเท็จจริง ได้ที่เว็บไซต์กองบริหารจัดการวัตถุอันตราย หัวข้อ E-services  คู่มือการใช้ระบบรับแจ้ง วอ./อก. 6 หรือ เว็บไซต์ http://eis.diw.go.th/haz/hazdiw/manual_v6.doc    3. เงื่อนไขการแจ้งวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ต้องมีเลข 15 หลักก่อนการแจ้ง วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ต้องมีใบแจ้งดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ก่อนการแจ้ง วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย หรือใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย ก่อนการแจ้ง    4. การส่งออกสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด จะต้องมีการแจ้งข้อมูลล่วงหน้าก่อนการส่งสินค้าออกนอกประเทศต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมตามแบบฟอร์ม Pre-Export Notification : PEN โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เพื่อประสานหน่วยงานปลายทางขอความยินยอมให้ส่งออก ภายใน 7 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสาร ยกเว้นเมียนมาใช้เวลา 10 วันทำการ หากไม่มีข้อขัดข้องจากประเทศปลายทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็จะดำเนินการรับแจ้งให้กับผู้ประกอบการเพื่อใช้ในการยื่นแบบฟอร์มแจ้งข้อเท็จจริง (วอ./อก. 6)    5. สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (การผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองต้องได้รับอนุญาตก่อน) มีจำนวน 12 รายการ ประกอบด้วย ACETIC ACID, ACETONE, CHLOROFORM, ETHYL ETHER, HYDROCHLORIC ACID, PIPERIDINE, METHYL ETHYL KETONE, PHOSPHORUS PENTACHLORIDE, PHOSPHORUS TRICHLORIDE, SULPHURIC ACID 50 % W/W, SULPHURIC ACID ( FUMMING 50 % W/W), TOLUENE    หมายเหตุ  ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-02T11:06:40"],
    [2131,"96479dc3-2eb4-48b0-81b6-0796ba46ccce","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (ของเสียเคมีวัตถุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-d777-4476-a905-d531d4597ee9",30,3000,13,"ผู้ประสงค์จะขออนุญาตนำเข้าของเสียเคมีวัตถุ ต้องขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายเรียบร้อยแล้ว   ผู้ประสงค์ขออนุญาตนำเข้าของเสียเคมีวัตถุ ต้องยื่นแบบคำขออนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (วอ.3) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม   ของเสียเคมีวัตถุ เป็นไปตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ.2556 บัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes)      หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:04:21"],
    [2132,"9647a140-b99a-4456-a910-6d21e569e2c4","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-de70-40ed-b371-2f6162ec3e13",30,3000,13,"ผู้ประสงค์จะนำเข้า (เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว)ต้องยื่นแบบคำขออนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (วอ.3)พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม   เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่ผ่านการใช้แล้วต้องมีลักษณะเป็นไปตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรมเรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วที่เป็นวัตถุอันตรายเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2550 คือยังสามารถใช้งานได้และคงรูปตามสภาพการผลิตเดิม หรือสามารถนำมาซ่อมแซม ดัดแปลง หรือปรับปรุง ให้ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์เดิม โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้       การนำเข้าเพื่อการใช้ซ้ำ หมายถึง การนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วที่สามารถใช้ซ้ำได้    การนำเข้าเพื่อการซ่อมแซม หมายถึง การนำเข้าเพื่อการซ่อมแซม แก้ไข ปรับปรุง เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ที่ชำรุดให้คืนสู่สภาพใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์เดิม รวมถึงการนำกลับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ที่ผ่านการซ่อมแซมแล้วเสร็จจากต่างประเทศ    การนำเข้าเพื่อการดัดแปลง หรือปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์เดิม หมายถึง การนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ หรือส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว มาทำการดัดแปลง ปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงแก้ไข ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์เดิม    การนำผ่าน/ผ่านแดน หมายถึง การนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ หรือส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วมาประเทศไทย เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งต่อไปยังประเทศที่สามต่อไป         เอกสารประกอบการพิจารณาเฉพาะแต่ละวัตถุประสงค์การนำเข้า       กรณีนำเข้าเพื่อการใช้ซํ้า         กรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ใช้หนังสือแสดงเหตุผลความจำเป็นและแผนการใช้งานที่แน่นอน โดยจะต้องเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วที่มีคุณสมบัติพิเศษที่จำเป็นต้องใช้ในกิจการของตนเองเฉพาะเรื่อง     กรณีชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ใช้หนังสือแสดงหลักฐานการปรับเปลี่ยนทดแทนและเหตุผลความจำเป็น พร้อมแผนการใช้งานที่แน่นอน            กรณีนำเข้าเพื่อการซ่อมแซม         สำเนาใบสุทธินำกลับหรือสำเนาใบขนสินค้าขาออกจากกรมศุลกากร     กรณีผู้ขออนุญาตเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ให้ยื่นหลักฐานการเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และหลักฐานการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิต หรือซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ หรือส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีขีดความสามารถเหมาะสมสอดคล้องกับปริมาณนำเข้า            กรณีนำเข้าเพื่อการดัดแปลงหรือปรับปรุง         หลักฐานการเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 69 หรือ 70 หรือ 71 หรือ 72 หรือ 73 หรือ 106 ที่มีขีดความสามารถเหมาะสมสอดคล้องกับปริมาณนำเข้า     หลักฐานการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และมีขีดความสามารถเหมาะสมสอดคล้องกับปริมาณการนำเข้า     หนังสือรับรองอายุการใช้งาน (Certificate) ที่ออกโดยผู้รวบรวม/ผู้ส่งออก พร้อมระบุ ยี่ห้อ รุ่น และปีที่ผลิตของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว โดยอายุการใช้งานไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ผลิต (ยกเว้นเครื่องถ่ายเอกสารไม่เกิน 5 ปี และไม่กำหนดอายุสำหรับตลับหมึกพิมพ์ (Toner Cartridge) และอุปกรณ์ให้ความร้อนกับหมึกพิมพ์ (Fuser Module)     เอกสารแสดงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ     เอกสารแสดงรายละเอียดการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน            กรณีนำผ่าน/ผ่านแดนไปยังประเทศที่สาม         หนังสือแสดงคุณสมบัติเป็นผู้ขอถ่ายลำ หรือสามารถส่งสินค้าผ่านแดนของผู้ประกอบการที่ออกรับรองโดยกรมศุลกากร     รูปถ่ายสินค้าขณะโหลดสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์     รูปถ่ายหมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ที่ตรงกับเอกสารในสำเนาบัญชีสินค้า(Invoice)หรือ ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading, B/L)โดยการปิดประตูตู้ด้านขวาให้เห็นหมายเลขตู้ และเปิดประตูตู้ด้านซ้ายให้เห็นสินค้าที่บรรจุในตู้     หนังสือรับรองอายุการใช้งาน (Certificate) ที่ออกโดยผู้รวบรวม/ผู้ส่งออก พร้อมระบุ ยี่ห้อ รุ่น และปีที่ผลิตของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว โดยอายุการใช้งานไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ผลิต (ยกเว้นเครื่องถ่ายเอกสารไม่เกิน 5 ปีและไม่กำหนดอายุสำหรับตลับหมึกพิมพ์ (Toner Cartridge) และอุปกรณ์ให้ความร้อนกับหมึกพิมพ์ (Fuser Module)                    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:04:28"],
    [2133,"9647a204-9933-40ef-a9ad-e3189e695327","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย (ของเสียเคมีวัตถุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-dac5-405c-b897-1a8ff3a363ee",30,3000,14,"ผู้ประสงค์ขออนุญาตนำส่งออกของเสียเคมีวัตถุ ต้องยื่นแบบคำขออนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย (วอ.5) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม   ของเสียเคมีวัตถุ เป็นไปตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ.2556 บัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes)      หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:04:56"],
    [2134,"9647a757-a3c1-446b-bed6-91510e4f31c6","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และการต่ออายุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-ec20-4262-b244-989e95fea43f",16,3000,12,"1. ผู้ประสงค์จะขออนุญาตนำเข้า หรือส่งออก หรือขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอ วอ.3 หรือ วอ.5 หรือ  วอ.9 ตามกรณีพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม    2. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงรับคำขอแล้วเป็นเวลา 2 วันทำการ ผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามการพิจารณาได้ทางเว็บไซต์  http:// eis.diw.go.th/haz/hazdiw/searc_recv.asp    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องติดต่อนัดหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่องในการตรวจสอบสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว หากไม่มีการติดต่อ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการพิจาณาอนุญาตต่อไปได้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามขั้นตอนการบริการ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:05:54"],
    [2135,"9647a83e-6a5a-4768-9fe4-8576a9907ae2","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อการขนส่ง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-c3ab-44b9-8618-3657d3e70a5c",30,3000,21,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ครอบครอง หรือ ผู้ประกอบการขนส่ง ที่ระบุในหนังสือจดทะเบียนกรรมสิทธิ์รถขนส่ง แล้วแต่กรณี       กรณีเป็นผู้ประกอบการขนส่งต้องยื่นคำขอในนามผู้ประกอบการขนส่ง    กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองมิใช่บุคคลคนเดียวกัน ต้องยื่นคำขอในนามผู้ครอบครองมีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้อง         การขนส่งวัตถุอันตรายต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การขนส่งวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 22 กันยายน 2558   การยื่นคำขอต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เฉพาะการขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ของเสียเคมีลำดับที่ 1 น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว ตามบัญชี 5.2 ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556      หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:04:34"],
    [2136,"9647a9ef-5025-4907-adc0-5f32c398465e","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อขาย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-c086-464a-82fe-8300aa46e989",30,3000,9,"ผู้ประสงค์จะขออนุญาตหรือขอต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อขายต้องเป็นเจ้าของสถานที่ หากไม่ใช่เจ้าของสถานที่ต้องมีหนังสือเช่าสถานที่หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่และต้องยื่นคําขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (แบบ วอ.7) หรือคำขอต่ออายุใบอนุญาต (วอ.9)  ตามแต่กรณี พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด  หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** การยื่นคำขอต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เฉพาะการขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ของเสียเคมีลำดับที่ 1 น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว ตามบัญชี 5.2 ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556","2024-05-02T11:04:41"],
    [2137,"96512b36-8df4-4f0e-a0a5-cae28bcc8cc4","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียน การต่ออายุ การเปลี่ยนแปลงบุคลากร และชนิดสารมลพิษวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d36-56a2-43d7-af40-a042a352e357",30,0,19,"ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียน ต่ออายุ เปลี่ยนแปลงบุคลากร และชนิดสารมลพิษวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชน ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกลุ่มมาตรฐานวิธีการวิเคราะห์ทดสอบมลพิษและทะเบียนห้องปฏิบัติการ  หรือศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงาน  ซึ่งมีทั้งหมดรวม 6 แห่ง ตามพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการที่ระบุไว้ในช่องทางการให้บริการ   เมื่อยื่นคำขอแล้วจะต้องติดต่อนัดหมายเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่องในการตรวจสอบสถานที่ ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว หากไม่มีการติดต่อ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการพิจาณาต่อไปได้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามขั้นตอนการบริการ เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ   ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชนเป็นอาคารสถานที่ที่ตั้งเป็นการถาวรสำหรับให้บริการวิเคราะห์ทดสอบสารมลพิษตามระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่าด้วยการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชน พ.ศ.2560 หมวด 1 ข้อ 4 (ไม่รวมถึงสถาบันการศึกษาและหน่วยงานราชการ)   ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์รับจ้างวิเคราะห์สารมลพิษหรือผู้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามระเบียบฯ หมวด 2 ข้อ 5.1   ต้องมีผู้ควบคุมดูแลห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่ประจำห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ซึ่งมีคุณสมบัติตามระเบียบฯ หมวด 2 ข้อ 5.2 และ 5.3   ต้องมีระบบคุณภาพภายในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ได้แก่ วิธีปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบ วิธีปฏิบัติการชักตัวอย่าง (เก็บตัวอย่าง) การควบคุมเอกสาร และการประกันคุณภาพการวิเคราะห์ โดยวิธีการที่เชื่อถือได้และได้รับการยอมรับในระดับประเทศหรือนานาชาติ ตามระเบียบฯ หมวด 2 ข้อ 5.4   ต้องมีการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ระบบระบายอากาศเสีย ตู้ดูดควัน อุปกรณ์ชะล้างร่างกายแบบฉุกเฉิน เครื่องมือปฐมพยาบาล และเครื่องดับเพลิง ตามระเบียบฯ หมวด 2 ข้อ 5.5   ต้องมีการจัดการของเสียที่เกิดจากการวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการที่เหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิชาการ   ตามระเบียบฯ หมวด 2 ข้อ 5.6   ต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ตามระเบียบฯ หมวด 3   ต้องปฏิบัติหน้าที่และรับผิดชอบในการเก็บตัวอย่าง การวิเคราะห์ตัวอย่าง และการรายงานผลวิเคราะห์น้ำทิ้ง อากาศ สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ดินและน้ำใต้ติน ตามระเบียบฯหมวด 5   ขึ้นทะเบียนสารมลพิษวิเคราะห์ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน กฎกระทรวง และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม   หนังสือรับขึ้นทะเบียน หรือ หนังสือรับต่ออายุมีอายุ ครั้งละ 3 ปี นับจากวันที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม   ออกหนังสือรับขึ้นทะเบียน หรือ หนังสือต่ออายุ   การต่ออายุหนังสือรับขึ้นทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุพร้อมเอกสารประกอบคำขอก่อนวันที่หนังสือรับขึ้นทะเบียนจะหมดอายุภายใน 30 วัน ก่อนวันสิ้นอายุของหนังสือรับขึ้นทะเบียน และเมื่อยื่นคำขอต่ออายุแล้วให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในฐานะผู้ได้รับขึ้นทะเบียนอยู่จนกว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมจะไม่ต่ออายุหนังสือรับขึ้นทะเบียน กรณียื่นคำขอต่ออายุหลังจากวันที่หนังสือรับขึ้นทะเบียนหมดอายุ ให้ดำเนินการเสมือนการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชนใหม่   การเปลี่ยนแปลงบุคลากรหรือเปลี่ยนแปลงชนิดสารมลพิษวิเคราะห์ให้ยื่นคำขอ และต้องได้รับความเห็นชอบตามคำขอจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนจึงจะดำเนินการและรายงานผลได้   การย้ายห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ไปยังสถานที่อื่น ให้ดำเนินการเสมือนการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชนใหม่   การเลิกดำเนินการห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมภายใน 15 วันนับแต่วันเลิกดำเนินการ","2024-05-02T11:07:04"],
    [2138,"9647aabc-1f75-4da7-a552-c2a91c3f9d4b","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อเก็บรักษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-bd68-42d8-a316-63b785291742",30,3000,18,"ผู้ประสงค์จะขออนุญาตหรือขอต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อเก็บรักษาต้องเป็นเจ้าของสถานที่ หากไม่ใช่เจ้าของสถานที่ต้องมีหนังสือเช่าสถานที่หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ และต้องยื่นคําขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (แบบ วอ.7) หรือคำขอต่ออายุใบอนุญาต (วอ.9)  ตามแต่กรณี พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่มีการลงนามรับรองเอกสารทุกฉบับและถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด      หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** การยื่นคำขอต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เฉพาะการขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ของเสียเคมีลำดับที่ 1 น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว ตามบัญชี 5.2 ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556","2024-05-02T11:04:50"],
    [2139,"965135bb-253c-4029-97bb-ba687b6afd19","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียนและต่ออายุผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ หรือผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ หรือผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม (บุคคล)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d36-13fd-43cb-bada-04159a8e8086",9,0,3,"ผู้ที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง คุณสมบัติ การฝึกอบรมและการสอบมาตรฐานของบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน พ.ศ. 2554   สอบผ่านการสอบมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม   มีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนและถูกต้อง","2024-05-02T11:08:28"],
    [2140,"9647abed-71e0-416c-aa83-8ca3797dc831","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (ของเสียเคมีวัตถุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d35-c9f6-4800-bb0b-8c3585707b4a",30,2000,10,"ผู้ประสงค์จะนำเข้าของเสียเคมีวัตถุ ต้องขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายก่อน โดยต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (วอ./อก.1) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้องครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม   ของเสียเคมีวัตถุ เป็นไปตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 บัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes)      หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:05:03"],
    [2141,"964f2f3a-fb52-4955-9791-2eaf8d06421f","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียนแท็งก์ยึดติดถาวรกับตัวรถ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d35-ffe9-4ac7-acb2-e0e0b34399ba",16,0,10,"ผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนแท็งก์ยึดติดถาวรกับตัวรถให้ยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนแท็งก์ยึดติดถาวรกับตัวรถ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม    หมายเหตุ           ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2024-05-02T11:06:15"],
    [2142,"96511931-fee4-4b7a-80b2-beec3c01a1c5","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียนและต่ออายุผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษน้ำ หรือผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษอากาศ หรือผู้ควบคุมระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม (บริษัทที่ปรึกษา)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d36-10e2-40b7-ba89-971f3385e923",9,0,8,"1. เป็นนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง คุณสมบัติ การฝึกอบรมและการสอบมาตรฐานของบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน พ.ศ. 2554   \n2. มีความประสงค์ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษประเภทบริษัทที่ปรึกษา   \n3. มีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนและถูกต้อง   \n4. การรับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ ประเภทบริษัทที่ปรึกษา ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้       \n    4.1 มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท    \n    4.2 มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาและหรือควบคุมดูแลการทำงานของระบบบำบัดมลพิษน้ำ ระบบบำบัดมลพิษอากาศ และระบบการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม    \n    4.3 มีผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษที่สอบผ่านการสอบมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม อย่างน้อย 1 คน","2024-05-02T11:08:20"],
    [2143,"96534a94-5475-4b3c-916f-5faf7af34ec5","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียน/ต่ออายุทะเบียนผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d35-ac8f-44a9-b376-04dba8b5ae1f",8,0,12,"1.) ต้องผ่านการอบรมและสอบตามหลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด หรือ    \n2.) ต้องมีคุณวุฒิได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขา        \n2.1. ช่างกลโรงงาน หรือ        \n2.2. ช่างยนต์ หรือ        \n2.3. ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม หรือ        \n2.4. ช่างเทคนิคการผลิต หรือ        \n2.5. สาขาอื่นที่มีวิชาการเรียนภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับไอน้ำ ความร้อน การเผาไหม้ การประหยัดพลังงาน ความแข็งแรงของวัสดุ รวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต\n      \nหมายเหตุ     \n** รายชื่อหน่วยงานจัดฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมประจําหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนําความร้อนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถดูได้จาก Website กองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม (เว็บไซต์กรมโรงงานอุตสาหกรรม www.diw.go.th (หน่วยงานกองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน))    \n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:07:45"],
    [2144,"9661b438-9357-4807-856e-c026f4f314ce","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-328e-48bf-915a-7b310882c43d",90,10,15,"1. เครื่องจักรที่จะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ได้ ตาม พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514\n   1.1 ต้องเป็นเครื่องจักร ตามนิยามในมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514\n   1.2 ต้องเป็นเครื่องจักรตามบัญชี 1 \n       (อ้างอิง กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2532))\n   1.3 ต้องเป็นเครื่องจักรสำหรับใช้ในกิจการอุตสาหกรรมตามบัญชี 2 \n       (อ้างอิง กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2532) และ กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2538))\n   1.4 ต้องผ่านการตรวจสอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือจากผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน \n       (อ้างอิง มาตรา 8/1 พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2558))\n2. ผู้ขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์\n   2.1 ต้องเป็น เจ้าของเครื่องจักร หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร \n       (อ้างอิง มาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2514) \n       และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ \n   2.2 คำขอที่ยื่นต้องถูกต้องและมีเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน \n       (อ้างอิง กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2514)) \n       พร้อมที่จะให้ข้อเท็จจริงหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือนำบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำได้ตามความจำเป็น \n       (อ้างอิง มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514) \n3. การนับวันรวมของการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร แยกนับวันตามจำนวนและที่ตั้งเครื่องจักร ดังนี้*\n   3.1 จำนวนเครื่องจักร 1 ถึง 10 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดปริมณฑล \n       (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) ระยะเวลา 30 วันทำการ \n   3.2 จำนวนเครื่องจักร 1 ถึง 30 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด \n       นอกจากที่กำหนดในข้อ 3.1 ระยะเวลา 40 วันทำการ \n   3.3 จำนวนเครื่องจักร 31 ถึง 90 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 50 วันทำการ \n   3.4 จำนวนเครื่องจักร 91 ถึง 180 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 60 วันทำการ \n   3.5 จำนวนเครื่องจักรมากกว่า 180 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 90 วันทำการ    \n        - กรณียื่นคำขอที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง* \n          ระยะเวลาดำเนินการจะขึ้นอยู่กับจำนวนและที่ตั้งเครื่องจักรข้างต้น \n        - กรณียื่นคำขอที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด (สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด) \n          ระยะเวลาดำเนินการจะขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องจักร \n4. การนับวันรวมของการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ตามข้อ 3 \n   เริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ รับคําขอและตรวจสอบคําขอพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้อง\n   พร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n5. การยื่นคําขอ\n   - สามารถยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือ มอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือ*ยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การอํานวยความสะดวกฯ) \n     ในกรณีการยื่นคําขอกับสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง*\n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคําขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคําขอไว้\n   - กรณีคําขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคําขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคําขอและผู้ยื่นคําขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคําขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคําขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม\n     ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ \n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n     หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน ตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอ แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น \n   - ภายหลังการลงรับคำขอฯ ในระบบสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง/สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดแล้ว \n     เครื่องจักรที่ขอจดทะเบียนจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง \n     หากพบว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงตามเอกสาร/หลักฐานประกอบการพิจารณา \n     หรือไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 \n     สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด อาจจะพิจารณาปฏิเสธคำขอต่อไป \n6. การพิจารณา \n   6.1 การตรวจสอบเครื่องจักร / ตรวจสอบข้อมูลของเครื่องจักรกับเอกสารคำขอฯ \n       / จัดทำรายละเอียดเครื่องจักร / ลงบันทึกรายละเอียดเครื่องจักรในระบบ \n       - เมื่อมีการลงรับคำขอจดทะเบียนฯ ในระบบแล้วเครื่องจักรที่ขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์\n         จะต้องผ่านการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง \n         และตรงตามเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาประกอบการพิจารณาก่อน \n       - หากคำขอที่ไม่ได้รับการนัดและตรวจสอบเครื่องจักร ณ สถานประกอบการ\n         ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการ นับตั้งแต่วันยื่นคำขอจะถือว่าคำขอนั้นถูกละทิ้ง \n         แต่หากมีการนัดหมายภายหลังและทำให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรเกินวันทำการที่กำหนด \n         เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องทำการบันทึกการนัดร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร \n         หากการนัดดังกล่าวนั้นทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป \n       - โดยหากมีความประสงค์จะเลื่อนวันนัดหมายการตรวจเครื่องจักร ผู้ยื่นคำขอสามารถกระทำได้ ดังนี้ \n         1) มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและลงเลขรับเรื่อง\n            ที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง/สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด\n         2) บันทึกชี้แจงในเอกสารคำขอฯ พร้อมลงลายมือชื่อและวันที่รับรองไว้ \n       - ในการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเครื่องจักร \n         จะต้องตรงกับรายละเอียดเอกสารคำขอ เอกสารแสดงรายละเอียดเครื่องจักร ผังการวางเครื่องจักร \n         เอกสารรายละเอียดส่วนประกอบเครื่องจักร ภาพถ่ายเครื่องจักร และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักร \n       - ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคําขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้\n         เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ขอทราบ เพื่อให้การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์มีความสมบูรณ์ถูกต้อง \n         ผู้ขออาจขอแก้ไขรายการที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำขอ และเอกสารหลักฐานต่างๆ \n         รวมถึงการขอส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่อง \n         โดยเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องบันทึกข้อบกพร่อง \n         ตลอดจนวันนัดส่งมอบการแก้ไขที่สมบูรณ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร\n         หากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าวของผู้ขอนั้น\n         ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป \n   6.2 การประกาศจดทะเบียนฯ : ปิดประกาศฯ 5 วัน นับตั้งแต่นายทะเบียน ลงนามในประกาศฯ \n        ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2547\n\t- สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด \n          จะพิจารณาคืนคำขอ หรือปฏิเสธคำขอ ในกรณีที่มีการยื่นคัดค้านการขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร \n          และคำคัดค้านนั้น มีเหตุผลเพียงพอ \n\t- หากผู้ใดประสงค์จะคัดค้านการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อนายทะเบียน \n          ตามแบบที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด แบบ อ.1/9 \n          ดาวน์โหลดได้ที่ https://www5.diw.go.th/mac/formmain/ \n          ภายในกำหนดเวลาตามประกาศ เมื่อได้รับคำร้องคัดค้าน ให้นายทะเบียนระงับการดำเนินการจดทะเบียนไว้ก่อน \n          จนกว่าจะทราบผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นการแน่นอน \n          (อ้างอิง กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2514) ตาม พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514) \n   6.3 การชำระค่าธรรมเนียมและค่าเครื่องหมายการจดทะเบียน\n        - ผู้ขอจะต้องดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร \n          หลังจากที่ครบวันประกาศฯ และไม่มีผู้ใดคัดค้าน \n          โดยจะถือว่าขั้นตอนของการชำระค่าธรรมเนียมนี้ อยู่ในช่วงระยะเวลาการดำเนินการของผู้ขอฯ \n          ซึ่งต้องมาดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมทันทีเมื่อครบประกาศฯ \n          เพื่อให้สามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปหลังจากครบประกาศฯ ได้ \n          โดยผู้ขอจะต้องมาดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร\n          ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร (ร.2/1) \n          หากผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด \n          ให้ถือว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ประสงค์จะรับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร \n          ซึ่งนายทะเบียนเครื่องจักรจะได้จำหน่ายเรื่องออกจากสาระบบต่อไป\n   6.4 การตรวจติดแผ่นป้ายเครื่องหมายการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร \n        - หากคำขอที่ไม่ได้รับการนัดและตรวจติดแผ่นป้ายฯ ณ สถานประกอบการ\n          ให้แล้วเสร็จ ภายใน 20 วันทำการ นับตั้งแต่วันยื่นคำขอ จะถือว่าคำขอนั้นถูกละทิ้ง\n          แต่หากมีการนัดหมายภายหลังและทำให้มีการติดแผ่นป้ายฯ เกินวันทำการที่กำหนด\n          เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอ ต้องทำการบันทึกการนัดร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร\n          หากการนัดดังกล่าวนั้น ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป \n        - โดยหากมีความประสงค์จะเลื่อนวันนัดหมายการตรวจเครื่องจักร หรือวันติดแผ่นป้ายทะเบียนฯ \n          ผู้ยื่นคำขอสามารถกระทำได้ ดังนี้ \n\t  1) มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและลงเลขรับเรื่อง\n             ที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง/สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด\n\t  2) บันทึกชี้แจงในเอกสารคำขอฯ พร้อมลงลายมือชื่อและวันที่รับรองไว้ \n7. การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ \n   - เมื่อนายทะเบียนเครื่องจักรออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้กับผู้ขอ \n     ซึ่งถือว่าสิ้นสุดกระบวนการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรแล้ว นายทะเบียนเครื่องจักรจะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบ \n   - สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด \n     จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาและลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:09:44"],
    [2145,"966bbaed-0154-4526-8b42-eb04c5483d38","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียน/ต่ออายุทะเบียนเป็นหน่วยงานจัดฝึกอบรมผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d36-09bc-4534-89c1-71b09737e43b",21,0,23,"1.)  เป็นมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายไทยที่มีคุณสมบัติดังนี้        \n1.1. มีประสบการณ์ในการจัดฝึกอบรมให้บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกต่างๆ ไม่น้อยกว่า 1 ปี        \n1.2. มีวิทยากรที่มีคุณสมบัติ ดังนี้              \n1.2.1. ต้องจบปริญญาตรีขึ้นไปในด้านวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯและมีประสบการณ์ในหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือ              \n1.2.2. ต้องบประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง  สาขาช่างยนต์  ช่างกลโรงงาน  ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม  หรือช่างไฟฟ้าโดยมีประสบการณ์เกี่ยวกับหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯและหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ                \n1.2.3. ช่างชำนาญการโดยมีประสบการณ์เกี่ยวกับหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯและหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือ              \n1.2.4. เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯและมีประสบการณ์ในหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า 3 ปี              \nทั้งนี้ต้องมีจำนวนเพียงพอในการบรรยายตามหลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง        \n1.3. มีบุคลากรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรม ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีอย่างน้อย 1 คน        \n1.4. ไม่ใช่หน่วยงานที่ถูกเวียนชื่อเป็นผู้ละทิ้งงาน        \n1.5. ไม่มีปัญหาด้านการเงิน        \n1.6. ไม่เป็นหน่วยงานที่ถูกเพิกถานสิทธิหรือใบรับรองการจัดฝึกอบรม    \n2.) การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานจัดฝึกอบรมผู้คววบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯ มีผลใช้บังคับ 3 ปีนับตั้งแต่วันที่ขึ้นทะเบียน(วันที่ออกหนังสือรับรองขึ้นทะเบียนเป้นหน่วยงานจัดฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯ) หากหน่วยงานจัดฝึกอบรมมีความประสงค์จะดำเนินการต่อไป ให้ยี่นคำขอต่ออายุทะเบียนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนวันที่หมดอายุ (ก่อนวันสิ้นอายุของหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานจัดฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯ) ไม่น้อยกว่า 30 วัน    \n3.) หลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯมีระยะเวลาการฝึกอบรมจำนวน 36 ชั่วโมง ประกอบด้วยภาคทฤษฎี 30 ชั่วโมง การดูงานภาคสนาม 3 ชั่วโมง แลการสอบมาตรฐาน 3 ชั่วโมง    \n4.) หัวข้อของหลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มฯ (เป็นไปตามกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด)\n4.1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับหม้อน้ำ\n4.2. ประเภทหม้อน้ำ โครงสร้าง และส่วนประกอบ\n4.3. ระบบควบคุมและอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับหม้อน้ำ\n4.4. น้ำสำหรับหม้อน้ำ\n4.5. เชื้อเพลิงและการเผาไหม้\n4.6. การเผาไหม้เชื้อเพลิงเหลวและก๊าซ การเผาไหม้เชื้อเพลิงแข็ง\n4.7. การใช้ไอน้ำ และการประหยัดพลังงานความร้อน\n4.8. การใช้งาน การตรวจสอบ และการบำรุงรักษาหม้อน้ำ\n4.9. หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน\n4.10. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหม้อน้ำและหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน\n4.11. การศึกษาดูงานภาคสนาม\nหรือหัวข้อวิชาอื่นๆ ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด    \n\nหมายเหตุ    \n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:08:02"],
    [2146,"966bd2a9-c2b6-43a0-9d36-eaf5921a42e1","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียน/ต่ออายุทะเบียน คนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ หรือคนงานบรรจุก๊าซประจำโรงงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d36-1e7a-439a-9abf-10db12655343",8,0,10,"โรงงานที่ต้องจัดให้มีคนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ หรือคนงานบรรจุก๊าซ มี 2 กรณี คือ       กรณีที่ 1 โรงงานผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ ส่งหรือจำหน่ายก๊าซตามประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 89 และโรงงานบรรจุก๊าซในภาชนะโดยไม่มีการผลิตตามประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 91(2) แห่งบัญชีท้ายกฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 เฉพาะก๊าซคลอรีน คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน ออกซิเจน อาร์กอน แอมโมเนีย ฮีเลียม ไฮโดรเจน หรือก๊าซอันตรายอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา โรงงานดังกล่าวต้องจัดให้มีคนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ หรือคนงานบรรจุก๊าซ แล้วแต่กรณี    กรณีที่ 2 โรงงานทุกประเภทหรือชนิดตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ที่มีการใช้หรือเก็บก๊าซเฉพาะก๊าซคลอรีน คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน ออกซิเจน อะเซทิลีน อาร์กอน แอมโมเนีย ฮีเลียม ไฮโดรเจน หรือก๊าซอันตรายอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาที่มีการติดตั้งถังเก็บและจ่ายก๊าซ (storage tank) หรือมีปริมาณการใช้หรือเก็บก๊าซในภาชนะบรรจุก๊าซ (cylinder) จำนวนรวมตั้งแต่ยี่สิบภาชนะบรรจุขึ้นไป หรือมีการใช้หรือเก็บก๊าซจากภาชนะบรรจุชนิดติดตั้งบนรถ (tube trailer) ต้องจัดให้มีคนงานควบคุมก๊าซ ทั้งนี้ ยกเว้นก๊าซแอมโมเนียสำหรับระบบทำความเย็นในโรงงาน         ผู้ขอขึ้นทะเบียน/ต่ออายุทะเบียน คนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ หรือคนงานบรรจุก๊าซประจำโรงงานต้องได้รับหนังสือรับรองการผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง   หน่วยงานจัดฝึกอบรม หรือผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรมที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับรอง หรือขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถดูได้จากเว็ปไซต์ http://www.diw.go.th   ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน/ต่ออายุทะเบียน คนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ หรือคนงานบรรจุก๊าซประจำโรงงาน ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานผลิต ส่ง จำหน่ายหรือบรรจุก๊าซ หรือหลักสูตรคนงานบรรจุก๊าซ หรือหลักสูตรคนงานส่งก๊าซ หรือหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานใช้งานหรือเก็บก๊าซ แล้วแต่กรณี ดังนี้       โรงงานผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ ส่งหรือจำหน่ายก๊าซตามประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 89         กรณีทำหน้าที่ควบคุมก๊าซจะต้องผ่านการอบรม หลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานผลิต ส่ง จำหน่าย หรือบรรจุก๊าซ     กรณีทำหน้าที่คนงานบรรจุก๊าซจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรคนงานบรรจุก๊าซ หรือหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานผลิต ส่ง จำหน่าย หรือบรรจุก๊าซ     กรณีทำหน้าที่คนงานส่งก๊าซจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรคนงานส่งก๊าซ หรือหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานผลิต ส่ง จำหน่าย หรือบรรจุก๊าซ            โรงงานบรรจุก๊าซในภาชนะโดยไม่มีการผลิตตามประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 91(2)         กรณีทำหน้าที่ควบคุมก๊าซจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานผลิต ส่ง จำหน่าย หรือบรรจุก๊าซ     กรณีทำหน้าที่คนงานบรรจุก๊าซจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรคนงานบรรจุก๊าซ หรือหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานผลิต ส่ง จำหน่าย หรือบรรจุก๊าซ     กรณีทำหน้าที่คนงานส่งก๊าซจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรคนงานส่งก๊าซ หรือหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานผลิต ส่ง จำหน่าย หรือบรรจุก๊าซ            โรงงานที่มีการใช้งานหรือเก็บก๊าซ (ยกเว้นโรงงานลำดับที่ 89 และลำดับที่ 91(2)) จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรคนงานควบคุมก๊าซสำหรับโรงงานใช้งานหรือเก็บก๊าซ         ให้ใช้คำขอขึ้นทะเบียน/ต่ออายุทะเบียนเป็นคนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ หรือคนงานบรรจุก๊าซประจำโรงงาน ตามแบบ สภ.1-17 ท้ายระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นคนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ และคนงานบรรจุก๊าซประจำโรงงาน พ.ศ. 2551   คนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซและคนงานบรรจุก๊าซประจําโรงงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอาจยื่นคําขอต่ออายุทะเบียนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ก่อนวันที่อายุการขึ้นทะเบียนจะสิ้นสุดลง   อายุการขึ้นทะเบียนเป็นคนงานควบคุมก๊าซ คนงานส่งก๊าซ และคนงานบรรจุก๊าซประจำโรงงาน มีอายุครั้งละ 5 ปี นับแต่วันอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน      หมายเหตุ    ** รายชื่อผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม หลักสูตรคนงานควบคุม ส่ง และบรรจุก๊าซประจำโรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถดูได้จาก Website กองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม (เว็บไซต์กรมโรงงานอุตสาหกรรม www.diw.go.th (หน่วยงานกองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน))    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:07:39"],
    [2147,"966bb553-e5e6-418f-a3e2-a9ee4ac8b758","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอความเห็นชอบให้เป็นหน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d36-0cf1-446c-a138-80d4de24a37a",21,0,18,"หน่วยงานที่สามารถขอรับความเห็นชอบเป็นหน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ ได้แก่       ส่วนราชการ    สถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน    รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์    นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัด หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเป็นหน่วยตรวจสอบ    หน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมประกาศกำหนด         หน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ มี 2 ประเภท คือ       หน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซประเภท 1 หมายถึง หน่วยตรวจสอบที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ทำการตรวจสอบท่อที่นำมาใช้ในการบรรจุก๊าซ    หน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซประเภท 2 หมายถึง หน่วยตรวจสอบที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ทำการตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ         คุณสมบัติของหน่วยตรวจสอบ ตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบให้เป็นหน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ พ.ศ. 2550   หน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ มีกำหนดอายุการได้รับความเห็นชอบ คราวละ 5 ปี และจะต้องยื่นคำขอรับความเห็นชอบใหม่ ภายใน 15 วัน ก่อนวันสิ้นอายุการได้รับความเห็นชอบ      หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:07:33"],
    [2148,"966bf32f-2470-489c-b3fa-0c9adc7479b1","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยรับรองวิศวกรรมด้านหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d36-5a90-440e-9fcc-c1ae76a1e47a",21,0,13,"หน้าที่หน่วยรับรองวิศวกรรมด้านหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ดังนี้       \n(1) ตรวจพิสูจน์ความถูกต้องในการออกแบบสำหรับการผลิต หรือซ่อมแซมหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนของวิศวกรผู้ออกแบบ พร้อมจัดทำหนังสือรับรองแบบ ส่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานสร้างหรือซ่อมหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน โดยอย่างน้อยต้องมีการระบุมาตรฐานการออกแบบ วิศวกรผู้ออกแบบ อัตราการผลิตไอหรือค่าความร้อนที่ผลิตได้ ชนิดของเชื้อเพลิงรุ่น (Model) ในหนังสือรับรองแบบ ทั้งนี้ผู้ออกแบบและผู้ตรวจพิสูจน์แบบต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน และไม่เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานเดียวกัน    \n(2) ตรวจสอบการสร้าง หรือซ่อมแซมหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน พร้อมจัดทำรายงานการตรวจสอบการสร้างส่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานสร้างหรือซ่อมหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน โดย   \n- ตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในการผลิต ขั้นตอนการผลิต การทดสอบรอยบกพร่องจากกระบวนการผลิตหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล     \n- ตรวจสอบสภาพโรงงานที่ผลิตหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนรวมทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง     \n- ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากรให้เหมาะสมกับข้อกำหนดในงานที่ปฏิบัติ            \n(3) ตรวจพิสูจน์การคำนวณ การออกแบบ การสร้าง หม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนที่นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมจัดทำหนังสือรับรองการตรวจพิสูจน์ ส่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่มีความประสงค์ใช้หม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนดังกล่าว    \n(4) ตรวจสอบแบบแปลนการติดตั้ง รวมถึงระบบท่อต่าง ๆ สำหรับหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนใหม่ก่อนการติดตั้ง พร้อมจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ ส่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงาน    \n(5) ตรวจทดสอบความปลอดภัยภายหลังการติดตั้ง และตรวจทดสอบความปลอดภัยประจำปีของหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และเป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุในภาคผนวก 3 (หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจทดสอบหม้อน้ำและหม้อต้มฯ แห่งประกาศกระทรวงอุตสากรรม เรื่อง มาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับหม้อน้ำและหม้อต้มฯ พ.ศ. 2549) พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการตรวจทดสอบตามแบบที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมประกาศกำหนด ส่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงาน    \n(6) สรุปรายงานผลการดำเนินการตาม (1) ถึง (3) ตามแบบที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมประกาศกำหนดจัดส่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมทุก 6 เดือน ทั้งนี้ กรณีมีการดำเนินการตาม (1) ให้แนบสำเนาหนังสือรับรองแบบด้วย    \n(7) หากตรวจสอบพบว่า การออกแบบ การผลิต การซ่อมแซม หรือการติดตั้งหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด หรือไม่ปลอดภัยต่อการใช้งานต้องแจ้งผู้ออกแบบ หรือผู้ประกอบกิจการโรงงานทราบทันที    \n(8) รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่         \n\nคุณสมบัติของหน่วยรับรองวิศวกรรมด้านหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ดังนี้       \n(1) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายไทย และมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท    \n(2) มีสำนักงานที่แน่นอน สถานที่ปฏิบัติงานที่เหมาะสมและมีพื้นที่เพียงพอเพื่อใช้ในการเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทดสอบและตรวจสอบ    \n(3) มีวิศวกรเครื่องกลที่มีคุณสมบัติและคุณวุฒิ ดังนี้ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน         \n- ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร และไม่อยู่ระหว่างการพักใช้ใบอนุญาต     \n- มีประสบการณ์ด้านงานหม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนไม่น้อยกว่า 3 ปี            \n(4) มีผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับการทดสอบแบบไม่ทำลาย ได้แก่ การทดสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง การทดสอบด้วยผงแม่เหล็ก การทดสอบด้วยสารแทรกซึม จากสถาบันที่เชื่อถือได้ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน    \n(5) มีเครื่องมือทดสอบและตรวจสอบ ดังนี้         \n- ชุดเครื่องมือตรวจสอบแนวเชื่อมเหล็ก     \n- เครื่องมือวัดความหนาโลหะ     \n- เครื่องมือทดสอบลิ้นนิรภัย     \n- เครื่องมือทดสอบเกจวัดความดัน     \n- เครื่องอัดน้ำความดันสูง            \n(6) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทนิติบุคคลจากสภาวิศวกร    \n(7) ไม่เป็นหน่วยงานที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมและยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน    \n(8) เป็นหน่วยงานที่ผู้บริหารไม่เป็นบุคคลเดียวกับผู้บริหารของหน่วยงานที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม และยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน            \n\nหมายเหตุ    \n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:08:08"],
    [2149,"966c066c-3cbf-4690-a37a-1d452b4805b0","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การให้ความเห็นชอบในการตรวจสอบภายในหม้อน้ำทุกระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี  ต่อการตรวจสอบหนึ่งครั้ง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d35-b002-4a50-b101-25a4b10e8b14",21,0,17,"เป็นหม้อน้ำแบบท่อน้ำที่มีอัตราการผลิตไอน้ำตั้งแต่ 20 ตันต่อชั่วโมงขึ้นไป หรือหม้อน้ำที่ใช้ความร้อนจากกระบวนการผลิต (Process Boiler หรือ Process Steam Generator) ทุกอัตราการผลิตไอน้ำ โดยหากหม้อน้ำดังกล่าวหยุดการใช้งานจะทำให้กระบวนการผลิตไม่สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องได้   \n- มีหลักฐานการออกแบบโครงสร้าง  การคำนวณ  การสร้างหรือการประกอบ  และการตรวจทดสอบที่ได้รับรองตามมาตรฐาน ได้แก่ ASME , JIS , EN , ISO หรือตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมยอมรับ   \n- มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัด อุปกรณ์ความปลอดภัยและระบบป้องกันอันตรายสำหรับหม้อน้ำตามมาตรฐานสากล และมีหลักฐานการสอบเทียบ (Calibration) ตามระบบรับรองคุณภาพ   \n- มีการตรวจวิเคราะห์และปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำป้อนและน้ำภายในหม้อน้ำ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยค่าตัวแปรความเป็นกรด-ด่าง (pH) และค่าการนำไฟฟ้า (Electric conductivity) ให้มีการตรวจวิเคราะห์และบันทึกผลแบบต่อเนื่อง   \n- มีเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำการตรวจรับรองความปลอดภัยครั้งสุดท้ายต้องไม่เกิน 1 ปี    \n- มีหนังสือความเห็นจากวิศวกรผู้ตรวจสอบ เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบในการตรวจสอบภายในหม้อน้ำทุกระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี ต่อการตรวจสอบหนึ่งครั้งตามระยะเวลาที่ขอความเห็นชอบ         \n- มีระบบควบคุมและบันทึกผลการทำงานของหม้อน้ำด้วยคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยต้องแสดงค่าความดันและอุณหภูมิของการใช้งาน โดยสามารถแสดงข้อมูลย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ขออนุญาต   \n- มีแผนงานการบำรุงรักษาหม้อน้ำเชิงป้องกัน และรายงานการบำรุงรักษาหม้อน้ำเชิงป้องกัน สรุปข้อบกพร่อง สาเหตุและวิธีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งรับรองโดยวิศวกรควบคุมและอำนวยการใช้หม้อน้ำ   \n- มีแผนการฝึกอบรมทบทวนหรือการพัฒนาความรู้ผู้ควบคุมหม้อน้ำ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหม้อน้ำ ได้แก่ กฎหมาย มาตรฐาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม หรือพลังงาน ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคนต่อปี   \n- กรณีที่ยื่นขอขยายระยะเวลาในการตรวจสอบภายในหม้อน้ำเกินกว่า 3 ปี ต้องมีการประเมินอายุการใช้งานที่เหลือ (Remaining life assessment) ของหม้อน้ำตามวิธีการที่ได้มาตรฐานและโดยหน่วยงานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเห็นชอบ ทั้งนี้ อายุการใช้งานที่เหลือต้องไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ยื่นขอ\n- หม้อน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง ให้มีการตรวจสอบภายในหม้อน้ำทุกระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 ปี   \n- หม้อน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวหรือเชื้อเพลิงก๊าซหรือใช้ความร้อนจากก๊าซร้อนหรือความร้อนจากกระบวนการผลิต ให้มีการตรวจสอบภายในหม้อน้ำทุกระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 5 ปี      \n\nหมายเหตุ    \n** รายชื่อหน่วยรับรองวิศวกรรมด้านหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถดูได้จาก Website กองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม http://php.diw.go.th/safety2/    \n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:08:14"],
    [2150,"966d4fae-84c9-40d3-bfe6-8e39c8460670","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขึ้นทะเบียน/ต่ออายุทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม หลักสูตรคนงานควบคุม ส่ง และบรรจุก๊าซประจำโรงงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d36-1a98-4705-a7e9-a9894fd976a9",21,0,15,"ผู้ดําเนินการจัดฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติเป็น ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา สมาคม หรือ นิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรมที่เกี่ยวกับก๊าซ และให้หมายรวมถึงผู้ประกอบกิจการโรงงานผลิต ก๊าซ และหรือบรรจุก๊าซที่มีขีดความสามารถในการดําเนินการฝึกอบรมคนงาน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การฝึกอบรม การออกหนังสือรับรองและ การขึ้นทะเบียนเป็นคนงานควบคุม ส่งและบรรจุก๊าซประจําโรงงาน พ.ศ. 2549   ผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรมประสงค์จะต่ออายุการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้ยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรมได้ก่อนวันที่หนังสืออนุญาต จะสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรมและการออกหนังสือรับรองการฝึกอบรมหลักสูตรคนงานควบคุม ส่ง และบรรจุก๊าซประจำโรงงาน พ.ศ. 2554   คุณสมบัติของผู้ให้การฝึกอบรม ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การฝึกอบรม การออกหนังสือรับรองและการขึ้นทะเบียนเป็นคนงานควบคุม ส่งและบรรจุก๊าซประจำโรงงาน พ.ศ. 2549 มีคุณสมบัติ ดังนี้       สำเร็จปริญญาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานหรือเกี่ยวข้องกับการควบคุมการผลิตก๊าซ การใช้ก๊าซ การบรรจุก๊าซและการ ขนส่งก๊าซไม่น้อยกว่า 3 ปี    สำเร็จ ปวส. ช่างยนต์ ช่างกลโรงงาน ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม ช่างไฟฟ้า หรือชำนาญการและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานหรือเกี่ยวข้องกับการควบคุมการผลิตก๊าซ การใช้ก๊าซการบรรจุก๊าซ และการขนส่งก๊าซ ไม่น้อยกว่า 5 ปี            หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:07:52"],
    [2151,"966f52b5-2900-4a56-b68a-8ed0706c96e7","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งข้อเท็จจริงการนำเข้า - ส่งออกวัตถุอันตราย ตามแบบ วอ./อก.6 (ของเสียเคมีวัตถุ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d35-e1fb-4a39-88fa-03b17d9e2bd0",1,0,4,"ผู้ประกอบการที่จะประสงค์การแจ้งข้อเท็จจริงการนำเข้า - ส่งออกวัตถุอันตราย ตามแบบ วอ./อก.6 (ของเสียเคมีวัตถุ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว) จะต้องเป็นสมาชิกขอใช้บริการแจ้งข้อเท็จจริงของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ (วอ./อก.6) โดยผ่านระบบสัญญาณคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (ผู้ประกอบการสามารถสมัครสมาชิกโดยยื่นแบบ วอ./อก. 6.1 พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://eis.diw.go.th/haz/hazard/pdf/vook61.pdf)   การแจ้งตามแบบ วอ./อก.6 กำหนดให้ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งวัตถุอันตราย(ของเสียเคมีวัตถุ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว)  ต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชื่อวัตถุอันตราย สูตรและอัตราส่วน ชื่อทางการค้า ชื่อสามัญหรือชื่อย่อ (ถ้ามี) ปริมาณ ภาชนะบรรจุ ชื่อผู้ผลิต ประเทศผู้ผลิต สถานที่เก็บรักษา ชื่อพาหนะ ด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือส่งออกและกำหนดวันที่พาหนะจะมาถึงหรือออกจากด่านศุลกากร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนนำหรือส่งวัตถุอันตรายออกจากด่านศุลกากร สามารถแจ้งข้อเท็จจริง ได้ที่เว็บไซต์กองบริหารจัดการวัตถุอันตรายhttp://haz2.diw.go.th/HazLicense/jsp/login/login_vk6.jsp      สามารถดาวน์โหลดคู่มือการแจ้งข้อเท็จจริง ได้ที่เว็บไซต์กองบริหารจัดการวัตถุอันตราย หัวข้อ E-services  คู่มือการใช้ระบบรับแจ้ง วอ./อก. 6 หรือ เว็บไซต์ http://eis.diw.go.th/haz/hazdiw/manual_v6.doc    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะยื่นคำขอผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-02T11:05:10"],
    [2152,"966f57d3-90db-4962-87c1-89f042f5d460","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การจดทะเบียนจำนองหรือขายฝากเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-493f-4385-a70f-51a4e8c4c3d3",15,120000,17,"1. ผู้จำนอง หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอจดทะเบียนจำนองหรือขายฝากเครื่องจักร (อ.1/2)  \n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง\n2. ผู้จำนองและผู้รับจำนอง หรือผู้ขายฝากเครื่องจักรและผู้รับซื้อฝากเครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจจากทั้งสองฝ่าย \n   ต้องลงนามในบันทึกผู้ขอจดทะเบียน และสัญญาจำนองหรือขายฝากเครื่องจักร จำนวน 3 ฉบับ\n3. การยื่นคำขอ\n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ)\n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้\n     ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n     หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n   - ชำระค่าธรรมเนียมเมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารับคำขอแล้ว\n4. การนับวันรวมของการจดทะเบียนจำนองหรือขายฝากฯ จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบคำขอ\n   พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n5. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณา\n   และลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:09:50"],
    [2153,"9675c256-6719-43d4-909f-df1abbaec483","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอแบ่งแยกรายการเครื่องจักรซึ่งได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ไว้แล้ว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-3ea2-489b-9154-5bad1a478aa1",30,0,10,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ \n   ยื่นคำขอแบ่งแยกรายการเครื่องจักรซึ่งได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ไว้แล้ว (อ.1/12) พร้อมเอกสารประกอบคำขอฯ \n   ต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญนั้น\n2. ต้องเป็นเครื่องจักรที่ได้รับการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรไว้แล้ว ตาม พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514\n3. กรณีเครื่องจักรติดภาระจำนอง ต้องมีเอกสารหนังสือยินยอมจากผู้รับจำนอง\n4. การขอแบ่งแยกรายการเครื่องจักรฯ ออกไปจากหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรฉบับใดๆ มากกว่าหนึ่งฉบับ\n   ให้ยื่นคำขอเท่ากับจำนวนหนังสือสำคัญฯ ที่จะขอแบ่งแยกไป\n5. การนับวันรวมของการขอแบ่งแยกรายการเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนฯ ไว้แล้ว \n   จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบคำขอ\n   พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n6. การยื่นคำขอ\n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้\n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้\n     ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n   - พนักงานเจ้าหน้าที่ จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n     หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน ตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้ยื่นคำขอ แทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน ทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n   - ภายหลังการลงรับคำขอฯ ในระบบสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางหรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด\n     เครื่องจักรที่ขอแบ่งแยกฯ จะต้องผ่านการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง\n     หากพบว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงตามเอกสาร/หลักฐานประกอบการพิจารณา หรือไม่ถูกต้อง\n     ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 \n     สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด อาจจะพิจารณาปฏิเสธคำขอต่อไป\n7. การพิจารณา\n   ตรวจสอบข้อมูลของเครื่องจักรกับเอกสารคำขอฯ/จัดทำรายละเอียดเครื่องจักร/ลงบันทึกรายละเอียดเครื่องจักรในระบบ\n   - เมื่อมีการลงรับคำขอจดทะเบียนแบ่งแยกฯ ในระบบแล้ว เครื่องจักรที่ขอจดทะเบียนแบ่งแยกฯ \n     จะต้องผ่านการตรวจสอบรายละเอียดของเครื่องจักร โดยพนักงานเจ้าหน้าที่\n     ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง และตรงตามเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาประกอบการพิจารณาก่อน\n   - ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคําขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ \n     เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ขอทราบ \n     เพื่อให้การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญของเครื่องจักรมีความสมบูรณ์ถูกต้อง \n     ผู้ขออาจขอแก้ไขรายการที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำขอและเอกสารหลักฐานต่างๆ \n     รวมถึงการขอส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่อง \n     เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องบันทึกข้อบกพร่อง ตลอดจนวันนัดส่งมอบการแก้ไขที่สมบูรณ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร\n     หากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าวของผู้ขอนั้น ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป\n8. การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ\n   - เมื่อนายทะเบียนเครื่องจักร ได้ลงนามในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร (ฉบับแบ่งแยก) \n     ให้กับผู้ขอแล้ว ซึ่งถือว่าสิ้นสุดกระบวนการจดทะเบียนแบ่งแยกฯ \n     สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางหรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด \n     จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาและลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:09:04"],
    [2154,"9675d1ca-aabd-4067-8ea3-ecd2e44890a8","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-42a5-411f-b3cb-f534566e6adb",21,1200,7,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอทั่วไป (อ.1/8) 1 ฉบับ ต่อหนังสือสำคัญ (ร.2/1) 1 ฉบับ \n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ โดยระบุความประสงค์ขอแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร \n   ต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญนั้น \n2. เมื่อสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด ดำเนินการติดแผ่นป้ายแล้วเสร็จ \n   จะมีหนังสือแจ้งไปยังสำนักทะเบียนงานเครื่องจักรกลาง พร้อมสำเนาเอกสารประกอบคำขอฯ เพื่อทราบต่อไป \n3. การนับวันรวมของการขอแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอ\n   และตรวจสอบคำขอ พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว \n4. การยื่นคำขอ \n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ \n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้ \n   - ชำระค่าธรรมเนียมเมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารับคำขอแล้ว\n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้  \n     ในขณะนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง\n     และรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม \n     หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด \n     ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ \n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการ\n     แก้ไขคำขอ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน ตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น \n   - ภายหลังการลงรับคำขอฯ ในระบบสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง/สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดแล้ว \n     เครื่องจักรที่ขอแผ่นป้ายจะะต้องผ่านการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง \n     หากพบว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงตามเอกสาร/หลักฐานประกอบการพิจารณา \n     หรือไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 \n     สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด \n     อาจจะพิจารณาปฏิเสธคำขอต่อไป \n5. การพิจารณา\n   ในการตรวจสอบเครื่องจักร เพื่อติดแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักรที่ไปตรวจสอบ ณ สถานที่ตั้ง\n   ต้องมีข้อมูลของเครื่องจักรถูกต้องตรงกับเอกสารคำขอฯ และแฟ้มเรื่องเดิมที่มีการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ฯ ไว้ \n   - หากคำขอที่ไม่ได้รับการนัดและตรวจสอบติดแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร ณ สถานประกอบการให้แล้วเสร็จ \n     ภายใน 10 วันทำการนับตั้งแต่วันยื่นคำขอ จะถือว่าคำขอนั้นถูกละทิ้ง แต่หากมีการนัดหมายภายหลัง\n     และทำให้มีการตรวจสอบ ติดแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร เกินวันทำการที่กำหนด\n     เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องทำการบันทึกการนัดร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร \n     หากการนัดดังกล่าวนั้นทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป \n   - โดยหากมีความประสงค์จะเลื่อนวันนัดหมายการตรวจติดแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร ผู้ยื่นคำขอสามารถกระทำได้ ดังนี้\n     1) มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและลงเลขรับเรื่องที่ฝ่ายบริหารทั่วไป \n     2) บันทึกชี้แจงในเอกสารคำขอฯ พร้อมลงลายมือชื่อและวันที่รับรองไว้ \n   – ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคําขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้\n      เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ขอทราบ เพื่อให้การขอแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักรมีความสมบูรณ์ถูกต้อง \n      ผู้ขออาจขอแก้ไขรายการที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำขอและเอกสารหลักฐาน รวมถึงการขอส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ \n      เพิ่มเติมให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่อง โดยเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องบันทึกข้อบกพร่อง \n      ตลอดจนวันนัดส่งมอบการแก้ไขที่สมบูรณ์ไว้ เป็นลายลักษณ์อักษรหากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าว\n      ของผู้ขอนั้น ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป \n6. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด จะแจ้งผลการดำเนินการ\n   ให้ผู้ยื่นคําขอทราบ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาและลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:09:37"],
    [2155,"96761b75-0b4a-4d24-bf01-d274960f6a40","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญของเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-36ed-43a2-ba1e-9eb652a8e6a0",90,10,10,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ\n   ของเครื่องจักร (อ.1/6) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญนั้น\n2. ต้องเป็นเครื่องจักรที่ได้รับการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรไว้แล้ว ตาม พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514\n3. เครื่องจักรที่จดทะเบียนไว้ หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ ให้ขอจดทะเบียนฯ \n   ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง กรณีเครื่องจักรติดจำนอง ต้องมีเอกสารหนังสือยินยอม\n   จากผู้รับจำนอง (มาตรา 12)\n4. การนับวันรวมของการขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญของเครื่องจักร แยกนับวันตามจำนวน\n   และที่ตั้งเครื่องจักร ดังนี้*\n   4.1 จำนวนเครื่องจักร 1 ถึง 10 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และเขตจังหวัดปริมณฑล \n       (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) ระยะเวลา 30 วันทำการ\n   4.2 จำนวนเครื่องจักร 1 ถึง 30 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด นอกจากที่กำหนดในข้อ 4.1 \n        ระยะเวลา 40 วันทำการ\n   4.3 จำนวนเครื่องจักร 31 ถึง 90 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 50 วันทำการ\n   4.4 จำนวนเครื่องจักร 91 ถึง 180 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 60 วันทำการ\n   4.5 จำนวนเครื่องจักรมากกว่า 180 เครื่อง และเครื่องจักรตั้งอยู่ในเขตทุกจังหวัด ระยะเวลา 90 วันทำการ\n       - กรณียื่นคำขอที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง* \n         ระยะเวลาดำเนินการจะขึ้นอยู่กับจำนวนและที่ตั้งเครื่องจักรข้างต้น\n       - กรณียื่นคำขอที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด (สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด) \n         ระยะเวลาดำเนินการจะขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องจักร\n5. ชำระค่าธรรมเนียมเมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารับคำขอแล้ว\n6. การนับวันรวมของการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของเครื่องจักร จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่\n    รับคำขอและตรวจสอบคำขอ พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูล\n    เรียบร้อยแล้ว\n7. การยื่นคำขอ\n    - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้\n    - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n    - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n      พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n      พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการ แก้ไข/เพิ่มเติมได้\n      ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n    - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n      หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน ตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n    - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n      กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน ทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์\n      จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n    - ภายหลังการลงรับคำขอฯ ในระบบสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง/สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดแล้ว \n      เครื่องจักรที่ขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ ต้องผ่านการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง \n      หากพบว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงตามเอกสาร/หลักฐานประกอบการพิจารณา หรือไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่ง\n      พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักร\n      ประจำจังหวัดอาจจะพิจารณาปฏิเสธคำขอต่อไป\n8. การพิจารณา\n    ในการตรวจสอบเครื่องจักร/ตรวจสอบข้อมูลของเครื่องจักรกับเอกสารคำขอฯ/จัดทำรายละเอียดเครื่องจักร/ลงบันทึก\n    รายละเอียดเครื่องจักรในระบบ\n     - เมื่อมีการลงรับคำขอจดทะเบียนฯ ในระบบแล้วเครื่องจักรที่ขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญของเครื่องจักร \n       จะต้องผ่านการตรวจสอบรายละเอียด การเปลี่ยนแปลงของเครื่องจักรโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ปรากฏข้อเท็จจริง\n       ที่ถูกต้อง และตรงตามเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาประกอบการพิจารณาก่อน\n     - หากคำขอที่ไม่ได้รับการนัดและตรวจสอบเครื่องจักร ณ สถานประกอบการให้แล้วเสร็จ ภายใน 10 วันทำการ\n       นับตั้งแต่วันยื่นคำขอ จะถือว่าคำขอนั้นถูกละทิ้ง แต่หากมีการนัดหมายภายหลังและทำให้มีการตรวจสอบเครื่องจักร\n       เกินวันทำการที่กำหนด เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องทำการบันทึกการนัดร่วมกัน เป็นลายลักษณ์อักษร\n       หากการนัดดังกล่าวนั้น ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณา และการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป\n     - โดยหากมีความประสงค์จะเลื่อนวันนัดหมายการตรวจเครื่องจักร ผู้ยื่นคำขอสามารถกระทำได้ ดังนี้\n        1) มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและลงเลขรับเรื่องที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง \n           หรือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด\n        2) บันทึกชี้แจงในเอกสารคำขอฯ พร้อมลงลายมือชื่อและวันที่รับรองไว้  \n     - ในการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงของเครื่องจักร จะต้องตรงกับรายละเอียดเอกสารคำขอ เอกสารแสดง\n       รายละเอียดเครื่องจักรผังการวางเครื่องจักร เอกสารรายละเอียดส่วนประกอบเครื่องจักร ภาพถ่ายเครื่องจักร \n       และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักร\n     - ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคําขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้\n       ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ขอทราบ เพื่อให้การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญของเครื่องจักร\n       มีความสมบูรณ์ถูกต้อง ผู้ขออาจขอแก้ไขรายการที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำขอและเอกสารหลักฐานต่างๆ \n       รวมถึงการขอส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่อง โดยเจ้าหน้าที่\n       ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องบันทึกข้อบกพร่อง ตลอดจนวันนัดส่งมอบการแก้ไขที่สมบูรณ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร \n       หากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าวของผู้ขอนั้นทำให้ระยะเวลา ในการพิจารณาและการนับวันรวม \n       ต้องล่าช้าออกไป\n9. การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ\n    - เมื่อนายทะเบียนเครื่องจักร ได้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของเครื่องจักรที่ได้เคยจดทะเบียนเครื่องจักรไว้ให้กับผู้ขอ \n      ซึ่งถือว่าสิ้นสุดกระบวนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของเครื่องจักรแล้ว สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง \n      หรือ สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบ ภายใน 7 วัน \n      นับแต่วันที่พิจารณาและลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:08:52"],
    [2156,"96718e45-8f2a-45fd-97cd-75dd8b51c5db","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การจดทะเบียนยกเลิกการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-5009-451b-8446-8542bcfbe4a6",15,0,11,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอทั่วไป (อ.1/8) \n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง\n2. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ต้องลงนามในบันทึกผู้ขอจดฯ\n3. คืนแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร และหนังสือสำคัญฯ (ร.2/1) ที่จะขอยกเลิก \n   หากแผ่นป้ายทะเบียนเครื่องจักร หรือหนังสือสำคัญฯ (ร.2/1) นั้นสูญหาย\n   ให้ใช้ใบแจ้งความ ที่ระบุ หมายเลขทะเบียนเครื่องจักร และ เลขที่ ร.2/1\n4. การยื่นคำขอ\n    - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n      (อ้างอิง มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ)\n    - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n    - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n      พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n      พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้\n      ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n     หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n5. การนับวันรวมของการจดทะเบียนยกเลิกฯ จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบคำขอ\n   พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้อง พร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n6. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณา\n   และลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:09:56"],
    [2157,"9671ce49-67a1-47ee-af47-7bfb68fe7fd3","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-3a69-4491-ad15-32701dc1c9b0",15,0,11,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอทั่วไป (อ.1/8) \n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง\n2. การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร\n   เป็นการดำเนินการทางนิติกรรม เช่น การขอเปลี่ยนแปลงชื่อสกุล ชื่อสำนักงาน ที่อยู่ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ \n   ชื่อสถานที่ตั้งเครื่องจักร รายละเอียดต่างๆ ของสถานที่ตั้งเครื่องจักร เป็นต้น\n3. การยื่นคำขอ\n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ)\n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้\n     ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอ\n     จะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน ตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n4. การนับวันรวมของการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร \n   จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอ และตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้อง \n   พร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n5. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณา\n   และลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:10:03"],
    [2158,"9675846e-0fe4-45e5-b955-084aeff70c18","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-2def-4417-b8c0-3ae6fde13352",15,2000,22,"1. ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ\n   ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมอย่างอื่นเกี่ยวกับเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว (อ.1/4)\n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง \n2. ผู้รับโอนฯและผู้โอนฯ หรือ ผู้ขายฝากเครื่องจักรและผู้รับซื้อฝากเครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจจากทั้งสองฝ่าย \n   ต้องลงนามในบันทึกผู้ขอจดฯ\n3. การยื่นคำขอ\n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ)\n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้\n     ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n     หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้ยื่นคำขอ แทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n   - ชำระค่าธรรมเนียมเมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารับคำขอแล้ว\n4. การนับวันรวมของการจดทะเบียนโอนฯ จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอ\n   และตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n5. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณา\n   และลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:10:09"],
    [2159,"96759964-1779-498f-b228-1a5ec571cbb8","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การจดทะเบียนโอนสิทธิรับจำนองเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-4c94-40fa-9fb5-871b31d78f31",15,6000,13,"1. ผู้รับโอนสิทธิรับจำนอง(ผู้รับจำนอง) หรือ ผู้รับมอบอำนาจ    \n   ยื่นคำขอ/หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนโอนสิทธิรับจำนองเครื่องจักร (อ.1/13) \n   พร้อมด้วยเอกสารประกอบ ต่อสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง\n2.. ผู้รับโอนสิทธิรับจำนอง หรือผู้รับมอบอำนาจของผู้รับโอนฯ ต้องลงนามในบันทึกผู้ขอจดฯ \n3. การปิดประกาศ 30 วัน ไม่นับเป็นระยะเวลาดำเนินการ \n   (กรณีไม่มีหนังสือยินยอมให้จดทะเบียนโอนสิทธิรับจำนองเครื่องจักร จากผู้จำนอง) \n4. หลักฐานแสดงการโอนสิทธิรับจำนองเครื่องจักร \n   เช่น สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องหรือสิทธิการรับจำนองฯใบเสร็จรับเงินจากการโอนสิทธิเรียกร้อง เป็นต้น \n5. ต้องยื่น หนังสือยินยอมให้จดทะเบียนโอนสิทธิรับจำนองเครื่องจักร จากผู้จำนอง\n   - กรณีไม่มีหนังสือยินยอมจากผู้จำนอง ต้องปิดประกาศ 30 วัน \n   - กรณีมีผู้คัดค้านการโอนสิทธิรับจำนอง ให้รอคำสั่งพิพากษาจากศาล \n6. กรณีมีผู้รับจำนองร่วม ให้มีหนังสือยินยอมจากผู้รับจำนองร่วม มาประกอบด้วย \n7. การยื่นคำขอ \n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ) \n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้วจะรับคำขอไว้ \n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n      พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n      พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้\n      ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ \n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอ \n     จะดำเนินการแก้ไขคำขอ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น \n   - ชำระค่าธรรมเนียมเมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารับคำขอแล้ว \n8. การนับวันรวมของการจดทะเบียนโอนสิทธิรับจำนองฯ จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบคำขอ \n   พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว \n9. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณา\n   และลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:10:15"],
    [2160,"9675a2d2-cdee-4907-ac10-d9a093cd909e","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การไถ่ถอนจำนองหรือขายฝากเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-460e-4d4c-be8c-6f85a0bfe01c",15,0,11,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอจดทะเบียนการไถ่ถอนจำนอง/ขายฝากเครื่องจักร (อ.1/3)\n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง \n2. ผู้ไถ่ถอนต้องลงนามในบันทึกผู้ขอจดฯ\n3. การยื่นคำขอ\n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ)\n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการ \n     แก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n     หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอแทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n4. การนับวันรวมของการไถ่ถอนจำนองหรือขายฝากเครื่องจักร จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอ\n   และตรวจสอบคำขอ พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้องพร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n5. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณา\n   และลงนามแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:10:28"],
    [2161,"9675bc7e-1f8c-4df0-a193-587bd2c17926","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอรับใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-21e0-4e50-a24f-308c649ccf85",15,100,8,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร(อ.1/5) \n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญนั้น\n2. สาเหตุแห่งการยื่นคำขอใบแทนฯ (อ้างอิง มาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักรฯ) \n   ได้แก่ หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ\n3. การยื่นคำขอ\n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือ *ยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ) ในกรณีการยื่นคำขอกับสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง*\n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว จะรับคำขอไว้\n   - ชำระค่าธรรมเนียมเมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณารับคำขอแล้ว\n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอ จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการ แก้ไข/เพิ่มเติมได้\n     ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\n     หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้ยื่นคำขอ แทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน ทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอ\n     มีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น    \n4. การนับวันรวมของการขอรับใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่\n   พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบคำขอ พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้อง\n   พร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว\n5. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด จะแจ้งผลการดำเนินการ\n   ให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:08:58"],
    [2162,"99683b1e-a712-4ed1-8a50-3c4b4fab659c","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การย้ายเครื่องจักรภายนอกบริเวณสถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-264c-47af-956c-765fa8a05d2c",90,120,15,"1. ผู้ถือกรรมสิทธิ์เครื่องจักร หรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอย้ายเครื่องจักร (อ.1/25)\n   พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อนายทะเบียนท้องที่ที่เครื่องจักรนั้นตั้งอยู่\n   ทราบก่อนวันที่จะย้ายเครื่องจักรนั้น ไม่น้อยกว่า 15 วัน \n   1.1 กรณีย้ายเครื่องจักรภายในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ยื่นคำขอฯ ต่อนายทะเบียนเครื่องจักรกลาง \n   1.2 กรณีย้ายเครื่องจักรไปติดตั้ง ณ สถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมแห่งใหม่ \n        ที่อยู่ภายในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานทะเบียนต่างท้องที่จังหวัด \n        ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ดำเนินการยื่นคำขอ และให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เครื่องจักรนั้นได้จดทะเบียนไว้ \n        ส่งเรื่องการขอย้ายไปยังนายทะเบียนท้องที่ แห่งที่เครื่องจักรนั้นจะไปติดตั้งใหม่ \n        เมื่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ใหม่ดังกล่าวเห็นชอบกับแผนผังรายการเครื่องจักรที่จะย้ายไปติดตั้งใหม่หรือเก็บไว้แล้ว \n        ผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องย้ายเครื่องจักรให้ตรงตามแผนผังรายการเครื่องจักรนั้น และเมื่อทำการย้ายแล้วเสร็จ \n        ให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ใหม่ ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้ใหม่สำหรับเครื่องจักรที่ย้ายไป \n2. การนับวันรวมของการย้ายเครื่องจักรภายนอกสถานประกอบการ แยกนับวันตามจำนวนเครื่องจักร ดังนี้*\n   2.1 จำนวนเครื่องจักร 1 ถึง 10 เครื่อง ระยะเวลา 30 วันทำการ \n   2.2 จำนวนเครื่องจักร 10 ถึง 30 เครื่อง ระยะเวลา 40 วันทำการ \n   2.3 จำนวนเครื่องจักร 31 ถึง 90 เครื่อง ระยะเวลา 50 วันทำการ \n   2.4 จำนวนเครื่องจักร 91 ถึง 180 เครื่อง ระยะเวลา 60 วันทำการ \n   2.5 จำนวนเครื่องจักรมากกว่า 180 เครื่อง ระยะเวลา 90 วันทำการ *ในกรณีย้ายเครื่องจักรภายในเขตจังหวัดเดิม \n3. การนับวันรวมของการย้ายเครื่องจักร \n   จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนถูกต้อง\n   พร้อมลงระบบในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว \n   - กรณีการย้ายเครื่องจักรภายในเขตจังหวัดเดิม การนับวันรวมจะเป็นไปตามข้อ 3 \n   - กรณีการย้ายเครื่องจักรไปนอกเขตจังหวัดอื่น จะมีขั้นตอนการดำเนินการอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ \n     การส่งเรื่องขอย้ายไปยังนายทะเบียนท้องที่ใหม่ให้ความเห็นชอบ \n     และการแจ้งย้ายเครื่องจักรของผู้ประกอบการเมื่อย้ายไปติดตั้งในท้องที่ใหม่แล้วเสร็จ \n     โดยการนับวันรวมจะเป็นไปตามการตกลงนัดหมายในแต่ละขั้นตอน \n     ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องบันทึกกำหนดระยะเวลานัดหมาย หรือบันทึกข้อบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม \n     หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นฯ ละทิ้งคำขอ \n4. การยื่นคำขอ \n   - สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นก็ได้ หรือ *ยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ \n     (อ้างอิง มาตรา 7 พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฯ) ในกรณีการยื่นคำขอกับสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง* \n   - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจคำขอและเอกสารหลักฐาน หากเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้วจะรับคำขอไว้ \n   - กรณีคำขอไม่ถูกต้อง หรือรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \n     พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน \n     พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/\n     เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ \n   - พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณารับคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ \n     จนกว่าผู้ยื่นคำขอ จะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n   - ในการยื่นคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ของผู้ยื่นคำขอ แทนการใช้สำเนา \n     กรณีมีการมอบอำนาจ ให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ \n     เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะยื่นสำเนาที่ลงนามรับรองแล้วแทน ก็ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำขอนั้น\n   - ภายหลังการลงรับคำขอฯ ในระบบสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด\n     เครื่องจักรที่ขอย้ายจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง \n     ตรงตามเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาประกอบการพิจารณาก่อน \n     หากพบว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงตามเอกสาร/หลักฐานประกอบการพิจารณา \n     หรือไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 \n     สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลางหรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัดอาจจะพิจารณาปฏิเสธคำขอต่อไป \n5. การพิจารณา \n   5.1 ในกรณีย้ายเครื่องจักรไปติดตั้ง ณ เลขที่ตั้งใหม่ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนประจำท้องที่ใหม่นั้น \n       โดยเมื่อนายทะเบียนฯ เห็นชอบให้มีการย้ายเครื่องจักรแล้ว ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำการย้ายเครื่องจักรให้แล้วเสร็จ\n       และทำการแจ้งย้ายเครื่องจักรกับสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำท้องที่นั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบ\n       รายละเอียดส่วนประกอบ ภาพถ่ายเครื่องจักร และผังการวางเครื่องจักร ณ สถานประกอบการแห่งใหม่ตามข้อเท็จจริง \n       จากนั้น นายทะเบียนท้องที่ใหม่จะออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้ใหม่สำหรับเครื่องจักรที่ย้ายไป \n       หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n       พนักงานเจ้าหน้าที่อาจปฏิเสธการพิจารณาคำขอนั้น \n       - หากคำขอที่ไม่ได้รับการนัดและตรวจสอบเครื่องจักร ณ สถานประกอบการให้แล้วเสร็จ \n         ภายใน 15 วันทำการ นับตั้งแต่วันยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอย้ายเครื่องจักรภายในจังหวัดเดิม) \n         หรือนับตั้งแต่วันที่แจ้งย้ายเครื่องจักรแล้วเสร็จ (กรณียื่นคำขอย้ายเครื่องจักรไปนอกเขตท้องที่จังหวัดอื่น) \n         จะถือว่าคำขอนั้นถูกละทิ้ง แต่หากมีการนัดหมายภายหลังและทำให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรเกินวันทำการที่กำหนด \n         เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องทำการบันทึกการนัดร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร \n         หากการนัดดังกล่าวนั้นทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวมต้องล่าช้าออกไป \n         โดยหากมีความประสงค์จะเลื่อนวันนัดหมายการตรวจเครื่องจักร ผู้ยื่นคำขอสามารถกระทำได้ดังต่อไปนี้ \n\t 1) มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและลงเลขรับเรื่องที่สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง \n            หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด \n\t 2) บันทึกชี้แจงในเอกสารคำขอฯ พร้อมลงลายมือชื่อและวันที่รับรองไว้ \n    5.2 ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคําขอแล้ว ถ้าปรากฏมีสิ่งบกพร่องที่พอจะแก้ไขได้เจ้าหน้าที่ \n         จะแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ขอทราบ เพื่อให้การย้ายเครื่องจักรมีความสมบูรณ์ถูกต้อง \n         ผู้ขออาจขอแก้ไขรายการที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำขอและเอกสารหลักฐานต่างๆ \n         รวมถึงการขอส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาเรื่อง \n         โดยเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาและผู้ขอต้องบันทึกข้อบกพร่อง \n         ตลอดจนวันนัดส่งมอบการแก้ไขที่สมบูรณ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร \n         หากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าวของผู้ขอนั้น\n         ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาและการนับวันรวม ต้องล่าช้าออกไป\n6. สำนักงานทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือสำนักงานทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด \n   จะแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคำขอ ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-02T11:10:23"],
    [2163,"9ab03353-7971-4993-b895-8227fb5d31ee","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน (กอ.1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9ab01791-5821-4c9c-993a-39f5d6342e98",30,0,6,"1. ผู้ประกอบกิจการโรงงานตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ประสงค์จะนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานต้องยื่นคำขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกบริเวณโรงงาน (กอ.1) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่ถูกต้อง ครบถ้วนต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก สำหรับกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเองได้ หรือมีเหตุอื่นใด ให้มาดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ กรมโรงงานอุตสาหกรรม\n2. หลักเกณฑ์ เงื่อนไข เอกสารประกอบการพิจารณาการนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกไปจัดการนอกบริเวณโรงงาน ให้เป็นไปตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกไปจัดการนอกบริเวณโรงงาน พ.ศ. 2566\n3. ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ประสงค์จะนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานต้องดำเนินการยืนยันตัวตนในระบบยืนยันตัวตน (DIW User Authentication : https://center.diw.go.th/diw-user/authen/) ให้แล้วเสร็จก่อนดำเนินการยื่นขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน","2024-05-02T11:04:13"],
    [2164,"9b38cdce-9e53-4c4d-83bb-cbe284aa28a8","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตามมาตรา 12","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-5e51-4099-b527-95675b7f163c",58,145000,25,"1.เป็นผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมหรือนอกเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และไม่เป็นโรงงานลำดับประเภทโรงงาน ดังต่อไปนี้\n\t\t1.1 ลำดับที่ 88 ผลิตไฟฟ้า ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)\n\t\t1.2 ลำดับที่ 34(1) แปรรูปไม้ ลำดับที่ 34(3) ไม้วีเนียร์หรือไม้แผ่นบาง ลำดับที่ 34(4) ชิ้นไม้สับ จากไม้ยางพาราหรือไม้ที่ปลูกขึ้นโดยเฉพาะ คือ ยูคาลิปตัส สะเดาเทียม สนทะเล สนปฏิพัทธ์ กระถินณรงค์ กระถินเทพา กระถินยักษ์ มะพร้าว มะขาม มะไฟบ้าน มะปรางบ้าน จามจุรี และไม้ตาล ตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามมติคณะรัฐมนตรี\n\t\t1.3 ลำดับที่ 105 หลุมฝังกลบของเสียอันตราย หรือหลุมฝังกลบของเสียไม่อันตราย ที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม\n\t\t1.4 โรงงานที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA)\n\t2. ผู้ยื่นคำขอประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.3) ต้องเป็นผู้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด และต้องยื่นคำขอภายใน 45 วัน นับแต่วันประกาศสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน\n\t3. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารที่ครบถ้วนตามที่คู่มือสำหรับประชาชนกำหนด ณ หน่วยงาน ไม่ใช่การยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาเท่าที่สามารถพิจารณาได้ในขณะที่รับคำขอ ส่วนการตรวจสอบเอกสารในเชิงคุณภาพถือเป็นขั้นตอนในการพิจารณาอนุญาต ซึ่งหากพบว่าข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต หน่วยงานสามารถพิจารณาไม่อนุญาตได้ สำหรับกรณีที่เอกสารมีข้อมูลไม่ชัดเจน หากหน่วยงานเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หน่วยงานสามารถแจ้งให้ประชาชนส่งรายละเอียดเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในรายการเอกสารเดิมตามที่ประกาศไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนได้","2024-02-01T14:50:20"],
    [2165,"9b38d038-915a-4501-b2f9-4768bafa79f9","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การขอรับใบอนุญาตขยายโรงงานจำพวกที่ 3 ตามมาตรา 18","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd337-db3f-419e-9bda-83743a8b4275",58,145000,26,"1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และไม่เป็นโรงงานลำดับประเภทโรงงาน ดังต่อไปนี้\n\t\t1.1 ลำดับที่ 88 ผลิตไฟฟ้า ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)\n\t\t1.2 ลำดับที่ 34(1) แปรรูปไม้ ลำดับที่ 34(3) ไม้วีเนียร์หรือไม้แผ่นบาง ลำดับที่ 34(4) ชิ้นไม้สับ จากไม้ยางพาราหรือไม้ที่ปลูกขึ้นโดยเฉพาะ คือ ยูคาลิปตัส สะเดาเทียม สนทะเล สนปฏิพัทธ์ กระถินณรงค์ กระถินเทพา กระถินยักษ์ มะพร้าว มะขาม มะไฟบ้าน มะปรางบ้าน จามจุรี และไม้ตาล ตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามมติคณะรัฐมนตรี\n\t\t1.3 ลำดับที่ 105 หลุมฝังกลบของเสียอันตราย หรือหลุมฝังกลบของเสียไม่อันตราย ที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม\n\t\t1.4 โรงงานที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA)\n\t2. ผู้ยื่นคำขอประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.3) ต้องเป็นผู้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน\nตามที่กฎหมายกำหนด และต้องยื่นคำขอภายใน 45 วัน นับแต่วันประกาศสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน\n\t3. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารที่ครบถ้วนตามที่คู่มือสำหรับประชาชนกำหนด ณ หน่วยงาน ไม่ใช่การยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณาเท่าที่สามารถพิจารณาได้ในขณะที่รับคำขอ ส่วนการตรวจสอบเอกสารในเชิงคุณภาพถือเป็นขั้นตอนในการพิจารณาอนุญาต ซึ่งหากพบว่าข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต หน่วยงานสามารถพิจารณาไม่อนุญาตได้ สำหรับกรณีที่เอกสารมีข้อมูลไม่ชัดเจน หากหน่วยงานเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หน่วยงานสามารถแจ้งให้ประชาชนส่งรายละเอียดเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในรายการเอกสารเดิมตามที่ประกาศไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนได้","2024-05-02T11:01:57"],
    [2166,"9bdcf780-276e-4093-8766-691cc4d8a9b0","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งทดลองเดินเครื่องจักร ก่อนการเริ่มประกอบกิจการโรงงาน ตามมาตรา 13 วรรคสอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-5309-4c08-a0c4-3cc601215f69",15,0,8,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ที่มีความประสงค์และพร้อมจะทดลองเดินเครื่องจักร โดยต้องแจ้งขอทดลองเดินเครื่องจักรก่อนวันเริ่มทดลองเดินเครื่องจักรจริงไม่น้อยกว่า 15 วัน และระยะเวลาในการทดลองเดินเครื่องจักร ต้องไม่เกิน 60 วัน   ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่เป็นประเภทหรือชนิดโรงงานลำดับที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการทดลองเครื่องจักร พ.ศ 2553 ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดในข้อ 6 ของกฎกระทรวงดังกล่าว ให้แล้วเสร็จก่อนการแจ้งทดลองเดินเครื่องจักร","2024-05-02T11:02:31"],
    [2167,"9bdcf9bc-8bb7-4a8f-8e2f-2c0b5cfcd116","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การแจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d36-7101-41a8-8a97-3e1b8b9dfad7",15,43500,6,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ที่พร้อมจะเริ่มประกอบกิจการโรงงาน และต้องเป็นการแจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงานก่อนวันเริ่มประกอบกิจการจริงไม่น้อยกว่า 15 วัน และต้องเป็นการแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาในการแจ้งประกอบกิจการโรงงาน","2024-05-02T11:03:37"],
    [2168,"9bdcfeeb-b3f5-41fe-8591-a94e3dd89030","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","กรมโรงงานอุตสาหกรรม","การยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติในการประกอบกิจการโรงงาน ตามมาตรา 20","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-8487-47b4-a5d4-76ffe2255f3c",30,0,8,"เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่เป็นโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ที่ต้องการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติในการประกอบกิจการโรงงาน ให้ยื่นคําขอและชี้แจงเหตุผลต่อผู้อนุญาต โดยผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว","2024-05-02T11:02:08"],
    [2169,"94e56e26-bfa0-47c2-b735-947170dca5b9","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.01/1)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-edc6-48c6-b23f-56a0fed2753a",1,200,10,"1. การตรวจสอบกับกฏหมายอื่นในเบื้องต้น  1.1 กฎหมายผังเมือง              ตรวจสอบว่าการประกอบกิจการที่ขออนุญาตนั้น ขัดกับกฏหมายผังเมืองหรือไม่  1.2 กฏหมายสิ่งแวดล้อม (รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของนิคมอุตสาหกรรม)              พิจารณาประเภทการประกอบกิจการกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของนิคมฯ นั้นๆ ว่าเป็นอุตสาหกรรมห้ามตั้ง หรือไม่              พิจารณาความต้องการสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และตรวจสอบว่า กนอ. หรือผู้ร่วมดำเนินงานจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสามารถจัดเตรียมให้ได้ ซึ่งจะต้องอยู่ในหลักการของรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของนิคมอุตสาหกรรม (นิคมอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการประสงค์จะเข้ามาใช้พื้นที่) ซึ่งถ้าผู้ประกอบการมีความต้องการใช้สาธารณูปโภคเกินกว่าที่กำหนด จะต้องมีหนังสือจากผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม หรือผู้ร่วมดำเนินงานจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม รับรองว่าสามารถรองรับความต้องการใช้สาธารณูปโภคของผู้ประกอบการรายนั้น ๆ ได้อย่างเพียงพอ  1.3 กฎหมายกระทรวงพาณิชย์              รายละเอียดวัตถุประสงค์ของกระทรวงพาณิชย์ จะต้องครอบคลุมประเภทการประกอบกิจการที่ขออนุญาต    2. การตรวจสอบกับหลักเกณฑ์ของ กนอ.  2.1 พิจารณาแปลงที่ดินและเนื้อที่ให้ถูกต้องตามผังแม่บท (Master Plan) กรณีเนื้อที่เปลี่ยนแปลงให้ยึดถือตามโฉนดที่ดินแปลงนั้นๆ  เกณฑ์ในการพิจารณาผังแม่บท/ผังจัดสรร     2.1.1 การขออนุญาตใช้ที่ดิน ให้ใช้ผังแม่บทในการพิจารณาอนุญาต     2.1.2 กรณีเป็นโครงการนิคมอุตสาหกรรมตั้งขึ้นใหม่ และขั้นตอนการจัดสรรยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อมีผู้ประกอบการยื่นคำขอใช้ที่ดินเข้ามา ผู้พัฒนานิคมฯ ต้องชี้แจงและยืนยันการดำเนินนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคว่าแล้วเสร็จเมื่อใด ทั้งนี้ แผนงานต้องแล้วเสร็จก่อนที่ผู้ประกอบการจะแจ้งเริ่มประกอบกิจการ โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบการรับทราบว่า กนอ. จะรับแจ้งเริ่มประกอบกิจการ ต่อเมื่อระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการจะต้องแล้วเสร็จก่อน ได้แก่ ระบบผลิตน้ำประปา ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง การก่อสร้างถนนที่เข้าถึงแปลงที่ดิน เป็นต้น  2.2 พิจารณาความต้องการระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคที่รองรับ เช่น ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง เป็นต้น  2.3 พิจารณาประเภทการประกอบกิจการให้ตรงตามผังแม่บท เช่น    2.3.1 เขตอุตสาหกรรมทั่วไป ประกอบกิจการอุตสาหกรรม การบริการ หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการบริการ    2.3.2 เขตประกอบการเสรี ประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การรักษาความมั่นคงของรัฐ สวัสดิภาพประชาชน การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือความจำเป็นอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ตาม พรบ. กนอ, พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  2.4 พิจารณามลภาวะด้านสิ่งแวดล้อมอันอาจเกิดขึ้นได้จากการประกอบกิจการ โดยพิจารณาจากกระบวนการผลิตเพื่อกำหนดเป็นเงื่อนไขในการอนุญาต เช่น     2.4.1 โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียเบื้องต้น คือ โรงงานที่ในการผลิตมีการใช้น้ำ สารเคมี หรือก่อให้เกิดมลภาวะทางน้ำ เป็นต้น     2.4.2 โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัดอากาศ คือ โรงงานที่ในการผลิต มีกลิ่น ฝุ่นละออง หรือก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เป็นต้น  2.5 พิจารณาการประกอบกิจการกับพื้นที่รอบข้างต้องไม่มีผลกระทบซึ่งกันและกัน เช่น ด้านสารเคมีและอาหารจะต้องไม่อยู่ติดกัน เป็นต้น  2.6 พิจารณาการประกอบกิจการของบริษัท ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต เช่น      2.6.1 การประกอบกิจการเกี่ยวกับการปรับปรุงสภาพรถยนต์ หรือรถต่างๆ ควรมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1 ไร่      2.6.2 การประกอบกิจการเกี่ยวกับคลังสินค้า โรงพักสินค้า ควรมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3 ไร่ และให้ระบุประเภทการประกอบกิจการเฉพาะที่จะประกอบกิจการจริง      2.6.3 การประกอบกิจการเกี่ยวกับการซื้อมาขายไป ให้ระบุประเภทและชนิดของสินค้าให้ชัดเจน  2.7 พิจารณารายละเอียดของการประกอบกิจการและรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ และอยู่ภายใต้รายละเอียดวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ    3. ขั้นตอนระยะเวลาการพิจารณา  3.1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  3.2 ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2170,"94e56e26-c584-4e4a-a665-9cba4acc79f4","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเขตที่พักอาศัยและพาณิชยกรรม (กนอ.15.1 ส.) [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-f4ad-48f0-b896-9f130e6b91f5",1,3200,7,"การขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเขตที่พักอาศัยและพาณิชยกรรม (กนอ.15.1 ส.) ?    1. ผู้ขอจะต้องเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการบริการ หรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดิน    เพื่อประกอบกิจการและเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด ซึ่งได้ จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว    2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการบริการ หรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม  ที่มีหุ้นต่างชาติตั้งแต่ร้อยละ 49 ขึ้นไป ถือว่าเป็นนิติบุคคลต่างด้าว จะได้รับสิทธิประโยชน์ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามมาตรา 44 ของพระราชบัญญัติ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    3. การใช้พื้นที่เพื่อประกอบกิจการ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ตามประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม (นิติบุคคลต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อเป็นที่พักอาศัย)    4. เนื่องจาก กนอ. ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการจัดที่พักสำหรับพนักงานและคนงานในเขตพื้นที่สำหรับการประกอบกิจการ ดังนั้น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเขตที่พักอาศัยในนิคมอุตสาหกรรมอื่นก็ได้ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ดังนี้    4.1 ที่ดินหรืออาคารชุด ที่จัดไว้เป็นที่พักอาศัยสำหรับพนักงานและคนงานของผู้ประกอบกิจการตลอดจนครอบครัวของพนักงานและคนงานนั้นด้วย    4.2 ที่ดินหรืออาคารชุด ที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมที่สถานประกอบการของผู้ประกอบกิจการ    4.3 จำนวนเนื้อที่ดินหรือจำนวนอาคารชุดที่จะอนุญาต    ที่ดินหรืออาคารชุดที่จะอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ มีจำนวนและเงื่อนไข ดังนี้    - ที่ดินสำหรับผู้บริหาร ผู้ชำนาญการ และช่างฝีมือจะอนุญาตไม่เกิน 200 ตารางวาต่อหนึ่งครอบครัว แต่ทั้งนี้เมื่อรวมกันแล้วจะอนุญาตให้ไม่เกิน 3 ไร่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม หรือรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 5 ไร่ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่นอกเขตจังหวัดดังกล่าว    - ที่ดินสำหรับคนงานในโรงงานจะอนุญาตให้ไม่เกิน 100 ครอบครัว ต่อ 1 ไร่ แต่ทั้งนี้เมื่อรวมกันแล้วจะอนุญาตให้ไม่เกิน 5 ไร่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม หรือรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 10 ไร่ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่นอกเขตจังหวัดดังกล่าว    - อาคารชุดสำหรับผู้บริหาร ผู้ชำนาญการ ช่างฝีมือจะอนุญาตให้ไม่เกิน 1 ห้องชุดต่อหนึ่งครอบครัว แต่ทั้งนี้เมื่อรวมกันแล้วจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ห้องชุดสำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม หรือรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 20 ห้องชุด สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่นอกเขตจังหวัดดังกล่าว    - อาคารชุดสำหรับคนงานในโรงงานจะอนุญาตให้ 1 ห้องชุด ต่อหนึ่งครอบครัวแต่ทั้งนี้เมื่อรวมกันแล้วจะอนุญาตให้ไม่เกิน 100 ห้องชุดสำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม หรือรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 200 ห้องชุดสำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่นอกเขตดังกล่าว    * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    หมายเหตุ (กนอ. 15.1 ส)  ในกรณีที่มีการรวมบริษัทเดิมตั้งแต่ 2 บริษัทขึ้นไปเข้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนขึ้นใหม่ (เลขทะเบียนนิติบุคคลใหม่) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ผู้ประกอบกิจการติดต่อ กนอ. เพื่อยื่นคำขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเขตที่พักอาศัยและพาณิชยกรรม (กนอ. 15.1 ส)","2021-11-17T13:39:24"],
    [2171,"94e56e26-ca91-4141-a84f-202ff11ce286","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.01/1) กรณีการประกอบกิจการเข้าข่ายประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 101, 105, 106 [N]","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-fb21-4f8a-bb47-7540e8af5b29",35,200,10,"1. การตรวจสอบกับกฏหมายอื่นในเบื้องต้น  1.1 กฎหมายผังเมือง              ตรวจสอบว่าการประกอบกิจการที่ขออนุญาตนั้น ขัดกับกฏหมายผังเมืองหรือไม่  1.2 กฏหมายสิ่งแวดล้อม (รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของนิคมอุตสาหกรรม)              พิจารณาประเภทการประกอบกิจการกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของนิคมฯ นั้นๆ ว่าเป็นอุตสาหกรรมห้ามตั้ง หรือไม่              พิจารณาความต้องการสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และตรวจสอบว่า กนอ. หรือผู้ร่วมดำเนินงานจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสามารถจัดเตรียมให้ได้ ซึ่งจะต้องอยู่ในหลักการของรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของนิคมอุตสาหกรรม (นิคมอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการประสงค์จะเข้ามาใช้พื้นที่) ซึ่งถ้าผู้ประกอบการมีความต้องการใช้สาธารณูปโภคเกินกว่าที่กำหนด จะต้องมีหนังสือจากผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม หรือผู้ร่วมดำเนินงานจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม รับรองว่าสามารถรองรับความต้องการใช้สาธารณูปโภคของผู้ประกอบการรายนั้น ๆ ได้อย่างเพียงพอ  1.3 กฎหมายกระทรวงพาณิชย์              รายละเอียดวัตถุประสงค์ของกระทรวงพาณิชย์ จะต้องครอบคลุมประเภทการประกอบกิจการที่ขออนุญาต    2. การตรวจสอบกับหลักเกณฑ์ของ กนอ.  2.1 พิจารณาแปลงที่ดินและเนื้อที่ให้ถูกต้องตามผังแม่บท (Master Plan) กรณีเนื้อที่เปลี่ยนแปลงให้ยึดถือตามโฉนดที่ดินแปลงนั้นๆ  เกณฑ์ในการพิจารณาผังแม่บท/ผังจัดสรร     2.1.1 การขออนุญาตใช้ที่ดิน ให้ใช้ผังแม่บทในการพิจารณาอนุญาต     2.1.2 กรณีเป็นโครงการนิคมอุตสาหกรรมตั้งขึ้นใหม่ และขั้นตอนการจัดสรรยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อมีผู้ประกอบการยื่นคำขอใช้ที่ดินเข้ามา ผู้พัฒนานิคมฯ ต้องชี้แจงและยืนยันการดำเนินนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคว่าแล้วเสร็จเมื่อใด ทั้งนี้ แผนงานต้องแล้วเสร็จก่อนที่ผู้ประกอบการจะแจ้งเริ่มประกอบกิจการ โดยกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบการรับทราบว่า กนอ. จะรับแจ้งเริ่มประกอบกิจการ ต่อเมื่อระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการจะต้องแล้วเสร็จก่อน ได้แก่ ระบบผลิตน้ำประปา ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง การก่อสร้างถนนที่เข้าถึงแปลงที่ดิน เป็นต้น  2.2 พิจารณาความต้องการระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคที่รองรับ เช่น ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง เป็นต้น  2.3 พิจารณาประเภทการประกอบกิจการให้ตรงตามผังแม่บท เช่น    2.3.1 เขตอุตสาหกรรมทั่วไป ประกอบกิจการอุตสาหกรรม การบริการ หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการบริการ    2.3.2 เขตประกอบการเสรี ประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การรักษาความมั่นคงของรัฐ สวัสดิภาพประชาชน การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือความจำเป็นอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ตาม พรบ. กนอ, พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  2.4 พิจารณามลภาวะด้านสิ่งแวดล้อมอันอาจเกิดขึ้นได้จากการประกอบกิจการ โดยพิจารณาจากกระบวนการผลิตเพื่อกำหนดเป็นเงื่อนไขในการอนุญาต เช่น     2.4.1 โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียเบื้องต้น คือ โรงงานที่ในการผลิตมีการใช้น้ำ สารเคมี หรือก่อให้เกิดมลภาวะทางน้ำ เป็นต้น     2.4.2 โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัดอากาศ คือ โรงงานที่ในการผลิต มีกลิ่น ฝุ่นละออง หรือก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เป็นต้น  2.5 พิจารณาการประกอบกิจการกับพื้นที่รอบข้างต้องไม่มีผลกระทบซึ่งกันและกัน เช่น ด้านสารเคมีและอาหารจะต้องไม่อยู่ติดกัน เป็นต้น  2.6 พิจารณาการประกอบกิจการของบริษัท ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต เช่น      2.6.1 การประกอบกิจการเกี่ยวกับการปรับปรุงสภาพรถยนต์ หรือรถต่างๆ ควรมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1 ไร่      2.6.2 การประกอบกิจการเกี่ยวกับคลังสินค้า โรงพักสินค้า ควรมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3 ไร่ และให้ระบุประเภทการประกอบกิจการเฉพาะที่จะประกอบกิจการจริง      2.6.3 การประกอบกิจการเกี่ยวกับการซื้อมาขายไป ให้ระบุประเภทและชนิดของสินค้าให้ชัดเจน  2.7 พิจารณารายละเอียดของการประกอบกิจการและรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ และอยู่ภายใต้รายละเอียดวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ    3. ขั้นตอนระยะเวลาการพิจารณา  3.1 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  3.2 ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2172,"94e56e26-d603-4065-ba24-65734a804e81","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","คำขอทั่วไป (กนอ.01/3) กรณีแก้ไขหนังสืออนุญาตฯ[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-0a5f-4211-877c-dc2763efdb50",4,200,6,"เมื่อผู้ประกอบกิจการได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว หากมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ข้อมูลในหนังสืออนุญาตฯ ซึ่งเกิดจากการร้องขอของผู้ประกอบกิจการ เช่น    1. การขอเปลี่ยนชื่่อผู้รับหนังสืออนุญาตฯ (เนื่องจากจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อตามกฎหมาย)    2. การขอเปลี่ยนแปลงที่อยู่สำนักงานใหญ่ / ที่อยู่โรงงาน (ไม่ใช่กรณีโยกย้ายโรงงาน)    3. การขอแก้ไขหมายเลขกำกับแปลงที่ดิน / เนื้อที่ (เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผังแม่บท หรือ รังวัดเนื้อที่ที่ดินใหม่)    4. การควบกิจการ (เป็นการควบกิจการตามกฎหมาย)","2022-04-06T22:52:45"],
    [2173,"94e56e26-d83a-45f0-ad60-66316fd88834","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","คำขอทั่วไป (กนอ.01/3) กรณีการเพิ่ม หรือ เปลี่ยนแปลงประเภทการประกอบกิจการ[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-0db3-4c81-90f1-a180a4716616",4,214,7,"1.ท่านสามารถยื่นคำขอทั่วไป หลังจากที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม  2. เมื่อท่านมีความประสงค์จะเพิ่มประเภทการประกอบกิจการ หรือเปลี่ยนแปลงประเภทการประกอบกิจการขอให้ยื่นคำขอให้ กนอ. พิจารณาก่อนการดำเนินการ  3. กรณีการเพิ่มประเภทการประกอบกิจการ เข้าข่ายขยายโรงงาน ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ขอให้ท่านยื่นคำขอขยายโรงงาน (กนอ.03/3) มาพร้อมกัน หรือในลำดับถัดไป    หมายเหตุ  -ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  -ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2174,"94e56e26-c291-4663-bc8a-3ae761672db3","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ของนิติบุคคลต่างด้าว (กนอ.15ส.) [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-f122-4c2e-b9b9-9399ac30fbde",1,3200,7,"การขอถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม    1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการบริการหรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการและเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด ซึ่งได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว    2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม  ผู้ประกอบการบริการหรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม ที่มีหุ้นต่างชาติตั้งแต่ร้อยละ 49 ขึ้นไป ถือว่า เป็นนิติบุคคลต่างด้าว จะได้รับสิทธิประโยชน์ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามมาตรา 44 ของพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    3. การใช้พื้นที่เพื่อประกอบกิจการ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ตามประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม คือ พื้นที่เพื่อใช้ประกอบกิจการ จะต้องประกอบด้วยพื้นที่ในส่วนต่าง ๆ ดังนี้    - พื้นที่ปลูกสร้างอาคารโรงงาน หรืออาคารสำนักงาน ซึ่งจะต้องมีความถูกต้องเหมาะสมตามลักษณะของการประกอบกิจการ ตลอดจนระบบหรือวิธีการผลิตตามแต่ละประเภทกิจการ    - พื้นที่สำหรับการรักษาความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการประกอบกิจการ ตามความเหมาะสม เช่น ระบบกำจัดน้ำเสีย ระบบป้องกันอุบัติภัย เป็นต้น    - พื้นที่ว่างตามลักษณะภูมิสถาปัตยกรรม    - พื้นที่ใช้สอยประกอบกิจการที่จำเป็นตามความเหมาะสมซึ่งอาจจะเป็นตัวอาคารหรือ พื้นที่โล่งก็ได้ เช่น ที่เก็บและวางของหรือพักสินค้า บริเวณที่จอดรถ โรงอาหาร ป้อมยาม เป็นต้น    - พื้นที่ว่างสำหรับการขยายกิจการในอนาคต    * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    หมายเหตุ (กนอ.15ส)  ในกรณีที่มีการรวมบริษัทเดิมตั้งแต่ 2 บริษัทขึ้นไปเข้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนขึ้นใหม่ (เลขทะเบียนนิติบุคคลใหม่) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ผู้ประกอบกิจการติดต่อ กนอ. เพื่อยื่นคำขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการ (กนอ.15ส.)","2021-11-17T13:39:24"],
    [2175,"94e56e26-c7e8-4e9c-ac4f-48eaad31a648","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การขอถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการของนิติบุคคลไทย หรือของผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาคนไทย (กนอ.15.2ส) [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-f7b0-442f-a4af-db6f6c2ec91e",1,200,6,"หลักเกณฑ์ในการพิจารณา  - ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการบริการ หรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม ที่เป็นนิติบุคคลไทยหรือบุคคลธรรมดาคนไทย โดยมีหุ้นต่างชาติร่วมทุนอยู่ด้วยไม่เกินร้อยละ 49 ซึ่งปกติจะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินได้อยู่แล้วตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว โดย กนอ. จะมีหนังสือรับรองเป็นผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมไปยังกรมที่ดิน    * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    หมายเหตุ (กนอ.15.2 ส)  1. ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการถือหุ้นระหว่างผู้มีสัญชาติไทยและคนต่างด้าว ทำให้บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างด้าว (หุ้นต่างชาติถือหุ้นเกินกว่า ร้อยละ 49) ให้ผู้ประกอบกิจการติดต่อ กนอ. เพื่อยื่นคำขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการ (กนอ.15ส.)  2. ในกรณีที่มีการรวมบริษัทเดิมตั้งแต่ 2 บริษัทขึ้นไปเข้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนขึ้นใหม่ (เลขทะเบียนนิติบุคคลใหม่) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ผู้ประกอบกิจการติดต่อ กนอ. เพื่อยื่นคำขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อ  หมายเหตุ (กนอ.15ส.)","2021-11-17T13:39:24"],
    [2176,"94e56e26-ccec-473b-b1a0-5ea9a1c8356d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตประกอบอุตสาหกรรม ส่วนขยาย (กนอ.03/3)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d39-fe16-455f-a8ab-ece8f65073f0",19,200,9,"1. เมื่อโรงงานได้มีการดำเนินการที่เป็นไปตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ดังนี้  1.1 การเพิ่มจำนวน เปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรทำให้มีกำลังรวมเพิ่มขึ้นตั้งแต่ร้อยละห้าสิบ ขึ้นไป ในกรณีเครื่องจักรเดิมมีกำลังรวมไม่เกินหนึ่งร้อยแรงม้า หรือกำลังเทียบเท่าไม่เกินหนึ่งร้อยแรงม้า หรือเพิ่มขึ้นตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าขึ้นไป ในกรณีเครื่องจักรเดิมมีกำลังรวมเกินกว่าหนึ่งร้อยแรงม้า หรือกำลังเทียบเท่าเกินกว่าหนึ่งร้อยแรงม้า  1.2 การเพิ่มหรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารโรงงานทำให้ฐานรากเดิมของ ใบอนุญาตในส่วนที่ขยายให้มีอายุเท่ากับใบอนุญาตตามมาตรา 14    2. การพิจารณาคำขออนุญาตประกอบอุตสาหกรรมส่วนขยาย อาจมีขั้นตอนการตรวจโรงงาน ซึ่งต้องมีการนัดหมายความพร้อมระหว่างเจ้าหน้าที่ กนอ. และผู้ประกอบการ (โรงงาน)    3.กรณีโรงงานเข้าข่ายต้องดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ขอให้โรงงานนำเสนอการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ระบุในรายงาน EIA/EHIA  ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจโรงงานด้วย    4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:52:45"],
    [2177,"94e56e26-cf63-4dce-86d0-6c32a5084adc","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การแจ้งเริ่มประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.03/1)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-0164-4a0f-aff6-364c3c607a07",19,200,12,"1. ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมถ้าประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการโรงงานในส่วนหนึ่งส่วนใด ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่แล้วเสร็จหรือพร้อมจะประกอบกิจการ การแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอแจ้งเริ่มประกอบกิจการ (กนอ.03/1)    2. การพิจารณาคำขอแจ้งเริ่มประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม มีขั้นตอนการตรวจโรงงาน ซึ่งต้องมีการนัดหมายความพร้อมระหว่างเจ้าหน้าที่ กนอ. และผู้ประกอบกิจการ    3.กรณีโรงงานเข้าข่ายต้องดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ขอให้โรงงานนำเสนอการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ระบุในรายงาน EIA/EHIA  ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจโรงงานด้วย    4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5.ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:24"],
    [2178,"94e56e26-d192-4209-8c65-648992783dae","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","การต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.03/5)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-044f-495a-9aba-7ce78503ba3e",19,200,13,"1.หนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม ให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่ห้า นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต    2.การขอต่ออายุหนังสืออนุญาตฯ ให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันที่หนังสืออนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอฯ ดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ อยู่ในฐานะผู้รับหนังสืออนุญาตจนกว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุด ไม่อนุญาตให้ต่ออายุหนังสืออนุญาต    3. การพิจารณาคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาตฯ  มีขั้นตอนการตรวจโรงงาน ซึ่งต้องมีการนัดหมายความพร้อมระหว่างเจ้าหน้าที่ กนอ. และผู้ประกอบการ (โรงงาน)    4.กรณีโรงงานเข้าข่ายต้องดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ขอให้โรงงานนำเสนอการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ระบุในรายงาน EIA/EHIA  ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจโรงงานด้วย    5.กรณีในระหว่างการยื่นคำขอต่ออายุหนังสืออนุญาตฯ ปรากฏว่ามีการตรวจสอบพบว่าโรงงานและเครื่องจักรไม่ถูกต้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งแก้ไขให้ถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่กำหนด","2022-04-06T22:52:45"],
    [2179,"94e56e26-d413-4d6c-b64a-d95a9ebfced7","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","คำขอทั่วไป (กนอ.01/3) กรณีการโอนสิทธิการใช้ที่ดิน[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-0784-4b5d-9565-971642d8604a",4,200,8,"1.ท่านสามารถยื่นคำขอทั่วไป หลังจากที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม    2. เมื่อท่านมีความประสงค์จะโอนสิทธิการใช้ที่ดิน ขอให้ยื่นคำขอให้ กนอ. พิจารณาก่อนการโอนสิทธิการใช้ที่ดิน    3. การโอนสิทธิการใช้ที่ดิน มีหลายแบบ ได้แก่ โดยการให้เช่า /โดยให้ความยินยอม / โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นต้น    4. ผู้โอนสิทธิการใช้ที่ดิน ให้ยื่นคำขอทั่วไป (กนอ.01/3) และผู้รับโอนสิทธิการใช้ที่ดิน (ผู้ใช้ที่ดิน) ให้ยื่นคำขอใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.01/1) ทั้งนี้แนบเอกสารตามที่ระบุในคำขอ  โดยให้ยื่นคำขอในคราวเดียวกัน    5. การโอนสิทธิการใช้ที่ดินและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน บางส่วน ต้องมีทางเข้าออกที่ชัดเจน    6. กรณี โอนสิทธิการเช่า ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างด้าวสามารถโอนสิทธิให้เช่าได้บางส่วนคราวละ 3 ปี และผู้ให้เช่ายังคงต้องประกอบกิจการอยู่ ถ้าผู้ประกอบกิจการเลิกประกอบกิจการแล้วให้เช่าได้ไม่เกิน 3 ปี และต้องปฏิบัติตาม มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย    7. หลักเกณฑ์การพิจารณาการโอนสิทธิบางส่วนของอาคารโดยการให้เช่า     - พื้นที่ของผู้รับโอนต้องไม่น้อยกว่า 400 ตารางเมตร และการโอนสิทธิจะโอนได้ไม่เกิน 50% ของพื้นที่อาคารโรงงานผู้โอน     - ถ้าเป็นการประกอบกิจการเกี่ยวกับอัญมณี เครื่องประดับ หรือกิจการบริการที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการดังกล่าว ให้ใช้พื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 100 ตารางเมตร     - การประกอบกิจการของผู้รับโอนสิทธิต้องเกี่ยวเนื่องหรืออยู่ในกลุ่มการประกอบอุตสาหกรรมเดียวกันกับกิจการเดิมของผู้โอน    8. ผู้ประกอบกิจการโอนสิทธิการใช้ที่ดิน โดยให้เช่าที่ดิน ให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ กนอ.ครั้งที่ 1/2545 ลงวันที่ 24 มกราคม 2545 นั่นคือ &amp;ldquo;ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินสามารถนำที่ดินไปให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีวงจรการผลิตหรือธุรกิจเกี่ยวเนื่องใช้พื้นที่ได้อยู่แล้ว แต่ให้ กนอ. กำกับดูแลให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน พรบ. กนอ. พ.ศ. 2522 มาตรา 44 วรรคสอง&amp;rdquo;    9.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    10.ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2180,"94e56e26-da82-41e1-b30f-6dc2f75f25ce","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","คำขอทั่วไป (กนอ.01/3) กรณีการขอขยายระยะเวลาการเริ่มก่อสร้างหรือการแจ้งเริ่มประกอบกิจการ[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-10d4-4871-82e4-883fc35769b8",4,1000,4,"เมื่อผู้ประกอบกิจการได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ผู้ประกอบกิจการต้องดำเนินการเริ่มก่อสร้างอาคารโรงงาน และเริ่มประกอบกิจการ โดยมีระยะเวลาเป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. 2551 แต่หากผู้ประกอบกิจการไม่สามารถเริ่มปลูกสร้างอาคารโรงงาน หรือไม่สามารถแจ้งเริ่มประกอบกิจการได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้ประกอบกิจการสามารถยื่นคำขอทั่วไป (กนอ.01/3) เพื่อขอขยายระยะเวลาการเริ่มก่อสร้างอาคารโรงงาน หรือ การขอขยายระยะเวลาการแจ้งเริ่มประกอบกิจการ    ข้อพึงระวังหากเลยกำหนดตามข้อบังคับฯ ดังกล่าวข้างต้นอาจมีค่าปรับตามสัญญาฯ ที่ท่านได้ลงนามไว้กับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย    -ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    -ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2181,"94e56e26-dcf4-46f1-8115-2e8dbd4e8d72","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย","คำขอทั่วไป (กนอ.01/3) กรณีคืนสิทธิและการรับคืนสิทธิการใช้ที่ดิน[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-140a-4e8a-afd2-55d5998b82c7",4,200,5,"กรณีผู้ประกอบการ (ผู้เช่า)ที่ได้รับโอนสิทธิการใช้ที่ดินโดยการเช่า หรือโดยการยินยอม ต่อมาผู้เช่าไม่ประสงค์จะประกอบกิจการหรือเลิกใช้พื้นที่ จะดำเนินการเป็นกรณีการขอคืนสิทธิ / รับคืนสิทธิการใช้ที่ดิน  ซึ่งต้องปฏิบัติดังนี้    1. การขอคืนสิทธิการใช้ที่ดิน  ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้เช่าหรือผู้รับได้ความยินยอมให้ใช้พื้นที่ ยื่นคำขอทั่วไป (กนอ.01/3)    2. การรับคืนสิทธิการใช้ที่ดินผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ให้เช่าหรือผู้ให้ความยินยอมให้ใช้พื้นที่ ยื่นคำขอทั่วไป (กนอ.01/3)    3. ทั้งสองกรณีให้ยื่นคำขอในคราวเดียวกัน    4. ข้อพีงระวัง การขอคืนสิทธิการใช้ที่ดินของผู้ประกอบการในเขตประกอบการเสรี  เมื่อการนิคมอุตสาหกรรมพิจารณาอนุมัติการคืนสิทธิแล้ว จะส่งผลให้หนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม เป็นอันยกเลิก จะส่งผลต่อธุรกรรมที่ต้องดำเนินการอาทิเช่น การนำของเข้าของออกจากเขตประกอบการเสรี จะกระทำมิได้    5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2182,"94e56e24-5d0b-4818-9607-984e9d5f3c98","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขอจดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-996f-4751-a60d-96536f420a28",13,0,4,"1. ผู้ที่ขอจดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย ต้องมีคุณสมบัติดังนี้       1.1 มีสัญญาส่งอ้อยให้แก่โรงงาน       1.2 มีพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองไม่น้อยกว่า10ไร่ และต้องรับมอบอ้อยจากชาวไร่อ้อยรายอื่น ซึ่งเมื่อรวมพื้นที่ของตนเองแล้วต้องไม่น้อยกว่า100ไร่       1.3 เป็นสมาชิกสถาบันชาวไร่อ้อย    2. ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-28T13:54:13"],
    [2183,"94e56e24-5f60-46d1-8c69-b638de386849","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขอหนังสืออนุญาตการขนย้ายน้ำตาลทรายเพื่อใช้บริโภคภายในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-9c25-4dcf-b472-cfe3f505af38",1,0,4,"1.การขนย้ายน้ำตาลทรายเพื่อใช้บริโภคภายในประเทศ จะทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตายทรายหรือผู้ที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตายทรายมอบหมาย และในการขนย้ายต้องมีสำเนาหนังสืออนุญาตกำกับการขนย้ายด้วย    2. ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    3. ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-03-28T15:01:02"],
    [2184,"94e56e24-61a8-426c-ba26-cd1154714542","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขอหนังสืออนุญาตขนย้ายน้ำตาลทราย โควต้า ค. เพื่อผู้ประกอบกิจการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-9f18-4abf-bb45-cc064a0da304",1,0,5,"- โรงงานน้ำตาลที่ประสงค์จะขนย้ายน้ำตาลทราย โควต้า ค. เพื่อส่งให้กับผู้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้น้ำตาลทราย โควต้า ค. ต้องขออนุญาตขนย้ายตามแบบที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด    - ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    - ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-03-28T15:01:41"],
    [2185,"94e56e24-6403-452c-8122-14dce00f43d5","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขอหนังสืออนุญาตขนย้ายน้ำตาลทรายดิบ เพื่ออุตสาหกรรมและเกษตรกรรมที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-a1df-41ec-9099-06a6e73ae95c",1,0,4,"1.การขนย้ายน้ำตาลทรายดิบที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายภายในประเทศ ให้กับอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลกำหนด    การขนย้ายน้ำตาลทรายดิบนั้น ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะสามารถขนย้ายได้    2. ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    3. ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-03-28T15:02:13"],
    [2186,"94e56e24-66d4-47fe-9a1e-21a0a5c5c77b","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขอหนังสืออนุญาตขนย้ายน้ำตาลทรายเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-a4cc-4723-8cfc-8b7f404786e9",1,0,4,"-การส่งออกน้ำตาลทรายไปนอกราชอาณาจักร ผู้ที่ประสงค์จะส่งออกน้ำตาลทราย ต้องมาขอหนังสืออนุญาตขนย้ายน้ำตาลทรายเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร จึงจะทราบขนย้ายน้ำตาลทรายได้    -ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-28T15:06:19"],
    [2187,"94e56e24-68fd-4635-88eb-e27ca2d01d32","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขอหนังสืออนุญาตขนย้ายน้ำตาลทรายเพื่อเปลี่ยนสถานที่เก็บ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-a79e-409c-b627-ac4ef4da748f",1,0,3,"1. การขนย้ายน้ำตาลทรายเพื่อเปลี่ยนสถานที่เก็บรักษา ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือผู้ที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายมอบหมายทุกครั้ง    2. ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    3. ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-03-28T15:04:28"],
    [2188,"94e56e24-6b3e-43bf-8c10-1fe402e40931","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขออนุญาตนำน้ำตาลทรายตามชนิด คุณภาพ และปริมาณที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายประกาศกำหนด มาทำการแปรสภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-aa81-4327-8eed-63a3967c2918",4,0,2,"1. โรงงานน้ำตาลใดมีความประสงค์จะนำน้ำตาลทรายตามชนิด คุณภาพ และปริมาณที่ กอน.ประกาศกำหนดมาทำการแปรสภาพในแต่ละฤดูการผลิต ณ.โรงงานน้ำตาลของตนเอง หรือ โรงงานน้ำตาลอื่นต้องขออนุญาติต่อคณะกรรมการน้ำตาลทรายหรือผู้ที่คณะกรรมการน้ำตาลทรายมอบหมายเป็นรายครั้ง    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-28T15:05:00"],
    [2189,"94e56e24-7234-4d83-b37f-f1b98abbaf96","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การจดทะเบียนสถาบันชาวไร่อ้อย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-b43f-4f5a-8103-f8cd76c2db66",30,0,9,"ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอจดทะเบียนเป็นสถาบันชาวไร่อ้อย ได้แก่ สมาคม สหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และต้องมีคุณสมบัติดังนี้    1. มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเป็นไปตาม พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527    2. ไม่อยู่ระหว่างเพิกถอนหรือพักใช้ใบทะเบียน หรือใบอนุญาต    3. มีสมาชิกเป็นชาวไร่อ้อยไม่น้อยกว่า 600 คน    4. มีปริมาณอ้อยของสมาชิกที่ส่งให้โรงงานใดโรงงานหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของปริมาณอ้อยทั้งหมดของโรงงานนั้น ในแต่ละฤดุการผลิต    5. มีคณะกรรมการเป็นชาวไร่อ้อยทั้งหมด    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T14:07:06"],
    [2190,"94e56e24-745d-4be2-9836-9e3ca3c5b372","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การจำหน่ายน้ำตาลทรายให้แก่ผู้ประกอบกิจการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d36-b717-4b36-8237-4c13616c2a90",54,0,9,"- การให้สิทธิซื้อน้ำตาลทรายโควตา ค. นี้สำหรับผู้ประกอบกิจการที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเท่านั้น และเมื่อทำการส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วจะต้องนำใบขนสินค้าขาออกมาคำนวณค่ากลับว่าเป็นจำนวนน้ำตาลทรายที่ได้ส่งออกไป เพื่อนำมาเทียบกับจำนวนน้ำตาลทรายที่ใช้สิทธิขนย้ายมาทำการผลิตสินค้านั้น ซึ่งจำนวนน้ำตาลที่ใช้สิทธิขนย้ายมาทำการผลิตสินค้าต้องมีจำนวนเท่ากับจำนวนน้ำตาลทรายที่ส่งออกในรูปสินค้า    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    - ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2022-03-28T13:49:27"],
    [2191,"94e56e24-7cb2-4193-9124-7669c990c63f","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขอจดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อย ตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-c121-4f93-b096-6c80795b277a",13,0,4,"1. ผู้ที่ขอจดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อยต้องเป็นผู้ซึ่งปลูกอ้อยในท้องที่ที่คณะ กรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด และมีสัญญาส่งอ้อยให้กับโรงงานน้ำตาล    2. ขั้นตอนการดำเนินตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    3. ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:23"],
    [2192,"95ecbc45-e13c-4198-8711-a47f90f73c19","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การออกใบอนุญาตส่งออกน้ำตาลทรายไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-baff-4f04-ba7a-51970f035e5d",1,0,9,"เงื่อนไขเกี่ยวกับสินค้าน้ำตาลทราย    (1) น้ำตาลทรายเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร           (1.1) น้ำตาลทรายหมายถึง น้ำตาลที่ผลิตจากอ้อยไม่ว่าจะมีการปั่นแยกกากน้ำตาลและผลึกน้ำตาลออกจากกันแล้วหรือไม่ แต่ไม่รวมถึงน้ำตาลกรวด         (1.2) ข้อยกเว้น ไม่ต้องขออนุญาตในการส่งออก ได้แก่ กรณีนำติดตัวออกไปเพื่อใช้เฉพาะตัวหรือยานพาหนะนำออกไปเพื่อใช้ในยานพาหนะนั้น  หรือ นำออกไปเป็นตัวอย่างเท่าที่จำเป็น    (2) กรณีผู้ประกอบการขออนุญาตส่งออกน้ำตาลทรายตามพรบ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 มีีเงื่อนไข ดังนี้      (2.1) ต้องมีชนิด  ปริมาณน้ำตาล และประเภทโควตาน้ำตาลที่ขอส่งออกเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด       (2.2) ผู้ขออนุญาตส่งออกต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายให้เป็นผู้ส่งออกน้ำตาลทราย    ทั้งนี้ บริษัทที่คณะกรรมการอนุญาตให้เป็นบริษัทส่งออก ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้               (2.2.1) มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ายี่สิบล้านบาท              (2.2.2) มีโกดังหรือไซโลเป็นของตนเองหรือที่เช่าใช้บริการอยู่พร้อมแล้ว              (2.2.3) มีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการขนถ่ายน้ำตาลทรายตามที่คณะกรรมการกำหนด              (2.2.4) มีกรรมการของบริษัทโรงงานน้ำตาลของกลุ่มโรงงานที่ขออนุญาตร่วมเป็นกรรมการของบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เป็นบริษัทส่งออกอยู่ด้วย              (2.2.5) มีปริมาณการส่งออกน้ำตาลทรายเพื่อการส่งออกรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าสองแสนตัน    และ      (2.3) ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ว่าด้วยการอนุญาตให้ส่งออกน้ำตาลทราย พ.ศ. 2561 ได้แก่ โรงงานน้ำตาลต้องผลิตน้ำตาลทรายสำรองของแต่ละฤดูการผลิตให้มีคุณภาพและปริมาณตามที่คณะกรรมการกำหนด หรือได้ให้โรงงานอื่นผลิตทดแทนให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว และต้องผลิตน้ำตาลทรายส่งมอบให้บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด ตามคุณภาพและปริมาณที่ได้ทำสัญญาไว้ หรือได้ให้โรงงานอื่นผลิตทดแทนให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ในกรณีที่ยังผลิตน้ำตาลทรายเพื่อส่งมอบให้บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด ไม่ครบตามสัญญา แต่ประสงค์จะส่งออกน้ำตาลทรายไปก่อนในช่วงระหว่างเปิดหีบ โรงงานต้องมีหนังสือยืนยันว่าสามารถส่งมอบน้ำตาลทรายให้บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด  ได้ทันตามสัญญาซื้อขายกับผู้ซื้อในต่างประเทศ (2.4) โรงงานใดประสงค์จะมอบหมายให้บริษัทส่งออกใดเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลทรายของตนให้แจ้งการมอบหมายเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการน้ำตาลทราย หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการน้ำตาลทรายมอบหมาย (2.5) บริษัทส่งออกที่ได้รับมอบหมายยื่นคำขอรับหนังสืออนุญาตส่งออกน้ำตาลทรายต่อคณะกรรมการน้ำตาลทราย หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการน้ำตาลทรายมอบหมาย ตามแบบ กน.9 โดยมีหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (2.5.1) รายละเอียดเกี่ยวกับชนิด คุณภาพ และปริมาณน้ำตาลทรายของโรงงานที่ประสงค์\nจะส่งออกตามสัญญาซื้อขายกับผู้ซื้อในต่างประเทศ พร้อมทั้งสำเนาภาพถ่ายเอกสารสัญญาซื้อขายดังกล่าว\nที่ได้รับรองความถูกต้องแล้ว (2.5.2) รายละเอียดเกี่ยวกับชนิด คุณภาพ และปริมาณน้ำตาลทรายที่ผลิตได้จริงและที่คงเหลือ\nของโรงงาน (2.5.3) เอกสารอื่นตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการน้ำตาลทรายกำหนด (2.6) เมื่อได้ส่งออกน้ำตาลทรายแล้ว ให้บริษัทส่งออกที่ได้รับมอบหมายรายงานต่อ\nคณะกรรมการน้ำตาลทรายหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการน้ำตาลทรายมอบหมาย ตามแบบ กน.11 ภายในสามสิบวันนับแต่วันส่งออก                 (3) กรณีผู้ประกอบการขออนุญาตส่งน้ำตาลทรายแดงออกนอกราชอาณาจักร           (3.1) อนุญาตให้ส่งออกได้โดยไม่จำกัดปริมาณ             (3.2) น้ำตาลทรายแดงที่จะส่งออกจะต้องบรรจุกระสอบมีน้ำหนักไม่เกินกระสอบละ 60 กิโลกรัม เว้นแต่จะได้รับการพิจารณาผ่อนผันเป็นคราวๆไป      เงื่อนไขการยื่นคำขอ                1.ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกคำขอให้ถูกต้องครบถ้วนพร้อมแนบเอกสารประกอบการพิจารณาที่ถูกต้อง ครบถ้วน                 2.กรณีเอกสารไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะคืนให้นำไปแก้ไขโดยคืนทางระบบงาน                3.การนับระยะเวลาการทำงานเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วน ถูกต้อง               4.การรับรองสำเนาเอกสารต้องลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราบริษัททุกหน้า         อายุใบอนุญาต               - ใบอนุญาตให้ส่งออกฯให้มีอายุการใช้งานได้ 1 เดือน              -หากครบกำหนดเวลา 1 เดือน แล้ว ยังไม่สามารถส่งออกให้เสร็จสิ้นได้ก็จะต่ออายุใบอนุญาตให้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เดือน    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-15T10:50:07"],
    [2193,"95ed3571-af2d-4998-9933-cd24b6541742","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การผ่อนผันการพิมพ์เครื่องหมายหรือข้อความบนกระสอบหรือบรรจุภัณฑ์อื่นใดที่ใช้บรรจุน้ำตาลทรายโควตา ค. (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-b123-4594-ba97-649246806b9d",8,0,4,"- ด้วยคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การผ่อนผันการพิมพ์เครื่องหมายหรือข้อความบนกระสอบหรือบรรจุภัณฑ์อื่นใดที่ใช้บรรจุน้ำตาลทรายโควตา ค. ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2552 เป็นต้นไป มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาผ่อนผันกรณีโรงงานประสงค์พิมพ์ข้อความหรือเครื่องหมายบนกระสอบหรือบรรจุภัณฑ์อื่นใด แตกต่างจากที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการบรรจุ เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยให้โรงงานยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-15T10:52:40"],
    [2194,"95ed346f-ed07-443f-bbf9-a6c8e6a056ec","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การขออนุญาตให้ใช้สถานที่เก็บรักษาน้ำตาลทรายนอกโรงงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-ae05-4674-8ae6-580eb0835fd9",15,0,4,"1. หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตใช้สถานที่เก็บรักษาน้ำตาลทรายนอกโรงงาน       1.1.คลังสินค้าที่ขอ ต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้าจากกระทรวงพาณิชย์       1.2.โครงสร้างของสถานที่เก็บรักษาน้ำตาลทรายนอกโรงงานจะต้องมีลักษณะแข็งแรง       1.3.ฝาผนังต้องทำด้วยอิฐหรือคอนกรีตบล็อค ที่มีความแข็งแรงทนทาน       1.4.หลังคาต้องมุงด้วยกระเบื้องหรือสังกะสีที่มีความแข็งแรง       1.5.ประตูจะต้องมั่นคงแข็งแรงและมีความปลอดภัย       1.6.พื้นที่ต้องทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กหรือลาดยาง       1.7.สถานที่เก็บรักษาน้ำตาลทรายต้องไม่ใช้เก็บรักษาอย่างอื่น       1.8.ป้ายชื่อจะต้องจัดให้มองเห็นชัดเจน       1.9.สถานที่เก็บรักษาต้องมีทางเข้า - ออก โดยสะดวก       1.10.วัสดุที่ใช้สำหรับป้องกันอัคคีภัยจะต้องจัดให้มีอย่างเพียงพอ       1.11.เครื่องชั่งรถบรรทุกตามมาตรฐานสากล    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-15T10:35:37"],
    [2195,"95f32272-1859-45af-8b68-9e3bd1065efd","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย","การออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในและนอกโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก(WTO) สำหรับสินค้าน้ำตาลทราย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-be32-4ef3-abaf-477aefc8e7cd",1,0,6,"-น้ำตาลเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรและห้ามนำเข้า   ยกเว้นนำเข้าตามพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศ เช่น ตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น ทั้งนี้ การนำเข้าน้ำตาลทรายตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) นั้น มีข้อยกเว้นสำหรับการนำเข้ามาเพื่อเป็นตัวอย่าง หรือเพื่อการศึกษาวิจัยในปริมาณเท่าที่จำเป็น              \n-ให้นำเข้าน้ำตาลตามประเภทพิกัดศุลกากรที่ 17.01 หมายถึง น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตและซูโครสที่บริสุทธิ์ในทางเคมีในลักษณะของแข็งและต้องเป็นสินค้าน้ำตาลที่มีถิ่นกำเนิดและส่งมาจากประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกWTO) หรือภาคีแกตต์ 1947              \n-ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้             \n1. เป็นนิติบุคคล            \n2. ต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าน้ำตาลทรายไว้กับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย\n3. ต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้   \nเงื่อนไขของการยื่นขอหนังสือรับรอง               \n1. ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าในระบบอิเล็กทรอนิกส์ \n2. การกรอกข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องครบถ้วนและถูกต้อง               \n3. เอกสารประกอบการพิจารณาจะต้องครบถ้วน-ถูกต้อง               \n4. เจ้าหน้าที่จะรับคำขอรับหนังสือรับรองฯที่กรอกข้อมูลและแนบเอกสารประกอบการพิจารณาที่สมบูรณ์  ถูกต้อง ครบถ้วน               \n5. เอกสารประกอบการพิจารณาจะต้องลงลายมือชื่อแบบอิเล็กทรอนิกส์\n6. เอกสารที่ยื่นต้องเป็นเอกสารที่ยังไม่หมดอายุ              \n7. ข้อมูลคำขอหรือเอกสารที่ไม่ครบถ้วน-ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะคืนกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน    \n- หนังสือรับรองให้มีอายุหนึ่งเดือนนับแต่วันออก  แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ออกหนังสือรับรองนั้น\n- ปริมาณน้ำตาลนำเข้าที่จะขอรับสิทธิชำระภาษีในโควตาปัจจุบันกำหนดไว้ที่ปริมาณรวม 13,760 เมตริกตัน จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง\n- อัตราภาษีนำเข้าในโควตา 65 % และอัตราภาษีนอกโควตา 94 %.    \n- สำนักงานจะออกหนังสือรับรองการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาให้ตามปริมาณที่ขอ ด้วยวิธีเรียงลำดับก่อนหลัง  (First-come, fist-served) จนกว่าจะครบปริมาณรวมที่กำหนดไว้    \n- ผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองต้องรายงานการนำเข้าต่อสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายตาม พร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้อง (0409) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นำเข้าสินค้าในแต่ละครั้ง หากไม่รายงานการนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจะระงับการออกหนังสือรับรองการนำเข้าในครั้งต่อๆไป จนกว่าจะมีการส่งรายงานนำเข้าโดยถูกต้องแล้ว    \nการตรวจเอกสาร    \n1. ตรวจความครบถ้วน-ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อความในระบบพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาให้ครบถ้วน หากเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารไม่ครบถ้วนก็ยังไม่รับคำร้อง    \n2. การตรวจความถูกต้องของเอกสาร หากไม่ถูกต้องผู้ยื่นคำขอต้องนำกลับไปแก้ไขให้ถูกต้อง    \n- การจัดลำดับการยื่นเอกสาร จะจัดเรียงลำดับการยื่นก่อน-หลัง เฉพาะผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ครบถ้วน ถูกต้องเท่านั้น    \n- การนับระยะเวลา ในการพิจารณาเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่รับเรื่องที่มีความครบถ้วนและถูกต้อง","2023-06-15T10:50:40"],
    [2196,"94e56e24-7f0e-4ce9-b16a-3ce4e6f48d9d","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอใบรับรองห้องปฏิบัติการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-c3f8-4ace-a4d7-f3bfcc178ed9",58,8000,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับรองห้องปฏิบัติการ","2021-11-17T13:39:23"],
    [2197,"94e56e24-85fc-4fc6-9fd5-b4d89c3cb4e1","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอใบรับรองหน่วยตรวจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-cd39-4610-b2d1-b1f21a927b70",40,1000,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการรับรองระบบงานหน่วยตรวจ","2022-04-06T22:52:49"],
    [2198,"94e56e24-8802-4a54-9f42-856ef0a8caf3","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอใบรับรองหน่วยรับรอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-d006-4ea1-b4b7-2af3c514e885",40,1000,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการรับรองระบบงานหน่วยรับรอง    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:52:49"],
    [2199,"95bc5886-cf8c-4447-8486-bb9cbe4387f8","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอรับใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-e231-43f7-86c7-258239a0e362",15,3000,8,"กรณีขอรับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม \n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (แบบ มอ.1) ผ่านระบบ E-license\n2. โรงงานที่ทำผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการประเมินระบบควบคุมคุณภาพ ตามประกาศสำนักงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต พ.ศ.2564\n3. ผลการตรวจสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน\n4. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ\n\nกรณีขอรับใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม \n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (แบบ มอ.3) ผ่านระบบ E-license\n2. โรงงานที่ทำผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการประเมินระบบควบคุมคุณภาพ ตามประกาศสำนักงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต พ.ศ.2564\n3. ผลการตรวจสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน\n4. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ\n\nกรณีขอรับใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร\n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร (แบบ มอ.5) ผ่านระบบ E-license\n2. โรงงานที่ทำผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ ต้องผ่านการประเมินระบบควบคุมคุณภาพ ตามประกาศสำนักงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต พ.ศ.2564\n3. ผลการตรวจสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน\n4. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ","2023-06-15T10:28:56"],
    [2200,"95d10785-bf7d-4ef5-9653-d5f69fec4a67","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอใบแทนใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-e4fe-41e6-8925-6a368419f276",15,300,6,"1. ผู้ขอใบแทนใบอนุญาตต้องยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาต (แบบ มอ.7)\n2. กรณีใบอนุญาตสูญหาย ให้แนบสำเนาใบแจ้งเอกสารสูญหาย\n3. กรณีใบอนุญาตชำรุดเสียหาย ให้แนบใบอนุญาตที่ชำรุดเสียหาย","2023-06-15T10:33:27"],
    [2201,"95d28851-bfa8-46f4-af73-5628b98e70e8","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอโอนใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-eaa3-4f5f-a6f9-c5027d2cccea",15,1500,13,"การขอโอนใบอนุญาต ตามมาตรา 25 (กรณีทั่วไป)\n1. ผู้ขอโอนและผู้รับโอนใบอนุญาตต้องยื่นคำขอโอนใบอนุญาต (แบบบ มอ.9) ผ่านระบบ E-license\n2. ต้องแนบหลักฐานการโอนที่เกี่ยวข้อง\n3. ผู้รับโอนใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ\n\nการขอโอนใบอนุญาต ตามมาตรา 26 (กรณีผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ)\n1. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องเป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดกกรณีผู้รับใบอนุญาตถึงแก่ความตาย  หรือเป็นผู้อนุบาลกรณีผู้รับใบอนุญาตถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ\n2. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องยื่นคำขอโอนใบอนุญาต (แบบบ มอ.9/1) ณ หน่วยงาน ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ\n3. ผู้รับโอนใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ","2023-06-15T10:32:13"],
    [2202,"95d2d62d-a6db-48ca-ace3-1ef87732494b","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขออนุญาตย้ายสถานที่ (มาตรา 24) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-e7e0-4d80-ab66-b9188486d5e9",15,1500,7,"กรณีขอย้ายสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 16 และมาตรา 20\n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขออนุญาตย้ายสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (แบบ มอ.8) ผ่านระบบ E-license\n2. โรงงานที่ทำผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ต้องผ่านการประเมินระบบควบคุมคุณภาพ ตามประกาศสำนักงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต พ.ศ.2564\n3. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ\n\nกรณีขอย้ายสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 21\n1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขออนุญาตย้ายสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (แบบ มอ.8/1) ผ่านระบบ E-license\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ","2023-06-15T10:31:08"],
    [2203,"95d2e3a4-aaca-41f9-8861-1dfcc8fd58f0","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขออนุญาตทำผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างไปจากมาตรฐานที่กำหนดเพื่อใช้ในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว (มาตรา 20 ทวิ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-dc0c-4b64-ab2e-8dcbce356ac4",27,0,7,"1. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม    \n2. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นหนังสือขออนุญาต โดยแจ้งรายละเอียด\n   2.1 เหตุผลในการขอทำผลิตภัณฑ์\n   2.2 ปริมาณ และระยะเวลา ที่ขอทำผลิตภัณฑ์\n   2.3 มาตรฐานที่ขอทำผลิตภัณฑ์ \n3. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่แตกต่างไปจากมาตรฐานที่กำหนด เพื่อใช้ในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว พ.ศ.2562","2023-06-15T10:30:00"],
    [2204,"95d2ff8e-c4ee-483d-8b38-7513302ee76e","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอรับใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะครั้ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-f083-41ae-8fc1-4241060d0cdd",15,3000,5,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะครั้ง (แบบ มอ.5/1) ผ่านระบบ E-license\n2. สามารถขอได้เ้ฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต กำหนดไว้\n3. ปริมาณที่ขออนุญาตนำเข้าต้องไม่เกินจำนวนที่ หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต กำหนดไว้\n4. ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ขอใบอนุญาตนำเข้า ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน\n5. ใบอนุญาตสามารถใช้นำเข้าผลิตภัณฑ์ได้ครั้งเดียวตาม Invoice ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n6. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ","2023-06-15T10:29:30"],
    [2205,"95d47c47-53ad-4ffb-843c-d9b0721c0c2e","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขออนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างไปจากมาตรฐานที่กำหนดเพื่อใช้ในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว (มาตรา 21 ทวิ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-def7-4857-a667-cc645bad2f4d",27,0,7,"1. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นหนังสือขออนุญาต โดยแจ้งรายละเอียด\n   1.1 เหตุผลในการขอนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างไปจากมาตรฐานที่กำหนด\n   1.2 ปริมาณ และระยะเวลา ที่ขอนำเข้าผลิตภัณฑ์\n   1.3 มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ขอนำเข้า\n2. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่แตกต่างไปจากมาตรฐานที่กำหนด เพื่อใช้ในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว พ.ศ.2562","2023-06-15T10:30:33"],
    [2206,"95d4ac9e-6c78-4d47-8dbc-012d5c4c4ec9","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอใบรับรองคุณภาพน้ำตาลทรายสีรำตามมาตรฐานศรีลังกา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-d2fe-42b0-a2d8-9bdced536c39",18,0,3,"1. ยื่นหนังสือขอรับใบรับรองการตรวจสอบคุณภาพสำหรับผลิตภัณฑ์ โดยมีรายละเอียด สถานที่เก็บตัวอย่าง \nรายละเอียดการส่งมอบ ชื่อเรือ วันที่ขนถ่ายสินค้า ชื่อผู้นำเข้าปลายทาง ลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม\n2. ตัวอย่างน้ำตาลทรายสีรำผลทดสอบต้องเป็นไปตามตามมาตรฐานศรีลังกา SLS 883: 1990\n3. การลงนาม/เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลงนามใบใบรับรอง","2023-06-15T10:32:35"],
    [2207,"95d4a754-b66d-4765-b00c-eae3ae774d94","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-ca40-4de6-81f9-d35a63c9e18e",32,0,10,"1. ผู้ยิ่นคำขอต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือ\nมีหนังสือรับรองว่าไม่อยู่ในข่ายควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน\n2.เป็นผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยังไม่ได้กำหนดมาตรฐาน\n3.เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ผลิตแล้ว\n4.เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ยกเว้น ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม\n5.เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตสำเร็จรูปในประเทศไทย\n6.ไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบซึ่งถูกนำมาใช้ใหม่ \n7.ไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร\n8.ส่วนของต้นทุนที่เกิดขึ้นในประเทศ (local content) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 \n9.สัดส่วนมูลค่าเพิ่ม (valueadded) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยใช้เกณฑ์กำไรมาตรฐานร้อยละ 20 ของราคาขาย\n10.ต้องยื่นคำขอโดยมีเอกสารประกอบ ตามแบบคำขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์\n11. ระบบควบคุมคุณภาพโรงงานต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาสินค้าที่ผลิตในประเทศ เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณารับจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ (ฉบับประกาศ วันที่ 19 สิงหาคม 2562)\n12.ผลตรวจสอบผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานอ้างอิง\n13.ผู้ได้รับจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขผู้ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาสินค้าที่ผลิตในประเทศ เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณารับจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ (ฉบับประกาศ วันที่ 19 สิงหาคม 2562)","2023-06-15T10:28:09"],
    [2208,"95d4ae44-fb2a-4c77-a108-0a01ae866dd9","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขอใบรับรองผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานต่างประเทศเพื่อการส่งออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-d91e-4805-8fed-9ef1c327fc5a",32,0,7,"1.ผู้ยื่นคำขอต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือมีหนังสือรับรองว่าไม่อยู่ในข่ายควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน\n2.ยื่นคำขอรับบริการ โดยต้องกรอกรายละเอียด ชื่อและที่อยู่ของผู้ยื่นคำขอ รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ สถานที่ตั้งโรงงาน และชื่อมาตรฐานต่างประเทศที่ใช้อ้างอิง \n3.ระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การรับรองผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานต่างประเทศ\n   เพื่อการส่งออก TISI(CD)-R-FC-01(02)\n4. ผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานต่างประเทศที่ใช้อ้างอิง \n5. ผู้ได้รับใบรับรองผลิตภัณฑ์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรับรองผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานต่างประเทศเพื่อการส่งออก","2023-06-15T10:33:03"],
    [2209,"95d4f959-fbb7-459a-be96-43e7c6928db9","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-c72a-4af5-8d44-6a3836dd829a",49,0,15,"1. เงื่อนไขของผู้ยื่นคำขอรับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน\n   ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ทำผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่เป็นผู้แอบอ้าง หรือทำการผลิตแอบแฝง และมีคุณสมบัติในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n   (1) บุคคลทั่วไป\n   (2) กลุ่มผู้ผลิตชุมชน ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานราชการหรือกลุ่มตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน\n   (3) นิติบุคคล ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์\n2. ต้องยื่นคำขอต่อหน่วยรับรอง และยอมรับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงข้อกำหนดในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เกี่ยวข้อง\n3. กรณีที่ผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอรับการรับรองมีกฎหมายอื่นควบคุมอยู่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ควบคุมก่อน\n4. ต้องมีศักยภาพในการทำผลิตภัณฑ์ โดย\n   - สถานที่ทำ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และวัตถุดิบ ต้องเหมาะสมต่อการทำผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานกำหนด\n   - ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ มีเพียงพอสำหรับการสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบยืนยันคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานกำหนด\n5. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารประกอบการยื่นคำขอถูกต้องและครบถ้วน หากไม่อาจพิจารณาความถูกต้อง ครบถ้วน ของเอกสารได้ในขณะที่ยื่นคำขอ หน่วยรับรองขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาภายหลังจากที่ได้รับคำขอไว้แล้ว ในกรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบภายหลังเป็นสาเหตุที่ไม่อาจให้การรับรองได้ หน่วยรับรองจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมส่งคืนคำขอ\n6. ต้องรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการรับรองอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ได้รับการรับรอง\n7. ระยะเวลาดำเนินการไม่นับรวมเวลาดำเนินการขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งซ้ำ ระยะเวลาในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ และระยะเวลาในการกำหนดวันประชุมคณะพิจารณาตัดสินให้การรับรอง \n8. รับคำขอไม่เกิน 5 รายต่อวัน","2023-06-15T10:33:46"],
    [2210,"95d90455-4bb0-4252-9604-d2ba3dcad2de","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การขออนุญาตทำผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากมาตรฐานของไทยเพื่อการส่งออก (มาตรา 20 ตรี) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d36-ed96-419c-988b-5509c2fa4921",1,0,1,"ในกรณีที่ผู้ใดมีความจำเป็นต้องทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานของต่างประเทศหรือมาตรฐานระหว่างประเทศ เพื่อการส่งออก ให้ดำเนินการขออนุญาตตามมาตรา 20 ตรี  โดยผู้ขอรับอนุญาตต้องจัดทำหนังสือขออนุญาตทำผลิตภัณฑ์ พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็นในการขออนุญาตทำผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกและระยะเวลาที่ขอทำฯ (วันที่เริ่มทำฯ และสิ้นสุดการทำ)  โดยแสดงเอกสารหลักฐานต่อไปนี้ ในการขออนุญาต  1.ชนิด/คุณลักษณะ/รายะเอียดผลิตภัณฑ์/ปริมาณที่ขออนุญาตทำผลิตภัณฑ์  2. แผนการผลิต(วันที่เริ่มทำฯ และสิ้นสุดการทำ)  3. ใบสั่งซื้อสินค้า (ผลิตภัณฑ์ที่ขออนุญาตทำเพื่อการส่งออก)  4. มาตรฐานของต่างประเทศหรือมาตรฐานระหว่างประเทศที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์  5. เหตุผลที่ต้องขออนุญาตทำแตกต่างจากมาตรฐาน","2023-02-16T11:36:24"],
    [2211,"95defbd3-92d5-4eca-a226-b99cd3cdf529","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การรับรองผลิตภัณฑ์และระบบคุณภาพการบริการตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก. เอส)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95de939b-857c-4f10-a842-45f4e1c188c6",35,0,2,"1.\tผู้ขอการรับรองต้องเป็นผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ ดังต่อไปนี้ บุคคลทั่วไป หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียน หรือวิสาหกิจชุมชนที่ขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานราชการหรือกลุ่มตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ผลิตชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \n2. \tผู้ขอรับการรับรองต้องมีศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์ และการให้บริการ ตาม มอก.เอส \n3. \tผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารครบถ้วนตามที่กำหนด หากไม่อาจพิจารณาความถูกต้อง ครบถ้วน ของเอกสารได้ในขณะที่ยื่นคำขอ สมอ. / สอจ. ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาภายหลังจากที่ได้รับการยื่นคำขอครบถ้วนแล้ว กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นสาเหตุที่ไม่อาจให้การรับรองได้ สมอ. / สอจ. จะส่งคืนคำขอ \n4. \tผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่ยื่นขอต้องมีประกาศกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก. เอส) ไว้แล้ว \n5. \tกรณียื่นขอการรับรองผลิตภัณฑ์ไม่นับรวมระยะเวลาการตรวจสอบผลิตภัณฑ์จากหน่วยตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้ง \n6. \tขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน และประเมินศักยภาพผู้ขอรับการรับรองตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-01-02T10:36:51"],
    [2212,"95df303a-3d77-45fd-808e-68be5b07298f","PUBLISHED","กระทรวงอุตสาหกรรม","สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม","การออกใบรับรองระบบงานสำหรับผู้ประกอบการตรวจสอบและรับรอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95dea7a3-37b9-47cf-8f60-24e3ab205158",14,5000,3,"(1) ประกาศคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองห้องปฏิบัติการ พ.ศ. 2564\n(2) ประกาศคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองหน่วยตรวจ พ.ศ. 2564\n(3) ประกาศคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองหน่วยรับรอง พ.ศ. 2564","2023-02-16T11:37:32"],
    [2213,"94e56e24-a44d-4d88-a356-7557c04144da","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-f6cc-46b6-9c23-8919a7e18f30",120,50000,13,"1. ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ตามแบบ สบ.3 ณ สถานีตำรวจนครบาลท้องที่ที่สถานบริการตั้งอยู่    2. ผู้รับอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว  สามารถประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใน  คู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:23"],
    [2214,"94e56e24-a672-43ea-8580-6c34ab4b3b91","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขออนุญาตตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร[N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-f9be-4226-96ec-921dbca8225f",90,0,13,"1. ผู้ใดมีความประสงค์จะขออนุญาตตั้งสถานบริการ ให้ยื่นคำขอตามแบบ สบ.1 ณ สถานีตำรวจนครบาลท้องที่ที่สถานบริการตั้งอยู่    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:23"],
    [2215,"94e56e24-a891-4ac2-b3d7-c12797d8876a","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย ในท้องที่กรุงเทพมหานคร[N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-fcd6-4fee-95da-09aabb31361e",95,0,10,"1.การขอต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่ายจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุตามแบบ สร.3 ท้ายกฎกระทรวง เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุแล้ว ให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น    2.ให้ผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตจำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย ตามแบบ สร.3 สถานีตำรวจนครบาลแห่งท้องที่ที่สถานที่จำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่ายตั้งอยู่    3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:23"],
    [2216,"94e56e24-aa9f-4808-801e-09798df9ef79","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอย้าย แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือต่อเติมสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-ffbf-4f5a-8c6c-af4ebd97b3b8",60,0,10,"1. ผู้รับอนุญาตมีความประสงค์ขอย้าย แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือต่อเติมสถานบริการ ให้ยื่นคำขอตามแบบคำร้องทั่วไป ณ สถานีตำรวจนครบาลท้องที่ที่สถานบริการตั้งอยู่    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:52:45"],
    [2217,"94e56e24-acb5-4e0f-b31d-13a3c907509d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอโอนกิจการสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-0295-42f2-a108-4506049a9832",60,50000,12,"1. ทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดกที่มีความประสงค์จะดำเนินกิจการสถานบริการต่อไป ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามแบบ สบ.1 พร้อมยื่นหลักฐานการเป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดก ณ สถานีตำรวจนครบาลแห่งท้องที่ที่สถานบริการนั้นตั้งอยู่          2. ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นผู้ยื่นคำขอเข้าดำเนินการสถานบริการต่อไป จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาต          3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:23"],
    [2218,"94e56e24-a1a9-41c0-b84c-add8721fc2b9","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขออนุญาตจำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย ในท้องที่กรุงเทพมหานคร[N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d36-f3fc-4224-ac1e-d06852420d2f",95,0,10,"1.ห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขายสุราประเภทที่ 3 ถึงประเภทที่ 6 จำหน่ายสุราทุกชนิดในเวลาอื่น นอกจากตั้งแต่เวลา 11.00 - 14.00 น. และตั้งแต่เวลา 17.00 - 24.00 น. ยกเว้นการขายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ และการขายในสถานบริการซึ่งเป็นไปตามกำหนดเวลาเปิดปิดของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2558    2.ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ขายสุราประเภทที่ 3 ถุงประเภทที่ 6 มีความประสงค์จะขออนุญาตจำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย ตามข้อ 1. ให้ยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตฯ ตามแบบ สร.1 ณ สถานีตำรวจนครบาลแห่งท้องที่ที่สถานที่จำหน่ายสุราในเวลาห้ามตั้งอยู่    3.ใบอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะบุคคลและสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต    4.ท้องที่กรุงเทพมหานคร การอนุญาตให้จำหน่ายสุรานอกเวลาที่กฎหมายกำหนด จะอนุญาตให้จำหน่ายได้เฉพาะที่เห็นว่ามีความจำเป็น ณ สถานที่ขายสุราสำหรับโรงแรม ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งทางบก และสถานีขนส่งทางน้ำ เท่านั้น    5.ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:23"],
    [2219,"95ffd38f-c6dd-499d-991e-9c488659ddd8","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-c065-4268-938f-7ca9b16c43a7",69,5000,12,"1. บริษัทใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต (แบบ ธภ.1) ต่อนายทะเบียน    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2220,"95ffd38f-c86a-441e-bee6-52261415c4ca","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-c2ec-4117-8211-fe6bb163298b",9,300,9,"1. ผู้รับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.6) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน     2. ผู้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอภายใน 60 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2221,"95ffd38f-ca43-4df4-bab6-63715868314d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อหรือที่ตั้งสถานที่ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-c589-4433-8f43-c02031214c3b",61,0,11,"1. ผู้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยซึ่งประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมชื่อของบริษัทรักษาความปลอดภัยหรือที่ตั้งของสถานที่ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยในใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการ (แบบ ธภ.3) ต่อนายทะเบียนพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2222,"95ffd38f-cbc1-4d6b-8246-11a5e21c9501","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอเปลี่ยนแปลงรายการสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (นิติบุคคล)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-c820-4643-af2b-d13993a0b127",1,0,16,"1. ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ตั้งหลักสูตร สถานฝึกอบรม เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมให้แตกต่างไปจากที่ได้รับการรับรองให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.10) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการนั้น     2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2223,"95ffd38f-cd2f-4120-a543-d6348af93828","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอเปลี่ยนแปลงรายการสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (บุคคลธรรมดา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-ca52-4edf-a353-70125b1cacb9",61,0,12,"1. ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ตั้งหลักสูตร สถานฝึกอบรม เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมให้แตกต่างไปจากที่ได้รับการรับรองให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.10) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการนั้น    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2224,"95ffd38f-cea8-4260-ac6c-b4e1666c0a54","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอเปลี่ยนแปลงรายการสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการศึกษา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-cc84-4606-bd83-49e2f6e5455a",61,0,9,"1. ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ตั้งหลักสูตร สถานฝึกอบรม เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมให้แตกต่างไปจากที่ได้รับการรับรองให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.10) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการนั้น    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2225,"95ffd38f-d023-4b64-b285-76cd3b9ec3bd","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอเปลี่ยนแปลงรายการสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (ห้างหุ้นส่วนสามัญ)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-ceb0-4eff-9a04-9ca3c6fdbfa0",61,0,13,"1. ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ตั้งหลักสูตร สถานฝึกอบรม เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมให้แตกต่างไปจากที่ได้รับการรับรองให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.10) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายการนั้น    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2226,"95ffd38f-d1fb-440d-95f9-0441cd0e0bcc","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับการรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (นิติบุคคล)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-d19c-45bf-bf0e-f4f74231ef11",62,0,16,"1. ผู้ใดประสงค์จะขอรับการรับรอง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.8) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2227,"95ffd38f-d37b-4085-80d1-a6a3a5edb196","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับการรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (บุคคลธรรมดา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-d3c5-424b-ad08-88a7263ba3e1",62,0,12,"1. ผู้ใดประสงค์จะขอรับการรับรอง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.8) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2228,"95ffd38f-d4f1-4db5-b44f-09f05767472e","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับการรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการศึกษา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-d5f6-40b6-8179-d0532252f23f",62,0,9,"1. ผู้ใดประสงค์จะขอรับการรับรอง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.8) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2229,"95ffd38f-d661-4543-ad40-9e1781e15880","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับการรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัย (ห้างหุ้นส่วนสามัญ)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-d81f-4f3a-a624-46dbb60a677f",62,0,13,"1. ผู้ใดประสงค์จะขอรับการรับรอง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.8) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2230,"95ffd38f-d7db-42ff-b821-0579df07d15f","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับใบแทนในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-da4d-4a7f-bb42-216380560e44",1,1000,12,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.5) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ    2. ให้ส่งคืนใบอนุญาตฉบับเดิมที่ชำรุดหรือยื่นหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหาย หรือถูกทำลาย ภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2231,"95ffd38f-d962-4154-bab1-3f589da1e60d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมกรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ (นิติบุคคล)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-dc7f-4725-892a-3faae56b1342",61,0,16,"1. กรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำ ลาย หรือชำ รุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรม ยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.11) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทน    2. ส่งคืนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมฉบับเดิมที่ชำรุด หรือหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2232,"95ffd38f-df36-488b-98af-0390cf791f12","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-e52b-4e27-8298-c621da6acd32",68,300,8,"1. ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.6) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2233,"95ffd38f-dadf-47f5-8ffc-a840411522dd","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมกรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ (บุคคลธรรมดา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-deaf-46e6-9e65-769419dbd6c3",61,0,12,"1. กรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำ ลาย หรือชำ รุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรม ยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.11) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทน    2. ส่งคืนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมฉบับเดิมที่ชำรุด หรือหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2234,"95ffd38f-e154-4644-a623-8f51c1f76965","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขออนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-e816-479f-b557-adb86f04fd27",69,5000,11,"1. บริษัทใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต (แบบ ธภ.1) ต่อนายทะเบียน    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2235,"95ffd38f-dc52-4d83-818e-596eb144aab6","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมกรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ (ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการศึกษา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-e0de-4d2c-9ba9-3661f2039eaf",61,0,9,"1. กรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำ ลาย หรือชำ รุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรม ยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.11) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทน    2. ส่งคืนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมฉบับเดิมที่ชำรุด หรือหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2236,"95ffd38f-e49f-4370-9e78-bd24db3229a2","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจการทวงถามหนี้","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-ecd5-4beb-9e3e-85d9a0a874a1",60,0,9,"ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อที่ใช้ในการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ที่ตั้งสถานประกอบธุรกิจทวงถามหนี้  หรือผู้แทนนิติบุคคล ให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ยื่นคําขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนตาม แบบ ทน.1/1  ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมทั้งเอกสารและหลักฐานประกอบ การเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่  วันที่มีการเปลี่ยนแปลง    เมื่อนายทะเบียนได้รับคําขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนพร้อมทั้งเอกสารและหลักฐาน ตามวรรคหนึ่งแล้ว หากเห็นว่ารายการที่แสดงในคําขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนพร้อมทั้งเอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน  ให้ออกหนังสือสําคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ฉบับใหม่ตามแบบ ทน. 2 ท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2237,"95ffd38f-ddc4-4ffd-b04e-50756be83ff5","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมกรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ (ห้างหุ้นส่วนสามัญ)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-e30b-4d31-8598-004f22f4b644",1,0,13,"1. กรณีที่หนังสือรับรองสถานฝึกอบรมสูญหาย ถูกทำ ลาย หรือชำ รุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองสถานฝึกอบรม ยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.11) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทน    2. ส่งคืนหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมฉบับเดิมที่ชำรุด หรือหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหายหรือถูกทำลาย  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2238,"95ffd38f-e649-4797-8460-298377c05e5e","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนประกอบธุรกิจทวงถามหนี้","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-eefa-42af-9cc7-4ccb7be18ab2",60,0,9,"ในกรณีที่หนังสือสําคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้สูญหาย หรือถูกทําลาย ในสาระสําคัญ ให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ยื่นคําขอรับใบแทนหนังสือสําคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้  ตามแบบ ทน. 1/2 ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อนายทะเบียน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทําลายดังกล่าว โดยให้นายทะเบียนออกใบแทนหนังสือสําคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2239,"95ffd38f-e32b-44dd-aef2-9f462a55e181","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","การยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-eaa3-4332-80db-ba3a8de05f9c",67,0,9,"บุคคลใดจะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต่อนายทะเบียน  เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้แล้วให้นายทะเบียนออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ให้แก่ผู้ขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนจึงจะสามารถประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ได้  และผู้ได้รับการจดทะเบียนจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามที่คณะกรรมการกำกับ  การทวงถามหนี้ได้ประกาศกำหนดไว้ด้วย โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ ดังนี้    1. ให้นายทะเบียนตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของคำขอ หากถูกต้องและครบถ้วนให้รับจดทะเบียน  และออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้    2. หากคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนทราบภายใน 7 วัน  ทำการนับแต่วันยื่นคำขอ พร้อมกำหนดระยะเวลาให้แก้ไข หากพ้นกำหนดเวลาผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนไม่ดำเนินการแก้ไข  ให้นายทะเบียนคืนคำขอ หากถูกต้องและครบถ้วนให้รับจดทะเบียนและออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558","2022-04-06T22:46:26"],
    [2240,"95ffd38f-e7e2-4aeb-8e61-82edff9518f8","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","ขอแก้ไขสาระสำคัญในใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-f116-4667-8070-ebb9f4ac2928",1,0,8,"1. ผู้รับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตที่ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือรายการประวัติอื่นใดในใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าวต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.6) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2241,"95ffd38f-e955-4578-8eb7-5c9f87e47e34","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กองบัญชาการตำรวจนครบาล","ขอรับใบแทนกรณีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd338-f344-4d08-9a96-c2fb3282a980",61,100,8,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียน (แบบ ธภ.6) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ    2. ให้ส่งคืนใบอนุญาตฉบับเดิมที่ชำรุดหรือยื่นหลักฐานการแจ้งความกรณีสูญหาย หรือถูกทำลาย ภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [2242,"94e56e24-b353-460c-932a-3e0819342a5d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอถอนสลักหลังแจ้งออกและกลับเข้ามาอีก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-0c38-4c25-9911-56870a326b92",2,0,5,"กรณีการขอถอนสลักหลังแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรและกลับเข้ามาอีก  - คนต่างด้าวไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรภายในระยะเวลาการทำสลักหลังแจ้งออก ( 1 ปี )    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2243,"94e56e24-b554-4848-9f6d-12bcee5c4c6c","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับใบแทนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.17) กรณีเปลี่ยนเล่ม [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-0f0c-4bf1-bd95-acf126bafe94",3,1900,7,"กรณีขอรับใบแทนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.17) เปลี่ยนเล่ม  1) ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.15, ตม.16) หรือใบแทนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.17) ไม่มีหน้าว่างสำหรับใช้ในการประทับตราสลักหลังแจ้งออก  2) คนต่างด้าวต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาการสลักหลังแจ้งออก  3) คนต่างด้าวต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ทร.14)    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2244,"94e56e24-b764-44bc-b152-8095b8dbf329","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับใบแทนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.17) กรณีสูญหาย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-11e8-4611-ad21-5cc40ed4b295",21,1900,10,"กรณีขอรับใบแทนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.17) สูญหาย  1) คนต่างด้าวต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาการสลักหลังแจ้งออก  2) ต้องมีพยานบุคคล 1 คน ที่เห็นว่าคนต่างด้าวเคยได้รับ และใช้ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในการเดินทางเข้าราชอาณาจักร  3) คนต่างด้าวต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ทร.14)    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2245,"94e56e24-b969-4816-b91a-7c666efcfd48","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.15) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-14c9-4245-bf8c-1c3177e58be3",31,19000,5,"1) เป็นคนต่างด้าวที่ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวมาก่อนแล้ว (คนภายใน)  2) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ทร.14)    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2246,"94e56e24-aef1-4564-9505-58128b7f1642","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอแก้ไขรายการต่างๆ ในใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบแทนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-05f3-4be6-8418-b9c3fe086218",16,0,5,"กรณีการขอแก้ไขรายการต่างๆ ในใบสำคัญถิ่นที่อยู่  1) คนต่างด้าวต้องแก้ไขรายการต่างๆ ในใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวเรียบร้อยแล้ว  2) คนต่างด้าวต้องแก้ไขรายการต่างๆ ในทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว  3) คนต่างด้าวต้องแก้ไขรายการต่างๆ ในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2247,"94e56e24-c171-47d8-a836-5e8cccabaacf","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับสิทธิตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.2514 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-20b1-47c1-ab46-d3b2ac6110c9",1,1900,6,"1) คนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับสิทธิ ตาม มาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514    2) คู่สมรสและบุตรที่อยู่ในอุปการะของบุคคลในข้อ 1)    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2248,"94e56e24-b138-4897-b681-42fa05ea4b7f","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอตรวจลงตราประเภทนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวที่จะขอเข้ามามีถิ่นที่อยู่ใน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-096b-4bf8-878c-cb8e45e0406f",21,1900,6,"กรณีการตรวจลงตราประเภทนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวที่จะขอเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี (Non-Quota Immigrant Visa) ย้อนหลัง  1) คนต่างด้าวไม่ได้รับการตรวจลงตราก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเกินอายุการตรวจลงตรา  2) คนต่างด้าวต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาการทำสลักหลังแจ้งออก    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2249,"94e56e24-cedc-433e-9a51-0ea42f3d2cec","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การสลักหลังแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรและกลับเข้ามาอีก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-330e-40df-b009-fe359ad46406",1,1900,5,"กรณีการสลักหลังแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรและกลับเข้ามาอีก  1) คนต่างด้าวมีความประสงค์เดินทางออกนอกราชอาณาจักร  2) กรณีเคยมีการทำสลักหลังแจ้งออกฯ คนต่างด้าวต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาการสลักหลังแจ้งออก    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2250,"94e56e24-bb82-415a-b0f7-291001e7a588","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.16) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-17ad-4522-9176-3249936ef6cd",2,95700,5,"กรณีขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.16)  1) คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ให้เป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร  2) การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้ายก่อนรับเล่มใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ตม.16) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว  3) ในกรณีคู่สมรสขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อให้ความอุปการะคู่สมรสผู้มีสัญชาติไทย คนต่างด้าวต้องนำทะเบียนสมรสฉบับจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และต้องให้คู่สมรสผู้มีสัญชาติไทยลงชื่อรับรองเพื่อเป็นพยานต่อเจ้าหน้าที่ด้วย    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2251,"94e56e24-d09f-4317-9c6f-525c1d6f9d6a","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","งานตรวจสอบและแก้ไขเพิ่มเติมรายการในหลักฐานทะเบียนคนต่างด้าว [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-3629-43f7-8df3-1aceb7975a89",10,0,5,"1) ตรวจสอบและแก้ไขเพิ่มเติมรายการในหลักฐานคนทะเบียนต่างด้าวจำดำเนินการในกรณีที่พบว่าข้อมูลหลักฐานในทะเบียนคนต่างด้าวไม่ถูกต้องตรงกัน หรือกรณีมีการเปลี่ยนแปลงสัญชาติเป็นอีกสัญชาติหนึ่ง    2) คนต่างด้าวต้องมายื่นคำร้องขอแก้ไขด้วยตนเอง      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:52:48"],
    [2252,"94e56e24-bd77-4bdc-9adc-982f9b22891d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออนุญาตเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-1abc-4195-8d38-bb0e63b15f61",1,3800,4,"1) คนต่างด้าวจะต้องมายื่นคำร้องขออนุญาตด้วยตนเอง  2) ค่าธรรมเนียมจะไม่คืนให้ ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ก็ตาม  3) คนต่างด้าวจะต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522  4) คนต่างด้าวต้องได้อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยมีการประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ในหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุการใช้งานอยู่  5) กรณีปรากฏเงื่อนไขห้ามคนต่างด้าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร คนต่างด้าวจะต้องติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้นก่อนมายื่นคำขออนุญาต  6)ในการพิจารณาคำขออนุญาต กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสังสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้  ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2021-11-17T13:39:23"],
    [2253,"94e56e24-bf47-4be9-9fcc-9cdf4d9c1a79","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับสิทธิตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-1da9-4bba-b372-e04a03c0f267",1,1900,6,"1) คนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับสิทธิ ตามมาตรา 45 แห่งพ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522    2) คู่สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะของบุคคลในข้อ 1)    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2254,"94e56e24-c38d-4806-8e31-80061b796af3","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับสิทธิตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-2398-4167-a939-ea8116d9ce4e",1,1900,6,"1) คนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับสิทธิ ตามมาตรา 24 , 25 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520  2) คู่สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะของบุคคลซึ่งได้รับสิทธิตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนพ.ศ.2520    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2255,"94e56e24-c5ef-4603-84cd-bc0417598d7d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การแจ้งที่พักอาศัยของเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหะสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-26ce-488c-87f3-1cda7805db31",1,0,2,"1. เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถานหรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นตั้งอยู่ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย    2. กรณีการแจ้งด้วยตนเอง ต้องยื่นแบบการแจ้ง ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่เคหะสถานหรือโรงแรมตั้งอยู่    3. การรับคืนหลักฐานการแจ้ง     3.1 กรณีการแจ้งด้วยตนเอง เมื่อยื่นแบบเสร็จ เจ้าหน้าที่รับแจ้งจะคืนหลักฐานรับแจ้งหลังดำเนินการเรียบร้อยแล้ว     3.2 กรณีแจ้งทางไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่จะคืนหลักฐานการรับแจ้งทางจดหมายติดแสตมป์ที่ผู้ยื่นแบบการแจ้งได้ส่งมาพร้อมแบบฟอร์มการแจ้ง     3.3 กรณีแจ้งทางระบบอินเตอร์เน็ต ที่เว็ปไซด์ www.immigration.go.th ผู้แจ้งจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าใช้ระบบ ทาง e-mail ที่ได้ลงทะเบียนไว้ หลังจากนั้นให้ login เข้าระบบแจ้งที่พัก และบันทึกข้อมูลคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยในระบบ    4. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : สถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้แจ้งที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:52:48"],
    [2256,"94e56e24-c817-4a9f-88ff-497ebb58c48f","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การตรวจลงตราประเภทคนเข้าเมืองนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี (Non-Quota Immigrant Visa) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-29c7-401e-b0b0-29843f717dc9",1,3800,5,"กรณีการตรวจลงตราประเภทนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวที่จะขอเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี (Non-Quota Immigrant Visa)  1) คนต่างด้าวมีความประสงค์เดินทางออกนอกราชอาณาจักร  2) กรณีเคยมีการทำสลักหลังแจ้งออกฯ และตรวจลงตราฯ คนต่างด้าวต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาการสลักหลังแจ้งออกและการตรวจลงตราฯ    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2021-11-17T13:39:23"],
    [2257,"94e56e24-ca36-4807-8df1-d3f154431c43","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การเยี่ยมผู้ต้องกักรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ตาม มาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-2d10-4631-8dd5-8b0015e5bb1f",1,0,4,"1. ผู้ต้องกักแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้  1.1 ผู้ต้องกักทั่วไป เข้าเยี่ยมรอบแรกได้ในช่วงเวลา 09.45-10.30 น. และรอบสองได้ในช่วงเวลา 10.15-12.00 น.  1.2 ผู้ต้องกักสำคัญ เข้าเยี่ยมได้ในช่วงเวลา 12.00-13.00 น.  1.3 การเยี่ยมกรณีพิเศษ เช่น สถานทูต, ทนายความ ฯลฯ เข้าเยี่ยมได้ในช่วงเวลา 13.00-15.30 น.  2. เอกสารที่ต้องใช้ในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องกัก  2.1 คำร้องขอเข้าเยี่ยมผู้ต้องกัก ตามแบบที่กำหนด  2.2 บัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ หรือ  2.3 หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ปรากฏภาพถ่ายและหน้าวีซ่าที่ยังเหลือวันอนุญาตให้อยู่ใน  ประเทศไทยหรือ  2.4 บัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (กรณีเป็นแรงงานต่างด้าว) ซึ่งได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยและทำงานใน  พื้นที่ กทม. และยังไม่สิ้นสุดการอนุญาต  3. ขั้นตอนและวิธีการในการเยี่ยมผู้ต้องกัก  3.1 กรอกข้อมูลแบบคำร้องขอเข้าเยี่ยมให้เรียบร้อยและชัดเจน โดยกรอกเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ (ตัวพิมพ์  ใหญ่-BLOCK LETTER)  3.2 ยื่นเรื่องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องกัก ดังนี้  3.2.1 หมายเลขประจำตัวผู้ต้องกัก (IDC NO. ถ้าทราบ)  3.2.2 ชื่อ นามสกุล สัญชาติ เพศ และอายุผู้ต้องกัก  3.2.3 วันที่ผู้ต้องกักถูกส่งตัวมายังสถานกักตัวคนต่างด้าว  3.2.4 หน่วยงานที่ส่งตัวผู้ต้องกักมายังสถานกักตัวคนต่างด้าว  3.2.5 เหตุผลความจำเป็นและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าเยี่ยมกับผู้ต้องกัก โดยต้องเป็นบุคคลดังต่อไปนี้  1) บุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของทางราชการไทย สถานทูต องค์กรสาธารณกุศล ทนายความซึ่งได้รับ  การแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ  2) บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นบิดามารดา บุตร หรือคู่สมรส หรือญาติพี่น้องของผู้ต้องกัก  3) จำนวนผู้เข้าเยี่ยม 1 คน จะสามารถเข้าเยี่ยมผู้ต้องกักได้เพียง 1 คน เท่านั้น  4. เงื่อนไขในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องกัก  4.1 ผู้เข้าเยี่ยมผู้ต้องกักจะต้องได้รับอนุมัติจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนถึงจะเข้าเยี่ยมได้  4.2 ผู้เข้าเยี่ยมจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและระเบียบที่ทางราชการกำหนด","2022-04-06T22:52:48"],
    [2258,"94e56e24-cc7d-41cd-a7ea-4bede472e202","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การรับแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวกรณีอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-302a-4b3f-9e9b-6ae5f9e32a99",1,0,5,"1.คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ต้องแจ้งที่พักอาศัยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกระยะ 90 วัน    2.กรณีคนต่างด้าวเดินทางออกนอกประเทศก่อนครบกำหนดนัดครั้งต่อไป เมื่อเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว ให้มารายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยครั้งต่อไป เมื่อครบกำหนด 90 วัน นับแต่วันเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย    3.คนต่างด้าวสามารถแจ้งที่พักอาศัยได้ ก่อน 15 วันหรือหลัง 7 วัน นับจากวันครบกำหนด หากเกินกำหนดนัด หรือเกินกำหนดที่จะต้องแจ้งที่พัก คนต่างด้าวต้องมารายงานตัวด้วยตนเองเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยจะถูกเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท       4.กรณีแจ้งทางไปรษณีย์ คนต่างด้าวสามารถแจ้งที่พักอาศัยได้ ก่อน 15 วัน นับจากวันครบกำหนด หากเกินกำหนดนัด หรือเกินกำหนดที่จะต้องแจ้งที่พัก คนต่างด้าวต้องมารายงานตัวด้วยตนเองเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับ โดยจะถูกเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:52:48"],
    [2259,"95ffd38f-ec98-4913-b5a2-82c27f3447bc","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร ตาม มาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-f648-4bef-abab-f497a595f133",1,0,1,"-","2022-04-06T22:46:26"],
    [2260,"95ffd38f-ee73-446e-a7af-a35b30ada69d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ของคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามา ณ ช่องทางอนุญาต (Walk-in)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-f8dd-4e1c-9a39-2049702c02d8",1,2000,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง     (Visa on Arrival)    1. ไม่เป็นผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง    2. มีสัญชาติของประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และมีสัญชาติของประเทศที่ออกหนังสือเดินทาง    3. ต้องมีหนังสือเดินทางอันถูกต้องและยังสมบูรณ์ รวมถึงหนังสือเดินทางนั้นต้องมีอายุใช้งานก่อนหมดอายุไม่น้อยกว่า    30 วัน    4. เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน    5. มีตั๋วหรือเอกสารที่ใช้เดินทางซึ่งชำระค่าโดยสารครบถ้วน สำหรับใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร    6. มีเงินติดตัวตามที่กฎหมายกำหนด (จำนวน 10,000 บาท/คน หรือ 20,000 บาท/ครอบครัว) ที่จะมาใช้จ่ายสำหรับ  การท่องเที่ยวในประเทศ หรือบัตรเครดิต แสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ    7. ต้องแจ้งที่พักอาศัยในราชอาณาจักรตามความเป็นจริง และสามารถตรวจสอบได้    8. รูปถ่ายขนาด 4 x 6 เซนติเมตร จำนวน 1 รูป ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2261,"95ffd38f-f002-4faa-98e0-62728a31ea0d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Visa on Arrival)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-fb0e-4182-af4f-9da4773f6290",1,2000,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอรับการตรวจลงตราล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Visa on Arrival)    1. ไม่เป็นผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง    2. มีสัญชาติของประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และมีสัญชาติของประเทศที่ออกหนังสือเดินทาง     3. ต้องมีหนังสือเดินทางอันถูกต้องและยังสมบูรณ์ รวมถึงหนังสือเดินทางนั้นต้องมีอายุใช้งานก่อนหมดอายุไม่น้อยกว่า   30 วัน    4. เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน    5. มีตั๋วหรือเอกสารที่ใช้เดินทางซึ่งชำระค่าโดยสารครบถ้วน สำหรับใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร    6. มีเงินติดตัวตามที่กฎหมายกำหนด (จำนวน 10,000 บาท/คน หรือ 20,000 บาท/ครอบครัว) ที่จะมาใช้จ่ายสำหรับ   การท่องเที่ยวในประเทศ หรือบัตรเครดิต แสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ    7. ต้องแจ้งที่พักอาศัยในราชอาณาจักรตามความเป็นจริง และสามารถตรวจสอบได้    8. รูปถ่ายขนาด 4 x 6 เซนติเมตร จำนวน 1 รูป ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2262,"95ffd38f-f2ef-47fa-a677-92d9fa123b3c","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลกรณีเป็นครอบครัวของผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร   เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส  บุตรบุญธรรม หรือ บุตรของคู่สมรส (12)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-ff72-4281-a783-1d18abd7d98b",14,0,4,"1. มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์    2. กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย หรือ    3. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะ บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้นต้องยังไม่สมรส และอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้นและต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ หรือ    4. กรณีบิดาหรือมารดา บิดาหรือมารดานั้นต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีบบริบูรณ์ขึ้นไป","2022-04-06T22:52:45"],
    [2263,"95ffd38f-f17c-42cb-927b-725fffa63914","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลกรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ตามมาตรา 34  (1), (2), (5), (6), (7), (10), (11), (12), (13) และ (14) เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส (11)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-fd47-46e8-8257-9b600eccceb3",13,0,4,"1. มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์    2. กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย หรือ    3. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะ บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของ คู่สมรสนั้น ต้องยังไม่ได้สมรสและอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้น และต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ หรือ    4. กรณีบิดาหรือมารดา บิดาหรือมารดาต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป","2022-04-06T22:52:45"],
    [2264,"95ffd38f-f462-4b88-b012-338f81f19852","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลกรณีเป็นครอบครัวของผู้มีสัญชาติไทย (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส)  (13)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-018b-4bd5-a6a1-f1006f1ec527",14,0,4,"1. มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์    2. กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทาง นิตินัยและพฤตินัย หรือ    3. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้นต้องยังไม่ได้สมรสและอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้นและต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์","2022-04-06T22:52:45"],
    [2265,"95ffd38f-f5e1-45b6-b5c4-f2a229f618a4","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลกรณีผู้ประสงค์เข้ามาพำนักระยะยาว Non-O-X (18)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-03b7-4cbf-950b-cc60eb4aae1e",14,0,4,"1. มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป    2. ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของประเทศที่ตนมีสัญชาติ ต่อไปนี้ (1) ญี่ปุ่น   (2) เครือรัฐออสเตรเลีย (3) ราชอาณาจักรเดนมาร์ก (4) สาธารณรัฐฟินแลนด์ (5) สาธารณรัฐฝรั่งเศส (6) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (7) สาธารณรัฐอิตาลี (8) ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (9) ราชอาณาจักรนอร์เวย์ (10) ราชอาณาจักรสวีเดน (11) สมาพันธรัฐสวิส (12) สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ (13) แคนาดา (14) สหรัฐอเมริกา    3. มีเงินฝากประจำในธนาคารพาณิชย์ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือมีเงินฝากประจำในธนาคารพาณิชย์ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและมีรายได้ประจำต่อปี ดังนี้    (ก) มีเงินฝากประจำเป็นมูลค่าเทียบเท่าอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท หรือ    (ข) มีเงินฝากประจำเป็นมูลค่าเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยไม่น้อยกว่า 1,800,000บาท และมีรายได้ประจำต่อปีไม่น้อยกว่า 1,200,000 บาท และจะต้องมีเงินฝากไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท ภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี    ผู้ได้รับอนุญาตต้องคงเงินในบัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี เมื่อครบกำหนดให้ถอนได้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในราชอาณาจักรเท่านั้น เช่นการรักษาพยาบาล ซื้อคอนโดมิเนียม ซื้อยานพาหนะ และการศึกษาบุตร    ทั้งนี้จะต้องมีเงินฝากเหลือในบัญชี ไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท    4. มีเอกสารหรือหลักฐานรับรองความประพฤติหรือหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมจากประเทศที่คนต่างด้าวถือสัญชาติ และหากคนต่างด้าวมีถิ่นพำนักถาวรในประเทศอื่น ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวจากประเทศนั้น ๆ ด้วย    5. มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพของไทยคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่พำนักในราชอาณาจักรโดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาทในกรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท กรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท    6. กรณี คู่สมรสของคนต่างด้าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 2, 3, 4 และ 5    7. กรณี บุตรของคนต่างด้าวที่ชอบด้วยกฎหมาย อายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมีคุณสมบัติ ตามข้อ.5    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:52:45"],
    [2266,"95ffd38f-f759-426a-8097-ed49497e0646","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลกรณีเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (3)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-05e2-42bb-b7dc-1ae9eb726d34",14,0,4,"3) เหตุผลกรณีเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หลักเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้    1. มีหลักฐานการโอนเงินเข้าสู่ประเทศไทยไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท    2. มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อ หรือเช่าระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ห้องชุดในอาคารชุดจากหน่วยงาน หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในราคาซื้อหรือเช่าไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หรือ    3. มีหลักฐานการลงทุนโดยการฝากเงินประจำกับธนาคารที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นคนสัญชาติไทยเกินกว่าร้อยละ 50 ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หรือ    4. มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อพันธบัตรของทางราชการหรือของรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หรือ    5. มีหลักฐานการลงทุนรวมกันตาม (2),(3) หรือ (4) ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท","2022-04-06T22:52:45"],
    [2267,"95ffd38f-f8c2-4af5-a368-d9a91f82b564","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลกรณีเพื่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพ (17)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-080a-4d1d-81ab-1110e4ce7f93",14,0,4,"พิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ และได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว     (Tourist Visa ) หมายเหตุ &ldquo;มาทดสอบฝีเท้าฟุตบอล&rdquo; หรือ Football player Trial","2022-04-06T22:52:45"],
    [2268,"95ffd38f-fa2c-4fec-8c72-2f667c2a4d33","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลกรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ (2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-0a2e-4d25-afbc-d5ccaab19932",14,0,4,"1. ตำแหน่งที่ขอคนไทยทำได้หรือไม่ และงานที่คนต่างด้าวขอทำให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว    2. คนต่างด้าวต้องมีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในการทำงานตามที่ขออนุญาตและสอดคล้องกับธุรกิจของนายจ้าง และมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการขอรับการตรวจลงตราหรือเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา    3. เป็นการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาหรือเป็นกิจการที่นำเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศหรือเป็นการสร้างงานแก่คนไทย หรือเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาถ่ายทอดให้แก่คนไทย","2022-04-06T22:52:45"],
    [2269,"95ffd38f-fba8-4355-8fa5-a02792a1ee1b","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการเข้ามาเพื่อเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาตามความต้องการของทางราชการ  (16)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-0c45-449f-8374-14259bd64c85",14,0,4,"เป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาไทยตามความต้องการของทางราชการ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2270,"95ffd38f-fd12-4418-a3be-76b942290e75","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์หรือฝึกสอนในสถาบันค้นคว้า   หรือสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักร (9)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-0e72-4404-afc1-9955bf471b40",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2271,"95ffd38f-fe7a-447e-9f7a-131a941424dd","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการปฏิบัติหน้าที่ด้านช่างฝีมือหรือผู้เชี่ยวชาญ (10)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-10a9-4a47-b6ed-cb29eba2d3b2",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2272,"95ffd38f-ffd6-48cb-ad7a-ed2c70e02acd","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการปฏิบัติหน้าที่ราชการ (1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd339-12dd-4d69-a84f-49ec551b0c22",14,2000,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2273,"95ffd390-014e-4588-95c0-65f4fee5fd86","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน (7)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-14fa-47a2-881a-f865a53bc4f7",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2274,"95ffd390-02b6-49cc-8597-ba57cd8c21d4","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการเผยแพร่ศาสนาที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง  กรณีเผยแพร่ศาสนา (ทุกศาสนา) (8.2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-172a-4121-a5d0-26b281c1f13c",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2275,"95ffd390-041c-4e97-843b-a77c470baec0","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการเผยแพร่ศาสนาที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง  กรณีศึกษาพระพุทธศาสนาหรือปฏิบัติศาสนกิจ (ศาสนาพุทธ) (8.1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-1960-49f8-ad37-f10c68301622",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2276,"95ffd390-0583-4ee5-aee7-91a719c5286d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง (4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-1b77-4836-bd5b-3c2914fb0df8",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาได้รับการรับรองและร้องขอจากกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง","2022-04-06T22:46:26"],
    [2277,"95ffd390-06f2-4161-8e8c-2d79c65f1e4c","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการลงทุนภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (5)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-1d93-4081-b67a-9246af8785d5",14,0,4,"-","2022-04-06T22:52:45"],
    [2278,"95ffd390-0852-4828-9d25-36cfc047c68b","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา ครูหรืออาจารย์ โรงเรียนของรัฐ (6.1.4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-1fa9-452d-9a68-37c43a86f57c",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2279,"95ffd390-09bc-46cc-a3a6-88c365e8f344","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา ครูหรืออาจารย์ โรงเรียนนานาชาติ (6.1.3)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-21c0-4f5f-8352-0f7607876271",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2280,"95ffd390-0b21-4196-beee-633b5675dc43","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา ครูหรืออาจารย์ โรงเรียนเอกชน (6.1.5)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-23d3-4175-ae5e-88091d792c80",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2281,"95ffd390-0c8d-475d-9447-d6014a258ddb","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา ครูหรืออาจารย์ สถาบันระดับอุดมศึกษาของรัฐ (6.1.1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-25e7-4978-b5f4-b0f45594bf4a",14,0,4,"เหตุผลการศึกษา ครูหรืออาจารย์ สถาบันระดับอุดมศึกษาของรัฐ    หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2282,"95ffd390-0e04-467f-860b-2d8d536b7880","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา ครูหรืออาจารย์ สถาบันระดับอุดมศึกษาของเอกชน (6.1.2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-27f7-4b85-ac23-f184be8ec6d2",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2283,"95ffd390-0f7a-4e8d-a947-8fd6280289e7","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา นักเรียนหรือนักศึกษา โรงเรียนของรัฐ (6.2.4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-2a14-4358-ae71-7578823b6b64",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2284,"95ffd390-10ef-44ed-953b-a6d5d48ae922","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา นักเรียนหรือนักศึกษา โรงเรียนนานาชาติ (6.2.3)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-2c2d-4940-ab9a-79573422ebb3",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2285,"95ffd390-1249-4f5c-9ce6-44f4798ba100","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา นักเรียนหรือนักศึกษา โรงเรียนเอกชน (6.2.5)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-2e4a-4d1a-b7f5-f2cc8272f74c",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2286,"95ffd390-13ba-49d5-98a6-8041b70041b3","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา นักเรียนหรือนักศึกษา สถาบันระดับอุดมศึกษาของรัฐ (6.2.1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-305d-4a55-be1a-83adbcf4e2c7",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2287,"95ffd390-156c-455f-a67c-85dd16d090b3","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลการศึกษา นักเรียนหรือนักศึกษา สถาบันระดับอุดมศึกษาของเอกชน (6.2.2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-3285-482a-90fc-f9cf06eb2dd9",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2288,"95ffd390-16df-4327-8920-bb11a7319455","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลเป็นผู้สูงอายุเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลาย  (15)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-34aa-4b9a-820b-11cbbb67f202",14,0,4,"จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และจะต้องมีเงินฝากธนาคารหรือรายได้ตามที่ สตม. กำหนด","2022-04-06T22:52:45"],
    [2289,"95ffd390-1845-4b1f-bbd3-436ff0290742","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขอรับการตรวจลงตราและเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา เหตุผลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในวิสาหกิจ หรือองค์การกุศลสาธารณะ องค์กรเอกชนระหว่างประเทศ มูลนิธิ สมาคม หอการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยหรือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (14)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-36c7-40d9-b567-5be28ea0c2d5",14,0,4,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็นที่ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [2290,"95ffd390-25c6-4857-80bb-1c766d1bdc35","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นครู หรืออาจารย์ หรือผู้สอน หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-4aa9-450a-8dc1-a2084d606196",1,1900,5,"-","2022-04-06T22:46:26"],
    [2291,"95ffd390-1b73-43d3-8593-61e2b66f063c","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีกลับภูมิลำเนาเดิมของผู้เคยมีสัญชาติไทย หรือของผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเคยมีสัญชาติไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-3ae9-4113-b75d-745abc90b5b4",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2292,"95ffd390-3454-4076-9835-9e492635fbe5","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อการลงทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-60d8-4f01-a89a-bad078d1ea85",1,1900,11,"-","2022-04-06T22:46:26"],
    [2293,"95ffd390-1cf9-4d95-98cf-78b2ca7670f2","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีใช้ชีวิตในบั้นปลาย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-3d48-419f-be2d-733e3a90b5b3",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2294,"95ffd390-48d6-4d84-85ec-f75031834206","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับบัตรสมาชิกพิเศษ (Thailand Privilege Card)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-7fbe-4f32-99ed-ed65a1051c71",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลง 22 ก.พ.2556เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าว  บางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ          ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2295,"95ffd390-1e7c-43ef-84a6-37dd6d9e9a82","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-3f8c-47cc-9188-f5cbfd1c3ab7",1,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2296,"95ffd390-4a4f-41fa-af1b-a53117de41f0","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับบัตรเอกสิทธิ์พิเศษ (Thailand Elite Card)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-81d8-4049-8e9f-ba5f2abc03ab",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง 17 ต.ค.2546เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2297,"95ffd390-1fec-4f30-9d1f-5949400a97e4","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือองค์การระหว่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-41ba-4d4c-a683-3ad3aae665de",22,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2298,"95ffd390-5607-4456-a840-973012454185","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตพิเศษเพื่อการเข้าประเทศ ประเภท (ข)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-91dd-4644-b21c-b333d2a09a42",1,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1) คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป พร้อมด้วยครอบครัว    2) ได้รับใบอนุญาตพิเศษเพื่อการเข้าประเทศ ประเภท (ข) และได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวสำหรับใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งเป็นเวลา 3 ปี      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2299,"95ffd390-215a-4d02-b3bc-cc99c2544f5d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นครอบครัว (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส (ชาย – หญิง) บุตร บุตรบุญธรรม หรือ บุตรของคู่สมรส) ของผู้มีสัญชาติไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-43f2-424e-9dd7-7d6c3882af73",22,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม         ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัย ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่ที่บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2300,"95ffd390-5c49-43d6-967f-6f974690c829","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การให้ประกันตัว คนต่างด้าวที่รอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ตาม มาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-9a5d-438a-9c54-28b3999ad1de",3,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. คนต่างด้าวที่นายประกันสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวได้มีเงื่อนไข ดังนี้                1.1.การขอประกันตัวเพื่อไปติดต่อทำหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง    1.2.การขอประกันตัวผู้ได้รับสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัย (UNHCR)    1.3.การขอประกันตัวเนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยหรือต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์    1.4.การขอประกันตัวเนื่องจากมีพฤติการณ์พิเศษหรือเหตุจำเป็นอื่น เช่น มีคำสั่งศาลหรือคำสั่ง  เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฏหมายกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไว้ในระหว่างดำเนินคดี  ตามกระบวนการยุติธรรม หรือมีเหตุจลาจล ภัยสงคราม หรือภัยพิบัติต่างๆ เป็นต้น    2. คนต่างด้าวที่นายประกันไม่สามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวได้มีเงื่อนไข ดังนี้    2.1.ได้รับโทษความคำพิพากษาของศาลไทย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด    2.2.กฏหมายว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์    2.3.ความผิดเกี่ยวับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฏหมายอาญา    2.4.ความผิดอื่นใดที่เป็นที่สนใจของประชาชนหรือเป็นผู้ต้องกักสำคัญ ผู้ต้องกักที่ถูกอายัดตัว    3. ขั้นตอนและวิธีการในการยื่นประกันตัวคนต่างด้าว ดังนี้    3.1.ยื่นเอกสารคำร้องขอประกันตัวของนายประกันและตรวจสอบว่าเอกสารครบและถูกต้องหรือไม่  3.2.ประมวลเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชา    3.3.ผกก.3 บก.สส.สตม. พิจารณาว่าเข้าหลักเกฑณ์การประกันตัวหรือไม่    3.4.เสนอ ผบก.สส.สตม. หากไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำการแจ้งนายประกันให้ยื่นคำร้องขอคืนเงินประกันตัว    3.5.อนุมัติและอนุญาตให้ประกันตัวคนต่างด้าว    4. กรอบระยะเวลาการอนุญาตและเงื่อนไขการประกันตัวคนต่างด้าว ดังนี้    4.1. การขอประกันตัวเพื่อไปติดต่อทำหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางโดยได้รับอนุญาตได้ครั้งเดียว ไม่เกิน 15 วัน หรือพิจารณาเป็นคราวๆไป    4.2. การขอประกันตัวผู้ได้รับสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัย (UNHCR)โดยอนุญาตได้ไม่เกินครั้งละ 30 วัน    4.3. การขอประกันตัวเนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยหรือต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยอนุญาตได้ไม่เกินครั้งละ 30 วัน    4.4. การขอประกันตัวเนื่องจากมีพฤติการณ์พิเศษหรือเหตุจำเป็นอื่น เช่น มีคำสั่งศาลหรือคำสั่ง  เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฏหมายกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไว้ในระหว่างดำเนินคดี  ตามกระบวนการยุติธรรม หรือมีเหตุจลาจล ภัยสงคราม หรือภัยพิบัติต่างๆเป็นต้น โดยอนุญาตได้ไม่เกิน  ครั้งละ 30 วัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่กรณีที่คนต่างด้าวใช้เป็นช่อทางที่จะประวิงเวลาไม่กลับออกไปนอกราชอาณาจักร    5.การรายงานตัวของคนต่างด้าวที่ได้รับการประกันตัว                โดยให้คนต่างด้าวต้องพักอาศัยตามที่อยู่ที่ได้แจ้งและพนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต และต้องมารายงานตัวกับพนักงานเจ้าหน้าที่คู่สัญญาตามวัน เวลาที่พนักงานเจ้าหน้ากำหนด ณ ที่ทำการของกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือที่ทำการของด่านตรวจคนเข้าเมืองในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 หรือที่ทำการของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3-6 หรือ   ด่านตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นการบังคับบัญชาต่อกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3-6 โดยตรงแล้วแต่กรณีเท่านั้น ทั้งนี้ โดยคนต่างด้าวผู้ได้รับการประกันตัวไม่อาจใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนกับคนต่างด้าวอื่น  ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร กล่าวคือ ต้องพักอาศัยภายในอาณาบริเวรที่พักอาศัยซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ระบุและกำหนดในสัญญาประกันเท่านั้น","2022-04-06T22:46:26"],
    [2301,"95ffd390-22db-4f74-8e38-6797fc4ac666","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นครอบครัว (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส (ชาย – หญิง) บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส) ของผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-4630-4222-a5af-816ae5030115",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างพักอาศัยในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น  หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2302,"95ffd390-2452-4b80-9c8e-b4f2361d5712","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นครอบครัว (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส (ชาย-หญิง) บุตร บุตรบุญธรรม หรือ บุตรของคู่สมรส) ของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการ ชั่วคราวเพื่อศึกษาในสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์ข้อ 2.8 หรือ 2.9 ของ คำสั่งนี้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-486b-4970-8800-27c16908fa83",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าว(คนหลัก) ศึกษาในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2303,"95ffd390-273c-4249-92c4-4643270a2dbb","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นครู หรืออาจารย์ หรือผู้สอน หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-4cdf-414b-a3e1-108e434ceeb6",1,1900,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2304,"95ffd390-28b1-4a65-af89-721112ef3fbb","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นช่างฝีมือ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ การพยาบาล หรือสาขา  วิชาชีพต่างๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับคนไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-4f07-4740-82d0-6b23bf958187",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2305,"95ffd390-2a26-4f76-8bbc-d69ae452213f","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้านกีฬาอาชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-5140-48dc-abfb-fc86b30bd08d",22,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในบริษัทสมาคม สโมสรฟุตบอล ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่ที่บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2306,"95ffd390-2b9f-44a7-bc17-fa41e2cf4bd7","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี ประจำโรงแรม หรือประจำบริษัทที่ประกอบธุรกิจบันเทิงในประเทศไทย ซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-5368-4344-9e82-1c53711061a7",1,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2307,"95ffd390-2d1f-4093-8176-3a759aab9639","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี ผู้ควบคุมการแสดงตลอดจนผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเพื่อการบันเทิง หรือมหรสพ โดยมาเปิดการแสดงเป็นครั้งคราว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-55a4-4505-a425-c8a2555872e3",22,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2308,"95ffd390-2ea7-49e7-928e-9410a3ee65d2","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเป็นผู้ควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะที่เข้ามายังท่า สถานี หรือท้องที่ในราชอาณาจักร และยังไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-57e2-4301-b5ca-34e7aad31b23",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานให้กับบริษัทที่ตั้งในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น  หากพื้นที่ใด  ไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2309,"95ffd390-3018-482a-bcbd-24927a439c57","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเผยแพร่ศาสนา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-5a1e-4a17-9df9-bc1df0234877",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวศึกษาในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2310,"95ffd390-318b-467c-b1ba-e8f407023353","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อการดำเนินคดี หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-5c41-4383-97c8-18ee887af0aa",22,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัย ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2311,"95ffd390-32f5-4ae5-a481-60b652ae5451","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อการท่องเที่ยว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-5eb1-4e79-ade2-e54d40e9c52e",1,1900,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2312,"95ffd390-35d5-47e6-8b7d-084cd97a50eb","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อติดตั้ง หรือซ่อมแซมเครื่องจักรอากาศยาน หรือเรือเดินทะเล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-6304-446f-93a8-751509bbe4d4",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2313,"95ffd390-3743-44be-9a13-6292bfcf2753","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อฝึกสอน หรือค้นคว้าวิจัยในสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรหรือสถาบันวิจัย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-6536-46e4-b730-6a32842af8db",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2314,"95ffd390-38c6-4c1b-8e15-3b484c88e348","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อพิสูจน์สัญชาติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-6770-4839-845b-904f79c6b44d",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัย ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2315,"95ffd390-3a34-4ad0-8a61-ec1b3255291f","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อเยี่ยมคู่สมรส (ชาย-หญิง) หรือเยี่ยมบุตรซึ่งมีสัญชาติไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-69ad-453a-b67c-f61fdf023247",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัย ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2316,"95ffd390-3bae-4aef-bdcd-bccf6c74045f","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อรับการรักษาพยาบาล หรือการพักฟื้น หรือเพื่อดูแลผู้ป่วย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-6bd9-4c9c-a178-12ea0b509dfb",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวรับการรักษาในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2317,"95ffd390-3d21-464a-9bfe-82b795326ed2","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-6e05-4238-8b3e-2741ecae46e2",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวศึกษาในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2318,"95ffd390-3e8d-41d8-8977-c0b1d94d316c","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-70a4-4ed9-8ece-7c9cf419a4dc",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวศึกษาในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2319,"95ffd390-4003-4604-9091-5be28d94aca6","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีมีเหตุจำเป็น จะต้องอยู่ปฏิบัติงานในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-72ce-4403-93fc-8b8dd7deeb9c",1,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวอยู่ปฏิบัติงานในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2320,"95ffd390-4179-4abc-b724-0842f510207d","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-7510-4bd8-a9a5-459d663bd3dc",1,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง 30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวอยู่ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2321,"95ffd390-42ea-41ca-9c78-7a8d9c9042b8","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่ปฏิบัติงานในองค์การกุศลสาธารณะ องค์การเอกชนต่างประเทศ มูลนิธิ สมาคม หอการค้าต่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรณีมูลนิธิ และสมาคม ยกเว้นนักกีฬาอาชีพ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-7742-429b-a3dc-7630052c3621",21,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวทำงานในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2322,"95ffd390-4468-4595-ace6-e3fa40539964","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีมีเหตุจำเป็นโดยมีสถานทูต หรือสถานกงสุล ให้การรับรองและร้องขอ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-7973-44f9-93f9-3a1dd5d591d8",22,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัย ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2323,"95ffd390-45df-4135-b04c-47c09775adc4","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีศึกษาพระพุทธศาสนา หรือปฏิบัติศาสนกิจ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-7b97-40f3-a77e-47a751e8504e",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557ลง30มิ.ย. 2557เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวศึกษาในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2324,"95ffd390-476a-4cfa-9401-206230e16f22","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีเพื่อการท่องเที่ยว ประเภทท่องเที่ยวพิเศษ (Special Tourist Visa : STV VISA)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-7db0-4d07-ab6f-3f74d8d212e7",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตาม    1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง 29 ก.ย. 2563 เรื่อง การอนุญาตให้คนบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ    2. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง 30 ต.ค. 2563 เรื่อง การอนุญาตให้คนบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ    3. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง 9 ธ.ค. 2563 เรื่อง การอนุญาตให้คนบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ฉบับที่ 2) (กรณีเดินทางเข้าทางอากาศ)    4. ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง 9 ธ.ค. 2563 เรื่อง การอนุญาตให้คนบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ฉบับที่ 2) (กรณีเดินทางเข้ามาโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอร์ช))         ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัย ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2325,"95ffd390-4d10-41bc-98b6-a3c0224a34b3","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (1) บุคคลในคณะผู้แทนทางทูตซึ่งรัฐบาลต่างประเทศส่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใน ราชอาณาจักรหรือซึ่งเดินทางผ่านราชอาณาจักร เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่น แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-8521-44f1-84bd-389ea8a94962",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กรณี (1) บุคคลในคณะผู้แทนทางทูตซึ่งรัฐบาลต่างประเทศส่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใน ราชอาณาจักรหรือซึ่งเดินทางผ่านราชอาณาจักร เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่น       ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2326,"95ffd390-4eb4-4013-8f64-d9ba0aeae031","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (2) พนักงานฝ่ายกงสุลและลูกจ้างฝ่ายกงสุลซึ่งรัฐบาลต่างประเทศส่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในราชอาณาจักร หรือซึ่งเดินทางผ่านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่น แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-874a-4701-8e88-d69166c4ddf5",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กรณี (2) พนักงานฝ่ายกงสุลและลูกจ้างฝ่ายกงสุลซึ่งรัฐบาลต่างประเทศส่งเข้ามาปฏิบัติ หน้าที่ในราชอาณาจักร หรือซึ่งเดินทางผ่านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่น      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2327,"95ffd390-5018-42c9-a67c-1b2000ed4784","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (3) บุคคลซึ่งรัฐบาลต่างประเทศโดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยให้เข้ามาปฏิบัติ หน้าที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-896a-426f-87f1-a96f03707c54",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กรณี (3) บุคคลซึ่งรัฐบาลต่างประเทศโดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยให้เข้ามาปฏิบัติ หน้าที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2328,"95ffd390-5189-49ff-b704-0f8e49f73364","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (4) บุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร เพื่อรัฐบาลไทยตามความ ตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-8b84-448c-a351-6519b64346fd",1,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กรณี (4) บุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร เพื่อรัฐบาลไทยตามความ ตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2329,"95ffd390-531a-4b85-8e36-849de9dae518","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (6) คู่สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (1) (2) (3) (4) หรือ (5) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-8da3-4c48-8fdd-3ec3aa5d4c64",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กรณี (6) คู่สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (1) (2) (3) (4) หรือ (5) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2330,"95ffd390-54a2-4e85-826c-9a73074cc656","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 (7) คนรับใช้ส่วนตัวซึ่งเดินทางจากต่างประเทศเพื่อมาทำงานประจำเป็นปกติ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลตามมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หรือบุคคลซึ่งได้รับเอกสิทธิเท่าเทียมกันกับบุคคลซึ่งมีตำแหน่งทางทูต ตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศหรือกับองค์การหรือทบวงการระหว่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-8fc2-4473-a472-b01207e5d538",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในฐานะตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กรณี (7) คนรับใช้ส่วนตัวซึ่งเดินทางจากต่างประเทศเพื่อมาทำงานประจำเป็นปกติ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลตามมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หรือบุคคลซึ่งได้รับเอกสิทธิเท่าเทียมกันกับบุคคลซึ่งมีตำแหน่งทางทูต ตามความตกลงที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศหรือกับองค์การหรือทบวงการระหว่างประเทศ      ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [2331,"95ffd390-5775-4a23-9223-3939f18a04c2","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว กรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ เช่น จะต้องอยู่ปฏิบัติงานในบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วน เป็นต้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-93f9-4d38-8848-bcbd4c3de250",22,1900,18,"คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง ตร.ที่ 327/2557 ลง 30 มิ.ย. 2557 เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และ  ที่แก้ไขเพิ่มเติม    ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวปฏิบัติงานในบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วน ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่นั้น  หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2332,"95ffd390-58df-4daa-9ee9-1a162f14bce9","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่ประสงค์เข้ามาพำนักระยะยาว ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2559 ( NON – O - X)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-960f-4bcd-8421-49d177c54da8",1,1900,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต                คนต่างด้าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง  22 พ.ย.2559 เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่ประสงค์เข้ามาพำนักระยะยาว ตามมติคณะรัฐมนตรี          ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัย ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่นั้น หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2333,"95ffd390-5dd6-43c5-bc0f-284e773bcef7","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)","การอนุญาตให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติ กัมพูชา ลาว  และเมียนมา ที่เข้ามาทำงาน ตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน (MOU) อยู่ต่อในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-9c77-4521-a36d-334f79fcb03c",1,1900,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1) มีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และมีสภาพสมบูรณ์  2) ได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว &ldquo;NONL-A&rdquo;     3) ให้มายื่นคำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป ก่อนวันอนุญาตเดิมสิ้นสุด ทั้งนี้ คนต่างด้าวสามารถมายื่นคำขอฯ ได้ก่อนวันอนุญาตเดิมสิ้นสุด 45 วัน    4) กรณีตรวจพบว่าคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดระยะเวลาอนุญาต หรือ คนต่างด้าวไม่แจ้งที่พักอาศัย    กรณีอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน จะต้องดำเนินการเปรียบเทียบปรับก่อน    5) กรณีได้รับอนุญาตเท่าอายุหนังสือเดินทาง ให้ดำเนินการย้ายตราประทับอนุญาต และขยายระยะเวลาการอนุญาตตามสิทธิ์ก่อน    6) กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการ ให้มีหนังสือมอบอำนาจ หรือหลักฐานตามระเบียบ      หมายเหตุ : คนต่างด้าวพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ใด ให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่คนต่างด้าวพักอาศัย            หากพื้นที่ใดไม่มีที่ทำการด่านตรวจคนเข้าเมืองให้ติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.immigration.go.th","2022-04-06T22:46:26"],
    [2334,"94e56e24-d2d6-4363-ba6d-31a56a63766b","PUBLISHED","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ","การขออนุญาตแข่งรถในทาง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d37-396a-4926-b824-6bf7e9185ae7",19,0,8,"หลักเกณฑ์การขออนุญาตจัดการแข่งขันรถในทาง    1. กำหนดเวลาที่ขออนุญาต หากเป็นอำนาจของ ตร. ให้ยื่นคำขอก่อนวันทำการเข่งขันไม่น้อยกว่า 20 วัน โดยให้ยื่นเรื่องที่กองแผนงานความมั่นคง อาคาร 1 ชั้น 11 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ    2. จำนวนรถที่จะจัดทำการแข่งขันไม่น้อยกว่า 20 คัน    3. ให้สำเนาทะเบียนรถที่จะแข่งขันและสำนาใบอนุญตขับขี่ของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน    4. ให้สำเนากรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ และภาคสมัครใจของรถที่จะแข่งขันหรือสำเนาประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก    5. ให้กำหนดวันเวลาและเส้นทางการแข่งขันที่แน่นอนโดยมิให้มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดการแข่งขันอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน    6. สถานที่รวมรถก่อนและหลังการแข่งขันจะต้องไม่อยู่บนผิวการจราจร    7. การขออนุญาตให้ใช้แบบฟอร์มตามที่เนบมาพร้อมนี้    8. ให้ผู้ขออนุญาตแจ้งวัถุประสงค์ในการขออนุญาตจัดการเข่งขันโดยชัดแจ้ง ต้องไม่มีวัตถุประสงค์ในทางการค้า ธุรกิจ หรือหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่งๆ เพื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดโดยเฉพาะ    9. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเส้นทางการแข่ขันรถทุกหน่วยตรวจสอบเส้นทางและราขงานผลเสนอ ตร. (ผ่าน กพจ.) ภายใน 7 วัน โดยให้ปรากฎว่าการแข่งขันรถมีผลกระทบในด้านการอำนวยความสะดวกเละความปลอดภัยการจราจรต่อประชาชนโดยส่วนรวมหรือไม่    10. กำหนดให้มีเครื่องหมายติดรถที่ได้รับอนุญาตแล้วเพื่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องตามที่แนบมาพร้อมนี้","2021-11-17T13:39:23"],
    [2335,"9be5f78b-2190-4b2b-b196-cfae03c96210","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การก่อสร้างสะพาน ทางเชื่อม วางท่อระบายน้ำ ทำทางเข้า-ออก ผ่านที่ราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-9961-4033-b7aa-450b0ac2e8da",43,0,10,"กรณีมีความประสงค์จะขอเช่าหรือขอพัฒนาที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่นคำขอจะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T11:27:05"],
    [2336,"9bebeb52-684c-4aa7-b552-3fbc1383edc9","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขยายระยะเวลาการก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงคลัง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-8b67-4e8a-ae95-a05370937c1e",23,100,3,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-09T13:35:07"],
    [2337,"9bebf680-f215-4087-aeab-f7d187764589","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอต่ออายุสัญญาเช่าอาคารราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-5d97-4a51-89a4-e09ed47509b6",46,0,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอต่ออายุสัญญาเช่าอาคารราชพัสดุ จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T11:27:53"],
    [2338,"9bebfb6a-f56c-47d3-8747-ce40183a4da4","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอนำที่ดินราชพัสดุไปจัดให้เช่าช่วงหรือการจัดหาประโยชน์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-65f4-41a9-8631-13fdb39cd7a4",26,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T11:28:45"],
    [2339,"9bebfd46-774b-4f26-aa61-096334d4d543","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอนำสิทธิการก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง ไปผูกพันเงินกู้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-85b7-4b04-9a98-4513f3dd3d95",9,200,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T11:29:15"],
    [2340,"9bec0245-9f0f-4337-9986-cdba1e0295c2","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอนำอาคารราชพัสดุไปเช่าช่วงหรือจัดหาประโยชน์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-6905-45d6-b38d-bb48fa41bdd7",46,25,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T11:30:10"],
    [2341,"9bede87a-d8bb-4826-a30b-c72f3dd25610","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอบันทึกภาพทรัพย์สินหรือการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-a892-4850-9424-1c6718801423",7,100,3,"1) การขอบันทึกภาพทรัพย์สินหรือภาพถ่ายทรัพย์สินต้องทำหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการโดยต้องระบุเหตุผลความจำเป็น รายการหรือจำนวนทรัพย์สินที่ขอบันทึกภาพ วัน เวลา ระยะเวลาและสถานที่ขอเข้าบันทึกภาพ กรณีขอบันทึกภาพวีดิทัศน์หรือภาพยนตร์ต้องแนบบทบรรยายหรือ Script ประกอบการพิจารณาอนุญาตด้วย\n2) ส่งหนังสือขอบันทึกภาพทรัพย์สินได้ที่กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ ก่อนวันบันทึกภาพไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ\n3) เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการขอบันทึกภาพทรัพย์สินเป็นไปตาม ประกาศกรมธนารักษ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอบันทึกภาพทรัพย์สินเพื่อใช้ในกิจกรรมอย่างอื่น พ.ศ. 2549 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 123 ตอนที่ 44ง","2024-05-09T13:42:16"],
    [2342,"9bee01a8-20a3-4861-8d07-ff0599749517","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอรับสิทธิการก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังแทนผู้ได้รับสิทธิก่อสร้างอาคารฯ ที่ถึงแก่กรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-7762-4637-9e10-d23c3c7910fb",45,0,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T11:31:39"],
    [2343,"9bee0341-7969-4a1e-9291-4a7a4ed1c3f1","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขออนุญาตปลูกสร้างบ้านพักอาศัยบนที่ดินราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-9114-41f2-877f-4135357fd2a7",39,100,8,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T11:32:25"],
    [2344,"9bee0682-c15f-46bb-8c49-82e010b328f2","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบการเกษตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-5238-42dc-958a-0307cbd975e9",66,0,3,"กรณีมีความประสงค์จะขอเช่าหรือขอพัฒนาที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่นคำขอจะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้      หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T11:33:00"],
    [2345,"9bee09b2-68c1-4eb5-a32d-fb63aaf9019a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประโยชน์อย่างอื่น (กรณียกเว้นการประมูลและมีอัตราค่าเช่าคงที่แล้ว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-5516-453b-a5bc-66da48a30e18",28,0,5,"กรณีมีความประสงค์จะขอเช่าหรือขอพัฒนาที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่น       คำขอจะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้     หมายเหตุ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T13:59:57"],
    [2346,"9bee0df9-8fe6-4def-a3c9-74d8ba608a3d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-4f8b-4e4c-af68-f8939bfdbf15",61,0,4,"กรณีมีความประสงค์จะขอเช่าหรือขอพัฒนาที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่นคำขอจะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:00:47"],
    [2347,"9bee1f84-86c5-40c8-930d-f10b3ba8e3e6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเช่าที่ดินราชพัสดุแทนผู้เช่าเดิมที่ถึงแก่กรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-71b5-46ee-b6fd-112628564d11",59,0,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-09T13:56:31"],
    [2348,"9bee2179-fa6a-4633-b52e-529e2bd4951e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเช่าอาคารราชพัสดุแทนผู้เช่าเดิมที่ถึงแก่กรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-7479-4d70-be29-9193fc06431f",79,0,8,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-09T13:56:15"],
    [2349,"9bee231f-ae60-43e8-a1ec-6774e7d8413a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่าที่ดินราชพัสดุ  กรณีที่ต้องรับฟังความคิดเห็นตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-6ee9-4648-b143-3882449251a9",58,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T14:02:14"],
    [2350,"9bee2483-b1ca-4570-bfa4-748eaca2d89f","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่าที่ดินราชพัสดุ กรณีไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ (จากเพื่ออยู่อาศัย เป็นเพื่อประกอบการเกษตร หรือจากเพื่อประกอบการเกษตรเป็นเพื่ออยู่อาศัย) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-6c0f-431c-95c9-1395f02e59d9",28,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T14:02:53"],
    [2351,"9bee25d3-be31-4197-825e-4fa0b4b37c9c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่หรือขุดคู คลอง บ่อ สระ หรือแหล่งขังน้ำใดๆ หรือตัดฟันต้นไม้ยืนต้นในที่ดินที่เช่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-9c5e-40ef-87ef-4f5c02d87493",26,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:03:19"],
    [2352,"9bee26f2-68bb-409f-94e5-ed5719b3908e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอแก้ไขชื่อ-ชื่อสกุลในเอกสารการเช่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-9fc7-47a0-9632-8b09698fb0f1",1,0,6,"ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2552 ข้อ 24 กำหนดให้การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ การใช้สิทธิตามสัญญาเช่า การบอกเลิกสัญญาเช่า การจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือการจัดให้เช่า การใช้สิทธิตามสัญญาต่างตอบแทนและการบอกเลิกสัญญาต่างตอบแทน ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมธนารักษ์ ซึ่งตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวผู้เช่าที่ดินราชพัสดุที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล จึงสามารถดำเนินการได้โดยความเห็นชอบจากกรมธนารักษ์ โดยเงื่อนไขในการยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่นคำขอจะ ลงนามในคำขอจะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และในการรับคำขอเอกสารหลักฐานที่ต้องแนบประกอบในการยื่นคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:04:01"],
    [2353,"9bee2b07-2646-4adf-8717-12ca26a370d8","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอแก้ไขแบบแปลนการก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงคลัง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-888e-4015-9278-afcf4538f148",53,0,9,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้    หมายเหตุ   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:04:31"],
    [2354,"9bee2d45-221b-449f-8c71-e127c33d50ce","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอโอนสิทธิการก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-6310-42d1-bfd2-bed3e2b60020",16,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T14:05:03"],
    [2355,"9bee2eca-9b6f-432f-8a7a-3476e785b1fa","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอโอนสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-57f7-4189-bc32-355b542f34e9",26,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T14:11:17"],
    [2356,"9bee309f-e273-4c94-9540-6c693ba3d32e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การขอโอนสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-6051-4548-af9a-17ae62f7a6eb",46,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T14:26:55"],
    [2357,"9bee31e6-944c-4d3b-a7b0-9263a77e294e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การต่ออายุสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-5ad2-499e-bc8d-3df012382973",26,0,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอต่ออายุสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้      หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:27:31"],
    [2358,"9bf44b39-65ec-434f-8405-1f0271827be9","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การยื่นแบบขออนุญาตปรับปรุง ซ่อมแซม หรือต่อเติมอาคารราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-8e3d-40c1-8c47-9d86ad46b3c3",71,100,10,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:30:10"],
    [2359,"9bf44d9f-63ce-45dd-a5c1-d897cb4d1615","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การรังวัดสอบเขตเช่าเพื่อประกอบการเกษตร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-96a0-4e9a-8dfb-bf855a9b05ae",24,0,5,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:31:06"],
    [2360,"9bf44f81-55c7-4692-ad03-79b4e07489c8","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การรังวัดสอบเขตเช่าเพื่ออยู่อาศัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-93c1-4b9b-951d-f5fdf7075b66",19,0,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:39:44"],
    [2361,"9bf450b9-36c7-4088-8276-bd4be81badfb","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การอนุญาตให้นำสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุไปผูกพันเงินกู้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-7d4a-4d4b-be25-56e973e90bba",2,200,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T14:40:37"],
    [2362,"9bf45299-1668-44ee-849c-8f3b6d7b072e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การอนุญาตให้นำสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุเพื่อนำไปผูกพันเงินกู้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-82df-4ed5-8dbc-bfb8e14d047d",2,200,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:49:28"],
    [2363,"9bf454c2-2c9a-4bb0-bb5a-ce2df8a34b31","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การออกหนังสือรับรองเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-ab5f-4f80-81b8-1fb262737429",1,0,6,"ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2552 ข้อ 24 กำหนดให้การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ การใช้สิทธิตามสัญญาเช่า การบอกเลิกสัญญาเช่า การจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือการจัดให้เช่า การใช้สิทธิตามสัญญาต่างตอบแทนและการบอกเลิกสัญญาต่างตอบแทน ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมธนารักษ์ ซึ่งตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุที่มีความประสงค์จะขอให้ออกหนังสือรับรองการเป็นผู้เช่าที่ราชพัสดุ จึงสามารถดำเนินการได้โดยความเห็นชอบจากกรมธนารักษ์ โดยเงื่อนไขในการยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่นคำขอจะลงนามในคำขอจะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และในการรับคำขอเอกสารหลักฐานที่ต้องแนบประกอบในการยื่นคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:50:19"],
    [2364,"9bf45c6a-428b-4300-bd17-505806fcb18e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","ขอหนังสือรับรองนำสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อนำไปผูกพันเงินกู้ หมวด 3 การขอดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาเช่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-7a22-485f-8d1b-53aa7adb677d",1,200,6,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การดำเนินงานตามกระบวนงานขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน","2024-05-23T14:50:48"],
    [2365,"9bf45754-2e53-46ec-8a45-3a402d5a1486","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","การให้บริการข้อมูลราคาประเมิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-a593-4a58-b7ef-e60ac0693040",1,6.5,2,"ผู้ขอต้องกรอกคำร้องการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เพื่อแสดงความประสงค์จะขอรับบริการตรวจดู ข้อมูล ขอสำเนาข้อมูล หรือขอสำเนาที่มีผู้รับรองสำเนาเอกสารในเรื่องบัญชีราคาประเมินที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดได้ทั่วประเทศ การให้บริการข้อมูลนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ดังนี้ \n1. บัญชีราคาประเมินที่ดิน กำหนดราคาประเมินที่ดินแต่ละแปลงเป็นตารางวา ผู้ขอจะต้องทราบเลขที่โฉนดที่ดิน ระวาง-แผ่น เลขที่ดิน หน้าสำรวจ ตำบล อำเภอ จังหวัด ให้ถูกต้องครบถ้วนจึงจะสามารถตรวจสอบได้ \n2. การขอทราบราคาประเมินห้องชุด ผู้ขอจะต้องแจ้งชื่ออาคารชุด เขต/อำเภอ จังหวัด ที่ตั้งอาคารชุดและชั้นที่ห้องชุดตั้งอยู่ \n3. การขอทราบราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง ผู้ขอจะต้องแจ้งจังหวัด ประเภท สิ่งปลูกสร้าง \n4. การติดต่อขอข้อมูลราคาประเมินที่ดิน/ห้องชุด/สิ่งปลูกสร้างที่ต้องการทราบ ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดนั้น ๆ \nหมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน\nตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\nหมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-09T15:41:26"],
    [2366,"9bf45e3b-c488-4bce-b57a-654aeba614c9","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","ขอหนังสือรับรองนำสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุเพื่อนำไปผูกพันเงินกู้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-7ffe-447c-9ea9-67fd982bca65",26,0,7,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:52:03"],
    [2367,"9bf4605b-5ff6-472c-808e-3cd4dd797870","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","งานรับจ้างจัดทำเครื่องราชอิสริยาภรณ์  เครื่องหมายตอบแทน เหรียญที่ระลึก และของสั่งจ้างอื่นๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-a2b8-4fc3-abf3-033fb30f1243",10,0,8,"การดำเนินการผลิต และการส่งมอบมีระยะเวลาในการดำเนินงานประมาณ 60-120 วัน นับจากผู้ว่าจ้างยืนยันการสั่งจ้างและวางเงินมัดจำ 50 % ของราคาว่าจ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ขนาด และจำนวนผลิต (เฉพาะรูปแบบทั่วไปและเหรียญพระต่างๆ)","2024-05-23T14:52:56"],
    [2368,"9bf46236-1f74-4e97-a72e-42587c62ad29","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","ผู้เช่าขอติดตั้งป้ายโฆษณาในที่ราชพัสดุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-ae37-4914-b338-31aef563e4fc",41,0,9,"กรณีที่ผู้เช่ามีความประสงค์จะขอดำเนินการใด ๆ ในที่ราชพัสดุที่เช่าจะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด โดยก่อนที่จะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:58:31"],
    [2369,"9bf4645f-78ad-4063-bc89-6e38755a4929","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุขอปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง (อนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-4cc0-4c42-a9cd-00d36c97404e",58,0,9,"กรณีมีความประสงค์จะขอเช่าหรือขอพัฒนาที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่นคำขอจะลงนามในคำขอ จะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้      หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T14:59:27"],
    [2370,"9bf46716-e38b-4060-a6ea-6f83b0feb03d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมธนารักษ์","ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุขอปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง (อนุมัติหลักการให้ก่อสร้าง)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d12-49df-4a30-9730-d1f28f4021c8",103,0,4,"กรณีมีความประสงค์จะขอเช่าหรือขอพัฒนาที่ราชพัสดุที่เช่า จะต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์มที่กรมธนารักษ์กำหนด และก่อนที่ผู้ยื่นคำขอจะลงนามในคำขอจะต้องอ่านข้อความในคำขอเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นไปตามความประสงค์หรือไม่ และจะต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตามที่กรมธนารักษ์กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จึงจะรับไว้พิจารณาและบันทึกคำขอได้    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-05-23T15:00:19"],
    [2371,"9be1d3a8-894d-4c61-8174-7acd7b32ab7a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมบัญชีกลาง","การอนุมัติการลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-b12c-496a-ab4f-48bb196a6de8",1,0,1,"ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) หรือ ระบบ e-GP คือ ศูนย์กลางข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในการให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการจัดซื้อจัดจ้างและดำเนินธุรกรรมด้าน\nการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ระบบลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐเป็นระบบงานหนึ่งในระบบ e-GP โดยผู้ค้ากับภาครัฐที่จะทำธุรกรรมด้านการจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานภาครัฐจะต้องลงทะเบียนเป็นผู้ค้ากับภาครัฐผ่านทางระบบ \ne-GP ดังนี้\n1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (www.gprocurement.go.th)  โดยคลิกปุ่ม ลงทะเบียนได้ที่นี่/ลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐ และกรอกข้อมูลของผู้ค้าฯ  พร้อมแนบไฟล์หลักฐานประกอบการลงทะเบียน ในระบบ e-GP ตามประเภทผู้ค้าฯ โดยเอกสารที่แนบต้องรับรองสำเนาถูกต้อง ลงลายมือชื่อและประทับตรา (ถ้ามี) ในรูปแบบไฟล์ pdf  ไม่เกิน 2 MB ต่อ 1 ไฟล์ ซึ่งสามารถแนบไฟล์ได้หลายไฟล์ (การแนบไฟล์เอกสารในขั้นตอน\nการลงทะเบียนห้ามขีดคร่อมข้อความ)\nยกเว้น ผู้ค้ากับภาครัฐ 4 ประเภท ดังนี้\n(1) บริษัทจำกัด\n(2) บริษัทจำกัด (มหาชน)\n(3) ห้างหุ้นส่วนจำกัด\n(4) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล\nไม่ต้องแนบไฟล์ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ และสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ ในขั้นตอนการลงทะเบียน เนื่องจากระบบ e-GP มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการพัฒนาธุรกิจการค้า โดยระบบจะนำข้อมูลดังกล่าว ในรูปแบบ PDF มาแนบให้อัตโนมัติ ยกเว้น บริษัทจำกัด (มหาชน) ที่ผู้ค้าฯ ต้องแนบสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิเพิ่มเติม เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้ส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลาง สำหรับผู้ค้าฯ ประเภทอื่นยังคงต้องแนบไฟล์ในระบบฯ เหมือนเดิม\n2. ดำเนินการลงทะเบียนตามขั้นตอนลงทะเบียนซึ่งมีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ในขั้นตอนที่ 3 ระบบจะให้พิมพ์แบบแจ้ง\nการลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐ แล้วให้ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อ และประทับตรา (ถ้ามี) \n3. ให้สแกนแบบแจ้งการลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐ ตามข้อ 2  และหลักฐานประกอบการลงทะเบียน    \nผู้ค้ากับภาครัฐ ในรูปแบบไฟล์ pdf ส่งทาง e-mail โดยภายใน 15 วัน หลังจากลงทะเบียนแล้ว เพื่อให้กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัดอนุมัติการลงทะเบียน ดังนี้\n    3.1  สถานที่ตั้งประกอบการในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งทาง e-mail : guarantee@cgd.go.th \n    3.2  สถานที่ตั้งประกอบการในต่างจังหวัด ส่งทาง e-mail ของสำนักงานคลังจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดนั้น \n4. หากไม่ส่งแบบแจ้งการลงทะเบียนภายใน 15 วัน หรือไม่ได้รับการอนุมัติภายใน 15 วัน หลังจากลงทะเบียน ระบบฯ จะยกเลิกการลงทะเบียนดังกล่าว ผู้ค้า ฯ จะต้องลงทะเบียนใหม่ \nทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดคู่มือการลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐได้ที่เมนูดาวน์โหลดแนะนำ/คู่มือ/คู่มือสำหรับผู้ค้ากับภาครัฐ/การลงทะเบียนผู้ค้าภาครัฐ/คู่มือการลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐ","2024-12-09T12:42:29"],
    [2372,"9beba490-f6e6-4988-b053-5256f3e5eb3b","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","กระบวนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรว่าด้วยกระบวนการทางศุลกากรสำหรับของเร่งด่วนทางบก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99780529-c6aa-4126-9346-42226040b54b",1,200,3,"“ของเร่งด่วนทางบก” หมายความว่า ของที่ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกร้องขอให้กรมศุลกากรอนุญาตให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร นำของเข้าหรือส่งของออก อย่างเรียบง่าย และสามารถปล่อยผ่านทันทีที่ของมาถึง\n“ของเร่งด่วนทางบก” หมายความว่า ของเร่งด่วนทางบกที่นำเข้ามาและที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการของเร่งด่วน\n“ผู้ประกอบของเร่งด่วนทางบก” หมายความว่า ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ดำเนินกระบวนการทางศุลกากรที่เกี่ยวกับของเร่งด่วนทางบก\n“สถานประกอบการของเร่งด่วนทางบก” หมายความว่า โรงพักสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกใช้เป็นพื้นที่สำหรับปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับของเร่งด่วนทางบกเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้เก็บของถ่ายลำหรือของผ่านแดนในสถานประกอบการของเร่งด่วนทางบก\n\nคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการ ในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาตเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบก \n\tให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากร ที่ 130/2563 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 เรื่อง การปฏิบัติพิธีการศุลกากรว่าด้วยกระบวนการทางศุลกากรสำหรับของเร่งด่วนทางบก\n\tการให้บริการนำเข้า - ส่งออกสินค้าเร่งด่วน เป็นการให้บริการฝากส่งสินค้า ซึ่งจะต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบการของเร่งด่วนที่ได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากร เพื่อนำสินค้าไปส่งให้ถึงมือผู้รับปลายทางโดยเร็วที่สุด ตามเวลาที่กำหนดในลักษณะ Door to Door โดยผู้ประกอบการของเร่งด่วนทำหน้าที่เป็นตัวแทนออกของ (Customs Broker) ในการปฏิบัติพิธีการศุลกากรนำเข้า – ส่งออกให้กับผู้ฝากส่งด้วย\n\nหลักการ\nการผ่านพิธีการศุลกากรให้สามารถกระทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless) โดยส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์พร้อมลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ของเจ้าของลายมือชื่อผ่านบุคคลที่เป็นสื่อกลางผู้ให้บริการรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Value Added Network Services : VANS) เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด (eb-XML) แทนการจัดทำ ยื่น ส่ง รับเอกสารและการลงลายมือชื่อในกระดาษ\n              การส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วนให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนจัดทำข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด และเป็นผู้ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรได้ทำการตอบรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นในการผ่านพิธีการ ถือเป็นการยื่นเอกสารนั้นๆ ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรแล้ว\n\nการปฏบัติพิธีการศุลกากรนำเข้าของเร่งด่วนทางบก\n1. ผู้ประกอบการของเร่งด่วนจัดประเภทของเร่งด่วนให้เป็นไปตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด\nประเภทของเร่งด่วนขาเข้าแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้\n1.1 ประเภทที่ 1 เอกสารที่ไม่ต้องชำระอากรตามภาค 2 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และไม่เป็นของต้องห้าม ของต้องกำกัด\n1.2 ประเภทที่ 2 ของที่ไม่ต้องชำระอากรหรือได้รับการยกเว้นอากร โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้\n\t       - ของที่ไม่ต้องชำระอากรตามภาค 2 พิกัดอัตราอากรขาเข้า แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 และไม่เป็นของต้องห้ามของต้องกำกัด\n\t       - ของที่นำเข้าซึ่งแต่ละรายมีราคา CIF (Cost Insurance and Freight)ไม่เกิน 1,500.- บาท ที่ได้รับยกเว้นอากร ตามประเภท 12 ภาค 4 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และไม่เป็นของต้องห้าม ของต้องกำกัด\n\t- ตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่างและไม่มีราคาในทางการค้า ที่ได้รับยกเว้นอากร ตามประเภท 14 \nภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และไม่เป็นของต้องห้าม ของต้องกำกัด\n\n1.3 ประเภทที่ 3 ของที่ต้องชำระอากรที่นำเข้าทางบก โดยแต่ละรายใบตราส่งสินค้า มีราคา FOB (Free on Board)\nไม่เกิน 40,000. - บาท และไม่เป็นของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือของที่ได้รับยกเว้นอากรตามภาค 4 หรือของที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือของที่ต้องส่งตัวอย่างวิเคราะห์สินค้าก่อนปล่อย\n1.4 ประเภทที่ 4 ของอื่นๆ นอกจากของตามประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 และประเภทที่ 3\n2. ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกจัดทำข้อมูลบัญชีสินค้าเร่งด่วนขาเข้าทางบกล่วงหน้า (Pre - Manifest) ประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 ประเภทที่ 3 และประเภทที่ 4 ตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนดล่วงหน้าเป็นรายตู้คอนเทรนเนอร์ และส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อแจ้งให้ศุลกากรทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก่อนยานพาหนะที่ทำการขนส่งทางบกมาถึงด่านพรมแดน เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรได้รับข้อมูลบัญชีสินค้าเร่งด่วนขาเข้าทางบกล่วงหน้าแล้ว จะทำการตรวจสอบข้อมูลตามหลักการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้โดย หากถูกต้องระบบจะแจ้งกลับเลขที่รับข้อมูลบัญชีสินค้าเร่งด่วนทางบกล่วงหน้าให้ผู้ส่งข้อมูลทราบ\n2.1 ของเร่งด่วนขาเข้าประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรจะกำหนดให้เป็นของที่ต้องตรวจสอบโดยการเอกซเรย์ก่อนการปล่อยของเร่งด่วนขอเข้าทางบกออกจากอารักขาศุลกากรทั้งหมด\n2.2 ของเร่งด่วนขาเข้าประเภทที่ 3 ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรจะกำหนดให้ตรวจสอบของเร่งด่วนขาเข้าเป็น 2 กรณี คือ ของที่ได้รับยกเว้นการตรวจ (Green Line) หรือ ของที่ต้องตรวจสอบพิกัด ราคา และของ (Red Line)\n              กรณีมีเหตุแห่งความสงสัย ในรายการของเร่งด่วนขาเข้า ให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเลือกตรวจสอบเพิ่มเติมได้ภายในเวลาที่กำหนด\n3. เมื่อยานพาหนะมาถึงด่านพรมแดนทางบก \tผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกต้องจัดทำข้อมูลบัญชีสินค้าทางบก (ศ.บ.1) ที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร และส่งข้อมูลข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วน เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรในฐานะผู้นำเข้าตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด โดยต้องส่งข้อมูลแยกตามประเภทของเร่งด่วน และตามการเลือกตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร (Green Line และ Red Line) ดังนี้\n3.1 การจัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนประเภทที่ 1\nต้องสำแดงข้อมูลแต่ละรายการในใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนตามใบตราส่งสินค้าแต่ละรายการในบัญชีสินค้าเร่งด่วนขาเข้าทางบกล่วงหน้า โดยแต่ละรายการในใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วน ให้สำแดงข้อมูลรายละเอียดของของ และประเภทพิกัด ตามชนิดของของที่มีมูลค่ารวมมากที่สุด และสำแดงราคาเป็นราคารวมตามบัญชีสินค้า (Invoice) หรือเอกสารกำกับหีบห่อของของนั้น และให้สำแดงเลขที่ใบตราส่งสินค้า เมืองกำเนิด ค่าระวางบรรทุก (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ไว้ในส่วนของรายละเอียดใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วน ซึ่งใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนประเภทที่ 1 หนึ่งฉบับสามารถรวมทุกรายการของของเร่งด่วนขาเข้าทางบก \n3.2 การจัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนประเภทที่ 2\nต้องสำแดงข้อมูลแต่ละรายการในใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วนตามใบตราส่งสินค้าของแต่ละรายการในบัญชีสินค้าเร่งด่วนขาเข้าทางบกล่วงหน้า โดยแต่ละรายการในใบขนขาเข้าของเร่งด่วน ให้สำแดงข้อมูลรายละเอียดของของ และประเภทพิกัดตามชนิดของของ ทีมีมูลค่ารวมมากที่สุด และสำแดงราคาเป็นราคารวมตามบัญชีราคาของ (Invoice) หรือเอกสารกำกับหีบห่อของของนั้น และให้สำแดงเลขที่ใบตราส่งสินค้า เมืองกำเนิด ค่าระวางบรรทุก (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) \nไว้ในส่วนของรายละเอียดใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วน ซึ่งใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนประเภทที่ 2 หนึ่งฉบับสามารถรวมรายการของของเร่งด่วนขาเข้าทางบกได้ ไม่เกิน 250 รายการ\n3.3 การจัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนประเภทที่ 3\n    ต้องสำแดงข้อมูลตามประเภทของการตอบกลับของข้อมูลให้ยกเว้นการตรวจ (Green Line) หรือให้ตรวจสอบพิกัด ราคา และของ (Red Line) ให้สำแดงข้อมูลแต่ละรายการในใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนตามใบตราส่งสินค้าของแต่ละรายการในบัญชีสินค้าเร่งด่วนขาเข้าทางบกล่วงหน้า โดยแต่ละรายการในใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วน ให้สำแดงข้อมูลรายละเอียดของของ และประเภทพิกัดตามชนิดของของ ที่มีอัตราอากรสูงสุด และสำแดงราคาเป็นราคารวมตามบัญชีราคาของ (Invoice) หรือเอกสารกำกับหีบห่อของของนั้น และให้สำแดงเลขที่ใบตราส่งสินค้า เมืองกำเนิด ค่าระวางบรรทุก (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ไว้ในส่วนของรายละเอียดใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วน ซึ่งใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนประเภทที่ 3 หนึ่งฉบับสามารถรวมรายการของของเร่งด่วนขาเข้าทางบกได้ ไม่เกิน 40 รายการ\n3.4 การจัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วนประเภทที่ 4\n    ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรนำเข้าทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e - Import)\n4.การชำระค่าภาษีอากรของเร่งด่วนขาเข้า\n              4.1 ใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วนประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรออกเลขที่ใบขนสินค้าแล้วจะเปลี่ยนสถานะเป็น &ldquo; ใบขนสินค้ายกเว้นอากร &rdquo; โดยอัตโนมัติ\n4.2 ใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วนประเภทที่ 3 ผู้ประกอบการของเร่งด่วนต้องแจ้งความประสงค์ขอชำระค่าภาษี โดยระบุให้ตัดบัญชีเงินฝากจากธนาคารผู้ชำระค่าภาษีหรือโอนเงินผ่านระบบของธนาคารศุลกากรเพื่อนำเข้าบัญชีเงินฝากของกรมศุลกากรในขณะส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วนเข้าสู้ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร\n   เมื่อธนาคารที่กรมศุลกากรเปิดบัญชีไว้ ตัดบัญชีรับชำระค่าภาษีและตอบกลับการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของ\nกรมศุลกากรแล้ว ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรจะออกเลขรับชำระค่าภาษีอากรและส่งกลับข้อมูลให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกทราบ พร้อมเปลี่ยนสถานะใบขนสินค้าเป็น &ldquo; ใบขนสินค้าชำระค่าภาษีอากรแล้ว &rdquo; โดยอัตโนมัติ\n  เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายสั่งพิมพ์ใบเสร็จรับเงินที่ปรากฏชื่อของเจ้าหน้าที่ และมอบให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบก\n  กรณีไม่สามารถตัดบัญชีเงินฝากจากธนาคารที่ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกแจ้งไว้ได้ให้ทำการชำระค่าภาษีอากร ณ หน่วยการเงินของด่านศุลกากรแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบ\n5. ให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกติดต่อหน่วยบริการศุลกากรประจำด่านพรมแดนพร้อมแจ้งเลขที่ใบขนสินค้าของเร่งด่วนทางบก เพื่อทำการตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลบัญชีสินค้าทางบก (ศ.บ.1) ใบขนสินค้าขาเข้าของเร่งด่วน และตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบควบคุมการเคลื่อนย้ายของหรือ SEAL ภายใต้เทคโนโลยีที่กรมศุลกากรกำหนด หากถูหต้องครบถ้วน พนักงานศุลกากรจะอนุญาตให้ผู้ประกอบการของเร่งด้วยทางบกทำการขนย้ายของไปยังสถานประกอบการของเร่งด่วนทางบก เพื่อปฏิบัติพิธีการศุลกากร\n6. เมื่อยานพาหนะที่ขนส่งของเร่งด่วนทางบกมาถึงสถานประกอบการของเร่งด่วนทางบก ให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกติดต่อหน่วยบริการศุลกากรประจำพื้นที่ที่รับผิดชอบพร้อมแจ้งเลขที่ใบขนสินค้าเร่งด่วนทางบก เพื่อให้พนักงานศุลกากรทำการตรวจสอบระบบควบคุมการขนย้ายของ หรือ SEAL ที่ปิดผนึกตู้คอนเทรนเนอร์ หากถูกต้องครบถ้วนจะอนุญาตให้ขนย้ายของลงจากยานพาหนะที่ทำการขนส่ง และให้นำของเร่งด่วนทางบกมาตรวจสอบด้วยเทคโลโลยีระบุตัวตน (Barcode) เมื่อผ่านการตรวจสอบตรวจสอบด้วยเทคโลโลยีระบุตัวตน (Barcode) แล้ว ให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนทางบกนำของมาตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ (CT Scan) ตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนดก่อนพนักงานศุลกากรจะเริ่มดำเนินการตรวจปล่อยของเร่งด่วนทางบกออกจากอารักขาศุลกากร\n7. การรับของเร่งด่วนขาเข้าไปจากอารักขาศุลกากร\nของเร่งด่วนที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและได้ปล่อยออกจากอารักขาของศุลกากรแล้วให้ถือว่ามีชนิด คุณภาพ ปริมาณ น้ำหนัก ราคาหรือเกี่ยวกับอัตราอากรถูกต้องตรงตามที่ผู้ประกอบการของเร่งด่วนได้ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร ดังนั้น ก่อนการรับมอบของเร่งด่วนไปจากโรงพักสินค้าผู้ประกอบการของเร่งด่วนจะต้องดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรให้ครบถ้วนและต้องตรวจสอบของเร่งด่วนที่นำเข้าให้ถูกต้องตรงตามข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วนที่ส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร\n7.1 ของเร่งด่วนขาเข้าประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยระบบเอกซเรย์ (X - Ray) แล้วบันทึกผลการตรวจสอบในระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร\n7.2 ของเร่งด่วนขาเข้าประเภทที่ 3 ให้ปฏิบัติดังนี้\n     - ของเร่งด่วนขาเข้าที่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรตอบกลับข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วนให้ยกเว้นการตรวจ (Green Line) ให้ผู้ประกอบการของเร่งด่วนนำออกจากอารักขาของศุลกากรได้ทันทีที่ของมาถึง โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่ต้องตรวจสอบ\n     - ของเร่งด่วนขาเข้าที่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรตอบกลับข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเร่งด่วน ให้ตรวจสอบพิกัด ราคา และของ (Red Line) ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพิกัด ราคา และของ ดังกล่าว แล้วบันทึกผลการตรวจสอบในระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร\nกรณีของเร่งด่วนขาเข้าที่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรตอบกลับข้อมูล ให้ตรวจสอบพิกัด ราคา และของ (Red Line) หากพบว่าของตามรายการใบตราส่งสินค้า รายการใดเป็นความผิด หรือมีเหตุสงสัยในความไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตรวจปล่อยเฉพาะของที่ถูกต้องไปก่อน โดยให้ผู้ประกอบโรงพักสินค้าออกใบอนุญาตให้นำสินค้าออกจากโรงพักสินค้า ไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจปล่อยของออกจากอารักขาศุลกากร สำหรับของส่วนที่เหลือ จะได้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปหมายเหตุ\n*ค่าใช้จ่ายในการขอสำเนาใบรับรอง ใบขนสินค้า บัญชี หรือเอกสารอื่น 40 บาท/หน้า\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T12:13:55"],
    [2373,"9bebdac9-6a50-4a71-837b-14cfafa6a625","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-7061-4ad9-8753-45f8c54e103a",1,0,33,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2564 ลงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร \nข้อ 3 ในประกาศนี้\n“การลงทะเบียน” หมายความว่า การลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร\nและให้หมายความรวมถึง การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การขอใช้ข้อมูลทะเบียนกรณีถูกระงับการใช้ข้อมูล และการยกเลิกการ\nลงทะเบียน\n“ผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร” หมายความว่า ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก\nผู้รับผิดชอบการบรรจุ ผู้รายงานยานพาหนะเข้า-ออก ธนาคารศุลกากร และศูนย์บริหารเงินศุลกากร\n“ระบบทะเบียนผู้มาติดต่อ” หมายความว่า ระบบงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ของศุลกากรที่ใช้ในการบันทึกและจัดเก็บ\nฐานข้อมูลทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร ทั้งจากการลงทะเบียนผ่านระบบ\nลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs\nTrader Portal และการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n“ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์” หมายความว่า ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\nหรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ที่ใช้งานบนเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application)\nผ่านอินเทอร์เน็ตที่ดำเนินการต่าง ๆ อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง\nข้อ 4 ผู้ประสงค์จะเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรต้องลงทะเบียน โดยสามารถ\nดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากรหรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง\nCustoms Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nข้อ 12 การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน\nในคู่มือการลงทะเบียนที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.customs.go.th ในหัวข้อระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ > คู่มือ\nหรือ http://registeronline.customs.go.th ในหัวข้อ คู่มือ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 1 แห่งประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2565 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร (ฉบับที่ 2))\nข้อ 21 การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน\nในคู่มือการใช้งานระบบลงทะเบียนที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.customstraderportal.com ในหัวข้อ คู่มือการใช้งาน (แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 3 แห่งประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2565 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร (ฉบับที่ 2))\nข้อ 25 การลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร ให้ยื่นแบบคำขอ และหลักฐานประกอบแบบคำขอ\nตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ โดยให้เป็นไปตามข้อปฏิบัติในการยื่นแบบคำขอและวิธีการกรอกแบบคำขอ\nข้อ 26 ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นแบบคำขอได้ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ \n(1) ฝ่ายทะเบียนผู้นำเข้าและส่งออก ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร หรือ\n(2) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป หรือหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติให้รับลงทะเบียนของสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร \nกรณีผู้ลงทะเบียนที่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานทูต องค์การสาธารณกุศล หรือองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่มีเลขประจำตัว\nผู้เสียภาษีอากร ให้ยื่นแบบคำขอได้ ณ ฝ่ายทะเบียนผู้นำเข้าและส่งออก ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการ\nและราคาศุลกากร\n\n\n\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น \nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้\nผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา \n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:05:38"],
    [2374,"9bebe5a9-b5e5-47b7-8b43-8bdc54d52f68","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การยื่นคำร้องขออนุมัติจัดเก็บเอกสารนอกสถานประกอบการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-68ba-4359-8907-3ec9253a7b37",13,0,5,"หลักเกณฑ์    \nตามประกาศกรมศุลกากรที่ 36/2561 ลงวันที่ 31 มกราคม 2561 เรื่อง การจัดเก็บและรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูลอื่นใด ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า หรือส่งออก ข้อ 4 กำหนดให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ผู้ขนส่งของ ตัวแทนของบุคคลดังกล่าว หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง มีหน้าที่จัดเก็บเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลอื่นใด ที่เกี่ยวกับการนำของเข้ามาในหรือส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร ตามที่กำหนดไว้ ณ สถานประกอบการของตน หรือสถานที่อื่นตามที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ อธิบดีได้มีคำสั่งกรมศุลกากรที่ 60/2565 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ข้อ 46.3 มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกองตรวจสอบอากร ปฏิบัติราชการแทนอธิบดี ในการอนุมัติสถานที่เก็บรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูล ณ สถานที่อื่น ซึ่งไม่ใช่สถานประกอบการผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ผู้ขนส่ง และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง    \nวิธีการ    \nผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก หรือผู้รับมอบอำนาจของบุคคลดังกล่าว ยื่นคำร้องขออนุญาตจัดเก็บและรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูลฯลฯ ณ สถานที่อื่นซึ่งไม่ใช่สถานประกอบการ ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 36/2561 พร้อมเอกสารประกอบ ต่อผู้อำนวยการกองตรวจสอบอากร โดยจะมีการพิจารณาอนุมัติจัดเก็บเอกสารนอกสถานประกอบการ ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ และมีเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน    \nเงื่อนไข    \nผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก จะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร         \nหมายเหตุ    \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T16:16:24"],
    [2375,"9bebea33-c798-40f0-836d-cd2f0c905ed3","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตนำของออกจากเขตปลอดอากรเพื่อกำจัดหรือทำลาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-6579-4310-afb0-c8cff567071a",30,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอเป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 115/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การปฏิบัติพิธีการศุลกากรนำของเข้าไปในหรือปล่อยของออก การเก็บของ การขนถ่ายของ การตรวจตราและการควบคุมในเขตปลอดอากร ข้อ 7.4 , 7.5    \n     ข้อ 1. ของที่จะได้รับอนุญาตให้นำออกไปจากเขตปลอดอากรเพื่อกำจัดหรือทำลาย ต้องเป็นของที่เสียหาย ของที่ใช้ไม่ได้ หรือของที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งมีสภาพหรือเหตุอันควรทำลาย    \n     ข้อ 2. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรที่ประสงค์จะขอทำลายของ ให้ยื่นคำร้องขอทำลายของที่เสียหาย ของไม่ได้ใช้ หรือของใช้ไม่ได้ ตามแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากรที่ 115/2561 ต่อหน่วยงานศุลกากรที่กำกับดูแลเขตปลอดอากร พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับ ชนิดของ สภาพของ ปริมาณ และน้ำหนัก    \n     ข้อ 3. กรมศุลกากรจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบ และควบคุมการทำลาย         \n\nหมายเหตุ    \n     - เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ทำลายโดยวิธีเผาไฟ ฝังดิน สับเป็นชิ้นย่อย หรือโดยวิธีอื่นตามที่ได้รับอนุญาต เมื่อทำลายแล้วให้ผู้แทนทั้งสองฝ่าย ลงลายมือชื่อในเอกสารเป็นหลักฐาน    \n     - กรณีมีเหตุจำเป็นอันสมควร ไม่สามารถกำจัดหรือทำลายในเขตปลอดอากร จะอนุญาตให้ไปกำจัดหรือทำลายนอกเขตปลอดอากร","2024-04-30T15:08:05"],
    [2376,"9bebec7e-7cee-491e-a6f3-dbdb5ac10545","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอรับชดเชยค่าภาษีอากรตามพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. 2524 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-624e-423d-a593-79216df816e5",14,0,12,"หลักเกณฑ์    \n     การชดเชยค่าภาษีอากรเป็นมาตรการของรัฐบาลที่สนับสนุนให้มีการส่งสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศให้มากขึ้น และช่วยลดต้นทุนผู้ผลิตสินค้าส่งออก เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ โดยรัฐจะจ่ายเงินชดเชยค่าภาษีอากรที่แฝงอยู่ในต้นทุนการผลิตสินค้าที่ส่งออกในรูปของบัตรภาษีทั้งนี้ การจ่ายเงินดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. 2524    \n1. คุณสมบัติของผู้ขอชดเชยค่าภาษีอากร    \n    1) เป็นผู้ส่งออกตามกฎหมายศุลกากร ไม่ว่าจะผลิตเองหรือไม่ก็ตาม    \n    2) เป็นผู้ขายสินค้าภายในประเทศให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ    \n    3) เป็นผู้ขายสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคที่ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้แก่องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานที่มีสิทธินำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร    \n2. สินค้าที่มีสิทธิขอรับชดเชยค่าภาษีอากร ต้องเป็นสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย ซึ่งการผลิตหมายความว่า ประกอบ แปรรูป แปรสภาพ หรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ    \n3. การส่งออก หมายถึง    \n   1) การส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือการขายสินค้าภายในประเทศให้แก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และการขายสินค้าให้แก่องค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานที่มีสิทธินำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยได้รับการยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร    \n   2) การส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศต้องปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายศุลกากรและได้รับชำระเงินค่าขายสินค้าจากต่างประเทศ ถ้าหากเป็นการส่งออกเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่ทางการค้าจะไม่ได้รับสิทธิชดเชยค่าภาษีอากร    \n   3) สินค้าส่งออกที่มีสิทธิได้รับชดเชยค่าภาษีอากรต้องเป็นชนิดและประเภทตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร และมีอัตราชดเชยตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด         \n\nวิธีการ\nการขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร สำหรับการส่งของออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร\n1. ผู้ขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรที่ได้ส่งออกสินค้าแล้ว ให้ยื่นคำร้องขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรสำหรับสินค้าส่งออก (แบบ กศก. 20/1) พร้อมเอกสารประกอบที่ฝ่ายชดเชยอากรที่ 1,2,3 ส่วนชดเชยค่าภาษีอากร กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ส่งสินค้าออก\n2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนของชุดคำร้องขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรเบื้องต้น\n3. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบพิจารณาเงินชดเชยค่าภาษีอากรตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของคำร้องขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรพร้อมทั้งเอกสารประกอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและคำนวณเงินชดเชย \n4. เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำร้องขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร\n5. จัดทำรายงานสรุปการขอชดเชยค่าภาษีอากร เพื่อเสนออนุมัติจ่ายชดเชยค่าภาษีอากร\n6. อนุมัติจ่ายเงินชดเชยค่าภาษีอากร\n7. เมื่อชุดคำร้องขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรได้รับการอนุมัติแล้ว กรมศุลกากรจะจ่ายเงินชดเชยในรูปแบบบัตรภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยตั้งวงเงินชดเชยตามจำนวนเงินที่ได้รับอนุมัติตามเลขทะเบียนผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากร\n    \nเงื่อนไข    \n1. ผู้ขอใช้สิทธิชดเชยค่าภาษีอากรต้องไม่ใช้สิทธิคืนอากร หรือยกเว้นอากร หรือลดหย่อนอากรตามกฎหมายหนึ่งกฎหมายใดต่อไปนี้    \n     1) การคืนอากรขาเข้าตามมาตรา 29    \n     2) การยกเว้นอากรขาเข้าเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า    \n     3) การยกเว้นอากรขาเข้าเกี่ยวกับเขตประกอบการเสรี    \n     4) การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าที่ไม่ใช่เครื่องจักร ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน    \n     5) การยกเว้นอากรขาเข้าเกี่ยวกับเขตปลอดอากร   \n2. การจ่ายเงินชดเชยค่าภาษีอากร ให้พิจารณาจ่ายเงินชดเชยค่าภาษีอากรตามที่คณะกรรมการพิจารณาชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักรประกาศกำหนด เว้นแต่สินค้าดังต่อไปนี้ห้ามมิให้ได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากร    \n     1) แร่ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่    \n     2) สินค้าที่ต้องเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเมื่อส่งออก    \n     3) สินค้าที่คณะกรรมการฯ กำหนดไม่ให้ได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากร         \n\nหมายเหตุ    \n** เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เมื่อชุดคำขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรมีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง","2024-04-30T15:01:09"],
    [2377,"9bebed2c-9253-4c1d-9c42-bffbb58398c3","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีควบกิจการ/โอนกิจการที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเดิม (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-5ee5-4d94-832e-191646c21ee4",1,0,7,"ข้อ 1 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับนิติบุคคลที่ได้รับอนุมัติในหลักการให้เป็นผู้มีสิทธิขอคืนอากรตามมาตรา 29 นิติบุคคลรายนั้นๆ ต้องยื่นคำร้องขอต่อส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร แล้วจึงนำรายละเอียดดังกล่าวมายื่นขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับนิติบุคคลที่ได้รับอนุมัติหลักการให้คืนอากรตามมาตรา 29\nข้อ 2 การยื่นคำร้อง ผู้ที่มีความประสงค์จะขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีควบกิจการ/โอนกิจการที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเดิม สามารถยื่นคำร้องขอได้ตามแนบท้ายประกาศกรมศุลกากรณ ฝ่ายคืนอากรที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ส่งออกของผู้ที่จะขอคืนอากรตามมาตรา 29 ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พร้อมเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง\nข้อ 3 การรับคำร้อง พนักงานศุลกากรผู้มีหน้าที่รับคำร้องจะตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เมื่อถูกต้องครบถ้วนแล้ว พนักงานศุลกากรจะรับคำขอ พร้อมระบุ วัน เดือน ปี\nข้อ 4 การพิจารณา พนักงานศุลกากรผู้พิจารณาจะตรวจสอบข้อมูลคำขอและรายละเอียดของเอกสารที่เกี่ยวข้อง บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อพิจารณา เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติแล้ว พนักงานศุลกากรจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้นำของเข้าทราบ\n\nหมายเหตุ\nผู้นำเข้าสามารถยื่นเอกสารที่ฝ่ายฯ ต่าง ๆ ดังนี้\n1. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 01-04 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6\n2. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 05-07 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4\n3. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 08-11 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1\n4. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 12-15 และ 19-21 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2\n5. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 16 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3\n6. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 17-18 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 5","2024-04-30T15:54:06"],
    [2378,"9bebee56-a504-48c3-86d1-7d90011fead3","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขออนุมัติหลักการครั้งแรก หรือกรณีขออนุมัติหลักการเพิ่มเติม หรือกรณีควบกิจการ/โอนกิจการ/แปรสภาพนิติบุคคลที่มีการเปลี่ยนแปลงเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร  (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-5b8a-4029-8519-608a3b620879",1,0,14,"ข้อ 1 การขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 เป็นการให้บริการแก่ผู้ที่นำของเข้ามาเพื่อใช้สำหรับผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด และได้ส่งของที่ได้จากการดำเนินการดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร หรือส่งไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือหรืออากาศยานที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร และต้องการใช้สิทธิขอคืนอากรสำหรับของนำเข้าดังกล่าว โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขว่า ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดด้วยของที่นำเข้า และคำนวณตามสูตรการผลิตที่กำหนดหรือได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากร และต้องส่งสินค้าที่ได้จากการดำเนินการดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันนำเข้า    \nข้อ 2 การยื่นคำร้อง ผู้ที่มีความประสงค์จะขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 สามารถยื่นคำร้องขอได้ ณ ฝ่ายคืนอากรที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ส่งออกของผู้ที่จะขอคืนอากรตามมาตรา 29 ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พร้อมเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \nข้อ 3 การรับคำร้อง พนักงานศุลกากรผู้มีหน้าที่รับคำร้องขอจะตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เมื่อครบถ้วนและถูกต้องแล้วพนักงานศุลกากรจะรับคำร้อง พร้อมระบุ วัน เดือน ปี และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์    \nข้อ 4 การพิจารณา พนักงานศุลกากรผู้พิจารณาจะตรวจสอบคำขอและรายละเอียดของเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อพิจารณาและบันทึกข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาอนุมัติแล้ว พนักงานศุลกากรจะดำเนินการออกเลขรหัสผู้นำของเข้า และเลขทะเบียนสิทธิประโยชน์ในระบบคอมพิวเตอร์ และจัดทำหนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้นำของเข้าทราบ    \n     ทั้งนี้ หากผู้นำของเข้าที่ได้รับอนุมัติหลักการแล้ว ไม่ได้นำของเข้ามาเพื่อขอใช้สิทธิการคืนอากรตามมาตรา 29 ติดต่อกันเป็นเวลาสามปี กรมศุลกากรจะยกเลิกหลักการนั้น         \n\nหมายเหตุ    \n     1. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 1-24 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6    \n     2. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 25-40 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4    \n     3. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 41-63 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1    \n     4. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 84-85 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3    \n     5. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 64-83 และ 93-97 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2    \n     6. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 86-92 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 5","2024-04-30T15:52:42"],
    [2379,"9bebeff0-4e39-471f-b6ea-3b1608761ac1","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขอลดอัตราอากรลงเหลือกึ่งหนึ่งของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป หรือกรณีขอลดอัตราอากรเหลือร้อยละห้าของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-581b-4164-b222-bed5a2dfddbd",1,0,17,"ข้อ 1 การขออนุมัติหลักการเพื่อขอลดอัตราอากรลงเหลือกึ่งหนึ่งของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป หรือกรณีขอลดอัตราอากรเหลือร้อยละห้าของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป จะต้องเป็นผู้ได้รับอนุมัติหลักการให้คืนอากรตามมาตรา 29 และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้    \n1.1 กรณีการขอลดอัตราอากรเหลือกึ่งหนึ่งของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป    \nผู้นำเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ไม่มีหนี้สินค้างชำระต่อกรมศุลกากร และไม่มีประวัติว่าเคยทุจริตในการขอคืนอากรตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 โดยตรวจสอบไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ขออนุมัติหลักการ และต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ \n1) เป็นบริษัทมหาชนจำกัด    \n2) เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่ามีฐานะการเงินมั่นคงเป็นที่น่าเชื่อถือได้ตามหลักเกณฑ์ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง    \n3) เป็นสมาชิกสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและได้รับการรับรองจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่ามีฐานะการเงินมั่นคงเป็นที่น่าเชื่อถือได้ ตามหลักเกณฑ์ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง    \n4) ได้นำส่งงบการเงินต่อกระทรวงพาณิชย์ตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่าเป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลังไม่ต่ำกว่าสองปีบัญชีติดต่อกัน และไม่เคยได้รับการปฏิเสธการรับรองฐานะการเงินจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย    \n1.2 กรณีการขอลดอัตราอากรลงเหลือร้อยละ 5 ของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป     \nผู้นำของเข้าต้องเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ ตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ และไม่มีประวัติว่าเคยทุจริตในการขอคืนอากรตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 โดยตรวจสอบไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ขออนุมัติหลักการ    \nข้อ 2 การยื่นคำร้อง ผู้ที่มีความประสงค์จะขอลดอัตราอากรลงเหลือกึ่งหนึ่งของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป หรือกรณีขอลดอัตราอากรเหลือร้อยละห้าของอัตราอากรที่เรียกเก็บเป็นการทั่วไป สามารถยื่นคำร้องขอได้ ณ ฝ่ายคืนอากรที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ส่งออกของผู้ที่จะขอคืนอากรตามมาตรา 29 ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พร้อมเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \nข้อ 3 การรับคำร้อง พนักงานศุลกากรผู้มีหน้าที่รับคำร้องจะตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พนักงานศุลกากรจะรับคำร้อง พร้อมระบุ วัน เดือน ปี    \nข้อ 4 การพิจารณา พนักงานศุลกากรผู้พิจารณาจะตรวจสอบฐานะการเงินและสอบถามอากรค้างชำระของผู้ยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น พนักงานศุลกากรจะพิจารณาข้อมูลคำขอและรายละเอียดของเอกสารที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อพิจารณา เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติแล้ว พนักงานศุลกากรจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้นำของเข้าทราบ และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์         \nหมายเหตุ   \nผู้นำเข้าสามารถยื่นเอกสารที่ฝ่ายฯ ต่าง ๆ ดังนี้    \n1. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 01-04 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6    \n2. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 05-07 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4    \n3. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 08-11 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1    \n4. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 12-15 และ 19-21 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2    \n5. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 16 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3    \n6. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 17-18 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 5","2024-04-30T15:52:21"],
    [2380,"9bebf2c4-90f3-41ee-b0ea-0b11e0c59d2e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขอเปลี่ยนรหัสผู้นำของเข้า (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-5325-40bb-87ec-8bc99b59afbd",1,0,14,"ข้อ 1 เพื่อให้การดำเนินการด้านการคืนอากรตามมาตรา 29 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งๆ หากพบว่าการกำหนดรหัสผู้นำของเข้าไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการได้รับอนุมัติให้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านการขอคืนอากรตามมาตรา 29 ผู้นำของเข้าควรแจ้งความไม่สอดคล้อง และปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การจำแนกประเภทพิกัดแห่งพระราชกำหนดอัตราอากรศุลกากร พ.ศ. 2530    \nข้อ 2 การยื่นคำร้อง ผู้ที่มีความประสงค์จะขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขอเปลี่ยนรหัสผู้นำของเข้า สามารถยื่นคำร้องขอได้ตามแนบท้ายประกาศกรมฯ ณ ฝ่ายคืนอากรที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ส่งออกของผู้ที่จะขอคืนอากรตามมาตรา 29 ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พร้อมเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \nข้อ 3 การรับคำร้อง พนักงานศุลกากรผู้มีหน้าที่รับคำร้องจะตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พนักงานศุลกากรจะรับคำร้อง พร้อมระบุ วัน เดือน ปี และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์    \nข้อ 4 การพิจารณา พนักงานศุลกากรผู้พิจารณาจะตรวจสอบข้อมูลคำขอ รายละเอียดของเอกสารที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลการอนุมัติหลักการเดิม เมื่อเรียบร้อยแล้วจะกำหนดรหัสผู้นำของเข้าใหม่ และนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อพิจารณา พร้อมทั้งจัดทำหนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้นำของเข้าทราบ         \n\nหมายเหตุ    \n     1. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 1-24 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6 ชั้น 5    \n     2. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 25-40 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4 ชั้น 5    \n     3. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 41-63 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1 ชั้น 3    \n     4. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 84 และ 85 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3 ชั้น 3    \n     5. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 64-83 และ 93-97 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2 ชั้น 3    \n     6. ผลิตภัณฑ์ส่งออกตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 86-92 ยื่นเอกสารที่ฝ่ายคืนอากรที่ 5 ชั้น 3","2024-04-30T15:53:02"],
    [2381,"9bebf389-dce1-4256-ae7b-a70c3bbd8978","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขอใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารแทนการชำระอากรด้วยเงินสด (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-4fa8-44e0-a3b8-0a4199da87cc",1,0,16,"ข้อ 1 การขออนุมัติหลักการเพื่อขอใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารแทนการชำระอากรด้วยเงินสด จะต้องเป็นผู้ได้รับอนุมัติหลักการให้คืนอากรตามมาตรา 29 และชำระค่าอากรเป็นเงินสดเต็มจำนวนค่าภาษีอากรมาไม่น้อยกว่า 2 ปี และมีฐานะทางการเงินมั่นคงโดยมีกำไร 3 รอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา และไม่มีภาระภาษีอากรค้างชำระ  กรณีนี้ต้องใช้วิธีค้ำประกันของธนาคารให้กระทำได้โดยให้มีวงเงินค้ำประกันคุ้มค่าภาษีอากร    \nข้อ 2 การยื่นคำร้อง ผู้ที่มีความประสงค์จะขอใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารแทนการชำระอากรด้วยเงินสด สามารถยื่นคำร้องขอได้ตามแนบท้ายประกาศกรมฯ ณ ฝ่ายคืนอากรที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ส่งออกของผู้ที่จะขอคืนอากรตามมาตรา 29 ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พร้อมเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    \nข้อ 3 การรับคำร้อง พนักงานศุลกากรผู้มีหน้าที่รับคำร้องจะตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พนักงานศุลกากรจะรับคำร้อง พร้อมระบุ วัน เดือน ปี    \nข้อ 4 การพิจารณา พนักงานศุลกากรผู้พิจารณาจะตรวจสอบฐานะการเงินและสอบถามอากรค้างชำระของผู้ยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น พนักงานศุลกากรจะพิจารณาข้อมูลคำขอและรายละเอียดของเอกสารที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อพิจารณา เมื่อคำร้องได้รับการอนุมัติแล้ว พนักงานศุลกากรจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งผล  การอนุมัติให้ผู้นำของเข้าทราบ และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์         \nหมายเหตุ    \nผู้นำเข้าสามารถยื่นเอกสารที่ฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้    \n1. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 01-04 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6    \n2. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 05-07 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4    \n3. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 08-11 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1    \n4. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 12-15 และ 19-21 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2    \n5. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 16 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3    \n6. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 17-18 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 5","2024-04-30T15:53:23"],
    [2382,"9bebf515-81d0-4d26-8ae1-f44c143c6d3f","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติสูตรการผลิตเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขอยกเลิกสูตรการผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-4c6c-435b-9df1-74083a88b749",15,0,3,"ผู้นำของเข้าที่ไม่ประสงค์จะใช้สูตรการผลิตสามารถยื่นคำร้องพร้อมเหตุผลในการยกเลิกสูตรการผลิตต่อหน่วยงานพิจารณาสูตรการผลิต ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ณ ฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้    \n1. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 01-04 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6    \n2. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 05-07 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4    \n3. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 08-11 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1    \n4. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 12-15 และ 19-21 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2    \n5. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 16 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3    \n6. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 17-18 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 5","2024-04-30T15:51:44"],
    [2383,"9bebf5ee-6c19-490e-b112-efdbc3686d00","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติสูตรการผลิตเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขอต่ออายุสูตรการผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-4957-4a5e-87b2-01f1b698e4f3",15,0,4,"1. สูตรการผลิตมีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่กำหนดให้ตัดบัญชีวัตถุดิบ หากผู้นำของเข้าประสงค์จะใช้สูตรการผลิตเดิมจะต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุสูตรการผลิตต่อหน่วยงานพิจารณาสูตรการผลิต ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ก่อนวันที่สูตรการผลิตหมดอายุ แต่หากขอต่ออายุสูตรการผลิตภายหลังสูตรการผลิตหมดอายุไม่เกิน 1 ปี กรมศุลกากรจะพิจารณาความผิด โดยปรับสูตรการผลิตละ 1,000 บาท และให้ต่ออายุสูตรการผลิตได้    \n2. สูตรการผลิตที่ไม่มีการต่ออายุหลังจากหมดอายุเกินกว่า 1 ปี กรมศุลกากรจะถือว่าเป็นสูตรการผลิตที่ผู้นำของเข้าไม่ประสงค์จะใช้ และจะยกเลิกสูตรการผลิตนั้น         \n\nหมายเหตุ :    \nผู้นำของเข้าสามารถยื่นเอกสารที่ฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้    \n1. ผู้นำของเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 01-04 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6    \n2. ผู้นำของเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 05-07 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4    \n3. ผู้นำของเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 08-11 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1    \n4. ผู้นำของเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 12-15 และ 19-21 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2    \n5. ผู้นำของเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 16 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3    \n6. ผู้นำของเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 17-18 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 5","2024-04-30T15:51:27"],
    [2384,"9bebf674-37ca-4b7b-8f14-192dce015b22","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนพิธีการศุลกากร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-816b-4551-b6c9-01ffbdad3a55",1,0,31,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอลงทะเบียนศูนย์บริหารเงินศุลกากร ผู้ดำเนินกระบวนการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2564 ลงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เรื่อง การลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร\n\nข้อ15 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลหรือทะเบียนพาณิชย์ ผู้ลงทะเบียนมีหน้าที่ต้องแจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนต่อกรมศุลกากรภายในสามสิบวัน นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน\n        หากผู้ลงทะเบียนไม่แจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนต่อกรมศุลกากรภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ระบบทะเบียนผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จนกว่าจะแจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน\n\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:54:56"],
    [2385,"9bebf72e-0432-4898-a9b5-f3b3011e9566","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุมัติสูตรการผลิตเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 กรณีขออนุมัติสูตรการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ หรือกรณีขอเพิ่มเติมชื่อผลิตภัณฑ์ในสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้ว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-464f-438e-aeb8-dfaa8f0eb0cb",15,0,11,"ผู้นำของเข้าที่ได้รับอนุมัติหลักการเพื่อขอคืนอากรตามมาตรา 29 ต้องยื่นสูตรการผลิตก่อนผ่านพิธีการศุลกากรหรือส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออก หรือทันทีที่ได้รับอนุมัติในหลักการ ต่อหน่วยงานพิจารณาสูตรการผลิต ส่วนคืนอากรเพื่อการส่งออก กองสำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หากมิได้ยื่นสูตรการผลิตก่อนการส่งออกจะเป็นการปฏิบัติผิดพิธีการ จะต้องถูกปรับฐานผิดพิธีการ ซึ่งสูตรการผลิตในที่นี้ หมายถึง ปริมาณของวัตถุดิบต่างๆ (รวมถึงส่วนสูญเสีย) ที่ใช้ในการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุหรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด เป็นผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด    \n\nหลักสำคัญที่ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิขอคืนอากรตามมาตรา 29 พึงทราบมีดังนี้    \n1) ผู้นำของเข้าต้องยื่นสูตรการผลิตตามแบบแสดงสูตรการผลิต (กศก.96) ต่อหน่วยงานพิจารณาสูตรการผลิตเพื่อนำเลขที่สูตรการผลิตไประบุในใบขนสินค้าขาออกหรือในตารางโอนสิทธิ์ (กรณีผู้ส่งของออกไม่ใช่ผู้นำของเข้า) โดยรายละเอียดของสูตรการผลิตมีดังนี้    \n     ก. ชื่อผลิตภัณฑ์และหน่วยผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก หมายถึง ชื่อและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งหน่วยของผลิตภัณฑ์ที่ระบุในใบขนสินค้าขาออก โดยต้องระบุขนาดบรรจุหรือลักษณะหีบห่อให้ชัดเจน เช่น C62 หรือ SET เป็นต้น    \n     ข. ชื่อวัตถุดิบ หน่วยนับ หมายถึง ชื่อและรายละเอียดของวัตถุดิบที่นำเข้าตามใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าที่ส่งออก หน่วยนับของวัตถุดิบต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่รับรองโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อให้ใช้สำหรับการบริหารการค้าและการขนส่ง กรณีการนำของเข้ามาเป็นม้วน เช่น ผ้าผืน พลาสติก ต้องระบุความกว้างและความยาวให้ชัดเจน หรือกรณีนำเข้าเหล็กไม่ว่าจะเป็นเหล็กแผ่น หรือเหล็กท่อน ต้องระบุความหนา เกรด ความกว้าง และความยาว นอกเหนือจากการระบุแต่เพียงน้ำหนัก ประการสำคัญ คือ ชื่อและหน่วยนับของวัตถุดิบควรสอดคล้องกับชื่อที่ปรากฏในกระบวนการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดภายในโรงงานด้วย    \n     ค. ปริมาณการใช้วัตถุดิบ ต้องเป็นไปตามสัดส่วน ส่วนผสม หรือปริมาณการใช้จริงรวมส่วนสูญเสีย (ถ้ามี) กรณีมีส่วนสูญเสียให้นำรายงานการผลิตโดยเฉลี่ยแนบด้วย    \n2) สูตรการผลิตตามมาตรา 29 ที่กรมศุลกากรอนุมัติแล้วจะมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่กำหนดให้ใช้ตัดบัญชีวัตถุดิบ         \n\nหมายเหตุ :    \nผู้นำเข้าสามารถยื่นเอกสารที่ฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้   \n1. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 01-04 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 6    \n2. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 05-07 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 4    \n3. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 08-11 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 1    \n4. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 12-15 และ 19-21 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 2    \n5. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 16 ยื่นที่ฝ่ายคืนอากรที่ 3    \n6. ผู้นำเข้ารหัสขึ้นต้นด้วย 17-18 ยื่นที่ฝายคืนอากรที่ 5","2024-04-30T15:52:00"],
    [2386,"9bebf85b-8430-472b-af8b-e99a9128a9ab","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การอนุมัติยกเลิกสูตรการผลิตสำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-42b2-46c0-9ff3-e5835056c126",30,0,5,"เมื่อผู้ประกอบการได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตแล้ว ก่อนการผ่านพิธีการศุลกากรหรือส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออกทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร หรือก่อนการโอน หรือจำหน่ายออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ผู้ประกอบการจะต้องยื่นคำขออนุมัติสูตรการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกที่หน่วยงานพิจารณาสูตรการผลิต สังกัดกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พิจารณาออกเลขที่สูตรการผลิตเพื่อนำไปใช้บันทึกในใบขนสินค้าขาออก และต้องมาดำเนินการพิสูจน์สูตรการผลิตเพื่อเป็นเกณฑ์ในการคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตามกำหนดเวลาที่นัดหมาย เพื่อนำสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้วไปใช้สำหรับตัดบัญชีวัตถุดิบต่อไป    \n     หากมีการเปลี่ยนแปลงสูตรการผลิต ไม่ว่าจะเป็นชนิดของผลิตภัณฑ์ที่จะส่งออก แบบหรือขนาด ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก ตลอดจนชนิดของวัตถุดิบ ชื่อวัตถุดิบหรือปริมาณการใช้วัตถุดิบ แม้จะใช้ทดแทนกันได้หรือคล้ายคลึงกัน ผู้ประกอบการจะต้องยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมทุกครั้งโดยทันที    \n     การตัดบัญชีวัตถุดิบให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับเลขที่สูตรการผลิต ในกรณีที่มีการขอแก้ไขเพิ่มเติมสูตรการผลิต ให้ตัดบัญชีวัตถุดิบตามวันที่ที่ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมสูตรการผลิตนั้น ทั้งนี้ การขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นต้องไม่มีผลทำให้ต้องพิจารณาเป็นสูตรการผลิตใหม่    \n     ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร กรมศุลกากรสามารถพิจารณาแก้ไขปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้วได้    \n     ในกรณีที่มีการยกเลิกสูตรการผลิต ให้บริษัทยกเลิกตามความประสงค์ได้ทันที    \n     กรณีได้ยื่นตัวอย่างวัตถุดิบและตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อประกอบการพิจารณาสูตรการผลิต เมื่อได้ทำการพิสูจน์และอนุมัติสูตรการผลิตแล้ว ให้ผู้ประกอบการขอรับคืนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุมัติสูตรการผลิต หากไม่มารับคืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ฝ่ายตรวจสอบสูตรการผลิตจะดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป         \n\nหมายเหตุ    \n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา         \n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n** ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-30T16:18:10"],
    [2387,"9bebf8c8-9677-4531-9fe7-8e4b9e61f2d6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอใช้ข้อมูลทะเบียนพิธีการศุลกากร กรณีถูกระงับการใช้ข้อมูล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-84f9-47d9-a83b-cc1540d38d93",1,0,23,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอใช้ข้อมูลทะเบียนพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ กรณีถูกระงับการใช้ข้อมูล ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2564 ลงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร \nข้อ 3 ในประกาศนี้\n“การลงทะเบียน” หมายความว่า การลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร\nและให้หมายความรวมถึง การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การขอใช้ข้อมูลทะเบียนกรณีถูกระงับการใช้ข้อมูล และการยกเลิกการ\nลงทะเบียน\n“ผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร” หมายความว่า ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก\nผู้รับผิดชอบการบรรจุ ผู้รายงานยานพาหนะเข้า-ออก ธนาคารศุลกากร และศูนย์บริหารเงินศุลกากร\n“ระบบทะเบียนผู้มาติดต่อ” หมายความว่า ระบบงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ของศุลกากรที่ใช้ในการบันทึกและจัดเก็บ\nฐานข้อมูลทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร ทั้งจากการลงทะเบียนผ่านระบบ\nลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs\nTrader Portal และการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nข้อ 4 ผู้ประสงค์จะเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรต้องลงทะเบียน โดยสามารถ\nดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากรหรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง\nCustoms Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nข้อ 12 การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน\nในคู่มือการลงทะเบียนที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.customs.go.th ในหัวข้อระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ > คู่มือ\nหรือ http://registeronline.customs.go.th ในหัวข้อ คู่มือ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 1 แห่งประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2565 ลงวันที่  29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร (ฉบับที่ 2))\nข้อ 16 ระบบทะเบียนผู้มาติดต่อจะระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนจากเหตุที่ไม่มีการปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรติดต่อกันเป็นเวลาหกเดือน\nผู้ถูกระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตามวรรคหนึ่ง จะไม่สามารถปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรได้ จนกว่าจะแจ้งขอใช้ข้อมูลทะเบียนใหม่\nทั้งนี้ สามารถตรวจสอบผู้ถูกระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ของกรมศุลกากร ในวันที่ ๒๕ ของเดือนที่ถัดจากวันที่ครบกำหนด ทาง https://www.customs.go.th ในหัวข้อ ผู้ประกอบการ > การลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า/ส่งออก > รายชื่อผู้นำเข้า/ส่งออกที่ไม่มีการปฏิบัติพิธีการศุลกากรติดต่อกันในระยะเวลาที่กำหนด \n(แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 2 แห่งประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2565 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง การลงทะเบียน            ผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร (ฉบับที่ 2))\nข้อ 17 กรณีผู้ถูกระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนไม่แจ้งขอใช้ข้อมูลทะเบียนภายในหกเดือนนับแต่วันที่ถูกระงับการใช้ข้อมูลทะเบียน ระบบทะเบียนผู้มาติดต่อจะยกเลิกการลงทะเบียนของผู้ถูกระงับการใช้ข้อมูลทะเบียน \nผู้ถูกยกเลิกการลงทะเบียนตามวรรคหนึ่งต้องลงทะเบียนใหม่ จึงจะสามารถปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรได้\nข้อ 21 การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน\nในคู่มือการใช้งานระบบลงทะเบียนที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.customstraderportal.com ในหัวข้อ คู่มือการใช้งาน (แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 3 แห่งประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2565 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร (ฉบับที่ 2))\nข้อ 25 การลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร ให้ยื่นแบบคำขอ และหลักฐานประกอบแบบคำขอ\nตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ โดยให้เป็นไปตามข้อปฏิบัติในการยื่นแบบคำขอและวิธีการกรอกแบบคำขอ\nข้อ 26 ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นแบบคำขอได้ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ \n(1) ฝ่ายทะเบียนผู้นำเข้าและส่งออก ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร หรือ\n(2) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป หรือหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติให้รับลงทะเบียนของสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร \nกรณีผู้ลงทะเบียนที่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานทูต องค์การสาธารณกุศล หรือองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่มีเลขประจำตัว\nผู้เสียภาษีอากร ให้ยื่นแบบคำขอได้ ณ ฝ่ายทะเบียนผู้นำเข้าและส่งออก ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการ\nและราคาศุลกากร\n\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:59:44"],
    [2388,"9bebf9e9-5781-4473-81f6-8b426f026007","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การอนุมัติสูตรการผลิตสำหรับคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-3f3f-4c2d-9495-235659411441",30,400,10,"เมื่อผู้ประกอบการได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตแล้ว ก่อนการผ่านพิธีการศุลกากรหรือส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออกทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร หรือก่อนการโอน หรือจำหน่ายออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ผู้ประกอบการจะต้องยื่นคำขออนุมัติสูตรการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกที่หน่วยงานพิจารณาสูตรการผลิต สังกัดกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พิจารณาออกเลขที่สูตรการผลิตเพื่อนำไปใช้บันทึกในใบขนสินค้าขาออก และต้องมาดำเนินการพิสูจน์สูตรการผลิตเพื่อเป็นเกณฑ์ในการคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตามกำหนดเวลาที่นัดหมาย เพื่อนำสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้วไปใช้สำหรับตัดบัญชีวัตถุดิบต่อไป    \n     หากมีการเปลี่ยนแปลงสูตรการผลิต ไม่ว่าจะเป็นชนิดของผลิตภัณฑ์ที่จะส่งออก แบบหรือขนาด ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก ตลอดจนชนิดของวัตถุดิบ ชื่อวัตถุดิบหรือปริมาณการใช้วัตถุดิบ แม้จะใช้ทดแทนกันได้หรือคล้ายคลึงกัน ผู้ประกอบการจะต้องยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมทุกครั้งโดยทันที    \n     การตัดบัญชีวัตถุดิบให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับเลขที่สูตรการผลิต ในกรณีที่มีการขอแก้ไขเพิ่มเติมสูตรการผลิต ให้ตัดบัญชีวัตถุดิบตามวันที่ที่ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมสูตรการผลิตนั้น ทั้งนี้ การขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นต้องไม่มีผลทำให้ต้องพิจารณาเป็นสูตรการผลิตใหม่    \n     ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร กรมศุลกากรสามารถพิจารณาแก้ไขปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้วได้    \n\nหมายเหตุ  \n     ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  \n     ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  \n     ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n     ** ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-30T16:18:52"],
    [2389,"9bebfc85-bbf7-4c78-8f89-e3b605a720ce","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การเลิกประกอบกิจการในเขตปลอดอากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-3bcb-427c-aa45-d1f5a2ff8e3b",60,0,7,"1. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ให้แจ้งเป็นหนังสือ และระบุวันเดือนปีที่ขอเลิกดำเนินการต่อหน่วยงานศุลกากรที่กำกับดูแลเขตปลอดอากร ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันที่จะเลิกประกอบกิจการ พร้อมด้วยรายงานของคงเหลือในเขตปลอดอากรและหนังสือยินยอมจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร    \n     กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกดำเนินการ ไม่ได้ยื่นเอกสารเกี่ยวกับหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล เอกสารแสดงตนของกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล พนักงานศุลกากรจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่หน่วยงานราชการออกให้ เพื่อประกอบการพิจารณา    \n     ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการในเขตปลอดอากรต้องได้รับหนังสือยินยอมจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรก่อนแจ้งเลิกการประกอบกิจการในเขตปลอดอากร    \n\n2. เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาต ได้แจ้งการเลิกประกอบกิจการแล้ว ต้องหยุดการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาต และดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้    \n     2.1 นำของออกจากเขตปลอดอากร พร้อมทั้งเสียอากรให้ครบถ้วน ก่อนวันที่จะเลิกการดำเนินการ หรือ   \n     2.2 ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำของไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือจำหน่ายให้แก่ผู้นำของเข้าตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 หรือผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรหรือกฎหมายอื่น แล้วแต่กรณี ก่อนวันที่จะเลิกการดำเนินการ    \n\n3. เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ดำเนินการตามข้อ 2 แล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการในเขตปลอดอากรแจ้งพนักงานศุลกากรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการดังกล่าว เมื่อพนักงานศุลกากรได้ตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการภายในกำหนดสามสิบวันทำการแล้ว ให้เสนอความเห็นต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา    \n\n4. ให้ใบอนุญาตสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกประกอบกิจการในเขตปลอดอากร โดยผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องนำใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร มาให้พนักงานศุลกากรกำกับคำว่า \"ยกเลิก\" หรือ \"เพิกถอน\" ด้วยตัวอักษรสีแดง โดยกำกับไว้กึ่งกลางด้านบน และระบุวันเดือนปีที่อธิบดีอนุญาตให้เลิกประกอบกิจการในเขตปลอดอากรหรือมีคำสั่งเพิกถอนในอนุญาต    \n\n5. กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งได้แจ้งเลิกการดำเนินการแล้ว แต่ไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา ตามข้อ 2 อธิบดีจะมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และให้สิทธิประโยชน์สำหรับของที่อยู่ในเขตปลอดอากรนั้นสิ้นสุดลง และให้ของที่อยู่ในเขตปลอดอากรนั้นเป็นของที่ต้องเสียอากร นับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว    \n6. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ ต้องจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเขตปลอดอากรไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกประกอบกิจการในเขตปลอดอากร","2024-04-30T16:20:05"],
    [2390,"9bebfdc0-bfa3-4673-9f48-4284854939d5","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ความยินยอมตัวแทนออกของในการว่าจ้างช่วงตัวแทนออกของรายอื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-8ccf-46e8-80bb-0cdf938d4550",1,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ความยินยอมตัวแทนออกของในการว่าจ้างช่วงตัวแทนออกของรายอื่น เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 63/2561 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เรื่อง การให้ความยินยอมตัวแทนออกของในการว่าจ้างช่วงตัวแทนออกของรายอื่น\n\nข้อ 1 ในกรณีผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรโดยวิธีการทาง\nอิเล็กทรอนิกส์มีความประสงค์จะให้ความยินยอมกับตัวแทนออกของ (Customs Broker) ผู้รับมอบอำนาจของตนเองว่าจ้างช่วงตัวแทนออกของรายอื่น ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ \n(1) ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ความยินยอมตัวแทนออกของในการว่าจ้างช่วงตัวแทนออกของรายอื่นได้ ณ ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ สำนักมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร หรือฝ่ายบริหารงานทั่วไป หรือสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร \n(2) หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแบบคำขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนแนบท้ายประกาศนี้ \n(3) การได้รับอนุมัติตามที่ร้องขอ ถือเป็นการให้ความยินยอมกับตัวแทนออกของผู้รับมอบอำนาจของตนตามบัญชีรายชื่อตัวแทนออกของผู้รับมอบอำนาจทุกรายในการว่าจ้างช่วง \n\nข้อ 2 ตัวแทนออกของผู้รับมอบอำนาจที่มีความประสงค์จะทำการว่าจ้างช่วงตัวแทนออกของรายอื่น ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ \t(1) ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนบัญชีรายชื่อผู้รับจ้างช่วงของตัวแทนออกของได้ ณ ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ สำนักมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร หรือฝ่ายบริหารงานทั่วไป หรือสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร \n(2) ผู้รับจ้างช่วงของตัวแทนออกของผู้รับมอบอำนาจต้องเป็นตัวแทนออกของซึ่งได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากรให้เป็น\nผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ \n(3) การได้รับอนุมัติให้ตัวแทนออกของรายอื่นเป็นผู้รับจ้างช่วงตามที่ร้องขอ ถือเป็นการมอบหมายให้ตัวแทนออกของ\nผู้รับจ้างช่วงของตนตามบัญชีรายชื่อผู้รับจ้างช่วงของตัวแทนออกของทุกรายเป็นผู้กระทำการแทนตนได้ทุกกรณี\n\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:05:57"],
    [2391,"9bebfde2-b54c-4460-91b5-fd8a35007277","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ขั้นตอนการขออนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-34db-42d3-acb5-05a6d5aa3431",37,15000,15,"ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากร ที่ 22/2565 พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน\n\nคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร \n\tผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n\t(1) คุณสมบัติ \n\t(ก) เป็นนิติบุคคล กรณีเป็นบริษัทจำกัดต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเป็นเงินไม่ต่ำกว่าห้าล้านบาท\nเว้นแต่กรณีผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหรือพื้นที่โครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเป็นเงินไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท \n\t(ข) เป็นกิจการที่มีฐานะการเงินที่มั่นคง โดยพิจารณาจากงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรอง\nซึ่งต้องไม่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนใหม่และยังไม่มีงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรอง ให้เสนอรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการประกอบการพิจารณาแทน ทั้งนี้ รูปแบบและสาระสำคัญของรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการให้เป็นไปแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากร ที่ 112/2561 \n\t(ค) ได้รับความยินยอมให้ประกอบกิจการจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร \n\t(ง) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือพื้นที่ที่ขอประกอบกิจการในเขตปลอดอากร \n\tกรณีผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิบริหารจัดการพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต\nให้จัดตั้งเขตปลอดอากร หรือมีการเช่าช่วงพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเขตปลอดอากร ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้รับโอนกรรมสิทธิ์หรือผู้รับโอนสิทธิบริหารจัดการหรือผู้เช่าช่วงทุกช่วงสิทธิเพิ่มเติมให้ครบถ้วน \n\t(จ) ต้องดำเนินกิจการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเขตปลอดอากร \n(2) ลักษณะต้องห้าม \n\t(ก) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต \n\t(ข) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตเกินสามปี\n\nหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร \n\t1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบการควบคุมสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับประเภทกิจการเกี่ยวกับ\nการนำของเข้า การส่งของออกและของคงเหลือ และสามารถจัดทำรายงานตามแบบมาตรฐานหรือระบบควบคุมที่ทันสมัยอย่างอื่น\n\tกรณีเขตปลอดอากรเพื่อการประกอบพาณิชยกรรม ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรหรือ\nผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ต้องจัดให้มีระบบการควบคุมสินค้าคงคลัง และระบบควบคุมทางศุลกากร ดังนี้\n\t1.1 ระบบการควบคุมสินค้าคงคลัง \n\t\tต้องจัดให้มีระบบการควบคุมสินค้าคงคลังให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากร เพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์\n\t1.2 ระบบควบคุมทางศุลกากร\n\t\t1.2.1 ระบบควบคุมทางศุลกากรสำหรับสินค้าประเภท รถยนต์ใหม่สำเร็จรูปตามประเภทพิกัดศุลกากร 8702 8703 และ 8704\n\t\t(1) ต้องจัดให้มีระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากร เพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากร\nทางอิเล็กทรอนิกส์\n\t\t\t(2) ต้องมีระบบการถ่ายภาพและจัดเก็บภาพรถยนต์ใหม่สำเร็จรูป ขณะผ่านประตูเข้า-ออก รวมถึงตำแหน่งที่จอดรถ โดยต้องถ่ายภาพตำแหน่งที่จอดรถอย่างน้อยทุก ๆ เจ็ดวัน\n\t\t\t(3) ต้องมีระบบตรวจจับสถานะตำแหน่งของรถยนต์ใหม่สำเร็จรูป และต้องสามารถจัดเก็บและเรียกดูข้อมูล ประวัติ สถานะ ตำแหน่งของรถยนต์นั่งสำเร็จรูปได้ตลอดเวลา (Real-Time System)\n\t\t1.2.2 ระบบควบคุมทางศุลกากรสำหรับสินค้าประเภทสุรา ไวน์ บุหรี่ หรือของที่มีความเสี่ยงตามประกาศกำหนดประเภทหรือชนิดแห่งของที่จะนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและการควบคุมของที่มีความเสี่ยง\n\t\t\t(1) ต้องจัดให้มีระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากรเพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากร\nทางอิเล็กทรอนิกส์\n\t\t\t(2) ต้องมีระบบการถ่ายภาพและจัดเก็บภาพสินค้า หรือรถบรรทุกสินค้า ขณะผ่านประตูเข้า-ออก รวมถึงตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้า โดยต้องถ่ายภาพตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้าอย่างน้อยทุก ๆ สิบสี่วัน \n\t\t\t(3) ต้องมีระบบตรวจจับสถานะตำแหน่งสินค้า และต้องสามารถจัดเก็บและเรียกดูข้อมูล ประวัติ สถานะ ตำแหน่งของสินค้า ได้ตลอดเวลา (Real-Time System)\n\t\t\t(4) ต้องมีการควบคุมหีบห่อบรรจุสินค้าขณะนำเข้า-นำออก และภายในเขตปลอดอากร ดังนี้\n\t\t\t(ก) กรณีนำเข้าเป็นกล่องหรือหีบห่อต้องมีการปิดผนึกที่มิดชิด\n\t\t\t(ข) กรณีนำเข้าเป็นพาเลท (Pallet) หรือลักษณะที่ต้องมัดรวมสินค้านั้นไว้ด้วยกัน\nต้องมีวัสดุห่อหุ้มที่โปร่งแสงสามารถมองเห็นจำนวนกล่องหรือหีบห่อได้ชัดเจน\n\t\t\t(ค) หีบห่อสินค้าตาม (ก) และ (ข) ต้องมีอุปกรณ์สายรัดนิรภัยที่ใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี (RFID Technology) หรือเทคโนโลยีอื่นที่สามารถระบุตัวตนของอุปกรณ์เช่นว่านั้นได้รัดไว้อย่างแน่นหนาและสามารถตรวจสอบข้อมูล ติดตามสถานะของอุปกรณ์สายรัดนิรภัยได้\n\t\t\t(ง) หีบห่อสินค้าขณะเวลานำเข้า-นำออกรวมถึงการโอนย้ายสินค้าภายในเขตปลอดอากรต้องอยู่ในสภาพเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง\n\t\t1.2.3 ระบบควบคุมทางศุลกากรสำหรับของทั่วไป\n\t\t\t(1) ต้องจัดให้มีระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากร เพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากร\nทางอิเล็กทรอนิกส์\n\t\t(2) ต้องมีระบบการถ่ายภาพและจัดเก็บภาพสินค้า หรือรถบรรทุกสินค้า ขณะผ่านประตูเข้า-ออก รวมถึงตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้า โดยต้องถ่ายภาพตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้าอย่างน้อยทุก ๆ สามสิบวัน\n\t\t  (3) ต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า-นำออก และตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้าได้\n\tทั้งนี้ ข้อมูลตามข้อ 1.2 ต้องเชื่อมโยงกับรายงานของระบบการควบคุมสินค้าคงคลังตามข้อ 1.1 ได้”\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อให้พนักงานศุลกากร\nใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน เช่น ระบบการเก็บเอกสารข้อมูลการนำของเข้าและส่งของออก การจำหน่าย\nในประเทศ การใช้สิทธิลดอัตราอากรและการยกเว้นอากร การทำลาย และระบบกล้องวงจรปิดที่มีประสิทธิภาพ  \n3. เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ 1 และ ข้อ 2  แล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งพนักงานศุลกากรตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าวต่อไป \n\n\nวิธีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร \n\t1. ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอตามแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากร ที่ 22/2565 พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ณ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร \n\tการยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหรือโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อาจยื่นคำขอรับใบอนุญาต ณ ด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลพื้นที่ก็ได้ \n\t2. ผู้ประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอ พร้อมด้วยยื่น/แสดง เอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ \n\t\t2.1 รายละเอียดการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรอย่างละ 2 ชุด \n\t\t\t2.1.1 วัตถุประสงค์ \n\t\t\t2.1.2 ประเภทของกิจการ \n\t\t\t2.1.3 แผนงานและกระบวนการผลิต \n\t\t\t2.1.4 กำลังการผลิตและจำนวนเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้\nในกระบวนการผลิต รวมถึงประมาณการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมในภายหน้า \n\t\t\t2.1.5 แหล่งเงินทุน สถาบันการเงินที่ส่งเสริมสนับสนุน\n\t\t2.2 เอกสารประกอบการพิจารณา อย่างละ 2 ชุด เว้นแต่รายการที่ 2.2.6 จำนวน 3 ชุด \n2.2.1 แสดงและรับรอง หนังสือรับรองการจดทะเบียน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันที่ยื่นคำขอ \n\t2.2.2 แสดงและรับรอง บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการนิติบุคคล\nผู้มีอำนาจลงนาม \n\t\t2.2.3 งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรอง หรือกรณีนิติบุคคลที่จดทะเบียนใหม่และยังไม่มีงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรอง ต้องเสนอรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ \n\t\t2.2.4 เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือพื้นที่ที่ขอประกอบกิจการ\nในเขตปลอดอากร กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิบริหารจัดการพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเขตปลอดอากร หรือมีการเช่าช่วงพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเขตปลอดอากร ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้รับโอนกรรมสิทธิ์หรือผู้รับโอนสิทธิบริหารจัดการหรือผู้เช่าช่วงทุกช่วงสิทธิเพิ่มเติมให้ครบถ้วน \n\t\t2.2.5 หนังสือยินยอมให้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร \n\t\t2.2.6 หนังสือให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเครดิตและข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากร ที่ 112/2561 \n\t\t2.2.7 แบบแปลนแผนผังของสถานที่ตั้งสถานประกอบกิจการในเขตปลอดอากรขนาดไม่ต่ำกว่าขนาด A3 ที่ รับรองโดยผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร \n\t\t2.2.8 หนังสืออนุญาตตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง \nกรณีผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตไม่ได้ยื่นเอกสารที่ส่วนราชการออกให้ พนักงานศุลกากรจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่หน่วยงานราชการออกให้เพื่อประกอบการพิจารณา\n \nวิธีการอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร \n\t1. เมื่อพนักงานศุลกากรได้รับคำขอแล้วจะตรวจสอบรายละเอียดในคำขอ เอกสารและหลักฐาน\nว่ามีความถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ \n\tในกรณีที่พนักงานศุลกากรตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายละเอียดในคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน\nไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานศุลกากรจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในกำหนดระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง\n\tในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลาสิบห้าวัน จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ และพนักงานศุลกากรจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบ \n\tในกรณีที่พนักงานศุลกากรตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายละเอียดในคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป \n\t2. เมื่อพนักงานศุลกากรรับคำขอไว้พิจารณาแล้ว จะตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ\nผู้ยื่นคำขอและการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรแล้วจะเสนอความเห็นพร้อมคำขอ เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาภายในสิบห้าวันทำการ นับแต่วันที่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นคำขอและการดำเนินการหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรแล้ว\n\tในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต จะแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือแก่ผู้ยื่นคำขอ ให้มาจัดทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามข้อ 3 \n\tในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่อนุญาต จะแจ้งคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้ยื่นคำขอทราบ ทั้งนี้ จะระบุเหตุผลของการไม่อนุญาต รวมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์ การยื่นคำอุทธรณ์ และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์\nให้ผู้ยื่นคำขอทราบ \n\t3. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งอนุญาตแล้ว ต้องมาจัดทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากร ที่ 22/2565 เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมรายปี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n\t4. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามข้อ 3 แล้ว อธิบดีจะลงนามรับสัญญาประกันและทัณฑ์บน และ\nออกใบอนุญาตแก่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต \n\tกรณีผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\nหมายเหตุ\n-  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรเพื่อการประกอบพาณิชยกรรม ที่ได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนที่วันที่ประกาศกรมศุลกากร ที่ 22/2565 มีผลใช้บังคับ ต้องจัดให้มีระบบการควบคุมสินค้าคงคลัง และระบบควบคุมทางศุลกากร ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2565\n-  แบบฟอร์มคำขออนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ตามแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากร \nที่ 22/2565 สามารถดาวน์โหลดได้จาก www.customs.go.th","2024-04-30T15:04:46"],
    [2392,"9bebff15-96cd-4b78-a951-f81554232a84","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-9072-48bd-8592-7b861ae59f26",1,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ \nเป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของ\nและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \n\n\nส่วนที่ 1\n\nบททั่วไป\n\nข้อ 4 \tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้\n\t(1) เป็นบุคคลสัญชาติไทย\n\t(2) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรอย่างร้ายแรง หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้เป็น\nตัวแทนออกของ เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนการอนุญาตเกินกว่า 3 ปี ก่อนวันยื่นคำขอ\n\t(3) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิด หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของ อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ยาเสพติด หรือความผิดที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างร้ายแรง\n\t(4) ผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อ\nกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด หรือผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการศุลกากรของกรมศุลกากร\n\nข้อ 5\tตัวแทนออกของนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้\n\t(1) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย\n\t(2) ต้องมีพนักงานหรือลูกจ้างซึ่งลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของกับกรมศุลกากร\n\t(3) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรอย่างร้ายแรง หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้เป็น\nตัวแทนออกของ เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนการอนุญาตเกินกว่า 3 ปี ก่อนวันยื่นคำขอ\n\t(4) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิด หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของ อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ยาเสพติด หรือความผิดที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างร้ายแรง\n\nข้อ 7\tตัวแทนออกของนิติบุคคลและตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา อาจเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกของสมาคมตัวแทนออกของ\nที่กรมศุลกากรรับรองก็ได้ \n\tกรณีไม่เป็นสมาชิกของสมาคมตัวแทนออกของที่กรมศุลกากรรับรอง ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรได้โดยมีราคาศุลกากร\nในใบขนสินค้าไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อฉบับ\n\nข้อ 8\tตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถตรวจสอบรายชื่อที่ได้รับการอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของได้ทางเว็บไซต์ของกรมศุลกากร ทาง www.customs.go.th ในหัวข้อ ผู้ประกอบการ > การขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของหรือผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ > รายชื่อตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ\nการออกของที่ได้รับการอนุญาต\n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\n\nข้อ 11 การอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของมีกำหนดอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต\n\nข้อ 13 การปฏิบัติพิธีการศุลกากรในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ผู้นำของผ่านแดน หรือผู้ขอถ่ายลำ \nต้องกระทำโดยตัวแทนออกของ\n\tการปฏิบัติพิธีการศุลกากรตามวรรคหนึ่งของตัวแทนออกของนิติบุคคลให้กระทำโดยผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ\nในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลดังกล่าว\n\tให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถปฏิบัติพิธีการศุลกากรในนามตัวแทนออกของนิติบุคคลเพียงรายเดียว\n\nข้อ 14 เอกสารเกี่ยวกับการลงทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามประกาศนี้ ถ้าทำเป็นภาษา\nต่างประเทศ เจ้าหน้าที่อาจสั่งให้ผู้ลงทะเบียนจัดการแปลเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อยก่อนยื่นพร้อมกับเอกสารอื่น ๆ ในคราวเดียว\n\nข้อ 15 กรณีใช้เอกสารราชการเป็นหลักฐานประกอบการลงทะเบียน กรมศุลกากรจะเป็นผู้แจ้งให้หน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารราชการนั้นส่งเอกสารดังกล่าวมาให้เพื่อใช้ประกอบการลงทะเบียน เว้นแต่ผู้ลงทะเบียนมีความประสงค์จะนำเอกสารดังกล่าว\nมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง\n\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:09:43"],
    [2393,"9bec009e-1edb-4f20-a050-97ebf7d4d6b6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-939b-48e2-a649-afd9c8a9c430",1,0,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของ\nและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\n\nส่วนที่ 3\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\nข้อ 23\tผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน\nต่างจากที่ได้รับการอนุญาตลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนมีหน้าที่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน เว้นแต่กรณีเปลี่ยนแปลงรายชื่อลูกจ้างหรือพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ให้ตัวแทนออกของแจ้งรายชื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงของบุคคลดังกล่าวให้กรมศุลกากรทราบทุกครั้งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มี\nการเปลี่ยนแปลง\n\tหากผู้ลงทะเบียนไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนต่อกรมศุลกากรภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ระบบทะเบียน\nผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จนกว่าจะแจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน\n\nข้อ 26\tกรณีผู้ลงทะเบียนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศนี้ ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า\nข้อ 27\tผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบข้อมูลทะเบียน และสถานะการลงทะเบียนได้โดยสมัครใช้งานระบบติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร (e-Tracking System) ทางเว็บไซต์ http://e-tracking.customs.go.th\n\nส่วนที่ 4\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\nข้อ 31\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\nส่วนที่ 5\n\nการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 34\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:54:20"],
    [2394,"9bec014c-cb76-4533-807f-2a8662ecb8ad","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งเขตปลอดอากร ขั้นตอนการขออนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-6cf8-4074-8907-7b5718e5758d",87,300000,13,null,"2024-04-30T16:12:42"],
    [2395,"9bebffb6-7edf-4380-96ba-e7e96c93041e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การเลิกดำเนินการเขตปลอดอากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-3862-4f6a-bd5f-022374b36ed7",60,0,8,"1. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกดำเนินการ ให้แจ้งเป็นหนังสือและระบุวันเดือนปีที่ขอเลิกดำเนินการต่อหน่วยงานศุลกากรที่กำกับดูแลเขตปลอดอากร ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันที่จะเลิกการดำเนินการ พร้อมด้วยรายงานของคงเหลือในเขตปลอดอากรของผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรและหนังสือยินยอมจากผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรทุกราย    \nกรณีเขตปลอดอากรนั้นมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรที่ยังดำเนินการอยู่ ผู้ประสงค์จะเลิกดำเนินการต้องได้รับหนังสือยินยอมและรายงานของคงเหลือของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรทุกรายก่อนแจ้งเลิกดำเนินการเขตปลอดอากร    \n\n2. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ได้แจ้งการเลิกการดำเนินการแล้ว ต้องหยุดการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาต หยุดการนำของเข้าในเขตปลอดอากร และแจ้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากรดำเนินการ ดังต่อไปนี้    \n2.1 นำของออกจากเขตปลอดอากร พร้อมทั้งเสียอากรให้ครบถ้วนก่อนวันที่จะเลิกการดำเนินการ หรือ    \n2.2 ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำของไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ จำหน่ายให้แก่ผู้นำของเข้าตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 หรือผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรหรือกฎหมายอื่น แล้วแต่กรณี ก่อนวันที่จะเลิกการดำเนินการ    \n\n3. เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรและผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรได้ดำเนินการตามข้อ 2 แล้ว ให้แจ้งพนักงานศุลกากรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการดังกล่าว เมื่อพนักงานศุลกากรได้ตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการภายในกำหนดสามสิบวันทำการแล้ว ให้เสนอความเห็นต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา    \nกรณีที่อธิบดีอนุญาตให้เลิกดำเนินการเขตปลอดอากร ให้อธิบดีออกประกาศกรมศุลกากร เพื่อทราบโดยทั่วกัน    \n\n4. ให้ใบอนุญาตสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกดำเนินการเขตปลอดอากร    \n\n5. กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งได้แจ้งการเลิกการดำเนินการแล้ว แต่ไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา ตามข้อ 2 อธิบดีจะมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และให้สิทธิประโยชน์สำหรับของที่อยู่ในเขตปลอดอากรนั้นสิ้นสุดลง และให้ของที่อยู่ในเขตปลอดอากรนั้นเป็นของที่ต้องเสียอากร นับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว    \n\n6. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ ต้องจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเขตปลอดอากรไม่น้อยกว่าห้าปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการเขตปลอดอากร    \n     ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการจะต้องนำใบอนุญาตมาให้พนักงานศุลกากรกำกับคำว่า \"ยกเลิก\" หรือ \"เพิกถอน\" ด้วยตัวอักษรสีแดง โดยกำกับไว้กึ่งกลางด้านบน และระบุวันเดือนปีที่อธิบดีอนุญาตให้เลิกดำเนินการเขตปลอดอากรหรือมีคำสั่งเพิกถอนในอนุญาต","2024-04-30T16:18:37"],
    [2396,"9bec01ab-f100-4fe0-826f-21c6146ec6bc","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอต่ออายุตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-96be-4e3c-a119-bd2099cd2e70",1,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอต่ออายุตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ \nเป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของ\nและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ\n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\n\nส่วนที่ 3\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร \n\nข้อ 24\tการต่ออายุตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถยื่นแบบคำขอต่ออายุล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันสิ้นสุดการอนุญาต โดยต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด \n\tการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง มีกำหนดอายุ 3 ปี โดยให้เริ่มนับต่อจากวันสิ้นสุดการอนุญาตเดิม เว้นแต่กรณีการต่ออายุภายหลังวันสิ้นสุดการอนุญาต ให้เริ่มนับอายุตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุญาตใหม่\n\nข้อ 26\tกรณีผู้ลงทะเบียนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศนี้ ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า\n\nข้อ 27\tผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบข้อมูลทะเบียน และสถานะการลงทะเบียนได้โดยสมัครใช้งานระบบติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร (e-Tracking System) ทางเว็บไซต์ http://e-tracking.customs.go.th\n\nส่วนที่ 4\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\nข้อ 31\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\nส่วนที่ 5\n\nการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 34\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T14:49:12"],
    [2397,"9bec02b7-459d-4dde-a380-9dbc59fc634c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-99c9-4eb0-a47e-062c58582bd6",1,0,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์\nเป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของ\nและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \n\n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\n\n\nส่วนที่ 3\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\nข้อ 25\tผู้ที่แจ้งขอยกเลิกการลงทะเบียน จะถือว่าสิ้นสภาพการเป็นตัวแทนออกของ และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \nนับแต่วันที่ยื่นแบบคำขอเป็นต้นไป\n\nข้อ 26\tกรณีผู้ลงทะเบียนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศนี้ ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า\n\nข้อ 27\tผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบข้อมูลทะเบียน และสถานะการลงทะเบียนได้โดยสมัครใช้งานระบบติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร (e-Tracking System) ทางเว็บไซต์ http://e-tracking.customs.go.th\n\n\n\n\n\nส่วนที่ 4\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\nข้อ 31\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\n\nส่วนที่ 5\n\nการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 34\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T14:59:27"],
    [2398,"9bec02f5-ee44-4cf1-a176-ef8ab85cff7f","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การแจ้งเลิกการดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-31f1-4144-8906-72cfb440ef3b",40,0,5,"กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตมีความประสงค์จะเลิกการการดำเนินการ ให้ยื่นคำขอแจ้งเลิกการดำเนินการตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนที่จะเลิกการดำเนินการ ณ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับพื้นที่ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน","2024-04-30T16:20:20"],
    [2399,"9bec052c-dcb2-4b35-836e-f75960260a0a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทคลังเสบียงทัณฑ์บน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-b7e9-45cc-be84-cbdd13989603",53,10000,21,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทคลังเสบียงทัณฑ์บน ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบทีอธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \n\nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต     \n     (1) เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงิน\nที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    \n        (1.1) มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท โดยมีผู้ถือสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด\nของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียง ลงมติของผู้ถือหุ้น    \n        (1.2) เป็นผู้ประกอบกิจการสายการบินหรือผู้ได้รับอนุญาตจากผู้ประกอบกิจการสายการบินที่ให้บริการ\nเดินอากาศยานระหว่างประเทศสำหรับขนส่งผู้โดยสาร    \n     (2) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลัง 3 ปีนับแต่วันยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำความผิดใดๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n     (3) มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือมีสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n     (4) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n     (5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาตเว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับอนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย    \n\nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n     (1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม และตั้งอยู่ภายในบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติ มีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง    \n     (2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ เว้นแต่โดยสภาพภูมิประเทศของกิจการ ไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แต่ต้องมีประตูเข้า-ออกมีที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (3) มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วันพร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บนรวมถึง\nมีการกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตาม ความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (4) มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง (e-Inventory Control System) ที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออกและของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา         \n\nการขอเปิดดำเนินการ    \n     เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:02:30"],
    [2400,"9bec05db-8d47-4d47-9dba-283c4ef17e57","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-9dcf-4b3c-aa21-6c0017a9be5d",1,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \n\n\nส่วนที่ 1\n\nบททั่วไป\n\nข้อ 6\tผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้\n\t(1) เป็นบุคคลสัญชาติไทย\n\t(2) ต้องเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของตัวแทนออกของนิติบุคคล\t\n\t(3) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรอย่างร้ายแรง หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้เป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนการอนุญาตเกินกว่า 3 ปี ก่อนวันยื่นคำขอ\n\t(4) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิด หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้เป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \nอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ยาเสพติด หรือความผิดที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างร้ายแรง\n\t(5) ผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อ\nกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด หรือผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการศุลกากรของกรมศุลกากร\n\nข้อ 8\tตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถตรวจสอบรายชื่อที่ได้รับการอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของได้ทางเว็บไซต์ของกรมศุลกากร ทาง www.customs.go.th ในหัวข้อ ผู้ประกอบการ > การขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของหรือผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ > รายชื่อตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ\nการออกของที่ได้รับการอนุญาต\n\n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\nข้อ 12 การอนุญาตให้เป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของมีกำหนดอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต\n\nข้อ 13 การปฏิบัติพิธีการศุลกากรในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ผู้นำของผ่านแดน หรือผู้ขอถ่ายลำ \nต้องกระทำโดยตัวแทนออกของ\n\tการปฏิบัติพิธีการศุลกากรตามวรรคหนึ่งของตัวแทนออกของนิติบุคคลให้กระทำโดยผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ\nในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลดังกล่าว\n\tให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถปฏิบัติพิธีการศุลกากรในนามตัวแทนออกของนิติบุคคลเพียงรายเดียว\n\nข้อ 14 เอกสารเกี่ยวกับการลงทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามประกาศนี้ ถ้าทำเป็นภาษา\nต่างประเทศ เจ้าหน้าที่อาจสั่งให้ผู้ลงทะเบียนจัดการแปลเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อยก่อนยื่นพร้อมกับเอกสารอื่น ๆ ในคราวเดียว\n\nข้อ 15 กรณีใช้เอกสารราชการเป็นหลักฐานประกอบการลงทะเบียน กรมศุลกากรจะเป็นผู้แจ้งให้หน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารราชการนั้นส่งเอกสารดังกล่าวมาให้เพื่อใช้ประกอบการลงทะเบียน เว้นแต่ผู้ลงทะเบียนมีความประสงค์จะนำเอกสารดังกล่าว\nมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง\n\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:23:14"],
    [2401,"9bec06ce-2b08-4f17-bb4c-7a959c1b2eae","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-a0dc-42ff-828e-a8dc8ff6cb3f",1,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ\n\n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\n\n\nส่วนที่ 3\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\nข้อ 23\tผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน\nต่างจากที่ได้รับการอนุญาตลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนมีหน้าที่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน เว้นแต่กรณีเปลี่ยนแปลงรายชื่อลูกจ้างหรือพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ให้ตัวแทนออกของแจ้งรายชื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงของบุคคลดังกล่าวให้กรมศุลกากรทราบทุกครั้งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มี\nการเปลี่ยนแปลง\n\tหากผู้ลงทะเบียนไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนต่อกรมศุลกากรภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ระบบทะเบียน\nผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จนกว่าจะแจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน\n\nข้อ 26\tกรณีผู้ลงทะเบียนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศนี้ ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า\n\nข้อ 27\tผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบข้อมูลทะเบียน และสถานะการลงทะเบียนได้โดยสมัครใช้งานระบบติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร (e-Tracking System) ทางเว็บไซต์ http://e-tracking.customs.go.th\nส่วนที่ 4\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\nข้อ 31\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\nส่วนที่ 5\n\nการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 34\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T15:54:34"],
    [2402,"9bec0749-5886-4419-bcc4-2b1db9936648","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-2ede-4951-936f-d1ffa78a8574",53,10000,22,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \n\nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต     \n     (1) เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    \n          (1.1) มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท    \n          (1.2) มีวัตถุประสงค์หลักในการผลิตเพื่อส่งออกและมีการว่าจ้างแรงงานเป็นจำนวนมากหรือใช้เทคโนโลยีการผลิตสูง    \n     (2) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลัง 3 ปีนับแต่วันยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำความผิดใดๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n     (3) มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือมีสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n     (4) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n     (5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับอนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย    \n\nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n     (1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสมและมีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง ซึ่งพนักงานศุลกากรสามารถควบคุมได้สะดวกและรัดกุม    \n     (2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ เว้นแต่โดยสภาพภูมิประเทศของกิจการ ไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แต่ต้องมีประตูเข้า-ออกมีที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (3) มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วันพร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บนรวมถึงมีการกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตาม ความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (4) มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง (e-Inventory Control System) ที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออกและของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา         \n\nการขอเปิดดำเนินการ    \n     เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:06:15"],
    [2403,"9bec0874-9875-4505-8104-3d8dd2298880","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรบนเที่ยวบิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-2b3f-4246-bf86-e096d5daa83e",53,30000,21,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรบนเที่ยวบิน ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \n\nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต    \n     (1) ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n         (1.1) มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น    \n         (1.2) เป็นผู้ประกอบกิจการสายการบินหรือผู้ได้รับอนุญาตจากผู้ประกอบกิจการสายการบินที่ให้บริการเดินอากาศยานระหว่างประเทศสำหรับขนส่งผู้โดยสาร    \n     (2) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลังสามปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำความผิดใด ๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n     (3) ผู้ยื่นคำขอต้องมีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n     (4) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n     (5) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขออนุญาตเกินสามปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย    \n\nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n     (1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม และตั้งอยู่ภายในบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติ  มีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง    \n     (2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ เว้นแต่โดยสภาพภูมิประเทศของกิจการ ไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แต่ต้องมีประตูเข้า-ออกที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบแนบท้ายประกาศนี้    \n     (3) มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่าหกสิบวัน พร้อมจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บน รวมถึงกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตามความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (4) มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออก และของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา    \n\nการขอเปิดดำเนินการ    \n     เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:11:23"],
    [2404,"9bec08e9-e416-45ed-97f6-411851617425","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอต่ออายุผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-a3ef-464f-9c17-8e571c0549f3",1,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอต่ออายุผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \n\n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\n\n\nส่วนที่ 3\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร \n\nข้อ 24\tการต่ออายุตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถยื่นแบบคำขอต่ออายุล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันสิ้นสุดการอนุญาต โดยต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด \n\tการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง มีกำหนดอายุ 3 ปี โดยให้เริ่มนับต่อจากวันสิ้นสุดการอนุญาตเดิม เว้นแต่กรณีการต่ออายุภายหลังวันสิ้นสุดการอนุญาต ให้เริ่มนับอายุตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุญาตใหม่\n\nข้อ 26\tกรณีผู้ลงทะเบียนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศนี้ ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า\n\nข้อ 27\tผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบข้อมูลทะเบียน และสถานะการลงทะเบียนได้โดยสมัครใช้งานระบบติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร (e-Tracking System) ทางเว็บไซต์ http://e-tracking.customs.go.th\n\n\n\n\nส่วนที่ 4\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\nข้อ 31\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\n\nส่วนที่ 5\n\nการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 34\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T14:50:06"],
    [2405,"9bec0a3d-d7da-4c51-b388-37f951f1c184","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับจัดแสดงหรือนิทรรศการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-2786-4602-8d07-61e8588a6f43",53,30000,19,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับจัดแสดงหรือนิทรรศการ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \n\nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต     \n     (1) เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    \n          (1.1) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ    \n          (1.2) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อื่นนอกเหนือจาก (1.1) ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ    \n     (2) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลัง 3 ปีนับแต่วันยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำความผิดใดๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n     (3) มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือมีสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n     (4) ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n     (5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับอนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย    \n\nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n     (1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม และมีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง ซึ่งพนักงานศุลกากรสามารถควบคุมได้โดยสะดวกและรัดกุม ภายในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องจัดให้มีสถานที่จัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการแยกต่างหากจากสถานที่เก็บและตรวจของ    \n     (2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ ประตูเข้า-ออกมีที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (3) มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วันพร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บน รวมถึงกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตามความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (4) มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง (e-Inventory Control System) ที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออกและของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา         \n\nการขอเปิดดำเนินการ    \n     เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:07:33"],
    [2406,"9bec0ada-420a-45c6-8754-c44259c3e221","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอยกเลิกการเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-a707-4cc8-bb5f-5227deaf73cb",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอยกเลิกการเป็นเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากร\nที่ 96/2565 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \n\n\nส่วนที่ 2\n\nการลงทะเบียน\n\nข้อ 9\tผู้ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของต้องลงทะเบียนขออนุญาตต่อกรมศุลกากร \nโดยสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n\t(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\t(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\t(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\tกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 10 ผู้ขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร\nตัวแทนออกของจากกรมศุลกากร หรือสถาบันอื่นที่ยื่นขอใช้หลักสูตรตัวแทนออกของต่อกรมศุลกากร และผ่านการทดสอบ\nวัดความรู้เพื่อขอปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของตามที่กรมศุลกากรกำหนด ให้สามารถใช้ผลการทดสอบวัดความรู้ดังกล่าวได้ ภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันลงทะเบียนขออนุญาต\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของที่หมดอายุการอนุญาตสามารถลงทะเบียน\nขอต่ออายุการอนุญาต ภายในกำหนด 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของสามารถลงทะเบียนขอเปลี่ยนสถานะการอนุญาต ภายในกำหนดการอนุญาต หรือไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันสิ้นสุดการอนุญาต โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ที่กรมศุลกากรกำหนดใหม่\n\tการเปลี่ยนสถานะการอนุญาตตามวรรคสาม หมายความว่า การขอยกเลิกการเป็นตัวแทนออกของบุคคลธรรมดา\nเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือการขอต่ออายุการอนุญาตโดยการขอยกเลิกการเป็น\nตัวแทนออกของบุคคลธรรมดาเพื่อลงทะเบียนขออนุญาตเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ หรือในทางกลับกัน\n\n\nส่วนที่ 3\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n\nข้อ 25\tผู้ที่แจ้งขอยกเลิกการลงทะเบียน จะถือว่าสิ้นสภาพการเป็นตัวแทนออกของ และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ \nนับแต่วันที่ยื่นแบบคำขอเป็นต้นไป\n\nข้อ 26\tกรณีผู้ลงทะเบียนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศนี้ ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่ออาจระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนตัวแทนออกของและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า\n\nข้อ 27\tผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบข้อมูลทะเบียน และสถานะการลงทะเบียนได้โดยสมัครใช้งานระบบติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร (e-Tracking System) ทางเว็บไซต์ http://e-tracking.customs.go.th\n\n\nส่วนที่ 4\n\nการลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n\nข้อ 31\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\nส่วนที่ 5\n\nการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\n\nข้อ 34\tการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การต่ออายุ การยกเลิก และการระงับการใช้ข้อมูลทะเบียนให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 23 ข้อ 24 ข้อ 25 ข้อ 26 และข้อ 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม\n\nหมายเหตุ\n\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น\nผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา\nให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ\nจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ\nยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\nเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T14:59:49"],
    [2407,"9bec0af2-76b9-45c9-a901-731a1eea6b1a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-23d1-49f7-b9e5-0bebb5d07e22",53,30000,22,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต     \n(1) เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    \n(1.1) ทุนจดทะเบียนของผู้ขอใบอนุญาต    \n(1.1.1) คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อการเก็บของสำหรับร้านค้าปลอดอากร มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทของกิจการ    \n(1.1.2) คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทของกิจการ    \n(2) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลัง 3 ปีนับแต่วันยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำความผิดใดๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n(3) มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือมีสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n(4) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n(5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับอนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย    \nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n(1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม มีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง    \n(2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ เว้นแต่โดยสภาพภูมิประเทศของกิจการไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แต่ต้องมีประตูเข้า-ออกมีที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด    \n(3) มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่าหกสิบวันพร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บนรวมถึงมีการกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตาม ความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด    \n(4) มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง (e-Inventory Control System) ที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออกและของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา    \n(5) ร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมืองกรณีส่งมอบของ ณ จุดส่งมอบที่กำหนด (Pick-up counter) ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องระบุว่าจะส่งมอบของที่ขาย ณ จุดส่งมอบของที่ใด    \n(5.1) จุดส่งมอบของต้องตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่ผู้ซื้อจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว    \n(5.2) กรณีผู้ขอใบอนุญาตมิใช่นิติบุคคลเดียวกับผู้ให้บริการจุดส่งมอบของ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นเอกสารสัญญาบริการระหว่างผู้ขอรับใบอนุญาตกับผู้ให้บริการจุดส่งมอบของ    \n(5.3) ต้องมีสถานที่สำหรับให้พนักงานศุลกากรตรวจสอบของที่ส่งมาจากร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมืองเพื่อเตรียมส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดเก็บของที่รอการส่งมอบ         \nการขอเปิดดำเนินการ    \nเมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:06:28"],
    [2408,"9bec0b9d-51f8-4ae5-b6c3-fdc8606bce2e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-2013-41e6-ba95-360ea998e3d3",53,30000,21,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \n\nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต     \n     (1) เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    \n         (1.1) เป็นผู้ที่ดำเนินกิจการอู่ซ่อม หรือสร้างเรือ หรือส่วนของเรือ ซึ่งมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด เว้นแต่ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน    \n        (1.2) เป็นผู้มีความสามารถในการซ่อม หรือสร้างเรือเดินทะเล หรือส่วนของเรือเดินทะเลที่มีขนาดเกินหกสิบตันกรอสขึ้นไป โดยมีหนังสือรับรองความสามารถจากสำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า    \n     (2) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลังสามปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำผิดใด ๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n     (3) มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือมีสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n     (4) ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n     (5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาตเว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับอนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย    \n\nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n     (1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม และมีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง ซึ่งพนักงานศุลกากรสามารถปฏิบัติงานได้สะดวกและรัดกุม    \n     (2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ เว้นแต่โดยสภาพภูมิประเทศของกิจการ ไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แต่ต้องมีประตูเข้า-ออกมีที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (3) มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วันพร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บน รวมถึงกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตาม ความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (4) มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง (e-Inventory Control System) ที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออกและของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา         \n\nการขอเปิดดำเนินการ    \n     เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:19:39"],
    [2409,"9bec0bb1-2020-45eb-9a74-945a48f2a2a6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอรับใบอนุญาตการเป็นผู้ให้บริการเคาน์เตอร์บริการ (Service Counter) เกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร และการต่ออายุใบอนุญาตการเป็นเคาน์เตอร์บริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-c04d-433d-8e07-f9bc675b3270",42,0,16,"ในการทำธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ที่ดำเนินการโดยใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของเคาน์เตอร์บริการนี้ ไม่มีผลกระทบถึงกฎหมายหรือกฎใดที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค\n(1) คำว่า “ผู้ให้บริการเคาน์เตอร์บริการ” หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างในการให้บริการบันทึกข้อมูล และรับ-ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์กับระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร ให้แก่ผู้ผ่านพิธีการศุลกากรหรือดำเนินกระบวนการทางศุลกากรซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างโดยคิดค่าบริการ\n(2) คำว่า “ใบอนุญาต” หมายถึง หนังสืออนุญาตให้ประกอบธุรกิจเคาน์เตอร์บริการเกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร\n\nคุณสมบัติของผู้ขอรับ/ต่ออายุใบอนุญาต\nขอรับการอนุญาตให้บริการเคาน์เตอร์บริการเกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสารต้องมีคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย\n(2) เป็นสมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวกับการออกของที่กรมศุลกากรรับรอง\n(3) เป็นผู้มีความสามารถในการให้บริการ ดังนี้\n(3.1) มีสถานประกอบการที่มีความสะดวกและเหมาะสมแก่การให้บริการแก่ผู้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยทั่วไป\n(3.2) มีเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะและจำนวนที่เหมาะสมในการดำเนินการ และมีระบบการประมวลผลด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามวิธีการและมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด\n(3.3) มีอุปกรณ์บันทึกภาพของผู้มาใช้บริการส่งข้อมูล โดยให้จัดเก็บภาพที่บันทึกเป็นรายใบขนสินค้าเพื่อให้กรมศุลกากรตรวจสอบ\n(3.4) มีระบบมาตรฐานรักษาความมั่งคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรฐานตามที่กรมศุลกากรกำหนด\n(3.5) มีพนักงานที่สามารถบันทึกและรับ-ส่ง ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด\n(4) ต้องไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามที่กฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร ในการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง 2 ปี นับแต่ยื่นขอเว้นแต่กรณีความผิดเล็กน้อยหรือความผิดที่กรมศุลกากรเห็นควรให้ได้รับการผ่อนผันและไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตการให้บริการ\n(5) กรรมการหรือพนักงานผู้มีอำนาจจัดการของผู้ให้บริการซึ่งมีสิทธิยื่นคำขออนุญาตต้องไม่มีคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้\n(5.1) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต หรือกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์\n(5.2) เป็นกรรมการหรือพนักงานผู้มีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตในการให้บริการเคาน์เตอร์บริการเกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสารหรือใบอนุญาตตัวแทนออกของ\n\nหลักเกณฑ์และวิธีการขอรับ/ต่ออายุใบอนุญาต\nในการขอรับใบอนุญาต ผู้ประสงค์จะเป็นผู้ให้บริการเคาน์เตอร์บริการเกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร\n(1) ต้องยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตและเอกสารหลักฐานตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนดต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร ซึ่งสถานประกอบการของผู้ให้บริการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ\n(2) ต้องยื่นหลักฐานแสดงรายการดังต่อไปนี้\n(2.1) หนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งออกให้ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันยื่นขอรับอนุญาต\n(2.2) หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกประเภทเคาน์เตอร์บริการจากสมาคมที่เกี่ยวกับการออกของที่กรมศุลกากรรับรอง\n(2.3) เอกสารแสดงความเหมาะสมในการให้บริการเคาน์เตอร์บริการ อย่างน้อยต้องมีรายการ แผนที่ตั้งสถานประกอบการพร้อมแบบแผนผังสถานที่ให้บริการ คุณลักษณะและจำนวนของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ในการให้บริการจำนวนพนักงานที่ให้บริการ และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ\n(2.4) หนังสือรับรองจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าบุคคลตาม (5) ไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามข้อ (5) (5.1)\n(2.5) ให้ผู้ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตทำสำเนาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้ยื่นคำร้องขอรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ชุด แนบพร้อมคำร้องด้วย\n\nเงื่อนไข\n(1) เอกสารหลักฐานประกอบคำร้องขอรับ/ต่ออายุใบอนุญาตต้องถูกต้องครบถ้วนโดยสมบูรณ์จึงจะรับพิจารณา\n(2) ผู้ขอรับ/ต่ออายุใบอนุญาตต้องยินยอมและอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตามอำนาจหน้าที่หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานผู้รับคำร้องขอรับ/ต่ออายุใบอนุญาต ในการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ความสามารถของพนักงานผู้ปฏิบัติงาน เพื่อประเมินความเหมาะสมในการให้บริการ\n(3) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องผ่านการทดสอบระบบการประมวลผลบนระบบทดสอบ (Test System) ตามที่สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำหนด\n(4) เมื่อผ่านหลักเกณฑ์การประเมินความเหมาะสมในการให้บริการ และผ่านการทดสอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับกรมศุลกากรแล้ว ผู้รับคำร้องจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตไปทำสัญญาประกันทัณฑ์บน และวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือหลักทรัพย์อื่นใดที่กรมศุลกากรเห็นชอบในวงเงิน 100,000 บาทต่อใบอนุญาตต่อสถานประกอบกิจการที่ให้บริการ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้รับคำร้อง\n(5) ผู้ขอรับใบอนุญาต/ต่ออายุใบอนุญาตต้องจัดทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด\n(6) ผู้ให้บริการเคาน์เตอร์บริการเกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (Service Counter) ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ\n(7) ใบอนุญาตที่ผู้ให้บริการเคาน์เตอร์บริการได้รับมีกำหนดสามปี\n(8) ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่ไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันครบกำหนดอายุใบอนุญาตหากผู้ให้บริการเคาน์เตอร์บริการประสงค์จะให้บริการต่อไป ให้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาต\n(9) เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ผู้ให้บริการเคาน์เตอร์บริการสามารถให้บริการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาต\n(10) ให้นำหลักเกณฑ์ว่าด้วยการขออนุญาตมาใช้บังคับกับการต่ออายุใบอนุญาตโดยอนุโลม\n(11) ใบอนุญาตที่ได้รับการต่ออายุให้มีกำหนดครั้งละสามปี\nโดยมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้\n1. มีหนังสือสอบถามประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรของผู้ขอรับใบอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกรมศุลกากร\n2. มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารออกรหัสทดสอบระบบการประมวลผลแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตให้บริการเคาน์เตอร์บริการเพื่อดำเนินการทดสอบการขอรับใบอนุญาต\n3. มีหนังสือแจ้งวันและเวลาที่จะเข้าตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาต ณ สถานประกอบการตามที่แจ้ง\n4. เข้าตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตตามวันและเวลาตามที่แจ้ง\n5. แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนและหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร / แจ้งให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตจัดทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนยื่นต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่รับพิจารณา","2024-04-30T15:02:05"],
    [2410,"9bec0c72-7305-4dc4-b40e-fb4d3435ac12","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-1c6c-4dd8-953f-e91636ed26d9",53,30000,22,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \n\nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต     \n     (1) เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    \n         (1.1) ทุนจดทะเบียนของผู้ขอใบอนุญาต    \n              (1.1.1) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ    \n              (1.1.2) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อื่นนอกเหนือจาก (1.1.1) ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ    \n     (1.2) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลังสามปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำความผิดใด ๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n     (1.3) ผู้ยื่นคำขอต้องมีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n     (1.4) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n     (1.5) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขออนุญาตเกินสามปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย    \n\nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n     (1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งจะต้องได้รับใบอนุญาตใช้สถานที่สำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 หรือใบอนุญาตอื่นตามกฎหมายดังกล่าว และจะต้องอยู่ในบริเวณที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งพนักงานศุลกากรสามารถควบคุมได้สะดวกและรัดกุม    \n     (2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ ประตูเข้า-ออกที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเข้ากับระบบข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพเรือ กรมตำรวจ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมทะเบียนการค้า กรมโยธาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ฯลฯ เพื่อใช้ในการตรวจสอบกำกับและปราบปราม และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บน    \n     ภายในพื้นที่ต้องมีถังสำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ปริมาตรความจุถังรวมกันไม่น้อยกว่าสามพันลูกบาศก์เมตร (สามล้านลิตร) ถังสำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวทุกใบ จะต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง โดยผ่านการรับรองและอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน มีท่อทางรับ-จ่ายที่สามารถควบคุมปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุม อีกทั้งจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของตารางคำนวณปริมาตรความจุประจำถังจากกรมศุลกากร เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณปริมาณและน้ำหนักสำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่นำเข้าเก็บและส่งออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน    \n     กรณีขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่มีท่าเรือรับอนุญาตต้องมีเอกสารหลักฐานและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งท่าเรือรับอนุญาตและต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้    \n(1) หนังสืออนุญาตหรือใบอนุญาตของสำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี กระทรวงคมนาคม ให้เป็นผู้จัดตั้งทำเนียบ \n    ท่าเรือสาธารณะ    \n(2) หนังสืออนุญาตหรือใบอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเลจากสำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี กระทรวง \n    คมนาคม    \n(3) เอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)    \n     (3) ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ติดตั้งมิเตอร์ที่ท่อทางรับ-จ่ายที่ท่าเทียบเรือ พร้อมจัดหาเครื่องคำนวณ เครื่องชั่ง ตวง วัด ที่ได้มาตรฐาน เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์เพื่อแสดงและบันทึกข้อมูลรับ-จ่ายและคงเหลือของก๊าซปิโตรเลียมเหลว และข้อมูลอื่นที่จำเป็นของคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว รวมถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บน มีการกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บน ให้มีความรอบคอบรัดกุมตามความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด และข้อมูลเกี่ยวกับเรือและกำหนดเวลาเข้า-ออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว    \n     (4) หลักฐานการควบคุมและทะเบียนบัญชีให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง ควบคุมจำนวนก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่พนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บการนำของออก และของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพร้อมให้พนักงานศุลกากรตรวจสอบได้ตลอดเวลา         \n\nการขอเปิดดำเนินการ    \n     เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:10:22"],
    [2411,"9bec0ce0-580f-4c59-a040-bff6283ccb4e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การให้สิทธิในการเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-cc38-4bd1-be86-740e4822480f",60,0,16,"ข้อ 1. ผู้ที่ประสงค์จะขอใช้สิทธิในการเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n1.)\tต้องเป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท\n2.)\tต้องมีผู้ชำนาญการที่ได้รับการสอบจากกรมศุลกากรตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนด \nอย่างน้อย 1 คน\n3.)\tต้องไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้ตรวจสอบประวัติย้อนหลัง 2 ปี นับแต่ยื่นคำขอ เว้นแต่กรณีความผิดเล็กน้อย หรือความผิดที่ศุลกากรเห็นควรให้ได้รับการผ่อนผัน \nข้อ 2. หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน\n1.)\tต้องมีสถานที่ให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถใช้ในการคัดแยกของ ตรวจปล่อยของ และการจัดเก็บค่าภาษีอากร รวมทั้งต้องมีเครื่องมือ เครื่องใช้ในการปฏิบัติงาน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง X-Ray \nเครื่องชั่งน้ำหนัก ฯลฯ ซึ่งพร้อมใช้ปฏิบัติงานได้อยู่เสมอ พร้อมทั้งต้องมีพื้นที่เพื่อใช้เก็บของ\nที่ยังไม่สามารถตรวจปล่อยได้\n2.)\tต้องมีความพร้อมในการจัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแจ้งรายละเอียดของบัญชีสินค้าล่วงหน้าและ/หรือคำร้องขอส่งของเร่งด่วนออกโดยรีบด่วนก่อนของมาถึง ตามมาตรฐานและเวลาที่กรมศุลกากรกำหนด\n3.)\tต้องสามารถคัดแยกของและปฏิบัติตามหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ในการเลือกตรวจของ\n4.)\tต้องมีความพร้อมในการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสารในระบบพิธีการศุลกากรของเร่งด่วน (e-Express) ตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด\nข้อ 3. ผู้ที่ได้รับอนุมัติเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน จะต้องให้สัญญาประกันและทัณฑ์บนตามแบบที่กำหนด และจะต้องดำเนินการวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติพิธีการและตรวจปล่อยสินค้าเร่งด่วนต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรของพื้นที่\nที่กำกับดูแล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งโดยการลงทะเบียนตอบรับทางไปรษณีย์ หากมิได้ให้สัญญาประกันและทัณฑ์บน และวางหลักประกันในวงเงินดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์\nข้อ 4. การเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน\n1.)\tให้มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ได้วางหลักประกันตามที่กรมศุลกากรกำหนด\n2.)\tในการขอต่ออายุการเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน ต้องยื่นคำร้องต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรของพื้นที่ที่กำกับดูแลภายใน 120 วันแต่ไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนวันครบกำหนดอายุในการเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน\n3.)\tผู้ที่ได้รับอนุมัติเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน หากภายหลังกรมศุลกากรพิจารณาแล้วเห็นว่าคุณสมบัติ\nไม่ครบถ้วน ให้ถือว่าถูกเพิกถอนสิทธิในการเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน\n4.)\tผู้ประกอบการของเร่งด่วนรายใดประสงค์จะเลิกเป็นผู้ประกอบการของเร่งด่วน ให้แจ้งเป็นหนังสือ\nต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรของพื้นที่ที่กำกับดูแล\nหมายเหตุ\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่พิจารณาข้อมูลเพียงพอต่อการวินิจฉัย\nตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T16:21:26"],
    [2412,"9bec0d54-a089-4fbd-92a4-acd8f1ac5dbe","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-b440-41fe-b513-dc307d95da51",53,300000,19,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน    \n\nหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต     \n(1) เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    \n     (1.1) ทุนจดทะเบียนของผู้ขอใบอนุญาต    \n          (1.1.1) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ    \n          (1.1.2) สถานที่ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อื่นนอกเหนือจาก (1.1.1) ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ    \n          (1.1.3) กรณีตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ    \n     (1.2) ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลัง 3 ปีนับแต่วันยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึง การกระทำความผิดใดๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย    \n(2) มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือมีสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้    \n(3) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต    \n(4) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับอนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย              \n\nเงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ     \n     (1) สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม ซึ่งพนักงานศุลกากรสามารถปฏิบัติงานได้สะดวกและรัดกุม ต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10,000 ตารางเมตร และภายในพื้นที่ดังกล่าวต้องมีอาคารเก็บของไม่น้อยกว่า 1,000 ตารางเมตรหรือตามขนาดพื้นที่ที่อธิบดีเห็นสมควร    \n     (2) ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบ โดยมีรั้วล้อมรอบ ประตูเข้า-ออกมีที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติตามที่กรมศุลกากรกำหนด มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (3) มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วันพร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บนรวมถึงมีการกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตาม ความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด    \n     (4) มีระบบควบคุมสินค้าคงคลัง (e-Inventory Control System) ที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออกและของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา         \n\nการขอเปิดดำเนินการ    \n     เมื่อดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว ให้ยื่นคำขอเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ณ ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อม ณ สถานที่ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ก่อนดำเนินการพิจารณาอนุญาตให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อไป","2024-04-30T16:01:53"],
    [2413,"9bec0eec-f82a-4552-8bbf-f80d851f4107","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-b077-4d6b-a877-206031e33e24",74,0,25,"1. หลักเกณฑ์ ในการขออนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(1) ตัวแทนออกของที่มีความประสงค์จะขอรับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมศุลกากรให้เป็นตัวแทนออกของ และประกอบกิจการตัวแทนออกของตามที่ได้ลงทะเบียนไว้กับกรมศุลกากรมาแล้วอย่างน้อยสามปี\n\t(2) ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท\n\t(3) เป็นสมาชิกสมาคมตัวแทนออกของที่กรมศุลกากรรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี\n\t(4) มีฐานะทางการเงินมั่นคง โดยพิจารณาจากผลประกอบการที่ได้นำส่งงบการเงินต่อกระทรวงพาณิชย์ ตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่าเป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลังสามปีบัญชีสุดท้ายติดต่อกัน\n\t(5) ไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามมาตรา 204 หรือมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 หรือความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา และคดีถึงที่สุดแล้ว โดยให้ตรวจสอบประวัติย้อนหลังไม่เกินสามปี นับแต่วันยื่นใบสมัครขอเป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(6) มีความพร้อมในการปฏิบัติพิธีการศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด\n\t(7) มีผู้ชำนาญการศุลกากรที่กรมศุลกากรรับรองปฏิบัติหน้าที่ประจำอย่างน้อยหนึ่งคน และมีพนักงานหรือลูกจ้าง\nที่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของในจำนวนที่เหมาะสมกับปริมาณงานของตัวแทนออกของนั้น ๆ\n\t(8) มีคู่มือหรือระเบียบมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure) มีแผนควบคุม มีระบบการจัดการและการประเมินความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย\nในห่วงโซ่อุปทาน รายละเอียดตามเอกสารคำแนะนำการรักษาความปลอดภัยประกอบการขอเป็นผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(9) มีสถานประกอบการที่เหมาะสม สำหรับประกอบกิจการตัวแทนออกของ และตั้งอยู่ ณ ที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์\n\t(10) ไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของ หรือไม่เคยถูกเพิกถอนสถานภาพการเป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ ในช่วงสามปีย้อนหลังนับแต่วันที่ยื่นใบสมัคร\n\n\t2. วิธีการ\n\t(1) ตัวแทนออกของที่ประสงค์จะเป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ สามารถยื่นใบสมัครได้ที่ส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร พร้อมเอกสารประกอบตามแบบแนบท้ายนี้\n\t(2) รายละเอียดประกอบการพิจารณา เช่น\n\t2.1) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารประกอบอื่น ๆ เช่น สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า\n\t2.2) บัญชีรายชื่อผู้ชำนาญการศุลกากร และพนักงานหรือลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ พร้อมหนังสือรับรองการว่าจ้าง ตามแนบท้ายนี้\n\t2.3) สำเนางบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ย้อนหลังสามปี\n\t2.4) แผนที่ และแผนผังแสดงที่ตั้งของอาคารสถานที่และบริเวณโดยรอบของสถานประกอบการซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรักษาความปลอดภัย (Site Plan)\n\t2.5) แบบประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมเอกสารประกอบคำอธิบายในการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย ตามที่ระบุในเอกสารคำแนะนำการรักษาความปลอดภัยประกอบการขอเป็นผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t2.6) แบบแสดงหลักฐานเกี่ยวกับสถิติหรือประมาณการที่จะขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรตามพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. 2524 และยอดเงินอากรที่ขอคืนตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ของผู้นำของเข้าและผู้ส่งของออก ที่มอบอำนาจให้ปฏิบัติงานออกของในช่วงสามเดือน ก่อนวันยื่นใบสมัคร\nขอเป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ\n\tในกรณีผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถมายื่นเอกสารได้ด้วยตนเอง ผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ และเอกสารแสดงตน ได้แก่ บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจลงนามและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ เอกสารต่าง ๆ ของผู้สมัคร กรมศุลกากรจะถือเป็นความลับ และใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของกรมศุลกากรเท่านั้น\n\n\t3. การตรวจสอบเอกสาร คุณสมบัติ และสถานประกอบการ\n\t(1) ส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร จะพิจารณาสถานภาพภายหลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติและสถานประกอบการแล้ว\n\tกรณีที่ผู้สมัครไม่ดำเนินการยื่นเอกสารหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน กรมศุลกากรจะทำหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครทราบ หากผู้สมัครเพิกเฉย ไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุอันควร ครบสองครั้ง ให้ถือว่าผู้สมัครไม่ประสงค์จะดำเนินการสมัครเป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอต่อไป และกรมศุลกากรจะยกเลิกใบสมัครของผู้สมัครรายนั้น ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์ในการสมัครใหม่\n\t(2) ผู้ที่จะได้รับการอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ จะต้องผ่านการประเมินผลการตรวจสอบคุณสมบัติ สถานประกอบการ และการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ที่\nกรมศุลกากรกำหนด\n\t(3) ในกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านการพิจารณา กรมศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาพร้อมเหตุผลให้ทราบ โดยผู้สมัครสามารถยื่นคำร้องขอให้ทบทวนผลการพิจารณา ตามแบบแนบท้ายนี้ ณ ส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นเพิ่มเติม กรมศุลกากรจะดำเนินการพิจารณาทบทวนและแจ้งผลให้ทราบภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง ผลการพิจารณาทบทวนให้ถือเป็นที่สุด\n\t(4) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ จะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน และ\nวางหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างอื่นตามที่กรมศุลกากรเห็นชอบในวงเงินไม่ต่ำกว่าสองล้านบาทแต่ไม่เกินสิบล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันการเรียกค่าภาษีอากรหรือภาระหนี้\nค่าภาษีอากร หรือการเรียกคืนเงินชดเชยค่าภาษีอากรหรือการเรียกคืนเงินอากรที่ได้รับคืนไปแล้ว หรือการเรียกให้ชำระเบี้ยปรับ หรือค่าปรับ หรือค่าเสียหายใด ๆ ตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่กรมศุลกากรประกาศอนุญาต\nให้เป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ\n\tกรณีที่มีธุรกรรมเกี่ยวกับการขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรตามพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. 2524 หรือการขอคืนอากรตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ให้วางหลักประกันในวงเงินร้อยละยี่สิบห้าของประมาณการที่จะขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรหรือยอดเงินคืนอากรตามมาตรา 29 ในช่วงสามเดือนรวมกันก่อนวันยื่นใบสมัคร\n\t(5) กรมศุลกากรจะพิจารณาทบทวนสถานภาพของตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอทุก ๆ สามปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ \n\tเมื่อครบกำหนดสามปี กรมศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งให้ตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอจัดทำแบบประเมิน\nมาตรการรักษาความปลอดภัยพร้อมเอกสารประกอบ ยื่นที่ส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง และกรมศุลกากรจะทำการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติ และ\nเข้าตรวจประเมินสถานประกอบการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของโครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ โดยจะแจ้งให้ทราบเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนเข้าตรวจ ทั้งนี้ ตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโออาจขอเลื่อนการตรวจสอบทบทวนได้อีกสิบห้าวัน โดยต้องมีหนังสือแจ้งขอเลื่อนต่อส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันนัดตรวจ\n\tเมื่อพนักงานศุลกากรทำการตรวจสอบสถานประกอบการแล้วพบว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอจะต้องทำการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยตามที่ได้รับคำแนะนำให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง\n\tผู้ที่ผ่านการทบทวนสถานภาพ จะต้องผ่านการประเมินผลการตรวจสอบคุณสมบัติ สถานประกอบการ และการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด และสามารถคงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยของโครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(6) กรมศุลกากรมีอำนาจเข้าตรวจสอบสถานประกอบการของตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอในด้านที่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัย ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย โดยจะมีหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนเข้าตรวจสอบ\n\n\t4. เงื่อนไข\n\tกรมศุลกากร กำหนดให้ตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ ต้องมีคุณสมบัติและสถานประกอบการต้องจัดให้มีแผนควบคุม มีระบบการจัดการและประเมินความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน ครบถ้วน และต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 121/2561 \nลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 หมวด 2 ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกรมศุลกากรที่ 121/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 หมวด 3 อาทิเช่น สิทธิพิเศษด้านพิธีการศุลกากรนำของเข้า ด้านพิธีการศุลกากรส่งของออก ด้านพิธีการศุลกากรส่งของกลับออกไป (Re-Export) ด้านพิธีการศุลกากรสินค้าถ่ายลำ ด้านพิธีการศุลกากรสินค้าผ่านแดน ด้านการคืนอากรทั่วไป หมวด 4 อาทิเช่น สิทธิพิเศษด้านการคืนอากรตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 สิทธิพิเศษด้านการชดเชยค่าภาษีอากร เป็นต้น\n\n\tหมายเหตุ\n\t(1) การนับระยะเวลาเป็นไปตามตารางขั้นตอนคู่มือด้านล่าง โดยจะเริ่มนับเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว\n\t(2) ค่าธรรมเนียมคู่มือสำหรับประชาชน 40 บาท/หน้า","2024-04-30T15:10:04"],
    [2414,"9bec102d-4c0c-499d-905a-1df87a00771f","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งโรงพักสินค้าเพื่อตรวจปล่อยของขาเข้าและบรรจุของขาออกที่ขนส่งโดยระบบคอนเทนเนอร์นอกเขตท่าเรือรับอนุญาต (รพท./Inland Container Depot: ICD) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-baa5-49aa-932a-7f4129bb84a0",25,10000,17,"\"ใบแทน\" ด้วยตัวอักษรสีแดงกำกับไว้ ด้านบนของใบอนุญาต \n8. หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ได้รับใบอนุญาต \n8.1 ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมรายปีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การชำระค่าธรรมเนียมรายปีของปีถัดไปต้องชำระก่อนวันที่ 1 มกราคมของปีที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมนั้น และค่าธรรมเนียมรายปีจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี \n8.2 แสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ รพท./ICD ของผู้ได้รับใบอนุญาตนั้น \n9. การแจ้งเลิกการดำเนินการ รพท./ICD กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตมีความประสงค์จะเลิกการดำเนินการ ให้ยื่นคำขอแจ้งเลิกการดำเนินการ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่จะเลิกการดำเนินการต่อกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับ รพท./ICD และปฏิบัติดังนี้  \n(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องหยุดการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาต และให้ของที่เก็บใน รพท./ICD เป็นของตกค้าง ซึ่งกรมศุลกากรจะดำเนินการนาออกขายทอดตลาด หรือทำลาย หรือให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ขนส่ง ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี \n(2) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าภาษีอากร ตลอดจนค่าภาระติดพันที่มีอยู่กับกรมศุลกากรให้ครบถ้วน \n(3) กรมศุลกากรจะยกเลิกใบอนุญาต ซึ่งจะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ\n10. การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตโรงพักสินค้าเพื่อตรวจปล่อยของขาเข้าและบรรจุของขาออกที่ขนส่งโดยระบบคอนเทนเนอร์นอกเขตท่าเรือรับอนุญาต (รพท./Inland Container Depot: ICD) \n10.1 การพักใช้ใบอนุญาต \n(1) กรณีที่กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลตรวจสอบพบว่าผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขในการอนุญาต ให้พนักงานศุลกากรมีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหรือแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคแรกให้พนักงานศุลกากรมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือน เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง ผู้ได้รับใบอนุญาตยังไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหนังสือแจ้งเตือน อธิบดีจะสั่งพักใช้ใบอนุญาตพร้อมทั้งระงับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 60 วัน ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดดาเนินการ เพื่อแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขในการอนุญาต ตามระยะเวลาที่กำหนด \n(2) กรณีที่ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตได้ปฏิบัติถูกต้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขในการอนุญาต ให้พนักงานศุลกากรพิจารณาเสนออธิบดีให้สั่งยกเลิกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนกำหนดเวลาได้ \n10.2 การเพิกถอนใบอนุญาต อธิบดีมีอานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ \n(1) ไม่ดำเนินการภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หรือหยุดดำเนินการติดต่อกันเกินกว่า 180 วันโดยไม่ได้แจ้งให้กรมศุลกากรทราบ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาต ยื่นหนังสือแสดงเหตุผลและความจำเป็นก่อนสิ้นระยะเวลาดังกล่าว อธิบดีจะมีคำสั่งขยายเวลาออกไปได้ตามความจำเป็นก็ได้ \n(2) ถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป \n(3) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต \n(4) ไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามที่กำหนด ภายในระยะเวลาที่อธิบดีมีหนังสือแจ้งเตือน \n10.3 อธิบดีจะมีหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทราบ และปิดประกาศหนังสือแจ้งการพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทาการของผู้ได้รับใบอนุญาต โดยให้ผู้ได้รับใบอนุญาตส่งมอบใบอนุญาตที่ถูกเพิกถอนต่อด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากร ที่กำกับดูแล หรือกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีคาสั่งเพิกถอนใบอนุญาต \n10.4 กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องดำเนินการเช่นเดียวกับการแจ้งเลิกการดำเนินการ \n11. การจัดเก็บเอกสาร \n(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเก็บและรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับการดำเนินการโรงพักสินค้าเพื่อตรวจปล่อยของขาเข้าและบรรจุของขาออกที่ขนส่งโดยระบบคอนเทนเนอร์นอกเขตท่าเรือรับอนุญาตไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่นำของเข้าหรือส่งของออก\n(2) กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ต้องเก็บและรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูลดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต \nหมายเหตุ \n*ค่าธรรมเนียมคู่มือสำหรับประชาชน 40 บาท/หน้า \n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T16:13:19"],
    [2415,"9bec110b-3057-4753-8b34-722bfd39c0a1","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง และท่าเรือรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-1871-4577-9e83-83820c720243",25,10000,19,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1. หลักการ\n1.1 การจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง และท่าเรือรับอนุญาต จัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2560 ซึ่งบัญญัติว่า\n     มาตรา 111 วรรค 2 การจัดตั้งโรงพักสินค้าหรือที่มั่นคงให้ดำเนินการได้เพื่อเป็นสถานที่สำหรับตรวจ เก็บ หรือตรวจปล่อย ของนำเข้าหรือของส่งออกที่ยังมิได้เสียอากร\n     วรรค 3 การจัดตั้งท่าเรือรับอนุญาตให้ดำเนินการได้เพื่อนำของเข้ามาในหรือส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร \nการผ่านแดน หรือการถ่ายลำ\n     มาตรา 112 ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี\n     การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาตนั้นได้\n     ในระหว่างที่มีการยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต หากอธิบดีเห็นว่ามี\nความจำเป็นอาจอนุญาตให้จัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาตชั่วคราวไปพลางก่อนได้ โดยผู้ขอรับ\nใบอนุญาตต้องแสดงแผนผังเกี่ยวกับสถานที่ตั้งและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี\nประกาศกำหนด\n1.2 “โรงพักสินค้า” หมายความว่า พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นโรงพักสินค้าตามกฎหมายศุลกากร เพื่อเป็นสถานที่สำหรับตรวจ เก็บ หรือตรวจปล่อย ของนำเข้า  หรือของส่งออกที่ยังมิได้เสียอากรและยังอยู่ในอารักขาของศุลกากรโดยมีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง\n“ที่มั่นคง” หมายความว่า พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นที่มั่นคงตามกฎหมายศุลกากรเพื่อเป็นสถานที่สำหรับตรวจ เก็บ หรือตรวจปล่อยของนำเข้า หรือของส่งออกที่ยังมิได้เสียอากรและยังอยู่ในอารักขาของศุลกากร โดยมีรั้วรอบขอบชิดที่ศุลกากรควบคุมได้ ไม่ว่าจะมีโรงเรือนสำหรับเก็บของหรือไม่ก็ได้\n“ท่าเรือรับอนุญาต” หมายความว่า ท่าเรือที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายศุลกากรเพื่อนำของเข้ามาในหรือส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร การผ่านแดน หรือการถ่ายลำ\n\n2. หลักเกณฑ์\nการขออนุญาตจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง และท่าเรือรับอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากรที่ 135/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 และประกาศกรมศุลกากร ที่ 139/2563 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกรมศุลกากร ที่ 135/2561 ดังนี้\n2.1 หลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต\n     (1) ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียน ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n      (1.1) ทุนจดทะเบียนของผู้ขอใบอนุญาต\n            1) สถานที่ขอจัดตั้งโรงพักสินค้า หรือที่มั่นคงตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ\n            หากตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อื่นนอกเหนือจากวรรคแรก ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ\n            2) สถานที่ขอจัดตั้งท่าเรือรับอนุญาตตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ\nหากตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อื่นนอกเหนือจากวรรคแรก ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทกิจการ\n      (2) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลังสามปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมาย ให้หมายความถึง การกระทำความผิดใดๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย\n      (3) ผู้ยื่นคำขอต้องมีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือของผู้รับจำนองแสดงความยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต แล้วแต่กรณี\n      (4) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต\n      (5) ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขอรับอนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย\n\n3. เงื่อนไข\n3.1 สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม กรณีท่าเรือรับอนุญาตต้องมีการดำเนินการและใช้หลักฐานและเอกสารประกอบ ดังนี้\n(1) จัดเตรียมพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการนำเครื่องเอกซ์เรย์มาปฏิบัติงานในอนาคตตามนโยบายของ          กรมศุลกากร \n(2) ใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 \n(3) หนังสือรับรองการตรวจสภาพท่าของกรมเจ้าท่าที่แสดงได้ว่าท่าเทียบเรือขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอส มีสภาพมั่นคงแข็งแรง\n(4) ประกาศกรมเจ้าท่า เรื่อง รายละเอียดและข้อกำหนดของท่าเทียบเรือที่แสดงได้ว่าเป็นท่าเทียบเรือของผู้ขอจัดตั้ง \n(5) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล จากกระทรวงคมนาคม ที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดให้กิจการท่าเรือเดินทะเลเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือน    ถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ. 2522 ซึ่งตราขึ้นตามข้อ 3 (9) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2515 \n(6) ประกาศกรมเจ้าท่า เรื่อง การอนุญาตท่าเทียบเรือขนถ่ายสินค้าทั่วไปและตู้คอนเทนเนอร์ (ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456) ของผู้ขอจัดตั้ง (กรณีขอจัดตั้งท่าเรือรับอนุญาตในแม่น้ำเจ้าพระยา และขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์)\n(7) หนังสือรับรองการก่อสร้างอาคารของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบแต่ละท้องที่ที่ขอจัดตั้ง ที่แสดงได้ว่าการก่อสร้าง        ท่าเทียบเรือเป็นไปโดยถูกต้อง\n3.2 ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบโดยต้องมีรั้วล้อมรอบและประตูเข้า-ออกที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากร ซึ่งในกรณีของโรงพักสินค้าหรือท่าเรือรับอนุญาต ภายในห้องทำงานดังกล่าว ต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติตามที่กรมศุลกากรกำหนด มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบงานคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับโรงพักสินค้า หรือท่าเรือรับอนุญาต\n3.3 มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า-ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ รวมถึงมีการกำกับดูแลโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต ให้มีความรอบคอบรัดกุมตามความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด\n\n4. ในกรณีมีความจำเป็นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้อธิบดีผ่อนผันหลักเกณฑ์และเงื่อนไขผู้ขอรับใบอนุญาตตามประเภทและขนาดของกิจการได้\n\n5. วิธีการ \n5.1 การขออนุญาต\n     ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอใบอนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานต่อกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรที่กากับดูแลพื้นที่\n     ในระหว่างยื่นคำขออนุญาต หากมีการร้องขอ และอธิบดีเห็นว่ามีความจำเป็นอาจอนุญาตให้จัดตั้งโรงพักสินค้า \nที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อนก็ได้\n5.2 การอนุญาต\n     พนักงานศุลกากรจะตรวจสอบรายละเอียดในคำขอ เอกสารและหลักฐาน หากเห็นว่า ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ พร้อมด้วยเหตุผลเพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ จัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง และมีหนังสือติดตามทวงถามอีก 1 ครั้ง หากครบกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือติดตามทวงถาม หากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ กรมศุลกากรจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและพนักงานศุลกากรและพนักงานศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ\n     เมื่อรายละเอียดในคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน พนักงานศุลกากรจะพิจารณาตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดพร้อมไปตรวจสอบสถานที่ที่ขอจัดตั้ง และสรุปข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นเสนออธิบดีเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้องและตรวจสอบสถานที่แล้ว โดยให้ด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลพื้นที่ มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง\n     ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต พนักงานศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งแก่ผู้ยื่นคำขอทราบ พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต\n5.3 การออกใบอนุญาต\n     เมื่อได้รับหนังสือแจ้งคาสั่งออกใบอนุญาต ผู้ยื่นคำขอต้องมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและขอรับใบอนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต แล้วแต่กรณี\n     อธิบดีจะออกใบอนุญาตพร้อมมีหนังสือกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต ต้องดำเนินการด้านสถานที่ เครื่องมือ เครื่องใช้ และระบบควบคุมสำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานภายในโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต ตามเงื่อนไขภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต\n     หากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด พนักงานศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งเตือนให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตมีเหตุผลความจำเป็น อาจพิจารณาอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต\n5.4 การเปิดดำเนินการ\n     เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว และขอเปิดดำเนินการโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต ให้พนักงานศุลกากรไปตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ที่ขออนุญาตจัดตั้ง หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดครบถ้วน จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมาทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน วางหนังสือค้าประกันของธนาคารและชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง พนักงานศุลกากรจะสรุปความเห็นเสนออธิบดีเพื่ออนุญาตให้เปิดดำเนินการและลงนามรับสัญญาประกันและทัณฑ์บน พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งอนุญาตให้เปิดดำเนินการ ส่งมอบสัญญาประกันและทัณฑ์บนและแบบแปลนแผนผัง ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันที่ตรวจสอบว่าสถานที่มีความพร้อมในการเปิดดำเนินการ\n     กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือสถานที่ยังไม่พร้อมที่จะเปิดดำเนินการ กรมศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับวรรคแรก\n5.5 การออกใบแทนใบอนุญาต\n     ในกรณีที่ใบอนุญาตจัดตั้งโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรหรือด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลพื้นที่ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ\n     เมื่อพนักงานศุลกากรตรวจสอบคำขอ เอกสารหลักฐาน หากพบว่าถูกต้องครบถ้วน จะออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายใน 15 วัน โดยให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิมและระบุคำว่า \"ใบแทน\" ด้วยตัวอักษรสีแดงกำกับไว้ด้านบนของใบอนุญาต\n\n6. การทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนและการวางค้ำประกัน\n6.1 เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตพร้อมที่จะเปิดดำเนินการต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน เพื่อประกันความเสียหาย ที่อาจเกิดแก่กรมศุลกากร และเพื่อผูกพันให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้น\n6.2 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องวางหนังสือค้าประกันของธนาคารจำนวน 1 ล้านบาท\n6.3 ผู้ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งท่าเรือรับอนุญาตต้องวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนดจำนวน 10 ล้านบาท สำหรับเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา หากตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อื่นต้องวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด จำนวน 5 ล้านบาท\n\n7. หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ได้รับใบอนุญาต\n7.1 ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมรายปีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การชำระค่าธรรมเนียมรายปีของปีถัดไปต้องชำระก่อนวันที่ 1 มกราคมของปีที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมนั้น และค่าธรรมเนียมรายปีจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี\n7.2 แสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต ของผู้ได้รับใบอนุญาตนั้น\n\n8. การแจ้งเลิกการดำเนินการ\n     ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกการดำเนินการโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต ให้ยื่นคำขอล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่จะเลิกการดำเนินการต่อกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาต และปฏิบัติดังนี้\n8.1 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องหยุดการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาต และให้ของที่เก็บในโรงพักสินค้าหรือที่มั่นคง เป็นของตกค้าง ซึ่งกรมศุลกากรจะดำเนินการนาออกขายทอดตลาดหรือทำลาย หรือให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ขนส่ง ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี\n8.2 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าภาษีอากร ตลอดจนค่าภาระติดพันที่มีอยู่กับกรมศุลกากรให้ครบถ้วน\n8.3 กรมศุลกากรจะยกเลิกใบอนุญาต ซึ่งจะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ\n\n9. การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตโรงพักสินค้า ที่มั่นคง และท่าเรือรับอนุญาต \n9.1 การพักใช้ใบอนุญาต\n     (1) กรณีที่พนักงานศุลกากรตรวจสอบพบว่าผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขในการอนุญาต ให้พนักงานศุลกากรมีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหรือแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด\nหากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคแรกให้พนักงานศุลกากรมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือน\nเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง ผู้ได้รับใบอนุญาตยังไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหนังสือแจ้งเตือน อธิบดีจะสั่งพักใช้ใบอนุญาตพร้อมทั้งระงับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 60 วัน ทั้งนี้ \nผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดดำเนินการ เพื่อแก้ไขให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขในการอนุญาต ตามระยะเวลาที่กำหนด\n     (2) กรณีที่ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตได้ปฏิบัติถูกต้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขในการอนุญาต อธิบดีจะสั่งยกเลิกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนกำหนดเวลาได้\n9.2 การเพิกถอนใบอนุญาต\nอธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้\n     (1) ไม่ดำเนินการภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หรือหยุดดำเนินการติดต่อกันเกินกว่า 180 วันโดยไม่ได้แจ้งให้กรมศุลกากรทราบ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาต ยื่นหนังสือแสดงเหตุผลและความจำเป็นก่อนสิ้นระยะเวลาดังกล่าว อธิบดีจะมีคำสั่งขยายเวลาออกไปได้ตามความจำเป็นก็ได้\n     (2) ถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป\n     (3) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n     (4) ไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามที่กำหนด ภายในระยะเวลาที่อธิบดีมีหนังสือแจ้งเตือน\n9.3 อธิบดีจะหนังสือแจ้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทราบ และปิดประกาศหนังสือแจ้งการพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของผู้ได้รับใบอนุญาต โดยให้ผู้ได้รับใบอนุญาตส่งมอบใบอนุญาตที่ถูกเพิกถอนต่อกองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือด่านศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลพื้นที่ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต\n9.4 กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องดำเนินการเช่นเดียวกับของที่เก็บไว้ในโรงพักสินค้าหรือที่มั่นคงเช่นเดียวกับข้อ 8.1\n\n10. การจัดเก็บเอกสาร\n     (1) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเก็บและรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับการดำเนินการโรงพักสินค้า ที่มั่นคง หรือท่าเรือรับอนุญาตไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่นำของเข้าหรือส่งของออก\n     (2) กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ต้องเก็บและรักษาบัญชี เอกสาร หลักฐาน และข้อมูลดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกการดำเนินการ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต \n\nหมายเหตุ\n     *ค่าธรรมเนียมคู่มือสำหรับประชาชน 40 บาท/หน้า\n     ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T16:13:00"],
    [2416,"9bec139a-6d25-42c4-908d-e30793797cae","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตปฏิบัติพิธีการใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-11aa-4dfe-9ae4-5c27d9bc29a5",3,0,9,"(1) หลักเกณฑ์การทำใบขนสินค้าขาเข้าหลายเที่ยวเรือ  \n     เมื่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรหรือหน่วยงานศุลกากรที่รับปฏิบัติพิธีการศุลกากร การนำของเข้าเที่ยวแรก ได้รับคำร้องขออนุญาตจัดทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ ให้พนักงานศุลกากร ณ หน่วยงานดังกล่าวดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาอนุญาต ดังนี้  \n     (1.1) ของที่จะได้รับอนุญาตให้จัดทำพิธีการใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือต้องเป็นของที่นำเข้ามาเพื่อประกอบเป็นของครบชุดสมบูรณ์ ตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 1 หลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร ข้อ 2 (ก) ประเภทที่ระบุถึงของใด ให้หมายรวมถึงของนั้นที่ยังไม่ครบสมบูรณ์หรือยังไม่สำเร็จ หากว่าในขณะนำเข้ามีลักษณะอันเป็นสาระสำคัญของของที่ครบสมบูรณ์หรือสำเร็จแล้วและให้หมายรวมถึงของที่ครบสมบูรณ์หรือสำเร็จแล้ว (หรือที่จำแนกเข้าประเภทของที่ครบสมบูรณ์หรือสำเร็จแล้วตามนัยแห่งหลักเกณฑ์นี้) ที่นำเข้ามาโดยถอดแยกออกจากกันหรือยังไม่ได้ประกอบเข้าด้วยกัน  \nของตามวรรคแรก จะนำเข้ามาต่างวาระกันก็ได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด  \n     (1.2) ตรวจสอบคำขออนุญาตทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือและสัญญาประกันใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือตามที่กรมศุลกากรกำหนด    \n\n(2) การพิจารณาอนุญาตให้ทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ พนักงานศุลกากรจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้  \n     (2.1) ตรวจสอบความครบถ้วน และถูกต้องของเอกสารประกอบคำขออนุญาตดังนี้  \n          (2.1.1) สัญญาซื้อขายหรือเอกสารการสั่งซื้อของครบชุดสมบูรณ์  \n          (2.1.2) บัญชีราคาสินค้า  \n          (2.1.3) แค็ตตาล็อก (CATALOGUE) หรือแบบพิมพ์เขียว (BLUE PRINT) ของของครบชุดสมบูรณ์  \n          (2.1.4) เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนโครงการ หรือแผนการดำเนินงาน การติดตั้ง หรือการประกอบ \n                  ของครบชุดสมบูรณ์  \n          (2.1.5) แบบแจ้งรายละเอียดการนำเข้าใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือตามที่กรมศุลกากรกำหนด โดยมีรายละเอียดรายการ ของที่นำเข้าตามคำขออนุญาตทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ (ช่องที่ 1) ครบถ้วน  \n     (2.2) จัดเก็บข้อมูลตามข้อ (2.1) เข้าในระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร กรณีระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรขัดข้อง และ/หรือ ผู้นำของเข้าร้องขอ พนักงานศุลกากรผู้พิจารณาจัดทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือส่งข้อมูลตามข้อ (2.1) โดยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังหน่วยงานศุลกากรที่ทำการตรวจปล่อย  \n     (2.3) ตรวจสอบสัญญาประกันพิธีการศุลกากรใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ และวางประกัน เป็นเงินสดหรือหนังสือค้าประกันของธนาคาร ตามหลักเกณฑ์ดังนี้  \n          (2.3.1) กรณีมูลค่าของนำเข้าครบชุดสมบูรณ์ไม่เกิน 50 ล้านบาท และระยะเวลาการนำเข้าไม่เกิน 1 ปี ให้วางประกันพิธีการศุลกากรใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือเป็นจำนวน 50,000 บาท  \n          (2.3.2) กรณีมูลค่าของนำเข้าครบชุดสมบูรณ์ตั้งแต่ 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 100 ล้านบาทและระยะเวลาการนำเข้าไม่เกิน 1 ปี ให้วางประกันพิธีการศุลกากรใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือเป็นจำนวน 100,000 บาท  \n          (2.3.3) กรณีมูลค่าของนำเข้าครบชุดสมบูรณ์มากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป และระยะเวลาการนำเข้าไม่เกิน 1 ปี ให้วางประกันพิธีการศุลกากรใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือเป็นจำนวน 200,000 บาท  \n          (2.3.4) กรณีอื่นนอกจากข้อ (2.3.1) ถึง (2.3.3) ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหรือนายด่านศุลกากรเป็น ผู้พิจารณากำหนดเงินประกันพิธีการศุลกากรใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือได้ ทั้งนี้เป็นจำนวนไม่เกิน 500,000 บาท  \n     (2.4) กรณีที่เอกสารในข้อ (2.1) ที่เกี่ยวกับของครบชุดสมบูรณ์ไม่ครบถ้วนขณะยื่นคำขออนุญาต หากพิจารณาแล้วยังจัดเข้าเป็นของครบชุดสมบูรณ์ได้และมีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ผู้นำของเข้า ทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือได้ ให้บันทึกเหตุผลนั้นในคำขออนุญาตด้วย    \n\n(3) การสรุปใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ  \n     (3.1) เมื่อผู้นำของเข้ายื่นคำร้องขอสรุปใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือต่อสำนักงานศุลกากรหรือ ด่านศุลกากรหรือหน่วยงานศุลกากรที่อนุญาตให้ทำใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ ให้ดำเนินการดังนี้  \n          (3.1.1) กรณีที่ของนำเข้ามาครบชุดสมบูรณ์ภายในระยะเวลาตามที่ได้รับอนุญาตไว้ และพนักงานศุลกากรตรวจสอบของที่นำเข้าตามใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือ ณ สถานประกอบการว่าของที่นำเข้าแต่ละเที่ยวเรือ ได้นำไปประกอบเป็นของครบชุดสมบูรณ์แล้ว ให้จัดทำสรุปใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือตามแบบที่กำหนด และคืนเงินประกันพิธีการหลายเที่ยวเรือแก่ผู้นำของเข้าต่อไป  \n          (3.1.2) กรณีที่ของยังนำเข้ามาไม่ครบชุดสมบูรณ์หรือยังไม่สำเร็จ หากผู้นำของเข้ายื่น คำร้องขอสรุปใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือและพนักงานศุลกากรพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ข้อ 1.1 ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ (5.1.1)  \n     (3.2) กรณีผู้นำของเข้ามิได้มาสรุปใบขนหลายเที่ยวเรือครบชุดสมบูรณ์ตามกำหนดระยะเวลา ให้ออกหนังสือแจ้งให้ผู้นำของเข้ามาปฏิบัติพิธีการภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดและยังไม่มาปฏิบัติพิธีการดังกล่าว ให้ดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อบังคับตามสัญญาประกัน แล้วให้ออกแบบแจ้งการประเมิน (กศก.115) เรียกเก็บค่าภาษีอากรทุกเที่ยวเรือตามประเภทพิกัดอัตราศุลกากรของของนั้น โดยไม่ถือเป็นของครบชุดสมบูรณ์  \n     (3.3) หากผู้นำของเข้ายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาพร้อมเอกสารหลักฐาน ให้พนักงานศุลกากรพิจารณาคำร้อง เหตุผลความจำเป็น และเสนอผู้บังคับบัญชา ดังนี้  \n          (3.3.1) กรณีไม่เกิน 180 วัน ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการส่วน  \n          (3.3.2) กรณีเกิน 180 วัน ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักหรือนายด่านศุลกากร  \n     (3.4) การสรุปใบขนหลายเที่ยวเรือหากพบความผิดตามกฎหมายศุลกากรและ/หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานศุลกากรที่สรุปใบขนสินค้าหลายเที่ยวเรือเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ    \n\n(4) การขออนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนด  \nในกรณีที่มีเหตุอันสมควรหรือเหตุการณ์สุดวิสัยใด ๆ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นได้ เมื่อผู้นำของเข้ายื่นคำร้องพร้อมหลักฐานประกอบ ณ สำนักงานศุลกากรหรือ ด่านศุลกากรหรือหน่วยงานศุลกากรที่รับปฏิบัติพิธีการศุลกากรการนำของเข้าเที่ยวแรก ให้ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหรือนายด่านศุลกากรของด่านศุลกากรที่นำของเข้าเที่ยวแรก เสนออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย พิจารณาอนุมัติผ่อนผันเป็นรายกรณี","2024-04-30T15:08:50"],
    [2417,"9bec11e5-a291-4896-b992-dc4fec01981a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การรับฝากหีบห่อของส่วนตัวผู้โดยสารที่เดินทางผ่าน (Customs Bond) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-14c0-4083-b835-9a70fab84b6d",1,0,2,"หีบห่อของส่วนตัวผู้โดยสารที่เดินทางผ่านไปประเทศที่สามโดยแวะพักในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและ\nไม่ประสงค์จะนำของผ่านศุลกากรมาเข้าในราชอาณาจักรสามารถที่จะฝากหีบห่อของไว้ที่คลังเก็บของ (Customs Bond) โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้    \n- ผู้ฝากต้องมีบัตรโดยสารผ่านในขณะนำฝาก    \n- ไม่เป็นของต้องห้าม    \n- ผู้ฝากไม่มีพฤติกรรมอันควรสงสัยว่าจะมีการทุจริตหรือเตรียมการเพื่อลักลอบหนีศุลกากร    \n- การรับฝากให้มีระยะเวลาไม่เกิน 30 วันตามนิติกรรมสัญญาซึ่งได้กำหนดไว้ในใบรับฝากของส่วนตัวผู้โดยสาร \n(แบบ 466)         \n\nหมายเหตุ    \n     - ในกรณีมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับความจริงหรือความถูกต้องของรายการสินค้าหรือเอกสารที่สำแดงให้ผู้นำของออก \n       มีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือความถูกต้องของข้อความหรือเอกสารใดๆ ที่ได้สำแดงต่อเจ้าหน้าที่โดยอาจเป็น \n       ขอให้ผู้นำของออกจัดหาคำอธิบายเพิ่มเติมรวมทั้งเอกสารหลักฐานอื่นว่าราคาที่สำแดงไว้นั้นเป็นความจริง    \n     - การพบเหตุสงสัยซึ่งต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงถือว่าเป็นการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา    \n     -ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ใน\n      คู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T16:16:42"],
    [2418,"9bec1475-4d6a-4a10-a4eb-73a964512597","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-ab6e-48eb-a837-e44eda87be0c",74,0,22,"1. หลักเกณฑ์ ในการขออนุญาตให้เป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(1) ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกที่มีความประสงค์จะขอรับการคัดเลือกให้เป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่าห้าล้านบาท\n\t(2) มีฐานะทางการเงินมั่นคง โดยพิจารณาจากผลประกอบการที่ได้นำส่งงบการเงินต่อกระทรวงพาณิชย์ ตามข้อกำหนด\nของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่าเป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลังสามปีบัญชีสุดท้ายติดต่อกัน และได้รับการรับรองฐานะทางการเงินจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือหอการค้าไทย หรือสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย หรือสมาคมผู้นำเข้าและ\nผู้ส่งออกระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(3) นำของเข้าหรือส่งของออกมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี และมีความพร้อมในการปฏิบัติพิธีการศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด หรือใช้บริการตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ หรือใช้บริการตัวแทนออกของที่ได้รับอนุญาตจากกรมศุลกากร\n\t(4) ไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๐๔ หรือมาตรา ๒๔๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา และคดีถึงที่สุดแล้ว โดยให้ตรวจสอบประวัติย้อนหลังไม่เกินสามปีนับแต่วันยื่นใบสมัครขอเป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(5) มีคู่มือหรือระเบียบมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure) มีแผนควบคุม มีระบบจัดการและการประเมินความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน รายละเอียดตามเอกสารคำแนะนำการรักษาความปลอดภัยประกอบการขอเป็นผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอแนบท้ายประกาศนี้\n\t(6) มีสถานประกอบการที่เหมาะสม และสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ที่ตั้งตามที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์\n\t(7) ไม่เคยถูกเพิกถอนสถานภาพการเป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอในช่วงสามปีย้อนหลัง นับแต่วันที่ยื่นใบสมัคร\n\n\t2. วิธีการ\n\t(1) ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกที่ประสงค์จะเป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ สามารถยื่นใบสมัคร\nได้ที่ส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร พร้อมเอกสารประกอบตามแบบแนบท้ายนี้\n\t(2) รายละเอียดประกอบการพิจารณา เช่น\n\t2.1) หนังสือรับรองนิติบุคคล และเอกสารประกอบอื่น ๆ เช่น สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า\n\t2.2) สำเนางบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ย้อนหลังสามปีและหนังสือรับรองฐานะทางการเงินจากหน่วยงานตามข้อ 1 (2)\n\t2.3) แผนที่ และแผนผังแสดงที่ตั้งของอาคารสถานที่ และบริเวณโดยรอบของสถานประกอบการซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรักษาความปลอดภัย (Site Plan)\n\t2.4) แบบประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมเอกสารประกอบคำอธิบายในการดำเนินมาตรการ\nรักษาความปลอดภัย ตามที่ระบุในเอกสารคำแนะนำการรักษาความปลอดภัยประกอบการขอเป็นผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ\n\tในกรณีผู้มีอำนาจลงนามไม่สามารถมายื่นเอกสารได้ด้วยตนเอง ผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ และเอกสารแสดงตน ได้แก่ บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้มีอำนาจลงนามและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ เอกสารต่าง ๆ ของผู้สมัคร กรมศุลกากรจะถือเป็นความลับ และใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของกรมศุลกากรเท่านั้น\n\n\t3. การตรวจสอบเอกสาร คุณสมบัติ และสถานประกอบการ\n\t(1) ส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร จะพิจารณาสถานภาพภายหลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติและสถานประกอบการ\n\tกรณีที่ผู้สมัครไม่ดำเนินการยื่นเอกสารหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วน \nกรมศุลกากรจะทำหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครทราบ หากผู้สมัครเพิกเฉย ไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุอันควร ครบสองครั้ง ให้ถือว่าผู้สมัครไม่ประสงค์จะดำเนินการสมัครเป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอต่อไป และกรมศุลกากรจะยกเลิกใบสมัครของผู้สมัครรายนั้น ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์ในการสมัครใหม่\n\t(2) ผู้ที่จะได้รับการอนุญาตให้เป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ จะต้องผ่านการประเมินผลการตรวจสอบคุณสมบัติ และสถานประกอบการตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด\n\t(3) ในกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านการพิจารณา กรมศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาพร้อมเหตุผลให้ทราบ \nโดยผู้สมัครสามารถยื่นคำร้องขอให้ทบทวนผลการพิจารณาตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ ณ ส่วนมาตรฐานเออีโอ \nกองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นเพิ่มเติม กรมศุลกากรจะดำเนินการพิจารณาทบทวนและแจ้งผลให้ทราบภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง ผลการพิจารณาทบทวนให้ถือเป็นที่สุด\n\t(4) ผู้ที่ได้รับการอนุญาตให้เป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ จะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน และวางหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างอื่นตามที่กรมศุลกากรเห็นชอบในวงเงินหนึ่งล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันการเรียกค่าภาษีอากรหรือภาระหนี้ค่าภาษีอากร หรือการเรียกคืนเงินชดเชยค่าภาษีอากร หรือการเรียกคืนเงินอากรที่ได้รับคืนไว้แล้ว หรือการเรียกให้ชำระเบี้ยปรับ หรือค่าปรับ หรือค่าเสียหายใด ๆ ตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนดแนบท้ายประกาศนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กรมศุลกากรประกาศอนุญาตให้เป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ\n\t(5) กรมศุลกากรจะพิจารณาทบทวนสถานภาพของผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ ทุก ๆ สามปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ\n\tเมื่อครบกำหนดสามปี กรมศุลกากรจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอจัดทำแบบประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัยพร้อมเอกสารประกอบ ยื่นที่ส่วนมาตรฐานเออีโอ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง และกรมศุลกากรจะทำการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติ และเข้าตรวจประเมินสถานประกอบการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของโครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ โดยจะมีหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนเข้าตรวจ ทั้งนี้ ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโออาจขอเลื่อนการตรวจสอบทบทวนได้อีกสิบห้าวัน โดยต้องมีหนังสือแจ้งขอเลื่อนต่อส่วนมาตรฐานเออีโอ \nกองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ก่อนวันนัดตรวจ\n\tเมื่อพนักงานศุลกากรทำการตรวจสอบสถานประกอบการแล้วพบว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอจะต้องทำการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย\nที่ได้รับคำแนะนำให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง\n\tผู้ที่ผ่านการทบทวนสถานภาพจะต้องผ่านการประเมินผลการตรวจสอบคุณสมบัติและสถานประกอบการตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด และสามารถคงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยของโครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ ในกรณีผู้ที่ผ่านการทบทวนสถานภาพไม่มีการกระทำผิดเงื่อนไขตามหมวด 1 ไม่ได้กระทำผิดหน้าที่ตามหมวด 2 ในประกาศนี้ และไม่มีหนี้ค้างชำระต่อกรมศุลกากร กรมศุลกากรอาจพิจารณาคืนหลักประกันที่วางไว้ตามข้อ 6 \nในประกาศนี้ก็ได้\n\tกรณีที่กรมศุลกากรได้พิจารณาคืนหลักประกันไปตามวรรคห้า ต่อมาตรวจพบว่าผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอกระทำผิดเงื่อนไขตามหมวด 1 หรือกระทำผิดหน้าที่ตามหมวด 2ในประกาศนี้หรือมีหนี้ค้างชำระต่อ\nกรมศุลกากร กรมศุลกากรอาจพิจารณาให้วางหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือหลักทรัพย์\nค้ำประกันอย่างอื่นตามที่กรมศุลกากรเห็นชอบภายในวงเงินหนึ่งล้านบาทอีกก็ได้\n\tความในวรรคห้าไม่ใช้บังคับกับผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอที่ใช้สิทธิพิเศษด้านพิธีการศุลกากรสินค้าถ่ายลำตามข้อ 14 หรือใช้สิทธิพิเศษด้านพิธีการศุลกากรสินค้าผ่านแดนตามข้อ 15 ในประกาศนี้\n\t(6) กรมศุลกากรมีอำนาจเข้าตรวจสอบสถานประกอบการของผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอในด้านที่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัย ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย โดยจะมีหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนเข้าตรวจสอบ\n\n\t4. เงื่อนไข\n\tกรมศุลกากร กำหนดให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกระดับมาตรฐานเออีโอ ต้องมีคุณสมบัติและสถานประกอบการต้องจัดให้มีแผนควบคุม มีระบบการจัดการและประเมินความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน ครบถ้วน และต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 120/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 หมวด 2 ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกรมศุลกากรที่ 120/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 หมวด 3 อาทิเช่น สิทธิพิเศษด้านพิธีการศุลกากรนำของเข้า ด้านพิธีการศุลกากรส่งของออก ด้านพิธีการศุลกากรส่งของกลับออกไป (Re-Export) ด้านพิธีการศุลกากรสินค้าถ่ายลำ ด้านพิธีการศุลกากรสินค้าผ่านแดน ด้านการคืนอากรทั่วไป หมวด 4 อาทิเช่น สิทธิพิเศษด้านการคืนอากรตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 สิทธิพิเศษด้านการชดเชยค่าภาษีอากร เป็นต้น\n\n\tหมายเหตุ\n\t(1) การนับระยะเวลาเป็นไปตามตารางขั้นตอนคู่มือด้านล่าง โดยจะเริ่มนับเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว \n\t(2) ค่าธรรมเนียมคู่มือสำหรับประชาชน 40 บาท/หน้า","2024-04-30T15:22:28"],
    [2419,"9bec1498-bfad-442c-b5a5-e65b0410fb7f","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การนำของเข้ามาหรือส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรตามทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-0df2-45f0-b148-3be475781064",2,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต     \n\nหลักเกณฑ์                \n     1) การนำของเข้ามาในราชอาณาจักรและส่งของออกนอกราชอาณาจักรจะต้องขนส่งผ่านเขตแดนตามทางอนุมัติเท่านั้น การขนส่งตามทางอื่นนอกเหนือจากทางอนุมัติ ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกหรือผู้ขนส่ง จะต้องทำหนังสือแสดงเหตุผลความจำเป็นยื่นต่อ\nด่านศุลกากรในเขตพื้นที่รับผิดชอบเป็นการล่วงหน้า เพื่อขออนุญาต              \n     2) ของที่ได้รับยกเว้นอากร เนื่องจากากรนำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนตามมาตรา 111 หรือเขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรีที่มิได้ผ่านกรรมวิธีการผลิต และของนำเข้าที่ส่งกลับออกไปโดยขอคืนอากรขาเข้า (Re-export) ซึ่งจะส่งกลับออกไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และมาเลเซีย ผ่านเขตแดนทางบก ห้ามมิให้ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรตามทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ              \n     กรณีมีปัญหาในการพิจารณาว่าของใดได้ผ่านกรรมวิธีการผลิตในเขตประกอบการเสรี และจะอนุญาตให้ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรตามทางอื่นนอกจากทางอนุมัติได้หรือไม่ ให้อยู่ในอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคพิจารณาสั่งการเป็นการเฉพาะราย    \n\nวิธีการ               \n     1) กรณีผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกหรือผู้ขนส่ง มีเหตุจำเป็นที่จะต้องนำของผ่านเขตแดนใดๆทางบก เข้ามาในราชอาณาจักร หรือขนส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรตามทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ ให้ยื่นคำร้องแสดงความจำนงล่วงหน้าต่อด่านศุลกากร\nในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมรายละเอียดเส้นทางขนส่ง              \n     2) ผู้นำของเข้าหรือผู้ขนส่ง จะต้องยื่นคำร้องขอรับพนักงานศุลกากรไปประจำการนอกเขตที่ทำการศุลกากร โดยเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับอันเกี่ยวกับของนั้นเช่นเดียวกับการนำเข้าตามปกติทุกประการ              \n     3) หนังสือขออนุญาตจะต้องทำเป็น 2 ฉบับ โดยการสั่งการให้พนักงานศุลกากรไปทำการควบคุมของตามที่อนุญาตต้องระบุชื่อและตำแหน่งให้ชัดเจนทั้งในต้นฉบับและสำเนาให้ถูกต้องตรงกัน แล้วมอบต้นฉบับให้พนักงานศุลกากรถือไปดำเนินการ 1 ฉบับ \nส่วนสำเนาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากรเพื่อลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน    \n\nเงื่อนไข             \n        การนำของเข้าหรือส่งของออกหรือขนส่งของ ตามเส้นทางอื่นนอกจากทางอนุมัติให้กระทำได้เฉพาะ\n        ระหว่างเวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น.เท่านั้น","2024-04-30T16:13:48"],
    [2420,"9bec1589-c373-4c9b-906e-7eeb21867aaf","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอโต้แย้งการประเมินภาษีอากร หรือขอยกเว้นภาษีอากร สำหรับสิ่งของนำเข้าทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-0a9a-4c2c-a293-522cc601ecc6",1,0,11,"หลักเกณฑ์การขอโต้แย้งการประเมินภาษีอากรและยกเว้นอากร ดังนี้              \n1. ผู้มีชื่อรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ตามใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ เมื่อได้รับใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศแล้ว แต่ไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินภาษีอากรที่เจ้าหน้าที่ประเมินฯ ไว้ มีสิทธิโต้แย้งการประเมินฯ ดังกล่าวได้\n2. ให้ผู้รับทำคำร้องขอโต้แย้งการประเมินภาษีอากร พร้อมใบแจ้งให้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ยื่นต่อที่ทำการไปรษณีย์ปลายทาง หรือยื่นต่อผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ และสำเนาแจ้งที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางทราบ\n3. ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางจะส่งหีบห่อที่ขอโต้แย้งการประเมินภาษีอากร พร้อมทั้งคำร้องขอโต้แย้งการประเมินภาษีอากร และใบแจ้งให้ไปรับของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ให้กับส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์พิจารณา\n4. ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ แจ้งผลการพิจารณาให้ที่ทำการไปรษณีย์ที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อแจ้งผู้รับต่อไป\n5. กรณีให้ลดหย่อน หรือยกเว้นค่าภาษีอากรที่ประเมินไว้ พนักงานศุลกากรผู้พิจารณาข้อโต้แย้ง จะแก้ไขจำนวนเงินค่าภาษีอากรในใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ พร้อมทั้งแก้ไขข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์และบนตัวหีบห่อสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ให้ตรงกัน และลงชื่อกำกับการแก้ไข แล้วส่งคืนให้ที่ทำการไปรษณีย์ที่เกี่ยวข้องดำเนินการนำจ่ายผู้รับต่อไป\n6. กรณีผู้รับซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนประสงค์จะนำหลักฐานไปเครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องทำคำร้องพร้อมใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ยื่นต่อที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางทราบเพื่อส่งของคืนมาปฏิบัติพิธีการที่ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรแล้วแต่กรณี","2024-04-30T15:55:33"],
    [2421,"9bec15ef-15b6-4b07-a3e2-52a5a796c320","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเป็นผู้ถ่ายลำ-ผ่านแดน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-cf57-4605-b762-980328ca8df2",8,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 140/2560 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการถ่ายลำทางอิเล็กทรอนิกส์ และประกาศกรมศุลกากรที่ 185/2564 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการผ่านแดนทางอิเล็กทรอนิกส์ \n\nการยื่นขอจดทะเบียน\n         1. ผู้ที่มีความประสงค์จะขออนุมัติเป็นผู้ขอถ่ายลำ-ผ่านแดน ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรใด ๆ โดยพนักงานศุลกากรจะพิจารณาเสนอผู้อำนวยการสำนักงานหรือด่านศุลกากร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาอนุมัติ \nทั้งนี้ ให้ยื่นเฉพาะครั้งแรกเพียงครั้งเดียว\n         2. สำหรับผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ระดับมาตรฐานเออีโอ หรือตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ สามารถใช้หลักประกันในการเป็นผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก ระดับมาตรฐานเออีโอ หรือตัวแทนออกของระดับมาตรฐานเออีโอ แทนการวางเงินหรือหลักประกันของผู้ขอผ่านแดน\n         3. ดำเนินการยื่นคำร้องการผ่านพิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และ/หรือการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร (Production System) ณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร เพื่อทำการทดสอบระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลและ/หรือการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ให้ยื่นเฉพาะครั้งแรกเพียงครั้งเดียว","2024-04-30T15:21:59"],
    [2422,"9bec17cb-5191-4484-b1b0-18cc74f3739b","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอรับของไปก่อนการปฏิบัติพิธีการศุลกากร  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-d96f-48f8-901e-3c035ad7b970",1,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอเป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 108/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับของไปก่อนการปฏิบัติพิธีการศุลกากร\nข้อ 1 กรณีของทั่วไป\nกรณีผู้นำของเข้าขออนุญาตนำของออกไปจากอารักขาของศุลกากรก่อนปฏิบัติพิธีการศุลกากรครบถ้วน ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้\n1.1 ผู้นำของเข้าที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะขอรับของออกไปก่อนปฏิบัติพิธีการศุลกากรครบถ้วน ให้ยื่นคำร้องขอผ่อนผันรับของ/ส่งของออกไปก่อน (กศก.103) พร้อมเอกสารประกอบ เช่น ใบตราส่งสินค้า บัญชีราคาสินค้า และ/หรือเอกสารการซื้อขายเท่าที่มีและสัญญาประกัน (กศก.28) ต่อหน่วยงานพิธีการ โดยสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้อีกหนึ่งชุดยื่นประกอบคำร้องด้วย\nหากของนั้นต้องได้รับอนุญาตในการนำเข้าหรือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายอื่นใด\nที่เกี่ยวข้องต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวเสียก่อน\n 1.2 การขอรับของไปก่อนปฏิบัติพิธีการศุลกากร ผู้นำของเข้าต้องวางเงินประกันหรือ หนังสือค้ำประกันของธนาคารให้คุ้มค่าภาษีอากรที่สามารถวางประกันได้ตามกฎหมาย ในกรณีวางหลักประกันอย่างอื่นให้ทำได้แต่เฉพาะส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ และอื่น ๆ ที่มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือองค์การระหว่างประเทศ และผู้มีเอกสิทธิทางการทูตเท่านั้น\n1.3 เมื่อได้รับอนุมัติคำขอผ่อนผันรับของไปก่อนและหน่วยงานพิธีการกำหนดเงินประกันให้คุ้มค่าภาษีอากรที่สามารถวางประกันได้ตามกฎหมายตามรายการในคำขอ โดยบวกเพิ่มอีกร้อยละยี่สิบของค่าภาษีอากรที่สามารถวางประกันได้ตามกฎหมายแล้ว ให้ผู้นำของเข้าส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร\nโดยมีหลักปฏิบัติดังนี้\n1.3.1 ให้บันทึกประเภทใบขนสินค้า (หลักที่ห้าของเลขที่ใบขนสินค้า) เป็นรหัส 3 หมายถึง คำร้องขอรับของไปก่อนเท่านั้น\n1.3.2 ให้บันทึกเหตุผลการวางประกัน (Deposit Reason Code) ตามกรณีของการวางประกันเพื่อการนำเข้า\n1.3.3 กรณีใบขนสินค้าได้รับยกเว้นการตรวจ (Green Line) ให้ผู้นำของเข้าติดต่อพนักงานศุลกากรผู้รับผิดชอบ ทำการปรับสถานะใบขนสินค้า (Status) เป็นใบขนสินค้าที่ขอพบพนักงานศุลกากรเพื่อตรวจสอบพิกัด ราคา และของ\n1.4 ให้ผู้นำของเข้าจัดทำสัญญาประกัน (กศก.28) ยื่นต่อหน่วยงานพิธีการ ในกรณีที่หน่วยงานพิธีการเห็นสมควรจะใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารแทนการวางเงินสดก็ได้\n1.5 ให้ผู้นำของเข้าหรือตัวแทนนำต้นฉบับคำขอรับของไปก่อนและชุดเอกสารข้อมูลใบขนสินค้ายื่นเพื่อขอรับการตรวจปล่อยของต่อส่วนบริการศุลกากรเพื่อสั่งการตรวจ\n1.6 เมื่อผู้นำของเข้าได้รับการตรวจปล่อยของออกจากอารักขาของศุลกากรแล้ว ผู้นำของเข้าต้องยื่นคำร้องขอปฏิบัติพิธีการศุลกากรให้ครบถ้วนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันตรวจปล่อย\n1.7 หากผู้นำของเข้ารายใดไม่สามารถยื่นคำขอปฏิบัติพิธีการศุลกากรให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา หรือก่อนผิดสัญญาประกัน ให้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาปฏิบัติพิธีการศุลกากรก่อนครบกำหนด หรือก่อนผิดสัญญาประกันไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน\n1.8 คำร้องขอผ่อนผันรับของไปก่อนรายใด เมื่อครบกำหนดตามสัญญาประกันแล้ว หรือครบกำหนดระยะเวลาที่ขอขยาย หากผู้นำของเข้าไม่มายื่นคำขอปฏิบัติพิธีการศุลกากรให้ครบถ้วนสมบูรณ์ถือว่าเป็นการผิดสัญญาประกัน หน่วยงานพิธีการดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมและคำนวณเงินค่าภาษีอากรที่จะต้องชำระในระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรแล้วบันทึกส่งให้หน่วยงานบัญชีและอากรผลักเงินสดที่วางประกันไว้เป็นค่าภาษีอากร และให้ผลักเงินส่วนที่เหลือร้อยละห้าแต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท เป็นเงินค่าบังคับผิดสัญญาประกันนำส่งเข้าเป็นรายได้ของรัฐโดยทันที ส่วนคำร้องขอผ่อนผันรับของออกไปก่อนรายใดที่ใช้หนังสือธนาคารค้ำประกัน เมื่อมีการปฏิบัติผิดสัญญาประกันให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยมีหนังสือเรียกให้ธนาคารผู้ค้ำประกันนำเงินมาชำระค่าภาษีอากร พร้อมเงินเพิ่มและค่าบังคับสัญญาประกันตามนัยข้างต้น และหากเงินที่ชำระไม่คุ้มค่าภาษีอากรผู้นำของเข้า\nมีหน้าที่ต้องชำระให้ครบถ้วน\nข้อ 2 กรณียุทธภัณฑ์ที่ใช้ในทางราชการ\nการขอรับยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในทางราชการ ตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 ประเภท 13 ไปก่อนปฏิบัติพิธีการศุลกากรครบถ้วนนั้น ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรตามข้อ 1 และให้ปฏิบัติเพิ่มเติมดังต่อไปนี้\n2.1 เมื่อผู้นำของเข้าได้รับของไปแล้วไม่สามารถมาปฏิบัติพิธีการศุลกากรให้ครบถ้วนได้ภายในกำหนดระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันตรวจปล่อย ให้ผู้นำของเข้ายื่นคำร้องขอขยายเวลาต่อหน่วยงานพิธีการก่อนครบกำหนดระยะเวลา\n2.2 เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาเก้าสิบวัน นับแต่วันตรวจปล่อย หากผู้นำของเข้ายังมิได้นำหนังสือขอยกเว้นอากรมาแสดง หน่วยงานพิธีการจะงดรับปฏิบัติพิธีการศุลกากรแก่ของที่นำเข้ารายต่อ ๆ ไป เว้นแต่หน่วยราชการผู้ขอรับของไปได้มีหนังสือแจ้งมายังกรมศุลกากรถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ยังไม่สามารถนำหนังสือขอยกเว้นอากรมาแสดงได้ ส่วนกรณีที่หน่วยงานราชการให้หน่วยงานเอกชนหรือบุคคลใด ๆ นำเข้าตามสัญญาซื้อขายและส่งมอบให้หน่วยงานราชการ หากไม่ปฏิบัติตามระเบียบของกรมศุลกากร จะถูกดำเนินการตามข้อ 1.8\nข้อ 3 กรณีเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ โครงก่อสร้างยานพาหนะ ส่วนประกอบ และวัสดุที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้\n3.1 ให้ผู้นำของเข้าซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานและผู้รับจ้างเหมาโดยตรงจากผู้รับสัมปทาน ซึ่งได้รับสิทธินำเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ โครงก่อสร้าง ยานพาหนะ ส่วนประกอบ อุปกรณ์ และวัสดุอื่น ๆ ที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมเข้ามาในราชอาณาจักรโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร เมื่อคณะกรรมการปิโตรเลียมพิจารณาเห็นชอบต้องวางประกันหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร เพื่อเป็นการค้ำประกันค่าภาษีอากรที่สามารถวางประกันได้ตามกฎหมาย ในวงเงินยี่สิบล้านบาท\n3.2 หากปรากฏว่าวงเงินค้ำประกันคงเหลืออยู่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท ให้ผู้นำของเข้านำหนังสือยกเว้นอากรจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมายื่นคำร้องเพื่อขอผ่อนผันรับของไปก่อนปฏิบัติพิธีการศุลกากรได้ภายในวงเงินค้ำประกันที่ลดลงดังกล่าว\n3.3 หนังสือค้ำประกันของธนาคารตามข้อ 3.1 ให้มีกำหนดเวลาค้ำประกันค่าภาษีอากรที่สามารถวางประกันได้ตามกฎหมายสำหรับของที่นำเข้าภายในระยะเวลาสองปี และผู้นำของเข้าต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารฉบับใหม่ หรือหนังสือธนาคารที่ต่ออายุหนังสือค้ำประกันของธนาคารฉบับเดิมมาวางไว้กับกรมศุลกากรก่อนระยะเวลาตามหนังสือค้ำประกันฉบับเดิมสิ้นสุดลงทุกครั้ง\n3.4 การได้รับอนุมัติให้วางเงินประกันหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้ถือเป็นการค้ำประกันค่าภาษีอากรที่สามารถวางประกันได้ตามกฎหมายสำหรับการนำเข้าทุก ๆ ใบขนสินค้า และครอบคลุมจุดนำเข้าทุกแห่ง\n3.5 การเพิ่มเติมหรือยกเลิกหน่วยงานศุลกากรนำเข้า ให้ผู้นำของเข้าแจ้งต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ\nเพื่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะได้แจ้งให้กรมศุลกากรทราบในการขอรับของไปก่อนปฏิบัติพิธีการศุลกากรต่อไป\n3.6 กรมศุลกากรจะพิจารณาคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้แก่ผู้นำของเข้าเมื่อได้ตรวจสอบแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่มีภาระภาษีอากรตามหนังสือค้ำประกันของธนาคารฉบับนั้นค้างชำระต่อกรมศุลกากร\n3.7 ผู้นำของเข้ารายใดได้รับอนุมัติให้วางเงินประกัน หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารไว้ก่อนแล้วในวงเงินตามข้อ 3.1 ให้ถือว่ายังคงได้รับอนุมัติการวางเงินประกันอยู่ต่อไป การวางหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ให้ถือว่าได้รับอนุมัติอยู่ต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ 3.3\n3.8 ผู้นำของเข้าซึ่งได้รับอนุมัติให้รับของไปก่อนปฏิบัติพิธีการศุลกากรรายใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยการขอรับของไปก่อนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรไม่ว่าจะเป็นระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศกรมศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่แล้ว หรือที่จะออกใช้บังคับต่อไปในภายหน้า กรมศุลกากรจะบังคับสัญญาประกันทัณฑ์บนโดยพลัน\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้นำของเข้ายื่นคำร้องขอผ่อนผันรับของ/ส่งของไปก่อน (กศก.103)\n2. เจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากนั้นกำหนดวงเงินประกันพร้อมเสนออนุมัติให้รับของไปก่อนปฏิบัติพิธีการให้ครบถ้วน\n3. ผู้นำของเข้าจัดส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร\n4. ผู้นำเข้าจัดทำสัญญาประกัน(กศก.28) และนำหลักประกันเงินสด หนังสือธนาคารค้ำประกัน ไปวางประกันที่ฝ่ายบัญชีและเบิกจ่าย (ในกรณีวางหลักประกันอย่างอื่นให้ทำได้แต่เฉพาะส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ และอื่น ๆ ที่มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือองค์การระหว่างประเทศ และผู้มีเอกสิทธิทางการทูตเท่านั้น)\n5. ผู้นำของเข้าไปขอรับการตรวจปล่อยของต่อส่วนบริการศุลกากร","2024-04-30T15:00:31"],
    [2423,"9bec16be-0044-423e-8855-84ee751a3395","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเป็นผู้ขนส่งผ่านแดน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-d26b-4ee7-85fe-518f532c29a9",8,0,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 141/2560 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการผ่านแดนตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประกาศกรมศุลกากรที่ 102/2561 ลงวันที่ 30 เมษายน 2561 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกรมศุลกากร ที่ 141/2560\n         ผู้ขนส่งผ่านแดนและผู้ขนส่งปลายทางจะต้องเป็นผู้ขนส่งต้นทางหรือผู้ขนส่งช่วงของผู้ขนส่งต้นทาง ซึ่งมีชื่อระบุไว้ในใบตราส่ง หรือมีหลักฐานแสดงว่าได้รับมอบหมายจากผู้ส่งสินค้าต้นทางหรือได้รับมอบหมายจากผู้ที่สินค้าตราส่งถึง และเป็นผู้ที่ได้การอนุมัติจากกรมการขนส่งทางบกให้เป็นผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศไทย - สปป. ลาว และได้ทำสัญญาประกันทัณฑ์บนการขนส่งสินค้าผ่านแดนไว้กับกรมศุลกากรว่าจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกรมศุลกากร และเงื่อนไขที่ระบุในสัญญานั้น โดยสัญญาดังกล่าวจะทำอย่างคุ้มได้ทั่วไปตลอดระยะเวลาที่เป็นผู้ขนส่งผ่านแดน กรณีใบอนุญาตการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจากกรมขนส่งทางบกหมดอายุ ให้ถือว่าสัญญาประกันทัณฑ์บนการขนส่งสินค้าผ่านแดนสิ้นสุด","2024-04-30T15:11:21"],
    [2424,"9bec186a-29cb-488a-ad86-8a18b58aa700","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเปิดตรวจของเพื่อทำใบขนสินค้าขาเข้า (Bill of Sight)  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-ddb9-4c2a-9e7a-2e0868797d6e",3,0,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขการยื่นคำขออนุญาตเปิดตรวจของเพื่อทำใบขนสินค้าขาเข้า เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรที่ 41/2561 ลงวันที่ 31 มกราคม 2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขการขออนุญาต เปิดตรวจของเพื่อทำใบขนสินค้าขาเข้า \nหลักเกณฑ์ \nผู้นำของเข้าไม่สามารถจัดทำใบขนสินค้าเพื่อรับของไปจากอารักขาศุลกากร เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับของที่นำเข้าเพียงพอ เช่น ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ จำนวนหีบห่อ น้ำหนัก ชนิดของ รุ่นของของ (Model) ส่วนผสม วัตถุที่ทำ หรือ รายละเอียดอื่น ๆ \nกฎหมายศุลกากรได้บัญญัติให้ผู้นำของเข้าสามารถขออนุญาตจากพนักงานศุลกากร เพื่อขอเปิดตรวจของและจดบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ที่จะทำให้สามารถจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามระเบียบของกรมศุลกากร เพื่อนำของออกจากอารักขา โดยผู้นำของเข้าที่ได้รับอนุญาตให้เปิดตรวจของต้องดำเนินการตรวจของเพื่อจดรายละเอียดของของภายในกำหนด 3 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้า     ชำระอากรหรือวางประกันภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต หากไม่ดำเนินการของนั้นจะตกเป็นของตกค้าง \nกรณีที่ไม่สามารถเปิดตรวจของภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ที่ได้รับอนุญาตต้องยื่นคำขอขยายเวลา และ หากได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปได้ ในกรณี ดังนี้ \n1. ถ้าวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลา 3 วัน ตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดราชการ ให้นับวันที่เปิด          ทำการใหม่รวมเข้าด้วยอีกวันหนึ่ง และอนุญาตให้เปิดตรวจในวันที่เปิดที่ทำการใหม่นั้น \n2. กรณีอื่น ให้พิจารณาเหตุผลที่ขอขยายเวลา หากเห็นสมควรให้อนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามที่ขอ       แต่ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต \nเงื่อนไข \n1. ของที่จะขอเปิดตรวจต้องยังไม่ได้ยื่นข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร \n2. ของจะขอเปิดตรวจต้องขนขึ้นเก็บในโรงพักสินค้า หรือ ที่มั่นคงที่ได้รับอนุมัติ และแยกไว้เป็นหมวดหมู่ไม่ปะปนกับของอื่น \nวิธีการ \n          ข้อ 1. การยื่นคำขออนุญาตเปิดตรวจ \nผู้นำของเข้ายื่นคำขออนุญาตเปิดตรวจของต่อหัวหน้าหน่วยงานบริการศุลกากรหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ณ ท่า หรือ ที่ หรือสนามบินศุลกากรที่นำของเข้าก่อนการส่งข้อมูลใบขนสินค้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร                \nข้อ 2. การรับคำร้อง และ การพิจารณาอนุญาต\nพนักงานศุลกากรที่ได้รับมอบหมายรับคำขออนุญาตเปิดตรวจ จะลงทะเบียนรับคำขออนุญาตเปิดตรวจ จะตรวจสอบคำขอเปิดตรวจของ เหตุผล และตรวจสอบว่า ผู้นำของเข้ายังไม่ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อชำระภาษีอากร หรือ วางประกันของที่ขอเปิดตรวจ และของที่ขอเปิดตรวจได้ขนขึ้นเก็บไว้ในโรงพักสินค้า หรือ ที่มั่นคง ณ ท่า หรือ ที่ หรือ สนามบินศุลกากรเรียบร้อยแล้ว \nเมื่อพิจารณาเหตุผลและเงื่อนไขแล้วเห็นสมควรอนุญาต ให้บันทึกการอนุญาตในคำขออนุญาตเปิดตรวจของ และส่งคำขออนุญาตเปิดตรวจให้ผู้นำของเข้าไปดำเนินการเปิดตรวจของ \n\n          ข้อ 3. การเปิดตรวจของ \nภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ผู้นำของเข้าต้องนำคำขออนุญาตที่ได้รับอนุญาตแล้วไปติดต่อเจ้าของโรงพักสินค้า หรือ ที่มั่นคง เพื่อเปิดตรวจและจดรายละเอียดของของ โดยในการเปิดตรวจของต้องมีพนักงานศุลกากรควบคุมการเปิดตรวจของด้วย \n          ข้อ 4. การรับรองการเปิดตรวจ \nเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว พนักงานศุลกากรที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมการดำเนินการจะมัดลวดประทับตรา กศก. หรือ ดำเนินการใด ๆ ที่จะทำให้เกิดความรัดกุมไม่ให้มีการเปิดหีบห่อได้อีก พร้อมทั้งบันทึกผลการควบคุมไว้ในคำขออนุญาตเปิดตรวจ และแจ้งให้โรงพักสินค้า หรือที่มั่นคงทราบการควบคุมการเปิดตรวจ \n          ข้อ 5. การยื่นใบขนสินค้าขาเข้าชำระอากรหรือวางประกัน \nผู้นำของเข้า หรือตัวแทน ต้องดำเนินการจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าชำระอากร หรือวางประกัน โดยพลัน หากพบว่าไม่ส่งข้อมูลใบขนสินค้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร และไม่เสียอากรหรือวางประกัน ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เปิดตรวจของ ให้ถือว่าของที่มีการเปิดตรวจนั้นเป็นของตกค้าง \n          ข้อ 6. การขอขยายเวลากรณีผู้นำของเข้าไม่สามารถมาดำเนินการเปิดตรวจของภายในกำหนด 3 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตและการอนุญาตการขยายเวลา \nผู้นำของเข้ายื่นคำร้องขอขยายเวลาต่อหัวหน้าหน่วยงานตรวจปล่อยหรือผู้ทำการแทนพิจารณาอนุญาต หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ทำการแทนจะอนุญาตให้ขยายเวลาในกรณี ดังนี้ \n6.1 ถ้าวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลา 3 วันตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดราชการ ให้นับวันที่เปิดทำการใหม่รวมเข้าด้วยอีกวันหนึ่งและอนุญาตให้เปิดตรวจในวันที่เปิดที่ทำการใหม่นั้น \n6.2 กรณีอื่น ให้พิจารณาเหตุผลที่ขอขยายเวลา หากเห็นสมควรให้อนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามที่ขอ      แต่ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต","2024-04-30T15:50:43"],
    [2425,"9bec1b2b-4c7d-4c38-aed5-cd0377cb8865","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การนำเรือสำราญและกีฬาเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-e4df-4373-9e3a-e32ede67fdf2",1,0,12,"“เรือสำราญและกีฬา หมายความว่า เรือที่ใช้สำหรับหาความสำราญหรือเรือที่ใช้เพื่อการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ และไม่ได้ใช้เพื่อการค้า เว้นแต่ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย”\n\nการรายงานเรือเข้า หรือการรายงานเรือออก\nภายใต้บังคับมาตรา 64  และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เรือสำราญและกีฬาที่นำเข้ามาเป็นการชั่วคราวนั้น นายเรือจะต้องมารายงานเรือเข้าเช่นเดี่ยวกับเรือทั้งหลายที่มาจากต่างประเทศภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เมื่อเรือมาถึงท่า พร้อมกับต้องทำรายงานอันถูกต้องตามแบบรายงานเรือเข้า (Ships Inwards Report) (แบบที่ 372) ที่กำหนดไว้และแสดงใบทะเบียนเรือเพื่อตรวจด้วย\nพิธีการศุลกากรขาเข้า\n\tการนำเรือสำราญและกีฬาเข้ามาในราชอาณาจักรชั่วคราว ตามประเภท 3 (ค) ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ด้วย “ระบบยานพาหนะผ่านแดน” ให้ถือปฏิบัติดังนี้\n1. ผู้นำของเข้าจะต้องส่งข้อมูล หรือยื่นเอกสารรายงานเรือเข้า (Ships Inwards Report) (แบบที่ 372) ต่อพนักงานศุลกากร พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\n(1) ทะเบียนเรือ (Registration Certificate) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ\n(2) หนังสือเดินทาง (Passport) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ\n(3) เอกสารอื่น ๆ เช่น ต้นฉบับใบปล่อยเรือท่าสุดท้าย (Port Clearance) ภาพถ่ายของเรือที่ปรากฎชื่อเรือ (ภาพสี) เป็นต้น\nกรณีเจ้าของเรือมิได้เป็นผู้นำของเข้ามาด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของเรือให้ผู้ใดผู้หนึ่งที่เดินทางมาพร้อมกับเรือเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเรือเข้ามาเป็นการชั่วคราว\n2. เมื่อพนักงานศุลกากรตรวจสอบสิทธิของผู้นำของเข้า ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประเภท 3(ค) ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530  ถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะบันทึกข้อมูลลงใน “ระบบยานพาหนะผ่านแดน”  และออกเลขที่ใบขนสินค้าพิเศษ พนักงานศุลกากรจะจัดพิมพ์ใบขนสินค้าพิเศษพร้อมสำเนาคู่ฉบับจากระบบคอมพิวเตอร์กรมศุลกากร และประทับข้อความไว้ด้านหลังทั้งต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับว่า\n\nFor the Owner    \nคำเตือน    \nการไม่นำเรือกลับออกไป ผู้นำของเข้าต้องชดใช้เงินตามสัญญาประกันที่ให้ไว้ และอาจถูกดำเนินคดีฐานหลีกเลี่ยงการชำระค่าภาษีอากรและ/หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมายอันมีโทษปรับหรือจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับตามกฎหมายศุลกากรอีกด้วย    \nWARNING    \nUpon the importer failure to re-export the boat, payment of compensation according to the contract of surety ship shall be effected, and the importer shall simultaneously become liable to either a fine or an imprisonment or both for violation of Thai Customs Laws.    \nลงชื่อ.........................................ผู้ทำสัญญา            \n(Promisor Signature)    \nให้ผู้นำเข้าลงลายมือชื่อรับทราบทั้งต้นฉบับใบขนสินค้าพิเศษและสำเนาคู่ฉบับ และรับมอบต้นฉบับใบขนสินค้าพิเศษนั้นไว้เป็นหลักฐานในการปฏิบัติพิธีการ ส่วนสำเนาคู่ฉบับพร้อมเอกสารประกอบ พนักงานศุลกากรจะจัดเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อควบคุมและติดตามต่อไป\n\nการต่ออายุสัญญาประกันเรือสำราญและกีฬาที่นำเข้าชั่วคราว\nการกำหนดระยะเวลาในสัญญาประกันและการต่ออายุสัญญาประกัน\n\tการทำสัญญาประกันให้กำหนดระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแก่กรณี โดยไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่นำเข้าเว้นแต่ กรณีที่เจ้าของเรือหรือผู้เดินทางมาพร้อมกับเรือที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเรือสามารถอยู่ เกินกำหนด 6 เดือนนับแต่วันนำเข้า และประสงค์จะขอขยายระยะเวลาการนำเรือเข้ามาเป็นการชั่วคราว จะต้องยื่นคำร้องต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่เรือจอดอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ขอขยายระยะเวลาการนำเรือเข้ามาชั่วคราวและขอต่ออายุสัญญาประกัน ซึ่งจะต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นโดยให้ยื่นก่อนวันพ้นกำหนดสัญญาประกัน การขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน นับแต่วันนำเข้า  \n \tหากมีเหตุสมควรจะขยายกำหนดระยะเวลาการนำเรือเข้ามาเป็นการชั่วคราวและขอต่ออายุสัญญาประกันออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้\n\tเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาขอขยายกำหนดระยะเวลาการนำเรือเข้ามาเป็นการชั่วคราวและ ขอต่ออายุสัญญาประกัน มีดังนี้\n1. คำร้องขอต่ออายุสัญญาประกัน\n2. ต้นฉบับใบขนสินค้าพิเศษ\n3. สำเนาทะเบียนเรือ\n4. สำเนาหนังสือเดินทางพร้อมหน้าที่มีการประทับตราเดินทางเข้า-ออก\n5. กรณีเจ้าของเรือมิใช่ผู้นำของเข้ามาด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของเรือพร้อมแสดงบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง\n6. เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือรับรองการซ่อมเรือ หรือหนังสือรับรองการจอดเรือจากมารีน่า หรือแผนที่แสดงพิกัดตำแหน่งที่จอดเรือ กรณีไม่ได้จอดอยู่ตามมารีน่า ต่าง ๆ  เป็นต้น\n    \nการนำเรือสำราญและกีฬาออกนอกราชอาณาจักร    \nภายใต้บังคับมาตรา 70 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เรือสำราญและกีฬาที่ประสงค์จะส่งกลับออกไป นายเรือต้องไปรายงานต่อพนักงานศุลกากร และจะต้องยื่นใบสำแดงรายการ    เรือออก (Declaration for Ships Outwards) (แบบที่ 373) และขอรับใบปล่อยเรือ (Clearance Outwards) (แบบที่ 378) ที่กำหนดไว้\n    \nพิธีการศุลกากรขาออก    \n1. ผู้นำของเข้าที่มีความประสงค์จะนำเรือที่นำเข้ามาเป็นการชั่วคราวส่งกลับออกไป จะต้องยื่นใบสำแดงรายการเรืออก (Declaration for Ships Outwards) (แบบที่ 373) ต่อพนักงานศุลกากร พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้\n(1) ต้นฉบับใบขนสินค้าพิเศษ (Simplified Customs Declaration Form) ฉบับเดิม\n(2) หนังสือเดินทาง (Passport)\n(3) เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)\nกรณีเจ้าของเรือมิได้เป็นผู้นำออกด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของเรือให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเรือออก\n2. เมื่อพนักงานศุลกากรตรวจปล่อยเรือที่ประสงค์จะส่งกลับออกไปเรียบร้อยแล้วจะบันทึกการตัดบัญชี การนำเข้าชั่วคราว ตามประเภท 3 (ค) ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530                        ใน “ระบบยานพาหนะผ่านแดน” พร้อมทั้งจัดเก็บใบขนสินค้าพิเศษไว้","2024-04-30T16:15:33"],
    [2426,"9bec16d0-a312-44c7-a97d-6b892d6846fb","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอผ่อนผันทำใบสุทธินำกลับสำหรับสินค้าที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยทางพัสดุไปรษณีย์และจะนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-0712-4061-ae50-23086e2e16b5",1,40,6,"1. กรณีผู้ส่งของออกทางไปรษณีย์มิได้ขอทำใบสุทธินำกลับไว้ขณะส่งออก สำหรับของดังต่อไปนี้  \n     สิ่งของที่ส่งออกและนำกลับเข้ามาในประเทศไทยภายในหนึ่งปี โดยไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปแต่ประการใดและซึ่งเป็นไปตามประเภทพิกัดอัตราอากรอากรขาออกสำหรับของตามประเภทที่ 1 ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำกลับเข้ามาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด) จำเป็นต้องมีใบสุทธินำกลับในขณะที่นำของนั้นกลับเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้ประกอบการขอยกเว้นอากรขาเข้า              \nสิ่งของที่นำเข้ามาในประเทศไทยโดยเสียอากรไว้ครบถ้วนแล้ว และภายหลังส่งกลับออกไปซ่อม ณ ต่างประเทศ หากนำกลับเข้ามาภายใน 1 ปี โดยไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปแต่ประการใดซึ่งเป็นของตามประเภทพิกัดอัตราอากรอากรขาออกสำหรับของตามประเภทที่ 2 ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาในประเทศไทยซึ่งได้เสียอากรไว้ครบถ้วนแล้วและภายหลังส่งกลับออกไปซ่อม ณ ต่างประเทศ) จำเป็นต้องมีใบสุทธินำกลับในขณะที่นำของนั้นกลับเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้ประกอบการขอยกเว้นอากรขาเข้าเพียงเท่าราคาหรือปริมาณแห่งของเดิมที่ส่งออกไปเท่านั้น สำหรับราคาหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการซ่อมให้เสียอากรตามพิกัดอัตราอากรของของเดิมที่ส่งออกไปซ่อมโดยคำนวณจากราคาหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายใน การขนส่งและการประกันภัย    \n\n2. ให้ผู้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศยื่นคำร้องขอผ่อนผันทำใบสุทธินำกลับ พร้อมใบขนสินค้าขาออกและบัญชีราคาสินค้าเพื่อการพิจารณาผ่อนผัน    \n\nหมายเหตุ    \n     1. กรณีผู้นำเข้าประสงค์จะให้ศุลกากรออกสำเนาใบขนสินค้าขาออก จะต้องชำระค่าธรรมเนียมสำเนาใบขนสินค้าขาออก 40 บาท/หน้า    \n     2. กรณีใบขนสินค้าขาออกที่ขอผ่อนผันทำใบสุทธินำกลับสำหรับสิ่งของประเภทที่ 1 เป็นใบขนสินค้าใช้สิทธิ ประโยชน์ขอชดเชยอากรหรือขอคืนอากร ระยะเวลาให้บริการจะไม่เป็นไปตามกำหนดเนื่องจากต้องสอบถามการ ใช้สิทธิประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง","2024-04-30T16:04:43"],
    [2427,"9bec180a-9de8-4fe2-abdb-3e0164044faf","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การส่งสิ่งของส่งทางไปรษณีย์กลับออกไปนอกราชอาณาจักร โดยไม่ต้องปฏิบัติพิธีการส่งกลับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-03cb-4f7a-9f77-b8cb73fa4add",1,0,8,"การส่งสิ่งของส่งทางไปรษณีย์กลับออกไปนอกราชอาณาจักร ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นจริงๆ โดยไม่ต้องปฏิบัติพิธีการส่งกลับตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560  มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้              \n1. สิ่งของที่ส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรจะต้องส่งกลับทั้งหีบห่อ จะส่งกลับแต่เพียงบางส่วนไม่ได้              \n2. สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ขอส่งกลับ จะต้องมิใช่ของต้องห้ามต้องกำกัดในการนำเข้าและไม่มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าการขอส่งกลับนั้นเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต              \n3. สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ขอส่งกลับนั้น จะเปิดตรวจแล้วตามใบขอเปิดตรวจ หรือตามพิธีการเก็บปากระวางก็ได้ แต่ต้องยังมิได้ชำระอากร และยังมิได้ทำใบขนสินค้า              \n4. สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ขอส่งกลับนั้นต้อง    \n4.1 เป็นของฝากหรือของขวัญมีปริมาณพอสมควร หรือ    \n4.2 ไม่มีลักษณะหรือปริมาณที่เห็นได้ว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่าย และผู้มีชื่อรับของมิได้สั่งให้ส่งเข้ามา    \n\n2. วิธีการ              \n1. ผู้นำของเข้ายื่นคำร้องขอใช้สิทธิ โดยแนบสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าและสำเนาใบขนสินค้าขาออกพร้อมกัน และเอกสารประกอบครบถ้วนถูกต้อง              \n2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบชื่อผู้ลงนามในเอกสารว่าเป็นผู้นำเข้า หรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนเป็นการทั่วไปตามที่ปรากฏในระบบทะเบียนผู้ผ่านพิธีการศุลกากร              \n3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสาร ถ้าเอกสารถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์จะดำเนินการลงทะเบียนรับเอกสาร              \n4 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหากพบความถูกต้อง เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จะทำบันทึกเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ","2024-04-30T16:17:03"],
    [2428,"9bec1a87-966c-41e3-975b-eea940239206","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตเปิดระวางเรือเพื่อทำการขนถ่ายของลงเรือเฉพาะเขตและการขนถ่ายของขาเข้าลงเรือเฉพาะเขต ณ ที่จอดเรือภายนอกเกาะสีชัง (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-e137-4cc6-9a04-b875b0d09ebd",1,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอเป็นไปตาม    \n    1. ประกาศกรมกรมศุลกากร ที่ 13/2561 ลงวันที่ 19 มกราคม 2561 เรื่อง กำหนดเขตที่จอดเรือภายนอกเกาะสีชัง    \n    2. ประกาศกาศกรมศุลกากรที่ 39/2561 ลงวันที่ 31 มกราคม 2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข\nในการขนถ่ายของในเขตที่จอดเรือภายนอก    \n    3. กฎกระทรวง กำหนดเวลาทำการบรรทุกหรือขนถ่ายของหรือทำการที่ต้องมีพนักงานศุลกากรกำกับ พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560       \n    4. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียม และยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560         \n\n     ข้อ 1 เมื่อเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้ามาถึงที่จอดเรือภายนอกเกาะสีชังและประสงค์จะขนถ่ายสินค้าลงเรือเฉพาะเขตเพื่อนำเข้ามาเขตท่า นายเรือหรือตัวแทนเรือต้องยื่นคำขออนุญาตเปิดระวางเป็นพิเศษต่อหน่วยงานที่กำกับที่จอดเรือภานอกโดยให้คำรับรองว่าได้รายงานเรือเข้าสำเร็จ โดยแจ้งวันและเวลานำเข้าที่แท้จริงที่เรือถึงเขตท่า (Actual Date Actual Time) เรียบร้อยแล้วจึงทำการขนถ่ายได้    \n     ข้อ 2 ให้นายเรือทำบัญชีรายละเอียดแสดงของที่ถ่ายลงเรือเฉพาะเขต ตามแบบในใบแนบ 13 โดยต้องสำแดงน้ำหนักสินค้าที่บรรทุกในเรือเฉพาะเขตนั้นด้วย  เป็นจำนวนสองฉบับ  และลงนามรับรองว่าถูกต้อง    \n     ข้อ 3 การถ่ายของลงเรือเฉพาะเขต ณ ที่จอดเรือภายนอกนั้นโดยปกติ ไม่ให้ถ่ายจากเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศสองลำ หรือมากกว่านั้นลงเรือเฉพาะเขตลำเดียว เว้นแต่ในบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นจึงให้กระทำได้ แต่ต้อง\nขออนุญาตต่อหัวหน้าหน่วยงานที่กำกับที่จอดเรือภายนอก โดยมีเงื่อนไขว่าต้องแยกของไว้เป็นตอนๆ ให้เห็นได้ชัดเจนว่าของของเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศลำใด    \n     ข้อ 4 หน่วยงานควบคุมการขนถ่าย ประจำที่จอดเรือภายนอกเกาะสีชัง เป็นผู้มัดลวดประทับตรา กศก. ที่\nปากระวางเรือเฉพาะเขตก่อนที่จะขออนุญาตให้เรือเฉพาะเขตเดินทางเข้าไปยังเขตท่าที่เป็นด่านศุลกากร    \n     ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานที่กำกับที่จอดเรือภายนอก หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเห็นสมควรจะสั่งให้พนักงานศุลกากรควบคุมเรือเฉพาะเขตเข้าไปยังเขตท่าที่เป็นด่านศุลกากรก็ได้","2024-04-30T15:51:03"],
    [2429,"9bec1b4d-5fb8-4ede-9263-a72b1f27b65a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","พิธีการศุลกากรส่งของออกทางไปรษณีย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-ff96-4dd9-b98e-13b9de00d7ef",1,0,9,"1. หลักการส่งของออกจากไปรษณีย์              \nการฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศให้กระทำได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งตามระเบียบข้อบังคับของการสื่อสารแห่งประเทศไทย โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของพนักงานศุลกากรตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ คือ              \n     1.1 ไม่เป็นของต้องห้ามในการส่งออก              \n     1.2 ไม่เป็นของต้องกำกัดในการส่งออก              \n     1.3 ไม่เป็นของต้องเสียอากร หรือค่าภาคหลวงในการส่งออก              \n     1.4 การส่งจากผู้ส่งคนหนึ่งไปถึงผู้รับคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนกี่ห่อมีราคารวมกันคราวหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับของทั่วไป หรือไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับเพชรพลอย เครื่องรูปพรรณทองคำ และเครื่องรูปพรรณ ทองคำขาว              \n     1.5 มิใช่การส่งออกที่ขอคืนอากร หรือของรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร              \n     1.6 มิใช่การส่งออกที่ขอใบสุทธิสำหรับนำกลับเข้ามา              \n     ทั้งนี้ เมื่อหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเห็นสมควร ผู้ฝากส่งต้องยอมให้ตรวจของที่จะฝากส่งนั้นก่อนส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์              \n     สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ไม่สามารถฝากส่งตามหลักเกณฑ์ในวรรคแรก ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ณ ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ในเขตกรุงเทพฯ หรือทางด่านศุลกากรอื่นที่มีอำนาจ ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดกับที่ทำการไปรษณีย์ที่จะฝากส่งนอกเขตกรุงเทพฯ     \n2. การปฏิบัติพิธีการเกี่ยวกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศ              \n     การปฏิบัติพิธีการเกี่ยวกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศ นอกจากที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะสำหรับพิธีการไปรษณีย์ ให้ปฏิบัติตามระเบียบพิธีการส่งของออกทั่วไปทางเรือที่กรมศุลกากรกำหนด เว้นแต่วันที่ส่งออกในใบขนสินค้าขาออกให้ลงวัน เดือน ปี ที่ที่ทำการไปรษณีย์จะรับฝากส่ง    \n3. การบรรจุสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศ              \n     สิ่งของทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศ เมื่อปฏิบัติพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว กรณีเครื่องคอมพิวเตอร์สั่งการให้เปิดตรวจ ให้พนักงานศุลกากรดำเนินการตรวจสอบให้เป็นที่พอใจก่อนแล้วควบคุมผู้ส่งออกทำการบรรจุเข้าหีบห่อ ปิดผนึกให้แน่นหนา เหมาะแก่การส่งออกโดยทางไปรษณีย์ มัดเชือกและหยอดครั่ง ประทับตราศุลกากร พร้อมทั้งบันทึกบนหีบห่อว่าเป็นของส่งออกตามใบขนสินค้าขาออกฉบับใด ตรวจปล่อยเมื่อใด และประทับตราส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ หรือด่านศุลกากรแล้วแต่กรณี พร้อมลงลายมือชื่อผู้ตรวจเป็นหลักฐาน แล้วส่งมอบห่อของให้แก่ผู้ส่งออกนำไปฝากส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์              \n     เมื่อที่ทำการไปรษณีย์ได้รับฝากส่งเรียบร้อยแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยทำการรับบรรทุก ตามหลักฐานการส่งออกที่ผู้ส่งออกนำมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่              \n     กรณีเครื่องคอมพิวเตอร์สั่งการยกเว้นการตรวจ ให้พนักงานศุลกากรควบคุมการบรรจุเข้าหีบห่อ โดยไม่ต้องเปิดตรวจ แล้วดำเนินการต่อตามข้างต้นต่อไป    \n     การปฏิบัติงานตามคู่มือสำหรับประชาชน เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของกรมศุลกากร อาจเกิดผลกระทบเกี่ยวกับระยะเวลาการดำเนินการที่ไม่อาจคาดหมายได้","2024-04-30T16:22:22"],
    [2430,"9bec1c07-8398-470c-8985-20f6fd62f67d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","พิธีการศุลกากรนำเข้าทางไปรษณีย์ กรณีไม่ต้องจัดทำใบขนสินค้าขาเข้า (ปากระวาง) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-fc41-47b8-88aa-83bc1a32fb23",1,0,8,"1. การรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศยื่นปฏิบัติพิธีการศุลกากรแทนการจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าโดยอนุโลม ว่าเป็นการจัดเก็บอากรปากระวางมีหลักเกณฑ์ ต้องเป็นสิ่งของที่นำเข้าโดยทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่ส่งจากผู้ส่งคนหนึ่งถึงผู้รับคนหนึ่งในคราวเดียวกันหรือเข้ามาถึงพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือไม่ก็ตาม ผู้รับอาจเป็นบริษัทห้างร้านหรือบุคคล ไม่ว่าจะมีจำนวนกี่หีบห่อ หากมีราคา FOB รวมกันไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งนี้ โดยไม่จำกัดว่าอากรที่ต้องชำระจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด    \n2. การปฏิบัติพิธีการเกี่ยวกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยใช้ใบแจ้ง\nให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ \n     สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร จะเป็นสินค้าหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าผู้รับจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือบริษัท ห้าง ร้าน ถ้ามีราคา FOB ไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งนี้โดยไม่จำกัดว่าอากรที่ต้องชำระจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้ใช้ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศยื่นปฏิบัติพิธีการศุลกากรแทนการจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าโดยอนุโลม ว่าเป็นการจัดเก็บอากรปากระวาง และปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้    \n     1) ผู้รับของยื่นใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ แก่พนักงานศุลกากร ณ หน่วยบริการศุลกากรไปรษณีย์ โดยจะต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน พร้อมแนบเอกสารประกอบ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับของ ฯลฯ    \n     2) พนักงานศุลกากรตรวจสอบเอกสาร และแจ้งผู้รับผิดชอบโรงพักสินค้าบริษัทไปรษณีย์ไทย หรือคลังสินค้าของศุลกากร เตรียมพัสดุไปรษณีย์เพื่อตรวจ โดยพนักงานศุลกากรผู้ตรวจปล่อยจะเรียกลำดับคิวที่จะตรวจปล่อยตามลำดับก่อนหลัง    \n     3) ผู้รับของยื่นใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ต่อพนักงานศุลกากรผู้ตรวจปล่อย เพื่อดำเนินการตรวจปล่อยสินค้า    \n     4) เปิดหีบห่อเพื่อตรวจของและประเมินราคา    \n     5) บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ได้แก่ ชนิดของ ราคาประเมิน ประเภทพิกัดฯ และค่าภาระติดพันอื่นๆ \n(ถ้ามี) และระบบคอมพิวเตอร์จะประมวลผลโดยอัตโนมัติ ในส่วนของอัตราอากร อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) ค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) ยอดรวมราคาประเมิน และภาษีอากร แล้วจัดเก็บเงินรายได้ และสั่งพิมพ์ใบเสร็จรับเงินจากระบบคอมพิวเตอร์    \n     6) บันทึกรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ไว้ในใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ    \n     7) บันทึกการตรวจปล่อยของส่งทางไปรษณีย์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์    \n     8) เมื่อผู้รับของชำระค่าภาษีอากรเรียบร้อยแล้วจะได้รับของ ใบเสร็จรับเงินและใบปล่อยจากเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจ    \n\nหมายเหตุ    \n     การปฏิบัติงานตามคู่มือสำหรับประชาชน เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของกรมศุลกากร อาจเกิดผลกระทบเกี่ยวกับระยะเวลาการดำเนินการที่ไม่อาจคาดหมายได้","2024-04-30T16:21:44"],
    [2431,"9bec1cc2-d6e6-4068-9ea7-17201e983519","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-e848-439f-9a62-1a983b422aff",1,0,9,"หลักเกณฑ์    \n     \n     การนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามพิกัดอัตราศุลกากรภาค 4 ประเภทที่ 3(ค) \nทางด่านศุลกากรที่ตั้งอยู่เขตแดนทางบกและมีด่านพรมแดนติดต่อกับต่างประเทศโดยการสัญจรบนท้องถนน ต้องได้รับอนุญาตการใช้รถหรือรถจักรยานยนต์จากนายทะเบียน ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ ก่อนการนำรถหรือรถจักรยานยนต์ผ่านด่านพรมแดนทางบกเข้ามาในราชอาณาจักร และต้องปฏิบัติตามประกาศกรมการขนส่งทางบก ลงวันที่ 30 มีนาคม 2559 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต ระยะเวลาในการใช้รถและเครื่องหมายแสดงการใช้รถที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวหรือการอื่นใดที่มีความจำเป็นเฉพาะกรณี พ.ศ. 2559 และต้องเป็นรถที่จดทะเบียนในประเทศที่ไม่มีความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศนั้น หรือมีความตกลงกับรัฐบาลไทยแต่ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติเพื่อให้มีผลตามความตกลง และนำมาใช้ในการท่องเที่ยวหรือการอื่นใดที่มีความจำเป็นเฉพาะกรณีที่ไม่ใช่เพื่อการรับจ้าง ทั้งนี้ มิให้ใช้บังคับกับรถ ดังนี้    \n     1) รถที่นำเข้ามาตามความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น    \n     2) รถของประเทศที่ไทยมีความตกลงด้านการขนส่งทางถนน เช่น มาเลเซีย สิงค์โปร์ ลาว    \n     3) รถประจำถิ่น    \n     การขออนุญาตใช้รถเป็นการชั่วคราวให้ยื่นขอก่อนนำรถเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านพรมแดนของด่านศุลกากรที่จะนำรถเข้ามาในราชอาณาจักร    \n\nวิธีการ    \n     ผู้นำรถเข้าหรือตัวแทนนำหลักฐานมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ จุดตรวจด่านพรมแดน กรณีมีสิ่งของอื่นหรือผู้โดยสารและสิ่งของติดตัวผู้โดยสารเข้ามาพร้อมกับรถ ผู้นำรถเข้าหรือตัวแทนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วย เจ้าหน้าที่ศุลกากรทำการบันทึกข้อมูลและจัดทำใบขนสินค้าพิเศษ มอบให้ผู้นำรถเข้าลงลายมือชื่อขอประกันตนเองและรับรองความถูกต้องในใบขนฯ ผู้นำรถเข้าหรือตัวแทนนำรถพร้อมใบขนสินค้าพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ด่านพรมแดนตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบความถูกต้องแล้วลงลายมือชื่อในใบขนสินค้าพิเศษ และมอบใบขนสินค้าพิเศษ ให้ผู้นำรถเข้าหรือตัวแทน 1 ฉบับ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการนำรถเข้ามาใน\nราชอาณาจักรและใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเมื่อนำรถกลับออกไปนอกราชอาณาจักร    \n\nเงื่อนไข    \n     ระยะเวลาในการนำเข้าไม่เกิน 1 เดือนโดยสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกครั้งละไม่เกิน 1 เดือน แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 6 เดือน \nนับแต่วันนำเข้า ทั้งนี้จะต้องไม่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในกรณีที่ไม่อาจนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์กลับออกไปนอกราชอาณาจักร ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันและทัณฑ์บนจะต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุสัญญาประกันฯ ก่อนครบกำหนดสัญญาประกันฯ โดยสามารถยื่นคำร้องขอต่ออายุสัญญาประกันฯ ได้ที่ด่านศุลกากรทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร         \n\nการต่ออายุ    \n     การต่ออายุสัญญาประกันทัณฑ์บนนำเข้าชั่วคราวของรถยนต์รถจักรยานยนต์ต้องต่อก่อนหมดอายุสัญญาประกันทัณฑ์บนตามเงื่อนไขดังนี้    \n     1. ต่ออายุได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือนโดยรวมระยะเวลาในการนำเข้าชั่วคราวทั้งสิ้นไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่นำเข้าทั้งนี้การพิจารณาระยะเวลาในการทำสัญญาและต่อสัญญาแต่ละครั้งให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขระยะเวลาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตการเข้ามาในราชอาณาจักรให้แก่ผู้นำเข้า    \n     2. ในกรณีที่มีความจำเป็นเช่นเครื่องยนต์เสียอยู่ระหว่างการซ่อมแซมหรือเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่อาจพิจารณาอนุญาตให้ต่ออายุสัญญาประกันเกินกว่าเวลาที่กำหนดในข้อ 1 ได้แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 8 เดือนนับแต่วันนำเข้า    \n     3. การต่ออายุสัญญาประกันดำเนินการได้ที่ด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรภาคทุกแห่งโดยต้องนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่นำเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยตนเองพร้อมด้วยสัญญาประกันฉบับเดิมเพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกการขยายระยะเวลา         \nการนำรถกลับออกนอกราชอาณาจักร    \n     ผู้นำรถออกต้องยื่นใบขนสินค้าพิเศษฉบับเดิม ที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรออกให้ขณะนำรถเข้าพร้อมนำรถมาให้เจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ \nด่านพรมแดน ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ด่านพรมแดน ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว หากเห็นว่าถูกต้องจะลงลายมือชื่อในใบขนสินค้าพิเศษ และให้ผู้นำรถออกลงนามในใบขนสินค้าพิเศษนั้น แล้วปล่อยรถออกไปนอกราชอาณาจักร    \n     การนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์กลับออกไปนอกราชอาณาจักรเกินระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาประกันฯ ให้ปรับเป็นเงิน\nวันละ 1,000.- บาท แต่ไม่เกิน 10,000.- บาท","2024-04-30T16:14:14"],
    [2432,"9bec1daa-27bd-4103-945c-e66ad061ad5a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขออนุญาตนำรถเข้ามาในราชอาณาจักร (รถบรรทุกสินค้า/รถบรรทุกที่ไม่มีสินค้า/รถยนต์ส่วนบุคคล/รถยนต์บรรทุกแต่คนโดยสาร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-ebba-4d21-9cbc-a9c827636013",1,0,7,"ในกรณีที่ผู้รับผิดชอบการขนส่งทางบกรายงานยานพาหนะเข้า และยื่นบัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.1) โดยส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ได้ออกเลขที่รับรายงานยานพาหนะและบัญชีสินค้าแล้ว พนักงานศุลกากรประจำด่านพรมแดนจะตรวจสอบเลขที่รับรายงานในระบบเมื่อเห็นว่าถูกต้องตรงกันจะอนุญาตให้นำยานพาหนะผ่านเขตแดนทางบกไปได้และให้ถือว่าเป็นการยื่นบัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.1) ตามระเบียบแล้ว  สำหรับกรณีที่ไม่ได้ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการ ดังนี้    \n1) กรณีเป็นยานพาหนะบรรทุกของเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ ให้ผู้ขนส่งของที่ผ่านเขตแดนทางบกเข้าในราชอาณาจักร ยื่นบัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.1) โดยกรอกรายการและลงนาม จำนวน 2 ฉบับ ถ้าเป็นยานพาหนะเปล่าเข้ามาให้หมายเหตุว่า \" ไม่มีสินค้าบรรทุกเข้ามา \" ให้พนักงานศุลกากรประจำด่านพรมแดนตรวจของที่ขนส่งเข้ามา    \n2) กรณีเป็นยานพาหนะบรรทุกของและมิได้เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ ผู้ขนส่งของไม่ต้องยื่นบัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.1) แต่พนักงานศุลกากรประจำด่านพรมแดนจะตรวจสอบจำนวนหีบห่อของที่บรรทุกและสอบถามว่าเป็นของชนิดใดบ้าง แล้วให้กรอกรายการลงในใบผ่านด่าน (แบบ ศ.บ.2) จำนวน 2 ฉบับ แล้วส่งคืนให้ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือผู้ขนส่งของ 1 ฉบับ    \n3) กรณีเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์บรรทุกแต่ผู้โดยสารกับหีบห่อส่วนตัวผู้โดยสารในรถนั้น เจ้าของรถหรือผู้ควบคุมรถไม่ต้องยื่นบัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.1) แต่พนักงานศุลกากรประจำด่านพรมแดนต้องตรวจสอบตามปกติ และถ้าไม่มีของต้องห้ามต้องกำกัดเข้ามา ให้จดเลขทะเบียนรถและวันที่เข้ามาแล้วออกใบผ่านด่าน (แบบ ศ.บ.2) จำนวน 2 ฉบับ โดยไม่กรอกช่องจำนวนหีบห่อและชนิดของแล้วส่งคืนผู้ควบคุมยานพาหนะหรือผู้ขนส่ง 1 ฉบับ    \n4) กรณีเป็นยานพาหนะอื่นๆ นอกจากรถยนต์ตาม 3 และไม่ได้บรรทุกของอย่างใดๆ นอกจากหีบห่อของส่วนตัวผู้โดยสารในยานพาหนะนั้น รวมทั้งคนหาบหามของและสัตว์ที่บรรทุกของเข้ามาเล็กน้อยตามปกติ ถ้าไม่มีของต้องห้ามต้องกำกัดเข้ามาด้วย ให้ผ่านด่านไปได้โดยไม่ต้องมีใบผ่านด่าน (แบบ ศ.บ.2)    \n5) บัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.1) หรือ ใบผ่านด่าน (แบบ ศ.บ.2) ดังกล่าวให้ถือเป็นใบอนุญาตผ่านด่านพรมแดนมายังด่านศุลกากรได้ และให้ผู้ขนส่งของ หรือ เจ้าของรถ หรือ ผู้ควบคุมรถ ยื่นต่อพนักงานศุลกากรประจำด่านศุลกากร เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและดำเนินพิธีการศุลกากรต่อไป","2024-04-30T15:08:28"],
    [2433,"9bec1e21-e017-4916-8f54-3c78abae6170","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การนำรถออกนอกราชอาณาจักร (รถบรรทุกสินค้า/รถบรรทุกที่ไม่มีสินค้า/รถยนต์ส่วนบุคคล/รถยนต์บรรทุกแต่คนโดยสาร)  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-ef06-4783-8459-d26f7e842432",1,0,8,"การนำรถบรรทุกสินค้า หรือรถบรรทุกที่ไม่มีสินค้า หรือรถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถยนต์ที่บรรทุกแต่ผู้โดยสาร ออกไปนอกราชอาณาจักร กระทำได้โดย    \n          1) รถบรรทุกสินค้า ให้ผู้ขนส่งของที่จะขนผ่านเขตแดนทางบก จัดทำบัญชีสินค้าทางบก (ศ.บ.3) จำนวน 2 ฉบับ ยื่นต่อพนักงานศุลกากร\nประจำด่านศุลกากรเพื่อตรวจของที่ขนส่งมานั้น เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งปล่อยของนั้นแล้วจะคืน บัญชีสินค้าทางบก (ศ.บ.3) ให้แก่ผู้ควบคุมรถหรือผู้ขนส่ง \nจำนวน 1 ฉบับ เพื่อยื่นให้กับพนักงานศุลกากรที่ประจำอยู่ ณ ด่านพรมแดนพร้อมใบกำกับการขนย้าย เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง    \n          2) รถบรรทุกที่ไม่มีสินค้า ให้ผู้ขนส่งจัดทำบัญชีสินค้าทางบก (ศ.บ.3) จำนวน 2 ฉบับ โดยให้หมายเหตุว่า ไม่มีสินค้าส่งออก ยื่นต่อพนักงานศุลกากร ณ ด่านพรมแดน    \n          3) รถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถยนต์ที่บรรทุกแต่ผู้โดยสาร ให้เจ้าของรถหรือผู้ควบคุมรถ จัดทำหนังสือขออนุญาตนำยานพาหนะ ส่วนและสิ่งต่างๆ แห่งยานพาหนะและผู้โดยสารเพื่อออกไปยังต่างประเทศ (แบบ 454) รวม 2 ฉบับ พร้อมเอกสารประกอบ ยื่น ณ ด่านพรมแดนแทนบัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.3) เพื่อให้พนักงานศุลกากรประจำด่านพรมแดนตรวจสอบ และให้ปฏิบัติพิธีการเช่นเดียวกับบัญชีสินค้าทางบก (แบบ ศ.บ.3) ทุกประการ    \n     เมื่อนำรถกลับเข้ามาพนักงานศุลกากรประจำด่านพรมแดนจะตรวจสอบรถให้ตรงตามที่นำออกไป","2024-04-30T16:14:34"],
    [2434,"9bec1e27-5db7-478f-a293-b0d58080af74","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การประทับตราอนุญาตให้ขนขึ้นบกในใบอนุญาตการนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-f8ef-4589-a822-f6c27f56fad0",1,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต     \n\nหลักเกณฑ์               \n     การนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน จะต้องขออนุญาตนำเข้าตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 โดยจะต้องนำหนังสือจากนายทะเบียนอาวุธปืน ถึงอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมายื่นต่อหน่วยงานศุลกากร ณ ท่าที่นำเข้า\n\nวิธีการ\n1. ผู้โดยสารที่นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนำติดตัวเข้ามาพร้อมกับตน ให้มอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในอารักขาของศุลกากร โดยพนักงานศุลกากรจะออกใบรับอาวุธปืนแบบ 3 ท่อน (แบบที่ 95) ท่อนหนึ่งให้ผู้นำของเข้ายึดถือไว้เป็นหลักฐาน\n2. ผู้นำของเข้านำเอกสารใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาปฏิบัติพิธีการว่าด้วยการนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเข้ามาในราชอาณาจักรยื่นต่อหน่วยงานศุลกากร ณ ท่าที่นำเข้า พร้อมทั้งชำระค่าภาษีอากร และค่าธรรมเนียมอื่นๆ โดยผู้นำเข้าต้องส่งข้อมูลใบขนสินค้า\nขาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร\n3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ใบอนุญาต และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ขนขึ้นบก 4. เจ้าหน้าที่ประทับตราและลงนามอนุญาตให้ขนขึ้นบกในใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้า (สลักหลัง) และตรวจปล่อยอาวุธปืนออกไปจากเขตอารักขาศุลกากร\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้นำเข้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ต้องผ่านการลงทะเบียนผู้ผ่านพิธีการศุลกากร และ/หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำแทนตามที่ปรากฏในระบบทะเบียนผู้ผ่านพิธีการศุลกากร\n2. ใบอนุญาตสั่งของทุกฉบับมีอายุใช้ได้ 1 ปี นับแต่วันที่ลงใบอนุญาตนั้น เมื่อผู้รับอนุญาตได้สั่งของไปตามใบอนุญาตภายในอายุใบอนุญาต แม้ของที่สั่งจะถูกส่งเข้ามาหลังจากนั้นนานเท่าใด ก็อนุญาตให้รับของตามใบอนุญาตนั้น\n3. ต้องยื่นขออนุญาตขนขึ้นบก ณ ท่าที่จะนำของเข้า\n4. ของดังต่อไปนี้ได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นขออนุญาตขนขึ้นบก\n4.1 อาวุธปืน เครื่องกระสุน ของราชการทหารและตำรวจ\n4.2 อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนประจำเรือเดินทะเล รถไฟและอากาศยานตามปกติ ซึ่งได้แสดงให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจตามกฎหมายแล้ว\n5. ถ้าผู้นำเข้าซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนมิได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันส่งมอบ หรือในกรณีที่นายทะเบียนท้องที่อนุญาตให้นำเข้าแล้ว ผู้นำเข้าไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียนสั่งอนุญาตหรือมิได้ส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน หรือเมื่อได้รับอนุญาตให้นำเข้าซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนแล้วไม่มารับอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนนั้นไปจากพนักงานศุลกากรจนพ้นกำหนดอายุใบอนุญาตหรือผู้นำเข้าซึ่งได้เดินทางผ่านหรือจะอยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวไม่รับคืนอาวุธปืนไปเมื่อออกนอกราชอาณาจักร ให้อาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนนั้นตกเป็นของแผ่นดิน\n6. อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อนุญาตให้นำเข้า กรมศุลกากรจะสั่งให้ผู้นำของเข้าส่งกลับออกไปภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ผู้นำของเข้าได้รับคำสั่ง หรือถือว่าทราบคำสั่งแล้ว ผู้นำของเข้าจะต้องมาปฏิบัติพิธีการศุลกากรว่าด้วยการส่งของออกตามระเบียบ ถ้าผู้นำของเช้าไม่มาปฏิบัติพิธีการ ภายในกำหนดดังกล่าวให้ถือว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนั้นตกเป็นของตกค้าง\n\nหมายเหตุ\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n** การดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามลำดับการยื่นคำร้อง","2024-04-30T16:15:58"],
    [2435,"9bec1ecf-f4c4-45d0-a469-846fb67a19d6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การส่งออกของที่มีปริมาณเล็กน้อยตามแนวชายแดน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-f240-4530-a4bd-6509a8176d9f",1,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต     \nการปฏิบัติพิธีการศุลกากรเพื่อส่งออกของที่มีปริมาณเล็กน้อยตามแนวชายแดน ณ ด่านพรมแดนหรือจุดผ่านแดนถาวร หรือจุดผ่านแดนชั่วคราว หรือจุดผ่อนปรนทางการค้า ให้ผู้ส่งของออก ยื่นใบแจ้งรายละเอียดสินค้าขาออก (กศก.153) พร้อมสำเนาหนึ่งฉบับ ต่อพนักงานศุลกากร ณ ด่านพรมแดน หรือจุดผ่านแดนถาวร หรือจุดผ่านแดนชั่วคราว หรือจุดผ่อนปรนทางการค้า เพื่อให้พนักงานศุลกากร ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของของที่ส่งออกให้ตรงตามที่สำแดง และบันทึกรับรองการส่งออก เพื่อเป็นหลักฐานให้กับผู้ส่งของออกในการดำเนินการเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมสรรพากร โดยของที่ส่งออก จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข ดังต่อไปนี้    \n(1) มีราคาไม่เกินห้าหมื่นบาท    \n(2) ไม่เป็นของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้ามของต้องกำกัดในการส่งออกตามกฎหมาย    \n(3) ไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรภายใต้กฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่ม","2024-04-30T16:17:55"],
    [2436,"9bec1f59-ed40-4f81-afdb-ddfefd05ee9c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การส่งหรือนำเงินตรา เงินตราต่างประเทศ และตราสารเปลี่ยนมือ ออกไปหรือเข้ามาในประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d12-f552-433b-bd15-e8825b20ccad",1,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- เงินบาท หรือตราสารเปลี่ยนมือที่ไม่ระบุชื่อผู้รับเงินและไม่มีข้อกำหนดห้ามเปลี่ยนมือที่ระบุจำนวนเงินเป็นเงินบาท อันมีมูลค่ารวมกันเกิน 450,000 บาท นำออกไปนอกหรือนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องแจ้งรายการนั้นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด\n  โดยกรณีนำออกไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน (เฉพาะมณฑลยูนนาน) และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย (สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และสหพันธรัฐมาเลเซีย) เกินกว่า 2,000,000 บาท และกรณีนำออกไปยังประเทศอื่นเกินกว่า 50,000 บาท จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนนำเงินมาสำแดง\n- เงินตราต่างประเทศ หรือตราสารเปลี่ยนมือที่ไม่ระบุชื่อผู้รับเงินและไม่มีข้อกำหนดห้ามเปลี่ยนมือที่ระบุจำนวนเงินเป็นเงินตราต่างประเทศ ที่มีมูลค่าเกินกว่า 15,000 ดอลล่าห์สหรัฐหรือเทียบเท่า นำออกไปนอกหรือนำเข้ามาในประเทศ จะต้องแจ้งรายการนั้นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด\n- เงินบาท เงินตราต่างประเทศ ตราสารเปลี่ยนมือที่ไม่ระบุชื่อผู้รับเงินและไม่มีข้อกำหนดห้ามเปลี่ยนมือ\t ที่รวมกันแล้วมีมูลค่าเกิน 450,000 บาท นำออกไปนอกหรือนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องแจ้งรายการนั้นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด\n\nหมายเหตุ\n- ในกรณีมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับความจริงหรือความถูกต้องของรายการสินค้าหรือเอกสารที่สำแดงให้ผู้นำของออกมีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือความถูกต้องของข้อความหรือเอกสารใดๆ ที่ได้สำแดงต่อเจ้าหน้าที่โดยอาจเป็นขอให้ผู้นำของออกจัดหาคำอธิบายเพิ่มเติมรวมทั้งเอกสารหลักฐานอื่นว่าราคาที่สำแดงไว้นั้นเป็นความจริง\n- การพบเหตุสงสัยซึ่งต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงถือว่าเป็นการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T16:17:20"],
    [2437,"9bee0cf0-88d6-4318-b7d3-125f3cd05497","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การขอยกเลิกการลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d13-8867-4ee1-8989-2e89bd624a2f",1,0,24,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอยกเลิกการลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามประกาศ                      กรมศุลกากรที่ 94/2564 ลงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร \nข้อ 3 ในประกาศนี้\n“การลงทะเบียน” หมายความว่า การลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร\nและให้หมายความรวมถึง การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การขอใช้ข้อมูลทะเบียนกรณีถูกระงับการใช้ข้อมูล และการยกเลิกการ\nลงทะเบียน\n“ผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร” หมายความว่า ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก\nผู้รับผิดชอบการบรรจุ ผู้รายงานยานพาหนะเข้า-ออก ธนาคารศุลกากร และศูนย์บริหารเงินศุลกากร\n“ระบบทะเบียนผู้มาติดต่อ” หมายความว่า ระบบงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ของศุลกากรที่ใช้ในการบันทึกและจัดเก็บ\nฐานข้อมูลทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร ทั้งจากการลงทะเบียนผ่านระบบ\nลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs\nTrader Portal และการลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nข้อ 4 ผู้ประสงค์จะเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรต้องลงทะเบียน โดยสามารถ\nดำเนินการได้ 3 ช่องทาง ดังนี้\n(1) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร\n(2) ลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal\n(3) ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nกรณีระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากรหรือระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง\nCustoms Trader Portal ไม่สามารถใช้งานหรือให้บริการได้ ให้ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร\nข้อ 12 การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมศุลกากร ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน\nในคู่มือการลงทะเบียนที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.customs.go.th ในหัวข้อระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ > คู่มือ\nหรือ http://registeronline.customs.go.th ในหัวข้อ คู่มือ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 1 แห่งประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2565 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร (ฉบับที่ 2))\nข้อ 18 ผู้ที่แจ้งขอยกเลิกการลงทะเบียน จะถือว่าสิ้นสภาพการเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร นับแต่วันที่ยื่นแบบคำขอเป็นต้นไป\nข้อ 21 การลงทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน\nในคู่มือการใช้งานระบบลงทะเบียนที่ปรากฏบนเว็บไซต์ https://www.customstraderportal.com ในหัวข้อ คู่มือการใช้งาน (แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 3 แห่งประกาศกรมศุลกากรที่ 94/2565 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เรื่อง การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร (ฉบับที่ 2))\nข้อ 25 การลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร ให้ยื่นแบบคำขอ และหลักฐานประกอบแบบคำขอ\nตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ โดยให้เป็นไปตามข้อปฏิบัติในการยื่นแบบคำขอและวิธีการกรอกแบบคำขอ\nข้อ 26 ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นแบบคำขอได้ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ \n(1) ฝ่ายทะเบียนผู้นำเข้าและส่งออก ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร หรือ\n(2) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป หรือหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติให้รับลงทะเบียนของสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร \nกรณีผู้ลงทะเบียนที่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานทูต องค์การสาธารณกุศล หรือองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่มีเลขประจำตัว\nผู้เสียภาษีอากร ให้ยื่นแบบคำขอได้ ณ ฝ่ายทะเบียนผู้นำเข้าและส่งออก ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการ\nและราคาศุลกากร\n\n\nหมายเหตุ\n** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T16:05:03"],
    [2438,"a0a0d75d-aad0-48b1-980e-7f0657d5111a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการคลัง","กรมศุลกากร","การเปิดดำเนินการเขตปลอดอากร ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดดำเนินการเขตปลอดอากร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","a0a0ce65-ec30-41d1-99fd-736fe78e4ad9",15,0,6,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตเปิดดำเนินการเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมศุลกากรตามแบบแนบท้ายประกาศกรมศุลกากร ที่ 22/2565 พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน\n\nก่อนขอเปิดดำเนินการเขตปลอดอากร ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก อาคาร สถานที่ อุปกรณ์ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบควบคุมความปลอดภัย และระบบต่าง ๆ ที่จำเป็น ตามความเหมาะสมกับลักษณะและขนาดของกิจการแต่ละประเภทบนพื้นฐานทั่วไป ดังต่อไปนี้ \n1. ระบบสาธารณูปโภค ระบบควบคุมความปลอดภัย \n1.1 ระบบถนนภายในและถนนเชื่อมต่อกับถนนหรือทางสาธารณะภายนอกเขตปลอดอากร \n1.2 ระบบระบายน้ำฝนหรือระบบป้องกันน้ำท่วม \n1.3 ระบบประปา \n1.4 ระบบบำบัดน้ำเสียและระบบควบคุมและกำจัดมลพิษ \n1.5 ระบบสื่อสารโทรคมนาคม \n1.6 ระบบไฟฟ้า \n1.7 ระบบดับเพลิงและระบบป้องกันอุบัติภัย \n1.8 ระบบกำจัดกากอุตสาหกรรม มูลฝอย และสิ่งปฏิกูล \n1.9 ระบบติดตามตรวจสอบมลพิษและคุณภาพสิ่งแวดล้อม \n1.10 ระบบรักษาความปลอดภัย \nทั้งนี้ กรมศุลกากรสามารถกำหนดให้มีมาตรฐานแตกต่างกันได้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการ การป้องกันผลกระทบต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม ตามลักษณะของกลุ่มอุตสาหกรรมหรือกลุ่มกิจกรรมในเขตปลอดอากร และห้ามมิให้จัดที่อยู่อาศัยภายในเขตปลอดอากร \n2. ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มี สถานที่ อาคาร สิ่งก่อสร้าง เครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์สำนักงาน ดังนี้ \n2.1 ประตูเขตปลอดอากร สำหรับการนำเข้า-ออกสินค้า ความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร และมีรั้วรอบขอบชิดที่เหมาะสม มีความมั่นคงแข็งแรงฐานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กล้อมรอบเขตปลอดอากร เว้นแต่ โดยสภาพของกิจการไม่จำเป็นต้องมีรั้วหรือโดยสภาพแวดล้อมสามารถดำเนินการก่อสร้างสิ่งอื่นทดแทนได้ \n2.2 อาคารสำนักงานศุลกากรที่มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในบริเวณที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับสถานีตรวจสอบ (Checking Post) โดยมี \n2.2.1 อุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานที่จำเป็นและเพียงพอต่อการปฏิบัติงานของพนักงานศุลกากร \n2.2.2 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกับระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ (TCES) \n2.2.3 ระบบควบคุมการรับมอบ-ส่งมอบ การขนย้าย การเก็บรักษา การควบคุมและตรวจปล่อยสินค้าที่ทันสมัย และสามารถตรวจสอบได้ เช่น ระบบรหัสแถบเส้น (Bar Code System) เครื่องชั่งน้ำหนักอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น \n2.2.4 ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ และหรือสิ่งของที่ผ่านเข้า-ออก และเปิดตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่าหกสิบวัน \n2.3 สถานที่ตรวจของเข้า-ออกอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือบริเวณใกล้เคียงกับอาคารสำนักงานศุลกากร มีแสงสว่างและพื้นที่กว้างขวางเพียงพอกับการปฏิบัติงาน \n2.4 สถานีตรวจสอบ (Checking Post) ตั้งอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม มีบริเวณสถานที่จอดรถยนต์เพื่อตรวจยานพาหนะและสินค้าชั่วคราว \n2.5 สถานที่อันควรและเหมาะสม สาหรับเป็นที่พักอาศัยของพนักงานศุลกากร \n2.6 กรณีเขตปลอดอากรประเภทปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมีที่เป็นของเหลว (ขปต.) ต้องจัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อแสดงและบันทึกข้อมูลการรับ-จ่าย และคงเหลือของปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมีที่เป็นของเหลว ข้อมูลที่เกี่ยวกับเรือกำหนดเวลาเข้า-ออกของเรือจาก ขปต. รวมทั้งต้องติดตั้งเครื่องวัดระดับปริมาตรและอุณหภูมิอัตโนมัติประจำถังเก็บทุกถัง ทั้งนี้ สิ่งก่อสร้าง ถัง ท่อและอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับเก็บปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมีที่เป็นของเหลวในเขตปลอดอากร จะต้องมีสภาพมั่นคงและแข็งแรง โดยถังสำหรับเก็บปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมีที่เป็นของเหลวทุกใบ ต้องผ่านการรับรองและอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีท่อทางรับ-จ่ายที่สามารถควบคุมปริมาณปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมีที่เป็นของเหลวในเขตปลอดอากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุม และต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองปริมาตรความจุประจำถังจากกรมศุลกากรหรือกรมสรรพสามิตหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมศุลกากรรับรองแล้ว เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณปริมาตร และน้ำหนักสำหรับของที่นำเข้าเก็บและส่งออกจากเขตปลอดอากร \n2.7 กรณีเขตปลอดอากรเพื่อการประกอบพาณิชยกรรม ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรหรือผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากร ต้องจัดให้มีระบบการควบคุมสินค้าคงคลังและระบบควบคุมทางศุลกากร ดังนี้ (ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 189/2564)\n2.7.1 ระบบการควบคุมสินค้าคงคลัง\nต้องจัดให้มีระบบการควบคุมสินค้าคงคลังให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากร เพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์\n2.7.2 ระบบควบคุมทางศุลกากร\n(1) ระบบควบคุมทางศุลกากรสำหรับสินค้าประเภท รถยนต์ใหม่สำเร็จรูปตามประเภทพิกัดศุลกากร 8702 8703 และ 8704\n(ก) ต้องจัดให้มีระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากรเพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์\n(ข) ต้องมีระบบการถ่ายภาพและจัดเก็บภาพรถยนต์ใหม่สำเร็จรูป ขณะผ่านประตูเข้า-ออก รวมถึงตำแหน่งที่จอดรถ โดยต้องถ่ายภาพตำแหน่งที่จอดรถอย่างน้อยทุก ๆ เจ็ดวัน\n(ค) ต้องมีระบบตรวจจับสถานะตำแหน่งของรถยนต์ใหม่สำเร็จรูป และต้องสามารถจัดเก็บและเรียกดูข้อมูล ประวัติ สถานะ ตำแหน่งของรถยนต์นั่งสำเร็จรูปได้ตลอดเวลา (Real-time System)\n(2) ระบบควบคุมทางศุลกากรสำหรับสินค้าประเภทสุรา ไวน์ บุหรี่ หรือของที่มีความเสี่ยงตามประกาศกำหนดประเภทหรือชนิดแห่งของที่จะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และการควบคุมของที่มีความเสี่ยง\n(ก) ต้องจัดให้มีระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากรเพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์\n(ข) ต้องมีระบบการถ่ายภาพและจัดเก็บภาพสินค้า หรือรถบรรทุกสินค้า ขณะผ่านประตูเข้า-ออก รวมถึงตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้า โดยต้องถ่ายภาพตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้าอย่างน้อยทุก ๆ สิบสี่วัน \n(ค) ต้องมีระบบตรวจจับสถานะตำแหน่งสินค้า และต้องสามารถจัดเก็บและเรียกดูข้อมูล ประวัติ สถานะ ตำแหน่งของสินค้า ได้ตลอดเวลา (Real-time System)\n(ง) ต้องมีการควบคุมหีบห่อบรรจุสินค้าขณะนำเข้า-นำออก และภายในเขตปลอดอากร ดังนี้\n(1) กรณีนำเข้าเป็นกล่องหรือหีบห่อต้องมีการปิดผนึกที่มิดชิด\n(2) กรณีนำเข้าเป็นพาเลท (Pallet) หรือลักษณะที่ต้องมัดรวมสินค้านั้นไว้ด้วยกัน ต้องมีวัสดุห่อหุ้มที่โปร่งแสงสามารถมองเห็นจำนวนกล่องหรือหีบห่อได้ชัดเจน\n(3) หีบห่อสินค้าตาม (1) และ (2) ต้องมีอุปกรณ์สายรัดนิรภัยที่ใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี (RFID Technology) หรือเทคโนโลยีอื่นที่สามารถระบุตัวตนของอุปกรณ์เช่นว่านั้นได้รัดไว้อย่างแน่นหนาและสามารถตรวจสอบข้อมูล ติดตามสถานะของอุปกรณ์สายรัดนิรภัยได้\n(4) หีบห่อสินค้าขณะเวลานำเข้า-นำออก รวมถึงการโอนย้ายสินค้าภายในเขตปลอดอากรต้องอยู่ในสภาพเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง\n(3) ระบบควบคุมทางศุลกากรสำหรับของทั่วไป\n(ก) ต้องจัดให้มีระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ให้เป็นไปตามประกาศกรมศุลกากรว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ำของระบบงานด้านการควบคุมทางศุลกากรเพื่อรองรับการปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์\n(ข) ต้องมีระบบการถ่ายภาพและจัดเก็บภาพสินค้า หรือรถบรรทุกสินค้า ขณะผ่านประตูเข้า-ออก รวมถึงตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้า โดยต้องถ่ายภาพตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้าอย่างน้อยทุก ๆ สามสิบวัน\n(ค) ต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า-นำออก และตำแหน่งที่จัดเก็บสินค้าได้\nทั้งนี้ ข้อมูลตามข้อ 2.7.2 ต้องเชื่อมโยงกับรายงานของระบบการควบคุมสินค้าคงคลังตามข้อ 2.7.1 ได้\n3. ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร ต้องมีป้ายชื่อสถานที่เขตปลอดอากร ทำด้วยวัสดุที่มั่นคง แข็งแรง และสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ดังนี้ \n3.1 ป้ายชื่อเขตปลอดอากร “เขตปลอดอากร... ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายศุลกากร” ขนาดตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 12 นิ้ว ติดตั้งบริเวณด้านหน้าเขตปลอดอากร ให้บุคคลภายนอกสามารถมองเห็นได้ชัดเจน \n3.2 ป้ายชื่ออาคารสำนักงานศุลกากร “สำนักงานศุลกากรประจำเขตปลอดอากร...” ขนาดตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว ติดตั้งไว้ด้านหน้าอาคาร \n3.3 ป้ายชื่อสถานีตรวจสอบ “สถานีตรวจสอบ (Checking Post)” ขนาดตัวอักษรไม่ต่ำกว่า 3 นิ้ว ติดตั้งไว้ส่วนบนด้านหน้าของสถานีตรวจสอบ \n4. เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของการขอเปิดดำเนินการเขตปลอดอากรและพร้อมที่จะเปิดดำเนินการแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งพนักงานศุลกากร ณ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือสำนักงานศุลกากรที่ได้ยื่นคำขออนุญาต เพื่อนัดหมายพนักงานศุลกากรฝ่ายจัดตั้งเขตปลอดอากร พนักงานศุลกากรส่วนตรวจสอบเขตปลอดอากร กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร พนักงานศุลกากรศูนย์ประมวลข้อมูลการข่าวทางศุลกากร และพนักงานศุลกากรด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่กำกับดูแลพื้นที่ ไปตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ พร้อมทั้งยื่นแผนที่แสดงอาณาเขตที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเขตปลอดอากร ชนิดมาตราส่วน\n1 : 50,000 ขนาด A 4 จำนวน 2 แผ่น พร้อมทั้งภาพถ่ายสถานที่ \n5. เมื่อพนักงานศุลกากรได้ตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะเสนอความเห็นต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา \nกรณีที่อธิบดีเห็นว่าเปิดดำเนินการได้ จะมีหนังสือแจ้งเปิดดำเนินการเขตปลอดอากร พร้อมทั้งออกประกาศกรมศุลกากรซึ่งแนบแผนที่ตามมาตราส่วนที่กำหนด เพื่อทราบโดยทั่วกัน และคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาต \n6. กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จและพร้อมที่จะเปิดดำเนินการภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ประสงค์ดำเนินการต่อไปและให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ \n7. กรณีที่มีข้อเท็จจริงหรือเหตุผลอันสมควร อธิบดีอาจผ่อนผันหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอเปิดดำเนินการเขตปลอดอากรในส่วนนี้ได้","2025-12-23T14:54:58"],
    [2439,"962b1943-665f-40aa-a6b6-105fbd188552","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ต่อเนื่อง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-c190-44fd-ab40-96de089aa59b",1,100,null,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ต่อเนื่อง : เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ จากกรมสรรพสามิต\n\nวิธีการ   \nภายใน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตหมดอายุ หากผู้ประกอบการประสงค์จะขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ให้นำใบอนุญาตฉบับเดิมติดต่อขอใบอนุญาตฉบับใหม่ผ่านช่องทางตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n• กรณียื่นชำระค่าธรรมเนียมที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่สามารถรอรับใบอนุญาตได้\n• กรณียื่นชำระค่าธรรมเนียม ณ จุดบริการของตัวแทนรับชำระเงินสามารถรอรับใบอนุญาตได้ โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมบริการตามที่ตัวแทนกำหนด\n• กรณียื่นชำระที่ทำการไปรษณีย์ ผู้ขออนุญาตต้องแลกเป็นธนาณัติและส่งกลับไปที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาเพื่อแลกเป็นเงินสดแล้วออกใบอนุญาต\nหมายเหตุ : กรณีที่ตัวแทนรับชำระเงินไม่สามารถพิมพ์ใบอนุญาตได้ในเวลาที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ขอใบอนุญาตนำหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมไปติดต่อที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่หรือตัวแทนรายอื่นที่พิมพ์ใบอนุญาตได้\n\nเงื่อนไข          \n1. ผู้ขออนุญาตไม่สามารถยื่นคำขออนุญาตกรณีนี้ได้ หากใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุก่อนวันยื่นคำขอ\n2. กรณีใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ ให้ดำเนินการขออนุญาตเป็นรายใหม่\n3. กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบอนุญาต ต้องติดต่อที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่เท่านั้น","2022-06-12T14:55:57"],
    [2440,"962d8989-5ec1-4119-9e77-d0b3cdd06cef","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตนำสินค้าออก หรือกลับคืน โรงอุตสาหกรรม  คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่น  (มาตรา 26 (1) (2) มาตรา 50 วรรคสอง (1) และมาตรา 103 วรรคสอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-d03c-4e74-9f06-3194afb0c2b9",3,0,1,"หลักเกณฑ์                 \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต            \nผู้ประกอบอุตสาหกรรม เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน ที่มีความประสงค์จะนำสินค้าออก หรือกลับคืนโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่น       \n\nวิธีการ          \n1. ยื่นคำขออนุญาตนำสินค้าออก หรือกลับคืน โรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่น พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ที่สํานักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ในกรณีที่   \n- นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี)   \n- นำสินค้าออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี) กลับคืนโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี) อีกแห่งหนึ่ง   \n- ขอนำสินค้าไปเก็บในโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน กรณีเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนเลิกกิจการ   -   ขอนำสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปเก็บในเขตปลอดอากรส่งกลับคืนโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี)    \n2. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอ แจ้งต่อสรรพสามิตพื้นที่ เพื่อตรวจสอบจำนวน หรือหีบห่อสินค้านั้นก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่นใด และจะต้องนำไปโดยพาหนะ และตามเส้นทางที่ได้แจ้งไว้เท่านั้น เมื่อนำสินค้าไปถึง ให้แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตประจำคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตท้องที่ที่คลังสินค้าทัณฑ์บน คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรีนั้นตั้งอยู่ทราบโดยด่วน เพื่อทำการตรวจสอบก่อนนำเข้าเก็บ         \n\nเงื่อนไข      \nการตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่น\nคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ นำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม \nหากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n\n- กรณีขอนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี)  \n\n1. เมื่อผู้ยื่นคำขอได้รับอนุญาตแล้ว และต้องการจะนำสินค้าออก ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อสรรพสามิตพื้นที่เพื่อทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยส่งสำเนาหนังสืออนุญาตดังกล่าวให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตประจําโรงอุตสาหกรรม (ถ้ามี) ทราบ หากสถานที่ที่ต้องการย้ายสินค้าตั้งอยู่ต่างเขตพื้นที่กันให้ส่งสําเนาหนังสืออนุญาตนั้นให้สรรพสามิตพื้นที่ ในเขตท้องที่ปลายทางนั้นทราบด้วย  \n2. ก่อนนําสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม จะต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตประจําโรงอุตสาหกรรม (ถ้ามี) หรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตในเขตท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมนั้นตั้งอยู่ทราบล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง และต้องให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบจํานวน หรือหีบห่อสินค้านั้น ทั้งนี้ สรรพสามิตพื้นที่อาจสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมทําเครื่องหมายแสดงประเภท และชนิดสินค้า น้ำหนัก หรือจํานวนบรรจุไว้ทุกหีบห่อ และเครื่องหมายอื่นใดให้เห็นชัดเจนด้วยว่าเป็นสินค้า ที่นําไปเก็บ ณ คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่นใดด้วยก็ได้  \n3. การนําสินค้าไปเก็บนั้น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องนําไปโดยพาหนะ และเส้นทางที่ได้แจ้งไว้เท่านั้น และต้องมีใบกํากับการขนสินค้า พร้อมทั้งผนึกดวงตรากรมสรรพสามิตที่มีหมายเลขกํากับ (Running Number) ตามแบบ ภส.03-01/2 กำกับสินค้านั้นไปด้วย ทั้งนี้ สรรพสามิตพื้นที่อาจจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตควบคุมสินค้าไปส่งด้วยก็ได้  \n4. เมื่อนําสินค้าไปถึง ต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตประจําท้องที่ที่ตั้งอยู่นั้นทราบโดยด่วน เพื่อทําการตรวจสอบก่อนนําเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามแบบ ภส. 03-01/2   \n5. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องนําสินค้าที่ได้รับอนุญาตนั้นไปให้ถึง และนําเข้าเก็บให้ถูกต้องครบถ้วน ถ้านําสินค้านั้นไปไม่ถึง และไม่นําเข้าเก็บ ไม่ว่าจะมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุประการใด เกิดขึ้นก็ตามผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องเสียภาษีสําหรับสินค้าที่ขาดจํานวนไปตามอัตราภาษีในขณะที่นําออกจากโรงอุตสาหกรรม  \n\n-  กรณีนำสินค้าออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี) กลับคืนโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี) อีกแห่งหนึ่ง  \n-  กรณีขอนำสินค้าไปเก็บในโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน กรณีเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนเลิกกิจการ  \n-  กรณีขอนำสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปเก็บในเขตปลอดอากรส่งกลับคืนโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตประกอบการเสรี)  \n     ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ กรณีขอนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่อื่นใด (ได้แก่ คลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เขตปลอดอากร หรือเขตปลอดอากรเสรี) ตามข้อ 1-5 ข้างต้น","2022-06-12T14:30:13"],
    [2441,"962d8aa8-47d3-46f0-8a41-046af50c0489","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน  เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในระหว่างขั้นตอนการผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-e47e-4525-ab0a-7496684545cf",15,0,2,"หลักเกณฑ์    \nลักษณะของโรงอุตสาหกรรม   \nโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ไม่รวมคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายของกรมศุลกากร หรือ โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนที่อยู่ในเขตปลอดอากร หรือเขตอุตสาหกรรมส่งออก   \n\nวิธีการ          \n    1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอที่สรรพสามิตพื้นที่\nที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ ก่อนนำรถยนต์ออกไปจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า\nทัณฑ์บน สำหรับในกรณีที่มีเหตุอันควร สรรพสามิตพื้นที่อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตไปตรวจสอบรถยนต์\nที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำออกไปทดสอบประสิทธิภาพได้ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาตให้นำรถยนต์\nไปทดสอบประสิทธิภาพได้ จะออกใบอนุญาตให้นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เพื่อประโยชน์ในการทดสอบประสิทธิภาพในระหว่างขั้นตอนการผลิต ตามแบบ ภส. 03 – 01/1 (2) (ใบอนุญาตให้นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อประโยชน์ในการทดสอบประสิทธิภาพในระหว่างขั้นตอนการผลิต มาตรา 26 (3) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560)\n    2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำรถยนต์ออกไปทดสอบประสิทธิภาพ โดยนำใบอนุญาตตามแบบ ภส. 03 – 01/1 (2) กำกับไปกับรถยนต์ที่ได้รับอนุญาต และให้จัดทำป้ายที่มีขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร ซึ่งมีข้อความว่า “อยู่ระหว่างการทดสอบ” โดยใช้ตัวอักษรสีส้มขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เซนติเมตร บนพื้นสีขาว แสดงไว้ที่กระจกบังลมหน้าของรถยนต์ที่นำไปทดสอบประสิทธิภาพ ในบริเวณที่มองเห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา เพื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้\n   3. เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำรถยนต์ที่ออกไปทดสอบประสิทธิภาพกลับเข้าโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ให้มีหนังสือแจ้งสรรพสามิตพื้นที่ผู้ออกใบอนุญาตทราบทันทีที่นำรถยนต์กลับเข้ามา และ\nเมื่อสรรพสามิตพื้นที่ได้รับแจ้งแล้ว จะตรวจสอบรถยนต์ที่นำกลับเข้าโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน \nในวันทำการวันแรกถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบอุตสาหกรรม ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่นำรถยนต์ที่นำออกไปทดสอบประสิทธิภาพกลับเข้าโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในระยะเวลา\nที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนด ต้องชำระภาษีสรรพสามิตพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มสำหรับรถยนต์คันนั้นนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น\n\nเงื่อนไข          \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน   \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และ\nผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม \nหากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. อื่นๆ   \n      2.1 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำรถยนต์ออกไปทดสอบประสิทธิภาพในระหว่างขั้นตอนการผลิตได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และต้องจัดให้มีการประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินและบุคคลภายนอกด้วย   \n       2.2 หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมประสงค์จะนำรถยนต์คันที่เคยได้รับอนุญาตให้นำออกไปทดสอบประสิทธิภาพมาแล้ว ออกไปทดสอบประสิทธิภาพอีกในครั้งต่อไป ให้ยื่นคำขออนุญาตใหม่ตามขั้นตอน โดยจำนวนวันที่ได้รับอนุญาต เมื่อรวมกับจำนวนวันที่เคยได้รับอนุญาตมาแล้วต้องไม่เกิน 360 วัน","2022-06-12T14:30:38"],
    [2442,"962d9148-f7d9-418a-99b2-66eb6932ccba","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอชำระภาษีภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้า ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยมีหลักประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-736d-413f-ab98-644c847f95f6",3,0,1,"หลักเกณฑ์               \n   สินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสามารถขออนุมัติชำระภาษีภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยมีหลักประกัน มีดังนี้        \n   1. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน    \n   2. เครื่องดื่มที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ที่มีการติดตั้งระบบมาตรวัดและระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด    \n   3. เครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้และน้ำพืชผัก    \n   4. หัวเชื้อเข้มข้นเฉพาะที่ใช้กับเครื่องผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่มเพื่อขายให้กับผู้บริโภค ณ จุดขายปลีก    \n   5. เครื่องไฟฟ้าประเภทโคมไฟฟ้าและโคมระย้า    \n   6. แก้วและเครื่องแก้ว    \n   7. รถยนต์    \n   8. เรือ    \n   9. ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง    \n   10. พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่น ๆ    \n   11. รถจักรยานยนต์    \n   12. หินอ่อนและหินแกรนิต    \n   13. แบตเตอรี่    \n   14. สุราแช่ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุราที่มีการติดตั้งระบบมาตรวัดและระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด    \n   15. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่มที่มีลักษณะผง เกล็ด หรือเครื่องดื่มเข้มข้นมีส่วนผสมของน้ำตาลและสามารถละลายน้ำได้ แต่ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์นมที่อยู่ในรูปแบบผงตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร               \n\nการกำหนดวงเงินประกันค่าภาษี          \nวงเงินประกันค่าภาษี จำนวน ร้อยละ 10 ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ 6 เดือน ที่ล่วงมาแล้ว \n\n(ไม่เกิน 1,000,000 บาท)        \n   1. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน    \n   2. เครื่องดื่มที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการติดตั้งระบบมาตรวัดและระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด    \n   3. เครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้และน้ำพืชผัก    \n   4. หัวเชื้อเข้มข้นเฉพาะที่ใช้กับเครื่องผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่มเพื่อขายให้กับผู้บริโภค ณ จุดขายปลีก    \n   5. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่มที่มีลักษณะผง เกล็ด หรือเครื่องดื่มเข้มข้นที่มีส่วนผสมของน้ำตาล และสามารถละลายน้ำได้ แต่ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์นมที่อยู่ในรูปแบบผงตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร    \n    6. รถยนต์    \n    7. สุราแช่ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุราที่มีการติดตั้งระบบมาตรวัดและระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด   \n\n(ไม่เกิน 200,000 บาท)   \n    8. เรือ    \n    9. รถจักรยานยนต์   \n\n(ไม่เกิน 100,000 บาท)  \n    10. เครื่องไฟฟ้าประเภทโคมไฟฟ้าและโคมระย้า  \n\n(ไม่เกิน 10,000 บาท)    \n    11. แก้วและเครื่องแก้ว    \n    12. ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง    \n    13. พรมและสิ่งทอปูพื้นที่ทำด้วยขนสัตว์    \n    14. แบตเตอรี่   \n(0 บาท)   \n    15. หินอ่อนและหินแกรนิต    \n\nกรณีที่ยังไม่เคยมีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในระยะ 6 เดือนมาก่อน   \n    เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถกำหนดวงเงินค้ำประกันได้ตามความเหมาะสม และเมื่อได้มีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนครบ 6 เดือนแล้ว ให้กำหนดวงเงินประกันใหม่    \n\nหลักประกัน   \n   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะยื่นแบบรายการภาษี พร้อมชำระภาษีภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยมีหลักประกัน ดังนี้         \nเงินสด    พันธบัตรรัฐบาล    พันธบัตรขององค์การรัฐบาล    หนังสือค้ำประกันของธนาคาร    โฉนดที่ดิน    วางหลักทรัพย์หรือหลักประกันอื่นที่อธิบดีเห็นชอบ             \n\nกำหนดระยะเวลา         \n    1 ปีนับแต่วันที่สรรพสามิตพื้นที่อนุมัติ       \n\nวิธีการ   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคําขออนุมัติต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สํานักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ และเมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนจึงส่งต่อให้สรรพสามิตพื้นที่มีคำสั่งอนุมัติ   \n\nเงื่อนไข         \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่น\nคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม \nหากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. อื่นๆ    \n   ในกรณีที่สรรพสามิตพื้นที่มีคําสั่งอนุมัติ จะแจ้งการอนุมัติให้ผู้ยื่นคําขออนุมัติมารับหนังสือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกําหนดระยะเวลา ให้ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต","2022-06-12T14:34:04"],
    [2443,"962d91ac-6a68-46b2-9aea-361a92035c1c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุมัติลดหย่อนภาษีสรรพสามิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-2b60-4cd8-a174-b0a3c62a2f24",3,0,1,"หลักเกณฑ์    \nสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิขอลดหย่อนภาษี      \n    สินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิต มีดังนี้       \n1. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน    \n2. เครื่องดื่ม    \n3. แบตเตอรี่    \n4. รถยนต์    \n5. รถจักรยานยนต์    \n6. ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง    \n7. สุรา    \n8. ยาสูบ      \n\nวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะขอลดหย่อนภาษี       \n   ต้องเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบตามจำนวนที่ได้นำมาใช้ผลิตสินค้าและขอชำระภาษี โดยต้องเป็นส่วนที่ยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ลดหย่อนภาษีมาก่อน    \n\nการลดหย่อนภาษี        \n   - ให้นำจำนวนเงินภาษีสรรพสามิตที่เสียไว้แล้วสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต มาหักออกจากจำนวนเงินภาษีสรรพสามิตที่จะต้องเสียสำหรับสินค้าที่ผลิตขึ้นนั้น และให้หักออกได้เท่ากับจำนวนเงินภาษีสรรพสามิตที่ได้เสียไว้แล้ว   \n    - ในกรณีที่จำนวนเงินภาษีสรรพสามิตที่ได้เสียไว้แล้วสำหรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตสินค้าที่ได้รับการลดหย่อนเกินกว่าจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสีย ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับคืนเงินภาษีในส่วนที่เกินกว่าจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียนั้น      \n\nการอนุมัติลดหย่อนภาษี       \n    มีผลตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอลดหย่อนภาษีเป็นต้นไป    \n\nวิธีการ        \n   1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิต ตามแบบ ภส.05-02 ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://excise.go.th หรือจุดให้บริการไปรษณีย์ไทย สำหรับผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าประเภทน้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน ให้ส่งตัวอย่างวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต และสินค้าที่ผลิตได้เพื่อให้กรมสรรพสามิตตรวจวิเคราะห์ก่อนพิจารณาอนุมัติ    \n   2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการผลิต ปริมาณส่วนผสมจำนวนวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่แจ้งไว้ ตามข้อ 1 ให้ยื่นแบบรายการวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิต ตามแบบ ภส.05-02 ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิตhttp://excise.go.th หรือวิธีการอื่นที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง  \n      ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าประเภทน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หากประสงค์จะเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการผลิต ปริมาณส่วนผสม จำนวนวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า ให้ส่งตัวอย่างวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตและสินค้าที่ผลิตได้ เพื่อให้กรมสรรพสามิตตรวจวิเคราะห์ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง    \n   3. เมื่อตรวจสอบเอกสารตามแบบรายการวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิตแล้ว จะอนุมัติสูตรการผลิตให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำไปขอหักลดหย่อนภาษี   \n   4. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอหักลดหย่อนภาษีสรรพสามิตสำหรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า ตามแบบ ภส.05-03 พร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษี ตามแบบ ภส.03-07 และหลักฐานการชำระภาษีของวัตถุดิบที่นำมาเป็นส่วนประกอบในการผลิต    \n   5. กรณีที่จำนวนเงินภาษีสรรพสามิตที่ได้เสียไว้แล้วสำหรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตสินค้าที่ได้รับการลดหย่อน เกินกว่าจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสีย ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับคืนเงินภาษีในส่วนที่เกินกว่าจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียนั้น โดยผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องระบุในแบบคำขอหักลดหย่อนภาษีสรรพสามิตสำหรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า ตามแบบ ภส.05-03 ท้ายคำขอ","2022-06-12T14:34:46"],
    [2444,"96391f9e-1754-4a3c-abce-ce3714cdb73d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเสียภาษีในอัตราศูนย์สำหรับสินค้าน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกันของผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-d3e6-47d4-a228-2a6521d24d4d",3,0,8,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    \n   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะใช้สิทธิเสียภาษีอัตราศูนย์ สำหรับสินค้าน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกัน ที่จำหน่ายหรือส่งมอบให้กับผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิต    \n   \nคำจำกัดความ    \n   \"น้ำมันหล่อลื่น\" หมายความว่า น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกันที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้าเสียภาษีในอัตราศูนย์ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น    \n   \"วัตถุดิบในการผลิต\" หมายความว่า น้ำมันหล่อลื่นที่นำไปผลิตเป็นสิ่งของอื่น โดยเมื่อผ่านกระบวนการผลิตแล้วจะต้องรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับสิ่งของอื่น    \n   \"สิ่งของอื่น\" หมายความว่า สิ่งของที่มิใช่สินค้า น้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน    \n\nอายุของใบอนุญาต        \n    1. ในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมในประเทศ ใบอนุญาตมีอายุตามที่กำหนดไว้ในแบบคำขอ    \n    2. ในกรณีผู้นำเข้า ใบอนุญาตมีอายุต่อครั้งการนำเข้า         \n\nวิธีการ         \n    1. กรณีน้ำมันหล่อลื่นที่ผลิตในราชอาณาจักร   \n       ยื่นคำขอตามแบบ นล. 01 จำนวน 2 ชุด พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ก่อนการนำน้ำมันหล่อลื่นออกจากโรงอุตสาหกรรม    \n    2. กรณีผู้นำเข้าน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกันเข้ามาในราชอาณาจักร   \n       ยื่นคำขอตามแบบ นล. 01 จำนวน 2 ชุด พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่ต้องการนำเข้า หรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ ก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร   \n    3. เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุมัติ ให้มารับใบอนุญาต          \n\nเงื่อนไข          \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด ให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n    2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องจัดทำบัญชีประจำวัน ตามแบบ ภส.07- 01 และ แบบ ภส.07 - 02 และผู้นำเข้าต้องจัดทำบัญชีประจำวันแสดงการ รับ - จ่าย ตามแบบ ภส.07 - 03 เก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานหรือสถานที่เก็บน้ำมันหล่อล่นของผู้นำเข้า   \n    3. ต้องจัดทำบัญชีประจำวันแสดงการรับ-จ่ายน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกันที่กรมสรรพสามิตกำหนด ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องลงบัญชี และเก็บบัญชีประจำวันพร้อมเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบได้ตลอดเวลาทำการ   \n    4. ต้องจัดทำงบเดือนแสดงการรับ - จ่าย น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกันตามแบบ นล.04 และรายละเอียดแสดงการรับ - จ่าย น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกันตามแบบ นล.04 ก   \n    5. ต้องนำส่งงบเดือนแสดงการรับ-จ่ายน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกัน ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่กรมสรรพสามิตกำหนด   \n    6. ต้องรับผิดเสียภาษีเบี้ยปรับสองเท่าและเงินเพิ่มตามจำนวนน้ำมันหล่อลื่นที่สูญหายหรือขาดจำนวนไป หากน้ำมันหล่อลื่นที่ได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราศูนย์ สูญหายหรือขาดจำนวนไประหว่างการขนส่งเกินร้อยละ 0.5 หรือมิได้นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่นจริง หรือการครอบครอง หรือระหว่างการเก็บเพื่อรอจำหน่าย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร","2022-06-12T14:46:56"],
    [2445,"963926fb-04c8-460a-bd9b-60ae658ea04e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเสียภาษีในอัตราศูนย์สำหรับผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-208b-4fd6-af6c-f217436c02a1",3,0,8,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    \n     ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะใช้สิทธิเสียภาษีอัตราศูนย์สำหรับสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน ที่จำหน่ายหรือส่งมอบให้กับผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิต    \n\nคำจำกัดความ   \n    \"สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน\" หมายความว่า สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon Solvent) ที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าเสียภาษีในอัตราศูนย์เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ    \n    \"อุตสาหกรรมต่าง ๆ\" หมายความว่า อุตสาหกรรมที่นำสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนไปใช้ในอุตสาหกรรม แต่ไม่รวมถึงการนำสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนไปใช้เป็นเชื้อเพลิง หรืออย่างเชื้อเพลิงหรือนำสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหรืออย่างเชื้อเพลิง    \n\nอายุของใบอนุญาต        \n   1. กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมในประเทศ ใบอนุญาตมีอายุตามที่กำหนดไว้ในแบบคำขอ     \n   2. ในกรณีผู้นำเข้า ใบอนุญาตมีอายุต่อครั้งการนำเข้า          \n\nวิธีการ         \n   1. ยื่นคำขอตามแบบ สค. 01 จำนวน 2 ชุด พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด โดย   \n      - กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ก่อนการนำออกจากโรงอุตสาหกรรม    \n      - กรณีผู้นำเข้าสารละลายไฮโดรคาร์บอนเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่ต้องการนำเข้า หรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ ก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร   \n    2. เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุมัติ ให้มารับใบอนุญาต           \n\nเงื่อนไข         \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n    2. ต้องจัดทำใบกำกับการขนส่งสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด   \n    3. ต้องจัดทำบัญชีประจำวันแสดงการรับ - จ่ายสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องลงบัญชี และเก็บบัญชีประจำวันพร้อมเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบได้ตลอดเวลาทำการ   \n    4. ต้องจัดทำและนำส่งงบเดือนแสดงการรับ - จ่ายสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตกำหนด   \n    5. ต้องรับผิดเสียภาษีเบี้ยปรับสองเท่าและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) ตามจำนวนสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไป หากสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนที่เสียภาษีในอัตราศูนย์ สูญหายหรือขาดจำนวนระหว่างการขนส่งเกินร้อยละ 0.5 หรือมิได้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมจริง หรือการครอบครอง หรือระหว่างการเก็บเพื่อรอจำหน่าย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร","2022-06-12T14:47:48"],
    [2446,"9be472c4-1b55-4d2c-9c00-f56797276e69","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอคืนภาษี สําหรับสินค้าที่พิสูจน์ได้ว่าเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพจนใช้การไม่ได้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-dddd-4756-bb29-467bf73376d0",15,0,8,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอคืนภาษี        \n1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต    \n2. ผู้นำเข้า      \n\nประเภทสินค้า        \n1. เครื่องดื่ม    \n2. แบตเตอรี่    \n3. สุรา      \n\nลักษณะสินค้าเสียหายจนใช้การไม่ได้    \n   (ก) เครื่องดื่ม และสุรา         \n       1) มีวัตถุหรือสสารอันตรายเจือปน         \n       2) ภาชนะบรรจุเครื่องดื่มหรือสุราเสียหาย โดยแตก รั่ว บุบหรือบวมไม่เป็นรูปทรง หรือฉลากปิดภาชนะเสียหาย หลุด หรือลอก จนไม่สามารถนําไปบริโภคหรือจําหน่ายได้         \n       3) มีลักษณะความเสียหายอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าสินค้าไม่สามารถนําไปบริโภคหรือจําหน่ายได้    \n   (ข) แบตเตอรี่        \n       1) มีลักษณะแตกร้าว โดยมีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ครบถ้วน และขั้วแบตเตอรี่ไม่บิดหรืองอ        \n       2) มีลักษณะความเสียหายอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ไม่สามารถนําไปใช้งานได้    \n\nลักษณะสินค้าเสื่อมคุณภาพจนใช้การไม่ได้    \n   (ก) เครื่องดื่ม        \n        1) หมดอายุการบริโภค        \n        2) มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยมีสีจางลงหรือเข้มขึ้น หรือขุ่น หรือมีตะกอน        \n        3) ภาชนะบรรจุเครื่องดื่มมีลักษณะบวม เป็นรา เป็นสนิม หรือมีของเหลวซึมออกมาจากภาชนะ        \n        4)  มีลักษณะการเสื่อมคุณภาพอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าไม่สามารถนําสินค้าไปบริโภคหรือจําหน่ายได้     \n   (ข) แบตเตอรี่        \n       1) มีความถ่วงจําเพาะหรือแรงดันกระแสไฟฟ้าสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐาน หรือมีสีแผ่นธาตุเปลี่ยนไป        \n       2) มีลักษณะการเสื่อมคุณภาพอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ไม่สามารถนําไปใช้งานได้     \n   (ค) สุรา         \n       1)  มีลักษณะตาม (ก)          \n       2)  มีแรงแอลกอฮอล์หรือคุณลักษณะทางเคมี วัตถุเจือปนอาหารหรือสารปนเปื้อนไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกําหนด   \n\n    วิธีการ       \n    1. ยื่นคำขอคืนภาษี ตามแบบ ภส.05-13 พร้อมเอกสารหรือหลักฐานที่กำหนด พร้อมแจ้งลักษณะความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพของสินค้าจนใช้การไม่ได้ และสถานที่เก็บสินค้า ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการตั้งอยู่    \n    2. การทำลายสินค้า ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้                \n       2.1 กรณีเครื่องดื่มและสุรา                    \n           (1) ให้ทุบทําลาย บดทําลายโดยเครื่องจักร โดยจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม                    \n           (2) ให้ฝังกลบหรือเผาทําลาย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกําหนด                    \n           (3) ให้ผู้ประกอบกิจการบําบัดและกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้ทําลาย                    \n           (4) ให้เทออกจากภาชะบรรจุ เพื่อทิ้งโดยจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือกรณีสุราให้เทออกจากภาชนะบรรจุภายในโรงอุตสาหกรรมสุราเพื่อนําไปกลั่นหรือปรับปรุงคุณภาพใหม่                    \n           (5) วิธีการอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตจากสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สถานที่ทําลายสินค้าตั้งอยู่               \n       2.2 กรณีแบตเตอรี่                     \n           (1) ให้ใช้วิธีตาม (1) - (3) ของข้อ 2.1                     \n           (2) ให้ผ่าแยกเป็นส่วนๆ โดยจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม                     \n           (3) วิธีการอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตจากสรรพสามิตพื้นที่ แห่งท้องที่ที่สถานที่ทําลายสินค้าตั้งอยู่    \n\n เงื่อนไข        \n  1. การตรวจสอบรายละเอียดคําขอเอกสารและหลักฐาน   \n   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    \n  2. กรณีการขอคืนภาษีสำหรับเครื่องดื่ม หรือสุราที่มีวัตถุหรือ สสารอันตรายเจือปน หรือสุราที่มีแรงแอลกอฮอล์ หรือคุณลักษณะทางเคมี หรือวัตถุเจือปนอาหาร หรือสารปนเปื้อนไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสุราที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้า เก็บตัวอย่างเครื่องดื่มหรือสุราดังกล่าว ส่งให้กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลาง กรมสรรพสามิต ตรวจวิเคราะห์ โดยให้ระบุวันเดือนปีที่ผลิต หรือรหัสรุ่นที่บรรจุของตัวอย่างเครื่องดื่ม หรือสุรานั้น เพื่อประกอบการยื่นคำขอภาษีคืนด้วย    \n  3. การทำลายสินค้าที่พิสูจน์ได้ว่าเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพจนใช้การไม่ได้ทุกกรณี ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับของเจ้าพนักงานสรรพสามิตทุกครั้ง","2024-04-30T16:09:33"],
    [2447,"9be59d3b-0df9-4ef8-bd27-946216bcf882","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอจดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-980b-40c7-952b-dd2877393f14",30,3000,5,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายฯ   \n   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม/ผู้นำเข้าเครื่องดื่มที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว    \n\nลักษณะเครื่องหมายฯที่จะขอจดทะเบียน   \n   เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนสำหรับเครื่องดื่มประเภทที่ 02.01 และประเภทที่ 02.02 ที่มีลักษณะดังนี้          \n   1. สิ่งผนึกภาชนะ   \n     1.1 ฝาจีบหรือฝาเกลียว ซึ่งเมื่อใช้สินค้าแล้วต้องคลายจีบหรือเกลียวออก   \n     1.2 ฝาหรือจุก หรือสิ่งผนึกภาชนะอื่นซึ่งใช้ผนึกภาชนะนั้นได้ในทำนองเดียวกับฝาหรือจุก ซึ่งเมื่อใช้สินค้าแล้ว ฝาหรือจุก หรือสิ่งผนึกภาชนะดังกล่าวต้องขาด แยกออก หรือชำรุด หรือเสียสภาพเดิมจนไม่สามารถใช้ได้อีก    \n   2. ภาชนะบรรจุสินค้าซึ่งสามารถปิดผนึกได้โดยไม่ต้องใช้สิ่งผนึกภาชนะตามข้อ 1.  ซึ่งเมื่อใช้สินค้าแล้วภาชนะบรรจุสินค้านั้นต้องขาด แยกออก หรือชำรุดหรือเสียสภาพเดิมจนไม่สามารถใช้ได้อีก   \n\nรายการที่ต้องแสดงบนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีอย่างชัดเจน   \n   1. ประเภทของสินค้า   \n   2. ตัวเลขแสดงปริมาณหรือปริมาตรของสินค้า   \n   3. ลวดลายตราเครื่องหมาย หรือชื่ออันเป็นลักษณะจำเพาะของสินค้า   \n   4. ชื่อของผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้า          \n\nวิธีการ        \n   1. ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (แบบ ภส. 06 - 03) พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 กรมสรรพสามิต   \n   2. รอผลการพิจารณาจดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี กรณีรับจดทะเบียนยื่นชำระค่าธรรมเนียมตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมแจ้งการชำระค่าธรรมเนียม    \n   3. รับทราบประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ลักษณะเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนสำหรับเครื่องหมายที่ยื่นขอจดทะเบียน          \n\nเงื่อนไข         \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n   2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ยื่นชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตแจ้ง จะถือว่ามีความประสงค์ขอยกเลิกการจดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี    \n   3. การดำเนินงานไม่นับระยะเวลา ระหว่างรอผู้ยื่นคำขอยื่นชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี","2024-04-30T16:10:01"],
    [2448,"9be5a978-17cb-4d3c-8ebc-d0ea3ffd6308","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงประเภทใบอนุญาตนำเข้าสุรา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-1d0c-46ad-b359-ac949eaeedf3",3,300,7,"หลักเกณฑ์                 \nกรณีของการเปลี่ยนแปลงประเภทใบอนุญาตนำเข้าสุรา        \n1. ผู้ได้รับใบอนุญาตประเภทที่ 1 ให้นำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร แล้วประสงค์จะส่งสุรานั้นออกไปยังประเทศอื่น    \n2. ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น แล้วประสงค์จะนำสุรานั้นเข้ามาในประเทศเพื่อการอื่น              \n\nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงประเภทใบอนุญาตนำเข้าสุรา        \n1. กรณีเปลี่ยนแปลงประเภทเป็นใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n- เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1   \n- เป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว   \n- เป็นผู้ได้รับอนุมัติฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราจากกรมสรรพสามิต    \n2. กรณีเปลี่ยนแปลงประเภทเป็นใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n- เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2   \n- เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร    \n3. กรณีเปลี่ยนแปลงประเภทเป็นใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้า หรือมิใช่เพื่อการค้า โดยนำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n- เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร    \n4. กรณีเปลี่ยนแปลงประเภทเป็นใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสุรา ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้   \n- เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุรา    \n5. กรณีเปลี่ยนแปลงประเภทใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกจาก 1 - 4 ต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้   \n- เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย   \n- บุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์         \n\nวิธีการ  \nยื่นคำขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ออกใบอนุญาตฉบับเดิม เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาต ให้ไปรับใบอนุญาต\n \nเงื่อนไข  \n1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่\nได้รับแจ้ง หากเลยกำหนด ถือว่าสละสิทธิ์  \n3. เมื่อได้รับใบอนุญาตให้นำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น และได้ทำการส่งสุราออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่ได้รับใบอนุญาตนั้น พร้อมด้วยหลักฐานว่าได้ส่งสุราออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งสุราออกไปนอกราชอาณาจักร\n4. กรณีมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออนุญาตจะได้รับหนังสือแจ้งเหตุผลของการไม่อนุญาต ซึ่งผู้ขออนุญาตสามารถยื่นอุทธรณ์ได้","2024-04-30T16:23:07"],
    [2449,"9be5a97f-f6ad-4234-b33f-df4f64a24082","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตขายสุรา (สำหรับรายใหม่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-6c7e-4096-9e2e-2d46fd196472",1,300,10,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตขายสุรา ต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้       \n    1. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย   \n    2. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์      \n    หมายเหตุ : กรณีผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต สามารถขออนุญาตได้ แต่ต้องพ้นกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต             \n\nประเภทของใบอนุญาต           \n    - ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งจำนวนตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไป           \n    - ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 สำหรับการขายสุราทุกชนิด ครั้งหนึ่งจำนวนต่ำกว่า 10 ลิตร            \n\nลักษณะของสถานที่หรือสถานประกอบการที่ห้ามใช้เป็นสถานประกอบการขายสุรา         \n   กรณีขอใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1       \n     1. สถานประกอบการขายสุราของผู้ที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต และอยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต   \n     2. สถานที่ต้องห้ามขายสุราตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกฎหมายอื่น             \n    กรณีขอใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2       \n     1. ที่ตั้งสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งบริเวณที่ต่อเนื่องและติดกับสถานที่ดังกล่าว   \n     2. ที่ตั้งวัด มัสยิด วัดบาทหลวง หรือสถานที่ประกอบศาสนกิจในนิกายหรือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง รวมทั้งบริเวณที่ต่อเนื่องและติดกับสถานที่ดังกล่าว   \n     3. ที่ตั้งสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งบริเวณที่ต่อเนื่องและติดกับสถานที่ดังกล่าว   \n     4. สถานที่ที่เคยเป็นสถานประกอบการขายสุราของผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่ได้พ้นกําหนดระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต   \n     5. สถานประกอบการขายสุราของผู้ที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต และอยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต   \n     6. สถานที่ต้องห้ามขายสุราตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกฎหมายอื่น             \n\nอายุของใบอนุญาต           \n     1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต   หากประสงค์จะขายสุราในปีถัดไป ให้ดำเนินการขออนุญาตก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ       \n\nวิธีการ   \n     ยื่นคำขออนุญาตขายสุราพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือสามารถยื่นผ่านเว็บไซต์ หรือศูนย์บริการ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต   \n\nเงื่อนไข         \n     1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n        หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n     2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์","2024-04-30T16:15:22"],
    [2450,"9be5ab29-4463-49d3-8102-e644339ee433","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-c5ce-46d9-a391-738cad413981",15,0,6,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี      \n  1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม    \n  2. ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น   \n  3. บุคคลอื่น (นอกจาก 1. และ 2.) ที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้มีสิทธิขอคืนภาษี      \n\nลักษณะของสินค้าที่มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี        \n   1. เป็นสินค้าที่ผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร    \n   2. ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรี โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีประกาศโดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 109    \n   3. สินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือยังมิได้บริโภค      \n\nสถานที่เก็บสินค้า    \n   สถานที่เก็บสินค้าที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ให้ใช้เก็บสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว และให้หมายความรวมถึงสถานที่ใช้เก็บสินค้าที่เสียภาษีแล้วของผู้ส่งออกหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะขอคืนภาษีด้วย    \n\nวิธีการ        \n  1. ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีพร้อมเอกสาร หลักฐาน ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th \nของกรมสรรพสามิต โดยให้ถือปฏิบัติ ดังนี้\n    1.1 กรณีขอยกเว้นภาษี ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-01 หรือ ภส. 05-01 (ก) สำหรับสินค้าประเภทที่ 16.90 (1) ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน     \n    1.2 กรณีขอคืนภาษี ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-01 หรือ ภส. 05-01 (ก) สำหรับสินค้าประเภทที่ 16.90 (1) ก่อนนำสินค้าออกจากสถานที่เก็บสินค้าที่เสียภาษี              \n  2. กรณีขอคืนภาษี ถ้าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่เสียภาษีแล้วโดยการใช้แสตมป์สรรพสามิต ให้ผู้ส่งออกแกะลอกและทำลายแสตมป์สรรพสามิต ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ตั้งอยู่            \n  3. กรณีส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปเขตปลอดอากร ให้ผู้ส่งออกแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี เพื่อไปทำการตรวจสอบชนิดและปริมาณที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน นั้น             \n  4. เก็บหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ตามที่ประกาศกำหนดไว้ ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานประกอบการของผู้ส่งออกไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าทำการตรวจสอบสินค้าตลอดจนบัญชีหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตลอดเวลา            \n  5. จัดทำรายงานประจำเดือนการยกเว้นหรือคืนภาษีตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนด และรายงานต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือยื่นผ่านเว็บไซต์  www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่  \n  \nเงื่อนไข        \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน       \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. กรณีส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ให้ประทับตราหรือทำเครื่องหมาย “FOR EXPORT ONLY” หรือ “FOR EXPORT” หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าให้มองเห็นได้ชัดเจน เว้นแต่สรรพสามิตพื้นที่จะสั่งเป็นอย่างอื่น\n   3. กรณีที่ส่งน้ำมันดีเซลออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้เติมสาร Marker ก่อนนำน้ำมันดีเซลออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด            \n   4. สินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี หรือขอคืนภาษี ต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร กรณีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ ให้ผู้ส่งออกแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตแห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่ทำพิธีการศุลกากรเพื่อไปทำการตรวจสอบชนิดและปริมาณสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรทุกครั้ง            \n    5. ผู้ส่งออกต้องส่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีหรือขอคืนภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ภายใน 15 วันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี              \n    6. ผู้ส่งออกต้องส่งแบบ ภส. 05-01 หรือ ภส. 05-01 (ก) สำหรับสินค้าประเภทที่ 16.90 (1) ซึ่งได้รับรอง  การส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว พร้อมเอกสารหลักฐานใบแสดงรายการและราคาสินค้า ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ หรือยื่นผ่านเว็บไซต์  www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิตภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร            \n    7. การขอคืนภาษี ผู้ส่งออกจะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายใน 1 ปีนับแต่วันที่เสียภาษีสำหรับสินค้านั้น หากไม่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือฝ่าฝืนไม่กระทำตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด  ให้ถือว่าผู้ส่งออกละทิ้งคำขอและไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีสำหรับสินค้าตามคำขอนั้น            \n    8. กรณีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี (ไม่รวมถึงสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ) หากปรากฏว่า สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือที่จะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับการยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี            \n    9. กรณีสินค้าที่ส่งออกเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี","2024-04-30T16:27:39"],
    [2451,"9be5ac59-feaf-4c56-b828-8551c42c36ca","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าบริจาค ตามมาตรา 107 (1) และ (2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-27e4-4316-8f8e-3ec138c999d1",15,0,8,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี        \n1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต    \n2. ผู้นำเข้า      \n\nสินค้าที่มีสิทธิขอคืนหรือยกเว้นภาษี       \n1. เครื่องดื่มที่บริจาคเป็นการสาธารณกุศลผ่านส่วนราชการ หรือองค์การสาธารณกุศล     \n2. เครื่องดื่มที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการ หรือองค์การสาธารณกุศล      \n\nลักษณะของสินค้าที่มีสิทธิขอคืนหรือยกเว้นภาษี    \n   ไม่เป็นสินค้าเครื่องดื่มนำเข้าที่จำแนกในภาคที่ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ให้ถือตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร    \n\nวิธีการ       \n   1. ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี โดยให้ถือปฏิบัติ ดังนี้                 \n      1.1  กรณีขอยกเว้นภาษี ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-05 ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน                \n      1.2  กรณีขอคืนภาษี ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-05 ก่อนนำสินค้าออกจากสถานที่เก็บสินค้าที่เสียภาษี    \n\nเงื่อนไข         \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n     หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน \nและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n    2. เมื่อนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าแล้ว ให้ส่งแบบภส. 05-05 ที่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้รับรองการรับหรือ การใช้สินค้าที่แล้ว พร้อมเอกสารหลักฐานต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว เว้นแต่กรณีเหตุจำเป็น อาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานก่อนครบกำหนดเวลาต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว    \n    3. กรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับความผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปตามธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี    \n    4. กรณีผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งคำสั่งเพิกถอนการยกเว้นหรือคืนภาษี ให้ผู้ยื่นคำขอสามารถอุทธรณ์ ภายในระยะเวลาที่กำหนด    \n    5. กรณีถูกเพิกถอนการยกเว้นหรือคืนภาษี ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้นำเข้าจะต้องเสียภาษี ตามอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด","2024-04-30T16:27:47"],
    [2452,"9be5adcf-7d8e-446b-930b-dd0dd9537b20","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุมัติเป็นผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-0841-4024-a8a6-4ece9f1cb0af",15,0,8,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอเสียภาษีอัตราศูนย์       \n1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ซึ่งส่งมอบรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบให้แก่ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n2. ผู้นำเข้าที่เป็นผู้วิจัย พัฒนาหรือทดสอบสมรรถนะที่ได้รับอนุมัติตามประกาศกรมสรรพสามิต      \n\nรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ    \nรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ผลิต หรือนําเข้าตามหลักเกณฑ์ ดังนี้      \n   1. มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n   2. ไม่เคยมีการจําหน่ายในท้องตลาดเป็นการทั่วไปในราชอาณาจักร    \n   3. ไม่เคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือได้รับสิทธิให้เสียภาษีอัตราศูนย์มาก่อน หรือเคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือได้รับสิทธิให้เสียภาษีอัตราศูนย์มาแล้ว แต่ได้ยุติการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ      \n\nผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n    นิติบุคคลที่ประกอบกิจการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์และได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่    \n\nสถานประกอบการของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n    สถานที่ตั้งในการดําเนินกิจการของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะและให้หมายความรวมถึงสถานที่เก็บรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ หรือสํานักงานใหญ่ หรือสํานักงานสาขาด้วย    \n\nวิธีการ        \n    1. ยื่นคำขออนุมัติ ตามแบบ ภส. 05-14 พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะตั้งอยู่ ก่อนเริ่มดำเนินการวิจัย พัฒนาหรือทดสอบสมรรถนะ    \n    2. กรณีมีสถานประกอบการของผู้วิจัย พัฒนาหรือทดสอบสมรรถนะหลายแห่งตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ให้ยื่นคำขออนุมัติ ตามแบบ ภส. 05-14 พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานใหญ่ของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะตั้งอยู่ พร้อมทั้งระบุที่ตั้งและรายละเอียดของสถานประกอบการของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะให้ชัดเจน       \n\nเงื่อนไข       \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืน คำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ              \n    2. ผู้ประสงค์เป็นผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะต้องมีการดําเนินกิจกรรม ดังนี้                \n       1. กิจกรรมการวิจัย                   \n          1.1 กําหนดทิศทางหรือสร้างแนวความคิดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยพัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ                   \n          1.2 สํารวจและวิเคราะห์ตลาดรถยนต์หรือความต้องการของลูกค้า (Customer Demand)                   \n          1.3 วางแผนเพื่อดําเนินการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ เช่น จัดทํางบประมาณ กําหนดรายการวัสดุ (Bill of Material : BOM) จํานวนบุคลากรและระยะเวลาดําเนินการ                \n        2. กิจกรรมการพัฒนา                    \n           2.1 การออกแบบภายในหรือภายนอกรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ                    \n           2.2 การออกแบบสีและวัสดุที่ใช้กับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ                    \n           2.3 การสร้างแบบจําลองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบขนาดเท่าจริง                   \n           2.4 การสร้างภาพ 3 มิติของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบในคอมพิวเตอร์                    \n           2.5 การประเมินการออกแบบรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบขั้นสุดท้ายก่อนการผลิตจริง         \n           ทั้งนี้ กิจกรรมการวิจัยตามข้อ 1 หรือพัฒนา ต้องมีอย่างน้อย 2 กิจกรรมขึ้นไป                \n        3. กิจกรรมการทดสอบสมรรถนะ                     \n           3.1 ทดสอบเครื่องยนต์ เช่น การปล่อยไอเสีย เสียงเครื่องยนต์ หรือความเสียหายจากความร้อน                   \n           3.2 ทดสอบความแข็งแรงของตัวถัง เช่น ความทนทานถนนขรุขระ ความทนทานต่อสนิม หรือความแข็งแรงการเปิดปิด                   \n           3.3 ทดสอบสมรรถนะโครงสร้างภายนอกและอุปกรณ์เสริม เช่น ตรวจสอบ เสียงลมเข้าจากภายนอก เสียงรบกวนอื่น ๆ จากภายนอก หรือการรั่วซึมของน้ำจากภายนอก                   \n           3.4 ทดสอบฟังก์ชั่นการทํางานระบบช่วงล่าง เช่น ระบบขับขี่และการทรงตัว ความนุ่มนวลและความสะดวกสบายในการขับขี่ สมรรถนะของเบรก หรือความทนทานของระบบช่วงล่าง                   \n           3.5 ทดสอบเสียง เช่น การตรวจสอบมาตรฐานความดังของเสียงตามกฎหมายเสียงรบกวนจากพื้นถนน หรือการสั่นสะเทือนของตัวถัง                   \n           3.6 ทดสอบประสิทธิภาพและความทนทานของวัสดุ (Material) หรือชิ้นส่วน (Parts) เช่น ทดสอบความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและร้อนเย็น หรือทดสอบความทนทานต่อแรงกด แรงอัด แรงกระแทก                   \n           3.7 ทดสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้นแบบ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตรวจสอบความเสียหายจากการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือฟังก์ชั่นการทํางานของหลอดไฟต่าง ๆ                  \n          3.8 ทดสอบความปลอดภัย เช่น ระบบเบรก ระบบ Active Safety ระบบ Passive Safety การชนด้านหน้า การชนด้านข้างจากองศาต่าง ๆ หรือการชนด้านหลัง \n          ทั้งนี้ กิจกรรมการทดสอบสมรรถนะตามข้อ 3 ต้องมีอย่างน้อย 3 กิจกรรมขึ้นไป    \n3. การเลิกกิจการ    \n      หากประสงค์จะเลิกกิจการ ให้ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะแจ้งเป็นหนังสือให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะตั้งอยู่ทราบ ก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า 15 วัน หากมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ได้รับสิทธิเสียภาษีอัตราศูนย์คงเหลือเป็นจำนวนเท่าใด ให้ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตทราบเพื่อดำเนินการตรวจสอบ และเมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ตรวจสอบยอดคงเหลือแล้ว ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะสามารถดำเนินการขอทำลายรถยนต์หรือจักรยานยนต์ต้นแบบ หรือยื่นหนังสือขอส่งรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบออกนอกราชอาณาจักรได้","2024-04-30T16:23:24"],
    [2453,"9be5aea7-b6c7-434d-999b-5542ac4c0bf6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การเสียภาษีในอัตราศูนย์สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-7004-4ce4-8222-ee47b82a9054",3,0,7,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะใช้สิทธิเสียภาษีอัตราศูนย์สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ที่ได้จำหน่ายหรือส่งมอบแบตเตอรี่ให้แก่ผู้ใช้ที่ได้รับการพิจารณาให้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้ต่อสรรพสามิตพื้นที่    \n\nคำจำกัดความ    \n    \"สิ่งของอื่น\" หมายความว่า สิ่งของที่มิได้ระบุไว้ในบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบจึงจะสามารถใช้งานได้เป็นปกติวิสัย    \n    \"ผู้ใช้\" หมายความว่า เจ้าของ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลอื่น ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้แบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร    \n    \"สถานประกอบการ\" หมายความว่า สถานที่ตั้งในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้แบตเตอรี่เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และให้หมายความรวมถึงสถานที่เก็บแบตเตอรี่หรือสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาด้วย       \n\nวิธีการ          \n    1. กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตในราชอาณาจักร   \n       ยื่นคำขอตามแบบ บต. 01 พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ก่อนนำแบตเตอรี่ออกจากโรงอุตสาหกรรม   \n    2. กรณีผู้นำเข้าแบตเตอรี่เข้ามาในราชอาณาจักร   \n       ยื่นคำขอตามแบบ บต. 01 พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด ณ ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่ ก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร   \n     โดยทั้ง 2 กรณี ตามข้อ 1. และ 2. สามารถยื่นคำขอผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์ ของกรมสรรพสามิต www.excise.go.th ได้    \n     3. เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุมัติ ให้มารับใบอนุญาต           \n\nเงื่อนไข         \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n    2. ต้องจำหน่ายแบตเตอรี่ให้แก่ผู้ใช้ตามรายชื่อผู้ใช้ ชนิด และจำนวนที่ระบุไว้ในคำขอเสียภาษีอัตราศูนย์ และกรมสรรพสามิตได้พิจารณาให้เสียภาษีอัตราศูนย์แล้วเท่านั้น   \n    3. ต้องรับผิดเสียภาษีเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามจำนวนแบตเตอรี่ที่สูญหายหรือขาดจำนวนไป หรือไม่ได้นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร   \n    4. ต้องจัดทำบัญชีประจำวันแสดงการ รับ - จ่ายแบตเตอรี่ที่กรมสรรพสามิตกำหนด ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องลงรายการ และเก็บบัญชีประจำวันพร้อมเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบได้ตลอดเวลาทำการ   \n    5. ต้องจัดทำและนำส่งงบเดือนแสดงการ รับ - จ่ายแบตเตอรี่ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตกำหนด","2024-04-30T16:28:09"],
    [2454,"9be5ad43-d8c1-4ff2-bf10-f33163284b27","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การส่งตัวอย่างสุราเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-fa90-4b34-a59a-c23cb0c21245",15,0,7,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ส่งตัวอย่างสุรา  \n   1. ผู้จะขอรับใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย (ใบอนุญาตนำเข้าประเภทที่ 1)\n   2. ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตสุรา \n\nข้อกำหนดในการส่งตัวอย่างสุรา                \n   1. สุรานำเข้า\n     ตัวอย่างสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ส่งกรมสรรพสามิตเพื่อตรวจวิเคราะห์ ชนิด และยี่ห้อ ตัวอย่างละ 3 ภาชนะ มีปริมาตรรวมกันไม่น้อยกว่า 0.50 ลิตร ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้ตัวอย่างสุราเพื่อวิเคราะห์เพิ่มเติมให้ส่งตัวอย่างเพิ่มเติมอีกตัวอย่างละ 3  ภาชนะ มีปริมาตรรวมกันไม่น้อยกว่า 0.50 ลิตร\n   2. สุราที่ผลิตในประเทศ\n      ตัวอย่างสุราที่ส่งกรมสรรพสามิตเพื่อตรวจวิเคราะห์ ชนิด และยี่ห้อ ตัวอย่างละ 3 ภาชนะ มีปริมาตรรวมกันไม่น้อยกว่า 0.50 ลิตร ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้ตัวอย่างสุราเพื่อวิเคราะห์เพิ่มเติมให้ส่งตัวอย่างเพิ่มเติมอีกตัวอย่างละ 3 ภาชนะ มีปริมาตรรวมกันไม่น้อยกว่า 0.50 ลิตร \n\nวิธีการ\n      1. ยื่นหนังสือสำหรับส่งตัวอย่างสุราเพื่อตรวจวิเคราะห์ พร้อมส่งตัวอย่างสุราเพื่อตรวจวิเคราะห์ และเอกสารหลักฐาน โดยแบ่งเป็นกรณี\n         • กรณีสุรานำเข้า ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่\n         • กรณีสุราผลิตในประเทศ ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ \n      2. หลังจากนั้นรอผลการตรวจวิเคราะห์ และรับแจ้งผล\n\nเงื่อนไข\n   1. กรณีสุรานำเข้า\n      หากไม่ประสงค์จะส่งตัวอย่างสุราเพื่อตรวจวิเคราะห์ ให้ส่งหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุรา ซึ่งออกโดยหน่วยงานที่กรมสรรพสามิตกำหนดให้เป็นหน่วยงานตรวจวิเคราะห์คุณภาพสุรา หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือหน่วยงานที่รัฐบาลต่างประเทศรับรองให้มีหน้าที่ควบคุมการผลิตสุราในต่างประเทศ โดยสุราต้องมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมสรรพสามิตกำหนด\n   2. ตัวอย่างสุรา\n      ชื่อหรือตราของตัวอย่างสุราที่ได้ส่งให้ตรวจวิเคราะห์แล้ว และมีคุณภาพเป็นไปตามที่กรมสรรพสามิตกำหนดซึ่งรายงานผลการทดสอบหรือหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุราดังกล่าวมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่มีรายงานผลการทดสอบ โดยไม่ต้องส่งตัวอย่างสุราให้ตรวจวิเคราะห์อีก เว้นแต่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการผลิตสุราหรือเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบให้ต่างไปจากเดิมให้ส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ใหม่หรือส่งผลการตรวจวิเคราะห์ใหม่\n    3. กรณีสุราแช่ชนิดไวน์\n       หากได้รับอนุญาตให้ใช้กรรมวิธีการผลิตนั้นแล้ว ภายหลังเปลี่ยนแปลงปีวินเทจ (Vintage) สามารถใช้กรรมวิธีดังกล่าวต่อไปได้ โดยไม่ต้องส่งตัวอย่างสุราให้ตรวจใหม่","2024-04-30T16:27:57"],
    [2455,"9be5adbd-07e6-4435-85b1-92ae836837b1","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอชำระภาษีสรรพสามิตกรณีดัดแปลงรถยนต์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-5a09-4806-a52e-fe5cc49e4b63",1,0,11,"หลักเกณฑ์   \n\nนิยาม   \n“ดัดแปลง” หมายความว่า การกระทําใด ๆ ต่อรถยนต์กระบะหรือสิ่งใด ๆ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวงให้เป็นรถยนต์นั่งหรือเป็นรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคน โดยผู้กระทํามิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ (คำจำกัดความตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560)\n\nคุณสมบัติ   \n“ผู้ดัดแปลง”  หมายถึง ผู้ที่จ้างหรือจัดให้ผู้อื่นทำการดัดแปลง (คำจำกัดความตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560)  ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งนำรถยนต์กระบะมาดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งจะต้องมีคุณสมบัติตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง คุณสมบัติของผู้ประกอบอุตสาหกรรม ซึ่งนำรถยนต์กระบะหรือแชสซีส์ และ กระจกบังลมหน้า (Chassis with Windshield) ของรถยนต์กระบะมาผลิตหรือนำรถยนต์กระบะมาดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่ง ลงวันที่ 16 กันยายน 2560   \n\nวิธีการ   \n   ผู้ดัดแปลงรถยนต์ยื่นแบบคำขอชำระภาษีตามแบบ ภส.03-09 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ และชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่การดัดแปลงสิ้นสุด ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่ทำการดัดแปลงหรือที่ผู้ดัดแปลงมีภูมิลำเนาอยู่   \n\nเงื่อนไข   \n1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่น\nคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ นำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม \nหากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\nทราบ   \n\n2. อื่น ๆ         \n   2.1 มูลค่าจากการดัดแปลงต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์สำหรับค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงและค่าวัสดุอุปกรณ์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด (ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง การกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงและค่าวัสดุอุปกรณ์ตามมาตรา 29 วรรค 2 ลงวันที่ 16 กันยายน 2560)         \n   2.2 รถยนต์กระบะที่นำมาดัดแปลงให้เป็นรถยนต์นั่ง ต้องมีคุณลักษณะของรถยนต์เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด (ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะ ของรถยนต์นั่งที่ผลิตจากรถยนต์กระบะหรือแชสซีส์และกระจกบังลมหน้า (Chassis with windshield) ของรถยนต์กระบะหรือดัดแปลงจากรถยนต์กระบะ ลงวันที่ 16 กันยายน 2560)         \n   2.3 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งนำรถยนต์กระบะมาดัดแปลงให้เป็นรถยนต์นั่ง จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด (ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง คุณสมบัติของผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งนำรถยนต์กระบะ หรือแชสซีส์ และกระจกบังลมหน้า (Chassis with windshield) ของรถยนต์กระบะมาผลิต หรือนำรถยนต์กระบะมาดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่ง ลงวันที่ 16 กันยายน 2560)","2024-04-30T16:10:20"],
    [2456,"9be5ae99-0bd5-4aad-b095-8f39fdcb644c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเลิกใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-8bfc-4cad-95f0-73bcac214f1f",25,0,7,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม/ผู้นำเข้าเครื่องดื่มที่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีไว้แล้ว    \n\nวิธีการ         \n    1. ยื่นหนังสือ (ไม่มีแบบฟอร์ม) โดยระบุเลขที่รับจดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน และประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ลักษณะเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนที่ประสงค์จะเลิกใช้ พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 กรมสรรพสามิต   \n    2. รอการออกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ยกเลิกลักษณะเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน         \n\nเงื่อนไข   \n     หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:24:52"],
    [2457,"9be5b015-7792-4cb8-a66c-db2c852048ef","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเสียภาษีอัตราศูนย์สำหรับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ ที่นำไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-391d-48db-a38b-5a2ccb6b6940",15,0,9,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอเสียภาษีอัตราศูนย์       \n    1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งส่งมอบรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบให้แก่ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n    2. ผู้นำเข้าที่เป็นผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ได้รับการอนุมัติตามประกาศกรมสรรพสามิต      \n\nรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ    \n    รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ผลิต หรือนําเข้า ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้       \n    1. มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n    2. ไม่เคยมีการจําหน่ายในท้องตลาดเป็นการทั่วไปในราชอาณาจักร    \n    3. ไม่เคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือได้รับสิทธิให้เสียภาษีอัตราศูนย์มาก่อน หรือเคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือได้รับสิทธิให้เสียภาษีอัตราศูนย์มาแล้ว แต่ได้ยุติการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ\n\nวิธีการ        \n1. กรณีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบผลิตขึ้นในราชอาณาจักร    \n   ยื่นคำขอเสียภาษี ตามแบบ ภส. 05-15 พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ก่อนนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบออกจาก โรงอุตสาหกรรม    \n2. กรณีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบนำเข้ามาในอาณาจักร   \n   ยื่นคำขอเสียภาษี ตามแบบ ภส. 05-15 พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ด่านศุลกากรที่มีการนำเข้าหรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่แล้วแต่กรณี ก่อนการนำเข้า      \n\nเงื่อนไข        \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    \n    2. การนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ได้รับการอนุมัติเสียภาษีอัตราศูนย์ออกจากโรงอุตสาหกรรม  หรือนำออกจากอารักขาของกรมศุลกากร \n       ก่อนนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ได้รับการอนุมัติเสียภาษีอัตราศูนย์ออกจากโรงอุตสาหกรรม (กรณีผลิตในประเทศ) หรือนำออกจากอารักขาของกรมศุลกากร (กรณีนำเข้า) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้าแจ้งให้สรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบตั้งอยู่ทราบ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าตรวจสอบรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ ณ สถานประกอบการของผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n     3. ระยะเวลาการดำเนินการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ   \n        ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะต้องดำเนินการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุมัติให้เสียภาษีอัตราศูนย์ เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะอาจขอขยายระยะเวลาการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบได้ โดยยื่นคำขอต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้เสียภาษีอัตราศูนย์ และหากสรรพสามิตพื้นที่เห็นควรอนุญาต ก็ให้ออกหนังสืออนุญาตขยายระยะเวลาออกไปตามที่เห็นสมควร แต่ทั้งนี้เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 2 ปี      \n     4. กรณีไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข  \n        ภายหลังมีคำสั่งอนุมัติ ในกรณีที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ได้รับสิทธิเสียภาษีอัตราศูนย์ สูญหายหรือขาดจำนวนไป หรือมิได้นำไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะจริง หรือมิได้นำไปทำลาย หรือส่งออกนอกราชอาณาจักรโดยมิใช่เป็นการนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ภายในระยะเวลาที่ประกาศกรมสรรพสามิตกำหนด ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าต้องเสียภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบตามจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไป หรือมิได้นำไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะจริง หรือมิได้นำไปทำลายหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรโดยมิใช่เป็นการนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรในอัตราภาษีที่ใช้บังคับ ณ วันที่ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น พร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุอันสมควร และได้รับความเห็นชอบจากสรรพสามิตพื้นที่แล้ว","2024-04-30T16:25:33"],
    [2458,"9be5af38-cff1-4135-9326-a44068544e20","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเสียภาษีอัตราศูนย์สำหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่ง ไม่เกิน 10 คนที่ใช้เป็นรถพยาบาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-a5e6-4eab-bcab-3a1718e3971c",15,0,8,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอเสียภาษีอัตราศูนย์   \n1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม\n2. ผู้นำเข้า \n        \nลักษณะของสินค้าที่มีสิทธิขอเสียภาษีอัตราศูนย์     \n1. รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน     \n2. เป็นรถยนต์ ตามข้อที่ 1. ที่ใช้รับส่งผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ     \n3. ติดตั้งอุปกรณ์รักษาพยาบาลฉุกเฉินอย่างน้อย ดังนี้          \n   3.1 เปลนอนพร้อมเบาะและสายยึดตรึง ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บชนิดปรับระดับนั่ง นอน และเคลื่อนย้ายได้ พร้อมที่ยึดตรึงเปลมิให้เลื่อนไปมา         \n   3.2 ท่อบรรจุออกซิเจน และอุปกรณ์ให้ออกซิเจน         \n   3.3 เครื่องดูดเสมหะและอุปกรณ์         \n   3.4 อุปกรณ์แขวนขวดน้ำเกลือหรือเลือด         \n   3.5 ตู้/ที่เก็บ/ที่จัดวางเครื่องอุปกรณ์ยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในการช่วยชีวิตฉุกเฉิน         \n   3.6 ที่นั่งสำหรับแพทย์และพยาบาล         \n   3.7 ไฟสัญญาณฉุกเฉินประจำรถ         \n   3.8 สัญญาณไซเรน         \n4. ตัวรถเป็นสีขาวทั้งคัน ติดตัวอักษรคำว่า “รถพยาบาล” หรือ “AMBULANCE” ขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร และติดชื่อ หน่วยงานหรือสัญลักษณ์ให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน \n\nจำนวนรถยนต์ที่ขอเสียภาษีอัตราศูนย์     \n1. กรณีเป็นรถพยาบาลของโรงพยาบาลหรือหน่วยงานของรัฐ ไม่จำกัดจำนวน     \n2. กรณีมิใช่รถพยาบาลของโรงพยาบาลหรือหน่วยงานของรัฐ ไม่เกิน 50 คัน หากเกิน 50 คัน ต้องขออนุมัติต่อสรรพสามิตพื้นที่ \n     \nวิธีการ         \n1. กรณีผลิตขึ้นในราชอาณาจักร   \n   ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-11 ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต https://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ ก่อนนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม\n2. กรณีนำเข้า   \n   ให้ผู้นำเข้า ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-11 ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ด่านศุลกากรที่มีการนำเข้าหรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีศุลกากรตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต https://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ ก่อนการนำเข้า         \n\nเงื่อนไข         \nการตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน  \n    หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:25:12"],
    [2459,"9be5af44-ccc4-4cec-9ae5-60f8112bd90d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงโรงงานผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-9ec1-432c-964d-04f8018baa32",23,0,5,"หลักเกณฑ์   \n   คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต             \n   โรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน  ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือใช้โรงงานผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของโรงงานให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต       \n\n    วิธีการ         \n    1. ยื่นหนังสือขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของโรงงานให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาตไว้พร้อมเอกสารหลักฐาน   \n    2. รอผลการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงโรงงานผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน และการนัดตรวจสถานที่ เมื่อถึงวันนัดหมายให้นำเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสถานที่ที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของโรงงานให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาตไว้   \n    3. รอผลการพิจารณาอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงโรงงานผลิตเครื่องหมายฯ   \n    4. เมื่อดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำหนังสือแจ้งผลการดำเนินการ   \n    5. รอการนัดตรวจสถานที่ เมื่อถึงวันนัดหมายให้นำเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจงานการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว   \n    6. หากตรวจสอบแล้วสถานที่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต รอผลการพิจารณาอนุญาตให้ใช้โรงงานผลิตเครื่องหมายฯ ในส่วนที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง         \n\nเงื่อนไข   \nการตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n     หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:28:18"],
    [2460,"9be5afcd-427d-4c11-aff4-311ecca0bdbc","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอซื้อและขอขนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-ac82-4d59-9089-b69062faaf46",2,0,5,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่จดทะเบียนสรรพสามิตซึ่งชำระภาษีสำหรับเครื่องดื่มแล้ว และประสงค์ขอซื้อและขอขนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน   \n\nลักษณะของเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนที่ขอซื้อและขอขน   \n    ต้องผลิตจากโรงงานผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิต    \n\nวิธีการ         \n    1. ยื่นคำขอซื้อและใบอนุญาตให้ซื้อเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ภส.06-09) และคำขอขนและใบขนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (ภส.06-10) พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่   \n    2. รอผลการอนุญาตให้ซื้อและขนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน หากอนุญาตให้นำแบบคำขอซื้อและใบอนุญาตให้ซื้อเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน และคำขอขนและใบขนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนที่ได้รับอนุญาตไปแสดงต่อผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนเพื่อขนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนผ่านผู้ควบคุมโรงงานผลิตเครื่องหมายฯ           \n\nเงื่อนไข   \n     หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:10:41"],
    [2461,"9be5b068-0b56-4258-83aa-6a0fc4f69f6a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอต่ออายุใบอนุญาตผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-c8f2-410a-8772-b24a80e92ba0",14,150000,8,"คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต   \n    โรงงานผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560  ที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต    \n\nอายุของใบอนุญาต   \n    3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต   \n\nวิธีการ         \n    1. ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้ผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (ภส. 06-06) พร้อมเอกสารหลักฐาน ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงงานตั้งอยู่   \n    2. รอผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการขอต่ออายุใบอนุญาตให้ผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน และการนัดตรวจสถานที่ เมื่อถึงวันนัดหมายให้นำเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจโรงงานที่จะใช้เป็นสถานที่ผลิตเครื่องหมายฯ      \n    3. รอการพิจารณาหากสถานที่ที่ขออนุญาตถูกต้องและเหมาะสม  ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต          \n\nเงื่อนไข         \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n    2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ยื่นชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตแจ้ง จะถือว่าไม่ประสงค์ผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน   \n    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือไม่นับรวมเริ่มนับระยะเวลาระหว่างผู้ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงโรงงาน ให้ตรงตามที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตให้ความเห็น","2024-04-30T16:10:56"],
    [2462,"9be5b0ff-947d-44c7-806f-af06a2440ffc","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตขายไพ่ (สำหรับรายใหม่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-a92e-48a7-846e-2ab1aae7a860",1,100,11,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตขายไพ่ มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้       \n    1. เป็นรัฐวิสาหกิจไทย   \n    2. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย   \n    3. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์      \n\nประเภทของใบอนุญาต       \n    1. ใบอนุญาตขายไพ่ประเภทที่ 1 สำหรับการขายไพ่ ครั้งหนึ่งจำนวนตั้งแต่ 40 สำรับขึ้นไป   \n    2. ใบอนุญาตขายไพ่ประเภทที่ 2 สำหรับการขายไพ่ ครั้งหนึ่งจำนวนต่ำกว่า 40 สำรับ      \n\nอายุของใบอนุญาต    \n    1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต หากประสงค์จะขายไพ่ในปีถัดไป ให้ดำเนินการขออนุญาตก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ       \n\nวิธีการ      \n     ยื่นแบบคำขออนุญาตขายไพ่พร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานที่จะขายไพ่ตั้งอยู่ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต       \n\nเงื่อนไข         \n     1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n       หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n     2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์    \n     3. ผู้ได้รับใบอนุญาตขายไพ่ประเภทที่ 1 ต้องทำบัญชีประจำวันรับจ่ายไพ่และบัญชีงบเดือนการขายไพ่ ดังนี้   \n        3.1 บัญชีประจำวันรับจ่ายไพ่ โดยแยกตามชนิดของไพ่ที่ขาย และลงบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่เกิดรายการ และเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่เกิดรายการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบ   \n        3.2 บัญชีงบเดือนการขายไพ่ ให้นำส่งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ออกใบอนุญาต หรือผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป","2024-04-30T16:15:39"],
    [2463,"9be5b12a-76ed-4215-9b32-edea329e0328","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเสียภาษีในอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันดีเซลที่นำไปจำหน่าย ในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-2490-43f1-8f19-b5ae793deee5",15,0,6,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอเสียภาษีอัตราศูนย์ : ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งได้ทำการผลิตน้ำมันดีเซลที่นำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร    \n\nสินค้าที่มีสิทธิเสียภาษีในอัตราศูนย์ :         \n   1. น้ำมันดีเซลที่นำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร     \n   2. น้ำมันดีเซลส่งไปยังสถานที่เก็บน้ำมันดีเซลเพื่อรอจำหน่ายไปเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร      \n\nลักษณะของเขตต่อเนื่อง : เขตต่อเนื่องแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีอาณาเขตจาก 12 - 24 ไมล์ทะเล     \n\nสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล : สถานที่เก็บน้ำมันดีเซลเพื่อรอการนำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ซึ่งสามารถจ่ายน้ำมันดีเซลลงเรือโดยทางท่อน้ำมันได้   \n\nวิธีการ  \n   1. กรณีจะนำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-08 ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ก่อนนำน้ำมันดีเซลออกจากโรงอุตสาหกรรม   \n   2. กรณีจะนำน้ำมันดีเซลที่ขอเสียภาษีในอัตราศูนย์ไปเก็บ ณ สถานที่เก็บน้ำมันดีเซล ให้ขออนุมัติสถานที่เก็บน้ำมันดีเซลต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันดีเซลตั้งอยู่  (ตามคู่มือเรื่องขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้า) ก่อนการนำน้ำมันดีเซลเข้าไปเก็บ   \n   3. กรณีนำน้ำมันดีเซลที่เสียภาษีในอัตราศูนย์เข้าเก็บในสถานที่เก็บน้ำมันดีเซลให้แจ้งเป็นหนังสือหรือโดยทางโทรสารให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันดีเซลตั้งอยู่ทราบทุกครั้ง      \n   4. กรณีนำน้ำมันดีเซลที่เสียภาษีในอัตราศูนย์ออกจากสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล ให้เจ้าของสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล ยื่นแบบใบต่อแบบ ภส.05-08 ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันดีเซลตั้งอยู่ทราบทุกครั้ง         \n   5. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจัดทำบัญชีแสดงรายการจำหน่ายน้ำมันดีเซล และการนำน้ำมันดีเซลไปเก็บพักไว้ ณ สถานที่เก็บน้ำมันดีเซล ตามแบบท้ายประกาศ และรายงานให้สรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้เสียภาษีในอัตราศูนย์ ทราบภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป         \n   6. เจ้าของสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล จัดทำบัญชีประจำวันแสดงการรับ-จ่ายน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายในเขตต่อเนื่องให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีเหตุต้องลงรายการเกิดขึ้น และจัดทำงบเดือนแสดงการนำน้ำมันดีเซลจำหน่ายในเขตต่อเนื่อง ตามแบบท้ายประกาศ สำหรับงบเดือนให้รายงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันดีเซลตั้งอยู่ทราบ ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป         \n   7. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องจัดทำใบกำกับการขนน้ำมันดีเซล ตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดกำกับไปกับเรือที่ใช้ขนส่งน้ำมันดีเซลไปยังเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร         \n   8. เจ้าของเรือหรือนายเรือ ต้องแจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ เพื่อทำการตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองว่าได้ขนน้ำมันดีเซลไปถึงเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว         \n\nเงื่อนไข       \n  1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอและเอกสารหลักฐาน   \n  หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผล การคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n  2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันดีเซลเพื่อไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร จะต้องเติมสาร Marker ในน้ำมันดีเซลที่ขอเสียภาษีในอัตราศูนย์ตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด      \n  3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องแจ้งการส่งน้ำมันดีเซลไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติคำขอ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ตรวจปล่อยน้ำมันดีเซลไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่อง พร้อมหลักฐานดังนี้       \n   (1) สำเนาใบขนสินค้าขาออกซึ่งได้รับการลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องจากพนักงานศุลกากร     \n   (2) สำเนาคำขออนุญาตขนถ่ายน้ำมันดีเซลในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรซึ่งได้รับการลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องจากพนักงานศุลกากร     \n   (3) สำเนาใบต่อแบบ ภส. 05-08 ซึ่งได้รับการตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องจากเจ้าพนักงานสรรพสามิต (เฉพาะกรณีที่น้ำมันออกจากสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล เพื่อส่งไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร)     \n   (4) สำเนาใบแสดงรายการและราคาสินค้า         \n  4. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันดีเซลไปเก็บไว้ยังสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล ต้องส่งน้ำมันดีเซลออกไปในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่นำน้ำมันดีเซลออกจากโรงอุตสาหกรรม          \n  5. หากจำนวนน้ำมันดีเซลได้สูญหายหรือขาดจำนวนไป เกินกว่าร้อยละ 0.5 ในข้อใดข้อหนึ่งตามกรณี ดังนี้                    \n   (1) น้ำมันดีเซลที่เสียภาษีอัตราศูนย์ที่รับเข้าเก็บในสถานที่เก็บน้ำมันดีเซลเกิดการสูญหายหรือ ขาดจำนวนไป โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร              \n   (2) น้ำมันดีเซลที่ส่งไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรซึ่งตรวจสอบโดยพนักงานศุลกากร มีจำนวนน้อยกว่าที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่นำออกจากสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล แล้วแต่กรณีให้ถือว่าน้ำมันดีเซลนั้นไม่ได้รับสิทธิการเสียภาษีในอัตราศูนย์ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือเจ้าของสถานที่เก็บน้ำมันดีเซล มีหน้าที่ชำระภาษีสำหรับน้ำมันดีเซลตามจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มในอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่ใช้บังคับ ณ วันความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น","2024-04-30T16:25:43"],
    [2464,"9be5b1b7-4b0d-4b6c-8a5e-3c0f7af93558","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเสียภาษีในอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานไปต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-8fc9-4a99-8258-a2c725dcc4af",15,0,6,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอเสียภาษีในอัตราศูนย์ :        \n 1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม   \n 2. ผู้นำเข้า      \n\nน้ำมันเครื่องบินไอพ่น : น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น ที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานไปต่างประเทศ    \n\nผู้ค้าน้ำมัน : ผู้ซื้อหรือผู้รับน้ำมันเครื่องบินไอพ่นและนำไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าสายการบินเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานไปต่างประเทศ หรือนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันที่จะไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าสายการบินเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานไปต่างประเทศ    \n\nการรับ-จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ขอเสียภาษีในอัตราศูนย์ :  ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า ผู้ค้าน้ำมัน ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประจำโรงอุตสาหกรรม หรือเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันตั้งอยู่ ทราบทุกครั้ง    \n\nสถานที่เก็บน้ำมัน : สถานที่เก็บน้ำมันเครื่องบินไอพ่นของผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ค้าน้ำมัน      \n\nวิธีการ        \n  1. ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-09 พร้อมเอกสารหลักฐาน ต่อสรรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ (กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรม) หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่ (กรณีผู้นำเข้า) หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต   \n  2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ค้าน้ำมัน ที่ประสงค์จะนำน้ำมันเครื่องบินไอพ่นไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บน้ำมัน ให้ขออนุมัติสถานที่เก็บน้ำมันต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันอยู่ (ตามคู่มือเรื่องขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้า) ก่อนการนำน้ำมันเครื่องบินไอพ่นไปเก็บ   \n  3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ค้าน้ำมัน ต้องจัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่ายเก็บไว้ประจำโรงอุตสาหกรรมหรือสถานที่เก็บน้ำมันแต่ละแห่ง      \n  4. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ค้าน้ำมัน ต้องจัดทำและนำส่งงบเดือนแสดงรายการการนำน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานไปต่างประเทศ ให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ได้ยื่นคำขอไว้ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำน้ำมันไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานไปต่างประเทศ         \n  5. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ค้าน้ำมัน ส่งแบบรายงานการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่อากาศยานที่ส่งให้พนักงานศุลกากร ให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอไว้ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำน้ำมันไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานไปต่างประเทศ          \n\nเงื่อนไข       \n  1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอและเอกสารหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และ ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n  2. หากปรากฏว่าปริมาณน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่เสียภาษีในอัตราศูนย์เกิดการสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้า จะต้องชำระภาษีสรรพสามิตตามปริมาณที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่ใช้บังคับ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ดังนี้                  \n     2.1 ปริมาณน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือสถานที่เก็บน้ำมัน แล้วแต่กรณี เปรียบเทียบกับปริมาณที่นำไปใช้เติมอากาศยานไปต่างประเทศแล้ว ปรากฏว่าสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5                \n     2.2 ปริมาณน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือนำเข้า แล้วแต่กรณี เปรียบเทียบปริมาณรับเข้าเก็บในสถานที่เก็บน้ำมันแล้ว ปรากฏว่าสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5                \n     2.3 ปริมาณน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่นำออกจากสถานที่เก็บน้ำมันแห่งหนึ่ง เปรียบเทียบกับปริมาณรับเข้าเก็บในสถานที่เก็บน้ำมันอีกแห่งหนึ่งแล้ว ปรากฏว่าสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5                \n     2.4 ปริมาณน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่เก็บไว้ในสถานที่เก็บน้ำมันเกิดการสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5","2024-04-30T16:25:51"],
    [2465,"9be5b232-9baf-46c7-95d7-177fec9bc05f","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอเสียภาษีในอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตในโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-a295-4aac-bbf3-2852b1c36fe5",15,0,6,"หลักเกณฑ์ \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอเสียภาษีในอัตราศูนย์       \n  1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม   \n  2. ผู้นำเข้า                \n\nสินค้าที่ได้รับสิทธิขอเสียภาษีในอัตราศูนย์              \n   น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต ในโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน              \n\nโรงอุตสาหกรรม              \n   โรงอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ที่ผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน              \n\nเขตปลอดภาษี \n    เขตปลอดภาษีสรรพสามิต ซึ่งอธิบดีประกาศกำหนดโดยมีหลักเกณฑ์ คือ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล หรือมีท่อขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปยังท่าเรือเพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันทางเรือได้              \n\nสถานที่เก็บน้ำมัน               \n  สถานที่เก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เสียภาษีในอัตราศูนย์เพื่อรอส่งไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตในโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน      \n\nวิธีการ         \n  1. ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-10 พร้อมเอกสารหลักฐาน ต่อสรรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ (กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรม) หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่ (กรณีผู้นำเข้า) หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต   \n  2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า ที่ประสงค์จะนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เสียภาษีในอัตราศูนย์ไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บน้ำมันเพื่อรอส่งไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตในโรงอุตสาหกรรมปลายทาง ให้ยื่นขออนุมัติสถานที่เก็บน้ำมันพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตั้งอยู่ (ตามคู่มือเรื่องขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้า)   \n  3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประจำโรงอุตสาหกรรม หรือเจ้าหน้าที่สรรพสามิตแห่งพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือเจ้าหน้าที่สรรพสามิตแห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่ทราบ ตามแบบแจ้งการรับ-จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ทุกครั้งก่อนการรับและจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน   \n  4. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า ต้องส่งหลักฐานแสดงการตรวจสอบน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม (ต้นทาง) หรือหลักฐานการนำเข้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแล้วแต่กรณี และหลักฐานการรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์เข้าโรงอุตสาหกรรม (ปลายทาง) ให้สรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป   \n  5. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ต้องจัดทำบัญชีประจำวันแสดงการรับจ่ายวัตถุดิบตามแบบ ภส.07-01 บัญชีประจำวันแสดงการผลิตและจำหน่ายตามแบบ ภส.07-02     \n  6. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ต้องจัดทำงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายและยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภส.07-04 พร้อมส่งให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป         \n\nเงื่อนไข         \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอและเอกสารหลักฐาน   \n หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน \nและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. โรงอุตสาหกรรม (ปลายทาง) ซึ่งมีขบวนการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยวิธีการผสม (Blending) เท่านั้น  จะต้องอยู่ในเขตปลอดภาษี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีให้ตั้งอยู่นอกเขตปลอดภาษีได้ (ไม่รวมถึงโรงอุตสาหกรรมที่ผลิตน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกัน)   \n   3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม (ปลายทาง) แจ้งกรรมวิธีการผลิต พร้อมรายละเอียดคุณสมบัติของวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมปลายทางตั้งอยู่ ก่อนการยื่นคำขอเสียภาษีอัตราศูนย์ ในครั้งแรก หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการผลิต  \n   4. กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมปลายทางอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งประสงค์จะรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตที่เสียภาษีในอัตราศูนย์จากผู้ประกอบอุตสาหกรรมปลายทางแห่งแรก จะต้องนำวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตที่เสียภาษีในอัตราศูนย์ที่ได้รับโอนมาไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตทั้งจำนวน   \n   5. หากจำนวนน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าโรงอุตสาหกรรม (ปลายทาง) มีจำนวนน้อยกว่า จำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม (ต้นทาง) หรือจำนวนที่นำเข้า แล้วแต่กรณี เกินกว่าร้อยละ 0.5 ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการชำระภาษีสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปในอัตราภาษีที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่มีเหตุผลอันควรซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2","2024-04-30T16:26:00"],
    [2466,"9be5b41f-18ef-433d-a1cb-7941595e4067","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ออกหลักฐานการรับเงิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-84b0-4e58-adda-1035e9555d65",3,0,6,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ที่จะยื่นคำขอ   \n    ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจากกรมสรรพากร     \n\nเครื่องบันทึกการเก็บเงิน   \n    เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติจะต้องเป็นเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยมีลักษณะ ชนิด รุ่น ยี่ห้อ และหมายเลขเครื่อง (Serial Number) เดียวกัน   \n\nการออกรายงานสรุปรายวัน         \n    1. ผู้ประกอบกิจการสถานบริการออกผลรายงานสรุปรายวันจากการให้บริการประจำวัน และออกรายงานสรุปรายรับจากการให้บริการเป็นรายเดือนจากเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง และให้ถือว่ารายงานการสรุปรายรับจากการให้บริการประจำวันเป็นรายงานการทำบัญชีประจำวัน และรายงานสรุปรายรับจากการให้บริการเป็นรายเดือนเป็นงบเดือน   \n    2. ในกรณีเครื่องบันทึกการเก็บเงินมีหลายเครื่อง ให้ผู้ประกอบกิจการสถานบริการจัดทำรายงานสรุปรายรับรวมจากการให้บริการประจำวันและรายงานสรุปรายรับรวมจากการให้บริการเป็นรายเดือนจากเครื่องบันทึกการเก็บเงินทุกเครื่อง และให้ถือรายงานสรุปรวมดังกล่าวเป็นรายงานการทำบัญชีประจำวันและงบเดือน   \n    3. ผู้ประกอบกิจการสถานบริการต้องเก็บม้วนกระดาษต่อเนื่องซึ่งบันทึกรายการแสดงรายรับจากการให้บริการประจำวันที่ออกจากเครื่องบันทึกการเก็บเงิน และเอกสารประกอบการลงบัญชีอื่นๆ เก็บรักษาไว้ ณ สถานประกอบการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้         \n\nวิธีการ   \n    ยื่นคำขอตามแบบ ภส.07-14 พร้อมเอกสาร หลักฐานแสดงรายละเอียดการได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจากกรมสรรพากร ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานบริการตั้งอยู่ เมื่อพิจารณาแล้ว จะแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n\nเงื่อนไข          \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n       หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ นำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    \n    2. อื่น ๆ   \n       ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเอกสาร หลักฐานแสดงรายละเอียดการได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจากกรมสรรพากร ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือ ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานบริการนั้นตั้งอยู่ พร้อมแนบเอกสาร หลักฐานที่แสดงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว","2024-04-30T16:26:37"],
    [2467,"9be5b29f-fa22-4311-81fb-dbc363f9d723","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตซื้อใบยาแห้ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-3575-4467-a4e4-945a43917d42",1,15000,8,"หลักเกณฑ์              \nคุณสมบัติของผู้ซื้อใบยาแห้ง เป็นผู้มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้\n    1. เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมผลิตยาสูบ   \n    2. เป็นนิติบุคคล ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และมีจำนวนทุนรวมหุ้นที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการค้าใบยา   \n    3. เป็นสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการผลิตยาสูบ หรือการค้าใบยา             \n\nอายุของใบอนุญาต         \n    1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต       \n\nวิธีการ   \n    ยื่นแบบคำขออนุญาตซื้อใบยาแห้งพร้อมเอกสาร หลักฐาน ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สำนักงานใหญ่ของผู้ขออนุญาตตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต   \n\nเงื่อนไข         \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ      \n    2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์           \n    3. ข้อกำหนดของใบอนุญาตซื้อใบยาแห้ง   \n       3.1 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งวัน เวลา และสถานที่รับซื้อใบยาแห้งต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่เป็นสถานที่รับซื้อใบยาแห้งแต่ละแห่งไม่น้อยกว่า 3 วัน ก่อนรับซื้อใบยาแห้งในแต่ละฤดูการผลิต   \n       3.2 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าตรวจสถานที่รับซื้อใบยาแห้งให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสรรพสามิต   \n       3.3 กรณีผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่ได้ทำการซื้อใบยาแห้งด้วยตนเอง ต้องมอบหมายให้ผู้อื่นรับซื้อใบยาแห้งแทน โดยมีเอกสารการมอบหมายหรือแต่งตั้งให้ดำเนินการแทน และนำมาแสดงต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สถานที่รับซื้อใบยาแห้ง   \n       3.4 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบัญชีประจำวันแสดงรายละเอียดการซื้อใบยาแห้ง โดยแยกตามพันธุ์ใบยาแห้งที่รับซื้อ และลงบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับแต่วันที่เกิดรายการ และเก็บบัญชีเหล่านั้นไว้ ณ สำนักงานของผู้ได้รับใบอนุญาตที่เป็นสถานที่รับซื้อใบยาแห้งแต่ละแห่ง เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบ   \n       3.5 ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องทำงบเดือนการซื้อใบยาแห้ง และนำส่งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่เป็นสถานที่รับซื้อใบยาแห้งแต่ละแห่ง หรือผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป","2024-04-30T16:15:49"],
    [2468,"9be5b38d-ee8d-4787-bf4b-25adbc56d1e0","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-3d0c-4ca1-9e5a-1a9cf13adf02",15,0,9,"หลักเกณฑ์   \nข้อกำหนดในการขอใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร          \n1. ผู้ประสงค์จะนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ต้องขออนุมัติฉลากก่อน    \n2. หากได้รับอนุมัติให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราแล้ว ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ รายละเอียด หรือปีวินเทจ (Vintage) สามารถใช้ฉลากดังกล่าวต่อไปได้โดยไม่ต้องยื่นคำขอใหม่                  \n\nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุรา        \n1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1    \n2. ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิต หรือผู้มีสิทธิ์ในตราสินค้า ให้เป็นตัวแทนขายสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย  \n               \nข้อความบนฉลากปิดภาชนะบรรจุสุรา              \n ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องมีข้อความอย่างน้อยต่อไปนี้           \n- ชื่อสุรา            \n- แรงแอลกอฮอล์เป็นดีกรี หรือร้อยละโดยปริมาตร            \n- ปริมาตรสุทธิ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด            \n- คำเตือน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด            \n- ชื่อและสถานที่ตั้งสถานประกอบการของผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1             \n- ชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ผลิตสุราในต่างประเทศ  \nหมายเหตุ : ข้อความบนฉลากต้องพิมพ์อย่างชัดเจน โดยใช้ตัวอักษรภาษาไทยและหรือภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นที่ได้รับอนุญาต       \n\nวิธีการ \nยื่นคำขอใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 กรมสรรพสามิต หรือยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต https://www.excise.go.th และเมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุมัติ ให้ไปรับหนังสืออนุมัติ หรือรับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  \n\nเงื่อนไข\n1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน\nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2. กรณีมีคำสั่งไม่อนุมัติ ผู้ขออนุมัติจะได้รับหนังสือแจ้งเหตุผลของการไม่อนุมัติ ซึ่งผู้ขออนุมัติสามารถยื่นอุทธรณ์ได้","2024-04-30T16:26:10"],
    [2469,"9be5b420-7246-41b5-a92b-937df8f57ef2","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตทำการเพาะปลูกต้นยาสูบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-0e86-4bd7-9ae0-8185f557e75c",3,0,15,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบ     \nเป็นผู้มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้         \n   1. เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานราชการ   \n   2. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย   \n   3. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์                \n\nอายุของใบอนุญาต            \n   1 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต       \n\nวิธีการ   \n   ยื่นแบบคำขออนุญาตทำการเพาะปลูกต้นยาสูบพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานที่เพาะปลูกต้นยาสูบตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต และรอรับแจ้งผลการพิจารณา \n\nเงื่อนไข         \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและผู้ยื่น คำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n   2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์     \n\nข้อกำหนด หลังได้รับใบอนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบ\n   1. ผู้ได้รับใบอนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบ ต้องเพาะปลูกตามพันธุ์ยาสูบ สถานที่เพาะปลูก และจำนวนเนื้อที่ที่ใช้เพาะปลูกตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบ\n   2. ผู้ได้รับใบอนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบต้องขายใบยาสด หรือใบยาแห้งที่ได้รับจากการเพาะปลูก หรือยาเส้นที่ผลิตจากใบยาสูบที่ได้รับจากการเพาะปลูกให้แก่ผู้รับซื้อตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต เพาะปลูกต้นยาสูบ\n   3. ผู้ได้รับใบอนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบ ต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าตรวจสถานที่เพาะปลูก และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสรรพสามิต\n   4. ผู้ได้รับอนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบเพื่อทำยาเส้น หรือยาสูบนอกจากยาเส้น เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ จะต้องเสียภาษียาสูบตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตก่อนนำยาสูบออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง\n   5. ผู้จะเพาะปลูกต้นยาสูบต่อเนื่องจากที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่เดิม เนื้อที่เพาะปลูกเท่าเดิม และจำหน่ายใบยาสด ใบยาแห้ง หรือยาเส้นให้กับผู้รับซื้อรายเดิม ให้ยื่นแบบคำขออนุญาตตามแบบ ภส.08-08 พร้อมเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุในแบบคำขอล่วงหน้าภายใน 90 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ","2024-04-30T16:18:35"],
    [2470,"9be5b488-f110-421b-9b00-42b7ce9f2066","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอทำลายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ ที่ใช้ในการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-6143-4d7f-8d65-e33acedef5ff",15,0,7,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำขอทำลาย    \n    ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะตามประกาศกรมสรรพสามิต    \n\nรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่สามารถขอทำลาย    \n     รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ผลิต หรือนําเข้า ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้       \n     1. มีวัตถุประสงค์เพื่อนําไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n     2. ไม่เคยมีการจําหน่ายในท้องตลาดเป็นการทั่วไปในราชอาณาจักร    \n     3. ไม่เคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือได้รับสิทธิให้เสียภาษีอัตราศูนย์มาก่อน หรือเคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือได้รับสิทธิให้เสียภาษีอัตราศูนย์มาแล้ว แต่ได้ยุติการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ          \n\nวิธีการ          \n     1. ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-16 พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้เสียภาษีอัตราศูนย์ก่อนการยุติการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ หรือก่อนครบกำหนดระยะเวลาการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ 1 ปี หรือขอขยายระยะเวลาการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะแต่รวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 2 ปี แล้วแต่กรณี    \n     2. ทำลายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ           \n\nเงื่อนไข      \n      1. การตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน    \n        หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ     \n      2. ระยะเวลาการยื่นคำขอทำลาย        \n          2.1 ก่อนการยุติการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ    \n          2.2 ก่อนครบกำหนดระยะเวลาการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ 1 ปี หรือขอขยายระยะเวลาการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ แต่รวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 2 ปี แล้วแต่กรณี      \n      3. ระยะเวลาหลังยื่นคำขอทำลาย    \n         ทำลายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ ภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันยื่นขอทำลาย เว้นแต่มีเหตุจำเป็น สามารถขอขยายระยะเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกิน 120 วัน      \n      4. กรณีไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข    \n          ภายหลังมีคำสั่งอนุมัติ ในกรณีที่ผู้วิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ มิได้ยื่นขอทำลายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ หรือมิได้ดำเนินการทำลายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบ ภายในระยะเวลาที่ประกาศกรมสรรพสามิตกำหนด ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีหน้าที่ต้องชำระภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับและเงินเพิ่มสำหรับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบนั้น ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับ ณ วันที่ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น","2024-04-30T16:11:08"],
    [2471,"9be5b489-4171-405b-bab0-2d70caa9e8fa","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอใบอนุญาตตั้ง ขอรับใบแทนใบอนุญาต ขอโอน  และขอเลิกกิจการ คลังสินค้าทัณฑ์บน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-2f23-4c2d-812f-cdd812dc9581",3,0,11,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต   \n\nกรณีขออนุญาตหรือขอโอนใบอนุญาต   \n   บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่ผู้บริหารของนิติบุคคลไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขออนุญาตเกินสามปี   \n\nกรณีคำขอรับใบแทนใบอนุญาต   \n   บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนอยู่แล้ว แต่ใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนชำรุดในสาระสำคัญ หรือสูญหาย   \n\nกรณีขอยกเลิกเนื่องจากเลิกกิจการ   \n   บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ได้รับใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนและจะเลิกกิจการ   \n\nลักษณะของสถานที่ที่จะใช้หรือจะก่อสร้างเพื่อใช้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน          \n1. ต้องเป็นไปตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอ โดยต้องมีรั้วล้อมรอบและประตูเข้า-ออกที่มั่นคงแข็งแรง    \n2. อธิบดีอาจสั่งให้แก้ไขแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นไว้ หรือให้สร้างสถานที่ทำการและที่พักสำหรับเจ้าพนักงานสรรพสามิต ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ประจำคลังสินค้าทัณฑ์บนด้วยก็ได้    \n3. ต้องไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงคลังสินค้าทัณฑ์บนให้ผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตไว้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี   \n4. ต้องดูแลรักษามิให้คลังสินค้าทัณฑ์บนชำรุดเสียหายหรือเปลี่ยนแปลงไปจากแบบแปลนแผนผังที่ได้รับอนุญาตไว้ หากมีการชำรุดเสียหายหรือเปลี่ยนแปลงไป ต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่คลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นตั้งอยู่ทราบโดยมิชักช้า และดำเนินการแก้ไขหรือซ่อมแซมให้ถูกต้องตามแบบแปลนแผนผังที่ได้รับอนุญาตไว้ภายในเวลาที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตกำหนด   \n5. ต้องเก็บสินค้าไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนเฉพาะสินค้าที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น    \n6. ต้องจัดให้มีเครื่องชั่ง ตวง วัด และเครื่องอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับสินค้าที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน                 \n\nสินค้าที่จะเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน            \nต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้        \n1. สินค้าที่สามารถผลิตได้ตลอดปี แต่จำหน่ายได้มากเป็นบางฤดู    \n2. สินค้าที่วัตถุดิบในการผลิตมีมากเป็นบางฤดู    \n3. สินค้าที่มีราคาสูงและจำหน่ายได้ช้า    \n4. สินค้าที่ต้องเก็บตามกรรมวิธีการผลิตเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าประเภทหรือชนิดเดิม    \n5. สินค้าอื่น ๆ ที่อธิบดีประกาศกำหนด         \n\nวิธีการ   \nกรณีขออนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือขอโอนใบอนุญาต    \n    ยื่นคําขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบที่สํานักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่คลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่    \n\nกรณีขอรับใบแทนใบอนุญาตที่ชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย   \n    ยื่นคำขออนุญาต พร้อมเอกสาร หลักฐานประกอบที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่คลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย    \n\nกรณีขอเลิกกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บน   \n    ยื่นคำขออนุญาต พร้อมเอกสาร หลักฐานประกอบ ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่คลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ ก่อนวันเลิกกิจการ    \n    หากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องไปตรวจสอบสถานที่ที่ขอใช้เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บน จะมีการนัดหมายเพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่ และเมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง ครบถ้วน จะพิจารณาอนุญาตและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบ    \n    หากได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาต ให้มาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต หรือใบแทนใบอนุญาต แล้วแต่กรณี (ยกเว้น กรณีขอเลิกกิจการ)     \n\nเงื่อนไข          \n1. การตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน   \n   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และ\nผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ นำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม \nหากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้ง\nคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n\n2. กรณีมีคําสั่งอนุญาตและไม่อนุญาต   \n   -   การอุทธรณ์ กรณีอธิบดีไม่ออกใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต โดยรัฐมนตรีจะพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์    \n   -   คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด    \n\nอื่น ๆ   \n    ในกรณีที่ปรากฏว่าเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง หรือหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และการฝ่าฝืนดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ โดยจะแจ้งการเพิกถอนนั้นเป็นหนังสือให้เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน","2024-04-30T16:26:47"],
    [2472,"9be5b50e-47a7-43ea-86cd-c7c30b0a39fc","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตทำบัญชีประจำวัน บัญชีรับจ่ายสินค้า และงบเดือน โดยใช้วิธีการอื่นใด  และการอนุญาตให้ยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-691d-4587-99a0-0af7f953f932",7,0,6,"หลักเกณฑ์                 \nนิยาม  \n   \"ผู้ประกอบอุตสาหกรรม\" หมายความว่า เจ้าของโรงอุตสาหกรรม และให้หมายความรวมถึงผู้จัดการหรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของโรงอุตสาหกรรมด้วย    \n   \"ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ\" หมายความว่า เจ้าของสถานบริการ และให้หมายความรวมถึงผู้จัดการหรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานบริการด้วย    \n   \"ผู้นำเข้า\" หมายความว่า ผู้นำของเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร             \n\nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ หรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะทำบัญชีประจำวัน บัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และงบเดือน โดยใช้วิธีการอื่นใด และการอนุญาตให้ยื่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา 118             \n\nแบบบัญชีประจำวัน             \n    แบบบัญชีประจำวันสำหรับผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการ มีดังนี้        \n    1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราขาว ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีที่ใช้เครื่องจักร และคนงานเครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าและคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายวัตถุดิบ ตามแบบ ภส.07-01/1   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการผลิต ตามแบบ ภส.07-02/1   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่าย ตามแบบ ภส.07-02/1 (2)    \n    2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราแช่ที่มิใช่เบียร์ ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีที่ใช้เครื่องจักรและคนงานเครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าและคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายวัตถุดิบ ตามแบบ ภส.07-01/1   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการผลิต ตามแบบ ภส.07-02/1 (1)   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่าย ตามแบบ ภส.07-02/1     \n    3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุรากลั่นชนิดเอทานอล   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายวัตถุดิบ ตามแบบ ภส.07-08   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการผลิตและการจำหน่าย (สำหรับสุรากลั่นชนิดเอทานอล) ตามแบบ ภส.07-09   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการผลิตและการจำหน่าย (สำหรับเอทานอลแปลงสภาพ)ตามแบบ ภส.07-10    \n    4. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ ที่เป็นผู้ผลิตยาเส้นที่ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบทำจากใบยาที่ปลูกและหั่นเอง   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายวัตถุดิบ ตามแบบ ภส.07-01/2\n    - บัญชีประจำวันแสดงการผลิตและการจำหน่าย ตามแบบ ภส.07-02/2    \n    5. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอื่น นอกจาก 1-4   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายวัตถุดิบ ตามแบบ ภส.07-01   \n    - บัญชีประจำวันแสดงการผลิตและการจำหน่าย ตามแบบ ภส.07-02    \n    6. ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ   \n    - บัญชีประจำวันแสดงรายรับค่าบริการตามแบบ ภส.07-05             \n\nงบเดือน        \n     1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราขาว ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีที่ใช้เครื่องจักรและคนงานเครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าและคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน   \n     - งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย และยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภส.07-04/1    \n     2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราแช่ที่มิใช่เบียร์ ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีที่ใช้เครื่องจักรและคนงานเครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าและคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน   \n     - งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย และยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภส.07-04/1    \n     3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุรากลั่นชนิดเอทานอล   \n     - งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย และยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภส.07-11    \n     4. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ ที่เป็นผู้ผลิตยาเส้นที่ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบทำจากใบยาที่ปลูกและหั่นเอง   \n     - งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย และยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภส.07-04/2    \n     5. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอื่น นอกจาก 1-4   \n     - งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย และยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภส.07-04    \n     6. ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ   \n     - งบเดือนแสดงรายการรายรับกิจการสถานบริการ ตามแบบ ภส.07-06              \n\nบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร            \n     ผู้นำเข้า           \n     บัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามแบบ ภส.07-03            \n\nกำหนดระยะเวลา           \n     ยื่นขออนุญาตก่อนดำเนินการ       \n  \nวิธีการ   \n    ยื่นขออนุญาตที่สํานักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือสถานบริการ หรือสถานประกอบการตั้งอยู่ เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาต ให้มารับทราบผลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ในกรณีที่สรรพสามิตพื้นที่มีคําสั่ง \"ไม่อนุญาต\" จะแจ้งคําสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือโดยระบุเหตุผลของการไม่อนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    \n\nเงื่อนไข          \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ นำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    \n   2. กรณีมีคําสั่งอนุญาตและไม่อนุญาต   \n      2.1. ในกรณีที่สรรพสามิตพื้นที่มีคําสั่งอนุญาต จะแจ้งการอนุญาตให้ผู้ยื่นคําขอมารับทราบผลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่มารับทราบผลภายในกําหนดระยะเวลา จะถือว่าสละสิทธิ์การเป็นผู้ได้รับอนุญาต   \n      2.2. ในกรณีที่ข้อมูลในแบบบัญชีประจำวัน บัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และงบเดือน เป็นภาษาต่างประเทศ ให้แปลเป็นภาษาไทย","2024-04-30T16:18:44"],
    [2473,"9be5b51b-4068-4580-b660-adaa9a606318","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดทะเบียนแล้ว  และการขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-cc67-4d09-97e7-3a8f8d78fcca",3,0,13,"หลักเกณฑ์              \nคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนสรรพสามิต ขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดทะเบียนแล้ว และขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต            \nผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ และผู้นำเข้า ตามประเภทสินค้าและบริการที่ระบุไว้ในบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ท้ายพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่มีความประสงค์จะดำเนินการดังต่อไปนี้        \n1. ขอจดทะเบียนสรรพสามิต     \n2. ขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดทะเบียนแล้ว ดังนี้                  \n   2.1 ชื่อและที่อยู่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบกิจการ สถานบริการ และผู้นำเข้า                 \n   2.2 ขอเปลี่ยนแปลงชื่อและที่อยู่โรงอุตสาหกรรม/สถานบริการ                \n   2.3 ขอเพิ่ม/ลดประเภทสินค้า/บริการ/นำเข้า                \n   2.4 ขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่น ๆ           \n3. ขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิตกรณีชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย       \n\nวิธีการ              \nกรณีขอจดทะเบียนสรรพสามิต        \n1. ยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิต พร้อมเอกสาร หลักฐาน ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม สถานประกอบการซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ หรือสถานบริการตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี ภายใน 30 วัน ก่อนเริ่มผลิต เริ่มนำเข้าสินค้า หรือเริ่มให้บริการ หากผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการที่มีโรงอุตสาหกรรม หรือสถานบริการหลายแห่ง ให้แยกยื่นคําขอเป็นรายโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการ และผู้นำเข้าที่มีสถานประกอบการและสำนักงานสาขาหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่     \n2. กรณีผู้ประกอบการที่มีใบทะเบียนสรรพสามิตอยู่ก่อนแล้วถึงแก่ความตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดก ยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิต พร้อมเอกสารหลักฐานภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้ประกอบการถึงแก่ความตาย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ หรือสถานบริการตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี     \n3. รอรับแจ้งผลการพิจารณา กรณีได้รับใบอนุญาต ให้มารับใบทะเบียนสรรพสามิต               \n\nกรณีขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดทะเบียนแล้ว          \nยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดทะเบียนแล้วพร้อมเอกสารหลักฐาน ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ออกใบทะเบียนสรรพสามิตให้ และรอรับแจ้งผลการพิจารณา \n\nกรณีขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต           \nยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต พร้อมเอกสารหลักฐาน ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ออกใบทะเบียนสรรพสามิตให้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุดหรือสูญหาย และรอรับแจ้งผลการพิจารณา กรณีได้รับอนุญาตให้มารับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต       \n\nการขอจดทะเบียนสรรพสามิต การขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดทะเบียนแล้ว และการขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต สามารถยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต ได้ทุกกรณี\n\nเงื่อนไข          \n1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน\nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่น\nคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่น\nคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” \nซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2. กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการไม่ยื่นงบเดือน หรือผู้นำเข้าไม่ยื่นบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรติดต่อกัน 6 เดือนขึ้นไป อาจโดนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสรรพสามิต\n3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ต้องแสดงใบทะเบียนสรรพสามิต\nไว้ในที่เปิดเผย และมองเห็นได้ง่าย ณ โรงอุตสาหกรรม สถานประกอบการ หรือสถานบริการ","2024-04-30T16:26:55"],
    [2474,"9be5b55c-0466-4a58-b7de-c2f34465b410","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-1284-4346-b154-b3994f0ad623",15,0,7,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอยกเว้นภาษี        \n   1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม   \n   2. ผู้นำเข้า      \n\nลักษณะของสินค้าที่มีสิทธิขอยกเว้นภาษี    \n    สินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าประเภทหรือชนิดเดิมหรืออีกประเภทหรืออีกชนิดหนึ่งซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิต หรือ เพื่อการส่งออก ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้        \n    1. ไม่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาแล้ว    \n    2. เป็นสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต      \n\nสินค้าที่ไม่ได้รับสิทธิขอยกเว้นภาษี        \n    1. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะนำไปใช้ในการผลิตสินค้าน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยการเพิ่มสารเติมแต่ง     \n    2. สุรากลั่นชนิดเอทานอลที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง      \n\nวิธีการ    \nโรงอุตสาหกรรม (ต้นทาง)        \n    1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษี ยื่นคำขอยกเว้นภาษี ตามแบบ ภส. 05-04 สำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า จำนวน 2 ฉบับ พร้อมหลักฐานต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านเว็บไซต์  www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต    \n    2. ผู้นำเข้าที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษี ยื่นคำขอยกเว้นภาษี ตามแบบ ภส. 05-04 สำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า จำนวน 2 ฉบับ พร้อมหลักฐานต่อสำนักงาน สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้า หรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่    \n    3. ก่อนนำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร ให้แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือท้องที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรนำเข้า หรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าหรือเอกสารหลักฐาน และใช้แบบ ภส. 05-04 กำกับไปกับสินค้าที่ทำการขนด้วย      \n\nโรงอุตสาหกรรม (ปลายทาง)        \n    1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปลายทาง ยื่นแจ้งสูตรการผลิตหรือกรรมวิธีการผลิต ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาการยื่นคำขอของผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้นทาง    \n    2. ก่อนการนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีเข้าไปในโรงอุตสาหกรรม ให้แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตตามแบบ ภส.05-04 ฉบับที่ใช้กำกับไปกับการขนสินค้าพร้อมหลักฐานประกอบ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องและลงนามการตรวจสอบในแบบ ภส.05-04 แล้ว ให้สำเนาแบบดังกล่าวส่งให้สรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติยกเว้นภาษี และสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ทราบ    \n    3. แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการนำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า ตามแบบรายงานสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีที่กรมสรรพสามิตกำหนด พร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี หรือในกรณีที่เป็นการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปเขตปลอดอากร ให้ยื่นแบบรายงานพร้อมกับการขอยกเว้นภาษีหรือคืนภาษี    \n    4. จัดทำบัญชีประจำวันตามแบบ ภส.05-04/1 และงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามแบบ ภส.05-04/2 สำหรับงบเดือนดังกล่าวให้ยื่นต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต และให้สำเนาส่งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติยกเว้นภาษี หรือผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต      \n\nเงื่อนไข        \n   1. ก่อนยื่นคำขอยกเว้นภาษี ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม (ปลายทาง) ที่นำสินค้าไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าแจ้งสูตรการผลิตหรือกรรมวิธีการผลิต ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาการยื่นคำขอของผู้ประกอบอุตสาหกรรม (ต้นทาง)    \n   2. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน       \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ           \n   3. ภายหลังมีคำสั่งอนุมัติ ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่เสียภาษี หากปรากฏกรณี ดังต่อไปนี้               \n      3.1 ไม่ปฏิบัติเป็นไปตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดเกี่ยวกับการขนสินค้า ให้เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขนไม่ถูกต้องตามวิธีการดังกล่าว ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น               \n      3.2 สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีสูญหายหรือขาดจำนวนไปจากจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ให้เสียภาษีสำหรับสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่ พิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นไปตามธรรมชาติ หรือเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี               \n      3.3 กรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีเป็นสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ สูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ให้เสียภาษีสำหรับสินค้าดังกล่าว ตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไป ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่ พิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นไปตามธรรมชาติ หรือเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี               \n      3.4 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปลายทางที่นำสินค้าได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า จะต้องนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในระยะเวลา  1  ปี นับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น เว้นแต่อธิบดีประกาศกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น หากไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้ได้รับการยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่มิได้ปฏิบัติตามนั้น ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยและได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน","2024-04-30T16:11:20"],
    [2475,"9be5b5a5-bff7-4ad8-a06a-469c3627ff59","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อรอการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ตามมาตรา 103 และการยกเว้นภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าเพื่อรอนำไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ ตามมาตรา 107 (4) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-f386-4bf5-8b76-4a5adc8960f6",14,0,6,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอยกเว้นภาษี        \n1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต    \n2. ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น      \n\nลักษณะของสินค้าที่มีสิทธิขอยกเว้นภาษี        \n1. เป็นสินค้าที่ผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร     \n2. ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรี โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีประกาศโดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา 109     \n3. สินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือยังมิได้บริโภค     \n4. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำไปเติมเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ      \n\nสถานที่เก็บสินค้า \n   สถานที่เก็บสินค้าที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ให้ใช้เก็บสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว     \n\nวิธีการ        \n  1. ยื่นคำขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้าพร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อใช้เก็บสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี เพื่อรอการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร หรือเพื่อรอนำไปเติมเรือ ที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อเดินทางไปต่างประเทศต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ (ตามคู่มือขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้า) ก่อนการนำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเข้าไปเก็บ    \n  2. หากประสงค์จะนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ให้ยื่นคำขอยกเว้นภาษีตามแบบ ภส.05-01/1 หรือ ภส. 05-01/1 (ก) ก่อนการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่    \n  3. เมื่อจะทำการรับหรือจ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นเข้าหรือออกจากสถานที่เก็บสินค้า ให้ยื่นแบบแจ้งการรับ-จ่ายสินค้า ณ สถานที่เก็บสินค้าตามแบบ ภส.05-01/2 หรือ ภส. 05-01/2 (ก) ก่อนการรับหรือจ่าย ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่    \n  4. กรณีส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปเขตปลอดอากร ให้ผู้ส่งออกแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี เพื่อไปทำการตรวจสอบชนิดและปริมาณที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน นั้น    \n  5. ต้องเก็บหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ตามที่ประกาศกำหนดไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า หรือสถานประกอบการของผู้ส่งออกไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และยินยอมให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าทำการตรวจสอบสินค้าตลอดจนบัญชีหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตลอดเวลา    \n  6. จัดทำรายงานประจำเดือนการยกเว้นหรือคืนภาษีตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนด และรายงานต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่      \n\nเงื่อนไข        \n  1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n     หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน \nและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผล การคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก ส่งแบบ ภส.05-01/1 หรือ ภส. 05-01/1 (ก) ซึ่งรับรองการรับสินค้าเข้าเก็บไว้ในสถานที่เก็บสินค้า พร้อมหลักฐานการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน และหลักฐานการรับสินค้าเข้าเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตที่รับคำขอไว้ หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น อาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 120 วันนับแต่วันนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี    \n   3. การส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ให้ประทับตราหรือทำเครื่องหมาย “FOR EXPORT ONLY” หรือ “FOR EXPORT” หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าให้มองเห็นได้ชัดเจน เว้นแต่สรรพสามิตพื้นที่จะสั่งเป็นอย่างอื่น    \n   4. การส่งน้ำมันดีเซลออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร หรือนำไปเติมเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ ให้เติมสาร Marker ก่อนนำน้ำมันดีเซลออกจากสถานที่เก็บสินค้า ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด    \n   5. สินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร กรณีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ ให้ผู้ส่งออกแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตแห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่ทำพิธีการศุลกากรเพื่อไปทำการตรวจสอบชนิดและปริมาณสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรทุกครั้ง    \n   6. ผู้ส่งออกต้องส่งสินค้าตามแบบ ภส. 05-01/2 หรือ ภส. 05-01/2 (ก) ที่ได้รับการยกเว้นภาษีไว้แล้ว ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ภายใน 15 วันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่เก็บสินค้า เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันนำสินค้าออกจากสถานที่เก็บสินค้า    \n   7. ผู้ส่งออกต้องส่งแบบ ภส. 05-01/2 หรือ ภส. 05-01/2 (ก) ซึ่งได้รับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว พร้อมเอกสารหลักฐานใบแสดงรายการและราคาสินค้า ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษี หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร    \n  8. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องส่งแบบ ภส. 05-01/2 ซึ่งได้รับรองการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งพนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้ว พร้อมเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเติมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษี หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต ภายใน 60 วันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้เรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่ ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้เรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว\n  9. ผู้ส่งออกต้องส่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีแล้วตามแบบ ภส. 05-01/1 ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำไปในเขตปลอดอากรภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ส่งออกอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษี แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน\n   10. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก ต้องจัดทำบัญชีแสดงการรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ณ สถานที่เก็บสินค้า ตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนด เก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าเพื่อเจ้าหน้าที่สรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา\n   11. กรณีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี (ไม่รวมถึงสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ) หากปรากฏว่า สินค้าได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับการยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากสถานที่เก็บสินค้า\n   12. กรณีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น ไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากสถานที่เก็บสินค้า\n   13. กรณีผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งคำสั่งเพิกถอนการยกเว้นภาษี ให้ผู้ยื่นคำขอสามารถอุทธรณ์ ภายในระยะเวลาที่กำหนด\n   14. กรณีถูกเพิกถอนการยกเว้นภาษี ผู้ส่งออกจะต้องเสียภาษี ตามอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด","2024-04-30T16:27:03"],
    [2476,"9be5b60f-2e39-455e-bae4-ebb2562300b0","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การยกเว้นภาษีสำหรับสุรากลั่นชนิดเอทานอลที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-6513-4989-8895-51e9c225d017",15,0,7,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอยกเว้นภาษี    \n   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตสุรากลั่นชนิดเอทานอล   \n\nสินค้าที่มีสิทธิขอยกเว้นภาษี    \n   สุรากลั่นชนิดเอทานอลที่มีแรงแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 99.5 ดีกรีขึ้นไป ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง    \n\nเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับเอทานอล        \n   1. ทำการแปลงสภาพเอทานอลตามสูตรการแปลงสภาพที่กรมสรรพสามิตกำหนด หรือสูตรอื่นที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิตด้วยวิธีการผสมในท่อ (Inline Blending) ก่อนขนออกจากโรงอุตสาหกรรมเอทานอล     \n    2. เอทานอลแปลงสภาพที่ได้รับยกเว้นภาษีจะต้องนำไปใช้ในโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน    \n    3. เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันได้รับเอทานอลแปลงสภาพเข้าโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันจะต้องแจ้งจำนวนเอทานอลแปลงสภาพให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมเอทานอลตั้งอยู่ทราบทันทีผ่านเว็บไซต์ https://ethanol.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต       \n\nวิธีการ    \n    ยื่นคำขอตามแบบ ภส. 05-06/1 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมเอทานอลตั้งอยู่ หรือผ่านเว็บไซต์ https://ethanol.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต    \n\nเงื่อนไข        \nการตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน    \n   1. หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน \nและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. ก่อนนำเอทานอลที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ได้รับการยกเว้นภาษี แจ้งผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมตามแบบ ภส.05-06/1 ผ่านเว็บไซต์ https://ethanol.excise.go.th    \n   3. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ได้รับการยกเว้นภาษี ต้องยินยอมให้ผู้ควบคุมฯ ตรวจสอบ ควบคุมการแปลงสภาพเอทานอล และเก็บตัวอย่างเอทานอลตามที่ประกาศกำหนด \n   4. ยานพาหนะที่ใช้ขนเอทานอลแปลงสภาพออกจากโรงอุตสาหกรรม ต้องแสดงข้อความตัวอักษรสีส้ม “เอทานอลแปลงสภาพนำไปใช้ผสมน้ำมันเชื้อเพลิง” ขนาดไม่น้อยกว่า 2x1 นิ้ว บนพื้นสีขาวไม่น้อยกว่า 8x36 นิ้ว ตลอดที่ทำการขนส่ง    \n    5. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมน้ำมันตั้งอยู่ตามแบบ ภส.05-06/2 เพื่อรับเข้าโรงอุตสาหกรรมน้ำมัน และต้องนำน้ำมันที่ผลิตได้ออกจากโรงอุตสาหกรรมน้ำมันภายในระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของเอทานอลที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบเกิดขึ้น    \n    6. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษี หรือการขอยกเว้นภาษี หรือคืนภาษีในกรณีส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร    \n    7. หากเอทานอลที่ได้รับยกเว้นภาษีสูญหายหรือขาดจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมเกินกว่าร้อยละ 0.5 ให้ผู้ยื่นคำขอเสียภาษีเอทานอลตามจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปตามอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเอทานอลได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นไปตามธรรมชาติหรือกรณีขาดจำนวนไปเพราะยังไม่ได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมเอทานอล","2024-04-30T16:27:13"],
    [2477,"9be5b657-19e8-4f2b-9854-51fbe127849e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร หรือ การขออนุญาตส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-7dcf-44c6-9776-9acbbaa12101",3,300,13,"หลักเกณฑ์   \nประเภทของใบอนุญาต          \n1. ใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร (ภ.ส. 08-15)\n2. ใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรประเภท...........(ภ.ส. 08-15/1)\n3. ใบอนุญาตส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักร (ภ.ส. 08-15)\n4. ใบอนุญาตส่งออกยาสูบกรณีนำเข้าเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ประเภท...........(ภ.ส.08-15/2)\n\nคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตนำเข้า   \nแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการนำเข้า ดังนี้             \n1. เพื่อขายในราชอาณาจักร          \n-  เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 1 และ         \n-  เป็นผู้นำเข้าที่จดทะเบียนสรรพสามิต         \n2. เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร          \n-  เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 2  และ          \n-  เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎมายว่าด้วยศุลกากร          \n3.  เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยนำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร          \n-  เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎมายว่าด้วยศุลกากร         \n4.  เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร          \n-  เป็นนิติบุคคล หรือ          \n-  เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์               \n\nคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตส่งออก             \nแบ่งตามแหล่งที่มาของยาสูบ ดังนี้        \n1. ส่งออกยาสูบที่ผลิตในราชอาณาจักร   \n-  เป็นรัฐวิสาหกิจไทย หรือ   \n-  เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ   \n-  เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์    \n2. ส่งออกยาสูบที่นำเข้ามาเพื่อส่งออก   \n-  เป็นผู้ได้รับอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร                  \n\nสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนขอใบอนุญาตนำเข้า        \n1. ต้องจดทะเบียนสรรพสามิต    \n2. แจ้งราคาขายปลีกแนะนำ\n3. กรณีนำยาสูบเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักรครั้งแรก ให้แจ้งการใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบซึ่งต้องมีข้อความและลักษณะโดยมีรายละเอียด ดังนี้   \n-  ชื่อตราบริษัทผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต   \n-  ชนิดของยาสูบ   \n-  จำนวนมวนหรือน้ำหนักสุทธิหน่วยเป็นกรัม จะต้องพิมพ์ภาษาไทยกำกับไว้ด้วย   \n-  ระบุวันเดือนปีที่ผลิต   \n-  ระบุชื่อและภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการค้าของผู้ขอรับใบอนุญาตการนำเข้า โดยพิมพ์ข้อความเป็นภาษาไทย   \n-  แสดงฉลากรูปภาพและข้อความในฉลาก ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ    \n4. จัดเตรียมหลักฐานการเป็นตัวแทนขายยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว กรณีหนังสือเป็นภาษาอื่นให้แปลเป็นภาษาไทย                  \n5. เอกสารรับรองสารประกอบของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข\n\nอายุของใบอนุญาต        \n1. กรณีนำเข้า ต้องนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    \n2. กรณีส่งออก ต้องส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต         \n\nวิธีการ   \nกรณีนำเข้ายาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร         \n1. เพื่อขายในราชอาณาจักร : ยื่นแบบคำขออนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการของผู้นำเข้า หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่         \n2. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากเพื่อขายในราชอาณาจักร : ยื่นแบบคำขออนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่   \n\nกรณีส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักร         \n1. เป็นผู้ได้รับอนุญาตผลิตยาสูบ : ยื่นแบบคำขออนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่         \n2. นำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร : ยื่นแบบคำขออนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ออกใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร    \nเมื่อทราบผลว่าได้รับอนุญาตทั้ง 2 กรณี ให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียม และรับใบอนุญาต    \n\nเงื่อนไข         \n1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนด ถือว่าสละสิทธิ์","2024-04-30T16:19:16"],
    [2478,"9be5b6a2-ca4d-4fe9-8e0d-22d1ff8a8600","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เติมในอากาศยานหรือ   เรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ ตามมาตรา 107 (4) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-d723-4f37-ac70-eb593048d877",15,0,8,"หลักเกณฑ์     \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี       \n1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม   \n2. ผู้นำเข้า      \n\nลักษณะของสินค้าที่มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี : น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน    \n\nสถานที่เก็บสินค้า : สถานที่เก็บสินค้าที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่ให้ใช้เก็บสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว และให้หมายความรวมถึงสถานที่ใช้เก็บสินค้าที่เสียภาษีแล้วของผู้ส่งออกหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ประสงค์จะขอคืนภาษีด้วย    \n\nวิธีการ  : ยื่นแบบ ภส.05-07 ต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต หรือวิธีการอื่นที่ได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่    \n\nเงื่อนไข :        \n  1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน \n    หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n      2. ต้องส่งแบบ ภส.05-07 แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมอากาศยานหรือเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งพนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้ว พร้อมเอกสารหลักฐานต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอ หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต ภายใน 60 วันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือไปต่างประเทศแล้ว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น อาจขอขยายระยะเวลาได้ก่อนครบกำหนดเวลา แต่เมื่อรวมระยะเวลาแล้วต้องไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือไปต่างประเทศแล้ว   \n      3. กรณีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี หากปรากฏว่า สินค้าได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับการยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี","2024-04-30T16:27:22"],
    [2479,"9be5b63e-088f-4ca9-8801-7971acf3c3c1","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอย้าย/เลิก/โอน กิจการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-ef53-4eca-9af3-8d0682015a57",7,0,13,"หลักเกณฑ์                \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ            \nผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ตามประเภทสินค้าและบริการที่ระบุไว้ในบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้ายพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว ซึ่งมีความประสงค์ ขอย้าย/เลิก/โอน กิจการ       \n\nวิธีการ                \nกรณีย้ายกิจการ        \n1. ยื่นคำขอย้ายกิจการ พร้อมเอกสาร หลักฐาน ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้ ก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน เมื่อได้รับคำสั่งอนุญาต จึงดำเนินการย้าย     \n   -  กรณีสินค้า ต้องชำระภาษีก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปโดยมีหลักประกัน   \n   -  กรณีสถานบริการ ต้องชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป               \n2. เมื่อย้ายกิจการเรียบร้อยแล้ว ให้ยื่นขอจดทะเบียนสรรพสามิตใหม่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ หรือสถานบริการแห่งใหม่ตั้งอยู่                \n\nกรณีขอเลิกกิจการ              \n  ยื่นคำขอเลิกกิจการ พร้อมเอกสาร หลักฐาน ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้ ก่อนวันเลิกกิจการ ไม่น้อยกว่า 15 วัน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ชำระภาษีให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งคืนใบทะเบียนสรรพสามิต ณ สถานที่ที่ได้แจ้งเลิกกิจการ ภายใน 15 นับแต่วันที่หยุดประกอบกิจการ               \n   -  กรณีสินค้า ต้องชำระภาษีก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยมีหลักประกัน              \n   -  กรณีสถานบริการ ต้องชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป                \n\nกรณีโอนกิจการ               \n   ยื่นคำขอโอนกิจการ พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้ ก่อนวันโอนกิจการไม่น้อยกว่า 15 วัน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ผู้ขอโอนจะต้องคืนใบทะเบียนสรรพสามิต ณ สถานที่ที่ได้แจ้งโอนกิจการ ภายใน 15 นับแต่วันที่หยุดประกอบกิจการ โดยผู้รับโอนกิจการ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตภายใน 7 วันนับแต่วันรับโอนกิจการ และให้ประกอบกิจการต่อเนื่องได้ระหว่างรอรับใบทะเบียนสรรพสามิต              \n   การขอย้าย/เลิก/โอน กิจการ สามารถยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิตได้ \n       \nเงื่อนไข             \nการตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน         \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่น\nคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่น\nคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” \nซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:11:31"],
    [2480,"9be5b70d-9bcb-4033-b4de-c1401596c3a0","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการสำหรับไพ่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-e105-4dbd-93ba-771e668d2b58",1,0,11,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการสำหรับไพ่    \n     ผู้ประกอบอุตสาหกรรมไพ่/ผู้นำเข้าไพ่ที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว และได้ชำระภาษีครบถ้วนถูกต้องแล้ว   \n\nลักษณะไพ่ที่จะต้องปิดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการ   \n     ไพ่ที่จำหน่ายในราชอาณาจักร    \n\nวิธีการ \n  1. ยื่นคำขอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการสำหรับไพ่  (แบบ ภส.06-20) พร้อมเอกสารหลักฐาน    \n     - กรณีผลิตในราชอาณาจักร  ยื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่    \n     - กรณีนำเข้า ยื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่มีการปฏิบัติพิธีการศุลกากรตั้งอยู่    \n  2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการสำหรับไพ่ หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้รับมอบเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการสำหรับไพ่           \n\nเงื่อนไข         \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n   2. กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมไพ่ ให้เก็บรักษาเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการสำหรับไพ่ไว้ในสถานที่เก็บเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการที่มั่นคงแข็งแรง","2024-04-30T16:11:53"],
    [2481,"9be5b733-3ba7-407c-b259-33e18b02ce0d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่จำหน่ายให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์  ตามมาตรา 107 (3) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-47b4-4166-ab3a-92a7b3df5480",15,0,8,"หลักเกณฑ์    \nคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี        \n   1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์   \n   2. ผู้นำเข้า ที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์                   \n      2.1 กรณีได้รับสิทธิทางศุลกากร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร                 \n      2.2 กรณีไม่ได้รับสิทธิทางศุลกากร ให้ใช้ตามมาตรานี้    \n\nสินค้าที่มีสิทธิขอคืนหรือยกเว้นภาษี    \n   สินค้าที่ได้จำหน่ายให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์    \n\nวิธีการ    \n   ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีตามแบบ ภส. 05-06 ซึ่งได้รับการลงชื่อรับรองและประทับตราจากสถานทูต หรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมเอกสารหลักฐานต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือที่ตรวจปล่อยตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี\n\nเงื่อนไข       \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน \nและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า แจ้งการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ ตามแบบคำขอ ภส. 05-06 ที่คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าสินค้าและเอกสารหลักฐานอื่น ๆ  ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า เว้นแต่มีเหตุจำเป็น อาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือ   หลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่รับคำขอเพื่อพิจารณาอนุมัติได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า   \n    3. กรณีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี (ไม่รวมถึงสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ) หากปรากฏว่า สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือที่จะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร  ได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับการยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ไดรับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี   \n    4. กรณีสินค้าที่ส่งออกเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหาย หรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี   \n    5. กรณีผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งคำสั่งเพิกถอนการยกเว้นหรือคืนภาษี ให้ผู้ยื่นคำขอสามารถอุทธรณ์ ภายในระยะเวลาที่กำหนด   \n    6. กรณีถูกเพิกถอนการยกเว้นหรือคืนภาษี ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าจะต้องเสียภาษี ตามอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด","2024-04-30T16:27:30"],
    [2482,"9be5ba5c-8c2e-4407-a21e-de86c6d26861","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-f76a-4ba1-8871-f43b2220e606",3,300,15,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร\n   แยกตามวัตถุประสงค์การนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้             \n   1. เพื่อจำหน่าย (ใบอนุญาตประเภทที่ 1)\n      • เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1\n      • ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิตหรือผู้มีสิทธิ์ในตราสินค้า ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย\n   2. เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ใบอนุญาตประเภทที่ 2)\n      • เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2\n      • เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร\n   3. เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้า โดยนําเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ใบอนุญาตประเภทที่ 3)\n      • เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร\n   4. เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสุรา\n      • เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุรา\n   5. เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกจาก 1 - 4\n      • เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ\n      • บุคคลธรรมดา ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n\nข้อกำหนดในการนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร\n    1. ต้องขออนุญาตก่อนที่จะมีการนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรทุกกรณี\n    2. ต้องนําสุราเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรตามที่อธิบดีประกาศกําหนด\n    3. กรณีขอรับใบอนุญาตประเภทที่ 1\n       • ต้องได้รับอนุมัติให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรจากกรมสรรพสามิต \n       • ต้องติดฉลากบนภาชนะบรรจุสุราตามที่ได้รับอนุญาต ก่อนนําสุราเข้ามาในราชอาณาจักร\n       • ต้องส่งตัวอย่างสุราให้แก่กรมสรรพสามิต เพื่อตรวจวิเคราะห์ หรือส่งหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุรา ซึ่งออกโดยผู้ผลิตสุราในต่างประเทศ หรือหน่วยงานที่อธิบดีกำหนด หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือหน่วยงานที่รัฐบาลต่างประเทศรับรองให้เป็นหน่วยงานที่สามารถออกหนังสือรับรองผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสุราได้\n\nอายุของใบอนุญาต\n    6 เดือนนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และให้ใช้สำหรับการนำเข้าได้เพียงครั้งเดียว\n\nวิธีการ\n    ยื่นคำขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่ตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาต ให้มารับใบอนุญาต\n\nเงื่อนไข\n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน\n     หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n   2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนด ถือว่าสละสิทธิ์","2024-04-30T16:19:25"],
    [2483,"9be5b905-c0cb-45fe-8bbd-d263892e6214","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-8121-405e-94b1-c50f1e86b5b7",15,0,9,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ยื่นขอ        \n   1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรม    \n   2. ผู้นำเข้า    \n   3. ผู้ส่งออก    \n   4. ผู้ค้าน้ำมัน      \n\nลักษณะสถานที่เก็บสินค้า    \n    เป็นสถานที่ใช้เก็บสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หรือเสียภาษีในอัตราศูนย์ของผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก หรือผู้ค้าน้ำมัน ดังนี้        \n    1. เก็บสินค้าเพื่อรอการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร (มาตรา 103)    \n    2. เก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อนำไปใช้เติมอากาศยานหรือเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อไปต่างประเทศ (มาตรา 107 (4))    \n    3. เก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เสียภาษีในอัตราศูนย์เพื่อรอนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงอุตสาหกรรม (กฎกระทรวง)    \n    4. เก็บน้ำมันเครื่องบินไอพ่นที่เสียภาษีในอัตราศูนย์เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน (กฎกระทรวง)    \n    5. เก็บน้ำมันดีเซลเพื่อรอการนำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ซึ่งสามารถจ่ายน้ำมันดีเซลลงเรือโดยทางท่อน้ำมันได้ (กฎกระทรวง)          \n\nวิธีการ          \n    1. ผู้ประสงค์จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หรือเสียภาษีในอัตราศูนย์ไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ยื่นคำขอเป็นหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐาน ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ก่อนการนำสินค้าเข้าเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า    \n    2. การนำสินค้าเข้าเก็บ หรือนำออกจากสถานที่เก็บสินค้า ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษี หรือเสียภาษีในอัตราศูนย์ แล้วแต่กรณี          \n\nเงื่อนไข          \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดเอกสารหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืน คำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    \n    2. ต้องจัดทำบัญชีประจำวันแสดงการรับ - จ่ายสินค้า ณ สถานที่เก็บสินค้า    \n    3. ต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าทำการตรวจสอบสินค้าตลอดจนบัญชีหลักฐานและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ สถานที่เก็บสินค้าได้ตลอดเวลา","2024-04-30T16:23:15"],
    [2484,"9be5b934-c368-4970-a21c-db5a8b92ae1d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-322a-40e5-a278-a920feb19fce",1,0,9,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้มีหน้าที่เสียภาษี  : ผู้ที่จดทะเบียนสรรพสามิตในฐานะผู้นำเข้ายาสูบที่ได้รับใบอนุญาตให้นำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร และได้ชำระภาษีสำหรับยาสูบที่ประสงค์จะรับแสตมป์สรรพสามิตครบถ้วนถูกต้องแล้ว  \nลักษณะยาสูบ : ยาสูบทุกชนิด   \n\nวิธีการ  \n1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ (แบบ ภส.06-16) พร้อมเอกสารหลักฐานที่ระบุต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานแห่งใหญ่ของผู้นำเข้าหรือท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่ หรือผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th     \n2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้รับแสตมป์สรรพสามิตยาสูบ         \n\nเงื่อนไข   \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:12:13"],
    [2485,"9be5d6d5-8455-4acc-9f7a-ee22c7154736","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตขายยาสูบ (สำหรับรายใหม่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-7a02-4e55-a89c-93ca6b24a63a",1,100,10,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตขายยาสูบ   \n     ต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้   \n     1. เป็นรัฐวิสาหกิจไทย   \n     2. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย   \n     3. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์             \n\nประเภทของใบอนุญาต            \n     1. ใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 1 สำหรับ              \n        - การขายส่งยาสูบ ครั้งหนึ่งจำนวน 1,000 มวนขึ้นไป              \n        - ยาสูบประเภทยาเส้น ครั้งหนึ่งจำนวน 2 กิโลกรัมขึ้นไป              \n        - ยาสูบประเภทยาเส้นปรุงหรือยาเคี้ยว ครั้งหนึ่งจำนวน 200 กรัมขึ้นไป            \n     2. ใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 2 สำหรับ              \n        - การขายปลีกยาสูบ ครั้งหนึ่งจำนวนต่ำกว่า 1,000 มวน              \n        - ยาสูบประเภทยาเส้น ครั้งหนึ่งจำนวนต่ำกว่า 2 กิโลกรัม              \n        - ยาสูบประเภทยาเส้นปรุงหรือยาเคี้ยว ครั้งหนึ่งจำนวนต่ำกว่า 200 กรัม            \n     3. ใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 3 สำหรับ              \n        - การขายผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น           \n\nลักษณะของสถานประกอบการที่ห้ามใช้เป็นสถานประกอบการขายยาสูบ               \n       กรณีใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 1        \n       1. สถานที่หรือบริเวณห้ามขายยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ          \n       2. สถานที่ที่ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขายยาสูบเคยใช้ขายยาสูบ เว้นแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี          \n       3. สถานที่ที่ผู้ที่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตขายยาสูบใช้ในการขายยาสูบ               \n       กรณีใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 2            \n           กรณียาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรต          \n        1. สถานที่หรือบริเวณห้ามขายยาสูบ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ          \n        2. ที่ตั้งสถานศึกษารวมทั้งบริเวณต่อเนื่องและติดกับสถานที่ดังกล่าว          \n        3. ที่ตั้งวัด มัสยิด วัดบาทหลวง หรือสถานที่ประกอบศาสนกิจในนิกายหรือศาสนา รวมทั้งบริเวณต่อเนื่องและติดกับสถานที่ดังกล่าว          \n        4. สถานที่ที่ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขายยาสูบเคยใช้ขายยาสูบ เว้นแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี          \n        5. สถานที่ที่ผู้ที่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตขายยาสูบใช้ในการขายยาสูบ              \n           กรณียาสูบนอกจากยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรต          \n        1. สถานที่หรือบริเวณห้ามขายยาสูบ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ          \n        2. สถานที่ที่ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขายยาสูบเคยใช้ขายยาสูบ เว้นแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี          \n        3. สถานที่ที่ผู้ที่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตขายยาสูบใช้ในการขายยาสูบ       \n\nอายุของใบอนุญาต 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต \n        - หากประสงค์จะขายยาสูบในปีถัดไป ให้ดำเนินการขออนุญาตก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ   \n\nวิธีการ   \n       ยื่นแบบคำขออนุญาตขายยาสูบพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่สถานที่ขายยาสูบหรือสำนักงานใหญ่ของสถานที่ขายยาสูบตั้งอยู่ หรือสามารถยื่นผ่านเว็บไซต์ หรือศูนย์บริการ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต   \n\nเงื่อนไข         \n        1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n          หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n        2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์     \n        3. ผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ 1 และประเภทที่ 3 ต้องทำบัญชีรับจ่ายและงบเดือน ดังนี้   \n           3.1 บัญชีรับจ่ายยาสูบที่ขาย โดยแยกตามชนิดของยาสูบที่ขาย และลงบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่เกิดรายการ และเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่เกิดรายการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบ   \n           3.2 งบเดือนแสดงการขายยาสูบ ให้นำส่งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่ออกใบอนุญาต หรือผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป","2024-04-30T16:14:57"],
    [2486,"9be5ceb8-3056-41ec-b24b-47ef69334e18","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับยาสูบที่ผลิตในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-1980-4258-af37-3d2df4117182",1,0,7,"หลักเกณฑ์   \n1. คุณสมบัติของผู้ขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับยาสูบ  : ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว และได้ชำระภาษีสำหรับยาสูบที่ประสงค์จะรับแสตมป์สรรพสามิตครบถ้วนถูกต้องแล้ว   \n2. ลักษณะยาสูบที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต  : ยาสูบทุกชนิด   \n\nวิธีการ         \n1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ (แบบ ภส.06-16) พร้อมเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th   \n2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้รับแสตมป์สรรพสามิตยาสูบ         \n\nเงื่อนไข   \nหากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:12:50"],
    [2487,"9be5d63c-f2a2-44ae-9d9a-b62b61cff449","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้าสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-044e-454a-9841-2097f223b2d7",1,0,9,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย   \n     ผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1 ที่จดทะเบียนสรรพสามิตในฐานะผู้นำเข้าสุรา และได้ชำระภาษีสำหรับสุราที่ประสงค์จะรับแสตมป์สรรพสามิตครบถ้วนถูกต้องแล้ว   \n\nลักษณะสุราที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต   \n     สุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายและมีใบอนุญาตให้นำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร   \n\nวิธีการ         \n   1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุรา (แบบ ภส.06-12) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่หน่วยปฏิบัติพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่   \n   2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้รับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย         \n\nเงื่อนไข   \n   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:12:59"],
    [2488,"9be5dd72-e326-4b3c-bc36-88b65de7a90c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุราที่ผลิตในราชอาณาจักร (สุราแช่ชุมชน  และสุรากลั่นชุมชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-e79c-4712-a426-24e4a1e4a675",1,0,7,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุราที่ผลิตในราชอาณาจักร               \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้วและได้ชำระภาษีสำหรับสุราที่ประสงค์จะรับแสตมป์สรรพสามิตครบถ้วนถูกต้องแล้ว    \n\nลักษณะสุราที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต               \n    สุราที่มิใช่สุราแช่ชนิดเบียร์ และสุรากลั่นชนิดสุราขาวที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน หรือกรณีที่ใช้เครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่าเจ็ดคน       \n\nวิธีการ         \n   1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุรา (แบบ ภส.06-12) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่    \n   2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้องครบถ้วนจะได้รับอนุญาตให้รับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุราที่ผลิตในราชอาณาจักร (สุราแช่ชุมชน และสุรากลั่นชุมชน)         \n\nเงื่อนไข         \n  1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n    หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n   2. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องดำเนินการนำแสตมป์สรรพสามิตที่รับจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตไปปิดภาชนะบรรจุสุราตามจำนวนที่ได้รับอนุญาต และไปปิดบนภาชนะบรรจุสุราให้หมดในคราวเดียว โดยมิให้มีแสตมป์สรรพสามิตคงเหลือเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรม","2024-04-30T16:13:07"],
    [2489,"9be5e3ef-bddb-41c4-99c5-9e9c796d0737","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอลงทะเบียนเป็นผู้ใช้แบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-88cb-434c-936b-13f24e2b8aa0",5,0,10,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    \n    ผู้ที่มีความประสงค์จะใช้แบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร    \n\nคำจำกัดความ    \n    \"ผู้ใช้\" หมายความว่า เจ้าของ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลอื่น ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้แบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร    \n    \"สิ่งของอื่น\" หมายความว่า สิ่งของที่มิได้ระบุไว้ในบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบจึงจะสามารถใช้งานได้เป็นปกติวิสัย       \n\nวิธีการ          \n    1. ยื่นคำขอตามแบบ บต. 02 พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด โดยระบุที่ตั้งและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานประกอบการให้ชัดเจน ในแต่ละกรณี ดังนี้   \n       - กรณีมีสถานประกอบการแห่งเดียว ยื่นคำขอที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ก่อนการซื้อหรือรับมอบแบตเตอรี่จากผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้า หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต    \n       - กรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง และตั้งอยู่หลายพื้นที่ ยื่นคำขอลงทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดเป็นผู้ใช้ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานใหญ่ของผู้ใช้ตั้งอยู่ พร้อมทั้งระบุที่ตั้งและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ให้ชัดเจน    \n    2. เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุมัติ ให้มารับใบอนุญาต         \n\nเงื่อนไข         \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n       หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n    2. ผู้ใช้ต้องทำข้อตกลงการขอลงทะเบียนเป็นผู้ใช้แบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์ฯ และยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ พร้อมกับยื่นคำขอลงทะเบียนและปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง   \n    3. กรณีผู้ใช้ขอเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้นำเข้าแบตเตอรี่ซึ่งจำหน่าย หรือส่งมอบแบตเตอรี่ให้แก่ผู้ใช้ หรือสูตรการผลิต ชื่อ ชนิด และจำนวนแบตเตอรี่ได้รับลงทะเบียนแล้ว ผู้ใช้ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือก่อนการดำเนินการไม่น้อยกว่า 3 วัน   \n    4. การเลิกกิจการ โอนกิจการ ย้ายสถานที่ทำการ หรือควบกิจการ ผู้ใช้ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สรรพสามิตพื้นที่ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ทราบก่อนการดำเนินการไม่น้อยกว่า 15 วัน กรณีผู้ใช้ถึงแก่ความตาย ให้ผู้รับผิดชอบแจ้งเป็นหนังสือให้สรรพสามิตพื้นที่ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ทราบภายใน 30 วัน นับแต่ผู้ใช้ถึงแก่ความตาย กรณีมีแบตเตอรี่คงเหลือ ให้ผู้ใช้หรือทายาทสามารถจำหน่ายแบตเตอรี่คงเหลือให้แก่ผู้ใช้รายอื่น (ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้ในเขตพื้นที่เดียวกัน) หรือส่งกลับคืนให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่จำหน่ายหรือส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับตนได้   \n    5. กรณีผู้ใช้ไม่ประสงค์จะนำแบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์ไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ให้ผู้ใช้ยื่นคำขอต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานประกอบการของผู้ใช้ตั้งอยู่เพื่อขอส่งแบตเตอรี่ดังกล่าวกลับคืนให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้า ที่จำหน่ายหรือส่งมอบแบตเตอรี่ให้แก่ผู้ใช้   \n    6. กรณีแบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์สูญหาย หรือขาดจำนวนไปจากสถานประกอบการ ผู้ใช้ต้องชำระเบี้ยปรับตามข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อกรมสรรพสามิตจำนวนสองเท่าของค่าภาษี สำหรับจำนวนแบตเตอรี่ที่สูญหายหรือขาดจำนวนไป   \n    7. ผู้ใช้ต้องนำแบตเตอรี่ที่เสียภาษีอัตราศูนย์ ไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่นำแบตเตอรี่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร และกรณีที่ผู้ใช้ไม่สามารถดำเนินการได้ ผู้ใช้มีสิทธิขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ครบกำหนด 1 ปี","2024-04-30T16:13:35"],
    [2490,"9be5de27-0cfb-47fa-87e0-745301b1449e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุราที่ผลิตในราชอาณาจักรอื่น (นอกจากสุราแช่ชุมชน  และสุรากลั่นชุมชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-fdbe-4873-81cf-b99bdb648d10",1,0,7,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ขอรับแสตมป์สรรพสามิตเครื่องดื่ม       \n   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว และได้ชำระภาษีสำหรับสุราที่ประสงค์จะรับแสตมป์สรรพสามิตครบถ้วนถูกต้องแล้ว      \n\nลักษณะสุราที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต       \n   สุรา  (ยกเว้นสินค้าสุราที่มิใช่สุราแช่ชนิดเบียร์ และสุรากลั่นชนิดสุราขาวที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีที่ใช้เครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน)   \n\nวิธีการ        \n    1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุรา (แบบ ภส. 06 - 12) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ โดยยื่นผ่านผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม    \n    2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้รับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสุราที่ผลิตในราชอาณาจักรอื่น (นอกจากสุราแช่ชุมชนและสุรากลั่นชุมชน)         \n\nเงื่อนไข         \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n       หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n     2. นำแสตมป์สรรพสามิตไปเก็บรักษาในห้องเก็บแสตมป์สรรพสามิต หรือตู้เหล็กนิรภัยที่มั่นคงแข็งแรงภายในโรงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่จะต้องจัดให้มีขึ้น หรือจัดหามาไว้ในโรงอุตสาหกรรมให้เรียบร้อยก่อนนำแสตมป์ไปเก็บไว้ในโรงอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมบันทึกการรับแสตมป์สรรพสามิตลงในบัญชีควบคุมการรับ - จ่าย การใช้แสตมป์สรรพสามิตตามแบบ ภส. 06 - 14 ต่อไป","2024-04-30T16:13:18"],
    [2491,"9be5e0bb-0b16-4903-b7b5-f6a662a80d42","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องดื่ม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-da1d-4ebe-8f75-fc61fa1e8828",1,0,8,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ขอรับแสตมป์สรรพสามิตเครื่องดื่ม       \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม/ผู้นำเข้าเครื่องดื่มที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว และได้ชำระภาษีสำหรับเครื่องดื่มที่ประสงค์จะรับแสตมป์สรรพสามิตครบถ้วนถูกต้องแล้ว      \n    \nลักษณะเครื่องดื่มที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต        \n   เครื่องดื่มประเภทพิกัด 02.01 ได้แก่ น้ำแร่เทียม น้ำโซดาและน้ำอัดลม ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือสารที่ทำให้หวานอื่น ๆ และไม่ปรุงกลิ่นรส   \n   เครื่องดื่มประเภทพิกัด 02.02 ได้แก่ น้ำแร่ และน้ำอัดลม ที่เติมน้ำตาลหรือสารที่ทำให้หวานอื่น ๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรสและเครื่องดื่มอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงน้ำผลไม้หรือน้ำพืชผักตามประเภทที่ 02.03   \n\nวิธีการ          \n   1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องดื่ม (แบบภส.06 - 01) พร้อมเอกสาร หลักฐานที่กำหนด   \n      - กรณีผลิตในราชอาณาจักร  ยื่นคำขอที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่   \n      - กรณีนำเข้า  ยื่นคำขอที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้า    \n   2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้รับแสตมป์สรรพสามิตเครื่องดื่ม           \n\nเงื่อนไข      \n   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมและมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:13:26"],
    [2492,"9be5e5c0-8e2a-4b1e-864f-2de7f44c5a26","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตนำเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน เข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-15da-4ab8-a7ef-051faf254a5f",1,1500,6,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม/ผู้นำเข้าเครื่องดื่มที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว   \n\nลักษณะเครื่องดื่มที่ประสงค์จะปิดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน   \n    เครื่องดื่มประเภทที่ 02.01 หรือประเภทที่ 02.02    \n    เครื่องดื่มประเภทที่ 02.01 ได้แก่ น้ำแร่เทียม น้ำโซดาและน้ำอัดลม ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือสารที่ทำให้หวานอื่น ๆ และไม่ปรุงกลิ่นรส  \n    เครื่องดื่มประเภทที่ 02.02 ได้แก่ น้ำแร่ และน้ำอัดลม ที่เติมน้ำตาลหรือสารที่ทำให้หวานอื่น ๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรสและเครื่องดื่มอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงน้ำผลไม้หรือน้ำพืชผักตามประเภทที่ 02.03    \n\nวิธีการ          \n    1. ยื่นคำขออนุญาตนำเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนเข้ามาในราชอาณาจักร (แบบ ภส.06-08) พร้อมเอกสารหลักฐาน   \n      1.1 ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ยื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่   \n      1.2 ผู้นำเข้า ยื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่จะนำเข้าเครื่องดื่มที่ปิดผนึกภาชนะด้วยเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนตั้งอยู่   \n    2. รอผลการตรวจสอบอนุญาตนำเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนเข้ามาในราชอาณาจักร หากถูกต้องครบถ้วนยื่นชำระค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นแบบคำขอ          \n\nเงื่อนไข          \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n      หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n    2. เมื่อนำเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว ผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้นำเข้า ต้องมีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตเพื่อตรวจสอบเครื่องหมายฯ ก่อนรับมอบเครื่องหมายฯ จากเจ้าพนักงานศุลกากร   \n    3. ให้เก็บเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียนไว้ ณ สถานที่เก็บในโรงอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี และแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมนั้นตั้งอยู่ทราบ","2024-04-30T16:19:34"],
    [2493,"9be5e845-6f0d-4ac8-88ac-b6ae7c7cf8c8","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาต การขอใบแทนใบอนุญาต และการขอเลิก สถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-012b-4671-b192-6d232415f864",3,100,10,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต   \nกรณีขออนุญาต          \n1. เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งผลิตรถยนต์ในประเทศที่จะนำมาไว้ในสถานแสดงรถยนต์เพื่อขายเท่านั้น    \n2. จำนวนสถานแสดงรถยนต์เพื่อขายของผู้ประกอบอุตสาหกรรมแต่ละรายเป็นดังนี้    \n   (1) ในกรุงเทพมหานคร เขตละไม่เกินสามแห่ง    \n   (2) ในจังหวัดอื่น อำเภอละไม่เกินหนึ่งแห่ง    \n   (3) ในกรณีอื่นที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควรเป็นการเฉพาะราย จะอนุญาตมากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ใน (1) หรือ (2) ก็ได้              \n\nกรณีขอใบแทนใบอนุญาต          \n   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว แต่ใบอนุญาตชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย         \n\nกรณีขอเลิก        \n   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะเลิกกิจการ        \n\nวิธีการ   \nกรณีขอใบอนุญาต   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ประสงค์จะขอใช้เป็นสถานแสดงรถยนต์เพื่อขายหรือโรงอุตสาหกรรมนั้นตั้งอยู่ เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบเอกสารหลักฐาน แล้วเห็นว่าถูกต้อง จะเสนอสรรพสามิตพื้นที่พิจารณาอนุญาต ในกรณีเห็นสมควรต้องตรวจสถานที่ จะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สรรพสามิตพื้นที่จะออกหนังสือแจ้งผู้ประกอบอุตสาหกรรมให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้มีสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย โดยเมื่อชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมรายปีเรียบร้อยแล้ว สรรพสามิตพื้นที่จะออกใบอนุญาตให้มีสถานแสดงรถยนต์เพื่อขายตามแบบ ภส.03-02/1  มอบให้ผู้ได้รับอนุญาต    \n\nกรณีขอใบแทนใบอนุญาต   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอ พร้อมเอกสาร หลักฐานประกอบ ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานแสดงรถยนต์เพื่อขายตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สรรพสามิตพื้นที่จะแจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตให้มีสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย โดยเมื่อชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้วสรรพสามิตพื้นที่จะออกใบแทนใบอนุญาตให้มีสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย มอบให้ผู้ได้รับอนุญาต   \n\nกรณีขอเลิก   \n    ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นคำขอ ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ขอใช้เป็นสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย พร้อมส่งมอบใบอนุญาตสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย กรณีมีใบแทน ให้ส่งใบแทนใบอนุญาต และแจ้งจำนวนรถยนต์ที่อยู่ในสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย ก่อนวันยกเลิกอย่างน้อย 15 วัน โดยเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบคำขอ และตรวจสอบสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย และตรวจสอบรถยนต์ที่นำมาเก็บในสถานรถยนต์เพื่อขาย (ถ้ามี) เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว สรรพสามิตพื้นที่จะแจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมทราบ    \n\nเงื่อนไข   \n1. การตรวจสอบรายละเอียดในคําขอเอกสารและหลักฐาน   \n  หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และ\nผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด\nให้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม \nหากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ “ละทิ้งคำขอ” ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n 2. อื่น ๆ   \n    1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ได้รับใบอนุญาตให้มีสถานแสดงรถยนต์เพื่อขายต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ซึ่งอาจเห็นได้ง่าย ณ สถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย   \n    2. ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการนำรถยนต์ที่อยู่ในสถานแสดงรถยนต์เพื่อขายออกไปจากสถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย เพื่อประโยชน์ในการทดลองเป็นการชั่วคราวสำหรับจำหน่าย ลงวันที่ 16 กันยายน 2560 และ ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการชำระภาษีรถยนต์ที่นำไปแสดงหรือเก็บไว้ในสถานแสดงรถยนต์เพื่อขายที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ลงวันที่ 16 กันยายน 2560","2024-04-30T16:14:05"],
    [2494,"9be5ed6e-c830-4e8a-a119-1041d9e39879","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตนำใบยา ยาอัด เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการขออนุญาตส่งใบยา ยาอัด ออกไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-93ee-41ae-b0db-2c07eb1bb7ab",1,300,7,"หลักเกณฑ์   \nประเภทของใบอนุญาต          \n1. ใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด เข้ามาในราชอาณาจักร    \n2. ใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด ออกไปนอกราชอาณาจักร                  \n\nคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออก              \n  กรณีนำเข้ามาในราชอาณาจักร         \n   - ผู้ขอนำเข้าใบยาหรือยาอัดเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมยาสูบของรัฐ         \n   - ผู้ขอนำเข้าใบยาหรือยาอัดเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้               \n     1. โรงอุตสาหกรรมยาสูบของรัฐ    \n     2. นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย   \n     3. บุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์              \n\nกรณีส่งออกใบยา หรือยาอัด         \n   - ผู้ขอส่งออกใบยา หรือยาอัดที่ผลิตในประเทศ ต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้               \n     1. โรงอุตสาหกรรมยาสูบของรัฐ    \n     2. ผู้ได้รับใบอนุญาตซื้อใบยาแห้ง   \n\nกรณีนำเข้าเพื่อส่งออก   \n    - ผู้ขอนำเข้าใบยาหรือยาอัดเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้าใบยา หรือนำยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออก               \n\nอายุของใบอนุญาต       \n   1. ใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องใช้ภายใน  6 เดือน นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และให้ใช้สำหรับการนำเข้าได้เพียงครั้งเดียว หากไม่ได้นำเข้ามาภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลง   \n   2. ใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด ออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องใช้ภายใน  2 เดือน นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และให้ใช้สำหรับการส่งออกได้เพียงครั้งเดียว หากไม่ได้ส่งออกภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลง         \n\n   วิธีการ   \n   1. กรณีนำเข้าใบยา หรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักร          \n     เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ หรือ เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร : ยื่นแบบคำขออนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรตั้งอยู่   \n   2. กรณีส่งใบยา หรือยาอัดออกไปนอกราชอาณาจักร          \n      ใบยาหรือยาอัดที่ผลิตในประเทศ : ยื่นแบบคำขออนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการค้าของผู้ได้รับอนุญาตให้ซื้อใบยาแห้งตั้งอยู่           \n      ใบยา หรือยาอัดที่ได้รับอนุญาตนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออก : ยื่นแบบคำขออนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรที่นำใบยาหรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งอยู่   เมื่อทราบผลว่าได้รับอนุญาตทั้ง 2 กรณี ให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียม และรับใบอนุญาต   \n\n เงื่อนไข   \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n   2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์","2024-04-30T16:20:00"],
    [2495,"9be5ecb1-7427-4bf7-9fa6-94c66cb65158","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดภาชนะบรรจุเครื่องดื่มนอกราชอาณาจักรหรือในเขตปลอดอากรที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-0b41-4380-bbf5-cdfc1bf7587d",7,0,6,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ของอนุญาต   \n   ผู้นำเข้าเครื่องดื่มที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว   \n\nลักษณะเครื่องดื่มที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต   \n    เครื่องดื่มที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทพิกัดที่ 02.01 และประเภทที่ 02.02   \n    เครื่องดื่มประเภทพิกัด 02.01 ได้แก่ น้ำแร่เทียม น้ำโซดาและน้ำอัดลม ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือสารที่ทำให้หวานอื่น ๆ และไม่ปรุงกลิ่นรส   \n    เครื่องดื่มประเภทพิกัด 02.02 ได้แก่ น้ำแร่ และน้ำอัดลม ที่เติมน้ำตาลหรือสารที่ทำให้หวานอื่น ๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรสและเครื่องดื่มอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงน้ำผลไม้หรือน้ำพืชผักตามประเภทที่ 02.03    \n\nวิธีการ         \n    1. ยื่นคำขออนุญาตนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดภาชนะบรรจุเครื่องดื่มนอกราชอาณาจักรหรือในเขตปลอดอากรที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร (ภส.06-02) พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรที่นำเข้า หรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้าหรือเขตปลอดอากรตั้งอยู่ก่อนการนำเข้า    \n    2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้ทำสัญญาการนำแสตมป์สำหรับเครื่องดื่มที่นำไปปิดภาชนะเครื่องดื่มนอกราชอาณาจักรหรือในเขตปลอดอากรที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร    \n    3. รับแสตมป์สรรพสามิตตามชนิดและจำนวนที่ระบุในคำขอ           \n\nเงื่อนไข   \n    หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน  และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:19:42"],
    [2496,"9be5ef27-5282-4dca-8aef-c230f6b549f4","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตผลิตยาสูบ (ยกเว้นบุหรี่ซิกาแรต) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-409a-449c-aa34-1b2be948ff6b",7,7500,8,"หลักเกณฑ์   \n   ประเภทของใบอนุญาต (แยกตามชนิดยาสูบ)         \n   1. ใบอนุญาตผลิตบุหรี่ซิการ์    \n   2. ใบอนุญาตผลิตบุหรี่อื่น   \n   3. ใบอนุญาตผลิตยาเคี้ยว   \n   4. ใบอนุญาตผลิตยาเส้นปรุง   \n   5. ใบอนุญาตผลิตยาเส้น   \n      5.1 ยาเส้นที่ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ ทำจากใบยาสูบที่ปลูกและหั่นเอง   \n      5.2 ยาเส้นอื่น นอกจากยาเส้นที่ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ ทำจากใบยาสูบที่ปลูกและหั่นเอง                \n\nคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตผลิตยาสูบ             \n     มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้         \n     1. เป็นรัฐวิสาหกิจไทย         \n     2. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย         \n     3. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์              \n\nสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนขอใบอนุญาตผลิตยาสูบ       \n    1. ต้องจดทะเบียนสรรพสามิตเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมสินค้ายาสูบ   \n    2. กรณีเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมสินค้ายาสูบชนิดยาเส้นที่ทำจากใบยาสูบที่ปลูกและหั่นเอง ต้องขออนุญาตเพาะปลูกต้นยาสูบก่อน                \n\nอายุของใบอนุญาต           \n     3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต       \n\nวิธีการ   \n      ยื่นแบบคำขออนุญาตผลิตยาสูบพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่โรงอุตสาหกรรมผลิตยาสูบจะตั้งอยู่ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต   \n\nเงื่อนไข         \n      1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n         หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n      2. กรณีได้รับอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ \n      3. ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตยาสูบมีหน้าที่จัดทำฉลากยาสูบสำหรับยาสูบที่จำหน่ายในราชอาณาจักรตามรูปแบบและรายละเอียด ดังนี้   \n         3.1 ชื่อตรา ชื่อผู้ผลิต และสถานที่ตั้งของโรงอุตสาหกรรมยาสูบ   \n         3.2 ชนิดยาสูบ   \n         3.3 จำนวนมวนหรือน้ำหนักสุทธิหน่วยเป็นกรัม จะต้องพิมพ์ภาษาไทยกำกับไว้ด้วย   \n         3.4 ระบุวันเดือนปีที่ผลิต   \n         3.5 แสดงฉลากรูปภาพและข้อความในฉลากตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ   \n      4. ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตยาสูบ มีหน้าที่จัดทำบัญชีควบคุมการรับจ่ายการใช้แสตมป์ยาสูบ และงบเดือนการปิดแสตมป์ยาสูบ ดังนี้   \n         4.1 บัญชีควบคุมการรับจ่ายการใช้แสตมป์ยาสูบสำหรับยาสูบที่ผลิตในราชอาณาจักร โดยแยกตามตราของยาสูบที่ผลิต และลงบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่เกิดรายการ และเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่เกิดรายการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบ   \n         4.2  งบเดือนการปิดแสตมป์ยาสูบ ให้นำส่งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ออกใบอนุญาต หรือผ่านเว็บไซต์ www.excise.go.th ของกรมสรรพสามิต ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป   \n      5. ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตยาสูบที่ต้องการขายยาสูบ ให้ดำเนินการขออนุญาตขายยาสูบต่อไป   \n      6. ผู้จะผลิตยาสูบต่อเนื่องจากที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นแบบคำขออนุญาตผลิตยาสูบพร้อมเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ล่วงหน้า 90 วันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ","2024-04-30T16:20:08"],
    [2497,"9be5f8c0-ae01-4469-8cb6-2cb9fcd615f4","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตผลิตสุราชุมชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-be6f-4b74-bcac-7622dbe16d29",7,7500,22,"หลักเกณฑ์   \nประเภทของสุราชุมชน         \n    1. สุราแช่ชุมชน หมายถึง สุราแช่ที่มิใช่สุราชนิดเบียร์ ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีใช้เครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน เช่น อุ สาโท กระแช่  น้ำตาลเมา ต้องมีแรงแอลกอฮอล์ไม่เกิน 15 ดีกรี หรือ กรณีที่นำสุราแช่ที่ผลิตได้ไปผสมกับสุรากลั่นแล้วจะต้องมีแรงแอลกอฮอล์ไม่เกิน 15 ดีกรี และต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน   \n    2. สุรากลั่นชุมชน หมายถึง สุรากลั่นชนิดสุราขาว ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีใช้เครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีขายในราชอาณาจักรต้องมีแรงแอลกอฮอล์ 28 30 35 และ 40 ดีกรี และต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม   \n\nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตผลิตสุราชุมชน    ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้       \n     1. เป็นสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์    \n     2. เป็นวิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน    \n     3. เป็นองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร    \n     4. เป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทุกคนมีสัญชาติไทย เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตผลิตสุราแช่หรือสุรากลั่น โดยอาศัยสนธิสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคี หรือมีความผูกพันตามพันธกรณีให้หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นเป็นไปตามบทบัญญัติและเงื่อนไขของสนธิสัญญานั้น               \n\nลักษณะของโรงอุตสาหกรรมสุราชุมชน         \n     1. ต้องใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน หรือกรณีใช้เครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่า 5 แรงม้า และคนงานต้องน้อยกว่า 7 คน    \n     2. ต้องแยกออกจากที่อยู่อาศัยโดยชัดเจน    \n     3. ต้องตั้งอยู่ในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีพื้นที่เพียงพอที่จะผลิตสุราโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น    \n     4. กรณีใช้ผลิตสุรากลั่น ต้องตั้งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า 100 เมตร และต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด         \n\nอายุของใบอนุญาต   \n     3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต   .\n\nวิธีการ   \n     ยื่นคำขออนุญาตผลิตสุราพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่จะตั้งโรงอุตสาหกรรม เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาต ให้มารับใบอนุญาต   \n\nเงื่อนไข         \n      1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n         หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n      2. กรณีได้รับอนุญาต ให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์     \n      3. กรณีสุรากลั่นชุมชน ต้องมีวิศวกรรับรอง เว้นแต่กรณีใช้เครื่องกลั่นพื้นบ้าน ต้องให้ผู้ขอเป็นผู้รับรอง   \n      4. เมื่อได้รับอนุญาตผลิตสุราแล้ว ก่อนเปิดดำเนินกิจการต้องดำเนินการ ดังนี้       \n         4.1 จดทะเบียนสรรพสามิต    \n         4.2 ขอใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1    \n         4.3 ปฏิบัติตามประกาศกรมสรรพสามิต ระเบียบกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสุรา","2024-04-30T16:20:18"],
    [2498,"9be5f998-fe98-4214-9068-642c0aca3cd7","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตผลิตสุราทุกชนิด (ยกเว้นสุราแช่ชุมชนและสุรากลั่นชุมชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-5d9d-4145-9e37-c41a7b0fa2bb",30,60000,13,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตผลิตสุรา แยกตามสุราที่ผลิต ดังนี้         \n    1. สุราแช่   \n      -  ชนิดเบียร์  \n         ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และมีเงินค่าหุ้นหรือเงินลงทุนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท   \n      -  ชนิดอื่นนอกจากเบียร์และสุราแช่ชุมชน    \n         ต้องเป็นบริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 หรือเป็นสหกรณ์   \n   2. สุรากลั่น    \n     -  ชนิดสุราขาว (ที่มิใช่สุรากลั่นชุมชน) สุราผสม สุราปรุงพิเศษ และสุราพิเศษ        \n        ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51    \n     -  ชนิดเอทานอล        \n        ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51   \n     -  ชนิดสุราสามทับ เพื่อขายในราชอาณาจักร       \n        ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจไทย   \n     -  ชนิดสุราสามทับ เพื่อส่งออกไปราชอาณาจักร       \n        ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย         \n\nลักษณะของโรงอุตสาหกรรม         \n     1. โรงอุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตเบียร์         \n        1.1 ประเภทผลิตเพื่อขาย ณ สถานที่ผลิต ต้องมีขนาดกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100,000 ลิตรต่อปี และไม่เกิน 1,000,000 ลิตรต่อปี     \n        1.2 ประเภทผลิตเบียร์นอกจาก 1.1 ต้องมีขนาดกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 10,000,000 ลิตรต่อปี            \n     2. โรงอุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตสุรากลั่น         \n        2.1 ชนิดสุราพิเศษ ประเภทวิสกี้ บรั่นดี และยิน ต้องมีขนาดกำลังการผลิตคิดเทียบเป็นน้ำสุราที่มีแรงแอลกอฮอล์ 28 ดีกรี ไม่ต่ำกว่า 30,000 ลิตรต่อวัน     \n        2.2 ชนิดสุราขาว สุราผสม สุราปรุงพิเศษ ต้องมีขนาดกำลังการผลิตคิดเทียบเป็นน้ำสุราที่มีแรงแอลกอฮอล์ 28 ดีกรี ไม่ต่ำกว่า 90,000 ลิตรต่อวัน     \n        2.3 โรงอุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตสุรากลั่นชนิดเอทานอล ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดดำเนินการดังนี้                                                     \n             - ใช้เทคโนโลยีการผลิตและมีเครื่องจักรที่สามารถผลิตสุรากลั่นชนิดเอทานอลให้มีแรงแอลกอฮอล์ได้สูงถึง 99.5 ดีกรีขึ้นไป เพื่อนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงเท่านั้น                                     \n             - ติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อการคำนวณปริมาณสุรากลั่นชนิดเอทานอล                                     \n             - ติดตั้งระบบฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์โดยการเชื่อมโยงเครือข่าย (Data Online) จากโรงอุตสาหกรรมไปยังกรมสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่                       \n      3. โรงอุตสาหกรรมสำหรับสุราสามทับ ต้องมีขนาดกำลังการผลิตคิดเทียบเป็นน้ำสุราที่มีแรงแอลกอฮอล์ 28 ดีกรี ไม่ต่ำกว่า 90,000 ลิตรต่อวัน                       \n      4. ในกรณีที่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุราต้องส่งสำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้กรมสรรพสามิตเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้เปิดดำเนินการผลิตสุราด้วย                       \n      5. เอกสารประกอบการพิจารณาสิ่งแวดล้อม EIA : Environmental Impact Assessment Report รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในกรณีที่ต้องทำ EIA (กรณีจัดทำ EIA อุตสาหกรรมผลิตเบียร์และไวน์ ต้องมีกำลังการผลิตตั้งแต่ 600,000 ลิตรต่อเดือน และอุตสาหกรรมผลิตสุราแอลกอฮอล์ ต้องมีกำลังการผลิตตั้งแต่ 40,000 ลิตรต่อเดือน คิดเทียบที่ 28 ดีกรี)       \n\nคุณสมบัติของสุราที่ต้องผลิต         \n      1. สุราที่ผลิตได้ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมสุรา ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม    .\n      2. เฉพาะกรณีสุราขาวที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ต้องมีแรงแอลกอฮอล์ 28 ดีกรี 30 ดีกรี 35 ดีกรี และ 40 ดีกรี ยกเว้นสุราขาวที่ผลิตเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสุราหรือสินค้า    \n      3. ภาชนะที่ใช้บรรจุสุราให้มีขนาดไม่ต่ำกว่า 0.175 ลิตร เว้นแต่สุรากลั่นชนิดสุราขาว ให้มีขนาดภาชนะบรรจุ 0.330 ลิตร หรือ 0.625 ลิตรขึ้นไป         \n\nข้อกำหนดในการยื่นคำขอและรับใบอนุญาต       \n     การผลิตสุรากลั่น เอทานอล เบียร์ (ยกเว้น Brew Pub) หรือสุราแช่ที่มีขนาดกำลังการผลิต ตั้งแต่ 600,000 ลิตรต่อเดือน จะต้องได้รับความเห็นชอบตามรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อมก่อนยื่นคำขออนุญาตผลิตสุรา    \n     ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตสุราทุกชนิด ยกเว้นสุราแช่และสุรากลั่นชุมชน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง         \n\nอายุของใบอนุญาต    \n       3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต   \n\nวิธีการ      \n       ยื่นคำขออนุญาตผลิตสุราพร้อมเอกสารหลักฐานที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาต ให้มารับใบอนุญาต       \n\nเงื่อนไข         \n       1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n          หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n       2. กรณีได้รับอนุญาต ให้ผู้ยื่นคำขอมาชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากเลยกำหนดถือว่าสละสิทธิ์     \n       3. เมื่อได้รับอนุญาตผลิตสุราแล้ว ก่อนเปิดดำเนินกิจการต้องดำเนินการ ดังนี้       \n          3.1 จดทะเบียนสรรพสามิต    \n          3.2 ขอใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1    \n          3.3 ปฏิบัติตามประกาศกรมสรรพสามิต ระเบียบกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสุรา","2024-04-30T16:20:33"],
    [2499,"9be5fb19-9c0c-4a51-8f62-1e2758e1ac49","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-9b64-4af1-a7cb-9b348d4b2b57",14,150000,8,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของโรงงานที่ขออนุญาต   \n    โรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและมีใบประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเพื่อการผลิตสิ่งผนึกภาชนะหรือภาชนะบรรจุสินค้าซึ่งสามารถปิดผนึกได้โดยไม่ต้องใช้สิ่งผนึกภาชนะของสินค้า   \n\nลักษณะของโรงงานผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน        \n    1. มีประตูทางเข้า - ออก หลักของโรงงานเพียงประตูเดียว   \n    2. มีสถานที่ทำการของเจ้าพนักงานสรรพสามิต ตั้งอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้า - ออกหลักของโรงงาน   \n    3. มีสถานที่ทำการผลิตเครื่องหมายที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถควบคุมการผลิตได้อย่างรัดกุมและเหมาะสม                \n\nลักษณะภายในโรงงานผลิตเครื่องหมายแสดงเสียภาษีจดทะเบียน            \n    โรงงานผลิตเครื่องหมายต้องมีสถานที่ ดังนี้      \n    1. สถานที่เก็บรักษาแม่พิมพ์หรือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต สิ่งซึ่งใช้ทำแม่พิมพ์ แผ่นฟิล์มที่ใช้ถ่ายแม่พิมพ์ รวมทั้งสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นต้นแบบในการผลิตเครื่องหมาย   \n    2. สถานที่เก็บรักษาวัตถุดิบสำหรับใช้ในการผลิตเครื่องหมาย   \n    3. สถานที่เก็บรักษาเครื่องหมาย   \n    4. สถานที่เก็บรักษาวัตถุดิบสำหรับใช้ในการผลิตเครื่องหมายและเครื่องหมายที่ใช้การไม่ได้   สถานที่ข้างต้นต้องมีความมั่นคงแข็งแรง และมีประตูหรือช่องทางสำหรับการนำของเข้าหรือออกจากสถานที่ดังกล่าวได้เพียงทางเดียวเท่านั้น          \n\nอายุของใบอนุญาต           \n     3 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต       \n\nวิธีการ         \n     1. ยื่นคำขออนุญาตผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน (ภส. 06-04) พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงงานตั้งอยู่    \n     2. รอผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการขออนุญาตผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน และการนัดตรวจสถานที่ เมื่อถึงวันนัดหมายให้นำเจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจโรงงานที่จะใช้เป็นสถานที่ผลิตเครื่องหมายฯ     \n     3. รอการพิจารณาหากสถานที่ที่ขออนุญาตถูกต้องและเหมาะสม  ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมตามที่ได้รับหนังสือแจ้งและรับใบอนุญาต           \n\nเงื่อนไข         \n     1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n       หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ   \n     2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ยื่นชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตแจ้ง จะถือว่าไม่ประสงค์ผลิตเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน   \n     3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือไม่นับรวมระยะเวลาระหว่างผู้ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงโรงงานให้ตรงตามที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตให้ความเห็น","2024-04-30T16:20:43"],
    [2500,"9be5fd97-d3f0-4558-bba7-b9645240b311","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นหรือผู้ใช้น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราศูนย์ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d13-eb46-437c-9749-6ccfd5f67592",30,0,12,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ        \n    1. ผู้ที่ประสงค์เป็นผู้ใช้ที่ประกอบกิจการเป็นตัวแทนในการจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น    \n   2. ผู้ที่ประสงค์เป็นผู้ใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เสียภาษีในอัตราศูนย์ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น      \n\nคำจำกัดความ    \n   \"น้ำมันหล่อลื่น\" หมายความว่า น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันที่คล้ายกันที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้าเสียภาษีในอัตราศูนย์ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น   \n    \"ผู้ใช้\" หมายความว่า เจ้าของ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลอื่น ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินกิจการที่นำน้ำมันหล่อลื่นไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น และให้หมายความรวมถึง ผู้ประกอบกิจการที่เป็นตัวแทนในการซื้อน้ำมันหล่อลื่น เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ที่นำน้ำมันหล่อลื่นไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่นด้วย    \n    \"สถานประกอบการ\" หมายความว่า สถานที่ตั้งในการดำเนินกิจการที่นำน้ำมันหล่อลื่นไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของอื่น หรือสถานที่ตั้งในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับการจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นให้แก่ผู้ใช้ หรือสถานที่เก็บน้ำมันหล่อลื่น หรือสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาด้วย     \n    \"สถานที่เก็บน้ำมันหล่อลื่น\" หมายความว่า สถานที่ที่ใช้เป็นที่เก็บน้ำมันหล่อลื่นของผู้นำเข้า ผู้ใช้ หรือผู้ประกอบกิจการเป็นตัวแทนในการซื้อน้ำมันหล่อลื่นเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ที่นำน้ำมันหล่อลื่นไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นสิ่งของอื่น     \n   \"วัตถุดิบในการผลิต\" หมายความว่า น้ำมันหล่อลื่นที่นำไปผลิตเป็นสิ่งของอื่น โดยเมื่อผ่านกระบวนการผลิตแล้วจะต้องรวมเป็นเนื้อเดียวกับสิ่งของอื่น    \n   \"สิ่งของอื่น\" หมายความว่า สิ่งของที่มิใช่สินค้า น้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน    \n\nอายุของใบอนุญาต :  1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต       \n\nวิธีการ          \n   1. ยื่นคำขอตามแบบ นล. 02 จำนวน 2 ชุด พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด เพื่อให้ได้รับอนุญาตก่อนการซื้อหรือรับมอบน้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันที่คล้ายกัน โดยระบุที่ตั้งและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานประกอบการให้ชัดเจน ในแต่ละกรณีดังนี้   \n     - หากสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ใด ให้ยื่นต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นั้น   \n     - หากมีสถานประกอบการหลายแห่ง และตั้งอยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หลายพื้นที่ แต่อยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตภาคเดียวกัน ให้ยื่นต่อสำนักงานสรรพสามิตภาคหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันหล่อลื่นตั้งอยู่     \n     - หากมีสถานประกอบการหลายแห่ง และตั้งอยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หลายพื้นที่ แต่ไม่ได้อยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตภาคเดียวกัน ให้ยื่นต่อกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บน้ำมันหล่อลื่นตั้งอยู่     \n    2. เมื่อได้รับแจ้งว่าได้รับอนุมัติ ให้มารับใบอนุญาต     \n    3. การต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขออนุญาตก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 15 วัน และเมื่อได้ยื่นคำขออนุญาตดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าผู้ออกใบอนุญาตจะสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้           \n\nเงื่อนไข      \n    การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน    \n    หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอ นำไปดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:22:50"],
    [2501,"9be5fc5b-f259-4f8f-8168-9cb2a988929c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตรับแสตมป์สรรพสามิตไปปิดที่โรงงานผลิตสุราในต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-55b0-4eb0-8b23-93db8b56c5ae",1,0,9,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต    \n    ผู้ที่จดทะเบียนสรรพสามิตในฐานะผู้นำเข้าสุราที่ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 1 และได้รับใบอนุญาตให้นำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร และชำระภาษีถูกต้องครบถ้วนแล้ว   \n\nลักษณะสุราที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต   \n    สุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย   \n\nวิธีการ         \n    1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้าสุรา (แบบ ภส.06-12) พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของผู้นำเข้าหรือท้องที่ ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่   \n    2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตรับมอบแสตมป์สรรพสามิตสุราไปปิดบนภาชนะบรรจุสุราที่โรงงานผู้ผลิตสุราในต่างประเทศ         \n\nเงื่อนไข         \n    1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n       หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด ให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ    \n    2. เมื่อนำสุราที่ปิดแสตมป์สรรพสามิตเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องมีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตเพื่อตรวจสอบสุรา ก่อนรับมอบสุราไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร","2024-04-30T16:21:24"],
    [2502,"9be5fced-1b1e-4643-865a-ebd44af8619c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตรับแสตมป์สรรพสามิตไปปิดที่โรงงานผู้ผลิตยาสูบในต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-76bb-4352-b576-9a19130cb260",1,0,9,"หลักเกณฑ์   \nคุณสมบัติของผู้ขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ   \n    ผู้นำเข้ายาสูบที่จดทะเบียนสรรพสามิตแล้ว   \n\nลักษณะสินค้ายาสูบที่จะต้องปิดแสตมป์สรรพสามิต   \n    ยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย    \n\nวิธีการ         \n    1. ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ (แบบ ภส.06-16) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของผู้นำเข้าหรือท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่   \n    2. รอผลการตรวจสอบคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต หากถูกต้อง ครบถ้วน จะได้รับอนุญาตให้รับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับสินค้ายาสูบ            \n\nเงื่อนไข   \n    หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอ หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียดให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ ผู้ยื่นคำขอทราบ","2024-04-30T16:22:27"],
    [2503,"9be5fe3e-5825-40a7-a407-e9b0ddb6933e","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพสามิต","การขออนุญาตเป็นตัวแทนในการซื้อสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนเพื่อจำหน่ายหรือผู้ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนซึ่งเสียภาษีอัตราศูนย์ ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-4432-4625-8fb4-426be2f25f08",30,0,14,"หลักเกณฑ์      \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ        \n    1. ผู้มีความประสงค์จะนำสารละลายไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเสียภาษีอัตราศูนย์ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ     \n    2. ผู้มีความประสงค์ประกอบกิจการเป็นตัวแทนในการซื้อสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ       \n\nคำจำกัดความ    \n    \"สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน\" หมายความว่า สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon Solvent)  ที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าเสียภาษีในอัตราศูนย์เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ    \n    \"ผู้ใช้\" หมายความว่า เจ้าของหรือผู้จัดการ หรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน และให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการที่เป็นตัวแทนในการซื้อสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วย    \n    \"สถานประกอบการ\" หมายความว่า สถานที่ตั้งในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน สถานที่ตั้งในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับการจำหน่ายสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนให้แก่ผู้ใช้ และให้หมายความรวมถึงสถานที่เก็บสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนหรือสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาด้วย    \n    \"สถานที่เก็บสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน\" หมายความว่า สถานที่ใช้เป็นที่เก็บสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนของผู้นำเข้า หรือผู้ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือผู้ใช้ที่ประกอบกิจการเป็นตัวแทนในการซื้อสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ      \n    \"อุตสาหกรรมต่าง ๆ\" หมายความว่า อุตสาหกรรมที่นำสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนไปใช้ในอุตสาหกรรม แต่ไม่รวมถึงการนำสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนไปใช้เป็นเชื้อเพลงหรือเชื้อเพลิงอย่างอื่น หรือนำสารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหรืออย่างเชื้อเพลิง    \n\nอายุของใบอนุญาต  :  1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต       \n\nวิธีการ         \n   1. ยื่นคำขอตามแบบ สค. 02 จำนวน 2 ชุด พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด และต้องได้รับอนุญาตก่อนการซื้อหรือรับมอบสารละลายไฮโดรคาร์บอนฯ โดยระบุที่ตั้งและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานประกอบการให้ชัดเจน ในแต่ละกรณี ดังนี้   \n     - หากสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ใด ให้ยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นั้น    \n     - หากมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หลายพื้นที่ แต่อยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตภาคเดียวกัน ให้ยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่    \n     - หากมีสถานประกอบการหลายแห่ง และตั้งอยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หลายพื้นที่ แต่ไม่ได้อยู่ในเขตสำนักงานสรรพสามิตภาคเดียวกัน ให้ยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2  \n      ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตเป็นผู้ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอนจำนวนตั้งแต่ 360,000 ลิตรขึ้นไป ต้องวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ร้อยละ 15 ของค่าภาษีสรรพสามิต ในวันที่ยื่นคำขอ   \n    2. เมื่อได้รับแจ้งผลว่าได้รับอนุมัติ ให้มารับใบอนุญาต     \n    3. ก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาในใบอนุญาต หากมีความประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป ให้ยื่นคำขออนุญาตที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 แล้วแต่กรณีไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาในใบอนุญาต และเมื่อได้ยื่นคำขออนุญาตดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินกิจการต่อไปจนกว่าผู้ออกใบอนุญาตจะสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้           \n\nเงื่อนไข         \n   1. การตรวจสอบรายละเอียดในคำขอเอกสารและหลักฐาน   \n   หากตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ทันภายในเวลาทำการของวันที่ยื่นคำขอ จะจัดทำบันทึกแจ้งรายละเอียด ให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม และมอบสำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอนำไปดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอ ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา จะถือว่ามีความประสงค์ \"ละทิ้งคำขอ\" ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตจะคืนคำขอ พร้อมมีหนังสือแจ้งเหตุผลการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ  \n    2. หากผู้ขออนุญาตเป็นผู้ใช้สารละลายประเภทไฮโดรคาร์บอน มีการเพิ่มเติมจำนวนการใช้สารละลายดังกล่าวระหว่างปี ต้องวางหลักประกันเพิ่มเติม","2024-04-30T16:22:59"],
    [2504,"9bedfc20-83a1-4e19-abd0-4e5ec1aa4aaf","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการจัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต่างไปจากแบบแนบท้ายประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62) เรื่อง กำหนดแบบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2539(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-d965-4b70-bcd8-0290be40cae1",76,0,7,"ผู้มีหนัาที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ที่จ่าย ที่ประสงค์จะทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นอย่างอื่น นอกจากที่กล่าวในข้อ 2 และข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62) เรื่อง กำหนดแบบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2539 ต้องยื่นคำขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนและเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้วให้ปฏิบัติตามนั้นได้    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น    ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. กรณีเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่นำเอกสารหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม หรือชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลาตามที่ผู้ยื่นคำขอได้ทำบันทึกไว้กับเจ้าหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่คืนคำขอให้แก่       ผู้ยื่นคำขอ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบด้วย    3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและจะไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5. เพื่อความสะดวก ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ถึงสำนักงานสรรพากรภาคที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือกรมสรรพากร (กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) ก็ได้    จุดรับคำขอ : กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ / สำนักงานสรรพากรภาค","2024-05-09T14:21:23"],
    [2505,"9bee01cc-1711-4871-99bf-c2e83c67958d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-b02f-443b-a58c-3efbcaa435b9",28,0,10,"ด้วยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57) ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 และ (ฉบับที่ 159) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้     \n1. ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี  ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน     \n2. ผู้ประกอบการซึ่งจะเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการมีแผนงานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้เตรียมการเพื่อประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีการดำเนินการเพื่อเตรียมประกอบกิจการอันเป็นเหตุให้ต้องมีการซื้อสินค้า หรือรับบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น การก่อสร้างโรงงาน ก่อสร้างอาคารสำนักงาน หรือการติดตั้งเครื่องจักร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนด 6 เดือน ก่อนวันเริ่มประกอบกิจการเว้นแต่มีสัญญาหรือหลักฐานจะดำเนินการก่อสร้าง ภายในเวลาที่เหมาะสม     \n3. ผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักร และได้ขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นปกติธุระ โดยมีตัวแทนอยู่ในราชอาณาจักร ตัวแทนเป็นผู้มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม     \n4. ผู้ประกอบการประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่มีความประสงค์ขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม     \n   4.1 ผู้ประกอบกิจการขายพืชผลทางการเกษตร สัตว์ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่น อาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน     \n   4.2 ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายและ  มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี     \n   4.3 การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรโดยอากาศยาน     \n   4.4 การส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย     \n   4.5 การให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อในราชอาณาจักร     \n5. ผู้ประกอบการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทยซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้ห้องชุดเพื่อการอยู่อาศัยตามกฎหมาย ว่าด้วยอาคารชุดเป็นสถานประกอบการเพียงแห่งเดียวและไม่มีสถานประกอบการแห่งอื่น และมีใบทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ ประกอบพาณิชยกิจการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th\n6. ผู้ประกอบการใดซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีความผิดตามมาตรา 90/2 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถนำภาษีซื้อมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม\n\nหมายเหตุ  ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    *** จุดรับคำขอ : กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ / สำนักงานสรรพากรพื้นที่ / สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา","2024-05-09T14:20:53"],
    [2506,"9bee09c1-3a56-4d89-b482-98c9a876f8db","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-b455-43b6-aaf9-b7eb80933dba",28,0,10,"ด้วยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57) ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 และ (ฉบับที่ 159) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้    \n1. ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี  ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายรับเกิน    \n2. ผู้ประกอบการซึ่งจะเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการมีแผนงานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า  ได้เตรียมการเพื่อประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีการดำเนินการเพื่อเตรียมประกอบกิจการอันเป็นเหตุให้ต้องมีการซื้อสินค้า หรือรับบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  เช่น การก่อสร้างโรงงาน ก่อสร้างอาคารสำนักงาน หรือการติดตั้งเครื่องจักร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนด 6 เดือน ก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ เว้นแต่มีสัญญาหรือหลักฐานจะดำเนินการก่อสร้าง ภายในเวลา  ที่เหมาะสม    \n3. ผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักร และได้ขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นปกติธุระ โดยมีตัวแทนอยู่ในราชอาณาจักร ตัวแทนเป็นผู้มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม    \n4. ผู้ประกอบการประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่มีความประสงค์ขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม    \n   4.1 ผู้ประกอบกิจการขายพืชผลทางการเกษตร สัตว์ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่น อาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน    \n   4.2 ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายและ  มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี    \n   4.3 การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรโดยอากาศยาน    \n   4.4 การส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย    \n   4.5 การให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อในราชอาณาจักร \n5. ผู้ประกอบการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทยซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้ห้องชุดเพื่อการอยู่อาศัยตามกฎหมาย ว่าด้วยอาคารชุดเป็นสถานประกอบการเพียงแห่งเดียวและไม่มีสถานประกอบการแห่งอื่น และมีใบทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ ประกอบพาณิชยกิจการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th\n6. ผู้ประกอบการใดซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีความผิดตามมาตรา 90/2 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถนำภาษีซื้อมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม\n   \nหมายเหตุ    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    *** จุดรับคำขอ : กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ / สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา","2024-05-09T14:20:37"],
    [2507,"9befafe6-0e02-4bd2-80e0-0fa4ea205e8d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการขอรับใบผ่านภาษีอากรของคนต่างด้าว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-c912-40f0-b057-69d0825c0eb7",7,0,6,"ด้วยประมวลรัษฎากรกำหนดให้คนต่างด้าวผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรยื่นคำร้องเพื่อขอรับใบผ่านภาษีอากร ภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 15 วันก่อนออกเดินทาง ไม่ว่ามีภาษีอากรที่ต้องชำระหรือไม่ การยื่นคำร้องให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ในท้องที่ที่คนต่างด้าวมีภูมิลำเนา หรือพักอยู่ หรือมีสถานที่จัดการแสดงตั้งอยู่ คนต่างด้าวที่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ต้องเสียภาษีที่ค้างชำระ หรือเสียภาษีที่ต้องชำระ แม้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หรือไม่อาจชำระได้ทั้งหมดหรือได้ชำระแต่บางส่วน ต้องจัดหาผู้ค้ำประกันหรือหลักประกันมาเป็นประกันเงินค่าภาษีอากร หากคนต่างด้าวไม่ยื่นคำร้องขอรับใบผ่านภาษีอากร หรือยื่นคำร้องแล้วแต่ยังไม่ได้รับใบผ่านภาษีอากร แล้วเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือพยายามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร มีความผิดตามประมวลรัษฎากร และต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของเงินภาษีอากรที่ต้องเสีย     คนต่างด้าวผู้เดินทางผ่านประเทศไทยหรือเข้ามาและอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลารวมกันไม่เกิน 90 วันในปีภาษีโดยไม่มีเงินได้พึงประเมินไม่ต้องยื่นคำร้องขอรับใบผ่านภาษีอากร     คนต่างด้าวที่ต้องยื่นคำร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ได้แก่     1. คนต่างด้าวผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากร หรือนำส่งภาษีอากรค้างชำระ หรือที่ต้องชำระตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินอยู่ก่อนหรือในขณะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร     2. คนต่างด้าวผู้มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้แทนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทย     3. คนต่างด้าวที่มีเงินได้พึงประเมินจากการเป็นนักแสดงสาธารณะในประเทศไทย ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ     4. คนต่างด้าวที่มีเงินได้พึงประเมินจากการขายพลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกันเฉพาะที่ยังมิได้เจียระไน แต่ไม่รวมถึงที่ทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่ เพชร ไข่มุก และสิ่งทำเทียมเพชรหรือไข่มุกหรือที่ทำขึ้นใหม่      คนต่างด้าวผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรสามารถขอใบผ่านภาษีอากรได้ 2 ประเภท     1. ใบผ่านภาษีอากรที่ใช้เดินทางออกนอกประเทศไทยได้เพียงครั้งเดียว (แบบ ผ.3) มีอายุการใช้  15 วันนับแต่วันที่ออก หากพ้นกำหนดแล้วมิได้เดินทางออกนอกประเทศไทย ไม่สามารถนำใบผ่านภาษีอากรนั้นมาใช้ได้อีก แต่สามารถขอต่ออายุใบผ่านภาษีอากรก่อนวันหมดอายุของใบผ่านภาษีอากรฉบับเดิมได้ไม่เกิน  15 วันนับจากวันที่ครบกำหนดอายุใบผ่านภาษีอากรฉบับเดิม     2. ใบผ่านภาษีอากรที่ใช้เดินทางออกนอกประเทศไทยได้หลายครั้ง (แบบ ผ.3.1) มีอายุการใช้ภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบผ่านภาษีอากร ซึ่งไม่เกิน 180 วันนับแต่วันที่ออก ใช้สำหรับคนต่างด้าวที่เดินทาง  เข้าออกประเทศไทยเป็นปกติธุระเกี่ยวกับการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ      คนต่างด้าวผู้ใดเดินทางออกจากประเทศไทยหรือพยายามกระทำการโดยไม่มีใบผ่านภาษีอากร ต้องระวาง  โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-09T14:16:00"],
    [2508,"9befc711-1657-4821-8b43-1b45de2c37f2","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการขอเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมสรรพากรในการจัดอบรมด้านกฎหมายภาษีอากรให้กับผู้สอบบัญชีภาษีอากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-e0ca-4a6a-b2e9-78b0b6889f89",61,0,4,"1. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564    \n2 .คุณสมบัติของหน่วยงานที่ประสงค์ขอความเห็นขอเป็นองค์กรวิชาชีพบัญชีฯ ต้องเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนที่มีฐานะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือมูลนิธิหรือสมาคม หรือหน่วยงานสวัสดิการภายในส่วนราชการ ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงานเพื่อเผยแพร่ความรู้และจัดอบรมสัมมนาทางด้านกฎหมายภาษีอากรโดยเฉพาะให้แก่ข้าราชการและบุคคลทั่วไป    \n3. หลักสูตรที่จะจัดอบรมในแต่ละปี ให้มีเนื้อหาวิชาครอบคลุมกฎหมายภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายภาษีอากรอื่นที่กรมสรรพากรจัดเก็บ มาตรฐานการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี มาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชีและจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี ซึ่งมุ่งเน้นเนื้อหาที่เป็นปัจจุบันและต้อมีเนื้อหาวิชาตามระยะเวลาของแต่ละหลักสูนรที่จัดอบรมรวมกันไม่น้อยกว่า 12 ช่วโมงต่อปี ทั้งนี้ เนื้อหาหลักสูตรในการจัดอบรมดังกล่าว ต้องมีเนื้อหาวิชากฎหมายภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายภาษีอากรอื่นที่กรมสรรพากรจัดเก็บไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง \n4. หากภายหลังองค์กรวิชาชีพบัญชีหรือหน่วยงานที่อธิบดีให้ความเห็นชอบในการจัดอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการอบรม หรือมีการเปลี่ยนแปลงวิทยากรจากที่อธิบดีให้ความเห็นชอบไว้ ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือการเปลี่ยนแปลงวิทยากรดังกล่าวต่ออิบดีผ่านผู้อำนวยการกองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากรและต้องได้รับพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการจัดให้มีการอบรมแก่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่น้อยกว่า 15 วัน\n5. วิทยากรผู้บรรยาย ระบุชื่อ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานของวิทยากร โดยต้องมีประสบการณ์ในการทำงานด้านภาษีอากร หรือด้านบัญชีภาษีอากร ภายหลังจบการศึกษา ดังนี้ ปริญญาตรีไม่น้อยกว่า 5 ปี, ปริญญาโท ไม่น้อยกว่า 3 ปี, ปริญญาเอก ไม่น้อยกว่า 1 ปี\n6. กรณีขอจัดอบรมแบบออนไลน์ (Online training) ต้องมีระบบโปรแกรมการอบรมที่สามารถสื่อสารได้ทั้งแบบ Real time และ Chat ได้ พร้อมทั้งต้องมีการกำหนดรูปแบบ Interactive media for interntion ให้ผู้เข้ารับการอบรมมีปฏิสัมพันธ์กับวิทยากรตลอดระยะเวลาการอบรมหลักสูตร และส่ง Account Admin ให้กรมสรรพากรเพื่อเข้าตรวจสอบ รวมทั้งจัดให้มีคู่มือการใช้งานระบบการอบรมออนไลน์ด้วย\nหมายเหตุ    \n1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n4. ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-09T14:17:13"],
    [2509,"9befcd8a-abe1-47b3-b84d-8c5a4f66367c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรและการออกใบอนุญาต(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-ccc0-4e3a-b174-8a36a3f681f3",60,200,11,"1. คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 98/2544 เรื่อง กำหนดคุณสมบัติการทดสอบการขอขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การอบรม การต่ออายุ และการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2544 ข้อ 8 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนการออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การขอออกใบแทนใบอนุญาต และการขอแก้ไขทะเบียนของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.146/2548 เรื่อง กำหนดคุณสมบัติการทดสอบการขอขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การอบรม การต่ออายุ และการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2548    2. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนการออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การขอออกใบแทนใบอนุญาต และการขอแก้ไขทะเบียนของผู้สอบบัญชีภาษีอากรตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนการออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การขอออกใบแทนใบอนุญาต และการขอแก้ไขทะเบียนของผู้สอบบัญชีภาษีอากรกำหนดให้ผู้ผ่านการทดสอบครบทุกวิชาตามที่อธิบดีกำหนดจะต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบ โดยจะต้องมีข้าราชการพลเรือนสามัญระดับชำนาญการขึ้นไปหรือข้าราชการอื่น ๆ เทียบเท่าข้าราชการพลเรือนสามัญระดับชำนาญการขึ้นไป หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากรรับรองว่า ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ที่มีความประพฤติดีและมีคุณสมบัติครบถ้วนสมควรเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ตามหนังสือรับรองความประพฤติและคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร รายละเอียดตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด    หมายเหตุ    1. สำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งสำหรับการยื่นคำขอผู้ยื่นคำขอหรือผู้ให้คำรับรองจะต้องลงลายมือชื่อรับรองเอกสารทุกฉบับ เอกสารหลักฐานข้างต้นผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร จะต้องจัดส่งไปยังสำนักมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร เลขที่ 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร มิฉะนั้น จะถือว่าการยื่นแบบคำขอนี้เป็นโมฆะ โดยกรมสรรพากรจะถือเอาวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับจดหมายเป็นสำคัญ    2. กรณีผู้ยื่นคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้วและจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาด้วยตนเอง  ปรากฎว่าเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. กรณีผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้วและจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาทางไปรษณีย์ ปรากฎว่าเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ผู้รับเอกสารประกอบการพิจารณาจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือแจ้งความบกพร่อง ผู้รับคำขอจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งความบกพร่องครั้งที่ 2 พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาทำบันทึกความบกพร่อง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมให้ถูกต้องหรือไม่มาทำบันทึกความบกพร่องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องหรือหนังสือแจ้งความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันสิ้นสุดการยื่นแบบคำขอ และต้องเป็นกรณีที่เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6. ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่จัดทำใบอนุญาตแล้วเสร็จ","2024-05-09T14:17:51"],
    [2510,"9befcec9-5176-4f3a-bd9a-dcf4246f25f8","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการยื่นแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-d018-4c53-970d-b0d526a7394a",53,200,2,"ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.98/2544 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2544 เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ การทดสอบ การขอขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การอบรม การต่ออายุ และการขอออกใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 5 กำหนดให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามเดือนก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด กรณีที่ไม่สามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรภายในเวลาที่กำหนด ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนระยะเวลาดังกล่าวได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีแล้ว แต่ทั้งนี้ ต้องขอต่ออายุใบอนุญาตภายในเวลาไม่เกินหกเดือนก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด มิฉะนั้นให้ถือว่าผู้นั้นหมดสภาพการเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรและหากประสงค์จะเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรต่อไปจะต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด และเข้ารับการอบรมอีกเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบแปดชั่วโมง    หมายเหตุ    1. เอกสารหลักฐานข้างต้น ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องจัดส่งไปยังกองมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร เลขที่ 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร มิฉะนั้นจะถือว่าการยื่นแบบคำขอนี้เป็นโมฆะ โดยกรมสรรพากรจะถือเอาวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับจดหมายเป็นสำคัญ    2. กรณีผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้วและจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาด้วยตนเอง ปรากฏว่าเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน  และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3. กรณีผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตแล้วและจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาทางไปรษณีย์ ปรากฎว่าเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ผู้รับเอกสารประกอบการพิจารณาจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือแจ้งความบกพร่อง ผู้รับคำขอจะดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งความบกพร่องครั้งที่ 2 พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาทำบันทึกความบกพร่อง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมให้ถูกต้องหรือไม่มาทำบันทึกความบกพร่องได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-09T14:21:47"],
    [2511,"9befd2bf-26bb-478d-8dfa-284d3ce7f004","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการดำเนินการเกี่ยวกับการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-dd69-4983-ab77-1bddef9f0cf7",30,0,2,"ด้วยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 13) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เพื่อการลดอัตราภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา และลดอัตราภาษีเงินได้และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ดังนี้    1) การขออนุมัติเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ให้กรอกและยื่นคำขอตามแบบ ศ.ก.ร.1 พร้อมแนบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ของเอกสารประกอบการพิจารณา ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th    2) การเพิ่มหรือลดประเภทกิจการของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ศ.ก.ร.1 และให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ 1)    3) การยกเลิกการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ให้มีหนังสือแจ้งยกเลิกต่ออธิบดีกรมสรรพากร ณ กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรมสรรพากร และให้การเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้แจ้งยกเลิก    4) การขอแจ้งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ในกรณีขอเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจที่มีนัยสำคัญ การเพิ่มหรือยกเลิกรายชื่อวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย      การเพิ่มหรือยกเลิกรายชื่อวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และการเพิ่มหรือยกเลิกรายชื่อคนต่างด้าวที่ขอใช้สิทธิลดอัตราภาษี ให้กรอกและยื่นคำขอตามแบบ ศ.ก.ร.1.1 และแนบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ของเอกสารแสดงรายละเอียดที่ขอเปลี่ยนแปลง ภายในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่ขอเปลี่ยนแปลง หรือภายในวันสุดท้ายของปีภาษีที่คนต้างด้าวจะใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th","2024-05-09T14:21:35"],
    [2512,"9bf1e4e5-14fd-4cb1-a673-231335942db1","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการขออนุมัติเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-d323-4b6e-9ed1-5bf74a8fe24a",31,0,3,"1. เป็นบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล    2. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร (เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7)    3. เป็นผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษีด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา 3 โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    4. ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    จุดรับคำขอ : กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ / สำนักงานสรรพากรพื้นที่","2024-05-09T14:16:43"],
    [2513,"9bf1f1ab-9b88-4d30-9cd9-5e755f88d0f2","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการขอเพิ่มสถานประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d14-d5ff-4194-9caf-c55bb8034f86",31,0,3,"1. เป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว    2. กรณีเพิ่มสถานประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (สาขา) ผู้ประกอบการสามารถยื่นแบบคำขออนุมัติเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว/เพิ่ม/ยกเลิก (คท.1) พร้อมกับคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.09)    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    4. ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    จุดรับคำขอ : กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่/สำนักงานสรรพากรพื้นที่","2024-05-09T14:17:23"],
    [2514,"9bf1f755-01d6-4898-91d7-46021368a1d6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีผู้ประกอบกิจการมีสถานประกอบการตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-beee-455d-b136-128d413655ac",28,0,9,"ด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 มาตรา 91/3 มาตรา 91/12 มาตรา 91/13 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและการออกใบทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ โดยให้ถือว่าวันเดือนปีที่ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นวันเดือนปีที่ผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ    1. การประกอบกิจการในราชอาณาจักร ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ    1.1 การธนาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะ    1.2 การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์    1.3 การรับประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต    1.4 การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ    1.5 การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงิน หรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่างๆ    1.6 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา    1.7 การขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์    1.8 การประกอบกิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา    1.8.1 การซื้อและขายคืนหลักทรัพย์    1.8.2 การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง    ในกรณีที่บุคคลอยู่นอกราชอาณาจักรประกอบกิจการโดยผ่านสถานประกอบการหรือตัวแทนของตน    ที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้ถือว่าประกอบกิจการในราชอาณาจักร    2. ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ    2.1 ผู้ประกอบกิจการขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์    2.2 ผู้ประกอบกิจการที่ประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว    2.2.1 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการที่มิใช่    การจัดสรรที่ดิน ห้องชุด อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารดังกล่าว การแบ่งขาย    หรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว    2.2.2 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ไม่เข้าลักษณะ ตาม 2.2.1 ที่ได้กระทำภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น    2.2.3 การให้กู้ยืมเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มิใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งให้กู้ยืมเงินเป็นครั้งคราวมิใช่การประกอบกิจการเป็นปกติธุระ    3. ผู้ประกอบกิจการที่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ    ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามข้อ 1. โดยกิจการนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/3 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่เป็นผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามข้อ 2. ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ    ผู้ประกอบกิจการซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ มีความผิดตามมาตรา 91/18 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน    ห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    *** จุดรับคำขอ : กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่/สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา","2024-05-09T14:18:08"],
    [2515,"9bf1fb70-3820-4a1a-9d4e-24bf402b58d2","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีผู้ประกอบกิจการมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-bb44-4d72-aee6-0274655cf833",28,0,9,"ด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 มาตรา 91/3 มาตรา 91/12 มาตรา 91/13 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและการออกใบทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ โดยให้ถือว่าวันเดือนปีที่ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ  เป็นวันเดือนปีที่ผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     1. การประกอบกิจการในราชอาณาจักร ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ     1.1 การธนาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะ     1.2 การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์     1.3 การรับประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต     1.4 การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ     1.5 การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงิน หรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่างๆ     1.6 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา     1.7 การขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์     1.8 การประกอบกิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา     1.8.1 การซื้อและขายคืนหลักทรัพย์     1.8.2 การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง     ในกรณีที่บุคคลอยู่นอกราชอาณาจักรประกอบกิจการโดยผ่านสถานประกอบการหรือตัวแทนของตน  ที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้ถือว่าประกอบกิจการในราชอาณาจักร    2. ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     2.1 ผู้ประกอบกิจการขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์     2.2 ผู้ประกอบกิจการที่ประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว     2.2.1 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการที่มิใช่  การจัดสรรที่ดิน ห้องชุด อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารดังกล่าว การแบ่งขาย  หรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว     2.2.2 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ไม่เข้าลักษณะ ตาม 2.2.1 ที่ได้กระทำภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น     2.2.3 การให้กู้ยืมเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มิใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งให้กู้ยืมเงินเป็นครั้งคราวมิใช่การประกอบกิจการเป็นปกติธุระ    3. ผู้ประกอบกิจการที่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามข้อ 1. โดยกิจการนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/3 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่เป็นผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามข้อ 2. ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     ผู้ประกอบกิจการซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ มีความผิดตามมาตรา 91/18 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน  ห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ  ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    *** จุดรับคำขอ : กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่/สำนักงานสรรพากรพื้นที่/สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา","2024-05-09T14:18:18"],
    [2516,"9c96f920-0d34-444b-8775-01662fea86a9","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการขออนุญาตเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-c5d2-4911-aa7f-573642c36a71",71,0,7,"ด้วยกรมสรรพากรกำหนดให้สำนักงานบัญชีที่ประสงค์จะเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทนต้องมีคุณสมบัติ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการขอออกใบแทนใบอนุญาต ตามประกาศกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นสำนักงานบัญชีตัวแทน ลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักสูตรการอบรมทางด้านกฎหมายภาษีอากร ลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2547 จึงจะสามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษี หรือดำเนินการอื่นใด ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดในนามของ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ (website) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ได้\n\tกรณีสำนักงานบัญชีตัวแทนที่ใบอนุญาตหมดอายุและประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในระยะเวลาสี่เดือนแต่ไม่น้อยกว่า สองเดือนก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว จะต้องยื่นคำขอขยายเวลาต่ออายุใบอนุญาตภายในสองเดือนก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด หรือภายในสองเดือนนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด \n        หมายเหตุ\n1.. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการขอเอกสารเพิ่มเติม/ขอแก้ไขข้อมูล\n2. เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n4. ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาต","2024-07-30T11:02:19"],
    [2517,"9f1e4fd2-7995-4d11-a275-5c32d31dfb4c","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะบนเว็บไซต์กรมสรรพากร(์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-c28b-4144-9515-6e9200dfcb97",27,0,9,"ด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 มาตรา 91/3 มาตรา 91/12 มาตรา 91/13 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและการออกใบทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ โดยให้ถือว่าวันเดือนปีที่ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นวันเดือนปีที่ผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     1. การประกอบกิจการในราชอาณาจักร ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ     1.1 การธนาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะ     1.2 การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์     1.3 การรับประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต     1.4 การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ     1.5 การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงิน หรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่างๆ     1.6 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา     1.7 การขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์     1.8 การประกอบกิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา     1.8.1 การซื้อและขายคืนหลักทรัพย์     1.8.2 การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง     ในกรณีที่บุคคลอยู่นอกราชอาณาจักรประกอบกิจการโดยผ่านสถานประกอบการหรือตัวแทนของตน  ที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้ถือว่าประกอบกิจการในราชอาณาจักร    2. ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     2.1 ผู้ประกอบกิจการขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์     2.2 ผู้ประกอบกิจการที่ประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว     2.2.1 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการที่มิใช่  การจัดสรรที่ดิน ห้องชุด อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารดังกล่าว การแบ่งขาย  หรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว     2.2.2 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ไม่เข้าลักษณะ ตาม 2.2.1 ที่ได้กระทำภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น     2.2.3 การให้กู้ยืมเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มิใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งให้กู้ยืมเงินเป็นครั้งคราวมิใช่การประกอบกิจการเป็นปกติธุระ    3. ผู้ประกอบกิจการที่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามข้อ 1. โดยกิจการนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/3 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่เป็นผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามข้อ 2. ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ     ผู้ประกอบกิจการซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ มีความผิดตามมาตรา 91/18 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน  ห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หมายเหตุ  ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2025-06-10T15:42:02"],
    [2518,"9f1e501d-b24b-4506-9202-b1981b8f572a","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","กรมสรรพากร","คู่มือการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ประกอบการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบนเว็บไซต์กรมสรรพากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-b7ae-4225-b9d7-83b1693863b6",27,0,10,"ด้วยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57) ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 และ (ฉบับที่ 159) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้     \n1. ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี  ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน     \n2. ผู้ประกอบการซึ่งจะเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการมีแผนงานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า  ได้เตรียมการเพื่อประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีการดำเนินการเพื่อเตรียมประกอบกิจการอันเป็นเหตุให้ต้องมีการซื้อสินค้า หรือรับบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  เช่น การก่อสร้างโรงงาน ก่อสร้างอาคารสำนักงาน หรือการติดตั้งเครื่องจักร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนด 6 เดือน ก่อนวันเริ่มประกอบกิจการเว้นแต่มีสัญญาหรือหลักฐานจะดำเนินการก่อสร้าง ภายในเวลา  ที่เหมาะสม     \n3. ผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักร และได้ขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นปกติธุระ โดยมีตัวแทนอยู่ในราชอาณาจักร ตัวแทนเป็นผู้มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม     \n4. ผู้ประกอบการประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่มีความประสงค์ขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม     \n   4.1 ผู้ประกอบกิจการขายพืชผลทางการเกษตร สัตว์ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่น อาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน     \n   4.2 ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายและ  มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี     \n   4.3 การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรโดยอากาศยาน     \n   4.4 การส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย     \n   4.5 การให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อในราชอาณาจักร     \n5. ผู้ประกอบการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทยซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้ห้องชุดเพื่อการอยู่อาศัยตามกฎหมาย ว่าด้วยอาคารชุดเป็นสถานประกอบการเพียงแห่งเดียวและไม่มีสถานประกอบการแห่งอื่น และมีใบทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ ประกอบพาณิชยกิจการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์\n6. ผู้ประกอบการใดซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีความผิดตามมาตรา 90/2 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถนำภาษีซื้อมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม\n \nหมายเหตุ    ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2025-06-10T15:42:29"],
    [2519,"9ca6c655-5c28-4627-84de-969220e387df","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ","การเพิ่มเติมผลงานที่ปรึกษา/เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ปรึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-e87e-4f03-a09b-68302f5d3bb6",24,0,24,"หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \nที่ปรึกษาแบ่งเป็น 2 ประเภท  1. ที่ปรึกษาอิสระ  2. ที่ปรึกษานิติบุคคล  \nที่ปรึกษาแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1  ระดับ 2  ระดับ 3  \nสาขาความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษามีจำนวนทั้งสิ้น 20 สาขา    \nคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระ  \n   ระดับ 3    \n        1. สัญชาติไทย   \n        2. ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน หรือเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานประจำในหน่วยงานใด   \n        3. ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก   \n        4. ไม่เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย   \n        5. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือคนไร้ความสามารถ   \n        6. ไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ   \n        7. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก มาแล้วมากกว่า 10 ปี  5 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง   \n        8. ประสบการณ์การทำงาน มากกว่ากึ่งหนึ่งของแต่ละระดับการศึกษาตามข้อ 7      \n*กรณีไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 1 ที่ปรึกษาต้องได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบให้สามารถประกอบอาชีพหรือประกอบกิจการในประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย    \n    ระดับ 2    \n        9. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 3 ปี   \n       10. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จ    \n    ระดับ 1    \n       11. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 5 ปี   \n       12. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 5 โครงการที่แล้วเสร็จ    \nคุณสมบัติของที่ปรึกษานิติบุคคล  \n    ระดับ 3   \n       1. จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย และต้องมีวัตถุประสงค์ในการเป็นที่ปรึกษา   \n       2. ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป   \n       3. จำนวนหุ้นของผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด ซึ่งมีสิทธิในการออกเสียง และจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด   \n       4. กรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันเป็นผู้มีสัญชาติไทย มากกว่ากึ่งหนึ่ง   \n       5. บุคลากรที่ปรึกษาทำงานเต็มเวลา (Full Time)      \n          5.1. มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 2 คน      \n          5.2. สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก มาแล้วมากกว่า 10 ปี  5 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง      \n          5.3. ประสบการณ์การทำงาน มากกว่ากึ่งหนึ่งของแต่ละระดับการศึกษาตามข้อ 5.2   \n       6. ไม่เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย และไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ   * กรณีสถาบันการศึกษา มูลนิธิ หรือสมาคม ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 และข้อ 3   * กรณีองค์กรของรัฐ ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 ข้อ  3 และข้อ 4   * กรณีไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ที่ปรึกษาต้องได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบให้สามารถประกอบอาชีพ     หรือประกอบกิจการในประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย    \n    ระดับ 2    \n       7. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาของบุคลากรที่ปรึกษา 2 คน      \n          7.1. ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 3 ปี กรณีที่นิติบุคคลจัดตั้งไม่น้อยกว่า 3 ปี      \n          7.2. ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 5 ปี กรณีนิติบุคคลจัดตั้งน้อยกว่า 3 ปี   \n       8. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จ    \n    ระดับ 1   \n       9. นิติบุคคลจัดตั้ง ไม่น้อยกว่า 3 ปี   \n       10. บุคลากรที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 5 คน   \n       11. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาของบุคลากรที่ปรึกษา 5 คน ไม่น้อยกว่า 5 ปี   \n       12. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 5 โครงการที่แล้วเสร็จ           \n\nเงื่อนไขการได้สาขาความเชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง    \n       1. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิติบุคคลต้องสอดคล้องกับสาขา     \n       2. ความเชี่ยวชาญหลักของบุคลากรที่ปรึกษา ต้องสอดคล้องกับสาขา     \n       3. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จในสาขาเดียวกัน \nสาขาความเชี่ยวชาญ 20 สาขา              \n       1. สาขาการเกษตรและการพัฒนาชนบท (Agriculture and Rural Development Sector: AG)   \n       2. สาขาอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Building Sector: BU)   \n       3. สาขาการศึกษา (Education Sector: ED)                                       \n       4. สาขาพลังงาน (Energy Sector: EG)   \n       5. สาขาสิ่งแวดล้อม (Environment Sector: EV)                                     \n       6. สาขาการเงิน (Finance Sector: FI)   \n       7. สาขาสาธารณสุข (Health Sector: HE)                                          \n       8. สาขาอุตสาหกรรม (Industry Sector: IN)   \n       9. สาขาประชากร (Population Sector: PO)                                         \n      10. สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology Sector: ICT)   \n      11. สาขาการท่องเที่ยว (Tourism Sector: TO)                                   \n      12. สาขาการคมนาคมขนส่ง (Transportation Sector: TR)   \n      13. สาขาการพัฒนาเมือง (Urban Development Sector: UD)                                      \n      14. สาขาการประปาและสุขาภิบาล (Water Supply and Sanitation Sector: WS)   \n      15. สาขากฎหมาย (Law Sector: LW)   \n      16. สาขามาตรฐานคุณภาพ (Quality Standard Sector: QS)   \n      17. สาขาการบริหารและการพัฒนาองค์กร (Management and Institutional Development Sector: MID)   \n      18. สาขาการประชาสัมพันธ์ (Public Relations Sector: PR)   \n      19. สาขาการวิจัยและการประเมินผล (Research and Evaluation Sector: RE)   \n      20. สาขาเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Sector: MS)         \n\nการเพิกถอนและการยกเลิกการขึ้นทะเบียน    \nการเพิกถอนการขึ้นทะเบียน สำนักงานจะเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษา ดังนี้    \n      1. ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลยื่นเอกสารอันเป็นเท็จเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียน กำหนดระดับหรือสาขา    \n      2. หน่วยงานของรัฐแจ้งว่าที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลยื่นข้อเสนออันเป็นเท็จ    \n      3. ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลที่ถูกปรับลดระดับจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของที่ปรึกษา ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน จะขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อครบกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน \nการยกเลิกการขึ้นทะเบียน    \n      1. สำนักงานจะยกเลิกการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาหรือสาขา ในกรณีที่ปรึกษาขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามของการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \n      2. ที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลที่มีความประสงค์จะยกเลิกทะเบียนที่ปรึกษา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกกิจการ ให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานทราบเพื่อยกเลิกการขึ้นทะเบียน         \n\nขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \n      1. ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์/จัดเตรียมเอกสาร และกรอกข้อมูลผ่าน www.consultant.pdmo.go.th และส่งข้อมูล (Submit) พร้อม Upload เอกสารตามที่กำหนดผ่านทางระบบดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากวันที่กรอกข้อมูล มิฉะนั้นข้อมูลจะถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ    \n      2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลและเอกสาร หากไม่ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้แก้ไขผ่านทางระบบสนทนา (Chat Box) หรือโทรศัพท์ หรืออีเมล์ ให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องคืนและข้อมูลจะถูกลบจากระบบ    \nหมายเหตุ:    *สำเนาสัญญาจ้างและหนังสือรับรองผลงาน สามารถส่งเอกสารได้ 3 ช่องทาง คือ 1) Upload ผ่านทางระบบ 2) ส่งทางไปรษณีย์ และ 3) ส่งด้วยตนเอง \n                กรณีส่งทางไปรษณีย์ และส่งด้วยตนเอง ต้องแนบหนังสือแสดงความประสงค์ขอขึ้นทะเบียนที่ปรึกษามาด้วย    \n                *มูลค่าของโครงการที่จะนำมาใช้ขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาของที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคล กำหนดมูลค่าของโครงการไม่น้อยกว่า 10,000 บาท   \n      3. เมื่อข้อมูลและเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่จะรับเรื่องเข้าระบบสารบรรณ ผู้ยื่นคำขอจะได้รับข้อความแจ้งเตือนให้ไปชำระค่าธรรมเนียม ผ่านทาง e-mail และ SMS ให้ผู้ยื่นคำขอ Download ใบแจ้งการชำระค่าธรรมเนียมจากระบบ เพื่อไปชำระเงินที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือชำระผ่านบริการธนาคารดังกล่าวบนอินเทอร์เน็ต เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ Upload หลักฐานการชำระเงินผ่านทางระบบให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานการชำระเงิน และดำเนินการอนุมัติการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาในระบบ    \nหมายเหตุ: หากไม่ชำระเงินตามกำหนดชำระ คือ ภายใน 10 วัน เจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องคืนและลบข้อมูลออกจากระบบ    \n      4. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับแจ้งผลการพิจารณาผ่านทาง e-mail และ SMS โดยสำนักงานจะจัดส่งหนังสือแจ้งผลการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา และใบเสร็จรับเงินให้ทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอสามารถตรวจสอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนได้จากในระบบ    \nหมายเหตุ: หากประสงค์จะรับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาด้วยตนเอง ผู้มีอำนาจลงนามต้องมารับด้วยตนเอง หรือมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นรับแทน    \n      5. สำนักงานจะขึ้นทะเบียนการเป็นที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลแล้วแต่กรณี ให้แล้วเสร็จภายใน  24 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง    \n      6. เพื่อประโยชน์ในการกำกับติดตามและตรวจสอบคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ให้ที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลรายงานข้อมูลสถานะการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาที่เป็นปัจจุบัน ให้สำนักงานทราบทุกรอบระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาฉบับล่าสุด โดยผ่านทางระบบ www.consultant.pdmo.go.th ตามประกาศสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เรื่อง การกำหนดจรรยาบรรณที่ปรึกษา วิธีการและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2560    \n\n**ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\nกฎหมายที่เกี่ยวข้อง","2024-07-31T15:34:05"],
    [2520,"9ca6f768-7963-4434-a2e4-50beb6fdf8ab","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ","รายงานข้อมูลสถานะการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9ca6ce78-5185-49d2-a2c7-a58974b8b080",24,0,24,"หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \nที่ปรึกษาแบ่งเป็น 2 ประเภท  1. ที่ปรึกษาอิสระ  2. ที่ปรึกษานิติบุคคล  \nที่ปรึกษาแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1  ระดับ 2  ระดับ 3  \nสาขาความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษามีจำนวนทั้งสิ้น 20 สาขา    \nคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระ  \n   ระดับ 3    \n        1. สัญชาติไทย   \n        2. ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน หรือเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานประจำในหน่วยงานใด   \n        3. ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก   \n        4. ไม่เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย   \n        5. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือคนไร้ความสามารถ   \n        6. ไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ   \n        7. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก มาแล้วมากกว่า 10 ปี  5 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง   \n        8. ประสบการณ์การทำงาน มากกว่ากึ่งหนึ่งของแต่ละระดับการศึกษาตามข้อ 7      \n*กรณีไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 1 ที่ปรึกษาต้องได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบให้สามารถประกอบอาชีพหรือประกอบกิจการในประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย    \n    ระดับ 2    \n        9. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 3 ปี   \n       10. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จ    \n    ระดับ 1    \n       11. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 5 ปี   \n       12. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 5 โครงการที่แล้วเสร็จ    \nคุณสมบัติของที่ปรึกษานิติบุคคล  \n    ระดับ 3   \n       1. จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย และต้องมีวัตถุประสงค์ในการเป็นที่ปรึกษา   \n       2. ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป   \n       3. จำนวนหุ้นของผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด ซึ่งมีสิทธิในการออกเสียง และจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด   \n       4. กรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันเป็นผู้มีสัญชาติไทย มากกว่ากึ่งหนึ่ง   \n       5. บุคลากรที่ปรึกษาทำงานเต็มเวลา (Full Time)      \n          5.1. มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 2 คน      \n          5.2. สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก มาแล้วมากกว่า 10 ปี  5 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง      \n          5.3. ประสบการณ์การทำงาน มากกว่ากึ่งหนึ่งของแต่ละระดับการศึกษาตามข้อ 5.2   \n       6. ไม่เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย และไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ   * กรณีสถาบันการศึกษา มูลนิธิ หรือสมาคม ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 และข้อ 3   * กรณีองค์กรของรัฐ ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 ข้อ  3 และข้อ 4   * กรณีไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ที่ปรึกษาต้องได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบให้สามารถประกอบอาชีพ     หรือประกอบกิจการในประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย    \n    ระดับ 2    \n       7. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาของบุคลากรที่ปรึกษา 2 คน      \n          7.1. ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 3 ปี กรณีที่นิติบุคคลจัดตั้งไม่น้อยกว่า 3 ปี      \n          7.2. ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 5 ปี กรณีนิติบุคคลจัดตั้งน้อยกว่า 3 ปี   \n       8. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จ    \n    ระดับ 1   \n       9. นิติบุคคลจัดตั้ง ไม่น้อยกว่า 3 ปี   \n       10. บุคลากรที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 5 คน   \n       11. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาของบุคลากรที่ปรึกษา 5 คน ไม่น้อยกว่า 5 ปี   \n       12. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 5 โครงการที่แล้วเสร็จ           \n\nเงื่อนไขการได้สาขาความเชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง    \n       1. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิติบุคคลต้องสอดคล้องกับสาขา     \n       2. ความเชี่ยวชาญหลักของบุคลากรที่ปรึกษา ต้องสอดคล้องกับสาขา     \n       3. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จในสาขาเดียวกัน \nสาขาความเชี่ยวชาญ 20 สาขา              \n       1. สาขาการเกษตรและการพัฒนาชนบท (Agriculture and Rural Development Sector: AG)   \n       2. สาขาอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Building Sector: BU)   \n       3. สาขาการศึกษา (Education Sector: ED)                                       \n       4. สาขาพลังงาน (Energy Sector: EG)   \n       5. สาขาสิ่งแวดล้อม (Environment Sector: EV)                                     \n       6. สาขาการเงิน (Finance Sector: FI)   \n       7. สาขาสาธารณสุข (Health Sector: HE)                                          \n       8. สาขาอุตสาหกรรม (Industry Sector: IN)   \n       9. สาขาประชากร (Population Sector: PO)                                         \n      10. สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology Sector: ICT)   \n      11. สาขาการท่องเที่ยว (Tourism Sector: TO)                                   \n      12. สาขาการคมนาคมขนส่ง (Transportation Sector: TR)   \n      13. สาขาการพัฒนาเมือง (Urban Development Sector: UD)                                      \n      14. สาขาการประปาและสุขาภิบาล (Water Supply and Sanitation Sector: WS)   \n      15. สาขากฎหมาย (Law Sector: LW)   \n      16. สาขามาตรฐานคุณภาพ (Quality Standard Sector: QS)   \n      17. สาขาการบริหารและการพัฒนาองค์กร (Management and Institutional Development Sector: MID)   \n      18. สาขาการประชาสัมพันธ์ (Public Relations Sector: PR)   \n      19. สาขาการวิจัยและการประเมินผล (Research and Evaluation Sector: RE)   \n      20. สาขาเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Sector: MS)         \n\nการเพิกถอนและการยกเลิกการขึ้นทะเบียน    \nการเพิกถอนการขึ้นทะเบียน สำนักงานจะเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษา ดังนี้    \n      1. ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลยื่นเอกสารอันเป็นเท็จเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียน กำหนดระดับหรือสาขา    \n      2. หน่วยงานของรัฐแจ้งว่าที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลยื่นข้อเสนออันเป็นเท็จ    \n      3. ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลที่ถูกปรับลดระดับจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของที่ปรึกษา ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน จะขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อครบกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน \nการยกเลิกการขึ้นทะเบียน    \n      1. สำนักงานจะยกเลิกการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาหรือสาขา ในกรณีที่ปรึกษาขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามของการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \n      2. ที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลที่มีความประสงค์จะยกเลิกทะเบียนที่ปรึกษา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกกิจการ ให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานทราบเพื่อยกเลิกการขึ้นทะเบียน         \n\nขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \n      1. ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์/จัดเตรียมเอกสาร และกรอกข้อมูลผ่าน www.consultant.pdmo.go.th และส่งข้อมูล (Submit) พร้อม Upload เอกสารตามที่กำหนดผ่านทางระบบดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากวันที่กรอกข้อมูล มิฉะนั้นข้อมูลจะถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ    \n      2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลและเอกสาร หากไม่ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้แก้ไขผ่านทางระบบสนทนา (Chat Box) หรือโทรศัพท์ หรืออีเมล์ ให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องคืนและข้อมูลจะถูกลบจากระบบ    \nหมายเหตุ:    *สำเนาสัญญาจ้างและหนังสือรับรองผลงาน สามารถส่งเอกสารได้ 3 ช่องทาง คือ 1) Upload ผ่านทางระบบ 2) ส่งทางไปรษณีย์ และ 3) ส่งด้วยตนเอง \n                กรณีส่งทางไปรษณีย์ และส่งด้วยตนเอง ต้องแนบหนังสือแสดงความประสงค์ขอขึ้นทะเบียนที่ปรึกษามาด้วย    \n                *มูลค่าของโครงการที่จะนำมาใช้ขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาของที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคล กำหนดมูลค่าของโครงการไม่น้อยกว่า 10,000 บาท   \n      3. เมื่อข้อมูลและเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่จะรับเรื่องเข้าระบบสารบรรณ ผู้ยื่นคำขอจะได้รับข้อความแจ้งเตือนให้ไปชำระค่าธรรมเนียม ผ่านทาง e-mail และ SMS ให้ผู้ยื่นคำขอ Download ใบแจ้งการชำระค่าธรรมเนียมจากระบบ เพื่อไปชำระเงินที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือชำระผ่านบริการธนาคารดังกล่าวบนอินเทอร์เน็ต เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ Upload หลักฐานการชำระเงินผ่านทางระบบให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานการชำระเงิน และดำเนินการอนุมัติการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาในระบบ    \nหมายเหตุ: หากไม่ชำระเงินตามกำหนดชำระ คือ ภายใน 10 วัน เจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องคืนและลบข้อมูลออกจากระบบ    \n      4. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับแจ้งผลการพิจารณาผ่านทาง e-mail และ SMS โดยสำนักงานจะจัดส่งหนังสือแจ้งผลการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา และใบเสร็จรับเงินให้ทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอสามารถตรวจสอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนได้จากในระบบ    \nหมายเหตุ: หากประสงค์จะรับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาด้วยตนเอง ผู้มีอำนาจลงนามต้องมารับด้วยตนเอง หรือมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นรับแทน    \n      5. สำนักงานจะขึ้นทะเบียนการเป็นที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลแล้วแต่กรณี ให้แล้วเสร็จภายใน  24 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง    \n      6. เพื่อประโยชน์ในการกำกับติดตามและตรวจสอบคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ให้ที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลรายงานข้อมูลสถานะการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาที่เป็นปัจจุบัน ให้สำนักงานทราบทุกรอบระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาฉบับล่าสุด โดยผ่านทางระบบ www.consultant.pdmo.go.th ตามประกาศสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เรื่อง การกำหนดจรรยาบรรณที่ปรึกษา วิธีการและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2560    \n\n**ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-07-31T15:35:01"],
    [2521,"9ca70516-38e6-4c67-b3fd-77556f5ad27d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ","การขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d14-e49c-4ff7-a70c-ccf79f5a0d46",24,10000,24,"หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \nที่ปรึกษาแบ่งเป็น 2 ประเภท  1. ที่ปรึกษาอิสระ   2. ที่ปรึกษานิติบุคคล  \nที่ปรึกษาแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1  ระดับ 2  ระดับ 3  \nสาขาความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษามีจำนวนทั้งสิ้น 20 สาขา    \nคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระ  \n   ระดับ 3    \n        1. สัญชาติไทย   \n        2. ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน หรือเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานประจำในหน่วยงานใด   \n        3. ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก   \n        4. ไม่เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย   \n        5. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือคนไร้ความสามารถ   \n        6. ไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ   \n        7. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก มาแล้วมากกว่า 10 ปี  5 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง   \n        8. ประสบการณ์การทำงาน มากกว่ากึ่งหนึ่งของแต่ละระดับการศึกษาตามข้อ 7      \n*กรณีไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 1 ที่ปรึกษาต้องได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบให้สามารถประกอบอาชีพหรือประกอบกิจการในประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย    \n    ระดับ 2    \n        9. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 3 ปี   \n       10. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จ    \n    ระดับ 1    \n       11. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 5 ปี   \n       12. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 5 โครงการที่แล้วเสร็จ    \nคุณสมบัติของที่ปรึกษานิติบุคคล  \n    ระดับ 3   \n       1. จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย และต้องมีวัตถุประสงค์ในการเป็นที่ปรึกษา   \n       2. ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป   \n       3. จำนวนหุ้นของผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด ซึ่งมีสิทธิในการออกเสียง และจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด   \n       4. กรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันเป็นผู้มีสัญชาติไทย มากกว่ากึ่งหนึ่ง   \n       5. บุคลากรที่ปรึกษาทำงานเต็มเวลา (Full Time)      \n          5.1. มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 2 คน      \n          5.2. สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก มาแล้วมากกว่า 10 ปี  5 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง      \n          5.3. ประสบการณ์การทำงาน มากกว่ากึ่งหนึ่งของแต่ละระดับการศึกษาตามข้อ 5.2   \n       6. ไม่เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย และไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ   * กรณีสถาบันการศึกษา มูลนิธิ หรือสมาคม ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 และข้อ 3   * กรณีองค์กรของรัฐ ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 ข้อ  3 และข้อ 4   * กรณีไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ที่ปรึกษาต้องได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบให้สามารถประกอบอาชีพ     หรือประกอบกิจการในประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย    \n    ระดับ 2    \n       7. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาของบุคลากรที่ปรึกษา 2 คน      \n          7.1. ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 3 ปี กรณีที่นิติบุคคลจัดตั้งไม่น้อยกว่า 3 ปี      \n          7.2. ประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 5 ปี กรณีนิติบุคคลจัดตั้งน้อยกว่า 3 ปี   \n       8. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จ    \n    ระดับ 1   \n       9. นิติบุคคลจัดตั้ง ไม่น้อยกว่า 3 ปี   \n       10. บุคลากรที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 5 คน   \n       11. ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาของบุคลากรที่ปรึกษา 5 คน ไม่น้อยกว่า 5 ปี   \n       12. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 5 โครงการที่แล้วเสร็จ           \n\nเงื่อนไขการได้สาขาความเชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง    \n       1. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิติบุคคลต้องสอดคล้องกับสาขา     \n       2. ความเชี่ยวชาญหลักของบุคลากรที่ปรึกษา ต้องสอดคล้องกับสาขา     \n       3. ประสบการณ์โครงการ ไม่น้อยกว่า 3 โครงการที่แล้วเสร็จในสาขาเดียวกัน \nสาขาความเชี่ยวชาญ 20 สาขา              \n       1. สาขาการเกษตรและการพัฒนาชนบท (Agriculture and Rural Development Sector: AG)   \n       2. สาขาอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Building Sector: BU)   \n       3. สาขาการศึกษา (Education Sector: ED)                                       \n       4. สาขาพลังงาน (Energy Sector: EG)   \n       5. สาขาสิ่งแวดล้อม (Environment Sector: EV)                                     \n       6. สาขาการเงิน (Finance Sector: FI)   \n       7. สาขาสาธารณสุข (Health Sector: HE)                                          \n       8. สาขาอุตสาหกรรม (Industry Sector: IN)   \n       9. สาขาประชากร (Population Sector: PO)                                         \n      10. สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology Sector: ICT)   \n      11. สาขาการท่องเที่ยว (Tourism Sector: TO)                                   \n      12. สาขาการคมนาคมขนส่ง (Transportation Sector: TR)   \n      13. สาขาการพัฒนาเมือง (Urban Development Sector: UD)                                      \n      14. สาขาการประปาและสุขาภิบาล (Water Supply and Sanitation Sector: WS)   \n      15. สาขากฎหมาย (Law Sector: LW)   \n      16. สาขามาตรฐานคุณภาพ (Quality Standard Sector: QS)   \n      17. สาขาการบริหารและการพัฒนาองค์กร (Management and Institutional Development Sector: MID)   \n      18. สาขาการประชาสัมพันธ์ (Public Relations Sector: PR)   \n      19. สาขาการวิจัยและการประเมินผล (Research and Evaluation Sector: RE)   \n      20. สาขาเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Sector: MS)         \n\nการเพิกถอนและการยกเลิกการขึ้นทะเบียน    \nการเพิกถอนการขึ้นทะเบียน สำนักงานจะเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษา ดังนี้    \n      1. ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลยื่นเอกสารอันเป็นเท็จเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียน กำหนดระดับหรือสาขา    \n      2. หน่วยงานของรัฐแจ้งว่าที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลยื่นข้อเสนออันเป็นเท็จ    \n      3. ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลที่ถูกปรับลดระดับจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของที่ปรึกษา ที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน จะขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อครบกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน \nการยกเลิกการขึ้นทะเบียน    \n      1. สำนักงานจะยกเลิกการขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาหรือสาขา ในกรณีที่ปรึกษาขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามของการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \n      2. ที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลที่มีความประสงค์จะยกเลิกทะเบียนที่ปรึกษา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกกิจการ ให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานทราบเพื่อยกเลิกการขึ้นทะเบียน         \n\nขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา    \n      1. ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์/จัดเตรียมเอกสาร และกรอกข้อมูลผ่าน www.consultant.pdmo.go.th และส่งข้อมูล (Submit) พร้อม Upload เอกสารตามที่กำหนดผ่านทางระบบดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากวันที่กรอกข้อมูล มิฉะนั้นข้อมูลจะถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ    \n      2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลและเอกสาร หากไม่ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้แก้ไขผ่านทางระบบสนทนา (Chat Box) หรือโทรศัพท์ หรืออีเมล์ ให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องคืนและข้อมูลจะถูกลบจากระบบ    \nหมายเหตุ:    *สำเนาสัญญาจ้างและหนังสือรับรองผลงาน สามารถส่งเอกสารได้ 3 ช่องทาง คือ 1) Upload ผ่านทางระบบ 2) ส่งทางไปรษณีย์ และ 3) ส่งด้วยตนเอง \n                กรณีส่งทางไปรษณีย์ และส่งด้วยตนเอง ต้องแนบหนังสือแสดงความประสงค์ขอขึ้นทะเบียนที่ปรึกษามาด้วย    \n                *มูลค่าของโครงการที่จะนำมาใช้ขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาของที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคล กำหนดมูลค่าของโครงการไม่น้อยกว่า 10,000 บาท   \n      3. เมื่อข้อมูลและเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่จะรับเรื่องเข้าระบบสารบรรณ ผู้ยื่นคำขอจะได้รับข้อความแจ้งเตือนให้ไปชำระค่าธรรมเนียม ผ่านทาง e-mail และ SMS ให้ผู้ยื่นคำขอ Download ใบแจ้งการชำระค่าธรรมเนียมจากระบบ เพื่อไปชำระเงินที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือชำระผ่านบริการธนาคารดังกล่าวบนอินเทอร์เน็ต เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ Upload หลักฐานการชำระเงินผ่านทางระบบให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานการชำระเงิน และดำเนินการอนุมัติการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาในระบบ    \nหมายเหตุ: หากไม่ชำระเงินตามกำหนดชำระ คือ ภายใน 10 วัน เจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องคืนและลบข้อมูลออกจากระบบ    \n      4. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับแจ้งผลการพิจารณาผ่านทาง e-mail และ SMS โดยสำนักงานจะจัดส่งหนังสือแจ้งผลการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา และใบเสร็จรับเงินให้ทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอสามารถตรวจสอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนได้จากในระบบ    \nหมายเหตุ: หากประสงค์จะรับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาด้วยตนเอง ผู้มีอำนาจลงนามต้องมารับด้วยตนเอง หรือมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นรับแทน    \n      5. สำนักงานจะขึ้นทะเบียนการเป็นที่ปรึกษาอิสระหรือที่ปรึกษานิติบุคคลแล้วแต่กรณี ให้แล้วเสร็จภายใน  24 วัน นับแต่วันที่เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง    \n      6. เพื่อประโยชน์ในการกำกับติดตามและตรวจสอบคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ให้ที่ปรึกษาอิสระและที่ปรึกษานิติบุคคลรายงานข้อมูลสถานะการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาที่เป็นปัจจุบัน ให้สำนักงานทราบทุกรอบระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาฉบับล่าสุด โดยผ่านทางระบบ www.consultant.pdmo.go.th ตามประกาศสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เรื่อง การกำหนดจรรยาบรรณที่ปรึกษา วิธีการและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2560    \n\n**ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-07-31T15:33:00"],
    [2522,"94e56e25-6c12-4f7d-be9e-0bec0a537b48","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล","การให้บริการจ่ายเงินรางวัล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-1f1a-4d91-b473-e4786248cbf8",1,0.5,1,"หลักเกณฑ์การขอรับเงินรางวัล    1. กรณีรางวัลไม่เกิน 20,000 บาท รับเงินรางวัลเป็นเงินสด โดยท่านต้องชำระค่าอากรแสตมป์/ภาษี ก่อนรับเงินรางวัล    2. กรณีรางวัลเกินกว่า 20,000 บาท รับเงินรางวัลเป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยหักค่าอากรแสตมป์/ภาษี เรียบร้อยแล้ว    คำแนะนำในการขอรับเงินรางวัล      1. ลูกค้า (ผู้ขอรับเงินรางวัล) ต้องมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์    2. ลูกค้า (ผู้ขอรับเงินรางวัล) ต้องลงชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ด้านหลังสลากที่ถูกรางวัลทุกฉบับ    3. นำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้มาด้วยทุกครั้ง (สำหรับบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart Card สามารถใช้เครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการให้บริการ)    4. สลากที่ถูกรางวัล ควรรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์    5. ลูกค้า (ผู้ขอรับเงินรางวัล) เป็นผู้พิการ / ผู้สูงอายุ /สตรีมีครรภ์ให้ใช้บริการช่องทางบริการพิเศษ    6. ควรตรวจผลรางวัลสลากในแต่ละงวดให้ครบทุกรางวัลโดยละเอียด ดังนี้        - รางวัลที่ 1 - 5        - รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1        - รางวัลเลขหน้า 3 ตัว        - รางวัลเลขท้าย 3 ตัว        - รางวัลเลขท้าย 2 ตัว    เงื่อนไขการรับเงินรางวัล    1. กรณีสลากชำรุด ติดต่อกลุ่มงานตรวจพิสูจน์ ชั้น 3    2. กรณีสลากปลอมแปลง/แก้ไข ไม่สามารถรับเงินรางวัลได้ และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมาย    3. กรณีสลากอายัด ติดต่อสำนักกฎหมายชั้น 9     4. หากวันที่ครบอายุความขอรับเงินรางวัลตรงกับวันหยุดทำการ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ถูกรางวัลจะสามารถขอรับเงินรางวัล  ในวันเปิดทำการถัดไปได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8    5. กรณีผู้ถูกรางวัลไม่สามารถมาขอรับเงินรางวัลในวันที่ครบกำหนดการจ่ายเงินรางวัล ผู้ถูกรางวัลจะส่งโทรสาร หรือกระทำการอื่นใดเพื่อแจ้งสิทธิการถูกรางวัลให้สำนักงานฯทราบ และขอรับเงินรางวัลในวันถัดไปนั้นย่อมกระทำไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/9 และมาตรา 193/10 และมาตรา 193/11    6. ห้ามบุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ ติดต่อขอรับรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลและหรือสลากอื่นที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดทำขึ้นเพื่อจำหน่าย    เงื่อนไขเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล    สลาก 1 ชุด มี 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 80 บาท    ถ้าจำหน่ายหมด กำหนดเงินรางวัลต่อชุด ดังนี้    รางวัลที่  หนึ่ง                                   มี                      1  รางวัล  รางวัลละ      6,000,000  บาท    รางวัลที่  สอง                                   มี                      5  รางวัล  รางวัลละ        200,000  บาท    รางวัลที่  สาม                                   มี                    10  รางวัล  รางวัลละ          80,000  บาท    รางวัลที่  สี่                                      มี                    50  รางวัล  รางวัลละ         40,000  บาท    รางวัลที่  ห้า                                    มี                  100  รางวัล  รางวัลละ         20,000  บาท    รางวัลข้างเคียงรางวัลที่หนึ่ง                มี                      2  รางวัล  รางวัลละ       100,000  บาท    รางวัลเลขหน้า 3 ตัว  เสี่ยง 2 ครั้ง         มี                2,000  รางวัล  รางวัลละ          4,000  บาท    รางวัลเลขท้าย 3 ตัว  เสี่ยง 2 ครั้ง         มี                2,000  รางวัล  รางวัลละ          4,000  บาท    รางวัลเลขท้าย 2 ตัว  เสี่ยง 1 ครั้ง        มี              10,000  รางวัล  รางวัลละ          2,000  บาท                                   สลาก  1 ชุด    มี           14,168  รางวัล     เป็นเงิน    48,000,000  บาท           ก.  เงินรางวัลจะจ่ายแก่ผู้ถือสลากฉบับที่ถูกรางวัลนำมาขอรับ          ข.  ถ้าสลากจำหน่ายไม่หมด เงินรางวัลหนึ่ง ๆ ต้องลดลงตามส่วน           ค.  ผู้ถูกรางวัลมีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัลภายใน  2 ปี นับแต่วันออกรางวัลสลาก หากพ้นกำหนดจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน          ง.  ผู้ขอรับเงินรางวัลต้องชำระค่าอากรแสตมป์ ในอัตรา 1 บาท ของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท      เงื่อนไขเงินรางวัลสลากกการกุศล    สลาก 1 ชุด มี 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 80 บาท    ถ้าจำหน่ายหมด กำหนดเงินรางวัลต่อชุด ดังนี้    รางวัลที่  หนึ่ง                                   มี                      1  รางวัล  รางวัลละ      6,000,000  บาท    รางวัลที่  สอง                                   มี                      5  รางวัล  รางวัลละ        200,000  บาท    รางวัลที่  สาม                                   มี                    10  รางวัล  รางวัลละ          80,000  บาท    รางวัลที่  สี่                                      มี                    50  รางวัล  รางวัลละ         40,000  บาท    รางวัลที่  ห้า                                    มี                  100  รางวัล  รางวัลละ         20,000  บาท    รางวัลข้างเคียงรางวัลที่หนึ่ง                มี                      2  รางวัล  รางวัลละ       100,000  บาท    รางวัลเลขหน้า 3 ตัว  เสี่ยง 2 ครั้ง         มี                2,000  รางวัล  รางวัลละ          4,000  บาท    รางวัลเลขท้าย 3 ตัว  เสี่ยง 2 ครั้ง         มี                2,000  รางวัล  รางวัลละ          4,000  บาท    รางวัลเลขท้าย 2 ตัว  เสี่ยง 1 ครั้ง        มี              10,000  รางวัล  รางวัลละ          2,000  บาท                   สลาก 1 ชุด  มี     14,168 รางวัล  เป็นเงิน  48,000,000 บาท       ก. เงินรางวัลจะจ่ายแก่ผู้ถือสลากฉบับที่ถูกรางวัลนำมาขอรับ       ข. ถ้าสลากจำหน่ายไม่หมด เงินรางวัลหนึ่ง ๆ ต้องลดลงตามส่วน       ค. ตรวจผลรางวัลโดยใช้ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดเดียวกัน       ง. ผู้ถูกรางวัลมีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัลภายใน 10 ปี นับแต่วันออกรางวัลสลาก หากพ้นกำหนดจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน       จ. ผู้ขอรับเงินรางวัลต้องชำระภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล             สัญญาระดับคุณภาพการให้บริการ (SLA) กระบวนการจ่ายเงินรางวัล       15  นาที (Minutes)     รับเงินรางวัลไม่เกิน 10 ฉบับ Claim prizes (not more than 10 tickets)   30  นาที (Minutes)     รับเงินรางวัลที่ 1 (สลาก 1 ฉบับ) Claim the first prize (for 1 ticket)   48  นาที (Minutes)     รับเงินรางวัลไม่เกิน 1,000 ฉบับ  Claim prizes (not more than 1,000 tickets)     2  ชั่วโมง (Hours)     รับเงินรางวัลไม่เกิน 2,500 ฉบับ  Claim prizes (not more than 2,500 tickets)","2022-04-06T22:52:45"],
    [2523,"94e56e25-652e-47ce-b547-7105f7af3b78","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล","การนำสลากปลอมแปลงมาขอรับเงินรางวัล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d38-1596-4f08-80e1-b94f3e2b62b0",1,0,1,"เงื่อนไขการนำสลากปลอมแปลงมารับเงินรางวัล    - สลากปลอมแปลง / แก้ไข ไม่สามารถรับเงินรางวัลได้ และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมาย","2021-11-17T13:39:23"],
    [2524,"94e56e25-674a-4b8e-a395-2c1bedcd00e6","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล","การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั่วไปของตัวแทนจำหน่ายสลาก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d38-1899-4b41-9643-1bb678b8f7a8",1,0,9,"ผู้ที่ยื่นคำขอต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากที่มีรหัสตัวแทนจำหน่ายสลาก และต้องยื่นเอกสารด้วยตัวเอง","2022-04-06T22:52:45"],
    [2525,"94e56e25-697d-4553-b018-084f3aced4c8","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล","การนำสลากชำรุดมาขอรับเงินรางวัล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-1b90-427a-96b2-23a434a438c3",1,0.5,1,"หลักเกณฑ์การจ่ายเงินรางวัลสลากชำรุด    1. สลากชำรุดต้องพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าเป็นสลากที่ถูกรางวัลแท้จริง    2. สลากชำรุดที่ไม่มีรายละเอียดของงวดประจำวันที่ หรือชุดที่ หรือหมายเลขสลากที่ถูกรางวัล ซึ่งเป็นสาระสำคัญของสลากนั้นขาดหายไปบางส่วน หากสามารถอ่านรหัสบาร์โค้ด และพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าเป็นสลากที่แท้จริงและถูกรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะแจ้งผลการตรวจสอบให้ลูกค้าผู้ถือสลากชำรุดทราบและดำเนินการตามขั้นตอนการจ่ายเงินรางวัลสลากชำรุด      3. สลากชำรุดที่ ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่าเป็นสลากที่แท้จริงและถูกรางวัลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะแจ้งผลการตรวจสอบและส่งคืนสลากชำรุดให้แก่ลูกค้าผู้ถือสลากชำรุด","2021-11-17T13:39:23"],
    [2526,"94e56e25-6e5f-4368-9b84-e162bb909e71","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล","การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทของตัวแทนจำหน่ายในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-2234-48d2-9cbc-f2c98ba71d02",6,0,6,"เมื่อจังหวัด และสำนักงานคลังจังหวัด  พบตัวแทนจำน่ายสลากขาดคุณสมบัติในกรณี    -  ละทิ้งสลาก  หรือไม่มารับสลากตามวันที่กำหนดโดยไม่แจ้งเหตุผล    -  จำหน่ายสลากเกินราคา  และถูกจับกุม    -  สละสิทธิ์    -  ถึงแก่กรรม    -  อื่น ๆ              จังหวัด  และสำนักงานคลังจังหวัดต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงตัวแทนจำหน่ายสลากในระบบ E-service      โดยตัวแทนจำหน่ายสลากรายใหม่ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแทนรายเดิม  ต้องเป็นผู้ที่ขึ้นบัญชีสำรองตามขออนุมัติกับที่สำนักงานฯ                  จังหวัด  และสำนักงานคลังจังหวัดต้องเปลี่ยนแปลงตัวแทนจำหน่ายในระบบ E-service โดย เสนอความเห็นว่าตัวแทนฯ  ที่ขาดคุณสมบัติสมควรถูกบอกเลิก    เป็นตัวแทนฯ หรือไม่  ด้วยเหตุผลใด  โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบ เพื่อสำนักงานฯ  จะได้พิจารณา  ดังนี้                   1.  กรณีสละสิทธิ์ - หนังสือแสดงถึงการสละสิทธิ์ของตัวแทนฯ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน                   2.  กรณีถึงแก่กรรม - ต้องมีใบมรณะบัตรแนบ                   3.  เอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่เป็นเหตุเชื่อได้ว่าตัวแทนรายนั้นขาดคุณสมบัติ         พร้อมให้เสนอด้วยว่า  ควรจะจัดสรรสลากส่วนนี้ให้กับสำรองรายใด  พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน  หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้    สำเนาทะเบียนบ้าน แผนที่แสดงสถานที่จำหน่ายสลาก  หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้สำนักงานฯ พิจารณาดำเนินการต่อไป","2022-04-06T22:52:45"],
    [2527,"94e56e09-76eb-4e09-a126-d4a87b1d88bd","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง","การออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-efc2-41f8-bfa9-c4361286fab3",60,100000,5,"ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ลงวันที่ 30 เมษายน 2546","2023-06-26T15:49:01"],
    [2528,"94e56e09-79d5-45cb-ad79-f5a5075f630d","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง","การให้ความเห็นชอบให้จัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-f382-428a-b2a9-9f75c76c3f20",150,0,6,"ประกาศกระทรวงการคลัง                                           เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต               อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5 และ มาตรา 6 แห่ง พระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ   และเงื่อนไขในการขอรับความเห็นชอบจัดตั้งบริษัทข้อมูลเครดิต การขอรับใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตไว้ ดังต่อไปนี้             ข้อ 1 ในประกาศนี้           \"บริษัท\" หมายความว่า บริษัทจำกัดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด           \"บริษัทข้อมูลเครดิต\" หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต           \"รัฐมนตรี\" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง                                            หมวด 1 การขอความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต            ข้อ 2 บริษัทที่จะประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ต้องมีคุณสมบัติดังนี้           (1) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท           (2) มีวัตถุประสงค์เพื่อการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตตาม พระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545             ข้อ 3 ให้ผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เพื่อประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ให้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ เพื่อประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตต่อรัฐมนตรี   ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คำขอตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้           (1) วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอ           (2) ชื่อของบริษัทที่จะจัดตั้ง สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา (ถ้ามี)           (3) ชื่อและประวัติของผู้เริ่มก่อการหรือผู้เริ่มจัดตั้ง           (4) โครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทที่จะตั้งขึ้นใหม่ โดยระบุรายชื่อ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ที่จะถือหุ้นในแต่ละราย รวมถึงร้อยละของจำนวนหุ้นที่จะถือดังกล่าวเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมด           (5) โครงสร้างของบริษัทที่จะจัดตั้ง           (6) แผนงานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต โดยต้องแสดงข้อมูล ดังต่อไปนี้                (ก) ความพร้อมของระบบงานในการปฏิบัติการหรือการให้บริการในการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต                (ข) แผนอัตรากำลังบุคลากร                (ค) นโยบายในการบริหาร                (ง) มาตรการควบคุมภายในโดยให้ระบุถึงมาตรการป้องกันมิให้พนักงาน หรือผู้แสวงหาประโยชน์จากข้อมูลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่           (7) รายชื่อ ตำแหน่ง ประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่จะจัดตั้ง             ข้อ 4 เมื่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้รับคำขอรับความเห็นชอบพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังพิจารณาคำขอรับความเห็นชอบการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่  และเสนอให้รัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดตั้งบริษัท เมื่อรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของรัฐมนตรี   แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เพื่อผู้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบนำไปใช้ประกอบในการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อไป ทั้งนี้ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสามสิบวัน  นับจากวันที่ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณา           ในกรณีที่ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบการจัดตั้งบริษัทไม่อาจปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งได้ ให้ยื่นคำร้องขอต่อผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็นก่อนสิ้นระยะเวลาดังกล่าว  ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันในการนี้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะมีคำสั่งขยายระยะเวลาได้ไม่เกินสามสิบวัน           ในกรณีที่ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบการจัดตั้งบริษัทไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสองให้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจำหน่ายคำขอนั้นเสีย                                                     หมวด 2 การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต            ข้อ 5 เมื่อผู้ได้รับความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทได้จดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์แล้ว ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตต่อรัฐมนตรี ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการคลังภายในหกสิบวันนับแต่วันที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยมีเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้           (1) สำเนาใบสำคัญและหนังสือรับรองของนายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียน ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี           (2) สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท           (3) สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท           (4) สำเนาข้อบังคับของบริษัท           (5) สำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท           (6) หนังสือรับรองของนายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทแสดงทุนจดทะเบียนของบริษัทจำกัดที่ยื่นคำขอจดทะเบียน หรือหนังสือรับรองของนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดแสดงทุนจดทะเบียน และจำนวนหุ้นที่เรียกชำระแล้วของบริษัทมหาชนจำกัดที่ยื่นคำขอจดทะเบียนแล้วแต่กรณี           ในกรณีที่ผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตไม่อาจปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ได้ให้ยื่นคำร้องขอต่อผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยแสดงเหตุผลและความจำเป็นก่อนสิ้นระยะเวลาดังกล่าวไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในการนี้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะมีคำสั่งขยายระยะเวลาได้ไม่เกินสามสิบวัน           ในกรณีที่บริษัทดังกล่าวไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองให้ถือว่าบริษัทดังกล่าว ไม่ประสงค์จะประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต และให้ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจำหน่ายคำขอนั้นเสีย             ข้อ 6 เมื่อรัฐมนตรีพิจารณาอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตแล้วให้ออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ และให้ผู้ประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ ณ สำนักงานในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย              ข้อ 7 ผู้ที่ประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตหรือกิจการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 มีผลใช้บังคับ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานตาม ข้อ 3 และ ข้อ 5 ต่อรัฐมนตรีผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง              ข้อ 8 ให้กำหนดค่าธรรมเนียมตามอัตรา ดังนี้           (1) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ฉบับละ 100,000 บาท           (2) ค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ปีละ 100,000 บาท โดยให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในวันที่ได้รับอนุญาต และให้ชำระค่าธรรมเนียมในอัตราที่กำหนดก่อนวันตรงกับวันที่ได้รับอนุญาตในปีแรก           ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือชำระไม่ครบถ้วนตามประกาศนี้ ให้ชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละสองต่อเดือนของค่าธรรมเนียมค้างชำระเศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน ทั้งนี้ จนกว่าจะได้รับชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วนแล้ว             ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป[1]                                       ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2546                                          ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ                                       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง          http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/00124033.PDF","2023-06-26T15:48:36"],
    [2529,"998211e4-5acd-4a20-87a2-c965db6d68d3","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง","การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์สำหรับสถาบันการเงิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99820b50-8ea5-48ea-b884-6c1e4006b0ed",115,0,8,"1. มาตรา 4 , มาตรา 9 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551  \n2. กฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์สำหรับสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551\n\nกฎหมายที่เกี่ยวข้อง\nพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 \nพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551","2024-04-29T11:18:59"],
    [2530,"99ac3db1-c0f1-4578-9c94-23d9b061d671","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง","การขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (กรณีบริษัท)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d14-ecb6-4d3e-b87a-1ce5d5814713",60,0,18,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขออนุญาตสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ \n1.1\tสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกไฟแนนซ์\nผู้ที่สนใจต้องการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกไฟแนนซ์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n1)\tเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด\n2)\tมีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือเงินลงหุ้นตามแต่กรณี ซึ่งไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ในวันที่ยื่น\nคำขออนุญาต (กรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอื่นอยู่เดิมจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหรือเงินลงหุ้น\nไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในงบการเงินปีล่าสุดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท แต่หากเป็นกรณีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจโดยยังไม่ครบรอบระยะเวลาบัญชีที่ต้องจัดทำงบการเงินครั้งแรก จะต้องมีหนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคารจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท)\n3)\tต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ\n4)\tกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และผู้ถือหุ้นทุกคนของนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n4.1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย\n4.2) เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต\n4.3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาต\n4.4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ สศค. ประกาศกำหนด\n1.2\tสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกพลัส\nผู้ที่สนใจต้องการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกพลัส ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n1)\tเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด\n2)\tมีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือเงินลงหุ้นตามแต่กรณี ซึ่งไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ในวันที่ยื่น\nคำขออนุญาต (กรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอื่นอยู่เดิมจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหรือเงินลงหุ้น\nไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในงบการเงินปีล่าสุดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท แต่หากเป็นกรณีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจโดยยังไม่ครบรอบระยะเวลาบัญชีที่ต้องจัดทำงบการเงินครั้งแรก จะต้องมีหนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคารจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท)\n3)\tต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ\n4)\tกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และผู้ถือหุ้นทุกคนของนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n4.1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย\n4.2) เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต\n\n\n4.3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาต\n4.4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ สศค. ประกาศกำหนด\n\nกฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n1)\tประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม พุทธศักราช 2515\n2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562\n3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564\n4) ประกาศสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564\nทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรายละเอียดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่ https://1359.go.th/picodoc/ โดยเลือกหัวข้อ “กฎหมายที่เกี่ยวข้อง”\n\n2.\tวิธีการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์\n2.1\tผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานตามที่ประกาศ สศค. กำหนด ได้ที่ \n1) สศค. โดยสามารถติดต่อยื่นคำขออนุญาตและ/หรือเอกสารหลักฐานได้ด้วยตนเอง จัดส่งทางไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รายละเอียดตามช่องทางการให้บริการ\n2) หน่วยรับยื่นคำขออนุญาต ได้แก่ สำนักงานคลังจังหวัด ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั่วประเทศ\n2.2\tระยะเวลาในการพิจารณาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ สศค. ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง ทั้งนี้ หากคำขออนุญาตและ/หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้อง สศค. จะแจ้งให้ผู้ยื่น\nคำขออนุญาตดำเนินการปรับปรุงแก้ไขและขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขออนุญาตละทิ้งคำขออนุญาตและ สศค. จะมีหนังสือแจ้งยุติการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตรับทราบ พร้อมทั้งคืนคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมด \n2.3\tเมื่อคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้ว สศค. จะดำเนินการเสนอความเห็น\nต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาคำขออนุญาตภายใน 60 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับ\nคำขออนุญาตและเอกสารครบถ้วนถูกต้อง \n2.4\tสศค. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-29T11:19:13"],
    [2531,"99be76c7-3912-4f90-be42-0927fd9fed79","PUBLISHED","กระทรวงการคลัง","สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง","การขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (กรณีห้างหุ้นส่วน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99be6379-d67a-439e-96bf-783cf3affeb9",60,0,27,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขออนุญาตสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ \n1.1 สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกไฟแนนซ์ ผู้ที่สนใจต้องการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกไฟแนนซ์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n1) เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด\n2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือเงินลงหุ้นตามแต่กรณี ซึ่งไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ในวันที่ยื่น\nคำขออนุญาต (กรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอื่นอยู่เดิมจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหรือเงินลงหุ้น\nไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในงบการเงินปีล่าสุดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท แต่หากเป็นกรณีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจโดยยังไม่ครบรอบระยะเวลาบัญชีที่ต้องจัดทำงบการเงินครั้งแรก จะต้องมีหนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคารจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท)\n3) ต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ\n4) หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนของนิติบุคคลที่ยื่นคำขอต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n4.1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย\n4.2) เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต\n4.3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาต\n4.4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ สศค. ประกาศกำหนด\n\n1.2 สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกพลัส\nผู้ที่สนใจต้องการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ประเภทพิโกพลัส ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n1) เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด\n2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือเงินลงหุ้นตามแต่กรณี ซึ่งไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ในวันที่ยื่น\nคำขออนุญาต (กรณีนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอื่นอยู่เดิมจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหรือเงินลงหุ้น\nไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในงบการเงินปีล่าสุดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท แต่หากเป็นกรณีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจโดยยังไม่ครบรอบระยะเวลาบัญชีที่ต้องจัดทำงบการเงินครั้งแรก จะต้องมีหนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคารจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท)\n3) ต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ\n4) หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนของนิติบุคคลที่ยื่นคำขอต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n4.1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย\n4.2) เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต\n4.3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาต\n4.4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ สศค. ประกาศกำหนด\n\nกฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม พุทธศักราช 2515\n2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562\n3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564\n4) ประกาศสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564\nทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรายละเอียดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่ https://1359.go.th/picodoc/ โดยเลือกหัวข้อ “กฎหมายที่เกี่ยวข้อง”\n\n2. วิธีการยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์\n2.1 ผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานตามที่ประกาศ สศค. กำหนด ได้ที่ \n1) สศค. โดยสามารถติดต่อยื่นคำขออนุญาตและ/หรือเอกสารหลักฐานได้ด้วยตนเอง จัดส่งทางไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รายละเอียดตามช่องทางการให้บริการ\n2) หน่วยรับยื่นคำขออนุญาต ได้แก่ สำนักงานคลังจังหวัด ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั่วประเทศ\n2.2 ระยะเวลาในการพิจารณาดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ สศค. ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง ทั้งนี้ หากคำขออนุญาตและ/หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้อง สศค. จะแจ้งให้ผู้ยื่น\nคำขออนุญาตดำเนินการปรับปรุงแก้ไขและขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขออนุญาตละทิ้งคำขออนุญาต และ สศค. จะมีหนังสือแจ้งยุติการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตรับทราบ พร้อมทั้งคืนคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมด\n2.3 เมื่อคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้ว สศค. จะดำเนินการเสนอความเห็น\nต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาคำขออนุญาตภายใน 60 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับ\nคำขออนุญาตและเอกสารครบถ้วนถูกต้อง \n2.4 สศค. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-29T11:19:25"],
    [2532,"94e56e09-7c78-461e-88f9-69d26ab24956","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d14-f82f-4203-8916-a84631e0af15",2,400,11,"4.หลักเกณฑ์              1.1. การรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539 อาจแบ่งการรับรองนิติกรณ์เอกสารเป็น 3 ประเภทคือ                              1) การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปล                              2) การรับรองนิติกรณ์สำเนาเอกสาร                              3) การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อ              1.2 เอกสารที่ออกในประเทศไทยและจะนำไปใช้ในต่างประเทศ หากจะให้เป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารจากส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้แก่                            1) กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล                            2) หน่วยงานราชการของกรมการกงสุลที่ได้รับมอบหมายได้แก่                               2.1) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่                             2.2) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี                             2.3) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา                                2.4) สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ สาขาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คลองเตย                           3) หน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ                               3.1) สถานเอกอัครราชทูต                             3.2) สถานกงสุลใหญ่                             3.3) สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย                             3.4) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ได้รับมอบหมาย    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอเพื่อรับรองนิติกรณ์เอกสาร                2.1 เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์เอกสารแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย       ต้องเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษที่ทางราชการของประเทศนั้น ๆ ออกให้   หรือเป็นเอกสารที่แปลจากภาษาต้นฉบับภาษาต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษซึ่งภาคเอกชนจัดทำขึ้นเอกสารดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นๆในประเทศไทยหรือได้รับการรับรองตามกฎหมายหรือกฎระเบียบหรือแนวปฏิบัติภายในของประเทศนั้น ๆ และต้องได้รับรองหน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ   (สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น ๆ) อีกทอดหนึ่งด้วย                  2.2 ในกรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการยื่นขอรับรองนิติกรณ์เอกสารแทน       หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น ๆ   หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลต่างชาติที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศนั้น ๆ และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยหรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น หรือสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย   หากผู้มอบอำนาจอยู่ในประเทศไทย การทำหนังสือมอบอำนาจอย่างน้อยต้องระบุเนื้อหา ดังนี้   วัน เดือน ปี ที่กระทำการมอบอำนาจ   - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้มอบอำนาจ   - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้รับมอบอำนาจ   - ระบุเรื่องที่ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการแทน   - การลงลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมพยาน 2 คน   - ติดอากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณีมอบอำนาจให้กระทำการแทนเฉพาะยื่นขอรับรองนิติกรณ์","2022-03-17T11:26:30"],
    [2533,"94e56e09-7f4a-466c-949d-85236e3383a5","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปลจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d14-fb93-47e7-ad17-83bd7c01de44",2,400,11,"1.หลักเกณฑ์                    1.1. การรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539 อาจแบ่งการรับรองนิติกรณ์เอกสารเป็น 3 ประเภทคือ                            1) การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปล                            2) การรับรองนิติกรณ์สำเนาเอกสาร                            3) การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อ                      1.2 เอกสารที่ออกในประเทศไทยและจะนำไปใช้ในต่างประเทศ หากจะให้เป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารจากส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้แก่                            1) กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล                             2) หน่วยงานราชการของกรมการกงสุลที่ได้รับมอบหมายได้แก่                                2.1) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่                                2.2) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี                                2.3) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา                                2.4) สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ สาขาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คลองเตย                             3) หน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ                                3.1) สถานเอกอัครราชทูต                                3.2) สถานกงสุลใหญ                                3.3) สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย                                 3.4) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ได้รับมอบหมาย    2 เงื่อนไขในการยื่นคำขอเพื่อรับรองนิติกรณ์เอกสาร                 2.1. เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์เอกสารแปลจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย       ต้องแนบเอกสารต้นฉบับภาษาต่างประเทศหรือสำเนา พร้อมต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยที่ได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย          หรือได้รับรองตามกฏหมาย หรือกฏระเบียบหรือแนวปฎิบัติภายในของประเทศนั้น ๆ แล้วแต่กรณี และต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ (สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น ๆ ) อีกทอดหนึ่งด้วย                  2.2. ในกรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการยื่นขอรับรองนิติกรณ์เอกสารแทน          หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น ๆ           หากผู้มอบอำนาจที่เป็นบุคคลต่างชาติที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศนั้น ๆ และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น หรือสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย       หากผู้มอบอำนาจอยู่ในประเทศไทย การทำหนังสือมอบอำนาจอย่างน้อยต้องระบุเนื้อหา ดังนี้                      - วัน เดือน ปี ที่กระทำการมอบอำนาจ                    - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้มอบอำนาจ                    - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้รับมอบอำนาจ                    - ระบุเรื่องที่ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการแทน                    - การลงลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมพยาน 2 คน                    - ติดอากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณีมอบอำนาจให้กระทำการแทนเฉพาะยื่นขอรับรองนิติกรณ์เอกสาร","2022-03-17T11:27:19"],
    [2534,"94e56e09-89f8-4c1f-ab4e-01707c542252","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อายุต่ำกว่า 20 ปี)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-0c2c-40e6-ad72-69f8076ab833",3,400,12,"เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 และระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548    1. เอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้กรณีผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)   - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้เยาว์ (เอกสารลำดับที่ 1) ที่ยังมีอายุการใช้งาน   - สูติบัตรฉบับจริง (เอกสารลำดับที่ 2) กรณีผู้เยาว์อายุยังไม่ถึง 15 ปีบริบูรณ์   - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา (เอกสารลำดับที่ 4)   - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของมารดา (เอกสารลำดับที่ 5)   - หากบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี  โดยบิดาและมารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันรับคำร้อง เว้นแต่เข้ากรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 1.1- 1.6    1.1 กรณีบิดาหรือมารดาหรือทั้งบิดาและมารดาไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้   ให้บุคคลที่ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมฯ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ทำหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศจากอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงที่มีอายุการใช้งานของบิดาหรือมารดาที่ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้ หรือหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศจากสถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ไทย กรณีที่บิดาหรือมารดาอยู่ในต่างประเทศ (เอกสารลำดับที่ 7)   *เฉพาะกรณีผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ที่บิดาและมารดาไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่  ได้ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ (เอกสารลำดับที่ 8) จากอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น หรือจาก  สถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ไทย กรณีที่บิดาหรือมารดาอยู่ในต่างประเทศ ให้บุคคลอื่น (ที่บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)) เป็นผู้พาผู้เยาว์มายื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเพิ่มเติมจากหนังสือยินยอมฯ ข้างต้นพร้อม บัตรประชาชนฉบับจริงของผู้รับมอบอำนาจ (เอกสารลำดับที่ 6)    1.2 กรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสและผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของมารดา   มารดาสามารถลงนามให้ความยินยอมฯ ได้ ฝ่ายเดียวโดยแสดงหลักฐานบันทึกคำให้การรับรองการปกครองบุตร (ป.ค.14) ที่ออกโดยอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (เอกสารลำดับที่ 9) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของมารดา (เอกสารลำดับที่ 5)    1.3 กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนหย่า   บิดาหรือมารดาที่ระบุให้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่ผู้เดียวในบันทึกการหย่า (เอกสารลำดับที่ 10) สามารถเป็น  ผู้ลงนามให้ความยินยอมฯ ได้ฝ่ายเดียวพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี (เอกสารลำดับที่ 4 หรือ 5)    1.4 กรณีผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม   ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมฯ โดยแสดงหลักฐานทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม (เอกสารลำดับที่ 11) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้รับบุตรบุญธรรม (เอกสารลำดับที่ 6)  1.5 กรณีบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต   ให้บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตมาลงนามให้ความยินยอมฯ โดยแสดงหลักฐานใบมรณบัตรของอีกฝ่ายหนึ่ง (เอกสารลำดับที่ 12)และบัตรประชาชนฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี (เอกสารลำดับที่ 4 หรือ 5)  1.6 กรณีอื่นๆ ที่จะต้องมีคำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครอง เช่น   ก) กรณีบิดาและมารดาเสียชีวิต   ข) กรณีบิดาหรือมารดาผู้เยาว์เป็นชาวต่างชาติมิได้จดทะเบียนสมรสและไม่สามารถตามหาอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ความยินยอมได้   ค) กรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสแต่บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาฝ่ายเดียวมาโดยตลอดและไม่สามารถติดต่อมารดาได้   ให้ผู้ปกครองที่มีชื่อระบุตามคำสั่งศาลเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมฯ พร้อมกับคำสั่งศาลฯ (เอกสารลำดับที่ 13) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้มีอำนาจปกครองตามคำสั่งศาล (เอกสารลำดับที่ 6)  หมายเหตุ : หากผู้มีอำนาจปกครองตามข้อ 1.2 ข้อ 1.3 ข้อ 1.4 ข้อ 1.5 และข้อ 1.6 ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ให้บุคคลดังกล่าวทำหนังสือให้ความยินยอมตามข้อ 1.1    2. การรับเล่มหนังสือเดินทาง  2.1 เงื่อนไขในการรับเล่มหนังสือเดินทางแบบปกติ   1) หากยื่นคำร้องที่ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานฯ ศรีนครินทร์ สำนักงานฯ สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน สำนักงานฯ มีนบุรี และสำนักงานฯ ปทุมวัน ผู้ร้องสามารถ (1) รับหนังสือเดินทางได้ภายใน 2 วันทำการไม่นับวันที่ยื่นคำร้อง (2) รับทางไปรษณีย์ (EMS)   2) ในกรณีไม่สามารถมารับเล่มด้วยตนเองสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนโดยลงลายมือชื่อมอบอำนาจในใบรับเล่มพร้อมเอกสารที่ระบุไว้ในใบรับเล่มมาแสดง   3) กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานฯ MRTคลองเตย สำนักงานฯ ธัญบุรี สำนักงานฯ บางใหญ่ จะได้รับหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ (EMS) เท่านั้น   4) กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานฯ ในต่างจังหวัด จะได้รับหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ (EMS) เท่านั้น      2.2 เงื่อนไขหนังสือเดินทางเล่มด่วนได้รับเล่มในวันทำการถัดไป**   1) ได้รับเล่มในวันทำการถัดไปที่ฝ่ายจ่ายเล่มกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ในเวลาเดียวกันกับที่ชำระเงินเสร็จสิ้น    2) สำนักงานที่ให้บริการ : กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานฯ ศรีนครินทร์ สำนักงานฯ สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน สำนักงานฯ มีนบุรี สำนักงานฯ MRT คลองเตย สำนักงานฯ ปทุมวัน สำนักงานฯ ธัญบุรี สำนักงานฯ บางใหญ่และสำนักงานฯ ต่างจังหวัด 18 แห่ง    2.3 เงื่อนไขหนังสือเดินทางเล่มด่วนได้รับเล่มในวันทำการเดียวกัน**    1) ยื่นคำร้องและชำระเงินเสร็จสิ้นภายใน 11.30 น.    2) ขอรับเล่มได้เฉพาะที่ฝ่ายจ่ายเล่ม กรมการกงสุล ตั้งแต่เวลา 14.30 - 16.30 น.    3) สำนักงานที่ให้บริการ : กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานฯ ศรีนครินทร์ สำนักงานฯสายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน สำนักงานฯ มีนบุรี สำนักงานฯ MRT คลองเตย สำนักงานฯ ปทุมวัน สำนักงานฯ ธัญบุรี สำนักงานฯ บางใหญ่ และสำนักงานฯ ต่างจังหวัด 18 แห่ง      หมายเหตุ : 1) ข้อ 2.2 และ 2.3 ให้บริการรวมกันวันละไม่เกิน 400 เล่ม   2) การรับบริการตามข้อ 2.3 (รับเล่มในวันทำการเดียวกัน) ให้แจ้งความประสงค์ขอรับบริการที่จุดรับบัตรคิวก่อนเวลา 11.30 น.","2023-06-30T11:22:47"],
    [2535,"94e56e09-8c13-4ba7-9ab7-7eecc50391ce","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การขอคัดประวัติหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-0edc-47bb-b5c4-7ae181fae0e4",5,100,1,"-","2023-06-30T11:15:38"],
    [2536,"94e56e09-84b9-4ed6-936e-abf62f7ecd9b","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (การขอบันทึกรายการในหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์-Endorsement)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-052c-4cba-bcb5-ea935f5dffb9",2,30,10,"การบันทึกหนังสือเดินทาง (Observation)  เอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้  1. การรับรองหนังสือเดินทางเล่มเดิมที่มีวีซ่าต่างประเทศ   เอกสารลำดับที่ 1 หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน   เอกสารลำดับที่ 2 หนังสือเดินทางเล่มเดิม พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทาง และหน้าที่มีการต่ออายุหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)   เอกสารลำดับที่ 5 สำเนาหน้าวีซ่าที่มีอายุการใช้งาน    2. การรับรองหนังสือเดินทางเล่มเดิมที่ไม่มีวีซ่าต่างประเทศ   เอกสารลำดับที่ 1 หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน   เอกสารลำดับที่ 2 หนังสือเดินทางเล่มเดิม พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทาง และหน้าที่มีการต่ออายุหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)    3. การรับรองลายมือชื่อผู้ถือหนังสือเดินทาง กรณีเปลี่ยนลายมือชื่อฯ   เอกสารลำดับที่ 1 หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน   เอกสารลำดับที่ 3 บัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารลำดับที่ 4 สูติบัตรตัวจริง (กรณีผู้เยาว์ที่ยังไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน)  หมายเหตุ : ผู้ถือหนังสือเดินทางต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น    4. การรับรองหนังสือเดินทาง กรณีหนังสือเดินทางเล่มเดิมสูญหาย   เอกสารลำดับที่ 1 หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน   เอกสารลำดับที่ 6 ใบแจ้งความ ซึ่งระบุหมายเลขหนังสือเดินทางเล่มเดิมที่สูญหาย พร้อมสำเนา    5. การรับรองหนังสือเดินทางกรณีชื่อ-นามสกุล หรือคำนำหน้าชื่อไม่ตรงกันกับเล่มเดิม   5.1 กรณีมีวีซ่าต่างประเทศ   เอกสารลำดับที่ 1 หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน   เอกสารลำดับที่ 2 หนังสือเดินทางเล่มเดิม พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทาง และหน้าที่มีการต่ออายุหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)   เอกสารลำดับที่ 3 บัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารลำดับที่ 4 สูติบัตรตัวจริง (กรณีผู้เยาว์ที่ยังไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน)   เอกสารลำดับที่ 5 สำเนาหน้าวีซ่าต่างประเทศที่มีอายุการใช้งาน   เอกสารลำดับที่ 7 ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อสกุล หรือเอกสารลำดับที่ 8 ใบสำคัญการสมรส หรือเอกสารลำดับที่ 9 ใบสำคัญการหย่า หรือเอกสารลำดับที่ 10 หนังสือรับรองการแก้ไขคำนำหน้า อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี     5.2 กรณีไม่มีวีซ่าต่างประเทศ   เอกสารลำดับที่ 1 หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน   เอกสารลำดับที่ 2 หนังสือเดินทางเล่มเดิม พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทางและหน้าที่มีการต่ออายุหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)   เอกสารลำดับที่ 3 บัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารลำดับที่ 4 สูติบัตรตัวจริง (กรณีผู้เยาว์ที่ยังไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน)   เอกสารลำดับที่ 7 ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อสกุล หรือเอกสารลำดับที่ 8 ใบสำคัญการสมรส หรือเอกสารลำดับที่ 9 ใบสำคัญ  การหย่า หรือเอกสารลำดับที่ 10 หนังสือรับรองการแก้ไขคำนำหน้า อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี","2023-06-30T11:12:52"],
    [2537,"94e56e09-86cb-45d0-b03c-294226a600b9","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (บุคคลที่บรรลุนิติภาวะ อายุ 20 ปีบริบูรณ์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-084e-4267-b8a8-51890e782c0c",2,400,2,"1. เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 และระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548    2. การรับเล่มหนังสือเดินทาง  2.1 เงื่อนไขในการรับเล่มหนังสือเดินทางแบบปกติ   1) หากยื่นคำร้องที่ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานฯ ศรีนครินทร์ สำนักงานฯ สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน  สำนักงานฯ มีนบุรี และสำนักงานฯ ปทุมวัน ผู้ร้องสามารถ (1) รับหนังสือเดินทางได้ภายใน 2 วันทำการไม่นับวันที่ยื่นคำร้อง (2) รับทางไปรษณีย์ (EMS)    2) ในกรณีไม่สามารถมารับเล่มด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนโดยลงลายมือชื่อมอบอำนาจในใบรับเล่มพร้อมเอกสารที่ระบุไว้ในใบรับเล่มมาแสดง   3) กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานฯ MRTคลองเตย สำนักงานฯ ธัญบุรี สำนักงานฯ บางใหญ่ จะได้รับหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ (EMS) เท่านั้น   4) กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานฯ ในต่างจังหวัด จะได้รับหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ (EMS) เท่านั้น      2.2 เงื่อนไขหนังสือเดินทางเล่มด่วนได้รับเล่มในวันทำการถัดไป**   1) ได้รับเล่มในวันทำการถัดไปที่ฝ่ายจ่ายเล่ม กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ในเวลาเดียวกันกับที่ชำระเงินเสร็จสิ้น   2) สำนักงานที่ให้บริการ : กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานฯ ศรีนครินทร์ สำนักงานฯ สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน สำนักงานฯ มีนบุรี สำนักงานฯ MRT คลองเตย สำนักงานฯ ปทุมวัน สำนักงานฯ ธัญบุรี สำนักงานฯ บางใหญ่ และสำนักงานฯ ต่างจังหวัด 18 แห่ง    2.3 เงื่อนไขหนังสือเดินทางเล่มด่วนได้รับเล่มในวันทำการเดียวกัน**    1) ยื่นคำร้องและชำระเงินเสร็จสิ้นภายใน 11.30 น.    2) ขอรับเล่มได้เฉพาะที่ฝ่ายจ่ายเล่ม กรมการกงสุล ตั้งแต่เวลา 14.30 - 16.30 น.    3) สำนักงานที่ให้บริการ : กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานฯ ศรีนครินทร์ สำนักงานฯ สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน  สำนักงานฯ มีนบุรี สำนักงานฯ MRT คลองเตย  สำนักงานฯ ปทุมวัน  สำนักงานฯ ธัญบุรี  สำนักงานฯ บางใหญ่  และสำนักงานฯ ต่างจังหวัด 18  แห่ง    หมายเหตุ : 1) ข้อ 2.2 และ 2.3 ให้บริการรวมกันวันละไม่เกิน 400 เล่ม   2) การรับบริการตามข้อ 2.3 (รับเล่มในวันทำการเดียวกัน) ให้แจ้งความประสงค์ขอรับบริการที่จุดรับบัตรคิวก่อนเวลา 11.30 น.","2023-06-30T11:13:47"],
    [2538,"94e56e09-8ef8-477d-9f85-f915a4763a2a","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (ในต่างประเทศ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-12a4-4586-a4fa-d69d03e8bc8a",32,1000,13,"เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 และระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548    1. เอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้กรณีผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)   - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้เยาว์ (เอกสารลำดับที่ 1) ที่ยังมีอายุการใช้งาน   - สูติบัตรฉบับจริง (เอกสารลำดับที่ 2) กรณีผู้เยาว์อายุยังไม่ถึง 15 ปีบริบูรณ์   - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา (เอกสารลำดับที่ 4)   - บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของมารดา (เอกสารลำดับที่ 5)   - หากบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี  โดยบิดาและมารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันรับคำร้อง เว้นแต่เข้ากรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 1.1- 1.6    1.1 กรณีบิดาหรือมารดาหรือทั้งบิดาและมารดาไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้   ให้บุคคลที่ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมฯ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ทำหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศจากอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงที่มีอายุการใช้งานของบิดาหรือมารดาที่ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้ หรือหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศจากสถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ไทย กรณีที่บิดาหรือมารดาอยู่ในต่างประเทศ (เอกสารลำดับที่ 7)   *เฉพาะกรณีผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ที่บิดาและมารดาไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่  ได้ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ (เอกสารลำดับที่ 8) จากอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น หรือจาก  สถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ไทย กรณีที่บิดาหรือมารดาอยู่ในต่างประเทศ ให้บุคคลอื่น (ที่บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)) เป็นผู้พาผู้เยาว์มายื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเพิ่มเติมจากหนังสือยินยอมฯ ข้างต้นพร้อม บัตรประชาชนฉบับจริงของผู้รับมอบอำนาจ (เอกสารลำดับที่ 6)    1.2 กรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสและผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของมารดา   มารดาสามารถลงนามให้ความยินยอมฯ ได้ ฝ่ายเดียวโดยแสดงหลักฐานบันทึกคำให้การรับรองการปกครองบุตร (ป.ค.14) ที่ออกโดยอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (เอกสารลำดับที่ 9) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของมารดา (เอกสารลำดับที่ 5)    1.3 กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนหย่า   บิดาหรือมารดาที่ระบุให้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่ผู้เดียวในบันทึกการหย่า (เอกสารลำดับที่ 10) สามารถเป็น  ผู้ลงนามให้ความยินยอมฯ ได้ฝ่ายเดียวพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี (เอกสารลำดับที่ 4 หรือ 5)    1.4 กรณีผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม   ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมฯ โดยแสดงหลักฐานทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม (เอกสารลำดับที่ 11) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้รับบุตรบุญธรรม (เอกสารลำดับที่ 6)  1.5 กรณีบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต   ให้บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตมาลงนามให้ความยินยอมฯ โดยแสดงหลักฐานใบมรณบัตรของอีกฝ่ายหนึ่ง (เอกสารลำดับที่ 12)และบัตรประชาชนฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี (เอกสารลำดับที่ 4 หรือ 5)  1.6 กรณีอื่นๆ ที่จะต้องมีคำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครอง เช่น   ก) กรณีบิดาและมารดาเสียชีวิต   ข) กรณีบิดาหรือมารดาผู้เยาว์เป็นชาวต่างชาติมิได้จดทะเบียนสมรสและไม่สามารถตามหาอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ความยินยอมได้   ค) กรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสแต่บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาฝ่ายเดียวมาโดยตลอดและไม่สามารถติดต่อมารดาได้   ให้ผู้ปกครองที่มีชื่อระบุตามคำสั่งศาลเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมฯ พร้อมกับคำสั่งศาลฯ (เอกสารลำดับที่ 13) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้มีอำนาจปกครองตามคำสั่งศาล (เอกสารลำดับที่ 6)  หมายเหตุ : 1.หากผู้มีอำนาจปกครองตามข้อ 1.2 ข้อ 1.3 ข้อ 1.4 ข้อ 1.5 และข้อ 1.6 ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ให้บุคคลดังกล่าวทำหนังสือให้ความยินยอมตามข้อ 1.1     2. การทำหนังสือเดินทางของพระภิกษุ สามเณร การบันทึกหนังสือเดินทาง (Endorsement) และการรับเล่มหนังสือเดินทาง เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ แต่ละแห่ง และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย(ไทเป)     3. เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องนำมาแสดงเพิ่มเติม เช่น (1) ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล (ถ้ามี)  (2) กรณีเอกสารที่นำมาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศขอให้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539  (3) ในกรณีที่มารดาหย่า และจดทะเบียนสมรสใหม่ และใช้นามสกุลใหม่ตามสามี ให้นำหลักฐานการหย่า และการจดทะเบียนสมรสมาแสดงด้วย","2023-06-30T11:17:56"],
    [2539,"94e56e09-91a6-42e1-99c6-c34272f1a52d","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การรับรองนิติกรณ์สำเนาเอกสาร (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-1613-4b0b-b572-531b9ac104d2",1,400,9,"1. หลักเกณฑ์      1.1 กระบวนการนี้เรียกว่าการรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539            อาจแบ่งการรับรองนิติกรณ์เอกสารเป็น 3 ประเภทคือ            1) การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปล            2) การรับรองนิติกรณ์สำเนาเอกสาร            3) การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อ          1.2 เอกสารที่ออกในประเทศไทยและจะนำไปใช้ในต่างประเทศ หากจะให้เป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้            ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารจากส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้แก่            1) กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล            2) หน่วยงานราชการของกรมการกงสุลที่ได้รับมอบหมายได้แก่                2.1) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่                2.2) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี                2.3) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา                2.4) สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ สาขาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คลองเตย           3) หน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ               3.1) สถานเอกอัครราชทูต               3.2) สถานกงสุลใหญ่               3.3) สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย               3.4) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ได้รับมอบหมาย    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอเพื่อรับรองนิติกรณ์เอกสาร      2.1 เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์สำเนาถูกต้อง            - ต้องมีเอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทยมาแสดง            - ในกรณีที่ไม่สามารถนำต้นฉบับมาแสดง สำเนาเอกสารที่นำมายื่น ต้องเป็นเอกสารที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาถูกต้องจากส่วนงานราชการ              ที่ออกเอกสารนั้น เว้นแต่ส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดเป็นอย่างอื่น           2.2 ในกรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการยื่นขอรับรองนิติกรณ์เอกสารแทน             - หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่                          สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น ๆ             - หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลต่างชาติที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศนั้น ๆ และ                สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น                หรือสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ในประเทศไทย             - หากผู้มอบอำนาจอยู่ในประเทศไทย การทำหนังสือมอบอำนาจอย่างน้อยต้องระบุเนื้อหา ดังนี้                - วัน เดือน ปี ที่กระทำการมอบอำนาจ                - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้มอบอำนาจ                - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้รับมอบอำนาจ                - ระบุเรื่องที่ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการแทน                - การลงลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมพยาน 2 คน                - ติดอากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณีมอบอำนาจให้กระทำการแทนเฉพาะยื่นขอรับรองนิติกรณ์เอกสาร","2022-03-17T11:33:59"],
    [2540,"94e56e09-9409-4226-95b0-6b24de483a65","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อบุคคลทั่วไปในเอกสารเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-1940-4b13-8e26-9d7e3b9a21df",1,400,4,"1. หลักเกณฑ์      1.1 กระบวนการนี้เรียกว่าการรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539            อาจแบ่งการรับรองนิติกรณ์เอกสารเป็น 3 ประเภทคือ            1) การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปล            2) การรับรองนิติกรณ์สำเนาเอกสาร            3) การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อ          1.2 เอกสารที่ออกในประเทศไทยและจะนำไปใช้ในต่างประเทศ หากจะให้เป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้            ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารจากส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้แก่            1) กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล            2) หน่วยงานราชการของกรมการกงสุลที่ได้รับมอบหมายได้แก่                2.1) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่                2.2) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี                2.3) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา                2.4) สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ สาขาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คลองเตย            3) หน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ                3.1) สถานเอกอัครราชทูต                3.2) สถานกงสุลใหญ่                3.3) สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย                3.4) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ได้รับมอบหมาย    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอเพื่อรับรองนิติกรณ์เอกสาร      2.1 เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อบุคคลในเอกสารเอกชน           - ให้เจ้าหน้าที่รับรองลายมือชื่อเฉพาะบุคคลสัญชาติไทย และบุคคลผู้นั้นจะต้องมาลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่           - ทั้งนี้ การรับรองลายมือชื่อดังกล่าว เนื้อหาในเอกสารที่นำมาแสดงต้องอ่านได้ความชัดเจนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่เจ้าหน้าที่สามารถอ่านแล้ว                เข้าใจได้ นอกจากนี้เนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน        2.2 กรณีผู้ขอรับรองนิติกรณ์เอกสาร ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบ ผู้ขอต้องนำเอกสารมาแสดงให้ครบตามข้อที่ได้ตกลงกันไว้เสียก่อน            จึงสามารถนำเอกสารมารับรองนิติกรณ์เอกสารได้","2022-03-17T11:36:24"],
    [2541,"94e56e09-967d-4948-8015-bdfb5076f144","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การรับรองนิติกรณ์ลายมือผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-1c5f-4b0c-81d3-1486888026bd",1,200,5,"1. หลักเกณฑ์      1.1 กระบวนการนี้เรียกว่าการรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539            อาจแบ่งการรับรองนิติกรณ์เอกสารเป็น 3 ประเภทคือ            1) การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปล            2) การรับรองนิติกรณ์สำเนาเอกสาร            3) การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อ          1.2 เอกสารที่ออกในประเทศไทยและจะนำไปใช้ในต่างประเทศ หากจะให้เป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้            ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารจากส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้แก่            1) กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล            2) หน่วยงานราชการของกรมการกงสุลที่ได้รับมอบหมายได้แก่                2.1) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่                2.2) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี                2.3) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา                2.4) สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ สาขาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คลองเตย            3) หน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ                3.1) สถานเอกอัครราชทูต                3.2) สถานกงสุลใหญ่                3.3) สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย                3.4) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ได้รับมอบหมาย    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอเพื่อรับรองนิติกรณ์เอกสาร      2.1 เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย            - ให้ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลนั้น ๆ มาลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่            - ในกรณีที่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลทำหนังสือแต่งตั้งให้บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีอำนาจตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองนิติบุคคลลงนามแทนในเอกสาร               ของนิติบุคคล บุคคลผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น จะต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง            - ทั้งนี้ การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อดังกล่าว เนื้อหาในเอกสารที่นำมาแสดงต้องอ่านได้ความชัดเจนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่เจ้าหน้าที่สามารถ                 อ่านแล้วเข้าใจได้ นอกจากนี้ เนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน        2.2 กรณีผู้ขอรับรองนิติกรณ์เอกสาร ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบ ผู้ขอต้องนำเอกสารมาแสดงให้ครบตามข้อที่ได้ตกลงกันไว้เสียก่อน            จึงสามารถนำเอกสารมารับรองนิติกรณ์เอกสารได้","2022-03-17T11:36:44"],
    [2542,"94e56e09-98c9-4eec-a2bb-9c3c392e5299","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-1fe2-4854-8f34-17a863a86608",2,400,10,"1. หลักเกณฑ์      1.1 กระบวนการนี้เรียกว่าการรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539            อาจแบ่งการรับรองนิติกรณ์เอกสารเป็น 3 ประเภทคือ            1) การรับรองนิติกรณ์เอกสารแปล            2) การรับรองนิติกรณ์สำเนาเอกสาร            3) การรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อ          1.2 เอกสารที่ออกในประเทศไทยและจะนำไปใช้ในต่างประเทศ หากจะให้เป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้            ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารจากส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้แก่            1) กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล            2) หน่วยงานราชการของกรมการกงสุลที่ได้รับมอบหมายได้แก่                2.1) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่                2.2) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี                2.3) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา                2.4) สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ สาขาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คลองเตย            3) หน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ                3.1) สถานเอกอัครราชทูต                3.2) สถานกงสุลใหญ่                3.3) สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย                3.4) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ได้รับมอบหมาย    2. เงื่อนไขในการยื่นคำขอเพื่อรับรองนิติกรณ์เอกสาร      2.1 เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์เอกสารแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ           - ?ต้องเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับเอกสารราชการไทย           - หากเป็นเอกสารที่ภาคเอกชนทำขึ้น จะต้องได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก่อน        2.2 ในกรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการยื่นขอรับรองนิติกรณ์เอกสารแทน            - หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่                          สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น ๆ            - หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลต่างชาติที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศนั้น ๆ และ              สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น              หรือสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย            - หากผู้มอบอำนาจอยู่ในประเทศไทย การทำหนังสือมอบอำนาจอย่างน้อยต้องระบุเนื้อหา ดังนี้               - วัน เดือน ปี ที่กระทำการมอบอำนาจ               - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้มอบอำนาจ               - ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้รับมอบอำนาจ               - ระบุเรื่องที่ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการแทน               - การลงลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมพยาน 2 คน               - ติดอากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณีมอบอำนาจให้กระทำการแทนเฉพาะยื่นขอรับรองนิติกรณ์เอกสาร","2022-03-17T11:37:01"],
    [2543,"95d70016-c6f8-4061-9cc0-5df1b97fbc9d","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การนิติกรณ์เอกสาร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d14-fef6-45a2-b623-a94aac955aea",3,400,43,"1 หลักเกณฑ์                      \n  1.1 กระบวนการนี้เรียกว่าการนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 อาจแบ่งการนิติกรณ์เอกสารเป็น 3 ประเภทคือ                           \n     1) การนิติกรณ์คำแปลเอกสาร                             \n     2) การนิติกรณ์สำเนาเอกสาร                            \n     3) การนิติกรณ์ลายมือชื่อ                     \n  1.2 เอกสารที่ออกในประเทศไทยและจะนำไปใช้ในต่างประเทศ หากจะให้เป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ต้องผ่านการนิติกรณ์เอกสารจากส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้แก่\n      1) กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล                          \n      2) หน่วยงานราชการของกรมการกงสุลที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่                              \n          2.1) สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ ปทุมวัน\n          2.2) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงใหม่                              \n          2.3) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว อุบลราชธานี                              \n          2.4) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สงขลา                            \n          2.5) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ภูเก็ต                         \n          2.6) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เมืองพัทยา\n          2.7) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ประจวบคีรีขันธ์\n          2.8) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ยะลา\n          2.9) ฝ่ายสัญชาติและนิติกรณ์ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงราย\n\n      3) หน่วยงานราชการของกระทรวงการต่างประเทศในต่างประเทศ                             \n          3.1) สถานเอกอัครราชทูต                             \n          3.2) สถานกงสุลใหญ่                            \n          3.3) สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย\n                       \n2 เงื่อนไขในการยื่นคำขอเพื่อนิติกรณ์เอกสาร                    \n  2.1 เอกสารที่นำมายื่นขอนิติกรณ์สำเนาเอกสาร\n      - ต้องมีเอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทยมาแสดง   \n      - ในกรณีที่ไม่สามารถนำต้นฉบับมาแสดง สำเนาเอกสารที่นำมายื่น ต้องเป็นเอกสารที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาถูกต้องจากส่วนงานราชการที่ออกเอกสารนั้น เว้นแต่ส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดเป็นอย่างอื่น          \n  2.2 เอกสารที่นำมายื่นขอนิติกรณ์ลายมือชื่อ\n           2.2.1 เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อบุคคลทั่วไปในเอกสารมหาชน\n                 - เจ้าหน้าที่รับรองลายมือชื่อเฉพาะบุคคลสัญชาติไทย และบุคคลผู้นั้นจะต้องมาลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ การรับรองลายมือชื่อดังกล่าว เนื้อหาในเอกสารที่นำมาแสดงต้องอ่านได้ความชัดเจนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่เจ้าหน้าที่สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ นอกจากนี้เนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน\n           2.2.2 เอกสารที่นำมายื่นรับรองนิติกรณ์ลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย\n               - ผู้มีอำนาจลงนาม มาลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่\n               - ในกรณีที่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลทำหนังสือแต่งตั้งให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคคลผู้มีอำนาจตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองนิติบุคคล ลงนามแทนในเอกสารของนิติบุคคล บุคคลผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น จะต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ทั้งนี้การรับรองลายมือชื่อดังกล่าว เนื้อหาในเอกสารที่นำมาแสดงต้องอ่านได้ความชัดเจนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่เจ้าหน้าที่สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ นอกจากนี้เนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน\n  2.3 เอกสารที่นำมายื่นขอนิติกรณ์ลายมือชื่อของส่วนราชการ\n            - ต้องเป็นเอกสารราชการต้นฉบับที่ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามตามส่วนราชการในประเทศไทยหรือในกรณีเป็นเอกสารที่ออกจากหน่วยงานในต่างประเทศ เอกสารดังกล่าวจะต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย กรณียื่นคำร้องต่อสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลของไทยในต่างประเทศ เอกสารดังกล่าวจะต้องลงนามโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ แล้วแต่กรณี \n\t   - การรับรองลายมือชื่อจะกระทำได้ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามดังกล่าว ได้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อให้ส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น เว้นแต่ส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น\n  2.4 เอกสารที่นำมายื่นขอนิติกรณ์คำแปลเอกสารจากภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) เป็นภาษาไทย\n\t     - ต้องเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ทางราชการของประเทศนั้น ๆ ออกให้ หรือเป็นเอกสารที่แปลจากภาษาต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ภาคเอกชนจัดทำขึ้น เอกสารดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย กรณียื่นคำร้องต่อสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ เอกสารดังกล่าวจะต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ แล้วแต่กรณี   \n\t    สำหรับคำแปลภาษาไทย ต้องเป็นต้นฉบับคำแปลภาษาไทยที่ผู้แปลลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง\n\t    - กรณีการยื่นคำนิติกรณ์เพื่อขอให้รับรองคำแปลจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ให้แนบต้นฉบับภาษาต่างประเทศฯ และต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษ ที่ได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทย หรือได้รับการรับรองจากกระทรวง     การต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ แล้วแต่กรณีพร้อมคำแปลภาษาไทยที่ผู้แปลลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง  \n \t     กรณีที่สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทยเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองคำแปลภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ให้แนบต้นฉบับภาษาต่างประเทศฯ และต้นฉบับคำแปลภาษาไทยที่สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลดังกล่าวได้ประทับตรารับรองแล้ว\n  2.5 เอกสารที่นำมายื่นขอนิติกรณ์คำแปลเอกสารแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ\n\t    - ต้องเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับเอกสารราชการไทย\n\t    - หากเป็นเอกสารที่ภาคเอกชนทำขึ้น จะต้องได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก่อน\n\t    - การยื่นคำขอนิติกรณ์คำแปลดังกล่าว ต้องนำต้นฉบับภาษาไทยมาแสดง ในกรณีที่ไม่มีต้นฉบับมาแสดง สำเนาที่นำมายื่นจะต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจากส่วนราชการที่ออกเอกสารนั้น เว้นแต่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น สำหรับต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษ ผู้แปลจะต้องลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง ในกรณีที่ส่วนราชการที่ออกเอกสารสามารถจัดทำคำแปลให้ได้ คำแปลที่นำมายื่นต้องเป็นคำแปลที่จัดทำโดยส่วนราชการนั้นๆ\n\nหมายเหตุ: สำหรับกรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการยื่นขอนิติกรณ์เอกสารแทน ให้เพิ่มรายการเอกสารเพื่อประกอบการยื่นคำขอเพื่อนิติกรณ์เอกสาร ดังนี้\n\t\t- หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น ๆ\n   \t\t- หากผู้มอบอำนาจเป็นบุคคลต่างชาติที่อยู่ในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ แล้วแต่กรณี รวมถึงการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยที่ได้รับมอบหมายในประเทศนั้น หรือ สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย\n  \t\t- หากผู้มอบอำนาจอยู่ในประเทศไทย การทำหนังสือมอบอำนาจอย่างน้อยต้องระบุเนื้อหา ดังนี้\n     \t \t (1) วัน เดือน ปี ที่กระทำการมอบอำนาจ\n     \t \t (2) ชื่อ-นามสกุลและที่อยู่ผู้มอบอำนาจ\n     \t \t (3) ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ผู้รับมอบอำนาจ\n\t \t (4) ระบุเรื่องที่ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการแทน\n\t \t (5) การลงลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมพยาน 2 คน\n\t\t (6) ติดอาการแสตมป์ 10 บาท ในกรณีมอบอำนาจให้กระทำการแทนเฉพาะยื่นขอนิติกรณ์เอกสาร","2025-10-22T11:36:42"],
    [2544,"9ece8062-0088-41f2-83b3-36fa8ec3f1bb","PUBLISHED","กระทรวงการต่างประเทศ","กรมการกงสุล","การออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9ec20da9-8105-4201-a2a8-49b35c839359",1,3500,18,"1. เอกสารหลักฐานในการยื่นคำร้องขอ\n1.1 บุคคลที่บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) ตามระเบียบฯ ข้อ 27, ข้อ 29\n- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงที่มีอายุใช้งาน (เอกสารลำดับที่ 1) และหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เล่มเดิม (หากมี) (เอกสารลำดับที่ 2)\n1.2 บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่ำ 20 ปีบริบูรณ์) ตามระเบียบฯ ข้อ 28\n- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้เยาว์ (เอกสารลำดับที่ 1) ที่ยังมีอายุการใช้งาน (ผู้เยาว์อายุ 7 ปีขึ้นไปต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน)\n- สูติบัตรฉบับจริง (เอกสารลำดับที่ 3)\n- หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เล่มเดิม (หากมี) (เอกสารลำดับที่ 2)\n- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา (เอกสารลำดับที่ 4)\n- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของมารดา (เอกสารลำดับที่ 5)\n- หากบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทางฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี โดยทั้งบิดาและมารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันรับคำร้อง เว้นแต่เข้ากรณีอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 1.2.1- 1.2.5\n1.2.1 กรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสและผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของมารดา\nมารดาสามารถลงนามให้ความยินยอมได้ฝ่ายเดียว โดยแสดงหนังสือรับรองการใช้อำนาจปกครองบุตรหรือหลักฐานบันทึกคำให้การรับรองการปกครองบุตร (ป.ค.14) ที่ออกโดยอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (เอกสารลำดับที่ 9) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง (เอกสารลำดับที่ 5) หากบิดาจดทะเบียนรับรองบุตร บิดาจะมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกับมารดา ทั้งบิดาและมารดาต้องลงนามให้ความยินยอม พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง (เอกสารลำดับที่ 4 และ 5)\n1.2.2 กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนหย่า\nบิดาหรือมารดาที่ระบุให้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่ผู้เดียวในบันทึกการหย่า (เอกสารลำดับที่ 10) เป็นผู้มีอำนาจลงนามให้ความยินยอมได้ฝ่ายเดียวพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี (เอกสารลำดับที่ 4 หรือ 5)\nกรณีมิได้ระบุให้ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ทั้งบิดาและมารดามีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน และต้องลงนามให้ความยินยอมทั้งสองฝ่าย พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดาและมารดา(เอกสารลำดับที่ 4 และ 5)\n1.2.3 กรณีผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม\nให้ผู้รับบุตรบุญธรรมเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอม โดยแสดงหลักฐานทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมและบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้รับบุตรบุญธรรม (เอกสารลำดับที่ 11)\n1.2.4 กรณีบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต\nให้บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่มาลงนามให้ความยินยอม โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง (เอกสารลำดับที่ 4 หรือ 5) และมรณบัตร (เอกสารลำดับที่ 12)\n1.2.5 กรณีอื่น ๆ ที่จะต้องมีคำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครอง เช่น\nก) กรณีบิดาและมารดาเสียชีวิต\nข) กรณีผู้เยาว์อยู่ในความดูแลของบุคคลอื่นที่มิใช่บิดามารดา และไม่สามารถติดตามบิดามารดามาให้ความยินยอมได้\nค) กรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสแต่บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาฝ่ายเดียวมาโดยตลอดและไม่สามารถติดต่อมารดาได้\nให้ผู้ปกครองที่มีชื่อระบุตามคำสั่งศาลเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมพร้อมกับคำสั่งศาลฯ (เอกสารลำดับที่ 13) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้มีอำนาจปกครองตามคำสั่งศาล (เอกสารลำดับที่ 6)\nกรณีบิดาหรือมารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้\nให้บุคคลที่ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ทำหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทางจากอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่มีการรับรองความถูกต้องของบิดาหรือมารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองที่ไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมได้ หรือ หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทางจากสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยกรณีที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ (เอกสารลำดับที่ 7)\n*เฉพาะกรณีผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ที่ทั้งบิดาและมารดาไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ ให้บิดาหรือมารดาทำเอกสารเพิ่มเติมจากหนังสือยินยอมฯ ข้างต้น คือ หนังสือมอบอำนาจ(เอกสารลำดับที่ 8) จากอำเภอ สำนักงานเขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น หรือจากสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยกรณีที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ เพื่อให้บุคคลอื่น (ที่บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป))พาผู้เยาว์มายื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้รับมอบอำนาจ (เอกสารลำดับที่ 6)\n1.3 พระภิกษุ/สำมเณร ตามระเบียบฯ ข้อ 30\n1.3.1 หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุสามเณร (เอกสารลำดับที่ 14)\n1.3.2 สำเนาทะเบียนบ้าน/วัด หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่แสดงสถานะเป็นพระภิกษุสามเณร (หากมี)(เอกสารลำดับที่ 15)\n1.3.3 สำเนาใบตราตั้ง กรณีประสงค์ให้ระบุสมณศักดิ์ในหนังสือเดินทาง (เอกสารลำดับที่ 16)\n1.3.4 เอกสารแสดงการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ ตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคมกำหนด\nวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร พ.ศ. 2537 ซึ่งตามปกติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะ\nมีหนังสือนำแจ้งกระทรวงฯ เพื่อขอให้พิจารณาออกหนังสือเดินทางเล่มทั่วไปหรือเล่มราชการให้แก่พระภิกษุ/สามเณร โดยจะแนบมติ ศตภ. หรือมติมหาเถรสมาคมที่อนุมัติให้เดินทางมาประกอบการพิจารณา (เอกสารลำดับที่ 17) กรณีการทำหนังสือเดินทางของสามเณร ควรแสดงเอกสารการกำกับดูแลของพระภิกษุ (เอกสารลำดับที่ 18) ตามความในข้อ 8 แห่งระเบียบมหาเถรสมาคมกำหนดวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร พ.ศ. 2537 ซึ่งกำหนดให้พระภิกษุผู้มีพรรษาต่ำกว่า 5 หรือสามเณรที่จะเดินทางไปต่างประเทศต้องมีผู้กำกับดูแล\n1.3.5 หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เล่มเดิม (หากมี) (เอกสารลำดับที่ 2)\nหมายเหตุ : \n1. การออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนที่ดึงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร หากประสงค์จะเปลี่ยน ชื่อ-นามสกุล ให้แก้ไขทำบัตรประจำตัวประชาชนที่เขต/อำเภอ ก่อนยื่นคำร้อง\n2. ผู้เยาว์อายุยังไม่ถึง 20 ปี และพระภิกษุสามเณรสามารถยื่นคำร้องได้เฉพาะเล่มที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี เท่านั้น\n3. บุคคลที่บรรลุนิติภาวะ (20 ปีบริบูรณ์) ขึ้นไป สามารถเลือกยื่นขอหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่เกิน 10 ปีได้\n4. การขอหนังสือเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ (อายุหนังสือเดินทาง 3 ปี) ให้ยื่นคำร้องด้วยตนเองตามหลักเกณฑ์ และวิธีการเดียวกับการขอหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป พร้อมแสดงหลักฐานเพิ่มเติม คือ หนังสือจากสำนักจุฬาราชมนตรี หรือหนังสือจากคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด รับรองสถานะการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์","2025-10-22T13:11:38"],
    [2545,"94e56e09-9af2-43c5-92a4-abab69bc02e2","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประเภทบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-2325-4226-b7a6-316aaa0ad8f1",7,1000,13,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T12:58:23"],
    [2546,"94e56e09-9d57-4b80-a84a-7fe67155e091","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขอเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-25fa-4c43-bd82-78b5121c86e3",7,500,17,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:38:15"],
    [2547,"94e56e09-9fb3-4b10-b2f7-3392c70f8eb3","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-291e-4fdd-bd26-4d250b6b43dd",4,200,10,"1) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้     (ก) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์     (ข) มีสัญชาติไทย     (ค) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขามัคคุเทศก์หรือสาขาการท่องเที่ยวที่มีวิชาเกี่ยวกับมัคคุเทศก์ หรือสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาในสาขามัคคุเทศก์หรือสาขาการท่องเที่ยวที่มีวิชาเกี่ยวกับมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการกำหนด หรือได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์ตามหลักสูตรที่คณะกรรมการกำหนด    2) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้     (ก) เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคติดต่อที่คณะกรรมการกำหนด     (ข) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว     (ค) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์     (ง) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์     (จ) เคยถูกเพิกถอนทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวมาแล้วยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับ    3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    4) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T13:01:29"],
    [2548,"94e56e09-a1c5-4889-b6bf-6ae28b8a7d7e","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-2bf4-49fc-8aa7-81c3b0972779",4,200,8,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T12:42:16"],
    [2549,"94e56e09-a3cd-4fa7-a68e-d66f92ae5c67","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","ขอเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-2ed1-474b-a1db-61e340808221",4,200,9,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T13:07:35"],
    [2550,"94e56e09-a64b-42c6-a797-475c7b57e3c6","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-31b7-4597-aafd-61a22bd3c49f",4,0,8,"1) ผู้นําเที่ยวต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้    (ก)มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันยื่นคําขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้นําเที่ยว    (ข) มีสัญชาติไทย    (ค) ไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังหรือติดยาเสพติดให้โทษหรือโรคติดต่อที่คณะกรรมการกำหนด    (ง)สําเร็จการศึกษาไม่ต่่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าและได้รับวุฒิบัตรหรือ หนังสือรับรองว่าได้ผ่านการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์หรือผู้นําเที่ยวตามหลักสูตรที่คณะกรรมการกําหนด หรือสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขามัคคุเทศก์หรือสาขาการท่องเที่ยวที่มีวิชา เกี่ยวกับมัคคุเทศก์ หรือสําเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาในสาขามัคคุเทศก์หรือสาขาการท่องเที่ยว ที่มีวิชาเกี่ยวกับมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการกําหนด    2) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    3) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    4) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T10:04:27"],
    [2551,"94e56e09-a8cf-45a2-8fc9-375f927ca8e7","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประเภทนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-35ba-42f7-8651-189645af402c",7,1000,19,"1) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้   (ก) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ทุนของบริษัทไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดต้องเป็นของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย และกรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย   (ข) กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้     คุณสมบัติ  - มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  - มีสัญชาติไทย  - มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย     ลักษณะต้องห้าม   - เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์  - เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ  - เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์  - เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  - เคยถูกเพิกถอนทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวมาแล้วยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว    2) ผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้  (ก) เป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามคือ เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  (ข) มีผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีลักษณะต้องห้าม คือ เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือซึ่งพ้นจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม คือเป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์มาแล้ว ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว   (ค) มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นเกินร้อยละห้ามีลักษณะต้องห้าม คือเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือซึ่งพ้นจากการเป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม คือเป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์มาแล้วยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว    3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    4) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  ในส่วนของเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว (เลือก 1 แบบ)  - กรณีเป็นหนังสือค้ำประกันธนาคาร (ตามแบบที่กำหนด)  - กรณีเป็นเงินสด/แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายกรมการท่องเที่ยวเพื่อ(ชื่อนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตฯ) จำนวนเงิน (หลักประกัน) บาท  (กรณีเงินสด/แคชเชียร์เช็ค ให้นำสำเนาหนังสือรับรองของบริษัท ไม่เกิน 1 เดือนแสดงต่อธนาคาร 1 ชุด)    อัตราหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว  - ทั่วไป รหัส 11/xxxxx หลักประกัน 200,000 บาท  - นำเที่ยวจากต่างประเทศ รหัส 14/xxxxx หลักประกัน 100,000 บาท  - ในประเทศ รหัส 12/xxxxx หลักประกัน 50,000 บาท  - เฉพาะพื้นที่ รหัส 13/xxxxx หลักประกัน 10,000 บาท","2023-06-13T12:48:40"],
    [2552,"94e56e09-ab26-43cf-9b29-4c521b164c35","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทบุคคลธรรมดา กรณีที่ให้บริการดำน้ำแบบดำน้ำโดยมีอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์อื่นที่ช่วยในการดำน้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-3905-4071-8749-391a431caf7e",7,1000,22,"1) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้  (ก) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  (ข) มีสัญชาติไทย  (ค) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    2) ผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้  (ก) เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์  (ข) เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ  (ค) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์  (ง) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  (จ) เคยถูกเพิกถอนทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวมาแล้วยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว    3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    4) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    ในส่วนของเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว (เลือก 1 แบบ)  - กรณีเป็นหนังสือค้ำประกันธนาคาร(ตามแบบที่กำหนด)  - กรณีเป็นเงินสด/แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายกรมการท่องเที่ยวเพื่อ(ชื่อผู้ขอรับใบอนุญาตฯ) จำนวนเงิน (หลักประกัน) บาท    อัตราหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว  - ทั่วไป รหัส 11/xxxxx หลักประกัน 200,000 บาท  - นำเที่ยวจากต่างประเทศ รหัส 14/xxxxx  หลักประกัน 100,000 บาท  - ในประเทศ รหัส 12/xxxxx หลักประกัน 50,000 บาท  - เฉพาะพื้นที่ รหัส 13/xxxxx หลักประกัน 10,000 บาท    (แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุดแสดงต่อธนาคาร)","2023-06-13T12:59:56"],
    [2553,"94e56e09-adab-476e-9c2a-37c16de2aa17","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประเภทนิติบุคคล กรณีที่ให้บริการดำน้ำแบบดำน้ำ โดยมีอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์อื่นที่ช่วยในการดำน้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-3c79-4f45-9b25-0518c900224b",7,1000,26,"1) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้   (ก) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ทุนของบริษัท  ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดต้องเป็นของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย และกรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย   (ข) กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้     คุณสมบัติ  - มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  - มีสัญชาติไทย  - มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย   ลักษณะต้องห้าม  - เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์  - เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ  - เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์  - เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  - เคยถูกเพิกถอนทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยวมาแล้วยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว    2) ผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้   (ก) เป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามคือ เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาต เป็นมัคคุเทศก์เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึง วันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว   (ข) มีผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีลักษณะต้องห้าม คือ เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนดห้าปีนับถึง วันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือซึ่งพ้นจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม  คือเป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์มาแล้ว ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว   (ค) มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นเกินร้อยละห้ามีลักษณะต้องห้าม คือเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และยังไม่พ้นกำหนด ห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือซึ่งพ้นจากการเป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล ที่มีลักษณะต้องห้าม คือเป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์มาแล้วยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว    3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น       ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้     ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ       จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    4) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    5) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว   เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    ในส่วนของเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว (เลือก 1 แบบ)  - กรณีเป็นหนังสือค้ำประกันธนาคาร (ตามแบบที่กำหนด)  - กรณีเป็นเงินสด/แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายกรมการท่องเที่ยวเพื่อ (ชื่อนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตฯ) จำนวนเงิน (หลักประกัน) บาท  (กรณีเงินสด/แคชเชียร์เช็ค ให้นำสำเนาหนังสือรับรองของบริษัท ไม่เกิน 1 เดือน แสดงต่อธนาคาร 1 ชุด)    อัตราหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว  - ทั่วไป รหัส 11/xxxxx หลักประกัน 200,000 บาท  - นำเที่ยวจากต่างประเทศ รหัส 14/xxxxx หลักประกัน 100,000 บาท  - ในประเทศ รหัส 12/xxxxx หลักประกัน 50,000 บาท  - เฉพาะพื้นที่ รหัส 13/xxxxx หลักประกัน 10,000 บาท","2023-06-13T12:55:46"],
    [2554,"94e56e09-afdc-4e6c-8ddc-62760efb9845","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","ขอเปลี่ยนแปลงรายการการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-4056-49d8-99fb-699d99f9ae7d",4,0,5,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T13:06:23"],
    [2555,"94e56e09-b200-4bdc-b2f4-e6227b05dba0","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประเภทนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-433e-414a-ab38-3c49520bd876",7,1000,8,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T09:32:08"],
    [2556,"94e56e09-bf99-4977-b04a-8b9e82e7005e","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประเภทบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-462c-44da-84dc-f7db015d5d8c",7,2000,16,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T10:16:39"],
    [2557,"94e56e09-c7b7-4865-bdb5-acd536499d34","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การเลิกประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวและขอรับคืนหลักประกันประเภทบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-491b-4905-a672-b7e8c7cc02e7",30,0,8,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา  ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอ  จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ  หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว  เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T13:04:26"],
    [2558,"94e56e09-ca80-4be8-a430-66194bb2c2a3","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การเลิกประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวและขอรับคืนหลักประกันประเภทนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-4c04-41dc-9427-96f3042e5b0d",30,0,9,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T13:02:53"],
    [2559,"94e56e09-ce31-4044-9e60-679ce5a2cfc1","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-4efc-460c-87df-e079b3098e29",7,1000,7,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้ว เห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T09:52:57"],
    [2560,"94e56e09-d48d-4365-846b-f9158ed1a72c","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขอเปลี่ยนแปลงรายการใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประเภทบุคคลธรรมดา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-51ce-4ae2-812c-19fd4b614890",7,500,14,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T09:05:42"],
    [2561,"94e56e09-d968-4ad6-8564-16cfada88a29","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-54cc-45df-8031-97d4404dbd60",7,2000,24,"1) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-13T12:39:16"],
    [2562,"94e56e09-dc3a-496d-bfbe-5da70b450276","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การยื่นคำขอเป็นศูนย์อบรมและทดสอบความรู้ความสามารถในการต่ออายุใบอนุญาต เป็นมัคคุเทศก์ สำหรับกรณีเปลี่ยนผ่านประเภทใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-57ab-485c-9246-04094da2d138",7,0,8,"1) เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ดำเนินการเรียนการสอนในสาขาวิชาการท่องเที่ยว และได้รับการรับทราบหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา หรือเป็นสถาบันการศึกษาระดับอาชีวศึกษา ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาการท่องเที่ยวจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  2) มีการบริหารจัดการหลักสูตรการฝึกอบรมในนามของสถาบันการศึกษา  3) มีอาจารย์ประจำ และหรือวิทยากรที่มีจำนวนเพียงพอ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ คุณวุฒิ ประสบการณ์  หรือคุณสมบัติ ตามรายวิชาของหลักสูตรการฝึกอบรม    4) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศกรมการท่องเที่ยว เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นศูนย์การอบรม  และทดสอบความรู้ความสามารถ ในการต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ สำหรับกรณีเปลี่ยนผ่านประเภทใบอนุญาต  เป็นมัคคุเทศก์","2023-07-17T11:11:45"],
    [2563,"94e56e09-debc-4651-be17-1c8cf48081ef","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 1 โฆษณา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-5a96-4133-bb8d-2593b9a52250",4,0,15,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาต และการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาต เอกสาร หลักฐาน ที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็็็็็นว่าถูกต้องและครบถ้วน ให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ             กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:26:29"],
    [2564,"94e56e09-e178-4f20-8d67-6b212b5ca8eb","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 1 มิวสิควิดีโอ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-5d90-4445-ae7e-3e35b38e00fe",4,0,17,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาต และการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาต เอกสาร หลักฐาน ที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วน ให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ             กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:27:21"],
    [2565,"94e56e09-e3d4-4eed-831a-1902293c4013","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 1 รายการโทรทัศน์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-608d-4196-aaef-b2475e1ed83b",4,0,15,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาต และการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาต เอกสาร หลักฐาน ที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วน ให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ             กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:27:12"],
    [2566,"94e56e09-e621-4bfd-a965-0ffc22a8ed65","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 1 สารคดี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-63a6-40ee-ae0e-616e453b4976",4,0,15,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาต และการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาต เอกสาร หลักฐาน ที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็็็็็นว่าถูกต้องและครบถ้วน ให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ             กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:26:57"],
    [2567,"94e56e09-e8b3-47e6-a998-a936e37299bb","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 1 สื่อประชาสัมพันธ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-667c-408e-8668-34df559bf938",4,0,14,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาตเอกสารหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วนให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ  กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:26:48"],
    [2568,"94e56e09-eb45-4101-ba33-dea421b42066","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 2  เรื่องยาว เรื่องสั้น ละครโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-697a-469a-8f90-69535e742c6e",6,0,18,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาตเอกสารหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วนให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5วันทำการ              กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:26:17"],
    [2569,"94e56e09-ed8e-40a7-81aa-e530b5420c41","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 2 รายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-6c98-4dad-8f49-8ba8781b7d34",5,0,17,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาตเอกสารหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วนให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5วันทำการ              กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:26:05"],
    [2570,"94e56e09-effe-4967-8500-ccc4ea8c2a15","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 3 รายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-6fb0-40ab-9f54-9eab4f1b5ee1",9,0,17,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาตเอกสารหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วนให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 10วันทำการ              กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:25:54"],
    [2571,"94e56e09-f27b-4eaf-94e6-0c997663cc4c","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การออกใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทที่ 3 เรื่องยาว เรื่องสั้น ละครโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-728a-41c3-9123-a7929bb5c906",9,0,18,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 กำหนดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบคำขออนุญาตเอกสารหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้แล้วเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วนให้ดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 10วันทำการ              กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:25:35"],
    [2572,"94e56e09-f4d2-4dda-9491-27b389a9be07","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การแจ้งเปลี่ยนแปลงการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ภาพยนตร์ ประเภทที่ 1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-762c-4de4-bbd2-35c188d07291",2,0,5,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 มิได้กำหนดระยะเวลาการพิจารณา              กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:24:41"],
    [2573,"94e56e09-f6dc-4a31-a5b8-a09cbf96ef01","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การแจ้งเปลี่ยนแปลงการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ภาพยนตร์ ประเภทที่ 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-7934-4cfa-957d-50011860dafd",5,0,4,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 มิได้กำหนดระยะเวลาในการพิจารณา              กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:24:08"],
    [2574,"94e56e09-f905-4478-9c63-bee4bb3c8d30","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การแจ้งเปลี่ยนแปลงการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ภาพยนตร์ ประเภทที่ 3 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-7c46-4a98-a431-4e75dd8a49ed",8,0,4,"ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตสร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ. 2552 มิได้กำหนดระยะเวลาการพิจารณา              กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว              ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:22:59"],
    [2575,"94e56e09-fb2c-4183-af85-a16b8a765844","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-7f2f-4813-8922-f70096c196db",8,0,8,"1) ผู้ที่ประสงค์เป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยต้องผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยจากกรมการท่องเที่ยวโดยมีกำหนดการอบรมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด     2) การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมีกำหนดอายุ 2 ปีหรือตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนดนับแต่วันที่อนุมัติ     3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   4) เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   5) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:28:06"],
    [2576,"94e56e09-fd57-4ea4-be62-3546e4866b17","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประเภทบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d15-8258-4849-917c-ee289b406763",8,0,5,"1) ผู้ที่ประสงค์เป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยต้องผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยจากกรมการท่องเที่ยวโดยมีกำหนดการอบรมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด     2) การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมีกำหนดอายุ 2 ปีหรือตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนดนับแต่วันที่อนุมัติ     3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   4) เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   5) ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับหลังจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่ามีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-06-12T11:27:42"],
    [2577,"94e56e09-ffb3-4123-aa5c-7ab310871f4f","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขอปิดการอบรมและทดสอบความรู้ความสามารถในการต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ สำหรับกรณีเปลี่ยนผ่านประเภทใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-8560-47f1-9551-59e0f8db4b7c",13,0,2,"1) เมื่อดำเนินการจัดอบรมและทดสอบแล้วเสร็จ ให้ศูนย์การอบรมและทดสอบส่งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมตามแบบฟอร์มรายงานข้อมูลของผู้เข้ารับการอบรมและทดสอบ (กทม./ปผ.05) มายังกลุ่มส่งเสริมฯ ทาง e-mail : coursework@hotmail.co.th เพื่อออกเลขหนังสือรับรอง  2) ในการออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมและทดสอบ ให้ศูนย์การอบรมและทดสอบติดต่อ  กลุ่มส่งเสริมฯ เพื่อกำหนดวันที่ที่อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายลงนามในหนังสือรับรอง และให้จัดทำหนังสือรับรองตามแบบและวิธีการที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด เพื่อให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายลงนามในหนังสือรับรอง และให้ศูนย์การอบรมและทดสอบนำกลับไปมอบให้ผู้ผ่านการอบรมและทดสอบ  3) ให้ศูนย์การอบรมและทดสอบดำเนินการ ขอความเห็นชอบปิดการอบรมและทดสอบ พร้อมจัดส่งรายงาน  ผลการจัดการอบรมและทดสอบในรูปแบบเอกสาร และบันทึกข้อมูลในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์  ในแผ่นบันทึกข้อมูล (CD/DVD)    4) หนังสือรับรองของผู้ผ่านการอบรมและทดสอบ ที่ได้รับการออกเลขหนังสือรับรองและกำหนดวันที่ลงนาม  ในหนังสือรับรองจากกรมการท่องเที่ยวแล้ว ให้จัดส่งมาพร้อมกับการขอความเห็นชอบปิดการอบรมและทดสอบ    หมายเหตุ    ** บรรดารายงานต่างๆ ให้จัดส่งไปยังกรมการท่องเที่ยวภายใน 10 วัน นับจากวันสิ้นสุดการอบรมและทดสอบ    ** หากกรมพิจารณาแล้วเห็นว่า เอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือมีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขหรือตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง กรมมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ความเห็นชอบปิดการอบรมและทดสอบนั้น และจะยังไม่ออกหนังสือรับรองให้ผู้มีรายชื่อว่าผ่านการอบรมและทดสอบ จนกว่าศูนย์การอบรมและทดสอบจะดำเนินการแก้ไข  ให้ถูกต้อง ครบถ้วน หรือจนกว่าผลการตรวจสอบจะสิ้นสุด หรือพบว่าผู้มีรายชื่อนั้นๆ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด","2023-06-12T10:58:11"],
    [2578,"94e56e0a-01f9-46e7-9cb1-0f3f46db6706","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การขอจัดการอบรมและทดสอบความรู้ความสามารถในการต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ สำหรับกรณีเปลี่ยนผ่านประเภทใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-886d-45b2-bc14-43b9c10fc684",9,0,1,"สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือระดับอาชีวศึกษา ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการท่องเที่ยว  และประกาศให้เป็นศูนย์การอบรมและทดสอบ ซึ่งประสงค์จะขอจัดการอบรมและทดสอบ ให้ยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้  1) การยื่นคำขอความเห็นชอบเปิดการอบรมและทดสอบ (หนังสือขอเปิดการอบรมและทดสอบ และแบบใบรับ  คำขอเปิดการอบรมและทดสอบ -กทม./ปผ.04) ไปยังกรมการท่องเที่ยวก่อนวันเปิดการอบรมและทดสอบ ไม่น้อยกว่า  15 วัน นับแต่วันที่กรมการท่องเที่ยวได้รับคำขอและห้ามมิให้ศูนย์การอบรมและทดสอบ ยื่นขอความเห็นชอบเปิดการอบรมและทดสอบ ในระยะเวลาที่ซ้ำซ้อนกันทั้งวันที่ดำเนินการอบรมและทดสอบ และสถานที่อบรมและทดสอบ  2) คำขอความเห็นชอบเปิดการอบรมและทดสอบ และหนังสือต่าง ๆ ที่ส่งมายังกรมการท่องเที่ยวต้องลงนาม  โดยอธิการบดีหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถาบันการศึกษา (ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์)    3) รายชื่อวิทยากรผู้สอน ในรายวิชาหนึ่ง ๆ ในหลักสูตรการฝึกอบรมหนึ่ง ๆ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน ทั้งวันที่อบรม  เวลาที่อบรม หรือศูนย์การอบรมและทดสอบ    4) เปิดการอบรมและทดสอบ ในแต่ละครั้งต้องมีระยะเวลาห่างจากวันสิ้นสุดการอบรมและทดสอบที่ได้รับความเห็นชอบครั้งก่อนหน้า ไม่น้อยกว่า 5 วัน    ** เอกสารทุกฉบับให้ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถาบันการศึกษา พร้อมประทับตรา (ถ้ามี) กรณีมอบอำนาจ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ","2023-06-12T10:55:38"],
    [2579,"94e56e0a-0437-4848-9ad6-1904f42e8944","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การยื่นคำขอเป็นสถานฝึกอบรมหลักสูตรวิชามัคคุเทศก์และสถานฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำเที่ยว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-8bbf-4d24-9a28-18884c910119",10,0,15,"คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ    1) เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มีการดำเนินการเรียนการสอนสาขาวิชาการท่องเที่ยว และได้รับการรับทราบหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือได้รับการอนุมัติหลักสูตรปริญญาตรี สาขาการท่องเที่ยว  จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแล้ว  2) ต้องบริหารจัดการหลักสูตรการฝึกอบรมในนามของสถาบันการศึกษา  3) มีอาจารย์ประจำและหรือวิทยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ คุณวุฒิ ประสบการณ์ หรือคุณสมบัติตามรายวิชา  ของหลักสูตรการฝึกอบรม และมีจำนวนวิทยากรที่เพียงพอ    4) สถาบันการศึกษาที่มีความประสงค์จะขอเป็นสถานฝึกอบรมหลักสูตรวิชามัคคุเทศก์และหลักสูตรผู้นำเที่ยว ต้องยื่นคำขอเป็นสถานฝึกอบรมฯ ก่อนวันที่ 20 ของทุกเดือน              เกณฑ์ด้านอาคารสถานที่     1) มีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรอบที่เหมาะสมต่อการเป็นสถานที่จัดฝึกอบรม     2) ห้องอบรมที่มีพื้นที่เพียงพอ เหมาะสมกับสัดส่วนหรือจำนวนผู้เข้ารับการอบรม    3) มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และสื่อการเรียนการสอนในการฝึกอบรมที่จำเป็น อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน  เช่น คอมพิวเตอร์ จอภาพ เครื่องฉายภาพ (Projector) เอกสารประกอบการฝึกอบรม เป็นต้น    4) มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต หรือห้องสมุด เป็นต้น    5) มีระบบรักษาความปลอดภัย เช่น พนักงานรักษาความปลอดภัยอาคาร แสงไฟส่องสว่างเพียงพอ เป็นต้น    ** กรณีเป็นสถานฝึกอบรมที่จัดนอกสถานที่ตั้งของสถาบันการศึกษามีเกณฑ์อาคารเพิ่มเติม ** ดังนี้    6) ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ทั้งนี้ ให้แนบสำเนาใบรับรองการก่อสร้าง ดัดแปลง  หรือเคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ อ. 6) หรือกรณีที่เป็นอาคาร ที่เข้าหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร ตามกฎหมายว่าด้วย  การควบคุมอาคาร ให้แนบสำเนาใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร. 1)    7) มีป้ายชื่อของสถาบันการศึกษา หลักสูตร วิชาที่อบรม ติดบริเวณด้านหน้าทางเข้าสถานที่และห้องที่จะใช้ในการฝึกอบรมให้เห็นชัดเจน    8) ห้องที่ใช้ในการอบรมแต่ละห้องมีความเหมาะสมกับปริมาณจำนวนผู้เข้ารับการอบรมที่จะสามารถรับได้สูงสุด  (ให้ระบุมาในการยื่นคำขอเป็นรายห้อง)","2023-07-17T11:12:11"],
    [2580,"94e56e0a-06bd-4ee7-8083-17cba69ad07a","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมการท่องเที่ยว","การให้ความเห็นชอบจัดการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-8f04-40e5-baef-315bf5621de2",23,0,7,"ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์ พ.ศ. 2556 กำหนดว่าสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ประสงค์จะจัดการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์ให้พิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้    1. ผู้ขอความเห็นชอบจัดการฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์ ได้แก่ สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้    1.1 ต้องเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ดำเนินการสอนสาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยว หรือสาขาวิชามัคคุเทศก์    1.2 การบริหารจัดการในนามของสถาบันการศึกษา    1.3 มีอาจารย์ประจำ และหรือวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ตรงตามรายวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรอย่างเพียงพอ    1.4 มีสถานที่จัดอบรม ห้องประชุม และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างเหมาะสม    หมายเหตุ    ** กรณียื่นด้วยตนเอง หากคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ และผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอรายดังกล่าว    ** กรณียื่นทางไปรษณีย์ หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะแจ้งเป็นหนังสือ ถึงความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน พร้อมส่งเอกสารกลับคืนและกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ และผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอรายดังกล่าว    ** เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือนี้จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     ** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-07-17T11:12:29"],
    [2581,"94e56e0a-0943-45b5-ac96-cb878a6ef717","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมพลศึกษา","บริการขอใช้อาคารสถานกีฬา (กรณีนิติบุคคล)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-9210-48af-9d23-ead34936a397",4,0,3,"1. สนามและอาคารสถานกีฬา มีไว้สำหรับการฝึกซ้อม การแข่งขัน กิจกรรมทางการกีฬาและนันทนาการที่กรมพลศึกษาเห็นสมควรตามชนิด ประเภทและความเหมาะสมของสนามและอาคารสถานกีฬา ผู้ประสงค์จะขอใช้ให้ตรวจสอบวันว่างของสนามและอาคารสถานกีฬา และทำหนังสือถึงอธิบดีกรมพลศึกษา โดยระบุรายละเอียดการใช้ให้ชัดเจนก่อนการใช้สนามและอาคารสถานกีฬา เมื่อผู้ขอใช้ได้รับแจ้งการพิจารณาอนุญาตและทำสัญญาการใช้สถานที่แล้ว จึงจะมีสิทธิ์ใช้สนาม รายละเอียดที่ต้องระบุการใช้สนามและอาคารสถานกีฬามี ดังนี้      1.1 สนามและอาคารสถานกีฬาที่จะใช้จัดกิจกรรม    1.2 จัดกิจกรรมประเภทอะไร    1.3 วันและเวลาที่จะขอใช้จัดกิจกรรม (วันเตรียมงาน-วันจัดกิจกรรม-วันรื้อถอน เวลาการใช้ในแต่ละวัน นับตั้งแต่เวลาที่ขอเข้าเตรียมงานถึงเวลาที่ออกจากสนามที่ขออนุญาตใช้)    1.4 วัตถุประสงค์และรายละเอียดในการจัดกิจกรรม    1.5 จำนวนคนที่เข้าร่วมกิจกรรม    2. สนามและอาคารสถานกีฬาเป็นเขตปลอดบุหรี่    3. ห้ามเล่นการพนันทุกชนิดในบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ    4. ห้ามนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด และสิ่งเสพติดทุกประเภทเข้ามาในบริเวณสนามกีฬา      5. ห้ามนำหรือพกพาอาวุธ หรืออุปกรณ์ที่จะก่อให้เกิดอันตราย และสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในบริเวณ    6. ห้ามขนย้ายหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์กีฬาที่อยู่ในสนามออกนอกบริเวณสนามก่อนได้รับอนุญาต    7. ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต้องแต่งกายชุดสุภาพ และสวมรองเท้ากีฬาให้เหมาะสมกับชนิดของพื้นสนาม    8. ห้ามเปิด-ปิด หรือใช้กระแสไฟฟ้าตามจุดต่าง ๆ ก่อนได้รับอนุญาต    9. ห้ามนำรถยนต์วิ่งเข้าไปภายในลู่ยางและสนาม    10. ห้ามนำอุปกรณ์ติดตั้งบนลู่ยางหรือพื้นในอาคาร ยกเว้นมีไม้อัดหรือพรมรองรับความหนาอย่างน้อย 1 เซนติเมตร    11. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโปรดระวังทรัพย์สินของตนเอง หากสูญหายกรมพลศึกษาจะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใด ๆ    12. ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมพลศึกษาที่เกี่ยวกับการใช้บริการสนามและอาคารสถานกีฬา และสัญญาอนุญาตให้ใช้บริการสนามและอาคารสถานกีฬา","2022-04-06T22:52:46"],
    [2582,"94e56e0a-0b95-47ed-bcfe-ff4a0f6f0213","PUBLISHED","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","กรมพลศึกษา","บริการขอใช้อาคารสถานกีฬา (กรณีบุคคลธรรมดา) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-9518-419c-b336-b615baf4bdc3",4,0,2,"1. สนามและอาคารสถานกีฬา มีไว้สำหรับการฝึกซ้อม การแข่งขัน กิจกรรมทางการกีฬาและนันทนาการที่กรมพลศึกษาเห็นสมควรตามชนิด ประเภทและความเหมาะสมของสนามและอาคารสถานกีฬา ผู้ประสงค์จะขอใช้ให้ตรวจสอบวันว่างของสนามและอาคารสถานกีฬา และทำหนังสือถึงอธิบดีกรมพลศึกษา โดยระบุรายละเอียดการใช้ให้ชัดเจนก่อนการใช้สนามและอาคารสถานกีฬา เมื่อผู้ขอใช้ได้รับแจ้งการพิจารณาอนุญาตและทำสัญญาการใช้สถานที่แล้ว จึงจะมีสิทธิ์ใช้สนาม รายละเอียดที่ต้องระบุการใช้สนามและอาคารสถานกีฬามี ดังนี้      1.1 สนามและอาคารสถานกีฬาที่จะใช้จัดกิจกรรม    1.2 จัดกิจกรรมประเภทอะไร    1.3 วันและเวลาที่จะขอใช้จัดกิจกรรม (วันเตรียมงาน-วันจัดกิจกรรม-วันรื้อถอน เวลาการใช้ในแต่ละวัน นับตั้งแต่เวลาที่ขอเข้าเตรียมงานถึงเวลาที่ออกจากสนามที่ขออนุญาตใช้)    1.4 วัตถุประสงค์และรายละเอียดในการจัดกิจกรรม    1.5 จำนวนคนที่เข้าร่วมกิจกรรม    2. สนามและอาคารสถานกีฬาเป็นเขตปลอดบุหรี่    3. ห้ามเล่นการพนันทุกชนิดในบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ    4. ห้ามนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด และสิ่งเสพติดทุกประเภทเข้ามาในบริเวณสนามกีฬา      5. ห้ามนำหรือพกพาอาวุธ หรืออุปกรณ์ที่จะก่อให้เกิดอันตราย และสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในบริเวณ    6. ห้ามขนย้ายหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์กีฬาที่อยู่ในสนามออกนอกบริเวณสนามก่อนได้รับอนุญาต    7. ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต้องแต่งกายชุดสุภาพ และสวมรองเท้ากีฬาให้เหมาะสมกับชนิดของพื้นสนาม    8. ห้ามเปิด-ปิด หรือใช้กระแสไฟฟ้าตามจุดต่าง ๆ ก่อนได้รับอนุญาต    9. ห้ามนำรถยนต์วิ่งเข้าไปภายในลู่ยางและสนาม    10. ห้ามนำอุปกรณ์ติดตั้งบนลู่ยางหรือพื้นในอาคาร ยกเว้นมีไม้อัดหรือพรมรองรับความหนาอย่างน้อย 1 เซนติเมตร    11. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโปรดระวังทรัพย์สินของตนเอง หากสูญหายกรมพลศึกษาจะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใด ๆ    12. ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมพลศึกษาที่เกี่ยวกับการใช้บริการสนามและอาคารสถานกีฬา และสัญญาอนุญาตให้ใช้บริการสนามและอาคารสถานกีฬา","2022-04-06T22:52:46"],
    [2583,"94e56e28-5f10-4cb3-a672-42d0b5d5a052","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การแจ้งให้ลูกค้าทราบการส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต ตามมาตรา 18 วรรคสอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3c-0ad0-47f6-b0a6-8dfd833d4b40",30,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง      1) พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 18 วรรคสอง กำหนดให้สมาชิกแจ้งให้ลูกค้าทราบการส่งข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของประวัติการชำระสินเชื่อและประวัติการชำระราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิตให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตทราบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตกำหนด      2) ประกาศ กคค. เรื่อง อายุข้อมูลในการประมวลผลข้อมูล การประมวลผลข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและการส่งข้อมูลของสมาชิก (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งให้ลูกค้าทราบ รวมถึงกรณี  ที่สมาชิกต้องการยื่นคำขอขยายระยะเวลาเนื่องจากไม่สามารถแจ้งให้ลูกค้าทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด    เงื่อนไขการยื่นคำขอขยายระยะเวลา      หากสมาชิกใดไม่สามารถแจ้งภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตประกาศกำหนด ให้ดำเนินการดังนี้      1) ยื่นคำขอขยายระยะเวลาเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตก่อนวันครบกำหนดที่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ โดยชี้แจงเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างชัดเจน เพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์ พิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่เห็นสมควร      2) คณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์จะแจ้งผลการพิจารณาให้สมาชิกทราบภายใน 30 วันทำการ  นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน    วิธีการยื่นคำขอขยายระยะเวลา      1) ให้สมาชิกยื่นคำขอขยายระยะเวลาตามเงื่อนไขข้างต้นเป็นหนังสือถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต พร้อมลงลายมือชื่อ และตำแหน่งของผู้มีอำนาจลงนาม โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด      2) ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือขอขยายระยะเวลา หรือหนังสือชี้แจงเหตุผลจากสมาชิกพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว กรณีมีข้อสงสัย ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสอบถาม/ขอข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป      ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558      สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ :    https://www.creditinfocommittee.or.th/Thai/Law/Pages/act.aspx    https://www.creditinfocommittee.or.th/Thai/Law/Pages/Notification.aspx","2023-07-11T10:24:18"],
    [2584,"94e56e28-624c-4990-8368-0cf19391f9e5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","สมาชิกขอขยายระยะเวลาแจ้งลูกค้าทราบการส่งข้อมูลเครดิตครั้งแรกตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งของกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3c-0e20-4591-a6de-d21dd22b6660",3,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    1) พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 18 วรรคหนึ่ง กำหนดให้สมาชิกส่งข้อมูลของลูกค้าตนแก่บริษัทข้อมูลเครดิตที่ตนเป็นสมาชิกและแจ้งให้ลูกค้าตนทราบเกี่ยวกับข้อมูลที่ส่งเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีอื่นตามที่ตกลงกันภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งข้อมูลแก่บริษัทข้อมูลเครดิต ในกรณีที่สมาชิกไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในกำหนดเวลาดังกล่าว อาจขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้อีกไม่เกิน 15 วัน    2) ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง อายุข้อมูลในการประมวลผลข้อมูล การประมวลผลข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและการส่งข้อมูลของสมาชิก ลงวันที่ 5 กันยายน 2557 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นขอขยายระยะเวลาการส่งข้อมูลลูกค้าของสมาชิก รวมถึงกรณีที่สมาชิกไม่สามารถยื่นคำขอขยายระยะเวลาได้ทันภายในระยะเวลาอันเนื่องจากเหตุสุดวิสัย    เงื่อนไขในการยื่นคำขอขยายระยะเวลา    1) กรณีสมาชิกมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถแจ้งให้ลูกค้าของตนทราบเกี่ยวกับการส่งข้อมูลเครดิตให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตเป็นครั้งแรกได้ทันภายในกำหนด 30 วัน สมาชิกอาจขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้อีกครั้งหนึ่งแต่ไม่เกิน 15 วัน โดยให้สมาชิกยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตพิจารณาก่อนวันครบกำหนดที่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ โดยต้องชี้แจงเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ให้มีผลเป็นการอนุญาตเมื่อพ้นกำหนด 3 วันทำการนับแต่วันที่สมาชิกยื่นหนังสือดังกล่าว เว้นแต่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น    2) กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยทำให้สมาชิกไม่สามารถยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดให้สมาชิกแจ้งให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตทราบถึงเหตุสุดวิสัยทันทีที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง และให้รายงานวิธีการแก้ไขภายใน 7 วันนับแต่วันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง    วิธีการยื่นคำขอขยายเวลา    1) ให้สมาชิกยื่นคำขอขยายระยะเวลาตามเงื่อนไขข้างต้นเป็นหนังสือถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต พร้อมลงลายมือชื่อและตำแหน่งของผู้มีอำนาจลงนาม โดยชี้แจงเหตุผลหรือความจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง หรือชี้แจงเหตุสุดวิสัยและวิธีการแก้ไข (แล้วแต่กรณี) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดโดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    2) ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือขอขยายระยะเวลาหรือหนังสือชี้แจงเหตุสุดวิสัยจากสมาชิกพร้อมเอกสารหลักฐาน         สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ :    https://www.creditinfocommittee.or.th/Thai/Law/Pages/act.aspx    https://www.creditinfocommittee.or.th/Thai/Law/Pages/Notification.aspx","2023-07-26T13:33:29"],
    [2585,"94e56e28-6557-45cc-8e72-c9e25176d24b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03001 การขออนุญาตประกอบธุรกิจบัตรเครดิต (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-11d5-44f0-a6e0-22553218ad34",60,0,12,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      1.1 ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้             (1) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด             (2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท             (3) กรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทผู้ยื่นคำขออนุญาต ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามดังนี้                (3.1) เคยเป็นบุคคลล้มละลาย                (3.2) เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต                (3.3) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ        1.2 ผู้ประสงค์จะยื่นขออนุญาตที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ ซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจที่ได้รับมอบหมายของบริษัท ผ่านช่องทางการให้บริการที่กำหนด    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515    https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 หมวด 1    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2545/ThaiPDF/25451265.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2547    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2547/ThaiPDF/25470072.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 13/2560 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2560    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600204.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-25T16:41:15"],
    [2586,"94e56e28-6dc7-4688-8f58-713f5c837e26","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04001 การขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-1cdb-4bb6-8f03-80c6470d7eed",60,0,11,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่จะประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้        1.1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด        1.2 มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท        1.3 กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทผู้ยื่นคำขออนุญาต ต้องไม่มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้            (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต            (2)  เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต            (3) เคยเป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนการอนุญาต            (4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด        ทั้งนี้ ในการดำเนินธุรกิจผู้ประกอบธุรกิจจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่กำหนดไว้ตามประกาศกระทรวงการคลังและประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องทุกประการ  โดยต้องกำหนดนโยบายและแผนงานในการดำเนินธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับเสนอคณะกรรมการบริษัทของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ความเห็นชอบทุกปี และให้จัดเก็บเอกสารดังกล่าวไว้ที่บริษัทพร้อมไว้สำหรับการตรวจสอบหรือเมื่อร้องขอโดยธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่(1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่17 ธันวาคม 2558    (4) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58  (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 1/2561 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว       2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี       2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-08T14:08:21"],
    [2587,"94e56e28-7153-4e11-8eb1-89fd8d476f65","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","บริษัทข้อมูลเครดิตขอความเห็นชอบเปิดเผยหรือให้ข้อมูลแก่ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อ ที่อยู่อาศัย นิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์  ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3c-2128-4176-8051-b6a920a62654",30,0,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง        พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 มาตรา 20 วรรคสอง (4) และ (5) และวรรคสาม กำหนดให้บริษัทข้อมูลเครดิตที่ประสงค์จะเปิดเผยหรือให้ข้อมูลแก่บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย นิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ต้องยื่นคำขอเพื่อขอความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตกำหนด    เงื่อนไขการยื่นคำขอ        บริษัทข้อมูลเครดิตจะต้องมีหนังสือขอความเห็นชอบพร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนด เพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์ให้ความเห็นชอบ โดยเอกสารประกอบการพิจารณาแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้     1. กรณีผู้ขอข้อมูลเป็นบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย และนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์     1.1 ในกรณีของนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ต้องมีเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นบริษัท บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนดหรือเป็นทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน และเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์     1.2 หนังสือจากบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ขอให้เปิดเผยข้อมูลหรือให้ข้อมูล โดยแจ้งวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์ในการประเมินฐานะสินทรัพย์ที่นำมาแปลงเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น     1.3 แผนและกำหนดระยะเวลาในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์เพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้จำหน่ายสินทรัพย์ มูลค่าของสินทรัพย์ที่จะรับซื้อหรือรับโอน ระยะเวลาที่จะรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ เงื่อนไขในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ เช่น จำนวนงวดในการชำระเงิน หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเสนอซื้อ จำนวนลูกค้าที่จะรับซื้อหรือรับโอนพร้อมรายชื่อลูกค้าที่บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ประสงค์จะขอข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิต พร้อมชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น     1.4 กรณีบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีการรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้รายใหม่ตามโครงการรับซื้อหรือรับโอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งยังไม่สามารถระบุรายชื่อลูกค้าแต่ละรายได้ แต่ประสงค์จะขอข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตในขณะยื่นคำขอ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องประเมินฐานะสินทรัพย์ที่จะนำมาแปลงเป็นหลักทรัพย์ตามโครงการดังกล่าว ให้ดำเนินการตาม 1.2 และ 1.3 โดยอาจไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อลูกค้าที่จะรับซื้อหรือรับโอนแต่ละรายก็ได้ ทั้งนี้ ให้บริษัทข้อมูลเครดิตและบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยร่วมกันรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลหรือใช้ข้อมูลของลูกค้าดังกล่าวให้อยู่ภายใต้กรอบของโครงการตามที่ได้รับความเห็นชอบเท่านั้น และเมื่อบริษัทข้อมูลเครดิตได้เปิดเผยข้อมูลของลูกค้ารายใดให้แก่บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้ว ต้องแจ้งรายชื่อลูกค้าดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์ทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปิดเผย      1.5 เอกสารหลักฐานอื่นที่จำเป็นต่อการพิจารณา หรือตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์หรือธนาคารแห่งประเทศไทย ให้นำส่งเพิ่มเติม     2. กรณีผู้ขอข้อมูลเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์      2.1 เอกสารหลักฐานแสดงว่าเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์      2.2 หนังสือจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ แจ้งวัตถุประสงค์ในการขอข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการประเมินราคาสินทรัพย์ที่รับซื้อหรือรับโอนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น     2.3 ข้อกำหนดและกำหนดระยะเวลาในการซื้อสินทรัพย์ที่สถาบันการเงินจัดทำขึ้น (TOR) (หากมี) รวมถึงแผนการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงิน โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อผู้จำหน่ายสินทรัพย์ ประเภทสินทรัพย์ที่จะรับซื้อหรือรับโอน มูลค่าของสินทรัพย์ที่จะรับซื้อหรือรับโอน เงื่อนไขในการรับซื้อหรือรับโอน เช่น จำนวนงวดในการชำระเงิน หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเสนอซื้อ จำนวนลูกค้าที่จะรับซื้อหรือรับโอนพร้อมรายชื่อลูกค้าในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์แต่ละครั้งที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ประสงค์จะขอข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิต พร้อมชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น     2.4 เอกสารหลักฐานอื่นที่จำเป็นต่อการพิจารณา หรือตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์หรือธนาคารแห่งประเทศไทย ให้นำส่งเพิ่มเติม    วิธีการยื่นคำขอ     1. ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อและตำแหน่งของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราของบริษัท (ถ้ามี) โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดและจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด     2. ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาครบถ้วนแล้ว กรณีมีข้อสงสัย ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสอบถาม/ขอข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป     ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    หมายเหตุ    1) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หมายถึง บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่เพื่อที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย    2) นิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หมายถึง นิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์    3) บริษัทบริหารสินทรัพย์ หมายถึง บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์    4) คณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์อาจกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขประกอบการให้ความเห็นชอบให้บริษัทข้อมูลเครดิต หรือบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ ถือปฏิบัติด้วยก็ได้    5) เมื่อบริษัทข้อมูลเครดิตได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและคำอุทธรณ์และได้เปิดเผยหรือให้ข้อมูลแก่ผู้ขอข้อมูลแล้ว ให้บริษัทข้อมูลเครดิตแจ้งเป็นหนังสือแก่เจ้าของข้อมูลทราบภายใน 30 วันนับแต่วันเปิดเผยหรือให้ข้อมูล     สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ :    http://www.creditinfocommittee.or.th/th/act.php","2023-08-09T13:58:02"],
    [2588,"94e56e28-67f1-4276-822a-a72ab5a0ed60","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การออกหนังสือรับรอง (กรรมสิทธิ์พันธบัตร/ใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) กรณีนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3c-14f5-46d0-b11a-d10348c446e5",1,100,null,"หลักเกณฑ์ :     ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล    วิธีการยื่นคำขอ     ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่มีความประสงค์จะขอออกหนังสือรับรองต่าง ๆ ได้แก่   1) ใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย   2) หนังสือยืนยันยอดหลักทรัพย์   3) หนังสือรับรองสถานะตราสารหนี้   4) หนังสือรับรองผู้ถือกรรมสิทธิ์ตราสารหนี้         ให้ผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลยื่นคำร้องตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดลงนามให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ(เฉพาะการขอใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถยื่นเรื่องทางอีเมล์ได้อีกช่องทางหนึ่ง)    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว        กรณียื่นด้วยตนเอง       หากคำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน      ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องละทิ้งคำร้อง         กรณียื่นทางไปรษณีย์      เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการออกหนังสือรับรองและจัดส่งหนังสือรับรองทางไปรษณีย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558       หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำร้องต้องแก้ไขเอกสารภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2025-12-26T16:33:38"],
    [2589,"94e56e28-6a8e-442a-bb36-67f639aa293f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การออกหนังสือรับรอง (กรรมสิทธิ์พันธบัตร/ใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) กรณีบุคคลธรรมดา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3c-1834-44ba-b26c-264ad8437436",1,20,null,"หลักเกณฑ์ :     - ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา     - ผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ ได้แก่ ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถผู้อนุบาลของคนไร้ความสามารถ หรือผู้จัดการมรดก    วิธีการยื่นคำขอ   เมื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์มีความประสงค์ขอออกหนังสือรับรองต่าง ๆได้แก่   1) ใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย   2) หนังสือยืนยันยอดหลักทรัพย์   3) หนังสือรับรองสถานะตราสารหนี้   4) หนังสือรับรองผู้ถือกรรมสิทธิ์ตราสารหนี้        ให้ยื่นคำร้องตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ลงนามให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ(เฉพาะการขอใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถยื่นเรื่องทางอีเมล์ได้อีกช่องทางหนึ่ง)    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณียื่นด้วยตนเอง        หากคำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน      ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องละทิ้งคำร้อง    กรณียื่นทางไปรษณีย์        เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการออกหนังสือรับรองและจัดส่งหนังสือรับรองให้ทางไปรษณีย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558      หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำร้องต้องแก้ไขเอกสารภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:21:55"],
    [2590,"94e56e28-73b2-46cd-ab2a-ae5e37f1a747","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การเปลี่ยนแปลงชื่อในใบพันธบัตร กรณีนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-248b-4d07-ac02-3f8c9cb4ffd6",1,100,null,"หลักเกณฑ์ :       ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล                  วิธีการยื่นคำขอ       ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในใบพันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อในใบพันธบัตร ให้ผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลยื่นคำขอจดทะเบียนประวัติ/เปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัติ(ชื่อนิติบุคคลใหม่) โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อรายการเอกสารประกอบ    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว     หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน     ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่่นคำขอละทิ้งคำขอ        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2528","2023-07-10T16:21:44"],
    [2591,"94e56e28-8d47-46c1-b212-0b84e4fe1aea","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในใบตราสาร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-5974-4e80-b3a5-d7e920c5fdc6",1,0,null,"หลักเกณฑ์  1. ผู้ให้หลักประกัน หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสารที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล  2. ผู้รับหลักประกัน หมายถึง ผู้รับหลักประกันที่เป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล  วิธีการยื่นคำขอ   1. ผู้ให้หลักประกันที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในใบพันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันต่อผู้รับหลักประกัน ต้องยื่นคำขอและเอกสารต่อผู้รับหลักประกัน ดังนี้     1.1 หนังสือส่งมอบตราสารหนี้ (หรือตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด)     1.2เอกสารแสดงตัว อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อรายการเอกสารหลักฐานประกอบลำดับ 1) - 3)และ 4) (กรณีนิติบุคคล)     1.3 หนังสือตัวอย่างลายมือชื่อ (กรณีมิได้ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้)     1.4ใบตราสารหนี้   2. ผู้รับหลักประกันที่มีความประสงค์รับตราสารหนี้เป็นหลักประกัน โดยไม่ประสงค์ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยบันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในใบตราสาร ต้องยื่นคำขอและเอกสาร ดังนี้     2.1 หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (หรือตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด)     2.2เอกสารแสดงตัว อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อรายการเอกสารหลักฐานประกอบลำดับ 1) - 3)และ 4) (กรณีนิติบุคคล)     2.3หนังสือตัวอย่างลายมือชื่อ (กรณีมิได้ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้)     2.4เอกสารผู้ให้หลักประกันตามข้อ 1.1 และ 1.2 พร้อมสำเนาใบตราสารหนี้     ทั้งนี้ ผู้รับหลักประกันอาจขอตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ของผู้ให้หลักประกันกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน    หมายเหตุ   ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว   กรณียื่นด้วยตนเอง    หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน   ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ     กรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการและจัดส่งหนังสือตอบรับการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน และแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:25:16"],
    [2592,"94e56e28-7601-413e-b70b-4a977f5c8bc5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การเปลี่ยนแปลงชื่อในใบพันธบัตร กรณีบุคคลธรรมดา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-27b6-4dc2-ab99-89cb5be751bf",1,20,null,"หลักเกณฑ์ :    ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา       วิธีการยื่นคำขอ      ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในใบพันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อในใบพันธบัตร (ชื่อ นามสกุล คำนำหน้า ยศ ตำแหน่ง)ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ยื่่นคำขอจดทะเบียนประวัติ/เปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัติด้วยตนเอง  ลงนามชื่อเดิมและชื่อใหม่ให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยและลงนามชื่อใหม่ โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว      หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน      ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ        ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-07-26T14:23:29"],
    [2593,"94e56e28-7865-4ffb-bb22-b124fb246b22","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การออกพันธบัตรใหม่แทนฉบับที่สูญหาย กรณีนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-2ae6-4b43-b163-fcb510ec0531",1,100,null,"หลักเกณฑ์ :      ผู้ถือกรรมสิทธ์หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล            วิธีการยื่นคำขอ      ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะขอออกพันธบัตรฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิมที่สูญหาย ให้ยื่นคำร้องตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ลงนามให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณียื่นด้วยตนเอง      หากคำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน      ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องละทิ้งคำร้อง    กรณียื่นทางไปรษณีย์      เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการออกพันธบัตรใบใหม่และจัดส่งใบตราสารให้ทางไปรษณีย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558        หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำร้องต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:19:45"],
    [2594,"94e56e28-7b15-4fa6-8d40-021dcb94b7e5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การออกพันธบัตรใหม่แทนฉบับที่สูญหาย กรณีบุคคลธรรมดา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-2df2-4294-bafe-da29f0810c9c",1,20,null,"หลักเกณฑ์      - ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา      - ผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ ได้แก่ ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลของคนไร้ความสามารถ หรือผู้จัดการมรดก    วิธีการยื่นคำขอ       ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะขอออกพันธบัตรฉบับใหม่ทดแทนฉบับที่สูญหาย ให้ยื่นคำร้องตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ลงนามให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณียื่นด้วยตนเอง      หากคำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน      ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องละทิ้งคำร้อง    กรณียื่นทางไปรษณีย์      เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการออกพันธบัตรใบใหม่และจัดส่งใบตราสารให้ทางไปรษณีย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558        หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำร้องต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:24:02"],
    [2595,"94e56e28-7dc9-4720-8a24-36dbab8c6b6a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การออกพันธบัตรใหม่แทนฉบับเดิมที่ชำรุด /แบ่งแยกพันธบัตร /ยุบรวมพันธบัตรรุ่นเดียวกันให้เป็นฉบับเดียว กรณีบุคคลธรรมดา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-3132-44d4-8ce0-0e33ac394a92",1,20,null,"หลักเกณฑ์ :    -ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา     -ผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ ได้แก่ ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถผู้อนุบาลของคนไร้ความสามารถ หรือผู้จัดการมรดก    วิธีการยื่นคำขอ     ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะขอออกพันธบัตรใหม่แทนฉบับเดิมที่ชำรุด /แบ่งแยกพันธบัตร /ยุบรวมพันธบัตรรุ่นเดียวกันให้เป็นฉบับเดียว ให้ยื่นคำร้องตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ลงนามให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณียื่นด้วยตนเอง     หากคำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน     ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องละทิ้งคำร้อง    กรณียื่นทางไปรษณีย์     เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการออกพันธบัตรใหม่/แบ่งแยกพันธบัตร/ยุบรวมพันธบัตร และจัดส่งใบตราสารให้ทางไปรษณีย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558       หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำร้องต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:21:20"],
    [2596,"94e56e28-8047-4c51-bebc-131c71d684c7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ / บัญชีรับดอกเบี้ย  กรณีบุคคลธรรมดา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-3cdc-4b2a-82df-34cdc83da9e4",1,0,null,"หลักเกณฑ์     - ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา      - ผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ ได้แก่ ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลของคนไร้ความสามารถ หรือผู้จัดการมรดก    วิธีการยื่นคำขอ       ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ/บัญชีรับดอกเบี้ยพันธบัตร ให้ยื่่นคำขอจดทะเบียนประวัติ/เปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัติ ลงนามให้เหมือนกับตัวอย่างลายมือชื่อที่ให้ไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยโดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณียื่นด้วยตนเอง        หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน      ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ    กรณียื่นทางไปรษณีย์      เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ / บัญชีรับดอกเบี้ย และแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558      หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:23:46"],
    [2597,"94e56e28-82c5-4720-8027-2eb3458c80e3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ กรณีผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล และผู้พิทักษ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-4b49-4028-be3f-3e9cef638fdb",2,20,null,"หลักเกณฑ์:          ผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ ได้แก่ ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ผู้อนุบาลของคนไร้ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถ    วิธีการยื่นคำขอ         เมื่อผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในใบพันธบัตรแบบมีใบตราสารของบุคคลธรรมดา โดยการเพิ่มชื่อ ผู้อนุบาล หรือ ผู้พิทักษ์ หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนประวัติ / เปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัติ โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ         ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือ มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน        ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ         ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะเวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558","2023-07-26T14:24:17"],
    [2598,"94e56e28-855c-416d-b936-8db076767c7c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การถอนหลักประกันตราสารหนี้โดยผู้ให้หลักประกัน (กรณีประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในใบตราสาร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-4ea2-47c1-9c56-ec3013329621",1,100,null,"หลักเกณฑ์  1. ผู้ให้หลักประกัน หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล  2. ผู้รับหลักประกัน หมายถึง ผู้รับหลักประกันที่เป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล  วิธีการยื่นคำขอ    ผู้ให้หลักประกันที่มีความประสงค์ขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน ต้องยื่นคำขอและเอกสาร ดังนี้    1. หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้ให้หลักประกัน) (หรือตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด)    2. หนังสือให้ความยินยอมถอนหลักประกันในตราสารหนี้ (โดยผู้รับหลักประกัน)(หรือตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด)    3. ใบตราสารหนี้    4.เอกสารแสดงตัวอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อรายการเอกสารหลักฐานประกอบลำดับ 1) - 3) และ 4) (กรณีนิติบุคคล)    หมายเหตุ        ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน        ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ          ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-07-26T14:24:30"],
    [2599,"94e56e28-87d6-4c99-9f61-1c1a36abcbb4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย",": การถอนหลักประกันตราสารหนี้โดยผู้รับหลักประกัน (กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในใบตราสาร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-523d-4f13-a622-daa6d8fa57e4",1,0,null,"หลักเกณฑ์:  1. ผู้ให้หลักประกัน หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล  2. ผู้รับหลักประกัน หมายถึง ผู้รับหลักประกันที่เป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล    วิธีการยื่นคำขอ    ผู้ให้หลักประกัน หรือ ผู้รับหลักประกัน ที่มีความประสงค์ขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน ต้องยื่นคำขอและเอกสาร ดังนี้  1. หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้รับหลักประกัน)(หรือตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด) พร้อมสำเนาใบตราสารหนี้  2. เอกสารแสดงตัวอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ลำดับ 1) - 3) และ 4) (กรณีนิติบุคคล)    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว      กรณียื่นด้วยตนเอง    หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน   ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ      กรณียื่นทางไปรษณีย์    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการและจัดส่งหนังสือตอบการถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน และแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทรายภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วแสร็จ ตามมาตรา 10 ห่ง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558    หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2024-09-23T10:58:51"],
    [2600,"94e56e28-8a84-4567-b2f7-96f0164f0df1","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (กรณีประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในใบตราสาร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-55ca-4150-a7b1-52e87c23077e",1,100,null,"หลักเกณฑ์:    1. ผู้ให้หลักประกัน หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล  2. ผู้รับหลักประกัน หมายถึง ผู้รับหลักประกันที่เป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล     วิธีการยื่นคำขอ   1. ผู้ให้หลักประกันที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในใบพันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์ขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันต่อผู้รับหลักประกัน ต้องยื่นคำขอและเอกสาร ดังนี้     1.1 หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ (หรือตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด)     1.2เอกสารแสดงตัวอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ลำดับ 1) - 3)และ 4) (กรณีนิติบุคคล)     1.3 หนังสือตัวอย่างลายมือชื่อ (กรณีมิได้ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้)     1.4ใบตราสารหนี้   2. ผู้รับหลักประกันที่มีความประสงค์รับตราสารหนี้เป็นหลักประกัน และมีความประสงค์ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในใบตราสาร ต้องยื่นคำขอและเอกสาร ดังนี้     2.1 หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (หรือตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด)    2.2เอกสารแสดงตัวอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อรายการเอกสารหลักฐานประกอบลำดับ 1) - 3) และ 4) (กรณีนิติบุคคล)     2.3หนังสือตัวอย่างลายมือชื่อ (กรณีมิได้ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้)    ทั้งนี้ ผู้รับหลักประกันอาจขอตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ของผู้ให้หลักประกันกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน    หมายเหตุ   ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว   หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน   ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ     ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-09-25T09:24:20"],
    [2601,"94e56e28-8fe1-43e7-b744-bc2bcaef9f26","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-5cce-4516-9f16-baa8d2fff5aa",1,100,null,"หลักเกณฑ์ :      ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หมายถึง    1.ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา รวมถึงผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ ได้แก่ ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลของคนไร้ความสามารถ หรือผู้จัดการมรดก     2. ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล    วิธีการยื่นคำขอ   เมื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้ถือกรรมสิทธิ์ในใบพันธบัตรแบบมีใบตราสาร มีความประสงค์ขอโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรให้บุคคลอื่น ต้องยื่นหนังสือขอโอนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร ลงนามให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว      หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน     ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ        ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-07-26T14:25:31"],
    [2602,"94e56e28-9b77-4f29-a517-80d8a2a93cc0","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010102 การขอรับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยภายหลังได้รับ ความเห็นชอบให้ยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-6c3a-4874-ab6a-a8f48d509524",60,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 9 กำหนดให้การประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะกระทำได้เฉพาะนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด โดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ การอนุญาตดังกล่าวรัฐมนตรีจะกำหนดหลักเกณฑ์ตามที่เห็นสมควรก็ได้        1.2 ประกาศกระทรวงการคลังกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยที่มีคุณสมบัติตามที่กระทรวงการคลังกำหนดและประสงค์จะขออนุญาตยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ สามารถยื่นแบบคำขออนุญาตได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาคำขออนุญาตให้ครบถ้วน ทั้งนี้ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์             โดยมีขั้นตอนการพิจารณาแบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้             ช่วงที่ 1 การพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยดำเนินการยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ใช้เวลาในการพิจารณา 5 เดือน (150 วัน) โดยให้ปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอความเห็นชอบในการขอยกระดับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเป็นธนาคารพาณิชย์             ช่วงที่ 2 การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ใช้เวลาในการพิจารณา 60 วัน โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้         1.3 การยื่นขอรับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์แก่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยภายหลังได้รับความเห็นชอบให้ยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์               1.3.1 เมื่อรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยใดดำเนินการยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์แล้วในกรณีที่มีการควบหรือโอนหรือรับโอนกิจการกัน ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนั้นดำเนินการในเรื่องดังกล่าว หรือคืนใบอนุญาตของสถาบันการเงินแห่งอื่นภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันแล้วแต่กรณีให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบเว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันควรธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันให้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ครบกำหนดให้ดำเนินการ               1.3.2 เมื่อธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนั้นได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลังตามข้อ 1.3.1 และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดครบถ้วนแล้ว ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนั้น ขอรับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ต่อรัฐมนตรีผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้                        1.3.2.1 ต้องมีความพร้อมและสามารถเปิดดำเนินการธนาคารพาณิชย์ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบเว้นแต่มีเหตุจำเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาผ่อนผันโดยกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมใด ๆ ก็ได้                      1.3.2.2  ต้องคืนใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยแก่กระทรวงการคลังในวันที่เปิดดำเนินการเป็นธนาคารพาณิชย์ และคงกิจการธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ยกระดับไว้เพียงรูปแบบเดียว                      1.3.2.3 ณ วันเปิดดำเนินการธนาคารพาณิชย์ที่ยกระดับจะต้องมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 9     (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะขอ อนุญาตยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2553              https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540029.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่น  คำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-10-18T14:18:14"],
    [2603,"94e56e28-9298-4fca-8465-283362ac7472","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การออกพันธบัตรใหม่แทนฉบับเดิมที่ชำรุด /แบ่งแยกพันธบัตร /ยุบรวมพันธบัตรรุ่นเดียวกันให้เป็นฉบับเดียว กรณีนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-6075-40a8-95ef-8b0360790619",1,100,null,"หลักเกณฑ์ :       ผู้ถือกรรมสิทธิ์หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล    วิธีการยื่นคำขอ   ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะขอออกพันธบัตรฉบับใหม่แทนฉบับเดิมที่ชำรุด /แบ่งแยกพันธบัตร /ยุบรวมพันธบัตรรุ่นเดียวกันให้เป็นฉบับเดียว ให้ยื่นคำร้องตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ลงนามให้เหมือนกับที่ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องตามแบบที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณียื่นด้วยตนเอง     หากคำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน     ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องละทิ้งคำร้อง    กรณียื่นทางไปรษณีย์      เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการออกพันธบัตรใหม่/แบ่งแยกพันธบัตร/ยุบรวมพันธบัตร และจัดส่งใบตราสารให้ทางไปรษณีย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558       หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำร้องต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:25:44"],
    [2604,"94e56e28-9505-4d30-9ddd-04a849b260d8","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ / บัญชีรับดอกเบี้ย กรณีนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3c-641e-43b2-9124-7155be3bcff8",1,0,null,"หลักเกณฑ์      ผู้ถือกรรมสิทธิ์หมายถึง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล    วิธีการยื่นคำขอ      ผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ/บัญชีรับดอกเบี้ยพันธบัตร ให้ผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลยื่นคำขอจดทะเบียนประวัติ/เปลี่ยนแปลงทะเบียนประวัติ ลงนามให้เหมือนกับที่ให้ไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ      ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณียื่นด้วยตนเอง      หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน      ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ    กรณียื่นทางไปรษณีย์      เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ / บัญชีรับดอกเบี้ย และแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558       หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระยะเวลาดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย","2023-07-26T14:25:55"],
    [2605,"94e56e28-9e54-46ee-81a9-8b9243adadbb","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010103 การขอความเห็นชอบขายหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น หรือการซื้อหรือรับโอนกิจการบริษัทอื่นทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญมาเป็นของสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-7015-4904-9362-607e6ae2f10b",60,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      1.1 สถาบันการเงินต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน หากจะดำเนินการดังนี้            1.1.1 ขายหรือโอนกิจการของสถาบันการเงินทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น            1.1.2 ซื้อหรือรับโอนกิจการบริษัทอื่นทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญมาเป็นของสถาบันการเงิน          ทั้งนี้ การดำเนินการข้างต้นให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน      1.2 หากมีเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องที่ต้องขออนุญาต/ผ่อนผัน ให้ผู้ยื่นคำขอปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนในเรื่องนั้นๆ ด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 43 (1) และมาตรา 43 (2)    2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-21T15:30:52"],
    [2606,"94e56e28-a70a-4d9a-a85a-8205c7f71431","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-02005 การแจ้งการเลิกสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-7b3f-48e7-9b12-602c7ead62bf",15,0,1,"1. เงื่อนไขการยื่นคำขอ     ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะเลิกสํานักงานผู้แทนในต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์ต้องแจ้งการเลิกทําการและให้ธนาคารพาณิชย์ส่งคืนหนังสืออนุญาตให้ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย โดยธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสํานักงานผู้แทนในต่างประเทศ ประสงค์ที่จะเลิกสํานักงานผู้แทน ธนาคารพาณิชย์ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันที่สํานักงานผู้แทนดังกล่าวจะเลิกทําการ และให้ธนาคารพาณิชย์ส่งคืนหนังสืออนุญาตให้ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียด ได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14  (2) แนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตจัดตั้งและการกำกับดูแลสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ ลงวันที่ 28 กันยายน 2554       https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540224.pdf      https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/EngPDF/25540224.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-24T09:25:35"],
    [2607,"94e56e28-a3e1-4e0a-886a-8bd0a73141f7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010105 การขออนุญาตเลิกประกอบกิจการ หรือหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราวของสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-77a7-4839-8839-d9823ff67a67",45,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     1.1 สถาบันการเงินใดที่ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ หรือหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน     1.2 หากมีเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องที่ต้องขออนุญาต/ผ่อนผัน ให้สถาบันการเงินยื่นคำขอโดยปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนในเรื่องนั้นๆ ด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 78    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้             3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา                                      3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/    ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยัง    ไม่พิจารณาคำขอและ   ยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T17:15:19"],
    [2608,"94e56e28-ad5e-4ae3-8e96-a6afa3637903","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010401 การขอความเห็นชอบการแต่งตั้งหรือแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน บริษัทแม่ของสถาบันการเงิน และผู้บริหารในตำแหน่งสูงสุดของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation และการขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาตรวจสอบการคัดเลือกและแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยงานบริหารความเสี่ยง หัวหน้าหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบันการเงินและบริษัทแม่ของสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-83dd-4daa-9bd9-f5e9c61b2e74",15,0,null,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 สถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประสงค์จะแต่งตั้งบุคคล  เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน / บุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ต้องมีหนังสือขอความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวมายังธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการแต่งตั้ง โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีหนังสือแจ้งทักท้วงภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ยื่นเอกสารที่กำหนดถูกต้องและครบถ้วน ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบ    1.2 ในกรณีการแต่งตั้งบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการและตำแหน่งผู้จัดการของสถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ขอให้สถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หารือและเสนอชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวก่อนการยื่นหนังสือขอความเห็นชอบ โดยให้นำส่งข้อมูลของบุคคลที่เสนอชื่อเบื้องต้น ได้แก่ รายละเอียดตามแบบประวัติของบุคคลที่ขอความเห็นชอบเฉพาะในส่วนของ ประสบการณ์ทำงานจนถึงปัจจุบัน การรายงานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ประวัติการฟ้องร้อง หรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และหนังสือรับรองหรือเอกสารอื่นใดจากสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ให้สินเชื่อแก่บุคคลที่ขอความเห็นชอบ หรือจากบริษัทข้อมูลเครดิต หรือจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับรองว่าบุคคลดังกล่าวไม่เข้าข่ายจัดชั้นเป็นลูกหนี้ชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน ชั้นสงสัยจะสูญ หรือสูญ        1.3 ก่อนยื่นขอความเห็นชอบ/ขอหารือตามข้อ 1.1 และ 1.2 สถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะเสนอชื่อแต่งตั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลที่จะเสนอชื่อไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) - (10) แห่ง พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้ง กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน รวมทั้งบุคคลดังกล่าวมีการดำรงตำแหน่งสอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินกำหนด    ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียด (1) ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) &ndash; (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 (2) ลักษณะต้องห้ามใน 3 ด้านหลัก ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยใช้มาตรา 24 (10) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 กำหนดเพิ่มเติม  และ (3) ข้อกำหนดอื่น ๆ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน ได้ในหัวข้อ แบบฟอร์ม ตัวอย่าง ฯ ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้         1.4 คณะกรรมการสรรหาของสถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน    ต้องมีมติเห็นชอบให้บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่ง กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน / บุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation แล้วแต่กรณี    1.5 สถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน / บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ต้องไม่เปิดเผยรายชื่อของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งต่อสาธารณชนก่อนได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ    1.6 ในกรณีที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน / บริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน / บุคคลที่มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ลาออก เสียชีวิต หรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ในตำแหน่งงานระดับเดียวกัน สถาบันการเงินต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว    1.7 ในกรณีที่สถาบันการเงินทราบข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อคุณสมบัติหรือความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ให้สถาบันการเงินแจ้งต่อธนาคารแห่งประเทศไทยโดยเร็ว      ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 24 มาตรา 25 และ มาตรา 55  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 10/2561 เรื่อง ธรรมภิบาลของสถาบันการเงิน         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610157.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610159.pdf         (4) หนังสือเวียนธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท.ฝนส. (23) ว.832/2553 เรื่อง การปรับปรุงแนวทางในการหารือและเสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งก่อนการยื่นหนังสือขอความเห็นชอบ ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2553    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2553/ThaiPDF/25530125.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 12 เมษายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610128.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ     2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์    หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไ","2023-08-11T10:33:24"],
    [2609,"94e56e28-b07e-4b61-9616-d47eccd6f9a6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010402 การขอความเห็นชอบให้สถาบันการเงินทำสัญญา ยินยอม หรือมอบหมายให้บุคคลคลอื่น ซึ่งมิใช่กรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานของสถาบันการเงิน มีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของ สถาบันการเงิน หรือรวมกิจการกับบุคคลอื่น โดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-8832-4b1c-b35c-3f8011396fe9",60,0,9,"1.เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      1.1 ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง      1.2 สถาบันการเงินใดที่ประสงค์จะทำสัญญา ยินยอม หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานของสถาบันการเงิน มีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของสถาบันการเงิน หรือรวมกิจการกับบุคคลอื่น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน สถาบันการเงินนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน      1.3 หากเป็นการรวมกิจการ ให้ผู้ยื่นคำขอปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอความเห็นชอบขายหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น หรือการซื้อหรือรับโอนกิจการบริษัทอื่นทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญมาเป็นของสถาบันการเงิน หรือคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอความเห็นชอบควบกิจการ โอนหรือรับโอนกิจการ ระหว่างสถาบันการเงิน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงินจะซื้อหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินอื่น ตามแต่กรณี และหากมีเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องที่ต้องขออนุญาต/ผ่อนผัน ให้ผู้ยื่นคำขอปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนในเรื่องนั้น ๆ ด้วย         ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 43 (3)         2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา                                      3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-21T15:31:16"],
    [2610,"94e56e28-b370-44d2-8d76-f709a94073b5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010403 การขอให้รับรองพนักงานและกรรมการชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติงาน ในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-8cad-4518-be52-ffb8c184eaed",10,0,null,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ         1.1 ในการเข้ามาปฏิบัติงานของพนักงานและกรรมการชาวต่างประเทศในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ บุคคลดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้การรับรองเป็นการทั่วไปกับหน่วยงานทั้ง 2 แห่งดังกล่าวไว้แล้ว ดังนี้            1.1.1 ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศจำนวน 3 คน            1.1.2 ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศและสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจำนวน 6 คน            1.1.3 บริษัทเงินทุน (ได้เฉพาะกรรมการ) จำนวน 4 คน            1.1.4 สำนักงานผู้แทนของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ จำนวน 2 คน     1.2 ในกรณีที่สถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ มีความจำเป็นที่จะต้องมีกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานชาวต่างประเทศเกินจำนวนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้การรับรองเป็นการทั่วไป ให้สถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ ยื่นขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้การรับรองเพิ่มเติมได้เป็นรายกรณี โดยต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย        1.3 ในกรณีที่เป็นการขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรับรองพนักงานชาวต่างประเทศ (ไม่รวมถึงกรรมการ ชาวต่างประเทศ) ที่มีสัญชาติจากประเทศสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เข้ามาปฏิบัติงานในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้การรับรองโดยไม่จำกัดจำนวนและตำแหน่ง โดยในกรณีดังกล่าวสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ ต้องเสนอแผนการว่าจ้างพนักงานชาวต่างประเทศที่มีสัญชาติจากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและตำแหน่ง พร้อมแสดงเหตุผล ความจำเป็นและความสอดคล้องกับแผนธุรกิจให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาก่อนเป็นรายกรณีเช่นกัน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่อง การรับรองพนักงานและกรรมการชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติงานในสถาบันการเงิน และสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ    http://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2552/ThaiPDF/25520196.pdf    (2) หนังสือ ธปท. ฝกก. (02) ว.742/2555 เรื่อง การรับรองพนักงานและกรรมการชาวร่างประเทศที่ปฏิบัติงานในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทน    http://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2552/ThaiPDF/25550104.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/    ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยัง    ไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจง    ข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-09-25T17:17:45"],
    [2611,"94e56e28-b99e-491d-a291-59d203763f6d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-950d-4fdf-8894-d0db989b2266",75,0,11,"1. ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด          1.1 ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้                (1) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และถือหุ้นโดยบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยในสัดส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของทุนที่ชำระแล้วทั้งหมด รวมถึงต้องมีกรรมการผู้มีอำนาจในการควบคุมหรือการบริหารอย่างน้อยหนึ่งคนที่มีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยด้วย                 (2) เป็นสถาบันการเงินของรัฐ ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ          1.2 ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ          1.3 ไม่เคยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย        2. กรณีตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ห้ามมิให้ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทําหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอํานาจควบคุม กรรมการผู้มีอํานาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการ          (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย          (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน          (3) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน          (4) เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่อานุภาพทำลายล้างสูง         3. ต้องมีเครือข่ายที่ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศที่เชื่อถือได้           4. เหตุของการไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต                 เจ้าพนักงานอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต หากเจ้าพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าผู้ขอรับอนุญาต ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ หรือกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการนั้น กระทำการดังต่อไปนี้                (1) ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎ ข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศ  ที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น                (2) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงิน                (3) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อสาธารณชนในทางเศรษฐกิจ                (4) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย                (5) ไม่มีธุรกรรมตามที่ได้รับใบอนุญาตเป็นระยะเวลา 2 ปีติดต่อกัน                (6) เหตุอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร        5. กรณีเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด        6. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง          (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)          (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)        7. การยื่นคำร้องขอ          (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                  (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                  (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน  - รับคำร้องขอ                  (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                            - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                            - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ              (2) ยื่นทางไปรษณีย์                    (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                    (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                    (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                              - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยทำบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                              - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                 (3) สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น          8. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต          9. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         10. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเ","2023-08-01T22:01:07"],
    [2612,"94e56e28-bd80-4978-9aed-ef443ad0282f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลังได้รับอนุญาตของตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-9994-42e4-a519-845c0df92ca9",45,0,11,"1. ใบอนุญาตที่รัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ ให้ประกอบธุรกิจได้เฉพาะสถานที่ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต หรือผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การให้บริการทางอินเตอร์เน็ต การให้บริการทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผ่านแอปพลิเคชัน (mobile application) หรือช่องทางโทรศัพท์ ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือเจ้าพนักงาน                ในกรณีที่ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศมีความประสงค์จะย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าเป็นการชั่วคราวหรือถาวร เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรูปแบบการประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ เช่น เริ่มใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มาให้บริการเป็นครั้งแรก หรือมีการเปลี่ยนแปลงการใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบหรือมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อการให้บริการ ให้ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศยื่นหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่ย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ หรือเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรูปแบบการประกอบธุรกิจ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผ่อนผันกำหนดเวลาเป็นอย่างอื่น            ทั้งนี้ จะย้ายไปประกอบธุรกิจ ณ สถานที่ประกอบธุรกิจแห่งใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรูปแบบการประกอบธุรกิจ ตามที่ขออนุญาตได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน        2. กรณีตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ห้ามมิให้ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทําหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอํานาจควบคุม กรรมการผู้มีอํานาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการ          (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย          (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน          (3) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน           4) เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่อานุภาพทำลายล้างสูง                ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าบุคคลซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ มีลักษณะต้องห้าม ให้ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศเปลี่ยนตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน และแจ้งการเปลี่ยนตัวดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผ่อนผันกำหนดเวลาเป็นอย่างอื่น          3. ในกรณีที่ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้               (1) เปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคล ชื่อนิติบุคคล ชื่อสถานที่ประกอบธุรกิจ ที่อยู่ทางทะเบียนโดยทางการ หรือสถานที่ตั้งตามหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์               (2) เปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ               (3) เปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ               ให้ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผ่อนผันกำหนดเวลาเป็นอย่างอื่น               ทั้งนี้ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ให้จัดทำหนังสือรับรองคุณสมบัติบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด พร้อมเอกสารแสดงตนด้วย          4. กรณีย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ หากเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจ ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเมื่อเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด          5. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง               (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)               (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)          6. การยื่นคำร้องขอ               (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีคำร้องขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าคำร้องขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                  (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                  (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                  (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                          - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                 (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (การแจ้งเปลี่ยนแปลงตามข้อ 1. กรณีย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรูปแบบการประกอบธุรกิจ ให้แจ้งขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ หรือเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมรูปแบบการประกอบธุรกิจ  กรณีตามข้อ 3. รายงานการเปลี่ยนแปลงต่อเจ้าพนักงานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะดำเนินการดังนี้                      (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                                   (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                      (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                               - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตา?","2023-08-01T22:05:43"],
    [2613,"94e56e28-c177-4ed9-a408-8af358e1b112","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-9e5e-4ff8-8219-0aea9790818d",45,0,5,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย              2. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)              3. การยื่นคำร้องขอ                (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พระราชบัญญ้ติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                     (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                     (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                     (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                           - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                           - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (ยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาต ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะดำเนินการดังนี้                     (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                     (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                     (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                            - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                              - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                     (3) สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น                  4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต                  5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที                  6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว                  7. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน                  8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:06:55"],
    [2614,"94e56e28-c52f-41fd-b5b5-8bbfd54b4f45","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราว ของตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-a2fb-4181-bedd-aa384cb8369d",30,0,7,"1. ใบอนุญาตที่รัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศให้ใช้ได้สำหรับสถานที่ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต หรือผ่านระบบให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การให้บริการทางอินเตอร์เน็ต การให้บริการทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผ่านแอปพลิเคชัน (mobile application) หรือช่องทางโทรศัพท์ ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือเจ้าพนักงาน              2. ในกรณีที่ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศมีความประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราว ให้ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศยื่นหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานพรัอมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่มีการประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผ่อนผันกำหนดเวลาเป็นอย่างอื่น ในกรณีของเหตุผลความจำเป็นในการยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราว เช่น สถานที่ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต เกิดภัยธรรมชาติ เกิดเพลิงไหม้  จำเป็นต้องประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และจะย้ายกลับไปประกอบธุรกิจ ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาตเมื่อหมดภัยธรรมชาติ หรือปรับปรุงสถานที่ประกอบธุรกิจเรียบร้อยแล้ว  หรือประกอบธุรกิจชั่วคราวในสถานที่ที่มีการจัดงานต่าง ๆ เช่น งานประชุมทางวิชาการนานาชาติ งานประชุมนานาชาติ งานจัดแสดงสินค้านานาชาติ งานท่องเที่ยว เป็นต้น                ทั้งนี้ ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศจะประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราวได้เฉพาะสถานที่ประกอบธุรกิจที่ยื่นขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น              3. กรณีเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด              4. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)                (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)              5. การยื่นคำร้องขอ                (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีคำร้องขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าคำร้องขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                    (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                    (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                     (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                            - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                            - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                  (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (ยื่นคำร้องขอไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่มีการประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราว โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะดำเนินการดังนี้                     (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                     (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน  - รับคำร้องขอ                     (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                            - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นคำร้องขอและเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                           - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                  (3) สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น              6. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต              7. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที              8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว              9. ขั้นตอนการพิจารณาอนุญาต จะใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน              10. ธนาคารแ","2023-08-01T22:07:25"],
    [2615,"94e56e28-c900-4ff0-9067-ba816f0a6cfe","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-a79f-49a2-8104-d8093bed3387",60,0,9,"1. บริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินต้องมีคุณสมบัติตามที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด โดยให้ยื่นคำร้องขอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง         2. ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด ดังนี้           (1) เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่มิได้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน           (2) อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับกลุ่มบริษัทที่ศูนย์บริหารเงินบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้           (3) บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทที่มีคุณสมบัติและเงื่อนไขดังต่อไปนี้                (3.1) กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทย หรือในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือในประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย อย่างน้อย 3 บริษัท หรือ               (3.2) กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนและมีสถานประกอบการในประเทศไทยอย่างน้อย 2 บริษัท โดยบริษัทนั้นต้องมีบริษัทซึ่งจดทะเบียนและมีสถานประกอบการในต่างประเทศ หรือมีสาขาในต่างประเทศกระจายกันอยู่ตั้งแต่ 2 ประเทศขึ้นไป ซึ่งบริษัทหรือสาขาดังกล่าวต้องอยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับกลุ่มบริษัทและบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินด้วย              ทั้งนี้ บริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัทตาม (3.1) หรือ (3.2) นั้น ต้องประกอบธุรกิจนำเข้า ส่งออก การค้าระหว่างประเทศ บริการระหว่างประเทศ หรือประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น และไม่ได้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน              ในกรณีที่กลุ่มบริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดใน (3.1) หรือ (3.2) แล้ว ศูนย์บริหารเงินสามารถบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศเพิ่มเติมให้แก่กลุ่มบริษัทที่เป็นสาขาในต่างประเทศที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจเดียวกันกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินและกลุ่มบริษัทได้               การบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศของศูนย์บริหารเงิน ยังไม่รวมถึงการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทประเภทบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องหรือเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ              กรณีที่กลุ่มบริษัทมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนดข้างต้น ให้มีหนังสือขออนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นรายกรณี         (4) บริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่กลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าของสินค้าหรือบริการระหว่างประเทศรวมของกลุ่มบริษัททั้งหมดในปริมาณที่เหมาะสม              ทั้งนี้ กรณีบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินประกอบธุรกิจอื่นด้วยจะต้องบันทึกรายการธุรกรรมทางการเงินของศูนย์บริหารเงินแยกต่างหากจากธุรกิจอี่นให้ชัดเจน         3. เมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ศูนย์บริหารเงินต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัทกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนประกอบธุรกิจศูนย์บริหารเงิน และยื่นเอกสารการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมดังกล่าวต่อธนาคารแห่งประเทศไทย         4. เหตุของการไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตเจ้าพนักงานอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต หากมีเหตุดังต่อไปนี้           (1) เจ้าพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าบริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน หรือ ศูนย์บริหารเงิน กระทำการดังต่อไปนี้                 (1.1) ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น                 (1.2) เหตุอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร          (2) บริษัทที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินหรือศูนย์บริหารเงินขาดคุณสมบัติตามที่ประกาศกำหนด หรือหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง          (3) บริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินปฏิบัติการในธุรกิจของศูนย์บริหารเงินหรือธุรกิจอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน        5. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง           (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)           (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)         6. การยื่นคำร้องขอ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                        - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                        - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ           (2) ยื่นทางไปรษณีย์                (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                         - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                        - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ           7. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต          8. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที          9. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารห?","2023-08-01T22:01:32"],
    [2616,"94e56e28-cca8-42fb-93d7-0a30b54a9151","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลังได้รับอนุญาตของศูนย์บริหารเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-ac15-4c55-a1e6-c67348b3c731",30,0,12,"1. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคลหรือชื่อนิติบุคคลของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน หรือบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัท กรณีที่มีการลดบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัทที่ไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน หรือกรณีที่มีการลดขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน ให้ศูนย์บริหารเงินรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงาน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนหรือวันที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วแต่กรณี           ในกรณีที่มีการเพิ่มขอบเขตการประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงินที่ไม่เกินขอบเขตที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลัง ให้ศูนย์บริหารเงินแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานเป็นหนังสือ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าก่อนวันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ หากเจ้าพนักงานไม่มีหนังสือทักท้วงภายใน 15 วันนับจากวันที่เจ้าพนักงานได้รับแจ้ง ให้ศูนย์บริหารเงินสามารถทำธุรกรรมตามขอบเขตการประกอบธุรกิจที่แจ้งเพิ่มได้           2.ในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินเพิ่มบริษัทหรือสาขาในกลุ่มบริษัทที่จะให้ศูนย์บริหารเงินบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ หรือเพิ่มกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ หรือบริษัทหรือสาขาในต่างประเทศที่ศูนย์บริหารเงินจะให้กู้ยืมเงินให้ขออนุญาตเจ้าพนักงานก่อนดำเนินการ           3. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง             (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)             (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)           4. การยื่นคำร้องขอ             (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                   (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                   (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                   (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                            - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                            - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ             (2) ยื่นทางไปรษณีย์                   (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                   (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                   (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                             - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                             - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ           5. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต           6. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที           7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว           8. ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน           9. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:01:51"],
    [2617,"94e56e28-cfc3-4fd7-9bdf-84791c816efe","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-aff6-4c68-bfb7-c99a7b15f5d1",45,0,5,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงินสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ศูนย์บริหารเงินยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย         2.คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)         3. การยื่นคำร้องขอ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                  (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                  (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                  (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                           - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                          - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ             (2) ยื่นทางไปรษณีย์                    (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                    (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                    (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                             - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                            - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ           4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต           5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที          6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว           7. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน           8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:02:12"],
    [2618,"94e56e28-d2fd-486c-8482-dc2ec601f758","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-b40b-473b-bca9-cd5e30276482",30,0,7,"1. ให้ศูนย์บริหารเงินยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงานก่อนวันที่ใบอนุญาตครบกำหนดต่ออายุทุกปี โดยให้ยื่นล่วงหน้าได้ไม่เกิน 120 วันและต้องไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันครบกำหนดต่ออายุในปีดังกล่าว         2. หนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง            (1) หนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)            (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)        3. การยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ          (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ได้มายื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติเป็นผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับหนังสือรับรองคุณสมบัติได้เนื่องจากผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)               (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ               (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ               (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                       - แจ้งผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติหรือผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                       - หากพบว่า ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ         (2) ยื่นทางไปรษณีย์              (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง              (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ              (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                      - แจ้งผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติจะต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                     - หากพบว่า ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ          4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณา          5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ให้ถือว่าผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที          6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่หนังสือรับรองคุณสมบัติหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติละทิ้งหนังสือรับรองคุณสมบัติ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว          7. ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารถูกต้องครบถ้วน          8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:02:34"],
    [2619,"94e56e28-d660-4d0b-a033-6e9dc36d3315","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-b8b3-4417-8e18-636a581baf80",60,0,9,"1. ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นบริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด โดยให้ยื่นคำร้องขอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง         2. ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนดดังต่อไปนี้               (1) เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ได้ทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์               (2) มีประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่องกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจ               (3) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ               (4) ไม่เคยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย         3. ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ               (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย               (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน               (3) เคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ในกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศโดยสาเหตุที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลนั้นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในการควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ         4. เหตุของการไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต                เจ้าพนักงานอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาไม่อนุญาต หรือ ถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต หากเจ้าพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าบุคคลที่ขอรับอนุญาต บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาต หรือกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทนั้น กระทำการ ดังต่อไปนี้                 (1) ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎ ข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น                 (2) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงิน                 (3) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อสาธารณชนในทางเศรษฐกิจ                 (4) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย                 (5)  ไม่มีธุรกรรมตามที่ได้รับใบอนุญาตเป็นระยะเวลา 2 ปีติดต่อกัน                 (6)  เหตุอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร          5. กรณีเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด         6. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง           (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)           (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษยื่นมาพร้อมกัน โดยผู้มีอำนาจลงนามต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง และประทับตรา(ถ้ามี)         7. การยื่นคำร้องขอ           (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)           (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ           (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ           (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                    - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                    - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ        (2) ยื่นทางไปรษณีย์             (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง             (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ             (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                      - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                        - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกรายการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ         8. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต         9. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         10. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้อ?","2023-08-01T22:02:56"],
    [2620,"94e56e28-d9d7-4793-a3ff-02d905e43f44","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลังได้รับอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-bd38-4588-9076-915eff3043de",30,0,9,"1. ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตมีความประสงค์จะย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าเป็นการชั่วคราวหรือถาวร หรือประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราว ให้บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตยื่นหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่ย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจหรือวันที่มีการประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตน แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตจะประกอบธุรกิจ ณ สถานที่ประกอบธุรกิจแห่งใหม่ได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแล้วเท่านั้น และสำหรับกรณีการย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราวหรือประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราวนั้น ให้สามารถประกอบธุรกิจได้ภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด         2. กรณีย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าเป็นการถาวรหรือชั่วคราว หรือประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสถานที่ประกอบธุรกิจของตนเป็นการชั่วคราว หากเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเมื่อเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด         3. ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ           (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย           (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน           (3) เคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ในกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศโดยสาเหตุที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลนั้นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในการควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ           ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าบุคคลซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ มีลักษณะต้องห้ามตามข้างต้น ให้บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตเปลี่ยนตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน และแจ้งการเปลี่ยนตัวดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ทั้งนี้ ตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานแสดงตนของบุคคลดังกล่าวและหนังสือรับรองว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามข้างต้น หรือเอกสารอื่นใดที่เจ้าพนักงานจะเรียกเพิ่มเติม         4. ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตมีการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้           (1) เปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคล ชื่อนิติบุคคล ที่อยู่ทางทะเบียนโดยทางการ หรือสถานที่ตั้ง ตามหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์           (2) เปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาต ให้บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน                 ทั้งนี้ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลตาม (2) ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานแสดงตนของบุคคลดังกล่าวและหนังสือรับรองว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามข้างต้น หรือเอกสารอื่นใดที่เจ้าพนักงานจะเรียกเพิ่มเติม         5. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง           (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)           (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษยื่นมาพร้อมกัน โดยผู้มีอำนาจลงนามต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง และประทับตรา(ถ้ามี)         6. การยื่นคำร้องขอ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีคำร้องขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตาม มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าคำร้องขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                  (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                  (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                  (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                         - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                         - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกรายการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ           (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (การแจ้งเปลี่ยนแปลงตามข้อ 1. กรณีย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ ให้แจ้งขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ  กรณีตามข้อ  4. ให้รายงานการเปลี่ยนแปลงต่อเจ้าพนักงานพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้วจะดำเนินการดังนี้                 (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                 (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                 (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                          - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ         7. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต         8. เมื่อเจ้าพนักงานได","2023-08-01T22:07:48"],
    [2621,"94e56e28-dd73-4c11-8454-d937dab91abf","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-c1a9-423d-83a4-77a15f30e197",45,0,4,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้บริษัทหลักทรัพย์รับอนุญาตยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจแจ้งได้ภายในกำหนด         2. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)         3. การยื่นคำร้องขอ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าคำร้องขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้ เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                 (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                 (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                 (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                        - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                        - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ              (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (ยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาต ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะดำเนินการดังนี้                    (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                    (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                    (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                             - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอแจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                             - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกรายการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งเจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ         4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต         5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว         7. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน         8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:03:38"],
    [2622,"94e56e28-e102-4a70-92d7-9e85f00d46c7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบริษัทรับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-c62c-4b53-9370-93bda441b291",75,0,12,"1. ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด ดังนี้           (1) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยประกอบธุรกิจด้านการออกเช็คเดินทางหรือบัตรเครดิตต่างประเทศ และมีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท           (2) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและมีบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องในต่างประเทศซึ่งมีเครือข่ายให้บริการระหว่างประเทศด้านการออกเช็คเดินทาง หรือบัตรเครดิตต่างประเทศ โดยบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องดังกล่าวต้องมีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทหรือเทียบเท่า        2. ห้ามมิให้ตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ           (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย           (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน           (3) มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน         3. เหตุของการไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต เจ้าพนักงานอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาตได้           หากเจ้าพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำร้องขออนุญาต บริษัทรับอนุญาต กรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ได้กระทำการดังต่อไปนี้           (1) ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น           (2) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงิน           (3) ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อสาธารณชนในทางเศรษฐกิจ           (4) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย           (5) ไม่มีธุรกรรมตามที่ได้รับใบอนุญาตเป็นระยะเวลา 2 ปีติดต่อกัน           (6) เหตุอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร         4.กรณีเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด          5. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง            (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)            (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)         6. การยื่นคำร้องขอ ให้กระทำได้ในเดือนมิถุนายน และธันวาคม เท่านั้น           (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)               (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ               (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ               (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                        - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                       - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ         (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (ให้ยื่นคำร้องขอได้ไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนที่ยื่นคำร้องขอ โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ หากพ้นกำหนดจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอ)               (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง               (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ               (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                        - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                       - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ             (3) ถ้าผู้ยื่นประสงค์จะประกอบธุรกิจในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น           7. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต           8. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที          9. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลานับจากวันสิ้นงวดที่ยื่นคำร้องขอตามที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ไม่เกินวันสิ้นงวดที่ยื่นคำร้องขอในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าจะสิ้นงวดที่ยื่นคำร้องขอ          10. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการนับจากวันสิ้นงวดที่ยื่นคำร้องขอตามที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด          11. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ย?","2023-08-01T22:03:55"],
    [2623,"94e56e28-e4bc-413e-936a-7c3350987e12","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลังได้รับอนุญาตของบริษัทรับอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-cadc-437c-8b97-e8b797b4de3b",45,0,12,"1. ใบอนุญาตที่รัฐมนตรีให้ไว้แก่บริษัทรับอนุญาตให้ใช้ได้สำหรับสถานที่ประกอบธุรกิจของบริษัทรับอนุญาตตามที่ได้ยื่นขอรับอนุญาตไว้เท่านั้น           ในกรณีที่บริษัทรับอนุญาตประสงค์จะย้ายสถานประกอบการ ให้บริษัทรับอนุญาตยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขอย้ายเพื่อขออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ จะย้ายไปประกอบธุรกิจ ณ สถานประกอบการแห่งใหม่ได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน          2. ห้ามมิให้ตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ            (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย            (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการ แลกเปลี่ยนเงิน            (3) มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน                 ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าบุคคลซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ มีลักษณะต้องห้าม ให้บริษัทรับอนุญาตเปลี่ยนตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน          3. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคลของบริษัทรับอนุญาต หรือเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล หรือเปลี่ยนแปลงชื่อสถานประกอบการ หรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น สัดส่วนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทรับอนุญาต ให้บริษัทรับอนุญาตรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือ พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงาน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน            ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ให้ทำหนังสือรับรองคุณสมบัติบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด          4.ในกรณีที่ประสงค์จะเพิ่มจุดประกอบธุรกิจภายในสถานที่เดิมที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำร้องขออนุญาตโดยทำเป็นหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง          5.ในกรณีย้ายจุดประกอบธุรกิจในสถานที่ประกอบการเดิม ให้บริษัทรับอนุญาตมีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานทราบ พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้าย          6. กรณีย้ายสถานประกอบการ เพิ่ม/ย้ายจุดประกอบธุรกิจในสถานที่ประกอบการเดิม หากเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจ ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเมื่อเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด          7. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง            (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)            (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)          8. การยื่นคำร้องขอ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                 (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                 (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                 (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                          - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ           (2) ยื่นทางไปรษณีย์                 (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                 (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                 (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                          - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ            (3) สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น          9. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต         10. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         11. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหล","2023-08-01T22:04:14"],
    [2624,"94e56e28-e7b5-47c0-8ea3-2b038dfa565c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบริษัทรับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-cf2c-4dde-b0a3-9e411833d4ca",45,0,4,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบริษัทรับอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้บริษัทรับอนุญาต ยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย         2. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)         3. การยื่นคำร้องขอ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                  (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                  (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                  (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                           - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                           - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ            (2) ยื่นทางไปรษณีย์                 (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                 (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                 (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                         - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ             (3) สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น         4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต         5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว         7. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน         8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:04:31"],
    [2625,"94e56e28-eb55-46c2-9002-30a093d50a72","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-d3be-4178-b845-0a0f553c46fe",90,0,24,"1. ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้             (1) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้                (1.1) มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทและมีฐานะทางการเงินมั่นคง                (1.2) มีบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนโดยมีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่งของทุนที่ชำระแล้วทั้งหมด                (1.3) มีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดกรณีเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน หรือมีหุ้นส่วนผู้จัดการที่เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นส่วนผู้จัดการทั้งหมดกรณีเป็นห้างหุ้นส่วน                (1.4) กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทกรณีเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน หรือหุ้นส่วนผู้จัดการกรณีเป็นห้างหุ้นส่วน ต้องมีความรู้ และประสบการณ์เหมาะสม                (1.5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ            (2) เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้                (2.1) มีประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ให้บริการจับคู่ธุรกรรมซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างลูกค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศอื่นนอกจากประเทศไทยและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจดังกล่าวในประเทศนั้นต่อเนื่องกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจ                (2.2) ผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย ต้องมีความรู้ และประสบการณ์เหมาะสม                (2.3) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ         2. นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศสามารถประกอบธุรกิจได้ ดังนี้             (1) นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย สามารถให้บริการได้ 2 รูปแบบ คือ                   (1.1) ให้บริการจับคู่ธุรกรรมซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างลูกค้าโดยเจ้าหน้าที่ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ                   (1.2) ให้บริการจับคู่ธุรกรรมซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างลูกค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์              (2) นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ สามารถให้บริการได้เฉพาะการให้บริการจับคู่ธุรกรรมซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างลูกค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์         3. นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศต้องมีระบบงานในการให้บริการแก่ลูกค้าที่เหมาะสม น่าเชื่อถือ และสามารถรองรับการประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และมีกระบวนการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ         4. ห้ามมิให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ            (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย            (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน            (3) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน            (4) เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย            (5) เคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย ในกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศโดยสาเหตุที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลนั้นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในการควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย แล้วแต่กรณี             5. เหตุของการไม่อนุญาต หรือถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต                เจ้าพนักงานอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาไม่อนุญาต หรือ ถอนใบอนุญาต หรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต หากเจ้าพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าบุคคลที่ขอรับอนุญาต นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ กรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ กระทำการดังต่อไปนี้                (1)  ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎ ข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น                (2)  ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงิน                (3)  ปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อสาธารณชนในทางเศรษฐกิจ                (4)  เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย                (5)  ไม่มีธุรกรรมตามที่ได้รับใบอนุญาตเป็นระยะเวลา 2 ปีติดต่อกัน                (6)  เหตุอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร         6. กรณีเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด         7. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง           (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)           (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยยื่นมาพร้อมกัน โดยผู้มีอำนาจลงนามและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง และประทับตรา(ถ้ามี)         8. การยื่นคำร้องขอ           (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                         - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร?","2023-08-01T22:08:00"],
    [2626,"94e56e28-efb1-4f9f-a435-19cdf1c58cca","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลังได้รับอนุญาตของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-d914-400f-b3b9-ed7f5f4bb452",45,0,16,"1. ในกรณีที่นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศประสงค์จะย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ได้ยื่นขออนุญาตไว้ ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขอย้าย เพื่อขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ จะย้ายไปประกอบธุรกิจ ณ สถานที่ประกอบธุรกิจแห่งใหม่ได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน         2. ในกรณีที่นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศประสงค์จะเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลง ลดหรือยกเลิกสถานที่ปฏิบัติงานสำรอง ให้ดำเนินการดังนี้            (1) กรณีเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ปฏิบัติงานสำรอง ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนการเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าว            (2) กรณีลดหรือยกเลิกสถานที่ปฏิบัติงานสำรอง ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศแจ้งเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่ลดหรือยกเลิกสถานที่ปฏิบัติงานสำรอง         3. กรณีย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ และเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ปฏิบัติงานสำรอง หากเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ปฏิบัติงานสำรอง ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ปฏิบัติงานสำรองตามที่ยื่นขออนุญาต และเมื่อเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด         4. ห้ามมิให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทยของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ             (1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย             (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน             (3) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน              (4) เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย              (5) เคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย ในกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ โดยสาเหตุที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลนั้นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในการควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย แล้วแต่กรณี                    ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทยของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ มีลักษณะต้องห้ามข้างต้น ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศเปลี่ยนตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน และแจ้งการเปลี่ยนตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องและหนังสือรับรองว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามข้างต้น ตามแบบที่กำหนด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน         5. ในกรณีที่นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้             (1) เปลี่ยนแปลงสภาพนิติบุคคล ชื่อนิติบุคคล หรือที่อยู่ทางทะเบียนโดยทางการ             (2) เปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสัดส่วนกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว โดยมีนัยสำคัญ             (3) เปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจควบคุม กรรมการผู้มีอำนาจในการบริหาร ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย             (4) เปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย              (5) เปลี่ยนแปลงตัวผู้รับผิดชอบในการดำเนินการในประเทศไทย ของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ              ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศรายงานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงาน พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ทั้งนี้ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงตาม (3) และ (5) ให้ทำหนังสือรับรองว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 4 และกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตาม (4) และ (5) ให้ทำหนังสือรับรองว่าบุคคลดังกล่าวมีความรู้และประสบการณ์เหมาะสม ตามแบบที่กำหนดด้วย         6. ในกรณีที่นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยประสงค์จะเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงหรือลดรูปแบบการให้บริการ ให้ดำเนินการดังนี้            (1) กรณีเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการจากที่เคยยื่นขออนุญาตไว้ ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานตามแบบที่กำหนดพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนการดำเนินการ             (2) กรณีลดรูปแบบการให้บริการจากที่เคยยื่นขออนุญาตไว้ ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศแจ้งการดำเนินการดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานตามแบบที่กำหนด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการดำเนินการ         7. ในกรณีที่นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศประสงค์จะเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงหรือลดประเภทธุรกรรมที่ให้บริการ ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศแจ้งการดำเนินการดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานตามแบบที่กำหนดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนการดำเนินการ         8. ในกรณีที่นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงระบบงานอย่างมีนัยสำคัญซึ่งจะทำให้กระทบต่อระบบการจับคู่ธุรกรรม เช่น เปลี่ยนเทคโนโลยีที่ใช้ในการให้บริการ เปลี่ยนผู้ให้บริการระบบงาน หรือกระทบต่อกระบวนการในการให้บริการจับคู่ธุรกรรม เช่น เปลี่ยนระบบรับคำสั่งซื้อขาย หรือกรณีประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบสถานที่ประกอบธุรกิจซึ่งมีผลต่อระบบงานอย่างมีนัยสำคัญ ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงาน พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว         9. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง            (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)            (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยยื่นมาพร้อมกัน โดยผู้มีอำนาจลงนามและผู้แปลต","2023-08-01T22:08:40"],
    [2627,"94e56e28-f3ce-48e9-ab56-72789fc8cd60","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-dec3-4c73-a6af-9816832d07f8",45,0,5,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย         2. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง            (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)            (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยยื่นมาพร้อมกัน โดยผู้มีอำนาจลงนามและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง และประทับตรา(ถ้ามี)         3. การยื่นคำร้องขอ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                 (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                 (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                 (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                          - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ           (2) ยื่นทางไปรษณีย์                 (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                 (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                 (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                           - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกรายการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ         4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต         5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว         7. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน         8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:08:12"],
    [2628,"94e56e28-f75b-4549-aebd-2438c4be9b2d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นหนังสือขอย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราวของนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-e354-4c86-86f4-1372220bf85b",15,0,4,"1. ในกรณีที่นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศมีความประสงค์จะย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่ประสงค์จะย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ            ในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เช่น เกิดภัยธรรมชาติ อัคคีภัย การชุมนุมประท้วง ที่ทำให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศไม่สามารถยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานได้ ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจไปยังสถานที่ปฏิบัติงานสำรองตามที่ได้ระบุไว้ในคำร้องขอประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือตามที่ได้รับอนุญาต โดยต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้           (1) มีหนังสือแจ้งเหตุผลความจำเป็น และสถานที่ปฏิบัติงานสำรองที่จะใช้เป็นสถานประกอบการชั่วคราวต่อเจ้าพนักงานก่อนดำเนินการ หรือ           (2) มีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรสารแจ้งเหตุผลความจำเป็น และสถานที่ปฏิบัติงานสำรองที่จะใช้เป็นสถานประกอบการชั่วคราวต่อเจ้าพนักงานก่อนดำเนินการ และมีหนังสือตาม (1) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เริ่มใช้สถานที่ปฏิบัติงานสำรอง            ทั้งนี้ นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศสามารถใช้สถานที่ปฏิบัติงานสำรองเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 90 วัน หากในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามที่กล่าวไว้ข้างต้น นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศสามารถเปลี่ยนสถานที่ปฏิบัติงานสำรองได้โดยดำเนินการตาม (1) หรือ (2) โดยระยะเวลาที่ใช้สถานที่ปฏิบัติงานสำรองเป็นการชั่วคราวทุกแห่งรวมกันต้องไม่เกิน 90 วัน  และหากจะย้ายกลับไปยังสถานประกอบการให้แจ้งเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานก่อนวันที่จะย้ายกลับ ทั้งนี้ ในกรณีที่จำเป็นต้องย้ายไปยังสถานที่ปฏิบัติงานสำรองเป็นการชั่วคราวทุกแห่งรวมกันเกินกว่า  90 วัน ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นหนังสือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานโดยระบุเหตุผลความจำเป็น และระยะเวลาก่อนดำเนินการ โดยให้ยื่นขอต่อเจ้าพนักงานล่วงหน้า 15 วันก่อนครบกำหนด 90 วัน            นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศจะย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราวได้เฉพาะสถานที่ที่ยื่นขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น          2. หากเจ้าพนักงานมีความจำเป็นต้องตรวจสอบสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต เมื่อเจ้าพนักงานและผู้ยื่นหนังสือได้ตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นหนังสือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นหนังสือต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นหนังสือไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนหนังสือและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด         3. หนังสือขอย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราวและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง           (1) หนังสือขอย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)           (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยยื่นมาพร้อมกัน โดยผู้มีอำนาจลงนามและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง และประทับตรา(ถ้ามี)         4. การยื่นหนังสือขอย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว           (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นหนังสือไม่ได้มายื่นหนังสือด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นหนังสือมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งหนังสือเป็นผู้ยื่นหนังสือ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีหนังสือและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นหนังสือไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งหนังสือและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าหนังสือและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับหนังสือได้เนื่องจากผู้ส่งหนังสือไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                 (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับหนังสือ                 (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับหนังสือ                 (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                        - แจ้งผู้ยื่นหนังสือหรือผู้ส่งหนังสือทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                        - หากพบว่า ผู้ยื่นหนังสือยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นหนังสือไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนหนังสือและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นหนังสือ            (2) ยื่นทางไปรษณีย์                  (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                  (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับหนังสือ                  (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                          - แจ้งผู้ยื่นหนังสือโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับหนังสือ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นหนังสือลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นหนังสือจะต้องยื่นหนังสือและเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                          - หากพบว่า ผู้ยื่นหนังสือยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกรายการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ยื่นหนังสือไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งเจ้าพนักงานจะคืนหนังสือและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นหนังสือ           5. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นหนังสือให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต         6. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นหนังสือผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในหนังสือ ให้ถือว่าผู้ยื่นหนังสือได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่หนังสือหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นหนังสือจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นหนังสือละทิ้งหนังสือ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นหนังสือหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นหนังสือหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาหนังสือขออนุญาตและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นหนังสือจะดำเนินการแก้ไขหนังสือหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว         8. ขั้นตอนการพิจารณาอนุญาต จะใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม 15 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย?","2023-08-01T22:08:26"],
    [2629,"94e56e28-fae7-4800-bebd-97b8abf79150","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติการประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-e7d5-42bb-b43b-11ba21a13857",30,0,11,"1. ให้นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงานก่อนวันที่ใบอนุญาตครบกำหนดต่ออายุทุกปี โดยยื่นได้ไม่เกิน 120 วันและไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันครบกำหนดต่ออายุ         2. หนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง           (1) หนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)           (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยยื่นมาพร้อมกัน โดยผู้มีอำนาจลงนามและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง และประทับตรา(ถ้ามี)         3. การยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ            (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ได้มายื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติเป็นผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับหนังสือรับรองคุณสมบัติได้เนื่องจากผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                  (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ                  (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ                  (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                           - แจ้งผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติหรือผู้ส่งหนังสือรับรองคุณสมบัติทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                           - หากพบว่า ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ               (2) ยื่นทางไปรษณีย์                   (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                   (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ                   (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                            - แจ้งผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทยทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                             - หากพบว่า ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกรายการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติ         4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณา         5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร ให้ถือว่าผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที         6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่หนังสือรับรองคุณสมบัติหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติละทิ้งหนังสือรับรองคุณสมบัติ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาหนังสือรับรองคุณสมบัติและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นจะดำเนินการแก้ไขหนังสือรับรองคุณสมบัติหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว         7. ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน         8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นหนังสือรับรองคุณสมบัติทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:08:55"],
    [2630,"94e56e28-feac-4f10-a42c-e6a3febe692c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตนเป็นการชั่วคราว ของบุคคลรับอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-ec60-4c81-958c-fb92c7790230",15,0,7,"1. ใบอนุญาตที่รัฐมนตรีให้ไว้แก่บุคคลรับอนุญาตให้ใช้ได้สำหรับสถานที่ประกอบธุรกิจของบุคคลรับอนุญาตตามที่ได้ยื่นขอรับอนุญาตไว้เท่านั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน              2. ในกรณีที่บุคคลรับอนุญาตมีความประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตนเป็นการชั่วคราว ให้บุคคลรับอนุญาตยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงาน พรัอมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตน  ในกรณีของเหตุผลความจำเป็นในการยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตนเป็นการชั่วคราว เช่น สถานที่ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต เกิดภัยธรรมชาติ  เกิดเพลิงไหม้ จำเป็นต้องประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และจะย้ายกลับไปประกอบธุรกิจ ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาตเมื่อหมดภัยธรรมชาติ หรือปรับปรุงสถานที่ประกอบธุรกิจเรียบร้อยแล้ว  หรือประกอบธุรกิจชั่วคราวในสถานที่ที่มีการจัดงานต่าง ๆ เช่น งานประชุมทางวิชาการนานาชาติ งานประชุมนานาชาติ งานจัดแสดงสินค้านานาชาติ งานท่องเที่ยว เป็นต้น                 ทั้งนี้ บุคคลรับอนุญาตจะประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตนเป็นการชั่วคราวได้เฉพาะสถานที่ประกอบธุรกิจที่ยื่นขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น              3. กรณีเจ้าพนักงานประสงค์จะตรวจสถานที่ให้บริการประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตนเป็นการชั่วคราวตามที่แจ้ง ให้เจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอตกลงร่วมกันถึงการตรวจสถานที่ประกอบธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาต และเจ้าพนักงานแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอ ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสารแล้ว ผู้ยื่นคำร้องขอต้องพร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด เจ้าพนักงานจะไม่รับพิจารณาและคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด              4. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                 (1) คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)                 (2) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่ลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนาม และประทับตรา(ถ้ามี)               5. การยื่นคำร้องขอ                 (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                      (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                      (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน -  รับคำร้องขอ                      (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                            - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                            - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (ยื่นคำร้องขอไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจนอกสำนักงานของตน โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะดำเนินการดังนี้                      (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                      (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                      (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                              - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                              - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                 (3) สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น               6. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต               7. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที               8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว               9. ขั้นตอนการพิจารณาอนุญาต จะใช้ระยะเวลาดำเนินการรวม 15 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน              10. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:06:07"],
    [2631,"94e56e29-01e6-4fa3-a5ef-738d4d6d9451","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-f071-4fca-a892-c4bcf39f7ecf",45,0,5,"1. ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้บุคคลรับอนุญาต ยื่นคำร้องขอรับใบแทนใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย              2. คำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา(ถ้ามี)              3. การยื่นคำร้องขอ                (1) ยื่นด้วยตนเอง (ในกรณีผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำร้องขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ และจัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำร้องขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำร้องขอและธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำร้องขอได้ เนื่องจากผู้ส่งคำร้องขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้) (ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)                      (1.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องขณะรับคำร้องขอ                      (1.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                      (1.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                              - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ส่งคำร้องขอทราบและแก้ไขในทันที หากไม่สามารถแก้ไขได้จะบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย                              - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                (2) ยื่นทางไปรษณีย์ (ยื่นคำร้องขอใบแทนใบอนุญาต ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับทราบการสูญหาย หรือถูกทำลาย โดยถือวันประทับตราของที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะดำเนินการดังนี้                      (2.1) เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง                      (2.2) กรณีถูกต้องครบถ้วน - รับคำร้องขอ                      (2.3) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน                              - แจ้งผู้ยื่นคำร้องขอโดยบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ลงนามโดยผู้รับคำร้องขอ แจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอลงนามในบันทึกรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร และผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด                              - หากพบว่า ผู้ยื่นคำร้องขอยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกยังไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องขอไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้องขอ                 (3) สถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติการของสำนักงานแห่งใดของธนาคารแห่งประเทศไทย (เขตปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ หรือเขตปฏิบัติการของสำนักงานภาค ได้แก่ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคเหนือ) ให้ยื่น ณ สำนักงานแห่งนั้น              4. หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องขอให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต              5. เมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้องขอผ่านทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  หรือทางโทรสาร ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที              6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือสำหรับประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าพนักงานตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำร้องขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าพนักงานจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำร้องขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำร้องขอละทิ้งคำร้องขอ โดยเจ้าพนักงานและผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำร้องขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำร้องขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำร้องขอจะดำเนินการแก้ไขคำร้องขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องเรียบร้อยแล้ว              7. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการ นับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน              8. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-08-01T22:05:01"],
    [2632,"94e56e29-0b60-4509-a8a4-e8ea6afd32fc","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011402 การขออนุญาตแต่งตั้งตัวแทนทางการเงิน (banking agent) นอกกรอบหลักเกณฑ์ที่อนุญาตเป็นการทั่วไปของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-f9b1-4dca-91b5-a2928ce872f6",30,0,5,"1. เงื่อนไขการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปให้ธนาคารพาณิชย์แต่งตั้งตัวแทนได้ตามกรอบประเภทตัวแทน และประเภทธุรกรรม ดังนี้                                        ตารางสรุปการแต่งตั้งตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ (Banking Agent)    ประเภทของ         ธนาคารพาณิชย์       สถาบันการเงิน         บริษัท ไปรษณีย์ไทย    ผู้ให้บริการ                     นิติบุคคลอื่น    ธุรกรรม /                           อื่น                               เฉพาะกิจ                                  จำกัด                              การชำระเงิน                              ประเภทของ                                                                                                                                                         ทางอิเล็กทรอนิกส์      ตัวแทน          1. ตัวแทนรับ                      /                                          /                                                   /                                              /                                         /        ฝากเงิน        2. ตัวแทนรับ                    /                                          /                                                  /                                              /                                         /        ถอนเงิน*       3. ตัวแทนจ่าย                 /                                          /                                                  /                                              /                                        /       เงินสำหรับ    ผู้ใช้บริการ    รายย่อย*       4. ตัวแทนจ่าย                 /                                          /       ผู้ใช้บริการ    รายใหญ่      5. ตัวแทน                   /                                          /                                                   /                                                 /                                      /       รับชำระเงิน                                           * ให้บริการได้ไม่เกินห้าพันบาทต่อรายการ และไม่เกินสองหมื่นบาทต่อวันสำหรับผู้ใช้บริการแต่ละราย         ทั้งนี้ ตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และนิติบุคคลอื่น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้         1.1.1 เป็นผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 16 (1) &ndash; (4) แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560         1.1.2 นิติบุคคลอื่น เช่น ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด กองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์ ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้                 (ก) มีหลักแหล่งในการให้บริการที่ชัดเจน                 (ข) มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบที่เหมาะสม ในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ เช่น เครื่อง Electronic Data Capture (EDC)                 (ค) มีกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของ นิติบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้                      (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์                      (2) มีภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร                      (3) ไม่อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือ เคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือ ปลดการล้มละลาย                      (4) ไม่เป็นบุคคลกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                      (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก หรือ รับของโจร หรือความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์       นอกจากนี้ ทั้งนิติบุคคลและกรรมการหรือ ผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ (1) ไม่เคยต้อง คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (2) ไม่เคย เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดหรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง แล้วแต่กรณี       1.2 ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะแต่งตั้งตัวแทนที่มีประเภทและ/หรือขอบเขตและเงื่อนไขที่นอกเหนือ จากที่กำหนดในข้อ ให้ธนาคารพาณิชย์ขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณากระบวนการ และแนวทางการคัดเลือกตัวแทนที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้ตัวแทนมีหลักแหล่งในการให้บริการ ที่ชัดเจน มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบที่เหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นตัวแทน รวมทั้งคุณสมบัติของตัวแทนที่จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามข้างต้น  นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลเฉพาะสำหรับตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ (banking agent) (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 4 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 3/2561)       1.3 ในกรณีที่ตัวแทนของธนาคารพาณิชย์มอบหมายหรือว่าจ้างผู้รับจ้าง ช่วงงานต่อ (subcontract) ในงานบางส่วนหรือทั้งหมด ผู้รับจ้างช่วงงานต่อนั้นจะต้องเป็นประเภท ตัวแทนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์แต่งตั้งเป็นตัวแทนสำหรับให้บริการ ประเภทนั้น ๆ โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ สำหรับการว่าจ้างผู้รับจ้างช่วงงานต่อที่เป็นประเภทตัวแทนที่ไม่เข้าข่ายได้รับอนุญาตเป็นการทั่วไป ในการให้บริการตามขอบเขตข้างต้น ให้ธนาคารพาณิชย์ขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 47    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 3/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับช่องทางให้บริการของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 29 มกราคม 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610056.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ                                  2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application    2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า         3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-07T11:26:57"],
    [2633,"94e56e29-196b-446c-9442-1e0deb03c0d1","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011404 การขออนุญาตแต่งตั้งตัวแทน (agent) นอกเหนือจากขอบเขตและเงื่อนไขที่อนุญาตเป็นการทั่วไปของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3c-fdf2-4c51-bbf2-a03adf31fdcb",30,0,5,"1. เงื่อนไขการยื่นคำขอ        1.1 หลักการ : ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทเงินทุนสามารถแต่งตั้งตัวแทนของบริษัทเงินทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ผู้ใช้บริการได้ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้บริการแก่ลูกค้าและประชาชนอันเป็นประโยชน์โดยรวมของลูกค้า ประชาชน และระบบสถาบันการเงิน โดยบริษัทเงินทุนต้องรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการ เสมือนหนึ่งดำเนินการเองและจะต้องมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการแต่งตั้งตัวแทนดังกล่าวอย่างเหมาะสม        1.2 หลักเกณฑ์ : บริษัทเงินทุนสามารถแต่งตั้งนิติบุคคลเป็นตัวแทนของบริษัทเงินทุนเพื่อให้บริการได้ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยตัวแทนของบริษัทเงินทุนจะทำการเปิดบัญชีเงินฝากหรือพิจารณาอนุมัติหรือเบิกจ่ายสินเชื่อไม่ได้        1.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปให้บริษัทเงินทุนแต่งตั้งตัวแทนได้ตามกรอบประเภทตัวแทน และประเภทธุรกรรมที่กำหนด โดยบริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่กำหนดไว้ตามข้อ 4.3.2 ของประกาศหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวแทนของบริษัทเงินทุน    ตารางสรุปการอนุญาตเป็นการทั่วไปให้บริษัทเงินทุนแต่งตั้งตัวแทน (Banking Agent)     ประเภทของธุรกรรม/                        ธนาคารพาณิชย์                             บริษัท                                                 ผู้ให้บริการ    ประเภทของตัวแทน                            และบริษัทเงินทุนอื่น            ไปรษณีย์ไทย จำกัด                       การชำระเงิน                                                                                                                                                                                                             ทางอิเลฺ็กทรอนิกส์1/                                                                                                            1.ตัวแทนรับฝากเงิน                                                       /                                                           -                                                               -    2.ตัวแทนรับชำระสินเชื่อ                                              /                                                           /                                                               /     1/ เป็นผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 16 (1) &ndash; (4) แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    1.4 ในกรณีที่ตัวแทนของบริษัทเงินทุนมอบหมายหรือว่าจ้างผู้รับจ้างช่วงงานต่อ (subcontract)ในบางส่วนหรือทั้งหมดของธุรกรรมที่ตัวแทนดำเนินการแทนบริษัทเงินทุน ผู้รับจ้างช่วงงานต่อนั้นจะต้องเป็นนิติบุคคลประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทเงินทุน แต่งตั้งเป็นตัวแทนสำหรับธุรกรรมประเภทนั้น ๆ และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ สำหรับการว่าจ้างผู้รับจ้างช่วงงานต่อที่เป็นประเภทตัวแทนที่ไม่เข้าข่ายได้รับอนุญาตเป็นการทั่วไปในการให้บริการตามขอบเขตข้างต้น ให้บริษัทเงินทุนขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    1.5 หากบริษัทเงินทุนประสงค์จะให้บริการผ่านตัวแทนของบริษัทเงินทุน นอกเหนือจากขอบเขตและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด บริษัทเงินทุนจะต้องยื่นขออนุญาตมายังฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องแสดงให้เห็นว่าบริษัทเงินทุนมีความเข้าใจในความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และมีนโยบายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวแทนซึ่งรวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนมีแนวทางในการดูแลผู้ใช้บริการและการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่กำหนด ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจนำความเห็นของผู้ตรวจการสถาบันการเงิน มาประกอบการพิจารณา และอาจกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติเพิ่มเติมตามความเหมาะสม    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 47    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวแทนของบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 29 มกราคม 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610057.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ                                      2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า        3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-07T10:31:29"],
    [2634,"94e56e29-3306-442d-a89b-3aad0f49287f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010601 การขอผ่อนผันการกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-0aa1-4c0b-aea5-56efc8553538",45,0,13,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1.1 มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด    1.2 มาตรา 57 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดอัตราส่วนเงินกองทุนหรือทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใด หรือกำหนดอัตราส่วนอื่น ๆ ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นได้ รวมทั้งมีอำนาจกำหนดให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินเปิดเผยข้อมูลระหว่างกันได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด    1.3 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน กำหนดให้บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (ไม่รวมกรณีกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย) สามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนกลุ่ม Full Consolidation เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    1.4 ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นให้ธนาคารพาณิชย์สามารถยื่นคำขอผ่อนผันได้โดยกรณีที่ผ่อนผันต้องเป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) และแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง แนวทางการพิจารณาผ่อนผันการกำกับลูกหนี้รายใหญ่แก่กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพและมีฐานะกิจการที่มั่นคงสำหรับธนาคารพาณิชย์ โดยพิจารณาลูกหนี้ที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะกลุ่มธุรกิจ สรุปได้ดังนี้              ปัจจัยในการพิจารณา              1. นิติบุคคลในกลุ่มลูกหนี้ต้องมีศักยภาพ มีฐานะกิจการที่มั่นคง และประกอบธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ หรือประกอบธุรกิจหรือลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน              2. วงเงินที่ขอผ่อนผันสำหรับกลุ่มธุรกิจหนึ่งธุรกิจใดไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ต้องเป็นการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่นิติบุคคลในกลุ่มซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตล่าสุดไม่ต่ำกว่าระดับ BBB+ หรือเทียบเท่า หรือมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองปีล่าสุดย้อนหลังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี              3. นิติบุคคลในกลุ่มลูกหนี้ที่จะได้รับสินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีทุนชำระแล้วตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป ต้องได้รับการตรวจสอบงบการเงินจากผู้สอบบัญชีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้ความเห็นชอบ ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่รอบปีบัญชีที่ถัดจากปีที่ได้รับการผ่อนผัน              เงื่อนไขในการผ่อนผัน              1. ธนาคารพาณิชย์ต้องมีข้อมูลความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ทางการเงินในกลุ่มลูกหนี้ เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบทางการเงินในกลุ่มลูกหนี้ได้ เช่น ข้อมูลเงินลงทุน เงินกู้ยืม หรือการค้ำประกันระหว่างกันในกลุ่มลูกหนี้ รวมทั้งสามารถประเมินความเพียงพอของระดับเงินทุนของกลุ่มลูกหนี้ที่จะรองรับภาระหนี้ทั้งหมดที่มีต่อธนาคารพาณิชย์ได้              2. การขอผ่อนผันการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่กลุ่มลูกหนี้รายใหญ่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารโดยมีมติเป็นเอกฉันท์              3. ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม (capital add-on) รองรับความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (concentration risk) สำหรับลูกหนี้ทุกกลุ่มที่ได้รับผ่อนผัน (แสดงเป็นยอดสะสม) โดยคำนวณจากวงเงินส่วนที่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุน ตามวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด หรือคำนวณตามแบบจำลองภายใน (internal model) ของธนาคารพาณิชย์เอง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และเมื่อนำมาหักออกจากเงินกองทุนแล้วอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นต้องไม่ต่ำกว่าระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และเปิดเผยข้อมูลเงินกองทุนและอัตราส่วนการดำรงเงินกองทุนหลังหักเงินกองทุนส่วนเพิ่ม ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน และในรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน              4. จัดทำการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) สำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่ขอผ่อนผันกรณีเกิดความเสียหายร้อยละ 36 ร้อยละ 60 และร้อยละ 100 โดยหากอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นของธนาคารพาณิชย์ภายหลังการทำ stress test ต่ำกว่าระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำแผนรองรับความเสียหายต่อเงินกองทุน (recovery plan) ที่เหมาะสมด้วย              5. จัดทำ stress test กรณีการให้สินเชื่อแก่โครงการที่เป็นกลไกสำคัญต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐาน                6. วงเงินลูกหนี้แต่ละบริษัทต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุน              7. วงเงินรวมของลูกหนี้ทุกกลุ่มที่ขอผ่อนผันต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของยอดสินเชื่อรวมที่ไม่รวมเงินให้กู้ยืมระหว่างสถาบันการเงิน              8. ติดตามความเสี่ยงและฐานะทางการเงินของกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับการผ่อนผัน รวมทั้งจัดทำแผนการทยอยปรับลดวงเงินที่ขอผ่อนผัน              การผ่อนผันการคำนวณอัตราส่วนการกำกับลูกหนี้รายใหญ่กรณีสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ              กรณีการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่โครงการที่เป็นกลไกสำคัญต่อยุทธศาสตร์ความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศหรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มี Standby Letter of Credit จากสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาอื่นของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเป็นผู้ประกันความเสี่ยง สามารถขอผ่อนผันการคำนวณอัตราส่วนการกำกับลูกหนี้รายใหญ่ได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 50 และมาตรา 57    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2555    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2555/ThaiPDF/25550350.pdf    (3) หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท.ฝกก.(12)ว. 1030/2562 เรื่อง นำส่งแนวนโยบาย เรื่อง แนวทางการพิจารณาผ่อนผันการกำกับลูกหนี้รายใหญ่แก่กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพและมีฐานะกิจการที่มั่นคงสำหรับธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620153.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่","2023-11-10T11:51:04"],
    [2635,"94e56e29-399b-4104-b592-9a73607f45c4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-10701 การขออนุญาตประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-0e74-40c3-85f2-7c2e5bdd211d",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าซื้อแบบลีสซิ่ง ต้องยื่นขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการประกอบธุรกิจดังกล่าว โดยธนาคารพาณิชย์ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้          1.1 มีฐานะการเงินและฐานะการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถกันเงินสำรองได้ครบถ้วน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สามารถดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์และภาระผูกพันได้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด        1.2 ให้ความร่วมมือกับทางการในการปฏิบัติตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน        1.3 ต้องมีความพร้อมในเรื่องจำนวนคนและคุณภาพของบุคลากร และระบบงานต่าง ๆ        1.4 จัดทำแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์        1.5 ยื่นหนังสือแสดงความจำนงที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย        1.6 จัดทำสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญา เช่าแบบลีสซิ่ง        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ        ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่        (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36        (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 01/2551 เรื่องการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่ง ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510291.pdf    2. ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป       3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา           3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-08T15:04:41"],
    [2636,"94e56e29-3cac-441b-af75-c807d7811125","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-10702 การขออนุญาตประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง (Factoring) ของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-125a-4ae5-bd68-5897d261f820",30,0,5,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     ธนาคารพาณิชย์ที่จะประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริ่งต้องมีคุณสมบัติดังนี้       1.1 มีฐานะการเงินและผลการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถกันเงินสำรองได้ครบถ้วน และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์และภาระผูกพันไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด       1.2 มีระบบงาน ระบบข้อมูล และมีบุคลากรเพียงพอ โดยบุคลากรดังกล่าวต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และประสบการณ์เพียงพอ       ธนาคารพาณิชย์ต้องยื่นหนังสือแสดงความจำนงที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ ต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย       1.3 ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อได้รับเอกสารและข้อมูลชี้แจงประกอบการยื่นขอที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว โดยเมื่อธนาคารพาณิชย์ได้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงและเอกสารประกอบครบถ้วนแล้ว ให้มีผลเป็นการอนุญาตเมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือดังกล่าว เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีข้อทักท้วงหรือให้ชี้แจงเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ถือว่าได้รับอนุญาตเมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย                 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36      (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 20/2555 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง (Factoring) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2555     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2556/ThaiPDF/25560003.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2  ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-08T16:08:31"],
    [2637,"94e56e29-4007-43ef-9ce4-445305a40e00","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010602 การขอผ่อนผันหลักเกณฑ์การทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง (Related Lending) ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-162c-4134-9d3b-bc11114ba796",45,0,8,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ในแต่ละรายเกินร้อยละ 5  ของเงินกองทุนของสถาบันการเงิน หรือเกินร้อยละ 25 ของหนี้สินทั้งหมดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือของกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องนั้น แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า       1.2 บริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation สามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Solo Consolidation อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ในแต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของเงินกองทุนกลุ่ม Solo Consolidation หรือไม่เกินร้อยละ 25 ของหนี้สินทั้งหมดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation รวมผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือของกิจการที่มีผล ประโยชน์เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Solo Consolidation นั้น แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี       1.3 ในกรณีที่สถาบันการเงินมีข้อจำกัดหรือเหตุความจำเป็นที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับการทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง (Related Lending) ให้สามารถยื่นขอผ่อนผันได้ โดยให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็น วัตถุประสงค์การใช้เงิน แหล่งเงินและสภาพคล่องในการชำระหนี้คืน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 49 และมาตรา 57    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 36/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับการทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง (Related Lending) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510326.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 85/2551 เรื่อง การผ่อนผันหลักเกณฑ์การกำกับการทำธุรกรรม    กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง (Related Lending) ลงวันที่ 4 กันยายน 2551         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510469.pdf     (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf     (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 ลงวันที่ 12 มกราคม2559           https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-09T14:40:12"],
    [2638,"94e56e29-42e6-4a39-af40-19108c1991bf","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010605 การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-19d6-4311-9d1f-271c8f714490",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 35 (1) ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน เว้นแต่เป็นการได้มาจากการชำระหนี้หรือการประกันการให้สินเชื่อซึ่งต้องจำหน่ายภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา หรือเป็นการซื้อหรือได้มาโดยได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้ เช่น การดำเนินการ One presence  การเร่งจำหน่ายหุ้นออกไปให้หมดภายในเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน        หากการผ่อนผันดังกล่าว ทำให้สถาบันการเงินมีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นรวมกันทั้งหมดเกินกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หรือมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด สถาบันการเงินนั้นต้องขออนุญาต/ผ่อนผันตามมาตรา 16 วรรคสอง หรือมาตรา 16 วรรคสาม รวมทั้งหากสถาบันการเงินใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด สถาบันการเงินนั้นต้องขออนุญาตตามมาตรา 18 ตามที่กำหนดไว้ใน        1.1  คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่าร้อยละ 25 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้เกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด (ตามมาตรา 16 วรรคสอง)        1.2  คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่ถือโดยบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินร้อยละ 49 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป (ตามมาตรา 16 วรรคสาม)        1.3 คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงิน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 35    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์  ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงโดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-09T15:57:05"],
    [2639,"94e56e29-4646-411d-b4a8-7b79ca5de587","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010606 การขอผ่อนผันการถือหรือมีหุ้นในบริษัทเกินอัตราที่กำหนดตามมาตรา 34","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-20ab-4a57-a879-65ba897fe3ed",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 กำหนดห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด             ในกรณีที่สถาบันการเงินจำเป็นต้องถือหรือมีหุ้นในบริษัทใดอันเนื่องจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การชำระหนี้ การบังคับชำระหนี้ การประกัน การให้สินเชื่อ หรือเพื่อดำเนินธุรกิจอันเป็นการสนับสนุนกิจการของสถาบันการเงิน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจผ่อนผันการถือหรือมีหุ้นเกินกว่าอัตราที่กำหนดได้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561 กำหนด              1.2.1 หลักเกณฑ์การถือหรือมีหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ : ให้สถาบันการเงินนับรวมหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินถือหรือมีด้วย ทั้งนี้ กรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ให้นับรวมหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ ที่ถือหรือมีโดยสำนังานใหญ่หรือสำนักงานสาขาอื่น และผู้ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาอื่น เฉพาะหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ ที่จดทะเบียนในประเทศเท่านั้น              1.2.2 การถือหรือมีหุ้นของสถาบันการเงิน : การถือหรือมีหุ้นในบริษัทใด สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้                      (1) อัตราส่วนการถือหุ้น : ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินกว่าอัตรา ดังนี้                           (1.1) ร้อยละ 20 ของเงินกองทุนของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกัน                           (1.2) ร้อยละ 5 ของเงินกองทุนของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละราย                           (1.3) ร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น                      (2) ข้อยกเว้นการคำนวณอัตราส่วนในการถือหรือมีหุ้นของสถาบันการเงิน                          (2.1) การคำนวณอัตราส่วนการถือหรือมีหุ้นตามข้อ 1.3.1 ไม่รวมถึง                                  (2.1.1) การถือหรือมีหุ้นในธุรกิจบางประเภทตามแนวนโยบายของทางการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ระบบสถาบันการเงินโดยรวม ได้แก่ การถือหรือมีหุ้นในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด                                  (2.1.2) การถือหรือมีหุ้นในบริษัทที่ไม่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน โดยบริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีหน่วยงานหรือหลักเกณฑ์กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ได้แก่ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจเงินร่วมลงทุน โดยการลงทุนดังกล่าวต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำกับดูแลเฉพาะนั้นอนุญาตให้สามารถลงทุนได้                                  (2.1.3) การถือหรือมีหุ้นโดยสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาอื่นของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ที่ได้มาจากการทำธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการสนับสนุนการระดมทุนของกลุ่มธุรกิจไทยจากต่างประเทศ และพัฒนาการของตลาดทุนไทย ได้แก่ การรับประกันการจำหน่ายหุ้นแบบรับประกันทั้งจำนวน (firm underwrite) ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง หรือการให้หลักทรัพย์ (securities lending) ในกรณีที่ได้หลักทรัพย์คืนก่อนกำหนด โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อดังต่อไปนี้                                            (ก) สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศไม่ได้บันทึกบัญชีและไม่ได้รับโอนความเสี่ยงใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน                                            (ข) สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศไม่ได้มีส่วนได้ในค่าธรรมเนียมหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการถือหรือมีหุ้นนั้น และไม่ได้รับผลกระทบในกรณีที่มีการขาดทุนเกิดขึ้น                          (2.2) การคำนวณอัตราส่วนการถือหรือมีหุ้นตามข้อ 1.3.1 ไม่รวมถึงการถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินในต่างประเทศ ซึ่งสถาบันการเงินได้รับผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551  มาตรา 34    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610130.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้       3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม       3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ       3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา       3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-09T16:57:52"],
    [2640,"94e56e29-48f4-4bdb-9c38-b1b9856c88d8","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตตามกฎหมายควบคุุมการแลกเปลี่ยนเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-2477-4bb9-8448-9780fecf3ee4",30,0,30,"คำนิยาม       เจ้าพนักงาน หมายความว่า เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ส่วนกำกับและวิเคราะห์การแลกเปลี่ยนเงิน1 ฝ่ายนโยบายและกำกับการแลกเปลี่ยนเงิน ธปท.   สถาบันการเงิน หมายความว่า นิติบุคคลรับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   ผู้ขอฯ หมายความว่า ผู้ขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการยื่นคำขอ       ให้ผู้ขอฯ download แบบคำขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (คำขอ) จากเว็บไซต์ &ldquo;www.bot.or.th/ตลาดการเงิน/หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน/แบบรายงาน/1. แบบคำขออนุญาตผ่อนผันระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน&rdquo; ตามหัวเรื่องที่ต้องการขออนุญาต โดยให้กรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามลำดับข้อที่กำหนดไว้   ให้ผู้ขอฯ ยื่นคำขอผ่านสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้น พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุญาตจนกว่าจะสมบูรณ์ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม) จากนั้นสถาบันการเงินส่งคำขอมาให้เจ้าพนักงาน โดยส่งผ่านระบบ ECARS (Exchange Control Approval and Reporting System)   เจ้าพนักงานจะเริ่มต้นนับวันที่ได้รับคำขอวันแรก เมื่อสถาบันการเงินได้ส่งคำขอเข้ามาในระบบ ECARS ตามรูปแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด   ช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานรับคำขอ คือ วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดของ ธปท.) ตั้งแต่เวลา 8.30 - 12.00 น. กรณีที่คำขอส่งมานอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าเจ้าพนักงานได้รับคำขอในวันทำการถัดไป   ผู้ขอฯ ต้องกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามที่เจ้าพนักงานกำหนด ตามคู่มือสำหรับประชาชน อย่างถูกต้องครบถ้วนและเนื้อหาสอดคล้องกัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต โดยหากผู้ขอฯ มีการอ้างอิงข้อมูลใดๆ ขอให้มีเอกสารหลักฐานสนับสนุนแนบมาด้วย ทั้งนี้ เพื่อความหนักแน่นของข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต มิเช่นนั้น ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่มีความหนักแน่นเพียงพอที่จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ หากเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ ด้วย   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานทุกหน้าทุกฉบับ ต้องลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ เช่น หากผู้ขอฯ เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย ผู้มีอำนาจลงนามต้องเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุอยู่ในข้อ 3 ของหนังสือรับรองทุนจดทะเบียนล่าสุดที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ พร้อมประทับตราของบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) (ถ้ามี)   ผู้ขอฯ ต้องระบุชื่อ-นามสกุลผู้ประสานงาน (contact person) เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร และ email address ในแบบคำขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อยืนยันว่าผู้ประสานงานดังกล่าวจะเป็นบุคคลที่ผู้ขอฯ มอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าพนักงาน เช่น เพื่อให้เจ้าพนักงานทำการติดต่อเพื่อการชี้แจงเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าพนักงานมีประเด็นสงสัยใดๆ เพิ่มเติม เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ขอฯ มาชี้แจงหรือทำความเข้าใจเพื่อประกอบการพิจารณาได้   เมื่อได้รับคำขอ ผ่านระบบ ECARS เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้นว่าครบถ้วนหรือไม่ หากเห็นว่ายังไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานจะแจ้งให้ผู้ขอฯ จัดส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงิน โดยจะถือว่าผู้ขอฯ ได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่เจ้าพนักงานได้แจ้งให้ผู้ขอฯ ดำเนินการดังกล่าวผ่านสถาบันการเงินอย่างสมบูรณ์ในทันที และผู้ขอฯ ต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม ผ่านสถาบันการเงินให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลา หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานจะถือว่าผู้ขอฯ ละทิ้งคำขอ และเจ้าพนักงานจะแจ้งยุติการพิจารณา ซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านสถาบันการเงิน   เจ้าพนักงานจะเริ่มพิจารณาคำขอตามลำดับการได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว (first come-first serve) เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม อย่างถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   หลังจากที่ผู้ขอฯ ยื่นเอกสารหลักฐานตามข้อ 9 มาให้เจ้าพนักงานอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว หากภายหลังเจ้าพนักงาน ตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีเนื้อหาที่ไม่สมบูรณ์หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ เจ้าพนักงาน อาจขอให้ผู้ขอฯ ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่ผู้ขอฯ ไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เจ้าพนักงานอาจพิจารณาไม่อนุญาตในการขออนุญาตนั้น","2023-08-01T22:05:17"],
    [2641,"94e56e29-4c51-4b3d-b52a-d930e2412468","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010608 การขอผ่อนผันการถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนเกินร้อยละ 10 ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดในกองทรัสต์นั้น กรณีไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-2861-4665-8c23-dc098e8f5bbc",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนเกินอัตราร้อยละ 10 ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดในกองทรัสต์กองนั้น โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้              1.1.1 ขอบเขตการร่วมลงทุน : ต้องจัดให้มีการดูแลให้กองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน ร่วมลงทุนเฉพาะใน                      (1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม                      (2) ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech)                      (3) ธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่ไม่ใช่บริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน               1.1.2 ระยะเวลาการลงทุน : ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์นั้น เว้นแต่กองทรัสต์ดังกล่าวมีนโยบายการร่วมลงทุนในกิจการตามข้อ 1.1.1 ไม่เกิน 10 ปี              1.1.3 อัตราส่วนการลงทุน :                      (1) ต้องถือจนมีอำนาจในการควบคุมการกำหนดนโยบายการลงทุนของกองทรัสต์ดังกล่าว                      (2) การถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการร่วมลงทุน ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน ทั้งการลงทุนโดยตรง และการลงทุนผ่านธุรกิจตามข้อ 1.1.1 (3) รวมกับการถือหรือลงทุนโดยตรงของสถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ในบริษัทลูกที่ประกอบกิจการเทคโนโลยีการเงิน หรือการลงทุนของบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่เกี่ยวกับธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน ต้องไม่เกินร้อยละ 3 ของเงินกองทุนของสถาบันการเงิน (ไม่นับรวมการถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน โดยบริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ได้แก่ ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจประกันภัย และการลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำกับดูแลเฉพาะนั้นกำหนด)                      1.1.4 การรายงาน : สถาบันการเงินต้องจัดทำรายงานการถือหรือมีใบทรัสต์ในกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการร่วมลงทุน โดยใช้ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคม และจัดเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยตามที่กำหนดในเอกสารแนบ 1 ของประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน        1.2 สถาบันการเงินต้องลดการถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนจนเหลือไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดในกองทรัสต์กองนั้น หากไม่สามารถปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในเรื่อง (1) ขอบเขตการลงทุน (2) ระยะเวลาการลงทุน และ (3) อัตราส่วนการลงทุน หรือกองทรัสต์นั้นมีการลงทุนในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเป็นระยะเวลาเกินกว่า 10 ปี        1.3 กรณีที่สถาบันการเงินมีเหตุผลและความจำเป็นในการถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้ยื่นขอผ่อนผันมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งการพิจารณาผ่อนผันดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องขอบเขตในการลงทุนและการดำรงเงินกองทุนเพิ่มเติมได้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551  มาตรา 34    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610130.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-13T11:37:53"],
    [2642,"94e56e29-4f8f-474b-a356-7d1029e7a580","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010609 การขอผ่อนผันการถือหรือมีหุ้นในกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายของธนาคารพาณิชย์ (ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-2bfe-47ab-a411-2902444316a1",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 ห้ามมิให้สถาบันการเงินรวมผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินอัตรา ดังต่อไปนี้              1.1.1 ร้อยละ20 ของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกัน (Aggregate Limit) หรือ              1.1.2 ร้อยละ 5 ของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละราย หรือ              1.1.3 ร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น (Individual Limit)ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดอัตราขั้นสูงในการถือหรือมีหุ้นต่ำกว่าที่กำหนดตามข้อ 1.1 ได้        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2553 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2553 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินงานในกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายของธนาคารพาณิชย์ ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์รวมผู้ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์ถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขาย เกินกว่าอัตราที่กำหนดดังนี้                             1.2.1 ร้อยละ 40 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายแต่ละกิจการ              1.2.2 ร้อยละ 5 ของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายแต่ละกิจการ              1.2.3 ร้อยละ 20 ของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายในทุกกิจการ เมื่อรวมกับจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ถือหรือมีหุ้นในบริษัทอื่นทุกบริษัท เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย              กิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายแต่ละกิจการต้องมีระยะเวลาในการดำเนินงานไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่จดทะเบียนจัดตั้งกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายแล้วเสร็จจนถึงวันที่ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขาย เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 34    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.5/2553 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2553 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินงานในกิจการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอการขายของธนาคารพาณิชย์    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่    พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-13T14:40:29"],
    [2643,"94e56e29-55e0-4dc1-a9da-bd0912cbdae3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-10703 การขออนุญาตประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-3371-4c05-a5a3-cbc9635d8b07",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ทั้งที่เป็นเงินบาทและเงินตราต่างประเทศได้จากธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคลอื่นในประเทศ โดยธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้        1.1 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจสำหรับธนาคารพาณิชย์              1.1.1 สามารถรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและสินทรัพย์อื่นของสถาบันการเงิน 56 แห่ง ที่ถูกปิดกิจการจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้              1.1.2 ต้องกระทำภายใต้ขอบเขตที่ธนาคารพาณิชย์สามารถกระทำได้ตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินเท่านั้น และจะต้องถือปฏิบัติต่อลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่รับซื้อหรือรับโอนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              1.1.3 การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมทั้งกรณีเป็นรายลูกหนี้ หรือเป็นรายกลุ่ม (Portfolio) ต้องมีกระบวนการวิเคราะห์และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าลูกหนี้เงินให้กู้ยืมดังกล่าวจะสามารถก่อให้เกิดรายได้แก่ธนาคารพาณิชย์ในอนาคต โดยรายได้ให้หมายความถึงกระแสเงินสดที่จะได้รับคืนทั้งหมดจากลูกหนี้นั้น              1.1.4 ให้ใช้ราคายุติธรรม (fair value) ซึ่งมีความหมายเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี              1.1.5 ต้องกำหนดหลักเกณฑ์หรือระเบียบปฏิบัติที่ดี เพื่อป้องกันมิให้ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานกระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดๆ อันผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต              1.1.6 ต้องมีการกำกับดูแล ดังนี้ (1) ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่ยอมรับทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด (2) ต้องปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) (3) ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจยับยั้งหรือสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวได้ในกรณี ธนาคารพาณิชย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และกรณีอื่นๆ ที่เห็นว่ากระทบกับความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน        1.2 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจสำหรับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย             ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ 1.1 เว้นแต่เรื่องขอบเขตในการประกอบธุรกิจ และเรื่องการนับลูกหนี้รายใหญ่ ให้ถือปฏิบัติดังนี้              1.2.1 ขอบเขตในการประกอบธุรกิจ ให้ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) และประชาชนรายย่อยเท่านั้นไม่ว่าผู้ขายจะเป็นใคร ทั้งนี้ ขอบเขตการประกอบธุรกิจต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยตามประกาศกระทรวง การคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 23 มกราคม 2547 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 30/2551 เรื่อง ขอบเขตการประกอบธุรกิจและขอบเขตการทำธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              1.2.2 การนับลูกหนี้รายใหญ่ ต้องปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)        1.3 ในกรณีที่เป็นการรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้มาจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์ผู้รับซื้อหรือรับโอนนั้นเป็นบริษัทแม่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น ลูกหนี้ดังกล่าวต้องได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วและเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติหรือสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินและที่แก้ไขเพิ่มเติม        สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมนอกเหนือจากที่กำหนด ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน        ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่        (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36        (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 6/2555 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ลงวันที่ 19 มีนาคม 2555           https://www.bot.or.th/Thai/fipcs/Documents/FPG/2555/ThaiPDF/25550085.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-08T16:27:02"],
    [2644,"94e56e29-5936-41ae-ab55-dfbce700f0a7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010705 การขออนุญาตทำธุรกรรมอนุพันธ์ของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-3724-4c72-b847-de79d3518131",90,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 ธนาคารพาณิชย์ (ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย) ที่ประสงค์ที่จะทำธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทำธุรกรรมดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทำได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักการในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน 5 ด้าน ได้แก่         1.1.1 ด้านการส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อรองรับการแข่งขัน         1.1.2 ด้านการสนับสนุนให้สถาบันการเงินมีธรรมาภิบาลที่ดีเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน         1.1.3 ด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงินและระบบสถาบันการเงิน         1.1.4 ด้านการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ         1.1.5 ด้านการส่งเสริมให้สถาบันการเงินให้บริการอย่างเป็นธรรมต่อลูกค้า       1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives) กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้        1.2.1 ธนาคารพาณิชย์ (ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย) สามารถทำธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดตามประเภท ตัวแปรอ้างอิง รวมถึงคู่สัญญาที่กำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2558 ได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศ เช่น ทำธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดประเภทธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐาน ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเพิ่มเติม เช่น ธุรกรรมที่มีการกำหนดราคาใดราคาหนึ่ง หรือช่วงของราคาใดราคาหนึ่ง เพื่อระบุการมีผลหรือไม่มีผลของสัญญา ธุรกรรมที่มีการกำหนดให้ใช้ค่าเฉลี่ยของราคาหรืออัตราในตลาด หรือราคาหรืออัตราที่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าภายในช่วงเวลาที่กำหนดในการคำนวณผลกำไรหรือขาดทุนของการทำสัญญา และธุรกรรมอนุพันธ์ที่เกิดจากการรวมกันของธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าว เป็นต้น        1.2.2 กรณีธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เช่น ทำธุรกรรมที่อยู่นอกกรอบที่ได้รับอนุญาตเป็นการทั่วไปก่อนได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย คำขอดังกล่าวจะต้องลงนามโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทนในระดับที่ไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการหรือผู้บริหารสูงสุดในสายงานที่รับผิดชอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่        1.2.3 หากธนาคารพาณิชย์มีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดที่ประสงค์จะทำนั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหรือไม่ ให้ธนาคารพาณิชย์หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทำธุรกรรมดังกล่าว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกรรมอนุพันธสำหรับธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 25 กันยายน 2558               https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580214.pdf ?    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives) ลงวันที่ 25 กันยายน 2558        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580222.pdf      2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป      3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-09T14:40:10"],
    [2645,"94e56e29-5f76-4187-b931-216612da42d9","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010706 การขออนุญาตลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation (CDO) ของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-3ec5-456e-a7fa-3b0773446166",90,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารพาณิชย์ (ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย) ที่ประสงค์จะลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation (CDO) ต้อง             1.1.1 มีการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะ ปริมาณ และความซับซ้อนของการทำธุรกรรม โดยจะต้องถือปฎิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมอนุพันธ์ และจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องต่าง ๆ เช่น จะต้องจัดทำระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) สำหรับตราสาร CDO ทุกประเภท ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคาร จะต้องไม่ทำธุรกรรมที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือตามมาตรฐานการบัญชี เป็นต้น             1.1.2 มีการคำนึงถึงผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน โดยจะต้องถือปฎิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน             1.1.3 มีการจัดประเภทเงินลงทุน บันทึกบัญชี บันทึการด้อยค่า และเปิดเผยข้อมูลการลงทุนในตราสาร CDO ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี             1.1.4 มีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอันดับความน่าเชื่อถือ โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่             1.1.5 มีการจัดเก็บเอกสารหลักฐานและรายงานข้อมูลตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 09/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้              1.2.1 ให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร CDO ที่ออกโดยนิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกรรม CDO ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทั้งในและนอกประเทศ หรือคู่สัญญาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติมเท่านั้น โดยจะต้องลงทุนเฉพาะในตราสารที่ได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ระดับ BBB ขึ้นไปหรือเทียบเท่า หากภายหลังตราสารดังกล่าวถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า BBB ธนาคารพาณิชย์สามารถถือตราสารต่อไปได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารเท่านั้น               1.2.2 ธนาคารพาณิชย์จะลงทุนในตราสาร Synthetic CDO ได้เฉพาะในกรณีที่นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกรรม CDO จะนำเงินที่ได้จากการขายตราสารดังกล่าวไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ชั้นดีหรือฝากกับสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย               1.2.3 ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร CDO ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงดังต่อไปนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี (1) ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (บัญชีมาร์จิ้น) (2) ตราสารที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ผู้ลงทุน (3) ตราสาร CDO    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 09/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510299.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา     ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-09T16:02:54"],
    [2646,"94e56e29-65c9-4520-9a11-481ef25b3398","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010707 การขออนุญาตทำธุรกรรม Credit Default Swaps (CDS) และ Credit Linked Notes (CLN) ของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-4652-4b53-850e-de61fb977176",90,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 บริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะทำธุรกรรม Credit Default Swaps (CDS) และ Credit Linked Notes (CLN) ต้อง             1.1.1 มีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะ ปริมาณ และความซับซ้อนของการทำธุรกรรม CDS และ CLN เช่น คณะกรรมการบริษัทต้องเข้าใจในลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง กำหนด และอนุมัตินโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ในการทำธุรกรรมให้ครอบคลุมขอบเขต ลักษณะ และปริมาณหรือเพดานสูงสุดของธุรกรรม การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการตรวจสอบ อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร จะต้องจัดทำระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) ที่ลงนามให้ความเห็นโดยหัวหน้าฝ่ายงานหรือสายงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อนเริ่มทำธุรกรรมนั้น ๆ เป็นต้น             1.1.2 มีการคำนึงถึงผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน โดยจะต้องถือปฎิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน             1.1.3 มีการจัดประเภท บันทึกบัญชี และเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี             1.1.4 มีการดูแลให้สัญญาการทำธุรกรรม CDS หรือ CLN มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องตามที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด             1.1.5 มีการจัดเก็บเอกสารหลักฐานและรายงานข้อมูลตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2551 เรื่อง การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทำธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้             1.2.1 ให้บริษัทเงินทุนทำธุรกรรม CDS หรือ CLN ได้ทั้งในฐานะผู้ซื้อและผู้ขายประกันความเสี่ยงด้านเครดิต             1.2.2 บริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะทำธุรกรรม CDS หรือ CLN ในฐานะผู้ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิงใดจะต้องมีภาระความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์นั้นตลอดอายุของ CDS หรือ CLN โดยอายุของสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าอายุของ CDS หรือ CLN             1.2.3 ข้อกำหนดเกี่ยวกับคู่สัญญา (1) บริษัทเงินทุนทำธุรกรรมในฐานะผู้ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตได้เฉพาะกับผู้ลงทุนสถาบันเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงธนาคารพิณิชย์เพื่อรายย่อย และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (2) บริษัทเงินทุนทำธุรกรรมในฐานะผู้ขายประกันความเสี่ยงด้านเครดิตได้เฉพาะลูกค้าที่มีภาระความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นเท่านั้น             1.2.4 บริษัทเงินทุนต้องไม่ทำธุรกรรม CDS หรือ CLN ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินผู้ขายประกันความเสี่ยงเอง และการทำธุรกรรม CDS หรือ CLN ที่อ้างอิงกับกลุ่มสินทรัพย์อ้างอิง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย        ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่        (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36        (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2551 เรื่อง การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทำธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551         https://www.bot.or.th/Thai/fipcs/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510301.pdf        (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม  2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2.วิธีการยื่นคำขอ     2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา    ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-09T16:28:57"],
    [2647,"94e56e29-6ba1-45c2-86ca-870264bd6ca3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-01 การขอความเห็นชอบการแต่งตั้ง แจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือ ที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือขอผ่อนผันจำนวนกรรมการอิสระไม่เพียงพอกรณีที่มีข้อจำกัดตามที่กฎหมายจัดตั้งหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-4d98-4c08-88d4-4e5b26cca151",15,0,9,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              1.1 การขอความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (การขอความเห็นชอบฯ)                    สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประสงค์จะแต่งตั้งบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องมีหนังสือขอความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวมายังฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย และดำเนินการตามรายละเอียดดังนี้ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีหนังสือแจ้งทักท้วงภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ยื่นเอกสารที่กำหนดถูกต้องและครบถ้วน ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบ                       1) การแต่งตั้งกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนเสนอรายชื่อบุคคลต่อคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ                       2) การแต่งตั้งผู้จัดการ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องดำเนินการตามขั้นตอนและแนวทางการสรรหาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขอความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลที่จะเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาเห็นชอบค่าตอบแทนและร่างสัญญาจ้าง เพื่อเสนอให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตามกฎหมายต่อไป                           ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถหารือธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับบุคคลที่จะเสนอชื่อเพื่อขอความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ ก่อนการยื่นหนังสือขอความเห็นชอบ โดยส่ง E-Mail ถึง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่ SED-SeniorDirector-SpecializedFinInstSupervisionExaminationDep@bot.or.th (ตามหัวข้อแบบฟอร์ม ตัวอย่างและคู่มือการกรอก (แบบฟอร์ม ตัวอย่างฯ) ที่อยู่ท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้) พร้อมข้อมูลเบื้องต้นของบุคคลดังกล่าว ได้แก่ (1) รายละเอียดตามแบบประวัติของบุคคลที่ขอความเห็นชอบเฉพาะในส่วนของประสบการณ์ทำงานจนถึงปัจจุบัน (2) การรายงานธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (3) ประวัติการฟ้องร้อง หรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และ (4) หนังสือรับรองหรือเอกสารอื่นใดจากสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือบริษัทที่ให้สินเชื่อแก่บุคคลที่ขอความเห็นชอบ หรือจากบริษัทข้อมูลเครดิต หรือจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับรองว่าบุคคลดังกล่าวไม่เข้าข่ายจัดชั้นเป็นลูกหนี้ชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน ชั้นสงสัยจะสูญ หรือสูญ                       3) การแต่งตั้งผู้มีอำนาจในการจัดการอื่น หรือที่ปรึกษา[1] ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขอความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการแต่งตั้ง                    อย่างไรก็ดี หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตำแหน่งที่ต้องขอความเห็นชอบก่อนการแต่งตั้ง ให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี                       4) สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะเสนอชื่อเพื่อขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลที่จะเสนอชื่อไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ใน (1) กฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ๆ (2) กฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (3) กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ                       5) สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องไม่เปิดเผยรายชื่อของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งต่อสาธารณชน ก่อนได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ                       ในกรณีที่ปรากฏภายหลังว่าบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ให้บุคคลดังกล่าวรายงานต่อประธานกรรมการ หน่วยงานที่ทำหน้าที่เจ้าของ และธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ทราบ และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินการถอดถอนบุคคลดังกล่าวออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ สำหรับกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเสนอให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตามกฎหมายถอดถอนต่อไป              1.2 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (การแจ้งเปลี่ยนแปลงฯ)                   ในกรณีที่ประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ลาออก ตาย หรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ในตำแหน่งงานระดับเดียวกัน สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือให้ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว (ตามแบบรายงานการเปลี่ยนแปลง ในหัวข้อแบบฟอร์ม ตัวอย่างฯ ที่อยู่ท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)              1.3 การขอผ่อนผันจำนวนกรรมการอิสระไม่เพียงพอกรณีที่มีข้อจำกัดตามที่กฎหมายจัดตั้งหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด (การขอผ่อนผันฯ)                    ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจใดมีข้อกำหนดในกฎหมายจัดตั้งหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จนส่งผลให้มีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนกรรมการอิสระไม่เพียงพอในการจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย ตามองค์ประกอบของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีหนังสือขอผ่อนผัน พร้อมชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น ไปยังฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นทราบภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอผ่อนผันและเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 12/2562 เรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620230.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 13/2562 เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลง?","2023-10-25T13:54:59"],
    [2648,"94e56e29-6f89-4b4c-b9bd-ee22ab2c0ed6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนด ตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (กรณีขอครั้งแรก)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-5284-4a38-ab8e-a52873f76eaa",60,0,11,"คำนิยาม       เจ้าพนักงาน หมายความว่า เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ส่วนกำกับและวิเคราะห์การแลกเปลี่ยนเงิน 1 ฝ่ายนโยบายและกำกับการแลกเปลี่ยนเงิน ธปท.   สถาบันการเงิน หมายความว่า นิติบุคคลรับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   ผู้ขอฯ หมายความว่า ผู้ขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน   แบบคำขอความเห็นชอบหรือแบบคำขออนุญาตของบุคคลที่กำหนด หมายความว่า แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการยื่นคำขอความเห็นชอบ/หรือขออนุญาต       ให้ผู้ขอฯ download แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (คำขอ) จากเว็บไซต์ &ldquo;www.bot.or.th/ ตลาดการเงิน/หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน/แบบรายงาน/12. แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน&rdquo; ตามหัวเรื่องที่ต้องการขออนุญาต โดยให้กรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามลำดับข้อที่กำหนดไว้   ให้ผู้ขอฯ ยื่นคำขอผ่านสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้น พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุญาตจนกว่าจะสมบูรณ์ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศกับบุคคลที่กำหนด ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) จากนั้นสถาบันการเงินส่งคำขอมาให้เจ้าพนักงานฯ โดยส่งผ่านระบบ ECARS (Exchange Control Approval and Reporting System)   เจ้าพนักงานจะเริ่มต้นนับวันที่ได้รับคำขอวันแรก เมื่อสถาบันการเงินได้ส่งคำขอเข้ามาในระบบ ECARS ตามรูปแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด   ช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานรับคำขอ คือ วันจันทร์ &ndash; ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดของธปท.) ตั้งแต่เวลา 8.30 &ndash; 12.00 น. กรณีที่คำขอ ส่งมานอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าเจ้าพนักงานได้รับคำขอในวันทำการถัดไป   ผู้ขอฯ ต้องกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามที่เจ้าพนักงานกำหนด ตามคู่มือสำหรับประชาชน อย่างถูกต้องครบถ้วนและเนื้อหาสอดคล้องกัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต โดยหากผู้ขอฯ มีการอ้างอิงข้อมูลใดๆ ขอให้มีเอกสารหลักฐานสนับสนุนแนบมาด้วย ทั้งนี้ เพื่อความหนักแน่นของข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต มิเช่นนั้น ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่มีความหนักแน่นเพียงพอที่จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ หากเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ ด้วย   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานทุกหน้าทุกฉบับ ต้องลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ เช่น หากผู้ขอฯ เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย ผู้มีอำนาจลงนามต้องเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุอยู่ในข้อ 3 ของหนังสือรับรองทุนจดทะเบียนล่าสุดที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ พร้อมประทับตราของบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) (ถ้ามี)   ผู้ขอฯ ต้องระบุชื่อ-นามสกุลผู้ประสานงาน (contact person) เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร และ email address ในแบบคำขอ เพื่อยืนยันว่าผู้ประสานงานดังกล่าวจะเป็นบุคคลที่ผู้ขอฯ มอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าพนักงาน เช่น เพื่อให้เจ้าพนักงานทำการติดต่อเพื่อการชี้แจงเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าพนักงานมีประเด็นที่สงสัยใดๆ เพิ่มเติม เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ขอฯ มาชี้แจงหรือทำความเข้าใจเพื่อประกอบการพิจารณาได้   เมื่อได้รับคำขอผ่านระบบ ECARS เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้นว่าครบถ้วนหรือไม่ หากเห็นว่ายังไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานจะแจ้งให้ผู้ขอฯ จัดส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงิน โดยจะถือว่าผู้ขอฯ ได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่เจ้าพนักงานได้แจ้งให้ผู้ขอฯ ดำเนินการดังกล่าวผ่านสถาบันการเงินอย่างสมบูรณ์ในทันที และผู้ขอฯ ต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงินให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลา หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานจะถือว่าผู้ขอฯ ละทิ้งคำขอ และเจ้าพนักงานจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านสถาบันการเงิน   เจ้าพนักงานจะเริ่มพิจารณาคำขอตามลำดับการได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว (first come-first serve) เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม อย่างถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   หลังจากที่ผู้ขอฯ ยื่นเอกสารหลักฐานตามข้อ 9. มาให้เจ้าพนักงานอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีเนื้อหาไม่สมบูรณ์หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ เจ้าพนักงานอาจขอให้ผู้ขอฯ ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่ผู้ขอฯ ไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เจ้าพนักงานอาจพิจารณาไม่อนุญาตในการขออนุญาตนั้น","2023-08-01T22:10:02"],
    [2649,"94e56e29-72b5-42ad-aa40-50ae640ab70e","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-33 การขอผ่อนผันการกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-5673-4e00-8a45-60f4eb12cb6e",45,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ            ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ห้ามมิให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ (ให้สินเชื่อฯ) แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด รวมผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ เกินอัตราหรือจำนวนเงินที่กำหนด ดังต่อไปนี้            1.1 ธนาคารออมสิน/ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร/ ธนาคารอาคารสงเคราะห์/ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ให้สินเชื่อฯ ต่อกลุ่มลูกหนี้ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น            1.2 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย/ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ให้สินเชื่อฯ ต่อกลุ่มลูกหนี้ได้ ไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น            1.3 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้สินเชื่อฯ แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด รวมผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้            กลุ่มลูกหนี้                                        จำนวนเงินสูงสุด (ล้านบาท)            1) กลุ่มลูกหนี้เดิมของธนาคาร                                 1,000            2) กลุ่มลูกหนี้ใหม่                                                   500            3) รัฐวิสาหกิจ[1                                                    2,000           ในกรณีที่กระทรวงการคลังเห็นว่าธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟู และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้สินเชื่อฯ ต่อกลุ่มลูกหนี้ได้ ไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น แทนจำนวนเงินสูงสุดตามตารางข้างต้น            อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอผ่อนผันการกำกับลูกหนี้รายใหญ่มายังธนาคารแห่งประเทศไทยได้ โดยได้รับการอนุมัติการทำธุรกรรมดังกล่าวจากคณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมาแล้ว ใน 2 กรณี ดังนี้            1) กรณีการทำธุรกรรมเพื่อสนับสนุนมาตรการการเงินการคลังของภาครัฐที่ไม่ใช่โครงการนโยบายรัฐ (กรณีสนับสนุนมาตรการการเงินการคลังฯ) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจตามโครงการนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ซึ่งเมื่อได้รับการผ่อนผันแล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่ต้องดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม (Capital Add-on)            2) กรณีการให้สินเชื่อแก่กลุ่มธุรกิจที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการเพิ่มผลผลิตของประเทศในระยะยาว หรือกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (กรณีเพิ่มผลผลิตหรือสอดคล้องพันธกิจฯ) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นเรื่องขอผ่อนผันพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการทำธุรกรรมดังกล่าวอย่างชัดเจนต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี และถือปฏิบัติตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ได้แก่                 2.1) ดำรง Capital Add-on โดยคำนวณจากวงเงินส่วนที่เกินอัตราส่วนหรือจำนวนที่กำหนดของแต่ละสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สำหรับการให้สินเชื่อฯ กับลูกหนี้กลุ่มนี้ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องนำเงินกองทุนส่วนที่เพิ่มไปใช้ในการพิจารณากำหนดราคาที่จะเสนอแก่กลุ่มลูกหนี้ดังกล่าวด้วย (ตามเอกสารแนบ 2.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 24/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)    ทั้งนี้ หากภายหลังหัก Capital Add-on แล้วทำให้ BIS Ratio ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะไม่สามารถขอผ่อนผันการกำกับลูกหนี้รายใหญ่สำหรับกลุ่มลูกหนี้รายใหม่หรือต่ออายุของกลุ่มลูกหนี้รายเดิมที่ครบกำหนดได้ และให้เสนอแผนดำเนินการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่มี BIS Ratio ภายหลังหัก Capital Add-on ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด                2.2) จัดทำ Stress Test สำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่ขอผ่อนผัน โดยกำหนดสมมุติฐานที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าการผ่อนผันดังกล่าวไม่กระทบต่อฐานะการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น                2.3) ต้องเปิดเผยข้อมูลเงินกองทุน และ BIS Ratio ภายหลังหัก Capital Add-on แล้ว ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน (ตามเอกสารแนบ 2.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 24/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)                2.4) จัดส่งแบบคำขอผ่อนผัน และเอกสารประกอบตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องรับรองในความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลและเอกสารประกอบ (ตามเอกสารแนบ 2.3 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 24/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :                      (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 24/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620215.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ                2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด               2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว               2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้               2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต            ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้            3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้            3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ            3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา            3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว         [1] ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยอ้างอิงรายชื่อรัฐวิสาหกิจที่ปรับปรุงล่าสุดได้จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (http://www.sepo.go.th)","2023-07-26T16:41:56"],
    [2650,"94e56e29-759c-42b3-8c7a-da96c768c260","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010909 การขออนุญาตทำธุรกรรมการถ่ายโอนหรือรับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต (Risk Participation) ที่มีลักษณะแตกต่างจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-59eb-4841-a2a3-87678fb4fa1b",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมการถ่ายโอนหรือรับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต (Risk participation) ได้ทั้งในฐานะผู้โอนความเสี่ยง และผู้รับโอนความเสี่ยง โดยมีขอบเขตดังนี้           1.1.1 ประเภทธุรกรรม ได้แก่ Unfunded risk participation และ Funded risk participation           1.1.2 สินทรัพย์อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมการถ่ายโอนหรือรับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตมี 2 ประเภท ได้แก่ (1) เงินให้สินเชื่อทั้ง Single Loan และ Syndicated Loan และ (2) ธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้า  (Trade Finance) เช่น Letter of Credit, Negotiating Letter of Credit, Bank Acceptance เป็นต้น           1.1.3 คู่สัญญาที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ (1) ธนาคารพาณิชย์ (2) ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศ       (ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตเป็นระดับ Investment Grade โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก ECAIs    ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เห็นชอบ)      (3) ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (Multilateral Development Banks : MDBs) ตามที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด        1.2 ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรม Risk participation ต้องปฏิบัติดังนี้           1.2.1 ต้องมีนโยบายในการทำธุรกรรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคาร           1.2.2 ต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม           1.2.3 ต้องมีฐานะการดำเนินงานที่มั่นคง กันเงินสำรองได้ถูกต้องครบถ้วน มีเงินกองทุนเพียงพอ ปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชี และหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง           1.2.4 ธนาคารพาณิชย์ผู้รับโอนความเสี่ยงต้องวิเคราะห์และติดตามความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมเสมือนเป็นผู้ทำธุรกรรมโดยตรง           1.2.5 ไม่เสนอธุรกรรมในลักษณะที่อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ระบบการเงินและระบบสถาบันการเงินในประเทศได้             1.2.6 ต้องจัดให้มีเอกสารประกอบการทำธุรกรรมอย่างเพียงพอ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบหรือจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอได้        1.3 หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทำธุรกรรมที่มีลักษณะแตกต่างจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29,30,32,36,50,52,60,61,71  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2557 เรื่องการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมการถ่ายโอนหรือรับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต (Risk Participation) ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557      https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580004.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ      2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T14:23:10"],
    [2651,"94e56e29-78ed-4450-ae29-8c3cf6db5686","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010910 การขอผ่อนผันการดำรงเงินกองทุนของสถาบันการเงิน กรณีที่สถาบันการเงิน ไม่สามารถลดการถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนให้เหลือไม่เกิน ร้อยละ 10 ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-5dee-4cc2-ab37-d0e8a2d2d017",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนเกินอัตราร้อยละ 10 ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดในกองทรัสต์กองนั้น โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้              1.1.1 ขอบเขตการร่วมลงทุน : ต้องจัดให้มีการดูแลให้กองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน ร่วมลงทุนเฉพาะใน                       1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม                       2) ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech)                       3) ธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่ไม่ใช่บริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน               1.1.2 ระยะเวลาการลงทุน : ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์นั้น เว้นแต่กองทรัสต์ดังกล่าวมีนโยบายการร่วมลงทุนในกิจการตามข้อ 1.1.1 ไม่เกิน 10 ปี              1.1.3 อัตราส่วนการลงทุน :                      1) ต้องถือจนมีอำนาจในการควบคุมการกำหนดนโยบายการลงทุนของกองทรัสต์ดังกล่าว                      2) การถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการร่วมลงทุน ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน ทั้งการลงทุนโดยตรง และการลงทุนผ่านธุรกิจตามข้อ 1.1.1 (3) รวมกับการถือหรือลงทุนโดยตรงของสถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ในบริษัทลูกที่ประกอบกิจการเทคโนโลยีการเงิน หรือการลงทุนของบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่เกี่ยวกับธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน ต้องไม่เกินร้อยละ 3 ของเงินกองทุนของสถาบันการเงิน (ไม่นับรวมการถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน โดยบริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ได้แก่ ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจประกันภัย และการลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำกับดูแลเฉพาะนั้นกำหนด)                      1.1.4 การรายงาน : สถาบันการเงินต้องจัดทำรายงานการถือหรือมีใบทรัสต์ในกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการร่วมลงทุน โดยใช้ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคม และจัดเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยตามที่กำหนดในเอกสารแนบ 1 ของประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน        1.2 สถาบันการเงินต้องลดการถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนจนเหลือไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดในกองทรัสต์กองนั้น หากไม่สามารถปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในเรื่อง 1) ขอบเขตการลงทุน 2) ระยะเวลาการลงทุน และ 3) อัตราส่วนการลงทุน หรือกองทรัสต์นั้นมีการลงทุนในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเป็นระยะเวลาเกินกว่า 10 ปี        1.3 หากไม่สามารถลดการถือหรือมีใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนให้เหลือไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดในกองทรัสต์นั้นได้ ให้สถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนสำหรับการถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนสำหรับจำนวนเงินในส่วนของการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยคิดน้ำหนักความเสี่ยงสูงสุดตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินไม่ทราบจำนวนเงินในส่วนของการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้สถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนสำหรับการถือหรือมีใบทรัสต์นั้นทั้งจำนวน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551  มาตรา 34    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610130.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-23T10:06:32"],
    [2652,"94e56e29-7c09-460e-9bd8-3d1deb67fbd6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010804 การขอจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Additional Tier 1) ในปีที่ไม่มีผลกำไรหรือมีขาดทุนสะสมของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ หรือของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-61c2-474b-aa35-57d0707a26f7",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      การจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอื่นใดจากตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Additional Tier 1) ของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือของบริษัทเงินทุนซึ่งได้รับอนุมัติให้นับเงินที่ได้รับจากการออกจำหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 แล้วนั้น จะต้องมีลักษณะ ดังนี้        1.1  ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนต้องมีอำนาจเต็มที่ในการยกเลิกการจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอื่นใดเมื่อใดก็ได้ โดยห้ามมีข้อกำหนดในสัญญาว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอื่นใดให้กับผู้ถือตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 เมื่อมีการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือตราสารเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ        อย่างไรก็ดี หากธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอื่นใดให้กับผู้ถือตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนนั้นไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของได้        1.2  ไม่สะสมผลตอบแทน (Non-cumulative) และการไม่จ่ายผลตอบแทนไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระ        1.3  ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนต้องมีสิทธิที่จะยกเลิกการจ่ายดอกเบี้ยและผลตอบแทนอื่นใดให้กับผู้ถือตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ได้ หากมีความจำเป็นต้องชำระเงินตามหนี้สินหรือภาระผูกพันอื่นที่ถึงกำหนด        1.4  ในปีที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนนั้นไม่มีผลกำไรหรือมีขาดทุนสะสม ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอื่นใดให้แก่ผู้ถือตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 โดยจะจ่ายผลตอบแทนได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณีไป โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากปัจจัยความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ เช่น ฐานะเงินกองทุน ความสามารถในการทำกำไร และระดับของกำไรสะสม เป็นต้น    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2558 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2558                   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580119.pdf    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 16/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600031.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf       2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป       3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้      3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม      3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ      3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา      3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-27T13:54:16"],
    [2653,"94e56e29-8117-4770-9f82-a596ddeda2d3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนด ตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (กรณีขอต่ออายุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-653e-4dd2-b528-c5d9eefaf62d",30,0,11,"คำนิยาม       เจ้าพนักงาน หมายความว่า เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ส่วนกำกับและวิเคราะห์การแลกเปลี่ยนเงิน 1 ฝ่ายนโยบายและกำกับการแลกเปลี่ยนเงิน ธปท.   สถาบันการเงิน หมายความว่า นิติบุคคลรับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   ผู้ขอฯ หมายความว่า ผู้ขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน   แบบคำขอความเห็นชอบหรือแบบคำขออนุญาตของบุคคลที่กำหนด หมายความว่า แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการยื่นคำขอความเห็นชอบ/หรือขออนุญาต       ให้ผู้ขอฯ download แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (คำขอ) จากเว็บไซต์ &ldquo;www.bot.or.th/ ตลาดการเงิน/หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน/แบบรายงาน/12. แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน&rdquo; ตามหัวเรื่องที่ต้องการขออนุญาต โดยให้กรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามลำดับข้อที่กำหนดไว้   ให้ผู้ขอฯ ยื่นคำขอผ่านสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้น พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุญาตจนกว่าจะสมบูรณ์ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศกับบุคคลที่กำหนด ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) จากนั้นสถาบันการเงินส่งคำขอมาให้เจ้าพนักงานฯ โดยส่งผ่านระบบ ECARS (Exchange Control Approval and Reporting System)   เจ้าพนักงานจะเริ่มต้นนับวันที่ได้รับคำขอวันแรก เมื่อสถาบันการเงินได้ส่งคำขอเข้ามาในระบบ ECARS ตามรูปแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด   ช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานรับคำขอ คือ วันจันทร์ &ndash; ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดของธปท.) ตั้งแต่เวลา 8.30 &ndash; 12.00 น. กรณีที่คำขอ ส่งมานอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าเจ้าพนักงานได้รับคำขอในวันทำการถัดไป   ผู้ขอฯ ต้องกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามที่เจ้าพนักงานกำหนด ตามคู่มือสำหรับประชาชน อย่างถูกต้องครบถ้วนและเนื้อหาสอดคล้องกัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต โดยหากผู้ขอฯ มีการอ้างอิงข้อมูลใดๆ ขอให้มีเอกสารหลักฐานสนับสนุนแนบมาด้วย ทั้งนี้ เพื่อความหนักแน่นของข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต มิเช่นนั้น ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่มีความหนักแน่นเพียงพอที่จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ หากเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ ด้วย   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานทุกหน้าทุกฉบับ ต้องลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ เช่น หากผู้ขอฯ เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย ผู้มีอำนาจลงนามต้องเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุอยู่ในข้อ 3 ของหนังสือรับรองทุนจดทะเบียนล่าสุดที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ พร้อมประทับตราของบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) (ถ้ามี)   ผู้ขอฯ ต้องระบุชื่อ-นามสกุลผู้ประสานงาน (contact person) เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร และ email address ในแบบคำขอ เพื่อยืนยันว่าผู้ประสานงานดังกล่าวจะเป็นบุคคลที่ผู้ขอฯ มอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าพนักงาน เช่น เพื่อให้เจ้าพนักงานทำการติดต่อเพื่อการชี้แจงเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าพนักงานมีประเด็นที่สงสัยใดๆ เพิ่มเติม เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ขอฯ มาชี้แจงหรือทำความเข้าใจเพื่อประกอบการพิจารณาได้   เมื่อได้รับคำขอผ่านระบบ ECARS เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้นว่าครบถ้วนหรือไม่ หากเห็นว่ายังไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานจะแจ้งให้ผู้ขอฯ จัดส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงิน โดยจะถือว่าผู้ขอฯ ได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่เจ้าพนักงานได้แจ้งให้ผู้ขอฯ ดำเนินการดังกล่าวผ่านสถาบันการเงินอย่างสมบูรณ์ในทันที และผู้ขอฯ ต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงินให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลา หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานจะถือว่าผู้ขอฯ ละทิ้งคำขอ และเจ้าพนักงานจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านสถาบันการเงิน   เจ้าพนักงานจะเริ่มพิจารณาคำขอตามลำดับการได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว (first come-first serve) เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม อย่างถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   หลังจากที่ผู้ขอฯ ยื่นเอกสารหลักฐานตามข้อ 9. มาให้เจ้าพนักงานอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีเนื้อหาไม่สมบูรณ์หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ เจ้าพนักงานอาจขอให้ผู้ขอฯ ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่ผู้ขอฯ ไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เจ้าพนักงานอาจพิจารณาไม่อนุญาตในการขออนุญาตนั้น","2023-08-01T22:10:23"],
    [2654,"94e56e29-83cd-4d01-852d-7d684c414f24","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010806 การขออนุญาตนับส่วนได้เสียที่ไม่มีอํานาจควบคุม (Non-Controlling Interest - NCI) ตามมาตรฐานการบัญชีที่มีลักษณะเป็นการควบคุมร่วมกับบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินเป็นเงินกองทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-68cb-4260-97ed-713b30cc359d",60,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2561 เอกสารแนบ 1 กำหนด       1.1 ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินสามารถนับส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) เข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Common Equity Tier 1 : CET1) ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้เพียงบางส่วน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด       1.2 NCI ตามมาตรฐานการบัญชี และมาตรฐานทางการเงิน ที่มีลักษณะเป็นการควบคุมร่วมกับบริษัทแม่ เช่น มีสัญญาร่วมลงทุนที่แสดงถึงเจตนาในการควบคุมร่วมกัน หรือมีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจ เป็นต้น ให้นับ NCI ดังกล่าว เป็นเงินกองทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้ทั้งจำนวนได้เมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว โดยให้บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินทำหนังสือขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 31 มาตรา 57 มาตรา 59 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 12 เมษายน 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610131.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-01T15:56:45"],
    [2655,"94e56e29-8750-43c5-8aa3-0cbbc767a143","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011001 การขออนุญาตใช้วิธี Duration method สำหรับธุรกรรมที่มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-6d10-4c0d-b4b8-15eb54feb004",60,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    การดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด    1.1 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านตลาด ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าวให้เพียงพอกับระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา    1.2 ให้สถาบันการเงิน บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าตั้งแต่ระดับที่มีนัยสำคัญ ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดตามองค์ประกอบตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) สำหรับสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ ให้ดำรงเงินกองทุนเฉพาะในข้อ (4) เท่านั้น    1.2.1 ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า    1.2.2 ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุนจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า    1.2.3 ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ    1.2.4 ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์จากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์    1.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการให้สถาบันการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ ต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดในทุกองค์ประกอบหรือองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเพิ่มเติมจากความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตามข้อ 1.2 (4) และ Credit Derivatives ที่จัดอยู่ในบัญชีเพื่อการค้าได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการสั่งการดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินแห่งนั้นมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการในภายหลัง    1.4 ให้สถาบันการเงินคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับประเภทของความเสี่ยงด้านตลาดที่กำหนดในข้อ 1.2 ข้างต้น ซึ่งคำนวณตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้          1.4.1 วิธีมาตรฐาน (Standardised Approach) หรือ          1.4.2 วิธีแบบจำลอง (Internal Model approach) หรือ          1.4.3 วิธีผสมระหว่างวิธีมาตรฐานกับวิธีแบบจำลอง    1.5 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินนำเงินกองทุนพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดที่คำนวณได้ตามวิธีที่ระบุในข้อ 1.4 มาคูณด้วย 12.5 เป็นสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาด เพื่อนำมาใช้ในการดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามแต่กรณี        1.6 แนวทางการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงประเภท General Market Risk            การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงประเภท General Market Risk สำหรับความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินสามารถเลือกคำนวณได้ 2 วิธี ได้แก่ (1) Maturity Method และ (2) Duration Method ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ฐานะในบัญชีเพื่อการค้าจะถูกบันทึกลงในตารางตามอายุคงเหลือก่อนครบกำหนด (Maturity Ladder) หรือก่อนการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป (Repricing Date) และเงินกองทุนที่จะต้องดำรงคำนวณจากผลรวมของ 4 องค์ประกอบ (โปรดดูรายละเอียดและตัวอย่างการบันทึกรายการในเอกสารแนบ 5.2 และ 5.4) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน  2551ให้สถาบันการเงินที่มีความพร้อมเลือกใช้วิธี Duration Method ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่มีความถูกต้องมากกว่าในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยง General Market Risk โดยคำนวณการเปลี่ยนแปลงของราคาหรือมูลค่าต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราผลตอบแทนในตลาดของแต่ละฐานะแยกจากกัน  สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประสงค์จะใช้วิธีนี้ต้องได้รับความเห็นชอบในวิธีและระบบข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยต้องนำไปใช้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และหากจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 30    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน  2551      https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510558.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 16/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2559    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600031.pdf      (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 12 เมษายน 2561      https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610131.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-30T15:52:34"],
    [2656,"94e56e29-8af1-48f2-b439-2110f7fb94ca","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011002 การขออนุญาตใช้วิธี Delta-plus method สำหรับธุรกรรม Option ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-7187-4ee5-b15d-a90a5cd19961",90,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        การดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด    1.1 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านตลาด ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าวให้เพียงพอกับระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา    1.2 ให้สถาบันการเงิน บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าตั้งแต่ระดับที่มีนัยสำคัญ ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดตามองค์ประกอบตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) สำหรับสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ ให้ดำรงเงินกองทุนเฉพาะในข้อ (4) เท่านั้น    1.2.1 ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า    1.2.2 ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุนจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า    1.2.3 ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ    1.2.4 ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์จากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์    1.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการให้สถาบันการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ ต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดในทุกองค์ประกอบหรือองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเพิ่มเติมจากความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตามข้อ 1.2 (4) และ Credit Derivatives ที่จัดอยู่ในบัญชีเพื่อการค้าได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการสั่งการดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินแห่งนั้นมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการในภายหลัง    1.4 ให้สถาบันการเงินคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับประเภทของความเสี่ยงด้านตลาดที่กำหนดในข้อ 1.2 ข้างต้น ซึ่งคำนวณตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้          1.4.1 วิธีมาตรฐาน (Standardised Approach) หรือ          1.4.2 วิธีแบบจำลอง (Internal Model approach) หรือ          1.4.3 วิธีผสมระหว่างวิธีมาตรฐานกับวิธีแบบจำลอง    1.5 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินนำเงินกองทุนพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดที่คำนวณได้ตามวิธีที่ระบุในข้อ 1.4 มาคูณด้วย 12.5 เป็นสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาด เพื่อนำมาใช้ในการดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามแต่กรณี        หลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Options     1. การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Option ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้    1.1 สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะซื้อเท่านั้นสามารถที่จะคำนวณเงินกองทุนสำหรับ Options โดยใช้วิธีแบบง่าย (Simplfied Method) ได้    1.2 สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะขายด้วย ควรใช้วิธีใดวิธีหนึ่งในวิธีระดับกลาง (Intermediate Approach) ซึ่งได้แก่ Delta-Plus Method และ Contingent Loss Method หรือวิธีแบบจำลอง (Internal Model Approach) ซึ่งทั้ง 3 วิธีต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน  ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินมีธุรกรรมเพื่อการค้าที่ซับซ้อนมากขึ้น ก็ควรใช้วิธีคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นตามไปด้วย    1.3 สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Exotic Options อาจต้องใช้วิธีคำนวณความเสี่ยงแบบ Contingent Loss Method หรือ Internal Model Approach เพื่อให้สามารถวัดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น    1.4 การซื้อ Options จากตลาด OTC ยังคงต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสียงด้านเครดิต (Counterparty Risk) ที่อาจเกิดจากการไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญาด้วย นอกเหนือจากการดำรงเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านตลาด (Specific Risk และ General Market Risk)    1.5 วิธีที่สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินจะใช้ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรอบรับความเสี่ยงสำหรับ Options ต้องสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด    2. หลักเกณฑ์ในการคำนวณเงินกองทุนสำหรับ Options ตามวิธี Delta-Plus Method    สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีฐานะ Options สุทธิในแต่ละรายการเป็นฐานะขาย ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการใช้วิธี Delta-Plus ในการคำนวณเงินกองทุนสำหรับ Specific และ General Market Risk ตามวิธีมาตรฐานในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด โดยฐานะ Options จะถูกนำไปคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด โดยการใช้มูลค่า Delta weighted ของตราสารอ้างอิงซึ่งเท่ากับมูลค่าตลาดของตราสารอ้างอิงคูณด้วยค่าสัมบูรณ์ของ Delta (Absolute Vaule of Delta) (ดูในเอกสารแนบ 5.2 และ 9.1) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน  2551    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 30    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน  2551        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510558.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 16/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2559    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600031.pdf      (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 12 เมษายน 2561        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610131.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่ง    ประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องท?","2023-12-13T11:18:51"],
    [2657,"94e56e29-9304-4d41-b5a5-e65fb0510370","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011004 การขออนุญาตใช้วิธีแบบจำลองภายใน Value-at-risk (VaR) ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-7a9c-4b62-bb81-541314c50986",90,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        การดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด    1.1 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านตลาด ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าวให้เพียงพอกับระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา    1.2 ให้สถาบันการเงิน บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าตั้งแต่ระดับที่มีนัยสำคัญ ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดตามองค์ประกอบตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) สำหรับสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ ให้ดำรงเงินกองทุนเฉพาะในข้อ (4) เท่านั้น          1.2.1 ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า          1.2.2 ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุนจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า          1.2.3 ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ          1.2.4 ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์จากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์    1.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการให้สถาบันการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ ต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดในทุกองค์ประกอบหรือองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเพิ่มเติมจากความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตามข้อ 1.2 (4) และ Credit Derivatives ที่จัดอยู่ในบัญชีเพื่อการค้าได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการสั่งการดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินแห่งนั้นมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการในภายหลัง    1.4 ให้สถาบันการเงินคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับประเภทของความเสี่ยงด้านตลาดที่กำหนดในข้อ 1.2 ข้างต้น ซึ่งคำนวณตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้          1.4.1 วิธีมาตรฐาน (Standardised Approach) หรือ          1.4.2 วิธีแบบจำลอง (Internal Model approach) หรือ          1.4.3 วิธีผสมระหว่างวิธีมาตรฐานกับวิธีแบบจำลอง    1.5 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินนำเงินกองทุนพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดที่คำนวณได้ตามวิธีที่ระบุในข้อ 1.4 มาคูณด้วย 12.5 เป็นสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาด เพื่อนำมาใช้ในการดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามแต่กรณี        หลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดตามวิธีแบบจำลอง    สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประสงค์จะใช้แบบจำลองในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดเพื่อดำรงเงินกองทุนต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยขอให้ส่งหนังสือขออนุญาตพร้อมเอกสารประกอบขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 10.1) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน  2551 มาที่สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย  ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาขอข้อมูลหรือเอกสารประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ โดยในการอนุญาตให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินใช้แบบจำลองจะพิจารณาจากหลักเกณฑ์ขั้นต่ำ ดังนี้    1) สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงด้านตลาดที่มีประสิทธิภาพและมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบดังกล่าวอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับแบบจำลองที่มีความซับซ้อนทั้งด้านการทำธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้า การควบคุมความเสี่ยง และการตรวจสอบ รวมทั้งการทำงานด้าน Back Office ได้อย่างมีประสิทธิภาพ    2) สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในข้อ 2-6 (รวมทั้งข้อ 7 กรณีที่สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินใช้แบบจำลองในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงประเภท Specific Risk ด้วย) ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งต้องมีการติดตามกระบวนการทำงานของระบบบริหารความเสี่ยงภายใน และการใช้งานแบบจำลองมาเป็นระยะเวลาพอสมควร เพื่อให้ผู้ตรวจสอบธนาคารแห่งประเทศไทยใช้เป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาอนุญาต    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 30    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน  2551https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510558.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 16/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2559    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600031.pdf      (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 12 เมษายน 2561        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610131.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนก?","2023-11-09T17:06:54"],
    [2658,"94e56e29-9672-4fbc-b728-52fb9e874b86","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011005 การขออนุญาตใช้วิธีการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่แตกต่างจากวิธีของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุน และการขออนุญาตแยกคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดแยกเป็นรายบริษัท","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-7e7c-43fe-9fb2-6e2a029b0ad9",90,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของกลุ่ม Solo Consolidation และกลุ่ม Full Consolidation โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสถาบันการเงินตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน โดยให้ใช้วิธีการคำนวณวิธีเดียวกันกับธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนในระดับ Solo basis ในกรณีที่ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันได้ ให้ขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย และชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันได้ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาเป็นรายกรณี        1.2 กลุ่มธุรกิจทางการเงินใดประสงค์จะแยกคำนวณเงินกองทุนเป็นรายบริษัท ให้ยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาอนุญาตเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเท่านั้น    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 12 เมษายน 2561            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610131.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุน เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510558.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 16/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600031.pdf      (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-24T11:38:28"],
    [2659,"94e56e29-9988-4af6-860b-4aef44955959","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010616 การแจ้งประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีทะเบียนรถเป็นประกันสำหรับสถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-8226-4700-b516-7d0cd84cc4a7",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้งประกอบธุรกิจ                   1.1 สถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน) ที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันก่อนหน้าวันที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับสถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562 มีผลบังคับใช้ (ประกอบธุรกิจก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562) ธนาคารแห่งประเทศไทยขอความร่วมมือให้แจ้งรวมถึงจัดส่งเอกสารและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ประกาศฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับ (ภายในวันที่ 1 เมษายน 2562)      1.2 สำหรับสถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน) ที่ยังไม่ได้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน หากประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าว ให้สถาบันการเงินแจ้งความประสงค์การประกอบธุรกิจ รวมถึงจัดส่งเอกสารและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ล่วงหน้า 60 วัน ก่อนการเริ่มประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่     (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับสถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562     (2) หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยที่ ฝนส.(01)ว. 23/2562 เรื่อง นำส่งประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับสถาบันการเงิน ลงวันที่ 31 มกราคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620016.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 1/2561 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ลงวันที่ 12 มกราคม 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอแจ้งประกอบธุรกิจ         2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้  ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-28T18:04:31"],
    [2660,"94e56e29-9c7d-47a0-9dc7-be6c7a17875d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนด ตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (กรณีขอเปลี่ยนแปลงอื่นๆ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-85d1-4cac-a990-c029d76b6e48",30,0,8,"คำนิยาม       เจ้าพนักงาน หมายความว่า เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ส่วนกำกับและวิเคราะห์การแลกเปลี่ยนเงิน 1 ฝ่ายนโยบายและกำกับการแลกเปลี่ยนเงิน ธปท.   สถาบันการเงิน หมายความว่า นิติบุคคลรับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   ผู้ขอฯ หมายความว่า ผู้ขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน   แบบคำขอความเห็นชอบหรือแบบคำขออนุญาตของบุคคลที่กำหนด หมายความว่า แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการยื่นคำขอความเห็นชอบ/หรือขออนุญาต       ให้ผู้ขอฯ download แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (คำขอ) จากเว็บไซต์ &ldquo;www.bot.or.th/ ตลาดการเงิน/หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน/แบบรายงาน/12. แบบคำขอความเห็นชอบหรือขออนุญาตของบุคคลที่กำหนดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน&rdquo; ตามหัวเรื่องที่ต้องการขออนุญาต โดยให้กรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามลำดับข้อที่กำหนดไว้   ให้ผู้ขอฯ ยื่นคำขอผ่านสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้น พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุญาตจนกว่าจะสมบูรณ์ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศกับบุคคลที่กำหนด ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) จากนั้นสถาบันการเงินส่งคำขอมาให้เจ้าพนักงานฯ โดยส่งผ่านระบบ ECARS (Exchange Control Approval and Reporting System)   เจ้าพนักงานจะเริ่มต้นนับวันที่ได้รับคำขอวันแรก เมื่อสถาบันการเงินได้ส่งคำขอเข้ามาในระบบ ECARS ตามรูปแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด   ช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานรับคำขอ คือ วันจันทร์ &ndash; ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดของธปท.) ตั้งแต่เวลา 8.30 &ndash; 12.00 น. กรณีที่คำขอ ส่งมานอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าเจ้าพนักงานได้รับคำขอในวันทำการถัดไป   ผู้ขอฯ ต้องกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามที่เจ้าพนักงานกำหนด ตามคู่มือสำหรับประชาชน อย่างถูกต้องครบถ้วนและเนื้อหาสอดคล้องกัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต โดยหากผู้ขอฯ มีการอ้างอิงข้อมูลใดๆ ขอให้มีเอกสารหลักฐานสนับสนุนแนบมาด้วย ทั้งนี้ เพื่อความหนักแน่นของข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต มิเช่นนั้น ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่มีความหนักแน่นเพียงพอที่จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ หากเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ ด้วย   ข้อมูลและเอกสารหลักฐานทุกหน้าทุกฉบับ ต้องลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามที่แท้จริงของผู้ขอฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขอฯ เช่น หากผู้ขอฯ เป็นนิติบุคคลในประเทศไทย ผู้มีอำนาจลงนามต้องเป็นบุคคลเดียวกับที่ระบุอยู่ในข้อ 3 ของหนังสือรับรองทุนจดทะเบียนล่าสุดที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ พร้อมประทับตราของบริษัท (กรณีเป็นนิติบุคคล) (ถ้ามี)   ผู้ขอฯ ต้องระบุชื่อ-นามสกุลผู้ประสานงาน (contact person) เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร และ email address ในแบบคำขอ เพื่อยืนยันว่าผู้ประสานงานดังกล่าวจะเป็นบุคคลที่ผู้ขอฯ มอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าพนักงาน เช่น เพื่อให้เจ้าพนักงานทำการติดต่อเพื่อการชี้แจงเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าพนักงานมีประเด็นที่สงสัยใดๆ เพิ่มเติม เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ขอฯ มาชี้แจงหรือทำความเข้าใจเพื่อประกอบการพิจารณาได้   เมื่อได้รับคำขอผ่านระบบ ECARS เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้นว่าครบถ้วนหรือไม่ หากเห็นว่ายังไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานจะแจ้งให้ผู้ขอฯ จัดส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงิน โดยจะถือว่าผู้ขอฯ ได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่เจ้าพนักงานได้แจ้งให้ผู้ขอฯ ดำเนินการดังกล่าวผ่านสถาบันการเงินอย่างสมบูรณ์ในทันที และผู้ขอฯ ต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงินให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลา หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานจะถือว่าผู้ขอฯ ละทิ้งคำขอ และเจ้าพนักงานจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านสถาบันการเงิน   เจ้าพนักงานจะเริ่มพิจารณาคำขอตามลำดับการได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว (first come-first serve) เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม อย่างถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   หลังจากที่ผู้ขอฯ ยื่นเอกสารหลักฐานตามข้อ 9. มาให้เจ้าพนักงานอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีเนื้อหาไม่สมบูรณ์หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ เจ้าพนักงานอาจขอให้ผู้ขอฯ ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ขอฯ จะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว   ในกรณีที่ผู้ขอฯ ไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เจ้าพนักงานอาจพิจารณาไม่อนุญาตในการขออนุญาตนั้น","2023-08-01T22:10:55"],
    [2661,"94e56e29-9f2d-4290-85df-f6d9dc1044c6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011201 การแจ้งขอยกเว้นการรายงานข้อมูลบริษัทลูกที่เป็นธนาคารพาณิชย์ ในแบบรายงานความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในภาวะปกติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-898f-4a4f-b982-d13376f873eb",45,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ฝนส.(01)ว. 23/2561 เรื่อง การรายงานข้อมูลตามแบบรายงานความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ลงวันที่ 26 เมษายน 2561 กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์รายงานข้อมูลตามแบบรายงานความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในภาวะปกติ (Normal Business Operations) เป็นรายเดือน โดยจัดส่งภายใน 21 วัน ประกอบด้วย        1.1 แบบรายงานฐานะสภาพคล่องสุทธิ (Liquidity gap)  จำนวน 4 ชุด โดยแต่ละชุดให้รายงานแยกสำหรับฐานะสกุลเงินบาท และฐานะรวมทุกสกุลเงินตราต่างประเทศ ได้แก่              1.1.1 แบบรายงานฐานะสภาพคล่องสุทธิตามสัญญา (Contractual Liquidity Gap)                      1) ชุด Solo (รวมทุกสำนักงาน) และรวมบริษัทลูก (Subsidiaries) ที่เป็นธนาคารพาณิชย์                      2) ชุดรวมทุกสำนักงานในประเทศ              1.1.2 แบบรายงานฐานะสภาพคล่องสุทธิตามพฤติกรรม (Behavioural Liquidity Gap)                      1) ชุด Solo (รวมทุกสำนักงาน) และรวมบริษัทลูก (Subsidiaries) ที่เป็นธนาคารพาณิชย์                      2) ชุดรวมทุกสำนักงานในประเทศ        1.2 แบบรายงานการกระจุกตัวของแหล่งเงิน (Funding Concentration) โดยให้รายงานชุด Solo (รวมทุกสำนักงาน) และรวมบริษัทลูก (Subsidiaries) ที่เป็นธนาคารพาณิชย์        ทั้งนี้ หากธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศถือหุ้นในบริษัทลูกที่เป็นธนาคารพาณิชย์น้อยกว่าร้อยละ 100 และเห็นว่าธุรกรรมของบริษัทลูกดังกล่าวยังไม่มีนัยสำคัญเชิงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องต่อธนาคารพาณิชย์ ให้ธนาคารพาณิชย์ยื่นความประสงค์ที่จะยกเว้นการรายงานข้อมูลของบริษัทดังกล่าวต่อธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างน้อย 60 วัน ก่อนวันสิ้นงวดของการรายงานข้อมูล โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องทบทวนความมีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง และเมื่อพิจารณาแล้วเห็นควรให้รวมรายงานข้อมูลบริษัทดังกล่าวให้แจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทราบก่อนวันจัดส่งข้อมูล    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ฝนส.(01)ว. 23/2561 ลงวันที่ 26 เมษายน 2561 เรื่อง การรายงานข้อมูลตามแบบรายงานความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610109.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้       3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม       3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ       3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา       3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-20T10:02:59"],
    [2662,"94e56e29-a21b-4418-9dce-04444955f177","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011202 การขอผ่อนผันกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถดำรงอัตราส่วนสภาพคล่อง (Net stable funding ratio: NSFR) ตามเกณฑ์ที่กำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-8d27-4be4-a0ea-7c00b3f5586c",30,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 1/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงแหล่งที่มาของเงินให้สอดคล้องกับการใช้ไปของเงิน (Net stable funding ratio: NSFR) ลงวันที่ 12 มกราคม 2561 กำหนดกรณีที่ธนาคารพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะไม่สามารถดำรงอัตราส่วน NSFR ได้ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด ให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งฝ่ายตรวจสอบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยเร็ว และยื่นผ่อนผันและจัดส่งแผนดำเนินการเพื่อแก้ไขโครงสร้างทรัพย์สิน หนี้สิน และภาระผูกพัน เพื่อให้อัตราส่วน NSFR เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดมายังฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ภายใน 15 วันนับแต่วันที่แจ้งฝ่ายตรวจสอบ        ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจะพิจารณาผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงอัตราส่วน NSFR ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศได้ หากเห็นว่าธนาคารพาณิชย์นั้นมีเหตุจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้และเกิดขึ้นเป็นการชั่วคราว รวมถึงมีแผนรองรับที่เหมาะสมที่จะทำให้อัตราส่วน NSFR เป็นไปตามที่หลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศโดยเร็ว ซึ่งในการผ่อนผันดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมไว้ด้วยก็ได้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    ประกาศ ที่ สนส. 1/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงแหล่งที่มาของเงินให้สอดคล้องกับการใช้ไปของเงิน (Net stable funding ratio: NSFR)    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610037.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้       3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม       3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ       3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา       3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-13T11:33:24"],
    [2663,"94e56e29-a520-4f22-a942-e6a7063ad2d3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011203 การขออนุญาตจัดสินทรัพย์และหนี้สินบางรายการเป็นสินทรัพย์และหนี้สินที่มีความสัมพันธ์กัน (Interdependent assets and liabilities)  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-90de-4927-9cd6-a655890e34fc",30,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 1/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงแหล่งที่มาของเงินให้สอดคล้องกับการใช้ไปของเงิน (Net stable funding ratio: NSFR) ลงวันที่ 12 มกราคม 2561 กำหนดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ค่า RSF Factor และ ASF Factor สำหรับสินทรัพย์และหนี้สินบางรายการที่มีความสัมพันธ์กันที่ร้อยละ 0 ได้ หากพิจารณาเห็นว่าหนี้สินรายการนั้นจะยังไม่ครบกำหนดหากสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กันนั้นยังแสดงอยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน กระแสเงินสด ที่ได้รับจากการชำระเงินต้นจากสินทรัพย์นั้น จะต้องใช้ในการจ่ายหนี้สินที่มีความสัมพันธ์กันเท่านั้น และหนี้สินดังกล่าวจะต้องใช้สำหรับการจัดหาสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กับหนี้สินนั้นเช่นกัน ทั้งนี้ในการพิจารณาจัดประเภทสินทรัพย์และหนี้สินที่มีความสัมพันธ์กันจะพิจาณาจากข้อกำหนดในสัญญาของสินทรัพย์และหนี้สินนั้นเป็นสำคัญ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้        1) ธนาคารพาณิชย์ต้องสามารถระบุสินทรัพย์และหนี้สินแต่ละรายการที่มีความสัมพันธ์กันได้อย่างชัดเจน        2) อายุคงเหลือและยอดเงินต้นของสินทรัพย์และหนี้สินที่มีความสัมพันธ์กันนั้นควรเท่ากัน        3) ธนาคารพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งผ่านเงินที่ได้รับไปยังสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กับแหล่งเงินนั้นเท่านั้น        4) คู่สัญญาของสินทรัพย์และหนี้สินที่มีความสัมพันธ์กันแต่ละคู่นั้นต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกัน        ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะจัดสินทรัพย์และหนี้สินบางรายการเป็นสินทรัพย์และหนี้สินที่มีความสัมพันธ์กัน ส่งรายละเอียดให้ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงินพิจารณาเป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่ได้รับการแจ้งความประสงค์และเอกสารครบถ้วน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    ประกาศ ที่ สนส. 1/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงแหล่งที่มาของเงินให้สอดคล้องกับการใช้ไปของเงิน (Net stable funding ratio: NSFR)  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610037.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้       3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม       3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ       3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา       3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-13T11:45:48"],
    [2664,"94e56e29-a839-4f7e-b6a9-b78103000f30","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011204 การขอผ่อนผันการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศสุทธิของธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-946a-451f-8613-45a957a0b509",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหลักเกณฑ์การดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศ สำหรับธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย ไว้ดังนี้     1.1 ให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศสุทธิรายสกุลเงิน (Net open position in each currency) เมื่อเทียบเป็นสกุลเงินดอลลาร์ สรอ. ณ สิ้นวันหนึ่ง ๆ เป็นอัตราส่วนกับเงินกองทุนไม่เกินกว่าร้อยละ 15 หรือ 5 ล้านดอลลาร์ สรอ. แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า     1.2 ให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศรวมทุกสกุลเงิน (Aggregate position) เมื่อเทียบเป็นสกุลเงินดอลลาร์ สรอ. ณ สิ้นวันหนึ่ง ๆ เป็นอัตราส่วนกับเงินกองทุนไม่เกินกว่าร้อยละ 20 หรือ 10 ล้านดอลลาร์ สรอ. แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า     1.3 ให้ธนาคารพาณิชย์นับรวมฐานะเงินต่างประเทศทุกฐานะทั้งที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้าและบัญชีเพื่อการธนาคารเพื่อนำมารวมคำนวณ ฐานะเงินต่างประเทศทั้งรายสกุลและรวมทุกสกุล โดยให้ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศนับฐานะเงินตราต่างประเทศของสำนักงาน สาขาและบริษัทลูกที่ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นสาขาในต่างประเทศในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ      1.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องนับ            1) เงินลงทุนในสาขาต่างประเทศแยกตามรายสกุลเงิน            2) เงินลงทุนที่มีลักษณะเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศและไม่มีกำหนดระยะเวลาชำระคืนแยกตามรายสกุลเงิน            3) อื่นๆ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 74/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศ สำหรับธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510364.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1  นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ               3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-13T11:53:06"],
    [2665,"94e56e29-aaea-4522-966f-e01fed4406b0","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011205 การแจ้งใช้วิธีการคำนวณมูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-9800-4568-9a3f-afb1f7481765",15,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ธนาคารพาณิชย์ที่จะใช้วิธีการคำนวณมูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ ให้แจ้ง ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันนับจากวันแรกของงวดการรายงานที่ธนาคารพาณิชย์จะเริ่มใช้วิธีการดังกล่าว โดยธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตใช้วิธีการคำนวณมูลค่าปัจจุบัน (Present Value) และเมื่อธนาคารพาณิชย์เลือกใช้วิธีการคำนวณมูลค่าปัจจุบันแล้ว จะต้องใช้วิธีการดังกล่าวตลอดไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 มาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 74/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศสำหรับธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510364.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1  นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า        3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-18T21:55:16"],
    [2666,"94e56e29-ae56-4228-9d29-c22d07397383","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-11401 การขออนุญาตใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินและบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-9c1c-459a-b7a5-2e850c2171eb",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     1.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 8/2557 เรื่องหลักเกณฑ์การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก(Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน กำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติในการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก โดยพิจารณาจากประเภทกลุ่มงาน[1] ดังต่อไปนี้            1.1.1 กลุ่มงานหลักที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของสถาบันการเงิน (Material function) สามารถแบ่งการอนุญาตได้ ดังนี้                   1) งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic function) ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อนุญาตให้สถาบันการเงินใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกในกลุ่มงานนี้ เว้นแต่ในกรณีที่สถาบันการเงินมีรูปแบบการทำธุรกิจ (Business model) ที่รวมศูนย์งานไว้ที่สำนักงานใหญ่ สาขาหรือบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องแห่งใดแห่งหนึ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานหรือเพื่อการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม สถาบันการเงินจะต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยในการอนุญาต ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติเพิ่มเติมก็ได้                    2) งานหลักที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Non-strategic function) โดยสรุปหลักเกณฑ์การอนุญาตการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกงานดังกล่าวได้ดังนี้                       2.1) การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกที่อยู่ในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป                       2.2) การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกที่อยู่ในต่างประเทศ                             ก. สถาบันการเงินไทยไม่รวม Hybrid bank ใช้บริการจากผู้ให้บริการที่เป็นบริษัทในกลุ่ม ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป                             ข. กรณีอื่นที่ไม่เป็นตามข้อ ก. สถาบันการเงินต้องขออนุญาตก่อนดำเนินการ              1.1.2 กลุ่มงานสนับสนุนธุรกิจสถาบันการเงิน (Non-Material function)  ธปท. อนุญาตเป็นการทั่วไปให้สถาบันการเงินสามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกสำหรับกลุ่มงานสนับสนุนธุรกิจสถาบันการเงิน โดยสถาบันการเงินจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามประกาศ        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 8/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน  กำหนดให้บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่ประสงค์จะใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ซึ่งอาจเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินหรือบริษัทนอกกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินโดยอนุโลม เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่นหรือต้องได้รับอนุญาตเป็นรายกรณี         1.3 สถาบันการเงินต้องพิจารณาในเบื้องต้นว่างานที่ประสงค์จะให้บริการจัดอยู่ในกลุ่มงานใด จากนั้นให้จัดส่งหนังสือแสดงความจำนง พร้อมข้อมูลและเอกสารประกอบการพิจารณาตามที่กำหนด ในกรณีที่คำขอ    ที่เกี่ยวข้องกับงานที่มีความชัดเจนและไม่ซับซ้อนตามหลักเกณฑ์ประกาศดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีหนังสือแจ้งผลการอนุญาตให้ทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับเอกสารครบถ้วน เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยขอให้สถาบันการเงินจัดส่งเอกสารหรือชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยสงวนสิทธิที่จะพิจารณากำหนดเงื่อนไขให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นรายกรณีด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 47    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 8/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก(Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2557          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580002.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    2.วิธีการยื่นคำขอ      2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการ    พิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า        3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐาน    เพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-03T14:58:28"],
    [2667,"94e56e29-b8ea-4f4a-8a8e-83b313154695","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011501  การขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในประเทศไทย และการแจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-a8f1-4ab0-9ccf-f8d289aa8598",30,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 ผู้สอบบัญชีที่จะรับรองงบการเงินของสถาบันการเงิน และบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด ในข้อ 5.1 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 25/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2561       1.2 สถาบันการเงินอาจขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีมากกว่า 1 คน หรือต่างสำนักงาน เพื่อนำไปเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้       1.3 กิจการที่ต้องขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชี           - สถาบันการเงินทุกแห่ง ยกเว้นสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ           - บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation และบริษัทโฮลดิ้งที่อยู่ในประเทศไทย โดยให้บริษัทแม่มีหนังสือตามแบบที่กำหนดยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของตนเอง สถาบันการเงิน บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation มาในคราวเดียวกัน สำหรับบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยต้องเป็นผู้สอบบัญชีในสำนักงานเดียวกับสถาบันการเงิน กรณีที่สถาบันการเงินยังไม่สามารถดำเนินการให้มีผู้สอบบัญชีในสำนักงานเดียวกันได้         ให้สถาบันการเงินทำหนังสือขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผ่อนผันให้สามารถมีผู้สอบบัญชีในสำนักงานที่แตกต่างกันได้ สำหรับบริษัทแม่ สถาบันการเงิน บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation       1.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดคราวละไม่เกิน 5 ปี กรณีที่ผู้สอบบัญชีปฏิบัติงานสอบบัญชีให้สถาบันการเงินแห่งเดียวกันมาแล้ว 7 รอบปีบัญชีไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ สถาบันการเงินจะสามารถยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายดังกล่าวได้ต่อเมื่อพ้นระยะเวลาการตรวจสอบสถาบันการเงินแห่งนั้นแล้วอย่างน้อย 5 รอบปีบัญชีติดต่อกัน ซึ่งเป็นไปตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน และประกาศแนวปฏิบัติว่าด้วยแนวทางการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุนและการผ่อนผันการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในตลาดทุน รวมถึงหลักเกณฑ์การหมุนเวียนผู้สอบบัญชีในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (transitional period) ตามประกาศดังกล่าวด้วย       1.5 ในกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินใดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 ให้ถือว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินนั้น โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยและไม่ต้องแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจำปีอีก       1.6 กรณียื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีตามรอบปกติ หรือขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมผู้สอบบัญชีจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว ให้สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่อธนาคารแห่งประเทศไทยล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น       1.7 กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ยื่นขอความเห็นชอบมา ให้สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายใหม่ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหนังสือแจ้งให้ทราบ       1.8 หากปรากฏในภายหลังว่า ผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบไว้แล้วนั้น ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามข้อใดข้อหนึ่งตามที่กำหนด ให้สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายใหม่ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบว่าผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย  ให้ความเห็นชอบไว้แล้วนั้นขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามข้อใดข้อหนึ่ง       1.9 เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้แต่งตั้งผู้สอบบัญชีรายใดเป็นผู้สอบบัญชีประจำปีนั้นแล้ว ให้สถาบันการเงินแจ้งมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งที่กล่าว       1.10 ทุกปีหลังจากปีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินและบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทแม่ สถาบันการเงิน และบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation แล้ว ให้สถาบันการเงินแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินประจำปีล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยให้ปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การแจ้งการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัทแม่ สถาบันการเงินและบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation หลังจากที่เคยได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีแล้ว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 67 มาตรา 69 และ มาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 25/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2561     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620004.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561       https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยอาจจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์  ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-20T10:49:31"],
    [2668,"94e56e29-bf54-452c-989e-eaa17a232845","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011503 การขอผ่อนผันกรณีที่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบธุรกิจทางการเงินที่อยู่ในประเทศไทยใช้สำนักงานสอบบัญชีที่แตกต่างกับสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-b088-4175-a0cc-347b9d341c0b",30,0,7,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation และบริษัทโฮลดิ้งที่อยู่ในประเทศไทย ต้องให้บริษัทแม่มีหนังสือตามแบบที่กำหนดยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของตนเอง สถาบันการเงิน บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation    มาในคราวเดียวกัน ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง  การขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทแม่ สถาบันการเงิน บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation โดยบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยต้องเป็นผู้สอบบัญชีในสำนักงานเดียวกับสถาบันการเงิน อย่างไรก็ดี หากบริษัทแม่ไม่สามารถดำเนินการให้มีผู้สอบบัญชีในสำนักงานเดียวกันได้ ให้บริษัทแม่ทำหนังสือขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น พร้อมทั้งยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง  การขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ของบริษัทแม่ สถาบันการเงิน และบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 67 มาตรา 69 และ มาตรา 71  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 25/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2561      https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620004.pdf  (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561       https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่น  คำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-20T14:53:04"],
    [2669,"94e56e29-c26c-42ea-8ecf-3bd914baef38","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011603 การขออนุญาตเรียกเก็บค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-b405-4e2f-9e56-d17392aa5d4e",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ถือปฏิบัติในเรื่องการเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ ตามประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และประเภทอื่น ๆ ตามที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย        ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์จะเรียกเก็บค่าบริการต่าง ๆ จากผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภคนอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ธนาคารพาณิชย์ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 มาตรา 40 และมาตรา 46    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2560 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2560    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600203.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอ  ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่ง ประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยัง  ไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-24T16:09:43"],
    [2670,"94e56e29-c5d7-4d4c-a105-d00b4e8aaf61","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011604 การขออนุญาตเรียกเก็บค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-b7b2-402f-8ea9-a1c000bf22b1",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      ให้สถาบันการเงินที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับปฏิบัติในเรื่องการเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ ตามประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และประเภทอื่น ๆ ตามที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย        ในกรณีที่สถาบันการเงินจะเรียกเก็บค่าบริการต่าง ๆ และเบี้ยปรับจากผู้บริโภคนอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สถาบันการเงินต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 มาตรา 40 และมาตรา 46  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2560 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข  ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับสถาบันการเงิน ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2560        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600205.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-24T16:31:59"],
    [2671,"94e56e29-c8ae-478a-a1ae-dc74886e041e","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011605 การขอผ่อนผันการจัดทำบัญชีและการรายงานตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ สำหรับสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-bb14-4450-9500-7286ae93851d",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        สถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุน) ที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ ต้องจัดทำรายงานทุกเดือนตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดและส่งมายังธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 21 วันนับจากวันสิ้นเดือน เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนผันเป็นประการอื่น รวมทั้งจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้แก่กระทรวงการคลังภายในกำหนดเวลาเดียวกันข้างต้น    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 2/2558 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับสำหรับสถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 มกราคม 2558    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580018.pdf    (2) หนังสือที่ ฝนส.(01)ว.24/2558 เรื่อง นำส่งแบบรายงานการให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2558    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580071.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-28T17:28:06"],
    [2672,"94e56e29-cf61-4923-a348-30f256947db9","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10103 การขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ – การให้บริการระบบการชำระดุล [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-c358-48da-afa5-5a04c38b0de8",60,0,20,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 3/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการระบบการชำระดุล ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท          1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงิน หรือ          1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ    (2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท    (3) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการของระบบและสาธารณชน เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น และแหล่งที่มาของเงินทุน    (4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (5) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (6) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้          (6.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์          (6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว                (6.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย                (6.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                (6.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์                (6.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง                (6.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน                (6.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์                (6.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน                (6.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) และ ข้อ (7)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท. จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขออนุญาต เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ และเอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขออนุญาตที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท. จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    (7) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (8) เพื่อความสะดวกในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งเอกสารยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ ธปท. ตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่อีเมล : Payment-Sup@bot.or.th","2025-07-23T09:35:04"],
    [2673,"94e56e29-d2a8-4c5a-bb7b-5f39329205e0","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04005 การแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจ (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-c734-410c-a680-c82c5a9f64b7",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้ง        1.1 กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับต้องไม่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้          (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต          (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต          (3) เคยเป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนการอนุญาต          (4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด        1.2 กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว        ในการแจ้งดังกล่าวให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการให้กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ จัดทำแบบรับรองคุณสมบัติของกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ตามรูปแบบที่กำหนด และนำส่งแบบรับรองคุณสมบัติดังกล่าวมาพร้อมกับการแจ้งเปลี่ยนแปลงด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 1/2561 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)  หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป            ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T15:16:59"],
    [2674,"94e56e29-d560-44ad-8935-a5cf768bdb6c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010617 และ 01-04004 การแจ้งความประสงค์ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (สำหรับสถาบันการเงิน หรือผู้ที่ได้รับอนุยาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับแล้ว)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-cb17-4af8-8777-20b440e09930",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้ง        กรณีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ ภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว         ในการแจ้งดังกล่าวให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ให้จัดทำแบบรับรองคุณสมบัติของผู้ถือหุ้น และนำส่งแบบรับรองคุณสมบัติดังกล่าวมาพร้อมกับการแจ้งการมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58  (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 1/2561 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอแจ้ง        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)   หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป             ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-29T15:05:50"],
    [2675,"94e56e29-d820-4b8f-8552-4290f8f32e1d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04002 การแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-daea-47fc-8a83-36c525be2a3c",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้งเริ่มวันประกอบธุรกิจ        ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับจะมีเงื่อนไขเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาต โดยต้องแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าก่อนเปิดดำเนินการ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  - หนังสืออนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)    หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือ ผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว             2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว          2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี          2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป           ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-10T17:51:18"],
    [2676,"94e56e29-db09-4d41-a843-2efdbb8f2fa4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การแจ้งเปิดสำนักงานสาขา สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-dfd8-410d-8d0e-e4e82b3e4100",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้งเปิดสำนักงานสาขา      ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบถึงการเปิดสำนักงานสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเปิดทำการสำนักงานสาขานั้น ทั้งนี้ สำนักงานสาขาหมายความว่า สำนักงานใด ๆ ซึ่งแยกออกจากสำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในเรื่องของกระบวนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ การตรวจสอบข้อมูลของผู้บริโภค และการรับชำระเงินจากผู้บริโภค อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด โดยมีระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลของผู้บริโภคที่เก็บไว้ ณ สำนักงานใหญ่ หรือที่ทำการอื่นหรือไม่ก็ได้  ทั้งนี้ สำนักงานสาขาไม่รมถึง        1.1 จุดบริการประชาสัมพันธ์เพื่อหาผู้บริโภครายใหม่ ซึ่งทำการแจกเอกสาร แนะนำบริการ หรือรับและตรวจสอบข้อมูลใบสมัครจากประชาชนทั่วไป โดยยังไม่เข้ากระบวนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลผู้บริโภคและไม่มีการรับชำระเงินจากผู้บริโภค        1.2 สถานที่ของตัวแทนที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่งตั้งเพื่อรับชำระเงิน หรือทำการประชาสัมพันธ์รวมทั้งแจกเอกสารแนะนำบริการ หรือรับและตรวจสอบข้อมูลใบสมัครจากประชาชนแทนผู้ประกอบธุรกิจ เช่น ที่ทำการไปรษณีย์ หรือจุดรับชำระเงินอื่นที่ไม่ใช่ของผู้ประกอบธุรกิจ        1.3 การเปิดจุดบริการในงานนิทรรศการต่างๆเป็นการชั่วคราว (booth)        1.4 สำนักงาน จุดบริการ หรือสถานที่อื่นๆตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515          https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558    (4) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 2/2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี           2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว           2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี           2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป           ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-17T17:20:22"],
    [2677,"94e56e29-ddf4-4163-bb88-7236ef9b2503","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04006 การขออนุญาตย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-e388-4b4d-99a9-236e3ae25a83",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ห้ามผู้ประกอบธุรกิจย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการพิจารณาธนาคารแห่งประเทศไทยจะคำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นและการคุ้มครองผู้บริโภค    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515          https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58  (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58  (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ             2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี             2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์            2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว            2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี            2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T15:45:35"],
    [2678,"94e56e29-e0c4-46a0-9606-c8943fdf4396","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การแจ้งย้ายสถานที่ตั้งหรือปิดสำนักงานสาขา สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-e764-47cb-9a71-0a60307a1d7e",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้งย้ายสถานที่      ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่จะย้ายที่ตั้งสำนักงานสาขาหรือปิดสำนักงานสาขา ให้แจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันดำเนินการ หากไม่ได้รับการทักท้วงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจย้ายสำนักงานสาขาหรือปิดสำนักงานสาขาได้  อย่างไรก็ดี กรณีปิดสำนักงานสาขาเพียงชั่วคราว ให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบทันทีหลังจากปิดสำนักงานสาขาชั่วคราวดังกล่าว  ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและประชาชนตามความเหมาะสม        ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจประกาศกำหนดการย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานสาขาหรือปิดสำนักงานสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยอย่างน้อยต้องประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ  สำนักงานสาขานั้นๆ และในช่วงเวลาดำเนินการดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจต้องกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและประชาชนตามความเหมาะสม    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558    (4) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)  หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว           2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป             ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-17T17:22:16"],
    [2679,"94e56e29-e409-41c7-bb72-bf2b9cfc0885","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04010 การขออนุญาตเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุจากผู้บริโภค นอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในการให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-eb74-4c56-b8fa-73793e56629d",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ            ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติในเรื่องการเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ และค่าใช้จ่ายตามที่ได้ จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ ตามประเภท ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงหรือพอสมควรแก่เหตุจากผู้บริโภคนอกเหนือจากการรายการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สำหรับการให้สินเชื่อที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจขออนุญาตโดยแสดงเหตุผลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515          https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558    (4) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 1/2561 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)   หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T17:18:57"],
    [2680,"94e56e29-e6e4-4331-be6a-80e6004ec8d7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04011 การขออนุญาตลดทุน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-ef63-41b8-83cb-c61a95940335",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     ห้ามผู้ประกอบธุรกิจลดทุน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และในการขออนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515        https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548       https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558    2. วิธีการยื่นคำขอ             2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี              2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์           2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว          2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของ  ทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป       3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T17:33:55"],
    [2681,"94e56e29-e9c2-4a9d-a666-1b4814ff5e59","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04012 การขออนุญาตหยุดหรือระงับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-f32c-44e0-ba7d-4ea136762d6f",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      ห้ามผู้ประกอบธุรกิจหยุดหรือระงับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และในการขออนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558         2. วิธีการยื่นคำขอ           2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T17:56:55"],
    [2682,"94e56e29-ecde-40e1-924c-94d17724b68c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04013 การขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-f6ea-4877-90da-f86ce0928fd6",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       ?ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีความประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ให้แจ้งรัฐมนตรีผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเพื่อเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาและอาจมีคำสั่งว่าจะสมควรอนุญาตให้เลิกเมื่อใด ภายใต้เงื่อนไข และวิธีการอย่างใด โดยจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย หากมีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้รัฐมนตรีมีหนังสือ แจ้งผู้ประกอบธุรกิจทราบก่อนครบกำหนดดังกล่าว และขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปได้อีก ไม่เกิน 30 วันทำการ นับแต่วันครบกำหนด    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58  (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558     (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-15T11:03:16"],
    [2683,"94e56e29-f010-4398-9447-e9c7b31019eb","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05001 การขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-facd-4ce3-bf27-5ecef4f4557d",60,0,12,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่จะประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้         1.1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด         1.2 มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท         1.3 มีอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ไม่เกินกว่า 7 เท่า         1.4 กรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทผู้ยื่นคำขออนุญาต ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ดังนี้              1.4.1 เคยเป็นบุคคลล้มละลาย              1.4.2 เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต              1.4.3 เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ              1.4.4  เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด         ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่         (1)  ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515                https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf         (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557                    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf         (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558         (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส.1/2558 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 มกราคม 2558              https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T18:57:07"],
    [2684,"94e56e29-f306-422b-aba2-9fcc7e6cbd45","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05002 การแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-feab-4c9e-b643-2dd2d2877007",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ             ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับจะมีเงื่อนไขเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาต โดยต้องแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าก่อนเปิดดำเนินการ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    - หนังสืออนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ         2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T18:57:29"],
    [2685,"94e56e29-f642-4dcd-8e7c-df065d7b222b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05003 การแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจ (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-0286-4cfe-9817-79694a478fbb",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบถึงการเปิดสำนักงานสาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเปิดทำการสำนักงานสาขานั้น ทั้งนี้ สำนักงานสาขาหมายความว่าสำนักงานสาขาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515    https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 หมวด 2 ข้อ 7 (1)    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.1/2558 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 มกราคม 2558 ข้อ 4.1 กำหนดความหมายของคำว่า &ldquo;สำนักงานสาขา&rdquo;    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-10T15:10:04"],
    [2686,"94e56e29-fc45-49a2-9c11-655e717c1c4e","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05004 การขออนุญาตย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-0aa5-4f06-853e-411d51ea2e32",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ห้ามผู้ประกอบธุรกิจย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย อนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทย        ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่        (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515             https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf        (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 หมวด 2 ข้อ 8 (3)             https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-10T18:53:40"],
    [2687,"94e56e29-ff50-43fc-8e27-db62b8e3a684","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05008 การขอผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-0eba-4630-8afa-ca838fb9fd72",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       ในการยื่นคำขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับผู้ที่ยื่นขออนุญาตต้องมีอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกินกว่า 7 เท่า และต้องดำรงอัตราส่วนดังกล่าวตลอดการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาผ่อนผันเป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผลและความจำเป็น    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 1/2558 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 มกราคม 2558         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590020.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-11T15:20:27"],
    [2688,"94e56e2a-024c-413f-b350-3cca3ae691bf","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05009 การขออนุญาตลดทุน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-12df-4033-b36e-d7bc9cde6a98",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ห้ามผู้ประกอบธุรกิจลดทุน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี ในการขออนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และ  ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า        ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่        (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515             https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf       (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) ลงวันที่     26 ธันวาคม 2557 หมวด 2 ข้อ 8 (2)            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf       (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58  (เรื่องสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558)         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้       3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม       3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ       3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา       3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-10T23:57:40"],
    [2689,"94e56e2a-0557-4aac-9ec2-8d4902209b4a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05010 การขออนุญาตหยุดหรือระงับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-168c-4b1a-9ff5-45fcfa8a2cce",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ห้ามผู้ประกอบธุรกิจหยุดหรือระงับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และในการขออนุญาต ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ธนาคารแห่งประะทศไทยพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515          https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 หมวด 2 ข้อ 8 (5)          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf     (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558          2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-10T23:32:37"],
    [2690,"94e56e2a-0902-43fb-8385-6034d2338d5e","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10202 การขออนุญาตการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ - การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-1ae4-478d-baf7-11d213502128",100,0,20,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอ    ขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท          (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน หรือ          (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ    (2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท      (3) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย และงบลงทุน    (4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (5) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (6) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้          (6.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์          (6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว                     (6.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย                (6.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                (6.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์                (6.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง                (6.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน                (6.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์                (6.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน                (6.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) ข้อ (3) และ ข้อ (7)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท. จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขออนุญาต เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ และเอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขออนุญาตที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท.   จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    (7) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (8) เพื่อความสะดวกในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งเอกสารยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ ธปท. ตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่ อีเมล : Payment-Sup@bot.or.th","2025-07-23T10:36:56"],
    [2691,"94e56e2a-0c1f-499c-89e1-251d3be655ff","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05011 การขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-1ea2-460e-b13f-2ebe2ded0d22",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีความประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับหรือหยุดประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับเป็นการชั่วคราวให้แจ้งรัฐมนตรีผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเพื่อเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาและอาจมีคำสั่งว่าจะควรอนุญาตให้เลิกหรือหยุดประกอบธุรกิจได้เมื่อใด ภายใต้เงื่อนไขและวิธีการอย่างใดภายในสามสิบวัน     ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 หมวด 2 ข้อ 12         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58  (เรื่องสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-10T19:43:14"],
    [2692,"94e56e2a-0f2b-4f1b-9de9-4fd74930ccb1","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05007 การขอผ่อนผันการรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-2284-4b39-8763-dd35753dd433",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ต้องจัดทำรายงานทุกเดือนตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และส่งมายังธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 21 วันนับจากวันสิ้นเดือน เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนผันเป็นประการอื่น รวมทั้งจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้แก่กระทรวงการคลังภายในกำหนดเวลาเดียวกันข้างต้น    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 1/2558 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 มกราคม 2558         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580019.pdf    (3) หนังสือที่ ฝนส.(01)ว.25/2558 เรื่อง นำส่งแบบรายงานการให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2558         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2558/ThaiPDF/25580072.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-11T16:36:55"],
    [2693,"94e56e2a-12e0-41ae-b90e-ea648d4f0d00","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07004 การขออนุญาตต่ออายุการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-26df-4f8a-a141-4c2d7b8966c1",60,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ยื่นคำขออนุญาตต่ออายุการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้        1.1 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)        1.2 มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วและส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทตลอดระยะเวลาการประกอบธุรกิจ      1.3 มีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญญาไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด      1.4 กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีไม่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้           (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี           (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต           (3) เคยเป็นกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของผู้ประกอบธุรกิจที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนการอนุญาต           (4) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานของรัฐทั้งในและต่างประเทศ กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกำลัง                ถูกดำเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกง หรือทุจริต เว้นแต่ปรากฏว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด           (5) มีหรือเคยมีส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจหรือการดำเนินกิจการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นหรือประชาชน           (6) มีหรือเคยมีประวัติส่วนตัวหรือพฤติกรรมที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม หรือเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทำดังกล่าวของบุคคลอื่น           (7) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการทำงานอันส่อไปในทางไม่สุจริตหรือฉ้อฉล หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทำดังกล่าวของบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงการเลือกปฏิบัติ                  หรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดอันอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest)           (8) เคยดำเนินการใดที่ผิดกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยาย                    อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง           (9) ไม่มีหรือไม่เคยมีการทำงานที่แสดงถึงการขาดมาตรฐานวิชาชีพในการดำเนินธุรกิจ          (10) ไม่มีปัญหาในการชำระหนี้กับสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ให้สินเชื่อ            ทั้งนี้ ในการดำเนินธุรกิจผู้ประกอบธุรกิจจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลที่กำหนดไว้ตามประกาศกระทรวงการคลังและประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยต้องกำหนดนโยบายและแผนงานในการดำเนินธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลเสนอคณะกรรมการบริษัทของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ความเห็นชอบทุกปี และให้จัดเก็บเอกสารดังกล่าวไว้ที่บริษัทพร้อมไว้สำหรับการตรวจสอบหรือเมื่อร้องขอโดยธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตการต่อออายุรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515  https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอ หรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอและธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอ หรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าวและ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T11:58:36"],
    [2694,"94e56e2a-1662-42b9-922a-d1378eeff7a6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07007 การขออนุญาตประกอบธุรกิจอื่น หรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือเกี่ยวกับ การให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สําหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-2af2-4602-bf73-eb4edbe49950",30,0,7,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer to peer lending platform) ต้องการประกอบธุรกิจอื่น หรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวกับการให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยต้องปฏิบัติ ดังนี้             1.1.1 กำหนดวัตถุประสงค์ของการให้บริการ พร้อมชี้แจงถึงประโยชน์ที่ผู้ประกอบธุรกิจจะได้รับหรือประโยชน์ต่อระบบสถาบันการเงิน             1.1.2 กำหนดขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการ             1.1.3 มีความพร้อมในเรื่องจำนวนและคุณภาพของบุคลากร และระบบงานต่าง ๆ เพื่อรองรับการให้บริการ             1.1.4 ประเมินความเสี่ยงของการใช้หรือให้บริการดังกล่าว และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง แนวทางการควบคุมภายใน รวมทั้งแนวทางรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของลูกค้า             1.1.5 กำหนดแนวทางและกระบวนการในการคุ้มครองผู้บริโภค            1.1.6 มีแผนรองรับกรณีเกิดปัญหาในการใช้หรือให้บริการดังกล่าว            1.1.7 กำหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีการใช้หรือให้บริการดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 เป็นต้น            1.1.8 ธุรกรรมดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย            ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515  https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)  หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืน  คำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ   พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า        3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว             ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T16:32:11"],
    [2695,"94e56e2a-197a-41a7-bb63-5774530ec516","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07005 การแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจ (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-2edf-4162-91d9-a849b94930c6",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้ง        1.1 กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ต้องไม่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้          (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี          (2) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต          (3) เคยเป็นกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนการอนุญาต          (4) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด         1.2 กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว         ในการแจ้งดังกล่าวให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการให้กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ จัดทำแบบรับรองคุณสมบัติของกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ตามรูปแบบที่กำหนด และนำส่งแบบรับรองคุณสมบัติดังกล่าวมาพร้อมกับการแจ้งเปลี่ยนแปลงด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515    https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี          2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)  หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืน  คำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T14:59:52"],
    [2696,"94e56e2a-1cb3-4aaa-838d-50171b92e61d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07001 การขออนุญาตเข้าร่วมทดสอบใน Regulatory Sandbox เพื่อประกอบธุรกิจ ระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-33c9-49a2-be20-9947b87c3cfd",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้ง        กรณีผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ ภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว         ในการแจ้งดังกล่าวให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ให้จัดทำแบบรับรองคุณสมบัติของผู้ถือหุ้น และนำส่งแบบรับรองคุณสมบัติดังกล่าวมาพร้อมกับการแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515    https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอแจ้ง        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)   หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืน  คำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T17:19:48"],
    [2697,"94e56e2a-200c-45d3-97d1-66b060d42b66","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07006 การขอความเห็นชอบในการใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้ระบบการดูแลทรัพย์สิน ที่นําเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการรับและเก็บรักษาเงิน ทรัพย์สินและหลักประกันของผู้ใช้บริการระบบ หรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สําหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-384f-4f3d-8f6e-5daa46cc0279",30,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer to peer lending platform) มีการนำระบบมาใช้หรือการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลทรัพย์สินที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการรับและเก็บรักษาเงิน ทรัพย์สิน หรือหลักประกันของผู้ใช้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นแผนการเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของผู้ประกอบธุรกิจหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งเอกสารประกอบอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ต่อฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย        1.2 ผู้ประกอบธุรกิจต้องพิสูจน์ได้ว่าระบบการดูแลทรัพย์สินที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการรับและเก็บรักษาเงิน ทรัพย์สิน หรือหลักประกันของผู้ใช้บริการ นั้น มีลักษณะดังนี้             1.2.1 เป็นระบบที่สามารถแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ในเงิน ทรัพย์สิน หรือหลักประกันของผู้ใช้บริการออกจากทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมาย             1.2.2 เป็นระบบที่มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ (Confidentiality) ความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูลและระบบสารสนเทศ (Integrity) และ ความพร้อมใช้งานของระบบสารสนเทศ (Availability)    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515    https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)  หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ  พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้       3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม       3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ       3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า       3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา       3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T16:03:47"],
    [2698,"94e56e2a-2323-46c9-b250-f8d94a40b3e5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07003 การแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-3c07-49f0-bc93-691b338981f8",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้งเริ่มวันประกอบธุรกิจ        ผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) จะมีเงื่อนไขเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาต โดยต้องแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าก่อนเปิดดำเนินการ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  - ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี         2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)  หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว             2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T14:45:47"],
    [2699,"94e56e2a-2643-4cf3-99cf-e077636b228f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07008 การแจ้งย้ายสำนักงานใหญ่หรือสถานที่ติดต่อสำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-3fe1-4deb-a23b-e1533fc4fd63",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) จะย้ายสำนักงานใหญ่หรือสถานที่ติดต่อให้แจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันดําเนินการ หากไม่ได้รับการทักท้วงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจย้ายสำนักงานใหญ่หรือสถานที่ติดต่อได้ ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจประกาศกำหนดการย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสถานที่ติดต่อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยอย่างน้อยต้องเปิดเผยไว้ในระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบธุรกิจ และในช่วงเวลาดำเนินการย้ายสถานที่ตั้งดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจต้องกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการตามความเหมาะสม    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515    https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี       2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว       2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี       2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้       3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ       3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา       3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-14T15:29:24"],
    [2700,"94e56e2a-2970-4380-9d94-af63bb0c16f7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07009 การแจ้งกรณีหยุดให้บริการชั่วคราวที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าของการให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-43db-4f93-b56c-5e237009803f",15,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งการหยุดให้บริการชั่วคราวที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าของการให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) มายังธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนหยุดให้บริการ ไม่น้อยกว่า 15 วัน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515    https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว       2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี       2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป         3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-21T13:16:48"],
    [2701,"94e56e2a-2c80-42af-a025-2a504441db29","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07013 การขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-47bf-4c0b-b7f5-e5fe90695713",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีความประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ให้แจ้งรัฐมนตรีผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเพื่อเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า     ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515  https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่า  ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-23T11:30:32"],
    [2702,"94e56e2a-2f88-4885-8709-350ab83a3725","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07011 การขออนุญาตลดทุน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-4b70-48bd-aec1-74408131dd45",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     ห้ามผู้ประกอบธุรกิจลดทุน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และในการขออนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515  https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว       2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี       2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.2 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.3 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-21T14:30:08"],
    [2703,"94e56e2a-32aa-4d0d-9fd2-073e5d42f56d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07012 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-4f5a-4bcc-bda4-280b861aef26",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)  ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4/2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562 หากไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดได้ให้ยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515  https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) ลงวันที่ 10 กันยายน 2561  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4 /2562 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) ลงวันที่ 9 เมษายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620096.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์หรือผ่านระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.2 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ)  หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ  พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี        2.5 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า        3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา หรือเชิญให้มาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-22T16:00:29"],
    [2704,"94e56e2a-3e64-42ba-9e68-b8fdb49899b7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-02 การขอหารือในหลักการการออกตราสารทางการเงินเพื่อนับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-5e5c-4201-b703-498f60168539",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              สถาบันการเงินเฉพาะกิจซึ่งประสงค์จะออกจำหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้เพื่อขอนับเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 หรือ เงินกองทุนชั้นที่ 2 แล้วแต่กรณี ให้ยื่นขอหารือธนาคารแห่งประเทศไทยในหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติของตราสารก่อนออกจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าตราสารที่จะออกมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดย              1.1 ตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่ไม่สะสมดอกเบี้ยจ่ายและไม่ชำระดอกเบี้ยในปีที่ไม่มีผลกำไรเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Hybrid Tier 1) ต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามเอกสารแนบ 1 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (รายละเอียดตามตารางสรุป Term Sheet ตามเอกสารแนบ)              1.2 ตราสารที่มีลักษณะคล้ายทุน (Hybrid Debt Capital Instrument) และตราสารหนี้ด้อยสิทธิระยะยาว (Subordinated Debt) ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามเอกสารแนบ 2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (รายละเอียดตามตารางสรุป Term Sheet ตามเอกสารแนบ แล้วแต่กรณี)              ทั้งนี้ หลังจากที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้รับความเห็นชอบในหลักการออกตราสารทางการเงินเพื่อนับเป็นเงินกองทุน และได้รับชำระเงินจากการออกจำหน่ายครบถ้วนแล้ว ให้ยื่นขออนุมัติเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายตราสารดังกล่าวเข้าเป็นเงินกองทุน ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุมัตินับตราสารทางการเงินเข้าเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และหากประสงค์จะไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารหนี้ดังกล่าวตามสิทธิที่ได้มีการกำหนดไว้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอความเห็นชอบไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 15/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620206.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม  ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-01T11:19:31"],
    [2705,"94e56e2a-416e-4f13-b63a-7bf0d78bf19c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-03 การขออนุญาตนับเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายตราสารทางการเงินเข้าเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-6214-46a2-b288-61340cdce88b",30,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จะขออนุมัตินับเงินที่ได้รับจากการออกตราสารทางการเงินเข้าเป็นเงินกองทุนจะต้อง          1.1 ได้รับความเห็นชอบในหลักการการออกจำหน่ายตราสารดังกล่าวเพื่อนับเข้าเป็นเงินกองทุน ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอหารือในหลักการการออกตราสารทางการเงินเพื่อนับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแล้ว          1.2 ออกจำหน่ายและได้รับชำระเงินครบถ้วนแล้ว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 15/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620206.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้          2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-23T13:43:36"],
    [2706,"94e56e2a-4490-4baa-8598-7bad0e3aa1a3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-04 การขออนุญาตจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือตราสาร Hybrid Tier 1 ในปีที่ไม่มีผลกำไร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-65bb-4d7d-95e9-fe5a25722934",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้นับตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ (Hybrid Tier 1) ที่ไม่สะสมผลตอบแทนและอาจจ่ายผลตอบแทนจากกำไรหรือกำไรสะสมได้ แต่ในปีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นไม่มีผลกำไร จะไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือตราสารดังกล่าวได้ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความประสงค์จะจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือตราสารดังกล่าวในปีที่ไม่มีผลกำไร ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณีก่อน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากปัจจัยความมั่นคงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ฐานะเงินกองทุน ความสามารถในการทำกำไร และระดับของกำไรสะสม เป็นต้น    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้          2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-23T13:41:34"],
    [2707,"94e56e2a-478e-4d2f-ba1e-0ce4f2cebf8a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-05 การขอผ่อนผันการหักเงินลงทุนในสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นออกจากเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ กรณีมีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขฐานะการดำเนินการ หรือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-6997-411a-bacd-16bd4f974175",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จะขอผ่อนผันการหักเงินลงทุนในหุ้นสามัญและตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นออกจากเงินกองทุน จะต้องเป็นการเข้าไปถือหุ้นในกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขฐานะการดำเนินการ หรือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น และต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 15/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620206.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้          2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T11:38:01"],
    [2708,"94e56e2a-4b02-442c-93fd-c8a3c1cf1ce5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-06 การขอความเห็นชอบไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-6df3-4cdd-84a8-45e9d1ea0f38",30,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          สถาบันการเงินเฉพาะกิจซึ่งได้รับอนุมัติให้นับเงินที่ได้รับจากการออกจำหน่ายตราสารตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 หรือชั้นที่ 2 แล้วแต่กรณี หากประสงค์จะไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารหนี้ดังกล่าวตามสิทธิที่ได้มีการกำหนดไว้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นคำขออนุญาตดำเนินการไถ่ถอนหรือซื้อคืนไม่น้อยกว่า 30 วัน          1.1 การไถ่ถอนตราสารก่อนกำหนด  สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะดำเนินการได้ โดยต้องเสนอแผนการไถ่ถอนและแผนการทดแทนตราสารต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการดำเนินการไถ่ถอน โดยมีเงื่อนไข ดังนี้              1) กรณีตราสารเป็น Hybrid Tier 1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะกำหนดเงื่อนไขของการไถ่ถอนไว้ในข้อกำหนดสิทธิแนบท้ายหนังสือชี้ชวน และจะไถ่ถอนได้หลังจาก 5 ปี นับจากวันที่ได้ออกตราสารนั้น และต้องทดแทนด้วยหุ้นสามัญหรือหุ้นปุริมสิทธิแบบไม่สะสมเงินปันผลไปพร้อมกัน เว้นแต่ได้มีการออกหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิแบบไม่สะสมเงินปันผลเพื่อรองรับการไถ่ถอนไว้แล้ว หรือธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าฐานะเงินกองทุนมากเพียงพอเกินกว่าความเสี่ยงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ              2) กรณีตราสารเป็น Hybrid Debt Capital Instrument หรือ Subordinated Debt ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 หรือเงินกองทุนชั้นที่ 2 เพื่อทดแทนตราสารเดิมที่ไถ่ถอนในทันที หรือธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าการไถ่ถอนก่อนกำหนด จะไม่ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดลงต่ำกว่าร้อยละ 9 โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อฐานะเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ในระยะเวลา 3 ปี ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีการเพิ่มทุน สำหรับ Hybrid Debt Capital Instrument การยื่นขอไถ่ถอนก่อนกำหนดจะกระทำได้ หลังจากที่ออกตราสารนั้นไป 5 ปีแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ตราสารส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นับเป็นเงินกองทุน ชั้นที่ 2 นั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจอาจไถ่ถอนก่อนกำหนดก็ได้ โดยจะต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 7 วันนับแต่วันไถ่ถอน          1.2 การซื้อคืนตราสาร               1) กรณีตราสารเป็น Hybrid Tier 1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องเสนอแผนซื้อคืนและแผนการทดแทนตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเป็นรายกรณี และปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีเกี่ยวกับการซื้อคืนตราสารทางการเงินอย่างเคร่งครัดด้วย              2) กรณีตราสารเป็น Hybrid Debt Capital Instrument หรือ Subordinated Debt ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องเสนอแผนการซื้อคืนและแผนการทดแทนตราสารที่มีลักษณะคล้ายทุนหรือตราสารหนี้ด้อยสิทธิระยะยาวที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ทั้งนี้ ตราสารส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 นั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถซื้อคืนได้ โดยจะต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 7 วันนับแต่วันซื้อคืน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 15/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620206.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2.วิธีการยื่นคำขอ          2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้          2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-01T11:20:51"],
    [2709,"94e56e2a-4e71-4db7-bbd1-b772b24d887a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-18 การขออนุญาตไม่นับรวมสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศบางรายการในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-7206-48ac-b7ff-7c2133354d65",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (เอกสารแนบ 6.1) กำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนับหรือไม่นับรายการดังต่อไปนี้ รวมอยู่ในฐานะเงินตราต่างประเทศ              1.1 เงินให้สินเชื่อที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่ถูกจัดชั้นสงสัยจะสูญ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่ต้องนับบัญชีเงินให้สินเชื่อที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่ถูกจัดชั้นสงสัยจะสูญตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 23/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ โดยไม่คำนึงถึงหลักประกัน ยกเว้นบัญชีเงินให้สินเชื่อที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่ถูกจัดชั้นสงสัยจะสูญ มีหลักประกันเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศสกุลเดียวกับเงินให้สินเชื่อให้นับรวมมูลค่าปัจจุบันของหลักประกันดังกล่าวในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ อนึ่ง หากมีการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในอนาคต ให้นับรวมบัญชีดังกล่าวในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศต่อไปอีก 1 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้              1.2 สัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ของบัญชีเงินให้สินเชื่อที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่ถูกจัดชั้นสงสัยจะสูญ ในกรณีลูกหนี้ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงสำหรับบัญชีเงินให้สินเชื่อที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่ถูกจัดชั้นสงสัยจะสูญ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่ต้องนับรวมยอดคงค้างของสัญญาดังกล่าวในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ              1.3 สัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนรายการอื่น นอกจากข้อ 1.2 ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่ต้องนับรวมยอดคงค้างของสัญญาป้องกันความเสี่ยงทุกรายการของลูกหนี้ที่มีบัญชีใดบัญชีหนึ่งของทุกสกุลเงินที่ถูกจัดชั้นสงสัยจะสูญและสูญตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 23/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ              1.4 รายการภาระค้ำประกันที่บอกเลิกไม่ได้ (การรับรองตั๋วเงิน การรับอาวัล และการค้ำประกันการกู้ยืมเงินที่จะถึงกำหนดชำระไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่รายงาน) ของลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นสงสัย สงสัยจะสูญ และสูญ (Irrevocable guarantee) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนับรวมภาระค้ำประกันที่บอกเลิกไม่ได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศของลูกหนี้ที่มีบัญชีใดบัญชีหนึ่งของทุกสกุลเงินที่ถูกจัดชั้นสงสัย สงสัยจะสูญและสูญตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 23/2562 เรื่องหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ               ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจอาจไม่ต้องนับรวมสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศบางรายการ ในการคำนวณฐานะเงินตราต่างประเทศ โดยให้ยื่นขอผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T11:44:32"],
    [2710,"94e56e2a-519d-4535-b131-53afd5c15dae","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-19 การขออนุญาตใช้วิธี Duration Method ในการคำนวณเงินกองทุนสำหรับธุรกรรมที่มี ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับ General Market Risk (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-75b7-438c-8c9e-d44c15621049",60,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ               แนวทางการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงประเภท General market risk               การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับ General market risk สำหรับความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถเลือกคำนวณได้ 2 วิธี ได้แก่ 1) Maturity method และ 2) Duration method (เอกสารแนบ 4 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)               ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีความพร้อมเลือกใช้วิธี Duration Method ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่มีความถูกต้องมากกว่าในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยง General Market Risk โดยคำนวณการเปลี่ยนแปลงของราคาต่อการเปลี่ยนแปลงอัตราผลตอบแทนในตลาดของแต่ละฐานะแยกจากกัน สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประสงค์จะใช้วิธีนี้ต้องได้รับความเห็นชอบในวิธีและระบบข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยต้องนำไปใช้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และหากจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:06:36"],
    [2711,"94e56e2a-54e3-4c9e-94a1-5edd686f70a1","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-20 การแจ้งแหล่งข้อมูลของอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการแปลงค่าฐานะเงินตราต่างประเทศ แต่ละสกุลเป็นดอลลาร์สหรัฐของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-797e-4a78-95ad-69f0a3cfe6bc",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ               หลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามวิธีมาตรฐาน กำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีฐานะเงินตราต่างประเทศที่เกิดจากฐานะทันที (Spot Position) ธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงธุรกรรมอนุพันธ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่ธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง ต้องคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยนำฐานะเงินตราต่างประเทศรวมทุกสกุลเงิน (Aggregate Position) ซึ่งคำนวณอยู่ในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และให้แปลงค่าเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นสกุลเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 26/2562 เรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการแปลงค่าฐานะเงินตราสกุลอื่น ๆ เป็นดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องแจ้งให้ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ว่าจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนใดในการแปลงค่าฐานะเงินตราต่างประเทศแต่ละสกุลเป็นดอลลาร์สหรัฐ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-23T13:38:00"],
    [2712,"94e56e2a-579d-4a59-897d-436a5b6986d4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-21 การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแหล่งข้อมูลของอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการแปลงค่าฐานะเงินตราต่างประเทศแต่ละสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-7d62-4e26-b5bd-682e77dd52e3",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              หลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามวิธีมาตรฐาน กำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีฐานะเงินตราต่างประเทศที่เกิดจากฐานะทันที (Spot Position) ธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงธุรกรรมอนุพันธ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่ธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง ต้องคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยนำฐานะเงินตราต่างประเทศรวมทุกสกุลเงิน (Aggregate Position) ซึ่งคำนวณอยู่ในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และให้แปลงค่าเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นสกุลเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 26/2562 เรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการแปลงค่าฐานะเงินสกุลอื่นเป็นดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องแจ้งให้ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน และหากต้องการเปลี่ยนแปลงแหล่งข้อมูล จะต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน พร้อมแสดงเหตุผลประกอบด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T11:46:41"],
    [2713,"94e56e2a-5aa9-4844-8c36-e24d9d9d0c70","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-22 การขออนุญาตใช้วิธี Delta Plus Method ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับธุรกรรม Option ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-8144-4fab-9282-dde59de9fd97",60,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ               หลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Option (เอกสารแนบ 8 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)               การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Option ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้               1.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะซื้อเท่านั้นสามารถที่จะคำนวณเงินกองทุนสำหรับ Options โดยใช้วิธีแบบง่าย (Simplified Method) ได้               1.2 สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะขายด้วย ควรใช้วิธีใดวิธีหนึ่งในวิธีระดับกลาง (Intermediate Approach) ซึ่งได้แก่ Delta-Plus Method และ Contingent Loss ซึ่งทั้ง 2 วิธีต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีธุรกรรมเพื่อการค้าที่ซับซ้อนมากขึ้น ก็ควรใช้วิธีคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นตามไปด้วย               1.3 สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Exotic Options อาจต้องใช้วิธีคำนวณความเสี่ยงแบบ Contingent Loss Method เพื่อให้สามารถวัดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น               ดังนั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จะใช้วิธี Delta-Plus ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับธุรกรรม Option ต้องยื่นคำขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน (การขออนุญาตใช้วิธี Contingent Loss Method มีรายละเอียดตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตใช้วิธี Contingent Loss Method ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด สำหรับธุรกรรม Option ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ)    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:11:17"],
    [2714,"94e56e2a-5e0c-456d-bbdd-3d0cfb363a28","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-23 การขออนุญาตใช้วิธี Contingent Loss Method ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด สำหรับธุรกรรม Option ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-853e-4e1e-acf9-139fd16fee64",90,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ             หลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Option (เอกสารแนบ 8 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)    การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Option ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้              1.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะซื้อเท่านั้นสามารถที่จะคำนวณเงินกองทุนสำหรับ Options โดยใช้วิธีแบบง่าย (Simplified Method) ได้              1.2 สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะขายด้วย ควรใช้วิธีใดวิธีหนึ่งในวิธีระดับกลาง (Intermediate Approach) ซึ่งได้แก่ Delta-Plus Method และ Contingent Loss ซึ่งทั้ง 2 วิธีต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีธุรกรรมเพื่อการค้าที่ซับซ้อนมากขึ้น  ก็ควรใช้วิธีคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นตามไปด้วย              1.3 สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Exotic Options อาจต้องใช้วิธีคำนวณความเสี่ยงแบบ Contingent Loss Method เพื่อให้สามารถวัดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น              ดังนั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จะใช้วิธี Contingent Loss Method ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับธุรกรรม Option ต้องยื่นคำขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน (การขออนุญาตใช้วิธี Delta Plus Method มีรายละเอียดตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตใช้วิธี Delta Plus Method ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับธุรกรรม Option ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ)    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:11:47"],
    [2715,"94e56e2a-6146-412c-af0a-934e2716efd9","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-24 การขออนุญาตใช้วิธี SA-OR หรือ ASA ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-88e5-465f-b5bd-4292aa21657e",60,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ             หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ กำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1) วิธี Basic Indicator Approach หรือ 2) วิธี Standardised approach (SA-OR) หรือ Alternative standardised approach (ASA)             ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีความประสงค์จะคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ ด้วยวิธี Standardised approach (SA-OR) หรือ Alternative standardised approach (ASA) ให้ยื่นคำขออนุญาตล่วงหน้าก่อนงวดการบัญชีที่จะเริ่มใช้วิธีการคำนวณวิธีใหม่ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ที่ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จะเลือกใช้วิธี SA-OR หรือวิธี ASA จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดตามแบบประเมินความพร้อมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สำหรับการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี SA-OR และวิธี ASA    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620210.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:12:20"],
    [2716,"94e56e2a-6495-4385-9c35-f0035e7a11ab","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02 (ยกเลิก) การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ จากวิธีที่ซับซ้อนน้อยเป็นวิธีที่ซับซ้อนมากกว่า ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-8d8c-45fc-b351-4c2e84cf758f",60,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ กำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1) วิธี Basic Indicator Approach (BIA) หรือ 2) วิธี Standardised approach (SA-OR) หรือ Alternative standardised approach (ASA)    ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ จากวิธีที่ซับซ้อนน้อยเป็นวิธีที่ซับซ้อนมากกว่า ได้แก่              1.1 เปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณ จากวิธี Basic indicator approach (BIA) เป็นวิธี Alternative standardised approach (ASA)              1.2 เปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณ จากวิธี Basic indicator approach (BIA) เป็นวิธี Standardised approach (SA-OR)              1.3 เปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณ จากวิธี Alternative standardized approach (ASA) เป็นวิธี Standardised approach (SA-OR)               สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณตามข้อ 1.1 - 1.3 ให้ปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตใช้วิธี SA-OR หรือ ASA ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สำหรับการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณจากวิธี ASA เป็น SA-OR ข้อ 1.3 ให้กรอกข้อมูลตามแบบประเมินความพร้อมฯ (ตามเอกสารแนบ) เฉพาะข้อ 4    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620210.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-28T10:08:21"],
    [2717,"94e56e2a-6788-4409-9f8c-da65ed530f7f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02 (ยกเลิก) การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการจากวิธีที่ซับซ้อนมากกว่าเป็นวิธีที่ซับซ้อนน้อยกว่าของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-916a-483e-a930-4dddba121208",90,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ               หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ กำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1) วิธี Basic Indicator Approach (BIA) หรือ 2) วิธี Standardised approach (SA-OR) หรือ Alternative standardised approach (ASA)               ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากวิธีที่ซับซ้อนมากกว่าเป็นวิธีที่ซับซ้อนน้อยกว่า ได้แก่              1.1 เปลี่ยนแปลงจากวิธี Alternative standardised approach (ASA) เป็นวิธี Basic indicator approach (BIA)              1.2 เปลี่ยนแปลงจากวิธี Standardised approach (SA-OR) เป็นวิธี Basic indicator approach (BIA)              1.3 เปลี่ยนแปลงจากวิธี Standardised approach (SA-OR) เป็นวิธี Alternative standardised approach (ASA)               สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620210.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-28T10:08:54"],
    [2718,"94e56e2a-6aad-4033-89e6-7e2d01aced35","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-25 การขออนุญาตกรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-9577-4f52-bcd3-05d51d028ea3",60,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ               แนวทางการบริหารความเสี่ยง และเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับ Standardised Approach (วิธี SA-OR) รวมถึง วิธี Alternative standardised approach (ASA) สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เลือกใช้วิธี SA-OR หรือ ASA จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เช่น มีเหตุการณ์ที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดสำหรับการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ หรือมีการควบหรือรวมกิจการ หรือมีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นคำขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620210.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-01T11:20:44"],
    [2719,"94e56e2a-6e72-49b5-94d8-2e2caf1342a4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-07 การขออนุญาตนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด เข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-99b9-4139-bfc3-d6426b7a904d",60,0,12,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          1.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีไว้เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พักหรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้าง ตามกฎหมายจัดตั้งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง เข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องยื่นคำขอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมเอกสารหลักฐานตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562          1.2 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตแล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด เป็นส่วนหนึ่งของเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ กรณีเป็นที่ดิน นับได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 70 และกรณีเป็นอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด นับได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 50 ของมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากราคาทุนทั้งสิ้น แต่ไม่เกินจำนวนที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย           1.3 การตีราคาและการบันทึกบัญชี ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง โดยการนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามเอกสารแนบของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ การประเมินราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 และผู้ประเมินหลักหรือบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินนั้นต้องไม่มีความสัมพันธ์หรือมีผลประโยชน์ใดๆ เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจดังกล่าว          1.4 ที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีไว้เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พักหรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้าง ตามกฎหมายจัดตั้งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง นั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองแต่เพียงผู้เดียวและปราศจากภาระผูกพันเหนือที่ดินดังกล่าวและการตีราคาไว้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ลงในรายงานการประเมินราคา ทั้งนี้ หากการตีราคาไว้เกินกว่า 6 เดือน ขอให้ชี้แจงเหตุผลมาในคำขออนุญาตนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาฯ ครั้งนี้ด้วย          1.5 อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด ต้องมีการประกันอัคคีภัยไว้เต็มมูลค่าและระบุให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น เป็นผู้รับประโยชน์เพียงผู้เดียว          1.6 การตีราคาทุกกรณีจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ว่าเป็นไปตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และมีวิธีปฏิบัติและการบันทึกบัญชีเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี          1.7 ในการยื่นคำขอ ต้องเป็นการยื่นคำขอสำหรับที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุดทุกรายการที่เข้าข่ายในคราวเดียวกันโดยให้ปฏิบัติโดยยึดหลักความสม่ำเสมอ แต่จะยื่นคำขอมากกว่า 1 ครั้งในระยะ 3 ปี ไม่ได้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (เอกสารแนบ 3 หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อขออนุมัตินับมูลค่าส่วนที่เพิ่มเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ)  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้          2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-28T10:10:13"],
    [2720,"94e56e2a-7250-4022-9ee0-1308d4c00f67","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10206 การขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ – การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-9e6f-4c39-95d9-acf4e4028004",70,0,20,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแก่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการหลายราย ที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งเพียงลักษณะเดียวตามที่กำหนดต่อไปนี้ และมียอดเงินรับล่วงหน้าคงค้างรายเดือน เฉลี่ย 6 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป    (1) เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือเป็นธุรกิจภายใต้ระบบแฟรนไชส์เดียวกัน    (2) เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแก่ร้านค้าที่อยู่ภายในสถานที่หรือบริเวณเดียวกัน    (3) เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแก่ร้านค้าที่ผู้ประกอบธุรกิจถือหุ้นโดยทางตรงในบริษัทนั้นเกินกว่าร้อยละ 50    ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท          (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน หรือ          (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ    (2) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย และงบลงทุน    (3) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (4) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (5) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้          (5.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์          (5.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว                (5.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย                (5.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ                (5.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์                (5.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง                (5.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน                (5.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์                (5.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน                (5.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (6) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) และ ข้อ (6)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท.    จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขอขึ้นทะเบียน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียน เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ เอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขอขึ้นทะเบียนที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท. จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขอขึ้นทะเบียนและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้อง","2025-07-23T13:15:26"],
    [2721,"94e56e2a-767e-4daf-b435-55c8c3f694e7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10101 การขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ – การให้บริการระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-a2e3-4e04-a26d-0d591254249c",100,0,20,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 3/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท       (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงิน หรือ       (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ    (2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท    (3) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการของระบบและสาธารณชน เช่น ฐานะและผลการดำเนินงาน ที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น และแหล่งที่มาของเงินทุน    (4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (5) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (6) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้       (6.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์       (6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว          (6.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย          (6.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ          (6.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์          (6.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง          (6.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน          (6.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์          (6.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน          (6.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) และ ข้อ (7)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท. จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขออนุญาต เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ และเอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขออนุญาตที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท. จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าว ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    (7) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (8) เพื่อความสะดวกในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งเอกสารยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ ธปท. ตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่อีเมล : Payment-Sup@bot.or.th","2025-07-22T14:29:56"],
    [2722,"94e56e2a-7a84-4fd6-8526-dc3be48a9a01","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10205 การขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ – ให้บริการการชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่นำนวัตกรรมซึ่งนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้และอยู่ระหว่างการทดสอบการให้บริการตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติที่ ธปท. กำหนดเกี่ยวกับการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-a72c-4017-819b-9a41c4e29b64",70,0,19,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจดังต่อไปนี้ ที่ได้นำนวัตกรรมซึ่งนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้และจะนำมาเข้าทดสอบการให้บริการตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติที่ ธปท. กำหนดเกี่ยวกับการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่   มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)    (1) การให้บริการบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเอทีเอ็ม การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ การให้บริการรับชำระเงิน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และการให้บริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์    (2) การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแก่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการหลายราย   ที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งเพียงลักษณะเดียวตามที่กำหนดต่อไปนี้ และมียอดเงินรับล่วงหน้าคงค้างรายเดือน เฉลี่ย 6 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป    (ก) เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือเป็นธุรกิจภายใต้ระบบแฟรนไชส์เดียวกัน    (ข) เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแก่ร้านค้าที่อยู่ภายในสถานที่หรือบริเวณเดียวกัน    (ค) เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแก่ร้านค้าที่ผู้ประกอบธุรกิจถือหุ้นโดยทางตรงในบริษัทนั้นเกินกว่าร้อยละ 50    ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท         (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน หรือ         (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ      (2) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย และงบลงทุน    (3) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (4) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (5) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้         (5.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์         (5.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว              (5.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย              (5.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              (5.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์              (5.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง              (5.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน              (5.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์              (5.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน              (5.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (6) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) และ ข้อ (6)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท. จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขอขึ้นทะเบียน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) สำหรับการให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรมซึ่งนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียน เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ และพิจารณาถึงการเข้าร่วมทดสอบการให้บริการตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติที่ ธปท. กำหนดเกี่ยวกับการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้ บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox) ก่อนเริ่มให้บริการ    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขอขึ้นทะเบียนที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมกา","2025-07-23T11:39:09"],
    [2723,"94e56e2a-7e58-4cfb-bfd1-4c97c908d5e9","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02 (ยกเลิก) การแจ้งการนับมูลค่าจากการตีราคาสินทรัพย์เข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 เพิ่มขึ้น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-ab62-49b1-9436-b9d49b1a9953",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้นับมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคา ที่ดิน อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 โดยในขณะที่ขออนุญาตนั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีสินทรัพย์ในส่วนที่ยังไม่ได้ตัดออกจากบัญชีหรือในส่วนที่ยังไม่ได้กันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ครบตามที่กำหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 23/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ทำให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องนำสินทรัพย์ในส่วนที่ยังไม่ได้ตัดออกจากบัญชีหรือในส่วนที่ยังไม่ได้กันเงินสำรอง หักออกจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด ทำให้ไม่สามารถนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาดังกล่าวเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้เต็มจำนวนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด          ต่อมา หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ในส่วนที่ยังไม่ได้ตัดออกจากบัญชีหรือสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ในส่วนที่ยังไม่ได้กันเงินสำรองมีจำนวนลดลง ซึ่งอาจทำให้มูลค่าจากการตีราคาดังกล่าวสามารถนับเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 เพิ่มขึ้นได้ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจประสงค์จะนับมูลค่าจากการตีราคาดังกล่าวเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 เพิ่มขึ้น ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีหนังสือแจ้งให้ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (เอกสารแนบ 3)  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ           2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้          2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-01T11:21:17"],
    [2724,"94e56e2a-8213-4f1b-8f85-fdabce4ae881","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-08 การแจ้งการบันทึกรายการด้วยมูลค่ายุติธรรม (Fair Value Option : FVO) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-afc5-4f43-9c3c-49627037c552",15,0,9,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะใช้วิธี FVO ในการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินว่าด้วยเครื่องมือทางการเงิน  ให้แจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ พร้อมเอกสารประกอบตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ก่อนวันเริ่มใช้วิธี FVO ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน และให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ขั้นต่ำ ดังนี้          1.1 หลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องพิจารณา เมื่อจะเลือกใช้วิธี FVO                1) สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามที่มาตรฐานการบัญชีกำหนดอย่างครบถ้วน โดยมีหลักการสำคัญสรุปได้ ดังนี้                   1.1) สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการกำหนดรายการสินทรัพย์ทางการเงินใดหรือหนี้สินทางการเงินใดที่จะใช้วิธี FVO ตั้งแต่วันที่ได้รับมาและจะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ตลอดอายุของสินทรัพย์ทางการเงินหรือหนี้สินทางการเงินนั้น ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะเลือกใช้วิธี FVO ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้                            1.1.1) เพื่อลดความผันผวนในกำไรหรือขาดทุนที่เกิดจากการใช้วิธีการบัญชีที่ต่างกันระหว่างสินทรัพย์ทางการเงินและหนี้สินทางการเงิน                            1.1.2) เพื่อการบริหารและประเมินผลงานกลุ่มสินทรัพย์ทางการเงินหรือหนี้สินทางการเงินตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงหรือการลงทุน ซึ่งได้กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ                            1.1.3) สำหรับตราสารอนุพันธ์ทางการเงินที่มีอนุพันธ์แฝง ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการธุรกรรมตามขอบเขตประเภทธุรกรรมที่สามารถทำได้ตามกฎหมายจัดตั้ง                   1.2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการใช้วิธี FVO ภายใต้หลักการที่กำหนดใน International Financial Reporting Standard 7 (IFRS 7) หรือตามมาตรฐานการบัญชีไทยที่สภาวิชาชีพบัญชีจะออกมาให้สอดคล้องกับ IFRS 7 ต่อไป                   1.3) สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องศึกษาและจัดทำผลกระทบของการใช้วิธี FVO ต่อมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงินและหนี้สินทางการเงินที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจเลือกใช้ ณ วันแรกที่วัดมูลค่าด้วยวิธี FVO ผลกำไร (ขาดทุน) ที่จะกระทบต่อกำไรสะสมและเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ                   1.4) สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องหารือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้วิธี FVO                2) ก่อนที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะนำวิธี FVO มาใช้กับตราสารทางการเงินเพื่อวัตถุประสงค์ใดต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ระบุการใช้วิธี FVO ในนโยบายการบริหารความเสี่ยงไว้อย่างครบถ้วน และวิธีการบริหารความผันผวนของผลกำไร (ขาดทุน) ที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ จะต้องจัดให้มีการบริหารความเสี่ยงจากการเลือกใช้วิธี FVO (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 4 ข้อ 2.1 - 2.4 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)                3) สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องไม่ใช่วิธี Fair value option กับตราสารทางการเงินที่ไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 4 ข้อ 3.1 - 3.2 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)                4) ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินว่าด้วยเครื่องมือทางการเงิน ที่กำหนดแนวทางในการวัดมูลค่ายุติธรรมที่มีความน่าเชื่อถือ (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 4 ข้อ 4.1 - 4.2 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)          1.2 เอกสารประกอบการใช้วิธี FVO ที่จะต้องจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 4 หลักเกณฑ์ขั้นต่ำ ข ข้อ 1 - 9 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (เอกสารแนบท้ายประกาศ 4)  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620207.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้           2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:14:38"],
    [2725,"94e56e2a-8568-4cf0-aac5-7058152ef316","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-09 การขอหารือใช้อันดับเครดิตจากสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก (ECAIs) นอกเหนือจากรายชื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-b37a-4683-b463-80ce104bee7a",60,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          การใช้อันดับเครดิต (Credit Rating) เพื่อกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของลูกหนี้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจใช้ Credit Rating จาก ECAIs ที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย          ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความประสงค์จะใช้อันดับเครดิตจาก ECAIs รายอื่นนอกเหนือจากรายชื่อ ECAIs ที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหารือมายังฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจจึงจะใช้อันดับเครดิตภายนอกนั้น ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตได้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (เอกสารแนบ 5 เรื่องหลักเกณฑ์การใช้อันดับเครดิตจากสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก)  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620208.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ          2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้          2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้          3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่          3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา          3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T13:48:55"],
    [2726,"94e56e2a-8897-4cd5-b145-4e5316d24490","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-10 การแจ้งเปลี่ยนวิธีการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-b730-4232-80f2-767deabdb923",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนวิธีการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีหนังสือแจ้งให้ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน กรณีมีการเปลี่ยนแปลง ดังต่อไปนี้              1.1 การแจ้งเปลี่ยนแปลงจาก Simplified Standardized Approach (SSA) เป็นวิธี Standardized Approach (SA)              1.2 การแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ จากการใช้วิธี SA ดังนี้                  1) แจ้งเปลี่ยนการเลือกใช้น้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 100 สำหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชนทุกราย มาใช้น้ำหนักความเสี่ยงตาม Rating ของลูกหนี้ธุรกิจเอกชน                  2) แจ้งการใช้อันดับเครดิตจาก ECAIs แห่งใดในการกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของลูกหนี้ และเมื่อมีความประสงค์เปลี่ยนแปลงการใช้ ECAIs รายที่ธนาคารแห่งประเทศให้ความเห็นชอบแล้ว                  3) แจ้งการเลือกใช้วิธีคำนวณการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยหลักประกันทางการเงิน พร้อมส่งแบบประเมินความพร้อมในการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดสำหรับการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิต หรือมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงวิธีการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตที่ใช้อยู่เดิมเป็นอีกวิธี                  4) แจ้งเปลี่ยนแปลงการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยหลักประกันทางการเงินจากวิธี Simple เป็นวิธี Comprehensive    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620208.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:15:38"],
    [2727,"94e56e2a-8b9c-444c-a3de-9683dc82f4e4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-(ยกเลิก) การขออนุญาตเปลี่ยนวิธีการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตจากวิธี SA เป็นวิธี SSA ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-bac1-4aa3-a055-fe8e75aecdb2",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ใช้วิธี Standardised Approach (วิธี SA) ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต หากมีความประสงค์จะเปลี่ยนจากวิธี SA เป็นวิธี Simplified Standardised Approach (วิธี SSA) ให้ยื่นคำขออนุญาตที่ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620208.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-28T10:11:15"],
    [2728,"94e56e2a-8f54-4ac4-9a1f-4b7f40b77076","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10201 การขออนุญาตการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ – การให้บริการบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเอทีเอ็ม [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-bf1f-4973-b1a7-85667facf51c",60,0,19,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอ    ขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเอทีเอ็ม ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท      (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน หรือ      (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ    (2) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย และงบลงทุน    (3) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (4) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (5) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้      (5.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์      (5.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว             (5.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย        (5.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ        (5.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์        (5.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง        (5.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน        (5.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์        (5.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน        (5.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (6) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) และ ข้อ (6)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท. จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขออนุญาต เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ และเอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขออนุญาตที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท. จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน  ธปท. จะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    (7) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (8) เพื่อความสะดวกในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งเอกสารยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ ธปท. ตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่ อีเมล : Payment-Sup@bot.or.th","2025-07-22T16:46:32"],
    [2729,"94e56e2a-9271-4890-b064-a9981d315b96","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-11 การขออนุญาตเปลี่ยนวิธีกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงของลูกหนี้ธุรกิจจากการใช้น้ำหนักความเสี่ยง (Credit Rating) จากสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก (ECAIs) เป็นการใช้น้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 100 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-c2cf-4947-bb9c-273409861719",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ใช้วิธี Standardised Approach (วิธี SA) ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต หากมีความประสงค์จะใช้น้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 100 สำหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชนทุกราย ให้ยื่นคำขออนุญาตที่ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนการใช้น้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 100 ดังกล่าว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620208.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:16:19"],
    [2730,"94e56e2a-9646-4bed-b38a-e1645739cfac","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10204 การขออนุญาตการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ - การให้บริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-c712-4dd3-a671-ecc01ad9b2e8",100,0,19,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอ    ขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท      (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน หรือ      (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ    (2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท      (3) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย และงบลงทุน    (4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (5) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (6) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้      (6.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์      (6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว             (6.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย        (6.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ        (6.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์        (6.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง        (6.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน        (6.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์        (6.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน        (6.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) ข้อ (3) และ ข้อ (7)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท. จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขออนุญาต เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ และเอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขออนุญาตที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท. จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน  ธปท. จะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    (7) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (8) เพื่อความสะดวกในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งเอกสารยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ ธปท. ตรวจสอบเบื้องต้นได้   ที่อีเมล : Payment-Sup@bot.or.th","2025-07-23T11:33:00"],
    [2731,"94e56e2a-9a3d-4c16-b573-8348df5585af","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10102 การขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ – การให้บริการระบบเครือข่ายบัตร [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-cb52-4cc7-b0f7-d02e820169a5",100,0,22,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 3/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการระบบเครือข่ายบัตร ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท         (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงิน หรือ         (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ หรือ         (1.3) นิติบุคคลต่างประเทศ    (2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท      (3) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการของระบบและสาธารณชน เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น และแหล่งที่มาของเงินทุน    (4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (5) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (6) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้         (6.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์         (6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว                   (6.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย              (6.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ              (6.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์              (6.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง              (6.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน              (6.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์              (6.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน              (6.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    (8) ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ต้องมีสำนักงานสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย และแต่งตั้งบุคคลอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการแทนนิติบุคคลในสำนักงานดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและติดต่อประสานงานกับสำนักงานในต่างประเทศ เว้นแต่ได้รับยกเว้นจาก ธปท.    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ และผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) และ ข้อ (7)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท. จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขออนุญาต เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ และเอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขออนุญาตที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท. จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    (7) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (8) เพื่อความสะดวก?","2025-07-22T16:06:43"],
    [2732,"94e56e2a-9e2c-4d25-9db9-69c0710a911a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10203 การขออนุญาตการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ - การให้บริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-cfc4-4595-b218-b1b5ed1ac678",100,0,19,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอ    ขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบด้วย    (1) การให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquiring)    (2) การให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitating)    (3) การให้บริการรับชำระเงินแทน    ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) เป็นนิติบุคคลประเภท      (1.1) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน หรือ      (1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ    (2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ในแต่ละประเภทธุรกิจ ดังนี้      (2.1) การให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquiring) ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท      (2.2) การให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitating) ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท      (2.3) การให้บริการรับชำระเงินแทน ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท      (3) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสำหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย และงบลงทุน    (4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    (5) ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง    (6) กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล มีลักษณะดังนี้      (6.1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์      (6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 กล่าวคือ    ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว             (6.2.1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย        (6.2.2) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ        (6.2.3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกหรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์        (6.2.4) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง        (6.2.5) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่เคยถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน        (6.2.6) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์        (6.2.7) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินโดยมิได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน        (6.2.8) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด    (7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) ข้อ (3) และ ข้อ (7)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ส่งหนังสือหรืออีเมลแจ้งขอนัดหมายต่อ ธปท. เพื่อชี้แจงรูปแบบการประกอบธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง    (2) ยื่นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่ ธปท.    จะนัดหมายให้มายื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบฉบับจริง    (3) กรณีที่การให้บริการมีลักษณะเป็นนวัตกรรม หรือมีความซับซ้อน ให้แจ้งขอนัดหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ก่อนยื่นแบบคำขออนุญาต เพื่อพิจารณารูปแบบธุรกิจ ผลการทดสอบระบบให้บริการ และเอกสารประกอบการยื่นที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม (หากมี)    (4) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบการขออนุญาตที่กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการที่กำหนด    (5) ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ธปท. ได้รับและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้ออกใบรับเอกสารให้ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ ธปท.   จะออกบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ให้ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามร่วมกันในบันทึกดังกล่าวและ ธปท. จะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งคืนแบบการขออนุญาตและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ยื่นคำขอหรือ  ผู้ได้รับมอบอำนาจในวันที่ยื่น    (6) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของ  ทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและ ธปท. ตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน  ธปท. จะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    (7) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วั?","2025-07-23T10:46:11"],
    [2733,"94e56e2a-a1be-4ab7-b6fd-e72def2641a8","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-12 การขออนุญาตปรับลดความเสี่ยง โดยข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงสำหรับสินทรัพย์ที่มีการแบ่ง เป็นส่วนๆ โดยแต่ละส่วนมีความเสี่ยงในระดับที่ต่างกัน (Tranched Cover)  ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-d370-4471-8eb9-2e629262b9bc",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิต โดยการค้ำประกันและอนุพันธ์ด้านเครดิตได้ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ซึ่งมีรายละเอียดตามเอกสารแนบ 8 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดในเรื่องวิธีการโอนความเสี่ยงไม่เต็มทั้งจำนวน เป็น 3 กรณี ได้แก่              1.1 ข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงแบบเป็นสัดส่วน (Proportional cover)              1.2 ข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตมีการกำหนดระดับความเสียหายขั้นต่ำ Materiality threshold              1.3 ข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงสำหรับสินทรัพย์ที่มีการแบ่งเป็นส่วน ๆ โดยแต่ละส่วนมีความเสี่ยงในระดับที่แตกต่างกัน (Tranched cover) เมื่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ถ่ายโอนความเสี่ยงด้านเครดิตบางส่วนให้แก่ผู้ค้ำประกัน หรือ Protection seller โดยที่ความเสี่ยงด้านเครดิตบางส่วนยังคงอยู่ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งส่วนที่โอนไปและส่วนที่ยังเหลืออยู่มีลำดับการได้รับชำระหนี้ต่างกัน (Different seniority)              ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจทำธุรกรรม Tranched cover เป็นการทั่วไป หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจใดประสงค์จะทำธุรกรรมดังกล่าว ให้ขออนุญาตมายังฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620208.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:16:45"],
    [2734,"94e56e2a-a5c0-4f6c-b868-3193743837a9","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02- (ยกเลิก) การขออนุญาตเปลี่ยนวิธีการคำนวณการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยหลักประกันทางการเงิน (Credit Risk Mitigation) จากวิธี Comprehensive เป็นวิธี Simple ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-d708-461b-988e-17b4d555dd70",60,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ใช้วิธี Standardised Approach (วิธี SA) ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต และมีการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit risk mitigation : CRM) สำหรับหลักประกันทางการเงิน โดยใช้วิธี Comprehensive หากมีความประสงค์จะเปลี่ยนจากวิธี Comprehensive เป็นวิธี Simple ให้ยื่นคำขออนุญาตที่ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากเหตุผลและความจำเป็น เช่น ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำในการใช้วิธี Comprehensive ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งการให้กลับไปใช้วิธี Simple หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจลดขนาดธุรกิจ ซึ่งเป็นการไม่คุ้มที่จะใช้วิธี Comprehensive เป็นต้น    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620208.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-01T11:26:10"],
    [2735,"94e56e2a-a87b-4695-899d-cac1ed5079a3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-13 การขอหารือกรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 0 สำหรับคู่สัญญาต่างประเทศในการทำธุรกรรม Repo-style transaction ซึ่งจะกำหนดให้เป็น Core market participant (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-dab4-4fcd-b60e-cf2319f9e240",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนำหลักประกันทางการเงินมาใช้ปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตได้ โดยต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ วิธีและประเภทของหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ตามหลักเกณฑ์การปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตโดยหลักประกันทางการเงิน (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 6 ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)              สำหรับสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ใช้วิธี Simple ในการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิต ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 0 สำหรับธุรกรรม Repo-style transaction ส่วนที่มีหลักประกันที่มีคู่สัญญาเป็นผู้มีบทบาทหลักในต่างประเทศ (Core market participant) โดยให้ใช้รายชื่อของ Core market participant ที่กำหนดโดยผู้กำกับดูแลของประเทศนั้น สำหรับกรณีที่ประเทศนั้นไม่ได้กำหนด Core market participant ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหารือมายังธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 17/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620208.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T14:36:46"],
    [2736,"94e56e2a-ab1d-4802-8ea3-c52a93ca2765","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-14 การแจ้งความประสงค์จะทำธุรกรรมเพื่อการค้าของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-de71-47a9-89e4-b713b9e1f6bf",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ไม่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าและไม่มีความประสงค์ที่จะทำธุรกรรมเพื่อการค้า ซึ่งได้แจ้งให้ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทราบถึงนโยบายที่จะไม่ทำธุรกรรมทางการค้าดังกล่าวแล้ว และหากในภายหลังสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความประสงค์จะทำธุรกรรมเพื่อการค้า ให้แจ้งฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มทำธุรกรรมดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน และให้ถือปฏิบัติตามประกาศที่เกี่ยวข้องด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:00:27"],
    [2737,"94e56e2a-b0f2-44e7-a4c1-fb40d1c76e8a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-15 การขอหารือกรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีข้อสงสัยในการประเมินปริมาณธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีความซับซ้อนมากในบัญชีเพื่อการค้า เป็นรายกรณี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-e5a5-4e00-a2e2-3c23b3960cf8",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าสำหรับธุรกรรมอนุพันธ์ โดยใช้ยอดรวมของจำนวนเงินตามสัญญา (Notional amount) หมายถึง จำนวนเงินตามธุรกรรมอนุพันธ์ ทั้งนี้ สำหรับธุรกรรมอนุพันธ์ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของธุรกรรมอนุพันธ์ย่อย ๆ หลายตัว (Structured derivatives) หรือมีการ Leverage จำนวนเงินตามสัญญา หรือมีการแลกเปลี่ยนจำนวนเงินตามสัญญาหลายครั้ง ให้ใช้ผลรวมของจำนวนเงินตามสัญญาของทุกธุรกรรมย่อยแยกตามประเภทความเสี่ยงในการรายงาน ทั้งนี้ สำหรับธุรกรรมที่มีความซับซ้อนมาก ๆ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหารือธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T14:38:03"],
    [2738,"94e56e2a-b42a-4bd3-af97-56ba05a23117","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-16 การขอหารือเกี่ยวกับตราสารในบัญชีเพื่อการค้าที่ต้องนำมาคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-e96d-426c-b382-8c1ec9d76e8f",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดประเภทของตราสารที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้าที่ต้องนำมาคำนวณเงินกองทุน เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยตามวิธีมาตรฐาน รวมทั้งกำหนดแนวทางสำหรับตราสารที่แตกต่างจากรูปแบบมาตรฐานหรือมีความซับซ้อนมาก ขึ้นอยู่กับขอบเขตการทำธุรกรรมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายจัดตั้งแต่ละแห่ง (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 4 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562) ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการซื้อขายตราสารที่มีรูปแบบเฉพาะเป็นครั้งแรก ให้หารือกับฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี              นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุนที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า ซึ่งครอบคลุมฐานะ Long และ Short ของตราสารทุนทุกประเภทและตราสารที่มีพฤติกรรมด้านตลาดคล้ายตราสารทุน เช่น หุ้นสามัญไม่ว่าจะเป็นชนิดที่มีสิทธิออกเสียงหรือไม่ก็ตาม และตราสารแปลงสภาพที่มีพฤติกรรมเหมือนตราสารทุน เป็นต้น ทั้งนี้ ในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเภทตราสารชนิดพิเศษอื่น ๆ ที่อาจเข้าเกณฑ์ในส่วนนี้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหารือธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการบันทึกรายการสำหรับตราสารดังกล่าว เป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T14:48:31"],
    [2739,"94e56e2a-b748-414a-80fa-9ec34d49166d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-17 การขออนุญาตยกเลิกการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาด กรณีมีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-ed30-4803-89ae-a5d027e6e5bf",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ขอบเขตของหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาด              ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาด ซึ่งครอบคลุมถึงองค์ประกอบความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ราคาของตราสารทุน อัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยแบ่งเป็น 5 เรื่อง ได้แก่              1. การประเมินปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้า              2. การควบคุมภายในสำหรับการบริหารความเสี่ยงด้านตลาด              3. การจัดทำนโยบายการบริหารฐานะในบัญชีเพื่อการค้า              4. การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดตามวิธีมาตรฐาน              5. การจัดทำข้อมูลและแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง              สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าตั้งแต่ระดับที่มีนัยสำคัญ (Threshold) ตามหลักเกณฑ์การประเมินปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ให้ถือปฏิบัติตามนโยบาย ข้อ 1 - 5              ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาทบทวนระดับที่มีนัยสำคัญของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุก 6 เดือน เมื่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าตั้งแต่ระดับที่มีนัยสำคัญแล้ว ให้ถือว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ต้องถือปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดไปตลอด อย่างไรก็ดี หากมีเหตุผลที่เหมาะสม สถาบันการเงินเฉพาะกิจอาจขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี เพื่อขอยกเลิกการปฏิบัติตามนโยบายในเรื่องดังกล่าว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 18/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620209.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T14:50:07"],
    [2740,"94e56e2a-b9df-4572-993a-c2bb091e9483","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10302 การขอรับใบแทน กรณีที่ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-f083-4b0d-88e4-c2eca1462178",45,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 3/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอ   ขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    (1) ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ หรือ    (2) ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับยื่นคำขอรับใบรับแทน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรอง โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการต่อ ธปท. ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย การถูกทำลาย หรือการชำรุดเสียหาย แล้วแต่กรณี    (2) ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน    (3) ผู้ยื่นคำขอสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 2283 6719 หรือที่อีเมล : Payment-Sup@bot.or.th","2025-07-23T14:31:01"],
    [2741,"94e56e2a-be22-4efc-acb0-74e89e4bfb49","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10301 การขอรับใบแทน กรณีที่ใบขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-f374-49f8-a846-cb1a871d8a21",15,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 17 เมษายน 2561    ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอ    ขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับยื่นคำขอรับใบรับแทน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรอง โดยจัดส่งตามช่องทางการให้บริการต่อ ธปท. ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย การถูกทำลาย หรือการชำรุดเสียหาย แล้วแต่กรณี    (2) ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน    (3) ผู้ยื่นคำขอสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 2283 6719 หรือที่อีเมล : Payment-Sup@bot.or.th","2025-07-23T14:07:30"],
    [2742,"94e56e2a-c282-496f-bbae-75eb90e32148","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-35 การขออนุญาตให้บริการสำหรับการประกอบการนอกสถานที่นอกเหนือจากที่อนุญาตเป็นการทั่วไปตามหลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-f772-4a16-b044-002ad8f188fc",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการโดยให้บริการนอกสถานที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามพันธกิจ อย่างไรก็ดี เนื่องจากการประกอบกิจการนอกสถานที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกำหนดเงื่อนไขในการให้บริการเพิ่มเติมซึ่งรวมถึงการที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องยื่นคำขออนุญาตมายังฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายรูปแบบธุรกิจ ก่อนการให้บริการสำหรับการประกอบการนอกสถานที่ (นอกเหนือจากที่อนุญาตเป็นการทั่วไป) ดังนี้              1.1 การให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเป็นการเฉพาะ                    1) การให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการรายย่อยหรือกลุ่มผู้ใช้บริการฐานราก ทั้งการให้บริการที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับเงินสด โดยการให้บริการนอกสถานที่แก่กลุ่มผู้ใช้บริการดังกล่าวต้องเป็นประเภทธุรกรรมเดียวกันกับการให้บริการที่สาขาทั่วไป และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการเข้าถึงบริการทางการเงินตามกรอบพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น เช่น การออกไปรับเงินฝาก การรับชำระหนี้สินเชื่อ หรือการรับชำระค่าสินค้าและบริการจากแม่ค้าในตลาดหรือเกษตรกรรายย่อย เป็นต้น                    2) การให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นนิติบุคคล สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ตามกรอบพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น              1.2 การให้บริการในรูปแบบอื่นที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะสามารถดำเนินการเป็นการทั่วไปได้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 30/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620227.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:18:33"],
    [2743,"94e56e2a-ca1d-41c2-94e9-5cd4d2af5ddf","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-36 การแจ้งเปลี่ยนแปลงการให้บริการสำหรับการประกอบกิจการนอกสถานที่ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ภายหลังจากที่เคยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-fb42-4e77-bf12-e02ca0052519",15,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการโดยให้บริการนอกสถานที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามพันธกิจ อย่างไรก็ดี เนื่องจากการประกอบกิจการนอกสถานที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกำหนดเงื่อนไขในการให้บริการเพิ่มเติมซึ่งรวมถึงการที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องยื่นคำขออนุญาตก่อนการให้บริการสำหรับการประกอบการนอกสถานที่ (นอกเหนือจากที่อนุญาตเป็นการทั่วไป) ดังนี้              1.1 การให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเป็นการเฉพาะ                    1) การให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการรายย่อยหรือกลุ่มผู้ใช้บริการฐานราก ทั้งการให้บริการที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับเงินสด ซึ่งจะต้องเป็นประเภทธุรกรรมเดียวกันกับการให้บริการที่สาขาทั่วไป และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการเข้าถึงบริการทางการเงินตามกรอบพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น                    2) การให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นนิติบุคคล สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ตามกรอบพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น              1.2 การให้บริการในรูปแบบอื่นที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะสามารถดำเนินการเป็นการทั่วไปได้              ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องการเปลี่ยนแปลงการให้บริการนอกสถานที่ซึ่งเคยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามข้อ 1.1 - 1.2 ข้างต้นแล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องแจ้งการเปลี่ยนดังกล่าวมายังฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มให้บริการในรูปแบบใหม่    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 30/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620227.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:18:58"],
    [2744,"94e56e2a-d0f9-4ff8-bb25-d77b11bd6113","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-26 การขอความเห็นชอบในการเลือกใช้ผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ (Custodian) ที่มีคุณสมบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-ff0f-4618-b493-ed09888edec7",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีสินทรัพย์สภาพคล่องเพียงพอในการรองรับการไหลออกของเงิน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ฝากเงิน และเป็นแนวทางในการลดปัญหาด้านสภาพคล่องอันจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินและภาคเศรษฐกิจได้ ได้แก่?        ?1) สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง ณ วันสุดท้ายของเดือนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6 ของยอดรวมเงินรับฝากทุกประเภท ณ สิ้นวันดังกล่าว        2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 1 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562)        สำหรับหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่ใช้ดำรงเป็นสินทรัพย์สภาพคล่อง ให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ (Custodian) ดังนี้        1) การเลือกใช้ Custodian ที่เป็นสถาบันที่มีฐานะมั่นคง หรือมีเครือข่ายการให้บริการในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญ ซึ่งได้รับ Credit Rating AA- หรือเทียบเท่าขึ้นไป ทั้งนี้ ต้องกำหนดให้ Custodian จัดส่งใบยืนยันยอดหลักทรัพย์ หรือ Statement of transactions ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1 ครั้ง        2) กรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะเลือกใช้ Custodian ที่มีคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์ในข้อ (1) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจแจ้งรายชื่อของ Custodian ต่อฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอความเห็นชอบก่อน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620212.pdf    (2) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด         2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว         2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบงาน e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้         2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3.  การพิจารณาอนุญาต         ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้         3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้         3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ          3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา         3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T15:11:40"],
    [2745,"94e56e2a-d541-49e1-adbe-9a1e1d3f06f5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-37 การขออนุญาตเพื่อใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-0323-4480-b352-8c537292f66f",45,0,7,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 29/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 กำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้บริการจาก Business Facilitator และ Subcontract เพื่อให้ดำเนินการในงานสำคัญต่อธุรกิจสถาบันการเงิน และงานสนับสนุนธุรกิจสถาบันการเงินได้ แล้วแต่กรณี (ตามหัวข้อแบบฟอร์ม ตัวอย่างและคู่มือการกรอก (แบบฟอร์ม ตัวอย่างฯ) ที่อยู่ท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ (เอกสารแนบ1))              1.1 งานสำคัญต่อธุรกิจสถาบันการเงิน                       1) งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นงานที่มีความสำคัญต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นผู้ดำเนินการเอง เว้นแต่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องใช้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจในกลุ่มงานนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถว่าจ้าง มอบหมาย หรือแต่งตั้ง Business Facilitator และ Subcontract เฉพาะที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น ให้ยื่นขออนุญาตมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง                       2) งานบริการทางการเงิน เพื่อเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินตามกรอบพันธกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถใช้บริการจาก Business Facilitator และ Subcontract ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด (ตามหัวข้อแบบฟอร์ม ตัวอย่างฯ ที่อยู่ท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ (เอกสารแนบ1)) ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จะใช้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจในกลุ่มงานบริการทางการเงินนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเพิ่มเติมตามเอกสารแนบ 5 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 29/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562              1.2 งานสนับสนุนธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถใช้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจสำหรับงานบางประเภท (ตามหัวข้อแบบฟอร์ม ตัวอย่างฯ ที่อยู่ท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ (เอกสารแนบ1)) โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามประกาศ              1.3 หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจประสงค์จะว่าจ้าง มอบหมาย หรือแต่งตั้ง Business Facilitator และ Subcontract ซึ่งต่างจากบุคคลที่กำหนดในข้างต้น หรือมีคุณสมบัติที่ต่างจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นขออนุญาตมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยให้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 29/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620226.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:19:21"],
    [2746,"94e56e2a-dd90-4fc1-b7c0-9b4da5d9f32c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10501 การขออนุญาตลดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-0687-46b7-a359-c791e4722771",30,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.1 (3) และข้อ 4.3.1    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะขอลดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว  (2) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ และผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ขึ้นทะเบียนกับ ธปท. ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตลดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาไม่น้อยกว่า 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ได้ดำเนินการตามที่ ธปท. อนุญาตแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นภายหลังการลดทุนจดทะเบียนแล้วให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T14:15:43"],
    [2747,"94e56e2a-e3d4-4608-845d-c0f1e3315b71","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-38 การขออนุญาตดำเนินการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนสำหรับบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-0a92-414f-bbf9-461a62adac6a",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 31/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 กำหนดหลักเกณฑ์การเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนไว้ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนเป็นการทำธุรกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างลูกค้ากับสถาบันการเงินเฉพาะกิจอย่างต่อเนื่องหรือในช่วงระยะเวลาที่ตกลงกัน และไม่ใช่บริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำตามประกาศสำนักงานป้องกันและปราบการฟอกเงิน เรื่อง แนวทางการกำหนดปัจจัยหรือลักษณะในการพิจารณาลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ              ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจประสงค์จะดำเนินการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ ตามประกาศสำนักงานป้องกันและปราบการฟอกเงิน เรื่อง แนวทางการกำหนดปัจจัยหรือลักษณะในการพิจารณาลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขออนุญาตมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี              นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจควรหารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเกี่ยวกับการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนสำหรับบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นผู้กำกับดูแลหลักในเรื่องหลักเกณฑ์ดังกล่าว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 31/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620228.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:19:45"],
    [2748,"94e56e2a-e90e-4485-9628-60584fc01932","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-39 การขออนุญาตดำเนินการเปิดบัญชีรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนนอกเหนือจากที่อนุญาตเป็นการทั่วไปของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-0e67-4506-8674-03bf4919ad2b",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 31/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาต ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ ในกรณีดังต่อไปนี้              1.1 กรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะดำเนินการเป็นครั้งแรก                    1) การเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนแบบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์                    2) การใช้ระบบการเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้า (Biometric comparison) หรือการใช้ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือการใช้เทคโนโลยีอื่น เพื่อพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าในการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนแบบพบเห็นลูกค้าต่อหน้า              1.2 กรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะใช้หรือเปลี่ยนแปลงระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้า (Biometric comparison) อื่น นอกเหนือจากที่หลักเกณฑ์กำหนด หรือจากที่เคยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ทั้งในกระบวนการระบุตัวตนและพิสูจน์ตัวตนของลูกค้า              ทั้งนี้ การใช้ระบบการเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้า (Biometric comparison) หรือการใช้ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ตามข้อ 1.1 และข้อ 1.2 รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอื่น สำหรับการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงิน หรือรับเงินจากประชาชน ทั้งแบบพบเห็นลูกค้าต่อหน้า และแบบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยแนวทางการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox) และหากธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาตรฐานสำหรับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวที่เกี่ยวกับการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนแล้ว ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวโดยไม่ต้องเข้าร่วมทดสอบใน Regulatory Sandbox    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 31/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620228.pdf    (4) แนวปฏิบัติ เรื่อง แนวทางการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620229.pdf    (5) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:20:09"],
    [2749,"94e56e2a-ebf1-41b0-9c52-b942ddb25c2b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10502 การขออนุญาตย้ายสำนักงานใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-11c4-4442-8861-eca085f89104",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแล การประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (7.1) และข้อ 4.3.2 (4)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะขออนุญาตย้ายสำนักงานใหญ่  (2) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังกล่าวแล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตย้ายสำนักงานใหญ่ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับได้ดำเนินการตามที่ ธปท. อนุญาตแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทภายหลังการย้ายสำนักงานใหญ่แล้วให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)","2025-07-25T14:20:09"],
    [2750,"94e56e2a-ef58-4898-9bb7-bb0122019486","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-40 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าในกรณีการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนแบบพบเห็นลูกค้าต่อหน้าของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-159b-4509-83c3-d992adf678e8",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 31/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าในกรณีการเปิดบัญชีเพื่อรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนแบบพบเห็นลูกค้าต่อหน้า              สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องตรวจสอบความถูกต้องและความแท้จริงของข้อมูลและหลักฐานประกอบการแสดงตนโดยใช้เครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart card reader) และการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบการตรวจสอบสถานะของข้อมูลและบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้าที่เป็นปัจจุบัน[1] (Web-based Service) หรือระบบฐานข้อมูลของส่วนราชการ เช่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (Department Of Provincial Administration: DOPA) นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจอาจพิจารณาใช้ระบบการเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้า[2] (Biometric comparison) หรือใช้ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล[3] หรือเทคโนโลยีอื่นร่วมด้วยก็ได้              ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจยังไม่มีความพร้อมในการปฏิบัติตามกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าข้างต้น ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเอกสารแสดงตนของลูกค้า ตามที่ถือปฏิบัติในปัจจุบันต่อไปได้ อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องใช้วิธีการตรวจสอบตามกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าข้างต้น ภายใน 120 วัน นับจากประกาศมีผลบังคับใช้ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องแสดงเหตุผลถึงความจำเป็นดังกล่าว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 31/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620228.pdf    (4) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่              3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจง และ/หรือ ส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีความบกพร่อง ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว         [1] ระบบการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารแสดงตนของลูกค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบสถานะของข้อมูลและบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้า    [2] การเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้า (Biometric comparison) เช่น การใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Facial recognition) หรือลายนิ้วมือ (Finger print) เป็นต้น    [3] ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล คือ ระบบกลางในการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล โดยต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด","2023-07-27T11:20:31"],
    [2751,"94e56e2a-f248-4f17-9bae-294d07ca7c74","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10503 การแจ้งการเพิ่ม ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการให้บริการแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนไว้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-1903-4261-a523-523c0712f0ab",15,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (7.2.1)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเพิ่ม ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการให้บริการ ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนไว้ แล้วแต่กรณี  (2) ธปท. อาจให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือทักท้วง หรือกำหนดหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามความเหมาะสมก่อนเริ่มดำเนินการด้วยก็ได้ โดยในการดำเนินการดังกล่าว ธปท. จะแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการเพิ่ม ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการให้บริการ ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนไว้ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T14:34:42"],
    [2752,"94e56e2a-f554-4070-82d0-39d6cb138b3d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10504 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศอย่างมีสาระสำคัญ หรือมีผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้บริการ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-1c45-43f3-a20d-aff3e8ce44f3",15,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (7.2.2)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศอย่างมีสาระสำคัญ หรือมีผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้บริการ  (2) ธปท. อาจให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือทักท้วง หรือกำหนดหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามความเหมาะสมก่อนเริ่มดำเนินการด้วยก็ได้ โดยในการดำเนินการดังกล่าว ธปท. จะแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศอย่างมีสาระสำคัญ หรือมีผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้บริการ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T15:24:55"],
    [2753,"94e56e2a-f846-456d-8def-240a40e39fe3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10505 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-1fa4-48a9-9ab4-73629979ab84",7,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (7.2.3) และ ข้อ 4.3.2 (5)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล  (2) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวไว้ หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)","2025-07-25T15:25:47"],
    [2754,"94e56e2a-faf0-4048-b991-6f08d48fa36d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10401 การขออนุญาตลดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-231f-4161-a14c-1c8b7fbecfcd",30,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบ  การชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.1 (3) และข้อ 4.3 (1) (3.1)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะขอลดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว  (2) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ และนิติบุคคลต่างประเทศให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี นิติบุคคลต่างประเทศให้จัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับยกเว้นข้างต้นไว้ให้เป็นปัจจุบันเพื่อให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบของ ธปท. และเมื่อ ธปท. ร้องขอ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตลดทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผล เป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ได้ดำเนินการตามที่ ธปท. อนุญาตแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นภายหลังการลดทุนจดทะเบียนแล้วให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-23T14:40:58"],
    [2755,"94e56e2a-fdd4-4d5a-912b-27e8d1bd6267","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10601 การขออนุญาตประกอบธุรกิจอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากการประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-2691-4134-b0fa-dcedf0603719",45,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.11 และ ข้อ 4.3 (2)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากการประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทำได้เฉพาะธุรกิจดังต่อไปนี้เท่านั้น       (ก) ธุรกิจที่บางส่วนหรือทั้งหมดเกี่ยวกับหรือเนื่องจากการบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยหากธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจระบบการชำระเงินหรือบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับประเภทอื่น ให้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาต แล้วแต่กรณี       (ข) ธุรกิจอื่นที่สนับสนุนธุรกิจระบบหรือบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับตราบเท่าที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอันจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลัก และเงินที่ได้รับล่วงหน้าจากผู้ใช้บริการ  (2) ธปท. อาจพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรืออาจพิจารณาอนุญาตโดยกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้เป็นรายกรณีด้วยก็ได้ หรือสั่งระงับเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนการอนุญาตในภายหลังด้วยก็ได้ หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่แจ้งเพื่อขออนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ธปท. กำหนด  (3) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ขึ้นทะเบียน และที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ยื่นคำขอประกอบธุรกิจอื่น พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 45 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-08-07T14:41:03"],
    [2756,"94e56e2b-00c0-47f5-a126-2ae5dc4a4d64","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10506 การแจ้งกรณีหยุดให้บริการชั่วคราวอันเกิดจากการเตรียมการไว้ล่วงหน้า สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-29df-4fc5-9565-70778f0e8205",15,0,1,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (8.1.1) และ ข้อ 4.3.2 (7)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะหยุดให้บริการชั่วคราวอันเกิดจากการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เช่น การปิดปรับปรุงระบบงานสำคัญที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง การปิดปรับปรุงพื้นที่สำนักงาน  (2) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวไว้ หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ ยื่นคำขอแจ้งการหยุดให้บริการชั่วคราวอันเกิดจากการเตรียมการไว้ล่วงหน้า พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T15:34:13"],
    [2757,"94e56e2b-03c5-43d2-9dfc-9568318437f6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10507 การแจ้งการดำเนินการเพื่อให้บริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาให้บริการข้ามพรมแดนในประเทศไทย สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-2d30-4d42-a83c-b90cbbc51d93",15,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.5 (2)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะให้บริการการชำระเงินหรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับบริการการชำระเงินเพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการการชำระเงินจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาให้บริการข้ามพรมแดนในประเทศไทย  (2) การให้บริการการชำระเงินแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศต้องไม่เป็นการดำเนินการใด ๆ เพื่อสนับสนุนการหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน  (3) ต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ขึ้นทะเบียน    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการให้บริการ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T15:42:50"],
    [2758,"94e56e2b-06b9-483f-9286-7f8736c288ba","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10602 การขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-3117-45d6-af42-ce4a405ffc4b",45,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.12 และข้อ 4.3 (3)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ เช่น ผู้ถือหุ้นมีความประสงค์ขายหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทจนทำให้มีการถือหุ้นที่ทำให้มีบุคคลอื่นมีสิทธิออกเสียงในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด เป็นต้น  (2) ธปท. อาจพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ก็ได้ หรืออาจพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้เป็นรายกรณีด้วยก็ได้ หรือสั่งระงับเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนความเห็นชอบในภายหลังด้วยก็ได้ หากพบว่ามีการดำเนินการ ที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่แจ้งไว้ต่อ ธปท. หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ธปท. กำหนด  (3) ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ขึ้นทะเบียน และที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ยื่นคำขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ก่อนดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 45 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ได้ดำเนินการตามที่ ธปท. เห็นชอบแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการแล้วให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-08-07T14:44:37"],
    [2759,"94e56e2b-0942-49b3-8f54-e70b5b6da449","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10402 การขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-3477-474c-901e-33b0f11bc6a1",45,0,6,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.2 (4.1) และข้อ 4.3 (1)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ  (2) ธปท. อาจพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ก็ได้ หรืออาจพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ เป็นรายกรณีด้วยก็ได้ หรือสั่งระงับเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนความเห็นชอบในภายหลังด้วยก็ได้ หากพบว่ามีการดำเนินการ ที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่แจ้งไว้ต่อ ธปท. หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ธปท. กำหนด  (3) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอเพื่อขอความเห็นชอบจาก ธปท. ในการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 45 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ได้ดำเนินการตามที่ ธปท. เห็นชอบแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการแล้วให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T15:22:47"],
    [2760,"94e56e2b-0bf7-4694-9c6a-aa61b09689db","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10403 การขออนุญาตเพิ่มบริการใหม่ หรือยกเลิกบริการเดิมที่ได้รับอนุญาตไว้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-37be-417e-94a8-a3f586c1537a",30,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (4.1) และข้อ 4.3 (3.3)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเพิ่มบริการใหม่ หรือยกเลิกบริการเดิมที่ได้รับอนุญาตไว้  (2) ธปท. อาจพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรืออาจพิจารณาอนุญาตโดยกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้เป็นรายกรณีด้วยก็ได้ หรือสั่งระงับเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนการอนุญาตในภายหลังด้วยก็ได้ หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่แจ้งเพื่อขออนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ธปท. กำหนด  (3) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี ให้จัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ให้เป็นปัจจุบันเพื่อให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบของ ธปท. และเมื่อ ธปท. ร้องขอ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอเพื่อขออนุญาตการเพิ่มบริการใหม่ หรือยกเลิกบริการเดิม พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T15:40:23"],
    [2761,"94e56e2b-11a9-4b23-9610-b53b11349fe0","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10405 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการให้บริการ ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตไว้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-3e70-4287-afe7-210f45b4e9b9",15,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (4.3.1) และ ข้อ 4.3 (3.3)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการให้บริการ ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตไว้  (2) ธปท. อาจให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือทักท้วง หรือกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามความเหมาะสมก่อนเริ่มดำเนินการด้วยก็ได้ โดยในการดำเนินการดังกล่าว ธปท. จะแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบ  (3) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี ให้จัด เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับยกเว้นข้างต้นไว้ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบของ ธปท. และเมื่อ ธปท. ร้องขอ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการให้บริการซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตไว้ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T16:03:29"],
    [2762,"94e56e2b-0ec5-4a7a-abca-c9c33f1ce3ca","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10404 การขออนุญาตย้ายสำนักงานใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-3b1b-4d9f-8d7d-74f3b79c045b",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (4.2) และข้อ 4.3 (2.4)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะขออนุญาตย้ายสำนักงานใหญ่  (2) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยไว้แล้ว และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังกล่าวแล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตย้ายสำนักงานใหญ่ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ได้ดำเนินการตามที่ ธปท. อนุญาตแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทภายหลังการย้ายสำนักงานใหญ่แล้วให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)","2025-07-24T15:58:32"],
    [2763,"94e56e2b-1491-41b8-a06a-6ed08feb6a17","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10406 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศอย่างมีสาระสำคัญ หรือมีผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้บริการ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-41ac-4e73-afd9-81e7a65bb3a9",15,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (4.3.2) และ ข้อ 4.3 (3.3)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศอย่างมีสาระสำคัญหรือมีผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้บริการ  (2) ธปท. อาจให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือทักท้วง หรือกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามความเหมาะสมก่อนเริ่มดำเนินการด้วยก็ได้ โดยในการดำเนินการดังกล่าว ธปท. จะแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบ  (3) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี ให้จัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับยกเว้นข้างต้นไว้ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบของ ธปท. และเมื่อ ธปท. ร้องขอ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศอย่างมีสาระสำคัญ หรือมีผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้บริการ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T16:12:22"],
    [2764,"94e56e2b-17c7-4033-b6ee-0ece2727cb5d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-34 การขอผ่อนผันการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-4587-4f93-8675-241e38623c57",30,0,3,"1.  เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดแนวทางการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยการกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV Ratio) และการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตเพื่อการดำรงเงินกองทุน สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีการทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความจำเป็นต้องดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้ หรือมีสินเชื่อสวัสดิการที่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงแล้วก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2561 ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นเรื่องขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 9/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 4 มีนาคม 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620066.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2.  วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3.  การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้              3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ              3.3  แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4  หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันหรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T15:13:49"],
    [2765,"94e56e2b-1d48-43fc-be96-29c5ab5887d3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10603 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เฉพาะด้าน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-4c0d-4f83-9fa3-e88e42df6c42",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.4  (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.3  (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 10/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.5  (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 12/2561 เรื่อง การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรเดบิตที่ออกและมีการใช้จ่ายภายในประเทศ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.6  (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 14/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การรายงานข้อมูลด้านการชำระเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.3    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด โดยมีเหตุจำเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ ตามที่กำหนดในประกาศข้างต้น  (2) ธปท. อาจจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรือกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับยื่นคำขอผ่อนผัน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-08-07T14:47:12"],
    [2766,"94e56e2b-1a5a-4b1e-9731-d71068c6ea64","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10407 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-48ae-44e4-8c4f-874acc495a31",7,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (4.3.3) และข้อ 4.3 (2.5)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล  (2) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวไว้ หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศในเรื่องนี้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)","2025-07-24T16:17:27"],
    [2767,"94e56e2b-2033-452a-b55f-b5302f6a08c6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10408 การแจ้งกรณีหยุดให้บริการชั่วคราวอันเกิดจากการเตรียมการไว้ล่วงหน้า สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-4fc1-4d60-98a6-2fc9bac6db87",15,0,1,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (5.1.1) ข้อ 4.3 (2.6) และ ข้อ 4.3 (3.3)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะหยุดให้บริการชั่วคราวอันเกิดจากการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เช่น การปิดปรับปรุงระบบงานสำคัญที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง  (2) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวไว้ หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศในเรื่องนี้  (3) ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี ให้จัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับยกเว้นข้างต้นไว้ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบของ ธปท. และเมื่อ ธปท. ร้องขอ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแจ้งการหยุดให้บริการชั่วคราวอันเกิดจากการเตรียมการไว้ล่วงหน้า พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T16:22:55"],
    [2768,"94e56e2b-22e8-422a-89fe-aa8e08099c5e","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตของศูนย์บริหารเงินตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-536e-45c2-8191-5e6ffac588e3",60,0,9,"คำนิยาม    1)  เจ้าพนักงาน หมายความว่า เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ส่วนกำกับและวิเคราะห์การแลกเปลี่ยนเงิน1 ฝ่ายนโยบายและกำกับการแลกเปลี่ยนเงิน ธปท.    2)  สถาบันการเงิน หมายความว่า นิติบุคคลรับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร    3)  ศูนย์บริหารเงิน หมายความว่า นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มบริษัท    หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการยื่นคำขอ    1)  ให้ศูนย์บริหารเงิน download แบบคำขออนุญาตของศูนย์บริหารเงินตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (คำขอ) จากเว็บไซต์ &ldquo;www.bot.or.th/ตลาดการเงิน/หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน/แบบรายงาน/แบบคำขออนุญาตของศูนย์บริหารเงินตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน&rdquo; โดยให้กรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามลำดับข้อที่กำหนดไว้    2)  ให้ศูนย์บริหารเงินยื่นคำขอผ่านสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้น พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุญาตจนกว่าจะสมบูรณ์ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) จากนั้นสถาบันการเงินส่งคำขอมาให้เจ้าพนักงาน โดยส่งผ่านระบบ ECARS (Exchange Control Approval and Reporting System)    3)  เจ้าพนักงานจะเริ่มต้นนับวันที่ได้รับคำขอวันแรก เมื่อสถาบันการเงินได้ส่งคำขอเข้ามาในระบบ ECARS ตามรูปแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด    4)  ช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานรับคำขอ คือ วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดของ ธปท.) ตั้งแต่เวลา 8.30 - 12.00 น. กรณีที่คำขอส่งมานอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าเจ้าพนักงานได้รับคำขอในวันทำการถัดไป    5)  ศูนย์บริหารเงินต้องกรอกข้อมูลและแนบเอกสารหลักฐานตามที่เจ้าพนักงานกำหนด ตามคู่มือสำหรับประชาชน อย่างถูกต้องครบถ้วนและเนื้อหาสอดคล้องกัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต โดยหากศูนย์บริหารเงินมีการอ้างอิงข้อมูลใดๆ ขอให้มีเอกสารหลักฐานสนับสนุนแนบมาด้วย ทั้งนี้ เพื่อความหนักแน่นของข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต มิเช่นนั้น ข้อมูลดังกล่าวอาจไม่มีความหนักแน่นเพียงพอที่จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้    6)  ข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ หากเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่รับรองโดยผู้มีอำนาจลงนาม หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ พร้อมประทับตราของบริษัท (ถ้ามี)    7)  ข้อมูลและเอกสารหลักฐานทุกหน้าทุกฉบับ ต้องลงนามรับรองความถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนาม หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ พร้อมประทับตราของบริษัท (ถ้ามี)    8)  ศูนย์บริหารเงินต้องระบุชื่อ-นามสกุลผู้ประสานงาน (contact person) เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร และ email address ในแบบคำขอ เพื่อยืนยันว่าผู้ประสานงานดังกล่าวจะเป็นบุคคลที่ศูนย์บริหารเงินมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าพนักงาน เช่น เพื่อให้เจ้าพนักงานทำการติดต่อเพื่อการชี้แจงเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าพนักงานมีประเด็นที่สงสัยใดๆ เพิ่มเติม เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ศูนย์บริหารเงินมาชี้แจงหรือทำความเข้าใจเพื่อประกอบการพิจารณาได้    9)  เมื่อได้รับคำขอ ผ่านระบบ ECARS เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานในเบื้องต้นว่าครบถ้วนหรือไม่ หากเห็นว่ายังไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานจะแจ้งให้ศูนย์บริหารเงินจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมผ่านสถาบันการเงิน โดยถือว่าศูนย์บริหารเงินได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่เจ้าพนักงานได้แจ้งให้ศูนย์บริหารเงินดำเนินการดังกล่าวผ่านสถาบันการเงินอย่างสมบูรณ์ในทันที และศูนย์บริหารเงินต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม ผ่านสถาบันการเงินให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลา หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานจะถือว่าศูนย์บริหารเงินละทิ้งคำขอ และเจ้าพนักงานจะยุติการพิจารณา ซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านสถาบันการเงิน    10)        เจ้าพนักงานจะเริ่มพิจารณาคำขอตามลำดับการได้รับคำขอที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว (first come-first serve) เจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าศูนย์บริหารเงินจะดำเนินการแก้ไข และ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมอย่างถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว    11)        หลังจากที่ศูนย์บริหารเงินยื่นเอกสารหลักฐานตามข้อ 9 มาให้เจ้าพนักงานอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว หากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานมีเนื้อหาที่ไม่สมบูรณ์หรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ เจ้าพนักงาน อาจขอให้ศูนย์บริหารเงินทำการชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเจ้าพนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าศูนย์บริหารเงินจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว    12)        ในกรณีที่ศูนย์บริหารเงินไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เจ้าพนักงานอาจพิจารณาไม่อนุญาตในการขออนุญาตนั้น","2023-08-01T22:09:25"],
    [2769,"94e56e2b-2594-422f-a3c4-9213d0cdd766","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10409 การขออนุญาตขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องต่าง ๆ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-56c9-49b4-a3f5-a3ee13753d45",30,0,1,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแล การประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.4    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ที่ไม่สามารถดำเนินการดังต่อไปนี้ได้ภายในเวลาที่กำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแล การประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ โดยมีเหตุจำเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ  (1) การแจ้งการเพิ่มทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว  (2) การแต่งตั้งกรรมการสัญชาติไทย  (3) การแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล  (4) การจัดส่งสำเนาผลการตรวจสอบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง  (5) การจัดส่งสำเนาผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ  (6) การยื่นขออนุญาตหรือแจ้งให้ ธปท. ทราบการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน  (7) การแจ้งหยุดการให้บริการชั่วคราว  (8) การรายงานและส่งงบการเงิน    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องต่าง ๆ ตามที่กล่าวข้างต้น พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T16:28:51"],
    [2770,"94e56e2b-28a6-4ca2-9d83-29de6a5d5646","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-32 การขอหารือกรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในลักษณะกลุ่มหรือลักษณะอื่นใดที่มีการดำเนินการที่แตกต่างจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-5a5e-4058-9fca-692d8419298a",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในลักษณะกลุ่มหรือลักษณะอื่นใดที่มีการดำเนินการที่แตกต่างจากหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ให้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620223.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้              3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันหรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T16:35:33"],
    [2771,"94e56e2b-2b81-4752-9bd0-6603e623f8a7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10410 การแจ้งเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีปฏิบัติ และค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมและการออกจากระบบ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-5d97-403a-8053-95e1c6f0d021",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.5 (2.1)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีปฏิบัติ และค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมและการออกจากระบบ  (2) ธปท. อาจให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือทักท้วง หรือกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ปฏิบัติตามความเหมาะสมก่อนเริ่มดำเนินการด้วยก็ได้ โดยในการดำเนินการดังกล่าว ธปท. จะแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบทราบ    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีปฏิบัติ และค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมและการออกจากระบบ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T16:33:57"],
    [2772,"94e56e2b-2ee6-425e-abbe-c49ccb995751","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-27 การขอความเห็นชอบการใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกที่นอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในการประเมินราคาหลักประกัน และ อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-6c91-4a03-ab91-fa6de67cf14a",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ในการประเมินราคาหลักประกันเพื่อนำมูลค่าหลักประกันดังกล่าวมาหักออกจากราคาตามบัญชีของสินทรัพย์ในการคำนวณการกันเงินสำรองของสินทรัพย์ รวมทั้งการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาด ในกรณีเป็นหลักประกันที่ต้องใช้ผู้ประเมินราคาภายนอก ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจใช้ผู้ประเมินราคาที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และไม่เป็นผู้ที่เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยยกเลิกรายชื่อที่เห็นชอบ สำหรับหลักประกันที่อยู่ในต่างประเทศ และหลักประกันประเภทเรือเดินทะเล ให้หมายความถึงนิติบุคคลในต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจให้บริการประเมินราคาสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ทางวิชาชีพอันเหมาะสม ตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนดจากสมาคมวิชาชีพ หรือหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลผู้ประเมินนั้น และวิธีปฏิบัติอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล              ในกรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกที่นอกเหนือจากที่กำหนดดังกล่าว ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนใช้บริการ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620222.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบ การพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้              3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ              3.3  แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4  หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันหรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-07-27T11:21:42"],
    [2773,"94e56e2b-31f8-4aa1-874c-5a03dfaaac95","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-31 การขออนุญาตนำมูลค่าของหลักประกันประเภทอื่นที่ไม่ได้กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ มาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-71dd-4533-b9b1-c2ef16549c4c",30,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดประเภทของหลักประกันและมูลค่าของหลักประกันที่สามารถนำมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรองตามข้อ 4.2.8 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 23/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 (เอกสารแนบ 3) ทั้งนี้ กรณีลูกหนี้มีหลักประกันอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในตารางประเภทหลักประกันข้อ 1-7 ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 23/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620216.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้              3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันหรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T16:36:44"],
    [2774,"94e56e2b-3533-4aaf-9881-585d8d2df3e6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-28 การขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การเลือกใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกหรือผู้ประเมินราคาภายในของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-75cd-4993-927a-1285224a1ec6",60,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              เกณฑ์การเลือกใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกหรือภายใน ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกหรือผู้ประเมินราคาภายในสำหรับหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาด ไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ตามแนวทางการพิจารณาเกี่ยวกับระบบการประเมินราคาที่ดีของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่กำหนดไว้ตามเอกสารแนบ 1 ของแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจาการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้ยื่นขอความเห็นชอบต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีหนังสือทักท้วง หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือขอความเห็นชอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบต่อหลักเกณฑ์นั้นแล้ว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620222.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้              3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ              3.3  แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4  หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันหรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-23T16:00:26"],
    [2775,"94e56e2b-384c-493a-ac41-b193ba25c5b4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-30 การขอหารือแนวทางการจัดชั้นของลูกหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ กรณีเป็นสินเชื่อเกษตรกรที่มีการจ่ายชำระเงินตามฤดูกาลที่มีระยะเวลายาวกว่าสินเชื่อปกติ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-79ae-4182-a5bb-25e42532d1ee",30,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดแนวทางการจัดชั้น สำหรับลูกหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ โดยชำระเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน หรือ 3 งวดการชำระเงินแล้วให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ สำหรับกรณีเป็นสินเชื่อเกษตรกรที่มีการจ่ายชำระเงินตามฤดูกาลผลิตที่มีระยะเวลายาวกว่าสินเชื่อปกติ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหารือแนวทางการจัดชั้นของกลุ่มลูกหนี้ดังกล่าวกับธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 23/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620216.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม  ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ              2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้              3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันหรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T16:38:03"],
    [2776,"94e56e2b-3b7c-4663-b344-5d70d04d76f5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-29 การขอความเห็นชอบกรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจกำหนดมาตรฐานการประเมินราคาแตกต่างจากแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-7db3-4d9d-acdd-d72ff5fdc930",60,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาตรฐานในการประเมินราคาที่กระทำโดยผู้ประเมินราคาภายนอกและผู้ประเมินราคาภายในของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยให้ถือปฏิบัติ ดังนี้              1.1 ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพว่าด้วยการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศไทยที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศใช้ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในวงการวิชาชีพการประเมินราคาสินทรัพย์ ทั้งนี้ ให้ผู้ประเมินราคาหลักประกันสำหรับหลักประกันที่อยู่ในต่างประเทศ ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนดจากสมาคมวิชาชีพ หรือหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลผู้ประเมินของประเทศนั้น และตามวิธีปฏิบัติอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล              1.2 รายงานการประเมินราคาต้องมีข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ชัดเจนและเพียงพอต่อการตัดสินใจกำหนดราคา ทั้งนี้ รายงานการประเมินราคาดังกล่าวต้องลงลายมือชื่อโดยผู้ประเมินราคาภายนอกหรือผู้ประเมินราคาภายในของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามแต่กรณี              หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีมาตรฐานการประเมินราคาแตกต่างจากแนวนโยบายดังกล่าว ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ :    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    (2) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 2 กันยายน 2562  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620222.pdf    (3) สำหรับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ให้ศึกษาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 25/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 ควบคู่ไปด้วย  https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620214.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ                                                                          2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาเป็นหนังสือ ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application อย่างไรก็ดี หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาต ให้ยื่นคำขอใหม่อีกครั้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว              2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Application สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการผ่านทางระบบดังกล่าวได้              2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบ การพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณาอนุญาต              ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยดำเนินการ ดังนี้              3.1 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความครบถ้วน คุณภาพของเอกสารหลักฐาน และข้อมูลประกอบการพิจารณาว่า มีความหนักแน่นเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นธุรกรรมซับซ้อน หรือธุรกรรมใหม่ที่ไม่สามารถกำหนดไว้ในรายการก่อนได้              3.2 ตรวจสอบเพื่อประเมินความพร้อมในการดำเนินการ              3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา              3.4 หากภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกันหรือข้อมูลดังกล่าวไม่มีความหนักแน่นเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้อง เพื่อประกอบการพิจารณา โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-24T16:40:30"],
    [2777,"94e56e2b-3e1d-4598-a251-54c0ecc6da0b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10604 การขออนุญาตแต่งตั้งตัวแทนหรือมีตัวแทนช่วงที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากที่กำหนดตามประกาศกำหนด สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-8154-4808-b96b-bede3452f8da",45,0,4,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 10/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.1 (1)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะแต่งตั้งตัวแทนหรือมีตัวแทนช่วงที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากที่กำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 10/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับต้องขออนุญาตจาก ธปท. เป็นรายกรณี  (2) ธปท. อาจพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับปฏิบัติตามความเหมาะสมด้วยก็ได้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอแต่งตั้งตัวแทน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 45 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-08-07T14:47:59"],
    [2778,"94e56e2b-4134-490d-8222-5966b625de26","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10605 การขออนุญาตใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการบัตรเดบิตที่ออกและมีการใช้จ่ายภายในประเทศ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-8559-40f3-9199-1f3aad5e5556",45,0,5,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 12/2561 เรื่อง การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรเดบิตที่ออกและมีการใช้จ่ายภายในประเทศ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.5    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการบัตรเดบิตที่ออกและมีการใช้จ่ายภายในประเทศที่ประสงค์จะใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) สำหรับการดำเนินการดังต่อไปนี้       (1.1) การรับส่งข้อมูลการใช้บัตรเดบิตระหว่างผู้ออกบัตร (Issuer) กับผู้ให้บริการระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ (Inter-institution Fund Transfer System Operator) หรือผู้ให้บริการระบบเครือข่ายบัตร (Payment Card Network Operator) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือจุดเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลรายการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ (Transaction Switching) หรือทำหน้าที่ให้บริการการหักบัญชี (Clearing)       (1.2) การรับส่งข้อมูลการใช้บัตรเดบิตระหว่างผู้ให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquirer) กับผู้ให้บริการระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ (Inter-institution Fund Transfer System Operator) หรือผู้ให้บริการระบบเครือข่ายบัตร (Payment Card Network Operator) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือจุดเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลรายการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ (Transaction Switching) หรือทำหน้าที่ให้บริการการหักบัญชี (Clearing)       (1.3) การรับส่งข้อมูลการใช้บัตรเดบิตระหว่างผู้ให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitator) กับผู้ให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquirer) และการรับส่งข้อมูลการใช้บัตรเดบิตระหว่างผู้ให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitator)       (1.4) การทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือจุดเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลรายการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ (Transaction Switching)       (1.5) การหักบัญชี (Clearing)       (1.6) การชำระดุล (Settlement)  (2) การยื่นขออนุญาตตามข้อ (1) ให้กระทำได้เฉพาะการใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) ในประเทศ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ประกอบธุรกิจอาจขออนุญาตใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศในต่างประเทศได้       (2.1) การรับส่งข้อมูลตามข้อ (1.3) หรือ       (2.2) การรับส่งข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการข้อมูลภายในของผู้ออกบัตร (Issuer) ผู้ให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquirer) และผู้ให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitator)  (3) ในกรณีที่ผู้ออกบัตร (Issuer) ผู้ให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquirer) หรือผู้ให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitator) เป็นสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) ที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามข้อ (1)    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการบัตรเดบิตที่ออกและมีการใช้จ่ายภายในประเทศ ยื่นคำขออนุญาต การใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 45 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-08-07T14:50:48"],
    [2779,"94e56e2b-43e1-4f23-8326-70bba969f9b4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10508 การขออนุญาตการดำเนินการเพื่อให้บริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาให้บริการข้ามพรมแดนในประเทศไทย สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-88f4-4e33-bd2c-fba6d3e5d0ef",45,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.5 (2)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ขึ้นทะเบียนและประสงค์จะให้บริการการชำระเงินหรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับบริการการชำระเงินเพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการการชำระเงินจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาให้บริการข้ามพรมแดนในประเทศไทย  (2) การให้บริการการชำระเงินแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศต้องไม่เป็นการดำเนินการใด ๆ เพื่อสนับสนุนการหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับขึ้นทะเบียน ยื่นคำขอให้บริการ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 45 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T15:42:53"],
    [2780,"94e56e2b-4684-49e6-9aba-3f14840f4f50","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10509 การขออนุญาตขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องต่าง ๆ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-8ce5-42ad-8313-09a74d07e9e3",30,0,1,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.4    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ไม่สามารถดำเนินการดังต่อไปนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ โดยมีเหตุจำเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ  (1) การแจ้งการเพิ่มทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว  (2) การแต่งตั้งกรรมการสัญชาติไทย  (3) การแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการของนิติบุคคล  (4) การจัดส่งสำเนาผลการตรวจสอบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง  (5) การจัดส่งสำเนาผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ  (6) การยื่นขออนุญาตหรือแจ้งให้ ธปท. ทราบการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน  (7) การแจ้งหยุดการให้บริการชั่วคราว  (8) การรายงานและส่งงบการเงิน    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องต่าง ๆ ตามที่กล่าวข้างต้น พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T15:48:29"],
    [2781,"94e56e2b-4b5f-44ad-917e-c3e79c6b7730","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10412 การแจ้งเปลี่ยนแปลงกระบวนการและวิธีปฏิบัติกรณีที่ผู้ใช้บริการของระบบรายใดรายหนึ่งไม่สามารถชำระดุลได้ ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตไว้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-93df-4eae-bdb8-11dc118c9b37",15,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.5 (4)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงกระบวนการและวิธีปฏิบัติ เพื่อรองรับกรณีที่ผู้ใช้บริการของระบบรายใดรายหนึ่งไม่สามารถชำระดุลได้ ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตไว้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ และวิธีปฏิบัติ เพื่อรองรับกรณีที่ผู้ใช้บริการของระบบรายใดรายหนึ่งไม่สามารถชำระดุลได้ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการ หรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท.  หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T16:45:13"],
    [2782,"94e56e2b-4906-4205-baa8-b2b1ef71a675","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10411 การแจ้งเปลี่ยนแปลงมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชำระดุล ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตไว้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-9045-4043-8382-d2b91ba8cbbb",15,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.5 (3)      เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชำระดุล ซึ่งแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตไว้      ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบโอนเงินรายย่อยระหว่างผู้ใช้บริการของระบบ ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงมาตรการจัดการความเสี่ยงจากการชำระดุล พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-24T16:40:53"],
    [2783,"94e56e2b-4eec-407c-bebf-ddf6e43b8172","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10413 การขออนุญาตย้ายสำนักงานสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-9757-46d5-b1ad-b3e0570c2097",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.6 (2.1)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  ผู้ประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่ประสงค์จะย้ายสำนักงานสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยจากเดิมที่ได้รับอนุญาตไว้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ยื่นคำขออนุญาตการย้ายสำนักงานสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มดำเนินการ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจระบบเครือข่ายบัตรที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ได้ดำเนินการตามที่ ธปท. อนุญาตแล้ว ขอให้นำส่งสำเนาหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทภายหลังการย้ายสำนักงานสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยแล้วให้กับ ธปท. (ธปท. จะยกเลิกการขอเอกสารนี้ เมื่อระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการแล้วเสร็จ)","2025-07-25T10:55:59"],
    [2784,"94e56e2b-51b5-4e57-8c78-ffd11a3405d5","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10414 การขออนุญาตผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-9ab4-488d-a7d5-3cb274ba6668",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.8    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ โดยมีเหตุจำเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในการให้บริการอย่างต่อเนื่องหรือต่อความน่าเชื่อถือของระบบการชำระเงิน  (2) ธปท. อาจจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรือกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขอผ่อนผัน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T11:01:44"],
    [2785,"94e56e2b-548c-403c-b74d-0462aa693258","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10415  การขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-9e1e-4a23-a8ca-13680b422fe1",60,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.9    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจ  (2) รัฐมนตรีอาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับต้องปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการของระบบหรือสาธารณชนก่อนเลิกประกอบธุรกิจก็ได้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อรัฐมนตรี ผ่าน ธปท. ไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ในการพิจารณาอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ รัฐมนตรีจะแจ้งผลภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งและได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน  (5) เมื่อรัฐมนตรีอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจเลิกประกอบธุรกิจ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งผู้ใช้บริการของระบบทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนเลิกประกอบธุรกิจ อย่างน้อย 2 ช่องทาง โดยอาจแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือวิธีการอื่นใด ที่ทำให้ผู้ใช้บริการของระบบสามารถทราบได้  (6) ให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งคืนใบอนุญาตต่อ ธปท. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกประกอบธุรกิจ  (7) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T11:08:18"],
    [2786,"94e56e2b-5fb8-4281-9fbe-6c09c261028b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10511 การขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-a9b1-4c38-ad19-279ab4a5bd59",60,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.6 (1)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาตและประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ  (2) รัฐมนตรีอาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับต้องปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการก่อนเลิกประกอบธุรกิจก็ได้ ตามแต่กรณี    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต ยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ และลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อรัฐมนตรี ผ่าน ธปท. ไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ในการพิจารณาอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาต รัฐมนตรีจะแจ้งผลภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งและได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน ตามแต่กรณี  (5) เมื่อรัฐมนตรีอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับเลิกประกอบธุรกิจ ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแจ้งผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนเลิกประกอบธุรกิจ อย่างน้อย 2 ช่องทาง โดยอาจแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์ หรือปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการ หรือวิธีการอื่นใด ที่ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบได้ และให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับส่งคืนใบอนุญาตต่อ ธปท. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เลิกประกอบธุรกิจ  (6) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T15:56:29"],
    [2787,"94e56e2b-573f-4df4-b2ee-fc0baf2eb083","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10510 การขออนุญาตผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-a192-459b-a352-e806259a35bb",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.5    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแล โดยมีเหตุจำเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในการให้บริการอย่างต่อเนื่องหรือต่อความน่าเชื่อถือของบริการการชำระเงิน  (2) ธปท. อาจจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรือกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ยื่นคำขออนุญาตผ่อนผัน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T15:52:11"],
    [2788,"94e56e2b-64be-45b7-af34-d6722e040062","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10512 การขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-ad31-4fb6-9587-eb1cef3f3af6",30,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง  (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.6 (2)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  (1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับขึ้นทะเบียนและประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ  (2) ธปท. อาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับต้องปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการก่อนเลิกประกอบธุรกิจก็ได้ ตามแต่กรณี    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ  (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับขึ้นทะเบียน ยื่นคำขอเลิกประกอบธุรกิจ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์  (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว  (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว  (4) ในการพิจารณาอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับขึ้นทะเบียน ธปท. จะแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งและได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน  (5) เมื่อ ธปท. อนุญาตให้ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับที่ได้รับขึ้นทะเบียนเลิกประกอบธุรกิจ   ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับแจ้งผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนเลิกประกอบธุรกิจ อย่างน้อย 2 ช่องทาง โดยอาจแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์ หรือปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการ หรือวิธีการอื่นใด ที่ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบได้ และให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับส่งคืนใบขึ้นทะเบียนต่อ ธปท. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เลิกประกอบธุรกิจ  (6) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2025-07-25T16:01:11"],
    [2789,"94e56e2b-6816-4e36-add5-909ccd7b792c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","บริษัทข้อมูลเครดิตขอความเห็นชอบการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-b12c-4979-ab83-a3bb22cc9510",90,0,28,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง     1. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 มาตรา 16 และมาตรา 17 วรรคสอง   2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง การจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิต ลงวันที่ 4 กันยายน 2558    เงื่อนไขในการขอความเห็นชอบการให้บริการคะแนนเครดิตครั้งแรก หรือเมื่อมีการจัดทำแบบจำลองคะแนนเครดิตใหม่       บริษัทข้อมูลเครดิต (บริษัท) ที่ประสงค์จะจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการให้บริการ และต้องยื่นแผนธุรกิจและข้อมูลรายละเอียดที่ครอบคลุมเงื่อนไขที่กำหนดให้บริษัทต้องดำเนินการ ดังนี้   1. ต้องจัดให้มีนโยบายหลัก ระบบการบริหารงาน กระบวนการปฏิบัติงาน และระบบการควบคุมการปฏิบัติงาน ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท   2.ต้องจัดให้มีโครงสร้างองค์กร ซึ่งมีการแบ่งแยกหน้าที่และมีการถ่วงดุลอำนาจหน้าที่ และอย่างน้อยต้องมีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานตามที่ระบุในประกาศได้แก่ จัดทำคะแนนเครดิต ทดสอบความน่าเชื่อถือและติดตามประสิทธิภาพของแบบจำลอง ให้บริการคะแนนเครดิตและรับเรื่องร้องเรียน และตรวจสอบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต   3.มีนโยบายการจัดทำคะแนนเครดิต และกระบวนการจัดทำคะแนนเครดิตตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล โดยกระบวนการจัดทำคะแนนเครดิตอย่างน้อยต้องประกอบด้วยกระบวนการจัดทำแบบจำลอง กระบวนการทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบจำลองคะแนนเครดิต กระบวนการบริหารจัดการการเข้าถึง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลและกระบวนการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล และการเตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งาน   4.ต้องมีนโยบายและกระบวนการในการเปิดเผยคะแนนเครดิต รวมถึงการจัดให้มีคำอธิบายประกอบข้อมูลที่เปิดเผยและการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความหมายและประโยชน์ของคะแนนเครดิต สิทฺธิของเจ้าของข้อมูล ขอบเขตการให้บริการและหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัท   5.ต้องมีนโยบาย กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน และช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนอย่างเพียงพอ   6.ต้องมีนโยบาย วิธีการ และกระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต   7.ต้องจัดทำคู่มือปฏิบัติงานสำหรับกระบวนการจัดทำคะแนนเครดิต การเปิดเผยคะแนนเครดิต การรับเรื่องร้องเรียน และกระบวนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานข้างต้น   8.กรณีมอบหมายให้บุคคลภายนอกดำเนินการแทน บริษัทต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศ รวมถึงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ เรื่องคุณสมบัติผู้ให้บริการภายนอก การทำสัญญาและข้อตกลงการให้บริการที่ครอบคลุมสาระที่สำคัญ อาทิ ขอบเขตการให้บริการ ความรับผิดชอบ การควบคุมภายใน การรักษาความปลอดภัยข้อมูล การควบคุมและประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคคลภายนอก และการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน   9. ต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกทำหน้าที่ทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบจำลองตามเกณฑ์ที่กำหนด และต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การมอบหมายให้บุคคลภายนอกดำเนินการแทนด้วย       ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่กำกับและตรวจสอบการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิตของบริษัทตลอดจนสั่งการที่เกี่ยวข้องแก่บริษัทเพื่อให้เป็นไปตามประกาศ    วิธีการยื่นหนังสือขอความเห็นชอบ        บริษัทข้อมูลเครดิตที่ประสงค์จะจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขอความเห็นชอบตามที่กำหนดแล้ว ให้ยื่นหนังสือขอความเห็นชอบซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทข้อมูลเครดิตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาตามหัวข้อรายการเอกสาร หลักฐานประกอบ ตามช่องทางการให้บริการที่ระบุในหัวข้อช่องทางการให้บริการ        ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อได้รับเอกสารและข้อมูลชี้แจงประกอบการยื่นคำขอที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้ หากมีประเด็นสงสัยเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจนัดหารือกับบริษัทเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันต่อไป    สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ :    https://www.creditinfocommittee.or.th/th/act.php    https://www.creditinfocommittee.or.th/image/notification/18092015104134.pdf","2023-08-09T13:42:56"],
    [2790,"94e56e2b-6e19-4af0-a6a5-d2e24016db19","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04003 การแจ้งเพิ่มเติมการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน หรือที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ตามแต่กรณี) (์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-b818-4f53-8d7d-8083c809453e",15,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอแจ้งเพิ่มเติมการประกอบธุรกิจ              ผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน หรือที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว หากต้องการประกอบธุรกิจอีกประเภทเพิ่มเติม ให้แจ้งความประสงค์ล่วงหน้า 60 วัน ก่อนเริ่มดำเนินการ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515         https://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/OversightOfEmoney/Documents/Noti_58.pdf    (2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58    (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2548         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2548/ThaiPDF/25480030.pdf    (3) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่17 ธันวาคม 2558    (4) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561 และ    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2562  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 มกราคม 2562          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620017.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส. 1/2561 เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610034.pdf    (7) หนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย นำส่งหนังสืออนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง    2. วิธีการยื่นคำขอแจ้งเพิ่มเติมการประกอบธุรกิจ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ    แก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดและอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application       2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-11-09T14:15:46"],
    [2791,"94e56e2b-6ade-4250-8e98-a6e8042e5cb6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอจัดการมรดกพันธบัตร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3f-b471-43bc-ad7c-188578f7e6a9",2,20,7,"หลักเกณฑ์: บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสารถึงแก่กรรม ต้องมีผู้จัดการมรดก    - ผู้จัดการมรดก คือ บุคคลที่ศาลมีคำสั่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ถือกรรมสิทธิ์พันธบัตร และมีหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด    วิธีการยื่นคำขอ    ผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกด้วยตนเองที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องที่กำหนดไว้ในหัวข้อ รายการเอกสารหลักฐานประกอบ    หมายเหตุ    ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    หากคำร้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให่ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้จัดการมรดกจะลงนามในบันทึกความบกพร่องดังกล่าว และผู้จัดการมรดกจะได้รับสำเนาไว้เป็นหลักฐาน    ทั้งนี้ ผู้จัดการมรดกจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้จัดการมรดกละทิ้งคำร้อง    ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ถือคำร้องทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-09-24T09:42:47"],
    [2792,"94e56e2b-753b-4b91-baa6-cc3b297f52a1","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06002 การขอชำระค่าจดทะเบียนและรับใบทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-bf90-40e1-870d-eae94b65d090",8,100000,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ / นำส่งค่าจดทะเบียน      บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ผู้ยื่นคำขอได้รับอนุมัติการจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องชำระค่าจดทะเบียนเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท เป็นแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายกระทรวงการคลัง ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุมัติคำขอจดทะเบียน และเมื่อบริษัทผู้ยื่นคำขอ ชำระค่าจดทะเบียนครบถ้วนแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะรับจดทะเบียน และออกหลักฐานแสดงการจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ให้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562           https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/Documents/law6_01.PDF     (2) พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2550          https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/Law_Notification/DocLib_Acts/Act_AMC_2541_2550.pdf          https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/DocLib_ThaiLaw/amc_th.pdf    (3) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2541/ThaiPDF/25410877.htm    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630052.pdf    2.  วิธีการยื่นคำขอ / นำส่งค่าจดทะเบียน        2.1 นำส่งค่าจดทะเบียนเป็นแคชเชียร์เช็ค โดยยื่นด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หากเอกสารหลักฐานบกพร่อง หรือไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทผู้ยื่นคำขอจัดส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากบริษัทผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าบริษัทผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์แล้วแต่กรณี           2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่ดำเนินการและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขและนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามที่ได้แจ้ง ตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัทผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ แล้วแต่กรณี    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้อง/ครบถ้วนของเอกสารและจะแจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้บริษัทผู้ยื่นคำขอ แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาเอกสารและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทผู้ยื่นคำขอ จะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-06-11T13:32:53"],
    [2793,"94e56e2b-7866-4154-a1ab-191951748628","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06003 การขออนุญาตให้กรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์  เป็นพนักงานองค์กรอื่นในเวลาเดียวกัน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-c33a-4945-8ba9-1096eb0b1bb8",30,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (แจ้งข้อมูล)        1.1 กรณีบริษัทบริหารสินทรัพย์มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบด้วย             ในการแจ้งดังกล่าว ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์รายงานเมื่อผู้ถือหุ้นมีการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทบริหารสินทรัพย์มากกว่าร้อยละ 10 ขึ้นไปของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เข้าข่ายต้องรายงานดังกล่าว โดยให้จัดทำแบบรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครั้งเดียว คือ ครั้งแรกของการเข้าข่ายการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (เกินร้อยละ 10)               กรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดังกล่าวมีการเพิ่มหรือลดสัดส่วนการถือหุ้นไม่ต้องแจ้งและไม่ต้องทำแบบรับรองคุณสมบัติฯ ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย             1.2 กรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีข้อมูลในแบบรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือเอกสารเพิ่มเติมมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่เคยแจ้งไว้  หรือในกรณีที่ถูกสอบสวนจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานการกำกับดูแลของรัฐ  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะต้องแจ้งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบ แต่ไม่ต้องจัดทำแบบรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่มาใหม่        ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หมายถึง บุคคลที่ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ดังกล่าว ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เกินกว่าร้อยละ 10 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และให้นับรวมหุ้นที่ถือโดย  ผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562           https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/Documents/law6_01.PDF    (2) พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2550          https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/Law_Notification/DocLib_Acts/Act_AMC_2541_2550.pdf          https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/DocLib_ThaiLaw/amc_th.pdf    (3) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2541/ThaiPDF/25410877.htm    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630052.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ (แจ้งข้อมูล)         2.1 ต้องยื่นเอกสารหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยกรณีที่มีความจำเป็นไม่สามารถใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ส่งทางไปรษณีย์ ถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งหากเอกสารหลักฐานมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขและจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามสมควรต่อไป         2.2 ในกรณีที่พบว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องหลักธรรมาภิบาลที่ดี หรือมีประเด็น  เชิงนโยบาย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แจ้งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติม และให้คำอธิบายเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามสมควรต่อไป         2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์จะแก้ไขหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดำเนินการตามข้อ 2.1 และ 2.2 เรียบร้อยแล้ว         2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ แล้วแต่กรณี    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความครบถ้วน/ถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขหรือชี้แจงหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามสมควรต่อไป","2024-06-11T14:10:50"],
    [2794,"94e56e2b-7d13-4f39-a675-5c9e33c59389","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06004 การขอความเห็นชอบกรอบนโยบายการดำเนินการฟื้นฟูลูกหนี้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-c71b-4045-8adb-4949fe987847",30,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นเอกสาร        1.1 กรรมการ และผู้มีอำนาจในการจัดการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม            ผู้มีอำนาจในการจัดการ หมายถึง             (1) ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น             (2) บุคคลซึ่งบริษัทบริหารสินทรัพย์ทำสัญญาให้มีอำนาจในการบริหารงานทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ             (3) บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอำนาจควบคุมหรือครอบงำผู้จัดการหรือกรรมการหรือการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของตนในการกำหนดนโยบายหรือการดำเนินงานของบริษัท    บริหารสินทรัพย์        1.2 กรณีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว              ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการ ให้รวมถึงการแต่งตั้งใหม่ การเลื่อนตำแหน่ง หรือการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง ของกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการ              ในการแจ้งดังกล่าว แบ่งเป็น                       1) การแต่งตั้งใหม่ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดำเนินการให้กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ จัดทำแบบรับรองคุณสมบัติของกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด พร้อมนำส่งแบบรับทราบอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการมาด้วย              2) การเลื่อนตำแหน่งหรือการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง ของกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ไม่ต้องจัดทำแบบรับรองคุณสมบัติฯ และแบบรับทราบอำนาจหน้าที่ฯ มาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย        1.3 ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งในบริษัทบริหารสินทรัพย์ หากกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการมีข้อมูลในแบบรับรองคุณสมบัติ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือเอกสารเพิ่มเติม มีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่เคยแจ้งไว้ หรือในกรณีที่ถูกสอบสวนจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานการกำกับดูแลของรัฐ ให้กรรมการ หรือผู้มีอำนาจจัดการแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบ แต่ไม่ต้องจัดทำแบบรับรองคุณสมบัติฯ มาใหม่    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562           https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/Documents/law6_01.PDF        (2) พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2550         https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/Law_Notification/DocLib_Acts/Act_AMC_2541_2550.pdf         https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/DocLib_ThaiLaw/amc_th.pdf    (3) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2541/ThaiPDF/25410877.htm    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630052.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ (แจ้งข้อมูล)         2.1 ต้องยื่นเอกสารหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยกรณีที่มีความจำเป็นไม่สามารถใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ส่งทางไปรษณีย์ ถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งหากเอกสารหลักฐานมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขและจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามสมควรต่อไป         2.2 ในกรณีที่พบว่ากรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือขัดกับหลักธรรมาภิบาลที่ดี หรือมีประเด็น  เชิงนโยบาย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขและจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามสมควรต่อไป          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์จะแก้ไขหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดำเนินการตามข้อ 2.1 และ 2.2 เรียบร้อยแล้ว          2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ แล้วแต่กรณี    3. การพิจารณา       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความครบถ้วน/ถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริงหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขหรือชี้แจงหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามสมควรต่อไป","2024-06-11T14:33:21"],
    [2795,"94e56e2b-7fd9-4d51-ae8f-91b67c6b25ff","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06005 การขออนุญาตระดมทุนด้วยตราสารอื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-ca8b-42c8-a1fc-a27431f51d67",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ห้ามบริษัทบริหารสินทรัพย์ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย  ในการพิจารณาธนาคารแห่งประเทศไทยจะคำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นและการคุ้มครองผู้บริโภค    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562         https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/Documents/law6_01.PDF        (2) พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2550         https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/Law_Notification/DocLib_Acts/Act_AMC_2541_2550.pdf         https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/DocLib_ThaiLaw/amc_th.pdf    (3) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2541/ThaiPDF/25410877.htm    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630052.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ           2.1 ต้องยื่นเอกสารหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยกรณีที่มีความจำเป็นไม่สามารถใช้ช่องทางอิเล็ก้ทรอนิกส์ได้ ให้ส่งทางไปรษณีย์ ถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งหากเอกสารหลักฐานมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขและจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์ละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์แล้วแต่กรณี          2.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป           2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์จะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดำเนินการตามข้อ 2.1 และ 2.2 เรียบร้อยแล้ว           2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์หรือระบบ e-Application แล้วแต่กรณี    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความครบถ้วน/ถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์  ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขหรือชี้แจงหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์จะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-06-11T15:47:01"],
    [2796,"94e56e2b-8303-48fa-9cfe-d3e1dafbc2a2","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06006 การขออนุญาตใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-ce2e-4bcd-9dde-03038b751e3b",30,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ / ขอผ่อนผัน        บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และหนังสือเวียนที่ ฝนส. (21) ว. 1/2562 เรื่องการส่งรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ในเรื่องต่างๆ ดังนี้        1.1 ปิดบัญชีทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลา 1 ปี และจัดส่งงบการเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี        1.2 ติดประกาศงบการเงิน ใช้รูปแบบงบการเงินและการบันทึกบัญชีตามที่กำหนด        1.3 จัดส่งรายงานตามรูปแบบ ระยะเวลาและช่องทางตามที่กำหนด         ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ในข้อ 1.1 1.2 หรือ 1.3 บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องดำเนินการ ดังนี้         (1) มีหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และระยะเวลาที่ขอผ่อนผัน         (2) กำหนดแนวทาง ระยะเวลา ที่จะดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562          https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/Documents/law6_01.PDF      (2) พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2550          https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/Law_Notification/DocLib_Acts/Act_AMC_2541_2550.pdf          https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/LawsAndRegulations/DocLib_ThaiLaw/amc_th.pdf    (3) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2541/ThaiPDF/25410877.htm    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630052.pdf    (5) หนังสือเวียนที่ ฝนส. (21) ว. 1/2562 เรื่องการส่งรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562           https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620316.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ / ขอผ่อนผัน           2.1 ต้องยื่นคำขอผ่อนผันทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยกรณีที่มีความจำเป็นไม่สามารถใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ส่งทางไปรษณีย์ ถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งหากเอกสารหลักฐานมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขและจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์ละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์แล้วแต่กรณี          2.2 กรณีที่คำขอผ่อนผันมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอผ่อนผัน เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป          2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์จะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดำเนินการตามข้อ 2.1 และ 2.2 เรียบร้อยแล้ว          2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application หรือทางไปรษณีย์ แล้วแต่กรณี    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบถึงความครบถ้วน/ถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง หากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แก้ไขหรือชี้แจงหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์จะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-06-11T16:17:16"],
    [2797,"94e56e2b-8762-4693-9680-4e87f820c105","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-11301 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยง ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบันการเงิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-d260-45a5-90b9-60f00883fd44",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวม 6 เรื่อง ได้แก่            1.1.1 ธรรมาภิบาลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT governance)            1.1.2 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT security)            1.1.3 การบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT risk management)            1.1.4 การปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT compliance)            1.1.5 การตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT audit)            1.1.6 การบริหารจัดการโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT project management)        1.2 กรณีสถาบันการเงินไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศนี้ได้ ให้สถาบันการเงินยื่นขออนุญาตผ่อนผันมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี พร้อมแสดงเหตุผลและความจำเป็น รวมถึงแผนในการดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้        1.3 บทเฉพาะกาลตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่กล่าวข้างต้น กำหนดเวลาให้สถาบันการเงินปฏิบัติในเรื่องดังนี้             1.3.1 สถาบันการเงินที่เข้าเงื่อนไขเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ (Domestic Systemically Important Banks : D-SIBs) หรือสถาบันการเงินที่มีความเสี่ยงตั้งต้นทางไซเบอร์ (cyber inherent risk) ในระดับสูง ก่อนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 ต้องจัดให้มีผู้บริหารระดับสูงที่ทำหน้าที่บริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบันการเงิน (Chief Information Security Officer : CISO) ตามที่ประกาศกำหนด ข้อ 5.3.1 (2.3) ภายใน 1 ปี นับจากวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562            1.3.2 ให้สถาบันการเงินจัดทำข้อกำหนด (criteria) ในการพิจารณาความมีนัยสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี ตามที่ประกาศกำหนด ข้อ 5.4 มีผลใช้บังคับ    ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยในระหว่างที่สถาบันการเงินยังไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว สถาบันการเงินต้องพิจารณาความมีนัยสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี ภายใต้    กรอบหลักการที่คำนึงถึงความเสี่ยงและผลกระทบต่อระบบสถาบันการเงินในวงกว้าง (banking systemwide impact) ตามกรอบหลักการที่กำหนดตามข้อ 5.4 ของประกาศ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 มาตรา 47 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน  ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf     (3) แนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงจากบุคคลภายนอก    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ    แก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้         3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม (หากจำเป็น)        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทย    จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-01-03T14:50:44"],
    [2798,"94e56e2b-89fe-40c6-9eb8-02740acccbfe","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-11302  การแจ้งการนำเทคโนโลยีมาใช้หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี ที่มีนัยสำคัญ สำหรับธนาคารพาณิชย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-d5ac-4fa3-a843-a7653734ca6b",15,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (แจ้ง)        1.1 กรณีธนาคารพาณิชย์มีการนำเทคโนโลยีมาใช้หรือมีการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี ทั้งกรณีที่ดำเนินการเองและกรณีที่มีการใช้บริการ เชื่อมต่อ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก ธนาคารพาณิชย์ต้องพิจารณาความมีนัยสำคัญก่อนดำเนินการ โดยต้องมีข้อกำหนด (criteria) ในการพิจารณาความมีนัยสำคัญที่ชัดเจน โดยพิจารณาตามกรอบหลักการที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงินลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ข้อ 5.4 กำหนด        1.2 ธนาคารพาณิชย์ที่นำเทคโนโลยีมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี โดยการนำมาใช้หรือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีนัยสำคัญตามข้อกำหนด (criteria) ที่ธนาคารพาณิชย์กำหนดขึ้นตามข้อ 1.1 ที่กล่าวข้างต้น ทั้งกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการเองและกรณีที่มีการใช้บริการ การเชื่อมต่อ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก ธนาคารพาณิชย์ต้องรายงานการนำมาใช้หรือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้า 15 วันก่อนดำเนินการ ตามแบบรายงานที่กำหนดแนบท้ายคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 มาตรา 47 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน  ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    (3) แนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงจากบุคคลภายนอก    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ (แจ้ง)        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดและอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนหรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท.ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2024-01-03T15:07:49"],
    [2799,"94e56e2b-8dd2-4523-aabe-0ba9fa00467f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-11303 การขออนุญาตการนำเทคโนโลยีมาใช้หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี สำหรับบริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-d96b-446e-85ea-95a4f6ab10d8",30,0,8,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 กรณีบริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้หรือมีการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี ทั้งกรณีที่ดำเนินการเองและกรณีที่มีการใช้บริการ เชื่อมต่อ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ต้องพิจารณาความมีนัยสำคัญก่อนดำเนินการ โดยต้องมีข้อกำหนด (criteria) ในการพิจารณาความมีนัยสำคัญที่ชัดเจน โดยพิจารณาตามกรอบหลักการที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ข้อ 5.4 กำหนด        1.2 บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ที่นำเทคโนโลยีมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยีโดยการนำมาใช้หรือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีนัยสำคัญตามข้อกำหนด (criteria) ที่บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ได้กำหนดขึ้นตามข้อ 1.1 ที่กล่าวข้างต้น ทั้งกรณีที่บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ดำเนินการเองและกรณีที่มีการใช้บริการ การเชื่อมต่อ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก ต้องยื่นขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนนำเทคโนโลยีมาใช้หรือก่อนเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยีดังกล่าว    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 มาตรา 47 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    (3) แนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงจากบุคคลภายนอก    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ      2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้         3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม (หากจำเป็น)        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 ชมการสาธิต (Demo) วิธีการใช้งาน กรณีมีการนำระบบงานใหม่มาใช้ในการให้บริการลูกค้า         3.4 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.5 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-01-03T15:08:22"],
    [2800,"94e56e2b-90fc-4c0e-85a0-1d39d423a571","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-11304 การแจ้งการใช้บริการจากบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกันหรือบริษัทที่มีความเกี่ยวข้อง ในการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-dcc9-4916-9bc7-ab216b607612",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (แจ้ง)        สถาบันการเงินที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบรวมศูนย์สำหรับบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกันหรือบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยสถาบันการเงินให้บริษัทดังกล่าวนั้น ซึ่งอาจอยู่ในประเทศไทยหรือนอกประเทศไทยเป็นผู้ดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแทน เช่น กรณีธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ มีการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบรวมศูนย์อยู่ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศ เป็นต้น  สถาบันการเงินต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้า 15 วันก่อนการใช้โครงสร้างดังกล่าว        อนึ่ง สถาบันการเงินและคณะกรรมการของสถาบันการเงินในประเทศไทยยังคงต้องรับผิดชอบต่อการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเสมือนว่าสถาบันการเงินดำเนินการเอง    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 มาตรา 47 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน  ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    (3) แนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงจากบุคคลภายนอก    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ (แจ้ง)        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดและอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนหรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท.ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขอ เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2024-01-03T15:08:49"],
    [2801,"94e56e2b-941f-4695-86a4-e62e01415f84","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-11305 การจัดส่งรายงานตามประกาศ ธปท. ที่ สนส. 21 / 2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) สำหรับธนาคารพาณิชย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-e086-4c4d-81fe-00de9f212eb8",1,0,1,"เงื่อนไขในการจัดส่งรายงาน : ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดส่งรายงานโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญ และรายงานบุคคลภายนอกที่สถาบันการเงินใช้บริการงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีนัยสาคัญ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 และแนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงจากบุคคลภายนอก รายละเอียดตามแบบฟอร์มแนบท้ายคู่มือฉบับนี้    1. การรายงานโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญ        การรายงานประจำปี ให้ธนาคารพาณิชย์ส่งแบบรายงานโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญของธนาคารพาณิชย์ในปีดังกล่าวล่วงหน้า ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี        การรายงานประจำไตรมาส ให้ธนาคารพาณิชย์รายงานความคืบหน้าโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญของธนาคารพาณิชย์ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 15 วันหลังสิ้นไตรมาส        ทั้งนี้ สำหรับการจัดส่งรายงานโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญ จากเดิมที่กำหนดให้ส่งข้อมูลผ่านระบบ e-Application ขอให้ปรับวิธีการจัดส่งเป็นรูปแบบ Excel File ผ่านระบบ DMS Data Acquisition ตามวิธีการและหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน &ldquo;ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยบริการด้านการรับส่งข้อมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับระบบบริหารข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2546&rdquo;  ตั้งแต่งวดไตรมาสที่ 2 ปี 2563 เป็นต้นไป    2. การรายงานบุคคลภายนอกที่สถาบันการเงินใช้บริการงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญ         การรายงานประจำไตรมาส ให้ธนาคารพาณิชย์ส่งรายงานบุคคลภายนอกที่สถาบันการเงินใช้บริการงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 15 วันหลังสิ้นไตรมาส โดยให้ดำเนินการในรูปแบบ  Excel File ผ่านระบบ DMS Data Acquisition ตามวิธีการและหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน &ldquo;ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยบริการด้านการรับส่งข้อมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับระบบบริหารข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2546&rdquo; ตั้งแต่งวดไตรมาสที่ 2ปี 2563 เป็นต้นไป    รูปแบบ ความถี่ และกำหนดเวลาของการรายงานข้อมูล ธปท. ได้เผยแพร่แบบรายงาน และเอกสาร    ที่เกี่ยวข้องทางเว็บไซต์ ธปท. www.bot.or.th เลือกหัวข้อ สถิติ &gt; การรับส่งข้อมูลกับ ธปท. &gt; แบบรายงานและเอกสารชี้แจง ข้อมูลสถาบันการเงิน &gt; รายงานข้อมูลการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน    1) ข้อมูลโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญ (IT Project)                                  ความถี่ : รายปี           กำหนดส่ง 31 มกราคมของทุกปี 1/                                                                                                                                  ความถี่ : รายไตรมาส   กำหนดส่ง 15 วัน    2) ข้อมูลการใช้บริการ การเชื่อมต่อระบบ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก (Third Party)   ความถี่ : รายไตรมาส   กำหนดส่ง 15 วัน    * หากวันที่ครบกำหนดส่งตรงกับวันหยุดให้ส่งข้อมูลในวันทำการถัดไป    หมายเหตุ    1/ธนาคารพาณิชย์อาจนำส่งรายงานประจำปีมาในคราวเดียวกันกับรายงานประจำงวดไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนหน้าภายในกำหนดเวลาการรายงานประจำงวดไตรมาสที่ 4 ดังกล่าวได้    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 มาตรา 47 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 21/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน  ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    (3) แนวปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงจากบุคคลภายนอก    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2562/ThaiPDF/25620272.pdf    (4) หนังสือที่ ธปท.ฝตท.(01)ว. 254/2563 เรื่อง การรายงานชุดข้อมูล (Data Set) เพื่อการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563[u1]     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2563/ThaiPDF/25630042.pdf[u2]","2024-01-03T15:09:09"],
    [2802,"94e56e2b-98bb-4e45-b874-a3c0426e119f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010501 การขออนุญาตซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-e475-4723-8979-5970c3815237",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์นั้นตามสมควร โดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย        1.2 การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นที่ทำการสำนักงานใหญ่ ศูนย์ฝึกอบรม หรือบ้านพักรับรองให้ธนาคารพาณิชย์ยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ        1.3 อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์ นอกเหนือจากที่กำหนดในข้อ 1.2 ได้โดยมีเงื่อนไขให้ธนาคารพาณิชย์กำหนดนโยบายและขั้นตอนในการจัดซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น        1.4 หากธนาคารพาณิชย์จะดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน    ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 80 (2) (ก)    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 23/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2552    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2552/ThaiPDF/25520314.pdf         ในการพิจารณาอนุญาตซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์ ธปท. จะพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็น รวมทั้งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของธนาคารพาณิชย์เป็นสำคัญ  ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องกำหนดนโยบายและขั้นตอนในการจัดซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น และให้คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัตินโยบายนั้น โดยนโยบายดังกล่าวจะต้องระบุหลักเกณฑ์และขั้นตอนการพิจารณาในเรื่องขนาดและราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อหรือมีไว้ รวมทั้งจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในกรณีเป็นการซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์จากผู้ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์ด้วย     2. วิธีการยื่นคำขอ         2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application         2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว         2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T15:20:33"],
    [2803,"94e56e2b-9bba-4355-a0b0-eaff54b208be","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010502 การขออนุญาตซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้าง และการขออนุญาตขยายสถานที่ทำการ ของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-e80a-4c13-a528-5ceb3c5f57b0",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ         1.1 กรณีบริษัทเงินทุน          ธปท. อนุญาตเป็นการทั่วไปให้บริษัทเงินทุนซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ ดังนี้            1.1.1 เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อหรือมีไว้เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานอำนวยสินเชื่อ หรือสำนักงานสาขาในเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น            1.1.2 ขนาดที่ดินที่บริษัทเงินทุนจะซื้อหรือมีไว้เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานอำนวยสินเชื่อ หรือสำนักงานสาขา รวมทั้งเป็นที่พักของพนักงานและลูกจ้าง มีเนื้อที่รวมกันไม่เกินสำนักงานละ 400 ตารางวา                     สำหรับขนาดพื้นที่ปฏิบัติงานในอาคารที่จะปลูกสร้างใหม่ หรือซื้ออาคารพร้อมที่ดิน หรือเช่าพื้นที่ในอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดไม่เกินสำนักงานละ 500 ตารางเมตร และต้องเป็นสัดส่วนเฉพาะสำนักงานแยกต่างหากจากกิจการอื่นโดยชัดเจน            1.1.3 จำนวนเงินลงทุนในการซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือปลูกสร้างอาคารสำนักงานใหม่ หรือซื้อพื้นที่ในอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด และรวมทั้งเป็นที่พักพนักงาน เมื่อรวมค่าตกแต่งมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสำนักงานละ 20 ล้านบาท                     สำหรับการซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ 1.1.1 1.1.2  และ 1.1.3 บริษัทเงินทุนต้องขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการเป็นรายกรณี      1.2 กรณีบริษัทเครดิตฟองซิเอร์        หากบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จะดำเนินการใด ๆ นอกเหนือจากที่กำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการทุกกรณี    ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551มาตรา 80 (2) (ก)  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 23/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์    เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2552    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2552/ThaiPDF/25520314.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ           2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application              2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว             2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T15:44:38"],
    [2804,"94e56e2b-9e6a-497f-a84c-747a2fad9697","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010708 การขออนุญาตประกอบกิจการให้บริการทางการเงินตามหลักชาริอะฮ์ (Shariah Banking Services) ของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-eafa-4933-8898-3a199bca2879",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1.1 ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่งสามารถยื่นขออนุญาตประกอบกิจการการให้บริการทางการเงินตามหลักชาริอะฮ์ (Shariah Banking Services) โดยการพิจารณาอนุญาต ธปท. จะพิจารณาจากฐานะการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ และความพร้อมในการประกอบธุรกิจทั้งด้านบุคลากรและการจัดการ    1.2 ธนาคารพาณิชย์ที่ยื่นคำขออนุญาตจะต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นกรณีธนาคารพาณิชย์ไทย หรือสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ ตามมาตรา 32 กรณีสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท    1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 36    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 20/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการการให้ บริการทางการเงิน ตามหลักชาริอะฮ์ (Shariah Banking Services) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510310.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-09T16:40:46"],
    [2805,"94e56e2b-a45e-440b-a139-74993e2cffb2","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010709 การขออนุญาตให้บริการอื่นที่นอกเหนือจากขอบเขตการประกอบธุรกิจที่กำหนด ในการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-f21e-42c5-a8f6-f54dead642af",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา โดยมีข้อกำหนดดังนี้    1.1.1 ธนาคารพาณิชย์ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา    1.1.2 มีขอบเขตการประกอบธุรกิจ    (1) ดูแลให้คู่สัญญาปฏิบัติการชำระหนี้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา โดยดูแลรักษาเงิน ทรัพย์สิน หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ ตามความต้องการของคู่สัญญาที่คู่สัญญาได้ส่งมอบให้อยู่ในความครอบครองของตน พร้อมทั้งดำเนินการส่งมอบเงินหรือจัดให้มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินให้แก่คู่สัญญา    (2) ให้บริการอื่นนอกจากข้อ (1) ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาตามที่มีข้อตกลงกับคู่สัญญาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกากับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ประกาศกำหนดตามมาตรา 7 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม      1.1.3 การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ    (1) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีนโยบายการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งนโยบายดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ และคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ต้องดูแลให้มีการนำนโยบายที่ได้รับอนุมัติมาจัดทำแผนการดำเนินงาน    ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวต้องครอบคลุมในเรื่องอย่างน้อยดังต่อไปนี้    (1.1) โครงสร้างองค์กรที่ใช้รองรับการประกอบธุรกิจขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง    (1.2) ระบบงานที่รองรับการประกอบธุรกิจโดยครอบคลุมถึงระบบการบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน ระบบการจัดการ และระบบบัญชี    (1.3) ความพร้อมด้านบุคลากร    (2) ธนาคารพาณิชย์ต้องดูแล ติดตาม และตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายและแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้    ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์มีหนังสือแจ้งการประกอบธุรกิจพร้อมหลักฐานการได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญามายังสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทราบภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง    ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจเพิ่มเติม ชะลอ หรือระงับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา โดยกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนด หรือธนาคารพาณิชย์มีประเด็นจากการตรวจสอบด้านธรรมาภิบาลหรือมีการบริหารจัดการด้านการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจจากการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทยครั้งล่าสุด หรือกรณีอื่นใดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ากระทบกับความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชน    1.2 ธนาคารพาณิชย์ที่จะให้บริการอื่นที่นอกเหนือจากขอบเขตการประกอบธุรกิจดังกล่าว ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการให้บริการ โดยให้ยื่นขออนุญาตมายังสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการให้บริการด้วยก็ได้    1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2561 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610155.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T10:12:08"],
    [2806,"94e56e2b-a707-4783-baa0-5a9af4df081d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010710 การขออนุญาตประกอบธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน (Private Repo) นอกกรอบหลักเกณฑ์ที่อนุญาตเป็นการทั่วไปของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-f5bb-4a17-806b-a4df48ed0e0b",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการประกอบธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน (Private Repo) นอกเหนือจากกรอบหลักเกณฑ์ที่อนุญาตเป็นการทั่วไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ต้องยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยต้องปฏิบัติ ดังนี้             1.1.1 กำหนดวัตถุประสงค์ของการทำธุรกรรม พร้อมชี้แจงถึงประโยชน์ที่ธนาคารพาณิชย์จะได้รับหรือประโยชน์ต่อระบบสถาบันการเงิน           1.1.2 กำหนดขอบเขตและลักษณะธุรกรรม อย่างน้อยต้องประกอบด้วย ลักษณะธุรกรรมการให้กู้ยืมเงินหรือการกู้ยืมเงิน ประเภทหลักทรัพย์ที่ใช้ในการทำธุรกรรม ประเภทคู่สัญญา นิติกรรมสัญญา เป็นต้น           1.1.3 มีความพร้อมในเรื่องจำนวนและคุณภาพของบุคลากร และระบบงานต่าง ๆ เพื่อรองรับการทำธุรกรรม           1.1.4 ประเมินความเสี่ยงของการทำธุรกรรมดังกล่าว และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง แนวทางการควบคุมภายใน การบันทึกบัญชี รวมทั้งแนวทางรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของลูกค้า           1.1.5 กำหนดแนวทางและกระบวนการในการคุ้มครองผู้บริโภค           1.1.6 มีแผนรองรับกรณีเกิดปัญหาในการทำธุรกรรมดังกล่าว           1.1.7 กำหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีการใช้หรือให้บริการดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นต้น           1.1.8 ธุรกรรมดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย           ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงินลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ           ระยะเวลาในการพิจารณาจะเริ่มเมื่อได้รับเอกสารและข้อมูลชี้แจงประกอบการยื่นขอที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว โดยเมื่อธนาคารพาณิชย์ได้ยื่นหนังสือแสดงความจำนงและเอกสารประกอบครบถ้วนแล้ว ให้มีผลเป็นการอนุญาตเมื่อพ้นกำหนด 30 วันทำการ นับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือดังกล่าว เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีข้อทักท้วงหรือให้ชี้แจงเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ถือว่าได้รับอนุญาตเมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย           1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป     ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2559 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน (Private Repo) ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2559       https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590158.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ      2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T10:29:51"],
    [2807,"94e56e2b-ac87-475a-9748-52cfcd7dd91f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010503 การขออนุญาตย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-fd71-4618-a96b-0830390fed70",30,0,7,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 13 กำหนดว่า &ldquo;การจัดตั้ง หรือย้ายสำนักงานใหญ่หรือสาขา หรือการเลิกสาขาของสถาบันการเงินต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้    ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด&rdquo;        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 23/2552 ข้อ 5.3.3 กำหนด &ldquo;สถาบันการเงินจะดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงิน นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมตามความจำเป็นในแต่ละกรณีก็ได้&rdquo;    ดังนั้น การย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินต้องได้รับอนุญาตจากธนาคาร          แห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคาร              แห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 13  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 23/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2552         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2552/ThaiPDF/25520314.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการ    ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-08T12:16:22"],
    [2808,"94e56e2b-af13-44ba-967f-0a873459ecec","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010603 การขอความเห็นชอบระบบงานประเมินราคาของสถาบันการเงิน ในกรณีที่สถาบันการเงินต้องการกำหนดแนวทางในการเลือกใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกหรือภายในของสถาบันการเงินเอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-00ec-43d6-835b-929015fa382b",60,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ได้กำหนดเกณฑ์การเลือกใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกหรือผู้ประเมินราคาภายใน สำหรับหลักประกันที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงิน (อสังหาริมทรัพย์รอการขายฯ) โดยสถาบันการเงินสามารถพิจารณาเลือกใช้ผู้ประเมินภายนอกหรือผู้ประเมินราคาภายในของสถาบันการเงินได้เอง หากเข้าเงื่อนไขทุกข้อ ดังนี้           1.1  มีผลการจัดระดับความเสี่ยงสุทธิของธุรกรรมสินเชื่อธุรกิจประเภทที่มีสัดส่วนยอดคงค้างสูงสุดในระดับต่ำ ค่อนข้างต่ำ หรือปานกลาง           1.2  ได้รับความเห็นชอบระบบงานประเมินราคาจากธนาคารแห่งประเทศไทย    ทั้งนี้ ให้สถาบันการเงินมีหนังสือขอความเห็นชอบระบบงานประเมินราคาของสถาบันการเงินมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยประเมินจากคุณภาพและความเป็นอิสระของระบบการประเมินราคาภายในของสถาบันการเงินตามแนวทางการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับระบบการประเมินราคาที่ดีของสถาบันการเงิน ดังต่อไปนี้              1.2.1 การจัดทำนโยบาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติด้านการประเมินราคา              1.2.2 คุณสมบัติของผู้ประเมินราคา              1.2.3 กระบวนการและระบบการประเมินราคา            1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่          แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620100.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ           2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application             2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว             2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T11:29:19"],
    [2809,"94e56e2b-b4f2-46ff-bc78-6fd76753512c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010607 การขอผ่อนผันการถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินในต่างประเทศเกินอัตราที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละราย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-07e5-4445-a95a-76019e1a7c91",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 หลักเกณฑ์การถือหรือมีหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ : ให้สถาบันการเงินนับรวมหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินถือหรือมีด้วย ทั้งนี้ กรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ให้นับรวมหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ ที่ถือหรือมีโดยสำนังานใหญ่หรือสำนักงานสาขาอื่น และผู้ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาอื่น เฉพาะหุ้น หน่วยลงทุน หรือใบทรัสต์ ที่จดทะเบียนในประเทศเท่านั้น        1.2 การถือหรือมีหุ้นของสถาบันการเงิน : การถือหรือมีหุ้นในบริษัทใด สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้              1.2.1 อัตราส่วนการถือหุ้น : ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินกว่าอัตรา ดังนี้                  (1) ร้อยละ 20 ของเงินกองทุนของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกัน                  (2) ร้อยละ 5 ของเงินกองทุนของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละราย                  (3) ร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น              1.2.2 ข้อยกเว้นการคำนวณอัตราส่วนในการถือหรือมีหุ้นของสถาบันการเงิน                  (1) การคำนวณอัตราส่วนการถือหรือมีหุ้นตามข้อ 1.2.1 ไม่รวมถึง                       (1.1) การถือหรือมีหุ้นในธุรกิจบางประเภทตามแนวนโยบายของทางการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ระบบสถาบันการเงินโดยรวม ได้แก่ การถือหรือมีหุ้นในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด                       (1.2) การถือหรือมีหุ้นในบริษัทที่ไม่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน โดยบริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีหน่วยงานหรือหลักเกณฑ์กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ได้แก่ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจเงินร่วมลงทุน โดยการลงทุนดังกล่าวต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำกับดูแลเฉพาะนั้นอนุญาตให้สามารถลงทุนได้                       (1.3) การถือหรือมีหุ้นโดยสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาอื่นของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ที่ได้มาจากการทำธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการสนับสนุนการระดมทุนของกลุ่มธุรกิจไทยจากต่างประเทศ และพัฒนาการของตลาดทุนไทย ได้แก่ การรับประกันการจำหน่ายหุ้นแบบรับประกันทั้งจำนวน (firm underwrite) ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง หรือการให้หลักทรัพย์ (securities lending) ในกรณีที่ได้หลักทรัพย์คืนก่อนกำหนด โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อดังต่อไปนี้                               (ก) สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศไม่ได้บันทึกบัญชีและไม่ได้รับโอนความเสี่ยงใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน                               (ข) สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศไม่ได้มีส่วนได้ในค่าธรรมเนียมหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการถือหรือมีหุ้นนั้น และไม่ได้รับผลกระทบในกรณีที่มีการขาดทุนเกิดขึ้น                  (2) การคำนวณอัตราส่วนการถือหรือมีหุ้นตามข้อ 1.2.1 ไม่รวมถึงการถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินในต่างประเทศ ซึ่งสถาบันการเงินได้รับผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยให้สถาบันการเงินยื่นขอผ่อนผันการถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินในต่างประเทศดังกล่าวมายังธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมแสดงเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากข้อจำกัดทางกฎหมายในประเทศที่สถาบันการเงินจะไปลงทุนซึ่งห้ามมิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรือข้อจำกัดในการต่อรองธุรกิจเป็นสำคัญ        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551  มาตรา 34    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610130.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ      e-Application","2023-11-09T17:16:00"],
    [2810,"94e56e2b-bc16-4aaa-9593-70290f4645e0","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010613 การขออนุญาตให้บริษัทแม่หรือสถาบันการเงินสามารถกำหนดเงื่อนไข หรือวิธีการพิจารณาการให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่แตกต่างจากบุคคลทั่วไปได้ กับบริษัทลูกที่ถือหุ้นทางตรงตั้งแต่ร้อยละ 75","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-11ed-4745-898b-5f214600ff83",45,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      การทำธุรกรรมภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ต้องถือปฏิบัติตามนโยบายการทำธุรกรรมภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแม่ และถือปฏิบัติตามกระบวนการเดียวกันกับการทำธุรกรรมกับบุคคลทั่วไป โดยต้องจัดทำเป็นเอกสารสัญญาที่มีผลบังคับตามกฎหมาย และมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่เป็นปกติเหมือนกับการทำธุรกรรมกับบุคคลทั่วไปที่มีความเสี่ยงในระดับเดียวกัน เช่น การซื้อขายสินทรัพย์ควรซื้อขายกันในราคาตลาดโดยมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดของการซื้อขายเช่นเดียวกับการซื้อขายกับบุคคลภายนอก  ซึ่งตัวอย่างการทำธุรกรรมที่ถือว่ามีเงื่อนไขหรือข้อกำหนด หรือกระบวนการ หรือวิธีการพิจารณา ที่แตกต่างไปจากที่ทำกับบุคคลทั่วไปที่มีความเสี่ยงในระดับเดียวกัน เช่น การให้สินเชื่อหรือลงทุนโดยไม่ได้พิจารณาถึงฐานะและผลการดำเนินงานของธุรกิจ หรือการให้สินเชื่อหรือลงทุนในลักษณะที่เป็นการเอื้อประโยชน์ เช่น เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยอัตราที่ต่ำกว่าอัตราปกติ หรือต่ำกว่าต้นทุนการจัดหาเงิน หรือเสนอราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติของบุคคลทั่วไปที่มีความเสี่ยงในระดับเดียวกัน        ข้อยกเว้น : บริษัทแม่หรือสถาบันการเงินสามารถใช้เงื่อนไข หรือข้อกำหนด หรือกระบวนการ หรือวิธีการพิจารณา สำหรับการให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมอื่น แตกต่างจากบุคคลทั่วไปที่มีความเสี่ยงในระดับเดียวกันได้ กับบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation หรือบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจสนับสนุน ที่สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ถือหุ้นทางตรงตั้งแต่ร้อยละ 99 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น        สำหรับบริษัทลูกที่สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ถือหุ้นทางตรงตั้งแต่ร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น ให้ขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น  และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ        กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 58 และมาตรา 59    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-09T13:23:06"],
    [2811,"94e56e2b-b1aa-482d-a5e4-48066dbd94b3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010604 การขออนุญาตหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของบริษัทนอกกลุ่ม Solo consolidation เพื่อนำเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติ (General Provision) มานับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 (Tier 2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-042e-479f-84ef-37072e669c44",60,0,7,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      1.1 กลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประสงค์จะนำเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติ (General Provision) ของแต่ละบริษัทนอกกลุ่ม Solo Consolidation มานับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 จะต้องยื่นขออนุญาตในหลักเกณฑ์การจัดชั้น และการกันสำรองของแต่ละบริษัทจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ทั้งนี้ General Provision (เงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติทั้งหมดแต่ไม่รวมส่วนที่นับเป็น Specific Provision แล้ว) ที่บริษัทนอกกลุ่ม Solo Consolidation แต่ละบริษัทได้กันไว้ต้องเป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงิน หรือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัทนั้น หรือตามมาตรฐานการบัญชี    1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 31 มาตรา 57 มาตรา 59    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-20T15:25:18"],
    [2812,"94e56e2b-b74c-4e84-93e2-c5a01e85c12a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010610 การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทลูกนอกกลุ่ม Solo Consolidation และบริษัทนอกกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เมื่อนับรวมกันเกินอัตราที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-0b28-4da2-9c4d-2bf3a4dedd22",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     เพื่อให้สถาบันการเงินมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจสถาบันการเงินมากกว่าการลงทุนเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่เกินกว่าการสนับสนุนธุรกิจตามปกติ และเพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของการลงทุนภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน  หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์การลงทุนของสถาบันการเงินในบริษัทต่าง ๆ ดังนี้    1.1 สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีหุ้นในบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ได้ไม่จำกัดจำนวน    1.2 สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีหุ้นในบริษัทลูกนอกกลุ่ม Solo Consolidation เมื่อนับรวมกับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทนอกกลุ่มธุรกิจทางการเงินทุกบริษัท ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้นของสถาบันการเงิน เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T13:26:42"],
    [2813,"94e56e2b-b98d-43cb-8949-7978a128e240","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010612 การขอผ่อนผันให้บริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation ของธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ กับบริษัทนอกกลุ่ม Solo Consolidation เกินอัตราที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-0e6c-490d-b57d-fcc2d7d67d74",45,0,3,"1.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของ กลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22พฤษภาคม2561ข้อ 5.4.3 (2.1.2) กำหนดให้บริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ กับบริษัทนอกกลุ่ม Solo Consolidation ไม่จำกัดปริมาณต่อราย แต่จำกัดปริมาณโดยรวม เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนกลุ่ม Solo Consolidation ของธนาคารพาณิชย์ หรือร้อยละ 10 ของเงินกองทุนกลุ่ม Solo Consolidation ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 50 และ มาตรา 57    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกากับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-28T18:30:30"],
    [2814,"94e56e2b-bf10-4f8b-b002-5d71bc1002c8","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-02001 การขออนุญาตจัดตั้งสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ และการแจ้งย้ายสถานที่ทำการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-158e-46b4-8f7b-9a896968c2af",30,0,14,"1.เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  1.1 สถาบันการเงินต่างประเทศที่ประสงค์จะจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในการพิจารณาอนุญาตดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะคำนึงถึงเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินของประเทศ ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินต่างประเทศ รวมถึงพันธกรณี (Commitment) และการสนับสนุน (Contribution) ที่สถาบันการเงินต่างประเทศนั้นมีต่อประเทศไทย หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่สำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินต่างประเทศที่ยื่นขอนั้นตั้งอยู่ด้วย    การยื่นคำขออนุญาตต้องนำส่งเอกสารที่กำหนด (รับรองโดยสำนักงานกฎหมายและสถานทูตไทยในประเทศที่สำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินต่างประเทศตั้งอยู่) โดยธนาคารแห่งประเทศไทยใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับเอกสารและข้อมูลครบถ้วน    1.2 ขอบเขตการประกอบธุรกิจของสำนักงานผู้แทน    (1) กระทำการได้เฉพาะงานที่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร เช่น ฐานะทางการเงินของลูกค้าและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินในประเทศไทย เพื่อส่งให้สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานอื่น ๆ ของตน ซึ่งครอบคลุมถึงงานการติดต่อและแนะนำลูกค้า หรืองานการประสานงานเพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยประกอบธุรกิจกับสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานอื่น ๆ ของสถาบันการเงินต่างประเทศดังกล่าว    (2) ไม่ประกอบธุรกิจใดอันเข้าลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน  พ.ศ. 2551 หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 36 ของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่?  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 14  (2) แนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการอนุญาตจัดตั้งและการกำกับดูแลสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ ลงวันที่ 28 กันยายน 2554           https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540224.pdf            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/EngPDF/25540224.pdf    2.วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง  ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ  พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-10-24T11:06:38"],
    [2815,"94e56e2b-c190-437b-a0af-02936e25cee2","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-02002 การแจ้งการเปิดสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-18e2-4da9-94c4-2337e58d1a13",7,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (แจ้ง)        สถาบันการเงินต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนแล้ว จะต้องจัดตั้งสำนักงานผู้แทนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต โดยจะต้องแจ้งสถานที่ทำการ และกำหนดวันเปิดทำการ รวมทั้งแจ้งชื่อ ประวัติการทำงาน และขอบเขตอำนาจของเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของสำนักงานผู้แทน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันที่สำนักงานผู้แทนจะเริ่มเปิดทำการ รวมถึง หากเป็นกรณีสำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินต่างประเทศควบรวมกิจการ และสถาบันการเงินต่างประเทศที่รับโอนกิจการหรือสถาบันการเงินต่างประเทศแห่งใหม่ขออนุญาตจัดตั้งสำนักงานผู้แทนใหม่    ให้เปิดทำการสำนักงานผู้แทนแห่งใหม่ในวันเดียวกับที่สำนักงานใหญ่ควบรวมกิจการและเปลี่ยนชื่อ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียด ได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14  (2) แนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตจัดตั้งและการกำกับดูแลสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ ลงวันที่ 28 กันยายน 2554        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540224.pdf            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/EngPDF/25540224.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอ (แจ้ง) ทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการ    พิจารณา         3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอ    และยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-23T21:52:28"],
    [2816,"94e56e2b-c447-4fed-aebd-7f95bde1ed8c","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-02003 การขออนุญาตจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ กรณีสำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินต่างประเทศควบรวมกับสถาบันการเงินอื่น และภายหลังการควบรวมประสงค์จะมีสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยต่อไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-1c60-48a4-9306-8284401abab5",30,0,16,"1. เงื่อนไขการยื่นคำขอ      สถาบันการเงินต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย ในกรณีสำนักงานใหญ่    ของสถาบันการเงินต่างประเทศที่จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยควบรวมกับสถาบันการเงินอื่น และภายหลังการควบรวม สถาบันการเงินต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนเลิกกิจการหรือ    สภาพนิติบุคคลตามกฎหมายของสถาบันการเงินต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนหมดสิ้นลง หากยังประสงค์ที่จะจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยต่อไป ให้สถาบันการเงินต่างประเทศที่รับโอนกิจการหรือสถาบันการเงินต่างประเทศแห่งใหม่ยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยใหม่ ทั้งนี้ ให้สถาบันการเงินต่างประเทศเลิกสำนักงานผู้แทนเดิมพร้อมคืนใบอนุญาต และให้    สถาบันการเงินต่างประเทศที่รับโอนกิจการหรือสถาบันการเงินต่างประเทศแห่งใหม่เปิดทำการสำนักงานผู้แทนแห่งใหม่ในวันเดียวกับที่สำนักงานใหญ่ควบรวมกิจการและเปลี่ยนชื่อ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14  (2) แนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการอนุญาตจัดตั้งและการกำกับดูแลสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ ลงวันที่ 28 กันยายน 2554         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540224.pdf            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/EngPDF/25540224.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่น    คำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ  พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-23T22:12:29"],
    [2817,"94e56e2b-c766-4f42-8f67-e1687db1f12a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-02004 การแจ้งกรณีมีการควบรวมกิจการของสำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินต่างประเทศที่จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย และมีความประสงค์จะมีสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยต่อไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-1fe3-4bf2-ac97-12b8086f9315",15,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (แจ้ง)        1.1 สถาบันการเงินต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย ในกรณีที่สำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินต่างประเทศที่จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทยมีการควบรวมกิจการ และภายหลังการควบรวม สภาพนิติบุคคลตามกฎหมายของกฎหมายของสถาบันการเงินต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งยังคงเดิม ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลต่อการอนุญาตให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย ให้สำนักงานผู้แทนดังกล่าวแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวพร้อมทั้ง        นำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14  (2) แนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการอนุญาตจัดตั้งและการกำกับดูแลสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในประเทศไทยของสถาบันการเงินต่างประเทศ ลงวันที่ 28 กันยายน 2554           https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540224.pdf          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/EngPDF/25540224.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 กรณีการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจ (ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจ) หากคำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจัดทำบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่ต้องจัดส่ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกดังกล่าว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวทางไปรษณีย์        2.2 กรณีการนำส่งคำขอทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        2.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-23T22:32:23"],
    [2818,"94e56e2b-cfae-4b1f-90fe-328c72facf2e","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011102 การขออนุญาตใช้วิธี  Advance Measurement  Approaches (AMA) อย่างน้อย 6 เดือนก่อนเริ่มทดลองคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-2a71-43a7-ba50-abe8998fd2b9",90,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  1.1 ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะใช้วิธี AMA ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยต้องส่งหนังสือขออนุญาตใช้วิธี AMA พร้อมเอกสารประกอบมายังฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างน้อย 6 เดือนก่อนเริ่มทดลองคำนวณเงินกองทุน    1.2 สำหรับธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ที่เริ่มดำเนินกิจการในประเทศไทยและประสงค์จะใช้วิธี AMA หรือธนาคารพาณิชย์ที่ใช้วิธี BIA หรือ SA-OR ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ แต่มีการควบรวมกิจการกับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นที่ใช้วิธี AMA และจะขอเปลี่ยนวิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการเป็นวิธี AMA ให้ธนาคารพาณิชย์ยื่นหนังสือขออนุญาตมาที่ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดระยะเวลา เงื่อนไข และแนวปฏิบัติต่างๆให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติเป็นรายกรณีได้    1.3 ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการประเมินตนเองว่ามีคุณสมบัติสอดคล้องและสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    1.4 ธนาคารพาณิชย์ต้องแสดงให้เห็นว่าการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี AMA เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทั้งแสดงการประเมินความพร้อม (Self-assessment) ในการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดสำหรับการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี AMA  และผลกระทบต่อเงินกองทุนจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการจากวิธีที่ใช้ในปัจจุบันเป็นวิธี AMA    1.5 ธนาคารพาณิชย์ต้องทดลองคำนวณเงินกองทุน (Parallel Calculation) และการทดลองใช้วิธี AMA ในกระบวนการบริหารความเสี่ยงตามระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด (Use Test) เป็นระยะเวลา 2 ปี หรือตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร ก่อนเริ่มใช้วิธี AMA จริง    1.6 ในกรณีธนาคารพาณิชย์ต้องการใช้วิธี AMA ร่วมกับวิธีอื่น (Partial use) หรือต้องการทยอยใช้วิธี AMA ในช่วงเริ่มแรกธนาคารพาณิชย์จะต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมกับการยื่นขออนุญาตใช้วิธี AMA  และต้องฏิบัติตามเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด    1.7 เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้วิธี AMA แล้วธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงเงินกองทุนทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด (Capital floor) เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อมิให้ระดับเงินกองทุนทั้งสิ้นของธนาคารพาณิชย์ลดลงมากเกินไปทั้งนี้ ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกหรือสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศในไทย ใช้วิธีการจัดสรรเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่คำนวณโดยวิธี AMA จากธนาคารพาณิชย์แม่ เพื่อกำหนดเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฏหมายของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกหรือสาขาดังกล่าว          คุณสมบัติของผู้ยื่นขออนุญาตใช้วิธี AMA    1) ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะใช้วิธี AMA ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ ต้องมีการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ด้านเครดิต และด้านตลาด ในระดับปานกลางหรือดีกว่าตามเกณฑ์การจัดระดับความเสี่ยงรวม (Aggregate rating) จากผลการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทยครั้งล่าสุด    2) ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะใช้วิธี AMA ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับวิธี AMA ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ตามที่กำหนด โดยสามารถสรุปได้ ดังนี้    2.1) เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำเชิงคุณภาพ    1) กรอบการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational risk mangement framework) ต้องมีหลักการที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือ นำมาบังคับใช้ได้อย่างเที่ยงตรง สอดคล้องกับความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ และสามารถตรวจสอบได้    2) มีคณะกรรมการที่ทำหน้าที่อนุมัติกรอบการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและควบคุมดูแลให้ธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ    3) ธนาคารพาณิชย์ต้องแสดงให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ากระบวนการการกำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงมีความสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง    4) วิธี AMA จะต้องมีบทบาทสำคัญในการกระบวนการบริหารความเสี่ยงและกระบวนการตัดสินใจของธนาคารพาณิชย์    5) เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำเชิงคุณภาพอื่นๆ เช่น หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ งานบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ความเพียงพอของทรัพยากรสำหรับการใช้วิธี AMA  เป็นต้น ตามที่กำหนดในเอกสารแนบ 1 ของประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 5/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดย Advance Measurement Approaches (วิธี AMA) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555      2.2) เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำเชิงปริมาณ    1) ระบบการวัดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการของธนาคารพาณิชย์ ต้องมีหลักการที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือ ครอบคลุมครบถ้วน มีความโปร่งใสและได้รับการสอบทานและทดสอบความน่าเชื่อถืออย่างเป็นอิสระ    2) ระบบการวัดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการของธนาคารพาณิชย์ต้องครอบคลุมแหล่งที่มาของความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่มีนัยสำคัญทั้งหมดของธนาคารพาณิชย์ ทั้งที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยและที่มีความเสียหายรุนแรง    3) ธนาคารพาณิชย์ต้องสามารถวัดระดับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการให้เหมาะสมกับลักษณะและความซับซ้อนในการประกอบธุรกิจ โดยยึดหลักความระมัดระวังในการเลือกวิธีการ และ/หรือแบบจำลองและการตั้งสมมุติฐาน    4) แหล่งที่มาของข้อมูลและวิธีการที่ใช้ในการคำนวณเงินกองทุนภายใน (Economic Capital) สำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการของธนาคารพาณิชย์จะต้องสอดคล้องกับระบบการวัดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่ใช้ในการคำนวนเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด หากเกิดความแตกต่างจะต้องสามารถชี้แจงเหตุผลต่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้    5) เพื่อกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการในการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการภายในองค์กร ธนาคารพาณิชย์ควรมีวิธีการในการจัดสรรเงินกองทุนภายใน (Economic capital) สำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการให้แก่สายงานหลัก    6) เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำเชิงปริมาณอื่นๆ ตามที่กำหนดในเอกสารแนบ 2 ของประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 5/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดย Advance Measurement Approaches (วิธี AMA) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555      1.8 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดย Advance Measurement Approached (วิธี AMA) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2555/ThaiPDF/25550082.pdf    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้","2024-01-08T11:29:40"],
    [2819,"94e56e2b-cc22-4fd1-b6ce-2f835e107bff","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010901 การขออนุญาตคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดย Standardised Approach (วิธี SA)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-2625-4345-a6e7-8884c8da6986",90,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของกลุ่มธุรกิจทางการเงินมี 2 วิธี ดังนี้              1.1.1 หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต โดย Standardised Approach (วิธี SA)              1.1.2 หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต โดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB)        1.2 กรณีกลุ่มธุรกิจทางการเงินเลือกใช้วิธี SA ในการคำนวณสินเทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต ให้บริษัทแม่ยื่นขออนุญาตและจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้              1.2.1 หนังสือขออนุญาตการดำรงเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามเอกสารแนบ 4 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน              1.2.2 แบบประเมินความพร้อมของกลุ่มธุรกิจทางการเงินในการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดสำหรับการปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ในการคำนวณเงินกองทุน (Self-Assessment of Compliance &ndash; SAC-CRM)        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T10:37:07"],
    [2820,"94e56e2b-d309-4152-bf00-a57acfaa6032","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011103 การขออนุญาตเรื่องทั่วไปหลังจากได้รับอนุญาตให้ใช้วิธี Advance Measurement Approaches (AMA)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-2e91-4634-b7df-202ec750eb48",90,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้วิธี AMA ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการจะไม่สามารถกลับไปใช้วิธีที่ซับซ้อนน้อยกว่าได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยจะต้องมีเหตุผลอันสมมควรเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น        1.2 กรณีที่ธนาคารพาณิชย์มีคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับวิธี AMA ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดได้หลังจากที่เคยได้รับอนุญาตแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ใช้วิธีที่ซับซ้อนน้อยกว่าสำหรับบางหน่วยงานหรือบางสายธุรกิจ หรือสำหรับทุกหน่วยงานหรือทุกสายธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าธนาคารพาณิชย์ได้ปรับปรุงจนมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์  และสามารถปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับวิธี AMA ได้ หรือธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการในลักษณะอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร        1.3 หากมีเหตุการณ์ที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี AMA ของธนาคารพาณิชย์ เช่น    การควบหรือรวมกิจการ หรือรับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากบริษัทอื่น (Merger and acquisition) เป็นต้น ให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบโดยเร็ว และหากธนาคารพาณิชย์ยังประสงค์จะใช้วิธี AMA ต่อไป    ให้ธนาคารพาณิชย์ขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาอนุญาตเป็นรายกรณี โดยอาจกำหนดวิธีการที่จะให้ธนาคารพาณิชย์นั้นใช้เพื่อการดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำตามกฎหมายในช่วงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และ/หรือ กำหนดเงื่อนไขและ/หรือ กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่จะให้ธนาคารพาณิชย์แห่งนั้น ถือปฏิบัติเพื่อให้สามารถใช้วิธี AMA ได้        1.4 การนำค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (EL Offset) มาปรับลดเงินฐานเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่มีแนวปฏิบัติในการตั้งค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับค่า    EL Offset ในการดำเนินธุรกิจแล้ว สามารถนำ EL มาปรับลดฐานเงินกองทุนได้ไม่เกินกว่าค่า EL หากได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้ธนาคารพาณิชย์ยื่นขออนุญาตใช้ EL Offset พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ 3(1) และ (2) ของเอกสารแนบ 2 ในประกาศประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดย Advance Measurement Approached (วิธี AMA) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555        1.5 ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์มีการปรับลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Risk mitigation) โดยการทำประกันภัย ธนาคารพาณิชย์อาจปรับลดฐานเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี AMA ลงได้ไม่เกิน ร้อยละ 20 ของฐานเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี AMA หลังหัก EL offset หากได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย และการปรับลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยการทำประกันภัยนั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในข้อ 4 ของเอกสารแนบ 2 ในประกาศประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดย Advance Measurement Approached (วิธี AMA) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 ฉบับนี้        1.6 ในการคำนวณฐานเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี AMA ให้ธนาคารพาณิชย์ นำค่าประมาณการความเสียหายด้านปฏิบัติการของแต่ละกลุ่มความเสี่ยงมารวมกัน อย่างไรก็ดีธนาคารพาณิชย์อาจนำค่าความสัมพันธ์ (Dependence) ระหว่างความเสียหายด้านปฏิบัติการของแต่ละกลุ่มความเสี่ยงที่คำนวณได้จากวิธีการและ/หรือแบบจำลองภายใน (Internal model) ของธนาคารพาณิชย์ (เช่น ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation)) มาใช้ประกอบการคำนวณฐานเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยวิธี AMA ได้ หากได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยธนาคารพาณิชย์ต้องแสดงให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่า             1.6.1 ระบบ วิธีการ และสมมติฐานที่ใช้ในการประมาณการค่าความสัมพันธ์ดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ สามารถรองรับความเสียหายที่รุนแรง (Extreme loss) และมีความสัมพันธ์กันมากยิ่งขึ้นในช่วงภาวะวิกฤติได้ โดยต้องมีหลักฐานสนับสนุน เช่น การวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลภายในและภายนอกและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละสายธุรกิจ เป็นต้น มีการนำไปใช้อย่างเหมาะสม และมีความรัดกุม             1.6.2 ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการทดสอบความน่าเชื่อถือของการประมาณการค่าความสัมพันธ์ข้างต้น โดยใช้เทคนิคทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ        1.7 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 5/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดย Advance Measurement Approached (วิธี AMA) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555                https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2555/ThaiPDF/25550082.pdf  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2024-01-08T15:22:14"],
    [2821,"94e56e2b-d895-4862-b51c-fe90849dfac9","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011101 การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงใช้วิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-35c1-4b0b-aeb5-5611553d0257",60,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 95/2551 เรื่อง เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 กำหนดแนวทางการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ได้ใช้ประเมินระดับเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการไว้ 2 ทางเลือก คือ 1) Basic Indicatior Approach (วิธี BIA) และ 2) Standardised Approach (วิธี SA-OR) โดยได้กำหนดให้มีทางเลือกภายใต้วิธี SA-OR คือ วิธี Alternative Standardised Approach (วิธี ASA)        ทั้งนี้ หากธนาคารพาณิชย์จะต้องเลือกใช้วิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการที่สอดคล้องกับลักษณะความซับซ้อนของการดำเนินธุรกิจ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคาดหวังให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีการทำธุรกิจเต็มรูปแบบ เลือกใช้วิธี SA-OR เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ในขณะที่ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยซึ่งมีขอบเขตการทำธุรกิจที่จำกัดกว่า ธนาคารพาณิชย์ อาจเลือกใช้วิธี BIA โดยหากธนาคารพาณิชย์ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุนลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 กำหนดให้บริษัทเงินทุนคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทเงินทุนใช้วิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการได้ 2 วิธี ได้แก่ Basic Indicator Approach (วิธี BIA) และ Standardised Approach (วิธี SA-OR) ดังนี้            1.2.1 Basic Indicator Approach (วิธี BIA) วิธี BIA เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยใช้รายได้จากการดำเนินงานรวมของบริษัทเงินทุน (Gross income) ซึ่งรวมทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิ เป็น Proxy ในการคำนวณ            1.2.2 Standardised Approach (วิธี SA-OR) วิธี SA-OR กำหนดให้บริษัทเงินทุนคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการจาก Proxy เช่นเดียวกับวิธี BIA แต่จะสะท้อนความเสี่ยงได้ดีกว่าเนื่องจากบริษัทเงินทุนจะต้องประเมินระดับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการด้วย Proxy แยกตามสายธุรกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด               ทั้งนี้ บริษัทเงินทุนสามารถเลือกใช้ Alternative Standardised Approach (วิธี ASA) ซึ่งเป็นทางเลือกภายใต้วิธี SA-OR ได้ โดยบริษัทเงินทุนสามารถเลือกใช้ยอดคงค้างเป็น Proxy ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของสายธุรกิจ Commercial banking และ Retail Banking แทนการใช้รายได้จากการดำเนินงาน เนื่องจากยอดคงค้างอาจเป็น Proxy ที่ดีกว่ารายได้จากการดำเนินงานในสายธุรกิจดังกล่าว        1.3 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินคานวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการของกลุ่ม Solo Consolidation และกลุ่ม Full Consolidation ตามวิธีที่ธนาคารพาณิชย์ในระดับ Solo basis เลือกใช้ โดยให้นำหลักเกณฑ์การคานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การดารงเงินกองทุนขั้นต่ำสาหรับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ มาใช้บังคับโดยอนุโลม        1.4 การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการ   จากวิธีที่ซับซ้อนน้อยกว่าเป็นวิธีที่ซับซ้อนมากกว่า  ได้แก่            1.4.1 การเปลี่ยนแปลงจาก วิธี BIA เป็นวิธี ASA หรือ            1.4.2 การเปลี่ยนแปลงจากวิธี BIA เป็นวิธี SA-OR หรือ            1.4.3 การเปลี่ยนแปลงจากวิธี ASA เป็นวิธี SA-OR    1.5 ให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินยื่นขออนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนที่จะเริ่มใช้วิธีการคำนวณวิธีใหม่ พร้อมเอกสารดังนี้              1.5.1 เอกสารแสดงการจัดแบ่งรายได้จากการดำเนินงาน และ/หรือยอดคงค้าง ตามประเภทสายธุรกิจ โดยวิธี SA-OR หรือ ASA              1.5.2 แบบประเมินความพร้อมในการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยมีขอบเขตการกรอกข้อมูลในแบบประเมิน ดังนี้                     (1) วิธี BIA เป็นวิธี ASA หรือ วิธี BIA เป็นวิธี SA-OR  : ให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนทุกข้อ                     (2) วิธี ASA เป็นวิธี SA-OR : ให้กรอกข้อมูลเฉพาะข้อ 4              1.5.3 เอกสารสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)        1.6 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องปฏิบัติตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดไว้ ดังนี้            1.6.1 คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของ ต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการติดตามดูแลการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ            1.6.2 ต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่ดีมีการนำระบบดังกล่าวไปใช้ในทางปฏิบัติ รวมทั้งมีการกำหนดความรับผิดชอบของหน่วยงานอย่างชัดเจนให้แก่หน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ซึ่งควรมีหน้าที่สำคัญ ดังนี้                    (1) พัฒนากลยุทธ์ที่จะใช้ในการบ่งชี้ ประเมิน ติดตาม ควบคุมและลดความเสี่ยง                    (2) กำหนดนโยบาย กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและควบคุมความเสี่ยง                    (3) กำหนดวิธีการประเมินความเสี่ยงและนำไปปฏิบัติ                    (4) กำหนดรูปแบบการรายงานความเสี่ยงและนำรายงานดังกล่าวไปใช้            1.6.3 ต้องมีทรัพยากรเพียงพอในการใช้วิธี SA-OR หรือวิธี ASA ในแต่ละสายธุรกิจและในสายงานควบคุมและตรวจสอบกิจการภายใน            1.6.4 ต้องมีนโยบายและหลักเกณฑ์ในการเชื่อมโยงรายได้จากการดำเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษรรวมทั้งมีการทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ            1.6.5 ต้องมีระบบจัดเก็บข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ ซึ่งต้องเป็นส่วนหนึ่งในระบบประเมินความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่ใช้จริง และระบบดังกล่าวต้องสามารถรวมเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้เป็นอย่างดี            1.6.6 ต้องมีการจัดทำรายงานความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นประจำ พร้อมรายงานแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินให้ผู้บริหารระดับสูงทราบ            1.6.7 ต้องจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการอย่างครบถ้วน และมีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้            1.6.8 ต้องมีการสอบทานกระบวนการบริหารความเสี่ยงและระบบประเมินความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่เป็นอิสระเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ            1.6.9 ระบบการบริหารความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องมีการสอบทานโดยผู้ตรวจสอบภายนอกเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร        1.7 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29, 30 และ 32  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 95/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551       https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510555.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุนลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2024-01-08T11:34:08"],
    [2822,"94e56e2b-dda3-426b-bc8e-dac657de2784","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010902 การขออนุญาตใช้วิธีปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยหลักประกันทางการเงินโดยวิธี Comprehensive และใช้ค่าปรับลดที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินประมาณค่าเอง (Own estimates for haircut)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-3c83-4c64-98f3-cb29dc448e4a",90,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่จะประมาณค่าปรับลดเอง (Own estimates for haircut) ภายใต้วิธี Comprehensive ต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดก่อนการใช้จริง        1.2 ให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินยื่นขออนุญาตใช้วิธีปรับลดความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยหลักประกันทางการเงินโดยวิธี Comprehensive และใช้ค่าปรับลดที่ธนาคารพาณิชย์ประมาณค่าเอง (Own estimates for haircut) พร้อมแจ้งวันที่คาดว่าจะดำเนินการ โดยต้องขออนุญาตอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนการใช้ค่าปรับลดที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2562  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620146.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 3/2563  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2563            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630081.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf         (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของ  ทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-11T14:28:32"],
    [2823,"94e56e2b-d553-4701-8139-9e2a6e6431f9","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010813 การขออนุญาตลดทุนของสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-3197-484e-8a43-e2b140633303",45,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 80 (1) กำหนดห้ามมิให้สถาบันการเงินลดทุนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย    1.1 สถาบันการเงินใดที่ประสงค์จะลดทุนจดทะเบียนที่ยังมิได้ชำระ หรือลดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว สถาบันการเงินต้องมีการนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการของสถาบันการเงิน และที่ประชุมผู้ถือหุ้นของสถาบันการเงินเพื่ออนุมัติการลดทุนจดทะเบียนก่อน     1.2 ให้สถาบันการเงินยื่นขออนุญาตล่วงหน้าก่อนดำเนินการ พร้อมเหตุผลความจำเป็นและเอกสารที่กำหนด ทั้งนี้ ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ในการลดทุนไว้ด้วยก็ได้    1.3 หากกระบวนการลดทุน มีผลเกี่ยวเนื่องให้ต้องมีการยื่นขออนุญาต/ขอผ่อนผันในเรื่องอื่น ๆ ให้ผู้ยื่นคำขอปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนในเรื่องนั้น ๆ ด้วย    1.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 80 (1)    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T12:19:08"],
    [2824,"94e56e2b-e2a8-4f6c-955c-016105788b9b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010903 การขออนุญาตกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 100 สำหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชนทุกราย โดยไม่คำนึงถึง Rating จาก External Credit Assessment Institutions (ECAIs)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-43a6-4e04-8772-a83fe703cdbd",30,0,2,"1.เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประสงค์จะใช้วิธีกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 100 สำหรับลูกหนี้เอกชนทุกราย ในการคำนวณเงินกองทุนขั้นต่ำเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตให้ยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการอย่างน้อย 3 เดือน        1.2 แนวทางในการพิจารณาอนุญาต              1.2.1 การเลือกใช้น้ำหนักความเสี่ยงสำหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชนทุกราย ต้องไม่เป็นการหลีกเลี่ยงการดำรงเงินกองทุนที่เพิ่มขึ้น (Intention of Arbitrage)              1.2.2 เหตุผลและความจำเป็นที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินเลือกใช้น้ำหนักความเสี่ยงร้อยละ 100 สำหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชนทุกราย        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2562  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620146.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 3/2563  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2563            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630081.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-11T15:06:57"],
    [2825,"94e56e2b-e569-41b4-98f1-4d35a64878e8","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010905 การขออนุญาตคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-4745-4128-bbbd-874cc1a1d84d",90,0,19,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ที่จะใช้วิธี IRB ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยธนาคารพาณิชย์ต้องใช้วิธี IRB ให้ครอบคลุมสินทรัพย์ทุกประเภทและหน่วยธุรกิจ ทุกหน่วยที่มีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ขนาดและลักษณะความเสี่ยงของสินทรัพย์ (Size and risk profile) โดยพิจารณาจากสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่คำนวณโดยวิธี IRB ต่อสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตทั้งหมด เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมีดังนี้              1) การออกแบบและพัฒนาระบบ Internal rating              2) วิธีปฏิบัติสำหรับระบบการให้ Internal rating              3) ธรรมาภิบาลและการควบคุม              4) การใช้ระบบ Internal rating              5) การกำหนดค่าความเสี่ยง              6) การทดสอบความถูกต้องของค่าประมาณการ              7) มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการใช้ค่า LGD และค่า EAD ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด              8) เกณฑ์ปฏิบัติสำหรับการให้เช่าแบบลีสซิ่ง              9) การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน            10) การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ       1.2 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ที่จะใช้วิธี IRB ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตต้องทดลองคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตและเงินกองทุนตามวิธีใหม่ขนานกับวิธีเดิม (Paralled calculation) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมั่นใจว่าสามารถใช้วิธี IRB ได้จริง            1.3 เมื่อเริ่มใช้วิธี IRB ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตเพื่อคำนวณเงินกองทุนขั้นต่ำตามกฎหมาย ต้องคำนวณเงินกองทุนไม่ต่ำกว่าระดับที่กำหนดในระยะแรกของการใช้วิธี IRB (Capital floor) เพื่อป้องกันไม่ให้เงินกองทุนขั้นต่ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต       1.4 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ที่จะใช้วิธี IRB ในการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต จะต้องคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการด้วย Standardised Approach (วิธี SA-OR) เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ       1.5 การยื่นขออนุญาตใช้วิธี IRB ต้องนำส่งหนังสือ (Application) พร้อมเอกสารประกอบการขออนุญาตใช้วิธี IRB ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด อย่างน้อย 6 เดือนก่อนเริ่มทดลองคำนวณเงินกองทุน (Parallel calculation)       1.6 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29 มาตรา 30 และมาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 10/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620137.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและ  การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562              https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ  พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-11T18:25:17"],
    [2826,"94e56e2b-e83c-43ad-b322-50aadb759ee2","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010906 การขออนุญาตกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน มีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) ภายหลังได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ใช้วิธี IRB แล้ว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-4aec-494a-afac-0e078fff0572",90,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 ให้ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ยื่นขออนุญาตรายกรณีหากมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต โดยวิธี IRB หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ใช้วิธี IRB แล้ว เช่น            1.1.1 การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงระบบ Internal rating หรือแบบจำลองที่ใช้ในการประมาณค่าองค์ประกอบความเสี่ยง            1.1.2 การคำนวณค่า Haircut ของหลักประกันโดยวิธี Comprehensive            1.1.3 การขออนุญาตใช้แบบจำลองสำหรับ Portfolio อื่น ๆ เพิ่มเติม            1.1.4 การขอใช้วิธีการปรับลดความเสี่ยงที่คำนึงถึง Double default effects        1.2 หากมีเหตุการณ์ที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRB ของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เช่น การควบหรือรวมกิจการ หรือรับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากบริษัทอื่น (Merger and acquisition) เป็นต้น ให้แจ้งให้ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงินทราบโดยเร็ว และหากยังต้องการใช้วิธี IRB ต่อไป ให้ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาอนุญาตเป็นรายกรณี โดยในการอนุญาตดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ เช่น กำหนดวิธีที่จะให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินดังกล่าวดำรงเงินกองทุนในช่วงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หรือกำหนดเงื่อนไข มาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้สามารถใช้วิธี IRB ได้ เป็นต้น    1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29 มาตรา 30 และมาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 10/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620137.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf     (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf     (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-11T19:27:15"],
    [2827,"94e56e2b-eaed-4239-81f0-89021297b899","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010907 การขออนุญาตดำรงสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่คำนวณโดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) ต่ำกว่าร้อยละ 85 ของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตทั้งหมด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-4e5b-462d-9c68-482a9eab6388",90,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องใช้วิธี IRB ให้ครอบคลุมสินทรัพย์ทุกประเภทและหน่วยธุรกิจ ทุกหน่วยที่มีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ขนาดและลักษณะความเสี่ยงของสินทรัพย์ (Size and risk profile) โดยต้องมีสัดส่วนการใช้วิธี IRB อย่างน้อยร้อยละ 85 ของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตทั้งหมดของธนาคารพาณิชย์ โดยพิจารณาจากสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่คำนวณโดยวิธี IRB ต่อสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตทั้งหมด       1.2 การยื่นขออนุญาตให้นำหนังสือขออนุญาต พร้อมเอกสารประกอบตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินมีสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่คำนวณโดยวิธี IRB ต่ำกว่าร้อยละ 85 ของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตทั้งหมดเป็นการชั่วคราวเป็นรายกรณีได้ หากธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ามีความจำเป็นและเหตุผลที่เหมาะสม        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 10/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620137.pdf     (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-11T19:49:00"],
    [2828,"94e56e2b-ee04-4baa-b589-fa8ca2984027","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010908 การขออนุญาตใช้วิธีการคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ที่แตกต่างจากวิธีของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุน ในระดับ Solo basis","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-51f8-4c37-a8be-7050e6bb4ccb",90,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินมี 2 วิธี ดังนี้              1.1.1 หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต โดย Standardised Approach (วิธี SA)              1.1.2 หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต โดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB)        1.2 ให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของกลุ่ม Solo Consolidation และกลุ่ม Full Consolidation โดยใช้วิธี SA หรือวิธี IRB ตามที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุน ในระดับ Solo basis เลือกใช้        1.3 กรณีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุน ในระดับ Solo basis ใช้วิธี IRB ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตแล้วนั้น แต่กลุ่มธุรกิจทางการเงินยังใช้วิธี SA กลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องดำเนินการพัฒนาไปใช้วิธี IRB ให้ได้ภายในระยะเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ในระดับ Solo basis ใช้วิธี IRB เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น        1.4 กรณีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนมีความประสงค์จะใช้วิธี IRB แต่กลุ่มธุรกิจทางการเงินยังไม่มีความพร้อมในการใช้วิธี IRB ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาอนุญาตให้ใช้วิธีที่ต่างกันได้ เฉพาะกรณีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาตให้เริ่มใช้วิธี IRB ภายในเดือนธันวาคม 2557 เท่านั้น เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น โดยบริษัทแม่จะต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่กลุ่มธุรกิจทางการเงินไม่สามารถใช้วิธี IRB ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาไม่อนุญาต หากเห็นว่ากลุ่มธุรกิจทางการเงินมีความพร้อมที่จะใช้วิธี IRB และในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาต กลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องดำเนินการตามข้อ 1.3 ด้วย        1.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 และมาตรา 71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2562  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620146.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 3/2563  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2563          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630081.pdf       (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 10/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620137.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (7) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว     2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-11T19:59:57"],
    [2829,"94e56e2b-f09f-475f-8ebf-8af4d478d68b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010801 การขอความเห็นชอบในหลักการการออกตราสารทางการเงิน เพื่อนับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ หรือของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-55bc-4fc4-9967-9358c05066ce",45,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือบริษัทเงินทุนซึ่งประสงค์จะออกจำหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้เพื่อขอนับเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 หรือ เงินกองทุนชั้นที่ 2 แล้วแต่กรณี ให้ยื่นขอความเห็นชอบในหลักการจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนออกจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าตราสารที่จะออกมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดย        1.1 ตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตาม เอกสารแนบ 4 ของ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2563 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 (รายละเอียดตามตารางสรุป Term Sheet ตามหัวข้อตัวอย่างแบบฟอร์ม ตัวอย่าง และคู่มือการกรอก ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)        1.2 ตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตาม เอกสารแนบ 5 ของ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2563 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 (รายละเอียดตามตารางสรุป Term Sheet ตามหัวข้อตัวอย่างแบบฟอร์ม ตัวอย่าง และคู่มือการกรอก ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้)          1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป          หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือบริษัทเงินทุนได้รับความเห็นชอบในหลักการออกตราสารทางการเงินเพื่อนับเป็นเงินกองทุน และได้รับชำระเงินจากการออกจำหน่ายครบถ้วนแล้ว ให้ยื่นขออนุมัติเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายตราสารดังกล่าวเข้าเป็นเงินกองทุน ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุมัตินับตราสารทางการเงินเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือของบริษัทเงินทุน และหากประสงค์จะไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารหนี้ดังกล่าวตามสิทธิที่ได้มีการกำหนดไว้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอความเห็นชอบไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือของบริษัทเงินทุน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 (6) และ มาตรา 29  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่  จดทะเบียนในประเทศ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620136.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2563 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630304.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-24T14:47:19"],
    [2830,"94e56e2b-f36c-4957-afef-f4566e73aa84","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010802 การขออนุมัตินับเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายตราสารทางการเงินเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ หรือของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-591e-4eee-b7d7-891180282d26",45,0,5,"1.เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือบริษัทเงินทุนที่จะขออนุมัตินับตราสารทางการเงินเข้าเป็นเงินกองทุนจะต้อง    1.1 ได้รับความเห็นชอบในหลักการการออกจำหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้เพื่อนับเข้าเป็นเงินกองทุน ตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอความเห็นชอบในหลักการออกตราสารทางการเงินเพื่อนับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือของบริษัทเงินทุน แล้ว      1.2 ออกจำหน่ายและได้รับชำระเงินครบถ้วนแล้ว      1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 (6) และ มาตรา 29  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่  จดทะเบียนในประเทศ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620136.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2563 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630304.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    2.วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T12:12:03"],
    [2831,"94e56e2b-f671-4da0-910a-d82f9875be9f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010803 การขอความเห็นชอบไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ หรือของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-5cf3-413b-9d82-48a77c28029f",30,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ              1.1 ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน (สถาบันการเงิน) ซึ่งได้รับอนุมัติให้นับเงินที่ได้รับจากการออกจำหน่ายตราสารทางการเงินเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 หรือชั้นที่ 2 แล้วแต่กรณี หากประสงค์จะไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารดังกล่าวตามสิทธิที่ได้มีการกำหนดไว้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ โดย                      1.1.1 การไถ่ถอนตราสารก่อนกำหนด สถาบันการเงินจะดำเนินการได้หลังจาก 5 ปีนับจากวันที่ได้ออกตราสารนั้น หรืออาจไถ่ถอนได้ก่อน 5 ปีนับจากวันที่ออกตราสารในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายภาษีอันส่งผลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของธนาคารเปลี่ยนแปลง หรือมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนอันส่งผลให้ตราสารที่มีอยู่เดิมมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ใหม่                       ทั้งนี้ สถาบันการเงินต้องเสนอแผนการไถ่ถอนและแผนการทดแทนตราสารต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการดำเนินการไถ่ถอนไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยแผนการไถ่ถอนและแผนการทดแทนที่สถาบันการเงินเสนอจะต้องมีการออกตราสารทางการเงินที่มีคุณภาพที่เท่ากันหรือดีกว่าเพื่อทดแทนตราสารเดิมที่จะไถ่ถอนในทันทีหรือก่อนการถอน และการออกตราสารทดแทนนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการดำรงความสามารถในการดำเนินงานของสถาบันการเงินนั้น หรือสถาบันการเงินสามารถพิสูจน์ได้ว่าการไถ่ถอนนั้นจะไม่ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดต่ำลงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด[1] โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อฐานะเงินกองทุนของสถาบันการเงินใน ระยะเวลา 3 ปี ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีการเพิ่มทุน    [1] กรณี ธพ.  :  กำหนดให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเป็นร้อยละ 11.5% เนื่องจาก ธพ. ต้องดำรง Conservation buffer เพิ่มเติมจากอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำ (ร้อยละ 9) อีกร้อยละ 2.5 ทั้งนี้ สำหรับ ธพ. ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ (D-SIBs) ต้องดำรง Countercyclical buffer อีกร้อยละ 1 เพิ่มเติม        กรณี บง.  :   ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2560 เป็นต้นไป กำหนดให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 8.5 และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 อัตราส่วนดังกล่าวเปลี่ยนเปลงเป็นร้อยละ 8.5 บวกด้วยร้อยละ 0.625 ต่อปี และทยอยเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละร้อยละ 0.625 จนครบร้อยละ 11 ในปี 2564 เนื่องจาก บง. ต้องดำรง Conservation buffer เพิ่มเติมจากอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำอีกร้อยละ 2.5 โดยให้ทยอยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.625 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป จนครบร้อยละ 2.5 ในปี 2564                   1.1.2 การซื้อคืนตราสาร สถาบันการเงินจะต้องเสนอแผนซื้อคืนและแผนการออกตราสารทดแทน และปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีเกี่ยวกับการซื้อคืนตราสารทางการเงินอย่างเคร่งครัดด้วย        1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 29 และมาตรา 30    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620136.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2563 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630304.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T13:25:48"],
    [2832,"94e56e2b-f960-48ec-a9ed-7afcdd701f1f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010805 การขออนุมัตินับมูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด เข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ ของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ หรือของบริษัทเงินทุน หรือของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-609c-4a06-9756-e41e855d3093",60,0,12,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน สามารถนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด เข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1     ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) ได้ โดยต้องยื่นคำขอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย     1.2 เมื่อได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน สามารถนับมูลค่าส่วนเพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในรายการอื่นของส่วนของเจ้าของ เป็นส่วนหนึ่งของเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็น  ส่วนของเจ้าของได้ในอัตราร้อยละ 100 ของมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากราคาทุนทั้งสิ้น แต่ไม่เกินจำนวนที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยต้องเป็นมูลค่าสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้ที่เกี่ยวข้องกับรายการดังกล่าวแล้ว ณ วันสิ้นเดือนนั้น     1.3 การตีราคาและการบันทึกบัญชี ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง โดยการนับมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ การประเมินราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด ธนาคารพาณิชย์ต้องใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในแนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วยแนวนโยบายการประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชำระหนี้ของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2552 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม     1.4 ในการยื่นคำขอ ต้องเป็นการยื่นคำขอสำหรับที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด ทุกรายการที่เข้าข่ายในคราวเดียวกัน โดยให้ปฏิบัติโดยยึดหลักความสม่ำเสมอ แต่จะยื่นคำขอมากกว่า 1 ครั้งในระยะ 3 ปี ไม่ได้       1.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 29    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 (เอกสารแนบ 2 หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุดเพื่อขออนุมัตินับมูลค่าส่วนที่เพิ่มเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของของธนาคารพาณิชย์)        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620136.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2563 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630304.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T14:24:44"],
    [2833,"94e56e2b-fc1e-47e5-89bd-5952fec97003","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010807 การขออนุญาตไม่หักเงินลงทุนในตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินอื่น หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินของตนเองหรือกลุ่มอื่น ออกจากเงินกองทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-643b-4d2c-978b-50af307cddf4",60,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เอกสารแนบ 1 กำหนดกรณีบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ซึ่งเงินลงทุนในบริษัทนั้นไม่ได้ถูกหักออกจากเงินกองทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ถือตราสารทุนที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Common equity tier 1 : CET1) และ/หรือ ถือตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นตราสารทางการเงิน (Additional tier 1 : AT1) และ/หรือ ถือตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 (T2) ของสถาบันการเงินอื่นหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินของตนเองหรือกลุ่มอื่น   ให้หักเงินลงทุนตามตราสารนั้นออกจาก CET1 และ/หรือ AT1 และ/หรือ T2 ของแต่ละประเภทตราสาร  ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามมูลค่าราคาตามบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี และมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ยกเว้นกรณีการถือครองตราสารดังกล่าวที่เป็นธุรกรรมปกติของบริษัทตามที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อใช้ในการป้องกันความเสี่ยงหรือเป็นการซื้อขายตราสารระยะสั้นในตลาดที่มี  สภาพคล่องสูง หรือเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสาหรับจ่ายชำระคืนแก่ผู้ถือกรมธรรม์ตามที่ระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิต  ทั้งนี้ ต้องไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ Double gearing โดยปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาอนุญาตเฉพาะกรณีของ        1) บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ถือตราสารดังกล่าวเพื่อใช้ในการป้องกันความเสี่ยงหรือที่จัดอยู่ในบัญชีเพื่อการค้า        2) บริษัทประกันชีวิตที่ถือตราสารทุนดังกล่าวเพื่อ ให้ได้ผลตอบแทนสาหรับจ่ายชาระคืนแก่ผู้ถือกรมธรรม์ตามที่ระบุไว้ในสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตเฉพาะส่วนที่ลงทุนในตราสารที่นับเป็น CET1 ของสถาบันการเงินอื่นหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินอื่นตามสัดส่วนของรายการหนี้สินจากสัญญาประกันภัยและหนี้สินจากสัญญาลงทุนต่อผลรวมของหนี้สินและส่วนของเจ้าของที่ได้จากงบการเงินของบริษัทประกันชีวิต        สำหรับกรณีอื่นให้บริษัทแม่ทำหนังสือขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 31 มาตรา 57 มาตรา 59  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-12-01T16:19:33"],
    [2834,"94e56e2b-fee4-448a-903f-d2908b45f406","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010808 การขอจดแจ้งสินทรัพย์ตามมาตรา 32 กรณีเป็นการเพิ่มเงินกองทุนของ สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-6820-4116-91b3-42c18ddba20e",15,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32 กำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุน     1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562            1.2.1 ข้อ 5.3 และเอกสารแนบ 1 กำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องมีเงินทุนนำเข้าเพื่อมาดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 125 ล้านบาท หรือตามที่กำหนดในใบอนุญาตการเปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า โดยพิจารณาเงินกองทุนจากจำนวนที่ต่ำกว่าระหว่างมูลค่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่ดำรงไว้กับเงินทุนนำเข้าสุทธิจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นในต่างประเทศ และนำรายการปรับและรายการหักจากเงินกองทุนมาพิจารณาด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด          1.2.2 การเพิ่มเงินกองทุน สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องยื่นหนังสือแจ้งการเพิ่มเงินกองทุนมายังธนาคารแห่งประเทศไทย และแจ้งการนำสินทรัพย์มาจดดำรงสินทรัพย์เป็นเงินกองทุนตามมาตรา 32 เพิ่มขึ้น พร้อมแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ตามมาตรา 32 และเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามเอกสารแนบ 4  ของประกาศ โดยสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องนำเงินทุนเข้ามาเพื่อใช้ในการจัดหาสินทรัพย์มาจดแจ้งการดำรงสินทรัพย์เป็นเงินกองทุนตามมาตรา 32 เพิ่มขึ้นในรูปแบบ ดังนี้               (1) เงินทุนหรือเงินกู้ยืมที่ไม่สามารถเรียกคืนก่อน 5 ปี หรือ               (2) เงินสำรองต่าง ๆ ซึ่งไม่รวมเงินสำรองการลดค่าของสินทรัพย์และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้ หรือ               (3) เงินกำไรแต่ละรอบบัญชีของสาขาหลังหักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกรอบปีบัญชีแล้ว             1.2.3 ข้อ 5.4 และเอกสารแนบ 4  การจดแจ้งเปลี่ยนแปลงประเภทสินทรัพย์ตามมาตรา 32 ทั้งกรณีการถอนหลักทรัพย์และจดเพิ่มหลักทรัพย์หรือถอนหลักทรัพย์ออกอย่างเดียว ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ตามแบบรายงานที่กำหนดยื่นต่อ ธปท. โดยมีข้อกำหนดดังนี้                          (1) สินทรัพย์ที่ดำรงจะต้องปราศจากภาระผูกพัน                     (2) สินทรัพย์ที่ดำรงต้องเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากสินทรัพย์สภาพคล่องซึ่งต้องดำรงไว้ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551                     (3) สินทรัพย์ที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนได้นั้น สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องถือครองสินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 3 เดือนนับจากวันที่จดแจ้งสินทรัพย์เป็นเงินกองทุน ยกเว้นกรณีเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย              1.2.4 ข้อ 5.4 กรณีนำหลักทรัพย์ที่ไม่มีนายทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ออกในต่างประเทศมาจดดำรงเป็นสินทรัพย์ตามมาตรา 32 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สามารถแจ้งการดำรงหลักทรัพย์ดังกล่าวกับนายทะเบียนได้ สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องดำเนินการ ดังนี้                    (1) ฝากสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้กับผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศ                  (2) สัญญาว่าจ้างผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ต้องมีข้อกำหนดให้แจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทราบก่อนการจำหน่ายจ่ายโอนและการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าว โดยให้ส่งสำเนาสัญญาดังกล่าวมายังฝ่ายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย                     (3) ผู้ดูแลหลักทรัพย์จะต้องส่งใบยืนยันการมีอยู่ของสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์มายังธนาคารแห่งประเทศไทยทุกปีภายใน 15 วัน นับจากวันสิ้นปี              หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้ทักท้วงภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยรับทราบและได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ดังกล่าวให้แล้ว    1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620138.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-13T16:03:27"],
    [2835,"94e56e2c-01d7-46c5-a6dc-25331fc9d0b2","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010809 การนับอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พักหรือเพื่อสวัสดิการสำหรับพนักงานและลูกจ้างเป็นสินทรัพย์ตามมาตรา 32 ของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-6bd8-4b77-a390-a84c803292fa",15,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุน       1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562            - ข้อ 5.3.1 และเอกสารแนบ 1 กำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องมีเงินทุนนำเข้าเพื่อมาดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 125 ล้านบาท หรือตามที่กำหนดในใบอนุญาตการเปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า              สินทรัพย์ที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนำมาจดดำรง กรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อสวัสดิการสำหรับพนักงานและลูกจ้าง โดยหักค่าเสื่อมราคาหรือตัดจำหน่ายตามอายุสิทธิการเช่า ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ถือเป็นสินทรัพย์ที่ดำรงได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของสินทรัพย์ที่ต้องดำรง              ในวันที่มีการจดแจ้งสินทรัพย์ให้คำนวณมูลค่าสินทรัพย์โดยถือตามราคาทุนที่ซื้อมาหักค่าเสื่อมราคาและค่าเผื่อการด้อยค่า เทียบกับมูลค่ายุติธรรม แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า หากไม่สามารถหามูลค่ายุติธรรมได้ให้ใช้ราคาทุนตามที่ซื้อมาหักค่าเสื่อมราคาและค่าเผื่อการด้อยค่า และให้พิจารณาการด้อยค่าของสินทรัพย์ดังกล่าวทุกสิ้นงวดการบัญชี (6 เดือน) โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง            - ข้อ 5.4 และเอกสารแนบ 4 การแจ้งเปลี่ยนแปลงประเภทสินทรัพย์ตามมาตรา 32 ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ตามแบบรายงานที่กำหนดยื่นต่อธนาคารแห่งประเทศไทย  หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้ทักท้วงภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยรับทราบและได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ดังกล่าวให้แล้ว    1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620138.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T11:27:53"],
    [2836,"94e56e2c-0526-4449-ad3b-1113b830fcf4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010810 การขอจดแจ้งเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ที่ดำรงเป็นเงินกองทุน (สินทรัพย์ตามมาตรา 32) ของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ (กรณีเงินกองทุนไม่เปลี่ยนแปลง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-6fd3-4be4-b542-1f8837de28ed",15,0,9,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ       1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32 กำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุน        1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. สนส. 8/2562 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562             1.2.1 ข้อ 5.3 และเอกสารแนบ 1 กำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องมีเงินทุนนำเข้าเพื่อมาดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 125 ล้านบาท หรือตามที่กำหนดในใบอนุญาตการเปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า โดยพิจารณาเงินกองทุนจากจำนวน   ที่ต่ำกว่าระหว่างมูลค่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่ดำรงไว้กับเงินทุนนำเข้าสุทธิจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นในต่างประเทศ และนำรายการปรับและรายการหักจากเงินกองทุนมาพิจารณาด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด             1.2.2 ข้อ 5.4 และเอกสารแนบ 4 การจดแจ้งเปลี่ยนแปลงประเภทสินทรัพย์ตามมาตรา 32 ทั้งกรณีการถอนหลักทรัพย์และจดเพิ่มหลักทรัพย์หรือถอนหลักทรัพย์ออกอย่างเดียว ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ตามแบบรายงานที่กำหนดยื่นต่อ ธปท. โดยมีข้อกำหนดดังนี้                     (1) สินทรัพย์ที่ดำรงจะต้องปราศจากภาระผูกพัน                     (2) สินทรัพย์ที่ดำรงต้องเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากสินทรัพย์สภาพคล่องซึ่งต้องดำรงไว้ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551                     (3) สินทรัพย์ที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนได้นั้น สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องถือครองสินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 3 เดือนนับจากวันที่จดแจ้งสินทรัพย์เป็นเงินกองทุน ยกเว้นกรณีเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย              1.2.3 ข้อ 5.4 กรณีนำหลักทรัพย์ที่ไม่มีนายทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ออกในต่างประเทศมาจดดำรงเป็นสินทรัพย์ตามมาตรา 32 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สามารถแจ้งการดำรงหลักทรัพย์ดังกล่าวกับนายทะเบียนได้ สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องดำเนินการ ดังนี้                   (1) ฝากสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้กับผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศ                 (2) สัญญาว่าจ้างผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ต้องมีข้อกำหนดให้แจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทราบก่อนการจำหน่ายจ่ายโอนและการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าว โดยให้ส่งสำเนาสัญญาดังกล่าวมายังฝ่ายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย                    (3) ผู้ดูแลหลักทรัพย์จะต้องส่งใบยืนยันการมีอยู่ของสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์มายังธนาคารแห่งประเทศไทยทุกปีภายใน 15 วัน นับจากวันสิ้นปี หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้ทักท้วงภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยรับทราบและได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ดังกล่าวให้แล้ว    1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2562         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620138.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ       2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T12:05:56"],
    [2837,"94e56e2c-0828-424c-b245-4a4133d487c7","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010811 การแจ้งการนำเงินเข้ามาชดเชยผลขาดทุนของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-7379-4d07-ad40-3dd80e0014b6",15,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32 กำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุน       1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            1.2.1 ข้อ 5.3 และเอกสารแนบ 1 กำหนดให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องมีเงินทุนนำเข้าเพื่อมาดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 125 ล้านบาท หรือตามที่กำหนดในใบอนุญาตการเปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า โดยพิจารณาเงินกองทุนจากจำนวนที่ต่ำกว่าระหว่างมูลค่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่ดำรงไว้กับเงินทุนนำเข้าสุทธิจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นในต่างประเทศ และนำรายการปรับและรายการหักจากเงินกองทุนมาพิจารณาด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด           1.2.2 เอกสารแนบ 1 กำหนดกรณีที่สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานหรือการแปลงค่าเงินทุนนำเข้าที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ และต้องการรักษาระดับเงินกองทุนไม่ให้ลดลง สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจะต้องแจ้งการนำเงินเข้ามาชดเชยภายใน 7 วันทำการ นับจากวันสิ้นงวดการบัญชี 6 เดือน โดยพิจารณาจากงบการเงินเบื้องต้นของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศก่อน เมื่องบการเงินผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้สอบบัญชีแล้วให้ปรับการชดเชยผลขาดทุนให้ถูกต้องในทันทีที่ทำได้ โดยชดเชยในรูปแบบ ดังนี้                  1) เงินทุนหรือเงินกู้ยืมที่ไม่สามารถเรียกคืนก่อน 5 ปี ที่นำเข้ามาจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่นอกประเทศไทย หรือ                  2) เงินสำรองต่าง ๆ แต่ไม่รวมถึงเงินสำรองการลดค่าของสินทรัพย์และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้ของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ หรือ                  3) เงินกำไรสุทธิแต่ละรอบบัญชีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศหลังหักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกรอบปีบัญชีแล้ว        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620138.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอ (แจ้ง) ทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T13:46:31"],
    [2838,"94e56e2c-0b76-49f1-8903-e31880619cd6","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010904 การขอให้พิจารณาให้ความเห็นชอบ External Credit Assessment Institutions (ECAIs) เพิ่มเติมจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้อนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-7729-4e72-89d2-a8ac857a56af",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก (External credit assessment institutions: ECAIs) ที่ประสงค์จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบ ECAIs อ้างอิงหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบ และ Mapping process ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ตามหนังสือเวียนว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบสถาบันการจัดอันดับเครดิตภายนอก (External credit assessment institutions: ECAIs) ตามหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านเครดิต โดยให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือECAIs นำส่งคำขอพร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบ        1.2 แนวทางในการพิจารณาอนุญาต            1.2.1 วิธีและหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบของผู้กำกับดูแลในต่างประเทศมีความสอดคล้องกับแนวทางที่ BCBS และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ตามกรอบของ Basel            1.2.2 คุณสมบัติของสถาบันจัดอันดับเครดิตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ได้แก่    1) ความชัดเจนและเป็นระบบ (Objectivity) ของวิธีการจัดอันดับเครดิต    2) ความเป็นอิสระ (Independence) ของสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอกและกระบวนการจัดอันดับเครดิต    3) ความโปร่งใส (International access/Transparency) มีการเปิดเผยข้อมูลอันดับเครดิตของลูกค้าอย่างถูกต้องและเท่าเทียม รวมทั้งการเปิดเผยหลักการของวิธีที่ใช้ในการจัดอันดับเครดิต    4) การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) เกี่ยวกับวิธีที่ใช้ในการจัดอันดับ รวมถึงนิยาม และโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิต    5) บุคลากรและฐานะทางการเงิน (Resources) มีบุคลากรที่มีคุณภาพพอเพียง มีฐานะการเงินที่สามารถลงทุนในระบบงานและเทคโนโลยี    6) ความน่าเชื่อถือ (Credibility) ของสถาบันจัดอันดับและกระบวนการป้องกันการใช้ข้อมูลไปในทางที่ไม่เหมาะสม            1.2.3 การจัดอันดับเครดิตสามารถเทียบเคียงได้กับสถาบันอัดอันดับเครดิตภายนอกที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยให้ความเห็นชอบแล้ว            1.2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาให้ความเห็นชอบสถาบันจัดอันดับภายนอกภายใต้ขอบเขตบางอย่างได้ เช่น ตามประเภทของลูกหนี้ หรือตามประเทศที่ลูกหนี้จดทะเบียนจัดตั้ง ซึ่งกรณีที่วิธีและกระบวนการที่ใช้ในการจัดอันดับเครดิตของแต่ละกลุ่มลูกค้าม่ความแตกต่างกัน ให้สถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอกยื่นเอกสารข้อมูลประกอบให้ครบถ้วนตามประเภทผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มลูกค้า        1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2562  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620146.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 3/2563  เรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสำหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach (วิธี SA) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2563            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630081.pdf    (4) หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝนส.(22)ว.(22). 249/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก (External Credit Assessment Institutions: ECAIs) ตามหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนขั้นต่ำสำหรับความเสี่ยงด้านเครดิต โดย Standardised Approach (วิธี SA) ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510038.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620143.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (7) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของ  ทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-11T15:27:33"],
    [2839,"94e56e2c-0ed9-4a35-8547-7cd2857e7d5d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010812 การแจ้งการส่งเงินกำไรของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศออกไปให้สำนักงานใหญ่ และการขออนุญาตส่งเงินกำไรของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศออกไปให้สำนักงานใหญ่ กรณีที่เคยแจ้งการส่งกำไรออกไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-7af5-4d4b-9cf3-5b72ee72fde0",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยตรวจพบว่าการส่งกำไรออกไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ต้องการส่งกำไรออกในครั้งต่อไป จะสามารถส่งเงินกำไรออกไปให้สำนักงานใหญ่ได้ ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนจนกว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการส่งเงินกำไรออกต่อไป แต่ต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ดังนี้     1.1 ส่งเงินกำไรออกได้ ไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อปี (กำไรของงวดการบัญชี 6 เดือน) เป็นกำไรที่เกิดจากการประกอบธุรกิจอย่างแท้จริง และได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองของผู้สอบบัญชีแล้ว ซึ่งผู้สอบบัญชีจะต้องไม่แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข กรณีเป็นกำไรงวดครึ่งปีแรกของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่มีการตรวจสอบบัญชีปีละครั้ง เงินกำไรส่งออกต้องผ่านการสอบทานของผู้สอบบัญชี       1.2 เงินกำไรที่ส่งออกจะต้องเป็นผลกำไรหลังจากที่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายครบถ้วน เช่น ได้กันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันตามเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนดไว้ครบถ้วน หรือได้กันเงินสำรองภาษีต่าง ๆ รวมทั้งสำรองเงินภาษีการจำหน่ายกำไรไว้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประมวลรัษฎากร     1.3 เงินกำไรที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานใหญ่ให้ส่งออก ต้องเป็นจำนวนหลังปรับหรือหักกับรายการต่อไปนี้แล้ว          1.3.1 รายการปรับ                 1) ผลที่เกิดจากการเลือกใช้ Fair Value Option (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 2 ของประกาศ)                 2) กำไร (ขาดทุน) สะสมที่เกิดจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรมอนุพันธ์ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในคุณภาพเครดิตของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเอง (Debit Valuation Adjustment : DVA) ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 13 ว่าด้วยการวัดมูลค่ายุติธรรม โดยหากมีผลกำไรอันเนื่องมาจากธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมีคุณภาพเครดิตลดลง (ความเสี่ยงทางด้านเครดิตเพิ่มขึ้น) ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนำไปหักออกจากยอดกำไรสุทธิแต่ละรอบปีบัญชีแต่หากมีผลขาดทุนอันเนื่องมาจากธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมีคุณภาพเครดิตดีขึ้น (ความเสี่ยงทางด้านเครดิตลดลง) ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนำไปบวกกลับเข้ายอดกำไรสุทธิแต่ละรอบปีบัญชี             1.3.2 รายการหัก                  1) กำไรจากการทำธุรกรรม Securitisation                  2) ยอดสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred tax asset : DTA) ที่เกิดจากรายการดังต่อไปนี้                       - ขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ (Unused tax losses carryforward)                       - ผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์หรือหนี้สินในงบดุลกับฐานภาษี หรือผลแตกต่างชั่วคราวในกำไรทางบัญชีและกำไรทางภาษี (Temporary differences)                       - เครดิตภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ (Unused tax credit carryforward)        ในการขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนส่งกำไรออก สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องยื่นคำขออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาก่อนส่งกำไรออก เมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วจึงจะส่งกำไรออกได้ และหลังจากส่งกำไรออกแล้ว ต้องนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการส่งกำไรออกดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ส่งเงินกำไรออกไปให้สำนักงานใหญ่ เช่น เอกสารการโอนเงินและการเสียภาษีกำไรส่งออก เป็นต้น    1.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2562 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562        https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620138.pdf     2. วิธีการยื่นคำขอ       2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T14:02:17"],
    [2840,"94e56e2c-185a-4cef-95bf-303f344a845f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010714 การขออนุญาตประกอบธุรกิจการนำอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่าของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-85a7-4ea6-82f4-001f92019e93",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจการนำอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่า โดยมีหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ ดังนี้  1.1.1 ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่ออกให้เช่า  (1) สถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจซึ่งยังมิได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น สถานที่ทำการ ที่จอดรถ คลังสินค้าที่สถาบันการเงินมีไว้เพื่อเก็บรักษาทรัพย์ที่นำมาวางประกันการให้สินเชื่อ  (2) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับมาจากการชำระหนี้ หรือจากการประกันการให้สินเชื่อ หรือจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่รับจำนองไว้จากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือ สังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเครดิต ฟองซิเอร์ได้มาเนื่องจากสัญญาขายฝาก  ทั้งนี้ ระยะเวลาการให้เช่าจะต้องไม่เกิน 3 ปีสำหรับบริษัทเงินทุน และไม่เกิน 5 ปีสำหรับบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เว้นแต่อสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ขยายระยะเวลาการถือครองสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาในระหว่าง พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2547 ให้กำหนดระยะเวลาการให้เช่าได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปีสำหรับบริษัทเงินทุน และไม่เกิน 5 ปีสำหรับบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ โดยการกำหนดสัญญาเช่าจะต้องไม่เกินกว่าระยะเวลา ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ขยายเวลาให้  (3) อสังหาริมทรัพย์ซึ่งสถาบันการเงิน ซื้อหรือมีไว้เพื่อใช้เป็นสำนักงานสาขา แต่อยู่ระหว่างรอการจำหน่ายอันเนื่อง มาจากการย้าย การปิด และการระงับหรือยกเลิกการเปิดสำนักงาน  1.2 หลักเกณฑ์ให้ถือปฏิบัติ  1.2.1 เป็นการให้เช่าเพื่อป้องกันการสูญเปล่าทางเศรษฐกิจหรือเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของอสังหาริมทรัพย์  1.2.2 จัดให้มีสัญญาเช่าเป็นหนังสือ ยกเว้นการนำที่จอดรถออกให้เช่าในลักษณะที่ไม่อาจทำสัญญาได้เนื่องจากความจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย โดยในกรณีดังกล่าวสถาบันการเงินจะต้องจัดทำและจัดเก็บเอกสารให้เช่าไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ตรวจสอบได้  1.2.3 ไม่ทำสัญญาเช่าที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้พื้นที่ของสถาบันการเงิน หากเป็นกรณีการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจตามข้อ 1.1.1(1) และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการจำหน่ายในกรณีการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ 1.1.1(2) และ 1.1.1(3)  1.2.4 ให้เช่าไม่เกินกว่าระยะเวลาการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย โดยสถาบันการเงินต้องจำหน่ายหรือยกเลิกการถืออสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลาตามกฎหมายและตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย  1.2.5 ในการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ เมื่อนำพื้นที่ของสำนักงานใดออกให้เช่าแล้ว สำนักงานนั้นต้องไม่เช่าหรือซื้อพื้นที่เพิ่มเติมอีก รวมทั้งต้องให้เช่าแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่เหมาะสมและไม่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสถาบันการเงิน  1.2.6 ต้องกำหนดเงื่อนไขในการให้เช่า เช่น ค่าเช่าหรือผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างเหมาะสมตามสภาวะตลาดและเป็นปกติทางการค้า มิฉะนั้น สถาบันการเงินจะต้องนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการของสถาบันการเงิน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมก่อนดำเนินการให้เช่า  1.2.7 จัดทำและเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการนำอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่าเพื่อตรวจสอบได้  1.2.8 ต้องประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด  ในกรณีที่การนำอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่ามิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น สถาบันการเงินที่ประสงค์จะนำอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่าจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน  1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป  ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 24/2551 เรื่อง การอนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจการนำอสังหาริมทรัพย์ออกให้เช่า ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551  https://www.bot.or.th/Thai/fipcs/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510314.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ  2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application  2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว  2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T10:49:27"],
    [2841,"94e56e2c-1b32-46ea-be18-e4c89ee81d54","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010712 การขออนุญาตประกอบธุรกิจให้บริการอื่น (other services) นอกเหนือจากประเภทการให้บริการที่อนุญาตเป็นการทั่วไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-8965-4da3-a900-f15b3b38562a",60,0,null,"1.เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  1.1 ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการประกอบธุรกิจให้บริการอื่นแก่ลูกค้าทั่วไปนอกเหนือจากกรอบหลักเกณฑ์ที่อนุญาตเป็นการทั่วไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ต้องยื่นขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยต้องปฏิบัติ ดังนี้  1.1.1 กำหนดวัตถุประสงค์ของการให้บริการ พร้อมชี้แจงถึงประโยชน์ที่ธนาคารพาณิชย์จะได้รับหรือประโยชน์ต่อระบบสถาบันการเงิน  1.1.2 กำหนดขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการ  1.1.3 มีความพร้อมในเรื่องจำนวนและคุณภาพของบุคลากร และระบบงานต่าง ๆ เพื่อรองรับการให้บริการ  1.1.4 ประเมินความเสี่ยงของการใช้หรือให้บริการดังกล่าว และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง แนวทางการควบคุมภายใน รวมทั้งแนวทางรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของลูกค้า  1.1.5 กำหนดแนวทางและกระบวนการในการคุ้มครองผู้บริโภค  1.1.6 มีแผนรองรับกรณีเกิดปัญหาในการใช้หรือให้บริการดังกล่าว  1.1.7 กำหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีการใช้หรือให้บริการดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น  1.1.8ธุรกรรมดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย  ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ  1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป   ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 5/2554 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่น (Service) แก่ลูกค้าทั่วไปเพิ่มเติมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์บางประการ ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2554   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540159.pdf    (3)ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf  2. วิธีการยื่นคำขอ  2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application  2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-08-15T11:12:04"],
    [2842,"94e56e2c-14f0-4494-b47d-e842d9cff695","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-11601 การขออนุญาตขยายระยะเวลาจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-81db-429a-adbb-0f75aad313d8",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 กรณีที่สถาบันการเงินมีความจำเป็นจะต้องถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่สถาบันการเงินนั้นรับจำนองไว้จากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกินกว่าระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นของสถาบันการเงิน ตามที่กำหนดในมาตรา 80 (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และเกินกว่าระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง ให้สถาบันการเงินยื่นคำขอขยายเวลาจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นในแต่ละรายการของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว        1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 80 (2) (ข)  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 22/2552 เรื่อง อสังหาริมทรัพย์รอการขาย ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2552       https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2552/ThaiPDF/25520314.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ      2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T14:32:13"],
    [2843,"94e56e2c-2167-46a9-8d66-b594c6c247b4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-10704 การขออนุญาตประกอบธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitisation) ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-9070-4afc-ab6f-c60a86081b35",45,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปให้ธนาคารพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นผู้ขายสินทรัพย์ (Originator) เพื่อจัดการโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์เพื่อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และทำหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้ เช่น ผู้ให้บริการเป็นตัวแทน/ตัวแทนสำรองเรียกเก็บหนี้ เป็นต้น ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยธนาคารพาณิชย์ต้องทำหนังสือแจ้งให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบทุกโครงการ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่โอนสินทรัพย์ไปยัง SPV    1.2 ธนาคารพาณิชย์ที่ไม่ได้เป็นผู้ขายสินทรัพย์แต่ทำหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ไม่ต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายหลังการดำเนินการ    1.3 ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ที่ประสงค์จะทำหน้าที่เป็นผู้ขายสินทรัพย์เพื่อจัดการโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยยื่นคำขอต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย    1.4 ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ที่ประสงค์จะยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ และปฏิบัติดังนี้     1.4.1 มีแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม Securitisation เป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของสถาบันการเงิน     1.4.2 มีความพร้อมด้านระบบงาน เช่น นโยบายการประกอบธุรกิจ วิธีการดำเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน การจัดทำและจัดเก็บเอกสารหลักฐาน เป็นต้น     1.4.3 มีความพร้อมด้านบุคลากร     1.4.4 กรณีสถาบันการเงินเป็นผู้ขายสินทรัพย์ ต้องไม่ถือหุ้นใน SPV เกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด     1.4.5 กรณีสถาบันการเงินประกอบธุรกิจที่ส่งผลให้ต้องรับความเสี่ยงทางการเงิน ได้แก่ เป็นผู้รับประกัน ส่วนสูญเสียของสินทรัพย์แก่ผู้ลงทุน และ เป็นผู้ให้บริการเป็นตัวแทน/ตัวแทนสำรองเรียกเก็บหนี้ที่ต้องรับผิดชอบ ในภาระหนี้แทนลูกหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สถาบันการเงินที่ทำหน้าที่ดังกล่าวต้องมีฐานะการเงินและฐานะการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถกันเงินสำรองได้ครบถ้วน และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์และภาระผูกพันไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด มีระบบงานติดตามความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรม    1.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่    (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 29,30,32,36,50,52,71    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 08/2551 เรื่อง การอนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510298.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559      https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-09T11:12:49"],
    [2844,"94e56e2c-245b-438d-90ad-41b6ef57ad9e","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010614 การขออนุญาตให้บริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับธุรกิจเงินร่วมลงทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-93c2-4203-a25a-f1063c574a1a",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ธุรกิจเงินร่วมลงทุนเป็นธุรกิจการลงทุนระยะยาวในลักษณะเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของกิจการในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตสูง โดยผู้ที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินและการให้คำปรึกษาต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจนั้นสามารถเติบโตได้ต่อไป รวมทั้งการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ต่าง ๆ        1.2 บริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนสามารถร่วมลงทุนได้เฉพาะ              1.2.1 ธุรกิจที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม              1.2.2 ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech)              1.2.3 ธุรกิจเงินร่วมลงทุนอื่นที่ไม่ใช่บริษัทภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) ที่จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่นที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน               ทั้งนี้ ธุรกิจที่กล่าวจะต้องเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ และเป็นกิจการที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน บริษัทแม่ หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินของตนเอง    1.3 การร่วมลงทุนในธุรกิจประเภทอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดข้างต้น ให้บริษัทแม่ทำหน้งสือขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี    1.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 และมาตรา 58  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610128.pdf         2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-28T17:24:09"],
    [2845,"94e56e2c-2a38-42e8-b194-fdf2bb84192b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010615 การขอผ่อนผันการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology: FinTech) รวมกันเกินอัตราที่กําหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-9aaa-417c-8cce-bde3b88e9ae9",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        การถือหุ้นในบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน เมื่อรวมกับการถือหุ้นหรือการลงทุนดังต่อไปนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 3 ของเงินกองทุนทั้งสิ้นของสถาบันการเงิน    1.1 การลงทุนของบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีการเงินโดยตรง    1.2 การลงทุนของบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนใน (1) ธุรกิจเงินร่วมลงทุนอื่นที่ไม่ใช่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือ (2) กองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) ที่จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน หรือ (3) ธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่นที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน    1.3 การลงทุนของสถาบันการเงินผ่านกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust)  ที่จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนที่มีการร่วมลงทุน (1) ในธุรกิจเทคโนโลยีการเงินโดยตรง หรือ (2) ในธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่ไม่ใช่บริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือในธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน    ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยให้บริษัทแม่ทำหนังสือขอผ่อนผันมายังฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน1 สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งการพิจารณาผ่อนผันธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ให้ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมได้             1.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 และมาตรา 58  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610128.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน  ลงวันที่ 11 เมษายน 2561   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610130.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-13T14:57:14"],
    [2846,"94e56e2c-30b6-40ec-9e95-cb2a37ad764f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010301 การขออนุญาตจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-a246-4cb8-a3a5-e8fc28181d6d",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      1.1 โครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงินประกอบด้วย สถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริษัทร่วม ทั้งที่อยู่ในและต่างประเทศ โดยบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินจะเป็นสถาบันการเงินหรือไม่ใช่สถาบันการเงินก็ได้    1.1.1 ในกรณีที่บริษัทแม่เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    (1) เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย    (2) มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และมีความสามารถในการระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้อย่างเพียงพอ    (3)  มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมกิจการที่แท้จริงซึ่งมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกันกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงิน    (4) มีกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษา ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน    1.1.2 บริษัทลูกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ    (1) บริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ซึ่งสถาบันการเงินจะต้องถือหุ้นโดยตรงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และต้องประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อ หรือธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเท่านั้น นอกจากนี้ ต้องไม่มีข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือการโอนเงินระหว่างประเทศที่ทำให้ไม่สามารถโอนเงินจากบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ไปยังสถาบันการเงิน เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย    (2) บริษัทลูกนอกกลุ่ม Solo Consolidation    ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินทุกบริษัทจะต้องประกอบธุรกิจเฉพาะธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจสนับสนุนเท่านั้น    1.2 สถาบันการเงิน (ไม่รวมสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) ที่จะขออนุญาตจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้บริษัทแม่ยื่นขออนุญาตและจะต้องจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงินให้ชัดเจน    1.3 ในกรณีการขอจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้บริษัทแม่ทำหนังสือขออนุญาตการดำรงเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงินมาพร้อมกับการยื่นขออนุญาตจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน โดยให้ปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนสำหรับวิธีการคำนวณเงินกองทุนที่กลุ่มธุรกิจทางการเงินเลือกใช้ (แล้วแต่กรณี) ได้แก่    1.3.1 การขออนุญาตคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี Standardised Approach (วิธี SA)      1.3.2 การขออนุญาตคำนวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดย Internal Rating-Based Approach (วิธี IRB)         1.3.3 การขออนุญาตคำนวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านปฏิบัติการโดย Standardised Approach (วิธี SA-OR) หรือ Alternative Standardised Approach (วิธี ASA)    1.3.4 การขออนุญาตใช้วิธี Duration method สำหรับธุรกรรมที่มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด    1.3.5 การขออนุญาตใช้วิธี Delta-plus method สำหรับธุรกรรม Option ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด    1.3.6 การขออนุญาตใช้วิธี Contingent loss method สำหรับธุรกรรม Option ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด    หากกลุ่มธุรกิจทางการเงินจะเลิกใช้วิธีการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงแต่ละประเภทที่แตกต่างจากสถาบันการเงินในระดับ Solo Basis จะต้องได้รับอนุญาตเป็นรายกรณี โดยให้ปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนที่เกี่ยวข้อง    1.4 นอกจากนี้ ยังมีการขออนุญาตอื่นที่ต้องจัดทำมาพร้อมกับการขออนุญาตจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่    1.4.1 การขอความเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของบริษัทแม่ที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน    1.4.2 การขอความเห็นชอบแต่งตั้งผู้บริหารสูงสุดของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ทุกบริษัท    1.4.3 การขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทแม่ สถาบันการเงิน และบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation โดยบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยต้องเป็นผู้สอบบัญชีในสำนักงานเดียวกัน    1.5 การขออนุญาตจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน อาจต้องมีการขออนุญาตในเรื่องที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งแนวทางการขออนุญาตปรากฏตามคู่มือสำหรับประชาชนในเรื่องต่าง ๆ เช่น    1.5.1 การขออนุญาตเพิ่มบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน    1.5.2 การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงิน    1.6 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ         ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 และมาตรา 58    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 5/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงิน  ลงวันที่ 27 เมษายน 2560           https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600156.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610128.pdf    (4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2563    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630178.pdf    (5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562            https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2562/ThaiPDF/25620139.pdf    (6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610156.pdf    (7) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 18/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2561         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610199.pdf    (8) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำรายงานและการตรวจสอบ  กลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 27 เมษายน 2560         https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2560/ThaiPDF/25600157.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-10T13:20:21"],
    [2847,"94e56e2c-335c-4550-be4b-a2abb4bf426a","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010302 การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (กรณีขอเพิ่มบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-a58c-473d-bd14-bef3e0f40848",45,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ในกรณีสถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ต้องการลงทุนในบริษัทใดเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น และต้องการเพิ่มบริษัทดังกล่าวในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้บริษัทแม่ยื่นคำขออนุญาตถือหรือมีหุ้นในบริษัทลูกและขอเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มต่อธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมรายละเอียดดังนี้            1.1.1 เหตุผลและความจำเป็น ขอบเขตการประกอบธุรกิจของบริษัทลูก เงินลงทุนและสัดส่วนการลงทุน            1.1.2 ผลกระทบต่อฐานะและเงินกองทุนของสถาบันการเงินและกลุ่มธุรกิจทางการเงิน            1.1.3 โครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงินใหม่ภายหลังการเปลี่ยนแปลง บริษัทที่เพิ่มเข้ามาโดยต้องกำหนดว่าบริษัทที่เพิ่มใหม่จะจัดอยู่ในกลุ่ม Solo Consolidation หรือนอกกลุ่ม Solo Consolidation            1.1.4 แผนกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงิน        1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 และมาตรา 58  (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 11 เมษายน 2561    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2561/ThaiPDF/25610128.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2563    https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2563/ThaiPDF/25630178.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง  ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-22T10:16:29"],
    [2848,"94e56e2c-3bae-4cb0-af64-59d1df0f62cd","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010201 การขออนุญาตให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่าร้อยละ 25 (ไม่เกินร้อยละ 49) และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้เกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด (ตามมาตรา 16 วรรคสอง)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-b006-42dd-aec0-faeb7c97c72b",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16 กำหนดให้สถาบันการเงินต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ75 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ กรณีที่สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และกรรมการที่เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยแตกต่างจากที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น ให้ยื่นขออนุญาต/ขอผ่อนผัน ดังนี้             1.1 กรณีสถาบันการเงินมีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละ 25 แต่ไม่เกินร้อยละ 49 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินกว่าหนึ่งในสี่แต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้สถาบันการเงินยื่นขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้             1.2 กรณีสถาบันการเงินมีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละ 49 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด สถาบันการเงินต้องได้รับการผ่อนผันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยให้ยื่นคำขอผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีเหตุผลที่จะรับพิจารณาผ่อนผัน 3 กรณี ได้แก่                    (1) กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขฐานะการดำเนินการของสถาบันการเงิน หรือ                  (2) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงิน หรือ                  (3) เพื่อความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน                 ทั้งนี้ ในการผ่อนผันนั้นจะกำหนดหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนเวลาไว้ด้วยก็ได้ และให้สถาบันการเงินที่ขอผ่อนผันปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่ถือโดยบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินร้อยละ 49 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป (ตามมาตรา 16 วรรคสาม) นอกจากนี้ หากการขออนุญาต/ผ่อนผันของสถาบันการเงินดังกล่าว ทำให้มีบุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด บุคคลนั้นต้องขออนุญาตตามมาตรา 18 รวมทั้ง หากเป็นสถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน สถาบันการเงินนั้นต้องขอผ่อนผันตามมาตรา 35 (1) ตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด / คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา                                      3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์   ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-24T10:54:18"],
    [2849,"94e56e2c-3e4e-4a19-987c-1dd3da1c30fe","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010202 การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่ถือโดยบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินร้อยละ 49 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป (ตามมาตรา 16 วรรคสาม)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-b403-4a29-9b55-275cb994b94e",90,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16 กำหนดให้สถาบันการเงินต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ75 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด   ทั้งนี้ กรณีที่สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และกรรมการที่เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยแตกต่างจากที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น ให้ยื่นขออนุญาต/ขอผ่อนผัน ดังนี้       1.2 กรณีสถาบันการเงินมีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละ 25 แต่ไม่เกินร้อยละ 49 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินกว่าหนึ่งในสี่แต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้สถาบันการเงินยื่นขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่าร้อยละ 25 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้เกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด (ตามมาตรา 16 วรรคสอง)       1.3 กรณีสถาบันการเงินมีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละ 49 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด สถาบันการเงินต้องได้รับการผ่อนผันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยให้ยื่นคำขอผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีเหตุผลที่จะรับพิจารณาผ่อนผัน 3 กรณี ได้แก่      1.3.1 กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขฐานะการดำเนินการของสถาบันการเงิน หรือ      1.3.2 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงิน หรือ      1.3.3 เพื่อความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน    ทั้งนี้ ในการผ่อนผันนั้นจะกำหนดหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนเวลาไว้ด้วยก็ได้ และให้สถาบันการเงินที่ขอผ่อนผันปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ นอกจากนี้ หากการขออนุญาต/ผ่อนผันของสถาบันการเงินดังกล่าว ทำให้มีบุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด บุคคลนั้นต้องขออนุญาตตามมาตรา 18 รวมทั้ง       หากเป็นสถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน สถาบันการเงินนั้นต้องขอผ่อนผันตามมาตรา 35 (1) ตามที่กำหนดไว้ใน :            1) คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด            2) คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์   ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา                                      3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-24T13:51:12"],
    [2850,"94e56e2c-4136-49c6-9708-f842d8023021","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010203 การขออนุญาตให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-b819-4fde-b91f-0de37a90cdf2",60,0,null,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ จำนวนหุ้นตามที่กล่าวข้างต้นให้รวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นด้วย และหุ้นดังกล่าวไม่รวมถึงหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง   1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 58/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินเกินร้อยละ 10 ขึ้นไป ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ถือหุ้นของสถาบันการเงินเกินร้อยละ 10 ขึ้นไป ไว้ 2 กรณี ดังนี้   1.3 บุคคลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป ได้แก่ 1) ส่วนราชการ 2) รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ 3) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย 4) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น 5) สถาบันคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 6) บุคคลที่ถือหุ้นเนื่องจากเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขฐานะหรือการดำเนินการของสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด   1.4 บุคคลต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี คือบุคคลอื่นที่มีลักษณะเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดหรือพิจารณาอนุญาตเป็นรายกรณี    นอกจากนี้ หากการขออนุญาตของบุคคลดังกล่าว ทำให้สถาบันการเงินมีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นรวมกันทั้งหมดเกินกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หรือมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด สถาบันการเงินนั้นต้องขออนุญาต/ผ่อนผันตามมาตรา 16 วรรคสอง หรือมาตรา 16 วรรคสาม รวมทั้งหากสถาบันการเงินใดถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน สถาบันการเงินนั้นต้องขอผ่อนผันตามมาตรา 35 (1) ตามที่กำหนดไว้ใน :       1.4.1 คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่าร้อยละ 25 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้เกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด (ตามมาตรา 16 วรรคสอง)   1.4.2 คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินมีจำนวนหุ้นที่ถือโดยบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเกินร้อยละ 49 และมีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป (ตามมาตรา 16 วรรคสาม)   1.4.3 คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอผ่อนผันให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 18    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 58/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินเกินร้อยละ 10 ขึ้นไป ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2551/ThaiPDF/25510348.pdf    (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559     https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2559/ThaiPDF/25590019.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ    2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application     2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว     2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application    3. การพิจารณา     ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้     3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม     3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ     3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา      3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-11T10:40:05"],
    [2851,"94e56e2c-4608-405a-b6a5-866373433a86","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010505 การขออนุญาตจัดตั้ง การแจ้งการเปิด การแจ้งย้ายสถานที่ทำการ ของสาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทยและสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-bee5-46e4-9e13-0bd7f374d9b7",30,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ธนาคารพาณิชย์ที่จะขออนุญาตจัดตั้งสาขาในต่างประเทศ จะต้องได้รับความเห็นชอบในหลักการจากธนาคารแห่งประเทศไทยและได้รับอนุญาตจากทางการต่างประเทศให้จัดตั้งสาขาก่อน (สามารถดูรายละเอียดได้ที่คู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตในหลักการเพื่อดำเนินการจัดตั้งสาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทย)           ในการยื่นขออนุญาตเพื่อจัดตั้งสาขาในต่างประเทศดังกล่าวข้างต้น ธนาคารพาณิชย์จะต้องยื่นคำขอพร้อมทั้งสำเนาหนังสืออนุญาตของทางการต่างประเทศให้จัดตั้งสาขา เพื่อประกอบการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 13 มาตรา 71 และมตรา 80(2)(ก)    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2554 เรื่อง เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตจัดตั้งและการกำกับดูแลสาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทย ลงวันที่ 28 กันยายน 2554   https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540223.pdf    2. วิธีการยื่นคำขอ     2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application     2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว     2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application        3. การพิจารณา     ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้     3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม     3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ     3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา   3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อย","2023-12-13T16:45:29"],
    [2852,"94e56e2c-572c-4b80-bf75-bfe357cb2b18","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010506 การขออนุญาตเลิกสาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทย และการแจ้งการเลิกสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-d620-479f-a2ad-a5cb753d3081",30,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (แจ้ง)      ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะเลิกสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศ ต้องแจ้งการเลิกทำการ และต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันที่สำนักงานผู้แทนดังกล่าวจะเลิกทำการ และให้ธนาคารพาณิชย์ ส่งคืนหนังสืออนุญาตให้ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียด ได้ที่  (1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14    (2) แนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตจัดตั้งและการกำกับดูแลสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทย ลงวันที่ 28 ก.ย. 2554          https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FPG/2554/ThaiPDF/25540223.pd    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอ (แจ้ง) ทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application    3. การพิจารณา        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้        3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม        3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ        3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา        3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-13T18:09:30"],
    [2853,"94e56e2c-598f-4f37-a7a2-be0c02fdaa45","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03002 การแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจบัตรเครดิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-d956-416f-bfe8-a90c2eec02ad",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตจะมีเงื่อนไขเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาต โดยต้องแจ้งวันเริ่มประกอบธุรกิจเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าก่อนเปิดดำเนินการ    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  - หนังสืออนุญาตให้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่บริษัทได้รับ    2. วิธีการยื่นคำขอ       2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application       2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-10-26T13:59:49"],
    [2854,"94e56e2c-6014-4fac-8ea8-3131f1b6a08d","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03003การแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจ (สำหรับธุรกิจบัตรเครดิต) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-e10a-441d-bdf7-b30caff3af02",30,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือ กรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต)        1.2 กรณีที่มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของ  ผู้ประกอบธุรกิจ หรือมีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการ บริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน[1] ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดย              (1) การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หมายถึง การเพิ่มหรือลดจำนวนการถือหุ้นในบริษัทผู้ประกอบธุรกิจที่ทำให้เข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือพ้นจากการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยในกรณีการมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่ให้จัดส่งแบบรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มาพร้อมกับการแจ้งเปลี่ยนแปลงด้วย              (2) การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ (หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทแม่) หมายถึง การแต่งตั้งใหม่ การเลื่อนตำแหน่ง หรือการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง โดยในกรณีการแต่งตั้งบุคคลใหม่ให้นำส่งแบบรับรองคุณสมบัติของบุคคลที่แต่งตั้งใหม่และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มาพร้อมกับการแจ้งเปลี่ยนแปลงด้วย                     นอกจากนี้ หากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มีข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่เคยแจ้งไว้ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย         [1] กรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ที่เป็นสถาบันการเงินให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    หรือในกรณีถูกสอบสวนจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานการกำกับดูแลของรัฐ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบ โดยไม่ต้องจัดทำแบบรับรองคุณสมบัติฯ มาใหม่        ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรายละเอียดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่ https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx    โดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต         2. วิธีการยื่นคำขอ (แจ้งข้อมูล)        2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นเอกสารหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยหากเอกสารหลักฐานมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ปะกอบธุรกิจแก้ไขและจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายตามที่เห็นสมควรต่อไป        2.2 ในกรณีที่พบว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ประกอบธุรกิจ มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือขัดกับหลักธรรมาภิบาลที่ดี หรือมีประเด็นเชิงนโยบาย ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจแก้ไขและจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยหากผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายตามที่เห็นสมควรต่อไป        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 แล้วแต่กรณี เรียบร้อยแล้ว        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-10-26T14:54:10"],
    [2855,"94e56e2c-6224-46d1-af8b-46598888f8a8","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03004 การขออนุญาตย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หน่วยงานที่ให้บริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-e451-4618-b684-f0c86af4fa34",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        ห้ามผู้ประกอบธุรกิจย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการพิจารณา ธนาคารแห่งประเทศไทยจะคำนึงถึงเหตุผล ความจำเป็น และการคุ้มครองผู้บริโภค        ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต) https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx    โดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต          2. วิธีการยื่นคำขอ       2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application       2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-10-27T11:46:33"],
    [2856,"94e56e2c-6478-4e59-9ca5-c5b1c209aafc","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03005 การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หน่วยงานที่ให้บริการ  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-e765-40eb-9132-baf79c98bb0d",15,0,1,"1.  เงื่อนไขในการยื่นคำขอ          กรณีผู้ประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการ และแจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการด้วยเช่นกัน        ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต) https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx    โดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต         2.  วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application       2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว       2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-03T11:27:29"],
    [2857,"94e56e2c-674b-480a-a960-82d48e749ace","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03006 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing)  ในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หน่วยงานที่ให้บริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-eaec-4243-ba77-9b91df22070c",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    1.1 ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) ได้เฉพาะในส่วนของงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (strategic function) ทั้งนี้ ลักษณะงาน strategic function ได้แก่    1.1.1 งานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือการทำธุรกรรมที่กระทบต่อฐานะการดำเนินงานและความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน    1.1.2 งานที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงลึก การตรวจสอบหรือการสอบทานในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการตัดสินใจทำธุรกรรม    1.1.3 งานที่เกี่ยวกับการติดตาม การตรวจสอบ และการสอบทานภายหลังการอนุมัติหรือการทำธุรกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการดำเนินงานและความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินหากดำเนินการไม่เหมาะสม        1.2 ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2563 เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ดังเอกสารแนบ 2 ได้แก่             1.2.1  การคัดเลือกผู้ให้บริการภายนอก              1.2.2  การดูแลและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค              1.2.3  การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของผู้ให้บริการภายนอก              1.2.4  การบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการภายนอก        1.3 กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกได้  ให้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินจัดส่งหนังสือขออนุญาตผ่อนผันโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็น  มายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการอนุญาตผ่อนผัน ธนาคารแห่งประเทศไทยสงวนสิทธิที่จะพิจารณากำหนดเงื่อนไขให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นรายกรณีด้วย    ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วย  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต    https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx    โดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-03T11:52:52"],
    [2858,"94e56e2c-6b61-4d7d-85db-fd442537e9ec","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03007 การขอผ่อนผันการรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-edf8-40f5-9905-59e4c49c737f",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วย เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันการรายงานข้อมูลตามที่กำหนดไว้เป็นรายกรณีได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องขออนุญาตผ่อนผันโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็นมายังธนาคารแห่งประเทศไทย           ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วย  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต    https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx    โดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-03T13:45:36"],
    [2859,"94e56e2c-71ff-4aa8-a1c4-2b462e086da3","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03008 การขออนุญาตเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ ธปท. กำหนด ในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หน่วยงานที่ให้บริการ  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d40-f4a3-4e66-8565-81bd9ea5e279",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ      ในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติในเรื่องการเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใด ๆ และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ ตามประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ตามเอกสารแนบของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วย เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต        ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ นอกเหนือจากที่ ธปท. กำหนดไว้ข้างต้น ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ก่อน ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจขออนุญาตโดยชี้แจงเหตุผลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องมายัง ธปท. เป็นรายกรณี        ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วย  เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต    https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx    โดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต         2. วิธีการยื่นคำขอ      2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว         2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-03T14:02:12"],
    [2860,"94e56e2c-791e-45f5-9304-dd0698dc5994","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03009 การขออนุญาตลดทุน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต หน่วยงานที่ให้บริการ  (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-0239-439c-8987-9effb30101ee",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ     ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วย เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต ห้ามผู้ประกอบธุรกิจลดทุน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และในการขออนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า        ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต) https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx    โดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต         2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาการขอลดทุนของผู้ประกอบธุรกิจให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารครบถ้วนถูกต้อง        2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกระทรวงการคลังจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-11-03T14:19:03"],
    [2861,"95ffd38f-ac6b-4d23-8942-48954bdf9c9f","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10606 การขออนุญาตผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk) สำหรับผู้ให้บริการระบบการชำระเงินที่มีความสำคัญ ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับและผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-a0ba-46e2-86b3-24d6da296622",30,0,2,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 1/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน ลงวันที่ 18 มกราคม 2564 ข้อ 8    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    (1) ผู้ให้บริการและผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่สามารถปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 1/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน โดยมีเหตุจำเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในการให้บริการอย่างต่อเนื่องหรือต่อความน่าเชื่อถือของระบบหรือบริการการชำระเงิน    (2) ธปท. อาจจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรือกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ให้ผู้ให้บริการและผู้ประกอบธุรกิจ ยื่นคำขอผ่อนผัน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามที่ประกาศกำหนดผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดย ธปท. จะใช้เวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน    (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว    (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว    (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-08-07T14:49:18"],
    [2862,"95ffd38f-ae8a-4ac5-ba9e-cf23fe340f37","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","05-10607 การแจ้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยีที่มีนัยสำคัญตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารเทศ (IT Risk) สำหรับผู้ให้บริการระบบการชำระเงินที่มีความสำคัญ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-a3a5-4da5-a938-abe5996ab5bb",15,0,3,"หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง    (1) พระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560    (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 1/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน ลงวันที่ 18 มกราคม 2564 ข้อ 7.1 และข้อ 9    หมายเหตุ : ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับหรือผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ขอให้ดำเนินการตามคู่มือประชาชนภายใต้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 4/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561  ข้อ 4.2.3 (4.3.2) และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 ข้อ 4.2.3 (7.2.2) แล้วแต่กรณี    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    (1) ผู้ให้บริการที่ประสงค์จะนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยีที่มีนัยสำคัญ ทั้งกรณีที่ดำเนินการเองและกรณีที่มีการใช้บริการ เชื่อมต่อ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก ผู้ให้บริการต้องพิจารณาความมีนัยสำคัญก่อนดำเนินการ โดยต้องมีข้อกำหนด (criteria) ในการพิจารณาความมีนัยสำคัญที่ชัดเจน โดยพิจารณาตามกรอบหลักการที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนช. 1/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน ลงวันที่ 18 มกราคม 2564 ข้อ 6    (2) ธปท. อาจพิจารณากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ชะลอ ระงับ สั่งให้แก้ไข เพิกถอน หรือเข้าตรวจสอบ การนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งกรณีผู้ให้บริการดำเนินการเองและกรณีมีการใช้บริการ การเชื่อมต่อ หรือการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอก ตามความจำเป็นเป็นรายกรณี รวมทั้ง ธปท. มีสิทธิเข้าตรวจสอบบุคคลภายนอกดังกล่าวที่มีนัยสำคัญต่อระบบการชำระเงิน หากพบว่าเป็นการดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างหรือความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงิน    ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำขอ     (1) ให้ผู้ให้บริการยื่นคำขอการแจ้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีนัยสำคัญตามข้อกำหนด (criteria) ที่ผู้ให้บริการกำหนดขึ้นตามข้อ 2 (1) ที่กล่าวข้างต้น พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบและลงนามรับรองโดยกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอำนาจจัดการ (หรือผู้รับมอบอำนาจที่ถูกต้อง) ต่อ ธปท. ล่วงหน้า 15 วันก่อนดำเนินการผ่านช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Application (ช่องทางหลัก) หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ ธปท. หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์    (2) ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด และอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว    (3) ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หรือเข้ามาชี้แจงต่อ ธปท. ตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ (2) เรียบร้อยแล้ว    (4) ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    (5) กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย หรือการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือ ธปท. ก่อนยื่นคำขอ เพื่อ ธปท. จะได้พิจารณารูปแบบ รายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2023-08-07T14:48:44"],
    [2863,"95ffd38f-b2b8-4a95-9022-8e93f37af762","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอผ่อนผันกรณีไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกง. 7/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินประเภทการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ (custodian service)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd338-a9a0-4f1a-85e9-06d52be8ff40",45,0,1,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        1.1 กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. 7/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินประเภทการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ (custodian service) ได้แก่ 1) หลักเกณฑ์การเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์แบบแยกรายผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (segregated securities account) และ/หรือการลงทะเบียนแสดงตัวตนของผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงกับ ธปท. 2) หลักเกณฑ์การให้บริการรับมอบหรือส่งมอบตราสารหนี้ผ่านบัญชีฝากหลักทรัพย์ หรือ 3) การขอผ่อนผันกรณีอื่น ๆ ต้องยื่นขอผ่อนผันธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็นและเหมาะสม โดยอาจกำหนดหลักเกณฑ์และเงิ่อนไขเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร        1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป              ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่            1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36            2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. 7/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินประเภทการดูแลและเก็บรักษาตราสารหนี้ (custodian service) ลงวันที่ 30 มีนาคม 2564 (https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2564/ThaiPDF/25640065.pdf)    2. วิธีการยื่นคำขอ        2.1 ให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง ผ่านทางไปรษณีย์ หรือทางอีเมล ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติม ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณา ซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านทางไปรษณีย์ หรือทางอีเมล        2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอยกเว้น/ผ่อนผันและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว        2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านทางไปรษณีย์ หรือทางอีเมล","2024-05-23T09:48:58"],
    [2864,"99ea9ae7-9fdd-4365-8e26-585bb10b1fad","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอผ่อนผันรายงานข้อมูลการถือครองตราสารหนี้ของผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศจากการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกในประเทศไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-4944-41f6-901f-8476905b5e38",30,0,2,"-","2024-08-13T11:19:50"],
    [2865,"9a6c5089-fd43-472c-a3d3-ee4475667281","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010101 การขอความเห็นชอบในการขอยกระดับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเป็นธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a6c4d14-8375-49aa-93e6-34aa5190fa17",150,0,8,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n    1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 9 กำหนดให้การประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะกระทำได้เฉพาะนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด โดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ การอนุญาตดังกล่าวรัฐมนตรีจะกำหนดหลักเกณฑ์ตามที่เห็นสมควรก็ได้\n    1.2 ประกาศกระทรวงการคลัง กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยที่มีคุณสมบัติตามที่กระทรวงการคลังกำหนดและประสงค์จะขออนุญาตยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ สามารถยื่นแบบคำขออนุญาตได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาคำขออนุญาตให้ครบถ้วน ทั้งนี้ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยมีขั้นตอนการพิจารณาแบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้\n\tช่วงที่ 1 การพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยดำเนินการยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ใช้เวลาในการพิจารณา 5 เดือน (150 วัน) โดยให้ปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n   \tช่วงที่ 2 การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ใช้เวลาในการพิจารณา 60 วัน โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขอรับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยภายหลังได้รับความเห็นชอบให้ยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์\n    1.3 คุณสมบัติของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยที่สามารถยื่นคำขออนุญาตยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์\n   \t1.3.1 เป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยที่เปิดดำเนินการอยู่ในวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 และในกรณีที่เคยยื่นคำขอแล้วแต่ไม่ได้รับความเห็นชอบ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนั้นจะมีสิทธิยื่นคำขออนุญาตได้เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ยื่นคำขออนุญาตครั้งก่อน\n   \t1.3.2 มีคุณภาพการจัดการจากผลการประเมินครั้งล่าสุดผ่านเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด (บทบาทและพฤติกรรมของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ การบริหารความเสี่ยง การดำเนินธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง โครงสร้างองค์กรและระบบงาน การควบคุมภายในและการตรวจสอบ การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สำคัญ การให้ความร่วมมือกับทางการ และพฤติกรรมไม่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล)\n \t1.3.3 ดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 12 ณ วันสิ้นเดือนล่าสุดก่อนวันยื่นคำขออนุญาต\n  \t1.3.4 มีอัตราส่วนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพต่อสินทรัพย์ทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 5 ณ วันสิ้นเดือนล่าสุดก่อนวันยื่นคำขออนุญาต\n  \t1.3.5 มีการกันเงินสำรองให้เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และตามผลการตรวจสอบของผู้ตรวจการสถาบันการเงิน\n    1.4 การพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์\n \t1.4.1 ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาคำขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศกระทรวงการคลัง และเสนอความเห็นในการให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพื่อขอความเห็นชอบต่อรัฐมนตรี ภายใน3 เดือน นับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำขออนุญาตและเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณาจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการให้ความเห็นชอบรัฐมนตรีอาจกำหนดเงื่อนไขอื่นใดด้วยก็ได้\n \t1.4.2 เมื่อรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยใดดำเนินการยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์แล้วในกรณีที่มีการควบหรือโอนหรือรับโอนกิจการกัน ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนั้นดำเนินการในเรื่องดังกล่าว หรือคืนใบอนุญาตของสถาบันการเงินแห่งอื่นภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันแล้วแต่กรณีให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบเว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันควรธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันให้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ครบกำหนดให้ดำเนินการ\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 9  \n(2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะขออนุญาตยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2553      \n      \n2. วิธีการยื่นคำขอ\n    2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application \n\n3. การพิจารณา\n    ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม\n    3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ\n    3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา\n    3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-08-13T11:18:21"],
    [2866,"9a6c5b7c-ca93-48a2-9c78-09b80e0351a6","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010305 การขออนุญาตขยายขอบเขตธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และการขออนุญาตออกหรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a6c57d6-f3f3-47ca-b39f-ccd8741125c1",45,0,23,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1.1 กรณีบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (ทั้งที่มีหรือไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ) ประสงค์จะขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม ให้บริษัทแม่ขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี\n1.2  กรณีธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (นอกเหนือจากบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ) ประสงค์จะออกและถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือคุณภาพในการให้บริการธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจสนับสนุน ให้บริษัทแม่ขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี \n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 58 และ 59 \n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 6/2565 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2565\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-30T14:13:14"],
    [2867,"9a85f1d5-a922-4569-bdf5-8068dfa81a5e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03010 การขออนุญาตหยุดหรือระงับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับธุรกิจบัตรเครดิต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a85f076-7a8f-48c4-b0ff-ffe9aa16ed5c",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \nประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วย เรื่อง ธุรกิจบัตรเครดิต ห้ามผู้ประกอบธุรกิจหยุดหรือระงับการดำเนินกิจการเกี่ยวกับธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และในการขออนุญาต ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ธนาคารแห่งประะทศไทยพิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า \n2. วิธีการยื่นคำขอ \n    2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาการขอหยุดหรือระงับการดำเนินกิจการของผู้ประกอบธุรกิจให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารครบถ้วนถูกต้อง  \n    2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกระทรวงการคลังจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-11-09T15:06:02"],
    [2868,"9a85f542-0eff-4220-ba00-1157275482ad","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-03011 การขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจบัตรเครดิต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a85f328-1901-4e18-8002-088f33206b1c",60,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \nในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีความประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจนั้นต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยให้ยื่นคำขอผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ ธปท. ได้รับคำขออนุญาตแล้ว ให้เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 30 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารครบถ้วน ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของ ธปท. พิจารณาและอาจมีคำสั่งว่าจะควรอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจได้เมื่อใด ภายใต้เงื่อนไขและวิธีการอย่างใดภายในสาม 30 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับความเห็นจาก ธปท. เว้นแต่ มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้รัฐมนตรีมีหนังสือแจ้ง ผู้ประกอบธุรกิจทราบก่อนครบกำหนดดังกล่าว ในการนี้ให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีกไม่เกิน  30 วันทำการ นับแต่วันครบกำหนดเวลาดังกล่าว   \n2. วิธีการยื่นคำขอ \n    2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาการขอเลิกประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารครบถ้วนถูกต้อง  \n    2.4 ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือกระทรวงการคลังจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-11-09T15:06:39"],
    [2869,"9a8beb1b-009f-4e30-b72a-6f54eea9722f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011403 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ (business partner) ของสถาบันการเงินและบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83eb95-6832-4d03-9d16-703a786e76eb",30,0,4,"1. เงื่อนไขการยื่นคำขอ\n   1.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 16/2563 เรื่องหลักเกณฑ์การใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ (business partner) ของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2563 กำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติในการใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ รวม 5 เรื่อง ได้แก่\n\t1.1.1 ขอบเขตและเงื่อนไขการใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจโดยทั่วไป\n\t1.1.2 ขอบเขตและเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นตัวแทนทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่มีสถานที่ในการให้บริการ\n\t1.1.3 การบริหารความเสี่ยง\n\t1.1.4 การรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย\n\t1.1.5 การตรวจสอบโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ตรวจสอบภายนอก หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่น\n   1.2 กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้สถาบันการเงินไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศที่กล่าว ให้สถาบันการเงินขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี พร้อมแสดงเหตุผลและความจำเป็น รวมถึงแผนในการดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้\n   1.3 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน  กำหนดให้บริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation ที่ประสงค์จะใช้บริการงานสนับสนุนจากบุคคลอื่นซึ่งอาจเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินหรือบริษัทนอกกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน โดยอนุโลม เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่นหรือต้องได้รับอนุญาตเป็นรายกรณี\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 47\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 16/2563 เรื่องหลักเกณฑ์การใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ (business partner) ของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2563  \n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n\t2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n\t2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n\t2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ระบบ e-Application (หรือทางไปรษณีย์ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีความจำเป็นและไม่สามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้)","2023-11-15T10:21:12"],
    [2870,"9a8db159-5c46-43e9-a5f2-508bdd44bf47","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010711 การขอผ่อนผันกรณีไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2563 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุน digital banking (Information Technology related services)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a8daa57-63e0-4517-aacf-210dba8502d9",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2563 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุน digital banking (Information Technology related services) เช่น 1) การกำหนดนโยบายการประกอบธุรกิจ IT related service 2) การกำหนดอัตราส่วนการลงทุนหรืออัตราส่วนรายได้จากการประกอบธุรกิจ IT related services หรือ 3) การขอผ่อนผันกรณีอื่น ๆ ต้องยื่นขอผ่อนผันธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ\n    1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2563 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุน digital banking (Information Technology related services) ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 \n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 12 มกราคม 2559\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-22T14:55:39"],
    [2871,"9a901d4f-bcc2-4851-88cd-2a7556160675","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010618 การขออนุญาตกรณีจำนวนกรรมการของคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติผู้ประเมินราคาและผลการประเมินราคานอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9010f3-dcfd-4f62-aa71-876013e83aed",45,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n   แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ได้กำหนดเกณฑ์ให้สถาบันการเงินจัดให้มีกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติผู้ประเมินราคาและผลการประเมินราคาอย่างน้อย 3 คน เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาอนุญาตเป็นอย่างอื่น \nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้ที่ \n   แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562  \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ \n   2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T11:10:28"],
    [2872,"9a91a879-dcbf-4cc2-80a4-932378d67156","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010619 การขอความเห็นชอบการใช้ผู้ประเมินราคาภายนอกที่นอกเหนือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในการประเมินราคาหลักประกัน และ อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือ ที่ซื้อจากการขายทอดตลาด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a919d1d-55ae-49e3-80bd-47b11b0e6c1d",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ได้กำหนดคำจำกัดความ “ผู้ประเมินราคาภายนอก” ให้หมายถึงบุคคลตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ \n     (1) บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้บริการประเมินราคาสินทรัพย์ ที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ทางวิชาชีพอันเหมาะสมตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยสมาคมวิชาชีพและ/หรือหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลผู้ประเมิน ซึ่งโดยทั่วไปมีหน้าที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดและสถานการณ์ของตลาดสินทรัพย์ ณ เวลานั้น โดยเป็นผู้ประเมินราคาที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินนั้น และเป็นผู้ประเมินราคาที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และไม่เป็นผู้ที่เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกรายชื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบให้เป็นผู้ชำนาญการประเมินราคาทรัพย์สินของสถาบันการเงิน \nทั้งนี้ สำหรับหลักประกันที่อยู่ในต่างประเทศ ผู้ประเมินราคาหลักประกัน ให้หมายความรวมถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจให้บริการประเมินราคาสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ทางวิชาชีพอันเหมาะสมตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนดจากสมาคมวิชาชีพ และ/หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ประเมินนั้น และมีมาตรฐานการประเมินราคาอันเป็นที่ยอมรับเป็นการทั่วไป \n     (2) ผู้ประเมินราคาที่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย \n   นอกจากนี้ สำหรับการประเมินราคากิจการและทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประเมินราคาภายนอก ให้หมายความรวมถึง ผู้บังคับหลักประกันตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจที่มีความรู้ความชำนาญด้านการประเมินราคา ที่ปรึกษาทางการเงินที่มีความรู้ความชำนาญและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีที่มีความรู้ความชำนาญด้านการประเมินราคาเพิ่มเติมนอกเหนือบุคคลตามข้อ (1) และ (2)\n   ทั้งนี้ กรณีที่สถาบันการเงินประสงค์จะใช้ผู้ประเมินราคาตาม (2) ข้างต้น จะต้องยื่นขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี \nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จาก แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการรับชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ หรือที่ซื้อจากการขายทอดตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T11:13:37"],
    [2873,"9a91b6ab-7ff9-4646-abf0-014a2ee7a950","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010620 การขออนุญาตนำมูลค่าของหลักประกันประเภทอื่นที่ไม่ได้กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์การจัดชั้น และการกันเงินสำรองของสถาบันการเงิน มาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a91b16a-039f-4816-b470-f15c0c9b22c4",60,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินคำนวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการจำหน่ายหลักประกันเพื่อประกอบการคำนวณเงินสำรองที่ต้องกัน อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถาบันการเงินยังมีระบบงานหรือข้อมูลไม่เพียงพอ ให้สถาบันการเงินอ้างอิงมูลค่าหลักประกันตามตารางในเอกสารแนบ 2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 23/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ทั้งนี้ สำหรับกรณีหลักประกันอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในตารางประเภทหลักประกันข้อ 1 – 7.8 สถาบันการเงินจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี\n   ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จาก ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 23/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรองของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2561\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-27T11:18:46"],
    [2874,"9a91ef28-a530-41c4-8122-fd25262a5752","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011607 การขออนุญาตให้บริการรับฝากเงินหรือให้ถอนเงินฝากนอกสำนักงานและนอกเวลาทำการของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ในกรณีมีเหตุจำเป็น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a91dd7c-190a-45b0-849a-29ebb802284f",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ  \n   1.1 พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 37 ให้สถาบันการเงินเปิดทำการ ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้น อย่างน้อยตามวันและเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติเป็นประการอื่น ในการอนุญาตดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติด้วยก็ได้ \n   1.2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 65/2551 เรื่อง การกำหนดวันและเวลาทำการของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551 ธปท. กำหนดวันเปิดทำการและหยุดทำการของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ดังนี้  \n       1.2.1 วันและเวลาเปิดทำการ  \n            (1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้เปิดทำการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 9.30 ถึง 16.30 น. \n            (2) ในเขตอื่นนอกจาก (1) ให้เปิดทำการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 8.30 ถึง 16.30 น. \n       1.2.2 วันหยุดทำการประจำสัปดาห์ คือวันเสาร์และอาทิตย์ \n       1.2.3 วันหยุดตามประเพณีตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด \n   1.3 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 10/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชน ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ข้อ 5.3.1 (1) และข้อ 5.4.1 (2) กำหนดกรณีบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ประสงค์จะให้บริการรับฝากเงินหรือให้ถอนเงินฝากนอกสำนักงานและนอกเวลาทำการ บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จะต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนให้บริการ \n       ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีเหตุจำเป็นที่จะต้องออกไปให้บริการรับฝากเงินหรือให้ถอนเงินฝากนอกสำนักงานและนอกเวลาทำการเป็นการชั่วคราว เพื่อให้สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ยื่นคำขออนุญาตมาเป็นรายกรณีก่อนให้บริการ โดยนำส่งข้อมูลตามที่คู่มือฉบับนี้กำหนด \n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ \n(1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 37 และมาตรา 41  \n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 10/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชน ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 \n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 65/2551 เรื่อง การกำหนดวันและเวลาทำการของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551 \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\t \n   2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-24T11:50:43"],
    [2875,"9a9217fb-c281-477f-85aa-077f953b2655","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010504 การขออนุญาตให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นครั้งแรก หรือให้บริการนอกเหนือจากช่องทาง ขอบเขต และเงื่อนไขที่กำหนด หรือ การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลช่องทางให้บริการของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a92166b-0ded-449f-98ac-36589798e986",30,0,3,"1.เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1.1 ธนาคารพาณิชย์สามารถมีช่องทางให้บริการแก่ลูกค้าได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับช่องทางให้บริการของธนาคารพาณิชย์ (banking channel) โดยต้องกำหนดแผนกลยุทธ์ด้านช่องทางให้บริการประจำปี แนวทางการบริหารความเสี่ยง และแนวทางการดูแลผู้ใช้บริการที่เหมาะสม \n1.2 ช่องทางให้บริการของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ได้แก่\n(1) สาขาทั่วไป  \n(2) สาขาอิเล็กทรอนิกส์ \n(3) ช่องทางดิจิทัล \n(4) ช่องทางโทรศัพท์ \n(5) การธนาคารนอกสถานที่\n(6) ตัวแทนทางการเงิน (banking agent)\nทั้งนี้ การให้บริการผ่านช่องทางต่าง ๆ ธนาคารพาณิชย์ต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องขอบเขตและเงื่อนไขการให้บริการ การบริหารความเสี่ยง และการดูแลผู้ใช้บริการ ตามที่กำหนดไว้ในประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับช่องทางให้บริการของธนาคารพาณิชย์ (banking channel)  และสำหรับการให้บริการผ่านตัวแทนทางการเงิน (banking agent) ให้ปฏิบัติตามขอบเขต เงื่อนไขการใช้บริการ และการบริหารความเสี่ยง ตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partner) ของสถาบันการเงินด้วย \n1.3 ในกรณีธนาคารพาณิชย์ที่จะให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นครั้งแรก หรือประสงค์จะให้บริการนอกเหนือจากช่องทาง หรือขอบเขต หรือเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด จะต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณีก่อนการดำเนินการ โดยจะต้องแสดงแผนในการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n1.4 ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์มีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้ธนาคารพาณิชย์ขอผ่อนผันธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณีก่อนเริ่มดำเนินการ โดยแสดงเหตุผลและความจำเป็น รวมถึงแผนในการดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ พร้อมทั้งนำส่งข้อมูลตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 13 มาตรา 71 \n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 15/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับช่องทางให้บริการของธนาคารพาณิชย์  (banking channel) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2563\n\t\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-16T16:29:57"],
    [2876,"9a9226ca-144e-4ff7-8585-9801d9c8ab9e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010507 การขออนุญาตและขอผ่อนผันการมีสำนักงานอำนวยสินเชื่อของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9220e8-69c0-409c-8882-065c2771d61b",30,0,7,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\t1.1 การจัดตั้งสำนักงานอำนวยสินเชื่อของบริษัทเงินทุนเพื่อขยายสินเชื่อแก่ผู้บริโภค จะสามารถประกอบธุรกิจได้เฉพาะธุรกิจเงินทุนตามประเภทที่ได้รับอนุญาต และธุรกิจอื่นที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 36 แต่จะรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนไม่ได้  และสำนักงานจะต้องมีสถานที่ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ บริษัทเงินทุนต้องยื่นคำขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน โดยต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้\n\t\t1.1.1 คุณสมบัติของบริษัทเงินทุนที่สามารถยื่นขออนุญาตจัดตั้งสำนักงานอำนวยสินเชื่อมีดังนี้\n(1)\tมีเงินทุนจดทะเบียนและทุนซึ่งชำระแล้วเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด \n(2)\tมีการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทยโดยเคร่งครัด และไม่เป็นผู้ที่ปฏิบัติขัดกับนโยบายของทางการ \n(3)\tมีฐานะการดำเนินงานดี มีระบบการจัดการ การควบคุมภายในและการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความพร้อมในด้านบุคลากร \n(4)\tมีสัดส่วนสินทรัพย์ประจำต่อเงินกองทุนอยู่ในกเกณฑ์ที่เหมาะสมและไม่เกิน 1 เท่าของเงินกองทุน \n(5)\tมีเงินกองทุนและมีการกันสำรองถูกต้องครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด\n\t\t1.1.2 บริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาตแล้วต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้\n(1)\tต้องเปิดให้บริการสำนักงานอำนวยสินเชื่อภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้ถือว่าการอนุญาตเป็นอันสิ้นผล\n(2)\tต้องแจ้งกำหนดวันเปิดให้บริการต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนวันเปิดให้บริการไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามคู่มือประชาชน เรื่อง การแจ้งกำหนดวันเปิดให้บริการของสำนักงานอำนวนสินเชื่อของบริษัทเงินทุน\n\t1.2 บริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะยกระดับสำนักงานอำนวยสินเชื่อขึ้นเป็นสำนักงานสาขาที่รับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนต้องยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายในวันที่ 30 กันยายนของทุกปี โดยสำนักงานอำนวยสินเชื่อที่ยื่นขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้ \n(1)\tให้สินเชื่ออย่างต่อเนื่องแก่สาขาเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดการผลิตและมีการบำรุงรักษาสภาพแวดล้อม รวมทั้งมิใช่เป็นการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจเก็งกำไร\n(2)\tมีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ\n(3)\tมีการขยายสินเชื่อให้แก่ลูกค้าที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องและมียอดคงค้างสินเชื่อในภูมิภาค ณ วันยื่นขออนุญาตไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท\n\t1.3 บริษัทเงินทุนต้องเริ่มดำเนินการสำนักงานสาขาภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 1.2 หากไม่สามารถเริ่มดำเนินการเป็นสำนักงานสาขาได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นคำขอผ่อนผัน พร้อมชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นมายังธนาคารแห่งประเทศไทยมาก่อนครบระยะเวลาที่กำหนด\n\t1.4 บริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะเลิกสำนักงานอำนวยสินเชื่อ หรือสำนักงานสาขา ให้ยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน หากไม่ได้รับการทักท้วงจากธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 30 วัน นับจากวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำขอ บริษัทเงินทุนสามารถดำเนินการเลิกสำนักงานอำนวยสินเชื่อหรือสำนักงานสาขานั้นได้ และต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันเลิกสำนักงาน\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่\n(1)\t พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 13 \n(2)\t ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 64/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตมีสำนักงานอำนวยสินเชื่อของบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n\t2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n\t2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n\t2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-20T16:54:58"],
    [2877,"9a922ded-e3a1-4505-8a99-befe71b34fcb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010508 การแจ้งกำหนดวันเปิดให้บริการของสำนักงานอำนวยสินเชื่อของบริษัทเงินทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a922be4-9f33-4be0-bdfa-3b275e51a7c7",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\nบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสำนักงานอำนวยสินเชื่อแล้วต้องเปิดให้บริการ ณ สำนักงานอำนวยสินเชื่อ และแจ้งกำหนดวันเปิดให้บริการต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนวันเปิดให้บริการไม่น้อยกว่า 15 วัน  \nทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 13\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 64/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตมีสำนักงานอำนวยสินเชื่อของบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551\n\t\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-14T16:01:05"],
    [2878,"9a923245-d89f-4636-9a22-1ef386fea3ed","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010509 การขออนุญาตให้บริการการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a922ef7-b1ad-4058-9831-e61a8859fd69",60,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\t1.1 บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (บริษัท) สามารถใช้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ในการประกอบธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางในการให้บริการแก่ลูกค้าได้ โดยต้องยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการให้บริการข้อมูลข่าวสารของกิจการที่มีลักษณะเช่นเดียวกับการโฆษณา หรือเผยแพร่ธุรกิจที่ให้บริการผ่านเครือข่ายดังกล่าว\n\t1.2 การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อช่วยในการให้บริการการเงิน ทั้งในส่วนของเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก และการพัฒนาเทคโนโลยีเดิมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการทางการเงิน ให้บริษัทปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่อง การขออนุญาตการนำเทคโนโลยีมาใช้หรือการเปลี่ยนแปลงระบบหรือเทคโนโลยี สำหรับบริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ด้วย\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 27/2551 เรื่อง การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ให้บริการการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551\n\t\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n\t2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n\t2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n\t2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-14T16:05:15"],
    [2879,"9a9a02d6-9da3-4354-bec2-526a894b5d28","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011206 การขอผ่อนผันกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถดำรงอัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) ตามเกณฑ์ที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a99f95a-dd09-489b-8ec9-8e49d7fbd76b",30,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n    1.1 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 กำหนดกรณีที่ธนาคารพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะไม่สามารถดำรงอัตราส่วน LCR ได้ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด ให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งฝ่ายตรวจสอบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยเร็ว และยื่นผ่อนผันและจัดส่งแผนดำเนินการเพื่อแก้ไขฐานะสภาพคล่องมายังฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ภายใน 1 สัปดาห์นับแต่วันที่แจ้งฝ่ายตรวจสอบสถาบันการเงิน  \n   ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะพิจารณาผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงอัตราส่วน LCR ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศได้ หากเห็นว่าธนาคารพาณิชย์นั้นมีเหตุจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้และเกิดขึ้นเป็นการชั่วคราว รวมถึงมีแผนรองรับที่เหมาะสม ซึ่งในการอนุญาตดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมไว้ด้วยก็ได้ \n   1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป \nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ \n   (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 63 และ มาตรา 64  \n   (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2558 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 \n   (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4/2563 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2563 \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ \n     2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n     2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-12-26T17:34:37"],
    [2880,"9a9d92c0-5a9a-4cd8-a266-ae76d8ed153d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04007 การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลของผู้ประกอบธุรกิจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9c34e4-4d79-45fc-8fc9-5c99c554bd98",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n  กรณีผู้ประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการ และแจ้งให้ผู้บริโภคทราบไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการด้วยเช่นกัน\n     \n2. วิธีการยื่นคำขอ\n  2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n  2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n  2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-29T17:51:30"],
    [2881,"9a9d9db8-7490-4d11-b684-91c93b7ceeb5","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04008 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9c35dd-133e-4a8a-b2dd-cfdda9925426",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n  1.1 ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถใช้บริการจากผู้ให้ บริการภายนอก (outsourcing) ได้เฉพาะในส่วนของงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (strategic function) ทั้งนี้ ลักษณะงาน strategic function ได้แก่\n    1.1.1 งานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือการทำธุรกรรมที่กระทบต่อฐานะการดำเนินงานและความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน\n    1.1.2 งานที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงลึก การตรวจสอบหรือการสอบทานในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการตัดสินใจทำธุรกรรม\n    1.1.3 งานที่เกี่ยวกับการติดตาม การตรวจสอบ และการสอบทานภายหลังการอนุมัติหรือการทำธุรกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการดำเนินงานและความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินหากดำเนินการไม่เหมาะสม\n  1.2 ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบ 2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ได้แก่\n    1.2.1  การคัดเลือกผู้ให้บริการภายนอก\n    1.2.2  การดูแลและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค\n    1.2.3  การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของผู้ให้บริการภายนอก\n    1.2.4  การบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการภายนอก\n  1.3 กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกได้  ให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินจัดส่งหนังสือขออนุญาตผ่อนผันโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็น มายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการอนุญาตผ่อนผัน ธนาคารแห่งประเทศไทยสงวนสิทธิที่จะพิจารณากำหนดเงื่อนไขให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นรายกรณีด้วย\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n  2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n  2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n  2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-16T18:47:44"],
    [2882,"9a9da132-d7f3-4b47-b425-cc9e78f90602","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-04009 การขอผ่อนผันการรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9c3660-f17e-47a3-a953-0582cc65eaef",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n  ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยเรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันการรายงานข้อมูลตามที่กำหนดไว้เป็นรายกรณีได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องขออนุญาตผ่อนผันโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็นมายังธนาคารแห่งประเทศไทย  \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n  2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n  2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการเมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n  2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-16T18:57:08"],
    [2883,"9aa7a76d-09a9-4a97-86d2-7d78416d5a9e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010307 การขออนุญาตหรือขอผ่อนผันกรณีไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 6/2565 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแล กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa7a56b-2871-4db7-a819-867662ffbe31",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n                กรณีที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องการขออนุญาตหรือขอผ่อนผันการปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 6/2565 เรื่อง  หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ให้บริษัทแม่ยื่นคำขอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย\nเป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะคำนึงถึงหลักการสำคัญในการพิจารณา ดังนี้\n\t\t1.1 ให้บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินยกเว้นธนาคารพาณิชย์ สามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีความยืดหยุ่น สนับสนุนเทคโนโลยีหรือการพัฒนาบริการทางการเงินที่จะช่วยให้ระบบการเงินมีประสิทธิภาพ และเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ไม่ปิดกั้นการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบที่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ\n\t\t1.2 มีการดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคารพาณิชย์ และความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจและการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่อาจกระทบต่อเงินฝากของประชาชน ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ รวมถึงเสถียรภาพของระบบการเงิน\n\t\t1.3 คุ้มครองลูกค้าผู้ใช้บริการให้ได้รับบริการอย่างเป็นธรรม ป้องกันการชักชวนให้ลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาจไม่มีความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเพียงพอและมีความสามารถในการรับความเสี่ยงต่ำมาลงทุน\n\t\t1.4 ยกระดับมาตรฐานธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศให้มีการดำเนินงานและการให้บริการแก่ลูกค้าที่เหมาะสม ทัดเทียมกับมาตรฐานที่ลูกค้าคาดหวังได้จากบริการของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขประกอบการอนุญาตหรือผ่อนผัน รวมถึงอาจกำหนดให้มีการทดสอบโดยนำแนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยแนวทางการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox) มาใช้โดยอนุโลมด้วยก็ได้\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 58 59\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 6/2565 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2565\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-30T14:14:49"],
    [2884,"9aa7a3be-25a3-41e5-9ca8-7bfd7439e49d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010306 การขออนุญาตไม่นับการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในการคำนวณ Digital Asset Related Business Limit","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9c26e2-87e0-48f4-80cc-0ed5307526d7",60,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\tหากบริษัทแม่สามารถพิสูจน์ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้ว่าบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลใดมีการยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านธรรมาภิบาล ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง การดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism and the Proliferation of Weapons of Mass Destructions: AML/CFT/WMD) การคุ้มครองผู้ใช้บริการ (Consumer Protection) และการประเมินความเหมาะสมของลูกค้า (Client Suitability) ได้อย่างเหมาะสมทัดเทียมกับมาตรฐานที่ลูกค้าคาดหวังได้จากบริการของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาให้ไม่ต้องนับการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ในการคำนวณ Digital Asset Related Business Limit โดยให้\nบริษัทแม่ขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 58 59\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 6/2565 เรื่อง  หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2565 และคำถาม - คำตอบแนบท้ายประกาศที่อธิบายการยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในด้านต่าง ๆ\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-30T14:14:07"],
    [2885,"9aa7d389-17f7-4ccd-b98b-a4dd8b9c8988","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010303 การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (กรณีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอื่นๆ รวมถึงการเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa7c69d-aacb-456f-9a89-7cf41874508a",30,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 กรณีที่สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระดับ Solo Consolidation หรือ Full Consolidation ต้องขอความเห็นชอบจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย \n   1.2 กรณีที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทแม่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ไม่ได้ทำให้มีการเพิ่มหรือลดบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เช่น การย้ายบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลจากเดิมที่บริษัทแม่โฮลดิ้งถือหุ้นโดยตรงเป็นการถือหุ้นผ่านบริษัทลูกอื่นแทน (แม้ว่าบริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นจะยังคงเป็นบริษัทนอก Solo Consolidation เช่นเดิมก็ตาม)\n   1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป\n   ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 57 และ 58\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 6/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564\n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564\n(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564\n(5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 6/2565 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2565\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-30T10:46:51"],
    [2886,"9aa80ada-8992-4a03-8509-533b3e910190","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07002 การขออนุญาตประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-a5ee-466f-9b42-7a654423c06c",60,0,13,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ        \n   ผู้ยื่นคำขอรับอนุญาตประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n   1.1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมิใช่สถาบันการเงิน \n   1.2 มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วและส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทตลอดระยะเวลาการประกอบธุรกิจ\n   1.3 มีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญญาไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด\n   1.4 เป็นนิติบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ \n       (1) อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ \n       (2) อยู่ระหว่างถูกระงับการดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราวหรือเคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจทางการเงินและระบบการชำระเงิน \n      (3) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินหรือเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายหรือการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงหรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง\n     (4) เคยเป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินและระบบการชำระเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด และมีพฤติกรรมอันเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค\n   1.5 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของผู้ยื่นคำขออนุญาต และกรรมการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของบริษัทแม่ของผู้ยื่นคำขอ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล)\n   1.6 เป็นผู้ที่เข้าร่วมทดสอบใน Regulatory Sandbox เพื่อประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลกับธนาคารแห่งประเทศไทยจนประสบความสำเร็จและพร้อมให้บริการในวงกว้างในประเทศไทย\n    \n    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n(1) ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 \n(2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล) \n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วยเรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)\n(4) แนวปฏิบัติ เรื่อง แนวทางการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)\n\n2. วิธีกำรยื่นคำขอ\n   2.1 ผู้ยื่นคำขออนุญาตสมัครใช้บริการระบบ e-Application ที่ https://iservice.bot.or.th/\n   2.2 ผู้ยื่นคำขออนุญาตที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบคำขออนุญาต พร้อมเอกสารประกอบ และลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งผ่านระบบ e-Application ที่สมัครแล้วตามข้อ 2.1\n   2.3 กรณีที่ข้อมูลมีความซับซ้อน หรือเอกสารมีความไม่ชัดเจน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจนัดหมายให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตมาชี้แจงเพิ่มเติม\n   2.4 ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับและตรวจสอบหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือพบว่า ผู้ยื่นคำขอ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของผู้ยื่นคำขออนุญาต หรือกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ยื่นคำขอ มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือขัดกับหลักธรรมาภิบาลที่ดี หรือมีประเด็นเชิงนโยบาย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n   2.5 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุญาตประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ในกรณีมีเหตุอันควรสงสยัหรือปรากฏข้อเท็จจริงที่อาจเชื่อได้ว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในกำรจัดกราของผู้ยื่นคำขอ หรือกรรมการ หุ้นส่วนผ้จัดการหรือผู้มีอำนาจในกำรจัด การของบริษัทแม่ของผ้ยูื่นคำขอ มีลักษณะหรือพฤติการณ์เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามข้อ 12 (2) (ญ) และข้อ 12 (2) (ฎ) ของประกาศกระทรวงการคลังที่อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความผาสุกแห่งสาธารณชน ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถขยายระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตได้อีกคราวละไม่เกิน 60 วันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว โดยสามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ครั้ง และจะรายงานการขยายระยะเวลาดังกล่าวให้รัฐมนตรีทราบด้วย\n   2.6 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application และนำส่งหนังสืออนุญาตตัวจริงให้ผู้ยื่นคำขอทางไปรษณีย์","2025-05-14T10:54:38"],
    [2887,"9aa8546c-4013-4205-92cd-8e422efba75f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011502 การขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa845ed-11eb-4623-99ca-945f5af6446f",15,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n1.1 การยื่นขอความเห็นชอบ \n1.1.1 ผู้สอบบัญชีที่จะลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินในรายงานการสอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ดังกล่าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลผู้สอบบัญชีของประเทศนั้น \n1.1.2 ให้บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแจ้งรายชื่อผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศ ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยทุกปี ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ดังกล่าว หรือวันที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์และได้รับการตอบรับจากหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ดังกล่าวหรือมีหลักฐานยืนยันได้ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของประเทศนั้นครบถ้วนแล้ว แล้วแต่กรณี โดยใช้หนังสือแจ้งรายชื่อผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศ ตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n      ในการแจ้งรายชื่อผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศ บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินอาจแจ้งรายชื่อผู้สอบบัญชีมากกว่า 1 รายก็ได้ โดยต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณา เช่น เอกสารการได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation หรือเอกสารที่ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation หรือเอกสารหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าผู้สอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของประเทศนั้นครบถ้วนแล้ว ของผู้สอบบัญชีทุกรายด้วย \n1.1.3 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้สอบบัญชีหรือสำนักงานสอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศ ภายหลังจากที่แจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ให้บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแจ้งเหตุผลและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 30 วันนับแต่วันที่การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของประเทศดังกล่าว ตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\nทั้งนี้ หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่แจ้งทักท้วงภายใน 15 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วน ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศในปีนั้นแล้ว หรือให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ที่อยู่ในต่างประเทศที่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว แล้วแต่กรณี \n1.1.4 กรณีที่ผู้สอบบัญชีขาดคุณสมบัติหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศกำหนด หรือหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีดังกล่าว ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยสิ้นสุดการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีดังกล่าวด้วย และธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีดังกล่าว หากปรากฏในภายหลังว่าขาดความเหมาะสมในการปฏิบัติงานสอบบัญชี\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ (1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 มาตรา 67 มาตรา 69 มาตรา 71 และมาตรา 84 (2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินและบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2564\n2. วิธีการยื่นคำขอ \n2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-12-18T01:22:58"],
    [2888,"9aa9dab8-1cf9-4c01-9892-0a16fbf21de9","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010104 การขอความเห็นชอบควบกิจการ โอนหรือรับโอนกิจการ ระหว่างสถาบันการเงิน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงินจะซื้อหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินอื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa9d084-f86f-47db-b2b1-7a6c598fc5d2",60,0,10,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 สถาบันการเงินใดจะควบกิจการกับสถาบันการเงินอื่น หรือโอนหรือรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่หรือจากสถาบันการเงินอื่น หรือในกรณีที่สถาบันการเงินใดหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงินใดจะซื้อหรือมีไว้ซึ่งหุ้นในสถาบันการเงินอื่น เพื่อควบหรือโอนหรือรับโอนกิจการอันจะเป็นผลให้สถาบันการเงินมีฐานะหรือดำเนินกิจการมั่นคงยิ่งขึ้น ให้สถาบันการเงินหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงิน แล้วแต่กรณี ยื่นโครงการแสดงรายละเอียดการดำเนินงานเสนอธนาคารแห่งประเทศไทย   ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศการให้ความเห็นชอบดังกล่าว โดยจะกำหนดระยะเวลาดำเนินการและหลักเกณฑ์ใดๆ ไว้ด้วยก็ได้\n   1.2 หากมีเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องที่ต้องขออนุญาต/ผ่อนผัน ให้ผู้ยื่นคำขอปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนในเรื่องนั้นๆ ด้วย เช่น หากมีสถาบันการเงินต้องเลิกประกอบกิจการ ให้ถือปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง การขออนุญาตเลิกประกอบกิจการ หรือหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราวของสถาบันการเงิน เป็นต้น\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\nพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 73\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2. ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application \n3. การพิจารณา\n    ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม\n    3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ\n    3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา\n    3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-15T16:00:33"],
    [2889,"9aaa07ab-0675-46e5-868f-ac7e6fe23552","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010106 การขออนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในฐานะธนาคารพาณิชย์อาเซียน ที่ได้รับความเห็นชอบภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (Qualified ASEAN Bank หรือ QAB) สัญชาติมาเลเซีย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa9f435-5d4a-4bcb-882e-b73521099c9d",180,0,8,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n    1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 9 กําหนดให้การประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะกระทำได้เฉพาะนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจํากัด โดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รัฐมนตรี)โดยคําแนะนําของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ การอนุญาตดังกล่าวรัฐมนตรีจะกําหนดหลักเกณฑ์ตามที่เห็นสมควรก็ได้\n    1.2 ประกาศกระทรวงการคลัง กําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศสัญชาติมาเลเซียที่มีคุณสมบัติตามประกาศฉบับนี้ สามารถยื่นแบบคำขออนุญาตได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาคําขออนุญาตให้ครบถ้วน ทั้งนี้ รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของธนาคารแห่งประเทศไทย กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในฐานะธนาคารพาณิชย์อาเซียนที่ได้รับความเห็นชอบภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน \n        1.2.1 ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศสัญชาติมาเลเซียที่สามารถยื่นขออนุญาต หรือขอความเห็นชอบ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ\n              (1) ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศสัญชาติมาเลเซียที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย (จัดเป็นผู้ขออนุญาต ตามประกาศ)\n              (2) ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศสัญชาติมาเลเซียที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยในปัจจุบัน ในรูปแบบสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ (จัดเป็นผู้ขอความเห็นชอบ ตามประกาศ)\n              (3) ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศสัญชาติมาเลเซียที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยในปัจจุบัน ในรูปแบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศไทย (จัดเป็นผู้ขอความเห็นชอบ ตามประกาศ)\n        1.2.2 การพิจารณาอนุญาต/ให้ความเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินเป็น QAB สัญชาติมาเลเซีย ใช้เวลาในการพิจารณารวมทั้งสิ้น 6 เดือน (180 วัน) โดยให้ปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n        1.2.3 ภายหลังธนาคารพาณิชย์ได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้ธนาคารพาณิชย์แต่ละประเภทดำเนินการดังนี้       \n              ผู้ขออนุญาต : ขอรับใบอนุญาตภายใน 1 ปีนับจากรัฐมนตรีเห็นชอบและเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ\n              ผู้ขอความเห็นชอบ : ขอเปลี่ยนใบอนุญาตภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ\n              ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันควรธนาคารแห่งประเทศไทย อาจพิจารณาผ่อนผันได้แต่ไม่เกิน 6 เดือน  \n    1.3 การพิจารณาอนุญาตหรือให้ความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในฐานะ QAB สัญชาติมาเลเซีย \n        ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาคำขอของผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอความเห็นชอบ ซึ่งจะคำนึงถึงเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินไทยเป็นสำคัญ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอรายชื่อผู้ขออนุญาต หรือขอความเห็นชอบที่สมควรให้จัดตั้ง QAB สัญชาติมาเลเซีย ต่อรัฐมนตรี พร้อมเหตุผลประกอบการพิจารณาภายใน 3 เดือน (90 วันโดยประมาณ) นับจากวันที่เอกสารถูกต้องครบถ้วน โดยรัฐมนตรีจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน (90 วันโดยประมาณ) นับแต่วันที่ได้รับรายชื่อและเหตุผลประกอบการพิจารณาจากธนาคารแห่งประเทศไทย\n        ทั้งนี้ เมื่อนับจำนวนธนาคารพาณิชย์ที่เป็น QAB สัญชาติมาเลเซีย รวมเข้ากับธนาคารพาณิชย์อื่นที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินโดยมีบุคคลสัญชาติมาเลเซียถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ต้องมีจำนวนรวมไม่เกิน 3 ราย \n    1.4 เงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์อาเซียนที่ได้รับความเห็นชอบภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (QAB)\n         1.4.1 ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาท โดยสามารถทยอยนำเงินทุนเข้ามาได้ภายใน 5 ปี\n         1.4.2 สามารถให้บริการโดยมีจำนวนจุดให้บริการได้สูงสุดไม่เกิน 40 จุด (จุดบริการขึ้นอยู่กับทุนจดทะเบียนนำเข้า)\n         1.4.3 สามารถจ้างพนักงานสัญชาติอาเซียนได้ไม่จำกัดจำนวนและไม่จำกัดตำแหน่ง\n    1.5 หากมีแผนการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญจนส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของบริษัทแม่ หรือเปลี่ยนแปลงบริษัทแม่หรือสัญชาติของ QAB ต้องยื่นคำขออนุญาตต่อรัฐมนตรีผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ\n    1.6 กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศสัญชาติมาเลเซียที่เป็นบริษัทแม่ของ QAB สัญชาติมาเลเซียถูกเพิกถอนใบอนุญาต ปิดกิจการ หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล หรือกรณีที่ QAB สัญชาติมาเลเซียไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งตามที่กำหนดในประกาศนี้ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์โดยอาจมีคำสั่งระงับการดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนในระหว่างการเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ก็ได้ และให้ QAB สัญชาติมาเลเซียดังกล่าวเลิกประกอบกิจการและส่งคืนใบอนุญาตแก่กระทรวงการคลังผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนด หรือรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย อาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็น QAB สัญชาติมาเลเซีย และให้ QAB สัญชาติมาเลเซียดังกล่าวขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ต่อกระทรวงการคลังผ่าน ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนด\n    1.7 ห้ามมิให้ QAB สัญชาติมาเลเซียประกอบธุรกิจสถาบันการเงินในประเทศไทยในรูปแบบอื่นอีก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น \nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 9\n(2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและขอความเห็นชอบประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในฐานะธนาคารพาณิชย์อาเซียนที่ได้รับความเห็นชอบภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (Qualified ASEAN Bank หรือ QAB) สัญชาติมาเลเซีย\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n    2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application \n\n3. การพิจารณา\n    ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 กรณีมีความซับซ้อน อาจจะมีนัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ \n    3.2. ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ\n    3.3. แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา\n    3.4. กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2023-12-19T14:59:55"],
    [2890,"9aaa167a-5fd2-48f7-8083-a5838b4451fa","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05006 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) ในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9c37fa-f465-434a-a099-7ada39b674ed",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1.1 ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (outsourcing) ได้เฉพาะในส่วนของงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (strategic function) ทั้งนี้ ลักษณะงาน strategic function ได้แก่\n  1.1.1 งานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือการทำธุรกรรมที่กระทบต่อฐานะการดำเนินงานและความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน\n  1.1.2 งานที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงลึก การตรวจสอบหรือการสอบทานในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการตัดสินใจทำธุรกรรม\n  1.1.3 งานที่เกี่ยวกับการติดตาม การตรวจสอบ และการสอบทานภายหลังการอนุมัติหรือการทำธุรกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการดำเนินงานและความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินหากดำเนินการไม่เหมาะสม\n1.2 ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบ 2 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 13/2563 เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ได้แก่\n  1.2.1  การคัดเลือกผู้ให้บริการภายนอก\n  1.2.2  การดูแลและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค\n  1.2.3  การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของผู้ให้บริการภายนอก\n  1.2.4  การบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการภายนอก\n1.3 กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกได้  ให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงินจัดส่งหนังสือขออนุญาตผ่อนผันโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็นมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการอนุญาตผ่อนผัน ธนาคารแห่งประเทศไทยสงวนสิทธิที่จะพิจารณากำหนดเงื่อนไขให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นรายกรณีด้วย\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-29T17:59:01"],
    [2891,"9aaa15c0-6ccb-452b-b8ba-dcf5bca742fa","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-05005 การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลของผู้ประกอบธุรกิจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aaa14ea-c376-467f-9062-8c0791167736",15,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \nกรณีผู้ประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการ และแจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการด้วยเช่นกัน \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ \n   2.1 ให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-29T17:58:20"],
    [2892,"9aac09a6-9e35-4625-ad1b-99dfc77b81f0","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-07010 การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลของผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aac0960-30dd-42a9-9890-2fdb7ed2bcaa",15,0,2,"1.\tเงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n\nกรณีผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล มีการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการ และแจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการด้วยเช่นกัน \n\nทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรายละเอียดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/PruReg_HB/Doc_Form/Pages/PeopleManual.aspx \nโดยเลือกหัวข้อ คู่มือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (peer to peer lending platform) \n\n2.\tวิธีการยื่นคำขอ \n\n2.1\tให้ผู้ประกอบธุรกิจยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคำขอและนับระยะเวลาการดำเนินการ เมื่อผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-30T15:22:08"],
    [2893,"9aae0fee-54c7-455d-9447-37b1df791512","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011602 การขอความเห็นชอบให้สถาบันการเงิน หรือบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation ขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใด ๆ จากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aae0c9c-0bb6-48ad-a09d-e9c73ef94f63",45,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 ห้ามมิให้สถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจ\nในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใด ๆ จากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย\n   1.2 ในแต่ละรอบปีบัญชี สถาบันการเงินอาจขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ \nรองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใด ๆ จากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่าของทรัพย์สินรวมกันแต่ละรายไม่เกิน 50,000 บาท โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย  \n    1.3 กรณีมูลค่าของทรัพย์สินเกิน 50,000 บาท สถาบันการเงินจะขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใดๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจ\nในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อหรือเช่าทรัพย์สินนั้น ใดๆ จากบุคคลดังกล่าวนั้นได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ \n\t1.3.1 เป็นการขาย ให้ ให้เช่า หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใด ๆ ตามมูลค่าของทรัพย์สินนั้น โดยการคำนวณมูลค่าของทรัพย์สิน ให้ถือเอาราคาตามบัญชี หรือราคาตลาดตามมาตรฐานการบัญชี แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า \n\t1.3.2 สถาบันการเงินได้กำหนดและปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์ตามแนวนโยบายของธนาคารแห่ง ประเทศไทยว่าด้วยการทำธุรกรรมสินเชื่อ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น \nและผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ\n   1.4 ห้ามมิให้บริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในกลุ่ม Solo Consolidation หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใด ๆ จากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับสถาบันการเงินตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การขาย \nให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆ แก่กรรมการและบุคคลอื่นที่กำหนดตาม มาตรา 48 (4) หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์ใด ๆ จากบุคคลดังกล่าว \n   1.5 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่ง  ประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป\n       ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาตามเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน ลูกค้า และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 48 (4) มาตรา 54 และมาตรา 58\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 61/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใด ๆ แก่กรรมการและบุคคลอื่นที่กำหนดตามมาตรา 48 (4) หรือรับซื้อหรือเช่าทรัพย์สินใด ๆ จากบุคคลดังกล่าว ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551\n (3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของ\nกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 27 เมษายน 2560\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application \n\n3. การพิจารณา\n   ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริง โดยจะดำเนินการ ดังนี้\n   3.1 นัดหมายผู้ยื่นมาประชุมหารือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม\n   3.2 ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ\n   3.3 แจ้งประเด็น/ข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงและ/หรือส่งข้อมูล/เอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา\n   3.4 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน/ไม่สมบูรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข/ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-01-25T21:14:10"],
    [2894,"9aae33ac-0469-44db-ae88-92344f06c774","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010304 การขออนุญาตหรือขอผ่อนผันการปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa7ca9e-9e7e-40f5-9e22-c0712b9dade5",45,0,2,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 กรณีที่กลุ่มธุรกิจทางการเงินต้องการขออนุญาตหรือขอผ่อนผันการปฏิบัติตามแนวทางที่กําหนดในหลักเกณฑ์ว่าด้วยการกำกับดูแลโครงสร้างโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน  ให้บริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินยื่นคําขอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ซึ่งในการพิจารณาธนาคารแห่งประเทศไทยจะคํานึงถึงความมั่นคงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการมีกระบวนการบริหารความเสี่ยง ธรรมาภิบาล การดําเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ ประสิทธิภาพและประโยชน์ในการดําเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เป็นหลัก ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในการอนุญาตหรือผ่อนผันด้วยก็ได้\n   1.2 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 มาตรา 57 และมาตรา 58\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 6/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564\n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564\n(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณา ซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-30T10:46:43"],
    [2895,"9aae38ab-cb4b-411a-bbcc-cded8c7d0083","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-010611 การขอผ่อนผันให้บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ (1) กิจการอื่นที่บริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนไปลงทุนเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการนั้น และ (2) บริษัทลูกทุกทอดของกิจการตาม (1) รวมกันเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa7cd11-8307-47b0-a234-7be304b58ef6",45,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ:\n   1.1 ธุรกิจเงินร่วมลงทุนเป็นธุรกิจการลงทุนระยะยาวในลักษณะเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของกิจการในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตสูง ผู้ที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงิน และให้คำปรึกษาต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจนั้นสามารถเติบโตได้ต่อไป และเตรียมพร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ และเมื่อบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนจะจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทนั้นเพื่อรับส่วนต่างกำไร (ขาดทุน) จากการลงทุนดังกล่าว\n   1.2 บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ (1) กิจการอื่นที่บริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุนไปลงทุนเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น และ (2) บริษัทลูกทุกทอดของกิจการตาม (1) รวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 5 ของเงินกองทุนกลุ่ม Full Consolidation \n   ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยให้บริษัทแม่ทำหนังสือขออนุญาตมายังธนาคารแห่งประเทศไทย\n   สำหรับการนับปริมาณการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อข้างต้น จะไม่นับรวมถึงเงินลงทุนในกิจการที่บริษัทแม่ได้นำเงินลงทุนในกิจการนั้นไปหักออกจากเงินกองทุนกลุ่ม Full Consolidation แล้ว ตามสัดส่วนของจำนวนที่ต้องหักออกจากเงินกองทุนตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (รายละเอียดการคำนวณตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน)\n   1.3 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 มาตรา 57 และมาตรา 58\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่สนส. 5/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 27 เมษายน 2560 \n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-11-30T18:43:23"],
    [2896,"9aae4d4f-cf6f-4b43-8729-59fbe620a5a0","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011606 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) หรือการขอใช้กระบวนการหรือการดำเนินการอื่นในการรู้จักลูกค้านอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aae4639-3083-4208-8b09-eaf6239e592a",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n\n    1.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินเปิดบัญชีเงินฝากให้แก่ลูกค้า โดยสถาบันการเงินต้องมีกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เพื่อป้องกันการทุจริตจากการปลอมแปลงหรือใช้ข้อมูลบุคคลอื่นในการทำธุรกรรมและเพื่อป้องกันการฟอกเงิน  \n\n    1.2 สถาบันการเงินสามารถเปิดบัญชีเงินฝากให้แก่ลูกค้า ได้ทั้งแบบพบเห็นลูกค้าต่อหน้า (Face-to-Face) และแบบไม่พบเห็นลูกค้าต่อหน้า (Non Face-to-Face) ซึ่งหลักเกณฑ์กำหนดกระบวนการรู้จักลูกค้า ดังนี้ \n\n1.2.1 การแสดงตนของลูกค้า (Identification): สถาบันการเงินต้องได้รับข้อมูลและเอกสารหลักฐานการแสดงตนที่บ่งชี้ถึงตัวลูกค้าตามประเภทของลูกค้า โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน \n\n1.2.2 การพิสูจน์ตัวตนลูกค้า (Verification):  \n\n(1) การพิสูจน์ตัวตนลูกค้าด้วยสถาบันการเงินเอง  \n\nสถาบันการเงินต้องตรวจสอบความถูกต้อง ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลและเอกสารหลักฐานการแสดงตนของลูกค้า โดยข้อมูลที่ใช้พิสูจน์ตัวตนลูกค้าต้องได้จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งพิสูจน์ว่าเป็นลูกค้าหรือบุคคลที่รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายจากนิติบุคคล (หากมี) รายนั้นจริง \n\n(1.1) การพิสูจน์ตัวตนลูกค้าแบบพบเห็นลูกค้าต่อหน้า (Face-to-Face) \n\nกรณีการใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) เป็นเอกสารหลักฐานการแสดงตน สถาบันการเงินต้อง (1) ตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card Reader) และ (2) ตรวจสอบสถานะของบัตรประจำตัวประชาชนผ่านระบบการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ \n\n(1.2) การพิสูจน์ตัวตนลูกค้าแบบไม่พบเห็นลูกค้าต่อหน้า (Non Face-to-Face) \n\nกรณีการใช้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารหลักฐานการแสดงตน สถาบันการเงินต้อง (1) ตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (2) ตรวจสอบสถานะของบัตรประจำตัวประชาชนผ่านระบบการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ (3) ถ่ายรูปลูกค้า (4) ใช้เทคโนโลยีเพื่อพิสูจน์ความเป็นบุคคลและสังเกตพฤติกรรมลูกค้า (Liveness Detection) และ (5) ใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลชีวมิติของลูกค้า (Biometric Comparison)  \n\n (2) การพิสูจน์ตัวตนลูกค้าด้วยระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล \n\nสถาบันการเงินสามารถตรวจสอบความถูกต้อง ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลและเอกสารหลักฐานการแสดงตน รวมทั้งพิสูจน์ว่าเป็นลูกค้าหรือบุคคลที่รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายจากนิติบุคคล (หากมี) รายนั้นจริง ผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เช่น ผ่าน National Digital ID Platform (NDID Platform) แทนการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าตามข้อ (1) หรือประกอบการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าตามข้อ (1) ข้างต้น \n\n    1.3 ในกรณีที่สถาบันการเงินไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด หรือสถาบันการเงินประสงค์จะมีกระบวนการหรือการดำเนินการอื่นในการรู้จักลูกค้านอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ให้สถาบันการเงินขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี \n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่ \n\nพ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 41 \n\nประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 19/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2562","2023-11-30T18:34:56"],
    [2897,"9aafd85b-ca0f-4273-96db-e50e474f8be8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-02006 การขอให้รับรองพนักงานและกรรมการชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติงานในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aafafc3-5c20-40db-b93c-d113aaf5bb56",10,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 พนักงานและกรรมการชาวต่างประเทศที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้การรับรองเป็นการทั่วไปต่อหน่วยงานทั้ง 2 แห่งดังกล่าวไว้แล้ว ดังนี้\n       - ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ                            รับรองเป็นการทั่วไปจำนวน 3 คน\n       - ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ        รับรองเป็นการทั่วไปจำนวน 6 คน\n       - สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ                             รับรองเป็นการทั่วไปจำนวน 6 คน\n       - บริษัทเงินทุน (ได้เฉพาะกรรมการ)                                 รับรองเป็นการทั่วไปจำนวน 4 คน\n       - สำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ                  รับรองเป็นการทั่วไปจำนวน 2 คน\n   1.2 สถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศจัดทำหนังสือขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยให้การรับรองเพิ่มเติมได้เป็นรายกรณี หากมีความจำเป็นต้องมีกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานชาวต่างประเทศมากกว่าจำนวนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้การรับรองเป็นการทั่วไป โดยต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย\n   1.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้การรับรองพนักงานชาวต่างประเทศ (ไม่รวมถึงกรรมการชาวต่างประเทศ) ที่มีสัญชาติจากประเทศสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เข้ามาปฏิบัติงานในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ โดยไม่จำกัดจำนวนและตำแหน่ง ซึ่งสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศต้องเสนอแผนการว่าจ้างพนักงานชาวต่างประเทศที่มีสัญชาติจากประเทศสมาชิกอาเซียนพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและตำแหน่ง เหตุผล ความจำเป็นและความสอดคล้องกับแผนธุรกิจให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาก่อนเป็นรายกรณี\n   ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n   (1) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การรับรองพนักงานและกรรมการชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติงานในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศ ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2552    \n   (2) หนังสือ ธปท.ฝนส2.ว. 926/2564 เรื่อง การรับรองพนักงานและกรรมการชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติงานในสถาบันการเงินและสำนักงานผู้แทน ลงวันที่ 28 กันยายน 2564\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนด เวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2023-12-14T19:31:17"],
    [2898,"9aba5f49-ed52-410f-9e1e-fb02f5712e70","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-011003 การขออนุญาตใช้วิธี Contingent Loss Method สำหรับธุรกรรม Options ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3d-7614-4552-9b4f-4744ebe3065e",45,0,11,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด \n1.1.1 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านตลาด ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าวให้เพียงพอกับระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา \n1.1.2 ให้สถาบันการเงิน หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าตั้งแต่ระดับที่มีนัยสำคัญ ดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดตามองค์ประกอบตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) สำหรับสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญให้ดำรงเงินกองทุนเฉพาะข้อ (4) เท่านั้น \n(1) ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า \n(2) ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุนจากฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่อยู่ในบัญชีเพื่อการค้า \n(3) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ \n(4) ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์จากฐานะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ \n1.1.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมในบัญชีเพื่อการค้าต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญ ต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดในทุกองค์ประกอบหรือองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเพิ่มเติมจากความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตามข้อ 1.1.2 (4) และ Credit Derivatives ที่จัดอยู่ในบัญชีเพื่อการค้าได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการสั่งการดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินแห่งนั้นมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งกรณีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการในภายหลัง \n1.1.4 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับประเภทของความเสี่ยงด้านตลาดที่กำหนดในข้อ 1.1.2 ข้างต้น ซึ่งคำนวณตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้ \n(1) วิธีมาตรฐาน (Standardised Approach) หรือ \n(2) วิธีแบบจำลอง (Internal Model Approach) หรือ \n(3) วิธีผสมระหว่างวิธีมาตรฐานกับวิธีแบบจำลอง \n1.1.5 ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินนำเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดที่คำนวณได้ตามวิธีที่ระบุในข้อ 1.1.4 มาคูณด้วย 12.5 เป็นสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาด เพื่อนำมาใช้ในการดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามแต่กรณี \n\n1.2 หลักเกณฑ์การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Options  \n1.2.1 การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Options ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ \n(1) สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะซื้อเท่านั้นสามารถที่จะคำนวณเงินกองทุนสำหรับ Options โดยใช้วิธีแบบง่าย (Simplified Method) ได้ \n(2) สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีฐานะ Options ในแต่ละรายการเป็นฐานะขายด้วย ควรใช้วิธีใดวิธีหนึ่งในวิธีระดับกลาง (Intermediate Approach) ซึ่งได้แก่ Delta-Plus Method และ Contingent Loss Method หรือวิธีแบบจำลอง (Internal Model Approach) ซึ่งทั้ง 3 วิธีต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน  ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินมีธุรกรรมเพื่อการค้า \nที่ซับซ้อนมากขึ้น ก็ควรใช้วิธีคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นตามไปด้วย \n(3) สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Exotic Options อาจต้องใช้วิธีคำนวณความเสี่ยงแบบ Contingent Loss Method หรือ Internal Model Approach เพื่อให้สามารถวัดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น \n(4) การซื้อ Options จากตลาด OTC ยังคงต้องดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิต (Counterparty Risk) ที่อาจเกิดจากการไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญาด้วยนอกเหนือจากการดำรงเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านตลาด (Specific Risk และ General Market Risk) \n(5) วิธีที่สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินจะใช้ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงสำหรับ Options ต้องสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด  \n1.2.2 เงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงสำหรับ Options ที่คำนวณโดยใช้วิธี Scenario Analysis หรือ Contingent Loss Method จะเท่ากับ \n(1) เงินกองทุนสำหรับความเสี่ยง Specific Risk โดยการนำมูลค่า Delta-Equivalent ของแต่ละ Options คูณด้วยน้ำหนักเงินกองทุนตามวิธีมาตรฐานในส่วนเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและราคาตราสารทุน \n(2) เงินกองทุนสำหรับความเสี่ยง General Market Risk จะใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองในกรณีต่าง ๆ (Contingent Loss Matrix Analysis) เพื่อคำนวณการเปลี่ยนแปลงมูลค่า Portfolio ของ Options ต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาและความผันผวนของอัตราหรือราคาของตราสารอ้างอิง (Level and Volatility of the Rates or Prices of Associated Underlying) ซึ่งตามวิธีนี้เงินกองทุนสำหรับความเสี่ยง General Market Risk จะถูกกำหนดโดยผลขาดทุนสูงสุดใน Scenario Matrix ตามแบบจำลองดังกล่าว สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินสามารถเลือกใช้วิธีการคำนวณเงินกองทุนนี้สำหรับ Options Portfolio และฐานะที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยใช้วิธี Contingent Loss Method เมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย  \n\n1.3 การขออนุญาตใช้วิธี Contingent Loss Method สำหรับธุรกรรม Options  \nในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด ให้สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินขออนุญาตใช้วิธี Contingent Loss Method  \nในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดสำหรับ Options เป็นรายธุรกรรม โดยธุรกรรม Options ที่สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้วิธี Contingent Loss Method ในการคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาด หรือธุรกรรม Options ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยอนุญาตให้ใช้วิธี Contingent Loss Method แล้ว แต่สถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินประสงค์จะเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณที่กระทบถึงมูลค่า Options ขอให้สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินยื่นคำขออนุญาตใช้วิธี Contingent Loss Method มาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ \n\n1.4 กรณีที่คำขออนุญาตมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียด ของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป \n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ \n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30  \n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 94/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 \n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555\t \n(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสำหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 \n(5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 \n(6) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 4/2556 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลการดำรงเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 \n(7) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 5/2556 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลการดำรงเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 \n(8) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2562 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลการดำรงเงินกองทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 \n(9) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 15/2562 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลการดำรงเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ \n    2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2024-07-26T14:37:21"],
    [2899,"9b49037b-1798-4f62-b5d2-d42b387628ba","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-41 การขออนุญาตให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัล นอกเหนือจากที่อนุญาตเป็นการทั่วไปของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9b48ea43-4606-4d8c-8c99-9477233872d0",60,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n    \tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 12/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2564  ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนให้บริการ ในกรณีดังต่อไปนี้\n\t1.1 กรณีให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์  เฉพาะบริการที่เกิดธุรกรรมทางการเงิน \n\t1.2 กรณีให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นครั้งแรก หรือให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลอื่นเพิ่มเติม ทั้งที่เป็นบริการที่เกิดธุรกรรมทางการเงินและไม่เกิดธุรกรรมทางการเงิน    \nทั้งนี้ การขอให้บริการดังกล่าวให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ได้แก่\n(1)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน ที่นำมาบังคับใช้โดยอนุโลม จนกว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลบังคับใช้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องมีความพร้อมด้านระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ผ่านการพิจารณาจาก ธปท. ก่อนให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัล รวมถึงให้ถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) ด้วย\n(2)\tกฎหมายหรือหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยแนวทางการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)  แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการให้บริการทางการเงินและการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Guiding Principles for Mobile Banking Security) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ \nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  : \n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551\n(2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง\n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  \n(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน \n(5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) \n(6) แนวปฏิบัติ เรื่อง แนวทางการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)\n(7) แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการให้บริการทางการเงินและการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Guiding Principles for Mobile Banking Security) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n\t2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่า คำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณา ซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n\t2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอ\nจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n\t2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application \n\t2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2024-02-08T16:20:22"],
    [2900,"9b491fd5-6f0a-4bd7-83ba-84113252df6f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-43 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","9b491c44-1587-4eef-a80d-7b16a42b3399",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (ผ่อนผัน) \n    1.1 การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัล สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลในเรื่องดังต่อไปนี้ \n(1) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัล \n(2) การบริหารความเสี่ยง\n(3) การดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการ \n(รายละเอียดตามข้อ 4.4 ของประกาศหลักเกณฑ์การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ)\n         นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจยังต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดในประกาศด้วย \n    1.2 กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจฉบับนี้ได้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี พร้อมแสดงเหตุผลและความจำเป็น รวมถึงแผนในการดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ \nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  : \n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551\n(2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง\n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  \n(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน \n2. วิธีการยื่นคำขอ (ผ่อนผัน) \n\t2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่า คำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n\t2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอ\nจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n\t2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application \n\t2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2024-02-08T16:21:14"],
    [2901,"9b49136b-af12-4f98-b0ad-bf13e144d1c8","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","02-42 การแจ้งเพิ่ม ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลของ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ภายหลังจากที่เคยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","9b490983-1fbd-4c5f-a629-31cc5e9055ef",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ (แจ้ง)\n\tหากสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องการเพิ่ม ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลจากที่เคยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย  สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมายังธนาคารแห่งประเทศไทยไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนให้บริการ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามความเหมาะสม  \nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่  : \n(1) พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551\n(2) กฎหมายจัดตั้งเฉพาะของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง\n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์และช่องทางดิจิทัลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  \n(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ของสถาบันการเงิน \n2. วิธีการยื่นคำขอ (แจ้ง)\n\t2.1 สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application โดยหากธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอ ข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งมานั้น มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมีเนื้อหาไม่สอดคล้องกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณา ซึ่งถือเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n\t2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือนำส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n\t2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application \n\t2.4 กรณีที่คำขอมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคำขออนุญาต เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากำหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป","2024-02-08T16:20:51"],
    [2902,"9b590997-98eb-48a3-b832-161993919036","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอผ่อนผันรายงานการจัดส่งข้อมูลเพื่อการจัดทำสถิติดุลการชำระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b58f6d4-b351-4de6-b87f-908462bf59a7",30,0,2,"พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 10 ซึ่งบัญญัติว่า เพื่อประโยชนย์ในการจัดทําสถิติดุลการชําระเงิน ฐานะการลงทุนระหว่างประเทศและสถิติการเงินของประเทศ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจสั่งให้บุคคลซึ่งทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศ จัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา 2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 6/2563 เรื่อง การจัดส่งข้อมูลเพื่อการจัดทำสถิติดุลการชำระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ กำหนดให้บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศและนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ จัดทำและส่งข้อมูลให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อได้รับแจ้งให้จัดทำและส่งข้อมูลตามแบบและกำหนดเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งนี้ กรณีมีเหตุจำเป็นอัน สมควรทำให้ไม่สามารถจัดส่งข้อมูลตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ให้ยื่นขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยโดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาผ่อนผันตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ท่านสามารถสืบค้นข้อมูลได้ที่เวบไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย","2025-08-14T15:56:57"],
    [2903,"9b9bb521-321b-4cf7-b89b-110b011eb895","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-08001 การขออนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) (สิ้นสุดการใช้งานวันที่ 19 กันยายน 2567)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b9ba96d-27c6-4cb1-83f7-2faf82bfca12",270,0,9,null,"2024-03-21T18:40:47"],
    [2904,"9c104d68-9244-445c-8a30-374a2294b0db","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06001 การขออนุมัติจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3f-bc2e-457b-b9a1-8ad2d20f4506",30,0,16,"1. หลักเกณฑ์และเงื่อนไข \n    1.1 \tบริษัทที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์มีหน้าที่ขออนุมัติจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้\n\t1.1.1 ขออนุมัติจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ รายละเอียดปรากฏตามคู่มือการขออนุมัติจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์\n\t1.1.2 ชำระค่าจดทะเบียนและรับใบทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์ \n    1.2 บริษัทที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ต้องยื่นคำขอต่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้\n\t1.2.1 เป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด\n\t1.2.2 มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท\n\t1.2.3 มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจซึ่งจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541 ซึ่งการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ใด ๆ ของบริษัทที่จดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ จะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขต หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนดตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้ง ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด\n\t1.2.4 กรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการไม่มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 15 เมษายน 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 \nเรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม \n    1.3 ภายหลังได้รับจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์แล้ว ให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยื่นแบบรายงานตามที่ ธปท. กำหนด ตามหนังสือเวียนธนาคารแห่งประเทศไทยที่ ฝนส. (21) ว.1/2562 เรื่อง การส่งรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดการขออนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจได้ที่\n(1)\tพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับประมวล)\n(2)\tกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541 \n(3)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566\n(4)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 2/2567 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินงานในกิจการร่วมทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอันเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567\n(5)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 3/2567 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินงานในกิจการร่วมทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอันเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 \n(6)\tหนังสือเวียนที่ ฝนส. (21) ว. 1/2562 เรื่องการส่งรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n     2.1 ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์ สมัครใช้บริการระบบ e-Application ที่ https://iservice.bot.or.th/ หากมีประเด็นเรื่องการสมัครใช้ระบบ ติดต่อ ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน โทร. 0 2356 7373 หรือ 0 2356 7845\n     2.2 ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบคำขอจดทะเบียน พร้อมเอกสารประกอบ และลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท โดยจัดส่งผ่านระบบ e-Application ที่สมัครแล้วตามข้อ 2.1\n     2.3 กรณีที่ข้อมูลมีความซับซ้อน หรือเอกสารมีความไม่ชัดเจน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจนัดหมายให้กรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติม\n     2.4 ระยะเวลาในการดำเนินการจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับและตรวจสอบหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้อง หรือพบว่า ผู้ยื่นคำขอ  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของผู้ยื่นคำขอ หรือกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือ ผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทแม่ของผู้ยื่นคำขอ มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือขัดกับหลักธรรมาภิบาลที่ดี หรือมีประเด็นเชิงนโยบาย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n     2.5 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2025-05-14T10:54:13"],
    [2905,"9c4201ab-0df2-4847-aa64-98832c636e48","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06008 การแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c41f4b1-4255-429b-9b94-5623996a51de",15,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อดังกล่าว \n   นอกจากนี้ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนดำเนินการด้วย โดยอาจแจ้งเป็นหนังสือ หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใดที่ทำให้ลูกค้าทราบได้\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดและหลักเกณฑ์ได้ที่\n(1)\tพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับประมวล) \n(2)\tกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541 \n(3)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n    2.1 ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่น คำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2024-06-13T17:43:37"],
    [2906,"9c429894-fbc8-4a4d-befa-aec98e42d783","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06007 การขอผ่อนผันการติดประกาศ การจัดส่งงบการเงิน และการจัดส่งรายงานของบริษัทบริหารสินทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3e-e201-4c36-bd64-fb19001393be",30,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ \n    1.1 บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องประกาศและจัดส่งงบการเงินที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทยซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบรวมทั้งได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีการลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนของบริษัทบริหารสินทรัพย์ รวมถึงจัดทำและการยื่นรายงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องดำเนินการดังนี้ \n        1.1.1 ใช้รูปแบบงบการเงินและบันทึกบัญชีตามที่มาตรฐานการบัญชีและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนด \n        1.1.2 ปิดบัญชีทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลา 1 ปี \n        1.1.3 เปิดเผยงบการเงิน ณ สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา และเว็บไซต์ของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี \n        1.1.4 จัดส่งงบการเงินมายังธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านระบบงานทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการขออนุญาตทำธุรกรรมทางการเงิน ธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และการรายงานตามเงื่อนไข (Electronic Application : e-Application) ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี  \n        1.1.5 จัดส่งรายงานในรูปแบบและภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด  โดยส่งผ่านระบบบริการรับ-ส่งข้อมูล DAP (Data Acquisition and Publication)   \n    1.2 กรณีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 1.1.4 หรือ 1.1.5 ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ยื่นขอผ่อนผันธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยให้ชี้แจงเหตุผล ความจําเป็น และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ตามที่กําหนดในคู่มือสําหรับประชาชนฉบับนี้  ในการผ่อนผันธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ต้องถือปฏิบัติได้  \n    1.3 กรณีที่คําขอผ่อนผันมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนยื่นคําขอผ่อนผัน เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากําหนดรูปแบบ รายละเอียดของเอกสารที่จําเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป \n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดและหลักเกณฑ์ได้ที่ \n(1) พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับประมวล) \n(2) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม \n(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566\n(4) หนังสือเวียนที่ ฝนส. (21) ว. 1/2562 เรื่องการส่งรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ \n     2.1 ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n       2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n     2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2025-05-14T10:54:21"],
    [2907,"9c46722c-7957-4339-bf96-cd2624079fdb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06010 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c43f00a-242b-48a2-a851-24a228a9300a",30,0,8,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เข้าข่ายต้องรายงานดังกล่าว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบด้วย แบ่งเป็น 3 กรณี\n       (1) การมีผู้ถือหุ้นรายใหม่ \n           (1.1) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบริษัทบริหารสินทรัพย์ โดยให้บุคคลหรือบริษัทซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบริษัทบริหารสินทรัพย์รับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด\n           (1.2) บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งข้อมูลของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ผ่านระบบ e-Application โดยการกรอกข้อมูลตามที่ “แบบรับรองคุณสมบัติกรรมการ/ผู้มีอำนาจในการจัดการ/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลธรรมดา) สำหรับ บบส.” หรือ “แบบรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (นิติบุคคล) สำหรับ บบส.” กำหนด (แล้วแต่กรณี) และนำส่งเอกสารประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n        (2) การสิ้นสุดการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่\n            บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งข้อมูลการสิ้นสุดการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ผ่านระบบ e-Application โดยการกรอกข้อมูลตามที่ “แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้มีอำนาจในการจัดการ/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลธรรมดา) สำหรับ บบส.” หรือ “แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (นิติบุคคล) สำหรับ บบส.” กำหนด (แล้วแต่กรณี) และนำส่งเอกสารประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n             บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งข้อมูลการเพิ่มหรือลดสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายเดิมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบบริการรับ-ส่งข้อมูล DAP (Data Acquisition and Publication) โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลการรับรองคุณสมบัติฯ ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยอีก \n        (3) การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในแบบรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่เคยแจ้งไว้ \n               กรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีข้อมูลการรับรองคุณสมบัติผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือเอกสารเพิ่มเติมมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่เคยแจ้งไว้ หรือในกรณีที่ถูกสอบสวนจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานการกำกับดูแลของรัฐ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะต้องแจ้งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ทราบ ผ่านระบบ e-Application โดยการกรอกข้อมูลตามที่ “แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้มีอำนาจในการจัดการ/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลธรรมดา) สำหรับ บบส.” หรือ “แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (นิติบุคคล) สำหรับ บบส.” กำหนด (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ต้องจัดทำแบบรับรองคุณสมบัติฯ ใหม่\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดและหลักเกณฑ์ได้ที่\n (1)\tพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับประมวล)\n (2)\tกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541\n (3)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n   2.1 ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n   2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n   2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2024-06-14T11:01:42"],
    [2908,"9c42a654-14f2-463a-8fb9-347c074536ef","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06009 การแจ้งเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สำหรับบริษัทบริหารสินทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c42a2c4-7426-492e-874b-d5de14d955a2",30,0,4,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งดังกล่าว\n   ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องมีสถานที่ทำการเป็นหลักแหล่งที่แน่นอนสำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเหมาะสม และมีการกำหนดแนวทางดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและประชาชนตามความเหมาะสม รวมทั้งต้องประกาศกำหนดการย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานใหญ่เดิม หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งดังกล่าว\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดและหลักเกณฑ์ได้ที่\n(1)\tพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับประมวล)\n(2)\tกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541\n(3)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n    2.1 ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2024-06-13T17:44:51"],
    [2909,"9c468de7-8879-4efc-bb1c-520f00729e7b","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06011 การแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c4680bb-f197-46b0-b6df-1f5856b29d47",30,0,9,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n   1.1 บริษัทบริหารสินทรัพย์มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ในการแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ของบริษัทบริหารสินทรัพย์\n       (1) การดำเนินการก่อนแจ้งเปลี่ยนแปลง\n           (1.1) ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและข้อมูลของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งข้างต้นด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติเหมาะสม และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 4/2 แห่งพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566\n           (1.2) เสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งหมด (รวมทั้งข้อมูลเชิงลบที่อาจส่งผลต่อคุณสมบัติ (ถ้ามี)) ของบุคคลที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตามกระบวนการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก่อนการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ (แล้วแต่กรณี)\n           ทั้งนี้ กรณีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องดำเนินการขอความเห็นชอบตามที่กฎหมาย หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยอื่นกำหนด ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนการแจ้งเปลี่ยนแปลง\n       (2) การแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์\n            บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์ภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ ดังนี้\n            (2.1) การแต่งตั้งใหม่ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องแจ้งข้อมูลของกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการผ่านระบบ e-Application โดยกรอกข้อมูลตามที่ “แบบรับรองคุณสมบัติกรรมการ/ผู้มีอำนาจในการจัดการ/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลธรรมดา) สำหรับ บบส.” กำหนด และนำส่งเอกสารตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ \n             (2.2) การเลื่อนตำแหน่ง การสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง การขยายขอบเขตความรับผิดชอบ หรือการแจ้งแต่งตั้งภายหลังได้รับอนุญาตตามข้อ (3) ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์แจ้งข้อมูลของกรรมการหรือ ผู้มีอำนาจในการจัดการที่มีการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบ e-Application โดยการกรอกข้อมูลตามที่ “แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้มีอำนาจในการจัดการ/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลธรรมดา) สำหรับ บบส.” กำหนด และนำส่งเอกสารตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้\n             (2.3) การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในแบบรับรองคุณสมบัติกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่เคยแจ้งไว้ \n                    ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งในบริษัทบริหารสินทรัพย์ หากกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการมีข้อมูลในแบบรับรองคุณสมบัติ กรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือในเอกสารเพิ่มเติม มีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่เคยแจ้งไว้ หรือในกรณีที่ถูกสอบสวนจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานการกำกับดูแลของรัฐ ให้กรรมการ หรือผู้มีอำนาจจัดการแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ทราบ ผ่านระบบ e-Application โดยการกรอกข้อมูลตามที่ “แบบแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้มีอำนาจในการจัดการ/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลธรรมดา) สำหรับ บบส.” กำหนด ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ไม่ต้องจัดทำแบบรับรองคุณสมบัติฯ ใหม่\n       (3) การพิจารณาว่ากรณีใดต้องขออนุญาต / ขอความเห็นชอบ ก่อนการดำรงตำแหน่ง\n           (3.1) การมีบทบาทในองค์กรอื่น\n                 บริษัทบริหารสินทรัพย์ ต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนมอบหมายให้\n                 (3.1.1)\tกรรมการของบริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการในบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งอื่นในเวลาเดียวกัน\n                 (3.1.2) ผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งอื่นในเวลาเดียวกัน\n                 โดยต้องชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น ขอบเขตงานที่รับผิดชอบ การอุทิศเวลาในการบริหารจัดการบริษัทบริหารสินทรัพย์ รวมถึงแนวทางป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวประกอบด้วย ซึ่งหลังจากได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง (เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น)\n                  ทั้งนี้ การขออนุญาตตามข้อ (3.1) ให้ดำเนินการตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง “การขออนุญาตให้กรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นพนักงานองค์กรอื่นในเวลาเดียวกัน”\n           (3.2) การดำรงตำแหน่งผู้บริหารในตำแหน่งสูงสุดของบริษัทบริหารสินทรัพย์ในกลุ่ม Solo Consolidation\n                  สถาบันการเงินหรือบริษัทแม่ของสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินต้องขอความเห็นชอบมายังธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนแต่งตั้งเป็นผู้บริหารในตำแหน่งสูงสุดของบริษัทบริหารสินทรัพย์ในกลุ่ม Solo Consolidation ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน \n                  ทั้งนี้ การขออนุญาตตามข้อ (3.2) ให้ดำเนินการตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชน เรื่อง “การขอความเห็นชอบการแต่งตั้งหรือแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน บริษัทแม่ของสถาบันการเงิน และผู้บริหารในตำแหน่งสูงสุดของบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation และการขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาตรวจสอบการคัดเลือกและแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยงานบริหารความเสี่ยง หัวหน้าหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของสถาบันการเงินและบริษัทแม่ของสถาบันการเงิน” \n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดและหลักเกณฑ์ได้ที่\n(1)\tพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับประมวล)\n(2)\tกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541\n(3)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n    2.1 ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n    2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n    2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application","2025-05-14T10:54:29"],
    [2910,"9c46a3e9-5dff-4f21-869f-cd322fefa63f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-06012 การขอผ่อนผันขยายระยะเวลาจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขายของบริษัทบริหารสินทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c469d63-608e-4a18-8e60-52b3fa43492e",30,0,6,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n     1.1 บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์รอการขายตามที่กำหนดในเอกสารแนบ 4 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 \n     1.2 บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีความจำเป็นจะต้องถือครองอสังหาริมทรัพย์รอการขายเกินกว่าระยะเวลาที่ประกาศกำหนด นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้รับการผ่อนผันเป็นการทั่วไป ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ยื่นขอผ่อนผันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยให้ชี้แจงเหตุผล ความจำเป็นในการถือครองอสังหาริมทรัพย์รอการขายเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละรายการ แผนการดำเนินการเพื่อให้สามารถจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขาย และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ตามที่กําหนดในคู่มือสําหรับประชาชนฉบับนี้ ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดให้บริษัทบริหารสินทรัพย์กันเงินสำรองหรือเงื่อนไขอื่นใดในการผ่อนผันดังกล่าวได้  \n     1.3 กรณีที่คําขอผ่อนผันมีประเด็นเชิงนโยบาย รวมถึงการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ขอให้หารือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนยื่นคําขอผ่อนผัน เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้พิจารณากําหนดรูปแบบ รายละเอียด \nของเอกสารที่จําเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป\n\nทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดและหลักเกณฑ์ได้ที่\n(1)\tพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 (ฉบับประมวล) \n(2)\tกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2541\n(3)\tประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 11/2566 เรื่อง หลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 \n\n2. วิธีการยื่นคำขอ\n     2.1 ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Application ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application\n     2.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งข้อมูล / เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n     2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ \ne-Application","2024-06-14T10:58:54"],
    [2911,"9d45f1ca-015a-4d45-ab34-1a6e6a8507a4","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การยื่นคำร้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9d459c0b-51c6-41cc-972d-7c07fd17cd9d",60,0,15,"1. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยื่นคำร้อง\n\t1.1 บุคคลรับอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด\n\t\t1.1.1 ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n\t(1) เป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ชาวต่างประเทศนิยมเข้าพัก\n\t(2) เป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้\n\t\t\t(ก) หอพักนานาชาติ หรือเกสท์เฮ้าส์ขนาดใหญ่ที่มีชาวต่างประเทศนิยมเข้าพัก\n\t\t\t(ข) เอกชนที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ สนามบิน ท่าเรือ \nเรือทัศนาจรขนาดใหญ่ที่มีห้องพักแรมสำหรับผู้โดยสารหรือบริษัทหรือตัวแทนนำเที่ยวในประเทศที่จัดนำนักท่องเที่ยว\nชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ\n\t\t\t(ค) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หรือร้านขายสินค้าที่มีชาวต่างประเทศไปใช้บริการเป็นส่วนใหญ่\n\t\t\t(ง) ธุรกิจระหว่างประเทศด้านการออกเช็คเดินทางต่างประเทศ และ/หรือบัตรเครดิตสากล\n\t(3) นิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนและกรรมการที่มีอำนาจในการบริหารจัดการในนิติบุคคลนั้นจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาผู้มีสัญชาติไทยทั้งหมด\n\t(4) นิติบุคคลที่เป็นร้านค้าปลอดอากรที่ได้รับการอนุญาตจากทางราชการ\n\t(5) สถาบันการเงินของรัฐ ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ\n\t(6) นิติบุคคลที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้\n\t\t\t(ก) ตั้งอยู่บริเวณด่านพรมแดนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือ\n\t\t\t(ข) ตั้งอยู่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ\n\t\t\t(ค) ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าพนักงานกำหนดและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\t\t1.1.2 ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดในข้อ 6 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม \n\t1.2 กรรมการ หรือผู้ซึ่งมีอำนาจในการจัดการของบุคคลรับอนุญาต ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดในข้อ 6/1 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 \n\t1.3 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  ของบุคคลรับอนุญาต ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่กำหนดในข้อ 6/2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485\n\n2. ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำร้อง\n\t2.1 การยื่นคำร้อง ให้กระทำได้ในเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม เท่านั้น โดยมีขั้นตอนและวิธีการยื่นคำร้อง ดังนี้\n\t\t\t(1) ยื่นเอกสารร่างคำร้องในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) ที่ยังไม่ได้ลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนาม\nเพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตฉบับจริง \n\t\t\t(2) ยื่นคำร้องและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ในช่องทางการให้บริการตามที่ ธปท. กำหนดได้ 3 ช่องทาง ประกอบไปด้วย (1) ยื่นด้วยตนเอง (2) ยื่นทางไปรษณีย์ และ (3) ยื่นทางอีเมล  โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบคำร้อง ดังนี้\n1. เจ้าพนักงานตรวจสอบคำร้องและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กรณีถูกต้องครบถ้วนเจ้าพนักงานจะรับคำร้อง\n2. หากคำร้องไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือคำร้องและเอกสารหลักฐานไม่ชัดเจน ธปท. จะไม่สามารถพิจารณาเนื้อหาในคำร้องหรือเอกสารหลักฐานได้ และจะดำเนินการแจ้งผู้ยื่นคำร้องทราบ ดังนี้\n-\tกรณียื่นด้วยตนเอง ธปท. บันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไข ลงนามในบันทึกสองฝ่าย \n-\tกรณียื่นคำร้องทางไปรษณีย์หรือยื่นทางอีเมล ธปท. แจ้งผู้ยื่นคำร้องทางอีเมลให้ดำเนินการแก้ไขเอกสารพร้อมกำหนดระยะเวลาในการแก้ไข\nทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องยื่นเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่แจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่งกลับมายังธนาคารแห่งประเทศไทย ทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือทางอีเมล \nหากพบว่าผู้ยื่นคำร้องยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้งในบันทึกสองฝ่ายหรือทางอีเมลยังไม่ถูกต้องครบถ้วน รวมถึงไม่ได้นำส่งเอกสารในรูปแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้วแต่ผู้ยื่นคำร้องไม่ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่แจ้ง เจ้าพนักงานจะคืนคำร้องและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่ผู้ยื่นคำร้อง หรือหากภายหลังเจ้าพนักงานตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกัน เจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องให้มาไม่มีความหนักแน่นเพียงพอในการพิจารณาอนุญาต\n\t3. หากผู้ยื่นได้ยื่นผ่านช่องทางข้างต้น และเมื่อเจ้าพนักงานได้มีการติดต่อผู้ยื่นคำร้อง หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจตามที่ระบุในคำร้องผ่านทางอีเมล ให้ถือว่าผู้ยื่นคำร้องได้รับทราบข้อความทั้งหมดที่ส่งผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ในทันที\n\t2.2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันทำการนับจากวันสิ้นงวดที่ยื่นคำร้องตามที่เจ้าพนักงานประกาศกำหนด\n\t2.3 ธนาคารแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําร้องขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-10-21T10:32:37"],
    [2912,"9d8c76e4-2a59-49e6-82a2-72267a9ab602","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","คู่มือสำหรับประชาชนประกอบการขออนุญาตใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) และการรับจ้างช่วงงานต่อ (Subcontract) ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศของนิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d8c70fb-5c7c-46d0-8094-0cf6050dad1b",30,0,4,"1. หลักเกณฑ์ และวิธีการยื่นคำขอ \nประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 33) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 กำหนดหลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (outsourcing) และการรับจ้างช่วงงานต่อ (subcontract) โดยมีขอบเขตและเงื่อนไขการใช้บริการ ดังนี้\n\tในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นธนาคารพาณิชย์ (นิติบุคคลรับอนุญาตฯ) ประสงค์จะใช้บริการจากบุคคลภายนอก (outsourcing) และการรับจ้างช่วงงานต่อ (subcontract) ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ให้สามารถใช้บริการได้เฉพาะในงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ (business partner) ของสถาบันการเงิน  \nในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตฯ จำเป็นต้องใช้บริการจากบุคคลภายนอก (outsourcing) และการรับจ้างช่วงงานต่อ (subcontract) ในงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ การโอนเงินระหว่างประเทศ และการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับเงินบาท นิติบุคคลรับอนุญาตฯ ต้องขออนุญาตตามประกาศเจ้าพนักงานฯ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ ดังนี้ \n(1) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 33) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 และ\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจ (business partner) ของสถาบันการเงิน\nทั้งนี้ เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (เจ้าพนักงานฯ) จะพิจารณาอนุญาตตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยอาจกำหนดขอบเขต หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นรายกรณีด้วยก็ได้\nโดย สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๓๓) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567\n(2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567\n(3) กฎกระทรวงฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน\nพุทธศักราช ๒๔๘๕ (ประมวลถึงฉบับที่ 27 พ.ศ. 2565)\n2. วิธีการยื่นคำขอ \t\n       2.1 ให้ยื่นร่างข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคำขออนุญาต  ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) มาทางอีเมล:  FPD-SupervisionandExamination1@bot.or.th เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่จะยื่นคำขออนุญาตฉบับจริง\n       2.2 เมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 2.1 แล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขออนุญาตตามประกาศทั้ง 2 ฉบับข้างต้นมาที่ งานกำกับและตรวจสอบ 1 ฝ่ายนโยบายและกำกับการแลกเปลี่ยนเงิน ทางอีเมล: FPD-SupervisionandExamination1@bot.or.th เพียงจุดเดียว  โดยเจ้าพนักงานฯ จะตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบการอนุญาตเป็นลำดับแรก \nในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ นำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน เจ้าพนักงานฯ จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และเจ้าพนักงานฯ จะแจ้งยุติการพิจารณา ซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว โดยจะเป็นการตอบกลับทางอีเมล\n        2.3 เจ้าพนักงานฯ จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n        2.4 เจ้าพนักงานฯ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทางอีเมล","2024-11-22T17:20:47"],
    [2913,"9d8c7d4c-4c63-4933-9fde-dab7d59e7b55","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตใช้บริการจากบุคคลภายนอก (outsourcing) และการรับจ้างช่วงงานต่อ (subcontract) ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศของนิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9d8c7a5c-5546-48fc-bade-da102180da48",45,0,4,"1. หลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอ \n     \tประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 33) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 กำหนดหลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (outsourcing) และการรับจ้างช่วงงานต่อ (subcontract) ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ สำหรับนิติบุคคลรับอนุญาตที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (นิติบุคคลรับอนุญาตฯ) โดยมีขอบเขตและเงื่อนไขการใช้บริการ ดังนี้\n\t1.1 ในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตฯ ประสงค์จะใช้บริการ (outsourcing) และ subcontract ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ให้สามารถใช้บริการได้เฉพาะในงานที่ไม่ใช่งานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (business facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  \n1.2 ในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตฯ จำเป็นต้องใช้บริการ outsourcing หรือ subcontract ในงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ การโอนเงินระหว่างประเทศ และการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับเงินบาท นิติบุคคลรับอนุญาตฯ สามารถว่าจ้าง มอบหมาย หรือแต่งตั้ง outsourcing หรือ subcontract เฉพาะที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น ซึ่งต้องขออนุญาตตามประกาศเจ้าพนักงานฯ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ ดังนี้ \n(1) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 33) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 และ\n(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (business facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ\nทั้งนี้ เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน (เจ้าพนักงานฯ) จะพิจารณาอนุญาตตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยอาจกำหนดขอบเขต หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นรายกรณีด้วยก็ได้\nโดย สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่\n(1) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่33) ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567\n(2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567\n(3) กฎกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินพุทธศักราช 2485 (ประมวลถึงฉบับที่ 27 พ.ศ. 2565) \t\n\n2. วิธีการยื่นคำขอ \t\n      2.1 ให้ยื่นร่างข้อมูล/เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคำขออนุญาต  ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft File) มาทางอีเมล:  FPD-SupervisionandExamination1@bot.or.th เพื่อให้ ธปท. สอบทานความถูกต้องและครบถ้วนก่อนที่จะยื่นคำขออนุญาตฉบับจริง\n       2.2 เมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 2.1 แล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอส่งคำขออนุญาตตามประกาศทั้ง 2 ฉบับข้างต้นมาที่ งานกำกับและตรวจสอบ 1 ฝ่ายนโยบายและกำกับการแลกเปลี่ยนเงิน ทางอีเมล: FPD-SupervisionandExamination1@bot.or.th เพียงจุดเดียว   โดยเจ้าพนักงานฯ จะตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบการอนุญาตเป็นลำดับแรก  \nในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ นำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน เจ้าพนักงานฯ จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และเจ้าพนักงานฯ จะแจ้งยุติการพิจารณา ซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าว โดยจะเป็นการตอบกลับทางอีเมล\n        2.3 เจ้าพนักงานฯ จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาการดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว\n        2.4 เจ้าพนักงานฯ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ทางอีเมล","2024-11-22T17:06:11"],
    [2914,"9f697dfe-73ed-4350-97bf-e810eb341f0c","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","01-08002 การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)  (สำหรับผู้ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา  และผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9f696958-1f52-43ba-b2da-6e32c269400f",90,0,5,"1. หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข \n   1.1 พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 9 กำหนดให้การประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ จะกระทำได้เฉพาะนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด โดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รัฐมนตรี) โดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้งนี้ การอนุญาตดังกล่าวรัฐมนตรีจะกำหนดหลักเกณฑ์ตามที่เห็นสมควรก็ได้ และการยื่นคำขอจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ต้องได้รับความเห็นชอบในการจัดตั้งจากรัฐมนตรีก่อน เมื่อได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัดแล้ว ให้บริษัทมหาชนจำกัดนั้นยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่ ธปท. ประกาศกำหนดต่อรัฐมนตรีโดยผ่าน ธปท.\n   1.2 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 (ประกาศกระทรวงการคลังฯ) กำหนดให้ผู้ขออนุญาตที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจากรัฐมนตรี ต้องดำเนินการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาต่อรัฐมนตรีผ่าน ธปท. และเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ \n   1.3 การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาตามประกาศกระทรวงการคลังฯ เป็นไปตามที่กำหนดในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ ดังนี้  \n\t1.3.1 ผู้ขออนุญาตที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดสำหรับยื่นขอรับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา โดยต้องมีผู้ถือหุ้นตามรายชื่อและสัดส่วนการถือหุ้นตามคำขออนุญาตและเอกสารประกอบที่ได้ยื่นไว้ต่อรัฐมนตรี พร้อมทั้งดำเนินการดังต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จ และผ่านการประเมินความพร้อมจาก ธปท. ก่อนยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา \n             (1) จัดตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย รวมทั้งไม่ใช้ชื่อ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ที่เหมือน ใกล้เคียง หรือสื่อถึงสถาบันการเงินแห่งอื่นหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินแห่งอื่น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ประชาชนอาจสับสนหรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับการให้บริการ หรือความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาหรือสถาบันการเงินแห่งอื่น ไม่ว่าธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจะอยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกับสถาบันการเงินแห่งอื่นนั้นหรือไม่ \n             (2) ดำเนินการตามแผนการจัดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามหลักเกณฑ์ของ ธปท. ที่เกี่ยวข้อง สำหรับกรณีที่จะต้องมีการจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงิน โดยในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกับสถาบันการเงินแห่งอื่น ผู้ที่จะเป็นบริษัทแม่ ของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาต้องดำเนินการให้บริษัทซึ่งประกอบธุรกิจทางการเงินที่ผู้นั้นมีอำนาจควบคุมกิจการเข้าอยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาด้วย ตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด \n             (3) มีความพร้อมด้านทรัพยากรและระบบงานที่สำคัญตามที่ ธปท. กำหนด\n                 (3.1) ด้านเงินทุน\n                       (3.1.1) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท\n                       (3.1.2) มีแผนการจัดให้มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท เมื่อพ้นระยะแรกของการประกอบธุรกิจ\n                       (3.1.3) มีแนวทางการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ การขยายธุรกิจ หรือ สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเริ่มต้นของการประกอบธุรกิจ รวมถึงเพื่อรองรับการปฏิบัติตามคำสั่งการของ ธปท. หรือการจ่ายคืนเงินฝากแก่ผู้ฝากเงินตามแผนการเลิกประกอบกิจการ (exit plan) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาไม่สามารถดำรงเงินกองทุนหรือสินทรัพย์สภาพคล่องให้เป็นไปตามกฎหมาย เป็นต้น รวมทั้งแสดงหลักฐานสัญญาการสนับสนุนทางการเงินระหว่างผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้ถือหุ้นหลักในลำดับชั้นแรกหรือผู้ถือหุ้นลำดับชั้นเหนือขึ้นไปตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด\n                 (3.2) ด้านบุคลากร โดยจัดให้มีกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ และบุคลากร ที่เหมาะสมและเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่จะมีบทบาทหรือดำรงตำแหน่งสำคัญตามรายชื่อในคำขออนุญาตและเอกสารประกอบที่ได้ยื่นไว้ต่อรัฐมนตรี และมีโครงสร้างการบริหารจัดการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ธปท. ที่เกี่ยวข้อง อย่างครบถ้วน\n                 (3.3) ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยแสดงหลักฐานการผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ ความมั่นคงปลอดภัย และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เช่น การทดสอบประสิทธิภาพระบบงานและระบบเครือข่าย การประเมินช่องโหว่ (vulnerability assessment) การทดสอบเจาะระบบ (penetration test) รวมทั้งมี  ผลการตรวจสอบด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจากผู้ตรวจสอบภายนอกที่มีความเป็นอิสระ (Independent external auditor) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการปฏิบัติเป็นไปตามประกาศ ธปท. ว่าด้วยการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology risk) และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการให้บริการทางการเงินและการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ รวมทั้งหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติอื่น ๆ ของ ธปท. ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน  \n                (3.4) ด้านกระบวนการปฏิบัติงาน ด้านเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และด้านการบริหารจัดการ ด้านการให้บริการอย่างเป็นธรรมและการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน \n                (3.5) ด้านการเตรียมการเพื่อเชื่อมโยงระบบงานที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ BAHTNET ของ ธปท. รวมถึงการส่งข้อมูลแก่หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สถาบันคุ้มครองเงินฝาก และบริษัทข้อมูลเครดิต \n                (3.6) ด้านอื่น ๆ ตามที่ ธปท. กำหนด\n            (4) ปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่รัฐมนตรีหรือ ธปท. กำหนด\n            ทั้งนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องวางแผนดำเนินการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา พร้อมทั้งกำหนดวันเปิดดำเนินการ และดำเนินการตามแผนดังกล่าว โดยรายงานความคืบหน้าการดำเนินการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาให้ ธปท. ทราบเป็นประจำทุกไตรมาสหรือตามที่ ธปท. เห็นสมควร นอกจากนี้ ธปท. จะมีการติดตามความคืบหน้าและความพร้อมในการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นระยะ ๆ ตามที่ ธปท. เห็นสมควร  \n      1.3.2 ในการยื่นคำขอรับใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องดำเนินการขออนุญาต ขอความเห็นชอบ หรือขอผ่อนผันการใด ๆ ที่จำเป็นตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เช่น การถือหุ้น การลงทุน การแต่งตั้งกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจให้ครบถ้วน เช่น กฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน หรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ทั้งนี้ การดำเนินการข้างต้นให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ รวมถึงคู่มือสำหรับประชาชนที่เกี่ยวข้อง \n      1.3.3 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนกำหนดวันเปิดดำเนินการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาตามแผนที่วางไว้ หรือวันที่ครบกำหนดต้องเปิดดำเนินการตามประกาศกระทรวงการคลังฯ แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน เพื่อให้ ธปท. พิจารณาคำขอและเอกสารหลักฐาน รวมทั้งประเมินความพร้อมการเปิดดำเนินการ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีในการให้ใบอนุญาต\n      1.3.4 ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้ขอรับใบอนุญาตอาจแจ้งขอผ่อนผันขยายระยะเวลาการเปิดดำเนินการของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ครบกำหนดต้องเปิดดำเนินการตามประกาศกระทรวงการคลังฯ โดยแจ้งต่อ ธปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนวันครบกำหนดดังกล่าว พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ในการผ่อนผันดังกล่าว ธปท. อาจกำหนดเงื่อนไขอื่นใดด้วยก็ได้ และ ธปท. จะแจ้งการพิจารณาผ่อนผันรวมถึงเงื่อนไขที่กำหนดนั้นให้รัฐมนตรีทราบโดยเร็วต่อไป\n      1.3.5 เมื่อได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแล้ว ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ คำสั่งการ และเงื่อนไขใด ๆ ที่รัฐมนตรีหรือ ธปท. กำหนด ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตที่รัฐมนตรีกำหนด อย่างเคร่งครัด\n\n\n2. วิธีการยื่นคำขอรับใบอนุญาต \n   2.1 ให้ยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Application ของ ธปท. ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอมีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ หรือผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ธปท. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ แก้ไขคำขอหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และ ธปท. จะแจ้งยุติการพิจารณาซึ่งจะมีผลเป็นการคืนคำขอดังกล่าวผ่านระบบ e-Application \n    2.2 ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาในการพิจารณา จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขคำขอหรือนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว \n    2.3 ธปท. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ผ่านระบบ e-Application\n  \n\n3. การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต \n   ธปท. จะพิจารณาถึงความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน ข้อมูล และข้อเท็จจริง โดยจะ\nดำเนินการ ดังนี้ \n   3.1 นัดหมายผู้ยื่นคำขอมาประชุมหารือ ชี้แจง และซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และให้ข้อมูลเพิ่มเติม \n   3.2 ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ \n   3.3 แจ้งประเด็นหรือข้อสังเกต เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา \n   3.4 กรณี ธปท. ตรวจพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่สมบูรณ์ ธปท. อาจขอให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจง โดย ธปท. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาในการพิจารณา จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว \n\n\nหมายเหตุ : คำว่าบริษทแม่เป็นไปตามนิยาม “บริษัทแม่” ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551","2025-07-18T18:41:56"],
    [2915,"9f80fad1-7009-4d81-bf61-9a2f2222b480","PUBLISHED","ธนาคารแห่งประเทศไทย","ธนาคารแห่งประเทศไทย","การขอผ่อนผันการส่งรายงานข้อมูลสินเชื่อเพื่อการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (RDT Credit) ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9f80ef35-bc41-4542-9854-400fa3087883",45,0,1,"1. พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 (ฉบับประมวล) มาตรา 71\n2. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่14/2568เรื่องการส่งรายงานข้อมูลสินเชื่อเพื่อการกำกับดูแลสถาบันการเงิน\n(Regulatory Data Transformation : RDT Credit) ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์","2025-08-18T10:57:16"],
    [2916,"9aac4038-e1ae-4687-96cc-065d14637c1a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการผู้สูงอายุ","การขอรับบริการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพ สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9aac3015-52ff-4f66-ae57-4efb1a32361a",90,0,10,"1) คุณสมบัติของผู้กู้\n        1. มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป\n        2. ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านเงินทุนประกอบอาชีพ\n        3. มีความสามารถในการประกอบอาชีพ\n        4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ\n        5. มีปัจจัยในการประกอบอาชีพ\n        6. มีสถานที่ในการประกอบอาชีพในจังหวัดเดียวกันกับที่ได้ยื่นคำร้องขอกู้ยืมไว้\n        7. ไม่เป็นผู้กู้ หรือผู้ค้ำของกองทุนผู้สูงอายุ\n        8. คู่สมรส หรือบุคคลซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ต้องไม่เป็นผู้ค้างชำระเงินกองทุนผู้สูงอายุ\n    2) คุณสมบัติของผู้ค้ำประกันกู้ยืมฯ\n        1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย และมีอายุไม่เกิน 57 ปีบริบูรณ์\n        2. มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดเดียวกับผู้ขอกู้ยืม\n        3. เป็นผู้มีรายได้หรือเงินเดือนประจำไม่น้อยกว่า 9,000 บาท\n        4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ\n        5. ไม่เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ผู้สูงอายุบุคคลอื่น\n        6. ไม่เป็นคู่สมรส หรือบุคคลซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสของผู้กู้","2025-06-10T09:48:08"],
    [2917,"9ab5de6a-c5ef-4e85-80fe-86078c54b6de","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการผู้สูงอายุ","การขอรับการสนับสนุนการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9ab5c949-0984-4924-9fd1-364d9edadbb8",180,0,5,"คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับเงินค่าจัดการศพ\n  1. มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป\n  2. มีสัญชาติไทย\n  3. ผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการสวัสดิการในลักษณะเดียวกันที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น หรือเป็นผู้สูงอายุที่ผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอ หรือกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเมืองพัทยา หรือประธานชุมชน รับรองว่ามีคุณสมบัติตามโครงการดังกล่าว ตามแบบที่อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุกำหนด\n   หมายเหตุ : รวมถึงผู้สูงอายุซึ่งอยู่ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ สถานสงเคราะห์ สถานดูแล สถานคุ้มครอง หรือสถานที่ใด ๆ ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจัดการศพตามประเพณี โดยมูลนิธิ สมาคม วัด มัสยิด โบสถ์ ให้ได้รับสิทธิการสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณีด้วย\n      กฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n  1. ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง การสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี\n  2. ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง การสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพ\nตามประเพณี (ฉบับที่ ๒)","2025-06-10T09:48:31"],
    [2918,"9ab7d8de-e752-4643-b7dc-bf9ade27a9cb","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการผู้สูงอายุ","การขอรับบริการเงินสนับสนุนโครงการของกองทุนผู้สูงอายุ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9ab7caa4-9a9a-441c-a0ca-e0e1449f7219",48,0,8,"คุณสมบัติของผู้ขอรับการสนับสนุนโครงการ\n    1) องค์กรเอกชน / องค์กรด้านผู้สูงอายุ / ชมรมผู้สูงอายุ\n         1. กรณีจดทะเบียนนิติบุคคล จะต้องได้รับการรับรองเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ไม่น้อยกว่า 6 เดือน\n         2. กรณีไม่จดทะเบียนนิติบุคคล จะต้องได้รับรองเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์จากโดยมีส่วนราชการเป็นผู้รับรองไม่น้อยกว่า 1ปี\n    2) หน่วยงานภาครัฐ\n         1. เป็นหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการซึ่งมีฐานะเป็นกรม ราชการบริหารส่วนภูมิภาคท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ที่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง ส่งเสริม สนับสนุนผู้สูงอายุ โครงการที่เสนอขอต้องเป็นโครงการใหม่และเร่งด่วน ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับ\n\n ลักษณะโครงการที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ\n   1. เนื้อหาโครงการมีความสอดคล้องกัน\n   2. เป็นโครงการที่สร้างการมีส่วนร่วม\n   3. เป็นโครงการของหน่วยงานภาครัฐที่เป็นโครงการใหม่และเร่งด่วน ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับ\n   4. เป็นโครงการของภาคเอกชนที่ต้องไม่ได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากส่วนราชการ หรือแหล่งทุนอื่น\n   5. เป็นโครงการลักษณะอื่นที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเห็นสมควรให้การสนับสนุน","2025-06-10T09:48:50"],
    [2919,"9abc2001-98e0-47eb-ba34-458915cf7245","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการผู้สูงอายุ","การขอรับบริการสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9abc1a0f-d13c-4ed3-bc18-beea200af13d",30,0,4,"ผู้สูงอายุที่ได้รับความเดือดร้อนด้านที่พักอาศัย อาหารและเครื่องนุ่งห่ม ประสบปัญหาด้านครอบครัว ถูกทารุณกรรม ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถูกทอดทิ้ง","2025-06-10T09:49:10"],
    [2920,"9abc29c8-0918-4b28-8452-7b90de4fe5f5","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการผู้สูงอายุ","การขอรับการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9abc22c5-26f2-45b9-891a-0ffbc3c7409f",356,0,5,"1.มีฐานะยากจน หรือรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ\n2.ที่อยู่อาศัย ไม่มั่นคง ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัยกับการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ \n3 ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ\n     กรณีที่อยู่อาศัยและ/หรือที่ดินที่เป็นที่ตั้งของที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นของผู้สูงอายุหรือทายาท อาศัยอยู่จริงไม่น้อยกว่าหนึ่งปีและได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย","2025-06-10T09:51:35"],
    [2921,"a064bd1e-ffc1-4993-9d4b-5f8a6f0e1fbd","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว","การขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น)","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","a0468297-b6b3-45da-974d-574e14811689",30,600,1,"การขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน ยื่นคำขอตามแบบ ส.ฌ. 1ท้ายประกาศนี้ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้\n- ข้อบังคับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จำนวน 3 ฉบับ\n- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างใดอย่างหนึ่ง และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคน\n- ประวัติของผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคน (แบบ ส.ฌ.๒)\n- แผนผังแสดงที่ตั้งสำนักงานสมาคม\n- หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่เพื่อเป็นที่ตั้งของสมาคม\n- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)","2025-11-20T11:22:35"],
    [2922,"94e56e0a-108f-4b41-8d3b-0ed9eb503fa0","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการเด็กและเยาวชน","การขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (หลังจากที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว)  กรณีครอบครัวบุญธรรมไทยรับเด็กกำพร้าในความอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-9b1d-46bd-b3c8-da4f0d8ea354",157,0,3,"ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว (ตามคู่มือการขึ้นทะเบียนผู้ที่มีคุณสมบัติรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรณีครอบครัวบุญธรรมไทยรับเด็กกำพร้าในความอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน)","2021-11-17T13:39:05"],
    [2923,"94e56e0a-132f-43c6-b870-a11ca3dc54cd","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการเด็กและเยาวชน","การขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (หลังจากที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว) กรณีครอบครัวบุญธรรมชาวต่างประเทศรับเด็กกำพร้าในความอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-9eb5-4ce3-ad0a-c9b402af2a67",406,0,29,"1.ต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์และต้องมากกว่าเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี  2.ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศผู้ขอรับเด็กมีภูมิลำเนาอยู่และจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย  3.หากเป็นผู้ที่มีบุตรอยู่ในความอุปการะตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจากคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อนและเป็นการรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Special Needs) ก่อนเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนการรับบุตรบุญธรรม    4. หากผู้ขอฯ มีปัญหาด้านสุขภาพ อาชญากรรมและด้านสังคมจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจากคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อนเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนการรับบุตรบุญธรรม  5 .ผู้ขอฯ และคู่สมรสต้องจดทะเบียนสมรสไม่น้อยกว่า1 ปี ณ.วันยื่นคำขอ      คุณสมบัติทางด้านสังคมของผู้ขอรับบุตรบุญธรรม    - เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงดี    - มีหน้าที่การงานมั่นคง และรายได้ที่ดี    - มีบุตรของตนเอง หรือบุตรบุญธรรมในครอบครัวไม่เกิน 2 คน    - ไม่มีประวัติทางด้านอาชญากรรม    - ไม่มีประวัติทางด้านจิตเวช    - มีทัศนคติในการเลี้ยงดูบุตรที่ดี    - มีแผนการในการเลี้ยงดูบุตร    - ผ่านการเตรียมความพร้อมการเป็นพ่อแม่บุญธรรมโดยหน่วยงาน /องค์การสวัสดิภาพเด็ก    หมายเหตุ    1. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ขอฯไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา              **พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         2. ระยะเวลาในการจัดทำเอกสารตามที่ระบุในคู่มือเป็นระยะเวลาการจัดทำและดำเนินการภายในเพื่อส่งออก    ไม่รวมระยะเวลาการรอการอนุมัติเรื่องกลับ/การพิจารณาจากส่วนที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมทั้งการพิจารณาจากคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และไม่รวมระยะเวลาการพิจารณาคัดเลือกครอบครัวให้แก่เด็ก การรอพิจารณาเด็กของคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ขอความร่วมมือไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ    3.การอนุมัติการขอรับบุตรบุญธรรมจะดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ (คณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม) ซึ่งจะเป็น  ผู้พิจารณาและมีมติในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม    4.ระยะเวลารวมของานแต่ละประเภทอยู่ในเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่มีปริมาณคำร้องอยู่ในการดำเนินการแต่ละคนไม่เกิน 100 ราย    5. ระยะเวลาการรอคณะกรรมการคัดเลือกครอบครัวชาวต่างประเทศให้กับเด็ก ประมาณ 2 ปี ขึ้นอยู่กับจำนวนเด็กที่สามารถมอบเป็นบุตรบุญธรรมได้  6. การพิจารณาคัดเลือกครอบครัวชาวต่างประเทศให้กับเด็ก พิจารณาจากคำขอที่ยื่นเรื่องเข้ามาที่กรมกิจการเด็กและเยาวชนตามลำดับก่อนหลัง  7. การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครอบครัวชาวต่างประเทศให้เด็ก จัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง    8. คณะกรรมการคัดเลือกครอบครัวชาวต่างประเทศให้เด็ก ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนทั่วประเทศ 8 แห่ง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม","2021-11-17T13:39:05"],
    [2924,"94e56e0a-151f-43e7-8ab2-8a4375ba5a05","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการเด็กและเยาวชน","การขอรับใบอนุญาตให้ตั้งสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-a175-438b-ad0d-dd5853334c2b",70,0,30,"-","2021-11-17T13:39:05"],
    [2925,"94e56e0a-19ec-4d5a-95f0-5022081ca0c6","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการเด็กและเยาวชน","การขึ้นทะเบียนผู้ที่มีคุณสมบัติรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม  กรณีครอบครัวบุญธรรมไทยรับเด็กกำพร้าในความอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-a815-4097-ad32-959f52f6ca20",194,0,20,"1. ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นคือ  1.1 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี (นับตั้งแต่วันเกิดถึงวันที่ยื่นคำร้อง)  1.2 ต้องมีอายุแก่กว่าเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี  1.3 ต้องเป็นผู้ที่ไม่ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งได้แก่     - ผู้ซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ     - ผู้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย     - ผู้ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์    - ผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามไว้มิให้เป็นผู้ปกครอง  2. เงื่อนไขการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยพิจารณาคุณสมบัติทางสังคมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หมายถึง ผู้ขอรับเด็กจะต้องได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้มีความเหมาะสมที่จะเป็นบิดามารดาบุญธรรมของเด็กโดยพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆดังนี้  2.1 ไม่ควรมีอายุห่างจากเด็กมากเกินไปแม้ว่ากฎหมายจะกำหนดเพียงอายุขั้นต่ำของผู้ขอรับเด็กโดยมิได้กำหนดอายุชั้นสูงไว้ก็ตามแต่ผู้ขอรับเด็กและเด็กก็ไม่ควรจะมีอายุห่างกันมากเกินไป (โดยเฉพาะกรณีขอรับเด็กกำพร้าถูกทอดทิ้งเป็นบุตรบุญธรรม) จนเป็นเหตุให้ผู้ขอรับเด็กไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กจนโตหรือจนเด็กสามารถช่วยตัวเองได้เพราะทำให้เด็กต้องตกใจสภาวะขาดผู้ปกครองที่จะอุปการะเลี้ยงดูเป็นผลเสียต่อสวัสดิภาพของเด็กได้ซึ่งในหลายประเทศกำหนดว่าเด็กและผู้ขอรับเด็กต้องมีอายุไม่ห่างกันเกินกว่า 40 ปีถึง 45 ปีในทางตรงกันข้ามผู้ขอรับเด็กที่มีอายุน้อยก็อาจมีวุฒิภาวะหรือความอดทนความรับผิดชอบน้อยเกินไปด้วย  2.2 เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจการเป็นผู้มีสุขภาพและสุขภาพจิตที่ดีเป็นเรื่องสำคัญเพราะการจะเลี้ยงเด็กได้ดีผู้ที่เลี้ยงดูย่อมทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจมากผู้ที่ป่วยเรื้อรังหรือป่วยเล็กน้อยตลอดเวลา (แม้ว่าแพทย์จะออกหนังสือรับรองว่าไม่เป็นโรคร้ายแรง) ก็จะไม่สามารถให้การเลี้ยงดูเด็กได้เต็มที่  2.3 ฐานะและการครองชีพต้องมั่นคงมีทรัพย์สินหรือรายได้ที่แน่นอนไม่ควรเป็นผู้มีหนี้สินและไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นสำหรับการเลี้ยงดูเด็กตลอดจนการศึกษาของเด็กในอนาคต  2.4 มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งถูกสุขลักษณะและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีสมควร  2.5 มีเหตุผลที่เหมาะสมและมีความคิดเห็นที่ดีต่อการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมผู้ขอรับเด็กต้องไม่คาดหวังแต่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อให้เด็กรับใช้ปรนนิบัติยามชราหรือป่วยไข้หรือให้เด็กตอบแทนตนในอนาคตควรเป็นผู้มีความคิดเห็นที่ดีและจริงใจต่อการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมการเปิดเผยความจริงใจให้เด็กได้มีโอกาสรับทราบว่าเป็นบุตรบุญธรรมถือเป็นเรื่องที่สำคัญ  2.6 มีเวลาที่จะให้เด็กแม้ว่าจะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีเพียงใดแต่ไม่มีเวลาให้บุตรเลยก็ไม่สามารถขอเด็กไปเลี้ยงดูเพราะเด็กที่จะสามารถเติบโตพัฒนาในทุกๆด้านอย่างเหมาะสมต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ใกล้ชิดและครอบครัวจะได้มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  2.7 ต้องรู้วิธีอบรมเลี้ยงดูเด็กและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาโดยไม่ตั้งข้อรังเกียจเด็ก เช่น เมื่อประสบอุบัติเหตุหรือปัญหาในชีวิตก็โทษว่าเด็กนำโชคร้ายมาให้ตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานขั้นตำในการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล พ.ศ. 2549    หมายเหตุ **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    **พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  การดำเนินงานการขอรับบุตรบุญธรรมจะดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาและมีมติในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม","2021-11-17T13:39:05"],
    [2926,"94e56e0a-0dfe-4af0-b898-0e174a7558c8","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการเด็กและเยาวชน","กระบวนการให้คำปรึกษาเยียวยาก่อนเลิกรับบุตรบุญธรรมซึ่งยังเป็นเด็ก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d15-9850-4255-8b8e-f4c767a14eaf",30,0,11,"เมื่อแจ้งความประสงค์จะเลิกรับบุตรบุญธรรมและเข้าสู่กระบวนการเยียวยาตามกฎหมายโดยให้คำปรึกษาเยียวยาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันแจ้งความประสงค์และอาจขยายระยะเวลาไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน    เงื่อนไขตามข้อกฎหมาย    กรณีที่เด็กนั้นเคยอยู่ในความปกครองของสถานสงเคราะห์หรือไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองที่จะดูแลเด็กนั้นต่อไป (หรือมีแต่ไม่ประสงค์จะรับเด็กกลับไปดูแลอีก) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ :-    1. จัดให้เด็กได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กสามารถดำเนินการได้ตามความจำเป็น เร่งด่วนก่อน  2. ผู้รับบุตรบุญธรรมที่เลิกรับบุตรบุญธรรมยังคงมีหน้าที่เสียค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาตามสมควรและตามความสามารถจนกว่าเด็กจะบรรลุนิติภาวะและจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูต่อไปหากเด็กนั้นเป็นคนพิการหรือทุพพลภาพและหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้แม้ว่าจะบรรลุนิติภาวะแล้วเว้นแต่ในกรณีที่บุตรบุญธรรมกระทำการต้องด้วยมาตรา 1598 แห่งประมวลกฎหมาย (6) หรือ (3) (2) (1) 33/ แพ่งและพาณิชย์หรือมีผู้รับบุตรบุญธรรมผู้อื่นรับอุปการะเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมนั้นไม่มีสิทธิได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามความในมาตรานี้ทั้งนี้ในการเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการและพนักงานอัยการจะฟ้องคดีแทนก็ได้    เว้นแต่กรณีศาลมีคำสั่งให้มีการเลิกรับบุตรบุญธรรมจากเหตุที่บุตรบุญธรรมกระทำการดังต่อไปนี้  -กระทำการชั่วร้ายต่อผู้รับบุตรบุญธรรมไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่  -กระทำการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอย่างร้ายแรงต่อผู้รับบุตรบุญธรรม  -กระทำการประทุษร้ายต่อผู้รับบุญธรรมคู่สมรสหรือบุพการีเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรงและการกระทำนั้นเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา  -ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินสามปีเว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาท","2021-11-17T13:39:05"],
    [2927,"94e56e0a-1768-4745-ad64-5e43c572bf2e","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมกิจการเด็กและเยาวชน","การขอรับอนุญาตให้ตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-a480-4525-bd6e-19140b98445b",70,100,26,"1. เตรียมเอกสารที่จำเป็นในการดำเนินการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กตามรายการที่ 1 - 21    2. ในกรณีที่สถานรับเลี้ยงเด็กตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน สำหรับจังหวัดอื่นให้ยื่นคำขอที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด    3. เมื่อได้รับคำขอจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานตามข้อ 1 และอาคาร สถานที่่ที่ขอจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก ให้เป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด    4. หากคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วน อาคาร สถานที่ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ให้ผู้รับคำขอออกใบอนุญาตให้ตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก หากตรวจสอบว่ามีข้อใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้แจ้งผู้รับคำขอดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน หากผู้ขอรับใบอนุญาตมิได้แก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่ผู้รับคำขอกำหนดให้ผู้รับคำขอสั่งไม่อนุญาต    5. ใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กให้มีอายุ 1 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต    หมายเหตุ    - กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    - เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ    ทั้งนี้จะส่งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:05"],
    [2928,"9a8d9997-70b1-45e9-8502-0fd8a6644574","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ","การรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-b0a5-434e-a807-af490bc0b6bf",54,0,13,"องค์กรสาธารณประโยชน์ หมายความว่า องค์กรภาคเอกชนที่ได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม (ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550)    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ เป็นไปตามข้อกำหนดคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม  แห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ พ.ศ. 2555  หมวด 1 ข้อ 6 กรณีมูลนิธิหรือสมาคม และหมวด 2 ข้อ 9 กรณีองค์กรภาคเอกชน             หมวด 1 ข้อ 6 มูลนิธิ หรือสมาคมที่มีความประสงค์จะยื่นคำขอให้การรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้             (1) มูลนิธิ หรือสมาคม จะต้องดำเนินกิจการและมีผลงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอ      ไม่น้อยกว่าหกเดือน             (2) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหกเดือน             (3) มีบุคลากร หรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงานประจำ หรือมีที่ปรึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม     และสังคมสงเคราะห์             (4) มีการกำหนดสาขาในการจัดสวัสดิการสังคมที่จะดำเนินการอย่างชัดเจน เช่น การบริการสังคม การศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การฝึกอาชีพ การประกอบอาชีพ นันทนาการ และกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น               (5) มีการกำหนดลักษณะหรือรูปแบบ และวิธีการในการดำเนินการจัดสวัสดิการสังคม เช่น การส่งเสริม การพัฒนา การสงเคราะห์ การคุ้มครอง การป้องกัน การแก้ไข และการบำบัดฟื้นฟู เป็นต้น             (6) มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และองค์กรอื่นได้มีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคม                  หมวด 2 ข้อ 9 องค์กรภาคเอกชนที่มีผลงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมจะยื่นคำขอให้รับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้             (1) เป็นองค์กรภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งจะต้องดำเนินกิจการและมีผลงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหนึ่งปี             (2) มีส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม หรือมูลนิธิ หรือสมาคมรับรอง      ผลการดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม             (3) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหนึ่งปี             (4) มีบุคลากร หรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงานประจำ หรือมีที่ปรึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม   และสังคมสงเคราะห์             (5) มีการกำหนดสาขาในการจัดสวัสดิการสังคมที่จะดำเนินการอย่างชัดเจน เช่น การบริการสังคม การศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การฝึกอาชีพ การประกอบอาชีพ นันทนาการ และกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น             (6) มีการกำหนดลักษณะหรือรูปแบบ และวิธีการในการดำเนินการจัดสวัสดิการสังคม เช่น การส่งเสริม การพัฒนา การสงเคราะห์ การคุ้มครอง การป้องกัน การแก้ไข และการบำบัดฟื้นฟู เป็นต้น             (7) มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และองค์กรอื่นได้มีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคม         เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. กรณียกเลิกกิจการหรือเปลี่ยนชื่อองค์กรสาธารณประโยชน์ ให้ประสานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด/สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร และให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด/สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ประกาศยกเลิกหรือเปลี่ยนชื่อในราชกิจจานุเบกษา    2. กรณีการเพิกถอนการรับรององค์กรสาธารณประโยชน์ ให้สำนักงานประกาศรายชื่อองค์กรสาธารณประโยชน์นั้นในราชกิจจานุเบกษา และให้องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ถูกเพิกถอนการรับรองส่งเงินอุดหนุนที่ได้รับไปคืนแก่สำนักงาน   ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด    หมายเหตุ :-    **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ  ** เนื่องจากการรับคำขอทาง ปณ. ไม่สามารถบันทึกสองฝ่ายได้ กรณีให้แก้ไขคำขอตาม ม.8 ควรเพิ่มข้อความในแบบฟอร์มคำขอด้วยดังนี้ ในกรณีที่ (ชื่อส่วนราชการ) ตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ข้าพเจ้ายินดีแก้ไขภายใน 7 วัน (ระบุวันที่) นับจากวันที่ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจาก (ชื่อส่วนราชการ) โดยถือวัน ปณ. ต้นทางเป็นสำคัญ","2023-11-07T11:06:21"],
    [2929,"9a8d9e81-5b0d-4b56-a994-7083812aff5f","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ","การรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-abb3-4fd1-b215-db4ad76806c5",54,0,9,"องค์กรสวัสดิการชุมชน หมายความว่า องค์กรภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคมให้แก่สมาชิกในชุมชน หรือปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมของเครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนและได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม (ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550)    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ เป็นไปตามข้อกำหนดคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน พ.ศ.2555  ข้อ (5) ดังนี้    (1) มีการดำเนินกิจการและผลงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมหรือการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหนึ่งปี    (2) มีที่ทำการตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหนึ่งปี              (3) มีบริการสวัสดิการสังคมในระดับชุมชนที่หลากหลายตามสภาพภูมิสังคมของชุมชน เช่น การช่วยเหลือทางการเงิน สิ่งของหรือบริการ การบริหารจัดการทรัพยากรและการแลกเปลี่ยนแรงงาน การรวมกลุ่มอาชีพ เป็นต้น              กรณีการรวมตัวเป็นองค์กรเครือข่ายเพื่อสร้างความเข้มแข็งใหแก่องค์กรภาคประชาชน ต้องมีการบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดความร่วมมือ ประสานงาน และเชื่อมโยงในการจัดสวัสดิการสังคมอย่างต่อเนื่อง    (4) มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมอย่างสม่ำเสมอ    เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น * ในกรณีที่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต./อปท)/ผู้อำนวยการเขต  (ใน กทม.) ไม่ได้ให้ความเห็นและตรวจสอบเอกสารให้แล้วเสร็จภายเวลาที่กำหนด (30วัน) นับจากวันที่รับคำขอให้องค์กรภาคประชาชนนำหลักฐานแสดงการยื่นคำขอต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหรือสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานครได้โดยตรงแล้วแต่กรณี    2. กรณียกเลิกกิจการหรือเปลี่ยนชื่อองค์กรสวัสดิการชุมชนให้ประสานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด/สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร และให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด/สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ประกาศยกเลิกหรือเปลี่ยนชื่อในราชกิจจานุเบกษา    3. เนื่องจากการรับรององค์กรสวัสดิการชุมชนนั้นจะต้องผ่านการพิจารณารับรองจากการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ในระดับจังหวัด ซึ่งงบประมาณในการจัดประชุมได้รับการจัดสรรจากส่วนกลางในจำนวนจำกัด ได้แก่ ค่าเบี้ยประชุม จึงทำให้การพิจารณารับรองนั้นต้องรวบรวมหลายองค์กรและจัดได้ตามงบประมาณที่ได้รับเท่านั้น                   หมายเหตุ :-    **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    ** เนื่องจากการรับคำขอทาง ปณ. ไม่สามารถบันทึกสองฝ่ายได้ กรณีให้แก้ไขคำขอตาม ม.8 ควรเพิ่มข้อความในแบบฟอร์มคำขอด้วยดังนี้ ในกรณีที่ (ชื่อส่วนราชการ) ตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน ข้าพเจ้ายินดีแก้ไขภายใน 7 วัน (ระบุวันที่) นับจากวันที่ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจาก (ชื่อส่วนราชการ) โดยถือวัน ปณ. ต้นทางเป็นสำคัญ","2023-11-07T11:14:29"],
    [2930,"94e56e0a-2305-4bc7-ab3f-76145d6c10b1","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","การออกบัตรประจำตัวคนพิการ กรณี การขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-b4a6-49d7-be20-a424a3525798",1,0,11,"1. การยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ       1.1 คนพิการซึ่งมีสัญชาติไทย สามารถยื่นคำขอมีบัตรต่อกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด หรือหน่วยงานของรัฐ ตามที่อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนด แล้วแต่กรณี       1.2 คนพิการที่ยังไม่ได้แจ้งเกิด หรือเป็นเด็กพิการที่ถูกทอดทิ้งไม่ปรากฎแน่ชัดว่ามีสัญชาติไทย ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร์ก่อน       1.3 กรณีที่คนพิการเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ หรือในกรณีที่คนพิการมีสภาพความพิการถึงขั้นไม่สามารถไปยื่นคำขอด้วยตนเองได้ ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดูแลคนพิการ แล้วแต่กรณี ยื่นคำขอแทนได้    2. การยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ บุคคลที่สามารถยื่นคำขอได้มีดังนี้       2.1  คนพิการยื่นคำขอมีบัตรได้ด้วยตนเอง       2.2  การยื่นคำขอมีบัตรแทนคนพิการ ในกรณีที่คนพิการเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ หรือในกรณีที่คนพิการ มีสภาพความพิการถึงขั้นไม่สามารถไปยื่นคำขอด้วยตนเองได้ ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดูแลคนพิการ แล้วแต่กรณี ยื่นคำขอแทนคนพิการได้       2.3 การยื่นขอเป็นผู้ดูแลคนพิการโดยผู้ดูแลคนพิการต้องเป็นผู้ซี่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันกับคนพิการ หรือเป็นผู้ดูแลคนพิการ ซี่งคนพิการอาศัยอยู่ด้วยตามความเป็นจริงในกรณีมีทั้งสองประเภทดังกล่าว ให้คนพิการแจ้งชื่อผู้ดูแลคนพิการที่ได้อุปการะหรืออาศัยอยู่ด้วยเป็นสำคัญ    3.ขั้นตอนการออกบัตรประจำตัวคนพิการ       3.1 เจ้าหน้าที่รับคำขอ ตรวจสอบแบบคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการพร้อมเอกสารหลักฐาน และเสนอออกบัตรให้แก่ผู้ยื่นคําขอ หากเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้นไม่ประสงค์จะมีบัตร       3.2 เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรพิจารณาแบบคำขอมีบัตรพร้อมเอกสารหลักฐาน หากเห็นว่าผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนแล้ว จึงอนุมัติออกบัตรให้ผู้ยื่นคำขอ       3.3 จัดเก็บข้อมูลตามแบบคำขอมีบัตรไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำบัตร เว้นแต่กรณีที่ไม่ได้ออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือไม่สามารถออกบัตรให้แก่ผู้ถือบัตรได้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรมีหนังสือรับรองให้แก่ผู้ยื่นคำขอเพื่อใช้แทนบัตรตามระยะเวลาที่กำหนดได้       3.4 กรณีไม่อนุมัติออกบัตร เนื่องจากคนพิการไม่มีสัญชาติไทย หรือมีสภาพความพิการไม่ตรงตามคู่มือการตรวจประเมินและวินิจฉัยความพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ให้ผู้มีอํานาจออกบัตรมีคําสั่งเป็นหนังสือไม่อนุมัติออกบัตรให้แก่ผู้ยื่นคําขอ ให้ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อผู้ออกคําสั่งตามที่ได้รับคําขอนั้น ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคําสั่ง และให้ผู้ออกคําสั่งพิจารณาคําอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคําอุทธรณ์ จากนั้นให้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมเหตุผลเป็นหนังสือต่อผู้อุทธรณ์ทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่พิจารณาอุทธรณ์เสร็จ    4. อายุบัตรประจำตัวคนพิการ       4.1 บัตรประจำตัวคนพิการ มีอายุ 8 ปี นับแต่วันที่ออกบัตร       4.2 กรณีคนพิการที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือมีสภาพความพิการเป็นที่เห็นได้โดยประจักษ์ ให้ใช้บัตรนั้นไปได้ตลอดชีวิต  หมายเหตุ  ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556   ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคําขอมีบัตรประจําตัวคนพิการ การออกบัตร และการกําหนดเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจออกบัตรประจําตัวคนพิการ การกําหนดสิทธิ หรือการเปลี่ยนแปลงสิทธิและการขอสละสิทธิของคนพิการ และอายุบัตรประจําตัวคนพิการ พ.ศ. 2556","2022-04-06T22:52:46"],
    [2931,"94e56e0a-2869-4cf1-a859-2762ea206160","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","การออกบัตรประจำตัวคนพิการ กรณี บัตรหมดอายุ บัตรชำรุด บัตรสูญหาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญของบัตรประจำตัวคนพิการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-bc1f-4e42-9251-c7cd11de8de6",1,0,12,"1. การยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ       - กรณีบัตรประจำตัวคนพิการหมดอายุ ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอมีบัตรใหม่ ภายใน 30 วัน ก่อนบัตรหมดอายุ       - กรณีบัตรประจำตัวคนพิการชำรุด สูญหาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญเกี่ยวกับคนพิการ ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอมีบัตรใหม่ได้       - คนพิการซึ่งมีสัญชาติไทย สามารถยื่นคำขอมีบัตรต่อกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด หรือหน่วยงานของรัฐ ตามที่อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนด แล้วแต่กรณี  2. การยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการ บุคคลที่สามารถยื่นคำขอได้มีดังนี้       2.1 คนพิการยื่นคำขอมีบัตรได้ด้วยตนเอง       2.2 การยื่นคำขอมีบัตรแทนคนพิการ ในกรณีที่คนพิการเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ หรือในกรณีที่คนพิการ มีสภาพความพิการถึงขั้นไม่สามารถไปยื่นคำขอด้วยตนเองได้ ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดูแลคนพิการ แล้วแต่กรณี ยื่นคำขอแทนคนพิการได้       2.3 การยื่นขอเป็นผู้ดูแลคนพิการโดยผู้ดูแลคนพิการต้องเป็นผู้ซี่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันกับคนพิการ หรือเป็นผู้ดูแลคนพิการ ซี่งคนพิการอาศัยอยู่ด้วยตามความเป็นจริงในกรณีมีทั้งสองประเภทดังกล่าว ให้คนพิการแจ้งชื่อผู้ดูแลคนพิการที่ได้อุปการะหรืออาศัยอยู่ด้วยเป็นสำคัญ  3. ขั้นตอนการออกบัตรประจำตัวคนพิการ กรณี บัตรหมดอายุ บัตรชำรุด บัตรสูญหาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญของบัตรประจำตัวคนพิการ       3.1 เจ้าหน้าที่รับคำขอ ตรวจสอบแบบคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการพร้อมเอกสารหลักฐาน และเสนอออกบัตรให้แก่ผู้ยื่นคําขอ หากเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอนั้นไม่ประสงค์จะมีบัตร       3.2 เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรพิจารณาแบบคำขอมีบัตรพร้อมเอกสารหลักฐาน หากเห็นว่าผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนแล้ว จึงอนุมัติออกบัตรให้ผู้ยื่นคำขอ       3.3 จัดเก็บข้อมูลตามแบบคำขอมีบัตรไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำบัตร เว้นแต่กรณีที่ไม่ได้ออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือไม่สามารถออกบัตรให้แก่ผู้ถือบัตรได้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรมีหนังสือรับรองให้แก่ผู้ยื่นคำขอเพื่อใช้แทนบัตรตามระยะเวลาที่กำหนดได้       3.4 กรณีไม่อนุมัติออกบัตร เนื่องจากคนพิการไม่มีสัญชาติไทย หรือมีสภาพความพิการไม่ตรงตามคู่มือการตรวจประเมินและวินิจฉัยความพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ให้ผู้มีอํานาจออกบัตรมีคําสั่งเป็นหนังสือไม่อนุมัติออกบัตรให้แก่ผู้ยื่นคําขอ ให้ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อผู้ออกคําสั่งตามที่ได้รับคําขอนั้น ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคําสั่ง และให้ผู้ออกคําสั่งพิจารณาคําอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคําอุทธรณ์ จากนั้นให้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมเหตุผลเป็นหนังสือต่อผู้อุทธรณ์ทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่พิจารณาอุทธรณ์เสร็จ  4. อายุบัตรประจำตัวคนพิการ       4.1 บัตรประจำตัวคนพิการมีอายุ 8 ปี นับแต่ที่ออกบัตร (กรณีบัตรหมดอายุ / มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำตัญของบัตรประจำตัวคนพิการ)       4.2 บัตรประจำตัวคนพิการมีอายุถึงวันหมดอายุที่ระบุไว้ตามบัตรเดิม (กรณีบัตรชำรุด / บัตรสูญหาย )       4.3 กรณีคนพิการที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือมีสภาพความพิการเป็นที่เห็นได้โดยประจักษ์ให้ใช้บัตรนั้นไปได้ตลอดชีวิต    หมายเหตุ  ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ","2021-11-17T13:39:05"],
    [2932,"94e56e0a-2b66-4cb2-a3b4-df3f0a762af5","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","การออกใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-bfb4-4573-89e6-3bf3fdc34847",90,0,7,"หลักเกณฑ์การยื่นคำร้องขอจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป     1. กรณีราชการส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ยื่นคำร้องขอ ให้ผู้มีอำนาจทำการแทนองค์กรเป็นผู้ยื่นคำร้อง ขอจัดตั้งต่ออธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ตามแบบคำร้องขอจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป (แบบ ศบ.1-ท) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องขอ ดังนี้       1.1 ร่างข้อบังคับ/ระเบียบของศูนย์บริการคนพิการ       1.2 รายชื่อผู้ดำเนินการศูนย์บริการคนพิการ       1.3 แผนผังแสดงที่ตั้งของศูนย์บริการคนพิการ     2. กรณีองค์กรด้านคนพิการ หรือองค์กรอื่นใด ที่ให้บริการแก่คนพิการซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานตามมาตรา 6(10) เป็นผู้ยื่นคำขอ ให้ผู้มีอำนาจทำการแทนองค์กร เป็นผู้ยื่นคำร้องขอจัดตั้งต่ออธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ตามแบบคำร้องขอจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป (แบบ ศบ.1-อ) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องขอ ดังนี้       2.1 ร่างข้อบังคับ/ระเบียบของศูนย์บริการคนพิการ       2.2 รายชื่อผู้ดำเนินการศูนย์บริการคนพิการ       2.3 แผนผังแสดงที่ตั้งของศูนย์บริการคนพิการ       2.4 หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิในการใช้สถานที่และอาคารที่จะขอจัดตั้งเป็นศูนย์ โดยผู้ยื่นคำร้องขอต้องแสดงหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่หรืออาคาร ให้ใช้จัดตั้งเป็นศูนย์       2.5 ข้อบังคับหรือตราสารขององค์กร       2.6 เอกสารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามมาตรา 6(10) ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550     - คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามผู้ยื่นคำขอจัดตั้งศูนย์ และผู้ดำเนินการศูนย์บริการคนพิการ   1. อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าภาคบังคับ   2. มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติการกระทำผิดต่อคนพิการหรือละเมิดสิทธิคนพิการ   3. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ซึ่งไม่เป็นความผิดที่คนพิการ หรือองค์กรด้านคนพิการเป็นผู้เสียหาย   4. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ     - ผู้ดำเนินการศูนย์ (คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและผู้จัดการศูนย์บริการ) ต้องมีบุคคลที่มีสัญชาติไทยเกินกึ่งหนึ่ง     - การยื่นคำขอการจัดตั้งศูนย์โดยผู้แทนองค์กรของคนพิการแต่ละประเภทให้คำนึงถึงการให้บริการตามประเภทความพิการ    - สถานที่ยื่นคำร้องขอจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป   1. เขตท้องที่กรุงเทพมหานคร : ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ   2. จังหวัดอื่น : ศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด    เงื่อนไขการยื่นคำร้องขอจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป  - องค์กรด้านคนพิการ หรือองค์กรอื่นใดที่จะยื่นคำร้องขอจัดตั้งเป็นศูนย์บริการคนพิการ ต้องเป็นองค์กรด้านคนพิการ หรือองค์กรอื่นใดที่ให้บริการแก่คนพิการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามมาตรา 6(10) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    - ใบอนุญาตมีอายุ 4 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตหมดอายุอย่างน้อย 30 วัน    หมายเหตุ    ** กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง หากคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมิได้มายื่นคำร้องขอด้วยตนเอง หากคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำร้องขอจะต้องทำหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำร้องขอ ให้ผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องหรือครบถ้วน ภายในระยะเวลา 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา      ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-16T10:37:03"],
    [2933,"94e56e0a-257f-49cf-9883-fa3296566add","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","การออกบัตรประจำตัวคนพิการ กรณี การยกเลิกการมีบัตรประจำตัวคนพิการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d15-b7e0-4632-a31b-019d78ff2a91",1,0,8,"1) กรณีผู้ถือบัตรถึงแก่ความตาย หรือได้รับการฟื้นฟูจนไม่มีสภาพความพิการ หรือมีความประสงค์จะยกเลิกการมีบัตร ให้ผู้ถือบัตรหรือผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดูแลคนพิการ แล้วแต่กรณี แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรเพื่อจำหน่ายชื่อออกจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรต่อไป  2) กรณีผู้ถือบัตรหรือผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดูแลคนพิการ แล้วแต่กรณี ไม่ดำเนินการแจ้งว่าผู้ถือบัตรถึงแก่ความตาย หรือได้รับการฟื้นฟูจนไม่มีสภาพความพิการ ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสนอความเห็นต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตรพิจารณาจำหน่ายชื่อออกจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรต่อไป  3) ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกบัตร มีหนังสือแจ้งผู้ถือบัตรหรือผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดูแลคนพิการ แล้วแต่กรณี ทราบภายใน 30 วัน นับแต่การจำหน่ายชื่อออกจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตร และแจ้งสิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ รวมทั้งมีหนังสือแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซี่งเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้นด้วย","2021-11-17T13:39:05"],
    [2934,"960ad900-eaac-40bb-a4a3-264a28c11ecc","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","การกู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","95fac8dd-f4a1-456d-bc16-6f3b78fc78d8",35,0,1,null,"2022-04-22T14:54:55"],
    [2935,"9967f201-472b-430a-8ec3-1eba3d15786d","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9967db41-418d-400d-9fcb-e6d5942f78fb",515,0,null,"(1) มีบัตรประจำตัวคนพิการ\n(2) อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนั้นติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน ยกเว้นกรณีเกิดความพิการในภายหลัง\n(3) ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงหรือไม่เหมาะสมกับสภาพความพิการ\n(4) มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ\n(5) ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐแห่งอื่นหรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ\n(6) ในกรณีคนพิการไม่มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิอยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนั้น ต้องมีหลักฐานความยินยอมเป็นหนังสือจากบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้มีสิทธิครอบครอง ผู้มีสิทธิอยู่อาศัย หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ปกครองดูแลสถานที่แห่งนั้น และจะไม่เพิกถอนความยินยอมตราบใดที่คนพิการยังอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนั้น\nกรณีเป็นบ้านเช่าหรือห้องเช่าต้องมีหลักฐานให้คนพิการได้เช่าอยู่อาศัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปีและยินยอมให้มีการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย โดยที่อยู่อาศัยควรออกแบบในลักษณะเคลื่อนย้ายได้","2023-07-07T09:17:55"],
    [2936,"99684b04-7781-4d3d-ab2e-91340faba512","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","การจัดบริการผู้ช่วยคนพิการ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","99683eb9-2111-40c8-b1d6-8ac11d714bdd",80,0,null,null,"2023-07-07T09:17:39"],
    [2937,"94e56e0a-2de1-4ee7-8ca6-5e428db11210","PUBLISHED","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","การรับรองการจดทะเบียนองค์กรเอกชนด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d15-c298-4b8f-83d7-4d0445b3803e",10,0,7,"1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนฯ                   1) จะต้องดำเนินกิจการและมีผลงานเกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหนึ่งปี                   2) มีที่ทำการตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหนึ่งปี                   3) มีบุคลากร หรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงาน หรือมีที่ปรึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน ปราบปราม หรือแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์                   4) มีแผนงาน โครงการ และกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการป้องกัน ปราบปราม หรือแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างชัดเจน                   5) ผู้บริหารองค์กรเอกชน ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย ไม่เป็นบุคคลล้มละลายและไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำด้วยความประมาท หรือความผิดลหุโทษ  2.สถานที่ยื่นคำขอจดทะเบียนฯ ณ จังหวัดที่องค์กรฯ ตั้งอยู่                  - ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่กองต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์                  - ในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด   3. เริ่มนับวันดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารครบถ้วน    หมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาอนุมัติแล้ว","2025-10-14T14:33:19"],
    [2938,"94e56e0a-b00a-4b1a-85d5-8d7df05faa4c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมการข้าว","การบริการทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-7a6a-45ae-9036-f45bd56ef8c6",17,200,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ด้วยพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 และ พ.ศ.2550 มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพเมล็ดพันธุ์จำหน่ายเกี่ยวกับความงอก ความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวได้มีประกาศมาตรฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมล็ดข้าวพันธุ์อื่นปน และเมล็ดข้าวแดง/เมล็ดข้าววัชพืช เพื่อควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ นอกจากนี้กฎหมายบังคับให้มีเลขทะเบียนประจำพันธุ์ (พ.พ.) สำหรับเมล็ดพันธุ์ที่จำหน่าย ซึ่งออกเลขทะเบียนฯโดยกรมวิชาการเกษตร เพื่อป้องกันชื่อพันธุ์ซ้ำซ้อน และลอกเลียนชื่อ/เครื่องหมายการค้า ดังนั้นผู้รวบรวมหรือผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ต้องการทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ประกอบการขอเลขทะเบียนประจำพันธุ์ (พ.พ.) จะต้องแจ้งในใบยื่นคำขอเพื่อรายงานผลตามแบบฟอร์มที่กำหนด และน้ำหนักตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ที่นำส่งเพื่อทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ให้ใช้ตามมาตรฐานที่สมาคมเมล็ดพันธุ์นานาชาติ (ISTA) กำหนดสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวน้ำหนักตัวอย่างเมล็ดพันธุ์นำส่งไม่น้อยกว่า 1,000 กรัม    เงื่อนไข    1. ผู้ขอใช้บริการกรอกแบบฟอร์มคำขอใช้บริการให้ครบถ้วนถูกต้อง    2.ตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ที่นำมาทดสอบนั้น จะต้องระบุพืช พันธุ์ และแหล่งที่มา    3. ถ้าผู้ขอใช้บริการต้องการใช้รายงานผลการทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อประกอบการขอเลขทะเบียนประจำพันธุ์ (พ.พ.) ให้แจ้งความประสงค์การรายงานผลการทดสอบ เพื่อการออกรายงานผลจะได้ตรงตามที่ต้องการ    4. ตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ที่นำส่งควรมีปริมาณไม่น้อยกว่า 1,000 กรัม และไม่สกปรกมากจนไม่สามารถทำการทดสอบได้    5. กรณีขอรับบริการทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ข้าว ตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ข้าวที่นำส่งต้องหมดระยะพักตัว ถ้ายังไม่หมดระยะพักตัวจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อแก้การพักตัว    6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานหรือตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ไม่ครบหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ และให้ผู้ขอใช้บริการทำให้ครบถ้วนถูกต้องแล้วนำมายื่นใหม่    7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-09T09:15:31"],
    [2939,"9947f72f-13af-47f4-9e03-b7aa27ffd483","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมการข้าว","การออกใบอนุญาตเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช กรมการข้าว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-7e53-4fae-9e7e-31bcee2aec3a",3,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    กรมการข้าวเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐที่มีภารกิจดำเนินการผลิตและส่งเสริม สนับสนุนเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ข้าว  โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 29 ศูนย์ ทั่วประเทศ ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพื่อสนับสนุนโครงการส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติและจำหน่ายให้แก่เกษตรกรทั่วไป แต่เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้ยังกระจายไปไม่ทั่วถึงโดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล กรมการข้าวจึงได้ส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อมและกระจายอยู่ในทุกจังหวัดได้มีโอกาสสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชของกรมการข้าว ตามระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช พ.ศ. 2549 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรทั่วไปได้มีโอกาสใช้เมล็ดพันธุ์ดีของกรมการข้าวอย่างทั่วถึงเพื่อเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน สิทธิประโยชน์ ตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชของกรมการข้าวจะได้รับส่วนลดในการซื้อเมล็ดพันธุ์ ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศราคาจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชของกรมการข้าว โดยผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชของกรมการข้าว พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดได้ทั้งที่สำนักงานส่วนกลางและสำนักงานในส่วนภูมิภาค ซึ่งการจะสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชของกรมการข้าวได้นั้น จำเป็นต้องมีใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า/ใบอนุญาตขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม จากกรมวิชาการเกษตร ที่ยังไม่หมดอายุ  และเมื่อได้รับใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายแล้วต้องปฏิบัติตามคำแนะนำที่ปรากฏในด้านหลังใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต    - กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานหรือตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ไม่ครบหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ และให้ผู้ขอใช้บริการทำให้ครบถ้วนถูกต้องแล้วนำมายื่นใหม่    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียนร้อยแล้ว    - เจ้าหน้าที่จะจัดส่งใบอนุญาตให้ตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชต่อไป    - กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถมายื่นด้วยตนเองได้ ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้มาส่งเอกสารมีอำนาจในการลงนามในบันทึกข้อตกลงตามมาตรา 8 ตาม พ.ร.บ.  อำนายความสะดวกฯ ถ้าผู้มายื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร และกรมการข้าวตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน กรมการข้าวขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอดังกล่าว","2024-04-11T11:18:58"],
    [2940,"95e70ee9-bad1-4be8-923e-112eea3b090c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อก่อสร้างสะพานข้ามทางน้้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e52f5a-4dd6-4a61-be40-0fb89df3d12a",92,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และหลักเกณฑ์ของกรมชลประทาน กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด ได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-05-17T09:19:30"],
    [2941,"95f2e599-2644-4612-a4a2-5fc32465dacb","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินหรือทรัพย์สินกรมชลประทาน ที่ได้มาตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d16-819b-4b2e-a609-f88866d57f09",43,0,8,"การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินหรือทรัพย์สินกรมชลประทานที่ได้มาตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 เป็นอำนาจของอธิบดีกรมชลประทานที่จะพิจารณาอนุญาต ตาม มาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 ซึ่งอธิบดีกรมชลประทานได้มอบอำนาจในการพิจารณาโดยวางหลักการไว้ ดังนี้ ในกรณี การฝังหรือวางท่อน้ำ ฝังหรือวางท่อท่อประปา ทำทางเชื่อมหรือทางข้ามเข้าสู่แปลงที่ดิน, การปักเสา พาดสาย เดินสายส่งหรือร้อยสายไฟฟ้า/โทรศัพท์, การซ่อมแซมระบบชลประทานถนนหรือทางลำเลียงในไร่นา ขุดลอกคูส่งน้ำหรือคูระบายน้ำผ่านที่ดินหรือทำลงในที่ดินกรมชลประทาน ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 1 - 35 ที่รับผิดชอบในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย นั้น ต้องพิจารณาให้เป็นไปตามหลักวิชาการ และวิศวกรรมจัดรูปที่ดินของกรมชลประทาน รวมทั้งต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อระบบชลประทานที่งานจัดรูปที่ดินจัดสร้างไว้  และไม่มีผลกระทบกับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ โดยผ่านการพิจารณาของกรมชลประทานตามคำสั่งกรมชลประทานที่ ข 1308/2562 เรื่องมอบอำนาจการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินหรือทรัพย์สินกรมชลประทานที่ได้มาตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 1 - 35 ปฏิบัติราชการแทนอธิบดี ในการพิจารณาอนุญาตในขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามหนังสืออนุญาตตามประเภทการขออนุญาตที่กำหนดไว้ หากเป็นการขออนุญาตนอกเหนือจากที่กล่าวไว้ข้างต้นสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 1 - 35 ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่จังหวัดนั้นจะเป็นผู้พิจารณาและทำความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางเป็นผู้พิจารณา  ต่อไป","2022-11-07T15:29:37"],
    [2942,"95f34261-266e-4d66-8e2c-ccedd56bef92","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตเปลี่ยนการใช้ที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f328ba-113d-43ea-b172-7b0b117a2573",68,0,9,"ด้วยพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 มาตรา 56 บัญญัติในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ห้ามมิให้ใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นซึ่งมิใช่เกษตรกรรม หรือทำการปลูกสร้างใดๆ หรือทำการใดๆ แก่ที่ดินนั้นอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการจัดรูปที่ดิน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดมอบหมาย  ในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืน ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนรื้อถอน ทำให้คืนสู่สภาพเดิม หรืองดเว้นการกระทำนั้นภายในเวลาที่กำหนด ถ้าผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดดำเนินการรื้อถอน หรือทำให้คืนสู่สภาพเดิม โดยผู้ฝ่าฝืนจะเรียกร้องค่าเสียหายมิได้ และต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน หรือทำให้คืนสู่สภาพเดิมนั้นด้วย ประกอบกับคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางได้ออกระเบียบคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ว่าด้วยหลักเกณฑ์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการอนุญาตให้เปลี่ยนการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม พ.ศ. 2561 ดังนั้นการเปลี่ยนการใช้ที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรมหรือทำการปลูกสร้างใดๆ หรือทำการใดๆ แก่ที่ดินนั้นอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการจัดรูปที่ดิน เจ้าของที่ดินต้องขออนุญาตคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดมอบหมาย สำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 1 - 35 ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่จังหวัดนั้น เพื่อดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ต่อไป","2022-11-07T15:26:40"],
    [2943,"95f34b4c-ac77-47da-bc3d-e7749e1cb1e5","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตแก้ไขผังแปลง แบ่งกรรมสิทธิ์ รวมกรรมสิทธิ์ ที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f32348-fc5c-40bd-bf96-eace99d6ab3c",53,0,9,"ด้วยพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558  มาตรา 14 และ มาตรา 15 กำหนดให้สำนักงานจัดรูปที่ดินกลางมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการโดยทั่วไปของสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัด และสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจหน้าที่จัดทำแผนผังการจัดแปลงที่ดิน ระบบชลประทาน การสร้างถนนหรือทางลำเลียงในไร่นา การปรับระดับพื้นที่ดิน และการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน เพื่อเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนผังการจัดแปลงที่ดิน ระบบชลประทาน การสร้างถนนหรือทางลำเลียงในไร่นา การปรับระดับพื้นที่ดิน และการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ตามมาตรา 12 (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 ที่สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดเสนอ  \nซึ่งการขออนุญาตแบ่งกรรมสิทธิ์รวมที่ดินก็ดี การขออนุญาตรวมกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ดี ถือว่าเป็นการแก้ไขผังแปลงที่ดินเดิมที่งานจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ดำเนินการก่อสร้างไว้ตามหลักวิชาการด้านวิศวกรรมจัดรูปที่ดินเพื่อให้ที่ดินทุกแปลงที่เข้าร่วมโครงการจัดรูปที่ดิน มีโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรตามที่งานจัดรูปที่ดินได้ก่อสร้างไว้ ได้แก่ระบบชลประทาน คูระบายน้ำ ถนนทางลำเลียงในไร่นา ในการขออนุญาตฯ คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดต้องพิจารณาความเหมาะสม ทั้งทางด้านแผนผังการจัดแปลงที่ดินใหม่ตามที่ขออนุญาตฯ ระบบชลประทาน การระบายน้ำ ถนนทางลำเลียงในไร่นา สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัด และคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางต้องพิจารณาตามที่กฎหมายให้อำนาจและกำหนดไว้ ดังนั้นการขออนุญาตแก้ไขผังแปลงแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดิน-รวมกรรมสิทธิ์ที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน  จึงต้องขออนุญาตผ่านสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบนำ้เพื่อเกษตรกรรมที่ 1 - 35 ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่จังหวัดนั้น เพื่อดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ต่อไป","2022-11-07T15:27:34"],
    [2944,"95f34cf5-380c-412f-a1d6-f360dd696b5b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตจำหน่าย ก่อให้เกิดภาระติดพัน หรือกระทำการใด ๆในท้องที่ที่จะสำรวจการจัดรูปที่ดิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f3256b-1955-4d1e-91a8-adffe7d84d65",53,0,8,"ด้วยพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 มาตรา 33 กำหนดไว้ว่า เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดินแล้ว ภายในระยะเวลาห้าปี ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่าย ก่อให้เกิดภาระติดพัน หรือกระทำการใดๆ อันอาจทำให้ราคาประเมินที่ดินในท้องที่ที่จะสำรวจการจัดรูปที่ดินสูงขึ้น ในที่ดินนั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางมอบหมาย ประกอบกับ คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางได้ออกระเบียบคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาอนุญาตให้จำหน่าย ก่อให้เกิดภาระติดพัน หรือกระทำการใดๆ อันอาจทำให้ราคาประเมินที่ดินในท้องที่ที่จะสำรวจการจัดรูปที่ดินสูงขึ้น พ.ศ. 2559  ดังนั้นการจำหน่าย ก่อให้เกิดภาระติดพันหรือกระทำการใดๆ อันอาจทำให้ราคาประเมินที่ดินสูงขึ้นในที่ดินนั้น ต้องขออนุญาตคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางหรือผู้ได้รับมอบหมาย ผ่านสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 1 - 35 ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่จังหวัดนั้น เพื่อดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ต่อไป","2022-05-26T10:43:21"],
    [2945,"95f34dac-44af-4033-bd5c-8428f51fa1ef","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตโอนสิทธิในที่ดินที่ได้รับเอกสารสิทธิที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f326d2-422f-40a2-b86a-2c7a6ec5ca42",53,0,8,"ด้วยพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 มาตรา 54 กำหนดไว้ว่า ภายในกำหนดห้าปี  นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน เจ้าของที่ดินหรือผู้ได้รับสิทธิในที่ดินจะโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดโดยทางมรดกหรือการโอนให้แก่ทายาทโดยธรรม หรืโอนไปยังสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ หรือการโอนไปยังกรมชลประทานเพื่อประโยชน์ในการจัดรูปที่ดิน หรือเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางมอบหมาย  ประกอบกับ คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางได้ออกระเบียบคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้โอนสิทธิในที่ดินที่ได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  พ.ศ. 2558  ดังนั้นการโอนสิทธิที่ดินที่ได้รับเอกสารสิทธิที่ดิน (โฉนดที่ดินใหม่ที่ออกให้ตาม พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มาตรา 51 ) จึงต้องขออนุญาตคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางมอบหมาย ผ่านสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 1 – 35 ที่ดูแลพื้นที่ในจังหวัดนั้น เพื่อดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ต่อไป","2022-11-07T15:28:42"],
    [2946,"95fb5cfa-9cf3-438d-99bd-723a5e8e680e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขอใช้เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือในการเพาะปลูกและการอื่นๆ","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95fb426b-ca2f-453d-ac49-f22b0a7388c4",7,0,2,"การพิจารณาอนุญาตให้ใช้เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือในการเพาะปลูกและการอื่นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามระเบียบกรมชลประทานว่าด้วยการใช้เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือในการเพาะปลูกและการอื่นพ.ศ. 2544","2022-05-03T14:10:45"],
    [2947,"96497459-9bd6-4834-98e9-15bdd9d8d795","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้น้ำจากทางน้ำชลประทานที่เรียกเก็บค่าชลประทาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95fd0ccd-66a4-4b37-8448-0be3dd7b9ce1",13,0,7,null,"2022-05-26T10:11:48"],
    [2948,"967beca2-adc7-4e75-b710-43380a4b6dd3","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างถนนและปรับปรุงถนนคันคลอง คันกั้นน้ำ และถนนชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb25df-aa42-453f-ac4c-9439d213e992",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 2","2022-07-26T14:28:04"],
    [2949,"967d99db-357f-4cf9-bfd8-d23226833a07","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างทางเชื่อม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb2d91-8ce4-4d60-addb-8c884af3688c",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-07-26T14:29:03"],
    [2950,"967d9dce-8b16-470d-8d33-b38b797338aa","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามทางน้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ea7a49-9c45-4294-b195-4e7c6e7e9e02",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-07-26T14:30:02"],
    [2951,"967d9e9e-018d-48d4-be76-90ae3b5ba756","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างสะพานเลียบทางน้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eadb00-18dd-479d-88c1-f3cbb55519c8",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-07-26T14:31:27"],
    [2952,"967da1a7-d474-46d8-9d0d-6d8d6a1b1254","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นการชั่วคราวในเขตที่ดินกรมชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb3325-1738-4923-b352-ad156338f75f",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-07-26T14:32:15"],
    [2953,"967da1ce-66e8-4b6b-a1e0-2c09e51f916a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใ้ช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งทางน้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb9afe-2dd5-48ec-9718-ba189619a43c",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-07-26T14:33:40"],
    [2954,"967da1fa-a631-4ea0-83c8-3f8ea8c9e747","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อขุดลอก","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb9520-48f8-42e9-8bb7-4c9a8f4bf218",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-07-26T14:34:54"],
    [2955,"967da216-7cf0-4cc1-ba38-53e8377529af","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อปักเสา พาดสาย หรือร้อยสายไฟฟ้า/โทรศัพท์ในเขตชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb1e8e-7741-4846-8d4a-8b108e7c797d",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้วผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-02T10:28:36"],
    [2956,"967da236-9f9f-42bd-bcce-118ef6ab869f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อฝังท่อก๊าซ และท่อน้ำมัน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb001c-f1a8-4e61-9923-0a1c576dbbfd",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้วผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-02T10:29:16"],
    [2957,"967da272-5104-4895-8a23-11b6acb28d9f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อระบายน้ำที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียลงทางน้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb08c8-01e9-4512-9008-1fc1b44c50fd",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-02T10:29:55"],
    [2958,"967da297-5103-455c-a2a1-131495c0f21c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อวางท่อประปาในเขตชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eae3d9-9bf5-43d7-aec7-ff2750de66d0",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-02T10:30:49"],
    [2959,"967da346-1032-44ba-9e80-3def21b0079a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อก่อสร้างถนนเชื่อมและปรับปรุงถนนคันคลอง คันกั้นน้ำ และถนนชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e9033b-5a30-47ed-95b3-a1d393339c18",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้วผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-03T15:26:59"],
    [2960,"967dc30e-1ce6-4490-8f2d-c8b944ecd8f5","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อก่อสร้างทางเชื่อม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e90a70-2ab1-4e7c-84a0-660d6b3dc185",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-02T10:36:03"],
    [2961,"967dc3a4-e99f-4339-b343-e83ec863cdc8","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อก่อสร้างสะพานเลียบทางน้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e71573-30b4-4e29-9270-bfe50711a0d1",24,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และหลักเกณฑ์ของกรมชลประทาน กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด ได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-03T15:33:21"],
    [2962,"967dc3f5-8482-4e5d-89bb-c959e9ef9678","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นการชั่วคราวในเขตที่ดินกรมชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e911dd-043a-47bb-884c-7d7229af8f90",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T13:51:11"],
    [2963,"967dc4d0-c3ab-4605-aee7-0ec0f548b68e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งทางน้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e95f14-b1ed-4451-ad48-26c909f26dc7",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T13:55:03"],
    [2964,"967dc541-1ef4-45ab-9270-7ec48fc6ac57","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อขุดลอก","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e95731-4717-481e-8a90-7d6d84e7481c",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T13:57:17"],
    [2965,"967dc593-dce2-4f55-8872-4cccd808011d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อปักเสา พาดสาย หรือร้อยสายไฟฟ้า/โทรศัพท์ในเขตชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e8f7e6-f9b0-4927-be4f-0a135d31b34b",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T13:59:13"],
    [2966,"967dc5dd-fd72-4402-ac52-a425057a7866","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อฝังท่อก๊าซ และท่อน้ำมัน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e8bad7-0ea1-4579-be36-0dea3755d6fe",24,0,16,"- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-08-03T15:28:11"],
    [2967,"967dc626-3992-4cb0-99b0-00cd764d9125","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อระบายน้ำที่ผ่านระบบบำบัดนำเสียลงทางน้ำชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e8d7a0-183b-4956-9486-a1a1804ba68b",24,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T14:01:59"],
    [2968,"967dc672-7cb5-4a18-a6e2-15d5e9531e53","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อวาท่อประปาในเขตชลประทาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e8ab98-be5a-4395-a059-4def1262ea1d",24,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด กรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T14:04:01"],
    [2969,"967dc6b7-e1c0-4168-af85-b9bb23e520db","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อเลี้ยงปลาในกระชัง","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e94d8d-d1b2-4d92-9829-9e7f23f862b1",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T14:06:38"],
    [2970,"967dc781-b4ab-40c9-aa55-1f6983f28094","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อใช้ที่ดินบริเวณอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำต่างๆ ของกรมชลประทานเพื่อจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e921d6-bf34-4652-92eb-0c896f898f0d",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T15:28:19"],
    [2971,"967dc7c8-f066-4d63-bb51-e6800095b62d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อใช้น้ำชลประทาน ตั้งโรงสูบน้ำและวางท่อส่งน้ำ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95e8f0d4-79bd-4870-9443-6378120a1ea4",24,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2022-10-26T15:30:10"],
    [2972,"967dd339-21c2-4dc8-96e4-262fe31a6bc8","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","ขออนุญาตเช่าที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อที่อยู่อาศัย","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ecb18f-f7d9-4b8d-ae91-3869e40ac1c6",14,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nบุคคลผู้มีสิทธิเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ.2552\nมีดังนี้\n 1. ผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินแปลงที่จะจัดให้เช่ามาแต่เดิมโดยชอบหรือสุจริต\n 2. ผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยเพราะถูกขับไล่หรือถูกไฟไหม้ที่อยู่อาศัย\n 3. ข้าราชการ ลูกจ้างประจำและพนักงานราชการของส่วนราชการ\n 4. พนักงาน ลูกจ้างประจำและพนักงานราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\n 5. เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่นของรัฐ\n 6. ผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง\nทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด ได้ที่ http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27 \n- ผู้ขออนุญาตนำเอกสารสัญญาที่ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ จำนวน 5 ชุด มาลงทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตให้เช่าที่ราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ชลประทาน ณ หน่วยรับคำขอที่ยื่นเรื่องขออนุญาตภายในระยะเวลา 15 วัน","2022-10-26T15:35:38"],
    [2973,"967dd383-5a99-4ff4-9b6b-2a4ca76e872b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตเช่าที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อประโยชน์อย่างอื่น","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ecc3b9-bef7-47a0-ade4-65ce2127f839",14,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nบุคคลผู้มีสิทธิเช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น แบ่งได้ดังนี้\n1. ส่วนราชการ (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่นของรัฐ)\n2. รัฐวิสาหกิจ\n3. นิติบุคคล/บุคคลธรรมดา\nทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด ได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27 \n- ผู้ขออนุญาตนำเอกสารสัญญาที่ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ จำนวน 5 ชุด มาลงทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตให้เช่าที่ราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ชลประทาน ณ หน่วยรับคำขอที่ยื่นเรื่องขออนุญาตภายในระยะเวลา 15 วัน","2022-07-26T14:26:57"],
    [2974,"967dd3aa-1b0e-4817-b687-85acfa77ae80","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตเช่าที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานเพื่อเกษตรกรรม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ecbe9a-5b25-426e-acbe-c18b9bcef11e",14,0,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1. บุคคลผู้มีสิทธิเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์\n ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2552 มีดังนี้\n 1. ผู้ที่ประกอบการเกษตรในที่ดินแปลงที่จะจัดให้เช่ามาแต่เดิมโดยชอบหรือสุจริต\n 2. ผู้ที่รัฐมีนโยบายให้ความช่วยเหลือในเรื่องที่ดินทำกิน\n 3. ผู้มีอาชีพเกษตรกรซึ่งยากจนไม่มีที่ดินทำกิน\n 4. ผู้มีอาชีพเกษตรกรซึ่งมีที่ดินไม่พอทำกิน\n2. อยู่ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และไม่เป็นปัญหาอุปสรรคต่องานชลประทานในปัจจุบันและอนาคต\nทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด ได้ที่ http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุในความครอบครองของกรมชลประทานนั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานกรมธนารักษ์กระทรวงการคลังและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทานทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- ก่อนลงนามในหนังสืออนุญาตให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดให้แล้วเสร็จก่อน\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27 \n- ผู้ขออนุญาตนำเอกสารสัญญาที่ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ จำนวน 5 ชุด มาลงทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตให้เช่าที่ราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ชลประทาน ณ หน่วยรับคำขอที่ยื่นเรื่องขออนุญาตภายในระยะเวลา 15 วัน","2022-10-26T15:32:59"],
    [2975,"985630bc-0338-4fc0-8e34-58ce5809773e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อใช้น้ำชลประทาน ตั้งโรงสูบน้ำ และวางท่อส่งน้ำ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb109a-3a42-4c35-b8f6-f882aa3cbbe7",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2023-07-10T09:55:20"],
    [2976,"98563f37-39e3-4b65-a4ec-afc040b1f7b4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อเลี้ยงปลาในกระชัง","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb7d85-1267-4df8-af69-2985cdf5a6a7",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ที่http://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n- ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2023-07-10T09:58:35"],
    [2977,"98563f79-79fe-4e3d-acee-61e0465fd866","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมชลประทาน","การขออนุญาตใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์เพื่อใช้ที่ดินบริเวณอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำต่างๆ ของกรมชลประทานเพื่อจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95eb74b9-d351-4352-b0e4-ae541fd3dbcf",24,0,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐประเภทอื่นที่กรมชลประทานใช้ประโยชน์นั้นต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบประกาศคำสั่งและหลักเกณฑ์ของกรมชลประทานและของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญต้องไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการชลประทาน ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดได้ทีhttp://water.rid.go.th/hwm/imp/RidAreaUsing/\n- กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n- กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมชลประทานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณา ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จึงจะดำเนินตามระบบและขั้นตอนที่แจ้งต่อไป\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n- เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องมาลงนามในหนังสือและรับทราบเงื่อนไขแนบท้ายหนังสืออนุญาตต่อไป\n-ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอหรือเอกสารใดไม่ครบถ้วนให้ผู้รับคำขอแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที หรือภายในไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 มาตรา 27","2023-07-10T09:56:52"],
    [2978,"99be60dd-6510-4742-aeeb-179b2121f64d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมตรวจบัญชีสหกรณ์","การขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-87c7-40b0-bf80-61e9277354b3",3,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ \n     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็นผู้สอบบัญชีของสหกรณ์ ในการนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์อาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีของสหกรณ์ตามขนาดของสหกรณ์ก็ได้ ทั้งนี้ตามระเบียบ\nที่อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กำหนด \n     เพื่อให้การปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ \nกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยการสอบบัญชีสหกรณ์ พ.ศ. 2562 และระเบียบว่าด้วยการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ พ.ศ. 2562    \nเงื่อนไข              \n     1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่กองควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีสหกรณ์รับหนังสือจากสหกรณ์และมีเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              \n     2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าว ให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน              \n     3. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2023-09-26T14:59:42"],
    [2979,"99bea789-f89c-432a-be82-d13d0d3698ce","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมตรวจบัญชีสหกรณ์","การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-8ade-48ae-9fab-59fa144a6314",3,0,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ              \n          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เป็นผู้สอบบัญชีของสหกรณ์ ในการนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์อาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีของสหกรณ์ตามขนาดของสหกรณ์ก็ได้ ทั้งนี้ตามระเบียบที่อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กำหนด              \n          เพื่อให้การปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยการสอบบัญชีสหกรณ์ พ.ศ. 2562 และระเบียบว่าด้วยการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ พ.ศ. 2562    \nเงื่อนไข              \n          1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่กองควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีสหกรณ์รับหนังสือจากสหกรณ์และมีเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              \n          2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหลักฐานที่ยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลากำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน              \n          3. เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558","2024-04-11T11:18:00"],
    [2980,"94e56e0b-314b-4db9-8e30-4f2831119efd","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การแจ้งเข้า-ออกของเรือประมง","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-263e-43ad-a55c-d1d4368aa4e8",1,0,18,null,"2024-01-10T11:34:26"],
    [2981,"94e56e0a-ccba-4e81-aae9-5fd3aea0be00","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอหนังสือรับรองเป็นผู้มีสิทธิออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-a0de-4478-8b07-adaeb12aaa6c",5,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์และวิธีการ    1. บุคคลที่มีความประสงค์จะขอหนังสือรับรองเป็นผู้มีสิทธิออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก จะต้องยื่นคำขอหนังสือรับรอง ณ สำนักงานประมงจังหวัดในเขตท้องที่    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการรับรองให้บุคคลเป็นผู้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก พ.ศ.2555    3. หนังสือรับรองเป็นผู้มีสิทธิออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออกตามระเบียบนี้ มีอายุ 2 ปี นับแต่วันออก และสามารถขอต่ออายุออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 2 ปี โดยให้นับอายุต่อจากวันสิ้นอายุของหนังสือรับรองฉบับเดิม และต้องยื่นขอต่ออายุก่อนวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานประมงจังหวัดในเขตท้องที่    เงื่อนไข    1.บุคคลที่จะยื่นคำขอหนังสือรับรองต้องเป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(ทบ.1)หรือผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2)    2. บุคคลที่จะยื่นคำขอหนังสือรับรองต้องเป็นผู้ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำสวยงามประเภท ใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก(สอ.3) หรือ ใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานที่รวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก(สอ.4) หรือใบรับรองมาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก (GAP) เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้     2.1 กรณีจะยื่นคำขอหนังสือรับรองเป็นผู้มีสิทธิออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก สำหรับสัตว์น้ำในกลุ่ม Crustacean ต้องเป็นผู้ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำสวยงาม ประเภทใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก(สอ.3) หรือ ใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานที่รวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก(สอ.4) ที่มีระบบการเฝ้าระวังโรค ตามบัญชีรายชื่อที่องค์การโรคระหว่างประเทศ (OIE) กำหนด     2.2 กรณีจะยื่นคำขอหนังสือรับรองเป็นผู้มีสิทธิออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก สำหรับสัตว์น้ำ ชนิดปลาทอง ปลาคาร์พ ต้องเป็นผู้ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำสวยงาม ประเภทใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก(สอ.3) หรือ มาตรฐานสินค้าเกษตร : การปฏิบัติที่ดีสำหรับการควบคุมโรคสัตว์น้ำในสถานประกอบการ    3. บุคคลที่จะยื่นคำขอหนังสือรับรองต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีหรือผู้ที่มีตัวแทนที่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการใช้เอกสารตามระเบียบนี้    4. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    5. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จ กระบวนงาน    6. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอ จนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วน    7. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    9. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2982,"94e56e0a-d92b-48da-809e-1a13153707cc","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-b3aa-4fb4-a81e-ec3111a936ea",12,0,8,"วิธีการ    ผู้ประสงค์ยื่นคำขอการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมง เรื่อง การขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ พ.ศ. 2557       เงื่อนไข    1. ผู้ประสงค์ขอขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ จะต้องยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบอื่นๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ในสังกัดกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง หรือศูนย์/สถานนี ในท้องที่นั้นหรือในท้องที่ใกล้เคียงที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลตั้งอยู่ หรือกลุ่มวิจัยและพัฒนาการผลิตกุ้งทะเล กรมประมง    2. ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่จะขอขึ้นทะเบียน ต้องเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่มีการผลิตตามมาตรฐานโค้ด ออฟ คอนดัค (Code of Conduct) หรือ ซี โอ ซี COC หรือมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้งทะเล (มกษ.7422 - 2553) หรือมาตรฐานอื่นที่กรมประมงประกาศกำหนดตามระเบียบ    3. ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่จะขอขึ้นทะเบียนต้องมีสถานกักกันสัตว์น้ำที่ได้ผ่านการตรวจรับรองตามมาตรฐานที่กรมประมงกำหนด หรือได้รับความยินยอมให้ใช้สถานกักกันสัตว์น้ำดังกล่าว    4. หนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออก    5. ผู้ที่ได้รับหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ ต้องจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลนั้นให้คงมาตรฐานตามมาตรฐานโค้ด ออฟ คอนดัค (Code of Conduct) หรือ ซี โอ ซี COC หรือ มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้งทะเล (มกษ.7422-2553) หรือมาตรฐานอื่นที่กรมประมงประกาศกำหนดตามระเบียบ และต้องมีสถานกักกันสัตว์น้ำที่ได้ผ่านการตรวจรับรองตามมาตรฐานที่กรมประมงกำหนดหรือได้รับความยินยอมให้ใช้สถานกักกันสัตว์น้ำดังกล่าว    6. ผู้ที่ได้รับหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ ต้องยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลและสุ่มตัวอย่างเป็นระยะตามความจำเป็น เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานการเฝ้าระวังโรคและควบคุมโรคกุ้งทะเลชนิดร้ายแรง    7. ผู้ที่ได้รับหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ เมื่อพบว่ามีการตายผิดปกติของกุ้งทะเลในฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ให้รีบแจ้งศูนย์ในสังกัดกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งหรือหน่วยงานในท้องที่นั้นทันที พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างกุ้งทะเลที่ตายไว้ในสภาพที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมประมงสามารถนำมาตรวจพิสูจน์โรคได้ เช่น แช่แข็ง แช่ในแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น    8. ผู้ที่ได้รับหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ รายงานผลการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลและการกระจายพันธุ์ต่อสถาบันหรือศูนย์ในสังกัดกองวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งในท้องที่นั้น หรือในท้องที่ใกล้เคียงที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลตั้งอยู่ เมื่อครบระยะเวลา 120 วันนับแต่วันออกจากสถานกักกันโรค    9. กรมประมงอาจพิจารณาเพิกถอนหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ เมื่อผู้ที่ได้รับหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้    10. กรมประมงอาจพิจารณาเพิกถอนหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์ เมื่อตรวจพบว่าผู้ยื่นคำขอได้กรอกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารหรือกระทำการปลอมเอกสารใด ๆ หรือใช้เอกสารอันเป็นเท็จหรือเอกสารปลอมดังกล่าว    11. กรณีคณะกรรมการมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นคณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ติดต่อมาชี้แจงเพิ่มเติมได้หรือกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นมาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    12. กรณีมอบอำนาจผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    13. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้  ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะแจ้งการไม่พิจารณาคำขอนั้น  สำหรับการนัดหมายตรวจประเมินฟาร์มจะดำเนินการภายหลังจากตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และพนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจประเมินฟาร์มในวันที่ทำข้อตกลงกับเกษตรกร    14. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คำขอและเอกสารหลักฐานประกอบถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มนับวันที่สองเมื่อได้เข้าตรวจประเมินฟาร์ม       15.เมื่อผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือการขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อการนำเข้ามาเพาะพันธุ์เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือฯ ให้กับหน่วยงานที่รับคำขอและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบในเบื้องต้น และจัดส่งหนังสือฯ ในภายหลัง","2023-10-19T10:17:01"],
    [2983,"94e56e0b-0812-41d9-8ca6-5baf25aa32cf","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบแจ้งข้อเท็จจริงของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกวัตถุอันตราย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-f088-4f51-9ab9-113ece79d66c",1,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. การให้บริการออกใบรับแจ้งข้อเท็จจริงการนำเข้าหรือส่งออกวัตถุอันตรายแก่ผู้ประกอบการ เพื่อนำไปประกอบพิธีการนำเข้า        หรือส่งออกต่อกรมศุลกากรเท่านั้น  2. ผู้ประสงค์จะขอใบรับแจ้งข้อเท็จจริงของผู้นำเข้า-ส่งออกซึ่งวัตถุอันตราย ให้ยื่นคำขอจำนวน 2 ฉบับ โดยหน่วยงานบริการ        จะมอบคืนให้ผู้ประกอบการจำนวน 1 ฉบับ และหน่วยงานบริการจะเก็บไว้เป็นหลักฐานจำนวน 1 ฉบับ  3. วัตถุอันตรายที่กรมประมงรับผิดชอบ มีดังนี้           วัตถุอันตรายชนิดที่ 1                 - แคลเซียมไฮโปคลอไรต์ (calcium hypochlorite)                 - โซเดียมไฮดรอกไซด์ (sodium hydroxide)                 - โซเดียมไฮโปคลอไรต์ (sodium hypochlorite)           วัตถุอันตรายชนิดที่ 2                 - ฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) หรือ เมทานัล (methanal) หรือ ฟอร์มาลิน                  - ผลิตภัณฑ์จุลชีพสำหรับปรับสภาพน้ำ หรือที่ทำขึ้นเพื่อป้องกัน กำจัด ทำลาย หรือควบคุมจุลชีพ ปรสิต พืช                     หรือสัตว์น้ำอื่นในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ                   - ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญที่ทำขึ้นเพื่อป้องกัน กำจัด ทำลาย หรือควบคุมจุลชีพ ปรสิต พืช หรือสัตว์น้ำ                     อื่นในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ           วัตถุอันตรายชนิดที่ 3                 - กรดอะซีติก (acetic acid)                 - กรดเปอร์อะซีติก (peracetic acid)                 - กรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) หรือ ไฮโดรเจนคลอไรด์ (hydrogen chloride) หรือ กรดเกลือ                   - กลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde)                 - ไตรคลอร์ฟอน (trichlorfon)                 - ไตรฟลูราลิน (trifluralin)                 - เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride)                 - เฟนตินอะซีเตต (fentin acetate)                   - มาลาไคต์ กรีน ออกซาเลต (Malachite green oxalate) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม                 - มาลาไคต์ กรีน ไฮโดรคลอไรด์ (malachite green hydrochloride) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยง                     สัตว์น้ำสวยงาม                - โรติโนน (rotenone)                - คลอรีนและสารที่ให้คลอรีน (chlorine and chlorine releasing substances)  เงื่อนไข    1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น        ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้        ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะแจ้ง        การไม่พิจารณาคำขอนั้น    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือ        ประชาชนเรียบร้อยแล้ว  4. กรณีมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน  5. กรณีการยื่นหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จะให้        ยื่นเฉพาะในการติดต่อครั้งแรกเท่านั้น แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในแต่ละเอกสารจะต้องยื่นใหม่ และในหนังสือ        มอบอำนาจจะต้องมีการกำหนดวันหมดอายุ หากไม่กำหนดจะให้หนังสือมอบอำนาจนั้นมีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ออกหนังสือ        มอบอำนาจ","2024-01-11T13:27:55"],
    [2984,"94e56e0b-0efc-452d-9b7a-8e15df8157b4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนและต่ออายุทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-fa84-487c-aedf-4529faedefa5",67,0,10,"หลักเกณฑ์    1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอรับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3) จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออก สัตว์น้ำ พ.ศ.2557    2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    2.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์    2.2 ต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้านการประมง(ทบ.1)ไว้กับกรมประมงแล้ว    2.3 ต้องเป็นฟาร์มที่ได้รับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (GAP)    2.4 ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารราชการตามระเบียบฉบับนี้ เว้นแต่คดีถึงที่สุดว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความผิดตามฟ้อง ในกรณีที่ผู้ยื่นได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารราชการตามระเบียบ ฉบับนี้ ผู้ยื่นคำขอนั้นจะสามารถยื่นคำขอได้อีกเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือน นับแต่วันที่คำพิพากษาในคดีนั้นถึงที่สุด    วิธีการ    1. ผู้ประสงค์จะขอรับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3)ให้ยื่นคำขอรับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำ(แบบ สอ.1) ได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ที่สถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำนั้นตั้งอยู่  2. ผู้ตรวจประเมินจะนัดหมายผู้ประกอบการเพื่อตรวจสถานประกอบการ ตามมาตรฐานการตรวจประเมินสถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำตามบัญชีแนบท้าย 2 และสุ่มตัวอย่างสัตว์น้ำตามชนิดของสัตว์น้ำในบัญชีแนบท้าย 4 หรือที่จะประกาศเพิ่มเติม เพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ    เงื่อนไข    1.หนังสือสำคัญที่ออกให้ตามระเบียบนี้มีอายุ 3 ปี นับแต่วันออกหนังสือสำคัญ และสามารถขอต่ออายุออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี โดยให้นับอายุต่อจากวันหมดอายุของหนังสือสำคัญฉบับเดิม  2.ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3.กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จ กระบวนงาน    4.กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอฯจะครบถ้วนถูกต้อง    5.กรณี คำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    6.กรณีพบว่าสถานประกอบการไม่ได้มาตรฐาน ผู้ตรวจประเมินจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงข้อบกพร่องที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการส่งออกสัตว์น้ำเพื่อทำการแก้ไขหรือปรับปรุงและกำหนดการตรวจสถานประกอบการใหม่ในเวลาอันสมควร หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่ผู้ตรวจประเมินกำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    7.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    8.สำเนาเอกสารจะต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2985,"94e56e0b-11ac-468e-ac15-58b5520d4c34","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนและต่ออายุทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-fded-4062-add8-81c9d8b9582b",67,0,9,"หลักเกณฑ์    1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอรับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4) จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออก สัตว์น้ำ พ.ศ.2557    2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    2.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์    2.2 ต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง(ทบ.2)ไว้กับกรมประมงแล้ว    2.3 ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารราชการตามระเบียบฉบับนี้ เว้นแต่คดีถึงที่สุดว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความผิดตามฟ้อง ในกรณีที่ผู้ยื่นได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารราชการตามระเบียบ ฉบับนี้ ผู้ยื่นคำขอนั้นจะสามารถยื่นคำขอได้อีกเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือน นับแต่วันที่คำพิพากษาในคดีนั้นถึงที่สุด    วิธีการ    1. ผู้ประสงค์จะขอรับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4)ให้ยื่นคำขอรับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำ(แบบ สอ.1) ได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ที่สถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำนั้นตั้งอยู่    2. ผู้ตรวจประเมินจะนัดหมายผู้ประกอบการเพื่อตรวจสถานประกอบการ ตามมาตรฐานการตรวจประเมินสถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำตามบัญชีแนบท้าย 2 และสุ่มตัวอย่างสัตว์น้ำตามชนิดของสัตว์น้ำในบัญชีแนบท้าย 4 หรือที่จะประกาศเพิ่มเติม เพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ    เงื่อนไข    1.หนังสือสำคัญที่ออกให้ตามระเบียบนี้มีอายุ 3 ปี นับแต่วันออกหนังสือสำคัญ และสามารถขอต่ออายุออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี โดยให้นับอายุต่อจากวันหมดอายุของหนังสือสำคัญฉบับเดิม    2.ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3.กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จ กระบวนงาน    4.กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง    5.กรณี คำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลัก ฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    6.กรณีพบว่าสถานประกอบการไม่ได้มาตรฐาน ผู้ตรวจประเมินจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงข้อบกพร่องที่ไม่เป็น ไปตามมาตรฐานการส่งออกสัตว์น้ำเพื่อทำการแก้ไขหรือปรับปรุงและกำหนดการตรวจ สถานประกอบการใหม่ในเวลาอันสมควร หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่ผู้ตรวจประเมินกำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    7.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    8.สำเนาเอกสารจะต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2986,"94e56e0b-1d8d-4e62-b425-5ca5b2617828","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-0d72-4d32-b652-88b85015c28f",1,0,12,"หลักเกณฑ์    1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำเพื่อการส่งสัตว์น้ำออกนอกราชอาณาจักรจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำเพื่อการส่งสัตว์น้ำออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 และระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำเพื่อการส่งสัตว์น้ำออกนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562  2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้    2.1 ต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออกสัตว์น้ำ (สอ.) หรือเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ. 2 ประเภทกิจการผู้นำเข้า - ส่งออก) หรือเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะส่งออกสัตว์น้ำเพื่องานวิจัย นิทรรศการ ประกวด หรือนำติดตัวเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า    2.2 ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารราชการตามระเบียบฉบับนี้ เว้นแต่คดีถึงที่สุดว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความผิดตามฟ้อง ในกรณีผู้ยื่นคำขอเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารราชการตามระเบียบนี้ ผู้ยื่นคำขอนั้นจะสามารถยื่นคำขอได้อีกเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่คำพิพากษาในคดีนั้นถึงที่สุด    2.3 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างการถูกตรวจสอบเพื่อรับรองความถูกต้องของเอกสารหนังสือรับรองตามระเบียบฉบับนี้จากหน่วยงานของประเทศผู้นำเข้า โดยมีพฤติการณ์หรือมูลเหตุอันเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดเกี่ยวกับเอกสารหนังสือรับรองสำหรับสัตว์น้ำที่นำเข้าในประเทศดังกล่าว    3. หนังสือรับรองตามแบบหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ กปม.สส.2 หรือ HC 2 และหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ กปม.สส.3 หรือ HC 3 และหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ กปม.สส.5 หรือ HC 5 มีอายุการรับรอง 10 วัน นับแต่วันออกหนังสือรับรอง    4. หนังสือรับรองตามแบบหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ กปม.สส.4 หรือ HC 4 ที่ตามด้วยแบบหนังสือรับรองของประเทศคู่ค้าจะมีอายุการรับรองไม่เกิน 10 วัน หรือตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด         วิธีการ    ให้ผู้ประสงค์ยื่นคำขอกรอกรายละเอียดคำขอในเว็บไซต์ www.aahrdd.in.th และพิมพ์คำขอพร้อมรหัสออนไลน์ที่ระบบออกให้ มายื่น ณ กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ (อาคารคลินิกโรคสัตว์น้ำ ชั้น 1) หรือศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำสงขลา หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 5 (ภูเก็ต)         เงื่อนไข    1. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์ส่งออกสัตว์น้ำชนิดที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดตามบัญชีแนบท้าย 1 หรือที่กรมประมงจะประกาศเพิ่มเติม ให้แนบหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ (จสน.2) หรือหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ (จสน.3) แล้วแต่กรณี หรือหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำในกรณีอื่นที่กรมประกาศกำหนด    2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์ขอรับการรับรองโรคสัตว์น้ำเพิ่มเติม ให้แนบต้นฉบับหนังสือรายงานผลการทดสอบโรคสัตว์น้ำจากห้องปฏิบัติการตรวจโรคสัตว์น้ำตามบัญชีแนบท้าย 2 หรือที่กรมประมงจะประกาศกำหนด โดยหนังสือรายงานผลการทดสอบโรคสัตว์น้ำ มีอายุไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่สุ่มตัวอย่างตรวจโรค    3. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    4. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    5. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง    6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอใหม่โดยดำเนินการตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำเพื่อการส่งสัตว์น้ำออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 และระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำเพื่อการส่งสัตว์น้ำออกนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562    7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [2987,"94e56e0b-201c-49cb-81e5-9b95460a5689","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Annex IV) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-1085-42cb-98cd-3f78c1677a58",1,0,1,"1. ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Annex IV) ต้องปฏิบัติตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และระเบียบกรมประมงว่าด้วยกำหนดแบบ วิธีการยื่นคำขอรับใบรับรองการจับสัตว์น้ำหรือใบรับรองการผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำหรือการแปรรูปสัตว์น้ำ พ.ศ. 2562    2. ผู้ประสงค์ต้องยื่นคำขอผ่านระบบการออกหนังสือรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Processing Statement Endorsement: PSE) ทางเว็บไซต์ http://fsw.fisheries.go.th/  ก่อนการส่งออกไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ต้องมายื่นคำขอลงทะเบียนด้วยตนเองเพื่อขอรับ  username และ password เข้าใช้งานระบบ PSE ได้ที่ กองควบคุมการค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต กรมประมง เกษตรกลาง จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์ 02-579-1878, 02-579-3614-5, 02-562-0600 ต่อ 2107 หรือ ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจสัตว์น้ำเขต 1 (เชียงราย) ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจสัตว์น้ำเขต 2 (กรุงเทพมหานคร) ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจสัตว์น้ำเขต 3 (สงขลา) ด่านตรวจสัตว์น้ำท่าอากาศยานดอนเมือง ด่านตรวจสัตว์น้ำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog2/1206/33399/1870 สามารถยื่นคำขอในวันและเวลาราชการ โดยต้องแนบเอกสาร และหลักฐานประกอบเพิ่มเติมตามแบบคำขอลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการแต่ละประเภท    3. กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมประมงให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยกำหนดแบบ วิธีการยื่นคำขอรับใบรับรองการจับสัตว์น้ำหรือใบรับรองการผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำหรือการแปรรูปสัตว์น้ำ พ.ศ. 2562    4. ขอบข่ายการรับรองผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อนำมาแปรรูปและส่งออกไปยังสหภาพยุโรปโดยครอบคลุมสินค้าประมงที่จับจากทะเล ตามพิกัดศุลกากรที่ 03, 1604, 1605 ยกเว้นบางรายการสินค้า เช่น จากการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำประเภทหอยสองฝา เป็นต้น สินค้าสัตว์น้ำนำเข้ารุ่นดังกล่าวนอกจากต้องมีใบรับรองการจับสัตว์น้ำ(Catch certificate)ที่ออกโดยเจ้าของธงเรือต่างชาติแล้ว ผู้ประกอบการต้องยื่นขอเอกสารใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ(Annex IV)เพื่อยืนยันว่าสินค้าสัตว์น้ำนำเข้ารุ่นที่นำมาแปรรูปนั้นไม่ได้มาจากการทำประมงแบบไอยูยู (IUU) และไม่ได้มาจากประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือด้านไอยูยูเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้การส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของไทยได้มาตรฐานสากลตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และสอดคล้องกับข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ซึ่งผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสาร หลักฐานประกอบตามที่กำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง    เงื่อนไข    1. เป็นโรงงานที่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรงงานที่กรมประมงให้การรับรอง  2. เป็นโรงงานที่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรงงานที่สหภาพยุโรปให้การรับรอง  3. เป็นโรงงานที่ไม่ถูกระงับใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำ และ/หรือ ใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ  4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องหรือเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัย เจ้าหน้าที่จะแจ้งแก้ไขผ่านทางระบบให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขให้ครบถ้วนหรือถูกต้องภายในระยะเวลากำหนดที่เหมาะสมกับกรณี หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการใดๆในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้รับคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Annex IV) ฉบับดังกล่าวอีกต่อไป  5. ผู้ยื่นคำขอต้องติดตามสถานะใบรับรองผ่านระบบ ภายหลังการยื่นคำขอในระบบแล้วตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนด  และเมื่อใบรับรองได้รับการอนุมัติแล้วให้ดำเนินการขอใบรับรองกับหน่วยงานที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งความประสงค์จะมารับใบรับรองไว้ในขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ  6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน  7. คู่มือประชาชนฉบับนี้สำหรับผู้ประกอบการที่แจ้งความประสงค์ลงนามในรูปแบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่ออกเอกสารเท่านั้น สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ให้ดำเนินการตามระเบียบที่กำหนด","2021-11-17T13:39:06"],
    [2988,"94e56e0b-2300-4382-b62a-56ab181d8653","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการประมง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-13cf-42eb-9766-bc5ea54937a2",34,2000,11,"หลักเกณฑ์  1. การให้บริการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (แบบวอ./กษ./กปม. 2) สำหรับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 และ 3 ทั้งที่เป็นสารเข้มข้นและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ที่ใช้ในทางการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  2. ผู้ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบ ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ตามแบบ วอ./กษ./กปม.1 และต้องปฏิบัติตาม ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย การออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ที่กรมประมงเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2551  3. ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย มีอายุ 6 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญฯ  4. วัตถุอันตรายที่ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมประมง มีดังนี้  วัตถุอันตรายชนิดที่ 2  - ฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) หรือ เมทานัล (methanal) หรือ ฟอร์มาลิน  - ผลิตภัณฑ์จุลชีพสำหรับปรับสภาพน้ำ หรือที่ทำขึ้นเพื่อป้องกัน กำจัด ทำลาย หรือควบคุมจุลชีพ ปรสิต พืช หรือสัตว์น้ำอื่นในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ  - ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสำคัญที่ทำขึ้นเพื่อป้องกัน กำจัด ทำลาย หรือควบคุมจุลชีพ ปรสิต พืช หรือสัตว์น้ำอื่นในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ  วัตถุอันตรายชนิดที่ 3  - กรดอะซีติก (acetic acid)  - กรดเปอร์อะซีติก (peracetic acid)  - กรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) หรือ ไฮโดรเจนคลอไรด์ (hydrogen chloride) หรือ กรดเกลือ  - กลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde)  - ไตรคลอร์ฟอน (trichlorfon)  - ไตรฟลูราลิน (trifluralin)  - เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride)  - เฟนตินอะซีเตต (fentin acetate)  - มาลาไคต์ กรีน ออกซาเลต (Malachite green oxalate) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม  - มาลาไคต์ กรีน ไฮโดรคลอไรด์ (malachite green hydrochloride) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม  - โรติโนน (rotenone)  - คลอรีนและสารที่ให้คลอรีน (chlorine and chlorine releasing substances)  เงื่อนไข  1. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง  2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะแจ้งการไม่พิจารณาคำขอนั้น  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  5. กรณีมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน  6. การยื่นหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะให้ยื่นเฉพาะในการติดต่อครั้งแรกเท่านั้น แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในแต่ละเอกสารจะต้องยื่นใหม่และในหนังสือมอบอำนาจจะต้องมีการกำหนดวันหมดอายุหากไม่กำหนดจะให้หนังสือมอบอำนาจนั้นมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออกหนังสือมอบอำนาจ7. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอ และสำเนาชุดเอกสารประกอบคำขอ ตามจำนวนคณะทำงานพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (14 ชุด) รวมทั้งจัดทำป้ายดัชนีแสดงหัวข้อของเอกสารเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการตรวจและพิจารณาคำขอ    8. คำขอขึ้นทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอ ควรเป็นฉบับจริง หากเป็นสำเนา ผู้มีอำนาจลงนามเอกสารต้องเซ็นชื่อรับรองสำเนาทุกชุด  9. สำเนาเอกสารประกอบ จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2024-01-11T10:02:02"],
    [2989,"94e56e0a-c7ae-4254-bf0c-c2e4d0d72a6a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-9a65-427b-b98f-e3e0d7c030d0",15,0,10,"หลักเกณฑ์    1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้านการประมง (ทบ.1) จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556    2. อายุของทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียน    เงื่อนไข    1.ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    2.กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    3.กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ถูกต้องครบถ้วน จะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะถูกต้องครบถ้วน    4.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2990,"94e56e0a-c9ee-4525-8d2b-d640f778fddc","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การต่ออายุทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-9d6a-4645-89a0-773ce9dba107",10,0,7,"หลักเกณฑ์    1. เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไว้แล้วและใกล้หมดอายุ หากประสงค์จะต่ออายุทะเบียน ให้ยื่นแบบแสดงความจำนงค์ต่ออายุทะเบียนตามแบบ ทบ. 1-5 ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ภายใน 60 วัน ก่อนทะเบียนจะหมดอายุลง    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556    3. อายุของทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีกำหนด 3 ปีนับจากวันสิ้นอายุเดิม    เงื่อนไข    1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    2. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    3. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง    4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2991,"94e56e0a-cee1-47ef-8a6b-faaa370ac1a0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(สำหรับผู้ขอประเภทบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-a4ad-4894-9c72-cc11b2648487",23,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์    1. บุคคลที่มีความประสงค์จะขอให้ประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(FMD) จะต้องยื่นขอหนังสือประกาศรับรอง ณ สำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ พ.ศ.2553    3. หนังสือประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(FMD)ตามระเบียบนี้ มีอายุ 1 ปี นับแต่วันออกให้ และสามารถขอต่ออายุออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี นับต่อจากอายุตามหนังสือประกาศรับรองเดิม การขอต่ออายุหนังสือประกาศรับรองฯต้องดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานประมงจังหวัดพื้นที่ก่อนวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน    เงื่อนไข    1. บุคคลที่ประสงค์จะขอรับหนังสือประกาศรับรอง ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้     1.1 เป็นผู้ประกอบการโรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ     1.2 มีสถานประกอบการโรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเดียวกันกับสถานที่ยื่นคำขอ     1.3 เป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมประมงแล้ว    2. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    4. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วน    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    9. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2992,"94e56e0a-d164-4b27-920c-bc079f75a924","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(สำหรับผู้ขอประเภทกลุ่มองค์กรเอกชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-a88a-400c-855a-29f9d8a43015",23,0,8,"1. กลุ่มองค์กรเอกชน ซึ่งเป็นชมรมหรือกลุ่มอื่นใดที่มีความประสงค์จะขอให้ประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(FMD) จะต้องยื่นขอหนังสือประกาศรับรอง ณ สำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ พ.ศ.2553    3. หนังสือประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ(FMD)ตามระเบียบนี้ มีอายุ 1 ปี นับแต่วันออกให้ และสามารถขอต่ออายุออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี    เงื่อนไข    1. กลุ่มองค์กรเอกชนที่จะยื่นขอหนังสือประกาศรับรอง ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้    1.1 ต้องมีสมาชิกของชมรมหรือกลุ่มที่เป็นผู้ประกอบการโรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ราย    1.2 สมาชิกของชมรมหรือของกลุ่มต้องมีที่ตั้งฟาร์มอยู่ในเขตจังหวัดเดียวกันกับที่ตั้งของชมรมหรือกลุ่มนั้น    1.3 สมาชิกของชมรมหรือกลุ่มต้องได้ขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมประมงแล้ว    2. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    4. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วน    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    7. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2993,"94e56e0a-d388-4d3d-96eb-fe6276ab3472","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ(สำหรับผู้ขอประเภทบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-abb8-4ec2-93f5-0636aa1b4a76",23,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์และวิธีการ    1. บุคคลที่มีความประสงค์จะขอให้ประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ จะต้องยื่นขอหนังสือประกาศรับรอง ณ สำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ พ.ศ.2553    3. หนังสือประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำตามระเบียบนี้ มีอายุ 1 ปี นับแต่วันออกให้ และสามารถขอต่ออายุออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี นับต่อจากอายุตามหนังสือประกาศรับรองเดิม การขอต่ออายุหนังสือประกาศรับรองฯต้องดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานประมงจังหวัดพื้นที่ก่อนวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน    เงื่อนไข    1. บุคคลที่ประสงค์จะขอรับหนังสือประกาศรับรอง ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้     1.1 เป็นผู้ประกอบการโรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ     1.2 มีสถานประกอบการโรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเดียวกันกับสถานที่ยื่นคำขอ     1.3 เป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมประมงแล้ว    2. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จ กระบวนงาน    4. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วน    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    7. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2994,"94e56e0a-d606-4215-a665-b9112366672b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ(สำหรับผู้ขอประเภทกลุ่มองค์กรเอกชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-afce-4822-b524-5059a31125ef",23,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์    1. กลุ่มองค์กรเอกชน ซึ่งเป็นชมรมหรือกลุ่มอื่นใด ที่มีความประสงค์จะขอให้ประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ จะต้องยื่นขอหนังสือประกาศรับรอง ณ สำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ พ.ศ.2553    3. หนังสือประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำตามระเบียบนี้ มีอายุ 1 ปี นับแต่วันออกให้ และสามารถขอต่ออายุออกไปได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี นับต่อจากอายุตามหนังสือประกาศรับรองเดิม การขอต่ออายุหนังสือประกาศรับรองฯต้องดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานประมงจังหวัดพื้นที่ก่อนวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน    เงื่อนไข    1. กลุ่มองค์กรเอกชนที่จะยื่นขอหนังสือประกาศรับรอง ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้นี้     1.1 ต้องมีสมาชิกของชมรมหรือกลุ่มที่เป็นผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย     1.2 สมาชิกของชมรมหรือของกลุ่มต้องมีที่ตั้งฟาร์มอยู่ในเขตจังหวัดเดียวกันกับที่ตั้งของชมรมหรือกลุ่มนั้น     1.3 สมาชิกของชมรมหรือกลุ่มต้องได้ขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมประมงแล้ว    2. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จ กระบวนงาน    4. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วน    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    7. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2995,"94e56e0a-db9f-45fd-8d12-b336453d9a14","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตให้นำเข้าส่งออกหรือให้นำผ่านตามมาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562 (สป. 5) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-b6ae-4540-abe0-7d462529c2bc",6,300,14,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสืออนุญาตให้นำเข้าส่งออกหรือให้นำผ่านตามมาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535 (สป. 5)จะต้องปฏิบัติตาม    - พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562 (สป.5)    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF      2. ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตให้นำเข้าให้ส่งออกหรือให้นำผ่านตามมาตรา 23หรือมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535(สป. 4 ) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้    3. เขียนคำร้องใบรับรองและกรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนถูกต้อง    เงื่อนไข    1. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้    2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    3. หากรายละเอียดในใบคำขอและใบรับรองไม่ถูกต้องและครบถ้วนหรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน    4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6. กรณีเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ต้องนำเข้าคณะกรรมการไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์นี้ไม่สามารถพิจารณาได้    7. กรณีที่มีการตรวจสอบการออกใบอนุญาตกับประเทศคู่ค้าไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์นี้ ไม่สามารถพิจารณาได้","2021-11-17T13:39:06"],
    [2996,"94e56e0a-de1b-4a26-9a46-8a3a5af82dcc","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตให้นำเข้าส่งออกหรือให้นำผ่านซึ่งสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ (Species) อื่นที่มิใช่สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองและมิใช่สัตว์ป่าตามบัญชีท้ายอนุสัญญา CITES (สป. 6) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-b9f5-45d3-a48e-6c110cd5bbd4",6,300,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสืออนุญาตให้นำเข้าส่งออกหรือให้นำผ่านซึ่งสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ (Species) อื่นที่มิใช่สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองและมิใช่สัตว์ป่าตามบัญชีท้ายอนุสัญญา CITESจะต้องปฏิบัติตาม    - พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF      - ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องกำหนดชนิดสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าส่งออก (สป. 6)  https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20180108123634_1_file.PDF    เงื่อนไข    1. ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มคำขอใบอนุญาต/ใบรับรองในระบบ FSW ให้ครบถ้วนโดยมีระยะเวลาดำเนินการจัดทำใบอนุญาตฯ สป.6 เป็นระยะเวลา 3 วัน    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    4. หากรายละเอียดในใบคำขอและใบรับรองไม่ถูกต้องและครบถ้วนหรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    7. กรณีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นทีต้องนำเข้าคณะกรรมการไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์นี้ ไม่สามารถพิจารณาได้","2021-11-17T13:39:06"],
    [2997,"94e56e0b-0a47-465e-a824-a25ab80ef23b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-f41d-4092-a4d1-f7e81963c6df",5,0,7,"1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556    2. อายุของทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมงมีกำหนด 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียน    เงื่อนไข    1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    2. กรณีการมอบอำนาจผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (หมายเหตุ: กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไข ภายใน 1 วันทำการ)    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2998,"94e56e0b-0c70-4735-97af-38ebe61b5b48","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การต่ออายุทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-f708-47c4-9e4f-ab7a5f318c9f",5,0,8,"หลักเกณฑ์    1. ผู้ประกอบการด้านการประมงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วและใกล้หมดอายุลง หากประสงค์จะต่ออายุทะเบียน ให้ยื่นแบบแสดงความจำนงค์ต่ออายุทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง ตามแบบ ทบ. 2-2 ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนภายใน 60 วัน ก่อนทะเบียนจะหมดอายุลง    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง ปี พ.ศ. 2556    3. อายุของทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมงมีกำหนด 3 ปี นับจากวันสิ้นอายุเดิม    เงื่อนไข    1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    2. กรณีการมอบอำนาจผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน    3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (หมายเหตุ: กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไข ภายใน 1 วันทำการ)    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2021-11-17T13:39:06"],
    [2999,"94e56e0b-13a6-48a1-8cb5-6747123742f3","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตให้กระทำการเป็นผู้ขายทอดตลาดสินค้าสัตว์น้ำที่สะพานปลา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-00cf-47f9-8bc1-c2201d4da790",1,200,7,"เงื่อนไข :                1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้                2. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน                3. กรณีเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง                4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอนั้น                5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง                1. พระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ.2496                2. กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496                3. กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496","2021-11-17T13:39:06"],
    [3000,"94e56e0b-15de-41ce-a29e-6f7f8154141d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการแพปลา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-03d7-46ad-913a-a94d38827f51",1,500,6,"ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฏกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบแพปลาพ.ศ.2496    เงื่อนไข :                1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้                2. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน                3. กรณีเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง                4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอนั้น                5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง                1. พระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ.2496                2. กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496                3. กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496","2021-11-17T13:39:06"],
    [3001,"94e56e0b-184a-4fa7-ad76-2d2ca2129735","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนสถานกักกันสัตว์น้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-06db-431f-97ae-46487b447838",30,0,6,"เงื่อนไข                ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ                ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                หากรายละเอียดคำขอไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับคำขอจนกว่าผู้ยื่นจะแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน                กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ                เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาแล้ว เจ้าหน้าที่พิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 30วันทำการ(ระยะเวลาตามวรรคแรก ให้นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานครบถ้วน)                ในกรณีที่มีการอ้างอิงถึงผลงานทางวิชาการ ต้องทำการแนบเอกสารวิชาการนั้นมาด้วย                ในกรณีคณะกรรมการมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้                หากสถานกักกันสัตว์น้ำที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนไม่เป็นไปตามมาตราฐานที่กรมประมงกำหนดหรือมีข้อบกพร่องอื่นใดเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบพร้อมทั้งชี้แจงวิธีแก้ไขภายใน 7 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ตรวจประเมินหรือวันที่กรรมการมีมติและจะถือว่ากระบวนงานการขึ้นทะเบียนสถานกักกันสัตว์น้ำสิ้นสุดลงโดยไม่สามารถขึ้นทะเบียนสถานกักกันสัตว์น้ำได้ ยกเว้นแต่จะลงบันทึกแก้ไขข้อบกพร่องร่วมกันในวันที่ยื่นคำขอเพื่อให้ผู้ยื่นคำมีเวลาดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายหลังได้รับชี้แจงวิธีแก้ไข                ถ้ามีการลงนามลงบันทึกแก้ไขข้อบกพร่องร่วมกันแล้ว เมื่อผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งว่าสถานกักกันสัตว์น้ำไม่ผ่านการรับรองผู้ยื่นคำขอมีเวลาแก้ไขข้อบกพร่องเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจประเมินอีกครั้ง ภายใน 10 วันทำการนับตั้งแต่ได้รับชี้แจงวิธีการแก้ไขซึ่งระยะเวลารวมจะไม่เป็นไปตามคู่มือประชาชน","2021-11-17T13:39:06"],
    [3002,"94e56e0b-1aa1-4a93-b61b-0394851fc6f7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขึ้นทะเบียนที่พักซากสัตว์น้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-0a02-4042-9f0b-1de7717298f4",30,0,6,"เงื่อนไข  ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ           กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ           เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลแล้ว เจ้าหน้าที่พิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 30 วันทำการ(ระยะเวลาตามวรรคแรก ให้นับตั้งแต่เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานครบถ้วน) ในกรณีที่มีการอ้างอิงถึงผลงานทางวิชาการ ต้องทำการแนบเอกสารวิชาการนั้นมาด้วย   ในกรณีคณะกรรมการมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้           หากที่พักซากสัตว์น้ำที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กรมประมงกำหนดหรือมีข้อบกพร่องอื่นใดเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบพร้อมทั้งชี้แจงวิธีแก้ไขภายใน 7 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ตรวจประเมินหรือวันที่กรรมการมีมติและจะถือว่ากระบวนงานการขึ้นทะเบียนที่พักซากสัตว์น้ำสิ้นสุดลงโดยไม่สามารถขึ้นทะเบียนที่พักซากสัตว์น้ำได้ ยกเว้นแต่จะลงบันทึกแก้ไขข้อบกพร่องร่วมกันในวันที่ยื่นคำขอเพื่อให้ผู้ยื่นคำมีเวลาดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายหลังได้รับชี้แจงวิธีแก้ไข           ถ้ามีการลงนามลงบันทึกแก้ไขข้อบกพร่องร่วมกันแล้ว เมื่อผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งว่าที่พักซากสัตว์น้ำไม่ผ่านการรับรองผู้ยื่นคำขอมีเวลาแก้ไขข้อบกพร่องเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจประเมินอีกครั้ง ภายใน 10 วันทำการนับตั้งแต่ได้รับชี้แจงวิธีการแก้ไขซึ่งระยะเวลารวมจะไม่เป็นไปตามคู่มือประชาชน  ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ           ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  หากเอกสารประกอบและหลักฐานที่กำหนดไม่ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะยังไม่รับคำร้องจนกว่าผู้ติดต่อจะแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน","2021-11-17T13:39:06"],
    [3003,"94e56e0b-258d-4ec1-8da7-a6204c73cd40","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายทางการประมง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-1700-4103-8241-8d1da82167fb",34,3000,13,"หลักเกณฑ์  1. การให้บริการออกใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (แบบวอ. 4) ให้แก่ผู้ประกอบการนำเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบตามบัญชี 2 แนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายพ.ศ. 2556 เท่านั้น  2. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขออนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย (แบบวอ. 3) ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) และกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงเรื่องกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตรายพ.ศ. 2552  3. วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบ มีดังนี้   - กรดอะซีติก (acetic acid)   - กรดเปอร์อะซีติก (peracetic acid)   - กรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) หรือ ไฮโดรเจนคลอไรด์ (hydrogen chloride) หรือ กรดเกลือ   - กลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde)   - ไตรคลอร์ฟอน (trichlorfon)   - ไตรฟลูราลิน (trifluralin)   - เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride)   - เฟนตินอะซีเตต (fentin acetate)   - มาลาไคต์ กรีน ออกซาเลต (Malachite green oxalate) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - มาลาไคต์ กรีน ไฮโดรคลอไรด์ (malachite green hydrochloride) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - โรติโนน (rotenone)   -   คลอรีนและสารที่ให้คลอรีน (chlorine and chlorine releasing substances)  เงื่อนไข  1. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้อง จะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง  2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะแจ้งการไม่พิจารณาคำขอนั้น  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  5. กรณีมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน  6. การยื่นหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะให้ยื่นเฉพาะในการติดต่อครั้งแรกเท่านั้น แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในแต่ละเอกสารจะต้องยื่นใหม่และในหนังสือมอบอำนาจจะต้องมีการกำหนดวันหมดอายุหากไม่กำหนดจะให้หนังสือมอบอำนาจนั้นมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออกหนังสือมอบอำนาจ  7. สำเนาเอกสารประกอบจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2024-01-11T13:28:44"],
    [3004,"94e56e0b-27ff-411a-9d7f-8a841b14bbb6","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การอนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายทางการประมง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-1a2a-48d9-a63b-7cbc1edeede9",34,3000,13,"หลักเกณฑ์  1. การให้บริการออกใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย (แบบวอ. 6) ให้แก่ผู้ประกอบการส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบตามบัญชี 2 แนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายพ.ศ. 2556 เท่านั้น  2. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขออนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย (แบบวอ. 5) ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) และกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงเรื่องกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตรายพ.ศ. 2552  3. วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบ มีดังนี้   - กรดอะซีติก (acetic acid)   - กรดเปอร์อะซีติก (peracetic acid)   - กรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) หรือ ไฮโดรเจนคลอไรด์ (hydrogen chloride) หรือ กรดเกลือ   - กลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde)   - ไตรคลอร์ฟอน (trichlorfon)   - ไตรฟลูราลิน (trifluralin)   - เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride)   - เฟนตินอะซีเตต (fentin acetate)   - มาลาไคต์ กรีน ออกซาเลต (Malachite green oxalate) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - มาลาไคต์ กรีน ไฮโดรคลอไรด์ (malachite green hydrochloride) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - โรติโนน (rotenone)   - คลอรีนและสารที่ให้คลอรีน (chlorine and chlorine releasing substances)  เงื่อนไข  1. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้อง จะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง  2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะแจ้งการไม่พิจารณาคำขอนั้น  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  5. กรณีมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน  6. การยื่นหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะให้ยื่นเฉพาะในการติดต่อครั้งแรกเท่านั้น แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในแต่ละเอกสารจะต้องยื่นใหม่และในหนังสือมอบอำนาจจะต้องมีการกำหนดวันหมดอายุหากไม่กำหนดจะให้หนังสือมอบอำนาจนั้นมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออกหนังสือมอบอำนาจ  7. สำเนาเอกสารประกอบจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2024-01-11T13:29:09"],
    [3005,"94e56e0b-2a88-4356-ba0c-d52d9b359ef2","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายทางการประมง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-1d6f-4f72-a187-8b41770dbff6",34,3000,14,"หลักเกณฑ์  1. การให้บริการออกใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 8) ให้แก่ผู้ประกอบการขายหรือเก็บรักษาวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบตามบัญชี 2 แนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายพ.ศ. 2556 เท่านั้น  2. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 7) ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) และกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงเรื่องกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตรายพ.ศ. 2552  3. วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบ มีดังนี้   - กรดอะซีติก (acetic acid)   - กรดเปอร์อะซีติก (peracetic acid)   - กรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) หรือ ไฮโดรเจนคลอไรด์ (hydrogen chloride) หรือ กรดเกลือ   - กลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde)   - ไตรคลอร์ฟอน (trichlorfon)   - ไตรฟลูราลิน (trifluralin)   - เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride)   - เฟนตินอะซีเตต (fentin acetate)   - มาลาไคต์ กรีน ออกซาเลต (Malachite green oxalate) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - มาลาไคต์ กรีน ไฮโดรคลอไรด์ (malachite green hydrochloride) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - โรติโนน (rotenone)   - คลอรีนและสารที่ให้คลอรีน (chlorine and chlorine releasing substances)      เงื่อนไข  1. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้อง จะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง  2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะแจ้งการไม่พิจารณาคำขอนั้น  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  5. กรณีมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน  6. การยื่นหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะให้ยื่นเฉพาะในการติดต่อครั้งแรกเท่านั้น แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในแต่ละเอกสารจะต้องยื่นใหม่และในหนังสือมอบอำนาจจะต้องมีการกำหนดวันหมดอายุหากไม่กำหนดจะให้หนังสือมอบอำนาจนั้นมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออกหนังสือมอบอำนาจ  7. สำเนาเอกสารประกอบจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2024-01-11T13:29:43"],
    [3006,"94e56e0b-2f5a-476f-ac53-28c759a3a3e3","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การอนุญาตผลิตวัตถุอันตรายทางการประมง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-239f-42e5-bc47-d9574f8e71ac",64,3000,14,"หลักเกณฑ์  1. การให้บริการออกใบอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 2) ให้แก่ผู้ประกอบการผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบตามบัญชี 2 แนบท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายพ.ศ. 2556 เท่านั้น  2. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขออนุญาตผลิตวัตถุอันตราย (แบบ วอ. 1) ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) และกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงเรื่องกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับวัตถุอันตรายพ.ศ. 2552  3. วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่กรมประมงรับผิดชอบ มีดังนี้   - กรดอะซีติก (acetic acid)   - กรดเปอร์อะซิติก (peracetic acid)   - กรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) หรือ ไฮโดรเจนคลอไรด์ (hydrogen chloride) หรือ กรดเกลือ   - กลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde)   - ไตรคลอร์ฟอน (trichlofon)   - ไตรฟลูราลิน (trifluralin)   - เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (benzalkonium chloride)   - เฟนตินอะซีเตต (fentin acetate)   - มาลาไคต์ กรีน ออกซาเลต (Malchite green oxalate) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - มาลาไคต์ กรีน ไฮโดรคลอไรด์ (malchite green hydrochloride) เฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม   - โรติโนน (rotenone)   - คลอรีนและสารประกอบคลอรีน (chlorine and chlorine releasing substances)  เงื่อนไข  1. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้อง จะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง  2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะแจ้งการไม่พิจารณาคำขอนั้น  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  5. กรณีมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน  6. การยื่นหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะให้ยื่นเฉพาะในการติดต่อครั้งแรกเท่านั้น แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในแต่ละเอกสารจะต้องยื่นใหม่และในหนังสือมอบอำนาจจะต้องมีการกำหนดวันหมดอายุหากไม่กำหนดจะให้หนังสือมอบอำนาจนั้นมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออกหนังสือมอบอำนาจ  7. สำเนาเอกสารประกอบจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2024-01-11T13:30:02"],
    [3007,"94e56e0b-35ab-4003-ae77-7f6633a40881","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบรับรองซากเพื่อการส่งออก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-2c3a-45b4-8859-c15d7e9f2e01",15,0,8,"ผู้ประสงค์จะยื่นคำขอใบรับรองซากเพื่อการส่งออกจะต้องปฏิบัติตาม   ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการออกใบรับรองสุขภาพซากของสัตว์น้ำเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2550  วิธีการ   ผู้ยื่นคำขอเขียนเอกสารคำขอ/ยื่นเอกสารคำขอใบรับรองสุขภาพซากของสัตว์น้ำพร้อมเอกสารประกอบ ณ กองควบคุมการค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิตและด่านตรวจสัตว์น้ำทุกด่าน  เงื่อนไข   ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ   หากรายละเอียดในเอกสารคำขอหรือเอกสารประกอบไม่ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะยังไม่รับคำขอจนกว่าผู้ยื่นจะแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน   กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม (กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องภายใน 1 วันทำการ) หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ   เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลแล้ว เจ้าหน้าที่พิจารณาและออกใบอนุญาต/ใบรับรองให้ผู้ยื่นคำขอภายใน 15 วันทำการ(ระยะเวลาตามวรรคแรก ให้นับตั้งแต่เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน) ในกรณีที่มีการอ้างอิงถึงผลงานทางวิชาการ ต้องทำการแนบเอกสารวิชาการนั้นมาด้วย   ในกรณีคณะกรรมการมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้","2024-01-11T13:30:41"],
    [3008,"951bfa33-2927-4b80-8519-95ed6b30ce10","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","ใบอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (สป.ม. 33 - 2)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-206c-48b1-85dc-7dcbb7cc9b3e",68,500,12,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสืออนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (สป. 21) จะต้องปฏิบัติตาม \n - พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF    \n- ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ      \n2. ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (สป. 20) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้    \n3. เขียนคำร้องใบรับรองและกรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนถูกต้อง  \n\nเงื่อนไข    \n1. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้    \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    \n3. หากรายละเอียดในใบคำขอและใบรับรองไม่ถูกต้องและครบถ้วนหรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน    \n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขเอกสารภายใน 3 วัน หากเกินจะแจ้งคืนคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร      \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T11:09:45"],
    [3009,"951dd694-d1b3-41d3-a143-1fcf15e94601","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","ใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา 8 (สป.ม.28-02)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-e3de-4d19-9224-5033dde10cf2",68,1000,11,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอใบอนุญาตให้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ (สป.9) จะต้องปฏิบัติตาม\n- พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562\nhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF\n2. ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่า (สป. 8) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้\n3. เขียนคำขอใบอนุญาต และกรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนถูกต้อง\n\nเงื่อนไข\n1. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ\n3. หากรายละเอียดในใบคำขอและใบรับรองไม่ถูกต้องและครบถ้วนหรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n*****ใบอนุญาตให้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ (สป.9) มีอายุ 5 ปี","2024-04-11T11:08:32"],
    [3010,"9535a4a3-91d3-48e5-aeaa-98aa41b356bc","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบ Fisheries Single Window","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d17-2947-4e70-865a-e209ed322d55",2,0,7,"ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ\n\n     หากรายละเอียดคำขอไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับคำขอจนกว่าผู้ยื่นจะแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน\n\n     กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น       ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม (กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำร้องแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 1 วันทำการ) หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่น\n\n     เมื่อได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในระยะเวลา 2 วันทำการ (ระยะเวลาตามวรรคแรกให้นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานครบถ้วน)\n\n      การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนต้องยื่น ณ หน่วยงานที่ยื่นคำขอลงทะเบียนไว้เท่านั้น\n\n      เอกสารและหลักฐานทุกแผ่นต้องรับรองสำเนาโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันของนิติบุคคลพร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)","2023-11-01T10:05:46"],
    [3011,"95563a50-09f0-4928-bf8b-69b1cdf947d9","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9555e86f-76eb-4cfb-980b-3409f79900be",22,100,10,"หลักเกณฑ์\n1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีสิทธิทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในเรือประมงที่จะทำการประมง\n4. เรือประมงต้องไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมงที่ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่อธิบดี คณะกรรมการมาตรการทางปกครอง หรือรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา 94 วรรคสองมาตรา 113 (4) หรือมาตรา 116\n5. เรือประมงต้องเป็นเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป หรือเป็นเรือที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าถึงขนาดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือเป็นเรือที่มีหรือใช้เครื่องมือทำการประมงตามประเภท วิธี จำนวนแรงงานที่ใช้ หรือลักษณะการทำการประมงตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด\n6. ในกรณีที่เรือประมงเป็นเรือประมงไทย ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย รวมทั้งต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนดในกรณีที่เรือประมงมิใช่เรือประมงไทย ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียนตามกฎหมายของรัฐเจ้าของธงซึ่งสามารถใช้ทำการประมงในเขตการประมงไทยตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขต\nการประมงไทย รวมทั้งต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนด\n7. เครื่องมือทำการประมงที่จะขออนุญาตใช้ทำการประมงต้องไม่เป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา 67 มาตรา 68 และมาตรา 69 หรือเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในทะเลนอกชายฝั่งตามมาตรา 71 (1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n8. เรือประมงมีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา 81 (1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n9. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยในเรือประมงตามมาตรา 98\n\t\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์แต่ละรอบปีการประมง ต้องยื่นภายในห้วงเวลาที่\nกรมประมงกำหนดเท่านั้น หากไม่ได้ยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าสละสิทธิ์\n2. การยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n3. ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n4. กรณีที่คำขอรับใบอนุญาตเอกสารไม่ครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอรับใบอนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิก\n5. การพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์แต่ละรอบปีการประมง เป็นไปตามแนวทางและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติเห็นชอบ","2022-05-17T09:52:25"],
    [3012,"955fe1f2-1ba8-41de-b780-c214b5dfc54e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานทางทะเบียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","955fdc46-9d98-4e51-b65c-6e1fdd31f9c8",10,3000,5,"หลักเกณฑ์\n1. ในกรณีที่เป็นการแก้ไขขนาดของเรือซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงประสิทธิภาพในการทำการประมง \nให้แก้ไขห้วงเวลาที่กำหนดให้ทาการประมงได้ให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพในการทำการประมงที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ห้ามมิให้แก้ไขปริมาณสัตว์น้าสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมงตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขรายการในใบอนุญาตเดิม และแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายประจำเรือประมงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา 81 (4)\n\t\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอโอนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานทางทะเบียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานทางทะเบียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้ยื่นคำขอฯ ต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอฯ นั้นเป็นอันยกเลิก","2022-06-02T16:30:15"],
    [3013,"956021df-1ebe-4b35-a7ce-bb04968c902a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอแก้ไขรายการพื้นที่การทำประมง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95601e84-37f9-4f80-899e-184b4fb58b37",10,0,4,"หลักเกณฑ์\n1. ให้แก้ไขได้ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถทำการประมงในพื้นที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตได้อันเนื่องมาจากมาตรการการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้าตามมาตรา 70 หรือสภาพภูมิอากาศตามฤดูกาล ทั้งนี้ ขนาดของเรือและเครื่องมือทำการประมงที่จะอนุญาตให้มีการเปลี่ยนพื้นที่การทาการประมงต้องไม่มีผลกระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่ที่ผู้ขออนุญาตประสงค์จะไปทำการประมงชั่วคราว และผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอแก้ไขรายการพื้นที่การทำประมงให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอแก้ไขรายการพื้นที่การทำประมง ต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอแก้ไขรายการพื้นที่การทำประมง หากเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้ยื่นคำขอฯ ต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอฯ นั้นเป็นอันยกเลิก","2022-06-02T16:29:36"],
    [3014,"95603029-60bf-467d-bdac-6401623398b0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอโอนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95602620-1b93-4ac7-b8c6-13b536eb5fe5",10,50,10,"หลักเกณฑ์\n1. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องมีสิทธิทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย\n2. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39\n3. กรณีเรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตเคยถูกใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องมีหลักฐานแสดงว่าเจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงของเรือที่ใช้ในการกระทำความผิดไม่มีผลประโยชน์ได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือมีอำนาจควบคุมเรือประมงดังกล่าวอีกต่อไป\n4. เรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี\n5. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องมีหลักฐานแสดงว่ามีกรรมสิทธิ์ในเรือที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำการประมงมาแสดง\n6. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องแสดงใบมรณบัตรของผู้โอนใบอนุญาต กรณีผู้โอนใบอนุญาตถึงแก่ความตาย\n\t\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอโอนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่\nกรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอโอนใบอนุญาต หากเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอรับใบอนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิก","2022-06-02T16:31:15"],
    [3015,"95603802-c380-4be8-889e-861c3a7a5e5c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอใบแทนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","956031da-5684-499b-901a-69b040d6f264",10,50,7,"เงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n   (1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n   (2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n   (3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่\nกรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอรับใบแทนอนุญาตฯ เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้ขอใบแทนใบอนุญาตฯ ต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอใบแทนใบอนุญาตฯ นั้นเป็นอันยกเลิก\n4. การพิจารณาออกใบแทนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์กรมประมงจะแจ้งผลการพิจารณาภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ\n5. ต้องใช้แบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด","2022-06-02T16:31:52"],
    [3016,"9560475e-52cf-47ae-b297-f66758f09b48","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอแก้ไขรายการเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมงโดยนำเรือประมงลำอื่นมาทดแทน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95603e66-82dd-4860-aaf9-e3a9d88ca1eb",10,0,8,"หลักเกณฑ์\n1. ให้แก้ไขได้ในกรณีเป็นการปรับปรุงเรือเพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยในด้านการจัดสวัสดิภาพให้แก่คนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานประมง\n2. เป็นกรณีเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมงชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถทำการประมงได้ตามปกติ\n3. เรือประมงที่จะนำมาทดแทนต้องเป็นเรือที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยและต้องมีลักษณะตามที่กาหนด\n4. ในกรณีที่เรือประมงที่จะนำมาทดแทนมีขนาดใหญ่กว่าเรือประมงลำเดิมที่ได้รับใบอนุญาตต้องมีขนาด\nตันกรอสของเรือไม่เกินกว่าร้อยละสิบของเรือประมงลาเดิม ทั้งนี้ ให้แก้ไขห้วงเวลาที่กาหนดให้ทาการประมงได้ให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพในการทาการประมงที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ห้ามมิให้แก้ไขปริมาณสัตว์น้าสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมงตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต\n5. เจ้าของเรือต้องดำเนินการกับเรือประมงลำเดิมที่ได้รับใบอนุญาตโดยการทำลายเรือเปลี่ยนประเภทเรือ โอนกรรมสิทธิ์เรือให้กับบุคคลซึ่งไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย หรือทำให้เรือสิ้นสภาพจากการเป็นเรือที่ใช้ทำการประมงให้เสร็จสิ้นก่อนยื่นคำขอแก้ไขรายการ\n\n\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอแก้ไขรายการเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมงโดยนำเรือประมงลำอื่นมาทดแทนให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอแก้ไขรายการเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมงโดยนำเรือประมงลำอื่นมาทดแทนต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอแก้ไขรายการเรือประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมงโดยนำเรือประมงลำอื่นมาทดแทนหากเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้ยื่นคำขอฯ ต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอฯ นั้นเป็นอันยกเลิก","2022-06-02T16:28:56"],
    [3017,"9561d164-32f2-444d-894b-5bd57e3dad57","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอรับโอนปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือจากการโอนใบอนุญาต ในลักษณะควบรวมปริมาณสัตว์น้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9561cdc3-28e6-46cb-8568-6a5ad0dfee44",10,0,5,"หลักเกณฑ์\n1. ให้โอนได้เฉพาะผู้ได้รับใบอนุญาตในชนิดเครื่องมือทำการประมงที่จับสัตว์น้ำในกลุ่มเดียวกันตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และพื้นที่ที่ทำการประมงต้องเป็นพื้นที่เดียวกัน โดยให้นำเอาปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือที่จะขอรับโอนมาคำนวณเพื่อกำหนดห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ใหม่\n2. ให้นำเอาปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือในหนังสือรับรองมาคำนวณเพื่อกำหนดห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ใหม่\n\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอโอนปริมาณสัตว์น้ำฯ ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอโอนปริมาณสัตว์น้ำฯ ต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด \nต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอโอนปริมาณสัตว์น้ำฯ หากเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้โอนปริมาณสัตว์น้ำฯ ต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอรับโอนปริมาณสัตว์น้ำฯ นั้นเป็นอันยกเลิก","2022-06-02T16:28:14"],
    [3018,"9561f77e-8d63-4aa6-a35c-fe53f9c5fb77","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอต่อระยะเวลาทำการประมง เปลี่ยนแปลงเครื่องมือทำการประมงที่อนุญาตให้ใช้ทำการประมง เพิ่มเครื่องมือที่จะใช้ทำการประมง หรือเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่ที่ประสงค์จะทำการประมงนอกน่านน้ำไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9561ec45-e5be-41c2-b06c-a8014d14bc95",26,100,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ\n1. ใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทยยังไม่สิ้นอายุ \n     2. เครื่องมือทำการประมงต้องไม่เป็นเครื่องมือที่ห้ามใช้ทำการประมงในเขตของรัฐชายฝั่งหรือในเขตขององค์การระหว่างประเทศที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะทำการประมง  \n     3. อุปกรณ์ช่วยทำการประมงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของรัฐชายฝั่งหรือองค์การระหว่างประเทศ \n     4. กรณีที่เป็นการต่อระยะเวลาทำการประมงหรือเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่ที่ประสงค์จะทำการประมงนอกน่านน้ำไทย \nผู้ขอรับใบอนุญาตทำการประมงในเขตของรัฐชายฝั่ง ต้องมีหลักฐานแสดงการได้สิทธิในการทำการประมงในน่านน้ำของรัฐชายฝั่งซึ่งได้รับการรับรองจากรัฐชายฝั่งนั้น \n     5. กรณีการขอรับใบอนุญาตทำการประมงที่อยู่ในเขตทะเลหลวงซึ่งอยู่ในเขตความควบคุมดูแลขององค์การระหว่างประเทศต้องเป็นองค์การระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก\n\nเงื่อนไข \n      1. กรณีคำขอ เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n     2. กรณีผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าคำขอ นั้นเป็นอันยกเลิก นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ\t\n     3. กรณีที่คำขอ และเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นัดวัน เวลา และสถานที่ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ เพื่อทำการตรวจสอบเครื่องมือทำการประมง และอุปกรณ์ช่วยทำการประมง (เฉพาะกรณีขอเปลี่ยนแปลงเครื่องมือทำการประมงที่อนุญาตให้ใช้ทำการประมง หรือเพิ่มเครื่องมือที่จะใช้ทำการประมง)\n     4. กรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงเครื่องมือทำการประมงที่อนุญาตให้ใช้ทำการประมง หรือเพิ่มเครื่องมือที่จะใช้ทำการประมง การแจ้งผลการพิจารณาต้องระบุให้ผู้รับใบอนุญาตมาชำระค่าอากรใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสละสิทธิ์การเป็นผู้รับใบอนุญาต\n     5. กรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผล แจ้งสิทธิและระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณา \nผู้รับใบอนุญาตสามารถอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมประมงภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา","2022-05-17T09:44:05"],
    [3019,"95620129-e24e-4080-8ff6-7fdd1d4be77c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การแก้ไขรายการในใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9561fc86-cddd-4cd1-9f59-8f00bf35de91",10,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ \n     1. ใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทยยังไม่สิ้นอายุ \n     2. แก้ไขข้อมูลให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานทางทะเบียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นการแก้ไขชื่อ สกุลของผู้รับใบอนุญาต หรือขนาดของเรือ โดยต้องมีหลักฐานการแก้ไขข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\n\nเงื่อนไข \n      1. กรณีคำขอ เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติม คำขอ หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n     2. กรณีผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน \n15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และ\nให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ\t\n     3. กรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ \n     4. กรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผล แจ้งสิทธิและระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณา \nผู้ขอรับใบอนุญาตสามารถอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมประมงภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา\n     5. กรณีที่การแก้ไขรายการในใบอนุญาตเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดของเรือประมง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเครื่องหมายประจำเรือให้ตรงตามขนาดของเรือ พร้อมทั้งแจ้งเครื่องหมายประจำเรือประมงใหม่เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาต\nไปดำเนินการจัดทำเครื่องหมายประจำเรือประมงตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา 81 (4) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนออกทำการประมง","2022-06-02T16:32:47"],
    [3020,"956227cd-c71c-4fa0-8e3d-11c940008139","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอใบแทนใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95621deb-a619-4de7-a499-90e5fa3dd38d",10,50,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข  ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต \n     การขอใบแทนใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย จะดำเนินการในในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ\n\nเงื่อนไข\n     1. กรณีคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติม คำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n     2. กรณีผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิก นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ\n     3. กรณีที่มีคำสั่งอนุญาตออกใบแทนใบอนุญาต การแจ้งผลการพิจารณาต้องระบุให้ผู้รับใบอนุญาตมาชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต\n     4. กรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผล แจ้งสิทธิและระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณา ผู้รับใบอนุญาตสามารถอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมประมงภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา","2022-05-17T09:53:00"],
    [3021,"95623f6a-cd55-4606-82a9-b57ec662e946","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95623b35-618d-44c1-abcc-673a4ceac573",4,0,7,"หลักเกณฑ์\n\t1. ผู้ประสงค์ใช้ท่าเทียบเรือของตนเป็นท่าเทียบเรือประมงต้องจดทะเบียนเป็นท่าเทียบเรือประมงต่อกรมประมง เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของกิจการแพปลาอยู่แล้ว\n\t2. กำหนดให้ท่าเทียบเรือประมงใดที่ได้จดทะเบียนไว้ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับทำกิจกรรมไม่ตรงตามประเภทที่กำหนดไว้ ให้เจ้าของท่าเทียบเรือประมงดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทท่าเทียบเรือให้สอดคล้องกับกิจกรรมท่าเทียบเรือประมง ภายในเก้าสิบวันนับแต่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้\n\nเงื่อนไข\n\t1. ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนท่าเทียบเรือประมง ต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่\nกรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n\t2. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\t3. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน\n\t4. กรณีเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง\n\t5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอนั้น\n\t6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t7. กรณีจดทะเบียนเป็นท่าเทียบเรือประมง ประเภทท่าเทียบเรือที่ต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานสุขอนามัย\t   \n           (1) ท่าเทียบเรือประมงพาณิชย์\n\t   (2) ท่าเทียบเรือประมงสำหรับการนำเข้าสัตว์น้ำ\n\t   (3) ท่าเทียบเรือประมงที่บริการน้ำหรือน้ำแข็ง\n\t   (4) ท่าเทียบเรือประมงของโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ\n\t8. กรณีจดทะเบียนเป็นท่าเทียบเรือประมง ประเภทท่าเทียบเรือที่ไม่ต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานสุขอนามัย\n\t   (1) ท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้าน (ไม่มีการส่งออกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ)\n\t   (2) ท่าเทียบเรือประมงที่ใช้สำหรับจอดพักเรือประมงเท่านั้น\n\t   (3) ท่าเทียบเรือประมงที่มีการขนถ่ายสัตว์น้ำสำหรับการผลิตอาหารสัตว์เท่านั้น","2022-05-17T09:38:58"],
    [3022,"95b6699f-8ad8-4c72-a7bc-b2dd26645e51","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกหนังสือรับรองการขายในประเทศ (อาหารสัตว์น้ำ) (Certificate of free sale) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-973d-4048-90db-04388555e2d8",5,200,6,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558  \n2. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในการออกหนังสือรับรองการขายในประเทศแล้วเจ้าหน้าที่จะออกเลขที่หนังสือรับรองพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องชำระค่าธรรมเนียมและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตมารับหนังสืออนุญาตโดยชำระค่าธรรมเนียมและแสดงหลักฐานการชำระเงินเพื่อรับเอกสาร ภายในเวลา 15.30 น.    \n3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (หมายเหตุ:กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)  \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว(ระยะเวลารวม 5 วันทำการ)","2023-09-26T14:20:39"],
    [3023,"95d0f70f-fab7-4099-8143-82fb71218c9f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกหนังสือรับรองให้ส่งออกปลาทะเลมีชีวิตสวยงามที่ได้จากการเพาะเลี้ยง (ปท. 2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-ea6e-42d1-a49d-3c25691fa3b3",7,0,11,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสือรับรองให้ส่งออกปลาทะเลมีชีวิตสวยงามที่ได้จากการเพาะเลี้ยงจะต้องปฏิบัติตาม\n- ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการออกหนังสือรับรองเพื่อการส่งปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549\n2. การยื่นคำขอหนังสือรับรองเพื่อการส่งปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร (ปท. 1) ต้องยื่นพร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ\n2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้\n3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T11:13:29"],
    [3024,"95d103ac-6829-4942-99d3-be96e752ee43","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกหนังสือรับรองให้ส่งหอยและเปลือกหอยออกไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-2fed-423f-aee5-0fc00834e0fc",3,0,9,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสือรับรองให้ส่งหอยและเปลือกหอยออกไปนอกราชอาณาจักรจะต้องปฏิบัติตาม    \n-  ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการออกหนังสือรับรองชนิดและเปลือกหอยของผลิตภัณฑ์เปลือกหอยสำเร็จรูปที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2547    \n2. ยื่นคำขอหนังสือรับรองหอยและเปลือกหอยออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้   \n3. เขียนคำร้องใบรับรองและกรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนถูกต้อง   \n\n เงื่อนไข    \n1. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้    \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    \n3. หากรายละเอียดในใบคำขอและใบรับรองไม่ถูกต้องและครบถ้วนหรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน    \n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ    \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T11:15:52"],
    [3025,"95d28f24-1186-4168-866f-e4ff25f2511d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การต่ออายุใบรับรองระบบ GMP/HACCP  สำหรับโรงงานอาหารสัตว์น้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-dad0-4e23-bc9f-ecbaab34ef35",28,0,11,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n    \n3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)\n\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n5. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบรับรองแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งไฟล์ใบรับรองให้ผู้ขอรับการรับรองทางอีเมล\n\n6. ใบรับรองระบบ GMP/HACCP ฉบับต่ออายุให้ใช้ได้สามปีนับแต่วันที่ใบรับรองฉบับก่อนสิ้นอายุ (ต่ออายุจากใบเดิมสามปี)","2023-09-26T14:37:13"],
    [3026,"95e0b7fe-5b9b-4e39-8446-66f0f7945e09","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบรับรองระบบ GMP/HACCP สำหรับโรงงานอาหารสัตว์น้ำ (ประเมินรายใหม่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-d7cf-4ef7-9fb4-1299a31f177c",52,250,12,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n  \n2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\n3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม  หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ(กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)\n\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n5. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียม และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายื่นพร้อมใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงิน โดยต้องยื่นก่อนเวลา 16.00 น.\n\n6. ใบรับรองระบบ GMP/HACCP ให้ใช้ได้สามปีนับแต่วันที่ออกใบรับรอง","2023-09-26T14:15:19"],
    [3027,"95eebd84-23f6-4881-a75e-d70cb4efbd92","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การต่ออายุใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-d4d9-4831-904f-fecc847dcc61",4,300,11,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n2. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหาร สัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนี้\n   (1) เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต\n   (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n   (3) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n   (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n   (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอา การกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต\n   (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n   (7) มีสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต การขาย หรือการเก็บ อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจำนวนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง\n\n   ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) หรือ (6)\n\n3. ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n4. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันสิ้นอายุ การขอต่ออายุใบอนุญาตเมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ ใบอนุญาตสิ้นอายุจะกระทำมิได้\n\n5. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\n6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนด ระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (กรณีมีการแก้ไข เพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)\n\n7. การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ(อาหารสัตว์น้ำ)\n   (1) ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ\n   (2) ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ สำนักงานประมงจังหวัดแห่งท้องที่ที่สถานที่ขายอาหารสัตว์ตั้งอยู่หรือกองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ\n   (3) ยื่นคำขอฯ แบบออนไลน์ผ่านระบบควบคุมสินค้าอาหารสัตว์น้ำทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Aquafeed) ได้ตลอด 24 ชม. ทั่วประเทศ (url: https://e-aquafeed.fisheries.go.th/#/login)\n\n8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\n\n9. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียม และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายื่นพร้อมใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงิน โดยต้องยื่นก่อนเวลา 16.00 น.\n\n10. ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (ฉบับต่ออายุ) ใช้ได้จนถึงสิ้นปีปฏิทินแห่งปีถัดจากปีที่ออกใบอนุญาตเดิม (ต่ออายุจากใบเดิมหนึ่งปี)","2023-09-26T14:34:16"],
    [3028,"95ef24cf-923c-4977-8e91-5c7bffaff128","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การแก้ไขรายการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-9462-4f28-b010-ad3b376bbd4b",29,200,19,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558  \n2. ผู้รับใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะหรือใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะที่มีความประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะต้องนำอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นมาขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และเมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นแล้วจึงจะผลิตหรือนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นได้  \n3. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้วเจ้าหน้าที่จะจัดทำใบคำร้องชำระค่าธรรมเนียมและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตมารับใบสำคัญฯ โดยชำระค่าธรรมเนียมและแสดงหลักฐานการชำระเงินเพื่อรับใบสำคัญฯ ภายในเวลา 15.30 น.  \n4. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (หมายเหตุ:กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขออนุญาตต้อง ดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)  \n6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว (ระยะเวลารวม 29 วันทำการ)  \n7. ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะให้ใช้ได้ตลอดไปเว้นแต่ถูกยกเลิกหรือเพิกถอน","2023-08-16T09:47:13"],
    [3029,"95f4c8e3-e6a2-44f9-9dc7-0d7ce856f0c3","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกหนังสือรับรองให้ส่งออกปลาทะเลมีชีวิตสวยงามที่ได้จากการนำเข้า (ปท .2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-e6c1-4a78-bd96-9734884fe0ce",5,0,10,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสือรับรองให้ส่งออกปลาทะเลมีชีวิตสวยงามที่ได้จากการนำเข้าจะต้องปฏิบัติตาม\n- ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการออกหนังสือรับรองเพื่อการส่งปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549\n2. ยื่นคำขอหนังสือรับรองเพื่อการส่งปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร (ปท. 1) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ\n2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้\n3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T11:15:04"],
    [3030,"95faac0b-c611-4647-ae17-f5e8887574a0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ  (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-d175-4d9b-9e16-1e806ac169be",4,100,11,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n2. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนี้\n   (1) เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต\n   (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n   (3) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n   (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n   (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอา การกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต\n   (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n   (7) มีสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต การขาย หรือการเก็บ อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจำนวนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง\n\n   ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) หรือ (6)\n\n3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนด ระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (กรณีมีการแก้ไข เพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)\n\n5. การยื่นคำขออนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ(อาหารสัตว์น้ำ)\n   (1) ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ\n   (2) ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ สำนักงานประมงจังหวัดแห่งท้องที่ที่สถานที่ขายอาหารสัตว์ตั้งอยู่หรือกองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ\n   (3) ยื่นคำขอฯ แบบออนไลน์ผ่านระบบควบคุมสินค้าอาหารสัตว์น้ำทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Aquafeed) ได้ตลอด 24 ชม. ทั่วประเทศ (url: https://e-aquafeed.fisheries.go.th/#/login)\n\n6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\n\n7. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียม และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายื่นพร้อมใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงิน โดยต้องยื่นก่อนเวลา 16.00 น.\n\n8. ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะใช้ได้จนถึงสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่ออกใบอนุญาต","2023-08-16T09:53:12"],
    [3031,"95fb2d0e-a26c-4a01-88d0-fd21dabeb79a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-ce1b-4140-a774-9f545ac97572",4,10000,12,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n2. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนี้\n   (1) เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต\n   (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n   (3) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n   (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n   (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอา การกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต\n   (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n   (7) มีสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต การขาย หรือการเก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจำนวนตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง\n\nในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) หรือ (6)\n\n3. ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n4. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันสิ้นอายุ การขอต่ออายุใบอนุญาตเมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุจะกระทำมิได้\n\n5. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\n6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนด ระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (กรณีมีการแก้ไข เพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)\n\n7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n8. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียม และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายื่นพร้อมใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงิน โดยต้องยื่นก่อนเวลา 16.00 น.\n\n9. ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (ฉบับต่ออายุ) ให้ใช้ได้หนึ่งปีนับแต่วันที่ใบอนุญาตฉบับก่อนสิ้นอายุ (ต่ออายุจากใบเดิมหนึ่งปี)","2023-09-26T14:31:56"],
    [3032,"95fcddd9-ffb3-48a7-8e2e-7e028944f358","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกหนังสือรับรองให้ส่งออกปลาทะเลมีชีวิตสวยงามเพื่อการศึกษาวิจัย (ปท. 2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-ed47-495b-9f03-e73a1453b85b",7,0,11,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสือรับรองให้ส่งออกปลาทะเลมีชีวิตสวยงามเพื่อการศึกษาวิจัยจะต้องปฏิบัติตาม\n- ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการยื่นคำขอและการออกหนังสือรับรองเพื่อการส่งปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549\n2. ยื่นคำขอหนังสือรับรองเพื่อการส่งปลาทะเลสวยงามที่มีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร (ปท. 1) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ\n\n2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้\n3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T11:12:31"],
    [3033,"95fd2267-f755-4681-baad-36953ad8c46c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","ใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (สป.ม.18-02)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-e0f1-4e98-97e4-e6c0e2fa76c5",3,50,7,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสืออนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (สป. 15) จะต้องปฏิบัติตาม    \n- พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF    \n2. ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (สป .14) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้    3. เขียนคำร้องใบรับรองและกรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนถูกต้อง    \n\nเงื่อนไข    \n1. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้    \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    \n3. หากรายละเอียดในใบคำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องและครบถ้วน หรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน    \n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ    \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ***ใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (สป. 15) มีอายุ 3 ปี","2024-04-11T11:11:26"],
    [3034,"95fd2959-5c30-459a-9dfc-b6932730f753","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา 8 (สป.ม.30-03)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-ddb2-4678-ae02-8a691fb3b5e6",3,500,8,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (สป.11) จะต้องปฏิบัติตาม    \n- พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF    \n2. ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (สป. 10) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้    \n\nเงื่อนไข    \n1. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้    \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    \n3. หากรายละเอียดในใบคำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องและครบถ้วน หรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน    \n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ    \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ***ใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (สป.11) มีอายุ 1 ปี","2024-04-11T11:10:32"],
    [3035,"95fd4587-9612-41fc-9804-d18470f7ca0d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-cac9-4288-80db-a7ebbd0027ad",4,10000,13,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n2. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนี้\n   (1) เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต\n   (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n   (3) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n   (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n   (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติ ให้ถือเอาการกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับ ใบอนุญาต\n   (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n   (7) มีสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต การขาย หรือการเก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจำนวน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง\n\n   ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) หรือ (6)\n\n3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนด ระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการ ภายใน 7 วันทำการ)\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\n\n6. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียม และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายื่นพร้อมใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงิน โดยต้องยื่นก่อนเวลา 16.00 น.\n\n7. ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะใช้ได้หนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต","2023-08-16T09:51:01"],
    [3036,"961f33c0-250e-4274-aa0a-313e652d1359","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-c78b-4af3-b8b8-7d49a2316346",18,500,17,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n2. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนี้\n   (1) เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต\n   (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n   (3) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n   (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n   (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอา การกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต\n   (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n   (7) มีสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต การขาย หรือการเก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจำนวน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง\n\n   ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) หรือ (6)\n\n3. ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n4. ผู้ขออนุญาตต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนวันสิ้นอายุ การขอต่ออายุใบอนุญาต เมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาสามสิบวัน นับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุจะกระทำมิได้\n\n5. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\n6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนดระยะ เวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)\n\n7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว\n\n8. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียม และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายื่นพร้อมใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงิน โดยต้องยื่นก่อนเวลา 16.00 น.\n\n9. ใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (ฉบับต่ออายุ) ให้ใช้ได้สามปีนับแต่วันที่ใบอนุญาตฉบับก่อนสิ้นอายุ (ต่ออายุจากใบเดิมสามปี)","2023-09-26T14:30:02"],
    [3037,"961f68cb-a46e-40d2-ba8f-e4fc6cf27394","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ  (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-c3b4-460e-99c1-a96bca27ab16",18,500,17,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/015/1.PDF\n\n2. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนี้\n   (1) เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต\n   (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n   (3) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย\n   (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n   (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอา การกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต\n   (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n   (7) มีสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขายหรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต การขาย หรือการเก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจำนวนตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง\n\n   ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการ ต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) หรือ (6)\n\n3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (กรณีมีการแก้ไข เพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือ ประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียม และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคาร แล้วนำหลักฐานการชำระเงินมายื่นพร้อมใบคำร้องขอชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงิน โดยต้องยื่นก่อนเวลา 16.00 น.\n\n7. ใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะใช้ได้สามปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต","2023-08-16T09:49:22"],
    [3038,"9651bde6-d2af-43e2-bb6c-bc0bde717835","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตให้นำเข้าส่งออกหรือให้นำผ่านซึ่งสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ (Species) อื่นที่มิใช่สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองและมิใช่สัตว์ป่าตามบัญชีท้ายอนุสัญญา CITES (สป. 6) (Fisheries Single Window) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-bd1c-48f3-a8a3-259268dae35b",3,300,3,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นขอหนังสืออนุญาตให้นำเข้าส่งออกหรือให้นำผ่านซึ่งสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ (Species) อื่นที่มิใช่สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองและมิใช่สัตว์ป่าตามบัญชีท้ายอนุสัญญา CITES ในระบบ Fisheries Single Window (FSW) จะต้องปฏิบัติตาม\n- พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562\nhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF\n- ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องกำหนดชนิดสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าส่งออก (สป. 6)\nhttps://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20180108123634_1_file.PDF\n\nเงื่อนไข\n1. ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มคำขอใบอนุญาต/ใบรับรองในระบบ FSW ให้ครบถ้วน\n2. การเขียนคำร้องขอหนังสือรับรองต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนถูกต้อง โดยมีระยะเวลาดำเนินการจัดทำใบอนุญาตฯ สป.6 เป็นระยะเวลา 3 วัน\n3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ\n5. หากรายละเอียดในใบคำขอและใบรับรองไม่ถูกต้องและครบถ้วนหรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขได้ถูกต้องครบถ้วน\n6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ\n7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n8. กรณีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นทีต้องนำเข้าคณะกรรมการไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์นี้ ไม่สามารถพิจารณาได้","2024-04-11T11:07:19"],
    [3039,"9876e898-c4a7-4ab9-9dec-7363c11f5723","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9561d4f4-b529-42a9-aa57-19d94b26750d",30,100,12,"หลักเกณฑ์ วิธีการ\n1. ผู้ขอรับใบอนุญาต \n      1) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n      2) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีกรรมสิทธิ์ในเรือประมงที่จะทำการประมงนอกน่านน้ำไทย และในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเรือประมงหลายลำไม่ว่าจะเป็นเรือประมงไทยหรือมิใช่เรือประมงไทย ต้องแจ้งชื่อเรือประมงดังกล่าวทุกลำพร้อมทั้งหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในเรือประมงนั้น\n      3) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีฐานะทางการเงินเพียงพอในการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยโดยต้องมีใบแจ้งยอดเงินฝากจากสถาบันการเงิน (bank statement) ไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท หรือหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท \nโดยหลักทรัพย์ดังกล่าวต้องมิใช่เรือประมงลำที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต \n      4) ผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้ควบคุมเรือต้องผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการทำการประมงนอกน่านน้ำไทยในรัฐชายฝั่ง\nหรือองค์การระหว่างประเทศ ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด \n2. เรือประมง \n      1) เรือประมงต้องไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมงที่ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่คณะกรรมการมาตรการทางปกครองหรือรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา 113 (4) หรือมาตรา 116 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n      2) เรือประมงต้องเป็นเรือที่จดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย รวมทั้งต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนด \n      3) เรือประมงต้องติดตั้งระบบระบุตำแหน่งเรือประมง (Vessel Monitoring System (VMS)) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา 81 (1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n      4) เรือประมงต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยในเรือประมง แห่งมาตรา 89 ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n      5) เรือประมงต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกกักเรือ กรณีเรือประมงที่เคยถูกใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วย\nการประมง ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีหลักฐานแสดงว่าเจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือหรือผู้รับใบอนุญาตทำการประมงเดิมของเรือ\nที่ใช้ในการกระทำความผิดไม่มีผลประโยชน์ได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือมีอำนาจควบคุมเรือประมงดังกล่าว\nอีกต่อไป ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีหนังสือรับรองตนเอง\n3. พื้นที่และเครื่องมือทำการประมงที่ขออนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย \n      1) กรณีขอใบอนุญาตทำการประมงในเขตทะเลหลวง \n          1.1) พื้นที่ทำประมงที่จะขออนุญาตซึ่งอยู่ในเขตความควบคุมดูแลขององค์การระหว่างประเทศต้องเป็นองค์การระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก\n          1.2) เครื่องมือทำการประมงที่อนุญาตให้ใช้ทำการประมง และอุปกรณ์ช่วยทำการประมงที่อนุญาตต้องเป็นประเภท ชนิด ขนาดและมีจำนวนตรงตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาต ซึ่งต้องไม่ขัดกับข้อกำหนดและเงื่อนไขขององค์การระหว่างประเทศที่จะเข้าไปทำการประมง\n         1.3) เครื่องมือทำการประมงขอได้ไม่เกินสองเครื่องมือ โดยให้ระบุเครื่องมือทำการประมงหลักได้เพียงหนึ่งประเภทและหนึ่งชนิด และให้ระบุเครื่องมือทำการประมงเสริมได้เฉพาะเบ็ดมือ\n      2) กรณีขอใบอนุญาตทำการประมงในเขตรัฐชายฝั่ง\n            2.1) ต้องมีหลักฐานแสดงการได้สิทธิในการทำการประมงในน่านน้ำของรัฐชายฝั่งซึ่งได้รับการรับรองจากรัฐชายฝั่งนั้น \n          2.2) เครื่องมือทำการประมงที่อนุญาตให้ใช้ทำการประมง และอุปกรณ์ช่วยทำการประมงที่อนุญาตต้องเป็นประเภทชนิด ขนาดและมีจำนวนตรงตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาต ซึ่งต้องไม่ขัดกับข้อกำหนดและเงื่อนไขของรัฐชายฝั่งที่จะเข้าไปทำการประมง\n\nเงื่อนไข \n      1. กรณีคำขอรับใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติม คำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n     2. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าคำขอรับใบอนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิก นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ\t\n     3. กรณีที่คำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นัดวัน เวลา และสถานที่ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ เพื่อทำการตรวจสอบเรือประมง เครื่องมือทำการประมง อุปกรณ์ช่วยทำการประมง และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องติดตั้งในเรือประมง\n     4. กรณีที่มีคำสั่งอนุญาตออกใบอนุญาต ให้แจ้งผลการพิจารณาต้องระบุให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าอากรใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต\n     5. กรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผล แจ้งสิทธิและระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณา \nผู้ขอรับใบอนุญาตสามารถอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมประมงภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา","2023-03-21T10:44:57"],
    [3040,"9876bc41-c54d-4bb1-b6f9-aa4289b0b6b0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95622a81-59d7-4b4b-a9d1-3a1fee21fe2c",10,8000,9,"หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้จดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ\n\t1. ผู้ขอรับใบทะเบียนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558\n\t2. เรือประมงต้องเป็นเรือลำเดียวกับที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน และต้องมีทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย และมีประเภทการใช้ บรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น และประเภทการใช้ ขนถ่ายเพื่อการประมง\n\t3. เรือประมงต้องมีใบอนุญาตใช้เรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยที่มีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 30 วันในวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียน และต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนด\n\t4. เรือประมงที่ขอจดทะเบียนต้องเป็นเรือประมงที่ทำการขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเก็บรักษษาสัตว์น้ำเพียงอย่างเดียว โดยต้องไม่มีการติดตั้งเครื่องมือทำการประมง\n\t5. เรือประมงที่ขอจดทะเบียนต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยเรือประมงจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามมาตรา 98 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 \n\t6. เรือประมงที่มีขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป ต้องติดตั้งระบบติดตามตำแหน่งเรือ (vms)\nเงื่อนไข\n\t1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่น เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ\nมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n\t2. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน\n\t3. กรณีเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง\n\t4. กรณีที่คำขอจดทะเบียนหรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและผู้ขอรับใบจดทะเบียนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียน หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าคำขอจดทะเบียนนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบจดทะเบียนทราบ\n\t5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t6. ผู้ยื่นคำขอจะต้องอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ\n\t7. ใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ สามารถใช้ได้ตลอดไปจนกว่าจะถูกเพิกถอน และในแต่ละปีเจ้าของเรือต้องยื่นใบอนุญาตใช้เรือและหนังสือรับรองมาตราฐานด้านสุขอนามัยต่อกรมประมง ณ สถานที่ที่จดทะเบียน","2023-03-21T10:47:04"],
    [3041,"9876dc12-7292-4ef9-be85-52520902548d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","955fe637-1a14-4138-ab18-c26e2eaf80ca",10,100,4,"หลักเกณฑ์\n1. ให้แก้ไขได้ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงประเภท ชนิด ขนาด และจำนวนของเครื่องมือทำการประมง โดยการดำเนินการเช่นว่านี้ต้องคำนึงถึงปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน และจะต้องไม่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการประมง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด\n\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ หากเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้ยื่นคำขอฯ ต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอฯ นั้นเป็นอันยกเลิก","2023-03-21T10:49:40"],
    [3042,"9876e280-04bf-485e-a115-f1511ba22c11","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95623414-422f-4c41-9c6e-207b72f1219b",7,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข  ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต \n     1. แก้ไขข้อมูลให้สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐานทางทะเบียนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นการแก้ไขชื่อเรือ ชื่อสกุลของผู้รับใบทะเบียน หรือขนาดของเรือ โดยต้องมีหลักฐานการแก้ไขข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\n\nเงื่อนไข \n      1. กรณีคำขอแก้ไขรายการในใบทะเบียน เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้รับใบทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม คำขอแก้ไขรายการในใบทะเบียน หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n     2. กรณีผู้รับใบทะเบียนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอแก้ไขรายการในใบทะเบียนหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน \nให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าคำขอแก้ไขรายการในใบทะเบียนนั้นเป็นอันยกเลิก นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบทะเบียนทราบ\t\n     3. กรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบทะเบียน ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับใบทะเบียนทราบ \n     4. กรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผล แจ้งสิทธิและระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณา \nผู้ขอรับใบทะเบียนสามารถอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมประมงภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา\n     5. กรณีที่การแก้ไขรายการในใบทะเบียนเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดของเรือประมง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปลี่ยนเครื่องหมายประจำเรือให้ตรงตามขนาดของเรือ พร้อมทั้งแจ้งเครื่องหมายประจำเรือประมงใหม่เพื่อให้ผู้รับใบทะเบียน\nไปดำเนินการจัดทำเครื่องหมายประจำเรือประมงตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา 81 (4) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนออกทำการประมง","2023-03-21T10:14:00"],
    [3043,"9876e4f2-cfec-41e1-bad6-4bd33efaa325","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การขอโอนใบอนุญาตในลักษณะควบรวมปริมาณสัตว์น้ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9560566b-8549-425b-b049-fc51e0ffa7a9",10,50,10,"หลักเกณฑ์\n1. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องมีสิทธิทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย\n2. ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39\n3. กรณีเรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตเคยถูกใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมง\n ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตต้องมีหลักฐานแสดงว่าเจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงของเรือที่ใช้ในการกระทำความผิดไม่มีผลประโยชน์ได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือมีอำนาจควบคุมเรือประมงดังกล่าวอีกต่อไป\n4. เรือประมงที่จะขอรับโอนใบอนุญาตต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี\n5. ผู้โอนใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาตต้องได้รับใบอนุญาตทำการประมงโดยใช้ชนิดเครื่องมือทาการประมงที่จับสัตว์น้ำในกลุ่มเดียวกันตามที่อธิบดีประกาศกาหนด และพื้นที่ที่ทำการประมงต้องเป็นพื้นที่เดียวกัน\n6. เจ้าของเรือที่รับโอนใบอนุญาตต้องดำเนินการกับเรือประมงลำเดิมหรือเรือประมงของผู้โอนใบอนุญาต โดยการทำลายเรือ หรือเปลี่ยนประเภทเรือ หรือโอนกรรมสิทธิ์เรือให้กับบุคคลที่ไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย หรือทำให้เรือสิ้นสภาพจากการเป็นเรือที่ใช้ทำการประมงให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะได้รับโอนปริมาณสัตว์น้ำที่ควบรวม\n\nเงื่อนไข\n1. การยื่นคำขอโอนใบอนุญาตฯ ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้\n(1) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง\n(2) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล\n(3) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตฯ ต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมประมงกำหนด \nต่อเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ที่กรมประมงกำหนด เพื่อบันทึกคำขอเข้าระบบการออกใบอนุญาตทำการประมงอิเล็กทรอนิกส์ (e - license)\n3. กรณีที่คำขอโอนใบอนุญาตฯ หากเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนผู้ขอรับโอนใบอนุญาตฯต้องแก้ไขหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากไม่ส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าคำขอโอนใบอนุญาตฯ นั้นเป็นอันยกเลิก","2023-03-21T10:48:24"],
    [3044,"993ba560-c6be-4921-9271-0b34bd50f222","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกเอกสารรับแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (น.อ.2) (อาหารสัตว์น้ำ) (์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-9141-44e9-9226-1ab9ed6b407c",6,0,12,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหาสัตว์ พ.ศ. 2558  \n2. ผู้ขออนุญาตต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ(อาหารสัตว์น้ำ) และจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ เมื่อมีความประสงค์จะนำอาหารสัตว์ดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องมายื่นคำขอแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (น.อ.1) ทุกครั้งเพื่อให้กรมประมงพิจารณาออกเอกสารรับแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (น.อ.2)\n3. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามเอกสารรับแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (น.อ.2) แล้วเจ้าหน้าที่จะออกเลขที่เอกสารและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตมารับใบอนุญาต  \n4. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (หมายเหตุ:กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)  \n6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว (ระยะเวลารวม 6 วันทำการ)  \n7. กองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำจะรับคำขอไม่เกิน 16.00 น. เนื่องจากมีเอกสารที่เกี่ยวข้องตามระเบียบที่ต้องตรวจสอบและมีขั้นตอนระยะเวลาในการดำเนินงานหากรับเอกสารคำขอหลังเวลา 16.00 น.จะไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา","2023-09-26T14:17:47"],
    [3045,"9986354a-aa0b-41a4-87ea-20b8bc1e2275","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Annex IV) ส่งออกสหภาพยุโรป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99861c21-1aac-44d8-acac-5bdf666af136",1,0,1,"หลักเกณฑ์\n1. ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Annex IV) ส่งออกสหภาพยุโรป ต้องปฏิบัติตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และระเบียบกรมประมงว่าด้วยกำหนดแบบ วิธีการยื่นคำขอรับใบรับรองการจับสัตว์น้ำหรือใบรับรองการผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำหรือการแปรรูปสัตว์น้ำ พ.ศ. 2562\n2. ผู้ประสงค์ต้องยื่นคำขอผ่านระบบการออกหนังสือรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Processing Statement Endorsement: PSE) ทางเว็บไซต์ https://fsw.fisheries.go.th ก่อนการส่งออกไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนด้วยตนเองเพื่อขอรับ username และ password เข้าใช้งานระบบ PSE ได้ที่ กองตรวจสอบเรือประมง สินค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต กรมประมง เกษตรกลาง จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์ 02-562-0600 ต่อ 2107 หรือ ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมง หรือด่านตรวจประมง\n3. กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมประมงให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยกำหนดแบบ วิธีการยื่นคำขอรับใบรับรองการจับสัตว์น้ำหรือใบรับรองการผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำหรือการแปรรูปสัตว์น้ำ พ.ศ. 2562\n4. ขอบข่ายการรับรองผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อนำมาแปรรูปและส่งออกไปยังสหภาพยุโรปโดยครอบคลุมสินค้าประมงที่จับจากทะเล ตามพิกัดศุลกากรที่ 03, 1604, 1605 ยกเว้นบางรายการสินค้า เช่น จากการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำประเภทหอยสองฝา เป็นต้น สินค้าสัตว์น้ำนำเข้ารุ่นดังกล่าวนอกจากต้องมีใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (Catch certificate) ที่ออกโดยเจ้าของธงเรือต่างชาติแล้ว ผู้ประกอบการต้องยื่นขอเอกสารใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Annex IV) เพื่อยืนยันว่าสินค้าสัตว์น้ำนำเข้ารุ่นที่นำมาแปรรูปนั้นไม่ได้มาจากการทำประมงแบบไอยูยู (IUU) และไม่ได้มาจากประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือด้านไอยูยูเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้การส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของไทยได้มาตรฐานสากลตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และสอดคล้องกับข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ซึ่งผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสาร หลักฐานประกอบตามที่กำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง\nเงื่อนไข\n1. เป็นโรงงานที่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรงงานที่กรมประมงให้การรับรอง\n2. เป็นโรงงานที่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรงงานที่สหภาพยุโรปให้การรับรอง\n3. เป็นโรงงานที่ไม่ถูกระงับใบรับรองสุขอนามัยสัตว์น้ำ และ/หรือ ใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องหรือเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัย เจ้าหน้าที่จะแจ้งแก้ไขผ่านทางระบบให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขให้ครบถ้วนหรือถูกต้องภายในระยะเวลากำหนดที่เหมาะสมกับกรณี หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการใดๆในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้รับคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Annex IV) ส่งออกสหภาพยุโรป ฉบับดังกล่าวอีกต่อไป\n5. ผู้ยื่นคำขอต้องติดตามสถานะใบรับรองผ่านระบบ ภายหลังการยื่นคำขอในระบบแล้วตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนด และเมื่อใบรับรองได้รับการอนุมัติแล้วให้ดำเนินการขอใบรับรองกับหน่วยงานที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งความประสงค์จะมารับใบรับรองไว้ในขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบ\n6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน\n7. คู่มือประชาชนฉบับนี้สำหรับผู้ประกอบการที่แจ้งความประสงค์ลงนามในรูปแบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานที่ออกเอกสารเท่านั้น สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ให้ดำเนินการตามระเบียบที่กำหนด","2023-11-15T10:29:18"],
    [3046,"9b7b564f-c470-44b4-9957-a87db3fea296","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบอนุญาตให้นำเข้าส่งออกหรือให้นำผ่านตามมาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562 (สป. 5) (Fisheries Single Window)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d16-c062-4317-b0bd-c62615685ac1",5,500,7,"1. ผู้ประสงค์จะยื่นคำขอใบอนุญาตให้นำเข้าส่งออกสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำ (สป. 5 และสป. 6) ในระบบ Fisheries Single Window จะต้องปฏิบัติตาม    - พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562 (สป.5)    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/071/T_0104.PDF    เงื่อนไข    1.ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มคำขอใบอนุญาต/ใบรับรองในระบบ FSW ให้ครบถ้วนถูกต้อง    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    4. หากรายละเอียดในใบคำขอและใบรับรองไม่ถูกต้องและครบถ้วนหรือแนบเอกสารหลักฐานประกอบมาไม่ครบเจ้าหน้าที่จะยังไม่รับเรื่องจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะยื่นขอใบอนุญาตนั้นๆ    7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    8. กรณีเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ต้องนำเข้าคณะกรรมการไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์นี้ไม่สามารถพิจารณาได้    9. กรณีที่มีการตรวจสอบการออกใบอนุญาตกับประเทศคู่ค้าไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์นี้ไม่สามารถพิจารณาได้","2024-04-11T11:06:07"],
    [3047,"9b7cd62f-7ab2-4130-a534-d0135507f92b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมประมง","การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (อาหารสัตว์น้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d16-8e1a-44f3-901f-903974f82a92",29,1000,15,"1. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558  \n2. ผู้รับใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะหรือใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะที่มีความประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะต้องนำอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นมาขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และเมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นแล้วจึงจะผลิตหรือนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นได้  \n3. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้วเจ้าหน้าที่จะออกเลขที่ใบอนุญาตพร้อมทั้งจัดทำใบคำร้องชำระค่าธรรมเนียมและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตมารับใบอนุญาตโดยการยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมต้องยื่นก่อนเวลา 15.30 น.  \n4. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (หมายเหตุ:กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือต้องส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขออนุญาตต้องดำเนินการภายใน 7 วันทำการ)  \n6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว(ระยะเวลารวม 29 วันทำการ)  \n7. ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะให้ใช้ได้ตลอดไปเว้นแต่ถูกยกเลิกหรือเพิกถอน","2024-04-11T11:03:03"],
    [3048,"94e56e0b-459b-42f7-8fe5-dd3d09a17bd4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตทำการค้าสัตว์ ซากสัตว์ น้ำเชื้อ หรือเอ็มบริโอ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-40cd-4525-a8d5-bc171921ceb7",1,500,6,"1. การยื่นแบบคำขออนุญาตและการพิจารณาออกใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดการควบคุมการค้าสัตว์และซากสัตว์ พ.ศ.2552 และประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการทำการค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ และการขาย จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์หรือเอ็มบริโอของสัตว์หรือมีพ่อพันธุ์ของสัตว์เพื่อให้บริการผสมพันธุ์แก่สัตว์ของบุคคลอื่นโดยวิธีธรรมชาติ พ.ศ.2558 โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ ดังต่อไปนี้       1) กรณีมีความประสงค์ค้าสัตว์หรือซากสัตว์ประเภท ช้าง ม้า โค กระบือ แพะ แกะ กวาง สุกร หมูป่า สุนัข แมว นก ไก่ เป็ด ห่าน และขายน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์หรือเอ็มบริโอ ให้ยื่นแบบคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Movement (https://newemove.dld.go.th/req)       2) กรณีค้าสัตว์  ยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตทำการค้า หรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่ง สัตว์ (แบบ ร.2/1) ยกเว้น สุนัข และแมว       3) กรณีค้าซากสัตว์ ยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตทำการค้า หรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่ง ซากสัตว์ (แบบ ร.2/2)       4) กรณีค้าน้ำเชื้อหรือเอ็มบริโอ ยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตทำการขาย จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์เอ็มบริโอของสัตว์ หรือมีพ่อพันธุ์เพื่อให้บริการผสมพันธุ์แก่สัตว์ของบุคคลอื่นโดยวิธีธรรมชาติ (แบบ ร.2/3)    2. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตค้าหรือใบอนุญาตขายเป็นนิติบุคคลและมีสาขาหลายแห่ง ให้ยื่นขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ประสงค์จะประกอบกิจการ โดยคำขอที่ยื่นต้องแยกกันในแต่ละสาขา    3. ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ e-Movement หรือยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณาอนุมัติใบคำขอดังกล่าว    4. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาผ่านทางระบบ e-Movement ไม่ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะตอบกลับผู้ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Movement    5. กรณียื่นคำขอผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ https://newemove.dld.go.th/req หลังเวลาทำการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในวันทำการถัดไป และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ 025013473-5 ต่อ 106, 107, 109 ในวันและเวลาราชการ    6. กรณีมาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    7. กรณีการมอบอำนาจ ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องมีหลักฐานแสดงการมอบอำนาจและมีฐานข้อมูลบุคคลในระบบ e-Movement    8. เจ้าหน้าที่แจ้งผลอนุมัติการพิจารณาผ่านระบบ e-Movement ให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ติดต่อขอรับใบอนุญาต (แบบ ร.10/1) , (แบบ ร.10/2) หรือ (แบบ ร.10/3) ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต พร้อมชำระค่าธรรมเนียมในอัตราที่กำหนดตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2559 ณ สำนักงานปศุสัตว์ที่ระบุตรงกับคำขอ หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาตทำการค้าสัตว์หรือซากสัตว์และให้นายทะเบียนจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    หมายเหตุ :  1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม แต่ไม่เกิน 30 วัน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3049,"94e56e0b-53e8-4b19-8dec-8b59b354af7f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-53f3-4907-9080-303a4b1d51e0",18,100,12,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558    1.ผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะได้ เมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาต มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้  - เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต  - มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  - มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย  - ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  - ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จําคุก ในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทําโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต  - ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  - มีสถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการขายหรือการเก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจํานวนตามที่กําหนดในกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ พ.ศ. 2560    2.ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณาเอกสารหลักฐาน    3.ประเภทการขายอาหารสัตว์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) ประเภทขายส่งและขายปลีก 2) ประเภทขายปลีก โดยสามารถยื่นคำขอได้ ดังนี้  - ผู้ประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี หรือสำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร  - ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นคำขอได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกแห่งที่สถานประกอบการตั้งอยู่    - ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/    4. เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการออกใบอนุญาตได้ 40 ฉบับ / วันทำการ หากมีจำนวนเกินกว่านี้ให้ยกยอดเป็นวันทำการถัดไป       5. กรณีผู้มาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 น. แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    6. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์    7. หลังจากที่ผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตฯ แล้ว ให้ผู้ประกอบการมารับใบอนุญาตฯ และชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยการยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมต้องยื่นก่อนเวลา 15.00 น.        หมายเหตุ  1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-14T14:39:40"],
    [3050,"94e56e0b-5691-4f51-820d-72bf3f994562","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-5785-401e-bca2-212d814b0a3e",18,10000,12,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558  1. ผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตนําเข้า อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะได้ เมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาต มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้  - เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต  - มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  - มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย  - ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  - ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จําคุก ในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทําโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต  - ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  - มีสถานที่นําเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจํานวนตามที่กําหนดในกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ พ.ศ. 2560    2. ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณาเอกสารหลักฐาน    3. การออกใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะสามารถยื่นคำขอได้ ดังนี้  3.1 การขอใบอนุญาต (รายใหม่)    - ผู้ประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี หรือสำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร  - ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นคำขอได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกแห่งที่สถานประกอบการตั้งอยู่    - ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/         3.2 การขอต่ออายุใบอนุญาต  - ผู้ประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี หรือสำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร  - ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นคำขอได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกแห่งที่สถานประกอบการตั้งอยู่    - ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์  4. กรณีผู้มาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 น. แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    5. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์    6. หลังจากที่ผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตฯ แล้ว ให้ผู้ประกอบการมารับใบอนุญาตฯ และชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยการยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมต้องยื่นก่อนเวลา 15.00 น.                หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-14T13:27:39"],
    [3051,"94e56e0b-68df-41e1-9e74-ae21ce2ee5b3","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-5b16-466d-8279-01c3496d1737",18,500,14,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558    1.ผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะได้ เมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาต มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้  - เป็นเจ้าของกิจการที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาต  - มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์  - มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย  - ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  - ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จําคุก ในความผิดที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทําโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบ หรือตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต  - ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  - มีสถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต หรือการเก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และการควบคุมหรือรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะและจํานวนตามที่กําหนดในกําหนดในกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่ขาย หรือสถานที่เก็บอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ พ.ศ. 2560  - มีเครื่องมือหรือเครื่องใช้ในการผลิตอาหารสัตว์เป็นไปตาม ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของเครื่องมือหรือเครื่องใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ และสถานที่เก็บรักษาอาหารสัตว์เพื่อขาย พ.ศ. 2559    2.ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณาเอกสารหลักฐาน    3. การออกใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะสามารถยื่นคำขอได้ ดังนี้    3.1 การขอใบอนุญาต (รายใหม่) ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอมาที่ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี เท่านั้น ทั้งนี้สามารถยื่นเอกสารผ่านสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เพื่อส่งต่อมาที่กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ หรือยื่นผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/ เพื่อดำเนินการพิจารณาออกใบอนุญาตตามขั้นตอนต่อไป        3.2 การขอต่ออายุใบอนุญาต   - ผู้ประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี   - ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นคำขอได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกแห่งที่สถานประกอบการตั้งอยู่    - ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์    4. กรณีผู้มาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 น. แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    5. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์    6. หลังจากที่ผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตฯ แล้ว ให้ผู้ประกอบการมารับใบอนุญาตฯ และชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โดยการยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมต้องยื่นก่อนเวลา 15.00 น.        หมายเหตุ      1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-14T11:49:38"],
    [3052,"94e56e0b-9208-47ba-8741-36e84e43b866","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-764e-4962-81d4-65dd2cf2966e",5,10,7,"การยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ.2563 และประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง การขออนุญาต การออกใบอนุญาต วิธีการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ.2558              1. ยื่นแบบคำขออนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร (แบบ ร.1/1) ผ่านระบบ e-Movement พร้อมส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ถึงด่านท่าเข้าที่จะนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้า รวมถึงแจ้งรายละเอียดของสัตว์ (ชนิดสัตว์ เพศ พันธุ์ วันเกิด อายุ ลักษณะ สี ตำหนิ น้ำหนัก) รายละเอียดของซากสัตว์ (ชนิดซากสัตว์ จำนวน น้ำหนัก) วัน เวลาที่นำเข้า และเที่ยวบิน เที่ยวเรือ หรือเที่ยวขบวนรถไฟ หรือทะเบียนยานพาหนะที่ใช้บรรทุกเข้าในราชอาณาจักร ก่อนที่จะนำสัตว์หรือซากสัตว์นำเข้ามาในราชอาณาจักร ล่วงหน้าก่อนนำเข้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ              2. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบคำขอ และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว และพิจารณาว่าสัตว์หรือซากสัตว์นั้นไม่ได้นำมาจากท้องที่ที่มีการประกาศชะลอหรือประกาศห้ามการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านทางระบบ e-Movement และออกใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (ร.6) พร้อมเงื่อนไขการนำเข้า (Requirement) ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ เพื่อนำส่งต่อให้หน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสุขภาพสัตว์ หรือสุขศาสตร์ซากสัตว์ของประเทศที่จะนำสัตว์หรือซากสัตว์นั้นมา              หน่วยงานรัฐบาลของประเทศต้นทางจะทำการตรวจสอบสุขภาพสัตว์และสุขศาสตร์ซากสัตว์ ให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (ร.6) Requirement และออกหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์หรือสุขศาสตร์ซากสัตว์ (Health Certificate) เป็นภาษาอังกฤษ ให้กับผู้ยื่นคำขอเพื่อนำเอกสารตัวจริงมายื่นให้กับเจ้าหน้าที่ด่านท่าเข้าของประเทศไทย ณ วันที่สัตว์ หรือซากสัตว์เดินทางมาถึงท่าเข้า              3. เมื่อสัตว์หรือซากสัตว์เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (ร.6) และเอกสารหลักฐานประกอบมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าที่ได้มีการขออนุมัตินำเข้าไว้แล้ว              4. กรณียื่นคำขอผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ https://newemove.dld.go.th/req หลังเวลาทำการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในวันทำการถัดไป และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ 025013473 &ndash; 5 ต่อ 106, 107, 109 ในวันและเวลาราชการ              5. กรณีมาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป              6. กรณีการมอบอำนาจ ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องมีหลักฐานแสดงการมอบอำนาจและมีฐานข้อมูลบุคคลในระบบ e-Movement              7. ใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (ร.6) มีอายุ 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ออก และสามารถถูกยกเลิกได้กรณีที่ประเทศต้นทางเกิดโรคระบาด              8. กรณี Health Certificate เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแปลเอกสารเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ โดยผู้แปลลงลายมือชื่อรับรองข้อความที่แปล พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของ  ผู้แปล              9. การขออนุญาตนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ผู้ขออนุญาตนำเข้าต้องจัดให้มีการเชิญเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เดินทางไปตรวจรับรองแหล่งผลิตสัตว์หรือซากสัตว์ดังกล่าว  ณ ประเทศแหล่งกำเนิดสัตว์หรือซากสัตว์นั้น โดยกำหนดให้มีอายุการรับรองแหล่งผลิตสัตว์หรือซากสัตว์นั้น คราวละ 3 ปี              10. สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน กรมปศุสัตว์ได้มอบอำนาจให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ         หมายเหตุ :              1. กรณีคำขอเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าจะทำบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย หรือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบ e-Movement หรือทางระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ยื่นคำขอต้องกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ถูกต้องเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่เกิน 30 วัน ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอ              2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้              3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ              4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3053,"94e56e0b-9520-4a27-b980-6c25afa5ef7d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร ระยะที่ 2 : การออกใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-7b59-4f2d-a79e-3a003eb0f5fc",2,3,8,"การยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ.2563 และประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง การขออนุญาต การออกใบอนุญาต วิธีการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ.2558              1. เมื่อสัตว์หรือซากสัตว์เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ผู้ยื่นคำขอแสดงใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (ร.6) และเอกสารหลักฐานประกอบมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าที่ได้มีการขออนุมัตินำเข้าไว้แล้ว              2. เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานกับตัวสัตว์หรือซากสัตว์แล้ว จะออกใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (ร.7) พร้อมกับออกใบแจ้งยอดชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ในอัตราที่กำหนดตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม และยกเว้นค่าธรรมเนียมเฉพาะกรณีตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2559              3. ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา และทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ซึ่งต้องตรงกับเอกสารประกอบการขออนุญาต หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้                       - สุนัข แมว กระต่าย ให้ทำรอยสักหรือฝังไมโครชิป                       - โค กระบือ แพะ แกะ ให้ทำเบอร์หู                       - สุกรพ่อแม่พันธุ์ ให้ทำเบอร์หู รอยสัก หรือฝังไมโครชิป                       - กวาง ให้ทำเบอร์หู หรือฝังไมโครชิป                       - สัตว์ปีกสวยงาม ให้ทำห่วงขา หรือฝังไมโครชิป                       - ช้าง ม้า ลา ล่อ ลิง ชะนี และสัตว์ชนิดอื่น ให้ฝังไมโครชิป                       - น้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ และเอ็มบริโอ ให้ติดฉลากบนภาชนะบรรจุ              4. การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์ เจ้าของซากสัตว์มีหน้าที่ทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์ ที่ภาชนะหรือสิ่งห่อหุ้มที่บรรจุซากสัตว์ที่นำเข้ามาในราอาณาจักร ภายในระยะเวลาและสถานที่ตามที่สัตวแพทย์ประจำท่าเข้ากำหนด โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์ประจำด่านท่าเข้า หรือสัตวแพทย์ประจำด่านกักกันสัตว์ในท้องที่ ทั้งนี้ ให้เจ้าของซากสัตว์ ได้รับยกเว้นราคาเครื่องหมายประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์                           5. ใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (ร.7) มีอายุ 7 วัน นับจากวันที่ออกใบอนุญาต              6. กรณี Health Certificate เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแปลเอกสารเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ โดยผู้แปลลงลายมือชื่อรับรองข้อความที่แปล พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของ  ผู้แปล              7. การขออนุญาตนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ผู้ขออนุญาตนำเข้าต้องจัดให้มีการเชิญเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เดินทางไปตรวจรับรองแหล่งผลิตสัตว์หรือซากสัตว์ดังกล่าว  ณ ประเทศแหล่งกำเนิดสัตว์หรือซากสัตว์นั้น โดยกำหนดให้มีอายุการรับรองแหล่งผลิตสัตว์หรือซากสัตว์นั้น คราวละ 3 ปี              8. สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน กรมปศุสัตว์ได้มอบอำนาจให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ         หมายเหตุ :              1. กรณีคำขอเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าจะทำบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย หรือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบ e-Movement หรือทางระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ยื่นคำขอต้องกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ถูกต้องเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่เกิน 30 วัน ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอ              2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้              3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ              4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3054,"94e56e0b-9807-4921-9f34-e0216f697ca4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ผ่านราชอาณาจักร ระยะที่ 2 : การออกใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-8f6b-4f92-9019-6ce4d87a1bec",2,5,13,"การยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2563 และประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง การขออนุญาต การออกใบอนุญาต วิธีการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2558    1. เมื่อสัตว์หรือซากสัตว์เดินทางผ่านราชอาณาจักร ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหลักฐานประกอบมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าที่ได้มีการขออนุมัตินำผ่านไว้แล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานกับตัวสัตว์หรือซากสัตว์    2. เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานกับตัวสัตว์หรือซากสัตว์ แล้วจะออกใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ผ่านราชอาณาจักร (ร.8) พร้อมกับออกใบแจ้งยอดชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ในอัตราที่กำหนดตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม และยกเว้นค่าธรรมเนียมเฉพาะกรณีตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2559    3. ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาและทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ซึ่งต้องตรงกับเอกสารประกอบการขออนุญาต หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้            - สุนัข แมว กระต่าย ให้ทำรอยสักหรือฝังไมโครชิป              - โค กระบือ แพะ แกะ ให้ทำเบอร์หู              - สุกรพ่อแม่พันธุ์ ให้ทำเบอร์หู รอยสัก หรือฝังไมโครชิป              - กวาง ให้ทำเบอร์หู หรือฝังไมโครชิป              - สัตว์ปีกสวยงาม ให้ทำห่วงขา หรือฝังไมโครชิป              - ช้าง ม้า ลา ล่อ ลิง ชะนี และสัตว์ชนิดอื่น ให้ฝังไมโครชิป              - น้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ และเอ็มบริโอ ให้ติดฉลากบนภาชนะบรรจุ  4. การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์ เครื่องหมายจะถูกติดตั้งโดยเจ้าหน้าที่และการทำเครื่องหมาย    ประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์ ให้ติดที่ภาชนะบรรจุหรือตู้สินค้า (Container) โดยเครื่องหมายต้องไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ดัดแปลง หรือแปรสถานะให้แตกต่างไปจากเครื่องหมายประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์เดิม กรณี เกิดอุบัติเหตุหรือมีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนภาชนะบรรจุหรือตู้บรรทุกสินค้า (Container) ระหว่างทางการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ ให้ผู้ประกอบการหรือตัวแทนของผู้ประกอบการแจ้งเหตุดังกล่าวต่อสัตวแพทย์ประจำด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าหรือสัตวแพทย์ประจำท้องที่โดยเร็ว เพื่อแก้ไขเหตุดังกล่าว หากไม่ดำเนินการแจ้งตามความข้างต้น ให้ถือว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าได้มีการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์    5. สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน กรมปศุสัตว์ได้มอบอำนาจให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ       หมายเหตุ :  1. กรณีคำขอเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าจะทำบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย หรือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบ e-Movement หรือทางระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ยื่นคำขอต้องกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ถูกต้องเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่เกิน 30 วัน ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอ    2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3055,"94e56e0b-a2c8-4501-a64f-ac9151c8fffd","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-a108-4399-bdb2-9ff82844a16f",33,10,19,"การยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2563 และประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง การขออนุญาต การออกใบอนุญาต วิธีการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2558    1. ยื่นแบบคำขออนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (แบบ ร.1/1) ผ่านระบบ e-Movement พร้อมส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ถึงด่านท่าออกที่จะนำสัตว์หรือซากสัตว์ออก ล่วงหน้าก่อนนำออกไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ    2. กรณีมีความประสงค์ขอรับ Health Certificate สำหรับสัตว์หรือซากสัตว์ที่ไม่ใช้บริโภค ให้ผู้ยื่นคำขอปฏิบัติตามคู่มือการออกหนังสือรับรอง Health Certificate สำหรับสัตว์หรือซากสัตว์ที่ไม่ใช้บริโภค  3. ผู้รับบริการต้องติดต่อแจ้งนัดหมายเจ้าหน้าที่ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าออกเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับสัตว์หรือซากสัตว์  ให้เป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของประเทศปลายทาง แบ่งได้เป็น 3 กรณี ดังนี้        2.1 กรณีซากสัตว์ที่ไม่ใช้บริโภค              เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและควบคุมการทำลายเชื้อโรคโดยปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของประเทศปลายทาง      2.2 กรณีซากสัตว์ที่ใช้บริโภค              เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบ ณ โรงงานผลิตเพื่อการส่งออก      2.3 กรณีสัตว์มีชีวิต              เจ้าหน้าที่จะดำเนินการบันทึกสั่งกักสัตว์ (ถ้ามี) ตรวจสุขภาพสัตว์ ฉีดวัคซีน หรือดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดหรือเงื่อนไขของประเทศปลายทาง    4. การแจ้งผลการพิจารณา ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบสถานะแบบคำขอผ่านระบบ e-Movement    5. กรณียื่นคำขอผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ https://newemove.dld.go.th/req หลังเวลาทำการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในวันทำการถัดไป และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ 025013473-5 ต่อ 106, 107, 109 ในวันและเวลาราชการ    6. กรณีมาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป  7. กรณีการมอบอำนาจ ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องมีหลักฐานแสดงการมอบอำนาจและมีฐานข้อมูลบุคคลในระบบ e-Movement    8. สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน กรมปศุสัตว์ได้มอบอำนาจให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ         หมายเหตุ              1. กรณีคำขอเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าจะทำบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย หรือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบ e-Movement หรือทางระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ยื่นคำขอต้องกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ถูกต้องเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่เกิน 30 วัน ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอ              2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้              3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ              4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-13T15:26:45"],
    [3056,"94e56e0b-a564-47fb-8f66-bfc9966f3796","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ผ่านราชอาณาจักร ระยะที่ 1 : ขั้นตอนออกใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ผ่านราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-a4b7-44f0-8433-760cfb35fc78",5,10,12,"การยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2563 และประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง การขออนุญาต การออกใบอนุญาต วิธีการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2558    1. ยื่นแบบคำขออนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร (แบบ ร.1/1) ผ่านระบบ e-Movement พร้อมส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ถึงด่านท่าเข้าที่จะนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้า รวมถึงแจ้งรายละเอียดของสัตว์ (ชนิดสัตว์ เพศ พันธุ์ วันเกิด อายุ ลักษณะ สี ตำหนิ น้ำหนัก) รายละเอียดของซากสัตว์ (ชนิดซากสัตว์ จำนวน น้ำหนัก) วัน เวลาที่นำเข้า และเที่ยวบิน เที่ยวเรือ หรือเที่ยวขบวนรถไฟ หรือทะเบียนยานพาหนะที่ใช้บรรทุกเข้าในราชอาณาจักร ก่อนที่จะนำสัตว์หรือซากสัตว์นำเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ    2. เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบคำขอ และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว และพิจารณาว่าสัตว์หรือซากสัตว์นั้นไม่ได้นำมาจากท้องที่ที่มีการประกาศชะลอหรือประกาศห้ามการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาผ่านทางระบบ e-Movement และออกใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ผ่านราชอาณาจักร (ร.6) กรณีมีความประสงค์ขอรับ Transit Permit สามารถติดต่อรับได้ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าที่ได้ยื่นเรื่องไว้ เพื่อใช้แจ้งไปยังประเทศต้นทางให้ทราบถึงเงื่อนไขในการนำผ่านของประเทศไทย    3. เมื่อสัตว์หรือซากสัตว์เดินทางผ่านราชอาณาจักร ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหลักฐานประกอบมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าที่ได้มีการขออนุมัตินำผ่านไว้แล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานกับตัวสัตว์หรือซากสัตว์    4. กรณียื่นคำขอผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ https://newemove.dld.go.th/req หลังเวลาทำการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในวันทำการถัดไป และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ 025013473 &ndash; 5 ต่อ 106, 107, 109 ในวันและเวลาราชการ    5. กรณีมาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    6. กรณีการมอบอำนาจ ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องมีหลักฐานแสดงการมอบอำนาจและมีฐานข้อมูลบุคคลในระบบ e-Movement    7. ใบแจ้งอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ผ่านราชอาณาจักร (ร.6) มีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่ออก และสามารถถูกยกเลิกได้ กรณีที่ประเทศต้นทางเกิดโรคระบาด    8. สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน กรมปศุสัตว์ได้มอบอำนาจให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ                 หมายเหตุ :    1. กรณีคำขอเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าจะทำบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย หรือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบ e-Movement หรือทางระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ยื่นคำขอต้องกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ถูกต้องเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่เกิน 30 วัน ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอ    2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3057,"94e56e0b-b2fa-4728-b75e-0cb74b63eaf3","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอยกเลิกกิจการสถานพยาบาลสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d17-b7b9-4f02-830f-5729e7d44263",6,0,5,"ผู้ประสงค์จะเลิกกิจการสถานพยาบาลสัตว์ต้องแจ้งเป็นหนังสือ และจัดทำรายงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับสัตว์ป่วยส่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ. 2533 มาตรา 22 พร้อมกับจัดส่งรายงานสถิติสัตว์ป่วยประจำปีของสถานพยาบาลสัตว์ดังกล่าว    หมายเหตุ :    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3058,"94e56e0b-3a5f-4f69-ab17-0e64d4e6387c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขึ้นทะเบียนสถานสงเคราะห์สัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-3304-41e6-8260-23139d894d51",15,0,10,"ผู้ประสงค์จะขอหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสถานสงเคราะห์สัตว์ ต้องปฏิบัติตามประกาศ กรมปศุสัตว์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ และสถานสงเคราะห์สัตว์ ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557       1.ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนสถานสงเคราะห์สัตว์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    (ก) บุคคลธรรมดา   (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์   (2) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย   (3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย   (4) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ   (5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีทารุณกรรมสัตว์ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ   (6) ดำเนินกิจกรรมในลักษณะที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองหรือแสวงหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน  (ข) นิติบุคคล   (1) มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย   (2) มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย   (3) กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย   (4) กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ   (5) กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีทารุณกรรมสัตว์ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ   (6) ดำเนินกิจกรรมในลักษณะที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองหรือแสวงหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน    2. หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสถานสงเคราะห์สัตว์ มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง         3. แจ้งผลการพิจารณาอนุมัติทางโทรศัพท์ และส่งเป็นหนังสือราชการทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรสาร (Fax) หรือไปรษณีย์           เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ  2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3059,"94e56e0b-3cf3-4df4-999c-d1dfb03d07c9","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขึ้นทะเบียนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-3629-4ae1-958f-3e7085f8833f",15,0,13,"ผู้ประสงค์ยื่นขอหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ และสถานสงเคราะห์สัตว์ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557    1. คณะบุคคลหรือนิติบุคคลใด ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้     (ก) คณะบุคคล    (1)  ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 10 คน และมีสมาชิกที่มีสัญชาติไทย อย่างน้อย 3 คน    (2)  สมาชิกต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    (3)  สมาชิกต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย    (4)  มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย    (5)  สมาชิกต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    (6)  สมาชิกต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    (7)  สมาชิกต้องไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีทารุณกรรมสัตว์ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    (8)  มีวัตถุประสงค์หรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์    (9)  ไม่มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองหรือแสวงหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน         (ข) นิติบุคคล    (1)  มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย    (2)  มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย    (3)  กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    (4)  กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    (5)  กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีทารุณกรรมสัตว์ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ    (6)  มีวัตถุประสงค์หรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์    (7)  ไม่มีวัตถุประสงค์ในทางการเมืองหรือแสวงหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน        2. หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสถานสงเคราะห์สัตว์ มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง         3. แจ้งผลการพิจารณาอนุมัติทางโทรศัพท์ และส่งเป็นหนังสือราชการทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรสาร (Fax) หรือไปรษณีย์        เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3060,"94e56e0b-41cb-4420-82d9-26aa2a7cb5e8","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอหนังสือรับรอง Health Certificate สำหรับสัตว์มีชีวิตหรือซากสัตว์ที่ไม่ใช้เพื่อการบริโภค","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-3c13-4bc0-a1cf-fcedf2eb58b4",3,0,14,"1. ผู้รับบริการต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ.2544 โดยต้องยื่นแบบคำขอหนังสือรับรอง Health Certificate สำหรับสัตว์มีชีวิตหรือซากสัตว์ที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ    2. กรณียื่นคำขอผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ https://newemove.dld.go.th/req หลังเวลาทำการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในวันทำการถัดไป และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ 025013473-5 ต่อ 106, 107, 109 ในวันและเวลาราชการ    3. กรณีมาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    4. กรณีการมอบอำนาจ ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องมีหลักฐานแสดงการมอบอำนาจและมีฐานข้อมูลบุคคลในระบบ e-Movement    5. การแจ้งผลการพิจารณา ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบสถานะแบบคำขอผ่านระบบ e-Movement    6. ภายหลังจากทราบผลการพิจารณาให้ติดต่อขอรับหนังสือรับรอง Health Certificate ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าท่าออกที่ระบุตรงกับคำขอ      หมายเหตุ :  1. กรณีเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3061,"94e56e0b-47fb-46ff-ba2c-2b9e05040103","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอหนังสือแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (น.ส.4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-449e-42a5-8c1a-17b50325c796",7,0,14,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอหนังสือแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558    1. ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอหนังสือแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (น.ส.4) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ฝ่ายควบคุมการนำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และสามารถยื่นผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/    2. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มารับบริการทราบผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ต่อไป      เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-15T09:43:38"],
    [3062,"94e56e0b-4a6e-4ca4-8ff8-00d13f0cf4fb","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอหนังสือรับรองการขายภายในประเทศ (Certificate of free sale) สำหรับอาหารสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-4775-4b7f-bdd0-5e7f173604fd",3,200,6,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอหนังสือรับรองการขายภายในประเทศ (Certificate of free sale) ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558    1. ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอหนังสือรับรองการขายภายในประเทศ (Certificate of free sale) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ฝ่ายควบคุมการนำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ โดยการยื่นด้วยตนเอง และสามารถยื่นผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/ โดยยื่นล่วงหน้าก่อนวันส่งออกไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ    2. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มารับบริการทราบผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ต่อไป           เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-14T10:13:02"],
    [3063,"94e56e0b-4cc7-496e-b63b-11b0c09a1fca","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอหนังสือรับรองสุขภาพ (Certificate of Health) ของอาหารสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-4a6f-4d33-8648-cb7c49b4a766",3,200,12,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอหนังสือรับรองสุขภาพ (Certificate of Health) ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558    1. ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอหนังสือรับรองสุขภาพ (Certificate of Health) ของอาหารสัตว์ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ฝ่ายควบคุมการนำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ โดยการยื่นด้วยตนเอง และสามารถยื่นผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/ โดยยื่นล่วงหน้าก่อนวันส่งออกไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ    2. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือแจ้งการนำเข้าอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มารับบริการทราบผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ต่อไป      เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-15T10:28:46"],
    [3064,"94e56e0b-4f10-44ca-be3b-d4db9cb1d831","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอแก้ไขรายการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d17-4d75-4ce0-8566-15816281bc91",30,200,16,"ผู้รับใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ อาหารเสริมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีความประสงค์จะแก้ไขรายการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะผลิตหรือนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ต้องยื่นคำขอแก้ไขรายการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอพร้อมแนบเหลักฐานต่างๆซึ่งมีรายละเอียดที่ถูกต้องครบถ้วน         1. รับคำขอขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์แต่ละประเภท จำนวน 25 คำขอต่อ 1 วันทำการ หากเกินกว่านี้ให้ยกยอดไปวันทำการถัดไป    2. กรณีผู้มาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 น. แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    3. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http ://eservice.afvc.dld.go.th  4.กรณียื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียม ที่หน่วยงานที่ออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ต้องยื่นก่อนเวลา 15.00น.           หมายเหตุ  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-14T15:30:40"],
    [3065,"94e56e0b-514f-4115-8dee-dfd19fd115ce","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-5090-4f5a-9600-1b7915e1a3ba",30,1000,16,"ผู้รับใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ที่มีความประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะประเภทวัตถุดิบ วัตถุที่ผสมแล้ว ผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์ อาหารเสริมสำหรับสัตว์ และอาหารสัตว์เลี้ยง ต้องนำอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นมาขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะนั้นได้ ในการยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆซึ่งมีรายละเอียดที่ถูกต้องครบถ้วน         1. รับคำขอขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์แต่ละประเภท จำนวน 20 คำขอต่อ 1 วันทำการ หากเกินกว่านี้ให้ยกยอดไปวันทำการถัดไป    2. กรณีผู้มาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 น. แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันถัดไป    3. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http ://eservice.afvc.dld.go.th  4.กรณียื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียม ที่หน่วยงานที่ออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ต้องยื่นก่อนเวลา 15.00น.        เงื่อนไข    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-14T15:06:02"],
    [3066,"94e56e0b-75ab-4dd6-bddb-dfa70a645125","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d17-5e4d-4bd7-9a7e-bb80caedf365",136,0,4,"ผู้ใดประสงค์ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ตามแบบ วอ./กษ/กปศ.13 และจัดเอกสารประกอบการออกใบแจ้งเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดตามที่กำหนดในกฎหมายหรือตามที่กำหนดในระเบียบของหน่วยงาน แล้วมายื่นเอกสารที่กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ผู้ยื่นต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในการยื่นคำขอใบแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย       1. แจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/       หมายเหตุ  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-16T10:31:32"],
    [3067,"94e56e0b-7d4d-4b95-b510-d2d96fc4d41c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d17-61cb-48c7-87dd-a07787711a09",15,0,7,"ผู้ใดประสงค์จะดำเนินการผลิต หรือนำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ให้แจ้งดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ตามแบบ วอ./กปศ./บจ.1 กรณีขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ให้ยื่นคำขอตามแบบ วอ./กปศ./บจ.3 และขอต่ออายุใบแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ให้ยื่นคำขอตามแบบ วอ./กปศ./บจ.4 และจัดเอกสารประกอบการออกใบแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2ตามที่กำหนดในกฎหมายหรือตามที่กำหนดในระเบียบของหน่วยงาน แล้วมายื่นเอกสารที่กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ผู้ยื่นต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในการยื่นคำขอใบแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่กรมปศุสัตว์รับผิดชอบ    1. วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หมายถึง              1.1 ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ ที่ใช้ประโยชน์ในการฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาด หรือการแก้ไขการอุดตันของท่อ หรือทางระบายสิ่งปฏิกูล              1.2 สารสำคัญ จุลชีพ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสาระสำคัญ หรือจุลชีพที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในการป้องกัน กำจัด ทำลาย ควบคุมแมลง หรือสัตว์ที่เป็นศัตรูของสัตว์ (ยกเว้นปรสิตภายในตัวสัตว์)              1.3 สารสกัดจากพืช เช่น สะเดา ข่า ตะไคร้หอม เพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกัน กำจัดแมลง หรือสัตว์ที่เป็นศัตรูของสัตว์       2. วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด       3. แจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์http://eservice.afvc.dld.go.th/    เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ  2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-15T14:27:19"],
    [3068,"94e56e0b-84e1-4652-b5df-d1da0298816f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบรับแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d17-653c-4e79-8f13-ada92e8cc5bd",15,0,6,"ผู้ใดประสงค์จะดำเนินการผลิต หรือนำเข้า ซึ่งวัตถุอันตรายในแต่ละผลิตภัณฑ์ต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 นั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามแบบ วอ./กษ./กปศ.8-1 และจัดเอกสารประกอบการออกใบแจ้งเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิด 1 ตามที่กำหนดในกฎหมายหรือตามที่กำหนดในระเบียบของหน่วยงาน แล้วมายื่นเอกสารที่กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ผู้ยื่นต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในการยื่นคำขอใบรับแจ้งเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ที่กรมปศุสัตว์รับผิดชอบ    1. วัตถุอันตราย ชนิดที่ 1 หมายถึง                1.1 สารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ ยกเว้นสารโนนิลฟีนอลเอทอกซีเลต (nonionic surfactants ยกเว้น nonylphenol ethoxylate)                1.2 สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุลบ (anionic surfactants)    2. วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ได้แก่ วัตถุอันตรายที่การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดด้วย       3. แจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/    หมายเหตุ    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-15T14:18:57"],
    [3069,"94e56e0b-8791-4ca7-93d2-c5fcce49cadb","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d17-685d-4365-957f-2a6c26a9e7a0",136,2000,15,"ผู้ใดประสงค์จะดำเนินการผลิต หรือนำเข้า ซึ่งวัตถุอันตราย ให้ยื่นคำขอตามแบบ วอ./กษ/กปศ.1 ผู้ขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายยื่นคำขอผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตราย ตามแบบวอ./กษ/กปศ.9 หรือ วอ./กษ/กปศ.10 กรณีขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ตามแบบ วอ./กษ/กปศ.11 คำขอการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ตามแบบวอ./กษ/กปศ.14 และจัดเอกสารประกอบการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามที่กำหนดในกฎหมายหรือตามที่กำหนดในระเบียบของหน่วยงาน แล้วมายื่นเอกสารที่กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ผู้ยื่นต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในการยื่นคำขอใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย    1. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/          หมายเหตุ    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-16T09:26:26"],
    [3070,"94e56e0b-8a28-4c55-aa3c-57e2c91d1411","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครอง วัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-6bbd-4e4d-aac4-8b615012a0c4",15,3000,18,"ผู้ประสงค์ขอใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ให้ยื่นขออนุญาตต่อกรมปศุสัตว์ ตามแบบ วอ.1, วอ.3, วอ. 5, วอ. 7 สำหรับการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครอง ตามลำดับ สำหรับกรณีการต่ออายุใบอนุญาตต่าง ๆ ใช้แบบฟอร์ม วอ. 9 และจัดเอกสารประกอบการการขอใบอนุญาตวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ตามที่กำหนดในกฎหมายหรือตามที่กำหนดในระเบียบของหน่วยงาน แล้วมายื่นเอกสารที่กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ผู้ยื่นต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีอำนาจหรือผู้ได้รับมอบอำนาจในการยื่นคำขอใบอนุญาต    1. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/      หมายเหตุ    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-15T14:46:07"],
    [3071,"94e56e0b-8cb9-403e-b2ee-c42ce9577429","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GHPs) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-6f35-4770-813c-7f6640a783bc",48,250,7,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558    หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) แล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มารับบริการทราบผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/ ต่อไป      เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ  2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-15T11:24:16"],
    [3072,"94e56e0b-8f2d-4e70-a6f5-38f503855e78","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบรับรองระบบการจัดการด้านการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-728f-4cb1-a972-c753611592c5",48,250,7,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอใบรับรองระบบการจัดการด้านการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.อาหารสัตว์ พ.ศ.2558    หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) แล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มารับบริการทราบผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/ ต่อไป      เงื่อนไข    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ  2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-15T10:44:23"],
    [3073,"94e56e0b-9ad3-43bc-bee5-a86d9b49ad1f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (ร.9) ระยะที่ 2 : การออกใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-951f-4bdf-b489-d98b7ab191e3",2,2,19,"การยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนำเข้า นำออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2563 และประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง การขออนุญาต การออกใบอนุญาต วิธีการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ พ.ศ. 2558    1. เมื่อสัตว์หรือซากสัตว์พร้อมที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักร ให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหลักฐานประกอบมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าออกที่ได้มีการขออนุมัตินำออกไว้แล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานกับตัวสัตว์หรือซากสัตว์    2. ภายหลังจากทราบผลการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (ร.9) พร้อมกับแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ในอัตราที่กำหนดตามกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2559    3. ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาและทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ซึ่งต้องตรงกับเอกสารประกอบการขออนุญาต หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้              - สุนัข แมว กระต่าย ให้ทำรอยสักหรือฝังไมโครชิป              - โค กระบือ แพะ แกะ ให้ทำเบอร์หู              - สุกรพ่อแม่พันธุ์ ให้ทำเบอร์หู รอยสัก หรือฝังไมโครชิป              - กวาง ให้ทำเบอร์หู หรือฝังไมโครชิป              - สัตว์ปีกสวยงาม ให้ทำห่วงขา หรือฝังไมโครชิป              - ช้าง ม้า ลา ล่อ ลิง ชะนี และสัตว์ชนิดอื่น ให้ฝังไมโครชิป              - น้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ และเอ็มบริโอ ให้ติดฉลากบนภาชนะบรรจุ    4. ใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (ร.9) มีอายุ 9 วัน นับจากวันที่ออกใบอนุญาต    5. สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน กรมปศุสัตว์ได้มอบอำนาจให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ         หมายเหตุ              1. กรณีคำขอเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าจะทำบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย หรือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านทางระบบ e-Movement หรือทางระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ยื่นคำขอต้องกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ถูกต้องเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่เกิน 30 วัน ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอ              2. กรณีคณะกรรมการ/ผู้พิจารณามีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้              3. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอำนาจในการลงนามรับทราบข้อแก้ไขในการยื่นคำขอ              4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3074,"94e56e0b-9d45-4340-a8dd-ea87ff5161cb","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอต่ออายุใบรับรองระบบการจัดการด้านการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-9a1e-4030-8906-2d44b1d7e197",48,0,8,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะต่ออายุใบรับรองระบบการจัดการด้านการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558    1. ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรองระบบการจัดการด้านการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ให้ยื่นคำขอก่อนใบรับรองเดิมสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30วัน    2. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) แล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มารับบริการทราบผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/ ต่อไป           เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ  2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3075,"94e56e0b-9ffb-4395-bad3-c7b0a00366a4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอต่ออายุใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GHPs) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-9d76-44e7-a45c-7272ae9b0e45",48,0,8,"ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558         1. ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ให้ยื่นคำขอก่อนใบรับรองเดิมสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30วัน    2. หลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบรับรองระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) แล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มารับบริการทราบผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ http://eservice.afvc.dld.go.th/ ต่อไป             เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ  2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-14T10:01:14"],
    [3076,"94e56e0b-a87c-4aae-be28-c8dc18c0c790","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-a989-4571-844e-6f8a431979a8",45,800,7,"การขออนุญาตและการอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่2) พ.ศ.2557มาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 11       1. ผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาต     - เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์     - ไม่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์เป็นจำนวนสองแห่งอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ประเภทที่มีที่พักสัตว์ป่วยไว้ค้างคืนอยู่แล้วหนึ่งแห่ง จะอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ประเภทที่มีที่พักสัตว์ป่วยไว้ค้างคืนอีกไม่ได้ เว้นแต่จะอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ประเภทที่ไม่มีที่พักสัตว์ป่วยไว้ค้างคืน และ     - เป็นผู้ที่สามารถควบคุมดูแลกิจการของสถานพยาบาลสัตว์นั้นได้โดยใกล้ชิด    2. ใบอนุญาตให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต  3. แจ้งผลการพิจารณาอนุมัติทางโทรศัพท์ และส่งเป็นหนังสือราชการทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรสาร (Fax) หรือไปรษณีย์    4. กรณีที่ต้องมีการเสียค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่จะปิดรับค่าธรรมเนียม เวลา 15.00 น.    5. กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาตให้ถือว่าผู้ขออนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้ดำเนินการ และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ      หมายเหตุ :    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3077,"94e56e0b-ab17-476f-90c4-5a03d5154d37","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ตั้งและดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-aced-4f45-9ba0-772f11b48b1a",45,800,16,"ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่2) พ.ศ.2557 มาตรา13    1.ใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ และใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต       2. การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอภายใน 60 วัน ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตพร้อมกับการยื่นคำขอแล้ว ให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น       หมายเหตุ :    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3078,"94e56e0b-adf2-4e71-b2e4-21f998f30b4e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-b0d1-4b44-9f2a-5157b255c5f1",45,2000,17,"การขออนุญาตและการอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 8/2    1. การขอใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ ให้ดำเนินการพร้อมกับการขอใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์  2. ผู้ขออนุญาตจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้        - มีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบปีบริบูรณ์        - มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย        - ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่พ้นโทษมาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าปี หรือเป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ        - ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ       - ไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด       - ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย       3. ใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต  4. แจ้งผลการพิจารณาอนุมัติทางโทรศัพท์ และส่งเป็นหนังสือราชการทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรสาร (Fax) หรือไปรษณีย์    5. กรณีที่ต้องมีการเสียค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่จะปิดรับค่าธรรมเนียม เวลา 15.00 น.    6. กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาตให้ถือว่าผู้ขออนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับอนุญาต และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ      หมายเหตุ :    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3079,"94e56e0b-b094-437b-a83a-81cd3fc7c560","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอหนังสืออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d17-b4ad-4999-b247-5418409757c1",39,0,12,"การขออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ ให้เสนอแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ. 2558 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่2) พ.ศ.2557 มาตรา 8/1  1.ผู้ขออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ประเภทที่ไม่มีที่พักสัตว์ป่วยไว้ค้างคืนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ    2.ผู้ขออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ประเภทที่มีที่พักสัตว์ป่วยไว้ค้างคืนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ    3.ผู้ขออนุมัติต้องรายงานความก้าวหน้าของสถานพยาบาลสัตว์ทุก ๆ 3เดือนตามแบบรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์    4.กรณีที่ผู้ขออนุมัติไม่สามารถดำเนินการตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติให้แล้วเสร็จได้ ให้ยกเลิกหนังสืออนุมัติแผนงานดังกล่าว หากผู้ขออนุมัติยังมีความประสงค์จะจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ต่อไปอีก ให้ผู้ขออนุมัติยื่นแบบคำขออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ใหม่ และกรณีที่ผู้ขออนุมัติขอขยายระยะเวลาการดำเนินงาน ให้ผู้ขออนุมัติยื่นคำขอขยายกำหนดวันสิ้นสุดการอนุมัติแผนงานดังกล่าว ก่อนวันสิ้นสุดกำหนดไม่น้อยกว่า 15 วัน และขยายระยะเวลากำหนดสิ้นสุดไปได้อีกไม่เกิน 2 คราว คราวละไม่เกิน 30 วัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเวลากำหนดที่ระบุไว้ในแต่ละประเภทสถานพยาบาลสัตว์    5.แจ้งผลการพิจารณาอนุมัติทางโทรศัพท์ และส่งเป็นหนังสือราชการทาง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือโทรสาร (Fax) หรือไปรษณีย์    หมายเหตุ :    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:06"],
    [3080,"95ffd388-b4ba-4b22-a0da-33961385ee07","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่โรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd332-db7c-47c6-9071-0a497ca2ce19",4,0,1,"เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:21"],
    [3081,"95ffd388-a438-41d7-bb6d-97f72b0429a7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์ ระยะที่ 1 การพิจารณาแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd332-ce14-466d-a795-6df2e3496f4b",60,0,19,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ประสงค์จะตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2555 (หมวด 2)    1. ผู้ประสงค์จะตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ต้องทำการปรึกษาแบบแปลนโรงฆ่าสัตว์กับปศุสัตว์จังหวัด และขออนุญาตก่อสร้างอาคารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการร้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (อภ.2) ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์จะต้องจัดให้มีเอกสารดังกล่าวด้วย โดยดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนยื่นแบบขอรับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ (ฆจส.1) ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบแบบแปลนและเอกสารให้มีความถูกต้องก่อนรับคำขอฯ เข้าพิจารณาการอนุญาตจะดำเนินการเมื่อเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2555       2. ผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ (ฆจส.1) ได้ ณ ท้องที่ที่ตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์นั้นตั้งอยู่ดังต่อไปนี้  - เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นที่สำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร?    - เขตต่างจังหวัด ยื่นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่                เงื่อนไข :    1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:21"],
    [3082,"95ffd388-a917-45f9-a55f-08313c2f7d50","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์ ระยะที่ 2 การออกใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd332-d150-4da4-9e35-9699a18fd90e",46,200,19,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ประสงค์จะตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2555 (หมวด 2)    1. ผู้ประสงค์จะตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ต้องทำการปรึกษาแบบแปลนโรงฆ่าสัตว์กับปศุสัตว์จังหวัด และขออนุญาตก่อสร้างอาคารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการร้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (อภ.2) ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์จะต้องจัดให้มีเอกสารดังกล่าวด้วย โดยดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนยื่นแบบขอรับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ (ฆจส.1) ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบแบบแปลนและเอกสารให้มีความถูกต้องก่อนรับคำขอฯเข้าพิจารณาการอนุญาตจะดำเนินการเมื่อเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2555       2. ผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ (ฆจส.1) ได้ ณ ท้องที่ที่ตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์นั้นตั้งอยู่ดังต่อไปนี้  - เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่นที่สำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร?    - เขตต่างจังหวัด ยื่นที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่                เงื่อนไข :    1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือฉบับนี้เป็นการดำเนินการภายหลังจากผู้ยื่นคำขอได้รับความเห็นชอบแผนงานการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ และดำเนินการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์แล้วเสร็จเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2555","2022-04-06T22:46:21"],
    [3083,"95ffd388-b2dc-4d88-ab94-07f6b6c5d848","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การแจ้งการฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออก","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd332-d94f-4155-810b-049eb5e5bd4a",1,12,2,"1. ผู้ประสงค์จะทำการฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออกยื่นแบบแจ้งและตอบรับการแจ้งการฆ่าสัตว์พร้อมแจ้งรายละเอียดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ณ โรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออกนั้น ทั้งนี้ วันและเวลาสิ้นสุดการฆ่าสัตว์ต้องไม่เกินสามสิบหกชั่วโมงนับจากวันและเวลาที่เริ่มการฆ่าสัตว์  2. การแจ้งการฆ่าสัตว์ ผู้ประสงค์จะทำการฆ่าสัตว์สามารถแจ้งล่วงหน้า ได้ไม่เกินเจ็ดวันก่อนทำการฆ่าสัตว์    3. เมื่อได้แจ้งการฆ่าสัตว์เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ประสงค์จะทำการฆ่าสัตว์ชำระค่าอากรการฆ่าสัตว์ต่อพนักงานท้องถิ่น  4. ผู้ประสงค์จะทำการฆ่าสัตว์นำสัตว์เข้าโรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออก    เงื่อนไข  1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ  2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:21"],
    [3084,"967fe226-745c-4f90-8b8c-c7827b377b0f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมปศุสัตว์","การขอใบอนุญาตนำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร (ร.3 /ร.4 /ร.5)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-3922-446d-9b9f-fbb15c5aacf9",36,10,32,"ผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ข้อกำหนด และมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด \n1. กรณียื่นคำขอผ่านระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) สามารถแนบไฟล์เอกสารหลักฐานเข้าสู่ระบบ e-Movement หรือส่งเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน \n2. กรณียื่นคำขอผ่านระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) หลังเวลาทำการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในวันทำการถัดไป และหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ด่านกักกันสัตว์ที่ยื่นคำขอ \n3. กรณีมาติดต่อหลัง 16.00 น. สามารถยื่นเอกสารได้ถึง 16.30 น. แต่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในวันทำการถัดไป\n4. กรณีการมอบอำนาจ ผู้ยื่นคำขอซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจ ต้องมีหลักฐานแสดงการมอบอำนาจและมีฐานข้อมูลบุคคลในระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement)\n5. แจ้งผลการพิจารณาผ่านระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) \n\nเงื่อนไข :\n1. กรณีคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) และผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขภายใน 7 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอ ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการประสงค์จะขอขยายเวลาแก้ไขใบคำขอหรือเอกสารแนบ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ท่าเข้าทราบเป็นหนังสือหรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) โดยสามารถขยายเวลาแก้ไขเอกสารได้สูงสุดไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่แจ้งขยายเวลา หากเกินระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอและยกเลิกใบคำขอดังกล่าว\n2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในเอกสารหลักฐานที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n3. ในกรณีที่ผู้มีอำนาจลงนามไม่ออกใบอนุญาต ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผ่านระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail)\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-09-09T09:26:19"],
    [3085,"94e56e0b-bb2c-4e3d-aad5-1c0eb4ea27ca","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมพัฒนาที่ดิน","การให้บริการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ของกรมพัฒนาที่ดิน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d17-c239-4a85-bb25-c6c12bf34688",3,400,8,"- ประชาชนหรือเอกชนที่มีความประสงค์จะขอรับบริการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ที่กรมพัฒนาที่ดินผลิต หรือจัดหามาเพื่อบริการ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน โดยต้องระบุวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ ขอบเขตพื้นที่ หรือเอกสารหลักฐานแสดงสิทธิการครอบครองที่ดิน ที่ต้องการจะขอรับบริการจากกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ    - กรมพัฒนาที่ดินจะให้บริการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่แก่เอกชน ตามรายการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราค่าใช้จ่ายในการบริการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่เป็นการเฉพาะราย ท้ายกฎกระทรวงฯ http://www.lddservice.org/services/PDF/saleprice.pdf เว้นแต่เป็นบริเวณพื้นที่ที่กรมแผนที่ทหารระบุว่า มีผลกระทบต่อความมั่นคงหรือเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศ จะไม่ให้บริการแก่เอกชน    - แผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ที่ให้บริการ กรมพัฒนาที่ดินสงวนไว้มิให้ผู้ขอรับบริการทำการเปลี่ยนแปลง ทำซ้ำ จำหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่แก่บุคคลที่สามโดยเด็ดขาด    - อัตราค่าใช้จ่ายในการบริการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่เป็นไปตามบัญชี ท้ายกฎกระทรวง โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข และอัตราค่าใช้จ่ายในการบริการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่เป็นการเฉพาะราย พ.ศ.2555 http://www.lddservice.org/services/PDF/saleprice_regulation.pdf    - ภายหลังจากผู้มีอำนาจลงนามอนุมัติให้บริการแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่แล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้  ผู้ยื่นคำขอมาชำระเงินค่าธรรมเนียมและมาติดต่อขอรับแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเมื่อผู้ยื่นคำขอชำระเงินค่าธรรมเนียมพร้อมรับเอกสารหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมแล้ว ให้นำเอกสารดังกล่าวมาติดต่อขอรับแผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่และทำข้อตกลงเงื่อนไขการใช้แผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ของกรมพัฒนาที่ดิน    - กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ครบถ้วนและถูกต้องได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องของคำขอหรือรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอหรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ปรากฏในบันทึกที่จัดทำไว้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะส่งคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบโดยผู้ยื่นคำขอจะอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้    - กรณีผู้ยื่นคำขอไม่มาชำระเงินค่าธรรมเนียมหรือไม่นำเอกสารหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมหรือไม่ทำข้อตกลงการใช้แผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ของกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะส่งคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ โดยผู้ยื่นคำขอจะอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ และถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-14T12:14:26"],
    [3086,"94e56e0b-b59c-4aa5-b143-16b1121ad3b9","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมพัฒนาที่ดิน","การให้บริการกล้าหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ (ภายใต้กระบวนงานระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d17-bb50-4139-bd0f-23b015e7bda9",3,0,2,"1. การให้บริการกล้าหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เปิดให้บริการในช่วงฤดูฝนเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน  ซึ่งจะประกาศช่วงระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ โดยปิดประกาศ ณ สถานที่ให้บริการ    2. เกษตรกร ประชาชนทั่วไป หน่วยงานราชการ หรือองค์กรต่างๆ ที่มีความประสงค์ขอรับกล้าหญ้าแฝกเพื่อนำไปปลูกขยายพันธุ์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ หรือเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรหมอดินอาสา ยื่นคำขอรับกล้าหญ้าแฝกได้ที่ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 &ndash; 12  สถานีพัฒนาที่ดิน 77 จังหวัด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการหลวงภาคเหนือ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการจัดการพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หนองพลับ &ndash; กลัดหลวง และ ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ    3. ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 &ndash; 12 ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดิน 77 แห่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการหลวงภาคเหนือ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการจัดการพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หนองพลับ &ndash; กลัดหลวง และ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  มีอำนาจอนุมัติให้แจกจ่ายกล้าหญ้าแฝกได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และตามปริมาณที่ได้รับการจัดสรรของหน่วยงานในแต่ละพื้นที่    4. ภายหลังจากผู้มีอำนาจลงนามอนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งวัน เวลา และสถานที่ ให้ผู้ยื่นคำขอมารับกล้าหญ้าแฝกต่อไป    5. ผู้ยื่นคำขอต้องมารับกล้าหญ้าแฝกตามจำนวนที่ได้รับการแจกจ่าย ณ จุดแจกจ่ายกล้าฯ หรือจุดนัดหมาย และผู้ยื่นคำขอต้องขนส่งเพื่อนำไปปลูกขยายพันธุ์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ หรือเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรหมอดินอาสาด้วยตนเอง","2023-05-29T15:14:34"],
    [3087,"94e56e0b-b84f-4361-b1d4-cd3bc5cf27e3","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมพัฒนาที่ดิน","การวิเคราะห์ดินสำหรับเกษตรกร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d17-beb3-4a0b-8fbe-5948d6d77081",60,0,2,"1. การวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างดิน หมายความว่า การนำวิชาการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกับการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานการตรวจวิเคราะห์ดินที่ปรากฏเป็นตัวเลขและรายละเอียดข้อมูลของดิน ที่สามารถจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์    2. ผู้ใดประสงค์จะให้กรมพัฒนาที่ดินวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างดินเป็นการให้บริการเกษตรกรทั่วไปให้ยื่นคำขอตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ณ กรมพัฒนาที่ดิน กลุ่มมาตรฐานและพัฒนาระบบการวิเคราะห์ดินกลุ่มวิทยบริการ สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต หรือสถานีพัฒนาที่ดินท้องที่ ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอตามที่คณะกรรมการกำหนด รวมทั้งตัวอย่างดินที่จะให้ทำการวิเคราะห์ตรวจสอบด้วย    3.เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    3.1 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานรวมทั้งตัวอย่างดินที่ใช้ประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอมีสิทธิยกเลิกการยื่นคำขอนั้นได้    3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน  ถูกต้องตามที่ ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ หลังจากผู้มีอำนาจลงนามรับรองผลวิเคราะห์ดินแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการวิเคราะห์ให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ตามที่ระบุไว้ในแบบยื่นคำขอ","2022-08-15T11:20:42"],
    [3088,"95f0f1ad-f706-47f9-b563-f66c5ff3d2f2","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตค้ายาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-9d6e-47db-ae39-012942c82ba8",2,50,8,"1. ผู้ที่ต้องขอรับใบอนุญาตค้ายางคือ       \n   1.1 ค้ายางเพื่อ ซื้อมา ขายไปในประเทศ       \n   1.2 ค้ายางเพื่อตั้งโรงทำยาง       \n   1.3 ค้ายางเพื่อการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร       \n   1.4 ค้ายางเพื่อนำยางเข้ามาในราชอาณาจักร       \n   1.5 ค้ายางเพื่อผลิต ผลิตภัณฑ์ยาง    \n2. ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี    \n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน  คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-02T14:11:22"],
    [3089,"95f2c2cc-242f-4d91-8278-22d607a60921","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตตั้งโรงทำยาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-a017-42e0-9b09-f8a9befcc28c",2,50,3,"1. ต้องได้รับใบอนุญาตค้ายางก่อน    \n2. ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งโรงทำยางจากกรมโรงงานกรณีเป็นประเภทนิติบุคคล และประเภทบุคคลธรรมดาต้องได้การอนุญาตจากกรมโรงงานหรือกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น    \n3. ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี    \n4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน  คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-02T14:12:01"],
    [3090,"95f30060-bc33-4176-87fc-a4a523c366d1","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-0563-47e2-a3bb-cb7fa9128b06",8,50,8,"1. ผู้ประสงค์จะผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ และใช้เครื่องหมายเอสทีอาร์ ในการจำหน่ายยางที่ผลิตขึ้น จะต้องมีใบอนุญาตตั้งโรงทำยาง ประเภทยางแท่งก่อน    \n2. การอนุญาตต้องเป็นไปตาม ระเบียบกรมวิชาการเกษตร ว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ พ.ศ.2538 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การกำหนดมาตรฐานและวิธีการมัดและการบรรจุหีบห่อยางเพื่อการส่งออก พ.ศ.2548    \n3. พนักงานเจ้าหน้าที่มีการตรวจสถานประกอบการอย่างน้อย 3 ครั้ง คือ ช่วงเวลาการติดตั้งเครื่องจักร ช่วงการดำเนินการผลิต และการทดสอบคุณภาพยางแท่งเอสทีอาร์    \n4. ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี    \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-02T14:22:34"],
    [3091,"95f30521-4ad0-4040-9cf4-84c86535728a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตเป็นผู้จัดให้มีการวิเคราะห์หรือการทดสอบคุณภาพยาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-a319-477b-ae00-f54386f2a0ad",119,50,9,"1. ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดให้มีการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง ต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมวิชาการเกษตรว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตห้องปฏิบัติการยางแท่งเอสทีอาร์ พ.ศ.2542 และเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546    \n2. ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี    \n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบไว้ใน คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-02T14:12:42"],
    [3092,"95f30a70-3656-48d6-a711-c0dda48e6434","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-9aa4-4eae-899d-4f96d819a17c",14,50,7,"1. การขยายพันธุ์ต้นยางเพื่อการค้า ต้องขยายพันธุ์ต้นยางจากต้นยางพันธุ์ดี ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดต้นยางพันธุ์ดี พ.ศ.2556    \n2. ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี    \n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-02T14:10:45"],
    [3093,"95f30edd-ab2e-4af8-a364-926e0b6405b1","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตเป็นผู้ส่งออก ซึ่งต้นยาง ดอก เมล็ด หรือตาของต้นยาง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นยางที่อาจใช้เพาะพันธุ์ได้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-adfe-4fc3-bba4-b0f962479fc2",3,50,9,"1. ใบอนุญาตมีอายุ 30 วัน    \n2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-02T14:24:05"],
    [3094,"95f31735-e764-4617-a165-8036f27b3f1a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบผ่านด่านศุลกากรในการนำยางเข้ามาในราชอาณาจักร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-edbe-4108-af16-4847122f28bb",1,2,4,"1. ต้องมีใบอนุญาตค้ายางและใบอนุญาตเป็นผู้นำยางเข้ามาในราชอาณาจักรก่อน จึงจะขอรับใบผ่านด่านฯได้    \n2. มีการตรวจปล่อยสินค้าก่อนการนำเข้าเพื่อตรวจสอบยางตามคำขอ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรร่วมกับกรมศุลกากร หากไม่ถูกต้องตรงกับการอนุญาตต้องยกเลิกใบขนสินค้าของกรมศุลกากรและใบผ่านด่านศุลกากรต่อไป    \n3. ใบผ่านด่านศุลกากรมีอายุ 30 วัน    \n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n5. การนำยางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม ไม่ต้องขอรับใบผ่านด่านศุลกากร แต่ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มควบคุมการอนุญาตตามพระราชบัญญัติ กองการยาง กรมวิชาการเกษตร","2022-06-02T14:00:21"],
    [3095,"95f319f1-2f7a-4c8c-86de-2398bada00e7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบผ่านด่านศุลกากรในการส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-e1c4-4c23-9f98-ef8cfc67701e",5,2,3,"1. ต้องได้รับใบอนุญาตค้ายาง และใบอนุญาตเป็นผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาจักรก่อน จึงจะขอรับใบผ่านด่านศุลกากรได้    \n2. ยื่นคำขอรับใบผ่านด่านศุลกากรก่อนการส่งยางออกอย่างน้อย 3 วันทำการ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบยางตามคำขอ ณ สถานที่เก็บยาง    \n3. ใบผ่านด่านศุลกากรมีอายุ 30 วัน    \n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน  คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n5. การส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม ไม่ต้องขอรับใบผ่านด่านศุลกากร แต่ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มควบคุมการอนุญาตตามพระราชบัญญัติ กองการยาง กรมวิชาการเกษตร","2022-06-02T14:02:32"],
    [3096,"95f31cc2-0aad-4689-a76d-556933ad9f1b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับรองคุณภาพยางแท่งเอสทีอาร์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-97f1-499e-84a9-ea85c38e0056",4,150,1,"1. ส่งเอกสารคำขอด้วยตัวเองพร้อมตัวอย่าง และชำระค่าบริการ    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอต่อเมื่อมีการชำระค่าบริการแล้วเท่านั้น    \n3. ระยะเวลาดำเนินงาน เนื่องจากห้องปฏิบัติการทดสอบคุณภาพยางแท่งเอสทีอาร์ของหน่วยงานสามารถรับได้ 54 ตัวอย่าง (3 Lot) หากมีผู้ให้บริการมาก การนับระยะเวลาแล้วเสร็จของงานก็ขยายออกไปตามลำดับ โดยมีการประสานงานและนัดหมายวันที่ได้รับรายงานผลการทดสอบ","2022-06-02T14:10:03"],
    [3097,"95f31ee3-ece3-45fe-950f-fc9011b4cadc","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับรองคุณภาพน้ำยางข้น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-950a-46ba-9832-418d6e94d4b1",3,500,1,"1. ยื่นคำขอทดสอบคุณภาพน้ำยางข้นด้วยตนเองพร้อมเอกสารและตัวอย่างยางที่ขอทดสอบ และชำระค่าบริการ    \n2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอเมื่อมีการชำระค่าบริการแล้วเท่านั้น    \n3. ระยะเวลาการดำเนินงาน เนื่องจากห้องปฏิบัติการทดสอบคุณภาพน้ำยางข้นของหน่วยงานสามารถรับได้ 7 ตัวอย่างต่อ 1 วันทำการ หากมีผู้ใช้บริการมาก การนับระยะเวลาแล้วเสร็จของงานต้องขยายออกไปตามลำดับ โดยมีการประสานงานและนัดหมายวันที่ได้รับรายงานผลการทดสอบ","2022-06-02T14:05:36"],
    [3098,"95ffd388-cb13-4884-94e5-fc89bcc136fd","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การตรวจวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd332-eebc-47fc-a6c9-750bdec26e18",30,200,3,"1. ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อมูลในใบคำขอวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพ (แบบ วจด.1) และเลือกรายการที่ต้องการตรวจวิเคราะห์ในเอกสารรายการตรวจสอบวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพให้ถูกต้องครบถ้วน หากมีกรรมวิธีการผลิตและการวิเคราะห์ ได้แก่ สูตรอาหาร วิธีการวิเคราะห์ตรวจนับจุลินทรีย์ เป็นต้น สามารถแนบเอกสารดังกล่าวได้  2. ตัวอย่างที่ส่งวิเคราะห์ต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่า 200 กรัมหรือ 200 มิลลิลิตร  3. ผู้ขอรับบริการสามารถรับผลการทดสอบด้วยตนเอง หรือทางอีเมล์ที่ได้ระบุไว้ในคำขอวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพ  4. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  5. ผู้รับบริการสามารถขอแก้ไขข้อมูลในคำขอวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพและรายการตรวจสอบวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพภายในระยะเวลา 2 วัน หลังจากวันที่ทำการยื่นใบคำขอวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพ                                                                                     6. การทดสอบการจำแนกสกุล (Genus) และชนิด (Species) ไรโซเบียมด้วยเครื่องมัลดิทอฟแมสสเปคโตรมิเตอร์ (MALDI-TOF MS) ใช้เวลา 20 วันทำการ นับจากวันแล้วเสร็จของการทดสอบประสิทธิภาพและจำนวนไรโซเบียมที่เกิดปมกับถั่ว  7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:21"],
    [3099,"967be431-cea0-454c-89f1-7fe05bd22d9e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การตรวจวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-de8f-4543-9a61-c3b2ba8525bd",30,1500,2,"1. ผู้ยื่นคำขอกรอกข้อมูลในใบคำขอวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพ (แบบ วจด.1) และเลือกรายการที่ต้องการตรวจวิเคราะห์ในเอกสารรายการตรวจสอบวิเคราะห์ปุ๋ยชีวภาพให้ถูกต้องครบถ้วน หากมีกรรมวิธีการผลิตและการวิเคราะห์ ได้แก่ สูตรอาหาร วิธีการวิเคราะห์ตรวจนับจุลินทรีย์ เป็นต้น สามารถแนบเอกสารดังกล่าวได้    2. ตัวอย่างที่ส่งวิเคราะห์ต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่า 200 กรัมหรือ 200 มิลลิลิตร    3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวอย่าง ไม่รวมในกรณี เช่น เครื่องมือชำรุด และมีปัญหาต้องตรวจสอบซ้ำ เป็นตัน 5. ห้องปฏิบัติการมีนโยบายไม่แปลผลการทดสอบ","2022-06-15T13:20:18"],
    [3100,"9689af9e-8939-496f-9fcc-cac10684f209","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การตรวจสอบพืชหรือผลิตผลพืชเพื่อการปลอดศัตรูพืชตามเงื่อนไขของประเทศปลายทาง(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-1cb0-44ba-9a82-9ea26640c632",9,0,2,"1.   ตรวจสอบหรือทดสอบพืชหรือผลิตผลพืชว่าปลอดจากศัตรูพืชเฉพาะตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยพืชของประเทศผู้นำเข้า    2.   ถ้าพบการเข้าทำความเสียหายของศัตรูพืชที่ยังสงสัย อาจต้องเพิ่มระยะเวลาเพื่อการจำแนกชนิดที่ถูกต้องต่อไปโดยใช้เทคนิคการตรวจสอบที่เฉพาะ    3.   กรณีคำขอหรือเอกสารประกอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการตามคำขอ    4.   การตรวจพืชและผลิตผลพืชจะเริ่มดำเนินการ เมื่อคำขอและเอกสารประกอบเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชน","2022-06-15T13:23:32"],
    [3101,"968d9177-9f24-4f4c-9653-b335158dc248","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับแจ้งการนำเข้า/ส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-8869-4c5d-9af6-e6339df66539",3,0,10,"1. ผู้ยื่นคำขอใบรับแจ้งการนำเข้า/ส่งออกวัตถุอันตราย ชนิดที่ 2 ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535, ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การขอต่ออายุ และการต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2553,กฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-30T15:18:21"],
    [3102,"968faeaf-f8bc-4818-b7dc-dd2bab13b8d7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอขยายฉลากวัตถุอันตราย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-e904-40e3-bc80-3a57c42b9c70",80,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอการขอขยายฉลากวัตถุอันตราย ต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และวิธีการขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-30T15:24:47"],
    [3103,"9697ca85-7768-44c5-9878-37dbdf6616ff","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การกำหนดห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ปุ๋ย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-7f3c-4cf7-85eb-46f5cb0db20d",155,0,14,"1. ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกำหนดห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ปุ๋ย ตามมาตรา 36 (11) และมาตรา 36/2 (10) แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2554    2.ในกรณีที่คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาเอกสารมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ระยะเวลาดำเนินการไม่รวมระยะเวลาที่ห้องปฏิบัติการชี้แจงแนวทางแก้ไข และดำเนินการแก้ไขตามแนวทางที่ได้รับการอนุมัติและแจ้งผลการแก้ไข    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:37:15"],
    [3104,"9698024a-a115-4bd9-bb8a-17a0f50de939","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การส่งออกวัตถุอันตรายทางการเกษตรออกไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-16af-4860-b746-7ed89b90c90a",1,0,9,"ผู้ประสงค์จะส่งออกวัตถุอันตรายทางการเกษตรออกไปนอกราชอาณาจักรต้องปฏิบัติ ดังนี้  1. ผู้ประสงค์จะส่งออกวัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องแจ้งการส่งออก ณ ด่านตรวจพืชที่ส่งออก  2. กรณีคำขอ หรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:47:38"],
    [3105,"968bfaf2-1546-4bad-ba5c-dc5a8e635fb2","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การต่ออายุใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-8b55-4efa-b302-491c1252fd87",30,3000,7,"1. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535,  ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2547, กฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535    2. ผู้ยื่นใบแจ้งการผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535, ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบพ.ศ. 2553    3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    4. กรณีการตรวจสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายแล้วการตรวจไม่ผ่าน ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอนั้นทันที    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-07-05T09:51:38"],
    [3106,"968c0587-90a6-4131-9ce1-baf1fb89c67c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออก/ต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-bc70-440e-aed8-7cf47d1f1317",15,0,16,"1.ผู้ยื่นคำขอออก/ต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตราย ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535, ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2547,กฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535  2.การยื่นคำขอออก/ต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 ให้ยื่นที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สำหรับการยื่นคำขอออก/ต่ออายุใบอนุญาตมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อขายนอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร กรมวิชาการเกษตรในท้องที่นั้นๆ  3.กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  4.กรณีการตรวจสถานที่เก็บวัตถุอันตรายแล้วการตรวจไม่ผ่าน ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอนั้นทันที  5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-30T15:25:26"],
    [3107,"968d99a2-f82b-424a-a301-0a120be9bfcb","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตนำเข้า / ส่งออกวัตถุอันตราย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-824b-4927-9cd5-08c1d0daa567",3,3000,12,"1. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตนำเข้า / ส่งออกวัตถุอันตราย ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535, ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการผลิต การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2547 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535    2.ผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ. 2551 และประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2552 (กรณีขอใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตราย เพื่อส่งไปทำข้อมูลพิษวิทยา)    3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-30T15:17:33"],
    [3108,"968da380-fcf9-4476-abc4-6107e82ee341","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายชนิดเข้มข้น เพื่อผลิตผสมปรุงแต่งเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-8e67-4334-850d-1b50773357b6",3,300,4,"1. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายชนิดเข้มข้นเพื่อผลิตผสมปรุงแต่งเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ. 2551,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2552,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2554,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2557,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2557    2.กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-30T15:19:48"],
    [3109,"968da4d3-601a-4312-b1df-6fda592bebfb","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตผลิตตัวอย่างวัตถุอันตรายเพื่อส่งไปทำข้อมูลพิษวิทยา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-8572-4ed2-859e-92f375bbff46",3,300,6,"1. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตผลิตตัวอย่างวัตถุอันตรายเพื่อส่งไปทำข้อมูลพิษวิทยา ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ. 2551,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2552,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2554,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2557,ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2557    2.กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นมา สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-30T15:19:05"],
    [3110,"968da51c-345e-464d-ae3b-412d1c4ae074","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย/การออกใบรับแจ้งการผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-ec23-4eae-b17d-8a3c9ae7c24b",30,3000,9,"1. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535,  ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2547, กฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535    2. ผู้ยื่นใบแจ้งการผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535, ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การแจ้ง การออกใบรับแจ้ง การต่ออายุใบรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบพ.ศ. 2553    3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    4. กรณีการตรวจสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายแล้วการตรวจไม่ผ่าน ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอนั้นทันที    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-30T15:21:30"],
    [3111,"968f9c5d-4188-4a90-b283-01664faec5c2","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-f214-4932-8628-9efa1212907f",130,2000,10,"1. ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ต้องปฏิบัติตาม    - ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ. 2551    - ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2552 และ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2559    - เริ่มมีการขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตั้งแต่ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2559    - ยื่นคำขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ภายใน 180 วัน ก่อนวันสิ้นอายุทะเบียน  2. กรณีคณะทำงาน/คณะอนุกรรมการมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  4. ขั้นตอนการดำเนินการ วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ ประเมินข้อมูล TOX Phase III พิจารณาผลการทดลองประสิทธิภาพ  และพิจารณาผลการทดลองพิษตกค้าง ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่อง  5. ในกรณีคณะทำงานและผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อประเมินเอกสารข้อมูลพิษวิทยาและพิษตกค้างเพื่อการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นมา คณะทำงานฯ คณะอนุกรรมการฯสามารถแจ้งให้ผู้ติดต่อมาชี้แจงเพิ่มเติมได้","2022-07-01T15:14:36"],
    [3112,"96a86dba-65db-4753-b625-0b2c09f6bee4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-6997-4f8f-a82b-2c49be10353e",2,500,8,"1. ยื่นคำขอผ่านทางเว็บไซต์กรมวิชาการเกษตร (ระบบยื่นคำขอ CITES) หรือ http://e-cites.doa.go.th:21006  โดยขอ username และ password เพื่อใช้ทำรายการ กรุณาติดต่อ citesflora@gmail.com หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-9405687 หรือหากต้องการยื่นคำขอด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์http://www.doa.go.th/pvp/?page_id=1841    \n2. ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 2 วันทำการ โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์    \n3. ระยะเวลา 2 วันทำการ สำหรับชนิดของพืชอนุรักษ์จำนวนไม่เกิน 50 ชนิด โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์    \n4. ระยะเวลา 5 วันทำการ สำหรับชนิดของพืชอนุรักษ์จำนวน 51-200 ชนิด โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์    \n5. ระยะเวลา 10 วันทำการ สำหรับชนิดของพืชอนุรักษ์จำนวน 201-1,000 ชนิด โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์    \n6. ในกรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะติดต่อไปยังผู้ยื่นคำขอทางโทรศัพท์ ทางไปรษณีย์ หรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่ผู้ยื่นคำขอแจ้งไว้ และผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ตั้งแต่วันที่รับแจ้ง มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์ในคำขอนั้น    \n7. กรณีได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนแล้ว :ต้องจัดทำแบบบัญชีแสดงจำนวนพืชอนุรักษ์ที่เปลี่ยนแปลงในรอบปีปฏิทิน (แบบ พ.พ. 17) และส่งให้พนักงานเจ้าหน้าทีภายในวันที่ 31 มกราคม ของปีถัดไป ทุกปี    \n8. กรณีต้องการเพิ่ม หรือลดชนิดพืชอนุรักษ์ หรือจำนวนพ่อ-แม่พันธุ์ : ใช้แบบบัญชีเพิ่มหรือลดชนิดพืชอนุรักษ์ หรือจำนวนพ่อแม่พันธุ์ (แบบ พ.พ. 18)    \n9. กรณีขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียน :    \n   9.1 ผู้ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ที่ประสงค์จะต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ ให้ยื่นคำขอตามแบบ คำขอต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ (แบบ พ.พ. 19) ไม่น้อยกว่า 30 วัน (สามสิบวัน) ก่อนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์สิ้นอายุ    \n   9.2 เมื่อได้ยื่นคำขอแล้ว ให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่ต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนนั้น\n10. กรณีต้องการแก้ไขรายการใบสำคัญการขึ้นทะเบียน เพิ่ม ลด สถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์/การเปลี่ยน ชื่อตัว ชื่อสกุล ชื่อสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ หรือชื่อผู้ดำเนินกิจการ/ เพิ่มหรือลด หรือย้ายสถานที่เพาะเลี้ยง : ใช้แบบคำขอแก้ไขรายการใบสำคัญการขึ้นทะเบียน เพิ่ม ลด สถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ (แบบ พ.พ. 21) พร้อมแบบบัญชีพืชอนุรักษ์ประกอบคำขอ กรณีเพิ่ม ลด สถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์    \n11. กรณีต้องการใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์:ใช้แบบคำขอใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ (แบบ พ.พ. 20) พร้อมด้วยใบรับแจ้งความว่าใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์สูญหาย (กรณีที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์สูญหาย) หรือใบสำคัญที่ถูกทำลายบางส่วน (กรณีที่ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ถูกทำลายบางส่วน) เจ้าหน้าที่จะออกใบแทน ใช้ตามแบบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ (พ.พ. 16) โดยมีคำว่า &ldquo;ใบแทน&rdquo; กำกับ และมีวัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน    \n12. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    \n13. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n14. ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์มีอายุ 5 ปี นับจากวันที่ออกให้","2022-07-04T10:05:56"],
    [3113,"9697e8e9-9757-4db4-a213-5d94b13dca0d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อรับรองพืชหรือสินค้าพืชที่มิได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-9180-4780-9093-a2b6af323196",7,1800,3,"ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การรับรองพืชหรือสินค้าพืชที่มิได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม พ.ศ.2544 และ พ.ศ.2555 ผู้ใดประสงค์ให้กรมวิชาการเกษตรรับรองว่าพืชหรือสินค้าพืชนั้นมิใช่พืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม ให้ยื่นคำขอตามแบบ สทช.1-1 โดยการรับรองจะต้องมีการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์ ไม่เกิน 12 วันทำการ ซึ่งได้มีการปรับปรุงกระบวนการลดรอบวันทำการเหลือ 7 วันทำการ นับจากวันที่ห้องปฏิบัติการได้รับตัวอย่างพืชหรือสินค้าพืช  ในกรณีที่ต้องทำการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม ทางห้องปฏิบัติการจะแจ้งผู้ขอรับบริการทราบเป็นกรณีไป    - กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-09-15T15:08:22"],
    [3114,"9697f30c-0159-4e05-a997-f32049ca7358","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-2e68-4cc3-a6f6-d5f4bf1faec2",24,1000,11,"ผู้ประสงค์จะนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติ ดังนี้  1. ผู้ประสงค์จะนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องยื่นการนำเข้าทางด่านตรวจพืชในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการผลิต การนำเข้า และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 เท่านั้น  2. กรณีคำขอ หรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:45:42"],
    [3115,"9697f39e-3f37-4cce-9210-420016dceae9","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสือรับรองพืชที่ปลูกในประเทศไทยเป็นพืชที่ไม่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-a5ee-4396-8773-53c537029780",3,200,5,"ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องการรับรองพืชที่ปลูกในประเทศไทยเป็นพืชที่ไม่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม พ.ศ. 2543 และ ฉบับที่ 2  พ.ศ.2555 ประกาศให้พืชที่มีรายชื่อในเอกสารแนบท้ายนี้ได้ตรวจพิจารณาแล้วรับรองว่าเป็นพืชที่ไม่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม รวมระยะเวลาในการดำเนินการ 5 วันทำการ ซึ่งได้มีการปรับปรุงกระบวนการและลดรอบวันทำการเหลือ 3 วันทำการ ทั้งนี้หากเป็นพืชที่มิได้อยู่ในประกาศฉบับนี้ให้เข้าสู่กระบวนการรับรองพืชหรือสินค้าพืชที่มิได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม     - กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-09-15T15:07:22"],
    [3116,"9697f76c-2e80-42b4-b105-f2c12f14a904","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสือรับรองพืชหรือสินค้าพืชที่มิได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-b0e4-491e-8274-fae412d01c95",2,0,6,"ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การรับรองพืชหรือสินค้าพืชที่มิได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม พ.ศ.2544 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2552 ผู้ใดประสงค์ให้กรมวิชาการเกษตรรับรองว่าพืชหรือสินค้าพืชนั้นมิใช่พืชที่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม ให้ยื่นคำขอตามแบบ สทช.1-1 โดยการรับรองจะต้องมีการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์ ไม่เกิน 12 วันทำการนับจากวันที่ห้องปฏิบัติการได้รับตัวอย่างพืชหรือสินค้าพืช ในกรณีที่ต้องทำการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม ทางห้องปฏิบัติการจะแจ้งผู้ขอรับบริการทราบเป็นกรณีไป ทั้งนี้หลังจากผ่านกระบวนการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อการรับรองพืชหรือสินค้าพืชที่มิได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรมแล้ว จึงสามารถยื่นคำขอการออกหนังสือรับรองพืชหรือสินค้าพืชที่มิได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม ซึ่งใช้เวลาในการออกหนังสือรับรอง 2 วันทำการ  - กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    - ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-09-15T15:06:23"],
    [3117,"9697fc8e-bb23-4c81-904a-07d0e0928411","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักร (สารชีวินทรีย์) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-19b4-451f-8ff7-cea30c6f5f5d",64,1000,11,"ผู้ประสงค์จะนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติ ดังนี้  1. ผู้ประสงค์จะนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องยื่นการนำเข้าทางด่านตรวจพืชในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการผลิต การนำเข้า และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 เท่านั้น  2. กรณีคำขอ หรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:44:50"],
    [3118,"9697ffb9-663e-4eae-bc89-cc03adf6bade","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การนำตัวอย่างวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-1fa4-4908-8fd3-40085b407fb6",1,0,10,"ผู้ประสงค์จะนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติ ดังนี้  1. ผู้ประสงค์จะนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องยื่นการนำเข้าทางด่านตรวจพืชในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการผลิต การนำเข้า และการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 เท่านั้น  2. กรณีคำขอ หรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:46:34"],
    [3119,"96980480-d15a-40bd-bf04-f9376bed361d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การส่งออกปุ๋ยไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-228c-4fe7-baad-9f9c7f7d1c8b",1,0,8,"ผู้ประสงค์จะนำปุ๋ยเข้ามาออกนอกราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร ดังนี้   1. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก หรือการผลิตปุ๋ยที่ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 12 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย  2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการต่อไปก็ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จ  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:43:56"],
    [3120,"9698060b-4a32-44c1-b9d3-c037b8004f29","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การนำปุ๋ยเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-287b-4272-8ab2-be5f82fd90fd",34,0,12,"ผู้ประสงค์จะนำปุ๋ยเข้ามาในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร ดังนี้  1. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับปุ๋ยที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2554  2. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก หรือการผลิตปุ๋ยที่ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 12 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย  3. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการนำปุ๋ยหรือวัตถุที่สงสัยว่าเป็นปุ๋ยในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบหรือวิเคราะห์ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย  4. กรณีคำขอ หรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-07-04T10:06:34"],
    [3121,"9698079e-0453-4848-a05f-8045187ffe98","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การนำตัวอย่างปุ๋ยเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-2b6b-4dd7-a3be-f23d30187117",1,0,6,"ผู้ประสงค์จะนำปุ๋ยเข้ามาในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร ดังนี้  1. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับปุ๋ยที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 พ.ศ. 2554  2. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก หรือการผลิตปุ๋ยที่ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา12 และมาตรา35 แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย  3. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการนำปุ๋ยหรือวัตถุที่สงสัยว่าเป็นปุ๋ยในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบหรือวิเคราะห์ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย  4. กรณีคำขอ หรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:39:54"],
    [3122,"969a0fab-185d-4bce-984c-63ec32c88d1d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การตรวจและออกใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งต่อ (Phytosanitary Certificate for Re-export)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-e2b2-4f9a-94f9-7ffa88de5cce",1,50,15,"1. ผู้ใดประสงค์จะขอใบรับรองสุขอนามัยพืชสําหรับการส่งต่อต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชและใบรับรองสุขอนามัยพืชสําหรับการส่งต่อพ.ศ. 2551  2.ผู้ขอใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งต่อยื่นคำขอพร้อมเอกสารแนบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรรณภูมิ  3. ผู้ขอใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งต่อจัดเตรียมพืชที่จะส่งออกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังต่อไปนี้            3.1 จัดเตรียมพืชที่จะส่งออกให้ถูกสุขอนามัยพืช (เช่นทำความสะอาด, กำจัดศัตรูพืชเป็นต้น) ตามหลักเกณฑ์ของประเทศผู้นำเข้า            3.2 แสดงบัญชีรายชื่อพืชในแต่ละภาชนะบรรจุให้ตรงตามชนิดและปริมาณที่แจ้งในคำขอและในแบบบัญชีแสดงรายชื่อพืชที่แนบมากับคำขอ            3.3 บรรจุพืชในภาชนะบรรจุที่แข็งแรงและเหมาะสม            3.4 ไม่บรรจุสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพืชตามที่ได้แจ้งไว้ในคำขอและในบัญชีแสดงรายชื่อพืชที่แนบมากับคำขอ  4. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือนี้จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-06-29T15:35:43"],
    [3123,"96ae58aa-8801-42eb-bc20-fcc21b622775","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับพืชควบคุมเฉพาะ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-567a-475a-92c0-a1b69071434d",1,120,7,"1. ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) เพื่อการส่งออกไปต่างประเทศต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกักพืชพ.ศ. 2507 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ใช้สำหรับพืชควบคุมเฉพาะตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืชเป็นพืชควบคุมเฉพาะพ.ศ. 2556, (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559    2.ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) เพื่อการส่งออกไปต่างประเทศต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพ.ศ. 2552 หรือ ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัย สำหรับการส่งออกมะละกอไปยังสหภาพยุโรป นอร์เวย์ สมาพันธรัฐสวิส สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน และญี่ปุ่น พ.ศ. 2559 หรือ ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัย สำหรับการส่งออกหน่อไม้ฝรั่งไปสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) พ.ศ. 2559    3.ผู้ยื่นคำขอต้องเคยยื่นคำขอใบรับรองสุขอนามัยตามพระราชบัญญัติกักพืชพ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (แบบพ.ก. 11) ใบแนบแนบท้ายแบบคำขอใบรับรองสุขอนามัย (แบบพ.ก. 11.1) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณาก่อนส่งตัวอย่างทดสอบ และคำขอนั้นถูกต้องครบถ้วนแล้ว    4. ผู้ยื่นคำขอต้องส่งตัวอย่างทดสอบกับห้องปฎิบัติการที่กรมวิชาการเกษตรให้การยอมรับความสามารถตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการควบคุมกำกับดูแลห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืชพ.ศ. 2554 และผลทดสอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด (เฉพาะกรณีส่งตัวอย่างทดสอบ)    5.กรณีส่งผักและผลไม้ไปสหภาพยุโรป และส่งออกมะละกอ โรงคัดบรรจุสินค้าต้องได้รับการรับรอง HACCP หรือประยุกต์ใช้หลักการ HACCP    6. กรณีออกใบรับรองสุขอนามัยอายุไม่เกิน 30 วันสำหรับพืชควบคุมเฉพาะ         6.1ผู้ยื่นคำขอต้องใช้โรงคัดบรรจุสินค้าตามหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับและได้รับขอบข่ายการคัดบรรจุพืชและประเทศที่ขอใบรับรองสุขอนามัย รวมถึงขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว และใช้พืชที่ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับ         ทั้งนี้โรงคัดบรรจุสินค้าและแปลงพืชที่ใช้ต้องผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์แก่โรงคัดบรรจุผักผลไม้ในการออกใบรับรองอายุไม่เกิน 30 วันจากคณะทำงานพิจารณากำกับดูแลตามประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพ.ศ. 2552          6.2ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 30 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ (เฉพาะกรณีส่งตัวอย่างทดสอบ)    7.กรณีออกใบรับรองสุขอนามัยอายุไม่เกิน 14 วันสำหรับพืชควบคุมเฉพาะ         7.1ผู้ยื่นคำขอต้องใช้โรงคัดบรรจุสินค้าตามหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับและได้รับขอบข่ายการคัดบรรจุพืชและประเทศที่ขอใบรับรองสุขอนามัย รวมถึงขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว และใช้พืชที่ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับ         7.2ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 14 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ    8.กรณีออกใบรับรองสุขอนามัยอายุไม่เกิน 7 วัน ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 7 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ    9.กรณีการออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับลำไยสดไปสาธารณรัฐประชาชนจีน         9.1ผู้ยื่นคำขอต้องใช้โรงคัดบรรจุสินค้าตามหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) และมีใบรับรองการปฏิบัติที่ดีสำหรับการรมผลลำไยสดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(GFP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับและได้รับขอบข่ายการคัดบรรจุพืชลำไย รวมถึงขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้วและใช้ลำไยที่ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับ         9.2ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 14 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ และ 1 ใบรายงานผลทดสอบสามารถออกใบรับรองสุขอนามัยได้ 1 ฉบับ    10. กรณีออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับเมล็ดแมงลักลูกเดือยและพริกแห้งไปประเทศญี่ปุ่นใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 14 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ และ 1 ใบรายงานผลทดสอบสามารถออกใบรับรองสุขอนามัยได้ 1 ฉบับ    11.กรณีผู้ประกอบการประสงค์ขอใบรับรองสุขอนามัยแบบ shipment ละ 1 ฉบับให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบในวันยื่นคำขอด้วย    12. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    13. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-10-25T09:35:31"],
    [3124,"96ae5a87-1b6d-424c-9405-8b6c8163d480","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การยื่นคำขอใบรับรองสุขอนามัยสำหรับพืชควบคุมเฉพาะ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-bfbe-4a30-94f1-fcf47828ed8e",4,0,12,"1. ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) เพื่อการส่งออกไปต่างประเทศต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกักพืชพ.ศ. 2507 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ใช้สำหรับพืชควบคุมเฉพาะตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืชเป็นพืชควบคุมเฉพาะ พ.ศ. 2556, (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559    2. ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) เพื่อการส่งออกไปต่างประเทศต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัย พ.ศ. 2552 หรือ ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัย สำหรับการส่งออกมะละกอไปยังสหภาพยุโรป นอร์เวย์ สมาพันธรัฐสวิส สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน และญี่ปุ่น พ.ศ. 2559 หรือ ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัย สำหรับการส่งออกหน่อไม้ฝรั่งไปสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) พ.ศ. 2559    3. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้จดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกับกรมวิชาการเกษตร    4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบก่อนการส่งออกอย่างน้อย 7 วัน    5. กรณีส่งผักและผลไม้ไปสหภาพยุโรป และการส่งออกมะละกอ โรงคัดบรรจุสินค้าต้องได้รับการรับรอง HACCP หรือประยุกต์ใช้หลักการ HACCP    6. กรณีขอออกใบรับรองสุขอนามัยอายุไม่เกิน 30 วันสำหรับพืชควบคุมเฉพาะ         6.1 ผู้ยื่นคำขอต้องใช้โรงคัดบรรจุสินค้าตามหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับและได้รับขอบข่ายการคัดบรรจุพืชและประเทศที่ขอใบรับรองสุขอนามัย รวมถึงขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว และใช้พืชที่ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับ         ทั้งนี้โรงคัดบรรจุสินค้าและแปลงพืชที่ใช้ต้องผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์แก่โรงคัดบรรจุผักผลไม้ในการออกใบรับรองอายุไม่เกิน 30 วันจากคณะทำงานพิจารณากำกับดูแลตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพ.ศ. 2552          6.2ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 30 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ (เฉพาะกรณีส่งตัวอย่างทดสอบ)    7.กรณีขอออกใบรับรองสุขอนามัยอายุไม่เกิน 14 วันสำหรับพืชควบคุมเฉพาะ         7.1 ผู้ยื่นคำขอต้องใช้โรงคัดบรรจุสินค้าตามหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับและได้รับขอบข่ายการคัดบรรจุพืชและประเทศที่ขอใบรับรองสุขอนามัย รวมถึงขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว และใช้พืชที่ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับ         7.2 ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 14 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ    8. กรณีขอออกใบรับรองสุขอนามัยอายุไม่เกิน 7 วัน ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 7 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ    9. กรณีขอออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับลำไยสดไปสาธารณรัฐประชาชนจีน         9.1 ผู้ยื่นคำขอต้องใช้โรงคัดบรรจุสินค้าตามหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) และมีใบรับรองการปฏิบัติที่ดีสำหรับการรมผลลำไยสดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(GFP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับและได้รับขอบข่ายการคัดบรรจุพืชลำไย รวมถึงขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว และใช้ลำไยที่ได้รับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP) จากกรมวิชาการเกษตรหรือมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับ         9.2 ใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 14 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ และ 1 ใบรายงานผลทดสอบสามารถออกใบรับรองสุขอนามัยได้ 1 ฉบับ    10. กรณีขอออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับเมล็ดแมงลักลูกเดือยและพริกแห้งไปประเทศญี่ปุ่นใบรายงานผลทดสอบมีอายุไม่เกิน 14 วันนับถัดจากวันที่ออกใบรายงานผลทดสอบ และ 1 ใบรายงานผลทดสอบสามารถออกใบรับรองสุขอนามัยได้ 1 ฉบับ    11. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    12. กรณีข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนวันส่งตัวอย่างทดสอบ หากไม่สามารถดำเนินการได้จะถือว่าคำขอนั้นตกไป    13. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    14. เมื่อคำขอถูกต้องครบถ้วนแล้ว ผู้ยื่นคำขอจึงส่งตัวอย่างทดสอบได้ โดยส่งตัวอย่างทดสอบกับห้องปฎิบัติการที่กรมวิชาการเกษตรให้การยอมรับความสามารถตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการควบคุมกำกับดูแลห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืชพ.ศ. 2554 (เฉพาะกรณีส่งตัวอย่างทดสอบ)","2022-10-25T09:32:19"],
    [3125,"96a69d5e-bb02-45b2-8464-2ef253a1ffc7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การจดทะเบียน การอนุญาตให้ใช้สิทธิ การโอนสิทธิ และการรับโอนสิทธิโดยทางมรดกในพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-0273-49a1-bb14-e5e561ca55da",50,500,20,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร    \n2.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n2.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n2.3) ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน    \n2.4) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า    \n2.5) การส่งสำเนาหลักฐานเกี่ยวกับมรดกให้ผู้ยื่นคำขอนำต้นฉบับมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย","2022-07-06T13:45:45"],
    [3126,"96a6a79d-9228-4817-b84e-bf794f278b4f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (กลุ่มที่1 พืชที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ภายในเวลาไม่เกินสองปี)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-4cd6-47c5-912d-3dfb913fa813",900,500,18,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีมีผู้คัดค้านการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ให้เป็นตามวิธีการที่กำหนด ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  \n3) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร          \n3.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด           \n3.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้           \n3.3) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-05T09:46:06"],
    [3127,"96a6a998-d3e8-4c3e-a58a-bba9c73e3767","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  (กลุ่มที่ 3 พืชที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ในเวลาเกินกว่าสองปี)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-501c-43ff-8da9-4f99c32e32bb",2665,500,18,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีมีผู้คัดค้านการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ให้เป็นตามวิธีการที่กำหนด ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  \n3) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร          \n3.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ          \n3.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้          \n3.3)-การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-05T09:48:29"],
    [3128,"96a6afe2-ee22-4ac2-9944-ea5b3ea72880","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (กลุ่มที่ 2 พืชที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ในเวลาเกินกว่าสองปี )(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-4527-41bf-8648-488971746f7a",3384,500,18,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีมีผู้คัดค้านการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ให้เป็นตามวิธีการที่กำหนด ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  \n3) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร          \n3.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n3.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n3.3) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-05T09:47:32"],
    [3129,"96a6b0c5-a853-4d98-8a84-538896f092b0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-c8ab-43f9-8776-5ad69c84ea11",255,0,7,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีมีผู้คัดค้านการขอจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  \n3) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร    \n3.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n3.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมา ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n3.3) ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน    \n3.4) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-06T13:46:19"],
    [3130,"96a6b178-2a14-4557-960a-21aab7185631","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-531a-4701-83f3-32b88f8d80cc",105,100,5,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n2)กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร    \n2.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n2.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n2.3) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-05T09:29:26"],
    [3131,"96a8a963-1f71-445f-b283-8aac9daa56f7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขออนุญาตเก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการค้า และการจัดทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-fb51-416c-a60e-7723e8686652",83,0,8,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร    \n2.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n2.2) กรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขออนุญาตพร้อมเอกสารที่ยื่นมา  ไม่ถูกต้องครบถ้วน      ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n2.3) ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน    \n2.4) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-05T09:11:58"],
    [3132,"96a8b305-47d3-4cec-aef7-1557930bda5a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอใช้สิทธิในพันธุ์พืชใหม่ การกำหนดค่าตอบแทน และระยะการเวลาการใช้สิทธิในพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-cba4-49a7-bffb-f86860327772",106,0,8,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร    \n2.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ   \n2.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n2.3)ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน    \n2.4) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-05T09:13:29"],
    [3133,"96a8bc91-be86-492f-9e69-4e60191edc4c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขึ้นทะเบียนชุมชน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-c5ad-4c24-b0b9-39f5ad1dbb82",30,0,7,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีมีผู้คัดค้านการขึ้นทะเบียนชุมชน ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542  \n3) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร    \n3.1)กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n3.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมา ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n3.3) ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน    \n3.4) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-06T13:45:08"],
    [3134,"96a8fd0f-c625-410c-93b7-b6060a1826a0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-ceca-451c-b341-df91177b2b64",50,500,7,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n2) กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร    \n2.1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ    \n2.2) กรณีผู้ยืนคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้ยื่นคำขอต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าคำขอพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับคำขอได้    \n2.3)ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน    \n2.4) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2022-07-06T13:46:55"],
    [3135,"96e01db7-44f7-430e-8bfb-ecaa524d2443","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การยื่นขอตรวจพืช และ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชนอกสถานที่ให้บริการ เพื่อขอรับใบรับรองสุขอนามัยพืช (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d18-764a-4561-bfa4-dead6dfbfc8d",2,0,7,"1. ผู้ยื่นขอตรวจพืช และ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชนอกสถานที่ให้บริการ เพื่อขอรับใบรับรองสุขอนามัยพืช จะต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542และ พระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551    2. วิธีการยื่นขอตรวจพืชและ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชนอกสถานที่ให้บริการ เพื่อขอรับใบรับรองสุขอนามัยพืช  2.1 กรณียื่นคำขอพ.ก. 7ล่วงหน้าตามแผนการส่งออก   2.1.1 ผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้ที่ กลุ่มบริการส่งออกสินค้าเกษตร กรมวิชาการเกษตร    2.1.2 ผู้ยื่นคำขอรอการตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่ และรอรับหมายเลข PQ No.  2.1.3 เมื่อผู้ยื่นคำขอเตรียมสินค้าพร้อมส่งออก ให้แจ้งหมายเลข PQ No. วัน เวลา และสถานที่ที่จะให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจและ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชให้เจ้าหน้าที่ทราบทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2579-1568 หรือ09-2462-6237    2.1.4 ขั้นตอนการดำเนินงามตามคู่มือประชาชนจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่ ผู้ยื่นคำขอโทรศัพท์แจ้งหมายเลข PQ No. วัน เวลา และสถานที่ที่จะให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจและ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชให้เจ้าหน้าที่ทราบทางโทรศัพท์หมายเลข0-2579-1568 และ09-2462-6237 เรียบร้อยแล้ว      2.2 กรณียื่นคำขอพ.ก. 7 แต่ละคราว   2.2.1 ผู้ยื่นคำขอเตรียมสินค้าพร้อมที่จะส่งออก   2.2.2ผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นคำขอทางโทรสารหมายเลข 0-2579-1581   2.2.3ผู้ยื่นคำขอต้องโทรศัพท์สอบถามความถูกต้องของเอกสารที่โทรศัพท์หมายเลข0-2579-1568 และ 09-2462-6237 และขอรับหมายเลข FAX No. พร้อมทั้งแจ้งวัน เวลา และสถานที่ที่จะให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจ และ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืช  หมายเหตุ คำขอ พ.ก. 7 ทางโทรสารหากไม่มีการแจ้งทำงานใน 2 วันจะถูกยกเลิกทันที  2.2.4ขั้นตอนการดำเนินงามตามคู่มือประชาชนจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่ ผู้ยื่นคำขอได้รับ FaxNo. พร้อมทั้งระบุวัน เวลา และสถานที่ที่จะให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจและ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชให้เจ้าหน้าที่ทราบทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2579-1568 และ09-2462-6237 เรียบร้อยแล้ว    3. กรณีผู้ยื่นคำขอแจ้งงานที่ไม่ใช่กทม.หรือปริมณฑล ให้แจ้งงานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าก่อนปฏิบัติงาน 1 วัน    4. เมื่อสินค้าผ่านการตรวจสอบ/ควบคุมการกำจัดศัตรูพืชจากเจ้าหน้าที่แล้ว ผู้ประกอบการต้องทำการส่งออกสินค้าภายใน 14 วันนับจากวันที่ตรวจสอบเสร็จ กรณีรมยาให้นับจากวันที่ครบกำหนดรมยา หากไม่สามารถทำการส่งออกได้ภายใน 14 วันให้ผู้ประกอบการ แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อไปตรวจสอบและ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชอีกครั้ง","2023-03-21T10:07:46"],
    [3136,"96ea865a-e5ad-462d-b148-f85e1038321d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอหนังสืออนุญาตนำเข้า/ส่งออกเมล็ดพันธุ์ควบคุมมิใช่เพื่อการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-376f-4eca-af05-36f2a4868bb4",3,0,6,"1. การขอนำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า ต้องยื่นขอใบอนุญาตและแจ้งรายการนำเข้าหรือส่งออกเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าแต่ละคราวตามที่กฎหมายกำหนด แต่กรณีของการนำเข้าหรือส่งออกที่มิใช่เพื่อการค้าต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่    2. การนำเข้าหรือส่งออกเมล็ดพันธุ์ควบคุมมิใช่เพื่อการค้า ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อ                2.1 เพื่อการทดลอง/ศึกษาวิจัย ทดสอบคุณภาพ หรือตัวอย่างสำหรับกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง                2.2 เพื่อการขยายพันธุ์ หรือใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ สำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์                2.3 เพื่อการเพาะปลูก เก็บเกี่ยวผลผลิต                2.4 เพื่อกิจการอื่น ๆ    3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ขณะนั้น ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขพร้อมกำหนดระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาที่กำหนดคำขอนั้นจะถูกยกเลิก และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารชุดใหม่    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารในชุดคำขอครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         หมายเหตุ สามารถดำเนินการผ่านระบบ National Single Window (NSW)","2022-10-25T09:37:18"],
    [3137,"96ea8b5e-4a08-410c-90b6-b773c9fd5dea","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอใบอนุญาตขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-13bd-4388-b6ef-04a4372a9148",1,100,9,"1. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ ผู้ประสงค์จะขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม ต้องขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2. เมล็ดพันธุ์ควบคุม หมายความว่า เมล็ดพันธุ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม ซึ่งปัจจุบันเป็นไปตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดของเมล็ดพันธุ์ให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2556    3. วิธีการขอใบอนุญาตเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549    4. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตฯ ไว้ดังนี้    4.1 บรรลุนิติภาวะ    4.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย    4.3 ไม่เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    4.4 มีสถานที่ที่เหมาะสมในการรวบรวมขาย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมตามที่กำหนดขอรับใบอนุญาต    4.5 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำ หรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู๋แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 2 ปี    4.6 มีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา    5. หน้าที่ของผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต    5.1 ต้องปฏิบัติตามหมวด 3 (หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม) มาตรา 22-27 แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 อย่างเคร่งครัด    5.2 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549 อย่างเคร่งครัด    5.3 ต้องควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ควบคุมให้ได้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพและวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ขณนั้น ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขตามกำหนดระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาที่กำหนดคำขอนั้นจะถูกยกเลิก และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารชุดใหม่    7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารในชุดคำขอครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         หมายเหตุ          1.สามารถดำเนินการผ่านระบบ National Single Window (NSW)                           2.สามารถเข้าร่วมโครงการใบอนุญาตแบบด่วน 30 นาที (Fast lane) ได้ที่ศูนย์ราชการสะดวกกรมวิชาการเกษตร","2022-10-25T09:40:19"],
    [3138,"96ea8c06-1450-4b4f-900f-8716bfb48b0e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอใบอนุญาตนำผ่านซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-3e56-4eea-96e5-abeab4efb439",1,200,10,"1. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ ผู้ประสงค์จะนำผ่านซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุม ต้องขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2. เมล็ดพันธุ์ควบคุม หมายความว่า เมล็ดพันธุ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม ซึ่งปัจจุบันเป็นไปตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดของเมล็ดพันธุ์ให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2556    3. วิธีการขอใบอนุญาตเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549    4. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตฯ ไว้ดังนี้     4.1 บรรลุนิติภาวะ     4.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย     4.3 ไม่เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ     4.4 มีสถานที่ที่เหมาะสมในการรวบรวมขาย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมตามที่กำหนดขอรับใบอนุญาต     4.5 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำ หรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู๋แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 2 ปี     4.6 มีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา    5. หน้าที่ของผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต     5.1 ต้องปฏิบัติตามหมวด 3 (หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม) มาตรา 22-27 แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 อย่างเคร่งครัด     5.2 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549 อย่างเคร่งครัด     5.3 ต้องควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ควบคุมให้ได้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพและวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ขณะนั้น ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขตามกำหนดระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาที่กำหนดคำขอนั้นจะถูกยกเลิก และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารชุดใหม่    7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารในชุดคำขอครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         หมายเหตุ สามารถดำเนินการผ่านระบบ National Single Window (NSW)","2022-10-18T10:12:58"],
    [3139,"96ea8caf-6396-44fb-837d-27ffaf6531b1","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-419c-4954-beb7-d218fb1dcd1c",1,400,11,"1. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ ผู้ประสงค์จะนำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุม ต้องขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2. เมล็ดพันธุ์ควบคุม หมายความว่า เมล็ดพันธุ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม ซึ่งปัจจุบันเป็นไปตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดของเมล็ดพันธุ์ให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2556    3. วิธีการขอใบอนุญาตเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549    4. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตฯ ไว้ดังนี้     4.1 บรรลุนิติภาวะ     4.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย     4.3 ไม่เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ     4.4 มีสถานที่ที่เหมาะสมในการรวบรวมขาย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมตามที่กำหนดขอรับใบอนุญาต     4.5 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำ หรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู๋แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 2 ปี     4.6 มีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา    5. หน้าที่ของผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต     5.1 ต้องปฏิบัติตามหมวด 3 (หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม) มาตรา 22-27 แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 อย่างเคร่งครัด     5.2 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549 อย่างเคร่งครัด     5.3 ต้องควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ควบคุมให้ได้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพและวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    6. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ขณะนั้น ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขตามกำหนดระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาที่กำหนดคำขอนั้นจะถูกยกเลิก และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารชุดใหม่    7. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารในชุดคำขอครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว              หมายเหตุ สามารถดำเนินการผ่านระบบ National Single Window (NSW)","2022-10-18T10:11:36"],
    [3140,"96ec19cc-861a-48e8-b6c2-222e9ab9f12a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-3aff-463a-9d17-b33b951805e8",1,400,12,"1. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ ผู้ประสงค์จะรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุม ต้องขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    2. เมล็ดพันธุ์ควบคุม หมายความว่า เมล็ดพันธุ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม ซึ่งปัจจุบันเป็นไปตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดของเมล็ดพันธุ์ให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2556    3. วิธีการขอใบอนุญาตเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549    4. พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตฯ ไว้ดังนี้     4.1 บรรลุนิติภาวะ     4.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย     4.3 ไม่เป็นคนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ     4.4 มีสถานที่ที่เหมาะสมในการรวบรวมขาย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมตามที่กำหนดขอรับใบอนุญาต     4.5 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำ หรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู๋แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 2 ปี     4.6 มีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา    5. หน้าที่ของผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต     5.1 ต้องปฏิบัติตามหมวด 3 (หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม) มาตรา 22-27 แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 อย่างเคร่งครัด     5.2 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549 อย่างเคร่งครัด     5.3 ต้องควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ควบคุมให้ได้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพและวิธีการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    6. ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือและสถานที่รวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมให้มีความเหมาะสม และอำนวยความสะดวกในการไปตรวจสถานที่ของเจ้าหน้าที่    7. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ขณะนั้น ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขตามกำหนดระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาที่กำหนดคำขอนั้นจะถูกยกเลิก และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารชุดใหม่    8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารในชุดคำขอครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         หมายเหตุ สามารถดำเนินการผ่านระบบ National Single Window (NSW)","2022-10-18T10:10:14"],
    [3141,"96ec1f3d-19f7-4bfe-8990-c4e7388cc022","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การยื่นแบบแจ้งรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ขออนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-2577-41ed-a0c6-69d6be5af60b",3,0,3,"1.ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตรวบรวมหรือนำเข้าซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าต้องยื่นแบบแจ้งรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ขออนุญาตตามแบบที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนด    2.การยื่นแบบแจ้งรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ขออนุญาตให้ใช้แบบฟอร์มตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดแบบคำขอ แบบใบอนุญาตและแบบพิมพ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2555    3.ผู้ยื่นแบบแจ้งรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ขออนุญาตต้องแสดงรายงานผลการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ควบคุม ที่มีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่กำหนดตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพ และวิธีเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    4.ต้องใช้ชื่อการค้าไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อการค้าของผู้ประกอบการรายอื่นที่ได้รับอนุญาตแล้ว    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ขณะนั้น ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขตามกำหนดระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาที่กำหนดคำขอนั้นจะถูกยกเลิก และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารชุดใหม่    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารในชุดคำขอครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    หมายเหตุ สามารถดำเนินการผ่านระบบ National Single Window (NSW)","2022-10-11T16:02:48"],
    [3142,"96ec1fdd-1ff7-426c-b74a-70f5f1a5fde7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การแจ้งรายการนำเข้า/ส่งออกเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าแต่ละคราว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-3483-4fe6-b6f6-0a956e4d2954",1,0,4,"1. ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม พ.ศ. 2549 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าต้องแจ้งรายการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าทุกคราว โดยใช้แบบที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนด    2. การแจ้งรายการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าแต่ละคราว ให้ใช้แบบฟอร์มตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง กำหนดแบบคำขอ แบบใบอนุญาตและแบบพิมพ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2555    3.ผู้รับใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าต้องปฏิบัติตามหมวด 7 (สถิติพันธุ์พืช) มาตรา 52 -54 แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 อย่างเคร่งครัด    4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ขณะนั้น ผู้ยื่นคำขอต้องแก้ไขตามกำหนดระยะเวลาของเจ้าหน้าที่ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาที่กำหนดคำขอนั้นจะถูกยกเลิก และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารชุดใหม่    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เอกสารในชุดคำขอครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว         หมายเหตุ สามารถดำเนินการผ่านระบบ National Single Window (NSW)","2022-09-15T16:16:50"],
    [3143,"97268905-047e-43eb-9780-3277dc59d56f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตพืชควบคุม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d17-ca2f-4a2c-a916-23ccf6d42ea8",103,0,9,"ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตพืชควบคุม ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    1. การขึ้นทะเบียนดังกล่าว ใช้กับแหล่งผลิตพืชควบคุม ซึ่งผู้ใดประสงค์จะส่งออกพืชที่เป็นพืชควบคุมไปสหภาพยุโรปเพื่อนำไปปลูกต้องขึ้นทะเบียนแหล่งผลิตพืชนั้นให้เรียบร้อยก่อน    2. ผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตพืชควบคุมนั้น ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตพืชควบคุมเพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรป พ.ศ. 2552    3. กระบวนการตรวจเพื่อรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งผลิตพืชนั้น อาจใช้เวลามากน้อยนั้น จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแหล่งผลิต ชนิดพืชควบคุมที่ขอขึ้นทะเบียน    4. คู่มือฉบับดังกล่าว ให้ใช้กับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตพืชควบคุม ไปสหภาพยุโรป    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด (ผู้รับคำขอ/ผู้ยื่นคำขอจะปฏิเสธการดำเนินการ)    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    7. ใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตพืชควบคุมมีกำหนดอายุ 5 ปี และเมื่อครบกำหนดอายุ 5 ปี แล้ว ผู้ถือใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนต้องดำเนินการขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตพืชควบคุมใหม่    8. กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง       8.1 ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย       8.2 ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบพบว่าคำขอพร้อมรายการเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้อง ครบถ้วนตรงตามที่คู่มือสำหรับประชาชนกำหนดไว้ให้กรมวิชาการเกษตรสามารถไม่รับคำขอได้","2022-09-30T15:35:14"],
    [3144,"97268c5d-d060-49be-9873-f3869de78e6a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d17-c6d2-4220-9b4e-fd950d885f3e",1,0,21,"ผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    1. การขึ้นทะเบียนดังกล่าว ใช้กับผู้ส่งออกที่จะประสงค์จะส่งสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง โดยต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนก่อนส่งออก ซึ่งปัจจุบันใช้กับประเทศดังนี้    1.1 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปออสเตรเลีย ชนิดพืชที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ได้แก่พืช ลิ้นจี่ ลำไย มังคุด และสับปะรด    1.2 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐอเมริกา ชนิดพืชที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ได้แก่พืช ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง มังคุด สับปะรด เงาะ และแก้วมังกร    1.3 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี ชนิดพืชที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ได้แก่พืช มังคุด และมะม่วง 3 พันธุ์ คือ หนังกลางวัน น้ำดอกไม้ และแรด    2. การขึ้นทะเบียนดังกล่าว ผู้ส่งออกต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปต่างประเทศให้เรียบร้อยตามกระบวนงานการจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปต่างประเทศ ขึ้นตามความประสงค์ของประเทศที่ส่งออก    3. การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ดังนี้    3.1 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปออสเตรเลีย ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมการนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยไปประเทศออสเตรเลีย ตามแต่ละชนิดพืช    3.2 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐอเมริกา ต้องปฏิบัติตามข้อตกลง Frame Work of Equivalency Work Plan (FEWP) และเอกสาร Irradiation Operational Work Plan between Thailand and United States of America    3.3 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี แยกออกเป็น    3.3.1 กรณีมังคุดต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการส่งออกผลมังคุดสดไปสาธารณรัฐเกาหลีและประกาศอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกาศสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เรื่อง การส่งออกมังคุดไปสาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น    3.3.2 กรณีมะม่วงต้องปฏิบัติตามประกาศที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่ประกาศมาเพื่อกำกับ ดูแล การขึ้นทะเบียนดังกล่าว เช่น ประกาศสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เรื่อง การส่งออกมะม่วงอบไอน้ำไปสาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น    4.การขึ้นทะเบียนดังกล่าว โรงบรรจุสินค้าและสวนที่จะนำมาขึ้นทะเบียนนั้นต้องได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะนำมาขอขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร    5. คู่มือฉบับดังกล่าว จะใช้กับการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง/ ต่ออายุทะเบียน/ ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน ยกเว้นกรณีการต่ออายุทะเบียนโรงคัดบรรจุและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี เนื่องจากการขึ้นทะเบียนจะต้องขึ้นทะเบียนใหม่ทุกปีและการต่ออายุทะเบียนโรงคัดบรรจุและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปอเมริกา เนื่องจากการดำเนินการจะเป็นการเพิ่มรายละเอียดโรงบรรจุสินค้าและสวนเข้าระบบและไม่มีการกำหนดวันหมดอายุของเอกสาร ดังนั้นทั้งสองกรณีจึงไม่มีการดำเนินการต่ออายุหนังสือแสดงการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว    6. ผู้ส่งออกควรขอคำแนะนำและทำความเข้าใจกระบวนการส่งออกพืชดังกล่าวจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามข้อตกลงในการส่งออกสินค้าไปประเทศต่างตามที่ประสงค์    7. รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินการขึ้นทะเบียนฯ แยกดังนี้    7.1 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปออสเตรเลีย สามารถยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียน/ ต่ออายุทะเบียน/ ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน ได้ตลอดทั้งปี โดยหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนดังกล่าว จะกำหนดวันหมดอายุของทะเบียนโรงบรรจุสินค้าที่มีการอ้างใช้ครั้งแรกเป็นเกณฑ์ในกำหนดวันหมดอายุของหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนที่ออกให้กับผู้ส่งออกซึ่งกำหนดไว้ 2 ปี นับจากวันที่แจ้งขอขึ้นทะเบียน และสำหรับวันหมดอายุของหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนที่ออกให้กับผู้ส่งออก หากโรงบรรจุสินค้าที่แจ้งใช้และได้กำหนดวันหมดอายุไว้แล้ว หนังสือแสดงการขึ้นทะเบียนจะหมดอายุตามนั้น    7.2 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปอเมริกา ผู้ส่งออกที่ประสงค์ส่งออกสินค้าเกษตร ต้องดำเนินการยื่นเอกสารผ่าน Cooperator ของโครงการ โดย Cooperator จะพิจารณาเอกสารที่ยื่นต้องถูกต้องและครบถ้วน จากนั้นจะส่งเอกสารให้กรมวิชาการเกษตรเพื่อขึ้นทะเบียนดังกล่าว ทั้งนี้โรงบรรจุสินค้าจะต้องผ่านการตรวจประเมินจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะยื่นขอขึ้นทะเบียน    7.3 การขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี แยกดังนี้    7.3.1 การส่งออกมังคุดตามเงื่อนไขต้องรมเมทิลโบรไมด์ ดังนั้นผู้ส่งออกยื่นขอขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวน ผู้ส่งออกต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนโรงรมเมทธิลโบรไมด์ด้วย โดยโรงรมเมทิลโบรไมด์ ต้องได้การรับรองจากกรมวิชาการเกษตร นอกจากนี้โรงบรรจุสินค้าที่ยื่นต้องผ่านตรวจประเมินจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนขอขึ้นทะเบียน    7.3.2 การส่งออกมะม่วง ตามเงื่อนไขต้องอบไอน้ำ และโรงบรรจุสินค้าต้องมีความสามารถในการอบไอน้ำด้วย และผ่านการตรวจประเมินจากกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนขอขึ้นทะเบียน    7.3.3 การขึ้นทะเบียนเพื่อการส่งออกกมังคุดและมะม่วงไปสาธารณรัฐเกาหลี จะกำหนดวันหมดเขตการยื่นขอขึ้นทะเบียนของแต่ละปี ตามแต่ชนิดพืช ดังนั้นผู้ส่งออกต้องมายื่นความประสงค์ก่อนหมดเกณฑ์ของปีนั้นๆให้แล้วเสร็จก่อนส่งออก    8. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด (ผู้รับคำขอ/ผู้ยื่นคำขอจะปฏิเสธการดำเนินการ)    9. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    10. หนังสือสำคัญแสดงขึ้นจดทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร ภายใต้เงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลง มีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ออกเอกสาร ยกเว้นการขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐอเมริกา ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ และการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐเกาหลี จะกำหนดปีต่อปี    11. กรณียื่นขอต่ออายุให้ดำเนินการภายใน 30 วัน ก่อนหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงบรรจุสินค้าและสวนเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร จะหมดอายุ และหากมาดำเนินการนอกเหนือจากช่วงเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่จะปฎิเสธการดำเนินการ    12. กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง       12.1 ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย       12.2 ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย แ","2022-11-29T11:37:09"],
    [3145,"97288e1a-fe4c-4868-ad19-abc43a9dc552","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเพื่อการค้า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-d08d-4c3a-ac88-5b1eeb883f31",16,1500,21,"1.ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเพื่อการค้า ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การขอใบแทน และการออกใบแทนใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 พ.ศ.2551 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.doa.go.th/ard    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้อง    2.1 เป็นเจ้าของกิจการ    2.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย    2.3 มีสถานที่ผลิตปุ๋ยเพื่อการค้า และสถานที่เก็บปุ๋ย    2.4 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 1 ปี    3. ต้องมีเครื่องมือ อุปกรณ์การผลิตปุ๋ยเคมีแยกออกจากเครื่องมืออุปกรณ์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช    4. ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบผ่านระบบบริการออนไลน์ของกรมวิชาการเกษตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบในระบบครบถ้วนถูกต้อง เอกสารผ่านแล้ว จึงส่งคำขอพร้อมเอกสารประกอบมายังหน่วยงาน โดยสามารถมายื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์    5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะละทิ้งคำขอดังกล่าว    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-05-29T09:31:39"],
    [3146,"9728988d-0b2c-4978-8577-86362a85b188","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-d9b9-4044-9345-ef00904c3bdb",10,2000,13,"1. ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าหรือใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ย ที่มีความประสงค์จะผลิตหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งปุ๋ยเคมีชนิดอื่นใดนอกจากปุ๋ยเคมีมาตรฐาน ต้องนำปุ๋ยเคมีชนิดนั้นมาขอขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อน ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การขอขึ้นทะเบียน การออกใบสําคัญการขึ้นทะเบียน การขอแก้ไขรายการทะเบียน หรือการแก้ไขรายการทะเบียนปุ๋ยเคมี ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2551    2.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-05-29T09:27:53"],
    [3147,"9728d4e6-0db5-4ae7-9e24-62a662f4d239","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-d3ca-4e2e-9cce-5bd45341ea24",44,1000,13,"1. ผู้ประสงค์จะขอใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การขอขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน การขอแก้ไขรายการทะเบียน และการแก้ไขรายการทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ. 2555 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.doa.in.th/ard    2.ผู้ประสงค์จะขอใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยชีวภาพต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การขอขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน การขอแก้ไขรายการทะเบียน และการแก้ไขรายการทะเบียนปุ๋ยชีวภาพ พ.ศ. 2552 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.doa.in.th/ard    3. ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ย การขอรับและการออกใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ย พ.ศ. 2559    4. คำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงานด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550    5. ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบผ่านระบบบริการออนไลน์ของกรมวิชาการเกษตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบในระบบครบถ้วนถูกต้อง เอกสารผ่านแล้ว จึงนำคำขอพร้อมเอกสารประกอบและตัวอย่างปุ๋ยที่ขอขึ้นทะเบียนมายื่นที่หน่วยงาน โดยสามารถมายื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์    6. ในกรณีที่คณะทำงานฯ มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นมา คณะทำงานฯ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอฯ มาชี้แจงเพิ่มเติมได้    7. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะละทิ้งคำขอดังกล่าว    8. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-02-01T11:46:28"],
    [3148,"9728f140-10fc-473c-aa74-0edee5c6bd6d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสือสำคัญรับแจ้งปุ๋ยเคมีธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-f82d-4cbb-9b47-24a2f68ee6f8",10,0,12,"1. ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิต ปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า หรือใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ย ที่ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าปุ๋ยเคมีธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริมตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กําหนดปุ๋ยที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2564 ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับปุ๋ยที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2564           2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะละทิ้งคำขอดังกล่าว                     3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-05-29T09:26:05"],
    [3149,"9728ff33-d7c2-4114-a570-0d4a56765e48","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสือสำคัญรับแจ้งปุ๋ยเคมีมาตรฐาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-dcba-4b4c-b1d6-733395b796a8",1,0,12,"1. ผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าหรือใบอนุญาตนําเข้าปุ๋ยที่ประสงค์จะผลิต หรือนําเข้าซึ่งปุ๋ยเคมีมาตรฐาน  ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กําหนดปุ๋ยเคมีมาตรฐาน พ.ศ. 2559 ต้องปฏิบ้ติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การขอใบแทน และการออกใบแทนใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2551 โดยให้ยื่นคําขอตามแบบ ป.ฐ.1 พร้อมหลักฐาน ทางระบบบริการออนไลน์ และนำหลักฐานต่าง ๆ ที่ยื่นในระบบพร้อมตัวอย่างปุ๋ยเคมีมาตรฐานตามรายละเอียดที่ระบุในแบบคําขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กลุ่มควบคุมปุ๋ย (ตึกศูนย์วิจัยการอารักขาข้าว) สํานักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร    2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด  ผู้รับคำขอจะปฏิเสธคำขอชุดนั้น และหากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินการต่อต้องยื่นคำร้องพร้อมเอกสารใหม่    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-05-29T09:26:40"],
    [3150,"97ddf03f-1877-40df-98ef-40eaee5ada6c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตขายปุ๋ย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-3174-4544-9126-50ce12aab71e",1,200,15,"1.ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตขายปุ๋ย ต้องปฎิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทน และการออกใบแทนใบอนุญาต ตามพระราชบัญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 พ.ศ. 2551 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.doa.go.th/ard    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้อง     2.1เป็นเจ้าของกิจการ     2.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย     2.3 มีสถานที่ทำการและสถานที่เก็บปุ๋ย     2.4 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 1 ปี    3.ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบผ่านระบบบริการออนไลน์ของกรมวิชาการเกษตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบในระบบครบถ้วนถูกต้อง เอกสารผ่านแล้ว จึงส่งคำขอพร้อมเอกสารประกอบมายังหน่วยงาน    4.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะละทิ้งคำขอดังกล่าว    5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-05-29T09:28:42"],
    [3151,"97de01cd-fdad-46f5-966d-a6d48188cfa2","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ย/ส่งออกปุ๋ย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-cd6f-497f-b49a-4e283b26e132",1,1000,15,"1.ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ย/ส่งออกปุ๋ย ต้องปฎิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต  การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทน และการออกใบแทนใบอนุญาต ตามพระราชบัญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 พ.ศ. 2551 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.doa.go.th/ard    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้อง       2.1 เป็นเจ้าของกิจการ       2.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย       2.3 มีสถานที่ทำการและสถานที่เก็บปุ๋ย       2.4 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 1 ปี    3.ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบผ่านระบบบริการออนไลน์ของกรมวิชาการเกษตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบในระบบครบถ้วนถูกต้อง เอกสารผ่านแล้ว จึงส่งคำขอพร้อมเอกสารประกอบมายังหน่วยงาน    4.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะละทิ้งคำขอดังกล่าว    5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-05-29T09:30:43"],
    [3152,"97de0484-44c6-40b1-9074-7ca25b75fbe7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตนำผ่านปุ๋ย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-d6c9-4e14-ad9d-68f62e172526",1,400,10,"1.ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำผ่านปุ๋ย ต้องปฎิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทน และการออกใบแทนใบอนุญาต ตามพระราชบัญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 พ.ศ. 2551 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.doa.go.th/ard    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้อง     2.1เป็นเจ้าของกิจการ     2.2 มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย     2.3 มีสถานที่ทำการและสถานที่เก็บปุ๋ย     2.4 ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบ 1 ปี    3.ผู้ประกอบการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบผ่านระบบบริการออนไลน์ของกรมวิชาการเกษตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารประกอบในระบบครบถ้วนถูกต้อง เอกสารผ่านแล้ว จึงส่งคำขอพร้อมเอกสารประกอบมายังหน่วยงาน    4.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะละทิ้งคำขอดังกล่าว    5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-05-29T09:29:52"],
    [3153,"983223cd-093c-45b7-ab59-2ffb4cc20aad","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (กรณีตรวจพืช และ/หรือควบคุมการกำจัดศัตรูพืชนอกสถานที่ให้บริการ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d18-c2cb-4e28-933a-af37b68de795",1,0,6,"1. ผู้ยื่นคำขอใบรับรองสุขอนามัยพืช จะต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช และใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งต่อ พ.ศ. 2551และฉบับที่ 2(พ.ศ. 2553)    2. ผู้ยื่นคำขอรับใบรับรองสุขอนามัยพืชจะต้องปฏิบัติดังนี้      2.1นำสำเนาแบบคำขอ พ.ก. 7(หากไม่มีการแก้ไขเอกสารคำขอ) พร้อมเอกสารประกอบ เช่น B/L, Invoice, Letter of Credit เป็นต้น ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ (ช่องหมายเลข 2) เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ค้นหารายงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หากประสงค์จะขอแก้ไขคำขอพ.ก. 7จากเดิมที่ยื่นไว้ให้จัดเตรียมฉบับแก้ไขมาด้วย      2.2 รอการตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่ หากถูกตรวจพบว่ายังมีการค้างค่ายานพาหนะ เจ้าหน้าที่จะยังไม่ดำเนินการให้จนกว่าจะจ่ายค่ายานพาหนะให้กับเจ้าหน้าที่ก่อน และรอใบรับเงินค่ายานพาหนะ      2.3 รอเรียกจากเจ้าหน้าที่ (ช่องหมายเลข 3) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ Draft ใบรับรองสุขอนามัยพืชหากมีอะไรแก้ไข ให้แก้ไขใน Draft ใบรับรองสุขอนามัยพืชด้วยตนเองพร้อมลงนามกำกับ ส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อจัดพิมพ์ใบรับรองสุขอนามัยพืชฉบับสมบูรณ์ให้ หากเกิดความผิดพลาดซ้ำเนื่องจากการแก้ไขไม่ครบและไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการจะต้องชำระค่าพิมพ์ใบรับรองสุขอนามัยพืชฉบับที่ผิดนั้นด้วย      2.4ตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองสุขอนามัยพืชอีกครั้งและส่งคืนเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่เพื่อคิดค่าธรรมเนียม    3. กรณีที่รับใบรับรองสุขอนามัยพืชไปแล้ว และต้องการแก้ไขให้ทำหนังสือขอแก้ไขจากผู้ประกอบการ หรือเขียนคำขอแก้ไขด้วยตนเองพร้อมนำใบรับรองสุขอนามัยพืช ฉบับเดิม (ทั้งชุด) มาด้วย เพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยพืชฉบับใหม่ให้ หากส่งต้นฉบับไปต่างประเทศแล้วให้นำสำเนาใบรับรองสุขอนามัยพืชพร้อมหนังสือขอใบแทนใบรับรองสุขอนามัยพืชจากผู้ประกอบการเท่านั้น มาแสดงเพื่อออก ใบรับรองสุขอนามัยพืชฉบับแก้ไขให้    4. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    5. ขั้นตอนการดำเนินงามตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครับถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-01-11T12:47:00"],
    [3154,"995833f0-0378-4d03-a6a2-7b8567a5e35f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การควบคุมการนำเข้าสิ่งต้องห้ามสิ่งกำกัดและสิ่งไม่ต้องห้ามตามพ.ร.บ. กักพืชพ.ศ. 2507 และแก้ไขเพิ่มเติม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-b69b-4c80-aba7-c26014f84075",3,0,8,"1.  ผู้ยื่นคำขอ (ผู้นำเข้าสิ่งต้องห้าม ตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 และแก้ไขเพิ่มเติม) ต้องแจ้งการนำเข้าสิ่งต้องห้าม ตามแบบฟอร์มใบแจ้งการนำเข้าสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มติม (แบบ พ.ก. 5 ) พร้อมเอกสาร ให้ครบถ้วน และถูกต้อง    2. ผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ให้อำนาจการอนุญาต หรือที่เกี่ยวข้อง    3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    4. กรณีผลการตรวจสอบศัตรูพืชไม่ผ่าน จะถือว่าคำขอนั้นตกไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:46:07"],
    [3155,"99760833-258c-4e81-ad6d-a3540941cf70","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอเพิ่มเติม/แก้ไข  รายชื่ออัตราความเข้มข้นและสูตรของวัตถุอันตราย ที่รับขึ้นทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบกรมวิชาการเกษตร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-e593-4a73-bbef-b2271cb0c8d2",80,0,11,"1. ผู้ยื่นคำขอการขอเพิ่มเติม/แก้ไข รายชื่ออัตราความเข้มข้นและสูตร ของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน ที่รับขึ้นทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบกรมวิชาการเกษตร ต้องปฏิบัติตาม ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ. ๒๕๕๑    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    4. กรณีเอกสารต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ให้แปลและรับรองการแปลจากหน่วยงาน หรือสถาบันที่ได้รับการรับรอง 5. ยื่นเอกสาร ณ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ต้นฉบับ 1 ชุด + สำเนา 1 ชุด","2024-04-11T10:57:20"],
    [3156,"99800bcc-d333-4b01-9537-c1f6ee904619","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสือรับรองการส่งออกพืชลูกผสม และหนังสือรับรองการส่งออกอื่น ๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-7951-498c-bb3d-600623e943dc",1,100,5,"1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในหนังสือรับรองการส่งออกพืชลูกผสม  \n2. ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สำหรับชนิดของพืชลูกผสม จำนวนไม่เกิน 10 ชนิด  \n3. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ","2023-07-03T12:03:16"],
    [3157,"99801e94-2625-4e24-9830-7ba2af294d0f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสืออนุญาตนำผ่านพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-6f9d-4532-8520-bf6af8c4bc28",1,100,5,"1. พืชอนุรักษ์ที่จะทำการนำผ่าน ต้องได้มาจากสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร หรือมีหลักฐานการนำเข้า หรือหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของพืชอนุรักษ์  \n2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในหนังสืออนุญาตนำผ่านพืชอนุรักษ์ และซากของพืชอนุรักษ์  \n3. ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สำหรับชนิดของพืชอนุรักษ์จำนวนไม่เกิน 10 ชนิด  \n4. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ","2023-07-03T12:01:41"],
    [3158,"99803bb9-0185-4614-aa29-84fff2f4422f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสืออนุญาตนำเข้าพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-72f6-415c-901a-49f1b6c41430",1,100,5,"1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในหนังสืออนุญาตนำเข้าพืชอนุรักษ์ และซากของพืชอนุรักษ์  \n2. ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สำหรับชนิดของพืชอนุรักษ์จำนวนไม่เกิน 10 ชนิด  \n3. พืชอนุรักษ์ที่จะทำการนำเข้า ต้องมีหลักฐานแสดงการนำเข้าพืชอนุรักษ์  \n4. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ","2023-07-03T11:59:56"],
    [3159,"99803f7c-0041-4c2b-898f-84d0fd924f1e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกหนังสืออนุญาตส่งออกพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-6c81-45a8-a577-7940359eb0af",1,100,7,"1. พืชอนุรักษ์ที่จะทำการส่งออก ต้องได้มาจากสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร หรือมีหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของพืชอนุรักษ์  \n2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่การยื่นเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วน จนถึงลงนามในหนังสืออนุญาตส่งออกพืชอนุรักษ์ และซากของพืชอนุรักษ์  \n3. ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สำหรับชนิดของพืชอนุรักษ์จำนวนไม่เกิน 10 ชนิด  \n4. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  \n5. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอ","2023-07-03T11:57:51"],
    [3160,"9981faf9-f2c9-4d7d-8309-b58c9ca10ecc","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การแจ้งการเก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชดังกล่าว เพื่อการศึกษา ทดลอง หรือวิจัยที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในทางการค้า  ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์ พ.ศ. 2542(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-ff4b-49af-8872-479335812761",23,0,8,"1) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2).กรณีการยื่น/ส่งเอกสาร\n2.1) กรณีแบบแจ้งหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบแจ้งและผู้แจ้งแบบแจ้งจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้แจ้งแบบแจ้งขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้แจ้งแบบแจ้งไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะยกเลิกแบบแจ้ง\n2.2) กรณีผู้แจ้งไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ผู้แจ้งแบบแจ้งต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสารมีอำนาจลงนามในบันทึกทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าผู้แจ้งไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ พบว่าแบบแจ้งพร้อมเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามคู่มือประชาชนกำหนดไว้ ให้กรมวิชาการเกษตรไม่รับแจ้งได้\n2.3) ในกรณีมีการมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน\n2.4) การยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบแบบแจ้ง หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ยื่นแบบแจ้งและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า","2024-07-03T11:45:36"],
    [3161,"99b8b6c2-3923-4ab9-8383-d4bde13384ba","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การควบคุมการนำเข้าสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 และแก้ไขเพิ่มเติม (กรณีนำเข้าเพื่อใช้ทำพันธุ์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-b978-4e08-97aa-4b7e952f84d8",24,200,10,"1. ผู้ประสงค์จะขอนำเข้าสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม ณ ด่านตรวจพืชที่นำเข้าต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:47:19"],
    [3162,"99b8d2f4-2ecf-47a9-9c99-cfc9327b2897","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขึ้นทะเบียนผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการส่งออก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d18-6626-432f-bac2-b38caf2f2895",16,0,6,"1. ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการส่งออกจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การขึ้นทะเบียนผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการส่งออก พ.ศ. 2547    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ มาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-16T09:45:20"],
    [3163,"99b8d4b3-15e7-4f83-a49c-ea002ea42735","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การรับรองระบบการผลิตของโรงงานผู้ผลิตผัก ผลไม้แช่เยือกแข็ง และโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อประกอบการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-b3af-4a7a-86e0-9a0a2379d0b1",14,0,8,"1. ผู้ยื่นคำขอยื่นแบบคำขอตาม ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การรับรองระบบการผลิตของโรงงาน ผู้ผลิตผัก ผลไม้ แช่เยือกแข็ง และโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อประกอบการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช พ.ศ. 2551 (แบบ กวก.1) พร้อมเอกสารประกอบให้ถูกต้องครบถ้วน    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-16T09:38:19"],
    [3164,"99b8d840-478c-4a99-a663-2540ba791ed1","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขึ้นทะเบียนโรงรมเมทิลโบรไมด์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-d4c4-4799-b7fc-685e05d6e62c",18,0,6,"1. ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนโรงรมเมทิลโบรไมด์ (กบส. ร. 101) จะต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการขอและขึ้นทะเบียนโรงรมเมทิลโบรไมด์ พ.ศ. 2551    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-16T09:43:45"],
    [3165,"99b8da37-bddb-48b0-af79-a52b2b7b27e7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขึ้นทะเบียนโรงเรือนปลูกเลี้ยงกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการส่งออกไปยังสาธารณรัฐเกาหลี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-d1cb-45b9-a5e7-dc88ec9e9774",7,0,10,"1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การขึ้นทะเบียนโรงเรือนปลูกเลี้ยงกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการส่งออกไปยังสาธารณรัฐเกาหลี พ.ศ. 2548    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีขอสงสัยในเอกสารที่ยื่นขอ สามารถแจ้งผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-16T09:42:02"],
    [3166,"99ba639f-81bd-40d0-a3ab-c42b00518091","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การตรวจและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (กรณีส่งออกทางอากาศและตรวจในสถานที่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-dfd3-4677-9dd7-3fc0e990ec1a",1,50,17,"1. ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบรับรองสุขอนามัยพืชต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชตามประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชและใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกพ.ศ. 2551  \n2.ผู้ส่งออกหรือตัวแทนผู้ส่งออกยื่นคำขอผ่านระบบ e-phyto ได้ล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 1 วัน และยื่นแบบคำขอพ.ก. 7 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนเวลาส่งออกไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงโดยผู้ส่งออกหรือตัวแทนผู้ส่งออกต้องจัดเตรียมพืชที่จะส่งออกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังนี้            \n2.1 จัดเตรียมพืชที่จะส่งออกให้ถูกสุขอนามัยพืช (เช่นทำความสะอาด, กำจัดศัตรูพืชเป็นต้น) ตามหลักเกณฑ์ของประเทศผู้นำเข้า            \n2.2 แสดงบัญชีรายชื่อพืชในแต่ละภาชนะบรรจุให้ตรงตามชนิดและปริมาณที่แจ้งในคำขอและในแบบบัญชีแสดงรายชื่อพืชที่แนบมากับคำขอ            \n2.3 บรรจุพืชในภาชนะบรรจุที่แข็งแรงและเหมาะสม            \n2.4 ไม่บรรจุสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพืชตามที่ได้แจ้งไว้ในคำขอและในบัญชีแสดงรายชื่อพืชที่แนบมากับคำขอ \n 3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้  4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือนี้จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-08-16T09:39:50"],
    [3167,"9a3115f7-df6b-4aad-8709-d4c8cd68c681","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขอรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-d88f-4217-b78e-ac02a3891974",42,0,2,"เงื่อนไขในการยื่นคำขอ    เกษตรกร นิติบุคคลหรือกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช (กมพ.) เจ้าหน้าที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร (สวพ.) หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานเครือข่ายของสวพ.       เงื่อนไขของการรับรอง       กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการให้การรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ ตามขอบข่ายที่กรมวิชาการเกษตรประกาศ   ผู้ยื่นคำขอต้องมีการนำระบบการผลิตพืชอินทรีย์ไปปฏิบัติก่อนการตรวจประเมินเพื่อการรับรองรวมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมในทุกข้อกำหนดตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (มกษ.) หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเท่า   การขอรับการรับรอง ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช หรือเจ้าหน้าที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 - 8 หรือเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรต่างๆของจังหวัด พร้อมหลักฐานและเอกสารที่เป็นปัจจุบัน ตามรายการในแบบคำขอรับการรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์      เงื่อนไขสำหรับผู้ได้รับการรับรอง    1) ต้องรักษาไว้ซึ่งระบบการผลิตพืชอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (มกษ.) หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเท่า ตลอดระยะเวลาที่ได้รับการรับรอง    2) อ้างถึงการรับรองเฉพาะในกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองเท่านั้น    3) ต้องไม่นำใบรับรอง และ/หรือเครื่องหมายรับรอง และ/หรือเครื่องหมายรับรองระบบงานไปใช้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการรับรอง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมวิชาการเกษตร    4) เมื่อมีการลดขอบข่าย พักใช้ เพิกถอน หรือยกเลิกการรับรองระบบไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ให้ยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อ โฆษณาที่มีการอ้างถึงการได้รับการรับรองนั้นทั้งหมด    5) หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขระบบการผลิตพืชอินทรีย์ในสาระสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงชนิดพืชที่ปลูก เพิ่ม/ลดขนาดพื้นที่ปลูก เปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนกรรมวิธีการแปรรูปและการจัดการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์เป็นวิธีใหม่ การปรับปรุงสถานที่ประกอบการ เปลี่ยนแปลงสมาชิกในกลุ่ม เปลี่ยนแปลงระบบควบคุมภายในกลุ่ม เปลี่ยนผู้ดูแลหรือผู้ดำเนินการ เปลี่ยนแปลงพื้นที่ หรือสถานที่ผลิต การโอนกิจการ การย้ายสถานที่ผลิตหรือสถานที่ประกอบการ การเปลี่ยนเครื่องมือเครื่องจักร หรือกรณีมีการใช้สารช่วยกรรมวิธีการผลิตและแปรรูป หรือมีการใช้สารที่ใช้ในการทำความสะอาด (Cleaning Agent) ปัจจัยการผลิตที่ใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินและควบคุมศัตรูพืชที่ไม่ได้มาจากการผลิตอินทรีย์ให้แจ้งหน่วยรับรอง    6) ให้ความร่วมมือแก่กรมวิชาการเกษตร ในการตรวจประเมินทุกครั้ง โดยผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ หรือกลุ่ม จะต้องยินยอมให้ผู้ตรวจประเมินเข้าตรวจสอบพื้นที่ดำเนินการและส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขอรับรองทั้งหมด (ทั้งพื้นที่ของตนเอง เช่า ให้เช่า) และยินยอมให้มีการสุ่มตัวอย่าง ผลผลิต หรือผลิตภัณฑ์หรือปัจจัยการผลิตไปทดสอบ    7) ต้องจัดทำบันทึกอย่างต่อเนื่อง เช่น บันทึกการผลิต บัญชีการซื้อปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบอินทรีย์ บัญชีแสดงจำนวนผลผลิต ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ และบัญชีแสดงการจำหน่ายผลิตผล ผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์ รวมทั้งจำนวนฉลากที่มีการแสดงเครื่องหมายการรับรอง พร้อมหลักฐานการรับผลิตผล ผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์ หรือหลักฐานการชำระเงินจากลูกค้าแต่ละราย แสดงข้อมูลดังกล่าวต่อคณะผู้ตรวจประเมิน เมื่อได้รับการร้องขอเพื่อให้ผู้ตรวจประเมินสามารถตรวจสอบกระบวนการผลิตพืชอินทรีย์ได้ทุกขั้นตอน    8) ต้องส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองที่เป็นปัจจุบันให้แก่กรมวิชาการเกษตร เมื่อได้รับการร้องขอ    9) ต้องเรียกเก็บผลิตผล ผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์ คืนจากสถานที่จำหน่าย และจัดส่งรายงานการเรียกเก็บผลิตผล ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ กรณีที่ถูกเพิกถอนการรับรอง ยกเลิกการรับรอง ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตผล ผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์ เมื่อคณะกรรมการรับรองมีมติให้เรียกเก็บผลิตผล ผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์คืนจากสถานที่จำหน่าย    10) หากประสงค์จะยกเลิกการรับรองให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้กรมวิชาการเกษตรทราบ    11) หากประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรอง ให้ยื่นแบบคำขอใบรับรองการผลิตพืชอินทรีย์ต่อกรมวิชาการเกษตร ก่อนใบรับรองหมดอายุ    12) ต้องจัดให้มีมาตรการและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลส่วนบุคคลที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และคณะผู้เข้าร่วมในการตรวจประเมินทุกครั้งในกรณีที่ร้องขอ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่    13) ต้องจัดทำและเก็บบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการกับข้อร้องเรียนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองไว้ และต้องมอบบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการให้แก่กรมวิชาการเกษตร เมื่อได้รับการร้องขอ    หมายเหตุ    เงื่อนไข : ไม่พบข้อบกพร่อง ภายใต้ภาวการณ์ตรวจ 2 แปลงต่อ 1 วัน                            พืชอายุสั้นใช้เวลา  42  วันทำการ                            พืชไม้ผล/พืชผสมผสาน/พืชอุตสาหกรรม/มะละกอ อาจใช้เวลา มากกว่า  42  วันทำการ    หากมีข้อบกพร่อง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในข้อ 4.1 (ในตาราง) กรณีเป็นการตรวจรับรองแบบกลุ่มให้ขึ้นอยู่กับกระบวนการของกลุ่ม และข้อบกพร่องของกลุ่ม","2023-10-24T09:59:56"],
    [3168,"9a723482-487c-46b7-8d94-14bb9837749d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตเป็นผู้นำยางเข้ามาในราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-a886-4f19-a524-ba79f35bddc3",1,250,4,"1. พืชสกุลฮีเวีย Hevea spp. และพาหะ ได้แก่ น้ำยางสด ยางก้อน ยางเน่า และขี้ยาง เป็นสิ่งต้องห้าม ตามพ.ร.บ.กักพืช การนำเข้าต้องได้รับการพิจารณาตามพ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542 และ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2551 http://it.doa.go.th/reg/qua07/, http://www.doa.go.th/ard/images/stories/prb/prb_123.pdf, http://www.doa.go.th/ard/images/stories/prb/prb_115.pdf    \n2. การนำยางเข้ามาเพื่อเป็นตัวอย่างน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม ไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มควบคุมการอนุญาตตามพระราชบัญญัติ กองการยาง กรมวิชาการเกษตร    \n3. ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี    \n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-02T10:59:15"],
    [3169,"9a72379f-633b-46e7-a92b-f53111ce9435","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตเป็นผู้ส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-ab5b-4c38-ae24-e1970ab80541",1,250,1,"1. การส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อเป็นตัวอย่างน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม ไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มควบคุมการอนุญาตตามพระราชบัญญัติ กองการยาง กรมวิชาการเกษตร    \n2. ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี    \n3. เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ก่อนการส่งยางออกไปนอกราชอาณาจักรต้องได้รับใบผ่านด่านศุลกากร และส่งยางออกทางด่านศุลกากรที่ระบุในใบผ่านด่านศุลกากรเท่านั้น    \n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ใน คู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-02T11:01:15"],
    [3170,"9a737405-4561-4c0f-95b2-213333209ea7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้ตามข้อตกลงพิเศษ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-1039-485b-bb3e-7e44ed5e3453",1,0,2,"ผู้ประสงค์จะขอรับการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. กักพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. กักพืช (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ซึ่งขึ้นอยู่กับรายละเอียดดังนี้    1.) การออกใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษดังนี้         1.1) กรณีอบไอน้ำ(Vapor Heat Treatment : VHT)               ประเทศญี่ปุ่น                       - ผลไม้ส่งออก       มะม่วงสด พันธุ์หนังกลางวัน น้ำดอกไม้ แรด พิมเสนแดง มหาชนก เขียวเสวย และโชคอนันต์   มังคุด   ส้มโอ พันธุ์ทองดี      http://www.doa.go.th/plprotect/wp-content/uploads/2020/07/work-plan-japan.pdf                 สาธารณรัฐเกาหลี                       - มะม่วงสด พันธุ์หนังกลางวัน น้ำดอกไม้ และแรด                       - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                       - ผ่านการกำจัดแมลงวันผลไม้จากเครื่องอบไอน้ำ                       - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทย                       - มะม่วงและหีบห่อที่บรรจุมะม่วงที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่เกาหลีกำหนด                       - ใบรับรองสุขอนามัยพืชออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร                  เครือรัฐออสเตรเลีย                       - มะม่วงสดทุกพันธุ์                       - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือ สินค้าขนส่งทางอากาศ                       - มีใบอนุญาตนำเข้าจากออสเตรเลีย ทะเบียนโรงคัดบรรจุ (GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร (GAP) ทะเบียนโรงอบไอน้ำ                       - ผ่านการกำจัดแมลงวันผลไม้จากเครื่องอบไอน้ำและต้องปราศจากด้วงเจาะเมล็ดมะม่วง                       - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทย                       - หีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่ออสเตรเลียกำหนด                       - ใบรับรองสุขอนามัยพืชออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร                    ประเทศนิวซีแลนด์                       - มะม่วงสดทุกพันธุ์                       - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                       - ผ่านการกำจัดแมลงวันผลไม้จากเครื่องอบไอน้ำ                       - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทย                       - หีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่นิวซีแลนด์กำหนด                       - ใบรับรองสุขอนามัยพืชออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร                  สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)                       - มังคุดสด                       - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                       - ผ่านการกำจัดแมลงวันผลไม้จากเครื่องอบไอน้ำ                       - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยและไต้หวัน                       - ผลไม้และหีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่ไต้หวันกำหนด                       - ใบรับรองสุขอนามัยพืชออกให้โดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช        1.2) กรณีรมสารเมทิลโบร์ไมด์(Fumigation)               สาธารณรัฐเกาหลี                      - มังคุดสด                      - ผู้ส่งออกเข้าร่วมโครงการส่งมังคุดไปสาธารณรัฐเกาหลี ขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุ (GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร (GAP) ทะเบียนโรงรมเมทิลโบร์ไมด์                      - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                      - รมด้วยสารเมทิลโบร์ไมด์ และมีหนังสือรับรองการรมสารเมทิลโบร์ไมด์                      - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยที่โรงคัดบรรจุ                      - มังคุดและหีบห่อที่บรรจุมังคุดที่ผ่านการตรวจติดเครื่องหมายตามที่เกาหลีกำหนด                      - มีใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร      สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)                      - ผลหมากสด                      - เข้าร่วมโครงการส่งหมากไปสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุ(GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร(GAP)ทะเบียนโรงรมเมทิลโบร์ไมด์                      - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางอากาศ                      - รมด้วยสารเมทิลโบร์ไมด์                      - ตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยและไต้หวันที่โรงคัดบรรจุ                      - หีบห่อที่บรรจุผลหมากที่ผ่านการตรวจติดเครื่องหมายตามที่ไต้หวันกำหนด                      - มีใบรับรองสุขอนามัยพืชออกให้โดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช    เครือรัฐออสเตรเลีย                       - ผลไม้ส่งออก                            ก. มังคุด                            ข. สับปะรด                       - มีทะเบียนโรงคัดบรรจุ (GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร (GAP) ทะเบียนโรงรมเมทิลโบร์ไมด์                       - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                       - รมด้วยสารเมทิลโบร์ไมด์ กรณีสับปะรดต้องตัดจุก                       - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยที่โรงคัดบรรจุ                       - ผลไม้และหีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจติดเครื่องหมายตามที่ออสเตรเลียกำหนด                       - มีใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร      1.3) กรณีใช้ความเย็น (Cold Treatment)               เครือรัฐออสเตรเลีย                  - ผลไม้ส่งออก                        ก. ลิ้นจี่                        ข.ลำไย                      -มีทะเบียนโรงคัดบรรจุ(GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร(GAP)                      - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือ สินค้าขนส่งทางอากาศ                      - กำจัดศัตรูพืชด้วยความเย็นตามที่ออสเตรเลียกำหนด                      - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยที่โรงคัดบรรจุ                      - หีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่ออสเตรเลียกำหนด                      - มีใบสอบเทียบแท่งวัดอุณหภูมิตู้                      - มีใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร    ประเทศนิวซีแลนด์                      - ผลไม้ส่งออก                            ก. ลิ้นจี่                            ข. ลำไย                         - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                      - กำจัดศัตรูพืชด้วยความเย็นตามที่นิวซีแลนด์กำหนด                      - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยที่โรงคัดบรรจุ                      - หีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่นิวซีแลนด์กำหนด                      - มีใบสอบเทียบแท่งวัดอุณหภูมิตู้                            - มีใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร    1.4) กรณีฉายรังสี (Irradiation)              สหรัฐอเมริกา                      - ผลไม้ส่งออก                           ก. ลำไย                           ข. ลิ้นจี่                           ค. สับปะรด                           ง. มะม่วง                           จ. มังคุด                           ฉ. เงาะ                           ช. แก้วมังกร                     - เข้าร่วมโครงการส่งผลไม้ฉายรังสีไปสหรัฐอเมริกา ขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุ(GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร(GAP)                     - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                     - กำจัดศัตรูพืชด้วยรังสีที่สหรัฐอเมริกากำหนดที่โรงงานฉายรังสี                     - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยและสหรัฐอเมริกาที่โรงงานฉายรังสี                     - ผลไม้และหีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่สหรัฐอเมริกากำหนด                     - ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืชและใบรับรองการตรวจศัตรูพืชของสหรัฐอเมริกา    เครือรัฐออสเตรเลีย                      - มะม่วงสด(ทุกพันธุ์)                      - มีทะเบียนโรงคัดบรรจุ(GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร(GAP) ทะเบียนโรงงานฉายรังสี (TFN)                      - ส่งออกในลักษณะของสินค้าขนส่งทางเรือสินค้าขนส่งทางอากาศ                      - กำจัดศัตรูพืชด้วยรังสีที่ออสเตรเลียกำหนดที่โรงงานฉายรังสี                      - ผ่านการตรวจโดยหน้าที่ด้านกักกันพืชของไทยที่โรงงานฉายรังสี                      - ผลไม้และหีบห่อที่บรรจุผลไม้ที่ผ่านการตรวจต้องติดเครื่องหมายตามที่ออสเตรเลียกำหนด                      - มีใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกให้โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร    1.5) กรณีสุ่มตรวจศัตรูพืชก่อนการส่งออก               เครือรัฐออสเตรเลีย                     - ผลไม้แกะเปลือก                          ก. ทุเรียนสดแกะเปลือกทั้งพลู                          ข. ส้มโอสดแกะเปลือกลักษณะเนื้อทั้งกลีบ                          ค. สับปะรดสดแกะเปลือกลักษณะเป็นชิ้น                     - มีทะเบียนโรงคัดบรรจุ (GMP) ทะเบียนสวนเกษตรกร (GAP) ระบบการการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (Hazard Analysis and Critical Control Point, HACCP) และขบวนการผลิต    2. ระยะเวลาการดำเนินการเริ่มนับตั้งแต่เอกสารที่ยื่นขอใบรับรองสุขอนามัยพืชถูกต้องและครบถ้วน","2023-11-01T10:15:31"],
    [3171,"9a7375ca-f021-4e22-b862-e75d0e9a8367","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การสุ่มตรวจศัตรูพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้ตามข้อตกลงพิเศษ  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-0947-4743-a580-43ba933b5682",1,0,9,"ผู้ประสงค์จะขอรับการสุ่มตรวจศัตรูพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. กักพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. กักพืช (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ซึ่งขึ้นอยู่กับรายละเอียดดังนี้    1.) การสุ่มตรวจศัตรูพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษ    http://www.doa.go.th/plprotect/wp-content/uploads/2020/07/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A.pdf    2.) ระยะเวลาดำเนินการเริ่มนับตั้งแต่เอกสารที่ยื่นขอใบรับรองสุขอนามัยพืชถูกต้องและครบถ้วน    3.) ผู้ส่งออกจะต้องยื่นเอกสารคำขอเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจพืชล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ แต่ไม่เกิน 5 วันทำการ    4.) เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการสุ่มตรวจศัตรูพืชในผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษผ่านเรียบร้อยแล้วจะแจ้งผู้ส่งออกให้รับทราบ เพื่อให้ผู้ส่งออกดำเนินการขอใบับรองสุขอนามัยพืชต่อไป","2023-11-01T10:33:24"],
    [3172,"9a737723-8100-4225-ad93-305cbe26af07","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การกำจัดศัตรูพืชกักกันสำหรับการส่งออกผักและผลไม้ตามข้อตกลงพิเศษ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-0c6d-41b7-9b97-1ef58e12a6e7",1,0,2,"ผู้ประสงค์จะขอรับการสุ่มตรวจศัตรูพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. กักพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. กักพืช (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 ซึ่งขึ้นอยู่กับรายละเอียดดังนี้    1. การกำจัดศัตรูพืชกักกันสำหรับการส่งออกผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษ    http://www.doa.go.th/plprotect/wp-content/uploads/2020/07/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9.pdf    2.) ระยะเวลาดำเนินการเริ่มนับตั้งแต่เอกสารที่ยื่นขอใบรับรองสุขอนามัยพืชถูกต้องและครบถ้วน    3.) เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการกำจัดศัตรูพืชในผักและผลไม้กรณีเงื่อนไขพิเศษผ่านเรียบร้อยเเล้ว จะแจ้งผู้ส่งออกให้รับทราบ เพื่อให้ผู้ส่งออกดำเนินการขอสุ่มตรวจศัตรูพืชสำหรับการส่งออกผักและผลไม้ต่อไป","2023-11-02T11:04:23"],
    [3173,"9a73e006-fd92-452d-a1e8-3fbfa4ad4a30","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตผลิต/นำเข้าตัวอย่างกรณีขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-eef7-42cf-9911-f1abbc46773e",3,300,7,"1.ยื่นคำขอใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างวัตถุอันตรายต้องปฏิบัติตามประกาศดังต่อไปนี้    1.1 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ.2551    1.2 ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องกำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ.2552    1.3 ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องกำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน พ.ศ.2554    1.4 ประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องกำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่2) พ.ศ.2556    1.5ประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องกำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่3) พ.ศ.2556    1.6ประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องกำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่4) พ.ศ.2557    1.7ประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องกำหนดอัตราความเข้มข้นในแต่ละสูตรของวัตถุอันตรายที่รับขึ้นทะเบียน (ฉบับที่5) พ.ศ.2557    2. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน","2023-11-02T11:02:52"],
    [3174,"9a837432-cf3a-482f-b8d1-1a2e360a35fa","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปต่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d18-5cc2-48e8-9641-7cbe0e5bb564",3,0,13,"ผู้ประสงค์จะขอจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปต่างประเทศต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    1. การจดทะเบียนดังกล่าวใช้กับผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกผักและผลไม้ ไปประเทศต่างๆ โดยมีเงื่อนไขระบุตามประกาศให้ต้องจดทะเบียน หรือมีข้อปฏิบัติกำหนดให้ต้องจดทะเบียนจึงจะสามารถส่งออกได้    2. ผู้ประสงค์จะจดทะเบียนผักและผลไม้ไปต่างประเทศ นั้นต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ พ.ศ. 2553 นอกจากนี้สำหรับการจดทะเบียนผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไปสาธารณรัฐประชาชนจีนให้นำ กฎ ระเบียบตามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการขนส่งผลไม้ไทยที่ส่งออกผ่านประเทศที่สาม เข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงวันที่ 24มิถุนายน พ.ศ. 2552และ ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับผลไม้ที่ส่งออกผ่านประเทศที่สาม เข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2552มาประกอบในการดำเนินการด้วย    3. คู่มือดังกล่าว จะใช้กับการจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปต่างประเทศ /ต่ออายุทะเบียน/ ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทะเบียน    4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด (ผู้รับคำขอ/ผู้ยื่นคำขอจะปฏิเสธการดำเนินการ)      5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6. กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง       6.1 ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย       6.2 ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบพบว่าคำขอพร้อมรายการเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้อง ครบถ้วนตรงตามที่คู่มือสำหรับประชาชนกำหนดไว้ให้กรมวิชาการเกษตรสามารถไม่รับคำขอได้    7. หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกผักและผลไม้ มีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ออกเอกสาร    8. กรณียื่นจดทะเบียนไปสาธารณรัฐประชาชนจีน          9.1 สำหรับพืช ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน มังคุด และมะม่วง และสำหรับผลไม้ที่ส่งออกผ่านประเทศที่สาม เข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องยื่นชื่อโรงคัดบรรจุทั้งหมดที่ได้รับรอง GMP จากกรมวิชาการเกษตร และชื่อแหล่งผลิตพืชทั้งหมดที่ได้รับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร","2023-11-15T10:37:16"],
    [3175,"9a83853e-a19c-434d-89fe-44a5bee0b5a0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร (รายพืช) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d18-6050-42d4-a33f-0c3e7d86aea9",3,0,15,"ผู้ประสงค์จะขอจดทะเบียนผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร (รายพืช) ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    1. การจดทะเบียนดังกล่าวใช้กับ    1.1 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกผลทุเรียนสด ผลลำไยสด และดอกกล้วยไม้สดออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่รวมถึงสินค้าแปรรูปทุกชนิดเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร    1.2 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกลูกเดือย เมล็ดแมงลักและพริกแห้งไปประเทศญี่ปุ่นโดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปประเทศญี่ปุ่นให้แล้วเสร็จด้วย    1.3 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกกล้วยสดไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกผักและผลไม้ไปประเทศญี่ปุ่นให้แล้วเสร็จด้วย    1.4 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกสินค้าเกษตรเป็นรายพืช ไปนอกราชอาณาจักร ตามกฎ ระเบียบที่กำหนดไว้    2. ผู้ประสงค์จะจดทะเบียนผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร (รายพืช) นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบข้อบังคับ ดังนี้    2.1 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกผลทุเรียนสดออกไปนอกราชอาณาจักร ปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนผู้ส่งออกผลทุเรียนสดไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2556    2.2 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกผลลำไยสดออกไปนอกราชอาณาจักร ปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งผลลำไยสดออกไปนอกราชอาณาจักร และประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการต่ออายุการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกผลทุเรียนสด ผลลำไยสด ดอกกล้วยไม้สดออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2544    2.3 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกดอกกล้วยไม้สดออกไปนอกราชอาณาจักร ปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งดอกกล้วยไม้สดไปนอกราชอาณาจักรประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งดอกกล้วยไม้สดไปนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 และประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการต่ออายุการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกผลทุเรียนสด ผลลำไยสด ดอกกล้วยไม้สดออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2544    2.4 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกเมล็ดแมงลักไปประเทศญี่ปุ่น ปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนผู้ส่งออกเมล็ดแมงลักไปประเทศญี่ปุ่น    2.5 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกลูกเดือยและพริกแห้งไปประเทศญี่ปุ่น ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่กรมวิชาการเกษตรระบุไว้    2.6 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกกล้วยสดไปประเทศญี่ปุ่น ปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การจัดสรรโควต้าส่งออกกล้วยสดไปประเทศญี่ปุ่นภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA)    3. คู่มือฉบับดังกล่าว จะใช้กับการทะเบียนเป็นผู้ส่งออกพืชควบคุม/ ต่ออายุทะเบียน/ ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทะเบียน    4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด (ผู้รับคำขอ/ผู้ยื่นคำขอจะปฏิเสธการดำเนินการ)      5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6. หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไปนอกราชอาณาจักร (รายพืช) มีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ออกเอกสาร    7. กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง       7.1 ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย       7.2 ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบพบว่าคำขอพร้อมรายการเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้อง ครบถ้วนตรงตามที่คู่มือสำหรับประชาชนกำหนดไว้ให้กรมวิชาการเกษตรสามารถไม่รับคำขอได้","2023-11-15T10:38:45"],
    [3176,"9a83dd68-ea9f-4778-bbae-af018f350bcf","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกพืชควบคุม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d18-636f-465b-ac09-8112b9b3fe07",3,0,8,"ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกพืชควบคุม ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    1. การขึ้นทะเบียนดังกล่าว ให้ใช้กับผู้ส่งออกที่ประสงค์จะส่งออกพืชควบคุมไปสหภาพยุโรป เพื่อนำไปปลูก โดยพืชควบคุมต้องมาจากแปลงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแหล่งผลิตแล้วเท่านั้น    2. ผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกพืชควบคุม นั้นต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกพืชควบคุม พ.ศ. 2552    3. คู่มือฉบับดังกล่าว ให้ใช้กับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกพืชควบคุม/ ต่ออายุทะเบียน/ ขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทะเบียน    4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด (ผู้รับคำขอ/ผู้ยื่นคำขอจะปฏิเสธการดำเนินการ)    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6. กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง     6.1 ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย     6.2 ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบพบว่าคำขอพร้อมรายการเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้อง ครบถ้วนตรงตามที่คู่มือสำหรับประชาชนกำหนดไว้ให้กรมวิชาการเกษตรสามารถไม่รับคำขอได้    7. หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกมีกำหนดอายุ 3 ปี    8. กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง       8.1 ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย       8.2 ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มอบอำนาจให้ผู้ส่งเอกสาร มีอำนาจลงนามในบันทึก 2 ฝ่าย และกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบพบว่าคำขอพร้อมรายการเอกสารที่ยื่นมาพร้อม ไม่ถูกต้อง ครบถ้วนตรงตามที่คู่มือสำหรับประชาชนกำหนดไว้ให้กรมวิชาการเกษตรสามารถไม่รับคำขอได้","2023-11-15T10:36:05"],
    [3177,"9a9ffb89-b666-456e-9bb5-f26acf790c65","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การตรวจวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดพันธุ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d18-7c65-48bd-855b-7994d02f1199",23,200,1,"1. อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ประกอบกับข้อ 2 แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557 ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534      2. ผู้มีความประสงค์จะขอตรวจวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดพันธุ์ ให้ยื่นคำขอพร้อมตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้ห้องปฏิบัติการ ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์      3. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานหรือตัวอย่างที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้         4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและรับตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-21T16:23:11"],
    [3178,"9bb58c05-0f1a-49f2-964b-25a5a61da171","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับรองสุขอนามัยสินค้าเกษตรแปรรูปด้านพืช แบบทั้งระบบการผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-dbbb-4578-b59b-9cdded4053fd",4,50,13,"1. ใบรับรองสุขอนามัยสินค้าแปรรูปด้านพืช เป็นมาตรการสมัครใจ ตามความประสงค์ของผู้ประกอบการเป็นหลัก ไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับจากกรมวิชาการเกษตร\n2. ผู้ประสงค์ขอใบรับรองสุขอนามัยสินค้าแปรรูปด้านพืชแบบทั้งระบบการผลิตต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ ตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด โดยมีเอกสารประกอบการขอเข้าระบบ ดังนี้\n2.1 คุณสมบัติของผู้ประกอบการ\n2.1.1 เป็นผู้ผลิตสินค้าหรือสินค้าต้องผลิตจากสถานประกอบการผลิตที่จดทะเบียนเป็นโรงงานเท่านั้น โดยสินค้าจะต้องมีอายุ (shelf–life) นับจากวันที่ผลิตไม่น้อยกว่า 3 เดือน\n2.1.2 ต้องขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตร ในขอบข่ายมาตรฐาน มกษ.9023 หลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร: การปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดี และ มกษ.9024 ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมและแนวทางการนำไปใช้ ในขอบข่ายผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์จะขอออกใบรับรองสุขอนามัยแบบทั้งระบบการผลิต โดยการขอขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช กำหนดให้เป็นไปตาม ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช \n2.1.3 กรณีโรงงานผลิตสินค้าพืช ถูกระงับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตรขอสงวนสิทธิ์งดให้บริการ\n2.1.4 กรณีเป็นโรงงานใหม่และยังไม่เคยเข้าระบบ ต้องผ่านการตรวจประเมินการควบคุมระบบการผลิตและสุ่มเก็บตัวอย่างโดยกรมวิชาการเกษตรก่อนพิจารณาให้การรับรอง \n2.1.5 กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดให้ต้องทดสอบด้านสารพิษจากเชื้อรา (เช่น Aflatoxin Ochratoxin) กระบวนการตรวจรับรองวัตถุดิบโรงงานผลิต ต้องดำเนินการสุ่มเก็บวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงด้านสารพิษจากเชื้อราตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด (ตามคู่มือการให้บริการตรวจสอบและออกใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก) ต้องมีพร้อมไว้แสดงเมื่อกรมวิชาการเกษตรร้องขอหรือเข้าตรวจติดตาม\n2.2 เอกสารที่ใช้จัดทำทะเบียนประวัติผู้ประกอบการ (ครั้งแรก)\n2.2.1 สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชกับกรมวิชาการเกษตร\n2.2.2 สำเนาใบรับรองผลิตภัณฑ์อินทรีย์ (Organic Certificate) ที่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขอใบรับรองสุขอนามัย ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าในกลุ่มอินทรีย์ และระบุชื่อผลิตภัณฑ์ด้วยคำว่า “Organic” ให้รับรองสำเนาโดยผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราบริษัท ให้รับรองสำเนาโดยผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราของบริษัท\n2.2.3 หนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้มีอำนาจลงนามมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทดำเนินการแทน) ติดอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด\n2.2.4 แบบฟอร์มรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่กรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน\n2.2.5 แบบฟอร์มรายละเอียดของผู้ประกอบการที่กรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน\n2.2.6 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเอกสารในข้อ 2.2.1 – 2.2.5 ต้องจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้กรมวิชาการเกษตรทราบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง\n2.3 เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา (เมื่อขอเข้าระบบใหม่ หรือ ขยายขอบข่าย)\n2.3.1 หนังสือแจ้งความประสงค์ขอใบรับรองสุขอนามัยแบบทั้งระบบการผลิต ถึงผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช โดยระบุชื่อผลิตภัณฑ์และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่มีความประสงค์ขอใบรับรองสุขอนามัยแบบทั้งระบบการผลิต\n2.3.2 รายละเอียดเกณฑ์คุณภาพของสินค้าและขั้นตอนการผลิต (Specification of Products and Processing Flow Diagram) โดยให้สำเนาและรับรองสำเนาโดยผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราของบริษัท และในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงเอกสารดังกล่าว ต้องจัดส่งเอกสารฉบับใหม่ให้กรมวิชาการเกษตร ทราบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง\n2.3.3 รายการและเกณฑ์การทดสอบของแต่ละผลิตภัณฑ์ กำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดเท่านั้น\n2.3.4 ใบรายงานผลการทดสอบ (Analysis Report หรือ Test Report) จากห้องปฏิบัติการที่กรมวิชาการเกษตรให้การยอมรับความสามารถ หรือ ใบรายงานผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตร (เฉพาะกรณีรายการทดสอบที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดและไม่มีห้องปฏิบัติการที่กรมวิชาการเกษตรให้การยอมรับความสามารถทำการทดสอบได้) หากมีการแก้ไขใบรายงานผลการทดสอบ ให้นำสำเนาใบรายงานผลการทดสอบฉบับเดิมและหนังสือชี้แจงสาเหตุพร้อมหลักฐานการแก้ไขใบรายงานจากห้องปฏิบัติการแนบมาด้วย โดยใบรายงานผลการทดสอบแต่ละครั้ง สามารถใช้ประกอบการออกใบรับรองสุขอนามัยได้ภายในระยะเวลา 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ห้องปฏิบัติการรับตัวอย่าง และปริมาณตัวอย่างที่ส่งทดสอบ ต้องมีจำนวนจุดที่สุ่มเก็บและปริมาณตัวอย่างตามปริมาณการส่งออกสูงสุดหรือตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์วิธีการสุ่มเก็บตัวอย่าง ตามคู่มือการให้บริการตรวจสอบและออกใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก \nหมายเหตุ: กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดให้ต้องทดสอบด้านสารพิษจากเชื้อราให้แนบแผนการสุ่มเก็บตัวอย่างและใบรายงานผลการทดสอบของวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงด้านสารพิษจากเชื้อรา เพิ่มเติมประกอบการพิจารณา\n 2.3.5 กรณีที่มีการส่งออกสินค้าที่ขอใบรับรองสุขอนามัยแบบทั้งระบบการผลิตไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา กำหนดให้มีใบรายงานผลการทดสอบสิ่งปนปลอม (Filth) เพิ่มเติมตามกฎหมายและข้อกำหนดของประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา\n2.3.6 จัดทำทะเบียนประวัติให้แล้วเสร็จ โดยผู้ประกอบการยื่นเอกสารตามข้อ 2.2 และ 2.3 ที่ กลุ่มจดทะเบียนและออกใบรับรอง (กทร.) กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร \n2.3.7 กรณีที่ขอขยายขอบข่ายผลิตภัณฑ์ กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร จะดำเนินการพิจารณาให้การรับรองเพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยทั้งระบบการผลิต โดยคณะทำงานพิจารณาการออกใบรับรองสุขอนามัยสินค้าเกษตรแปรรูปด้านพืช ภายใน 30 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วน เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว กองฯ จะแจ้งบริษัทฯ ทราบ จึงจะสามารถขอใบรับรองสุขอนามัยแบบทั้งระบบการผลิตได้ เมื่อได้รับการรับรองให้สามารถขอใบรับรองสุขอนามัยทั้งระบบการผลิตแล้วผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด\n3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n4. กรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้\n5. กรณีมีการส่งออกสินค้าออกนอกราชอาณาจักรไทยแล้ว และยังไม่ได้ส่งตัวอย่างทดสอบจะไม่สามารถขอใบรับรองสุขอนามัยได้","2024-09-09T09:24:13"],
    [3179,"9bb996d9-0af5-43eb-a8ee-3416960c4c38","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบรับรองสุขอนามัยสินค้าเกษตรแปรรูปด้านพืช แบบแต่ละรุ่นการผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-5950-4d25-8b9d-0cf0d4101d08",4,50,11,"1. ใบรับรองสุขอนามัยสินค้าแปรรูปด้านพืช เป็นมาตรการสมัครใจ ตามความประสงค์ของผู้ประกอบการเป็นหลัก ไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับจากกรมวิชาการเกษตร\n2. ผู้ประสงค์ขอใบรับรองสุขอนามัยสินค้าแปรรูปด้านพืชแบบแต่ละรุ่นการผลิต ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอใบรับรองสุขอนามัยสินค้าแปรรูป ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด\n3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n4. กรณีมีการส่งออกสินค้าออกนอกราชอาณาจักรไทยแล้ว และยังไม่ได้ส่งตัวอย่างทดสอบจะไม่สามารถขอใบรับรองสุขอนามัยได้","2024-09-09T09:25:06"],
    [3180,"9c21d94a-9c19-4004-aae0-0cc754a5215f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช (กรณีที่ขอบข่ายรายการทดสอบยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-eabc-498a-a4d0-b788c798dde8",154,0,10,"ผู้ที่ประสงค์จะขอการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    1. ผู้ยื่นคำขอให้ยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืชจะต้องเป็นนิติบุคคล    2. มีห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ    3. กรณีห้องปฏิบัติการทดสอบมีขอบข่ายรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จะต้องมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบเกษตรและอาหารด้านพืช ตามภาคผนวกแนบท้ายประกาศฯ แต่ทั้งนี้ภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือยอมรับความสามารถจากกรมวิชาการเกษตร ห้องปฏิบัติการทดสอบจะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ในขอบข่ายรายการทดสอบที่ได้รับการยอมรับความสามารถจากกรมวิชาการเกษตร      4. หนังสือการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช จะมีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือการยอมรับความสามารถ และสามารถต่ออายุได้คราวละ 3 ปี นอกจากนี้ผู้ได้รับหนังสือการยอมรับความสามารถจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในประกาศฯ หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว กรมวิชาการเกษตรสามารถแจ้งเตือน สั่งพักใช้ หรือสั่งเพิกถอนหนังสือการยอมรับความสามารถได้    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินการไม่รวมระยะเวลาที่ห้องปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการแก้ไข และดำเนินการแก้ไขตามแนวทางที่ได้รับการอนุมัติและแจ้งผลการแก้ไข    6. กรณีที่คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาเอกสารมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้","2024-07-03T11:47:42"],
    [3181,"9c21de31-960c-49d3-a6fb-d66875c257ed","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช (กรณีที่ขอบข่ายรายการทดสอบได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-e790-4379-8685-7d7388d868be",42,0,9,"ผู้ที่ประสงค์จะขอการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    1. ผู้ยื่นคำขอให้ยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืชจะต้องเป็นนิติบุคคล    2. มีห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ    3. ขอบข่ายรายการทดสอบที่ยื่นขอการยอมรับความสามารถต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 แล้ว    4. หนังสือการยอมรับความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหารด้านพืช จะมีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือการยอมรับความสามารถ และสามารถต่ออายุได้คราวละ 3 ปี นอกจากนี้ผู้ได้รับหนังสือการยอมรับความสามารถจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในประกาศฯ หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว กรมวิชาการเกษตรสามารถแจ้งเตือน สั่งพักใช้ หรือสั่งเพิกถอนหนังสือการยอมรับความสามารถได้    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินการไม่รวมระยะเวลาที่ห้องปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการแก้ไข และดำเนินการแก้ไขตามแนวทางที่ได้รับการอนุมัติและแจ้งผลการแก้ไข    6. กรณีที่คณะกรรมการ/ผู้พิจารณาเอกสารมีข้อสงสัยในหลักฐานที่ยื่นขอสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงเพิ่มเติมได้","2024-07-03T11:49:20"],
    [3182,"9fbbc6ee-de91-450f-832f-0f653a710470","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบอนุญาตนำเข้าสิ่งต้องห้าม (เฉพาะสิ่งต้องห้ามที่ได้กำหนดเงื่อนไขการนำเข้าไว้ชัดเจนแล้ว และไม่มีการตรวจโรงงาน)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-e4b0-4963-ae45-a4addd7a22f6",1,100,5,"1. พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดพืช เป็น 3 ประเภท ได้แก่ สิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม ซึ่งรายชื่อสิ่งต้องห้ามได้กำหนดไว้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืช จากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้นและเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่5) พ.ศ. 2550 โดยการนำเข้าต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้าหรือนำผ่าน สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม พ.ศ. 2551 และประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้าหรือนำผ่าน สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 และสิ่งต้องห้ามที่สามารถนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการค้าได้นั้นต้องเป็นสิ่งต้องห้ามที่ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชแล้วเท่านั้น ซึ่งสามารถดูได้จาก เว็บไซต์ http://www.doa.go.th/ard/    \n2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-10-07T14:02:54"],
    [3183,"9fe9e0f0-34f7-4d5a-9ed5-c49d342b814d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมวิชาการเกษตร","การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d17-f52b-42fd-b4c4-0ee95ba8c68c",247,2000,7,"การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายมี 3 ขั้นตอนดังนี้\nขั้นตอนที่ 1 การทดลองเบื้องต้น\n1. ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องการขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ พ.ศ. 2551 (กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนมาชี้แจงเพิ่มเติมได้)   \n2. เมื่อเจ้าหน้าที่รับคำขอขึ้นทะเบียนแล้วให้ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ดำเนินการดังนี้\nการส่งตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์\n1. ยื่นคำขอใบอนุญาตนำเข้าหรือผลิตตัวอย่างวัตถุอันตรายประกอบการขึ้นทะเบียนและส่งตัวอย่างวัตถุอันตรายเพื่อวิเคราะห์คุณภาพ \n2. ขั้นตอนการดำเนินการวิเคราะห์ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว (กรณีวัตถุอันตรายชนิดใหม่หากเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในกรรมวิธีการวิเคราะห์ หรือสารมาตรฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้) \nการส่งแผนการทดลองประสิทธิภาพ\n1. ยื่นคำขออนุญาตและแผนการทดลองประสิทธิภาพ\n2. ขั้นตอนการพิจารณาแผนการทดลองประสิทธิภาพเป็นไปตามที่ระบุไว้ในคู่มือการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร\nขั้นตอนที่ 2 การทดลองใช้ชั่วคราว\n **(ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนอาจไม่ต้องขอขึ้นทะเบียนขั้นตอนที่ 2 ได้ ในกรณีที่มีข้อมูลตาม ขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลขั้นสุดท้ายเพื่อรับขึ้น ทะเบียนวัตถุอันตรายครบถ้วน)\nขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลขั้นสุดท้ายเพื่อรับขึ้นทะเบียน\n1. ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลขั้นสุดท้ายเพื่อรับขึ้นทะเบียนต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องการขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญและการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบพ.ศ. 2551(กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้)   \n2. เอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนในขั้นตอนที่ 3 การพิจารณาให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในคู่มือการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร (กรณีเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้)\n3. ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรวบรวมเอกสารยื่นที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร(สคว.) ประกอบด้วย ผลการประเมินพิษวิทยา Phase III, ผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์, ผลการทดลองประสิทธิภาพ, ผลการทดลองพิษตกค้าง เพื่อเสนอคณะทำงานเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางเกษตร\n4. วัตถุอันตรายที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนจัดทำฉลาก (art work) ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ฉลากและระดับความเป็นพิษของวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ. 2538\n5. ผู้ขอขึ้นทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียน\n6. เจ้าหน้าที่ออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียน","2025-10-07T14:01:53"],
    [3184,"94e56e0c-98c6-4ae8-b479-499028b92ade","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมการเกษตร","การจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน กรณีจดทะเบียน ณ ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล/แขวง (กทม.) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-f10e-4c03-8b51-27e4f423bc6e",15,0,8,"คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน    (1) วิสาหกิจชุมชนจะต้องเป็นกิจการที่ดำเนินการ หรือประสงค์ที่จะดำเนินการร่วมกันของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิสาหกิจชุมชน และ/หรือ รวมถึงพื้นที่ข้างเคียงที่มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิสาหกิจชุมชนด้วย ซึ่งอาจอยู่ภายในตำบล อำเภอ จังหวัดเดียวกันหรือไม่ก็ได้ โดยสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนมีวิถีชีวิตร่วมกันและสามารถดำเนินกิจการร่วมกันได้ อาจเป็นนิติบุคคลหรือไม่เป็นนิติบุคคลก็ได้ จะต้องประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่ร่วมกันในชุมชนไม่น้อยกว่า 7 คน โดยต้องไม่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน และไม่มีรายชื่อปรากฏในทะเบียนบ้านเดียวกัน    (2) วิสาหกิจชุมชนจะต้องเป็นกิจการที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือกิจการอื่นที่ทำให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน    (3) วิสาหกิจชุมชนจะต้องดำเนินกิจการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ เพื่อการพึ่งพาตนเอง และเพื่อประโยชน์สุขของคนในชุมชน    (4) วิสาหกิจชุมชนจะต้องดำเนินกิจการโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน    คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน    (1) ต้องประกอบด้วยวิสาหกิจชุมชนตั้งแต่  2 วิสาหกิจชุมชนขึ้นไปมารวมตัวกัน    (2) อาจมีบุคคลภายนอกซึ่งวิสาหกิจชุมชนเห็นว่าเป็นผู้ที่สามารถให้ความรู้ ความช่วยเหลือ หรือทำคุณประโยชน์อื่นใด มาร่วมในการดำเนินการด้วยก็ได้    (3) การจัดทำกิจกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนในเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนั้น    (4) การดำเนินงานของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนต้องมีข้อบังคับในการบริหารจัดการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน    หมายเหตุ    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    3.ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3185,"94e56e0c-9b4e-43b2-850b-7ecc5f2d0c7a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมการเกษตร","การจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน กรณีจดทะเบียน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ/กิ่งอำเภอ/สำนักงานเกษตรพื้นที่ (กทม.) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d18-f449-45d6-9f72-48151ce25a4c",11,0,8,"คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน    (1) วิสาหกิจชุมชนจะต้องเป็นกิจการที่ดำเนินการ หรือประสงค์ที่จะดำเนินการร่วมกันของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิสาหกิจชุมชน และ/หรือ รวมถึงพื้นที่ข้างเคียงที่มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิสาหกิจชุมชนด้วย ซึ่งอาจอยู่ภายในตำบล อำเภอ จังหวัดเดียวกันหรือไม่ก็ได้ โดยสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนมีวิถีชีวิตร่วมกันและสามารถดำเนินกิจการร่วมกันได้ อาจเป็นนิติบุคคลหรือไม่เป็นนิติบุคคลก็ได้ จะต้องประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่ร่วมกันในชุมชนไม่น้อยกว่า 7 คน โดยต้องไม่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน และไม่มีรายชื่อปรากฏในทะเบียนบ้านเดียวกัน    (2) วิสาหกิจชุมชนจะต้องเป็นกิจการที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือกิจการอื่นที่ทำให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน    (3) วิสาหกิจชุมชนจะต้องดำเนินกิจการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ เพื่อการพึ่งพาตนเอง  และเพื่อประโยชน์สุขของคนในชุมชน    (4) วิสาหกิจชุมชนจะต้องดำเนินกิจการโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน    คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน    (1) ต้องประกอบด้วยวิสาหกิจชุมชนตั้งแต่  2 วิสาหกิจชุมชนขึ้นไปมารวมตัวกัน    (2) อาจมีบุคคลภายนอกซึ่งวิสาหกิจชุมชนเห็นว่าเป็นผู้ที่สามารถให้ความรู้ ความช่วยเหลือ หรือทำคุณประโยชน์อื่นใด มาร่วมในการดำเนินการด้วยก็ได้    (3) การจัดทำกิจกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนในเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนั้น    (4) การดำเนินงานของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนต้องมีข้อบังคับในการบริหารจัดการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน    หมายเหตุ    1.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    3.ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3186,"9f148b36-1096-46c0-a018-d46662638df4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมการเกษตร","การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97289bf7-d15f-45e0-a3c9-e5387a3f3e31",40,0,6,"1. ครัวเรือนเกษตรที่ขึ้นทะเบียนจะต้องประกอบการเกษตรเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพรองก็ได้\n2. ครัวเรือนเกษตร 1 ครัวเรือน จะมีผู้แทนมาขอขึ้นทะเบียนได้เพียง 1 คน ซึ่งจะถือว่าเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตร โดยไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าครัวเรือนตามทะเบียนบ้าน และหากเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรแล้ว จะไม่สามารถเป็นสมาชิกของครัวเรือนเกษตรอื่นได้อีก \n3. กำหนดให้ 1 ทะเบียนบ้าน สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกร ได้เพียง  1 ครัวเรือนเกษตรเท่านั้น \n4.  กำหนดให้คู่สมรส สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกร ได้เพียง 1 ครัวเรือนเกษตรเท่านั้น\n    4.1 กรณีที่อยู่กินทางพฤตินัย มิได้จดทะเบียนสมรส แต่สังคมรับรู้โดยเปิดเผยว่าอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกัน ฉันท์คู่สมรสแม้จะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านคนละหลังให้ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน\n    4.2 กรณีที่คู่สมรสหย่าขาดจากกัน  แต่สังคมรับรู้โดยเปิดเผยว่ายังมีพฤติกรรมกินอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกัน ฉันท์คู่สมรส แม้จะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านคนละหลังให้ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน\n5. การขึ้นทะเบียนเกษตรกร รับขึ้นทะเบียนทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล \n   5.1 บุคคลธรรมดา ซึ่งประกอบการเกษตร หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิต โดยมีผู้แทนมาขอขึ้นทะเบียนในนามครัวเรือนได้เพียง 1 คน \n       5.1.1 ทำการเกษตรพื้นที่ตนเองหรือไม่ใช่พื้นที่ตนเอง  (เช่าที่ดิน/ให้ทำฟรี) ผู้ที่ลงทุนในการผลิตและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิตนั้น มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้\n       5.1.2 ทำการเกษตรโดยว่าจ้างผู้อื่นทำแทนผู้ว่าจ้างต้องเป็นผู้ลงทุนในการผลิตทั้งหมด และจ้างผู้อื่นมาทำการเกษตร โดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ เพราะเป็นผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิต\n       5.1.3 ทำการเกษตรโดยร่วมกันทำ/ร่วมกันลงทุนกรณีนี้ให้เป็นไปตามการตกลงกันว่าผู้ใดจะเป็นผู้มาขึ้นทะเบียนเกษตรกร\n 5.2\tนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการในด้านการเกษตร โดยมอบหมายบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจของนิติบุคคลให้เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนในนามนิติบุคคล ซึ่งบุคคลนี้อาจมีครัวเรือนเกษตรที่เป็นบุคคลธรรมดาของตนเองด้วยก็ได้ แต่ไม่สามารถเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหลายแห่งในการรับมอบอำนาจในการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร\nทั้งนี้ กรณีนิติบุคคลที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการเกษตร หรือนิติบุคคลที่ไม่มีเอกสารระบุวัตถุประสงค์ในการตั้งนิติบุคคล ไม่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกร สำหรับ วัด มัสยิด โรงเรียน ไม่รับขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่อนุโลมให้ใช้พื้นที่ของวัด มัสยิด โรงเรียน มาขึ้นทะเบียนเกษตรกรในนามบุคคลธรรมดาได้ \n6. ผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย และมีสัญชาติไทย โดยเลขบัตรประจำตัวประชาชนต้องไม่ขึ้นต้นด้วยเลข 0 6 7 และ 8 (หากเป็นเลข 8 ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อตรวจสอบข้อมูลจากระบบทะเบียนเกษตรกร ซึ่งได้เชื่อมโยงข้อมูลจากทะเบียนราษฎร ถ้าเป็นสัญชาติไทยจึงสามารถรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้) \n7. ผู้พิการ ทุพพลภาพ แต่ยังมีความสามารถในการประกอบการเกษตรด้วยตนเอง หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในผลผลิต สามารถรับขึ้นทะเบียนได้\n8. พระ เณร นักบวชในศาสนาอื่นๆ ที่มีข้อห้าม หรือไม่เหมาะสมในการประกอบอาชีพการเกษตร ไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ \n9 บุคคลที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ \n10. การแจ้งข้อมูลขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ในส่วนของสมาชิกในครัวเรือน จะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นก่อน กรณีบุคคลนั้นเป็นผู้เยาว์ (ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน\n11. สามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ทั้งในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ ดังนี้\n     11.1 พื้นที่มีเอกสารสิทธิ์\n          11.1.1 เอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน\n          11.1.2 ที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ\n          11.1.3 ที่ดินที่มีหนังสือรับรองผู้ทำประโยชน์ในเขตที่ดินของรัฐ\n     11.2 พื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ อนุโลมให้เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนได้ เพื่อให้ทราบสถานการณ์การเพาะปลูกของเกษตรกร และประมาณการผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเวลาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง แต่จะต้องมีผู้นำชุมชนเป็นผู้รับรองการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนต้องไม่อ้างกรรมสิทธิ์ หรือถือครองพื้นที่นั้น ทั้งนี้ ให้รวมถึงพื้นที่ในเขตป่าไม้ ป่าอุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ และให้หมายรวมถึงเอกสารดังต่อไปนี้ด้วย\n          (1) แบบหมายเลข 2 \n          (2) ส.ป.ก. 4\n          (3) ส.ป.ก. 4-98\n          (4) ส.ป.ก. / สร 5 ก\n          (5) ส.ท.ก. 2\n          (6) ปส. 29\n          (7) ช.ส. 4\n          (8) ส.ธ. 1\n          (9) หนังสือรับรองของหน่วยงานราชการทหาร\n          (10) แบบ ทบ.9\n          (11) หนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินของรัฐแก้ไขความยากจน\n          (12) บันทึกข้อตกลงการให้ใช้ที่ดินของส่วนราชการ\n          (13) ใบรับเงินบำรุงท้องที่ ภ.บ.ท. 5 / ภ.บ.ท. 6 และ ภ.บ.ท. 11\n          (14)แบบบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.3)\n          (15) พื้นที่มีเอกสารสิทธิ์แต่ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานซึ่งแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือหนังสืออนุญาตจากเจ้าของที่ดิน หรือหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานราชการ ให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ที่เกษตรกรได้เข้าครอบครองทำกิจกรรมการเกษตรอยู่ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ \n*** กรมส่งเสริมการเกษตรมีหน้าที่รับจดแจ้งข้อมูลจากเกษตรกรเท่านั้น มิได้รับรองการครอบครองพื้นที่การเกษตรใดๆ ทั้งสิ้น \n*** หากมีการประมวลผลจัดส่งข้อมูลเพื่อเข้าร่วมโครงการ มาตรการต่างๆ พื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์และประเภทเอกสารที่อยู่ในกลุ่มนี้ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ มาตรการ หรือไม่ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ มาตรการนั้นๆ\n12. สามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ทุกลักษณะการถือครองที่ดิน ได้แก่ ของครัวเรือน เช่า อื่นๆ (ทำฟรี หรือทำในพื้นที่สาธารณประโยชน์)\n13. การประกอบกิจกรรมการเกษตร ที่กรมส่งเสริมการเกษตรรับขึ้นทะเบียน ประกอบด้วย\n     13.1 ปลูกข้าว หรือ พืชไร่ \n     13.2 ปลูกผัก หรือ ไม้ดอก หรือ ไม้ประดับ หรือ สมุนไพร \n     13.3 ปลูกสวนป่า หรือ ปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะ\n     13.4 ปลูกไม้ผล หรือ ไม้ยืนต้น แบบสวนเดี่ยว หรือ สวนแซม \n     13.5 ปลูกพืชแบบสวนผสม เกษตรผสมผสาน หรือระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งอาจมีการเลี้ยงสัตว์ หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำร่วมด้วย \n     13.6 เพาะเห็ด ทำผักงอก เพาะปลูกพืชในระบบโรงเรือนถาวร\n     13.7 ทำนาเกลือสมุทร\n     13.8 เพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ  (กรณีเลี้ยงด้วงสาคู ต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากชุมชนให้ดำเนินการเลี้ยงด้วงสาคูได้)\nโดยจำนวนเนื้อที่ขั้นต่ำที่รับขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนด กรณีประกอบการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน แต่ไม่ถึงจำนวนเนื้อที่ขั้นต่ำที่กำหนดเกษตรกรต้องยืนยันว่ามีรายได้ในภาคการเกษตรที่คาดว่าจะได้รับ ตั้งแต่แปดพันบาทต่อปีขึ้นไป\n14. การมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน\n    14.1 บุคคลธรรมดา \n        14.1.1 เกษตรกรรายใหม่ \n              - แจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่ด้วยตนเองเท่านั้น\n              - ลงชื่อในแบบติดประกาศและ/หรือเข้าร่วมและลงชื่อในการประชาคมสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้\n        14.1.2 เกษตรกรรายเดิม \n              - แจ้งปรับปรุงข้อมูล สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้\n              - ลงชื่อในแบบติดประกาศและ/หรือเข้าร่วมและลงชื่อในการประชาคมสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้\n    14.2 นิติบุคคล สามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ รวมทั้งการลงชื่อในแบบติดประกาศและ/หรือเข้าร่วมและลงชื่อในการประชาคม  \nทั้งนี้ ผู้รับมอบอำนาจ จะต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกับพยาน/เจ้าหน้าที่รับขึ้นทะเบียน/เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบแบบรับขึ้นทะเบียนในแบบคำร้องทะเบียนเกษตรกร (ทบก.01) และต้องไม่ใช่บุคคลเดียวกับผู้ดำเนินการตรวจสอบในการติดประกาศ/ประชาคม/ตรวจสอบพื้นที่\n15. เกษตรกรต้องแจ้งข้อมูลและกรอกข้อมูลให้สมบูรณ์ ถูกต้อง ครบถ้วนตามความเป็นจริง กรณีที่ยื่นแบบคำร้องในรูปแบบเอกสารต้องลงลายมือชื่อรับรองข้อมูล ในแบบคำร้องด้วย รวมทั้งต้องมีพยาน (รายละเอียดตามคำนิยาม) ลงลายมือชื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามแบบคำร้อง สำหรับสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร “กรณีที่เจ้าของโฉนดที่ดินแจ้งขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง ไม่ต้องให้พยานลงนามในแบบคำร้อง”\n16. เกษตรกรที่แจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร จะต้องผ่านการตรวจสอบทางสังคม (ติดประกาศข้อมูล และ/หรือ จัดประชาคม) และตรวจสอบพื้นที่โดยออกเดินสำรวจรอบแปลงพื้นที่จริง เพื่อวัดและจับพิกัดแปลง หรือวาดแปลงด้วยระบบ หรือตรวจสอบโดยภาพถ่ายแปลงปลูกร่วมกับผู้นำชุมชน/ อกม. จึงจะถือว่าเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรโดยสมบูรณ์และสามารถนำข้อมูลไปใช้เข้าร่วมโครงการหรือมาตรการต่างๆ ได้ ส่วนสมุดทะเบียนเกษตรกรเป็นเอกสารที่แสดงรายงานการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรของเกษตรกรเท่านั้น\n17. เมื่อมีการนำข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือในโครงการหรือมาตรการต่างๆ ผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการหรือมาตรการที่จะกำหนดขึ้น\n18. สถานภาพของเกษตรกรสิ้นสุดลงเมื่อ  \n     18.1 บุคคลธรรมดา\n          18.1.1 ตาย\n          18.1.2 เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ\n          18.1.3 แจ้งเลิกประกอบการเกษตร\n          18.1.4 นายทะเบียนหรือผู้ช่วยนายทะเบียนมีคำสั่งจำหน่ายทะเบียนเกษตรกรเนื่องจากพบว่า มีเจตนาแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร\n          18.1.5 ไม่มีการปรับปรุงสถานภาพติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี ตามที่นายทะเบียนประกาศให้ปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร \n     18.2 นิติบุคคล\n          18.2.1 สิ้นสถานภาพความเป็นนิติบุคคล\n          18.2.2 แจ้งเลิกประกอบการเกษตร\n          18.2.3 นายทะเบียนหรือผู้ช่วยนายทะเบียนมีคำสั่งจำหน่ายทะเบียนเกษตรกรเนื่องจากพบว่า มีเจตนาแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร\n          18.2.4 ไม่มีการปรับปรุงสถานภาพติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี ตามที่นายทะเบียนประกาศให้ปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-06-19T09:36:17"],
    [3187,"94e56e0c-ac93-4a2a-9505-8bb6a9abe80f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การรับจดทะเบียนสหกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-0ad6-4c55-8d91-242897527c96",15,0,12,"การจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 33, 34, 35, 36 และ 37 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) ประกอบกับระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยวิธีดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ พ.ศ. 2552 กล่าวคือ กลุ่มบุคคลที่มีวัตถุประสงค์จัดตั้งสหกรณ์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกโดยวิธีช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามอุดมการณ์และหลักการสหกรณ์ มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจและปฎิบัติในแต่ละขั้นตอนถูกต้องและเพื่อความพร้อมและความร่วมมือร่วมใจของสหกรณ์โดยถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จเบื้องต้นที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินงานของสหกรณ์ต่อไป จึงมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติหลักๆ ในการดำเนินการขอจัดตั้งสหกรณ์ ดังนี้       กลุ่มบุคคลธรรมดาและบรรลุนิติภาวะรวมตัวกันต้องมีกิจการร่วมกันจำนวนที่เหมาะสมประสงค์จะจัดตั้งสหกรณ์   ประสานงานกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกรณีตั้งในภูมิภาค หรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1, พื้นที่ 2 กรณีตั้งในกรุงเทพมหานคร เพื่อรับความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์สหกรณ์หลักการและวิธีการสหกรณ์การดำเนินงานสหกรณ์อย่างน้อย 6 ชั่วโมง   กรณีกลุ่มบุคคลประสงค์จะจัดตั้งสหกรณ์ประเภทสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ต้องติดต่อชุมนุมสหกรณ์เครดิต   ยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ก่อนจัดตั้งและทดลองดำเนินงานในรูปแบบของสหกรณ์   กรณีกลุ่มบุคคลประสงค์จะจัดตั้งสหกรณ์ประเภทสหกรณ์บริการ ตามโครงการบ้านมั่นคง จะต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)   เมื่อกลุ่มบุคคลผ่านการอบรมการสหกรณ์แล้ว และประสงค์จะจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ให้ดำเนินการสำรวจสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของบุคคลซึ่งจะประสงค์จะเป็นสมาชิกของสหกรณ์ใช้ประกอบการจัดทำ   แผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์ที่จะจัดตั้ง   จัดประชุมผู้ซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์เพื่อเลือกตั้งคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์กำหนดชื่อสหกรณ์และวัตถุประสงค์   จัดประชุมคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์เพื่อเลือกประเภทสหกรณ์และจัดทำแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์จองชื่อสหกรณ์และจัดทำร่างข้อบังคับสหกรณ์   ประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อพิจารณาแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์และ   ร่างข้อบังคับสหกรณ์   คณะผู้จัดตั้งยื่นคำขอจดทะเบียนสหกรณ์พร้อมเอกสารที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกรณีในส่วนภูมิภาคหรือในกรณีกรุงเทพมหานครติดต่อที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 , พื้นที่ 2   ในกรณีนายทะเบียนสหกรณ์ มีข้อสังสัยในหลักฐานที่ขอยื่น หรือถ้ามีเหตุอันเชื่อว่า สหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นมีเจตนาโดยตรงหรือโดยปริยาย หรือกระทำการ ดังต่อไปนี้    - หลีกเลี่ยงภาษีตามประมวลรัษฎากร    - การฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน    - แสวงหากำไรหรือผลประโยชน์เฉพาะบุคคลหรือกลุ่มของบุคคลนั้น    - ใช้สหกรณ์เป็นเครื่องมือสำหรับให้บุคคลภายนอกหาประโยชน์    - ไม่อาจดำเนินการให้เป็นไปตามหลักสหกรณ์สากล    - กรณีไม่รับจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์สามารถยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ โดยยื่นต่อนายทะเบียนสหกรณ์ ซึ่งไม่รับจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์นั้น ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา  ที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3.ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3188,"94e56e0c-b668-4e3c-91cc-90ebf3f65c9b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","รับจดทะเบียนชุมนุมสหกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-181c-4122-b3a1-8d4e98bcb965",15,0,9,"การจดทะเบียนจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 101, 102, 103, 104 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/ 0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) เพื่อให้สหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถรวมตัวกันขอจดทะเบียนจัดตั้งเป็นชุมนุมสหกรณ์ โดยมีขั้นตอนในการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ ดังนี้         1. สหกรณ์ตั้งแต่ห้าสหกรณ์ขึ้นไปที่ประสงค์จะร่วมกันดำเนินกิจการ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ที่เข้าร่วมกันนั้น ประสงค์จะจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ ขอให้ประสานงานเพื่อขอคำแนะนำการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกรณีตั้งในภูมิภาคหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 กรณีตั้งในกรุงเทพมหานคร        2. สหกรณ์ซึ่งประสงค์จะจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ต้องประชุมใหญ่แต่ละสหกรณ์เพื่อมีมติในการร่วมจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์คะแนนเสียงที่ใช้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับของแต่ละสหกรณ์        3. คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ซึ่งประสงค์จะจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์แต่งตั้งผู้แทนสหกรณ์ขึ้นสหกรณ์ละ 1 คนประกอบเป็นคณะผู้จัดตั้งชุมนุมสหกรณ์เพื่อดำเนินการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์        4. คณะผู้จัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดชื่อชุมนุมสหกรณ์ พิจารณาเลือกประเภทของชุมนุมสหกรณ์กำหนดวัตถุประสงค์และอำนาจกระทำการจัดทำข้อบังคับจัดทำแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของชุมนุมสหกรณ์และจัดทำบัญชีรายชื่อสหกรณ์ที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกชุมนุมสหกรณ์        5. คณะผู้จัดตั้งยื่นคำขอจดทะเบียนชุมนุมสหกรณ์พร้อมเอกสารที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกรณีในส่วนภูมิภาคหรือในกรณีกรุงเทพมหานครยื่นคำขอจัดขอจดทะเบียนได้ที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2        6. ในกรณีนายทะเบียนสหกรณ์มีข้อสังสัยในหลักฐานที่ขอยื่นหรือถ้ามีเหตุอันเชื่อว่าสหกรณ์ที่จัดตั้งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ระบบสหกรณ์นายทะเบียนสหกรณ์อาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมหรือพิจารณาไม่รับจดทะเบียนได้        7. กรณีไม่รับจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์คณะผู้จัดตั้งชุมนุมสหกรณ์สามารถยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติโดยยื่นต่อนายทะเบียนสหกรณ์ซึ่งไม่รับจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์นั้นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง    หมายเหตุ : ?1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3189,"94e56e0c-b8b0-4464-9aa3-d0339ecff50d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","รับจดทะเบียนควบสหกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-21df-4ed7-bf77-ab039257b587",14,0,11,"สหกรณ์ที่ประสงค์จะควบสหกรณ์จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 90, 91,92, 93, 94 และ 95  แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/ 0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) โดยต้องมีสหกรณ์ตั้งแต่สองสหกรณ์อาจควบเข้ากันเป็นสหกรณ์เดียวได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่ของแต่ละสหกรณ์และต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ในการขอความเห็นชอบของนายทะเบียนสหกรณ์ให้ส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ที่ลงมติให้ควบเข้ากันไปด้วย ในกรณี  นายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบให้ควบสหกรณ์ควบเข้ากันได้ ให้สหกรณ์แต่ละสหกรณ์ดำเนินการ ดังนี้    ขั้นตอนที่ 1 ให้สหกรณ์จัดทํางบการเงินสําหรับระยะเวลาต่อจากวันสิ้นปีทางบัญชีในงบการเงินก่อนปี  ที่ควบสหกรณ์ซึ่งผู้สอบบัญชีได้แสดงความเห็นครั้งหลังสุดถึงวันก่อนที่นายทะเบียนสหกรณ์ รับจดทะเบียนสหกรณ์ที่ควบเข้ากัน เพื่อให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็น โดยให้เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับการควบเข้ากันไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน อ้างอิงระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วย การสอบบัญชีสหกรณ์พ.ศ. 2560 (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/account.pdf)    ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมการขอจดทะเบียนสหกรณ์       2.1 แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสหกรณ์ โดยให้เจ้าหนี้ส่งคำคัดค้านไปยังสหกรณ์ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และสหกรณ์ต้องแนบรายการของสหกรณ์ที่นายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบให้ควบเข้ากันเป็นสหกรณ์เดียว       2.2 ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้นให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน แต่ถ้ามีเจ้าหนี้คัดค้านสหกรณ์จะควบเข้ากันไม่ได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือได้ประกันเพื่อหนี้รายนั้นแล้ว       2.3 จัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ของแต่ละสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบให้ควบเข้ากัน เพื่อดำเนินการดังนี้              - เลือกตั้งผู้แทนของแต่ละสหกรณ์สหกรณ์ละไม่เกินสามคนเพื่อดำเนินการขอจดทะเบียน              - ให้คณะผู้แทนของสหกรณ์เลือกตั้งระหว่างกันเอง เพื่อกำหนดตำแหน่งเป็นประธานรองประธานเหรัญญิกและเลขานุการคณะผู้แทนสหกรณ์              - คณะผู้แทนสหกรณ์ในฐานะคณะผู้จัดตั้งพิจารณากำหนดชื่อสหกรณ์อย่างน้อยสามชื่อเรียงลำดับตามความต้องการของสหกรณ์จองชื่อสหกรณ์ เพื่อนายทะเบียนสหกรณ์ตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับชื่อสหกรณ์ที่ได้รับจดทะเบียนสหกรณ์ไว้แล้ว       2.4. คณะผู้แทนสหกรณ์ต้องดำเนินการต่อไปนี้              2.4.1  จองชื่อสหกรณ์เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน สามารถดำเนินการได้ 2 วิธี คือ                         - คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ดำเนินการจองชื่อผ่าน Web site กรมส่งเสริมสหกรณ์ (www.cpd.go.th) (เมนูระบบจองชื่อสหกรณ์ online)                         - แจ้งชื่อสหกรณ์ให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดดำเนินการตรวจสอบ              2.4.2. จัดประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ เรียกว่า \"ประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์\" เพื่อดำเนินการ ดังนี้                         - รับทราบชื่อสหกรณ์ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วจากนายทะเบียนสหกรณ์                         - พิจารณากำหนดประเภทและวัตถุประสงค์ตามความต้องการของสมาชิก เพื่อสหกรณ์ที่จะควบเข้ากันได้ดำเนินการ อำนวยประโยชน์ต่อสมาชิก และต้องกำหนดให้สอดคล้องและอยู่ในขอบเขตตามประเภทของสหกรณ์                        - จัดทำแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์ โดยกำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องกับประเภทและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ อย่างน้อยประกอบด้วย                           (1) ?กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานตามแผน ต้องไม่น้อยกว่า 1 ปีทางบัญชี                           (2) การรับสมัครสมาชิกเพิ่ม                           (3) การดำเนินธุรกิจโดยสมาชิกมีส่วนร่วม                           (4) การจัดหาทุนทำเนินงาน                           (5) การฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้แก่สมาชิก                           (6) การจัดให้มีผู้จัดทำบัญชีสหกรณ์             2.4.3 จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์ (จากสมาชิกของสหกรณ์เดิม) ซึ่งต้องประกอบด้วย ลำดับที่ ชื่อ-สกุล อายุ เลขหมายบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ อาชีพ ลายมือชื่อ จำนวนหุ้นที่จะถือแรกตั้ง จำนวนเงินค่าหุ้น (โอนเต็มจำนวนตามที่มีอยู่ในสหกรณ์เดิม) โดยจัดทำสหกรณ์ละ 1 ชุด             2.4.4 ร่างข้อบังคับสหกรณ์ โดยข้อบังคับต้องมีรายการตามมาตรา 43แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ขั้นตอนที่ 3 การขอจดทะเบียนสหกรณ์             คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ดำเนินการจัดทำเอกสารเพื่อจดทะเบียนสหกรณ์ โดยยื่นคำขอพร้อมเอกสารให้สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 หรือสหกรณ์จังหวัดแห่งท้องที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                  3. ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3190,"94e56e0c-c630-4342-860a-91bd9c16f05b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การรับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-35a1-4966-a7ac-c720bd0bd74e",12,0,7,"การจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร กำหนดโดย มาตรา 119, 120,121 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) ประกอบมาตรา 3,4,5,6,7,8 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย กลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 ประกอบระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วย การกำหนดอำนาจหน้าที่ให้สหกรณ์จังหวัดในฐานะนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด พ.ศ.2562 เพื่อให้บุคคลผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบคนและมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอาจร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรและจดทะเบียนจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกานี้ได้     ขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรกำหนดไว้ ดังนี้          1) กลุ่มบุคคลธรรมดาและบรรลุนิติภาวะรวมตัวกันประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกันไม่น้อยกว่า 30 คนมีความประสงค์จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรและรวมกันจัดทำบัญชีรายชื่อเกษตรกรผู้ซึ่งประสงค์จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร         2) จัดประชุมเกษตรกรผู้ซึ่งประสงค์จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเพื่อเลือกคณะผู้ก่อการจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คนและกำหนดชื่อกลุ่มเกษตรกร         3) คณะผู้ก่อการกำหนดวัตถุประสงค์จัดทำบัญชีรายชื่อเกษตรกรผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรและจัดทำ  ร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร         4) คณะผู้ก่อการจัดประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรเพื่อรับทราบชื่อกลุ่มเกษตรกรกำหนดวัตถุประสงค์และพิจารณาร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร         5) คณะผู้ก่อการยื่นคำขอจดทะเบียนพร้อมเอกสารต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดแห่งท้องที่ที่จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแห่งท้องที่กรณีภูมิภาค หรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 กรณีกรุงเทพมหานคร       ในการจัดประชุมทุกครั้งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแห่งท้องที่กรณีภูมิภาคหรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 กรณีกรุงเทพมหานครเข้าร่วมประชุมด้วย   ถ้าการขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรนั้นมีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวกับการเมืองหรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดสามารถให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงรายละเอียด หรือไม่รับจดทะเบียนได้   กรณีนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดแห่งท้องที่ไม่รับจดทะเบียน ผู้ก่อการมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยให้ยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแห่งท้องที่กรณีภูมิภาค หรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 กรณีกรุงเทพมหานคร และนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดดำเนินการส่งคำอุทธรณ์พร้อมด้วย   คำชี้แจงไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3191,"94e56e0c-b16a-4823-89ad-b88514a50772","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การนำเงินของสหกรณ์ไปลงทุนโดยซื้อหุ้นของสถาบันอื่น(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-118b-4389-bd6e-55784a588f92",5,0,5,"การลงทุนของสหกรณ์ตามมาตรา 62 (6) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  พ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) กำหนดให้สหกรณ์ซื้อหุ้นของสถาบันที่ประกอบธุรกิจอันทำให้เกิด ความสะดวกหรือส่งเสริมความเจริญแก่กิจการของสหกรณ์โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ ประกอบกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้       นิยามความหมายของคำว่า           - สถาบัน หมายถึง นิติบุคคลตามกฎหมายที่จัดตั้งไว้ก่อนที่สหกรณ์จะมีการขอความเห็นชอบ           - ซื้อหุ้น หมายถึง การซื้อหุ้นของสถาบันที่มีทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้น           - ความสะดวก หมายถึง ธุรกิจของสถาบันดังกล่าวทำให้กิจการของสหกรณ์เกิดความสะดวกอย่างไรซึ่งสหกรณ์จะต้องชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาให้ชัดเจน           - ความเจริญ หมายถึง ธุรกิจของสถาบันดังกล่าวทำให้กิจการของสหกรณ์มีความเจริญก้าวหน้าอย่างไรซึ่งสหกรณ์จะต้องชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาให้ชัดเจน  ดังนั้น สหกรณ์ที่ประสงค์ลงทุนซื้อหุ้นของสถานประกอบธุรกิจอันทำให้เกิดความสะดวกหรือส่งเสริมความเจริญแก่กิจการของสหกรณ์จะต้องพิจารณาถึง            1) สภาพคล่องของสหกรณ์ว่าหากสหกรณ์มีความจำเป็นใช้เงินสดในการดำเนินธุรกิจจะต้องสามารถขายหุ้นดังกล่าวได้เพื่อนำเงินสดมาใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป            2) ความมั่นคงของสถานประกอบธุรกิจดังกล่าวจะต้องมีการดำเนินงานที่มั่นคงเพื่อที่สหกรณ์จะได้รับคืนเงินทุนที่ลงไป มิฉะนั้นจะกระทบถึงฐานะการเงินและการดำเนินงานของสหกรณ์            3) ผลตอบแทนของหุ้นจะต้องมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าวจะต้องมากกว่าต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของสหกรณ์เพื่อที่สหกรณ์จะได้มีรายได้จากการลงทุนที่คุ้มค่า  การเสนอเรื่องขอความเห็นชอบนั้นสหกรณ์ต้องนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับการนำเงินของสหกรณ์ไปลงทุนต่อที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นคราว ๆ เมื่อที่ประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบแล้วให้สหกรณ์ส่งคำร้องขอนำเงินของสหกรณ์ไปลงทุนโดยซื้อหุ้นของสถาบันอื่นพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา ณสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ในกรณีตั้งอยู่ส่วนภูมิภาค ส่วนในกรณีตั้งอยู่กรุงเทพมหานครให้ส่งได้ที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2.พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                  3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3192,"94e56e0c-bbb7-4773-b489-5d20caba852a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","รับจดทะเบียนสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่โดยแยกจากสหกรณ์เดิม(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-2679-4e7e-a874-ffc218c63f78",15,0,15,"การจดทะเบียนแยกสหกรณ์ต้องปฎิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 96, 97, 98, 99 และ 100 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d 1dUUWdDYVU/view) โดยกฎหมายสหกรณ์กำหนดว่า การแยกสหกรณ์จะกระทำมิได้แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ หรือแบ่งหน่วยงาน หรือสถานประกอบการจะแยกสหกรณ์ก็ได้หากมีความจำเป็น หรือมีเหตุให้ไม่สะดวกแก่การดำเนินงานนั่นหมายถึง เมื่อสมาชิกสหกรณ์มีความประสงค์จะแยกสหกรณ์ต้องพิจารณาถึงมูลเหตุที่กฎหมายกำหนดให้แยกสหกรณ์ได้ 3 ประการเท่านั้นคือ           1) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่           2) เมื่อมีการแบ่งหน่วยงาน           3) เมื่อมีการแบ่งสถานประกอบการและสหกรณ์ที่ขอแยกมีการแบ่งผลประโยชน์และความรับผิดที่เกี่ยวข้องได้ตามประกาศนายทะเบียนสหกรณ์เรื่องกำหนดวิธีการพิจารณาแบ่งแยกทรัพย์สินทุนทุนสำรองหนี้สินสิทธิและความรับผิดของสหกรณ์ประกาศณวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2543 (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/1031_2543.pdf)          โดยมีขั้นตอนดังนี้           ขั้นตอนที่ 1 สมาชิกของสหกรณ์นั้นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า ห้าร้อย คน ลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอแยกสหกรณ์ต่อคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์           ขั้นตอนที่ 2                2.1 ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เรียกประชุมใหญ่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้คำร้องขอหรือ                2.2 ถ้าคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ไม่เรียกประชุมใหญ่ภายในกำหนดเวลาให้นายทะเบียนสหกรณ์เรียกประชุมใหญ่ภายในระยะเวลาตามที่เห็นสมควร                2.3 การเรียกประชุมใหญ่ดังกล่าวเพื่อพิจารณาเรื่องแยกสหกรณ์การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกซึ่งมาประชุมมติของที่ประชุมใหญ่คือ    กรณีที่ 1 ให้แยกสหกรณ์ได้ให้พิจารณาแบ่งแยกทรัพย์สินทุนทุนสำรองหนี้สินสิทธิและความรับผิดชอบของสหกรณ์ด้วยแล้วให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ 4 การเตรียมการจดทะเบียนสหกรณ์  กรณีที่ 2 ไม่เห็นชอบให้แยกสหกรณ์แต่ถ้าสมาชิกซึ่งลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอแยกสหกรณ์ไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุมใหญ่นั้นให้สมาชิกดังกล่าวทุกคนลงลายมือชื่อทำหนังสือถึงนายทะเบียนสหกรณ์ภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ลงมติเพื่อให้นายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด            ขั้นตอนที่ 3 เสนอให้นายทะเบียนพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามกรณีที่ 2  สหกรณ์จัดทำเอกสารเพื่อเสนอรายงานให้สหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดมีเอกสาร ดังนี้                3.1 หนังสือร้องขอแยกสหกรณ์ต่อคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์                3.2 สำเนารายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่มีมติไม่เห็นชอบให้แยกสหกรณ์                3.3 หนังสือร้องขอในกรณีสมาชิกไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุมใหญ่                3.4 รายการทรัพย์สินทุนทุนสำรองหนี้สินที่ประสงค์จะแบ่งแยก                3.5 เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยและเห็นชอบรายการทรัพย์สินทุนทุนสำรองหนี้สินให้แบ่งแยกสหกรณ์ได้ไปถึงสหกรณ์ก็ให้ดำเนินการเตรียมการจดทะเบียนสหกรณ์           ขั้นตอนที่ 4 การเตรียมการจดทะเบียนสหกรณ์  เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติหรือนายทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบให้แยกสหกรณ์ได้ให้สหกรณ์ที่จะจัดตั้งใหม่โดยแยกจากสหกรณ์เดิมดำเนินการ ดังนี้                4.1 แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของสหกรณ์โดย                        (1) ให้เจ้าหนี้ส่งคำคัดค้านไปยังสหกรณ์ภายในหกสิบวัน (ถ้ามี) นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง                        (2) สหกรณ์ต้องแนบสำเนารายงานการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ครั้งที่มีมติให้แยกสหกรณ์ได้หรือหนังสือแสดงความเห็นชอบให้แยกสหกรณ์ได้  อนึ่ง ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในเวลาดังกล่าวนั้นให้ถือว่าไม่มีคำคัดค้านและถ้ามีเจ้าหนี้คัดค้านสหกรณ์จะแยกกันมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือได้ให้ประกันเพื่อหนี้รายนั้นแล้ว              4.2 จัดประชุมเรียกว่าการประชุมผู้ซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์เพื่อดำเนินการดังนี้                       (1) คัดเลือกบุคลากรจากที่ประชุมนั้นจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คนเป็นผู้แทนเพื่อดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์เรียกว่าคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์                       (2) กำหนดชื่อสหกรณ์อย่างน้อย 3 ชื่อเรียงตามลำดับความต้องการ    ขั้นตอนที่ 5 คณะผู้จัดตั้งต้องไปดำเนินการดังนี้              5.1 จองชื่อสหกรณ์เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนสามารถดำเนินการได้ 2 วิธีคือ                     (1) คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ดำเนินการจองชื่อผ่าน Web site (เมนูระบบจองชื่อสหกรณ์ Online) กรมส่งเสริมสหกรณ์ (www.cpd.go.th)                     (2) แจ้งชื่อสหกรณ์ให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัด สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 (ที่ขอจดทะเบียน) ดำเนินการตรวจสอบ               5.2 จัดประชุมสมาชิกสหกรณ์ที่จะจัดตั้งใหม่เรียกว่า ประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อดำเนินการดังนี้                    (1) รับทราบชื่อสหกรณ์ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้ว                    (2) พิจารณากำหนดประเภทและวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ตามความต้องการของสหกรณ์เพื่อดำเนินการอำนวยประโยชน์ต่อสมาชิกและต้องกำหนดให้สอดคล้องและอยู่ในขอบเขตตาม ประเภทของสหกรณ์                   ?(3) จัดทำแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์ที่จะจัดตั้ง                   (4) จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์จากจำนวนสมาชิกสหกรณ์ ที่แยกจากสหกรณ์เดิม                   (5) ร่างข้อบังคับสหกรณ์    ขั้นตอนที่ 6 การขอจดทะเบียนสหกรณ์                   คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ดำเนินการจัดทำเอกสารเพื่อจดทะเบียนสหกรณ์โดยยื่นเอกสารที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 แห่งท้องที่ที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับ คำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3193,"94e56e0c-ddeb-4e5a-9d2c-83b817af2141","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การอนุมัติงบดุลของผู้ชำระบัญชีกลุ่มเกษตรกร กรณีที่ประชุมใหญ่ไม่ครบองค์ประชุม(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d19-552b-4475-8f6a-a623297fba79",12,0,9,"- การเลิกกลุ่มเกษตรกร มาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า  กลุ่มเกษตรกรย่อมเลิกเมื่อมีกรณี ดังต่อไปนี้    (1) ตามที่กำหนดในข้อบังคับ    (2) กลุ่มเกษตรกรมีสมาชิกน้อยกว่าสามสิบคนติดต่อกันเกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน    (3)ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก    (4) ศาลพิพากษาให้ล้มละลาย    (5) นายทะเบียนสหกรณ์สั่งให้เลิกตามมาตรา 33    กรณี (1) ,(2) ,(3) เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด (ในกรณีส่วนภูมิภาค) หรือนายทะเบียน  กลุ่มเกษตรกรกรุงเทพมหานคร (ในกรณีกรุงเทพมหานคร) มีประกาศเลิกกลุ่มเกษตรกรและแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีแล้ว  พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 มาตรา 34 (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/Farmer_2547.pdf) กำหนดให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับชำระบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์มาใช้บังคับโดยอนุโลม    กรณี (4) การชำระบัญชีเป็นไปตามกฎหมายล้มละลาย และกรณี (5) การชำระบัญชีเป็นไปตามระเบียบ  นายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการชำระบัญชีกลุ่มเกษตรกรที่นายทะเบียนสหกรณ์สั่งเลิก พ.ศ.2548    - เมื่อกลุ่มเกษตรกรได้เลิกตามมาตรา 32 (1),(2),(3) จึงต้องนำความเกี่ยวกับการชำระบัญชีตามมาตรา 80  แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2553 (https://drive.google.com/file/d/0B0i AMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) มาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งบัญญัติว่าผู้ชำระบัญชีต้องทำงบดุลของสหกรณ์โดยไม่ชักช้า และให้นายทะเบียนสหกรณ์ตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อตรวจสอบงบดุลนั้น เมื่อผู้สอบบัญชีรับรองงบดุลแล้ว ให้  ผู้ชำระบัญชีเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่เพื่ออนุมัติแล้วเสนองบดุลนั้นต่อนายทะเบียนสหกรณ์ ในกรณีที่การประชุมใหญ่  ไม่ครบองค์ประชุม ให้ผู้ชำระบัญชีเสนองบดุลต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่ออนุมัติ    - โดยจากหลักกฎหมายข้างต้น เมื่อผู้ชำระบัญชีดำเนินการแนวทางการชำระบัญชี โดยจัดทำงบดุลของ  กลุ่มเกษตรกร และได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีแล้ว ให้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน คือ เสนองบดุลที่ได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีให้ที่ประชุมใหญ่ของกลุ่มเกษตรกรพิจารณาอนุมัติก่อน แล้วจึงเสนอต่อไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ กรณีที่ไม่สามารถประชุมใหญ่ได้เนื่องจากสมาชิกมาร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมตามมาตรา 80 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542ผู้ชำระบัญชีจะต้องปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ กล่าวคือ ผู้ชำระบัญชีเสนองบดุลที่  ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองแล้วต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่ออนุมัติ โดยยื่นคำขออนุมัติงบดุลกลุ่มเกษตรกรกรณีที่ประชุมใหญ่ไม่ครบองค์ประชุมพร้อมเอกสารหลักฐาน ไปยังผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 1 - 10 ที่  กลุ่มเกษตรกรแห่งนั้นตั้งอยู่ ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการแทนนายทะเบียนสหกรณ์    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-07-27T13:15:17"],
    [3194,"94e56e0c-a282-4633-a541-75290a1f8898","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การกำหนดวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีของสหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d18-fde2-49fc-be0d-8910c6228fc3",3,0,11,"การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกันของสหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์จะต้องจำกัดอยู่ภายในวงเงินที่นายทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบตามความมาตรา 47 และมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2562 ประกอบประกาศนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่อง คำนิยามวงเงินการกู้ยืมหรือการค้ำประกันของสหกรณ์ ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561  (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/p_30042561(1).pdf)  และระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบวงเงินการกู้ยืมหรือการค้ำประกันของสหกรณ์ พ.ศ. 2561 ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2561  (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/r_30042561.pdf)    หมายเหตุ: 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่ที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3195,"94e56e0c-a4c4-4fdc-a33f-85b0f1990a2d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การขอความเห็นชอบการควบสหกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-00df-4164-a89b-7e528366eb83",3,0,5,"สหกรณ์ตั้งแต่สองสหกรณ์อาจควบเข้ากันเป็นสหกรณ์เดียวได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่ของแต่ละสหกรณ์และต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไข  เพิ่มเติม (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) มีขั้นตอนดำเนินการดังต่อไปนี้    1. ต้องเป็นสหกรณ์ประเภทเดียวกัน (เนื่องจากสหกรณ์ที่ควบเข้ากันต้องมีวัตถุประสงค์เดียวกัน)            2. ต้องจัดประชุมใหญ่แต่ละสหกรณ์เพื่อขอมติควบเข้ากัน    3. มติในกรณีดังกล่าวให้ถือเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกซึ่งมาประชุม            4. ให้สหกรณ์รวบรวมเอกสารและรายงานขอความเห็นชอบให้สหกรณ์ควบเข้ากันเป็นสหกรณ์เดียวได้โดยยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่ตั้งอยู่ของสหกรณ์ประสงค์ที่ขอควบ    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา     2. เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     3. ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3196,"94e56e0c-a772-4576-99f8-fb324b08ae87","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การถือใช้ระเบียบว่าด้วยการรับฝากเงินจากสมาชิกสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่นหรือสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือนิติบุคคลอื่น(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-0426-4642-b81d-448afa76e1a6",5,0,5,"มาตรา 46(5) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) กำหนดให้สหกรณ์รับฝากเงินประเภทออมทรัพย์หรือประเภทประจำจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่นหรือสมาคมฌาปกิจสงเคราะห์ ซึ่งมีสมาชิกของสมาคมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้รับฝากเงิน หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคลากรหรือลูกจ้างไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้รับฝากเงิน ทั้งนี้ ตามระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ประกอบคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ 2/2562 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 มอบอำนาจให้รองนายทะเบียนสหกรณ์ปฏิบัติการแทนนายทะเบียนสหกรณ์ (http://e-service.cpd.go.th/  elib/pdf_file/prescribe_131_2555.pdf) ต้องเสนอนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อขอความเห็นชอบการถือใช้และเมื่อ  นายทะเบียนสหกรณ์ได้ให้ความเห็นชอบแล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ได้ดังนั้นสหกรณ์ที่ประสงค์จะขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติดังนี้       ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการมีมติกำหนดระเบียบของสหกรณ์ ซึ่งบรรดาระเบียบว่าด้วยเงินรับฝาก   กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ยกร่างระเบียบให้เป็นตัวอย่างในการถือใช้   สหกรณ์จัดทำเอกสารเพื่อประกอบขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบของสหกรณ์   สหกรณ์รวบรวมเอกสารและรายงานขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบว่าด้วยการรับฝากเงินจากสมาชิกสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่นหรือสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์โดยยื่นเอกสารที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 ที่สำนักงานสหกรณ์นั้นตั้งอยู่      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3197,"94e56e0c-aa00-41a9-a747-c03a80eb8375","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การถือใช้ระเบียบว่าด้วยการให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงิน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-0749-43e8-b1c4-eb65d71a0dbe",5,0,5,"มาตรา 46 (8) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) กำหนดให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงินได้ตามระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ ประกอบคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ 2/2562 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 มอบอำนาจให้รองนายทะเบียนสหกรณ์ปฏิบัติการแทนนายทะเบียนสหกรณ์ (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/prescribe_131_2555.pdf)            ทั้งนี้  สหกรณ์สามารถยื่นคำขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบดังกล่าวได้ ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดในกรณีส่วนภูมิภาค หรือในกรณีกรุงเทพมหานครติดต่อได้ที่ สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2            ดังนั้น สหกรณ์ที่ประสงค์จะขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ ดังนี้                     ?1. ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการมีมติกำหนดระเบียบของสหกรณ์                     2 สหกรณ์จัดทำเอกสารเพื่อประกอบขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบของสหกรณ์                    3. สหกรณ์รวบรวมเอกสารและรายงานขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบว่าด้วยการให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงินโดยยื่นเอกสารที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 ที่สำนักงานสหกรณ์นั้นตั้งอยู่    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3198,"94e56e0c-aec1-42af-abf1-548fbf91d4c4","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การเลือกตั้งผู้ชำระบัญชีสหกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-0e27-42c0-b09d-a504fbe3f683",5,0,3,"มาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2562 ได้กำหนดว่า การชำระบัญชีสหกรณ์ที่เลิกตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 ได้แก่  (1) มีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับ (2) สหกรณ์มีจำนวนสมาชิกน้อยกว่าสิบคน (3) ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก (4) นายทะเบียนสหกรณ์สั่งให้เลิกตามมาตรา 71 แต่ยกเว้นเลิกตามกฎหมายล้มละลาย (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) กำหนดการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ไว้ดังนี้    กรณีที่ 1 เลิกตาม (1) มีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับ (2) สหกรณ์มีจำนวนสมาชิกน้อยกว่าสิบคน (3) ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกให้สหกรณ์จัดประชุมใหญ่ของมวลสมาชิก เพื่อเลือกตั้งผู้ชำระบัญชี และแจ้งเป็นหนังสือพร้อมสำเนารายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่มีมติเลือกตั้งผู้ชำระบัญชีภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกสหกรณ์ หรือนับแต่วันที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์แล้วแต่กรณีโดยยื่นหนังสือที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 ที่สำนักงานสหกรณ์นั้นตั้งอยู่    กรณีที่ 2 นายทะเบียนสหกรณ์สั่งให้เลิก ตามมาตรา 71 หากสหกรณ์ยอมรับคำสั่งเลิก ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติให้สหกรณ์จัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งผู้ชำระบัญชี และแจ้งเป็นหนังสือพร้อมสำเนารายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่มีมติเลือกตั้งผู้ชำระบัญชีภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกสหกรณ์โดยยื่นหนังสือที่สำนักงาน สหกรณ์จังหวัดหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 ที่สำนักงานสหกรณ์นั้นตั้งอยู่    สำนักงานสหกรณ์จังหวัดหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อปรากฎพบว่าข้อเท็จจริงตรงกับหลักกฎหมาย จึงประกาศเลิกสหกรณ์ และประกาศแจ้งชื่อผู้ชำระบัญชี            หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา  ที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                             2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                             3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3199,"94e56e0c-b40f-4751-b697-02bd7c6e08f5","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","รับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสหกรณ์(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-14cb-4f9f-bc6b-fe528b439c5e",12,0,6,"มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) ให้นายทะเบียนสหกรณ์  มีอำนาจรับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับประกอบกับนายทะเบียนสหกรณ์มอบอำนาจ การรับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับให้แก่รองนายทะเบียนที่แต่งตั้งจากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 และสหกรณ์จังหวัด(http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/prescribe_130_2555.pdf และ http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/prescribe_131_2555.pdf ) ดังนั้น สหกรณ์ที่ประสงค์แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ ดังนี้              - ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยมีมติเป็นเอกฉันท์              - สหกรณ์จัดให้มีการประชุมใหญ่โดยมีวาระการประชุมเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสหกรณ์มติที่ใช้ต้องไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกที่มาประชุม               - สหกรณ์ต้องรายงานขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับภายในสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่ประชุมใหญ่มีมติโดยยื่นเอกสารที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 พื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่สำนักงานสหกรณ์ตั้งอยู่              - กรณีแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสหกรณ์โดยเปลี่ยนชื่อสหกรณ์ใหม่สหกรณ์จะต้องขอจองชื่อใหม่ของสหกรณ์ที่สำนักงานสหกรณ์ส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 พื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่สำนักงานสหกรณ์นั้นตั้งอยู่              - ถ้าพิจารณาได้ว่าการขอจดทะเบียนจะเสียหายแก่ระบบสหกรณ์ นายทะเบียนสหกรณ์อาจไม่รับจดทะเบียน              - สหกรณ์สามารถยื่นคำอุทธรณ์คำสั่งไม่รับจดทะเบียนต่อคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติโดยยื่นต่อนายทะเบียนสหกรณ์ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง    หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-27T09:55:38"],
    [3200,"94e56e0c-be36-4d74-884c-6e2ff0530c8b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การกำหนดวงเงินดำเนินกิจการของกลุ่มเกษตรกร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-2bac-4201-b8b4-c822af735350",3,0,6,"การดำเนินการของกลุ่มเกษตรกร ได้แก่ การร่วมทุนในการประกอบกิจการกับกลุ่มเกษตรกรอื่น การให้กู้ให้สินเชื่อ ให้ยืม ให้เช่า ให้เช่าซื้อ โอนรับจำนอง หรือรับจำนำซึ่งทรัพย์สินแก่สมาชิกหรือของสมาชิกให้ได้มาถือกรรมสิทธิ์หรือ  ทรัพย์สิทธิ ครอบครอง กู้ ยืม เช่า เช่าซื้อ รับโอนสิทธิการเช่า หรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือจำนำ ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งทรัพย์สินนั้น จะต้องจำกัดอยู่ในวงเงินที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดเห็นชอบตามมาตรา 10 วรรคท้ายแห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ.2547 (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/Farmer_2547.pdf) ประกอบคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมายให้รองนายทะเบียนสหกรณ์ปฏิบัติการแทนนายทะเบียนสหกรณ์ให้  ความเห็นชอบระเบียบกลุ่มเกษตรกรว่าด้วยการรับฝากเงินและเห็นชอบวงเงินการดำเนินกิจการมีขั้นตอนดังนี้       ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการพิจารณากำหนดวงเงินซึ่งกลุ่มเกษตรกรอาจกู้ยืมสำหรับปีหนึ่ง ๆ เพื่อนำเสนอที่ประชุมใหญ่   ที่ประชุมใหญ่กลุ่มเกษตรกรพิจารณากำหนดวงเงินซึ่งกลุ่มเกษตรกรอาจกู้ยืมสำหรับปีหนึ่ง ๆ ไว้ตามที่จำเป็นและสมควรแก่การดำเนินงาน   เมื่อที่ประชุมใหญ่พิจารณาให้ความเห็นชอบให้เสนอนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดเห็นชอบ   แต่ถ้าที่ประชุมใหญ่ยังไม่ได้กำหนดหรือนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบวงเงินซึ่งกลุ่มเกษตรกรอาจกู้ยืมสำหรับปีหนึ่งก็ให้ใช้วงเงินกู้ยืมสำหรับปีก่อนไปพลาง      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา    2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3201,"94e56e0c-c080-47b1-a8e2-b2a81c159aa0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การขอความเห็นชอบการควบกลุ่มเกษตรกร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-2eca-45da-8143-10306cb4ce5d",3,0,5,"กลุ่มเกษตรกรตั้งแต่สองกลุ่มอาจควบเข้ากันเป็นสหกรณ์เดียวได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่ของแต่ละกลุ่มแต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด ตามมาตรา 36 แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย  กลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/Farmer_2547.pdf) มีขั้นตอนดำเนินการดังต่อไปนี้       กลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์ควบเข้ากันต้องเป็นกลุ่มเกษตรกรประเภทเดียวกัน (เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรที่ควบเข้ากันต้องมีวัตถุประสงค์เดียวกัน)   กลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์ควบเข้ากันต้องจัดประชุมใหญ่ของแต่ละกลุ่มเพื่อขอมติควบเข้ากัน   มติในกรณีดังกล่าวให้ถือเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกซึ่งมาประชุม   ให้กลุ่มเกษตรกรรวบรวมเอกสารและรายงานขอความเห็นชอบให้กลุ่มเกษตรกรควบเข้ากันเป็น   กลุ่มเกษตรกรเดียวได้โดยยื่นเอกสารที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่สำนักงานกลุ่มเกษตรกรตั้งอยู่      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา    2. เจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3202,"94e56e0c-c2d5-4615-88c7-79efcc26696a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การถือใช้ระเบียบว่าด้วยการรับฝากเงินจากสมาชิกและกลุ่มเกษตรกรอื่น(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d19-322a-486d-a518-83c36108f792",5,0,5,"พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ.2547 มาตรา 10 (6) (http://e-service.cpd.go.th/elib/ pdf_file/Farmer_2547.pdf) กำหนดให้กลุ่มเกษตรกรรับเงินประเภทออมทรัพย์หรือประเภทประจำจากสมาชิกหรือกลุ่มเกษตรกรอื่นได้ ตามระเบียบของกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์จะขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบ มีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ ดังนี้       ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการมีมติกำหนดระเบียบของกลุ่มเกษตรกร   กลุ่มเกษตรกรจัดทำเอกสารเพื่อประกอบขอความเห็นชอบการถือใช้ระเบียบ   กลุ่มเกษตรกรรายงานขอถือใช้ระเบียบว่าด้วยการรับฝากจากสมาชิกและกลุ่มเกษตรกรอื่น โดยยื่นเอกสารที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่สำนักงานกลุ่มเกษตรกรตั้งอยู่      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่ที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3203,"94e56e0c-c88f-439c-a75d-296f9c3fce20","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การรับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรที่ควบเข้ากัน(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-38c9-4d28-a9e3-ece0f23f2d28",12,0,8,"การควบกลุ่มเกษตรกรจะกระทำได้เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดให้ความเห็นชอบตามมาตรา 36 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 แล้ว (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/Farmer_2547.pdf) ให้กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเห็นชอบให้ควบเข้ากันแต่ละสหกรณ์ดำเนินการ ดังนี้       ทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหนี้ทั้งปวงของกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้เจ้าหนี้พิจารณาการควบกลุ่มเกษตรกร หากเจ้าหนี้ไม่ต้องการให้ควบกลุ่มเกษตรกร เจ้าหนี้ต้องส่งคำคัดค้าน ภายใน 60 วัน ถ้าไม่มีเจ้าหนี้คัดค้านภายในกำหนดเวลา ถือว่าไม่มีคำคัดค้าน ถ้ามีเจ้าหนี้คัดค้าน กลุ่มเกษตรกรจะควบเข้ากันมิได้ จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือได้ให้ประกันเพื่อหนี้รายนั้น   จัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ เพื่อเลือกตั้งผู้แทนของแต่ละกลุ่มเกษตรกรกลุ่มละไม่เกิน 3 คน เพื่อดำเนินการขอจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรใหม่   จัดประชุมคณะผู้แทนสหกรณ์เพื่อเลือกตั้งประธาน รองประธาน เหรัญญิก และเลขานุการ คณะผู้แทนกลุ่มเกษตรกร   จัดทำเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนควบกลุ่มเกษตรกรเข้าด้วยกัน   ยื่นคำขอจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรที่ควบเข้ากันโดยยื่นเอกสารที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่สำนักงานกลุ่มเกษตรกรนั้นตั้งอยู่      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา  ที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3204,"94e56e0c-cb39-4702-a4f7-ee3fe94ee486","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การรับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับกลุ่มเกษตรกร(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d19-3c19-44df-b686-6656b4911bdc",12,0,5,"การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร กำหนดโดยมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย  กลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 (http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/Farmer_2547.pdf) ให้นายทะเบียน  กลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด มีอำนาจรับจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ประกอบกับนายทะเบียนสหกรณ์มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 หรือพื้นที่ 2 และเกษตรและสหกรณ์จังหวัดในฐานะนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ มีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติดังนี้       ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยมีมติตามข้อบังคับ   จัดให้มีการประชุมใหญ่โดยมีวาระการประชุมเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมติที่ใช้ต้องไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกที่มาประชุม   รายงานขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ โดยยื่นเอกสารที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 พื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่สำนักงานกลุ่มเกษตรกรตั้งอยู่   กรณีแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยเปลี่ยนชื่อจะต้องตรวจสอบชื่อใหม่ ต่อสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 พื้นที่ 2 หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่สหกรณ์นั้นตั้งอยู่   ถ้าการขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับกลุ่มเกษตรกรนั้นมีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวกับการเมืองหรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดสามารถให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงรายละเอียด หรือไม่รับจดทะเบียนได้   กรณีนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดแห่งท้องที่ไม่รับจดทะเบียน ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยให้ยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดผ่านสำนักงานสหกรณ์ ให้   นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดดำเนินการส่งคำอุทธรณ์พร้อมด้วยคำชี้แจงไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์      หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                             2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-27T11:18:50"],
    [3205,"94e56e0c-cd9a-493d-8a80-15b8ce7750df","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การอนุมัติเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์ กรณีวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท/สหกรณ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d19-3f26-4d06-9685-6f2800e056d3",20,0,12,"1.สหกรณ์ที่จะขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่าด้วยการบริหารเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) พ.ศ.2557  หมวด 3 การให้กู้ยืมเงิน การชำระหนี้ การผ่อนผัน ขยายเวลาชำระหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และการลดหนี้ ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน 2557   2.ขั้นตอนการตรวจเอกสาร     2.1 กรณีการยื่นคำขอกู้เงินและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอกู้เงิน โดยผู้แทนของสหกรณ์ยื่น ณ หน่วยงาน เมื่อผู้รับคำขอตรวจสอบแล้ว  พบว่าคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที ให้จัดทำบันทึกระหว่างผู้ยื่นคำขอกู้ และผู้รับคำขอกู้ โดยระบุรายการความบกพร่อง และรายการที่ต้องการให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไข พร้อมกำหนดระยะเวลาการแก้ไขและจัดส่งเอกสารในส่วนที่ขาด ให้ชัดเจน ทั้งนี้ หากกำหนดระยะเวลาแล้ว ผู้ยื่นคำขอ ไม่มายื่นแก้ไขหรือส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้รับคำขอแจ้งเป็นหนังสือเพื่อส่งเอกสารคืนให้แก่ผู้ยื่นคำขอ   3. การพิจารณา      3.1 กรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ได้พิจารณาเอกสารหลักฐานประกอบคำขอกู้เงินและวิเคราะห์แผนงานโครงการของสหกรณ์แล้ว มีข้อสงสัย ต้องการให้ผู้ยื่นคำขอ ชี้แจงรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการชี้แจงข้อมูลได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด   4. ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้อง หรือได้รับการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมครบถ้วนถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   5. หน่วยงานผู้รับคำขอ จะแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-27T13:08:52"],
    [3206,"94e56e0c-cfee-4fd6-81b3-da304e685635","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การอนุมัติเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์ กรณีวงเงินเกิน 5 ล้านบาท/สหกรณ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d19-425a-465a-b4d5-cf2110060ae2",35,0,12,"1. สหกรณ์ที่จะขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่าด้วยการบริหารเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) พ.ศ.2557 หมวด 3 การให้กู้ยืมเงิน การชำระหนี้ การผ่อนผัน ขยายเวลาชำระหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และการลดหนี้ ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน 2557     2. ขั้นตอนการตรวจเอกสาร    2.1 กรณีการยื่นคำขอกู้เงินและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอกู้เงิน โดยผู้แทนของสหกรณ์ยื่น ณ หน่วยงาน เมื่อผู้รับคำขอตรวจสอบแล้วพบว่าคำขอไม่ถูกต้อง หรือเอกสารไม่ครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที    2.2 ให้จัดทำบันทึกระหว่างผู้ยื่นคำขอกู้ และผู้รับคำขอกู้ โดยระบุรายการความบกพร่อง และรายการที่ต้องการให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไข พร้อมกำหนดระยะเวลาการแก้ไขและจัดส่งเอกสารในส่วนที่ขาด ให้ชัดเจน ทั้งนี้ หากกำหนดระยะเวลาแล้ว ผู้ยื่นคำขอ ไม่มายื่นแก้ไขหรือส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้รับคำขอแจ้งเป็นหนังสือเพื่อส่งเอกสารคืนให้แก่ผู้ยื่นคำขอ   3. การพิจารณา  3.1 กรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ได้พิจารณาเอกสารหลักฐานประกอบคำขอกู้เงินและวิเคราะห์แผนงานโครงการของสหกรณ์แล้ว มีข้อสงสัย ต้องการให้ผู้ยื่นคำขอ ชี้แจงรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขดำเนินการชี้แจงข้อมูลได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด  4. ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้อง หรือได้รับการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมครบถ้วนถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   5. หน่วยงานผู้รับคำขอ จะแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-06-28T13:05:43"],
    [3207,"94e56e0c-d238-4ec6-adf8-1c01fa681a44","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การอนุมัติให้เงินกู้เงินทุนอื่นแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d19-4583-4ccc-aee1-757fffaf8ffd",31,0,6,"1. สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่จะขอกู้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของแต่ละโครงการที่กำหนดไว้  ศึกษาหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ที่  http://office.cpd.go.th/supportcoop/index.php/17-2016-05-31-02-51-15/84-2016-12-21-09-16-28    2. ขั้นตอนการตรวจเอกสาร              กรณีการยื่นคำขอกู้เงินและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอกู้เงิน โดยผู้แทนของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ยื่น ณหน่วยงาน เมื่อผู้รับคำขอตรวจสอบแล้วพบว่า คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสาร หลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนและผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้จัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกู้และผู้รับคำขอกู้ โดยระบุรายการความบกพร่องและรายการที่ต้องการให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไข พร้อมกำหนดระยะเวลาการแก้ไขและจัดส่งเอกสารในส่วนที่ขาดให้ชัดเจน ทั้งนี้ หากพ้นกำหนดระยะเวลาแล้ว ผู้ยื่นคำขอไม่มายื่นแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่กำหนด ให้ผู้รับคำขอคืนคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอด้วย    3. ขั้นตอนการพิจารณา            กรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ได้พิจารณาเอกสารหลักฐานประกอบคำขอกู้เงินและวิเคราะห์แผนงานโครงการของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรแล้ว มีข้อสงสัยต้องการให้ผู้ยื่นคำขอชี้แจงรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการชี้แจงข้อมูลได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด    4. ขั้นตอนการดำเนินงาน          ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องหรือได้รับการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมครบถ้วนถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5. หน่วยงานผู้รับคำขอ          1. แจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่อนุมัติโดยผู้มีอำนาจอนุมัติ          2. ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น","2021-11-17T13:39:07"],
    [3208,"94e56e0c-d485-4bee-a0d9-84c902da31d0","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การอนุญาตให้สมาชิกนิคมสหกรณ์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (กสน.3) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-4866-4814-ab37-2a7af31b55bd",22,0,7,"การจัดที่ดินในรูปนิคมสหกรณ์กรมส่งเสริมสหกรณ์จะดำเนินการจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีน้อยไม่เพียงพอแก่การประกอบอาชีพรวมถึงการจัดบริการในด้านต่างๆเพื่อความสะดวกในการใช้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพและที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิกนิคมสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพพ.ศ. 2511 โดยอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (กสน.3) และการออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5)      หมายเหตุ :       1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:07"],
    [3209,"94e56e0c-d6bd-4423-9280-be82d0927e3d","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-4b3a-4110-8ec9-5380c1df79d1",23,200,8,"การจัดที่ดินในรูปนิคมสหกรณ์กรมส่งเสริมสหกรณ์จะดำเนินการจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีน้อยไม่เพียงพอแก่การประกอบอาชีพรวมถึงการจัดบริการในด้านต่างๆเพื่อความสะดวกในการใช้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพและที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิกนิคมสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพพ.ศ 2511 โดยอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (กสน.3) และการออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5)    หมายเหตุ :   1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:07"],
    [3210,"94e56e0c-d90f-48b1-8bc3-b94a9ef8a03c","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-4e5a-4c99-9244-84c69551b929",159,0,8,"การดำเนินการจัดที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์ให้แก่ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีน้อยไม่พอแก่การประกอบอาชีพภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพพ.ศ. 2511 ซึ่งนอกจากจัดสรรที่ดินให้แก่สมาชิกนิคมสหกรณ์โดยการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ (กสน.3) และออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) แล้วยังมีการอนุญาตให้บุคคลธรรมดานิติบุคคลและส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใช้ที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์ตามมาตรา 15 ซึ่งกำหนดว่าห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหาประโยชน์ยึดถือครอบครองปลูกสร้างก่นสร้างแผ้วถางเผาป่าหรือทำด้วยประการใด ๆ  อันเป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินหรือทำให้เป็นอันตรายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในที่ดินภายในเขตของนิคมเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี และมาตรา 16กำหนดว่าการอนุญาตตามมาตรา 15 ให้อธิบดีมีอำนาจเรียกเก็บเงินค่าบำรุงตามจำนวนที่อธิบดีกำหนดโดยสมควรแก่กิจการนั้นเงินค่าบำรุงนั้นให้ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของนิคมสหกรณ์โดย  กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ออกระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่าด้วยการบริหารจัดการนิคมสหกรณ์ พ.ศ. 2561 และประกาศกรมส่งเสริมสหกรณ์ เรื่อง อัตราค่าบำรุงนิคมสหกรณ์       หมายเหตุ :       1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                     2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:07"],
    [3211,"94e56e0c-db89-4e44-9f8a-1875f706c9ee","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมส่งเสริมสหกรณ์","การอนุมัติงบการเงินของผู้ชำระบัญชีสหกรณ์ กรณีที่ประชุมใหญ่ไม่ครบองค์ประชุม(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d19-51cc-4ddd-964f-423820672061",17,0,8,"?ตามความในมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2562 (https://drive.google.com/file/d/0B0iAMn3FAZY0cnY5d1dUUWdDYVU/view) บัญญัติว่าผู้ชำระบัญชีต้อง              ผู้ชำระบัญชีต้องทำงบการเงินของสหกรณ์ ณ วันที่เลิกสหกรณ์โดยไม่ชักช้า และให้นายทะเบียนสหกรณ์ตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อตรวจสอบงบการเงินนั้น เมื่อผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นต่องบการเงินแล้ว ให้ผู้ชำระบัญชีเสนองบการเงินต่อที่ประชุมใหญ่เพื่ออนุมัติแล้วเสนองบการเงินนั้นต่อนายทะเบียนสหกรณ์ ในกรณีที่การประชุมใหญ่ไม่ครบองค์ประชุม ให้ผู้ชำระบัญชีเสนองบการเงินต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่ออนุมัติ              จากหลักกฎหมายดังกล่าว เมื่อผู้ชำระบัญชีดำเนินการตามแนวทางการชำระบัญชี โดยจัดทำงบการเงินของสหกรณ์และได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีแล้วให้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน    คือ เสนองบการเงินที่ได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีให้              ที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์พิจารณาอนุมัติก่อน แล้วจึงเสนอต่อไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ กรณีที่ไม่สามารถประชุมใหญ่ได้เนื่องจากสมาชิกมาร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมตามมาตรา 80 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ ผู้ชำระบัญชีจะต้องปฏิบัติตามคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้ กล่าวคือ ผู้ชำระบัญชีเสนองบการเงินที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองแล้วต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่ออนุมัติ โดยยื่นคำขออนุมัติงบการเงินสหกรณ์กรณีที่ประชุมใหญ่ไม่ครบองค์ประชุมพร้อมเอกสาร ไปยังผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 1-10 ที่สำนักงานสหกรณ์แห่งนั้นตั้งอยู่ ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการแทนนายทะเบียนสหกรณ์  หมายเหตุ : 1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา                   2. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                   3. ขั้นตอนการดำเนินงาน ตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:07"],
    [3212,"9a0d4135-87a4-422c-b150-c325696f3ba1","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","การให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP) หม่อน (กรณีขอการรับรองครั้งแรกและต่ออายุ) ผ่านช่องทางออนไลน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a0d30b2-4494-42ae-8699-bc9d6e4d2fa4",5,0,3,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\nเกษตรกร นิติบุคคลหรือกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับหม่อนเพื่อผลิตใบ (มกษ.3500 - 2553) และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับหม่อนเพื่อผลิตผล (มกษ.1003 - 2555) และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข เรื่องการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ (มกษ.3500 - 2553) และมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตผล (มกษ.1003 - 2555) \n\n2. ช่องทางการยื่นคำขอ\n2.1 ยื่นคำขอและเอกสารประกอบ ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ 21 ศูนย์ ในพื้นที่ที่แปลงตั้งอยู่  \n2.2 ยื่นคำขอใบอนุญาต/ใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Biz Portal ทางเว็บไซต์ https://bizportal.go.th/  \n\n3. เงื่อนไขในการรับรอง\n3.1 กรมหม่อนไหม ดำเนินการให้การรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ หรือหม่อนเพื่อผลิตผลตามขอบข่ายที่กรมหม่อนไหมประกาศ\n3.2 ผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง ปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ หรือ หม่อนเพื่อผลิตผล ก่อนการตรวจประเมินเพื่อการรับรอง\n3.3 การขอรับการรับรองให้ยื่นคำขอต่อกรมหม่อนไหม หรือผ่านศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ในพื้นที่พร้อมหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ที่เป็นปัจจุบัน\n3.4 เมื่อได้รับคำขอตามข้อ 2 กรมหม่อนไหม จะดำเนินการดังนี้\n 3.4.1 พิจารณาทบทวนคำขอและรายละเอียดต่าง ๆ ของผู้ยื่นคำขอ หากมีรายละเอียดที่จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n 3.4.2 ตรวจประเมินตามขั้นตอนที่กำหนดในเอกสารหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเรื่องการตรวจประเมิน โดยภาษาที่ใช้ในการตรวจประเมินใช้ภาษาไทยเป็นหลักจากนั้นสรุปข้อคิดเห็นนำเสนอคณะทบทวนและตัดสินให้การรับรองเพื่อพิจารณาตัดสินให้การรับรอง\n3.5 ผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง ต้องยินยอมให้ผู้แทนจากกรมหม่อนไหม ดำเนินการตรวจประเมิน ณ แหล่งผลิตของผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง รวมทั้งยินยอมให้ผู้แทนจากกรมหม่อนไหม หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง ดำเนินการสังเกตการณ์การตรวจประเมินของคณะผู้ตรวจประเมินของกรมหม่อนไหม ณ แหล่งผลิตของผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง หรือตามที่กรมหม่อนไหมกำหนด\n3.6 เมื่อคณะทบทวนและตัดสินฯ มีมติให้การรับรองแล้ว กรมหม่อนไหมจะออกใบรับรอง โดยมีผลตั้งแต่วันที่\nคณะทบทวนและตัดสินฯ พิจารณาอนุมัติให้การรับรอง ใบรับรองมีอายุ 3 ปี และไม่สามารถโอนใบรับรอง ให้แก่ผู้อื่นได้ \nทั้งนี้การออกใบรับรอง กรมหม่อนไหมจะดำเนินการออกให้ในนามของผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรองที่ผ่านการประเมินเท่านั้น\n\n4. เงื่อนไขของผู้ได้รับการรับรอง\nผู้ได้รับการรับรอง ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n4.1 ต้องรักษาไว้ซึ่งระบบการผลิตตามมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ หรือ หม่อนเพื่อผลิตผล ตลอดระยะเวลาที่ได้รับการรับรอง\n4.2 อ้างถึงการรับรองเฉพาะในกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองเท่านั้น\n4.3 ต้องไม่นำใบรับรอง และ/หรือ เครื่องหมายรับรอง และ/หรือ เครื่องหมายรับรองระบบงาน ไปใช้ในทางที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการรับรอง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมหม่อนไหม\n4.4 เมื่อมีการลดขอบข่าย พักใช้ เพิกถอน หรือยกเลิกการรับรองไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ให้ยุติการใช้สิ่งพิมพ์ \nสื่อโฆษณา และการอ้างถึงการได้รับการรับรองทั้งหมด\n4.5 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อการรับรองในสาระสำคัญ เช่น เปลี่ยนผู้ดูแลหรือผู้ได้รับการรับรอง ให้แจ้งกรมหม่อนไหมทราบเพื่อพิจารณาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ กรมหม่อนไหมอาจกำหนดให้มีการตรวจประเมินเพิ่มเติม แล้วนำผลเสนอการตรวจเสนอคณะทบทวนและตัดสินฯ พิจารณาให้การรับรองใหม่ กรมหม่อนไหม จะออกใบรับรองฉบับใหม่แทนฉบับเดิม โดยมีอายุเท่ากับใบรับรองฉบับเดิมที่เหลืออยู่ ซึ่งผู้ได้รับการรับรองต้องส่งคืนใบรับรองฉบับเดิมให้แก่กรมหม่อนไหม\n4.6 กรณีผู้ได้รับการรับรองเสียชีวิตหรือโอนกิจการให้บุคคลอื่นให้ถือว่าใบรับรองนั้นหมดอายุ ผู้ที่ครอบครองใบรับรองอยู่ต้องส่งคืนใบรับรองให้กรมหม่อนไหม หากผู้ที่ได้รับโอนกิจการประสงค์จะขอรับการตรวจประเมิน ให้ดำเนินการยื่นคำขอใหม่\n4.7 กรณีผู้ได้รับการรับรองเปลี่ยนชื่อสกุล ที่อยู่ ให้แจ้งกรมหม่อนไหม พร้อมแนบหลักฐานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กรมหม่อนไหม จะออกใบรับรองฉบับใหม่แทนฉบับเดิม โดยมีอายุเท่ากับใบรับรองฉบับเดิมที่เหลืออยู่ ซึ่งผู้ได้รับการรับรองต้องส่งคืนใบรับรองฉบับเดิมให้แก่กรมหม่อนไหม\n4.8 กรณีผู้ได้รับการรับรองทำใบรับรองสูญหาย ให้นำหลักฐานการแจ้งความส่งมายังกรมหม่อนไหม กรมหม่อนไหมจะออกใบรับรองฉบับใหม่แทน โดยมีอายุเท่ากับใบรับรองฉบับเดิมที่เหลืออยู่\n4.9 ต้องส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองที่เป็นปัจจุบันให้แก่กรมหม่อนไหม เมื่อได้รับการ\nร้องขอ\n4.10 หากประสงค์จะยกเลิกการรับรอง ให้ยื่นคำขอยกเลิกใบรับรองต่อกรมหม่อนไหม ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะยกเลิกการรับรองอย่างน้อย 7 วัน และจัดส่งใบรับรองคืนภายใน 15 วันนับจากวันที่แจ้งกรมหม่อนไหม \n4.11 หากประสงค์จะต่ออายุใบรับรองให้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองต่อกรมหม่อนไหม ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ใบรับรองจะหมดอายุ\n4.12 ต้องจัดให้มีมาตรการและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม และคณะผู้เข้าร่วมในการตรวจประเมินทุกครั้งในกรณีที่ร้องขอ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่\n4.13 ต้องจัดทำและเก็บรักษาบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการกับข้อร้องเรียนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองไว้ และต้องมอบบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการให้แก่ กรมหม่อนไหม เมื่อได้รับการร้องขอ","2026-01-20T13:49:09"],
    [3213,"9a0d5107-9a20-418e-b243-e1d01d9c4632","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","การให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP) หม่อน (กรณีขอการรับรองครั้งแรกและต่ออายุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a0d448c-270f-4536-a15a-f987d2b1416a",10,0,5,"1. เงื่อนไขในการยื่นคำขอ\nเกษตรกร นิติบุคคลหรือกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับหม่อนเพื่อผลิตใบ (มกษ.3500 - 2553) และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับหม่อนเพื่อผลิตผล (มกษ.1003 - 2555) และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข เรื่องการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ (มกษ.3500 - 2553) และมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตผล (มกษ.1003 - 2555) \n\n2. ช่องทางการยื่นคำขอ\n2.1 ยื่นคำขอและเอกสารประกอบ ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ 21 ศูนย์ ในพื้นที่ที่แปลงตั้งอยู่  \n2.2 ยื่นคำขอใบอนุญาต/ใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Biz Portal ทางเว็บไซต์ https://bizportal.go.th/  \n\n3. เงื่อนไขในการรับรอง\n3.1 กรมหม่อนไหม ดำเนินการให้การรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ หรือหม่อนเพื่อผลิตผลตามขอบข่ายที่กรมหม่อนไหมประกาศ\n3.2 ผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง ปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ หรือ หม่อนเพื่อผลิตผล ก่อนการตรวจประเมินเพื่อการรับรอง\n3.3 การขอรับการรับรองให้ยื่นคำขอต่อกรมหม่อนไหม หรือผ่านศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ในพื้นที่พร้อมหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ที่เป็นปัจจุบัน\n3.4 เมื่อได้รับคำขอตามข้อ 2 กรมหม่อนไหม จะดำเนินการดังนี้\n 3.4.1 พิจารณาทบทวนคำขอและรายละเอียดต่าง ๆ ของผู้ยื่นคำขอ หากมีรายละเอียดที่จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n 3.4.2 ตรวจประเมินตามขั้นตอนที่กำหนดในเอกสารหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเรื่องการตรวจประเมิน โดยภาษาที่ใช้ในการตรวจประเมินใช้ภาษาไทยเป็นหลักจากนั้นสรุปข้อคิดเห็นนำเสนอคณะทบทวนและตัดสินให้การรับรองเพื่อพิจารณาตัดสินให้การรับรอง\n3.5 ผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง ต้องยินยอมให้ผู้แทนจากกรมหม่อนไหม ดำเนินการตรวจประเมิน ณ แหล่งผลิตของผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง รวมทั้งยินยอมให้ผู้แทนจากกรมหม่อนไหม หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง ดำเนินการสังเกตการณ์การตรวจประเมินของคณะผู้ตรวจประเมินของกรมหม่อนไหม ณ แหล่งผลิตของผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรอง หรือตามที่กรมหม่อนไหมกำหนด\n3.6 เมื่อคณะทบทวนและตัดสินฯ มีมติให้การรับรองแล้ว กรมหม่อนไหมจะออกใบรับรอง โดยมีผลตั้งแต่วันที่\nคณะทบทวนและตัดสินฯ พิจารณาอนุมัติให้การรับรอง ใบรับรองมีอายุ 3 ปี และไม่สามารถโอนใบรับรอง ให้แก่ผู้อื่นได้ \nทั้งนี้การออกใบรับรอง กรมหม่อนไหมจะดำเนินการออกให้ในนามของผู้ยื่นคำขอ/ผู้ขอการรับรองที่ผ่านการประเมินเท่านั้น\n\n4. เงื่อนไขของผู้ได้รับการรับรอง\nผู้ได้รับการรับรอง ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n4.1 ต้องรักษาไว้ซึ่งระบบการผลิตตามมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP หม่อนเพื่อผลิตใบ หรือ หม่อนเพื่อผลิตผล ตลอดระยะเวลาที่ได้รับการรับรอง\n4.2 อ้างถึงการรับรองเฉพาะในกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองเท่านั้น\n4.3 ต้องไม่นำใบรับรอง และ/หรือ เครื่องหมายรับรอง และ/หรือ เครื่องหมายรับรองระบบงาน ไปใช้ในทางที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการรับรอง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมหม่อนไหม\n4.4 เมื่อมีการลดขอบข่าย พักใช้ เพิกถอน หรือยกเลิกการรับรองไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ให้ยุติการใช้สิ่งพิมพ์ \nสื่อโฆษณา และการอ้างถึงการได้รับการรับรองทั้งหมด\n4.5 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อการรับรองในสาระสำคัญ เช่น เปลี่ยนผู้ดูแลหรือผู้ได้รับการรับรอง ให้แจ้งกรมหม่อนไหมทราบเพื่อพิจารณาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ กรมหม่อนไหมอาจกำหนดให้มีการตรวจประเมินเพิ่มเติม แล้วนำผลเสนอการตรวจเสนอคณะทบทวนและตัดสินฯ พิจารณาให้การรับรองใหม่ กรมหม่อนไหม จะออกใบรับรองฉบับใหม่แทนฉบับเดิม โดยมีอายุเท่ากับใบรับรองฉบับเดิมที่เหลืออยู่ ซึ่งผู้ได้รับการรับรองต้องส่งคืนใบรับรองฉบับเดิมให้แก่กรมหม่อนไหม\n4.6 กรณีผู้ได้รับการรับรองเสียชีวิตหรือโอนกิจการให้บุคคลอื่นให้ถือว่าใบรับรองนั้นหมดอายุ ผู้ที่ครอบครองใบรับรองอยู่ต้องส่งคืนใบรับรองให้กรมหม่อนไหม หากผู้ที่ได้รับโอนกิจการประสงค์จะขอรับการตรวจประเมิน ให้ดำเนินการยื่นคำขอใหม่\n4.7 กรณีผู้ได้รับการรับรองเปลี่ยนชื่อสกุล ที่อยู่ ให้แจ้งกรมหม่อนไหม พร้อมแนบหลักฐานการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กรมหม่อนไหม จะออกใบรับรองฉบับใหม่แทนฉบับเดิม โดยมีอายุเท่ากับใบรับรองฉบับเดิมที่เหลืออยู่ ซึ่งผู้ได้รับการรับรองต้องส่งคืนใบรับรองฉบับเดิมให้แก่กรมหม่อนไหม\n4.8 กรณีผู้ได้รับการรับรองทำใบรับรองสูญหาย ให้นำหลักฐานการแจ้งความส่งมายังกรมหม่อนไหม กรมหม่อนไหมจะออกใบรับรองฉบับใหม่แทน โดยมีอายุเท่ากับใบรับรองฉบับเดิมที่เหลืออยู่\n4.9 ต้องส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองที่เป็นปัจจุบันให้แก่กรมหม่อนไหม เมื่อได้รับการ\nร้องขอ\n4.10 หากประสงค์จะยกเลิกการรับรอง ให้ยื่นคำขอยกเลิกใบรับรองต่อกรมหม่อนไหม ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะยกเลิกการรับรองอย่างน้อย 7 วัน และจัดส่งใบรับรองคืนภายใน 15 วันนับจากวันที่แจ้งกรมหม่อนไหม \n4.11 หากประสงค์จะต่ออายุใบรับรองให้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองต่อกรมหม่อนไหม ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ใบรับรองจะหมดอายุ\n4.12 ต้องจัดให้มีมาตรการและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม และคณะผู้เข้าร่วมในการตรวจประเมินทุกครั้งในกรณีที่ร้องขอ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่\n4.13 ต้องจัดทำและเก็บรักษาบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการกับข้อร้องเรียนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองไว้ และต้องมอบบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการให้แก่ กรมหม่อนไหม เมื่อได้รับการร้องขอ","2026-01-20T13:49:22"],
    [3214,"9deb047b-f723-4e16-b571-86ac4ee5fad6","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","การขอรับท่อนพันธุ์หม่อน กิ่งชำหม่อน หม่อนชำถุง ไข่ไหมพันธุ์ดี และไข่ไหมอีรี่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d19-5fd9-4dbb-8637-7483c413d62f",1,30,1,"1. ผู้ประสงค์จะขอรับท่อนพันธุ์หม่อน กิ่งชำหม่อน หม่อนชำถุง และไข่ไหมพันธุ์ดี จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมหม่อนไหม ว่าด้วยการขายและแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม และวัสดุย้อมสี พ.ศ. 2562    2. ผู้ประสงค์จะขอรับไหมอีรี่ จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมหม่อนไหม ว่าด้วยการขายและแจกไหมอีรี่ พ.ศ.2559    3. การขายและแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหมพันธุ์ดี หรือไหมอีรี่ จะกระทำได้ดังกรณีต่อไปนี้     - การกระจายพันธุ์หม่อนไหม ไข่ไหมพันธุ์ดี หรือไหมอีรี่ ไปสู่เกษตรกรทั่วประเทศ     - การศึกษาหรือค้นคว้าทดลอง     - ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง     - การดำเนินการตามโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษต่างๆ     - สนับสนุนกิจกรรมตามนโยบายของกรมหม่อนไหม    4. การขายหรือแจกหนอนไหม ไหมอีรี่ จะกระทำได้ดังกรณีต่อไปนี้     -การศึกษาหรือค้นคว้าทดลอง     -สนับสนุนกิจกรรมตามนโยบายของกรมหม่อนไหม    5. ผู้ซื้อหรือผู้รับการแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่ จากกรมหม่อนไหมต้องรักษาชื่อเสียงของพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่โดยไม่กระทำการใดๆ ให้เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือบิดเบือนข้อมูลของพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่นั้น หากฝ่าฝืนกรมหม่อนไหมอาจพิจารณาไม่ขายหรือแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่ ให้ในคราวต่อไปตามความเหมาะสม    6. กรณีเกษตรกรไม่ได้เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ เพื่อใช้เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา สามารถผ่อนผันเป็นเอกสารอื่นๆ ของทางราชการออกให้ ที่ระบุหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนแทนได้    เงื่อนไข    1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผูัรับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผูัยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    http://qsds.go.th/newosrd/wp-content/uploads/sites/115/2019/05/2562.pdf    https://qsds.go.th/osrd_new/file_upload/2016-09-16-aum019.pdf","2025-02-10T10:55:43"],
    [3215,"9f24b410-c40d-4ffb-8bd0-669e1064ee0b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","การให้บริการตรวจประเมินและให้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน (กรณีขอการรับรองครั้งแรกและต่ออายุ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-58fc-423c-a563-4baae2eeef51",4,0,13,"1. คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอการรับรอง\n1.1 เป็นบุคคล นิติบุคคล หรือกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมไทยหรือผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมไทยที่มีแหล่งผลิตอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น\n1.2 กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย\n1.3 เป็นผู้สมัครใจขอรับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) และยินดีที่จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรฐานนี้\n2. เอกสารประกอบการขอรับรอง\nผู้ประสงค์ขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานประกอบขอการรับรองที่เป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (Word/PDF/Excel) เพื่อประกอบการยื่นคำขอในระบบออนไลน์ ดังนี้\n- เลขบัตรประชาชนผู้ขอและเลขบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ หรือหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)\n- เลขทะเบียนนิติบุคคลและชื่อบริษัทในกรณีที่เป็นนิติบุคคล (ถ้ามี)\n- ข้อมูลสมาชิกกลุ่ม (ทำทะเบียนรายชื่อสมาชิกกลุ่ม, เลขประจำตัวประชาชน)\n- ภาพถ่ายแสดงสถานที่ผลิต เครื่องมืออุปกรณ์การผลิตผ้าไหม\n2.1 กรณีเลี้ยงไหมด้วยตนเอง เพื่อผลิตเส้นไหมสำหรับทอผ้า \n- เอกสารหลักฐานการรับไข่ไหม หรือแหล่งที่มาของพันธุ์ไหมที่เลี้ยง\n2.2 กรณีซื้อวัตถุดิบ (เส้นไหม, เส้นใยอื่น และวัตถุดิบอื่นๆ สำหรับทอผ้า)\n- ใบเสร็จรับเงินค่าเส้นไหม/ ใบเสร็จรับเงินค่าเส้นใยอื่น/ภาพถ่ายใบส่งของ (ถ้ามี)\n- ใบกำกับการนำเข้าเส้นไหม (ถ้ามี)\n- หนังสือรับรองการผลิตและจำหน่ายเส้นไหมไทยสาวมือ (แบบ กมม.07)\nหรือหนังสือรับรองการจำหน่ายเส้นไหม (แบบ กมม.08)\nหรือหนังสือรับรองการจ้างขึ้นเส้นไหมยืน  (แบบ กมม.09)\nหรือฉลากสินค้ามาตรฐานเส้นไหม GI หรือ มกษ. ฉลากวัตถุดิบอื่นๆ (ถ้ามี)\n3. หลักเกณฑ์เงื่อนไขการรับรอง\n3.1 ระยะเวลาการรับรอง 3 ปี หากประสงค์ต่ออายุใบรับรอง ให้ยื่นคำขอต่ออายุล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ใบรับรองหมดอายุ\n3.2 แสดงเครื่องหมายรับรองเฉพาะกับผ้าไหมไทยหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่ได้รับการรับรองเท่านั้น\n3.3 ต้องไม่นำใบรับรอง และ/หรือ เครื่องหมายรับรอง ไปใช้ในทางที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการรับรอง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมหม่อนไหม","2026-01-20T13:48:38"],
    [3216,"9f2aceed-21d4-490c-ae82-3a11e5cf6d21","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","การให้บริการตรวจประเมินและให้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน (กรณีที่ได้รับการรับรองแล้ว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-5c89-48fa-80b9-9671d98c7f5c",3,0,8,"1. เอกสารประกอบการขอรับรอง\nผู้ประสงค์ขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานประกอบขอการรับรองที่เป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (PDF/JPG) เพื่อประกอบการยื่นคำขอในระบบออนไลน์ ดังนี้\n1.1 กรณีเลี้ยงไหมด้วยตนเอง เพื่อผลิตเส้นไหมสำหรับทอผ้า \n- เอกสารหลักฐานการรับไข่ไหม หรือแหล่งที่มาของพันธุ์ไหมที่เลี้ยง\n1.2 กรณีซื้อวัตถุดิบ (เส้นไหม, เส้นใยอื่น และวัตถุดิบอื่นๆ สำหรับทอผ้า)\n- ใบเสร็จรับเงินค่าเส้นไหม/ ใบเสร็จรับเงินค่าเส้นใยอื่น/ภาพถ่ายใบส่งของ (ถ้ามี)\n- ใบกำกับการนำเข้าเส้นไหม (ถ้ามี)\n- หนังสือรับรองการผลิตและจำหน่ายเส้นไหมไทยสาวมือ (แบบ กมม.07)\nหรือหนังสือรับรองการจำหน่ายเส้นไหม (แบบ กมม.08)\nหรือหนังสือรับรองการจ้างขึ้นเส้นไหมยืน  (แบบ กมม.09)\nหรือฉลากสินค้ามาตรฐานเส้นไหม GI หรือ มกษ. ฉลากวัตถุดิบอื่นๆ (ถ้ามี)\n2. หลักเกณฑ์เงื่อนไขการรับรอง\n2.1 แสดงเครื่องหมายรับรองเฉพาะกับผ้าไหมไทยหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่ได้รับการรับรองเท่านั้น\n2.2 ต้องไม่นำใบรับรอง และ/หรือ เครื่องหมายรับรอง ไปใช้ในทางที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการรับรอง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมหม่อนไหม","2026-01-20T13:48:57"],
    [3217,"9f653a45-0a33-44a2-9695-89d6c3899719","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","การขอรับท่อนพันธุ์หม่อน กิ่งชำหม่อน หม่อนชำถุง ไข่ไหมพันธุ์ดี และไข่ไหมอีรี่ ออนไลน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9f6524ff-8ce7-47e4-bd84-a23473dde843",1,30,null,"1. ผู้ประสงค์จะขอรับท่อนพันธุ์หม่อน กิ่งชำหม่อน หม่อนชำถุง และไข่ไหมพันธุ์ดี จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมหม่อนไหม ว่าด้วยการขายและแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม และวัสดุย้อมสี พ.ศ. 2562    2. ผู้ประสงค์จะขอรับไหมอีรี่ จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมหม่อนไหม ว่าด้วยการขายและแจกไหมอีรี่ พ.ศ.2559    3. การขายและแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหมพันธุ์ดี หรือไหมอีรี่ จะกระทำได้ดังกรณีต่อไปนี้     - การกระจายพันธุ์หม่อนไหม ไข่ไหมพันธุ์ดี หรือไหมอีรี่ ไปสู่ผู้ขอรับบริการทั่วประเทศ     - การศึกษาหรือค้นคว้าทดลอง     - ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง     - การดำเนินการตามโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษต่างๆ     - สนับสนุนกิจกรรมตามนโยบายของกรมหม่อนไหม    4. การขายหรือแจกหนอนไหม ไหมอีรี่ จะกระทำได้ดังกรณีต่อไปนี้     -การศึกษาหรือค้นคว้าทดลอง     -สนับสนุนกิจกรรมตามนโยบายของกรมหม่อนไหม    5. ผู้ซื้อหรือผู้รับการแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่ จากกรมหม่อนไหมต้องรักษาชื่อเสียงของพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่โดยไม่กระทำการใดๆ ให้เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือบิดเบือนข้อมูลของพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่นั้น หากฝ่าฝืนกรมหม่อนไหมอาจพิจารณาไม่ขายหรือแจกพันธุ์หม่อน ไข่ไหม หนอนไหม หรือไหมอีรี่ ให้ในคราวต่อไปตามความเหมาะสม    6. กรณีผู้ขอรับบริการไม่ได้เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ เพื่อใช้เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา สามารถผ่อนผันเป็นเอกสารอื่นๆ ของทางราชการออกให้ ที่ระบุหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนแทนได้    เงื่อนไข    1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผูัรับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผูัยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    http://qsds.go.th/newosrd/wp-content/uploads/sites/115/2019/05/2562.pdf    https://qsds.go.th/osrd_new/file_upload/2016-09-16-aum019.pdf","2026-01-23T14:20:00"],
    [3218,"9fa3323b-4cb5-4d6c-8150-fc6f8f18f2c8","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","การให้บริการรับรองร้านค้าจำหน่ายผ้าไหมไทยที่ได้มาตรฐาน (Certified Thai Silk Shop)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9fa311d3-c52f-44d3-a07b-bb827554cc40",8,0,1,"เกษตรกร ผู้ประกอบการลงทะเบียนในระบบผ่านเว็บไซต์ https://qsds.go.th/cersilk/ เพื่อยืนยันตัวตนแสดงความจำนง และยื่นคำขอรับบริการรับรองร้านค้าจำหน่ายผ้าไหมไทยที่ได้มาตรฐาน (Certified Thai Silk Shop) จากนั้นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดต่อประสานงานเพื่อเข้าตรวจร้านค้าตามข้อกำหนดดังนี้\n1) ต้องมีการจัดแบ่งพื้นที่สำหรับจำหน่าย ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน อย่างน้อย 5% ของพื้นที่ร้านทั้งหมด หรือ ขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 ตารางเมตร\n2) มีผ้าไหมที่ได้รับการรับรองวางจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างน้อย 5 ผืน \n3) มีการจัดทำป้ายแสดงข้อความว่า “พื้นที่จำหน่ายผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน)” ที่สวยงามและสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ชัดเจน\n4) มีการจัดทำป้ายแสดงราคาของสินค้าโดยติดที่ตัวสินค้า หรือติดที่ป้ายแสดงหมวดหมู่ของสินค้า ในพื้นที่จำหน่ายผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน\n5) มีการประชาสัมพันธ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ เช่น จัดแสดงป้าย หรือแผ่นพับ หรือ QR Code เป็นต้น\n6) ในพื้นที่ดังกล่าวอาจมีผ้าไหมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอื่นจำหน่ายร่วมด้วย เช่น มาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มาตรฐาน Global Organic textile (GOT) ฉลากคาร์บอนฟุตปริ้น (CFP) เป็นต้น\n7) ควรมีการจัดหมวดหมู่สินค้าที่จำหน่ายในร้าน เช่น หมวดหมู่ของผ้าไหมแท้ หมวดหมู่ของผ้าไหมแท้ผสมเส้นใยอื่น และ/หรือ หมวดหมู่ของผ้าที่ทำจากเส้นใยชนิดอื่น เป็นต้น\nจากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจบันทึกผลการตรวจในระบบ และให้ผู้ขอการรับรองเซ็นรับทราบผลการตรวจ แล้วส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางตรวจสอบและเลือกผู้ทบทวนและตัดสินให้การรับรอง (ผู้ซึ่งไม่มีส่วนได้เสียในการตรวจครั้งนั้น) ทำการทวนสอบผลการตรวจประเมิน เมื่อผ่านการประเมินแล้วส่งข้อมูลต่อให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางจัดทำใบรับรองเสนออธิบดีกรมหม่อนไหมลงนามในใบรับรอง","2026-01-20T13:49:32"],
    [3219,"9ff5998f-6aeb-4611-85a7-0ecbb6764e17","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กรมหม่อนไหม","ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","9ff581f9-0e77-4091-a249-e9c984686b93",30,0,1,"1. คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอการรับรอง\n   1.1 บุคคลธรรมดาผู้ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมหม่อนไหม\n   1.2 กรณีผู้ขอขึ้นทะเบียนมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง \n       หรือผู้รับบุตรบุญธรรม ของผู้นั้น แล้วแต่กรณี\n\n2. เอกสารประกอบการขอรับรอง\n   2.1 บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง ให้นำมาแสดง\n   2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร. 14) ฉบับจริง ให้นำมาแสดง\n   2.3 หลักฐานแสดงสิทธิการถือครองที่ดิน หรือสำเนาที่มีการรับรองจากผู้ครอบครอง สัญญาเช่า \n       เอกสารยินยอมการใช้ที่ดินจากเจ้าของที่ดิน เอกสารราชการแสดงการให้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน ให้นำมาแสดง\n\n3. หลักเกณฑ์เงื่อนไขการรับรอง\n   3.1 เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน หมายถึง ประชาชนที่มีรายได้จากการปลูกหม่อนจะต้องมีพื้นที่ปลูกหม่อน \n       หรือ มีจำนวนต้นหม่อน ดังนี้\n       (1) ปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมหัตถกรรม/ ผลิตใบชาหม่อน/ จำหน่ายใบ/เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ \n           ต้องมีพื้นที่ปลูกหม่อน ไม่น้อยกว่า 1 งาน หรือมีจำนวนต้นหม่อน ไม่น้อยกว่า 250 ต้น\n       (2) ปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ต้องมีพื้นที่ปลูกหม่อน ไม่น้อยกว่า 1 ไร่ \n           หรือมีจำนวนต้นหม่อน ไม่น้อยกว่า 1,000 ต้น\n       (3) ปลูกหม่อนผลสด ต้องมีพื้นที่ปลูกหม่อน ไม่น้อยกว่า 1 งาน หรือมีจำนวนต้นหม่อน \n           ไม่น้อยกว่า 25 ต้น\n   3.2 เกษตรกรผู้เลี้ยงไหม หมายถึง ประชาชนที่มีรายได้จากการเลี้ยงไหม ให้หมายความรวมถึง\n        ไหมกินใบหม่อนและไหมกินพืชอื่น จะต้องมีสถานที่เลี้ยงไหมเป็นสัดส่วนพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น\n        ต่อการเลี้ยงไหม \n   3.3 เกษตรกรผู้ทอผ้าไหม หมายถึง ประชาชนที่มีรายได้จากการทอผ้าไหม ต้องมีกี่ทอผ้าไหม \n        อย่างน้อย 1 หลัง พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทอผ้าไหม โดยเป็นกี่ทอผ้าไหมของตนเอง \n        และ/หรือเป็นของกลุ่มเกษตรกร\n   3.4 เกษตรกรผู้ผลิตสีธรรมชาติ หมายถึง ประชาชนที่มีรายได้จากการปลูกพืชให้สีรวมทั้ง\n        การเพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตที่สร้างสารสีและ/หรือเป็นการแปรรูปวัสดุให้สีธรรมชาติ \n        โดยจะต้องมีพื้นที่หรือสถานที่เป็นสัดส่วนในการผลิตวัสดุให้สีธรรมชาติเป็นของตนเอง \n        และ/หรือเป็นของกลุ่มเกษตรกร\n   3.5 เกษตรกรผู้รับจ้างงานหม่อนไหม หมายถึง ประชาชนที่มีรายได้จากการรับจ้างงานหม่อนไหม \n        ต้องมีทักษะ อุปกรณ์ที่จำเป็นกับงานหม่อนไหม โดยเป็นของตนเอง และ/หรือเป็นของ\n        กลุ่มเกษตรกร หรือผู้ว่าจ้าง","2025-10-07T14:22:36"],
    [3220,"95d0f2cc-be2f-4f22-ad1e-4746e45e3c69","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโครงการของรัฐ ซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ โครงการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-bd6b-4687-8820-695898577fc5",146,0,10,"1. ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 \n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด\n3. เมื่อ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน และออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 กรณีคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดโดยบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอ\n     3.2 กรณีผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาต ไม่ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในใบรับคำให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 3.1 ให้ถือว่าคำขอนั้น เป็นอันยกเลิก\n     3.3 ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด จะยกเลิกคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต และมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ\n4. ให้แสดงหนังสือยินยอมหรือสละสิทธิในที่ดินหรือสละคำขอรับการจัดที่ดินของเกษตรกร ซึ่งระบุเงื่อนไขให้การยินยอมหรือสละสิทธิหรือสละคำขอนั้นมีผลต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอฉบับนี้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจาก คปก. และดำเนินการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรตามข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเกษตรกรที่แนบท้ายหนังสือยินยอมหรือหนังสือสละสิทธิ\n5. เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต ส.ป.ก. จะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่ คปก. พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต ผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต ต้องเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร วางหลักประกัน และชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนรับมอบหนังสือยินยอมหรืออนุญาต ดังนี้\n   5.1 การเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร \n\t5.1.1 ให้กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ต่อ ส.ป.ก. (พื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอความยินยอมหรืออนุญาตหรือที่ได้แสดงเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในภายหลัง) ซึ่งการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร และให้คำนึงถึงการครอบครองและทำประโยชน์โดยสุจริตของเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบนั้นเป็นสำคัญ\n\t5.1.2 ให้เยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผู้ถือครองและทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อาจได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n\t5.1.3 ให้แสดงหลักฐานการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ต่อ ส.ป.ก. \n   5.2 การวางหลักประกัน ให้วางไว้กับ ส.ป.ก. โดยวางเป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูที่ดินในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินหลักประกันที่วางต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินกว่าห้าล้านบาท โดยใช้เงินสด เช็คเงินสด หรือหนังสือ\nค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ แต่ต้องมีอายุการประกันคลอบคุลมตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการตามที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต\n    5.3 การชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน ให้ชำระไว้กับ ส.ป.ก. ดังนี้\n\t 5.3.1 กรณีรอนสิทธิเกษตรกร (เกษตรกรยังสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรมได้) เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราร้อยละของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอม\n\t 5.3.2 กรณีใช้ที่ดินมีผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรม เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต โดยอัตราค่าตอบแทนแต่ละช่วงปีกำหนดไว้ในบัญชีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินแนบท้าย ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561\n\t 5.3.3 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาดำเนินกิจการตั้งแต่สิบปีขึ้นไป อาจแบ่งงวดชำระเป็นรายปีได้ไม่เกินกว่าห้างวด แต่ต้องชำระงวดแรกก่อนรับมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน\n     5.4 ส.ป.ก. กำหนดวันและแจ้งให้มารับมอบหนังสือยินยอมหรือหนังสืออนุญาต ณ ส.ป.ก. \n\nหมายเหตุ :\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุญาตได้ ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต\n        3. กรณีการตรวจสอบข้อมูลประกอบการอนุญาตที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตและเอกสารหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:40:33"],
    [3221,"95d2e5e2-e743-4875-8eba-325417492312","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอกู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  (สินเชื่อรายบุคคล กรณีกู้ยืมเกินกว่ารายละ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-c05e-4f47-81f0-60a33553f475",147,0,7,"1. คุณสมบัติของเกษตรกรผู้มีสิทธิกู้ยืม ดังนี้\n  1.1 เป็นผู้ได้รับที่ดิน หรือผู้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม \n2. วัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืม\n    2.1 การให้กู้ยืมเพื่อประกอบเกษตรกรรม\n    2.2 การให้กู้ยืมเพื่อเป็นค่าชดเชย\n3. ระยะเวลาการกู้ยืม \n   3.1 เงินกู้ระยะสั้น กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี\n   3.2 เงินกู้ระยะปานกลาง กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี\n   3.3 เงินกู้ระยะยาว กำหนดชำระคืนภายใน 15 ปี\n4. อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืม\n   4.1 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี\n5. อำนาจการอนุมัติ และการพิจารณาคำขอกู้ยืม\n   5.1 คณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.) มีอำนาจการอนุมัติ การกู้ยืมเพื่อประกอบเกษตรกรรม เกินกว่ารายละ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท \n   5.2 คณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก. คง.) มีอำนาจการอนุมัติ การกู้ยืมเพื่อเป็นค่าชดเชย เกินกว่ารายละ 100,000 บาทขึ้นไป\n\nหมายเหตุ : \n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุมัติได้ ผู้อนุมัติจะมีคำสั่งไม่อนุมัติ\n\t3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอกู้ยืม และเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-18T10:03:34"],
    [3222,"95d2f3fd-6d52-43c8-aa38-12c76d30529b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอกู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  (สินเชื่อรายสถาบันเกษตรกร กรณีกู้ยืมวงเงินไม่เกิน 5,000,000 บาท) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-c350-49cb-a940-3610a3fce983",162,0,9,"1. คุณสมบัติของสถาบันเกษตรกร ผู้มีสิทธิกู้ยืม มีดังนี้\n  1.1 มีสมาชิกที่ได้รับ ส.ป.ก. 4-01 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด และ\n  1.2 มีความต้องการเงินทุนเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n2. ระยะเวลาการกู้ยืม \n  2.1 เงินกู้ระยะสั้น กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี\n  2.2 เงินกู้ระยะปานกลาง กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี\n  2.3 เงินกู้ระยะยาว กำหนดชำระคืนภายใน 15 ปี\n3. อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืม\n  3.1 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี\n4 อำนาจการอนุมัติ และการพิจารณาคำขอกู้ยืมคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.) มีอำนาจการอนุมัติ ไม่เกิน 5,000,000 บาท\n\nหมายเหตุ :\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุมัติได้ ผู้อนุมัติจะมีคำสั่งไม่อนุมัติ\n\t3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอกู้ยืมและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-21T13:59:40"],
    [3223,"95e07f05-211b-4c80-9acd-a6d77f99841a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอกู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สินเชื่อรายบุคคล กรณีกู้ยืมเกินกว่ารายละ 200,000 บาทขึ้นไป) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-c63a-4c94-8af1-dfe612fbbc3c",244,0,7,"1) คุณสมบัติของเกษตรกรผู้มีสิทธิกู้ยืม ดังนี้\n   1.1) เป็นผู้ได้รับที่ดิน หรือผู้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม \n2) วัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืม\n   2.1) การให้กู้ยืมเพื่อประกอบเกษตรกรรม\n   2.2) การให้กู้ยืมเพื่อเป็นค่าชดเชย\n3) ระยะเวลาการกู้ยืม \n   3.1) เงินกู้ระยะสั้น กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี\n   3.2) เงินกู้ระยะปานกลาง กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี\n   3.3) เงินกู้ระยะยาว กำหนดชำระคืนภายใน 15 ปี\n4) อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืม\n   4.1) อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี\n5) อำนาจการอนุมัติ และการพิจารณาคำขอกู้ยืมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจการอนุมัติ เกินกว่ารายละ 200,000 บาทขึ้นไป\n\nหมายเหตุ : \n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุมัติได้ ผู้อนุมัติจะมีคำสั่งไม่อนุมัติ\n\t3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอกู้ยืมและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:26:36"],
    [3224,"95e08a71-6021-40f3-b571-faada94262c1","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอกู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สินเชื่อรายบุคคล กรณีกู้ยืมเกินกว่ารายละ 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-c921-47ef-8741-ae4c245b1caa",77,0,7,"1. คุณสมบัติของเกษตรกรผู้มีสิทธิกู้ยืม ดังนี้\n   1.1 เป็นผู้ได้รับที่ดิน หรือผู้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม \n2. วัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืม\n   2.1 การให้กู้ยืมเพื่อประกอบเกษตรกรรม\n   2.2 การให้กู้ยืมเพื่อเป็นค่าชดเชย\n3. ระยะเวลาการกู้ยืม \n   3.1 เงินกู้ระยะสั้น กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี\n   3.2 เงินกู้ระยะปานกลาง กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี\n   3.3 เงินกู้ระยะยาว กำหนดชำระคืนภายใน 15 ปี\n4. อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืม\n   4.1 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี\n5. อำนาจการอนุมัติ และการพิจารณาคำขอกู้ยืมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด มีอำนาจการอนุมัติการกู้ยืมเพื่อประกอบเกษตรกรรม เกินกว่ารายละ 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท \n\nหมายเหตุ :\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรสจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุมัติได้ ผู้อนุมัติจะมีคำสั่งไม่อนุมัติ\n\t3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอกู้ยืมและเอกสารถูกต้องและควบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:28:15"],
    [3225,"95e0938e-afab-4ef3-b4fe-0f247beb2a72","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอกู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สินเชื่อรายบุคคล กรณีกู้ยืมไม่เกิน รายละ 50,000 บาท) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-cc16-43e5-b3f3-53be2cc77cb1",17,0,7,"1. คุณสมบัติของเกษตรกรผู้มีสิทธิกู้ยืม ดังนี้  \n   1.1 เป็นผู้ได้รับที่ดิน หรือผู้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม \n2. วัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืม\n    2.1 การให้กู้ยืมเพื่อประกอบเกษตรกรรม\n    2.2 การให้กู้ยืมเพื่อเป็นค่าชดเชย\n3. ระยะเวลาการกู้ยืม \n    3.1 เงินกู้ระยะสั้น กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี\n    3.2 เงินกู้ระยะปานกลาง กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี\n    3.3 เงินกู้ระยะยาว กำหนดชำระคืนภายใน 15 ปี\n4. อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืม\n    4.1 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี\n5. อำนาจการอนุมัติ และการพิจารณาคำขอกู้ยืมปฏิรูปที่ดินจังหวัด มีอำนาจการอนุมัติ ไม่เกินรายละ 50,000 บาท\n\nหมายเหตุ :\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรสจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุมัติได้ ผู้อนุมัติจะมีคำสั่งไม่อนุมัติ\n\t3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอกู้ยืมและเอกสารถูกต้องและควบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:29:29"],
    [3226,"95e098a5-4528-489a-a413-cf4229079cf6","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน กิจการทำเหมืองที่ได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่องการให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 และการดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการทำเหมืองแร่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-a582-4925-be63-3c363e4a03d3",146,0,13,"1. ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 \n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดินให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด\n3. เมื่อ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน และออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 กรณีคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด โดยบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอ\n    3.2 กรณีผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาต ไม่ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในใบรับคำให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 3.1 ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก\n    3.3 ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด จะยกเลิกคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต และมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ\n4. การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการทำเหมืองแร่ ให้ยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตพร้อมกัน กับคำขอกรณีทำเหมืองเพื่อพิจารณาในคราวเดียว โดยให้แสดงหนังสือยินยอมหรือสละสิทธิในที่ดินหรือสละคำขอรับการจัดที่ดินของเกษตรกร ซึ่งระบุเงื่อนไขให้การยินยอมหรือสละสิทธิหรือสละคำขอนั้นมีผลต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอฉบับนี้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจาก คปก. และดำเนินการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรตามข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเกษตรกรที่แนบท้ายหนังสือยินยอมหรือหนังสือสละสิทธิ\n5. เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต ส.ป.ก. จะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่ คปก. พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต ผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต ต้องเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร วางหลักประกัน และชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนรับมอบหนังสือยินยอมหรืออนุญาต ดังนี้\n    5.1 การเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร \n\t5.1.1 ให้กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ต่อ ส.ป.ก. (พื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอความยินยอมหรืออนุญาตหรือที่ได้แสดงเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในภายหลัง) ซึ่งการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร และให้คำนึงถึงการครอบครองและทำประโยชน์โดยสุจริตของเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบนั้นเป็นสำคัญ\n\t5.1.2 ให้เยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผู้ถือครองและทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อาจได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n\t5.1.3 ให้แสดงหลักฐานการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรต่อ ส.ป.ก.\n   5.2 การวางหลักประกัน ให้วางไว้กับ ส.ป.ก. โดยวางเป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูที่ดินในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินหลักประกันที่วางต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินกว่าห้าล้านบาท โดยใช้เงินสด เช็คเงินสด หรือหนังสือ\nค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ แต่ต้องมีอายุการประกันคลอบคุลมตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการตามที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต\n    5.3 การชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน ให้ชำระไว้กับ ส.ป.ก. ดังนี้\n        5.3.1 กรณีรอนสิทธิเกษตรกร (เกษตรกรยังสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรมได้) เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราร้อยละของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอม\n\t5.3.2 กรณีใช้ที่ดินมีผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรม เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต โดยอัตราค่าตอบแทนแต่ละช่วงปีกำหนดไว้ในบัญชีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินแนบท้ายระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561\n\t5.3.3 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาดำเนินกิจการตั้งแต่สิบปีขึ้นไป อาจแบ่งงวดชำระเป็นรายปีได้ไม่เกินกว่าห้างวด แต่ต้องชำระงวดแรกก่อนรับมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน\n    5.4 ส.ป.ก. กำหนดวันและแจ้งให้มารับมอบหนังสือยินยอมหรือหนังสืออนุญาต ณ ส.ป.ก. \n\nหมายเหตุ :\t\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุญาตได้ ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต\n\t3. กรณีการตรวจสอบข้อมูลประกอบการอนุญาตที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:33:44"],
    [3227,"95e09609-c9c7-4d28-9a09-3de39d79c7e1","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอกู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สินเชื่อรายสถาบันเกษตรกร กรณีกู้ยืมวงเงินเกินกว่า 5,000,000 บาทขึ้นไป) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-cf43-4dc1-8018-91110c21e3c8",237,0,9,"1) คุณสมบัติของสถาบันเกษตรกร ผู้มีสิทธิกู้ยืม มีคุณสมบัติ ดังนี้\n    1.1) มีสมาชิกที่ได้รับ ส.ป.ก. 4-01 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด และ\n    1.2) มีความต้องการเงินทุนเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n2) ระยะเวลาการกู้ยืม \n    2.1) เงินกู้ระยะสั้น กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี\n    2.2) เงินกู้ระยะปานกลาง กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี\n    2.3) เงินกู้ระยะยาว กำหนดชำระคืนภายใน 15 ปี\n3) อัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืม\n    3.1) อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี\n4) อำนาจการอนุมัติ และการพิจารณาคำขอกู้ยืมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีอำนาจการอนุมัติ เกินกว่า 5,000,000 บาทขึ้นไป\n\nหมายเหตุ :\t\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุมัติได้ ผู้อนุมัติจะมีคำสั่ง ไม่อนุมัติ\n\t3. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอกู้ยืมและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:37:12"],
    [3228,"95e0a24a-7302-41a4-b1ad-abe696cd8c15","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินกิจการปิโตรเลียมที่ได้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 และการดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการดังกล่าว (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-a9a5-4110-9e41-bf901ff6402c",146,0,16,"1. ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาต ถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้า ค.ส.ช. ที่ 31/2560 ใช้บังคับ \n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด\n3. เมื่อ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน และออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการ ดังนี้\n   3.1 กรณีคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดโดยบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม   ไว้ในใบรับคำขอ\n   3.2  กรณีผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาต ไม่ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในใบรับคำให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 3.1 ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก\n   3.3  ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด จะยกเลิกคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต และมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ\n4. การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการปิโตรเลียมให้ยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตพร้อมกัน   กับคำขอกรณีสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพื่อพิจารณาในคราวเดียว โดยให้แสดงหนังสือยินยอมหรือสละสิทธิ ในที่ดินหรือสละคำขอรับการจัดที่ดินของเกษตรกร ซึ่ง ระบุเงื่อนไขให้การยินยอมหรือสละสิทธิ หรือสละคำขอนั้นมีผลต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอฉบับนี้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจาก คปก. และดำเนินการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ตามข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเกษตรกรที่แนบท้ายหนังสือยินยอมหรือหนังสือสละสิทธิ\n5. เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต ส.ป.ก. จะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่ คปก. พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต ผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต ต้องเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรวางหลักประกันและชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนรับมอบหนังสือยินยอมหรืออนุญาต ดังนี้\n    5.1 การเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร \n         5.1.1 ให้กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือประโยชน์อางอื่น โดยผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ต่อ ส.ป.ก. (พื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอความยินยอมหรืออนุญาตหรือที่ได้แสดงเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในภายหลัง) ซึ่งการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร และให้คำนึงถึงการครอบครองและทำประโยชน์โดยสุจริตของเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบนั้นเป็นสำคัญ\n\t5.1.2 ให้เยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผู้ถือครองและทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อาจได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n\t5.1.3 ให้แสดงหลักฐานการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ต่อ ส.ป.ก. \n   5.2 การวางหลักประกันให้วางไว้กับ ส.ป.ก. โดยวางเป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูที่ดินในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินหลักประกันที่วางต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินกว่าห้าล้านบาท โดยใช้เงินสด เช็คเงินสด หรือหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ แต่ต้องมีอายุการประกันคลอบคุลมตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการตามที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต\n    5.3 การชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดินให้ชำระไว้กับ ส.ป.ก. ดังนี้\n        5.3.1 กรณีรอนสิทธิเกษตรกร (เกษตรกรยังสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรมได้) เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราร้อยละของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอม\n\t5.3.2 กรณีใช้ที่ดินมีผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรม เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต โดยอัตราค่าตอบแทนแต่ละช่วงปีกำหนดไว้ในบัญชีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินแนบท้าย ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561\t\t\t \n        5.3.3 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาดำเนินกิจการตั้งแต่สิบปีขึ้นไป อาจแบ่งงวดชำระเป็นรายปีได้ไม่เกินกว่าห้างวด แต่ต้องชำระงวดแรกก่อนรับมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน\n    5.4 ส.ป.ก. กำหนดวันและแจ้งให้มารับมอบหนังสือยินยอมหรือหนังสืออนุญาต ณ ส.ป.ก. \n\nหมายเหตุ :\t\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุญาตได้ ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต \n\t3. กรณีการตรวจสอบข้อมูลประกอบการอนุญาตที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตและเอกสารหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:39:07"],
    [3229,"95e28b4e-7459-4234-9533-98a165034524","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โครงการของรัฐ ซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในระบบโทรคมนาคม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-ad9e-4123-8713-bfd127f930bc",146,0,10,"1. ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 \n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด\n3. เมื่อ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน และออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 กรณีคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน  เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดโดยบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอ\n     3.2 กรณีผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาต ไม่ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในใบรับคำให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 3.1 ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก\n     3.3 ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด จะยกเลิกคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต และมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ\n4. ให้แสดงหนังสือยินยอมหรือสละสิทธิในที่ดินหรือสละคำขอรับการจัดที่ดินของเกษตรกร ซึ่งระบุเงื่อนไขให้การยินยอมหรือสละสิทธิหรือสละคำขอนั้นมีผลต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอฉบับนี้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจาก คปก. และดำเนินการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรตามข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเกษตรกรที่แนบท้ายหนังสือยินยอมหรือหนังสือสละสิทธิ\n5. เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต ส.ป.ก. จะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่ คปก. พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต ผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต ต้องเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร วางหลักประกัน และชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนรับมอบหนังสือยินยอมหรืออนุญาต ดังนี้\n    5.1 การเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร \n    \t5.1.1 ให้กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ต่อ ส.ป.ก. (พื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอความยินยอมหรืออนุญาตหรือที่ได้แสดงเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในภายหลัง) ซึ่งการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร และให้คำนึงถึงการครอบครองและทำประโยชน์โดยสุจริตของเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบนั้นเป็นสำคัญ\n\t5.1.2 ให้เยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผู้ถือครองและทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อาจได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n\t5.1.3 ให้แสดงหลักฐานการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ต่อ ส.ป.ก. \n   5.2 การวางหลักประกัน ให้วางไว้กับ ส.ป.ก. โดยวางเป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูที่ดินในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินหลักประกันที่วางต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินกว่าห้าล้านบาท โดยใช้เงินสด เช็คเงินสด หรือหนังสือ\nค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ แต่ต้องมีอายุการประกันคลอบคุลมตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการตามที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต\n    5.3 การชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน ให้ชำระไว้กับ ส.ป.ก. ดังนี้\n\t 5.3.1 กรณีรอนสิทธิเกษตรกร (เกษตรกรยังสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรมได้) เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราร้อยละของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอม\n\t 5.3.2 กรณีใช้ที่ดินมีผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรม เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต โดยอัตราค่าตอบแทนแต่ละช่วงปีกำหนดไว้ในบัญชีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินแนบท้าย ระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561\n\t 5.3.3 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาดำเนินกิจการตั้งแต่สิบปีขึ้นไป อาจแบ่งงวดชำระเป็นรายปีได้ไม่เกินกว่าห้างวด แต่ต้องชำระงวดแรกก่อนรับมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน\n     5.4 ส.ป.ก. กำหนดวัน และแจ้งให้มารับมอบหนังสือยินยอมหรือหนังสืออนุญาต ณ ส.ป.ก. \n\nหมายเหตุ :\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุญาตได้ ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต\n        3. กรณีการตรวจสอบข้อมูลประกอบการอนุญาตที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:32:53"],
    [3230,"95e29d55-df4a-4e54-b6a1-82a596b3aa83","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โครงการของรัฐซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-b182-4350-bd01-31adbe7e19ef",146,0,10,"1. ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 \n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด\n3. เมื่อ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน และออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 กรณีคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดโดยบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอ\n    3.2 กรณีผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาต ไม่ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในใบรับคำให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 3.1 ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก\n    3.3 ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด จะยกเลิกคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต และมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ\n4. ให้แสดงหนังสือยินยอมหรือสละสิทธิในที่ดินหรือสละคำขอรับการจัดที่ดินของเกษตรกร ซึ่งระบุเงื่อนไขให้การยินยอมหรือสละสิทธิหรือสละคำขอนั้นมีผลต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอฉบับนี้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจาก คปก. และดำเนินการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรตามข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเกษตรกรที่แนบท้ายหนังสือยินยอมหรือหนังสือสละสิทธิ\n5. เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต ส.ป.ก. จะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่ คปก. พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต ผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต ต้องเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร วางหลักประกัน และชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนรับมอบหนังสือยินยอมหรืออนุญาต ดังนี้\n     5.1 การเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร \n\t  5.1.1 ให้กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ต่อ ส.ป.ก. (พื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอความยินยอมหรืออนุญาตหรือที่ได้แสดงเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในภายหลัง) ซึ่งการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร และให้คำนึงถึงการครอบครองและทำประโยชน์โดยสุจริตของเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบนั้นเป็นสำคัญ\n\t  5.1.2 ให้เยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผู้ถือครองและทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อาจได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n\t  5.1.3 ให้แสดงหลักฐานการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ต่อ ส.ป.ก. \n     5.2  การวางหลักประกัน ให้วางไว้กับ ส.ป.ก. โดยวางเป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูที่ดินในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินหลักประกันที่วางต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินกว่าห้าล้านบาท โดยใช้เงินสด เช็คเงินสด หรือหนังสือ\nค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ แต่ต้องมีอายุการประกันคลอบคุลมตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการตามที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต\n      5.3 การชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน ให้ชำระไว้กับ ส.ป.ก. ดังนี้\n\t   5.1.1 กรณีรอนสิทธิเกษตรกร (เกษตรกรยังสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรมได้) เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราร้อยละของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอม\n\t    5.1.2 กรณีใช้ที่ดินมีผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรม เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต โดยอัตราค่าตอบแทนแต่ละช่วงปีกำหนดไว้ในบัญชีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินแนบท้ายระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561\n            5.1.3 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาดำเนินกิจการตั้งแต่สิบปีขึ้นไป อาจแบ่งงวดชำระเป็นรายปีได้ไม่เกินกว่าห้างวด แต่ต้องชำระงวดแรกก่อนรับมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน\t\n        5.4 ส.ป.ก. กำหนดวันและแจ้งให้มารับมอบหนังสือยินยอมหรือหนังสืออนุญาต ณ ส.ป.ก. \n\nหมายเหตุ :\t\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุญาตได้ ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต \n        3. กรณีการตรวจสอบข้อมูลประกอบการอนุญาตที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:38:17"],
    [3231,"95e2a4dd-8725-4c9a-a605-b80d89585f4f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม ที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 และการดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-b596-469b-bf47-1b3dfb14dc06",146,0,11,"1. ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งได้รับอนุญาตตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุน หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดิน  เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้า ค.ส.ช. ที่ 31/2560 ใช้บังคับ \n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด\n3. เมื่อ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน และออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการ ดังนี้\n   3.1 กรณีคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดโดยบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอ\n   3.2 กรณีผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาต ไม่ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในใบรับคำให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 3.1 ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก\n   3.3 ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด จะยกเลิกคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต และมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ\n4. การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมให้ยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตพร้อมกันกับคำขอกรณีกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเพื่อพิจารณาในคราวเดียว โดยให้แสดงหนังสือยินยอมหรือสละสิทธิในที่ดินหรือสละคำขอรับการจัดที่ดินของเกษตรกร ซึ่งระบุเงื่อนไขให้การยินยอมหรือสละสิทธิหรือสละคำขอนั้นมีผลต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอฉบับนี้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจาก คปก. \nและดำเนินการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรตามข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเกษตรกรที่แนบท้ายหนังสือยินยอมหรือหนังสือสละสิทธิ\n5. เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต ส.ป.ก. จะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่ คปก. พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต ผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต ต้องเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร วางหลักประกัน และชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนรับมอบหนังสือยินยอมหรืออนุญาต ดังนี้\n     5.1 การเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร \n\t  5.1.1 ให้กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ต่อ ส.ป.ก. (พื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอความยินยอมหรืออนุญาตหรือที่ได้แสดงเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในภายหลัง) ซึ่งการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร และให้คำนึงถึงการครอบครองและทำประโยชน์โดยสุจริตของเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบ    นั้นเป็นสำคัญ\n\t  5.1.2 ให้เยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผู้ถือครองและทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อาจได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n\t   5.1.3 ให้แสดงหลักฐานการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ต่อ ส.ป.ก. \t \n      5.2 การวางหลักประกัน ให้วางไว้กับ ส.ป.ก. โดยวางเป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูที่ดินในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินหลักประกันที่วางต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินกว่าห้าล้านบาท โดยใช้เงินสด เช็คเงินสด หรือหนังสือ\nค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ แต่ต้องมีอายุการประกันคลอบคุลมตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการตามที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต\n       5.3 การชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน ให้ชำระไว้กับ ส.ป.ก. ดังนี้\n\t    5.3.1 กรณีรอนสิทธิเกษตรกร (เกษตรกรยังสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรมได้) เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราร้อยละของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอม\n\t    5.3.2 กรณีใช้ที่ดินมีผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรม เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต โดยอัตราค่าตอบแทนแต่ละช่วงปีกำหนดไว้ในบัญชีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินแนบท้ายระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561\n\t    5.3.3 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาดำเนินกิจการตั้งแต่สิบปีขึ้นไป อาจแบ่งงวดชำระเป็นรายปีได้ไม่เกินกว่าห้างวด แต่ต้องชำระงวดแรกก่อนรับมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน\n        5.4 ส.ป.ก. กำหนดวันและแจ้งให้มารับมอบหนังสือยินยอมหรือหนังสืออนุญาต ณ ส.ป.ก. \n\nหมายเหตุ :\t\n\t1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุญาตได้ ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต \n\t3. กรณีการตรวจสอบข้อมูลประกอบการอนุญาตที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:43:09"],
    [3232,"95e2b11f-d95e-4d0c-a802-ed2ebcbadcd2","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินกิจการระบบโครงข่ายพลังงาน และการดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการระบบโครงข่ายพลังงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-b970-4837-93ca-9bf29eb49b00",146,0,11,"1. ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายซึ่งได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2541 ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2560 \n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด\n3. เมื่อ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน และออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการ ดังนี้\n    3.1 กรณีคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดโดยบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอ\n    3.2 กรณีผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาต ไม่ดำเนินการแก้ไขคำขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในใบรับคำให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 3.1 ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก\n    3.3 ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด จะยกเลิกคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต และมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ\n4. การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับระบบโครงข่ายพลังงาน ให้ยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต  พร้อมกันกับคำขอกรณีระบบโครงข่ายพลังงานเพื่อพิจารณาในคราวเดียว โดยให้แสดงหนังสือยินยอมหรือสละสิทธิในที่ดินหรือสละคำขอรับการจัดที่ดินของเกษตรกร ซึ่งระบุเงื่อนไขให้การยินยอมหรือสละสิทธิหรือสละคำขอนั้นมีผลต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอฉบับนี้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจาก คปก. และดำเนินการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรตามข้อตกลงระหว่างผู้ยื่นคำขอกับเกษตรกรที่แนบท้ายหนังสือยินยอมหรือหนังสือสละสิทธิ\n5. เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณาคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต ส.ป.ก. จะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ในกรณีที่ คปก. พิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต ผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต ต้องเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร วางหลักประกัน และชำระค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนรับมอบหนังสือยินยอมหรืออนุญาต ดังนี้\n    5.1 การเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร \n\t5.1.1 ให้กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตทำข้อตกลงกับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ต่อ ส.ป.ก. (พื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอความยินยอมหรืออนุญาตหรือที่ได้แสดงเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในภายหลัง) ซึ่งการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร และให้คำนึงถึงการครอบครองและทำประโยชน์โดยสุจริตของเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบนั้นเป็นสำคัญ\n\t5.1.2 ให้เยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ผู้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือผู้ถือครองและทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อาจได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม\n\t5.1.3 ให้แสดงหลักฐานการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกร ต่อ ส.ป.ก. \n   5.2\tการวางหลักประกันให้วางไว้กับ ส.ป.ก. โดยวางเป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูที่ดินในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินหลักประกันที่วางต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินกว่าห้าล้านบาท โดยใช้เงินสด เช็คเงินสด หรือหนังสือ\nค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ แต่ต้องมีอายุการประกันครอบคุลมตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการตามที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต\n   5.3\tการชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน ให้ชำระไว้กับ ส.ป.ก. ดังนี้\n\t5.3.1 กรณีรอนสิทธิเกษตรกร (เกษตรกรยังสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรมได้) เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราร้อยละของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของกรมธนารักษ์ คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอม\n\t5.3.2 กรณีใช้ที่ดินมีผลให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นเพื่อประกอบเกษตรกรรม เรียกเก็บครั้งเดียวเท่ากับอัตราค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน คูณด้วยเนื้อที่และระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาต โดยอัตราค่าตอบแทนแต่ละช่วงปีกำหนดไว้ในบัญชีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินแนบท้ายระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561\n\t5.3.3 ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาดำเนินกิจการตั้งแต่สิบปีขึ้นไป อาจแบ่งงวดชำระเป็นรายปีได้ไม่เกินกว่าห้างวด แต่ต้องชำระงวดแรกก่อนรับมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน\n   5.4\tส.ป.ก. กำหนดวันและแจ้งให้มารับมอบหนังสือยินยอมหรือหนังสืออนุญาต ณ ส.ป.ก. \n\nหมายเหตุ :\t\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีที่ความไม่ถูกต้องของเอกสารที่ตรวจพบในภายหลังเป็นเหตุที่ไม่อาจอนุญาตได้ ผู้อนุญาตจะมีคำสั่งไม่อนุญาต \n3. กรณีการตรวจสอบข้อมูลประกอบการอนุญาตที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n4. ขั้นตอนการดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตและเอกสารหลักฐาน ถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-11T10:41:33"],
    [3233,"9616d641-b2de-4eb9-bb84-a47cc7ab178b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภค และกิจการอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อการศึกษา/เพื่อการอนามัยและการสาธารณสุข/เพื่อการศาสนา/เพื่อกิจการระบบไฟฟ้า ประปา/เพื่อก่อสร้างถนนทางลำเลียง/เพื่อก่อสร้างปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม/เพื่อการส่งเสริมเกษตรกรรม/เพื่อจัดสร้างสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ/เพื่อก่อสร้างสถานที่นันทนาการ/เพื่อจัดสร้างศาลาประจำหมู่บ้าน ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ห้องสมุด  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-87d9-4f17-9697-92af1ff7bc35",114,0,13,"1. ผู้ยื่นคำขอ : เอกชนที่ดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไรถ้าไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล การขออนุญาตต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในกิจการที่ขออนุญาตด้วย/ หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ\n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ ส.ป.ก. จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. ประเภทกิจการที่ขอรับอนุญาตและเนื้อที่ที่อนุญาต\n    3.1 เพื่อการศึกษาระดับอนุบาลไม่เกิน 12 ไร่ ระดับประถมศึกษาไม่เกิน 25 ไร่ ระดับมัธยมศึกษาไม่เกิน 50 ไร่\t\t  \n    3.2 เพื่อการอนามัยและการสาธารณสุขก่อสร้างสถานบริการสาธารณสุขชุมชนไม่เกิน 3 ไร่ สถานีอนามัย (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) ไม่เกิน 10 ไร่ โรงพยาบาลไม่เกิน 20 ไร่\n   3.3 เพื่อการศาสนา เช่น วัด สำนักสงฆ์ มัสยิด โบสถ์ เป็นต้น ไม่เกิน 15 ไร่\n   3.4 เพื่อกิจการระบบไฟฟ้า ประปา ให้ใช้เนื้อที่ตามที่จำเป็น\n   3.5 เพื่อก่อสร้างถนนทางลำเลียงให้ใช้เนื้อที่ตามที่จำเป็น\n   3.6 เพื่อก่อสร้างปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม เช่น ขุดคูคลอง สระน้ำ ฝาย อ่างเก็บน้ำ เป็นต้นให้ใช้เนื้อที่ตามที่จำเป็น\n   3.7 เพื่อจัดสร้างสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ เนื้อที่ไม่เกิน 5 ไร่\n   3.8 การส่งเสริมเกษตรกรรม เช่น แปลงสาธิตการเกษตร ศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตร เป็นต้น ให้ใช้เนื้อที่ตามที่จำเป็นและเหมาะสม\n   3.9 เพื่อก่อสร้างสถานที่นันทนาการ เช่น สวนสุขภาพ สวนสาธารณะ ลานชุมชน เป็นต้น ให้ใช้เนื้อที่\nไม่เกิน 20 ไร่ \n   3.10 เพื่อจัดสร้างศาลาประจำหมู่บ้าน ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ห้องสมุด เนื้อที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่  \n\n\t***การเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ให้เรียกเก็บตามราคาประเมินของกรมที่ดินหรือราคาที่ ส.ป.ก. ได้จ่ายชำระค่าที่ดินอันมีราคาสูงกว่าราคาประเมินของกรมที่ดินในปีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดิน\n            คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) มีอำนาจ ยกเว้น การเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า\n\t    1. ไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ใช้บริการ\n\t    2. กิจการนั้นเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและต่อชุมชนในท้องถิ่นหรือเหมาะสมในการรักษาความมั่นคงของประเทศ\n\t    3. พื้นที่ใช้สอยเหมาะสมจำเป็นแก่การนั้นและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\n\nหมายเหตุ : \n\t          1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอ และเอกสารประกอบการพิจารณา\n   \t          2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t          3. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-11T10:20:35"],
    [3234,"9616ee7d-9c8d-4c3b-9c67-66af8b963260","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การอนุญาตให้ใช้ที่ดินตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 2 ข้อ 1.5 กิจการที่เป็นการบริการหรือเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้ประกอบกิจการได้  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-a11e-453a-ab42-d68f1b0eae88",92,0,7,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายและมีสัญชาติไทย\n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด\n3. เนื้อที่ที่ขออนุญาตตามสมควรแต่ละกิจการแต่ไม่เกิน 50 ไร่\n4. สถานที่ประกอบกิจการจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนดให้สามารถประกอบกิจการได้\n5. ประเภทกิจการที่ขออนุญาต กิจการที่เป็นการบริการหรือเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในด้านเศรษฐกิจและสังคม พื้นที่ในเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนดให้เป็นพื้นที่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ \n    5.1 กิจการปั๊มน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม แก๊สแอลพีจี และอู่ซ่อมรถ เช่น ปั๊มน้ำมัน ปั๊มน้ำมันชุมชน\n    5.2 กิจการผลิตน้ำ น้ำแข็ง เช่น โรงงานน้ำดื่ม โรงน้ำแข็ง\n    5.3 กิจการตลาดจำหน่ายสินค้า เช่น ตลาดกลางชุมชน ตลาดนัด\n    5.4 กิจการจำหน่ายรถยนต์และเครื่องยนต์ทางการเกษตร เช่น ร้านจำหน่ายเครื่องจักรกลทางการเกษตร\n    5.5 กิจการร้านค้า เช่น ร้านขายของชำ ร้านค้าปลีก จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ร้านตัดผม ร้านตัดเย็บ เครื่องนอน\n    5.6 กิจการไปรษณีย์ เช่น สถานที่รับส่งวัสดุภัณฑ์ และไปรษณียภัณฑ์\n    5.7 กิจการสุขภาพ เช่น คลินิก สถานพยาบาล ทันตกรรม ร้านขายยา\n    5.8 กิจการคมนาคม เช่น สถานีขนส่ง\n    5.9 กิจการร้านอาหาร เช่น ร้านขายข้าวแกง อาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว\n    5.10 กิจการสาธารณะที่เอกชนขอใช้ เช่น โรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก\n    5.11 กิจการเกี่ยวที่อยู่อาศัย เช่น ที่อยู่อาศัย ที่พัก หอพัก\n6. ระยะเวลาให้เช่าที่ดิน/เข้าทำประโยชน์\n    6.1 กิจการที่แสวงหากำไรให้ทำสัญญากำหนดระยะเวลาเช่าที่ดิน ดังนี้\n    \t(ก) กิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดย่อมไม่เกิน 15 ปี\n \t(ข) กิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 20 ปี\n\t(ค) กิจการที่เกินกว่าวิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 30 ปี\n\t(ง) กิจการที่เป็นวิสาหกิจรายย่อยหรือกิจการที่ยังไม่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขยาดย่อมไม่เกิน 3 ปี\n   6.2 กิจการที่ไม่แสวงหากำไรระยะเวลาทำสัญญาเข้าทำประโยชน์ตามความเหมาะสมของแต่ละกิจการ\n7. กรณีที่ผู้ขอไม่สามารถมายื่นคำขอรับอนุญาตด้วยตนเอง ผู้ขอจะต้องมอบอำนาจเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นไปทำการแทนโดยหนังสือมอบอำนาจต้องติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง\n\nค่าตอบแทน \n1. อัตราค่าเช่าร้อยละ 3 ของราคาประเมินของกรมธนารักษ์สำหรับแปลงที่ดินนั้น หากแปลงที่ดินที่ขอรับอนุญาตไม่มีราคาประเมินให้ประเมินที่ดินที่ใกล้เคียงค่าตอบแทนการเข้าทำประโยชน์เป็นไปตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) กำหนด\n2. หลักประกันของสัญญาเข้าทำประโยชน์ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์คิดในอัตราร้อยละ 5 ของค่าตอบแทนที่ผู้ได้รับอนุญาตต้องจ่ายให้แก่ ส.ป.ก.\n3 หลักประกันของสัญญาเช่าหรืออสังหาริมทรัพย์คิดในอัตรา 2 เท่าของค่าเช่า\n   3.1 การวางหลักประกันสัญญา – เงินสด – หนังสือค้ำประกันธนาคารภายในประเทศ - หลักประกันอื่น ๆ ตามระเบียบฯ พัสดุ\n   3.2 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี)\n        (ก) ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนการเช่า\n\t(ข) ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดอันเกี่ยวกับที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์\n        (ค) ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าโทรศัพท์ และค่าบริการอื่น ๆ\n        (ง) ค่าใช้จ่ายที่รัฐลงทุนให้เพื่อกิจการสาธารณูปโภค\n   3.3 กรณีคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติอนุญาตใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ผู้รับอนุญาตต้องเข้าทำสัญญา ณ ส.ป.ก.จังหวัด ภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตได้รับหนังสือแจ้งผล\n   3.4 กรณีคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติไม่อนุญาตให้ใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์หากผู้ขออนุญาตประสงค์จะอุทธรณ์ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้ขออนุญาตได้รับหนังสือ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาวินิจฉัยและเมื่อมีผลการวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ให้แจ้งผู้ขออนุญาตด้วยว่าหากไม่เห็นชอบด้วยผู้ขออนุญาตมีสิทธิฟ้องศาลปกครองได้ภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่ได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย\n \nหมายเหตุ : \n\t\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่อง และรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t\t3. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่ วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-11T10:22:18"],
    [3235,"9616e039-8ae0-437f-a8c6-7e5e39953406","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดินกิจการอื่น ๆ เช่น สร้างวิทยาลัย มหาวิทยาลัย การจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-8b23-4fee-a2e5-a835d883cca9",212,0,13,"1. ผู้ยื่นคำขอ : เอกชนที่ดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร ถ้าไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลการขออนุญาตต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในกิจการที่ขออนุญาตด้วย\n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. ประเภทกิจการที่ขอรับอนุญาต ข้อ 17 การใช้ที่ดินเพื่อกิจการอื่นนอกจาก ข้อ 6 ถึง ข้อ 16 ตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2536 เช่น วิทยาลัย มหาวิทยาลัย การจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ให้เสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาตามความจำเป็นเพื่อกิจการนั้นได้\n\nการเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ให้เรียกเก็บตามราคาประเมินของกรมที่ดินหรือราคาที่ ส.ป.ก. ได้จ่ายชำระค่าที่ดินอันมีราคาสูงกว่าราคาประเมินของกรมที่ดินในปีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดิน เลขาธิการ ส.ป.ก. มีอำนาจยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า\n1. ไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ใช้บริการ\n2. กิจการนั้นเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและต่อชุมชนในท้องถิ่นหรือเหมาะสมในการรักษาความมั่นคงของประเทศ\n3. พื้นที่ใช้สอยเหมาะสมจำเป็นแก่การนั้นและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\n\nหมายเหตุ : \n\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t3. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-11T10:17:46"],
    [3236,"9616e4fd-8321-4ecc-b197-480173f42e10","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการศึกษา/เพื่อการอนามัย และการสาธารณสุข/เพื่อการศาสนา/เพื่อจัดสร้างศาลาประจำหมู่บ้าน ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ห้องสมุด (์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-8eaf-4094-a017-bdf103193941",182,0,14,"1. ผู้ยื่นคำขอ : เอกชนที่ดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร ถ้าไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลการขออนุญาต       ต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในกิจการที่ขออนุญาตด้วย\n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. ประเภทกิจการที่ขอรับอนุญาตตาม ข้อ 6 ถึง ข้อ 16 ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2536 และเนื้อที่การขอใช้ที่ดินเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ตาม ข้อ 6 ถึง ข้อ 16\n   3.1 เพื่อการศึกษาระดับอนุบาลเกิน 12 ไร่ ระดับประถมศึกษาเกิน 25 ไร่ ระดับมัธยมศึกษาเกิน 50 ไร่\n   3.2 เพื่อการสาธารณสุขก่อสร้างสถานบริการสาธารณสุขชุมชนเกิน 3 ไร่ สถานีอนามัย (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกิน 10 ไร่) โรงพยาบาลเกิน 20 ไร่\n   3.3 เพื่อการศาสนา เช่น วัด สำนักสงฆ์ มัสยิด โบสถ์ เป็นต้น เกิน 15 ไร่   \n   3.4 เพื่อจัดสร้างศาลาประจำหมู่บ้าน ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ห้องสมุด เนื้อที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่\n\n        การเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ให้เรียกเก็บตามราคาประเมินของกรมที่ดินหรือราคาที่ ส.ป.ก. ได้จ่ายชำระค่าที่ดินอันมีราคาสูงกว่าราคาประเมินของกรมที่ดินในปีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดิน\n        เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีอำนาจยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดินเมื่อปรากฎข้อเท็จจริงว่า\n       \t1. ไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ใช้บริการ\n       \t2. กิจการนั้นเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร และต่อชุมชนในท้องถิ่นหรือเหมาะสมในการรักษาความมั่นคงของประเทศ\n     \t3. พื้นที่ใช้สอยเหมาะสมจำเป็นแก่การนั้นและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\n\nหมายเหตุ : \n           1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t   2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t   3. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-26T13:31:54"],
    [3237,"9616f1da-1695-4205-868b-a6a4a3aa6065","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน (กรณีผู้รับโอนสิทธิเพียงรายเดียว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-676d-4366-b296-9c5763e14f49",83,0,6,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ : เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินโดยได้ทำสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินกับ ส.ป.ก.\n2. สถานที่ยื่นคำขอ : ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. การโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n   3.1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้โอน\n    \t1) ผู้ขอโอนจะต้องแสดงเหตุผลอันสมควร เช่น ผู้โอนไม่ประสงค์จะประกอบเกษตรกรรม หรือชราภาพหรือเจ็บป่วย จนไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้\n      \t2) ผู้ขอโอนจะต้องโอนให้แก่ทายาทเพียงรายเดียว เว้นแต่ ที่ดินมีจำนวนเนื้อที่ที่สามารถแบ่งแยกได้ (แบ่งแยกแล้วเนื้อที่ต้องไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด)\n\t3) ผู้ขอโอนมีคู่สมรสแต่ประสงค์จะโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อให้แก่ บุตร เครือญาติ หรือเกษตรกรอื่นจะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส\n   3.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้รับโอน\n        (ก) คู่สมรส (หมายความรวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n\t(ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี/บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วน้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะกรณีผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายก่อนครบกำหนด 10 ปี และมีเหตุอันควรให้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและจัดที่ดิน)\n        (ค) เครือญาติเกษตรกร และเครือญาติของคู่สมรสเกษตรกร\n\t\t(1) ผู้สืบสันดาน\n\t\t(2) บิดา มารดา  \n\t\t(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t\t(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t\t(5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n\t\t(6) ลุง ป้า น้า อา\n\t\t(7) หลานซึ่งเป็นลูกของพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือลูกของพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t\t(8) ลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นลูกของ ลุง ป้า น้า อา\n   \t(ง) เกษตรกรอื่น ซึ่งเกษตรกรผู้โอนสิทธิมีเหตุจำเป็นและอยู่ในหลักเกณฑ์ ข้อ 36 ประกอบ ข้อ 21 ข้อ 29\n   3.3 ผู้รับโอนจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n   1) ผู้รับโอนและคนในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพ\nอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอรับโอนในครั้งนี้ต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n   2) ผู้รับโอนจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน \n\t(3) มีสัญชาติไทย\t\n\t(4) บรรลุนิติภาวะ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบเกษตรกรรม \n\t(5) ไม่เป็นคนทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n\t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกัน\nหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ \n\t(7) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ และยังไม่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบนี้ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุจำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ  \n\t(8) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการและคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด\n   3.4 ผู้รับโอนจะต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอน\n   3.5 ผู้รับโอนจะต้องรับหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย\n       ***กรณีบุตรหรือเครือญาติที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถือเป็นข้อยกเว้นที่สามารถรับโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อได้แต่บุตรหรือเครือญาตินั้นจะต้องมีความสามารถที่จะประกอบเกษตรกรรมในที่ดินได้และจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครองและจะต้องได้รับอนุมัติจากศาลแล้ว\n\nหมายเหตุ : \n\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข\nเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณา และกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T15:34:18"],
    [3238,"9616fa12-8988-4f50-a6c3-cb3203d29b63","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน (กรณีมีผู้รับโอนสิทธิหลายคน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-63a7-42d2-950c-7243ac98a77c",128,0,6,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ : เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินโดยได้ทำสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินกับ ส.ป.ก.\n2. สถานที่ยื่นคำขอ : ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. การโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n    3.1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้โอน\n         1) ผู้ขอโอนจะต้องแสดงเหตุผลอันสมควร เช่น ผู้โอนไม่ประสงค์จะประกอบเกษตรกรรม\n            หรือชราภาพ หรือเจ็บป่วย จนไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้\n         2) ผู้ขอโอนจะต้องโอนให้แก่ทายาทเพียงรายเดียว เว้นแต่ ที่ดินมีจำนวนเนื้อที่ที่สามารถแบ่งแยกได้ (แบ่งแยกแล้วเนื้อที่ต้องไม่น้อยกว่าที่ \n             คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด)\n         3) ผู้ขอโอนมีคู่สมรสแต่ประสงค์จะโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อให้แก่ บุตร เครือญาติ หรือเกษตรกรอื่นจะต้องได้รับความยินยอมจากคู่ \n            สมรส\n   3.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้รับโอน\n        (ก) คู่สมรส (หมายความรวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n \t(ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี/ บุตรบุญธรรมที่ \n            จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วน้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะกรณีผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายก่อนครบกำหนด 10 ปี และมีเหตุอัน \n            ควรให้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและจัดที่ดิน)\n        (ค) เครือญาติของผู้ถือครองที่ดินหรือเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินหรือคู่สมรสซึ่งอยู่ในฐานะ\n\t     (1) ผู้สืบสันดาน\n\t     (2) บิดา มารดา  \n\t     (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t     (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t     (5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n    \t     (6) ลุง ป้า น้า อา\n\t     (7) หลานซึ่งเป็นลูกของพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือลูกของพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t     (8) ลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นลูกของ ลุง ป้า น้า อา\n   \t(ง) เกษตรกรอื่น ซึ่งเกษตรกรผู้โอนสิทธิมีเหตุจำเป็นและอยู่ในหลักเกณฑ์ ข้อ 36 ประกอบ ข้อ 21 ข้อ 29\n   3.3 ผู้รับโอนจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n        1)  ผู้รับโอนและคนในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพ\n            อยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอรับโอนในครั้งนี้ต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n        2) ผู้รับโอนจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t    (1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t    (2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน \n\t    (3) มีสัญชาติไทย\t\n\t    (4) บรรลุนิติภาวะ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือ \n                 ประสบการณ์ในการประกอบเกษตรกรรม \n\t    (5) ไม่เป็นคนทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n\t    (6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกัน\n                 หรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ \n\t     (7) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดิน \n                 ทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ และยังไม่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบนี้ \n                 เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุจำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ  \n\t     (8) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการและคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด\n   3.4 ผู้รับโอนจะต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอน\n   3.5 ผู้รับโอนจะต้องรับหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย\n   \t   \n        ***กรณีบุตรหรือเครือญาติที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถือเป็นข้อยกเว้นที่สามารถรับโอนสิทธิการเช่าหรือ\nเช่าซื้อได้แต่บุตรหรือเครือญาตินั้นจะต้องมีความสามารถที่จะประกอบเกษตรกรรมในที่ดินได้และจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครอง และจะต้องได้รับอนุมัติจากศาลแล้ว\n\nหมายเหตุ : \n\t       1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t       2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับ จากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t       4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T14:46:52"],
    [3239,"96173627-80f4-4acf-aca2-cc1ab82c189a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ส.ป.ก. 4-01 (กรณีจัดที่ดินแทนที่ให้คู่สมรสหรือบุตรหรือเครือญาติหรือเกษตรกรอื่นคนใดคนหนึ่ง) (์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-6aba-4d6b-bfbb-bbc3c82f1ef4",30,0,5,"1. ผู้มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ได้แก่\n   (ก) คู่สมรส (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n   (ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้ว\nไม่น้อยกว่า 10 ปี/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วน้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะกรณีผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายก่อนครบกำหนด 10 ปี และมีเหตุอันควรให้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและจัดที่ดิน)\n   (ค) เครือญาติเกษตรกร และเครือญาติของคู่สมรสเกษตรกร\n        (1) ผู้สืบสันดาน\n\t(2) บิดา มารดา  \n\t(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t(5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n\t(6) ลุง ป้า น้า อา\n\t(7) หลานซึ่งเป็นลูกของพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือลูกของพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t(8) ลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นลูกของ ลุง ป้า น้า อา\n   (ง) เกษตรกรอื่น ซึ่งเกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินมีเหตุจำเป็นและอยู่ในหลักเกณฑ์\nข้อ 36 ประกอบ ข้อ 21 ข้อ 29\n2. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n    2.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n    \t(1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n        (2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n    2.2 ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร และคนในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับ\nคำขอรับจัดที่ดินแทนที่ต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n    2.3 ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน \n\t(3) มีสัญชาติไทย\t\n\t(4) บรรลุนิติภาวะ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบเกษตรกรรม \n\t(5) ไม่เป็นคนทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n\t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือ\nมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ \n\t(7) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ และยังไม่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบนี้ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุจำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ  \n\t(8) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการและคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด\n\t3. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิเข้าการทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้สละสิทธิเข้าการทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงิน\nที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n\t4. กรณีผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร\nมิใช่คู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส\n\t5. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้จัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือผู้รับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกร ผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล\n\t6. คำขอการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ที่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินได้ยื่นไว้แล้ว ไม่สิ้นผลลงเพราะเหตุแห่งความตายของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน\n\nหมายเหตุ : \n\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n        4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T15:56:00"],
    [3240,"961738fa-1de8-4a2c-8422-780958e88022","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรตาม ส.ป.ก. 4-01 หรือตามสัญญาเช่า (กรณีจัดที่ดินแทนที่เต็มแปลง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-6e6b-464b-86e2-c34bac0bb78a",43,0,6,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ : คู่สมรส บุตร เครือญาติของเกษตรกรผู้ซึ่งได้รับการจัดที่ดินโดยให้เข้าทำประโยชน์ และเกษตรกรอื่น\n2. สถานที่ยื่นคำขอ : ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ได้แก่\n   (ก) คู่สมรส (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n   (ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองและบุตรบุญธรรม)\n   (ค) เครือญาติเกษตรกร และเครือญาติของคู่สมรสเกษตรกร ได้แก่\n\t(1) ผู้สืบสันดาน\n\t(2) บิดา มารดา  \n\t(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t(5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n\t(6) ลุง ป้า น้า อา\n\t(7) หลานซึ่งเป็นลูกของพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือลูกของพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t(8) ลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นลูกของ ลุง ป้า น้า อา\n   (ง) เกษตรกรอื่น ซึ่งเกษตรกรผู้สละสิทธิ มีเหตุจำเป็นและอยู่ในหลักเกณฑ์ ข้อ 36 ประกอบ ข้อ 21 ข้อ 36 ประกอบ ข้อ 29\n\t4. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n            4.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n           \t(1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n           \t(2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n   \t  4.2 ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร และบุคคลในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอ  รับโอนต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n   \t  4.3 ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน\n\t\t(3) มีสัญชาติไทย\n       \t \t(4) บรรลุนิติภาวะหรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าว\n\t       \t(5) ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n        \t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือ   มีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ\n        \t(7) ไม่เคยได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลงเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบฯ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุที่จำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ\n\t5. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n\t6. กรณีผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรมิใช่\nคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส\n\t7. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้รับการจัดที่ดินแทนที่ในที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่ เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือผู้รับการจัดที่ดินแทนที่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล\n\t8. คำขอจัดที่ดินแทนที่ที่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินได้ยื่นไว้แล้ว ไม่สิ้นผลลงเพราะเหตุแห่งความตาย\nของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน\n\nหมายเหตุ : \n\t\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n \t       3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t      4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T14:50:03"],
    [3241,"96173b5f-4ccf-4b83-a99a-d9a1d74806c8","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรตาม ส.ป.ก. 4-01 หรือตามสัญญาเช่า (กรณีแบ่งแปลงเพื่อจัดที่ดินแทนที่ให้คู่สมรสกับบุตร หรือให้บุตรหลายคน หรือให้เครือญาติ หรือเกษตรกรอื่น) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-7235-44b0-a304-15b6a3379e2c",104,0,6,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ : คู่สมรส บุตร เครือญาติของเกษตรกรผู้ซึ่งได้รับการจัดที่ดินโดยให้เข้าทำประโยชน์ และเกษตรกรอื่น\n2. สถานที่ยื่นคำขอ : ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด ณ ส.ป.ก. จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ได้แก่\n   (ก) คู่สมรส (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n   (ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองและบุตรบุญธรรม)\n   (ค) เครือญาติเกษตรกร และเครือญาติของคู่สมรสเกษตรกร ได้แก่\n\t(1) ผู้สืบสันดาน\n\t(2) บิดา มารดา  \n\t(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t(5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n\t(6) ลุง ป้า น้า อา\n\t(7) หลานซึ่งเป็นลูกของพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือลูกของพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน\n\t(8) ลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นลูกของ ลุง ป้า น้า อา\n   (ง) เกษตรกรอื่น ซึ่งเกษตรกรผู้สละสิทธิ มีเหตุจำเป็นและอยู่ในหลักเกณฑ์ ข้อ 36 ประกอบ ข้อ 21 ข้อ 36 ประกอบ ข้อ 29\n4. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n   4.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n       (1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n       (2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n   4.2 ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร และบุคคลในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อ   รวมกับคำขอรับโอนต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n   4.3 ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน\n\t(3) มีสัญชาติไทย\n   \t(4) บรรลุนิติภาวะหรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าว\n       \t(5) ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n    \t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือ   มีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ\n    \t(7) ไม่เคยได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลงเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบฯ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุที่จำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ\n5. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n6. กรณีผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรมิใช่\nคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส\n7. ผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้สละสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้รับการจัดที่ดินแทนที่ในที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่ เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือผู้รับการจัดที่ดินแทนที่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล\n8. คำขอจัดที่ดินแทนที่ที่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินได้ยื่นไว้แล้ว ไม่สิ้นผลลงเพราะเหตุแห่งความตาย\nของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน\n\nหมายเหตุ : \n1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอ และเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T14:44:49"],
    [3242,"96173dec-df5d-40be-ac61-d027623eda5b","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (กรณีออก ส.ป.ก. 4-01 ในแปลงเกษตรกรรม) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-9245-41a7-9924-5088d3f4109f",125,0,7,"1. เกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินหมายความถึง \n    (1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n    (2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n2. เกษตรกรผู้ยื่นคำขอจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้\n\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน \n\t(3) มีสัญชาติไทย\t\n\t(4) บรรลุนิติภาวะ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบเกษตรกรรม \n\t(5) ไม่เป็นคนทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n\t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกัน หรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ \n\t(7) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุด\nเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ และยังไม่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบนี้ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุจำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ  \n\t(8) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการและคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n\nหมายเหตุ : \n \t\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอ และเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t\t4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T15:35:54"],
    [3243,"96174101-fe7e-4d23-99d7-ec1fc2ebc788","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (กรณีที่ดินเอกชน - ทำสัญญาเช่า และทำสัญญาเช่าซื้อ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-95e5-40b3-a640-e3b9e29f5d8b",122,0,4,"1. เกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินหมายความถึง \n    (1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n    (2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n2. เกษตรกรผู้ยื่นคำขอจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้\n     (1) เป็นบุคคลธรรมดา\n     (2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน \n     (3) มีสัญชาติไทย\t\n     (4) บรรลุนิติภาวะ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบเกษตรกรรม \n     (5) ไม่เป็นคนทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n     (6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ \n     (7) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุด เพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ และยังไม่พ้นระยะเวลาห้าปี ก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบนี้ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุจำเป็นและสมควรหรือ    เพื่อประโยชน์สาธารณะ  \n     (8) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการและคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด\n\nหมายเหตุ : \n\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอ และเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณา และกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T15:49:27"],
    [3244,"96174479-6588-41e0-8447-f788c42a4539","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขออนุญาตกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-9d1c-4819-a4cb-23f69dd30d0e",92,0,7,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย\n2. สถานที่ยื่นคำขอ ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด\n3. เนื้อที่ที่ขออนุญาตตามสมควรแต่ละกิจการแต่ไม่เกิน 50 ไร่\n4. ประเภทกิจการที่ขออนุญาต\n   (1) สถานีทดลอง/พัฒนาพันธุ์พืช/สัตว์\n   (2) แปลงสาธิต\n   (3) กิจการทางวิชาการเกษตรการสาธิตหรือการทดลองอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร\n   (4) สถานที่รับซื้อ/รวบรวมผลผลิตการเกษตร - น้ำนมดิบ/ปาล์ม/ยางพารา\n   (5) ลานตากผลผลิตทางการเกษตร/มันสำปะหลัง - ข้าวเปลือก\n   (6) สถานที่จำหน่ายน้ำมัน/ปั๊มหลอด/ปั๊มหยอดเหรียญ (ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงเหตุผลความจำเป็นเป็นราย ๆ)\n   (7) กิจการอื่น ๆ ที่เป็นการส่งเสริมหรือประกันราคาพืชทางการเกษตรหรือลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร\n   (8) ที่ทำการของเอกชนตามโครงการความร่วมมือปลูกกาแฟระหว่าง ส.ป.ก. ภาคเอกชน และเกษตรกร\n   (9) กิจการอื่น ๆ ที่มีข้อตกลงความร่วมมือกับ ส.ป.ก. ในการดำเนินการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร\n   (10) ศูนย์ผลิต/จำหน่ายเมล็ดพันธ์พืช\n   (11) ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้อาชีพเกษตรกรรม\n   (12) สถานที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์/เคมี\n   (13) สถานที่รับเคลือบผิวส้ม\n   (14) สถานที่รับรมควันยางพารา\n   (15) ที่ทำการสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน\n   (16) ตลาดกลางจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร/แปรรูปสินค้าเกษตร\n   (17) ร้านจำหน่ายปุ๋ย/วัสดุและอุปกรณ์การเกษตร\n   (18) ร้านซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร\n   (19) กิจการอื่น ๆ ที่เป็นการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและปัจจัยการผลิตตลอดจนการผลิตการจำหน่ายและการตลาดให้เกิดผลดียิ่งขึ้น\n5. ระยะเวลาให้เช่าที่ดิน/เข้าทำประโยชน์\n   5.1 กิจการที่แสวงหากำไรให้ทำสัญญากำหนดระยะเวลาเช่าที่ดิน ดังนี้\n   \t(1) กิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดย่อมไม่เกิน 15 ปี\n \t(2) กิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 20 ปี\n\t(3) กิจการที่เกินกว่าวิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 30 ปี\n \t(4) กิจการที่เป็นวิสาหกิจรายย่อยหรือกิจการที่ยังไม่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไม่เกิน 3 ปี\n  5.2 กิจการที่ไม่แสวงหากำไรระยะเวลาทำสัญญาเข้าทำประโยชน์ตามความเหมาะสมของแต่ละกิจการ\n6. กรณีที่ผู้ขอไม่สามารถมายื่นคำขอรับอนุญาตด้วยตนเองผู้ขอจะต้องมอบอำนาจเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นไปทำการแทนโดยหนังสือมอบอำนาจต้องติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง\n\nค่าตอบแทน\n1. อัตราค่าเช่าร้อยละ 3 ของราคาประเมินของกรมธนารักษ์สำหรับแปลงที่ดินนั้นหากแปลงที่ดินที่ขอรับอนุญาตไม่มีราคาประเมินให้ประเมินที่ดินที่ใกล้เคียง ค่าตอบแทนการเข้าทำประโยชน์เป็นไปตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) กำหนด\n2. หลักประกันของสัญญาเข้าทำประโยชน์ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์คิดในอัตราร้อยละ 5 ของค่าตอบแทนที่ผู้ได้รับอนุญาตต้องจ่ายให้แก่ ส.ป.ก. \n3. หลักประกันของสัญญาเช่าหรืออสังหาริมทรัพย์คิดในอัตรา 2 เท่าของค่าเช่า\n   3.1 การวางหลักประกันสัญญา – เงินสด - หนังสือค้ำประกันธนาคารภายในประเทศ - หลักประกันอื่น ๆ ตามระเบียบฯ พัสดุ\n   3.2 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี)\n       (ก) ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนการเช่า\n       (ข) ค่าภาษีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดอันเกี่ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์\n       (ค) ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าโทรศัพท์ และค่าบริการอื่น ๆ\n       (ง) ค่าใช้จ่ายที่รัฐลงทุนให้เพื่อกิจการสาธารณูปโภค\n   3..3 กรณีคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) มีมติอนุญาตให้ใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ผู้รับอนุญาตต้องเข้าทำสัญญา ณ ส.ป.ก.จังหวัด ภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตได้รับหนังสือแจ้งผล\n   3.4 กรณีคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) มีมติไม่อนุญาตให้ใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์หากผู้ขออนุญาตประสงค์จะอุทธรณ์ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้ขออนุญาตได้รับหนังสือเพื่อนำเสนอ คปก. พิจารณาวินิจฉัยและเมื่อมีผลการวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ให้แจ้งผู้ขออนุญาตด้วยว่าหากไม่เห็นชอบด้วยผู้ขออนุญาตมีสิทธิฟ้องศาลปกครองได้ภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่ได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย\n\nหมายเหตุ : \n1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n3. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาและกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่ วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-11T10:24:38"],
    [3245,"96174377-491f-4f23-9964-5af065d17e8f","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขออนุญาตขุดบ่อเพื่อการเกษตรกรรมเกินร้อยละห้าของเนื้อที่ที่ได้รับมอบที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือขอนำดินหรือสิ่งของที่ได้จากการขุดบ่อออกไปนอกบริเวณที่ดินที่ได้รับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-9917-4014-a15b-fca9f71c9781",92,0,6,"1. ผู้ยื่นคำขอเป็นเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับมอบที่ดินให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามระเบียบ คปก. ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540\n2. ต้องการขุดบ่อเพื่อการเกษตรกรรมเกินร้อยละห้าของเนื้อที่ที่ได้รับมอบให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร\n3. ยื่นคำขอ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n4. คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต\n\n        ***กรณี การอนุญาตให้ดำเนินการขุดบ่อเพื่อการเกษตรกรรมเกินจำนวนดังกล่าวถ้ามีการนำดินหรือสิ่งของที่ขุดได้ออกไปนอกบริเวณที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ไม่ว่าเพื่อการใด ๆ เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรต้องใช้เงินเท่ามูลค่าของดินหรือสิ่งที่ขุดได้ดังกล่าวเป็นรายได้ของ ส.ป.ก. เพื่อนำเข้ากองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เว้นแต่ เป็นการนำออกไปโดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด\n\nหมายเหตุ :    \n\t\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t\t3. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2024-04-11T10:23:33"],
    [3246,"9617475d-9f57-4750-a334-3053ba2f02cc","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอรับมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน (กรณีมีผู้รับมรดกสิทธิเพียงรายเดียว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-7a4d-462b-b699-375532b9e051",98,0,7,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ : ทายาทของเกษตรกรผู้ซึ่งได้รับการจัดที่ดินโดยได้ทำสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินกับ ส.ป.ก.\n2. สถานที่ยื่นคำขอ : ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดก การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ซึ่งเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่\n\t(ก) คู่สมรสเป็นอันดับแรก (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n\t(ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองและบุตรบุญธรรม)\n  \t(ค) ทายาทลำดับอื่นของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ได้แก่\n    \t     (1) ผู้สืบสันดาน\n             (2) บิดา มารดา\n             (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t     (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน\n       \t     (5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n             (6) ลุง ป้า น้า อา\n\t4. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n     \t\t4.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n           \t\t(1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n           \t\t(2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n   \t\t4.2 ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรและคนในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอรับโอนต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n   \t\t4.3 ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t\t\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t\t\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน\n\t\t\t(3) มีสัญชาติไทย\n       \t \t\t(4) บรรลุนิติภาวะ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าว\n\t        \t(5) ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n        \t\t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือ\nมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ\n        \t\t(7) ไม่เคยได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลง  เพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมด หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และ ยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบฯ เว้นแต่ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้น   เกิดจากเหตุที่จำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ\n\t3. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n\t4. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องได้รับความยินยอม\nจากคู่สมรสของเกษตรกรที่เสียชีวิต\n\t5. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ยังไม่บรรลุนิติภาวะ \nต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้รับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล\n  \n    \t***กรณีไม่มีผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรตามที่กำหนดหรือมีแต่ไม่ขอรับหรือไม่มีคุณสมบัติ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงนั้นมาจัดใหม่เช่นเดียวกับกรณีปกติ\nหมายเหตุ : \n\t       1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอ และเอกสารประกอบการพิจารณา\n     \t       2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t\t4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณา และกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T14:17:04"],
    [3247,"9618d4c0-790d-44ef-9350-eaece8a7cb80","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอรับมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน (กรณีมีผู้รับมรดกสิทธิหลายคน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-7630-42fd-b773-e16f69e15954",158,0,7,"1. ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ : ทายาทของเกษตรกรผู้ซึ่งได้รับการจัดที่ดินโดยได้ทำสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินกับ  ส.ป.ก.\n2. สถานที่ยื่นคำขอ : ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ ส.ป.ก. กำหนด ณ ส.ป.ก.จังหวัด ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่\n3. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ซึ่งเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่\n\t(ก) คู่สมรสเป็นอันดับแรก (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n\t(ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองและบุตรบุญธรรม)\n  \t(ค) ทายาทลำดับอื่นของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ได้แก่\n    \t     (1) ผู้สืบสันดาน\n             (2) บิดา มารดา\n             (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t     (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน\n             (5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n             (6) ลุง ป้า น้า อา\n\t4. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n     \t\t4.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n           \t\t(1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n           \t\t(2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n   \t\t4.2 ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรและคนในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอรับโอนต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n   \t\t4.3 ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t\t\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t\t\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน\n\t\t\t(3) มีสัญชาติไทย\n       \t \t\t(4) บรรลุนิติภาวะหรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าว\n\t        \t(5) ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n        \t\t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกัน\nหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ\n        \t\t(7) ไม่เคยได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลงเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการนั้น\nและยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบฯ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุที่จำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ\n\t3. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n\t4. ผู้ที่มีสิทธิรับตกทอดทางมรดกการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องได้รับความยินยอม\nจากคู่สมรสของเกษตรกรที่เสียชีวิต\n\t5. ผู้ที่มีสิทธิรับโอนสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้โอนสิทธิในที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่ เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือผู้รับโอนสิทธิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล  \n\n    \t***กรณี ไม่มีผู้ที่มีสิทธิรับโอนสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรตามที่กำหนดหรือมีแต่ไม่ขอรับหรือ\nไม่มีคุณสมบัติ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงนั้นมาจัดใหม่เช่นเดียวกับกรณีปกติ\n\nหมายเหตุ : \n\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n        4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณา และกำหนดวันทำสัญญาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T14:14:58"],
    [3248,"9618daa6-ead9-4ec0-abc9-84c014dc8f7e","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ส.ป.ก. 4-01 (กรณีจัดที่ดินแทนที่ให้คู่สมรสหรือบุตรคนใดคนหนึ่ง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-7d92-41fc-983d-bdeb6a545138",54,0,4,"1. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร \nซึ่งเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่\n\t(ก) คู่สมรสเป็นอันดับแรก (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n\t(ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้ว\nไม่น้อยกว่า 10 ปี/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วน้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะกรณีผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายก่อนครบกำหนด 10 ปี และมีเหตุอันควรให้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและจัดที่ดิน)\n  \t\t(ค) ทายาทลำดับอื่นของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ได้แก่\n    \t\t\t(1) ผู้สืบสันดาน \n        \t\t\t(2) บิดา มารดา\n        \t\t\t(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n\t      \t(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน\n       \t\t\t(5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n        \t\t\t(6) ลุง ป้า น้า อา\n\t2. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n     \t\t2.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n           \t\t(1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n           \t\t(2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n   \t\t2.2 ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรและคนในครอบครัวเดียวกัน ต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดิน\nเมื่อรวมกับคำขอจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n   \t\t2.3 ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน \n\t(3) มีสัญชาติไทย\t\n\t(4) บรรลุนิติภาวะ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบเกษตรกรรม \n\t(5) ไม่เป็นคนทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n\t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือ\nมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ \n\t(7) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ และยังไม่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบนี้ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุจำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ  \n\t(8) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการและคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด\n\t3. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n\t4. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร \nต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสของเกษตรกรที่เสียชีวิต\n\t5. ผู้มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้จัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิต\nในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่ เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือผู้รับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล  \n    \t***กรณีไม่มีผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตตามที่กำหนดหรือมีแต่ไม่ขอรับหรือ ไม่มีคุณสมบัติ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงนั้นมาจัดใหม่เช่นเดียวกับกรณีปกติ\n\nหมายเหตุ : \n\t\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t\t3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t\t4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T14:48:46"],
    [3249,"9618dd1a-8fdb-4045-a32e-a5ad674871f6","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรตาม ส.ป.ก. 4-01  (กรณีแบ่งแปลงเพื่อจัดที่ดินแทนที่ของคู่สมรสกับบุตร หรือของบุตรหลายคน หรือของทายาทอื่น ๆ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-8480-4f34-8871-cc9623fb771b",113,0,7,"1. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิต การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ซึ่งเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่\n   (ก) คู่สมรสเป็นอันดับแรก (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n   (ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วน้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะกรณีผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายก่อนครบกำหนด 10 ปี และมีเหตุอันควรให้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและจัดที่ดิน)\n  (ค) ทายาทลำดับอื่นของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ได้แก่\n       (1) ผู้สืบสันดาน\n       (2) บิดา มารดา\n       (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n       (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน\n       (5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n       (6) ลุง ป้า น้า อา\n2. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n    2.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n       \t(1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n       \t(2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n   \t     2.2 ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรและคนในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอรับโอนต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n   \t     2.3 ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้ชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t\t   (1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t\t   (2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน\n\t\t   (3) มีสัญชาติไทย\n       \t \t   (4) บรรลุนิติภาวะหรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าว\n\t           (5) ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n        \t   (6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือ   มีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ\n        \t   (7) ไม่เคยได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลงเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการนั้น  และยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบฯ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุที่จำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ\n3. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n4. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสของเกษตรกรที่เสียชีวิต\n5. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้รับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล  กรณีไม่มีผู้รับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตตามที่กำหนดหรือมีแต่ไม่ขอรับหรือไม่มีคุณสมบัติ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงนั้นมาจัดใหม่เช่นเดียวกับกรณีปกติ\n\nหมายเหตุ : \n\t\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\t        3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n\t\t4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T15:52:44"],
    [3250,"9618e150-8cab-41d7-9b98-b7bdec501cb5","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม","การขอรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตาม ส.ป.ก. 4-01 (กรณีรับจัดที่ดินแทนที่ ทายาทอื่น ๆ เต็มแปลง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-811a-42d2-980e-ced206f977af",73,0,7,"1. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร ซึ่งเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่\n   (ก) คู่สมรสเป็นอันดับแรก (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส)\n   (ข) บุตร (รวมถึงบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี/ บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วน้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะกรณีผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายก่อนครบกำหนด 10 ปี และมีเหตุอันควรให้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและจัดที่ดิน)\n   (ค) ทายาทลำดับอื่นของผู้เกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ได้แก่\n   \t(1) ผู้สืบสันดาน\n    \t(2) บิดา มารดา\n    \t(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน\n      \t(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน\n    \t(5) ปู่ ย่า ตา ยาย\n    \t(6) ลุง ป้า น้า อา\n2. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n    2.1 ต้องเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กล่าวคือ\n        (1) เป็นเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักหรือ \n        (2) เป็นเกษตรกรผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ผู้ยากจน/ ผู้ที่จบการศึกษาทางการเกษตรกรรม/ บุตรของเกษตรกร ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535\n    2.2 ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรและคนในครอบครัวเดียวกันต้องไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว (มีที่ดินเมื่อรวมกับคำขอรับโอนต้องไม่เกินกว่า 50 ไร่ หรือ 100 ไร่ แล้วแต่กรณี)\n    2.3 ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่\n\t(1) เป็นบุคคลธรรมดา\n\t(2) เป็นเกษตรกรตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดิน\n\t(3) มีสัญชาติไทย\n    \t(4) บรรลุนิติภาวะหรือยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพและมีความสามารถหรือประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าว\n       \t(5) ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบจนไม่สามารถประกอบเกษตรกรรมได้\n    \t(6) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือ\nมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอต่อการประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ\n    \t(7) ไม่เคยได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งสิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลงเพราะได้สละสิทธิหรือโอนสิทธิในที่ดินทั้งหมดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการนั้นและยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับการจัดที่ดินตามระเบียบฯ เว้นแต่ ในกรณีที่การสิ้นสิทธินั้นเกิดจากเหตุที่จำเป็นและสมควรหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ\n\t3. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรจะต้องรับภาระหนี้ค้างชำระซึ่งผู้โอนยังคงค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. ไปด้วย   \n\t4. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกรต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสของเกษตรกรที่เสียชีวิต\n\t5. ผู้ที่มีสิทธิรับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของเกษตรกร\nยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และห้ามมิให้รับการจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิต ในที่ดินที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระให้แก่เกษตรกรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจะทำให้เงื่อนไขหรือค่าภาระติดพันหรือหนี้สินค้างชำระหมดไป หรือผู้มีสิทธิรับจัดที่ดินแทนที่เกษตรกรผู้เสียชีวิตต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและได้รับอนุญาตจากศาล  \nหมายเหตุ : \n\t\t1. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไข เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา\n\t\t2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n3. กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จำนวนการถือครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแจ้งตอบกลับจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ จะไม่นำระยะเวลาดังกล่าวมานับรวม\n4. ทั้งนี้จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2023-11-21T15:54:06"],
    [3251,"94e56e0d-5e31-4566-818f-0a3e021da0c6","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","การแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-d572-4393-9c9e-bcf56e2962ef",2,0,4,"ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา ให้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือต่อสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบ สลพ.05 โดยให้แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่จะเลิกการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา","2022-04-06T22:52:46"],
    [3252,"94e56e0d-5c18-46d6-83a6-d9c35c0b0f37","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","การแจ้งการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-d29d-43ce-b941-38c392b737e0",4,0,8,"1. ให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญาแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงาน ดังนี้       1.1 กรณีที่มีการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญาเป็นครั้งแรก หรือมีการเลิกการประกอบธุรกิจไปแล้วแต่กลับมาประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญาใหม่ ให้แจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา ตามแบบ สลพ.01พร้อมด้วยเอกสารประกอบ ก่อนการเผยแพร่เอกสารสำหรับการชี้ชวนให้แก่เกษตรกร       1.2 กรณีที่มีการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญาอยู่ก่อนแล้ว ให้แจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา ตามแบบ สลพ.01 และ สลพ.02 พร้อมด้วยเอกสารประกอบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการประกอบธุรกิจและการเลิกการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา มีผลใช้บังคับ    2. การแจ้งประกอบธุรกิจทางการเกษตรให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้       2.1 กรณีแจ้งด้วยตนเองหรือมอบให้บุคคลอื่นแจ้งแทน ณ สถานที่แจ้งในวันและเวลาราชการโดยผู้แจ้งสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการแจ้งการประกอบธุรกิจได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (https://www.opsmoac.go.th) หรือขอรับเอกสารแบบฟอร์ม ณ สถานที่แจ้ง และดำเนินการกรอกข้อมูลรายละเอียดตามแบบฟอร์มให้ครบถ้วน แล้วนำมายื่นพร้อมเอกสารประกอบ       2.2 กรณีแจ้งผ่านทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ให้ผู้แจ้งลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบ แล้วทำรายการโดยบันทึกข้อมูลการประกอบธุรกิจลงในแบบฟอร์มให้ครบถ้วนทางเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (https://www.opsmoac.go.th) และพิมพ์แบบฟอร์มที่ทำรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลงลายมือชื่อผู้แจ้งและจัดส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการถ่ายโอนข้อมูล (upload) แบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลทางเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือนำมายื่นด้วยตนเอง ณ สถานที่แจ้ง    3. เมื่อผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้แจ้งการประกอบธุรกิจแล้ว ให้ถือว่ามีผลเป็นการแจ้งการประกอบธุรกิจตั้งแต่วันที่สำนักงานได้รับแจ้งการประกอบธุรกิจหรือในวันที่ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งผ่านทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซต์ แล้วแต่กรณี    ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรนำส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจะแจ้งไปยังผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร ให้จัดส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วนโดยผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรต้องดำเนินการตามที่ร้องขอภายในระยะเวลา 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรรายนั้นไม่ประสงค์จะแจ้งการประกอบธุรกิจที่ยื่นไว้แล้วนั้นอีกต่อไป","2025-10-07T16:36:33"],
    [3253,"94e56e26-fdeb-4c05-a37a-578ca8751e77","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)","การขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-3f7f-4721-93bd-6ce13280a6e3",270,0,1,"1. แนวทางและขอบเขตการสนับสนุนการวิจัย    สวก. จะสนับสนุนทุนวิจัยภายใต้กรอบการวิจัยที่กำหนด และผลการวิจัยที่ได้ต้องมีเป้าหมายของผลผลิต และผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีตัวชี้วัดที่แสดงถึงการบรรลุเป้าหมายในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในด้านความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ทั้งเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ เวลา และต้นทุน ตลอดจนมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนที่จะนำผลผลิตจากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากผลลัพธ์ที่ได้จากงานวิจัยโดยตรง    2. เงื่อนไขการเสนอข้อเสนอการวิจัย    ข้อเสนอการวิจัยต้องมีลักษณะครบถ้วนทุกข้อ ดังต่อไปนี้    2.1 มีประเด็นวิจัยตามกรอบการวิจัยที่กำหนด    2.2  ข้อเสนอโครงการวิจัยต้องมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน และไม่จำเป็นต้องมีหลายข้อ    2.3  คณะผู้วิจัยมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำงานวิจัยในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง    2.4  ข้อเสนอโครงการจะต้องมีงบประมาณที่เหมาะสม และระบุขอบเขตของแผนการดำเนินงานพร้อมทั้งมีระยะการวิจัยที่ชัดเจน    2.5  ข้อเสนอโครงการวิจัยที่เสนอขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย ต้องมีเป้าหมายของผลผลิตและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง    2.6  ข้อเสนอโครงการควรมีการร่วมมือระหว่างภาคเอกชน สถาบันวิจัย หน่วยงานของรัฐและมหาวิทยาลัย ตลอดจนเครือข่ายวิสาหกิจ เพื่อเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยต่อไป    2.7  ข้อเสนอการวิจัยหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อเสนอการวิจัยนี้ ต้องไม่อยู่ในข้อเสนอการวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนวิจัยอื่น กรณีมีการต่อยอดจากงานวิจัยเดิมต้องแสดงขอบเขตการดำเนินงานระหว่างงานเดิม และงานใหม่และต้องมีหนังสือยินยอมจากหน่วยงานเจ้าของผลงานเดิมให้นักวิจัยนำทรัพย์สินทางปัญญาจากการวิจัยมาดำเนินการวิจัยต่อยอด หาก สวก.ตรวจพบว่า ข้อเสนอการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนซ้ำซ้อนหรือมีการดำเนินการวิจัยมาแล้ว สวก.ขอสงวนสิทธิในการยกเลิกการสนับสนุนทุนวิจัย และเรียกเงินทุนวิจัยคืน    2.8  กรณีโครงการวิจัย เป็นการดำเนินงานในลักษณะการวิจัยร่วม (Co-funding) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ครุภัณฑ์ หรือสิ่งก่อสร้าง จากหน่วยงานอื่น ให้แสดงรายละเอียดการสนับสนุนดังกล่าวโดยระบุงบประมาณในแต่ละรายการในข้อเสนอการวิจัย พร้อมทั้งแสดงหนังสือรับรองจากหน่วยงานนั้นๆ    2.9  กรณีที่เป็นการวิจัยที่ใช้คนหรือสัตว์ในการทดลอง จะต้องส่งข้อเสนอการวิจัยพร้อมใบรับรองการอนุมัติให้ดำเนินการวิจัยหรือ Certificate of Approval ที่ออกโดยคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย ของสถาบันหรือมหาวิทยาลัย และกรณีที่นักวิจัยมีการดำเนินการวิจัยโดยใช้สิ่งมีชีวิตที่ตัดต่อพันธุกรรม (GMO) ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง    2.10  กรณีที่เป็นโครงการความร่วมมือกับสถาบันหรือนักวิจัยต่างประเทศ ให้ปฏิบัติตามระเบียบสภาวิจัยแห่งชาติว่าด้วยการอนุญาตให้นักวิจัยชาวต่างประเทศเข้ามาทำการวิจัยในประเทศไทย พ.ศ.2550    2.11  กรณีเป็นโครงการวิจัยที่มีการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพ ให้ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการในการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพ และการได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากทรัพยากรชีวภาพ พ.ศ. 2554    2.12  หัวหน้าโครงการและนักวิจัยร่วมทุกท่าน ต้องลงนามรับรองในข้อเสนอการวิจัยให้ครบถ้วน         3. คุณสมบัติของหัวหน้าโครงการวิจัย    ผู้มีสิทธิขอรับทุนจะต้องเป็นบุคลากรในภาครัฐหรือเอกชนที่มีสภาพเป็นนิติบุคคล โดยมีลักษณะดังนี้    3.1  มีสัญชาติไทย มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย และมีหลักฐานการทำงานมั่นคง    3.2  มีศักยภาพในการบริหารการวิจัยและ/ หรือการบริหารจัดการ    3.3 มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดีในวิทยาการด้านใดด้านหนึ่งเกี่ยวกับการวิจัยในข้อเสนอการวิจัยที่ขอรับทุนมีศักยภาพ ความพร้อมด้านวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการวิจัยที่จะดำเนินการวิจัยได้สำเร็จ    3.4  สามารถปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัยได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับทุน รวมทั้งสามารถดำเนินการวิจัยให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีคุณภาพ    3.5 ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานระดับอธิบดี อธิการบดี หรือเทียบเท่าของภาครัฐที่ผู้อำนวยการแผนงานสังกัดอยู่หรือกรรมการผู้จัดการใหญ่หรือเทียบเท่าในส่วนของภาคเอกชน ให้ความเห็นชอบและรับรอง    3.6  เป็นผู้มีจริยธรรมตามจรรยาบรรณนักวิจัย         4. การพิจารณาข้อเสนอการวิจัย    4.1 สวก. จะพิจารณาข้อเสนอการวิจัยตามแนวทางที่ สวก. กำหนด โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการของ สวก.    4.2 สวก. ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาความเหมาะสมของคณะนักวิจัย โดยจะตรวจสอบสถานะการรับทุนและความสามารถในการปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัย    4.3 สวก. จะให้ความสำคัญกับข้อเสนอโครงการวิจัยที่มีการระบุผู้ใช้ผลงานวิจัยอย่างชัดเจนหรือมีหลักฐานรองรับ    4.4 สวก. ขอสงวนสิทธิในการบูรณาการข้อเสนอการวิจัยเป็นแผนงานวิจัยเดียวกันทั้งนี้หากข้อเสนอการวิจัยสามารถบูรณาการทางวิชาการร่วมกันได้         5. การส่งข้อเสนอโครงการวิจัย    5.1 ลงทะเบียนส่งข้อเสนอโครงการวิจัยที่เว็บไซด์ www.nrms.go.th ให้ตรงตามที่กรอบการวิจัยที่ สวก. ประกาศ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด ยืนยันการลงทะเบียนส่งข้อเสนอโครงการวิจัยให้สมบูรณ์ และแนบไฟล์ข้อเสนอการวิจัยในรูปแบบ MS word และ PDF พร้อมไฟล์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง     5.2 หลังจากนักวิจัยได้ลงทะเบียนส่งข้อเสนอโครงการวิจัยเรียบร้อยแล้ว ให้จัดพิมพ์ข้อเสนอโครงการ และให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานต้นสังกัดของหัวหน้าโครงการวิจัย หรือระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าของหน่วยงานภาครัฐ หรือกรรมการผู้จัดการใหญ่หรือเทียบเท่าของภาคเอกชน และหัวหน้าโครงการวิจัยหรือผู้อำนวยการแผน และนักวิจัยร่วมทุกท่าน ลงนามรับรองในข้อเสนอโครงการวิจัยให้ครบถ้วน พร้อมสำเนา 4 ชุด รวมเป็น 5 ชุด พร้อมแผ่านบันทึกข้อมูล 1 แผ่น    5.3 นำส่งข้อเสนอโครงการในข้อ 5.2 มายังสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยสามารถนำส่งเอกสารได้ทั้งทางไปรษณีย์ หรือนำส่งด้วยตนเอง         6. การแจ้งผลการพิจารณา    ผลการจัดสรรทุนวิจัย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จะแจ้งผ่านทางเว็บไซด์ www.arda.or.th    7. การทำสัญญาระหว่าง สวก. กับหน่วยงานผู้รับทุน    7.1 กรณีเป็นการวิจัยที่ใช้คนหรือสัตว์ในการทดลอง จะต้องขออนุมัติการดำเนินการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของสถาบันหรือมหาวิทยาลัย ให้จัดส่งสำเนาเอกสารการอนุมัติหรือ Certificate of Approval เพื่อประกอบการทำสัญญา    7.2 กรณีที่นักวิจัยมีการดำเนินการวิจัยโดยใช้สิ่งมีชีวิตที่ตัดต่อพันธุกรรม (GMO) ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้จัดส่งสำเนาเอกสารการขออนุมัติหรือ Certificate of Approval เพื่อประกอบการทำสัญญา    7.3 กรณีที่เป็นโครงการความร่วมมือกับสถาบันหรือนักวิจัยต่างประเทศ ให้ปฎิบัติตามระเบียบสภาวิจัยแห่งชาติว่าด้วยการอนุญาตให้นักวิจัยชาวต่างประเทศเข้ามาทำการวิจัยในประเทศไทย พ.ศ.2550 ทั้งนี้ให้จัดส่งสำเนาเอกสารการอนุมัติเพื่อประกอบการทำสัญญา    7.4 กรณีเป็นโครงการวิจัยที่มีการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพ ให้ปฎิบัติตามระเบียบคณะกรรมการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพและการได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากทรัพยากรชีวภาพ พ.ศ. 2554 ทั้งนี้ ให้จัดส่งสำเนาเอกสารการอนุมัติเพื่อประกอบการทำสัญญา","2021-11-17T13:39:24"],
    [3254,"94e56e27-0046-4fc9-b97c-e8b856bfd680","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)","คู่มือนักวิจัยสำหรับผู้ที่ได้รับทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-428a-4ffb-9c3a-a4ff4fc75d6d",1,0,1,null,"2021-11-17T13:39:24"],
    [3255,"95d0d581-a7ee-4bf7-8217-f35e08ab3b8a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ","การขึ้นทะเบียน การต่ออายุและการเพิ่มขอบข่ายการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-e6a5-4f9c-88a9-d2ed39247fc6",8,0,7,"1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ\nผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n1.1 เป็นห้องปฏิบัติการที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมการตรวจวิเคราะห์\nทางห้องปฏิบัติการ\n1.2 ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนการรับรองตามขอบข่ายที่ยื่นขอการรับรอง เว้นแต่พ้นระยะ 6 เดือน\n1.3 ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ  ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม\n1.4 ไม่เป็นผู้ถูกดำเนินคดี หรือเป็นผู้ที่มีตัวแทนที่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารที่จะนำมาใช้ประกอบการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน เว้นแต่คดีจะยุติว่าผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหานั้น และในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด ผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนสามารถยื่นคำขอได้ เมื่อพ้นกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าว\n1.5 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพื่อรับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่ง อันเนื่องมาจากมีพฤติการณ์ หรือมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำขอ หรือตัวแทนกระทำการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดดังกล่าว\n\n2. เอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน\n2.1 แบบคำขอดำเนินการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการด้านสินค้าเกษตรและอาหารที่มีความสามารถดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 \n2.2 สำเนาเอกสารการจัดตั้งนิติบุคคล ที่มิได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์\n2.3 หนังสือมอบอำนาจผู้แทนยื่นคำขอและติดอากรแสตมป์ พร้อมเลขประจำตัวประชาชนของ\nผู้มอบอำนาจและของผู้แทนยื่นคำขอซึ่งยินยอมให้ผู้อนุญาตเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น (กรณีผู้มีอำนาจ\nลงนาม มิได้ยื่นคำขอด้วยตนเอง)\n2.4 สำเนาเอกสารการรับรองห้องปฏิบัติการจากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ และเอกสารขอบข่าย\nการทดสอบและตรวจวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการ\n2.5 สำเนาแผนที่ตั้งห้องปฏิบัติการ\n2.6 เอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ แนะนำองค์กร / หน่วยงาน ของผู้ยื่นคำขอ (ถ้ามี)\n2.7 เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)\n\n3. การดำเนินการเพื่อขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ\n3.1 การยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานพร้อมแนบหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ผ่านระบบ CAB Services \n3.2 ผู้ยื่นคำขอต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ประกาศ คำสั่ง รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนด\n3.3 ผู้ยื่นคำขอต้องอนุญาตให้มีการสอบถามข้อมูล หลักฐาน ของห้องปฏิบัติการ และการปฏิบัติงานทดสอบและตรวจวิเคราะห์ที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง หรือเมื่อได้รับการร้องขอ\n3.4 สำนักงานจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ หากมีรายละเอียดไม่ถูกต้องและ / หรือไม่ครบถ้วน สำนักงานจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อส่งเอกสารเพิ่มเติม กรณีที่ผู้ยื่นคำขอขาดคุณสมบัติตามข้อ 1 เจ้าหน้าที่จะส่งคืนคำขอ\n3.5 สำนักงานจะขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเป็น \"ห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าเกษตรและอาหาร\" และจะขึ้นทะเบียนให้เฉพาะขอบข่าย (Scope) ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ และจะไม่ขึ้นทะเบียนรายการทดสอบที่อยู่นอกเหนือขอบข่ายความรับผิดชอบของสำนักงาน โดยห้องปฏิบัติการจะต้องตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของเอกสารการรับรองห้องปฏิบัติการที่ได้รับจาก  “หน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ” ก่อนยื่นคำขอขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการกับสำนักงาน\n3.6 ใบขึ้นทะเบียนที่ออกให้แก่ห้องปฏิบัติการตามข้อ 5.5 มีอายุคราวละ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกและเอกสารแนบท้ายมีอายุตามที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ \n\nสำนักงานจะออกใบขึ้นทะเบียนและเอกสารแนบท้ายให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยมีชื่อและที่อยู่ของห้องปฏิบัติการตามเอกสารการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ที่ออกให้โดยหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ\n\n4. ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ\n4.1 ผู้ยื่นคำขอลงทะเบียนเข้าใช้งานการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการผ่านระบบ CAB Services (https://cabservices.acfs.go.th) \n4.2 ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบคำขอดำเนินการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการผ่านระบบ CAB Services \n4.3 เจ้าหน้าที่ตรวจความถูกต้องและทบทวนเอกสาร กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือ กรณีที่มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข เจ้าหน้าที่จะคืนคำขอให้กับผู้ยื่นคำขอ\n4.4 เจ้าหน้าที่ขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ โดยจัดทำใบขึ้นทะเบียนและเอกสารแนบท้ายเสนอต่อผู้มีอำนาจของสำนักงานลงนาม\n4.5 แจ้งให้ผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทราบและดาวโหลดเอกสารผ่านระบบ CAB Services \n\n5. เงื่อนไขการขึ้นทะเบียน\nผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n5.1 รักษาไว้ซึ่งระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ตลอดระยะเวลาที่ได้รับการขึ้นทะเบียน\n5.2 ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นใด อันจะมีผลต่อการดำรงรักษาไว้ซึ่งความเป็นกลางและความซื่อตรงในการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงาน\n5.3 ส่งมอบเอกสารหลักฐานรวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่สำนักงานเมื่อได้รับการร้องขอ\n5.4 ห้องปฏิบัติการจะต้องมีนโยบายเกี่ยวกับการจ้างเหมาช่วง (Subcontracting) ซึ่งการจ้างเหมาช่วงในการทดสอบและวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการสามารถทำได้ แต่ห้องปฏิบัติการดังกล่าวต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานและต้องแจ้งให้สำนักงานทราบ\n5.5 ให้ความร่วมมือแก่สำนักงาน เช่น ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในห้องปฏิบัติการและส่วนที่เกี่ยวข้องได้ หรือให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติการทดสอบต่างๆ เพื่อตรวจติดตามความสามารถของห้องปฏิบัติการได้ หรือจัดเตรียมตัวอย่างและสิ่งต่าง ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอเพื่อตรวจติดตาม เป็นต้น \n5.6 สำนักงานอาจมีการทบทวนการขึ้นทะเบียนของห้องปฏิบัติการ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อกิจกรรมการทดสอบและวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการทั้งทางด้านความสามารถและ / หรือศักยภาพในการทดสอบและวิเคราะห์สินค้าเกษตร\n5.7 กรณีที่ห้องปฏิบัติการมีความประสงค์ขยายขอบข่ายการขึ้นทะเบียน หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใบขึ้นทะเบียนหรือเอกสารแนบท้าย เช่น แก้ไขชื่อหรือที่อยู่ของห้องปฏิบัติการ หรือขอบข่ายการขึ้นทะเบียน หรือลดขอบข่ายการขึ้นทะเบียน ให้ดำเนินการผ่านระบบ CAB Services โดยกรอกรายละเอียดตามแบบคำขอ และแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามข้อ 2\n5.8 ต้องไม่นำใบขึ้นทะเบียนไปใช้ หรืออ้างถึงในทางที่ทำให้เกิดความเสียหาย หรืออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการได้รับการยอมรับความสามารถ ตามใบขึ้นทะเบียนนั้น ๆ\n5.9 การออก Test Report เพื่อประกอบการขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) เพื่อการส่งออก ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการเก็บตัวอย่าง การตรวจวิเคราะห์ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามประเภทของสินค้าเกษตรและอาหารชนิดนั้นๆ\n\n6. การนับเวลาดำเนินการ\nสำนักงานจะเริ่มนับเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารแล้วเห็นว่าครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และกดรับคำขอในระบบ CAB Services โดยผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ผ่านทางระบบ CAB Services\n\n7. การต่ออายุใบขึ้นทะเบียนและเอกสารแนบท้าย\nผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนที่ประสงค์จะต่ออายุใบขึ้นทะเบียนหรือเอกสารแนบท้าย \nให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานโดยกรอกรายละเอียดตามแบบคำขอ และแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามข้อ 2 \nให้สำนักงานทราบล่วงหน้าก่อนใบขึ้นทะเบียนสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 45 วัน หากไม่ดำเนินการขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าห้องปฏิบัติการยกเลิกการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการกับสำนักงาน\n\nกรณีที่ห้องปฏิบัติการอยู่ระหว่างการต่ออายุการรับรองความสามารถจากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ ให้แจ้งสำนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งส่งหลักฐานยืนยันการคงสถานะการได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการให้สำนักงานทราบ สำนักงานจะคงสถานการณ์ขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการให้แก่ห้องปฏิบัติการดังกล่าว \n\n8. การลดขอบข่ายและการพักใช้ใบขึ้นทะเบียน \n8.1 การลดขอบข่ายการขึ้นทะเบียน\n   สำนักงานจะพิจารณาลดขอบข่ายการขึ้นทะเบียนโดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ\n8.2 การพักใช้การขึ้นทะเบียน\n   กรณีที่ 1 ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียน ไม่สามารถรักษาระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการตามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ และ/หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนด สำนักงานจะแต่งตั้งคณะทบทวนให้พิจารณาพักใช้การขึ้นทะเบียน และประกาศรายชื่อห้องปฏิบัติการที่ถูกพักใช้ใบขึ้นทะเบียนบนหน้าเว็บไซต์ CAB Services โดยระยะเวลาการพักใช้ไม่เกิน 90 วัน \n   กรณีที่ 2 หน่วยรับรองห้องปฏิบัติการพักใช้การรับรอง สำนักงานจะดำเนินการพักใช้การขึ้นทะเบียน\nโดยมีระยะเวลาเป็นไปตามที่หน่วยรับรองห้องปฏิบัติการกำหนด\n\nสำนักงานจะยกเลิกการพักใช้การขึ้นทะเบียน เมื่อผู้ถูกพักใช้การขึ้นทะเบียนแสดงให้เห็นว่าสามารถปฏิบัติตามระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการตามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนด สำนักงานจะพิจารณายกเลิกการพักใช้การขึ้นทะเบียนตามขอบข่ายเดิมหรือบางส่วนตามความเหมาะสม\n\n9. การเพิกถอนและการยกเลิกการขึ้นทะเบียน\n9.1 การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน สำนักงานจะแต่งตั้งคณะทบทวนให้พิจารณาเพิกถอนการขึ้นทะเบียนในกรณีดังต่อไปนี้\n9.1.1 ห้องปฏิบัติการเลิกประกอบกิจการที่ได้รับการรับรอง\n9.1.2 ห้องปฏิบัติการเป็นบุคคลล้มละลาย\n9.1.3 ห้องปฏิบัติการถูกเพิกถอนการรับรองจากหน่วยรับรองห้องปฏิบัติการ\n9.1.4 ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสำนักงาน รวมทั้งข้อกำหนด กฎ ระเบียบ ของการรับรองห้องปฏิบัติการได้\n9.1.5 ห้องปฏิบัติการมีความผิดในกรณีออกใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ (Test Report) เป็นเท็จโดยเจตนา\n\n9.2 การยกเลิกการขึ้นทะเบียน แบ่งออกเป็น 2 กรณี\nกรณีที่ 1 ใบขึ้นทะเบียนเก่าสิ้นอายุและไม่ประสงค์ต่ออายุการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ สำนักงานจะถือเป็นการยกเลิกการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ\nกรณีที่ 2 ใบขึ้นทะเบียนของผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนยังไม่สิ้นอายุ ให้ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนแจ้งให้สำนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 45 วัน \n\nผู้ถูกยกเลิก/เพิกถอนการขึ้นทะเบียน ต้องยุติการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานทั้งหมด และสำนักงานจะยุติการเผยแพร่รายชื่อห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานบนระบบ CAB Services\n\n10. การอุทธรณ์\n10.1 ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่ถูกลดขอบข่าย พักใช้ เพิกถอนการขึ้นทะเบียน สามารถยื่นอุทธรณ์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อสำนักงานได้ภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่สำนักงานมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการขึ้นทะเบียน หรือการลงโทษให้ทราบ\n10.2 สำนักงานจะแต่งตั้งคณะพิจารณาอุทธรณ์เพื่อพิจารณาคำอุทธรณ์ โดยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นอุทธรณ์ทราบภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์\n10.3 ระหว่างการพิจารณาคำอุทธรณ์ยังไม่สิ้นสุด ให้ถือว่าผลการพิจารณาการขึ้นทะเบียนหรือการลงโทษเดิมยังมีผลใช้บังคับอยู่\n10.4 ผลการตัดสินของคณะพิจารณาอุทธรณ์ ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด\n\n11. การร้องเรียน\n11.1 การร้องเรียนให้ยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสำนักงาน\n11.2 สำนักงานจะดำเนินการพิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าว แล้วแจ้งให้ผู้ที่ร้องเรียนทราบภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับข้อร้องเรียน\n\n12. การรักษาความลับ\n12.1 สำนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากผู้ยื่นคำขอ ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้เป็นความลับ ไม่นำไปเปิดเผยกับบุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ยื่นคำขอ /ห้องปฏิบัติการ เป็นลายลักษณ์อักษร หรือตามที่กฎหมายกำหนด\n12.2 สำนักงานจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ยื่นคำขอ / ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอันเนื่องมาจากความลับนี้ได้แพร่งพรายสู่บุคคลภายนอก เว้นแต่เกิดจากความบกพร่องของสำนักงาน\n\n13. การแสดงเครื่องหมาย\n\tห้ามมิให้ห้องปฏิบัติการแสดงเครื่องหมายใดๆ ของสำนักงานในใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ (Test Report) เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อประชาสัมพันธ์อื่นใดของห้องปฏิบัติการ\n\n14. อื่น ๆ\n14.1 ในกรณีที่มีการแก้ไขข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนสำนักงานจะแจ้งให้ห้องปฏิบัติการทราบเป็นลายลักษณ์อักษร\n14.2 ในกรณีที่ห้องปฏิบัติการย้ายสถานที่ประกอบกิจการหรือโอนกิจการที่ได้รับใบขึ้นทะเบียนให้แก่ผู้อื่นให้ถือว่าใบขึ้นทะเบียนนั้นสิ้นสุดลง ห้องปฏิบัติการจะต้องทำหนังสือแจ้งต่อสำนักงานเป็นลายลักษณ์อักษรภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน\n14.3 สำนักงานจะไม่รับผิดชอบในการกระทำใด ๆ ของห้องปฏิบัติการที่ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต \nหรือไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด","2025-02-10T10:53:57"],
    [3256,"99beda56-25c6-42bd-b5ce-7c5717670204","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ","การรับรองระบบงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99bed53e-0e34-4b6b-9f2e-3f924ce12e47",371,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองระบบงาน\nhttps://www.acfs.go.th/#/attachfile-multi3/condition","2024-01-05T14:22:59"],
    [3257,"9cc14243-e895-46c9-a6f1-95f507321385","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ","การขออนุญาต การต่ออายุ การขอใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน และการย้ายสถานที่ทำการของผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-e268-48cd-b6d9-7d8d734ce2dd",8,0,9,"1. การขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน\n   ผู้ประสงค์จะขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (https://www.acfs.go.th) โดยให้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานตามแบบ มกษ. 12 ซึ่งสำนักงานจะออกใบอนุญาตตามแบบ มกษ. 13 โดยใบอนุญาตมีอายุคราวละ 3 ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต\n\n1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n    1) เป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าเกษตร\n    2) มีห้องปฏิบัติการของตนเอง หรือใช้ห้องปฏิบัติการของผู้อื่นที่มีข้อตกลงในการใช้บริการทดสอบวิเคราะห์ โดยห้องปฏิบัติการต้องมีขีดความสามารถและคุณสมบัติที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดทั่วไปว่าด้วยความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบ และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ในรายการทดสอบ/วิเคราะห์ตามข้อกำหนดของมาตรฐานสินค้าเกษตร หรือได้รับการรับรองตามมาตรฐานอื่นที่สำนักงานยอมรับ และขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน เว้นแต่ในกรณีที่การตรวจสอบมาตรฐานไม่จำเป็นต้องมีหรือใช้ห้องปฏิบัติการ\n    3) มีการจัดระบบองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดังต่อไปนี้\n       3.1) กรณีขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานด้านระบบการจัดการความปลอดภัยอาหารที่ออกตาม พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เช่น หลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร: การปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดี (มกษ. 9023) หรือ ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมและแนวทางในการนําไปใช้ (มกษ. 9024) ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานต้องได้รับการรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17021 ว่าด้วย เรื่องการตรวจสอบรับรอง : ข้อกำหนดสำหรับหน่วยตรวจประเมินและให้การรับรองระบบการจัดการ\n       3.2) กรณีขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานด้านการรับรองผลิตภัณฑ์ที่ออกตาม พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เช่น การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (มกษ. 9001) เกษตรอินทรีย์ : การผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และการจําหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ (มกษ. 9000) ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานต้องได้รับการรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17065 ว่าด้วยเรื่องการตรวจสอบและรับรอง : ข้อกำหนดสำหรับหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และ การบริการ\n       3.3) กรณีขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานด้านหน่วยตรวจตามมาตรฐานที่ออกตาม พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เช่น การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (มกษ. 9001) ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานต้องได้รับการรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17020 ว่าด้วยเรื่องการตรวจสอบและรับรอง : ข้อกำหนดสำหรับหน่วยตรวจ\n    4) ผู้แทนนิติบุคคล หรือบุคคลอื่นใดซึ่งกระทําการแทนนิติบุคคลที่เป็นผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยเป็นผู้แทนนิติบุคคล หรือบุคคลอื่นใดซึ่งกระทําการแทนนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต\n\n1.2 ผู้ยื่นคำขอต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n    1) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต\n    2) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือหากเคยถูกเพิกถอน ต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี\n    3) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างการถูกตรวจสอบ หรือใช้ห้องปฏิบัติการที่อยู่ในระหว่างการถูกตรวจสอบว่ามีมูลกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการรับรองหรือการออกผลทดสอบหรือวิเคราะห์\n    4) ไม่เคยถูกดำเนินคดี หรือมีตัวแทนที่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี หรือใช้ห้องปฏิบัติการที่อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี ทั้งนี้เฉพาะในคดีอาญาสำหรับความผิดที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการรับรอง หรือการทดสอบวิเคราะห์ หรือการอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน เว้นแต่คดีจะถึงที่สุดว่าไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหานั้น หรือพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดในคดีดังกล่าว\n\n2. การต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน\n   ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ตามแบบ มกษ. 14 ก่อนที่ใบอนุญาตนั้นสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 45 วัน โดยสำนักงานจะดำเนินการออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่ ใบอนุญาตใหม่มีอายุคราวละ 3 ปี นับตั้งแต่วันหมดอายุของใบอนุญาตเดิม\n\n3. การขอใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน    \n   กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานต่อสำนักงาน ตามแบบ มกษ. 15 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือชำรุดเสียหาย ใบแทนใบอนุญาตเป็นไปตามแบบใบอนุญาตเดิม แต่มีข้อความว่า  “ใบแทน” โดยผู้มีอำนาจลงชื่อพร้อมทั้งลงวันเดือนปีที่ออกใบแทนใบอนุญาตกำกับไว้ด้วย\n\n4. การย้ายสถานที่ทำการของผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน\n   ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานยื่นคำขอย้ายสถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ตามแบบ มกษ. 16 สำนักงานจะทำการบันทึกแก้ไขการย้ายสถานที่ทำการลงในใบอนุญาตนั้น โดยวิธีสลักหลัง\n\n5. การยกเลิกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน\n   กรณีที่ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานเลิกประกอบกิจการหรือยกเลิกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สำนักงานทราบก่อนเลิกประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 60 วัน และต้องส่งใบอนุญาตคืนแก่สำนักงานภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เลิกประกอบกิจการหรือยกเลิกใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งให้ผู้มีอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ภายใน 15 วันทำการ นับจากวันที่ลงรับหนังสือแจ้งการเลิกประกอบกิจการหรือยกเลิกใบอนุญาต\n\n6. การพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน\n   ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ. หรือกฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 สำนักงานจะสั่งพักใช้ใบอนุญาต โดยผู้ถูกสั่งพักใช้จะประกอบกิจการตามใบอนุญาตไม่ได้ในช่วงเวลาที่ ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หากฝ่าฝืนสำนักงานจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาต โดยสำนักงานจะประกาศรายชื่อผู้ที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ผู้บริโภค หรือประชาชนทราบเพื่อประโยชน์แก่การคุ้มครองผู้บริโภคหรือประชาชน การสั่งพักใช้ใบอนุญาต รายละเอียดลักษณะความผิดที่ต้องพักใช้ใบอนุญาตและการกำหนดระยะเวลาพักใช้เป็นไปตาม พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551\n\n7. การเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน\n   สำนักงาน มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีที่ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม และไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดตามที่ระบุใน พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ซึ่งผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้น 2 ปี นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง และสำนักงานจะประกาศรายชื่อผู้ที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ผู้บริโภคหรือประชาชนทราบเพื่อประโยชน์แก่การคุ้มครองผู้บริโภค หรือประชาชน\n\n8. การอุทธรณ์\n   ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของสำนักงานต่อคณะกรรมการโดยให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อสำนักงานภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากสำนักงาน จากนั้นสำนักงานจะเสนอคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ และคณะกรรมการต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์จากสำนักงาน และเจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งผลการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ผู้ยื่นอุทธรณ์ทราบภายใน15 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วเสร็จ\n\n9. กรณีคำขอหรือ ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน\n   กรณีที่คำขอ หรือข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงานจะบันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และสำนักงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ \n \n\n10. การนับเวลาดำเนินงาน\n   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอ พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ตามที่ระบุในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n11. การแจ้งผลการพิจารณาให้การอนุญาตและการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต\n   เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการพิจารณาให้การอนุญาตแก่ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 8 วันทำการ นับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำขอ พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร และหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน รวมทั้งแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งจากสำนักงาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่า\nผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ขอรับการอนุญาต และสำนักงานจะจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ","2025-02-10T10:42:21"],
    [3258,"9df4e1b6-c454-4970-b88f-c46c04d6664a","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ","การขออนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ และการขอต่ออายุใบอนุญาต การขอใบแทนใบอนุญาต การขอย้ายสถานที่ทำการ และการเลิกประกอบกิจการ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-da22-4bbd-b175-ebdbd1f03097",5,0,6,"1.ผู้ใดที่ประสงค์จะเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ ต้องขอรับใบอนุญาต\nโดยดำเนินการสมัครสมาชิก ผ่านระบบ TAS - License (http://tas.acfs.go.th) ตามที่ระบุในแบบฟอร์มพร้อมแนบไฟล์เอกสารและหลักฐานที่กำหนดในระบบ\n\n2.เมื่อดำเนินการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว หากประสงค์ขอรับใบอนุญาต ดังนี้\n- เป็นผู้ผลิตต้องยื่นคำขอรับตามแบบฟอร์ม มกษ. 1\n- เป็นผู้ส่งออกต้องยื่นคำขอรับตามแบบฟอร์ม มกษ. 3\n- เป็นผู้นำเข้าต้องยื่นคำขอรับตามแบบฟอร์ม มกษ. 5\nพร้อมแนบไฟล์เอกสารและหลักฐานที่กำหนดในระบบ ซึ่งสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ ณ กลุ่มงานอนุญาตและขึ้นทะเบียน กองควบคุมมาตรฐาน อาคาร 5 ชั้น 2 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือสามารถยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ TAS -License (http://tas.acfs.go.th)\n กรณีสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มอบหมายให้หน่วยงานอื่นของรัฐ เช่น กรมปศุสัตว์ ผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นคำขอโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ TAS - License (http://tas.acfs.go.th) ได้เช่นกัน และสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ได้โดยตรง\n\n 3. ผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าที่ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (มาตรา 21)\n (1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์\n (2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n (3) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n (4) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต\n (5) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี\n ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล ผู้แทนนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลอื่นใดซึ่งกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งและต้องไม่เคยเป็นผู้แทนนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลอื่นใดซึ่งกระทำการแทนนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตาม (5)\n\n4. ใบอนุญาตที่ได้รับจะมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต (มาตรา 22)\n\n5. ก่อนใบอนุญาตจะสิ้นอายุจะต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ก่อนใบอนุญาตจะสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 45 - 90 วัน\nโดยยื่นคำขอตามแบบฟอร์ม มกษ. 9 ตามที่ระบุในแบบฟอร์มพร้อมแนบไฟล์เอกสารและหลักฐานที่กำหนดในระบบ ซึ่งสามารถยื่นได้ ณ กลุ่มงานอนุญาตและขึ้นทะเบียน กองควบคุมมาตรฐาน อาคาร 5 ชั้น 2 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือสามารถยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ TAS - License (http://tas.acfs.go.th)\n\n6. ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการของผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้านั้นที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (มาตรา 23)\n\n7. กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือชำรุดเสียหายนั้น (มาตรา 24) โดยต้องยื่นคำขอตามแบบฟอร์ม มกษ. 10 ตามที่ระบุในแบบฟอร์มพร้อมแนบไฟล์เอกสารและหลักฐานที่กำหนดในระบบ ซึ่งสามารถยื่นได้ ณ กลุ่มงานอนุญาตและขึ้นทะเบียน กองควบคุมมาตรฐาน อาคาร 5 ชั้น 2 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือสามารถยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ TAS-License (http://tas.acfs.go.th)\n\n8. กรณีที่มีความประสงค์ที่จะย้ายสถานที่ทำการจะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่สำนักงานมอบหมายก่อน (มาตรา 25) จะต้องยื่นคำขอย้ายสถานที่ทำการตามแบบฟอร์ม มกษ. 11 ตามที่ระบุในแบบฟอร์มพร้อมแนบไฟล์เอกสารและหลักฐานที่กำหนดในระบบ ซึ่งสามารถยื่นได้ ณ กลุ่มงานอนุญาตและขึ้นทะเบียน กองควบคุมมาตรฐาน อาคาร 5 ชั้น 2 สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือสามารถยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ TAS - License (http://tas.acfs.go.th)\n\n9. กรณีที่มีความประสงค์จะเลิกประกอบกิจการจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่สำนักงานมอบหมาย ทราบ ล่วงหน้าก่อนเลิกประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 60 วัน และเมื่อเลิกประกอบกิจการแล้วจะต้องส่งใบอนุญาตคืนให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่สำนักงานมอบหมายก่อน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการ (มาตรา 26)\n\n10. หากผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าใดที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว หากปรากฎต่อมาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สำนักงานจะมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้นได้ โดยจะสั่งได้ครั้งละไม่เกินสามเดือน และผู้ที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะประกอบกิจการตามใบอนุญาตในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้นไม่ได้ (มาตรา 50)\n\n11. สำนักงานจะมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ เมื่อปรากฏเหตุดังต่อไปนี้ (มาตรา 51)\n1. ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 หรือตามมาตร 21\n2. ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตแล้วมากระทำความผิดอีกภายใน 5 ปี\n3. ผู้รับใบอนุญาตได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจหรือต่อประโยชน์สาธารณะ\n4. ผู้รับใบอนุญาตกระทำความผิดตามมาตราต่อไปนี้\n(1) ไม่ขอรับการรับรองจากผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน (มาตรา 60)\n(2) ไม่ดำเนินการจัดเก็บสินค้าเกษตรตามคำสั่งของสำนักงาน (มาตรา 67)\n(3) เลียนแบบเครื่องหมายรับรองสำหรับแสดงกับสินค้าเกษตรเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อ (มาตรา 68)\n(4) ใช้เครื่องหมายรับรองโดยไม่ได้รับการรับรอง (มาตรา 69)\n(5) ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน เพื่อให้มีการออกผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานโดยมิชอบ (มาตรา 71 วรรคหนึ่ง)\n(6) ทำใบรับรองมาตรฐานหรือรายงานการตรวจสอบมาตรฐานขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติม หรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดในใบรับรองหรือรายงานดังกล่าวอันเป็นเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นใบรับรองหรือรายงานที่แท้จริง (มาตรา 72 วรรคหนึ่ง)\n(7) ผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าใช้ใบรับรองมาตรฐานหรือรายงานการตรวจสอบมาตรฐานที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จ (มาตรา 73)\n(8) ถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือเครื่องหมายอันพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับหรือหมายไว้ในสิ่งใดๆ ในการปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานในการยึด อายัด หรือรักษาสิ่งนั้นๆ (มาตรา 74)\n(9) โฆษณา จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ หรือแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโดยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าสินค้าเกษตรนั้นไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน (มาตรา 75) ผู้ที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จะขอรับใบอนุญาตใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง\n \n12. กรณีที่ผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าไม่พอใจคำสั่งของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการได้โดยยื่นเป็นหนังสือต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติได้ภายใน30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของสำนักงาน (มาตรา 57) การอุทธรณ์นี้ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของสำนักงาน เว้นแต่จะมีการสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยคณะกรรมการ\n\n13. กรณีคำขอหรือเอกสาร หลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลที่ต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 7 วันทำการ เจ้าหน้าที่ที่รับคำขอจะยกเลิกคำขอนั้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n\n14. เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติคำขอเรียบร้อยแล้วระบบ TAS-License จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมโดยอัตโนมัติ และหลังจากผู้มีอำนาจลงนามในใบอนุญาตแล้ว ผู้ยื่นคำขอสามารถพิมพ์ใบอนุญาตและใบเสร็จรับเงินได้ด้วยตนเองผ่านระบบ หรือจะจัดส่งใบอนุญาตกรณีที่ลงนามในอนุญาตในรูปแบบเอกสาร\n\n15. ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารครบถ้วน ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในระบบเรียบร้อยแล้ว","2025-04-29T13:38:30"],
    [3259,"9df4ec0b-fd3d-4d87-9ae0-ff571281eda8","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ","การขอกำหนดรหัสในการใช้และแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสำหรับสินค้าเกษตร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ae26ff0-606d-4285-bf43-d2aebf748be4",2,0,2,"ผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้า ที่ประสงค์จะแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน จะต้องเป็นผู้ได้รับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ดังนี้\n(1) ผู้ผลิต\n          ผู้ผลิต หมายถึง ผู้ผลิตสินค้าเกษตร เมื่อผู้ผลิตที่ยื่นคำขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ต่อผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ไปตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ผลิตในประเทศ และผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงเป็นผู้มีสิทธิ์จัดทำและแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ผลิตที่ได้รับใบรับรอง และลดขั้นตอนในการตรวจสอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงให้ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน เป็นผู้ยื่นคำขออนุมัติรหัสเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และแจ้งผลการอนุมัติรหัสให้ผู้ผลิตที่ได้รับใบรับรองนำไปจัดทำและแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานต่อไป \n\n(2) ผู้ส่งออก\n          ผู้ส่งออก หมายถึง ผู้ที่รับสินค้าเกษตรมาเพื่อส่งออก ผู้ส่งออกที่ยื่นคำขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ต่อผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่จะส่งออก และผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นคำขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงเป็นผู้มีสิทธิ์จัดทำและแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกได้รับใบรับรอง และลดขั้นตอนในการตรวจสอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงให้ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน เป็นผู้ยื่นคำขออนุมัติรหัสเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และแจ้งผลการอนุมัติรหัสให้ผู้ส่งออกได้รับใบรับรอง นำไปจัดทำและแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานต่อไป\n\n(3) ผู้นำเข้า\n          ผู้นำเข้า หมายถึงผู้นำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ สามารถได้รับการรับรองได้ 3 กรณี ดังนี้\n          กรณีที่ 1 นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรา 27 และมาตรา 31 วรรค 1 เมื่อผู้นำเข้าที่ยื่นคำขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ต่อผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ไปตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ผลิตในต่างประเทศ และเมื่อผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว ผู้นำเข้าที่ยื่นคำขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงเป็นผู้มีสิทธิ์จัดทำและแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้นำเข้าที่ได้รับใบรับรอง และลดขั้นตอนในการตรวจสอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงให้ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน เป็นผู้ยื่นคำขออนุมัติรหัสเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และแจ้งผลการอนุมัติรหัสให้ผู้นำเข้าที่ได้รับใบรับรอง นำไปจัดทำและแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานต่อไป\n          กรณีที่ 2 นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรา 29 เมื่อผู้นำเข้าประสงค์จะนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่มีมาตรฐานทัดเทียมกับมาตรฐานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด สินค้าเกษตรนั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ หรือได้รับการยอมรับความสามารถจากหน่วยรับรองระบบงานของประเทศต้นทาง และประเทศต้นทางกับประเทสไทยต้องมีข้อตกลงหรือความร่วมมือระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการยอมรับผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานซึ่งกันและกันด้วย สามารถตรวจสอบรายชื่อประเทศที่มีมาตรฐานทัดเทียมและได้รับการยอมรับผลการตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ http://www.acfs.go.th/qmark/equivalent.php ให้ผู้นำเข้าเป็นผู้ยื่นคำขออนุมัติรหัสเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง และสามารถแสดงรหัสเครื่องหมายรับรองหลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้งการยอมรับผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ \nเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่\n- คำขอรหัสเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน สำหรับสินค้าเกษตรนำเข้า (แบบ กบร.01)\n- สำเนาใบรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศ\n          กรณีที่ 3 นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรา 30 โดยผู้นำเข้าประสงค์จะนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่มีมาตรฐานแตกต่างจากมาตรฐานสินค้าเกษตร สามารถกระทำได้ 2 กรณี\n          1) สินค้าเกษตรนั้นจะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ของไทย จากผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของต่างประเทศที่ มกอช. ให้ความเห็นชอบ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของต่างประเทศได้จากเว็บไซต์ http://www.acfs.go.th/qmark/fcab.php \n          2) สินค้าเกษตรนั้นจะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลที่ มกอช. ให้ความเห็นชอบ จากผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของต่างประเทศที่ มกอช. ให้ความเห็นชอบ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายการมาตรฐานสากล และรายชื่อผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของต่างประเทศที่ มกอช. ให้ความเห็นชอบได้จากเว็บไซต์ http://www.acfs.go.th/qmark/worldclass.php ให้ผู้นำเข้าเป็นผู้ยื่นคำขออนุมัติรหัสเครื่องหมายรับรองมาตรฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง และสามารถแสดงรหัสเครื่องหมายรับรองหลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้งการยอมรับผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ \nเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่\n- คำขอรหัสเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน สำหรับสินค้าเกษตรนำเข้า (แบบ กบร.01)\n- สำเนาใบรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศ","2025-04-29T13:41:32"],
    [3260,"9df4ee6a-8c55-4985-bef9-13814c77c4b7","PUBLISHED","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ","การแจ้งการส่งออก และนำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-ddfa-445c-9042-f8c2f2f1a35b",2,0,2,"- ผู้ที่ประสงค์จะส่งออก หรือนำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ส่งออกหรือนำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับเท่านั้น\n- เมื่อประสงค์ที่จะส่งออก หรือนำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ จะต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ก่อนการส่งออกหรือนำเข้าทุกครั้ง โดยใช้แบบฟอร์ม ได้แก่ หนังสือแจ้งการส่งออก (มกษ. 7) หรือ หนังสือแจ้งการนำเข้า (มกษ. 8) โดยแจ้งผ่านระบบ TAS-License ได้ทาง http://tas.acfs.go.th \n- หากมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาเอกสาร ต้องลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้ครบถ้วนทุกฉบับ\n- กรณีคำขอหรือเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น หรือภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอจะยกเลิกคำขอนั้นในระบบ โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ\n- ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบคำขอหรือเอกสารและหลักฐาน ถูกต้องครบถ้วนแล้ว\n- กรณีเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุง การทำลาย การส่งกลับคืน หรือการรอไว้ซึ่งสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกหรือนำเข้านั้น หรือตามที่หน่วยงานกำหนด ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย","2025-04-29T13:36:43"],
    [3261,"94e56e0e-9bcc-4548-9911-2e4e2992e0cf","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การโอนรถ    (พ.ร.บ.การขนส่งทางบกพ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-85fc-4757-9996-1c88a1d4f234",1,200,4,"การโอนรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและหลักฐานประกอบคำขอในแต่ละกรณี  (1) การโอนสิทธิ์รถ       (ก) หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข สัญญาเช่า(แบบลิสซิ่ง)         หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน       (ข) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี  (2) การโอนสิทธิการใช้รถ       (ก) หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (ขส.บ.11) ของผู้โอน       (ข) หลักฐานการโอนสิทธิการใช้รถ เช่น สัญญาเช่าซื้อ หนังสือโอนสิทธิการเช่าซื้อสัญญาเข้าร่วมกิจการ              หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกสหกรณ์เดินรถซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกิจการกับสหกรณ์เดินรถ       (ค) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี  (3) การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิการใช้รถ       (ก) หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (ขส.บ.11) ของผู้โอน       (ข) หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าซื้อ สัญญาชื้อขายโดยมีเงื่อนไข สัญญาเช่า(แบบลิสซิ่ง)หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน       (ค) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี  (4). กรณีการโอนรถโดยการรับมรดกที่ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก(เอกสารเพิ่ม)        (ก) ภาพถ่ายคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก        (ข) หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และผู้จัดการมรดก(ถ้ามี)ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่าหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี  (5). การโอนรถโดยการรับมรดกมีพินัยกรรม (เอกสารเพิ่ม)       (ก) ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก       (ข) พินัยกรรมพร้อมภาพถ่าย       (ค) หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม (ถ้ามี) ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี    (6). การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรมและไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก(เอกสารเพิ่ม)       (ก) ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก       (ข) หลักฐานประจำตัวทายาทซึ่งเป็นผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี  (7). การโอนรถโดยคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย (เอกสารเพิ่ม)        (ก) คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือหนังสือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายให้โอนรถกับผู้รับโอนแล้วแต่กรณี พร้อมทั้งรายละเอียดของรถคันดังกล่าว        (ข) หลักฐานประจำตัวผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะบียนนิติบุคคลแล้วแต่กรณี  (8.) หลักฐานการบรรจุและถอนรถ (บัญชี ขส.บ.11)    (9.) พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของผู้ประกอบการรายใหม่    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน                2. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T16:56:15"],
    [3262,"94e56e0d-7527-4214-9c0c-2c8b8fc64960","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การตรวจสอบข้อมูลประวัติผู้ประจำรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d19-f04c-42ea-9e2e-95fb8831220a",1,20,3,"1. ยื่นคำขอด้วยตนเองต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงและใบอนุญาตผู้ประจำรถฉบับจริง พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาใบอนุญาตผู้ประจำรถซึ่งรับรองสำเนาถูกต้อง    2. กรณีมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งรับรองสำเนาถูกต้อง และใบอนุญาตผู้ประจำรถฉบับจริงพร้อมสำเนาใบอนุญาตผู้ประจำรถของผู้มอบอำนาจซึ่งรับรองสำเนา ถูกต้อง","2022-03-16T15:41:02"],
    [3263,"94e56e0d-81e6-4651-ab89-e725367e7df0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การพิจารณาให้ความเห็นชอบรถบรรทุกเฉพาะกิจ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-0004-4ae9-aa3c-d5ec7aeccba7",30,0,6,"ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับความเห็นชอบรถรถบรรทุกเฉพาะกิจให้ยื่นคำขอ ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด  ทั่วประเทศ พร้อมเอกสารยืนยันตัวตน รายละเอียดรถ เป็นต้น โดยมีรายละเอียดตามประกาศสำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย  เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการในการขอความเห็นชอบ และการให้ความเห็นชอบแบบรถหรือคัสซีรถที่มีเครื่องกำเนิดพลังงาน ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 และประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้ความเห็นชอบคัสซีและ  ตัวถังรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ 6 ลักษณะ 7 และลักษณะ 8 พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 ต้องปฏิบัติตามกฎ ประกาศ ระเบียบ ดังนี้    1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    2. กฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551    3. กฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550    4. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะ ระบบการทำงานและระบบประสิทธิภาพห้ามล้อ และการให้ความเห็นชอบแบบคัสซีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554    5. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ให้ความเห็นชอบกระจกนิรภัยที่ใช้เป็นกระจกกันลมและส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจกสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545    6. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2541    7. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือการติดไฟของระบบไอเสียของรถที่ใช ้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 11 กันยายน 2552    8. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของที่มีขนาดของรถแตกต่างไป  จากที่กำหนดในกฎกระทรวง พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2557    9. ประกาศกรมการขนส่งทางบก  กําหนดประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ที่ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถก่อน การตรวจสภาพรถเพื่อต่ออายุทะเบียน พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2558    10. ประกาศกรมการขนส่งทางบก ประกาศกรมการขนส่งทางบกเรื่อง กำหนดคุณลักษณะ สี ขนาด จํานวน และตำแหน่ง การติดตั้งรวมทั้งประเภทและลักษณะของรถที่ต้องมีอุปกรณ์หรือแผ่นสะท้อนแสง พ.ศ. 2560 ลงวันที่22 มีนาคม 2560     11. กฎ ประกาศ ระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง            ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้องและ/หรือมีข้อบกพร่องเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-16T19:46:19"],
    [3264,"94e56e0d-6fcf-4a75-bba8-94b22227315b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับใบอนุญาตผู้ฝึกสอนขับรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d19-ea91-477a-bec5-82c9e3017954",13,0,5,"ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ฝึกสอนขับรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบก กำหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้    (1) บัตรประจำตัวประชาชน ในกรณีผู้ขอเป็นคนต่างด้าว ให้ยื่นใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง และใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมืองหรือเอกสารหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักรที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศออกให้หรือใบอนุญาตทำงานตามกฎหมาย ว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว พร้อมด้วยภาพถ่าย    (2) ใบรับรองแพทย์แสดงว่าไม่เป็นโรคติดต่อที่เป็นอันตราย และไม่มีโรคประจำตัวอันอาจ เป็นอันตรายขณะขับรถ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิต    ฟั่นเฟือน ไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติด หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนดแต่ต้องออกก่อน วันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน    (3) ใบอนุญาตขับรถที่สามารถขับรถในชนิดที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ฝึกสอนขับรถ    (4) รูปถ่ายขนาด 3 x 4 เซนติเมตร จำนวน 3รูป ซึ่งเป็นรูปถ่ายครึ่งตัวหน้าตรงไม่สวมหมวก หรือแว่นตาเข้ม และไม่ใส่ผ้าคลุมใบหน้าหรือผ้าโพกศีรษะ เว้นแต่ผู้ซึ่งมีความจำเป็นตามศาสนานิกาย ของศาสนา หรือลัทธินิยมของศาสนาของตน และถ่ายก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 6 เดือน    (5) ผู้ยื่นคำขอต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามเกณฑ์การอบรมและทดสอบโดยมีผลการทดสอบในแต่ละวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 85","2022-03-16T15:36:08"],
    [3265,"94e56e0d-8491-4973-92dd-c8892f52cc4d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การพิจารณาให้ความเห็นชอบรถบรรทุกวัสดุอันตราย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-037c-44dd-aac1-da614eca546e",30,0,9,"ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับความเห็นชอบรถบรรทุกวัสดุอันตรายให้ยื่นคำขอ ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเอกสารยืนยันตัวตน รายละเอียดรถ เป็นต้น โดยมีรายละเอียดตามประกาศสำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย  เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการในการขอความเห็นชอบ และการให้ความเห็นชอบแบบรถหรือคัสซีรถที่มีเครื่องกำเนิดพลังงาน ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 และหรือประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้ความเห็นชอบคัสซีและตัวถังรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ 6 ลักษณะ 7 และลักษณะ 8 พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 ต้องปฏิบัติตามกฎ ประกาศ ระเบียบ ดังนี้    1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    2.. กฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551    3. กฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550    4. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะ ระบบการทำงานและระบบประสิทธิภาพห้ามล้อ และการให้ความเห็นชอบแบบคัสซีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554    5. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดรัศมีวงเลี้ยวและระยะท้ายปัดของรถ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2552    6. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ให้ความเห็นชอบกระจกนิรภัยที่ใช้เป็นกระจกกันลมและส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจกสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545    7. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2541    8. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 20 มกราคม 2557    9. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือการติดไฟของระบบไอเสียของรถที่ใช ้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 11 กันยายน 2552    10. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ป้ายอักษร ภาพและเครื่องหมายของรถบรรทุกวัตถุอันตราย พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2555    11. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดขนาด จำนวน และคุณภาพของเครื่องดับเพลิงสำหรับรถที่ใช้ในการ ขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ 4 (รถบรรทุกวัสดุอันตราย)พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 18 กันยายน 2556    12. ประกาศกรมการขนส่งทางบก ประกาศกรมการขนส่งทางบกเรื่อง กำหนดคุณลักษณะ สี ขนาด จํานวน และตำแหน่ง การติดตั้ง รวมทั้งประเภทและลักษณะของรถที่ตอ้งมีอุปกรณ์หรือแผ่นสะท้อนแสง พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2560       13. กฎ ประกาศ ระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้อง และ/หรือมีข้อบกพร่องเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ จะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-16T19:46:32"],
    [3266,"94e56e0d-7268-4a75-a7ed-a5c75ec5ba59","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ หรือเครื่องยนต์สำหรับรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d19-ed79-4758-b87b-576a50662bdb",1,5,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    กรณีรถใหม่    ขอจดทะเบียนกรุงเทพฯ              ยื่นคำขอ/หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถหรือเครื่องยนต์สำหรับรถ  ขอจดทะเบียนภูมิภาค (ต่างจังหวัด)                ยื่นคำขอ/หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถหรือเครื่องยนต์สำหรับรถ   หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2023-07-11T10:19:39"],
    [3267,"94e56e0d-877e-47a0-8f83-fd34806fcf82","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงที่เป็นผู้ผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-0704-4d0b-ac87-3bab1406e7a6",20,0,25,"1. ผู้ติดตั้งที่เป็นผู้ผลิต หมายความว่า ผู้ติดตั้งที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงกับรถที่ผู้ติดตั้งผลิต ซึ่งมีการกำหนดรหัสหรือรุ่นเป็นการเฉพาะ    2. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องไม่เป็นผู้ถูกยกเลิกการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ติดตั้ง เว้นแต่พ้นระยะเวลาถูกยกเลิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน    4. ให้ยื่นคำขอตามแบบตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน    5. กฎ ประกาศ ระเบียบ และแบบฟอร์มคำขอ ที่เกี่่ยวข้อง ดูรายละเอียดได้ที่ http://apps.dlt.go.th/ngv  มีดังนี้    5.1 กฎกระทรวง         (1) กฎกระทรวงกําหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550         (2) กฎกระทรวงกําหนดส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550    5.2 ประกาศกรมการขนส่งทางบก         (1) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความเห็นชอบและการยกเลิกการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ติดตั้งเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554         (2) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเลิกหนังสือให้ความเห็นชอบการเป็น ผู้ติดตั้งเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560    (3) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการติดตั้ง และการออกหนังสือรับรองการติดตั้งเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560         (4) เรื่อง กำหนดมาตรฐานเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2550         (5) เรื่อง กําหนดลักษณะของเครื่องหมาย และวิธีการติดหรือแสดงเครื่องหมายแสดงการใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2550         (6) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความเห็นชอบและการยกเลิกการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554         (7) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเลิกหนังสือให้ความเห็นชอบการเป็น ผู้ติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560         (8) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการติดตั้ง และการออกหนังสือรับรองการติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560         (9) เรื่อง กําหนดมาตรฐานส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2550         (10) เรื่อง กําหนดลักษณะของเครื่องหมาย และวิธีการติดหรือแสดงเครื่องหมายแสดงการใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงของรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2550    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่กรณีที่เป็นระยะเวลาของผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการภายในกำหนดดังนี้         (1) หลังจากผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งจากกรมการขนส่งทางบกว่ามีข้อบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 45 วัน หากเลยกำหนดให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความประสงค์ขอความเห็นชอบ และให้คำขอเป็นอันตกไป       (2) หลังจากที่ได้รับแจ้งการเห็นชอบในหลักการจากกรมการขนส่งทางบก ในระยะเวลา 180 วัน ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งนัดเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกไปประเมินความสามารถ ณ สถานที่ประกอบกิจการ (เว้นแต่ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ติดตั้งที่เป็นผู้ผลิตในต่างประเทศ) หากเลยกำหนดให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความประสงค์ขอความเห็นชอบ และให้คำขอเป็นอันตกไป    7. ในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทนหรือมิได้มาดำเนินการด้วยตนเอง การยื่นเอกสารที่หน่วยงานราชการเป็นผู้ออกให้เพื่อใช้ประกอบคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอใช้สำเนาเอกสารแทนการใช้เอกสารหลักฐานฉบับจริง","2022-03-16T19:48:41"],
    [3268,"94e56e0d-77ae-4f52-b440-92c493ee411f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขออนุญาตใช้รถผิดประเภทและใช้รถทำการขนส่งนอกเส้นทางหรือนอกท้องที่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-f344-489c-b0be-e3c749c33286",1,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารหรือผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก จะขออนุญาตใช้รถทำการขนส่ง ผิดประเภท หรือใช้รถทำการขนส่งนอกเส้นทางเป็นการชั่วคราวได้เฉพาะกรณีดังนี้    1.ใช้เป็นรถโดยสารส่วนบุคคลเพื่อกิจธุระส่วนตัวของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ    2.ใช้เป็นรถโดยสารไม่ประจำทางเพื่องานของทางราชการ หรือเพื่องานกุศลหรือสาธารณะประโยชน์    3.ใช้เป็นรถโดยสารประจำทางรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางอื่น ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหา เนื่องจากรถโดยสารประจำทางในเส้นทางนั้นมีไม่เพียงพอ    4.ใช้เป็นรถโดยสารไม่ประจำทางได้เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็น เนื่องจากในจังหวัดนั้นไม่มีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารหรือมีจำนวนรถที่ใช้เพื่อการนั้นไม่เพียงพอ    5.ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งที่จะนำรถของตนไปใช้ตาม 1 , 2 , 3 หรือ 4 ต้องมีรถเหลืออยู่เกินกว่าจำนวนรถขั้นตำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง    6.ให้ผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งปิดหนังสืออนุญาตนั้นไว้ที่ด้านหน้าของรถตลอดเวลาที่นำรถไปใช้ทำการขนส่งผิดประเภทหรือใช้ทำการขนส่งนอกเส้นทางหรือนอกท้องที่    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:32:45"],
    [3269,"94e56e0d-7a2f-42f5-9a83-b9fed6383e3f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบรถบรรทุกและรถโดยสารสร้างประกอบรายคัน (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-f662-4ca9-9dd7-7b58f8f66feb",30,0,9,"ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับความเห็นชอบรถบรรทุกและรถโดยสารสร้างประกอบรายคันจะต้องยื่นเอกสารยืนยันตัวตน หลักฐานทางด้านตัวรถ รายละเอียดรถ และรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของตัวรถ ตามประกาศสำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย เรื่องเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบรถดัดแปลงและรถสร้างประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์เก่า ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2547 และต้องปฏิบัติตามกฎประกาศ และระเบียบ ดังนี้    1.ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องแบบและการจัดวางที่นั่งผู้โดยสารของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก พ.ศ. 2549    2. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องการกำหนดเกณฑ์กำลังของเครื่องกำเนิดพลังงานของรถที่ใช้ในการขนส่งสำหรับการให้ความเห็นชอบแบบคัสซีรถ ลงวันที่ 13 กันยายน 2549    3. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉินสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2552 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2550    4. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะระบบการทำงานและประสิทธิภาพห้ามล้อและการให้ความเห็นชอบแบบคัสซีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกพ.ศ.2554 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554    5. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดเกณฑ์การทรงตัวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร พ.ศ. 2555    6. ประกาศสำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย เรื่องเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบรถดัดแปลงและรถสร้างประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์เก่า ลงวันที่ 9 เมษายนพ.ศ.2547    7. พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.2541    8. พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟที่ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงต้องเป็นไปตามมาตรฐานพ.ศ.2552    9. ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินและผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทาน เรื่องห้ามใช้ ยานพาหนะที่มีน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนดหรือยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางพิเศษทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงสัมปทาน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2552    10.กฎ ประกาศ และระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้องดูรายละเอียดได้ที่ http://elaw.dlt.go.th/","2022-03-16T19:44:39"],
    [3270,"94e56e0d-7c9a-4c33-81ab-310d44f5b2c3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตให้ประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-f976-48da-8216-a514c803f689",33,1000,9,"ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตนั้นหมดอายุ และเมื่อยื่นคำขอแล้วจะประกอบการต่อไปได้จนกว่านายทะเบียนจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-03-16T19:45:02"],
    [3271,"94e56e0d-8a1a-46a8-a020-ca033df54c8d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-0adb-4815-a1b9-f72fa867e97c",20,0,33,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจเกี่ยวกับการตรวจและทดสอบหรือการติดตั้งระบบก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถ    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องไม่เป็นผู้ถูกยกเลิกการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบ เว้นแต่พ้นระยะเวลาถูกยกเลิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นับแต่วันที่ถูกยกเลิกครั้งหลังสุด    3. วิศวกรผู้ทำการตรวจและทดสอบต้องไม่เคยถูกลงโทษตามข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    4. ให้ยื่นคำขอตามแบบตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน    5. กฎ ประกาศ ระเบียบ และแบบฟอร์มคำขอ  ที่เกี่่ยวข้อง ดูรายละเอียดได้ที่ http://apps.dlt.go.th/ngv  มีดังนี้    5.1 กฎกระทรวง         (1) กฎกระทรวงกําหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551       (2) กฎกระทรวงกําหนดส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551    5.2 ประกาศกรมการขนส่งทางบก         (1) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560         (2) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเลิกหนังสือให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560         (3) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาการตรวจและทดสอบและการออกหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560         (4) เรื่อง กำหนดมาตรฐานเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551         (5) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560         (6) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเลิกหนังสือให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560         (7) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาการตรวจและทดสอบและการออกหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560         (8) เรื่อง กำหนดมาตรฐานส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551      6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ เจ้าหน้าที่รับคำขอตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่กรณีที่เป็นระยะเวลาของผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการภายในกำหนดดังนี้       (1) หลังจากผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งจากกรมการขนส่งทางบกว่ามีข้อบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 45 วัน หากเลยกำหนดให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความประสงค์ขอความเห็นชอบ และให้คำขอเป็นอันตกไป         (2) หลังจากที่ได้รับแจ้งการเห็นชอบในหลักการจากกรมการขนส่งทางบก ในระยะเวลา 180 วัน ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งนัดเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกไปประเมินความสามารถ ณ สถานที่ประกอบกิจการ หากเลยกำหนดให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความประสงค์ขอความเห็นชอบ และให้คำขอเป็นอันตกไป    7. ในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทนหรือมิได้มาดำเนินการด้วยตนเอง การยื่นเอกสารที่หน่วยงานราชการเป็นผู้ออกให้เพื่อใช้ประกอบคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอใช้สำเนาเอกสารแทนการใช้เอกสารหลักฐานฉบับจริง","2022-03-16T19:49:34"],
    [3272,"94e56e0d-7f2d-4eda-83fa-2280d4ccc591","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) กรณีบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d19-fcb7-4b81-bc19-f899a58024b3",1,5,11,"1. การยื่นคำขอ      1.1ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง พร้อมเอกสารประกอบการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง      1.2รถที่จะนำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างต้องเป็นรถใหม่ หรือเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก และใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร และไม่เป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุและทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ และเครื่องยนต์ต้องมีความจุกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร     1.3บุคคลธรรมดายื่นคำขอรับความเห็นชอบจำนวนรถได้เพียงคนละ 1 คัน เท่านั้น     1.4 ต้องมาดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน หากไม่นำรถมาจดทะเบียนภายในกำหนดดังกล่าว ให้ถือว่าการได้รับความเห็นชอบให้จดทะเบียนรถยนต์รับจ้างเป็นอันยกเลิก    2. เจ้าของรถยนต์รับจ้างบุคคลธรรมดาต้องการปฎิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้      2.1ต้องไม่ขับรถยนต์รับจ้างของตนเมื่อใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุ หรือระหว่างถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้      2.2 ไม่ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้ ผู้ซี่งมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือผู้ซึ่งถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้ เข้าขับรถยนต์รับจ้างของตน      2.3ในกรณีที่ยินยอมให้ผู้อื่นเข้าขับรถยนต์รับจ้างของตนจะจัดส่งประวัติคนขับรถของผู้นั้นตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหดให้ครบถ้วนถูกต้อง      2.4ต้องมารายงานตัวหรือจัดให้มีคนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้รับเรื่องร้องเรียนการกระทำความผิดของคนขับรถภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน หรือมาแจ้งเหตุผลหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายทะเบียนทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนได้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดรายงานตัว     2.5 ในกรณีที่ปรากฎในภายหลังว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างกระทำการหรือฝ่าฝืนหรือ  ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นายทะเบียนอาจเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างหรือระงับการดำเนินการ ใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างได้","2022-03-16T19:46:00"],
    [3273,"94e56e0d-8c97-4293-a6bc-d74ea4eed87c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-0da0-4419-8ecf-60f5d697bcbc",17,1500,23,"- ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตไม่สิ้นอายุ    - ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-06-08T10:43:27"],
    [3274,"94e56e0d-8f75-4149-a037-3ede6011f076","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-1141-4fc2-987b-f8379879a061",20,0,31,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจเกี่ยวกับการตรวจและทดสอบหรือการติดตั้งระบบก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถ    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องไม่เป็นผู้ถูกยกเลิกการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบ เว้นแต่พ้นระยะเวลาถูกยกเลิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นับแต่วันที่ถูกยกเลิกครั้งหลังสุด    3. วิศวกรผู้ทำการตรวจและทดสอบต้องไม่เคยถูกลงโทษตามข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ    4. ให้ยื่นคำขอตามแบบตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน    5. กฎ ประกาศ ระเบียบ และแบบฟอร์มคำขอ ที่เกี่่ยวข้อง ดูรายละเอียดได้ที่ http://apps.dlt.go.th/ngv  มีดังนี้    5.1 กฎกระทรวง         (1) กฎกระทรวงกําหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550         (2) กฎกระทรวงกําหนดส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550    5.2 ประกาศกรมการขนส่งทางบก         (1) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560         (2) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเลิกหนังสือให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560         (3) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาการตรวจและทดสอบและการออกหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2560         (4) เรื่อง กำหนดมาตรฐานเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2550         (5) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560       (6) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเลิกหนังสือให้ความเห็นชอบการเป็นผู้ตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560         (7) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาการตรวจและทดสอบและการออกหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2560    (8) เรื่อง กำหนดมาตรฐานส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2550    6. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่รับคำขอ ตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่กรณีที่เป็นระยะเวลาของผู้ยื่นคำขอ ต้องดำเนินการภายในกำหนดดังนี้         (1) หลังจากผู้ยื่นคำขอได้รับแจ้งจากกรมการขนส่งทางบกว่ามีข้อบกพร่องให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 45 วัน หากเลยกำหนดให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความประสงค์ขอความเห็นชอบ และให้คำขอเป็นอันตกไป         (2) หลังจากที่ได้รับแจ้งการเห็นชอบในหลักการจากกรมการขนส่งทางบก ในระยะเวลา 180 วัน ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งนัดเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกไปประเมินความสามารถ ณ สถานที่ประกอบกิจการ หากเลยกำหนดให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีความประสงค์ขอความเห็นชอบ และให้คำขอเป็นอันตกไป    7. ในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทนหรือมิได้มาดำเนินการด้วยตนเอง การยื่นเอกสารที่หน่วยงานราชการเป็นผู้ออกให้เพื่อใช้ประกอบคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอใช้สำเนาเอกสารแทนการใช้เอกสารหลักฐานฉบับจริง","2022-03-16T19:50:23"],
    [3275,"94e56e0d-91f4-444a-85c5-a3015d73ef42","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) กรณีนิติบุคคลขออนุญาตไม่เกิน 50 คัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-1477-44ad-bb71-2b8ffed1491c",12,5,20,"1. การยื่นคำขอ      1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน  พร้อมเอกสารประกอบการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง    1.2รถที่จะนำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างต้องเป็นรถใหม่ หรือเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก และใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร และไม่เป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุและทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ และเครื่องยนต์ต้องมีความจุกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร      1.3 ต้องมาดำเนินการจดทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน    2. การตรวจสถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษารถ ผู้ยื่นคำขอต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ภายในระยะเวลา 15 วัน หลังจากที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน    3. เงื่อนไขในการขออนุญาตจดทะเบียนรถเพิ่มเติมจากที่จดทะเบียนไว้แล้ว มีดังนี้      3.1 ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบและยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไว้ถูกต้อง     ครบถ้วน ดังนี้         (1) รถยนต์รับจ้างของผู้ยื่นคำขอที่มีอยู่เดิมต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปี         (2) ในกรณีมีรถยนต์รับจ้างครบอายุการใช้งาน หรือทะเบียนระงับตามกฎหมาย จะต้องส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถ         (3) ไม่ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้ ผู้ซึ่งมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือผู้ซึ่งถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้ เข้าขับรถยนต์รับจ้างของตนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ         (4) จัดทำประวัติคนขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง(5) ต้องมารายงานตัวหรือจัดให้มีคนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียน ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนการกระทำความผิดของคนขับรถภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน หรือมาแจ้งเหตุผลหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายทะเบียนทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดรายงาน ตัว       3.2 หากผู้ยื่นคำขอยังปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อน จึงสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนรถเพิ่มได้      3.3 ในกรณีที่ปรากฎในภายหลังว่า เจ้าของหรือผู้ครองครองรถยนต์รับจ้างกระทำการหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นายทะเบียนอาจเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างหรือระงับการดำเนินการ   ใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างได้","2022-03-16T19:52:01"],
    [3276,"94e56e0d-949d-461d-8725-59260fb5e39a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) กรณีนิติบุคคลขออนุญาตจดทะเบียนตั้งแต่ 51-100 คัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-1798-403d-b5d8-7c43c643b4b8",13,5,19,"1. การยื่นคำขอ      1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน  พร้อมเอกสารประกอบการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง    1.2รถที่จะนำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างต้องเป็นรถใหม่ หรือเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก และใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร และไม่เป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุและทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ และเครื่องยนต์ต้องมีความจุกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร      1.3 ต้องมาดำเนินการจดทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน    2. การตรวจสถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษารถ ผู้ยื่นคำขอต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ภายในระยะเวลา 15 วัน หลังจากที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน    3. เงื่อนไขในการขออนุญาตจดทะเบียนรถเพิ่มเติมจากที่จดทะเบียนไว้แล้ว มีดังนี้      3.1 ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบและยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไว้ถูกต้อง     ครบถ้วน ดังนี้         (1) รถยนต์รับจ้างของผู้ยื่นคำขอที่มีอยู่เดิมต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปี         (2) ในกรณีมีรถยนต์รับจ้างครบอายุการใช้งาน หรือทะเบียนระงับตามกฎหมาย จะต้องส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถ         (3) ไม่ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้ ผู้ซึ่งมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือผู้ซึ่งถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้ เข้าขับรถยนต์รับจ้างของตนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ         (4) จัดทำประวัติคนขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง(5) ต้องมารายงานตัวหรือจัดให้มีคนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียน ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนการกระทำความผิดของคนขับรถภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน หรือมาแจ้งเหตุผลหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายทะเบียนทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดรายงาน ตัว       3.2 หากผู้ยื่นคำขอยังปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อน จึงสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนรถเพิ่มได้      3.3 ในกรณีที่ปรากฎในภายหลังว่า เจ้าของหรือผู้ครองครองรถยนต์รับจ้างกระทำการหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นายทะเบียนอาจเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างหรือระงับการดำเนินการ   ใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างได้","2022-03-16T19:52:08"],
    [3277,"94e56e0d-9a4e-4247-9922-45e23a88dafd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-1e6c-46ee-a968-350aea997e1e",15,20,13,"คุณสมบัติของผู้ขอย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ    1. ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ ที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ    2. การย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ ต้องเป็นการย้ายอาคารสถานที่เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งให้กระทำได้เฉพาะการย้ายที่ตั้งภายในเขตจังหวัดเดิม หรือภายในเขตพื้นที่เดิม (เฉพาะกรุงเทพฯ) ที่เคยได้รับใบอนุญาตเท่านั้น       หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    3. ผู้ที่ประสงค์จะขอย้ายสถานที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ จะต้องยื่นคำขอย้ายสถานที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ ตามแบบ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้      3.1 กรณีผู้ยื่นคำขอมีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า ทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ครบถ้วนถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่นำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบ ณ สถานที่ที่จะจัดตั้งสถาน             ตรวจสภาพรถต่อไป        3.2 กรณีผู้ยื่นคำขอยังไม่มีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพรถ ทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า ทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือมีแต่ยังไม่ครบถ้วนถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่นำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณามีคำสั่งอนุญาตในหลักการ โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดให้มีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า ทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใดให้ครบถ้วนถูกต้อง ภายในกำหนดเวลา 180 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตในหลักการ           กรณีผู้ยื่นคำขอ มีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในวรรคหนึ่ง จะสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน2 ครั้ง ๆ ละไม่เกิน 30 วัน หากผู้ยื่นคำขอย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถไม่สามารถดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ ถือว่าคำขอย้ายที่ตั้งนั้นสิ้นสุดลง แต่ในกรณีที่ ผู้ยื่นคำขอได้จัดให้มีครบถ้วนถูกต้องตาม วรรคหนึ่งแล้วให้เจ้าหน้าที่นำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบ ณ สถานที่ที่จะย้ายสถานตรวจสภาพรถต่อไป    4. สถานตรวจสภาพรถที่จะได้รับอนุญาตให้ย้ายที่ตั้ง มีองค์ประกอบ ดังนี้     4.1 อาคารสถานที่ ซึ่งจัดให้มีพื้นที่สำหรับตรวจสภาพรถ ที่ทำการของผู้ปฏิบัติงาน ที่พักของผู้ใช้บริการ และห้องสุขา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด     4.2 ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า และทางออก ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด     4.3 เครื่องตรวจสภาพรถและอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถ ตามประเภทของสถานตรวจสภาพรถที่ยื่นคำขอย้ายที่ตั้ง ดังต่อไปนี้     (ก) สถานตรวจสภาพรถที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก     1) เครื่องทดสอบห้ามล้อ (Brake Tester)     2) เครื่องทดสอบศูนย์ล้อ (Sideslip Tester)     3) เครื่องทดสอบโคมไฟหน้า (Headlight Tester)     4) เครื่องวัดควันดำ (Smoke Meter)     5) เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)     6) เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Engine Tachometer)     7) เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ (Gas Analyser)     8) เครื่องวัดก๊าซรั่ว (Gas Leak Detecter)     9) เครื่องวัดความเข้มของฟิล์มกรองแสง (Tint Meter)     10) อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถ เช่น บ่อตรวจสภาพรถและกระจกเงา      11) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด     (ข) สถานตรวจสภาพรถที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสภาพรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์     1) เครื่องทดสอบห้ามล้อ (Brake Tester)     2) เครื่องทดสอบศูนย์ล้อ (Sideslip Tester)     3) เครื่องทดสอบโคมไฟหน้า (Headlight Tester)     4) เครื่องวัดควันดำ (Smoke Meter)     5) เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)     6) เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Engine Tachometer)     7) เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ (Gas Analyser)     8) เครื่องวัดก๊าซรั่ว (Gas Leak Detecter)     9) อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถ เช่น บ่อตรวจสภาพรถและกระจกเงา      10) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด     (ค) สถานตรวจสภาพรถที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์     1) เครื่องทดสอบโคมไฟหน้า (Headlight Tester)     2) เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)     3) เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Engine Tachometer)     4) เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ (Gas Analyser)     5) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด    4.4 อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก หรือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานและการควบคุมกำกับ และดูแลสถานตรวจสภาพรถ ดังต่อไปนี้     (ก) กล้องถ่ายภาพ (WEBCAM)     (ข) คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง     (ค) อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อระบบสารสนเทศ (ROUTER)     (ง) เครื่องพิมพ์ (Printer)     (จ) กล่องแปลงสัญญาณ (Interface box)     (ฉ) เครื่องดับเพลิง     (ช) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด    4.5 แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมืออื่นใดต้องเป็นไปตามที่อธิบดี ประกาศกำหนด    5. นายทะเบียนกลางจะอนุญาตให้ย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถได้ เมื่อ     (1) เอกสารและหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนด     (2) อาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางเข้า และทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถหรือเครื่องมืออื่นใด รวมทั้งป้ายสัญลักษณ์ประจำสถานตรวจสภาพรถ และป้ายข้อความต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนด     (3) ผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่เคยถูกลงโทษ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาโทษ     (4) ผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ        ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาต เป็นนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลนั้นต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (3) หรือเคยเป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม (3) ด้วย    6 การย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน    กฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้    1. กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555    2. ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2556    3. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจัดให้มีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใด และหลักเกณฑ์การย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555       4. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานและการควบคุม กำกับและดูแลสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555    5. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบห้ามล้อสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555    6. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบศูนย์ล้อสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555    7. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการตำเนินงานสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2556    8. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องวัดควันดำ เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ เครื่องวัดก๊าซรั่ว เครื่องวัดระดับเสียง เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์และเครื่องวัดความเข้มของฟิล์มกรองแสง สำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2562    9. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบโคมไฟหน้า สำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2556    10. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบโคมไฟหน้า สำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    กฎ ประกาศ ระเบียบดังกล่าวสามารถดูรายละเอียดที่ได้ที่เว็บไซต์ http://www.ratchakitcha.soc.go.th http://elaw.dlt.go.th หรือ http:krisdika.go.th    หมายเหตุ :กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาต ได้รับอนุญาตให้ย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ ให้สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่  1, 2, 3, 4, 5 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด แจ้งผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบอนุญาตฉบับจริงมาแก้ไขรายการที่อยู่ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1, 2, 3, 4, 5 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด ที่สถานตรวจสภาพรถนั้นตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี และลงทะเบียนเพื่อตรวจสอบระบบรายงานผลการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พร้อมทั้งทดสอบการเชื่อมต่อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เนื่องจากมีการย้ายสถานที่ติ้ดตั้งใหม่ก่อนจะเปิดดำเนินงานสถานตรวจสภาพรถต่อไป     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้อง และ/หรือมีข้อบกพร่อง เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ จะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 16.30 น.","2022-03-16T19:51:38"],
    [3278,"94e56e0d-9c88-486a-9e4f-916eb884832a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การถอนรถประเภทรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-2145-409e-a3fb-a54768e6d443",1,0,6,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    - รถที่ขอถอนมีอยู่ในบัญชี ขส.บ.11    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-04T11:29:50"],
    [3279,"94e56e0d-971f-4027-9d74-34fb0386f845","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การบรรจุรถประเภทรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-1a79-4381-8695-cfa2aa829720",1,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    -มีเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถว่างอยู่    หมายเหตุ   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-04T10:13:33"],
    [3280,"94e56e0d-9e9b-46d9-af6d-a32fe6aab138","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเปลี่ยนรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-2422-480b-98ec-6f78f0c4d88b",1,0,4,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-07T15:51:29"],
    [3281,"94e56e0d-a0cd-4829-bbe8-21fcd44682c6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-270e-463d-b72c-65eff67dae46",1,100,5,"- ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2023-07-07T21:49:05"],
    [3282,"94e56e0d-a2e6-4b48-a253-d1dfe18f68da","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) กรณีนิติบุคคลขอจดทะเบียนตั้งแต่ 101-200 คัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-2a44-45f0-9d3d-39802a873093",13,5,20,"1. การยื่นคำขอ      1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน  พร้อมเอกสารประกอบการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง    1.2รถที่จะนำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างต้องเป็นรถใหม่ หรือเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก และใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร และไม่เป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุและทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ และเครื่องยนต์ต้องมีความจุกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร      1.3 ต้องมาดำเนินการจดทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน    2. การตรวจสถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษารถ ผู้ยื่นคำขอต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ภายในระยะเวลา 15 วัน หลังจากที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน    3. เงื่อนไขในการขออนุญาตจดทะเบียนรถเพิ่มเติมจากที่จดทะเบียนไว้แล้ว มีดังนี้      3.1 ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบและยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไว้ถูกต้อง     ครบถ้วน ดังนี้         (1) รถยนต์รับจ้างของผู้ยื่นคำขอที่มีอยู่เดิมต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปี         (2) ในกรณีมีรถยนต์รับจ้างครบอายุการใช้งาน หรือทะเบียนระงับตามกฎหมาย จะต้องส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถ         (3) ไม่ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้ ผู้ซึ่งมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือผู้ซึ่งถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้ เข้าขับรถยนต์รับจ้างของตนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ         (4) จัดทำประวัติคนขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง(5) ต้องมารายงานตัวหรือจัดให้มีคนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียน ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนการกระทำความผิดของคนขับรถภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน หรือมาแจ้งเหตุผลหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายทะเบียนทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดรายงานตัว       3.2 หากผู้ยื่นคำขอยังปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อน จึงสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนรถเพิ่มได้      3.3 ในกรณีที่ปรากฎในภายหลังว่า เจ้าของหรือผู้ครองครองรถยนต์รับจ้างกระทำการหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นายทะเบียนอาจเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างหรือระงับการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างได้","2022-03-16T19:58:52"],
    [3283,"94e56e0d-a50f-4755-9865-1e9780457d15","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอปรับปรุงเงื่อนไขเกี่ยวกับสีรถ, สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และเครื่องหมายประจำรถ ที่กำหนดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสาร ไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-2d01-43f9-86b5-8a2fb83fff6f",10,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T11:14:39"],
    [3284,"94e56e0d-a74a-45b7-9f84-1dbdbd5317fa","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) กรณีนิติบุคคลขออนุญาตจดทะเบียนตั้งแต่ 200 คันขึ้นไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-3031-447c-9588-2d8e813fa4d5",15,5,17,"1. การยื่นคำขอ      1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน  พร้อมเอกสารประกอบการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง    1.2รถที่จะนำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างต้องเป็นรถใหม่ หรือเป็นรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก และใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร และไม่เป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุและทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ และเครื่องยนต์ต้องมีความจุกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร      1.3 ต้องมาดำเนินการจดทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน    2. การตรวจสถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษารถ ผู้ยื่นคำขอต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสถานที่ภายในระยะเวลา 15 วัน หลังจากที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน    3. เงื่อนไขในการขออนุญาตจดทะเบียนรถเพิ่มเติมจากที่จดทะเบียนไว้แล้ว มีดังนี้      3.1 ผู้ยื่นคำขอต้องตรวจสอบและยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไว้ถูกต้อง     ครบถ้วน ดังนี้         (1) รถยนต์รับจ้างของผู้ยื่นคำขอที่มีอยู่เดิมต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปี         (2) ในกรณีมีรถยนต์รับจ้างครบอายุการใช้งาน หรือทะเบียนระงับตามกฎหมาย จะต้องส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถต่อนายทะเบียนและนำใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถ         (3) ไม่ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้ ผู้ซึ่งมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือผู้ซึ่งถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทที่ใช้แทนกันได้ เข้าขับรถยนต์รับจ้างของตนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ         (4) จัดทำประวัติคนขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง(5) ต้องมารายงานตัวหรือจัดให้มีคนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียน ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้รับการร้องเรียนการกระทำความผิดของคนขับรถภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน หรือมาแจ้งเหตุผลหรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้นายทะเบียนทราบ ในกรณีที่ไม่สามารถมารายงานตัวหรือจัดให้คนขับรถของตนมารายงานตัวต่อนายทะเบียนได้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดรายงานตัว       3.2 หากผู้ยื่นคำขอยังปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอต้องทำการแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อน จึงสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนรถเพิ่มได้      3.3 ในกรณีที่ปรากฎในภายหลังว่า เจ้าของหรือผู้ครองครองรถยนต์รับจ้างกระทำการหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ นายทะเบียนอาจเพิกถอนทะเบียนรถยนต์รับจ้างหรือระงับการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างได้","2022-03-16T19:59:05"],
    [3285,"94e56e0d-a96b-4013-99c8-970bbdd0848f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแก้ไขรายละเอียดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-334b-4a6a-8d50-28ec05f99d07",1,0,5,"- ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    - ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T11:16:36"],
    [3286,"94e56e0d-b350-4db4-af46-e182f576ae92","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเรียนขับรถยนต์ของโรงเรียนการขนส่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-3fbb-44fe-a649-1fb346abf923",3,0,9,"หลักสูตรที่เปิดสอน    หลักสูตรขับรถยนต์ส่วนบุคคลนอกเวลาราชการ    ผู้สมัครเรียนขับรถต้องมาสมัครเรียนด้วยตนเองและมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้    1. คุณสมบัติของผู้สมัครเรียน    1.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 60 ปี    1.2 ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นชัดว่าไม่สามารถขับรถได้    1.3 ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ    1.4 ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน    1.5 ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย       หมายเหตุ ในกรณีเป็นชาวต่างชาติต้องมีความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาไทยได้           2.ผู้เรียนต้องนำรถยนต์มาเรียนเอง                                  3. การค้ำประกันความเสียหายผู้สมัครเรียนจะต้องจัดให้มีการค้ำประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของทางราชการในระหว่างเรียนโดยสามารถเลือกการค้ำประกันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้    3.1 ค้ำประกันด้วยเงินสด ใช้เงินสดจำนวน 2,000 บาท (สามารถถอนเงินค้ำประกันคืนได้เมื่อเรียนจบหลักสูตร และมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการหรือทรัพย์สินของผู้อื่น)    3.2 ค้ำประกันด้วยบุคคล โดยผู้ค้ำประกันต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้    (1) ข้าราชประจำ ที่ไม่ใช่ข้าราชการบำนาญ หรือข้าราชการการเมือง    (2) ข้าราชการตำรวจ ยศตั้งแต่จ่าสิบตำรวจขึ้นไป    (3) ข้าราชการทหาร    - ทหารบก ยศจ่าสิบเอกขึ้นไป    - ทหารเรือ ยศพันจ่าเอกขึ้นไป    - ทหารอากาศ ยศพันจ่าอากาศเอกขึ้นไป    (4) พนักงานรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรของรัฐและมีอายุงานไม่น้อยกว่า 3 ปี ที่มีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า15,000 บาท พร้อมหนังสือรับรองเงินเดือน    (5) พนักงานประจำธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารพาณิชย์ที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยซึ่งปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 15,000 บาท     โดยผู้ค้ำประกันต้องมาทำสัญญาค้ำประกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งนำบัตรประจำตัวข้าราชการ ที่เป็นบุคคลตามข้อ (1) ,(2) ,(3) พร้อมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการจำนวน 1 ชุด ในกรณีเป็นบุคลตามข้อ (4) และข้อ (5) ให้นำบัตรประจำตัวพนักงาน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวพนักงาน  จำนวน 1 ชุด และหนังสือรับรองการทำงานและเงินเดือนมาแสดง    4. ระยะเวลาในการเรียนและการทดสอบ    4.1 การเรียน    ผู้เรียนจะได้รับการนัดหมายเวลาเรียนภาคทฤษฎีและจะต้องเข้าเรียนตามเวลาที่กำหนด และเมื่อเรียน ภาคทฤษฎีครบ 5 ชั่วโมงแล้ว ผู้เรียนจะต้องทำการตกลงนัดหมายเวลาเรียนกับผู้สอนภาคปฏิบัติ (การเรียนภาคปฏิบัติ เรียนได้ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง) ทั้งนี้การเรียนภาคปฏิบัติจะเป็นการเรียนที่ไม่ต่อเนื่องซึ่งผู้เรียนจะต้องมีชั่วโมงเรียนให้ครบตามหลักสูตร และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ คือ ภาคทฤษฎีไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงและภาคปฏิบัติไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง และมีความสามารถตามเกณฑ์ที่กำหนด ถึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบ      ผู้เรียนต้องเรียนให้ครบตามหลักสูตร ภายในระยะเวลา90 วัน นับแต่วันที่เรียนภาคทฤษฎี    วันเวลาในการเรียน    ภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง    ภาคปฏิบัติ 10 ชั่วโมง (เรียนได้วันละไม่เกิน 2 ชั่วโมง)    -วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 06.30 - 08.30 น. ,16.30 - 20.30 น.    -วันหยุดราชการ เวลา 07.00 - 20.00 น.    4.2 การทดสอบ    ผู้ที่เรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติครบตามหลักสูตรที่กำหนด และมีความสามารถตามเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับการนัดหมายให้เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยผู้เรียนจะต้องเข้ารับการทดสอบให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับการนัดหมาย      ทั้งนี้หลักสูตร วันเวลา และระยะเวลาในการเรียน และค่าบำรุงการศึกษาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็นและเหมาะสม    5. การออกหนังสือรับรอง         เมื่อผู้เรียนผ่านการทดสอบผ่านตามหลักเกณฑ์แล้วจะได้รับหนังสือรับรองว่าผ่านการอบรม  และจบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนส่ง โดยต้องติดต่อขอรับหนังสือรับรอง ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับการนัดหมายหากไม่รับภายกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ในการรับหนังสือรับรอง หนังสือรับรองที่ออกให้มีอายุ 90 วัน นับแต่วันออก หากไม่ยื่นขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวภายในกำหนดถือว่าสละสิทธิ์    หมายเหตุ      *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าบำรุงการศึกษาต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    *** ระยะเวลาเฉลี่ยตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เป็นระยะเวลาที่ไม่รวมระยะเวลารอคอย ,ระยะเวลาดำเนินการรวมที่กำหนดไว้เป็นเวลาเฉลี่ยที่กำหนดไว้ตามกระบวนงาน ทั้งนี้การเรียนขับรถ เป็นการเรียนที่ไม่ต่อเนื่องผู้เรียนและผู้สอนจะต้องทำการตกลงนัดหมายเวลาเรียน ให้ครบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้","2022-03-16T15:38:17"],
    [3287,"94e56e0d-b7f4-4715-a706-929cf4c6ec5a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ฝึกสอนขับรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-45c8-4d0f-b91a-d03fcf8cb721",10,0,3,"(1) ใบรับรองแพทย์แสดงว่าไม่เป็นโรคติดต่อที่เป็นอันตราย และไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติด หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนดแต่ต้องออกก่อน วันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน    (2) ใบอนุญาตขับรถที่สามารถขับรถในชนิดที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ฝึกสอนขับรถ    (3) รูปถ่ายขนาด 3 x 4 เซนติเมตร จำนวน 3 รูป ซึ่งเป็นรูปถ่ายครึ่งตัวหน้าตรงไม่สวมหมวก หรือแว่นตาเข้ม และไม่ใส่ผ้าคลุมใบหน้าหรือผ้าโพกศีรษะ เว้นแต่ผู้ซึ่งมีความจำเป็นตามศาสนานิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมของศาสนาของตน และถ่ายก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 6 เดือน    (4) ผู้ยื่นคำขอต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามเกณฑ์การอบรมและทดสอบโดยมีผลการทดสอบในแต่ละวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 85","2022-03-16T15:43:32"],
    [3288,"94e56e0d-abd2-4a84-a683-48356a712b3f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การยกเลิกการประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-3655-41b9-b65d-6ed94bc460d8",1,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    - ไม่มีรถบรรจุในบัญชี ขส.บ.11    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T11:18:45"],
    [3289,"94e56e0d-b9ee-46f6-8f08-b5f471eab2b2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์บริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-4866-4e0e-ae2d-4800fc00064a",27,5,21,"- ผู้ใดประสงค์จะยื่นขอจดทะเบียนรถยนต์บริการ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ตามแบบที่  กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ    - ต้องยื่นคำขออนุญาตก่อนเวลา 15.30 น. เนื่องจาก ปิดรับชำระเงินค่าคำขอเวลา 15.30 น.    หลักเกณฑ์    - รถที่จะนำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์บริการต้องไม่เป็นรถที่เกิดอุบัติและทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขดัดแปลงจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ      -เครื่องยนต์ต้องมีความจุกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 1,800 ลูกบาศก์เซนติเมตร","2022-03-16T20:00:56"],
    [3290,"94e56e0d-ae00-430c-9b16-11234aff16ff","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอผ่อนผันการจดทะเบียนรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-391f-4826-82ff-1c9cb7b39b84",1,0,6,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    - รถที่ขอผ่อนผันเป็นรถที่อยู่ในบัญชี ขส.บ.11    - ต้องยื่นคำขอก่อนวันครบกำหนด    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-07T22:22:18"],
    [3291,"94e56e0d-bc74-4cb9-bb92-d5f11dbb0efe","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบรถหรือคัสซีรถจากผู้ผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-4ba8-4b0c-b54a-5e1b47415a35",30,0,10,"นิติบุคคลที่ประสงค์จะยื่นขอรับความเห็นชอบรถหรือคัสซีรถจากผู้ผลิตให้ยื่นคำขอ ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเอกสารยืนยันตัวตน รายละเอียดรถ เป็นต้น โดยมีรายละเอียดตามประกาศสำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการในการขอความเห็นชอบ และการให้ความเห็นชอบแบบรถหรือคัสซีรถที่มีเครื่องกำเนิดพลังงาน ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 และต้องปฏิบัติตามกฎ ประกาศ ระเบียบ ดังนี้    1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    2. กฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2551    3. กฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550    4. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะ ระบบการทำงานและระบบประสิทธิภาพห้ามล้อ และการให้ความเห็นชอบแบบคัสซีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554    5. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดรัศมีวงเลี้ยวและระยะท้ายปัดของรถ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2552    6. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉินสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 31 มกราคม 2551    7. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบและการจัดวางที่นั่งผู้โดยสารของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549    8. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ให้ความเห็นชอบกระจกนิรภัยที่ใช้เป็นกระจกกันลมและส่วนประกอบของตัวถังที่เป็นกระจกสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545    9. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ชนิด ประเภท และขนาดของเครื่องดับเพลิงที่ต้องมีไว้ประจำรถที่ใช้ในการขนส่งโดยสาร ลงวันที่ 11 มกราคม 2542    10. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2541    11. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ความสูงภายในสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก ลงวันที่ 11 มกราคม 2537    12. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555    13. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 20 มกราคม 2557    14. กฎ ประกาศ ระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    หมายเหตุ ระยะเวลาดำเนินการ 30 วันทำการสำหรับการขอรับความเห็นชอบรถหรือคัสซีรถไม่เกิน 1 แบบต่อเรื่อง หรือ 1คันต่อเรื่อง    1. ขอที่เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและไม่อยู่ในวิสัยที่เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาจะทำการตรวจสอบให้เสร็จสิ้นได้ในคราวเดียว หรือคำขอ ที่ยื่นผ่านสำนักงานขนส่งจังหวัดจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดหรือหาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาได้ในคราวเดียว เวลาดำเนินการจะเพิ่มขึ้น    2.ไม่นับรวมระยะเวลารอการตรวจสอบรถและการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของผู้ยื่คำขอ ทั้งนี้หากไม่แก้ไขข้อบกพร่องภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 30 วัน นับจากที่ได้รับหนังสือแจ้งข้อบกพร่อง จะถือว่าคำขอเป็นอันยกเลิก)","2022-03-16T20:49:54"],
    [3292,"94e56e0d-c33f-4c77-9e3a-ccc3eb28a84f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอถอนหลักทรัพย์รถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-5432-4e89-b144-46565cdc56e3",6,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T11:24:10"],
    [3293,"94e56e0d-b090-4157-80db-c5d62eaacf60","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบรถบรรทุกและรถโดยสารที่แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของตัวรถหรือเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-3c63-4c7f-9fc0-3332f839d4ba",30,0,8,"ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับความเห็นชอบรถบรรทุกและรถโดยสารที่แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของตัวรถหรือเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถจะต้องยื่นเอกสารยืนยันตัวตนหลักฐานทางด้านตัวรถรายละเอียดรถและรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของตัวรถ ตามประกาศสำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย เรื่องเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบรถดัดแปลงและรถสร้างประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์เก่า ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2547 และต้องปฏิบัติตามกฎประกาศ และระเบียบ ดังนี้    1. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ พ.ศ.2558    2. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบและการจัดวางที่นั่งผู้โดยสารของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและรถขนาดเล็ก พ.ศ. 2549    3. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การกำหนดเกณฑ์กำลังของเครื่องกำเนิดพลังงานของรถที่ใช้ในการขนส่งสำหรับการให้ความเห็นชอบแบบคัสซีรถ ลงวันที่ 13 กันยายน 2549    4.ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉินสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร (ฉบับที่ 2 )พ.ศ.2552 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2550    5. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะ ระบบการทำงานและประสิทธิภาพห้ามล้อและการให้ความ เห็นชอบแบบคัสซีสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ.2554 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554    6. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์การทรงตัวของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร พ.ศ. 2555    7. ประกาศสำนักวิศวกรรมและความปลอดภัย เรื่อง เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบรถดัดแปลงและรถสร้างประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์เก่า ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2547    8. พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.2551    9. พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟที่ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.2552    10. ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินและผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทาน เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด หรือยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางพิเศษ ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงสัมปทาน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2552    11.กฎ ประกาศ และระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้องดูรายละเอียดได้ที่ http://elaw.dlt.go.th/    ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ 30 วันทำการ ต่อ 1 เรื่อง/คัน","2022-03-16T19:59:55"],
    [3294,"94e56e0d-b5cb-410c-b212-6735c95abd89","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้การรับรองโรงเรียนสอนขับรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-42df-4310-ad7c-182112621091",184,20,2,"หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอเป็นไปตามระบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการรับรองโรงเรียนสอบขับรถ พ.ศ.2561 หมวดที่ 2 เรื่อง การรับรองโรงเรียนสอนขับรถ กล่าวคือ การรับรองโรงเรียนสอนขับรถแต่ละหลักสูตรการสอนขับรถต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้    (1) อาคารสถานที่ต้องมีขนาดเหมาะสมกับการรับรอง การอำนวยความสะดวกและการรับสมัครผู้เรียนขับรถ ซึ่งต้องประกอบด้วยห้องทำการ ห้องสุขา และห้องเรียนภาคทฤษฎีที่มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 30 ตารางเมตร แยกเป็นสัดส่วน มีสภาพเหมาะสมแก่การเรียนการสอน มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่มีเสียงดังจนเป็นที่รบกวนต่อการเรียนการสอน  (2) มีเครื่องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ซึ่งสามารถทดสอบสมรรถภาพของร่างกายตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด  (3) มีเครื่องทดสอบข้อเขียนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ  (4) มีอุปกรณ์สำหรับควบคุมกำกับดูแลการเรียนการสอนและการทดสอบอย่างน้อย ดังนี้  (ก) เครื่องอ่านข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนที่สามารถใช้งานกับระบบงานโรงเรียนสอนขับรถอิเล็กทรอนิกส์ (e-Classroom) ได้  (ข) เครื่องสแกนลายนิ้วมือที่สามารถใช้งานกับระบบงานโรงเรียนสอนขับรถอิเล็กทรอนิกส์ (e-Classroom) ได้  (ค) กล้องวงจรปิดในห้องทดสอบข้อเขียนที่สามารถมองเห็นได้ทั่วห้อง และสามารถเก็บข้อมูลไว้สำหรับการตรวจสอบได้อย่างน้อย 1 ปี  (5) มีหลักสูตรการสอน การอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และการวัดผลไม่ต่ำกว่าหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ  (6) ผู้ฝึกสอนขับรถทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ฝึกสอนขับรถจากกรมการขนส่งทางบก    หมายเหตุ    ส่วนรถฝึกหัดขับและสนามฝึกหัดขับรถ ห้องเรียนต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าว ว่าด้วยการขอรับรองโรงเรียนสอนขับรถแต่ละประเภท ซึ่งมีหลักสูตรการสอนขับรถที่ใช้เพื่อการขนส่งทางบก หลักสูตรการสอนขับรถยนต์และหลักสูตรการสอนขับรถจักรยานยนต์ (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในข้อ 11 (5)-(8) ข้อ 12 (2)-)(3) ข้อ 13 (2)-(4) และ ข้อ 14 ของระเบียบดังกล่าวซึ่งสามารถเปิดดูได้ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกที่ www.dlt.go.th หัวข้อ โรงเรียนสอบขับรถและผู้ฝึกสอนขับรถ","2022-03-16T15:39:11"],
    [3295,"94e56e0d-bef0-4bb7-be0c-838107c85f23","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การบรรจุรถประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-4e87-4cbf-85ae-959e981e0626",1,0,7,"1.รถคันที่ขอบรรจุต้องเป็นรถที่มาตรฐานตรงตามที่กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง    2.ในกรณีรถที่ขอบรรจุเป็นรถที่ยังไม่ได้ถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 ของใบอนุญาตประกอบการขนส่งเดิมก่อนรับจดทะเบียนรถตามที่ได้รับอนุมัติให้บรรจุรถใหม่ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการขอถอนรถคันนั้นออกจากบัญชี ขส.บ.11 ของใบอนุญาตประกอบการขนส่งเดิมก่อน    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T15:41:55"],
    [3296,"94e56e0d-c75e-4a82-9aa9-b92e147fa218","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนรถประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-5a3f-4f1d-800a-299c18819d8a",1,0,7,"การถอนรถและบรรจุรถ ซึ่งเป็นการจัดระเบียบรถผิดกฎหมายเป็นไปตามเงื่อนไชที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T15:33:51"],
    [3297,"94e56e0d-c115-4a5f-8b9b-fc049623ee0f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การถอนรถประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-5166-4495-922f-1390275f0100",1,0,11,"การถอนรถโดยสารประจำทางต้องไม่ทำให้มีรถเหลืออยู่ในบัญชี ขส.บ.11 ต่ำกว่าเงื่อนไขจำนวนรถขั้นต่ำของเส้นทางสายนั้น หากการถอนรถจะทำให้มีรถเหลืออยู่ในบัญชี ขส.บ.11 ต่ำกว่าเงื่อนไขจำนวนรถขั้นต่ำแล้ว ต้องนำรถเข้าบรรจุเปลี่ยนแทนในคราวเดียวกัน เว้นแต่กรณีเป็นการจัดระเบียบรถนั้นๆ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T15:36:34"],
    [3298,"94e56e0d-ce02-471e-87ad-8d0036bf820c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-62f6-4996-b003-f687ea5d290e",30,0,2,"ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับความเห็นชอบเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ให้ยื่นคำขอ      ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ พร้อมเอกสารยืนยันตัวตน รายละเอียดเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรง  ของเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ หนังสือรับรองของวิศวกรเครื่องกลซึ่งรับรองความมั่นคงแข็งแรงของเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบ และต้องปฏิบัติตามกฎ ประกาศ ระเบียบ ดังนี้    1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  2. กฎ ประกาศ ระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง","2022-03-16T20:01:59"],
    [3299,"94e56e0d-c557-47c9-90db-7a6a6a83fe21","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-5731-4eb0-9479-7ff9b875127c",35,1500,26,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ผู้ขอต้องไม่เคยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทเดียวกันมาก่อน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-06-08T11:26:28"],
    [3300,"94e56e0d-dd45-4e21-b826-89a17816982b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบรถพ่วงและรถกึ่งพ่วง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-778f-4535-8925-d01cb09a0f58",30,0,6,"ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับความเห็นชอบรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงให้ยื่นคำขอ ณสำนักวิศวกรรมยานยนต์ หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด   ทั่วประเทศ พร้อมเอกสารยืนยันตัวตน รายละเอียดรถ และรายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของรถ เป็นต้น โดยมีรายละเอียดตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้ความเห็นชอบคัสซีและตัวถังรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ลักษณะ 6 ลักษณะ 7 และลักษณะ 8 พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 และต้องปฏิบัติตามกฎ ประกาศ ระเบียบ ดังนี้    1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม     2. กฎ ประกาศ ระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง    ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ 30 วันทำการ ต่อ 1 เรื่อง / แบบ / คัน","2022-03-16T20:03:34"],
    [3301,"94e56e0d-c97e-410d-b1d4-215bc6a05ff3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแก้ไขรายละเอียดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-5d48-438b-b97d-d6d026e1ce09",1,0,6,"* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:03:06"],
    [3302,"94e56e0d-eb35-4a1d-b31b-98329ed67ec8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง เส้นทางหมวด 3 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-8a4a-4df9-967c-4e77e5a8d179",202,7000,21,"นายทะเบียนกลางขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณาคำขอรับอนุญาตประกอบการขนส่งของผู้ยื่นคำขอในกรณี ดังนี้    1.เอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 ( พ.ศ.2524)    2.ไม่มีแผนงานหรือข้อเสนอแผนประกอบคำขอ    3.ข้อเสนอรถที่จะใช้ทำการขนส่งในเส้นทางไม่ตรงตามมาตรฐานรถ หรือไม่ครบถ้วนทุกมาตรฐาน หรือเสนอจำนวนรถต่ำกว่าเงื่อนไขจำนวนรถขั้นต่ำตามที่กำหนด    4.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และจุดพักรถภายในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    5.กรณีที่นายทะเบียนได้ตรวจพบว่าผู้ยื่นคำขอรายใดเคยมีประวัติจงใจนำรถไปเดินในเส้นทางอื่นที่ตนไม่ได้รับอนุญาตเป็นการแย่งผลประโยชน์กับผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับใบอนุญาตฯอยู่เป็นประจำหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตฯ อันเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายหรือเสื่อมประโยชน์ต่อประชาชน และนายทะเบียนเชื่อว่าจะไม่สามารถประกอบการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมประโยชน์แก่ประชาชน นายทะเบียนขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่เสนอให้ออกใบอนุญาตฯให้ผู้ขอรายนั้นเป็นผู้ประกอบการขนส่งตามที่ยื่นขอได้ หรืออาจจะยกเลิกการประกาศรับคำขอโดยนำเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกพิจารณาเป็นกรณีๆไป    *ในการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หากนายทะเบียนกลางตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคุณสมบัติ หลักฐานประกอบคำขอ ประวัคิการประกอบการขนส่ง (ถ้ามี) แผนงานหรือข้อเสนอแนบท้ายคำขอ รวมทั้งข้อมูลอื่นๆของผู้ยื่นคำขออนุญาตประกอบการขนส่งแล้ว ปรากฎว่าไม่มีผู้ยื่นคำขอรายใด มีความพร้อม ความเหมาะสม หรือสมควรได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางสายนั้นแล้ว นายทะเบียนกลางขอสงวนสิทธิ์ที่จะประกาศรับคำขอเป็นการทั่วไปใหม่ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนเป็นสำคัญ ผู้ยื่นคำขอจะเรียกร้องค่าเสียหาย หรือโต้แย้งสิทธิใดๆ ไม่ได้    **ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯภายในระยะเวลา 1 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางแล้ว หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    ***ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    ****การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    *****ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:47:52"],
    [3303,"94e56e0d-ed87-4db8-8f55-db58f2438658","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง เส้นทางหมวด 4 ในกรุงเทพมหานคร (เอกชน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-8db3-4de2-969e-c0b5ac481ec3",151,7000,22,"นายทะเบียนกลางขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณาคำขอรับอนุญาตประกอบการขนส่งของผู้ยื่นคำขอในกรณี ดังนี้    1.เอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 ( พ.ศ.2524)    2.ไม่มีแผนงานหรือข้อเสนอแผนประกอบคำขอ    3.ข้อเสนอรถที่จะใช้ทำการขนส่งในเส้นทางไม่ตรงตามมาตรฐานรถ หรือไม่ครบถ้วนทุกมาตรฐาน หรือเสนอจำนวนรถต่ำกว่าเงื่อนไขจำนวนรถขั้นต่ำตามที่กำหนด    4.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และจุดพักรถภายในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    5.กรณีที่นายทะเบียนได้ตรวจพบว่าผู้ยื่นคำขอรายใดเคยมีประวัติจงใจนำรถไปเดินในเส้นทางอื่นที่ตนไม่ได้รับอนุญาตเป็นการแย่งผลประโยชน์กับผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับใบอนุญาตฯอยู่เป็นประจำหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตฯ อันเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายหรือเสื่อมประโยชน์ต่อประชาชน และนายทะเบียนเชื่อว่าจะไม่สามารถประกอบการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมประโยชน์แก่ประชาชน นายทะเบียนขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่เสนอให้ออกใบอนุญาตฯให้ผู้ขอรายนั้นเป็นผู้ประกอบการขนส่งตามที่ยื่นขอได้ หรืออาจจะยกเลิกการประกาศรับคำขอโดยนำเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกพิจารณาเป็นกรณีๆไป    *ในการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หากนายทะเบียนกลางตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคุณสมบัติ หลักฐานประกอบคำขอ ประวัคิการประกอบการขนส่ง (ถ้ามี) แผนงานหรือข้อเสนอแนบท้ายคำขอ รวมทั้งข้อมูลอื่นๆของผู้ยื่นคำขออนุญาตประกอบการขนส่งแล้ว ปรากฎว่าไม่มีผู้ยื่นคำขอรายใด มีความพร้อม ความเหมาะสม หรือสมควรได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางสายนั้นแล้ว นายทะเบียนกลางขอสงวนสิทธิ์ที่จะประกาศรับคำขอเป็นการทั่วไปใหม่ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนเป็นสำคัญ ผู้ยื่นคำขอจะเรียกร้องค่าเสียหาย หรือโต้แย้งสิทธิใดๆ ไม่ได้    **ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯภายในระยะเวลา 1 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางแล้ว หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    ***ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    ****การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    *****ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2022-03-16T20:05:11"],
    [3304,"94e56e0d-cb56-4a4b-bc92-f5fc62bff903","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอปรับปรุงเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-601e-4c2e-b707-e913505d36d6",25,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T11:28:02"],
    [3305,"94e56e0e-0c57-4cc9-9453-27ab91122cea","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-bf6d-4cd5-920e-d2692623307d",15,15000,14,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ    1. ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตครั้งหลังสุด และไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ      ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลนั้นต้องมีสัญชาติไทย และไม่ใช่คนต่างด้าวตามกฎหมาย  ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง หรือเคยเป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งด้วย    หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอรับใบอนุญาต และการพิจารณาอนุญาต    2. ผู้ที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ จะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังต่อไปนี้         2.1 กรณีผู้ยื่นคำขอมีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า ทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ครบถ้วนถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่นำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบ ณ สถานที่ที่จะจัดตั้งสถาน ตรวจสภาพรถต่อไป         2.2 กรณีผู้ยื่นคำขอยังไม่มีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า ทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือมีแต่ยังไม่ครบถ้วนถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่นำเสนอ ผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณามีคำสั่งอนุญาตในหลักการ โดยผู้ยื่นคำขอต้องจัดให้มีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า ทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใดให้ครบถ้วนถูกต้อง ภายในกำหนดเวลา 180 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตในหลักการ           กรณีผู้ยื่นคำขอ มีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง จะสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน       2 ครั้ง ๆ ละไม่เกิน 30 วัน หากผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตไม่สามารถดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ ถือว่าคำขอรับใบอนุญาตนั้นสิ้นสุดลง แต่ในกรณีที่ ผู้ยื่นคำขอได้จัดให้มีครบถ้วนถูกต้องตาม วรรคหนึ่งแล้วให้เจ้าหน้าที่นำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อมีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบ ณ สถานที่           ที่จะจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถต่อไป    3. สถานตรวจสภาพรถที่จะได้รับใบอนุญาต มีองค์ประกอบ ดังนี้         3.1 อาคารสถานที่ ซึ่งจัดให้มีพื้นที่สำหรับตรวจสภาพรถ ที่ทำการของผู้ปฏิบัติงาน ที่พักของผู้ใช้บริการ และห้องสุขา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด         3.2 ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า และทางออก ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด         3.3 เครื่องตรวจสภาพรถและอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถ ตามประเภทของสถานตรวจสภาพรถที่ยื่นคำขอจัดตั้ง ดังต่อไปนี้           (ก) สถานตรวจสภาพรถที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก                1) เครื่องทดสอบห้ามล้อ (Brake Tester)                2) เครื่องทดสอบศูนย์ล้อ (Sideslip Tester)                3) เครื่องทดสอบโคมไฟหน้า (Headlight Tester)                4) เครื่องวัดควันดำ (Smoke Meter)                5) เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)                6) เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Engine Tachometer)                7) เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ (Gas Analyser)                8) เครื่องวัดก๊าซรั่ว (Gas Leak Detecter)                9) เครื่องวัดความเข้มของฟิล์มกรองแสง (Tint Meter)               10) อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถ เช่น บ่อตรวจสภาพรถและกระจกเงา               11) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด           (ข) สถานตรวจสภาพรถที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสภาพรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์               1) เครื่องทดสอบห้ามล้อ (Brake Tester)               2) เครื่องทดสอบศูนย์ล้อ (Sideslip Tester)               3) เครื่องทดสอบโคมไฟหน้า (Headlight Tester)               4) เครื่องวัดควันดำ (Smoke Meter)               5) เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)               6) เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Engine Tachometer)               7) เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ (Gas Analyser)               8) เครื่องวัดก๊าซรั่ว (Gas Leak Detecter)               9) อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพใต้ท้องรถ เช่น บ่อตรวจสภาพรถ และกระจกเงา              10) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด         (ค) สถานตรวจสภาพรถที่ได้รับใบอนุญาตให้ตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์               1) เครื่องทดสอบโคมไฟหน้า (Headlight Tester)               2) เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)               3) เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Engine Tachometer)               4) เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ (Gas Analyser)               5) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด         3.4 อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก หรือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานและการควบคุมกำกับ และดูแลสถานตรวจสภาพรถ ดังต่อไปนี้             (ก) กล้องถ่ายภาพ (WEBCAM)             (ข) คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง             (ค) อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อระบบสารสนเทศ (ROUTER)             (ง) เครื่องพิมพ์ (Printer)             (จ) กล่องแปลงสัญญาณ (Interface box)             (ฉ) เครื่องดับเพลิง             (ช) เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด            3.5 แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมืออื่นใดต้องเป็นไปตามที่อธิบดี ประกาศกำหนด    4. นายทะเบียนกลางจะออกใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถได้ เมื่อ     (1) เอกสารและหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนด     (2) อาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพทางออกจากพื้นที่ตรวจสภาพรถ ทางเข้า และทางออก เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถหรือเครื่องมืออื่นใด รวมทั้งป้ายสัญลักษณ์ประจำสถานตรวจสภาพรถ และป้ายข้อความต่าง ๆ เป็นไปตามที่กำหนด      (3) ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตครั้งหลังสุด      (4) ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ           ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลนั้นต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (3) หรือเคยเป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม (3) ด้วย    5. ใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ มีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    6. กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้      (1) พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 74 มาตรา 75        (2) กฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555        (3) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2556      (4) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบคำขอรับใบอนุญาต คำขอต่ออายุใบอนุญาต คำขอรับใบแทนใบอนุญาต และแบบใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555        (5) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดระยะเวลาการจัดให้มีอาคารสถานที่ ลานจอดรถ เครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถ หรือเครื่องมืออื่นใด และหลักเกณฑ์การย้ายที่ตั้งสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555      (6) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง คุณสมบัติของผู้ควบคุมการตรวจสภาพรถ ผู้ควบคุมการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถ และเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2555    7. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานและการควบคุม กำกับและดูแลสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555    8. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบห้ามล้อสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถ?","2022-03-16T20:08:06"],
    [3306,"94e56e0e-0ed2-43d0-a068-0e519708c45f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบแทนและแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-c2ff-48e5-b80b-4ca8aa0b82c9",1,100,13,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์อยู่เดิมแล้ว    2. ผู้ขอคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือ    สำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อใน    วันทำการถัดไป    ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวม    ไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2022-03-17T10:43:20"],
    [3307,"94e56e0d-d02c-4ee8-b232-54d903469c9a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-65d9-4c5b-99e3-610202ddb65d",1,100,7,"ให้ผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อนายทะเบียนที่ออกใบอนุญาตให้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือ ชำรุด    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    ***ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:49:13"],
    [3308,"94e56e0e-112c-40d9-a8ac-b1fd6117b969","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายตรวจ เป็นผู้เก็บค่าโดยสาร เป็นผู้บริการ (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-c637-46a7-bec0-1c7133719adf",1,100,4,"1 เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้นๆ อยู่เดิมแล้ว  2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้น ๆ  3. ดำเนินการต่ออายุล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตฉบับเดิมสิ้นอายุได้ 6 เดือน  4. ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันยื่นคำขอ    หมายเหตุ    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป    3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่น หรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:44:41"],
    [3309,"94e56e0d-d258-45df-b577-aaf13ba92b0b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-68d5-49d0-af81-935f6a008776",20,2500,20,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งภายในประเทศประเภทไม่ประจำทางด้วยรถโดยสาร และยังไม่สิ้นอายุ    - ผู้ขอต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทเดียวกันมาก่อน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-06-08T11:32:32"],
    [3310,"94e56e0e-1370-4443-a788-3d08180f96ef","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอแปลใบอนุญาตผู้ประจำรถเป็นภาษาอังกฤษ (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-c938-43de-bdf0-e7dfaea21cb0",1,0,6,"คุณสมบัติของผู้ขอ  1.เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้น ๆ อยู่เดิมแล้ว  2.ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตในประเภทและหรือชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม    4. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T16:02:16"],
    [3311,"94e56e0d-d47f-4f51-a180-bc4be89dc41b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอผ่อนผันการจดทะเบียนรถประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-6ba4-4af9-8535-026843ba7d5d",1,0,5,"การขอผ่อนผันการดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถจะต้องยื่นคำขอผ่อนผันก่อนวันครบกำหนดการนำรถเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถเป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:29:24"],
    [3312,"94e56e0e-1e94-4437-8aad-52e51876ecd9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับรองใบอนุญาตขับรถ (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-d99f-43f0-a3e7-b2cfc8a624b1",1,20,13,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ   1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์อยู่เดิมแล้ว ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ   2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม สำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ :        ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว        การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลัง หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป        ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:06:58"],
    [3313,"94e56e0d-d6e1-43c9-a382-2a9d34e0f395","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอถอนหลักทรัพย์รถโดยสารประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-6ebe-4c7e-a608-28c884c7d511",6,0,10,"1.กรณีนายทะเบียนสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง    2.กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งแจ้งเลิกประกอบการขนส่ง    3.กรณีขอถอนหลักทรัพย์บางส่วนให้เท่ากับจำนวนรถที่ลดลง    4.กรณีขอถอนหลักทรัพย์เดิมเมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งเปลี่ยนการวางหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว    5.กรณีถอนหลักทรัพย์ไปชำระตามบังคับคดีของศาลเพื่อการชำระหนี้ ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตหรือร่างกายของบุคคลภายนอกอันเนื่องจากการขนส่งของตน    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:27:45"],
    [3314,"94e56e0e-20db-47cf-a1ff-a7ad600d4ae0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-dcaa-4bf7-af10-72a1acb59dd6",1,50,14,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ   1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์อยู่เดิมแล้ว   2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ :        ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว        การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป        ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:08:19"],
    [3315,"94e56e0d-d909-4658-8034-6743610dbb3f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทไม่ประจำทางด้วยรถโดยสาร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-71c8-449a-9788-bbae006fdcf0",20,2500,17,"- ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ    - ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-06-08T11:37:11"],
    [3316,"94e56e0e-239f-4710-bc32-4073bda8c5b9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางการเดินรถโดยสารประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-e031-4366-83eb-114324268848",131,0,8,"1. ผู้ประสงค์ขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจำทางให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้    2.ผู้ประสงค์ขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจำทาง ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารในเส้นทางสายดังกล่าว    3. เส้นทางรถโดยสารประจำทางที่จะขอกำหนด (ปรับปรุง) ได้แก่ เส้นทางรถหมวด 2, 3, และหมวด 1, 4 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง    เงื่อนไขการยื่นคำขอและการพิจารณา    1. คำขอต้องมีรายละเอียดข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือฯ    2.คำขอที่มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือฯให้ดำเนินการดังนี้     - กรณีผู้ยื่นคำขอสามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น ให้ดำเนินการในทันที     - กรณีผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น ให้ผู้ยื่นคำขอจดแจ้งกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการ         แก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมไว้แก่เจ้าหน้าที่และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดมิฉะนั้นจะถือว่าละทิ้งคำขอ    3. เส้นทางรถโดยสารที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) ต้องมีแนวเส้นทางอยู่ในราชอาณาจักร และไม่มีแนวเส้นทางที่ทับซ้อนเส้นทางที่มีอยู่แล้วในลักษณะตลอดเส้นทาง เว้นแต่เป็นกรณีเส้นทางสายหลัก    4.เส้นทางรถโดยสารที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) ให้มีเส้นทางแยกช่วง จะต้องไม่มีลักษณะเป็นเส้นทางแยกช่วงอย่างเป็นเอกเทศจากเส้นทางสายหลัก    5. เส้นทางรถโดยสารที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) ต้องเป็นเส้นทางที่ไม่มีข้อพิพาทใดๆ หรือไม่ตกอยู่ภายใต้คำสั่งศาล หากเกิดข้อพิพาทในระหว่างดำเนินการอยู่ จะชะลอการดำเนินการเพื่อไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งให้ได้ข้อยุติก่อน หรือจนกว่ามีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด    6. กรณีการขอเปลี่ยนคำขอใหม่เนื่องจากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดคำขอเดิมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ให้ถือว่าคำขอเดิมสิ้นสุดลงและการดำเนินการตามคำขอใหม่จะเริ่มนับตามกรอบขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานใหม่    7. กรณีการยื่นคำขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจำทางพร้อมกันหลายรายในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน หรือกรณีการยื่นคำขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารหลายเส้นทางในคำขอรายเดียว(1 คำขอ) กรอบระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มขึ้นตามสมควร    8. กรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณากิจการขนส่งทางบกกลาง มีมติการพิจารณาตาม ข้อ 3.1ให้สำรวจ/ตรวจสอบและพิจารณาทบทวนข้อมูลเพิ่มเติม กรอบระยะเวลาการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ในคู่มือฯ อาจจะเปลี่ยนแปลงตามสมควร    9. กรณีที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติการพิจารณาตามข้อ 3.2 ให้สำรวจ/ตรวจสอบและพิจารณาทบทวนข้อมูลเพิ่มเติม กรอบระยะเวลาการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ในคู่มือฯ อาจจะเปลี่ยนแปลงตามสมควร    หมายเหตุ    1. ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงานตามคู่มือฯ จะเริ่มนับเมื่อตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือฯและเสร็จสิ้นเมื่อได้แจ้งมติการพิจารณาของผู้มีอำนาจให้ผู้ขอทราบ    2. ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงานตามคู่มือฯจะไม่นับรวมระยะเวลาที่กระบวนการพิจารณาต้องสะดุดหยุดอยู่เนื่องจากเหตุเพราะคำสั่งศาลหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล หรือกรณีที่ทางราชการต้องชะลอการพิจารณาเพราะเหตุการคัดค้านของผู้มีส่วนได้เสีย    3. กรณีที่ผลการพิจารณาไม่เห็นชอบ หรือไม่อนุมัติ หรือไม่ได้รับการพิจารณาคำขอด้วยเหตุใดๆ ขอสงวนสิทธิไม่คืนเอกสารหลักฐานต่างๆ","2023-07-12T15:22:24"],
    [3317,"94e56e0e-2d39-436b-8aa3-ce4f2d0f7381","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับใบแทนใบอนุญาตขับรถ (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-ed49-475f-acf2-c46dae468398",1,50,15,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต     1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์อยู่เดิมแล้ว     2. ผู้ขอคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ :        ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว        การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป        ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:11:04"],
    [3318,"94e56e0d-db1b-460b-b683-15050639b513","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การยกเลิกประกอบการขนส่งประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-74ac-449d-9fdb-859f2c2f3a81",2,0,6,"1.ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางซึ่งประสงค์จะขอเลิกประกอบการขนส่งต้องแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันเลิกประกอบการขนส่ง    2.ผู้ประกอบการจะต้องจัดส่งใบอนุญาตประกอบการขนส่งคืนภายหลังครบกำหนดการจัดเดินรถต่อไปอีก 90 วัน    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:44:31"],
    [3319,"94e56e0e-3032-4591-954b-c299d39b24c2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจำทาง  หมวด 1 และ หมวด 4 ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-f0f1-484c-88d4-45aac8febb52",480,0,8,"1. หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอ     1) ผู้ประสงค์ขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจำทางให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน     2)ผู้ประสงค์ขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจำทาง ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารในเส้นทางสายดังกล่าว     3)เส้นทางรถโดยสารประจำทางที่จะขอกำหนด (ปรับปรุง) ได้แก่ เส้นทางรถหมวด 1และหมวด 4 ในส่วนภูมิภาค    2. เงื่อนไขการยื่นคำขอ      1)คำขอต้องมีรายละเอียดข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด     2) คำขอที่มีความบกพร่องไม่สมบูรณ์และ/หรือไม่ครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือให้ดำเนินการดังนี้         - กรณีผู้ยื่นคำขอสามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น สามารถแก้ไขและยื่นเพิ่มเติมได้ในทันที         - กรณีผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขความบกพร่องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน     3)เส้นทางรถโดยสารที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) ต้องมีแนวเส้นทางอยู่ภายในจังหวัด และไม่มีแนวเส้นทางที่ทับซ้อนเส้นทางที่มีอยู่แล้วในลักษณะตลอดเส้นทาง เว้นแต่เป็นกรณีเส้นทางสายหลัก    4)เส้นทางรถโดยสารที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) ให้มีเส้นทางแยกช่วง จะต้องไม่มีลักษณะเป็นเส้นทางแยกช่วงอย่างเป็นเอกเทศจากเส้นทางสายหลัก     5)เส้นทางรถโดยสารที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) ต้องเป็นเส้นทางที่ไม่มีข้อพิพาทใดๆ หรือไม่ตกอยู่ภายใต้คำสั่งศาล หากเกิดข้อพิพาทในระหว่างดำเนินการอยู่ จะชะลอการดำเนินการเพื่อไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งให้ได้ข้อยุติก่อน หรือจนกว่ามีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด    6)กรณีการขอเปลี่ยนคำขอใหม่เนื่องจากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดคำขอเดิมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ให้ถือว่าคำขอเดิมสิ้นสุดลงและการดำเนินการตามคำขอใหม่จะเริ่มนับตามกรอบขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานใหม่    7)กรณีการยื่นคำขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจำทางพร้อมกันหลายรายในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน หรือกรณีการยื่นคำขอกำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารหลายเส้นทางในคำขอรายเดียว (1 คำขอ) กรอบระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จจะนานกว่าปกติ    3. เงื่อนไขของระยะเวลาในการพิจารณาของสำนักงานขนส่งจังหวัดและคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดมีความเกี่ยวพันกับงบประมาณที่ได้รับ จึงต้องกำหนดระยะเวลาเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้       1) กรณีขอรับงบประมาณจัดประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดจำนวน 1 ครั้ง สำนักงานขนส่งจังหวัดจะมีระยะเวลาในการดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน 300 วัน โดยมีกรอบระยะเวลาของขั้นตอนที่ 2จำนวน 182 วัน     2) กรณีขอรับงบประมาณจัดประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดจำนวน 2 ครั้ง สำนักงานขนส่งจังหวัดจะมีระยะเวลาในการดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน 480 วัน โดยมีกรอบระยะเวลาของขั้นตอนที่ 2 จำนวน 362วัน    4. การจัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากิจการขนส่งทางบกกลาง/คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้      1)คณะกรรมการครบองค์ประกอบ/องค์ประชุม      2) สามารถกำหนดวันประชุมได้      3) ระเบียบวาระและเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน    5. เงื่อนไขการพิจารณากรณีให้สำรวจ/ตรวจสอบ และพิจารณาทบทวนข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้ามี)    1) การพิจารณาในข้อ 3. ขั้นตอนที่ 3.1 หากสำนักงานขนส่งผู้โดยสารตรวจสอบ/วิเคราะห์รายงานและมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดแล้วเห็นสมควรให้จัดส่งข้อมูลเพิ่มเติม/นำเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดพิจารณาทบทวนเพิ่มเติม ดังนั้นกรอบระยะเวลาดำเนินการจะเปลี่ยนแปลงไปตามสมควรแก่กรณี    2) การพิจารณาในข้อ 3. ขั้นตอนที่ 3.2 หากมติคณะอนุกรรมการพิจารณากิจการขนส่งทางบกกลางให้ตรวจสอบ/พิจารณาทบทวนข้อมูลเพิ่มเติ่ม ดังนั้น กรอบระยะเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปตามสมควรแก่กรณี    3) การพิจารณาในข้อ4. หากมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางให้ตรวจสอบข้อมูล / พิจารณาทบทวนข้อมูลเพิ่มเติม ดังนั้นกรอบระยะเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปตามสมควรแก่กรณี","2023-07-12T15:24:45"],
    [3320,"94e56e0d-df90-4fc3-ba5e-05f19ba2aad6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง เส้นทางหมวด 1 และ 4 ในกทม. และหมวด 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-7ace-4453-96ae-fed17c10d3dc",20,7000,21,"1.คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ ขสมก. เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบการในเส้นทาง หมวด 1 และหมวด 4 กรุงเทพมหานคร แต่หากเส้นทางหมวด 4 เส้นทางใดที่ ขสมก. ไม่อาจดำเนินการได้ให้เสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเป็นผู้พิจารณาอนุมัติเป็นรายๆไป และเส้นทางหมวด 2 ให้ บขส.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง    2.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และจุดพักรถภายในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    3.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯภายในระยะเวลา 1 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางแล้ว หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    4.สำหรับเส้นทางหมวด 2 เฉพาะกรณีที่สถานที่เก็บ ซ่อมและบำรุงรักษา และจุดพักรถ อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    ***ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:45:32"],
    [3321,"94e56e0d-e1c2-48a9-b5d3-7e7f27a98a2d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอปรับปรุงเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-7e09-43ca-b307-ab0e903764fd",15,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T11:49:18"],
    [3322,"94e56e0e-3344-45ac-aef1-0ead557136e9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-f515-4ca4-99f3-57297afc2863",31,50,3,"การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ  การขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ  1. คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต     1.1 ได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวซึ่งมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลซึ่งยังไม่สิ้นอายุ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ     1.2 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 และ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์     1.3 ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว        (ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร        (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น        (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร        (ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด        (จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน        (ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น     1.4 มีสัญชาติไทย     1.5 รู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตพอสมควร     1.6 ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎหมายกระทรวง     1.7 ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ     1.8 ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดฐานยักยอก ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี    กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ1.8แต่ต้องพ้นโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า  (ก) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน  (ข) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้รถกระทำความผิดหรือ  (ค) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี  และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน โดยชี้แจงเหตุผลที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดงหลักฐาน ว่าตนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะ หรือรถจักรยานยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าว ถ้าเห็นด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้ โดยมิให้นำบทบัญญัติมาตรา 49 (8)มาใช้บังคับแต่ถ้าไม่เห็นด้วยให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ    2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ     2.1. ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมและทดสอบภาคทฤษฎีให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต     3.1 ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายอบรมทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) หากผลการทดสอบไม่ผ่าน ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการทดสอบแก้ตัวภายในระยะเวลา (ตามข้อ 2.1) ตามขั้นตอนครบถ้วน ถูกต้องแล้ว     3.2 ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้วผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมก่อนออกใบอนุญาตขับรถ  4. ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้     4.1.ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนาม  และจองคิวอบรมพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง     4.2.ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย     4.3.อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด     4.4.ทดสอบภาคทฤษฎี (เกณฑ์การผ่านการทดสอบ 90 %)     4.5.รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรผลการตรวจสอบประวัติปรากฎว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว     4.6.ชำระเงินค่าธรรมเนียม / ออกใบเสร็จรับเงิน / พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ / จ่ายใบอนุญาตขับรถ    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่น หรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:11:49"],
    [3323,"94e56e0e-35ef-4fd0-a78e-46507b4afaf2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ/รถยนต์สามล้อสาธารณะ (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-f8b5-420f-892f-eb0781c16fac",31,50,5,"การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ/ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ  1. คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต  1.1 ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณีที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี  1.2 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์  1.3 ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว  (ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร  (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น  (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร  (ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด  (จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน  (ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น  1.4 มีสัญชาติไทย  1.5 รู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตพอสมควร  1.6 ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎหมายกระทรวง  1.7 ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ  1.8 ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดฐานยักยอก ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษหรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีใน    กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ1.8 แต่ต้องพ้นโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า  (ก) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน  (ข) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้รถกระทำความผิดหรือ  (ค) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี    และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนโดยชี้แจงเหตุผลที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดงหลักฐานว่าตนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะ หรือรถจักรยานยนต์สาธารณะได้แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าว ถ้าเห็นด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำบทบัญญัติมาตรา 49 (8) มาใช้บังคับแต่ถ้าไม่เห็นด้วยให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ    2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ  2.1. ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพ , อบรม , ทดสอบภาคทฤษฎีและทดสอบภาคปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ       3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  3.1 ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพ,อบรม,ทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) หากผลการทดสอบไม่ผ่านผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการทดสอบแก้ตัวภายในระยะเวลาที่กำหนด (ตามข้อ 2.1) ตามขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว  3.2 ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้ว ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมก่อนออกใบอนุญาตขับรถ    4. ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้  4.1.ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอจัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนามและจองคิวอบรมพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง  4.2.ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย  4.3.อบรม (จำนวน 5 ชั่วโมง)  4.4.ทดสอบภาคทฤษฎี(เกณฑ์การผ่านการทดสอบ 90%)  4.5.ทดสอบภาคปฏิบัติ (ทดสอบขับรถตามเส้นทางที่นายทะเบียนกำหนดสำหรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ)  4.6.รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว  4.7.ชำระค่าเงินธรรมเนียม / ออกใบเสร็จรับเงิน / พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ / จัดทำบัตรประจำตัวผู้ขับรถ / จ่ายใบอนุญาตขับรถ    หมายเหตุ :    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป    3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:12:13"],
    [3324,"94e56e0d-e3fa-471c-9408-abea4e76bffd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง (กรณียื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัด) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-80fa-46bb-b140-66bc914b5657",35,1500,26,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ผู้ขอต้องไม่เคยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทเดียวกันมาก่อน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-06-08T11:55:12"],
    [3325,"94e56e0e-4a46-4095-b782-dd8e2a95fb5e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (พ.ร.บ.รถยนต์พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-131b-4872-8d75-4b3d075f3601",1,500,11,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ  1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่ไม่ใช่ใบอนุญาตชนิดชั่วคราวหรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกอยู่เดิมแล้วซึ่งยังไม่สิ้นอายุ  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถชนิดนั้นๆ    หมายเหตุ :  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:38:50"],
    [3326,"94e56e0d-e628-4e16-b914-99baf9dd1e77","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบรูปภาพประจำรถสำหรับรถโดยสารไม่ประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-83f0-4e05-a81c-2d200d399947",13,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    - รถที่ขอความเห็นชอบรูปภาพ ต้องเป็นรถที่บรรจุในบัญชี ขส.บ.11    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-07T22:54:26"],
    [3327,"94e56e0e-4cf2-45a0-93c9-bbc38ada8eb9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-16d8-4cb1-8a33-b96d928658f1",1,250,12,"การขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์    การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์    คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ    (1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว สำหรับ  รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์      (2) มีความรู้ความสามารถในการขับรถ    (3) มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก    (4) ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้    (5) ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ    (6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน    (7) ไม่มีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว    (8) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ    1. กรณีไม่ผ่านการอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก /โรงเรียนสอนขับรถของเอกชนที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง/สถาบันการศึกษาของรัฐที่ได้ทำความตกลงกับกรมการขนส่งทางบก (MOU) มีขั้นตอน ดังนี้    1.1 จองคิวอบรม (ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่จะเข้ารับการอบรมทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ เท่านั้น)  ช่องทางการจองคิว มีดังนี้      (1) จองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue      (2) จองคิวผ่านเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th ของกรมการขนส่งทางบก        1.2 ผู้ขอรับใบอนุุญาตขับรถยื่นเอกสาร/ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ/จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนาม    1.3 ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย    1.4 อบรม (จำนวน 5 ชั่วโมง)    1.5 ทดสอบภาคทฤษฎี(ข้อเขียน) โดยผู้ผ่านการทดสอบข้อเขียน ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90    1.6 จองคิวทดสอบภาคปฏิบัติ (ขัับรถ) เฉพาะผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์เท่านั้น    1.7 ลงทะเบียนเข้าทดสอบภาคปฏิบัติ และตรวจสอบหลักฐาน    1.8 อธิบายท่าทดสอบขับรถ    1.9 ทดสอบภาคปฏิบัติ (ขับรถ)    1.10 ชำระเงินค่าธรรมเนียม/ออกใบเสร็จรับเงิน/พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ/จ่ายใบอนุญาตขับรถ    2. กรณีผ่านการอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก และโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก    2.1 ลงรับหนังสือรับรองการผ่านการอบรมและจบหลักสูตรจากโรงเรียนของกรมการขนส่งทางบกและโรงเรียนสอนขับรถของเอกชนที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง  2.2ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยื่นเอกสาร/ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ/จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนาม    2.3 ชำระเงินค่าธรรมเนียม/ออกใบเสร็จรับเงิน/พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ/จ่ายใบอนุญาตขับรถ    3. กรณีผ่านการอบรมจากโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก /ผ่านการอบรมจากสถาบันการศึกษาที่ทำความตกลงกับกรมการขนส่งทางบก (MOU) (เฉพาะอบรม 5ชั่วโมง ตามหลักสูตรกรมการขนส่งทางบก)    3.1 ลงรับหนังสือรับรองจากการผ่านการอบรมจากโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก /ผ่านการอบรมจากสถาบันการศึกษาที่ทำความตกลงกับกรมการขนส่งทางบก (MOU)    3.2 ผู้ขอรับใบอนุุญาตขับรถยื่นเอกสาร/ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ/จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนาม    3.3 ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย    3.4 ทดสอบภาคทฤษฎี(ข้อเขียน) โดยผู้ผ่านการทดสอบข้อเขียน ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90    3.5 จองคิวทดสอบภาคปฏิบัติ (ขัับรถ) เฉพาะผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์เท่านั้น    3.6 ลงทะเบียนเข้าทดสอบภาคปฏิบัติและตรวจสอบหลักฐาน    3.7 อธิบายท่าทดสอบขับรถ    3.8 ทดสอบภาคปฏิบัติ (ขับรถ)    3.9 ชำระเงินค่าธรรมเนียม/ออกใบเสร็จรับเงิน/พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ/จ่ายใบอนุญาตขับรถ    หมายเหตุ :                ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว              การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป              ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม              ต้องดำเนินการอบรมและทดสอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ","2023-07-12T16:39:35"],
    [3328,"94e56e0e-4f68-4b00-8934-537ee069d776","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-1a7d-405c-87f3-b654fa6742b9",15,1500,22,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย  (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย   - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย   - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย และทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย     - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย   - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย  2. ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  3. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง  4. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ  5. รูปถ่ายสำนักงานประกอบการขนส่งต้องแสดงให้เห็นป้ายชื่อสำนักงานปรากฏอยู่ด้วย  6. ผู้ขอต้องมีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ แห่งเดียวหรือหลายแห่งรวมกัน สำหรับเก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถได้จริง และควรเพียงพอกับจำนวนรถที่ผู้ขอได้ขออนุญาตไว้ทุกคัน โดยต้องไม่ใช้บริเวณของสถานที่ในทางศาสนา หรือสถานศึกษา หรือไม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือความไม่สงบต่อสถานที่ใกล้เคียงและต้องมีถนนหรือทางให้สามารถเข้าออกได้โดยสะดวก ทั้งนี้ ต้องมีหลักฐานแสดงการมีสิทธืใช้สถานที่เก็บฯให้ใช้ภาพถ่าย โฉนดที่ดิน หรือทะเบียนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่  7. เครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน เป็นเครื่องหมายที่ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องจัดให้มีปรากฏไว้ที่ด้านข้างตัวรถด้านนอกทั้งสองข้างให้สามารถเห็นได้ชัดเจน    8. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หัวข้อส่วนราชการ เว็บไซต์หน่วยงานภายใน สำนักการขนส่งสินค้า ส่วนประกอบการขนส่งสินค้า            หมายเหตุ *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการ","2023-07-12T15:14:21"],
    [3329,"94e56e0d-e83c-4d8c-b841-e24d8994af6b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอปรับปรุงเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารไม่ประจำทาง (กรณียื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัด) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-86d9-4ac8-b10a-4b97c1597d38",20,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T12:03:31"],
    [3330,"94e56e0e-5316-4f37-8dad-d05675d2b0d0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การถอนรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-1e20-463f-8949-496dca3e706f",1,0,9,"1. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ฯ แจ้งถอนรถเพื่อนำไปบรรจุรถในการประกอบการรายอื่น  2. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ฯ แจ้งเลิกใช้รถ ตามมาตรา 79  3. เป็นรถที่ทะเบียนระงับ  4. มีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถ  5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ดังนี้  (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดาผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย  (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทยและทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  2. ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบกพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522  3. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  4. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หัวข้อส่วนราชการเว็บไซต์หน่วยงานภายในสำนักการขนส่งสินค้าส่วนประกอบการขนส่งสินค้า       หมายเหตุ *&amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;  * ต้องนำรถมาเปลี่ยนบรรจุแทนภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อนุมัติให้ถอนรถ หากไม่สามารถนำรถคันใดเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนกลางลดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถลงเหลือเท่ากับจำนวนรถที่ได้นำเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีภายในกำหนด","2023-07-12T15:11:03"],
    [3331,"94e56e0d-efce-44eb-8e2b-6971063cc1ed","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทรถโดยสารไม่ประจำทาง (กรณียื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัด) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-90f7-482e-befa-520fd4fb47ee",25,2500,20,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งภายในประเทศประเภทไม่ประจำทางด้วยรถโดยสาร และยังไม่สิ้นอายุ    - ผู้ขอต้องไม่เคยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทเดียวกันมาก่อน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-06-08T12:08:22"],
    [3332,"94e56e0e-55ab-474a-b0ee-57747a27f164","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเปลี่ยนรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-219f-4e21-8c29-055aa1432ce8",1,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นตัวรถเดิมที่บรรจุไว้ในบัญชี ขส.บ.11 ที่ได้รับความเสียหาย หรือเกิดอุบัติเหตุ หรือสิ้นสภาพ ไม่สามารถใช้งานได้  2. จะต้องมีลักษณะรถและมาตรฐานรถเดียวกันกับรถคันที่ขอเปลี่ยน  3. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ดังนี้  (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดาผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย  (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทยและทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  4. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง  5. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ    6. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หัวข้อส่วนราชการเว็บไซต์หน่วยงานภายในสำนักการขนส่งสินค้าส่วนประกอบการขนส่งสินค้า    หมายเหตุ * &amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;      * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;  * ต้องนำรถมาเปลี่ยนภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ถอนรถคันที่ขอเปลี่ยน หากไม่สามารถนำรถคันใดเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนกลางลดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถลงเหลือเท่ากับจำนวนรถที่ได้นำเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีภายในกำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ กรณีที่ 1 รถที่บรรจุบัญชี ขส.บ.11 ถ้ารถคันดังกล่าวขอกำหนดเงื่อนไขหรือขอเพิ่มรถไว้แล้วยังไม่ได้จดทะเบียนภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติกำหนดเงื่อนไข(เพิ่มรถ) นั้น หรือกรณีที่ 2 รถจดทะเบียนเป็นของผู้ขอแล้ว ให้นับ 180 วัน นับแต่วันที่ถอนรถ","2023-07-12T15:22:12"],
    [3333,"94e56e0d-f298-4b5f-9c39-f112f8f4123f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง เส้นทางหมวด 1 และ 4 ในกทม. และ หมวด 2 และ 3 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-942c-4de1-ad57-05c86eae5c06",60,7000,19,"1.ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบของกรมการขนส่งทางบกก่อนใบอนุญาตฯสิ้นอายุ ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน    2.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และจุดพักรถภายในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้(กรณีมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และจุดพักรถต้นทาง ปลายทาง)    3.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯภายในระยะเวลา 1 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางแล้ว หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    ***ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:34:58"],
    [3334,"94e56e0d-f4e1-4b70-83ae-c42d4f62bea2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขออนุญาตและการอนุญาตให้เดินรถหมุนเวียนสำหรับการขนส่งประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-9754-40f6-b3e9-9a51597a97eb",6,0,6,"1.กำหนดระยะเวลาอนุญาตได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้    1.1เส้นทางที่ขออนุญาตเดินรถหมุนเวียนต้องมีความเป็นไปได้ในการจัดการเดินรถหมุนเวียนได้อย่างสะดวกมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง    1.2 เมื่อนำรถไปใช้เดินรถหมุนเวียนในอีกเส้นทางหนึ่งแล้ว ต้องมีรถเหลือในเส้นทางเดิมไม่ต่ำกว่าจำนวนรถขั้นต่ำและต้องไม่กระทบต่อจำนวนเที่ยวของการเดินรถ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเส้นทางนั้นๆ    1.3 รถที่นำไปเดินรถหมุนเวียนต้องมีลักษณะและมาตรฐานเดียวกันกับรถที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่งเส้นทางที่นำไปใช้เดินรถหมุนเวียน    1.4 รถในเส้นทางที่จะขออนุญาตนำไปใช้เดินรถหมุนเวียนในอีกเส้นทางหนึ่งต้องจดทะเบียนและชำระภาษีครบถ้วนถูกต้อง    2. ผู้ได้รับอนุญาตให้เดินรถหมุนเวียนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้    2.1แสดงหนังสืออนุญาตหรือสำเนาหนังสืออนุญาตไว้ที่ด้านหน้ารถตลอดเวลาที่นำรถไปใช้เดินรถหมุนเวียนเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่    2.2ติดป้ายแสดงงชื่อเส้นทางและหมายเลขเส้นทางให้ถูกต้องตามเส้นทางที่เดินรถจริง โดยมีขนาดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนบริเวณมุมซ้ายด้านล่างของกระจกกันลมหน้า    2.3 จัดการเดินรถให้เป็นไปตามเงื่อนที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่งของแต่ละเส้นทางที่เดินรถหมุนเวียน    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:31:03"],
    [3335,"94e56e0d-f76e-40bc-89b7-8fe79d288747","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทรถโดยสารไม่ประจำทาง (กรณียื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัด) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-9a87-4000-a4c9-b5b931478000",30,2500,17,"- ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ    - ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    - ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ    - ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    หมายเหตุ      * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      ** การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.","2022-06-08T12:11:03"],
    [3336,"94e56e0d-f9d5-4028-b2d9-06bbaf074f9b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอปรับปรุงเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภทรถโดยสารไม่ประจำทาง (กรณียื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัด) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-9d74-4601-ba49-e76b2c85e9cf",20,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T12:38:07"],
    [3337,"94e56e0e-5813-4f8c-aec2-2b582889ccfb","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การบรรจุรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-2520-4999-a93c-39f37cc0df49",1,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. มีเงื่อนไขจำนวนรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ฯ ว่างอยู่และมีเงื่อนเวลาอยู่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบมติ    2. มีตัวรถเป็นรถใหม่หรือเป็นรถที่มีทะเบียนแล้ว    3. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดาผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย    (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทยและทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย    2. ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบกพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522    3. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง    4. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ    5. รูปถ่ายสำนักงานประกอบการขนส่งต้องแสดงให้เห็นป้ายชื่อสำนักงานปรากฏอยู่ด้วย    6. ผู้ขอต้องมีสถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษารถแห่งเดียวหรือหลายแห่งรวมกันสำหรับเก็บซ่อมและบำรุงรักษารถได้จริงและควรเพียงพอกับจำนวนรถที่ผู้ขอได้ขออนุญาตไว้ทุกคันโดยต้องไม่ใช้บริเวณของสถานที่ในทางศาสนาหรือสถานศึกษาหรือไม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือความไม่สงบต่อสถานที่ใกล้เคียงและต้องมีถนนหรือทางให้สามารถเข้าออกได้โดยสะดวกทั้งนี้ต้องมีหลักฐานแสดงการมีสิทธืใช้สถานที่เก็บฯให้ใช้ภาพถ่ายโฉนดที่ดินหรือทะเบียนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่    7. เครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคันเป็นเครื่องหมายที่ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องจัดให้มีปรากฏไว้ที่ด้านข้างตัวรถด้านนอกทั้งสองข้างให้สามารถเห็นได้ชัดเจน         8. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หัวข้อส่วนราชการเว็บไซต์หน่วยงานภายในสำนักการขนส่งสินค้าส่วนประกอบการขนส่งสินค้า  หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;    *โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ขอนำรถที่ได้รับความเห็นชอบในครั้งนี้ เข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีภายในกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบหนังสือแจ้งมติฯ หากไม่สามารถนำรถคันใดเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีได้ภายในกำหนด ให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนรถคันดังกล่าว และให้ลดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถลงเหลือเท่ากับจำนวนรถที่ได้นำเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีแล้วภายในกำหนด    ในกรณีผู้ประกอบการขนส่งขอผ่อนผันกำหนดระยะเวลาการนำรถเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีออกไปอีก ให้นายทะเบียนกลางพิจารณาอนุมัติผ่อนผัน โดยกำหนดเงื่อนไขให้นำรถที่ได้รับอนุมัติเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีให้แล้วเสร็จ ภายในกำหนด 60 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดกำหนดระยะเวลาเดิม หากไม่สามารถนำรถคันใดเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถคันนั้น โดยให้นายทะเบียนกลางลดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถลงเหลือเท่ากับจำนวนรถที่ได้นำเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีแล้วภายในกำหนด","2023-07-12T15:12:39"],
    [3338,"94e56e0d-fc25-4dd4-a2d8-0ce21230249e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบรูปภาพประจำรถสำหรับรถโดยสารไม่ประจำทาง (กรณียื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัด) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-a059-4838-9e1b-160321f104f4",20,0,5,"- ผู้ประกอบการขนส่งยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน    - ใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังไม่สิ้นอายุ    - รถที่ขอความเห็นชอบรูปภาพจะต้องอยู่ในบัญชี ขส.บ.11    หมายเหตุ     ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-06-08T12:40:00"],
    [3339,"94e56e0e-5a8f-4d2c-be20-7adbfd923cf3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-28d4-44af-ba3f-b3a7556e51d9",4,1500,25,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นผู้ได้รับใบอนุฯาตประกอบการฯ แล้ว  2. ผู้ขอต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  3. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ดังนี้  (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดาผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย  (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทยและทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  2. ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบกพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522  3. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง  4. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  5. รูปถ่ายสำนักงานประกอบการขนส่งต้องแสดงให้เห็นป้ายชื่อสำนักงานปรากฏอยู่ด้วย  6. ผู้ขอต้องมีสถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษารถแห่งเดียวหรือหลายแห่งรวมกันสำหรับเก็บซ่อมและบำรุงรักษารถได้จริงและควรเพียงพอกับจำนวนรถที่ผู้ขอได้ขออนุญาตไว้ทุกคันโดยต้องไม่ใช้บริเวณของสถานที่ในทางศาสนาหรือสถานศึกษาหรือไม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือความไม่สงบต่อสถานที่ใกล้เคียงและต้องมีถนนหรือทางให้สามารถเข้าออกได้โดยสะดวกทั้งนี้ต้องมีหลักฐานแสดงการมีสิทธืใช้สถานที่เก็บฯให้ใช้ภาพถ่ายโฉนดที่ดินหรือทะเบียนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่  7. เครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคันเป็นเครื่องหมายที่ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องจัดให้มีปรากฏไว้ที่ด้านข้างตัวรถด้านนอกทั้งสองข้างให้สามารถเห็นได้ชัดเจน  8. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตฯ หมดอายุ    9. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร  ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หัวข้อส่วนราชการเว็บไซต์หน่วยงานภายในสำนักการขนส่งสินค้าส่วนประกอบการขนส่งสินค้า    หมายเหตุ *&amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T08:22:47"],
    [3340,"94e56e0d-fe78-4490-b48d-fc119a593529","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การบรรจุรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-a356-4d9f-a8e2-748077fbe104",1,0,7,"*ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-16T20:07:18"],
    [3341,"94e56e0e-5cf1-4277-92cb-af1e78605d71","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเพิ่มรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-2c52-4838-b1e9-34ba8f07c140",15,0,12,"1. ผู้ขอต้องยื่นขอเพิ่มรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ตามที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ดังนี้  (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดาผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย  (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทยและทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัดกรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย  2. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง  3. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ    4. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หัวข้อส่วนราชการเว็บไซต์หน่วยงานภายในสำนักการขนส่งสินค้าส่วนประกอบการขนส่งสินค้า    หมายเหตุ * &amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;  * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;  *ให้ดำเนินการทางทะเบียนและภาษีภายในกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบหนังสือแจ้งมติฯ หากไม่สามารถนำรถคันใด  เข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีได้ภายในกำหนด ให้ระงับการดำเนินการทางทะเบียนรถคันดังกล่าว และให้ลดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถลงเหลือเท่ากับจำนวนรถที่ได้นำเข้าดำเนินการทางทะเบียนและภาษีแล้วภายในกำหนด","2023-07-12T15:15:30"],
    [3342,"94e56e0e-00b2-45b3-a0ee-58f52a31a1b8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การถอนรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-a63d-4f6e-a0ee-e975bcb60220",1,0,7,"การถอนรถต้องระบุรายละเอียดของการถอนรถนั้นด้วย เช่น หยุดใช้ตลอดไป เพื่อนำรถไปเข้าร่วมเดินรถหมวด 4เปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์สี่ล้อเล็กส่วนบุคคล เป็นต้น    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-16T20:07:25"],
    [3343,"94e56e0e-71c6-422e-a12f-7fff418ef2f1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (เงื่อนไขเกี่ยวกับ เช่น ลักษณะรถ เครื่องหมายประจำรถ สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ เป็นต้น) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-4ae1-431b-aca0-a51921fd30a3",15,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. หลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล)    1.การขอและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2524)ออกตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522    2. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย     (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย      - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย     - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งมดต้องมีสัญชาติไทย และทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย     - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย     - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย    3. ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ทั้งนี้ หลักฐานประกอบที่ต้องยื่นปรากฏในข้อ    4. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง    5.หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ    6.ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล ด้วยรถบรรทุก (ภายในประเทศ)         7. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ * &amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อ แผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-06-29T17:29:31"],
    [3344,"94e56e0e-03e3-46ae-b911-605b9bac784b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การย้ายสหกรณ์ (รถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-a91a-4a1d-a2eb-282719cfc127",1,0,8,"การดำเนินการถอนรถออกจากสหกรณ์เดิม เพื่อนำไปบรรจุรถในสหกรณ์ใหม่    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-16T20:07:31"],
    [3345,"94e56e0e-743c-42fb-8e33-9c74828c8c0a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-4e4b-40a7-9791-88fd5e4728a1",15,2500,23,"1. ผู้ขอต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย    (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทยและทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย   - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย    2. ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522    3. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง    4. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ    5.ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล ด้วยรถบรรทุก (ภายในประเทศ)    6. ผู้ขอต้องยื่นต่ออายุล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน ก่อนใบอนุญาตฯ สิ้นอายุ         7. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    *** การขอและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524)ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522(คำขอ 1 ฉบับ ต่อจำนวนรถไม่เกิน 10 คัน)    หมายเหตุ *&amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อ แผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T15:17:09"],
    [3346,"94e56e0e-76bc-434b-acdf-8e203fff5d69","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเพิ่มรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-5166-4eed-bc32-795dd6310895",15,0,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. หลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล)    2. ผู้ขอต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย    (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย และทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย    3.ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ทั้งนี้ หลักฐานประกอบที่ต้องยื่นปรากฏในข้อ    4.ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคล โดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง    5.หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ    6.ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล ด้วยรถบรรทุก (ภายในประเทศ)*** การขอและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524)ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522         7. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    ดูแผนภาพแสดงขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบ้ติราชการ ที่ www.dlt.go.th (เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อ &amp;quot;ส่วนราชการ&amp;quot; เว็บไซต์หน่วยงานภายใน สำนักการขนส่งสินค้าส่วนประกอบการขนส่งสินค้า)        หมายเหตุ *&amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;","2023-07-12T15:23:33"],
    [3347,"94e56e0e-0636-4fea-903f-10473fbf5bf9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การทดแทนรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1a-b52f-470d-98f6-cb2a0ec4aa51",1,0,8,"เป็นการนำรถยนต์สี่ล้อเล็กคันใหม่มาทดแทนรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างคันเดิมโดย    1.ให้ดำเนินการแจ้งไม่ใช้รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างคันเดิมตลอดไป ตามมาตรา 34 แห่ง พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522และต้องให้คำรับรองว่าจะไม่นำรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างคันที่แจ้งไม่ใช้แล้วมาขอจดทะเบียนใช้งานอีกต่อไป    2.รถยนต์สี่ล้อเล็กที่จะนำมาทดแทนต้องเป็นรถใหม่หรือรถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า ซึ่งมีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตแล้ว    3.การจดทะเบียนรถยนต์สี่ล้อเล็กคันใหม่ ให้ออกหมายเลขทะเบียนโดยใช้หมายเลขทะเบียนของรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างคันเดิม    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-16T20:07:37"],
    [3348,"94e56e0e-8991-47c3-b358-df33331a588a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทส่วนบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-6c84-4844-8d60-882c1816f8c2",1,500,37,"ผู้ที่มีความประสงค์จะประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบของกรมการขนส่งทางบกต่อนายทะเบียน ตามภูมิลำเนาของผู้ขอกรณีเป็นบุคคลธรรมดาและตามที่ตั้งสำนักงานใหญ่กรณีเป็นนิติบุคคล ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง โดยมีเงื่อนไขดังนี้      1. การขอประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ      1.1ผู้ขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจหรือการค้า และมีความจำเป็นต้องใช้รถเพื่อประโยชน์ในกิจการของตนเอง      1.2จำนวนรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่ง พิจารณาจากลักษณะ ขนาด ความจำเป็น และปริมารณการขนส่งของกิจการค้าหรือธุรกิจนั้น    2. การขอประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถโดยสาร      2.1 ผู้ขอต้องมีเหตุผลและความจำเป็นต้องใช้รถโดยสารส่วนบุคคลในการขนส่งพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือบุคลากรของผู้ขอ หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณประโยชน์      2.2 จำนวนรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งทุกมาตรฐานพิจารณาจากลักษณะ ขนาด ความจำเป็น และปริมาณการขนส่งของกิจการค้าหรือธุรกิจนั้น    3. ผู้ขอต้องมีรถซึ่งได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกแล้ว หรือเป็นรถที่ยังมิได้จดทะเบียน    4. ผู้ขอต้องมีสถานที่ เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ ขนาด50 ตารางเมตร ต่อรถ 1 คัน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ขอประกอบการขนส่งในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลหรือสำนักงานสาขาของนิติบุคคล หรือโรงงานอุตสาหกรรมของผู้ขอโดยต้องไม่ใช่บริเวณของสถานที่ทางศาสนาหรือสถานศึกษาและต้องมีทาง หรือถนน ให้รถเข้าออกสะดวก และไม่ตั้งในบริเวณที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือความไม่สงบต่อสถานทีใกล้เคียง ภาพถ่ายและแผนที่สถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษารถกรณีสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถเป็นของบุคคลอื่น ต้องมีหลักฐานให้สิทธิการใช้สถานที่จอดรถ หรือสัญญาเช่า(มีอายุสัญญาอย่างน้อย 5 ปี)จัดทำเป็นนิติกรรมสองฝ่าย พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของโฉนดมาแสดงด้วย    5. ผู้ขอต้องยื่นคำขอวางหลักทรัพย์ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด    6. ต้องจัดให้มีผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) 1 คน    7. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฉบับละ 500 บาท มีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    8. การชำระค่าธรรมเนียมต้องชำระภายในเวลา 15.30 น.    9. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    กรณี หน่วยงานของรัฐ วัด มัสยิด มิสซัง มูลนิธิ สภากาชาดไทย และสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ที่ประสงค์จะขอประกอบการขนส่ง ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบการขนส่ง       หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาภายใน 3 วัน ทำการ หลังจากที่ได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว","2022-04-29T18:07:25"],
    [3349,"94e56e0e-088c-423d-aec8-c55a9ef7eff6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง เส้นทางหมวด 2 (กรณีสถานที่เก็บ ซ่อมและบำรุงรักษา และจุดพักรถ อยู่ในส่วนภูมิภาค) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1a-baa4-4dd9-986d-65fb7d220707",71,7000,21,"1.คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ บขส.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางหมวด 2    2.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และจุดพักรถภายในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    3.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯภายในระยะเวลา 1 วัน หลังจากที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางแล้ว หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    4.สำหรับเส้นทางหมวด 2 เฉพาะกรณีที่สถานที่เก็บ ซ่อมและบำรุงรักษา และจุดพักรถ อยู่ในส่วนภูมิภาค    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    ***ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:46:49"],
    [3350,"94e56e0e-15b1-4ed5-b77e-3e60da40e314","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอหนังสือรับรองใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถเป็นภาษาอังกฤษ  (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-cc62-4919-a630-fc9e35673282",1,0,6,"คุณสมบัติของผู้ขอ  1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้น ๆ อยู่เดิมแล้ว  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตในประเภทและหรือชนิดนั้น ๆ    หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  1. ผู้ขอมาดำเนินการเอง  โดยผู้ขอไปยื่นเรื่องขอรับหนังสือรับรองใบอนุญาตเป็นภาษาอังกฤษที่ส่วนใบอนุญาตขับรถหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้  2. ผู้ขอมอบให้หน่วยงานราชการดำเนินการให้  โดยผู้ขอไปยื่นเรื่องขอรับหนังสือรับรองใบอนุญาตเป็นภาษาอังกฤษกับสำนักงานขนส่งจังหวัด    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม  4. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T16:03:22"],
    [3351,"94e56e0e-c5ae-41ef-b3ae-26b4e32c8d98","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขออนุญาตแก้ไขดัดแปลงสาระสำคัญของรถ พรบ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-a2c4-4a38-ab17-1b0aa2849b92",1,20,7,"การยื่นคำขอแก้ไขดัดแปลงต้องเป็นรายการที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ การเปลี่ยนตัวถังหรือปรับปรุงตัวถังเปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนสี เปลี่ยนจำนวนที่นั่งผู้โดยสาร และเปลี่ยนจำนวนโคมไฟหน้า และใช้คำขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่แจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน    หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T17:05:17"],
    [3352,"94e56e0e-17db-4b14-9e75-a42693cb6d4c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-cf99-4fc9-ad59-b069953a7525",1,250,15,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ   1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นอยู่เดิมแล้ว  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้นๆ    หมายเหตุ :              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว              การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป              ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม              ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ต้องดำเนินการอบรมและทดสอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่","2023-07-12T16:04:13"],
    [3353,"94e56e0e-df3d-447f-a54e-81029d8ea351","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การกำหนดและตอกหมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถังหรือโครงคัสซี พรบ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-c351-44df-87a2-b33984fcce01",1,0,9,"เป็นการตอกเลขเครื่องยนต์ เลขตัวถังหรือโครงคัสซี เนื่องมาจากเลขเดิมชำรุด ลบเลือน เปลี่ยนโครงคัสซีหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนและไม่มีหมายเลขกำกับ โดยใช้แบบคำขออื่นๆ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่แจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน  หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-03T13:23:31"],
    [3354,"94e56e0e-1a22-4ea2-ac20-907f355fa53a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล กรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี(พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-d2e3-4250-ad7a-263c2601b3ee",1,50,14,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ   1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ใบนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นอยู่เดิมแล้ว  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ :                ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว              การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป              ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม              ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ต้องดำเนินการอบรมและทดสอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่","2023-07-12T16:05:34"],
    [3355,"94e56e0e-e889-4a52-b54b-685f2be90ce5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใบแทนใบอนุญาตผู้ประจำรถ (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-cfb1-422b-af96-11abce72b92a",1,30,4,"การออกใบแทนใบอนุญาต กรณี ชำรุด ลบเลื่อนในสาระสำคัญ หรือสูญหาย  1. ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้น ๆ อยู่เดิมแล้ว  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตในประเภทและหรือชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:13:03"],
    [3356,"94e56e0e-1c55-47fb-8946-6bcb130d824f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล กรณีไม่สิ้นอายุหรือสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-d673-4df2-b005-20662d21240d",1,50,14,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ   1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล  ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นอยู่เดิมแล้ว  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้น ๆ    (ยื่นก่อนใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน)    หมายเหตุ :              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว              การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป              ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:06:19"],
    [3357,"94e56e0f-070a-4440-9a06-9e52f3c840a4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า  (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-f652-45a6-aa5a-abc9770c7853",3,100,5,"1.กรณีรถประกอบขึ้นจากขึ้นใหม่จากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ   1.1 ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี   1.2 ใบขนสินค้าขาเข้า พร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาพถ่าย ซึ่งต้องเป็นภาพถ่ายเอกสารแผ่นที่ระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง   1.3 บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับสินค้า(อินวอยซ์) หรือภาพถ่ายซึ่งต้องเป็นภาพถ่ายเอกสารแผ่นที่ระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองถวามถูกต้อง   1.4 ใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้า หรือภาพถ่าย โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง   1.5 ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ หรือใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการซื้อขายหรือการให้เครื่องยนต์ แล้วแต่กรณี          (ก) กรณีเครื่องยนต์เก่าที่เคยนำไปใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้วให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขเครื่องยนต์ พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของเจ้าของหรือผู้จำหน่ายเครื่องยนต์ แล้วแต่กรณี          (ข) กรณีเครื่องยนต์ที่ยังไม่เคยจดทะเบียน ให้แนบหนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีและจำหน่ายเครื่องยนต์   1.6 หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถทั้งหมดและบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญาหากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด   1.7 ใบเสร็จรับเงินค่าหัวเก๋ง (กรณีรถบรรทุก) หรือใบเสร็จรับเงินค่าตัวถังรถ (กรณีรถโดยสาร)   1.8 หลักฐานการสร้างประกอบรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง (กรณีที่ไม่ได้ประกอบรถขึ้นใช้เอง)   2.รถที่มีการเปลี่ยนโครงคัสซี   2.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ   2.2 ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี หรือสัญญาซื้อขายโครงคัสซี แล้วแต่กรณีสำหรับกรณีเป็นโครงคัสซีเก่าของรถที่ได้แจ้งเลิกใช้แล้วให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซีด้วย   2.3 หลักฐานการเปลี่ยนโครงคัสซี เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าเปลี่ยนโครงคัสซี   2.4 กรณีเป็นโครงคัสซีที่นำเข้าจากต่างประเทศ ต้องมีหลักฐานตามข้อ1.2, 1.3 และ 1.4    หมายเหตุ  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ท่ั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานท่ี่ต้องย่ื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือย่ื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:29:28"],
    [3358,"94e56e0f-095b-4e39-a2b7-6abc729c69e2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวหรือตลอดไป   (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-f94e-4171-aaf4-0d696811b715",1,20,12,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    3. สามารถแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวหรือตลอดไปได้ที่ทำการนายทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศ    4.การแจ้งไม่ใช้รถในกรณีเลิกสัญญาเช่าซื้อ แต่ไม่สามารถนำแผ่นป้ายทะเบียนรถมาคืนได้ ให้แจ้งไม่ใช้รถตลอดไปเท่านั้น พร้อมยื่นคำขอแก้ไขรายการตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:30:31"],
    [3359,"94e56e0e-2614-4e6c-9881-3626977f1598","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถ กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-e369-4ce4-93b2-ddab4ba37c8c",1,250,16,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ    1. ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณี มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี    2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46    3. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว       (ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร       (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น       (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร       (ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด       (จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน       (ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น    หมายเหตุ :        ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว        การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป        ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม        ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ต้องดำเนินการอบรมและทดสอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่    ช่องทางการจองคิวอบรม : (สามารถเข้ารับการอบรมทุกวันจันทร์ วันพุธ และวัศุกร์ เท่านั้น)     (1) จองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue     (2) จองคิวผ่านเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th ของกรมการขนส่งทางบก","2023-07-12T16:09:07"],
    [3360,"94e56e0e-2897-47b2-bdc3-2ee7b81bdf5b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถ กรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-e6f2-460f-919b-a40e15b68d66",1,50,16,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ  1. ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณี มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี  2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46  3. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว       (ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร       (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น       (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร       (ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด       (จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน       (ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น    หมายเหตุ :        ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว        การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป        ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม        ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ต้องดำเนินการอบรมและทดสอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่","2023-07-12T16:09:46"],
    [3361,"94e56e0e-2af2-4bbc-bc7e-279c03ea596e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถ กรณีไม่สิ้นอายุ หรือสิ้น อายุไม่เกิน 1 ปี (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-ea48-48d7-812e-3dc67b4dbbd0",1,50,14,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ      1. ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณี มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี    2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46    3. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษหรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าหกเดือนแล้ว       (ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร       (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น       (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร       (ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด       (จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน       (ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น      หมายเหตุ :              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว              การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันถัดไป              ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:10:17"],
    [3362,"94e56e0f-0b93-44df-8833-e64ac575ed59","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแปลใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นภาษาอังกฤษ (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-fc35-4b5b-9ed6-903d3a553f3f",1,20,5,"- รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง      - กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:31:16"],
    [3363,"94e56e0e-389d-4ec5-a0d6-b27902d7dc44","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ/รถยนต์สามล้อสาธารณะกรณีไม่สิ้นอายุหรือสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-fc1f-43c5-a2ae-e1e5cbc86304",31,50,5,"การขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์  การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ  การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ (กรณีไม่สิ้นอายุหรือสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี)  1. คุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ      1.1 เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ/รถยนต์สามล้อสาธารณะอยู่เดิมแล้ว      1.2 ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาต  2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ      2.1. ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน      2.2. ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและอบรมให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต      3.1  ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและผ่านการอบรมตามขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว      3.2  ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้ว ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญกรก่อนออกใบอนุญาตขับรถ  4.ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้      4.1. ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอจัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนามพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง      4.2. ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย      4.4. รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญกรและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว      4.5. ชำระค่าเงินธรรมเนียม / ออกใบเสร็จรับเงิน / พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ / จัดทำบัตรประจำตัวผู้ขับรถ / จ่ายใบอนุญาตขับรถ  หมายเหตุ :  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือ สถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:12:49"],
    [3364,"94e56e0e-3b35-4d31-8a59-c74027a4fcc4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะกรณีไม่สิ้นอายุหรือสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1a-ff7c-4a23-868f-c72b06bb2ac9",31,150,4,"การขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์    การต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะหรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ  การต่ออายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (กรณีไม่สิ้นอายุหรือสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี)  1. คุณสมบัติของผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ  1.1 เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะอยู่เดิมแล้ว  1.2 ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาต  2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ  2.1. ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน  2.2. ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  3.1 ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและผ่านการอบรมตามขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว  3.2 ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้ว ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมก่อนออกใบอนุญาตขับรถ  4.ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้  4.1.ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอจัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนามพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง  4.2.ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย  4.3.อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด  4.4.รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว  4.5.ชำระเงินค่าธรรมเนียม / ออกใบเสร็จรับเงิน / พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ / จ่ายใบอนุญาตขับรถ  หมายเหตุ :  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:13:43"],
    [3365,"94e56e0e-3da5-43fb-a5db-67c9b6f1a7e6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะกรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-02cd-4acd-bbf5-67dfa8941d71",31,50,4,"การขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์  การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ  การขอต่อายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (กรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี )    1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ      1.1.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะอยู่เดิมแล้ว      1.2.ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถ      1.3.ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ  2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ      2.1. ยื่นก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน      2.2. ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายอบรม และทดสอบภาคทฤษฎี ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต      3.1 ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรม ทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) หากผลการทดสอบไม่ผ่าน ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการทดสอบแก้ตัวภายในระยะเวลาที่กำหนด (ตามข้อ 2.2) ตามขั้นตอนครบถ้วน ถูกต้องแล้ว      3.2 ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้วผลการตรวจสอบประวัติ ปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาตขับรถ  4.ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้      4.1.ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนามและจองคิวอบรมพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง      4.2.ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย      4.3.อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด      4.4.ทดสอบภาคทฤษฎี(เกณฑ์การผ่านการทดสอบ 90%)      4.5.รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว      4.6.ชำระเงินค่าธรรมเนียม/ออกใบเสร็จรับเงิน/พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ/จ่ายใบอนุญาตขับรถ    หมายเหตุ :  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3.ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือ สถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:14:19"],
    [3366,"94e56e0e-4079-4a29-975d-d53e18c373e7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ/รถยนต์สาม ล้อสาธารณะ กรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-0619-44f5-90cf-4add17025966",31,50,5,"การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์  การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะหรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ  การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ (กรณีสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี)  1. คุณสมบัติและลักษณะของผู้ยื่นคำขอ      1.1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ / รถยนต์สามล้อสาธารณะอยู่เดิมแล้ว      1.2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถ      1.3. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ  2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ      2.1. ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน      2.2. ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรม และทดสอบภาคทฤษฎี ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต      3.1 ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) หากผลการทดสอบไม่ผ่าน ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการทดสอบแก้ตัวภายในระยะเวลาที่กำหนด (ตามข้อ 2.2)      3.2 ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้วผลการตรวจสอบประวัติ ปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมก่อนออกใบอนุญาตขับรถ  4.ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้      4.1. ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนามและจองคิวอบรมพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง      4.2. ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย      4.3. อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด      4.4. ทดสอบภาคทฤษฎี (เกณฑ์การผ่านการทดสอบ 90%)      4.5. รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว      4.6.ชำระค่าเงินธรรมเนียม / ออกใบเสร็จรับเงิน / พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ / จัดทำบัตรประจำตัวผู้ขับรถ / จ่ายใบอนุญาตขับรถ    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3.ระยะ เวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือ สถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:14:52"],
    [3367,"94e56e0e-42f3-4e53-a064-eca1ecb679b4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-099c-4bdc-ae18-7329756b2f85",31,50,4,"การขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์  การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ  การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี)  1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ      1.1 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะอยู่เดิมแล้ว      1.2 ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถ      1.3 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ  2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ      2.1  ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน      2.2 ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ      3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต      3.1 ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายอบรมทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) และภาคปฏิบัติ (สอบขับรถ) หากผลการทดสอบไม่ผ่าน ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการทดสอบแก้ตัวภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามข้อ 2.2 ตามขั้นตอนครบถ้วน ถูกต้องแล้ว      3.2 ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้วผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาตขับรถ  4. ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้      4.1 ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนามและจองคิวอบรมพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง      4.2 ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย      4.3 อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด      4.4 ทดสอบภาคทฤษฎี (เกณฑ์การผ่านการทดสอบ 90%)      4.5 ทดสอบภาคปฏิบัติ (สอบขับรถ)      4.6 รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรรมและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว      4.7 ชำระเงินค่าธรรมเนียม/ออกใบเสร็จรับเงิน/พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ/จ่ายใบอนุญาตขับรถ    หมายเหตุ :  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน เรียบร้อยแล้ว  2. การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะ เวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือ สถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:15:40"],
    [3368,"94e56e0e-4589-40b1-9a6c-86864635358f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ/รถยนต์สามล้อสาธารณะ กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี ( พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-0cf9-452b-b5ee-ff089f2a6a02",31,50,5,"การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์    การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ    การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ (กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี)    1. คุณสมบัติและลักษณะของผู้ยื่นคำขอ  1.1  เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ / รถยนต์สามล้อสาธารณะ อยู่เดิมแล้ว  1.2  ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถ  1.3  ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ    2. ระยะเวลาการยื่นคำขอ  2.1 ยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่เกิน 3 เดือน  2.2 ต้องดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันท่ียื่นคำขอ        3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  3.1 ผู้ขอผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายอบรมทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) และทดสอบภาคปฏิบัติ (สอบขับรถ) หากผลการทดสอบไม่ผ่าน ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการทดสอบแก้ตัวภายในระยะเวลาที่กำหนด (ตามข้อ 2.2)  3.2 ผู้ขอผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรแล้วผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาตขับรถ    4 ขั้นตอนการดำเนินการดังนี้  4.1 ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอ จัดทำคำขอให้ผู้ขอลงนามและจองคิวอบรมพร้อมจัดทำหนังสือตรวจสอบประวัติอาชญากรให้ผู้ขอถือไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตนเอง  4.2 ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย  4.3 อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด  4.4 ทดสอบภาคทฤษฎี(เกณฑ์การผ่านการทดสอบ 90%)  4.5 ทดสอบภาคปฏิบัติ (สอบขับรถ)  4.6  รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่าไม่พบประวัติอาชญากรและผ่านขั้นตอนครบถ้วนถูกต้องแล้ว  4.7 ชำระค่าเงินธรรมเนียม / ออกใบเสร็จรับเงิน / พิมพ์ใบอนุญาตขับรถ / จัดทำบัตรประจำตัวผู้ขับรถ / จ่ายใบอนุญาตขับรถ    หมายเหตุ :  1.ขั้น ตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน เรียบร้อยแล้ว  2. การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3.ระยะ เวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือ สถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:16:07"],
    [3369,"94e56e0e-47ea-4ecc-a9a7-b93229f9697f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกบัตรประจำตัวผู้ขับรถซึ่งนำใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกมาใช้แทนใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-1001-4438-9429-aaa007323e77",1,20,4,"1. หลักเกณฑ์ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการอบรมทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่อใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2557  2. วิธีการยื่นคำขอ ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2549 หมวด 7 การขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถ ข้อ 24 (1)  คุณสมบัติของผู้ขอรับบัตรประจำตัวผู้ขับรถ  1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์อยู่เดิมแล้ว ซึ่งใบอนุญาตดังกล่าวยังไม่สิ้นอายุ    กรณีที่ผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทางหรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ที่ยังไม่สิ้นอายุ ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรวิชากฎหมาย ระเบียบ และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถยนต์สาธารณะ หรือรถยนต์สามล้อสาธารณะเพิ่มเติมอีก 1 ชั่วโมง    2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถชนิดนั้น ๆ    หมายเหตุ :  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่น หรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:38:12"],
    [3370,"94e56e0e-5eeb-420b-b2dc-50d26509ca5a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การถอนหลักทรัพย์ในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-2f55-4e8f-ae9b-1e5756d540aa",6,0,8,"1. นายทะเบียนสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต ฯ  2. ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ แจ้งเลิกประกอบการ หรือขอถอนหลักทรัพย์บางส่วนให้เท่ากับจำนวนรถที่ลดลง  3. ผู้ได้รับใบอนุญาฯ ขอถอนหลักทรัพย์เดิม เนื่องจากมีการเปลี่ยนการวางหลักทรัพย์  4. ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ขอถอนหลักทรัพย์ไปชำระตามคำบังคับคดีของศาลเพื่อชำระหนี้    5. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    *ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อ แผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการ","2023-07-12T15:18:21"],
    [3371,"94e56e0f-10d9-4541-943b-b1eb8361ac80","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การจดทะเบียนรถ (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-02ec-4c29-9d38-1a5dbe90a0bf",1,100,9,"-เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    -ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ เป็นผู้ยื่นคำขอ    -ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และต้องมีความคุ้มครองอย่างน้อยถึงวันสิ้นอายุภาษีรถในปีถัดไป    -ผ่านการตรวจสอบหลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์รถ หรือหลักฐานการได้มาของรถจากส่วนทะเบียนรถขนส่ง สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ก่อนจดทะเบียนตามกรณี    การยื่นคำขอในแต่ละกรณี ดังนี้    1.กรณีรถใหม่ที่ผลิตจากโรงงานภายในประเทศ หรือรถที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อจำหน่าย ต้องแนบหลักฐานดังนี้                  -หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ                  -หลักฐานการได้มาของรถ เช่น สัญญาเช่าซื้อรถ หรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ                  -หลักฐานการชำระราคารถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี    2.กรณีรถประกอบขึ้นใหม่จากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศต้องแนบหลักฐานดังนี้                  -ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี                  -ใบขนสินค้านำเข้า พร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพ่ิมหรือภาพถ่ายซึ่งต้องระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง                 - บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับภาษี (INVOICE) หรือภาพถ่ายซึ่งต้องระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลการกรรับรองความถูกต้อง               - ใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้า หรือภาพถ่ายโดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง               - ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ หรือใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการซื้อขายหรือการให้เครื่องยนต์แล้วแต่กรณี               - กรณีเครื่องยนต์เก่าที่เคยนำไปใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้วให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขเครื่องยนต์ พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน  หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของเจ้าของหรือผู้จำหน่ายเครื่องยนต์ แล้วแต่กรณี               - กรณีเครื่องยนต์ที่ยังไม่เคยจดทะเบียน ให้แนบหนังสือรับรองหลักฐานส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์               - หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถทั้งหมดและบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด               - ใบเสร็จรับเงินค่าหัวเก๋ง (กรณีรถบรรทุก) หรือใบเสร็จรับเงินค่าตัวถังรถ (กรณีรถโดยสาร)               - หลักฐานการสร้างประกอบรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง (กรณีที่ไม่ได้ประกอบรถขึ้นใช้เอง)  3. กรณีรถที่มีการเปลี่ยนโครงคัสซี ต้องแนบหลักฐานดังนี้              - หนังสือแสดงการจดทะเบียน              - ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี หรือสัญญาซื้อขายโครงคัสซี แล้วแต่กรณี สำหรับกรณีเป็นโครงคัสซีเก่าของรถที่ได้แจ้งเลิกใช้แล้ว ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซีด้วย              - หลักฐานการเปลี่ยนโครงคัสซี เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าเปลี่ยนโครงคัสซี    4.กรณีเป็นโครงคัสซีที่นำเข้าจากต่างประเทศ ต้องมีหลักฐานดังนี้              - ใบขนสินค้านำเข้า พร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาพถ่ายซึ่งต้องระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลการกรรับรองความถูกต้อง              - บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับภาษี (INVOICE) หรือภาพถ่ายซึ่งต้องระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลการกรรับรองความถูกต้อง                - ใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้า หรือภาพถ่ายโดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลการกรรับรองความถูกต้อง  5.กรณีนำรถเข้าจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการของตนเอง ต้องแนบหลักฐานดังนี้              - หนังสืออนุญาตนำรถเข้าจากต่างประเทศของกรมศุลการกรได้แก่ ใบรับรองการนำเข้า (แบบ32) จากกรมศุลการกร,ใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้าหรือหลักฐานการยกเว้นอากรขาเข้า, บัญชีแสดงรายการสินค้า (INVOICE), ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรถ เช่น หมายเลขโครงคัสซี หมายเลขเครื่องยนต์              - และหากเป็นรถใช้แล้วนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสืออนุญาตให้นำรถเข้ามาในราชอาณาจักรของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มาแสดงเพิ่มเติม  6. กรณีรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบขึ้นใช้ในกิจการของตนเอง ต้องแนบหลักฐานดังนี้              - หนังสือรับรองการประกอบรถขึ้นใช้ในกิจการของตนเอง              - หลักฐานการสร้างประกอบรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง (กรณีไม่ได้ประกอบรถขึ้นเอง)              - หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถทั้งหมดและบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด  7. กรณีรถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของทางราชการ อันเนื่องมาจากรถเป็นของกลางในคดีอาญา หรือกรณีรถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของทางราชการ ในลักษณะรถเก่าชำรุดโดยไม่มีการโอนทะเบียนรถเดิมต้องแนบหลักฐานดังนี้              - หนังสือแจ้งการขายทอดตลาด              - ใบเสร็จรับเงินค่ารถ              - หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)  8. กรณีรถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ให้ใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถที่มีการแจ้งไม่ใช้รถตลอดไปตามมาตรา 34 หรือที่แสดงว่าการจดทะเบียนรถเป็นอันระงับไปตามมาตร 35/3 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522  9. กรณีรถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายอื่น ให้ใช้หนังสือรับรองการจำหน่ายรถของหน่วยงานที่รถนั้นเคยจดทะเบียนโดยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับหมายเลขทะเบียนรถ(เดิม) ชนิดรถ หมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถังหรือหมายเลขโครงคัสซี  10. กรณีรถที่มีการเปลี่ยนแปลงประเภทการขนส่ง หรือรถที่เปลี่ยนลักษณะจากรถบรรทุกเป็นรถโดยสาร หรือเปลี่ยนจากรถโดยสาร เป็นรถบรรทุก ต้องแนบหลักฐานดังนี้              - หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ              - หลักฐานการเปลี่ยนลักษณะรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง ค่าอุปกรณ์และส่วนควบ  10. กรณีรถที่การจดทะเบียนเป็นอันระงับตามมาตรา 86/4 แห่ง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ต้องแนบหลักฐานดังนี้              - หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ              - หากดำเนินการจดทะเบียนรถในจังหวัดอื่น ที่มิใช่จังหวัดที่รถนั้นจดทะเบียน ในวันที่ทะเบียนระงับ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอนการย้ายรถ  11. กรณีรถที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้จดทะเบียน ต้องแนบสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล และหลักฐานประกอบดังนี้              - หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ (ถ้ามี)              - หลักฐานการได้มาของรถ เช่น สัญญาเช่าซื้อรถ หรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ (ถ้ามี)              - หลักฐานการชำระราคารถ เช่นใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี (ถ้ามี)    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:33:40"],
    [3372,"94e56e0e-612e-4d95-8c18-9520b3239c28","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การยกเลิกใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-3264-489c-8c9c-7b7b64a6556a",2,0,7,"1. ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ได้แจ้งเลิกใช้รถหมดทุกคันแล้ว  2. ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ มีการนำรถในบัญชี ขส.บ.11 ไปบรรจุในใบอนุญาตฯ รายอื่นหมดแล้ว  3. ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ จะต้องส่งคืนใบอนุญาตฯ ฉบับจริง ให้กับสำนักการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก    4. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการ","2023-07-12T15:19:39"],
    [3373,"94e56e0f-1324-4e92-b59a-455026ae2c25","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การย้ายรถเข้า (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-05bd-4eb7-b58a-787d34bf8bba",1,100,9,"-การแจ้งย้ายรถเข้า ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่ประสงค์จะนำรถนั้นไปใช้งาน (ปลายทาง)    -ได้รับอนุญาตการย้ายรถออกจากสำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน (ต้นทาง)    -รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปีและไม่ถูกระงับการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    -ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ เป็นผู้ยื่นคำขอ    -เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    -ผ่านการตรวจสภาพรถจากพนักงานตรวจสภาพ    -ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และต้องมีความคุ้มครองอย่างน้อยถึงวันสิ้นอายุภาษีรถในปีถัดไป","2023-07-12T18:35:49"],
    [3374,"94e56e0e-6382-4ece-b5ba-3dcb3ee7a89b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแก้ไขรายละเอียดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-35a6-4e43-b207-976c827d44e3",1,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ตรวจสอบความถูกต้อง เช่น ที่ตั้งสำนักงาน ที่อยู่ ชื่อ เป็นต้นในใบอนุญาตประกอบการขนส่งฯ กับ เอกหลักฐานที่ขอแก้ไขรายละเอียด    2. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    3. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อ แผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการ","2023-07-12T15:24:27"],
    [3375,"94e56e0f-17d7-435f-b72a-6b2362088929","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การย้ายรถเข้า    (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-0b80-437e-880c-1a3e68c548f7",1,100,7,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. กรณีการยื่นขอแจ้งย้าย ณ จังหวัดปลายทางต้องได้รับการอนุญาตย้ายจากจังหวัดต้นทางก่อน    3.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:41:47"],
    [3376,"94e56e0e-65c1-4e54-95c8-e041b5b309e6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-3b66-46c6-9a99-d91e6776eb19",1,100,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งฯ โดยใบอนุญาตฯ ชำรุด หรือสูญหาย  2. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  3. ใบแทนใบอนุญาตฯ จะมีอายุเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของใบอนุญาตฯ ฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย    4. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน      * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการ","2023-07-12T15:21:06"],
    [3377,"94e56e0f-1a32-48f0-a9ec-e3908e390d84","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การอนุญาตนำรถที่จดทะเบียนแล้วออกนอกราชอาณาจักร (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-0e57-4557-98e3-c24d6c3a2caa",1,50,4,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. ต้องเป็นรถที่ได้แจ้งไม่ใช้รถตลอดไปก่อนขออนุญาตนำรถออกนอกราชอาณาจักร    3.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:42:38"],
    [3378,"94e56e0e-67f1-4dc1-ade2-c49c796bf6b3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอผ่อนผันการจดทะเบียนรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-3e5d-4330-aa1f-fd22bb5363f5",1,0,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. มีตัวรถบรรจุในบัญชี ขส.บ.11 และเงื่อนเวลาไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบมติคณะอนุกรรมการฯ    2. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522         3. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ* &amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อ แผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T08:21:11"],
    [3379,"94e56e0f-1ecd-4a27-bf32-2bb5643fb8ef","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอแก้ไขรายการใบอนุญาตผู้ประจำรถ (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-146b-4d99-8103-44e93722caa6",1,0,6,"1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นด้วยตนเอง และเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกอยู่เดิมแล้ว  2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตในประเภทและหรือชนิดนั้น ๆ  3. การขอแก้ไขสาระสำคัญในใบอนุญาต เช่น ที่อยู่ ชื่อ - นามสกุล คำนำหน้า ยศ ฯลฯ เป็นต้น    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:44:20"],
    [3380,"94e56e0e-6a40-40ce-826f-d9b4ac38297a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอกำหนด(ปรับปรุง)เงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (เงื่อนไขเกี่ยวกับ เช่น ลักษณะรถ เครื่องหมายประจำรถ สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-4192-4532-929c-5edbe4af6bee",15,0,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522    กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร      หมายเหตุ    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2.ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาภายในวันทำการถัดไป  * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อ แผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการ","2023-06-30T13:21:56"],
    [3381,"94e56e0e-6f47-4899-bc89-e7fe82d4fc69","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-47bd-45a3-82ba-93515a02cbb6",15,2500,21,"1. ผู้ขอต้องมีคุณสมบัติ ตามมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522   (1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย   (2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย    - ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดต้องมีสัญชาติไทย และทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย   - ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย   - ในกรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด กรรมการบริษัทจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทมหาชนจำกัดนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดต้องเป็นของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และมีสัญชาติไทย  2. ผู้ขอต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามแบบของกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  3. ผู้ขอควรขอในลักษณะของนิติบุคคลโดยทุนจดทะเบียนไม่ควรน้อยกว่า 500,000 บาท(ห้าแสนบาทถ้วน)และนิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการประกอบการขนส่ง  4. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้มาแล้วไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ  5.ผู้ขอต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคลด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก(มีใบอนุญาตฯ ภายในประเทศแล้ว)    6. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน ระยะเวลาดำเนินการ","2023-07-12T15:20:03"],
    [3382,"94e56e0e-7911-4ee8-99b0-d4210f7d6ec7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การบรรจุรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-5499-4f45-a1fe-64e15d882ac6",1,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.มีจำนวนรถตามเงื่อนไขในใบอนุญาตฯที่ว่างอยู่  2.มีตัวรถเป็นรถใหม่หรือเป็นรถที่จดทะเบียนแล้วและอยู่ในบัญชี ขส.บ.11 ในประเทศ แล้ว  3.เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 25 แห่ง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  4.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ระหว่างประเทศประเภทไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคลด้วยรถบรรทุก    5. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ * &amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T15:18:48"],
    [3383,"94e56e0f-2561-455e-95db-8f04fec2965b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอสำเนาประวัติรถเพื่อนำรถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน พรบ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1c-1e28-4a49-a71a-35ca3b34fa15",1,0,5,"ให้ยื่นคำขออื่นๆที่หน่วยงานที่รถนั้นจดทะเบียนไว้ เพื่อนำไปตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถเท่านั้น    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน  หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T18:46:21"],
    [3384,"94e56e0e-7b5b-4f65-b2bb-b7f41fbee2f0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเปลี่ยนรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-57f8-466b-920e-6d47210af7d8",1,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.ตัวรถเดิมที่บรรจุในบัญชี ขส.บ.11 ได้รับความเสียหาย หรือเกิดอุบัติเหตุ หรือสิ้นสภาพ ไม่สามารถใช้งานได้  2.จะต้องเป็นรถที่มีลักษณะรถและเป็นมาตรฐานรถเดียวกันกับรถคันที่บรรจุในบัญชี ขส.บ.11 ระหว่างประเทศ  3.เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522  4.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ระหว่างประเทศประเภทไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคลด้วยรถบรรทุก    5. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ * &amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T15:21:36"],
    [3385,"94e56e0e-8018-497c-a7b0-ead55f6abdb4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแก้ไขรายละเอียดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-5f27-43a4-82d7-51ef7907e7f8",1,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ตรวจสอบความถูกต้องของที่ตั้งสำนักงาน ที่อยู่ ชื่อ ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ฯ กับ เอกสารที่ขอแก้ไข    2. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    3. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล ด้วยรถบรรทุก         4. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ *&amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อ แผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T15:24:00"],
    [3386,"94e56e0f-3e2a-4edb-ace7-9714bd5dc11d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถโดยสารประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-3cbf-4545-804e-7433fa66ba3b",73,0,7,"1.ผู้ประสงค์ขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถโดยสารประจำทางให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้    2. ผู้ประสงค์ขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถโดยสารประจำทาง ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารในเส้นทางสายดังกล่าว    3. เส้นทางรถโดยสารประจำทางที่จะขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถ ได้แก่ เส้นทางรถหมวด 2, 3, และหมวด 1, 4 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง    เงื่อนไขการยื่นคำขอและการพิจารณา    1. คำขอต้องมีรายละเอียดข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือฯ    2.คำขอที่มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือฯให้ดำเนินการดังนี้     - กรณีผู้ยื่นคำขอสามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น ให้ดำเนินการในทันที     - กรณีผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น ให้ผู้ยื่นคำขอจดแจ้งกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการ       แก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมไว้แก่เจ้าหน้าที่ และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดมิฉะนั้นจะถือว่าละทิ้งคำขอ    3. เงื่อนไขการเดินรถที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) จะต้องไม่ขัดแย้งกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีหรือกระทรวง ณ วันที่ยื่นคำขอ    4. เงื่อนไขการเดินรถที่ขอกำหนด (ปรับปรุง) จะต้องไม่มีการคัดค้านโต้แย้งหรือไม่ตกอยู่ภายใต้คำสั่งศาล หากมีการคัดค้านโต้แย้งเป็นข้อพิพาทในระหว่างดำเนินการอยู่ จะชะลอการดำเนินการเพื่อไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งให้ได้ข้อยุติก่อน หรือจนกว่ามีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด    5. กรณีการยื่นขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถในเรื่องเดียวกันและในเส้นทางรถโดยสารประจำทางสายเดียวกัน หากคำขอเดิมยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จผู้ขอจะไม่สามารถยื่นคำขอใหม่ได้    6. กรณีที่มีมติอนุมัติให้กำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถฯ ในเรื่องให้กำหนด/ยกเลิกการเดินรถตัดช่วงในเส้นทางรถโดยสารประจำทาง หมวด 2, 3 แล้ว หากผู้ขอประสงค์ยื่นขอกำหนด(ปรับปรุง) เงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินการจัดการเดินรถตามมติดังกล่าวก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ    7. กรณีที่มีมติอนุมัติให้ปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถฯ ในเรื่องให้เพิ่มจำนวนรถแล้ว หากผู้ขอประสงค์ยื่นขอปรับปรุงเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินการบรรจุรถตามมติดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ เว้นแต่หากมีการบรรจุรถครบถ้วนแล้วภายใน 120วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ อนุโลมให้ยื่นขอปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถฯ ดังกล่าวได้    8. กรณีที่มีมติอนุมัติให้กำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถฯ ในเรื่องให้กำหนด/ยกเลิกมาตรฐานรถแล้ว หากผู้ขอประสงค์ยื่นขอกำหนด(ปรับปรุง) เงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินการบรรจุ/ถอนรถตามมติดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ    9. กรณีที่มีมติอนุมัติให้กำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถฯ ในเรื่องให้กำหนด/ยกเลิกสถานที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสารแล้ว หากผู้ขอประสงค์ยื่นขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินการจัดการเดินรถตามมติดังกล่าวก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ    10.กรณีที่มีมติการพิจารณาให้สำรวจ/ตรวจสอบและพิจารณาทบทวนข้อมูลเพิ่มเติมกรอบระยะเวลาการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ในคู่มือฯ อาจจะเปลี่ยนแปลงตามสมควร    11. กรณีการขอเปลี่ยนคำขอใหม่เนื่องจากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดคำขอเดิมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ให้ถือว่าคำขอเดิมสิ้นสุดลง และการดำเนินการตามคำขอใหม่จะเริ่มนับตามกรอบขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานใหม่    12. กรณีการยื่นคำขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถฯ พร้อมกันหลายรายในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน หรือกรณีการขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถฯ หลายเรื่องในคำขอรายเดียว (1 คำขอ) กรอบระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มขึ้นตามสมควร    หมายเหตุ    1.ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงานตามคู่มือฯจะเริ่มนับเมื่อตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือฯและเสร็จสิ้นเมื่อได้แจ้งมติการพิจารณาของผู้มีอำนาจให้ผู้ขอทราบ    2. ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงานตามคู่มือฯ จะไม่นับรวมระยะเวลาที่กระบวนการพิจารณาต้องสะดุดหยุดอยู่เนื่องจากเหตุเพราะคำสั่งศาลหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล หรือกรณีที่ทางราชการต้องชะลอการพิจารณาเพราะเหตุการคัดค้านของผู้มีส่วนได้เสีย หรือกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการสอบถามผลกระทบจากผู้มีส่วนได้เสียตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539    3. กรณีที่ผลการพิจารณาไม่เห็นชอบ หรือไม่อนุมัติ หรือไม่ได้รับการพิจารณาคำขอด้วยเหตุใดๆ ขอสงวนสิทธิไม่คืนเอกสารหลักฐานต่างๆ","2023-07-12T15:07:39"],
    [3387,"94e56e0e-8281-404c-92b3-678fcb580272","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-627f-4029-8cc7-073c4fddeca4",1,100,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งฯ ระหว่างประเทศ โดยใบอนุญาตฯ ชำรุด หรือสูญหาย    2. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    3. เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล ระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุก    4.ใบแทนใบอนุญาตฯ จะมีอายุเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของใบอนุญาตฯ ฉบับเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย         5. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ * &amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T15:20:33"],
    [3388,"94e56e0e-84a9-43ab-8f18-75b9fa27188e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การยกเลิกใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-65ad-453c-b598-d6fad979de91",2,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ผู้ได้รับใบอนุญาต ฯ ได้แจ้งเลิกใช้รถหมดทุกคันแล้ว    2. ผู้ได้รับใบอนุญาต ฯ มีการนำรถไปบรรจุในใบอนุญาต ฯ รายอื่นหมดแล้ว    3. ผู้ได้รับใบอนุญาต ฯ ในประเทศได้มีการขอยกเลิกแล้ว    4.ส่งคืนใบอนุญาตฯ ไม่ประจำทาง/ส่วนบุคค ด้วยรถบรรทุกระหว่างประเทศ (ฉบับจริง) ให้กรมฯ    5. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ *&amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T15:19:12"],
    [3389,"94e56e0f-5947-4fa5-ad95-a98073bdf024","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถโดยสารประจำทาง   กรณีนายทะเบียนกลางเห็นชอบโดยมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอนุมัติในหลักการ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-6a29-4182-bb9c-ab17dcd1495a",40,0,5,"หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอ    1. ผู้ประสงค์ขอปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถโดยสารประจำทางให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้      2. ผู้ประสงค์ขอปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถโดยสารประจำทาง ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารในเส้นทางสายดังกล่าว    3. เส้นทางรถโดยสารประจำทางที่จะขอปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถ ได้แก่ เส้นทางรถหมวด 2, 3, และหมวด 1, 4 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง    4. เงื่อนไขการเดินรถโดยสารประจำทางที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางได้มีมติอนุมัติในหลักการมอบหมายให้นายทะเบียนกลางพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ในกรณีที่เป็นเรื่องทั่วๆ ไป ได้แก่      4.1การแก้ไขรายละเอียดเส้นทาง เช่น ชื่อเส้นทาง ชื่อถนน ชื่อสถานที่ หมายเลขทางหลวง และระยะทาง ให้ถูกต้องตามสภาพข้อเท็จจริงและยังคงมีรายละเอียดเส้นทางตามแนวเส้นทางเดิม      4.2การปรับปรุงตารางการเดินรถและอัตราค่าโดยสารให้ถูกต้องสอดคล้องกับการแก้ไขรายละเอียดเส้นทาง หรือการปรับปรุงเงื่อนไขเกี่ยวกับเวลาการเดินรถ      4.3การปรับปรุงเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปลี่ยนมาตรฐานรถที่มีอัตราค่าโดยสารเดียวกันและให้บริการเหมือนกัน หรือการเปลี่ยนมาตรฐานของรถบัสโดยสารมาตรฐานหนึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่ง แต่ต้องไม่ใช่การเพิ่มจำนวนรถ      4.4การปรับปรุงเงื่อนไขเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนเที่ยวแต่ไม่เพิ่มจำนวนรถ หรือการลดจำนวนเที่ยว/จำนวนรถแต่ไม่ใช่การยกเลิกเงื่อนไขการเดินรถมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง    เงื่อนไขการยื่นคำขอและการพิจารณา    1. คำขอต้องมีรายละเอียดข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือฯ    2.คำขอที่มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือฯ ให้ดำเนินการดังนี้     - กรณีผู้ยื่นคำขอสามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น ให้ดำเนินการในทันที     - กรณีผู้ยื่นคำขอไม่สามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนได้ในขณะนั้น ให้ผู้ยื่นคำขอจดแจ้งกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการ   แก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมไว้แก่เจ้าหน้าที่ และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดมิฉะนั้นจะถือว่าละทิ้งคำขอ    3. เงื่อนไขการเดินรถที่ขอปรับปรุงจะต้องไม่ขัดแย้งกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีหรือกระทรวง ณ วันที่ยื่นคำขอ    4. เงื่อนไขการเดินรถที่ขอปรับปรุงจะต้องไม่มีการคัดค้านโต้แย้งหรือไม่ตกอยู่ภายใต้คำสั่งศาล หากมีการคัดค้านโต้แย้งเป็นข้อพิพาทในระหว่างดำเนินการอยู่ จะชะลอการดำเนินการเพื่อไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งให้ได้ข้อยุติก่อน หรือจนกว่ามีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด    5. กรณีการยื่นขอปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถในเรื่องเดียวกันและในเส้นทางรถโดยสารประจำทางสายเดียวกันหากคำขอเดิมยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จผู้ขอจะไม่สามารถยื่นคำขอใหม่ได้    6. กรณีที่มีมติอนุมัติให้ปรับปรุงเงื่อนไขเกี่ยวกับเวลาการเดินรถแล้ว หากผู้ขอประสงค์ยื่นขอปรับปรุงเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินการจัดการเดินรถตามมติดังกล่าวก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ         7. กรณีที่มีมติอนุมัติให้ปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถฯ ในเรื่องให้เปลี่ยนมาตรฐานรถที่มีอยู่เดิมแล้ว หากผู้ขอประสงค์ยื่นขอปรับปรุงเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินการบรรจุ/ถอนรถตามมติดังกล่าวให้ครบถ้วนภายในเวลา 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ    8.กรณีที่มีมติอนุมติให้ปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถฯ ในเรื่องให้เพิ่มจำนวนเที่ยว หรือลดจำนวนเที่ยว/จำนวนรถ แล้ว หากผู้ขอประสงค์ยื่นขอปรับปรุงเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินการจัดการเดินรถ/ถอนรถตามมติดังกล่าว เป็นเวลา/ภายในเวลาอย่างน้อย 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ    9. กรณีการขอเปลี่ยนคำขอใหม่เนื่องจากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดคำขอเดิมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ให้ถือว่าคำขอเดิมสิ้นสุดลง และการดำเนินการตามคำขอใหม่จะเริ่มนับตามกรอบขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานใหม่    10.กรณีการยื่นคำขอปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถฯ พร้อมกันหลายรายในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน หรือกรณีการขอปรับปรุงเงื่อนไขการเดินรถฯ หลายเรื่องในคำขอรายเดียว (1 คำขอ) กรอบระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มขึ้นตามสมควร    หมายเหตุ    1. ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงานตามคู่มือฯจะเริ่มนับเมื่อตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือฯและจะเสร็จสิ้นเมื่อได้แจ้งมติการพิจารณาของผู้มีอำนาจให้ผู้ขอทราบ (ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ)    2. ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงานตามคู่มือฯจะไม่นับรวมระยะเวลาที่กระบวนการพิจารณาต้องสะดุดหยุดอยู่เนื่องจากเหตุเพราะคำสั่งศาลหรืออยู่ระว่างการพิจารณาของศาล หรือกรณีที่ทางราชการต้องชะลอการพิจารณาเพราะเหตุการคัดค้านของผู้มีส่วนได้เสีย    3. กรณีที่ผลการพิจารณาไม่เห็นชอบ หรือไม่อนุมัติ หรือไม่ได้รับการพิจารณาคำขอด้วยเหตุใดๆ ขอสงวนสิทธิไม่คืนเอกสารหลักฐานต่างๆ","2023-07-12T15:43:25"],
    [3390,"94e56e0e-86ed-4034-a9c1-b7f3102fbd30","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การกำหนด ย้ายหรือยกเลิกป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง พ.ร.บ การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-68f0-4689-9bf0-0aac2b7aae8c",15,0,5,"* ประชาชน หน่วยงานเอกชน หรือหน่วยงานราชการสามารถติดต่อด้วยตนเอง ไปรษณีย์ โทรศัพท์ หรือติดต่อผ่านหน่วยงานอื่นๆ โดยแจ้งชื่อ นามสกุล (ชื่อหน่วยงาน) ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ไว้    ** ให้แจ้งหรือแสดงจุด และ/หรือแผนที่สถานที่ที่ต้องการให้ทางราชการดำเนินการให้ และบริเวณใกล้เคียง ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร  ก่อน/หลัง จุดที่ต้องการกำหนด ย้าย หรือยกเลิกป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง    *** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว  มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    *****  กรณีที่มีผู้ร้องยื่นคำขอพร้อมกันหลายเรื่องหรือเรื่องเดียวแต่มีหลายป้ายในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้กันกำหนดระยะเวลาที่ดำเนินการ แล้วเสร็จจะนานกว่าปกติเนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสภาพพื้นที่ และจัดทำแผนที่ และคณะอนุกรรมการฯเป็นหน่วยงานภายนอก จำนวน 8 หน่วยงาน ต้องใช้เวลาในการติดต่อ ประสานงาน  ซึ่งกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 15 วันทำการ/เรื่อง/ป้าย","2023-07-20T15:20:35"],
    [3391,"94e56e0e-8bda-4cec-8277-ddbde8807504","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การรับชำระภาษีรถประจำปี  (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-6fa8-470d-9d7b-9df4bc80306a",1,10,7,"1. รถที่จะยื่นขอชำระภาษีรถประจำปีต้องไม่ถูกอายัดการชำระภาษีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. สำหรับรถเก๋ง รถตู้ รถปิคอัพ ที่จดทะเบียนตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)    3. สำหรับรถที่กำหนดให้ตรวจสภาพ ณ ที่ทำการนายทะเบียน เจ้าของรถต้องนำรถนั้นเข้ารับการตรวจสภาพก่อนชำระภาษีประจำปี    4. รถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง ต้องผ่านการตรวจและทดสอบการติดตั้งจากวิศวกรผู้ได้รับอนุญาตสำหรับรถที่ใช้ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงต้องผ่านการตรวจและทดสอบการติดตั้งจากวิศวกรผู้ได้รับอนุญาต ทุกๆ 5 ปี    5. รถจักรยานยนต์สาธารณะ จะต้องดำเนินการตรวจสภาพรถ และชำระภาษี ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ หรือ ตามสถานที่ตั้งวินของผู้ขับขี่    6. รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (TAXI), รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง, รถยนต์รับจ้างสามล้อ, รถยนต์บริการธุรกิจ, รถยนต์บริการทัศนาจร รถยนต์บริการให้เช่า ต้องดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษี พร้อมแนบแบบรายงานประวัติผู้ขับรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด    7. การชำระภาษีรถประจำปี สำหรับรถส่วนบุคคลสามารถชำระได้ล่วงหน้า 90 วัน สำหรับรถรับจ้างหรือรถยนต์บริการสามารถชำระล่วงหน้าได้ 30 วัน    8. การชำระภาษีณ หน่วยเคลื่อนที่ตามห้างสรรพสินค้า (ห้างบิ๊กซี สาขาลาดพร้าว รามอินทรา รัชดาภิเษก บางปะกอก เพชรเกษม สุขาภิบาล3 อ่อนนุช แจ้งวัฒนะ สำโรง บางบอน สุวินทวงศ์ ศรีนครินทร์ บางใหญ่ บางนา ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ )ศูนย์บริการร่วมคมนาคมศูนย์บริการร่วมในห้างสรรพสินค้า (Goverment Plaza)  รับเฉพาะ           - รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) หรือ รถเก๋ง           - รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน (รย.2) หรือ รถตู้ และรถสองแถว           - รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) หรือ รถปิคอัพ           - รถจักรยานยนต์ (รย.12)    9. กรณีรถที่ต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน และผลการตรวจสภาพรถไม่สามารถเชื่อมโยงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ได้ ใบรับรองการตรวจสภาพรถต้องมีอายุไม่เกิน 90 วันนับแต่วันตรวจรถ    หมายเหตุ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T16:49:18"],
    [3392,"94e56e0e-8e34-4042-bccf-5bd80bcd7eb6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การรับชำระภาษีรถประจำปี โดยหน่วยงานอื่น  (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-72d5-4fc6-bc00-6988080bbc69",1,0,5,"1. รถที่จะยื่นขอชำระภาษีรถประจำปีต้องไม่ถูกอายัดการชำระภาษีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. ช่องทางที่ 1 รับชำระภาษีประจำปีรถรถเก๋ง รถตู้ รถปิคอัพ รถจักรยานยนต์ ส่วนบุคคล    3. ช่องทางที่ 2-6 รับชำระภาษีประจำปีเฉพาะรถเก๋ง รถตู้ รถปิคอัพ ส่วนบุคคล ที่จดทะเบียนไม่เกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนไม่เกิน 5 ปี    4.กรณีรถที่ต้องผ่านการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน และผลการตรวจสภาพรถไม่สามารถเชื่อมโยงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ได้ใบรับรองการตรวจสภาพรถต้องมีอายุไม่เกิน 90 วันนับแต่วันตรวจรถ    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **ระยเวลาการดำเนินการรวมทั้งสิ้น 5 วันทำการ เนื่องจากรวมการจัดส่งเอกสารหลักฐานการเงินจากไปรษณีย์/ธนาคารให้กรมการขนส่งทางบก และการจัดส่งใบเสร็จรับเงินและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีให้กับเจ้าของรถทางไปรษณีย์","2023-07-12T16:50:48"],
    [3393,"94e56e0e-9097-4ac4-82ff-6e8c3a7f1522","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอตรวจสอบหรือรับรองสำเนาข้อมูลทะเบียนรถ   (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-760a-4118-9524-b6aa63017b22",1,50,7,"1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องเป็นบุคคลที่มีส่วนได้เสียหรือประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ขอตรวจสอบ    2.กรณีขอรับรองสำเนารายการจดทะเบียนรถและรายการชื่อเจ้าของรถต้องยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ ที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ    3. ผู้ที่ประสงค์จะเข้าตรวจดูหรือขอถ่ายสำเนาข้อมูลข่าวสารต้องแนบหลักฐานตามกรณี ดังนี้    - ศาล ต้องมีหมายศาลหรือคำสั่งศาล    - เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายเช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องมีหนังสือนำจากหน่วยงาน ขอตรวจดูหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร    - ทนายความ ต้องมีสำเนาใบอนุญาตทนายความและสำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ หรือสำเนาใบแต่งทนาย    - บริษัทประกันภัย ต้องมีสำเนาหนังสือแต่งตั้งเป็นตัวแทนบริษัทประกันภัยสำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ    - การยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ยกเว้นเฉพาะ ส่วนราชการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน    4. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T16:51:24"],
    [3394,"94e56e0e-92db-46f2-80bb-85180c09aaf6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอตรวจสภาพรถนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ (ฝากตรวจ) พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-78ff-4f70-83a1-e8fd8fc59ddd",1,10,10,"เป็นการตรวจสภาพหรือตรวจสอบรถประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถแทรคเตอร์ รถบดถนนและรถพ่วง นอกเขตท้องที่ความรับผิดชอบ เฉพาะกรณี การเสียภาษีประจำปี การเปลี่ยนเครื่องยนต์ การโอนรถ การเปลี่ยนสีรถ การติดตั้งโครงหลังคา หรือโครงเหล็กด้านข้างรถ และการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง เท่านั้น โดยใช้แบบคำขออื่นๆ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่แจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน    หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T16:52:43"],
    [3395,"94e56e0e-94d2-4087-9d91-00ab25b8acbf","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-7c38-447c-b117-c6ddcb3fdd84",1,50,13,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. เจ้าของรถต้องแจ้งการเปลี่ยนสีรถต่อนายทะเบียนภายใน 7 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนสีรถนั้น ในกรณีจ้างผู้อื่นทำสีให้ถือวันที่ลงในใบเสร็จรับเงินค่าจ้างทำสีเป็นวันเปลี่ยนสีรถ  ในกรณีที่เจ้าของรถอ้างว่าทำสีเองให้ทำหนังสือยืนยันว่าได้ทำสีเองเมื่อใด และให้ถือวันที่ยืนยันนั้นเป็นวันเปลี่ยนสีรถ    3. การเปลี่ยนเครื่องยนต์ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ที่ผ่านการรับรองการส่งบัญชีและจำหน่ายเครื่องยนต์ จากส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์ อาคาร 2 ชั้น 4 กรมการขนส่งทางบก ให้เรียบร้อย กรณีเปลี่ยนเครื่องยนต์ โดยนำเครื่องยนต์มาจากรถคันอื่น ต้องมีหลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ นั้น    4. ต้องนำรถมาตรวจสภาพ    5.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T16:54:03"],
    [3396,"94e56e0e-96e2-4d94-808a-209c89492aa3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใบแทนใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-7f3f-4c9a-ad7c-dba806b12a40",1,100,6,"การยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถแทนฉบับที่เดิมชำรุดหรือสูญหายให้ใช้คำขอตามแบบที่กำหนด    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T16:54:40"],
    [3397,"94e56e0e-990d-43e3-916b-2a89afa743f2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การโอนรถ  (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-8245-45b8-a30a-cde0ed8fbc00",1,0.5,3,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. ต้องแจ้งการโอนรถต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันโอน    3. ต้องนำรถมาตรวจสอบ (ยกเว้นการโอนตามสัญญาเช่าซื้อไม่ต้องนำรถมาตรวจสอบ)    4. รถยนต์สี่ล้อเล็กส่วนบุคคล, รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล, รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน, รถยนต์บริการและรถยนต์รับจ้างสามล้อ ผู้รับโอนต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนก่อนนำรถมาโอน    5. การโอนรถโดยการรับมรดก กรณีไม่มีพินัยกรรมและไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ต้องแนบหนังสือแจ้งผลการสอบปากคำทายาทจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือพนักงานสอบสวนท้องที่ที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา    6. ผู้โอนและผู้รับโอนต้องลงนามในแบบคำขอโอนและรับโอน ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด    7.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T16:55:21"],
    [3398,"94e56e0e-9e26-41c3-8963-b0d47f7801d5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใช้หรือเปลี่ยนหมายเลขทะเบียนรถ   (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-8950-411e-a32b-03ca18bd1317",2,100,3,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. กรณีขอใช้หมายเลขทะเบียนที่ออกให้สำหรับรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีกคันหนึ่งที่จดทะเบียนแล้ว ต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้หมายเลขทะเบียนรถจากผู้ใช้และผู้ขอใช้ ตามแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด    3. กรณีขอใช้หมายเลขทะเบียนที่ออกให้สำหรับรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีกคันหนึ่งที่จดทะเบียนแล้ว (สลับหมายเลขทะเบียน) สามารถยื่นดำเนินการได้ ณ ที่ทำการนายทะเบียนที่รถคันใดคันหนึ่ง อยู่ในความรับผิดชอบ    4. กรณีขอใช้หมายเลขทะเบียนที่ไม่เคยออกให้สำหรับรถใดมาใช้กับรถอีกคันหนึ่งที่จดทะเบียนแล้ว (เปลี่ยนหมายเลขทะเบียน) ให้ยื่นดำเนินการได้ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5    6.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T16:57:12"],
    [3399,"94e56e0e-a08a-4b1b-9b16-c30c8be5e097","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอรับใบอนุญาตเป็นนายตรวจ เป็นผู้เก็บค่าโดยสาร เป็นผู้บริการ (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-8ca7-40f5-b5a5-65bd14e79581",1,100,2,"1. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นคำขอ ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 96    1.1. มีสัญชาติไทย    1.2. มีความรู้และความสามารถตามที่กำหนดในกฎกระทรวง    1.3. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม    1.4. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    1.5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจ    1.6. ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ    1.7. ไม่เป็นผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถประเภทหรือชนิดเดียวกับที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว    1.8. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ เว้นแต่การเพิกถอนนั้นพ้นกำหนดสามปีแลัวนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต    1.9. ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิด หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี   1.10. ไม่เป็นผู้เคยถูกควบคุมตัวเพราะมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมหรือเป็นอันธพาล เว้นแต่ได้พ้นจากการควบคุมตัวมาแล้วเกินหนึ่งปี    2.ผู้ขอมีอายุเป็นไปตามกำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ 52 (พ.ศ. 2541) คือ           *ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี         *ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนายตรวจ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี         *ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บริการ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี      3. ใบอนุญาตแต่ละประเภทจะใช้สับเปลี่ยนกันไม่ได้ เว้นแต่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ใบอนุญาตเป็นนายตรวจและใบอนุญาตเป็นผู้บริการ สามารถใช้เป็นใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสารได้    *** ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันยื่นคำขอ    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้  ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T16:57:51"],
    [3400,"94e56e0e-a308-4045-aa36-be7c6c49a93c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีที่นั่งเกิน 12 ที่นั่ง และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม พ.ศ. 2558 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d1b-8ffe-4bed-81c2-707c8df8bbb6",27,0,12,"1. ผู้ขอจะต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการใช้รถคันที่ขอจดทะเบียนโดยละเอียด      2. มีความจำเป็นต้องใช้รถเพื่อการส่วนตัว มิได้ใช้ทำการขนส่งเพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเองหรือเพื่อสินจ้าง    3. ไม่มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้ทำการขนส่งเพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง หรือเพื่อสินจ้าง หรือให้บุคคลอื่นใช้รถของตนกระทำการดังกล่าวภายใน 3 ปี ก่อนวันที่ยื่นขอรับความเห็นชอบ    4. มีสถานที่จอดรถเป็นของตนเองหรือคู่สมรส โดยมีพื้นที่ไม่น้อยกว่าขนาดของตัวรถและต้องมีพื้นที่ว่างรอบตัวรถไม่น้อยกว่าด้านละ 50 เซนติเมตร และมีความเหมาะสมต่อการใช้เป็นที่จอดรถเพื่อการส่วนตัวโดยต้องอยู่บริเวณที่อยู่อาศัยหรือบริเวณใกล้เคียง    5. การยื่นขอรับความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5    6. ระยะเวลาดำเนินการเริ่มนับตั้งแต่ผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง    7. เจ้าของรถที่ได้รับความเห็นชอบจะต้องนำรถพร้อมหนังสือที่ได้รับความเห็นชอบไปจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากนายทะเบียน หากไม่นำรถไปจดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าการให้ความเห็นชอบเป็นอันยกเลิก แต่ไม่ตัดสิทธิการยื่นขอรับความเห็นชอบใหม่    8.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร      หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง","2023-07-03T13:26:07"],
    [3401,"94e56e0e-a565-40b1-b885-cbed520c627f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์สี่ล้อเล็กบรรทุกส่วนบุคคล (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-932f-4a44-a354-aa8ca52fd9f3",7,0,8,"1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องทำหนังสือชี้แจง ระบุเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องใช้รถความสม่ำเสมอในการใช้ และลักษณะของสินค้าหรือผู้โดยสารที่จำเป็นจะต้องใช้รถยนต์สี่ล้อส่วนบุคคล    2. ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มนับตั้งแต่ผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง    3. ต้องเป็นรถยนต์บรรทุกที่มีลักษณะเป็นกระบะมีขนาดความความกว้างไม่เกิน 1.50 เมตร ความยาวไม่เกิน 4 เมตรเครื่องยนต์มีขนาดความจุกระบอกสูบ รวมกันไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เซนติเมตร วงล้อมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 12 นิ้วมีห้องผู้ขับรถแยกส่วน จากกระบะบรรทุก และต้องมีโครงคัสซีสำหรับรับน้ำหนักการบรรทุก    4. ผู้ที่ประสงค์จะใช้รถยนต์สี่ล้อเล็กบรรทุกส่วนบุคคลก่อนดำเนินการทางทะเบียนให้ยื่นขออนุญาตต่อนายทะเบียนก่อนดำเนินการจดทะเบียนหรือรับโอนแล้วแต่กรณี ณ จังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนา    5.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง","2023-07-12T17:00:05"],
    [3402,"94e56e0e-a77d-42f6-b2bc-5b9b86d4565a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการจดทะเบียนรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-9637-4e96-810b-0c5c0477ed9f",5,0,9,"1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องใช้สามล้อส่วนบุคคล, ความสม่ำเสมอในการใช้ และลักษณะของสินค้าหรือผู้โดยสาร    2. รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ที่จะยื่นขอความเห็นชอบต้องมีลักษณะซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าไม่อาจดัดแปลงเป็นรถยนต์รับจ้างสามล้อได้โดยง่ายและต้องมีสีที่แตกต่างจากไปจากรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน    3. ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มนับตั้งแต่ผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง    4. รถยนต์นั่งสามล้อส่วนบุคคล หรือรถยนต์บรรทุกสามล้อส่วนบุคคล ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 1.50 เมตรยาวไม่เกิน 4 เมตร เครื่องยนต์ต้องมีความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 550 ลูกบาศก์เมตร    5. ให้ยื่นขออนุญาตต่อนายทะเบียนก่อนดำเนินการจดทะเบียนหรือรับโอนแล้วแต่กรณี ณ จังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนา    6.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง","2023-07-03T13:27:55"],
    [3403,"94e56e0e-a9ab-405d-8a43-45d382eaceef","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนแปลงเครื่องตรวจสภาพรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-9960-40e7-898c-3ca0a4e15b5c",7,0,9,"การขอเปลี่ยนแปลงเครื่องตรวจสภาพรถให้ยื่นเป็นหนังสือต่อสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สถานตรวจสภาพรถตั้งอยู่ และเครื่องมือตรวจสภาพรถต้องเป็นชนิด/รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบให้ใช้ในสถานตรวจสภาพรถไว้แล้วเท่านั้น    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T17:01:18"],
    [3404,"94e56e0e-abf0-47b0-8971-4b4a07df113e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอผ่อนชำระภาษีค้าง    (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-9c73-4580-bc2c-b8fcfc97044c",1,0,4,"1. ผู้ขอผ่อนชำระภาษีต้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้ครอบครองรถตามที่ปรากฏชื่อทางทะเบียน และรวมถึง ผู้ครอบครองรถตามความเป็นจริงด้วย    2. ให้ผู้ขอผ่อนชำระภาษียื่นแสดงความจำนงขอผ่อนชำระภาษีค้าง ณ หน่วยงานกรมการขนส่งทางบกที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ    3. ต้องเป็นรถที่ค้างชำระภาษีจำนวน 20 คัน ขึ้นไป หรือมีภาษีค้างที่ต้องชำระเป็นจำนวนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป    4. ผู้ขอผ่อนชำระภาษีต้องชำระภาษีค้างบางส่วนในขณะที่ทำความตกลง และภาษีค้างส่วนที่เหลือให้ผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน โดยเฉลี่ยงวดละเท่าๆกันทุกงวด    5. หากผิดนัดค้างชำระ ผู้ขอผ่อนชำระต้องชำระภาษีที่ค้างชำระทั้งหมด ไม่สามารถผ่อนผันได้อีก    6.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T17:03:29"],
    [3405,"94e56e0e-b771-463c-b3c4-6be709ecd33d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การจดทะเบียนรถ รถใหม่ รถเปลี่ยนประเภท รถที่แจ้งไม่ใช้ตลอดไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1b-9f9a-44f7-9f27-19070c2e755b",1,20,3,"1. รถใหม่จากโรงงานที่ผลิตในประเทศ หรือรถนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ยื่นคำขอจะต้องนำหลักฐานการได้มาของรถไปดำเนินการรับรองหลักฐานการแจ้งจำหน่าย ณ ส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์ อาคาร 2 ชั้น 4 กรมการขนส่งทางบก ให้เรียบร้อยก่อน    2. รถนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมิใช่เพื่อจำหน่าย จะได้รับใบคู่มือจดทะเบียนรถ เมื่อได้รับผลการตรวจสอบจากกรมศุลกากร    3. รถยนต์สี่ล้อเล็กบรรทุกส่วนบุคคล, รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล, รถยนต์บริการ และรถยนต์รับจ้างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนก่อนนำรถมาจดทะเบียน    4. รถจักรยานยนต์สาธารณะ ผู้ยื่นคำขอจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำกรุงเทพมหานครก่อนนำรถมาจดทะเบียน    5. รถที่นำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) ต้องเป็นรถใหม่ หรือมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก และใช้งานมาแล้วเป็นระยะทางไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร    6. รถยนต์รับจ้าง ต้องจัดให้มีประกันความเสียหายแก่บุคคลที่สาม เพิ่มเติมจากการจัดให้มีประกันความเสียหายตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ    7. กรณีรถยนต์รับจ้างหรือรถยนต์บริการ หรือรถจักรยานยนต์สาธารณะ เงื่อนไขการประกันความเสียหายตามพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภันจากรถ ต้องระบุประเภทการใช้รถเป็นรถรับจ้างหรือให้เช่า    8. กรณีรถรับจ้าง และรถยนต์บริการ ต้องแนบแบบรายงานประวัติผู้ขับรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด    9. กรณีรถใช้ก๊าซ CNG, LPG เป็นเชื้อเพลิง ต้องแนบหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์เกี่ยวกับการใช้ก๊าซจากวิศวกรผู้ได้รับอนุญาต    10. รถจักรยานยนต์สาธารณะและรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ของบุคคลธรรมดา สามารถจดทะเบียนได้คนละ 1 คัน    11. รถจักรยานยนต์สาธารณะต้องมีขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 125 ลูกบาศก์เซนติเมตร และรถยนต์รับจ้าง(แท็กซี่มิเตอร์) ต้องมีขนาดความจุกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร    12. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T17:04:05"],
    [3406,"94e56e0e-c9a1-46ea-8a1c-e2b8b4ff1f4b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทส่วนบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1b-a5f7-4969-983c-c59cc06eb8c1",1,500,31,"1. ผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 60 วัน ตามแบบคำขอที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐาน ณ หน่วยงานที่ได้แจ้งขออนุญาตประกอบการขนส่งไว้    2. หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ประกอบการขนส่ง เช่น ลักษณะธุรกิจ ที่อยู่ ที่ตั้งสถานประกอบการ สถานทีเ่ก็บซ่อมและบำรุงรักษารถ ให้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติม    3. ผู้ประกอบการขนส่งต้องไม่กระทำผิดเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนระเบียบทางราชการ    4. รถทุกคันต้องไม่ค้างชำระภาษี    5. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฉบับที่ 50 บาท  มีอายุ 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต    6. การชำระค่าธรรมเนียมต้องชำระภายในเวลา 15.30 น.    7. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร       หมายเหตุ    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม  โดยผู้ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่คำขอหรือผู้ได้มอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาภายใน 3 วัน ทำการนับจากวันที่ได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว","2022-04-29T18:06:33"],
    [3407,"94e56e0e-cbf1-477c-a0b2-bd759320d8fd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การยกเลิกใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-a91a-4555-a237-b43d294153f5",1,0,16,"1. ผู้ประกอบการขนส่งที่ประสงค์จะเลิกประกอบการขนส่ง ให้ยื่นคำขอหรือแจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนก่อนเลิกประกอบการขนส่งณ หน่วยงานที่ได้แจ้งขออนุญาตประกอบการขนส่งไว้  2. รถทุกคันที่ใช้ในการประกอบการขนส่งต้องได้รับอนุญาตให้บรรจุเข้าในประกอบการรายอื่น หรือแจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา 79 แล้ว  3.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาในวันทำการถัดไป","2022-04-29T18:06:58"],
    [3408,"94e56e0e-ce63-4841-914e-a9671c460b78","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-ac27-4e93-adcd-1e6f9e169f07",1,20,8,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    3. ผู้ยื่นคำขอ/ผู้รับมอบอำนาจต้องให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหายของใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือเครื่องหมาย แสดงการเสียภาษีประจำปีแก่เจ้าหน้าที่    4. ยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ ที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ    5. กรณีรถยนต์รับจ้างของนิติบุคคลต้องมีหนังสือแจ้งจากสหกรณ์หรือบริษัทฯ ที่ได้รับความเห็นชอบให้จดทะเบียนรถรับจ้าง ถึงนายทะเบียนโดยระบุหมายเลขทะเบียน ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครอง มีความประสงค์ขอซื้อแผ่นป้ายทะเบียนรถพร้อมให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองมาบันทึกปากคำกับเจ้าหน้าที่และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T17:07:05"],
    [3409,"94e56e0e-d112-4804-acd3-097a2fedeb2e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกใบแทนใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทส่วนบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-b028-46dd-8acb-56349431d331",1,100,15,"ผู้ประกอบการขนส่งที่ประสงค์จะขอใบแทนใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน ณ หน่วยงานที่ได้แจ้งขออนุญาตประกอบการขนส่งไว้  1. กรณีใบอนุญาตประกอบการขนส่งสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ประกอบการขนส่งต้องยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบถึงเหตุดังกล่าว  2. การชำระค่าธรรมต้องชำระภายในเวลา 15.30 น.  3. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาในวันทำการถัดไป","2022-04-29T18:07:45"],
    [3410,"94e56e0e-d398-4248-85f6-ba0c95c53a04","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล เช่นเงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ, ลักษณะรถ ฯลฯ (พ.ร.บ.การขนส่งทงบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-b377-4943-9b50-a91a52ba8b5a",1,0,17,"1. ผู้ประกอบการขนส่งที่จะขอเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ ลักษณะรถหรือมาตรฐานรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน ณ หน่วยงานที่ได้แจ้งขออนุญาตประกอบการขนส่งไว้  2. ต้องมีหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ขอปรับปรุง  3. สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถที่ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องไม่ใช่บริเวณของสถานที่ทางศาสนาหรือสถานศึกษาและต้องมีทางหรือถนน ให้รถเข้าออกสะดวก และไม่ตั้งอยู่ในบริเวณท่ีี่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือ ความไม่สงบต่อสถานที่ใกล้เคียง กรณีสถานที่เก็บซ่อม และบำรุงรักษารถเป็นของบุคคลอื่น ต้องมีหลักฐานให้สิทธิการใช้สถานที่ดังกล่าว จัดทำเป็นนิติกรรมสองฝ่าย พร้อมแนบภาพถ่ายแผนที่ตั้งสถานที่ดังกล่าวด้วย  4.ลักษณะหรือมาตรฐานรถ หรือจำนวนรถที่ขอปรับปรุง จะต้องสอดคล้องกับธุรกิจหรือการค้าที่ประกอบกิจการอยู่  5. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาภายในวันทำการถัดไป","2022-04-29T18:05:37"],
    [3411,"94e56e0e-d625-4f65-9f1a-b3429d5e4797","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแก้ไขรายละเอียดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งประเภทส่วนบุคคล เช่น เปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการ,ที่อยู่,สถานที่ประกอบการ ฯลฯ (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-b6b5-4148-aad5-bc6896fcb802",1,0,16,"1. ผู้ประกอบการขนส่งที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ที่ตั้งสำนักงาน สถานที่ประกอบการให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน ณ หน่วยงานที่ได้แจ้งขออนุญาตประกอบการขนส่งไว้  2.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร  หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาในวันทำการถัดไป","2022-04-29T18:08:05"],
    [3412,"94e56e0e-d889-41fd-9124-eb1ed76472ab","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนรถประเภทส่วนบุคคล (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-b9e6-4022-935b-b55caa970542",1,0,16,"ผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่ประสงค์จะใช้รถคันใดในการประกอบการขนส่งของตน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน ณ หน่วยงานที่ได้แจ้งขออนุญาตประกอบการขนส่งไว้โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้  1. ต้องขอถอนรถคันเดิมออกก่อน และนำรถคันใหม่ที่มีลักษณะ/มาตรฐานเดียวกันกับรถคันเดิมมาบรรจุแทน  2. รถที่ถอนต้องได้รับอนุญาตให้บรรจุเข้าในประกอบการขนส่งของผู้ประกอบการรายอื่น หรือแจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา 79 แล้ว  3. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร  หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาในวันทำการถัดไป","2022-04-29T18:10:52"],
    [3413,"94e56e0e-dad2-480c-a1fb-ecd8f20685fe","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การบรรจุรถประเภทส่วนบุคคล (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-bd26-4f4b-9cef-baf818f004b7",1,0,17,"1. รถที่นำมาบรรจุต้องเป็นรถที่มีลักษณะหรือมาตรฐานตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต  2. จำนวนรถที่นำมาบรรจุต้องไม่เกินเงื่อนไขจำนวนรถที่ได้รับอนุญาต  3. ผู้ขอต้องยื่นคำขอวางหลักทรัพย์ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด  4.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2.ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาในวันทำการถัดไป","2022-04-29T18:09:56"],
    [3414,"94e56e0e-dd0d-42d5-8ab1-89a6e9028600","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การถอนรถประเภทส่วนบุคคล (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-c048-4539-ba78-aec690cf0af8",1,0,18,"ผู้ประกอบการขนส่งที่ประสงค์จะขอถอนรถออกจากใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้  1. รถที่ขอถอนต้องได้รับอนุญาตให้บรรจุเข้าในประกอบการของผู้ประกอบการขนส่งรายอื่น  2. หรือได้แจ้งเลิกใช้รถ ตามมาตรา 79 แล้ว  3.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2. ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาในวันเดียวกัน","2022-04-29T18:10:25"],
    [3415,"94e56e0e-e130-4725-bdf2-ba531ab0692e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอแผ่นป้ายรถ กรณีสูญหาย ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-c674-4a72-8ae6-881168a5e7c1",6,100,9,"ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมหลักฐานเอกสารประกอบ   รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษี หรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง   ผู้ยื่นคำขอ/ผู้รับมอบอำนาจต้องใช้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหายของแผ่นป้ายทะเบียนรถแก่เจ้าหน้าที่   กรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถชำรุด ผู้ยื่นคำขอ/ผู้รับมอบอำนาจต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนรถมาคืนในวันกำหนดรับแผ่นป้ายทะเบียนใหม่   กรณีแผ่นป้ายรถกรณีสูยหาย ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ จะต้องย่ืนคำขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ หากไม่ย่ืนคำขอภายใน 15 วันให้เปรียบเทียบความผิดตามมาตรา 150 แห่ง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก                พ.ศ. 2522    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:10:52"],
    [3416,"94e56e0e-e3c3-474e-b978-015b4a082d45","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเพิ่มรถประเภทส่วนบุคคล (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1b-c9c5-4416-b87c-d4ee245396ef",1,0,29,"ผู้ประกอบการขนส่งที่มีความประสงค์จะเพิ่มรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน ณ หน่วยงานที่ได้แจ้งขออนุญาตประกอบการขนส่งไว้ โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้    1. มีหนังสือชี้แจงเหตุผลในการขอเพิ่มรถ และหลักฐานแสดงปริมาณงานที่แสดงให้เห็นว่าจำเป็นต้องใช้รถเพิ่มขึ้นจากเดิม    2. ผู้ขอต้องปฏิบัติตามระเบียบทางราชการที่แล้วมา รวมทั้งรถที่มีอยู่เดิมต้องไม่ค้างชำระภาษี กรณีที่เก็บ ซ่อมและบำรุงรักษารถเดิมไม่เพียงพอ ต้องนำหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน สัญญาเช่า (ต้องมีอายุสัญญาอย่างน้อย 5 ปี)ภาพถ่ายสถานที่เก็บซ่อมและบำรุงรักษา หากสถานที่ดังกล่าวเป็นของบุคคลอื่น จะต้องมีหลักฐานให้สิทธิการใช้สถานที่จอดรถ (มีอายุอย่างน้อย 5 ปี)ที่ทำเป็นนิติกรรมทั้งสองฝ่าย พร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของโฉนดมาแสดงด้วย    3. ผู้ขอต้องมีรถซี่งได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก หรือเป็นรถที่ยังมิได้จดทะเบียน    4. กรณีขอเพิ่มรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ผู้ขอต้องไม่เคยถูกจับกุมหรือฟ้องร้องเกี่ยวกับการใช้รถผิดประเภทตามใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาต    5. ผู้ขอต้องยื่นคำขอวางหลักทรัพย์ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด    6.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน       2.ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาภายในวันทำการถัดไป","2022-04-29T18:09:19"],
    [3417,"94e56e0e-e63f-4f5f-bac7-41b405ea0e70","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแจ้งใช้รถที่ได้แจ้งหยุดใช้ชั่วคราวไว้   (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-cccb-4354-a4eb-9dd544c1c395",1,50,5,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. การแจ้งใช้รถที่แจ้งไม่ใช้ชั่วคราวไว้ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนที่รับแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวนั้นไว้เท่านั้น    3. ภาษีประจำปีสำหรับรถ ให้จัดเก็บ ดังนี้     3.1 กรณีแจ้งใช้รถก่อนครบกำหนด 2 ปี     3.1.1 หากอายุภาษีประจำปีในปีนั้นๆ ยังคงเหลืออยู่ เจ้าของไม่ต้องเสียภาษีใหม่ โดยให้ได้รับประโยชน์จากอายุภาษีประจำปีที่ยังคงเหลืออยู่     3.1.2 หากอายุภาษีประจำปีสิ้นสุดลงแล้ว ต้องเสียภาษีนับตั้งแต่วันที่แจ้งใช้รถเป็นต้นไป     3.2 กรณีแจ้งใช้รถภายหลังครบกำหนด 2 ปี ต้องเสียภาษีนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดการแจ้งไม่ใช้ชั่วคราวพร้อมทั้งจัดเก็บเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือน    4. ต้องนำรถมาตรวจสภาพ    5.กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:11:55"],
    [3418,"94e56e0e-eac2-4b7b-a717-3fc4b8c82ff7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การย้ายรถออก   (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-d2b2-4852-9573-db1c8339cad9",1,0,9,"-รถที่ยื่นขอต้องไม่ถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและต้องไม่มีภาษีค้างชำระ    -ต้องถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 ต้นทาง และต้องบรรจุรถในบัญชี ขส.บ.11 ปลายทางหรือ    ต้องแจ้งเลิกใช้รถ ม.79    -ต้องคืนแผ่นป้ายภายใน 15 วันนับแต่แจ้งย้ายออก หากไม่แจ้งภายในกำหนดให้เปรียบเทียบความผิดตามมาตรา 149 แห่ง พรบ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:13:42"],
    [3419,"94e56e0e-ed4c-4933-b445-f184c70a276f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การย้ายรถออก    (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-d599-4435-8b91-ddc478c294e6",1,50,4,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. การย้ายรถออก กรณียื่นคำขอที่จังหวัดปลายทาง ต้องได้รับการอนุญาตย้ายรถจากจังหวัดต้นทางก่อนดำเนินการย้ายรถเข้าต่อไป    3. รถยนต์สี่ล้อเล็กบรรทุกส่วนบุคคล, รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนจังหวัดปลายทางก่อนดำเนินการแจ้งย้ายออก    4. รถจักรยานยนต์สาธารณะต้องมีหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะจากคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดปลายทางก่อนดำเนินการแจ้งย้ายออก    5. กรณีการย้ายออก ณ จังหวัดต้นทางที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่ ให้ยื่น ณ สำนักงานที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ    6.กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:14:42"],
    [3420,"94e56e0e-f005-4049-91a7-37c46419567c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแจ้งใช้รถที่ได้แจ้งไม่เสียภาษีรถตามมาตรา 89  (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-d890-4b1f-b334-61a2b7c9294a",1,0,9,"-เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    -ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ เป็นผู้ยื่นคำขอ    -ผ่านการตรวจสภาพรถจากพนักงานตรวจสภาพ    -กรณีแจ้งใช้รถภายหลังสิ้นอายุภาษีเดิม ต้องเสียภาษีใหม่พร้อมทั้งจัดทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:15:45"],
    [3421,"94e56e0e-f294-4633-9c25-863017bcb130","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแจ้งเลิกใช้รถที่จดทะเบียนแล้ว ตามมาตรา 79  (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-db65-4636-8d01-07b59d81c3d3",1,0,10,"-รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีรถประจำปีและไม่ถูกระงับการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    -กรณีรถที่ใช้ประกอบการขนส่งประจำทางและการขนส่งโดยรถขนาดเล็กต้องได้รับอนุญาตให้ถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) ให้เรียบร้อยก่อน    -ผู้ประกอบการขนส่ง เป็นผู้ยื่นคำขอ    -นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถนั้นคืนต่อนายทะเบียน  หมายเหตุ :-            1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-13T13:27:28"],
    [3422,"94e56e0e-f4c2-48c1-a03c-c103829492df","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใบแทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี  (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-de65-4553-a95b-0ffa33e76b6f",1,20,10,"-รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีรถประจำปีและไม่ถูกระงับการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    -เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    -ผู้ประกอบการขนส่ง หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้ครอบครองรถ เป็นผู้ยื่นคำขอ    -กรณีเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญจะต้องยื่นคำขอรับเครื่องหมายแสดงภาษีภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย หรือชำรุด หากไม่ปฏิบัติตามต้องเปรียบเทียบความผิดตาม มาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:18:07"],
    [3423,"94e56e0e-f6f0-41f4-8ddc-3cb8dc27d82a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใบแทนหนังสือแสดงการจดทะเบียน  (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-e137-4e72-aa21-4e4c288b7661",1,20,9,"-รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีรถประจำปีและไม่ถูกระงับการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    -เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    -ผู้ประกอบการขนส่ง หรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้ครอบครองรถ เป็นผู้ยื่นคำขอ    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:18:37"],
    [3424,"94e56e0e-f936-4723-83eb-5fcd1349f860","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแก้ไขรายการทางทะเบียน   (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-e44f-4368-a006-187471887fa3",1,0,8,"-รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปีและไม่ถูกระงับการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    -เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    -ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ เป็นผู้ยื่นคำขอ    -ผ่านการตรวจสภาพรถจากพนักงานตรวจสภาพ (กรณีต้องตรวจ)    -ได้รับอนุมัติให้แก้ไขเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่งก่อน    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:19:13"],
    [3425,"94e56e0e-fb98-4a2f-b373-1fcfe6cae052","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแปลหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเป็นภาษาอังกฤษ (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-e75e-4760-88b3-bcfb63b89481",1,0,7,"-รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปีและไม่ถูกระงับการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    -เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    -ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ เป็นผู้ยื่นคำขอ    -ยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน หรือสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 และ    สำนักงานขนส่งที่มีเขตพื้นที่ความรับผิดชอบติดต่อกับชายแดนต่างประเทศ    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:19:55"],
    [3426,"94e56e0e-fdd3-4fe7-8d17-4711c6a71174","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถส่วนบุคคล กรณีไม่สิ้นอายุ หรือสิ้นอายุไม่เกิน 3 ปี ( พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-ea3c-4e01-83b3-bfb6da0f0f9a",1,200,3,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้นๆ อยู่เดิมแล้ว  2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้น ๆ คือ   2.1 ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม   2.2 ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ,ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจ   2.3 ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความ ผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิดหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี    หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  *** หลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)  *** ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันยื่นคำขอ  *** ดำเนินการต่ออายุล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตฉบับเดิมสิ้นอายุได้ 6 เดือน      หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:20:40"],
    [3427,"94e56e0e-fff4-439b-addd-bcf1326a9fbd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถส่วนบุคคล กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-ed2d-414d-aa88-e172c8baefbd",1,200,4,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้นๆ อยู่เดิมแล้ว  2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้น ๆ คือ   2.1 ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม   2.2 ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ,ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจ   2.3 ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความ ผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิดหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี       หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  *** หลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก  หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)  *** ดำเนินการต่ออายุล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตฉบับเดิมสิ้นอายุได้ 6 เดือน  *** ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันยื่นคำขอ    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อ ในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:21:16"],
    [3428,"94e56e0f-0255-4130-87f0-9b20d531128e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภท กรณีไม่สิ้นอายุ หรือสิ้นอายุไม่เกิน 3 ปี (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-f039-4cb3-ab2b-e8f66fb53380",31,200,3,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้นๆ อยู่เดิมแล้ว  2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้น ๆ คือ   2.1. ผู้ขอต้องมีสัญชาติไทย ไม่มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม   2.2 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ เว้นแต่เพิกถอนใบอนุญาตนั้นพ้นกำหนด 3 ปีแล้วนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำความผิดหรือความผิดลหุโทษหรือได้พ้นโทษมาแล้วเกิน 3 ปี      หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  ***กรณีที่ขอรับใบอนุญาตในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทางหรือการขนส่งโดยสารขนาดเล็ก(ประเภท ท.) ผู้ขอจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาต  *** หลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบกหรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)  *** ดำเนินการต่ออายุล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตฉบับเดิมสิ้นอายุได้ 6 เดือน  ***ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันยื่นคำขอ  *** ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถมีอายุ 3 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:26:19"],
    [3429,"94e56e0f-049a-4e68-96d1-5442e4e391a9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภท กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1b-f35b-4d82-bd10-a59de64d2323",31,200,4,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกในประเภทและหรือชนิดนั้นๆ อยู่เดิมแล้ว  2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบอนุญาตชนิดนั้น ๆ คือ   2.1 มีสัญชาติไทย, ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม   2.2 ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ,ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจ   2.3 ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความ ผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิดหรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี    หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  *** กรณีที่ขอรับใบอนุญาตในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถสารขนาดเล็ก(ประเภท ท.) ผู้ขอจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาต  *** หลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)  *** ดำเนินการต่ออายุล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตฉบับเดิมสิ้นอายุได้ 6 เดือน  *** ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันยื่นคำขอ  *** การต่ออายุเป็นผู้ประจำรถยื่นคำขอต่อก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุได้ก่อน 6 เดือน  *** ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถมีอายุ 3 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:27:07"],
    [3430,"94e56e0f-0dee-4319-9b68-5acac5d525a6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกหนังสืออนุญาตระหว่างประเทศและเครื่องหมายประเทศ (ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1b-ff55-463b-ad3f-e61cebdd6596",1,20,10,"-รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีและไม่ถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    -ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบการระหว่างประเทศและใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:32:08"],
    [3431,"94e56e0f-158f-40ba-b898-129839bf565c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถ   (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-08ab-46b9-b601-64a695e78a6a",1,5,11,"ข้อมูลทะเบียนรถเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลอยู่ด้วยให้อนุญาตได้เฉพาะแก่บุคคลหรือหน่วยงานดังนี้  1. เจ้าของข้อมูลหรือผู้มีอำนาจจัดการแทน  2. เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขอ  3. ศาล  4. ทนายความ  5. บริษัทประกันภัย  6. บุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้อง    หมายเหตุ :-              1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:41:13"],
    [3432,"94e56e0f-1c9a-44eb-8b7e-f302e9293ece","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การออกหนังสือหรือใบแทนหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ และเครื่องหมายแสดงประเทศ     (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1c-1163-4df1-a876-f26209fc9c18",1,5,4,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. กรณีขอแผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ ให้เป็นไปตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการขอ และการออกแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ใช้ตามความตกลงระหว่างประเทศ    3. ผู้ยื่นคำขอ/ผู้รับมอบอำนาจต้องให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหายของเอกสารแก่เจ้าหน้าที่    4. หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศและเครื่องหมายแสดงประเทศ ออกให้สำหรับการนำรถไปใช้กับประเทศที่มีความตกลงฯ กับประเทศไทยแล้วเท่านั้น    5. รถยนต์ที่สามารถขออนุญาตหนังสือรถระหว่างประเทศและเครื่องหมายแสดงประเทศ ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน, รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล, รถยนต์ของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต ทางกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ และรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด, รถยนต์รับจ้าง, รถยนต์บริการ ที่นำไปใช้ในลักษณะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้นห้ามนำไปใช้รับจ้างไม่ว่ากรณีใดๆ    6.กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:43:26"],
    [3433,"94e56e0f-2130-4b14-b159-491f617082d3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภทส่วนบุคคล (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-17fb-4d28-bff2-985410285314",1,200,2,"1. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นคำขอ ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 99    1.1. มีความรู้และความสามารถตามที่กำหนดในกฎกระทรวง    1.2. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม    1.3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    1.4. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจ    1.5. ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ    1.6. ไม่เป็นผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถประเภทหรือชนิดเดียวกับที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว    1.7. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถเว้นแต่การเพิกถอนนั้นพ้นกำหนดสามปีแลัวนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต    1.8. ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิดหรือความผิดลหุโทษหรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี    1.9. ไม่เป็นผู้เคยถูกควบคุมตัวเพราะมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมหรือเป็นอันธพาลเว้นแต่ได้พ้นจากการควบคุมตัวมาแล้วเกินหนึ่งปี  2. กฎกระทรวง ฉบับที่ 52 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522    2.1 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 1 ประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี    2.2 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 2 , 3 ประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี    2.3 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 1,2,3 ประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี    2.4 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 4 ประเภทการขนส่งส่วนบุคคล การขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทางหรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี      หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  *** หลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)  *** ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  *** การอบรมทดสอบเป็นไปตามที่ผู้ขอจองคิว หรือตามกำหนดนัดของเจ้าหน้าที่      หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:44:56"],
    [3434,"94e56e0f-237c-41b5-931f-d9e1c8504d1f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอตรวจสภาพรถนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ (ฝากตรวจ) พรบ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1c-1b19-487b-9ee7-fe5520f77649",1,0,4,"ผู้ที่ประสงค์ขอตรวจสภาพรถนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กำหนด(คำขออื่นๆ) ดังนี้    1.รถที่จะจดทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 หรือผู้ได้รับมอบหมาย    2.รถที่จะต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีประจำปี หรือรถที่ตรวจสภาพตามเงื่อนไข ให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือผู้ได้รับมอบหมาย ณ สำนักงานที่รถนั้นจดทะเบียนหรือสำนักงานขนส่งที่รถนั้นใช้งานอยู่    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่แจ้งความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน  หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T18:45:37"],
    [3435,"94e56e0f-27b9-40d8-838f-34fadd576afc","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-2126-462c-9bc0-8ec2852c0470",15,15000,10,"ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน    นายทะเบียนกลางจะอนุญาตให้ต่ออายุได้ เมื่อ                  อาคารสถานที่ ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางเข้า และทางออก เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด สถานตรวจสภาพรถอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วยอาคารสถานที่ ซึ่งจัดให้มีพื้นที่สำหรับตรวจสภาพรถ ที่ทำการของผู้ปฏิบัติงาน ที่พักของผู้ใช้บริการ และห้องสุขา, ลานจอดรถ พื้นที่สำหรับรถรอเข้าตรวจสภาพ ทางเข้าและทางออก ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด และมีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย สะอาด เรียบร้อยเหมาะสมในการตรวจสภาพรถ              เครื่องตรวจสภาพรถและอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถและอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก หรือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานและการควบคุม กำกับและดูแลสถานตรวจสภาพรถเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง              ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตไม่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ถูกสั่งระงับการดำเนินการตรวจสภาพรถเป็นการชั่วคราวตามข้อ 13 วรรคสอง เกินกว่า 3 ครั้ง (ตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต และการขอต่อใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555) สถานตรวจสภาพรถแห่งใดที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดใน (1) หรือ (2)ให้ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนกลางถ้ามิได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าผู้นั้นไม่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตและให้การพิจารณาคำขอเป็นอันสิ้นสุดลง      ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  หมายเหตุ : กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร","2023-07-12T18:46:58"],
    [3436,"94e56e0f-2a7c-4bd7-9d7f-0c05b6c820f4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภท  (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-244a-4a26-bd81-c7ec576b938d",31,200,2,"1. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นคำขอ ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 96    1.1. มีสัญชาติไทย    1.2. มีความรู้และความสามารถตามที่กำหนดในกฎกระทรวง    1.3. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม    1.4. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ    1.5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจ    1.6. ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ    1.7. ไม่เป็นผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถประเภทหรือชนิดเดียวกับที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว    1.8. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ เว้นแต่การเพิกถอนนั้นพ้นกำหนดสามปีแลัวนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต    1.9. ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิด หรือความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี   1.10. ไม่เป็นผู้เคยถูกควบคุมตัวเพราะมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมหรือเป็นอันธพาล เว้นแต่ได้พ้นจากการควบคุมตัวมาแล้วเกินหนึ่งปี  2. กฎกระทรวง ฉบับที่ 52 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522    2.1 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 1 ประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี    2.2 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 2 , 3 ประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี    2.3 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 1,2,3 ประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี    2.4 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ 4 ประเภทการขนส่งส่วนบุคคล การขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี       หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต  ***กรณีที่ขอรับใบอนุญาตในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทางหรือการขนส่งโดยสารขนาดเล็ก(ประเภท ท.) ผู้ขอจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาต  *** หลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)  *** ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่ยื่นคำขอ  *** การอบรมทดสอบเป็นไปตามที่ผู้ขอจองคิว หรือตามกำหนดนัดของเจ้าหน้าที่      หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:47:38"],
    [3437,"94e56e0f-2cd8-4b22-9c03-7b6b0e1e80fe","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ (พ.ร.บ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-2737-4d52-85d9-b762fed9a887",31,200,4,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ตามกฎหมายว่าการขนส่งทางบกอยู่เดิมแล้ว  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม สำหรับผู้รับใบอนุญาตชนิดและ/หรือประเภทที่มีอยู่เดิมและใบอนุญาตที่จะขอรับใหม่  3. มีอายุตามที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ 52 (พ.ศ. 2514) สำหรับใบอนุญาตชนิดใหม่  4. การอบรม ทดสอบ เป็นไปตามที่ผู้ขอจองคิว หรือตามกำหนดนัดของเจ้าหน้าที่    *** กรณีมีหลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก หรือ  โรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)  *** กรณีที่ขอรับใบอนุญาตในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก (ประเภท ท.) ผู้ขอจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาต    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:48:47"],
    [3438,"94e56e0f-2f16-4299-aec0-a95291dea5cc","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ( พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-2a51-4fe9-9927-afc879a1c672",1,200,4,"1. เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกอยู่เดิมแล้ว  2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม สำหรับผู้รับใบอนุญาตชนิดและ หรือประเภทที่มีอยู่เดิม และใบอนุญาตที่จะขอรับใหม่ (ตามมาตรา 96 (2) ในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก  3. มีอายุตามที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ 52 (พ.ศ.2514) สำหรับใบอนุญาตชนิดใหม่  4.  การอบรม  ทดสอบ เป็นไปตามที่ผู้ขอจองคิว หรือตามกำหนดนัดของเจ้าหน้าที่    *** กรณีมีหลักฐานแสดงการผ่านการศึกษาอบรมจากโรงเรียนการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก หรือ  โรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง (ถ้ามี)    *** กรณีที่ขอรับใบอนุญาตในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก  (ประเภท ท.) ผู้ขอจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรก่อนออกใบอนุญาต    หมายเหตุ  1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป  3. ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ / หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T18:49:20"],
    [3439,"94e56e0f-3157-441c-9b87-98ff1ab28b48","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การเปลี่ยนชื่อ, สกุล หรือการเปลี่ยนที่อยู่เจ้าของรถ  (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-2d37-4f5f-8c88-bd2e634e7021",1,50,7,"1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    2. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    3. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป*ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง","2023-07-12T18:49:59"],
    [3440,"94e56e0f-33e0-4913-875f-161952761207","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอแผ่นป้ายทะเบียนรถกรณีสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ (พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-304d-4496-b604-cb3394aaab18",6,100,5,"1. รถที่ยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร    ผู้ยื่นคำขอ/ผู้รับมอบอำนาจต้องให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหายของแผ่นป้ายทะเบียนรถแก่เจ้าหน้าที่    3. กรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถชำรุด ผู้ยื่นคำขอ/ผู้รับมอบอำนาจต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนรถมาคืนในวันกำหนดรับแผ่นป้ายทะเบียนใหม่    4. กรณีรถยนต์รับจ้างของนิติบุคคลต้องมีหนังสือแจ้งจากสหกรณ์หรือบริษัทฯ ที่ได้รับความเห็นชอบให้จดทะเบียนรถรับจ้าง ถึงนายทะเบียนโดยระบุหมายเลขทะเบียน ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครอง มีความประสงค์ขอซื้อแผ่นป้ายทะเบียนรถพร้อมให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองมาบันทึกปากคำกับเจ้าหน้าที่และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน    5. ยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่ง ที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ    หมายเหตุ  *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่รวมระยะเวลารอคอย และไม่นับรวมกรณีระบบหรืออุปกรณ์ขัดข้อง    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. ตามระเบียบกระทรวงการคลังหากไม่สามารถชำระเงินได้ทันต้องมาดำเนินการต่อในวันถัดไป","2023-07-12T18:50:41"],
    [3441,"94e56e0f-3669-4896-a184-4010e38e229d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การแจ้งหยุดใช้รถเพื่อไม่เสียภาษีครั้งถัดไปตามมาตรา 89 (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-3343-4f5d-9c4d-dffd13773afd",1,0,10,"รถที่จะยื่นขอต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปีและไม่ถูกระงับการดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง   เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ   ผู้ประกอบการขนส่งเป็นผู้ยื่นคำขอ         กรณีไม่เสียภาษีตามกำหนด ต้องแจ้งไม่เสียภาษีต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันครบกำหนดภาษี หากไม่แจ้งภายในกำหนดต้องเสียภาษีครั้งถัดไปพร้อมเงินเพิ่ม   นำแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถนั้นคืนต่อนายทะเบียน      หมายเหตุ            1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:51:08"],
    [3442,"94e56e0f-3923-41d2-a698-a9ae50f7f747","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การนำรถหรือเครื่องยนต์สำหรับรถที่มิได้จดทะเบียนออกนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-3646-4909-871b-f5f0fbf91b88",1,20,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. รถที่ยังมิได้ดำเนินการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือกฎหมายว่าด้วยรถยนต์  2. รถที่ได้ยกเลิกการจดทะเบียนแล้ว    3. รถที่แจ้งเลิกใช้ตาม มาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522  4. เครื่องยนต์ที่ยังมิได้นำไปดำเนินการทางทะเบียน หรือดำเนินการทางทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้ว แต่มิได้ใช้สำหรับรถนั้นแล้ว เพราะได้รับการเปลี่ยนใหม่    ในเขตกรุงเทพฯ  ให้ยื่นคำขอที่ ส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ    ในส่วนภูมิภาค (ต่างจังหวัด) ให้ยื่นคำขอที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขา ที่เจ้าของรถหรือเครื่องยนต์ มีภูมิลำเนา ในกรณีที่รถหรือเครื่องยนต์นั้นยังไม่ได้ดำเนินการทางทะเบียนและได้มีการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถไปยังจังหวัดนั้นๆ แล้ว    หมายเหตุ  * ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    ***ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2022-03-16T15:49:07"],
    [3443,"94e56e0f-3b76-410f-8b92-aec353809ecc","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การอนุญาตให้มีเครื่องหมายพิเศษ (ป้ายแดง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-3955-4688-b5b6-ddcea07728f6",1,100,10,"1. ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่ส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ  2. ในส่วนภูมิภาค (ต่างจังหวัด) ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัดที่ตนประกอบกิจการอยู่  3. ผู้มีสิทธิ์ขอเครื่องหมายพิเศษ ได้แก่ ผู้จำหน่ายรถหรือตัวแทนจำหน่ายรถ    หมายเหตุ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **การชำระค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น.    ***ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2022-03-16T15:50:27"],
    [3444,"94e56e0f-40a9-46a5-9193-c2ac05a4d1e2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การให้ความเห็นชอบเครื่องตรวจสภาพรถ อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-3fcc-4803-ad3b-a74c68592dcb",30,0,9,"ผู้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบเครื่องตรวจสภาพรถ จะต้องยื่นคำขอรับใบอนญาตและดำเนินการแสดงรายละเอียดเครื่องตรวจสภาพรถ รวมทั้งนำเครื่องตรวจสภาพรถเข้าตรวจสอบและทดสอบ โดยปฏิบัติตามกฎและประกาศ ดังนี้    1. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบห้ามล้อสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555    2. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง แบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบศูนย์ล้อสำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2555    3. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องวัดควันดำ เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ เครื่องวัดก๊าซรั่ว เครื่องวัดระดับเสียง เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์และเครื่องวัดความเข้มของฟิล์มกรองแสง สำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2556    4. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องวัดควันดำเครื่องวิเคราะห์ก๊าซ เครื่องวัดก๊าซรั่ว เครื่องวัดระดับเสียง เครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ และเครื่องวัดความเข้มของฟิล์มกรองแสง สำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2556    5. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบโคมไฟหน้า สำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ พ.ศ. 2556    6. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบ ขนาด มาตรฐาน และคุณลักษณะของเครื่องทดสอบโคมไฟหน้า สำหรับใช้ในการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556    (ดูกฎ ประกาศต่างๆ ได้ LINK ที่ elaw.dlt.go.th)","2022-03-16T20:41:44"],
    [3445,"94e56e0f-42cf-4228-9528-0f595c7a29f9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขึ้นทะเบียนผู้ผลิตรถพ่วง และรถกึ่งพ่วง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1c-42d3-4329-b6d7-419dbf9686be",17,0,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    ผู้ประสงค์จะยื่นขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตรถพ่วง และรถกึ่งพ่วงให้ยื่นคำขอ ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ครบถ้วนถูกต้อง โดยให้เป็นไปตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้ความเห็นชอบคัสซีและตัวถังรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 6 ลักษณะ 7 และลักษณะ 8 พ.ศ. 2553      ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้อง และ/หรือมีข้อบกพร่องเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ จะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-03-16T20:41:52"],
    [3446,"94e56e0f-4576-4a64-8a00-a350f2f99e2d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสาร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-4bb7-46cd-87d2-2dbc7549e9ab",267,20,20,"1. ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและลักษณะตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง     2.1 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารhttp://apps.dlt.go.th/bus_terminal/docs/howto2.pdf     2.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอจัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสาร http://apps.dlt.go.th/bus_terminal/docs/howto1.pdf    3. การยื่นคำขอ ต้องยื่นตามประกาศจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดผู้ที่แจ้งความประสงค์ขอจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารไว้ก่อนออกประกาศหากยังประสงค์จะขอรับใบอนุญาต/ขอมอบที่ดินและสิ่งก่อสร้างเพื่อจัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารนั้นต่อไป จะต้องยื่นคำขอจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารตามระยะเวลาที่กำหนดในประกาศด้วย    4. กรณีไม่มีผู้ยื่นคำขอตามระยะเวลาที่กำหนดในประกาศจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารให้การดำเนินการจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารตามประกาศนั้นเป็นอันสิ้นสุด    5. การแจ้งผลการพิจารณาจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ขอต้องไปทำสัญญากับกรมฯ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการฯ กลางตามกฎกระทรวงฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2525) ออกตามความใน พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หากพ้นเวลาดังกล่าว กรมฯ จะริบหลักประกันการปฏิบัติตามคำขอ ซึ่งจะทำให้การขอจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีเป็นอันสิ้นสุด รวมทั้งการมอบที่ดิน ผู้ขอต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กรมฯ พร้อมดำเนินการจดทะเบียนสัญญาให้ที่ดินและคำมั่นว่าจะให้สิ่งก่อสร้างสถานีฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 90 วัน นับแต่วันทำสัญญาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอจัดให้มีสถานีฯ และผู้ขอต้องก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารให้แล้วเสร็จตามสัญญาก่อน จึงจะมีการประกาศจัดตั้ง/จัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสาร แบ่งรถเข้าใช้สถานี (กรณีมีสถานีขนส่งผู้โดยสารมากกว่า 1 แห่ง) และเปิดใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารอย่างเป็นทางการ    หมายเหตุ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ปิดรับเงินค่าหลักประกันการปฏิบัติตามคำขอ/สัญญา/ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต/อื่น ๆ เวลา 15.30 น.","2022-03-16T20:42:22"],
    [3447,"94e56e0f-47b9-49e5-a18f-e563a63c3f8c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1c-518e-444f-a335-7eac8c61b8c7",1,0,4,"- รถที่จะยื่นขอชำระภาษีรถประจำปีต้องไม่ถูกระงับการชำระภาษีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    - เป็นรถที่อยู่ในบัญชีรายละเอียดรถ (ข.ส.บ.11) และใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่สิ้นอายุ    - ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และต้องมีความคุ้มครองอย่างน้อยถึงวันสิ้นอายุภาษีรถในปีถัดไป    - ผ่านการตรวจสภาพรถ จากพนักงานตรวจสภาพหรือจากสถานตรวจสภาพรถเอกชนที่ได้รับอนุญาต     - รถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง ต้องมีหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบจากผู้ติดตั้งที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก    - ชำระภาษีรถล่วงหน้าเป็นรายปี และจะขอแบ่งชำระเป็นงวดก็ได้แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หากไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา      ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือน    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอจะละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T18:52:17"],
    [3448,"94e56e0f-4ad4-499d-b11e-c3c0b68aa55f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสาร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-5655-4ab1-8cc0-c1c4a6cba895",222,100000,20,"- ผู้ยื่นคำขอ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ใกล้ครบกำหนดและประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตโดยมีอายุใบอนุญาตเหลืออยู่ไม่เกิน 2 ปี แต่ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่าหนึ่งปีตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 119    - คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอและที่ดินที่ยื่นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจัดตั้งสถานีขนส่งผู้โดยสารhttp://apps.dlt.go.th/bus_terminal/docs/howto2.pdf    - แผนการปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ผู้ขอต้องจัดทำเพื่อใช้ประกอบคำขอ ประกอบด้วย แผนการปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารระยะสั้น (6 เดือน) แผนการปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารระยะยาว 5 ปี และแผนการปรับปรุงซ่อมแซมและบำรุงรักษาตลอดอายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานีขนส่งผู้โดยสาร    - การแจ้งผลการพิจารณาจะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ขอต้องไปทำสัญญาจัดตั้งสถานี (ต่ออายุ) กับกรมฯ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการฯ กลางตามกฎกระทรวงฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2525) ออกตามความใน พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว จะทำให้การขอ/ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตเป็นอันสิ้นสุด และชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสาร    หมายเหตุ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ปิดรับเงินค่าหลักประกันการปฏิบัติตามคำขอ/สัญญา/ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต/อื่น ๆ เวลา 15.30 น.","2022-03-16T20:43:02"],
    [3449,"94e56e0f-4d0c-4f09-bd71-f9d973464321","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสาร (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-5972-4e70-86c7-92d87c5283bc",93,0,5,"- สัญญาจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสาร ข้อ 4 และ 15 http://apps.dlt.go.th/bus_terminal/docs/form4.pdf    - ผู้ยื่นคำขอ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ประสงค์จะปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ    (เป็นการขอปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสาร/ดัดแปลงหรือต่อเติมสถานีขนส่งผู้โดยสารที่มีผลกระทบต่อแบบ/ผิดไปจากแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือให้ความเห็นชอบไว้แล้ว)    - การแจ้งผลการพิจารณา จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ โดยผู้ขอต้องปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกเห็นชอบ    หมายเหตุ    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่า ผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู่ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ปิดรับเงินค่าหลักประกันการปฏิบัติตามคำขอ/สัญญา/ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต/อื่น ๆ เวลา 15.30 น.","2022-03-16T20:43:08"],
    [3450,"94e56e0f-4fab-48a6-9cc2-75195e0518e3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การรับรองแบบส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ของรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-5cbd-47b0-a734-f747b049d94b",31,0,7,"ผู้ยื่นคำขอรับรองแบบส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ของรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับรองแบบตามประกาศ ดังนี้    1.ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์พ.ศ. 2556    2.ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะ สมรรถนะ และระบบการทำงานร่วมกัน และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบของเครื่องกำเนิดพลังงานระบบส่งกำลังและระบบไอเสียของรถจักรยานยนต์ พ.ศ.2554 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2    3. ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งแตรสัญญาณ และกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบแตรสัญญาณและแบบการติดตั้งแตรสัญญาณ สําหรับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2559    4.ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งอุปกรณ์มองภาพของรถจักรยานยนต์ และกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบอุปกรณ์มองภาพ และแบบการติดตั้งอุปกรณ์มองภาพของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2557    5.ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์การติดตั้งกระจกกันลมหน้าและส่วนประกอบของตัวถังรถที่เป็นกระจก และกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับรองแบบการติดตั้งกระจกกันลมหน้า และส่วนประกอบของตัวถังรถที่เป็นกระจก พ.ศ. 2558    6.ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง  กําหนดคุณลักษณะ  สมรรถนะ  และระบบการทํางานร่วมกัน  และกําหนด หลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขการรับรองแบบของเครื่องกําเนิดพลังงาน   ระบบส่งกําลัง  และระบบไอเสียของรถยนต์   พ.ศ.  2559      หมายเหตุ**ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนถูกต้อง และ/หรือมีข้อบกพร่องเป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไข และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ จะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน          **ระยะเวลาให้การรับรองแบบรถ 30 วันทำการ ต่อการรับรองแบบรถ 1 แบบ","2022-03-16T20:43:27"],
    [3451,"94e56e0f-5210-4ee2-922c-3dd835ecc263","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอความเห็นชอบการบรรจุ  ถอน และทดแทน รถยนต์รับจ้างและรถบริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1c-6011-4539-ba9c-4fdc37fd9a13",1,0,7,"1. การบรรจุรถ ต้องมาดำเนินการ ดังนี้     1.1 รถยนต์รับจ้างต้องมาบรรจุรถให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ     1.2รถบริการต้องมาบรรจุรถให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ    2. การถอนรถ ต้องมาดำเนินการ ดังนี้      2.1รถยนต์รับจ้างต้องมาถอนรถออกจากบัญชี เมื่อรถมีครบอายุการใช้งาน รถที่ทะเบียนรถงับตามกฎหมาย รถที่แจ้งไม่ใช้ตลอดไป หรือรถที่จดทะเบียนเปลี่ยนประเภท      2.2รถบริการต้องมาถอนรถออกจากบัญชี เมื่อรถที่ทะเบียนรถงับตามกฎหมาย รถที่แจ้งไม่ใช้ตลอดไปหรือรถที่จดทะเบียนเปลี่ยนประเภท    3. การทดแทนรถ  ต้องมาดำเนินการ ดังนี้    3.1รถยนต์รับจ้างต้องมาทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่รถครบอายุการใช้งาน รถทะเบียนระงับตามกฎหมายรถที่แจ้งไม่ใช้ หรือรถที่จดทะเบียนเปลี่ยนประเภท      3.2รถบริการต้องมาจดทะเบียนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่รถทะเบียนรถงับตามกฎหมายรถที่แจ้งไม่ใช้ตลอดไป หรือรถที่จดทะเบียนเปลี่ยนประเภท","2022-03-16T20:43:46"],
    [3452,"94e56e0f-5457-464a-b453-e32a2f793417","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขออนุญาตติดตั้งตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายเพื่อการโฆษณาที่ตัวถังรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-6374-4cad-912e-ffad8f65e8d0",4,0,4,"* กรณีที่มีผู้ร้องยื่นคำขอพร้อมกันหลายเรื่องในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้กัน กำหนดระยะเวลาที่ดำเนินการแล้วเสร็จจะนานกว่าปกติ และหากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จะต้องนำเสนอคณะกรรมการพิจารณารูปภาพ เพื่อการโฆษณาที่ตัวถังรถโดยสารประจำทางและ ไม่ประจำทางพิจารณาอนุญาตก่อน ซึ่งกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการจะนานกว่าปกติ    ** มีเรื่องที่ขอให้พิจารณาไม่เกิน 5 เรื่อง ต่อ1 คำขอ   และให้แยกประเภทคำขอเป็นประเภทที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์   และไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กรณีที่ยื่นขออนุญาต แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์ต้องจัดประชุมคณะกรรมการซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ       *** ผู้ยื่นขออนุญาตต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจําทางหรือไม่ประจําทาง      **** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2022-04-06T22:52:46"],
    [3453,"94e56e0f-5690-4a21-9bdd-71cb381f519a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การถอนรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศด้วยรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-66ab-43a6-aa68-54fe3c72209a",1,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ได้นำรถไปบรรจุในประกอบการรายอื่นแล้ว    2.ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ได้แจ้งเลิกใช้รถ ตามมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    3.เป็นรถที่ทะเบียนระงับ    4.มีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ    5.เป็นผู้คุณสมบัติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522    6.เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ระหว่างประเทศประเภทไม่ประจำทาง/ส่วนบุคคล ด้วยรถบรรทุก         7. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ลงลายมือชื่อ  รับรองสำเนาเอกสาร    หมายเหตุ *&amp;quot;ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน&amp;quot;    * ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &amp;ldquo;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;rdquo;","2023-07-12T15:17:48"],
    [3454,"94e56e0f-5b8a-4f84-a357-3de0448bdbfe","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ / จุดพักรถต้นทางปลายทาง เส้นทางหมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานคร (เอกชน) และเส้นทางหมวด 3 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-6d24-46b3-9eb7-7c14d90f543b",100,0,8,"ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ และจุดพักรถภายในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-07-12T15:10:45"],
    [3455,"94e56e0f-5ddb-47da-83a7-51a261d52900","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขเกี่ยวกับสีของรถหรือเครื่องหมายของผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน / สถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ เส้นทางหมวด 1 และหมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) และหมวด 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-7079-4973-a1d2-581a1701882a",60,0,8,"ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีความพร้อมในการนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เก็บ ซ่อม และบำรุงรักษารถ ภายในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ฯได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ข้อ 13 ได้    *ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมโดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวมิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อแผนกอื่นหรือสถานที่อื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม","2023-07-12T15:13:57"],
    [3456,"94e56e0f-6068-4e3b-98c2-5940f2b6e113","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1c-7366-4863-9b82-54b8b96b4644",1,10,9,"1. ต้องเป็นรถที่ไม่ถูกอายัดการชำระภาษีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง    2. รถจะต้องไม่ค้างชำระภาษีประจำปี    3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะจากคณะกรรมการประจำกรุงเทพมหานครพื้นที่    4. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่จะขอเปลี่ยนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะจะต้องมีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 125 cc และต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ครบถ้วนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง    5. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถต้องมีเงื่อนไขการประกันความเสียหายที่ระบุประเภทการใช้รถเป็นรถรับจ้าง    6. ผู้ยื่นความประสงค์จะต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ    7. รถที่จะนำมาจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลแล้วและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะจะต้องเป็นเจ้าของ (ผู้ถือกรรมสิทธิ์) หรือผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว    8. รถที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าซื้อด้วย (กรณีรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหรือรถใหม่ และต้องนำมาจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5)    9.ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะสามารถจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะได้คนละ 1 คัน","2022-03-17T10:41:54"],
    [3457,"99f924da-db36-4a6f-beaf-fa4b768d7db3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอจัดตั้งสถานที่ตั้งวินใหม่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99f91222-bef7-4bb6-80e7-faa8c946ccce",40,0,4,"การขอจัดตั้งสถานที่ตั้งวินใหม่ ผู้แทนผู้ขับรถจักรยานยนต์ต้องยื่นแบบแจ้งความประสงค์\nขอจัดตั้งวินใหม่ ณ สำนักงานเขตในสังกัดกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานตามประกาศคณะกรรมการจังหวัดกำหนดในสถานที่ที่วินตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามประกาศของคณะกรรมการประจำกรุงเทพมหานคร  ดังต่อไปนี้ \n\t\t1. แผนผังแสดงที่ตั้งวิน และแผนผังการจอดรถ\n\t\t2. รูปถ่ายบริเวณสถานที่ตั้งวิน และรูปถ่ายสถานที่จอดรถ\n\t\t3. หนังสือให้ความยินยอมให้ใช้พื้นที่สำหรับตั้งวิน\n\t\t4. สำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินสถานที่ตั้งวิน\n\t\t5. บัญชีรายชื่อผู้ขับรถในสถานที่ตั้งวิน พร้อมด้วยภาพถ่ายใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ยังไม่สิ้นอายุ\n\t\t6. ภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถซึ่งผู้ขับรถมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้ครอบครอง\nในกรณีที่รถนั้นจดทะเบียนแล้ว หรือหลักฐานการได้มาของรถที่มีชื่อผู้ขับรถเป็นผู้ซื้อหรือเช่าซื้อ \nเช่น ใบเสร็จรับเงินใบกำกับภาษี สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หนังสือรับรองการเช่าซื้อ เป็นต้น ในกรณีที่รถนั้นยังไม่ได้จดทะเบียน\nโดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้\n\t\t1. วินที่ขอจัดตั้งใหม่ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 3 คน \n\t\t2. สมาชิกในวินต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (ตาม ม. 49 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) \n\t\t3. สมาชิกในวินต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือมีคดีถึงที่สุดต้องโทษจำคุกในคดีอาญา \n\t\t4. สถานที่ตั้งวินต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีพื้นที่จอดรถรอผู้ใช้บริการที่เพียงพอ\nกับสมาชิก โดยไม่รุกล้ำพื้นผิวถนน หรือกีดขวางการจราจร หรืออยู่บนทางเดินเท้า และไม่ส่งผลกระทบ\nต่อความปลอดภัยของคนเดินเท้าและผู้ใช้ทางเป็นสำคัญ \n\t\t5. สถานที่ตั้งวินและจำนวนสมาชิก เพียงพอกับปริมาณความต้องการของกลุ่มผู้ใช้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะ มีระยะห่างจากสถานที่ตั้งวินเดิมตามความเหมาะสม \n                6. สถานที่ตั้งวินใหม่ ต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายรุนแรงกับระบบการขนส่งสาธารณะประเภทอื่น และไม่เกิดปัญหากับประชาชนผู้ใช้บริการในการแย่งรับส่งผู้โดยสาร \n\nหมายเหตุ\n1.การขอจัดตั้งสถานที่ตั้งวินใหม่ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องจัดทำประกาศและปิดประกาศ ณ สำนักงานเขตในสังกัดกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานตามประกาศคณะกรรมการจังหวัดกำหนดในสถานที่ที่วินตั้งอยู่ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีมติ  \n2.กรณีไม่มีผู้คัดค้าน ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาหลังจากมีการปิดประกาศครบ 7 วัน นับแต่วันปิดประกาศ\n3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่แบบแจ้งความประสงค์หรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-11-24T16:44:50"],
    [3458,"99f92e71-9590-48d4-ac85-d11f33c24b7f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","กรมการขนส่งทางบก","การขอหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะในวินที่จัดตั้งอยู่เดิม กรณีเพิ่มสมาชิกใหม่","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99f92650-8fe0-4071-82b4-cbdcf2d158b8",48,0,2,"การขอหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะ ผู้แทนผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องยื่นแบบแจ้งความประสงค์ ณ สำนักงานเขตในสังกัดกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานตามประกาศคณะกรรมการจังหวัดกำหนดในสถานที่ที่วินตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามประกาศหรือคำสั่ง\nของคณะกรรมการประจำจังหวัด \n\t\tหลักเกณฑ์การพิจารณา เพิ่มเติม\n\t\t1. ผู้ยื่นขอต้องได้รับการรับรองจากสมาชิกในวินจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดในวิน  \n\t\t2. ผู้ยื่นขอต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (ตาม ม. 49 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) \n\t\t3. ผู้ยื่นขอต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือมีคดีถึงที่สุดต้องโทษจำคุกในคดีอาญา \n\t\t4. การออกหนังสืออนุญาตการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะในวินที่ผู้ยื่นขอ ต้องมีพื้นที่จอดรถรอผู้ใช้บริการเพียงพอกับสมาชิก โดยไม่รุกล้ำพื้นผิวถนน หรือกีดขวางการจราจร หรืออยู่บนทางเดินเท้า\nและไม่ส่งผลต่อความปลอดภัยของคนเดินเท้าและผู้ใช้ทางเป็นสำคัญ \n\t\t5. การออกหนังสืออนุญาตการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะในวินที่ผู้ยื่นขอ เพียงพอ\nกับปริมาณความต้องการของกลุ่มผู้ใช้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะ มีระยะห่างจากสถานที่ตั้งวินเดิม\nตามความเหมาะสม\n\t\t6. การออกหนังสืออนุญาตการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะในวินที่ผู้ยื่นขอ ต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายรุนแรงกับระบบการขนส่งสาธารณะประเภทอื่น และไม่เกิดปัญหากับประชาชนผู้ใช้บริการในการแย่งรับส่งผู้โดยสาร \n\t\tหมายเหตุ\n\t\t1. การออกหนังสืออนุญาตการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องจัดทำประกาศและปิดประกาศ ณ สถานที่ตั้งวิน สำนักงานเขตในสังกัดกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานตามประกาศคณะกรรมการจังหวัดกำหนดในสถานที่ที่วินตั้งอยู่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีมติ   \n2. กรณีไม่มีผู้คัดค้าน ผู้ขอจะได้รับทราบผลการพิจารณาหลังจากมีการปิดประกาศครบ 7 วัน นับแต่วันปิดประกาศ\n                 3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่แบบแจ้งความประสงค์หรือหลักฐานไม่ครบถ้วน และหรือบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน","2023-11-24T16:46:19"],
    [3459,"94e56e10-d42c-443d-a2a8-3e343d6f693b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1e-4b6f-4ddd-9149-3e5548982e2a",190,500,20,"1) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2) แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3) สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    5) บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    7) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    8) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9) แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 : รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    10) สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    11) สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12) หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-2 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    13) แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18) โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 23    14) แบบฟอร์มหมายเลข 3 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    15) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    16) สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17) สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18) แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    19) แบบฟอร์มหมายเลข 4 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    20) แบบฟอร์มหมายเลข 4.1 (เพิ่มเติม) : ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) ,สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ ,สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายด้วย ในกรณีไม่ได้จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง จะต้องซื้อหรือเช่าซื้อมาไม่น้อยกว่า 90 วัน โดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อและชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว และสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    22) คู่มือจดทะเบียนหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    23) จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม    - วิศวกรโยธาระดับสามัญวิศวกร (สย.)**    24) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม    - เครื่องผสมคอนกรีต(Concrete Mixer) 1 เครื่อง                                                                      - รถกระบะบรรทุก ขนาดไม่น้อยกว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (Truck) 1 คัน                                                                         - เครื่องสั่นสะเทือนคอนกรีต(Concrete Vibrato) 1 เครื่อง    25) ตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    26) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3460,"94e56e10-d6ca-4de6-92da-7f30809c3c6b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1e-4ece-471f-9760-a6e13934cc9e",190,500,20,"1) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2) แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานงานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 1 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3) สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    5) บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    7) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    8) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9) แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 : รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    10) สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    11) สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12) หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-2 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    13) แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18) โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 22    14) แบบฟอร์มหมายเลข 3 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    15) สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    16) สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17) แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 23    18) แบบฟอร์มหมายเลข 4 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    19) แบบฟอร์มหมายเลข 4.1 (เพิ่มเติม) : ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    20) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) ,สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ ,สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายด้วย ในกรณีไม่ได้จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง จะต้องซื้อหรือเช่าซื้อมาไม่น้อยกว่า 90 วัน โดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อและชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว และสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    21) คู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    22) จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 1    - ไม่กำหนด    23) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมางานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 1    - รถกระบะบรรทุก 10 ล้อ (10-Wheels Truck) จำนวน 6 คันหรือ    -รถกระบะบรรทุก 10 ล้อ (10-Wheels Truck) จำนวน 3 คันและรถตักดิน หรือรถขุดตัก (Front End Loader or Back Hoe) จำนวน 1 คัน    24) การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    25) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3461,"94e56e10-d9c5-4fd5-825d-6210af9f36e2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1e-522c-48a3-97ff-3d7aea1b660a",190,500,20,"1) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2) แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานงานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 2 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3) สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    5) บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    7) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    8) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9) แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 : รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    10) สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    11) สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12) หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-2 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    13) แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18) โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 22    14) แบบฟอร์มหมายเลข 3 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    15) สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    16) สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17) แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23)โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 23    18) แบบฟอร์มหมายเลข 4 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    19) แบบฟอร์มหมายเลข 4.1 (เพิ่มเติม) : ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    20) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) ,สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ ,สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายด้วย ในกรณีไม่ได้จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง จะต้องซื้อหรือเช่าซื้อมาไม่น้อยกว่า 90 วัน โดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อและชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว และสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    21) คู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    22) จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 2    - ไม่กำหนด    23) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมางานขุดขนวัสดุ หิน กรวด ทราย ลูกรัง และงานดิน ประเภทที่ 2    - รถกระบะบรรทุก 10 ล้อ (10-Wheels Truck) จำนวน 3 คัน    24) การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    25) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3462,"94e56e10-dc9a-4e03-862c-f597fd552a96","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1e-55ad-4af4-bff3-e75b480e3917",190,500,20,"1) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2) แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 1 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3) สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง, มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท, มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    5) บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    7) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    8) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9) แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 : รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    10) สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    11) สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12) หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตามแบบฟอร์มหมายเลข 2-2 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    13) แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18) โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 23    14) แบบฟอร์มหมายเลข 3 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    15) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    16) สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17) สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18) แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 24    19) แบบฟอร์มหมายเลข 4 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    20) แบบฟอร์มหมายเลข 4.1 (เพิ่มเติม) : ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) ,สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ        ,สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อหรือเช่า      ซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายด้วย ในกรณีไม่ได้จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง จะต้องซื้อหรือเช่าซื้อมาไม่น้อยกว่า 90      วัน โดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อและชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว และสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    22) คู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    23) จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 1    - วิศวกรโยธาระดับภาคีวิศวกรพิเศษตาม 2 (13) จำนวน 1 คน    24) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 1    - เตาต้มยางพร้อม Hand Spray หรือรถลาดยาง (Asphalt Pre-Heater Tank with Hand Spray or Asphalt Distributor Truck) จำนวน 1 เครื่อง/คัน    - เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer) จำนวน 1 เครื่อง    - เครื่องอัดลมพร้อมอุปกรณ์และหัวเจาะ หรือเครื่องตัดผิวทาง (Portable Air Compressor with Auger or Pavement Saw) จำนวน 1 เครื่อง    - รถกระบะบรรทุก หรือรถกระบะบรรทุกเทท้าย (ชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือทั้งสองชนิดรวมกัน) (Truck or Dump Truck) จำนวน 2 คัน    - รถบดสั่นสะเทือนชนิดขับเคลื่อนด้วยตนเอง หรือรถบดล้อยางชนิดขับเคลื่อนด้วยตนเอง (Self-Propelled Vibratory Roller or Self-Propelled Rubber Type Roller) จำนวน 1 คัน    25) การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    26) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3463,"94e56e10-df52-4f10-980b-d346366a752e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1e-594f-405e-bbcb-e919dcda196e",190,500,20,"1) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2) แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 2 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3) สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    5) บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    7) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    8) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9) แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 : รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    10) สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    11) สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12) หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-2 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    13) แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 23    14) แบบฟอร์มหมายเลข 3 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    15) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    16) สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17) สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18) แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23)โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 24    19) แบบฟอร์มหมายเลข 4 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    20) แบบฟอร์มหมายเลข 4.1 (เพิ่มเติม) : ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) ,สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ        ,สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อหรือเช่า      ซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายด้วย ในกรณีไม่ได้จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง จะต้องซื้อหรือเช่าซื้อมาไม่น้อยกว่า 90      วัน โดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อและชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว และสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    22) คู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    23) จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 2    - วิศวกรกรโยธาระดับภาคีวิศวกร จำนวน 1 คน    24) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ก. ชั้น 2    - เหมือนที่กำหนดในประเภทที่ 10.1 งานบำรุงปกติประเภท ก. ชั้น 1    25) การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    26) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3464,"94e56e10-e1d7-49fe-8528-5ee198fe3919","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1e-5cb8-419a-a23f-8c898e6ca37c",190,500,20,"1) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2) แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 1พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3) สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    5) บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    7) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    8) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9) แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 : รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    10) สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    11) สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12) หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-2 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    13) แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 22    14) แบบฟอร์มหมายเลข 3 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    15) สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    16) สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17) แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 23    18) แบบฟอร์มหมายเลข 4 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    19) แบบฟอร์มหมายเลข 4.1 (เพิ่มเติม) : ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    20) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) ,สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ        ,สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อหรือ         เช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายด้วย ในกรณีไม่ได้จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง จะต้องซื้อหรือเช่าซื้อมาไม่น้อย         กว่า 90 วัน โดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อและชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว และสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    21) คู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    22) จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 1    - ไม่กำหนด    23) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 1    -รถติดเครื่องตัดหญ้า (Lawn Mower)หรือเครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย (Grass Trimmer) (อายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี) หรือรถกระเช้าไฟฟ้า หรือรถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ติดเครน (Electric Bucket Truck or 6-Wheels Truck Mounted Crane) จำนวน 1 คัน/ 20 เครื่อง/ 1 คัน    -รถกระบะบรรทุก ขนาดไม่น้อยกว่ารถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (Truck) จำนวน 1 คัน    24) การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    25) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3465,"94e56e10-e474-451b-addc-04c1642ae30a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1e-60e3-4f24-a1e9-cbb909590ead",190,500,20,"1) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2) แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 2พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3) สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 200,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    5) บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6) สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    7) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    8) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9) แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 : รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    10) สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    11) สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12) หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 200,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-2 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    13) แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 22    14) แบบฟอร์มหมายเลข 3 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    15) สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    16) สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17) แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23)โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำ มีรายละเอียดดังข้อ 23    18) แบบฟอร์มหมายเลข 4 (เพิ่มเติม) : รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    19) แบบฟอร์มหมายเลข 4.1 (เพิ่มเติม) : ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    20) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) ,สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ       ,สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่จัดซื้อหรือเช่า     ซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง และต้องแสดงหลักฐานการซื้อขายด้วย ในกรณีไม่ได้จัดซื้อหรือเช่าซื้อจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง จะต้องซื้อหรือเช่าซื้อมาไม่น้อยกว่า 90     วัน โดยต้องจดทะเบียนเป็นผู้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อและชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว และสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    21) คู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    22) จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 2    - ไม่กำหนด    23) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมางานบำรุงปกติ ประเภท ข. ชั้น 2    -รถติดเครื่องตัดหญ้า (Lawn Mower) หรือเครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย (Grass Trimmer) (อายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี) จำนวน 1 คัน/20 เครื่อง    -รถกระบะบรรทุก ขนาดไม่น้อยกว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (Truck) จำนวน 1 คัน    24) การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    25) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3466,"94e56e10-e6b1-41df-8ffa-fc336f2f8678","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตก่อสร้างทางเชื่อมทุกประเภท เพื่อเป็นทางเข้าออกทางหลวงที่อยู่ในหลักเกณฑ์ หรือรูปแบบที่เป็นมาตรฐานกรมทางหลวง (มาตรา 37) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-6463-49e5-b637-70bc64b97971",35,0,15,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะทำทางเชื่อมกับทางหลวงต้องมีการขออนุญาตทำทางเชื่อม ตาม พรบ.ทางหลวงมาตรา 37โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้  อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  1.รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อมทุกประเภทและทุกกรณี  2.ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวง และ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อมทุกประเภทที่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามแบบมาตรฐาน 37/1 , 37/2 , 37/3 หรือรูปแบบที่เป็นมาตรฐานกรมทางหลวง หากนอกเหนือจากแบบมาตรฐานเป็นอำนาจของ รองอธิบดีกรมทางหลวง  3.ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง เป็นผู้มีอำนาจ อนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อม เพื่อเป็นทางเข้าออกทางหลวง ในการเข้าสู่ที่ดินว่างเปล่า บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ สถานีบริการน้ำมัน สถานีบริการก๊าซ หรือสถานีบริการ เชื้อเพลิงอื่นใด ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ หรือรูปแบบที่เป็นมาตรฐานของกรมทางหลวง    เงื่อนไขที่ทางผู้ขอฯต้องทราบ    1.การขออนุญาตทำทางเชื่อมกับทางหลวง ผู้ขออนุญาตต้องมีที่ดินติดกับเขตทางหลวง การยื่นขออนุญาตหากเจ้าของที่ดินไม่สามารถดำเนินการเองได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำแทนได้ พร้อมแสดงสำเนาเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินที่ติดกับทางหลวง ในการยื่นขออนุญาต    2.การขออนุญาตทำทางเชื่อมเข้า-ออก โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีปริมาณรถเข้า-ออก จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า , นิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น เอกสารการยื่นขออนุญาต ต้องแสดงเอกสารการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านการจราจร    3.การพิจารณาของสำนักงานทางหลวง ต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 7 วันทำการ    4.งานทางเชื่อมที่มีรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง แต่เมื่อพิจารณาสภาพสถานที่แล้วมีความไม่เหมาะสมบางประการ ต้องส่งเรื่องให้ส่วนสำรวจและออกแบบให้ความเห็นก่อน โดยจะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้น จากเดิม 32 วันทำการเป็น 39 วันทำการ    5.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ทางจดหมายอิเล็คโทรนิคส์ หรือ เบอร์โทรศัพท์และโทรสาร ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมประกอบการพิจารณางานขออนุญาต       6.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา          6.1 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้เป็นผู้ขออนุญาต ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ขออนุญาตจึงจะสามารถลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันได้ หากไม่เป็นตามข้อกำหนดนี้ กรมทางหลวงจะไม่รับเรื่องการขออนุญาตนั้น          6.2 เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว          6.3 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3467,"94e56e10-e938-438c-ab33-f065f4dbe7c5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตก่อสร้างทางเชื่อมกับทางหลวง เข้าสู่ที่ดินว่างเปล่า บ้านพักอาศัย  อาคารพาณิชย์  สถานีบริการน้ำมัน  สถานีบริการก๊าซ หรือสถานีบริการ เชื้อเพลิงอื่นใด  ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ หรือรูปแบบที่เป็นมาตรฐานของกรมทางหลวง (มาตรา 37) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-67ad-429d-87c3-bc0394ddf959",14,0,15,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะทำทางเชื่อมกับทางหลวงต้องมีการขออนุญาตทำทางเชื่อม ตาม พรบ.ทางหลวงมาตรา 37โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้  อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  1.รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อมทุกประเภทและทุกกรณี  2.ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวง และ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อมทุกประเภทที่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามแบบมาตรฐาน 37/1 , 37/2 , 37/3 หรือรูปแบบที่เป็นมาตรฐานกรมทางหลวง หากนอกเหนือจากแบบมาตรฐานเป็นอำนาจของ รองอธิบดีกรมทางหลวง  3.ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง เป็นผู้มีอำนาจ อนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อม เพื่อเป็นทางเข้าออกทางหลวง ในการเข้าสู่ที่ดินว่างเปล่า บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ สถานีบริการน้ำมัน สถานีบริการก๊าซ หรือสถานีบริการ เชื้อเพลิงอื่นใด ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ หรือรูปแบบที่เป็นมาตรฐานของกรมทางหลวง  เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ  1.การขออนุญาตทำทางเชื่อมกับทางหลวง ผู้ขออนุญาตต้องมีที่ดินติดกับเขตทางหลวง โดยการยื่นขออนุญาตหากเจ้าของที่ดินไม่สามารถดำเนินการเองได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำแทนได้ พร้อมแสดงสำเนาเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินที่ติดกับทางหลวง ในการยื่นขออนุญาต    2.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ทางจดหมายอิเล็คโทรนิคส์ หรือ เบอร์โทรศัพท์และโทรสาร ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    3.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา     3.1 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้เป็นผู้ขออนุญาต ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ขออนุญาตจึงจะสามารถลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันได้ หากไม่เป็นตามข้อกำหนดนี้ กรมทางหลวงจะไม่รับเรื่องการขออนุญาตนั้น     3.2เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     3.3ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    4.เมื่อพิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจ้งให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจ้งภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง    5.หมวดทางหลวงนัดหมายผู้ขออนุญาตตรวจสอบรูปแบบและจุดที่ขออนุญาตในวันยื่นคำขอหรือตามเบอร์โทร.ติดต่อที่ผู้ขออนุญาตให้ไว้ โดยจัดทำบันทึกนัดหมายที่สำนักงานหมวดทางหลวงและจะเริ่มนับเวลาดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณา นับแต่วันที่ได้นัดหมายตรวจสอบสถานที่ กรมทางหลวง ขอสงวนสิทธิ์กรณีหมวดทางหลวงอาจทำการนัดหมายตรวจสอบสถานที่ล่าช้า หากติดราชการสำคัญที่ไม่สามารถให้ผู้แทนอื่นไปได้และมีเอกสารชี้แจงผู้ขออนุญาตในวันที่จัดทำบันทึกนัดหมาย    6.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2021-11-17T13:39:10"],
    [3468,"94e56e10-f18d-4d60-be93-669763a70cec","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตทางเชื่อมทุกประเภทและทุกกรณี (มาตรา 37) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-7190-40b2-93f1-7adcf367cff3",73,0,13,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะทำทางเชื่อมกับทางหลวงต้องมีการขออนุญาตทำทางเชื่อม ตาม พรบ.ทางหลวงมาตรา 37โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้       อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  1.รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อมทุกประเภทและทุกกรณี  2.ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวง และ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตให้ก่อสร้างทางเชื่อมทุกประเภทที่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามแบบมาตรฐาน 37/1, 37/2, 37/3หรือรูปแบบที่เป็นมาตรฐานกรมทางหลวง หากนอกเหนือจากแบบมาตรฐานเป็นอำนาจของ รองอธิบดีกรมทางหลวง    เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2.การขออนุญาตทำทางเชื่อมกับทางหลวง ผู้ขออนุญาตต้องมีที่ดินติดกับเขตทางหลวง โดยการยื่นขออนุญาตหากเจ้าของที่ดินไม่สามารถดำเนินการเองได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำแทน พร้อมแสดงสำเนาโฉนดที่ดินที่ติดกับทางหลวง  3.การขออนุญาตทำทางเชื่อมเข้า-ออก โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีปริมาณรถเข้า-ออก จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า , นิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น เอกสารการยื่นขออนุญาต ต้องแสดงเอกสารการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านการจราจร    4.การพิจารณาของส่วนกลางต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ  5.งานทางเชื่อมที่มีรูปแบบไม่เป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง ต้องมีการส่งเรื่องให้ทางสำนักต่างๆในส่วนกลางที่เกี่ยวข้องพิจารณา โดยจะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้นจากเดิม 65 วันทำการ เป็น 100 วันทำการ  6.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    7.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                7.1เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                7.2ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    8.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง และ สำนักงานทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักอำนวยความปลอดภัย พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง  9.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2022-04-06T22:52:46"],
    [3469,"94e56e10-f93e-4d57-a910-4213a0587167","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตปลูกสร้าง สถานีบริการประชาชน (ป้อมตำรวจ) ศาลาที่พักผู้โดยสาร  สะพานลอยคนเดินข้าม (ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิจารณาอนุญาต) (มาตรา47) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-7b7c-475f-b5c9-b0635e06fb8e",39,0,12,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะปลูกสร้างสิ่งใดในเขตทางหลวงต้องมีการขออนุญาต ตาม พรบ.ทางหลวง มาตรา 47โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้    อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  สำนักงานทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตการขออนุญาตปลูกสร้าง สถานีบริการประชาชน (ป้อมตำรวจ) ศาลาที่พักผู้โดยสาร สะพานลอยคนเดินข้าม โดยมีข้อกำหนดว่า รูปแบบและตำแหน่งการก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ข้อกำหนดของกรมทางหลวง    เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.การพิจารณาของสำนักงานทางหลวงต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 7 วันทำการ    2.งานขออนุญาตที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของสำนักงานทางหลวงและมีรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง แต่เมื่อพิจารณาสภาพสถานที่แล้วมีความไม่เหมาะสมบางประการ ต้องส่งเรื่องให้ส่วนสำรวจและออกแบบให้ความเห็นก่อน โดยจะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้น จากเดิม 32 วันทำการ เป็น 39 วันทำการ    3.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    4.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา         4.1 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้เป็นผู้ขออนุญาต ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ขออนุญาตจึงจะสามารถลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันได้ หากไม่เป็นตามข้อกำหนดนี้ กรมทางหลวงจะไม่รับเรื่องการขออนุญาตนั้น     4.2 เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     4.3 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักงานทางหลวง พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจ้งให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจ้งภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง    6.หมวดทางหลวงนัดหมายผู้ขออนุญาตตรวจสอบรูปแบบและจุดที่ขออนุญาตในวันยื่นคำขอหรือตามเบอร์โทร.ติดต่อที่ผู้ขออนุญาตให้ไว้ โดยจัดทำบันทึกนัดหมายที่สำนักงานหมวดทางหลวงและจะเริ่มนับเวลาดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณา นับแต่วันที่ได้นัดหมายตรวจสอบสถานที่ กรมทางหลวง ขอสงวนสิทธิ์กรณีหมวดทางหลวงอาจทำการนัดหมายตรวจสอบสถานที่ล่าช้า หากติดราชการสำคัญที่ไม่สามารถให้ผู้แทนอื่นไปได้และมีเอกสารชี้แจงผู้ขออนุญาตในวันที่จัดทำบันทึกนัดหมาย    7.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2021-11-17T13:39:10"],
    [3470,"94e56e10-fbef-4ea5-9ae5-84be94fc935f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตกระทำการใดๆ อันเป็นกิจการสาธารณูปโภค ในเขตทางหลวง (ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิจารณาอนุญาต)  (มาตรา48 , 56 วรรคสอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-7ebd-4a35-b8ec-43f73520042a",29,0,15,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะกระทำการใดๆอันเป็นกิจการสาธารณูปโภคในเขตทางหลวง ต้องยื่นคำขออนุญาตพร้อมรูปแบบ กับแขวงทางหลวงที่รับผิดชอบทางหลวงสายนั้น ตาม พรบ.ทางหลวง มาตรา 48 , 56 วรรคสอง โดยขอรับรายละเอียดการจัดเตรียมเอกสาร ก่อนยื่นขออนุญาตได้ที่หมวดทางหลวง หรือแขวงทางหลวง มีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้    อำนาจในการพิจารณาอนุญาต    รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตและเพิกถอนการอนุญาต การปักเสา พาดสายวางท่อ หรือกระทำการใดๆ    ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวง เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตปักเสา พาดสาย วางท่อ ได้ตามขอบเขตหรือลักษณะของการขออนุญาต ตามที่ได้รับมอบหมายไว้จากผู้อำนวยการทางหลวง      1 วางท่อประปาขนานกับแนวเขตทางหลวง   1.1 การวางท่อประปา   - ขนาดท่อเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 400 มม.   - ระดับหลังท่อต่ำกว่าพื้นทางเท้า/ระดับดินเดิม 0.80 ม.   - ศูนย์กลางท่อห่างจากแนวเขตทางหลวงเข้ามาไม่เกิน 0.50 ม.   1.2 ดันท่อลอด   - ท่อปลอกเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 400 มม.   - ระดับหลังท่อต่ำกว่าผิวจราจรไม่น้อยกว่า 2.60 ม.  2. งานปักเสา พาดสาย   - ขนาดแรงดันไม่เกิน 22 KV   - ปักเสาที่ระยะห่างจากเขตทางหลวงเข้ามาไม่เกิน 2.60 ม.   - ระดับท้องสายสูงจากผิวจราจรตามมาตรฐานความปลอดภัยของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย,การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค    เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.การพิจารณาของสำนักงานทางหลวง ต้องมีการตรวจสอบสถานที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 7 วันทำการ    2.งานขออนุญาตที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของสำนักงานทางหลวงและมีรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง แต่เมื่อพิจารณาสภาพสถานที่แล้วมีความไม่เหมาะสมบางประการ ต้องส่งเรื่องให้ส่วนสำรวจและออกแบบให้ความเห็นก่อน โดยจะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้น จากเดิม 34 วันทำการ เป็น 41 วันทำการ    3.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ทางจดหมายอิเล็คโทรนิคส์ หรือ เบอร์โทรศัพท์และโทรสาร ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลชี้แจงเพิ่มเติมประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    4.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา          4.1 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้เป็นผู้ขออนุญาต ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ขออนุญาตจึงจะสามารถลงนามบันทึกความบกพร่อง และรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันได้ หากไม่เป็นตามข้อกำหนดนี้ กรมทางหลวงจะไม่รับเรื่องการขออนุญาตนั้น          4.2เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว          4.3ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    5.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักงานทางหลวง พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจ้งให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจ้งภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง    6.หมวดทางหลวงนัดหมายผู้ขออนุญาตตรวจสอบรูปแบบและจุดที่ขออนุญาตในวันยื่นคำขอหรือตามเบอร์โทร.ติดต่อที่ผู้ขออนุญาตให้ไว้ โดยจัดทำบันทึกนัดหมายที่สำนักงานหมวดทางหลวงและจะเริ่มนับเวลาดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณา นับแต่วันที่ได้นัดหมายตรวจสอบสถานที่ กรมทางหลวง ขอสงวนสิทธิ์กรณีหมวดทางหลวงอาจทำการนัดหมายตรวจสอบสถานที่ล่าช้า หากติดราชการสำคัญที่ไม่สามารถให้ผู้แทนอื่นไปได้และมีเอกสารชี้แจงผู้ขออนุญาตในวันที่จัดทำบันทึกนัดหมาย    7.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2021-11-17T13:39:10"],
    [3471,"94e56e11-0118-4141-aa13-582c3d658370","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตสร้างหรือดัดแปลงต่อเติมอาคารต่างๆในที่ดินริมเขตทางหลวง เฉพาะทางหลวงบางสายตามที่ได้มี พ.ร.ฎ. ออกมากำหนดไว้ (มาตรา 49) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-853c-4d03-8d83-e3eed200cce1",66,0,8,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะสร้างหรือดัดแปลงต่อเติมอาคารตามประเภท ชนิด หรือลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวง สถานีบริการน้ำมัน  สถานีบริการก๊าซ  สถานีบริการล้างหรือตรวจสภาพรถหรือติดตั้งป้ายโฆษณา ภายในระยะไม่เกิน    15 เมตร จากเขตทางหลวง และ สร้างศูนย์การค้า สนามกีฬา สนามแข่งขัน โรงมหรสพ สถานพยาบาล สถานศึกษา หรือจัดให้มีตลาด ตลาดนัด งานออกร้าน หรืดกิจกรรมอื่นที่ทำให้ประชาชนมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ภายในระยะไม่เกิน    50 เมตร จากเขตทางหลวง เฉพาะทางหลวงบางสายตามที่ได้มี พ.ร.ฎ.ออกมากำหนดไว้ ต้องมีการขออนุญาตทำทางเชื่อม ตาม พรบ.ทางหลวง มาตรา 49 โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้  อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาต      เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2.การพิจารณาของส่วนกลางต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ  3.กรณีงานขออนุญาตที่ต้องมีการส่งเรื่องให้ทางสำนักต่างๆในส่วนกลางที่เกี่ยวข้องพิจารณา จะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้นจากเดิม 58 วันทำการ เป็น 93 วันทำการ  4.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    5.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                5.1เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                5.2ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง และ สำนักงานทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักอำนวยความปลอดภัย พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง  7.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2022-04-06T22:52:46"],
    [3472,"94e56e11-0453-4cbb-8ea2-0c3d45357c9a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Chip Seal (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-88dd-4727-b4fe-680d1266232d",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Chip Seal พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Chip Seal    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกร (ภย.) จำนวน 1 ท่าน    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Chip Seal    - รถพ่นยางแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor Truck) จำนวน 1 คัน    - เครื่องโรยหิน (Aggregate Spreader) จำนวน 1 ชุด    - เครื่องร่อนกำจัดฝุ่นและเคลือบหิน (Screening out and Pre-coating Aggregate Machine) จำนวน 1 ชุด24    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3473,"94e56e11-0701-4ea0-b013-95ffcdc8d3d4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Slurry Seal (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-8c2c-4922-92c3-09465625be28",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและผู้มอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Slurry Seal พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทางและเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริงโดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปีย้อนหลัง 3 ปีนับจากปีปัจจุบันพร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาตประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนาภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุดและใบเสร็จรับเงินประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงินวงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาทโดยมีแบบฟอร์มตามแบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษาเช่นปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียนยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้างพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงินอย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือเครื่องจักรและยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯแต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียนหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Slurry Seal    - วิศวกรโยธาระดับภาคีวิศวกร (ภย.) จำนวน 1 ท่าน    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานฉาบผิวทางแบบ Slurry Seal    - เครื่อง Slurry Seal Machine จำนวน 1 เครื่อง    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วันเมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้วซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วนตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3474,"94e56e11-09c9-49fa-a3ac-e842b504dece","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานเสริมผิวทางแบบ Cold Mixed Asphalt (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-8f7a-472f-971d-944d820b2bda",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานเสริมผิวทางแบบ Cold Mixed Asphalt พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)   คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานเสริมผิวทางแบบ Cold Mixed Asphalt    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกร (ภย.) จำนวน 1 ท่าน    25) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานเสริมผิวทางแบบ Cold Mixed Asphalt    - เครื่อง Cold Mixed Asphalt ชนิด Mix Paver Traveling Plant จำนวน 1 เครื่อง    - เครื่องร่อนกำจัดฝุ่นและล้างหิน (Screening out Dust and Washing Aggregate Machine) จำนวน 1 ชุด    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3475,"94e56e11-0c66-4bce-bfde-f73ae2bc765c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานเสริมผิวทางแบบ Hot Mixed Asphalt (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-92d2-4ba6-abce-1a52636dc7bf",190,500,24,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นงานเสริมผิวทางแบบ Hot Mixed Asphaltพร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)   คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานเสริมผิวทางแบบ Hot Mixed Asphalt    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกร (ภย.) จำนวน 1 ท่าน    25) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานเสริมผิวทางแบบ Hot Mixed Asphalt    - โรงผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Mixing Plant) ขนาดกำลังผลิตอย่างน้อย 60 ตัน/ชั่วโมง จำนวน 1 โรงงาน    - เครื่องปูผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Paver or Finisher) จำนวน 1 เครื่อง    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3476,"94e56e11-0f0f-45ed-9065-af68f9a42f22","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบำรุงทางแบบ Hot Mix In-Place Recycling (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-9645-4f04-86ea-65a203842553",185,500,24,"1)  หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและผู้มอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียนเป็นงานบำรุงทางแบบ Hot Mix In-Place Recyclingพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทางและเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริงโดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปีย้อนหลัง 3 ปีนับจากปีปัจจุบันพร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาตประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนาภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุดและใบเสร็จรับเงินประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงินวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาทโดยมีแบบฟอร์มตามแบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษาเช่นปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียนยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้างพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงินอย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือเครื่องจักรและยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯแต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียนหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบำรุงทางแบบ Hot Mix In-Place Recycling    - วิศวกรโยธาระดับภาคีวิศวกร (ภย.)จำนวน 1 ท่าน    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบำรุงทางแบบ Hot Mix In-Place Recycling    - เครื่องขุดตัดและผสมผิวทางเดิม (Remixer) จำนวน 1 ชุด    - เครื่องให้ความร้อนผิวทางเดิม (Preheater) จำนวน 1 ชุด    - โรงผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Mixing Plant) ขนาดกำลังผลิตอย่างน้อย 60 ตัน/ชั่วโมงจำนวน 1 โรงงาน    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วันเมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้วซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วนตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3477,"94e56e11-1145-448c-8015-79e49017aaf8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบูรณะทางแบบ Pavement In-Place Recycling (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-99a8-42b2-825e-9d5f33f47987",210,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและผู้มอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบูรณะทางแบบ Pavement In-Place Recycling พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทางและเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริงโดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปีย้อนหลัง 3 ปีนับจากปีปัจจุบันพร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาตประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนาภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุดและใบเสร็จรับเงินประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงินวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาทโดยมีแบบฟอร์มตามแบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษาเช่นปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียนยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้างพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงินอย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือเครื่องจักรและยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯแต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23)  โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียนหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบูรณะทางแบบ Pavement In-Place Recycling    - วิศวกรโยธาระดับภาคีวิศวกร (ภย.) จำนวน 1 ท่าน    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานบูรณะทางแบบ Pavement In-Place Recycling    - เครื่องขุดตัดผสมชั้นโครงสร้างทางพร้อมอุปกรณ์จ่ายวัสดุผสมเพิ่ม (Milling Machine and Remixer with Admixture Tanker) จำนวน 1 ชุด    - รถบดสั่นสะเทือน (Self-Propelled Vibratory Roller ) ขนาดไม่น้อยกว่า 17.5 ตัน (Operating Weight) จำนวน 1 คัน    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วันเมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้วซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วนตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3478,"94e56e11-13df-492d-b67c-ac39c89dbe6b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯ ด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-9d31-4fdd-b278-6eed11d816c4",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯ ด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯ ด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic)    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกรพิเศษตาม 2 (13) * จำนวน 1 ท่าน    หมายเหตุ * จากกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ตาม 2 (13) หมายถึง งานควบคุมการก่อสร้าง ในสาขาวิศวกรรมโยธา ประเภท (13) ทางประเภท ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด ทางหลวงเทศบาล และทางหลวงสัมปทาน ตามกฎหมายทางหลวง    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯ ด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic)    - เครื่องตีเส้นวัสดุเทอร์โมพลาสติก พร้อมอุปกรณ์ (Thermoplastic Road Marking Machine with Equipment) จำนวน 1 เครื่อง    - หม้อต้มกวนวัสดุเทอร์โมพลาสติกหลัก แบบไม่เป็นชนิดให้ความร้อนโดยตรง (Thermoplastic Pre-Heater - Indirect Heating Type) จำนวน 2 ชุด    - เครื่องลบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (Pavement Marking Removal Equipment) จำนวน 1 เครื่อง    - เครื่องวัดค่าสะท้อนแสงการมองเห็นในเวลากลางวัน (Reflectometer) * จำนวน 1 เครื่อง    - เครื่องวัดค่าสะท้อนแสงการมองเห็นในเวลากลางคืน (Retroreflectometer) * จำนวน 1 เครื่อง    - รถบรรทุกหม้อต้มกวนวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic Pre-Heater Truck) จำนวน 1 คัน    - เครื่องฉีดน้ำยาหรือกาว (Liquid or Primer Injector) จำนวน 1 เครื่อง    หมายเหตุ * อาจเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ที่รวมอยู่เป็นชุดเดียวกัน ซึ่งสามารถดำเนินการวัดค่าสะท้อนแสงการมองเห็นได้ทั้ง 2 แบบ    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3479,"94e56e11-16ab-4f9f-b591-63b0170cbad5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯด้วยสีจราจร (Traffic Paint) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-a0d1-4fff-8a03-a306580d6aed",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯด้วยสีจราจร (Traffic Paint) พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯด้วยสีจราจร (Traffic Paint)    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกรพิเศษตาม 2 (13) * จำนวน 1 ท่าน    หมายเหตุ * จากกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ตาม 2 (13) หมายถึง งานควบคุมการก่อสร้าง ในสาขาวิศวกรรมโยธา ประเภท (13) ทางประเภท ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด ทางหลวงเทศบาล และทางหลวงสัมปทาน ตามกฎหมายทางหลวง    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานจัดทำเครื่องหมายจราจรฯด้วยสีจราจร (Traffic Paint)    - รถติดตั้งเครื่องตีเส้นจราจรแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเอง พร้อมติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ตีเส้นจราจรอัตโนมัติ (Self-Propelled Truck with Automatic Road Marking Machine) จำนวน 1 คัน    - เครื่องตีเส้นจราจรพร้อมอุปกรณ์ (Road Marking Machine with Equipment) จำนวน 1 เครื่อง    - ถังบรรจุสี ต้องมีเครื่องกวนอัตโนมัติ (Color Tank with Automatic Mixing Machine) จำนวน 2 ชุด    - เครื่องลบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (Pavement Marking Removal Equipment) จำนวน 1 เครื่อง    - เครื่องวัดค่าสะท้อนแสงการมองเห็นในเวลากลางวัน (Reflectometer) * จำนวน 1 เครื่อง    - เครื่องวัดค่าสะท้อนแสงการมองเห็นในเวลากลางคืน (Retroreflectometer) * จำนวน 1 เครื่อง    หมายเหตุ * อาจเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ที่รวมอยู่เป็นชุดเดียวกัน ซึ่งสามารถดำเนินการวัดค่าสะท้อนแสงการมองเห็นได้ทั้ง 2 แบบ    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3480,"94e56e11-1965-4d4f-a72c-c01d57943d6d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-a464-45e9-948b-196fc94a8d6b",190,500,24,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 1พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 1    - วิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญวิศวกร (สฟก.) * จำนวน 2 ท่าน    - วิศวกรโยธา ระดับสามัญวิศวกร (สย.) * จำนวน 1 ท่าน    - วิศวกรไฟฟ้า ระดับภาคีวิศวกร (ภฟก.) * จำนวน 2 ท่าน    - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างไฟฟ้า จำนวน 2 ท่าน    หมายเหตุ * เป็นไปตาม พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 1    - รถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ติดเครนแบบมีกระเช้าไฟฟ้า หรือรถกระเช้าไฟฟ้า (6-Wheels Electric Bucket Truck or Electric Bucket Truck) จำนวน 1 คัน    - รถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ติดเครนแบบมีกระเช้า (6-Wheels Bucket Truck) จำนวน 3 คัน    - รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (Pickup Truck) จำนวน 4 คัน    - เครื่องวัดค่าความเข้มส่องสว่าง (Lux Meter) จำนวน 1 เครื่อง    - โรงงานผลิตเสาไฟฟ้า หรือโรงงานผลิตโคมไฟฟ้าที่ได้รับการรับรองคุณภาพ ISO 9001 หรือ มอก. 9001 หรือที่ดีกว่า และผลิตภัณฑ์เสาไฟฟ้า หรือโคมไฟต้องได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม (Electricity Pole or Lamp Factory) จำนวน 1 โรงงาน    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3481,"94e56e11-1d11-442a-983f-e7390338f849","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-a7fc-43d8-bf29-be0d64376b49",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 2 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 2    - วิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญวิศวกร (สฟก.) * จำนวน 1 ท่าน    - วิศวกรโยธา ระดับสามัญวิศวกร (สย.) * จำนวน 1 ท่าน    - วิศวกรไฟฟ้า ระดับภาคีวิศวกร (ภฟก.) * จำนวน 1 ท่าน    - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างไฟฟ้า จำนวน 2 ท่าน    หมายเหตุ * เป็นไปตาม พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานไฟฟ้าแสงสว่าง ชั้น 2    - รถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ติดเครนแบบมีกระเช้า (6-Wheels Bucket Truck) จำนวน 2 คัน    - รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (Pickup Truck) จำนวน 2 คัน    - เครื่องวัดค่าความเข้มส่องสว่าง (Lux Meter) จำนวน 1 เครื่อง    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3482,"94e56e11-1fbe-4878-90dc-8173bb86c1e7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานไฟสัญญาณจราจร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-ab75-46fd-8710-8cc51c5e160e",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นผู้รับเหมางานไฟสัญญาณจราจร พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานไฟสัญญาณจราจร    - วิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญวิศวกร (สฟก.) ** จำนวน 1 ท่าน    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ ตาม 2 (13) * จำนวน 1 ท่าน    หมายเหตุ  * จากกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 ตาม 2 (13) หมายถึง งานควบคุมการก่อสร้าง ในสาขาวิศวกรรมโยธา ประเภท (13) ทางประเภท ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด ทางหลวงเทศบาล และทางหลวงสัมปทาน ตามกฎหมายทางหลวง      ** เป็นไปตาม พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานไฟสัญญาณจราจร    - รถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ติดเครนแบบมีกระเช้า (6-Wheels Bucket Truck) จำนวน 1 คัน    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3483,"94e56e11-2261-48cf-afdc-ea3536b0e47d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานราวกันอันตราย ชั้น 1 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-aee4-481a-97ea-e73733584a4a",190,500,24,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นงานราวกันอันตราย ชั้น 1 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 5,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานราวกันอันตราย ชั้น 1    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกร (ภย.) * จำนวน 1 ท่าน    หมายเหตุ  * เป็นไปตาม พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542    25) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานราวกันอันตราย ชั้น 1    - รถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ติดเครนแบบมีกระเช้า (6-Wheels Bucket Truck) จำนวน 2 คัน    - โรงงานผลิตการ์ดเรลที่ได้รับรองคุณภาพ ISO 9001 หรือ มอก. 9001 หรือที่ดีกว่า และผลิตภัณฑ์การ์ดเรลต้องได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม (Guard Rail Factory) จำนวน 1 โรงงาน    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3484,"94e56e11-24ee-4bbc-a55d-f9e6d391b8d8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานราวกันอันตราย ชั้น 2 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-b21e-4a58-966c-2ba953a4df4b",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นงานราวกันอันตราย ชั้น 2 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1 โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22) หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานราวกันอันตราย ชั้น 2    - วิศวกรโยธา ระดับภาคีวิศวกร (ภย.) * จำนวน 1 ท่าน    หมายเหตุ  * เป็นไปตาม พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542    25) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานราวกันอันตราย ชั้น 2    - รถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ติดเครนแบบมีกระเช้า (6-Wheels Bucket Truck) จำนวน 1 คัน    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3485,"94e56e11-277b-472d-8240-3ab2e6b5dda8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานป้ายจราจร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-b579-473c-a3b3-e3065e8f34a0",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจและผู้มอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียนเป็นงานป้ายจราจรพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทางและเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริงโดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปีย้อนหลัง 3 ปีนับจากปีปัจจุบันพร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาตประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนาภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุดและใบเสร็จรับเงินประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงินวงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาทโดยมีแบบฟอร์มตามแบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษาเช่นปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียนยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้างพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงินอย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียนพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือเครื่องจักรและยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯแต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการพร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    23)  คู่มือจดทะเบียนหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานป้ายจราจร    - วิศวกรโยธาระดับภาคีวิศวกรพิเศษตาม 2 (13) * จำนวน 1 ท่าน    หมายเหตุ * จากกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรมพ.ศ. 2505 ตาม 2 (13) หมายถึงงานควบคุมการก่อสร้างในสาขาวิศวกรรมโยธาประเภท (13) ทางประเภททางหลวงแผ่นดินทางหลวงจังหวัดทางหลวงเทศบาลและทางหลวงสัมปทานตามกฎหมายทางหลวง    25)  บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานป้ายจราจร    - รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (Pickup Truck) จำนวน 1 คัน    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วันเมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้วซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วนตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3486,"94e56e11-2a0c-4bd7-bb9c-f9965bfb5b17","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานเครื่องหมายนำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-b8d1-438e-90bc-eb379fa6c9bc",190,500,22,"1)  หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน)    2)  แบบฟอร์มหมายเลข 1 : คำขอจดทะเบียน / ต่อทะเบียน เป็นงานเครื่องหมายนำทาง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    3)  แบบฟอร์มหมายเลข 6 : หนังสือแสดงการยอมรับเงื่อนไขและข้อบังคับการยื่นคำขอจดทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างและบำรุงทางของกรมทางหลวง    4)  สำเนาใบเสร็จรับเงินแสดงการซื้อหลักเกณฑ์จดทะเบียนที่ตรงกับประเภทงานที่ขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    5)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฉบับจริง ,มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 200,000 บาท ,มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการก่อสร้างเกี่ยวกับงานทาง และเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    6)  บัญชีแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับจริง โดยเอกสารดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันยื่นเอกสาร    7)  สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัทและลงนามรับรองสำเนา    8)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัท / ห้างฯ / บมจ. / อื่นๆ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    9)  สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    10)  แบบฟอร์มหมายเลข 2: รายละเอียดสรุปฐานะการเงิน    11)  สำเนางบดุลประจำปี ย้อนหลัง 3 ปี นับจากปีปัจจุบัน พร้อมรายงานผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาต ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    12)  สำเนา ภงด.50 พร้อมใบแนบครบชุด และใบเสร็จรับเงิน ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    13)  หนังสือรับรองสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วงเงินไม่น้อยกว่า 200,000 บาท โดยมีแบบฟอร์มตาม แบบฟอร์มหมายเลข 2-1โดยหนังสือดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นเอกสาร    14)  แบบฟอร์มหมายเลข 3 : รายละเอียดสรุปบุคลากรประจำ (บุคลากรแต่ละรายต้องยื่นเอกสารข้อที่ 15-18)โดยจำนวนบุคลากรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 24    15)  แบบฟอร์มหมายเลข 3-1: รายละเอียดบุคลากรประจำของแต่ละคน    16)  สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กรณีวิศวกร) ,หลักฐานการรับรองคุณวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาบัตร ,ประกาศนียบัตร ,ทะเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    17)  สำเนาหลักฐานการว่าจ้าง พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    18)  สำเนาหลักฐานการชำระภาษีเงินได้ (ภงด.1) พร้อมใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อย 6 เดือนนับถึงวันที่ยื่นขอจดทะเบียน พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา    19)  แบบฟอร์มหมายเลข 4 : รายละเอียดสรุปเครื่องมือ เครื่องจักร และยานพาหนะ (เครื่องมือเครื่องจักรฯ แต่ละรายการต้องยื่นเอกสารข้อที่ 20-23) โดยบัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำมีรายละเอียดดังข้อ 25    20)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-1: รายละเอียดเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    21)  แบบฟอร์มหมายเลข 4-2: ภาพถ่ายเครื่องมือเครื่องจักรฯของแต่ละรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรอง    22)  หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาเช่าซื้อ, สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ, ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว โดยสำเนาทุกหน้าที่มีรายการ พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามรับรองสำเนา      23)  คู่มือจดทะเบียน หรือ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับจริง    24)  จำนวนบุคลากรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานเครื่องหมายนำทาง    - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาก่อสร้าง จำนวน 1 ท่าน    25) บัญชีเครื่องมือเครื่องจักรขั้นต่ำของผู้รับเหมางานเครื่องหมายนำทาง    - รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (Pickup Truck) จำนวน 1 คัน    - เครื่องเจาะพร้อมอุปกรณ์ต้นกำลัง (Drilling Machine with Power Source Equipment) จำนวน 3 เครื่อง    26)  การตรวจสอบสินเชื่อธนาคารเป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอก ดังนั้นระยะเวลาดำเนินการจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานนั้นๆ    27)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    28)  เริ่มนับระยะเวลาในการดำเนินการ 90 วัน เมื่อกรมทางหลวงได้รับเอกสารผลตรวจเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว ซึ่งถือเป็นวันที่เอกสารครบถ้วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","2022-04-06T22:52:46"],
    [3487,"94e56e10-ebeb-46e3-85f8-efade50a69ef","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตให้ยานพาหนะเดินบนทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-6b18-4c31-9a2e-14754144413a",48,0,23,"1) ยานพาหนะที่ต้องทำการขออนุญาตเดินรถบนทางหลวง     1.1) ยานพาหนะที่มีลักษณะของเพลา หรือล้อ หรือยาง แตกต่างจากที่ได้กำหนดไว้ในหมวด 1 และหมวด 2 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน และผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทาน ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2548     1.2) ยานพาหนะที่ขนส่งสิ่งของจำนวนหนึ่งหน่วยต่อเที่ยวซึ่งโดยสภาพของสิ่งนั้นไม่อาจแยกจากกันได้ เว้นแต่จะทำลายหรือทำให้เปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพ เช่น เครื่องจักรหนัก ชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีต หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเป็นการขนส่งเฉพาะกาล และยานพาหนะนั้นมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด 1 และหมวด 2 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน และ ผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทาน ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2548     1.3) ยานพาหนะที่ติดตั้ง เครื่องจักร เครื่องกล และมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด 1 และหมวด 2 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน และ ผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทานลงวันที่ 22 ธันวาคม 2548     1.4) ยานพาหนะที่โดยสภาพมีลักษณะเป็นเครื่องจักร เครื่องกล เช่น รถขุด รถตัก และมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด 1 และหมวด 2 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน และ ผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทาน ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2548    1.5) ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบด้วยรถกึ่งพ่วงมากกว่า 1 คันขึ้นไป    2)ให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำเอกสารยื่นคำขอตามข้อ 9 จำนวน 5 ชุด (ตัวจริง+สำเนา) พร้อมเซ็นชื่อ นำมายื่นด้วยตนเองที่อาคาร 7 ชั้น 3 สำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง    3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา     3.1) เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     3.2) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    4) คณะกรรมการพิจารณากำหนดพิกัดน้ำหนักรถบรรทุก พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล คณะกรรมการฯ จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลาตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด คณะกรรมการฯ จะทำการพิจารณาตามข้อมูลที่ผู้ขออนุญาตยื่น","2021-11-17T13:39:10"],
    [3488,"94e56e10-ee6c-4b46-a389-c05fcb7a41ca","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตเชื่อมต่อท่อระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำทิ้งลงสู่ทางหลวง (มาตรา 39/1) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-6e6b-4eba-889a-593e062f7769",66,0,11,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการเชื่อมต่อท่อระบายน้ำเพื่อระบายน้ำทิ้งลงสู่ทางหลวง ต้องมีการขออนุญาตทำทางเชื่อม ตาม พรบ.ทางหลวง มาตรา 39/1โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้  อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาต การระบายน้ำลงในเขตทางหลวง  เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2.การพิจารณาของส่วนกลางต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ  3.กรณีงานขออนุญาตที่ต้องมีการส่งเรื่องให้ทางสำนักต่างๆในส่วนกลางที่เกี่ยวข้องพิจารณา จะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้นจากเดิม 58 วันทำการ เป็น 93 วันทำการ  4.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    5.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                5.1เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                5.2ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง และ สำนักงานทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักอำนวยความปลอดภัย พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง  7.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2022-04-06T22:52:46"],
    [3489,"94e56e10-f40e-4848-bc6b-db6adb371142","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตป้ายแนะนำบนทางหลวง (มาตรา 47) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-74c3-4761-994c-41379c717045",23,0,8,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะติดตั้งป้ายแนะนำในเขตทางหลวงต้องมีการขออนุญาต ตาม พรบ.ทางหลวงมาตรา 47โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้  อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาต    เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2.การพิจารณาของส่วนกลางต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ  3.กรณีงานขออนุญาตที่ต้องมีการส่งเรื่องให้ทางสำนักต่างๆในส่วนกลางที่เกี่ยวข้องพิจารณา จะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้นจากเดิม 57 วันทำการ เป็น 92 วันทำการ  4.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    5.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                5.1เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                5.2ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง และ สำนักงานทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักอำนวยความปลอดภัย พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง  7.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2022-04-06T22:52:46"],
    [3490,"94e56e10-f67f-49b4-a432-c22f828fe692","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวง (ยกเว้น งานทางเชื่อม ,เชื่อมท่อระบายน้ำทิ้ง และ งานระบบสาธารณูปโภค) (มาตรา 47)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-780c-4a87-bfeb-fe4826a0befb",66,0,10,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวง (ยกเว้น งานทางเชื่อม , เชื่อมท่อระบายน้ำทิ้ง และ งานระบบสาธารณูปโภค) ต้องมีการขออนุญาต ตาม พรบ.ทางหลวง มาตรา 47 โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้    อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาต      เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2.การพิจารณาของส่วนกลางต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ  3.กรณีงานขออนุญาตที่ต้องมีการส่งเรื่องให้ทางสำนักต่างๆในส่วนกลางที่เกี่ยวข้องพิจารณา จะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้นจากเดิม 58 วันทำการ เป็น 93 วันทำการ  4.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    5.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                5.1เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                5.2ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง และ สำนักงานทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักอำนวยความปลอดภัย พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง  7.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2022-04-06T22:52:46"],
    [3491,"94e56e10-fe67-419f-a40d-7a18e17cd81a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวง","การขออนุญาตกระทำการใดๆอันเป็นกิจการสาธารณูปโภคในเขตทางหลวง (มาตรา 48 , 56 วรรค 2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-81eb-4e10-b591-0f2c3f18a856",66,0,13,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะกระทำการใดๆอันเป็นกิจการสาธารณูปโภคในเขตทางหลวงต้องมีการขออนุญาต ตาม พรบ.ทางหลวง มาตรา 48, 56วรรค 2โดยมีรายละเอียดที่ต้องทราบดังนี้    อำนาจในการพิจารณาอนุญาต   รองอธิบดีกรมทางหลวง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง (อธิบดีกรมทางหลวง) เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตและเพิกถอนการอนุญาต การปักเสา พาดสายวางท่อ หรือกระทำการใดๆ   ผู้อำนวยการสำนักทางหลวง เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตปักเสา พาดสาย วางท่อ ได้ตามขอบเขตหรือลักษณะของการขออนุญาต ตามที่ได้รับมอบหมายไว้จากผู้อำนวยการทางหลวง    เงื่อนไขที่ทางผู้ขออนุญาตต้องทราบ    1.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2.การพิจารณาของส่วนกลางต้องมีการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ขออนุญาต โดยจะใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ  3.กรณีงานขออนุญาตที่ต้องมีการส่งเรื่องให้ทางสำนักต่างๆในส่วนกลางที่เกี่ยวข้องพิจารณา จะใช้ระยะเวลาในช่วงขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มขึ้นจากเดิม 58วันทำการ เป็น 93วันทำการ  4.ผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียด ที่อยู่ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ติดต่อให้ชัดเจน ในหนังสือขออนุญาต กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลประกอบการพิจารณางานขออนุญาต    5.กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาต ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา          5.1เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว          5.2ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6.กรณีที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณามาแล้วจาก แขวงทางหลวง และ สำนักงานทางหลวง แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของ สำนักอำนวยความปลอดภัย พิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง จะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลา ตามที่มีการตกลงกันระหว่าง ผู้ขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไว้ ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง  7.เบื้องต้นผู้ขออนุญาตควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากทางเว็บไซต์ กรมทางหลวง www.doh.go.th หรือ โทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทาง 1586 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง","2022-04-06T22:52:46"],
    [3492,"94e56e11-32ae-49f1-ba5d-5b4ed976fe19","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวงชนบท","การขออนุญาต/ต่อใบอนุญาตติดตั้ง แขวน วาง หรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวง มาตรา 38 วรรค 1 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-c2ef-4ce2-b157-cf7f0acc492c",21,0,6,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดเขตทางหรือผู้รับมอบอำนาจหรือผู้แทนโดยชอบธรรม หากเป็นนิติบุคคลต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล ที่มีความประสงค์จะขอใบอนุญาต/ต่อใบอนุญาตติดตั้ง วาง หรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวง    หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาอนุญาต      1. เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ พร้อมทั้ง แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบเหตุแห่งการคืนคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้    2. รายละเอียดแบบแปลนที่ยื่นมาพร้อมคำขอต้องมีความถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิศวกรรมโยธาและตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด รวมทั้ง ต้องไม่เป็นปัญหาการจราจร และเป็นไปตามข้อเท็จจริงสภาพแวดล้อม สอดคล้องกับพื้นที่    3. จุด/บริเวณที่ประสงค์จะติดตั้ง วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงชนบท จะต้องไม่รุกล้ำ ทางเท้า/ไหล่ทาง/หรือขอบไหล่ทาง    4. รูปแบบดำเนินการติดตั้ง ต้องมั่นคง แข็งแรง ไม่บดบังป้ายจราจรและทัศนวิสัยในการขับขี่ยวดยานพาหนะ หากตรวจสอบภายหลังดำเนินการแล้วพบว่าไม่มั่นคงแข็งแรง ให้ดำเนินการรื้อถอนภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานทางหลวงกำหนด    5. รูปแบบดำเนินการวาง กองสิ่งของใดๆในเขตทางหลวง ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยก ไม่น้อยกว่า 200 เมตร โดยต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยปลอดภัย ไม่บดบังป้ายจราจรและทัศนวิสัยในการขับขี่ยวดยานพาหนะ ทั้งนี้ต้องพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายทันทีเมื่อทางเจ้าพนักงานทางหลวงแจ้งให้ทราบ    6. รูปแบบดำเนินการวาง กองสิ่งของใดๆใน &ldquo;เขตทางหลวง&rdquo; ต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยปลอดภัย ไม่บดบังป้ายจราจรและทัศนวิสัยในการขับขี่ยวดยานพาหนะ และต้องมีระยะห่างจากทางสัญจรไม่น้อยกว่า 6.50 เมตร ทั้งนี้ต้องพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายทันทีเมื่อทางเจ้าพนักงานทางหลวงแจ้งให้ทราบ    7. พื้นที่ &ldquo;ทางเท้า&rdquo; ที่ระยะไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร สามารถติดตั้ง วาง หรือกองสิ่งใดในเขตทางเท้า โดยไม่บดบังป้ายจราจร ทัศนวิสัยในการขับขี่หรืออาจเป็นอันตรายแก่ยานพาหนะ และต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าพนักงานทางหลวงแล้วเท่านั้นจึงสามารถติดตั้ง วาง หรือกองสิ่งใดในทางเท้า ทั้งนี้ต้องพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายทันทีเมื่อทางเจ้าพนักงานทางหลวงแจ้งให้ทราบ    8. ผู้ได้รับอนุญาตต้องติดตั้งป้ายจราจรตลอดจนเครื่องหมายควบคุมการจราจรอื่นๆ ช่วงเวลากลางคืน ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องจัดให้มีไฟฟ้าแสงสว่างอย่างเพียงพอและป้ายจราจรที่ติดตั้งต้องเป็นชนิดสะท้อนแสง (Reflective) หรือมีผู้ให้สัญญาณในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยตลอดเวลา ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานทางหลวงผู้ได้รับมอบหมาย    ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการขออนุญาต/ต่ออนุญาตติดตั้ง วาง หรือกองสิ่งของใดในเขตทางหลวง และเป็นไปตามแบบมาตรฐานที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดไว้ในสาระสำคัญ    หมายเหตุ ในกรณีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตและผู้รับโอนสิทธิ์ แจ้งให้ผู้อำนวยการทางหลวงชนบททราบ ภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการให้ถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลง       การตรวจสอบสถานที่    ในวันยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายกับผู้ขออนุญาตเพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตฯ ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอ กรณีรับเรื่องแทนหน่วยงานอื่นเป็นผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะโทรศัพท์นัดโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3493,"94e56e11-2fb4-4aca-b42a-ce88a893d19a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวงชนบท","การขออนุญาต/ต่อใบอนุญาตระบายน้ำลงในเขตทางหลวงชนบทมาตรา 39 /1 วรรค 1 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-bf57-4ee7-aec7-f83f043bfa33",21,0,7,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ  เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดเขตทาง ที่มีความประสงค์จะขออนุญาต/ต่อใบอนุญาตระบายน้ำลงในเขตทางหลวงชนบท  หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาอนุญาต  มีเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุต่อท้าย หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมในระหว่างที่ยื่น โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบเหตุแห่งการคืนคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้    การตรวจสอบสถานที่    ในวันยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายกับผู้ขออนุญาตเพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตฯ ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอ กรณีรับเรื่องแทนหน่วยงานอื่นเป็นผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะโทรศัพท์นัดโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3494,"94e56e11-351b-4df8-9d17-a8ad863b69ef","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวงชนบท","การขออนุญาต/ต่อใบอนุญาตสร้างทาง ถนน หรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวง เพื่อใช้ในเป็นทางเข้า-ออก ทางหลวง (ทำทางเชื่อม,ต่ออายุใบอนุญาต) มาตรา 37 วรรค 1 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-c634-433d-aad1-e9db5ab90aa3",21,0,9,"ผู้ยื่นคำขอ    เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดเขตทางหรือผู้รับมอบอำนาจหรือผู้แทนโดยชอบธรรม หากเป็นนิติบุคคลต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล ที่มีความประสงค์จะขออนุญาต/ต่อใบอนุญาตสร้างถนนหรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวงเพื่อใช้เป็นทางเข้า-ออก    หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาอนุญาต    1. เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ พร้อมทั้ง แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบเหตุแห่งการคืนคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้    2. แบบแปลนที่ยื่นพร้อมคำขออนุญาตให้ใช้แบบขออนุญาตสร้างทางเข้า-ออก ในเขตทางหลวง    3. การขออนุญาตทำทางเชื่อมเข้า-ออก โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) ที่มีปริมาณรถเข้า-ออก จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า นิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น ต้องแสดงเอกสารวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านจราจร (ตัวอย่างวิธีการวิเคราะห์สามารถขอดูได้จากกรมทางหลวงชนบท เพื่อนำสู่การพิจารณาตามความจำเป็นเกี่ยวกับการจราจร)    4. แบบมาตรฐานทางเข้าออกทางหลวงที่ ทช.01/2546, ทช. 02/2546,ทช. 03/2546, ทช. 04/2546, ทช. 05/2546, ทช. 06/2546 และ ชบ.01/2546,ชบ.02/2546, ชบ.03/2546,ชบ.04/2546,ชบ.05/2546 ตามแต่ละประเภท    หมายเหตุในกรณีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตและผู้รับโอนสิทธิ์ แจ้งให้ผู้อำนวยการทางหลวงชนบททราบ ภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการให้ถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลง และให้ผู้ได้รับอนุญาตรื้อถอนทางเข้า-ออก    การตรวจสอบสถานที่    ในวันยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายกับผู้ขออนุญาตเพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตฯ ภายใน 7วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอ กรณีรับเรื่องแทนหน่วยงานอื่นเป็นผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะโทรศัพท์นัดโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3495,"94e56e11-37da-4d11-935f-16919db13a01","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวงชนบท","การขออนุญาตใช้ยานพาหนะบางชนิด บางประเภทเดินบนทางหลวงชนบท (ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท ซึ่งออกตามความในมาตรา 61) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-c98e-4eab-8d1a-7717a612c8bc",61,0,20,"1) ยานพาหนะที่ต้องทำการขออนุญาตเดินรถบนทางหลวง   1.1) ยานพาหนะที่มีลักษณะของเพลาหรือล้อหรือยางแตกต่างจากที่ได้กำหนดไว้ในหมวด 1 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2548   1.2) ยานพาหนะที่ขนส่งสิ่งของจำนวนหนึ่งหน่วยต่อเที่ยวซึ่งโดยสภาพของสิ่งนั้นไม่อาจแยกจากกันได้เว้นแต่จะทำลายหรือทำให้เปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพเช่นเครื่องจักรหนักชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีตหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่โดยเป็นการขนส่งเฉพาะกาลและยานพาหนะนั้นมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2548   1.3) ยานพาหนะที่ติดตั้งเครื่องจักรเครื่องกลและมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2548   1.4) ยานพาหนะที่โดยสภาพมีลักษณะเป็นเครื่องจักรเครื่องกลเช่นรถขุดรถตักและมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2548   1.5) ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบด้วยรถกึ่งพ่วงมากกว่า 1 คันขึ้นไป  2) ให้ผู้ยื่นคำขอจัดทำเอกสารยื่นคำขอตามข้อ 9 จำนวน 5 ชุด (ตัวจริง+สำเนา) พร้อมเซ็นชื่อนำมายื่นด้วยตนเองที่พื้นที่ที่จะขออนุญาต  3) กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมหากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   3.1) เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมถูกต้องครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   3.2) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  4) หากคณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตใช้ยานพาหนะบางชนิด บางประเภทเดินบนทางหลวงชนบทพิจารณางานขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลคณะกรรมการฯจะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาโดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลาตามที่คณะกรรมการฯกำหนดคณะกรรมการฯจะทำการพิจารณาตามข้อมูลที่ผู้ขออนุญาตยื่นไว้","2021-11-17T13:39:10"],
    [3496,"94e56e11-3a6a-4da3-b214-290e5be37e55","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวงชนบท","การขออนุญาตติดตั้งป้ายแนะนำสถานที่ในเขตทางหลวงชนบท มาตรา 47 วรรค 1 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-ccc1-4d1b-9f1a-fb75ac7b7cd7",21,0,7,"ผู้ยื่นคำขอ    เป็นเจ้าของสถานที่ หรือผู้รับอำนาจหรือผู้แทนโดยชอบธรรม หากเป็นนิติบุคคลต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล       ที่มีความประสงค์จะให้ผู้ใช้ทางเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของสถานที่นั้นได้ถูกต้อง รวดเร็ว    หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาอนุญาต    1. เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ พร้อมทั้ง แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบเหตุแห่งการคืนคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้    2. รายละเอียดแบบแปลนที่ยื่นมาพร้อมคำขอต้องมีความถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิศวกรรมโยธาและตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด รวมทั้ง ต้องไม่เป็นปัญหาการจราจร และเป็นไปตามข้อเท็จจริงสภาพแวดล้อม สอดคล้องกับพื้นที่    ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขข้อกำหนดทั่วไป และเป็นไปตามแบบมาตรฐานที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดไว้ในสาระสำคัญhttp://www.drr.go.th/sites/default/files/09.pdf    หมายเหตุในกรณีที่มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตและผู้รับโอนสิทธิ์ แจ้งให้ผู้อำนวยการทางหลวงชนบททราบ ภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการให้ถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลง และให้ผู้ได้รับอนุญาตรื้อถอนป้าย    การตรวจสอบสถานที่    ในวันยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายกับผู้ขออนุญาตเพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตฯ ภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอ กรณีรับเรื่องแทนหน่วยงานอื่นเป็นผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะโทรศัพท์นัดโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3497,"94e56e11-3ce9-429d-a918-4e9e6cf934c2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมทางหลวงชนบท","การขออนุญาตปักเสา พาดสาย วางท่อ ในเขตทางหลวงชนบท มาตรา 48 วรรค 1 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-d001-4e01-b3a7-838ed83c3595",21,0,6,"ผู้ยื่นคำขอ    เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลใดๆที่มีความประสงค์จะพาดสายในเขตทางหลวงชนบท** โดยต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานดังต่อไปนี้    - หนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อนุญาตให้ดำเนินการพาดสาย ตามแบบแปลนแผนผังที่ยื่นประกอบคำขออนุญาต และ    - หนังสืออนุญาตจากการไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน (เสาไฟฟ้า)    หมายเหตุ    1.** ไม่รวมการขออนุญาตพาดสายภายในโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและโครงการขนาดใหญ่    2. กรณีหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค หรือเพื่อ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ให้ยื่นขออนุญาตกระทำการใดๆ ในเขตทางหลวงชนบท ซึ่งไม่อยู่ในพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกประชาชน    หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาอนุญาต  1. เอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนและ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าวและจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะคืนคำขอ พร้อมทั้ง แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบเหตุแห่งการคืนคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้    2. รายละเอียดแบบแปลนที่ยื่นพร้อมคำขอต้องประกอบไปด้วย แผนผังแสดงตำแหน่งและระยะทางในการพาดสาย และวิธีการพาดสายในเขตทางหลวงชนบท จำนวน 1 แผ่น  การตรวจสอบสถานที่  ในวันยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะนัดหมายกับผู้ขออนุญาตเพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตฯ ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคำขอ กรณีรับเรื่องแทนหน่วยงานอื่นเป็นผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะโทรศัพท์นัดโดยเร็ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3498,"94e56e11-421e-4108-a027-2cda14d98e75","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมท่าอากาศยาน","การขออนุญาตถ่ายภาพในบริเวณสนามบินในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-d66b-4972-9796-a0ab346b7d86",3,1000,8,"เมื่อผู้ใดมีความต้องการจะทำการถ่ายภาพในบริเวณท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน ต้องมีการขออนุญาตถ่ายภาพในบริเวณท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน โดยมีรายละเอียดต้องทราบ ดังนี้    อำนาจในการพิจารณาอนุญาต  ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตถ่ายภาพในบริเวณท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยานในบริเวณท่าอากาศยานของตน    เงื่อนไขที่ผู้ขอต้องทราบ  1. วัตถุประสงค์ในการถ่ายภาพ      - ต้องไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและกฎหมาย      - ต้องไม่กระทบต่อการใช้บริการของผู้โดยสารและผู้ประกอบการเดินอากาศ      - ต้องไม่ขัดหรือกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน    2. ในระหว่างที่ใช้สถานที่ในบริเวณท่าอากาศยาน ผู้ได้รับอนุญาตจะต้อง      - ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาต และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต      - ต้องปฎิบัติตามระเบียบกรมการบินพลเรือนว่าด้วยการถ่ายภาพภายในบริเวณท่าอากาศยานกรมการบินพลเรือน พ.ศ.2557 และเงื่อนไขโดยเคร่งครัด (ยังคงถือปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เดิม)      - หากไม่ปฏิบัติตามระเบียบเงื่อนไขที่กำหนดจะเพิกถอนใบอนุญาตและจัดการให้ผู้ได้รับอนุญาตรวมทั้งบุคคลและสิ่งของของผู้ได้รับอนุญาตออกไปจากบริเวณท่าอากาศยานโดยทันที    3. ต้องชำระค่าตอบแทนการใช้สถานที่ตามอัตราดังต่อไปนี้ในขณะรับใบอนุญาต      - ค่าถ่ายทำภาพยนตร์ 6,500.- บาทต่อวันหรือเศษของวัน      - ค่าถ่ายทำภาพนิ่ง 1,000.- บาทต่อวันหรือเศษของวัน  หมายเหตุ เงินค่าตอบแทนดังกล่าวข้างต้นรวมค่าไฟฟ้าและค่าใช้สถานที่ในการถ่ายทำด้วย    4. การพิจารณาของท่าอากาศยานต้องมีการตรวจสถานที่บริเวณที่ขออนุญาตโดยจะใช้ระยะเวลา 1 วันทำการ    5. กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนและไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานและผู้ขออนุญาตจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา      5.1 เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ขออนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว      5.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว    6. กรณีเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์โดยผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานแล้ว แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของกลุ่มพิธีการบินและอำนวยความสะดวกพิจารณาการขออนุญาตแล้วเกิดความไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานจะประสานทางผู้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม โดยหากผู้ขออนุญาตไม่เข้ามาชี้แจงภายในระยะเวลาตามที่ได้มีการตกลงกันระหว่างผู้ขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานไว้ให้ถือว่าการพิจารณาเป็นอันสิ้นสุดลง    7. เมื่อท่าอากาศยานได้รับแจ้งจะทำการติดต่อเพื่อทำการนัดหมายผู้ขออนุญาตในการตรวจสถานที่บริเวณที่ขออนุญาตตามเบอร์โทรติดต่อที่ผู้ขอฯ ให้ไว้ โดยจัดทำจดบันทึกนัดหมายที่ท่าอากาศยาน และจะเริ่มนับเวลาดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณานับแต่วันที่ได้นัดหมายตรวจสอบสถานที่    8. เบื้องต้นผู้ขอฯ ควรศึกษารายละเอียดการขออนุญาตได้จากเว็บไซต์กรมท่าอากาศยาน www.airports.go.th หรือโทรสอบถามได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสามารถโทรสอบถามได้ทางโทรศัพท์: +66 (0) 2287-0320-9 โทรสาร: +66 (0) 2286-3373 เพื่อให้งานขออนุญาตเกิดความรวดเร็วและถูกต้อง    9. การแจ้งผลการอนุญาต/ส่งใบอนุญาต ผู้ขอสามารถติดต่อรับด้วยตนเอง ณ สำนักงานที่ยื่นคำขอหรือการจัดส่งเอกสารให้ทางไปรษณีย์","2022-04-06T22:52:46"],
    [3499,"94e56e11-4947-4822-b11b-a1c94c3f567f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมท่าอากาศยาน","การอนุญาตให้เข้าเขตหวงห้ามและพื้นที่ควบคุมสำหรับบุคคลชนิดถาวร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-e018-4d4c-b831-0841434bf7eb",6,500,11,"บุคคลผู้มีสิทธิขอบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดถาวร ได้แก่  1. เจ้าหน้าที่กรมท่าอากาศยานที่ปฏิบัติงาน ณ สนามบินที่กำหนดพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  2. เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมเป็นประจำ  3. พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ดำเนินการเดินอากาศ ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมเป็นประจำ รวมถึงผู้บริหารสูงสุด และผู้บริหารระดับรองผู้บริหารสูงสุดของผู้ดำเนินการเดินอากาศนั้น  4. ผู้เช่าหรือผู้ใช้พื้นที่ภายในสนามบิน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ได้รับสัมปทานในการดำเนินธุรกิจภายในสนามบินในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม รวมถึงผู้บริหารสูงสุดและผู้บริหารระดับรองผู้บริหารสูงสุดของผู้เช่า ผู้ใช้พื้นที่ ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ได้รับสัมปทานนั้นด้วย  5. ผู้บริหารสูงสุดของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่หรือภารกิจเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสนามบิน  6. เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล องค์การชำนัญพิเศษ องค์การระหว่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศหรือสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล องค์การชำนัญพิเศษหรือองค์การระหว่างประเทศที่เป็นต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่นั้นให้การรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศที่กระทรวงกลาโหมหรือหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่นั้นให้การรับรอง  7. ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 65 มาตรา 66 และมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  8. บุคคลอื่นใดนอกจากบุคคลตาม ข้อ 1 - ข้อ 7  ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมเป็นประจำ    - บุคคลตามข้อ 1, ข้อ2,  ข้อ 3, ข้อ 4, ข้อ 5, ข้อ 6, ข้อ 7 และข้อ 8 ต้องได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานต้นสังกัดให้ปฏิบัติงานดังกล่าว หรือมีหลักฐานเป็นหนังสือที่แสดงว่าบุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมเป็นประจำ    - บุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนบัตรอนุญาตตามระเบียบกรมท่าอากาศยานว่าด้วยพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมบริเวณสนามบินของกรมท่าอากาศยาน พ.ศ. 2561 นี้ ไม่มีสิทธิขอมีบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดถาวร    ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานใดไม่ครบถ้วนให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้มีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมทั้งระบุรายการเอกสารหลักฐานที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน รวมถึงกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการ โดยหากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอมีบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะต่อไป ให้ส่งคำขอและเอกสารหลักฐานคืนให้ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือด้วย","2022-04-06T22:52:46"],
    [3500,"94e56e11-46c0-4368-8c02-618d8d1417c9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมท่าอากาศยาน","การอนุญาตให้เข้าเขตหวงห้ามและพื้นที่ควบคุมสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-dcd7-4094-b9a8-258d5e8ce46d",4,400,7,"บุคคลผู้มีสิทธิขอบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราว ได้แก่                                                     (1) เจ้าหน้าที่กรมท่าอากาศยาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลภายนอกที่มีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมเป็นการชั่วคราว                                                            (2) ผู้ที่รอการออกบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดถาวร                                                                             (3) ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อการรักษาความปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency) และผู้ที่มีภารกิจอารักขาและต้อนรับบุคคลสำคัญ (VIP)                                              (4) ผู้เยี่ยมชมสนามบิน     เงื่อนไขที่ผู้ขอต้องทราบ                                                                                                                       - สามารถยื่นขอมีบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราวติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 ครั้ง                          - บุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนบัตรอนุญาตตามระเบียบนี้ ไม่มีสิทธิขอมีบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราว       - กรณีที่เป็นผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อการรักษาความปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency) และผู้เยี่ยมชมสนามบิน ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน ณ จุดรับคำขอเป็นผู้กำหนด      - ผู้ถือบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราวที่จะผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมจะต้องมีผู้ถือบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดถาวรติดตามบุคคลดังกล่าวตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ผู้ถือบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราวนั้นมีผลการตรวจสอบประวัติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ      - ให้ผู้ถือบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดถาวร 1 คน ทำหน้าที่ติดตามผู้ถือบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราวได้คราวละไม่เกิน 5 คน เว้นแต่กรณีมีพฤติการณ์จำเป็น ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอาจกำหนดให้ผู้ถือบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดถาวรสามารถติดตามผู้ถือบัตรอนุญาตสำหรับบุคคลชนิดชั่วคราวเกินกว่าคราวละ 5 คนได้ โดยประเมินจากความเสี่ยงในด้านการรักษาความปลอดภัย    ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานใดไม่ครบถ้วนให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้มีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมทั้งระบุรายการเอกสารหลักฐานที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน รวมถึงกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการ โดยหากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอมีบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะต่อไป ให้ส่งคำขอและเอกสารหลักฐานคืนให้ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือด้วย","2022-04-06T22:52:46"],
    [3501,"94e56e11-4bb4-454f-a282-bb813f268055","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมท่าอากาศยาน","การอนุญาตให้เข้าเขตหวงห้ามและพื้นที่ควบคุมสำหรับยานพาหนะชนิดชั่วคราว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-e33a-4d7c-8da4-210e59064ff8",4,300,6,"ผู้มีสิทธิขอบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะ ได้แก่  (1) หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมซึ่งจำเป็นต้องนำยานพาหนะเข้ามาปฏิบัติงานด้วย  (2) ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ดำเนินการภายในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (3) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในสนามบิน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (4) บุคคลภายนอกที่เป็นผู้ขายหรือผู้รับจ้างซึ่งต้องทำการติดตั้งหรือทำงานตามสัญญาในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (5) สถานพยาบาลที่ขออนุญาตนำรถพยาบาลเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (6) ผู้ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากผู้อำนวยการท่าอากาศยาน        บุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนบัตรอนุญาตตามระเบียบกรมท่าอากาศยานว่าด้วยพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมบริเวณสนามบินของกรมท่าอากาศยาน พ.ศ. 2561 นี้ ไม่มีสิทธิขอมีบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะ    ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานใดไม่ครบถ้วนให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้มีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมทั้งระบุรายการเอกสารหลักฐานที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน รวมถึงกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการ โดยหากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอมีบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะต่อไป ให้ส่งคำขอและเอกสารหลักฐานคืนให้ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือด้วย","2022-04-06T22:52:46"],
    [3502,"94e56e11-4e17-462a-97a0-02eb19471e7c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมท่าอากาศยาน","การอนุญาตให้เข้าเขตหวงห้ามและพื้นที่ควบคุมสำหรับยานพาหนะชนิดถาวร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-e675-4711-a632-3e4fd2481444",4,400,6,"ผู้มีสิทธิขอบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะ ได้แก่  (1) หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมซึ่งจำเป็นต้องนำยานพาหนะเข้ามาปฏิบัติงานด้วย      (2) ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ดำเนินการภายในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (3) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในสนามบิน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (4) บุคคลภายนอกที่เป็นผู้ขายหรือผู้รับจ้างซึ่งต้องทำการติดตั้งหรือทำงานตามสัญญาในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (5) สถานพยาบาลที่ขออนุญาตนำรถพยาบาลเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุม  (6) ผู้ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากผู้อำนวยการท่าอากาศยาน       บุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนบัตรอนุญาตตามระเบียบกรมท่าอากาศยานว่าด้วยพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่ควบคุมบริเวณสนามบินของกรมท่าอากาศยาน พ.ศ. 2561 นี้ ไม่มีสิทธิขอมีบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะ    ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานใดไม่ครบถ้วนให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้มีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมทั้งระบุรายการเอกสารหลักฐานที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน รวมถึงกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการ โดยหากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์ที่จะขอมีบัตรอนุญาตสำหรับยานพาหนะต่อไป ให้ส่งคำขอและเอกสารหลักฐานคืนให้ผู้ยื่นคำขอพร้อมทั้งแจ้งเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือด้วย","2022-04-06T22:52:46"],
    [3503,"94e56e0f-629f-4441-9b81-5f4433f00d17","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใบอนุญาตผู้นำร่อง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-76c7-4e08-87a4-828dcaa122c8",3,20,3,"ยื่นคำขอผ่านหน้าระบบ NSW (National Single Window) เมนู สมัครสอบผู้นำร่อง    https://nsw.md.go.th/mdportal/Home.aspx    เลือกสมัครสอบผู้นำร่อง (ดำเนินการตามคู่มือการใช้ระบบที่แนบ","2022-03-07T15:16:41"],
    [3504,"94e56e0f-6506-46fe-8063-3d1e3c70e761","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใช้บริการนำร่อง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-7988-4aa9-af17-1b43258fc83a",2,0,6,"ขอใช้บริการนำร่องผ่านทางระบบ    https://nsw.md.go.th/mdportal/Home.aspx    ตรวจสอบการให้บริการผ่านหน้าระบบนำร่อง","2022-03-07T15:31:57"],
    [3505,"94e56e0f-75be-4a96-8a2b-dcc40a398a9d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขออนุญาตขุดลอกล่องน้ำทางเดินเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-90c3-4454-8934-38907d399b41",28,0,11,"หลักเกณฑ์ด้านวิศวกรรม ประกอบด้วย         - พยายามให้ขุดลอกร่องน้ำตรงบริเวณกลางทางน้ำให้มากที่สุด เพื่อให้มีผลกระทบต่อตลิ่งน้อยที่สุด       - ถ้าบริเวณที่ขุดลอกมีอาคารกีดขวางเช่น สะพาน ฝาย ฯลฯ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบของหน่วยงาน           เจ้าของอาคารนั้นๆ ด้วย รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง       - ความลึกของร่องน้ำที่จะขุดลอกขึ้นอยู่กับชนิดของดินข้างตลิ่งบนฝั่ง โดยคิด อัตราส่วนความลึกของทางน้ำ                           ต่อระยะห่างจากขอบร่องน้ำถึงตลิ่งบนฝั่ง ดังนี            - กรวด ทราย ต้องไม่มากกว่า 1 : 10             - ดินทราย ต้องไม่มากกว่า 1 : 8           - ดินปนทราย ต้องไม่มากกว่า 1 : 4            - ดินเหนียว ต้องไม่มากกว่า 1 : 2        ในพื้นที่ใกล้เคียงในรัศมี 100 เมตร ถ้ามีการพังทลายของตลิ่งอยู่แล้ว ต้อง ตรวจสอบว่าการขุดลอกร่องน้ำจะก่อให้เกิดการพังทลายของตลิ่งเพิ่มขึ้นหรือไม่        บริเวณที่ทิ้งวัสดุที่ได้จากการขุดลอกจะต้องอยู่ห่างจากทางน้ำเป็นระยะทางที่ ไกลพอจนกระทั่งวัสดุเหล่านั้นไม่ไหลกลับมาลงร่องน้ำได้อีก        ถ้าทางน้ำที่จะทำการขุดลอก มีความเกี่ยวพันกับทางน้ำอื่น เช่น เป็นทางระบายน้ำ เป็นทางเชื่อมการเดินเรือ เป็นที่เก็บกักน้ำสำรอง ฯลฯ จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบในส่วนนี้ด้วย        ควบคุมการฟุ้งกระจายของตะกอนที่เกิดขึ้นในขณะขุดลอก โดยการเลือกใช้ เครื่องมือให้เหมาะสม และเริ่มต้นขุดลอกด้านเหนือน้ำก่อน  หลักเกณฑ์ด้านระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2523 หมวด 4 ข้อ 10 ซึ่งต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้  - ด้านวิชาการ เช่น ความเสียหายแก่สภาพตลิ่ง สภาพธรรมชาติของทางน้ำ เป็นต้น  - ด้านการปกครอง เช่น ความเดือดร้อนของราษฎร ความเสียหายของเศรษฐกิจต่อส่วนรวม เป็นต้น                     การสำรวจออกแบบร่องน้ำ   ต้องทราบข้อมูลขนาดเรือที่ใช้ร่องน้ำ มีอย่างละกี่ลำ เพื่อหาขนาดและปริมาณเรือที่ใช้ร่องน้ำนั้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดขนาดของร่องน้ำที่จะขุด ทำให้สามารถกำหนดราคา ค่าลงทุนที่จะทำการขุดร่องน้ำได้ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาในการวางแผนกำหนดขนาดและทิศทางของร่องน้ำด้วย เช่น   - คลื่น เป็นตัวที่นำมาประกอบเพื่อกำหนดทิศทางร่องน้ำ ซึ่งทิศทางของร่องน้ำต้องไม่ขวางทิศทางของคลื่น จะทำให้การนำร่องเรือลำบาก ทิศทางของคลื่นทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งที่ทิ้งดินได้   - กระแสน้ำ ทำให้เกิดการพัดพาของตะกอนทำให้ร่องน้ำตื้นเขิน และที่สำคัญทิศทางของร่องน้ำจะต้องไม่ขวางทิศทางกระแสน้ำเพราะนอกจากจะทำให้การนำเรือเข้าออกร่องน้ำลำบากแล้ว ยังทำให้ร่องน้ำตื้นเขินเร็ว ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษามาก และบริเวณที่ทิ้งดินที่ได้จากการ ขุดร่องน้ำ จะต้องคำนึงถึงทิศทางกระแสน้ำเพราะถ้าเอาดินไปทิ้งเหนือกระแสน้ำก็จะพัดพาเอาดินที่ขุด ขึ้นไปแล้วกลับมาลงร่องน้ำอีก   - น้ำขึ้นน้ำลง ร่องน้ำอื่น ๆ ที่กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีเป็นผู้ขุดใช้ระดับน้ำลงต่ำสุด เป็นระดับมาตรฐานเป็นตัวเทียบในการกำหนดความลึกของร่องน้ำ   - ลม ความเร็ว ทิศทางและระยะเวลาที่ลมพัดที่บันทึกไว้อย่างน้อย 1 ปี เป็นตัวประกอบการพิจารณาของร่องน้ำ เพราะร่องน้ำที่มีลมแรง ถ้าเราไปกำหนดทิศทางขวางกับทิศทางลมแล้ว ก็จะทำให้การนำเรือเข้าออกยุ่งยากมากขึ้น  การเคลื่อนตัวของดินทรายชายฝั่งและการตกตะกอน การขุดลอกเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เหมือนการขุดหลุมขวางแนวการเคลื่อนตัวของตะกอนจึงมีโอกาสสูงที่ร่องน้ำจะตื้นเขินเร็วกว่าปกติ จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างเขื่อนกันทราย เพื่อปิดกั้นทรายตะกอนไว้ไม่ให้เคลื่อนมาลงร่องน้ำ ที่ขุดไว้จะช่วยป้องกันร่องน้ำไม่ให้ตื้นเขินเร็ว ขณะเดียวกันจะต้องดูแลรักษาและขุดย้ายทราย ตะกอน ที่สะสมที่เขื่อนกันทรายไม่ให้ทับถมมากจนถึงปลายเขื่อนออก เพราะทราย ตะกอนก็จะเคลื่อนตัวลงไปในร่องน้ำอีก นอกจากนี้ยังทำให้ชายฝั่งด้านใต้เขื่อนเกิดการกัดเซาะด้วยนอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลกระทบจากการขุดลอกร่องน้ำ เช่น การทิ้งดินบริเวณป่าชายเลนที่จะกระทบถึงระบบนิเวศน์วิทยา ดินตะกอนที่เกิดจากการขุดลอกที่จะมีผลกระทบที่เกิดกับการทำประมงชายฝั่ง ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง           การสำรวจก่อนงานขุดลอก   1. การสำรวจสภาพพื้นที่เบื้องต้น การสำรวจก่อนงานขุดลอกมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวและระยะทางของร่องน้ำที่จะทำการขุดลอก นอกจากนี้ยังมีค่าระดับก่อนการขุดลอก สำหรับร่องน้ำขนาดเล็กจะใช้วิธีหยั่งน้ำวัดความลึกของเนื้อดินที่ Station ต่าง ๆ ก่อนขุดลอก โดยความลึกใช้ระดับน้ำลงต่ำสุด (Lowest Low Water &amp;ndash; LLW) เป็นตัวเทียบ โดยการสำรวจขั้นแรกและการตรวจสอบเพื่อการบำรุงรักษา การสำรวจขั้นแรก คือการตรวจเพื่อพิจารณาขุดลอกเป็นครั้งแรก ซึ่งก็คือเรื่องที่กำลังกล่าวถึงในขณะนี้ ส่วนการตรวจสอบเพื่อบำรุงรักษานั้น เป็นการตรวจสอบร่องน้ำที่ไม่ได้มีการบำรุงรักษาทุกปีหรือทุกสองปีว่ามีอัตราการตื้นเขินมากน้อยแค่ไหน เพื่อพิจารณากำหนดเวลาที่จะส่งรถขุดได้ถูกต้องการตรวจสอบก่อนการขุด เป็นการตรวจสอบก่อนที่จะขุดลอกเป็นการทำ cross section โดยละเอียดเพื่อการคำนวณปริมาณดินที่จะขุด กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการขุด   2. ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานสำรวจโดยละเอียดก่อนงานขุดลอกเราได้กล่าวถึงการสำรวจและศึกษาก่อนลงมือขุดมาแล้ว ถ้าผลการศึกษาออกมามี ความเป็นไปได้ ก็จำเป็นจะต้องส่งทีมนักสำรวจออกไปสำรวจเพื่อทำแผนที่ เพื่อใช้ในการขุดลอกโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แผนที่สำหรับการขุดลอกที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป คือ แผนที่มาตราส่วนตั้งแต่ 1 : 5,000 ลงมา ซึ่งอาจจะเป็น 1 : 2,000 หรือ 1 : 1,000 ก็ได้ การจะเลือกใช้แผนที่มาตราส่วนเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับร่องน้ำที่จะขุดว่ากว้างหรือยาวแค่ไหน ถ้าร่องน้ำที่จะขุดเป็นร่องน้ำที่กว้างและยาวมาก แผนที่สำหรับการขุดลอกที่ควรจะเลือกใช้ก็ควรเป็นแผนที่ 1 : 5,000 แต่ถ้าเป็นร่องน้ำแคบ ๆ ก็ควรเลือกใช้แผนที่มาตราส่วน 1 : 2,000 หรือใช้ มาตราส่วน 1 : 1,000 สำหรับบริเวณท่าเรือ, อู่เรือ แต่สำหรับบริเวณที่เป็นหินควรใช้มาตราส่วน 1 : 500","2022-04-25T16:32:58"],
    [3506,"94e56e0f-78e2-4f5f-b2e3-823888e711b1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การอนุญาตให้มีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-94cc-4c80-8f53-8fe76d037bd0",30,0,6,"ผู้ใดประสงค์จะมีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือในน่านน้า แม่น้า  หรือท้าเลทอดสมอจอดเรือใด ๆ ให้แสดงบัตรประจ้าตัวประชาชน พร้อมยื่นค้าร้องขออนุญาตตามแบบ ทค.1  แนบท้ายระเบียบนี ต่อส้านักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้าหรือส้านักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา  พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี  (1) แผนผังสังเขปแสดงสถานที่ขออนุญาตมีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ  ตามแบบ ทค.1-1    (2) หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิครอบครอง หรือผู้มีอ้านาจหน้าที่  ดูแลรักษาที่ดินที่ติดต่อกับแม่น้า ล้าคลอง บึง อ่างเก็บน้า ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชน  หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้าไทย ที่จะมีการวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับ  ผูกจอดเรือหน้าที่ดินนั น โดยผู้ขออนุญาตต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิ  ครอบครอง หรือผู้มีอ้านาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินนั นตามแบบ ทค.1-2 กรณีเป็นที่ดินของเอกชน หรือ  แบบ ทค.1-3 กรณีเป็นที่ดินในอ้านาจหน้าที่และการดูแลรักษาของหน่วยงานของรัฐ ที่แนบท้าย  ระเบียบนี  (3) แบบแปลนและรายละเอียดของการวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือในน่านน้า แม่น้า  หรือท้าเลทอดสมอจอดเรือใด ๆ ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา  ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้รับรอง เว้นแต่ทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือนั น  มีโครงสร้างท้าด้วยวัสดุที่ไม่คงทนถาวร ไม่ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา  รับรองแบบแปลนและรายละเอียดดังกล่าว    (4) ใบอนุญาตใช้เรือ ทะเบียนเรือ ใบส้าคัญรับรองการตรวจเรือ หรือเอกสารใด ๆ เกี่ยวกับเรือ  ซึ่งมีข้อมูลของเรือที่จะเข้าท้าการผูกจอดที่ทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือที่ขออนุญาตนั น ได้แก่  ความยาวตลอดล้า ความกว้าง และอัตรากินน้าลึกสูงสุด  (5) เอกสารแสดงข้อมูลความลึกของบริเวณน่านน้า แม่น้าและท้าเลทอดสมอจอดเรือ  ที่จะขออนุญาตให้มีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือในขณะน้าลงต่้าสุด  (6) มาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากการมีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับ  ผูกจอดเรือ  กรณีการมีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือในน่านน้า แม่น้า หรือท้าเลทอดสมอ  จอดเรือใด ๆ อยู่ในพื นที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้ขออนุญาตต้องมีหนังสือยินยอม  หนังสืออนุญาต หรือเอกสารอย่างใด ๆ ที่ให้สามารถใช้พื นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแสดง  ต่อเจ้าท่าด้วย    ข้อ 5 ลักษณะของการมีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือในน่านน้า แม่น้า  หรือท้าเลทอดสมอจอดเรือใด ๆ ที่พึงอนุญาต  (1) ทุ่น  ก. ส่วนที่ลอยเหนือน้าจะต้องมีลักษณะเป็นวัสดุที่คงทนและแข็งแรง  ข. ส่วนที่อยู่ใต้น้าเป็นส่วนที่มีลักษณะการยึด ติดตรึง หรือทอดสมอไว้กับพื นท้องน้า  เพื่อไม่ให้เกิดการเคลื่อนที่  ค. ต้องติดตั งเครื่องหมายและไฟสัญญาณส่องสว่างให้เพียงพอที่ทุ่นผูกจอดเรือ เพื่อให้เรือ  ที่สัญจรผ่านไปมาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั งในเวลากลางวันและกลางคืน    (2) เครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ  ก. มีลักษณะเป็นการปักเสาลงพื นท้องน้า  ข. ปลายสุดของเสาต้องมีความสูงพ้นน้า เมื่อระดับน้าขึ นสูงสุด และต้องสามารถ  ผูกจอดเรือตามขนาดในข้อ 4 (4) ได้อย่างปลอดภัย  ค. ต้องติดตั งเครื่องหมายและไฟสัญญาณส่องสว่างให้เพียงพอที่เครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ  เพื่อให้เรือที่สัญจรผ่านไปมาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั งในเวลากลางวันและกลางคืน  ง. เครื่องส้าหรับผูกจอดเรือต้องมีการปักติดตั งให้ชิดติดกับแนวขอบฝั่งมากที่สุดเท่าที่เรือ  จะเทียบได้อย่างปลอดภัยตลอดเวลา    ข้อ 6 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้มีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ  ในน่านน้า แม่น้า หรือท้าเลทอดสมอจอดเรือใด ๆ มีดังต่อไปนี  (1) ลักษณะหรือสภาพของการวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ ต้องไม่เป็นอันตราย  ต่อการเดินเรือ หรือท้าให้ทางน้าเปลี่ยนแปลงไป หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  (2) ลักษณะโครงสร้างการวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ ต้องไม่มีลักษณะเป็นสิ่งล่วงล้า  ล้าน้าตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้าไทย พระพุทธศักราช 2456  และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม  (3) การอนุญาตให้ใช้พื นที่เพื่อมีหรือวางทุ่นหรือเครื่องส้าหรับผูกจอดเรือ ให้กระท้าได้  เท่าที่จ้าเป็นและสมควรตามวัตถุประสงค์ในการขออนุญาต ทั งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรง  ต่อสิ่งแวดล้อม  (4) บริเวณที่ขออนุญาตต้องไม่เป็นบริเวณเขตก้าหนดห้ามจอดเรือ ร่องน้า หรือทางเรือเดิน  (5) ระดับความลึกของน้าบริเวณที่ขออนุญาต ต้องเพียงพอต่อการจอดเรือได้อย่างปลอดภัย  (6) การผูกจอดเรือต้องไม่เป็นการรอนสิทธิครอบครองของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินข้างเคียง  ที่มีแนวเขตติดต่อกัน    (7) ห้ามมิให้อนุญาตในกรณีน่านน้า แม่น้า หรือท้าเลทอดสมอจอดเรือใด ๆ ที่เป็นทางน้าคับแคบ  และอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือและการระบายน้า","2022-03-07T15:34:50"],
    [3507,"94e56e0f-800f-47e1-8b3f-e6ba3b737eb6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญการปฐมพยาบาลในเรือ ตามข้อบังคับฯ ปี 2565","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-9e47-493d-a64e-7b9a380061e0",4,521,6,"คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญสำหรับการปฐมพยาบาลในเรือต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรการปฐมพยาบาลในเรือ (medical first aid)","2022-03-07T15:17:26"],
    [3508,"94e56e0f-825d-49b7-9629-2506e406120c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญการดับไฟชั้นสูงตามข้อบังคับฯ ปี 2565","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-a162-478e-b417-f675b08130c2",4,521,7,"-","2022-03-07T15:19:21"],
    [3509,"94e56e0f-849c-460f-aaae-897dfefa0bc9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญนายงานรักษาความปลอดภัยประจำเรือ ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-a498-4ea4-87ff-54343995f507",4,521,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญนายงานรักษาความปลอดภัยประจำเรือต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรนายงานรักษาความปลอดภัยประจำเรือ (ship security officers)   ปฏิบัติงานในทะเลในเรือขนาด 500 ตันกรอสหรือมากกว่า อย่างน้อย 12 เดือน","2022-03-07T15:19:42"],
    [3510,"94e56e0f-86af-405a-becb-49f2d1d79ca8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความชำนาญสำหรับคนประจำเรือตำแหน่งคนครัว ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-a7cf-4560-ad3a-d3fe5bb8f4c2",4,521,6,"คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญผู้ทำการในเรือในตำแหน่งคนครัวต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรการจัดการอาหาร และโภชนาการในเรือ (Food and Catering)   ปฏิบัติงานในทะเล อย่างน้อย 6เดือน","2022-03-07T15:20:10"],
    [3511,"94e56e0f-8e1c-4182-b3bf-1d80b3f7802a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การอนุญาตระยะเวลาการฝึกและการปฏิบัติงานในเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1c-b335-422f-9f86-0e33cf25b8db",1,522,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. ผู้ทำการในเรือเดินทะเลที่ประสงค์จะขอออกใบรับรองการปฏิบัติงานในทะเล สำหรับใช้เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครสอบความรู้  เพื่อขอรับประกาศนียบัตรตามข้อบังคับกรมเจ้าท่า เกี่ยวกับการสอบความรู้ของผู้ทำการในเรือ พ.ศ.2557  ข้อ 52(2) ออกตามความในมาตรา 279  แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2525    2. กำหนดให้การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานในเรือเดินทะเลที่เป็นเรือกล กรณีเรือไทยที่ไม่ได้แจ้งทำสัญญาคนประจำเรือต่อเจ้าท่า  และเรือที่ชักธงต่างประเทศ กรณีที่ไม่ได้แจ้งภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด  ให้นับระยะเวลาการปฏิบัติงานจากเอกสารหลักฐาน  โดยต้องผ่านการตรวจสอบพิจารณาจากผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากอธิบดีกรมเจ้าท่า เพื่อพิสูจน์ให้ชัดแจ้งว่ามีการปฏิบัติงานในทะเลตามที่ได้ แจ้งไว้","2022-03-07T15:22:18"],
    [3512,"94e56e0f-a6ce-4214-b49e-cbbb9f30f87f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นลูกเรือเข้ายามฝ่ายเดินเรือ  ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-d0fd-49f6-b4f0-a1dc814eeae1",8,501,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 16 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 6 ปี หรือเทียบเท่า          5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:37:23"],
    [3513,"94e56e0f-b7b6-45fa-a6ea-ce22e18b34a9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญลูกเรือเข้ายามฝ่ายช่างกล ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-e957-4be7-83b3-c43387777270",8,501,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 6 ปี หรือเทียบเท่า          5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:27:55"],
    [3514,"94e56e0f-b9e6-4611-9c22-fbf6c490a227","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญลูกเรือชำนาญงานฝ่ายช่างกล ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-ec5a-44a6-bc84-07f29d90c036",8,801,16,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 6 ปี หรือเทียบเท่า          5. มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ลูกเรือเข้ายามฝ่ายช่างกล          6.  ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:42:05"],
    [3515,"94e56e0f-bc12-4366-b714-54c0ba87ebe2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นลูกเรืออิเลคทรอเทคนิคอล ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-ef55-4c75-abc4-2219fa7709d1",8,801,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต          คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 16 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 9ปี หรือเทียบเท่า          5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ","2022-03-07T15:42:31"],
    [3516,"94e56e0f-be8c-4259-b86c-00184f46867c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายช่างอิเลคทรอเทคนิคอล ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-f22a-4a98-a0e4-d39f55532545",8,3001,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์         4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า    5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี","2022-03-07T15:44:29"],
    [3517,"94e56e0f-c0ab-4b92-93bb-48cb7bc8461b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอประกาศนียบัตรรับรองประกาศนียบัตรของรัฐภาคีอื่น ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-f528-4b5c-9ca3-1cc6c2ca280c",8,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรรับรองประกาศนียบัตรของรัฐภาคีอื่นต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี บริบูรณ์   เป็นผู้มีประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถ หรือประกาศนียบัตรรับรองพนักงานวิทยุที่ออกโดยรัฐภาคีอื่นที่ทำความตกลงรับรองประกาศนียบัตรไว้กับประเทศไทย   ในกรณีที่เป็นผู้ถือประกาศนียบัตรชั้นนายเรือ หรือนายประจำเรือ ต้องมีความรู้ด้านกฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือทะเลตามชั้นที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้ขอรับประกาศนียบัตร","2022-03-07T15:44:47"],
    [3518,"94e56e0f-c2e5-417b-b90f-dee9380e73a7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอต่ออายุประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถ (ผู้ขอต่ออายุประกาศนียบัตรที่ออกตามหมวด 2 หมวด 3 และหมวด4 ข้อบังคับฯ ปี 2565)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-f7f1-4fa7-909d-3e87d64bb57f",8,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต       เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายที่เหมาะสมตามข้อบังคับนี้    มีการปฏิบัติงานในทะเลตามตำแหน่ง (Capacity) ที่ระบุในประกาศนียบัตรที่ถือมาแล้วอย่างน้อยสิบสองเดือนในระยะเวลาห้าปีก่อนหน้า หรืออย่างน้อยสามเดือนในระยะเวลาหกเดือนก่อนวันหมดอายุ หรือ    มีการปฏิบัติงานอื่นที่เทียบเท่าการปฏิบัติงานในทะเล ตามข้อ 2หรือ    ผ่านการทดสอบความรู้ตามที่อธิบดีกำหนด หรือ    ผ่านการอบรมหลักสูตรตามที่อธิบดีกำหนด","2025-10-09T10:36:25"],
    [3519,"94e56e0f-c546-413d-a13a-fc911bb3a487","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอต่ออายุประกาศนียบัตรรับรอง หรือประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญสำหรับทำการในเรือเฉพาะประเภทตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-fac5-4372-a6d1-5e11c011b8bc",8,521,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต       เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายที่เหมาะสมตามข้อบังคับนี้    มีการปฏิบัติงานในทะเลในตำแหน่ง (capacity) ที่ระบุในประกาศนียบัตรที่ถือมาแล้วอย่างน้อยสิบสองเดือนในระยะเวลาห้าปีก่อนหน้า หรืออย่างน้อยสามเดือนในระยะเวลาหกเดือนก่อนวันหมดอายุ หรือ    เป็นผู้ผ่านอบรมหลักสูตรตามที่อธิบดีกำหนด","2022-03-07T15:45:53"],
    [3520,"94e56e0f-c765-4ef3-ad74-11b1d8411558","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอต่ออายุประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญที่ออกตามหมวด 6 ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-fd7e-41ad-be09-cc97ac899df9",8,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต       เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายที่เหมาะสมตามข้อบังคับนี้    มีการปฏิบัติงานในตำแหน่ง (capacity) ที่ระบุในประกาศนียบัตรที่ถือมาแล้วอย่างน้อยสิบสองเดือนในระยะเวลาห้าปีก่อนหน้า หรืออย่างน้อยสามเดือนในระยะเวลาหกเดือนก่อนวันหมดอายุ หรือ    ผ่านการทดสอบความรู้ตามที่อธิบดีกำหนด หรือ    ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรทบทวนความรู้","2025-10-09T10:34:34"],
    [3521,"94e56e0f-c98f-4a97-956d-7f9e7c6e5ad5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญสำหรับทำการในเรือเฉพาะประเภท  ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-004b-4cbb-8ff2-113fc964bd3b",6,521,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญสำหรับทำการในเรือเฉพาะประเภทต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       ต้องเป็นผู้ทำหน้าที่อื่นนอกเหนือจากนายเรือ หรือนายประจำเรือ (ฝ่ายเดินเรือ หรือฝ่ายช่างกล) ในเรือ   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรสำหรับทำการในเรือเฉพาะประเภท หลักสูตรหนึ่งหลักสูตรใดดังต่อไปนี้       พื้นฐานเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี (basic training for oil and chemical tanker cargo operations)      พื้นฐานเรือบรรทุกก๊าซเหลว (basic training for liquefied gas tanker cargo operations)","2022-03-07T15:46:57"],
    [3522,"94e56e0f-cb8f-4e4e-8b3a-ced348373990","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเรือ ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-0323-4d16-8c0f-1285e66e46ef",8,521,7,"-","2022-03-07T15:47:28"],
    [3523,"94e56e0f-cdc3-444e-ae25-948761ed5cc8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การออกหนังสือรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ประจำเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-0600-422d-bffa-4830fd24841a",3,2000,6,"1. เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์ยื่นคำขอหนังสือรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ประจำเรือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ (ฉบับที่ 15) พ.ศ. 2528  หมวด ง. เครื่องใช้และอุปกรณ์ประจำเรือ ที่มีผลบังคับใช้สำหรับเรือที่เดินระหว่างประเทศและเดินภายในประเทศ     2.ผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ประจำเรือที่จะทำการทดสอบมาตรฐานเพื่อออกหนังสือรับรอง ก่อนนัดหมายเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการทดสอบโดยยื่นใบนัดหมาย ตามแบบ ก 5 ที่สำนักมาตรฐานเรือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน ก่อนวันนัดทำการทดสอบ    3.สำนักมาตรฐานเรือจะดำเนินการทดสอบและออกหนังสือรับรองให้อุปกรณ์ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ดำเนินการทดสอบ    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ ฉบับที่ 15","2022-03-07T15:47:52"],
    [3524,"94e56e0f-cf81-400b-9935-feac8addd5dd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การออกหนังสือรับรองสถานีบริการตรวจทดสอบอุปกรณ์ประจำเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-08be-4f66-b13e-71d273f5d159",3,2000,6,"-","2022-03-07T15:48:32"],
    [3525,"94e56e0f-d197-4ec4-ae61-3daaa4819c50","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","อนุมัติแบบแปลนเรือ(เรือทีมีขนาดความยาวเรือเกิน 24.00 เมตร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-0b62-484c-838f-c37d6adb4f86",31,0,3,"-","2022-03-07T15:49:01"],
    [3526,"94e56e0f-d3c7-496d-8669-d608c9b32e86","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญการรักษาพยาบาลในเรือตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-0e26-43ec-83bc-ee48a1551274",4,521,6,"คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญสำหรับการรักษาพยาบาลในเรือต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรการรักษาพยาบาลในเรือ (medical care)","2023-07-27T10:34:35"],
    [3527,"94e56e0f-d5e2-48af-b97e-45dc47ece723","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญพื้นฐานการรักษาความปลอดภัย ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-10f6-4960-8781-f30867c8a7b7",4,521,6,"คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญพื้นฐานการรักษาความปลอดภัยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 16ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรพื้นฐานการรักษาความปลอดภัยในเรือ (security awareness(","2022-03-07T15:49:48"],
    [3528,"94e56e0f-d813-40a2-96bc-b435f628fc99","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญพื้นฐานความปลอดภัย ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-13ac-46c9-97cd-9a04dccbff87",4,521,6,"คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญพื้นฐานความปลอดภัย ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรสำหรับพื้นฐานความปลอดภัย ดังต่อไปนี้       การดำรงชีพในทะเล (personal survival techniques)    การป้องกันและการดับไฟ (fire prevention and fire fighting)    การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (elementary first aid)    ความปลอดภัยของบุคคลและความรับผิดชอบต่อสังคม (personal safety and social responsibilities)","2022-03-07T15:50:08"],
    [3529,"94e56e0f-da4d-49b8-90a7-6b7a58c10b96","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเรือชูชีพ หรือเรือช่วยชีวิตที่ไม่ใช่เรือเร็วช่วยชีวิตตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-167e-470e-b1cc-a4b2a4b24619",4,521,6,"คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเรือชูชีพและเรือช่วยชีวิตที่ไม่ใช่เรือเร็วช่วยชีวิต ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรเรือชูชีพและเรือช่วยชีวิตที่ไม่ใช่เรือเร็วช่วยชีวิต (survival craft and rescue boats other than fast rescue boats)","2022-03-07T15:50:34"],
    [3530,"94e56e0f-dc5f-417e-80e5-ac3a29c1720a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเรือเร็วช่วยชีวิตตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-195a-4f34-96d8-eed636ec92c2",4,521,7,"คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเรือเร็วช่วยชีวิต ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้       มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี บริบูรณ์   เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรเรือเร็วช่วยชีวิต (fast rescue boats)   เป็นผู้ถือประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเรือชูชีพและเรือช่วยชีวิตที่ไม่ใช่เรือเร็วช่วยชีวิต (survival craft and rescue boats other than fast rescue boats)","2022-03-07T15:53:41"],
    [3531,"94e56e0f-e2b0-4608-8511-4b4feeca5576","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้น 1 (นายเรือ) ) ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-21de-4c6a-b49f-6b61dc6073a1",8,801,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1เป็นผู้มีสัญชาติไทย        2ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย        3 ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ         4ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบ จนไม่อาจสามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้          5มีเป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ          6เป็นผู้ที่มีสายตาดี และหูฟังเสียงได้ดี          7คุณสมบัติตาม (3),(4),(5),และ(6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย          8มีอายุไม่ต่ำกว่า 24 ปีบริบูรณ์          9ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:58:51"],
    [3532,"94e56e0f-e921-4208-8d40-6568349f96ff","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้น 4 (ต้นหนที่สาม) ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-2ac0-4b95-abd4-7720550de605",8,401,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย        3.ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ         4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบ จนไม่อาจสามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้          5. มีเป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ          6. เป็นผู้ที่มีสายตาดี และหูฟังเสียงได้ดี          7. คุณสมบัติตาม (3),(4),(5),และ(6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย          8. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์          9. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า          10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์      11. มีคุณสมบัติ ตามข้อบังคับกรมเจ้าท่าว่าด้วยการสอบความรู้ผู้ทำการในเรือ พ.ศ. 2532     ข้อ 24 ประกาศนียบัตรชั้น4 (ต้นหนที่สาม)    ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรชั้น 4 (ต้นหนที่สาม) ต้องมีคุณสมบัติ  นอกเหนือจากที่กำหนดในข้อ 20ดังนี้  (1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์  (2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า  (3) มีระยะเวลาปฏิบัติงานในทะเลไม่น้อยกว่า 5 ปี และหลังจากปฏิบัติงานในเรือ  มาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี ได้ฝึกปฏิบัติหน้าที่นายยามเรือเดินในเรือ ขนาดไม่ต่ำกว่า 200 ตันกรอส  หรือความยาวฉากไม่ต่ำกว่า 25 เมตร มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ  (4) เป็นผู้มีประกาศนียบัตรนายเรือของเรือประมงหรือนายเรือของเรือเดินใน  ประเทศและเคยทำการในตำแหน่งซึ่งกำหนดให้ใช้ประกาศนียบัตรชั้นนี้ มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ  (5) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรเดินเรือ จากสถาบันการศึกษาในชั้นการศึกษาซึ่ง  อธิบดีรับรองให้มีสิทธิสมัครสอบในกรณีที่ผู้สมัครสอบมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ใน (2) (3)  (4) และ (5) ของข้อนี้ ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อ 20 ดังนี้  (6) ประกาศนียบัตรชั้น 4 (ต้นหนที่สาม) สำหรับทำการในเรือทุกประเภท  (ก) เป็นผู้มีประกาศนียบัตรนายเรือของเรือเดินในประเทศ และเคยทำการใน  ตำแหน่งที่กำหนดให้ใช้ประกาศนียบัตรชั้นนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือ  (ข) เป็นผู้มีประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้นหนึ่ง และมีระยะเวลา  ปฏิบัติงานในทะเลไม่น้อยกว่า 6 ปี และหลังจากปฏิบัติงานในเรือมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี ได้เคยทำ  การฝึกหน้าที่นายยามเรือเดินในเรือขนาดไม่ต่ำกว่า 200 ตันกรอส มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี  ประกาศนียบัตรที่ออกให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดแต่มีคุณสมบัติ  ตาม (6) นี้ ให้เติมคำว่า &ldquo;ชำนาญงาน&rdquo; ต่อท้ายชั้นประกาศนียบัตรด้วย โดยประกาศนียบัตรที่เป็น  ประกาศนียบัตรชั้น 4 (ต้นหนที่สาม)  (7) ประกาศนียบัตรชั้น 4 (ต้นหนที่สาม) สำหรับทำการเฉพาะในเรือประมง  (ก) เป็นผู้มีประกาศนียบัตรนายเรือของเรือเดินในประเทศหรือนายเรือของ  เรือประมง และเคยทำการในตำแหน่งที่กำหนดให้ใช้ประกาศนียบัตรชั้นนั้น ๆ มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี  หรือ  (ข) เป็นผู้มีประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้นหนึ่ง และมีระยะเวลา  ปฏิบัติงานในทะเลไม่น้อยกว่า 6 ปี และหลังจากปฏิบัติงานในเรือไม่น้อยกว่า 4 ปี ได้ทำการฝึกหน้าที่  นายเรือของเรือประมงทะเลลึกชั้นหนึ่ง มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี  ประกาศนียบัตรที่ออกให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดแต่มีคุณสมบัติ  ตาม (7) นี้ ให\u0013เติมคำว่า &ldquo;เรือประมง&rdquo; ต่อท้ายชั้นประกาศนียบัตรด้วย โดยประกาศนียบัตรนี้เป็น  ประกาศนียบัตรชั้น 4 (ต้นหนที่สาม) ที่ใช้เฉพาะกับเรือประม","2022-03-07T15:59:56"],
    [3533,"94e56e0f-ed2d-4b9f-ac0a-27eed7f4096e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การต่ออายุประกาศนียบัตรตามข้อบังคับฯ ปี 2532(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-3073-4788-bc49-84e7f1008ede",6,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย        3.ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ         4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบ จนไม่อาจสามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้          5. มีเป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ          6. เป็นผู้ที่มีสายตาดี และหูฟังเสียงได้ดี          7. คุณสมบัติตาม (3),(4),(5),และ(6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย          8. มีอายุไม่ต่ำกว่า 28 ปีบริบูรณ์","2022-03-07T16:02:19"],
    [3534,"94e56e0f-ef2d-4512-8334-8e574cec8ba6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การออกใบแทนประกาศนียบัตรตามข้อบังคับฯ ปี 2532(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-3330-4f24-b61e-46b379610270",6,0,11,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย        3.ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ         4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบ จนไม่อาจสามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้          5. มีเป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ          6. เป็นผู้ที่มีสายตาดี และหูฟังเสียงได้ดี          7. คุณสมบัติตาม (3),(4),(5),และ(6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย          8. มีอายุไม่ต่ำกว่า 28 ปีบริบูรณ์","2022-03-07T16:02:46"],
    [3535,"94e56e0f-f78b-4d8d-9139-f719542e5ae3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","อนุมัติแบบแปลนเรือประมง(เรือที่มีขนาดความยาว เกิน 24.00 เมตร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-3e9f-45b1-9f1d-89d96aa1897a",4,0,7,"-","2022-03-07T16:07:29"],
    [3536,"94e56e10-0665-4fbd-82ef-165b57e81b36","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การตรวจสอบระยะเวลาการปฏิบัติงานในเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-52ac-4ed3-bff4-5319590428fb",1,21,2,"1.หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.1 มีหนังสือคนประจำเรือ (Seaman Book)    1.2 มีประวัติการทำงานบนเรือ    1.3 มีข้อมูลในระบบฐานข้อมูลคนประจำเรือ กรมเจ้าท่า    2.ผู้ทำการในเรือเดินทะเลที่ประสงค์จะขอออกใบรับรองการปฏิบัติงานในทะเล (ใบตรวจสอบระยะเวลาการปฏิบัติงานในเรือ) สำหรับใช้เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครสอบความรู้ เพื่อขอรับประกาศนียบัตรตามข้อบังคับกรมเจ้าท่า เกี่ยวกับการสอบความรู้ของผู้ทำการในเรือ พ.ศ.2557 ข้อ 50,51 ตามความในมาตรา 279 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพระพุทธศักราช 2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2525","2024-06-12T21:04:20"],
    [3537,"94e56e10-0895-4b21-8d53-28c9f2df3ed2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจัดทำหนังสือสัญญาคนประจำเรือ (คร.4) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-5565-44c2-86b3-135b19df87d6",1,1,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้ว และเป็นเรือเดินทะเลที่มีลักษณะสำหรับใช้เดินในทะเลลึกในระหว่างที่คงใช้เรือจะต้องมีหนังสือสัญญาคนประจำเรือ สำหรับใช้เป็นเอกสารประจำเรือ ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481 มาตรา 49(3) และข้อ 10 กฎกระทรวงเศรษฐการออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481    2.หนังสือสัญญาคนประจำเรือกำหนดให้มีอายุ 1 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วจะต้องยื่นขอต่ออายุที่กรมเจ้าท่า    3.เรือเดินทะเลที่ทำสัญญาคนประจำเรือจะต้องมีคนประจำเรือ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎข้อบังคับการตรวจเรือ Minimum Safe Maning Certificate และใบอนุญาตใช้เรือกำหนดไว้","2024-06-12T21:03:02"],
    [3538,"94e56e10-17d7-4dfc-8d7d-00076b329ade","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับรองสถานศึกษาฝึกอบรม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-6bb9-4514-b423-47842628dbfa",1,0,9,"ในกรณีที่สถานศึกษาฝึกอบรมยื่นคำร้องพร้อมเอกสารครบถ้วนต่อกรมเจ้าท่าแล้ว คณะอนุกรรมการซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการมาตรฐานหลักสูตรเป็นผู้มีหน้าที่ตรวจสอบสถานศึกษาฝึกอบรมดังกล่าว ว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ จากนั้นให้รายงานผลการตรวจสอบ และประเมินต่อคณะกรรมการมาตรฐานหลักสูตรเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการรับรองสถานศึกษา และเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานหลักสูตรเห็นชอบตามรายงานการตรวจสอบและประเมินแล้ว ให้นำเสนออธิบดีกรมเจ้าท่าเพื่อพิจารณาลงนามในใบรับรองสถานศึกษาฝึกอบรมต่อไป","2022-03-07T16:20:50"],
    [3539,"94e56e10-1a21-4f1c-a804-929affb473df","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การรับรองมาตรฐานหลักสูตร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-6e90-4c24-8d77-bdfdf54935da",1,0,6,"เมื่อสถานศึกษาฝึกอบรมยื่นคำร้องพร้อมเอกสารครบถ้วนต่อกรมเจ้าท่าแล้ว ให้คณะอนุกรรมการซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการมาตรฐานหลักสูตรเป็นผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ และประเมินรายละเอียดของหลักสูตรที่ขอรับรองว่าหลักสูตรนั้นมีความเหมาะสม และมีมาตรฐานเป็นไปตามที่กำหนดในหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ หรือไม่โดยมี    รายละเอียดตาม ข้อ 4 ของระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการรับรองหลักสูตรและสถานศึกษาฝึกอบรม พ.ศ. 2558","2022-03-07T16:21:13"],
    [3540,"94e56e10-1e5e-4921-8a76-fe3c175d0878","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การแจ้งการปฏิบัติงานในเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1d-7470-4d16-bc63-f88d8c14182b",1,21,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.ผู้ทำการในเรือเดินทะเลที่ชักธงไทยและชักธงต่างประเทศที่เจ้าของเรือไม่มีหนังสือสัญญาคนประจำเรือ (คร.4) ประสงค์จะขอออกใบรับรองการปฏิบัติงานในทะเล สำหรับใช้เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครสอบความรู้ เพื่อขอรับประกาศนียบัตรตามข้อบังคับกรมเจ้าท่า เกี่ยวกับการสอบความรู้ของผู้ทำการในเรือ พ.ศ.2557 ข้อ 52 ตามความในมาตรา 279 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพระพุทธศักราช 2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2525  2.กำหนดให้การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานในเรือเดินทะเลของผู้ทำการในเรือที่ชักธงไทยและชักธงต่างประเทศให้นับจากวันที่ลงทำการในเรือ และวันที่ขึ้นจากเรือตามที่ผู้นั้นแจ้งไว้ต่อกรมเจ้าท่า","2022-03-07T16:22:16"],
    [3541,"94e56e10-289a-45f4-879d-376f0ea934ef","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขออนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-81ca-425a-9b53-f381f23711fc",5,0,10,"หลักเกณฑ์                  ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการในการ อนุญาตให้บุคคลซึ่งสั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศบรรทุกของ นั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ลงวันที่ 16 พฤษภาคม  2529  และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ผู้สั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งของที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวีกำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทย แต่ไม่อาจจัดให้ของนั้นบรรทุกโดยเรือไทยได้ ให้ยื่นคำขอรับหนังสืออนุญาตบรรทุกของดังกล่าวโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยต่อกรมเจ้าท่าไม่น้อยกว่าสิบวันก่อนวันที่ของนั้นจะบรรทุกลงเรือ พร้อมเอกสารที่กำหนด โดยเส้นทางที่บังคับให้บรรทุกของโดยเรือไทย มีดังนี้                    (1) ญี่ปุ่น                    (2) สาธารณรัฐเกาหลี                    (3) ไต้หวัน                    (4) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง                    (5) สาธารณรัฐสิงคโปร์                    (6) ราชอาณาจักรนอรเว ราชอาณาจักรสวีเดน ราชอาณาจักรฟินแลนด์ ราชอาณาจักร เดนมาร์ก สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรสเปน สาธารณรัฐโปรตุเกส และสาธารณรัฐอิตาลี                    (7) สหรัฐอเมริกา                    (8) สาธารณรัฐประชาชนจีน                    (9) สหพันธรัฐมาเลเซีย               ผู้ยื่นขออนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย แบ่งเป็น 4 กรณี ดังนี้                           1. กรณีส่วนราชการ  องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้สั่งของจากต่างประเทศ เองให้หน่วยราชการดังกล่าวเป็นผู้ยื่นคำขอ              กรณีที่หน่วยราชการดังกล่าวสั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศและได้มอบหมายให้ผู้รับจัดการขนส่งหรือบุคคลอื่นใดดำเนินการเกี่ยวกับการสั่งและนำเข้าของนั้น ให้ผู้รับจัดการขนส่งหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขออนุญาตบรรทุกของดังกล่าวโดยเรืออื่นแทนหน่วยงานดังกล่าว               2. กรณีบุคคลอื่นสั่งหรือนำเข้าของจากต่างประเทศเพื่อส่วนราชการ  เช่น กรณีหน่วยงานราชการสั่งซื้อของจากตัวแทนภายในประเทศและตัวแทนได้สั่งของนั้นไปยังต่างประเทศ เป็นต้น  ให้บุคคลนั้นเป็นผู้ยื่นคำขอ               3. กรณีบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้สั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศ เพื่อปฏิบัติตามสัญญากับส่วนราชการดังกล่าวให้บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาเป็นยื่นคำขอ               4. กรณีบุคคลอื่นสั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศมาเพื่อบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจนั้นเพื่อปฏิบัติตามสัญญากับหน่วยราชการดังกล่าว ให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ยื่นคำขอ               ทั้งนี้ การอนุญาตให้ใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยจะออกหนังสืออนุญาตให้กับผู้สั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศ               วิธีการและเงื่อนไขในขออนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย                 1) การยื่นขออนุญาตก่อนของลงเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยที่เมืองท่าต้นทางในเส้นทางบังคับ                        1. ให้ยื่นคำขอตามแบบ พว. &ndash; ค.2 เพื่อขอรับหนังสืออนุญาตบรรทุกของที่สั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยต่อกองกำกับการพาณิชยนาวี ไม่น้อยกว่า 10 วัน ก่อนวันที่ของนั้นจะบรรทุกลงเรือพร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด กรณีไม่สามารถยื่นคำขอได้ทันตามที่กำหนด ให้ยื่นเอกสารแสดงเหตุและความจำเป็นที่ไม่สามารถยื่นคำขอได้ทัน และต้องยื่นให้มีระยะเวลาเพียงพอที่จะให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบว่าเรือไทยสามารถรับขนได้                        2. กรมเจ้าท่าจะอนุญาตตามคำขอได้ในกรณีดังนี้                             (1) ภายในสองวันนับแต่วันที่ของนั้นพร้อมจะบรรทุกลงเรือ ไม่มีเรือไทยที่จะรับบรรทุกของมายังปลายทางในประเทศไทยได้ทันกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของจำเป็นต้องใช้ของนั้น                             (2) ภายในสองวันนับแต่วันที่ของนั้นพร้อมจะบรรทุกลงเรือ แม้มีเรือไทยที่จะรับบรรทุกของมายังประเทศไทยทันกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของจำเป็นต้องใช้ของนั้น แต่เรือไทยดังกล่าวไม่มีระวางพอที่จะบรรทุกนั้นได้ทั้งหมด ในกรณีเช่นนี้จะอนุญาตให้บรรทุกของโดยเรืออื่นได้เฉพาะส่วนที่เรือไทยไม่อาจรับบรรทุกได้ เว้นแต่ของนั้นเป็นของที่โดยสภาพหรือประเพณีทางการค้า และการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศไม่อาจแบ่งแยกจากกันในการบรรทุกได้ จึงอนุญาตให้บรรทุกของนั้นทั้งหมดโดยเรืออื่น                                (3) ของนั้นมีสภาพ น้ำหนัก ขนาด หรือวิธีการขนส่งที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะของเรือไทยที่เดินอยู่ในเส้นทางนั้น                            (4) มีสนธิสัญญาหรือความตกลงใดที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ ซึ่งการบรรทุกของนั้นโดยเรือไทยจะเป็นการขัดต่อสนธิสัญญาหรือความตกลงนั้น                            (5) กรณีผู้ส่งของแสดงหลักฐานให้เห็นว่า ค่าระวางเรือไทย สูงกว่าเรือต่างชาติเกินว่าร้อยละสิบ                            (6) กรณีผู้ส่งของแสดงหลักฐานให้เห็นว่า การบรรทุกของตามที่กำหนดโดยเรือไทยจะทำให้สินค้ามาถึงปลายทางในประเทศไทยล่าช้ากว่าเรืออื่นเกินกว่าสิบสี่วัน                            (7) มีเหตุจำเป็นอย่างอื่นซึ่งสมควรอนุญาตให้บรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นได้เป็นกรณีพิเศษ                           โดยขั้นตอนอนุญาตจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่แสดงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถใช้เรือไทยและจะตรวจสอบว่ามีเรือไทยสามารถรับขนของตามที่ผู้ยื่นคำขอได้หรือไม่ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ข้างต้นจะออกหนังสืออนุญาตให้กับผู้ยื่นคำขอ หากมีเรือไทยแจ้งรับขนของดังกล่าวได้จะออกหนังสือไม่อนุญาตให้กับผู้ขอ                            ทั้งนี้ การออกหนังสืออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยจะออกให้ผู้ขออนุญาต ภายใน 5 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ถ้าผู้ขอไม่ได้รับแจ้งผลภายในกำหนดเวลาห้าวันให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้บรรทุกของโดยเรืออื่นได้ กรณีที่ออกหนังสืออนุญาตจะกำหนดเงื่อนไขไว้ ดังนี้                            -กำหนดให้ผู้รับหนังสืออนุญาตต้องใช้เรือไทยกรณีที่มีการขนส่งรับช่วง (ถ่ายลำ) ก่อนมาถึงเมืองท่าในประเทศไทย ดังนั้น กรณีที่ผู้รับอนุญาตจะใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยบรรทุกของ ณ เมืองท่าขนส่งรับช่วง ผู้รับหนังสืออนุญาตจึงต้องยื่นคำขออนุญาตใหม่อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะบรรทุกของลงเรือ ณ เมืองท่าที่มีการถ่ายลำ  เช่นเดียวกับการขออนุญาตที่เมืองท่าต้นทาง                            -กำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องบรรทุกของลงเรือ ณ เมืองท่าและช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาต หากมีการเปลี่ยนแปลงต้องขออนุญาตใหม่                             กรณีการออกหนังสือไม่อนุญาตจะกำหนดเงื่อนไขไว้ ดังนี้                        (1) ในกรณีที่ไม่อนุญาตเนื่องจากกรมเจ้าท่าได้รับการแจ้งจากบริษัทเรือไทยว่า มีเรือไทยหรือเรือต่างประเทศซึ่งได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับเรือไทย สามารถรับบรรทุกของมายังปลายทางในประเทศไทยได้ทันกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของจำเป็นต้องใช้ของนั้น ถ้าปรากฏว่าบริษัทเรือไทยดังกล่าวไม่ได้บรรทุกของลงเรือจนเวลาล่วงพ้นไปไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ครบกำหนดเวลาที่บริษัทเรือไทยนั้นแจ้งไว้ต่อสำนักงานฯ ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตได้รับอนุญาตให้บรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย แต่การอนุญาตดังกล่าวให้มีผลใช้ได้ตามกำหนดเวลาที่กรมเจ้าท่าระบุไว้ในหนังสือแจ้งการไม่อนุญาตเท่านั้น                        (2)  ในกรณีที่ไม่อนุญาตเนื่องจากบริษัทเรือไทยแจ้งว่าสามารถให้บริการได้ตามกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของประสงค์ให้บริษัทเรือไทยนั้นทำหนังสือรับรองแก่ผู้ส่งของว่าสามารถรับบรรทุกของมายังปลายทางในประเทศไทยได้ตามกำหนดเวลา หากบริษัทเรือไทยดังกล่าวไม่ออกหนังสือรับรองภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่แจ้งต่อกรมเจ้าท่า ว่าสามารถให้บริการรับบรรทุกของได้ ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตได้รับอนุญาตให้บรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย แต่การอนุญาตดังกล่าวให้มีผลใช้ตามกำหนดเวลาที่กรมเจ้าท่า ระบุไว้ในหนังสือการแจ้งการไม่อนุญาตเท่านั้น&rdquo;             2) การแจ้งเมื่อเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยมาถึงเมืองท่าปลายทางในประเทศไทย                  ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องแจ้งหนังสือแจ้งการการมาถึงของของที่ได้รับอนุญาตให้บรรทุกโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (แบบ พว.-จ. 3) ก่อนนำของขึ้นจากเรือ ณ ท่าเรือปลายทางในประเทศไทยพ","2022-03-07T16:32:01"],
    [3542,"94e56e10-2ba9-43a1-b647-c791fcac1a75","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอเปลี่ยนแปลงลักษณะของการประกอบกิจการท่าเรือตามประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่ 58 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-85e8-4f26-a91b-a666274ce12b",27,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือซึ่งเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชนตามข้อ 3 (9)แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2515 ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 ได้กำหนดว่าผู้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเลที่ได้รับอนุญาต หากมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของการประกอบกิจการท่าเรือให้ต่างไปจากที่ได้รับอนุญาตไว้ ต้องได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยต้องมายื่นคำร้องขออนุญาตเปลี่ยนแปลง    วิธีการยื่นแบบคำขอ  ให้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงลักษณะของการประกอบกิจการหรือเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตแตกต่างไปจากที่เคยได้รับอนุญาตไว้พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานซึ่งต้องรับรองความถูกต้องทุกหน้าโดยผู้มีอำนาจหากมีกรณีเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้มีอำนาจแนบมาด้วย โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า ในวันและเวลาราชการ    ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้องที่www.md.go.th ไปที่งานบริการ ไปที่แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ ไปที่พิมพ์แบบฟอร์ม ไปที่กองกำกับการพาณิชยนาวีไปที่การขออนุญาต/การต่อใบอนุญาต หรือการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ตาม ปว.58    หรือ มาขอรับที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและในการพิจารณา  1. เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล และมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของการประกอบกิจการท่าเรือหรือเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตแตกต่างไปจากที่เคยได้รับอนุญาตไว้  2. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอที่ครบถ้วนและถูกต้อง จึงจะดำเนินการลงเลขรับเพื่อพิจารณาคำขออนุญาตก่อนที่กรมเจ้าท่าจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามออกใบอนุญาตต่อไป  3. ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง หรือผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเอกสารเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนคำขอให้แก่ผู้ยื่น  4. ในกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้ขอแนบมาด้วย พร้อมติดอากรแสตมป์  5. การเริ่มนับวันในการดำเนินการ โดยนับแต่วันที่ได้รับคำขอจนถึงอธิบดีกรมเจ้าท่าพิจารณาเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมเป็นระยะเวลารวมภายใน 8 วันทำการ และในกรณีไม่อาจดำเนินการเสร็จภายใน 8 วันทำการ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันรับคำขอ ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวไม่นับระยะเวลาเดินทางในการตรวจสถานที่ท่าเรือ (เทียบเคียงระเบียบกระทรวงคมนาคมว่าด้วยการปฏิบัติราชการสำหรับการขออนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ซึ่งเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชนตามข้อ 3(9) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542)สำหรับระยะเวลาตั้งแต่รับคำขอจนถึงเสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาอนุญาตและออกใบอนุญาตใช้เวลารวมทั้งสิ้น 21 วันทำการ โดยไม่นับรวมระยะเวลาเดินทางไปตรวจสภาพท่าเรือ","2022-11-21T14:49:08"],
    [3543,"94e56e10-2e7d-4f04-83b9-1c0b8fbe5a0c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-8960-4f61-9dc1-0a7d5447ea44",45,5000,5,"หลักเกณฑ์      มาตรา 41 ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ให้ยื่นคำขอโดยแสดงหลักฐานการมีคุณสมบัติตามมาตรา 40 และการมีหลักประกันสำหรับความรับผิดตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดจากสัญญาที่ทำขึ้น                   หากนายทะเบียนเห็นว่าผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนมีคุณสมบัติและหลักประกันตามวรรคหนึ่งให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนและออกใบทะเบียนภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียน                   การยื่นคำขอจดทะเบียน การจดทะเบียนและการออกใบทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง                   ถ้านายทะเบียนเห็นว่าไม่อาจรับจดทะเบียนได้เนื่องจากผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนมีคุณสมบัติหรือหลักประกันไม่ถูกต้อง ให้นายทะเบียนแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยมิชักช้าแต่ต้องไม่เกินยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ                   ในการรับจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง นายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบไว้ในใบทะเบียนได้ ตามความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้    คำนิยามตามมาตรา 4    การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หมายความว่า การรับขนของโดยมีรูปแบบการขนส่งที่แตกต่างกันตั้งแต่  สองรูปแบบขึ้นไปภายใต้สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบฉบับเดียว โดยขนส่งจากสถานที่ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องได้รับมอบของในประเทศหนึ่งไปยังสถานที่ซึ่งกำหนดให้เป็นสถานที่ส่งมอบของในอีกประเทศหนึ่ง    ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในฐานะ ตัวการและเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการขนส่งตามสัญญา ไม่ว่าการทำสัญญานั้นจะทำด้วยตนเองหรือโดยบุคคลที่ตนมอบหมาย แต่ไม่รวมถึงบุคคลที่กระทำการในฐานะตัวแทนหรือทำการผู้ตราส่งหรือผู้ขนส่งที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติการขนส่งดังกล่าว    หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน หมายความว่า หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  1.  เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย  2.  มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 80,000 หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR)  3.  มีหลักประกันสำหรับความรับผิดตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใด จากสัญญาที่ทำขึ้น (ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำหนด จำนวน ชนิด ขนาด และเงื่อนไขการดำรงหลักประกันและสินทรัพย์ของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน พ.ศ. 2553)    วิธีการในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1.  ให้ยื่นคำขอ (แบบ ขต.-ค1) ด้วยตนเอง ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.1) ได้ที่ www.md.go.th  - งานบริการ - แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี  - การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  - แบบขต.-ค.1 หรือ ผู้ยื่นคำขอ มาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2.  การยื่นคำขอ (แบบ ขต.-ค.1) และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 250 บาท และใบทะเบียนฯ (แบบ ขต.-บ.1) จำนวน 5,000 บาท ให้มาชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ  3.  การตรวจสอบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.1) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้         (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม         (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ  4.  ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (แบบ ขต.-บ.1) และเสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบทะเบียน  5.  แจ้งรับใบทะเบียนพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 5,000 บาท    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1.  กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2.  สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องออกให้ไม่เกินสามเดือน และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3.  การพิจารณาอนุญาตภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียนจนถึงวันที่ออกใบทะเบียน  4.  กรณีที่คุณสมบัติหรือหลักประกันไม่ถูกต้อง นายทะเบียนจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคุณสมบัติหรือหลัก ประกัน ภายใน 20 วัน และให้ยื่นคำขอใหม่ กรณีดังกล่าวจะออกใบทะเบียนให้ภายใน 30 วันนับแต่ยื่นคำขอใหม่    5.  ใบทะเบียนของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบทะเบียน    6.  ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 72)    7.  ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผยในที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง  กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน ไม่ออกใบทะเบียนตามมาตรา 41 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-07T16:32:40"],
    [3544,"94e56e10-3169-44cc-8705-fa28feb42140","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขออนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ตามประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่ 58 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-8cfb-475d-bd9c-2c33a19c828f",27,0,12,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 และพระราชกฤษฎีกากำหนดให้กิจการท่าเรือเดินทะเลเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้การประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเลที่มีท่าให้บริการ ในการจอด เทียบ บรรทุก หรือขนถ่ายสินค้า แก่เรือเดินทะเลที่มีขนาดตั้งแต่ 500 ตันกรอสขึ้นไป ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บอัตราค่าบริการหรือไม่ก็ตาม เป็นกิจการค้าขายอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชน ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและกำกับดูแลกิจการท่าเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ ให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาพาณิชยนาวีของประเทศ ดังนั้นผู้ที่ประสงค์จะประกอบกิจการจึงต้องมายื่นขออนุญาตฯ     วิธีการยื่นแบบคำขอ    ให้ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเลฯ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานซึ่งต้องรับรองความถูกต้องทุกหน้าโดยผู้มีอำนาจ หากมีกรณีเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้มีอำนาจแนบมาด้วย การยื่นเอกสารหลักฐานให้เเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือซึ่งเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชนตามข้อ 3 (9) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2515 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2548 โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองกำกับ      การพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า ในวันและเวลาราชการ    ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้องที่www.md.go.th ไปที่งานบริการ ไปที่แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ ไปที่พิมพ์แบบฟอร์ม ไปที่กองกำกับการพาณิชยนาวี ไปที่การขออนุญาต/การต่อใบอนุญาต หรือการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ตาม ปว.58    หรือ มาขอรับที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและในการพิจารณา  1.ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้ที่มีท่าเรือซึ่งให้บริการ ในการจอด เทียบ บรรทุก หรือขนถ่ายสินค้า แก่เรือเดินทะเลที่มีขนาดตั้งแต่ 500 ตันกรอสขึ้นไป ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บอัตราค่าบริการหรือไม่ก็ตาม หากไม่ขออนุญาตดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  2. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอที่ครบถ้วนและถูกต้อง จึงจะดำเนินการลงเลขรับเพื่อพิจารณาคำขออนุญาตก่อนที่กรมเจ้าท่าจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามออกใบอนุญาตต่อไป  3. ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง หรือผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเอกสารเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนคำขอให้แก่ผู้ยื่น  4. ในกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้ขอแนบมาด้วย พร้อมติดอากรแสตมป์  5. การเริ่มนับวันในการดำเนินการ โดยนับแต่วันที่ได้รับคำขอจนถึงอธิบดีกรมเจ้าท่าพิจารณาเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมเป็นระยะเวลารวมภายใน 8 วันทำการ และในกรณีไม่อาจดำเนินการเสร็จภายใน 8 วันทำการ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันรับคำขอ ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวไม่นับระยะเวลาเดินทางในการตรวจสถานที่ท่าเรือ (ระเบียบกระทรวงคมนาคมว่าด้วยการปฏิบัติราชการสำหรับการขออนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ซึ่งเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชนตามข้อ 3(9) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542)สำหรับระยะเวลาตั้งแต่รับคำขอจนถึงเสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาอนุญาตและออกใบอนุญาตใช้เวลารวมทั้งสิ้น 21 วันทำการ โดยไม่นับระยะเวลาเดินทางไปตรวจสภาพท่าเรือ","2022-11-21T14:48:47"],
    [3545,"94e56e10-3434-4853-8879-c4eb88f1cc4a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเลตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-9057-4cae-9e69-affe49cf1191",27,0,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต      ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือซึ่งเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชนตามข้อ 3 (9) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2515  ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 กำหนดว่าหากผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเลประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และให้ยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ    วิธีการยื่นแบบคำขอ        ให้ยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานซึ่งต้องรับรองความถูกต้องทุกหน้าโดยผู้มีอำนาจ หากมีกรณีเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้มีอำนาจแนบมาด้วย การยื่นเอกสารหลักฐานให้เเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือซึ่งเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชนตามข้อ 3 (9) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2515 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2548โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่   ณ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า ในวันและเวลาราชการ    ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้องที่ www.md.go.th ไปที่งานบริการ ไปที่แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ ไปที่พิมพ์แบบฟอร์ม ไปที่กองกำกับการพาณิชยนาวี ไปที่การขออนุญาต/การต่อใบอนุญาต หรือการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ตาม ปว.58    หรือ มาขอรับที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและในการพิจารณา  1. เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล และประสงค์จะประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเลต่อไปต้องมาดำเนินการยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอก่อนที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุ หากยื่นไม่ทันกำหนด จะประกอบกิจการหลังจากใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วไม่ได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  2. เมื่อได้ยื่นคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ยื่นคำร้องประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งผลการขออนุญาต  3. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอที่ครบถ้วนและถูกต้อง จึงจะดำเนินการลงเลขรับเพื่อพิจารณาคำขออนุญาตก่อนที่กรมเจ้าท่าจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่ได้รับมอบอำนาจ ลงนามออกใบอนุญาตต่อไป  4. ในกรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง หรือผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเอกสารเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนคำขอให้แก่ผู้ยื่น  5. ในกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้ขอแนบมาด้วย พร้อมติดอากรแสตมป์  6. การเริ่มนับวันในการดำเนินการ โดยนับแต่วันที่ได้รับคำขอจนถึงอธิบดีกรมเจ้าท่าพิจารณาเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมเป็นระยะเวลารวมภายใน 8 วันทำการ และในกรณีไม่อาจดำเนินการเสร็จภายใน 8 วันทำการ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันรับคำขอ ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวไม่นับระยะเวลาเดินทางในการตรวจสถานที่ท่าเรือ (เทียบเคียงระเบียบกระทรวงคมนาคมว่าด้วยการปฏิบัติราชการสำหรับการขออนุญาตประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ซึ่งเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชนตามข้อ 3(9) แห่งประกาศ   ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542)สำหรับระยะเวลาตั้งแต่รับคำขอจนถึงเสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาอนุญาตและออกใบอนุญาตใช้เวลารวมทั้งสิ้น 21 วันทำการ โดยไม่นับรวมระยะเวลาเดินทางไปตรวจสภาพท่าเรือ","2022-11-21T14:48:15"],
    [3546,"94e56e10-36b8-4428-989e-ecb3460a2c61","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-93af-4205-978b-eef190b3168c",7,0,11,"หลักเกณฑ์                  ตามมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2524) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2527) และระเบียบกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีว่าด้วยการปฏิบัติราชการสำหรับการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ พ.ศ. 2547 กำหนดให้ผู้สั่งหรือนำเข้าของที่ต้องบรรทุกโดยเรือไทย ไม่ส่งของดังกล่าวโดยเรือไทย และไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษสองเท่าของค่าระวางตามหลักเกณฑ์การคิดค่าระวางที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย                     กรณีที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ ผู้สั่งและนำเข้าของจะต้องรับผิดชอบในการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี ดังนี้                     (1) ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ  ที่สั่งหรือนำเข้าของมาจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ในหน่วยงานราชการ                     (2) บุคคลอื่นสั่งและนำเข้าของมาจากต่างประเทศเพื่อส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ                      (3) บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับทางราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจสั่งและนำเข้าของมาจากต่างประเทศเพื่อปฏิบัติตามสัญญา                     (4) บุคคลอื่นสั่งและนำเข้ามาเพื่อบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับทางราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ                     การยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมพิเศษต้องดำเนินการภายใน 7 วันนับแต่วันที่เรือมาถึงเมือท่าในประเทศไทย หากล่าช้าให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 จากอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษ                  การคิดค่าธรรมเนียมพิเศษจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันทำการหลังจากการรับคำขอและมีข้อมูลค่าระวางเรือในใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและมูลค่าเพิ่มของกรมศุลกากร หากไม่มีข้อมูลค่าระวางดังกล่าวจะต้องสอบถามค่าระวางจากสายเรืออื่น ซึ่งระยะเวลารอคอยข้อมูลค่าระวางจากสายเรือไม่นับรวมในการดำเนินการ                  การชำระค่าธรรมเนียมพิเศษเมื่อผู้ขอได้รับแจ้งหนังสือขอให้มาชำระค่าธรรมเนียมพิเศษโดยต้องมาชำระเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คภายในระยะเวลาที่กำหนดภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีหนังสือแจ้ง กรณีที่ชำระล่าช้าจะต้องรับภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น                   ทั้งนี้ รายละเอียดหลักเกณฑ์ในการคิดค่าธรรมเนียมพิเศษ เอกสารหลักฐานและวิธีการยื่นชำระค่าธรรมเนียมพิเศษและการคิดดอกเบี้ย และขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษเป็นไปตามกฎกระทรวงและระเบียบกรมเจ้าท่าดังกล่าวข้างต้น                     วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอ                   ให้ผู้สั่งและนำเข้ายื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมพิเศษและแนบเอกสารหลักฐานที่กำหนด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจทุกหน้า หากมอบหมายให้มีผู้ทำการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์แนบมาด้วย โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองกำกับการพาณิชยนาวี ในวันและเวลาราชการ                   ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบร่างคำขอชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ ได้ที่ www.md.go.th - งานบริการ - แบบฟอร์มคำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี &gt;  การชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ หรือมาขอรับที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า                   การพิจารณาการแจ้งขอคำขอ เป็นการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมพิเศษ กรณีที่มีข้อมูลค่าระวางเรือปรากฏในเอกสารสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและมูลค่าเพิ่มจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 7 วันทำการ หากเป็นกรณีอื่นที่ไม่มีข้อมูลจะต้องพิจารณาสอบถามจากสายเรืออื่นอาจจะต้องใช้เวลาในการรอข้อมูล ซึ่งอาจจะไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ                          การมาชำระค่าธรรมเนียมพิเศษที่กองคลัง กรมเจ้าท่าต้องมาชำระค่าธรรมเนียมพิเศษก่อนเวลา 15.00 น. ตามวันที่แจ้งให้มาชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ","2022-03-07T16:33:34"],
    [3547,"94e56e10-40f4-43f5-89f2-b8bd14b17655","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจดทะเบียนการตั้งตัวแทน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-a0a1-4b0a-aa2f-e8d76dc4af7a",30,4000,7,"มาตรา 48 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในต่างประเทศตามมาตรา 39 (3) ที่ประสงค์จะประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนการตั้งตัวแทนต่อนายทะเบียนโดยแสดงหลักฐานการจดทะเบียนในต่างประเทศพร้อมทั้งแสดงหลักฐานเกี่ยวกับการตั้งผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39(1) เป็นตัวแทนในราชอาณาจักร         หากนายทะเบียนเห็นว่าผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนแสดงหลักฐานถูกต้อง ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนการตั้งตัวแทนและออกใบทะเบียนการเป็นตัวแทนภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียน         การยื่นคำขอจดทะเบียนการตั้งตัวแทน การจดทะเบียนการตั้งตัวแทน การออกใบทะเบียนการเป็นตัวแทนและการรับเป็นตัวแทน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง         ถ้านายทะเบียนเห็นว่าไม่อาจรับจดทะเบียนการตั้งตัวแทนได้เนื่องจากผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนแสดงหลักฐานไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยมิชักช้าแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ          ในการรับจดทะเบียนการตั้งตัวแทนตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบไว้ในใบทะเบียนได้ตามความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้    คำนิยามตามมาตรา 4            การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หมายความว่า การรับขนของโดยมีรูปแบบการขนส่งที่แตกต่างกันตั้งแต่สองรูปแบบขึ้นไปภายใต้สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบฉบับเดียว โดยขนส่งจากสถานที่ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องได้รับมอบของในประเทศหนึ่งไปยังสถานที่ซึ่งกำหนดให้เป็นสถานที่ส่งมอบของในอีกประเทศหนึ่ง          ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในฐานะตัวการและเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการขนส่งตามสัญญาไม่ว่าการทำสัญญานั้นจะทำด้วยตนเองหรือโดยบุคคลที่ตนมอบหมาย แต่ไม่รวมถึงบุคคลที่กระทำการในฐานะตัวแทนหรือทำการผู้ตราส่งหรือผู้ขนส่งที่มีส่วนร่วม ในการปฏิบัติการขนส่งดังกล่าว          ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน หมายความว่าผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องที่ได้จดทะเบียนตามมาตรา 41 หรือมาตรา 48 หรือมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ. การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  (1) เป็นผู้ประกอบการขนส่ง หรือขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในต่างประเทศตามมาตรา 39(3) ที่ประสงค์จะประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในราชอาณาจักร  (2) เป็นผู้ตั้งผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39(1) เป็นตัวแทนในราชอาณาจักร    วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1. ให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่าโดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.2) ได้ที่  www.md.go.th - งานบริการ - แบบฟอร์ม/ คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี  - การจดทะเบียนผุ้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ - แบบ ขต.-ค.2 หรือ ผู้ยื่นคำขอมาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2. การยื่นคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.2) และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 250 บาท และใบทะเบียนฯ (แบบ ขต.-บ.2) จำนวน 4,000 บาท ให้มาชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ?  3. ตรวจสอบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.2) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้       (1)ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม       (2)ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ  4. ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำใบทะเบียนการตั้งตัวแทน (แบบ ขต.-บ.2) และเสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบทะเบียน  5. แจ้งรับใบทะเบียนพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 4,000 บาท    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1. กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3. การพิจาณาอนุญาตจะออกให้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดทะเบียนจนถึงวันที่ออกใบทะเบียน  4. กรณีที่คุณสมบัติหรือหลักประกันไม่ถูกต้อง นายทะเบียนจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคุณสมบัติหรือหลัก ประกัน ภายใน 15 วัน และให้ยื่นคำขอใหม่ กรณีดังกล่าวจะออกใบทะเบียนให้ภายใน 30 วัน นับแต่ยื่นคำขอใหม่  5. ใบทะเบียนการตั้งตัวแทน ให้มีอายุตามอายุของสัญญาการตั้งตัวแต่ไม่เกินสองปี    6. กรณีผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา 48 วรรคห้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 72)    7. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง  กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน ไม่รับจดแจ้ง ไม่ออกใบทะเบียนตามมาตรา 48 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-08T09:36:54"],
    [3548,"94e56e10-4622-45ad-aebe-cea5392be0b0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขออนุญาตตั้งสาขาในการประกอบกิจการของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-a728-42db-b66f-2dc3bff8aa04",30,500,4,"หลักเกณฑ์     มาตรา 44 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ที่ประสงค์จะตั้งสาขาในการประกอบกิจการ ให้ขออนุญาตต่อนายทะเบียน   นายทะเบียนจะอนุญาตโดยมีเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการก็ได้  โดยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตตั้งสาขาและการออกใบอนุญาตตั้งสาขาในการประกอบกิจการของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) พ.ศ. 2550  คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ    เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39(1) ที่ประสงค์จะตั้งสาขาในการประกอบกิจการ                                                                          วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต   1. ให้ยื่นดำขอด้วยตนเอง  ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.3) ได้ที่ www.md.go.th  - งานบริการ - แบบฟอร์ม/ คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี  -การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ - แบบ ขต.-ค.3  หรือผู้ยื่นคำขอมาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2. ยื่นการคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.3) และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 250 บาท และ ใบทะเบียนฯ (แบบ ขต.-บ.3) จำนวน 500 บาท ให้มาชำระได้  ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ   3.ตรวจสอบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.3) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้     (1)ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการ          - แจ้งผู้ยื่นคำขออนุญาตฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม      (2)ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการ          - ลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ   4. ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำใบอนุญาตฯ (แบบ ขต.-บ.3) และเสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบอนุญาตฯ   5. แจ้งรับใบอนุญาตพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 500 บาท        เงื่อนไขในการการยื่นคำขอและพิจารณาอนุญาต    1. กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ   2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่อง หลายรูปแบบ  3. การพิจารณาอนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอฯจนถึงวันที่ออกใบอนุญาต  4.ใบอนุญาตฯ ให้มีอายุตามอายุของใบทะเบียนผู้ประการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน มาตรา 39(1)  5.ในกรณีที่ใบทะเบียนตามมาตรา 39(1) สิ้นอายุ และไม่มีการต่ออายุหรือนายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอน ใบทะเบียนให้ถือใบอนุญาตฯ เป็นอันสิ้นผล  6. ในกรณีที่ใบทะเบียนตามมาตรา 39(1) สิ้นอายุและมีการยื่นคำขอต่ออายุตามมาตรา 42 วรรคสองแล้วให้ใบอนุญาตฯ มีผลต่อไปจนกว่านายทะเบียนจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบทะเบียน    7. กรณีผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา 44 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 72)    8. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง    กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน ไม่ออกใบทะเบียนตามมาตรา 41 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-08T09:37:40"],
    [3549,"94e56e10-488e-4348-a811-bcc8586046c5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอต่ออายุใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-aa65-4188-a9a6-dc981bd48b52",30,5000,6,"หลักเกณฑ์  มาตรา 42 กำหนดให้ใบทะเบียนของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบทะเบียน          ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบทะเบียนจะต้องยื่นคำขอก่อนใบทะเบียนสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน                  เมื่อได้ยื่นคำขอตามวรรคสองแล้ว ให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบต่อไปได้จนกว่านายทะเบียนจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบทะเบียนนั้น ซึ่งการขอต่ออายุใบทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  1.   เป็นผู้ประกอบขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ที่ใบทะเบียนยังมีอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  2.   เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร  3.   มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 80,000 หน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน (SDR)  4.   มีหลักประกันสำหรับความรับผิดตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดจากสัญญาที่ทำขึ้น (ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำหนด จำนวน ชนิด ขนาด และเงื่อนไขการดำรงหลักประกันและสินทรัพย์ของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน พ.ศ. 2553)    วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1.  ให้ยื่นดำขอด้วยตนเอง ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.6) ได้ที่ www.md.go.th  -  งาน บริการ - แบบฟอร์ม/  คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี -การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ -  แบบ ขต.-ค.6 หรือ ผู้ยื่นคำขอมาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2.  การยื่นคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.6) ก่อนใบทะเบียนสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 250 บาท และใบทะเบียนฯ (แบบ ขต.-บ.1) จำนวน 5,000 บาท ให้มาชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ  3.  ตรวจสอบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.6) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้      (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียนฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม      (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ  4.  ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (แบบ ขต.-บ.1) และเสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบทะเบียน  5.  แจ้งรับใบทะเบียนพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 5,000 บาท     เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1. กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่ รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3. อนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอฯจนถึงวันที่ออกใบทะเบียนฯ  4. กรณีที่คุณสมบัติหรือหลักประกันไม่ถูกต้อง นายทะเบียนจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคุณสมบัติหรือ หลักประกันภายใน 20 วัน และให้ยื่นคำขอใหม่ กรณีดังกล่าวจะออกใบทะเบียนให้ภายใน 30 วันนับแต่ยื่นคำขอใหม่  5. ใบทะเบียนของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบทะเบียน    6. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา 48 วรรคห้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 72)    7. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง  กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบทะเบียนตามมาตรา 42 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-08T09:38:06"],
    [3550,"94e56e10-4c6a-414f-9306-ab0ec57b375f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การต่ออายุใบจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-ad7f-4952-99bc-34a04c52a4e9",30,4000,8,"หลักเกณฑ์  มาตรา 46 ใบจดแจ้งของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (2) ให้มีอายุตามที่ได้จดทะเบียนในต่างประเทศแต่ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ออกใบจดแจ้ง ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบจดแจ้งจะต้องยื่นคำขอเสียก่อนใบจดแจ้งสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และให้นำมาตรา 42 วรรคสามและวรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม         ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอต่ออายุใบทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2553    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  -    เป็นผู้ประกอบการขนส่งหรือขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในต่างประเทศตามมาตรา 39(2) ที่ได้จดแจ้งเป็นผู้ประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในราชอาณาจักรโดยการตั้งตัวแทนหรือตั้งสำนักงานสาขาและใบจดแจ้งยังมีอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  -   โดยตัวแทนต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้       (1) เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) หรือ       (2) เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยโดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการขนส่ง หรือเป็นนายหน้า ตัวแทนหรือตัวแทน  ค้าต่างในกิจการขนส่งตัวแทนตาม (2) จะต้องดำรงหลักประกันสำหรับความรับผิดของตัวการตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดจากสัญญาที่ทำขึ้น    วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1.   ให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.7) ได้ที่ www.md.go.th  - งานบริการ - แบบฟอร์ม/ คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี -การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ -แบบ ขต.-ค.7 หรือ ผู้ยื่นคำขอมาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2.   การยื่นคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.7) และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 250 บาท และใบจดแจ้งฯ (แบบ ขต.-บ.5) จำนวน 4,000 บาท ให้มาชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ  3.   การตรวจสอบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.7) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้        (1) กรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบจดแจ้งฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม        (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมชำระค่าธรรมเนียมคำขอ        (3) ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำใบจดแจ้งฯ(แบบ ขต.-บ.5) เสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบจดแจ้ง        (4) แจ้งรับใบจดแจ้งฯพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 4,000 บาท        เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1.  กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2.  สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3.  การพิจารณาอนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอฯ จนถึงวันที่ออกใบจดแจ้งฯ  4.  กรณีที่คุณสมบัติหรือหลักประกันไม่ถูกต้อง นายทะเบียนจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคุณสมบัติหรือหลักประกัน ภายใน 15 วัน และให้ยื่นคำขอใหม่ กรณีดังกล่าวจะออกใบจดแจ้งฯ ให้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอต่ออายุใบจดแจ้งใหม่  5. ใบจดแจ้งฯ ให้มีอายุตามที่ได้จดทะเบียนในต่างประเทศแต่ไม่เกินสองปี นับแต่วันที่ออกใบจดแจ้งฯ    6. กรณีผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา 45 วรรคห้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 72)    7. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง  กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบจดแจ้งตามมาตรา 46 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-08T09:38:29"],
    [3551,"94e56e0f-673f-4068-9959-e44763ee77d9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การออกหนังสือคนประจำเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-7ca9-451e-815c-c66a345c4a19",4,521,15,"บุคคลที่ประสงค์จะขอรับหนังสือคนประจำเรือต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับผู้ทำการในเรือ พ.ศ.2558  ดังนี้                  1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี                  2. เป็นบุคคลผู้ได้รับการรับรองว่ามีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะทำงานในเรือได้    บุคคลที่ประสงค์จะขอรับหนังสือคนประจำเรือให้ยื่่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐาน ดังนี้      1. บุคคลผู้มีสัญชาติไทย                   1.1  บัตรประจำตัวประชาชน                   1.2  รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน)                   1.3  ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่ามีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะทำงานในเรือได้      2. บุคคลผู้มิได้มีสัญชาติไทย                   2.1 หนังสือเดินทางพร้อมหลักฐานการเข้าเมืองตามกฎหมาย                   2.2  รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน)                   2.3 ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่ามีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะทำงานในเรือได้                   2.4 หลักฐานการว่าจ้างทำงานในเรือไทย    (หมายเหตุ : ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอน นับรวมไว้ในระยะเวลาดำนินการรวม ในกรณีมีผู้ขอรับบริการจำนวนมาก)","2022-03-07T15:15:08"],
    [3552,"94e56e10-6123-4839-9de1-287a2efcd853","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอต่ออายุใบทะเบียนการตั้งตัวแทน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-b095-4ce6-b505-a9f5bebd47f0",30,4000,7,"หลักเกณฑ์  มาตรา 49  กำหนดให้ใบทะเบียนการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (3) ให้มีอายุตามอายุของสัญญาการตั้งตัวแทนแต่ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ออกใบทะเบียน                    ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบทะเบียนจะต้องยื่นคำขอก่อนใบทะเบียนสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และให้นำมาตรา 42 วรรคสามและวรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม                    ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอต่ออายุใบทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2553    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  (1) เป็นผู้ประกอบการขนส่ง หรือขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในต่างประเทศตามมาตรา 39 (3)ที่ใบทะเบียนยังมีอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  (2) เป็นผู้ตั้งผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) เป็นตัวแทนในราชอาณาจักร    วิธีการในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1.  ให้ยื่นคำขอด้วยตนเองที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.8) ได้ที่ www.md.go.th - งานบริการ - แบบฟอร์ม/ คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี -การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ - แบบ ขต.-ค.8 หรือ ผู้ยื่นคำขอ มาติดต่อ ขอรับแบบคำขอฯ ที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2.  การยื่นคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.8) และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 250 บาท และใบทะเบียนฯ (แบบ ขต.-บ.2) จำนวน 4,000 บาท ให้มาชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ  3.  ตรวจสอบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.8) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้       (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียนฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม       (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ  4.  ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำใบทะเบียนการตั้งตัวแทน (แบบ ขต.-บ.2) เสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบทะเบียน  5.  แจ้งรับใบทะเบียนพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 4,000 บาท    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1. กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3. การพิจารณาอนุญาตจะออกภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอฯจนถึงวันที่ออกใบทะเบียนฯ  4. กรณีที่คุณสมบัติหรือหลักประกันไม่ถูกต้อง นายทะเบียนจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคุณสมบัติหรือหลักประกันภายใน 15 วันและให้ยื่นคำขอใหม่ กรณีดังกล่าวจะออกใบทะเบียนให้ภายใน 30 วัน นับแต่ยื่นคำขอใหม่  5. ใบทะเบียนการตั้งตัวแทน ให้มีอายุตามอายุของสัญญาการตั้งตัวแต่ไม่เกินสองปี    6. กรณีผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา 48 วรรคห้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 72)    7. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง  กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบทะเบียนตามมาตรา 49 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-08T09:40:50"],
    [3553,"94e56e10-6597-45dd-81c1-fcee10b3a40d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในใบทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-b407-4277-aa36-340421b8a0ed",15,100,4,"หลักเกณฑ์  มาตรา 56 ในกรณีที่มีการย้ายสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขา หรือมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในใบทะเบียน ให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนแจ้งแก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงและให้นายทะเบียนหมายเหตุการเปลี่ยนแปลงนั้นไว้ในใบทะเบียน             ใบทะเบียนต้องแจ้งเปลี่ยนแปลง ได้แก่  ใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ใบอนุญาตตั้งสาขาฯ ใบจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและใบทะเบียนการตั้งตัวแทน ที่ออกตามมาตรา 41 มาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัตินี้             โดยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นเป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่น และการพิจารณาคำขออื่นๆ ของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน พ.ศ.2554 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554    การยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนที่ออกตามมาตรา 41 มาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 48 ที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ใบอนุญาตตั้งสาขาฯ ใบจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและใบทะเบียนการตั้งตัวแทน    วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1.  ให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง ที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่าโดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ คำขออื่นๆ) ได้ที่  www.md.go.th  - งานบริการ  - แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ  - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี  - การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ - แบบคำขออื่นๆ หรือ ผู้ยื่นคำขอมาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ ที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2.  ยื่นคำขอ(แบบ คำขออื่นๆ) ต้องยื่นภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในใบทะเบียน และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 100 บาท ให้ชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ  3. ตรวจสอบคำขอฯ (แบบ คำขออื่นๆ) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้       (1)  ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม       (2)  ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ  4.  ประมวลเรื่องพร้อมแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญใบทะเบียนเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ และเสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบทะเบียน  5.  แจ้งรับใบทะเบียน    เงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต  -   อนุญาตภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับคำขอฯ ถึงวันที่ลงนามเปลี่ยนแปลงในใบทะเบียนหรือภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการตามคำขอฯ (กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน) จนถึงวันที่ลงนามเปลี่ยนแปลงในใบทะเบียน  -   กรณีที่ไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 56 ในการยื่นขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในใบทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (ตามมาตรา 73) กรณีที่ชำระค่าปรับในอัตราสูงสุดภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน (ตามมาตรา 78)","2022-03-08T09:41:05"],
    [3554,"94e56e0f-69c1-46bd-aaf5-8416c2ecabeb","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การตรวจเรือเพื่อออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-8043-4ec2-bda6-8101d892e519",3,80,6,"1.เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือที่มีความประสงค์จะให้เจ้าพนักงานตรวจเรือออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเดินเรือในน่านน้ำไทย  พ.ศ.2456 มาตรา 163        1.1ในกรณีผู้ยื่นคำร้องพร้อมนำเรือมาให้ตรวจ   ณ  สถานที่ทำการของกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าสาขาที่สามารถนำเรือไปถึงได้  เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือต้องยื่นคำร้องตามแบบ ก.5   โดยเจ้าพนักงานตรวจเรือจะดำเนินการตรวจเรือให้ภายในวันนั้น        1.2 ในกรณีผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถนำเรือมาให้ตรวจ  ณ  สถานที่ทำการได้ ให้เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน สำหรับการตรวจเรือที่อยู่ภายในประเทศ และไม่น้อยกว่า 21 วัน สำหรับการตรวจเรือที่อยู่ต่างประเทศ         1.3. การยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ให้เจ้าของเรือกรอกรายละเอียดที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้     2. ในกรณีในข้อ 1.2 เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ ต้องจัดเตรียมเรือให้พร้อมในวันทำการตรวจเรือ   โดยให้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ไว้ในแบบ ก.5 เพื่อเจ้าพนักงานตรวจเรือจะได้เตรียมการเดินทางไปตรวจเรือ  3. กรณีที่ครบกำหนดตามวันเวลาที่นัดหมาย ตาม 2. แล้วผู้ยื่นไม่สามารถจะนำเจ้าพนักงานตรวจเรือไปตรวจเรือได้ ให้แจ้งถึงความจำเป็นดังกล่าวตามแบบ ก.5 ก่อนถึงกำหนดเวลาดังกล่าว มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำร้องไม่ประสงค์ที่จะให้ดำเนินการตามที่ยื่นคำร้อง  4.สำนักมาตรฐานเรือ จะมีหนังสือแจ้งส่งถึงผู้ยื่นตามที่อยู่ข้อ 1.3 เพื่อแจ้งสาเหตุของกรณีที่ไม่สามารถออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือ ภายใน 7 วันนับจากวันที่ผิดนัด  5.  กรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ได้นำเจ้าพนักงานตรวจเรือไปตรวจเรือตามกำหนดวันเวลาที่ระบุไว้ จะทำการตรวจเรือต่อหน้าเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ และหากปรากฏข้อบกพร่องซึ่งจะต้อง แก้ไข  เพื่อให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือโดยเจ้าพนักงานตรวจเรือจะแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบ ร.25  6.เมื่อเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือได้ปฏิบัติตามที่เจ้าพนักงานตรวจเรือได้แจ้งให้ทราบตามแบบ  ร.25  แล้ว ให้แจ้งเจ้าพนักงานตรวจเรือทราบเพื่อจะได้ตรวจเรือ ตามหัวข้อที่ให้แก้ไขอีกครั้ง  7.เจ้าพนักงานตรวจเรือจะออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือให้ เมื่อได้ตรวจเรือ เครื่องจักร อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ตลอดจนจำนวนและคุณสมบัติของคนประจำเรือว่าถูกต้องตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือทุกประการ","2022-03-07T15:32:31"],
    [3555,"94e56e0f-6bfe-40bf-b70a-615de7af0672","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใบอนุญาตจอดเรือนอกเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทย  (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-8360-4d79-8739-4cbc76085fef",1,0,2,"เรือกลเดินทะเล และเรือใบที่เข้ามายังเมืองท่าหรือเขตท่าเรือใดๆ ในน่านน้ำไทยต้องจอด ณ ที่จอดเรือหรือเทียบท่าเทียบเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่ในกรณีที่จอดเรือหรือท่าเทียบเรือไม่ว่างพอจะจอดหรือเทียบได้ หรือเพราะเหตุจำเป็นอย่างอื่น เรือสามารถจอดเรือนอกเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้        ให้ผู้ขออนุญาตเขียนคำร้องขอจอดนอกเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยคำร้องจะต้องมีเนื้อหาดังต่อไปนี้   2.1 ชื่อบริษัทตัวแทนเรือ   2.2 ชื่อเรือ สัญชาติเรือ หมายเลข IMO Number   2.3 ชื่อท่าเทียบเรือที่เรือเข้าจอดเรือหรือเทียบท่าเทียบ   2.4 วัตถุประสงค์ในการขอจอดเรือนอกเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทย   2.5 จำนวนวันที่ทำการขอจอดเรือ (ให้ระบุเวลาที่ขออนุญาตแต่ต้องไม่เกิน 10 วัน)   2.6 ชื่อท่าเทียบเรือสำรองกรณีทิ้งสมอกลางน้ำ    เรือกลเดินทะเล และเรือใบที่เข้ามายังเมืองท่าหรือเขตท่าเรือใดๆ ในน่านน้ำไทยต้องจอด ณ ที่จอดเรือหรือเทียบท่าเทียบเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่ในกรณีที่จอดเรือหรือท่าเทียบเรือไม่ว่างพอจะจอดหรือเทียบได้ หรือเพราะเหตุจำเป็นอย่างอื่น เรือสามารถจอดเรือนอกเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้        ให้ผู้ขออนุญาตเขียนคำร้องขอจอดนอกเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยคำร้องจะต้องมีเนื้อหาดังต่อไปนี้   2.1 ชื่อบริษัทตัวแทนเรือ   2.2 ชื่อเรือ สัญชาติเรือ หมายเลข IMO Number   2.3 ชื่อท่าเทียบเรือที่เรือเข้าจอดเรือหรือเทียบท่าเทียบ   2.4 วัตถุประสงค์ในการขอจอดเรือนอกเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทย   2.5 จำนวนวันที่ทำการขอจอดเรือ (ให้ระบุเวลาที่ขออนุญาตแต่ต้องไม่เกิน 10 วัน)   2.6 ชื่อท่าเทียบเรือสำรองกรณีทิ้งสมอกลางน้ำ","2022-03-07T15:32:53"],
    [3556,"94e56e0f-6e4a-48ed-ac06-a51f2bc5d832","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใบอนุญาตขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ และการอนุญาตให้เคลื่อนย้ายเรือบรรทุกสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-8693-4fe0-8174-bec1e2811526",1,0,6,"ให้ผู้ขออนุญาตเขียนคำร้องตามแบบฟอร์ม ท.31/46ของกรมเจ้าท่า พร้อมยื่นเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้        กรณีเรือไทย        ใบอนุญาตใช้เรือที่ยังไม่ขาดอายุ        สำเนาใบอนุญาตให้ขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ของกรมเจ้าท่า จากท่าหรือตำบลในประเทศซึ่งเป็นสถานที่ต้นทางที่เรือนั้นนำสินค้ามา        กรณีเรือต่างประเทศ        บัญชีสำแดงสินค้าอันตราย (Dangerous Cargoes Manifest)        International Oil Pollution Prevention Certificate สำหรับกรณีเรือต่างประเทศที่บรรทุกน้ำมันหรือสารคล้ายน้ำมันในถังระวาง หรือCertificate of Fitness for the Carriage of Chemicals in Bulk สำหรับกรณีเรือต่างประเทศที่บรรทุกสารเคมีเหลวในถังระวาง เมื่อเจ้าท่าตรวจสอบหลักฐานและเอกสารเพื่อพิจารณาการอนุญาตให้ขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จนครบถ้วนและถูกต้องแล้ว เจ้าท่าจะออกใบอนุญาตให้ขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้            ใบอนุญาตให้ขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ฉบับหนึ่งให้ใช้ขนถ่ายได้ ณ ท่าหรือตำบลที่เดียวในหนึ่งเที่ยวเรือเท่านั้น โดยมีกำหนดระยะเวลาการอนุญาตเพื่อการขนถ่ายไม่เกินกำหนด 5 วัน        กรณีการขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ในเที่ยวเรือใด ซึ่งได้กระทำการโดยผ่านท่าเรือตำบลที่ขนถ่ายมากกว่า 1 แห่ง ผู้ขนถ่ายจะต้องยื่นขออนุญาตทุกท่าหรือตำบลที่มีการขนถ่ายนั้นๆ        กรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตไม่อาจดำเนินการขนถ่ายสิ่งของที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตผู้ได้รับอนุญาตอาจยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตโดยแสดงเหตุผลหรือความจำเป็นเพื่อการนั้นประกอบด้วย","2022-03-07T15:33:15"],
    [3557,"94e56e0f-70e8-4f04-9b73-dd4e24009a33","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใบอนุญาตให้เรือออกจากท่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-89e8-4af0-b977-0b1d4ac8bc6e",1,100,17,"เรือกลเดินทะเล และเรือใบที่จะออกจากเมืองท่าหรือเขตท่าเรือใดๆ ในน่านน้ำไทย ไปยังเมืองท่าหรือเขตท่าเรืออื่นใดภายในน่านน้ำไทย หรือออกไปยังเมืองท่าต่างประเทศ นายเรือหรือผู้แทน แจ้งกำหนดออกเรือต่อเจ้าพนักงานเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงก่อนออกเรือ แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง         ใบอนุญาตให้เรือออกจากท่าจะออกให้ก่อนกำหนดเรือออกไม่เกิน 24 ชั่วโมง และอายุของใบอนุญาตให้เรือออกจากท่าสิ้นสุดลงภายหลังกำหนดเวลาเรือออกจากท่า 24 ชั่วโมง และเมื่อออกใบอนุญาตฉบับใหม่ ให้ส่งคืนใบอนุญาตฉบับเดิม         การรายงานการออกไปของเรือให้นายเรือหรือผู้แทน ยื่นแบบแจ้งเรือออก ต่อเจ้าพนักงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบที่เรือออกไป         กรมเจ้าท่าจะไม่ออกใบอนุญาตให้เรือออกจากท่าให้แก่เรือลำใดๆ เมื่อได้รับแจ้งว่า         - เรือลำนั้นถูกยึดหรืออายัดโดยคำสั่งศาล         - เรือลำนั้นถูกยึดอายัดตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน         ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากหน่วยงานราชการใดว่าเรือนั้นยังมิได้ชำระค่าจ้างนำร่อง ค่าธรรมเนียมประภาคาร การใช้น่านน้ำ การขนถ่ายสินค้ากลางน้ำ การจอดทอดสมอ ทุ่นเครื่องหมายนำร่องและโคมไฟ หรือเรือนั้น ถูกกัก ยึดหรืออายัด ตามกฎหมายอื่นๆ         ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจเรือตามระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยการตรวจเรือเดินทะเลเพื่อความปลอดภัย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2529 ว่าเรือลำนั้นถูกกักมิให้ออกจากท่า         ได้รับแจ้งจากส่วนตรวจการเดินเรือ สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในเขตพื้นที่รับผิดชอบว่าเรือนั้นบรรทุกเกินกว่าแนวน้ำบรรทุกที่กำหนดหรือเรือนั้นกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456            การแจ้งเรือออกใช้เอกสารดังนี้         General Declaration (ท.30) จำนวน 2 ชุด         Crew List (ตม.4)  จำนวน 1 ชุด         Original Port Clearance of last port of call         Ship&amp;rsquo;s document form  จำนวน 1 ชุด         Ship&amp;rsquo;s Certificate         Cargo Ship Safety Construction Certificate         Cargo Ship Safety Equipment Certificate         Cargo Ship Safety Radio Certificate         International Load Line Certificate                     International Tonnage Certificate                     International Oil Pollution Prevention Certificate                     International Safety Management Certificate                     Minimum Safe manning document                     Exemption Certificate                     Deratting Certificate                     Port State Control &amp;ndash; Last Port                     Exemption Certificate                          ใบสำคัญการตรวจเรือประเภทต่างๆ ของเรือเช่น        Passenger Ship Safety Certificate.        International Pollution Prevention for Noxious Liquid Substances (NLS).        International Certificate of Fitness for Carriage of Dangerous Chemicals in Bulk.        International Certificate of Fitness for Carriage of Liquefied Gases in Bulk.        High-Speed Craft Safety Certificate (HSC).        ประกาศนียบัตร Certificates of Competency และ Certificates of Endorsement          กรมเจ้าท่าจะตรวจสอบเอกสาร และถ้าตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง กรมเจ้าท่าจะปฏิเสธการรับคำร้องดังกล่าว        กรมเจ้าท่าจะเริ่มพิจารณาต่อเมื่อผู้ขออนุญาตยื่นเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนและถูกต้อง        สำเนาเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่นำมายื่นผู้ขออนุญาตหรือผู้รับมอบอำนาจต้องเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ","2022-03-07T15:33:38"],
    [3558,"94e56e0f-7318-4e11-a536-c5362da7838f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","หนังสือรับรองการตรวจสภาพท่ารับส่งคนโดยสาร ท่ารับส่งสินค้า ท่าเทียบเรือ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-8d2e-460c-b93e-29adfea9baf4",20,2000,7,"ผู้ประสงค์จะขอหนังสือรับรองการตรวจสภาพท่ารับส่งคนโดยสาร ท่ารับส่งสินค้าท่าเทียบเรือ ให้ยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ที่สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า              เจ้าพนักงานตรวจท่าตรวจสอบหลักฐานและเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน              เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป ลงทะเบียนรับคำขอ และจัดเก็บค่าธรรมเนียมการตรวจตามกฎกระทรวงฉบับที่ 19     (พ.ศ. 2510) ข้อ (10) (11) (12) หรือ (14)              หัวหน้ากลุ่มตรวจท่า มอบหมายเจ้าพนักงานตรวจท่าตรวจและพิจารณา              เจ้าพนักงานตรวจท่าตรวจสภาพที่ที่ขออนุญาต โดยพิจารณาความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัยในการใช้ท่าเทียบเรือนั้นๆ โดยต้องพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 15 วันทำการ              หัวหน้าส่วนตรวจท่า พิจารณาตรวจ หากมีข้อเสนอแนะ แก้ไข ส่งเจ้าพนักงานตรวจท่าผู้พิจารณาดำเนินการ              ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำพิจารณาผลการตรวจ หากมีข้อเสนอแนะ แก้ไข ส่งหัวหน้าส่วนตรวจท่าดำเนินการการ    กรณีผลการตรวจผ่านการพิจารณาผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำพิจารณาออกหนังสือรับรอง","2022-03-07T15:34:06"],
    [3559,"94e56e10-6ff7-4a1b-a017-7fd65316a82f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขออนุญาตเช่าและใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-ba12-42e7-96ba-bab5cba4d32f",62,0,8,"หลักเกณฑ์     ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตเช่าและใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยในการประกอบการขนส่งทางทะเลโดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับเรือไทย ลงวันที่ 6 มีนาคม 2545 และประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลเช่าและ ใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยในการขนส่งทางทะเล โดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับเรือไทย (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2547 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลซึ่งถือกรรมสิทธิ์เรือไทยจะแจ้งการขออนุญาตเช่าและใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยเพื่อเสริมจำนวนเรือในเส้นทางที่มีเรือของตนเดินรับขนของอยู่เป็นปกติ เพื่อให้ได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับเรือไทยตลอดเวลาการเช่าเรือ","2022-03-08T09:41:48"],
    [3560,"94e56e0f-7de3-4b2b-8abf-83d841580ffe","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การตรวจเรือเพื่อออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือ(ในกรณีจดทะเบียนเรือใหม่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-9b67-477c-9fdb-c45991c233fb",3,80,5,"เรือที่จดทะเบียนเรือใหม่ที่มีความยาวของเรือไม่เกิน 24 เมตร ไม่ต้อขออนุมัติใบสำคัญรับรองการตรวจอนุมัติแบบแปลนเรือ แต่เรือที่มีความยาวของเรือเกิน 24 เมตร ต้องขออนุมัติใบสำคัญรับรองการตรวจอนุมัติแบบแปลนเรือก่อน จากนั้นให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปดังนี้  1.เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือที่มีความประสงค์จะให้เจ้าพนักงานตรวจเรือออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเดินเรือในน่านน้ำไทย  พ.ศ.2456 มาตรา 163        1.1ในกรณีผู้ยื่นคำร้องพร้อมนำเรือมาให้ตรวจ ณ สถานที่ทำการของกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าสาขาที่สามารถนำเรือไปถึงได้  เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือต้องยื่นคำร้องตามแบบ ก.5   โดยเจ้าพนักงานตรวจเรือจะดำเนินการตรวจเรือให้ภายในวันนั้น        1.2 ในกรณีผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถนำเรือมาให้ตรวจ ณ สถานที่ทำการได้ ให้เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน สำหรับการตรวจเรือที่อยู่ภายในประเทศ และไม่น้อยกว่า 21 วัน สำหรับการตรวจเรือที่อยู่ต่างประเทศ         1.3. การยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ให้เจ้าของเรือกรอกรายละเอียดที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้     2. ในกรณีในข้อ 1.2 เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ ต้องจัดเตรียมเรือให้พร้อมในวันทำการตรวจเรือ   โดยให้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ไว้ในแบบ ก.5 เพื่อเจ้าพนักงานตรวจเรือจะได้เตรียมการเดินทางไปตรวจเรือ  3. กรณีที่ครบกำหนดตามวันเวลาที่นัดหมาย ตาม 2. แล้วผู้ยื่นไม่สามารถจะนำเจ้าพนักงานตรวจเรือไปตรวจเรือได้ ให้แจ้งถึงความจำเป็นดังกล่าวตามแบบ ก.5 ก่อนถึงกำหนดเวลาดังกล่าว มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำร้องไม่ประสงค์ที่จะให้ดำเนินการตามที่ยื่นคำร้อง  4.สำนักมาตรฐานเรือ จะมีหนังสือแจ้งส่งถึงผู้ยื่นตามที่อยู่ข้อ 1.3 เพื่อแจ้งสาเหตุของกรณีที่ไม่สามารถออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือ ภายใน 7 วันนับจากวันที่ผิดนัด  5.  กรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ได้นำเจ้าพนักงานตรวจเรือไปตรวจเรือตามกำหนดวันเวลาที่ระบุไว้ จะทำการตรวจเรือต่อหน้าเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ และหากปรากฏข้อบกพร่องซึ่งจะต้อง แก้ไข  เพื่อให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือโดยเจ้าพนักงานตรวจเรือจะแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบ ร.25  6.เมื่อเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือได้ปฏิบัติตามที่เจ้าพนักงานตรวจเรือได้แจ้งให้ทราบตามแบบ  ร.25  แล้ว ให้แจ้งเจ้าพนักงานตรวจเรือทราบเพื่อจะได้ตรวจเรือ ตามหัวข้อที่ให้แก้ไขอีกครั้ง  7.เจ้าพนักงานตรวจเรือจะออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือให้ เมื่อได้ตรวจเรือ เครื่องจักร อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ตลอดจนจำนวนและคุณสมบัติของคนประจำเรือว่าถูกต้องตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือทุกประการ","2022-03-07T15:35:48"],
    [3561,"94e56e0f-8925-4fa0-85f9-458efffec069","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การตรวจเรือเพื่อออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-ab57-4f56-931d-d4eb7db24cf2",3,0,10,"1.เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือที่มีความประสงค์จะให้เจ้าพนักงานตรวจเรือออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ(Certificate) ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเดินเรือในน่านน้ำไทย  พ.ศ.2456 มาตรา 163        1.1ในกรณีผู้ยื่นคำร้องพร้อมนำเรือมาให้ตรวจ ณ สถานที่ทำการของกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าสาขาที่สามารถนำเรือไปถึงได้  เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือต้องยื่นคำร้องตามแบบ ก.5   โดยเจ้าพนักงานตรวจเรือจะดำเนินการตรวจเรือให้ภายในวันนั้น        1.2 ในกรณีผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถนำเรือมาให้ตรวจ ณ สถานที่ทำการได้ ให้เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน สำหรับการตรวจเรือที่อยู่ภายในประเทศ และไม่น้อยกว่า 21 วัน สำหรับการตรวจเรือที่อยู่ต่างประเทศ         1.3. การยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ให้เจ้าของเรือกรอกรายละเอียดที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้     2. ในกรณีในข้อ 1.2 เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ ต้องจัดเตรียมเรือให้พร้อมในวันทำการตรวจเรือ   โดยให้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ไว้ในแบบ ก.5 เพื่อเจ้าพนักงานตรวจเรือจะได้เตรียมการเดินทางไปตรวจเรือ  3. กรณีที่ครบกำหนดตามวันเวลาที่นัดหมาย ตาม 2. แล้วผู้ยื่นไม่สามารถจะนำเจ้าพนักงานตรวจเรือไปตรวจเรือได้ ให้แจ้งถึงความจำเป็นดังกล่าวตามแบบ ก.5 ก่อนถึงกำหนดเวลาดังกล่าว มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำร้องไม่ประสงค์ที่จะให้ดำเนินการตามที่ยื่นคำร้อง  4.สำนักมาตรฐานเรือ จะมีหนังสือแจ้งส่งถึงผู้ยื่นตามที่อยู่ข้อ 1.3 เพื่อแจ้งสาเหตุของกรณีที่ไม่สามารถออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือ ภายใน 7 วันนับจากวันที่ผิดนัด  5.  กรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ ได้นำเจ้าพนักงานตรวจเรือไปตรวจเรือตามกำหนดวันเวลาที่ระบุไว้ จะทำการตรวจเรือต่อหน้าเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ และหากปรากฏข้อบกพร่องซึ่งจะต้อง แก้ไข  เพื่อให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือโดยเจ้าพนักงานตรวจเรือจะแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบ ร.25  6.เมื่อเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือได้ปฏิบัติตามที่เจ้าพนักงานตรวจเรือได้แจ้งให้ทราบตามแบบ ร.25  แล้ว ให้แจ้งเจ้าพนักงานตรวจเรือทราบเพื่อจะได้ตรวจเรือ ตามหัวข้อที่ให้แก้ไขอีกครั้ง  7.เจ้าพนักงานตรวจเรือจะตรวจเรือ เครื่องจักร อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ตลอดจนจำนวนและคุณสมบัติของคนประจำเรือว่าถูกต้องตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือและอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลของการตรวจเรือให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือทราบและออกใบสำคัญรับรองการตรวจเรือตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ(Certificate)ให้  ตามรายละเอียดของคำร้องต่อไป","2022-03-07T15:36:29"],
    [3562,"94e56e0f-8b59-4fc0-b566-947a77fa43d6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอประกาศนียบัตรรับรองสำหรับทำการในเรือเฉพาะประเภท  (กรณีผ่านหลักสูตรการอบรมสำหรับผู้ทำการในเรือเฉพาะประเภท – ชั้นสูง) ตามข้อบังคับฯ ปี 2565(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-af07-44a7-a928-6540eb8d171e",6,521,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    คุณสมบัติของผู้ขอรับประกาศนียบัตรรับรองสำหรับทำการในเรือเฉพาะประเภทต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1.ต้องเป็นผู้ทำหน้าที่นายเรือ หรือนายประจำเรือ (ฝ่ายเดินเรือ หรือฝ่ายช่างกล) ในเรือ          2.เป็นผู้ผ่านการอบรมในหลักสูตรสำหรับทำการในเรือเฉพาะประเภท หลักสูตรหนึ่งหลักสูตรใดดังต่อไปนี้             2.1เรือบรรทุกน้ำมันชั้นสูง (advanced training for oil tanker cargo operations)             2.2เรือบรรทุกสารเคมีชั้นสูง (advanced training for chemical tanker cargo operations)             2.3เรือบรรทุกก๊าซเหลวชั้นสูง (advanced training for liquefied gas tanker cargo operations)             3. มีระยะเวลาปฏิบัติงานในทะเลในเรือเฉพาะประเภทอย่างน้อย 3 เดือน          4.การรับประกาศนียบัตรต้องมารับด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ แต่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ในวันยื่นคำร้อง หรือ กรณีมีผู้มารับแทนต้องมีใบรับมอบอำนาจมาด้วยทุกครั้ง","2022-03-07T15:21:45"],
    [3563,"94e56e10-72ee-44f0-acae-04c67bfa3e18","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การส่งสำเนาบัญชีงบดุลแสดงสินทรัพย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-bd81-47d9-b4d6-2e1ef1f7aa5f",60,0,4,"หลักเกณฑ์    มาตรา 43 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) จะต้องดำรงหลักประกันสำหรับ ความรับผิดตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดตามสัญญาที่ทำขึ้นและดำรงสินทรัพย์ขั้นต่ำไว้ไม่น้อยกว่าแปดหมื่นหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ         หลักเกณฑ์และวิธีกำหนด จำนวน ชนิด ขนาด และเงื่อนไขในการดำรงหลักประกันและสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ประกอบกิจการในฐานะตัวแทนตามมาตรา 39 (2) หรือ (3) จะต้องดำรงหลักประกันสำหรับความรับผิดตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดตามสัญญาที่ทำขึ้นโดยรวมถึงกิจการที่กระทำในฐานะที่เป็นตัวแทนด้วย         กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำหนด จำนวน ชนิด ขนาด และเงื่อนไขในการดำรงหลักประกันและสินทรัพย์ของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน พ.ศ. 2553  ในข้อ 4 นอกจากผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39(1) จะต้องดำรงหลักประกันฯ แล้ว จะต้องดำรงสินทรัพย์ขั้นต่ำไว้ไม่น้อยกว่าแปดหมื่นหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน ตลอดระยะเวลาที่ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบด้วย          การดำรงสินทรัพย์ ให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ยื่นสำเนาบัญชีงบดุลที่มีรายการแสดงสินทรัพย์ต่อนายทะเบียน เมื่อครบทุกรอบระยะเวลาบัญชี          เพื่อประโยชน์แก่การคำนวณมูลค่าสินทรัพย์การแปลงหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินเป็นสกุลเงินบาท ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันครบรอบระยะเวลาบัญชีของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น    ประกาศกรมเจ้าท่า ที่  20/2558  เรื่อง กำหนดแบบ หลักเกณฑ์ และระยะเวลาให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน ตามมาตรา 39(1) ยื่นสำเนาบัญชีงบดุลที่มีรายการแสดงสินทรัพย์ต่อนายทะเบียน  เมื่อครบทุกรอบระยะเวลาบัญชี  ลงวันที่ 28 มกราคม 2558  กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนยื่นสำเนาบัญชีงบดุลเกี่ยวกับการประกอบการที่มีรายการแสดงสินทรัพย์ต่อนายทะเบียน  เมื่อครบทุกรอบระยะเวลาบัญชีในรอบปีที่ผ่านมาต่อนายทะเบียน  ภายในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป    คุณสมบัติของผู้ยื่นฯ  เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ที่ออกตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548    วิธีการในการยื่นและในการพิจารณาอนุญาต  1. ให้ยื่นหนังสือแจ้งพร้อมสำเนาบัญชีงบดุลด้วยตนเองที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2. ตรวจสอบหนังสือแจ้งพร้อมสำเนาบัญชีงบดุล ดังนี้      (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นฯ ให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม      (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะลงทะเบียนรับเรื่อง  3. พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมรายงานของผู้ประกอบการทุกรายในรอบหนึ่งปีให้เสร็จภายใน 60 วัน หลังจากครบกำหนดการส่งสำเนาบัญชีงบดุล และสรุปผลเสนอต่อนายทะเบียนเพื่อสั่งการ ในกรณีที่พบการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การแจ้งเตือนให้ส่งบัญชีงบดุลในกรณีที่ไม่ส่งสำเนาบัญชีงบดุล หรือให้เพิ่มสินทรัพย์ในกรณีที่ดำรงสินทรัพย์ขั้นตำไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์     เงื่อนไขในการพิจาณา   1 กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ   2 และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ     บทกำหนดโทษ        - กรณีที่ไม่ดำรงสินทรัพย์ ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาท และปรับอีกวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ (ตามมาตรา 71) หากได้ชำระค่าปรับในอัตราสูงสุดสำหรับความผิดนั้นแก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน (ตามมาตรา 78)        - กรณีไม่ดำรงสินทรัพย์ นายทะเบียนจะแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติโดยไม่เหตุอันควรนายทะเบียนสามารถระงับการประกอบการได้ชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 60 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง (ตามมาตรา 57(1))","2022-03-08T09:42:24"],
    [3564,"94e56e10-75e8-4ef7-8229-aa633458bf60","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การดำรงหลักประกันสำหรับความรับผิด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-c15e-4ddb-8c8f-ff07b7cf1551",15,0,3,"หลักเกณฑ์  มาตรา 43  ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) จะต้องดำรงหลักประกันสำหรับ ความรับผิดตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดตามสัญญาที่ทำขึ้น และดำรงสินทรัพย์ขั้นต่ำไว้ไม่น้อยกว่าแปดหมื่นหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงินตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ          หลักเกณฑ์และวิธีกำหนด จำนวน ชนิด ขนาด และเงื่อนไขในการดำรงหลักประกันและสินทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง          ในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ประกอบกิจการในฐานะตัวแทนตาม มาตรา 39 (2) หรือ (3) จะต้องดำรงหลักประกันสำหรับความรับผิดตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดตามสัญญาที่ทำขึ้นโดยรวมถึงกิจการที่กระทำในฐานะที่เป็นตัวแทนด้วย           กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำหนด จำนวน ชนิด ขนาด และเงื่อนไขการดำรงหลักประกันและสินทรัพย์ของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน พ.ศ. 2553 ตามข้อ 1 หลักประกันของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39(1) อาจเป็นชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) กรมธรรม์ประกันภัย (2) หนังสือรับรองสมาคมฯ (3) หนังสือค้ำประกันของธนาคาร และข้อ 3 ก่อนที่หลักประกันตามข้อ 1 จะสิ้นอายุ ให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ดำเนินการขอต่ออายุหลักประกันและยื่นหลักฐานแสดงการขอต่ออายุหลักประกันนั้น หรือสำเนาของหลักประกันท่ได้รับการต่ออายุแล้ว แล้วแต่กรณี ต่อนายทะเบียน           ในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ได้ยื่นหลักฐานแสดงการขอต่ออายุหลักประกันแล้ว ให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) ยื่นสำเนาของหลักประกันที่ได้รับการต่ออายุแล้วต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการต่ออายุหลักประกัน     คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ   เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนที่ออกตามมาตรา 41  มาตรา 45 และมาตรา 48 ซึ่งได้รับใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หรือใบจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หรือใบทะเบียนการตั้งตัวแทน    วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1. ให้ยื่นหนังสือขอดำรงหลักประกันฯ ด้วยตนเองที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2. ตรวจสอบหนังสือแจ้งและหลักประกันฯ ดังนี้       (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นฯ ให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม       (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะลงทะเบียนรับเรื่อง  3 พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหากมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนจะรวบรวมรายงานทุกรอบเดือน ในกรณีที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย จะนำเสนอนายทะเบียนแจ้งให้ผู้ประกอบการปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 15 วันทำการ     เงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต  1.   กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2.   สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3.   ยื่นหนังสือแจ้งพร้อมหลักประกันฯ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการต่ออายุหลักประกัน จากผู้ออกหลักประกัน    บทกำหนดโทษ  -   กรณีที่ไม่ดำรงหลักประกันฯ ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548 และหลักเกณฑ์และวิธีกำหนด จำนวน ชนิด ขนาด และเงื่อนไขการดำรงหลักประกันและสินทรัพย์ของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงห้าแสนบาทและปรับอีกวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ (ตามมาตรา 71) หากได้ชำระค่าปรับในอัตราสูงสุดสำหรับความผิดนั้นแก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน (ตามมาตรา 78)  -   กรณีไม่ดำรงหลักประกันฯ หรือไม่ถูกต้องครบถ้วน นายทะเบียนจะแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้ถูกต้อง ภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติโดยไม่มีเหตุอันควรนายทะเบียนสามารถระงับการประกอบการได้ชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 60 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง (ตามมาตรา 57(1))","2022-03-08T09:42:40"],
    [3565,"94e56e0f-90ca-48ee-8019-0f376eecb1c4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","สำหรับการสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 3,000ตันกรอสหรือมากกว่าตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-b64a-493f-a1f7-8fa223d28ac4",8,5001,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถนายเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500-3,000 ตันกรอส หรือต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 3,000 ตันกรอสหรือมากกว่า          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:22:56"],
    [3566,"94e56e10-7907-4cca-b763-5a5ae7f3245b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-c4e6-4245-be3e-5bf98a52d4bd",9,0,10,"หลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต            ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการอู่เรือที่ให้บริการ ต่อ ซ่อม หรือซ่อมบำรุงเรือที่มีขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไปต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ โดยให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอและการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ พ.ศ. 2554  ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2554  และกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอและการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 25 กันยายน 2561 เมื่อได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบกิจการอู่เรือจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (แบบ พว.8)           ในกรณีผู้ประกอบกิจการอู่เรือ ที่ได้เคยยื่นขอจดทะเบียนไว้แล้ว ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียน ได้แก่ ชื่อในการประกอบกิจการ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ที่ตั้งสำนักงานสาขา หรือที่ตั้งสถานประกอบกิจการ การเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดจำนวนสำนักงานสาขา เป็นต้น ให้ผู้ประกอบกิจการอู่เรือยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ พว.9 :  แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ท้ายกฎกระทรวงนี้    วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณา  1. การยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ต้องยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน (แบบ พว.9) พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานซึ่งรับรองความถูกต้อง หากมีกรณีเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้มีอำนาจแนบมาด้วย ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองกำกับการพาณิชนาวี กรมเจ้าท่า ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวโหลดแบบคำขอ (แบบ พว.9) ได้ที่ www.md.go.th - งานบริการ - แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี - การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ    2. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน พร้อมเอกสารและหลักฐาน และเห็นว่ารายการที่แสดงในคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน พร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนถูกต้องครบถ้วนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการรับเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนต่อไป หากกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วนเจ้าหน้าที่จะขอเอกสารเพิ่มเติม/ หรือขอให้ผู้ประกอบการแก้ไข/(ทั้งนี้ระยะเวลาบริการรวมทั้งหมดตั้งแต่ลงทะเบียนรับคำขอจนถึงได้รับอนุญาตนั้นไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย แต่ได้กำหนดระยะเวลาไว้บางขั้นตอนโดยระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยการปฏิบัติราชการสำหรับการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ พ.ศ. 2554 ได้ระบุเวลาจัดทำสรุปคำขอ พร้อมทั้งจัดเตรียมหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนและประมวลเรื่องเสนออธิบดีกรมเจ้าท่าเพื่อลงนามภายใน 3 วันทำการ) ปรับปรุงให้ถูกต้องและเมื่อเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการลงทะเบียนคำร้อง    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและพิจารณาอนุญาต  1. ในกรณีผู้แจ้งเป็นผู้ทำการแทน ให้มีหนังสือมอบอำนาจของผู้มีอำนาจแจ้งแนบมาด้วย พร้อมติดอากรแสตมป์  2. การเริ่มนับวันในการดำเนินการ โดยนับแต่วันที่ได้ลงทะเบียนรับคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนจนถึงวันที่ลงนามแล้วเสร็จ เป็นระยะเวลารวมภายใน 9 วันทำการ   3. การแจ้งผลแก่ผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน      - กรณีไม่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอเพื่อทราบ      - กรณีผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อที่ใช้ประกอบการในหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอเพื่อมารับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม    4. ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 25 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาท ตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม","2022-03-08T09:43:01"],
    [3567,"94e56e10-8341-4ebf-b5d4-66f461bf53ee","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การแจ้งของที่บรรทุกโดยเรือไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-d178-4ed6-8d4e-8abe729f61a2",4,0,12,"หลักเกณฑ์                ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการสั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งของที่กำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทย พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้สั่งหรือนำเข้าของที่กำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทยต้องแจ้งการสั่งและนำเข้าของนั้นก่อนบรรทุกลงเรือไทยและแจ้งการมาถึงของดังกล่าวเมื่อมาถึงเมืองท่าในประเทศไทย โดยเส้นทางที่บังคับ มีดังนี้                  (1) ญี่ปุ่น                  (2) สาธารณรัฐเกาหลี                  (3) ไต้หวัน                  (4) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง                  (5) สาธารณรัฐสิงคโปร์                  (6) ราชอาณาจักรนอรเว ราชอาณาจักรสวีเดน ราชอาณาจักรฟินแลนด์ ราชอาณาจักร เดนมาร์ก สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรสเปน สาธารณรัฐโปรตุเกส และสาธารณรัฐอิตาลี                  (7) สหรัฐอเมริกา                  (8) สาธารณรัฐประชาชนจีน                  (9) สหพันธรัฐมาเลเซีย                     1  ผู้มีหน้าที่แจ้ง                       (1) ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ  สั่งหรือนำเข้าของมาจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ในหน่วยงานราชการนั้น หรือมอบหมายให้ตัวแทนหรือผู้รับจัดการขนส่งแจ้งการสั่ง  หรือนำของเข้าแทนส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือ                       (2) บุคคลอื่นสั่งและนำเข้าของมาจากต่างประเทศเพื่อส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ                        (3) บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับทางราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจสั่งและนำเข้าของมาจากต่างประเทศเพื่อปฏิบัติตามสัญญา                       (4) บุคคลอื่นสั่งและนำเข้ามาเพื่อบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับทางราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ                      การแจ้งการใช้เรือบรรทุกของที่กำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทยต้องแจ้ง 2 ครั้ง ดังนี้                  (1) ก่อนของลงเรือที่เมืองท่าต้นทางในเส้นทางบังคับที่ต้องบรรทุกของโดยเรือไทย แจ้งการสั่งหรือนำเข้าซึ่งของที่กำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทย (แบบ พว.-จ. 1) ให้แจ้งก่อนนำของบรรทุกลงเรือที่เมืองท่าต้นทางในเส้นทางบังคับพร้อมเอกสารและหลักฐานที่กำหนดแล้วแต่กรณี                  (2) เมื่อเรือมาถึงเมืองท่าปลายทางในประเทศไทย    แจ้งการมาถึงเมืองท่าปลายทาง ณ ประเทศไทยตามแบบ พว.-จ. 2 ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ของนั้นมาถึงท่าเรือปลายทางในประเทศไทยพร้อมเอกสารและหลักฐานที่กำหนด                 (3) กองกำกับการพาณิชยนาวีจะตรวจสอบการแจ้งให้เป็นไปตามกฎหมาย                 (4) กรณีที่บรรทุกของนั้นลงเรือไทยและไม่ได้แจ้งแบบ พว.-จ. 1 และ พว. &ndash; จ. 2 ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดจะมีบทลงโทษตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (บทลงโทษ มาตรา 31 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา 18 ต้องระวางปรับไม่เกิน 10,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน)                 วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต               ให้ผู้สั่งและนำเข้าแจ้งแบบ พว. จ. 1 หรือแบบ พว.-จ. 2 แล้วแต่กรณี และแนบเอกสารหลักฐานที่กำหนด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจทุกหน้า หากมอบหมายให้มีผู้ทำการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์แนบมาด้วย โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองกำกับการพาณิชยนาวี ในวันและเวลาราชการเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน และลงทะเบียนรับคำร้อง หากกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะขอเอกสารเพิ่มเติม/หรือขอให้ผู้ประกอบการแก้ไข/ปรับปรุงให้ถูกต้อง และเมื่อเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการลงทะเบียนรับคำร้อง และรวมเรื่องและจัดเก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบต่อไป               ผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มแบบ พว.-จ. 1  และแบบ พว.-จ. 2 ได้ที่ www.md.go.th - งานบริการ - แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี &gt;การแจ้งสั่งหรือนำเข้าซึ่งของที่กำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทย หรือมาขอรับที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า                     การพิจารณาการแจ้งตามแบบ พว.-จ. 1 และแบบ พว.-จ. 2 จะตรวจสอบความถูกต้องของการใช้เรือไทย หากมีการแจ้งว่าใช้เรือไทยแต่ปรากฏว่าเป็นเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ผู้สั่งและนำเข้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษกรณีดังกล่าว หรือหากเป็นกรณีที่บรรทุกของนั้นโดยเรือไทยและแจ้งไม่เป็นตามกฎหมายจะมีโทษตามมาตรา 31  รายการเอกสารยืนยันตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐนั้น                    -กรณีผู้สั่งหรือนำเข้าเป็นหน่วยงานภาครัฐต้องมีแสดงสำเนาหนังสือแต่งตั้งหรือมอบอำนาจให้ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือองค์การของรัฐของผู้มีอำนาจลงนามในหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ                    -กรณีผู้สั่งและนำเข้าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องแสดงสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม หากกรณีผู้มีอำนาจเป็นชาวต่างประเทศให้แนบสำเนาหนังสือเดินทาง","2022-03-08T09:44:34"],
    [3568,"94e56e0f-9349-40a6-9e96-7b2a803bdeed","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","สำหรับการสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด  500 - 3,000 ตันกรอสตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-b942-4dc2-98eb-3071e2a49628",8,4001,15,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถต้นเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500-3,000 ตันกรอส          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:23:19"],
    [3569,"94e56e10-8618-49bf-a397-d5ce1bd5c106","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอยกเลิกใบทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-d6ad-45b8-98cc-cb89efafcaf6",15,100,3,"หลักเกณฑ์       มาตรา 61 ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบการต้องแจ้งความประสงค์ดังกล่าวเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันที่เลิกประกอบการ        เมื่อบอกเลิกประกอบการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ทำการประกอบการตามสัญญาที่ได้ทำขึ้นก่อนบอกเลิกประกอบการต่อไปแต่มิให้เกินสามเดือนนับแต่วันที่เลิกประกอบการ        ให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ส่งคืนใบทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เลิกประกอบการ          ใบทะเบียนต้องแจ้งยกเลิกการประกอบการ ได้แก่ ใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ใบจดแจ้ง ใบทะเบียนการตั้งตัวแทน ใบอนุญาตตั้งสาขา ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นเป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่น และการพิจารณาคำขออื่นๆ ของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน พ.ศ.2554 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554          การยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ    เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39(1)หรือ 39(2) หรือ 39(3) ที่จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ใบอนุญาตตั้งสาขาฯ ใบจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและใบทะเบียนการตั้งตัวแทน ออกให้ตามมาตรา41 มาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ที่ประสงค์จะยกเลิกการประกอบการก่อนใบทะเบียนสิ้นอายุ    วิธีการในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1. ให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ คำขออื่นๆ) ได้ที่  www.md.go.th  - งานบริการ - แบบฟอร์ม/  คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี  -การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ - คำขออื่นๆ   หรือ ผู้ยื่นคำขอมาติดต่อ ขอรับแบบคำขอฯ  ที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า   2.ยื่นการคำขอฯ (แบบ คำขออื่นๆ) ต้องยื่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันที่เลิกประกอบการ  และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 100 บาท ให้ชำระได้ไม่เกิน 15.00 น.ของวันทำการ  3. ตรวจสอบคำขอฯ (แบบ คำขออื่นๆ) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้         (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการ               - แจ้งผู้ยื่นคำขอฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม         (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการ              - ลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ  4. ประมวลเรื่องพร้อมร่างหนังสือยกเลิกเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ  เสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามหนังสือแจ้งยกเลิก  5. แจ้งผลการขอยกเลิก    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1. กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ   3.การพิจาณณาจะออกหนังสือภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับคำขอถึงวันที่ลงนามในหนังสือแจ้งยกเลิก หรือภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการตามคำขอฯ (กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน) จนถึงวันที่ลงนามในหนังสือแจ้งยกเลิก  4. กรณีที่ไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 61 ในการยื่นขอยกเลิกการประกอบการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน ก่อนวันที่เลิกประกอบการ จะต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท กรณีที่ชำระค่าปรับในอัตราสูงสุดภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน  5. หลังจากครบกำหนดวันยกเลิกการประกอบการให้ส่งคืนใบทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เลิกประกอบการ   6. กรณีที่ต้องขอคืนหลักประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารฉบับจริง ให้ยื่นคำขอเพิ่มเติมหลังจากเลิกประกอบการ","2022-03-08T09:44:59"],
    [3570,"94e56e10-8e34-44c3-a968-709e74dd2353","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การรับจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-eb66-4a38-8354-176d242f3660",30,4000,7,"หลักเกณฑ์  มาตรา 45 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องที่ได้จดทะเบียนในต่างประเทศที่ประเทศไทยรับรองโดยสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศตามมาตรา 39 (2) ที่ประสงค์จะประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอจดแจ้งต่อนายทะเบียนโดยแสดงหลักฐานการจดทะเบียนในต่างประเทศที่ประเทศไทยรับรองโดยสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศพร้อมทั้งตั้งตัวแทนหรือตั้งสำนักงานสาขาในราชอาณาจักร            หากนายทะเบียนเห็นว่าผู้ยื่นคำขอจดแจ้งแสดงหลักฐานถูกต้อง ให้นายทะเบียนรับจดแจ้งและออกใบจดแจ้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดแจ้ง            การยื่นคำขอจดแจ้ง การจดแจ้ง การออกใบจดแจ้ง การตั้งตัวแทนและสำนักงานสาขา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง            ถ้านายทะเบียนเห็นว่าไม่อาจรับจดแจ้งได้เนื่องจากผู้ยื่นคำขอจดแจ้งแสดงหลักฐานไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยมิชักช้า แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ            ในการรับจดแจ้งตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบไว้ในใบจดแจ้งได้ตามความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัตินี้  คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  เป็นผู้ประกอบการขนส่งหรือขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในต่างประเทศตามมาตรา 39(2) ที่ประสงค์จะประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในราชอาณาจักร โดยการตั้งตัวแทนหรือตั้งสำนักงานสาขาโดยตัวแทนต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้       (1) เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39 (1) หรือ       (2) เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยโดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการขนส่ง หรือเป็นนายหน้า ตัวแทนหรือตัวแทนค้าต่างในกิจการขนส่งตัวแทนตาม (2) จะต้องดำรงหลักประกันสำหรับความรับผิดของตัวการตามสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือสำหรับความเสี่ยงอื่นใดจากสัญญาที่ทำขึ้น    วิธีการในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1. ให้ยื่นคำขอด้วยตนเอง ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.5) ได้ที่ www.md.go.th   - งานบริการ - แบบฟอร์ม/  คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี -การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  หรือ ผู้ยื่นคำขอมาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2. การยื่นคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.5) และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 250 บาท และ ใบจดแจ้งฯ (แบบ ขต.-บ.5) จำนวน 4,000 บาท ให้มาชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ  3. ตรวจสอบคำขอฯ (แบบ ขต.-ค.5) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้        (1)ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอใบจดแจ้งฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม         (2)ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมชำระค่าธรรมเนียมคำขอ  4. ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำใบจดแจ้งฯ(แบบ ขต.-บ.5) และเสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบจดแจ้งฯ  5. แจ้งรับใบจดแจ้งฯพร้อมชำระค่าธรรมเนียม 4,000 บาท    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1. กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3. การพิจารณาอนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอฯจนถึงวันที่ออกใบจดแจ้งฯ  4. กรณีที่คุณสมบัติหรือหลักประกันไม่ถูกต้อง นายทะเบียนจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขคุณสมบัติหรือหลักประกัน ภายใน 15 วัน และให้ยื่นคำขอใหม่ กรณีดังกล่าวจะออกใบจดแจ้งฯ ให้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอจดแจ้งใหม่  5. ใบจดแจ้งฯ ให้มีอายุตามที่ได้จดทะเบียนในต่างประเทศแต่ไม่เกินสองปี นับแต่วันที่ออกใบจดแจ้งฯ    6. กรณีผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียนตามมาตรา 45 วรรคห้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท (มาตรา 72)    7. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง  กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดแจ้งฯ ไม่ออกใบจดแจ้งฯ ตามมาตรา 45 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-08T09:48:36"],
    [3571,"94e56e0f-967c-4a6f-b63e-096278e510aa","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","สำหรับการสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาดต่ำกว่า 500 ตันกรอสตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-bc37-4a61-a691-16ca5ec65173",8,1501,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 20 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 9ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเล ใกล้ฝั่งขนาดต่ำกว่า 500 ตันกรอส          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:23:41"],
    [3572,"94e56e10-91ef-47f9-b5dc-0d9a98914f2c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-efcb-4624-bc06-e55120cad920",75,100,11,"ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด โดยระบุวัตถุประสงค์ในการใช้อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาต พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังต่อไปนี้                            (1)  ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านและภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน   หรือภาพถ่ายบัตร                                    ประจำตัวข้าราชการ หรือภาพถ่ายบัตรแสดงฐานะอย่างอื่นที่ออกโดยส่วนราชการ                                                                                                                 (2)  หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์  หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง  หรือเป็นผู้มี                                  อำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินที่ติดต่อกับแม่น้ำ  ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ   อัน                                  เป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่าน                                  น้ำไทยหรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าว                            (3)  แบบแปลนและรายละเอียดของอาคาร   หรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ำลำ-                                    แม่น้ำต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธาตามกฎหมายว่าด้วย                                  วิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้รับรอง เว้นแต่อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ำ                                  ลำแม่น้ำนั้นจะมีขนาดเล็ก  และโครงสร้างทำด้วยไม้หรือวัสดุอื่นที่ไม่คงทนถาวร ไม่                                        จำเป็นต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธารับรอง                            (4)  แผนผังแสดงบริเวณที่ขออนุญาตและบริเวณใกล้เคียง                            (5)  หนังสือของจังหวัดที่อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำตั้งอยู่                                  รับรองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อแผนพัฒนาจังหวัด ผังเมือง และการรักษาสภาพแวดล้อม                                  ของจังหวัด                            (6)  รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการ                                  ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ       หลักฐานหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด โดยประกาศใน                                    ราชกิจจานุเบกษา                            ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นคำขอพร้อมสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน   นิติบุคคลที่ระบุชื่อผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล และหลักฐานเอกสารตามวรรคหนึ่ง  (2) (3) (4) (5) (6) และ (7)                            ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานและเอกสารตาม (3) (4) (5) และ (6)                            ข้อ  3  ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง หรือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินที่ติดต่อกับแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือบนชายหาดของทะเลดังกล่าว                            ข้อ  4  ลักษณะของอาคารและการล่วงล้ำที่พึงอนุญาตได้ มีดังต่อไปนี้                            (1)  ท่าเทียบเรือ                                   ก.  ต้องมีโครงสร้างที่ไม่ทำให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง มีช่องโปร่งระหว่าง                                        เสาไม่น้อยกว่า 3 เมตร                                   ข.  พื้นท่าเทียบเรือในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ  อันเป็นทางสัญจรของ                                        ประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันต้องไม่มีลักษณะเป็นแผ่นคอนกรีต                                        ปิดทับตลอด  ให้มีช่องว่างเพื่อให้แสงแดดส่องผ่านถึงพื้นน้ำใต้ท่าได้  และไม่มีสิ่ง                                        ก่อสร้างอื่นใดบนพื้นท่าเทียบเรือ นอกจากสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นอันเป็นส่วนประกอบ                                        ของท่าเทียบเรือนั้น                                   ค.  ปลายสุดของท่าเทียบเรือต้องไม่เกินแนวน้ำลึกหน้าท่าเมื่อน้ำลงต่ำสุด ลึกกว่าอัตรา                    กินน้ำลึกเต็มที่ของเรือที่เข้าเทียบท่าตามความจำเป็น  โดยคำนึงถึงขนาดเรือและ                                        ลักษณะภูมิประเทศ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของความกว้างของแม่น้ำ                                   ง.  ต้องสร้างตามแนวเขตที่ดินที่ผู้ขออนุญาตมีกรรมสิทธิ์  หรือสิทธิครอบครองเป็น                                        แนวตรงยื่นจากฝั่ง                                   จ.  ท่าเทียบเรือที่ผ่านชายหาดต้องไม่ปิดกั้นการที่ประชาชนจะใช้สอย   หรือเดินผ่าน                                        ชายหาด                            (2)  สะพานปรับระดับและโป๊ะเทียบเรือ                                   ก.  สะพานปรับระดับต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับโป๊ะเทียบเรือ มีราวลูกกรงที่แข็งแรง                                        ทั้งสองด้าน และความลาดชันของสะพานต้องไม่มากกว่า 1:2 เมื่อน้ำลงต่ำสุด                                   ข.  โป๊ะเทียบเรือต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และมีความปลอดภัย มีอัตราการ                                        ลอยตัวสูง โดยเมื่อรับน้ำหนักสูงสุดแล้วพื้นของโป๊ะเทียบเรือต้องอยู่สูงจากระดับ                                        น้ำไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร  และมีราวลูกกรงที่แข็งแรงทุกด้าน ยกเว้นด้านที่เรือ                                        เทียบและส่วนที่ต่อกับสะพานปรับระดับ                            (3)  สะพานข้ามแม่น้ำหรือสะพานข้ามคลอง                                    ก.  ต้องมีโครงสร้างที่ไม่ทำให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง                                    ข.  ต้องมีความสูงและความกว้างของช่องลอดใต้สะพานตามที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด                                        โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา                            (4)  ท่อหรือสายเคเบิล                                    ก.  การวางท่อหรือสายเคเบิลผ่านชายหาดของทะเลหรือชายตลิ่ง ต้องฝังท่อหรือสาย                                        เคเบิลใต้พื้นดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร โดยมิให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อหรือ                                        สายเคเบิลพ้นขึ้นมาเหนือพื้นดิน                                    ข.  การปักเสาไฟฟ้าพาดสายเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า  หรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะคล้าย                                        คลึงกัน และการปักเสาวางท่อน้ำประปาหรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน                                        ให้ปักเสาให้ชิดแนวขอบฝั่งมากที่สุด เพื่อมิให้กีดขวางทางเดินเรือ                            (5)  เขื่อนกันน้ำเซาะ                                   ก.  ต้องมีรูปแบบที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่องน้ำ ตลิ่ง และบริเวณข้างเคียง                                  ข.    ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงและอยู่ในแนวฝั่งเดิมมากที่สุด หากมีส่วนที่ยื่นเข้าไปใน                   น้ำให้มีเฉพาะส่วนที่จำเป็น                                  ค.   ความลาดชันของเขื่อนกันน้ำเซาะไม่เกิน 1:3 โดยแนวสันเขื่อนด้านบนต้องอยู่ที่แนว                                        กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน    สำหรับบริเวณลำน้ำที่แคบหรืออาจเป็น                                    อันตรายต่อการเดินเรือ เขื่อนต้องมีลักษณะตั้งตรงและไม่มีความลาดชันยื่นออกมา                            (6)  คานเรือ    แนวรางรองรับเรือต้องยาวยื่นจากฝั่งเพียงพอที่จะชักลากเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่คานเรือนั้นจะสามารถรับซ่อมทำได้ในเวลาน้ำลงต่ำสุด                            (7)  โรงสูบน้ำ                                   ก.  โรงที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่บนฝั่งหรืออยู่ใกล้ฝั่งมากที่สุด                                   ข.  การต่อท่อสูบน้ำ เมื่อต่อเชื่อมกับเครื่องสูบน้ำแล้วต้องวางขนานกับแนวเสาของ                                        โรงสูบน้ำจนถึงพื้นดิน แล้วจึงวางนอนไปตามแนวพื้นดินใต้น้ำ   และปลายท่อ                                        ต้องอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำลงต่ำสุดไม่น้อยกว่า 1 เมตร                            ข้อ  5  เจ้าท่าอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่ไม่มีลักษณะตามข้อกำหนดในข้อ 4 เป็นการเฉพาะรายได้ และเมื่อเจ้าท่าได้อนุญาตแล้ว ให้ประกาศลักษณะของอาคารหรือลักษณะของการล่วงล้ำลำแม่น้ำนั้นในราชกิจจานุเบกษาและให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ในการอนุญาตต่อไปได้                            ข้อ  6  อาคารและการล่วงล้ำลำแม่น้ำนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ 4 และข้อ 5 จะอนุญาตไม่ได้ เว้นแต่เป็นของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจและปลูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ                            ข้อ  7  หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำมีดังต่อไปนี้                            (1)  ลักษณะหรือสภาพของอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำต้องไม่เป็นอันตรายต่อการ               เดินเรือ หรือทำให้ทางน้ำเปลี่ยนแปลงไป หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม                            (2)  อาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่จะอนุญาตให้ปลูกสร้างได้  ต้องมีลักษณะของ                  อาคารและการล่วงล้ำที่พึงอนุญาตได้ตามข้อ 4 และข้อ 5                            (3)  อาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำที่จะอนุญาตให้ปลูกสร้างได้ ต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่","2022-03-08T09:48:59"],
    [3573,"94e56e10-990e-47e2-a2d7-3534d98aa6d3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรชั้นนายท้ายทะเลชั้นหนึ่งตามข้อบังคับฯ ปี 2532(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-f96d-4a56-b996-e9366a0227d4",8,150,9,"1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 19  ปีบริบูรณ์         9. เป็นผู้มีความรู้อ่านออกเขียนได้          10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-08T09:49:53"],
    [3574,"94e56e0f-98cc-429f-946f-73840040c9c3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","สำหรับการสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500 - 3,000ตันกรอสตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-befa-4338-a77f-86ef5f8137c1",8,5001,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500-3,000 ตันกรอส          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:24:01"],
    [3575,"94e56e10-9b30-4406-af9e-1c563170f5fe","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรชั้นนายช่างกลชั้นสอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-fc80-4c0e-a940-7133e6754f2b",8,600,10,"1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย        3.ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ         4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบ จนไม่อาจสามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้          5. มีเป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ          6. เป็นผู้ที่มีสายตาดี และหูฟังเสียงได้ดี          7. คุณสมบัติตาม (3),(4),(5),และ(6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย          8. มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-04-06T22:52:45"],
    [3576,"94e56e0f-9b2c-4c27-b68f-66d85104178a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรชั้นต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 3,000ตันกรอสหรือมากกว่าตามข้อบังคับฯ ปี 2565","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-c204-4f8c-a452-5d928ad1bc8a",8,5001,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด500 -3,000 ตันกรอส หรือนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด500 -3,000  ตันกรอส หรือต้นเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500 -3,000 ตันกรอส หรือนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500 ตันกรอสหรือมากกว่า          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์       หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด500 -3,000 ตันกรอส หรือนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด500 -3,000  ตันกรอส หรือต้นเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500 -3,000 ตันกรอส หรือนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500 ตันกรอสหรือมากกว่า          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:24:18"],
    [3577,"94e56e0f-9d76-4797-8290-894435a019e0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","สำหรับการสอบในประกาศนียบัตรชั้นต้นเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500 - 3,000 ตันกรอสตามข้อบังคับฯ ปี 2565(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-c4ee-4e45-b0fc-c5dfd235fba3",8,3401,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500 ตันกรอสหรือมากกว่า          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:25:21"],
    [3578,"94e56e10-9dbc-4f6c-ac89-1f62ae2b4be4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับใบอนุญาตให้เรือกลเดินประจำทาง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-ffba-4507-b231-4150fe74c009",17,100,7,"ใบอนุญาตให้เรือกลเดินประจำทางให้มีอายุไม่เกิน 5 ปี ตามระเบียบว่าด้วยการพิจารณาและการออกใบอนุญาตให้เรือกลเดินประจำทาง พ.ศ. 2533 ข้อ 6 เมื่อใบอนุญาตให้เรือเดินประจำทางสิ้นอายุลง การต่ออายุใบอนุญาตให้เรือกลเดินประจำทางเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุ ให้สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ หรือ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเสนอให้อธิบดีกรมเจ้าท่าพิจารณาอนุญาตพร้อมด้วยเหตุผล ตามระเบียบว่าด้วยการพิจารณาและการออกใบอนุญาตให้เรือกลเดินประจำทาง พ.ศ. 2533 ข้อ 8.6","2022-03-08T09:51:32"],
    [3579,"94e56e0f-a002-4dc7-9df2-6db85c290429","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นต้นเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500 - 3,000ตันกรอสตามข้อบังคับฯ ปี 2565(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-c801-40e1-b803-b55654fd861b",8,4001,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์         4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า    5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถนายเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด 500-3,000ตันกรอส หรือต้นเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาด500-3,000ตันกรอสหรือนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด500 ตันกรอส หรือมากกว่า          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:25:55"],
    [3580,"94e56e0f-a24e-475f-a6f2-53c10fed5299","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500ตันกรอสหรือมากกว่าตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-cadb-4142-9555-258925aa81d1",8,3401,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:28:22"],
    [3581,"94e56e0f-a4ac-467f-b2a4-03d0333d0bc1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งขนาดต่ำกว่า500ตันกรอสตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-cdfc-48df-adff-bbb02b8c13e7",8,1001,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 9ปี หรือเทียบเท่า          5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:28:50"],
    [3582,"94e56e0f-a8fd-4437-abcc-442880a82f84","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การออกหนังสือคนประจำเรือประมง(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-d409-4a78-9cdf-e5d7493604e6",4,521,7,"บุคคลที่ประสงค์จะขอรับหนังสือคนประจำเรือประมง ต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกหนังสือคนประจำเรือประมง พ.ศ.2558 ดังนี้    1. เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี    2. เป็นบุคคลผู้ได้รับการรับรองว่ามีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะทำงานในเรือได้    บุคคลที่ประสงค์จะขอรับหนังสือคนประจำเรือประมง ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐาน ดังนี้    1. บัตรประจำตัวประชาชน    2. รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน)    3. ใบรับรองแพทย์ที่แสงดว่ามีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะทำงานในเรือได้    4. กรณีที่เคยมีหนังสือคนประจำเรือประมง ให้นำหนังสือคนประจำเรือประมงเล่มเดิมมาแสดงด้วย    5. กรณีหนังสือคนประจำเรือประมงเล่มเดิมสูญหาย ให้ยื่นหลักฐานการแจ้งความมาด้วย    (หมายเหตุ : ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอน นับรวมไว้ในระยะเวลาการดำเนินการรวม ในกรณีมีผู้ขอรับบริการจำนวนมาก)","2022-03-07T15:17:49"],
    [3583,"94e56e0f-ab71-4469-adcf-0000473fbb8d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นลูกเรือชำนาญงานฝ่ายเดินเรือ ตามข้อบังคับฯ ปี 2565(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-d70b-4949-b0cf-361e50c6b40d",8,801,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 6 ปี หรือเทียบเท่า          5. มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ลูกเรือเข้ายามฝ่ายเดินเรือ          6.  ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:37:47"],
    [3584,"94e56e0f-ad61-4aee-8291-5ef93fd1f01b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน 3,000กิโลวัตต์ หรือมากกว่าตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-da22-4bdc-9c71-9d6d0c0d08c2",8,5001,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์         4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า    5. เป็นผู้คุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถรองต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน3,000 กิโลวัตต์หรือมากกว่าหรือต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน750-3,000 กิโลวัตต์    6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:38:19"],
    [3585,"94e56e0f-af8a-4eb6-b496-5dfa70bab070","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน750 -3,000กิโลวัตต์ ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-dd54-4a13-8bc9-b76b6f5109b0",8,4001,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. เป็นผู้คุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถรองต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน750-3,000 กิโลวัตต์          6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:40:06"],
    [3586,"94e56e0f-b164-4de7-933e-7ac2126fa582","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นรองต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน 3,000กิโลวัตต์ หรือมากกว่าตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-e042-4847-8bed-adb1d2f599a5",8,4501,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์         4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า         5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถรองต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน750-3,000 กิโลวัตต์หรือนายประจำเรือฝ่ายช่างกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกําลังขับเคลื่อน750 กิโลวัตต์หรือมากกว่า         6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:40:32"],
    [3587,"94e56e0f-b3e2-4371-b8b7-faf2613acdab","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นรองต้นกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน 750-3,000กิโลวัตต์ ตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-e357-447a-bbcf-ee0f113a1cb4",8,3501,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์         4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า    5. เป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับการออกประกาศนียบัตรแสดงความรู้ความสามารถประจำเรือฝ่ายช่างกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกําลังขับเคลื่อน750 กิโลวัตต์หรือมากกว่า    6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:40:48"],
    [3588,"94e56e0f-b5ce-47e5-bdf9-90329a35eeb4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายประจำเรือฝ่ายช่างกลของเรือกลเดินทะเลขนาดกำลังขับเคลื่อน750กิโลวัตต์ หรือมากกว่าตามข้อบังคับฯ ปี 2565 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1c-e643-4e98-83e8-1b1d672b70c7",8,3001,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์         4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า    5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:41:11"],
    [3589,"94e56e0f-deae-4c88-b89f-b305a252ff3e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้น นายท้ายเรือกลลำน้ำชั้นสอง ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-1c46-448e-940c-65035e038c18",8,101,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 18  ปีบริบูรณ์         9. มีความรู้อ่านออกเขียนได้          10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:54:03"],
    [3590,"94e56e0f-e0bc-45b7-a620-0db395729067","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นนายท้ายลำน้ำชั้นหนึ่ง ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-1f0b-46da-8621-83a14fb1077f",8,151,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 19  ปีบริบูรณ์         9. มีความรู้อ่านออกเขียนได้         10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:58:23"],
    [3591,"94e56e0f-e4c1-487a-8637-b3e6e2462a16","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้น 2 (ต้นหนที่หนึ่ง) ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-24be-4ecd-a751-2ae70346c420",8,601,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 22  ปีบริบูรณ์         9. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า         10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:59:12"],
    [3592,"94e56e0f-e6c2-466b-89df-2e3f4d2b48ac","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้น 3 (ต้นหนที่สอง) ตามข้อบังคับฯ ปี 2532(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-2780-4aee-89a9-4ad5b3fcaa17",8,501,12,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 20  ปีบริบูรณ์         9. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า         10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T15:59:33"],
    [3593,"94e56e0f-eb25-4db1-86f7-ef22708ec03f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นนายเรือของเรือเดินในประเทศตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-2dac-44d9-9c4d-b531a1c89df2",8,301,14,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 20  ปีบริบูรณ์         9. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้น หรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า         10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:00:22"],
    [3594,"94e56e0f-f130-49de-890f-cd7bfbc89675","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นนายเรือของเรือเดินในประเทศ (ชำนาญงาน) ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-35ee-4c07-84e4-af8e92ff0968",8,301,14,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 25  ปีบริบูรณ์          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-04-06T22:52:47"],
    [3595,"94e56e0f-f33d-4439-9a65-73ce3fe925d2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นนายช่างกลชั้นสาม ชำนาญงาน ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-38d0-492a-9b56-0091dd9f5d51",8,401,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 22  ปีบริบูรณ์          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:06:12"],
    [3596,"94e56e0f-f593-449a-9448-22ab576eb2d3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่งพิเศษ ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-3ba8-4864-8680-0413a19d21ec",8,301,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือ  ความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 20  ปีบริบูรณ์          9. วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ยกเว้นสำหรับผู้มีประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่งพิเศษ ชำนาญงาน          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:06:35"],
    [3597,"94e56e0f-f9c4-4ece-8c5c-7a02b9667a3e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นนายช่างกลชั้นหนึ่ง (N)ตามข้อบังคับฯ ปี 2532","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-4178-401c-9f9e-15bec3b4d813",8,801,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต           1. คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1.1 เป็นผู้มีสัญชาติไทย        1.2 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย        1.3 ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ         1.4 ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบ จนไม่อาจสามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้          1.5 มีเป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ          1.6 เป็นผู้ที่มีสายตาดี และหูฟังเสียงได้ดี          1.7 คุณสมบัติตาม (3),(4),(5),และ(6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย          1.8 มีอายุไม่ต่ำกว่า 28 ปีบริบูรณ์           2. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์ ซึ่งระยะเวลาในการสอบไม่รวมถึงระยะเวลาในการสอบแก้ตัว ทั้งนี้ระยะเวลาทั้งหมดในการสอบดังกล่าว ต้องไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่สมัครสอบ รายละเอียดของการสอบฯ เป็นไปตามข้อบังคับฯ ปี 2532    3.การประกาศผลการสอบภาคทฤษฎี และภาคประเมิน จะประกาศผลการสอบ 7 วันทำการนับจากวันที่สอบเสร็จสามารถทราบผลการสอบโดย ทางโทรศัพท์ บอร์ดประชาสัมพันธ์กองมาตรฐานคนประจำเรือ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3598,"94e56e0f-fbcf-4f30-93b7-c9daa439bb03","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นนายช่างกลชั้นสาม ตามข้อบังคับฯ  ปี 2532(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-443d-42aa-bd9c-2fe361f79e8b",8,501,11,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 22  ปีบริบูรณ์          9. วุฒิการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย          10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:11:52"],
    [3599,"94e56e0f-fdfd-4d44-9cf5-45ca8be711a3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่งพิเศษ ชำนาญงาน ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-472c-42c8-9bb6-3902c0be4d57",8,201,10,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 20  ปีบริบูรณ์          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์    คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 20  ปีบริบูรณ์          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:12:38"],
    [3600,"94e56e10-0008-40e9-a1d9-680ddd215010","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่ง ตามข้อบังคับฯ ปี 2532 (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-4a0e-42d2-935d-d5f8af3f1cd7",8,151,10,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 18  ปีบริบูรณ์          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:13:03"],
    [3601,"94e56e10-0218-4c5f-9ab8-f2ad53ed1cae","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบประกาศนียบัตรชั้นคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นสอง ตามข้อบังคับฯ ปี 2532(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-4ce9-4f94-a19c-51f62a1e65fd",8,101,9,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 18  ปีบริบูรณ์          9. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:13:22"],
    [3602,"94e56e10-0ac6-4101-a5fc-a5db859a84fb","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรนายเรือของเรือประมง(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-5961-4e27-bd53-8b1dbb17a3e6",8,400,8,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีสัญชาติอื่น หรือเป็นผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี่ในกรณีผู้สมัครสอบเป็นผู้มีสัญชาติอื่นต้องแสดงหนังสือเดินทางของสัญชาติตนเองฉบับจริง หรือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน หรือหนังสือรับรองสัญชาตินั้น ๆ ฉบับจริงจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของชาติดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในไทย ต่อกรมเจ้าท่าประกอบการขอสมัครสอบด้วย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือโดยผู้สมัครสอบต้องแสดงหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือประกอบการพิจารณา        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี โดยผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทยืประกอบการพิจารณา    4. อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    5. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้นหรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า    6. ผ่านการอบรมในหลักสูตรนายเรือของเรือประมงซึ่งจัดโดยกรมเจ้าท่า   7. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:14:46"],
    [3603,"94e56e10-0d39-4028-a08e-f9868df2051d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรนายเรือของเรือประมงชำนาญงาน(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-5c66-4665-9dad-1e8b13002fcb",8,400,9,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีสัญชาติอื่น หรือเป็นผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี่ในกรณีผู้สมัครสอบเป็นผู้มีสัญชาติอื่นต้องแสดงหนังสือเดินทางของสัญชาติตนเองฉบับจริง หรือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน หรือหนังสือรับรองสัญชาตินั้น ๆ ฉบับจริงจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของชาติดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในไทย ต่อกรมเจ้าท่าประกอบการขอสมัครสอบด้วย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือโดยผู้สมัครสอบต้องแสดงหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือประกอบการพิจารณา        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี โดยผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทยืประกอบการพิจารณา    4. อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์    5. ผ่านการอบรมในหลักสูตรนายเรือของเรือประมงซึ่งจัดโดยกรมเจ้าท่า     6. เป็นผู้มีประกาศนียบัตรในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้        6.1 ประกาศนัยบัตรนายเรือของเรือเดินในประเทศและเคยทำการในตำแหน่งตามประกาศนียบัตรนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี        6.2 ประกาศนียบัตรไม่ต่ำกว่านายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้น 1 หรือนายท้ายของเรือประมงชั้น1 และมีระยะเวลาปฏิบัติงานในทะเลไม่น้อยกว่า 5ปี โดยหลังจากปฎิบัติงานในทะเลไม่น้อยกว่า 3ปีเคยปฏิบัติงานในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้              6.2.1 เคยปฏิบัติงานในทะเลในตำแหน่งต้นเรือในเรือกลประมงทะเลลึกไม่น้อยกว่าหนึ่งปี              6.2.2 เคยปฏิบัติงานในทะเลในตำแหน่งนายท้ายในเรือกลประมงทะเลลึกมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี     7. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:16:05"],
    [3604,"94e56e10-0f7f-45d1-bc6c-3575abb3ad48","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรนายท้ายเรือประมงชั้น 1(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-5f5e-4ee4-b1f5-e12b7198a69d",8,150,8,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีสัญชาติอื่น หรือเป็นผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี่ในกรณีผู้สมัครสอบเป็นผู้มีสัญชาติอื่นต้องแสดงหนังสือเดินทางของสัญชาติตนเองฉบับจริง หรือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน หรือหนังสือรับรองสัญชาตินั้น ๆ ฉบับจริงจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของชาติดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในไทย ต่อกรมเจ้าท่าประกอบการขอสมัครสอบด้วย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือโดยผู้สมัครสอบต้องแสดงหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือประกอบการพิจารณา        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี โดยผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทยืประกอบการพิจารณา          4. มีอายุไม่ต่ำกว่า 19 ปีบริบูรณ์           5. สามารถติดต่อสื่อสารเป็นภาษาไทยให้เข้าใจได้          6. ผ่านการอบรมหลักสูตรนายท้ายเรือประมงซึ่งจัดโดยกรมเจ้าท่า          7. เป็นผู้มีประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้น 2 หรือประกาศนียบัตรนายท้ายเรือประมงชั้น 2 และเคยปฏิบัติงานในทะเลในเรือเดินทะเล ภายหลังจากได้รับประกาศนียบัตรดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า1 ปี หรือ         8. เคยปฏิบัติงานในทะเลในเรือเดินทะเลขนาดเกินกว่าสามสิบตันกรอสมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี         9.   ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:16:42"],
    [3605,"94e56e10-11b5-41fe-86b3-3e41e9003519","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรนายท้ายเรือประมงชั้น 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-6259-4362-96e7-3675d49dba27",8,100,9,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีสัญชาติอื่น หรือเป็นผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี่ในกรณีผู้สมัครสอบเป็นผู้มีสัญชาติอื่นต้องแสดงหนังสือเดินทางของสัญชาติตนเองฉบับจริง หรือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน หรือหนังสือรับรองสัญชาตินั้น ๆ ฉบับจริงจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของชาติดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในไทย ต่อกรมเจ้าท่าประกอบการขอสมัครสอบด้วย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือโดยผู้สมัครสอบต้องแสดงหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือประกอบการพิจารณา        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี โดยผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทยืประกอบการพิจารณา         4. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์          5. ติดต่อสื่อสารภาษาไทยให้เข้าใจได้         6. ผ่านการอบรมหลักสูตรนายท้ายเรือประมงซึ่งจัดโดยกรมเจ้าท่า         7. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์         8. เคยปฏิบัติงานในทะเลในเรือเดินทะเลมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี","2022-03-07T16:19:53"],
    [3606,"94e56e10-13e1-4dbb-8629-71df179b5b1c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ของเรือประมงชั้น 1","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-6580-4cb5-ad64-92238674c775",8,150,8,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีสัญชาติอื่น หรือเป็นผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี่ในกรณีผู้สมัครสอบเป็นผู้มีสัญชาติอื่นต้องแสดงหนังสือเดินทางของสัญชาติตนเองฉบับจริง หรือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน หรือหนังสือรับรองสัญชาตินั้น ๆ ฉบับจริงจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของชาติดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในไทย ต่อกรมเจ้าท่าประกอบการขอสมัครสอบด้วย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือโดยผู้สมัครสอบต้องแสดงหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือประกอบการพิจารณา        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี โดยผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทยืประกอบการพิจารณา         4. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์         5. ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ของเรือประมง ซึ่งจัดโดยกรมเจ้าท่า         6.  ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:20:10"],
    [3607,"94e56e10-1619-4d22-b23c-7ddba7eb243a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ของเรือประมงชั้น 2","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-68dc-4859-bae4-482c31e9f425",8,100,6,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีสัญชาติอื่น หรือเป็นผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี่ในกรณีผู้สมัครสอบเป็นผู้มีสัญชาติอื่นต้องแสดงหนังสือเดินทางของสัญชาติตนเองฉบับจริง หรือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน หรือหนังสือรับรองสัญชาตินั้น ๆ ฉบับจริงจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของชาติดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในไทย ต่อกรมเจ้าท่าประกอบการขอสมัครสอบด้วย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือโดยผู้สมัครสอบต้องแสดงหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือประกอบการพิจารณา        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี โดยผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทยืประกอบการพิจารณา        4. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์        5. เคยทำงานเกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรยนต์ในเรือเดินทะเล หรือเรือกลลำน้ำมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือผ่านการอบรมหลักสูตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ของเรือประมงซึ่งจัดโดยกรมจ้าท่า         6. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-07T16:20:31"],
    [3608,"94e56e10-1c5a-41ef-bd1e-b9c95bf698e7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอต่ออายุประกาศนียบัตรผู้ทำการในเรือประมง(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-71a5-4018-aa5f-242645dad50e",8,0,7,"1. มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีสัญชาติอื่น หรือเป็นผู้ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี่ในกรณีผู้สมัครสอบเป็นผู้มีสัญชาติอื่นต้องแสดงหนังสือเดินทางของสัญชาติตนเองฉบับจริง หรือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราวซึ่งออกโดยกรมการจัดหางาน หรือหนังสือรับรองสัญชาตินั้น ๆ ฉบับจริงจากสถานทูต หรือสถานกงสุลของชาติดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในไทย ต่อกรมเจ้าท่าประกอบการขอสมัครสอบด้วย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือโดยผู้สมัครสอบต้องแสดงหนังสือรับรองความประพฤติจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือประกอบการพิจารณา        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี โดยผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทยืประกอบการพิจารณา    และมีคุณสมบัติเพิ่มเติมในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้          3.1  มีระยะเวลาปฏิบัติงานในทะเลในเรือกลเดินทะเลไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 5 ปีก่อนวันต่ออายุ          3.2 ผ่านการทดสอบความรู้ตามที่อธิบดีกำหนด          3.3 ผ่านการอบรมหลักสูตรตามที่อธิบดีกำหนด        4. เพื่อเป็นประโยชน์ในการทบทวนเพิ่มเติมความรู้ อธิบดีอาจกำหนดให้ผู้ขอต่ออายุประกาศนียบัตรต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรทบทวนความรู้หรือหลักสูตรเพิ่มเติมความรู้ได้","2022-03-07T16:21:53"],
    [3609,"94e56e10-20bb-43ea-9569-4d50953f9fd9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขออนุญาตทำการงานในเรือประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง และเรือบรรทุกน้ำจืด ขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-7798-4085-84f9-d3d0a3e34158",1,15,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.คนรับจ้างสำหรับทำการในเรือเดินทะเลคนใด จะเข้าทำการงานหรือมีผู้จ้างทำการงานในเรือที่ใช้ทำการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น  เรือขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมงและเรือบรรทุกน้ำจืด ขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าท่าก่อนระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ทำการงานในเรือที่ใช้ทำการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมงและเรือบรรทุกน้ำจืด ขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไปพ.ศ. 2562 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562  ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรา 285,287,288 และ 289 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456    2.ให้เจ้าของเรือที่ใช้ทำการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง และเรือบรรทุกน้ำจืดขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป ที่ประสงค์จะขออนุญาตให้คนทำการงานในเรือ ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบแนบท้ายระเบียบนี ที่กองมาตรฐานคนประจำเรือ หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณา ดังนี  (1) สำเนาใบอนุญาตใช้เรือและทะเบียนเรือไทย  (2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของเรือ    (3) กรณีเจ้าของเรือเป็นนิติบุคคลให้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล  (4) หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่มีการมอบอำนาจ  (5) หลักฐานการจ้างงาน  (6) สำเนาหนังสือคนประจำเรือของคนรับจ้าง หรือสำเนาหนังสือเดินทางของคนรับจ้าง  หรือสำเนาบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยของคนรับจ้าง  (7) สำเนาใบอนุญาตทำงานของคนรับจ้าง (ถ้ามี)  (8) สำเนาใบประกาศนียบัตรของคนประจำเรือตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ ที่ยังไม่หมดอายุ  (9) ใบพยานการเลิกจ้าง กรณีคนรับจ้างที่ได้เลิกจ้างจากเรือลำก่อน และประสงค์จะทำการงานในเรือลำใหม่","2024-06-12T21:07:32"],
    [3610,"94e56e10-2300-43ff-8d43-c0af5641caff","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใบรับรองด้านแรงงานทางทะเล (MLC) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-7a90-47cb-81b6-47c59f519c96",1,62,18,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.เจ้าของเรือที่มีขนาดตั้งแต่ห้าร้อยตันกรอสส์ขึ้นไปที่เป็นเรือเดินทะเลระหว่างประเทศ ต้องมีใบรับรองด้านแรงงานทางทะเล เพื่อแสดงว่าสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และสภาพความเป็นอยู่ของคนประจำเรือบนเรือเป็นไปตามข้อกำหนดในใบประกาศการปฏิบัติด้านแรงงานทางทะเล ตามมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558     2.หลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นคำขอรับใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลและใบประกาศการปฏิบัติด้านแรงงานทางทะเล แบบใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลและใบประกาศการปฏิบัติด้านแรงงานทางทะเล การออกใบรับรองชั่วคราว อายุและการต่ออายุใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลและใบประกาศการปฏิบัติด้านแรงงานทางทะเล การตรวจสอบ ติดตาม และการเพิกถอนใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลและใบประกาศการปฏิบัติด้านแรงงานทางทะเล ตามมาตรา 87 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558    3.รายการต่าง ๆ ที่ต้องได้รับการตรวจ เพื่อออกใบรับรองด้านแรงงานทางทะเล MLC Certificate ประกอบด้วย  (ก) อายุขั้นต่ำ  (ข) ใบรับรองแพทย์  (ค) คุณสมบัติของคนประจำเรือ  (ง) ข้อตกลงการจ้างงานของคนประจำเรือ  (จ) การใช้หน่วยบริการคัดเลือกและบรรจุคนของเอกชนตามที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับ  ใบรับรองหรือได้รับใบอนุญาต  (ฉ) ชั่วโมงการทำงานหรือการพักผ่อน  (ช) ระดับการจัดอัตรากำลังบนเรือ  (ซ) ที่พักอาศัย  (ฌ) สิ่งนันทนาการบนเรือ  (ญ) อาหารและการจัดหาอาหาร    (ฎ) ความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย และการป้องกันอุบัติเหตุ  (ฏ) การรักษาพยาบาลบนเรือ  (ฐ) วิธีปฏิบัติในการร้องเรียนบนเรือ  (ฑ) การจ่ายค่าจ้าง  (ฒ) หลักประกันทางการเงินของเจ้าของเรือในการส่งตัวคนประจำเรือกลับประเทศ  (ณ) หลักประกันทางการเงินของเจ้าของเรือในการรับผิดชอบกรณีเกิดอุบัติเหตุทางทะเล","2024-06-12T20:57:20"],
    [3611,"94e56e10-2509-4ae2-8278-5ce136836aea","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใบรับรองแรงงานประมง (C 188) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-7d59-4e2c-b850-49ced55e88ff",1,0,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.เรือประมงที่ต้องมีใบรับรองแรงงานประมง เพื่อแสดงว่าผ่านการตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และสภาพการทำงาน ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562 มาตรา 14 ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้     1.1 เรือประมงที่อยู่ในทะเลเกินกว่าสามวันและมีความยาวตลอดลำยี่สิบหกจุดห้าเมตรขึ้นไป หรือ    1.2 เรือที่อยู่ในทะเลเกินกว่าสามวันและเดินเรือออกไปนอกน่านน้ำ้ไทย          2.รายการต่าง ๆ ที่ต้องได้รับการตรวจเพื่อออกใบรับรองแรงงานประมง ประกอบด้วย    (1) อายุขั้นต่ำ (Seaman book)    (2) ใบรับรองแพทย์ (รวมทั้งการได้ยิน และสายตา)    (3) คุณสมบัติของคนประจำเรือ (ประกาศนียบัตร)    (4) ข้อตกลงการจ้างงานของคนประจำเรือ     (5) การใช้หน่วยบริการคัดเลือกและบรรจุคนของเอกชนตามที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับใบรับรองหรือได้รับใบอนุญาต (ถ้ามี)    (6) ชั่วโมงการทำงานหรือการพักผ่อน     (7) การจัดอัตรากำลังบนเรือ     (8) ที่พักอาศัย     (9) อาหารและการจัดหาอาหาร     (10) ความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย     (11) การส่งตัวกลับ     (12) การจ่ายค่าจ้าง    (13) สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและสวัสดิการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด","2024-06-12T21:01:17"],
    [3612,"94e56e10-3914-455b-b016-1d4163b8a323","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-969c-43f8-b846-60139ba3f640",9,0,7,"หลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต   ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล โดยหมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งทางทะเลซึ่งอยู่ในประเทศไทยและรับทำการขนส่งทางทะเล และหมายความรวมถึงสาขาและตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งทางทะเล ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศและประกอบการขนส่งทางทะเลในประเทศไทย รวมทั้งผู้กระทำการเป็นนายหน้าเตรียมหาของในประเทศไทยเพื่อการขนส่งทางทะเล มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล โดยให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอและการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2554 เมื่อได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล (แบบ พว.7)   ในกรณีผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล ที่ได้เคยยื่นขอจดทะเบียนไว้แล้ว ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียน ได้แก่ ชื่อในการประกอบกิจการ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ที่ตั้งสำนักงานสาขา หรือที่ตั้งสถานประกอบกิจการการเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดจำนวนสำนักงานสาขา เป็นต้น ให้ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ พว.9 : แบบคำขอเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ท้ายกฎกระทรวงนี้","2022-03-07T16:34:33"],
    [3613,"94e56e10-3b87-4797-b70b-87e0a8476aa8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอู่เรือ แบบแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบกิจการอู่เรือ กรณีให้บริการ ต่อ ซ่อม ดัดแปลงตัวเรือหรือเครื่องจักร หรือทำลายเรือประมงเกินกว่า 10 ตันกรอส (ตามแบบ พว.11)(N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-99c5-4f0a-9123-46f8aa9af2ec",3,0,1,"มาตรา 27 เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและรวบรวมข้อมูลและสถิติเกี่ยวกับการพาณิชยนาวี ให้ผู้ประกอบธุรกิจการพาณิชยนาวีแจ้งข้อมูล สถิติ และข้อความอื่นที่จำเป็นต่อสำนักงาน (กรมเจ้าท่า) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    - กฎกระทรวงการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกิจการอู่เรือ พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 25 กันยายน 2561 โดยอาศัยอำนาจมาตรา 27 และมาตรา 35 วรรคหนึ่ง    การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกิจการอู่เรือนี้จะครอบคลุมถึงอู่เรือที่จดทะเบียนตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 และอู่เรือที่ไม่ต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติดังกล่าวที่มีการต่อ ซ่อม ดัดแปลงตัวเรือหรือเครื่องจักรหรือทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป แจ้งข้อมูลตามแบบ พว.11 เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเรือกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ การตรวจสอบตัวเรือมีคำสั่งให้ ล็อกเรือ การแจ้งความดำเนินคดี สามารถแจ้งได้ 3 ช่องทาง ให้แจ้งด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง    วิธีการในการยื่นแบบและการพิจารณา    ผู้ประกอบกิจการอู่เรือแจ้ง    (1) แจ้งด้วยตนเอง ณ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร สำหรับพื้นที่ในส่วนกลาง และ ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา สำหรับพื้นที่ในส่วนภูมิภาค    (2) แจ้งทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่า ที่หน้าเว็บไซต์ https://www.md.go.th หรือ https://vrs.md.go.th    (3) แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่อีเมล (E-mail) ของกลุ่มกำกับกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า ที่ mto@md.go.th    เงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต    - แจ้งแบบ พว. 11 แบบแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบกิจการอู่เรือ กรณีให้บริการต่อ ซ่อม ดัดแปลงตัวเรือ หรือเครื่องจักร หรือทำลายเรือประมงเกินกว่า 10 ตันกรอส    - ผู้ใดให้ข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารตามมาตรา 13 อันเป็นเท็จ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 27 หรือกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 27 หรือแจ้งข้อมูล สถิติ หรือข้อความอันเป็นเท็จต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ","2022-03-08T09:36:16"],
    [3614,"94e56e10-3e18-417a-85b5-b5d6c451dcff","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอู่เรือ แบบแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบกิจการอู่เรือ ประจำปี...(ตามแบบ พว10) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-9d14-44e8-81e4-445dbbd83c7a",30,0,1,"มาตรา 27 เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและรวบรวมข้อมูลและสถิติเกี่ยวกับการพาณิชยนาวี ให้ผู้ประกอบธุรกิจการพาณิชยนาวีแจ้งข้อมูล สถิติ และข้อความอื่นที่จำเป็นต่อสำนักงาน (กรมเจ้าท่า) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง    กฎกระทรวงการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกิจการอู่เรือ พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 25 กันยายน 2561 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 87 และมาตรา 35 วรรคหนึ่ง    การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกิจการอู่เรือที่จะครอบคลุมถึงการให้บริการต่อ ซ่อม หรือซ่อมบำรุงทุกประเภท ทุกชนิดและทุกขนาด ทั้งที่จดทะเบียนอู่เรือและไม่ได้จดทะเบียน รวมถึงเรือที่ต่อซ่อมด้วยตนเองและเป็นกิจการที่ประกอบขึ้นในราชอาณาจักรไทย และเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นสำหรับช่วงเวลาดำเนินกิจการระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคมของแต่ละปี โดยให้แจ้งประจำทุกปีภายในวันที่ 31 มกราคม ของปีถัดไป ตามแบบ พว.10 สามารถแจ้งได้ 3 ช่องทาง ให้แจ้งด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง    วิธีการในการยื่นแบบและการพิจารณา    ผู้ประกอบกิจการอู่เรือแจ้ง    (1) แจ้งด้วยตนเอง ณ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร สำหรับพื้นที่ในส่วนกลาง และ ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา สำหรับพื้นที่ในส่วนภูมิภาค    (2) แจ้งทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่า ที่หน้าเว็บไซต์ https://www.md.go.th    (3) แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่อีเมล (E-mail) ของกลุ่มกำกับกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า ที่ mto@md.go.th    ครอบคลุมถึงผู้แจ้งอันหมายถึงผู้ประกอบกิจการอู่เรือ และผู้รับแจ้งคือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพาณิชยนาวี และกระบวนการปฏิบัติงานในการแจ้ง รับแจ้ง และการรวบรวมข้อมูลประจำปี ตลอดจนการใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายดังกล่าว    เงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต    - แจ้งแบบ พว.10 แบบแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบกิจการอู่เรือ ประจำปี... ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2561    - ผู้ใดให้ข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารตามมาตรา 13 อันเป้นเท็จหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 27 หรือกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 27 หรือแจ้งข้อมูล สถิติ หรือข้อความอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ","2022-03-08T09:36:34"],
    [3615,"94e56e10-4384-4251-8191-d374e54989f7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอใบแทนใบทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-a3d0-41f2-afa8-864ba0f9ea94",7,500,4,"หลักเกณฑ์  มาตรา 55 กำหนดให้ในกรณีที่ใบทะเบียนสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดดังกล่าว โดยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับใบแทนใบทะเบียน พ.ศ. 2550    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนตามมาตรา 39(1)หรือ 39(2) หรือ 39(3) ที่ประสงค์จะขอใบแทนใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ/ใบอนุญาตตั้งสาขาฯ/ใบจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ/ใบทะเบียนการตั้งตัวแทน ที่ออกตามมาตรา 41 มาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัตินี้    วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1.  ให้ยื่นคำขอด้วยตนเองที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอฯ (แบบขต.-ค4) ได้ที่ www.md.go.th  - งานบริการ - แบบฟอร์ม/  คำขอต่างๆ  - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี  - การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ -แบบ ขต.-ค. 4  หรือ ผู้ยื่นคำขอ มาติดต่อ ขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2. ยื่นคำขอตามแบบ ขต.-ค.4 ต้องยื่นภายใน 15วันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด พร้อมเอกสารหลักฐานแล้วแต่กรณี และการชำระเงินค่าธรรมเนียมคำขอฯ จำนวน 100 บาท ให้ชำระได้ไม่เกิน 15.00 น. ของวันทำการ  3. ตรวจสอบคำขอฯ (แบบขต.-ค.4) และเอกสารหลักฐาน ดังนี้       (1)  ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม       (2)  ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ  4.  ประมวลเรื่องพร้อมจัดทำใบแทนใบทะเบียน และเสนอนายทะเบียนพิจารณาลงนามในใบแทนใบทะเบียน  5.  แจ้งรับใบแทนใบทะเบียนฯ    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต  1.  กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2.  สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3. การพิจารณาอนุญาตภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอฯถึงวันที่ลงนามในใบแทนใบทะเบียน    4. ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนต้องแสดงใบทะเบียนไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา หากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท (มาตรา 53)    สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง  กรณีนายทะเบียนมีคำสั่งไม่ออกใบแทนใบทะเบียนตามมาตรา 55 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อรัฐมนตรีได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน","2022-03-08T09:37:21"],
    [3616,"94e56e10-6a8d-4d98-986a-83b6d6c36556","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอส่งรายงานเกี่ยวกับการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-b743-4c07-a1e4-ffde1c76cc27",60,0,3,"หลักเกณฑ์    มาตรา 52 ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนจะต้องส่งรายงานเกี่ยวกับการประกอบการต่อนายทะเบียนตามแบบ หลักเกณฑ์ และระยะเวลาที่นายทะเบียนประกาศกำหนด  ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 284 /2558 เรื่อง กำหนดแบบ หลักเกณฑ์และระยะเวลาให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนส่งรายงานเกี่ยวกับการประกอบการ ลงวันที่  24 ธันวาคม 2558 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนยื่นรายงานตามแบบ (ขต.-บ6)ในช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม ต่อนายทะเบียนภายในเดือนมีนาคมของเดือนถัดไป    คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอฯ  เป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียนที่ออกตามมาตรา 41 มาตรา 44 มาตรา 45 และมาตรา 48 ซึ่งได้รับใบทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ใบอนุญาตตั้งสาขาฯ ใบจดแจ้งเป็นผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หรือใบทะเบียนการตั้งตัวแทน    วิธีการในการยื่นคำขอและการพิจารณา    1.  ให้ยื่นคำขอด้วยตนเองที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวน์โหลดแบบการรายงานฯ (แบบ ขต-บ.6) ได้ที่ www.md.go.th -งานบริการ - แบบฟอร์ม/  คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี -การจดทะเบียนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ - แบบขต.-บ.6 หรือ ผู้ยื่นคำขอ มาติดต่อ ขอรับแบบคำขอฯ ที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2.  การตรวจสอบการรายงานฯ (แบบ ขต-บ.6) ดังนี้       (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม       (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับเรื่อง  3.  พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมรายงานของผู้ประกอบการทุกรายในรอบหนึ่งปีให้เสร็จภายใน 60 วัน หลังจากครบกำหนดการส่งรายงาน และสรุปผลเสนอต่อนายทะเบียนเพื่อสั่งการ ในกรณีที่พบการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การแจ้งเตือนในกรณีที่ไม่ส่งรายงาน หรือรายงานไม่ครบถ้วน      เงื่อนไข  1.  กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ  2.  สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าที่รวมถึงการรับทำการขนส่งสินค้าโดยใช้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ  3.  ยื่นรายงานฯ (แบบ ขต-บ.6) ที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม ของแต่ละปี แจ้งต่อนายทะเบียนภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป    บทกำหนดโทษ  -  กรณีที่ไม่ส่งรายงานตามแบบ หลักเกณฑ์ ระยะเวลาที่กำหนดในประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 284 /2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (ตามมาตรา 73) หากได้ชำระค่าปรับในอัตราสูงสุดสำหรับความผิดนั้นแก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน (มาตรา 78)  -  กรณีไม่ส่งรายงานหรือส่งไม่ถูกต้องครบถ้วน นายทะเบียนจะแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติโดยไม่เหตุอันควรนายทะเบียนสามารถระงับการประกอบการได้ชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง","2022-03-08T09:41:20"],
    [3617,"94e56e10-7b95-4748-aaae-dac41753fcbc","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-c80d-4f77-9acf-aa5ca03a3278",9,0,9,"หลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล โดยหมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งทางทะเลซึ่งอยู่ในประเทศไทยและรับทำการขนส่งทางทะเล และหมายความรวมถึงสาขาและตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งทางทะเล ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศและประกอบการขนส่งทางทะเลในประเทศไทย รวมทั้งผู้กระทำการเป็นนายหน้าเตรียมหาของในประเทศไทยเพื่อการขนส่งทางทะเล มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล โดยให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอและการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2554 โดยมีแบบคำขอท้ายกฎกระทรวง ได้แก่ แบบ พว.6 : แบบคำขอจดทะเบียน สำหรับกรณีของผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล (เจ้าของเรือหรือผู้ใช้เรือ)  เมื่อได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล (แบบ พว.7) ต่อไป","2022-03-08T09:43:18"],
    [3618,"94e56e10-7deb-43d2-a24e-d28785f38fa6","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรชั้นนายท้ายทะเลชั้นสอง ตามข้อบังคับฯ ปี 2532(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-caeb-4d87-8fc2-aa82d7d74eb5",720,100,10,"คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์         9. มีความรู้อ่านออกเขียนได้         10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-08T09:43:37"],
    [3619,"94e56e10-8073-4ce7-b555-9f20147ef19d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-ce2f-41e8-b3e0-73b82197d0be",9,0,10,"ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการอู่เรือที่ให้บริการ ต่อ ซ่อม หรือซ่อมบำรุงเรือที่มีขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป               ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือแล้วแต่กรณี โดยให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอและการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2554 และกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอและการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล หรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 25 กันยายน 2561 ตามประเภทของแบบคำขอท้ายกฎกระทรวง ได้แก่               แบบ พว.6 :  แบบคำขอจดทะเบียน สำหรับกรณีของผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ เมื่อได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบกิจการอู่เรือจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (แบบ พว.8) ต่อไป    คำนิยามตามมาตรา 4    กิจการอู่เรือ หมายความว่า ธุรกิจต่อ ซ่อม หรือซ่อมบำรุงเรือ หรือให้บริการติดตั้งหรือซ่อมเครื่องเรือ หรืออุปกรณ์การเดินของเรือ    คุณสมบัติ    1) บุคคลธรรมดา    2) ห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งไม่ได้จดทะเบียน    3) นิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน    4) นิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด    5) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นคนต่างด้าว ต้องยื่นเอกสารและหลักฐานว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว    วิธีการในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต    1. ให้ยื่นคำขอตามแบบ พว.6 ด้วยตนเอง ที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า โดยผู้ยื่นคำขอสามารถดาวโหลดแบบคำขอ (แบบ พว.6) ได้ที่ www.md.go.th - งานบริการ - แบบฟอร์ม/คำขอต่างๆ - พิมพ์แบบฟอร์ม - กองกำกับการพาณิชยนาวี - การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางทะเลหรือผู้ประกอบกิจการอู่เรือ    2. การตรวจสอบคำขอฯ (แบบ พว.6) คุณสมบัติและเอกสารหลักฐาน ดังนี้        (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนให้แก้ไข หรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม        (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วนพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับ        (3) ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (แบบ พว.8)    เงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาต    1) กรณีที่มีการมอบอำนาจ มีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์พร้อมหลักฐานประกอบ    2) การพิจารณาอนุญาตภายใน 9 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอฯ จนถึงวันที่ออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการอู่เรือ (แบบ พว.8)    3) ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 25 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม","2022-03-08T09:44:09"],
    [3620,"94e56e10-88d0-44ac-9756-bddc5d57dd67","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับและออกหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-de34-447b-bc4b-dd2803f07b59",9,0,6,"หลักเกณฑ์           ประกาศกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี (กรมเจ้าท่า) ที่ 84/2547 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2547 เรื่อง การขอรับหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ และระเบียบกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ว่าด้วยการปฏิบัติราชการสำหรับการขอหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2547 กำหนดหลักมาตรฐานในการพิจารณาออกหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ และวิธีการยื่นคำขอ และการออกหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ    ทั้งนี้การออกหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ เพื่อใช้ประกอบในการส่งเสริมกิจการในการซ่อมเรือสำหรับเป็นหลักฐานประกอบการยกเว้นอากร และในการยกเว้นอากรสำหรับของตามประเภทที่ 7 ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530  และประกาศกรมศุลกากรที่ 21/2547 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมเรือสร้างเรือ     คุณสมบัติของผู้ยื่นขอรับหนังสือรับรองความสามารถของอู่เรือ  (1) เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอู่ซ่อมหรือสร้างเรือเดินทะเลหรือส่วนของเรือเดินทะเลที่มีขนาดเกิน 60 ตันกรอสขึ้นไป  (2) มีมาตรฐานอู่เรือเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี (กรมเจ้าท่า) ที่ 84/2547 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2547 เรื่อง การขอรับหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ    วิธีการในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต  1. ให้ยื่นหนังสือพร้อมแบบคำขอด้วยตนเองที่ กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า ผู้ยื่นคำขอมาติดต่อขอรับแบบคำขอฯ (แบบแจ้งข้อมูลเพื่อขอรับหนังสือรับรองขีดความสามารถของอู่เรือ) ที่กองกำกับการพาณิชยนาวี กรมเจ้าท่า  2. ตรวจสอบคำขอฯ และเอกสารหลักฐาน ดังนี้      (1) ในกรณีไม่ถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะแจ้งผู้ยื่นคำขออนุญาตฯให้แก้ไขหรือยื่นและแสดงหลักฐานเพิ่มเติม      (2) ในกรณีถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการจะลงทะเบียนรับ  3. ดำเนินการตรวจสภาพข้อเท็จจริงของอู่เรือ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาต  4. ประมวลเรื่องพร้อมทั้งจัดทำหนังสือรับรองขีดความสามารถอู่เรือเสนอเพื่อออกหนังสือรับรองฯ และแจ้งผู้ขอฯ มารับหนังสือรับรองฯ    เงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต  -  อนุญาตภายใน 9 วันทำการ นับแต่วันที่รับคำขอฯ จนถึงวันที่แจ้งผล (ไม่นับระยะเวลาเดินทาง)  -  เจ้าหน้าที่จะตรวจสภาพข้อเท็จจริงภายใน 1 วันทำการ โดยไม่นับระยะเวลาเดินทาง","2022-03-08T09:47:57"],
    [3621,"94e56e10-8b51-4f56-ba18-c5b1e99c5c4e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การอนุญาตให้เททิ้งหรือระบายน้ำทิ้งลงสู่ลำน้ำสาธารณะ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-e7dc-47f8-935d-7b53b459d6fc",50,100,11,"เอกสารการประกอบการพิจารณา                       (1) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน รง.4                       (2) หนังสือรับรองบริษัทฯ พร้อมหลักฐานผู้มีอำนาจลงนาม                       (3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ                        (4) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมติดอากรแสตมป์                       (5) แบบระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมรายการคำนวณ                       (6) สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม                       (7) รูปถ่ายของ ระบบบำบัดน้ำเสีย จุดที่ระบายน้ำทิ้ง และบริเวณโรงงาน                       (8) แบบแปลนผังระบบระบายน้ำ พร้อมรายการคำนวณ                       (9) ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งและคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำทิ้ง                       (10)รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (กรณีที่ต้องจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม)    เงื่อนไขท้ายใบอนุญาต                       1. บริษัทฯมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน                       2. บริษัทฯต้องจัดให้มีระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งเพื่อสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือฉุกเฉินได้ทันท่วงที                       3. กรณีการเททิ้งหรือระบายน้ำทิ้งก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชน หรือเกิดความเสียหายในทรัพย์สินบริเวณข้างเคียง หรือความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมบริษัทฯต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด                       4. บริษัทฯต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของกรมฯเข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งและด้านสิ่งแวดล้อมตามความจำเป็น                       5. บริษัทฯต้องตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งโดยเฉพาะวัดค่าดัชนี (เช่น pH, SS, TDS, FOG, TKN, BOD5 ดัชนีดังกล่าวจะกับกำหนดตามแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำนั้นๆ)อย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยรายงานค่าตรวจวัดข้างต้นให้ทางกรมฯทราบทุกสามเดือน นับจากได้รับใบอนุญาตฉบับนี้                       6. หนังสืออนุญาตฉบับนี้มีอายุ 12 เดือน การยื่นขอต่ออายุครั้งต่อไปให้แนบแผนการบริหารจัดการน้ำทิ้งเพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์แนบมาด้วย และยื่นก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน หากไม่ยื่นภายในกำหนดให้ถือว่าผู้รับอนุญาตไม่ประสงค์จะขอต่อใบอนุญาต                       7. หากบริษัทฯไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ให้ถือว่าหนังสืออนุญาตนี้เป็นอันสิ้นสุดโดยมิต้องบอกกล่าวก่อน","2022-03-08T09:48:21"],
    [3622,"94e56e10-9481-49d0-821c-a7a1984603b8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรชั้นนายเรือของเรือกลลำน้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-f2f7-4b6e-b17b-b3be14392c20",8,200,10,"1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 20  ปีบริบูรณ์         9. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้น หรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า         10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-04-06T22:52:45"],
    [3623,"94e56e10-96d0-4575-9f32-1410e385c630","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเลชายแดน(N)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1d-f5e2-4833-ab47-441dc72b2a5d",8,150,8,"1. มีสัญชาติไทย        2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายร้ายแรง  หรือมีความประพฤติเสียหาย อันอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย หรือความไม่สงบขึ้นในเรือ        3. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ          4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการหรือมีร่างกายไม่สมประกอบจนไม่สามารถทำการตามตำแหน่งหน้าที่ได้         5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ         6. เป็นผู้มีสายตาดีและหูฟังเสียงได้ดี         7. คุณสมบัติตาม (3), (4), (5) และ (6) ผู้สมัครสอบต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณาด้วย         8. ผู้สมัครสอบต้องมีมีอายุไม่ต่ำกว่า 20  ปีบริบูรณ์         9. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นประถมศึกษา หรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบเท่า         10. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบประเมินโดยวิธีสัมภาษณ์","2022-03-08T09:49:37"],
    [3624,"95ffd389-907f-460f-a675-c00ec33893e4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การสอบในประกาศนียบัตรชั้นนายประจำเรือฝ่ายเดินเรือของเรือกลเดินทะเลขนาด 500ตันกรอสหรือมากกว่าตามข้อบังคับฯ ปี 2557","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd333-ab1b-45bd-89e3-dae45612a11d",8,3001,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต            คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้          1. มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 2.        2. สำหรับบุคคลที่มิได้ถือสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับประกาศนียบัตรเพื่อทำการในเรือไทยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย        3.ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์          4.เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปอย่างน้อย 12 ปี หรือเทียบเท่า          5. ผู้สมัครสอบเพื่อขอรับประกาศนียบัตรฯต้องสอบผ่านเกณฑ์การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคประเมิน  โดยวิธีสัมภาษณ์","2025-10-22T10:31:02"],
    [3625,"961914ee-ad25-40fe-bc04-e9615a619fb8","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การวัดตรวจสอบแก้รายการขนาดเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-0300-48e0-96b3-86e26f6181b3",1,20,14,"วัดตรวจสอบแก้รายการขนาดเรือ หมายถึง การวัดตรวจสอบขนาดของเรือ ถ้ามีความยาว กว้าง ลึก ตันกรอส ตันเนต เปลี่ยนแปลง จึงได้ทำการแก้ไขรายการ ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์เรือหรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนเรือ ตามระเบียบกรมเจ่าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 103","2025-08-14T15:34:40"],
    [3626,"96195ec7-e96f-434a-9913-0e7defadae38","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การขอรับใบอนุญาตใช้เรือครั้งแรก (กรณีเรือที่มิใช่เรือประมง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-2877-44f1-9df0-4e7751af1205",1,800,19,"เรือที่ใช้ในน่านน้ำไทยต้องรับใบอนุญาตใช้เรือ เว้นแต่เรือที่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 137 ประกอบกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตใช้เรือ และการประกันภัยเรือสำหรับโดยสาร พ.ศ. 2552 ข้อ 4เจ้าของเรือที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตใช้เรือ ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าท่าหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเพื่อการจดทะเบียน ตามแบบที่อธิบดีกรมเจ้าท่าประกาศกำหนดและสำหรับเรือเดินสารต้องนำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยมายื่นขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาตใช้เรือให้มีอายุไม่เกินสิบสองเดือน สำหรับใบอนุญาตใช้เรือสำหรับโดยสาร ให้มีอายุไม่เกินกว่าความคุ้มครองตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แต่ต้องไม่เกินสิบสองเดือนนับแต่วันออกใบอนุญาตตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตใช้เรือ และการประกันภัยเรือสำหรับโดยสาร พ.ศ. 2552 ข้อ 8","2025-08-14T15:32:19"],
    [3627,"96196256-413f-488a-9974-e1ca0ee15b61","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจดทะเบียนเรือเพื่อขอรับใบทะเบียนเรือไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-2e9e-4b6b-9e9a-930fe7d5f442",1,10,null,"การจดทะเบียนเรือไทย พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 6 - 15 ได้วางหลักในเรื่องของคุณสมบัติของบุคคลผู้ที่มีสิทธิที่จะขอจดทะเบียนและถือกรรมสิทธิ์เรือไทย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล คุณสมบัติของเรือที่สามารถจดทะเบียนเป็นเรือไทยได้ รวมถึงข้อยกเว้นเรือที่ได้รับสัญชาติไทยโดยไม่ต้องจดทะเบียน เมื่อบุคคลและนิติบุคคลมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิจะถือกรรมสิทธิ์เรือจดทะเบียนเป็นเรือไทยแล้ว กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่จะยื่นคำขอจดทะเบียนจะต้องส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเสียก่อนว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และเมื่อเรือได้ทำการจดทะเบียนเป็นเรือไทย ณ เมืองท่าใดเมืองท่าหนึ่งแล้ว เมืองท่านั้นก็จะถือเป็นเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือลำนั้น เมื่อเรือลำใดได้จดทะเบียนเป็นเรือไทยแล้ว นายทะเบียนเรือจะต้องออกใบทะเบียนเรืออันเป็นใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเรือ (พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 16) ซึ่งใบทะเบียนเรือนี้ถือเป็นเอกสารประจำเรือที่ผู้ควบคุมเรือจะต้องเก็บรักษาไว้บนเรือ และพร้อมนำออกแสดงให้เจ้าหน้าที่ได้ทันทีเมื่อขอตรวจ (พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 17)","2025-08-14T15:33:10"],
    [3628,"96198008-80db-4bc8-aa10-057fe5501a9b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การออกสำเนาใบอนุญาตใช้เรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-3a60-4692-9035-e4afaa6f94f8",1,100,10,"ในระหว่างอายุใบอนุญาตใช้เรือฉบับใด กระดาษใบอนุญาตนั้นลบเลือนจนอ่านไม่ชัดก็ดี หรือสูญหายไปก็ดี ห้ามมิให้ใช้เรือลำนั้นจนกว่าเจ้าท่าจะได้ออกสำเนาใบอนุญาตใช้เรือฉบับใหม่ให้ การขอใหม่ให้ยื่นเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายทะเบียนเรือ ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 147 กรณีสูญหายให้นำใบแจ้งความเอกสารหายจากสถานีตำรวจมายื่นในขณะยื่นคำร้อง และในกรณีที่ใบอนุญาตใช้เรือชำรุดโดยยังมีฉบับเดิมเหลืออยู่ให้นำส่งคืนในขณะยื่นคำร้อง ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 75 - 76","2025-08-14T15:35:36"],
    [3629,"96196e28-086c-41c8-9610-6dc18f2de973","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจำนองเรือไทย ตามพระราชบัญญัติการจำนองเรือและบุริมสิทธิทางทะเล พ.ศ. 2537 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-1bf5-4d43-8ae0-e735e8998a4a",1,20000,16,"การจำนอง หมายถึง สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702เรือที่สามารถจำนองได้ตามพระราชบัญญัติการจำนองเรือและบุริมสิทธิทางทะเล พ.ศ. 2537 ตามมาตรา 4 ต้องเป็นเรือซึ่งมีขนาดตั้งแต่หกสิบตันกรอสขึ้นไปที่เดินด้วยเครื่องจักรกลไม่ว่ากำลังอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม และเป็นเรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเลตามกฎข้อบังคับการตรวจเรือที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยสัญญาจำนองต้องจัดทำเป็นหนังสือมีข้อความถูกต้องตรงกัน พร้อมลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน และตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 67 - 72 ให้ยื่นคำร้องขอจำนองด้วยตนเองต่อนายทะเบียนเรือ","2025-08-14T15:33:30"],
    [3630,"96198bb0-43a2-4b5d-b922-c11966921b8c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การออกใบแทนใบทะเบียนเรือไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-3d64-426b-a951-997b6c95b599",1,100,14,"ใบทะเบียนเรือไทยหากสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ควบคุมเรือขอใบทะเบียนใหม่แทนใบเก่าจากนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 18 กรณีใบทะเบียนเรือไทยสูญหายให้นำใบแจ้งความเอกสารหายจากสถานีตำรวจมายื่นในขณะยื่นคำร้อง และในกรณีที่ใบทะเบียนเรือไทยชำรุดโดยยังมีฉบับเดิมเหลืออยู่ให้นำส่งคืนในขณะยื่นคำร้อง ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 77 - 80","2025-08-14T15:36:04"],
    [3631,"961971e7-14f0-4bb7-a322-400ef38c866c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การจำนองเรือไทยตาม พ.ร.บ. เรือไทย พ.ศ. 2481 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-2238-489c-bb84-557afd26b990",1,20000,15,"การจำนอง หมายถึง สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702สัญญาจำนองเรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้วนั้น ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบพิมพ์ของกรมเจ้าท่า และจดทะเบียนการจำนองต่อหน้านายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 36 เมื่อมีการจำนองนอกเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น ให้นายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าที่มีการจำนองจัดส่งคำร้องพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ไปตรวจสอบและขออนุญาตทำการจำนองจากนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือเสียก่อน แล้วจึงทำหน้าที่แทนนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 66 - 68","2025-08-14T15:33:52"],
    [3632,"96198ceb-a0ec-4ed8-9f36-ff0b53e68112","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนชื่อเรือรับเฉพาะใบอนุญาตใช้เรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-0f68-4f07-91de-9aa3c252ddc4",1,20,10,"เจ้าของเรือลำใดจะเปลี่ยนชื่อเรือที่จดทะเบียนไว้แล้ว ต้องนำชื่อเรือไปจดทะเบียนทันที ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 154 และห้ามนำชื่อเรือของเรือลำอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วมาใช้ หากมีชื่อพ้องกันกับเรือลำอื่น ต้องให้ผู้ที่ยื่นคำร้องเปลี่ยนชื่อเรือเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 153 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456","2025-08-14T15:37:03"],
    [3633,"96197429-de5f-4cda-8a59-e770955c1e02","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-3778-4713-8555-78fc527cf7e9",1,800,5,"พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 7 กำหนดให้ใบอนุญาตใช้เรือทุกชนิดให้มีอายุใช้ได้ฉบับหนึ่งไม่เกินสิบสองเดือน นับแต่วันออกใบอนุญาต ส่วนวันสิ้นอายุของใบอนุญาตให้กำหนดไว้ในใบอนุญาต ในการต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือให้ยื่นเรื่องต่อเจ้าท่าหรือเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานออกใบอนุญาตจะออกใบอนุญาตใช้เรือหรือเปลี่ยนใบอนุญาตใช้เรือแทนฉบับเดิมให้แก่เรือลำใด ให้กระทำได้ต่อเมื่อมีใบสำคัญรับรองการตรวจเรือเพื่ออนุญาตให้ใช้เรือซึ่งเจ้าพนักงานตรวจเรือได้ออกให้ไว้แสดงว่าเรือลำนั้นได้รับการตรวจตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ และปรากฏว่าเป็นเรือที่อยู่ในสภาพปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการใช้งานในช่วงระหว่างเวลาสิบสองเดือน หรือน้อยกว่านั้นตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 162 และในกรณีมีผู้โดยสารต้องมีเอกสารสำเนาสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันผู้โดยสารเพิ่มเติม (ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 23 - 27)","2025-08-14T15:34:09"],
    [3634,"961991a4-37c9-4bb9-8c00-6cbdbb913aed","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนประเภทการใช้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-065c-4484-b225-80e62d0eb8b9",1,50,11,"ประเภทการใช้ หมายถึง การแบ่งเรือเป็นประเภทตามลักษณะที่ใช้ ซึ่งประเภทการใช้เป็นข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ ใบทะเบียนเรือไทย (กรณีจดทะเบียนเรือไทย) ของแต่ละลำ หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดดังกล่าว ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์เรือ หรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมาย ยื่นคำร้องการเปลี่ยนแปลงเป็นรายลำต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 101 เพราะหากผู้ใดใช้เรือผิดจากเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 175","2025-08-14T15:38:40"],
    [3635,"96197d42-b287-41ca-9e91-6756ee0977a4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การยกเลิกการจดทะเบียนเรือ (ใบอนุญาตใช้เรือและ/หรือใบทะเบียนเรือไทย) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-319b-450b-8ec8-90d070d7d6e6",1,0,10,"การยกเลิกการจดทะเบียนเรือไทย หมายถึง เรือที่จดทะเบียนเรือไทย ซึ่งเจ้าของเรือไม่มีความประสงค์จะใช้ธงไทยขาดคุณสมบัติตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 หรือในกรณีที่เรือไทยที่ได้จดทะเบียนเรือไทยและ/หรือใบอนุญาตใช้เรือแล้วได้สูญหาย ถูกข้าศึกคร่าห์ ถูกเพลิงเผา อับปาง ทำลายหรือถูกละทิ้ง ให้เจ้าของเรือแจ้งแก่นายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ตนทราบเหตุการณ์ ถ้าใบทะเบียนเรือไทยและ/หรือใบอนุญาตใช้เรือไม่สูญหายหรือไม่ถูกทำลายให้ผู้ควบคุมเรือคืนใบทะเบียนเรือไทยและ/หรือใบอนุญาตแก่นายทะเบียนเรือ ให้ถือว่าการจดทะเบียนเป็นอันสิ้นไปด้วยเหตุต่างๆ ดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 22 มาตรา 445 และระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2555 ข้อ 98 ข้อ 101","2025-08-14T15:34:24"],
    [3636,"9619941b-bcd2-4b1d-9200-848bef818960","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนประเภทเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-0c98-4c3e-93e2-336b4f0383b4",1,50,15,"ประเภทเรือ หมายถึง การแบ่งเรือเป็นประเภทตามลักษณะของเรือ ลักษณะการใช้เรือ และเขตการใช้เรือ ตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือฯ ซึ่งประเภทเรือเป็นข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ ใบทะเบียนเรือไทย (กรณีจดทะเบียนเรือไทย)ของแต่ละลำ หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดดังกล่าว ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์เรือ หรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายยื่นคำร้องการเปลี่ยนแปลงเป็นรายลำต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 101 เพราะหากผู้ใดใช้เรือผิดจากเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 175","2025-08-14T15:39:06"],
    [3637,"96197dd9-7c07-4173-b683-756681661938","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การหมายเหตุแก้ข้อความในสัญญาจำนอง/เพิ่มและไม่เพิ่มทุนทรัพย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-18ea-4cf1-99a1-c9d2d71eec35",1,500,16,"การขอเพิ่มวงเงินจำนอง หมายถึง การที่ผู้จำนองและผู้รับจำนองตกลงกันภายหลังจากที่จดทะเบียนแล้ว ว่าได้เพิ่มวงเงินที่จำนอง โดยคู่สัญญานำสัญญาจำนองไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงวงเงินจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่การขอแก้ไขข้อความในสัญญาจำนอง หมายถึง การที่ผู้จำนองและผู้รับจำนองตกลงกันภายหลังจากที่จดทะเบียนจำนองแล้ว ว่าได้แก้ไขข้อความในสัญญาจำนองกันเป็นอย่างใดแล้วคู่สัญญานำสัญญาจำนอง ไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (โดยไม่เพิ่มทุนทรัพย์หรือวงเงินจำนอง)ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติการจำนองเรือและบุริมสิทธิทางทะเล พ.ศ. 2537 กรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาจำนองเรือไทย หรือมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหนี้ที่มีการจำนองเรือไว้เป็นประกัน ให้ผู้จำนองหรือผู้รับจำนองยื่นคำขอแก้ไขสัญญาจำนองเรือไทยต่อนายทะเบียนประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนเรือ นายทะเบียนเรืออื่น หรือเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลไทย แล้วแต่กรณี ซึ่งรับจดทะเบียนจำนองเรือนั้น ตามแบบที่กรมเจ้าท่ากำหนดพร้อมกับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 116 ในกรณีจำนอง ที่มีการขอหมายเหตุแก้ข้อความในสัญญา เช่นการของเพิ่มหรือลดวงเงินจำนอง ให้ผู้ทำสัญญาทั้งสองฝ่ายหรอผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายยื่นคำร้องเป็นรายลำต่อนายทะเบียนเรือ","2025-08-14T15:34:54"],
    [3638,"9619959e-5ec3-4545-a167-c772e33f3157","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนผู้ควบคุมเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-4558-4b7f-ac24-5fb8712f6e91",1,50,null,"เมื่อเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือประสงค์จะเปลี่ยนตัวผู้ทำการในเรือลำใด ให้เจ้าของเรือนำใบอนุญาตใช้เรือลำนั้น พร้อมทั้งประกาศนียบัตรของผู้ที่จะทำการในเรือลำนั้นไปให้เจ้าพนักงานออกใบอนุญาตบันทึกการเปลี่ยนตัวผู้ทำการในเรือไว้ในใบอนุญาตใช้เรือ ณ ที่ทำการเจ้าท่าที่เรือนั้นขึ้นทะเบียน ภายในกำหนดสิบห้าวัน ตามมาตรา 284 วรรคสอง พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 20 ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 84 และ ข้อ 85","2025-08-14T15:43:00"],
    [3639,"96199029-7b2f-47e0-93d1-41a92eed617d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนชื่อเรือไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-1283-40a6-a172-c335d275a235",1,100,null,"เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้วจะใช้ชื่อผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ไม่ได้ แต่จะเปลี่ยนได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมเจ้าท่า ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 38 โดยผ่านทางนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนเรือนั้น ชื่อเรือต้องเป็นชื่อที่เหมาะสม ส่วนการตั้งชื่อเรือซ้ำๆ กันสำหรับเรือหลายลำ ให้มีเลขลำดับต่อท้ายเพื่อให้เป็นเรือที่มีชื่อไม่ซ้ำกัน ให้ใช้ได้เฉพาะเรือที่เป็นของเจ้าของรายเดียวกันหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรือนั้นตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2555 ข้อ 11 และเมื่อได้รับการเปลี่ยนชื่อเรือแล้ว การแก้ชื่อที่ตัวเรือ ในสมุดทะเบียนในใบทะเบียน ในเอกสารอื่นทุกฉบับซึ่งเห็นว่าสมควร และการโฆษณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อเรือนั้น ให้ทำตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเศรษฐการ ออกตามความในพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 ข้อ 7 กำหนดให้เรือซึ่งได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเรือ ให้นายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือ แจ้งให้ผู้ขอจัดการแก้ชื่อที่ตัวเรือทุกแห่งให้ถูกต้องตรงกับชื่อที่ได้รับอนุญาตใหม่ และนำมาให้ตรวจพร้อมด้วยเอกสารประจำเรือภายในกำหนดเวลาอันสมควรเมื่อได้ตรวจเห็นว่าชื่อที่แก้ใหม่นั้นถูกต้องเป็นที่พอใจแล้วให้นายทะเบียนเรือแก้ชื่อเรือในเอกสารประจำเรือทุกฉบับ เมื่อจัดการแก้ชื่อเรือดังกล่าวแล้วให้ส่งสำเนาประกาศไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลาย","2025-08-14T15:37:45"],
    [3640,"96199862-d624-4e22-8e59-687bf998f966","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนเขตการเดินเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-0981-49de-8318-b6414caa0402",1,50,13,"เขตการเดินเรือ หมายถึง การกำหนดเขตอนุญาตให้เดินเรือ ซึ่งเขตการเดินเรือเป็นข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดดังกล่าวให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์เรือ หรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมาย ยื่นคำร้องการเปลี่ยนแปลงเป็นรายลำต่อนายทะเบียน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 101 เพราะหากผู้ใดใช้เรือผิดจากเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 175","2025-08-14T15:53:08"],
    [3641,"961999bc-2de1-4d33-b366-98f9d2b6c5c0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การเปลี่ยนแปลงตัวเรือ (ขยายตัวเรือ/ลดขนาดเรือ/เปลี่ยนเครื่องยนต์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-483b-48a1-ad73-7dbf65acff89",1,50,22,"การเปลี่ยนแปลงตัวเรือ หมายถึง การเพิ่มขนาดตัวเรือหรือลดขนาดตัวเรือ หรือส่วนอื่นของเรือ ทำให้เรือมีความยาว กว้าง ลึก เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นหรือลดลง หรือการเปลี่ยนเครื่องจักรเรือ ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 40 ได้บัญญัติให้เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้ว เมื่อได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวเรือหรือส่วนอื่นของเรือให้ผิดไปจากรายการซึ่งปรากฏอยู่ในใบทะเบียน ผู้ควบคุมเรือต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อนายทะเบียนเรือ หรือเจ้าพนักงานกงสุลไทยประจำเมืองท่าที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นว่านั้นโดยด่วน ในการแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนเรือ ให้ผู้ควบคุมเรือส่งใบตรวจเรือของพนักงานตรวจเรือกรมเจ้าท่าไปแสดงด้วย และถ้าการแจ้งการเปลี่ยนแปลงมิได้แจ้งต่อเมืองท่าขึ้นทะเบียน ให้นายทะเบียนเรือที่รับแจ้งหมายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไว้ในใบทะเบียน และรายงานการเปลี่ยนแปลงให้นายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือทราบโดยด่วน ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 87 - 90","2025-08-14T15:53:22"],
    [3642,"96199d2e-2c0e-4094-85ee-937a49b79d90","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การแก้ไขรายการอื่นๆ (N) (การแก้ไขรายการอย่างหนึ่งอย่างใด นอกจากรายการเปลี่ยนแปลงตัวเรือ ขนาดเรือ ประเภทเรือ ประเภทการใช้ เขตการเดินเรือ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-4275-48dd-935b-174ca78dcbf0",1,20,11,"การแก้ไขรายการอย่างหนึ่งอย่างใด นอกจากรายการเปลี่ยนแปลงตัวเรือ ขนาดเรือ ประเภทเรือ ประเภทการใช้ เขตการเดินเรือ ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์เรือหรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมาย ยื่นคำร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงรายการเป็นรายลำต่อนายทะเบียนเรือตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 102","2025-08-14T15:55:05"],
    [3643,"96199e90-bf1e-4a0c-bf66-f2db64b9039d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การแจ้งงดใช้เรืออื่น ที่มิใช่เรือประมง เรือขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-3474-4732-881e-fb18cbfba959",1,0,6,"การแจ้งงดใช้เรือ หมายถึง การแจ้งเลิกใช้เรือเป็นการชั่วคราว อาจเกิดจากภาวะเศรษฐกิจ เรือขึ้นคานซ่อมทำ เป็นต้นการของดใช้เรือเป็นการชั่วคราว ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์เรือหรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายยื่นคำร้องพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานเป็นรายลำต่อนายทะเบียนเรือ ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 106","2025-08-14T15:55:20"],
    [3644,"9619a72d-1e29-41f2-b849-b556998a5827","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","โอนเมืองท่าขึ้นทะเบียนเรือ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-3fd6-4520-af85-4fe0ef2a1e56",1,100,14,"เรือไทยที่ได้จดทะเบียนไว้ที่เมืองท่าใด ให้ถือว่าเมืองท่านั้นคือเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือลำดังกล่าว จะขอโอนไปขึ้นทะเบียน ณ เมืองท่าอื่นภายในราชอาณาจักรไทยก็ได้ คำขอให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 44  ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 91 - 92","2025-08-14T15:56:57"],
    [3645,"9619a0f0-41c9-4b78-8e3a-e56586d13313","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การโอนกรรมสิทธิ์เรือขนาดตั้งแต่ 5 ตันกรอสขึ้นไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-1f48-493b-9fe9-72659cd2ac49",1,20,20,"การซื้อขายเรือที่มีขนาดตั้งแต่ห้าตันกรอสขึ้นไป ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ในที่นี้หมายถึง เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เมื่อได้จดทะเบียนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ต่อนายอำเภอ และได้เสียภาษีอากรตามประมวลกฎหมายรัษฎากรแล้ว ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ต้องดำเนินการแก้กรรมสิทธิ์เรือต่อนายทะเบียนเรือ กรมเจ้าท่า ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 145 เรือที่ได้รับใบอนุญาตใช้เรือ การโอนกรรมสิทธิ์เรือซึ่งรับเฉพาะใบอนุญาตใช้เรือ เมื่อได้เปลี่ยนเจ้าของกันไปแล้ว ให้จัดการโอนกรรมสิทธิ์กันได้ แต่ต้องแจ้งให้เจ้าท่าทราบด้วย เพื่อเจ้าท่าจะได้แก้ใบอนุญาตเปลี่ยนชื่อบัญชีในทะเบียนไว้เป็นสำคัญ ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 28 - 37 การโอนกรรมสิทธิ์ หมายความถึง การโอนกรรมสิทธิ์เรือซึ่งรับเฉพาะใบอนุญาตใช้เรือโดยนิติกรรม และโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมหรือโดยคำสั่งศาล การยื่นคำร้องให้ผู้โอน หรือผู้รับโอน หรือผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายยื่นคำร้องเป็นรายลำต่อนายทะเบียนเรือ ถ้าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์โดยนิติกรรม ต้องมีสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ซึ่งได้จดทะเบียนนิติกรรมต่อนายอำเภอมาแสดง และผู้รับโอนเป็นผู้ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในคำร้อง ถ้าเป็นการได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม หรือได้มาโดยการรับมรดกมีพินัยกรรม ต้องมีหนังสือแสดงการจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 ประกอบด้วยมาตรา 1302 จากอำเภอมาแสดง และผู้รับโอนเป็นผู้ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในคำร้อง","2025-08-14T15:55:40"],
    [3646,"9619a220-4238-4791-8071-e2c5b13489c1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การโอนกรรมสิทธิ์เรือขนาดต่ำกว่า 5 ตันกรอส (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-2544-45b4-85d9-1e76a8d51b14",1,20,17,"เรือที่ได้รับใบอนุญาตใช้เรือ การโอนกรรมสิทธิ์เรือซึ่งรับเฉพาะใบอนุญาตใช้เรือ เมื่อได้เปลี่ยนเจ้าของกันไปแล้ว ให้จัดการโอนกรรมสิทธิ์กันได้ แต่ต้องแจ้งให้เจ้าท่าทราบด้วย เพื่อเจ้าท่าจะได้แก้ใบอนุญาตเปลี่ยนชื่อบัญชีในทะเบียนไว้เป็นสำคัญ ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 145 เรือขนาดต่ำกว่า 5 ตันกรอส ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 28 - 37 การโอนกรรมสิทธิ์ตามระเบียบนี้ หมายความถึงการโอนกรรมสิทธิ์เรือซึ่งรับเฉพาะใบอนุญาตใช้เรือ โดยนิติกรรม และโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมหรือโดยคำสั่งศาล การยื่นคำร้องให้ผู้โอนและผู้รับโอนหรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายยื่นคำร้องพร้อมเอกสารเป็นรายลำต่อนายทะเบียนเรือ และข้อ 31 ถ้าเป็นการโอนโดยนิติกรรมสองฝ่าย ผู้โอนและผู้รับโอนต้องลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในคำร้องพร้อมกันต่อหน้านายทะเบียน ถ้าเป็นการได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม หรือได้มาโดยการรับมรดกโดยมีพินัยกรรม ต้องแสดงพินัยกรรมถ้าเป็นการได้มาโดยการรับมรดก หรือรายการสอบสวนของอำเภอถ้าเป็นการได้มาโดยการรับมรดกซึ่งไม่มีพินัยกรรม หรือหลักฐานการครอบครองปรปักษ์","2025-08-14T15:55:59"],
    [3647,"9619a2ee-e57b-4932-a518-56639df62892","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การโอนกรรมสิทธิ์เรือไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-2b87-4542-80fa-fb217b185a1e",1,20000,29,"เมื่อได้จดทะเบียนเป็นเรือไทยแล้ว หากมีการโอนกรรมสิทธิ์เรือโดยทางนิติกรรม ต้องยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น เพื่อให้มีการจดแจ้งการโอนไว้ในสมุดทะเบียนเรือ ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 และหากกรรมสิทธิ์ในเรือไทยได้ตกไปเป็นของบุคคลอื่นโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมแล้ว ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรรมสิทธิ์ในเรือไทย บุคคลนั้นจะต้องยื่นเอกสารใบทะเบียน คำรับรอง และพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับสัญชาติของตนต่อนายทะเบียน ตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 มาตรา 29 การโอนกรรมสิทธิ์เรือไทยนั้นยังต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของผู้รับโอนต้องด้วยลักษณะที่จะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เรือไทยได้ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติเรือไทยพ.ศ. 2481หากผู้รับโอนขาดคุณสมบัติที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยได้ตามมาตรา 7 ต้องถอนทะเบียนเรือไทย ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2555 ข้อ 40 - 58 การโอนกรรมสิทธิ์ให้หมายความถึง การซื้อขาย (รวมทั้งการขายฝากและการขายทอดตลาด) การแลกเปลี่ยน การให้ การรับมรดก การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยทางอื่น และรวมทั้งการเพิ่มหรือลดจำนวนผู้ถือกรรมสิทธิ์ด้วย และการยื่นคำร้องให้ยื่นเป็นรายลำด้วยตนเองต่อนายทะเบียนเรือ","2025-08-14T15:56:11"],
    [3648,"9619a682-9fc4-4789-9ce5-ea5277b3b89b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การไถ่ถอนจำนอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1e-1598-4db9-ba25-3bbfbffe84ca",1,0,11,"การจำนองตามมาตรา 702 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมายถึง สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง  การไถ่ถอนจำนอง หมายถึง สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง ซึ่งผู้จำนองได้ชำระหนี้ของทรัพย์สินที่จำนอง และผู้รับจำนองยอมปลดหนี้ให้แก่ผู้จำนองนั้น และตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติการจำนองเรือและบุริมสิทธิทางทะเล พ.ศ. 2537 ข้อ 6 กำหนดว่าในกรณีผู้จำนองประสงค์จะไถ่ถอนการจำนองเรือไทย ให้ผู้จำนองและผู้รับจำนองร่วมกันยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนการจำนองต่อนายทะเบียนเรือประจำเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือ นายทะเบียนเรืออื่น หรือเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย แล้วแต่กรณี ซึ่งรับจดทะเบียนจำนองเรือนั้น ตามแบบที่กรมเจ้าท่ากำหนดพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง การไถ่ถอนจำนองนั้นให้ผู้ทำสัญญาทั้งสองฝ่ายหรือผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายยื่นคำร้องเป็นรายลำต่อนายทะเบียนเรือ หรือยื่นที่เมืองท่าที่ได้ทำสัญญาไว้ ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ พ.ศ. 2563 ข้อ 116 และ 117","2025-08-14T15:56:28"],
    [3649,"961d11d4-0145-42b4-9cf6-3863fdde2cdc","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การอนุญาตนำเรือต่างชาติเข้ามาทำการค้าในน่านน้ำไทย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1c-97f4-426a-a5b0-1460cfffa294",29,40,null,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต         \n1. การขออนุญาตให้เรือของบุคคลผู้ไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยได้เข้ามาทำการค้าในน่านน้ำไทย  ต้องปรากฏว่า น่านน้ำไทยยังมีเรือไทยที่จะใช้ทำการไม่เพียงพอแก่ความต้องการของประเทศ จึงสามารถยื่นขออนุญาต  นำเรือต่างชาติมาใช้ทำการได้ โดยกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการพิจารณา  อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้นำเรือต่างชาติเข้ามาทำการค้าในน่านน้ำไทย         \n2. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานตั้งอยู่ในราชอาณาจักร         \n3. ผู้ขออนุญาตแจ้งความประสงค์ตามแบบ กท.2  ณ สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา กรมเจ้าท่า  เพื่อประกาศหาเรือไทยมารับจ้างทำการ โดยระบุ 1) วัตถุประสงค์การใช้เรือ 2) เส้นทางหรือพื้นที่ใช้เรือ 3) ระยะเวลาที่ใช้เรือ  4) จำนวนเรือ และ 5) คุณลักษณะของเรือที่ต้องการ โดยประกาศเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน         \n4. ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอตามแบบ กท. 2-1 พร้อมเอกสารหลักฐาน ภายใน 30 วันหลังจากพ้นระยะเวลาประกาศหาเรือ  และไม่มีเจ้าของเรือไทยรายใดยื่นความจำนงขอรับทำการฯ ดังกล่าว         \n5. กฎหมายได้กำหนดระยะเวลาการอนุญาตให้นำเรือต่างชาติเข้ามาทำการค้าในน่าน้ำไทย ได้คราวละไม่เกิน 1 ปี หรือไม่เกิน  ระยะเวลาตามสัญญาจ้าง หรือไม่เกินระยะเวลาตามคำขออนุญาต ทั้งนี้ แล้วแต่ว่าระยะเวลาใดสิ้นสุดก่อน         \n6. ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสือแสดงการอนุญาตตามแบบ กท. 2-2         \n7. กรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออนุญาตมีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายปกครองได้","2025-08-14T15:35:08"],
    [3650,"99f2a5fd-e5f8-4535-ac72-d97bd92e813c","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การอนุญาตเรือให้บริการรับของเสีย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99f29a1b-3dd1-4c54-afe6-e3ee3c6db053",45,0,null,"ผู้ใดประสงค์จะขอใช้เรือเพื่อให้บริการรับของเสียจากเรือ ให้ยื่นค้าร้องตามแบบ วล.๒\nที่ปรากฏในภาคผนวก ๑ ที่แนบท้ายระเบียบนี ต่อส้านักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้า\nพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี\n(1) ชื่อ นามสกุล และหมายเลขประจ้าตัวประชาชนของเจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือ\nกรณีการเช่าเรือหรือน้าเรือที่ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือมายื่นขอใช้เรือเพื่อให้บริการ\nรับของเสียจากเรือ ต้องแสดงสัญญาการเช่าเรือหรือบันทึกข้อตกลงการให้ใช้เรือระหว่างเจ้าของหรือ\nผู้ครอบครองเรือกับผู้ที่จะน้าเรือมาให้บริการรับของเสีย พร้อมทั งชื่อ นามสกุล และหมายเลขประจ้าตัว\nประชาชนของทั้งสองฝ่าย\n(2) ชื่อเรือและหมายเลขทะเบียนเรือ พร้อมภาพถ่ายที่ชัดเจนทั งภายนอกตัวเรือ (ด้านซ้าย\nและด้านขวา) และบนดาดฟ้าและ/หรือระวางเรือ กรณีเรือต่อสร้างใหม่ที่มีความยาวตั งแต่ ๒๔ เมตรขึ นไป\nซึ่งยังไม่มีหมายเลขทะเบียนเรือ อนุโลมให้สามารถยื่นใบส้าคัญรับรองการอนุมัติแบบเรือก่อนได้\n(๓) ชื่อ นามสกุล หมายเลขประจ้าตัวประชาชน และหมายเลขประกาศนียบัตรของผู้ปฏิบัติงาน\nบนเรือทุกตำแหน่ง\n(๔) รายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะของเรือ (Ship Particular)\n(๕) มาตรการป้องกันของเสียจากเรือตกหล่นรั่วไหลลงสู่ทะเลหรือแหล่งน้ำสาธารณะ\n(๖) แผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุของเสียจากเรือตกหล่นรั่วไหลลงสู่ทะเลหรือแหล่งน้ำสาธารณะ\n(๗) รายการอุปกรณ์ป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำประจ้าเรือ พร้อมภาพถ่ายที่ชัดเจน\nและต้องมีอุปกรณ์ไว้ประจ้าบนเรือตลอดเวลา ทั้งนี รายละเอียดของรายการอุปกรณ์ป้องกันและ\nขจัดมลพิษทางน้าประจ้าเรือ ปรากฏตามภาคผนวก 2 ที่แนบท้ายระเบียบนี\n(๘) หลักฐานแสดงการติดตั งระบบระบุตัวตนอัตโนมัติอย่างน้อยระดับชั้น บี (Automatic\nIdentification System : AIS Class B) พร้อมคู่มือวิธีปฏิบัติการแจ้งเรือเข้า - ออก\n(๙) หลักฐานแสดงการติดตั งกล้องวงจรปิดไว้บนเรือ พร้อมแจ้งช่องทางในการเข้าถึงสัญญาณภาพ\nเพื่อแสดงภาพเคลื่อนไหวในระหว่างปฏิบัติงาน\n(๑๐) แผนที่แสดงเส้นทางการเดินเรือและพื นที่ให้บริการรับของเสียจากเรือ\n(๑๑) สัญญาหรือบันทึกข้อตกลงการใช้เรือบริการรับของเสียจากเรือระหว่างเจ้าของหรือ\nผู้ครอบครองเรือ กับผู้ให้บริการจัดเก็บและบ้าบัดของเสียจากเรือที่ได้รับหนังสือรับรองเป็นผู้ให้บริการ\nจัดเก็บและบ้าบัดของเสียจากเรือซึ่งออกโดยกรมเจ้าท่า และหนังสือรับรองนั นยังคงเหลืออายุการใช้งาน\nมากกว่า ๖ เดือน (เว้นแต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือและผู้ให้บริการจัดเก็บและบ้าบัดของเสียจากเรือ\nจะเป็นบุคคลเดียวกัน)\n(๑๒) สัญญาหรือบันทึกข้อตกลง ๓ ฝ่าย ระหว่างผู้ให้บริการจัดเก็บและบ้าบัดของเสียจากเรือ\nเจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือ และเจ้าของหรือผู้ครอบครองท่าเรือ ในการใช้ท่าเทียบเรือเพื่อขนส่งของเสีย\nจากเรือไปก้าจัด\n(๑๓) กรณีเรือให้บริการรับของเสียจากเรือประเภทน้ามันใช้แล้ว น้าปนน้ามันหรือเคมีภัณฑ์\nสารท้าความสะอาด น้าล้างเรือ น้าเสียต่าง ๆ ต้องจัดท้าประกันภัยเรือที่มีความคุ้มครองส้าหรับ\nชดเชยค่าใช้จ่ายการขจัดมลพิษทางน้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบ้าบัดฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและบรรเทา\nผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมกันไม่น้อยกว่า ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท หากของเสียจากเรือดังกล่าวหกรั่วไหล\nลงสู่แหล่งน้า (ยกเว้นเรือให้บริการรับของเสียจากเรือประเภทขยะและกากของเสียต่าง ๆ ไม่ต้อง\nจัดท้าประกันภัยเรือ) ทั้งนี หากค่าชดใช้ความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการขจัดมลพิษ การบ้าบัดฟื้นฟู\nและบรรเทาผู้ได้รับผลกระทบเกินกว่าวงเงินคุ้มครองของการประกันภัย เจ้าของหรือผู้ครอบครอง เรือ\nและผู้ให้บริการจัดเก็บและบ้าบัดของเสียจากเรือ ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินดังกล่าวด้วย\n\nการพิจารณาความเหมาะสมของเรือให้บริการรับของเสีย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์\nดังต่อไปนี\n(๑) มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามข้อ 5\n(๒) เรือให้บริการรับของเสียจากเรือประเภทน้ามันใช้แล้ว น้าปนน้ามันหรือเคมีภัณฑ์\nสารท้าความสะอาด น้าล้างเรือ และน้าเสียต่าง ๆ ระวางหรือถังเก็บต้องมีฝาปิดมิดชิด หากมีการ\nแบ่งแยกถังเก็บ ถังทุกใบต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๑ ลูกบาศก์เมตร และมีระบบท่อทางและ\nปั๊มสูบถ่ายอย่างเพียงพอ\n(๓) เรือให้บริการรับของเสียจากเรือประเภทขยะและกากของเสียต่าง ๆ ระวางหรือถังเก็บ\nต้องมีฝาปิดหรือวัสดุปกคลุมมิดชิด ต้องแบ่งแยกถังเก็บกากของเสียทั่วไปกับของเสียอันตรายไม่ให้ปะปนกัน\n(๔) เรือให้บริการรับของเสียต้องมีวิทยุสื่อสารและเปิดใช้งานตลอดเวลา\n(๕) เรือให้บริการรับของเสียต้องมีระบบติดตามเส้นทางการเดินเรือและต้องเปิดสัญญาณ\nไว้ตลอดเวลา\nข้อ 7 เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าเรือให้บริการรับของเสียมีความเหมาะสมตามข้อ 6\nให้กลุ่มสิ่งแวดล้อม ส้านักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ารายงานต่อส้านักมาตรฐานเรือ\nเพื่อตรวจสอบสภาพตัวเรือ อุปกรณ์ป้องกันและขจัดมลพิษทางน้าประจ้าเรือ และเครื่องส่งสัญญาณ\nติดตามเส้นทางการเดินเรือ หากพบว่าครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้ด้าเนินการออกใบส้าคัญรับรองการตรวจเรือ\nและรายงานต่อส้านักมาตรฐานทะเบียนเรือเพื่อด้าเนินการออกใบอนุญาตใช้เรือให้บริการรับของเสีย\nก่อนส่งให้กลุ่มสิ่งแวดล้อม ส้านักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้าประกาศรายชื่อเรือให้บริการ\nรับของเสียจากเรือบนเว็บไซต์กรมเจ้าท่าต่อไป\nข้อ 8 ผู้ใดประสงค์จะต่ออายุการใช้เรือเพื่อให้บริการรับของเสีย ให้ยื่นค้าร้องตามแบบ วล.๒\nพร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๕ (๑) (๒) (๓) (๗) (๑๑) (๑๒) และ (๑๓) ต่อส้านักความปลอดภัย\nและสิ่งแวดล้อมทางน้าล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ก่อนวันที่เอกสารหลักฐานฉบับหนึ่งฉบับใดตามข้อ 5\nจะสิ นอายุลง\nข้อ 9 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงสาระส้าคัญของเอกสารหลักฐานตามข้อ ๕ (๑) (๒) (๓)\n(๑๑) (๑๒) หรือ (๑๓) แม้แต่ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ผู้ประสงค์น้าเรือมาให้บริการรับของเสียจากเรือ\nยื่นค้าร้องตามแบบ วล.๒ พร้อมเอกสารหลักฐานทุกฉบับ ตามข้อ ๕ (๑) - (๑๓) ต่อส้านักความปลอดภัย\nและสิ่งแวดล้อมทางน้าเพื่อพิจารณาอีกครั งหนึ่ง\nข้อ ๑๐ หากพบว่าเรือให้บริการรับของเสียล้าใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือเงื่อนไขที่\nกรมเจ้าท่าก้าหนด นายทะเบียนเรืออาจพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตใช้เรือล้าดังกล่าวได้","2023-08-28T09:05:02"],
    [3651,"99f2b302-f513-46e4-9852-61a1664ce1fc","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การรับรองผู้ให้บริการจัดเก็บและบำบัดของเสียจากเรือ ประเภทน้ำมันใช้แล้ว น้ำปนน้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ และน้ำเสียต่าง ๆ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","99f2ab29-6539-4718-82b8-ba877bc7c640",45,0,5,"ผู้ใดประสงค์จะขอหนังสือรับรองผู้ให้บริการจัดเก็บและบำบัดของเสียจากเรือ ประเภทน้ำมันใช้แล้ว น้ำปนน้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ และน้ำเสียต่าง ๆ ให้ยื่นคำร้อง ตามแบบ ก.๕ ต่อสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้\n(๑) สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน\n(๒) หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจ\n(๓) ในกรณีที่ผู้ขอเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นคำร้องพร้อมสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีอายุไม่เกิน ๖ เดือน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล\n(๔) สำเนาใบอนุญาตอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้\n(ก) สำเนาใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ประกอบกิจการโรงงานประเภท หรือชนิดของโรงงานลำดับที่ ๑๐๑ (ประกอบกิจการปรับคุณภาพ บำบัด หรือกำจัดของเสียรวม) หรือ\n(ข) สำเนาใบอนุญาตแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการในข้อ (ก) ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ความเห็นชอบแล้ว หรือ\n(ค) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประเภท ๑๐๖ ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำของเสียจากเรือ (น้ำมันหรือเคมีภัณฑ์) ที่ผ่านการใช้งานแล้วเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่\n(๕) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\n(๖) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือสำนักงานพลังงานจังหวัด\n(๗) สำเนาเลขประจำตัวผู้ดำเนินกิจการเกี่ยวกับของเสียอันตรายจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม\n(๘) หนังสือแสดงรายละเอียดแนะนำการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการ (Company profile) โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย\n(ก) สถานที่ติดต่อ ที่ตั้งโรงงาน แผนที่โรงงาน แบบแปลนแผนผังอาคาร และการติดตั้งเครื่องจักรในสถานประกอบการ\n(ข) ผลิตภัณฑ์จากกิจการของผู้ประกอบการ (หากมี)\n(ค) รายละเอียดสถานที่ประกอบการ โรงงาน อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการบำบัด หรือกำจัดของเสีย หรือขั้นตอนเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ ภาชนะจัดเก็บวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์พร้อมภาพถ่าย\n(ง) รายละเอียดความสามารถในการรับ และบำบัดของเสียจากเรือ พร้อมทั้งจำนวน ขนาด ประเภท และภาพถ่ายของรถและเรือสำหรับรับส่งของเสีย รวมทั้งสัญญาการว่าจ้าง (หากมี)\n(จ) รายละเอียดกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการรับ-ส่ง ของเสียจากเรือ\n(ฉ) รายละเอียดกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการนำของเสียไปบำบัด กำจัด หรือ นำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมแบบแปลนและรายละเอียดการคำนวณออกแบบระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบขจัดมลพิษทางอากาศ ระบบกำจัดกลิ่น เป็นต้น และสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม\n(ช) รายละเอียดกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการกำจัดของเสียขั้นสุดท้าย พร้อมสำเนาเอกสารสัญญากับบริษัทกำจัดของเสีย สัญญาจ้างและกำจัดของเสีย\n(๙) มาตรการป้องกัน ติดตาม และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมระหว่างการขนถ่าย และบำบัดหรือกำจัดของเสีย\n(๑๐) แผนฉุกเฉินกรณีเกิดอุบัติเหตุของเสียจากเรือเกิดการหกหล่น รั่วไหล พร้อมรายชื่อบุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ในกรณีเกิดเหตุ\n(๑๑) หนังสือแสดงความยินยอมให้กรมเจ้าท่าเข้าติดตามตรวจสอบสถานที่และให้ข้อมูลรายละเอียดที่ร้องขอระหว่างการตรวจสอบเพื่อออกหนังสือรับรองและภายหลังจากที่ได้รับหนังสือรับรอง\nข้อ ๕ การพิจารณาออกหนังสือรับรองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้\n(๑) เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง\n(๒) มีความพร้อมและความเหมาะสมของสถานที่ประกอบการที่ขอหนังสือรับรอง ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรที่ใช้บำบัด หรือกำจัดน้ำมันใช้แล้ว น้ำปนน้ำมันหรือเคมีภัณฑ์ และน้ำเสียต่าง ๆ ที่รับจากเรือ\n(๓) มีความพร้อมและมีความสามารถจัดการของเสียได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามกระบวนการที่เสนอต่อกรมเจ้าท่า ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยต้องดำเนินการตั้งแต่การรับของเสียจากเรือจนแล้วเสร็จ หรือได้เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งานให้เสร็จสิ้นในสถานประกอบกิจการที่ขอหนังสือรับรอง ทั้งนี้ ต้องไม่ส่งต่อไปบำบัด กำจัด หรือปรับปรุงคุณภาพเพื่อนำมาใช้ใหม่ในสถานประกอบการอื่น เว้นแต่การกำจัดของเสียขั้นสุดท้ายหากไม่สามารถดำเนินการได้เอง\n(๔) กรณีที่การกำจัดของเสียขั้นสุดท้ายไม่ได้ดำเนินการเอง ต้องทำสัญญากับผู้ให้บริการกำจัดของเสียขั้นสุดท้ายอย่างชัดเจน\n(๕) มีความพร้อมในมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการและ แผนแก้ไขเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ที่ชัดเจน และสามารถปฏิบัติตามแผนได้ทันที\nข้อ ๖ ผู้ขอรับหนังสือรับรองต้องนำกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อความเสียหายที่จะเกิดกับบุคคลภายนอก ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมตามที่กรมเจ้าท่าประกาศกำหนด มาแสดงก่อนที่กรมเจ้าท่าจะพิจารณาออกหนังสือรับรองให้\nข้อ ๗ ผู้ได้รับหนังสือรับรองแล้ว จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดดังนี้\n(๑) ต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในการขนถ่าย การจัดเก็บและบำบัดของเสียจากเรืออย่างถูกต้องตามรายละเอียดที่ผู้รับหนังสือรับรองยื่นมา\n(๒) ต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินในการขนถ่าย จัดเก็บและบำบัดของเสียจากเรือ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ ก่อนการฝึกซ้อมและหลังการฝึกซ้อมต้องแจ้งและรายงานผลพร้อม แนบเอกสารหลักฐานการฝึกซ้อมให้กรมเจ้าท่าทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่ก่อนการฝึกและหลังฝึกซ้อมเสร็จแล้วทุกครั้ง\n(๓) ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ระบุในรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน อย่างเคร่งครัด และเมื่อผลการติดตามตรวจสอบแสดงให้เห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ปัญหานั้นโดยเร็ว\n(๔) ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยเคร่งครัด\n(๕) รายงานผลการดำเนินการให้กรมเจ้าท่าทราบเป็นรายไตรมาส ตามแบบที่กรมเจ้าท่ากำหนด โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้\n(ก) ชื่อเรือและท่าเรือที่ใช้บริการกำจัดของเสีย\n(ข) วันเวลา รายการและปริมาณของเสีย วิธีการบำบัดหรือกำจัด ตามแบบที่กรมเจ้าท่าประกาศกำหนด\n(๖) ต้องจัดทำประกันภัยที่มีความคุ้มครองตลอดระยะเวลาดำเนินการของผู้รับหนังสือรับรอง โดยต้องจัดส่งสำเนาการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวให้กรมเจ้าท่าทราบทุกครั้งภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่สิ้นสุดระยะเวลาเอาประกัน ทั้งนี้ ให้แนบสำเนากรมธรรม์ประกันภัยทุกครั้ง ที่ยื่นคำร้อง ต่อส่วนราชการ เพื่อขออนุญาตนำของเสียจากเรือขึ้นมาบำบัดหรือกำจัด\n(๗) การบำบัดหรือกำจัดของเสียจากเรือที่ขออนุญาตขนถ่ายจากกรมเจ้าท่า ต้องปฏิบัติ ตามกระบวนการที่เสนอไว้ในการขอหนังสือรับรองเป็นผู้ให้บริการจัดเก็บและบำบัดของเสียจากเรือ จนแล้วเสร็จ เว้นแต่การกำจัดของเสียขั้นสุดท้าย หากมิสามารถดำเนินการกำจัดได้เอง ต้องส่งไปกำจัดกับผู้ให้บริการกำจัดกากอุตสาหกรรมที่สามารถกำจัดของเสียขั้นสุดท้ายได้ โดยให้ผู้รับหนังสือรับรอง นำสำเนาสัญญาว่าจ้างมาแสดงให้กรมเจ้าท่าทุกครั้งเมื่อได้ทำสัญญาหรือต่ออายุสัญญาใหม่\n(๘) การจัดเก็บน้ำมัน น้ำปนน้ำมันต้องจัดเก็บในอุปกรณ์หรือภาชนะที่เหมาะสม ไม่เกิดการรั่วไหลหรือปนเปื้อนออกสู่สภาพแวดล้อม\n(๙) หากผู้ได้รับหนังสือรับรองประสงค์จะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการขนถ่าย จัดเก็บ บำบัด และกำจัดของเสีย ให้เสนอกรมเจ้าท่าพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน\n(๑๐) ต้องส่งสำเนาใบอนุญาตต่าง ๆ ที่มีการต่ออายุประจำปีให้กรมเจ้าท่าทุกครั้งภายใน ๓๐ วัน นับจากวันหมดอายุ\n(๑๑) ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด\n(๑๒) หากผู้ได้รับหนังสือรับรองไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไข กรมเจ้าท่าขอสงวนสิทธิ์ ในการยกเลิกหนังสือรับรองทันที","2023-08-28T09:37:25"],
    [3652,"99f2b863-3c2f-46f1-ad55-0e3df3e1c79a","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การรับรองผู้ให้บริการจัดเก็บและบำบัดของเสียจากเรือประเภทขยะ และกากของเสียต่าง ๆ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","99f2b433-6c57-45ab-a19c-06d97a2dc481",45,0,2,"ผู้ใดประสงค์จะขอหนังสือรับรองผู้ให้บริการจัดเก็บและบำบัดของเสียจากเรือ\nประเภทขยะ และกากของเสียต่าง ๆ ทั้งประเภทผู้จัดเก็บและกำจัดขยะจากเรือ และประเภทผู้จัดเก็บ\nและขนส่งขยะจากเรือ ให้ยื่นคำร้องตามแบบ ก.5 ต่อสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ\nพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้\n(1) สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน\n(2) หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน\nของผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจ\n(3) ในกรณีที่ผู้ขอเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นคำขอพร้อมสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน\nนิติบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล\n(4) สำเนาใบอนุญาตและรายละเอียดประกอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้\n(4.1) ประเภทผู้จัดเก็บและกำจัดขยะจากเรือเอง\n๑) สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ประกอบ\nกิจการโรงงานประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 101 (ประกอบกิจการปรับคุณภาพ บำบัด หรือ\nกำจัดของเสียรวมที่สามารถบำบัดและกำจัดขยะและกากของเสียต่าง ๆ) หรือ\n๒) สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้\nประกอบกิจการโรงงานประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 105 (ประกอบกิจการคัดแยกหรือฝังกลบ\nสิ่งปฎิกูลที่เป็นของเสียอันตราย) หรือ\n๓) สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของผู้ได้รับอนุญาต\nประกอบกิจการในข้อ 1) ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ\n๔) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการจัดเก็บ บำบัด กำจัดของเสียประเภทขยะ\nและกากของเสียต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย\n๕) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากองค์กร\nปกครองส่วนท้องถิ่น\n๖) สำเนาเลขประจำตัวผู้ดำเนินกิจการเกี่ยวกับของเสียอันตรายจากกรมโรงงาน\nอุตสาหกรรม\n๗) หนังสือแสดงรายละเอียดแนะนำการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการ\n(Company profile) รวมถึง\n(ก) สถานที่ติดต่อ ที่ตั้งโรงงาน แผนที่โรงงาน แบบแปลนแผนผัง อาคาร\nหลุมฝังกลบขยะ และการติดตั้งเครื่องจักรในสถานประกอบการ\n(ข) รายละเอียดสถานที่ประกอบการ โรงงาน อุปกรณ์ เครื่องมือ\nเครื่องจักร ที่ใช้ในกระบวนการคัดแยก /ฝังกลบ กำจัดขยะ พร้อมภาพถ่าย\n(ค) รายละเอียดความสามารถในการรับและกำจัดของเสียประเภทขยะ\nจากเรือ พร้อมทั้ง จำนวน ขนาด ประเภท และภาพถ่ายของรถ เรือ หรือพาหนะอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับ\nรับส่งของเสีย รวมทั้งสัญญาการว่าจ้าง (ถ้ามีการว่าจ้าง รถ เรือ หรือพาหนะอื่น ๆ)\n(ง) รายละเอียดกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการรับ - ส่ง ขยะจากเรือ\n(จ) รายละเอียดกระบวนการ ขั้นตอนและวิธีการนำไปคัดแยก/บำบัด/\nกำจัด/ฝังกลบขยะจากเรือ พร้อมแบบแปลนและรายละเอียดการคำนวณออกแบบที่เกี่ยวข้อง และ\nสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม\n(ฉ) รายละเอียดกระบวนการ ขั้นตอนและวิธีการกำจัดของเสียขั้นสุดท้าย\nพร้อมสำเนาเอกสารสัญญากับบริษัทกำจัดของเสีย สัญญาจ้างและกำจัดของเสีย หนังสือยินยอม\nระหว่างผู้ใช้บริการกำ จัดกากอุตสาหกรรม (Waste generator) และผู้ให้บริการกำ จัดกาก\nอุตสาหกรรม สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (Waste processer) เพื่อประกันความรับผิด\n8) หนังสือแสดงความยินยอมให้กรมเจ้าท่าเข้าติดตามตรวจสอบสถานที่และให้\nข้อมูลรายละเอียดที่กรมเจ้าท่าร้องขอระหว่างการดำเนินการตรวจเพื่อออกใบรับรองและภายหลังได้รับ\nหนังสือรับรอง\nการพิจารณาออกหนังสือรับรองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้\n(๑) เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง\n(๒) ความเหมาะสมของสถานที่ประกอบการที่ขอหนังสือรับรอง ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ\nเครื่องจักรในการคัดแยก บำบัด กำจัด ฝังกลบขยะ ขยะปนเปื้อนน้ำมัน และขยะอื่น ๆ จากเรือ\nรวมทั้งอุปกรณ์ในการรองรับขยะและการขนส่งขยะจากเรือ\n(๓) ความสามารถในการดำเนินการจัดการของเสียได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามกระบวนการ\nที่เสนอต่อกรมเจ้าท่า ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการควบคุมดูแลให้มีการจัดเก็บ บำบัด\nและกำจัดขยะจากเรืออย่างเข้มงวดและรายงานผลต่อกรมเจ้าท่าตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด\n(๔) กรณีที่การดำเนินการกำจัดของเสียขั้นสุดท้ายที่ไม่ได้ดำเนินการเอง ต้องมีการทำสัญญา\nกับผู้ให้บริการกำจัดของเสียขั้นสุดท้ายอย่างชัดเจน\n(๕) มาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการและแผนแก้ไข\nเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ที่ชัดเจน และสามารถปฏิบัติตามแผนได้ทันที\nข้อ ๗ ผู้ขอหนังสือรับรองต้องรับผิดชอบหากก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลภายนอก\nทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมจากการปฏิบัติงานของตน","2023-08-28T09:38:05"],
    [3653,"9fab0277-a0c1-4010-a9d3-dab2ca70a2e7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","กรมเจ้าท่า","การอนุญาตให้เรือสำราญและกีฬาขนาดใหญ่ (Super Yacht) เข้ามาทำการค้าในน่านน้ำไทยตามมาตรา 47ทวิ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1d-4fc4-42f1-aef8-7e9cefab588d",26,40,null,"1. การขออนุญาตให้เรือสำราญและกีฬาขนาดใหญ่ (Super Yacht) ของบุคคลผู้ไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทย\n   เข้ามาทำการค้าในน่านน้ำไทย  ต้องปรากฏว่าน่านน้ำไทยยังมีเรือไทยที่จะใช้ทำการไม่เพียงพอแก่ความต้องการของประเทศ\n   จึงสามารถยื่นขออนุญาตนำเรือต่างชาติมาใช้ทำการได้ โดยกฎหมาย  กำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง \n   คมนาคมในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้นำเรือต่างชาติเข้ามาทำการค้าในน่านน้ำไทย         \n2. ผู้ขออนุญาตต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย         \n3. คุณสมบัติของเรือสำราญและกีฬาขนาดใหญ่ (Super Yacht) ของบุคคลผู้ไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทย\n   ทำการค้าในน่านน้ำไทย  ที่ขอทำการค้าในน่าน้ำไทยจะต้องมีขนาดความยาวของเรือตั้งแต่ 30 เมตรขึ้นไป และบรรทุกคน\n   โดยสารได้ไม่เกิน 12 คน \n4. ผู้ขออนุญาตแจ้งความประสงค์ตามแบบ กท.1 ณ สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา กรมเจ้าท่า  \n   พร้อมระบุระยะเวลาที่ประสงค์จะนำเรือเข้ามาทำการค้าในน่านน้ำไทย พร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ตามที่\n   กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเงื่อนไขการอนุญาตให้เรือสำราญและกีฬาขนาดใหญ่ (Super Yacht) \n   ของบุคคล ผู้ไม่ต้องด้วยลักษณะที่จะถือกรรมสิทธิ์เรือไทยทำการค้าในน่านน้ำไทย ตามมาตรา 47 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.เรือไทย \n   พุทธศักราช 2481                 \n5. กฎหมายได้กำหนดระยะเวลาการอนุญาตให้นำเรือต่างชาติเข้ามาทำการค้าในน่าน้ำไทยได้คราวละไม่เกิน 1 ปี         \n6. ผู้ร้องขอต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสือแสดงการอนุญาตตามแบบ กท.1-1          \n7. กรณีที่มีคำสั่งไม่อนุญาตผู้ขออนุญาตมีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายปกครองได้","2025-09-08T13:47:58"],
    [3654,"9a73886c-952a-4b4d-a6ff-cdcf558f5946","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","การทางพิเศษแห่งประเทศไทย","การอนุญาตให้บุคคลเชื่อมต่อทางหรือถนนหรือสิ่งอื่นใดกับทางหรือถนนที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นเพื่อเชื่อมระหว่างทางพิเศษกับทางสาธารณะอื่น หรือลอดหรือข้ามทางหรือถนนนั้น ตาม มาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a73766b-7d90-4221-9545-cdb709a8bff6",30,0,8,"ด้วยพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550 ได้มีบทบัญญัติตาม มาตรา 36 ในกรณีที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้จัดทำทางหรือถนนเพื่อเชื่อมระหว่างทางพิเศษกับทางสาธารณะอื่น ผู้ใดจะสร้างทางหรือถนนหรือสิ่งอื่นใดเพื่อเชื่อมต่อกับทางหรือถนนนั้น หรือลอดหรือข้ามทางหรือถนนนั้น ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยก่อนดำเนินการ ซึ่งการอนุญาตให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำาหนด โดยจะอนุญาตได้คราวละไม่เกิน5 ปี และเมื่อมีความจำเป็นแห่งกิจการทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะเพิกถอนเสียก็ได้","2023-10-25T14:32:23"],
    [3655,"94e56e25-7080-44eb-b759-ee3f2e7490de","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(6) การขออนุญาตรมยาตู้สินค้าหรือเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้า การท่าเรือแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-258a-4ec6-b00e-2bd7c7023fa8",1,0,1,"-","2023-03-29T10:31:00"],
    [3656,"94e56e25-72b7-4c5b-8fa9-ca6aec1611cd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(16) การยื่นเอกสารสินค้าอันตรายขาออก การท่าเรือแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-2876-4914-8c72-6a163d4e6534",1,0,5,"-","2023-04-07T11:06:31"],
    [3657,"94e56e25-74c1-4c16-8ead-b8b9ffda7fac","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(15) การยื่นแบบแสดงรายการสินค้าอันตรายขาเข้า คสอ.04 การท่าเรือแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-2b59-4cfa-a6d7-8cf12e4ca3c9",1,0,3,"ยื่นเอกสารก่อนเรือปฏิบัติงานบรรทุกขนถ่ายไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมง","2023-03-29T10:31:57"],
    [3658,"94e56e25-76bc-434c-98ca-3ff59ced1150","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(9) การจดทะเบียนผู้ทำหน้าที่บรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเลต่างประเทศของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d38-2e35-45e8-b6fb-5efc30564a81",4,50,5,"การพิจารณาอนุญาตผลคะแนนการทดสอบต้องผ่านเกณฑ์ตามที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยกำหนด","2023-03-29T10:33:30"],
    [3659,"94e56e25-78a2-4a51-93ca-3dd6758e8bbf","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(18) การออกบัตรอนุญาตผ่านเข้าออกเขตศุลกากร ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-30e5-4382-8327-2e63b9afc83f",2,400,6,"-","2024-03-14T11:27:05"],
    [3660,"94e56e25-7a90-4710-8686-954dd3aa1e0b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(12) การจดทะเบียนผู้ประกอบกิจการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเลต่างประเทศของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d38-33b6-4a86-a14c-5b889b2465e3",16,0,11,"-","2023-03-29T10:33:54"],
    [3661,"94e56e25-7c76-4a89-be73-af97b9b1e602","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(13) การจดทะเบียนผู้รับเหมาก่อสร้างจดทะเบียนของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d38-368b-4085-9b7a-8ab66b09db7d",98,1000,11,"-","2023-06-13T11:26:53"],
    [3662,"94e56e25-8053-4f40-96f8-61d88617c823","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(14) การยื่นแบบขออนุญาตประกอบกิจการนำส่งเสบียงและของใช้ให้แก่เรือเดินทะเลต่างประเทศของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-3c60-4348-bdb5-92fa0c64f6ec",5,30000,8,"ระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตขึ้นอยู่กับความถูกต้องของเอกสารของผู้ประกอบการ","2023-06-13T14:03:09"],
    [3663,"94e56e25-8256-493d-9ddb-8e3018200d1e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(21) การขอดำเนินการจัดส่งเสบียงเรือและของใช้แก่เรือเดินทะเลต่างประเทศในเขตศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-3f58-42e1-a1c6-b4664a172e08",1,1070,4,"(1) ผู้ประกอบการยื่นเอกสารหลักฐาน และคำขอนำส่งเงินค่าธรรมเนียมการจัดส่งเสบียงเรือและของใช้แก่เรือเดินทะเลต่างประเทศ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 1,070 บาท (ระยะเวลา 10 นาที)  (2) เจ้าหน้าที่นำคำขอฯ พร้อมเงินค่าธรรมเนียม นำส่งแผนกคลัง กองการเงิน (ระยะเวลา 5 นาที)  (3) แผนกคลัง กองการเงิน ออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้ประกอบการเพื่อเป็นหลักฐาน (ระยะเวลา 15 นาที)","2024-04-17T10:21:25"],
    [3664,"94e56e25-844e-4686-a4b2-673fd6411f97","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(17) การอนุญาตให้เรือเข้าท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-4234-4a8b-b3e7-13192b0b5837",1,0,1,"1. เป็นเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเรือ  2. ยื่นเอกสารและว่างเงินมัดจำค่าภาระเรือเข้าท่า ก่อนเรือเข้าเทียบท่า 24 ชม.","2023-06-06T09:57:20"],
    [3665,"94e56e25-885b-4a1c-8aaa-de2e13c9232e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(5) การขออนุญาตมีมหรสพ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-47cc-4dce-afea-77c5faea12e1",7,200,4,"-","2023-03-29T10:56:35"],
    [3666,"94e56e25-8a4e-48bb-8db4-00567198c375","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(3) การขออนุญาตซ่อมแซมบ้าน/เปลี่ยนชื่อเจ้าบ้านของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-4a75-4e2e-b720-704854272827",6,0,5,"-","2023-03-29T10:55:25"],
    [3667,"94e56e25-8c45-4048-aae1-18d76887957a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(20) การโอนสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์/ที่ดินบริเวณริมทางรถไฟสายปากน้ำเดิมของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-4d55-43d1-9b82-f13c3ba48737",28,50000,6,"-","2024-03-14T11:28:43"],
    [3668,"94e56e25-8e3e-4063-b4a0-cdf9cf5a3234","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(2) การขอให้ออกหนังสือรับรองการเช่าพื้นที่/อาคารพาณิชย์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-4ff9-473b-900c-381bb1353aa2",7,100,5,"-","2024-03-12T11:30:53"],
    [3669,"94e56e25-94cd-45c3-bff8-764efa36636e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(10) การจดทะเบียนผู้ประกอบกิจการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าในเขตท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน การท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d38-59cb-44d0-8e79-32565ac2b8d0",15,500,7,"-","2024-03-14T11:24:01"],
    [3670,"94e56e25-96d2-48a1-9c65-19ff5681a155","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(11) การจดทะเบียนผู้ประกอบกิจการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าในเขตท่าเรือระนอง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d38-5c99-4b5a-8269-b3c0e06e7638",15,500,7,"-","2024-03-14T11:24:55"],
    [3671,"94e56e25-9930-4a80-9f75-077e9f57445c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(19) การโอนเงินผ่านระบบ e-Payment การท่าเรือแห่งประเทศไทย","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-5fbc-4828-b196-ce70402a08a8",10,0,5,"การยื่นเอกสาร    - สามารถ Downloadแบบฟอร์ม อบธ.1 ได้ที่ WWW.PORT.CO.TH    - กรอกรายละเอียดลงในแบบ อบธ.1    - นำแบบ อบธ.1 ที่กรอกข้อมูลแล้วนำมายื่นที่หน่วยงานจ่ายเงิน (ด้านหลังแบบ อบธ.1)    หมายเหตุ       หากมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการโอนเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร ขอให้ดำเนินการยื่นเอกสารเข้ามาใหม่         ขั้นตอนการโอนเงินผ่านบัญชี    - แบ่งได้ 2 กรณี    กรณีที่1.ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีแนบครบถ้วน           - โอนเงินผ่านระบบ KTB Corporate           - กทท. แจ้งการโอนเงินให้บริษัททราบ ทาง SMS และ e-mail           - บริษัททำการ Download หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายทาง e- mail ที่ได้แจ้งกับ กทท.    กรณีที่ 2.ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีไม่ครบถ้วน           - ติดต่อผู้ใช้บริการเพื่อนำเอกสารฯ มายื่นที่ กทท.           - ตรวจสอบเอกสาร           - โอนเงินผ่านระบบ KTB Corporate           - กทท. แจ้งการโอนเงินให้บริษัททราบทาง SMS และ e-mail           - บริษัททำการ Download หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายทาง e-mail ที่แจ้งกับ กทท.","2023-03-29T10:29:54"],
    [3672,"94e56e25-908b-4a49-8fd6-b31c7d8fb11e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(4) การขออนุญาตทำการขุดลอกและทิ้งดินภายในอาณาเขตการท่าเรือแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-53ad-4d6d-8e34-a4cf5082c174",7,0,12,"1. ผู้ประกอบกอบต้องนำเอกสาร หนังสือ หรือหลักฐานใดๆมายื่นต่อกองการสำรวจร่องน้ำฝ่ายการร่องน้ำ การท่าเรือแห่งประเทศไทย  ดังนี้    1.1  สำเนาใบอนุญาตขุดลอกร่องน้ำทางเรือเดินของกรมเจ้าท่า พร้อมเอกสารประกอบฯ    1.2  แผนที่มาตราส่วน   1 :  2000  จำนวน 1 ชุด โดยเป็นแผนที่ผลสำรวจฯ ไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันที่ยื่นขออนุญาต ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบของกรมเจ้าท่า ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีที่ขออนุญาตให้ขุดลอก และดูแลรักษาร่องน้ำฉบับปัจจุบัน แผนที่จะแสดงพื้นที่ปฏิบัติงาน    1.3  สำเนาใบบริคณห์สนธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน    1.4  หนังสือรับรองสำเนาทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจำกัด หรืออื่นๆ    1.5  สำเนาทะเบียน ภพ.20    1.6  สำเนาบัตรประจำตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง    1.7  สำเนาใบตรวจเรือ ทะเบียนเรือ ใบรับรองคนประจำเรือ ใบอนุญาตใช้เรือของกรมเจ้าท่า    1.8  ข้อตกลงในการขุดลอกและทิ้งดินระหว่างผู้ประกอบการและบริษัทรับจ้างขุดลอก    1.9  เอกสารหรือหลักฐานอื่นๆ ตามที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยกำหนด    2.  ตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติงานผู้ประกอบการต้องดำเนินการดังนี้    2.1  จัดผู้ประสานงาน รายงานความก้าวหน้าการปฏิบัติงานขุดลอกและทิ้งดิน    2.2  จัดเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลในการขุดลอกและทิ้งดินให้กับเจ้าหน้าที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยที่เข้าพื้นที่ไปตรวจการปฏิบัติงานในทันที    3. การท่าเรือแห่งประทศไทยขอสงวนสิทธิ์ ในการคืนค่าธรรมเนียมในกรณีที่ผู้ประกอบการขุดลอกและทิ้งดินได้น้อยกว่าจำนวนดินที่ขออนุญาตไว้    4. ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ ในกรณีที่เกิดความเสียหายใดๆ ต่อบุคคล หน่วยงานไม่ว่าเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ทุกกรณี โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น และผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียหาย เพื่อการนั้นทุกประการ","2023-03-29T10:55:43"],
    [3673,"94e56e25-92d2-4b41-9757-ee675749f159","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(7) การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่ขอมีบัตรอนุญาตบุคคลและรถผ่านเข้าออกเขตศุลกากร ท่าเรือกรุงเทพ การท่าเรือแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-56c4-413c-aa79-1089990fd5fd",4,100,7,"1. กรณีบุคคลธรรมดา (ที่เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกสินค้า)   1.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมตัวอย่างลายมือชื่อ 3 ตัวอย่าง พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง   1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง   1.3 สำเนาเอกสารที่แสดงว่าเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งออกให้โดยหน่วยงานของรัฐ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง  2. กรณีนิติบุคคล   2.1 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนของกระทรวงพาณิชย์ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง   2.2 สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร (ภ.พ.20) (ถ้ามี) พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง   2.3 หนังสือรับรองตัวอย่างลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในนามผู้ประกอบการ จำนวน 3 ตัวอย่าง พร้อมประทับตราสำคัญ  3. กรณีขอทำบัตรบุคคลแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ไม่หมดอายุ และถ่ายเอกสารให้ชัดเจน) พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง  4. กรณีขอทำบัตรรถแนบสำเนาทะเบียนรถ หน้ารายการจดทะเบียน, เจ้าของ, รายการเสียภาษี ถ้าอยู่ในระหว่างเช่าซื้อให้แนบสำเนาสัญญาเช่าซื้อพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง  5. หนังสือนำกรณีบุคคลธรรมดา/กรณีนิติบุคคล ต้องระบุชื่อ-สกุล ตำแหน่ง กรณีรถให้ระบุหมายเลขทะเบียนรถโดยลงท้าย ข้าพเจ้ายินดีจะปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือหลักปฏิบัติของการท่าเรือแห่งประเทศไทย อย่างเคร่งครัด ข้าพเจ้ายินดีรับผิดชอบและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายนั้นๆ ทุกประการ หากบุคคลและหรือรถดังกล่าว กระทำความเสียหายแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย  ทั้งนี้ บุคคลที่ลงนามในหนังสือนำและแบบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ต้องเป็นบุคคลเดียวกัน","2024-03-18T11:07:20"],
    [3674,"995c0d36-1761-4b40-a739-c1347324a6e7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(8) การจดทะเบียนผู้ขออนุญาตประกอบการเปิดตู้สินค้าขาเข้าและบรรจุตู้สินค้าเพื่อการส่งออกภายในท่าเรือกรุงเทพ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d38-4513-4074-b6ea-a9465a14d720",13,30000,15,"กฎ ระเบียบ และประกาศต่างๆที่เกี่ยวข้อง\n1. ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการเปิดตู้สินค้าขาเข้าและบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเพื่อการส่งออกภายในท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ. 2552\n2. ประกาศท่าเรือกรุงเทพ เรื่องวิธีปฏิบัติของผู้ประกอบการเปิดตู้สินค้าขาเข้าและบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้า   เพื่อการส่งออกภายในท่าเรือกรุงเทพ\n3. ประกาศท่าเรือกรุงเทพ เรื่อง ให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการจดทะเบียนเปิดตู้สินค้าขาเข้าและบรรจุ    สินค้าเข้าตู้สินค้าเพื่อการส่งออกภายในท่าเรือกรุงเทพ\n\nระยะเวลาที่ใช้ในการออกใบอนุญาตไม่เกิน 15 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของเอกสารของผู้ประกอบการ","2024-03-11T14:59:26"],
    [3675,"995db760-072c-4f35-80b6-4b169a31ebb4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การท่าเรือแห่งประเทศไทย","(1) การขอทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์/ที่ดินบริเวณริมทางรถไฟสายปากน้ำเดิม แทนผู้เช่าเดิมที่ถึงแก่กรรม ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d38-3993-45c8-baaf-8fc6da5aa948",19,10000,7,"-","2024-04-18T16:32:25"],
    [3676,"94e56e25-9b3e-4e05-a6f7-4302d08e7454","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ชั่วคราว) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-62c5-495d-80b1-5b825d399a59",20,0,5,"ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอในการใช้พื้นที่ โดยติดต่อได้ที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ชั้น 3 อาคาร 1 สำนักงานใหญ่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","2021-11-17T13:39:23"],
    [3677,"94e56e25-9df3-421a-9146-d337bfb9fe26","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตปรับภูมิทัศน์บนที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-6624-4e90-bb53-65024a13dbf3",150,0,5,"ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตในการปรับภูมิทัศน์ ประกอบด้วย รูปแบบการใช้พื้นที่แบบก่อสร้าง แบบคำขอ และเอกสารประกอบคำขออนุญาตการปรับภูมิทัศน์ โดยติดต่อได้ที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ชั้น 3 อาคาร 1 สำนักงานใหญ่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","2021-11-17T13:39:23"],
    [3678,"94e56e25-a000-48c3-855b-d5d3767ff037","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นทางผ่าน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-68e8-4c70-97f5-1a9aa03be07d",180,0,5,"ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตในการเปิดทางเข้า - ออก ประกอบด้วย รูปแบบการใช้พื้นที่แบบก่อสร้างและเอกสารประกอบคำขออนุญาตเปิดทางเข้า - ออก โดยติดต่อได้ที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ชั้น 3 อาคาร 1 สำนักงานใหญ่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","2021-11-17T13:39:23"],
    [3679,"94e56e25-a244-4e1c-bd21-06d5566796d5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตให้เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้าทางเดินคนโดยสารหรือทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้ากับอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-6bf2-4d87-859b-39e2f67637bf",173,50000,15,"ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตให้เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้าทางเดินคนโดยสารหรือทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้ากับอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นและเอกสารประกอบคำขออนุญาตฯ โดยติดต่อได้ที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ชั้น 3 อาคาร 1 สำนักงานใหญ่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","2021-11-17T13:39:23"],
    [3680,"94e56e25-a455-40a5-9bdd-b8e696c2152e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-6ef6-4395-9c57-a5d940b19be8",30,50,11,"ผู้ขออนุญาติต้องยื่นเอกสารขออนุญาตก่อสร้าง ณ ฝ่ายวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สำนักงานใหญ่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบเอกสาร ทั้งนี้ เอกสารที่ใช้ยื่นขออนุญาตจะต้องครบถ้วนและถูกต้อง ซึ่งในการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว จะไม่นับเป็นระยะเวลาในการพิจารณาคำขอ","2021-11-17T13:39:23"],
    [3681,"94e56e25-a68a-4aa9-9add-9adca18a2678","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-71dc-4dd5-a34d-043d9aeb92d2",1,0,1,"หลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอ - เป็นผู้มาติดต่อประสานงาน หรือมีความประสงค์ขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โดยหัวหน้าแผนกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้พิจารณาอนุญาตการขอใช้บริการดังกล่าว โดยผู้ขอใช้บริการต้องดำเนินการติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ฝทท.) ชั้น 5 อาคาร 1 รฟม. โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง กับเจ้าหน้าที่ ฝทท. หรือที่ผู้ได้รับมอบหมาย","2021-11-17T13:39:23"],
    [3682,"94e56e25-a928-4ffd-95da-781e866dfb61","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การพิจารณาคำร้องขอให้เวนคืนหรือจัดซื้อสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เหลือตามมาตรา 33 และหรือที่ดินส่วนที่เหลือตามมาตรา 34","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d38-75a0-4e14-8841-a0ce2ab4ea42",90,30,4,"หลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562  1. การขอให้เวนคืนหรือจัดซื้อสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เหลือ  - กรณีโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นที่ถูกเวนคืนนั้นมีบางส่วนอยู่บนที่ดินที่มิได้เวนคืน และเป็นโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเดียวกันโดยไม่อาจแบ่งแยกได้ เจ้าของจะขอให้เวนคืนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นส่วนที่เหลือดังกล่าวด้วยก็ได้  - กรณีที่เจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ถูกเวนคืน แต่ผลแห่งการเวนคืนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ ทำให้โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นของตนไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ หรือไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ใช้อยู่เดิม หรืออาจเกิดอันตรายในการอยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์ ถ้าเจ้าของที่ดินร้องขอให้ รฟม. ซื้อโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นนั้น รฟม. มีอำนาจซื้อโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์นั้นได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ  ทั้งนี้ การพิจารณาคำร้องขอให้คำนึงถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย วัตถุประสงค์เดิมของการใช้สอยโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง โครงสร้างอาคาร และความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร ส่วนหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาซื้อขายให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  2. การขอให้จัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือ กรณีที่ต้องเวนคืนที่ดินแปลงใดเพียงบางส่วน ถ้าเนื้อที่ส่วนที่เหลืออยู่นั้นร้อยกว่า 25 ตารางวา หรือที่ดินที่เหลืออยู่ด้านใดด้านหนึ่งมีความยาวน้อยกว่า 5 วา แม้จะมีเนื้อที่เหลืออยู่มากกว่า 25 ตารางวา แต่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยหรือใช้ประโยชน์ได้ ถ้าเจ้าของร้องขอ ให้ รฟม. ซื้อที่ดินส่วนที่เหลือด้วย โดยให้ รฟม. ซื้อโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นรวมทั้งต้นไม้ยืนต้นที่มีอยู่ก่อนวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาหรือพระราชบัญญัติเวนคืออสังหาริมทรัพย์ไปในคราวเดียวกัน เว้นแต่เจ้าของจะแสดงเจตนาเป็นหนังสือต่อ รฟม. ว่าไม่ประสงค์จะขาย ทั้งนี้ ไม่ร่วมถึงกรณีที่ที่ดินส่วนที่เหลืออยู่นั้นติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับที่ดินแปลงอื่นของเจ้าของเดียวกัน และเมื่อรวมกับที่ดินแปลงอื่นดังกล่าวแล้วทำให้ไม่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าว  ทั้งนี้ ให้ รฟม. พิจารณาคำร้องขอให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับคำร้องขอ  หลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน พ.ศ. 2540  - กรณีที่การกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมที่ดินทั้งแปลง และมีความลึกน้อยกว่า 12 เมตร เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายอาจร้องขอให้ รฟม. ดำเนินการจัดซื้อหรือเวนคืนที่ดินนั้นตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้    - กรณีที่การกำหนดลักษณะภาระในอสังหาริมทรัพย์ทำให้ที่ดินส่วนที่ปลอดจากภาระแยกเป็นหลายส่วน และภาระในอสังหาริมทรัพย์มีความลึกน้อยกว่า 12 เมตร เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายอาจร้องขอให้ รฟม. ดำเนินการจัดซื้อหรือเวนคืนที่ดินส่วนที่ถูกกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้    ระยะเวลารวมทั้งหมดในการพิจารณาอนุมัติประมาณ 60 วัน","2023-06-27T09:35:39"],
    [3683,"95ef005b-5007-4055-b2bc-bd299862b6c9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WIFI)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95eefd95-89d7-4f76-a026-e21ca38de2ce",1,0,1,"เป็นผู้มาติดต่อประสานงาน หรือมีความประสงค์ขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โดยหัวหน้าแผนกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้พิจารณาอนุญาตการขอใช้บริการดังกล่าว โดยผู้ขอใช้บริการต้องดำเนินการติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ฝทท.) ชั้น 5 อาคาร 1 รฟม. โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง กับเจ้าหน้าที่ ฝทท. หรือที่ผู้ได้รับมอบหมาย","2023-01-19T10:03:55"],
    [3684,"95f32082-1971-4e08-95bc-2e650a8c3cbd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นทางผ่าน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f306e7-17ac-4274-9402-cecddc73428c",180,0,2,null,"2023-01-19T10:03:40"],
    [3685,"95f3346b-4c44-4841-8541-2ecbb1caad63","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตปรับภูมิทัศน์บนที่ดินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f32845-13b6-4432-bedc-33f411bbcc7e",150,0,2,null,"2023-01-19T10:03:12"],
    [3686,"95f33aa3-0979-46b6-87f9-d2a82e7588c5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตให้เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้า ทางเดินคนโดยสาร หรือทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้า กับอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f31bfd-76e2-4a2e-92c8-7648c04ae98f",172,0,14,"ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตให้เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้า ทางเดินคนโดยสาร หรือทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้า กับอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นและเอกสารประกอบคำขออนุญาตฯ โดยติดต่อได้ที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ชั้น 3 อาคาร 1 สำนักงานใหญ่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย\n\nผู้ขออนุญาตสามารถดาวน์โหลดเอกสารคำขออนุญาตฯ และประกาศ เรื่อง การกำหนดค่าตอบแทนการเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า ทางเดินคนโดยสาร หรือทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้า กับอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ได้ทางเว็บไซต์ของ รฟม. หรือสแกน QR CODE ตามที่ปรากฏในหัวข้อ Infographic","2023-01-19T10:04:27"],
    [3687,"95f53010-f936-414f-a5c1-e57dd2f80d08","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95f52d16-c737-431c-a5ce-913245a527d3",20,0,1,null,"2023-01-19T10:04:08"],
    [3688,"95fb5df4-510e-4db2-9d0e-b1cebbf99879","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย","การขออนุญาตก่อสร้าง ในเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95fb573a-9cbd-4abe-af61-fdb464459124",30,0,8,null,"2023-01-19T10:04:51"],
    [3689,"94e56e25-ad78-4cea-a94e-5ae8e489e868","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)","การออกหนังสือยืนยันในกรณีเที่ยวบินล่าช้า (เมื่อผู้โดยสารร้องขอ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-7bed-4393-afde-c7d41d34fdcc",15,0,null,"มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 โดยมติครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547  ให้ทุกหน่วยงานบริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว    -กรณีมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ ต้องดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็วหรือภายในวันที่รับคำขอ               วิธีการในการยื่นคำขอ                  - หนังสือจากผู้โดยสารแจ้งให้บริษัทฯ ออกหน้งสือยืนยันกรณีเที่ยวบินล่าช้า                  -สำเนาบัตรโดยสาร                  -สำเนาบัตรขึ้นเครื่อง (Boarding Pass)                  -อีเมล์ และ/หรือเบอร์โทรศัพท์ ของผู้โดยสารเพื่อส่งหนังสือยืนยันฯ ให้","2021-11-17T13:39:23"],
    [3690,"94e56e25-ab55-43c5-964d-925a6bad0b6b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)","การออกเอกสารยืนยันการเดินทาง (กรณีเกินกว่า 30 วันนับตั้งแต่วันที่ซื้อบัตรโดยสาร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-78e4-4c4a-8c43-22cc34f7b484",7,0,null,"มติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 โดยมติครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547  ให้ทุกหน่วยงานบริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว    -กรณีมีข้อมูลพร้อมที่จะจัดหาให้ได้ ต้องดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็วหรือภายในไม่เกิน 15 วัน    วิธีการขอข้อมูลการออกเอกสารยืนยันการเดินทาง    1.  ผู้ขอข้อมูลกรอกแบบฟอร์มแจ้งขอเอกสารยืนยันการเดินทาง    2.  เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการเดินทางในแบบฟอร์มก่อนบันทึกเข้าระบบและประสานกองคำนวณรายได้การโดยสารดำเนินการ    3.  กองคำนวณรายได้การโดยสารตรวจสอบและหากปรากฎว่ามีข้อมูลการเดินทางจริงของผู้ขอข้อมูลจะดำเนินการจัดส่งเอกสารยืนยันการเดินทางมาที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร    4. เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารแจ้งและจัดส่งเอกสารยืนยันการเดินทางให้ผู้ขอข้อมูลทางอีเมล์/โทรสาร/ไปรษณีย์ตามความประสงค์ที่ผู้ขอข้อมูลได้แจ้งไว้แต่แรกหรือผู้ขอข้อมูลสามารถรับเอกสารได้ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนได้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารภายใน 15 วัน","2021-11-17T13:39:23"],
    [3691,"94e56e25-afb2-4748-bef6-4b020565445f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)","การขออนุญาตบินทดลองหลังการซ่อมเครื่อง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-7ef7-4043-a8a9-251ac66cb21f",1,0,2,"หน่วยงานทางการบินหรือบริษัทสายการบินที่ต้องการทำการบินทดลองภายหลังการซ่อมอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานภายใต้การกำกับดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ต้องยื่นคำขออนุญาตก่อนทำการบินตามแบบฟอร์มที่กำหนดต่อ ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน รองผู้อำนวยการท่าอากาศยาน หรือผู้จัดการสนามบินสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนทำการบิน และเมื่อได้รับอนุมัติให้ทำการบินแล้ว แต่ไม่สามารถทำการบินได้ตามวันเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือ ที่อนุมัติแล้วนั้น อาทิ เช่น การยกเลิกหรือการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาทำการบิน สายการบินหรือตัวแทนบริการดังกล่าวมีหน้าที่จะต้องแจ้งให้สนามบินทราบถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น และหากการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาทำการบินดังกล่าวเกินกว่า 24 ชั่วโมง (โดยอ้างอิงจากวิธีปฏิบัติในการอนุญาตทำการบินของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย) จะต้องยื่นคำขออนุญาตเพื่อขออนุมัติให้ทำการบินใหม่อีกครั้ง    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562    2. ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 ประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2562    3. พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558","2021-11-17T13:39:23"],
    [3692,"94e56e25-b221-4fb3-8b1b-c7f2dbbc3b5c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)","การออกใบอนุญาตให้นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปกับอากาศยาน (ภายในประเทศ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-8251-4517-9d48-e756e8b36837",1,0,5,"1. ตามความในมาตรา 15/10 (3) แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497(ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดมาตรการหรือการดำเนินการที่จำเป็นต่อการกำกับดูแลการบินพลเรือนแล้วแต่กรณีในเรื่องมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้โดยสาร สมาชิกลูกเรือ เจ้าหน้าที สนามบินและบุคคลอื่น อากาศยาน สนามบิน ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน สิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ บริการการเดินอากาศตลอดจนการป้องกันการกระทำให้เกิดอันตรายต่ออากาศยาน หรือให้อากาศยานเกิดความเสียหาย และการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผู้อำนวยการฯ ได้ออกข้อกำหนดฉบับที่ 29 ไว้เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุยาตให้ผู้โดยสารพาอาวุธพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืนไปกับอากาศยาน    2. ตามข้อ4 (1) และ (2) ในประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดรายการวัตถุต้องห้ามซึ่งห้ามนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบิน และนำขึ้นบนอากาศยาน พ.ศ.2563 ได้กำหนดให้อาวุธปืน เครื่องกระสุน และสิ่งเทียมอาวุธต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือในการนำอาวุธปืนไปกับอากาศยาน    3. ปริมาณและการบรรจุ ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 29 และข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศโดยปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวกับการส่งหรือพาวัตถุอันตรายหรือสัตว์ไปกับอากาศยาน    4. ใบอนุญาตใช้เฉพาะวันที่ให้ไว้และเที่ยวบินที่ขออนุญาตเท่านั้น    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดรายการวัตถุต้องห้ามซึ่งห้ามนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบิน และนำขึ้นบนอากาศยาน พ.ศ.2563    2. ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 29 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ผู้โดยสารพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและสิ่งเทียมอาวุธ    3. แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ    4. พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับที่ 14) พ.ศ2562","2021-11-17T13:39:23"],
    [3693,"94e56e25-b484-472d-98fd-c4ac0da46a61","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)","การออกใบอนุญาตให้นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปกับอากาศยาน (ออกนอกราชอาณาจักร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-857a-4006-94f2-e7c737424dec",1,0,5,"1. ตามความในมาตรา 15/10 (3) แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดมาตรการหรือการดำเนินการที่จำเป็นต่อการกำกับดูแลการบินพลเรือนแล้วแต่กรณีในเรื่องมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้โดยสาร สมาชิกลูกเรือ เจ้าหน้าที่ สนามบินและบุคคลอื่น อากาศยาน สนามบิน ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน สิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ บริการการเดินอากาศ ตลอดจนการป้องกันการกระทำให้เกิดอันตรายต่ออากาศยาน หรือให้อากาศยานเกิดความเสียหาย และการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผู้อำนวยการฯ ได้ออกข้อกำหนดฉบับที่ 29 ไว้เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ผูโดยสารพาอาวุธปืน เครื่องกระสุน และสิ่งเทียมอาวุธปืนไปกับอากาศยาน    2. ตามข้อ 4 (1) และ (2) ในประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องกำหนดรายการวัตถุต้องห้ามซึ่งห้ามนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบิน และนำขึ้นบนอากาศยาน พ.ศ.2563 ได้กำหนดให้อาวุธปืน เครื่งกระสุน และสิ่งเทียมอาวุธต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือในการนำอาวุธปืนไปกับอากาศยาน    3. ปริมาณและการบรรจุ ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 29 และข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศโดยปลอดภัยขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวกับการส่งหรือพาวัตถุอันตรายหรือสัตว์ไปกับอากาศยาน    4. ใบอนุญาตใช้เฉพาะวันที่ให้ไว้และเที่ยวบินที่ขออนุญาตเท่านั้น    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง    1. ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดรายการวัตถุต้องห้ามซึ่งห้ามมนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบิน และนำขึ้นบนอากาศยาน พ.ศ.2563    2. ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 29 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ผู้โดยสารพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและสิ่งเทียมอาวุธ    3. แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ    4. พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562","2021-11-17T13:39:23"],
    [3694,"94e56e25-b6a8-407b-9cad-226450b08001","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด","การให้บริการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือวัด (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d38-887c-47d2-ade9-f3400e338c63",15,500,3,"1. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    2. คุณสมบัติของประเภทเครื่องมือวัดที่เข้ารับบริการ ต้องเป็นเครื่องมือวัดสาขาไฟฟ้า และความถี่ โดยมีวิธีการในการยื่นคำขอตามที่ระบุในคู่มือคุณภาพของหน่วยงาน และสอดคล้องตามระบบ ISO/IEC 17025    3. ผู้รับบริการต้องกำหนดจุดสอบเทียบ และเกณฑ์การยอมรับผลการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือวัด เพื่อรับการบริการ    4. การเลือกวิธีในการสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือวัด จะใช้วิธีการสอบเทียบของ AEROTHAI Calibration Laboratory เป็นหลัก ยกเว้นผู้รับบริการได้กำหนดวิธีที่ต้องการในการสอบเทียบเครื่องมือวัดมา และ AEROTHAI Calibration Laboratory สามารถดำเนินการให้ได้","2023-06-28T14:28:33"],
    [3695,"94e56e25-b885-4111-a307-0060347d675d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด","การขอหนังสือรับรองผลงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-8b5b-466c-91a4-6311f2fcab58",7,0,1,"พิจารณาออกหนังสือรับรองให้ตามสัญญาที่ดำเนินการแล้วเสร็จจริง","2021-11-17T13:39:23"],
    [3696,"94e56e25-bc87-4ab5-9cac-1a73cabd8f43","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด","การเรียกเก็บค่าบริการการเดินอากาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-91c6-45d5-8582-558a9d2662f3",38,100,1,"บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) จะเรียกเก็บค่าบริการควบคุมจราจรทางอากาศจากสายการบิน ต่อเมื่อสายการบินได้รับอนุมัติแผนการบินแล้ว และได้ทำการบินมายัง และ/หรือทำการบินภายในเขตแถลงข่าวการบินกรุงเทพฯ  (Bangkok FIR) จริง","2025-02-24T11:15:16"],
    [3697,"960b6078-0a34-4104-b0cc-2f23e222d7d2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด","การพิจารณารับสมัครสายการบินเป็นผู้ถือหุ้น ข. (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d38-94f6-4e42-9250-29c11d7cfede",60,0,8,"คุณสมบัติที่กำหนด    1. ต้องเป็นสายการบินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ทำการบินเป็นประจำเข้า-มายังประเทศไทย และ/หรือทำการบินเป็นประจำภายในประเทศไทยตามกำหนดเวลาที่พิมพ์โฆษณาไว้ในตารางเที่ยวบิน    2. ต้องทำการบินประจำอย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกันและไม่มีหนี้ค้างชำระ (หากทำการบินยังไม่ครบ 3 เดือน ต้องรอให้ครบระยะเวลาที่กำหนดก่อนจึงพิจารณา)    3. ต้องมีสำนักงานสาขาหรือตัวแทนในประเทศไทย    4. ต้องมีรายการเอกสารในการยื่นคำขอสมัครครบถ้วนถูกต้อง         หลักเกณฑ์การพิจารณาการเข้าเป็นผู้ถือหุ้น ข.    1. สายการบินต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ บวท. กำหนด (ข้างต้น)    2. สายการบินที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะถือเป็นผู้มีสิทธิเป็นผู้ถือหุ้น ข. ของ บวท. ตั้งแต่ต้นเดือนถัดไป หลังจากที่คณะกรรมการบริหารอนุมัติการเข้าเป็นผู้ถือหุ้น ข. ของ บวท. แล้ว     3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่สายการบินมีคุณสมบัติ และ บวท. ได้รับเอกสารครบถ้วน          การดำเนินการหลังได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้มีสิทธิเป็นผู้ถือหุ้น ข.            บวท. จะแจ้งผลการอนุมัติการเป็นผู้มีสิทธิเป็นผู้ถือหุ้น ข. พร้อมแจ้งจำนวนเงินมัดจำค่าหุ้น และวงเงินหลักประกันสัญญาให้สายการบินทราบ    เมื่อสายการบินชำระเงินมัดจำหุ้น และนำส่งหลักประกันสัญญาให้ บวท. แล้ว บวท. จะจัดส่งสัญญาการเป็นผู้ถือหุ้น ข. เพื่อให้ผู้มีอำนาจของสายการบินลงนามต่อไป","2023-06-13T10:35:16"],
    [3698,"965f4aea-d6f9-47f8-8723-de27747e7a5d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด","การรับแจ้งแผนการบิน (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d38-8ecc-48e1-a137-e108e2d14a54",1,0,1,"1. แผนการบินต้องมีรายละเอียดตามข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 78 ว่าด้วยการเดินอากาศของอากาศยาน ข้อ 4.12.3.1    2. การเปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน ผู้จัดทำแผนการบินจะต้องแจ้งให้พนักงานควบคุมจาจรทางอากาศทราบโดยการแทรกข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการบินและสนามบินปลายทางที่เปลี่ยนแปลงโดยเร็วที่สุด    3. นักบินผู้ควบคุมอากาศยานต้องรายงานการมาถึงอากาศยานต่อพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศด้วยวิธีที่เร็วที่สุดในขณะทำการบินลง และในกรณีที่สนามบินปลายทางไม่มีพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศ นักบินผู้ควบคุมอากาศยานต้องแจ้งปิดแปนการบินต่อพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศที่ใกล้ที่สุดทราบ    โดยสรุป - ผู้จัดทำแผนการบิน (Flight Plan) ในทุกเที่ยวบินต้องมีการลงนามรับรองจากนักบินผู้ควบคุมอากาศยานและพนักงานอำนวยการบิน (หากมี) ก่อนส่งให้พนักานควบคุมจราจรทางอากาศอย่างน้อย 60 นาที ก่อนวิ่งขึ้น","2023-01-19T10:08:46"],
    [3699,"94e56e27-7df2-4c33-8c58-1fa40f511a3a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-eb2d-459b-99ac-ad7ca2bbc5c7",20,2000,13,"ผู้ที่จะขอใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล จะต้องมีคุณสมบัติ                            1.   ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ฉบับที่ 89 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ และ                            2.   ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 15 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่    โดยผู้ยื่นขอฯ ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่นักบินส่วนบุคคล จะต้องผ่าน 4 ขั้นตอน ดังนี้       1) ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ         1.1) ขั้นตอนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ               1.1.1) เริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ (เวรประจำวัน) ของฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ได้รับเอกสารหลักฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว (รวมระยะเวลาดำเนินการ 20 นาที ต่อ 1 คำร้อง)              1.1.2) กรณีผู้ยื่นคำขอฯคุณสมบัติ/เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้              1.1.3) กำหนดการเปิดรับสมัครสอบเป็นทางการ 4 รอบ (ครั้ง) ประมาณ 20 วันทำการของแต่ละรอบ (ครั้ง) ของการสมัครสอบภาคทฤษฎีเป็นประจำทุกปี              1.1.4) กำหนดการทดสอบภาคทฤษฎีเป็นทางการ 4 รอบ (ครั้ง) เป็นตามประกาศฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ เรื่อง กำหนดการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำปีที่ประกาศไว้ใน website ของสำนักงาน (www.caat.or.th)              1.1.5) เมื่อปิดรับสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสารหลักฐานต่างๆ ให้เสร็จสิ้นอีกครั้ง และดำเนินการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภายใน 5 วันทำการก่อนวันสอบ          1.2) ขั้นตอนการทดสอบภาคทฤษฎีฯ               1.2.1) ใช้เวลาดำเนินการ 2 วัน ของแต่ละรอบ (ครั้ง)             1.2.2) ประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎีภายใน 7 วันทำการนับจากวันสอบของแต่ละรอบ (ครั้ง)             1.2.3) ผู้ยื่นขอฯ ต้องสอบให้ได้ 70% ของแต่ละวิชาจึงจะถือว่าสอบผ่าน             1.2.4) ผู้ยื่นขอฯต้องเข้าสอบและต้องสอบให้ผ่านภายใน 1 ปีหรือภายใน 4 ครั้งติดต่อกัน (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) นับจากวันสมัครสอบครั้งแรก             1.2.5) ผู้ยื่นขอฯ ไม่สามารถเข้าสอบหรือสอบไม่ผ่านภายใน 1 ปีหรือภายใน 4 ครั้งติดต่อกัน (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) นับจากวันสมัครสอบครั้งแรกหากยังประสงค์จะขอใบอนุญาตจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานและต้องชำระค่าใช้จ่ายในการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใหม่ท้ั้งหมด      2) ขั้นตอนการทดสอบภาคอากาศ          2.1) ขั้นตอนการสมัครสอบภาคอากาศ             2.1.1) ผู้ยื่นขอฯ ต้องสอบผ่านความรู้ภาคทฤษฎีฯเรียบร้อยแล้วไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ             2.1.2) กรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถเข้าสอบภาคอากาศได้ภายใน 1 ปี นับจากวันประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎีจะต้องทำเป็นหนังสือแจ้งเหตุผลการขอเลื่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันครบกำหนดดังกล่าวและสามารถเลื่อนได้เพียง ครั้งเดียวเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน             2.1.3) หากสอบภาคอากาศไม่ผ่านภายใน 1 ปี หรือไม่สามารถเข้ารับการทดสอบภายใน 1 ปีนับจากวันที่ประกาศผลสอบภาคทฤษฎีหรือเมื่อครบกำหนดข้อ 2.1.2) แล้วยังสอบภาคอากาศไม่ผ่านหรือไม่สามารถเข้าสอบภาคอากาศตามกำหนดผู้ยื่นขอฯ จะต้องเริ่มกระบวนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีใหม่ทั้งหมด (กรณีหากยังต้องการจะขอรับใบอนุญาตฯต่อไปอีก)          2.2) ขั้นตอนการทดสอบภาคอากาศมี 2 กรณีคือ             2.2.1) กรณีใช้อากาศยานและผู้ทดสอบภาคอากาศนักบินที่ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานฯ ให้ติดต่อเพื่อขอหนังสือส่งตัวเพื่อทดสอบภาคอากาศนักบินจากกองทดสอบความรู้ ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ (สามารถโทรแจ้งได้ที่ทาง 02 568 8810) และนัดสอบพร้อมชำระค่าใช้จ่ายต่างๆโดยตรงที่สถาบันฝึกอบรมด้านการบินที่ได้รับการรับรอง และเมื่อผู้ยื่นขอฯ ทดสอบภาคอากาศผ่านแล้ว ผู้ทดสอบภาคอากาศนักบินจะเป็นผู้ส่งผลสอบมาที่สำนักงานฯ เพื่อดำเนินการต่อไป             2.2.2) กรณีใช้อากาศยานของหน่วยงาน/ต้นสังกัด/โรงเรียนหรืออื่นๆนอกจากข้อ 2.2.1) ข้างต้น และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนเป็นผู้ทดสอบภาคอากาศให้ ผู้ขอฯ ต้องยื่นขอสอบภาคอากาศนักบินผ่านระบบ e-service ใน website ของสำนักงาน (www.caat.or.th)       3) ขั้นตอนการตรวจสุขภาพร่างกาย           ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อออกใบสำคัญแพทย์ชั้น 2 (Class II) ที่ศูนย์เวชศาสตร์การบินที่ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยแต่งตั้งด้วยตนเอง ซี่งปัจจุบันศูนย์เวชศาสตร์ฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งมีจำนวน 3 แห่ง คือ          1) สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ              2) ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือนกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ            3) โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์    ทั้งนี้ ณ วันที่ออกใบอนุญาตฯ ใบสำคัญแพทย์ชั้น 2 จะต้องมีผลบังคับใช้อยู่      4) ขั้นตอนการออกใบอนุญาต           4.1) ผู้ยื่นขอฯ ตรวจสุขภาพผ่านแล้ว ให้ยื่นใบสำคัญแพทย์ชั้น 2 (ฉบับจริง 2 ฉบับ) เพื่อประกอบการออกใบอนุญาตฯ           4.2) เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เมื่อครบถ้วนแล้ว จะแจ้งให้มาชำระค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตฯต่อไป โดยผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการขอออกใบอนุญาตภายใน 6 เดือน นับจากวันที่สอบภาคอากาศผ่านแล้ว หากผู้ยื่นขอฯ มิได้มายื่นขอออกใบอนุญาตฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าหมดสิทธิ์ในการขอออกใบอนุญาตฯ หากผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอใบอนุญาตฯ จะต้องดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรีใหม่ทั้งหมด","2022-04-06T22:52:47"],
    [3700,"94e56e27-852d-45a1-af74-c7eb62c7b5d1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอยกเว้นคุณสมบัติแก่ชาวต่างชาติก่อนออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่นักบินต่างๆ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-ee53-44f5-a444-d16b97a61885",10,0,5,"1. เป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย    2. ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ สำหรับการออกใบอนุญาตนักบินเรียบร้อยแล้ว    3. ผ่านการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมในด้านที่เป็นภัยและความมั่นคงของประเทศจาก 3 หน่วยงาน [สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ว่าไม่มีปัญหา ทั้งนี้ หากมีปัญหาแม้เพียงหน่วยงานเดียว กพท. จะไม่ดำเนินการใดๆ ในขั้นตอนต่อไป    4. ผ่านการยกเว้นคุณสมบัติในเรื่องสัญชาติ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3701,"94e56e27-8883-4648-8b1b-bc417576189e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-f2b9-467f-bab8-d376b59224ef",35,5000,13,"ผู้ยื่นขอฯ ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้    1)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ       1.1)    ขั้นตอนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.1.1)     ผู้ยื่นขอฯ สามารถยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคทฤษฎีได้ในวัน และเวลาการรับสมัครสอบตามประกาศฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ เรื่อง กำหนดการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำปี ที่ www.caat.or.th ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดรับสมัครสอบประมาณ 4 ครั้ง/ปี (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) สำหรับกรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก จะสามารถใช้เอกสารชุดนี้ เพื่อเข้าทดสอบภาคทฤษฎีได้ 6 ครั้งติดต่อกัน แต่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการทดสอบภาคทฤษฎีทุกครั้งที่เข้าสอบ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ของฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ได้รับเอกสารหลักฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว (รวมระยะเวลาดำเนินการ 15 นาที ต่อ 1 คำร้อง)                        1.1.2)      กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ / เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้                   1.1.3)       เมื่อปิดรับสมัครสอบภาคทฤษฎีสำหรับในแต่ละรอบเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายใน 5 วันทำการ ก่อนวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th        1.2)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.2.1)      ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี 2 วันของแต่ละรอบ (ครั้ง) และฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎี ภายใน 20 วัน นับจากวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th โดยผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี                 1.2.2)      กรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชา ภายใน 6 ครั้ง ติดต่อกัน หรือภายใน 18 เดือน นับแต่วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก หรือ สอบวิชาเดียวกัน ภายใน 4 ครั้ง กรณีใดจะถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 ซึ่งผลการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี มีอายุ 60 เดือน นับจากวันที่ประกาศผลการทดสอบจนถึงวันสุดท้ายของเดือน      2)   ขั้นตอนการทดสอบภาคอากาศ           2.1)     ผู้ยื่นขอฯ ที่ผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีแล้ว จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เพื่อเข้ารับการการทดสอบความรู้ภาคอากาศ โดยผู้ยื่นขอฯ จะต้องเป็นผู้จัดหาสถานที่ อากาศยาน หรือเครื่องฝึกบินจำลองที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน และมีความเหมาะสมสำหรับการทดสอบภาคอากาศเพื่อออกใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย          2.2)     ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะจัดทำหนังสือมอบหมายให้ผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน หรือ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศ เพื่อทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศให้ผู้ยื่นขอฯ ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคอากาศ กรณีเป็นผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน หรือ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศที่ไม่ใช่สังกัดของผู้ยื่นขอ สำหรับผลการทดสอบภาคอากาศ ผู้ยื่นขอฯ จะทราบผลการทดสอบภาคอากาศ ณ วันที่ทำการทดสอบภาคอากาศ โดย                     2.2.1)     กรณีสอบภาคอากาศผ่าน ผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน หรือ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศ หรือ หน่วยงานต้นสังกัดของผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องจัดส่งผลการทดสอบภาคอากาศให้ ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ทำการทดสอบภาคอากาศเสร็จสิ้น                     2.2.2)     กรณีสอบภาคอากาศไม่ผ่าน ผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการตามข้อ 2.1 โดยผู้ยื่นขอฯ จะสามารถเข้ารับการทดสอบใหม่ได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ภายใน 60 เดือน หากเข้ารับการทดสอบครบ 3 ครั้ง หรือครบ 60 เดือน แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคอากาศ ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562      3)   ขั้นตอนการออกใบอนุญาต       3.1)     เมื่อผู้ยื่นขอฯ ผ่านการสอบภาคทฤษฎี และสอบภาคอากาศผ่านเรียบร้อยแล้ว จะต้องยื่นใบสำคัญแพทย์ ชั้น 1 ที่มีผลบังคับใช้ กับฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่          3.2)     ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติ คำร้อง และเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เมื่อครบถ้วนสมบูรณ์ จะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตฯ พร้อมทั้งยื่นเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) โดยผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการขอออกใบอนุญาตฯ ภายใน 180 วัน นับจากวันที่สอบภาคอากาศผ่าน และผลการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎียังคงมีอายุ หากผู้ยื่นขอฯ มิได้มายื่นขอออกใบอนุญาตฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าหมดสิทธิ์ในการขอออกใบอนุญาตฯ แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกอีกครั้ง ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ด้วยตนเอง ภายใน 5 วันทำการ หลังจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียมฯ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3702,"94e56e27-6418-4a0a-b8f7-520767c26196","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การจัดสรรเวลาการบินให้แก่สายการบินในกำหนดการบินประจำฤดูร้อนและฤดูหนาว [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d3a-e352-49b2-84c5-65a9cfc59b49",3,0,1,"ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอจากช่องทางการให้บริการผ่านอีเมล์ (slot@caat.or.th) โดยการส่งคำขอรูปแบบคำขอรับการจัดสรรเวลาการบิน ต้องเป็นรูปแบบมาตรฐาน SSIM FORMAT (SCR : Slot Clearance Request/Reply) ในกรณีที่คำขอรับการจัดสรรเวลาการบิน (SCR/SMA) มีรูปแบบหรือข้อมูลเวลาการบิน (Slot) ที่อ้างอิงไม่ถูกต้อง คำขอจะถูกส่งกลับไปยังผู้ขอเพื่อทำการแก้ไข และเมื่อมีการแก้ไขจนถูกต้องและทำการส่งคำขอกลับมายังสำนักงานฯ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอใหม่อีกครั้งหนึ่ง    การเปิดรับคำขอรับการจัดสรรเวลาการบินผ่านอีเมล์ตลอด 24 ชม. และประสานงานได้นอกเวลาทำการเฉพาะกรณีเร่งด่วน    ทั้งนี้ ให้สายการบินและผู้ดำเนินการบินตรวจสอบข้อมูลและข้อจำกัดของสนามบินผ่านประกาศข่าวสารการบิน (AIP Supplementary) ก่อนทำการขอรับการจัดสรรเวลาการบิน    (หมายเหตุ: - คำขอรับจัดสรรเวลาเฉพาะสนามบินระดับสองและระดับสาม คือ สนามบินสุวรรณภูมิ , สนามบินดอนเมือง , สนามบินภูเก็ต , สนามบินเชียงใหม่ , สนามบินเชียงราย , สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินอู่ตะเภา)","2021-11-17T13:39:24"],
    [3703,"94e56e27-8e75-4832-9bc2-fe24432a870f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-fa0d-4033-9579-25920d3e41a4",34,2000,7,"1)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ       1.1)    ขั้นตอนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.1.1)     ผู้ยื่นขอฯ สามารถยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคทฤษฎีได้ในวัน และเวลาการรับสมัครสอบตามประกาศฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ เรื่อง กำหนดการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำปี ที่ www.caat.or.th ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดรับสมัครสอบประมาณ 4 ครั้ง/ปี (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) สำหรับกรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก จะสามารถใช้เอกสารชุดนี้ เพื่อเข้าทดสอบภาคทฤษฎีได้ 6 ครั้งติดต่อกัน แต่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการทดสอบภาคทฤษฎีทุกครั้งที่เข้าสอบ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ของฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ได้รับเอกสารหลักฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว (รวมระยะเวลาดำเนินการ 15 นาที ต่อ 1 คำร้อง)                        1.1.2)      กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ / เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้                   1.1.3)       เมื่อปิดรับสมัครสอบภาคทฤษฎีสำหรับในแต่ละรอบเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายใน 5 วันทำการ ก่อนวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th          1.2)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.2.1)      ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี 2 วันของแต่ละรอบ (ครั้ง) และฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎี ภายใน 20 วัน นับจากวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th โดยผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี                 1.2.2)      กรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชา ภายใน 6 ครั้ง ติดต่อกัน หรือภายใน 18 เดือน นับแต่วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก หรือ สอบวิชาเดียวกัน ภายใน 4 ครั้ง กรณีใดจะถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 ซึ่งผลการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี มีอายุ 36 เดือน นับจากวันที่ประกาศผลการทดสอบจนถึงวันสุดท้ายของเดือน      2)   ขั้นตอนการทดสอบภาคปฏิบัติ          2.1)   ผู้ยื่นขอฯ ที่ผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีแล้ว จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เพื่อเข้ารับการการทดสอบภาคปฏิบัติ (Skill Test) ของนายช่างภาคพื้นดิน ต่อฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่          2.2)   ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะจัดทำหนังสือส่งตัวทดสอบภาคปฏิบัติ (Skill Test) ให้ผู้ยื่นขอฯ เข้ารับการทดสอบภาคปฏิบัติ ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอฯ สามารถติดต่อที่สถาบันการบินพลเรือนโดยตรง หรือดูรายละเอียดที่ www.catc.or.th  สำหรับผลการทดสอบภาคปฏิบัติ ผู้ยื่นขอฯ จะทราบผลการทดสอบภาคปฏิบัติ ณ วันที่ทำการทดสอบภาคปฏิบัติ โดย                     2.2.1)     กรณีสอบภาคปฏิบัติผ่าน สถาบันการบินพลเรือน จะต้องจัดส่งผลการทดสอบภาคปฏิบัติให้ ฝ่ายมาตรฐาน       ผู้ประจำหน้าที่                     2.2.2)     กรณีสอบภาคปฏิบัติไม่ผ่าน ผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการตามข้อ 2.1 โดยผู้ยื่นขอฯ จะสามารถเข้ารับการทดสอบใหม่ได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ภายใน 36 เดือน หากเข้ารับการทดสอบครบ 3 ครั้ง หรือครบ 36 เดือน แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562    3)   ขั้นตอนการออกใบอนุญาต       ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติ คำร้อง และเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เมื่อครบถ้วนสมบูรณ์ จะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตฯ พร้อมทั้งยื่นเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) โดยผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการขอออกใบอนุญาตฯ ภายใน 180 วัน นับจากวันที่สอบภาคปฏิบัติผ่าน และผลการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎียังคงมีอายุ หากผู้ยื่นขอฯ มิได้มายื่นขอออกใบอนุญาตฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าหมดสิทธิ์ในการขอออกใบอนุญาตฯ แต่     ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินอีกครั้ง ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ด้วยตนเอง ภายใน 4 วันทำการ หลังจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียมฯ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3704,"94e56e27-74ba-4c07-bcac-5e326e394974","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะชั่วคราว [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-e703-4792-8532-db23742f931e",270,25000,8,"- เริ่มนับเวลาจากวันที่เอกสารครบถ้วน และ ถูกต้อง    -ผู้ยื่นคำขอฯ    เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตซึ่งประสงค์จะเปิดให้บริการแก่สาธารณะให้ยื่นคำขอรับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต่อผู้อำนวยการ พร้อมทั้งคู่มือการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นและหลักฐานอื่นๆตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด ถ้าผู้อำนวยการเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้ดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตที่ขอใบรับรองเป็นการชั่วคราวไปก่อน    - จะมีการแจ้งผลภายใน 5 วันทำการ นับจากมีการลงนามออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะชั่วคราว โดยให้ชำระค่าธรรมเนียมใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะชั่วคราว เป็นเงินสด หรือ เช็คขีดคร่อม สั่งจ่าย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในวันที่รับใบรับรองฯ","2021-11-17T13:39:25"],
    [3705,"94e56e27-91dd-4bc6-92ca-1bbf842de5da","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-fe50-4f70-9897-290c7b3082f0",11,1000,12,"ผู้ยื่นขอฯ ใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษ จะต้องดำเนินการ 4 ขั้นตอน ดังนี้         1) ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ          1.1) ขั้นตอนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ               1.1.1) ผู้ยื่นขอฯ สามารถยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคทฤษฎีได้ ในวัน และเวลาการรับสมัครสอบตามประกาศฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ เรื่อง กำหนดการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำปี ที่ www.caat.or.th ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดรับสมัครสอบประมาณ 4 ครั้ง/ปี (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) สำหรับกรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก จะสามารถใช้เอกสารชุดนี้ เพื่อเข้าทดสอบภาคทฤษฎีได้ 6 ครั้งติดต่อกัน แต่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการทดสอบภาคทฤษฎีทุกครั้งที่เข้าสอบ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ของฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ได้รับเอกสารหลักฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว (รวมระยะเวลาดำเนินการ 15 นาที ต่อ 1 คำร้อง)    1.1.2) กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ / เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้     1.1.3) เมื่อปิดรับสมัครสอบภาคทฤษฎีสำหรับในแต่ละรอบเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายใน 5 วันทำการ ก่อนวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th          1.2) ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                1.2.1) ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี 1 วันของแต่ละรอบ (ครั้ง) และฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎี ภายใน 7 วัน นับจากวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th โดยผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี                1.2.2) กรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชา ภายใน 6 ครั้ง ติดต่อกัน หรือภายใน 18 เดือน นับแต่วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก หรือ สอบวิชาเดียวกัน ภายใน 4 ครั้ง กรณีใดจะถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษ ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 ซึ่งผลการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี มีอายุ 24 เดือน นับจากวันที่ประกาศผลการทดสอบจนถึงวันสุดท้ายของเดือน         2) ขั้นตอนการทดสอบภาคอากาศ    2.1) ผู้ยื่นขอฯ ที่ผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีแล้ว จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เพื่อเข้ารับการทดสอบความรู้ภาคอากาศ โดยผู้ยื่นขอฯ จะต้องเป็นผู้จัดหาสถานที่ อากาศยาน หรือเครื่องฝึกบินจำลองที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน และมีความเหมาะสมสำหรับการทดสอบภาคอากาศเพื่อออกใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษ โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย    2.2) ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะจัดทำหนังสือมอบหมายให้ผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน เพื่อทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศให้ผู้ยื่นขอฯ ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคอากาศด้วย สำหรับผลการทดสอบภาคอากาศ ผู้ยื่นขอฯ จะทราบผลการทดสอบภาคอากาศ ณ วันที่ทำการทดสอบภาคอากาศ จำแนกเป็น    2.2.1) กรณีสอบภาคอากาศผ่าน ผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน จะต้องจัดส่งผลการทดสอบภาคอากาศให้ ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ทำการทดสอบภาคอากาศเสร็จสิ้น     2.2.2) กรณีสอบภาคอากาศไม่ผ่าน ผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการตามข้อ 2.1 โดยผู้ยื่นขอฯ จะสามารถเข้ารับการทดสอบใหม่ได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ภายใน 24 เดือน หากเข้ารับการทดสอบครบ 3 ครั้ง หรือครบ 24 เดือน แล้วแต่กรณีใดถึงก่อน      หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคอากาศ ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษ ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562          3) ขั้นตอนการขอรับใบสำคัญแพทย์     ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถติดต่อศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน (Aeromedical Center &ndash; AMC) เพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพสำหรับการขอรับใบสำคัญแพทย์ ชั้น 4 ได้ด้วยตนเอง ณ ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน  ที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้การแต่งตั้ง ได้แก่    1. สถาบันเวชศาสตร์การบิน กองทัพอากาศ    2. ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือนกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ    3. โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์    หรือสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ https://www.caat.or.th/th/archives/40536 อนึ่ง ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถดำเนินการขอรับใบสำคัญแพทย์ได้หลังจากที่ผู้ยื่นขอฯ สอบผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกวิชาเรียบร้อย แต่ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องถือใบสำคัญแพทย์ ชั้น 4 ที่มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่          4) ขั้นตอนการออกใบอนุญาต          4.1)  เมื่อผู้ยื่นขอฯ ผ่านการสอบภาคทฤษฎี และสอบภาคอากาศผ่านเรียบร้อยแล้ว จะต้องยื่นใบสำคัญแพทย์ ชั้น 4 ที่มีผลบังคับใช้ กับฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่            4.2)  ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติ คำร้อง และเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เมื่อครบถ้วนสมบูรณ์ จะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตฯ พร้อมทั้งยื่นเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) โดยผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการขอออกใบอนุญาตฯ ภายใน 180 วัน นับจากวันที่สอบภาคอากาศผ่าน และผลการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎียังคงมีอายุ หากผู้ยื่นขอฯ มิได้มายื่นขอออกใบอนุญาตฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าหมดสิทธิ์ในการขอออกใบอนุญาตฯ แต่     ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษอีกครั้ง ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ด้วยตนเอง ภายใน 4 วันทำการ หลังจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียมฯ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3706,"94e56e27-93f8-483a-80a4-fbd4bf66bf34","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-0246-4845-9b49-0b0c587f93ca",34,2000,10,"-","2022-04-06T22:52:47"],
    [3707,"94e56e27-8b68-48b3-b405-2e353268c761","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่อใบอนุญาตนักบิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-f631-46a2-9da0-a2ab72419c49",1,5000,4,"ผู้ยื่นขอฯ ต่ออายุใบอนุญาตนักบิน จะสามารถดำเนินการต่ออายุได้ล่วงหน้า 90 วัน ก่อนหมดอายุ ซึ่งจะมีการต่ออายุ 3 กรณี ดังนี้                   1.  กรณีต่ออายุแบบต่อเนื่อง (Revalidation) จะต้องมีคุณสมบัติ และเอกสารประกอบตามคำร้อง ดังนี้                        1.1   เอกสารแสดงประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ขอ โดยมีชั่วโมงบินอย่างน้อยจํานวน 3 ชั่วโมง ภายในเก้าสิบวันสุดท้ายก่อนยื่นคําร้อง อาทิเช่น สําเนาสมุดปูมนักบิน (Log Book)ที่มีตราประทับจากหน่วยงาน / ต้นสังกัด หรือเอกสารหลักฐานแสดงชั่วโมงบินที่ได้รับการรับรองจากหัวหน้านักบินหรือผู้มีอำนาจของหน่วยงานต้นสังกัดและ                        1.2   สำเนาใบสําคัญแพทย์ที่ยังมีผลใช้บังคับตามชั้นของประเภทใบอนุญาต                   2.  กรณีต่ออายุแบบไม่ต่อเนื่องไม่เกิน4ปี (Renewal)จะต้องมีคุณสมบัติ และเอกสารประกอบตามคำร้อง ดังนี้                        2.1   เอกสารแสดงประสบการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ขอ โดยมีชั่วโมงบินอย่างน้อยจํานวน3 ชั่วโมง ภายในเก้าสิบวันสุดท้ายก่อนยื่นคําร้อง ซึ่งจะต้องทำการบินกับครูการบิน อาทิเช่น สําเนาสมุดปูมนักบิน (Log Book)ที่มีตราประทับจากหน่วยงาน / ต้นสังกัด หรือเอกสารหลักฐานแสดงชั่วโมงบินที่ได้รับการรับรองจากหัวหน้านักบินหรือผู้มีอำนาจของหน่วยงานต้นสังกัดและ                        2.2   หนังสือรับรองจากหน่วยงาน/ต้นสังกัดระบุว่าตั้งแต่ใบอนุญาตหมดอายุไม่ได้นำใบอนุญาตฯ ไปใช้สิทธิ์ในการปฏิบัติงานแต่อย่างไร                        2.3   สำเนาใบสําคัญแพทย์ที่ยังมีผลใช้บังคับตามชั้นของประเภทใบอนุญาต                              2.4     เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร Re &ndash; Qualification/Refresher Trainingกรณีหมดอายุมากกว่า 90วัน แต่ไม่เกิน 4 ปี                        3.   กรณีต่ออายุแบบไม่ต่อเนื่องมากกว่า4ปี (Renewal)                        ผู้ถือใบอนุญาตนักบินจะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562      ทั้งนี้กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ/เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้ และเมื่อเอกสาร หลักฐาน ครบถ้วน สมบูรณ์สามารถรอรับได้ภายใน 2 วัน (เท่ากับ 1 หน่วยเวลา)","2022-04-06T22:52:47"],
    [3708,"94e56e27-9628-4dff-ae31-63c14a62c1cb","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอยกเว้นคุณสมบัติแก่ชาวต่างชาติก่อนออกใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-054d-4df1-84ba-beff0aa75454",10,0,5,"ผู้ยื่นขอฯ ยกเว้นคุณสมบัติ มีขั้นตอนดังนี้                          1. เป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย                            2. ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ สำหรับการออกใบอนุญาตนักบินเรียบร้อยแล้ว                            3 ผ่านการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมในด้านที่เป็นภัยและความมั่นคงของประเทศจาก 3 หน่วยงาน [สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ว่าไม่มีปัญหา ทั้งนี้ หากมีปัญหาแม้เพียงหน่วยงานเดียว กพท. จะไม่ดำเนินการใดๆ ในขั้นตอนต่อไป                            4. ผ่านการยกเว้นคุณสมบัติในเรื่องสัญชาติ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3709,"94e56e27-9854-4bfd-b0e2-6e037c61de4d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่อใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-0836-4955-83c1-fcc6ca64a546",3,2000,3,"-","2022-04-06T22:52:47"],
    [3710,"94e56e27-9dbc-4b8f-9523-6c042137f7fd","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบรับรองใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-0f03-4946-9453-ffa0e3ccbb11",24,2000,11,"ผู้ยื่นขอฯ ใบรับรองใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้      1)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ         1.1)    ขั้นตอนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.1.1)     ผู้ยื่นขอฯ สามารถยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคทฤษฎีได้ในวัน และเวลาการรับสมัครสอบตามประกาศฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ เรื่อง กำหนดการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำปี ที่ www.caat.or.th ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดรับสมัครสอบประมาณ 4 ครั้ง/ปี (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) สำหรับกรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก จะสามารถใช้เอกสารชุดนี้ เพื่อเข้าทดสอบภาคทฤษฎีได้ 6 ครั้งติดต่อกัน แต่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการทดสอบภาคทฤษฎีทุกครั้งที่เข้าสอบ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ของฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ได้รับเอกสารหลักฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว (รวมระยะเวลาดำเนินการ 15 นาที ต่อ 1 คำร้อง)                   1.1.2)      กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ / เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้                   1.1.3)       เมื่อปิดรับสมัครสอบภาคทฤษฎีสำหรับในแต่ละรอบเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายใน 5 วันทำการ ก่อนวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th        1.2)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.2.1)      ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี และฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎี ภายใน 20 วัน นับจากวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th โดยผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี                 1.2.2)      กรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชา ภายใน 6 ครั้ง ติดต่อกัน หรือภายใน 18 เดือน นับแต่วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก หรือ สอบวิชาเดียวกัน ภายใน 4 ครั้ง กรณีใดจะถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบรับรองใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562    2)   ขั้นตอนการออกใบอนุญาต       2.1)     เมื่อผู้ยื่นขอฯ ผ่านการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว หน่วยงาน/สมาคม/ต้นสังกัด มีหนังสือจ่าหน้าถึง &ldquo;ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&rdquo; เรื่อง  เรื่อง  ขอออกใบรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่นักบินส่วนบุคคลให้แก่ชาวต่างชาติ เพื่อทำการบิน (สันทนาการหรือไม่มีสินจ้างรางวัลหรือไม่ใช่ในเชิงการค้าหรือไม่ใช่ทางเชิงพาณิชย์) กับอากาศยานจดทะเบียนสัญชาติไทย พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามแบบฟอร์ม ให้ครบถ้วน กับฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่           2.2)     ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ (Authentification of Licences) ของผู้ยื่นขอฯ ที่ออกโดยรัฐภาคีฯ (CAA) ทางอีเมล์ (E-Mail) โดย                          2.2.1)         กรณีผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ จะแจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ว่าใบอนุญาตฯ ที่ผู้ยื่นขอมีอายุของใบอนุญาต และศักยทำการ ครบถ้วน และเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ จะต้องตรงกับสำเนาใบอนุญาตของผู้ยื่นขอฯ และไม่มีข้อจำกัดที่ส่งผลให้ไม่สามารถใช้สิทธิในใบอนุญาตฯ                       2.2.2)     กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ เนืองจาก CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ แจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ว่าใบอนุญาตฯ ที่ผู้ยื่นขอมีอายุของใบอนุญาต และศักยทำการ ครบถ้วน แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ไม่ตรงกับสำเนาใบอนุญาตของผู้ยื่นขอฯ  หรือ CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ ไม่แจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะดำเนินการตามข้อ 3.2 ใหม่อีก 2 ครั้ง ครบแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะส่งเอกสารคืนหน่วยงาน / สมาคม / ต้นสังกัด          2.3)     ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติ คำร้อง และเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เมื่อครบถ้วนสมบูรณ์ จะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองใบอนุญาตฯ พร้อมทั้งยื่นเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถรับใบรับรองใบอนุญาตฯ ภายใน 5 วันทำการ หลังจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียมฯ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3711,"94e56e27-9ad1-4a44-b7f4-515852c14113","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่อใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-0b61-476c-98ef-5f71f224e062",1,2000,3,"ผู้ยื่นขอฯ ต่ออายุใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบิน จะสามารถดำเนินการต่ออายุได้ล่วงหน้า 60 วัน ก่อนหมดอายุ ซึ่งจะมีการต่ออายุ 3 กรณี ดังนี้    1.  กรณีต่ออายุแบบต่อเนื่อง (Revalidation) จะต้องมีคุณสมบัติ และเอกสารประกอบตามคำร้อง ดังนี้          เอกสารแสดงการรับรองจากหน่วยงาน/ต้นสังกัดระบุว่า ภายในกำหนดเวลาหกเดือนก่อนยื่นคำร้องขอต่อใบอนุญาต ผู้ถือใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบิน ได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งพนักงานอำนวยการบินอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน    2.  กรณีต่ออายุแบบไม่ต่อเนื่องไม่เกิน 4 ปี (Renewal) จะต้องมีคุณสมบัติ และเอกสารประกอบตามคำร้อง ดังนี้           2.1   เอกสารแสดงการรับรองจากหน่วยงาน/ต้นสังกัดระบุว่า ภายในกำหนดเวลาหกเดือนก่อนยื่นคำร้องขอต่อใบอนุญาต ผู้ถือใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบิน ได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานอำนวยการบินภายใต้การกำกับดูแลของผู้มีใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบินอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน           2.2   หนังสือรับรองจากหน่วยงาน/ต้นสังกัดระบุว่าตั้งแต่ใบอนุญาตหมดอายุไม่ได้นำใบอนุญาตฯ ไปใช้สิทธิ์ในการปฏิบัติงานแต่อย่างไร    3.   กรณีต่ออายุแบบไม่ต่อเนื่องมากกว่า 4 ปี (Renewal)            ผู้ถือใบอนุญาตพนักงานอำนวยการบินจะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562      ทั้งนี้กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ / เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้ และเมื่อเอกสาร หลักฐาน ครบถ้วน สมบูรณ์สามารถรอรับได้ภายใน 2 วัน (เท่ากับ 1 หน่วยเวลา)","2022-04-06T22:52:47"],
    [3712,"94e56e27-a038-4d26-9455-0a82c90d7aea","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอยกเว้นคุณสมบัติแก่ชาวต่างชาติก่อนออกใบอนุญาตนักบินศิษย์การบิน [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d3b-1220-4dc0-b4fe-39fc4d7edbc7",10,0,7,"ผู้ยื่นขอฯ ยกเว้นคุณสมบัติ มีขั้นตอนดังนี้    1. เป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย และเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรมี 2 ประเภท ดังนี้         1.1 จากสถาบันฝึกอบรมด้านการบินและหลักสูตรที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) รับรอง หรือ         1.2 จากสถาบันฝึกอบรมด้านการบินและหลักสูตรที่ กพท. ไม่ได้รับรอง เฉพาะกรณีหลักสูตรนักบินส่วนบุคคล เท่านั้น     2. ผ่านการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมในด้านที่เป็นภัยและความมั่นคงของประเทศจาก 3 หน่วยงาน [สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ว่าไม่มีปัญหา ทั้งนี้ หากมีปัญหาแม้เพียงหน่วยงานเดียว กพท. จะไม่ดำเนินการใดๆ ในขั้นตอนต่อไป     3. ผ่านการยกเว้นคุณสมบัติในเรื่องสัญชาติ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3713,"94e56e27-a8a9-45ee-b199-5f1d5044cb30","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบรับรองใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-1c60-46e5-969c-2e518c848c0e",24,2000,12,"ผู้ที่จะขอใบรับรองใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตาม                            1.   ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 8 ว่าด้วยการขอ การออก และการรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญา หรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย และ                            2.   ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ฉบับที่ 89 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ และ                            3.   ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 15 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่                            4.   ระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ.2562    โดยผู้ยื่นขอฯ ใบรับรองใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ จะต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้         1)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ         1.1)    ขั้นตอนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.1.1)     ผู้ยื่นขอฯ สามารถยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคทฤษฎีได้ในวัน และเวลาการรับสมัครสอบตามประกาศฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ เรื่อง กำหนดการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำปี ที่ www.caat.or.th ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดรับสมัครสอบประมาณ 4 ครั้ง/ปี (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) สำหรับกรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก จะสามารถใช้เอกสารชุดนี้ เพื่อเข้าทดสอบภาคทฤษฎีได้ 6 ครั้งติดต่อกัน แต่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการทดสอบภาคทฤษฎีทุกครั้งที่เข้าสอบ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ของฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ได้รับเอกสารหลักฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว (รวมระยะเวลาดำเนินการ 15 นาที ต่อ 1 คำร้อง)                        1.1.2)      กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ / เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้                   1.1.3)       เมื่อปิดรับสมัครสอบภาคทฤษฎีสำหรับในแต่ละรอบเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายใน 5 วันทำการ ก่อนวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th        1.2)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.2.1)      ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี และฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎี ภายใน 7 วัน นับจากวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th โดยผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี                 1.2.2)       กรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชา ภายใน 6 ครั้ง ติดต่อกัน หรือภายใน 18 เดือน นับแต่วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก หรือ สอบวิชาเดียวกัน ภายใน 4 ครั้ง กรณีใดจะถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบรับรองใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562    2)   ขั้นตอนการทดสอบภาคอากาศ           ผู้ยื่นขอฯ ผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีแล้ว จะสามารถดำเนินการ ดังนี้          2.1) กรณีทำการทดสอบภาคอากาศ                 2.1.1) ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง เพื่อเข้ารับการการทดสอบความรู้ภาคอากาศ โดยผู้ยื่นขอฯ จะต้องเป็นผู้จัดหาสถานที่ อากาศยาน หรือเครื่องฝึกบินจำลองที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน และมีความเหมาะสมสำหรับการทดสอบภาคอากาศเพื่อออกใบรับรองใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย                 2.1.2) ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะจัดทำหนังสือมอบหมายให้ผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน หรือ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศ เพื่อทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศให้ผู้ยื่นขอฯ ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคอากาศ กรณีเป็นผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน หรือ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศที่ไม่ใช่สังกัดของผู้ยื่นขอ สำหรับผลการทดสอบภาคอากาศ ผู้ยื่นขอฯ จะทราบผลการทดสอบภาคอากาศ ณ วันที่ทำการทดสอบภาคอากาศ โดยผู้ทดสอบภาคอากาศของสำนักงาน หรือ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทดสอบภาคอากาศ หรือ หน่วยงานต้นสังกัดของผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องจัดส่งผลการทดสอบภาคอากาศ พร้อมเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้ ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ทำการทดสอบภาคอากาศเสร็จสิ้น          2.2) กรณีใช้ผลการตรวจสอบความเชี่ยวชาญตามวาระ (Proficiency Check Pilot) ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นผลการตรวจสอบฯ กับฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่    3)   ขั้นตอนการออกใบอนุญาต       3.1)     เมื่อผู้ยื่นขอฯ ผ่านการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว หน่วยงานต้นสังกัด มีหนังสือจ่าหน้าถึง &ldquo;ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&rdquo; เรื่อง  ขอออกใบรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่นักบินพาณิชย์ให้แก่ชาวต่างชาติ เพื่อทำการบินกับอากาศยานจดทะเบียนสัญชาติไทย พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามแบบฟอร์ม ให้ครบถ้วน กับฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่           3.2)     ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ (Authentification of Licences) ของผู้ยื่นขอฯ ที่ออกโดยรัฐภาคีฯ (CAA) ทางอีเมล์ (E-Mail) โดย                          3.2.1)         กรณีผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ จะแจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ว่าใบอนุญาตฯ ที่ผู้ยื่นขอมีอายุของใบอนุญาต และศักยทำการ ครบถ้วน และเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ จะต้องตรงกับสำเนาใบอนุญาตของผู้ยื่นขอฯ และไม่มีข้อจำกัดที่ส่งผลให้ไม่สามารถใช้สิทธิในใบอนุญาตฯ                      3.2.2)     กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ เนืองจาก CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ แจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ว่าใบอนุญาตฯ ที่ผู้ยื่นขอมีอายุของใบอนุญาต และศักยทำการ ครบถ้วน แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ไม่ตรงกับสำเนาใบอนุญาตของผู้ยื่นขอฯ  หรือ CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ ไม่แจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะดำเนินการตามข้อ 3.2 ใหม่อีก 2 ครั้ง ครบแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะส่งเอกสารคืนหน่วยงาน / สมาคม / ต้นสังกัด         3.3)     ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติ คำร้อง และเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เมื่อครบถ้วนสมบูรณ์ จะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองใบอนุญาตฯ พร้อมทั้งยื่นเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถรับใบรับรองใบอนุญาตฯ ภายใน 5 วันทำการ หลังจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียมฯ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3714,"94e56e27-ac22-4f85-9e4b-25ae21b8e21f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอใบรับรองใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-204c-4f6f-a633-0ac95b4c0538",19,2000,10,"ผู้ที่จะขอใบรับรองใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตาม    1. ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 8 ว่าด้วยการขอ การออก และการรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญา หรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย และ    2. ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ฉบับที่ 77 ว่าด้วยคุณสมบัติและสิทธิทำการของผู้ขออนุญาตเป็นนายช่างภาคพื้นดิน และ    3. ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 15 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่    4. ระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ.2562    โดยผู้ยื่นขอฯ ใบรับรองใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน จะต้องดำเนินการ 2 ขั้นตอน ดังนี้    1)   ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ         1.1)    ขั้นตอนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ                 1.1.1) ผู้ยื่นขอฯ สามารถยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการทดสอบภาคทฤษฎีได้ในวัน และเวลาการรับสมัครสอบตามประกาศฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ เรื่อง กำหนดการสอบความรู้ภาคทฤษฎีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำปี ที่ www.caat.or.th ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดรับสมัครสอบประมาณ 4 ครั้ง/ปี (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) สำหรับกรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก จะสามารถใช้เอกสารชุดนี้ เพื่อเข้าทดสอบภาคทฤษฎีได้ 6 ครั้งติดต่อกัน แต่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการทดสอบภาคทฤษฎีทุกครั้งที่เข้าสอบ โดยจะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ของฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ได้รับเอกสารหลักฐาน ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว (รวมระยะเวลาดำเนินการ 15 นาที ต่อ 1 คำร้อง)                    1.1.2) กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติ / เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่สามารถนับระยะเวลาได้                    1.1.3) เมื่อปิดรับสมัครสอบภาคทฤษฎีสำหรับในแต่ละรอบเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายใน 5 วันทำการ ก่อนวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th        1.2) ขั้นตอนการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ               1.2.1)   ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี และฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะประกาศผลสอบความรู้ภาคทฤษฎี ภายใน 7 วัน นับจากวันสอบ (ไม่รวมการทดสอบกรณีพิเศษ) ที่ www.caat.or.th โดยผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี             1.2.2)   กรณีผู้ยื่นขอฯ สอบไม่ผ่านภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชาในการเข้ารับการทดสอบครั้งแรก ผู้ยื่นขอฯ จะต้องชำระค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่เข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี ทั้งนี้ผู้ยื่นขอฯ จะต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกรายวิชา ภายใน 6 ครั้ง ติดต่อกัน หรือภายใน 18 เดือน นับแต่วันที่เข้ารับการทดสอบครั้งแรก หรือ สอบวิชาเดียวกัน ภายใน 4 ครั้ง กรณีใดจะถึงก่อน หากผู้ยื่นขอฯ ยังไม่ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอรับใบรับรองใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล ผู้ยื่นขอฯ จะต้องยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักฐานตามคำร้อง และต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีใหม่ทุกวิชา ตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562    2)   ขั้นตอนการออกใบอนุญาต       2.1)  เมื่อผู้ยื่นขอฯ ผ่านการสอบภาคทฤษฎีเรียบร้อยแล้ว หน่วยงาน/สมาคม/ต้นสังกัด มีหนังสือจ่าหน้าถึง &ldquo;ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&rdquo; เรื่อง  ขอออกใบรับรองใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินให้แก่ชาวต่างชาติ กับอากาศยานจดทะเบียนสัญชาติไทย พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามแบบฟอร์ม ให้ครบถ้วน กับฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่           2.2)  ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ของผู้ยื่นขอฯ ที่ออกโดยรัฐภาคีฯ (CAA) ทางอีเมล์ (E-Mail) โดย                       2.2.1) กรณีผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ (Authentification) CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ จะแจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ว่าใบอนุญาตฯ ที่ผู้ยื่นขอมีอายุของใบอนุญาต และศักยทำการ ครบถ้วน และเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ จะต้องตรงกับสำเนาใบอนุญาตของผู้ยื่นขอฯ และไม่มีข้อจำกัดที่ส่งผลให้ไม่สามารถใช้สิทธิในใบอนุญาตฯ                       2.2.2) กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ (Authentification) เนืองจาก CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ แจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ว่าใบอนุญาตฯ ที่ผู้ยื่นขอมีอายุของใบอนุญาต และศักยทำการ ครบถ้วน แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ไม่ตรงกับสำเนาใบอนุญาตของผู้ยื่นขอฯ  หรือ CAA ของประเทศที่ผู้ยื่นขอฯ ถือใบอนุญาตฯ ไม่แจ้งรายละเอียดกลับมายังฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะดำเนินการตามข้อ 3.2 ใหม่อีก 2 ครั้ง ครบแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบใบอนุญาตฯ ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะส่งเอกสารคืนหน่วยงาน / สมาคม / ต้นสังกัด         2.3)     ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติ คำร้อง และเอกสารหลักฐานตามคำร้อง เมื่อครบถ้วนสมบูรณ์ จะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองใบอนุญาตฯ พร้อมทั้งยื่นเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอฯ จะสามารถรับใบรับรองใบอนุญาตฯ ภายใน 5 วันทำการ หลังจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียมฯ","2022-04-06T22:52:47"],
    [3715,"94e56e27-b243-4f95-b32e-ab6b5d97f0f4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกหนังสืออนุญาตให้ทิ้งร่มอากาศและอนุญาตให้ปล่อยบัลลูน [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-265b-4a7a-a68d-238569912725",35,0,8,"-","2021-11-17T13:39:25"],
    [3716,"94e56e27-afdd-4805-8462-5fe01d38d02a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตกรณีขอยกเว้นการเริ่มประกอบกิจการโดยการทำการบินจริง (Actual Flight Operation) ภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-2389-49e6-9a29-63432af470e0",74,0,1,"ข้อ 27  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์แบบประจำมีกำหนดต้องดำเนินการยื่นคำขอใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศต่อสำนักงาน และจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศให้แล้วเสร็จจนได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ และต้องเริ่มประกอบกิจการโดยการทำการบินจริง (Actual Flight Operation) ภายในหนึ่ง (1) ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หากไม่สามารถเริ่มทำการบินจริงภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ถือว่าใบอนุญาตเป็นอันใช้ไม่ได้ เว้นแต่จะแสดงได้ว่าการที่ไม่สามารถทำการบินจริงนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากกรณีที่ไม่ใช่ความผิดของตน","2021-11-17T13:39:25"],
    [3717,"94e56e27-c0cd-490c-bd29-7ce3177f2480","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสนามบินสาธารณะ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-3326-4df2-b0a0-a75b6eca0d8e",94,9500,16,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต       ผู้ยื่นคำขออนุญาต ได้แก่ บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ในราชอาณาจักร โดยมีคุณสมบัติและลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสนามบิน พ.ศ. 2561   พนักงานเจ้าหน้าที่จะเริ่มดำเนินการนับตั้งแต่เอกสารหลักฐานของผู้ขอรับใบอนุญาตฯ มีความถูกต้องและครบถ้วน   เมื่อพบว่าเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอฯ จัดส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ขอฯ ไม่จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตามระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาส่งคำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานคืนให้แก่ผู้ขอฯ   การยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งสนามบินฯ ให้ยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งสนามบินสาธารณะต่อผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมเอกสารและหลักฐานอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตจัดตั้งสนามบิน พ.ศ. 2561   เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะ พร้อมเอกสารและหลักฐาน มีความถูกต้องครบถ้วนตามกฎกระทรวงฯ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดทำรายงานดังต่อไปนี้   1.รายงานการรับฟังความคิดเห็นประชาชน   2.รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในกรณีที่ต้องจัดทำรายงานตามกฎหมายดังกล่าว   3.รายงานผลการศึกษาความปลอดภัยทางด้านการบินโดยบุคคลภายนอก หากปรากฏว่าพื้นที่ที่ขออนุญาตจัดตั้งสนามบินมีปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยทางด้านการบิน   พนักงานจะเข้าตรวจสอบการก่อสร้าง ทั้งในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างและภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ   ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้างที่ได้รับความเห็นชอบ ซึ่งผู้ขอฯ ต้องอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบ   เมื่อรัฐมนตรีฯ พิจารณาอนุมัติในการจัดตั้งสนามบินสาธารณะ พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือแจ้งผล และออกใบอนุญาตฯ ให้ผู้ขอฯ ทราบภายใน 3 วัน และหากรัฐมนตรีฯ ไม่อนุมัติ พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอฯ ทราบ และถือว่ากระบวนการเป็นอันยุติ","2021-11-17T13:39:25"],
    [3718,"94e56e27-c309-400b-b5d5-94f6274c1ce1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกหนังสืออนุญาตให้บังคับหรือปล่อยอากาศยานที่มีน้ำหนักเกิน  25 กิโลกรัม ซึ่งไม่มีนักบิน [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3b-361e-4c55-b720-e83ee496f26b",43,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.ผู้ที่ประสงค์จะทำการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบิน  จากภายนอกซึ่งไม่มีนักบิน ที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม ทั้งประเภทนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา  สามารถยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานฯ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ  หรือยื่นคำขอฯ ผ่านทางช่องทางที่ระบุ  2.ดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของคำขอขึ้นทะเบียนและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา กรณีเอกสารไม่ถูกต้องและครบถ้วนระยะเวลาดำเนินการอาจมีการเปลี่ยนแปลง    3.กองอากาศยานไร้คนขับ ฝ่ายพิธีการบิน ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ของคำขอ  ขึ้นทะเบียนและเอกสารหลักฐานแนบประกอบการพิจารณา ตามหลักเกณฑ์ มาตรฐานและประกาศกระทรวงคมนาคม      4.ทั้งนี้ระยะเวลาในการพิจารณาขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งอาจมีการขอคำแนะนำหรือคำปรึกษาจากคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) (ผ่านคณะอนุกรรมการหลักเกณฑ์ฯ และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ตามลำดับ)    5.หากไม่อนุญาต ผู้ขอต้องทำการแก้ไขเอกสารและเสนอเข้ามาใหม่","2021-11-17T13:39:25"],
    [3719,"94e56e27-c51e-4ad2-9ac3-d98de9b8193c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจ [N]","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-3949-4d19-8100-ef5958a7c3fc",20,0,1,"ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินกิจการตามแผนธุรกิจที่ได้ยื่นไว้ เมื่อมีเหตุไม่สามารถปฏิบัติตามแผนธุรกิจได้ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นขอเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจ ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ    หากปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตรายใดไม่ปฏิบัติตามแผนธุรกิจที่ได้ยื่นไว้ หรือไม่ปฏิบัติตามแผนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นดำเนินการให้ถูกต้องตามแผนธุรกิจ    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจที่ไม่ใช่สาระสำคัญตามที่คณะกรรมการการบินพลเรือนกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบล่วงหน้า และรายงานให้ผู้อำนวยการทราบเมื่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมีผล","2021-11-17T13:39:25"],
    [3720,"94e56e27-c75e-4323-af69-4cb850f2ecaa","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตให้จัดหาอากาศยานมาเพิ่มเติมหรือทดแทนอากาศยานที่มีอยู่ โอน จำนำ ให้เช่า หรือให้ยืมอากาศยาน (การจัดหาอากาศยานเป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว) [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-3c6a-4985-9e1b-878525ee105b",33,0,3,"แบบและจำนวนอากาศยานที่จัดหามาให้บริการจะต้องเป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 97 ว่าด้วยการอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือนประเภทการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์และประเภทการทำงานทางอากาศ ประกาศ ณ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 และต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 22 ปี นับตั้งแต่วันผลิต         ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องใช้อากาศยานตามแบบและจำนวนที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี รวมถึงการจัดหาอากาศยานมาเพิ่มเติมหรือทดแทนอากาศยานที่มีอยู่ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี         ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องไม่โอน จำนำ ให้เช่า หรือให้ยืมอากาศยานตามที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี","2021-11-17T13:39:25"],
    [3721,"94e56e27-c9b5-47fb-888f-ab8dc82afd47","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การเพิ่มสิทธิใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือน ประเภทการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์และประเภทการทำงานทางอากาศ[N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-4006-4352-8a70-0163535a70cd",77,0,20,"ในการพิจารณาคำขออนุญาต ให้คณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบและประเมินความเหมาะสมของผู้ขออนุญาต ดังนี้    (1) ความถูกต้องครบถ้วนในคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตและความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานที่ยื่น    (2) ความเหมาะสมในการประกอบกิจการการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ โดยพิจารณาจาก          (ก) ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหารระดับสูงของผู้ขอรับใบอนุญาตโดยตรวจสอบว่าบุคลากรดังกล่าวมีความรู้ความสามารถเหมาะสมต่อการประกอบกิจการการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์และคณะผู้บริหารโดยรวมจะต้องมีภูมิหลังและประสบการณ์ด้านธุรกิจและด้านการบินเพียงพอต่อการประกอบกิจการตามประเภทที่ขอรับใบอนุญาต           (ข) แผนการดำเนินงานและแผนทางการเงิน โดยพิจารณาว่าผู้ขอรับใบอนุญาตมีความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นการประกอบกิจการที่สมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่ว่าจะมีเงินทุนอยู่แล้วหรือมีแผนการระดมทุนที่จำเป็นในการเริ่มต้นการประกอบกิจการที่เฉพาะเจาะจงและสามารถตรวจสอบได้โดยผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องแสดงเอกสารรับรองจากบุคคลที่สาม (เช่น สถาบันการเงินหรือผู้ให้กู้) ว่าผู้ขอรับใบอนุญาตจะได้รับเงินทุนที่จำเป็นในการประกอบกิจการ            (ค) ประวัติการละเมิดกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย หรือการหลอกลวงผู้บริโภคที่ก่อหรืออาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่แสดง    ให้เห็นว่าผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้บริหารระดับสูงของผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มีประวัติการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบของคณะกรรมการการบินพลเรือน รัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม สำนักงานหรือของทางราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อสาธารณชน    (3) ความเป็นเจ้าของและกรรมสิทธิ์ส่วนสาระสำคัญและอำนาจในการบริหารกิจการที่แท้จริงเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย    (4) แผนการดำเนินการทางธุรกิจที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจและในด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ โดยเส้นทางบินที่ประสงค์จะประกอบกิจการต้องเป็นเส้นทางที่เหมาะสมกับความต้องการของสาธารณะและสนามบินที่จะขอใช้ทำการบินขึ้นลงต้องมีความสามารถในการรองรับการทำการบินของผู้ขอรับใบอนุญาต    (5) มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมและเพียงพอต่อการประกอบกิจการ    (6) มีความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ของทางราชการ ทั้งปัจจุบันและที่จะมีในอนาคต ตลอดจนความพร้อมในการปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต     ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม คณะกรรมการอาจสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการส่งข้อมูลเพิ่มเติม หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งไม่ให้ความสะดวกแก่ผู้อำนวยการหรือเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้ไม่อาจพิจารณาคำขอได้ ให้คณะกรรมการมีคำสั่งยกคำขอนั้น และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุด","2021-11-17T13:39:25"],
    [3722,"94e56e27-ce49-4dd8-bf11-167c8a4dbe2c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือน ประเภทการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์และประเภทการทำงานทางอากาศ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-4705-4739-aed7-0908e4db3529",80,0,23,"ในการพิจารณาคำขออนุญาต ให้คณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบและประเมินความเหมาะสมของผู้ขออนุญาต ดังนี้    (1) ความถูกต้องครบถ้วนในคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตและความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานที่ยื่น    (2) ความเหมาะสมในการประกอบกิจการการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ โดยพิจารณาจาก          (ก) ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหารระดับสูงของผู้ขอรับใบอนุญาตโดยตรวจสอบว่าบุคลากรดังกล่าวมีความรู้ความสามารถเหมาะสมต่อการประกอบกิจการการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์และคณะผู้บริหารโดยรวมจะต้องมีภูมิหลังและประสบการณ์ด้านธุรกิจและด้านการบินเพียงพอต่อการประกอบกิจการตามประเภทที่ขอรับใบอนุญาต           (ข) แผนการดำเนินงานและแผนทางการเงิน โดยพิจารณาว่าผู้ขอรับใบอนุญาตมีความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นการประกอบกิจการที่สมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่ว่าจะมีเงินทุนอยู่แล้วหรือมีแผนการระดมทุนที่จำเป็นในการเริ่มต้นการประกอบกิจการที่เฉพาะเจาะจงและสามารถตรวจสอบได้โดยผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องแสดงเอกสารรับรองจากบุคคลที่สาม (เช่น สถาบันการเงินหรือผู้ให้กู้) ว่าผู้ขอรับใบอนุญาตจะได้รับเงินทุนที่จำเป็นในการประกอบกิจการ            (ค) ประวัติการละเมิดกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย หรือการหลอกลวงผู้บริโภคที่ก่อหรืออาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่แสดง    ให้เห็นว่าผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้บริหารระดับสูงของผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มีประวัติการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบของคณะกรรมการการบินพลเรือน รัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม สำนักงานหรือของทางราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อสาธารณชน    (3) ความเป็นเจ้าของและกรรมสิทธิ์ส่วนสาระสำคัญและอำนาจในการบริหารกิจการที่แท้จริงเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย    (4) แผนการดำเนินการทางธุรกิจที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจและในด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ โดยเส้นทางบินที่ประสงค์จะประกอบกิจการต้องเป็นเส้นทางที่เหมาะสมกับความต้องการของสาธารณะและสนามบินที่จะขอใช้ทำการบินขึ้นลงต้องมีความสามารถในการรองรับการทำการบินของผู้ขอรับใบอนุญาต    (5) มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมและเพียงพอต่อการประกอบกิจการ    (6) มีความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ของทางราชการ ทั้งปัจจุบันและที่จะมีในอนาคต ตลอดจนความพร้อมในการปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต          ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม คณะกรรมการอาจสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการส่งข้อมูลเพิ่มเติม หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งไม่ให้ความสะดวกแก่ผู้อำนวยการหรือเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้ไม่อาจพิจารณาคำขอได้ ให้คณะกรรมการมีคำสั่งยกคำขอนั้น และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุด","2021-11-17T13:39:25"],
    [3723,"94e56e27-df7a-4ebc-8917-7114814dc3ee","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออก ต่ออายุ เพิ่ม/ลดขีดความสามารถ และแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบรับรองหน่วยซ่อมในราชอาณาจักร ประเภท 1,2,3 [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-5f7c-458f-938c-ae723d3aed41",30,0,null,"กรณีต่ออายุ ผู้ขอฯ จะต้องยื่นคำขอล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน","2024-02-28T16:00:09"],
    [3724,"94e56e27-e62f-4ad3-a349-772d2fc547eb","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การให้ความเห็นชอบรูปแบบบริการและอัตราค่าโดยสาร ของสายการบินเส้นทางภายในประเทศ/ค่าโดยสารเส้นทางระหว่างประเทศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3b-6888-4ea3-a262-7ed3462de9b6",9,0,null,"-","2022-07-05T14:59:53"],
    [3725,"94e56e27-ec12-43fc-8994-6da7110d57b5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกและต่ออายุใบรับรองการให้บริการการเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-7121-4c0d-8fdf-0dfe000df7e6",68,1000000,null,"ผู้ขอรับใบรับรองต้องยื่นความจำนงต่อ กพท. ตามด้านที่ประสงค์จะให้บริการ   เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ตรวจสอบคำขอฯ และเอกสารหลักฐาน โดยจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ให้ข้อมูล คู่มือประกอบการขอรับใบรับรองบริการการเดินอากาศตามด้านที่ประสงค์จะให้บริการ ต่อ กพท.   ระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประชาชนเป็นระยะเวลาดำเนินงานในส่วนของ กพท. ต่อการเข้าสุ่มตรวจสอบสถานที่ปฏิบัติงานจริง 1 สถานที่เท่านั้น","2021-11-17T13:39:25"],
    [3726,"94e56e27-f097-447c-a959-ae1f7bebb36d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานจากที่กำหนดไว้ในใบรับรองบริการการเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3b-775e-4844-a726-aebfd2c09304",41,0,null,"1. ผู้ได้รับใบรับรองบริการการเดินอากาศที่ประสงค์จะขอเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานให้แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในใบรับรองบริการการเดินอากาศ ให้ยื่นคำขอต่อ กพท. ล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน    2. ผู้ได้รับใบรับรองฯ ยื่นเอกสารที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการที่ขอเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง รวมถึงร่างคู่มือการดำเนินงานฉบับที่แก้ไขปรับปรุง    3. ผู้ได้รับใบรับรองฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผู้อำนวยการ กพท. ก่อนดำเนินการตามที่ขอเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง    4. เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการ ให้แจ้งผู้ให้บริการรายอื่นและผู้มีส่วนได้เสียอื่นที่เกี่ยวข้องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และหากการเปลี่ยนแปลงต้องประกาศเป็นผลิตภัณฑ์ข่าวสารการบินให้ดำเนินการต่อไป    ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการหรือสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการให้บริการ ต้องแจ้งล่วงหน้า 7 วันก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น หรือกรณีเหตุสุดวิสัยให้แจ้งภายใน 7 วันหลังเกิดการเปลี่ยนแปลง","2021-11-17T13:39:25"],
    [3727,"94e56e28-0293-494b-89e7-8bd6046ec64c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-8fe1-41da-b19f-c929c05b4bb0",270,100000,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    - เริ่มนับเวลาจากวันที่เอกสารครบถ้วน และ ถูกต้อง    -ผู้ยื่นคำขอฯ    เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตซึ่งประสงค์จะเปิดให้บริการแก่สาธารณะให้ยื่นคำขอรับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต่อผู้อำนวยการ พร้อมทั้งคู่มือการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตนั้นและหลักฐานอื่นๆตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด    - จะมีการแจ้งผลภายใน 5 วันทำการ นับจากมีการลงนามออกใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ โดยให้ชำระค่าธรรมเนียมใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะเป็นเงินสด หรือ เช็คขีดคร่อม สั่งจ่ายสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ในวันที่รับใบรับรองฯ","2021-11-17T13:39:25"],
    [3728,"94e56e28-0b81-485a-953e-faf0f45c79e7","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออก ต่ออายุ เพิ่ม/ลดขีดความสามารถ  และแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบรับรองหน่วยซ่อมต่างประเทศ  (Foreign Repair Station Certificate) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-9c27-437c-bfe3-955f9c4af000",30,0,null,"-","2024-03-07T16:04:09"],
    [3729,"94e56e28-15f0-41ba-8900-32d696504fcb","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบอนุญาตประกอบกิจการบำรุงรักษาเฉพาะอากาศยานต่างประเทศในราชอาณาจักร (Foreign Aircraft Maintenance in Thailand License) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-aaa4-4616-8769-88f30648241d",14,0,null,"-","2024-03-07T16:12:48"],
    [3730,"94e56e28-20d6-4592-9645-219902457b06","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบแทนใบรับรองหน่วยซ่อม [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-b942-4da0-8873-58668979755f",14,1000,null,"-","2024-02-28T16:41:42"],
    [3731,"94e56e28-22dd-4065-a28f-cf46296b37d3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตผลิตชิ้นส่วนของอากาศยานเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานที่ตนรับบำรุงรักษา [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-bc0e-406b-ac37-e69757d15d5e",34,0,null,"-","2021-11-17T13:39:25"],
    [3732,"94e56e28-24e4-432a-ad37-84e593de7f2e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองแผนการฝึกอบรมพนักงานหรือนายช่างของหน่วยซ่อม (Training Programme Manual Approval) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-beab-44fa-9898-11930300ce98",23,1000,null,"-","2024-03-07T16:09:18"],
    [3733,"95ffd389-ca15-4dc2-874a-2f2278b726b0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานอนุญาตให้พักการประกอบกิจการ หรือเลิกกิจการ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd333-effa-41f4-aa41-93cbbd9d8d72",25,0,3,"การนับระยะเวลาการดำเนินงาน จะเริ่มนับจากวันที่คำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานมีความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น และไม่นับเวลาดำเนินงานในส่วนของผู้ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [3734,"95ffd389-c84f-44ea-8550-84868355ee77","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานการพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาต","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd333-ed6a-4518-ae28-797fe6ff0e0a",49,0,2,"ข้อ 49 รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการบินพลเรือนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต โดยมีกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ได้รับใบอนุญาตรายใด    (1) ถูกพักใช้ใบรับรองผู้ด าเนินการเดินอากาศ    (2) ไม่ทำการแก้ไขปรับปรุงหรือด าเนินการภายในระยะเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนดในข้อ 46 ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตจะกลับมาให้บริการได้เมื่อใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศกลับมามีผลใช้ได้ หรือได้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องครบถ้วน และรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การบินพลเรือนมีคำสั่งให้กลับมาประกอบกิจการได้    (3)ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯและ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน    ข้อ 50 รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการบินพลเรือนมีอ านาจสั่งให้เพิกถอน ใบอนุญาต ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ได้รับใบอนุญาตรายใด (1) ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อบังคับนี้ โดยเฉพาะในเรื่องทุนจดทะเบียน หุ้น และ กรรมการหรือเมื่อกรรมสิทธิ์ส่วนสาระส าคัญ (Substantial Ownership) และอำนาจในการบริหารกิจการ ที่แท้จริง (Effective Control) มิได้เป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย  (2) ถูกพักใช้ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศเกินสองครั้งภายในระยะเวลาสองปี    (3) ถูกเพิกถอนใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ    (4) ไม่สามารถด าเนินกิจการไปได้ด้วยดีหรือไม่สามารถด าเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง    (5) หยุดท าการบินตามสิทธิในเส้นทางบินที่ได้รับอนุญาตแล้วทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเกินกว่าสิบห้าวัน โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้อ านวยการ    (ุ6) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการเดินอากาศตามกฎหมาย ว่าด้วยการเดินอากาศ ตลอดถึงกฎ ระเบียบ ประกาศ หรือค าสั่งที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินอากาศ ตามที่คณะกรรมการการบินพลเรือนหรือผู้อ านวยการก าหนด และการฝ่าฝืนนั้นก่อให้เกิดอันตราย แก่การเดินอากาศ    (7) มิได้ควบคุมดูแลให้การประกอบกิจการหรือการด าเนินการเดินอากาศเป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการเดินอากาศ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อรัฐมนตรีมีค าสั่งให้เพิกถอนใบอนุญ าตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ส านักงานประกาศ ให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกัน    (8)การนับระยะเวลาการดำเนินงาน จะเริ่มนับจากวันที่คำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานมีความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น และไม่นับเวลาดำเนินงานในส่วนของผู้ขอ","2022-04-06T22:46:22"],
    [3735,"95ffd389-e929-43a2-9c20-7fd148e61727","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุมัติและออกประกาศค่าบริการผู้โดยสารขาออกของสนามบินสาธารณะ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd334-0125-4898-ba95-746c89cd913c",49,0,7,"มาตรา ๖๐/๓๙ ค่าบริการผู้โดยสารขาออกให้ใช้จ่ายได้ เพื่อการดังต่อไปนี้   (๑) การซ่อมแซม ปรับปรุง หรือขยายสนามบิน   (๒) การจัดหา ปรับปรุง หรือดาเนินงานสิ่งอานวยความสะดวกในสนามบินให้แก่ผู้โดยสาร   (๓) การปรับปรุงความปลอดภัยหรือการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน   (๔) การก่อสร้างหรือการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดผลกระทบทางเสียงที่เกิดขึ้นจากการใช้สนามบิน   (๕) การรักษาสิ่งแวดล้อมและลดมลพิษที่เกิดจากการใช้สนามบิน   (๖) การอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสนามบิน ตามที่รัฐมนตรีอนุมัติ    การนับระยะเวลาการดำเนินงาน จะเริ่มนับจากวันที่คำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานมีความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น และไม่นับเวลาดำเนินงานในส่วนของผู้ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [3736,"95ffd389-f5f9-4d2a-bc1b-1a2454ca54ca","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การโอน (จำหน่าย) อากาศยาน","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd334-0782-40ce-ba51-03394f7db497",58,0,1,"เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือนระบุว่า \"ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องไม่โอน จำนำ ให้เช่า หรือให้ยืมอากาศยานตามที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี\"    การนับระยะเวลาการดำเนินงาน จะเริ่มนับจากวันที่คำขออนุญาตและเอกสารหลักฐานมีความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น และไม่นับเวลาดำเนินงานในส่วนของผู้ขอ","2022-04-06T22:52:45"],
    [3737,"960914b7-dc5e-4050-9237-90b9316e6362","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองคู่มือ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-f8b2-4d4c-b731-f2c1c0353d6c",26,0,null,"คู่มืประชาชนนี้เป็นการรับรองคู่มือ ยกเว้นการรับรองคู่มือดังต่อไปนี้\n1.การรับรองคู่มือของผู้ดำเนินการเดินอากาศ\n2.การรับรองคู่มือปฏิบัติงานบินทดสอบ\n3.การรับรองคู่มือฝึกอบรมการบินทดสอบ\nคู่มือประชาชนสำหรับการรับรองคู่มือของผู้ดำเนินการเดินอากาศ,การรับรองคู่มือปฏิบัติงานบินทดสอบ,การรับรองคู่มือฝึกอบรมการบินทดสอบ จะถูกจัดทำแยกออกมาของแต่ละการรับรอง เพื่อให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น\n\nหมายเหตุ: : (1) กรณีผู้ขออนุญาต ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุข้อ 2)\n(2)  หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขอรับรองคู่มือฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n(3) กรณีพบข้อบกพร่องผู้ขอฯ จะต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด หากผู้ขอฯ ไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด  จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐาน หรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป  กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ \n(4) ระยะเวลาการตรวจสอบขึ้นกับความซับซ้อนของคู่มือฯ และ กรณีขอครั้งแรก (Initial Issue) 8 วัน  กรณีขอแก้ไข (Amendment Issue) 14 วัน\n(5) การชำระค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับประเภทของคู่มือและผู้ขอใบรับรองฯต้องชำระค่าธรรมเนียมใบรับรองฯภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ออกใบแจ้งหนี้ (Invoice)\n(6)  กรณีผู้อำนวยการ กพท. อนุมัติใช้เวลา 3 วัน และ กรณี ผู้จัดการฝ่ายเป็นผู้อนุมัติ ใช้เวลา 2 วัน\n(7)  กรณีผู้ขอต้องนำส่งคู่มือฉบับที่ลงนามรับรองให้กับ กพท. (ฝ่ายที่รับผิดชอบ) เป็นหลักฐานในการอ้างอิง\n\nทั้งนี้การดำเนินงานจะไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2024-02-28T14:24:53"],
    [3738,"9617046c-ea5f-4b4a-b35c-c6791864bb4b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอและต่ออายุใบสำคัญสมควรเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-65c6-4e16-8e87-739251f01ac1",26,30000,30,"ผู้ขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศ ต้องเป็นผู้จดทะเบียนอากาศยานตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อกำหนด การขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศอาจยื่นขอพร้อมกับการขอรับใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานก็ได้แต่จะออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศได้ต่อเมื่อได้ออกใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานแล้ว\n\nใบสำคัญสมควรเดินอากาศมีสองแบบ คือ\n(1) ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบมาตรฐาน  ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อ วัตถุประสงค์ในการขนส่งคน หรือของ รวมทั้งสัตว์ และเป็นอากาศยานที่ได้สร้างขึ้นตามแบบในใบรับรองแบบมาตรฐานตามมาตรา 37 (1) หรือตามแบบที่มีหนังสือรับรองตามมาตรา 41/14\n\n(2) ใบสำคัญสมควรเดินอากาศแบบพิเศษมีสี่ประเภท ได้แก่\n\n(ก) ประเภทที่หนึ่ง  ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์นอกจากการขนส่งคน หรือของ รวมทั้งสัตว์ และเป็นอากาศยานที่สร้างขึ้นตามแบบในใบรับรองแบบเฉพาะตามมาตรา 37 (2) หรือตามแบบที่มีหนังสือรับรองตามมาตรา 41/14\n\n(ข) ประเภทที่สอง  ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ในการบินทดลองเพื่อออกใบรับรองแบบตามมาตรา 41/6 วรรคหนึ่ง หรือใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมตามมาตรา 41/5 วรรคสอง (2) (ก) หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กำหนดในข้อกำหนด\n\n(ค) ประเภทที่สาม  ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ชั่วคราวและเป็นอากาศยานที่สร้างขึ้นตามแบบในใบรับรองแบบเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 41/4\n\n(ง) ประเภทที่สื่  ออกให้สำหรับอากาศยานที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะโดยไม่ต้องมีใบรับรองแบบตามมาตรา 36 วรรคสาม\n\n*ผู้ได้รับใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบสำคัญสมควรเดินอากาศให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ก่อนวันที่ใบสำคัญสมควรเดินอากาศดังกล่าวสิ้นอายุอย่างน้อยหกสิบวัน พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุ\n\n** กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ***) \n \n***หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กพท.จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขอออก/ต่ออายุ ดังกล่าว กพท.ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ \n \n****กรณีมีข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ จะต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่กพท.กําหนด หรือไม่เกิน 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับข้อบกพร่องนั้นๆ)และสามารถขอขยายได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กําหนดจะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขอออก/ต่ออายุใบสําคัญสมควรเดินอากาศ กพท.จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ\n\nค่าธรรมเนียมการตรวจอากาศยาน \nอ้างอิงจากระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อออกใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองที่ออกตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2561\n\nค่าธรรมเนียมใบสำคัญสมควรเดินอากาศ \nอ้างอิงจากกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและอัตราขั้นสูงสำหรับค่าบริการในสนามบินพ.ศ. 2554","2023-01-19T10:14:25"],
    [3739,"96174379-37b1-4320-8428-208844c40cc0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การแก้ไขใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือข้อกำหนดการปฏิบัติการ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-8325-43fa-9191-b4eb078b87a5",128,0,4,"การขอแก้ไขใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือข้อกำหนดการปฏิบัติการบิน (Operations Specifications) หากผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศประสงค์ที่จะเพิ่ม ลด หรือแก้ไข เปลี่ยนแปลงการปฏิบัติตาม Operations Specifications เช่น การเพิ่มหรือลดแบบของอากาศยาน เส้นทางบิน สนามบินหรือประเภทการบิน การเปลี่ยนแปลงคู่มือหรือข้อมูลที่ได้รับการรับรองหรือได้รับความเห็นชอบจากหนักงานเจ้าหน้าที่ของ กพท. แล้ว หรือการเปลี่ยนแปลงสถานที่ประกอบธุรกิจหลักหรือสถานีหลักที่ใช้ปฏิบัติการ เป็นต้น จะต้องยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนด และจะดำเนินการได้เมื่อได้รับ Operations Specifications เพิ่มเติมจากพนักงานของเจ้าหน้าที่ของ กพท. หรือได้รับการรับรองหรือให้ความเห็นชอบให้ใช้คู่มือหรือข้อมูลที่แก้ไขใหม่แล้ว","2023-04-30T15:21:58"],
    [3740,"961b6be3-3c5e-431a-93ec-3a5cd45fea64","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรอง และต่ออายุใบรับรองการเป็นตัวแทนควบคุมและการไปรษณีย์ควบคุม [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-4fea-43ba-8ca9-5d8902c0d8fe",122,5000,null,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: \n(1) พ.ร.บ. การเดินอากาศ ฉบับที่ 14 มาตรา 50/31 \n(2) ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 33 หมวด 2\n(3) แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 3 พ.ศ. 2563 ข้อ 5.16, 5.18\n(4) ประกาศ กพท. เรื่องกำหนดค่าธรรมเนียมใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองที่ออกตามอำนาจหน้าที่ ของ กพท. พ.ศ. 2561   \n(5) แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2564 ผู้มีอำนาจ: ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย  \nระยะเวลาดำเนินงาน: 122 วัน (ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร)","2023-01-19T10:25:55"],
    [3741,"961b8b30-0ffd-4d96-bac2-8a0f3bf5368f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบแทนใบรับรองการเป็นตัวแทนควบคุมหรือการไปรษณีย์ควบคุม เมื่อมีการสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-92b5-4686-a869-19638a396bce",12,1000,null,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: \n(1)  พ.ร.บ. การเดินอากาศ ฉบับที่ 14 มาตรา 50/31 \n(2) ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 33 หมวด 2 ข้อ 26\n(3) ประกาศ กพท. เรื่องกำหนดค่าธรรมเนียมใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองที่ออกตามอำนาจหน้าที่ ของ กพท. พ.ศ. 2561\nผู้มีอำนาจ: ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย   \nระยะเวลาดำเนินงาน: 12 วันทำการ  (ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร)","2023-01-19T10:27:41"],
    [3742,"961b0a6f-92aa-420e-994a-72bd65ce963d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือน ประเภทการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์และประเภทการทำงานทางอากาศ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-4355-4472-9432-91b3139d5331",64,0,null,"ข้อ 42 ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอตามแบบที่ผู้อำนวยการกำหนด ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 120 วัน แต่ไม่เกิน 180 วัน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้         (1) สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อวัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน และผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลฉบับที่เป็นปัจจุบัน         (2) แบบแสดงรายละเอียดของเงินทุน (Financial Requirement Form) รวมทั้งเอกสารหลักฐานแสดงความพร้อมทางการเงิน (Financial Fitness) และฐานะทางการเงิน เช่น รายงานทางการเงินที่เสนอต่อผู้ถือหุ้น หลักฐานอื่นที่แสดงแหล่งที่มาและใช้ไปของเงินทุนหรือการลงทุนในกิจการอื่นหรือเอกสารรับรองสถานะทางการเงินของสถาบันการเงิน ตามที่กำหนดในข้อ 17         (3) ข้อมูลเกี่ยวกับอากาศยานที่ใช้ในการประกอบกิจการที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับอายุของอากาศยานทุกลำ และแผนการจัดหาอากาศยานเพิ่มเติม (ถ้ามี)         (4) เอกสารการจัดทำประกันภัยตามข้อ 19         (5) แผนธุรกิจสายการบิน (Airline Business Plan) ฉบับใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดตามที่กำหนดในภาคผนวก ง.         (6) หนังสือรับรองว่าการบริหารจัดการไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของผู้ไม่มีสัญชาติไทยตามภาคผนวก จ.         (7) เอกสารหลักฐานอื่นที่จำเป็นตามที่คณะกรรมการการบินพลเรือนประกาศกำหนด         ในกรณีที่หลักฐานและเอกสารที่ยื่นไว้ในการขอใบอนุญาตครั้งแรกมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นหลักฐานและเอกสารที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาด้วย         เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอสามารถประกอบกิจการนั้นต่อไปได้จนกว่ารัฐมนตรีจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต  ทั้งนี้ หากไม่ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในเวลาที่กำหนดจะต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ทั้งหมด","2025-02-14T09:49:28"],
    [3743,"96250684-7c8d-4e5c-84bc-d519913e5404","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับรอง การกำหนด/การเปลี่ยนแปลงแก้ไข Three-letter Designators, Telephony Designators และ Agency Name [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-183b-463e-8164-bfa382983ce7",10,0,1,"1. บริษัทตัวแทนผู้ประกอบการอากาศยาน (Aircraft Operating Agencies) ที่ประสงค์ขอรับรอง การกำหนด/การเปลี่ยนแปลงThree-letter Designators,Telephony Designators และAgency Nameต้องได้รับการอนุญาตผู้ประกอบกิจการการเดินอากาศ จาก กพท.\n2. บริษัทตัวแทนผู้ประกอบการอากาศยานต้องดำเนินการซื้อ Pin จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.icao.int/3LD\n3. บริษัทตัวแทนผู้ประกอบการอากาศยานทำการกรอกคำร้องขอ 3LD form ในเว็บไซต์ http://www.icao.int/3LD และส่งคำร้องให้กพท. เพื่อดำเนินการพิจารณาต่อไป","2023-01-19T10:11:07"],
    [3744,"96251053-c485-4310-ba01-4270de876367","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับรอง การกำหนดใช้ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข Location Indicators [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-153c-479b-a93f-93692678cbfb",31,0,3,"1. ผู้ขอกำหนดฯ ต้องได้รับการอนุญาตประกอบการขอจัดตั้งสนามบิน จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย\n2. ผู้ขอกำหนดฯ ต้องได้รับการอนุญาตให้จัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ สำหรับบริการสื่อสารการบิน จากฝ่ายมาตรฐานบริการการเดินอากาศ","2023-01-19T10:11:16"],
    [3745,"96259053-34e5-4384-8d0b-67fbc3be0a29","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การเห็นชอบแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOSP) กรณีการออกและการต่อใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","962584e8-26c8-4886-a7a5-661c2808174a",105,0,null,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: (1) พ.ร.บ. การเดินอากาศ ฉบับที่ 14 มาตรา 50/29 \n(2) แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (NCASP) ฉบับแก้ไขครั้งที่ 3 พ.ศ. 2563 บทที่ 5\n ข้อ 5.5 และบทที่ 6 ข้อ 6.5\n(3) ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 85 ว่าด้วยใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ\n(4) ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 86 ว่าด้วยการเดินอากาศของอากาศยาน\n(5) แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2564\nผู้มีอำนาจ: ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย \nระยะเวลาดำเนินงาน: 105 วันทำการ (ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร)","2023-01-19T10:28:41"],
    [3746,"9625d3d3-772d-4b01-9e5b-ff2472477fcf","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่โดยวิธีการเทียบโอน และใบรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-962f-412a-a480-eeebe6058caa",29,2000,19,"ผู้ที่จะขอใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ประจำหน้าที่โดยวิธีการเทียบโอน และใบรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย จะต้องมีคุณสมบัติตามประเภทของการยื่นขอ ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง \n\n1. พ.ร.บ.การเดินอากาศ ฉบับที่ 14 พ.ศ.2497 มาตร 15(6), 44(3), 50/6 และ 42\n\n2. ข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 43 เรื่อง อากาศยานเบาพิเศษ\n\n3. ข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 77 ว่าด้วยคุณสมบัติและสิทธิทำการของผู้ขออนุญาตเป็นนายช่างภาคพื้นดิน\n\n4. ข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 89 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่\n\n5. ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 8 ว่าด้วยการขอ การออก และการรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญา หรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย\n\nุ6. ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 15 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่\n\n7. ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 24 ว่าด้วยการขอและการเทียบโอนใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคี แห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย\n\n8. ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 30 ว่าด้วยการขอและการเทียบโอนใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคี แห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย\n\n9. ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยกเว้นคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ในตำแหน่งนักบินศิษย์การบิน นักบินส่วนบุคคล นักบินพาณิชย์ตรี และพนักงานอำนวยการบิน พ.ศ.2563 \n\nผู้ยื่นขอฯ จะต้องดำเนินการ ดังนี้\n\n1) การทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีฯ : ผู้ยื่นขอฯ ต้องได้คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไปของทุกรายวิชา จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎี โดยผลสอบภาคทฤษฎี จะมีอายุตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 \n\n2) การทดสอบภาคปฏิบัติ : ผู้ที่ผ่านการทดสอบความรู่ภาคทฤษฎีครบทุกวิชา และมีความชำนาญครบถ้วนตามที่กำหนดสำหรับการยื่นขอใบอนุญาตแต่ละประเภท จะสามารถยื่นขอเข้ารับการทดสอบภาคปฏิบัติให้แล้วเสร็จ โดยผลสอบภาคทฤษฎีฯ จะต้องมีอายุตามระเบียบ กพท. ว่าด้วยการทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการเดินอากาศ พ.ศ. 2562 ทั้งนี้เมื่อครบกำหนดอายุของผลสอบภาคทฤษฎีแล้ว ยังคงมีผลสอบภาคปฏิบัติไม่ผ่านหรือไม่สามารถเข้าสอบภาคปฏิบัติได้ ผู้ยื่นขอฯ จะต้องเริ่มกระบวนการสมัครสอบความรู้ภาคทฤษฎีใหม่ทั้งหมด (กรณีหากยังต้องการจะขอรับใบอนุญาตฯ ต่อไปอีก) \n\n3) การออกใบสำคัญแพทย์ : ผู้ยื่นขอฯ (ยกเว้นผู้ยื่นขอฯ ยื่นขอใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดิน และใบรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย) จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อออกใบสำคัญแพทย์ตามชั้น (Class) ของประเภทของใบอนุญาตฯ ที่ยื่นขอ ที่ศูนย์เวชศาสตร์การบินที่ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แต่งตั้ง จากนั้นผู้ยื่นขอฯ ต้องนำส่งใบสำคัญแพทย์ฉบับจริงทั้ง 2 ฉบับ ณ จุดบริการประชาชนชั้น 3  ทั้งนี้ ณ วันที่ออกใบอนุญาตฯ ใบสำคัญแพทย์ จะต้องมีผลบังคับใช้อยู่\n\n4) การยกเว้นคุณสมบัติกรณีสัญชาติไทย : ผู้ยื่นขอฯ ที่ยื่นขอใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ หรือ ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่โดยการเทียบโอน ที่ไม่มีสัญชาติไทย จะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์บุคคล จากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้ว โดยที่ไม่เป็นผู้ถูกห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร หรือถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมือง  ไม่เป็นผู้มีพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด \n\n5) การตรวจสอบใบอนุญาตฯ : ผู้ยื่นขอฯ ที่ยื่นขอใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่โดยการเทียบโอน หรือใบรับรองใบอนุญาตฯ จะต้องผ่านการยืนยันว่าใบอนุญาตของผู้ยื่นขอฯ เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในภาคผนวก 1 แห่งอนุสัญญา จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินพลเรือนของรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทยที่ออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ที่นำมายื่นขอฯ\n\n6) การออกใบอนุญาต : กพท. จะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เมื่อถูกต้องและครบถ้วนตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องตามประเภทที่ยื่นขอฯ แล้ว จะแจ้งให้ผู้ยื่นขอฯ มาชำระค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตฯ / ใบรับรองฯ ต่อไป เฉพาะกรณีผู้ยื่นขอฯ ยื่นขอใบอนุญาตฯ จะต้องดำเนินการขอออกใบอนุญาตฯ ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่สอบภาคปฏิบัติผ่านแล้ว หากผู้ยื่นขอฯ มิได้มายื่นขอออกใบอนุญาตฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าหมดสิทธิ์ในการขอออกใบอนุญาตฯ ทั้งนี้ถ้าผู้ยื่นขอฯ ยังมีความประสงค์จะขอใบอนุญาตฯ จะต้องดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตฯ ใหม่ทั้งหมด\n\n7. กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตฯ ใบรับรองใบอนุญาตฯ ดังนี้\n\n    7.1   ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 89 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ สามารถดูรายละเอียดได้ที่  https://www.caat.or.th/th/archives/2166\n\n     7.2  ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 77 ว่าด้วย คุณสมบัติและสิทธิทำการของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่นายช่างภาคพื้นดิน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.caat.or.th/th/archives/2154\n\n     7.3 ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 43 ว่าด้วย อากาศยานเบาพิเศษ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.caat.or.th/th/archives/2120\n\n     7.4   ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 15 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ สามารถดูรายละเอียดได้ที่  https://www.caat.or.th/th/archives/41740\n\n     7.5    ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 8 ว่าด้วยการขอ การออก และการรับรองใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย  สามารถดูรายละเอียดได้ที่  http://www.caat.or.th/th/archives/33190\n\n     7.6   ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 24 ว่าด้วย การขอและการเทียบโอนใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญา หรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย  สามารถดูรายละเอียดได้ที https://www.caat.or.th/th/archives/46572\n\n     7.7    ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 30 ว่าด้วย การขอและการเทียบโอนใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญา หรือประเทศที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.caat.or.th/th/archives/52475\n\n8. เริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายมาตรฐานสถาบันฝึกอบรมและผู้ประจำหน้าที่ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ และชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว นับระยะเวลาต่อเนื่อง\n\n9. กรณีมีผู้ยื่นขอฯ เป็นจำนวนมากในระยะเวลาเดียวกัน ระยะเวลาดำเนินการตาม 2. อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม","2023-01-19T10:27:11"],
    [3747,"96273bf4-9c94-402e-9054-833ef0ae5b8d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบอนุญาตศิษย์การบิน และใบอนุญาตศิษย์พนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-c87b-4412-8b2b-6d405d5c7b65",11,200,10,"คุณสมบัติของผู้ที่จะขอใบอนุญาตนักบินศิษย์การบิน\n\n 1. อายุไม่ต่ำกว่า 17 ปี บริบูรณ์\n\n 2. ถือใบสำคัญแพทย์ ชั้น 2 (Class 2) ขึ้นไป\n\nคุณสมบัติของผู้ที่จะขอใบอนุญาตศิษย์พนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศ\n\n      1. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์\n\n      2. ถือใบสำคัญแพทย์ชั้น 3 (Class 3)\n\nหมายเหตุ\n1..เริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อ กพท. (ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่) ได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ และชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว นับระยะเวลาต่อเนื่อง\n\n2.กรณีมีผู้ยื่นขอฯ เป็นจำนวนมากในระยะเวลาเดียวกัน ระยะเวลาดำเนินการตาม 2. อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม","2023-01-19T10:27:19"],
    [3748,"962587f1-d214-4ac9-8deb-ff5b0fcd6ad5","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่ออายุใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ยกเว้นใบอนุญาตศิษย์การบิน และศิษย์พนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9625773c-0868-45a4-983a-b796da48edc1",2,1000,6,"กรณีที่ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่เดิมยังไม่หมดอายุสามารถยื่นความประสงค์ขอต่ออายุได้ล่วงหน้า 60 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตฯ หมดอายุ โดยให้ยื่นคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานตามข้อกำหนดของ กพท. ฉบับที่ 15 ข้อ 12 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่\n\nกรณีที่ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่เดิมหมดอายุไม่เกินเก้าสิบวัน ให้ยื่นคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานตามข้อกำหนดของ กพท. ฉบับที่ 15 ข้อ 12 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ พร้อมด้วยหนังสือรับรองว่าในระหว่างที่ใบอนุญาตเดิมหมดอายุแล้วไม่ได้ ใช้สิทธิทำการตามใบอนุญาตนั้น และเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าผู้ขอได้ทำการบินคู่กับครูการบิน เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง ภายในเก้าสิบวัน สำหรับนักบิน หรือเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าผู้ขอได้ปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่สำหรับผู้ประจำหน้าที่อื่นนอกจากนักบิน\n\nกรณีที่ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่เดิมหมดอายุเกินเก้าสิบวันขึ้นไป แต่ไม่เกินสี่ปี ให้ยื่นคำขอ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานตามข้อกำหนดของ กพท. ฉบับที่ 15 ข้อ 12 ว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่และการบันทึกศักยในใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ พร้อมด้วยหนังสือรับรองว่าในระหว่างที่ใบอนุญาตเดิมหมดอายุแล้ว ไม่ได้ใช้สิทธิทำการตามใบอนุญาตนั้น และเอกสารหลักฐานแสดงว่าได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร Re -Qualification /Refresher Training ที่ผู้อำนวยการรับรองจากสถาบันฝึกอบรมด้านการบินที่ผู้อำนวยการรับรอง\n\nกรณีที่ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่เดิมหมดอายุเกินสี่ปี ผู้ขอต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติใหม่ และให้ยื่นคำขอเช่นเดียวกับการขอใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ครั้งแรก แต่ไม่ต้องยื่น หนังสือรับรอง\nชั่วโมงบินหรือประสบการณ์การปฏิบัติงาน","2023-01-19T10:16:05"],
    [3749,"96258803-3c53-462b-a150-baec8fc60b13","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอและการออกใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ประเภทระบบการสื่อสาร ระบบช่วยการเดินอากาศ ระบบติดตามอากาศยาน และเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาการบิน[N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-2c8e-4116-8283-2a035dc4b095",168,1000,20,"1.พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 51 และมาตรา 52\n2. ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การขอและการออกใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ พ.ศ. 2563\n3. ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การขอและการออกใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563\n4.ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นเจ้าของเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศที่ขอรับใบอนุญาต และจะต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครองหรือสิทธิการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่จะติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศที่จะจัดตั้งนั้น   \n5.เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ตรวจสอบคำขอฯ และจะเริ่มนับวันรับคำขอฯ เมื่อเอกสารถูกต้องและครบถ้วน \n6.ระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประชาชนเป็นระยะเวลาที่ใช้ต่อ 1 ใบอนุญาตเท่านั้น","2024-02-28T14:24:19"],
    [3750,"96277b63-c475-4204-8949-73573a9e837a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออก และต่ออายุใบรับรองผู้ส่งทราบตัวตน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","962770a2-523c-429c-8d0f-01f73c05576b",114,0,null,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: (1) พ.ร.บ. การเดินอากาศ ฉบับที่ 14 มาตรา 15/10 (1) และ (3)  \n(2) ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 33 หมวด 3\n(3) แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 3 พ.ศ. 2563 ข้อ 5.19   \n(4) แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2564\nผู้มีอำนาจ: ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย  \nระยะเวลาดำเนินงาน: 114 วันทำการ (ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร)","2023-01-19T10:18:49"],
    [3751,"96275fdb-8d10-4c02-b746-2bbb4778457b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศประเภททัศนวิสัย [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-2991-4fcf-8a95-b796791da4ab",187,3000,20,"-  มาตรา 51 และ 52 ของ พ.ร.บ.  การเดินอากาศ พ.ศ. 2497\n-  ประกาศ กพท. เรื่อง การขอและการออกใบอนุญาต จัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ พ.ศ. 2563 \n1) ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ประเภททัศนวิสัย ณ สนามบิน/สนามบินเฮลิคอปเตอร์ โดยผู้ยื่นคำขอป็นเจ้าของเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศที่ขอรับใบอนุญาต และเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครองหรือสิทธิการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่จะติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศที่จะจัดตั้ง ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กำหนด  \n2) ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น  \n3) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่เริ่มนับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือเอกสารหลักฐาน และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมนั้นเรียบร้อยแล้ว \n 4) เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม (รวค.) พิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างหรือติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยในระหว่างการก่อสร้างหรือติดตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจสอบการก่อสร้างหรือติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศได้ตามที่เห็นสมควร   \n5) กรณี รวค. พิจารณาไม่อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างหรือติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งคืนคำขอและเอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และถือว่ากระบวนการเป็นอันยุติ","2024-02-19T11:49:34"],
    [3752,"962780c8-a853-46ba-980a-a96e31f0f188","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-6bb2-44ee-b31a-f69d9d86f91a",20,0,null,"ผู้ขออนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะเป็นไปตามที่กำหนด  จะได้รับใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล เมื่อได้ดำเนินการดังต่อไปนี้  1. จดทะเบียนสัญชาติและเครื่องหมายทะเบียนอากาศยาน โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมการออก  ใบสำคัญการจดทะเบียน (Certificate of Registration)   2. ออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศ (Certificate of Airworthiness) โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมเป็นไป  ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและอัตราขั้นสูงสำหรับค่าบริการในสนามบิน พ.ศ.2554  3. จัดทำประกันภัยอากาศยานสำหรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ร่างกาย ชีวิต ตลอดจนทรัพย์สิน  ของบุคคลที่สาม (Third party liability)   4.ชำระค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคล","2023-01-19T10:27:27"],
    [3753,"96276790-e4c9-434c-a07f-c66811d37a21","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบอนุญาตจัดสรรเส้นทางบินให้กับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3b-fe5e-43dd-86e9-fe840a7b85ea",10,0,null,"ในการพิจารณาจัดสรรเส้นทางบินผู้อำนวยการจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้    (ก)ความพร้อมและความเหมาะสมด้านอากาศยานที่จะใช้ให้บริการ เช่น จำนวนอากาศยาน ที่มีหรือมีแผนการใช้อากาศยาน (Aircraft Utilization) เป็นต้น    (ข) ประวัติการดำเนินบริการที่ผ่านมาของผู้ขอรับการจัดสรร เช่น การใช้สิทธิในเส้นทางบิน ที่ได้รับการจัดสรรแล้ว ความสม่ำเสมอของการให้บริการ การยกเลิกเที่ยวบิน เป็นต้น    (ค) ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของการให้บริการในเส้นทางบินที่ยื่นขอรับการจัดสรร    (ง) ประวัติการละเมิดกฎหมาย กฎระเบียบ หรือการถูกร้องเรียน เป็นต้น     ผู้ที่ประสงค์จะขอให้จัดสรรเส้นทางบินในเส้นทางสายหลักหรือเส้นทางสายรอง ต้องเสนอขอให้บริการในเส้นทางสายย่อยมาพร้อมกันด้วยอย่างน้อยหนึ่งเส้นทางด้วยความถี่ไม่น้อยกว่า สามเที่ยวต่อสัปดาห์ (ไปและกลับ นับเป็น 1 เที่ยว)\n\nหมายเหตุ: * กรณีผู้ขออนุญาต ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ \n(กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**  หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 7-10 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\nทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2023-01-19T10:27:03"],
    [3754,"96278139-b6d0-4b6a-99d0-b5d9146b567f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบแทนใบรับรองผู้ส่งทราบตัวตน เมื่อมีการสูญหายถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","96277cac-982e-4ea3-9dbe-8851d82f3354",12,1000,null,"กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: (1) พ.ร.บ. การเดินอากาศ ฉบับที่ 14 มาตรา 15/10 (1) และ (3)  \n(2) ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 33 หมวด 3 ข้อ 42\n(3) ประกาศ กพท. เรื่องกำหนดค่าธรรมเนียมใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองที่ออกตามอำนาจหน้าที่ ของ กพท. พ.ศ. 2561\nผู้มีอำนาจ: ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย  \nระยะเวลาดำเนินงาน: 12 วันทำการ (ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร)","2023-01-19T10:28:26"],
    [3755,"96276fe7-cf00-4ccd-aa6a-a30109e785fc","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองหลักสูตร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-8cff-44ce-9372-d1d9b0f8a76e",54,1000,5,"1.การรับรองหลักสูตรฝึกอบรมด้านการบิน (หลักสูตรการฝึกอบรมด้านนักบิน ตามภาคผนวก ตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การรับรองสถาบัน และหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการบิน พ.ศ. 2562)\n\n1.1ยื่นคำขอต่อกองสถาบันฝึกอบรม ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่\n\n1.2แนบเอกสาร และหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร เช่น หนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล, รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรที่ต้องการขอ อันได้แก่ เช่น\n\nแผนการฝึกอบรม, เอกสารแสดงรายละเอียดหลักสูตร, ร่างคู่มือหลักสูตร, เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตร เช่น แผนการพัฒนาหลักสูตร (หากมี)\n\n1.3รอดำเนินการตรวจสอบจากกองสถาบันฝึกอบรม ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่\n\n2.การรับรองหลักสูตรการควบคุมการจราจรทางอากาศ (หลักสูตรการฝึกอบรมด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ ตามแนบท้ายประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การรับรองหลักสูตรการควบคุมการจราจรทางอากาศ)\n\n2.1 ยื่นคำขอต่อกองสถาบันฝึกอบรม ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่\n\n2.2 สำเนาใบรับรองสถาบันฝึกอบรมด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ\n\n2.3 เอกสารเกี่ยวกับหลักสูตร\n\n2.4 เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการฝึกอบรม\n\n2.5 เอกสารหลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรม\n\n2.6 เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ฝึกอบรม\n\n2.7 เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกอบรม\n\n2.8 ร่างคู่มือหลักสูตร\n\n3.การรับรองหลักสูตรด้านนายช่างภาคพื้นดิน\n\nยื่นคำขอต่อกองสถาบันฝึกอบรม ฝ่ายมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ โดยแนบเอกสารดังต่อไปนี้\n\n3.1หนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล\n\n3.2สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น\n\n3.3สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง พื้นที่ที่จะจัดตั้ง\n\n3.4 เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน\n\n3.5 เอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานสถาบัน\n\nหมายเหตุ\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\n*** กรณีพบข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ ต้องแก้ไขข้อบกพร่องที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่แจ้ง\nโดยสามารถขยายระยะเวลาการแก้ไขให้ได้ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:16:50"],
    [3756,"96279276-8127-46f4-bba3-f1c30f017fa9","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสนามบินส่วนบุคคล [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-2fd2-4103-ae7c-3f95a72f358c",130,20000,16,"1) ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะใช้ที่หนึ่งที่ใดเป็นสนามบินอนุญาต (สนามบินส่วนบุคคล) ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กำหนด \n2) ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น  \n3) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่เริ่มนับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือเอกสารหลักฐาน และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมนั้นเรียบร้อยแล้ว  \n4) รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม (รวค.) พิจารณาอนุมัติในการจัดตั้งสนามบินส่วนบุคคล พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการก่อสร้างสนามบิน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบการก่อสร้างทั้งในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างและภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้างที่ได้รับความเห็นชอบ ซึ่งผู้ยื่นคำขอต้องอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบดังกล่าวด้วย 5) กรณี รวค. พิจารณาไม่อนุมัติให้จัดตั้งสนามบินส่วนบุคคล พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งคืนคำขอและเอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และถือว่ากระบวนการเป็นอันยุติ  \n6) หากเปิดให้บริการโดยยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งฯ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะพิจารณาเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้ตามกฎหมาย ต่อไป\n\n* กรณีที่คำขอและ/หรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำรายการเอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอยินดียื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 10 วัน นับจากวันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์/ได้รับการติดต่อจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยถือวันที่ลงนามรับเอกสารทางไปรษณีย์/วันที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ต้นทางนำส่ง/วันที่ กพท.ติดต่อเป็นสำคัญ ซึ่งจะถือว่าเป็นความตกลงที่ผู้ยื่นคำขอได้ทำไว้ล่วงหน้ากับผู้รับคำขอ ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาที่ กพท. กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาส่งคืนคำขอและเอกสารหลักฐานภายใน 7 วัน หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาตสามารถยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กำหนดใหม่ได้\n\n\n** กรณีที่คำขอและ/หรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา ผู้ยื่นคำขอยินดีแก้ไขและยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 90 วัน นับจากวันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์/ได้รับการติดต่อจาก กพท. โดยถือวันที่ลงนามรับเอกสารทางไปรษณีย์/วันที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ต้นทางนำส่ง/วันที่ กพท. ติดต่อเป็นสำคัญ ซึ่งจะถือว่าเป็นความตกลงที่ผู้ยื่นคำขอได้ทำไว้ล่วงหน้ากับผู้รับคำขอ ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาที่ กพท. กำหนด จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาส่งคืนคำขอและเอกสารหลักฐานภายใน 7 วัน หากผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขออนุญาตสามารถยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กำหนดใหม่ได้ (กรณีเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเพิ่มเติม เป็นเอกสารหลักฐานที่ต้องจัดหาจากต่างประเทศหรือเป็นผลการตรวจสอบ พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณากำหนดระยะเวลาการแก้ไขและ/หรือยื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสมโดยมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน)\n\n*** กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อบกพร่อง ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด (หรือไม่เกิน 3 เดือน ขึ้นอยู่กับข้อบกพร่องนั้น ๆ) ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอ สามารถยื่นขอขยายระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขได้สูงสุด ไม่เกิน 3 เดือน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด  จะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามมาตรฐาน หรือไม่ประสงค์จะดำเนินการตามเรื่องดังกล่าวต่อไป  กพท. จะสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอและเอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\nทั้งนี้หากเปิดบริการโดยยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งฯ กพท.จะพิจารณาเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายต่อไป","2023-01-19T10:12:10"],
    [3757,"962776b8-be8e-457b-b193-a9e8f1a8ba61","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ประเภททัศนวิสัย (ณ ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-de6d-4ae2-a814-abbb81e6267d",20,500,12,"1.ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศประเภททัศนวิสัย ณ ที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กำหนด\n2.ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น\n3.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่เริ่มนับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ขอรับใบอนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือเอกสารหลักฐานและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมนั้นเรียบร้อยแล้ว\n4.เอกสารประกอบการพิจารณาทุกฉบับที่เป็นฉบับสำเนาต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ขอรับใบอนุญาต และในกรณีนิติบุคคลต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัท\n5.ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอรับใบอนุญาต การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร และการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก","2023-01-19T10:11:50"],
    [3758,"9627dbc7-3df2-4da3-8ded-9df643970c12","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่ออายุใบรับรองสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3b-db7e-426c-882d-aa1122943b5d",42,25000,null,"หลักเกณฑ์ และวิธีการให้เป็นไปตาม ประกาศ/ระเบียบ    (1) ประกาศ กพท. เรื่อง การรับรองสถาบันและหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการบิน พ.ศ. 2562    (2) ประกาศ กพท. เรื่อง การรับรองสถาบันฝึกอบรมด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ พ.ศ. 2559    (3) ประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่อง การรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน และการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน พ.ศ. 2553    (4) ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแต่งตั้งศูนย์ทดสอบภาษาผู้ถือใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ พ.ศ. 2561\n\nหมายเหตุ\nในกรณีที่พบว่าผู้ยื่นคำร้องไม่ส่งเอกสาร/คู่มือ/แก้ไขข้อบกพร่องตามระยะเวลาที่ กพท. กำหนด กพท.สามารถดำเนินการตามประกาศ กพท. เรื่องการรับรองสถาบันและหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการบิน พ.ศ. 2562","2023-01-19T10:15:20"],
    [3759,"9627e01b-b18f-4302-a4a1-04e13d3d3e42","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรองเครื่องช่วยฝึกบิน และใบรับรองเครื่องฝึกปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศจำลอง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3b-d2a3-488c-8e85-59e1e31d63f1",20,0,null,"1. การรับรองเครื่องฝึกปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศจำลอง     1.1 เครื่องฝึกปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศจําลองบริเวณสนามบิน (Aerodrome Control Simulator)    - ต้องสามารถจําลองการฝึกควบคุมการจราจรทางอากาศแก่อากาศยานและยานพาหนะที่ ปฏิบัติการอยู่บนพื้นที่ขับเคลื่อนภายในบริเวณสนามบิน และอากาศยานที่บินอยู่บริเวณโดยรอบสนามบิน รวมถึง อากาศยานที่กําลังบินเข้าและบินออกจากบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงสนามบิน โดยจําลองการฝึกให้เสมือนจริงหรือ ใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริงมากที่สุด    - ต้องสามารถจําลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ได้เสมือนจริงหรือใกล้เคียงกับการ ปฏิบัติงานจริงมากที่สุด เช่น อากาศยานเกิดอุบัติเหตุ อากาศยานขอลงฉุกเฉิน อากาศยานถูกจี้บังคับ เครื่องวิทยุ สื่อสารของอากาศยานขัดข้อง อากาศยานมีผู้ป่วยฉุกเฉิน และกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง    - ต้องสามารถจําลองการฝึกทางทหารได้เสมือนจริงหรือใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริงมาก ที่สุด เช่น การฝึกบินเข้าเพื่อการร่อนลงสนามโดยเครื่องบินบินวนเหนือทางวิ่งเสียก่อน (Overhead Approach) การฝึกจําลองในกรณีเครื่องยนต์เสียกําลัง (Simulated Flameout) การฝึกบินเมื่อเครื่องบินลงถึงพื้นแล้วยังไม่หยุด เคลื่อนตัวแต่วิ่งขึ้นไปอีก (Touch and Go) การฝึกบินเข้าแต่ไม่ลงสนามบินแต่คงบินในระยะต่ําเหนือทางวิ่ง (Low Approach) เป็นต้น    - ต้องสามารถจําลองระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างอากาศยานกับพนักงานควบคุม การจราจรทางอากาศ การติดต่อสื่อสารระหว่างพนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศด้วยกันเอง การติดต่อสื่อสาร ระหว่างพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสมือนจริง    1.2 เครื่องฝึกปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศจําลองเขตประชิดสนามบิน (Approach Control Simulator)    - ต้องสามารถจําลองการฝึกควบคุมการจราจรทางอากาศแก่อากาศยานที่บินเข้ามาลง สนามบินและอากาศยานที่บินออกจากสนามบิน อากาศยานที่บินผ่านสนามบินทั้งการบินตามกฎการบินด้วย เครื่องวัดประกอบการบิน (Instrument Flight Rules - IFR) และการบินตามกฎการบินด้วยทัศนวิสัย (Visual Flight Rules - VER) ได้เสมือนจริงหรือใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริงมากที่สุด    - ต้องสามารถจําลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เสมือนจริง เช่น อากาศยานไม่สามารถลง สนามบินได้ต้องบินวนคอย (Hold) หรือต้องบินไปใหม่ (Missed Approach) อากาศยานขอลงฉุกเฉิน (Emergency landing) อากาศยานถูกจี้บังคับ (Hijack) เครื่องวิทยุสื่อสารของอากาศยานขัดข้อง (Communication Failure) อากาศยานมีผู้ป่วยบนเครื่อง (Medical Emergency Evacuation) ระบบการเตือนภัยในสภาพคับขัน (Conflict Alert) อากาศยานบินหลงทาง (Strayed Aircraft) และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง    - ต้องสามารถจําลองระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างอากาศยานกับพนักงานการควบคุม จราจรทางอากาศ การติดต่อสื่อสารระหว่างพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศด้วยกันเอง การติดต่อสื่อสารระหว่าง พนักงานควบคุมจราจรทางอากาศกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสมือนจริง    1.3 เครื่องฝึกปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศจําลองในพื้นที่ควบคุม (Area Control Simulator)    - ต้องสามารถจําลองการฝึกควบคุมการจราจรทางอากาศแก่อากาศยานที่บินในเส้นทาง เอทีเอส (ATS Route) เพื่อเข้ามาลงสนามบินและอากาศยานที่บินออกจากสนามบินเข้าสู่เส้นทางเส้นทางเอทีเอส อากาศยานที่บินผ่านพื้นที่ห้วงอากาศ (Overfly) ของประเทศได้เสมือนของจริงหรือใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริง มากที่สุด    - ต้องสามารถจําลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เสมือนจริง เช่น อากาศยานขอลงฉุกเฉิน (Emergency Landing) อากาศยานขอลดความสูงฉุกเฉินเนื่องจากเครื่องปรับความดันขัดข้อง (Pressurize problem) อากาศยานถูกจี้บังคับ (Hijack) อากาศยานเครื่องวิทยุสื่อสารขัดข้อง (Communication Failure) อากาศยานมีผู้ป่วยฉุกเฉิน (Medical Emergency Evacuation) ระบบการเตือนภัยในสภาพคับขัน (Conflict Alert) อากาศยานบินหลงทาง (Strayed Aircraft) และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง    - ต้องสามารถจําลองระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างอากาศยานกับพนักงานควบคุมจราจร ทางอากาศ การติดต่อสื่อสารระหว่างพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศด้วยกันเอง การติดต่อสื่อสารระหว่าง พนักงานควบคุมจราจรทางอากาศกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสมือนจริง         2.การรับรองเครื่องช่วยฝึกบิน จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้    - เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย    - มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในเครื่องช่วยฝึกบินที่ขอใบรับรอง    - มีสถานที่ซึ่งจัดไว้เพื่อดําเนินการติดตั้งเครื่องช่วยฝึกบินที่ขอใบรับรอง    เอกสาร หลักฐานประกอบ    - หนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสํานักงาน และรายชื่อผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบัน    - หนังสือมอบอํานาจให้ดําเนินการจากนิติบุคคลตาม    - สําเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในเครื่องช่วยฝึกบินที่จะขอใบรับรอง    - รายชื่อการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบสูงสุด (Accountable Manager) ซึ่งทําหน้าที่ควบคุม การดําเนินงานเครื่องช่วยฝึกบินให้มีคุณภาพและคงมาตรฐานที่ได้รับการ      รับรอง    - รายชื่อและคุณสมบัติของบุคคลากรซึ่งทําหน้าที่ควบคุมดูและบํารุงรักษาเครื่องช่วยฝึกบิน    - แผนผัง (Layout) สถานที่ติดตั้งเครื่องช่วยฝึกบิน โดยต้องมีขนาดพื้นที่ และสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสม    - เอกสารต้นฉบับคําแนะนําการทดสอบคุณสมบัติเครื่องช่วยฝึกบิน (Master Qualification Test Guide: MQTG) สําหรับเครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์ (แล้วแต่      กรณี)    - เอกสารการทดสอบคุณสมบัติเครื่องช่วยฝึกบิน (Qualification Test Guide: QTG) โดยมี รายละเอียดตามที่กําหนดในคู่มือการรับรองคุณสมบัติเครื่องช่วยฝึก      บินสําหรับเครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์ (แล้วแต่กรณี)    - คู่มือการใช้งานเครื่องช่วยฝึกบินและรายการตรวจสอบ (User guide manual and checklist)    - เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่พนักงานเจ้าหน้าที่กําหนด\n\nหมายเหตุ\nระยะเวลาขึ้นอยู่กับ 1. จำนวนข้อบกพร่องที่ตรวจพบในแต่ละขั้นตอน 2. ระยะเวลาการแก้ไขข้อบกพร่องของผู้ขอใบรับรอง\n\n* กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯหรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\n**** กรณีพบข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ ต้องแก้ไขข้อบกพร่องที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่แจ้ง โดยสามารถขยายระยะเวลาการแก้ไขให้ได้ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ขอฯหรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:26:45"],
    [3760,"9627d606-d4d2-4517-b47a-5455f47df57e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรองสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3b-d888-41be-902d-a2cc7ba26147",71,50000,null,"หลักเกณฑ์ และวิธีการให้เป็นไปตามประกาศ/ระเบียบ    (1) ประกาศ กพท. เรื่อง การรับรองสถาบันและหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการบิน พ.ศ. 2562    (2) ประกาศ กพท. เรื่อง การรับรองสถาบันฝึกอบรมด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ พ.ศ. 2559    (3) ประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่อง การรับรองสถาบันฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน และการรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมนายช่างภาคพื้นดิน พ.ศ. 2553    (4) ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแต่งตั้งศูนย์ทดสอบภาษาผู้ถือใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ พ.ศ. 2561\n\nหมายเหตุ\n*ยื่นได้ ณ จุดบริการประชาชนของ กพท. หรือผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (pelto@caat.or.th) กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\n*** ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทของใบรับรอง 30 วัน กรณีตรวจสอบคู่มือของศูนย์ทดสอบภาษา (1 เล่ม) และ 75 วัน กรณีตรวจสอบคู่มือของสถาบันฝึกอบรมอื่นๆ (8 เล่ม)\n\n**** กรณีพบข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ ต้องแก้ไขข้อบกพร่องที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่แจ้ง โดยสามารถขยายระยะเวลาการแก้ไขให้ได้ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:26:35"],
    [3761,"9627d62a-1e6b-4861-86b1-6d162b2c915f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับหนังสืออนุญาตให้ก่อสร้าง/แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือปลูกต้นไม้ยืนต้นภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบิน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-e1af-4a50-a008-c141c3cfcc61",22,0,8,"1.ผู้ขอรับหนังสือเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบิน ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเขตบริเวณใกล้เคียงสนามบินเป็นเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ โดยผู้ขอรับหนังสือมี หรือไม่มีหนังสือตรวจสอบความสูง ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กำหนด ทั้งนี้ หากผู้ขอรับหนังสือมีหนังสือตรวจสอบความสูง ให้แนบสำเนาหนังสือฉบับดังกล่าวมาพร้อมด้วย\n2.ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น\n3.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่เริ่มนับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ขอรับหนังสือจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือเอกสารหลักฐาน และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมนั้นเรียบร้อยแล้ว\n4.เอกสารหลักฐานทุกรายการจะต้องนำส่งในรูปแบบของขนาดกระดาษ A4 เท่านั้น\n5.เอกสารประกอบการพิจารณาทุกฉบับที่เป็นฉบับสำเนาต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง โดยผู้ขอรับหนังสือ และในกรณีนิติบุคคลต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจ ลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัท\n6.ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอรับหนังสือ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอรับหนังสือ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร การตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก และการลงพื้นที่ตรวจสอบ\n7.หากดำเนินการโดยยังไม่ได้รับการอนุญาตฯ กพท. จะพิจารณาเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้ ตามกฎหมายต่อไป","2023-01-19T10:11:25"],
    [3762,"9627e394-f41e-4e52-b326-a74a4d5e8a0e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบแต่งตั้งผู้ทดสอบความสามารถผู้ประจำหน้าที่แทน กพท.","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-595f-4f62-a7f0-c7139573dec2",21,0,7,"ผู้ที่ต้องการเข้ารับแต่งตั้งเป็นผู้ทดสอบความสามารถผู้ประจำหน้าที่แทน กพท. จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ได้ระบุไว้ใน ระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้ทดสอบภาคอากาศนักบิน (Designated Check Pilot) สำหรับผู้ที่ได้รับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศและสภาบันฝึกอบรมด้านการบิน พ.ศ. 2561 หรือ ระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้ทดสอบภาคปฏิบัติพนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศ พ.ศ. 2563\n\nหมายเหตุ\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 7-10 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่\n\nจะถือว่าผู้ขอฯหรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:27:34"],
    [3763,"9627eac6-ddc4-4f86-a743-5bbfd22ebbab","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกและต่ออายุใบสำคัญการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติการทดสอบความสามารถทางภาษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3b-d5d3-4acc-bd3e-f1008cfe17a4",14,2500,null,"ผู้ขอจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้    - มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป หรือเป็นผู้ถือหรือเคยถือใบอนุญาตผู้ประจํา หน้าที่ของไทย หรือใบอนุญาตผู้ประจําหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทําความตกลง กับประเทศไทย    - มีผลการทดสอบอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้    -----ผลการทดสอบความสามารถทางภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทางวิทยุจาก ศูนย์ทดสอบภาษาผู้ถือใบอนุญาตผู้ประจําหน้าที่ ระดับ 5 ที่ยังมีผลใช้ได้ หรือ    -----ผลสอบ IELTS ที่มีคะแนนรวมไม่ต่ํากว่า 7 คะแนน โดยคะแนนในส่วนการฟัง (Listening) และการพูด (Speaking) ต้องไม่ต่ํากว่า 7.5 คะแนน หรือ TOEFL        ที่มีคะแนนรวมไม่ต่ํากว่า 45 คะแนน โดยคะแนนในส่วนการฟัง (Listening) และการพูด (Speaking) ต้องไม่ต่ํากว่า 46 คะแนน โดยผลสอบอายุไม่เกิน 2 ปี        จนถึงวันที่ยื่นขอรับการแต่งตั้ง    - ผ่านการอบรมหลักสูตรการเป็นผู้ปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองจากผู้อํานวยการ    - ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบสําคัญการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติการทดสอบ    - ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนใบสําคัญการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติการทดสอบมายังไม่ครบสองปี    - ไม่เคยกระทําการทุจริตอันเป็นเหตุให้เสื่อมความเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมใน การขอรับการแต่งตั้งเป็นผู้ปฏิบัติการทดสอบ    เอกสารต้องมีดังต่อไปนี้    - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน    - รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 5 เดือน จํานวน 2 รูป    - เอกสารหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา หรือสําเนาใบอนุญาตผู้ประจําหน้าที่    - เอกสารแสดงผลการทดสอบความสามารถทางภาษา    - เอกสารแสดงการผ่านการอบรมหลักสูตรการเป็นผู้ปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรอง จากผู้อํานวยการ    - หนังสือรับรองว่าผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดของศูนย์ทดสอบภาษาผู้ถือ ใบอนุญาตผู้ประจําหน้าที่ เฉพาะกรณีศูนย์ทดสอบภาษาผู้ถือใบอนุญาตผู้ประจําหน้าที่เป็นผู้ยื่นขอรับการแต่งตั้ง\n\nหมายเหตุ\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลารือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์ที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอหรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\nกรณีพบข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ ต้องแก้ไขข้อบกพร่องที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่แจ้ง โดยสามารถขยายระยะเวลาการแก้ไขให้ได้ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ขอฯหรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2024-02-28T13:16:15"],
    [3764,"9627edd3-fc8a-43cd-88fd-fc8478e08daf","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกและต่ออายุใบรับรองครูฝึกผู้ประจำหน้าที่ในอากาศและครูฝึกภาคปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-cbc0-4c06-af53-ad56cea49e0f",11,0,null,"การรับรองครูฝึกภาคปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศ (On-the-job training instructor)    1.มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี บริบูรณ์    2.สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการควบคุมการจราจรทางอากาศที่ได้รับการรับรอง    3.เป็นผู้ถือใบอนุญาตพนักงานควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งตรงกับศักยควบคุมการจราจรทางอากาศที่ยื่นขอใบรับรองครูฝึกภาคปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศ    4.ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมการเป็นครูฝึกภาคปฏิบัติการควบคุมการจราจรทางอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรอง หรือสถาบันสากลที่ได้รับการยอมรับ    5.ต้องปฏิบัติหน้าที่ ณ หน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศ ไม่ต่ำกว่า 5 ปี    6.เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากบริษัท    การรับรองครูฝึกผู้ประจำหน้าที่ในอากาศ    ครูฝึกผู้ประจำหน้าที่ในอากาศ มี 4 ประเภท และต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้    1.ครูฝึกภาคทฤษฎี (Ground Instructor)    - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรครูฝึกภาคทฤษฎี ตามภาคผนวก แนบท้ายระเบียบ    - ผ่านการทดสอบการสอน และการประเมินผลจากพนักงานเจ้าหน้าที่    2.ครูฝึกเครื่องช่วยฝึกบินสำหรับนักบิน (Flight Instructor - Simulator)    - ถือ หรือเคยถือใบอนุญาตไม่ต่ำกว่านักบินพาณิชย์ตรี (เครื่องบิน) โดยมีชั่วโมงการบินรวมไม่น้อยกว่า 1,500 ชั่วโมง และต้องมีชั่วโมงตามแบบเฉพาะที่จะทำการสอนไม่น้อยกว่า 500 ชั่วโมง และทำการบินต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 เดือน    - ผ่านการฝึกอบรมตามตามภาคผนวก แนบท้ายระเบียบ    - ผ่านหลักสูตรครูฝึกเครื่องช่วยฝึกบินตามแบบเฉพาะ ตามภาคผนวก แนบท้ายระเบียบ    - ในรอบ 12 เดือน ก่อนวันยื่นคำขอต้อง          -----ทำการฝึกทบทวนตามวาระ          -----เข้าสังเกตการณ์ในเส้นทางบินจริงไม่น้อยกว่า 2 เที่ยว ตามแบบที่ทำการสอน หรือในเครื่องช่วยฝึกบิน จำนวน 2 ครั้ง (Session) รวมถึงการทำ Pre-Flight Planning and Debriefing และ         ------ผ่านการทดสอบการสอน และการประเมินผลจากพนักงานเจ้าหน้าที่    3.ครูฝึกภาคอากาศสำหรับนักบิน (Flight Instructor - Aircraft Type Rating)    - ถือใบอนุญาตไม่ต่ํากว่านักบินพาณิชย์ตรี (เครื่องบิน) และมี ชั่วโมงบินรวมไม่น้อยกว่า 1,500 ชั่วโมง โดยมีชั่วโมงบินเฉพาะแบบที่จะทําการสอนในตําแหน่งนักบิน ผู้ควบคุมอากาศยาน (Pilot in Command : PIC) ไม่น้อยกว่า 500 ชั่วโมง และทําการบินต่อเนื่องกันเป็น ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 เดือน ก่อนก่อนยื่นคําขอ ทั้งนี้ ต้องผ่านการฝึกอบรมที่กําหนดไว้ในหัวข้อ ความรู้พื้นฐานตามภาคผนวก แนบท้ายระเบียบ    - ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรครูฝึกภาคอากาศสําหรับนักบิน ตามแบบที่จะทําการสอน ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในหัวข้อความรู้เฉพาะ หลักสูตรตาม ตามภาคผนวกแนบท้ายระเบียบนี้ และ    - ในรอบ 12 เดือนก่อนวันยื่นคําขอ ต้องทําการฝึกบินทบทวน ตามวาระ อย่างน้อย 30 เที่ยวบิน (Sector) ในฐานะนักบินผู้ควบคุมอากาศยานตามแบบที่จะทํา การสอน และทําการบินขึ้น &ndash; ลง ไม่น้อยกว่า 30 เที่ยว โดยเครื่องบินจริงหรือเครื่องช่วยฝึกบิน จําลองก็ได้ และ    - ผ่านการทดสอบการสอนและการประเมินผลจากพนักงาน เจ้าหน้าที่    4.ครูฝึกสำหรับนายช่างประจำอากาศยาน (Instructor for Flight Engineer)    - ถือใบอนุญาตนายช่างประจําอากาศยาน โดยมีศักยการบินและ ชั่วโมงบินเฉพาะแบบที่จะทําการสอนไม่น้อยกว่า 500 ชั่วโมง และทําการบินต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 เดือน ก่อนยื่นคําขอ และ    - ผ่านการฝึกอบรมที่กําหนดไว้ในหัวข้อความรู้พื้นฐานตาม 2 (1) และหลักสูตรครูฝึกสําหรับนายช่างประจําอากาศยานกับเครื่องบินตามแบบที่จะทําการสอน ซึ่งมีเนื้อหา ตามภาคผนวกแนบท้าย ระเบียบนี้    - ในรอบ 12 เดือน ก่อนวันยื่นคําขอต้องมี      -----ทําการฝึกทบทวนตามวาระ และ      -----เข้าสังเกตการณ์ในเส้นทางบินจริง ไม่น้อยกว่า 2 เที่ยวบิน ตามแบบอากาศยานที่จะทําการสอน และ    - ผ่านการทดสอบการสอนและการประเมินผลจากพนักงาน เจ้าหน้าที่\n\nหมายเหตุ\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่หรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\n**** กรณีพบข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ ต้องแก้ไขข้อบกพร่องที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่แจ้ง โดยสามารถขยายระยะเวลาการแก้ไขให้ได้ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ขอฯหรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:19:41"],
    [3765,"9627fccf-3824-4c70-8c1f-5cbea5491bbe","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-89cc-40d0-9a6a-bbbfedca34f1",20,2000,18,"1.ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะใช้ที่หนึ่งที่ใดเป็นที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กำหนด\n2.ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น\n3.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่เริ่มนับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ขอรับใบอนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือเอกสารหลักฐาน และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมนั้นเรียบร้อยแล้ว\n4.เอกสารประกอบการพิจารณาทุกฉบับที่เป็นฉบับสำเนาต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ขอรับใบอนุญาต และในกรณีนิติบุคคลต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัท\n5.ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอรับใบอนุญาต การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร การตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกและการลงพื้นที่ตรวจสอบ\n6.หากเปิดให้บริการโดยยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน กพท. จะพิจารณาเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป","2023-01-19T10:11:41"],
    [3766,"9628e8c8-ef97-4a4b-910f-4cbe141027ee","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรองผู้ปฏิบัติการทดสอบเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-7d56-4b72-a827-d5c0f2f307dc",21,15000,null,null,"2023-01-19T10:26:27"],
    [3767,"9628ec9e-5e7f-4b55-b69b-c89f250db1b0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่ออายุใบรับรองผู้ปฏิบัติการทดสอบเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-ad97-45f6-b757-d1b75d802aee",12,10000,null,"ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุใบรับรองผู้ปฏิบัติการทดสอบ ให้ยื่นคำขอภายใน 45 วัน ก่อนใบรับรองเดิมสิ้นอายุ","2023-01-19T10:15:12"],
    [3768,"962946ed-331a-46eb-9e25-4d3cdf325363","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบแทนใบรับรองบริการการเดินอากาศ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-ce9d-4409-b318-3ddfd53f0570",14,2000,3,"1.   ผู้ได้รับใบรับรองบริการการเดินอากาศ ยื่นคำขอรับใบแทนใบรับรองฯต่อผู้อำนวยการตามแบบแนบท้ายข้อกำหนดนี้ เมื่อใบรับรองบริการการเดินอากาศสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสำระสำคัญ พร้อมยื่นเอกสารและหลักฐานการรับแจ้งความในกรณีสูญหาย หรือใบรับรองบริการการเดินอากาศฉบับเดิมที่ถูกทำลายหรือชำรุดในสำระสำคัญมาด้วย    \n2. การออกใบแทนใบรับรองบริการการเดินอากาศ ให้ใช้ตามแบบใบรับรองบริการการเดินอากาศเดิม โดยให้เขียนหรือประทับคำว่า ใบแทน ด้วยหมึกสีแดงไว้ที่ด้านหน้าของใบแทนใบรับรองนั้น และให้ระบุวัน เดือน ปีที่ออกใบแทน พร้อมทั้งลายมือชื่อของผู้มีอำนาจออกใบรับรองกำกับไว้","2023-01-19T10:27:52"],
    [3769,"96295f56-3ee2-44db-960d-3643ee04f9f0","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับส่งออกอากาศยาน (Export C of A) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-c209-4049-b105-73962f61cdd5",25,45000,16,"ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกอากาศยานให้ยื่นคำขอ ต่อผู้อำนวยการกพท.ตามแบบที่ผู้อำนวยการ กพท.ประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้\n(1) คู่มือประกอบการบินและคู่มือการบำรุงรักษาอากาศยาน\n(2) สำเนารายงานเกี่ยวกับการชั่งน้ำหนักและสมดุล รวมทั้งรายการอุปกรณ์ทั้งหมดตลอดจน น้ำหนักและระยะโมเมนต์ของอุปกรณ์นั้น ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวต้องกระทำภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี ก่อนวันยื่นคำขอ\n(3) สำเนาการติดตั้งอุปกรณ์เสริมพิเศษชั่วคราวสำหรับการบินเพื่อการส่งมอบและหนังสือ ยืนยันว่าจะถอดอุปกรณ์เสริมพิเศษชั่วคราวนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการบินเพื่อการส่งมอบ\n(4) สำเนาข้อตกลงหรือสัญญาระหว่างคู่สัญญา\n(5) สำเนาใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่เคยได้รับ\n(6) สำเนารายงานการบินทดสอบ\n(7) สำเนาหลักฐานการปฏิบัติตามคำสั่งความสมควรเดินอากาศ (airworthiness directives) ที่เกี่ยวข้อง\n(8) สำเนาหลักฐานแสดงกรรมวิธีในการถอดแยกและจัดเก็บชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของอากาศยาน ในกรณีที่จะต้องส่งมอบอากาศยานในลักษณะแยกชิ้นส่วนและอุปกรณ์\n(9) สำเนาหลักฐานการตรวจพินิจประจำปีหรือหนึ่งร้อยชั่วโมงเกี่ยวกับการบำรุงรักษา การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน การบูรณะ และการดัดแปลง ซึ่งมีขอบเขตและรายละเอียดของรายการตรวจ ไม่น้อยกว่า ที่อธิบดีประกาศกำหนด และได้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาหกสิบวันก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือสำเนาหลักฐานการบำรุงรักษาอากาศยานครั้งสุดท้ายที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาหกสิบวัน ก่อนวันที่ยื่นคำขอในกรณีการตรวจบำรุงรักษาอากาศยานตามแผนการบำรุงรักษาที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการกพท.\n(10) สำเนาเอกสารข้อกำหนดพิเศษของหน่วยงานด้านการบินพลเรือนของประเทศที่จะส่งอากาศยานไปที่ใช้บังคับกับอากาศยานดังกล่าว ตลอดจนคู่มือ เอกสาร และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ระบุไว้ในเอกสารข้อกำหนดพิเศษด้วย\n(11) สำเนาเอกสารแสดงประวัติอากาศยาน ได้แก่ สมุดปูมเดินทาง เครื่องยนต์ ใบพัด ตลอดจนการบำรุงรักษาและการดัดแปลงอากาศยาน\n(12) เอกสารทบทวนประวัติการบำรุงรักษา (maintenance review) ซึ่งกระทำภายในระยะเวลาไม่เกินหกเดือนก่อนวันยื่นคำขอ\n(13) เอกสารแสดงวันที่จะส่งมอบหรือวันที่คาดว่าจะส่งมอบ\n(14) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด\n\n* กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสาร ทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ**) \n \n** หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท.จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ \n \n*** ระยะเวลาตรวจสอบอากาศยาน อ้างอิงตามระเบียบสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายฯ การขอใบสําคัญสมควรเดินอากาศสําหรับส่งออกอากาศยาน ภายในประเทศ 2 วัน ในต่างประเทศ 5 วัน \n- กรณีมีข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ จะต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่กพท.กําหนด หรือไม่เกิน 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับข้อบกพร่องนั้นๆ) และสามารถขอขยายได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กําหนดจะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท.จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ\n\n\nค่าธรรมเนียมการตรวจอากาศยาน \nอ้างอิงจากระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อออกใบรับรอง ใบอนุญาต ใบสำคัญ หนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองที่ออกตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2561\n\nค่าธรรมเนียมการออกใบสำคัญสมควรเดินอากาศสำหรับการส่งออกอากาศยาน \nอ้างอิงจากกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและอัตราขั้นสูงสำหรับค่าบริการในสนามบินพ.ศ. 2554","2023-01-19T10:26:57"],
    [3770,"96295a71-64c9-4a0d-9737-035b8322c601","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับใบรับรองผู้จัดการสนามบินสาธารณะ [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-e48d-4fb7-9567-a68ab3a59d29",13,10000,7,"1.ผู้ขอรับใบรับรองเป็นผู้ที่เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาตมีความประสงค์ที่จะให้ผู้ขอรับใบรับรองเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต\n2.ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น\n3.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่เริ่มนับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ขอรับใบรับรองจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือเอกสารหลักฐาน และ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมนั้นเรียบร้อยแล้ว\n4.ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอรับใบรับรอง การปรับปรุงแก้ไข ร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอรับใบรับรองแก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2023-01-19T10:11:33"],
    [3771,"962969d1-f546-4288-a21c-db104e42b25c","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานออกใบแทนใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ประเภทระบบการสื่อสาร ระบบช่วยการเดินอากาศ ระบบติดตามอากาศยาน และประเภทเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาการบิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96295fcb-01e0-4669-b5b1-c2651ff6aa30",9,1000,3,null,"2023-01-19T10:10:38"],
    [3772,"96296d1a-9053-4593-b31e-2852ad0784c0","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานการขอเปลี่ยนอุปกรณ์ เปลี่ยนแปลงความสามารถในการให้บริการ และเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ประเภทระบบการสื่อสาร ระบบช่วยการเดินอากาศ ระบบติดตามอากาศยาน และประเภทเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาการบิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96296b5f-b596-4181-b8fc-480924d0a9fe",57,5000,17,null,"2024-04-09T13:30:33"],
    [3773,"9629827c-ac16-4486-bc66-705517c2730b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรองการแก้ไขดัดแปลงและซ่อมผลิตภัณฑ์ที่มีใบรับรองแบบ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-b69f-4ecf-90eb-011204bd615d",36,0,3,"เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยฉบับที่ 20 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขอให้รับรองการแก้ไขดัดแปลงและการซ่อมผลิตภัณฑ์ที่มีใบรับรองแบบ           \n(1) การรับรองการแก้ไขดัดแปลง/ซ่อม ขึ้นอยู่กับการที่ผู้ขอสามารถแสดงให้ผอ.กพท. เห็นว่าการแก้ไขดัดแปลง/ซ่อมนั้นได้รับการรับรองจาก EASA, FAA, Transport Canada หรือรัฐภาคีอื่น ๆ ตามมาตรฐานการรับรองแบบซึ่งระบุไว้ในหนังสือรับรองใบรับรองแบบอากาศยาน           \n\n(2) ผู้ขอรับรองจะต้องมั่นใจว่า:                \n1) มีหลักฐานทางเทคนิคเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานการรับรองสอดคล้องกับหนังสือรับรองใบรับรองแบบอากาศยานที่ได้รับใบรับรองความสมควรเดินอากาศ และ                2) มีเอกสารการรับรองที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขดัดแปลง/ซ่อม จากสำนักงานการบินแห่งชาติ (NAA)                \n3) มีหลักฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวกับความสามารถในการดัดแปลงอากาศยานเพียงพอ และ                \n4) มีหลักฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวกับความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างแบบที่มีอยู่กับสถานะการซ่อมอากาศยาน; และ                \n5) มีคำชี้แจงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ICAO ภาคผนวก 16 ในส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ไขดัดแปลง / ซ่อม และ                \n6) มีข้อมูลความสมควรเดินอากาศอย่างต่อเนื่องสำหรับการแก้ไขดัดแปลง / ซ่อม และถูกรวมอยู่ในโปรแกรมการบำรุงรักษาที่เหมาะสม                \n7) ผู้ขอเตรียมเอกสารที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขดัดแปลง / ซ่อม ตามข้อมูลการแก้ไขดัดแปลง / ซ่อม คำแนะนำ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง                \n8) ผู้ขอ / องค์กรซ่อมบำรุงที่ได้รับการรับรอง (Approved Maintenance Organisation : AMO) จัดเตรียมชิ้นส่วน วัสดุ และเครื่องมือที่เหมาะสมที่จำเป็นสำหรับการแก้ไขดัดแปลง/ซ่อม                \n9) ผู้ขอมีข้อตกลงกับ AMO ที่มีขีดความสามารถ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม                \n10) ผู้ขอ / AMO เตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบการบิน การทดสอบภาคพื้นดิน หรือการทดสอบอื่น ๆ หลังการแก้ไขดัดแปลง / ซ่อม (ถ้ามี)                \n11) ผู้ขอ / AMO จัดเตรียมสำเนาการลงนามรับรองให้นำอากาศยานกลับไปใช้งานภายหลังการดัดแปลง/ซ่อม (Certificate of Release to Service : CRS)  รวมถึงรายการ สมุดปูมการบำรุงรักษาอากาศยาน (Logbook) หลังการแก้ไขดัดแปลง / ซ่อม\n\n(3) ไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร\n\nหมายเหตุ: หมายเหตุ:*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n ***หากการตรวจสอบพบว่ามีข้อบกพร่อง (Findings) ให้เจ้าของ/ผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานแก้ไข ข้อบกพร่อง และส่งหลักฐานการแก้ไขข้อบกพร่องให้แก่เจ้าหน้าที่ภายในภายในระยะเวลาที่กพท.กำหนด หรือสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับข้อบกพร่องนั้นๆ) หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:26:12"],
    [3774,"962965ec-5f3b-4c6c-af59-90332538604d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานออกใบรับรองเสียงอากาศยาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-b0a8-4bd6-b461-054b6ffa53e8",15,0,4,"เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยฉบับที่ 16 ว่าด้วยมาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยาน และการขอและการออกใบรับรองเสียงอากาศยาน          \n(1) ให้นำมาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยาน ซึ่งรวมถึงการตรวจวัดระดับเสียง การประเมิน และการทดสอบที่เกี่ยวข้อง ตามที่กำหนดโดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาดังต่อไปนี้ มาเป็นมาตรฐาน    \nเพื่อใช้บังคับกับประเทศไทย                 \n1) European Aviation Safety Agency &ndash; Certification Specifications 36 Aircraft Noise ของสหภาพยุโรป ฉบับวันที่ 12 มกราคม 2559 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หรือ                 \n2) Title 14 Code of Federal Regulations Part 36 - Noise Standards: Aircraft Type and Airworthiness Certification ของประเทศสหรัฐอเมริกา ฉบับวันที่ 4 ตุลาคม 2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หรือ                 \n3) มาตรฐานของรัฐภาคีอื่น ๆ ซึ่งผู้อำนวยการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ต่ำกว่าที่กำหนดใน Annex 16 - Environment Protection, Volume I Aircraft Noise ของอนุสัญญา รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดของมาตรฐานตามที่อ้างอิงถึงในวรรคหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับให้นำมาเพื่อใช้บังคับกับ ประเทศไทย ให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ www.caat.or.th          \n\n(2) มาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยานตามข้อ 1 จะใช้บังคับเฉพาะกับอากาศยานที่ได้รับใบรับรองแบบและได้ยื่นขอรับใบรับรองเสียงอากาศยานตามแบบและกลุ่มของอากาศยานแนบท้ายข้อกำหนดฯ แต่ไม่รวมถึงอากาศยานที่ปฏิบัติการทำงานทางอากาศ และอากาศยานอื่นที่ผู้อำนวยการกำหนดให้ใช้มาตรฐานทางเสียงของอากาศยานไว้เป็นการเฉพาะ\n\n(3) ไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2023-01-19T10:10:26"],
    [3775,"962968d3-dd85-4e7a-8463-51d247994613","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอเข้ารับการทดสอบความรู้ของผู้จัดการสนามบินสาธารณะ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3b-4cea-4f26-9651-35a40f89180a",40,1500,5,"1.ผู้ขอเข้ารับการทดสอบเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะขอเข้ารับการทดสอบความรู้ของผู้จัดการสนามบินสาธารณะ โดยมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการทดสอบความรู้ของผู้จัดการสนามบินสาธารณะ ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กำหนด\n2.พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของคำขอและเอกสารหลักฐาน เมื่อพบว่าผู้ขอเข้ารับการทดสอบแสดงข้อความและ/หรือยื่นเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ พนักงานเจ้าหน้าที่จะถือว่าการสมัครสอบเป็นโมฆะ และจะไม่คืนค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบที่ได้รับไม่ว่าจะกรณีใด ๆ\n3.พนักงานเจ้าหน้าที่จะเผยแพร่ประกาศรับสมัครการทดสอบความรู้ของผู้จัดการสนามบินสาธารณะ รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบ และรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบบนหน้าเว็บไซต์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (www.caat.or.th)\n4.ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอเข้ารับการทดสอบการปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสารและระยะเวลาที่ผู้ขอเข้ารับการทดสอบแก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสารทดสอบ","2023-01-19T10:12:00"],
    [3776,"9629a00e-d7ac-41bb-a164-882394cb535d","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตให้ปฏิบัติการบินในกรณีพิเศษ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-62a2-4593-a3e1-cfaa598bf425",19,0,5,"ในกรณีที่อากาศยานลำใดที่ต้องห้ามทำการบินตาม พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 41/89 ห้ามมิให้ผู้ใดนำอากาศยาน ทำการบิน ในกรณีดังต่อไปนี้\n1. ไม่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศตามมาตรา 41/61\n2. ใบสำคัญสมควรเดินอากาศเป็นอันสิ้นผลตามมาตรา 41/70\n3. ใบสำคัญสมควรเดินอากาศเป็นอันใช้ไม่ได้เป็นการชั่วคราวตามมาตรา 41/85\n4. อากาศยานนั้นไม่ได้รับการตรวจตามรายการเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่พนักงาน เจ้าหน้าที่หรือผู้อำนวยการสั่งตามมาตรา 41/81 หรือ มาตรา 41/82\n5. อากาศยานนั้นอยู่ในระหว่างต้องคำสั่งห้ามบินตามมาตรา 41/83\n6. ใบสำคัญสมควรเดินอากาศถูกพักใช้ตามมาตรา 41/86\n7. ใบสำคัญสมควรเดินอากาศถูกเพิกถอนตามมาตรา 41/87แต่มีความจำเป็นที่จะต้องให้อากาศยานดังกล่าวบินไปยังฐานของผู้จดทะเบียนอากาศยานหรือของผู้ดำเนินการเดินอากาศ หรือบินไปยังหน่วยซ่อมหรือบินหลบภัย หรือในกรณีที่ จำเป็นต้องให้อากาศยานซึ่งมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศลำใดทำการบินนอกเหนือไปจากข้อจำกัดที่ กำหนดไว้ในคู่มือของอากาศยาน ถ้าผู้อำนวยการเห็นว่าอากาศยานนั้นสามารถบินได้อย่างปลอดภัยเพื่อ วัตถุประสงค์ดังกล่าว ผู้อำนวยการอาจอนุญาตเป็นหนังสือให้อากาศยานนั้นทำการบินไปยังสถานที่ดังกล่าวได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้อำนวยการกำหนด ตาม พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 41/90\n\nหรืออากาศยานที่ทำการบินทดลองภายใต้ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 16 วรรค 2 (2), เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้\n1. การบินทดลองเพื่อนําผลมาประกอบการพิจารณาออกใบสําคัญสมควรเดินอากาศ\n2. การบินทดลองภายหลังการบํารุงรักษาอากาศยาน ในกรณีที่อากาศยานไม่มี ใบสําคัญสมควรเดินอากาศ\n3. การบินทดลองเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น บินเพื่อแสดงสมรรถนะและส่งมอบ อากาศยานของผู้ขายให้กับผู้ซื้อ หรือบินเพื่อการวิจัยและพัฒนาอากาศยาน หรือบินเพื่อรับรองการ ดัดแปลงอากาศยานในสาระสําคัญ เป็นต้น\n\nผู้จดทะเบียนอากาศยานผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตทําการบินทดลองอากาศยาน ให้ยื่นคําขอมายังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ตาม ประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่อง ข้อกำหนดว่าด้วยการบินทดลองอากาศยาน พ.ศ. 2551         \n\nใบอนุญาตปฏิบัติการบินแบบพิเศษ รวมทั้ง การบินทดลอง สำนักงานการบินพลเรือน อาจจะพิจารณาอนุญาตอากาศยานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการออกใบอนุญาตที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่ สามารถทำการบินได้ด้วยความปลอดภัย\n\nใบอนุญาตปฏิบัติการบินแบบพิเศษ รวมทั้ง การบินทดลอง จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ก่อนทำการบิน และไม่อนุญาตให้ทำการบินนอกเหนือราชอาณาจักรไทย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากประเทศปลายทาง\n\n\n* กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท.โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท.ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ**) \n \n** หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท.สิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ \n \n***กรณีมีข้อบกพร่อง ผู้ขอฯ จะต้องแก้ไขภายในระยะเวลาที่กพท.กําหนด หรือไม่เกิน 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับข้อบกพร่องนั้นๆ) และสามารถขอขยายได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กําหนดจะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท.จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ \n \n**** ระยะเวลาตรวจสอบอากาศยาน อ้างอิงตามระเบียบสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายฯ กรณีตรวจสอบอากาศยานภายในประเทศ 2 วัน อากาศยานในต่างประเทศ 6 วัน","2023-01-19T10:18:33"],
    [3777,"9629b219-2381-4224-b15b-e9e813919b43","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตขยายระยะเวลาการบำรุงรักษาตามแผนการบำรุงรักษาอากาศยาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-7a87-49e1-a7da-51f0286df715",13,0,1,"ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องดำเนินการบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนดในแผนการบำรุงรักษาอากาศยานที่ได้รับการรับรอง\nในกรณีมีเหตุจำเป็นหรือข้อขัดข้องอันสมควรที่ทำให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศไม่สามารถดำเนินการบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนดในแผนการบำรุงรักษาอากาศยานได้ ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศอาจขอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยพิจารณาขยายระยะเวลาการบำรุงรักษาตามแผนการบำรุงรักษาอากาศยานได้ในบางรายการ ซึ่งเป็นรายการบำรุงรักษาที่ไม่สำคัญและไม่กระทบต่อความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน เช่น Life Limited Part, Certificate Maintenance Requirement (CMR), Airworthiness Limitation Item (ALI), Airworthiness Directive (AD) หรือ Mandatory Service Bulletin (MSB) เป็นต้น ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้\n(1) รายการบำรุงรักษาที่ต้องปฏิบัติเมื่อครบกำหนดตามชั่วโมงบิน (Flying Hours)\n    (ก) รายการที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติไม่เกิน 5,000 ชั่วโมงบิน ขยายระยะเวลาการปฏิบัติได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนชั่วโมงบินที่กำหนดไว้\n    (ข) รายการที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติเกิน 5,000 ชั่วโมงบิน ขยายระยะเวลาการปฏิบัติได้ไม่เกิน 500 ชั่วโมงบิน\n(2) รายการบำรุงรักษาที่ต้องปฏิบัติเมื่อครบกำหนดตามระยะเวลา (Calendar Time)\n    (ก) รายการที่กำหนดระยะเวลาต้องปฏิบัติไม่เกิน 1 ปี ขยายระยะเวลาการปฏิบัติได้ไม่เกินร้อยละ 10 หรือ 1 เดือน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาใดน้อยกว่า\n    (ข) รายการที่กำหนดระยะเวลาต้องปฏิบัติเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ขยายระยะเวลาการปฏิบัติได้ไม่เกินร้อยละ 10 หรือ 2 เดือน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาใดน้อยกว่า\n    (ค) รายการที่กำหนดระยะเวลาต้องปฏิบัติเกิน 3 ปี ขยายระยะเวลาการปฏิบัติได้ไม่เกิน 3 เดือน\n(3) รายการบำรุงรักษาที่ต้องปฏิบัติเมื่อครบกำหนดตามการลงจอด/รอบการบิน (Landing/Flight Cycle)\n    (ก) รายการที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติไม่เกิน 500 การลงจอด/รอบการบิน ขยายระยะเวลาการปฏิบัติได้ไม่เกินร้อยละ 10 หรือ 25 การลงจอด/รอบการบิน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาใดน้อยกว่า\n    (ข) รายการที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติเกิน 500 การลงจอด/รอบการบิน ขยายระยะเวลาการปฏิบัติได้ไม่เกินร้อยละ 10 หรือ 500 การลงจอด/รอบการบิน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาใดน้อยกว่า\n\nหากรายการบำรุงรักษาที่มีการกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เมื่อครบกำหนดตาม (1) (2) หรือ (3) มากกว่า 1 รายการ การขยายระยะเวลาการปฏิบัติให้ถือระยะเวลาที่ครบกำหนดก่อน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะขยายระยะเวลาการบำรุงรักษาตามแผนการบำรุงรักษาอากาศยานตาม (1) (2) หรือ (3) โดยพิจารณาจากประวัติ ประสบการณ์ ระบบความน่าเชื่อมั่น ระบบควบคุมคุณภาพในการบำรุงรักษาของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ\n\n\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท.โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท.ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ**) \n \n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท.จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ","2023-01-19T10:17:34"],
    [3778,"9629e75d-8a11-427f-94e4-fa2b675cc149","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การจดทะเบียนอากาศยาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3b-c579-41b5-8215-1ce9146167c2",27,50000,7,"ผู้ประสงค์จะขอจดทะเบียนอากาศยาน สามารถยื่นคำขอผ่านระบบ Empic หรือยื่นคำร้องด้วยตนเองที่ กพท. \nผู้ประสงค์จะขอจดทะเบียนอากาศยานต้องเป็นเจ้าของหรือถ้ามิได้เป็นเจ้าของต้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานที่ขอจดทะเบียน และมีคุณสมบัติตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการตามแบบที่ผู้อำนวยกำรกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้ พร้อมเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้    \n\n(1) คำร้องขอใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน (CAAT-AIR-FM-CER-CR-202)\n(2) หนังสือประกอบการยื่นคำร้อง (Intention letter)  \n(3) เอกสารหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองอากาศยานที่ขอจดทะเบียน เช่น สัญญาซื้อขายอากาศยาน (Aircraft Bill of sale) หรือ สัญญาเช่าอากาศยาน (Aircraft Lease Agreement)  \n(4) เอกสารหลักฐานการถอนทะเบียนอากาศยานจากรัฐเจ้าของทะเบียนเดิม (Confirmation of Cancellation from the Foreign Registry) หรือเอกสาร หลักฐานที่แสดงว่าอากาศยานไม่เคยได้รับการจดทะเบียนจากรัฐผู้ผลิต  \n(5) หนังสือแจ้งผลการจองทะเบียนอากาศยาน (ถ้ามี)  \n(6) เอกสารยืนยันตัวตน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ตามประเภทของผู้จดทะเบียน   \n\nบุคคลธรรมดา      \n                      -  สำเนาบัตรประชาชน    \n\nห้างหุ้นส่วนสามัญ  \n                      -  หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียน เป็นนิติบุคคลกับรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมด    \n                      -  สำเนาบัตรประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด    \n\nห้างหุ้นส่วนจำกัด   \n                      -  หนังสือรับรองของ นายทะเบียนหุ้นส่วน บริษัทแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน จำพวกจำกัดความรับผิด และจำพวกไม่จำกัดความรับ \n                           ผิดกับจำนวนทุนเข้าหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนนั้น  \n                      -  สำเนาบัตรประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัด ความรับผิด\n    \nบริษัทจำกัด หรือ บริษัทมหาชนจำกัด \n                      -  หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และรายชื่อกรรมการของบริษัท    \n                      -  สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่นายทะเบียนรับรอง ซึ่งแสดงสัญชาติและจำนวนหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นมีอยู่ในวันยื่นคำขอ    \n                      -  หนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับฉบับ ตีพิมพ์    \n                      -  สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการบริษัท    \n\nสมาคม            \n                      -  หนังสือรับรองของนายทะเบียนสมาคม แสดงการจดทะเบียน เป็นนิติบุคคล    \n                      -  สำเนาข้อบังคับสมาคมที่ได้รับอนุมัติ จากผู้อำนวยการแล้ว    \n                      -  สำเนาบัตรประชาชนของคณะกรรมการ สมาคม    \n\nหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ \n                      -  เอกสารที่แสดงการจัดตั้งนิติบุคคล    \n                      -  สำเนาบัตรประชาชน ของหัวหน้าหน่วยงาน    \n\nผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะจดทะเบียนอากาศยานและออกใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานให้แก่ผู้ยื่นคำขอ เมื่อปรากฏว่า  \n(1) ผู้ยื่นคำขอเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานที่ขอจดทะเบียน  \n(2) ผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติตำมที่กำหนดไว้ในมำตรำ 31 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  \n(3). ผู้ยื่นคำขอได้ชำระค่าธรรมเนียมใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานแล้ว\n\nหมายเหตุ\n* กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสาร ทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ**) \n \n** หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์รับบริการต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ","2023-01-19T10:14:35"],
    [3779,"96297607-aa07-45a3-b527-37b59c72b3ed","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอตรวจสอบความสูงภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3b-5c7d-471b-a54c-2e33475051fb",12,0,8,"1.ผู้ขอรับหนังสือเป็นผู้ที่มีความประสงค์จะดำเนินการขอตรวจสอบความสูงอนุญาตที่สามารถก่อสร้างได้ของสิ่งปลูกสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบินตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดเขตบริเวณใกล้เคียงสนามบินเป็นเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กำหนด\n2.ขั้นตอนการดำเนินงานจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์เท่านั้น\n3.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่เริ่มนับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ขอรับใบอนุญาตจะดำเนินการแก้ไขคำขอและ/หรือเอกสารหลักฐานและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมนั้นเรียบร้อยแล้ว\n4.เอกสารหลักฐานทุกรายการจะต้องนำส่งในรูปแบบของขนาดกระดาษ A4 เท่านั้น\n5.เอกสารประกอบการพิจารณาทุกฉบับที่เป็นฉบับสำเนาต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ขอรับหนังสือ และในกรณีนิติบุคคลต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจลงนาม พร้อมประทับตราบริษัท\n6.ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอรับหนังสือ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอรับหนังสือ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร การตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกและการลงพื้นที่ตรวจสอบ","2023-01-19T10:10:59"],
    [3780,"96297b67-b7e5-4840-acc3-fff4c14a11d1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การแก้ไขข้อความในใบรับรองเสียงอากาศยาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-b379-4240-bcfd-3e8ad3c12a00",15,1000,4,"เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยฉบับที่ 16 ว่าด้วยมาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยาน และการขอและการออกใบรับรองเสียงอากาศยาน\n(1) ให้นำมาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยาน ซึ่งรวมถึงการตรวจวัดระดับเสียง การประเมิน และการทดสอบที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดโดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาดังต่อไปนี้ มาเป็นมาตรฐานเพื่อใช้บังคับกับประเทศไทย                 \n1) European Aviation Safety Agency &ndash; Certification Specifications 36 Aircraft Noise ของสหภาพยุโรป ฉบับวันที่ 12 มกราคม 2559 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หรือ                 \n2) Title 14 Code of Federal Regulations Part 36 - Noise Standards: Aircraft Type and Airworthiness Certification ของประเทศสหรัฐอเมริกา ฉบับวันที่ 4 ตุลาคม 2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หรือ                 \n3) มาตรฐานของรัฐภาคีอื่น ๆ ซึ่งผู้อำนวยการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ต่ำกว่าที่กำหนดใน Annex 16 - Environment Protection, Volume I Aircraft Noise ของอนุสัญญา รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดของมาตรฐานตามที่อ้างอิงถึงในวรรคหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับให้นำมาเพื่อใช้บังคับกับประเทศไทย ให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ www.caat.or.th          \n\n(2) มาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยานตามข้อ 1 จะใช้บังคับเฉพาะกับอากาศยานที่ได้รับใบรับรองแบบและได้ยื่นขอรับใบรับรองเสียงอากาศยานตามแบบและกลุ่มของอากาศยานแนบท้ายข้อกำหนดฯ แต่ไม่รวมถึงอากาศยานที่ปฏิบัติการทำงานทางอากาศ และอากาศยานอื่นที่ผู้อำนวยการกำหนดให้ใช้มาตรฐานทางเสียงของอากาศยานไว้เป็นการเฉพาะ    \n\nหมายเหตุ: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าได้มีการออกใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานให้อากาศยานนั้นแล้ว\n *กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งจะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. \n***- กรณีขอแก้ไขข้อความในใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานต่อ กพท. ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงหรือข้อมูลอากายาน\n    - กรณีขอออกใบแทนเนื่องจากสูญหาย ถูกทำลายหรือเสียหายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอออกใบแทนใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานต่อผู้อำนวยการตามแบบที่ผู้อำนวยการกำหนด และเอกสารหรือหลักฐานประกอบเหตุผลในการขอออกใบแทน","2023-01-19T10:28:55"],
    [3781,"96298bb3-2ad1-4427-8242-cc094a5b60c1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกหนังสือรับรองใบรับรอง แบบหรือใบรับรองแบบส่วนเพิ่มเติมของ ต่างประเทศเพื่อการขอใบสำคัญสมควรเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-5326-4ac4-bfa7-6a8b7c658b5c",25,0,4,"เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยฉบับที่ 16 ว่าด้วยมาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยาน และการขอและการออกใบรับรองเสียงอากาศยาน          \n(1) ให้นำมาตรฐานมลพิษทางเสียงของอากาศยาน ซึ่งรวมถึงการตรวจวัดระดับเสียง การประเมิน และการทดสอบที่เกี่ยวข้อง ตามที่กำหนดโดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาดังต่อไปนี้ มาเป็นมาตรฐาน เพื่อใช้บังคับกับประเทศไทย                 \n1) European Aviation Safety Agency &ndash; Certification Specifications 36 Aircraft Noise ของสหภาพยุโรป ฉบับวันที่ 12 มกราคม 2559 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หรือ                 \n2) Title 14 Code of Federal Regulations Part 36 - Noise Standards: Aircraft Type and Airworthiness Certification ของประเทศสหรัฐอเมริกา ฉบับวันที่ 4 ตุลาคม 2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หรือ                 \n3) มาตรฐานของรัฐภาคีอื่น ๆ ซึ่งผู้อำนวยการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ต่ำกว่าที่กำหนดใน Annex 16 - Environment Protection, Volume I Aircraft Noise ของอนุสัญญา รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดของมาตรฐานตามที่อ้างอิงถึงในวรรคหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับให้นำมาเพื่อใช้บังคับกับ         \n\nหมายเหตุ: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าได้มีการออกใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานให้อากาศยานนั้นแล้วจึงจะสามารถออกใบรับรองเสียงอากาศยานได้\n\nไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร\nหมายเหตุ : *กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n***  หากการตรวจสอบพบว่ามีข้อบกพร่อง (Findings) ให้เจ้าของ/ผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานแก้ไข  ข้อบกพร่อง และส่งหลักฐานการแก้ไขข้อบกพร่องให้แก่เจ้าหน้าที่ภายใน 30 วัน หลังจากรับทราบข้อบกพร่องหากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:19:04"],
    [3782,"962991e7-1f28-4cc6-95a9-1660e05efd06","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การจองทะเบียนอากาศยาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-745f-4c23-bf92-3a870289812b",17,5000,8,"ผู้ประสงค์จะขอจองทะเบียนอากาศยาน สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองที่สำนักงานฯ หรือยื่นเอกสารโดยการกรอกแบบฟอร์มผ่านระบบ Empic พร้อมเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้    \n\nบุคคลธรรมดา        \n(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอ หรือเอกสารประจำตัวอย่างอื่นที่ราชการออกให้         \n(2) แผนการนำเข้าอากาศยานมาจดทะเบียน         \n(3) เอกสารหลักฐานแสดงข้อมูลอากาศยานที่จะนำมาจดทะเบียน (ถ้ามี)    \n\nนิติบุคคล\n(1) สำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล         \n(2) แผนการนำเข้าอากาศยานมาจดทะเบียน         \n(3) เอกสารหลักฐานแสดงข้อมูลอากาศยานที่จะนำมาจดทะเบียน (ถ้ามี)    \n\nผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะพิจารณาอนุญาตจองทะเบียนอากาศยานให้แก่ผู้ยื่นคำขอ เมื่อปรากฏว่า         \n(1) ข้อมูลรายละเอียดที่ปรากฏในคำขอ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่ยื่นประกอบคำขอมีความครบถ้วนถูกต้อง         \n(2) ทะเบียนอากาศยานที่ขอจองไม่ซ้ำกับทะเบียนอากาศยานที่จดทะเบียนแล้ว หรือไม่ซ้ำกับทะเบียนอากาศยานที่มีผู้จองไว้ก่อนแล้ว          \n(3) ผู้ยื่นคำขอได้ชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว     \n\nการตรวจสอบทะเบียนอากาศยาน       \nผู้ประสงค์จะจองทะเบียนอากาศยาน สามารถตรวจสอบทะเบียนอากาศยานที่ต้องการจองได้เองผ่านทาง website: www.caat.or.th หรือสอบถามผ่านทางโทรศัพท์ที่ กองทะเบียนอากาศยาน ฝ่ายสมควรเดินอากาศและวิศวกรรมการบิน โทร. 0 2568 8841         \nทั้งนี้ หากผู้ขอจดทะเบียนไม่มีความประสงค์จะจองทะเบียน สำนักงานฯ จะเป็นผู้กำหนดทะเบียนอากาศยานให้ โดยพิจารณาจากทะเบียนที่ยังว่างอยู่และเรียงลำดับตามตัวอักษร    \n\n* กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสาร ทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ**) \n \n** หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์รับบริการต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ \n\nข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานทะเบียนอากาศยานกรุณาติดต่อ:  กองทะเบียนอากาศยาน ฝ่ายสมควรเดินอากาศและวิศวกรรมการบิน โทร. 0 2568 8841 / e-mail: registration@caat.or.th","2023-01-19T10:14:43"],
    [3783,"96299c34-4f28-45e2-bebb-b18fe008296a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบแทนใบสำคัญสมควรเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-f078-4eea-9ce3-76e3999787a0",15,1000,4,"ในกรณีที่ใบสําคัญสมควรเดินอากาศสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดในสาระสําคัญ ให้ผู้รับ ใบสําคัญสมควรเดินอากาศยื่นคําขอรับใบแทนต่อผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานการรับแจ้งความ หรือใบสําคัญสมควรเดินอากาศฉบับเดิมมาด้วย ทั้งนี้ ตามที่ระบุไว้ในแบบคําขอรับใบแทนใบสําคัญ สมควรเดินอากาศ การออกใบแทนใบสําคัญสมควรเดินอากาศ ให้ใช้ตามแบบใบสําคัญสมควรเดินอากาศเดิม โดยให้เขียนหรือประทับคําว่า \"ใบแทน\" ด้วยหมึกสีแดงไว้ที่ด้านหน้าของใบแทน ใบสําคัญสมควรเดนอากาศนั้น และให้ระบุวัน เดือน ปีที่ออกใบแทน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้รับรอง กํากับไว้\n\nไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร\n\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสาร ทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ**) \n \n \n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ทราบ","2023-01-19T10:28:33"],
    [3784,"9629b469-f8f6-4d73-ac51-973523f0d3ea","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตขยายระยะเวลาการบำรุงรักษาตามรายการอุปกรณ์ขั้นต่ำ (MEL Extension Approval) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-f338-4880-89b6-63ffd3f545ce",7,0,1,"ไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร\nหมายเหตุ: *กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:17:07"],
    [3785,"962d72c4-5860-42e4-8418-9ee291d028cf","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองคู่มือปฏิบัติงานบินทดสอบ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","962992a2-6d13-48ab-aa31-ec2a303b2b26",17,0,null,null,"2023-01-19T10:16:26"],
    [3786,"962d76c2-c6c2-40e0-962f-3771a1ebfd02","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองคู่มือฝึกอบรมการบินทดสอบ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","962d7413-7781-45ea-bcd3-61e7dc472bba",9,0,null,null,"2023-01-19T10:16:34"],
    [3787,"962b793f-457e-4c4d-9f72-62b7b4ece474","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การแก้ไขข้อความ/ออกใบแทน ใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-e79a-4743-b166-93a924c09f51",22,1000,6,"(1) กรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานหรือข้อมูลของอากาศยานไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน ให้ผู้ได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานต่อผู้อำนวยการตามแบบที่ผู้อำนวยการกำหนด ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงหรือข้อมูลของอากาศยานดังกล่าว พร้อมด้วยสำเนาใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานที่จะขอเปลี่ยนแปลงแก้ไข และเอกสารหรือหลักฐานประกอบเหตุผลในการขอเปลี่ยนแปลงแก้ไข     \n\n(2) กรณีที่ผู้ได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานประสงค์จะขอให้ออกใบแทนใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน เนื่องจากสูญหาย ถูกทำลายหรือเสียหายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอออกใบแทนใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานต่อผู้อำนวยการตามแบบที่ผู้อำนวยการกำหนดและเอกสารหรือหลักฐานประกอบเหตุผลในการขอออกใบแทน ให้ผู้ได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานส่งคืนใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานฉบับเดิม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานฉบับที่ได้รับการแก้ไขข้อความ/ใบแทน ดังกล่าวแล้ว\n\nหมายเหตุ: * กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**  หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n*** -กรณีขอแก้ไขข้อความในใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน ให้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานต่อ กพท. ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงหรือข้อมูลอากายาน\n  -กรณีขอออกใบแทนเนื่องจากสูญหาย ถูกทำลายหรือเสียหายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอออกใบแทนใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานต่อผู้อำนวยการตามแบบที่ผู้อำนวยการกำหนด และเอกสารหรือหลักฐานประกอบเหตุผลในการขอออกใบแทน\n ระยะเวลาดำเนินงานขึ้นอยู่กับประเภทใบสำคัญฯ (กรณีออกใบแทน ใช้เวลา 10 วัน และ กรณีแก้ไขข้อความในใบสำคัญการจดทะเบียนใช้เวลา 14 วัน)","2023-01-19T10:28:47"],
    [3788,"962b813f-0f79-4f22-8220-40ff860f9fcc","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การถอนทะเบียนอากาศยาน[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-eab0-44a6-9129-8d6aa1d3101b",19,0,5,"ผู้จดทะเบียนอากาศยานที่ประสงค์จะขอถอนทะเบียนอากาศยาน ให้ยื่นคำขอถอนทะเบียนอากาศยานเป็นหนังสือต่อผู้อำนวยการ พร้อมด้วยใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานและหลักฐานที่แสดงเหตุผลในการขอถอนทะเบียนอากาศยาน    \n\nเมื่อผู้อำนวยการเห็นว่ามีข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้ถอนทะเบียนอากาศยานได้ ให้ผู้อำนวยจะอนุญาตให้ถอนทะเบียนอากาศยาน และแจ้งคำสั่งถอนทะเบียนอากาศยานแก่ผู้ยื่นคำขอถอนทะเบียน และให้ผู้ยื่นคำขอถอนทะเบียนอากาศยานดำเนินการลบเครื่องหมายสัญชาติและทะเบียนดังกล่าวออกจากลำตัวอากาศยานนั้น และส่งคืนใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานและใบสำคัญสมควรเดินอากาศของอากาศยานที่ถูกถอนทะเบียน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือยืนยันคำสั่งการถอนทะเบียนอากาศยาน\n\n* กรณีผู้ขอฯ ยื่นคําขอด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นยื่นคําขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคําขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคําขอ (กรณียื่นคําขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดําเนินการตามหมายเหตุ**) \n \n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทําการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กพท. จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขอใช้บริการต่อไป กพท. จึงขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคําขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ","2023-01-19T10:16:12"],
    [3789,"962da496-1b23-4d3c-9982-79b672ec97c3","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองรายงานผลการบินทดสอบเครื่องอำนวย ความสะดวกในการเดินอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","962d9ed8-6232-44c9-ae72-d6a32c7c816a",4,0,null,null,"2023-01-19T10:16:42"],
    [3790,"962d9a24-7f00-451c-91d7-4861824ee5a2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","กระบวนงานขึ้นทะเบียนและต่ออายุผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยาน  กรณีอากาศยานไร้คนขับที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม สำหรับบุคคลทั่วไป สัญชาติไทยและต่างชาติ และนิติบุคคลสัญชาติไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d3c-0407-401f-bb88-b1da63d913c5",6,0,null,"หมายเหตุ : *กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ \nไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\nทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินงานไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2023-01-19T10:10:19"],
    [3791,"96aa2ed5-fb06-4773-a050-9f8549513693","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกหนังสืออนุญาตให้ถ่ายภาพในอากาศยานหรือจากอากาศยาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-49e3-4d8c-a72f-f8bb84326497",4,0,null,"*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:19:20"],
    [3792,"96b43efc-1464-474a-9cf9-22896254783f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การให้ความเห็นชอบค่าบริการของสายการบินของไทย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d3b-9ee8-4d43-bba5-f09dcddeda49",10,0,null,"หมายเหตุ: \n*   ระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวนรายการค่าบริการต่อ 1 คำขอ\n**  ระยะเวลาการดำเนินงาน ต่อ 1 รายการ","2023-01-19T10:29:08"],
    [3793,"96b44325-e5c4-4fd4-bbc2-f3349d513208","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุมัติหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับอัตราค่าบริการสนามบินสำหรับกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติการบิน (Non – Aeronautical Activities) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3b-a7a2-4cdf-88d7-060599e994eb",37,0,null,"หมายเหตุ: \nไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร\n*   ระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวนรายการค่าบริการต่อ 1 คำขอ\n**  ระยะเวลาการดำเนินงาน ต่อ 1 รายการ","2024-02-28T14:25:37"],
    [3794,"96abb008-2ae9-43ad-89f6-5ff575be920a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอรับรองและแก้ไขแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบิน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","96abab11-16ac-4b5b-bea1-1223a79a7e7a",45,0,2,"เนื้อหาของแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยด้านการบิน (ASTP)\nแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยด้านการบิน (ASTP) ทุกฉบับจะต้องมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าได้\nมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มีอยู่ในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (NCASTP)\nแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยด้านการบิน (ASTP) จะต้อง\n&bull; นำ ไปยื่นขออนุมัติตามที่กำ หนดไว้ในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบิน\nพลเรือนแห่งชาติ (NCASTP)\n&bull; กำหนดขอบเขตของแผน เช่น บุคลากรที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษาความปลอดภัย บุคลากร\nด้านการรักษาความปลอดภัย หรือการรับรองครูผู้สอน ฯลฯ\n&bull; อธิบายกระบวนการทบทวนแผน\n&bull; อธิบายการจัดการเก็บบันทึกข้อมูล เช่น การสรรหาบุคลากร หลักฐานการฝึกอบรม ฯลฯ\n&bull; จัดให้มีหลักฐานที่แสดงว่าการฝึกอบรมได้ดำเนินการโดยเป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งอาจรวมถึง\nการจัดให้มีรายละเอียดหลักสูตรการฝึกอบรม (Course Outline) วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วม\nการฝึกอบรม ระยะเวลา โครงสร้าง คำอธิบาย และตารางการฝึกอบรม\n&bull; กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการฝึกอบรมที่จะส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม\nกับการเรียนรู้และทักษะที่กำลังเรียนรู้สำหรับการฝึกอบรมพนักงานตรวจค้น รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ใน\nการฝึกภาคปฏิบัติจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง\n&bull; มีการพิจารณาถึงเป้าหมายในการพัฒนาของสายอาชีพ (Career Development) โดยเฉพาะรวมถึง\nโอกาสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรม รวมถึงจะต้องระบุถึงหลักสูตรการฝึกอบรมที่เหมาะสม\nสำหรับบุคลากรในแต่ละระดับ และควรกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของหลักสูตรเพื่อแสดงให้เห็นถึง\nความก้าวหน้าในสายงานของแต่ละบุคคลและให้ทราบถึงเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการก่อนที่จะเข้าร่วม\nในการฝึกอบรม การมีโอกาสเจริญก้าวหน้าในสายงานเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการรักษาบุคลากร\nและการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรเพื่อปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดียิ่งขึ้น และ\n&bull; อธิบายข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบิน\nพลเรือนแห่งชาติ (NCASTP)\n\n\n\nไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2024-02-28T14:24:11"],
    [3795,"96b43334-99b9-4dab-8887-f94224ff0925","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การพิจารณาให้ความเห็นชอบเงื่อนไขในการขนส่ง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d3b-6e69-4509-8f5c-5b56893e19d7",46,0,null,"หมายเหตุ: * กรณีผู้ขออนุญาต ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ \n(กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**  หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n***กรณีการแก้ไขบางส่วน ใช้เวลาพิจารณา 7 วัน และกรณีขอฉบับใหม่หรือแก้ไขทั้งฉบับ ใช้เวลาพิจารณา 30 วัน และหากเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ผู้ขออนุญาตจะต้องแก้ไขภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่  หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดจะพิจารณาคืนคำขอ\n****กรณีไม่มีการปรับแก้คำขอใช้เวลา 3 วัน และ 6 วัน กรณีมีการการปรับแก้คำขอ","2024-02-28T14:24:46"],
    [3796,"96de7f2c-e32c-480a-abc8-93caf2d9443e","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกหนังสืออนุญาตบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินฯ กรณีปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขอื่นตามประกาศกระทรวงคมนาคมฯ และข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 94 ว่าด้วยกฎจราจรทางอากาศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-ed88-45c9-8e55-252ba1348802",9,0,null,"1. ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอและเอกสารหลักฐาน ต่อ กพท. (ฝ่ายพิธีการบิน) และเจ้าหน้าตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน (1 วัน)    2. กพท. (ฝ่ายพิธีการบิน) ตรวจสอบความถูกต้องของคาขอและเอกสารหลักฐานตามหลักเกณฑ์ตามประกาศ คค.ฯ และวิธีปฏิบัติการบิน (1 วัน)    3. กพท. (ฝ่ายพิธีการบิน) จัดทำหนังสือเสนอผู้อานวยการ/ผู้จัดการเพื่อพิจารณา (3 วัน)    4. ผู้อำนวยการ/ผู้จัดการฝ่ายพิธีการบิน พิจารณาอนุญาต (2 - 3 วัน)*    \n\n\nหมายเหตุ : *กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  \n(กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ \nไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n***   กรณีขอยกเว้นปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงคมนาคมฯ ได้รับการพิจารณาอนุญาต  โดยผู้จัดการฝ่ายพิธีการบิน กพท. ใช้เวลาพิจารณา 2 วัน \n     กรณีขอยกเว้นปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขภาย ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 94 ว่าด้วยกฎจราจรทางอากาศ ได้รับการพิจารณาอนุมัติ โดยผู้อำนวยการ กพท. ใช้เวลาพิจารณา 3 วัน","2023-01-19T10:19:13"],
    [3797,"96ea2e34-0993-41a2-bbdb-cd17df9f1384","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกหนังสืออนุญาตให้อากาศยานนอกจาก อากาศยานต่างประเทศบินออกนอกราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-f60c-4c1d-a16d-7a0cce711ed8",4,0,null,"หมายเหตุ : * กรณีผู้ขออนุญาต ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ \n(กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบ จะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**  หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2023-01-19T10:19:34"],
    [3798,"96ea381e-d6ee-47dc-89cc-5403eb77917f","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกหนังสืออนุญาตให้อากาศยานต่างประเทศบินผ่านหรือขึ้นลงในราชอาณาจักร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-fb62-4656-9c93-85a1140f2a25",5,0,null,"-","2023-01-19T10:19:27"],
    [3799,"96ec2abc-ba2b-4ef4-b2f9-5d6557dec0de","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การอนุญาตผู้ดำเนินการเดินอากาศต่างประเทศให้เป็นผู้ใช้สิทธิประกอบกิจการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์[N]","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3c-0128-4bd6-aea2-ea5ed9b82df2",15,0,null,"ผู้ดำเนินการเดินอากาศต่างประเทศผู้ใดจะประกอบกิจการขนส่งทางอากาศ เพื่อการพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามายังหรือออกจากราชอาณาจักรต้องมีใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ออกโดยองค์กรด้านการบินพลเรือนของประเทศที่มีความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศกับประเทศไทยและได้รับการกำหนดให้เป็นผู้ใช้สิทธิรับขนทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ตามความตกลง ดังกล่าว และได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการ\n\nหมายเหตุ: : * กรณีผู้ขออนุญาต ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ \n(กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**  หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะขออนุญาตฯ กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคำขอและเอกสารทั้งหมด ให้แก่ผู้ขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n\nทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินงาน ไม่รวมระยะเวลาในการดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2023-01-19T10:17:52"],
    [3800,"98cb6c91-5d8a-41f2-a8d1-a9213e56c063","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การให้ความเห็นชอบแผนรักษาความปลอดภัยผู้ให้บริการครัวการบิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98cb5c13-f12a-4d59-8ea8-f2b43cd021c6",60,0,null,"(1) แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (NCASP) ฉบับแก้ไข ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2563 บทที่ 5 ข้อ 5.21, 6.8 ​\n(2) แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2564","2024-02-28T14:25:51"],
    [3801,"98cb7520-33e6-4c30-8856-c7293faa723a","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การให้ความเห็นชอบแผนรักษาความปลอดภัยผู้ให้บริการครัวการบินฉบับแก้ไข","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98cb7237-5def-4f66-9015-6d6253f51360",45,0,null,"(1) แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ (NCASP) ฉบับแก้ไข ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2563 บทที่ 5 ข้อ 5.21, 6.8 ​\n(2) แผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2564","2024-02-28T14:26:00"],
    [3802,"9901a4d4-dbbf-4293-b7ff-ace04f227240","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองแผนการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวัตถุอันตราย (Competency Based Training Assessment) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","990193e4-77b6-4089-abe6-fc96c48266f5",26,0,1,"การพิจารณารับรองหลักสูตรการขนส่งวัตถุอันตราย (Dangerous Goods Training Programme - Competency Based Training Assessment) ของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวทางเดียวกัน ผู้สมัครจะต้องยื่นเอกสารทั้งหมดล่วงหน้า 60 วัน ก่อนวันฝึกอบรม สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กพท. (ฝ่ายมาตรฐานปฏิบัติการบิน) ตรวจสอบเนื้อหาหลักสูตรฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด หากเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์และเอกสารครบถ้วนทาง กพท.จะออกหนังสือรับรองการฝึกอบรมหลักสูตรฯ ดังกล่าว\n\nไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร","2024-02-28T14:25:19"],
    [3803,"990da8c2-8f94-4ca5-acd7-b7e4bae56bd4","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองแผนการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวัตถุอันตราย (Category(ies)) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9617650b-d021-424e-ad79-c0fc49ed8e37",26,0,3,"การพิจารณารับรองหลักสูตรการขนส่งวัตถุอันตราย (Dangerous Goods Training Programme) แบบ Category ของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวทางเดียวกัน ผู้สมัครจะต้องยื่นเอกสารทั้งหมดล่วงหน้า 45 วัน ก่อนวันฝึกอบรม สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กพท. (ฝ่ายมาตรฐานปฏิบัติการบิน) ตรวจสอบเนื้อหาหลักสูตรฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด หากเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์และเอกสารครบถ้วนทาง กพท.จะออกหนังสือรับรองการฝึกอบรมหลักสูตรฯ ดังกล่าว\n\nไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร\n\nImportant Note: \n1. During the transition period for Competency-Based Training for Dangerous Goods Training (1 January 2023 to 30 June 2023), the operator may use the Dangerous Goods Training Programme in Category(ies) until the end of June 2023.\n\n2. Apply for Dangerous Goods Training Programmes (Categories) should be submitted to CAAT at least\n45 working days prior to the scheduled class. The list of mandatory relevant documents that are required to be submitted is on 3rd page of an application.","2024-02-28T14:25:10"],
    [3804,"990db4e4-f15e-46ce-a19a-bb5ff6fc0140","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่ออายุใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ และ/หรือ ใบอนุญาตการขนส่งวัตถุอันตรายไปกับอากาศยาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96178f1b-8826-4d98-b7af-5937d959b46d",90,0,6,"การขอต่ออายุใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศและ/หรือใบอนุญาตการขนส่งวัตถุอันตรายไปกับอากาศยาน ผู้ขอใบรับรองฯ จะต้องยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานแสดงรายละเอียดตามที่กำหนด โดยมีเงื่อนไขในการขอต่ออายุใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศผู้ขอควรยื่นคำขอล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 120 วันทำการ ก่อนใบอนุญาตและ/หรือใบรับรองเดิมหมดอายุ และหากเป็นการขอต่อใบอนุญาตการขนส่งวัตถุอันตรายไปกับอากาศยานผู้ขอควรยื่นคำขอล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วันทำการ ก่อนใบอนุญาตและ/หรือใบรับรองเดิมหมดอายุ\n\nพนักงานเจ้าหน้าที่ของ กพท. เป็นผู้พิจารณาและดำเนินการเพื่อต่ออายุใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศและ/หรือใบอนุญาตการขนส่งวัตถุอันตรายไปกับอากาศยาน และข้อกำหนดการปฏิบัติการบิน (Operations Specifications) แนบท้ายใบรับรองฯ เมื่อได้ตรวจสอบเอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ประเมินความพร้อมทางด้านองค์กร มาตรการควบคุม และการกำกับดูแลการปฏิบัติการบิน แผนการจัดฝึกอบรม การจัดการซ่อมบำรุง การสาธิตการปฏิบัติการแล้วเห็นว่าสอดคล้องกับลักษณะของการปฏิบัติการที่เสนอขอ และสามารถดำเนินบริการได้อย่างปลอดภัย โดยมีลำดับขั้นตอนตามที่ กพท. กำหนดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้\n\n(๑) ขั้นตอนการยื่นคำขออย่างเป็นทางการ (Formal Application Phase)\n\n(๒) ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน (Document Evaluation Phase)\n\n(๓) ขั้นตอนการตรวจสอบการปฏิบัติการ (Demonstration and Inspection Phase)\n\n(๔) ขั้นตอนการออกใบรับรอง (Renewal Certification Phase)\n\nทั้งนี้ กระบวนงานนี้เป็นกระบวนงานของการต่ออายุใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศและ/หรือใบอนุญาตขนส่งวัตถุอันตรายไปกับอากาศยานที่ กพท. เคยให้การรับรองและ/หรืออนุญาตฉบับเดิม หากเป็นการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือข้อกำหนดการปฏิบัติการที่มีอยู่เดิม ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศยื่นคำขอดำเนินการภายใต้กระบวนงานของการแก้ไขใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือข้อกำหนดการปฏิบัติการ","2024-02-28T14:24:29"],
    [3805,"9b430079-e918-4e67-bfc0-7939c54d6950","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การขอ 24-bit address (Mode S Transponder ID Code) ให้กับอากาศยาน อุปกรณ์ภาคพื้น และยานพาหนะ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","96251fa7-5cd9-4dd5-9896-7d178b66c003",5,0,1,"หน่วยงาน/ผู้ขอ ยื่นเอกสารร้องขอพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณามาที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)\n\nหลักฐานประกอบการพิจารณา\n1. กรณีอากาศยานของหน่วยงานราชการ\n   1.1 หนังสือขอกำหนด 24-bit Address (Mode S Transponder ID Code) ถึงผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (ผอ. กพท.) จากหน่วยงาน/ผู้ขอ นั้น ๆ ที่มีลายเซ็นของผู้มีอำนาจลงนามกำกับ โดยหนังสือฯ ต้องมีรายละเอียดดังนี้\n      -   แบบอากาศยาน \n      -   จำนวนอากาศยาน\n      -   เลขหมายชุดของอากาศยานจากผู้ผลิตอากาศยาน (Aircraft Serial Number: S/N)\n      -   E-mail และเบอร์ติดต่อของผู้ประสานงาน\n2. กรณีอุปกรณ์ภาคพื้น และยานพาหนะ\n   2.1 หนังสือขอกำหนด 24-bit Address (Mode S Transponder ID Code) ถึงผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (ผอ. กพท.) จากหน่วยงาน/ผู้ขอ นั้น ๆ ที่มีลายเซ็นของผู้มีอำนาจลงนามกำกับ โดยหนังสือฯ ต้องมีรายละเอียดดังนี้\n        -   ตำแหน่งสถานีของอุปกรณ์ภาคพื้น หรือ \n        -   Serial Number ของยานพาหนะ\n        -   E-mail และเบอร์ติดต่อของผู้ประสานงาน\n\nการแจ้งผล (กรณีอากาศยานของหน่วยงานราชการ อุปกรณ์ภาคพื้นและยานพาหนะ)\n    กพท. จะดำเนินการกำหนด 24-bit Address (Mode S Transponder ID Code) ให้กับอากาศยาน\nอุปกรณ์ภาคพื้น และยานพาหนะ โดยจัดทำหนังสือการกำหนด 24-bit Address (Mode S Transponder ID Code) ให้ ผอ. กพท. พิจารณาลงนามอนุมัติ \n    หน่วยงาน/ผู้ขอนั้น ๆ จะได้รับหนังสือฯ ที่ได้รับการลงนามอนุมัติจาก ผอ. กพท. เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 วันทำการ* โดยเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเอกสารและหลักฐานครบถ้วน** \n    กพท. จะส่งสำเนาหนังสือฯ ที่ได้รับการลงนามอนุมัติจาก ผอ. กพท. ดังกล่าวกลับไปยังหน่วยงาน/ผู้ขอนั้น ๆ ผ่านทาง E-mail และส่งฉบับจริงผ่านทางไปรษณีย์ให้ต่อไป","2024-02-28T14:24:03"],
    [3806,"9b46ebae-80ea-4079-a62f-8da1000f71eb","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออก และต่ออายุ ใบรับรองพนักงานตรวจค้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-5655-4563-a400-70c5b209ec23",14,0,8,"ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองพนักงานตรวจค้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้     (1) ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยสําหรับพนักงานตรวจค้น ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการฝึกปฏิบัติงานจริง ประกอบด้วย     (ก) ภาคทฤษฎี จํานวนไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง โดยครอบคลุมหัวข้อวิชา ดังนี้           1) การปฏิบัติงานในสนามบิน (Working at the Airport)          2) การควบคุมบุคคลในการเข้าพื้นที่ (Access Control People)          3) การควบคุมยานพาหนะในการเข้าพื้นที่ (Access Control Vehicles)          4) การตรวจตระเวนและการรักษาการณ์ (Patrolling and Guarding)          5) การรักษาความปลอดภัยของอากาศยานที่จอดอยู่ (Protection of Parked Aircraft)           6) การตรวจค้นพื้นที่สําหรับผู้โดยสารก่อนที่จะขึ้นบนอากาศยาน (Searching and Securing a Sterile Holding Area)           7) การตรวจค้นผู้โดยสาร (Passenger Screening and Physical Search of Passenger)           8) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยมือ (Physical Inspection of Baggage)            9) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray Examination of Baggage)           10) การจําแนกอาวุธ วัตถุระเบิด และวัตถุอันตรายต่อการบิน (Recognition of Weapons, Explosive and other Dangerous Devices)           11) การแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Response)          (ข) ภาคฝึกปฏิบัติในห้องบรรยาย จํานวนไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง โดยครอบคลุมหัวข้อวิชา ดังนี้           1) การตรวจสอบบัตรแสดงตน (Identification Card) และเอกสารการเดินทาง (Travel Document)           2) การตรวจค้นพื้นที่สําหรับผู้โดยสารก่อนที่จะขึ้นบนอากาศยาน (Searching and Securing a Sterile Holding Area)           3) การตรวจค้นผู้โดยสาร (Passenger Screening and Physical Search of Passenger)          4) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยมือ (Physical Inspection of Baggage)          5) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray Examination of Baggage)           (ค) การฝึกปฏิบัติงานจริง (On-The-Job Training) จํานวนไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมง โดย ครอบคลุมทั่วโมง หัวข้อวิชา ดังนี้           1) การควบคุมบุคคลในการเข้าพื้นที่ (Access Control People)          2) การควบคุมยานพาหนะในการเข้าพื้นที่ (Access Control Vehicles)          3) การตรวจค้นพื้นที่ปฏิบัติงาน (Searching Working Area)           4) การตรวจค้นผู้โดยสาร (Passenger Screening and Physical Search of Passenger)          5) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยมือ (Physical Inspection of Baggage)           6) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray Examination of Baggage)     (2) เป็นผู้มีความรู้ ทักษะ ความชํานาญ สุขภาพร่างกายและจิตใจ และคุณสมบัติอื่น ๆ เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติฉบับล่าสุด     (3) เป็นพนักงานซึ่งผ่านการสรรหา สัมภาษณ์ และคัดเลือกจากหน่วยงานต้นสังกัดตาม หลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติฉบับล่าสุด     (4) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นผู้มีหรือเคย มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้าย     (5) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย หรือดําเนินการแทนหรือตามคําสั่ง หรือภายใต้การควบคุมของผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย     (6) ไม่เคยเป็นผู้ต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะการกระทําความผิด อาญา เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ     (7) ไม่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะกระทําผิด วินัย หรือไม่เคยถูกหน่วยงานต้นสังกัดลงโทษทางวินัย     (8) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบรับรองพนักงานตรวจค้น    (9) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนใบรับรองพนักงานตรวจค้นมายังไม่ครบ 1 ปี     (10) ไม่เคยกระทําการทุจริตอันเป็นเหตุให้เสื่อมความเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่าง ร้ายแรงในการทําหน้าที่เป็นพนักงานตรวจค้น\n\nหมายเหตุ: \n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ  ไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป  กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ\n *** กรณีต่ออายุใบรับรองและขอใบแทนหรือแก้ไขใบรับรอง ผู้ขอฯ ต้องนำส่งใบรับรองฯ เดิม ณ วันที่รับใบรับรองฯ ใหม่","2026-01-14T10:01:44"],
    [3807,"9b46ee19-22f1-4432-b720-845680eccf87","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออก และเพิ่มประเภทใบรับรองครูผู้สอนด้านการรักษาความปลอดภัย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-9942-470b-acb1-04b8726bc566",40,15000,7,"ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองวิทยากรต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้     (1) เป็นผู้มีใบรับรองวิทยากรจากสถาบันการศึกษา หรือสถาบันฝึกอบรม หรือองค์การ ระหว่างประเทศ และมีทักษะความรู้ ตลอดจนประสบการณ์ที่จําเป็นในการเป็นวิทยากร     (2) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นผู้มีหรือ เคยมีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้าย     (3) ไม่เคยเป็นผู้ต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะการกระทําความผิด อาญา เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ     (4) ไม่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะกระทํา ผิดวินัย หรือไม่เคยถูกหน่วยงานต้นสังกัดลงโทษทางวินัย     (5) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบรับรองวิทยากร    (6) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนใบรับรองวิทยากรมายังไม่ครบ 2 ปี     (7) ไม่เคยกระทําการทุจริตอันเป็นเหตุให้เสื่อมความเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อย่างร้ายแรงในการทําหน้าที่เป็นวิทยากร","2026-01-14T10:00:40"],
    [3808,"9b46eed5-bc7e-4e6c-a20e-7e7ad029bb8b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การต่ออายุใบรับรองครูผู้สอนด้านการรักษาความปลอดภัย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-a201-403f-a8bf-25e312cc0b74",30,8000,7,"ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองวิทยากรต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้     (1) เป็นผู้มีใบรับรองวิทยากรจากสถาบันการศึกษา หรือสถาบันฝึกอบรม หรือองค์การ ระหว่างประเทศ และมีทักษะความรู้ ตลอดจนประสบการณ์ที่จําเป็นในการเป็นวิทยากร     (2) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นผู้มีหรือ เคยมีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้าย     (3) ไม่เคยเป็นผู้ต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะการกระทําความผิด อาญา เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ     (4) ไม่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะกระทํา ผิดวินัย หรือไม่เคยถูกหน่วยงานต้นสังกัดลงโทษทางวินัย     (5) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบรับรองวิทยากร    (6) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนใบรับรองวิทยากรมายังไม่ครบ 2 ปี     (7) ไม่เคยกระทําการทุจริตอันเป็นเหตุให้เสื่อมความเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อย่างร้ายแรงในการทําหน้าที่เป็นวิทยากร","2026-01-14T10:00:32"],
    [3809,"9b571e8c-eb35-4890-9eb7-9aa6ed989df2","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกและต่ออายุใบสำคัญการแต่งตั้งนายแพทย์ผู้ตรวจและนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโส [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-869f-4f47-83f8-bd9508ace8fb",15,0,null,"ผู้ที่ประสงค์จะขอรับการแต่งตั้งเป็นนายแพทย์ผู้ตรวจ นายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโส จะต้องมีคุณสมบัติและยื่นคำขอตามแบบแนบท้ายระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยนายแพทย์ผู้ตรวจ นายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโส ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน และสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือน พ.ศ. 2560 ต่อสำนักงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้    \n(1) นายแพทย์ผู้ตรวจ  \n    (ก) คุณสมบัติ  \n1) ต้องได้รับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา  \n2) ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรแพทย์เวชศาสตร์การบินที่ผู้อำนวยการรับรอง  \n3) ต้องมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง  \n4) ต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้การแต่งตั้งเป็นนายแพทย์ผู้ตรวจ หรือถูกเพิกถอนการแต่งตั้งเป็นนายแพทย์ผู้ตรวจมายังไม่ครบ 2 ปี  \n    (ข) เอกสารที่ต้องยื่น  \n1) สำเนาปริญญาบัตรแพทยศาสตรบัณฑิต  \n2) สำเนาใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา  \n3) สำเนาวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรหลักสูตรแพทย์เวชศาสตร์การบินที่ผู้อำนวยการรับรอง หรือสำเนาวุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์การบินจากแพทยสภา  \n4) ใบรับรองแพทย์  \n5) หนังสือยินยอมจากสถานที่ที่จะใช้ทำการตรวจ หากไม่ใช่ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือนหรือสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือนที่ผู้อำนวยการแต่งตั้ง จะต้องระบุรายการและจำนวนเครื่องมือที่จะใช้ในการตรวจโดยละเอียดด้วย  \n6) เอกสารอื่นตามที่ผู้อำนวยการกำหนด    \n\n(2) นายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโส  \n    (ก) คุณสมบัติ  \n1) ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นและทำหน้าที่นายแพทย์ผู้ตรวจมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี  \n2) ต้องได้รับวุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์การบินจากแพทยสภา  \n3) ต้องได้รับการอบรมการศึกษาต่อเนื่องด้านเวชศาสตร์การบิน (Continuing Medical Education - CME) ตามที่ผู้อำนวยการกำหนด  \n4) ต้องมีประสบการณ์และความคุ้นเคยกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ขอรับการตรวจสุขภาพ  \n5) ต้องมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง  \n6) ต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบสำคัญการแต่งตั้งเป็นนายแพทย์ผู้ตรวจหรือนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโส หรือถูกเพิกถอนใบสำคัญการแต่งตั้งเป็นนายแพทย์ผู้ตรวจหรือนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสมายังไม่ครบ 2 ปี  เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็นผู้อำนวยการอาจพิจารณาลดหรือยกเว้นคุณสมบัติของนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสตามที่กำหนดใน (ก) ได้ตามที่เห็นสมควร  \n    (ข) เอกสารที่ต้องยื่น  \n1) สำเนาวุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์การบินจากแพทยสภา  \n2) สำเนาเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับการอบรมศึกษาต่อเนื่องด้านเวชศาสตร์การบิน (Continuing Medical Education - CME)  \n3) สำเนาเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าผู้ขอมีประสบการณ์และคุ้นเคยด้านการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ขอรับการตรวจสุขภาพ  \n4) ใบรับรองแพทย์  \n5) หนังสือยินยอมจากสถานที่ที่จะใช้ทำการตรวจ หากไม่ใช่ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือนหรือสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือนที่ผู้อำนวยการแต่งตั้ง จะต้องระบุรายการและจำนวนเครื่องมือที่จะใช้ในการตรวจโดยละเอียดด้วย  \n6) เอกสารอื่นตามที่ผู้อำนวยการกำหนด\n\nหมายเหตุ\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2026-01-28T16:11:39"],
    [3810,"9b62c59e-69f4-41d6-b383-37398beb3992","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบแทนหรือแก้ไขใบรับรองครูผู้สอนด้านการรักษาความปลอดภัย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-a4da-47f5-a34a-bef3c387bf6d",20,1000,4,"ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองวิทยากรต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้     (1) เป็นผู้มีใบรับรองวิทยากรจากสถาบันการศึกษา หรือสถาบันฝึกอบรม หรือองค์การ ระหว่างประเทศ และมีทักษะความรู้ ตลอดจนประสบการณ์ที่จําเป็นในการเป็นวิทยากร     (2) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นผู้มีหรือ เคยมีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้าย     (3) ไม่เคยเป็นผู้ต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะการกระทําความผิด อาญา เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ     (4) ไม่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะกระทํา ผิดวินัย หรือไม่เคยถูกหน่วยงานต้นสังกัดลงโทษทางวินัย     (5) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบรับรองวิทยากร    (6) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนใบรับรองวิทยากรมายังไม่ครบ 2 ปี     (7) ไม่เคยกระทําการทุจริตอันเป็นเหตุให้เสื่อมความเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อย่างร้ายแรงในการทําหน้าที่เป็นวิทยากร\nหมายเหตุ: *กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ  (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯหรือไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป  กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2026-01-14T10:00:48"],
    [3811,"9b62c666-b92d-4cca-9439-077cdcf08d53","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การเพิ่มประเภท ขอใบแทนหรือแก้ไขใบรับรองพนักงานตรวจค้น [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96aa5d17-82b2-4a18-b558-b326c0967c2e",18,1000,8,"ผู้ประสงค์จะขอใบรับรองพนักงานตรวจค้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n\n(1) ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยสําหรับพนักงานตรวจค้น ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการฝึกปฏิบัติงานจริง ประกอบด้วย\n\n(ก) ภาคทฤษฎี จํานวนไม่น้อยกว่า 20ชั่วโมง โดยครอบคลุมหัวข้อวิชา ดังนี้\n\n   1) การปฏิบัติงานในสนามบิน (Working at the Airport)\n\n   2) การควบคุมบุคคลในการเข้าพื้นที่ (Access Control People)\n\n   3) การควบคุมยานพาหนะในการเข้าพื้นที่ (Access Control Vehicles)\n\n   4) การตรวจตระเวนและการรักษาการณ์ (Patrolling and Guarding)\n\n   5) การรักษาความปลอดภัยของอากาศยานที่จอดอยู่ (Protection of Parked Aircraft)\n\n   6) การตรวจค้นพื้นที่สําหรับผู้โดยสารก่อนที่จะขึ้นบนอากาศยาน (Searching and Securing a Sterile Holding Area)\n\n   7) การตรวจค้นผู้โดยสาร (Passenger Screening and Physical Search of Passenger)\n\n   8) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยมือ (Physical Inspection of Baggage)\n\n   9) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray Examination of Baggage)\n\n   10) การจําแนกอาวุธ วัตถุระเบิด และวัตถุอันตรายต่อการบิน (Recognition of Weapons, Explosive and other Dangerous Devices)\n\n   11) การแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Response)\n\n  (ข) ภาคฝึกปฏิบัติในห้องบรรยาย จํานวนไม่น้อยกว่า 20ชั่วโมง โดยครอบคลุมหัวข้อวิชาดังนี้\n\n   1) การตรวจสอบบัตรแสดงตน (Identification Card) และเอกสารการเดินทาง (Travel Document)\n\n   2) การตรวจค้นพื้นที่สําหรับผู้โดยสารก่อนที่จะขึ้นบนอากาศยาน (Searching and Securing a Sterile Holding Area)\n\n   3) การตรวจค้นผู้โดยสาร (Passenger Screening and Physical Search of Passenger)\n\n   4) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยมือ (Physical Inspection of Baggage)\n\n   5) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray Examination of Baggage)\n\n   (ค) การฝึกปฏิบัติงานจริง (On-The-Job Training) จํานวนไม่น้อยกว่า 80ชั่วโมง โดย ครอบคลุมทั่วโมง หัวข้อวิชา ดังนี้\n\n   1) การควบคุมบุคคลในการเข้าพื้นที่ (Access Control People)\n\n   2) การควบคุมยานพาหนะในการเข้าพื้นที่ (Access Control Vehicles)\n\n   3) การตรวจค้นพื้นที่ปฏิบัติงาน (SearchingWorking Area)\n\n   4) การตรวจค้นผู้โดยสาร (Passenger Screening and Physical Search of Passenger)\n\n   5) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยมือ (Physical Inspection of Baggage)\n\n   6) การตรวจค้นกระเป๋าด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (X-Ray Examination of Baggage)\n\n(2) เป็นผู้มีความรู้ ทักษะ ความชํานาญ สุขภาพร่างกายและจิตใจ และคุณสมบัติอื่น ๆ เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติฉบับล่าสุด\n\n(3) เป็นพนักงานซึ่งผ่านการสรรหา สัมภาษณ์ และคัดเลือกจากหน่วยงานต้นสังกัดตาม หลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในแผนฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติฉบับล่าสุด\n\n(4) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นผู้มีหรือเคย มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้าย\n\n(5) ไม่เป็นผู้มีหรือเคยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย หรือดําเนินการแทนหรือตามคําสั่ง หรือภายใต้การควบคุมของผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับ การก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย\n\n(6) ไม่เคยเป็นผู้ต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะการกระทําความผิด อาญา เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ\n\n(7) ไม่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะกระทําผิด วินัย หรือไม่เคยถูกหน่วยงานต้นสังกัดลงโทษทางวินัย\n\n(8) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบรับรองพนักงานตรวจค้น\n\n(9) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนใบรับรองพนักงานตรวจค้นมายังไม่ครบ 1ปี\n\n(10) ไม่เคยกระทําการทุจริตอันเป็นเหตุให้เสื่อมความเชื่อถือ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่าง ร้ายแรงในการทําหน้าที่เป็นพนักงานตรวจค้น","2026-01-14T10:01:52"],
    [3812,"9b64e94a-5d72-45a9-aadd-3749bdf93865","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกและต่ออายุใบสำคัญการแต่งตั้งศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือนและสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3c-0739-42a1-ae6a-fb6df1af3323",20,0,null,"ผู้ที่ประสงค์จะขอรับการแต่งตั้งเป็นศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือนหรือสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือน จะต้องมีคุณสมบัติและยื่นคำขอตามแบบแนบท้ายระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยนายแพทย์ผู้ตรวจ นายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโส ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน และสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือน พ.ศ. 2560 ต่อสำนักงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้         \n(1) ศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน    \n    (ก) คุณสมบัติ    \n1) มีสถานพยาบาลที่เหมาะสม    \n2) มีนายแพทย์ผู้ตรวจและนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสในจำนวนที่เพียงพอ    \n3) มีเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจด้านเวชศาสตร์การบินครบถ้วนเพียงพอในการให้บริการ    \n4) เปิดสอนหรือฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์การบิน    \n5) ทำการศึกษา วิจัย และพัฒนาทางด้านเวชศาสตร์การบิน    \n6) ต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบสำคัญการแต่งตั้งให้เป็นศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน หรือถูกเพิกถอนใบสำคัญการแต่งตั้งให้เป็นศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือนมายังไม่ครบ 2 ปี    \n   (ข) เอกสารที่ต้องยื่น    \n1) สำเนาใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือสำเนาใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล    \n2) สำเนาใบสำคัญการแต่งตั้งเป็นนายแพทย์ผู้ตรวจหรือนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสของหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน    \n3) รายชื่อนายแพทย์ผู้ตรวจและนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสประจำที่ปฏิบัติงานอยู่    \n4) รายการและจำนวนเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจด้านเวชศาสตร์การบิน    \n5) หลักสูตรด้านเวชศาสตร์การบินที่เปิดสอนหรือฝึกอบรม    \n6) เอกสารแสดงการศึกษา วิจัย และพัฒนาด้านเวชศาสตร์การบิน    \n7) แผนผังพร้อมภาพถ่ายส่วนต่าง ๆ ของสถานที่ทำการ    \n8) เอกสารอื่นตามที่ผู้อำนวยการกำหนด    \n     \n(2) สถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือน    \n    (ก) คุณสมบัติ    \n1) มีสถานพยาบาลที่เหมาะสม    \n2) มีนายแพทย์ผู้ตรวจและนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสในจำนวนที่เพียงพอ    \n3) มีเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจด้านเวชศาสตร์การบินครบถ้วนเพียงพอในการให้บริการ    \n4) ต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้การแต่งตั้งให้เป็นสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือนหรือถูกเพิกถอนการแต่งตั้งให้เป็นสถานที่ตรวจเวชศาสตร์การบินพลเรือนมายังไม่ครบ 2 ปี    \n    (ข) เอกสารที่ต้องยื่น    \n1) สำเนาใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือสำเนาใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล    \n2) สำเนาใบสำคัญการแต่งตั้งเป็นนายแพทย์ผู้ตรวจหรือนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสของหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การบินพลเรือน    \n3) รายชื่อนายแพทย์ผู้ตรวจและนายแพทย์ผู้ตรวจอาวุโสประจำที่ปฏิบัติงานอยู่    \n4) รายการและจำนวนเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจด้านเวชศาสตร์การบิน    \n5) แผนผังพร้อมภาพถ่ายส่วนต่าง ๆ ของสถานที่ทำการ    \n6) เอกสารอื่นตามที่ผู้อำนวยการกำหนด\n\nหมายเหตุ\n*กรณีผู้ขอฯ ยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอ ณ กพท. โดยหากจัดส่งเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน กพท. ขอสงวนสิทธ์ในการไม่รับคำขอและเอกสารทั้งหมด ณ วันที่ยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านระบบจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามหมายเหตุ**)\n\n**หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยผู้ขอฯ ไม่ได้ทำการแก้ไขและจัดส่งให้ภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ จะถือว่าผู้ขอฯ ไม่ประสงค์จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป กพท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคืนคำขอฯ พร้อมทั้งแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอให้ทราบ","2026-01-28T16:12:12"],
    [3813,"9b890e9d-3be5-4c7f-8600-7afe1ad24822","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การรับรองคู่มือของผู้ดำเนินการเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9617e3fb-be27-40d7-bb69-cfb1e01fc5c1",26,1000,3,"ฝ่ายมาตรฐานปฏิบัติการบิน เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการรับรอง/เห็นชอบคู่มือของผู้ดำเนินการเดินอากาศ ซึ่งจะดำเนินการรับรองการแก้ไขปรับปรุงคู่มือที่เคยได้รับการรับรองจาก กพท. ในกระบวนการออกใบอนุญาตหรือใบรับรองไปก่อนหน้านี้แล้ว และต่อมาผู้ดำเนินการเดินอากาศได้ขอแก้ไขปรับปรุงคู่มือ และมาขอให้ กพท. รับรองใหม่ก่อนนำไปใช้งาน โดยมีประเภทคู่มือและการรับรองอื่น ดังนี้\n1. คู่มือการปฏิบัติการ (Operation Manual)\n2. คู่มือประกอบการบิน (Airplane Flight Manual)\n3. คู่มือแผนการฝึกอบรม (Training Programmes)\n4. คู่มือการฝึกอบรมบุคคลากร (Training Manual)\n5. คู่มือฝึกอบรมผู้ประจำหน้าที่ในอากาศ (Flight Crew Training Manual)\n6. คู่มือฝึกอบรมพนักงานต้อนรับในอากาศยาน (Cabin Crew Training Manual)\n7. คู่มือการขนส่งสินค้าอันตราย (Dangerous Goods Manual)\n8. การรับรองเอกสารเพื่อยื่นขออนุญาตต่อกรมการบินพลเรือนของต่างประเทศ\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอการรับรองคู่มือ ผู้ขอสามารถยื่นขอรับรองคู่มือจำนวนเพียง 1 เล่มต่อหนึ่งคำขอฯ\nทั้งนี้ กระบวนการรับรองคู่มือดังกล่าวจะไม่คลอบคลุมถึงคู่มือ Minimum Equipment List/ Configurations Deviation List Manual (MEL/CDL) และ General Maintenance Manual และ Aircraft Operator Security Programme (AOSP)","2025-11-18T10:55:07"],
    [3814,"a044483d-6d70-49e9-8386-b6a11b946df1","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย","การออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3b-8051-450c-9e0d-ee30eaca1e6f",192,0,8,"การขอใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ ผู้ขอใบรับรองฯ จะต้องมีสถานที่ประกอบธุรกิจหลักตั้งอยู่ในราชอาณาจักรและประสงค์จะใช้อากาศยานขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ โดยจะต้องยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานแสดงรายละเอียดตามที่กำหนด\n\nพนักงานเจ้าหน้าที่ของ กพท. เป็นผู้พิจารณาและดำเนินการเพื่อออกใบรับรองฯ และข้อกำหนดการปฏิบัติการบิน (Operations Specifications) แนบท้ายใบรับรองฯ เมื่อได้ตรวจสอบเอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ประเมินความพร้อมทางด้านองค์กร มาตรการควบคุม และการกำกับดูแลการปฏิบัติการบิน แผนการจัดฝึกอบรม การจัดการซ่อมบำรุง การสาธิตการปฏิบัติการแล้วเห็นว่าสอดคล้องกับลักษณะของการปฏิบัติการที่เสนอขอ และสามารถดำเนินบริการได้อย่างปลอดภัย โดยมีลำดับขั้นตอนตามที่ กพท. กำหนดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้\n\n(๑) ขั้นตอนการเตรียมการในเบื้องต้นของผู้ขอรับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Pre - Application Phase)\n\n(๒) ขั้นตอนการยื่นคำขออย่างเป็นทางการ (Formal Application Phase)\n\n(๓) ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน (Document Evaluation Phase)\n\n(๔) ขั้นตอนการตรวจสอบการปฏิบัติการ (Demonstration and Inspection Phase)\n\n(๕) ขั้นตอนการออกใบรับรอง (Certification Phase)\n\n \n\n(ไม่รวมระยะเวลาในการ ดำเนินการของผู้ขอฯ การปรับปรุงแก้ไขร่างข้อบังคับฯ ความล่าช้าในกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน การนำส่งเอกสาร และระยะเวลาที่ผู้ขอฯ แก้ไขความไม่สมบูรณ์ของเอกสาร)","2025-11-18T10:54:03"],
    [3815,"94e56e11-5b66-4292-87cd-4bcce5602218","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม","การขอมีบัตรประจำตัวข้าราชการผู้รับบำเหน็จบำนาญของกระทรวงคมนาคม [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-f666-4412-967a-7bc1f407ed8d",4,0,2,"1. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง      พระราชบัญญัติบัตรประจำตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 5    2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวสำหรับผู้รับบำเหน็จบำนาญ      2.1 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ สังกัดกระทรวงคมนาคม      2.2 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งออกจากราชการหรือพ้นจากตำแหน่ง โดยมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ    3. การขอมีบัตรใหม่ทดแทนบัตรเดิม      เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถขอบัตรประจำตัวผู้รับบำเหน็จบำนาญ ได้ใน 2 กรณี      3.1 กรณีบัตรหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ถือบัตรต้องขอเปลี่ยนบัตรใหม่ทดแทนบัตรเดิมได้ นับแต่วันที่บัตรนั้นหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด      3.2 กรณีที่ผู้ถือบัตรเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือ ชื่อตัวและชื่อสกุล ต้องขอเปลี่ยนบัตร ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือ ชื่อตัวและชื่อสกุล แล้วแต่กรณี    4. อายุของบัตรประจำตัวผู้รับบำเหน็จบำนาญ?      บัตรมีอายุ 6 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกบัตร และหากใช้ถึงวันที่ผู้ถือบัตรมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ให้คงใช้บัตรนั้นได้ตลอดชีวิต    5. วิธีการ      5.1 เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญในสังกัดกระทรวงคมนาคม สามารถยื่นคำขอมีบัตรฯ ได้ที่กองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่ออกจากราชการ ด้วยการลาออก ให้ออก ปลดออกหรือเกษียณอายุราชการ      5.2 จัดเตรียมหลักฐานเอกสารประกอบให้ครบถ้วน (บัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายของผู้ขอทำบัตรประจำตัวข้าราชการผู้รับบำเหน็จบำนาญ จำนวน 1 รูป)      5.3 การกรอกข้อความให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชัดเจน โดยกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน และยึดคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งปัจจุบันเป็นหลัก      5.4 ปิดรูปถ่ายในช่องว่างที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ถือบัตรในคำขอมีบัตรประจำตัวและสำเนารายการออกบัตร  (รูปถ่ายใช้รูปขาวดำหรือรูปสี ขนาด 2.5 x 3 ซ.ม. ครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตาสีเข้ม ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอมีบัตร โดยแต่งเครื่องแบบปฏิบัติราชการเครื่องแบบพิธีการ หรือแต่งชุดสากล และเขียนชื่อ นามสกุล ไว้ด้านหลังรูปถ่ายด้วย)      5.5 ยื่นคำขอพร้อมเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป กองบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เอกสารหลักฐานและสถานภาพ    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว      ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องพร้อมกำหนดระยะเวลาของรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    2. ระยะเวลาการรอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อหน่วยงานอื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ใน &ldquo;ระยะเวลาดำเนินการรวม&rdquo; ทั้งนี้ จะมีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3816,"94e56e11-50c0-4983-95d7-833affda987b","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม","การขอรับหนังสือเพื่อขอพระราชทานเพลิงศพและการขอดินพระราชทาน กระทรวงคมนาคม [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-e989-4248-8414-6f1e450a68cf",1,0,3,"ผู้มีสิทธิขอพระราชทานเพลิงศพ และการขอดินพระราชทานของกระทรวงคมนาคม มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้    การขอพระราชทานเพลิงศพ/ การขอดินพระราชทาน  1. ข้าราชการตั้งแต่ระดับปฏิบัติงาน และระดับปฏิบัติการขึ้นไป (ระดับ3เดิม) สำหรับกรณีที่ยังไม่ได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์  2. ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตั้งแต่ \"เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ (บ.ภ.)\" และ \"เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.)\" ขึ้นไป  3. บิดาและมารดาของผู้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีที่ถึงแก่กรรม ในขณะบุตรดำรงตำแหน่ง  4. ผู้ที่ทรงกรุณาโปรดเกล้า ฯ เป็นกรณีพิเศษ    การขอพระราชทานเพลิงศพ/การขอดินพระราชทานเป็นกรณีพิเศษ  1. บิดา มารดาของข้าราชการ ระดับชํานาญงานและระดับชํานาญการขึ้นไป (ระดับ 6 เดิม)  2. บิดามารดาของผู้ได้รับพระราช ทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ \"ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.)\" ขึ้นไป  3. พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับสูง  4. ผู้บริจาคทรัพย์สินเพื่อการกุศล คิดเป็นมูลค่า ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท  5. ผู้บริจาคร่างกายหรืออวัยวะแก่ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลของรัฐ หรือสถานศึกษา เพื่อประโยชน์ทาง การแพทย์  6. ผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและ ประเทศชาติ    หมายเหตุ : บุคคลผู้ทำลายชีพตนเองและผู้ต้องอาญาแผ่นดินไม่สามารถขอพระราชทานเพลิงศพและเครื่องเกียรติยศประกอบ และสำหรับการขอพระราชทานเพลิงศพทั้ง 2 กรณีจะต้องไม่ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ พระราชพิธีฉัตรมงคล และตามประเพณีนิยมไม่มีการเผาศพในวันศุกร์    การสืบค้นเครื่องราชอิสริยาภรณ์  1.ข้าราชการปัจจุบัน ติดต่อสอบถามได้ที่ หน่วยงานต้นสังกัดที่ผู้ถึงแก่กรรมดำรงตำแหน่งสุดท้าย  2.ข้าราชการที่เกษียณอายุ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจระดับสูง ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โทรศัพท์ 0 2280 9000  ต่อ 423-424    หมายเหตุ  1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว              ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือไม่ถูกต้อง และไม่อาจแก้ไขได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องพร้อมกำหนดระยะเวลาของรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน  2. ระยะเวลาการรอคอยเฉลี่ยระหว่างขั้นตอนและ/หรือระยะเวลาการติดต่อหน่วยงานอื่นระหว่างขั้นตอนนับรวมไว้ในระยะเวลาดำเนินการรวม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองบริหารทรัพยากรบุคคลจะส่งมอบหนังสือแก่เจ้าภาพหรือทายาทเพื่อดำเนินการติดต่อสำนักพระราชวัง","2021-11-17T13:39:10"],
    [3817,"94e56e11-5367-445b-adf2-dad599d109af","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม","การขอรับหนังสือรับรองสิทธิในบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-eca2-479e-8db6-ab80dd006020",1,0,2,"หลักเกณฑ์และขั้นตอนการขอรับหนังสือรับรองสิทธิในบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน    1. ผู้มีสิทธิเป็นผู้รับบำนาญปกติหรือผู้รับบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ ตาม พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 หรือ พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539      - กรอกข้อมูลใน แบบคำร้องขอรับหนังสือรับรองสิทธิในบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน จำนวน 1 ชุด    2. มีทายาทผู้มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และได้แสดงหนังสือเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดไว้ต่อสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด      - กรอกข้อมูลใน หนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด (แบบ 1) จำนวน 2 ชุด      - กรอกข้อมูลใน แบบคำขอเพิ่ม/ปรับปรุงข้อมูลในฐานบุคลากรภาครัฐ (แบบ 7127) จำนวน 1 ชุด    3. ไม่มีทายาทผู้มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แต่ได้แสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดไว้ต่อสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด      - กรอกข้อมูลใน หนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด (แบบ 1) จำนวน 2 ชุด      - กรอกข้อมูลใน แบบคำขอเพิ่ม/ปรับปรุงข้อมูลในฐานบุคลากรภาครัฐ (แบบ 7127) จำนวน 1 ชุด    4. ยินยอมให้สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมหักเงินบำนาญรายเดือนเพื่อชำระคืนเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงิน      - กรอกข้อมูลใน หนังสือยินยอมให้หักเงินบำนาญ จำนวน 1 ชุด    ตัวอย่างวิธีการคำนวณวงเงินหลักทรัพย์  1. เงินบำเหน็จตกทอด = เงินบำนาญ + เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) = ยอดรวม x 30 เท่า  2. เงินบำเหน็จดำรงชีพ = เงินบำนาญ x 15เท่า ครั้งละไม่เกิน 2 แสน หรือเท่าที่มีสิทธิ  3. สิทธิในบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน = (เงินบำเหน็จตกทอด)-(เงินบำเหน็จดำรงชีพที่รับไปแล้ว)    ตัวอย่าง นาย ก ได้รับเงินบำนาญเดือนละ 9,000.- บาท และเงิน (ช.ค.บ.) เดือนละ 6,000.- บาท รวมเป็นเงิน 15,000.- บาท (รับบำเหน็จดำรงชีพไปแล้ว 135,000.- บาท) ได้ยื่นคำร้องขอรับหนังสือรับรองสิทธิฯ จะมีสิทธิในบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ จำนวนเท่าไร ?    วิธีการคิด คือ (9,000 + 6,000) = 15,000 x 30 = 450,000.- บาท ( 450,000 - 135,000 ) = 315,000.- บาท  ดังนั้นนาย ก จะมีสิทธิในหลักทรัพย์ = 315,000.- บาท    หมายเหตุ         ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3818,"94e56e11-5606-447a-a300-b5d894052297","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม","การให้บริการข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-efed-4b5f-b11a-442025f5e152",1,5,1,"การให้บริการข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม            กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม (สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคมได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดเวลา ทั้งยังสร้างความโปร่งใสในด้านข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน            สำหรับการปฏิบัติงานในศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคมนั้น มีการประยุกต์ใช้กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการระบบงานสารบรรณ และระบบงานห้องสมุดเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงคมนาคมเพื่อประมวลผลในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย              1. คุณสมบัติของผู้ใช้บริการ                1.1 ประชาชน ถ้าหากเป็นข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องยื่นในนามประชาชน                1.2 กรณีคนต่างด้าว ต้องมีถิ่นที่อยู่พำนักในประเทศไทยอย่างถาวร              2. ช่องทางในการติดต่อขอข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม                2.1 กรณียื่นขอด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน ผู้ยื่นต้องดำเนินการกรอกแบบฟอร์มคำขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม โดยแบบฟอร์มมี 2 แบบ คือ                     1) แบบฟอร์มคำขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม_กรณี ยืมหนังสือหรือข้อมูลไปถ่ายสำเนาด้วยตนเอง                     2) แบบฟอร์มคำขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม_กรณี ขอสำเนา ณ หน่วยงาน (มีค่าธรรมเนียมสำเนา)                2.2 เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม (www.mot.go.th ที่ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม)                      ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคมได้ให้บริการข้อมูลข่าวสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประชาชนสามารถดาว์นโหลดข้อมูลที่เผยแพร่ได้ด้วยตนเอง                2.3 การให้บริการทางโทรศัพท์ : 0 2283 3173                      ประชาชนสามารถโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการ ในวันและเวลาราชการ (08:30 - 16:30 น.)    หมายเหตุ            1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องพร้อมกำหนดระยะเวลาของรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน             2. การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป","2021-11-17T13:39:10"],
    [3819,"94e56e11-5871-4bb0-bea5-1aa5d3627413","PUBLISHED","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม","การเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1e-f325-4c0f-a2be-be9e01fcd412",1,0,5,"การรักษาพยาบาล หมายถึง การให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขโดยตรงแก่ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวเพื่อการรักษาโรค การตรวจวินิจฉัย การฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต  1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล      1.1 ผู้มีสิทธิ           - ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่ได้รับเงินเดือนและค่าจ้างจากเงินงบประมาณ           - ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างเงินงบประมาณ           - บำนาญปกติ และบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ      1.2 บุคคลในครอบครัว           - บิดาและมารดาชอบด้วยกฎหมาย           - คู่สมรสชอบด้วยกฎหมาย           - บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น โดยเบิกได้ในลำดับที่ 1 - 3 (ให้นับเรียงลำดับการเกิดไม่ว่าจะเกิดจากการสมรสครั้งใด อยู่ในอำนาจการปกครองหรือไม่)    2. หลักเกณฑ์การใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล       2.1 นำใบเสร็จรับเงินที่สถานพยาบาลออกให้ยื่นเบิกที่ต้นสังกัด             2.2.1 เอกสารประกอบการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล                     - แบบใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (แบบ 7131)                     - หนังสือรับรอง กรณีจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ                     - ใบมอบฉันทะ กรณีผู้มีสิทธิไม่สามารถมารับเงินด้วยตนเอง โดยต้องแนบเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนา คนละ 1 ฉบับ ของผู้มอบ/ ผู้รับมอบ/ พยาน 2 คน            2.2.2 วิธีการรับเงิน                    - รับด้วยตนเอง โดยจ่ายเงินสดหรือเช็ค                    - กรณีไม่มารับด้วยตนเอง ให้ทำใบมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับแทน โดยต้องแนบเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนา คนละ 1 ฉบับ ของผู้มอบ/ ผู้รับมอบ/ พยาน 2 คน      2.2 ให้สถานพยาบาลเบิกเงินแทนผ่านระบบการเบิกจ่ายตรง      2.3 หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินสถานพยาบาลเอกชน เริ่มบังคับใช้ 1 เมษายน 2555            2.3.1 ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวเจ็บป่วยฉุกเฉินตามประกาศกระทรวงการคลังฯ (ฉุกเฉินวิกฤตหรือฉุกเฉินเร่งด่วน) ให้สถานพยาบาลเอกชนเป็นผู้เบิกค่ารักษาพยาบาลแทนผู้มีสิทธิในระบบเบิกจ่ายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (Emergency Claim Online : EMCO)            2.3.2 กรณี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่อนุมัติจ่ายเงินเนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขผู้ป่วยฉุกเฉินตามเกณฑ์คัดแยก หากแพทย์ผู้รักษาออกใบรับรองแพทย์ระบุความจำเป็นต้องรักษาเนื่องจากเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินไม่รุนแรงตามเกณฑ์คัดแยก ให้นำหลักฐานยื่นเบิกเงินที่ต้นสังกัด ตามสิทธิเบิกได้ดังนี้                    - ค่าห้องและค่าอาหาร ไม่เกินวันละ 1,000.- บาท                    - ค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ได้จ่ายจริงไม่เกิน 8,000.- บาท                    - ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ที่ใช้บำบัดรักษา เบิกตามอัตราที่กรมบัญชีกลางกำหนด  หมายเหตุ  1. ใบเสร็จรับเงินที่สถานพยาบาลออกให้มีอายุ 1 ปี นับถัดจากวันที่ปรากฎในใบเสร็จ  2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3820,"9a998cc8-e51a-4429-a5eb-668cbf545cfe","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงคมนาคม","สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม","การเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล(ทดสอบ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9a998952-7a09-4ebb-a1b5-8fb2b7f2ba3b",1,0,null,"การให้บริการข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม\n    กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม (สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคมได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดเวลา ทั้งยังสร้างความโปร่งใสในด้านข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน\n    สำหรับการปฏิบัติงานในศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคมนั้น มีการประยุกต์ใช้กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการระบบงานสารบรรณ และระบบงานห้องสมุดเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงคมนาคมเพื่อประมวลผลในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย\n        1. คุณสมบัติของผู้ใช้บริการ\n            1.1 ประชาชน ถ้าหากเป็นข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องยื่นในนามประชาชน\n            1.2 กรณีคนต่างด้าว ต้องมีถิ่นที่อยู่พำนักในประเทศไทยอย่างถาวร\n        2. ช่องทางในการติดต่อขอข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม\n            2.1 กรณียื่นขอด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน ผู้ยื่นต้องดำเนินการกรอกแบบฟอร์มคำขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม โดยแบบฟอร์มมี 2 แบบ คือ\n                1) แบบฟอร์มคำขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม_กรณี ยืมหนังสือหรือข้อมูลไปถ่ายสำเนาด้วยตนเอง\n                2) แบบฟอร์มคำขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของกระทรวงคมนาคม_กรณี ขอสำเนา ณ หน่วยงาน (มีค่าธรรมเนียมสำเนา)\n            2.2 เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม (www.mot.go.th ที่ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคม)\n                ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวงคมนาคมได้ให้บริการข้อมูลข่าวสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประชาชนสามารถดาว์นโหลดข้อมูลที่เผยแพร่ได้ด้วยตนเอง\n            2.3 การให้บริการทางโทรศัพท์ : 0 2283 3173    \n                ประชาชนสามารถโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการ ในวันและเวลาราชการ (08:30 - 16:30 น.)\n        \n        หมายเหตุ            \n        1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลา ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว \nทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขได้ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องพร้อมกำหนดระยะเวลาของรายการเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือ ยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความบกพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน\n        2. การชำระเงินค่าธรรมเนียมต้องดำเนินการภายในเวลา 15.30 น. หากไม่สามารถชำระเงินได้ทันให้มาดำเนินการต่อในวันทำการถัดไป","2023-11-24T17:08:22"],
    [3821,"94e56e12-33ba-4d58-947e-2fb022de749f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม","การจดทะเบียนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d20-0a31-460f-b994-450a3c4ed039",1,0,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์    1. มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ    2. มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ    3. มิได้มีวัตถุประสงค์ในทางการเมือง หรือมุ่งค้ากำไรจากการประกอบกิจกรรม    4. ถ้าเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศจะต้องมีสำนักงานสาขาทำการอยู่ในประเทศไทยด้วย    วิธีการ    1.ติดต่อขอแบบ คส.1 จากช่องทางที่กำหนดไว้ ได้แก่ติดต่อด้วยตนเอง ณ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม , ทางเวปไซด์, อีเมล์ ngos.deqp@gmail.com หรือทาง02-278-8400-19 ต่อ 1741, 1743)    2.ยื่นแบบ คส.1 โดยทำหนังสือจากองค์กรถึงอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมพร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ดังนี้    2.1 สำเนาใบสำคัญแสดงการเป็นนิติบุคคลที่มีคำรับรองขององค์กรเอกชน (สมาคม = ส.ค.4, มูลนิธิ = ม.น.3)        2.2 สำเนาข้อบังคับขององค์กรเอกชน พร้อมเซ็นกำกับบนเอกสารทุกหน้า       2.3 หลักฐานการเป็นตัวแทนขององค์กรเอกชน             1)สำเนาบัตรประจำตัวของตัวแทนองค์กรเอกชน(ประธานมูลนิธิหรือนายกสมาคม)             2)รายชื่อคณะกรรมการขององค์กรเอกชน (แผนผังโครงสร้างองค์กร)        2.4 หลักฐานแสดงกิจกรรมหรือแผนงานด้านการคุ้มครองหรืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมภาพประกอบ (เช่น แผนงานหรือโครงการที่เคยทำมา พร้อมรายละเอียดกิจกรรมโครงการ)     2.5 หนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อขอจดทะเบียนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ     2.6 เอกสารอื่นๆ เช่น เอกสารอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นกิจกรรมที่ผ่านมาขององค์กรอย่างชัดเจน ประวัติความเป็นมาขององค์กร เป็นต้น    กรณีผู้มีอำนาจลงนามมอบอำนาจให้ผู้อื่น      * เพิ่ม ใบมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ    การพิจารณาคำขอจดทะเบียน  1. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอ และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวงฯ  2. พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดที่ระบุในกฎกระทรวงฯ (ถ้าปรากฏว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด กรมฯจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการให้ถูกต้อง)  3. ตรวจสอบสถานะการเป็นนิติบุคคลกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามที่ตั้งขององค์กรเอกชน  4. ถ้าองค์กรเอกชนมีคุณสมบัติและเอกสารถูกต้องตามกฎกระทรวง กรมฯ จะสรุปผลการพิจารณาเพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (แบบ คส.2)ให้แก่องค์กรเอกชนต่อไป  หมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                ช่องทางการให้บริการ          สถานที่ให้บริการ    กลุ่มความร่วมมือองค์กรเอกชน สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ชั้น 7 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 49 พระราม6 ซอย30 พญาไท กรุงเทพ 10400/ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน    (หมายเหตุ: -)    ระยะเวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น.     สถานที่ให้บริการ    กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม   49 พระราม6 ซอย 30 พญาไท กรุงเทพ 10400 /ไปรษณีย์    (หมายเหตุ: -)    ระยะเวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น.     สถานที่ให้บริการ    02-278-8400 -19 ต่อ 1741,1743/โทรศัพท์    (หมายเหตุ: -)    ระยะเวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น.     สถานที่ให้บริการ    ngos.deqp@gmail.com/อีเมล์    (หมายเหตุ: -)    ระยะเวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น.         ขั้นตอน ระยะเวลา และส่วนงานที่รับผิดชอบ    ระยะเวลาในการดำเนินการรวม : 63 วัน         ลำดับ    ขั้นตอน    ระยะเวลา    ส่วนที่รับผิดชอบ    1)    การตรวจสอบเอกสาร    พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสาร (ลงรับคำขอเมื่อเอกสารครบถ้วน)    (หมายเหตุ: -)    0.5 วัน    สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน         2)    การพิจารณา    พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเอกสารที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขข้อกำหนดที่ระบุไว้ในกฏกระทรวงฯ    (หมายเหตุ: -)    0.5 วัน    สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน         3)    การพิจารณาโดยหน่วยงานอื่น    ตรวจสอบสถานะการเป็นนิติบุคคลขององค์กรเอกชนจากจังหวัดที่องค์กรเอกชนตั้งอยู่    (หมายเหตุ: -)    45 วัน    สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย         4)    การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามในหนังสือสำคัญ คส.2 และแจ้งองค์กรเอกชนให้เข้ามารับหนังสือสำคัญ คส.2 ฉบับจริง    (หมายเหตุ: -)    17 วัน    สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน              รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ    ลำดับ    ชื่อเอกสาร จำนวน และรายละเอียดเพิ่มเติม (ถ้ามี)    หน่วยงานภาครัฐผู้ออกเอกสาร    1)         หนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อขอจดทะเบียนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ    ฉบับจริง 1 ฉบับ    สำเนา 0 ฉบับ    หมายเหตุ -    -    2)         บัตรประจำตัวประชาชน    ฉบับจริง 0 ฉบับ    สำเนา 1 ฉบับ    หมายเหตุ (กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมีอำนาจลงนามในคำขอจดทะเบียน ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจเพิ่มเติมด้วย)    กรมการปกครอง    3)         ใบสำคัญแสดงการเป็นนิติบุคคลที่มีคำรับรองขององค์กรเอกชน    ฉบับจริง 0 ฉบับ    สำเนา 1 ฉบับ    หมายเหตุ -    กรมการปกครอง    4)         ข้อบังคับขององค์กรเอกชน    ฉบับจริง 0 ฉบับ    สำเนา 1 ฉบับ    หมายเหตุ -    -    5)         หลักฐานแสดงกิจกรรมหรือแผนงานด้านการคุ้มครองหรืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมภาพประกอบ    ฉบับจริง 1 ฉบับ    สำเนา 0 ฉบับ    หมายเหตุ -    -    6)         เอกสารอื่นๆ เช่น เอกสารอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นกิจกรรมที่ผ่านมาขององค์กรอย่างชัดเจน ประวัติความเป็นมาขององค์กร เป็นต้น    ฉบับจริง 1 ฉบับ    สำเนา 0 ฉบับ    หมายเหตุ -    -         ค่าธรรมเนียม    ลำดับ    รายละเอียดค่าธรรมเนียม    ค่าธรรมเนียม (บาท / ร้อยละ)    1)    ไม่มีค่าธรรมเนียม    (หมายเหตุ: -)     ค่าธรรมเนียม 0 บาท                 ช่องทางการร้องเรียน แนะนำบริการ    ลำดับ    ช่องทางการร้องเรียน / แนะนำบริการ    1)    02-278-8400-19 ต่อ 1741,1743    (หมายเหตุ: -)    2)    ngos.deqp@gmail.com    (หมายเหตุ: -)    3)    ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี    (หมายเหตุ: ( เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300))    4)    ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ    (หมายเหตุ: (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)  - 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120  - สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132  - www.pacc.go.th / www.facebook.com/PACC.GO.TH    ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ (The Anti-Corruption Operation center)  Tel : +66 92 668 0777 / Line : Fad.pacc / Facebook : The Anti-Corruption Operation Center / Email : Fad.pacc@gmail.com))         แบบฟอร์ม ตัวอย่างและคู่มือการกรอก    ลำดับ    ชื่อแบบฟอร์ม    1)    กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ    (หมายเหตุ: -)         หมายเหตุ    -                              ชื่อกระบวนงาน: การจดทะเบียนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ    หน่วยงานกลางเจ้าของกระบวนงาน: กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม    ประเภทของงานบริการ: กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน    หมวดหมู่ของงานบริการ: จดทะเบียน    กฎหมายที่ให้อำนาจการอนุญาต หรือที่เกี่ยวข้อง:         1)กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 7 การขอจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ    ระดับผลกระทบ: บริการทั่วไป    พื้นที่ให้บริการ: ส่วนกลาง    กฎหมายข้อบังคับ/ข้อตกลงที่กำหนดระยะเวลา: จดทะเบียน  ระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมาย / ข้อกำหนด ฯลฯ: 3.0         ข้อมูลสถิติของกระบวนงาน:                  จำนวนเฉลี่ยต่อเดือน 0                  จำนวนคำขอที่มากที่สุด 0                  จำนวนคำขอที่น้อยที่สุด 0         ชื่ออ้างอิงของคู่มือประชาชน: [สำเนาคู่มือประชาชน] การจดทะเบียนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 18/05/2015 11:03              เอกสารฉบับนี้ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ระบบสารสนเทศศูนย์กลางข้อมูลคู่มือสำหรับประชาชน    Backend.info.go.th    วันที่เผยแพร่คู่มือ: 21/07/2558","2025-07-16T10:09:12"],
    [3822,"94e56e11-5de0-4c97-9e6f-47fdcaba6004","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบแทนใบอนุญาตทำการค้าซากดึกดำบรรพ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-f999-45f1-b4ca-12f5c589ae13",5,100,6,"ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตทำการค้าซากดึกดำบรรพ์ ตามแบบ ทธ.ค.4 ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต (ทธ.ค.4)   กรณีผู้ขอต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือของกรมทรัพยากรธรณี (15 วัน) หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าผู้ขอทิ้งคำขอรับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   กรณีที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน   อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอ ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีสั่งไม่อนุญาตใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบด้วย   กรณีผู้ขอรับไม่มารับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอสละสิทธิการเป็นผู้รับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3823,"94e56e11-601a-4371-91f9-a953eaed7e36","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบแทนใบอนุญาตส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-fcbe-4457-9a91-2114846ad8a7",5,100,6,"ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักรต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต   กรณีผู้ขอต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือของกรมทรัพยากรธรณี (15 วัน) หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   กรณีที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่น นอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน   อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีสั่งไม่อนุญาตใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบด้วย   กรณีผู้ขอไม่มารับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอสละสิทธิการเป็นผู้รับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และให้ระบุว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3824,"94e56e11-6293-4fe8-9b0f-cc22e6e9f0eb","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบแทนใบอนุญาตขุดค้น เคลื่อนย้าย นำเอาไป ทำให้เสียหาย หรือทำลายแหล่งซากดึกดำบรรพ์หรือซากดึกดำบรรพ์ในเขตสำรวจและศึกษาวิจัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1e-ffe7-4d74-9cf2-34651e43de2c",5,100,6,"ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตขุดค้น เคลื่อนย้าย นำเอาไป ทำให้เสียหาย หรือทำลายแหล่งซากดึกดำบรรพ์หรือซากดึกดำบรรพ์ในเขตสำรวจและศึกษาวิจัย ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่กำหนด   กรณีผู้ขอต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือของกรมทรัพยากรธรณี (15 วัน) หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าผู้ขอทิ้งคำขอรับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   กรณีที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน   อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีสั่งไม่อนุญาตใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบด้วย   กรณีผู้ขอไม่มารับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอสละสิทธิการเป็นผู้รับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3825,"94e56e11-6531-440e-9a0d-f9824ff5d624","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบแทนใบอนุญาตเข้าไปดำเนินการในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนที่อยู่ในที่ดินของรัฐ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-02f0-4300-8f74-caccd5841366",5,100,6,"ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตเข้าไปดำเนินการในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนที่อยู่ในที่ดินของรัฐ ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่กำหนด   กรณีผู้ขอต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือของกรมทรัพยากรธรณี (15 วัน) หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   กรณีที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน   อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีสั่งไม่อนุญาตใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบด้วย   กรณีผู้ขอไม่มารับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอสละสิทธิการเป็นผู้รับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3826,"94e56e11-6795-4fa1-a23c-957e7c020bd5","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบแทนใบอนุญาตซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง หรือทำลายซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-0600-4b79-82b8-6053674cf534",5,100,6,"ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง หรือทำลายซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่กำหนด   กรณีผู้ขอต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือของกรมทรัพยากรธรณี (15 วัน) หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   กรณีที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน   อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีสั่งไม่อนุญาตใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบด้วย   กรณีผู้ขอไม่มารับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอสละสิทธิการเป็นผู้รับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3827,"94e56e11-6a18-4650-9aea-827aae2d1a5c","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบแทนใบอนุญาตซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม หรือทำลายแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน หรือซากดึกดำบรรพ์ที่อยู่ในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน หรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-0917-425c-a944-06e8be535f21",5,100,6,"ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม หรือทำลายแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน หรือซากดึกดำบรรพ์ ที่อยู่ในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน หรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่กำหนด   กรณีผู้ขอต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือของกรมทรัพยากรธรณี (15 วัน) หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้ง ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   กรณีที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน   อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอภายใน 5 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบแทนใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีสั่งไม่อนุญาตใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบด้วย   กรณีผู้ขอไม่มารับใบแทนใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอสละสิทธิการเป็นผู้รับใบแทนใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ   ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า ใบแทน ไว้ที่ด้านหน้าด้วย   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3828,"95d71d63-18d7-4b32-a55a-8dae4999fb2f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบอนุญาตทำการค้าซากดึกดำบรรพ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95d6e6c1-1fed-4e45-8661-39ed9dbf2e07",30,10000,7,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการค้าซากดึกดำบรรพ์ ตามแบบ ทธ.ค.1 ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต (ทธ.ค.1)\n\n(2) ซากดึกดำบรรพ์ที่อนุญาตให้ทำการค้าได้ จะต้องมิใช่ซากดึกดำบรรพ์ที่ได้มีการขึ้นทะเบียน หรือซากดึกดำบรรพ์ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทำการค้าซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2553\n\n(3) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทำการค้าซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2553\n\n(4) กรณีเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศต้องมีหลักฐานการแจ้งนำเข้าซากดึกดำบรรพ์ (ทธ.จ.1) และบัญชีรายการซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร แนบท้ายหนังสือแจ้ง (ทธ.จ.1) ซึ่งมีรายละเอียดข้อมูลครบถ้วนตามแบบที่กำหนด ประกอบด้วย ประเภท ขนาด รูปภาพ และมาตราส่วนกำกับซากดึกดำบรรพ์ในรูปภาพ\n\n(5) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือแจ้งให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตทิ้งคำขอรับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(6) กรณีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(7) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร หรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย\n\n(8) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้ขอรับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(9) ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n\n(10) กรณีซากดึกดำบรรพ์มีจำนวนมาก หรือทำการขนย้ายไม่สะดวก จำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ ณ สถานที่จัดเก็บซากดึกดำบรรพ์ ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถสำหรับดำเนินการตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพนอกสถานที่กรมทรัพยากรธรณีเพิ่มขึ้นจำนวน 15 วัน\n\n(11) ผู้ขอต้องจัดเตรียมซากดึกดำบรรพ์ให้พร้อมต่อการตรวจสอบ และจัดเจ้าหน้าที่นำตรวจด้วย\n\n(12) การตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์และบันทึกภาพดำเนินการได้ประมาณวันละ 30 ชิ้น\n\n(13) ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n\n(14) กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต\n\n(15) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:33:09"],
    [3829,"95edb40c-9acb-4325-826a-fc340f009d24","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบอนุญาตขุดค้น เคลื่อนย้าย นำเอาไป ทำให้เสียหาย หรือทำลายแหล่ง ซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ในเขตสำรวจและศึกษาวิจัย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95eda393-ced7-45c9-b989-b0dc1e1a3975",60,1500,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารที่กำหนดในกฎกระทรวง ก่อนเริ่มดำเนินการขุดค้น เคลื่อนย้าย นำเอาไป ทำให้เสียหาย หรือทำลายแหล่งซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ในเขตสำรวจและศึกษาวิจัยไม่น้อยกว่า 60 วัน\n\n(2) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแสดงเอกสารกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือหนังสืออนุญาตจากผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย\n\n(3) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นผู้พิจารณาออกใบอนุญาต เว้นแต่ผู้ขอรับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือเคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์มาแล้วไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตครั้งหลังสุด หรือมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หรือผู้ขอรับใบอนุญาตเคยได้รับโทษในการกระทำความผิดตามมาตรา 54 มาแล้ว และพ้นโทษมาแล้วไม่ถึง 2 ปี หรือมีเหตุผลอื่นที่ไม่สมควรออกใบอนุญาตให้\n\n(4) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้งให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(5) กรณีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(6) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบอนุญาตเอกสาร หรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอรับใบอนุญาต และให้แจ้งเหตุผลดังกล่าวพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย\n\n(7) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการผู้รับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(8) การตรวจสอบสถานที่เขตสำรวจศึกษาวิจัย ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถจำนวน 15 วัน\n\n(9) ผู้ขอต้องให้ข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งพื้นที่ที่จะดำเนินการ และอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งไปทำการตรวจสอบ\n\n(10) ใบอนุญาตมีอายุตามที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีกำหนดแต่ไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n\n(11) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอาจกำหนดรายละเอียดของเงื่อนไข ที่จำเป็นไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้\n\n(12) ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n\n(13) กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต\n\n(14) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:32:24"],
    [3830,"95edc22d-5195-4ac8-81ba-15229bfa1890","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบอนุญาตเข้าไปดำเนินการในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนที่อยู่ในที่ดินของรัฐ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95edb571-6ff6-46e2-ada5-413b5b4b6bf2",60,10000,7,"(1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารที่กำหนดในกฎกระทรวง ก่อนเริ่มดำเนินการไม่น้อยกว่า 60 วัน\n\n(2) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในที่ดินของรัฐ ก่อนมาขอรับใบอนุญาต\n(3) การพิจารณาอนุญาตให้เข้าไปดำเนินการในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนที่อยู่ในที่ดินของรัฐ ให้คำนึงถึงขนาดอาณาเขต เนื้อที่ที่เหมาะสมในการเข้าไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ และจะต้องไม่มีผลกระทบต่อแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน\n\n(4) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีเป็นผู้พิจารณาออกใบอนุญาต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ เว้นแต่ผู้ขอรับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือเคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์มาแล้วไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตครั้งหลังสุด หรือมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต หรือผู้ขอรับใบอนุญาตเคยได้รับโทษในการกระทำความผิดตามมาตรา 54 มาแล้ว และพ้นโทษมาแล้วไม่ถึง 2 ปี หรือมีเหตุผลอื่นที่ไม่สมควรออกใบอนุญาตให้\n\n(5) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้งให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(6) กรณีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่น นอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(7) การตรวจสอบพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถจำนวน 15 วัน\n\n(8) ผู้ขอต้องให้ข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ที่จะดำเนินการ และอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งไปทำการตรวจสอบ\n\n(9) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร หรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอรับใบอนุญาต และให้แจ้งเหตุผลดังกล่าวพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย\n\n(10) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(11) ใบอนุญาตมีอายุตามที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีกำหนด แต่ไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n(12) ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n\n(13) กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต\n\n(14) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:34:00"],
    [3831,"95ef973c-d2b6-44c8-8817-87a7a39ecd5f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การรับเเจ้งการจัดเเสดงซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","95d6d3fd-3801-4605-bbd6-0092e564b8bd",28,0,5,"(1)ยื่นหนังสือแจ้งการจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี\n\n(2)ผู้แจ้งต้องจัดสถานที่ให้เหมาะสมแก่การเข้าชมซากดึกดำบรรพ์และต้องแสดงข้อมูลเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์แต่ละชิ้นประกอบด้วยประเภทซากดึกดำบรรพ์ รหัสประจำซากดึกดาบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน วันที่พบซากดึกดำบรรพ์ รายละเอียดเกี่ยวกับอายุ ลักษณะ รูปพรรณ สัณฐาน ขนาด น้าหนักของซากดึกดำบรรพ์ ชื่อผู้ค้นพบหรือเจ้าของหรือผู้ครอบครอง และสถานที่พบ\n\n(3) ผู้แจ้งต้องจัดทำป้ายประกาศวันเวลาเข้าชม และในกรณีมีการเรียกเก็บค่าเข้าชมต้องจัดทำป้ายประกาศอัตราค่าเข้าชมซากดึกดำบรรพ์หน้าสถานที่จัดแสดง (4) กรณีซากดึกดำบรรพ์ที่จัดแสดงอยู่ได้รับการขึ้นทะเบียนในภายหลังผู้จัดแสดงต้องดำเนินการตาม (1) (2) และ (3)\n\n(5) กรณีที่ยื่นหนังสือแจ้งจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(6) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:31:38"],
    [3832,"95efb6ba-5f7e-48c3-aabd-7a73a114ed06","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบอนุญาตส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร กรณีเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 26 หรือเป็นซากดึกดำบรรพ์ตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95edc744-c719-44db-8286-dc2992a4b1d8",60,500,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารและหลักฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี\n\n(2) บัญชีรายการพร้อมภาพถ่ายซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักร ต้องมีรายละเอียดประกอบด้วย ประเภท ขนาด รูปภาพ และมาตราส่วนกำกับซากดึกดำบรรพ์ในรูปภาพ\n\n(3) ซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 26 หรือซากดึกดำบรรพ์ตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวง ที่อนุญาตให้ หรือนำออกนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นการส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ หรือการซ่อมแซมเท่านั้น และต้องส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์นั้นกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตซึ่งต้องไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต ทั้งนี้ต้องเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ได้แจ้งการค้นพบตามมาตรา 25 หรือแจ้งการครอบครองตามมาตรา 63 ไว้แล้ว\n\n(4) กรณีมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ กลับเข้ามาภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณีก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยให้ขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 1 ปี หากมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถยื่นขอขยายระยะเวลาได้ทันตามกำหนดให้ยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เหตุสุดวิสัยนั้นสิ้นสุดลง\n\n(5) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้งให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(6) กรณีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(7) กรณีไม่สามารถนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น มาแสดง ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุผล เพื่อขอให้ทำการตรวจพิสูจน์ ณ สถานที่เก็บซากดึกดำบรรพ์\n\n(8) กรณีให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจพิสูจน์ ณ สถานที่เก็บซากดึกดำบรรพ์ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถสำหรับดำเนินการตรวจพิสูจน์ซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพนอกสถานที่กรมทรัพยากรธรณีเพิ่มขึ้นจำนวน 15 วัน\n\n(9) ผู้ขอต้องจัดเตรียมซากดึกดำบรรพ์ให้พร้อมต่อการตรวจพิสูจน์ และจัดเจ้าหน้าที่นำตรวจด้วย\n\n(10) การตรวจพิสูจน์ซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพดำเนินการได้ประมาณวันละ 30 ชิ้น\n\n(11) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร หรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอรับใบอนุญาต และให้แจ้งเหตุผลดังกล่าวพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย\n\n(12) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(13) ซากดึกดำบรรพ์ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ หรือการซ่อมแซม จะต้องมีบัตรแสดงหมายเลขในใบอนุญาตพร้อมประทับตรากรมทรัพยากรธรณี แสดงไว้กับซากดึกดำบรรพ์นั้นทุกชิ้น\n\n(14) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอาจกำหนดรายละเอียดของเงื่อนไขที่จำเป็น ไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้\n\n(15) ผู้รับใบอนุญาตต้องมีหนังสือถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีแจ้งการส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ที่ได้รับอนุญาตให้ส่ง หรือนำออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการศึกษาวิจัย การเผยแพร่ การประกอบ หรือการซ่อมแซม กลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งหรือนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง\n\n(16) กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต\n\n(17) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เข้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:33:26"],
    [3833,"95efc27d-2085-443c-ba8f-686ab1df98d3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบอนุญาตส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร กรณีเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนตามมาตรา 26","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95edc815-9fe3-4c8e-afae-9ec9faaea20b",60,500,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารและหลักฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี\n\n(2) ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักร ซึ่งประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ได้แจ้งการค้นพบตามมาตรา 25 หรือแจ้งการครอบครองตามมาตรา 63 ไว้แล้ว\n\n(3) บัญชีรายการพร้อมภาพถ่ายซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักร ต้องมีรายละเอียดประกอบด้วย ประเภท ขนาด รูปภาพ และมาตราส่วนกำกับซากดึกดำบรรพ์ในรูปภาพ\n\n(4) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้งให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(5) กรณีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(6) กรณีไม่สามารถนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นมาแสดง ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุผล เพื่อขอให้ทำการตรวจพิสูจน์ ณ สถานที่เก็บซากดึกดำบรรพ์\n\n(7) กรณีให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจพิสูจน์ ณ สถานที่เก็บซากดึกดำบรรพ์ ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถสำหรับดำเนินการตรวจพิสูจน์ซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพเพิ่มขึ้นจำนวน 15 วัน\n\n(8) ผู้ขอต้องจัดเตรียมซากดึกดำบรรพ์ให้พร้อมต่อการตรวจพิสูจน์ และจัดเจ้าหน้าที่นำตรวจด้วย\n\n(9) การตรวจพิสูจน์ซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพดำเนินการได้วันละประมาณ 30 ชิ้น\n\n(10) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร หรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอรับใบอนุญาต และให้แจ้งเหตุผลดังกล่าวพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย\n\n(11) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาตภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต และใหจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(12) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอาจกำหนดรายละเอียดของเงื่อนไข ที่จำเป็นไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้\n\n(13) กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณีพร้อมด้วยเอกสาร และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต\n\n(14) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:33:44"],
    [3834,"95efcba9-0525-4685-906a-2ef4b0bb1b92","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกหนังสือรับแจ้งการนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นเข้ามาในราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","95edcb53-c3d2-4548-8b27-716e73d3a276",30,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นหนังสือแจ้งการนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นเข้ามาในราชอาณาจักร ตามแบบ ทธ.จ.1 พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้ง (ทธ.จ.1) ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นเข้ามาในราชอาณาจักร\n\n(2) บัญชีรายการซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแนบท้ายหนังสือแจ้ง (ทธ.จ.1) ต้องมีรายละเอียดข้อมูลครบถ้วนตามแบบที่กำหนดประกอบด้วย ประเภท ขนาด รูปภาพ และมาตราส่วนกำกับซากดึกดำบรรพ์ในรูปภาพ\n\n(3) กรณีที่ยื่นหนังสือแจ้งในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(4) กรณีเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ หรือมีการแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นต้องมีหนังสือแจ้งอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือมีการแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น\n\n(5) กรณีที่ซากดึกดำบรรพ์มีจำนวนมาก หรือทำการขนย้ายไม่สะดวก จำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ ณ สถานที่จัดเก็บซากดึกดำบรรพ์ ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถสำหรับดำเนินการตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพนอกสถานที่กรมทรัพยากรธรณี จำนวน 15 วัน\n\n(6) การตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพดำเนินการได้ประมาณวันละ 30 ชิ้น\n\n(7) ผู้แจ้งต้องจัดเตรียมซากดึกดำบรรพ์ให้พร้อมต่อการตรวจสอบ และจัดเจ้าหน้าที่นำตรวจด้วย\n\n(8) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:31:18"],
    [3835,"95f09c93-e6d8-4005-8430-1edaa9de9d8f","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบอนุญาตซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง หรือทำลายซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95edc416-15d3-4cb2-abdd-74c4e33662aa",60,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารแสดงวิธีการซ่อมแซม เปลี่ยนแปลง หรือทำลายซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี\n(2) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้งให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(3) กรณีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(4) การตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนและบันทึกภาพดำเนินการได้ประมาณวันละ 30 ชิ้น\n\n(5) ผู้ขอต้องให้ข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน และอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งไปทำการตรวจสอบ\n\n(6) การตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ณ สถานที่เก็บซากดึกดำบรรพ์ ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถสำหรับดำเนินการตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพนอกสถานที่กรมทรัพยากรธรณี จำนวน 15 วัน\n\n(7) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอาจกำหนดรายละเอียดของเงื่อนไขที่จำเป็นไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้ \n\n(8) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร หรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอรับใบอนุญาต และให้แจ้งเหตุผลดังกล่าวพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย\n\n(9) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาต ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(10) ใบอนุญาตมีอายุตามที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีกำหนด แต่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n\n(11) ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n\n(12) กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต\n\n(13) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:32:38"],
    [3836,"95f0a46d-c26f-4285-9529-c52f533ba0d7","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกหนังสือรับแจ้งการส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ซึ่งไม่ใช่ซากดึกดำบรรพ์ที่พบในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","95edcc6c-33ae-4799-bb8f-2531b2ff393c",30,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นหนังสือแจ้งการนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นเข้ามาในราชอาณาจักร ตามแบบ ทธ.จ.1 พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้ง (ทธ.จ.1) ต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นเข้ามาในราชอาณาจักร\n\n(2) บัญชีรายการซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ถูกแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแนบท้ายหนังสือแจ้ง (ทธ.จ.1) ต้องมีรายละเอียดข้อมูลครบถ้วนตามแบบที่กำหนดประกอบด้วย ประเภท ขนาด รูปภาพ และมาตราส่วนกำกับซากดึกดำบรรพ์ในรูปภาพ\n\n(3) กรณีที่ยื่นหนังสือแจ้งในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(4) กรณีเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ หรือมีการแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่นต้องมีหนังสือแจ้งอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือมีการแปรสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น\n\n(5) กรณีที่ซากดึกดำบรรพ์มีจำนวนมาก หรือทำการขนย้ายไม่สะดวก จำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ ณ สถานที่จัดเก็บซากดึกดำบรรพ์ ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถสำหรับดำเนินการตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพนอกสถานที่กรมทรัพยากรธรณี จำนวน 15 วัน\n\n(6) การตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพดำเนินการได้ประมาณวันละ 30 ชิ้น\n\n(7) ผู้แจ้งต้องจัดเตรียมซากดึกดำบรรพ์ให้พร้อมต่อการตรวจสอบ และจัดเจ้าหน้าที่นำตรวจด้วย\n\n(8) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:32:06"],
    [3837,"95f0af06-149c-4ef1-9925-19f3fd9edaec","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรธรณี","การออกใบอนุญาตซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม หรือทำลายแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนหรือซากดึกดำบรรพ์ที่อยู่ในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนหรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95edcdd5-9b9e-4a3b-981d-c6de558e29ea",60,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n(1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารที่กำหนดในกฎกระทรวงข้อ 1 (1)\n\n(2) กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีเห็นว่าการขอรับใบอนุญาตจำเป็นต้องมีผู้ควบคุมการดำเนินการตามโครงการซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านซากดึกดำบรรพ์ วิศวกรรม หรือสถาปัตยกรรมเข้าร่วมดำเนินการด้วย ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญดังกล่าวเป็นผู้ควบคุมการดำเนินการตามที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีกำหนด\n\n(3) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามหนังสือแจ้งให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(4) กรณีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในช่องทางการให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่กรมทรัพยากรธรณี กรุงเทพมหานคร ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารมาถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอย่างน้อย 7 วัน\n\n(5) ผู้ขอต้องให้ข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน และอำนวยความสะดวก แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งไปทำการตรวจสอบ\n\n(6) การตรวจสอบสถานที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดสรรรถยนต์ และพนักงานขับรถ สำหรับดำเนินการตรวจสอบแหล่งซากดึกดำบรรพ์ และบันทึกภาพถ่ายเพิ่มขึ้นจำนวน 15 วัน\n\n(7) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีได้รับคำขอรับใบอนุญาต เอกสาร หรือหลักฐานที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน กรณีที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แสดงเหตุผลไว้ในคำขอรับใบอนุญาตและให้แจ้งเหตุผลดังกล่าวพร้อมด้วยสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย\n\n(8) อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีอาจกำหนดรายละเอียดของเงื่อนไขที่จำเป็นไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้\n\n(9) กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มารับใบอนุญาต ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาตให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิการเป็นผู้รับใบอนุญาต และให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ\n\n(10) ใบอนุญาตมีอายุตามที่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีกำหนด แต่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต\n\n(11) ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n\n(12) กรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต\n\n(13) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-31T19:32:54"],
    [3838,"95d8b632-5747-4837-bfcb-ff4d5e7a66bc","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำ","การขอต่ออายุสัมปทานประกอบกิจการประปา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-1693-47d4-a49c-f0566de2c1ca",90,2000,13,"ผู้รับสัมปทานต้องยื่นคำขอต่ออายุสัมปทานฯ (ระบบประปาขนาดเล็ก และระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ)ก่อนครบกำหนดอายุสัมปทานไม่น้อยกว่า 60 วัน    การประกอบกิจการประปาสัมปทาน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ  1. ระบบประปาขนาดเล็ก ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดไม่เกินสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินห้าปี  2. ระบบประปาขนาดใหญ่ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดเกินกว่าสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่น้อยกว่าสิบปีแต่ไม่เกินสามสิบปี  3. ระบบประปารูปแบบพิเศษ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกระบวนการในการผลิตน้ำประปาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตสูงและมีค่าการลงทุนสูง ไม่ว่าจะมีกำลังผลิตน้ำสูงสุดจำนวนเท่าใด เช่น กระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchanger) การเกาะหรือดูดติดผิว (Adsorption) เทคโนโลยีแผ่นเยื่อบาง (Membrane Technology) หรือกระบวนการอื่นที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำประกาศกำหนด ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินสามสิบปี      วิธีการในการยื่นคำขอ    1) กรณีจะขอต่ออายุสัมปทานประกอบกิจการประปา ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กรมทรัพยากรน้ำ    2) กรณีจะการขอต่ออายุสัมปทานประกอบกิจการประปา ในเขตจังหวัดอื่นๆต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดนั้นๆ    3) การขอต่ออายุสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดเล็ก ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-12    4) การขอต่ออายุสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และให้ยื่นเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-13               ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58   ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาเพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ 2554","2024-04-30T09:40:21"],
    [3839,"95deef82-6fef-477f-a5cc-41eef1b9f392","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำ","การขอขยายเขตสัมปทานประกอบกิจการประปา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-135a-4b9c-8699-874c20e12b66",90,1000,23,"ผู้รับสัมปทานที่ประสงค์จะขยายเขตพื้นที่ประกอบกิจการประปาเพิ่มเติมจากพื้นที่เดิมที่ได้รับสัมปทาน ต้องยื่นเรื่องแสดงความประสงค์ขอขยายเขตสัมปทานพร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา และจะขยายเขตสัมปทานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้สัมปทานเสียก่อน    การประกอบกิจการประปาสัมปทาน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ  1. ระบบประปาขนาดเล็ก ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดไม่เกินสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินห้าปี  2. ระบบประปาขนาดใหญ่ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดเกินกว่าสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่น้อยกว่าสิบปีแต่ไม่เกินสามสิบปี  3. ระบบประปารูปแบบพิเศษ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกระบวนการในการผลิตน้ำประปาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตสูงและมีค่าการลงทุนสูง ไม่ว่าจะมีกำลังผลิตน้ำสูงสุดจำนวนเท่าใด เช่น กระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchanger) การเกาะหรือดูดติดผิว (Adsorption) เทคโนโลยีแผ่นเยื่อบาง (Membrane Technology) หรือกระบวนการอื่นที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำประกาศกำหนด ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินสามสิบปี      วิธีการในการยื่นคำขอ    1) กรณีขอขยายเขตสัมปทานประกอบกิจการประปา ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ   กรมทรัพยากรน้ำ    2) กรณีขอขยายเขตสัมปทานประกอบกิจการประปา ในเขตจังหวัดอื่นๆ ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดนั้นๆ    3) การขอขยายเขตสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดเล็ก ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-22    4) การขอขยายเขตสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-23             ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58   ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาเพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ 2554","2024-04-30T09:39:03"],
    [3840,"95e49b90-8ca8-46ed-9d4d-a8789384719a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำ","การขอปรับอัตราค่าน้ำและค่ารักษามาตรวัดน้ำ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-19dd-4adb-8cc7-c96019dad425",90,0,11,"ผู้รับสัมปทานต้องเก็บค่าน้ำประปา หรือค่ารักษามาตรวัดน้ำ ไม่เกินราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานประกอบกิจการประปา แต่หากกิจการประปามีต้นทุนในการผลิตน้ำประปาเพิ่มขึ้น หรือต้นทุนค่ารักษามาตรวัดน้ำเพิ่มขึ้น ผู้รับสัมปทานสามารถขอปรับเพิ่มราคาค่าจำหน่ายน้ำ หรือค่าบำรุงรักษามาตรวัดน้ำได้  โดยยื่นเรื่องขอปรับอัตราค่าน้ำประปา หรือค่ารักษามาตรวัดน้ำจากผู้ให้สัมปทาน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบ และผู้รับสัมปทานจะปรับอัตราค่าน้ำประปา หรือค่ารักษามาตรวัดน้ำได้เมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้สัมปทาน    การประกอบกิจการประปาสัมปทาน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ  1. ระบบประปาขนาดเล็ก ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดไม่เกินสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินห้าปี  2. ระบบประปาขนาดใหญ่ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดเกินกว่าสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่น้อยกว่าสิบปีแต่ไม่เกินสามสิบปี  3. ระบบประปารูปแบบพิเศษ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกระบวนการในการผลิตน้ำประปาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตสูงและมีค่าการลงทุนสูง ไม่ว่าจะมีกำลังผลิตน้ำสูงสุดจำนวนเท่าใด เช่น กระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchanger) การเกาะหรือดูดติดผิว (Adsorption) เทคโนโลยีแผ่นเยื่อบาง (Membrane Technology) หรือกระบวนการอื่นที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำประกาศกำหนด ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินสามสิบปี    วิธีการในการยื่นคำขอ    1) กรณีขอปรับอัตราค่าน้ำและค่ารักษามาตรวัดน้ำ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กรมทรัพยากรน้ำ    2) กรณีขอปรับอัตราค่าน้ำและค่ารักษามาตรวัดน้ำ ในเขตจังหวัดอื่นๆ ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดนั้นๆ    3) การขอปรับอัตราค่าน้ำและค่ารักษามาตรวัดน้ำ ระบบประปาขนาดเล็ก ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และให้ยื่นเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ข้อ 1-10    4) การขอปรับอัตราค่าน้ำและค่ารักษามาตรวัดน้ำ ระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และให้ยื่นเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ข้อ 1-11                    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58   ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาเพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ 2554","2024-04-30T09:41:48"],
    [3841,"95e4a408-7532-41a1-9ed5-f79c737743c6","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำ","การขอรับสัมปทานประกอบกิจการประปา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-0cb4-47cc-806d-c2e4c2156ebf",90,2000,29,"ผู้ขอรับสัมปทานที่ประสงค์จะขอรับพื้นที่ประกอบกิจการประปาเพิ่มเติมจากพื้นที่เดิมที่ได้รับสัมปทาน ต้องยื่นเรื่องแสดงความประสงค์ขอรับสัมปทานพร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา และจะขอรับสัมปทานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้สัมปทานเสียก่อน    การประกอบกิจการประปาสัมปทาน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ  1. ระบบประปาขนาดเล็ก ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดไม่เกินสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินห้าปี  2. ระบบประปาขนาดใหญ่ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดเกินกว่าสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่น้อยกว่าสิบปีแต่ไม่เกินสามสิบปี  3. ระบบประปารูปแบบพิเศษ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกระบวนการในการผลิตน้ำประปาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตสูงและมีค่าการลงทุนสูง ไม่ว่าจะมีกำลังผลิตน้ำสูงสุดจำนวนเท่าใด เช่น กระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchanger) การเกาะหรือดูดติดผิว (Adsorption) เทคโนโลยีแผ่นเยื่อบาง (Membrane Technology) หรือกระบวนการอื่นที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำประกาศกำหนด ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินสามสิบปี      วิธีการในการยื่นคำขอ    1) กรณีขอรับสัมปทานประกอบกิจการประปา ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ   กรมทรัพยากรน้ำ    2) กรณีขอรับสัมปทานประกอบกิจการประปา ในเขตจังหวัดอื่นๆ ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดนั้นๆ    3) การขอรับสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดเล็ก ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-27    4) การขอรับสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-29             ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว          กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58   ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาเพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ 2554","2024-04-30T09:42:30"],
    [3842,"95e4b95d-5daa-4b6d-908a-3910f3be76ce","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำ","การขออนุญาตจำหน่ายน้ำประปา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-0fc0-4463-a3b2-a6be94836bca",60,0,4,"ผู้รับสัมปทานที่ประสงค์จะขออนุญาตจำหน่ายน้ำประปา ต้องยื่นเรื่องแสดงความประสงค์ขออนุญาตจำหน่ายน้ำประปาพร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา และจะจำหน่ายน้ำประปาได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเสียก่อน    วิธีการในการยื่นคำขอ    1) กรณีขออนุญาตจำหน่ายน้ำประปา ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ   กรมทรัพยากรน้ำ    2) กรณีขออนุญาตจำหน่ายน้ำประปา ในเขตจังหวัดอื่นๆ ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดนั้นๆ    3) การขออนุญาตจำหน่ายน้ำประปา ระบบประปาขนาดเล็ก ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-4    4) การขออนุญาตจำหน่ายน้ำประปา ระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-4             ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58   ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาเพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ 2554","2024-04-30T09:42:53"],
    [3843,"95e4be67-c03c-4809-a572-6951920b6120","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำ","การขอเพิ่มกำลังการผลิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-1cdb-42ac-af0c-13408955d444",90,0,29,"เมื่อผู้รับสัมปทานดำเนินกิจการประปา และจำหน่ายน้ำประปาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ต่อมามีผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้นจนระบบผลิตน้ำประปาไม่สามารถรองรับกับปริมาณการใช้น้ำประปาที่เพิ่มขึ้นได้ ผู้รับสัมปทานจะต้องดำเนินการขออนุญาตเพิ่มกำลังการผลิตต่อผู้ให้สัมปทาน เพื่อให้เพียงพอต่อการให้บริการ ผู้รับสัมปทานต้องยื่นเรื่องแสดงความประสงค์ขออนุญาตเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปา และเมื่อยื่นเรื่องแล้วต้องเก็บตัวอย่างน้ำร่วมกับเจ้าหน้าที่ของจังหวัด (ในเขตต่างจังหวัด) หรือกรมทรัพยากรน้ำ (ในเขตกรุงเทพมหานคร) ส่งตรวจวิเคราะห์ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาที่กระทรวงฯ กำหนดให้ใช้เกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกรมอนามัย เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้    วิธีการในการยื่นคำขอ    1) กรณีจะขอเพิ่มกำลังการผลิตประปา ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กรมทรัพยากรน้ำ    2) กรณีจะการขอเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปา ในเขตจังหวัดอื่นๆ ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดนั้นๆ    3) การขอเพิ่มกำลังการผลิต ระบบประปาขนาดเล็ก ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐและให้ยื่นเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-27    4) การขอเพิ่มกำลังการผลิต ระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐและให้ยื่นเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-29                    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58   ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาเพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ 2554","2024-04-30T09:43:56"],
    [3844,"95e4d9d7-43e4-4d60-adc5-07ef7d349a74","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำ","การขอโอนสัมปทานประกอบกิจการประปา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-2034-4b90-b9f7-d81b86dc70e8",90,1000,20,"การขอโอนสัมปทานประกอบกิจการประปาจากผู้รับสัมปทานไปให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่น สามารถดำเนินการได้โดยยื่นเรื่องแสดงความประสงค์ขอโอนสัมปทาน พร้อมระบุชื่อผู้รับโอน และแนบเอกสารหลักฐานประกอบการขอโอนฯ โดยการขอโอนสัมปทานจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้สัมปทาน    การประกอบกิจการประปาสัมปทาน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ  1. ระบบประปาขนาดเล็ก ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดไม่เกินสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินห้าปี  2. ระบบประปาขนาดใหญ่ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกำลังการผลิตน้ำสูงสุดเกินกว่าสามพันลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้มีอายุสัมปทานไม่น้อยกว่าสิบปีแต่ไม่เกินสามสิบปี  3. ระบบประปารูปแบบพิเศษ ได้แก่ กิจการประปาที่มีกระบวนการในการผลิตน้ำประปาที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตสูงและมีค่าการลงทุนสูง ไม่ว่าจะมีกำลังผลิตน้ำสูงสุดจำนวนเท่าใด เช่น กระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchanger) การเกาะหรือดูดติดผิว (Adsorption) เทคโนโลยีแผ่นเยื่อบาง (Membrane Technology) หรือกระบวนการอื่นที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำประกาศกำหนด ให้มีอายุสัมปทานไม่เกินสามสิบปี    วิธีการในการยื่นคำขอ    1) กรณีจะขอโอนสัมปทานประกอบกิจการประปา  ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ กรมทรัพยากรน้ำ    2) กรณีจะการขอโอนสัมปทานประกอบกิจการประปา  ในเขตจังหวัดอื่นๆ ต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดนั้นๆ    3) การขอโอนสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดเล็ก ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และให้ยื่นเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-16    4) การขอโอนสัมปทานประกอบกิจการประปา ระบบประปาขนาดใหญ่และระบบประปารูปแบบพิเศษ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนที่ออกโดยภาครัฐ และให้ยื่นเอกสารอื่น ๆ สำหรับยื่นเพิ่มเติม ตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบ ข้อ 1-20                   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง       ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58   ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานประกอบกิจการประปาเพื่อความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน พ.ศ 2554","2024-04-30T09:43:24"],
    [3845,"94e56e11-80f6-4649-af14-5b0efdad5e68","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล กรณีไม่เสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-2731-4a8c-ae34-2a83a6d29bbc",2,10,7,"1. หลักเกณฑ์            1) หากมีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับใบอนุญาตที่มิใช่การโอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 การแก้ไขรายละเอียดที่อยู่ของสถานที่ประกอบกิจการน้ำบาดาลที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ หรือผู้รับใบอนุญาตต้องการขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เช่น แก้ไขวัตถุประสงค์การเจาะน้ำบาดาล แก้ไขความลึกของบ่อน้ำบาดาล แก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาล แก้ไขประเภทการใช้น้ำบาดาล และแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอแก้ไขใบอนุญาต ตามแบบ นบ./21 ต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้น ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอแก้ไขใบอนุญาตต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) ในพื้นที่ที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ            2) เมื่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ได้รับคำขอแล้ว จะต้องดำเนินการตรวจสอบคำขอ และเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน    2. เงื่อนไข              1)  ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              - คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 100 มิลลิเมตร รวมทั้งบ่อน้ำบาดาลแบบบ่อวงทุกขนาดด้วย หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลในใบอนุญาตรวมแล้วไม่เกินกว่าวันละ 100 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินกว่าเดือนละ 3,100 ลูกบาศก์เมตร) ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (เขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร : ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล และ 6 จังหวัดในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล : ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน เสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดี (เขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร : ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล และ 6 จังหวัดในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล : ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต              2)  นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล               2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                      - คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 100 มิลลิเมตร หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลในใบอนุญาตรวมแล้วไม่เกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินกว่าเดือนละ 310 ลูกบาศก์เมตร) ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน เสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดี (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) เพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต                      - คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลในใบอนุญาตรวมแล้วเกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 310 ลูกบาศก์เมตร) แต่ไม่เกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินกว่าเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร) ให้พนักงาน  น้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน เสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดี (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต                   2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                     - คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 125 มิลลิเมตร หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลในใบอนุญาตรวมแล้วไม่เกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินกว่าเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร) ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน เสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดี (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต               3)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3846,"94e56e11-8917-4041-9586-e8d27213b4fc","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การเลิกใช้น้ำบาดาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-3107-4f0c-8ce6-d5391cc4d70e",2,0,4,"1. หลักเกณฑ์                หากผู้รับใบอนุญาตผู้ใดมีความประสงค์จะเลิกกิจการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องแจ้งการเลิกกิจการเป็นหนังสือให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้นทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่เลิกกิจการและให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่วันเลิกกิจการ ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งการเลิกกิจการต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) ในพื้นที่ที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่ ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวต้องจัดการรื้อ ถอน อุด หรือกลบหลุมบ่อ หรือสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับกิจการน้ำบาดาลที่พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อแหล่งน้ำบาดาล ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่       2. เงื่อนไข    1) ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              - ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือแจ้งเลิกกิจการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (เขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร : ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล และ 6 จังหวัดในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล : ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) ทราบ และให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาล ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ    2) นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                       - ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือเลิกกิจการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) ทราบ สำหรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลที่นายกเทศมนตรีหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ๆ เป็นผู้ออกใบอนุญาต และให้นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาล ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ                       - ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือเลิกกิจการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) ทราบ สำหรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นผู้ออกใบอนุญาต และให้ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาล ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ              2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                       ผู้รับใบอนุญาตยื่นหนังสือเลิกประกอบกิจการให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) ทราบ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาล ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ    3) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3847,"94e56e11-8bfd-4145-92f9-5708140c765c","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การขอโอนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-3497-42da-93a2-ed837b5e5a6a",2,1000,6,"1. หลักเกณฑ์        1) หากผู้รับใบอนุญาตผู้ใดมีความประสงค์จะขอโอนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล ให้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาต ตามแบบ นบ./15 ต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้น ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอโอนใบอนุญาตต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) ในพื้นที่ที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานและให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขอตามอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตที่ขอโอนใบอนุญาตจะต้องไม่มีหนี้ค่าใช้น้ำบาดาลหรือค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลค้างชำระ หากปรากฏว่าผู้ขอโอนใบอนุญาตยังไม่ได้ชำระค่าใช้น้ำบาดาลหรือค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลที่ค้างชำระดังกล่าว ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ดำเนินการเรียกชำระให้เสร็จสิ้นเสียก่อน กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอโอนใบอนุญาต ไม่ชำระค่าใช้น้ำบาดาลหรือค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลที่ค้างชำระ ให้ผู้ออกใบอนุญาตถือเป็นสาเหตุการไม่อนุญาตให้โอนใบอนุญาตก็ได้ และหากการขอโอนใบอนุญาตในระหว่างที่ยังไม่ถึงงวดที่ชำระค่าใช้น้ำบาดาลหรือค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล ให้ถือว่ามีหนี้ค้างชำระจนถึงวันยื่นคำขอโอนใบอนุญาต        2) เมื่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ได้รับคำขอแล้ว ต้องดำเนินการตรวจสอบคำขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน    2. เงื่อนไข         1)  ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล                   - คำขอโอนใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล หรือคำขอโอนใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (เขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร : ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล และ 6 จังหวัดในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล : ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาต (เขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร : ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล และ 6 จังหวัดในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล : ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) พิจารณา        2) นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                       - คำขอโอนใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 100 มิลลิเมตร หรือคำขอโอนใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่มีปริมาณน้ำบาดาลไม่เกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินกว่าเดือนละ 310 ลูกบาศก์เมตร)  ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาต (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) พิจารณา                        - คำขอโอนใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือคำขอโอนใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่มีปริมาณน้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 310 ลูกบาศก์เมตร)  ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาต (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) พิจารณา              2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                       - คำขอโอนใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล หรือคำขอโอนใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด)  เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาต (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) พิจารณา         3) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอนโดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3848,"94e56e11-8ed4-489f-9b99-5390ebc9aafb","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การแก้ไขใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล กรณีเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-3805-41c4-81bb-e46a6adfe95f",17,10,8,"1. หลักเกณฑ์      1) หากมีการขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาล หรือแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอแก้ไขใบอนุญาต ตามแบบ นบ./21 ต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้น ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอแก้ไขใบอนุญาตต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ในพื้นที่ที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ      2) เมื่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ได้รับคำขอแล้ว จะต้องดำเนินการตรวจสอบคำขอ และเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน    2. เงื่อนไข          1)  ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล                   -  คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลที่มิใช่บ่อน้ำบาดาลแบบบ่อวง ให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละ 100 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 3,100 ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไป หรือขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลจากเดิมที่เกินกว่าวันละ 100 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 3,100 ลูกบาศก์เมตร) ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละ 100 ลูกบาศก์เมตร (น้อยกว่าเดือนละ 3,100 ลูกบาศก์เมตร) ให้ส่งคำขอ พร้อมเอกสารหรือหลักฐาน ให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต           2)  นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล               2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                      2.1.1) คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 125 มิลลิเมตรถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 200 มิลลิเมตร หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร) แต่ไม่เกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร) หรือขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล จากเดิมไม่เกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร) ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (น้อยกว่าเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร) ให้ส่งคำขอ พร้อมเอกสารหรือหลักฐาน ให้คณะอนุกรรมการเขตพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต                          2.1.2) คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 200 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร)  หรือขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล จากเดิมที่เกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร) ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (น้อยกว่าเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร) ให้ส่งคำขอ พร้อมเอกสารหรือหลักฐาน ให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต                    2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                                       2.2.1) คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 125 มิลลิเมตรถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 200 มิลลิเมตร หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร) แต่ไม่เกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร) หรือขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล จากเดิมไม่เกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร) ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร (น้อยกว่าเดือนละ 9,300 ลูกบาศก์เมตร)ให้ส่งคำขอ พร้อมเอกสารหรือหลักฐาน ให้คณะอนุกรรมการเขตพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต                       2.2.2) คำขอแก้ไขใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขขนาดบ่อน้ำบาดาลให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 200 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือคำขอแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่ขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้มีจำนวนเกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร) หรือขอแก้ไขปริมาณการใช้น้ำบาดาล จากเดิมที่เกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร) ให้มีจำนวนน้อยกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร (น้อยกว่าเดือนละ 24,800 ลูกบาศก์เมตร)ให้ส่งคำขอ พร้อมเอกสารหรือหลักฐาน ให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีเพื่ออนุญาต หรือไม่อนุญาตให้แก้ไขใบอนุญาต               3)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3849,"94e56e11-91f1-4164-8042-37c2e473fc2a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล กรณีเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-3bcc-43f4-84de-4d2e6434367d",18,1000,5,"1. หลักเกณฑ์        1)  ผู้ใดที่มีความประสงค์จะเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาลต้องได้รับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ดังนั้น การเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาลเพื่ออุปโภคหรือบริโภค หรือเพื่อธุรกิจ หรือเพื่อเกษตรกรรม ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาลต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้นๆ ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ในพื้นที่ที่จะเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) ทั้งนี้ ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลที่สามารถเชื่อมต่อระบบประปาของการประปานครหลวงหรือการประปาส่วนภูมิภาคได้ จะไม่อนุญาตให้เจาะน้ำบาดาลและไม่อนุญาตให้ใช้น้ำบาดาล ยกเว้นการใช้น้ำบาดาลเพื่อเป็นวัตถุดิบและในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำประปา ผ่อนผันให้ใช้น้ำบาดาลได้โดยอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลร่วมกับน้ำประปาตามสัดส่วนการใช้น้ำของประเภทอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ และนอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลที่สามารถเชื่อมต่อระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาคได้ อนุญาตให้เจาะน้ำบาดาล และอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดิน ตามความจำเป็นและเหมาะสม        2)  ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติม หรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งภายใน 15 วัน ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตทิ้งคำขอและให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่สั่งจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    2.  เงื่อนไข    1) ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              - คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือใช้น้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 100 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐานให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา              2) นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล                 2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                       2.1.1) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 125 มิลลิเมตร ถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 200 มิลลิเมตร หรือใช้น้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร แต่ไม่เกินวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐานให้คณะอนุกรรมการเขตพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา                       2.1.2) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 200 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือใช้น้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐานให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา               2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                       2.2.1) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 125 มิลลิเมตร ถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 200 มิลลิเมตร หรือใช้น้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร แต่ไม่เกินวันละ 800 ลูกบาศก์เมตร  ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐานให้คณะอนุกรรมการเขตพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา                       2.2.2) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 200 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือใช้น้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 800 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐานให้คณะอนุกรรมการในส่วนกลางพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา     3)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3850,"94e56e11-94e1-498c-a041-df7ed11c113f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล กรณีไม่เสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-3f5d-430d-affc-ea342f368fea",3,1000,5,"1. หลักเกณฑ์         1) ผู้ใดที่มีความประสงค์จะเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาลต้องได้รับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ดังนั้น การเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาลเพื่ออุปโภคหรือบริโภค หรือเพื่อธุรกิจ หรือเพื่อเกษตรกรรม ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเจาะ  น้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาลต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้นๆ ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ในพื้นที่ที่จะเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) ทั้งนี้ ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลที่สามารถเชื่อมต่อระบบประปาของการประปานครหลวงหรือการประปาส่วนภูมิภาคได้ จะไม่อนุญาตให้เจาะน้ำบาดาลและไม่อนุญาตให้ใช้น้ำบาดาล ยกเว้นการใช้น้ำบาดาลเพื่อเป็นวัตถุดิบและในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำประปา ผ่อนผันให้ใช้น้ำบาดาลได้โดยอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลร่วมกับน้ำประปาตามสัดส่วนการใช้น้ำของประเภทอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ และนอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลที่สามารถเชื่อมต่อระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาคได้ อนุญาตให้เจาะน้ำบาดาล  และอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดิน ตามความจำเป็นและเหมาะสม        2) ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติม หรือยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน หากผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งภายใน 15 วัน ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตทิ้งคำขอและให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่สั่งจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ    2. เงื่อนไข        1) ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล          -  คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 100 มิลลิเมตร หรือใช้น้ำบาดาลไม่เกินวันละ 100 ลูกบาศก์เมตร ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็นพร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา        2) นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล           2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                       2.1.1) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 100 มิลลิเมตร หรือใช้น้ำบาดาลไม่เกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล)                       2.1.2) คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร หรือใช้น้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร และไม่เกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา              2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                       - คำขอรับใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 125 มิลลิเมตร หรือใช้น้ำบาดาลไม่เกินกว่าวันละ 300 ลูกบาศก์เมตร ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา      3)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3851,"94e56e11-7e89-4e69-a434-2f6b1d9ca8d3","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การตรวจสอบคุณภาพน้ำตาม พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-23a7-427b-9da1-225b7ea91886",19,1200,1,"1. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในทางวิชาการสำหรับการป้องกันด้านสาธารณสุขและการป้องกันในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ. 2551 ตามข้อ 3 คุณภาพของน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้ ดังนี้      (1)น้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคต้องเป็นน้ำที่ได้ผ่านการวิเคราะห์คุณลักษณะจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือส่วนราชการอื่น หรือองค์การของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์คุณลักษณะของน้ำ หรือสถาบันที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้ความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลกำหนด      2. ประกาศกรมทรัพยากรธรณี ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเก็บตัวอย่างน้ำบาดาล      (1) ให้ผู้ประกอบกิจการน้ำบาดาล เป็นผู้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำ    (2)การเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อน้ำบาดาลที่เจาะใหม่ ให้เก็บในขณะทำการทดสอบปริมาณน้ำ โดยเก็บก่อนทำการหยุดสูบประมาณ 15 นาที    (3)การเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อน้ำบาดาลที่ได้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลแล้ว ให้เก็บหลังจากการเริ่มสูบน้ำใช้ในวันที่จะเก็บตัวอย่างน้ำไปแล้วไม่น้อยกว่า 15 นาที    (4)ภาชนะที่จะใส่ตัวอย่างน้ำ ต้องเป็นขวดแก้ว หรือขวดพลาสติกที่สะอาด และจะต้องล้างทั้งขวดและฝาด้วยน้ำที่จะบรรจุเสียก่อนประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วจึงบรรจุตัวอย่างน้ำให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น แล้วรีบนำส่งวิเคราะห์ทันที    (5) ปริมาณน้ำตัวอย่างที่เก็บจะต้องไม่น้อยกว่า 1.5 ลิตร      3. เมื่อเก็บตัวอย่างน้ำเรียบร้อยแล้ว ให้กรอกข้อความต่อไปนี้ไว้ข้างขวด     (1)หมายเลขบ่อตามใบอนุญาต..........................................     (2)สถานที่ตั้งบ่อ.................................................................     (3)ความลึกของบ่อ.............................................................     (4)ชื่อผู้เก็บตัวอย่างน้ำ.......................................................     (5)วันที่เก็บตัวอย่างน้ำ......................................................     (6)สารเคมีที่เติม................................................................    เงื่อนไขการพิจารณาการตรวจสอบคุณภาพน้ำตามพ.ร.บ.น้ำบาดาล 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม    1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและตัวอย่างน้ำครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  2. ในพื้นที่นอกเขตกรุงเทพมหานคร พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจัดส่งตัวอย่างน้ำมายังกองวิเคราะห์น้ำบาดาล ทุกๆวันพุธ  3. ในพื้นที่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ จะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ได้รับน้ำตัวอย่างตามวันที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:10"],
    [3852,"94e56e11-83a7-4076-be9d-29ad64f8f637","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-2a86-4f2d-b03b-a06e835aac00",2,500,2,"1. หลักเกณฑ์         1) ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งและยื่นคำขอรับใบแทนต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้น ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบการสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว ตามแบบ นบ./16 ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) ในพื้นที่ที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานและให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต และค่าคัดสำเนาหรือค่าถ่ายเอกสารตามอัตราที่กำหนดต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่นั้น และในกรณีใบอนุญาตถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้แสดงใบอนุญาตที่ถูกทำลายประกอบด้วย          2) เมื่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ได้รับคำขอแล้ว ต้องดำเนินการตรวจสอบคำขอ และเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน    2.  เงื่อนไข          1) ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              - คำขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (เขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร : ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล และ 6 จังหวัดในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล : ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เป็นผู้ออกใบแทน          2) นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                       - คำขอรับใบแทนใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 100 มิลลิเมตร หรือคำขอรับใบแทนใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่มีปริมาณน้ำบาดาลไม่เกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร (ไม่เกินกว่าเดือนละ 310 ลูกบาศก์เมตร) ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) เป็นผู้ออกใบแทน                       - คำขอรับใบแทนใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือคำขอรับใบแทนใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่มีปริมาณน้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร (เกินกว่าเดือนละ 310 ลูกบาศก์เมตร) ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เป็นผู้ออกใบแทน              2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                        - คำขอรับใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) เป็นผู้ออกใบแทน          3) ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3853,"94e56e11-866a-4104-bc31-718bc6b8a618","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมทรัพยากรน้ำบาดาล","การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-2dbc-4697-a610-8a26417abd7d",2,1000,4,"1. หลักเกณฑ์              1) ผู้รับใบอนุญาตที่มีความประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาลให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ตามแบบ นบ.2 ต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาลจังหวัดนั้น ยกเว้น จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา) ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ในพื้นที่ที่จะเจาะน้ำบาดาลหรือในพื้นที่ที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่ (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล) พร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ กรณีการต่ออายุใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลในบ่อน้ำบาดาลเดิม ผู้รับใบอนุญาตไม่ต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล           2) เมื่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ได้รับคำขอแล้ว ต้องดำเนินการตรวจสอบคำขอ และเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน    2. เงื่อนไข           1) ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล              - คำขอต่ออายุใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล หรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา           2) นอกเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล                2.1) จังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา)                       - คำขอต่ออายุใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 100 มิลลิเมตร หรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่มีปริมาณน้ำบาดาลไม่เกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตรให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา (นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล)                       - คำขอต่ออายุใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไป หรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ที่มีปริมาณน้ำบาดาลเกินกว่าวันละ 10 ลูกบาศก์เมตร ให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา                 2.2) จังหวัดที่ไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                       - คำขอต่ออายุใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล หรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลให้พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่เสนอความเห็น พร้อมทั้งคำขอ เอกสารหรือหลักฐาน ให้ผู้ออกใบอนุญาตพิจารณา              3)  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่พนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การดำเนินการตามระยะเวลาของคู่มือ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในแต่ละขั้นตอน โดยการดำเนินการต้องไม่เกินกว่าระยะเวลารวมของคู่มือ","2021-11-17T13:39:10"],
    [3854,"94e56e11-d191-4f99-9125-d64bcd2f0c38","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ตามมาตรา 16) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-a435-4445-9c62-7a6022c9dd85",262,50,21,"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 และพระราชกฤษฎีกาโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงอำนาจหน้าที่และกิจการ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2546 อธิบดีกรมป่าไม้โดยอนุมัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13/8 (3) และมาตรา 16 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ   ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ออกระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2563        คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 13/2 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 พิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 13/8 (2) โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบข้อมูล/ข้อเท็จจริง เอกสารประกอบ แผนที่ให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ กฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรี ก่อนเสนอคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-21T10:25:02"],
    [3855,"94e56e11-d3f7-47b5-ba4c-05ea00dddb09","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การอนุญาตให้ทำการปลูกสร้างสวนป่าหรือปลูกไม้ยืนต้นภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ตามมาตรา 20) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-a777-4ab8-bfe9-aa866c1d00df",230,100,12,"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 และพระราชกฤษฎีกาโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงอำนาจหน้าที่และกิจการ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2546 อธิบดีกรมป่าไม้โดยอนุมัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13/8 (3) และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ออกระเบียบ คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการปลูกสร้างสวนป่าหรือปลูกไม้ยืนต้นภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2563    คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 13/2แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 พิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 13/8(2) โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบข้อมูล/ข้อเท็จจริง เอกสารประกอบ แผนที่ให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบ กฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรี ก่อนเสนอคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-03-21T10:25:33"],
    [3856,"96254225-014b-409f-a7b3-004e4ccb2f5a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-422d-43f4-bc4b-3d9f9bcf9725",1,10,5,"ผู้ใดนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ ต้องมีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วยตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งไม้ที่ขอออกใบเบิกทางจะต้องเป็นไม้ในกรณีดังนี้                1 นำไม้หรือของป่าที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำหรือเก็บออกจากสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไปถึงสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตแล้ว                2 นำไม้ที่ทำโดยไม่ต้องรับอนุญาตออกไปถึงด่านป่าไม้แรกแล้ว      3 นำไม้หรือของป่าเข้ามาในราชอาณาจักร ไปถึงด่านศุลกากรหรือด่านตรวจศุลกากรที่นำเข้ามาแล้ว                4 นำไม้หรือของป่าที่รับซื้อจากทางราชการป่าไม้ ไปจากที่ที่ไม้หรือของป่านั้นอยู่      เป็นการปฏิบัติตามมาตรา 38 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484      หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา     71 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484      ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:39:50"],
    [3857,"962728bb-c66e-467e-9c21-02d9d3ea80ad","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกหนังสือรับรองไม้  (กรณียื่นคำขอในเขตกรุงเทพมหานคร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-0323-4d08-b51c-8b39737dc7c0",16,0,8,"กรมป่าไม้ได้ออกระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองไม้ พ.ศ.2563 เพื่อประโยชน์ในการจำแนกแหล่งที่มาของไม้ สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของไม้ เพื่อนำไม้ไปใช้สอยส่วนตัวหรือจำหน่ายให้บุคคลอื่น สำหรับไม้ที่ขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี","2024-04-30T10:17:39"],
    [3858,"96273269-c2d7-40a0-83ff-6d8f399a89b0","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกหนังสือรับรองไม้  (กรณียื่นคำขอในส่วนภูมิภาค) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-05f2-4a67-b10d-0cfccd98d4af",16,0,8,"กรมป่าไม้ได้ออกระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองไม้ พ.ศ.2563 เพื่อประโยชน์ในการจำแนกแหล่งที่มาของไม้ สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของไม้ เพื่อนำไม้ไปใช้สอยส่วนตัวหรือจำหน่ายให้บุคคลอื่น สำหรับไม้ที่ขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี","2024-04-30T10:17:58"],
    [3859,"96254f24-55f3-4ad6-9477-e4fde4d390fd","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่เข้าเขตด่านป่าไม้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-7ecc-450a-8ab2-1bc6bf47f02d",1,10,4,"พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484  ผู้ใดนำไม้หรือของป่าเข้าเขตด่านป่าไม้ ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านป่าไม้นั้น โดยแสดงใบเบิกทางกำกับไม้หรือของป่า หรือหนังสือกำกับไม้แปรรูปที่นำมานั้น แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดห้าวันนับแต่วันที่เข้าเขตด่าน ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 โดยเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและอนุญาตเป็นหนังสือให้ผ่านด่านได้แล้ว จึงให้นำไม้หรือของป่านั้นไปได้ ซึ่งการอนุญาตนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยมิชักช้า  หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484  ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:46:02"],
    [3860,"9625543b-25f5-41e0-b65a-e17907884446","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกใบอนุญาตให้นำไม้หวงห้ามฯ ที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้  เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัด ในเขตกรุงเทพมหานคร (กรณียังไม่ได้ทำการรื้อถอน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-456c-472f-8a43-25d7f617fa3f",26,0,17,"1) การนำไม้หวงห้าม หรือ นำไม้ที่มีชื่อหรือชนิดที่ตรงกับไม้หวงห้ามที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (ไม้อื่นที่ไม่ใช่ไม้สัก) และไม่น้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะไม้สัก) และพ้นจากสภาพการเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้แล้วเคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างหรือที่ประกอบเครื่องใช้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการเคลื่อนย้าย โดยสำหรับท้องที่กรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมป่าไม้ สำหรับท้องที่จังหวัดอื่นให้ยื่น ณ จังหวัดที่ซึ่งเป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นที่ประกอบเครื่องใช้นั้น  2) กรณีเอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบถ้วน และไม่ดำเนินการจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามกำหนด ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก  3) ผู้ขออนุญาตต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  4) กรณีใบอนุญาตหมดอายุก่อนถึงจุดหมายปลายทางและประสงค์จะนำเคลื่อนย้ายต่อไป ให้ผู้ขออนุญาตแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาตต่อจังหวัดท้องที่ที่ใบอนุญาตนั้นหมดอายุ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ใบอนุญาตนั้นหมด พร้อมหลักฐานใบอนุญาตฉบับเดิมและเหตุผลความจำเป็น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตและไม้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันที่รับแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาต  5) หากมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะให้ผู้ขออนุญาตแจ้งต่อจังหวัดท้องที่ที่ไม้นั้นอยู่ นับแต่วันที่ทราบเหตุ  6) เมื่อไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาตแล้วให้ผู้รับอนุญาตแจ้งจังหวัดท้องที่ สำหรับกรุงเทพมหานคร แจ้งต่อกรมป่าไม้ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาต","2024-04-30T10:40:23"],
    [3861,"9625583c-48d7-4c00-92ac-d38d0daf2ee4","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกใบอนุญาตให้นำไม้หวงห้ามฯ ที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้ เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัด ในเขตกรุงเทพมหานคร (กรณีทำการรื้อถอนแล้ว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-48e6-4c72-b8b7-334ed457d4f9",16,0,17,"1) การนำไม้หวงห้าม หรือ นำไม้ที่มีชื่อหรือชนิดที่ตรงกับไม้หวงห้ามที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (ไม้อื่นที่ไม่ใช่ไม้สัก) และ ไม่น้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะไม้สัก) และพ้นจากสภาพการเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้แล้วเคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างหรือที่ประกอบเครื่องใช้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการเคลื่อนย้าย โดยสำหรับท้องที่กรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมป่าไม้ สำหรับท้องที่จังหวัดอื่นให้ยื่น ณ จังหวัดที่ซึ่งเป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นที่ประกอบเครื่องใช้นั้น    2) กรณีเอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบถ้วน และไม่ดำเนินการจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามกำหนด ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก    3) ผู้ขออนุญาตต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    4) กรณีใบอนุญาตหมดอายุก่อนถึงจุดหมายปลายทางและประสงค์จะนำเคลื่อนย้ายต่อไป ให้ผู้ขออนุญาตแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาตต่อจังหวัดท้องที่ที่ใบอนุญาตนั้นหมดอายุ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ใบอนุญาตนั้นหมด พร้อมหลักฐานใบอนุญาตฉบับเดิมและเหตุผลความจำเป็น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตและไม้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันที่รับแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาต    5) หากมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะให้ผู้ขออนุญาตแจ้งต่อจังหวัดท้องที่ที่ไม้นั้นอยู่ นับแต่วันที่ทราบเหตุ    6) เมื่อไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาตแล้วให้ผู้รับอนุญาตแจ้งจังหวัดท้องที่ สำหรับกรุงเทพมหานคร แจ้งต่อกรมป่าไม้ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาต","2024-04-30T10:18:51"],
    [3862,"9626f867-3591-486f-9be4-1eff8243a555","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกใบอนุญาตให้นำไม้หวงห้ามฯ ที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้ เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัด (กรณีทำการรื้อถอนแล้ว) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-f1a1-4048-9eee-3022ad038a78",49,0,17,"1) การนำไม้หวงห้าม หรือ นำไม้ที่มีชื่อหรือชนิดที่ตรงกับไม้หวงห้ามที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (ไม้อื่นที่ไม่ใช่ไม้สัก) และ ไม่น้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะไม้สัก) และพ้นจากสภาพการเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้แล้วเคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างหรือที่ประกอบเครื่องใช้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการเคลื่อนย้าย โดยสำหรับท้องที่กรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมป่าไม้ สำหรับท้องที่จังหวัดอื่นให้ยื่น ณ จังหวัดที่ซึ่งเป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นที่ประกอบเครื่องใช้นั้น    2) กรณีเอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบถ้วน และไม่ดำเนินการจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามกำหนด ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก    3) ผู้ขออนุญาตต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    4) กรณีใบอนุญาตหมดอายุก่อนถึงจุดหมายปลายทางและประสงค์จะนำเคลื่อนย้ายต่อไป ให้ผู้ขออนุญาตแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาตต่อจังหวัดท้องที่ที่ใบอนุญาตนั้นหมดอายุ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ใบอนุญาตนั้นหมด พร้อมหลักฐานใบอนุญาตฉบับเดิมและเหตุผลความจำเป็น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตและไม้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันที่รับแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาต    5) หากมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะให้ผู้ขออนุญาตแจ้งต่อจังหวัดท้องที่ที่ไม้นั้นอยู่ นับแต่วันที่ทราบเหตุ    6) เมื่อไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาตแล้วให้ผู้รับอนุญาตแจ้งจังหวัดท้องที่ สำหรับกรุงเทพมหานคร แจ้งต่อกรมป่าไม้ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาต","2024-04-30T10:19:20"],
    [3863,"96270f53-6464-47fa-9fbe-9843d08c5b5a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกใบอนุญาตให้นำไม้หวงห้ามฯ ที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้  เคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัด (กรณียังไม่ได้ทำการรื้อถอน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-ee91-4219-92f2-52a889def667",59,0,17,"1) การนำไม้หวงห้าม หรือ นำไม้ที่มีชื่อหรือชนิดที่ตรงกับไม้หวงห้ามที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (ไม้อื่นที่ไม่ใช่ไม้สัก) และ ไม่น้อยกว่า 10 ปี (เฉพาะไม้สัก) และพ้นจากสภาพการเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้แล้วเคลื่อนย้ายออกนอกเขตจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างหรือที่ประกอบเครื่องใช้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการเคลื่อนย้าย โดยสำหรับท้องที่กรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมป่าไม้ สำหรับท้องที่จังหวัดอื่นให้ยื่น ณ จังหวัดที่ซึ่งเป็นที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นที่ประกอบเครื่องใช้นั้น    2) กรณีเอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอไม่ครบถ้วน และไม่ดำเนินการจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมตามกำหนด ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก    3) ผู้ขออนุญาตต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือ เครื่องใช้ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง    4) กรณีใบอนุญาตหมดอายุก่อนถึงจุดหมายปลายทางและประสงค์จะนำเคลื่อนย้ายต่อไป ให้ผู้ขออนุญาตแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาตต่อจังหวัดท้องที่ที่ใบอนุญาตนั้นหมดอายุ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ใบอนุญาตนั้นหมด พร้อมหลักฐานใบอนุญาตฉบับเดิมและเหตุผลความจำเป็น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตและไม้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันที่รับแจ้งขอต่ออายุใบอนุญาต    5) หากมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะให้ผู้ขออนุญาตแจ้งต่อจังหวัดท้องที่ที่ไม้นั้นอยู่ นับแต่วันที่ทราบเหตุ    6) เมื่อไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาตแล้วให้ผู้รับอนุญาตแจ้งจังหวัดท้องที่ สำหรับกรุงเทพมหานคร แจ้งต่อกรมป่าไม้ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ไม้ที่ได้รับอนุญาตไปถึงสถานที่ที่กำหนดในใบอนุญาต","2024-04-30T10:40:41"],
    [3864,"96275975-1d54-4aab-a537-cd7663b6fda6","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้า หรือการ ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร  (กรณียื่นคำขอในเขตกรุงเทพมหานคร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-d17c-4fc3-86ac-8640cc7c566f",16,0,10,"กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งถ่านไม้ออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งถ่านออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการส่งไม้และไม้แปรรูปออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ไม้เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2555 จุดประสงค์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์ของรัฐในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ในป่าธรรมชาติออกมาจำหน่ายและเข้าสู่ตลาดการค้าไม้ จากประกาศดังกล่าวสินค้าไม้ที่จะส่งออกไปนอกราชอาณาจักรต้องมีหนังสือรับรองจากกรมป่าไม้ เพื่อแสดงว่าเป็นไม้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น ไม้ที่ได้จัดทำเป็นของสำเร็จรูป ซึ่งไม่เหมาะที่จะนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น โดยผู้ขอหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ ต้องยื่นคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบ กรมป่าไม้ ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้า หรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2563","2024-04-30T10:41:00"],
    [3865,"962766f2-9e39-4330-8333-5a9eb5526c38","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกหนังสือรับรองไม้ เพื่อการค้า หรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร (กรณียื่นคำขอในเขตกรุงเทพมหานคร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-ce9e-4775-814a-ddd6a5d850a6",16,0,10,"กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ไม้เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2555 และระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การส่งไม้และไม้แปรรูปออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 จุดประสงค์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์ของรัฐในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ในป่าธรรมชาติออกมาจำหน่ายและเข้าสู่ตลาดการค้าไม้ ระเบียบฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2549 จากประกาศและระเบียบดังกล่าว สินค้าไม้ที่จะส่งออกไปนอกราชอาณาจักรต้องมีหนังสือรับรองจากกรมป่าไม้ เพื่อแสดงว่าเป็นไม้ ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น ไม้ที่ได้จัดทำเป็นของสำเร็จรูป ซึ่งไม่เหมาะที่จะนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น สำหรับไม้สักท่อนและไม้แปรรูป กำหนดให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ส่งออกแต่เพียงเจ้าเดียว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 เรื่อง การขออนุญาตส่งไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศและการขอยกเว้นพิกัดอัตราอากรขาออก โดยผู้ขอหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ ต้องยื่นคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้าหรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2563","2024-04-30T10:17:17"],
    [3866,"96276724-eba3-4d9e-81ed-0aaf76cda47a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้า หรือการ ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร (กรณียื่นคำขอในส่วนภูมิภาค) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-d46d-4f08-aceb-67ddc6955c70",16,0,10,"กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งถ่านไม้ออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งถ่านออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการส่งไม้และไม้แปรรูปออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ไม้เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2555 จุดประสงค์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์ของรัฐในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ในป่าธรรมชาติออกมาจำหน่ายและเข้าสู่ตลาดการค้าไม้ จากประกาศดังกล่าวสินค้าไม้ที่จะส่งออกไปนอกราชอาณาจักรต้องมีหนังสือรับรองจากกรมป่าไม้ เพื่อแสดงว่าเป็นไม้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น ไม้ที่ได้จัดทำเป็นของสำเร็จรูป ซึ่งไม่เหมาะที่จะนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น โดยผู้ขอหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ ต้องยื่นคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้า หรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ.2563","2024-04-30T10:18:18"],
    [3867,"96277156-536c-4619-87bd-1f11871a7916","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกหนังสือรับรองไม้  เพื่อการค้า หรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร (กรณียื่นคำขอในส่วนภูมิภาค) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-cb95-4f56-aa78-443bae983d63",16,0,10,"กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ไม้เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2555 และระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การส่งไม้และไม้แปรรูปออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2549 จุดประสงค์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์ของรัฐในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ในป่าธรรมชาติออกมาจำหน่ายและเข้าสู่ตลาดการค้าไม้ ระเบียบฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2549 จากประกาศและระเบียบดังกล่าว สินค้าไม้ที่จะส่งออกไปนอกราชอาณาจักรต้องมีหนังสือรับรองจากกรมป่าไม้ เพื่อแสดงว่าเป็นไม้ ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น ไม้ที่ได้จัดทำเป็นของสำเร็จรูป ซึ่งไม่เหมาะที่จะนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น สำหรับไม้สักท่อนและไม้แปรรูป กำหนดให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ส่งออกแต่เพียงเจ้าเดียว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 เรื่อง การขออนุญาตส่งไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศและการขอยกเว้นพิกัดอัตราอากรขาออก โดยผู้ขอหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ ต้องยื่นคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้าหรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2563","2024-04-30T09:46:29"],
    [3868,"96556787-a88a-4d58-afdd-67c5b37930be","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขอรับโอน การแก้ไขอาณาเขตและสาระสำคัญในการอนุญาตด้านอุตสาหกรรมไม้ ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-56c9-430e-8a96-7087aa494b78",17,5,13,"ระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พ.ศ. 2541    หลักเกณฑ์การแก้ไขอาณาเขตและสาระสำคัญในการอนุญาต  ข้อ 33 การแก้ไขอาณาเขต   33.1 การขออนุญาตให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้   33.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   33.1.2 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประจำตัวผู้ขออนุญาตในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานสำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือนด้วย   33.1.3 แผนผังแสดงสถานที่ประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตเดิมและแสดงส่วนที่ขอขยายหรือลด   33.1.4 ในกรณีขอขยายอาณาเขตให้นำหลักฐานแสดงสิทธิการใช้สถานที่ส่วนที่ขอขยายประกอบการพิจารณาด้วย   33.1.5 สำเนาใบอนุญาต   33.1.6 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)   33.2 การอนุญาตให้พิจารณาตามเหตุผลความจำเป็น   33.3 เมื่ออนุญาตแล้วให้ขีดฆ่าแก้ไขอาณาเขตในใบอนุญาตให้ตรงตามที่ได้รับอนุญาตแล้วให้ผู้ออกใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจลงนามกำกับการขีดฆ่าแก้ไขพร้อมหมายเหตุว่าได้รับอนุญาตจากผู้ใดตามหนังสือที่... ลงวันที่ ... เดือน ... พ.ศ. ...    ข้อ 34 การแก้ไขสาระสำคัญในใบอนุญาต   34.1 การขออนุญาตให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้   34.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   34.1.2 สำเนาใบอนุญาต   34.1.3 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประจำตัวผู้ขออนุญาตในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานสำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือนด้วย   34.1.4 การเปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุลผู้รับอนุญาตให้นำสำเนาหลักฐานการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุลประกอบการพิจารณาด้วย   34.1.5 การเปลี่ยนหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลให้นำสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานหุ้นส่วนบริษัทฉบับใหม่ซึ่งออกให้ไม่เกิน 6 เดือนและสำเนารายงานการประชุมบริษัทประกอบการพิจารณาด้วย    ในกรณีเป็นโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรทุกประเภทให้ตรวจสอบคุณสมบัติของหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลตามมาตรา 49 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 (ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 9 โดยอนุโลม)     34.1.6 การแก้ไขภูมิลำเนาของผู้รับอนุญาตหรือสถานที่ประกอบกิจการเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงท้องที่ปกครองให้แนบสำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาหลักฐานการแก้ไขของนายทะเบียนท้องที่หรือสำเนาหลักฐานการเปลี่ยนแปลงท้องที่ปกครองประกอบการพิจารณาด้วย   34.2 เมื่ออนุญาตแล้วให้ขีดฆ่าแก้ไขสาระสำคัญในใบอนุญาตแล้วให้ผู้ออกใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจลงนามกำกับการขีดฆ่าแก้ไขพร้อมหมายเหตุว่าได้รับอนุญาตจากผู้ใดตามหนังสือที่... ลงวันที่ ... เดือน ... พ.ศ. ...    ข้อ 38 การรับโอน  การโอนใบอนุญาตเป็นการโอนสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายจากผู้รับอนุญาตเดิมไปยังผู้รับโอนซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตคนใหม่    การทำการแทนเป็นการให้สิทธิแก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกที่จะดำเนินการต่อไปในนามของผู้รับอนุญาตเท่านั้นส่วนสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายยังคงอยู่กับผู้รับอนุญาตเดิมมิได้โอนต่อไปยังบุคคลอื่นและกรณีนี้จะไม่มีผู้รับอนุญาตคนใหม่     38.1 การโอนใบอนุญาตให้ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้     38.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   38.1.2 สำเนาใบอนุญาต   38.1.3 หลักฐานการได้สิทธิในกิจการที่ขอรับโอนมาเป็นเจ้าของ   38.1.4 สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน  ในกรณีผู้โอนและผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานตามข้อ 7.11.1 - 7.11.4 เพิ่มเติมและหากผู้โอนและผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดให้แนบบันทึกรายงานการประชุมกรรมการบริษัทมีมติให้โอนและรับโอนใบอนุญาตด้วย   38.1.5 สำเนาหลักฐานแสดงสิทธิการใช้สถานที่ประกอบกิจการตามข้อ 7.5   38.1.6 หนังสือชี้แจงเหตุผลการโอนของผู้โอนและการรับโอนของผู้รับโอน   38.1.7 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)       38.2 กรณีผู้รับอนุญาตตายให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตได้ตลอดเวลาที่ใบอนุญาตนั้นยังไม่สิ้นอายุ   38.2.1 การขออนุญาตให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้    38.2.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   38.2.1.2 สำเนาใบอนุญาต   38.2.1.3 สำเนาใบมรณบัตรของผู้รับอนุญาตเดิม   38.2.1.4 คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกหรือหนังสือยินยอมของทายาททุกคนในกองมรดกมอบอำนาจให้ทายาทผู้หนึ่งผู้ใดรับโอนใบอนุญาต   38.2.1.5 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับโอน  ในกรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานตามข้อ 7.11.1 - 7.11.4 เพิ่มเติมด้วย   38.2.1.6 สำเนาหลักฐานแสดงสิทธิการใช้สถานที่ประกอบกิจการตามข้อ 8.5   38.2.1.7 หนังสือชี้แจงเหตุผลการรับโอนใบอนุญาตของผู้รับโอน   38.2.1.8 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)   38.2.2 โรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรทุกประเภทซึ่งผู้รับอนุญาตตายและทายาทหรือผู้จัดการมรดกได้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตไว้แล้วแต่กรมป่าไม้ยังไม่อนุญาตเพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่และใบอนุญาตใกล้จะสิ้นอายุให้จังหวัดรีบดำเนินการแล้วส่งเรื่องไปยังกรมป่าไม้เพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วนหากกรมป่าไม้สั่งอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุและส่งเรื่องให้จังหวัดดำเนินการแต่ขณะจังหวัดได้รับเรื่องจากกรมป่าไม้ใบอนุญาตได้สิ้นอายุลงแล้วหรือกรมป่าไม้สั่งอนุญาตหลังจากใบอนุญาตสิ้นอายุให้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมและออกใบอนุญาตให้กับผู้ขอรับโอนเสมือนเป็นการตั้งโรงงานฯใหม่แต่ให้มีสาระสำคัญและรายละเอียดต่างๆตามที่โรงงานได้รับอนุญาตอยู่เดิม     38.3 การขอทำการแทนเมื่อผู้รับอนุญาตตายทายาทหรือผู้จัดการมรดกสามารถทำการแทนตามใบอนุญาตได้ภายในระยะเวลา 90 วันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตายหากประสงค์จะทำการแทนต่อไปอีกต้องยื่นคำขอก่อนระยะเวลา 90 วันสิ้นสุดลงโดยยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้   38.3.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   38.3.2 สำเนาใบอนุญาต   38.3.3 สำเนาใบมรณบัตรของผู้รับอนุญาตเดิม   38.3.4 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอทำการแทน   38.3.5 หนังสือชี้แจงเหตุผลการขอทำการแทนของทายาทหรือผู้จัดการมรดก   38.3.6 ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกทราบเป็นหนังสือ   38.4 ห้ามยื่นขออนุญาตในกรณีอื่นพร้อมกับการยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาต     38.5 การขอรับโอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรทุกประเภทให้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอรับโอนหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการของนิติบุคคลผู้รับโอนตามมาตรา 49 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 (ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 9 โ","2024-04-30T10:02:00"],
    [3869,"96559e4e-6436-4ebc-8693-77fee1986a25","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรเพื่อประดิษฐกรรม ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-d776-41b1-a138-f974ff6f3b90",50,50,10,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตั้งโรงค้าไม้แปรรูปมีไม้สักไม้ยางไม้ชิงชันไม้เก็ดแดงไม้อีเม่งไม้พะยุงแกลบไม้กระพี้ไม้แดงจีนไม้ขะยุงไม้ซิกไม้กระซิกไม้กระซิบไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตนไม้กระพี้เขาควายไม้เก็ดดำไม้อีเฒ่าและไม้เก็ดเขาควายแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครองหรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต)กฎกระทรวงข้อกำหนดนโยบายของกรมป่าไม้ประกาศกรมป่าไม้และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับควบคุมกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:05:48"],
    [3870,"9655a2c1-6de2-4b38-bcf0-ef91354b27c7","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขอรับโอน การแก้ไขอาณาเขตและสาระสำคัญในการอนุญาตด้านอุตสาหกรรมไม้ ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-e4b4-414f-b88e-777e77f1831e",79,5,13,"ระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พ.ศ. 2541    หลักเกณฑ์การแก้ไขอาณาเขตและสาระสำคัญในการอนุญาต  ข้อ 33 การแก้ไขอาณาเขต   33.1 การขออนุญาตให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้   33.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   33.1.2 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประจำตัวผู้ขออนุญาตในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานสำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือนด้วย   33.1.3 แผนผังแสดงสถานที่ประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตเดิมและแสดงส่วนที่ขอขยายหรือลด   33.1.4 ในกรณีขอขยายอาณาเขตให้นำหลักฐานแสดงสิทธิการใช้สถานที่ส่วนที่ขอขยายประกอบการพิจารณาด้วย   33.1.5 สำเนาใบอนุญาต   33.1.6 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)   33.2 การอนุญาตให้พิจารณาตามเหตุผลความจำเป็น   33.3 เมื่ออนุญาตแล้วให้ขีดฆ่าแก้ไขอาณาเขตในใบอนุญาตให้ตรงตามที่ได้รับอนุญาตแล้วให้ผู้ออกใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจลงนามกำกับการขีดฆ่าแก้ไขพร้อมหมายเหตุว่าได้รับอนุญาตจากผู้ใดตามหนังสือที่... ลงวันที่ ... เดือน ... พ.ศ. ...    ข้อ 34 การแก้ไขสาระสำคัญในใบอนุญาต   34.1 การขออนุญาตให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้   34.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   34.1.2 สำเนาใบอนุญาต   34.1.3 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประจำตัวผู้ขออนุญาตในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานสำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือนด้วย   34.1.4 การเปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุลผู้รับอนุญาตให้นำสำเนาหลักฐานการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุลประกอบการพิจารณาด้วย   34.1.5 การเปลี่ยนหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลให้นำสำเนาหนังสือรับรองของสำนักงานหุ้นส่วนบริษัทฉบับใหม่ซึ่งออกให้ไม่เกิน 6 เดือนและสำเนารายงานการประชุมบริษัทประกอบการพิจารณาด้วย    ในกรณีเป็นโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรทุกประเภทให้ตรวจสอบคุณสมบัติของหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลตามมาตรา 49 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 (ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 9 โดยอนุโลม)     34.1.6 การแก้ไขภูมิลำเนาของผู้รับอนุญาตหรือสถานที่ประกอบกิจการเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงท้องที่ปกครองให้แนบสำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาหลักฐานการแก้ไขของนายทะเบียนท้องที่หรือสำเนาหลักฐานการเปลี่ยนแปลงท้องที่ปกครองประกอบการพิจารณาด้วย   34.2 เมื่ออนุญาตแล้วให้ขีดฆ่าแก้ไขสาระสำคัญในใบอนุญาตแล้วให้ผู้ออกใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจลงนามกำกับการขีดฆ่าแก้ไขพร้อมหมายเหตุว่าได้รับอนุญาตจากผู้ใดตามหนังสือที่... ลงวันที่ ... เดือน ... พ.ศ. ...    ข้อ 38 การรับโอน  การโอนใบอนุญาตเป็นการโอนสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายจากผู้รับอนุญาตเดิมไปยังผู้รับโอนซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตคนใหม่    การทำการแทนเป็นการให้สิทธิแก่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกที่จะดำเนินการต่อไปในนามของผู้รับอนุญาตเท่านั้นส่วนสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายยังคงอยู่กับผู้รับอนุญาตเดิมมิได้โอนต่อไปยังบุคคลอื่นและกรณีนี้จะไม่มีผู้รับอนุญาตคนใหม่     38.1 การโอนใบอนุญาตให้ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้     38.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   38.1.2 สำเนาใบอนุญาต   38.1.3 หลักฐานการได้สิทธิในกิจการที่ขอรับโอนมาเป็นเจ้าของ   38.1.4 สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน  ในกรณีผู้โอนและผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานตามข้อ 7.11.1 - 7.11.4 เพิ่มเติมและหากผู้โอนและผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดให้แนบบันทึกรายงานการประชุมกรรมการบริษัทมีมติให้โอนและรับโอนใบอนุญาตด้วย   38.1.5 สำเนาหลักฐานแสดงสิทธิการใช้สถานที่ประกอบกิจการตามข้อ 7.5   38.1.6 หนังสือชี้แจงเหตุผลการโอนของผู้โอนและการรับโอนของผู้รับโอน   38.1.7 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)       38.2 กรณีผู้รับอนุญาตตายให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตได้ตลอดเวลาที่ใบอนุญาตนั้นยังไม่สิ้นอายุ   38.2.1 การขออนุญาตให้ยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้    38.2.1.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   38.2.1.2 สำเนาใบอนุญาต   38.2.1.3 สำเนาใบมรณบัตรของผู้รับอนุญาตเดิม   38.2.1.4 คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกหรือหนังสือยินยอมของทายาททุกคนในกองมรดกมอบอำนาจให้ทายาทผู้หนึ่งผู้ใดรับโอนใบอนุญาต   38.2.1.5 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับโอน  ในกรณีผู้รับโอนเป็นนิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้หลักฐานตามข้อ 7.11.1 - 7.11.4 เพิ่มเติมด้วย   38.2.1.6 สำเนาหลักฐานแสดงสิทธิการใช้สถานที่ประกอบกิจการตามข้อ 8.5   38.2.1.7 หนังสือชี้แจงเหตุผลการรับโอนใบอนุญาตของผู้รับโอน   38.2.1.8 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)   38.2.2 โรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรทุกประเภทซึ่งผู้รับอนุญาตตายและทายาทหรือผู้จัดการมรดกได้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตไว้แล้วแต่กรมป่าไม้ยังไม่อนุญาตเพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่และใบอนุญาตใกล้จะสิ้นอายุให้จังหวัดรีบดำเนินการแล้วส่งเรื่องไปยังกรมป่าไม้เพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วนหากกรมป่าไม้สั่งอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุและส่งเรื่องให้จังหวัดดำเนินการแต่ขณะจังหวัดได้รับเรื่องจากกรมป่าไม้ใบอนุญาตได้สิ้นอายุลงแล้วหรือกรมป่าไม้สั่งอนุญาตหลังจากใบอนุญาตสิ้นอายุให้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมและออกใบอนุญาตให้กับผู้ขอรับโอนเสมือนเป็นการตั้งโรงงานฯใหม่แต่ให้มีสาระสำคัญและรายละเอียดต่างๆตามที่โรงงานได้รับอนุญาตอยู่เดิม     38.3 การขอทำการแทนเมื่อผู้รับอนุญาตตายทายาทหรือผู้จัดการมรดกสามารถทำการแทนตามใบอนุญาตได้ภายในระยะเวลา 90 วันนับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตายหากประสงค์จะทำการแทนต่อไปอีกต้องยื่นคำขอก่อนระยะเวลา 90 วันสิ้นสุดลงโดยยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้   38.3.1 คำขอ 1 ตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2519) ว่าด้วยการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปหรือคำขอตามแบบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2530) ว่าด้วยการค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามแล้วแต่กรณี   38.3.2 สำเนาใบอนุญาต   38.3.3 สำเนาใบมรณบัตรของผู้รับอนุญาตเดิม   38.3.4 สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอทำการแทน   38.3.5 หนังสือชี้แจงเหตุผลการขอทำการแทนของทายาทหรือผู้จัดการมรดก   38.3.6 ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกทราบเป็นหนังสือ   38.4 ห้ามยื่นขออนุญาตในกรณีอื่นพร้อมกับการยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาต     38.5 การขอรับโอนใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรทุกประเภทให้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอรับโอนหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการของนิติบุคคลผู้รับโอนตามมาตรา 49 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 (ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 9 โดยอนุโลม)   38.6 การอ?","2024-04-30T10:01:27"],
    [3871,"966148b3-ce5a-4464-90c9-aa241435958b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขอต่ออายุใบอนุญาตอุตสาหกรรมไม้ ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-59f8-4085-8fa3-580c287b5a70",4,2000,11,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้จะต้องได้รับอนุญาตในการประกอบกิจการจากกรมป่าไม้การอนุญาตมีกำหนดอายุใบอนุญาตได้คราวละไม่เกิน 1 ปีในการตรวจสอบการขอต่ออายุใบอนุญาตพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและบัญชีสถิติแสดงการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมาสมุดบัญชีไม้หรือสมุดบัญชีสิ่งประดิษฐ์ฯซึ่งเป็นไปตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 พ.ศ. 2541 ข้อ 37 การต่ออายุใบอนุญาต \nหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การขอต่ออายุใบอนุญาตด้านอุตสาหกรรมไม้ ในเขตกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์\n\n1. ผู้รับอนุญาตด้านอุตสาหกรรมไม้ ในกทม. ลงทะเบียนขอใช้งานระบบการขออนุญาตอุตสาหกรรมไม้ (e-Permit) \nทางเว็บไซต์กรมป่าไม้ https://www.forest.go.th/ คลิกแถบเมนูบริการ เลือกบริการสำหรับประชาชน คลิกเลือกระบบการขออนุญาตอุตสาหกรรมไม้ (e-Permit) การขอต่ออายุใบอนุญาตด้านอุตสาหกรรมไม้ ในเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้อีเมล์ในการรับรหัสยืนยัน OTP\n2. เมื่อได้รหัส OTP ก็ใช้รหัสในการลงทะเบียน หลังจากนั้นรอยืนยันการลงทะเบียนทางอีเมล์\n3. เมื่อได้ Username / Password ที่แจ้งมาทางอีเมล์ จึงใช้ในการเข้าระบบเพื่อยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n4. เลือกใบอนุญาตเดิมที่จะใช้ต่ออายุมากดยืนยันการต่ออายุ แนบเอกสารส่วนบุคคล ไฟล์บัญชีรายการไม้ ผ่านระบบ กดส่งคำขอ\n5. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสาร ลงรับคำขอ ส่งใบรับคำขอทางอีเมล์\n6. เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการอนุมัติใบอนุญาตตามคำขอแล้ว ระบบจะส่งอีเมล์ให้ผู้ประกอบการ โดยในอีเมล์จะแจ้งให้ผู้ประกอบการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามที่ขอ ทั้งนี้อีเมล์จะมีใบแจ้งชำระเงินมาด้วย\n7. สามารถชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางอื่น ๆ และรับใบเสร็จรับเงินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยพิมพ์ใบเสร็จรับเงินที่  https://epayment.cgd.go.th/e-payment/public/billing/search\n8. เมื่อผู้มีอำนาจลงนามแล้ว จะมีเมล์แจ้งว่าใบอนุญาตออกแล้ว ผู้รับอนุญาตสามารถเข้าไปดูได้ในระบบตามที่ยื่นคำขอต่ออายุมา สามารถเข้าระบบเพื่อพิมพ์ใบอนุญาตจากระบบหรือเก็บเป็นไฟล์ โดยไม่ต้องมาติดต่อขอรับใบอนุญาตที่กรมป่าไม้\n\nการเตรียมเอกสาร\n\n1. เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน เป็นภาพถ่าย ( jpg) หรือเอกสารสแกน (pdf) ก็ได้ โดยเอกสารแนบต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB\n1.1 กรณีเป็นบุคคลธรรมดา\n1.1.1 สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับใบอนุญาต\n1.1.2\tสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับใบอนุญาต\n     1.2 กรณีเป็นนิติบุคคล\n1.2.1 สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการบริษัท/หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่มีชื่อตามใบอนุญาต\n1.2.2 สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการบริษัท/หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่มีชื่อตามใบอนุญาต\n1.2.3 สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล\n\t1.2.4 สำเนาหนังสือรับรองของที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน \n\n2. เอกสารที่ต้องใช้ในการต่ออายุใบอนุญาตอุตสาหกรรมไม้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  ในเขตกรุงเทพมหานคร\nเป็นภาพถ่าย ( jpg) ไฟล์ word, excel หรือเอกสารสแกน (pdf) ก็ได้ โดยเอกสารแนบต้องมีขนาดไม่เกิน 10 MB\n2.1 กรณีเป็นบุคคลธรรมดา\n2.1.1 สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับใบอนุญาต \n2.1.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับใบอนุญาต\n2.1.3 บัญชีสถิติแสดงการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา (ไฟล์ word, excel)\n2.1.4 บัญชีไม้หรือสมุดบัญชีสิ่งประดิษฐ์ฯ ที่เกี่ยวข้องในรอบปีที่ผ่านมา (ไฟล์ word, excel)\n***หากดำเนินการจัดทำบัญชีไม้ผ่านระบบ ไม่ต้องเตรียมเอกสาร ข้อ 2.1.3 - 2.1.4\n     2.2 กรณีเป็นนิติบุคคล\n2.2.1 สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการบริษัท/หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่มีชื่อตามใบอนุญาต\n2.2.2 สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการบริษัท/หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่มีชื่อตามใบอนุญาต\n2.2.3 บัญชีสถิติแสดงการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา (ไฟล์ word, excel)\n2.2.4 บัญชีไม้หรือสมุดบัญชีสิ่งประดิษฐ์ฯ ที่เกี่ยวข้องในรอบปีที่ผ่านมา (ไฟล์ word, excel)\n***หากดำเนินการจัดทำบัญชีไม้ผ่านระบบ ไม่ต้องเตรียมเอกสาร ข้อ 2.2.3 - 2.2.4\n\n   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:59:36"],
    [3872,"9663bd3c-0741-4e02-bff0-fab350bc9921","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขอตั้งโรงค้าไม้แปรรูป โรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคน (โรงเลื่อยมือ) โรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคนเพื่อประดิษฐกรรม การขอทำการแปรรูปไม้เพื่อการค้า การขอทำการแปรรูปไม้มิใช่เพื่อการค้าและการขอมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-4c55-4409-ae62-ec41ffc45597",11,5,11,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้ เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป มีไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีนไม้ขะยุง ไม้ซิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย แปรรูป ไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครอง หรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต)กฎกระทรวง ข้อกำหนด นโยบายของกรมป่าไม้ ประกาศกรมป่าไม้ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับควบคุม กำกับ และตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:00:54"],
    [3873,"9663be19-226b-447b-b9e8-72aa17ef377f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-4f5a-4922-8bfb-8c5ed23cee80",17,1,9,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้ เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ โดยมีพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 53 ตรี (ภายในเขตควบคุม ห้ามมิให้ผู้ใดค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ที่มีชนิดไม้ ขนาดหรือปริมาณเกินกว่าที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 53 ทวิเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่)กฎกระทรวง ข้อกำหนด นโยบายของกรมป่าไม้ ประกาศกรมป่าไม้ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับควบคุม กำกับ และตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:02:49"],
    [3874,"9663c88f-a0a5-4582-a7bd-57aafa6f9beb","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขอต่ออายุใบอนุญาตอุตสาหกรรมไม้ ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-e7d0-452b-b3fb-98451b3247c5",39,2000,11,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้จะต้องได้รับอนุญาตในการประกอบกิจการจากกรมป่าไม้การอนุญาตมีกำหนดอายุใบอนุญาตได้คราวละไม่เกิน 1 ปีในการตรวจสอบการขอต่ออายุใบอนุญาตพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและบัญชีสถิติแสดงการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมาสมุดบัญชีไม้หรือสมุดบัญชีสิ่งประดิษฐ์ฯซึ่งเป็นไปตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 พ.ศ. 2541 ข้อ 37 การต่ออายุใบอนุญาต    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-11-30T09:10:31"],
    [3875,"9663bebb-1f02-496a-95e8-f29e7eef8698","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตปรับปรุงเครื่องจักร การเพิ่ม ลด เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ การเพิ่ม ลด เปลี่ยนแปลงการใช้วัตถุดิบ การย้ายสถานที่ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-5291-441b-8c0e-96d92d803700",17,50,13,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตั้งโรงค้าไม้แปรรูปมีไม้สักไม้ยางไม้ชิงชันไม้เก็ดแดงไม้อีเม่งไม้พะยุงแกลบไม้กระพี้ไม้แดงจีนไม้ขะยุงไม้ซิกไม้กระซิกไม้กระซิบไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตนไม้กระพี้เขาควายไม้เก็ดดำไม้อีเฒ่าและไม้เก็ดเขาควายแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครองหรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต)กฎกระทรวงข้อกำหนดนโยบายของกรมป่าไม้ประกาศกรมป่าไม้และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับควบคุมกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:15:16"],
    [3876,"9663c008-e122-4aa8-a975-05adf64dfe18","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตทำการแปรรูปไม้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-5cf1-4e7a-8f4b-dceaceccaff4",11,0,6,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตั้งโรงค้าไม้แปรรูปมีไม้สักไม้ยางไม้ชิงชันไม้เก็ดแดงไม้อีเม่งไม้พะยุงแกลบไม้กระพี้ไม้แดงจีนไม้ขะยุงไม้ซิกไม้กระซิกไม้กระซิบไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตนไม้กระพี้เขาควายไม้เก็ดดำไม้อีเฒ่าและไม้เก็ดเขาควายแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครองหรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต)กฎกระทรวงข้อกำหนดนโยบายของกรมป่าไม้ประกาศกรมป่าไม้และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับควบคุมกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้องซึ่งการทำการแปรรูปไม้ในระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้นจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:06:31"],
    [3877,"9663e88f-e293-4578-8e2d-fd5c6216fd08","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตนำเลื่อยโซ่ยนต์ออกใช้นอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราว(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-c193-4d37-b571-4541bbe2280a",8,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ และผู้ได้รับใบอนุญาตมีความประสงค์จะนำเลื่อยโซ่ยนต์ออกใช้นอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราว    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:08:57"],
    [3878,"9663c08d-e095-4d6d-a92b-246d3a8a8b9c","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตประทับตราประจำต่อหนังสือกำกับไม้แปรรูป หนังสือกำกับไม้ยางพาราแปรรูป และหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ในเขตกรุงเทพมหานคร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-601e-48d4-98f4-df6909ef5fab",1,0,4,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้จะต้องได้รับอนุญาตในการประกอบกิจการจากกรมป่าไม้และเมื่อจำหน่ายหรือนำไม้แปรรูป/สิ่งประดิษฐ์ฯเคลื่อนที่ไปจากสถานที่ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการผู้รับอนุญาตประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้ต้องออกหนังสือกำกับไม้แปรรูป/หนังสือกำกับไม้ยางพาราแปรรูป/หนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ฯ (แล้วแต่กรณี) ตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนดมอบให้แก่ผู้รับโอนหรือผู้นำเคลื่อนที่ซึ่งไม้นั้นทุกคราวไปและให้ผู้รับอนุญาตนั้นมีสำเนาหรือคู่ฉีกหนังสือกำกับไม้แปรรูป/หนังสือกำกับไม้ยางพาราแปรรูป/หนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ฯ (แล้วแต่กรณี) นั้นไว้ณสถานที่ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้การอนุญาตให้ประทับตราประจำต่อหนังสือกำกับไม้แปรรูปและหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามในเขตกรุงเทพมหานครเป็นไปตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยตราประทับประจำต่อหนังสือกำกับไม้แปรรูปและหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามพ.ศ. 2533 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ประกาศณวันที่ 27 เดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2545 ประกาศกรมป่าไม้เรื่องการให้ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือโรงค้าไม้แปรรูปออกหนังสือกำกับไม้แปรรูปลงวันที่ 10 มกราคมพ.ศ.2546 ประกาศกรมป่าไม้เรื่องการให้ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือโรงค้าไม้แปรรูปออกหนังสือกำกับไม้แปรรูป (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์พ.ศ.2547 ประกาศกรมป่าไม้เรื่องการให้ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรเพื่อทำการแปรรูปไม้ยางพาราหรือโรงค้าไม้แปรรูปออกหนังสือกำกับไม้แปรรูปลงวันที่ 23 มกราคม 2546 และประกาศกรมป่าไม้เรื่องให้ผู้รับอนุญาตค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามออกหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2534    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:07:55"],
    [3879,"9663c131-b877-4e40-8d92-5adf028394a7","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรเพื่อประดิษฐกรรม ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-7bc3-4396-8199-e2f7e4c61848",141,50,11,"1. การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้ เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป มีไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ซิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย แปรรูป ไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครอง หรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต) กฎกระทรวง ข้อกำหนด นโยบายของกรมป่าไม้ ประกาศกรมป่าไม้ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับควบคุม กำกับ และตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      เงื่อนไข  กรณีตั้งโรงงาน ชำระเงินค่าธรรมเนียมและออกใบอนุญาตภายใน 90 วันนับตั้งแต่ผู้ขออนุญาตได้รับทราบผลการอนุญาตจากทางราชการ หากผู้ขอไม่มารับทราบหรือไม่มาชำระเงินค่าธรรมเนียมภายใน 60 วัน จะระงับการอนุญาตไม่มีการผ่อนผันอีก","2024-04-30T10:04:23"],
    [3880,"9663c1b4-a4ee-4639-b326-23a620edaf3c","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตปรับปรุงเครื่องจักร การเพิ่ม ลด เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ การเพิ่ม ลด เปลี่ยนแปลงการใช้วัตถุดิบ การย้ายสถานที่ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-6353-4ba1-adaa-8650f4a34228",117,50,13,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตั้งโรงค้าไม้แปรรูปมีไม้สักไม้ยางไม้ชิงชันไม้เก็ดแดงไม้อีเม่งไม้พะยุงแกลบไม้กระพี้ไม้แดงจีนไม้ขะยุงไม้ซิกไม้กระซิกไม้กระซิบไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตนไม้กระพี้เขาควายไม้เก็ดดำไม้อีเฒ่าและไม้เก็ดเขาควายแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครองหรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต)กฎกระทรวงข้อกำหนดนโยบายของกรมป่าไม้ประกาศกรมป่าไม้และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับควบคุมกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:14:51"],
    [3881,"9663e898-aeec-4b81-9c44-8569abb4386b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้มีหรือใช้เลื่อยโซ่ยนต์ให้แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-b31d-49af-9b80-9c9f3bdba992",9,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1.เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ และผู้ได้รับใบอนุญาตมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่อนุญาตให้ใช้เลื่อยโซ่ยนต์    2.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:41:25"],
    [3882,"9663c20f-ce90-4bd5-8c66-8ccc40ba3a8d","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตประทับตราประจำต่อหนังสือกำกับไม้แปรรูป หนังสือกำกับไม้ยางพาราแปรรูป และหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-eb85-4c4f-ba5d-67b3d682ae11",1,0,4,"การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้จะต้องได้รับอนุญาตในการประกอบกิจการจากกรมป่าไม้และเมื่อจำหน่ายหรือนำไม้แปรรูป/สิ่งประดิษฐ์ฯเคลื่อนที่ไปจากสถานที่ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการผู้รับอนุญาตประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้ต้องออกหนังสือกำกับไม้แปรรูป/หนังสือกำกับไม้ยางพาราแปรรูป/หนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ฯ (แล้วแต่กรณี) ตามแบบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนดมอบให้แก่ผู้รับโอนหรือผู้นำเคลื่อนที่ซึ่งไม้นั้นทุกคราวไปและให้ผู้รับอนุญาตนั้นมีสำเนาหรือคู่ฉีกหนังสือกำกับไม้แปรรูป/หนังสือกำกับไม้ยางพาราแปรรูป/หนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ฯ (แล้วแต่กรณี) นั้นไว้ณสถานที่ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้การอนุญาตให้ประทับตราประจำต่อหนังสือกำกับไม้แปรรูปและหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามในเขตกรุงเทพมหานครเป็นไปตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยตราประทับประจำต่อหนังสือกำกับไม้แปรรูปและหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามพ.ศ. 2533 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ประกาศณวันที่ 27 เดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2545 ประกาศกรมป่าไม้เรื่องการให้ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือโรงค้าไม้แปรรูปออกหนังสือกำกับไม้แปรรูปลงวันที่ 10 มกราคมพ.ศ.2546 ประกาศกรมป่าไม้เรื่องการให้ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือโรงค้าไม้แปรรูปออกหนังสือกำกับไม้แปรรูป (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์พ.ศ.2547 ประกาศกรมป่าไม้เรื่องการให้ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรเพื่อทำการแปรรูปไม้ยางพาราหรือโรงค้าไม้แปรรูปออกหนังสือกำกับไม้แปรรูปลงวันที่ 23 มกราคม 2546 และประกาศกรมป่าไม้เรื่องให้ผู้รับอนุญาตค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามออกหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2534    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ระยะเวลาดำเนินการ 10 นาที/การอนุญาตประทับตราฯ 1 เล่ม","2024-04-30T10:07:35"],
    [3883,"9663c2e3-81a7-4deb-910c-4e8cbb43e582","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตทำการแปรรูปไม้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-667d-4d73-b7cd-091a270ee8ab",102,0,6,"1. การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้เป็นงานที่กรมป่าไม้ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตั้งโรงค้าไม้แปรรูปมีไม้สักไม้ยางไม้ชิงชันไม้เก็ดแดงไม้อีเม่งไม้พะยุงแกลบไม้กระพี้ไม้แดงจีนไม้ขะยุงไม้ซิกไม้กระซิกไม้กระซิบไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตนไม้กระพี้เขาควายไม้เก็ดดำไม้อีเฒ่าและไม้เก็ดเขาควายแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครองหรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต)กฎกระทรวงข้อกำหนดนโยบายของกรมป่าไม้ประกาศกรมป่าไม้และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับควบคุมกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้องซึ่งการทำการแปรรูปไม้ในระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้นจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    เงื่อนไข    ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขออนุญาตทราบเป็นลายลักษณ์อักษร (นับตั้งแต่ได้รับหนังสือจากกรมป่าไม้) ภายใน 7 วัน","2024-04-30T10:06:11"],
    [3884,"9663e89c-8a2d-4ebd-87c9-8491ce208297","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงเลื่อยโซ่ยนต์ให้มีกำลังเครื่องจักรกลเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-b5db-4818-9b9e-857376532696",9,0,7,"1. เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ และผู้ได้รับใบอนุญาตมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเลื่อยโซ่ยนต์ให้มีกำลังเครื่องจักรกลเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต    2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:48:21"],
    [3885,"9663c3e0-a7ba-455c-879b-2c72cc691b7e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขอตั้งโรงค้าไม้แปรรูป โรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคน (โรงเลื่อยมือ) โรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคนเพื่อประดิษฐกรรม การขอทำการแปรรูปไม้เพื่อการค้า การขอทำการแปรรูปไม้มิใช่เพื่อการค้าและการขอมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-dd6a-4611-83e4-55146052d0fa",92,5,11,"1. การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้เป็นงานที่ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 (ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตั้งโรงค้าไม้แปรรูปมีไม้สักไม้ยางไม้ชิงชันไม้เก็ดแดงไม้อีเม่งไม้พยุงแกลบไม้กระพี้ไม้แดงจีนไม้ขะยุงไม้ซิกไม้กระซิกไม้กระซิบไม้พะยูงไม้หมากพลูตั๊กแตนไม้กระพี้เขาควายไม้เก็ดดำไม้อีเฒ่าและไม้เก็ดเขาควายแปรรูปไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครองหรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต) กฎกระทรวงข้อกำหนดนโยบายของกรมป่าไม้ประกาศกรมป่าไม้และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับควบคุมกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง  2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:00:16"],
    [3886,"9663e8a0-5a15-454a-bcc4-7b9096c15f7a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตให้นำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-bbd3-42ff-8735-e16f006334e8",56,0,6,"1. เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้า โดยมีแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่สิบสองนิ้ว หรือเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้า หรือแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่สิบสองนิ้ว ส่วนหนึ่งส่วนใด    2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    3. มีสัญชาติไทย    4. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร    5. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    6. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย     7. ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตาม พ.ร.บ. นี้ เว้นแต่การถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต    8. กรณีเป็นนิติบุคคล ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ 2-7    9. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:46:45"],
    [3887,"9663c74a-4297-4f6f-9650-4b707d5751b8","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ในส่วนภูมิภาค (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-e079-4e19-92f0-7d9f0ec33a46",92,1,9,"1. การประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมไม้เป็นงานที่ให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจโดยมีพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 53 ตรี (ภายในเขตควบคุมห้ามมิให้ผู้ใดค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามที่มีชนิดไม้ขนาดหรือปริมาณเกินกว่าที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา 53 ทวิเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่) กฎกระทรวงข้อกำหนดนโยบายของกรมป่าไม้ประกาศกรมป่าไม้และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องสำหรับควบคุมกำกับและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมป่าไม้ให้ถูกต้อง  2. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:02:17"],
    [3888,"9663e724-4f29-404d-8b46-99f82827cc00","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้าง(N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-c480-4c38-bf34-26b56dfb4cf0",56,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นผู้มีอาชีพหรือประกอบกิจการซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้าง    2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    3. มีสัญชาติไทย    4. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร    5. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    6. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    7. ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตาม พ.ร.บ. นี้ เว้นแต่การถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต    8. กรณีเป็นนิติบุคคล ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ 2-7    9. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:09:17"],
    [3889,"9663e8a3-e41e-4f43-9ae0-b0a4cb123617","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตให้ผลิตเลื่อยโซ่ยนต์ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-b8da-472b-a310-e601b8c9a2f4",63,0,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้า โดยมีแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่สิบสองนิ้ว หรือเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้า หรือแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่สิบสองนิ้ว ส่วนหนึ่งส่วนใด    2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    3. มีสัญชาติไทย    4. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร    5. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    6. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    7. ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตาม พ.ร.บ. นี้ เว้นแต่การถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต    8. ไม่เคยต้องโทษสำหรับความผิดตาม พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาก่อน    9. กรณีเป็นนิติบุคคล ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ 2-8    10 ทั้งนี้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีผู้ขอนุญาตมีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง มีลักษณะต้องห้าม กรมป่าไม้แจ้งการไม่อนุญาตภายใน 7 วันทำการ นับแต่ทราบผลการตรวจสอบ    11. ทั้งนี้เมื่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ลงนาม ออกใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ (ลซ.2)แล้ว ผู้ยื่นคำขอฯจัดหาเลื่อยโซ่ยนต์ภายในกำหนดตามที่ระบุไว้ในใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ (ลซ.2)    12. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:47:51"],
    [3890,"9663e8a7-8c60-4c5c-97c7-7db80eb54988","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-bebd-4420-ba32-a88eb9fd1ee3",65,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1. เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้า โดยมีแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่สิบสองนิ้ว หรือเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้า หรือแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่สิบสองนิ้ว ส่วนหนึ่งส่วนใด    2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์    3. มีสัญชาติไทย    4. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร    5. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ    6. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย    7. ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตาม พ.ร.บ. นี้ เว้นแต่การถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต    8. ไม่เคยต้องโทษสำหรับความผิดตาม พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาก่อน    9. กรณีเป็นนิติบุคคล ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ 2-8    10 ทั้งนี้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีผู้ขอนุญาตมีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง มีลักษณะต้องห้าม กรมป่าไม้แจ้งการไม่อนุญาตภายใน 7 วันทำการ นับแต่ทราบผลการตรวจสอบ    11. ทั้งนี้เมื่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ลงนาม ออกใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ (ลซ.2)แล้ว ผู้ยื่นคำขอฯจัดหาเลื่อยโซ่ยนต์ภายในกำหนดตามที่ระบุไว้ในใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ (ลซ.2)    12. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:47:08"],
    [3891,"9665b9c6-baff-4f91-bc24-0a3bb5b3e09b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตใช้สถานที่เพื่อทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-9a2c-4682-a874-0558e62ffac8",7,0,6,"หลักเกณฑ์              \nผู้ทำสวนป่าที่มีความประสงค์จะแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า สามารถขออนุญาตใช้สถานที่เพื่อทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าได้ ตามกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตใช้สถานที่เพื่อทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า พ.ศ. 2561 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10/1 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม         \n\nวิธีการ    \n\n1. ยื่นคำขออนุญาตใช้สถานที่เพื่อทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า ตามแบบคำขออนุญาตใช้สถานที่เพื่อทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้              \n\n(1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              \n\n(2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ที่สถานที่ทำการแปรรูปไม้นั้นตั้งอยู่ (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    \n\n2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐานต่างๆ              \n2.1 กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอให้แก้ไขเพิ่มคำขอ หรือจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิก              \n\n2.2 กรณีคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะออกใบรับคำขอ แจ้งวันและเวลาที่จะไปตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือ    \n\n3. เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบสถานที่ ไม้ที่จะแปรรูป และเครื่องจักรตามที่ระบุในคำขอ แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้นายทะเบียน    \n\n4. นายทะเบียนพิจารณาและแจ้งการสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่เพื่อทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าให้ผู้ยื่นคำขอทราบ         \n\nเงื่อนไข    \n1. ทำการแปรรูปไม้เฉพาะไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าตามที่แจ้งประกอบคำขอรับใบอนุญาตไว้เท่านั้น ทั้งนี้ สำหรับการแปรรูปไม้เพื่อการใช้สอยหรือจำหน่าย ให้กระทำได้ไม่เกิน 90 วัน แต่ถ้าเป็นกรณีที่เป็นการแปรรูปไม้เพื่อสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใด ให้กระทำได้ไม่เกิน 180 วัน    \n2. ทำหลักเขตแสดงบริเวณที่ทำการแปรรูปไม้ตามที่ระบุในใบอนุญาตให้ชัดเจน พร้อมแผนที่แสดงบริเวณที่ทำการแปรรูปไม้ ณ สถานที่ที่ได้รับใบอนุญาต    \n3. ใช้เครื่องจักรตามบัญชีที่แนบประกอบคำขอรับใบอนุญาตเท่านั้น    \n4. แสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ที่ทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า    \n5. ทำบัญชีไม้ท่อน บัญชีไม้แปรรูป หรือบัญชีสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้    \n6. ทำการแปรรูปไม้ ทำสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้ แล้วแต่กรณี ได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น    \n7. ควบคุมดูแลการดำเนินกิจการแปรรูปไม้ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์    \n8. เก็บรักษาบัญชีไม้ท่อน บัญชีไม้แปรรูป หรือบัญชีสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต ณ สถานที่ที่ทำการแปรรูปไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า เว้นแต่ จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้เก็บรักษาบัญชีดังกล่าวไว้ ณ สถานที่อื่นได้         \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:53:53"],
    [3892,"966c4e3d-c136-4ba1-a07f-75a1e1cdfdd8","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-826a-4ac9-92ef-fc55067b8523",7,0,8,"หลักเกณฑ์              การขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า เพื่อรับความคุ้มครองสิทธิ์ในการทำไม้ที่ปลูก เช่น การได้รับยกเว้นค่าภาคหลวงและการไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎเกณฑ์บางประการตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าสามารถยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ได้ตามกฎกระทรวงการขอขึ้นทะเบียนและการออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า พ.ศ. 2561 ซึ่งออกตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีเป็นที่ดินตามมาตรา 4 (4) หรือ (5) ให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการ ในการตรวจสอบที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ที่ขอขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งออกตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม               ทั้งนี้ ชนิดไม้ที่ปลูกจะต้องเป็นไม้ที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงการขอขึ้นทะเบียนและการออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า พ.ศ. 2561 และผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือผู้มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ในที่ดินประเภทหนึ่งประเภทใด ดังต่อไปนี้              1. โฉนดที่ดิน โฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า &ldquo;ได้ทำประโยชน์แล้ว&rdquo; หนังสือรับรอง  การทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก., น.ส.3 ข.)              2. หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3), หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์  ในที่ดินนิคมสหกรณ์ (กสน.5)              3. ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่มีหลักฐานการอนุญาต (ส.ป.ก.4-01, ส.ป.ก.4-01 ก, ส.ป.ก.4-01 ข, ส.ป.ก.4-01 ค,  ส.ป.ก.4-01 ช, ส.ป.ก.4-31 ก) ที่มีหลักฐานการเช่า (ส.ป.ก.4-14 ก, ส.ป.ก.4-119) ที่มีหลักฐานการเช่าซื้อ (ส.ป.ก.4-18 ข) ที่มีหลักฐานการโอน หรือตกทอดทางมรดก              4. ที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ ให้บุคคลทำประโยชน์และอยู่อาศัยภายในเขตปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติ (สทก.1 ก., สทก. 2 ก.) หรือปลูกป่าหรือไม้ยืนต้นภายในเขตปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติ (สทก.1 ข.) หรือทำการบำรุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าหรือไม้ยืนต้นในเขตป่าเสื่อมโทรม (ป.ส.31)              5. ที่ดินที่มีใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ให้ทำสวนป่า              6. ที่ดินที่ได้ดำเนินการเพื่อการปลูกป่าโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ              เมื่อนายทะเบียนสั่งรับขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า ผู้ทำสวนป่าต้องจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษา แล้วแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า ตามความในระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนไม้ที่ขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า พ.ศ. 2562    วิธีการ    1. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตามแบบคำขอขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ที่ที่ดินที่จะขอขึ้นทะเบียนนั้นตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)              หรือยื่นคำขอผ่านระบบสวนป่าออนไลน์ ได้ที่ http://fp.forest.go.th/rfd_app/rfd_e_farms/app/index.php    2. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ให้ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอขึ้นทะเบียน  ไว้เป็นหลักฐาน และให้แจ้งวันและเวลาเป็นหนังสือแก่ผู้ขอขึ้นทะเบียน เพื่อทำการตรวจสอบว่าสถานที่ตั้ง สภาพที่ดิน และชนิดของพันธุ์ไม้และจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษาในที่ดินดังกล่าวตรงกับที่ระบุในคำขอหรือไม่  แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการตรวจสอบต่อนายทะเบียน    3. นายทะเบียนพิจารณาและแจ้งการสั่งรับหรือไม่รับขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบ    4. ผู้ทำสวนป่าจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษา แล้วแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการขึ้นทะเบียนฯ    5. นายทะเบียนรับแจ้ง ให้เก็บรวมไว้ในสำนวนการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าและใช้เป็นฐานข้อมูลในการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าต่อไป    เงื่อนไข    1. การแจ้งรับหรือไม่รับขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนลงนามรับทราบต่อท้ายสำเนาคู่ฉบับหนังสือ หรือจัดส่งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ    2. ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งดังกล่าว คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด    3. ผู้ทำสวนป่าต้องจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษา แจ้งให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการขึ้นทะเบียนฯ              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:54:44"],
    [3893,"966c4b0c-eef9-433f-8bbd-089ab2d5240b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขึ้นทะเบียนตราแสดงการเป็นเจ้าของไม้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1f-8cd1-433a-8817-f6336166a185",3,0,4,"หลักเกณฑ์              พระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 กำหนดให้ผู้ทำสวนป่าต้องจัดให้มีตรา เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า ตราจะนำออกใช้ได้เมื่อได้ขึ้นทะเบียนแล้ว โดยไม้ที่จะนำเคลื่อนที่ออกจากสวนป่าต้องมีรอยตราตี ตอก ประทับหรือแสดงความเป็นเจ้าของ ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนตรา สามารถยื่นคำขอได้ตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการขึ้นทะเบียน การรับรอง การตี ตอก ประทับหรือแสดง การยกเลิก และการทำลายตราที่ใช้ในกิจการสวนป่า พ.ศ. 2535  ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 มาตรา 17 และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535    วิธีการ    1. ให้ผู้ทำสวนป่าจัดทำตรา แสดงการเป็นเจ้าของไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า โดยให้มีรูปรอยอย่างใดก็ได้ แต่ต้องมีอักษรย่อของจังหวัดท้องที่ที่ขอขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าด้วย    2. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตราตามแบบ สป.7 พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบสป.7 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ ที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    3. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้วเสนอนายทะเบียนพิจารณาสั่งขึ้นทะเบียนและรับรองตรา    4. นายทะเบียนสั่งรับขึ้นทะเบียนตรา และทำเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดไว้ที่รูปรอยตรา และออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนตรา (สป.8) และหนังสือรับรองตรา (สป.9)    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:54:12"],
    [3894,"966c506b-1105-4ce4-ba89-91b889e33e70","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การยกเลิกตราแสดงการเป็นเจ้าของไม้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d1f-9005-4f35-800d-d4389d9ba24a",2,0,7,"หลักเกณฑ์              การยกเลิกตราแสดงการเป็นเจ้าของไม้จะกระทำได้ในกรณี              (1) ผู้ทำสวนป่าประสงค์จะยกเลิกตรา              (2) ตราของผู้ทำสวนป่าบุบสลายในสาระสำคัญ              (3) ตราของผู้ทำสวนป่าสูญหาย              (4) ผู้ทำสวนป่าไม่ประสงค์จะทำสวนป่าต่อ              ผู้ทำสวนป่าที่ประสงค์จะยกเลิกตรา จะต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการขึ้นทะเบียน การรับรอง การตี ตอก ประทับหรือแสดง การยกเลิกและการทำลายตราที่ใช้ในกิจการสวนป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 มาตรา 17 และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535         วิธีการ    1. ผู้ทำสวนป่าแจ้งเป็นหนังสือตามแบบสป.11 พร้อมกับนำหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนตรา และหนังสือรับรองตราไปคืนให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หากเป็นเหตุตามหลักเกณฑ์ข้อ (1),(2) และ (4) ต้องนำดวงตราไปทำลายต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย สำหรับเหตุตามหลักเกณฑ์ข้อ (2) และ (3) ต้องแจ้งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบการบุบสลายหรือสูญหาย โดยสามารถแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    2. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งแล้วให้เสนอนายทะเบียนพิจารณาสั่งยกเลิกตรา โดยให้นายทะเบียนสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่แก้ไขทะเบียนตราโดยหมายเหตุไว้ในทะเบียนตราว่า ได้ยกเลิกตรานี้แล้ว เมื่อวันที่ เดือน พ.ศ. และลงลายมือชื่อ ตำแหน่งกำกับไว้ด้วย         ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:55:54"],
    [3895,"966c57e6-8568-4343-9fc6-9cc7ce3be826","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การรับลงทะเบียนหนังสือบัญชีแสดงรายการไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d1f-96b8-4e03-87c8-fed53386c02e",2,0,6,"หลักเกณฑ์              เนื่องจากพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 13 บัญญัติไว้ว่า ไม้ที่จะนำเคลื่อนที่ออกจากสวนป่า ต้องมีรอยตราตี ตอก ประทับหรือแสดงการเป็นเจ้าของ และในการนำเคลื่อนที่ ผู้ทำสวนป่าต้องมีหนังสือรับรองการแจ้งตลอดจนบัญชีแสดงรายการไม้กำกับไปด้วยตลอดเวลาที่นำเคลื่อนที่ ประกอบกับระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการนำไม้ท่อน ไม้แปรรูป หรือสิ่งประดิษฐ์ฯ ที่ได้มาจากการทำสวนป่าเคลื่อนที่ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมได้กำหนดวิธีการในการจัดทำและลงทะเบียนเล่มที่หนังสือบัญชีแสดงรายการไม้ ที่จะใช้เป็นหลักฐานประกอบการนำไม้เคลื่อนที่              ดังนั้นในกรณีผู้ทำสวนป่าประสงค์จะนำไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าเคลื่อนที่ นอกจากผู้ทำสวนป่าจะต้องจัดทำตรา (ดูการขึ้นทะเบียนตรา), ขอออกหนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า (ดูการแจ้งขอออกหนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า) แล้วผู้ทำสวนป่าจะต้องจัดทำหนังสือบัญชีแสดงรายการไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า ตามแบบสป.15 แล้วนำไปยื่นขอลงทะเบียนเล่มที่เสียก่อน         วิธีการ    1. ผู้ประสงค์จะลงทะเบียนเล่มที่หนังสือบัญชีแสดงรายการไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า จัดทำหนังสือบัญชีแสดงรายการไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า ตามแบบที่กำหนด(สป.15) ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    2. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้วเสนอผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ หรือนายอำเภอท้องที่ แล้วแต่กรณี เพื่อสั่งรับลงทะเบียนเล่มที่         ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:56:23"],
    [3896,"966c5bb6-88ec-4474-90a7-e45d36ef6906","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การรับแจ้งและการออกหนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d1f-9379-4256-a62a-62a751e9149c",2,0,5,"หลักเกณฑ์    1. ก่อนการตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า ผู้ทำสวนป่าต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อออกหนังสือรับรองการแจ้งตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการแจ้ง การออกหนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ การเก็บรักษาหนังสือรับรอการแจ้ง บัญชีแสดงรายการไม้ เอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับการดังกล่าว การขอ การออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้ง และหลักฐานแสดงการได้ไม้มาโดยชอบจากการทำสวนป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งออกตามความในมาตรา 11 มาตรา 15 มาตรา 16 และมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535    2. หนังสือรับรองการแจ้ง หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการแจ้งที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับรองถูกต้องถือเป็นหลักฐานประกอบในการนำไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าเคลื่อนที่ รวมทั้งใช้เป็นหลักฐานประกอบแสดงการได้ไม้มาโดยชอบอีกด้วย         วิธีการ    1. แจ้งการการตัดหรือโค่นไม้ ตามแบบสป.12 พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบสป.12 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    2. พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ หรือนายอำเภอท้องที่ แล้วแต่กรณี เพื่อสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบจำนวนและชนิดไม้ว่าถูกต้องตามที่ได้แจ้งไว้หรือไม่ พร้อมนัดหมายผู้ทำสวนป่าเพื่อกำหนดวัน เวลาที่จะตรวจสอบ แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการตรวจสอบและความเห็น    3. ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้หรือนายอำเภอท้องที่ แล้วแต่กรณี ออกหนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า (สป.13)         ทั้งนี้ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:57:11"],
    [3897,"966c5f6c-9d1f-4e1d-9b1b-d455af3e7a2a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกหนังสือรับรองและบัญชีแสดงรายการกำกับของป่าจากสวนป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-a0fa-4578-8fa5-53a2469bdc3b",4,0,6,"หลักเกณฑ์              เพื่อประโยชน์ในการรักษาระบบนิเวศหรือเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ระบบความสมดุลของป่าไม้ อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจออกประกาศกำหนดให้การเก็บหา ค้า มีไว้ในครอบครอง หรือนำเคลื่อนที่ซึ่งของป่าต้องขอรับใบอนุญาต และกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับวิธีการเก็บหาของป่า ตามระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการหลักเกณฑ์ วิธีการ  และเงื่อนไขในการยื่นคำขอการออกหนังสือรับรองและบัญชีแสดงรายการกำกับของป่าจากสวนป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งออกตามความในมาตรา 14/1 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสวนป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 โดยของป่าจากสวนป่าในระเบียบดังกล่าวหมายถึง ของป่าตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้และกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ ดังต่อไปนี้              (1) ไม้ รวมทั้งส่วนต่างๆ ของไม้ ถ่านไม้ น้ำมันไม้ ยางไม้ ตลอดจนสิ่งอื่นๆ ที่เกิดจากไม้              (2) พืชต่างๆ ตลอดจนสิ่งอื่นๆ ที่เกิดจากพืชนั้น              (3) ครั่ง รวงผึ้ง น้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง และมูลค้างคาว              (4) ของป่าอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง    วิธีการ    1. ผู้ทำสวนป่าที่ประสงค์จะค้า มีไว้ครอบครอง หรือนำเคลื่อนที่ซึ่งของป่าจากสวนป่า ต้องยื่นคำขอและจัดทำบัญชีแสดงรายการกำกับของป่า พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งท้องที่ ที่สวนป่านั้นตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    2. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานต่างๆ และออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ทำสวนป่า แล้วทำการตรวจสอบชนิดและจำนวนหรือปริมาณของป่าที่ผู้ทำสวนป่าได้เก็บหาไว้แล้วพิจารณาออกหนังสือรับรองการมีของป่าเพื่อการค้า มีไว้ครอบครอง หรือนำเคลื่อนที่ ภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ    เงื่อนไข              บุคคลผู้รับโอนของป่าที่ได้มาจากการทำสวนป่าต้องมีหลักฐานสำเนาหนังสือรับรองการมีของป่าเพื่อการค้า มีไว้ครอบครอง หรือนำเคลื่อนที่ ที่ผู้ทำสวนป่ารับรอง                   ทั้งนี้ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:44:58"],
    [3898,"966c653a-a036-400c-a5b7-ec401060ecdd","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การออกใบแทนหนังสือรับรอง, ใบสำคัญรับรอง ตาม พ.ร.บ. สวนป่า พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-85ed-4b29-b46b-c2bc9e1d9f61",2,0,6,"หลักเกณฑ์    ในกรณีที่หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า หนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่าหรือใบสำคัญรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน สูญหาย ชำรุด หรือถูกทำลาย ให้ผู้ทำสวนป่ายื่นคำขอรับใบแทนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการออกใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า หนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า หรือใบสำคัญรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน พ.ศ. 2562 ซึ่งออกตามความในมาตรา 16 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535    วิธีการ    1. ยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองดังกล่าว ตามแบบคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า หนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า หรือใบสำคัญรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งท้องที่ที่สวนป่านั้นตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน    2. พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน และออกใบรับคำขอให้ผู้ทำสวนป่าไว้เป็นหลักฐาน    3. พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้แบบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า หนังสือรับรองการแจ้งตัดหรือโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า หรือใบสำคัญรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน โดยประทับตราคำว่า &ldquo;ใบแทน&rdquo; และเขียนข้อความว่า &ldquo;ออกแทนฉบับเดิม เล่มที่.. ฉบับที่.. ลงวันที่ ../../.....&rdquo; ด้วยหมึกสีแดงไว้ด้านบนของแบบดังกล่าว และให้ระบุ วัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อและตำแหน่งผู้ออกใบแทนกำกับไว้ด้วย เมื่อได้ออกใบแทนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ไขในทะเบียนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า หนังสือรับรองการแจ้งตัดโค่นไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า หรือใบสำคัญรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ และตำแหน่งกำกับไว้ด้วยแล้วส่งสำเนาใบแทนให้กรมป่าไม้ทราบ    4. นายทะเบียนพิจารณาออกใบแทน ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ              ทั้งนี้ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:44:27"],
    [3899,"966c6777-7f2b-4e59-b11f-dc9f8e4dc1ae","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การเปลี่ยนแปลงชนิดของพันธุ์ไม้หรือจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษาในที่ดินที่ขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-9d68-442a-9ad0-d480807c904c",5,0,5,"หลักเกณฑ์              สำหรับที่ดินที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าแล้ว ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงชนิดของพันธุ์ไม้หรือจำนวนต้นไม้ ไม่ว่าจะเพราะต้นไม้นั้นตายลงหรือผู้ทำสวนป่าปลูกเพิ่มขึ้นใหม่ก็ตาม ผู้ทำสวนป่าสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงชนิดของพันธุ์ไม้หรือจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษาในที่ดินที่ขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าได้ตามกฎกระทรวงการขอขึ้นทะเบียนและการออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า พ.ศ. 2561 ซึ่งออกตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม         วิธีการ    1. ยื่นแบบคำขอเปลี่ยนแปลงชนิดของพันธุ์ไม้หรือจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษาในที่ดินที่ได้นำมาขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่า พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน(อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2).สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ที่ที่ดินที่จะขอขึ้นทะเบียนนั้นตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    2..พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ แล้ว ให้ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ทำสวนป่าไว้เป็นหลักฐาน แจ้งวันและเวลาเป็นหนังสือแก่ผู้ทำสวนป่า เพื่อทำการตรวจสอบว่าสถานที่ตั้ง สภาพที่ดิน และชนิดของพันธุ์ไม้และจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษาในที่ดินดังกล่าวตรงกับที่ระบุในคำขอหรือไม่ แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการตรวจสอบต่อนายทะเบียน    3. นายทะเบียนพิจารณาและมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงชนิดของพันธุ์ไม้หรือจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษาในที่ดินที่ได้นำมาขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าแล้ว ให้ผู้ทำสวนป่าแก้ไขบัญชีแสดงชนิดของพันธุ์ไม้และจำนวนไม้ให้ถูกต้องตรงตามที่ได้รับอนุญาต         เงื่อนไข              ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงชนิดของพันธุ์ไม้หรือจำนวนไม้ที่ทำการปลูกและบำรุงรักษาในที่ดินที่ได้นำมาขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่า ให้ผู้ทำสวนป่ามีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งดังกล่าว คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด         ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:57:48"],
    [3900,"966c6b2b-5176-4a24-8df3-569f3d0f4c4d","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การโอนทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-8994-4a0f-8a10-92d3e31ee074",2,0,9,"หลักเกณฑ์              การโอนทะเบียนสวนป่าสามารถกระทำได้ตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า และการโอนทะเบียนสวนป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งออกตามความในมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 16 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 โดยการโอนทะเบียนสวนป่าให้กระทำได้ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้              (1) ผู้ทำสวนป่าตาย              (2) ผู้ทำสวนป่าโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่ทำสวนป่าให้แก่บุคคลอื่น              (3) ผู้ทำสวนป่าซึ่งมีสิทธิตามสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ ในที่ดินที่ทำสวนป่าถูกเลิกสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ              ผู้มีสิทธิขอรับโอนทะเบียนสวนป่า ได้แก่ บุคคล ดังต่อไปนี้              (1) ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ทำสวนป่า              (2) ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน              (3) ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่มีการเลิกสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ         วิธีการ    1. ผู้มีสิทธิขอรับโอนทะเบียนสวนป่า หากประสงค์จะทำสวนป่าต่อไปให้แจ้งการขอรับโอนทะเบียนสวนป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ สป.6 พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ สป.6 ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ผู้ทำสวนป่าตาย หรือมีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือมีการเลิกสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ แล้วแต่กรณี โดยสามารถแจ้งการขอรับโอนทะเบียนสวนป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้              (1) สำหรับท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ส่วนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ สำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ กรมป่าไม้ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย)              (2) สำหรับท้องที่จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่ ที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อเสนอต่อนายทะเบียน (ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย)    2. การอนุญาตให้โอนทะเบียนสวนป่า ให้นายทะเบียนลงรายการโอนไว้ในสารบัญ การรับโอนทะเบียนสวนป่า ด้านหลังหนังสือรับรองหรือใบแทนหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าเดิม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงรายการโอนไว้ในทะเบียนหนังสือรับรอง พร้อมทั้งให้ลงลายมือชื่อตำแหน่งกำกับไว้ด้วย    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T09:58:19"],
    [3901,"9679ed8e-ae19-4e70-bc73-217f73b8750e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การอนุญาตให้เข้าไปศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (มาตรา 17) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-b078-451c-a8af-192f94921f4f",97,10,11,"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชกฤษฎีกาโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงอำนาจหน้าที่และกิจการ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2546 อธิบดีกรมป่าไม้ โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าไปศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2559    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:41:52"],
    [3902,"9679dd30-4f6c-476b-b5c9-5f5b36e5b8dd","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ (ส่วนภูมิภาค) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-aa88-40b2-9b6e-5125d7a6b642",142,200,15,"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 54 วรรคสอง มาตรา 58 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 และมาตรา 75 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. 2558    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณีพื้นที่ขอฯ อยู่ในเขตป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ต้องเสนอคณะกรรมการพิจารณาการขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบก่อน (ระยะเวลาดำเนินการจะเพิ่มขึ้น 90 วัน)","2024-04-30T10:16:49"],
    [3903,"9679e72a-d1c4-49ce-ab21-096937451ea2","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ (ในเขตกรุงเทพมหานคร) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d1f-ad64-4257-b60f-30db917bdfe7",127,200,15,"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 54 วรรคสอง มาตรา 58 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 และมาตรา 75 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. 2558    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    กรณีพื้นที่ขอฯ อยู่ในเขตป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ต้องได้รับความเห็นจากคณะกรรมการพิจารณาการขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อน (ระยะเวลาดำเนินการจะเพิ่มขึ้น 90 วัน)","2024-04-30T10:15:56"],
    [3904,"9679ef53-b4d3-49f2-8f5c-10fcfabca9ce","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตใช้ประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องการเข้าไป การผ่าน หรือการใช้ทาง และการนํา หรือปล่อยสัตว์เลี้ยงเข้าไปภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ตามมาตรา 18) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d1f-da6f-4fce-a795-93959b341b67",31,1,10,"อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และพระราชกฤษฎีกาโอนกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปรับปรุงอำนาจหน้าที่และกิจการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2546 อธิบดีกรมป่าไม้ออกระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องการเข้าไป การผ่าน หรือการใช้ทาง และการนำ หรือปล่อยสัตว์เลี้ยงเข้าไปภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2548    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:16:16"],
    [3905,"995a4442-3cfa-4b89-b454-489f0df8bb9f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กรณียื่นขออนุญาต ที่ส่วนกลาง (กรมป่าไม้)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","995a117e-ff22-419a-8ff1-a2992b180d34",10,2000,8,"“ภาพยนตร์” หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือในลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควีดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว\n\nกฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n1. มาตรา 19/1 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559\n2. ระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการเก็บค่าบริการหรือค่าตอบแทนสำหรับการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ให้บริการหรือให้ความสะดวกต่าง ๆ แก่ประชาชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2563","2023-11-30T09:06:44"],
    [3906,"995e2389-8e48-4548-933f-147d5c46e2af","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การเข้าใช้บริการในป่านันทนาการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","99583c61-b730-4b43-b739-b8d3ec6d47fb",2,150,1,"1. มาตรา 19/1 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559\n2. ระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการเก็บค่าบริการหรือค่าตอบแทนสำหรับการที่พนักงานเจ้าหน้าที่\nได้ให้บริการหรือให้ความสะดวกต่าง ๆ แก่ประชาชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2563","2024-04-30T09:52:45"],
    [3907,"99644081-dad5-4bf2-b455-3556f3ddab0a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตทำไม้หวงห้ามในพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (กรณียื่นคำขอในส่วนภูมิภาค)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9963da18-1466-41b3-90dc-ebe18d994241",50,0,6,null,"2024-04-30T09:50:21"],
    [3908,"99664d90-f583-4db4-9ffe-59f81077e5d3","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตทำไม้หวงห้าม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9966473a-253b-4033-bcc9-1569cadbfedf",62,0,6,null,"2024-04-30T09:49:25"],
    [3909,"99667007-d918-4196-aa08-4dc02801e6d3","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตทำไม้หวงห้ามในพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (กรณียื่นคำขอในเขตกรุงเทพมหานคร)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99666a59-1fb4-4979-939a-a9d8ef2a222e",50,0,6,null,"2024-04-30T09:50:43"],
    [3910,"9967cdae-c915-472a-80b5-a05d008a3ec6","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตทำไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9967c94a-5cb2-4b53-9545-6429a30aa405",60,5,7,null,"2024-04-30T09:48:51"],
    [3911,"9967d28c-f7ad-4c06-8660-4b345d4653ab","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเก็บหาของป่าหวงห้าม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9967cfc2-276c-4e38-ba5b-1d55ca62e4b4",38,0,4,null,"2024-04-30T10:48:25"],
    [3912,"9967d5ec-05b6-4ccb-8609-9fd79966038c","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเก็บหาของป่าที่มิใช่ของป่าหวงห้าม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9967d3a1-0ef8-483e-ac0a-db9a34390409",40,5,5,null,"2024-04-30T10:08:34"],
    [3913,"9967e0eb-df28-4439-9c92-9dbe3684aff0","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตค้าหรือมีไว้ครอบครองซึ่งของป่าหวงห้าม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9967d804-f486-4788-bea3-b0b60fe85e85",16,0,6,null,"2024-04-30T10:10:00"],
    [3914,"9a2369b9-54d5-453b-aaf6-e1928c842371","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมป่าไม้","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กรณียื่นขออนุญาต สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ (กรมป่าไม้)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a2351dc-3971-4b2d-b5fb-b497af73f096",10,2000,8,"“ภาพยนตร์” หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือในลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควีดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว\n\nกฎหมายที่เกี่ยวข้อง\n1. มาตรา 19/1 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559\n2. ระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการเก็บค่าบริการหรือค่าตอบแทนสำหรับการที่พนักงานเจ้าหน้าที่\nได้ให้บริการหรือให้ความสะดวกต่าง ๆ แก่ประชาชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2563","2023-11-30T09:05:23"],
    [3915,"94e56e12-4874-4d27-9b8b-02f3e531412b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","คู่มือสำหรับประชาชน : การอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ( การขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-2477-40e1-8912-2127784c8484",40,1000,15,"การขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ    1. การขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ เป็นกาเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 18(2) แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535การขออนุญาตและการอนุญาตให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535    2. กรณีผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดังกล่าวข้างต้น ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ และสามารถเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความครอบครองเพื่อประโยชน์แก่กิจการสวนสัตว์สาธารณะได้ แต่สำหรับบุคคลอื่น จะได้รับเฉพาะใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตามมาตรา 17 โดยต้องเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ ตามกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ซึ่งมี 61 ชนิด และสัตว์ป่าดังกล่าวต้องได้มาจากการเพาะพันธุ์    อนึ่ง พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ  และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 หรือระเบียบอื่นใด มิได้มีบทบัญญัติหรือกำหนดอายุใบอนุญาตและการ  ต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวไว้แต่อย่างใด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือ ด่วน ที่ ทส 0909.302/165 ลงวันที่ 7 มกราคม 2552 กำหนดอายุใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง (สป.9) ให้มีอายุ 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต สำหรับการต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวให้ต่ออายุใบอนุญาตได้คราวละ 5 ปี เช่นเดียวกัน (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:16:40"],
    [3916,"94e56e12-4b3a-4674-b566-8a4cfa0b0fd0","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้จัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (การโอนกรรมสิทธิ์ซึ่งสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่า)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-2803-4221-aa9f-e349bbff3340",28,0,13,"1. การโอนสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ระหว่างสวนสัตว์สาธารณะตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ หรือระเบียบอื่นใด ไม่ได้บัญญัติหรือกำหนดกรณีการโอนสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ระหว่างสวนสัตว์สาธารณะ ไว้แต่อย่างใด ซึ่งกรณีดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือ ที่ นร. 0901/0140 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2548 ส่งบันทึกสำนักงานกฤษฎีกา เรื่อง ขอหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ซึ่งตอบข้อหารือในประเด็นดังกล่าว เรื่องเสร็จที่ 110/2548 พอสรุปได้ดังนี้    การแลกเปลี่ยนหรือการโอนกรรมสิทธิ์ในสัตว์ป่าระหว่างสวนสัตว์สาธารณะมีวัตถุประสงค์ในการนำสัตว์ไปจัดแสดงภายในสวนสัตว์สาธารณะโดยมิได้แสดงไว้เพื่อขายซึ่งเป็นกิจการตามปกติของสวนสัตว์สาธารณะและอยู่ในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ตามนัยบทนิยาม &amp;amp;ldquo;สวนสัตว์สาธารณะ&amp;amp;rdquo;จึงไม่เข้าข่ายเป็นการค้าตามนัยของบทนิยาม &amp;amp;ldquo;ค้า&amp;amp;rdquo; ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือ ด่วน ที่ ทส 0909.4/13871 ลงวันที่29 สิงหาคม 2548 ถึงผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโอนและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าระหว่างสวนสัตว์สาธารณะ หากผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ประสงค์จะโอนหรือรับโอนสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ให้จัดทำบัญชีแสดงชนิด จำนวน เครื่องหมายประจำตัว พร้อมแสดงหลักฐานการได้มาซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ที่จะทำการโอนแจ้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเพื่อพิจารณาก่อนทำการโอนและเคลื่อนย้ายกันเป็นคราวๆ ไปทุกครั้ง และการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่า ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์ป่าและประชาชนเป็นสำคัญ และต้องจัดให้มีสัตวแพทย์รับผิดชอบควบคุมดูแลสัตว์ป่านั้นด้วย และเมื่อดำเนินการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าที่ทำการโอนกันแล้ว สวนสัตว์สาธารณะ ทั้ง 2 แห่ง ต้องแจ้งการเพิ่มหรือการลดจำนวนของสัตว์ป่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบต่อไป พร้อมทั้งต้องยินยอมและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบการโอนสัตว์ป่าและการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    2.กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    3. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:09:31"],
    [3917,"94e56e12-36a6-42e8-91ed-8e2d36709e42","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้จัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (สป.ม.33 (ง)))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-0d4d-44fd-b5f6-b6fafce13870",33,500,11,"1. การขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 9  (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535    2. กรณีผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ สป.22 ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ซึ่งการต่ออายุใบอนุญาต จะแสดงไว้ในรายการท้ายใบอนุญาต หรือจะออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่ก็ได้ และการต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวให้ต่ออายุใบอนุญาตได้คราวละ 5 ปี (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเองจะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:07:37"],
    [3918,"94e56e12-905d-4148-8a9b-3940055e9e3a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตดำเนินกิจการประเภทจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มของที่ระลึกที่ยังไม่เคยมีการอนุญาตและเป็นกรณีที่ใช่สิ่งก่อสร้างที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นผู้ก่อสร้างหรือใช้สิ่งก่อสร้าง/อาคารเดิมที่มีอยู่แล้วดำเนินกิจการ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-757f-4879-baf5-1d8d98b0c0b3",20,5000,6,"หลักเกณฑ์  การขออนุญาตและการอนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ ประเภทการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก ให้ดำเนินการในบริเวณที่จัดไว้เป็นเขตบริการ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกำหนดจุดที่ตั้ง จัดทำแผนผัง กำหนดจำนวนแปลงเพื่อกิจการแล้วรายงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุมัติ  ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการการจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มของที่ระลึกในอุทยานแห่งชาติต้องมีคุณสมบัติดังนี้  ก. บุคคลธรรมดา   (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์   (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้างหรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ   (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย   (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้  ข. นิติบุคคล   (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย   (2) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสัญชาติไทย   (3) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบ ต้องเป็นบุคคลธรรมดามีสัญชาติไทยและมีทุนรวมกันอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ   (4) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดเกินกว่าร้อยละห้าสิบต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย   (5) หุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อก.    วิธีการ  1.ยื่นคำขอตามแบบที่กำหนด (อช.1) ต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานดังนี้   (1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้   (2) สำเนาทะเบียนบ้าน   (3) แผนงานหรือโครงการ (ถ้ามี)   (4) แบบแปลนการก่อสร้าง (ถ้ามี)   (5) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลพร้อมด้วยหลักฐานต่างๆของกรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ   (6) ใบรับรองแพทย์   (7) บันทึกรับรองว่าไม่เป็นบุคคลล้มละลายและไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ (ของผู้ขออนุญาตและผู้มอบอำนาจ)   (8) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)    2. การตรวจสอบพิจารณา  (1) เมื่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติที่สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับคำขอพร้อมหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนแล้วให้จัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ   (2) เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับรายงานตามข้อ (1) แล้วให้ตรวจสอบพิจารณาและทำความเห็นเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ    3. อำนาจการอนุญาต  (1) เป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย   (2) กำหนดอายุใบอนุญาตการจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มของที่ระลึก   (1) ไม่เกิน 3 ปีสำหรับพื้นที่ไม่เกิน 20 ตารางเมตร   (2) ไม่เกิน 5 ปีสำหรับพื้นที่ไม่เกิน 20 ตารางเมตรแต่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร   (3) ไม่เกิน 10 ปีสำหรับพื้นที่เกินกว่า 200 ตารางเมตรแต่ไม่เกิน 500 ตารางเมตร    4. การอนุญาต  (1) อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต  (2) แจ้งผลการพิจารณาพร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้าย ให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติดำเนินการแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชประกาศกำหนด  (3) อุทยานแห่งชาติดำเนินการให้ผู้รับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศ ลงลายมือชื่อในเงื่อนไขแนบท้ายจัดส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับหลักฐานการชำระเงิน    5. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายอนุญาตให้เข้าดำเนินกิจการไปแล้วการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ในท้องที่นั้นๆ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-12-26T16:04:30"],
    [3919,"94e56e12-9d23-40b4-9148-d695a56d5b4b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตดำเนินกิจการบริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ) (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-85f3-484a-9bc7-037c83c8118a",45,10000,14,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    หลักเกณฑ์  การขออนุญาตและการอนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ ประเภทกิจการบริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ให้ดำเนินการในบริเวณที่จัดไว้เป็นเขตบริการ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกำหนดจุดที่ตั้ งจัดทำแผนผัง กำหนดจำนวนแปลงเพื่อกิจการต่างๆ แล้วรายงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุมัติ  ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการใดๆในอุทยานแห่งชาติต้องมีคุณสมบัติดังนี้  ก. บุคคลธรรมดา   (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์   (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้าง หรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ   (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย   (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้  ข. นิติบุคคล   (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย   (2) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสัญชาติไทย   (3) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบต้องเป็นบุคคลธรรมดามีสัญชาติไทยและมีทุนรวมกันอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ   (4) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดเกินกว่าร้อยละห้าสิบต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย   (5) หุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อก.    วิธีการ  1.ยื่นคำขอตามแบบที่กำหนดต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานดังนี้   (1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้   (2) สำเนาทะเบียนบ้าน   (3) แผนงานหรือโครงการ (ถ้ามี)   (4) แบบแปลนการก่อสร้าง (ถ้ามี)   (5) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลพร้อมด้วยหลักฐานต่างๆของกรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ   (6) ใบรับรองแพทย์   (7) บันทึกรับรองว่าไม่เป็นบุคคลล้มละลายและไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ (ของผู้ขออนุญาตและผู้มอบอำนาจ)   (8) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)   (9) เอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้เช่นใบอนุญาตใช้เรือใบสำคัญรับรองการตรวจเรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ขอ  2. การตรวจสอบพิจารณา   (1) เมื่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติได้รับคำขอพร้อมหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนแล้วให้จัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ   (2) เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับรายงานตามข้อ (1) แล้วให้ตรวจสอบพิจารณาและทำความเห็นเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ  3. การอนุญาต  (1) อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต  (2) แจ้งผลการพิจารณาพร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติดำเนินการแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชประกาศกำหนด  (3) อุทยานแห่งชาติดำเนินการให้ผู้รับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชประกาศ ลงลายมือชื่อในเงื่อนไขแนบท้ายจัดส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับหลักฐานการชำระเงิน  4. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อนุญาตให้เข้าดำเนินกิจการไปแล้วการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ในท้องที่นั้นๆ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-12-26T16:06:23"],
    [3920,"94e56e12-437c-4c88-b805-d4266431576d","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผังของสถานที่อยู่ของสัตว์ป่าหรือบริเวณที่ตั้งของสวนสัตว์สาธารณะ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-1da6-4e43-b89d-d1bc3031e587",16,0,10,"1. ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. กรณีผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผังของสถานที่อยู่ของสัตว์ป่าหรือบริเวณที่ตั้งของสวนสัตว์สาธารณะ ในส่วนที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า หรือความปลอดภัยของประชาชนที่เข้าชม และที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี  (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)  3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ  4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:08:43"],
    [3921,"94e56e12-a241-411e-848b-143063b69aa7","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตดำเนินกิจการบริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวประเภทรับจ้างหาบสัมภาระ(ลูกหาบ)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-8cc1-45ea-ad02-adccb223735a",30,10000,4,"หลักเกณฑ์  การขออนุญาตและการอนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ ประเภทรับจ้างหาบสัมภาระ(ลูกหาบ) ให้ดำเนินการในบริเวณที่จัดไว้เป็นเขตบริการ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกำหนดจุดที่ตั้ง จัดทำแผนผัง เส้นทาง รายงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุมัติ    ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการประเภทรับจ้างหาบสัมภาระ(ลูกหาบ)ในอุทยานแห่งชาติ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้  (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์  (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้าง หรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ  (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย  (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้    วิธีการ  1. ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่กำหนด (อช.2) ต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานดังนี้   (1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้   (2) สำเนาทะเบียนบ้าน   (3) ใบรับรองแพทย์ (ของผู้ขออนุญาตและผู้มอบอำนาจ)    2. การตรวจสอบพิจารณา   (1) เมื่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติได้รับคำขอพร้อมหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนแล้วให้จัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ   (2) เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับรายงานตามข้อ (1) แล้ว ให้ตรวจสอบพิจารณาและทำความเห็นเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ    3. การอนุญาต   (1) อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต  (2) แจ้งผลการพิจารณาพร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติดำเนินการแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชประกาศกำหนด  (3) อุทยานแห่งชาติดำเนินการให้ผู้รับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชประกาศ ลงลายมือชื่อในเงื่อนไขแนบท้ายจัดส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับหลักฐานการชำระเงิน    4. เมื่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายอนุญาตไปแล้ว การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ในท้องที่นั้นๆ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-12-26T16:07:02"],
    [3922,"94e56e12-45dc-43fe-b4af-53cceb872556","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้จัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (การยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาต (สป.ม. 33 (จ)))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-20ab-475d-b6be-8b07720b5701",38,0,14,"1. การขอโอนและรับโอนใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวง  ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535    2. กรณีผู้ที่ประสงค์จะรับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ จากผู้ได้รับใบอนุญาต  ให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ สป.23 ซึ่งการให้โอนใบอนุญาต ผู้อนุญาตจะจดแจ้งการโอนไว้ในใบอนุญาต โดยให้ผู้โอนและผู้รับโอนใบอนุญาตลงลายมือชื่อไว้ในใบอนุญาตด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่จะรับโอนใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้สำหรับการดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะและต้องมีความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จพดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:09:10"],
    [3923,"94e56e12-5dd8-4f04-bd45-d362f0d4b8c5","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง (การต่ออายุใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-4147-48ab-a008-8b9d856d7f91",9,500,12,"การขอต่ออายุใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535              สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ครบกำหนด 5 ปี) การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต จะแสดงไว้ในรายการท้ายใบอนุญาต หรือจะออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่ก็ได้              กรณีบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่สามารถมารับใบอนุญาตได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ              กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตฯทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับรับใบอนุญาตดังกล่าวต่อไป              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:14:58"],
    [3924,"94e56e12-600f-41c4-b7db-686b99e140ea","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ (การขอใบแทนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ (สป.ม.18-28-30 (ช))))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-4447-40cb-b7d7-f5100412803d",5,50,10,"การขอใบแทนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535              สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอใบแทนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งชำรุด เสียหาย หรือสูญหาย ให้ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอใบแทนใบอนุญาต              กรณีบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตไม่สามารถมารับใบอนุญาตได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ              กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตฯทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับรับใบอนุญาตดังกล่าวต่อไป              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:14:31"],
    [3925,"94e56e12-8d54-46e5-85f7-b1cfbf1ad671","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","กระบวนงานการขออนุญาตให้ผู้ได้รับอนุญาตเก็บรังนกอีแอ่นเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-71e1-44e4-a955-ac0f8a00d00c",45,500000,9,"วิธีการ  การขออนุญาตเข้าไปในอุทยานแห่งชาติเพื่อเก็บรังนกอีแอ่น ต้องยื่นคำขอตามแบบที่กำหนด (อช.9) ต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติก่อนการเข้าไปเก็บรังนกอีแอ่น ไม่น้อยกว่า 30 วัน พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังนี้  (1) สำเนาสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่น  (2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน  (3) บัญชีจำนวนคนงาน พร้อมด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และภาพถ่ายขนาด 1 นิ้ว คนละ 3 ใบ  (4) บัญชีจำนวนยานพาหนะ พร้อมด้วยสำเนาทะเบียนยานพาหนะตามบัญชี  (5) บัญชีจำนวนอาวุธปืนและกระสุนปืน พร้อมด้วนสำเนาทะเบียนหรือใบอนุญาตให้มีและใช้วัตถุดังกล่าว  (6) บัญชีรายละเอียดเครื่องมือ เครื่องใช้ และของใช้อันจำเป็นแก่การปฏิบัติงาน    การตรวจสอบพิจารณา  (1) เมื่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติที่สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ ได้รับคำขอพร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วนแล้ว ให้จัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ  (2) เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับรายงานตามข้อ (1) แล้ว ให้ตรวจสอบและพิจารณาออกใบอนุญาต ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ  (3)กำหนดอายุใบอนุญาตไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นพร้อมกับเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจากผู้รับอนุญาตในอัตรารายสัมปทานละ 500,000 บาท    เงื่อนไข  ระยะเวลาในการอนุญาตไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่นของแต่ละราย    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-12-26T16:03:11"],
    [3926,"94e56e12-927f-4ca3-b382-d98b8b69d4c0","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตดำเนินกิจการประเภทการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนชั่วคราวที่ไม่มีสิ่งก่อสร้าง ไม่เกิน 15 วัน) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-78aa-4e00-b8c8-b209081c8b5d",30,200,4,"หลักเกณฑ์/วิธีการ  ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน การเข้าไปดำเนินกิจการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก เป็นการชั่วคราวที่ไม่มีสิ่งก่อสร้าง และมีระยะเวลาดำเนินกิจการต่อเนื่องกันไม่เกิน 15 วัน ให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาอนุญาตได้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย โดยให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารดังต่อไปนี้  1.คำขออนุญาตตามแบบ อ.ช. 1  2.สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้  3.สำเนาทะเบียนบ้าน  4. ใบรับรองแพทย์    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-12-26T16:04:51"],
    [3927,"94e56e12-94f3-43c3-8085-b9e99df4f92f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","กระบวนงานการขออนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตดำเนินกิจการประเภทจำหน่ายอาหารเครื่องดืมของที่ระลึกกรณีรายใหม่ทดแทนรายเดิม)(N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-7bd0-4df7-a5eb-348365d835c6",20,5000,7,"หลักเกณฑ์/วิธีการ  1. เมื่อผู้รับอนุญาตรายเดิมไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปดำเนินการต้องยื่นคำขอตามแบบที่กำหนด (อช.1) ต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานดังนี้   (1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้   (2) สำเนาทะเบียนบ้าน   (3) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลพร้อมด้วยหลักฐานต่างๆของกรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ(กรณีเป็นนิติบุคคล)   (4) ใบรับรองแพทย์   (5) บันทึกรับรองว่าไม่เป็นบุคคลล้มละลายและไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ (ของผู้ขออนุญาตและผู้มอบอำนาจ)   (6) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)   (7) บันทึกยืนยันแจ้งไม่ประสงค์จะเข้าดำเนินกิจการจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มของที่ระลึกของผู้ค้ารายเดิม    2. เมื่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติได้รับคำขอพร้อมหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนแล้ว ให้จัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ  3. เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับรายงานตามข้อ2 แล้วให้ตรวจสอบพิจารณาและทำความเห็นเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ  4.การอนุญาต  (1) อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต  (2) แจ้งผลการพิจารณาพร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้าย ให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติดำเนินการแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชประกาศกำหนด  (3) อุทยานแห่งชาติดำเนินการให้ผู้รับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ลงลายมือชื่อในเงื่อนไขแนบท้ายจัดส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับหลักฐานการชำระเงิน  5. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอนุญาตให้เข้าดำเนินกิจการไปแล้วการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ในท้องที่นั้นๆ    ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2022-12-26T16:05:10"],
    [3928,"94e56e12-9fa6-4635-b3c0-f66dea89cd50","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตดำเนินกิจการประเภทจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มของที่ระลึกกรณีที่เคยมีการอนุญาตและใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-8931-49e4-a240-9df7f924b69b",20,5000,5,"หลักเกณฑ์/วิธีการ  ผู้รับอนุญาตต้องยื่นคำขออนุญาตก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตรวจสอบให้ได้หลักฐานที่เป็นข้อมูลปัจจุบัน พร้อมกับตรวจสอบการดำเนินงานของผู้รับอนุญาต ว่าได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ แล้วเสนอความเห็นไปยังผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ แล้วให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่พิจารณาต่ออายุใบอนุญาตแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ในระหว่างการพิจารณาของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์หากใบอนุญาตสิ้นสุดลง ผู้รับอนุญาตจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตใหม่หรือได้รับหนังสือแจ้งไม่อนุญาต","2022-12-26T16:06:42"],
    [3929,"94e56e12-b105-431b-9110-0a95506ac52e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ หรือซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว (การขอใบแทนใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ หรือซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว (สป.ม.18-28-30(ช))))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-9f94-4c79-971f-1a5bc61e1e59",16,50,10,"การขอใบแทนใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์  1. การขอใบแทนใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้า  สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอใบแทนใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองทที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ซึ่งชำรุด เสียหาย หรือสูญหาย ให้ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอใบแทนใบอนุญาต  (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)  3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องทำการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสมตป์พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ  4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ขออนุญาตฯ ทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T11:37:45"],
    [3930,"94e56e12-b379-462a-86ea-fccae9d9a60b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (การขอรับใบอนุญาตให้นำสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้า) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-a2da-41f1-978e-8ed4c16cec19",20,100,10,"การขอรับใบอนุญาตให้นำสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อค้า  1. การขอรับใบอนุญาตให้นำสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อค้า ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากข องสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. สำหรับผู้ที่ประสงค์ประสงค์จะนำสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้า ให้ยื่น  คำขอรับใบอนุญาตให้นำสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้าพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาตให้นำสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้า และใบอนุญาตให้นำสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้า (สป. 13) มีอายุไม่เกิน 5 วันนับแต่วันออกใบอนุญาต ทั้งนี้ ในกรณีเคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ให้ผู้รับใบอนุญาตฯ  แจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์ป่า  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์ป่าได้ตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาต/และสัตว์ป่าคุ้มครอง/หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่จะนำเคลื่อนที่ผ่านแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์ป่า อนุญาตให้นำสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจสัตว์ป่าได้ โดยแสดงการอนุญาตไว้ในใบอนุญาต นั้น  3. กรณีผู้ขอใบอนุญาตฯ ไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสมตป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย ตามแบบหนังสือมอบอำนาจ  4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตฯ ทางไปรษณีย์ เพื่อที่ได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T11:27:08"],
    [3931,"94e56e12-b5ed-421b-9968-c0bf8808fa3c","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้จัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (การยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (สป.ม. 33 (ก)))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-a63e-4b78-912e-a53d419732bb",40,10000,14,"1. สวนสัตว์สาธารณะ หมายความว่า สถานที่หรือบริเวณซึ่งรวบรวมสัตว์ป่าไว้เพื่อประโยชน์แก่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษา การค้นคว้าหรือวิจัยของประชาชน และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ป่า    ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว    การขออนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ    2. การขออนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ตามแบบ สป.20ท้ายกฎกระทรวงดังกล่าว    3. กรณีใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และกฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ หรือระเบียบอื่นใด ไม่ได้บัญญัติหรือกำหนดอายุใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ และอายุของการ  ต่ออายุใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือ ที่ ทส 0909.3/13999 ลงวันที่ 7 กันยายน 2550 กำหนดอายุใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (สป. 21) มีอายุใบอนญาต 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต สำหรับการต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวให้ต่ออายุใบอนุญาตได้คราวละ 5 ปีเช่นเดียวกัน (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    4. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอาการแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    5. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    6. ขั้นตอนการดำเนินงานเป็นงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:17:07"],
    [3932,"94e56e12-b84c-44ec-8fd7-4afda812f045","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้จัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ (การยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต (สป.ม. 33 (ฉ)))","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-a93f-489c-be4f-3ae0db26b025",18,50,10,"1. การขอรับใบแทนใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 9  (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535    2. กรณีผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ประสงค์จะขอรับใบแทนใบอนุญาต  ที่สูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบ สป. 24 พร้อมด้วยหลักฐาน  การรับแจ้งความของสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหาย/หรือใบอนุญาตที่ชำรุด ซึ่งการออกใบแทนใบอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิม แต่ให้ระบุคำว่า &amp;amp;ldquo;ใบแทน&amp;amp;rdquo; ไว้ที่ด้านหน้าด้วย (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:08:04"],
    [3933,"94e56e12-bad1-4bb7-bdc9-675ea5d04d8d","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","คู่มือสำหรับประชาชน : การอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ( การขอต่ออายุใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-aca5-4d85-a2bd-492b8551787d",13,500,17,"การขอต่ออายุใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ    1. การขอต่ออายุใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อกิจการสวนสัตว์สธารณะ  ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของ  สัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535    2. สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ครบกำหนด 5 ปี) การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต จะแสดงไว้ในรายการท้ายใบอนุญาต หรือจะออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่ก็ได้ (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:15:52"],
    [3934,"94e56e12-bd49-4698-8382-f391fc502d4b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ( การขอรับโอนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-afb1-4f02-986c-c07f1fb02279",47,0,17,"1. ผู้ที่ประสงค์จะรับโอนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซาก  ของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของ  สัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535     2. สำหรับผู้รับโอนใบอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขฯ สำหรับการดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต และต้องมีความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่ เครื่องมือ  และอุปกรณ์ที่จะดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:06:31"],
    [3935,"94e56e12-bfae-45b7-84f8-394b9478911b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","คู่มือสำหรับประชาชน : การอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (การขอใบแทนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณ) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-b2ef-466d-b904-2383f0cea1a4",26,50,10,"การขอใบแทนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ    1. การขอใบแทนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ  ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซาก  ของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของ  สัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535    2. สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอใบแทนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งชำรุด เสียหาย หรือสูญหาย ให้ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอใบแทนใบอนุญาต (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)    3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ    4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป    5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2023-06-28T13:17:34"],
    [3936,"96fa9b1f-124f-45c7-84e1-e95391a0f79f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (การขอรับโอนใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-9c45-46ff-a3cd-b4b02bede7ae",40,0,13,"การขอรับโอนใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์  1. ผู้ที่ประสงค์จะรับโอนใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง  และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. สำหรับผู้รับโอนใบอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขฯ สำหรับการดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต และต้องมีความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)  3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย ตามแบบหนังสือมอบอำนาจ  4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ขออนุญาตฯ ทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2026-02-11T10:05:48"],
    [3937,"96fa9c2b-2883-4df9-b8bb-b31476e4e590","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","กระบวนงานจองที่พักและบริการ โดยจอง ณ เคาน์เตอร์บริการ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d20-3788-4aaf-bdce-0f9ae069ec5b",1,10,1,"1.หลักเกณฑ์การจองและการใช้บริการ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.dnp.go.th/parkdoc/reservation_manual.pdf    2.ต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่ระบบกำหนด มิฉะนั้นระบบจะตัดสิทธิ์การจองโดยอัตโนมัติ    3.สถานที่รับชำระเงิน  3.1 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือเอทีอ็ม หรือเน็ตแบงค์ (อีแบงค์กิ้ง)  3.2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร    1) ส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อาคารไพโรจน์สุวรรณกร ชั้น 1  2) ส่วนภูมิภาค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสาขา หรืออุทยานแห่งชาติ    4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ เจ้าหน้าที่เริ่มทำการจอง ถึงขั้นตอนส่งเอกสารการจองและใบเสร็จรับเงินให้ผู้รับบริการ เฉพาะกรณีชำระเงิน ณ เคาน์เตอร์บริการ (ชำระเงินทันทีที่จองเรียบร้อย)    เงื่อนไข  1.ควรศึกษาข้อมูลก่อนทำการจอง  2.เมื่อทำการจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจข้อมูลการจองให้เรียบร้อย ก่อนยื่นชำระเงิน  3.กรณียื่นชำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด","2024-04-30T10:55:10"],
    [3938,"96fa9f07-03fd-46e0-bceb-5f2c580e85f5","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","กระบวนงานจองที่พักและบริการ โดยแจ้ง/ยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d20-3a87-4163-bb83-2db39f7894aa",1,10,3,"1.หลักเกณฑ์การจองและการใช้บริการ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.dnp.go.th/parkdoc/reservation_manual.pdf    2. กรณีขอเลื่อนวันเข้าพัก ขอเปลี่ยนที่พัก ขอลดหย่อน หรือขอยกเว้นค่าตอบแทนที่พัก ให้ผู้รับบริการทำการจองรายการใหม่ในระบบการจองที่พักและบริการออนไลน์ (nps.dnp.go.th) ตามที่ต้องการก่อน    3. ต้องส่งเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การจองและการใช้บริการ ข้อ 1.    4.ต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่ระบบกำหนด มิฉะนั้นระบบจะตัดสิทธิ์การจองโดยอัตโนมัติ    5.สถานที่รับชำระเงิน  5.1 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือเอทีอ็ม หรือเน็ตแบงค์ (อีแบงค์กิ้ง)  5.2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร    1) ส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อาคารไพโรจน์สุวรรณกร ชั้น 1  2) ส่วนภูมิภาค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสาขา หรืออุทยานแห่งชาติ    6.ระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถึงแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับบริการทราบ    เงื่อนไข  1) การแจ้ง/ยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งโดยการพิมพ์ เขียน อีเมล หรือยื่นผ่านระบบ  2) เมื่อได้รับเอกสารแจ้งผลการพิจารณา ให้ตรวจเอกสารให้เรียบร้อย ก่อนยื่นชำระเงิน  3) กรณียื่นชำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้รับบริการต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด  4) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายที่พักและบริการ โทร 0 2579 6666 ต่อ 1743, 1744","2024-04-30T10:54:15"],
    [3939,"97058e9b-0d13-4aa2-82ed-44de6a465d20","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-10bc-483e-a6f4-971f0dbd1872",7,500,3,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว   \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการนำเข้า เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้กำหนดไว้ในสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 1 สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 หมายถึง    \n(ก) ชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งแม้ว่าในขณะนี้ยังมิได้อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์แต่อาจเกิดภาวะดังกล่าวได้ เว้นแต่จะมีข้อบังคับที่เข้มงวดควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของชนิดพันธุ์นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์ที่ไม่สอดคล้องกับความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ดังกล่าว    \n(ข) ชนิดพันธุ์อื่นๆ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ด้วยเพื่อให้การควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของบางชนิดพันธุ์ในข้อ (ก) ของวรรคนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ    \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 หมายถึง \nชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งภาคีใดภาคีหนึ่งได้กำหนดให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับควบคุมในเขตอำนาจแห่งตน (มีกฎหมายคุ้มครองไว้) เพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือจำกัดการใช้ประโยชน์และต้องการความร่วมมือจากภาคีอื่นๆ ช่วยควบคุมการค้าชนิดพันธุ์ดังกล่าวด้วย    \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:41:34"],
    [3940,"96faa0a8-7248-47a4-91fd-fc7e4ac356d8","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การจองที่พักและบริการ โดยผู้รับบริการจองด้วยตนเอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d20-472a-4852-aba1-46e0cf7ce559",1,10,1,"1.หลักเกณฑ์การจองและการใช้บริการ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.dnp.go.th/parkdoc/reservation_manual.pdf    2.ต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่ระบบกำหนด มิฉะนั้นระบบจะตัดสิทธิ์การจองโดยอัตโนมัติ    3.สถานที่รับชำระเงิน  3.1 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือเอทีอ็ม หรือเน็ตแบงค์ (อีแบงค์กิ้ง)  3.2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร    1) ส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อาคารไพโรจน์สุวรรณกร ชั้น 1  2) ส่วนภูมิภาค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสาขา หรืออุทยานแห่งชาติ    4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ ผู้ใช้บริการเริ่มทำการจอง ถึงขั้นตอนการชำระเงิน เฉพาะกรณีชำระผ่านเน็ตแบงค์ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)    เงื่อนไข  1.ควรศึกษาข้อมูลก่อนทำการจอง  2.ต้องลงทะเบียนในระบบก่อน (ครั้งเดียว) ระบบจะสร้างโปร์ไฟล์ของผู้ใช้บริการ จากนั้นทำการจองตามที่ต้องการภายใน 20 นาที (มีคำแนะนำในระบบ)  3.เมื่อทำการจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจข้อมูลการจองให้เรียบร้อย ก่อนยื่นชำระเงิน  4.กรณียื่นชำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด  5.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายที่พักและบริการ โทร 0 2579 6666 ต่อ 1743, 1744","2024-04-30T10:14:10"],
    [3941,"97058f15-b77b-4030-a277-4b8a3eb6cbb7","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-6529-422b-9630-0e23d7aed248",3,500,3,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว   \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการนำเข้า เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้กำหนดไว้ในสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 1 สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 หมายถึง    \n(ก) ชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งแม้ว่าในขณะนี้ยังมิได้อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์แต่อาจเกิดภาวะดังกล่าวได้ เว้นแต่จะมีข้อบังคับที่เข้มงวดควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของชนิดพันธุ์นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์ที่ไม่สอดคล้องกับความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ดังกล่าว    \n(ข) ชนิดพันธุ์อื่นๆ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ด้วยเพื่อให้การควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของบางชนิดพันธุ์ในข้อ (ก) ของวรรคนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ    \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 หมายถึง \nชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งภาคีใดภาคีหนึ่งได้กำหนดให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับควบคุมในเขตอำนาจแห่งตน (มีกฎหมายคุ้มครองไว้) เพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือจำกัดการใช้ประโยชน์และต้องการความร่วมมือจากภาคีอื่นๆ ช่วยควบคุมการค้าชนิดพันธุ์ดังกล่าวด้วย    \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:45:06"],
    [3942,"96faa11a-2b24-4915-a834-e389c2f17b5a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การจองที่พักและบริการ โดยโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่สำรองให้ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d20-49ed-49d3-ac38-99552a1e7fe9",1,10,1,"1.หลักเกณฑ์การจองและการใช้บริการ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.dnp.go.th/parkdoc/reservation_manual.pdf สำหรับหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสาขา หรืออุทยานแห่งชาติต่างๆ สืบค้นได้จาก www.dnp.go.th    2.ต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่ระบบกำหนด มิฉะนั้นระบบจะตัดสิทธิ์การจองโดยอัตโนมัติ    3.สถานที่รับชำระเงิน  3.1 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือเอทีอ็ม หรือเน็ตแบงค์ (อีแบงค์กิ้ง)  3.2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร    1) ส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อาคารไพโรจน์สุวรรณกร ชั้น 1  2) ส่วนภูมิภาค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และสาขา หรืออุทยานแห่งชาติ    4.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ เจ้าหน้าที่เริ่มทำการจอง ถึงขั้นตอนส่งใบแจ้งชำระเงิน/ใบจองให้ผู้รับบริการ    เงื่อนไข  1.ตรวจสอบข้อมูลการจองในใบแจ้งชำระเงิน/ใบจองที่เจ้าหน้าที่ส่งให้ ว่าถูกต้องตรงตามที่ต้องการหรือไม่ ก่อนยื่นชำระเงิน  2.กรณียื่นชำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด  3.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายที่พักและบริการ โทร 0 2579 6666 ต่อ 1743, 1744","2024-04-30T10:13:13"],
    [3943,"97058fb2-f158-4fed-9038-e5f26504534b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-5a88-4ba8-93e7-322b71a657d4",6,500,5,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว\n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการนำเข้า เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nสัตว์ป่าตามบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้กำหนดไว้ในสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 1 สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 หมายถึง ให้รวมถึงชนิดพันธุ์ทุกชนิดที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์และได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากการค้า การค้าตัวอย่างพันธุ์ของชนิดพันธุ์ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ โดยจะอนุญาตได้เฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น    \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nการนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ การนำเข้าดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง              ผู้รับครอบครองตัวอย่างพันธุ์มีชีวิตได้จัดเตรียมที่อยู่ และมาตรการที่เหมาะสมแก่ตัวอย่างพันธุ์นั้นๆ              การนำเข้าตัวอย่างพันธุ์นั้นๆ มิได้มีความมุ่งหมายเบื้องต้นเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:44:12"],
    [3944,"96fc4e47-202b-4aae-bdb0-4be3816ffa75","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-3183-401f-9a9c-9e7d407f1bcb",17,500,14,"การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์  1. การขอต่ออายุใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้า  สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออก  ตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ครบกำหนด 5 ปี) การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต จะแสดงไว้ในรายการท้ายใบอนุญาต หรือจะออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่ก็ได้ (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)  3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ไม่สามารถมารับเอกสารได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย ตามแบบหนังสือมอบอำนาจ  4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตฯ ทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าวต่อไป  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2026-02-11T10:05:02"],
    [3945,"97046a8c-7830-4c5b-a39d-e41bf3efdc1a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-4d05-4b67-aa8a-856d18a92c08",9,500,4,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว    \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการนำเข้า เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nกรณีสัตว์ป่าคุ้มครองที่การเพาะพันธุ์ได้ ที่ประสงค์ขออนุญาตให้นำเข้าเป็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในบัญชีอนุสัญญาฯ CITES จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของอนุสัญญา CITES ให้ครบถ้วนด้วย \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:42:31"],
    [3946,"97056951-ba29-4be4-ad8d-74bad08094c5","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-502a-4e3e-ab33-4f23a42f36e6",9,500,3,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว    \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการส่งออก เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ได้แก่ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์/ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้จากการเพาะพันธุ์\n\nกรณีสัตว์ป่าคุ้มครองที่การเพาะพันธุ์ได้ ที่ประสงค์ขออนุญาตให้ส่งออกเป็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในบัญชีอนุสัญญาฯ CITES จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของอนุสัญญา CITES ให้ครบถ้วนด้วย \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการส่งออกซึ่งสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งออกซึ่งสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:43:23"],
    [3947,"97058eda-640d-4a98-8d0b-b5ae0288c86b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-539f-409d-81de-b8d9dc5d1dbe",6,500,4,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว   \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการนำเข้า เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nกรณีซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่การเพาะพันธุ์ได้ ที่ประสงค์ขออนุญาตให้นำเข้าเป็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในบัญชีอนุสัญญาฯ CITES จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของอนุสัญญา CITES ให้ครบถ้วนด้วย \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:43:42"],
    [3948,"97058f8b-982f-4dd7-b1c8-9e5ad1d6617a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-6bab-4c55-bc5d-a2af4e157fd5",2,500,3,"ประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการนำเข้าเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ ซึ่งได้กำหนดสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 2 สัตว์ป่าอื่นที่ต้องมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม ไว้ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้นำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:45:56"],
    [3949,"97058fed-75e2-4707-8a50-16c1edd7b3cb","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-570a-45f9-8752-928d018e5b72",6,500,3,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบนำเข้าซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว  \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการส่งออก เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ได้แก่ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์/ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้จากการเพาะพันธุ์  \n\nกรณีซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่การเพาะพันธุ์ได้ ที่ประสงค์ขออนุญาตให้ส่งออกเป็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในบัญชีอนุสัญญาฯ CITES จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของอนุสัญญา CITES ให้ครบถ้วนด้วย \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:43:57"],
    [3950,"9705901b-b9e8-4b29-879e-659551f6087a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-6872-46be-8567-9c9a321868c7",3,500,2,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว   \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการส่งออก เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้กำหนดไว้ในสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 1 สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 หมายถึง    \n(ก) ชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งแม้ว่าในขณะนี้ยังมิได้อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์แต่อาจเกิดภาวะดังกล่าวได้ เว้นแต่จะมีข้อบังคับที่เข้มงวดควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของชนิดพันธุ์นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์ที่ไม่สอดคล้องกับความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ดังกล่าว    \n(ข) ชนิดพันธุ์อื่นๆ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ด้วยเพื่อให้การควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของบางชนิดพันธุ์ในข้อ (ก) ของวรรคนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ    \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 หมายถึง \nชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งภาคีใดภาคีหนึ่งได้กำหนดให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับควบคุมในเขตอำนาจแห่งตน (มีกฎหมายคุ้มครองไว้) เพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือจำกัดการใช้ประโยชน์และต้องการความร่วมมือจากภาคีอื่นๆ ช่วยควบคุมการค้าชนิดพันธุ์ดังกล่าวด้วย    \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากของสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากของสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากของสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:45:36"],
    [3951,"97059044-2709-443f-8dd5-76ae51117ee1","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 2) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-6eb9-4a42-b918-b91642f2dc36",2,500,2,"ประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการส่งออกเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ ซึ่งได้กำหนดสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 2 สัตว์ป่าอื่นที่ต้องมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม ไว้ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:46:13"],
    [3952,"97059073-7280-40f5-a1eb-795d0f978782","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-5dff-4003-972c-7c91c00998b4",7,500,5,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการส่งออก เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nสัตว์ป่าตามบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้กำหนดไว้ในสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 1 สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 หมายถึง ให้รวมถึงชนิดพันธุ์ทุกชนิดที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์และได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากการค้า การค้าตัวอย่างพันธุ์ของชนิดพันธุ์ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ โดยจะอนุญาตได้เฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น    \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nการส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 1 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ การส่งออกดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับครอบครองตัวอย่างพันธุ์มีชีวิตได้จัดเตรียมที่อยู่ และมาตรการที่เหมาะสมแก่ตัวอย่างพันธุ์นั้นๆ การส่งออกตัวอย่างพันธุ์นั้นๆ มิได้มีความมุ่งหมายเบื้องต้นเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:44:32"],
    [3953,"970590a4-87b1-4663-8203-987f09480e92","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-61b2-44c6-afe5-0753feca737d",7,500,2,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบส่งออกซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว   \n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการส่งออก เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้กำหนดไว้ในสัตว์ป่าควบคุม กลุ่มที่ 1 สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 หมายถึง    \n(ก) ชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งแม้ว่าในขณะนี้ยังมิได้อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์แต่อาจเกิดภาวะดังกล่าวได้ เว้นแต่จะมีข้อบังคับที่เข้มงวดควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของชนิดพันธุ์นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์ที่ไม่สอดคล้องกับความอยู่รอดของชนิดพันธุ์ดังกล่าว    \n(ข) ชนิดพันธุ์อื่นๆ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ด้วยเพื่อให้การควบคุมการค้าตัวอย่างพันธุ์ของบางชนิดพันธุ์ในข้อ (ก) ของวรรคนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ    \n\nบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 หมายถึง \nชนิดพันธุ์ทุกชนิดซึ่งภาคีใดภาคีหนึ่งได้กำหนดให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับควบคุมในเขตอำนาจแห่งตน (มีกฎหมายคุ้มครองไว้) เพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือจำกัดการใช้ประโยชน์และต้องการความร่วมมือจากภาคีอื่นๆ ช่วยควบคุมการค้าชนิดพันธุ์ดังกล่าวด้วย    \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขออนุญาตให้ส่งออกซึ่งสัตว์ป่าในบัญชีแนบท้ายหมายเลข 2 และบัญชีแนบท้ายหมายเลข 3 ของอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับการอนุญาตและลงนามในใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (e-Payment) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการส่งออกซึ่งสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาตให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งออกซึ่งสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตฉบับจริง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:44:49"],
    [3954,"970590dd-a3d1-45bc-966a-74a5c81dd668","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขอใบรับรองการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวน ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ใช่สัตว์ป่าควบคุม และไม่ใช่สัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-c36d-49f6-a623-aa00f2f4b136",2,200,3,"การออกใบรับรองการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวน ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ใช่สัตว์ป่าควบคุม และไม่ใช่สัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาฯ (CITES) มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ในกรณีที่จะต้องมีใบรับรองตามความต้องการของประเทศคู่ค้า หรือมีความประสงค์จะได้ใบรับรอง   \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขอใบรับรองการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวน ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ใช่สัตว์ป่าควบคุม และไม่ใช่สัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล ฯลฯ    \n\nทั้งนี้ เมื่อได้รับการลงนามในใบรับรองแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมใบรับรอง (e-Payment) ผู้ได้รับใบรับรองต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์จากซากของสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบรับรองให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบรับรองจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่าซากสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์จากซากของสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว จะได้รับใบรับรองฉบับจริง   \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:46:36"],
    [3955,"97059125-c741-4ca4-8c92-b8013b01c6c7","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซาก สัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขอใบรับรองการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวน ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ใช่สัตว์ป่าควบคุม และไม่ใช่สัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาฯ (CITES)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-c6ab-4079-8847-5764ebe6ca98",2,200,2,"การออกใบรับรองการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวน ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ใช่สัตว์ป่าควบคุม และไม่ใช่สัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาฯ (CITES) มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ในกรณีที่จะต้องมีใบรับรองตามความต้องการของประเทศคู่ค้า หรือมีความประสงค์จะได้ใบรับรอง    \n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขอใบรับรองการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวน ไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ใช่สัตว์ป่าควบคุม และไม่ใช่สัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาฯ (CITES) ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล ฯลฯ    \n\nทั้งนี้ เมื่อได้รับการลงนามในใบรับรองแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมใบรับรอง (e-Payment) ผู้ได้รับใบรับรองต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์จากซากของสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า ตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบรับรองให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ใบรับรองจะหมดอายุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์จากซากของสัตว์ป่าเรียบร้อยแล้ว จะได้รับใบรับรองฉบับจริง   \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:46:52"],
    [3956,"97059146-0234-4a6a-9b9d-a581974d392e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า (การขอใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรองให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d20-3e22-4a63-8269-cb899433f2f3",3,50,2,"ด้วยประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เมื่อปี พ.ศ. 2526 จึงมีพันธะผูกพันในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการควบคุมการนำเข้า ส่งออก ซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าในความคุ้มครองแห่งอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีบทลงโทษต่อผู้ลักลอบนำเข้า ส่งออก ซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าว\n\nประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาบังคับใช้ โดยได้ควบคุมการนำเข้า ส่งออก เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรอง และเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศภายในประเทศ\n\nผู้ที่สามารถขอรับบริการการขอใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรองให้นำเข้า ส่งออก ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ชาวต่างชาติ ผู้ประกอบการภาคเอกชน/นิติบุคคล    \n\nในกรณีที่ใบอนุญาต (ใบอนุญาต สป.5 ใบอนุญาต สป.6) หรือใบรับรอง สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ โดยผู้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรอง ซึ่งการออกใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรอง จะใช้แบบใบอนุญาตหรือใบรับรองเดิม และระบุคำว่า \"ใบแทน\" หรือใช้ข้อความอื่นใดทำนองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาตหรือใบรับรอง ทั้งนี้ เมื่อได้รับการลงนามในใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรองแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ได้รับใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรองชำระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรอง และการติดต่อเพื่อขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรอง \n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2025-09-26T17:42:07"],
    [3957,"9708cf65-db00-440c-8d45-dfe633e888eb","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","กระบวนงานการขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในอุทยานแห่งชาติ กรณียื่นขออนุญาตที่ส่วนกลาง (สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)) และมีการนำสัตว์เข้าไปประกอบการถ่ายทำภาพยนตร์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-143a-4065-9575-6d6f6de5a66f",4,2000,15,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nภาพยนตร์ หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพนิ่ง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว    \nวิธีการ  \n1. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนวันถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ  \n2. เมื่อหน่วยงาน (ส่วนจัดการทรัพยากร) ได้รับเรื่องราวคำขออนุญาตจากผู้ขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบเนื้อหาและรูปแบบการถ่ายทำให้เป็นไปตามระเบียบกำหนด แล้วนำเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาต โดยกำหนดระยะเวลาการอนุญาตตามจำนวนวันที่ขอถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ  \n3. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้พิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตทราบ พร้อมกับออกใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดี หรือการถ่ายภาพ พร้อมกับเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต พร้อมแจ้งผู้รับใบอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต\n4. การชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีชำระเงิน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ผู้ได้รับอนุญาตรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ โดยชำระเงินค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่เข้าไปถ่ายทำ 2) กรณีชำระเงินที่ส่วนกลาง เมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตแล้ว ให้ชำระเงินตามเอกสารแจ้งให้ชำระเงิน แล้วส่งหลักฐานแสดการชำระเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นจึงรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ก่อนเข้าดำเนินการถ่ายทำ\n5. ก่อนเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้รับอนุญาตหรือคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้นๆ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ    \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตดำเนินการยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ที่กำหนด","2024-04-11T12:23:42"],
    [3958,"9724c694-3934-4bc0-a607-d8e5ec414e9f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตกระทำการเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์หรือสารคดี การถ่ายภาพ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-1735-4fc1-8eea-5d746aa4f7ce",5,0,7,null,"2026-02-11T08:51:44"],
    [3959,"9724cd5f-0ffb-4a86-b152-78057dd5e3ea","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการศึกษาธรรมชาติ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-3471-4ba6-acee-ead3818b784a",45,0,35,null,"2026-02-11T08:53:16"],
    [3960,"973694e8-5db0-433e-8e53-fa642d239bd2","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในอุทยานแห่งชาติ กรณีที่มีช่วงระยะเวลาการถ่ายทำสั้น เช่น สารคดี โฆษณา ภาพนิ่ง มิวสิควิดีโอ วีดิทัศน์ ที่มีการนำสัตว์เข้าไปประกอบการถ่ายทำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-bce1-459f-ac14-a0935416bfdf",4,2000,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nภาพยนตร์ หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพนิ่ง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว    \nกรณีเป็นภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดีต่างประเทศ ต้องแนบหนังสืออนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทยจากกรมการท่องเที่ยวหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุญาต โดยสามารถยื่นขออนุญาตได้ที่ ศูนย์บริการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ของกรมการท่องเที่ยว\nวิธีการ  \n1. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนวันถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ  \n2. เมื่อหน่วยงาน (ส่วนจัดการทรัพยากร) ได้รับเรื่องราวคำขออนุญาตจากผู้ขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบเนื้อหาและรูปแบบการถ่ายทำให้เป็นไปตามระเบียบกำหนด แล้วนำเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาต โดยกำหนดระยะเวลาการอนุญาตตามจำนวนวันที่ขอถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ  \n3. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้พิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตทราบ พร้อมกับออกใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดี หรือการถ่ายภาพ พร้อมกับเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต พร้อมแจ้งผู้รับใบอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต\n4. การชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีชำระเงิน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ผู้ได้รับอนุญาตรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ โดยชำระเงินค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่เข้าไปถ่ายทำ 2) กรณีชำระเงินที่ส่วนกลาง เมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตแล้ว ให้ชำระเงินตามเอกสารแจ้งให้ชำระเงิน แล้วส่งหลักฐานแสดการชำระเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นจึงรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ก่อนเข้าดำเนินการถ่ายทำ\n5. ก่อนเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้รับอนุญาตหรือคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้นๆ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ    \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตดำเนินการยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ที่กำหนด","2024-04-30T11:01:24"],
    [3961,"9736fb14-f0ea-4049-b759-f76e473aa1b5","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในอุทยานแห่งชาติ กรณีที่มีช่วงระยะเวลาการถ่ายทำต่อเนื่องหลายวัน เช่น ภาพยนตร์ ละคร ที่มีการนำสัตว์เข้าไปประกอบการถ่ายทำ (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-b9ad-4d17-98c2-dd24527b2ed9",4,2000,17,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nภาพยนตร์ หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพนิ่ง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว    \nกรณีเป็นภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดีต่างประเทศ ต้องแนบหนังสืออนุญาตให้ถ่ายทำ ในประเทศไทยจากกรมการท่องเที่ยวหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุญาต\nวิธีการ  \n1. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนวันถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ  \n2. เมื่อหน่วยงาน (ส่วนจัดการทรัพยากร) ได้รับเรื่องราวคำขออนุญาตจากผู้ขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบเนื้อหาและรูปแบบการถ่ายทำให้เป็นไปตามระเบียบกำหนด แล้วนำเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาต โดยกำหนดระยะเวลาการอนุญาตตามจำนวนวันที่ขอถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ  \n3. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้พิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตทราบ พร้อมกับออกใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดี หรือการถ่ายภาพ พร้อมกับเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต พร้อมแจ้งผู้รับใบอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต\n4. การชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีชำระเงิน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ผู้ได้รับอนุญาตรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ โดยชำระเงินค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่เข้าไปถ่ายทำ 2) กรณีชำระเงินที่ส่วนกลาง เมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตแล้ว ให้ชำระเงินตามเอกสารแจ้งให้ชำระเงิน แล้วส่งหลักฐานแสดการชำระเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นจึงรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ก่อนเข้าดำเนินการถ่ายทำ\n5. ก่อนเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้รับอนุญาตหรือคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้นๆ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ    \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตดำเนินการยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ที่กำหนด","2024-04-30T10:56:17"],
    [3962,"973697dc-0979-4cdf-90b6-c3960d06546e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในอุทยานแห่งชาติ กรณียื่นขออนุญาตที่ส่วนกลาง (สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-825d-4377-b3c0-a328a5d00c3e",4,2000,11,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nภาพยนตร์ หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพนิ่ง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว    \nวิธีการ  \n1. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนวันถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ  \n2. เมื่อหน่วยงาน (ส่วนจัดการทรัพยากร) ได้รับเรื่องราวคำขออนุญาตจากผู้ขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบเนื้อหาและรูปแบบการถ่ายทำให้เป็นไปตามระเบียบกำหนด แล้วนำเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาต โดยกำหนดระยะเวลาการอนุญาตตามจำนวนวันที่ขอถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ  \n3. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้พิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตทราบ พร้อมกับออกใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดี หรือการถ่ายภาพ พร้อมกับเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต พร้อมแจ้งผู้รับใบอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต\n4. การชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีชำระเงิน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ผู้ได้รับอนุญาตรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ โดยชำระเงินค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่เข้าไปถ่ายทำ 2) กรณีชำระเงินที่ส่วนกลาง เมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตแล้ว ให้ชำระเงินตามเอกสารแจ้งให้ชำระเงิน แล้วส่งหลักฐานแสดการชำระเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นจึงรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ก่อนเข้าดำเนินการถ่ายทำ\n5. ก่อนเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้รับอนุญาตหรือคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้นๆ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ    \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตดำเนินการยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ที่กำหนด","2024-04-11T12:25:01"],
    [3963,"9736d8b7-ce91-49d6-91a7-a3124e35ea95","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในอุทยานแห่งชาติ กรณียื่นขออนุญาตที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1-16(เฉพาะภาพยนตร์ไทย ที่ไม่มีการนำสัตว์เข้าไปประกอบการถ่ายทำ และไม่มีการสร้างฉากหรืออุปกรณ์เข้าไปประกอบการถ่ายทำ)) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-7f24-46ad-b925-d37ee295195f",4,2000,9,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nภาพยนตร์ หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพนิ่ง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว    \nวิธีการ  \n1. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนวันถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ  \n2. เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่นั้น ได้รับเรื่องราวคำขออนุญาตจากผู้ขออนุญาตแล้ว ให้พิจารณาอนุญาต โดยกำหนดระยะเวลาการอนุญาตตามจำนวนวันที่ขอถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ  \n3. ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตทราบ พร้อมกับรับหนังสืออนุญาตเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติและชำระเงินค่าธรรมเนียมการถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ ณ สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่เข้าไปถ่ายทำ\n4. ก่อนเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้รับอนุญาตหรือคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้นๆ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ   \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตดำเนินการยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ที่กำหนด","2024-04-30T10:39:21"],
    [3964,"9736fc25-0d74-4bbe-9d4c-00057a8aa715","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในอุทยานแห่งชาติ กรณีที่มีช่วงระยะเวลาการถ่ายทำต่อเนื่องหลายวัน เช่น ภาพยนตร์ ละคร ) (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-b661-4a91-aefe-6eadfc0b0eb4",4,2000,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nภาพยนตร์ หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพนิ่ง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว \nกรณีเป็นภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดีต่างประเทศ ต้องแนบหนังสืออนุญาตให้ถ่ายทำ ในประเทศไทยจากกรมการท่องเที่ยวหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุญาต  \nวิธีการ  \n1. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนวันถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ  \n2. เมื่อหน่วยงาน (ส่วนจัดการทรัพยากร) ได้รับเรื่องราวคำขออนุญาตจากผู้ขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบเนื้อหาและรูปแบบการถ่ายทำให้เป็นไปตามระเบียบกำหนด แล้วนำเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาต โดยกำหนดระยะเวลาการอนุญาตตามจำนวนวันที่ขอถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ  \n3. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้พิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตทราบ พร้อมกับออกใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดี หรือการถ่ายภาพ พร้อมกับเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต พร้อมแจ้งผู้รับใบอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต\n4. การชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีชำระเงิน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ผู้ได้รับอนุญาตรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ โดยชำระเงินค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่เข้าไปถ่ายทำ 2) กรณีชำระเงินที่ส่วนกลาง เมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตแล้ว ให้ชำระเงินตามเอกสารแจ้งให้ชำระเงิน แล้วส่งหลักฐานแสดการชำระเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นจึงรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ก่อนเข้าดำเนินการถ่ายทำ\n5. ก่อนเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้รับอนุญาตหรือคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้นๆ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ    \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตดำเนินการยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ที่กำหนด","2024-04-30T10:56:48"],
    [3965,"97371295-c712-4593-8655-c240c93b4441","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ(การขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในอุทยานแห่งชาติ กรณีที่มีช่วงระยะเวลาการถ่ายทำสั้น เช่น สารคดี โฆษณา ภาพนิ่ง มิวสิควิดีโอ วีดิทัศน์) (N)","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-c035-4e48-9ced-88d13e4a7c22",4,2000,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    \nภาพยนตร์ หมายความรวมถึง การบันทึกภาพ ภาพนิ่ง ภาพถ่าย วีดิทัศน์ หรือภาพที่เกิดจากการบันทึกด้วยเครื่องมือลักษณะอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา มิวสิควิดีโอ และรายการโทรทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัวหรือภายในครอบครัว    \nกรณีเป็นภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดีต่างประเทศ ต้องแนบหนังสืออนุญาตให้ถ่ายทำ ในประเทศไทยจากกรมการท่องเที่ยวหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุญาต โดยสามารถยื่นเอกสารขออนุญาตได้ที่ศูนย์บริการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ของกรมการท่องเที่ยว\nวิธีการ  \n1. ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนวันถ่ายทำไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ  \n2. เมื่อหน่วยงาน (ส่วนจัดการทรัพยากร) ได้รับเรื่องราวคำขออนุญาตจากผู้ขออนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบเนื้อหาและรูปแบบการถ่ายทำให้เป็นไปตามระเบียบกำหนด แล้วนำเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้ รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาอนุญาต โดยกำหนดระยะเวลาการอนุญาตตามจำนวนวันที่ขอถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ  \n3. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้พิจารณาอนุญาตแล้ว ให้แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตทราบ พร้อมกับออกใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือสารคดี หรือการถ่ายภาพ พร้อมกับเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต พร้อมแจ้งผู้รับใบอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต\n4. การชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1) กรณีชำระเงิน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ผู้ได้รับอนุญาตรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ โดยชำระเงินค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่เข้าไปถ่ายทำ 2) กรณีชำระเงินที่ส่วนกลาง เมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตแล้ว ให้ชำระเงินตามเอกสารแจ้งให้ชำระเงิน แล้วส่งหลักฐานแสดการชำระเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นจึงรับใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ก่อนเข้าดำเนินการถ่ายทำ\n5. ก่อนเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้รับอนุญาตหรือคณะผู้ถ่ายทำภาพยนตร์ต้องแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้นๆ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ    \nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ผู้ประสงค์ยื่นขออนุญาตดำเนินการยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ที่กำหนด","2024-04-30T11:00:13"],
    [3966,"99584dbe-8a2b-4b44-9f4b-a2387a05f5a0","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่หนึ่ง กิจการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึกในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99584264-091f-4fd0-bfa6-3ad7a4716fe9",31,500,2,"ผู้ขออนุญาตเพื่อกระทำการเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์\n ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี ตามแบบที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้\n(๑) ประเภทที่หนึ่ง การจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก\n(ก) แผนการป้องกัน หรือลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินกิจการ\n(ข) แผนงานหรือโครงการ กรณีกำหนดให้มีแผนงานหรือโครงการ\n(ค) แผนผังบริเวณที่ตั้งร้านค้า\n(ง) จำนวนผู้ให้บริการในการดำเนินกิจการ\n(จ) ยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินกิจการ\n(ฉ) หลักฐานหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)","2024-04-30T10:12:44"],
    [3967,"995a55a1-9cf4-4dbc-839d-c76b9080d800","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการศึกษาธรรมชาติ ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9959fb3e-3091-45f0-9d4c-f0e4afd6b249",5,0,1,null,"2026-02-11T08:53:46"],
    [3968,"99841580-8794-42f9-98f3-306d859de4a6","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (การขอรับใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-9931-4f89-8cd0-f39974a95bd6",40,500,13,"1. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535      สัตว์ป่า หมายความว่า สัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลง หรือแมง ซึ่งโดยสภาพธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำและให้หมายความรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย แต่ไม่หมายความรวมถึงสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้ว และสัตว์พาหนะที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าว      สัตว์ป่าคุ้มครอง หมายความว่า สัตว์ป่าตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมีทั้งหมด 1,304 ชนิด แบ่งเป็น 7 จำพวก ดังนี้ สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 202 ชนิด สัตว์ป่าจำพวกนก 952 ชนิด สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน 92 ชนิด สัตว์ป่าจำพวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 12 ชนิด สัตว์ป่าไม่มีกระดูกสันหลัง : แมลง 20 ชนิด สัตว์ป่าจำพวกปลา 14 ชนิด และสัตว์ป่าไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ 12 ชนิด ทั้งนี้ สัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าว บุคคลไม่สามารถกระทำการครอบครอง ล่า เพาะพันธุ์ ค้า นำเข้า ส่งออก ได้ เว้นแต่ ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ได้รับมอบหมาย สำหรับในการนำสัตว์ป่าคุ้มครองมาเพาะพันธุ์ โดยปกติทั่วไปไม่สามารถกระทำได้ เว้นแต่ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ตามกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ซึ่งมี 61 ชนิด และต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี ซึ่งสามารถขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ค้า ครอบครอง ส่งออกได้ตามกฎหมายหากได้มาจากการเพาะพันธุ์  2. การขออนุญาตค้าสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่า  การขออนุญาตค้าสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่า ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (รายละเอียดตามเอกสารแนบ)  3. กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตฯไม่สามารถมารับด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสมตป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ  4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป้นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตทางไปรษณียื เพื่อที่จะได้ดำเนินการชำระค่าะรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯดังกล่าวต่อไป  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2026-02-11T10:06:21"],
    [3969,"998447bc-562b-457c-8411-343754ef362b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (กรณีการขอต่ออายุใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-95eb-4716-82e7-bbd06b6cef81",20,50,13,"การขอต่ออายุใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์  1. การขอต่ออายุใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของ  สัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2.สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ (ครบกำหนด 3ปี) การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต จะแสดงไว้ในรายการท้ายใบอนุญาต หรือจะออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่ก็ได้ (รายละเอียดตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยเเล้ว","2026-02-11T10:12:10"],
    [3970,"998452fd-da77-4eef-a489-1bc56b21a161","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (กรณีการขอรับโอนใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-2b1d-4a44-ba31-5c6d08d8e475",6,0,13,"การขอรับโอนใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์  1.ผู้ที่ประสงค์จะรับโอนใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2.สำหรับผู้รับโอนใบอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขฯ สำหรับการดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต และต้องมีความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต (รายละเอียดตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)  3.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยเเล้ว","2026-02-11T10:17:27"],
    [3971,"99846ddf-c759-4213-a1df-1bde88b65564","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขอรับใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-1a85-4c55-a460-0feeefd439e2",5,50,12,"การขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์  1. การขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. สำหรับผู้ใดประสงค์จะมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ตามกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ซึ่งมี 61 ชนิดต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี ซึ่งสามารถขออนุญาต ครอบครองได้ตามกฎหมายหากได้มาจากการเพาะพันธุ์ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ทั้งนี้ใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ให้ใช้แบบ สป. 15 และให้มีอายุไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันออกใบอนุญาต  3. กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ไม่สามารถมารับใบอนุญาตฯได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ  4. กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตฯ ทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตฯดังกล่าวต่อไป ระยะเวลาไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน  5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2026-02-11T08:50:48"],
    [3972,"9984780e-b29d-443e-825b-687ec325d8d6","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ (กรณีการขอใบแทนใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-2e25-4a8c-b95d-a2e5afad024e",12,50,10,"การขอใบแทนใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์  1. การขอใบแทนใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535  2. สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอใบแทนใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ซึ่งชำรุด เสียหาย หรือสูญหาย ให้ยื่นคำขอใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอใบแทนใบอนุญาต  3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยเเล้ว","2026-02-11T10:20:26"],
    [3973,"99847eb9-64d2-4670-9fbe-8049464c714e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง (การขอรับโอนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-9317-46b3-a3f5-ee4988cfeaea",40,0,15,"ผู้ที่ประสงค์จะรับโอนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครองและการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535              สำหรับผู้รับโอนใบอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขฯ สำหรับการดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต และต้องมีความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะดำเนินกิจการที่ได้รับโอนใบอนุญาต              กรณีบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตไม่สามารถมารับใบอนุญาตได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ              กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาตฯ มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตฯทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับรับใบอนุญาตดังกล่าวต่อไป              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2026-02-11T12:12:52"],
    [3974,"99847fae-591f-45c0-a972-83e1929bc760","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง (การขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง) (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d20-9015-4674-8afa-08734258aeee",40,1000,14,"การขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบอนุญาตในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองและการนำเคลื่อนที่เพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ สัตว์ป่าคุ้มครอง บุคคลไม่สามารถกระทำการครอบครอง ล่า เพาะพันธุ์ ค้า นำเข้า ส่งออก ได้ เว้นแต่ ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ได้รับมอบหมาย สำหรับในการนำสัตว์ป่าคุ้มครองมาเพาะพันธุ์ โดยปกติทั่วไปไม่สามารถกระทำได้ เว้นแต่ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ ตามกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ซึ่งมี 61 ชนิดและต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี ตามมาตรา 18(1) และสัตว์ป่าดังกล่าวต้องได้มาจากการเพาะพันธุ์              กรณีผู้ใดประสงค์จะเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามแบบ สป.8 พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอ และให้ยื่นโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง และแสดงหลักฐานเกี่ยวกับสถานที่ที่จะใช้ทำการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดและจำนวนของสัตว์ป่า ประเภทของสัตว์ป่า จำนวนผู้ดูแลและเลี้ยงสัตว์ป่า เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ แผนที่ แผนผัง และรายการอาคารและสิ่งปลูกสร้างของสถานที่เพาะพันธุ์ รวมถึงวิธีการเพาะพันธุ์ ขั้นตอนการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน              กรณีบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่สามารถมารับใบอนุญาตได้ด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการมอบอำนาจเป็นหหนังสือ ติดอากรแสตมป์ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยตามแบบหนังสือมอบอำนาจ              กรณีผู้มีอำนาจลงนามพิจารณาออกใบอนุญาต มีการแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตทางไปรษณีย์ เพื่อที่จะให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตดังกล่าวต่อไป              ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2026-02-11T12:13:00"],
    [3975,"99861be7-00bc-4bb7-be3d-cc1d45b51294","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สอง กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวซึ่งต้องใช้พื้นที่เฉพาะกิจการนั้นในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน  (แพ ท่าเทียบเรือ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","998607d7-275b-4ebc-9b9d-c09c4879861e",46,5000,1,"ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการแพและท่าเทียบเรือในอุทยานแห่งชาติ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้\nก. บุคคลธรรมดา\n   (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n   (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้างหรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ   \n   (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย\n   (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้\nข. นิติบุคคล\n   (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย\n   (2) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสัญชาติไทย\n   (3) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบ ต้องเป็นบุคคลธรรมดามีสัญชาติไทยและมีทุนรวมกันอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ\n   (4) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดเกินกว่าร้อยละห้าสิบต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย   \n   (5) หุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ก.\n    วิธีการและขั้นตอนในการยื่นแบบคำขอ\n  1. ยื่นคำขอตามแบบที่กำหนด (อช.ม.22 (จ) ป.2-1) ต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติพร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้อง\n    การตรวจสอบพิจารณา\n  2. เมื่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติที่สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับคำขอพร้อมหลักฐานประกอบ\nคำขอครบถ้วนแล้วให้จัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ\n   3. เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท้องที่ได้รับรายงานตามข้อ (1) แล้วให้ตรวจสอบพิจารณา\nและทำความเห็นเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ\nอำนาจการอนุญาต\nเป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย\nการอนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์กำหนดพื้นที่และอายุใบอนุญาต ดังนี้\n(2) ประเภทที่สอง กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวซึ่งต้องใช้พื้นที่การเฉพาะกิจการนั้น\n(ก) หนึ่งปี สำหรับพื้นที่ไม่เกิน ๔๐๐ ตารางเมตร\n(ข) สามปี สำหรับพื้นที่เกิน ๔๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 1,500 ตารางเมตร\n(ค) ห้าปี สำหรับพื้นที่เกิน ๑,5๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๒,๐00 ตารางเมตร\nการอนุญาต\n4. อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต\n5. แจ้งผลการพิจารณาพร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขแนบท้าย ให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติ ดำเนินการแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศกำหนด\n6. อุทยานแห่งชาติดำเนินการให้ผู้รับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศ ลงลายมือชื่อในเงื่อนไขแนบท้ายจัดส่งให้กรมอุทยานแห่งชาติเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับหลักฐานการชำระเงิน\n7. เมื่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย อนุญาตให้เข้าดำเนินกิจการไปแล้วการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ในท้องที่นั้นๆ\nหมายเหตุ\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:36:45"],
    [3976,"99866f21-d7b4-4d68-aacb-4140f02e4f78","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สาม กิจการให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน (เรืออันเดินด้วยเครื่องจักรกลและกิจกรรมดำน้ำลึก)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9986695f-748b-4838-90f3-210ade408e1f",30,5000,1,null,"2024-04-30T10:20:44"],
    [3977,"998663b0-53c4-4a74-84e2-8e9451b19b57","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สอง กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวซึ่งต้องใช้พื้นที่เฉพาะกิจการนั้นในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน  (ติดตั้งเสาสัญญาณสื่อสารและกิจการเดินสายหรือติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใดในการให้บริการโทรคมนาคมที่ต้องกระทำ บนหรือตามเสา ท่อ หรือสิ่งก่อสร้างใดที่ใช้งานในลักษณะทำนองเดียวกันของผู้ให้บริการโทรคมนาคม)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99865c64-62db-4a84-bcaa-a305ba673fb1",45,10000,1,null,"2024-04-30T10:37:14"],
    [3978,"998678fa-790e-4cc0-92de-697a7e210992","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สอง กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวซึ่งต้องใช้พื้นที่เฉพาะกิจการนั้นในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน  (การให้บริการรถกอล์ฟหรือรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือการให้บริการเรือขนาดเล็กที่ไม่ใช้เครื่องจักรกล  หรือที่มีลักษณะเดียวกัน หรือการให้บริการรถจักรยาน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99867382-bf43-4831-80d3-7217b828e72d",45,2500,1,null,"2024-04-30T10:38:29"],
    [3979,"99aaadbb-f9c1-4b8f-a494-43fe9af757c3","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สาม กิจการให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน (แพที่มีการลากจูง/ล่องแก่ง โดยใช้เรือยาง หรือที่มีลักษณะเดียวกัน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99aa9d5d-c26a-4c33-af4a-b115fce5faba",45,1000,1,"การขออนุญาตและการอนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ ประเภทกิจการแพที่มีการลากจูง/ล่องแก่ง โดยใช้เรือยาง หรือที่มีลักษณะเดียวกัน\nให้ดำเนินการในบริเวณที่จัดไว้เป็นเขตบริการ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกำหนดจุดที่ตั้ง จัดทำแผนผัง กำหนดจำนวนแปลงเพื่อกิจการแล้วรายงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุมัติ\n  ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการแพที่มีการลากจูง/ล่องแก่ง โดยใช้เรือยาง ต้องมีคุณสมบัติดังนี้\nก. บุคคลธรรมดา\n   (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n   (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้างหรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ   \n   (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย\n   (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้\nข. นิติบุคคล\n   (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย\n   (2) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสัญชาติไทย\n   (3) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบ ต้องเป็นบุคคลธรรมดามีสัญชาติไทยและมีทุนรวมกันอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ\n   (4) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดเกินกว่าร้อยละห้าสิบต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย   \n   (5) หุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อ","2024-04-30T10:21:21"],
    [3980,"99aabcdc-f07c-4483-98a3-a7ea066826d1","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สาม กิจการให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน (การบริการนำเที่ยวโดยใช้รถยนต์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99aab139-bac3-479f-b50c-91bee30c653c",30,5000,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข\nการขออนุญาตและการอนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ ประเภทกิจการการบริการนำเที่ยวโดยใช้รถยนต์\nให้ดำเนินการในบริเวณที่จัดไว้เป็นเขตบริการ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกำหนดจุดที่ตั้ง จัดทำแผนผัง กำหนดจำนวนแปลงเพื่อกิจการแล้วรายงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุมัติ\n  ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการการบริการนำเที่ยวโดยใช้รถยนต์ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้\nก. บุคคลธรรมดา\n   (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n   (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้างหรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ   \n   (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย\n   (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้\nข. นิติบุคคล\n   (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย\n   (2) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสัญชาติไทย\n   (3) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบ ต้องเป็นบุคคลธรรมดามีสัญชาติไทยและมีทุนรวมกันอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ\n   (4) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดเกินกว่าร้อยละห้าสิบต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย   \n(5) หุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ก.","2026-02-11T09:15:07"],
    [3981,"99aac912-3112-44ff-96a4-1b4b6cc55e5d","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สาม กิจการให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน (ลูกหาบ หาบหาม การนำเที่ยวของผู้นำเที่ยวท้องถิ่น)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99aabefe-a11a-430a-b746-bc1afc2bc84f",30,500,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข\nการขออนุญาตและการอนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ ประเภทกิจการการบริการนำเที่ยวโดยใช้รถยนต์\nให้ดำเนินการในบริเวณที่จัดไว้เป็นเขตบริการ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกำหนดจุดที่ตั้ง จัดทำแผนผัง กำหนดจำนวนแปลงเพื่อกิจการแล้วรายงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุมัติ\n  ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการการบริการนำเที่ยวโดยใช้รถยนต์ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้\nก. บุคคลธรรมดา\n   (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n   (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้างหรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ   \n   (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย\n   (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้\nข. นิติบุคคล\n   (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย\n   (2) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสัญชาติไทย\n   (3) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบ ต้องเป็นบุคคลธรรมดามีสัญชาติไทยและมีทุนรวมกันอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ\n   (4) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดเกินกว่าร้อยละห้าสิบต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย   \n(5) หุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ก.","2026-02-11T09:12:47"],
    [3982,"99ac560f-96bd-4bba-84a7-cd1600f056dc","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สี่ การสัมปทานการเก็บรังนกอีแอ่น ให้เข้าไปเก็บรังนกอีแอ่นในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99ac4caf-dd4e-4168-9d2a-f832b1a98463",30,500000,1,"หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข\nการขออนุญาตเข้าไปในอุทยานแห่งชาติเพื่อเก็บรังนกอีแอ่น ต้องยื่นคำขอตามแบบที่กำหนด\n(แบบ อช.ม.22 (จ) ป.4-1) ต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติก่อนการเข้าไปเก็บรังนกอีแอ่น ไม่น้อยกว่า 30 วัน พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังนี้  \n  (1) สำเนาสัญญาสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่น\n  (2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน\n  (3) บัญชีจำนวนคนงาน พร้อมด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และภาพถ่ายขนาด 1 นิ้ว คนละ 3 ใบ\n  (4) บัญชีจำนวนยานพาหนะ พร้อมด้วยสำเนาทะเบียนยานพาหนะตามบัญชี\n  (5) บัญชีจำนวนอาวุธปืนและกระสุนปืน พร้อมด้วนสำเนาทะเบียนหรือใบอนุญาตให้มีและใช้วัตถุดังกล่าว\n  (6) บัญชีรายละเอียดเครื่องมือ เครื่องใช้ และของใช้อันจำเป็นแก่การปฏิบัติงาน","2024-04-30T10:12:23"],
    [3983,"99ac9322-2a05-4949-a571-d44dee43f183","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ ประเภทที่สาม กิจการให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน (อากาศยาน)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","99ac8afb-e697-4894-b48b-08c484a91ab7",45,100000,1,"การขออนุญาตและการอนุญาตเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ ประเภทกิจการแพที่มีการลากจูง/ล่องแก่ง โดยใช้เรือยาง หรือที่มีลักษณะเดียวกัน\nให้ดำเนินการในบริเวณที่จัดไว้เป็นเขตบริการ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกำหนดจุดที่ตั้ง จัดทำแผนผัง กำหนดจำนวนแปลงเพื่อกิจการแล้วรายงานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาอนุมัติ\n  ผู้ใดประสงค์จะเข้าไปดำเนินกิจการแพที่มีการลากจูง/ล่องแก่ง โดยใช้เรือยาง ต้องมีคุณสมบัติดังนี้\nก. บุคคลธรรมดา\n   (1) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n   (2) ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย โรคพิษสุราเรื้อรัง ติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคเท้าช้างหรือโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ   \n   (3) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย\n   (4) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้\nข. นิติบุคคล\n   (1) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยมีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย\n   (2) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสัญชาติไทย\n   (3) ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดชอบ ต้องเป็นบุคคลธรรมดามีสัญชาติไทยและมีทุนรวมกันอยู่ในห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ\n   (4) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด กรรมการต้องมีสัญชาติไทยและทุนของบริษัทจำกัดเกินกว่าร้อยละห้าสิบต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย   \n   (5) หุ้นส่วนจำกัดหรือกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ก.","2026-02-11T09:09:39"],
    [3984,"a03c71c4-6016-48c3-b720-6edeaf280d34","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การรับแจ้งการครอบครองงาช้าง ตามมาตรา 6 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การแจ้งการครอบครองงาช้าง ตามมาตรา 6)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","a01de1ba-881a-4495-911b-70b7285bf20f",10,0,null,"ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งงาช้าง","2026-02-11T08:41:35"],
    [3985,"a0460f39-34b3-4964-8300-64b7ed32396e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 28 (การขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 28)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a03ee238-9aa6-4edd-9586-0458ce9351b4",121,0,8,"ผู้ที่ต้องขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ดังต่อไปนี้ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่\n(1) เป็นผู้มีความประสงค์ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 \n(2) เป็นผู้มีความประสงค์ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 28 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เพิ่มเติม ในชนิดที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตมาก่อน\n(3) เป็นผู้มีความประสงค์จะดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมในสถานที่เพาะพันธุ์สถานที่ใหม่หรือสถานที่อื่นเพิ่มเติม\n\nผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร\n(3) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ครอบครองที่มีสวัสดิภาพเหมาะสม ในการเลี้ยงสัตว์ป่าควบคุมได้อย่างมีสวัสดิภาพตลอดชีวิตของสัตว์ป่าควบคุมหรือสถานที่ที่มีความปลอดภัยในการเก็บรักษาซากสัตว์ป่าควบคุม กรณีที่ผู้แจ้งการครอบครองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิกาครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ครอบครองนั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมนั้นด้วย\n(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ\n(6) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก\n(7) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n(8) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\nกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) (6) (7) และ (8) ด้วย\n\nข้อกำหนดของผู้ได้รับใบอนุญาต\n(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หากไม่มีการดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมตามที่ได้รับอนุญาต ให้ใบอนุญาตนั้นเป็นอันสิ้นผล\nภายใน 1 ปีหลังจากได้รับใบอนุญาต และผู้รับใบอนุญาตได้ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว จะต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่านั้นด้วย\n(2) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่าในการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า โดยจัดการตามรายละเอียดดังต่อไปนี้\n(2.1) ดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ป่าให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ป่านั้น รวมทั้งจัดให้มีสัตวแพทย์หรือสัตวบาลเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยต้องจัดทำบันทึกการตรวจสุขภาพของสัตว์ป่าเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้วย\n(2.2) จัดสถานที่ที่ใช้เลี้ยงดูสัตว์ป่ามิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง\n(2.3) ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกันมิให้สัตว์ป่าทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้อื่น\n(2.4) จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าให้แก่สัตว์ป่าที่ได้จากการเพาะพันธุ์ของตนตามระเบียบหรือประกาศที่อธิบดีประกาศ\n(3) การจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าที่มีอยู่จากการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ต้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้\n(3.1) การยื่นบัญชีครั้งแรก ดังนี้\n- กรณีมีสัตว์ป่าที่จะดำเนินการเพาะพันธุ์อยู่แล้วในขณะที่ได้รับใบอนุญาต ให้ยื่นบัญชีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต\n- กรณีที่ยังไม่มีสัตว์ป่าที่จะดำเนินการเพาะพันธุ์ในขณะที่ได้รับใบอนุญาต ให้ยื่นบัญชีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้มาซึ่งสัตว์ป่าที่จะดำเนินการเพาะพันธุ์\n(3.2) การยื่นบัญชีประจำปี ให้ยื่นปีละ 2 ครั้ง ในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคมของแต่ละปี\nทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าต้องเก็บสำเนาบัญชีตามข้อ (3.1) และข้อ (3.2) ไว้ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้\n\nผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ที่ประสงค์จะค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ที่ได้จากการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่านั้น ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการค้าด้วย ดังนี้\n(1) จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดของรายการที่นำเข้ามาในบัญชีเพื่อค้าโดยระบุตามหลักฐานการได้มาและรายการที่จำหน่ายออกไปโดยระบุหลักฐานการจำหน่ายที่ออกให้แก่ผู้ซื้อ ที่มีการเคลื่อนไหวในแต่ละเดือน\n(2) จัดทำบัญชีแสดงสถิติสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดข้อมูลจำนวนคงเหลือจากเดือนก่อนหน้า ข้อมูลจำนวนที่นำเข้ามาและจำหน่ายออกจากบัญชีในเดือนปัจจุบัน และข้อมูลจำนวนของสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าตามชนิดสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาต\n(3) ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ให้แก่ผู้ซื้อทุกครั้ง โดยข้อมูลหนังสือกำกับการจำหน่ายนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องระบุในบัญชีรับและจำหน่ายในข้อ 1) โดยหนังสือกำกับการจำหน่าย จะต้องให้ไว้แก่ผู้ซื้อ 1 ชุด และทำสำเนาเก็บไว้ที่ผู้ได้รับใบอนุญาต 1 ชุด และรวบรวมส่งให้ส่งหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป\nทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องเก็บรักษาบัญชีตาม (1) และ (2) ไว้ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันที่รับหรือจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้\n\nหากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องข้างต้น สามารถถือเป็นเหตุพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ด้วย\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้ขออนุญาตมีความพร้อมในสถานที่ขอดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้ขออนุญาตไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ขอดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ และสถานที่ขอดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-10T11:25:37"],
    [3986,"a03df3de-31be-4e63-94c7-90e35d3ef79f","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19 (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","a03dd2e8-a6e9-4ecd-951a-9db2969d3b84",30,0,5,"ผู้มีใบรับแจ้งการครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา 19 ที่มีความประสงค์จะดําเนินการ ดังนี้\n(1) เปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม\n(2) เปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม โดยต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่น้อยกว่า 15 วัน \n(3) เปลี่ยนแปลงสภาพหรือแปรรูปร่างของซากสัตว์ป่าควบคุม\n(4) เปลี่ยนแปลงจํานวนสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม\n\nขั้นตอนการดําเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้แจ้งมีความพร้อมในสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุม ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้แจ้งไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ครอบครอง และสถานที่ครอบครองไม่เหมาะสมต้องดําเนินการปรับปรุง","2026-02-11T08:42:16"],
    [3987,"a0461be8-145d-45e0-a102-95a28db66be4","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 28 (การขอต่ออายุใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 28)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a03ee325-f8e3-4810-832a-51b2a49f7cb2",31,0,6,"ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ 90 วัน\nกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในระยะเวลาข้างต้นได้ จะต้องแจ้งเหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์พิเศษแห่งการล่าช้าพร้อมการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 15 วันนับแต่วันที่เหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์พิเศษนั้นสิ้นสุดลง\n\nผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร\n(3) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม กรณีที่ผู้แจ้งการครอบครองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิกาครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ครอบครองนั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่สถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมนั้นด้วย\n(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ\n(6) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก\n(7) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n(8) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\nกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) (6) (7) และ (8) ด้วย\n\nผู้ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมให้ครบถ้วน และหากมีการค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ที่ได้จากการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่านั้น ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการค้าโดยเคร่งครัดด้วย \n\nหากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องข้างต้น สามารถถือเป็นเหตุพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไปด้วย\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีความพร้อมในสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ และสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-10T11:16:56"],
    [3988,"a03e0f63-1b69-464a-9a9d-7115ba204ed9","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19 (การเปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19 เป็นการชั่วคราว เพื่อนำไปจัดแสดง แข่งขัน ประกวด หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","a03e05ef-5ac4-40e7-b031-819aaec303ee",15,0,1,"ผู้มีใบรับแจ้งการครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา 19 ที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19 เป็นการชั่วคราว เพื่อนำไปจัดแสดง แข่งขัน ประกวด หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ต้องดำเนินการ ดังนี้\n(1) ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนทำการเคลื่อนย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน\n(2) การอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองเป็นการชั่วคราวมีระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน\n(3) หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองเป็นการชั่วคราวมากกว่า 30 วัน ให้ยื่นแบบแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และระบุรายละเอียดระยะเวลาที่ต้องการขยายระยะเวลาเพิ่มเติม ก่อนที่ระยะเวลาของการอนุญาตครั้งแรกสิ้นสุดลง\n.\nขั้นตอนการดําเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้แจ้งมีความพร้อมในสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมชั่วคราว ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้แจ้งไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ครอบครองชั่วคราว และสถานที่ครอบครองชั่วคราวไม่เหมาะสมต้องดําเนินการปรับปรุง","2026-02-11T08:43:06"],
    [3989,"a03e74e1-f1fa-485f-b12e-da8b136b9626","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19 (การโอนการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","a03e1329-90c3-494f-ada1-c706efae01ba",30,0,2,"ผู้มีความประสงค์จะโอนการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ \n\nผู้รับโอนการครอบครอง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ครอบครองที่มีสวัสดิภาพเหมาะสม ในการเลี้ยงสัตว์ป่าควบคุมได้อย่างมีสวัสดิภาพตลอดชีวิตของสัตว์ป่าควบคุมหรือสถานที่ที่มีความปลอดภัยในการเก็บรักษาซากสัตว์ป่าควบคุม กรณีที่ผู้แจ้งการครอบครองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิการครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ครอบครองนั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมนั้นด้วย\n(3) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n(4) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 นับแต่พระราชบัญญัตินี้ มีผลใช้บังคับ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี\nกรณีผู้แจ้งการครอบครองเป็นนิติบุคคลนิติบุคคลนั้นจะต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองหรือสิทธิใช้ประโยชน์ในสถานที่ครอบครองตาม (2) ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (3) และ (4) ด้วย\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้รับโอนมีความพร้อมในสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุม ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้รับโอนไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ครอบครอง และสถานที่ครอบครองของผู้รับโอนไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-11T08:46:47"],
    [3990,"a0462bb7-292f-418d-bf0e-b8fe7e9b234b","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 28 (การขอรับโอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 28)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a03ee464-d78b-421d-b723-4ff5f14936ca",61,0,9,"ผู้ที่มีความประสงค์ขอรับโอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ซึ่งมีรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตฉบับเดิม ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่\n\nผู้ขอรับโอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร\n(3) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม กรณีที่ผู้แจ้งการครอบครองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิการครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์นั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่สถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์นั้นด้วย\n(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ\n(6) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก\n(7) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n(8) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\nกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) (6) (7) และ (8) ด้วย\n\nผู้ขอรับโอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ต้องจัดทำโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม โดยแสดงรายละเอียดรายการชนิดและจำนวนสัตว์ป่าที่อยู่ภายใต้การดำเนินกิจการ ความพร้อมของสถานที่ กรง คอก และเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และลักษณะการดำเนินกิจการ\n\nข้อกำหนดของผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องดำเนินการ ดังนี้\n(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต หากไม่มีการดำเนินการตามโครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมตามที่ได้รับอนุญาต ให้ใบอนุญาตนั้นเป็นอันสิ้นผล\nภายใน 1 ปีหลังจากได้รับใบอนุญาต และผู้รับใบอนุญาตได้ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว จะต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่านั้นด้วย\n(2) ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่าในการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า โดยจัดการตามรายละเอียดดังต่อไปนี้\n(2.1) ดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ป่าให้เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ป่านั้น รวมทั้งจัดให้มีสัตวแพทย์หรือสัตวบาลเพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ป่าตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยต้องจัดทำบันทึกการตรวจสุขภาพของสัตว์ป่าเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้วย\n(2.2) จัดสถานที่ที่ใช้เลี้ยงดูสัตว์ป่ามิให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง\n(2.3) ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกันมิให้สัตว์ป่าทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้อื่น\n(2.4) จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าให้แก่สัตว์ป่าที่ได้จากการเพาะพันธุ์ของตนตามระเบียบหรือประกาศที่อธิบดีประกาศ\n(3) การจัดทำบัญชีแสดงชนิดและจำนวนสัตว์ป่าที่มีอยู่จากการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ต้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้\n(3.1) การยื่นบัญชีครั้งแรก ดังนี้\n- กรณีมีสัตว์ป่าที่จะดำเนินการเพาะพันธุ์อยู่แล้วในขณะที่ได้รับใบอนุญาต ให้ยื่นบัญชีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต\n- กรณีที่ยังไม่มีสัตว์ป่าที่จะดำเนินการเพาะพันธุ์ในขณะที่ได้รับใบอนุญาต ให้ยื่นบัญชีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มาซึ่งสัตว์ป่าที่จะดำเนินการเพาะพันธุ์\n(3.2) การยื่นบัญชีประจำปี ให้ยื่นปีละ 2 ครั้ง ในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคมของแต่ละปี\nทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าต้องเก็บสำเนาบัญชีตามข้อ (3.1) และข้อ (3.2) ไว้ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้\n\nผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ที่ประสงค์จะค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ที่ได้จากการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่านั้น ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการค้าด้วย ดังนี้\n(1) จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดของรายการที่นำเข้ามาในบัญชีเพื่อค้าโดยระบุตามหลักฐานการได้มาและรายการที่จำหน่ายออกไปโดยระบุหลักฐานการจำหน่ายที่ออกให้แก่ผู้ซื้อ ที่มีการเคลื่อนไหวในแต่ละเดือน\n(2) จัดทำบัญชีแสดงสถิติสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดข้อมูลจำนวนคงเหลือจากเดือนก่อนหน้า ข้อมูลจำนวนที่นำเข้ามาและจำหน่ายออกจากบัญชีในเดือนปัจจุบัน และข้อมูลจำนวนของสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าตามชนิดสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาต\n(3) ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ให้แก่ผู้ซื้อทุกครั้ง โดยข้อมูลหนังสือกำกับการจำหน่ายนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องระบุในบัญชีรับและจำหน่ายในข้อ 1) โดยหนังสือกำกับการจำหน่าย จะต้องให้ไว้แก่ผู้ซื้อ 1 ชุด และทำสำเนาเก็บไว้ที่ผู้ได้รับใบอนุญาต 1 ชุด และรวบรวมส่งให้ส่งหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป\nทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องเก็บรักษาบัญชีตาม (1) และ (2) ไว้ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันที่รับหรือจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้\n\nหากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องข้างต้น สามารถถือเป็นเหตุพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ด้วย\n\nอายุของใบอนุญาต จะนับอายุต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิมที่ขอโอน จนครบระยะเวลา 5 ปี\nโดยวันสิ้นอายุใบอนุญาตที่ได้รับโอน จะเท่ากับวันสิ้นอายุขอใบอนุญาตฉบับเดิมที่ขอโอน\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้รับโอนมีความพร้อมในสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้รับโอนไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม และสถานที่ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-10T11:21:49"],
    [3991,"a046489c-043f-4491-8d4b-90f713f04053","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การรับแจ้งการครอบครองงาช้าง ตามมาตรา 6 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองงาช้าง ตามมาตรา 6 และ มาตรา 19)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","a03c8310-b32b-4047-8722-3645045a449e",10,0,2,"ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งงาช้าง","2026-02-11T08:39:32"],
    [3992,"a0465192-714e-4bbb-a1f3-7a1af15e2122","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30 (การขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a03ee660-a2ea-41af-902e-e4095edd7583",30,0,8,"ผู้ที่ต้องขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ดังต่อไปนี้ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่\n(1) เป็นผู้มีความประสงค์ดำเนินกิจการค้าสัตว์ป่าควบคุม หรือค้าซากสัตว์ป่าควบคุมหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม ซึ่งชนิดสัตว์ป่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 30 วรรคหนึ่ง โดยสามารถระบุชนิดสัตว์ป่าที่จะค้าได้มากกว่าหนึ่งชนิดในการขอรับใบอนุญาตหนึ่งครั้ง \n(2) เป็นผู้มีความประสงค์ดำเนินกิจการค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุมหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม ชนิดใหม่เพิ่มเติมที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตมาก่อน\n(3) เป็นผู้มีความประสงค์จะค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุมหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม ในสถานที่ค้าสถานที่ใหม่หรือสถานที่อื่นเพิ่มเติม\n\nผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร\n(3) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ค้าหรือสถานที่พักสัตว์ก่อนการจำหน่าย ที่มีสวัสดิภาพเหมาะสม ในการรองรับสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิการครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ค้านั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่หรือสถานที่พักสัตว์ก่อนการจำหน่ายนั้นด้วย\n(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ\n(6) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก\n(7) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n(8) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\nกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) (6) (7) และ (8) ด้วย\nสำหรับการขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุมซึ่งไม่มีสถานที่ค้า จะไม่พิจารณาคุณสมบัติตามข้อ (3)\n\nข้อกำหนดของผู้ได้รับใบอนุญาต\n(1) จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดของรายการที่นำเข้ามาในบัญชีเพื่อค้าโดยระบุตามหลักฐานการได้มาและรายการที่จำหน่ายออกไปโดยระบุหลักฐานการจำหน่ายที่ออกให้แก่ผู้ซื้อ ที่มีการเคลื่อนไหวในแต่ละเดือน\n(2) จัดทำบัญชีแสดงสถิติสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดข้อมูลจำนวนคงเหลือจากเดือนก่อนหน้า ข้อมูลจำนวนที่นำเข้ามาและจำหน่ายออกจากบัญชีในเดือนปัจจุบัน และข้อมูลจำนวนของสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าตามชนิดสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาต\n(3) ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ให้แก่ผู้ซื้อทุกครั้ง โดยข้อมูลหนังสือกำกับการจำหน่ายนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องระบุในบัญชีรับและจำหน่ายในข้อ (1) โดยหนังสือกำกับการจำหน่าย จะต้องให้ไว้แก่ผู้ซื้อ 1 ชุด และทำสำเนาเก็บไว้ที่ผู้ได้รับใบอนุญาต 1 ชุด และรวบรวมส่งให้ส่งหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป\nทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องเก็บรักษาบัญชีตาม (1) และ (2) ไว้ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันที่รับหรือจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้\n(4) ผู้รับใบอนุญาตจะค้าสัตว์ป่าเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้ โดยสามารถเพิ่มรายการสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าตามชนิดพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้ค้าในบัญชีรับและจำหน่ายได้ต่อเนื่องจนกว่าใบอนุญาตฉบับนั้นจะสิ้นอายุ\n\nหากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องข้างต้น สามารถถือเป็นเหตุพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม หรือใบอนุญาตค้าซากสัตว์ป่าควบคุมหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ด้วย\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้ขออนุญาตมีความพร้อมในสถานที่ขอดำเนินกิจการค้าสัตว์ป่าควบคุม ซาก หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้ขออนุญาตไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ขอดำเนินกิจการค้า และสถานที่ขอดำเนินกิจการค้าไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-10T11:07:52"],
    [3993,"a0465c2d-5912-45a8-95c3-b522ba912c9c","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30 (การขอต่ออายุใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a03ee75c-7378-4632-8921-7f8a83f2b4df",30,0,8,"ผู้ได้รับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ 90 วัน\nกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในระยะเวลาข้างต้นได้ จะต้องแจ้งเหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์พิเศษแห่งการล่าช้าพร้อมการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 15 วันนับแต่วันที่เหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์พิเศษนั้นสิ้นสุดลง\n\nผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร\n(3) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ค้าที่มีสวัสดิภาพเหมาะสม ในการเลี้ยงสัตว์ป่าควบคุมได้อย่างมีสวัสดิภาพตลอดชีวิตของสัตว์ป่าควบคุมหรือสถานที่ที่มีความปลอดภัยในการเก็บรักษาซากสัตว์ป่าควบคุม กรณีที่ผู้แจ้งการครอบครองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิกาครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ครอบครองนั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมนั้นด้วย\n(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ\n(6) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก\n(7) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n(8) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\nกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) (6) (7) และ (8) ด้วย\nสำหรับการขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุมซึ่งไม่มีสถานที่ค้า จะไม่พิจารณาคุณสมบัติตามข้อ (3)\n\nผู้ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของผู้ได้รับใบอนุญาตการค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตโดยเคร่งครัดต่อไปด้วย\n\nหากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องข้างต้น สามารถถือเป็นเหตุพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม หรือใบอนุญาตค้าซากสัตว์ป่าควบคุมหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ด้วย\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีความพร้อมในสถานที่ดำเนินกิจค้า ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ดำเนินกิจการค้า และสถานที่ดำเนินกิจการค้าไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-10T10:59:58"],
    [3994,"a0466c9a-34ef-4125-aa21-c20eb1e8ef09","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30 (การขอรับโอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a03ee82e-7e77-45c0-9c04-40024435f304",60,0,7,"ผู้ที่มีความประสงค์โอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตฉบับเดิม ให้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ \n\nผู้ขอรับโอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร\n(3) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ค้าหรือสถานที่พักสัตว์ก่อนการจำหน่าย ที่มีสวัสดิภาพเหมาะสม ในการรองรับสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิการครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ค้านั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่หรือสถานที่พักสัตว์ก่อนการจำหน่ายนั้นด้วย\n(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n(5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ\n(6) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก\n(7) ไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากรหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n(8) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตแต่พ้นระยะเวลาห้าปีก่อนวันยื่นคำขอรับใบอนุญาต\nกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม (2) และ (3) และในกรณีกรรมการหรือผู้จัดการนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (4) (5) (6) (7) และ (8) ด้วย\nสำหรับการขอรับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุมซึ่งไม่มีสถานที่ค้า จะไม่พิจารณาคุณสมบัติตามข้อ (3)\n\nผู้ขอรับโอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าควบคุม หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าควบคุม ต้องมีรายละเอียดและลักษณะการดำเนินการค้า ความพร้อมของสถานที่ค้าหรือสถานที่พักสัตว์ก่อนการจำหน่าย กรง คอก และเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการค้า \n\nข้อกำหนดของผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องดำเนินการ ดังนี้\n(1) จัดทำบัญชีรับและจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดของรายการที่นำเข้ามาในบัญชีเพื่อค้าโดยระบุตามหลักฐานการได้มาและรายการที่จำหน่ายออกไปโดยระบุหลักฐานการจำหน่ายที่ออกให้แก่ผู้ซื้อ ที่มีการเคลื่อนไหวในแต่ละเดือน\n(2) จัดทำบัญชีแสดงสถิติสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ซึ่งแสดงรายละเอียดข้อมูลจำนวนคงเหลือจากเดือนก่อนหน้า ข้อมูลจำนวนที่นำเข้ามาและจำหน่ายออกจากบัญชีในเดือนปัจจุบัน และข้อมูลจำนวนของสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าตามชนิดสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาต\n(3) ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ให้แก่ผู้ซื้อทุกครั้ง โดยข้อมูลหนังสือกำกับการจำหน่ายนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องระบุในบัญชีรับและจำหน่ายในข้อ (1) โดยหนังสือกำกับการจำหน่าย จะต้องให้ไว้แก่ผู้ซื้อ 1 ชุด และทำสำเนาเก็บไว้ที่ผู้ได้รับใบอนุญาต 1 ชุด และรวบรวมส่งให้ส่งหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป\nทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องเก็บรักษาบัญชีตาม (1) และ (2) ไว้ ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันที่รับหรือจำหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้\n(4) ผู้รับใบอนุญาตจะค้าสัตว์ป่าเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้ โดยสามารถเพิ่มรายการสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าตามชนิดพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้ค้าในบัญชีรับและจำหน่ายได้ต่อเนื่องจนกว่าใบอนุญาตฉบับนั้นจะสิ้นอายุ\n\nหากผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องข้างต้น สามารถถือเป็นเหตุพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุม หรือใบอนุญาตค้าซากสัตว์ป่าควบคุมหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ด้วย\n\nอายุของใบอนุญาต จะนับอายุต่อเนื่องจากใบอนุญาตฉบับเดิมที่ขอโอน จนครบระยะเวลา 2 ปี\nโดยวันสิ้นอายุใบอนุญาตที่ได้รับโอน จะเท่ากับวันสิ้นอายุขอใบอนุญาตฉบับเดิมที่ขอโอน\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้รับโอนมีความพร้อมในสถานที่ดำเนินกิจการค้า ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้รับโอนไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ดำเนินกิจการค้า และสถานที่ดำเนินกิจการค้าไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-10T11:02:44"],
    [3995,"a0483921-18b4-4e8f-8b2e-916978018e52","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การรับแจ้งการครอบครองงาช้าง ตามมาตรา 6 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การขอโอนการครอบครองงาช้าง ตามมาตรา 6 และ มาตรา 19)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","a04677c9-82ed-4223-a372-531ef4c8e318",12,0,2,"ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งงาช้าง","2026-02-11T08:41:00"],
    [3996,"a0483e0f-6b50-4f3c-8251-a6cc4ee025a7","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การรับแจ้งการครอบครองงาช้าง ตามมาตรา 6 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การขอแปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง ตามมาตรา 6 และ มาตรา 19)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","a0483ab6-ae91-45d9-9253-4a7b7e80c5ae",45,0,2,"ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งงาช้าง","2026-02-11T08:40:22"],
    [3997,"a04a6df6-776b-4610-b4f4-b42f998ef2fd","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตค้างาช้าง ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การขอรับใบอนุญาตให้ค้างาช้าง ตามมาตรา 4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a0484af3-9d68-4e0c-8a7f-30f6f4a8b27b",15,5000,7,"การพิจารณาอนุญาตให้ค้างาช้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n(1) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร\n(2) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร มีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้าง และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง\n(3) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง\n(4) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n(5) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n    ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (1) (4) และ (5) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ ด้วย","2026-02-10T10:39:39"],
    [3998,"a04c5c61-2141-4e12-9fb7-c0daacc21800","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตค้างาช้าง ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การขอย้ายสถานที่ค้างาช้าง ตามมาตรา 4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a04aa0ae-7143-45e3-96e8-4d28f791ba63",12,0,1,"การพิจารณาอนุญาตให้ค้างาช้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n(1) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร\n(2) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร มีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้าง และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง\n(3) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง\n(4) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n(5) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n    ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (1) (4) และ (5) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ ด้วย","2026-02-10T10:38:31"],
    [3999,"a0527990-6c90-4fb6-913a-e36ad25de73a","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตค้างาช้าง ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การขอเลิกทำการค้างาช้าง ตามมาตรา 4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a05273af-f151-4027-bc60-a6e32c71e848",15,0,1,"การพิจารณาอนุญาตให้ค้างาช้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n(1) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร\n(2) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร มีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้าง และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง\n(3) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง\n(4) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n(5) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n    ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (1) (4) และ (5) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ ด้วย","2026-02-10T10:51:54"],
    [4000,"a0527f8e-243f-420e-b7bc-c3be5e4659e8","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การขออนุญาตค้างาช้าง ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. 2558 (การขอแปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง ตามมาตรา 4)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","a0527c2c-1081-467d-825b-ef57bd5f33ce",45,0,null,"การพิจารณาอนุญาตให้ค้างาช้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n(1) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร\n(2) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร มีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้าง และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง\n(3) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง\n(4) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n(5) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้\n    ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (1) (4) และ (5) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ ด้วย","2026-02-10T10:57:59"],
    [4001,"a1113ff6-c867-4f7c-ba9f-05c049a9d345","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","การแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19 (การแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","a03bea0f-a173-40f8-8fd0-8ef725f5e2ba",30,0,2,"1. ผู้ที่ต้องแจ้งการครอบครอง : ผู้จะมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุม หรือซากสัตว์ป่าควบคุม ดังต่อไปนี้ ให้แจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่\n(1) เป็นผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม ก่อนประกาศตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 กรณีนี้ให้แจ้งการครอบครองภายในระยะเวลาที่กำหนดตามมาตรา 20\n(2) เป็นผู้ประสงค์จะมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุม หรือซากสัตว์ป่าควบคุม ที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายหลังการออกประกาศกำหนดชนิดสัตว์ป่าควบคุม ตามมาตรา 19 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562\n(3) เป็นผู้ดำเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุมซึ่งมีไว้ในครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม กรณีซึ่งยังไม่ได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการเพาะพันธุ์ ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562\n(4) เป็นผู้ค้าสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตค้าตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าควบคุมแล้ว แต่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมชนิดที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ค้าได้\n(5) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสวนสัตว์ซึ่งมีไว้ในความครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม\n\n2. ผู้แจ้งการครอบครอง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้\n(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ\n(2) เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ในสถานที่ครอบครองที่มีสวัสดิภาพเหมาะสม ในการเลี้ยงสัตว์ป่าควบคุมได้อย่างมีสวัสดิภาพตลอดชีวิตของสัตว์ป่าควบคุมหรือสถานที่ที่มีความปลอดภัยในการเก็บรักษาซากสัตว์ป่าควบคุม กรณีที่ผู้แจ้งการครอบครองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิกาครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่ครอบครองนั้น ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมนั้นด้วย\n(3) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n(4) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 นับแต่พระราชบัญญัตินี้ มีผลใช้บังคับ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี\nกรณีผู้แจ้งการครอบครองเป็นนิติบุคคลนิติบุคคลนั้นจะต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองหรือสิทธิใช้ประโยชน์ในสถานที่ครอบครองตาม (2) ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (3) และ (4) ด้วย\n\n3. การโอนการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุม ดังต่อไปนี้ จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่การโอนหรือแลกเปลี่ยนสัตว์ระหว่างสวนสัตว์ของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ ได้แก่\n1) กอริลล่าภูเขา (Gorilla beringei) \n2) กอริลล่า (Gorilla gorilla) \n3) ชิมแพนซีธรรมดา (Pan troglodytes) \n4) โบโนโบ้ (Pan paniscus) \n5) อุรังอุตังสุมาตรา (Pongo abelii) \n6) อุรังอุตังบอร์เนียว (Pongo pygmaeus) \n7) นกอินทรีฮาร์ปี้ (Harpia harpyja) \n8) นกแก้วมาคอว์สปิกซ์ (Cyanopsitta spixii) \n9) นกแก้วคาคาโป หรือ นกคาคาโป (Strigops habroptila) \n10) มังกรโคโมโด (Varanus komodoensis) \n11) ทัวทาร่า (Sphenodon punctatus) \n12) เต่ามาดากัสการ์ (Astrochelys yniphora)\n13) เต่ายักษ์กาลาปากอส (Chelonoidis niger) \n\n4. ผู้ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมต้องดูแลและจัดสวัสดิภาพสัตว์ป่าควบคุมตามชนิด และลักษณะการครอบครอง ดังนี้\n1) ชนิดสัตว์ป่าควบคุม\n1.1) สัตว์ป่าชนิด ก หมายถึง สัตว์ป่าควบคุมที่ต้องมีมาตราการควบคุมที่เข้มงวดด้วยลักษณะสายพันธุ์มีความดุร้ายหรือด้วยลักษณะนิสัย พฤติกรรม อาจสร้างความหวาดกลัวหรือทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของมนุษย์ ได้แก่ สัตว์ป่าควบคุมประเภทกลุ่มสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ กลุ่มลิงขนาดใหญ่ และงูขนาดใหญ่\n1.2) สัตว์ป่าชนิด ข หมายถึง สัตว์ป่าควบคุมนอกจากสัตว์ป่าควบคุมชนิด ก\nโดยสามารถตรวจสอบชนิดพันธุ์ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการแจ้งและการรับแจ้ง และการครอบครอง ซึ่งสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม พ.ศ. 2565\n2) ลักษณะการครอบครอง ดังนี้\n2.1) การครอบครองสัตว์ป่าควบคุมในลักษณะสัตว์เลี้ยง\n2.2) การครอบครองสัตว์ป่าควบคุมในลักษณะเพื่อการค้าและการดำเนินกิจการเพาะพันธุ์\n2.3) การครอบครองสัตว์ป่าควบคุมในลักษณะเลี้ยงเพื่องานอดิเรก\n2.4) การครอบครองสัตว์ป่าควบคุมในลักษณะสวนสัตว์ของผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสวนสัตว์\n2.5) การครอบครองสัตว์ป่าควบคุมในลักษณะที่เปิดให้รับชมเพื่อความเพลิดเพลิน การแสดงเพื่อนันทนาการ การแข่งขัน หรือการประกวด\n\nขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน และผู้แจ้งมีความพร้อมในสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุม ทั้งนี้ ระยะเวลาจะไม่นับรวมกรณีผู้แจ้งไม่มีความพร้อมในการตรวจสถานที่ครอบครอง และสถานที่ครอบครองไม่เหมาะสมต้องดำเนินการปรับปรุง","2026-02-13T15:19:08"],
    [4002,"963935e0-065b-4ba8-9efc-36309ef3462d","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม  สำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการใดที่หน่วยงานของรัฐจะอนุญาต ซึ่งผู้ดำเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd334-5ef0-447d-b235-0ebc25acfde3",105,0,4,"การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการใดที่หน่วยงานของรัฐจะอนุญาต ซึ่งผู้ดำเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 โดยรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แบ่งเป็น \n   รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น \n   รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม \n   รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง \n   ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศกำหนดไว้ ดังนี้ \n         ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 \n         ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2566 \n         ประกาศสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566\n          ประกาศสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แนวทางการจัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565\n          ประกาศสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านสุขภาพ   \nลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2565\n          ประกาศสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565\n\nหมายเหตุ : ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือ เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2024-04-30T10:11:45"],
    [4003,"963b8861-2dfd-46a3-bfb6-f97938981fe1","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd334-5c36-4c20-91db-3b590877d878",81,5000,48,"โดยที่มาตรา 51/4 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 บัญญัติให้การขอและการออกใบอนุญาต คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการสั่งพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และสมควรปรับปรุงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565 โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต ตามคู่มือการขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (https://eiadev.onep.go.th/Show_Detail.aspx?DetailId=17) \n\nหมายเหตุ : ระยะเวลาในการพิจารณาและแจ้งผลรวม 52 วัน และระยะเวลาในการออกใบอนุญาตรวม 74 วัน นับแต่วันที่ออกใบรับคำขอ ทั้งนี้ ไม่นับรวมระยะเวลาที่ผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตแก้ไขหรือพิ่มเติมเอกสาร","2024-04-30T10:10:55"],
    [4004,"9b7305b2-e00c-40b7-bb89-93e7c8f9d3f1","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","ใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b72f8a4-1f25-4ba0-8bb6-a6ae506211db",15,500,1,"1)บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\n2)หนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์ 30 บาท และ\nสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\nหมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถมายื่นคำขอ ด้วยตนเองได้ (ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)\n3)หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (สำเนา 1 ฉบับ)\nหมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้\n(ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)\n4)กรณีใบอนุญาตถูกทำลายในสาระสำคัญให้แสดงใบอนุญาตที่ถูก\nทำลายด้วย","2024-06-13T13:22:14"],
    [4005,"9b733d87-5dd9-484a-b45c-fb077a1744a4","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การแก้ไขใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b733788-cf5b-4af8-aabc-d4fad24235ef",17,10,1,"1)บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\n2)หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (สำเนา 1 ฉบับ )\nหมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้(ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)\n3)หนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์ 30 บาทและสำเนาบัตรประจำตัว\nประชาชนของผู้มอบอำนาจ ฉบับจริง 1 ฉบับ) หมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้\n(ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)\n-\n4)ใบอนุญาตต้นฉบับ หรือใบแทนแล้วแต่กรณี (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\n5)หลักฐานการเปลี่ยนชื่อของผู้รับใบอนุญาตจากส่วนราชการผู้รับแจ้งการเปลี่ยนชื่อ\n(สำเนา 1 ฉบับ)\nหมายเหตุ กรณีขอเปลี่ยนชื่อผู้รับใบอนุญาต (ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)\n6)หลักฐานการเปลี่ยนที่อยู่ตามใบอนุญาตจากส่วนราชการ ตามเขตการปกครอง\n(สำเนา 1 ฉบับ)\nหมายเหตุ กรณีขอเปลี่ยนที่อยู่ตามใบอนุญาต (ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)\n7)รายงานการใช้น้ำบาดาล (แบบ นบ/.11 (ย้อนหลัง 3 เดือน หรือเอกสารหลักฐานที่\nแสดงว่ามีการลด - ขยาย กำลังการผลิต หรือการลด - เพิ่มจำนวนผู้ใช้น้ำ\n(สำเนา 1 ฉบับ)","2024-06-13T13:22:52"],
    [4006,"9b734602-63c0-49d5-8a67-cb61156fa753","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การต่อใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b733f7d-8ba7-47e1-b388-2a8ca28fb3b4",15,1000,null,"เมื่อใบอนุญาตใกล้ถึงกำหนด สิ้นอายุ ผู้รับใบอนุญาตต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการนํ้าบาดาลต่อพนักงานนํ้าบาดาลประจำท้องที่หากมีความประสงค์ยังต้องการใช้นํ้าบาดาล โดยมีเอกสารประกอบดังนี้ \n1)ใบอนุญาตต้นฉบับหรือใบแทนใบอนุญาตแล้วแต่กรณี (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\n2)บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\n3)หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (สำเนา 1 ฉบบั )\nหมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้ ลง)ลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง(\n4)หนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์ 30 บาทและสำเนาบัตรประจำตัว\nประชาชนของผู้มอบอำนาจ ฉบับจริง 1 ฉบับ)\nหมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้\n(ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)","2024-06-13T13:21:22"],
    [4007,"9b734d29-bc66-44a5-9dc5-3cff7ac6a833","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การเลิกใช้น้ำบาดาล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b734897-38fb-424d-8444-e4e0e1178859",7,0,null,"หากต้องการยกเลิกการใช้น้ำบาดาล สารารถขอยกเลิกการใช้น้ำบาดาลโดยยื่นเอกสาร ประกอบด้วย\n1)ใบอนุญาตต้นฉบับหรือใบแทนใบอนุญาตแล้วแต่กรณี (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\n2)บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)\n3)หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (สำเนา 1 ฉบบั )\nหมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้ ลง)ลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง(\n4)หนังสือมอบอำนาจ (ปิดอากรแสตมป์ 30 บาทและสำเนาบัตรประจำตัว\nประชาชนของผู้มอบอำนาจ ฉบับจริง 1 ฉบับ)\nหมายเหตุ กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเองได้\n(ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)  \nโดยต้องดำเนินการอุดกลบบ่อนํ้าบาดาลภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ","2024-06-13T13:24:06"],
    [4008,"9b735385-a903-41f8-97b6-f056546efebf","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการน้ำบาดาล","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b734ee9-d2df-4121-a112-a2a035a4d6ea",15,1000,1,"1. การตรวจสอบคำขอและเอกสารหรือหลักฐาน ( 1 ชั่วโมง )\n2. การพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โอนใบอนุญาต ( 1 วันทำการ)","2024-06-13T13:22:31"],
    [4009,"9b735b2d-3d06-4c26-af3e-0794e6c172f2","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การขอรับใบอนุญาตเจาะ และใช้น้ำบาดาล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b73550a-d7b2-46c3-9061-014e79c340e2",31,1000,1,"ขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตเจาะหรือใช้น้ำบาดาล\n1.การตรวจสอบคำขอและเอกสารหรือหลักฐาน (1 ชั่วโมง)\n2.การตรวจสอบข้อมูลหรือสถานที่ตามคำขอรับใบอนุญาต\n3.ตรวจสอบข้อมูล (1 ชั่วโมง)\n4.ตรวจสอบสถานที่ (1 วัน ทำการ)\n5.การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาให้ความเห็น (15 วันทำการ)\n6.การพิจารณาออกใบอนุญาตหรือไม่ออกใบอนุญาต และแจ้งผลการพิจารณา (1 วันทำการ)","2024-06-13T13:19:01"],
    [4010,"9b753144-8121-49fb-818e-9359effe7bb3","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การขอรับใบอนุญาตให้นำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ในท้องที่จังหวัดยโสธร","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b75254c-4f9f-4ae4-a644-618d32a5ba81",121,0,1,"1.เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่ 1 แรงม้า โดยมีแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่ 12 นิ้วหรือเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้าหรือแผ่นบังคับโซ่ยาวตั้งแต่ 12 นิ้ว ส่วนหนึ่งสวนใด\n2.ผู้ยื่นคำขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์\n3.มีสัญชาติไทย\n4.มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่ราชอาณาจักร\n5.ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ\n6.ไม่เป็นบุคคล้มละลาย\n7.ไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตาม พ.ร.บ. นี้ เว้นแต่การถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวผ่านมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต\n8.กรณีเป็นนิติบุคคล ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ 2 - 7","2024-06-13T13:19:31"],
    [4011,"9b753826-b5db-42bc-8c17-c4b1ffdac74e","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การขออนุญาตซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้าง ในท้องที่จังหวัดยโสธร","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9b7532f9-16dd-407e-822c-c9f69967432a",121,0,1,null,"2024-06-13T13:19:50"],
    [4012,"9c462c9e-5a2c-48c6-abd4-02023e9ef904","APPROVED_BY_PARTNER_REVIEWER","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","ขอข้อมูลข่าวสารของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9bad2b68-4d0c-4097-ad4e-755d0dbfd634",46,1,1,"https://esc.mnre.go.th/guide/info/index.html","2024-06-13T13:17:06"],
    [4013,"94e56e27-043d-4881-9292-6fa3aa8aeb8e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)","การขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์และฉลากลดโลกร้อน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-482e-4fcf-950a-dfd7b88a5ba9",77,0,4,"http://thaicarbonlabel.tgo.or.th/products_process/products_process.pnc","2022-04-06T22:52:48"],
    [4014,"94e56e27-064c-44b7-9432-223adbf0fea5","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)","การขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-4ae1-470c-8658-815d2f5dfeb6",77,0,5,"http://thaicarbonlabel.tgo.or.th/organization_process/organization_process.pnc","2021-11-17T13:39:24"],
    [4015,"94e56e27-0857-462a-8867-03747003caef","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)","การขึ้นทะเบียนเครื่องหมายคูลโหมด [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-4dab-4f9d-8af2-c0fd03734dac",44,0,4,"http://thaicarbonlabel.tgo.or.th/coolmode_process/coolmode_process.pnc","2021-11-17T13:39:24"],
    [4016,"94e56e27-0e40-4b88-8bb3-40ffe250ac56","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)","หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการใช้เครื่องหมายรับรองการชดเชยคาร์บอน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d3a-56bd-43ab-9c83-dd76b235c1f0",54,0,12,"http://thaicarbonlabel.tgo.or.th/admin/uploadfiles/download/ts_6a0b198407.pdf","2022-04-06T22:52:45"],
    [4017,"95d2a7d6-0e59-4238-b1e3-01c1f64e83e2","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)","การขอขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d3a-50de-4e79-9a18-5e7d96a6faad",80,3000,7,"1) อบก. รับเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนจากผู้พัฒนาโครงการ/เจ้าของโครงการและดำเนินการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นโดยพิจารณาความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับเอกสาร\n2) อบก. นำเสนอรายละเอียดโครงการที่ผ่านการตรวจสอบแล้วต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการและกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อพิจารณากลั่นกรองโครงการภายใน 15 วันทำการ \n3) อบก.นำเสนอคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ให้ความเห็นชอบในการขึ้นทะเบียนโครงการT-VER ต่อไปภายใน 30 วันทำการ \n4) อบก. แจ้งผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ให้ผู้พัฒนาโครงการทราบภายใน 20 วันทำการ\n\nกำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณาโครงการ ภายใน 60 วันทำการ \nทั้งนี้การพิจารณาขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)","2024-02-21T09:29:41"],
    [4018,"95dd3696-1fa4-4e3d-9084-6cda891d16d1","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)","การรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d3a-53ce-4a9c-a800-8695f6cc5c86",80,3000,4,"1) อบก. รับเอกสารประกอบการขอรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากผู้พัฒนาโครงการและดำเนินการตรวจสอบเอกสารเบื้องโดยพิจารณาความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดและสาระสำคัญของโครงการโดยพิจารณาว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์การรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกหรือไม่ ภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับเอกสาร\n2) อบก. นำเสนอรายละเอียดโครงการที่ผ่านการตรวจสอบแล้วต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการและกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อพิจารณากลั่นกรองโครงการภายใน 15 วันทำการ \n3) อบก.นำเสนอคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ให้ความเห็นชอบในการขึ้นทะเบียนโครงการT-VER ต่อไปภายใน 30 วันทำการ \n4) อบก. แจ้งผลการพิจารณารับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก ให้ผู้พัฒนาโครงการทราบภายใน 20 วันทำการ\n\nกำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณารับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก ภายใน 60 วันทำการทั้งนี้ การพิจารณารับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)","2024-02-21T09:31:30"],
    [4019,"95dd6695-1913-4d44-b946-bdc27ad9963e","PUBLISHED","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)","การขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจ (Validation and Verification Body: VVB) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95d68344-03aa-4c72-bb89-f1d596e64615",80,0,5,"1) อบก. รับเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจ (Validation and Verification Body: VVB) จากหน่วยงานที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียน และดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติหน่วยงานและเอกสารประกอบเบื้องต้นโดยพิจารณาความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับเอกสาร\n2) อบก. นำเสนอรายละเอียดหน่วยงานที่ผ่านการตรวจสอบแล้วต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการและกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติหน่วยงานภายใน 15 วันทำการ \n3) อบก.นำเสนอคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ให้ความเห็นชอบในการขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจ ภายใน 30 วันทำการ \n4) อบก. แจ้งผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจ (Validation and Verification Body: VVB) ให้หน่วยงานทราบภายใน 20 วันทำการ\n\nกำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณาสำหรับขั้นตอนการขึ้นทะเบียนภายใน 60 วันทำการ \nทั้งนี้การพิจารณาขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจ ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอก พ.ศ. 2564","2024-02-21T09:29:05"],
    [4020,"94e56e2c-822c-4001-8828-483d3f5e5e22","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาการพยาบาล","การขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และบัตรประจำตัวสมาชิก [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-05bc-4ba9-9e6a-2fba0593b42d",135,100,11,"1.ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล การผดุงครรภ์ หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์   ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศสภาการพยาบาล เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดคุณสมบัติของผู้   ต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล การผดุงครรภ์ หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2545  2.ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ต่อเลขาธิการสภาการพยาบาล ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการพยาบาล ล่วงหน้าไม่เกิน 180 วัน ก่อนวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ ตามแบบ ทญ.6 พร้อมเอกสารหลักฐาน และค่าธรรมเนียม ครบถ้วนถูกต้องตามข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยการขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล การผดุงครรภ์ หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2545 (หมวด 2 ข้อ 17)  3.สภาการพยาบาลจะดำเนินการพิจารณาอนุมัติให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ภายหลังตรวจสอบคำขอ   หลักฐานครบถ้วน และ ถูกต้อง  4.เลขาธิการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ให้ผู้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตภายใน 135 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ  5.ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุบัตรประจำตัวสมาชิก ให้ดำเนินการตามแบบ สพ.4 พร้อมเอกสารหลักฐาน และค่าธรรม   เนียมครบถ้วนถูกต้อง ตามข้อบังคับสภาการพยาบาล ว่าด้วยสมาชิกสามัญ พ.ศ.2542 หมวด 4 ข้อ 17 ข้อ18   ข้อ 19 ข้อ 20 กรณีที่บัตรประจำตัวสมาชิกหมดอายุพร้อมใบอนุญาต ให้ยื่นเอกสารต่อเลขาธิการพร้อมกับการ   ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ในคราวเดียวกัน","2022-04-06T22:52:45"],
    [4021,"94e56e2c-8770-4e31-94b1-8f8368405b19","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย","การสมัครสมาชิกสมทบสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d41-093d-48c4-8b31-27b6cb1a3a1b",35,0,4,"การยื่นเอกสารสมัครเป็นสมาชิกสมทบ ประกอบไปด้วย     1) ใบสมัครสมาชิก แบบ ส.1, แบบ ส.2 และแบบระบุประเภทธุรกิจ     2) สำเนาหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน    3) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท    4) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.20)    **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **กรณีที่ผู้ยื่นคำขอ ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ หากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำขอยินดีแก้ไขภายใน 7 วัน นับจากวันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยโดยถือวันไปรษณีย์ต้นทาง/วันที่สภาติดต่อเป็นสำคัญ ซึ่งจะถือว่าเป็นความตกลงที่ผู้ยื่นคำขอได้ทำไว้ล่วงหน้ากับผู้รับคำขอ    **กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    **สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558    ผู้สมัครเป็นสมาชิกสมทบ ต้องมัคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้    1) เป็นนิติบุคคล ซึ่งประกอบการค้า และส่งสินค้าทางเรือที่มีมูลค่าการส่งออกรวมกันตลอดปีที่ผ่านมาไม่ถึงห้าสิบล้านบาท หรือ    2) เป็นนิติบุคคลอื่น ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4022,"94e56e2c-8e7c-49d4-9f6d-7e1dd8ea467d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย","การสมัครสมาชิกสามัญสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d41-0ca1-4bf9-ab54-4f68a0e17837",35,0,4,"การยื่นเอกสารสมัครเป็นสมาชิกสามัญ ประกอบไปด้วย    1) ใบสมัครสมาชิก แบบ ส.1, แบบ ส.2 และแบบระบุประเภทธุรกิจ    2) สำเนาหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุไม่เกิน 6 เดือน    3) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท    4) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.20    **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถพิจารณาได้ เจ้าหน้าที่จะจัดทำบันทึกความบกพร่องของรายการเอกสารหรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและ/หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดในบันทึกดังกล่าว มิเช่นนั้น จะถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจะลงนามบันทึกดังกล่าว และจะมอบสำเนาบันทึกความพร่องดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ได้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน    **กรณีที่ผู้ยื่นคำขอ ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ หากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน ผู้ยื่นคำขอยินดีแก้ไขภายใน 7วันนับจากวันที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือ/ได้รับการติดต่อจากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย โดยถือวันไปรษณีย์ต้นทาง/วันที่สภาติดต่อเป็นสำคัญ ซึ่งจะถือว่าเป็นความตกลงที่ผู้ยื่นคำขอได้ทำไว้ล่วงหน้ากับผู้รับคำขอ    **กรณีผู้ยื่นคำขอไม่ได้มาส่งเอกสารด้วยตนเอง ให้ผู้ยื่นคำขอมอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอเป็นผู้จัดทำบันทึกสองฝ่ายในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ผู้ส่งคำขอและสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถรับคำขอได้เนื่องจากผู้ส่งคำขอไม่มีอำนาจลงนามในบันทึกสองฝ่ายดังกล่าวได้    **สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558","2021-11-17T13:39:28"],
    [4023,"94e56e2c-9596-4a0b-b2a5-c74eb40ca090","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การแจ้งรายชื่อของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d41-15c9-451c-9e98-fbf3e1d66e49",1,0,1,"1. ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ต้องการแจ้งรายชื่อกิจการที่ตนจะลงลายมือชื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน เข้าไปที่ www.tfac.or.th และไปที่หัวข้อบริการออนไลน์ เลือกระบบ \"สมาชิกและผู้สอบบัญชี\" และทำการ log-in    2. ภายหลังการ log-in ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลือกเมนู \"แจ้งรายชื่อธุรกิจ\" และเลือกเมนู \"การแจ้ง/ยืนยันการสอบบัญชี\"","2021-11-17T13:39:28"],
    [4024,"94e56e2c-97e3-4777-a5cc-eead6e4d6258","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การยืนยันรายชื่อของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d41-195e-4257-a739-468c12c96f09",1,0,1,"1. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ต้องการยืนยันรายชื่อกิจการที่ตนลงลายมือชื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน เข้าไปที่ www.tfac.or.th และไปที่หัวข้อบริการออนไลน์ เลือกระบบ \"สมาชิกและผู้สอบบัญชี\" และทำการ log-in     2. ภายหลังการ log-in ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลือกเมนู \"แจ้งรายชื่อธุรกิจ\" และเลือกเมนู \"การแจ้ง/ยืนยันการสอบบัญชี\"","2021-11-17T13:39:28"],
    [4025,"94e56e2c-9a25-479b-a0c8-db8d2c158cf1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","สมัครสอบผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-1c75-4db4-b6a5-1642b13a1562",7,1000,6,"1.ต้องมีสถานะเป็นผู้ฝึกหัดงาน    2.สําเร็จการศึกษาวิชาการบัญชีไม่ตํ่ากว่าระดับปริญญาตรี หรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชีที่ สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง และต้องสอบผ่านวิชาการบัญชีตามที่คณะกรรมการกําหนด ประกอบด้วย การบัญชีขั้นต้น 1, การบัญชีขั้นต้น 2, การบัญชีขั้นกลาง 1, การบัญชีขั้นกลาง 2 (บังคับ 3ใน 4 รายวิชา) การบัญชีขั้นสูง 1, การบัญชีขั้นสูง2, การบัญชีต้นทุน, การสอบบัญชี, การภาษีอากร    3.ผู้เข้ารับการทดสอบยื่นคําขอสมัครสอบและเอกสารประกอบ    4.กรอกข้อความในคําขอสมัครสอบด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้เข้ารับการทดสอบ จะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้าวิชาการสอบบัญชี 1 และ วิชาการสอบบัญชี 2 ผู้เข้ารับการทดสอบต้องมีการยื่นรายงานการฝึกหัดงานอย่างน้อยหนึ่งปีและหนึ่งพันชั่วโมง","2021-11-17T13:39:28"],
    [4026,"94e56e2c-e2f6-4091-a419-5e24267b7378","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอดูผลการทดสอบ CPA (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-7b66-48b3-8c82-1b121378b8d4",1,200,1,"1.ผู้ขอดูสมุดคำตอบต้องเป็นผู้เข้ารับการทดสอบและสอบไม่ผ่านในการทดสอบรอบนั้นๆ    2.ผู้ขอดูสมุดคำตอบต้องมาดูสมุดคำตอบด้วยตนเอง ไม่สามารถให้ผู้อื่นมาดูสมุดคำตอบแทนได้    3.ผู้ขอดูสมุดคำตอบจะต้องยื่นแบบคําขอดูสมุดคำตอบ    4.ผู้ขอดูสมุดคำตอบที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงวัน เวลา ในการดูสมุดคำตอบต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทําการก่อนที่จะเข้ามาดูสมุดคำตอบ และต้องชําระค่าบริการ 100 บาท    5.ผู้ขอดูสมุดคำตอบจดบันทึกได้เฉพาะผลคะแนนการทดสอบของตนเท่านั้น ห้ามฉีกสมุดคําตอบ หรือคัดลอกข้อความใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคําตอบทุกกรณี    6.ผู้ขอดูสมุดคำตอบงดใช้เครื่องมือสื่อสารทุกประเภทระหว่างดูสมุดคำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่ายภาพสมุดคําตอบ    7.ผู้ขอดูสมุดคำตอบ เข้าระบบ Online Service ในเว็บไซต์ เลือกระบบคำขอดูสมุดคำตอบhttps://eservice.tfac.or.th/cpa_answer_book/login และทำตามขั้นตอนของระบบ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4027,"95f32d4b-81e0-4d81-8472-eb4811764c1b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การยื่นคําขอสมัครเป็นสมาชิกสามัญ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-3b9b-460e-8b29-e6feafab7025",5,500,7,"1.ผู้ยื่นคําขอต้องมีอายุไม่ตํ่ากว่ายี่สิบปีบริบูรณ์และมีสัญชาติไทย สําเร็จการศึกษาวิชาการบัญชีไม่ตํ่ากว่าระดับ ปริญญาตรี หรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง\n2.ผู้ยื่นคําขอยื่นคําขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:08:39"],
    [4028,"95f34300-f31c-4564-b340-0f80b825d381","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การยื่นคำขอสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-35bd-4e5e-b210-a5d5e06b7b7d",5,500,8,"1.ผู้ยื่นคําขอมีสัญชาติไทย สําเร็จการศึกษาในระดับไม่ตํ่ากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาบริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพบัญชี ยกเว้นผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแต่มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยประกอบอาชีพสอบบัญชีในประเทศนั้นได้ โดยต้องสําเร็จการศึกษาวิชาการบัญชีไม่ตํ่ากว่าระดับปริญญาตรี หรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง\n2.ผู้ยื่นคําขอยื่นคําขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:08:21"],
    [4029,"95f38956-6b07-4794-8746-552e5379846b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การยื่นคําขอสมัครเป็นสมาชิกสมทบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-38b9-4232-98ef-24a7f3b7bd26",5,300,7,"1.ผู้ยื่นคําขอมีอายุไม่ตํ่ากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ และมีสัญชาติไทย\n2.มีวุฒิการศึกษา ดังนี้\n   2.1 สําเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา(ปวส.) ทางด้านการบัญชี\n   2.2 อยู่ระหว่างการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางด้านการบัญชี\n3.ผู้ยื่นคําขอยื่นคําขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีและเอกสารประกอบ\n4.การกรอกข้อความในคําขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:08:32"],
    [4030,"95f39110-c5a5-46e0-b66a-7e4342853fe9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การต่ออายุสมาชิกภาพ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-2992-453d-974d-e9282994ad86",5,300,1,"1.สถานภาพสมาชิกต้องไม่สิ้นสุดลง\n2.สมาชิกต่ออายุและชําระค่าบํารุงสมาชิกของปีต่อๆ ไปล่วงหน้าภายในวันทําการสุดท้ายของปี เว้นแต่สมาชิกที่ ชําระค่าธรรมเนียมด้วยการโอนเงินผ่านทางธนาคารหรือออนไลน์ให้ชําระได้จนถึงวันสิ้นสุดของปี\n3.การกรอกข้อความในคําขอต่ออายุสมาชิกด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสมาชิกจะต้องลง ลายมือชื่อท้ายคําขอ","2023-01-19T11:08:02"],
    [4031,"95f395ee-f5d1-4f63-91fa-c107c0184a29","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี ระดับปริญญาตรี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-4767-4851-855d-66eebb9aed4d",5,500,7,"1.ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีต้องมีวุฒิการศึกษาเช่นเดียวกับวุฒิการศึกษาของผู้ทําบัญชีตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี กรณีผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยต้องมีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินและกฎหมายภาษีอากรของประเทศไทย\n2.ผู้ยื่นคําขอยื่นคําขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:08:15"],
    [4032,"95f39cdb-4b66-4546-bcd4-a9325356eed5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี ระดับต่ำกว่าปริญญาตรี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-4a35-4f5f-9be3-4d3c11d369df",5,300,7,"1.ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีต้องมีวุฒิการศึกษาเช่นเดียวกับวุฒิการศึกษาของผู้ทําบัญชีตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี กรณีผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยต้องมีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินและกฎหมายภาษีอากรของประเทศไทย\n2.ผู้ยื่นคําขอยื่นคําขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:09:58"],
    [4033,"95f3a183-92ed-4082-8679-9a9ebf4c44e0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การต่ออายุผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-447a-44dc-b266-6112eddb28d4",5,300,1,"1.สถานภาพผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีต้องไม่สิ้นสุดลง\n2.ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีต่ออายุและชําระค่าธรรมเนียมของปีต่อๆ ไปล่วงหน้าภายในวันทําการสุดท้ายของปี เว้นแต่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีที่ชําระค่าธรรมเนียมด้วยการโอนเงินผ่านทางธนาคารหรือออนไลน์ให้ชําระได้จนถึงวันสิ้นสุดของปี\n3.การกรอกข้อความในคําขอต่ออายุผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ทําบัญชีต้องลงลายมือชื่อท้ายคําขอ","2023-01-19T11:07:28"],
    [4034,"95f3a555-01a5-4f77-835b-6adfc22e87c0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขึ้นทะเบียนฝึกหัดงานของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d41-7541-4172-952a-5da5745159e3",5,0,9,"1.ผู้ฝึกหัดงานต้องเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพบัญชี\n2.มีวุฒิการศึกษา ดังนี้\n   2.1 อยู่ระหว่างการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางด้านการบัญชี ต้องสอบผ่านวิชาการบัญชีตามที่คณะกรรมการกําหนดไม่น้อยกว่าสี่รายวิชาและวิชาการสอบบัญชีไม่น้อยกว่าหนึ่งรายวิชา ซึ่งรวมทุกรายวิชาแล้วไม่น้อยกว่าสิบห้าหน่วยกิตประกอบด้วย การบัญชีขั้นต้น 1, การบัญชีขั้นต้น 2, การบัญชีขั้นกลาง 1, การบัญชีขั้นกลาง 2 (บังคับ 3 ใน 4 รายวิชา) การบัญชีขั้นสูง 1, การบัญชีขั้นสูง 2, การบัญชีต้นทุน, การสอบบัญชี, การภาษีอากร (ไม่นับรวมในสิบห้าหน่วยกิต)    \n   2.2 สําเร็จการศึกษาวิชาการบัญชีไม่ตํ่ากว่าระดับปริญญาตรี หรือวุฒิอื่นเทียบเท่าปริญญาตรีสาขาวิชาการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง\n3.ผู้ฝึกหัดงานยื่นคําขอแจ้งการฝึกหัดงานและเอกสารประกอบ\n4.การกรอกข้อความในคําขอแจ้งการฝึกหัดงานด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ฝึกหัดงานจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:07:08"],
    [4035,"95f3ab87-980f-42e4-87ec-c6e8964e11d9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การแจ้งจำนวนชั่วโมงการฝึกหัดงาน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d41-7843-425a-99bf-dc4179ecbfea",8,0,1,"1.ผู้ฝึกหัดงานต้องสถานภาพไม่สิ้นสุดลง\n2.ผู้ฝึกหัดงานต้องทํารายงานการฝึกหัดงานยื่นต่อคณะกรรมการปีละหนึ่งครั้งนับจากวันยื่นคําขอแจ้งการฝึกหัดงานโดยให้ยื่นรายงานภายในสองเดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่ครบกําหนดในแต่ละปี พร้อมด้วยคํารับรองการฝึกหัดงานของผู้ให้การฝึกหัดงาน ทั้งนี้ การฝึกหัดงานต้องกระทําเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีแต่ไม่เกินห้าปี นับจากวันยื่นคําขอแจ้งการฝึกหัดงาน และมีเวลาฝึกหัดงานรวมกันไม่น้อยกว่าสามพันชั่วโมง","2023-01-19T11:09:19"],
    [4036,"95f3ad71-eb56-48ed-87d0-91ae8ae9cc6f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การยื่นคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-32aa-4832-aa38-58e77c5bb99c",91,2000,10,"1.เป็นผู้ที่ผ่านการฝึกหัดงานและการทดสอบมาแล้วไม่เกินหกเดือนนับจากวันสิ้นเดือนที่ผ่านการฝึกหัดงานและการทดสอบ\n2.ต้องมีสถานะสมาชิกสามัญและสถานะไม่สิ้นสุดลง\n3.ผู้ยื่นคําขอยื่นคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและเอกสารประกอบ\n4.การกรอกข้อความในคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า\n5.ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้ให้คํารับรองในคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วยลายมือชื่อจํานวน 2 ท่าน และสถานภาพผู้สอบบัญชีต้องไม่สิ้นผล","2023-01-19T11:08:26"],
    [4037,"95f3b298-5659-4056-8fac-fa5e36899611","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-2fbd-419c-b83c-f0aa24f6a474",5,2000,1,"1.สถานภาพผู้สอบบัญชีต้องไม่สิ้นสุดลง\n2.ผู้สอบบัญชีต่ออายุและชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของปี ต่อๆ ไปล่วงหน้าภายในวันทําการสุดท้ายของปี เว้นแต่ผู้สอบบัญชีที่ชําระค่าธรรมเนียมด้วยการโอนเงินผ่านทางธนาคารหรือออนไลน์ให้ชําระได้จนถึงวันสิ้นสุดของปี\n3.การกรอกข้อความในคําขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วยลายมือหรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้สอบบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:08:09"],
    [4038,"95f3b4c9-6a03-4621-a21e-f227ced5018d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การรับแจ้งชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d41-4196-4d28-8020-a900bfeb463e",1,0,1,"1.สถานภาพใบอนุญาตต้องไม่สิ้นผล\n2.สถานภาพสมาชิกต้องไม่สิ้นสุดลง\n3.ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาอย่างน้อยสี่สิบชั่วโมงต่อปี เว้นแต่ผู้สอบบัญชีที่ ได้รับใบอนุญาตเป็นปีแรกต้องมีจํานวนชั่วโมงเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาตามสัดส่วนของจํานวนเดือนที่ได้รับใบอนุญาตในปีนั้น โดยไม่นับเศษของเดือน\n4.ดําเนินการยื่นผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่มกราคม-ธันวาคมของทุกปี","2023-01-19T11:08:54"],
    [4039,"95fd143a-ff3e-474d-8de4-2f56c7973f32","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การให้ความเห็นชอบเป็นผู้จัดการอบรมหรือประชุมสัมมนา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-0fd0-4876-8173-f4c33eb0f1ec",18,6000,10,"1. หน่วยงานหรือนิติบุคคลขอเป็นผู้จัดการอบรมหรือประชุมสัมมนาเพื่อนับชั่วโมง CPD สำหรับผู้สอบบัญชีและผู้ทำบัญชี  โดยยื่นแบบคำขอเป็นผู้จัดการอบรมหรือประชุมสัมมนาพร้อมหลักฐานประกอบคำขอโดยหน่วยงานหรือนิติบุคคล    2. ต้องยื่นคำขอก่อนการจัดการอบรมหรือประชุมสัมมนาไม่น้อยกว่า 1 เดือนและต้องได้รับความเห็นชอบก่อนวันจัดอบรมหรือประชุมสัมมนา จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบเป็นผู้จัดการอบรมหรือประชุมสัมมนา และจะต้องมีหลักฐานเอกสารการขอความเห็นชอบครบถ้วน","2023-01-19T11:09:41"],
    [4040,"95fd235f-6f27-4e09-900d-5a6104f701d0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การให้ความเห็นชอบหลักสูตรและวิทยากร (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-12cf-4374-866f-63a25724fe4b",18,2000,4,"ผู้จัดการอบรมหรือประชุมสัมมนาที่ได้รับความเห็นชอบการเป็นผู้จัดการอบรมหรือประชุมสัมมนา ต้องยื่นขอความเห็นชอบหลักสูตรและวิทยากรโดยเข้ารหัสของผู้จัดการอบรมผ่านระบบออนไลน์ \nและทำรายการตามระบบกำหนด\n(1) รูปแบบอบรมในห้องเรียน (On Site) ต้องยื่นก่อนวันที่จัดการอบรมหรือการประชุมสัมมนาไม่น้อยกว่า 15 วัน\n(2) รูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ (Online Learning) ต้องยื่นก่อนวันที่จัดการอบรมหรือการประชุมสัมมนาไม่น้อยกว่า 30 วัน \n(3) รูปแบบสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) ต้องยื่นก่อนวันที่จัดการอบรมหรือการประชุมสัมมนาไม่น้อยกว่า 1 เดือน","2023-01-19T11:09:32"],
    [4041,"961fa0c3-f8ac-4824-8e11-0b7c2d24f3ea","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอใบแทนใบอนุญาตการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-6f8c-4f9b-ae88-6e215bd24483",45,50,6,"1.สถานภาพใบอนุญาตต้องไม่สิ้นผล\n2.สถานภาพสมาชิกต้องไม่สิ้นสุดลง\n3.ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาอย่างน้อยสี่สิบชั่วโมงต่อปี","2023-01-19T11:06:55"],
    [4042,"961fa7b3-96fc-41cc-8736-3c1eca6d8b3a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การจดทะเบียนนิติบุคคลตามมาตรา 11 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d41-2cbc-4e91-9b12-107c042e75a6",31,2000,5,"1.นิติบุคคลต้องดําเนินการจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชีภายในสามสิบวัน หลังจากการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือหลังจากได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านการสอบบัญชีหรือด้านการทําบัญชี หรือหลังจากที่ได้เริ่มให้บริการด้านการสอบบัญชีหรือด้านการทําบัญชีแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ กรณีที่กิจการให้บริการด้านการสอบบัญชี บุคคลซึ่งมีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วย\n2.นิติบุคคลยื่นคําขอจดทะเบียนนิติบุคคลและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอจดทะเบียนนิติบุคคลด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยกรรมการซึ่งมีอํานาจลงนามจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า และประทับตราสําคัญของบริษัท (ถ้ามี)","2023-01-19T11:07:14"],
    [4043,"961fb393-1da9-4f8e-b8aa-cc164d8dbe44","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การต่ออายุนิติบุคคลตามมาตรา 11 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-3e6b-4c80-a866-335fddd96e9c",31,2000,2,"1.นิติบุคคลต้องดําเนินการต่อทะเบียนนิติบุคคลทุก 1 ปีนับแต่วันจดทะเบียนภายในสามเดือนก่อนครบกําหนด 1 ปี\n2.นิติบุคคลยื่นคําขอต่ออายุทะเบียนนิติบุคคลและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอต่ออายุทะเบียนนิติบุคคลด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดย กรรมการซึ่งมีอํานาจลงนามจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้าและประทับตราสําคัญของบริษัท (ถ้ามี)","2023-01-19T11:07:22"],
    [4044,"961fab1d-55e8-48f2-b20d-c14f608c15e7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","94e56d41-26ae-4bf9-b89c-4de5e2c0eb29",1,200,6,"1.ในวันที่ยื่นจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี นิติบุคคลต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันพร้อมกับการยื่นจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของทุน\n2.ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีทุกปี นิติบุคคลต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันต่อสภาวิชาชีพ    บัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของทุนหรือรายได้ แล้วแต่จํานวนใดจะมากกว่า\n3.หลักประกันมี 5 ประเภทและต้องปรากฏชื่อนิติบุคคล คือ เงินฝากสถาบันการเงินในประเทศฝากประจําตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป/บัตรเงินฝากสภาบันการเงินในประเทศ/พันธบัตรรัฐบาลไทย/พันธบัตรองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น/กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ \n4.นิติบุคคลยื่นคําขอแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันและเอกสารประกอบ\n5.การกรอกข้อความในคําขอแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์โดยกรรมการซึ่งมีอํานาจลงนามจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า และประทับตราสําคัญของบริษัท (ถ้ามี)ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงประเภทของหลักประกันในระหว่างรอบปีบัญชี นิติบุคลต้องดําเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงประเภทของหลักประกัน พร้อมหลักฐานและชําระค่าดําเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง","2023-01-19T11:09:25"],
    [4045,"9627e6ac-48c4-4d83-8df8-a91bfad15374","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอผ่อนผันการขยายระยะเวลาการชำระค่าบำรุงสมาชิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-5610-4f1e-adfb-94138a3fab56",31,300,2,"1.ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการแสดงเหตุให้เห็นว่าการที่ไม่ชําระหรือการชําระไม่ครบถ้วนนั้นเกิดจาก พฤติการณ์ที่จําเป็นเช่น เจ็บป่วย อยู่ต่างประเทศ เป็นต้น ให้ยื่นหนังสือภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่เหตุเช่นว่านั้นสิ้นสุดลง\n2.ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยื่นคําขอต่ออายุสมาชิกและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอต่ออายุสมาชิกด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะต้องลง ลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:06:08"],
    [4046,"9627e889-5296-423e-b457-737a479db1e0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอผ่อนผันการขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-5bf1-4d10-a148-3579967b83ba",31,300,2,"1.ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชียื่นหนังสือต่อคณะกรรมการแสดงให้เห็นว่าการที่ไม่ชําระหรือการชําระไม่ครบถ้วนนั้นเกิดจากพฤติการณ์ที่จําเป็น เช่น เจ็บป่วย อยู่ต่างประเทศ เป็นต้น ให้ยื่นหนังสือภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่เหตุเช่นว่านั้นสิ้นสุดลง\n2.ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชียื่นคําขอต่ออายุผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอต่ออายุผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:05:52"],
    [4047,"9627eb50-c140-4244-b5c8-573db6d2b47b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอผ่อนผันการขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-58e8-40c5-82fc-d43a5ff2db22",31,2000,2,"1.ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการแสดงให้เห็นว่าการที่ไม่ชําระหรือการชําระไม่ครบถ้วนนั้นเกิด จากพฤติการณ์ที่จําเป็น เช่น เจ็บป่วย อยู่ต่างประเทศ เป็นต้น ให้ยื่นหนังสือภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่เหตุเช่นว่านั้น สิ้นสุดลง\n2.ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยื่นคําขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในคําขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า ทั้งนี้ กรณีที่ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีได้สิ้นผลลงไม่ว่าด้วยเหตุใด สภาวิชาชีพบัญชีจะไม่คืนค่าธรรมเนียม","2023-01-19T11:05:58"],
    [4048,"9627edcb-64b2-414a-ab30-d10749f5c52d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอผ่อนผันการขยายระยะเวลาการยื่นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-533a-4b09-9e86-0f793c265228",31,0,4,"1.ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการแสดงเหตุให้เห็นว่าการที่ไม่ยื่นหลักฐานเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนานั้นเกิดจากพฤติการณ์ที่จําเป็น เช่น เจ็บป่วย อยู่ต่างประเทศ เป็นต้น ให้ยื่นหนังสือภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่เหตุเช่นว่านั้นสิ้นสุดลง\n2.ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยื่นแบบฟอร์มรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และเอกสารประกอบ\n3.การกรอกข้อความในแบบฟอร์มรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วย ลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:06:14"],
    [4049,"9627f139-d8ba-4f8b-a0b4-d99255cb1f2b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอหนังสือรับรองของสมาชิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-69a0-4323-83ae-d4c4db437fe8",7,50,2,"1.สถานภาพสมาชิกต้องไม่สิ้นสุดลง\n2.การกรอกข้อความในคําขอทั่วไปด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสมาชิกจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:06:35"],
    [4050,"9627f280-7b9d-4127-87ba-c47ca131f80f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอหนังสือรับรองของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-66f5-432d-8845-62572e309354",7,50,1,"1.สถานภาพผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีต้องไม่สิ้นสุดลง\n2.การกรอกข้อความในคําขอทั่วไปด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ทําบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:06:28"],
    [4051,"9627f348-4086-48c2-ab5e-be4a1d743474","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอหนังสือรับรองผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-61a8-4a18-bae2-95d86939222e",7,50,3,"1.สถานภาพใบอนุญาตต้องไม่สิ้นผล\n2.สถานภาพสมาชิกต้องไม่สิ้นสุดลง\n3.ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาอย่างน้อยสี่สิบชั่วโมงต่อปี","2023-01-19T11:06:48"],
    [4052,"9627f569-372b-4dd4-a17e-6b1cb9d72c9c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอหนังสือรับรองนิติบุคคลตามมาตรา 11 (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-6443-4aed-9665-822692e8b888",30,500,3,"สถานภาพนิติบุคคลต้องคงอยู่","2023-01-19T11:06:41"],
    [4053,"9627f73f-a7c1-463c-bc9f-63d6eefc5535","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การลาออกจากสมาชิก (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-5013-428a-955f-bf611f56e74c",8,0,2,"1.สถานภาพสมาชิกต้องไม่สิ้นสุดลง\n2.สมาชิกยื่นหนังสือการลาออกจากสมาชิก\n3.การกรอกข้อความในหนังสือการลาออกจากสมาชิกด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสมาชิกต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:09:07"],
    [4054,"9627f837-ed4a-49d2-a390-89d73e3e70f0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การลาออกจากผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-4cfd-43d6-8f6c-8191bd371b8c",8,0,2,"1.สถานภาพผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีต้องไม่สิ้นสุดลง\n2.ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชียื่นหนังสือการลาออกจากผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชี\n3.การกรอกข้อความในหนังสือการลาออกจากผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทําบัญชีด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:09:01"],
    [4055,"9627f912-402e-485f-af68-15d7b095e238","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอให้พักใช้ใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-7264-46d5-9795-c7668f44465a",61,0,7,"1.กรณีที่ผู้สอบบัญชีไม่เข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาครบตามจํานวนสี่สิบชั่วโมงต่อปี\n2.ผู้สอบบัญชีทําหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี","2023-01-19T11:07:01"],
    [4056,"9627fd75-54f6-40a0-a0c8-7a40161504ad","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การขอคืนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-6c8e-48ac-8324-3f821b00154f",8,0,3,"1.สถานภาพใบอนุญาตต้องไม่สิ้นผล\n2.สถานภาพสมาชิกต้องไม่สิ้นสุดลง\n3.ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนาอย่างน้อยสี่สิบชั่วโมงต่อปี\n4.ผู้สอบบัญชียื่นคําขอคืนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและเอกสารประกอบ\n5.การกรอกข้อความในคําขอคืนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วยลายมือ หรือพิมพ์ดีด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้สอบบัญชีจะต้องลงลายมือชื่อทุกหน้า","2023-01-19T11:05:46"],
    [4057,"96295047-738c-4ace-8934-8044e1950228","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การรับรองปริญญาทางการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-2120-4912-989e-b7efcc656ab7",61,0,1,"1. การรับรองปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกสามัญ และการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต\n   1.1 หลักสูตรใหม่หรือหลักสูตรปรับปรุงที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติจากก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 โดยใช้บังคับก่อนปีการศึกษา 2560\n       1.1.1 สภาวิชาชีพบัญชีจะพิจารณารับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกสามัญสำหรับหลักสูตรใหม่หรือหลักสูตรปรับปรุงที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นไป ของสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนสาขาวิชาการบัญชีในระดับปริญญาตรี เฉพาะหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศ สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และมีโครงสร้างหลักสูตรเป็นไปตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี\n        1.1.2 สภาวิชาชีพบัญชีจะพิจารณาคุณสมบัติสำหรับผู้ต้องการประกอบวิชาชีพบัญชีด้านการสอบบัญชีที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีที่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพบัญชีแล้ว และสอบผ่าน 8 รายวิชา ซึ่งแต่ละรายวิชามีหน่วยกิตอย่างน้อย 3 หน่วยกิต และเป็นการศึกษาและสอบผ่านในระดับอุดมศึกษาจากสถาบันการศึกษาที่สภาวิชาชีพบัญชีให้การรับรอง ได้แก่ \n        - การบัญชีขั้นต้น/ชั้นต้นและการบัญชีขั้นกลาง/ชั้นกลาง 3 รายวิชา     \n        - การบัญชีขั้นสูง/ชั้นสูง 2 รายวิชา \n        - การบัญชีต้นทุน 1 รายวิชา \n        - การสอบบัญชี 1 รายวิชา \n        - การภาษีอากร 1 รายวิชา \n          รวม           8 รายวิชา    \n   1.2  หลักสูตรใหม่หรือหลักสูตรปรับปรุงที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 โดยใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นไป    \n   สภาวิชาชีพบัญชีจะพิจารณารับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกสามัญ และการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเฉพาะหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และได้รับการรับรองคุณวุฒิเทียบเท่าปริญญาตรีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในต่างประเทศจะต้องสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และได้รับการรับรองคุณวุฒิเทียบเท่าปริญญาตรีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้น ๆ ทั้งนี้เป็นไปตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ที่ 75/2559 เรื่อง การรับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกสามัญ และการพิจารณาคุณสมบัติ เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1)   \n        1.2.1  การรับรองปริญญาที่สูงกว่าปริญญาตรีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกสามัญ และการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชีจะพิจารณารับรองปริญญาที่สูงกว่าปริญญาตรีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกสามัญให้เฉพาะผู้สำเสร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีอื่นที่ไม่ใช่สาขาวิชาการบัญชี และสำเร็จการศึกษาสาขาวิชาการบัญชีในระดับที่สูงกว่าระดับปริญญาตรีที่ \nสภาวิชาชีพบัญชีรับรองและหลักสูตรที่ศึกษาต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้    \n         - เนื้อหาที่ต้องศึกษาในหลักสูตรโดยรวมทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาที่สูงกว่าปริญญาตรีต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และ    \n         - เคยศึกษาและสอบผ่านวิชาการบัญชีในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาที่สูงกว่าปริญญาตรีเป็นจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต    \n       ทั้งนี้ สภาวิชาชีพบัญชีจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้สำเร็จการศึกษาสาขาอื่นที่ไม่ใช่สาขาการบัญชีของสถาบันการศึกษา\nต่าง ๆ สำหรับผู้ต้องการประกอบวิชาชีพบัญชีด้านการสอบบัญชีเฉพาะผู้สำเร็จการศึกษาตามวรรคแรกเท่านั้นซึ่งเป็นไปตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ที่ 76/2559 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ของผู้สำเร็จการศึกษาสาขาอื่นที่ไม่ใช่สาขาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกสามัญ และการพิจารณาคุณสมบัติ เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต    \n        1.2.2 การรับรองปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต (การบัญชี) ของสถาบันการอาชีวศึกษา เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญ สภาวิชาชีพบัญชีจะพิจารณารับรองปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต (การบัญชี) ของสถาบันการอาชีวศึกษาในประเทศไทย เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญสำหรับหลักสูตรใหม่หรือหลักสูตรปรับปรุงที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 เป็นต้นไป ของสถาบันการอาชีวศึกษาที่เปิดสอนปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต (การบัญชี) ในระดับปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) และได้รับการรับรองคุณวุฒิเทียบเท่าปริญญาตรีจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรดังกล่าวจาะต้องสอบผ่าน 6 รายวิชา ซึ่งแต่ละรายวิชามีหน่วยกิตอย่างน้อย 3 หน่วยกิต และเป็นการศึกษาและสอบผ่านในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือระดับปริญญาตรีต่อเนื่องจากประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (การบัญชี) ดังนี้    \n     การบัญชีขั้นกลาง/ชั้นกลาง  2 รายวิชา \n     การบัญชีขั้นสูงกลาง/ชั้นสูง 2 รายวิชา    \n     การบัญชีต้นทุน               1 รายวิชา    \n     การภาษีอากร                 1 รายวิชา      \n     รวม                           6 รายวิชา                \n     การรับรองปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต (การบัญชี) ดังกล่าว เป็นไปตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ที่ 77/2559 เรื่อง การรับรองปริญญาเทคโนโลยีบัณฑิต (การบัญชี) ของสถาบันการอาชีวศึกษา เพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญ \n     ทั้งนี้ นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ข้างต้นให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี \nหมายเหตุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว และในกรณีที่คำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน และ/หรือมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ อันเป็นเหตุให้สภาวิชาชีพบัญชีไม่สามารถพิจารณาได้ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะประสานงานกับผู้ยื่นคำขอเพื่อรับทราบข้อบกพร่องของรายการเอกสาร หรือเอกสารหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติมทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการแก้ไขและยื่นเอกสารเพิ่มเติมมายังสภาวิชาชีพบัญชีเพื่อพิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:08:46"],
    [4058,"962d7d19-7cd2-4791-b261-2ad6c9d99f25","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิชาชีพบัญชี","การสมัครอบรมสัมมนา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-23b8-4fb7-9239-7d05680c2608",1,0,1,"1. ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีหรือผู้สนใจยื่นเข้ารับการอบรมบนหน้าเว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชี    \n2. หลังจากสมัครเสร็จสิ้นแล้วสามารถทราบผลการสมัครภายใน 1 วัน","2023-01-19T11:09:14"],
    [4059,"94e56e2c-f2a6-49be-acb1-0b2cf8008a14","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","ไม่ใช้แล้ว 2","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-90d9-4b47-a2e5-0b451e89f2ac",8,2000,5,"การต่ออายุใบอนุญาต/สมาชิก                1. เข้าระบบMember Loginผ่านทางเว็บไซต์              2. อัพโหลดรูปถ่ายและลายเซ็นพร้อมตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุลภาษาไทยภาษาอังกฤษและที่อยู่ในการจัดส่งใบอนุญาต (กรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลกรุณาแนบเอกสารการแจ้งเปลี่ยนด้วย)              3. พิมพ์ใบแจ้งชำระค่าธรรมเนียมโดยสามารถชำระผ่าน Mobile App หรือนำไปชำระผ่านเคาเตอร์เซอร์วิส/7-11/ธนาคารและรอรับ SMS ตอบรับการชำระเงิน (ประมาณ 1 วันทำการ)             4. รอรับใบอนุญาตผ่านช่องทางไปรษณีย์ภายใน 7 วันทำการ (ไม่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการตามประกาศของคณะรัฐมนตรี และวันหยุดตามประกาศของสภาวิศวกร) โดยไม่ต้องจัดส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์และไม่ต้องเดินทางมาที่สภาวิศวกร              5. อัตราค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตตามอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติวิศวกรพ.ศ. 2542                     5.1 ประเภทต่ออายุก่อนใบอนุญาตหมดอายุ                                     ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (บาท)        ค่าธรรมเนียมสมาชิก (บาท)            รวม (บาท)    ภาคีวิศวกร                                 500                                          1,000                                 1,500    ภาคีวิศวกรพิเศษ                         500                                          1,000                                 1,500    สามัญวิศวกร                            1,000                                           1,000                                 2,000    วุฒิวิศวกร                                1,500                                           1,000                                  2,500    หมายเหตุ    อายุใบอนุญาตฉบับใหม่นับจากวันที่ใบอนุญาตฉบับเดิมหมดอายุ                       5.2 ประเภทต่ออายุหลังใบอนุญาตหมดอายุ                                         ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (บาท)               ค่าธรรมเนียมสมาชิก (บาท)       เพิ่มอัตราค่าธรรม (บาท)                รวม (บาท)    ภาคีวิศวกร                                        500                                                1,000                              2,000                                      3,500    ภาคีวิศวกรพิเศษ                                500                                                1,000                              2,000                                     3,500    สามัญวิศวกร                                    1,000                                               1,000                              2,000                                     4,000    วุฒิวิศวกร                                         1,500                                               1,000                              2,000                                     4,500    หมายเหตุ   อายุใบอนุญาตฉบับใหม่นับจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว    ** ใบอนุญาตหลายใบระบุวันสิ้นอายุไม่พร้อมกัน ซึ่งตาม พ.ร.บ. วิศวกร พ.ศ. 2542 มาตรา 49 บัญญัติว่า: \"&hellip;.ถ้าขาดจากสมาชิกภาพเมื่อใดให้ใบอนุญาตของผู้นั้นสิ้นสุดลง\" จึงสมควรชำระค่าบำรุงให้สมาชิกภาพครอบคลุมวันสิ้นอายุของใบอนุญาตที่ระบุวันสิ้นอายุหลังสุด    ** เพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมฉบับละ 2,000 บาท กรณีต่ออายุหลังจากใบอนุญาตหมดอายุ    6. สภาวิศวกรจะดำเนินการต่ออายุใบอนุญาต/ต่ออายุสมาชิกเมื่อชำระค่าธรรมเนียมและได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว    หมายเหตุ   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว  ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1303 หรือ 086-369-6020","2022-06-20T13:26:51"],
    [4060,"9600b926-fafa-47c3-bb4d-88a3e00225b3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","ต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-8dc0-417b-93b4-a57992eea113",34,11000,4,"คุณสมบัติของนิติบุคคล\n1. ต้องมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร\n2. มีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ดังต่อไปนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนกรรมการของบริษัท หรือสมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน กรรมการผู้จัดการบริษัท หรือผู้มีอำนาจบริหารแต่ผู้เดียวของนิติบุคคลเป็นผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้เอกสารและหลักฐานในการขอรับใบอนุญาต\n\nวิธีการต่ออายุใบอนุญาตนิติบุคคล\n1. เข้าระบบ service.coe.or.th\n2. เลือกเมนู “นิติบุคคล”\n3. ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์\n4. กรอกข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลกรรมการ ข้อมูลผู้ติดต่อประสานงาน\n5. อัปโหลดเอกสารประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต\n6. ชำระเงินค่าธรรมเนียม \n7. เสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาอนุมัติการต่อใบอนุญาต\n8. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์\n\nหมายเหตุ\nกรณีนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม มีการเปลี่ยนผู้มีอำนาจบริหารนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามข้อ 5 (3) (ก), (ข), (ค), (ง), (1) หรือ (ฉ) ให้ส่งหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจบริหารนิติบุคคล พร้อมด้วยหนังสือการรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลแล้วต่อหัวหน้าสำนักงานสภาวิศวกรกายในสามสิบวัน หลังการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจบริหารนิติบุคคล\n*** กรณีไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจบริหารนิดิบุคคลภายในกำหนดให้มีผลขาดจากการเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาต","2023-08-30T17:08:45"],
    [4061,"9600c1f4-789e-4a3c-a72c-8d4070a230d0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทนิติบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-8a7c-424a-b7b3-2b17ca2c6669",49,16000,3,"คุณสมบัติของนิติบุคคล\n1. ต้องมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร\n2. มีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ดังต่อไปนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนกรรมการของบริษัท หรือสมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน กรรมการผู้จัดการบริษัท หรือผู้มีอำนาจบริหารแต่ผู้เดียวของนิติบุคคลเป็นผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้เอกสารและหลักฐานในการขอรับใบอนุญาต\n\nวิธีการขอใบอนุญาตประเภทนิติบุคคล\n1. เข้าระบบ service.coe.or.th\n2. เลือกเมนู “นิติบุคคล” \n3. ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์\n4. กรอกข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลกรรมการ ข้อมูลผู้ติดต่อประสานงาน\n5. อัปโหลดเอกสารประกอบการขอรับใบอนุญาต\n6. ชำระเงินค่าธรรมเนียม\n7. เสนอต่อคณะอนุกรรมการพิจารณา และเสนอคณะกรรมการสภาวิศวกร เพื่ออนุมัติออกใบอนุญาต\n8. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์","2023-08-30T17:08:24"],
    [4062,"9600c549-6fc2-478d-92a2-d17c0487c63a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับภาคีวิศวกร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-9455-427d-9ede-0a73721bc04d",38,1000,4,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบออนุญาตฯ ระดับภาคีวิศวกร\n1. เป็นสมาชิกสภาวิศวกรประเภทสามัญ \n2. สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่สภาวิศวกรให้การรับรองปริญญา\n\nวิธีการยื่นขอใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร\n1. เข้าระบบ service.coe.or.th\n2. เลือกเมนู “สมาชิก-บุคคล”\n3. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตต่างๆ”\n4. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร”\n5. ยืนยันตัวตน ด้วยข้อมูลบนบัตรประชาชน และหมายเลขสมาชิก\n6. เลือกประเภทใบอนุญาต และสาขาที่ต้องการขอรับใบอนุญาต\n7. เลือก เข้ารับการทดสอบความรู้ หรือ ใช้หนังสือรับรองการทำงานฯ\n   7.1 กรณีเข้ารับการทดสอบความรู้\n       7.1.1 ชำระเงินค่าสมัครสอบ และ อัพโหลดเอกสารประกอบการยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n       7.1.2 เลือกรอบสอบและเข้ารับการทดสอบตามรอบที่เลือก สมาชิกจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ทั้ง 2 หมวดวิชา จึงจะสามารถชำระเงินค่าอบรมความพร้อมได้\n   7.2 กรณีใช้หนังสือรับรองการทำงานฯ\n        7.2.1 อัพโหลดหนังสือรับรองการทำงานฯ ที่ได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้ว\n        7.2.2 รอตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามที่สภาวิศวกรกำหนดหรือไม่\n        7.2.3 เข้ารับการอบรมและทดสอบความพร้อม\n8. ชำระค่าอบรมฯ พร้อมเลือกรอบอบรมและทดสอบความพร้อม\n    8.1 เมื่อสมาชิกเลือกรอบสอบอบรมทดสอบความพร้อมแล้ว สามารถเข้าอบรมด้วยการดู VDO ได้ทันทีก่อนถึงวันทดสอบความพร้อมฯ\n    8.2 สมาชิกต้องดู VDO ให้ครบจำนวน 5 วิชา จึงมีสิทธิเข้ารับการทดสอบความพร้อมฯ\n    8.3 กรณีสอบไม่ผ่าน สามารถสอบซ่อมได้ 1 ครั้ง นับจากวันที่ทราบผลการทดสอบ สอบเฉพาะวิชาที่ไม่ผ่าน หากสอบซ่อมไม่ผ่านจะต้องเข้าสู่กระบวนการชำระค่าอบรม และเข้ารับการอบรมและทดสอบความพร้อมอีกครั้ง      \n9. กรณีสอบผ่านเสนอชื่อต่อคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการสภาวิศวกร เพื่อพิจารณาอนุมัติใบอนุญาต\n10. ชำระเงินค่าใบอนุญาตฯ\n11. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์\n\n\nหมายเหตุ : กรณีที่เป็นสมาชิกประเภทสามัญ (แบบมีเงื่อนไข) หรือหลักสูตรต่างประเทศ หรือ หลักสูตรสองสถาบัน ท่านจะต้องแนบเอกสารหลักฐานการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อส่งตรวจพิจารณาผลการศึกษา ใช้ระยะเวลาการพิจารณาหลักฐานทางการศึกษา ประมาณ 60 วันทำการ หากผลการตรวจ \"ผ่าน\" จึงจะสามารถสมัครสอบวัดความรู้ระดับภาคีวิศวกรได้ กรณีผลการตรวจ \"ไม่ผ่าน\" สามารถแจ้งความประสงค์ขอทบทวนผลการตรวจพร้อมส่งเอกสารเพิ่มเติมได้","2023-08-30T17:07:32"],
    [4063,"961acc17-a3f1-4851-8468-58bba0c37156","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-9b04-4993-b430-66f5a10b7ea5",97,1000,6,"คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ\n1. ต้องเป็นสมาชิกสภาวิศวกร\n2. เป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับวิชาชีพวิศวกรรม มีความรู้และประสบการณ์ตรงกับลักษณะงานที่ขอรับใบอนุญาต ดังนี้\n    – วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์หรือเทียบเท่าขึ้นไป และจะต้องมีผลงานในลักษณะที่ยื่นคำขอ ไม่น้อยกว่า 2 ปี\n    – วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่าที่เกี่ยวกับวิชาชีพวิศวกรรม ที่ผู้ยื่นขอจะต้องมีผลงานและประสบการณ์ตรงกับลักษณะงานที่ขอ ไม่น้อยกว่า 4 ปี\n    – วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าที่เกี่ยวกับวิชาชีพวิศวกรรม ที่ผู้ยื่นขอจะต้องมีผลงานและประสบการณ์ตรงกับลักษณะงานที่ขอ ไม่น้อยกว่า 6 ปี\n    – วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าในสาขาอื่นที่ไม่เกี่ยวกับวิชาชีพวิศวกรรมหรือวุฒิต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จะต้องมี ผลงานและประสบการณ์ตรงกับลักษณะงานที่ขอ ไม่น้อยกว่า 10 ปี\n\nวิธีการยื่นขอใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรพิเศษ\n1. เข้าระบบ service.coe.or.th\n2. เลือกเมนู “สมาชิก-บุคคล”\n3. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตต่างๆ”\n4. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรพิเศษ”\n5. ยืนยันตัวตน ด้วยข้อมูลบนบัตรประชาชน และหมายเลขสมาชิก\n6. ยื่นขอใบอนุญาต สามารถยื่นเรื่องขอรับใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินหนึ่งลักษณะงานเท่าที่มีความรู้ความชำนาญในด้านนั้นๆ ถ้าประสงค์จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับภาคีวิศวกรพิเศษในงานลักษณะอื่นๆ ให้ยื่นคำขอใหม่\n7. อัปโหลดเอกสารประกอบการยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n8. ชำระเงินค่าธรรมเนียม\n9. ผลการพิจารณาผลงานและปริมาณงานจากคณะอนุกรรมการฯ\n   – กรณีผลงานผ่าน จึงมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์/สอบข้อเขียน\n   – กรณีผลงานไม่ผ่าน สามารถยื่นทำรายการได้อีกครั้งหลังจากได้รับแจ้งผลปฏิเสธ\n10. ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ เข้ารับการสอบสัมภาษณ์/สอบข้อเขียน\n   – กรณีผลสอบผ่าน ชำระค่าอบรมฯ พร้อมเลือกรอบอบรมและทดสอบความพร้อม\n   – กรณีผลสอบไม่ผ่าน สามารถยื่นทำรายการได้อีกครั้งภายหลังจากวันที่ยื่นคำขอครั้งก่อนไม่น้อยกว่า 6 เดือน\n11. การอบรมและทดสอบความพร้อม\n    11.1 เมื่อสมาชิกเลือกรอบสอบอบรมทดสอบความพร้อมแล้ว สามารถเข้าอบรมด้วยการดู VDO ได้ทันทีก่อนถึงวันทดสอบความพร้อมฯ\n    11.2 สมาชิกต้องดู VDO ให้ครบจำนวน 5 วิชา จึงมีสิทธิเข้ารับการทดสอบความพร้อมฯ\n    11.3 กรณีสอบไม่ผ่าน สามารถสอบซ่อมได้ 1 ครั้ง นับจากวันที่ทราบผลการทดสอบ สอบเฉพาะวิชาที่ไม่ผ่าน หากสอบซ่อมไม่ผ่านจะต้องเข้าสู่กระบวนการชำระค่าอบรม และเข้ารับการอบรมและทดสอบความพร้อมอีกครั้ง      \n12. กรณีสอบผ่านเสนอชื่อต่อคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการสภาวิศวกร เพื่อพิจารณาอนุมัติใบอนุญาต\n13. ชำระเงินค่าใบอนุญาตฯ\n14. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์","2023-08-30T17:07:40"],
    [4064,"961add33-1bf3-4bfe-b971-29b8b03730dd","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับสามัญวิศวกร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-9ed8-4a95-8b22-eb83c2246e80",96,3500,5,"คุณสมบัติของผู้สมัคร\nเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตฯ ระดับภาคีวิศวกร มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และจะต้องมีหน่วยความรู้ในการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (CPD) ตามที่สภาวิศวกรกำหนด\n\nขั้นตอนการขอใบอนุญาตสามัญวิศวกร  \n1. เข้าระบบ service.coe.or.th   \n2. เลือกเมนู “สมาชิก-บุคคล”\n3. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตต่างๆ”\n4. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกร”\n5. ยืนยันตัวตน ด้วยข้อมูลบนบัตรประชาชน และหมายเลขสมาชิก\n6. เลือกประเภทใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกร และสาขาใบอนุญาตที่ต้องการขอรับใบอนุญาต\n   – ระบบตรวจสอบคัดกรอง ท่านจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตฯ ระดับภาคีวิศวกร มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี\n   – ระบบตรวจสอบคัดกรอง ต้องมีคะแนน CPD เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด\n7. อัปโหลดเอกสารประกอบการขอรับใบอนุญาต\n8. ชำระเงินค่าธรรมเนียม\n9. รอผลการพิจารณาผลงานและปริมาณงานจากคณะอนุกรรมการฯ\n   – กรณีผลงานผ่าน จึงมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ได้\n   – กรณีผลงานไม่ผ่าน สามารถยื่นทำรายการได้อีกครั้งหลังจากได้รับแจ้งผลปฏิเสธ\n10. ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ เข้ารับการสอบสัมภาษณ์\n   – กรณีผลสอบผ่าน รอพิจารณาอนุมัติออกใบอนุญาต\n   – กรณีผลสอบไม่ผ่าน สามารถยื่นทำรายการได้อีกครั้งหลังจากได้รับแจ้งผลปฏิเสธ\n11. เสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา และเสนอคณะกรรมการสภาวิศวกร เพื่อพิจารณาอนุมัติ/ปฏิเสธ ออกใบอนุญาต \n12. ชำระเงินค่าใบอนุญาตฯ\n13. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์","2023-08-30T17:08:08"],
    [4065,"967fd632-cee9-4a72-95d8-2570bcbfef1f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การขึ้นทะเบียนวิศวกรเอเปค (APEC Engineer)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-8454-454e-b4a1-e787d3d06187",30,1000,2,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ มีดังนี้\n1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกรตั้งแต่ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไปในสาขาวิชาชีพวิศวกรรมที่ยื่นคําขอ\n2. มีประสบการณ์ในภาคปฏิบัติงานทางวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปีหลังจบการศึกษา\n3. มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปีในการรับผิดชอบงานวิศวกรรมควบคุมที่เด่นชัดตามที่คณะกรรมการสภาวิศวกรกําหนด\n4. มีหน่วยความรู้ตามระเบียบคณะกรรมการสภาวิศวกรว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องตามที่คณะกรรมการสภาวิศวกรกําหนด ไม่น้อยกว่า 50 คะแนน\n5. ไม่เคยถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต","2023-08-30T17:07:01"],
    [4066,"967fd807-d7f4-4b23-8d7f-2b7cd3e0ec2a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การขึ้นทะเบียนวิศวกรวิชาชีพอาเซียน (ASEAN Chartered Professional Engineer)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-7e5f-41bf-b4b1-72b0a49bae51",150,2000,2,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ มีดังนี้\n1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกรตั้งแต่ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไปในสาขาวิชาชีพวิศวกรรมที่ยื่นคําขอ\n2. มีประสบการณ์ในภาคปฏิบัติงานทางวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปีหลังจบการศึกษา\n3. มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปีในการรับผิดชอบงานวิศวกรรมควบคุมที่เด่นชัดตามที่คณะกรรมการสภาวิศวกรกําหนด\n4. มีหน่วยความรู้ตามระเบียบคณะกรรมการสภาวิศวกรว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องตามที่คณะกรรมการสภาวิศวกรกําหนด ไม่น้อยกว่า 50 คะแนน\n5. ไม่เคยถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต","2023-08-30T17:06:53"],
    [4067,"9687c52c-d69e-486c-ac10-9e6328d7d5fe","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","ต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9687b923-c2b0-45c3-bdff-73e09a7ce159",6,2000,1,"วิธีการต่ออายุใบอนุญาตฯ\n1. ทำรายการผ่านระบบ service.coe.or.th เลือกเมนู ต่ออายุใบอนุญาต\n2. กรอกข้อมูลบัตรประชาชนและเลขสมาชิกเพื่อเข้าสู่ระบบ\n3. เลือกเลขทะเบียนใบอนุญาตที่ต้องการต่ออายุ (กรณีมีใบอนุญาตหลายใบ)\n4. ยืนยันที่อยู่จัดส่งใบอนุญาต\n5. อัปโหลดรูปถ่าย ลายเซ็น\n6. ยืนยันชื่อ-นามสกุล ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ\n7. ชำระค่าธรรมเนียม\n8. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์","2023-08-30T17:03:15"],
    [4068,"9689e917-e77d-4cbb-b0f9-f6016e0d3210","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-973e-4b2c-83da-51f471dab5ae",79,25000,1,"การพิจารณาหลักสูตรจากสถาบันการศึกษาที่สภาวิศวกรจะให้การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม โดยหลักสูตรที่ขอให้รับรองจะต้องมีองค์ประกอบ/ลักษณะ/โครงสร้างเป็นไปตามข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยการรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. 2554 และแก้ไขเพิ่มเติม ส่วนรายละเอียดและสาระของวิชาในหลักสูตรจะต้องมีองค์ความรู้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการสภาวิศวกร ว่าด้วยองค์ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ องค์ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรม และองค์ความรู้เฉพาะทางวิศวกรรม ที่สภาวิศวกรจะให้การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. 2562 หรือ พ.ศ. 2565 รวมทั้งสถาบันการศึกษาต้องมีการเรียน การปฏิบัติการ วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน และแหล่งบริการข้อมูลทางวิชาการ ให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ในสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่ขอรับรอง เพื่อให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรและสถาบันการศึกษาสามารถประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ในสาขาที่ขอรับรองได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ขั้นตอนการยื่นคำขอจะมีค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินหลักสูตรเพื่อรับรองปริญญาฯ ตามอัตราในข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยการกำหนดค่าจดทะเบียนสมาชิกค่าบำรุง และค่าธรรมเนียม ที่เรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565\n\n1. ยื่นขอรับรองปริญญาผ่านระบบ โดยกรอกข้อมูลดังนี้\n• กรอกข้อมูลมหาวิทยาลัย\n• กรอกข้อมูลปริญญาและสาขา\n• กรอกข้อมูลผู้รับรองข้อมูล\n• กรอกข้อมูลผู้ติดต่อประสานงาน\n• กรอกตารางแจกแจง\n• แนบเอกสาร\n2. ชำระค่ายื่นคำขอรับรองปริญญา 15,000 บาท\n3. รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร\n   กรณีที่เจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม หรือตารางแจกแจง และส่งข้อมูลกลับสภาวิศวกรผ่านระบบ\n4. คณะอนุกรรมการรับรองปริญญาฯ พิจารณาเอกสารคำรองตนเอง (Self-Declaration)\n   กรณีที่มีคณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นเพิ่มเติมให้ปรับปรุง/แก้ไขเอกสาร แจ้งให้สถาบันรับทราบและจัดส่งกลับสภาวิศวกรผ่านระบบ\n5. คณะอนุกรรมการรับรองปริญญาฯ กำหนดการตรวจประเมินหลักสูตร วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน และแหล่งบริการข้อมูลทางวิชาการ (เฉพาะหลักสูตรที่ยังไม่เคยยื่นขอรับรองกับสภาวิศวกร)\n6. ชำระค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินหลักสูตร (ออนไลน์หรือตามภูมิภาค)\n7. คณะอนุกรรมการรับรองปริญญาฯ นำเสนอผลการพิจารณาหลักสูตร/ตรวจประเมินหลักสูตรต่อคณะอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษาและคณะกรรมการพิจารณาผลการรับรองหลักสูตร\n8. สถาบันการศึกษารับทราบผลการพิจารณาผ่านระบบ","2023-08-30T17:03:30"],
    [4069,"9695f0e6-ea38-4b37-a893-032d844f61a7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับวุฒิวิศวกร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-a24f-480d-9411-3445eec36e9a",96,5000,5,"คุณสมบัติของผู้สมัคร\nเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตฯ ระดับสามัญวิศวกรมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปี และจะต้องมีหน่วยความรู้ในการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (CPD) ตามที่สภาวิศวกรกำหนด\n\nขั้นตอนการขอใบอนุญาตวุฒิวิศวกร\n1. เข้าระบบ service.coe.or.th\n2. เลือกเมนู “สมาชิก-บุคคล”\n3. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตต่างๆ”\n4. เลือกเมนู “ขอใบอนุญาตระดับวุฒิวิศวกร”\n5. ยืนยันตัวตน ด้วยข้อมูลบนบัตรประชาชน และหมายเลขสมาชิก\n6. เลือกประเภทใบอนุญาตระดับวุฒิวิศวกร และสาขาใบอนุญาตที่ต้องการขอรับใบอนุญาต\n   – ระบบตรวจสอบคัดกรอง ท่านจะต้องได้รับใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี\n   – ระบบตรวจสอบคัดกรอง ต้องมีคะแนน CPD เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด\n7. อัปโหลดเอกสารประกอบการขอรับใบอนุญาต\n8. ชำระเงินค่าธรรมเนียม\n9. รอผลการพิจารณาผลงานและปริมาณงานจากคณะอนุกรรมการฯ\n   – กรณีผลงานผ่าน จึงมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ได้\n   – กรณีผลงานไม่ผ่าน สามารถยื่นทำรายการได้อีกครั้งหลังจากได้รับแจ้งผลปฏิเสธ\n10. ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ เข้ารับการสอบสัมภาษณ์\n   – กรณีผลสอบผ่าน รอพิจารณาอนุมัติออกใบอนุญาต\n   – กรณีผลสอบไม่ผ่าน สามารถยื่นทำรายการได้อีกครั้งหลังจากได้รับแจ้งผลปฏิเสธ\n11. เสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา และเสนอคณะกรรมการสภาวิศวกร เพื่อพิจารณาอนุมัติ/ปฏิเสธ ออกใบอนุญาต \n12. ชำระเงินค่าใบอนุญาตฯ\n13. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์","2023-08-30T17:08:01"],
    [4070,"96b84b42-f3fd-4019-bc1b-42582055c90e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ (TABEE)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96b81e04-f0b0-465d-aa20-d48be5f881a7",307,140000,2,"การรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ (TABEE) เป็นทางเลือกให้สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิตในประเทศไทย ระยะเวลาการศึกษา 4 ปี และมีจำนวนหน่วยกิตในหลักสูตรระหว่าง 120-150 หน่วยกิตในระบบทวิภาค หรือเทียบเท่า ยื่นขอรับรองหลักสูตรโดยสมัครใจ โดยหลักสูตรที่ประสงค์จะยื่นขอรับการรับรองสามารถยื่นขอได้ทั้งหลักสูตรในสาขาวิชาวิศวกรรม หรือสาขาวิชาวิศวกรรมควบคุม (หลักสูตรการเรียนการสอนภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ) ทั้งนี้ สภาวิศวกรจะรับตรวจประเมินสำหรับหลักสูตรที่มีโครงสร้างหลักสูตรที่ประยุกต์ใช้ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พื้นฐานวิศวกรรมและความรู้เฉพาะทางวิศวกรรม เพื่อการออกแบบและแก้ไขปัญหาทางวิศวกรรมที่ซับซ้อน และเพียงพอในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ตามเกณฑ์รับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่สภาวิศวกรกำหนด","2023-08-30T17:07:10"],
    [4071,"96ba4eca-3dda-4730-b440-dc7d903d31c2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","ขอใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96ba4b80-707f-4d52-a0db-5a67da7bc34f",6,500,1,"วิธีการขอใบแทนใบอนุญาตฯ\n1. ทำรายการผ่านระบบ service.coe.or.th เลือกเมนู ขอใบแทนใบอนุญาต\n2. กรอกข้อมูลบัตรประชาชนและเลขสมาชิกเพื่อเข้าสู่ระบบ\n3. เลือกเลขทะเบียนใบอนุญาตที่ต้องการขอใบแทน (กรณีมีใบอนุญาตหลายใบ) พร้อมระบุเหตุผลในการขอออกใบแทนฯ\n4. ยืนยันที่อยู่จัดส่งใบอนุญาต\n5. อัปโหลดรูปถ่าย ลายเซ็น\n6. ยืนยันชื่อ-นามสกุล ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ\n7. ชำระค่าธรรมเนียม\n8. รอรับใบอนุญาตทางไปรษณีย์","2023-08-30T17:08:38"],
    [4072,"96ba6525-7b59-4bcf-bf3d-974bdc7447b2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","ขอหนังสือรับรองใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ตามมาตรา 39 ทวิ และ ยื่นประกอบ ข.1-ข.7)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96ba53b0-600c-480f-9625-8e940adb3112",1,20,null,"วิธีการขอหนังสือรับรองใบอนุญาต\n1. ทำรายการผ่านระบบ service.coe.or.th เลือกเมนู ขอหนังสือรับรอง\n2. กรอกข้อมูลบัตรประชาชนและเลขสมาชิกเพื่อเข้าสู่ระบบ\n3. เลือกเลขทะเบียนใบอนุญาตที่ต้องการขอหนังสือรับรอง (กรณีมีใบอนุญาตหลายใบ)\n4. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามที่ระบบกำหนด\n5. ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล\n6. กรอกรหัส OTP ที่ได้รับทาง SMS\n7. ชำระค่าธรรมเนียม\n8. ดาวน์โหลดหนังสือรับรอง","2023-08-30T17:08:31"],
    [4073,"96c004b3-1b9f-46e4-931d-b59008676d63","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การขอหนังสือรับรองฉบับภาษาไทย ฉบับภาษาอังกฤษ หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาวิศวกร และหนังสือรับรองช่วงระหว่างรอรับใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","96bffcda-4ab0-4ef7-98c5-1a2159dfc4a2",5,500,2,"วิธีการขอหนังสือรับรองฉบับภาษาไทย หรือ ฉบับภาษาอังกฤษ หรือหนังสือรับรองระหว่างรอรับใบอนุญาต\n\n1. กรณีหนังสือรับรองใบอนุญาตฉบับภาษาไทย หรือ ฉบับภาษาอังกฤษ\n  1.1 ดาวน์โหลดคำร้องทั่วไปผ่านเว็บไซต์สภาวิศวกร https://coe.or.th/download_form/\n  1.2 กรอกรายละเอียดความประสงค์การขอหนังสือรับรอง ว่านำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด\n  1.3 จัดส่งคำร้องดังกล่าวมาทาง Email : license@coe.or.th\n  1.4 เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Email แจ้งรายละเอียดการชำระค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ฉบับละ 500 บาท\n  1.5 สมาชิกชำระค่าธรรมเนียม \n  1.6 สภาวิศวกรจะจัดส่งหนังสือรับรองให้สมาชิกทาง Email ที่แจ้งไว้\n\n2. กรณีหนังสือรับรองระหว่างรอรับใบอนุญาต และหนังสือรับรองการเป็นสมาชิก\n  2.1 ดาวน์โหลดคำร้องทั่วไปผ่านเว็บไซต์สภาวิศวกร https://coe.or.th/download_form/\n  2.2 กรอกรายละเอียดความประสงค์การขอหนังสือรับรอง ว่านำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด\n  2.3 จัดส่งคำร้องดังกล่าวมาทาง Email : license@coe.or.th\n  2.4 สภาวิศวกรจะจัดส่งหนังสือรับรองให้สมาชิกทาง Email ที่แจ้งไว้","2023-08-30T17:07:16"],
    [4074,"96c240ad-aff0-4328-9aba-d8baf25048b5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การทดสอบวัดผลผู้ตรวจสอบอาคาร","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","96c23315-73cb-4854-aac3-f144a57a972b",3,500,2,"1. ผู้เข้ารับการทดสอบวัดผลผู้ตรวจสอบอาคารต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารตามที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง \n2. ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกแล้วแต่กรณี","2023-08-30T17:07:23"],
    [4075,"96c89572-5d4a-4560-ad56-44c49949e6ba","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การสมัครสมาชิกสภาวิศวกร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","96c89037-ac3b-4c78-9268-0e1cf840730b",1,1000,2,"คุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกสภาวิศวกร\n1. มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์\n2. มีสัญชาติไทย\n3. มีความรู้ในวิชาชีพวิศวกรรมโดยได้รับใบปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรเทียบเท่าปริญญา ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ที่สภาวิศวกรรับรอง\n4. ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร\n5. ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยดำพิพากษาถึงที่สุดให้จำกในคดีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณ อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร\n6. ไม่เป็นผู้ที่มีจิตใจฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคที่กำหนดตามข้อกำหนดบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยโรคต้องห้าม คือ\n– โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม\n– วัณโรคในระยะอันตรายต่อสังคม\n– โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม\n– โรคติดยาเสพติดให้โทษ หรือภาวะติดสารเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง\n– โรคพิษสุราเรื้อรัง\n\nวิธีการสมัครสมาชิก\n1. เข้าระบบ service.coe.or.th เลือกเมนู สมัครสมาชิก\n2. กรอกข้อมูลบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน\n3. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามที่ระบบกำหนด\n4. อัปโหลดเอกสารประกอบการสมัครสมาชิก\n5. ระบบตรวจสอบคุณสมบัติโดยเป็นไปตามเงื่อนไข พร้อมแจ้งประเภทสมาชิก\n6. ชำระค่าธรรมเนียม \n7. ระบบแจ้งเลขสมาชิก และส่ง SMS แจ้งเลขสมาชิกไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่กรอกไว้","2023-08-30T17:08:16"],
    [4076,"99643a95-0fd9-4517-8df8-3ab19868f51d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การขึ้นทะเบียนวิศวกรวิชาชีพต่างด้าวจดทะเบียน (Registered Foreign Professional Engineer: RFPE)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9964202b-7140-42fd-afb9-cf2816031dd4",30,3500,5,"ผู้ขึ้นทะเบียนวิศวกรวิชาชีพต่างด้าวต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้  \n1.  มีสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน\n2. เป็นวิศวกรวิชาชีพอาเซียน\n3. เป็นสมาชิกสภาวิศวกร ประเภทวิสามัญ\n4. ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนวิศวกรวิชาชีพต่างด้าว","2023-08-30T17:06:38"],
    [4077,"996be7c3-5f77-42a6-aa3d-2aa7f9ee6892","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สภาวิศวกร","การขึ้นทะเบียนวิศวกรวิชาชีพต่างชาติ (International Professional Engineer Registration)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","996bdcb9-49bf-4451-9b54-cc29a554cbec",30,3500,4,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ มีดังนี้\n1. ไม่เป็นผู้มีภูมิลำเนาถาวรในประเทศไทย\n2. ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรวิชาชีพจากองค์กรขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพจากประเทศต้นทางที่วิศวกรวิชาชีพถือ สัญชาติหรือประเทศที่วิศวกรต่างชาติมีที่พำนัก \n3. ไม่อยู่ในระหว่างการถูกเพิกถอนการได้รับอนุญาตหรือถูกพักใช้ใบอนุญาต หรือถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนให้ประกอบ วิชาชีพวิศวกรรมจากประเทศต้นทางหรือประเทศที่วิศวกรต่างชาติมีที่พำนัก\n4. ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนวิศวกรวิชาชีพต่างชาติจากสภาวิศวกร","2023-08-30T17:04:44"],
    [4078,"94e56e2d-1ad3-47ed-81e0-5c3e7d303b60","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การต่ออายุสถาบันสมทบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-ca4b-4a24-bfcd-80096323be0e",55,0,1,"-","2023-06-09T13:54:47"],
    [4079,"94e56e2d-2093-4e8b-ad4d-99acf88ba9d5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอใบแทนใบอนุญาตฯ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-d27e-4b10-9a22-920d4477a63e",8,500,7,"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/055/T_0001.PDF","2021-11-17T13:39:28"],
    [4080,"94e56e2d-0181-4f57-8a54-06cd3d7e0e54","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การสอบประเมินฯ สัตวแพทยสภา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d41-a55d-40f9-a089-04f84517bc41",5,10000,2,"หลักเกณฑ์       สถาบันส่งรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบมายังศูนย์ประเมินฯ   ศูนย์ประเมินฯเปิดระบบรับสมัครสอบออนไลน์   ผู้มีสิทธิ์สอบเข้าระบบเพื่อสมัครสอบประเมินฯ   สถาบันส่งรายชื่อผู้ขาดคุณสมบัติการเข้าสอบ   ศูนย์ประเมินฯ ประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิสอบประกาศสนามสอบและที่นั่งสอบ   ผู้ที่มีสิทธิ์สอบ เข้าสอบเกณฑ์หมวดที่2 และหมวดที่3 ในวันและสนามสอบที่กำหนด   ศูนย์ประเมินฯ ประกาศผลสอบ   ผู้สอบเข้าระบบเพื่อดูผลการสอบของตนเอง   ศูนย์ประเมินฯ ส่งผลการสอบประเมินฯ ไปยังสัตวแพทยสภาและสถาบัน","2021-11-17T13:39:28"],
    [4081,"94e56e2d-0411-4374-8401-b69f85e7acc4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-a89e-49cf-8e0c-1a6b70805bc1",386,10000,15,"1.ผู้ประสงค์จะขอสมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับสัตวแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกอนุมัติบัตรและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์สาขาต่างๆ พ.ศ.2557   2.หลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอ มีดังนี้     2.1 สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง 2 ชุด     2.2 รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป     2.3 สำเนาใบปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต 2 ชุด     2.4 ในกรณีเปลี่ยนนามสกุล ให้แนบหลักฐานมาด้วย เช่น ใบทะเบียนสมรส     2.5 หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตร 10,000 บาท (ซึ่งจะไม่มีการคืนเงินให้ไม่ว่าในกรณีใด)     2.6 ซองขาวเขียนชื่อและที่อยู่ จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง เพื่อใช้ในการแจ้งกำหนดการสอบ และแจ้งผลการสอบ 2 ซอง  3.หลักฐานเฉพาะของผู้สมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตร     3.1 หลักฐานที่แสดงว่าได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์สาขาที่ขออนุมัติบัตรจากต่างประเทศ     3.2 สำเนาใบปริญญาเอก     3.3 สำเนาใบประกาศนียบัตรชั้นสูง     3.4 สำเนาใบปริญญาโท     3.5 สำเนาใบประกาศนียบัตรบัณฑิต     3.6 รายงานประสบการณ์ตามที่แต่ละสาขากำหนด     3.7 หนังสือรับรองว่าได้ปฏิบัติงานในสาขาที่ขออนุมัติบัตรจากผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่ได้รับอนุมัติบัตรในสาขาที่ขออนุมัติบัตร     3.8 ผลงานทางวิชาการในสาขาที่ขออนุมัติบัตรที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วในวารสารวิชาการที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองหรือมีหนังสือจากสำนักพิมพ์รับรองว่าจะลงพิมพ์    เงื่อนไข    1.ค่าธรรมเนียมคำขอสมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ 10,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะเริ่มเปิดรับค่าธรรมเนียมตั้งแต่เวลา 8.30 น. และปิดรับค่าธรรมเนียมเวลา 16.30 น. หรือสามารถชำระค่าธรรมเนียมได้ตามธนาคารและบริการตามที่ใบจ่ายเงินได้ระบุ ภายในระยะเวลาที่กำหนด  2.ในกรณีคำขอคำขอสมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ หรือเอกสารหลักฐานการสมัครไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ต้องทำสัญญาสองฝ่ายเพื่อยืนยันว่าจะส่งเอกสารให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด  3.สำเนาเอกสารต้องลงนามถูกต้องทุกฉบับ  4.ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตร ดังนี้  (ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขาที่ขออนุมัติบัตรนับถึงวันสุดท้ายของวันสมัครสอบ)     4.1 ได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์สาขาที่ขออนุมัติบัตรจากต่างประเทศ     4.2 ได้รับปริญญาเอกและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขาที่ขออนุมัติบัตรติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี    4.3 ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงในสาขาที่ขออนุมัติบัตรและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขาที่ขออนุมัติบัตรติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี    4.4 ได้ใบปริญญาโทหรือประกาศนียบัตรบัณฑิตในสาขาที่ขออนุมัติบัตรและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขาที่ขออนุมัติบัตรติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี    4.5 ได้รับปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิตและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขาที่ขออนุมัติบัตรติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี และมีผลงานทางวิชาการในสาขาขออนุมัติบัตรที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองอย่างน้อย 1 เรื่อง","2021-11-17T13:39:28"],
    [4082,"94e56e2d-06f0-4d37-8351-8f34853cbae9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การสมัครเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์  สาขาต่างๆ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-ac05-43b0-99a7-9d44d847179b",291,500,7,"1.ผู้ประสงค์จะขอสมัครเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆให้เป็นไปตามข้อบังคับสัตวแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกอนุมัติบัตรและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์สาขาต่างๆ พ.ศ.2557   2.หลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอ มีดังนี้     2.1 รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป     2.2 สำเนาใบปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต     2.3 สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง     2.4 เอกสารรับรองคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้         1. หนังสือรับรองประสบการณ์วิชาชีพจากสถาบันหรือหน่วยงานที่สัตวแพทยสภารับรอง พร้อมทั้งระบุระยะเวลาการปฏิบัติงาน         2. หนังสือรับรองการได้รับการเพิ่มพูนทักษะทางคลินิกอย่างเป็นระบบ (internship) จากสถาบันการศึกษาที่สัตวแพทยสภารับรอง         3. สำเนาใบประกาศนียบัตรบัณฑิต         4. สำเนาใบปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตหรือเทียบเท่าหรือสูงกว่า  2.5 ในกรณีเปลี่ยนนามสกุล ให้แนบหลักฐานมาด้วย เช่น ใบทะเบียนสมรส  2.6 หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมในการสมัคร 500 บาท (ซึ่งจะไม่มีการคืนเงินให้ไม่ว่าในกรณีใด)    เงื่อนไข    1.ค่าธรรมเนียมคำขอสมัครเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ 500 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะเริ่มเปิดรับค่าธรรมเนียมตั้งแต่เวลา 8.30 น. และปิดรับค่าธรรมเนียมเวลา 16.30 น. หรือสามารถชำระค่าธรรมเนียมได้ตามธนาคารและบริการตามที่ใบจ่ายเงินได้ระบุ ภายในระยะเวลาที่กำหนด  2.ในกรณีคำขอคำขอสมัครเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ หรือเอกสารหลักฐานการสมัครไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ต้องทำสัญญาสองฝ่ายเพื่อยืนยันว่าจะส่งเอกสารให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด  3.สำเนาเอกสารต้องลงนามถูกต้องทุกฉบับ  4.ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ ดังนี้          ผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมจะต้องเป็นสมาชิกสัตวแพทยสภาและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง และมีคุณสมบัติในข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้           1.มีประสบการณ์วิชาชีพจากสถาบันหรือหน่วยงานที่สัตวแพทยสภารับรองไม่น้อยกว่า 2 ปี           2.ได้รับการเพิ่มพูนทักษะทางคลินิกอย่างเป็นระบบ (internship) จากสถาบันการศึกษาที่สัตวแพทยสภารับรองไม่น้อยกว่า 1 ปี           3.ได้รับประกาศนียบัตรบัณฑิต           4.ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตเทียบเท่าหรือสูงกว่า","2021-11-17T13:39:28"],
    [4083,"94e56e2d-08d7-42cd-82a5-b4ab6b5f7e90","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การขออนุมัติและรับรองวิทยฐานะเป็นสถาบันที่ทำการฝึกอบรม (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-af1d-48b7-939d-b5f5664b1aa2",240,0,1,"1.สถาบันฯที่ประสงค์จะขออนุมัติและรับรองวิทยาฐานะเป็นสถาบันที่ทำการฝึกอบรมให้ทำการยื่นหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อให้วิทยาลัยฯประเมิน รับรองและตรวจสถาบัน    เงื่อนไข    1.วิทยาลัยฯต้องประเมิน รับรองและตรวจสถาบันและรอเห็นชอบจากมติที่ประชุม  2.สถาบันฯต้องขึ้นต่อข้อบังคับสัตวแพทยสภาว่าด้วยการจัดตั้ง การดำเนินการ และการเลิกสถาบันที่ทำการฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในสาขาต่าง ๆ ของวิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ. 2557","2021-11-17T13:39:28"],
    [4084,"94e56e2d-0af4-49d3-8d70-5e1ddd5fe0b6","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอใบแทนบัตรสมาชิกฯ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-b219-451c-9d47-7787572b0fd2",3,100,5,"1.ผู้ประสงค์ที่จะขอใบแทนบัตรสมาชิกสัตวแพทยสภา ให้เป็นไปตามข้อบังคับสัตวแพทยสภา ว่าด้วยการกำหนดค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ พ.ศ.2545    2.หลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอนี้      2.1 สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ     2.2 บัตรสมาชิกสัตวแพทยสภา (ฉบับเดิม) ตัวจริง กรณีชำรุดหรือเสียหายในสาระสำคัญ หรือ ใบแจ้งความ กรณีบัตรหาย      เงื่อนไข    1.ในกรณีแบบคำขอใบแทนบัตรสมาชิกสัตวแพทยสภา หรือเอกสาร หลักฐานประกอบการขอใบแทน ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ต้องทำสัญญาสองฝ่ายเพื่อยืนยันว่าจะส่งเอกสารให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด    2.สำเนาเอกสารต้องลงนามสำเนาถูกต้องทุกฉบับ    3.ค่าธรรมเนียมขอใบแทนใบอนุญาตฯ 100.00 บาท   เจ้าหน้าที่จะปิดรับค่าธรรมเนียมเวลา 16.30 น.","2021-11-17T13:39:28"],
    [4085,"94e56e2d-0d05-4d0c-8394-8e2c5bc735b2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอใบแปลใบอนุญาตฯ เป็นภาษาอังกฤษ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-b50e-488e-baf4-ccc49648540b",8,1000,4,"1.ผู้ประสงค์ที่จะขอใบแปลใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ ให้เป็นไปข้อบังคับสัตวแพทยสภา ว่าด้วยการกำหนดค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ พ.ศ.2545    2.หลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอนี้      2.1 สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ     2.2 สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ    เงื่อนไข    1.ในกรณีแบบคำขอใบแทนบัตรสมาชิกสัตวแพทยสภา หรือเอกสาร หลักฐานประกอบการขอใบแทน ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ต้องทำสัญญาสองฝ่ายเพื่อยืนยันว่าจะส่งเอกสารให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด    2.สำเนาเอกสารต้องลงนามสำเนาถูกต้องทุกฉบับ    3.ค่าธรรมเนียมขอใบแทนใบอนุญาตฯ 1,000.00 บาท   เจ้าหน้าที่จะปิดรับค่าธรรมเนียมเวลา 16.30 น.","2021-11-17T13:39:28"],
    [4086,"94e56e2d-115b-4f29-bd26-15b8c76022c6","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การชำระค่าบำรุงหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-bbd6-4e88-80f4-5ae29da52e9a",101,100000,2,"1.ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและประสงค์จะเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ ชำระเงินค่าบำรุงสถาบันฯ  2.หลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอ มีดังนี้     2.1 หลักฐานการชำระเงินค่าบำรุงสถาบันฯ    เงื่อนไข    1.เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4087,"94e56e2d-0f35-4c3e-99a1-b98915be23bf","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การสมัครเป็นสมาชิกของวิทยาลัยวิชาชีพการสัตวแพทย์ชำนาญการแห่งประเทศไทย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-b849-4d86-8a2e-56598e5e5fb3",91,3500,3,"1.ผู้ประสงค์จะขอสมัครเป็นสมาชิกของวิทยาลัยวิชาชีพการสัตวแพทย์ชำนาญการแห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามระเบียบวิทยาลัยวิชาชีพการสัตวแพทย์ชำนาญการแห่งประเทศไทย ว่าด้วยสมาชิกของวิทยาลัยวิชาชีพการสัตวแพทย์ชำนาญการแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2557  2.หลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอ มีดังนี้  2.1 สำเนาบัตรประจำตัวสมาชิกสัตวแพทยสภา หรือสำเนาบัตรประชาชนพร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง  2.2 รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)  2.3 หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมค่าบำรุงสมาชิก 1500 บาท และค่าธรรมเนียมการออกอนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตร 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,500 บาท (ซึ่งจะไม่มีการคืนเงินให้ไม่ว่าในกรณีใด)    เงื่อนไข    1.ค่าธรรมเนียมค่าบำรุงสมาชิก 1500 บาท และค่าธรรมเนียมการออกอนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตร 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,500 บาท 3,500 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะเริ่มเปิดรับค่าธรรมเนียมตั้งแต่เวลา 8.30 น. และปิดรับค่าธรรมเนียมเวลา 16.30 น. หรือสามารถชำระค่าธรรมเนียมได้ตามธนาคารและบริการตามที่ใบจ่ายเงินได้ระบุ ภายในระยะเวลาที่กำหนด  2.ในกรณีคำขอคำขอสมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ หรือเอกสารหลักฐานการสมัครไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ต้องทำสัญญาสองฝ่ายเพื่อยืนยันว่าจะส่งเอกสารให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด  3.สำเนาเอกสารต้องลงนามถูกต้องทุกฉบับ  4.ต้องเป็นผู้ที่สอบผ่านการสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่างๆ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4088,"94e56e2d-130a-4999-9574-c1512723dc33","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การโอนย้ายหน่วยกิตรายบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-bec9-4762-bb47-20915b913331",11,0,1,"1. เป็นสัตวแพทยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ชั้น 1     2. มีความประสงค์จะต่อใบอนุญาต    3. หน่วยกิตในรอบใบอนุญาตที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว ไม่ครบ 100 คะแนน    4. มีหน่วยกิตหลังจากที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้วสามารถโอนย้ายเข้าไปในรอบปัจจุบันได้    5. ไม่เป็นผู้ค้างจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอกิจกรรมหน่วยกิตรายบุคคล (หากมีค่าธรรมเนียมค้างจ่าย ให้ชำระให้เรียบร้อยก่อน)","2021-11-17T13:39:28"],
    [4089,"94e56e2d-1506-4e89-aacc-52b34020a93e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การรับรองหน่วยกิตเพื่อต่อใบอนุญาต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-c1b8-42a4-b6eb-0ac258284f4f",13,0,1,"1. เป็นสัตวแพทยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ชั้น 1    2. มีความประสงค์จะต่อใบอนุญาต    3. มีหน่วยกิตในระบบยังไม่ครบ 100 คะแนน    4. ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สถาบันได้จัดขึ้นแล้ว แต่คะแนนยังไม่ขึ้นในระบบ    5. ไม่เป็นผู้ค้างจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอกิจกรรมหน่วยกิตรายบุคคล (หากมีค่าธรรมเนียมค้างจ่าย ให้ชำระให้เรียบร้อยก่อน)","2021-11-17T13:39:28"],
    [4090,"94e56e2d-16ed-4a96-9e6f-7892dcba4373","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การสมัคร และทำแบบทดสอบออนไลน์ (e-Learning) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-c492-4b4d-b6b4-efd9b9756721",10,0,1,"1. เป็นสัตวแพทยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ชั้น 1    2. ไม่เป็นผู้ค้างจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอกิจกรรมหน่วยกิตรายบุคคล (หากมีค่าธรรมเนียมค้างจ่าย ให้ชำระให้เรียบร้อยก่อน)","2021-11-17T13:39:28"],
    [4091,"94e56e2d-18f9-4d7b-9370-d06b2833e8c1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการของ ศ.ศ.สพ. (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-c78a-481f-856c-0bfa576b2a10",12,0,1,"1. เป็นสัตวแพทยผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ชั้น 1    2. ไม่เป็นผู้ค้างจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอกิจกรรมหน่วยกิตรายบุคคล (หากมีค่าธรรมเนียมค้างจ่าย ให้ชำระให้เรียบร้อยก่อน)","2021-11-17T13:39:28"],
    [4092,"94e56e2d-1cc0-476e-99a1-df09483d3bfd","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ชั้นหนึ่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-ccfb-4675-ae97-5a68b89ac27f",9,5500,8,"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/309/T_0035.PD    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/055/T_0001.PDF","2022-07-07T16:09:03"],
    [4093,"94e56e2d-1ea6-426a-916d-2914bd34fecb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ชั้นสอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-cfae-4788-82dd-f61c9784a2ff",9,3500,7,"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/309/T_0035.PDF    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/055/T_0001.PDF","2021-11-17T13:39:28"],
    [4094,"94e56e2d-227f-4141-b7b2-7232ff0dcd59","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอสมัครสมาชิกและขอขึ้นทะเบียนใหม่ฯ ชั้นหนึ่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-d540-4530-8fec-892d8108fe54",46,6000,8,"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/309/T_0035.PDF    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/055/T_0001.PDF","2022-07-07T16:15:27"],
    [4095,"94e56e2d-2456-44df-8a19-0f825159bf70","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอสมัครสมาชิกและขอขึ้นทะเบียนใหม่ฯ (กรณีเคยมีใบอนุญาตฯ แล้ว) ชั้นหนึ่ง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-d800-4284-b951-2f57b05cdb89",46,6000,9,"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/309/T_0035.PDF    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/055/T_0001.PDF","2021-11-17T13:39:28"],
    [4096,"94e56e2d-267f-42dd-8036-58ea288bafdb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอสมัครสมาชิกและขอขึ้นทะเบียนใหม่ฯ (กรณีเคยมีใบอนุญาตฯ แล้ว) ชั้นสอง (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-daa5-41e9-aa15-2404e5b94e19",46,4000,9,"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/309/T_0035.PDF    http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/055/T_0001.PDF","2021-11-17T13:39:28"],
    [4097,"94e56e2d-28a4-4727-b42f-56531828d017","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","คำขอหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d41-dd85-4699-9dad-f46fde6c020f",2,500,3,"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/055/T_0001.PDF","2021-11-17T13:39:28"],
    [4098,"94e56e2d-2a9f-4fe5-971f-730c460f990e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การขอหน่วยกิตรายบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-e07e-4ed0-b541-b84e74220c48",67,300,1,"1. เป็นสัตวแพทย์ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ชั้น 1    2. มีความประสงค์จะขอหน่วยกิตรายบุคคลจากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ    3. กิจกรรมที่ยื่นขอเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในรอบใบอนุญาตปัจจุบัน หากอยู่เกินรอบใบอนุญาตปัจจุบัน ต้องเขียนแบบคำขอโอนย้ายหน่วยกิตรายบุคคลด้วย    4.ไม่เป็นผู้ค้างจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอกิจกรรมหน่วยกิตรายบุคคล (หากมีค่าธรรมเนียมค้างจ่าย ให้ชำระให้เรียบร้อยก่อน)","2021-11-17T13:39:28"],
    [4099,"94e56e2d-2cc5-4701-84ca-eaebbdb86392","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การสมัครเป็นสถาบันหลัก และสถาบันสมทบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-e367-4b8f-89cc-7f9195aa648e",69,1000,1,"1. เป็นองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพการสัตวแพทย์     2. มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องทางสัตวแพทย์ภายในองค์กร / หน่วยงาน หรือ ระหว่างองค์กร / หน่วยงาน     3. มีหน่วยงานหรือฝ่าย หรือคณะกรรมการที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาต่อเนื่องฯ  โดยคณะกรรมการต้องเป็นสัตวแพทย์ ผู้เป็นสมาชิกสัตวแพทยสภา อย่างน้อย 1 คน    4. สามารถส่งเอกสารหลักฐานการขอรับรองหน่วยกิตในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง มายังศูนย์การศึกษาต่อเนื่องฯได้    5. สถาบันหลักที่ได้รับการรับรองจาก ศ.ศ.สพ. แล้ว จะมีอายุ 3 ปี","2021-11-17T13:39:28"],
    [4100,"94e56e2d-2e84-452d-a0e2-f17375dad774","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สัตวแพทยสภา","การขอจัดกิจกรรมของสถาบันหลัก และสถาบันสมทบ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d41-e64c-40e4-b3ee-2d778d27ed16",160,1000,1,"-","2022-07-07T16:00:56"],
    [4101,"94e56e2d-30c1-4179-b6c7-224612166d80","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขออนุญาตกระทำการภายในเขตระบบโครงข่ายพลังงาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-e9c3-47e7-8dde-ecf6cc520832",53,0,7,"เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคแก่ระบบโครงข่ายพลังงานซึ่งอยู่ภายในเขตระบบโครงข่ายพลังงานตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้ความเห็นชอบและสำนักงาน กกพ. ได้ปิดประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายพลังงานไว้ ห้ามมิให้ผู้ใดปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้หรือสิ่งอื่นใด ติดตั้งสิ่งใด เจาะหรือขุดพื้นดิน ถมดิน ทิ้งสิ่งของหรือกระทำด้วยประการใดๆ ที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคแก่ระบบโครงข่ายพลังงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาอนุญาตการดำเนินการในเขตระบบโครงข่ายพลังงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับฟังความคิดเห็นของผู้รับใบอนุญาตด้วย และหากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อระบบโครงข่ายพลังงาน บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์หรือสิ่งแวดล้อม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตตามคำขอ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่อาจกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตไว้ด้วยก็ได้ และหากมีการดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือได้รับอนุญาตแต่มีการฝ่าฝืนการอนุญาตหรือเงื่อนไขประกอบการอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้","2021-11-17T13:39:28"],
    [4102,"94e56e2d-33a9-4556-a2fe-1e07fb4652fa","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) [N]","กระบวนงานบริการที่ต่อเนื่องจากหน่วยงานอื่น","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-eca3-4ffa-bf82-57bbf0e728c8",92,0,14,"ผู้ผลิตพลังงานควบคุมซึ่งเข้าข่ายเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าหรือเข้าข่ายได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าแต่เป็นกิจการที่ต้องแจ้งต่อสำนักงาน กกพ. ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงานฯ ซึ่งมีขนาดการผลิตรวมของแต่ละแหล่งผลิตตั้งแต่ 200 กิโลโวลต์แอมแปร์ขึ้นไปที่มีการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหรือเพื่อจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า","2021-11-17T13:39:28"],
    [4103,"94e56e2d-35bd-47ea-a7a2-419190d7f243","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การแจ้งการประกอบกิจการไฟฟ้าที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-efcb-4486-981d-506343e1a813",1,0,19,"กิจการผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตรวมต่ำกว่า 1,000 kVA (1,000 kWp กรณีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Rooftop PV System))    กิจการระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตรวมต่ำกว่า 1,000 kVA นำไฟฟ้าที่ได้จากการผลิตไปใช้เอง    กิจการจำหน่ายไฟฟ้าที่มีขนาดการจำหน่ายต่ำกว่า 1,000 kVA โดยผ่านระบบจำหน่ายไฟฟ้า    กิจการศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าซึ่งโดยปกติไม่มีหน้าที่สั่งการด้านการผลิตไฟฟ้าโดยตรง","2021-11-17T13:39:28"],
    [4104,"94e56e2d-37c4-4272-a0fb-01d3f7e86eb4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอโอนสิทธิตามใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-f2d0-4842-85b2-07ba527b9c21",44,50000,18,"ให้ยื่นเรื่องขอโอนสิทธิตามใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานก่อนการดำเนินการโอน/ขายกิจการก่อนได้รับอนุญาต รวมทั้งการยื่นขอโอนใบอนุญาตตามมาตรา 48 และสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน","2021-11-17T13:39:28"],
    [4105,"94e56e2d-3a11-4eb1-8986-f09932fe5892","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) สำหรับผู้ประกอบกิจการโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-f5e4-4b81-953e-a278c6c66986",76,60000,46,"เป็นผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 88 ตามพระราชบัญญัติโรงงาน  พ.ศ. 2535       เป็นผู้ประกอบกิจการโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าหรือลูกค้าตรง       อายุใบอนุญาต 5 ปีนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการจนถึงวันที่ 1 มกราคมของปีปฏิทินปีที่ 6","2021-11-17T13:39:28"],
    [4106,"94e56e2d-3c41-4ea3-bad0-26820f2550a8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตระบบส่งไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-f8b4-4f50-a3da-9fc238e16dce",68,25000,17,"?เป็นผู้ประกอบกิจการระบบส่งไฟฟ้า     ?อายุใบอนุญาตไม่เกิน 25ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต ทั้งนี้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาของ กกพ.    หมายเหตุ: ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า ที่ประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการในส่วนหนึ่งส่วนใด ต้องแจ้งเริ่มประกอบกิจการกับสำนักงาน กกพ. หรือสำนักงานประจำเขตไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยสามารถแจ้งเริ่มประกอบกิจการผ่านทางระบบ Licensee Portal โดย Log in เข้าใช้งานระบบผ่านทาง website ของสำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th","2021-11-17T13:39:28"],
    [4107,"94e56e2d-40ba-44b4-a04b-af83a124aa2e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-feaa-45ff-aaf6-22963ea01a77",75,5,15,"?เป็นผู้ประสงค์ประกอบกิจการเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซที่มีปริมาณการเก็บรักษาก๊าซธรรมชาติเหลวรวมของแต่ละแหล่งเก็บรักษาไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นลิตร              ?กำหนดให้ยื่นเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมใน 15 วันเมื่อได้รับแจ้งจากสำนักงาน กกพ. หากพ้นระยะเวลาแล้วให้ถือว่าคำขอถูกยกเลิกและผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นแบบคำขอใหม่ โดยสามารถติดต่อขอคืนแบบคำขอหรือเอกสารที่ยื่นไว้กับสำนักงาน กกพ.ได้ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันรับแจ้งขอเอกสารเพิ่มเติม              ?อายุใบอนุญาตไม่เกิน 25 ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต","2022-04-06T22:52:45"],
    [4108,"94e56e2d-3e9a-49ab-8627-b13a49617489","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d41-fbbe-40ea-915a-ab598eff87c6",68,0,14,"เป็นผู้ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตั้งแต่ 1,000kVA ขึ้นไป   กรณีดังต่อไปนี้ไม่เข้าข่ายต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า แต่เป็นกิจการที่ต้องแจ้งต่อสำนักงาน กกพ.         กิจการผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตรวมต่ำกว่า 1,000 kVA   การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในกิจการของตนเอง โดยไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ (Stand-alone)   การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้าหลัก (Primary Power Source) หรือเพื่อใช้ในระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน โดยมีจำนวนชั่วโมงการเดินเครื่องรวมน้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนชั่วโมงที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหลักต่อปี   กิจการระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตรวมต่ำกว่า 1,000 kVA นำไฟฟ้าที่ได้จากการผลิตไปใช้เอง   กิจการจำหน่ายไฟฟ้าที่มีขนาดการจำหน่ายต่ำกว่า 1,000 kVA โดยผ่านระบบจำหน่ายไฟฟ้า   กิจการศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าซึ่งโดยปกติไม่มีหน้าที่สั่งการด้านการผลิตไฟฟ้าโดยตรง                            อายุใบอนุญาตไม่เกิน 25 ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต ทั้งนี้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน             หมายเหตุ: ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า ที่ประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการในส่วนหนึ่งส่วนใด ต้องแจ้งเริ่มประกอบกิจการกับสำนักงาน กกพ. หรือสำนักงานประจำเขตไม่น้อยกว่า 15วัน ก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยสามารถแจ้งเริ่มประกอบกิจการผ่านทางระบบ Licensee Portal โดย Log in เข้าใช้งานระบบผ่านทาง website ของสำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th","2021-11-17T13:39:28"],
    [4109,"94e56e2d-42a1-48ce-bc62-9a7d7cc7ae2e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อผ่านระบบส่งก๊าซธรรมชาติ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-018c-4599-b777-68544b81ed87",75,25000,16,"-","2021-11-17T13:39:28"],
    [4110,"94e56e2d-4485-4cc3-b088-706de53fbbcd","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตระบบจำหน่ายไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-045c-417e-851c-2a9dcd400772",68,1,13,"-","2021-11-17T13:39:28"],
    [4111,"94e56e2d-4672-4fde-af69-98a2dedfc0f8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การแจ้งความประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-0754-4a04-8905-e2dcaa82550f",7,0,15,"? การดำเนินการเป็นไปตามประกาศ กกพ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเริ่มประกอบกิจการไฟฟ้า พ.ศ. 2552   ? เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า ระบบจำหน่าย หรือจำหน่ายไฟฟ้า   ? หากประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการส่วนหนึ่งส่วนใดต้องแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน","2021-11-17T13:39:28"],
    [4112,"94e56e2d-4880-42d5-a476-c46bcc3c962b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตค้าปลีกก๊าซธรรมชาติผ่านระบบจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-0a2d-416a-ad36-014ce48cb21f",75,0.05,18,"1. เพื่อขออนุญาตประกอบกิจการค้าปลีกก๊าซธรรมชาติที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งประกอบด้วยมีเทนเป็นส่วนใหญ่ผ่านระบบจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ไม่รวมก๊าซซีวภาพ    2. กำหนดให้ยื่นเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมใน 15 วันเมื่อได้รับแจ้งจากสำนักงาน กกพ. หากพ้นระยะเวลาแล้วให้ถือว่าคำขอถูกยกเลิกและผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นแบบคำขอใหม่ โดยสามารถติดต่อขอคืนแบบคำขอหรือเอกสารที่ยื่นไว้กับสำนักงาน กกพ. ได้ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันรับแจ้งขอเอกสารเพิ่มเติม               3. อายุใบอนุญาตไม่เกิน 25 ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต","2021-11-17T13:39:28"],
    [4113,"94e56e2d-4aa6-4218-99b0-993361b0ba06","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตควบคุมระบบไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-0d00-4a91-9697-e235072511e7",68,20000000,15,"?เป็นผู้ประกอบกิจการควบคุมระบบไฟฟ้า      ?อายุใบอนุญาตไม่เกิน 25ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต ทั้งนี้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาของ กกพ.    ?ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าที่ประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการในส่วนหนึ่งส่วนใด ต้องแจ้งเริ่มประกอบกิจการกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยสามารถแจ้งเริ่มประกอบกิจการผ่านทางระบบ Licensee Portal โดย Log in เข้าใช้งานระบบผ่านทาง website ของสำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th","2021-11-17T13:39:28"],
    [4114,"94e56e2d-4caf-41ef-8a11-6851fb85fbd7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-0fe3-4b45-91cd-f1d179d25390",75,0.05,14,"เป็นผู้ประสงค์ประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ โดยเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติจากจุดซื้อขายก๊าซธรรมชาติผ่านระบบส่งก๊าซธรรมชาติไปยังจุดจ่ายก๊าซธรรมชาติให้แก่ผู้ซื้อ    กำหนดให้ยื่นเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมใน 15 วันหลังจากวันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน กกพ. หากพ้นระยะเวลาแล้วให้ถือว่าคำขอถูกยกเลิก และผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นแบบคำขอใหม่ โดยสามารถติดต่อขอคืนแบบคำขอหรือเอกสารที่ยื่นไว้กับสำนักงาน กกพ. ได้ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันรับแจ้งขอเอกสารเพิ่มเติม    อายุใบอนุญาตไม่เกิน 25 ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต","2021-11-17T13:39:28"],
    [4115,"94e56e2d-4f56-42a3-9eb4-6b5ac5a34d44","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (อ.1) เพื่อประกอบกิจการพลังงาน [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-12f1-4e77-a64c-6d4fd9670088",38,4,24,"- &ldquo;อาคาร&rdquo; ตามนิยามในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารเท่านั้นรวมถึงสิ่งปลูกสร้างอาคารอื่นๆ ที่เข้าข่ายถือเป็นอาคารตามกฏกระทรวงออกความตามในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522            - พื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตควบคุมอาคาร : เป็นอาคารที่ใช้เพื่อการประกอบกิจการพลังงาน โดยมีพื้นที่ก่อสร้างตั้งอยู่ในเขตควบคุมอาคารตาม พระราชบัญญัติ/ควบคุมอาคาร หรือตั้งอยู่ในเขตผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงผังเมืองรวมที่ออกตามความในพระราชบัญญัติผังเมือง    - พื้นที่ก่อสร้างอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม (กรณีในเขตของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ออกใบอนุญาต)    - พื้นที่ก่อสร้างอยู่นอกเขตควบคุมอาคาร : อาคารที่ทำการก่อสร้างเป็นอาคารประเภทใดประเภทหนึ่งดังนี้    (1) อาคารสูง: อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป โดยวัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด      (2) อาคารขนาดใหญ่พิเศษ: อาคารที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการ โดยมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000ตารางเมตรขึ้นไป    ?อายุใบอนุญาตสูงสุดไม่เกิน 3ปีนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติ อายุใบอนุญาตขึ้นกับขนาดของพื้นที่อาคาร      (1) พื้นที่น้อยกว่า 10,000 ตารางเมตร: อายุ 1 ปี      (2) พื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 100,000 ตารางเมตร: อายุ 2 ปี      (3) พื้นที่ตั้งแต่ 100,000 ตารางเมตรขึ้นไป: อายุ 3 ปี    หมายเหตุ:    อาคารดังต่อไปนี้จัดเป็นอาคารเพื่อประกอบกิจการพลังงานซึ่งการพิจารณาอนุมัติใบอนุญาตอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (อาคารที่ไม่เข้าเกณฑ์ต่อไปนี้อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร พัทยา เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล)    (1) อาคารทุกประเภทในสถานประกอบการผลิตไฟฟ้าซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งขนาด 150 MW ขึ้นไป    (2) อาคารทุกประเภทในสถานประกอบการผลิตไฟฟ้าซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งขนาดไม่เกิน 150 MW ที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อจำหน่าย    (3) อาคารตามรายการแนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและกระทรวงมหาดไทย (MoU) ฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2555 ในสถานประกอบการผลิตไฟฟ้าซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 150 MW ที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองและจำหน่ายส่วนที่เหลือ    (4) อาคารในระบบโครงข่ายไฟฟ้า    (5) อาคารที่มีวัตถุประสงค์ในการใช้สำหรับการประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติเป็นการเฉพาะ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4116,"94e56e2d-51b4-4a1d-96f7-ce12af0cfe0a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน","การขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-15d5-4f7f-a0b9-5a2ea335782d",61,5,34,"?เป็นผู้ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตั้งแต่ 1,000kVA ขึ้นไป  ?กรณีดังต่อไปนี้ไม่เข้าข่ายต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า แต่เป็นกิจการที่ต้องแจ้งต่อสำนักงาน กกพ.      1) กิจการผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตรวมต่ำกว่า 1,000 kVA      2) การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในกิจการของตนเอง โดยไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ (Stand-alone)      3) การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้าหลัก (Primary Power Source) หรือเพื่อใช้ในระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน โดยมีจำนวนชั่วโมงการเดินเครื่องรวมน้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนชั่วโมงที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหลักต่อปี    4) กิจการระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตรวมต่ำกว่า 1,000 kVA นำไฟฟ้าที่ได้จากการผลิตไปใช้เอง      5) กิจการจำหน่ายไฟฟ้าที่มีขนาดการจำหน่ายต่ำกว่า 1,000 kVA โดยผ่านระบบจำหน่ายไฟฟ้า    6) กิจการศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าซึ่งโดยปกติไม่มีหน้าที่สั่งการด้านการผลิตไฟฟ้าโดยตรง               ?อายุใบอนุญาตไม่เกิน 25ปี นับจากวันที่ออกใบอนุญาต ทั้งนี้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน    หมายเหตุ: ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า ที่ประสงค์จะเริ่มประกอบกิจการในส่วนหนึ่งส่วนใด ต้องแจ้งเริ่มประกอบกิจการกับสำนักงาน กกพ. หรือสำนักงานประจำเขตไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยสามารถแจ้งเริ่มประกอบกิจการผ่านทางระบบ Licensee Portal โดย Log in เข้าใช้งานระบบผ่านทาง website ของสำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th","2021-11-17T13:39:28"],
    [4117,"94e56e2d-e5a7-4909-8eac-d07ff87c2750","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-e22a-4ef2-ab95-b4bb0c927c34",90,200000,8,"เงื่อนไข(ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็น    (1)  ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน    (2)  บริษัทหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่จำกัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์ประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์    (3)  นิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายของประเทศนั้น (เฉพาะการขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า)    (4)  สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น (เฉพาะการขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า)         2  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอฯ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด         3  ผู้ยื่นคำขอฯ ที่เป็นนิติบุคคลตาม 1 (1) (2) และ (4)  จะได้รับการจดทะเบียนต่อเมื่อแสดงได้ว่าสามารถประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเภทที่ขอจดทะเบียนได้ และต้องสามารถดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น รวมทั้งไม่อยู่ระหว่างถูกจำกัด พักหรือระงับการประกอบธุรกิจโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลนิติบุคคลนั้น ตลอดจนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ว่ามีปัญหาด้านฐานะทางการเงิน หรือมีความบกพร่องหรือไม่เหมาะสมในการควบคุมและปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ         4  ผู้ยื่นคำขอฯ ที่เป็นนิติบุคคลตาม 1 (3)  จะได้รับการจดทะเบียนต่อเมื่อแสดงได้ว่ามีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า โดยมีการประกอบธุรกิจเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ปี รวมทั้งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการหรือหน่วยงานที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO ที่มีการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจไม่ด้อยกว่ามาตรฐานการกำกับดูแลตาม พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ ตลอดจนไม่อยู่ระหว่างถูกจำกัด พัก ระงับการประกอบธุรกิจ หรือดำเนินคดีโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลนิติบุคคลนั้น นอกจากนี้ ต้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ว่ามีปัญหาด้านฐานะทางการเงิน หรือมีความบกพร่องหรือไม่เหมาะสมในการควบคุมและปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ          5  ผู้ได้รับการจดทะเบียนต้องดำรงคุณสมบัติตลอดระยะเวลาที่ได้รับการจดทะเบียน และในกรณีที่ผู้ได้รับการจดทะเบียนสิ้นสถานะการเป็นนิติบุคคลตาม 1 ให้ถือว่าการจดทะเบียนเป็นอันสิ้นสุดลง         ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 11/2553  เรื่อง การจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553         หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ         ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:52:47"],
    [4118,"94e56e2d-ffc9-4806-b90e-cb6c3ad9e6c9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขออนุญาตให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการในงานจัดการลงทุนของกองทุนรวมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรืองานจัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-0434-4add-87c3-2a02ca752d5a",30,0,null,"-","2021-11-17T13:39:29"],
    [4119,"94e56e2e-06ae-450c-a37d-7bad8d31308c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","คำขออนุญาตเสนอขายตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-0c82-4125-9181-85cac88be161",120,10000,15,"1. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องเป็นบริษัทมหาชนหรือบริษัทจำกัดที่จัดตั้งตามกฏหมายไทย หรือ สถาบันการเงิน และต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้    1.1 กรณีเสนอขายตราสารหนี้ต่อผู้ลงทุนรายใหญ่    1.1.1 จัดทำงบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินตามที่หน่วยงานกำกับดูแลหลัก (lead regulator) ยอมรับ โดยต้องใช้ผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบในการตรวจสอบงบการเงิน และไม่แสดงว่าถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบ    1.1.2 ไม่อยู่ระหว่างค้างการนำส่งงบการเงินหรือรายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทต่อสำนักงาน หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)    1.1.3 กรรมการและผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    1.1.4 ไม่เคยเสนอขายตราสารหนี้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดการเสนอขายในวงจำกัด    1.1.5 ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการถูกห้ามเสนอขายหลักทรัพย์    1.1.6 มีข้อตกลงจะชำระค่าตราสารหนี้เป็นสกุลเงินบาท    1.1.7 ต้องเปิดเผยข้อมูลครบถ้วนตามมาตรา 69-70 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ    1.1.8 ไม่อยู่ระหว่างผิดนัดชำระหนี้เงินต้นหรือดอกเบี้ยของตราสารหนี้ หรือผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น    1.1.9 ไม่เคยมีประวัติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายตราสารหนี้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลา 2 ปีก่อนวันยื่นคำขออนุญาต    1.2  กรณีเสนอขายตราสารหนี้ต่อผู้ลงทุนทั่วไป    1.2.1 จัดทำงบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ โดยต้องใช้ผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบในการตรวจสอบงบการเงิน และไม่แสดงว่าถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบ หรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง    1.2.2 ไม่อยู่ระหว่างค้างการนำส่งงบการเงินหรือรายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทต่อสำนักงานหรือ SET    1.2.3 กรรมการและผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    1.2.4 ไม่เคยเสนอขายตราสารหนี้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดการเสนอขายในวงจำกัด    1.2.5 ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการถูกห้ามเสนอขายหลักทรัพย์    1.2.6 มีข้อตกลงจะชำระค่าตราสารหนี้เป็นสกุลเงินบาท    1.2.7 ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่ามีพฤติกรรมการเปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อประชาชนไม่ครบถ้วน ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน หรือในลักษณะที่อาจทำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิด และต้องเปิดเผยข้อมูลครบถ้วนตามที่แบบกำหนด    1.2.8 ไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้    (1) มีผลประโยชน์อื่นที่อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของกิจการ เว้นแต่ผู้ขออนุญาตสามารถแสดงได้ว่ามีกลไกที่จะทำให้เชื่อมั่นได้ว่า การบริหารจัดการบริษัทจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของกิจการและผู้ถือหุ้นโดยรวม    (2) มีการถ่ายเทผลประโยชน์ออกจากกิจการ    1.2.9 ไม่อยู่ระหว่างผิดนัดชำระหนี้เงินต้นหรือดอกเบี้ยของตราสารหนี้ หรือผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น    1.2.10 ไม่อยู่ระหว่างผิดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิของ หุ้นกู้ชุดอื่น ๆ    1.2.11 ไม่เคยมีประวัติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายตราสารหนี้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลา 2 ปีก่อนวันยื่นคำขออนุญาต    อย่างไรก็ดี กรณีที่ผู้ออกตราสารหนี้เข้าเงื่อนไขตามข้อ 1 - 3 ตามด้านล่างนี้ จะได้รับการพิจารณา แบบเร่งด่วน (fast track)    1) บริษัทจดทะเบียนใน SET    2) ไม่มีประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการ    3) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ (หุ้นกู้ระยะยาว) หรือของผู้ออกหุ้นกู้ (หุ้นกู้ระยะสั้น)ในระดับ investment grade    ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืนมีรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ออกและหลักเกณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติมตามที่กำหนดในประกาศดังต่อไปนี้ ซึ่งผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าวและคู่มือประชาชนที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วแต่กรณี    1) ทุกกรณี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้ส่งเสริมความมยั่งยืนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืนที่ออกใหม่    2) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นบริษัท ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับหุ้นกู้ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่    3) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานภาครัฐไทย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับหุ้นกู้และพันธบัตรตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการเสนอขายตราสารหนี้ของหน่วยงานภาครัฐไทย    4) กรณีผู้ออกและเสนอขายเป็นกิจการตามกฎหมายไทยหรือกิจการตามกฎหมายต่างประเทศ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับหุ้นกู้หรือพันธบัตรตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินตราต่างประเทศในประเทศไทย หรือตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการเสนอขายพันธบัตรสกุลเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยของกิจการตามกฎหมายต่างประเทศ    5) กรณีผู้ออกและเสนอขายเป็นกิจการต่างประเทศ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับหุ้นกู้และพันธบัตรตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้กิจการต่างประเทศเสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ซึ่งเป็นสกุลเงินบาท    2. วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ขออนุญาตยื่นแบบคำขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบ Initial Product Offering System (IPOS) โดยมีวิธีการตามแนวทางการยื่นคำขออนุญาตเสนอขายตราสารหนี้ และรายงานต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงาน สรุปดังนี้    2.1 บันทึกข้อมูลในคำขออนุญาตที่จัดไว้ในระบบ IPOS และส่งแบบคำขอผ่านระบบ IPOS พร้อม upload เอกสารหลักฐานประกอบคำขอ    2.2 เลือกวิธีการยื่นข้อมูล โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้    2.2.1 ยื่นคำขอแบบ Partially paperless :    - ส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานผ่านระบบ IPOS โดยใช้ username/password ระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า (แต่งตั้งผ่านแบบฟอร์ม EF-3)    - นำส่ง hard copy เฉพาะหน้าลงนามรับรองข้อมูลโดยผู้มีอำนาจลงนามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทั้ง upload หน้าลงนามรับรองความถูกต้องที่มีลายเซ็นจริงในระบบ IPOS หรือ    2.2.2 ยื่นคำขอแบบ Paperless :    - ส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานผ่านระบบ IPOS โดยใช้ username/password ระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า (แต่งตั้งผ่านแบบฟอร์ม EF-3)    - ลงนามรับรองข้อมูลในระบบ IPOS ด้วย digital signature ของผู้มีอำนาจลงนามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด    2.3 ส่ง e-mail แจ้งเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. เพื่อจัดทำใบแจ้งค่าธรรมเนียม โดยแจ้ง ชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดตราสารหนี้ที่จะเสนอขาย    2.4 พิมพ์ใบแจ้งค่าธรรมเนียมจากระบบ IPOS และชำระเงินเมื่อผู้รับคำขออนุญาตตรวจรับแบบคำขออนุญาตแล้ว    2.5 สำนักงานจะเริ่มนับระยะเวลาเพื่อดำเนินการสอบทานข้อเท็จจริงและแจ้งผลการพิจารณาตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดของขั้นตอนตามที่กำหนด โดยในการตรวจสอบความครบถ้วน ผู้รับคำขอจะดำเนินการดังนี้    2.5.1 กรณีดำเนินการตาม 2.2 และส่งเอกสารครบถ้วน ให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมโดยให้นำหลักฐานการจ่ายเงินมาส่งมอบให้สำนักงาน    2.5.2 กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอจะดำเนินการดังนี้    (1) กรณีจัดส่งคำขอตามวิธีการข้อ 2.2.1 หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม    - เมื่อผู้ยื่นคำขอนำส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ดำเนินการตาม 2.5.1 ต่อไป    - เมื่อพ้นระยะเวลาที่?","2021-11-17T13:39:29"],
    [4120,"94e56e2d-e04d-4ba0-9beb-74a8cb711065","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบในการเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรม ในกระบวนการรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้า (KYC Regulatory Sandbox) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-db49-40f7-9b45-94745777f0de",60,0,1,"1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยมาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า    2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด    3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน หากผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศแนวปฏิบัติว่าด้วยโครงการทดสอบนวัตกรรมในกระบวนการรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้า    หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4121,"94e56e2d-e2d7-447d-bad3-08fd24b631c3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การอนุญาตให้ยุติการทดสอบก่อนครบกำหนดระยะเวลาหรือขยายระยะเวลาการทดสอบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมในกระบวนการรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้า (KYC Regulatory Sandbox) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-deab-4f77-b6bf-05944e05a85b",30,0,1,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมในกระบวนการรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้า (KYC Regulatory Sandbox)    2. ผู้ยื่นคำขอยื่นแบบคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องสำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันยุติการให้บริการหรือก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาทดสอบ    3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตเมื่อสำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีความเหมาะสม และได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว    ทั้งนี้ ตามประกาศแนวปฏิบัติว่าด้วยโครงการทดสอบนวัตกรรมในกระบวนการรวบรวมและประเมินข้อมูลของลูกค้า (KYC Regulatory Sandbox)         หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด  ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4122,"94e56e2d-e80d-4883-96eb-d1bbe4d04f84","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นกรรมการหรือผู้จัดการ [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-e55c-4f4c-8a61-76ed2d4574eb",5,0,13,"1  ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ประสงค์จะขอรับความเห็นชอบบุคคลธรรมดาเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของบริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า    2  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องยื่นคำขอโดยการกรอกข้อมูลในแบบคำขอและนำส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน (ORAP) ก่อนปฏิบัติงาน     3  ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานต่อเมื่อเป็นบุคลากรที่มีคุณสมบัติเกี่ยวกับความรู้ ประสบการณ์ทำงาน ผ่านการอบรมหรือการทดสอบหลักสูตรของสำนักงานหรือหน่วยงานที่สำนักงานยอมรับ และต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม     ทั้งนี้  ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน     หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:52:47"],
    [4123,"94e56e2d-ea64-4c51-af8b-fe86f0db6777","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-e885-4d28-bf1f-3dd300035eea",91,30000,18,"1  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อขอรับใบอนุญาต หรือผู้ที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์  แล้วแต่กรณีที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า         2  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอฯ และนิติบุคคลในกลุ่มนิติบุคคลเดียวกับผู้ยื่นคำขอฯ มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเภทที่กำหนดอยู่เดิม  ให้ผู้ยื่นคำขอฯ ยื่นคำขอเพื่อคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งตนและนิติบุคคลในกลุ่มเดียวกับผู้ยื่นคำขอฯ มีอยู่พร้อมกับการขอรับใบอนุญาตใหม่ด้วย          3  ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอฯ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด         4  ผู้ยื่นคำขอฯ จะไดรับใบอนุญาตต่อเมื่อมีคุณสมบัติในเรื่อง ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการดำรงเงินกองทุน ความพร้อมด้านบุคลากร และผู้ถือหุ้นรายใหญ่  ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตแบบ ส-1 ผู้ยื่นขอฯ ต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมในเรื่องทุนจดทะเบียนด้วย  โดยในการออกใบอนุญาต คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติด้วย         5  ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกใบอนุญาตแบบ ส-2 , การเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้ยื่นคำขอฯ ที่ยังไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ใบอนุญาตที่ออกให้ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้ว         ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การอนุญาตการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า          หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ         ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:52:47"],
    [4124,"94e56e2d-f48d-46f8-a998-8177ab3e86b8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันเพื่อการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-f596-4ac6-a5c2-27a70c782bde",30,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องเป็นผู้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงมากกว่าหนึ่งราย    2. ผู้ยื่นคำขอฯ ยื่นแบบคำขอผ่อนผันพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน    3. ผู้ยื่นคำขอฯ จะได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน เมื่อสำนักงานพิจารณาแล้ว เห็นว่าผู้ยื่นคำขอฯ มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงหลายราย    ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง      หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทน ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการ แก้ไขคำขอ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4125,"94e56e2d-fdae-4d8a-838a-7e6523b95253","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบกฎเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-0133-41da-bbd0-6f792d47915f",45,0,8,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล    2. กฎเกณฑ์ที่จะขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกอบด้วย      (1) การคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะนำมาให้บริการซื้อขาย      (2) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล      (3) หลักเกณฑ์ในการจัดให้มีผู้ดูแลสภาพคล่อง    3. ในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะต้องดำเนินการ ดังนี้    3.1 เสนอกฎเกณฑ์เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งกฎเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว    3.2 กรณีที่กฎเกณฑ์ที่ขอความเห็นชอบอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือประโยชน์ได้เสียของผู้ลงทุนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ยื่นคำขอ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลดังกล่าว และจัดส่งรายงานการรับฟังความคิดเห็นนั้นให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ    4. กฎเกณฑ์ที่จะได้รับความเห็นชอบ จะต้องเป็นธรรมต่อผู้ลงทุนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง    การตรวจสอบเอกสาร  1. ผู้ยื่นคำขอ ยื่นหนังสือแจ้งขอความเห็นชอบกฎเกณฑ์ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้    2. สำนักงานตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันบริษัท หรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ    3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา    4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2021-11-17T13:39:29"],
    [4126,"94e56e2e-02b5-44e2-aa5f-8d8216802ad3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับความเห็นชอบและการขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบวงเงินกู้ด้อยสิทธิ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d43-07f5-4160-9cb8-7bbb4eb41e3a",16,0,null,"การยื่นคำขอรับความเห็นชอบการมีวงเงินกู้ด้อยสิทธิ           1.1 ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์หรือตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า           1.2 ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบต้องยื่นแบบคำขอและเอกสารประกอบแบบคำขอต่อสำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันที่จะนำมาเป็นวงเงินกู้ด้อยสิทธิทดแทน              1.3 ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบจะได้รับความเห็นชอบเมื่อสำนักงานพิจารณาแล้วว่าผู้ให้วงเงินกู้ด้อยสิทธิมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด         2. การขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบการมีวงเงินกู้ด้อยสิทธิ         2.1 ผู้ยื่นขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นชอบการมีวงเงินกู้ด้อยสิทธิแล้วและประสงค์จะคงสถานะการให้ความเห็นชอบวงเงินกู้ด้อยสิทธิต่อไปด้วยสัญญาฉบับเดิม         2.2 ผู้ยื่นขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบต้องยื่นแบบคำขอและเอกสารประกอบแบบคำขอต่อสำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนที่ความเห็นชอบจะสิ้นสุดลง         2.3 ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบจะได้รับความเห็นชอบเมื่อสำนักงานพิจารณาแล้วว่าผู้ให้วงเงินกู้ด้อยสิทธิยังคงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด      ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมกา ว่าด้วยการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจ      หมายเหตุ      * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้อง  ยื่นเพิ่มเติมพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเองแต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง  ไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ        ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไข คำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4127,"95ffd390-b372-4f3c-ad11-a05effd8e8d0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการโฆษณาที่มีลักษณะชี้นำหรือประกันผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-0597-4369-9bbc-e3adf726415a",20,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล    2.  การโฆษณาที่มีลักษณะชี้นำหรือประกันผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะได้รับการผ่อนผัน   จากสำนักงาน หรือเป็นการแสดงผลการดำเนินงานในอดีตอย่างเหมาะสมหรือเป็นการประมาณการผลตอบแทน   ในอนาคต ต้องมีลักษณะดังนี้           (1)  มีข้อมูลประกอบการประมาณการอย่างเหมาะสม     (2)  มีข้อมูลความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการประมาณการผลตอบแทนในแต่ละเงื่อนไข     (3)  ข้อมูลตาม (1) และ (2) อยู่ในรูปแบบที่ลูกค้าสามารถเข้าใจได้อย่างถูกต้องโดยไม่สำคัญผิด          3. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดให้ข้อความ คำเตือน หรือข้อมูลใด ๆ ในการโฆษณาสามารถรับฟังหรือมองเห็นได้อย่างชัดเจน    โดยมีความเหมาะสมกับรูปแบบการนำเสนอ และต้องให้ความสำคัญในการแสดงคำเตือนในเรื่องต่าง ๆ เช่นเดียวกับ   การแสดงข้อความหรือข้อมูลส่วนใหญ่ในโฆษณานั้น ๆ ด้วย          4. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นหนังสือขอผ่อนผัน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ และต้องยื่นคำขอก่อน   จะจัดให้มีการโฆษณาที่มีลักษณะชี้นำหรือประกันผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล        5. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน เมื่อผู้ยื่นคำขอแสดงได้ถึงเหตุผลอันเป็นที่น่าพอใจแก่สำนักงาน          การตรวจสอบเอกสาร   1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้        2. สำนักงานตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ      3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา         4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น    สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา   ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน   จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ      สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว      หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2022-04-06T22:46:26"],
    [4128,"95ffd390-c460-46c6-a984-06b75d14b456","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการชำระบัญชีของกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (กอง infra)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-1d5e-4512-86b5-915bc99d5407",60,0,4,"1. การขอผ่อนผันหรือการขอความเห็นชอบฯ ตามคู่มือนี้ต้องเป็นการขอผ่อนผันหรือการให้ความเห็นชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการชำระบัญชีของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการชำระบัญชีของกองทุนรวม ในเรื่องดังต่อไปนี้     1.1 การขอผ่อนผันระยะเวลาการส่งมอบบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของกองทุนรวมซึ่งรับรองโดยบริษัทจัดการกองทุนรวม และการดำเนินการให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมส่งมอบบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของกองทุนรวมนั้นให้แก่ผู้ชำระบัญชี ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 5 วันทำการนับแต่วันเลิกกองทุนรวม     1.2 การขอผ่อนผันระยะเวลาการส่งมอบงบการเงินของกองทุนรวม ณ วันเลิกกองทุนรวมที่ผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีของกองทุนรวม และรับรองโดยบริษัทจัดการกองทุนรวมให้แก่ผู้ชำระบัญชีซึ่งต้องดำเนินการภายใน 15 วันทำการนับแต่วันเลิกกองทุนรวม เว้นแต่กรณีที่เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องดำเนินดำเนินการภายใน 30 วันทำการนับแต่วันเลิกกองทุนรวม     1.3 การขอผ่อนผันระยะเวลาการจัดส่งเอกสารในกรณีผู้ชำระบัญชีไม่สามารุถดำเนินการดังต่อไปนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน(1) จัดส่งสำเนาเอกสารที่แสดงถึงจำนวนเงินหรือทรัพย์สินต่อหน่วยลงทุนที่จ่ายคืนผู้ถือหุน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และ (2) จัดส่งสำเนางบการเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยหรือเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการภายใน 45 นับแต่วันจัดส่งเงินหรือทรัพย์สินงวดสุดท้ายให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน     1.4 การขอผ่อนผันระยะเวลาการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีรายใหม่ในกรณีที่ผู้ชำระบัญชีรายเดิมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ชำระบัญชีรายเดิมว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้    1.5 การขอผ่อนผันระยะเวลาการส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของกองทุนรวมและรายงานการขำระบัญชีเท่าที่ได้ดำเนินการไปแล้วให้แก่ผู้ชำระบัญชีรายใหม่ ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 5 วันทำการนับแต่วันแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีรายใหม่    2. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันหรือคำขอความเห็นชอบต้องเป็นบุคคลต่อไปนี้       2.1 คำขอตามข้อ 1.1 หรือข้อ 1.2 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทจัดการกองทุนรวมที่บริหารจัดการกองทุนรวมนั้น ๆ     2.2 คำขอตามข้อ 1.3 หรือข้อ 1.4 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ชำระบัญชีของกองทุนรวมที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้ชำระบัญชีกองทุนรวมและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ชำระบัญชีของกองทุนรวมนั้น ๆ    3 ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่ากรณีที่ยื่นคำขอตามข้อ 1. มีเหตุจำเป็นและสมควรที่จะได้รับการผ่อนผันหรือการให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการชำระบัญชีของกองทุนรวม      หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต.จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [4129,"95ffd390-c77e-472c-a555-513e57edb9b4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับความเห็นชอบเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-21be-40fa-91d4-ae5291d9c677",3,0,9,"1. ผู้ยื่นขอรับความเห็นชอบกรรมการหรือผู้บริหารต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล    2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอตามแบบคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน โดยสำนักงานจะพิจารณา  ให้ความเห็นชอบกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ก็ต่อเมื่อบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าด้วยการกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและได้ยื่นคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [4130,"95ffd390-cd51-4ff0-8b1e-3f5280506dc9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอให้สำนักงานตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อน การเริ่มประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามที่ได้รับใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-2743-466f-ba4e-b3af4dc3b217",11,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล      2. ผู้ยื่นคำขอจะยื่นคำขอให้สำนักงานตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนการเริ่มประกอบธุรกิจตามที่ได้รับใบอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้จนครบถ้วนแล้ว         2.1 ได้ร่วมกันกับสำนักงานกำหนดวันนัดหมายที่จะให้สำนักงานเข้าตรวจสอบระบบงานแล้ว       2.2 ได้ยื่นร่างเอกสารแสดงการจัดให้มีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจตามประเภทที่ขอเริ่มประกอบธุรกิจต่อสำนักงานแล้วล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันทำการก่อนวันยื่นคำขอ          3. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารแสดงนโยบายและระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจตามที่ได้รับอนุญาต          4. ผู้ยื่นคำขอจะเริ่มประกอบธุรกิจตามประเภทที่กำหนดในใบอนุญาตได้ต่อเมื่อสำนักงานตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถแสดงได้ว่า มีการบริหารงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ มีนโยบายและมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การป้องกันการล่วงรู้ข้อมูลภายในระหว่างหน่วยงานและบุคลากร การควบคุมภายใน และการบริหาร   ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามประเภทที่ขอเริ่มประกอบธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีมาตรการ   ในการควบคุมและติดตามให้มีการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการที่วางไว้ มีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามประเภทที่ขอเริ่มประกอบธุรกิจ มีความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรับผิดชอบงานด้านธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามประเภทที่ขอเริ่มประกอบธุรกิจ โดยผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขตามข้อสังเกตหรือคำแนะนำของสำนักงานภายในเวลาที่กำหนด          การตรวจสอบเอกสาร   1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้        2. สำนักงานตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ      3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา         4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น    สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา   ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน   จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ      สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว      หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3","2023-04-17T14:15:45"],
    [4131,"95ffd390-d436-489b-9db6-92faf02d18c6","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขออนุญาตออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-305e-4395-aad5-2c77a0bbe821",165,300000,14,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือ  ผู้ที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. หรือ  ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทข้างต้น ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับ  หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทรัสต์  และมาตรฐานการปฏิบัติงาน โดยให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบ 35-REIT พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ  อนุญาตตามที่กำหนดผ่านระบบ Digital IPO ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีวิธีการดังนี้  1.1 บันทึกข้อมูลในคำขออนุญาตที่จัดไว้ในระบบ Digital IPO พร้อม upload เอกสารหลักฐานประกอบคำขอผ่าน  ระบบ Digital IPO โดยใช้ username/password ของบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอให้เป็นผู้นำส่งข้อมูล  ผ่านระบบดังกล่าว  1.2 เมื่อกรอกข้อมูล และ upload ข้อมูลผ่านระบบแล้ว ให้กด &ldquo;Gen&rdquo;เพื่อพิมพ์แบบคำขอ ให้ผู้มีอำนาจลงนามของ  ผู้ยื่นคำขอและที่ปรึกษาทางการเงินเป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่นำส่งผ่านระบบตามเกณฑ์ที่กำหนด  และ upload แบบคำขอที่มีการลงนามแล้วเข้าระบบ พร้อมกับนำส่ง hard copy แบบคำขอที่มีการลงนามแล้วให้สำนักงาน ก.ล.ต.  2. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหน่วยทรัสต์ที่ออกใหม่ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่อประชาชน  เมื่อแสดงให้สำนักงาน ก.ล.ต. เห็นได้ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้  2.1 ลักษณะทั่วไปของกองทรัสต์ เช่น สัญญาก่อตั้งทรัสต์ที่มีรายการและข้อความครบถ้วน และมีการกำหนดชื่อของ  กองทรัสต์ จำนวนทุนชำระแล้วของกองทรัสต์ วัตถุประสงค์ของกองทรัสต์ ลักษณะของหน่วยทรัสต์ และการชำระ  ค่าหน่วยทรัสต์ที่เป็นไปตามที่กำหนด  2.2 ทรัพย์สินหลักที่กองทรัสต์จะลงทุน ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ โดยอาจเป็นการลงทุนโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม  ผ่านบริษัทที่กองทรัสต์ถือหุ้นตามอัตราที่กำหนดก็ได้  2.3 การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินหลัก ซึ่งเป็นการให้เช่าเท่านั้น โดยไม่มีการดำเนินการในลักษณะที่เป็นการใช้  กองทรัสต์ประกอบธุรกิจอื่น ทั้งนี้ การให้เช่าดังกล่าวต้องมีค่าเช่าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ รวมทั้งต้องมีข้อห้ามมิให้ผู้เช่า  นำอสังหาริมทรัพย์นั้นไปใช้ประกอบธุรกิจที่ขัดต่อศีลธรรมหรือกฎหมาย  2.4 การกู้ยืมเงินหรือก่อภาระผูกพันของกองทรัสต์ ต้องมีความชัดเจนและมีข้อจำกัดสัดส่วนการกู้ยืมและข้อจำกัด  เกี่ยวกับการก่อภาระผูกพันตามที่กำหนด  2.5 การบริหารจัดการกองทรัสต์ ต้องสามารถรักษาสิทธิผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้อย่างเป็นธรรม มีระบบที่เพียงพอและ  น่าเชื่อถือมีการตรวจสอบและสอบทาน (due diligence) และการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ มีการจัดการความขัดแย้ง  ทางผลประโยชน์และมีทรัสตีที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นอิสระ  2.6 การเปิดเผยข้อมูล ต้องมีความครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน และไม่มีข้อความที่อาจทำให้ผู้ลงทุน  สำคัญผิด โดยผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีต้องมีระบบที่เพียงพอในการจัดทำและเปิดเผยข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องและน่าเชื่อถือ  2.7 หลักเกณฑ์อื่น ๆ เช่น การได้รับมติจากผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่อนุมัติให้ออกหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมมาแล้วโดยชอบในกรณี  ที่เป็นการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพื่อการเพิ่มทุน หรือกรณีที่มีการประกันรายได้ค่าเช่า ผู้ประกันรายได้ และข้อตกลงและ  เงื่อนไขที่เกี่ยวกับการประกันรายได้ต้องเป็นไปตามที่กำหนด เป็นต้น  ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้ออกเสนอขายหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ข้างต้น  มีรายละเอียดตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุน  ในอสังหาริมทรัพย์    หมายเหตุ  *กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น  สำนักงาน ก.ล.ต.จะแจ้งความบกพร่องของคำขอและรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้แก่ผู้ยื่นคำขอทราบทาง e-mail  หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้างต้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะคืนคำขอ  และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้นแก่ผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือ  ยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  *** กรณียื่นคำขอผ่านระบบ Digital IPO หากผู้ยื่นคำขอไม่ได้เป็นผู้ยื่นเอกสารผ่านระบบดังกล่าวด้วยตนเอง  ผู้ทำหน้าที่ยื่นคำขอผ่านระบบดังกล่าวต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ และนำส่ง hard copy หนังสือมอบอำนาจ  ให้สำนักงาน  ****สำนักงานจะเริ่มนับระยะเวลาเพื่อดำเนินการสอบทานข้อเท็จจริงและแจ้งผลการพิจารณาตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่  ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดของขั้นตอนตามที่กำหนด  ในคู่มือฉบับนี้","2022-04-06T22:46:26"],
    [4132,"95ffd390-d5df-4292-b21c-71f06f8a5218","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอเอกสารรับรองการลดทุนของบริษัทหลักทรัพย์/ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-3297-4ca0-8763-598df2341e9e",15,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต    1) ผู้ยื่นคำขอเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะขอลดทุนจดทะเบียนเข้าเงื่อนไขการได้รับอนุญาตเป็นการทั่วไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยเรื่องการลดทุนของบริษัทหลักทรัพย์ หรือเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  ที่ประสงค์จะขอลดทุนจดทะเบียนที่ไม่เข้าเงื่อนไขการห้ามลดทุนตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ  ตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยเรื่องการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจ และต้องการขอเอกสารรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต.    2) ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งความจำนงและให้ข้อเท็จจริงพร้อมทั้งหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า  15 วันก่อนยื่นคำขอ    3) ผู้ยื่นคำขอต้องจัดส่งคำขอและสำเนามติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติให้ลดทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่  ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติดังกล่าวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต.    4) ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอเอกสารรับรองการอนุญาตลดทุนเป็นการทั่วไปผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต.  โดยให้ระบุเหตุผลในการขอลดทุน กำหนดการ/ขั้นตอนการดำเนินการลดทุน เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงงบการเงิน  ก่อนและหลังลดทุน การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายละเอียดการดำเนินการอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการลดทุน    5) ผู้ยื่นคำขอจะได้รับหนังสือรับรองการอนุญาตลดทุนเมื่อผู้ยื่นคำขอลดทุนเข้าเงื่อนไขและปฏิบัติตามประกาศ ดังนี้ กรณีผู้ยื่น  คำขอเป็นบริษัทหลักทรัพย์ ให้ปฏิบัติตามมาตรา 98(1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยเรื่องการลดทุนของบริษัทหลักทรัพย์ กรณีผู้ยื่นคำขอผู้ประกอบธุรกิจสัญญา  ซื้อขายล่วงหน้า ให้ปฏิบัติตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยเรื่องการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจ       หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  ของสำนักงาน ก.ล.ต. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการ  คืนคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ทั้งนี้ ตัวแทนในการส่งคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอต้องมีหลักฐานแสดงว่า  เป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามผูกพันของผู้ยื่นคำขอ  ** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [4133,"95ffd390-d7fd-4f62-aa50-5c3e43153c62","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งการมอบหมายให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-3531-47f4-97aa-9f90e8245c9a",1,0,1,"ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการ outsource ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการ outsource หรือวันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการ outsource อย่างมีนัยสำคัญ    หมายเหตุ  *วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (&ldquo;ระบบ ESUBMISSION&rdquo;) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบได้จัดทำคำขอถูกต้องและ  แนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2022-04-06T22:52:45"],
    [4134,"95ffd390-dc14-4208-9a0b-7c8903b031bb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การอนุญาตให้ยุติการให้บริการก่อนครบกำหนดระยะเวลาหรือขยาย ระยะเวลาการให้บริการสำหรับบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน (Regulatory Sandbox)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-3a72-4337-b6e1-3a6c6e861499",25,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการ เกี่ยวกับตลาดทุน (Regulatory Sandbox)    2. ผู้ยื่นคำขอยื่นแบบคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันยุติ การให้บริการ หรือก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาทดสอบ    3.ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตเมื่อสำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีความเหมาะสม และได้ดำเนินการยื่นขออนุญาต ภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว    ทั้งนี้ ตามประกาศที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้       ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะการให้บริการทางการเงิน ของบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับ   ตลาดทุนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ต้องได้รับใบอนุญาต   ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะการให้บริการทางการเงินของ   บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับ   ตลาดทุนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ต้องได้รับใบอนุญาต   ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะการประกอบการของบุคคล   ที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน   ที่ไม่ถือเป็นการประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ต้องได้รับใบอนุญาต        หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลา ที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมี เอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [4135,"95ffd390-e00b-434f-b95b-f2c3eef8acd6","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","แบบคำขอลงทะเบียน/เปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. (SEC account)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","95ffd33a-3fa0-4ea3-81e3-dd05387077cb",3,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติที่มีหน้าที่ในกระบวนการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แก่สำนักงาน ก.ล.ต. (ตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ หรือคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต.)       ผู้ยื่นคำขอดาวน์โหลดแบบคำขอลงทะเบียน/เปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. (SEC account) ที่เว็บไซต์ https://www.sec.or.th/ca เพื่อกรอก และลงนาม โดยจัดส่งคำขอฉบับจริง พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง      2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอฉบับจริงพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ       กรณีผู้ยื่นคำขอไม่สามารถจัดส่งคำขอ และเอกสารหลักฐานมาพร้อมกันได้ แต่มีความจำเป็น เร่งด่วนในการขอ SEC account ผู้ยื่นจัดเตรียม                  1) เอกสาร scan จากแบบคำขอ ที่ระบุความจำเป็น เร่งด่วน ในการขอ SEC account ที่มีการลงนาม                2) เอกสาร scan สำเนาหนังสือเดินทาง ที่มีการรับรองเอกสารโดย notary public/notarial services attorney                3) ภาพถ่ายใบหน้าผู้ยื่นคู่กับ passport                4) ส่งไฟล์จากอีเมลที่แจ้งในแบบคำขอ ถึง secca@sec.or.th โดยระบุ subject ยื่นขอ SEC account กรณีเร่งด่วน    3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้กรอกข้อมูล และจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วนแล้ว       ในกรณีปกติสำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุม้ติ SEC account มีอายุไม่เกินวันที่หมดอายุของหนังสือเดินทางที่ใช้ยื่นเป็นหลักฐานประกอบคำขอ   สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติ SEC account กรณีเร่งด่วน มีอายุ 7 วันนับแต่วันที่สํานักงาน ก.ล.ต. เห็นชอบการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ให้ตามเหตุผลความจำเป็น เร่งด่วนเป็นรายกรณี โดยผู้ยื่นคําขอจะต้องจัดส่งเอกสาร (hard copy) ตามคู่มือสําหรับประชาชนให้ครบถ้วนภายใน 30 วันนับแต่วันที่สํานักงาน ก.ล.ต. เห็นชอบการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. กรณีเร่งด่วน สํานักงาน ก.ล.ต. จึงจะพิจารณาการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. กรณีปกติต่อไป      ทั้งนี้ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564    หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงความไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วนของคำขอนั้น และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอส่งข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี    **สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่ผู้รับคำขอได้แจ้งให้ทราบแล้ว    ***สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับกรณีผู้ยื่นจัดทำคำขอ และเอกสารหลักฐานที่มีลายมือชื่อดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วน เพื่อให้สำนักงานพิจารณา โดยถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการส่ง hard copy สามารถตรวจสอบรายชื่อ Public CA ได้ที่ https://www.sec.or.th/ca","2022-04-06T22:46:26"],
    [4136,"95ffd390-a9ce-4a4f-82be-8ef94810cd00","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความยินยอมในการฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-f902-40ca-81ff-3554b1b6c1bd",13,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอความยินยอมต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า    2. ผู้ยื่นคำขอความยินยอมต้องยื่นคำขอความยินยอมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้    (1) ข้อความยืนยันว่าลูกหนี้มีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่สำนักงานประกาศกำหนด    (2) แผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งแสดงรายละเอียดพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่สำนักงานประกาศกำหนด    (3) เอกสารหลักฐานที่แสดงการดำเนินการตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกาศกำหนดในการพิจารณาคำขอความยินยอมฟื้นฟูกิจการ    3. สำนักงานจะพิจารณาให้ความยินยอมต่อเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอฯ ยื่นคำขอความยินยอมและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอความยินยอมที่ถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสำหรับประชาชน  ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอความยินยอมในการฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า    หมายเหตุ  *วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (&ldquo;ระบบ ESUBMISSION&rdquo;) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2024-01-30T15:46:42"],
    [4137,"95ffd390-abec-485e-9a47-bb55ada1fa44","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบขยายระยะเวลาการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับ ตลาดทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-fbb1-4099-adad-06fc3a2a6d9f",90,0,7,"ยื่นแบบคำขอขยายระยะเวลาการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรม  เพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน ต้องแสดงข้อมูลดังต่อไปนี้ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบขยายระยะเวลาการประกอบธุรกิจดังกล่าว             1. เหตุผลความจำเป็นหรือวัตถุประสงค์ในการขอขยายระยะเวลาในการทดสอบ             2. ข้อมูลแสดงผลการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาบรรลุตามเป้าหมายหรือความคาดหวังที่ผู้ยื่นคำขอกำหนดไว้หรือไม่      อย่างไร                   3. แผนงานในการดำเนินธุรกิจภายหลังจากออกจาก regulatory sandbox             4. รายงานสรุปข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ และผลการดำเนินการกับข้อร้องเรียน             5. แผนรองรับการออกจากโครงการกรณีไม่ได้รับความเห็นชอบให้ขยายระยะเวลา             6. อื่น ๆ (ถ้ามี)","2022-04-06T22:46:26"],
    [4138,"95ffd390-b54c-4a08-8dd6-6d5a5b1a7f15","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการจัดทำและยื่นแบบรายงานการคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิของผู้ประกอบธุรกิจ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-082d-4d77-be36-94e75cb90c44",8,0,null,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์หรือตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งมีหน้าที่จัดทำและยื่นรายงาน  การคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิตาม (แบบ บ.ล. 4/1)    2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำคำขอผ่อนผันการจัดทำและการยื่นรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจ โดยแสดงเหตุผลและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ผู้ยื่นคำขอต้องจัดส่งคำขอผ่อนผันในรูปแบบไฟล์ PDF ผ่านระบบ ESUBMISSION ก่อนครบกำหนดเวลาการยื่นรายงานตามข้อ 1 (ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งเอกสารทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ insec@sec.or.th ก่อน ภายในเวลาที่กำหนดและยื่นผ่านระบบ ESUBMISSION ต่อสำนักงานในภายหลัง)    3. สำนักงานจะพิจารณาผ่อนผันการจัดทำและยื่นแบบรายงานเมื่อสำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่า  ผู้ประกอบธุรกิจมีเหตุจำเป็นและสมควร      ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการคำนวณและการรายงานการคำนวณเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจและข้อกำหนดในกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้      หมายเหตุ    * วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้    (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (&ldquo;ระบบ ESUBMISSION&rdquo;) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [4139,"95ffd390-b70c-4580-9956-0f4154556a99","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการดำเนินการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-0ac4-4a3e-997e-f173b59f687b",30,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม ซึ่งบริหารจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1)    2. เป็นการยื่นคำขอผ่อนผันในเรื่องดังต่อไปนี้         (1) การดำรงมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ณ วันสิ้นรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทนรวม         (2) การลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่จะทำให้กองทุนรวมมีหน้าที่มากกว่าหน้าที่ของผู้เช่าตามปกติหรือ  การเข้าเช่าช่วง         (3) การถืออสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อยกว่า 1 ปี         (4) การจัดหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้เกิดรายได้ประจําไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของรายได้ทั้งหมดของกองทุนรวมในแต่ละรอบปีบัญชี         (5) วิธีการจัดการกองทุนรวมที่ประสบปัญหาในการดําเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมอย่างมีนัยสําคัญ    3. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องแสดงได้ว่ากรณีที่ขอผ่อนผันดังกล่าวมีเหตุจำเป็นและสมควร  ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [4140,"95ffd390-b8e0-4e74-9c63-69d5cae1ac85","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการดำเนินการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้บัญชีผู้ใช้งานระบบของผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต.","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","95ffd33a-0d25-4540-9f47-d88b313cb15e",15,0,1,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นนิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่มีหน้าที่ในการนำส่งข้อมูลต่อสำนักงาน หรือ ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติที่มีหน้าที่ในกระบวนการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แก่สำนักงาน ก.ล.ต.  (ตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ หรือคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต.)    2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำคำขอผ่อนผันการดำเนินการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้บัญชีผู้ใช้งานระบบของผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต.เป็นลายลักษณ์อักษร โดยแสดงเหตุผลและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนด โดยส่งคำขอผ่อนผันในรูปแบบไฟล์ PDF ทางอีเมล secca@sec.or.th ก่อนครบกำหนดกรณีเป็นการยื่นรายงาน และนำส่งเอกสารฉบับจริง ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ในภายหลัง    3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาผ่อนผันการดำเนินการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้บัญชีผู้ใช้งานระบบของผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. เมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ยืนคำขอ มีเหตุจำเป็นและสมควร    ทั้งนี้ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564    หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงความไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วนของคำขอนั้น และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอส่งข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี    **สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่ผู้รับคำขอได้แจ้งให้ทราบแล้ว    ***สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับกรณีผู้ยื่นจัดทำคำขอ และเอกสารหลักฐานที่มีลายมือชื่อดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วน เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณา โดยถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานได้รับมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการส่ง hard copy สามารถตรวจสอบรายชื่อ Public CA ได้ที่ https://www.sec.or.th/ca","2022-04-06T22:46:26"],
    [4141,"95ffd390-ba79-4fcf-9b18-6a810a5318eb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบสูงสุดในหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-0f54-42de-87c6-bdf77f6ef97a",20,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล        2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นหนังสือขอผ่อนผันการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบสูงสุดในหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่มีคุณสมบัติตามประกาศว่าด้วยการจัดให้มีหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ ต่อสำนักงาน          การตรวจสอบเอกสาร   1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้        2. สำนักงานตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ      3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา         4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น    สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา   ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน   จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ      สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว      หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2022-04-06T22:46:26"],
    [4142,"95ffd390-bc1d-4961-b0df-49b398e5781f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การให้บริการเกี่ยวกับรับมอบหรือส่งมอบตราสารหนี้ผ่านบัญชีฝากหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-1188-4316-a9a2-6a3747d3e01f",60,0,1,"1. ผู้ยื่นคำขอ คือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้า ค้า และจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการรับฝากหลักทรัพย์ (custodian service) โดย    (1) ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบเพื่อรับทราบระยะเวลาการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุนกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนยื่นคำขอ    (2) ผู้ยื่นคำขอมาให้ข้อเท็จจริงพร้อมทั้งหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนยื่นคำขอ    (3) สำนักงาน ก.ล.ต. จะปิดรับคำขอสำหรับระยะเวลาที่มีอยู่นอกเหนือจากช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 25-30 วัน ก่อนถึงวันที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุน    2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่อนผันต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยให้ระบุเหตุผลและความจำเป็นในการขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การให้บริการเกี่ยวกับตราสารหนี้ แผนงานและระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ได้ รวมทั้งรายละเอียดการดำเนินการ ๆ ที่เกี่ยวข้อง    3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับการผ่อนผันให้ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอมีเหตุจำเป็นและสมควรในการผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ทั้งนี้ อาจมีการกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติด้วยก็ได้    ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการให้บริการเกี่ยวกับตราสารหนี้แก่ลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์      หมายเหตุ     * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของสำนักงาน ก.ล.ต. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ทั้งนี้ ตัวแทนในการส่งคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอต้องมีหลักฐานแสดงว่า เป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามผูกพันของผู้ยื่นคำขอ    ** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [4143,"95ffd390-be20-46a4-9832-777fa5f48115","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาการเริ่มประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-1420-46f4-b962-043eb3d3301a",11,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล   2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นหนังสือขอผ่อนผัน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ และต้องยื่นคำขอก่อน   ครบกำหนดเวลาในการเริ่มประกอบธุรกิจภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต        3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน เมื่อผู้ยื่นคำขอแสดงได้ว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรซึ่งทำให้ผู้ได้รับใบอนุญาต   ไม่อาจแสดงความพร้อมในการประกอบธุรกิจอันเป็นเหตุให้ไม่อาจเริ่มประกอบธุรกิจได้ภายในกำหนดเวลา          การตรวจสอบเอกสาร   1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้        2. สำนักงานตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ      3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา         4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น    สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา   ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน   จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่น   เป็นผู้มายื่นคำขอแทน ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ      สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว      หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2022-04-06T22:46:26"],
    [4144,"95ffd390-bfa8-4f34-9283-c210cb07f2ba","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาดำเนินการตามข้อกำหนด กรณีผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางซื้อขายหน่วยลงทุนที่มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-164f-4789-a4b1-356ce3fe8ff4",5,0,2,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางซื้อขายหน่วยลงทุนที่มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าและไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้    ทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน และการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และข้อกำหนดกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้    หมายเหตุ    * วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (&ldquo;สำนักงาน ก.ล.ต.&rdquo;) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (&ldquo;ระบบ ESUBMISSION&rdquo;) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [4145,"95ffd390-c12c-4dd9-a66f-c771dc541e30","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาในการดำเนินการจัดการทรัพย์สินของลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล กรณีไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-1877-49a2-bafa-25649e5fc1a0",30,0,2,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุน และไม่สามารถติดต่อลูกค้าเพื่อสอบถามความประสงค์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าได้    ทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคลการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน และการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และข้อกำหนดกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้    หมายเหตุ    * วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (&ldquo;สำนักงาน ก.ล.ต.&rdquo;) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (&ldquo;ระบบ ESUBMISSION&rdquo;) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [4146,"95ffd390-c2bd-4517-bc45-67832496d9fc","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาในการให้บริษัทจัดการกองทุนรายอื่นเข้าจัดการแทน กรณีไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-1a98-410f-8f2a-3e4df9cf5bbe",10,0,2,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนขั้นต้น หรือเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความรับผิดจากการปฏิบัติงาน (operational risk) หรือไม่สามารถกลับมาดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความรับผิดจากการปฏิบัติงาน (operational risk) ตามระยะเวลาที่กำหนดในแผนหรือแนวทางแก้ไข หรือตามระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน หรือไม่สามารถดำรงฐานะทางการเงินตามกฎหมายอื่นที่กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจนเป็นเหตุให้ต้องระงับการประกอบธุรกิจ    ทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน และการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และข้อกำหนดกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้    หมายเหตุ    * วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (&ldquo;สำนักงาน ก.ล.ต.&rdquo;) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (&ldquo;ระบบ ESUBMISSION&rdquo;) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [4147,"95ffd390-c5f7-42fb-afdd-ef38687e6d95","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับการจัดสรรวงเงินการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-1f97-4776-8527-ec903a929c54",3,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดสรรวงเงินการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.    2. ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ประสงค์จะรับการจัดสรรวงเงิน  การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศต้องยื่นคำขอรับการจัดสรรวงเงิน ภายใต้รูปแบบและวิธีการที่กำหนดบนเว็บไซต์ของสำนักงาน    การตรวจสอบเอกสาร    1. ผู้ยื่นคำขอยื่นแบบคำขอรับการจัดสรรวงเงินการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อสำนักงาน พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ (ถ้ามี) ตามที่กำหนดไว้    2. สำนักงานตรวจสอบว่าแบบคำขอดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ (ถ้ามี)    3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา    หมายเหตุ  สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว    หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2022-04-06T22:46:26"],
    [4148,"95ffd390-cf29-4d34-a543-c468d25bcd40","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขออนุญาตดำเนินการลดทุนของบริษัทหลักทรัพย์/ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-298a-42af-b77e-cfe40cf316dd",2,0,7,"1) ผู้ยื่นคำขอเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะขอลดทุนจดทะเบียนที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยเรื่องการลดทุนของบริษัทหลักทรัพย์ หรือเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ประสงค์จะขอลดทุนจดทะเบียนตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยเรื่องการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจ    2) ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งความจำนงในการลดทุนเพื่อรับทราบกำหนดการประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันที่ยื่นคำขอและให้ข้อเท็จจริงพร้อมทั้งหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ    3) ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอล่วงหน้าก่อนวันประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุนไม่น้อยกว่า 30 วัน    4) ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอลดทุนจดทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยให้ระบุเหตุผลในการขอลดทุน กำหนดการ/ขั้นตอนการดำเนินการลดทุน ผลกระทบด้านฐานะการเงินที่เกิดจากการลดทุน/ความสามารถในการดำเนินธุรกิจหลังจากลดทุน/แหล่งเงินทุนที่จ่ายคืนแก่ผู้ถือหุ้น รวมทั้งรายละเอียดการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดทุน    5) ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตให้ลดทุนต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอมีเหตุจำเป็นและสมควรในการลดทุนจดทะเบียน ทั้งนี้ กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นบริษัทหลักทรัพย์ ให้ปฏิบัติตามมาตรา 98(1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และ  ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยเรื่องการลดทุนของบริษัทหลักทรัพย์ กรณีผู้ยื่นคำขอผู้ประกอบธุรกิจสัญญา  ซื้อขายล่วงหน้า ให้ปฏิบัติตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยเรื่องการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจ    หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  ของสำนักงาน ก.ล.ต. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการ  คืนคำขอและเอกสารประกอบคำขอ ทั้งนี้ ตัวแทนในการส่งคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอต้องมีหลักฐานแสดงว่า  เป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามผูกพันของผู้ยื่นคำขอ  ** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2022-04-06T22:46:26"],
    [4149,"95ffd390-d0fe-4839-872a-73b9b65b0f1f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขออนุญาตแต่งตั้งนิติบุคคลเป็นตัวแทนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนนอกเหนือจาก ETF ทองคำ (ที่ไม่เคยได้รับอนุญาต)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-2bd9-4e4b-8607-7f73ce538952",60,0,3,"1.  ผู้ยื่นคำขอฯ จะต้องเป็นบริษัทจัดการที่ประสงค์จะแต่งตั้งนิติบุคคลเป็นตัวแทนในการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน นอกเหนือจากกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำ    2. ผู้ยื่นคำขอฯ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่านิติบุคคลที่เป็นตัวแทนเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด    3. ผู้ยื่นคำขอฯ จะได้รับอนุญาตให้แต่งตั้งนิติบุคคลเป็นตัวแทนเมื่อนิติบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติเป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณซึ่งไม่ใช่สถาบันการเงิน กรณีที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่ตั้งในรูปแบบบริษัทต้องมีกระทรวงการคลังถือหุ้นโดยตรงเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น และสามารถรับฝากเงิน รับถอนเงิน โอนเงิน หรือรับชำระเงิน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด มีเครือข่ายและช่องทางการให้บริการหรือติดต่อสื่อสารอย่างเพียงพอ มีความพร้อมด้านฐานะทางการเงิน มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน มีความพร้อมในการให้บริการอย่างเพียงพอ มีระบบงานที่เกี่ยวกับการเป็นตัวแทนในการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีความพร้อมด้านบุคลากร    ทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตั้งตัวแทนในการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคล และตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการตั้งตัวแทนในการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนและตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคล    หมายเหตุ    * วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (&ldquo;สำนักงาน ก.ล.ต.&rdquo;) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (&ldquo;ระบบ ESUBMISSION&rdquo;) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2022-04-06T22:46:26"],
    [4150,"95ffd390-da06-47ca-9264-cd0134ea935a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การหยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-37dd-442c-ae51-402e88e6f684",30,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล          2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอหยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราวเป็นหนังสือต่อสำนักงาน โดยให้ระบุเหตุผลในการหยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว รวมทั้งวิธีการในการดำเนินการเพื่อคืนทรัพย์สินของลูกค้าหรือการเก็บรักษาในระบบ   ที่มีความมั่นคงปลอดภัย รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง        3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตให้หยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว ต่อเมื่อแสดงได้ว่ามีการเตรียมความพร้อมเพื่อคืนทรัพย์สินให้แก่ลูกค้าหรือเก็บรักษาไว้ในระบบที่มั่นคงปลอดภัยและไม่ได้รับผลกระทบในระหว่างการหยุดประกอบธุรกิจ   เป็นการชั่วคราว          4. ผู้ยื่นคำขอหยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราวต้องรายงานจำนวนทรัพย์สินของลูกค้าที่ผู้ยื่นคำขอเก็บรักษาไว้ให้สำนักงานทราบเป็นรายวัน          5. กรณีผู้ยื่นคำขอได้รับอนุญาตหยุดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราวทุกประเภทใบอนุญาตที่ได้รับ ผู้ยื่นคำขอต้องกลับมาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประเภทใดประเภทหนึ่งภายใน 180 วันนับแต่วันที่สำนักงานอนุญาต   ให้หยุดประกอบธุรกิจทุกประเภท หากผู้ยื่นคำขอฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ดังกล่าว อาจเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตาม   มาตรา 34 ได้        การตรวจสอบเอกสาร   1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้        2. สำนักงานตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ      3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา         4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น    สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลา   ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน   จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน ต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ      สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว      หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2022-04-06T22:46:26"],
    [4151,"95ffd390-de6c-4c17-9b40-6e72ce474b35","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","แบบคำขอลงทะเบียน/เปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","95ffd33a-3d66-4f94-b440-8908d6b03f5a",3,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นนิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่มีหน้าที่ในการนำส่งข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต.    2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอฉบับจริงพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ       ผู้ยื่นคำขอดาวน์โหลดแบบคำขอลงทะเบียน/เปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account) ที่เว็บไซต์ htttps://www.sec.or.th/ca เพื่อกรอก และเสนอลงนาม**** โดยจัดส่งคำขอฉบับจริง พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง   กรณีผู้ยื่นคำขอไม่สามารถจัดส่งคำขอ และเอกสารหลักฐานมาพร้อมกันได้ แต่มีความจำเป็น เร่งด่วนในการขอ company account ให้ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียม                     1) เอกสาร scan จากแบบคำขอฉบับจริงที่ระบุความจำเป็น เร่งด่วนในการขอ company account ที่มีการลงนาม                    2) เอกสาร scan จากเอกสารหลักฐานประกอบ ตามที่ระบุในคู่มือประชาชน                    3) ส่งไฟล์จากอีเมลที่น่าเชื่อถือ / cc ผู้บริหารที่มีอำนาจลงนาม มาที่ secca@sec.or.th โดยระบุ subject ยื่นขอ company account กรณีเร่งด่วน    3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้กรอกข้อมูล และจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วนแล้ว       สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติ company account ตามเหตุผลความจำเป็น เร่งด่วนเป็นรายกรณี กรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาเห็นชอบการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคลกรณีเร่งด่วน ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดส่งเอกสาร (hard copy) ตามคู่มือสำหรับประชาชนให้ครบถ้วนภายใน 30 วันนับแต่วันที่สำนักงาน ก.ล.ต. เห็นชอบการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคลกรณีเร่งด่วน สำนักงาน ก.ล.ต. จึงจะพิจารณาการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคลกรณีปกติ (ไม่จำกัดอายุ) ต่อไป      ทั้งนี้ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564    หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงความไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วนของคำขอนั้น และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอส่งข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี    **สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่ผู้รับคำขอได้แจ้งให้ทราบแล้ว    ***สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับกรณีผู้ยื่นจัดทำคำขอ และเอกสารหลักฐานที่มีลายมือชื่อดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วน เพื่อให้สำนักงานพิจารณา โดยถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการส่ง hard copy สามารถตรวจสอบรายชื่อ Public CA ได้ที่ https://www.sec.or.th/ca","2022-04-06T22:52:45"],
    [4152,"95ffd390-e19a-4a87-af42-de85fa227c7a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","แบบแจ้งการยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","95ffd33a-41c4-4c13-a2fe-866379e516c1",3,0,1,"1. ผู้ยื่นแบบต้องเป็นนิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่มีหน้าที่ในการนำส่งข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต.        ผู้ยื่นดาวน์โหลดแบบแจ้งการยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account) ที่เว็บไซต์ htttps://www.sec.or.th/ca เพื่อกรอก และเสนอลงนาม** โดยจัดส่งแบบแจ้งฉบับจริง      2. ผู้ยื่นแบบต้องยื่นแบบแจ้งฉบับจริงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ    3. สำนักงาน ก.ล.ต.จะดำเนินการต่อเมื่อผู้ยื่นแบบได้กรอกข้อมูล และจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วนแล้ว    ทั้งนี้ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564    หมายเหตุ    *สำนักงาน ก.ล.ต.ยอมรับกรณีผู้ยื่นจัดทำแบบแจ้งที่มีลายมือชื่อดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วน เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณา โดยถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้รับมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการส่ง hard copy สามารถตรวจสอบรายชื่อ Public CA ได้ที่ https://www.sec.or.th/ca","2022-04-06T22:52:45"],
    [4153,"95ffd390-e325-4413-bc2b-fe6f9d32e738","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","แบบแจ้งการยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. (SEC account)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการทั่วไป","95ffd33a-43fd-41de-a0bf-23d6bfecb1a1",3,0,1,"1. ผู้ยื่นแบบต้องเป็นบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติที่มีหน้าที่ในกระบวนการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แก่สำนักงาน ก.ล.ต.  (ตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ หรือคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต.)       ผู้ยื่นดาวน์โหลดแบบแจ้งการยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. (SEC account) ที่เว็บไซต์ https://www.sec.or.th/ca เพื่อกรอก และเสนอลงนาม โดยจัดส่งแบบแจ้งฉบับจริง      2. ผู้ยื่นแบบต้องยื่นแบบแจ้งฉบับจริงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ    3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการต่อเมื่อผู้ยื่นแบบได้กรอกข้อมูล และจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วนแล้ว    ทั้งนี้ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564    หมายเหตุ    *สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับกรณีผู้ยื่นจัดทำแบบแจ้งที่มีลายมือชื่อดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วน เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณา โดยถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการส่ง hard copy สามารถตรวจสอบรายชื่อ Public CA ได้ที่ https://www.sec.or.th/ca","2022-04-06T22:46:26"],
    [4154,"95ffd390-e4c9-4daa-87da-44ee7e315a0c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","ระบบแจ้งแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องในการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Information Submission Management System)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","95ffd33a-4620-42ca-8291-02b821b0d04e",3,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นนิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่มีหน้าที่ในการนำส่งข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีความประสงค์ที่จะแต่งตั้ง เปลี่ยนแปลง หรือเพิกถอนผู้กำหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ (designating officer) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ (operating officer) หรือ ผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน (account administrator)       ผู้ยื่นคำขอ กรอกแบบคำขอผ่านระบบแจ้งแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องในการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Information Submission Management System) ที่ https://www.sec.or.th/ca   ผู้ยื่นคำขอสั่งพิมพ์แบบฟอร์ม เสนอลงนาม*** พร้อมประทับตรา (ถ้ามี) จากนั้นจึง scan คำขอที่ลงนามแล้ว และอัปโหลดเข้าระบบ พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง****   ผู้ยื่นคำขอต้องใช้บัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account) จึงจะสามารถส่งคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้      2. ผู้ยื่นคำขอสามารถจัดเตรียมและยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ https://www.sec.or.th/ca ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ  3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้กรอกข้อมูลและแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้องครบถ้วนแล้ว       กรณีนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่สามารถส่งเอกสารหลักฐานฉบับจริงตามที่กำหนดในคู่มือประชาชนให้ครบถ้วนภายใน 30 วันนับจากวันที่สำนักงาน ก.ล.ต. อนุมัติการแต่งตั้ง สำนักงาน ก.ล.ต. มีสิทธิระงับการใช้งานของผู้กำหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ/เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ/ผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน ที่ระบุในคำขอโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า        ทั้งนี้ ตามระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564    หมายเหตุ    * กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงความไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วนของคำขอนั้น และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอส่งข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี    **สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้แจ้งให้ทราบแล้ว","2022-04-06T22:52:45"],
    [4155,"9653916a-b959-419e-84cd-d60d5aa963a5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาดำเนินการแก้ไขฐานะเงินกองทุน หรือการโอนทรัพย์สิน  และบัญชีซื้อขายหน่วยลงทุนของลูกค้า สำหรับบริษัทหลักทรัพย์หรือตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  ที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","96538a0d-7256-4e77-b415-6d75a3e43f49",30,0,3,"1.ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งมีหน้าที่ดำรงเงินกองทุนตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทตามด้านล่าง หรือตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งมีหน้าที่ดำรงเงินกองทุนตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546\n 1.1 การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์\n 1.2 การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ หรือการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารหนี้หรือหน่วยลงทุน\n 1.3 การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ หรือการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน\n 1.4 การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน\n2.ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นคำขอผ่อนผันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต.โดยแสดงเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลา\n3.สำนักงานจะพิจารณาผ่อนผันให้ต่อเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรทั้งนี้ ตาม\n 3.1 ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการคำนวณและการรายงาน\nการคำนวณเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจและข้อกำหนดในกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้\n 3.2 ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับ\nการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน และการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และข้อกำหนดกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้\n 3.3 ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับ\nการดำรงเงินกองทุนของที่ปรึกษาการลงทุนและที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และข้อกำหนดกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้\n\nหมายเหตุ\n* วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ ESUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION\n          ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2025-10-01T09:34:59"],
    [4156,"9653992a-b7f7-4a92-abab-238b89aab980","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันวิธีการลดความเสี่ยงจากการรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์สำหรับบริษัทหลักทรัพย์เพื่อการคำนวณและรายงานการคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9653952d-c9b9-46fe-9e1f-6087fdefa8a3",30,0,6,"12.1 ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทดังนี้\n\n(1) การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์\n\n(2) การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ หรือการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารหนี้หรือหน่วยลงทุน\n\n(3) การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ หรือการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน\n\n12.2 ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นคำขอผ่อนผันวิธีการลดความเสี่ยงจากการรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์เป็นหนังสือโดยแสดงเหตุผลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน\n\n12.3 สำนักงานจะพิจารณาผ่อนผันวิธีการลดความเสี่ยงจากการรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ให้ต่อเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์มีเหตุจำเป็นและสมควร\n\nทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 23/2549 เรื่อง การคำนวณและการรายงานการดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ในส่วนของแบบคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิที่แนบท้ายประกาศ\n\nหมายเหตุ\n* วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี)\nตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระแบบออนไลน์ (“ระบบ ESUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2025-10-01T09:38:28"],
    [4157,"96539cc6-cbd6-4af6-95b8-f5c96cbec0d6","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการจัดทำและยื่นแบบรายงานของผู้ประกอบธุรกิจ หน่วยงานที่ให้บริการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","96539ac6-2f54-4c55-a29e-aac6ae22977e",8,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์หรือตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งมีหน้าที่จัดทำและยื่นรายงานฐานะการเงิน\n(บ.ล. 2) , รายงานผลการดำเนินงาน (บ.ล. 2/1) , รายงานการทำธุรกรรม (บ.ล. 9) , และรายงานทรัพย์สินของลูกค้า (บ.ล. 8)\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องจัดทำคำขอผ่อนผันการจัดทำและการยื่นรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจ โดยแสดงเหตุผลและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ผู้ยื่นคำขอต้องจัดส่งคำขอผ่อนผันในรูปแบบไฟล์ PDF ผ่านระบบ ESUBMISSION ก่อนครบกำหนดเวลาการยื่นรายงานตามข้อ 1\n(ผู้ยื่นคำขอสามารถส่งเอกสารทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ seccom@sec.or.th ก่อน ภายในเวลาที่กำหนดและยื่นผ่านระบบ ESUBMISSION ต่อสำนักงานในภายหลัง)\n\n3. สำนักงานจะพิจารณาผ่อนผันการจัดทำและยื่นแบบรายงานเมื่อสำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ประกอบธุรกิจ\nมีเหตุจำเป็นและสมควร\n\n\nทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยเรื่องแบบรายงานของ\nผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n\nหมายเหตุ\n\n* วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ ESUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2024-08-13T11:23:40"],
    [4158,"9706b62d-3acb-493a-8f22-d460e02a0619","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","คู่มือสำหรับประชาชน : การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน  (แบบ filing) – เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97068ca2-b25e-44a8-ab22-3ef439129db7",1,0,3,"1.\tผู้ที่มีหน้าที่ยื่นแบบ filing ภายใต้คู่มือประชาชนฉบับนี้ ได้แก่\n\t(1) บริษัทมหาชนจำกัดที่ต้องการเสนอขายหุ้นออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเพื่อเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน\nตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์\n\t(2) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ที่ต้องการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็น\nการทั่วไป\n\t(3) ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ที่ต้องการเสนอขายหุ้นดังกล่าวต่อประชาชนเป็นการทั่วไป\n\tทั้งนี้ ในกรณีการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ลักษณะของบริษัทที่เสนอขายต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การอนุญาตตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่โดยบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ และการเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์ \n2.\tงบการเงินและงบการเงินรวมที่เปิดเผยในแบบ filing ต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่โดยบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ และการเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์\n3.\tให้ยื่นแบบ filing ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามขั้นตอนต่อไปนี้\n\t3.1 ให้ผู้ที่ยื่นแบบ filing กรอกข้อมูลพร้อม upload เอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ\nตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ระบบ LiVEx”) \n\t3.2 เมื่อกรอกข้อมูลและ upload เอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนตามที่กำหนดแล้ว ให้พิมพ์แบบรับรอง filing \nให้กรรมการทุกราย ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูล พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)  และ upload แบบรับรอง filing ที่มีการลงนามแล้วเข้าระบบ และนำส่งแบบรับรอง filing ฉบับจริงที่มีการลงนามในรูปแบบกระดาษ (hard copy) ให้สำนักงาน ก.ล.ต.\n\t(ทั้งนี้ กรณีการเสนอขายหุ้นโดยผู้ถือหุ้น ให้ผู้ถือหุ้นลงนามรับรองความถูกต้อง และในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี) ในการนี้ ผู้ถือหุ้นต้องจัดให้กรรมการทุกรายของบริษัทที่ออกหุ้นร่วมลงนามด้วย)\n\nหมายเหตุ\nกรณีแบบ filing หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทาง e-mail","2025-10-01T09:54:04"],
    [4159,"974cb4fc-a39e-400b-9be7-37a460ecc315","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคลและตัวแทนการตลาดของผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974c9f29-eca3-40ac-b457-4e4f61b16be2",60,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นสถาบันการเงิน หรือเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่การประกอบกิจการเป็นตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคลอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท\n\n2. ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด\n\n3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ต่อเมื่อมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม\n\nทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบนิติบุคคล เป็นตัวแทนด้านการตลาดกองทุนส่วนบุคคล และมาตรฐานการปฏิบัติงาน และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ให้บริการในนามของผู้ประกอบธุรกิจ หรือเป็นตัวแทนการตลาดของผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n\n\nหมายเหตุ\n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามี\nความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:12:33"],
    [4160,"974cbc6a-5871-4ca6-87ed-54f717a282a3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์กองทุนรวม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974cb7d1-5c97-47c7-a328-a8a9a42d5cff",90,0,5,"1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็น\n  (1) ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน\n  (2) บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n  (3) บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต\n  (4) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น\n\n2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด\n\n3 ผู้ยื่นคำขอจะได้รับการขึ้นทะเบียนต่อเมื่อมีคุณสมบัติในเรื่องความสามารถในการดำรงเงินกองทุนไม่มีประวัติการกระทำ ความผิดตามกฎหมาย ไม่มีประวัติการดำเนินกิจการอันเป็นการหลอกลวง ไม่สุจริต หรือขาดความรับผิดชอบมีระบบงาน ที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมทั้งมีความพร้อมด้านบุคลากร\n\nทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้มีคุณสมบัติ ในการเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม \n\n\nหมายเหตุ\n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E- SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามี\nความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:12:19"],
    [4161,"974cdafa-cc6b-425e-9f89-06ee1dc5df4b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นบริษัทจัดอันดับกองทุนรวมที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974cd4fc-116a-418e-8baa-ab5191e73c3d",90,10000,6,"การขอความเห็นชอบเป็นบริษัทจัดอันดับกองทุนรวม\n1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ\n\n2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด\n\n3 ผู้ยื่นคำขอ จะได้รับความเห็นชอบต่อเมื่อแสดงได้ว่าหลักเกณฑ์ที่จะใช้ในการจัดอันดับกองทุนรวมเป็นหลักเกณฑ์ที่มีหลักวิชาการรองรับ โดยมีโครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร โครงสร้างการบริหาร ขอบเขตการประกอบธุรกิจ และผู้บริหารที่เชื่อได้ว่าไม่มีส่วนได้เสียอันอาจก่อให้เกิดขาดความเป็นอิสระในการจัดอันดับกองทุนรวม และสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นกลางและเป็นธรรม รวมทั้งมีผู้บริหารที่ซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่กำหนด\n\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจการจัดอันดับกองทุนรวม และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการกำหนดแบบคำขอรับความเห็นชอบเป็นบริษัทจัดอันดับกองทุนรวมและแบบแจ้งการประกอบกิจการการจัดอันดับบริษัทจัดการ\n\nหมายเหตุ\n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:12:42"],
    [4162,"974cf8c5-75c6-4330-a6e5-bebcb8b43626","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974cdc89-a8d8-4a8c-95ec-2df2b187a675",30,0,4,"ผู้ยื่นคำขอ ได้แก่ ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน\n\nทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน\n\nหมายเหตุ\n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-Submission\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-Submission ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:15:17"],
    [4163,"974d2db2-1d59-4da4-b1e5-b587f1271a8b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันหรือขอรับความเห็นชอบในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เรื่องใดเรื่องหนึ่งได้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974d2295-85a2-46b0-808d-dcfe9d61a70b",99,100000,3,"1. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันหรือขอรับความเห็นชอบต่อสำนักงานต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม\n\n2. การขอผ่อนผันหรือขอรับความเห็นชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ต้องเกิดจากเหตุที่ผู้ยื่นคำขอหรือกองทุนรวมไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขอรับความเห็นชอบ ทั้งนี้ การขอผ่อนผันหรือขอรับความเห็นชอบต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ต้องเป็นกรณีที่หลักเกณฑ์ตามประกาศต่อไปนี้กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอสามารถขอผ่อนผันหรือขอรับความเห็นชอบต่อสำนักงานได้\n   (1) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน  \n   (2) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดการกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนสถาบัน และกองทุนส่วนบุคคล \n   (3) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการชำระบัญชีของกองทุนรวม\n   (4) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการชำระบัญชีของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนซึ่งเป็นคนต่างด้าว\n   (5) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการจัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนและการเสนอขายหน่วยลงทุน\n   (6) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการลงทุนของกองทุน\n   (7) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล \n   (8) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน\n   (9) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้ชำระบัญชีของกองทุนรวม \n\n3. การขอผ่อนผันหรือขอรับความเห็นชอบให้มีระยะเวลาในการดำเนินการ ดังนี้\n   (1)  การขอผ่อนผันระยะเวลาไม่ขาย/ไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามคำสั่งที่รับไว้จากผู้ถือหน่วยลงทุน หรือหยุดรับคำสั่งซื้อ/ขายหน่วยลงทุนในวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ให้มีระยะเวลาในการดำเนินการภายใน 7 วัน (“แบบที่ 1”)\n   (2)  การขอผ่อนผันการเลื่อนกำหนดชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเกินกว่าที่หลักเกณฑ์กำหนด ให้มีระยะเวลาในการดำเนินการภายใน 10 วัน (“แบบที่ 2”)\n   (3)  การขอผ่อนผันหรือขอความเห็นชอบตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการชำระบัญชีของกองทุนรวม ให้มีระยะเวลาในการดำเนินการภายใน 60 วัน (“แบบที่ 3”)\n   (4)  การขอผ่อนผันหรือขอความเห็นชอบนอกเหนือจาก (1) - (3) ให้มีระยะเวลาในการดำเนินการภายใน 30 วัน (“แบบที่ 4”)\n\n\nหมายเหตุ\n\n* วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบ ที่สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ ESUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION\n\n** เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)\n\n*** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)","2023-01-19T11:15:00"],
    [4164,"974d32aa-5ff4-4cd5-8098-23e1c36d3d1b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอเปลี่ยนแปลงระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงาน ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน (“ระบบสนับสนุน”)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974d2f7f-185b-4509-96c7-894421682ac0",15,0,4,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและจัดการกองทุนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน\n\nทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน\n\nหมายเหตุ\n\n* วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ ESUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION \n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2023-01-19T11:16:23"],
    [4165,"974d37a7-61d0-4c07-835b-d6259c3c249d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอยุติการเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน (“ระบบสนับสนุน”)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974d33db-3eab-4eda-8682-9ef14b4e97f8",30,0,3,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนที่ประสงค์จะขอยุติการเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน\n\nทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุน\n\nหมายเหตุ\n* วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ ESUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2023-01-19T11:15:08"],
    [4166,"974d3ca9-7fa0-4e22-8e0a-0eeaf2cfa187","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาในการจัดส่งแผนหรือแนวทางแก้ไขต่อสำนักงาน กรณีไม่สามารถดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความรับผิดจากการปฏิบัติงาน (operational risk)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974d3965-7608-45e2-8653-e1bfb827e879",30,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งมีหน้าที่ดำรงเงินกองทุนตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล และการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งมีหน้าที่ดำรงเงินกองทุนตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546\n \n2. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นคำขอผ่อนผันพร้อมแสดงเหตุผลที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลา\n\n3. สำนักงานจะพิจารณาผ่อนผันให้ต่อเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคลการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน และการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และข้อกำหนดกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้\n\n\nหมายเหตุ\n\n* วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามแบบที่ สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ ESUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ ESUBMISSION\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2023-01-19T11:14:54"],
    [4167,"974d418b-1314-428c-9c7b-79c58fc20f1b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการดำเนินการตามหลักเกณฑ์กรณีมีการผิดนัดชำระหนี้หรือมีพฤติการณ์ว่าผู้ออกตราสารแห่งหนี้หรือลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องจะไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974d3e12-aa5e-4d31-bb67-14345ecdbdfa",30,0,null,"1. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะดำเนินการแตกต่างจากหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกรณีที่มีการผิดนัดชำระหนี้หรือมีพฤติการณ์ว่าผู้ออกตราสารแห่งหนี้หรือลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องจะไม่สามารถชำระหนี้\n\n2. ผู้ยื่นคำขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นคำขอผ่อนผันเป็นหนังสือโดยแสดงเหตุผลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”)\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาผ่อนผันให้ต่อเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์มีเหตุจำเป็นและสมควร ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกรณีมีการผิดนัดชำระหนี้หรือมีพฤติการณ์ว่าผู้ออกตราสารแห่งหนี้หรือลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องจะไม่สามารถชำระหนี้ได้\n\nทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ\n\n\nหมายเหตุ\n\n* กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ\n\n** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่า ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2023-01-19T11:14:09"],
    [4168,"975f4593-02ef-44ec-b2e8-e9d899d3bc52","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","975d65cc-b62c-4642-8d6a-11fa81301631",11,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งร่างคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาเบื้องต้นและแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นตามข้อ 1 พร้อมกับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต.\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอถูกต้องครบถ้วนและข้อบังคับของกองทุนถูกต้อง ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และกฎกระทรวง (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:12:59"],
    [4169,"97632dbf-98b2-42f2-b825-cb86246c3d52","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบประกอบธุรกิจอื่นของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","976325d4-74da-44fc-8e8a-51b61f20fa3e",60,0,3,"1) ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอประกอบธุรกิจอื่น ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยให้ระบุเหตุผลในการขอประกอบธุรกิจอื่น/รายละเอียดลักษณะธุรกิจ/กำหนดเวลาที่ต้องการจะเริ่มประกอบธุรกิจ/ผลกระทบและแนวทางการมีระบบงานในการบริหารจัดการความเสี่ยงหรือระบบในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์/เหตุผลประกอบกรณีธุรกิจที่ยื่นขอเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและช่วยสนับสนุนธุรกิจหลัก รวมถึงเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งรายละเอียดการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจอื่น\n\n2) ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอมีเหตุจำเป็นและสมควรในการประกอบธุรกิจอื่น และไม่กระทบต่อการประกอบธุรกิจหลัก\n\nทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการประกอบธุรกิจอื่นของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n\nหมายเหตุ\n\n*วิธีการยื่นแบบ filing: ผู้ยื่นแบบ filing จะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n** กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาแบบ filing และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นแบบ filing จะดำเนินการแก้ไขแบบ filing หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-Submission ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นแบบ filing ยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:12:26"],
    [4170,"976d1513-0f8e-40d0-942c-ff5e3b34e470","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","คำขออนุญาตเสนอขายหุ้นกู้ พันธบัตร ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","976d04ba-608c-4ecc-a7e7-f725069dbd30",120,0,47,null,"2025-10-01T09:53:42"],
    [4171,"976f132a-d217-4b4b-aa9c-2ede26ae863f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","คำขออนุญาตเสนอขายหุ้นกู้ พันธบัตร และตั๋วเงินต่อบุคคลในวงจำกัด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","976ef165-aa0e-4fe6-a659-cf5264818c39",75,0,47,null,"2025-10-01T09:53:49"],
    [4172,"9770e0c2-0857-4151-ad7d-e9703a892ad2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และศุกูก – เพื่อการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูล (ขอ effective แบบ filing)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9770db99-41cd-4f7e-8a45-68df11840e4b",1,0,5,"1. ผู้ที่ประสงค์จะขอยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และศุกูก และร่างหนังสือชี้ชวน (รวมเรียกว่า “แบบ filing”) เพื่อการมีผลใช้บังคับ อาจยื่นแบบ filing หากเข้าเงื่อนไข ดังนี้\n\n1) แบบ filing ที่ยื่นเพื่อการมีผลใช้บังคับเป็นแบบฟอร์มตามแต่ละประเภทตราสารและลักษณะการเสนอขาย ที่ผ่านการยื่นแบบ filing เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น (ตามคู่มือ filing เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น) และเพื่อขอเริ่มต้นนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับ (นับหนึ่ง ตามคู่มือ filing เพื่อนับหนึ่ง) มาแล้ว*\n\n2) แบบแสดงรายการข้อมูลที่ยื่นเป็นแบบฟอร์มตามแต่ละประเภทตราสารและลักษณะการเสนอขาย*\n\n2. ผู้ยื่นแบบ filing ได้ระบุข้อมูลในแบบ filing ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายครบถ้วนแล้ว\n\n3. ผู้ยื่นแบบ filing ได้ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ IPOS ของสำนักงาน โดย upload แบบ filing และชำระค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม (ถ้ามี) โดยส่ง email หลักฐานการจ่ายเงินให้สำนักงาน ทั้งนี้ แบบ filing ที่ยื่นจะมีผลใช้บังคับเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศ\n\n4. เลือกวิธีการลงนามข้อมูล โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้\n\n(4.1) ยื่นแบบ Partially paperless :\n\n- ส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานผ่านระบบ IPOS โดยใช้ username/password ระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า (แต่งตั้งผ่านแบบฟอร์ม EF-3)\n\n- นำส่ง hard copy เฉพาะหน้าลงนามรับรองข้อมูลโดยผู้มีอำนาจลงนามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทั้ง upload หน้าลงนามรับรองความถูกต้องที่มีลายเซ็นจริงในระบบ IPOS หรือ\n\n(4.2) ยื่นแบบ Paperless :\n\n- ยื่นข้อมูลโดย ส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานผ่านระบบ IPOS โดยใช้ username/password ระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า (แต่งตั้งผ่านแบบฟอร์ม EF-3)\n\n- ลงนามรับรองข้อมูลในระบบ IPOS ด้วย electronic signature ของผู้มีอำนาจลงนามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด\n\n5. กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน ผู้รับแบบ filing ดำเนินการดังนี้\n\n1) กรณีจัดส่งแบบ filing ตามวิธีการยื่นแบบ Partially paperless หากแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบ แบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบ filing และผู้ยื่นแบบ filing จะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบ filing ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม\n\n- เมื่อผู้ยื่นแบบ filing นำส่งเอกสารถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด\n\n- เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่สามารถยื่นเอกสารตามบันทึกข้อตกลง สำนักงานจะคืน แบบ filing ที่ยื่นเพื่อขอเริ่มต้นนับระยะเวลาฯ ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558\n\nทั้งนี้ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นแบบ filing แทน ผู้มายื่นแบบ filing แทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นแบบ filing\n\n2) กรณีจัดส่งแบบ filing ตามวิธีการยื่นแบบ Paperless หากแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบการยื่น แบบ filing ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับแบบ filing จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้างต้น ผู้รับแบบ filing จะคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบที่ยื่นเพื่อขอเริ่มต้นนับระยะเวลาฯ นั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing\n\nหมายเหตุ * ในกรณีที่แบบ filing ฉบับที่ยื่นมาเพื่อขอเผยแพร่และนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับครั้งก่อนนั้น ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายตราสารหนี้และศุกูกในแบบ filing ครบถ้วน หรือได้ยื่นแบบ 69-PO-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING) / แบบ 69-PP-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING) / แบบ 69-FD-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-FD-PRICING) / แบบ 69-PO-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING-SUKUK) / แบบ 69-PP-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING-SUKUK) แล้ว ให้ถือว่าการยื่นแบบ filing ฉบับดังกล่าวนั้นเป็นการยื่นแบบ filing เพื่อขอมีผลใช้บังคับในครั้งนี้ได้ โดยไม่ต้องมีการยื่นแบบ filing ฉบับใหม่ต่อสำนักงาน","2025-10-01T09:44:57"],
    [4173,"976f4f55-bff8-4843-ac0b-6cc977d63c50","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และศุกูก – เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","976f3c0d-1ab0-4fdd-8309-c88f9cd078ce",1,0,28,"1. ผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และศุกูก และร่างหนังสือชี้ชวน (รวมเรียกว่า “แบบ filing”) ต้องเป็นผู้ที่ขออนุญาตเสนอขายตราสารหนี้และศุกูกที่ไม่ได้รับยกเว้นการยื่นแบบ filing\n\n- กรณีเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ ของบริษัทจดทะเบียนตามแผนฟื้นฟูกิจการ (ประกาศ บจ. ฟื้นฟูฯ) ผู้ยื่นแบบ filing ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในประกาศดังกล่าว\n\n2. ให้ผู้ที่ยื่นแบบ filing จัดส่งแบบ filing เพื่อขอเผยแพร่เบื้องต้น พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด ผ่านระบบ Initial Product Offering System (IPOS) โดยมีวิธีการตามแนวทางการยื่นคำขออนุญาตเสนอขายตราสารหนี้และรายงานต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงาน สรุปดังนี้\n\n1) บันทึกข้อมูลในระบบ IPOS พร้อม upload เอกสารหลักฐานประกอบ (ถ้ามี)\n\n2) สำนักงานตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานดังนี้\n\n(2.1) แบบ filing ที่ยื่นเป็นแบบฟอร์มตามแต่ละประเภทตราสารและลักษณะการเสนอขาย* โดยหากเสนอขายเป็นรายโครงการ ให้ยื่นแบบ 69-PO-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING) / แบบ 69-PP-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING) /แบบ 69-FD-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-FD-PRICING) / แบบ 69-PO-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING-SUKUK) / แบบ 69-PP-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING-SUKUK) พร้อมกับแบบ filing ครั้งแรกด้วย*\n\n(2.2) หัวข้อรายการตามแบบใน (3.1) ครบถ้วน\n\n(2.3) เอกสารแนบท้ายแบบและเอกสารที่อ้างอิงตามแบบถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารประกอบการยื่นแบบ filing ตามที่กำหนด\n\n3) ในการตรวจสอบความครบถ้วน สำนักงานจะดำเนินการดังนี้\n\n(3.1) กรณีเอกสารครบถ้วน ให้ผู้ยื่นแบบ filing ชำระค่าธรรมเนียมโดยส่ง email หลักฐานการจ่ายเงินให้สำนักงาน\n\n(3.2) กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน สำนักงานจะดำเนินการดังนี้\n\nหากแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบการยื่น แบบ filing ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานจะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทาง\n\nจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้างต้น สำนักงานจะคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบนั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing\n\nหมายเหตุ * ในกรณีที่แบบ filing ฉบับที่ยื่นมาเพื่อขอเผยแพร่เบื้องต้นนั้น เป็นแบบ filing ที่มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนครั้งหลังสุด ซึ่งได้มีการเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายถูกต้องครบถ้วน หรือได้ยื่นแบบ 69-PO-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING) / แบบ 69-PP-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING) / แบบ 69-FD-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-FD-PRICING) / แบบ 69-PO-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING-SUKUK) / แบบ 69-PP-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING-SUKUK) แล้ว ให้ถือว่าแบบ filing ฉบับดังกล่าวเป็นแบบ filing ที่ยื่นเพื่อขอเผยแพร่เบื้องต้นและเริ่มนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับ รวมทั้งเป็นการยื่นเพื่อให้มีผลใช้บังคับด้วย โดยไม่ต้องมีการยื่นแบบ filing ฉบับใหม่ต่อสำนักงาน","2025-10-01T09:45:05"],
    [4174,"976f7e81-8f9b-4e17-a23d-fdead5f7659a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และศุกูก – เพื่อเผยแพร่แบบแสดงรายการข้อมูลที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด (ขอนับ 1 cooling off period)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","976f79ec-b454-4c53-b500-bc14d13b4869",1,0,5,"1. ผู้ที่ประสงค์จะขอเริ่มต้นนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และศุกูก และร่างหนังสือชี้ชวน (รวมเรียกว่า “แบบ filing”) อาจยื่นแบบ filing พร้อมทั้งขอเริ่มต้นนับระยะเวลาดังกล่าว หากเข้าเงื่อนไขดังนี้\n\nแบบ filing ที่ยื่นเพื่อขอเริ่มต้นนับระยะเวลาฯ เป็นแบบฟอร์มตามแต่ละประเภทตราสารและลักษณะการเสนอขายที่ผ่านการยื่นแบบ filing เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น (ตามคู่มือ filing เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น) แล้ว*\n\n2. กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน ผู้รับแบบ filing ดำเนินการดังนี้\n\nหากแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ ในขณะนั้น สำนักงานจะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้างต้น สำนักงานจะคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบที่ยื่นเพื่อขอเริ่มต้นนับระยะเวลาฯ นั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing\n\n3. ทั้งนี้ ภายหลังจากที่สำนักงานแจ้งนับหนึ่งเพื่อให้เผยแพร่แบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุดทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แล้ว หากผู้ยื่นแบบ filing มีข้อมูลที่ประสงค์ที่จะเผยแพร่เพิ่มเติมเพื่อให้เป็นปัจจุบัน ผู้ยื่นแบบ filing สามารถแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลในแบบ filing ผ่านระบบ Initial Product Offering System (IPOS) ได้ อย่างไรก็ดี หากสำนักงานมีคำสั่งตามมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หรือผู้ยื่นแบบ filing ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมแบบ filing ซึ่งมีผลกระทบต่อประโยชน์ของ ผู้ลงทุน ตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ การนับระยะเวลาตามหนังสือนับหนึ่ง จะหยุดลงตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ\n\nหมายเหตุ * ในกรณีที่แบบ filing ฉบับที่ยื่นมาเพื่อขอเผยแพร่เบื้องต้น เป็นแบบ filing ที่มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ครั้งหลังสุด หรือได้ยื่นแบบ 69-PO-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING) / แบบ 69-PP-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING) / แบบ 69-FD-MTN (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-FD-PRICING) / แบบ 69-PO-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PO-PRICING-SUKUK) / แบบ 69-PP-MTN-SUKUK (ส่วนที่ 2 : แบบ 69-PP-PRICING-SUKUK) แล้ว ให้ถือว่าแบบ filing ฉบับดังกล่าวเป็นแบบ filing ที่ขอใช้เผยแพร่เพื่อเริ่มนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับครั้งนี้ด้วย โดยไม่ต้องมีการยื่นแบบ filing ฉบับใหม่ต่อสำนักงาน","2025-10-01T09:45:12"],
    [4175,"97855be6-5802-4c25-8e77-db6f686ef2e4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบในการเข้าร่วมโครงการทดสอบ และพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน (Regulatory Sandbox)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9784f014-8e2d-4730-9c77-1b3fb4c1081b",60,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด\n\n2. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน หากผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะการให้บริการทางการเงินของบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์\nที่ต้องได้รับใบอนุญาต หรือประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะการให้บริการทางการเงินของบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับ\nตลาดทุนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ต้องได้รับใบอนุญาต (แล้วแต่กรณี)","2025-10-01T09:33:44"],
    [4176,"978713b8-77ee-48a8-aee2-1025b87c823a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับใบอนุญาตการให้บริการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","977afcfb-5c8c-4022-9724-19f5fed82f35",180,0,19,null,"2025-10-01T09:39:09"],
    [4177,"97872875-096d-4a97-b149-8a85c58868d8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอยุติการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9787248d-1fee-48e9-b49c-eb84384c4e06",60,0,9,"ยื่นคำขอยุติการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และ\nการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน ต้องแสดงข้อมูลดังต่อไปนี้ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตยุติการประกอบธุรกิจดังกล่าว\n1.\tวัตถุประสงค์ในการขอยุติการทดสอบ\n2.\tผลการดำเนินธุรกิจ\n3.\tปัญหาอุปสรรคที่ทำให้การดำเนินธุรกิจไม่บรรลุเป้าหมายตามที่คาดไว้\n4.\tรายงานสรุปข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ และผลการดำเนินการกับข้อร้องเรียน\n5.\tแผนรองรับการออกจากโครงการ หรือแผนการดำเนินการตาม exit strategy หรือข้อมูลที่แสดงว่าได้ดำเนินการตาม exit strategy\n6.\tใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ \nและการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุน\nการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน (ถ้ามี)\n7.\tข้อมูลที่แสดงได้ว่าผู้ยื่นคำขอยุติได้จัดการทรัพย์สินของผู้ใช้บริการเสร็จสิ้น (ถ้ามี)\n8.\tอื่น ๆ (ถ้ามี) ........................................................................................................................","2025-10-01T09:38:45"],
    [4178,"97b9e115-9156-43a5-93d1-660eedab95ea","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอจดทะเบียนเพิ่มนายจ้างของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97b5a1b2-574c-4e81-8f27-8c548ab5c93a",4,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะเพิ่มนายจ้างของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งร่างคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) \nเพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาเบื้องต้นและแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นตามข้อ 1 พร้อมกับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต.\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขอถูกต้องครบถ้วนและข้อบังคับของกองทุนถูกต้อง ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และกฎกระทรวง (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:13:57"],
    [4179,"97bdc394-4700-41ab-9406-fde979ae915b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97bdbc49-17bb-4c24-8da9-5857d4cb9263",4,0,6,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับกองทุน โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งร่างคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาเบื้องต้นและแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับกองทุนที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นตามข้อ 1 พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไข\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนและข้อบังคับดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 9 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:14:03"],
    [4180,"97bde532-a2cf-4580-9aae-a427ed262d4d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97bddf84-c493-4e97-b34a-7a3b0724a9c7",1,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามข้อ 1 พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปลี่ยนกรรมการกองทุน\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนและข้อบังคับดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 11 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:13:51"],
    [4181,"97c5cba4-6e08-4bd2-9c85-1893be87c041","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอจดทะเบียนเปลี่ยนบริษัทจัดการของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97c5c711-2750-4f1c-a6f8-ce8ca64ba19c",1,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะเปลี่ยนบริษัทจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอจดทะเบียนแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนตามข้อ 1 พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต.  ภายในสิบสี่วันนับแต่วันแต่งตั้งผู้จัดการกองทุน\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนเปลี่ยนบริษัทจัดการของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 11 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:13:44"],
    [4182,"97c5d11f-dcc9-409a-a852-831dce5bfb59","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งถอนตัวนายจ้างของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97c5ccc5-6ab2-47db-8bc3-7172ab2eab9e",1,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างถอนตัวออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอแจ้งการถอนตัวของนายจ้างตามข้อ 1 พร้อมเอกสารหลักฐานที่าเกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างบางรายเลิกกิจการหรือถอนตัว\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับแจ้งการถอนตัวนายจ้างของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนและข้อบังคับดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:16:36"],
    [4183,"97c5d784-f8d2-4042-9fb5-e236a570809a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งชำระบัญชีเสร็จสิ้นกรณีนายจ้างถอนตัวจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97c5d3bc-9665-41ba-bc09-9c20c3377548",1,0,1,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะแจ้งการชำระบัญชีเสร็จสิ้นกรณีนายจ้างถอนตัวจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. เมื่อมีกรณีที่นายจ้างบางรายถอนตัวออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และคณะกรรมการกองทุนได้จัดให้มีการชำระบัญชีในส่วนของนายจ้างที่ถอนตัวเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอแจ้งการชำระบัญชีเสร็จสิ้นตามข้อ 1 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการชำระบัญชี\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับแจ้งการชำระบัญชีเสร็จสิ้นกรณีนายจ้างถอนตัวจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนและข้อบังคับดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:16:29"],
    [4184,"97c61195-f812-4951-aa30-fadd86197ab2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อและ/หรือเปลี่ยนที่ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97c5d898-580f-4a03-970e-37e496d5219d",5,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะเปลี่ยนชื่อและ/หรือที่ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอจดทะเบียนการเปลี่ยนชื่อและ/หรือที่ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามข้อ 1 พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไข\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อและ/หรือที่ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนและข้อบังคับดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 9 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:13:11"],
    [4185,"97c61a1f-95ef-4d29-a91c-bd74010faa72","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97c61256-f954-4254-a8ea-edba91613f50",6,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประสงค์จะเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอแจ้งการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามข้อ 1 พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่กองทุนเลิก\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับแจ้งการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนและข้อบังคับดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:16:42"],
    [4186,"9816594c-db6c-4840-8b9f-f01aa8e7f494","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ – แบบ 69-CIS full (สำหรับการยื่นครั้งแรก)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","981650c0-f7a0-4a59-8687-d7f33bfa8db8",1,100000,3,"1. ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ แบบ 69-CIS full ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของโครงการจัดการลงทุนที่จะเสนอขาย\n\n2. CIS operator ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการกำหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคำขอต่าง ๆ\n\n3. แบบ 69-CIS full และร่างหนังสือชี้ชวนต้องถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบ 69-CIS full ได้จัดทำแบบถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบแบบครบถ้วนตามที่ระบุในแบบ 69-CIS full\n\n2. กรณีแบบ 69-CIS full หรือเอกสารหลักฐานประกอบไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นแบบจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นแบบไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบและเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต.\n \n4. แบบ 69-CIS full จะมีผลใช้บังคับต่อเมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมและได้รับอนุญาตให้เสนอขายหน่วยลงทุนของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศแล้ว\n\n5. กรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างชี้ชวนและเห็นว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรในการเปิดเผย/ชี้แจง/แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติม ให้หยุดนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนตามข้อ 9 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และข้อ 3 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย","2025-10-01T09:45:26"],
    [4187,"97c61ebd-703b-41a1-a4f9-37bdde7d628f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอจดทะเบียนชำระบัญชีเสร็จสิ้นกรณีเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97c61b78-fa99-4fd5-9002-c9569322b7ef",1,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ชำระบัญชีกองทุนที่มีการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้วเมื่อมีการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอจดทะเบียนชำระบัญชีเสร็จสิ้นตามข้อ 1 พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติรายงานการชำระบัญชี \n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนชำระบัญชีเสร็จสิ้นกรณีเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนและข้อบังคับดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ของกองทุน\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:13:05"],
    [4188,"97c62484-a223-454e-926b-350798220ebc","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขออนุมัติขยายระยะเวลาชำระบัญชีเมื่อเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","97c61fd5-0921-4b51-9246-29885dad235d",6,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ไม่สามารถชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่กองทุนเลิก โดยผู้ยื่นคำขอ (ผ่านบริษัทจัดการ) ส่งคำขอผ่านระบบ OFAM PVD (Online Fund Approval and Management System for Provident Fund) บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านระบบ OFAM PVD\n\n2. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขออนุมัติขยายระยะเวลาชำระบัญชีที่แสดงได้ว่ามีเหตุจำเป็นในการขออนุมัติขยายระยะเวลาชำระบัญชีตามแบบคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. \n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะขยายเวลาชำระบัญชีตามที่เห็นสมควร\n\nทั้งนี้ ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530\n\n\nหมายเหตุ\n\n* ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่ระบบ OFAM PVD ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2023-01-19T11:16:16"],
    [4189,"98166999-7afa-417b-baf8-7387b1c1695f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ – แบบ 69-CIS annually update (สำหรับการยื่น update รายปี)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98166225-b586-45e5-9eb1-9db3868bb8db",1,0,2,"1. ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ แบบ 69-CIS annually update ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของโครงการจัดการลงทุนที่จะเสนอขาย\n\n2. CIS operator ยื่นแบบ 69-CIS annually update ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่แบบ 69-CIS full แบบ 69-CIS annually update หรือแบบ 69-material update แล้วแต่กรณี ในครั้งก่อนมีผลใช้บังคับ\n\n3. แบบ 69-CIS annually update ต้องถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบ 69-CIS annually update ได้จัดทำแบบถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบแบบครบถ้วนตามที่ระบุในแบบ 69-CIS annually update\n\n2. กรณีแบบ 69-CIS annually update หรือเอกสารหลักฐานประกอบไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นแบบจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นแบบไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบและเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต.\n\n4. กรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลและเห็นว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรในการเปิดเผย/ชี้แจง/แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติม ให้หยุดนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลตามข้อ 9 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และข้อ 3 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย","2025-10-01T09:45:19"],
    [4190,"9817f0f1-a662-4a47-aa16-10850a55502b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ – แบบ 69-CIS material update (สำหรับการยื่น update เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9817eba4-0f42-412a-b78f-343aed474d7a",1,0,2,"1. ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ แบบ 69-CIS material update ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของโครงการจัดการลงทุนที่จะเสนอขาย\n\n2. CIS operator ยื่นแบบ 69-CIS material update ภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญซึ่งผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักแล้ว โดยมิให้นับวันหยุดทำการในต่างประเทศ\n\n3. แบบ 69-CIS material update ต้องถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบ 69-CIS material update ได้จัดทำแบบถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบแบบครบถ้วนตามที่ระบุในแบบ 69-CIS material update\n\n2. กรณีแบบ 69-CIS material update หรือเอกสารหลักฐานประกอบไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นแบบจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นแบบดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นแบบไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบและเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต.\n\n4. กรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลและเห็นว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรในการเปิดเผย/ชี้แจง/แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติม ให้หยุดนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลตามข้อ 9 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และข้อ 3 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย","2025-10-01T09:45:33"],
    [4191,"98180035-d871-4096-9668-9abccc156649","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การรายงานผลการขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ ต่อผู้ลงทุนในประเทศไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9817fd6a-3136-46c0-a2f6-fa86b57c4f61",1,0,1,"ผู้รายงานต้องเป็นผู้เสนอขายหน่วย (CIS Operator) ของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศหรือตัวแทนขายที่ได้รับแต่งตั้งจาก CIS Operator ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย โดยรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 45 วัน นับแต่วันสุดท้ายของแต่ละปีปฏิทินที่มีการเสนอขาย\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นรายงานผลการขายได้จัดทำถูกต้องตามที่ระบุในรายงานผลการขาย\n\n2. กรณีรายงานผลการขายไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นรายงานจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นรายงานดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นรายงานไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนรายงานผลการขายดังกล่าว\n\n3. กรณีที่ CIS Operator หรือตัวแทนขายที่ได้รับแต่งตั้งจาก CIS Operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการยื่นรายงานผลการขายต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:51:55"],
    [4192,"98183fc6-29ec-4f01-8c66-ba98ea416d07","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาการแจ้งผลการอนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98183980-0195-44bd-bc40-a68612d3f0bd",30,0,2,"1. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS Operator) ของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศที่ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนนั้น\n\n2. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นเป็นหนังสือโดยแสดงเหตุผลที่ขอผ่อนผันและยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตเสนอขาย\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นหนังสือขอผ่อนผันได้จัดทำหนังสือถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบครบถ้วน (ถ้ามี)\n\n2. กรณีหนังสือหรือเอกสารหลักฐานประกอบหนังสือไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นหนังสือจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นหนังสือดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นหนังสือไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนหนังสือและเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีที่ CIS Operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS Operator ในการยื่นขอผ่อนผันต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:34:50"],
    [4193,"98184946-0e22-45fa-8479-2297c39731ff","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันการจัดส่งเอกสารประกอบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98184639-a3c8-4fc7-9ec2-7d6eae6fa8ac",30,0,2,"1. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS Operator) ของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศที่ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนนั้น\n\n2. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นเป็นหนังสือโดยแสดงเหตุผลที่ขอผ่อนผันและยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n3. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ สามารถขอผ่อนผันเกี่ยวกับการยื่นเอกสารประกอบการขออนุญาตตามประกาศดังต่อไปนี้\n     - ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ (เรื่องภาษาที่ใช้ในการยื่นข้อมูลหรือเอกสาร/การแปลจากข้อมูลหรือเอกสารต้นฉบับภาษาอื่น)\n     - ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ (กรณีไม่สามารถจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาต)\n     - ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย โดยให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศโดยอนุโลม\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นหนังสือขอผ่อนผันได้จัดทำหนังสือถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบครบถ้วน (ถ้ามี)\n\n2. กรณีหนังสือหรือเอกสารหลักฐานประกอบหนังสือไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นหนังสือจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นหนังสือดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นหนังสือไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนหนังสือและเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีที่ CIS Operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS Operator ในการยื่นขอผ่อนผันต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2024-08-13T11:23:48"],
    [4194,"98185374-9d0b-4d1e-8728-4df93521927c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันรายงานผลการขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9818505a-bb9e-4df4-96ba-98936254a0b6",30,0,2,"1. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นผู้เสนอขายหน่วย (CIS Operator) ของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศหรือตัวแทนขายที่ได้รับแต่งตั้งจาก CIS Operator ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\n2. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นเป็นหนังสือโดยแสดงเหตุผลที่ขอผ่อนผันและยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดให้รายงานผลการขาย (ภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละปีปฏิทินที่มีการเสนอขาย)\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นหนังสือขอผ่อนผันได้จัดทำหนังสือถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบครบถ้วน (ถ้ามี)\n\n2. กรณีหนังสือหรือเอกสารหลักฐานประกอบหนังสือไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นหนังสือจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นหนังสือดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นหนังสือไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนหนังสือและเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีที่ CIS Operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS Operator ในการยื่นขอผ่อนผันต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:35:06"],
    [4195,"98185816-3a1b-4ee3-9d74-73efa0b97473","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ/การเปิดเผยข้อมูล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","981855c0-5952-4672-a09d-690829af71a0",30,0,2,"1. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS Operator) ของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศที่ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนนั้น\n\n2. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ ต้องยื่นเป็นหนังสือโดยแสดงเหตุผลที่ขอผ่อนผันและยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n3. ผู้ยื่นขอผ่อนผันฯ สามารถขอผ่อนผันเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตเสนอขายและการเปิดเผยข้อมูลตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นหนังสือขอผ่อนผันได้จัดทำหนังสือถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบครบถ้วน (ถ้ามี)\n\n2. กรณีหนังสือหรือเอกสารหลักฐานประกอบหนังสือไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นหนังสือจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นหนังสือดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นหนังสือไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนหนังสือและเอกสารหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีที่ CIS Operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS Operator ในการยื่นขอผ่อนผันต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:38:37"],
    [4196,"98185ea4-2e56-4195-99c7-2f2ea8d8660f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยภายใต้โครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-1044-4f80-a890-efd70ff2b860",45,0,7,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย โดย CIS operator ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\n2. โครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทยที่จะเสนอขายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\n3. มีการแต่งตั้งบริษัทนายหน้าเป็นตัวแทนที่รับผิดชอบในการซื้อขายหน่วย (local intermediary) และมีตัวแทน (local representative) ของ CIS operator เพื่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\n4. มีการยื่นแบบคำขอเสนอขายและเอกสารประกอบการพิจารณาอนุญาตเสนอขายถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน\n\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นคำขอต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:44:10"],
    [4197,"98186e25-1f1e-413a-a433-dba0fecd55bb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียนแก่ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ผู้ลงทุนรายใหญ่ หรือผู้มีเงินลงทุนสูง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98185a18-06b4-4a23-9ca8-21b3d13ee872",10,0,10,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของโครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียน โดย CIS operator ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n2. โครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียนที่จะเสนอขายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n3. มีการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียนดังกล่าวทั้งหมดต่อผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ผู้ลงทุนรายใหญ่ หรือผู้มีเงินลงทุนสูง และมีการเสนอขายในประเทศที่หน่วยงานกำกับดูแลหลักตั้งอยู่ และต้องไม่อยู่ระหว่างถูกหน่วยงานกำกับดูแลหลักสั่งห้ามการซื้อขาย\n\n4. มีการแต่งตั้งบริษัทนายหน้าเป็นตัวแทนที่รับผิดชอบในการซื้อขายหน่วย (local intermediary) และมีตัวแทน (local representative) ของ CIS operator เพื่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n5. มีการยื่นแบบคำขอเสนอขายและเอกสารประกอบการพิจารณาอนุญาตเสนอขายถูกต้องครบถ้วนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน\n\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นคำขอต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:43:55"],
    [4198,"9818750b-de9c-4d3f-ae4d-25cb40c78e05","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียนแก่ผู้ลงทุนทั่วไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98186fbf-60ad-41b7-8460-f206779d4b8a",45,0,8,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของโครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียน โดย CIS operator ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n2. โครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียนที่จะเสนอขายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n3. มีการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียนในประเทศที่หน่วยงานกำกับดูแลหลักตั้งอยู่ และต้องไม่อยู่ระหว่างถูกหน่วยงานกำกับดูแลหลักสั่งห้ามการซื้อขาย\n\n4. มีการแต่งตั้งบริษัทนายหน้าเป็นตัวแทนที่รับผิดชอบในการซื้อขายหน่วย (local intermediary) และมีตัวแทน (local representative) ของ CIS operator เพื่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n5. มีการยื่นแบบคำขอเสนอขายและเอกสารประกอบการพิจารณาอนุญาตเสนอขายถูกต้องครบถ้วนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ และตามที่กำหนดใน Handbook for CIS operator of ASEAN CISs\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน\n\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นคำขอต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:43:41"],
    [4199,"98187e97-589c-4363-b83a-ba5d8c15f867","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนในเอเชียภายใต้กรอบเอเปค","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98187ada-13fc-41b7-93cd-900d6917b898",45,0,7,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของโครงการจัดการลงทุนในเอเชียภายใต้กรอบเอเปค โดย CIS operator ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n2. โครงการจัดการลงทุนในเอเชียภายใต้กรอบเอเปคที่จะเสนอขายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n3. มีการแต่งตั้งบริษัทนายหน้าเป็นตัวแทนที่รับผิดชอบในการซื้อขายหน่วย (local intermediary) และมีตัวแทน (local representative) ของ CIS operator เพื่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n4. มีการยื่นแบบคำขอเสนอขายและเอกสารประกอบการพิจารณาอนุญาตเสนอขายถูกต้องครบถ้วนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน\n\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นคำขอต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:44:02"],
    [4200,"981883d6-528a-41a6-9f6b-7cc6b5856d58","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยของอีทีเอฟต่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","98187f9c-969e-4945-923f-639e43a6a519",45,0,6,"1. ผู้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ (CIS operator) ของอีทีเอฟต่างประเทศ โดย CIS operator ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n2. อีทีเอฟต่างประเทศที่จะเสนอขายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n3. มีการซื้อขายหน่วยของอีทีเอฟต่างประเทศในตลาดหลักทรัพย์หลักที่เป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (WFE)\n\n4. มีตัวแทน (local representative) ของ CIS operator เพื่อประสานงานและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\n5. มีการยื่นแบบคำขอเสนอขายและเอกสารประกอบการพิจารณาอนุญาตเสนอขายถูกต้องครบถ้วนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศ\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน\n\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ\n\n3. กรณีที่ CIS operator ไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง ผู้มายื่นแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก CIS operator ในการยื่นคำขอต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","2025-10-01T09:43:32"],
    [4201,"99319379-52f0-49fa-b2ec-7d4e04b093de","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอกลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หลังจากที่เคยขอหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9931894d-f089-4672-90f7-c0c84ce5706f",15,0,3,"ในกรณีที่ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลประสงค์จะกลับมาให้บริการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หลังจากที่เคยขอหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ให้ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลแจ้งความประสงค์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าก่อนกลับมาให้บริการ โดยต้องแสดงรายละเอียดของการแก้ไขสาเหตุที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญจากข้อมูลที่เคยยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. (ถ้ามี)  ทั้งนี้ หากสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ทักท้วงภายใน 15 วันนับแต่วันที่สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งการได้รับเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสำหรับประชาชน ให้ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลรายนั้นเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่วันที่พ้นระยะเวลาทักท้วงดังกล่าวเป็นต้นไป\n\nทั้งนี้ รายละเอียดในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล จะต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการให้ความเห็นชอบผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล\n\nหมายเหตุ \n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2024-08-13T11:22:10"],
    [4202,"9939f2cb-ab1e-45a7-8480-9a9d2275439f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การสอบทานร่างหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นสำหรับการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัทจดทะเบียนต่อบุคคลในวงจำกัดกรณีที่มีนัยสำคัญ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9939e755-1572-4d56-b928-5be1e4787b76",5,0,4,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อบุคคลที่ประสงค์จะเสนอขายหุ้น\nที่ออกใหม่ในวงจำกัด \n2. เป็นกรณีที่มีนัยสำคัญกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ \n(1)  กรณีที่กำหนดราคาเสนอขายหุ้นต่ำกว่าราคาตลาด\n(2)  กรณีที่การเสนอขายหุ้นอาจเป็นผลให้ผู้ลงทุนที่ได้รับจัดสรรรายใดเป็นผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงสูงสุดในบริษัทจดทะเบียนดังกล่าว โดยพิจารณาจากข้อมูลการถือหุ้นล่าสุดเท่าที่คณะกรรมการมีอยู่หรือสามารถประเมินได้  ทั้งนี้ การพิจารณาสิทธิออกเสียงของผู้ลงทุนดังกล่าว ให้นับรวมสิทธิออกเสียงของบุคคลดังต่อไปนี้ด้วย\n\t(ก)  บุคคลตามมาตรา 258 ของผู้ลงทุนดังกล่าว\n\t(ข)  บุคคลที่กระทำการร่วมกัน (concert party) ของผู้ลงทุนดังกล่าว\n\t(ค)  บุคคลตามมาตรา 258 ของบุคคลที่กระทำการร่วมกัน (concert party) \nของผู้ลงทุนดังกล่าว \n(3)  กรณีที่การเสนอขายหุ้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร (earning per share) หรือสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้น (control dilution) คิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 โดยพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติให้เสนอวาระต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น\n3. กรณีดังกล่าวจะต้องจัดให้มีความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อประกอบการพิจารณาของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการพิจารณาอนุมัติ โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องนำส่งร่างเอกสารหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นให้สำนักงาน ก.ล.ต. \nสอบทานข้อมูลและแจ้งข้อสังเกต (ถ้ามี) เพื่อปรับปรุงก่อนจัดส่งไปยังผู้ถือหุ้น\n\nหมายเหตุ\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION  \n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณา\nคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-Submission ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2025-10-01T09:52:02"],
    [4203,"997a6118-f141-4bf5-b04f-366a9c68bd49","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งชื่อบุคคลในระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","997a5d0a-7839-40ed-9a5e-3eede9b23a57",7,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทที่ขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่หรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่\nซึ่งยังคงมีหน้าที่จัดทำและส่งรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทตามมาตรา 56 แห่ง พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535\n\n2. รายชื่อกรรมการและผู้บริหารของผู้ยื่นคำขอจะถูกนำเข้าสู่ระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์\nเมื่อแสดงให้สำนักงานเห็นได้ว่ากรรมการและผู้บริหารดังกล่าวไม่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท\n   ทั้งนี้ รายละเอียดในการแจ้งชื่อกรรมการและผู้บริหารเพื่อนำเข้าสู่ระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยแบบและวิธีการแจ้งหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลกรรมการและผู้บริหารของบริษัท\n\n3. สำนักงานจะเริ่มนับระยะเวลาเพื่อดำเนินการพิจารณานับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดของขั้นตอนตามที่กำหนด\n\n\n\nหมายเหตุ:\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอ\nและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอ\nดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอ\nและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น \n   ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเองแต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอให้เป็นผู้ลงนามในบันทึกความบกพร่องด้วย\n\n** สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:53:21"],
    [4204,"99dcc66e-4f58-45a5-8627-fb0f49b7c3e5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","99dadc4b-ede3-472d-90df-1783d9c44ff9",180,1000000,15,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นธนาคารพาณิชย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายสัญญา สำนักหักบัญชีสัญญา สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี หรือผู้ที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และต้องมิใช่ผู้ประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตต่อเมื่อมีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\n\t2.1 มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท  ทั้งนี้ ในกรณีไม่มีทุนจดทะเบียนให้พิจารณาจากส่วนของเจ้าของในรอบปีบัญชีล่าสุด หากไม่มีส่วนของเจ้าของให้พิจารณาจากทุนในการดำเนินงาน\n\n\t2.2 แสดงได้ว่าศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งจะใช้บริการสำนักหักบัญชีที่จะจัดตั้งขึ้น ได้รับใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างยื่นขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต.\n\n\t2.3 แสดงได้ว่าจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี อย่างน้อยตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\n\t2.4 แสดงได้ว่าจะให้บริการเฉพาะหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\n\n\t2.5 แสดงได้ว่าจะมีการนำนวัตกรรม (innovative financial services) มาใช้ในการประกอบการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทย\n\n\t2.6 ไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ในระหว่างประสบปัญหาทางการเงิน รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีข้อบกพร่องหรือมีความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุมและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n\n\t2.7 ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตมีการประกอบธุรกิจอื่นหรือประสงค์จะประกอบธุรกิจอื่น ต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังต่อไปนี้\n\t\t(ก)  แสดงได้ว่ามีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือส่วนของเจ้าของในรอบปีบัญชีล่าสุดหรือทุนในการดำเนินงานเพียงพอสำหรับการประกอบธุรกิจอื่น ซึ่งแยกต่างหากจากทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือส่วนของเจ้าของในรอบปีบัญชีล่าสุดหรือทุนในการดำเนินงานสำหรับการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี\n\t\t(ข)  ธุรกิจอื่นของผู้ขอรับใบอนุญาตต้อง\n\t\t\t1.  เป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เป็นประโยชน์ หรือสนับสนุนการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี \n\t\t\t2.  ไม่มีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของสมาชิกหรือผู้ใช้บริการ เว้นแต่จะแสดงได้ว่าสามารถจัดให้มีระบบในการควบคุมความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของสมาชิกหรือผู้ใช้บริการได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม\n\t\t\t3.  ไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี เว้นแต่จะแสดงได้ว่าสามารถจัดให้มีระบบในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ\n\t\t(ค)  งบการเงินประจำปีงวดการบัญชีปีล่าสุดของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ \n\t\t(ง)  สามารถดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรองได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่จัดตั้งนิติบุคคลนั้น หรือกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น  ทั้งนี้ ในกรณีไม่มีเงินกองทุนและเงินสำรองให้พิจารณาจากทุนในการดำเนินงาน\n\t\t(จ)  ได้รับความยินยอมให้ประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีจากหน่วยงานที่ควบคุมการประกอบธุรกิจอื่นของนิติบุคคลนั้น  \n\t\n\t2.8 ไม่มีประวัติดังต่อไปนี้ ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n\t\t(ก)  เคยถูกคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี\n\t\t(ข)  เคยถอนคำขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีในระหว่างการพิจารณาคำขอ\n\t\t(ค)  เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต. จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบเนื่องจากไม่แก้ไขความบกพร่องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดตามข้อ 7 ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี\n\n\t2.9 ไม่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสำนักงาน ก.ล.ต. หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน\n\n\t2.10 ไม่เป็นผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน เว้นแต่จะพ้นโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี\n\n\t2.11 มีหนังสือยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจ หรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นใด เพื่อตรวจสอบฐานะการเงิน การดำเนินงาน สินทรัพย์ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ขอรับใบอนุญาตได้ตามข้อ 6 ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ประสงค์จะประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยให้ยื่นแบบคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n\n\t1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมีบัญชีผู้ใช้งานสำหรับนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account) และแจ้งแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องในการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ https://www.sec.or.th/ca \n\n\t1.2 เมื่อเอกสารในข้อ 1.1 ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการให้ใบอนุญาต (e-submission) โดยผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบผ่านระบบดังกล่าวให้ครบถ้วนถูกต้อง\n\t1.3 ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต\n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบตามคู่มือสำหรับประชาชน\n\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและจะระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n\n4. สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\nหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:40:02"],
    [4205,"99b08a9e-3e91-48dc-9aa0-f4894964b4ef","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","99b0844a-a7df-4023-9a78-19df5f8b4265",1,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงที่ประสงค์จะหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือเลิกประกอบธุรกิจการเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง \n2. ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ล่วงหน้าหรือภายใน 15 วันนับแต่วันที่ประสงค์จะหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือเลิกประกอบธุรกิจดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงรายการของงานที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ (ถ้ามี) และมาตรการบรรเทาผลกระทบที่อาจมีต่อสมาชิก\n\nหมายเหตุ  \n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION \n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2025-10-01T09:53:28"],
    [4206,"99b09573-4569-43be-a2f2-bdc4f8c93f5c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอกลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงหลังจากที่เคยขอหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","99b09089-556b-437d-bffa-bbc0ce66b073",15,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอจะต้องเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงซึ่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ที่ประสงค์จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) \n2. ให้ผู้ยื่นคำขอแจ้งความประสงค์ดังกล่าวต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้า โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขในเรื่องที่เป็นสาเหตุที่ผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญจากข้อมูลที่ได้ยื่นขอความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. (ถ้ามี)  \n3.หากสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ทักท้วงภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสำหรับประชาชน ให้ผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงรายนั้นปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่วันที่พ้นระยะเวลาทักท้วงดังกล่าวเป็นต้นไป\n\nทั้งนี้ รายละเอียดในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง จะต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง\n\nหมายเหตุ \n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2024-08-13T11:22:03"],
    [4207,"9a81c9d2-48e5-4181-993d-87ffe21a3e6d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบสมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a532141-4012-4027-bc74-4271dfb76df1",90,500,8,"1. ผู้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบฯ (ผู้ยื่นคำขอ) ที่ประสงค์จะเป็นสมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจ (สมาคมฯ) \nต้องเป็นสมาคมที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและกำกับดูแล\nผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกัน และมีหลักเกณฑ์\nในการดำเนินงานของสมาคมฯ ตามที่กำหนด\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอ โดยการกรอกข้อมูลในแบบคำขอและนำส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์\nของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนปฏิบัติงาน\n3. ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินงานของสมาคม ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย เรื่องดังต่อไปนี้\n   3.1 โครงสร้างการกำกับดูแลสมาคมฯ และหลักเกณฑ์ในการเลือกกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทน\nจากสมาชิกทุกประเภทธุรกิจ และกรรมการอิสระ เพื่อให้สมาคมฯ สามารถกำกับดูแลสมาชิกได้อย่างเป็นอิสระ\nโปร่งใส เป็นธรรม เข้าใจการดำเนินงานของสมาชิกทุกประเภท\n   3.2 ให้สิทธิสมาชิกในการเสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการและการออกเสียงเลือกกรรมการ\nที่สะท้อนประเภทธุรกิจและจำนวนสมาชิกอย่างเป็นธรรม\n   3.3 มีการกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ รวมทั้งองค์ประกอบ\nและวิธีการคัดเลือกกรรมการ ประธานกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งการใช้สิทธิออกเสียง การเรียกและ\nการประชุมคณะกรรมการ ตลอดจนการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการ การพิจารณาการมีส่วนได้เสีย\nการพ้นและการต่อวาระการดำรงตำแหน่ง\n   3.4 มีหลักเกณฑ์ในการรับสมาชิกที่โปร่งใส เป็นธรรม และไม่มีลักษณะเป็นการกีดกันการแข่งขัน\nทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและสถานภาพของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด\nเกี่ยวกับวีธีการรับสมาชิก ประเภทของสมาชิก สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก การพ้นจากสมาชิกภาพ \nการรับสมาชิกซึ่งพ้นจากสมาชิกภาพเข้าเป็นสมาชิกใหม่ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการประชุมใหญ่\n   3.5 มีหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับสมาชิก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองและรักษาประโยชน์\nของผู้ลงทุนและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของตลาดโดยรวม\n   3.6 มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก\n   3.7 มีมาตรการกำกับดูแลให้สมาชิกปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสมาคมฯ และจรรยาบรรณในการประกอบ\nธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยอย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวินัยและ\nระดับการลงโทษสมาชิก การเปิดเผยการลงโทษบทบาทของคณะกรรมการในการลงโทษ ตลอดจน\nการพิจารณาและการดำเนินการทางวินัย\n   3.8 มีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับข้อร้องเรียนจากลูกค้าของสมาชิก หรือระบบระงับข้อพิพาท\nระหว่างสมาชิกหรือระหว่างสมาชิกกับลูกค้าอันเนื่องมาจากการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n4. ในกรณีที่หลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับสมาชิกที่ยื่นประกอบคำขอรับความเห็นชอบอาจมีผลกระทบ ต่อการดำเนินงาน\nหรือประโยชน์ได้เสียของสมาชิก ผู้ลงทุน หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับสมาคมฯ สมาคมฯ ต้องจัดให้มี\nการรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลดังกล่าว และจัดส่งรายงานการรับฟัง ความคิดเห็นนั้นให้สำนักงาน ก.ล.ต. \nเพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ การรับฟังความคิดเห็นข้างต้น ไม่ใช้บังคับกับหลักเกณฑ์\nที่เกี่ยวกับการบริหารงานภายใน องค์กรของสมาคมฯ หรือหลักเกณฑ์อื่นใดตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด\n \nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ\nการขอรับความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบสมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n\nหมายเหตุ\n*วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอตามแบบที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. \nจัดไว้ในระบบสำหรับการยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์\n(“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงานจะยังไม่พิจารณา\nคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม\nครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาด\nตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่า มีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอ\nไว้พิจารณาต่อไป","2023-11-22T09:27:31"],
    [4208,"9a83b7dc-0a80-44cd-bd60-086e80a88fa1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนการเริ่มประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83aec6-5135-420d-955a-4031dba3b29c",45,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสำนักหักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n\n2. ผู้ยื่นคำขอจะให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนการเริ่มประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีตามที่ได้รับใบอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้จนครบถ้วนแล้ว \n\t2.1  ได้ร่วมกันกับสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดวันนัดหมายที่จะให้สำนักงาน ก.ล.ต.เข้าตรวจสอบระบบงานแล้ว\n\t2.2  ได้ยื่นเอกสารดังนี้ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันทำการก่อนวันยื่นคำขอ \n\t\t(1) เอกสารนโยบาย และเอกสารแสดงระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจตามประเภทที่ขอเริ่มประกอบธุรกิจ \n\t\t(2) แบบรับรองคุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน และประวัติบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นบุคลากรของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี (ส่วนของเจ้าของประวัติ)\n\t\t(3) แบบรับรองคุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน และประวัติบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นบุคลากรของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี (ส่วนของนิติบุคคล)\n\t\t(4) แบบรับรองประวัติบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี\n\t\t(5) กฎเกณฑ์ของสำนักหักบัญชีที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4(3) ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุนแล้ว\n\n3.  ผู้ยื่นคำขอจะเริ่มประกอบธุรกิจได้ก็ต่อเมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอสามารถแสดงได้ว่า ผู้ยื่นคำขอ\n\t3.1  มีการบริหารงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ\n\t3.2  มีนโยบายและมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การป้องกันการล่วงรู้ข้อมูลภายในระหว่างหน่วยงานและบุคลากร การควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีมาตรการในการควบคุมและติดตามให้มีการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการที่วางไว้\n\t3.3  มีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีตามที่ได้แสดงไว้ในคำขอ เว้นแต่กรณีมีความแตกต่างกันเพียงวิธีการซึ่งมิได้ทำให้ระบบงานและบุคลากรที่ได้แสดงไว้เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ\n\t3.4  แสดงได้ว่าบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา และผู้รับผิดชอบสูงสุดในงานเกี่ยวกับการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในภาคผนวกท้ายประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี  ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตที่เป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรืออยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเป็นสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในส่วนของบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่  \n\t3.5  กฎเกณฑ์ของสำนักหักบัญชีที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4(3) ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน\n\t\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (e-submission)\n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและจะระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n\n4. หากเห็นว่ายังไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่อง และสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดระยะเวลาผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น \n\n\tสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n\n\tหากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2025-10-01T09:42:54"],
    [4209,"9a83c268-ea1e-4bd0-ae5d-ed61cab61c31","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันคุณวุฒิและประสบการณ์ทำงานของบุคลากรที่ดำรงตำแหน่งของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สำนักหักบัญชี และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83be1d-546e-4afe-980e-21cd3f2a448e",30,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็น\tผู้ที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ\n\tผู้ที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี หรือผู้ประกอบธุรกิจสำนักหักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือผู้ที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต หรือ\n2. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อผู้ยื่นคำขอแสดงได้ว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรซึ่งจะทำให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่อาจแสดงได้ว่าจะมีบุคลากรที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ผู้บริหาร และที่ปรึกษา เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ \n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (e-submission)\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบ\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n4. สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\nหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2024-08-13T11:24:11"],
    [4210,"9a83c6d8-02a7-447c-baf8-c701444e35a4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันระยะเวลาการเริ่มประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a83c389-dedc-469c-a74c-81098978e3a0",30,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็น\t\nผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ\nผู้ประกอบธุรกิจสำนักหักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ\nผู้ประกอบธุรกิจศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือผู้ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต. \n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นหนังสือขอผ่อนผัน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ และต้องยื่นคำขอก่อนครบกำหนดเวลาในการเริ่มประกอบธุรกิตภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต\n3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อผู้ยื่นคำขอแสดงได้ว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรซึ่งจะทำให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่อาจแสดงความพร้อมในการประกอบธุรกิจอันเป็นเหตุให้ไม่อาจเริ่มประกอบธุรกิจได้ภายในกำหนดเวลา\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (e-submission)\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบ\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n4. หากเห็นว่ายังไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่อง และสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดระยะเวลาผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น\n    สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n   หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2025-10-01T09:34:40"],
    [4211,"9a83f815-e748-4c74-b8e6-8fcbfce1549e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การผ่อนผันหลักเกณฑ์ตามประกาศเกี่ยวกับการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a83e7ce-392f-44be-8b15-6b6d367b9ca7",30,0,3,"1. การขอผ่อนผันหลักเกณฑ์ตามประกาศเกี่ยวกับการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชนมี 6 เรื่อง ดังนี้\n   1.1 หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุญาตออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล\n   1.2 การเปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล\n   1.3 การขอผ่อนผันการลงลายมือชื่อในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล\n   1.4 ระยะเวลาการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต\n   1.5 การเปิดเผยรายละเอียดหรือไม่จัดทำและจัดส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน งบการเงินประจำรอบปีบัญชี งบการเงินรายไตรมาส (ถ้ามี) เอกสารประกอบการจัดส่งงบการเงิน แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี รายงานการใช้เงินและความคืบหน้าของโครงการหรือกิจการตามแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัล รายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและรายงานสอบทานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่มีการจัดทำล่าสุด รายงานการวิเคราะห์และคำอธิบายระหว่างกาลของฝ่ายจัดการ และรายงานเหตุการณ์สำคัญ\n    1.6 การขอผ่อนผันการยื่นรายงานผลการขายโทเคนดิจิทัล\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้\n   2.1 กรณี 1.1-1.3 : ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัล\n   2.2 กรณี 1.4-1.6 : ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายโทเคนดิจิทัล\n\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอผ่อนผันพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคำขอผ่อนผันต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้\n   3.1 กรณี 1.1 : ยื่นก่อนวันที่สำนักงาน ก.ล.ต. จะเริ่มพิจารณาคำขออนุญาต\n   3.2 กรณี 1.2 : ยื่นก่อนที่แบบแสดงรายการข้อมูลจะมีผลใช้บังคับ\n   3.3 กรณี 1.3 : ยื่นก่อนวันยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล\n   3.4 กรณี 1.4 : ยื่นก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาอนุญาตให้เสนอขายตามที่กำหนดในประกาศ\n   3.5 กรณี 1.5 : ยื่นก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาจัดทำและจัดส่งรายงานตามที่กำหนดในประกาศ\n   3.6 กรณี 1.6 : ยื่นก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาส่งรายงานผลการขายโทเคนดิจิทัล\n\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่ากรณีที่ขอผ่อนผันดังกล่าวมีเหตุจำเป็นและสมควรในการขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ \nพร้อมทั้งแจ้งกำหนดระยะเวลาที่จะส่งรายงานนั้น (ในกรณีที่เป็นการผ่อนผันการยื่นรายงานตามประกาศเกี่ยวกับการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน\n\nทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอผ่อนผันให้มีรายละเอียดตามที่กำหนดในประกาศเกี่ยวกับการเสนอขายโทเคนดิจิทัล\nต่อประชาชน\n\nหมายเหตุ\n(1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จะแจ้งความบกพร่องของคำขอและรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้นแก่ผู้ยื่นคำขอ\n\n(2) สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:43:17"],
    [4212,"9a841832-5e1f-4836-a787-0cb8c58791d8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9a83f9f7-f249-4e02-a589-f05ebcb7c1e8",90,300000,24,"1. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตให้เสนอขายโทเคนดิจิทัลได้ต่อเมื่อแสดงให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เห็นได้ว่า ผู้ยื่นคำขอและโทเคนดิจิทัลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด\n\n2. คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ\n   2.1 เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n   2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรืออยู่ระหว่างการยื่นหรือไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการหรือการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย\n   2.3 ไม่เคยจัดสรรและส่งมอบโทเคนดิจิทัลที่มีลักษณะเดียวกันให้แก่บุคคลใด เว้นแต่เป็นการจัดสรรและส่งมอบโทเคนดิจิทัลโดยชอบตามประกาศที่เกี่ยวข้อง\n   2.4 เป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนที่เข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้\n        (1) ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนรายใหญ่\n        (2) ผู้ลงทุนที่มิใช่ผู้ลงทุนตาม (1) ซึ่งเสนอขายเป็นมูลค่าไม่เกินรายละ 3 แสนบาทต่อการเสนอขายในครั้งนั้น ทั้งนี้ ต้องกำหนดมูลค่าสูงสุดของการเสนอขายในแต่ละครั้งต่อผู้ลงทุนประเภทนี้รวมกันไม่เกินมูลค่าดังนี้แล้วแต่มูลค่าใด จะสูงกว่า\n             (2.1) ไม่เกิน 4 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้นของผู้ออกโทเคนดิจิทัล\n             (2.2) ไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทั้งหมดที่เสนอขายต่อครั้ง\n   2.5 ไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้บริหาร และผู้มีอำนาจควบคุมกิจการของผู้ยื่นคำขอมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท โดยอนุโลม\n   2.6 ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่าข้อมูลที่เปิดเผยต่อประชาชนหรือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่ตรงต่อความเป็นจริง ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน หรือมีข้อความที่อาจทำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิด\n   2.7 แสดงได้ว่าผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“ICO portal”) ได้พิจารณาแล้วว่าการเสนอขายโทเคนดิจิทัลมีลักษณะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และสามารถเสนอขายผ่านระบบของผู้ให้บริการดังกล่าวได้\n   2.8 งบการเงินของผู้ยื่นคำขอและงบการเงินรวมประจำงวดการบัญชีปีล่าสุด (ถ้ามี) ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้\n        (1) จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและผู้สอบบัญชี ดังนี้\n            (1.1) มาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะในกรณีที่ผลการดำเนินงานและฐานะการเงินในอดีตของผู้ยื่นคำขอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกโทเคนดิจิทัลที่ขออนุญาต และงบการเงิน ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ\n \t    (1.2) มาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยตามที่กำหนดโดยกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ในกรณีอื่นนอกจาก (1.1)\n        (2) รายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีตามกรณี (1.1) ต้องไม่มีลักษณะแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข ถูกจำกัดขอบเขต ไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน หรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง\n   2.9 ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีหน้าที่ตามกฎหมายในการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่องตามภาค 4 ของประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน หรือตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (“พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ”) จะต้องไม่อยู่ระหว่างค้างการนำส่งหรือการปรับปรุงงบการเงินหรือรายงานที่มีหน้าที่ตามภาค 4 ของประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขาย\nโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน หรือมาตรา 56 หรือมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ แล้วแต่กรณี หรืออยู่ระหว่างปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงาน ก.ล.ต. ตามมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ\n   2.10 คุณสมบัติอื่น ๆ เช่น ไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ไม่มีประวัติการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์\nการอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์และการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในเรื่องที่มีนัยสำคัญ ภายในระยะเวลา 5 ปีก่อนวันยื่นคำขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัล เป็นต้น\n   2.11 กรณีการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate backed-ICO: “RE-backed ICO”) ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์เพิ่มเติม ดังนี้\n         (1) ไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ยื่นคำขอมีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประสบปัญหาทางการเงิน มีข้อบกพร่องหรือความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุมและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n         (2) มีหรือจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ\n         (3) มีหรือจะมีความพร้อมด้านบุคลากรที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน โดยอย่างน้อยต้องมีผู้รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการดูแลจัดการทรัพย์สิน ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ด้านบริหารจัดการลงทุนหรือการจัดหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์\n         (4) มีการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ\n         (5) มีความพร้อมในการบริหารจัดการทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ ดังนี้\n             (5.1) ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่ากลไกการบริหารจัดการทรัพย์สินจะไม่สามารถรักษาสิทธิของผู้ถือโทเคนดิจิทัลหรือไม่สามารถปฏิบัติต่อผู้ถือโทเคนดิจิทัลอย่างเป็นธรรม\n             (5.2) ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่าขาดระบบงานที่เพียงพอที่จะทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัล\n             (5.3) มีการบริหารจัดการด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต โดยต้องปฏิบัติต่อผู้ถือโทเคนดิจิทัลอย่างเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือโทเคนดิจิทัลโดยรวม รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลและร่างหนังสือชี้ชวน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทรัสต์ และมติของผู้ถือโทเคนดิจิทัล  \n             (5.4) มีการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในการบริหารจัดการทรัพย์สิน\n         (6) มีร่างสัญญาก่อตั้งทรัสต์สำหรับธุรกรรม RE-backed ICO\n         (7) มีกลไกควบคุมให้ผู้ยื่นคำขอโอนทรัพย์สินที่จะเป็นกองทรัสต์ให้แก่ทรัสตี\n   2.12 กรณีการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน (“Infra-backed ICO”) ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์เพิ่มเติม ดังนี้\n\t(1) ไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ยื่นคำขอมีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประสบปัญหาทางการเงิน มีข้อบกพร่องหรือความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุมและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n\t(2) มีหรือจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ\n\t(3) มีหรือจะมีความพร้อมด้านบุคลากรที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน โดยอย่างน้อยต้องมีผู้รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการดูแลจัดการทรัพย์สินและมีบุคลากรอีกไม่น้อยกว่า 2 ราย ซึ่งมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนดังนี้\n\t     (3.1) มีความรู้และประสบการณ์ด้านบริหารจัดการลงทุนหรือการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน (“Infra”) รวมกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีภายในช่วงระยะเวลา 5 ปีก่อนวันยื่นคำขออนุญาต\n\t     (3.2) มีความรู้ความสามารถในการวัดมูลค่า (valuation) ของทรัพย์สิน Infra ได้อย่างน่าเชื่อถือ\n\t(4) มีการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ\n\t(5) มีความพร้อมในการบริหารจัดการทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ดังนี้\n\t     (5.1) ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่ากลไกการบริหารจัดการทรัพย์สินจะไม่สามารถรักษาสิทธิของผู้ถือโทเคนดิจิทัลหรือไม่สามารถปฏิบัติต่อผู้ถือโทเคนดิจิทัลอย่างเป็นธรรม\n\t     (5.2) ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่าขาดระบบงานที่เพียงพอที่จะทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัล\n\t     (5.3) มีการบริหารจัดการด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต โดยต้องปฏิบัติต่อผู้ถือโทเคนดิจิทัลอย่างเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือโทเคนดิจิทัลโดยรวม รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลและร่างหนังสือชี้ชวน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทรัสต์ และมติของผู้ถือโทเคนดิจิทัล\n\t     (5.4) มีการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในการบริหารจัดการทรัพย์สิน\n         (6) มีร่างสัญญาก่อตั้งทรัสต์สำหรับธุรกรรม Infra-backd ICO และมีหนังสือรับรองจากผู้ที่จะเข้าเป็นทรัสตีของกองทรัสต์โดยต้องมีข้อความที่แสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นทรัสตีของกองทรัสต์ โดยได้ศึกษาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้ยื่นคำขอยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว และรับรองว่าร่างสัญญาก่อตั้งทรัสต์เป็นไปตามที่กำหนดและตนมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นทรัสตีของกองทรัสต์นั้น\n         (7) มีกลไกควบคุมให้ผู้ยื่นคำขอโอนทรัพย์สินที่จะเป็นกองทรัสต์ให้แก่ทรัสตี\n\n3. ลักษณะโทเคนดิจิทัล/โครงการ\n   3.1 แสดงได้ว่าโทเคนดิจิทัลที่ขออนุญาตเป็นโทเคนดิจิทัลประเภทใด (โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนและ/หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์)\n   3.2 มีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนธุรกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินโครงการหรือกิจการตามแผนธุรกิจ รวมทั้งการให้สิทธิแก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัล\n   3.3 ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่าแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัล และกลไกการให้สิทธิแก่ผู้ถือผ่านสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ไม่สามารถบังคับได้จริง หรือเป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุน\n   3.4 แสดงได้ว่ามีการจัดทำและเปิดเผยรหัสต้นทาง (source code) ของสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ทั้งนี้ การเปิดเผยรหัสต้นทางให้เป็นไปตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.\n        ในกรณีที่สัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ไม่สามารถบังคับตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวนได้ทั้งหมด ผู้ยื่นคำขอต้องมีกลไกอื่นที่นำมาใช้ทดแทนสัญญาอัจฉริยะ (smart contract)  ทั้งนี้ ต้องแสดงได้ว่ากลไกอื่นดังกล่าวสามารถใช้บังคับได้จริง และไม่เป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุน\n   3.5 กรณีการเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่มีการกำหนดผลตอบแทนหลักไว้อย่างแน่นอน \n        ต้องแสดงได้ว่ามีการประเมินความน่าเชื่อถือของโครงการหรือกิจการที่สมเหตุสมผลโดย ICO portal หรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระ และต้องเปิดเผยข้อมูลการประเมินความน่าเชื่อถือดังกล่าว รวมทั้งปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณา ในกรณีที่เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่มีการกำหนดผลตอบแทนหลักไว้อย่างแน่นอน โดยไม่ผันแปรตามผลการดำเนินงานของโครงการ ไม่ว่าจะมีการกำหนดผลตอบแทนเพิ่มเติมที่อ้างอิงกับปัจจัยอ้างอิงอื่นหรือไม่ เว้นแต่ เป็นการเสนอขาย RE-backed ICO หรือ Infra-backed ICO\n   3.6 กรณี RE-backed ICO ต้องมีลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ จำนวนหรือมูลค่าการลงทุน การตรวจสอบและสอบทาน (due diligence) การประเมินมูลค่า การทำสัญญา การเปิดเผยข้อมูล ร่างสัญญาก่อตั้งทรัสต์ กลไกควบคุม และสิทธิของโทเคนดิจิทัลแต่ละชนิด ที่เป็นไปตามที่กำหนด เช่น\n        (1) ได้ตรวจสอบหรือสอบทานอสังหาทรัพย์ (ทำ due diligence) และประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ \n\t(2) ในการทำสัญญาเพื่อให้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ต้องไม่มีข้อตกลงหรือข้อผูกพัน ที่อาจส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ในราคายุติธรรม (ในขณะที่มีการจำหน่าย)\n\t(3) ไม่มีการนำทรัพย์สิน Infra ไปใช้ดำเนินการในลักษณะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ขัดต่อศีลธรรมหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย\n        (4) ในกรณีที่มีการแบ่งโทเคนดิจิทัลออกเป็นหลายชนิด ต้องเป็นไปตามที่กำหนด\n   3.7 กรณี Infra-backed ICO ต้องมีกิจการโครงสร้างพื้นฐาน ลักษณะของทรัพย์สิน Infra มูลค่าการลงทุน การตรวจสอบและสอบทาน (due diligence) การประเมินมูลค่า การทำสัญญา การเปิดเผยข้อมูล ร่างสัญญาก่อตั้งทรัสต์ กลไกควบคุม และสิทธิของโทเคนดิจิทัลแต่ละชนิด ที่เป็นไปตามที่กำหนด เช่น\n        (1) ได้ตรวจสอบหรือสอบทานทรัพย์สิน Infra (ทำ due diligence) และประเมินมูลค่าทรัพย์สิน Infra รวมถึงมีการแสดงความเห็นของผู้ยื่นคำขอและ ICO portal เกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของรายงานการประเมินมูลค่า ตามที่กำหนด\n\t(2) ในการทำสัญญาเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน Infra ต้องไม่มีข้อตกลงหรือข้อผูกพัน ที่อาจส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายทรัพย์สิน Infra ในราคายุติธรรม (ในขณะที่มีการจำหน่าย) และต้องไม่ทำกับบุคคลที่มีลักษณะเป็นไปตามที่กำหนด\n\t(3) ไม่มีการนำทรัพย์สิน Infra ไปใช้ดำเนินการในลักษณะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง และในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันอาจเป็นเหตุให้ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงและมีนัยสำคัญ\n        (4) ต้องมีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอิสระเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้กับ Infra (technological feasibility) เฉพาะในกรณีที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยใช้ในไทยมาก่อน หรือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะด้านเป็นพิเศษ (ถ้ามี)\n        (5) ในกรณีที่มีการแบ่งโทเคนดิจิทัลออกเป็นหลายชนิด ต้องเป็นไปตามที่กำหนด\n\nทั้งนี้ รายละเอียดในการอนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน\n\nหมายเหตุ\n(1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของคำขอและรายการเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้นแก่ผู้ยื่นคำขอ\n\n(2) สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:53:06"],
    [4213,"9a9fe83c-0bd1-4a00-9f03-a1cc2335e195","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9a9faa36-d846-4194-b227-1827b68abf89",180,50000,15,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์รวมกันไม่น้อยกว่า 15 ราย และมีการจัดทำข้อตกลงจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งมีข้อตกลงอย่างน้อยเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างสมาชิกผู้ก่อตั้ง และเหตุที่จะเลิกศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแสดงได้ว่าศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่จะจัดตั้งมีคุณสมบัติและลักษณะครบถ้วนดังต่อไปนี้\n\t2.1 มีทุนในการดำเนินงานไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท\n\t2.2 มีกรรมการที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม รวมทั้งมีวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และจำนวนกรรมการ ที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  โดยมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด\n\t2.3 มีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอต่อการรองรับการประกอบการและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ  ทั้งนี้ ส่วนของทุนในการดำเนินงานต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจรวม 6 เดือน และคำนวณจากงบบัญชีล่าสุด โดยต้องอยู่ในรูปของทรัพย์สินที่มีคุณภาพและมีสภาพคล่องเพียงพอ\n\t2.4 มีระบบการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ และระบบการรับฝากและถอนหลักทรัพย์ ซึ่งดำเนินการโดยสำนักหักบัญชีหรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรืออยู่ระหว่างยื่นขอรับใบอนุญาตดังกล่าว  ทั้งนี้ ไม่ว่าจะดำเนินการโดยตนเองหรือบุคคลอื่น หรือดำเนินการโดยผู้ที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้สามารถประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาต\n\t2.5 มีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT risk) และความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ \n(cyber risk) ที่เพียงพอ โดยต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\nว่าด้วยข้อกำหนดในรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งแนวปฏิบัติที่ออกตามประกาศดังกล่าว \nโดยอนุโลม และจัดให้มีการทดสอบการเจาะระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (penetration test) ให้ครบถ้วนทุกระบบงานทุก 3 ปี โดยเรียงลำดับความสำคัญตามผลการประเมินความเสี่ยง และรายงานผลการทดสอบดังกล่าวต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ภายในไตรมาสแรกของปีถัดจากปีที่มีการทดสอบแต่ละระบบ\n\t2.6 มีมาตรการรักษาความลับของสมาชิกและผู้ใช้บริการ\n\t2.7 มีมาตรการจัดการข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเกิดจากการใช้บริการที่จัดโดยศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์\n\t2.8 มีมาตรการป้องกันศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ จากการแสวงหาประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ\n\t2.9 มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับการซื้อขาย ซึ่งอย่างน้อยต้องครอบคลุมในเรื่อง (1) ขั้นตอนและวิธีการซื้อขายของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ โดยจะต้องเปิดเผยการจัดลำดับและการจับคู่คำสั่งซื้อขายด้วย และ (2) ประเภทหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้บนศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงข้อจำกัดหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ของหลักทรัพย์ในแต่ละประเภท\n\t2.10 มีหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ที่มีข้อกำหนดที่จะไม่รับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์อื่น \nมาซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์\n\t2.11 มีกลไกในการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดในส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอิสระจากการบริหารจัดการของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และรายงานการปฏิบัติงานโดยตรงต่อคณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย\n\t2.12 มีระเบียบหรือข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และการดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าว รวมถึงการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก ผู้ลงทุน หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535\n\t2.13 มีหนังสือยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นใด เพื่อตรวจสอบฐานะการเงิน การดำเนินงาน สินทรัพย์ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ขอรับใบอนุญาต\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ประสงค์จะประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยให้ยื่นแบบคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n\t1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมีบัญชีผู้ใช้งานสำหรับนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account) และแจ้งแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องในการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ https://www.sec.or.th/ca \n\t1.2 เมื่อเอกสารในข้อ 1.1 ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการให้ใบอนุญาต (e-submission) โดยผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบผ่านระบบดังกล่าวให้ครบถ้วนถูกต้อง\n\t1.3 ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต\n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบตามคู่มือสำหรับประชาชน\n\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและจะระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n\n4. สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\nหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:39:48"],
    [4214,"9aa00faa-d941-4767-95d6-41e6b8cf2da1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไข ก่อนการเริ่มประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa0037b-3d76-4c3f-8373-e1fa72ab116b",45,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n2. ผู้ยื่นคำขอจะยื่นคำขอให้สำนักงานตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนการเริ่มประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ได้ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้จนครบถ้วนแล้ว\n\t2.1 ได้ร่วมกันกับสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดวันนัดหมายที่จะให้สำนักงาน ก.ล.ต. เข้าตรวจสอบระบบงานแล้ว\n\t2.2  ได้ยื่นเอกสารดังนี้ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันทำการก่อนวันยื่นคำขอ \n\t\t(1) ร่างเอกสารแสดงการจัดให้มีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์\n                (2) แบบรับรองคุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน และประวัติบุคลากร ของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (ส่วนของเจ้าของประวัติ)\n\t        (3) แบบรับรองคุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน และประวัติบุคลากรของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (ส่วนของนิติบุคคล)\n\t2.3 ระเบียบหรือข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4(3) ถึง (12) ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว\n\n3. ผู้ยื่นคำขอจะเริ่มประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ได้ต่อเมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถแสดงได้ถึงเรื่องดังต่อไปนี้\n\t(1)  มีการบริหารงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ\n\t(2)  มีนโยบายและมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การป้องกันการล่วงรู้ข้อมูลภายในระหว่างหน่วยงานและบุคลากร การควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีมาตรการในการควบคุมและติดตามให้มีการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการที่วางไว้ ตลอดจนมีโครงสร้างของคณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์\nที่ประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์อันจำเป็นต่อการดำเนินงานของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และมีกรรมการอิสระที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ เป็นกลาง และมีความเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ความมั่นคงปลอดภัย และเสถียรภาพของระบบตลาดทุนเป็นสำคัญ\n\t(3)  มีผู้จัดการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในภาคผนวกท้ายประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์\n\t(4)  มีผู้บริหาร ที่ปรึกษา และผู้รับผิดชอบสูงสุดในงานเกี่ยวกับการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในภาคผนวกแนบท้ายประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์\n\t(5)  ไม่มีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ในระหว่างประสบปัญหาทางการเงิน รวมทั้งไม่มีข้อบกพร่องหรือมีความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุมและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n\t(6)  สำนักหักบัญชีและศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่แสดงไว้ตามข้อ 4(4) ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถประกอบการได้ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n\t(7)  มีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจตามที่ได้แสดงไว้ในคำขอ เว้นแต่กรณีที่มีความแตกต่างกันเพียงวิธีการซึ่งมิได้ทำให้ระบบงานและบุคลากรที่ได้แสดงไว้เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ\n\t(8)  ระเบียบหรือข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4(3) ถึง (12) ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (e-submission)\n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบ\n\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและจะระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n\n4. หากเห็นว่ายังไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่อง และสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดระยะเวลาผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น \n\n\tสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n\n\tหากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3","2025-10-01T09:41:04"],
    [4215,"9aa7d043-bd8b-428c-bbc7-1ee92bec7f9f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa7b2e0-ee4a-428a-88c8-6e97b6869b0e",180,1000000,15,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ธนาคารพาณิชย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือผู้ที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และต้องมิใช่ผู้ประกอบการเป็นสำนักหักบัญชี หรือสำนักหักบัญชีสัญญา\n\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตจะได้รับใบอนุญาตต่อเมื่อมีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\n\t2.1 มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท  ทั้งนี้ ในกรณีไม่มีทุนจดทะเบียนให้พิจารณาจากส่วนของเจ้าของในรอบปีบัญชีล่าสุด หากไม่มีส่วนของเจ้าของให้พิจารณาจากทุนในการดำเนินงาน\n\n\t2.2 แสดงได้ว่าจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ อย่างน้อยตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\n\t2.3 แสดงได้ว่าจะให้บริการเฉพาะหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\n\n\t2.4 แสดงได้ว่าจะมีการนำนวัตกรรม (innovative financial services) มาใช้ในการประกอบการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทย\n\n\t2.5 ไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ในระหว่างประสบปัญหาทางการเงิน รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีข้อบกพร่องหรือมีความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุม\nและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n\n\t2.6 ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตมีการประกอบธุรกิจอื่นหรือประสงค์จะประกอบธุรกิจอื่น ต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังต่อไปนี้\n\t\t(ก)  แสดงได้ว่ามีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือส่วนของเจ้าของในรอบปีบัญชีล่าสุดหรือทุนในการดำเนินงานเพียงพอสำหรับการประกอบธุรกิจอื่น ซึ่งแยกต่างหากจากทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วหรือส่วนของเจ้าของในรอบปีบัญชีล่าสุดหรือทุนในการดำเนินงานสำหรับการประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\t\t(ข)  ธุรกิจอื่นของผู้ขอรับใบอนุญาตต้อง\n\t\t\t1.  เป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เป็นประโยชน์ หรือสนับสนุนการประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\t\t\t2.  ไม่มีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของสมาชิกหรือผู้ใช้บริการ เว้นแต่จะแสดงได้ว่าสามารถจัดให้มีระบบในการควบคุมความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของสมาชิกหรือผู้ใช้บริการได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม\n\t\t\t3.  ไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับการประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ \nเว้นแต่จะแสดงได้ว่าสามารถจัดให้มีระบบในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ\n\t\t(ค)  งบการเงินประจำปีงวดการบัญชีปีล่าสุดของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ \n\t\t(ง)  สามารถดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรองได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่จัดตั้งนิติบุคคลนั้น หรือกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น  ทั้งนี้ ในกรณีไม่มีเงินกองทุนและเงินสำรองให้พิจารณาจากทุนในการดำเนินงาน\n\t\t(จ)  ได้รับความยินยอมให้ประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จากหน่วยงานที่ควบคุมการประกอบธุรกิจอื่นของ\nนิติบุคคลนั้น  \n\t\n\t2.8 ไม่มีประวัติดังต่อไปนี้ ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n\t\t(ก)  เคยถูกคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\t\t(ข)  เคยถอนคำขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ในระหว่างการพิจารณาคำขอ\n\t\t(ค)  เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต. จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบเนื่องจากไม่แก้ไขความบกพร่องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดตามข้อ 7 ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต\nและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\n\t2.9 ไม่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสำนักงาน ก.ล.ต. หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน\n\n\t2.10 ไม่เป็นผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน เว้นแต่จะพ้นโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว\nไม่น้อยกว่า 10 ปี\n\n\t2.11 มีหนังสือยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจ หรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นใด เพื่อตรวจสอบฐานะการเงิน การดำเนินงาน สินทรัพย์ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ขอรับใบอนุญาตได้ตามข้อ 6 \nของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ประสงค์จะประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยให้ยื่นแบบคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n\t1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมีบัญชีผู้ใช้งานสำหรับนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account) และแจ้งแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องในการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ https://www.sec.or.th/ca \n\t1.2 เมื่อเอกสารในข้อ 1.1 ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการให้ใบอนุญาต (e-submission) โดยผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบผ่านระบบดังกล่าวให้ครบถ้วนถูกต้อง\n\t1.3 ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต\n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบตามคู่มือสำหรับประชาชน\n\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและจะระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n\n4. สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\nหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:39:54"],
    [4216,"9aa7f9f0-aae0-4fdf-9e8a-780a51714dbb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนการเริ่มประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa7ef54-1acc-4f0d-8a28-e606565d343e",45,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n\n2. ผู้ยื่นคำขอจะให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนการเริ่มประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามที่ได้รับใบอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้จนครบถ้วนแล้ว \n\t2.1  ได้ร่วมกันกับสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดวันนัดหมายที่จะให้สำนักงาน ก.ล.ต.เข้าตรวจสอบระบบงานแล้ว\n\t2.2  ได้ยื่นเอกสารดังนี้ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันทำการก่อนวันยื่นคำขอ \n\t\t(1) เอกสารนโยบาย และเอกสารแสดงระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจตามประเภทที่ขอเริ่มประกอบธุรกิจ \n\t(2) แบบรับรองคุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน และประวัติบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นบุคลากรของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ส่วนของเจ้าของประวัติ)\n\t(3) แบบรับรองคุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน และประวัติบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นบุคลากรของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ส่วนของนิติบุคคล)\n\t(4) แบบรับรองประวัติบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประสงค์จะเริ่มประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์\n\t(5) กฎเกณฑ์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4(2) ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุนแล้ว\n\n3. ผู้ยื่นคำขอจะเริ่มประกอบธุรกิจได้ก็ต่อเมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอสามารถแสดงได้ว่า ผู้ยื่นคำขอ\n\t3.1  มีการบริหารงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ\n\t3.2  มีนโยบายและมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การป้องกันการล่วงรู้ข้อมูลภายในระหว่างหน่วยงานและบุคลากร การควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงในการประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีมาตรการในการควบคุมและติดตามให้มีการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการที่วางไว้\n\t3.3  มีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามที่ได้แสดงไว้ในคำขอ \nเว้นแต่กรณีมีความแตกต่างกันเพียงวิธีการซึ่งมิได้ทำให้ระบบงานและบุคลากรที่ได้แสดงไว้เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ\n\t3.4  แสดงได้ว่าบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา และผู้รับผิดชอบสูงสุดในงานเกี่ยวกับการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในภาคผนวกท้ายประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์  \nทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตที่เป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรืออยู่ระหว่างยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ \nหรือเป็นสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในส่วนของบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้น\nรายใหญ่  \n\t3.5  กฎเกณฑ์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4(2) ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ \nได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุน\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (e-submission)\n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบ\nความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบ\n\n3. \tกรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและจะระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n\n4. \tหากเห็นว่ายังไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่อง และสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดระยะเวลาผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น \n\n\tสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\nหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n\n\tหากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2025-10-01T09:41:14"],
    [4217,"9aa80fe6-d5e7-4d11-85ab-9a662d62bc46","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับใบอนุญาตการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa8071e-a82c-466a-91f8-0d39fab2dc15",120,100000,10,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และต้องเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ธนาคารพาณิชย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น\n\n2. ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจะได้รับใบอนุญาต เมื่อมีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้\n\t2.1 มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท  ทั้งนี้ ในกรณีไม่มีทุนจดทะเบียนให้พิจารณาจากส่วนของเจ้าของในรอบปีบัญชีล่าสุด หากไม่มีส่วนของเจ้าของให้พิจารณาจากทุนในการดำเนินงาน\n\t2.2 ไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีฐานะการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ในระหว่างประสบปัญหาทางการเงิน รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีข้อบกพร่องหรือความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุมและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n\t2.3 แสดงได้ว่าจะจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบงานในการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์แยกต่างหากจากหน่วยงานอื่น\n\t2.4 แสดงได้ว่าจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ อย่างน้อยตามที่กำหนดไว้ในประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์\n\t2.5 ไม่มีประวัติดังต่อไปนี้ ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต \n\t     (ก)  เคยถูกคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต\n\t     (ข)  เคยถอนคำขอรับใบอนุญาตการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ในระหว่างการพิจารณาคำขอ \n\t     (ค)  เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต. จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบเนื่องจากไม่แก้ไขความบกพร่องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด\n\t2.6 ไม่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสำนักงาน ก.ล.ต. หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน\n\t2.7 ไม่เป็นผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขาล่วงหน้า หรือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน เว้นแต่จะพ้นโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี\n2.8 มีหนังสือยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจ เพื่อตรวจสอบฐานะการเงิน การดำเนินงาน สินทรัพย์ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ขอรับใบอนุญาตได้ตามข้อ 6 ของประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตการ่ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ประสงค์จะให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยให้ยื่นแบบคำขอ\nเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n\t1.1 ผู้ยื่นคำขอต้องมีบัญชีผู้ใช้งานสำหรับนิติบุคคลหรือคณะบุคคล (company account) และแจ้งแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องในการนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ https://www.sec.or.th/ca \n\t1.2 เมื่อเอกสารในข้อ 1.1 ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการให้ใบอนุญาต (e-submission) โดยผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบผ่านระบบดังกล่าวให้ครบถ้วนถูกต้อง\n\t1.3 ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต\n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบตามคู่มือสำหรับประชาชน\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและจะระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n4. สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:39:41"],
    [4218,"9aa81d15-ba63-450c-9c4a-331cdb5c7480","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไข ก่อนการเริ่มการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa8121d-4a99-49f7-8995-c83c45450d22",30,0,3,"1. \tผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์จากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n2.\tผู้ยื่นคำขอจะยื่นคำขอให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฎิบัติตามเงื่อนไขก่อนการเริ่มการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ได้ต่อเมื่อผู้ยื่นคำขอได้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้จนครบถ้วนแล้ว\n\t2.1 ได้ร่วมกันกับสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดวันนัดหมายที่จะให้สำนักงาน ก.ล.ต. เข้าตรวจสอบระบบงานแล้ว\n\t2.2 ได้ยื่นร่างเอกสารแสดงการจัดให้มีระบบงานที่มีความพร้อมในการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันทำการก่อนวันที่ยื่นคำขอ\n\n3.\tผู้ยื่นคำขอต้องยื่นเอกสารแสดงนโยบายและระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์\n\n4.\tผู้ยื่นคำขอจะเริ่มให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ได้ต่อเมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถแสดงได้ถึงเรื่องดังต่อไปนี้\n\t(1)  มีการบริหารงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ\n\t(2)  มีนโยบายและมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์การป้องกันการล่วงรู้ข้อมูลภายในระหว่างหน่วยงานและบุคลากร การควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงในการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีมาตรการในการควบคุมและติดตามให้มีการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการที่วางไว้\n\t(3)  มีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามที่ได้แสดงไว้ในคำขอ เว้นแต่กรณีมีความแตกต่างกันเพียงวิธีการซึ่งมิได้ทำให้ระบบงานและบุคลากรที่ได้แสดงไว้เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ\n\tโดยผู้ยื่นคำขอต้องดำเนินการแก้ไขตามข้อสังเกตหรือคำแนะนำของสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในเวลาที่กำหนด\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (e-submission)\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบ\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n4. หากเห็นว่ายังไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่อง และสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดระยะเวลาผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น\n\n    สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n    หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2025-10-01T09:40:35"],
    [4219,"9aa823d4-95a3-44f0-a0c0-9350e69207dd","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอเลิกการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9aa81e10-d847-4f35-a4d4-a0a150e9b949",60,0,3,"ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดย\n\n1. ผู้ยื่นคำขอตรวจสอบเพื่อรับทราบระยะเวลาประชุมคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนยื่นคำขอ\n\n2. ผู้ยื่นคำขอมาให้ข้อเท็จจริงพร้อมทั้งหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนยื่นคำขอ\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. ปิดรับคำขอสำหรับระยะเวลาที่อยู่นอกเหนือจากช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 25 – 30 วันก่อนถึงวันที่จะมีการประชุมคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n\n4. ผู้ได้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะเลิกการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้แจ้งการเลิกการให้บริการให้ผู้ออกหลักทรัพย์ทราบเป็นหนังสือและให้จัดการส่งมอบหลักทรัพย์และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์รายใหม่ซึ่งผู้ออกหลักทรัพย์มอบหมายให้เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ และให้มีหนังสือแจ้งการดำเนินการดังกล่าวพร้อมทั้งส่งคืนใบอนุญาตการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยยื่นผ่านสำนักงาน ก.ล.ต. และให้ถือว่าได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้เลิกการให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด\n\nหมายเหตุ\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (e-submission)\n\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข / เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายงานเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม้ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นขอ\n\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ\nหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:40:28"],
    [4220,"9abbdd32-781e-449a-bd43-f3b3dcf450a1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-fd57-4ec0-a069-5c5fd7c4a823",20,0,5,"1.  ผู้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบฯ ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ดังนี้  \n   (1)  กรณีบริษัทหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะขอรับความเห็นชอบบุคคลที่ถือหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทหลักทรัพย์นั้น  แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์  ที่มีลักษณะดังนี้    \n        (1.1)  อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐแห่งอื่นอยู่แล้ว หรือ    \n        (1.2)  ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ประกาศยกเว้น เนื่องจากเห็นว่าคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่มีผลต่อความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์    \n   (2)  กรณีผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ประสงค์จะขอรับความเห็นชอบบุคคลที่ถือหุ้นหรือรับประโยชน์จากหุ้นเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐแห่งอื่นอยู่แล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตรวจสอบลักษณะของบุคคลที่เป็นหรือจะเป็น  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หากไม่มีลักษณะต้องห้าม ให้ถือว่าสำนักงานให้ความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า    \n2.  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หมายถึง  \n    (1)  บุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยถือหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทหลักทรัพย์ และ/หรือ    \n    (2) บุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยถือหุ้นหรือรับประโยชน์จากหุ้นเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n3.  ผู้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบ ต้องยื่นคำขอตามแบบคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้\n    (1)  ได้ยื่นร่งโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้วล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันทำการก่อนวันยื่นคำขอ\n    (2) ระยะเวลาในการยื่นคำขอ ดังนี้\n         - กรณีที่การเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกิดขึ้นจากบริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีการเพิ่มทุนใน ให้ยื่นคำขอก่อนวันที่บริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะขายหุ้นเพิ่มทุน\n         - กรณีอื่น ให้ยื่นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่บริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่ามีบุคคลเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ยังไม่ได้ รับบความเห็นชอบ\n       4.  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานต่อเมื่อบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั้น ไม่มีลักษณะต้องห้าม  ทั้งนี้  ตาม \n           (1) ประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ \n           (2) พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 \n           (3) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน \n           (4) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการกำหนดแบบในการยื่นขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้น  \n                รายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ และ  \n           (5) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการขอความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า    \n\nหมายเหตุ    \n   * วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นคำขอตามแบบที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบสำหรับการยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่าน\nระบบ E-SUBMISSION\n   ** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ\nและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน\nผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ \nและสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่า มีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2024-08-13T11:22:17"],
    [4221,"9b0e58ba-5140-47a2-87a7-78ea20b5454f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-ebc8-406e-adc2-a1852ac75d7a",90,250000,10,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ประสงค์จะเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง โดยผู้ยื่นคำขออาจพิจารณาเข้าสู่กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) (รายละเอียดตามหัวข้อกระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) ด้านล่าง) ซึ่งเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้ผู้ยื่นคำขอสามารถเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนยื่นคำขอความเห็นชอบได้ (ตามความสมัครใจ) โดยจำนวนครั้งในการหารือขึ้นอยู่กับลักษณะระบบงานของแต่ละบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งร่างคำขอรับความเห็นชอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประชุมหารือ\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามแบบ 35-FP พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้ ในแบบคำขอดังกล่าวและตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด\n3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อเมื่อมีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด ไม่มีปัญหาด้านฐานะทางการเงิน รวมทั้งต้องมีความเหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุมและการปฏิบัติงาน มีความพร้อมของระบบงานและมีบุคลากรที่ไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนและในกรณีที่ผู้ขอรับความเห็นชอบ เป็นบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจอื่นอยู่แล้ว ต้องเป็นการประกอบกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เป็นประโยชน์ หรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจ และไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้วย เว้นแต่จะได้จัดให้มีระบบในการป้องกันความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์แล้ว\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง\n\nหมายเหตุ\n(1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่น เป็นผู้ยื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ จากผู้ยื่นคำขอ\n(2) สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n(3) กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n(4) กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation)ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามกระบวนการดังต่อไปนี้\n      (4.1) ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์การขอความเห็นชอบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n      (4.2) ผู้ยื่นคำขอประเมินความพร้อมและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอตามแบบตรวจสอบความพร้อม (Self-assessment form)สำหรับผู้ยื่นคำขอที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.\n      (4.3) ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมข้อมูลหรือประเด็นที่ประสงค์จะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการประกอบธุรกิจ รายละเอียดของระบบงานที่เกี่ยวข้อง และแผนการในการพัฒนาระบบงานและสรรหาบุคลากร\n      (4.4) ผู้ยื่นคำขอนัดหมายประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. และในการประชุมบริษัทจะต้องมีผู้รับผิดชอบหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกด้วย","2025-10-01T09:29:02"],
    [4222,"9b0c5f9a-3afc-4f42-a4b3-1777b62ddbe5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การประกอบกิจการอื่นนอกเหนือจากการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-f67d-4269-805d-f52d2cb3f94d",30,0,2,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล\n2. ผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสำนักงาน โดยต้องเป็นการประกอบกิจการที่มีลักษณะครบถ้วนดังนี้\n2.1  เป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เป็นประโยชน์ หรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล\n2.2  ไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เว้นแต่จะแสดงได้ว่าสามารถจัดให้มีระบบในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ\n2.3  เป็นกิจการที่ไม่มีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของลูกค้า ฐานะของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเป็นกิจการที่อาจมีความเสี่ยงดังกล่าวแต่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถจัดให้มีระบบในการควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเพียงพอ\n3. ในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นเอกสารและหลักฐานโดยครบถ้วนและถูกต้องตามที่สำนักงานกำหนด\n\nการตรวจสอบเอกสาร\n1. ผู้ยื่นคำขอยื่นแบบคำขออนุญาตการประกอบกิจการอื่นนอกเหนือจากการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้\n2. สำนักงานตรวจสอบว่าแบบคำขอดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น\n \nสำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\nหากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงานตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2025-10-01T09:43:10"],
    [4223,"9b367e9e-a0d1-4746-add6-0d188ab6ccfe","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วน (fast track) สำหรับกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุน buy & hold และไม่มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในระหว่างอายุของรอบการลงทุนของกองทุนรวม หรืออายุของกองทุนรวม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b367bc4-d91c-44cd-89a8-02d9fd15f127",1,25000,8,"1. ผู้ยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนรวมต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมและมีคุณสมบัติตามที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (“ประกาศจัดตั้งกองทุนรวม\") กำหนด\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่ากองทุนรวมที่จะจัดตั้งนั้นเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป หรือกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย หรือเป็นกองทุนรวมตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด\n\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่าข้อมูลตามคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ (“คำขอฯ”) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนประกาศ กฎ หรือคำสั่งที่ออก โดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายดังกล่าวและต้องไม่มีข้อมูลที่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์นั้น\n\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งระงับการยื่นคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมเป็นการชั่วคราว\n\n5. การตั้งชื่อกองทุนรวมที่ขออนุมัติจัดตั้งและจัดการจะต้องไม่มีข้อความที่อาจทำให้ผู้ลงทุนเกิดความเข้าใจผิดในลักษณะ ประเภท ความเสี่ยง หรือผลตอบแทนของกองทุนรวมนั้น\n\n6. กองทุนรวมที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขอจัดตั้งต้องเป็นกองทุนรวมที่มีเงื่อนไขครบถ้วน ดังนี้\n   (1) กองทุนรวมที่มีการลงทุนในต่างประเทศต้องมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวทั้งหมด\n   (2) หลักเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (ถ้ามี) มีลักษณะตรงไปตรงมา ไม่ผันแปรไปตาม สูตรการคำนวณ \n   (3) กรณีเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ต้องเป็นกองทุน buy & hold \n   (4) ไม่เป็นกองทุนรวมผสม\n   (5) ไม่เป็น feeder fund \n   (6) ไม่มีนโยบายการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เว้นแต่เป็นการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง\n   (7) ไม่มีการแบ่งชนิดหน่วยลงทุน\n   (8) ไม่มีลักษณะที่ต้องขอรับความเห็นชอบหรือขอผ่อนผันในการจัดการกองทุนรวมจากสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อน\n\n   ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นกองทุนรวมดังต่อไปนี้\n   (1) กองทุนรวมภายใต้โครงการ Cross - border Public Offers of ASEAN Collective Investment Schemes \n   (2) กองทุนรวมภายใต้โครงการ Asia Region Funds Passport\n   (3) กองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ของประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ\n   (4) กองทุนรวมตลาดเงินที่มีการกำหนดราคาหน่วยลงทุนเพื่อการขายและรับซื้อคืนคงที่ตลอดเวลา\n   (5) กองทุนรวมอิสลาม\n   (6) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน\n\n7. สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติคำขอฯ ดังนี้\n   - เมื่อผู้ยื่นคำขอส่งคำขอฯ และชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลา 15.30 น. : สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติคำขอฯ ภายในวันทำการดังกล่าว\n   - เมื่อผู้ยื่นคำขอส่งคำขอฯ และชำระค่าธรรมเนียมภายหลังเวลา 15.30 น. : สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติคำขอฯ ภายในวันทำการถัดไป\n\nทั้งนี้ รายละเอียดในการอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วน (fast track) เป็นไปตามประกาศจัดตั้งกองทุนรวมและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด\n\nหมายเหตุ\n\n* วิธีการยื่นคำขอฯ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดทำแบบคำขอฯ ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยบันทึกข้อมูลในการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมผ่านระบบ MF และยื่นคำขอฯ ดังกล่าวผ่านระบบ MF \n\n** กรณีคำขอฯ ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ MF ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอฯ ไว้พิจารณาต่อไป\n\n*** เมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับคำขอฯ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอพิมพ์ ใบแจ้งเรียกเก็บเงิน เพื่อนำไปชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด\n\n**** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาในการพิจารณาคำขอฯ เมื่อผู้ยื่นได้จัดทำคำขอฯ ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน และชำระค่าธรรมเนียมภายใน 15.30 น. สำนักงาน ก.ล.ต. จะเริ่มนับระยะเวลาในวันทำการดังกล่าว หากผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมภายหลังระยะเวลาข้างต้น จะเริ่มนับระยะเวลาในวันทำการถัดไป","2025-10-01T09:52:17"],
    [4224,"9b36a806-cb28-4e9c-a0bd-dd5ccb1a81c8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วน (fast track) สำหรับกองทุนรวมอื่นที่ไม่ใช่กองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุน buy & hold และไม่มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในระหว่างอายุของ รอบการลงทุนของกองทุนรวม หรืออายุของกองทุนรวม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b36a099-34ac-4e36-89f6-d2998b1dc0ab",3,50000,11,"1. ผู้ยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนรวมต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมและมีคุณสมบัติตามที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (“ประกาศจัดตั้งกองทุนรวม\") กำหนด\n\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่ากองทุนรวมที่จะจัดตั้งนั้นเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป หรือกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย หรือเป็นกองทุนรวมตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด\n\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่าข้อมูลตามคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ (“คำขอฯ”) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตลอดจนประกาศ กฎ หรือคำสั่งที่ออก โดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายดังกล่าวและต้องไม่มีข้อมูลที่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์นั้น\n\n4. ผู้ยื่นคำขอต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งระงับการยื่นคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมเป็นการชั่วคราว\n\n5. การตั้งชื่อกองทุนรวมที่ขออนุมัติจัดตั้งและจัดการจะต้องไม่มีข้อความที่อาจทำให้ผู้ลงทุนเกิดความเข้าใจผิดในลักษณะ ประเภท ความเสี่ยง หรือผลตอบแทนของกองทุนรวมนั้น\n\n6. กองทุนรวมที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขอจัดตั้งต้องเป็นกองทุนรวมที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้\n   6.1 feeder fund ซึ่งกองทุนปลายทางต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามภาคผนวกแนบท้ายประกาศจัดตั้งกองทุนรวม และ feeder fund ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนและกำหนดตัวชี้วัดของ feeder fund สอดคล้องกับกองทุนปลายทางดังกล่าว\n      (1) กรณี feeder fund ลงทุนในกองทุนปลายทางที่ออกภายใต้กฎหมายไทย กองทุนปลายทางดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจัดตั้งด้วยวิธีการแบบปกติ  \n      (2) กรณี feeder fund ลงทุนในกองทุนปลายทางที่ออกภายใต้กฎหมายต่างประเทศ จะต้องไม่เป็น feeder fund ที่กำหนดอายุของกองทุนรวมและมีการลงทุนในกองทุนปลายทางที่ไม่มีลักษณะเป็นกองทุน buy & hold \n   6.2 กองทุนรวมที่กำหนดรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญในทุกเรื่องดังนี้ เหมือนกับกองทุนรวมที่ผู้ยื่นเคยได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมด้วยวิธีการแบบปกติ (“กองเหมือน”)  \n       (1) นโยบายการลงทุน\n       (2) ตัวชี้วัดของกองทุนรวม\n       (3) ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน\n       (4) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนและจากกองทุนรวม\n       (5) การแบ่งชนิดของหน่วยลงทุน\n       (6) ข้อความสงวนสิทธิ\n       (7) การคำนวณและการประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม\n       (8) รายละเอียดอื่นที่เป็นสาระสำคัญของกองทุนรวม ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสิทธิหรือประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด\n   6.3 กองทุนรวมอื่นที่นอกเหนือจาก 6.1 หรือ 6.2 ที่มีเงื่อนไขครบถ้วน ดังนี้ \n       (1) กองทุนรวมที่มีการลงทุนในต่างประเทศต้องมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวทั้งหมด\n       (2) หลักเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (ถ้ามี) มีลักษณะตรงไปตรงมา ไม่ผันแปรไปตามสูตรการคำนวณ \n       (3) กรณีเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ต้องเป็นกองทุน buy & hold \n       (4) ไม่เป็นกองทุนรวมผสม\n       (5) ไม่เป็น feeder fund \n       (6) ไม่มีนโยบายการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เว้นแต่เป็นการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง\n       (7) ไม่มีการแบ่งชนิดหน่วยลงทุน\n       (8) ไม่มีลักษณะที่ต้องขอรับความเห็นชอบหรือขอผ่อนผันในการจัดการกองทุนรวมจากสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อน\n\n   ทั้งนี้ กองทุนรวมข้างต้น 6.1 - 6.3 ต้องไม่เป็นกองทุนรวมดังต่อไปนี้\n   (1) กองทุนรวมภายใต้โครงการ Cross - border Public Offers of ASEAN Collective Investment Schemes \n   (2) กองทุนรวมภายใต้โครงการ Asia Region Funds Passport\n   (3) กองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ของประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ\n   (4) กองทุนรวมตลาดเงินที่มีการกำหนดราคาหน่วยลงทุนเพื่อการขายและรับซื้อคืนคงที่ตลอดเวลา\n   (5) กองทุนรวมอิสลาม\n   (6) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน\n\n7. สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติคำขอฯ ดังนี้\n   - เมื่อผู้ยื่นคำขอส่งคำขอฯ และชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลา 16.30 น. : สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติคำขอฯ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับคำขอฯ และผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียมแล้ว\n   - เมื่อผู้ยื่นคำขอส่งคำขอฯ และชำระค่าธรรมเนียมภายหลังเวลา 16.30 น. : สำนักงาน ก.ล.ต. จะพิจารณาอนุมัติคำขอฯภายใน 3 วันทำการนับแต่วันทำการถัดจากวันที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับคำขอฯ และผู้ยื่นชำระค่าธรรมเนียมแล้ว\n\nทั้งนี้ รายละเอียดในการอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วน (fast track) เป็นไปตามประกาศจัดตั้งกองทุนรวมและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด\n\nหมายเหตุ\n\n* วิธีการยื่นคำขอฯ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดทำแบบคำขอฯ ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยบันทึกข้อมูลในการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมผ่านระบบ MF และยื่นคำขอฯ ดังกล่าวผ่านระบบ MF \n\n** กรณีคำขอฯ ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอฯ และไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอฯ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ MF ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอฯ ไว้พิจารณาต่อไป\n\n*** เมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับคำขอฯ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอพิมพ์ ใบแจ้งเรียกเก็บเงิน เพื่อนำไปชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด\n\n**** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาในการพิจารณาคำขอฯ เมื่อผู้ยื่นได้จัดทำคำขอฯ ถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน และชำระค่าธรรมเนียมภายใน 16.30 น. สำนักงาน ก.ล.ต. จะเริ่มนับระยะเวลาในวันทำการถัดไป หากผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมภายหลังระยะเวลาข้างต้น จะเริ่มนับระยะเวลาในวันทำการนับแต่วันทำการถัดจากวันที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับคำขอฯ","2025-10-01T09:52:25"],
    [4225,"9b492d62-af11-4fea-a93f-e5e3972163fe","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นคำขอรับความเห็นชอบการจัดการเงินทุนในกลุ่มกิจการเดียวกันที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9b3aa459-06f8-4683-a37d-7545d3f27323",30,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบการเป็นกลุ่มกิจการเดียวกันต้องเป็นผู้ที่จะรับจัดการเงินทุนให้กับบริษัทในกลุ่มกิจการเดียวกัน\n\n2. การเป็นกลุ่มกิจการเดียวกันและการจัดการเงินทุนระหว่างนิติบุคคลในกลุ่มกิจการเดียวกันที่ต้องยื่นขอรับความเห็นชอบ\nต้องมีลักษณะเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดการจัดการเงินทุนของนิติบุคคลในกลุ่มกิจการเดียวกันที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล\n\nหมายเหตุ\n\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน\n\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับ\nคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ","2025-10-01T09:43:25"],
    [4226,"9ba9c71d-ca29-415a-bcb4-62fb7fb89afd","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) – เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ba9aee6-5ab8-4969-863a-a3325e8a066b",1,0,6,"1. ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) ต้องเป็นผู้เสนอขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ หรือผู้ยื่นคำขออนุญาตออกเสนอขายหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ซึ่งได้แก่ ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชน บริษัทมหาชน หรือ นิติบุคคลตามกฎหมายเฉพาะที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n   1.1 กรณีเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนตามแผนฟื้นฟูกิจการ (ประกาศ บจ. ฟื้นฟูฯ) ผู้ยื่นแบบ filing ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศดังกล่าว\n2. ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์พร้อมกันหรือในระยะเวลาใกล้เคียงกันกับการเสนอขายในประเทศกลุ่มอาเซียน ให้ผู้ยื่นแบบ filing ยื่นแบบ 69-ASEAN และในกรณีอื่น ๆ ให้ยื่นแบบ 69-1 ตามที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ กำหนด \n3. งบการเงินและงบการเงินรวมที่เปิดเผยในแบบ filing ต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำหนด \n   3.1 กรณีเสนอขายหลักทรัพย์ตามประกาศ บจ. ฟื้นฟูฯ งบการเงินและงบการเงินรวมที่เปิดเผยในแบบ filing ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศดังกล่าว\n4. ให้ผู้ที่ยื่นแบบ filing จัดส่งแบบ filing เพื่อขอเผยแพร่เบื้องต้น พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในคู่มือฉบับนี้ ผ่านระบบ Digital IPO ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีวิธีการดังนี้\n   4.1 บันทึกข้อมูลในแบบรับรอง filing ที่จัดไว้ในระบบ Digital IPO พร้อม upload เอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ผ่านระบบ Digital IPO โดยใช้ username/password ของบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ ให้เป็นผู้นำส่งข้อมูลผ่านระบบดังกล่าว\n   4.2 เมื่อกรอกข้อมูล และ upload ข้อมูลผ่านระบบแล้ว ให้กด “Gen” เพื่อพิมพ์แบบรับรอง filing ให้ผู้มีอำนาจลงนามของผู้ยื่นคำขอ (หรือผู้ยื่นแบบ filing กรณีเสนอขายหลักทรัพย์ตามประกาศ บจ. ฟื้นฟูฯ) และที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่นำส่งผ่านระบบตามเกณฑ์ที่กำหนด และ Upload แบบรับรอง filing ที่มีการลงนามแล้วเข้าระบบ พร้อมกับนำส่ง hard copy แบบรับรอง filing ที่มีการลงนามแล้วให้สำนักงาน  \n\nในกรณีที่ผู้ยื่นแบบ filing เลือกใช้ digital signature เมื่อกรอกข้อมูล และ upload ข้อมูลผ่านระบบแล้วเสร็จ ให้ผู้มีอำนาจลงนามของผู้ยื่นคำขอ (หรือผู้ยื่นแบบ filing กรณีเสนอขายหลักทรัพย์ตามประกาศ บจ. ฟื้นฟูฯ) และที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลที่นำส่งผ่านระบบตามเกณฑ์ที่กำหนด ด้วย digital signature และไม่ต้อง upload แบบรับรอง filing ที่มีการลงนามแล้วเข้าระบบ รวมทั้งไม่ต้องนำส่ง hard copy แบบรับรอง filing ที่มีการลงนามแล้วให้สำนักงาน\n\nหมายเหตุ\n*กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานจะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทาง e-mail หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้างต้น  สำนักงานจะคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบนั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing        \n** ในกรณีที่แบบ filing ฉบับที่ยื่นมาเพื่อขอเผยแพร่เบื้องต้นนั้น เป็นแบบ filing ที่มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนครั้งหลังสุด ซึ่งได้มีการเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายถูกต้องครบถ้วน หรือได้ยื่นแบบ 69-Pricing แล้ว ให้ถือว่าแบบ filing ฉบับดังกล่าวเป็นแบบ filing ที่ยื่นเพื่อขอเผยแพร่เบื้องต้นและเริ่มนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับ รวมทั้งเป็นการยื่นเพื่อให้มีผลใช้บังคับด้วย โดยไม่ต้องมีการยื่นแบบ filing ฉบับใหม่ต่อสำนักงาน","2025-10-01T09:45:47"],
    [4227,"9ba9e653-05b6-4e49-9237-1e83cab395f2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) – เพื่อเผยแพร่แบบแสดงรายการข้อมูลที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ba9e276-99c3-4224-a00f-58993a0814c1",1,0,4,"1. ผู้ที่ประสงค์จะขอเผยแพร่แบบ fiing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด ต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้\n   1.1 แบบ filing ที่ยื่นเพื่อขอเผยแพร่แบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด ต้องเป็นแบบ filing ที่ผ่านการยื่นแบบ filing ตามคู่มือการยื่นแบบ filing เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น แล้ว\n   1.2 ผู้ยื่นแบบ filing ได้ปรับปรุงข้อมูลในแบบ filing ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันแล้ว (ยกเว้นข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย) ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) หรือได้ยื่นรายการ แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมตามที่สำนักงานกำหนดหรือมีคำสั่งตามมาตรา 69 วรรคสอง หรือมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ แล้ว\n   1.3 ผู้ยื่นแบบ filing มีหนังสือมายังสำนักงานเพื่อขอให้สำนักงานเริ่มนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบ filing ซึ่งเป็นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์\n2. ภายหลังจากการยื่นแบบ filing ตามข้อ 1 กระบวนการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ดังนี้\n   2.1 ในกรณีที่แบบ filing มีความครบถ้วนถูกต้อง (ยกเว้นข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย) สำนักงานจะออกหนังสือหรือมี e-mail แจ้งผ่านระบบ Digital IPO (แล้วแต่กรณี) ให้แก่ผู้ยื่น เพื่อเริ่มต้นนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบ filing (หนังสือหรือ e-mail นับหนึ่งเพื่อเผยแพร่แบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด)\n   2.2 ในกรณีแบบ filing ไม่ครบถ้วนถูกต้อง สำนักงานจะกำหนดหรือมีคำสั่งตามมาตรา 69 วรรคสอง หรือมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ผู้ยื่นทำการยื่นรายการ แก้ไข หรือ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งหากผู้ยื่นได้ดำเนินการ จนครบถ้วนถูกต้องแล้ว สำนักงานจะออกหนังสือหรือมี e-mail ตามข้อ 2.1 ให้แก่ผู้ยื่นต่อไป\n\nทั้งนี้ ภายหลังจากที่สำนักงานออกหนังสือหรือมี e-mail นับหนึ่งเพื่อให้เผยแพร่แบบ filing \nที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุดแล้ว หากผู้ยื่นแบบ filing มีข้อมูลที่ประสงค์ที่จะเผยแพร่เพิ่มเติมเพื่อให้เป็นปัจจุบัน ผู้ยื่นแบบ filing สามารถแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลในแบบ filing ได้  อย่างไรก็ดี หากสำนักงานมีคำสั่งตามมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หรือผู้ยื่นประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมแบบ filing ซึ่งมีผลกระทบต่อประโยชน์ของผู้ลงทุน ตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ การนับระยะเวลาตามหนังสือหรือ e-mail นับหนึ่งจะหยุดลงตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ\n\nหมายเหตุ\n*กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานจะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทาง e-mail หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้างต้น สำนักงานจะคืนแบบ filing และเอกสาร หลักฐานประกอบนั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing","2025-10-01T09:45:54"],
    [4228,"9ba9edb2-1b1c-4d7d-893a-8dd5fd7d8851","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) – เพื่อการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูล (ขอ effective แบบ filing)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","รับแจ้ง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ba9e7e6-3cb0-4b7c-9735-ee5deebd0c3d",1,0,4,"ผู้ที่ประสงค์จะขอยื่นแบบ filing เพื่อการมีผลใช้บังคับจะต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n1. แบบ filing ที่ยื่นเพื่อการมีผลใช้บังคับ ต้องผ่านการยื่นแบบ filing ตามคู่มือการยื่นแบบ filing - เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น และการยื่นแบบ filing เพื่อเผยแพร่แบบแสดงรายการข้อมูลที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด มาแล้ว\n2. ผู้ยื่นแบบ filing ได้ระบุข้อมูลในแบบ filing (ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย) มาครบถ้วนแล้ว\n3. ได้รับอนุญาตให้ออกและเสนอขายหลักทรัพย์จากสำนักงานแล้ว (กรณีที่เป็นหลักทรัพย์ที่ออกใหม่) หรือได้รับอนุญาตเป็นการทั่วไปเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนตามแผนฟื้นฟูกิจการ (ประกาศ บจ. ฟื้นฟูฯ)\n\n ทั้งนี้ แบบ filing ที่ยื่นจะมีผลใช้บังคับเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศ\nคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ หรือประกาศ บจ. ฟื้นฟูฯ (แล้วแต่กรณี)\n\nหมายเหตุ \n*กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานจะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารหลักฐานให้แก่ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทาง e-mail หากผู้ยื่นแบบ filing  ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้างต้น  สำนักงานจะคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบนั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing","2025-10-01T09:45:40"],
    [4229,"9bf1f033-d088-4836-bed5-c3881f849d9e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","คู่มือสำหรับประชาชน : การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน  (แบบ filing) – เพื่อเผยแพร่แบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด (นับ 1 แบบ filing)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf1e89c-2d64-4bd4-9330-463ce16c16fc",1,0,3,"1. ผู้ที่ประสงค์จะขอเผยแพร่แบบ fiing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุดภายใต้คู่มือประชาชนฉบับนี้ (นับ 1 แบบ filing) \nเพื่อเริ่มต้นนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบ filing (cooling-off period) ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้\n   1.1 แบบ filing ที่จะขอเผยแพร่ ต้องผ่านกระบวนการ crowd opinion โดยผู้ที่ยื่นแบบ filing ได้รับฟังและตอบข้อซักถามของนักลงทุนผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์แล้ว เป็นระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ยื่นเอกสาร\n   1.2 ผู้ที่ยื่นแบบ filing ได้นำทั้งคำถามและคำตอบจากกระบวนการ crowd opinion ไปเปิดเผยในแบบ filing ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันแล้ว\n   1.3 เมื่อผู้ที่ยื่นแบบ filing ปรับปรุงข้อมูลที่แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ 1.1 และ 1.2 ครบถ้วน พร้อม upload เอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ระบบ LiVEx) แล้ว ให้พิมพ์แบบรับรอง filing และลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลอย่างน้อยโดยกรรมการผู้มีอำนาจ พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี) และ upload แบบรับรอง filing ที่มีการลงนามแล้วเข้าระบบ และนำส่งแบบรับรอง filing ฉบับจริงที่มีการลงนามในรูปแบบกระดาษ (hard copy) ให้สำนักงาน ก.ล.ต.\n\tหมายเหตุ: กรณีการเสนอขายหุ้นโดยผู้ถือหุ้น ให้ผู้ถือหุ้นลงนามรับรองความถูกต้อง และในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี) ในการนี้ ผู้ถือหุ้นต้องจัดให้กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทที่ออกหุ้นร่วมลงนามด้วย)\n\n2. ภายหลังจากการยื่นแบบ filing ที่มีความถูกต้องครบถ้วน ตามข้อ 1 แล้ว สำนักงานจะมี e-mail แจ้งการนับ 1 \nแบบ filing เสนอขายหลักทรัพย์ โดยจะแจ้งผ่านระบบ LiVEx ให้แก่ผู้ยื่นเพื่อเริ่มต้นนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับ\nของแบบ filing \n\nหมายเหตุ\n- กรณีแบบ filing หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทาง e-mail \n- ในระหว่างกระบวนการยื่น filing (ไม่ว่าจะเป็นช่วงของการทำ crowd opinion หรือกระบวนการนับ cooling-off period) หากกิจการมีงบการเงินฉบับล่าสุดที่ออกใหม่ กิจการจะต้องปรับปรุงแบบ filing ให้แสดงข้อมูลงบการเงินดังกล่าว และเข้าสู่กระบวนการ crowd opinion เพิ่มเติม 7 วัน ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการนับ cooling-off period ใหม่อีก 14 วัน","2025-10-01T09:54:11"],
    [4230,"9bf1f504-a2b3-49cd-91a9-874cc37cb4c7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","คู่มือสำหรับประชาชน : การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน  (แบบ filing) – เพื่อการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูล (ขอ effective แบบ filing)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9bf1f171-2b0d-4b1f-8e61-9f21bf2fcea2",1,0,3,"ผู้ที่ประสงค์จะขอยื่นแบบ filing เพื่อการมีผลใช้บังคับ ให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n1. ได้ดำเนินการการยื่นแบบ filing - เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น และยื่นแบบ filing – เพื่อเผยแพร่แบบแสดงรายการข้อมูลที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดในคู่มือประชาชนในเรื่องดังกล่าวแล้ว \n\n2. พ้นกำหนดระยะเวลา 14 วันนับแต่วันที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับแบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด (นับ 1 filing)\n   (ในระหว่างกระบวนการยื่น filing (ไม่ว่าจะเป็นช่วงของการทำ crowd opinion หรือกระบวนการนับระยะเวลา\nการมีผลใช้บังคับของแบบ filing (cooling-off period) หากกิจการมีงบการเงินฉบับล่าสุดที่ออกใหม่ กิจการจะต้องปรับปรุงแบบ filing ให้แสดงข้อมูลงบการเงินดังกล่าว และเข้าสู่กระบวนการ crowd opinion เพิ่มเติม 7 วัน ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการนับ cooling-off period ใหม่อีก 14 วัน)\n\n3. ผู้ยื่นแบบ filing ได้ระบุข้อมูลในแบบ filing (ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย) มาครบถ้วนแล้ว\n\n4. ผู้ที่ยื่นแบบ filing พิมพ์แบบรับรอง filing ให้กรรมการทุกรายลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูล พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)  และ upload แบบรับรอง filing ที่มีการลงนามแล้วเข้าระบบ พร้อมกับนำส่งแบบรับรอง filing ฉบับจริงที่มีการลงนามในรูปแบบกระดาษ (hard copy) ให้สำนักงาน ก.ล.ต.\n    (กรณีการเสนอขายหุ้นโดยผู้ถือหุ้น ให้ผู้ถือหุ้นลงนามรับรองความถูกต้อง และในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี) ในการนี้ ผู้ถือหุ้นต้องจัดให้กรรมการทุกรายของบริษัทที่ออกหุ้นร่วมลงนามด้วย)\n\n5. ในกรณีการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การอนุญาตตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่โดยบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ และการเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์\n\nหมายเหตุ\nกรณีแบบ filing หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานจะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing และรายการเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบทาง e-mail","2025-10-01T09:53:56"],
    [4231,"9c01cac1-a271-4a18-830a-52c1567b0971","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันกำหนดเวลาการส่งมอบบัญชี เอกสารหลักฐานต่าง ๆ และงบการเงินให้แก่ผู้ชำระสะสางกองทรัสต์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c01b308-1a7d-4c2d-8276-72a530750ed0",30,0,5,"1. การขอผ่อนผัน ตามคู่มือนี้ต้องเป็นการขอผ่อนผันกำหนดเวลาการส่งมอบบัญชี เอกสารหลักฐานต่าง ๆ และงบการเงินให้แก่ผู้ชำระสะสางกองทรัสต์ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทรัสต์ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน ในเรื่องดังต่อไปนี้\n1.1 การขอผ่อนผันระยะเวลาการส่งมอบบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของกองทรัสต์ซึ่งรับรองโดยผู้จัดการกองทรัสต์ให้แก่ผู้ชำระสะสางกองทรัสต์ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ทรัสต์สิ้นสุดลง\n1.2 การขอผ่อนผันระยะเวลาการส่งมอบงบการเงินของกองทรัสต์ ณ วันที่ทรัสต์สิ้นสุดลงที่ผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีของกองทรัสต์ และผ่านการรับรองโดยผู้จัดการกองทรัสต์ให้แก่ผู้ชำระสะสางกองทรัสต์ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ทรัสต์สิ้นสุดลง\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่ากรณีที่ยื่นคำขอตามข้อ 1. มีเหตุจำเป็นและสมควรที่จะได้รับการผ่อนผัน ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทรัสต์ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน\n\nหมายเหตุ\n* วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-Submission\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-Submission ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2025-10-01T09:34:31"],
    [4232,"9c01d239-19ab-4cab-879f-2f41da923118","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอผ่อนผันกำหนดเวลาดำเนินการรวบรวม จำหน่าย และจัดสรรทรัพย์สินของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9c01cd49-a84e-4a31-a38b-6702f0a23c36",30,0,4,"1. การขอผ่อนผัน ตามคู่มือนี้ต้องเป็นการขอผ่อนผันกำหนดเวลาดำเนินการรวบรวม จำหน่าย และจัดสรรทรัพย์สินของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยเรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรวบรวม จำหน่าย และจัดสรรทรัพย์สินของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์\nในเรื่องดังต่อไปนี้\n1.1 การขอผ่อนผันระยะเวลาการจัดส่งสำเนาเอกสารที่แสดงถึงจำนวนเงินหรือทรัพย์สินต่อหน่วยทรัสต์ที่จ่ายคืนผู้ถือหน่วยทรัสต์ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ทรัสต์สิ้นสุดและไม่ช้ากว่าวันที่จัดส่งเงินหรือทรัพย์สิน\n1.2 การขอผ่อนผันระยะเวลาการจัดส่งสำเนางบการเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์หรือเผยแพร่บนเว็บไซต์ของผู้ชำระสะสางกองทรัสต์ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ทรัสต์สิ้นสุด และจะต้องจัดส่งหรือเผยแพร่งบการเงินภายใน 45 วันนับแต่วันที่จัดส่งเงิน หรือทรัพย์สินงวดสุดท้ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์\n2. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ชำระสะสางกองทรัสต์\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องแสดงได้ว่ากรณีที่ยื่นคำขอตามข้อ 1. มีเหตุจำเป็นและสมควรที่จะได้รับการผ่อนผัน ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรวบรวม จำหน่าย และจัดสรรทรัพย์สินของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์\n\nหมายเหตุ\n* วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-Submission\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-Submission ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2024-08-13T11:24:04"],
    [4233,"9c5689dc-eddc-4389-9e2c-1692c7d7e9ed","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล [N]","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-f98a-43e1-b2b8-62009321f079",150,1000000,43,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.  ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และ\n \t1.1  ในกรณีที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (“ใบอนุญาต”) ประเภทการเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีหรือการเป็นศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัล ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมิใช่บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประเภทการเป็นผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซีหรือการเป็นผู้ค้าโทเคนดิจิทัล\n  \t1.2  ในกรณีที่ขอรับใบอนุญาตประเภทการเป็นผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซีหรือการเป็นผู้ค้าโทเคนดิจิทัล ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมิใช่บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประเภทการเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีหรือการเป็นศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัล\n \t1.3  ในกรณีที่ขอรับใบอนุญาตประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ตามกฎหมาย\nว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล และต้องมิใช่บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น\n \t1.4  ในกรณีที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นนอกจากข้อ 1.3 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมิใช่บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ยื่นคำขอ\nอาจพิจารณาเข้าสู่กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต (Pre-consultation) (รายละเอียดตามหัวข้อกระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต (Pre-consultation) ด้านล่าง) ซึ่งเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้ผู้ยื่นคำขอสามารถเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ (ตามความสมัครใจ) \nโดยจำนวนครั้งในการหารือขึ้นอยู่กับลักษณะระบบงานของแต่ละบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งร่างคำขอ\nรับใบอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประชุมหารือ\n2.  มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่าจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในวันที่ยื่นคำขอ\n     2.1  100 ล้านบาท สำหรับการเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีหรือการเป็นศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัลที่มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้ในความครอบครอง\n     2.2  50 ล้านบาท สำหรับ (ก) การเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีหรือการเป็นศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัลที่ไม่มี\nการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้ในความครอบครอง (ข) การเป็นนายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี การเป็นนายหน้า\nซื้อขายโทเคนดิจิทัล การเป็นผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี หรือการเป็นผู้ค้าโทเคนดิจิทัล ที่มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า\nไว้ในความครอบครอง หรือ (ค) การเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล\n     2.3  25 ล้านบาท สำหรับ (ก) การเป็นผู้จัดการเงินทุนคริปโทเคอร์เรนซีหรือผู้จัดการเงินทุนโทเคนดิจิทัลที่มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้ในความครอบครอง ไม่ว่าให้บริการกับผู้ลงทุนประเภทใด หรือ (ข) การเป็นผู้จัดการเงินทุนคริปโทเคอร์เรนซีหรือผู้จัดการเงินทุนโทเคนดิจิทัล ที่ไม่มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้ในความครอบครองและให้บริการกับผู้ลงทุนประเภทอื่นนอกจากผู้ลงทุนสถาบัน  \n     2.4  10 ล้านบาท สำหรับ (ก) การเป็นนายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี การเป็นนายหน้าซื้อขายโทเคนดิจิทัล\nการเป็นผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี หรือการเป็นผู้ค้าโทเคนดิจิทัล ที่ไม่มีการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้ในความครอบครอง \nหรือ (ข) การเป็นผู้จัดการเงินทุนคริปโทเคอร์เรนซีหรือผู้จัดการเงินทุนโทเคนดิจิทัลที่ไม่มีการเก็บรักษาทรัพย์สิน\nของลูกค้าไว้ในความครอบครองและให้บริการเฉพาะกับผู้ลงทุนสถาบัน\n     2.5  1 ล้านบาท สำหรับการเป็นที่ปรึกษาคริปโทเคอร์เรนซีหรือการเป็นที่ปรึกษาโทเคนดิจิทัล \n    \t\tในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตหลายประเภท ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตมีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่าจำนวน\nที่กำหนดไว้สำหรับประเภทที่กำหนดสูงสุด\n3.  แสดงได้ว่าจะมีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ\n4.  ไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่า\nอยู่ในระหว่างประสบปัญหาทางการเงิน รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีข้อบกพร่องหรือมีความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับ\nการควบคุมและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n5.  กรรมการและผู้บริหารไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าด้วยการกำหนดลักษณะต้องห้าม\nของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล\n6.  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่\n7.  ในกรณีที่มีการประกอบธุรกิจอื่นอยู่แล้วก่อนยื่นขอรับใบอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติม ดังนี้\n     7.1  ธุรกิจของผู้ขอรับอนุญาตต้องเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เป็นประโยชน์ หรือสนับสนุน และไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เว้นแต่จะมีระบบในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์\nที่มีประสิทธิภาพ \n     7.2  งบการเงินประจำปีงวดการบัญชีปีล่าสุดต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ\n     7.3  สามารถดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรองได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่จัดตั้งบริษัทหรือกฎหมายที่ควบคุม\nการประกอบธุรกิจของบริษัท\n     7.4  ได้รับความยินยอมให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากหน่วยงานที่ควบคุมการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท รวมถึงให้ใช้บังคับกับผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งเป็นบริษัท\nที่จัดตั้งใหม่ในกลุ่มธุรกิจการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินด้วย\n8.  ไม่เคยถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (“รัฐมนตรี”) ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต \n9.  ไม่เป็นการยื่นคำขอรับใบอนุญาตแทนคำขอรับใบอนุญาตเดิมซึ่งผู้ขอรับใบอนุญาตขอถอนเรื่องไปในระหว่างการพิจารณาในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนี้ \n10.  ไม่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสำนักงาน ก.ล.ต. หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า \nโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน \n11.  ไม่เป็นผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือ\nธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับจดทะเบียน เว้นแต่จะพ้นโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี \n12.  กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ขอรับใบอนุญาตต้อง \n      12.1  ไม่เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทที่ถูกรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ปฏิเสธการให้ใบอนุญาต ถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือในบริษัทที่ขอถอนคำขอรับใบอนุญาตภายในระยะเวลาตามที่กำหนด\nในข้อ 8 หรือ 9 แล้วแต่กรณี \n      12.2  ไม่มีหรือเคยมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนการกระทำของผู้ที่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษ หรือถูกดำเนินคดีในความผิด\nตามข้อ 10\n      12.3  ไม่มีหรือเคยมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนการกระทำของผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามข้อ 11\nไม่ว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ เว้นแต่ผู้นั้นพ้นโทษ หรือพ้นจากการรอการลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี\nกระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต (Pre-consultation)\n1.  ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n2.  ผู้ยื่นคำขอประเมินความพร้อมและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอตามแบบตรวจสอบความพร้อม (Self-assessment form)  สำหรับผู้ยื่นคำขอที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.\n3.  ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมข้อมูลหรือประเด็นที่ประสงค์จะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการประกอบธุรกิจ รายละเอียดของระบบงานที่เกี่ยวข้อง และแผนการในการพัฒนาระบบงานและสรรหาบุคลากร\n4.  ผู้ยื่นคำขอนัดหมายประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. และในการประชุมบริษัทจะต้องมีผู้รับผิดชอบ\nหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกด้วย\nช่วงเวลาการยื่นคำขอรับใบอนุญาต\nให้ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอในระหว่าง 5 วันทำการแรกของทุกเดือน \nหมายเหตุ \nสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอในระหว่าง 5 วันทำการแรกของทุกเดือน เนื่องจากสำนักงาน ก.ล.ต.\nมีระยะเวลาในการดำเนินการก่อนการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. 60 วัน  ทั้งนี้ เพื่อให้สำนักงาน ก.ล.ต. สามารถดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนฉบับนี้  \n\nขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร\n1.  ผู้ประสงค์ที่จะประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยให้ยื่นแบบคำขอประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์\nของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้\n     1.1  ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นหนังสือแสดงความตกลงในการนำส่งข้อมูลและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ (EF3) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน\n     1.2  เมื่อเอกสารในข้อ 1.1 ได้รับการอนุมัติจากทางสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว ผู้ยื่นคำขอจะได้รับสิทธิในการเข้าถึงระบบ\nการให้ใบอนุญาต (LCS) โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบผ่านระบบดังกล่าวให้ครบถ้วน\tถูกต้อง\n     1.3  ผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต โดยท่านสามารถตรวจสอบสถานะการชำระเงินได้ผ่านทางระบบ\nการให้ใบอนุญาต (LCS)\n2.  สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าเอกสารที่ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ \nและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ\n3.  กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n4.  สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:40:10"],
    [4234,"9cb0e974-1e6c-4038-8530-2a0183b7db10","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงสำหรับเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงเพิ่มเติม กรณีที่เดิมจำกัดขอบเขตการให้บริการเฉพาะหุ้นคราวด์ฟันดิง [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-ef37-47b3-bbf5-f17e05669ebb",60,0,10,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ที่จำกัดขอบเขตการให้บริการไว้เฉพาะหุ้นคราวด์ฟันดิงที่ประสงค์จะให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงสำหรับเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงเพิ่มเติม โดยผู้ยื่นคำขออาจพิจารณาเข้าสู่กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) (รายละเอียดตามหัวข้อกระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) ด้านล่าง) ซึ่งเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้ผู้ยื่นคำขอสามารถเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนยื่นคำขอความเห็นชอบได้ (ตามความสมัครใจ) โดยจำนวนครั้งในการหารือขึ้นอยู่กับลักษณะระบบงานของแต่ละบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งร่างคำขอรับความเห็นชอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประชุมหารือ\n2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องจัดให้มีระบบงานในการประเมินความน่าเชื่อถือและระดับความเสี่ยง (creditworthiness) ของบริษัท ที่เสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง และเปิดเผยปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาด้วย\n3. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามแบบ 35-FP พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้ในแบบคำขอดังกล่าวและตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด\n4. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง\n\nหมายเหตุ\n(1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลา ที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอแทนต้องมีเอกสาร แสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ\n(2) สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงานจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอ หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n(3) กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n(4) กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามกระบวนการดังต่อไปนี้\n      (4.1) ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์การขอความเห็นชอบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n      (4.2) ผู้ยื่นคำขอประเมินความพร้อมและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ ตามแบบตรวจสอบความพร้อม (Self-assessment form) สำหรับผู้ยื่นคำขอที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. \n      (4.3) ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมข้อมูลหรือประเด็นที่ประสงค์จะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการประกอบธุรกิจ รายละเอียดของระบบงานที่เกี่ยวข้อง และแผนการในการพัฒนาระบบงานและสรรหาบุคลากร\n      (4.4) ผู้ยื่นคำขอนัดหมายประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. และในการประชุมบริษัทจะต้องมีผู้รับผิดชอบหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกด้วย","2025-10-01T09:31:31"],
    [4235,"9cc2e4bc-1ebc-41e5-8aa1-08de8509af61","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การจัดส่งหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นการแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือกฎเกณฑ์ หรือแก้ไขโดยยังคงสาระสำคัญของหลักเกณฑ์เดิม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9cc2d767-977c-40f6-8966-75522f9569d1",10,0,6,"1. ผู้ยื่นเอกสาร: ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล \n2. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่หากปฏิบัติตามเงื่อนไขแล้วให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบ ประกอบด้วย\n    2.1 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือข้อกำหนดที่ออกตามความในกฎหมายดังกล่าว\n    2.2 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ โดยยังคงสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว ในลักษณะที่เป็น\nการจัดหมวดหมู่หรือเนื้อหา หรือแก้ไขความขาดตกบกพร่องของหลักเกณฑ์นั้น \n3. ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในลักษณะตามข้อ 2 ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่จัดส่งหลักเกณฑ์ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบเป็นการล่วงหน้าแล้วอย่างน้อย 10 วันทำการ (ของสำนักงาน ก.ล.ต.) ก่อนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะมีผลใช้บังคับ และสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่มีคำสั่งเป็นประการอื่นภายใน 10 วันทำการ (ของสำนักงาน ก.ล.ต.) \nนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ให้ถือว่าหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความเห็นชอบแล้ว\n\nหมายเหตุ:\n1. ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดส่งหนังสือและเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ \n2. ในกรณีที่เอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. ส่งแบบตรวจรับเอกสารและแจ้งวันที่เริ่มพิจารณาถึงศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล\n3. ในกรณีเอกสารไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและสำนักงาน ก.ล.ต. จะต้องลงนามร่วมกันในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนเอกสาร  ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณา และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว\n4. ในกรณีสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่มีความเห็นหรือข้อสังเกตต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เจ้าหน้าที่จะมีอีเมลแจ้งผลการพิจารณาให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทราบ (โปรดระบุอีเมลติดต่อในหนังสือถึงสำนักงาน ก.ล.ต.)\n5. ในกรณีสำนักงาน ก.ล.ต. มีความเห็นหรือข้อสังเกตเพิ่มเติม เช่น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ไม่เข้าข่ายได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความเห็นชอบ เป็นต้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือแจ้งความเห็นต่อศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล","2025-10-01T09:43:02"],
    [4236,"9cc332f2-3381-44c6-a593-82c184f68921","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-02a6-427e-8a05-23ce75f24302",60,0,8,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (“ศูนย์ซื้อขายฯ”) ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล\n\n2. หลักเกณฑ์ที่ศูนย์ซื้อขายฯ ต้องขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ประกอบด้วย\n(1) การคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะนำมาให้บริการซื้อขาย\n(2) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และการชำระราคาและการส่งมอบสินทรัพย์ดิจิทัล\n(3) หลักเกณฑ์ในการจัดให้มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (ในกรณีที่ศูนย์ซื้อขายฯ จัดให้มีกลไกดูแลสภาพคล่อง)\n\n3. ในกรณีที่หลักเกณฑ์ที่ขอความเห็นชอบอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือประโยชน์ได้เสียของผู้ลงทุนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ยื่นคำขอจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลดังกล่าว และจัดส่งรายงานการรับฟังความคิดเห็นนั้น ให้สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ\n\n4. หลักเกณฑ์ที่จะได้รับความเห็นชอบ จะต้องเป็นธรรมต่อผู้ลงทุนและบุคคลที่เกี่ยวข้อง\n\nทั้งนี้ กรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายฯ ในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ หากผู้ยื่นคำขอได้จัดส่งหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายฯ ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบเป็นการล่วงหน้าแล้วอย่างน้อย 10 วันทำการก่อนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะมีผลใช้บังคับ และสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่มีคำสั่งเป็นประการอื่นภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ให้ถือว่าหลักเกณฑ์ของศูนย์ซื้อขายฯ ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว\n(1) เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือข้อกำหนดที่ออกตามความในกฎหมายดังกล่าว\n(2) เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ โดยยังคงสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้วในลักษณะที่เป็นการจัดหมวดหมู่หรือเนื้อหา หรือแก้ไขความขาดตกบกพร่องของหลักเกณฑ์นั้น","2025-10-01T08:59:42"],
    [4237,"9cc6c041-883c-4735-b51c-4c47d8c646ae","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-f272-4645-8edc-c8ab6b65f509",60,250000,10,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ที่ประสงค์จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิงได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ยื่นคำขอ อาจพิจารณาเข้าสู่กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) (รายละเอียดตามหัวข้อกระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบ (Pre-consultation) ด้านล่าง) ซึ่งเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบสามารถเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนยื่นคำขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบได้ (ตามความสมัครใจ) โดยจำนวนครั้งในการหารือขึ้นอยู่กับลักษณะระบบงานของแต่ละบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งร่างคำขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประชุมหารือ\n2. ผู้ยื่นคำขอยื่นแบบคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนวันสิ้นสุด ระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ\n3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับการต่ออายุการให้ความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและได้ดำเนินการยื่นขอต่ออายุภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ผ่านระบบคราวด์ฟันดิง\n\nหมายเหตุ\n(1) กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ \n(2) สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n(3) กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n(4) กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบ (Pre-consultation) ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามกระบวนการดังต่อไปนี้\n      (4.1) ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์การขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n      (4.2) ผู้ยื่นคำขอประเมินความพร้อมและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอตามแบบตรวจสอบความพร้อม (Self-assessment form)สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.\n      (4.3) ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมข้อมูลหรือประเด็นที่ประสงค์จะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการประกอบธุรกิจ รายละเอียดของระบบงานที่เกี่ยวข้อง และแผนการในการพัฒนาระบบงานและสรรหาบุคลากร\n      (4.4) ผู้ยื่นคำขอนัดหมายประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. และในการประชุมบริษัทจะต้องมีผู้รับผิดชอบหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกด้วย","2025-10-01T09:34:16"],
    [4238,"9cd0cb9b-943b-45ac-999e-e482dcff8cbd","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd339-ff71-4fdc-bafd-a657b443316c",150,0,5,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตยังไม่สิ้นผลตามข้อกำหนดของสภาวิชาชีพบัญชี\n2. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนต่อเมื่อแสดงให้สำนักงาน ก.ล.ต. เห็นได้ว่า มีคุณสมบัติ เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด ดังนี้\n    2.1 มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชี\n    2.2 สังกัดสำนักงานสอบบัญชีที่มีการบริหารคุณภาพและมีบุคลากรตามที่กำหนด\n    2.3 มีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น ไม่มีลักษณะต้องห้าม หรือมีการดำรงตำแหน่งในสำนักงานสอบบัญชีตามที่กำหนด  \nทั้งนี้ รายละเอียดในการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนเป็นไปตามที่กำหนดในประกาศว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะเริ่มนับระยะเวลาเพื่อดำเนินการสอบทานข้อเท็จจริงและพิจารณาคำขอความเห็นชอบนับแต่วันที่ คำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดของขั้นตอนตามที่กำหนด\n\nหมายเหตุ:\n* กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น  ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเองแต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่า เป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอให้เป็นผู้ลงนามในบันทึกความบกพร่อง และรายการ เอกสารหลักฐานดังกล่าวด้วย\n** กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีความประสงค์จะขอความเห็นชอบในระบบ fast track สำนักงานสอบบัญชีที่ผู้ยื่นคำขอสังกัดจะต้องมีหนังสือมาถึงสำนักงาน ก.ล.ต. แสดงความประสงค์ให้ผู้สอบบัญชีในสังกัดเข้าร่วมระบบ fast track และสำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีหนังสือแจ้งตอบรับให้ผู้สอบบัญชีในสังกัดสำนักงานสอบบัญชีดังกล่าวสามารถเข้าร่วมระบบ fast track ได้  ทั้งนี้ สำนักงานสอบบัญชีที่จะสามารถแสดงความประสงค์ให้ผู้สอบบัญชีในสังกัดเข้าร่วมระบบ fast track ได้ สำนักงานสอบบัญชีดังกล่าวจะต้องมีผลการตรวจคุณภาพสำนักงานสอบบัญชีครั้งล่าสุดโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้\n(1) กรณีผลการตรวจครั้งล่าสุดเป็นการตรวจการควบคุมคุณภาพสำนักงานสอบบัญชีตาม ISQC1 ต้องได้รับคะแนนในระดับดีมากหรือดี (ระดับ 1 หรือ ระดับ 2) ใน 3 หัวข้อ ได้แก่ 1) การปฏิบัติงานสอบบัญชี 2) การติดตามผล และ 3) ผลคะแนนในภาพรวม หรือ\n(2) กรณีผลการตรวจครั้งล่าสุดเป็นการตรวจการบริหารคุณภาพสำนักงานสอบบัญชีตาม ISQM1 ต้องไม่มีข้อบกพร่อง หรือ ข้อบกพร่องที่สำคัญ หรือ ข้อบกพร่องร้ายแรง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในทุกองค์ประกอบของการบริหารคุณภาพสำนักงานสอบบัญชี","2025-10-01T09:28:41"],
    [4239,"9cd0ed83-b1b7-4b30-9988-3303f5779a61","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอรับความเห็นชอบในการเข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Regulatory Sandbox)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9ccf61d3-c08b-4d6e-bf5b-b96500f2ac53",60,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีคุณสมบัติและความพร้อมในการดำเนินการตามที่ประกาศกำหนด\n\n2. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) หากผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะการให้บริการทางการเงินของบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องได้รับอนุญาต\n \nหมายเหตุ \n*กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. \nจะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป\n\n** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:38:55"],
    [4240,"9cd10c19-1c55-48b2-905c-bf3d05e20d30","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การอนุญาตให้ยุติการให้บริการก่อนครบกำหนดระยะเวลาหรือขยายระยะเวลาการให้บริการสำหรับบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Regulatory Sandbox)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9cd0f115-e3d8-466a-9fd3-5627847ea0e2",30,0,3,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Regulatory Sandbox) \n\n2. ผู้ยื่นคำขอยื่นแบบคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันยุติการให้บริการหรือก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาทดสอบ\n\n3. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับอนุญาตเมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีความเหมาะสม และได้ดำเนินการยื่นคำขออนุญาตภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว \n\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะการให้บริการทางการเงินของบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องได้รับอนุญาต\n\nหมายเหตุ \n*กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป\n\n**สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:52:09"],
    [4241,"9cd9f01b-e64b-470f-b4d8-8234bdf90e8c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9cb6cfa7-8e1e-4cd7-b4a4-773b5307d555",90,100000,9,"1.  ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยโดยผู้ยื่นคำขออาจพิจารณาเข้าสู่กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) (รายละเอียดตามหัวข้อกระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) ด้านล่าง) ซึ่งเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ประสงค์จะขอความเห็นชอบสามารถเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนยื่นคำขอความเห็นชอบได้ (ตามความสมัครใจ) โดยจำนวนครั้งในการหารือขึ้นอยู่กับลักษณะระบบงานของแต่ละบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ยื่นคำขอนำส่งร่างคำขอรับความเห็นชอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประชุมหารือ\n2.  ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอความเห็นชอบพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้ในแบบคำขอดังกล่าวและตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด\n3.  ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อแสดงให้เห็นได้ว่ามีคุณสมบัติดังต่อไปนี้\n     3.1  มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่าจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดในวันที่ยื่นคำขอ\n     3.2  ไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีฐานะทางการเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ในระหว่างประสบปัญหาทางการเงิน รวมทั้งไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีข้อบกพร่องหรือมีความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการควบคุมและการปฏิบัติงานอันดีของธุรกิจ\n     3.3  กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล\n     3.4  มีโครงสร้างการบริหารจัดการ ระบบงาน ตลอดจนบุคลากรที่เหมาะสมและเพียงพอในการประกอบธุรกิจ\n     3.5  ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีการประกอบธุรกิจอื่นอยู่แล้วก่อนวันที่ยื่นคำขอรับความเห็นชอบธุรกิจอื่นของผู้ขอรับความเห็นชอบ ต้องเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เป็นประโยชน์ หรือสนับสนุนการประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล และไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เว้นแต่จะแสดงได้ว่าสามารถจัดให้มีระบบในการป้องกัน\nความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการให้ความเห็นชอบผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล\nหมายเหตุ\n(1)  กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้ยื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก\nผู้ยื่นคำขอ \n(2)  สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว \n(3)  กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงานจะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา\n(4)  กระบวนการให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอความเห็นชอบ (Pre-consultation) ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการตามกระบวนการดังต่อไปนี้\n      (4.1)  ผู้ยื่นคำขอศึกษาหลักเกณฑ์การขอความเห็นชอบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n      (4.2)  ผู้ยื่นคำขอประเมินความพร้อมและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอตามแบบตรวจสอบความพร้อม (Self-assessment form)สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอความเห็นชอบที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.\n      (4.3)  ผู้ยื่นคำขอจัดเตรียมข้อมูลหรือประเด็นที่ประสงค์จะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการประกอบธุรกิจ รายละเอียดของระบบงานที่เกี่ยวข้อง และแผนการในการพัฒนาระบบงานและสรรหาบุคลากร\n      (4.4)  ผู้ยื่นคำขอนัดหมายประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. และในการประชุมบริษัทจะต้องมีผู้รับผิดชอบหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกด้วย","2025-10-01T09:33:28"],
    [4242,"9cfb39ad-98a5-4630-863b-ea3a2cd62ef5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement) ที่แยกจากแบบ filing ส่วนอื่นที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต.","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9cfb362d-ef96-4114-9406-4f0ccdfc8e4e",1,0,2,"ผู้ที่ประสงค์จะขอยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“แบบ filing”) เพื่อปรับปรุงหรือเพิ่มเติมข้อมูล (ส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement)) ต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้ \n\n1.  เป็นการเสนอขายโทเคนดิจิทัลแบบกลุ่ม (shelf filing) ซึ่งผ่านการยื่นแบบ filing ในส่วนรายการข้อมูลพื้นฐาน (filing-base) เพื่อการมีผลใช้บังคับตามคู่มือสำหรับประชาชนมาแล้ว และไม่เกินระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลแบบกลุ่ม (shelf filing)\n\n2.  ข้อมูลที่จะปรับปรุงหรือเพิ่มเติม ในกรณีดังนี้ โดยมีการรับรองความถูกต้องของข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน\n \n     2.1  ข้อมูลส่วนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล (“issuer”) หรือข้อมูลโทเคนดิจิทัลมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากข้อมูลที่เคยเปิดเผยไว้ในแบบ filing ที่เคยยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) และมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน เช่น ปัจจัยความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง งบการเงินมีข้อสังเกตของผู้สอบบัญชี เป็นต้น  ทั้งนี้ ให้แสดงรายละเอียดข้อมูล พร้อมอ้างอิงข้อมูลที่ issuer เคยยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยสรุปข้อมูล วันที่เผยแพร่ และระบุแหล่งอ้างอิงข้อมูล ซึ่งผู้ลงทุนตรวจสอบได้ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เว็บไซต์ของผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO portal) เว็บไซต์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เว็บไซต์ของ issuer เป็นต้น\n\n     2.2  ข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งยังไม่เคยเปิดเผยในแบบ filing ที่เคยยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน เช่น เหตุการณ์สำคัญตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน ดังนี้\n          (1)  การฟื้นฟูกิจการ\n          (2)  การประสบความเสียหายอย่างร้ายแรง\n          (3)  การหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน\n          (4)  การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือลักษณะการประกอบธุรกิจ\n          (5)  การทำสัญญาให้บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัท\n          (6)  การกระทำหรือถูกกระทำอันมีลักษณะเป็นการครอบงำหรือถูกครอบงำกิจการตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n          (7)  การผิดข้อตกลงในการชำระหนี้ตามโทเคนดิจิทัล \n          (8)  การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลในสาระสำคัญ \n          (9)  เหตุการณ์ที่ทำให้หรืออาจทำให้ต้องยกเลิกโทเคนดิจิทัล หรือเลิกโครงการ กิจการ หรือแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัล\n\nทั้งนี้ แบบ filing เพื่อปรับปรุงหรือเพิ่มเติมข้อมูล (ส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement)) ที่ยื่นจะมีผลใช้บังคับเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน\n\nหมายเหตุ \n* ในกรณีที่แบบ filing ที่ยื่นมา เป็นแบบ filing ที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนครั้งหลังสุด ให้ถือว่าแบบ filing ฉบับดังกล่าวเป็นแบบ filing ที่ขอใช้เผยแพร่เพื่อเริ่มนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับครั้งนี้ด้วย โดยไม่ต้องมีการยื่นแบบ filing ฉบับใหม่ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.\n\n** กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing ให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing นั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing","2025-10-01T09:52:59"],
    [4243,"9cfb6481-0a5f-41d3-bb93-fff8f9c1f606","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล – เพื่อการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูล (ขอ effective แบบ filing)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9cfb42a2-d7a1-4313-8142-65bfe062435c",1,1,3,"ผู้ที่ประสงค์จะขอยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“แบบ filing”) ทั้งกรณีรายครั้ง และแบบกลุ่ม (shelf filing) เพื่อการมีผลใช้บังคับจะต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้ \n\n1.  แบบ filing ที่ยื่นเพื่อการมีผลใช้บังคับ ได้ผ่านการยื่นแบบ filing ตามคู่มือการยื่นแบบ filing - เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นและการยื่นแบบ filing - เพื่อเผยแพร่แบบแสดงรายการข้อมูลที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด มาแล้ว\n\n2.  ผู้ยื่นแบบ filing ได้ระบุข้อมูลในแบบ filing (ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย) มาครบถ้วนแล้ว\n\n3.  ได้รับอนุญาตให้เสนอขายโทเคนดิจิทัลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) แล้ว\n\nทั้งนี้ แบบ filing ที่ยื่นจะมีผลใช้บังคับเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน\n\nหมายเหตุ \n* กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing ให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing นั้น แก่ผู้ยื่นแบบ filing","2025-10-01T09:46:01"],
    [4244,"9cfb9628-96aa-4f2f-892c-ab6083795ad2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (แบบ filing) – เพื่อเผยแพร่แบบแสดงรายการข้อมูลที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9cfb66d1-382d-4444-9de3-742a06f6b239",1,0,3,"1.  ผู้ที่ประสงค์จะขอเผยแพร่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“แบบ filing”) ทั้งกรณีรายครั้ง และแบบกลุ่ม (shelf filing) ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด ต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้  \n    1.1  แบบ filing ที่ยื่นเพื่อขอเผยแพร่แบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุดเป็นแบบ filing ที่ผ่านการยื่นแบบ filing ตามคู่มือการยื่นแบบ filing เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น แล้ว\n\n     1.2  ผู้ยื่นแบบ filing ได้ปรับปรุงข้อมูลในแบบ filing ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันแล้ว (ยกเว้นข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย หรือข้อมูลซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ผ่อนผันให้แก้ไขได้ภายหลัง)\n\n     1.3  ผู้ยื่นแบบ filing มีหนังสือถึงสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอให้สำนักงาน ก.ล.ต. เริ่มนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบ filing\n\n2.  ภายหลังจากการยื่นแบบ filing ตามข้อ 1 แล้ว\n     2.1  ในกรณีที่แบบ filing มีความครบถ้วนถูกต้อง (ยกเว้นข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหรือข้อมูลซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. ผ่อนผันให้แก้ไขได้ภายหลัง) สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือเริ่มต้นนับระยะเวลาการมีผลใช้บังคับของแบบ filing (หนังสือนับหนึ่งเพื่อเผยแพร่แบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุด)\n\n     2.2  ในกรณีแบบ filing ไม่ครบถ้วนถูกต้อง สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งให้ผู้ยื่นทราบเพื่อดำเนินการ แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งหากผู้ยื่นได้ดำเนินการจนครบถ้วนถูกต้องแล้ว สำนักงาน ก.ล.ต. จะออกหนังสือตามข้อ 2.1 ให้แก่ผู้ยื่นต่อไป อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่สำนักงาน ก.ล.ต. มีหนังสือนับหนึ่งเพื่อให้เผยแพร่แบบ filing ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งหลังสุดแล้ว หากผู้ยื่นแบบ filing มีข้อมูลที่ประสงค์จะเผยแพร่เพิ่มเติมเพื่อให้เป็นปัจจุบัน ผู้ยื่นแบบ filing สามารถแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลในแบบ filing ได้\n\nทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับแบบ filing เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน\n\nหมายเหตุ \n* กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing ให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม ภายในระยะเวลาที่กำหนดสำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing นั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing","2025-10-01T09:46:22"],
    [4245,"9cfba8e8-14d6-45a8-b20c-664b48a18aa2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (แบบ filing) – เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น (กรณีการเสนอขายแบบรายครั้ง และกรณีการเสนอขายแบบกลุ่ม (shelf filing) ที่จะยื่นแบบ filing ครั้งแรก)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9cfba2c6-dc30-4dff-a08b-3059ea6abdfa",1,30000,2,"1.  ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“แบบ filing”) ต้องเป็นผู้ออกโทเคนดิจิทัลซึ่งได้แก่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”)\n\n2.  งบการเงินและงบการเงินรวมที่เปิดเผยในแบบ filing ต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำหนด\n\n3.  การยื่นแบบ filing กรณีการเสนอขายโทเคนดิจิทัลแบบกลุ่ม (shelf filing) \n(1) กรณีการเสนอขายใน shelf ครั้งแรก : ให้ยื่นแบบ filing ในส่วนรายการข้อมูลพื้นฐาน (filing-base) และส่วนรายการข้อมูลเกี่ยวกับราคา (filing-pricing) \n(2) กรณีการเสนอขายใน shelf ครั้งถัดไป : ให้ยื่นแบบ filing ในส่วนรายการข้อมูลเกี่ยวกับราคา (filing-pricing) และส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement) (ถ้ามี)\nทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับแบบ filing เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน และรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลแบบ filing ในส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement) อาจพิจารณาประกอบกับคู่มือสำหรับประชาชน การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement) ที่แยกจากแบบ filing ส่วนอื่นที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. \n\nหมายเหตุ\n* กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing ให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing นั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing","2025-10-01T09:46:15"],
    [4246,"9cfd1343-c10c-4982-91f2-6a0a0fab8238","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (แบบ filing) – เพื่อเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น (กรณีการเสนอขายแบบกลุ่ม (shelf filing) ที่ใน shelf จะเสนอขายครั้งถัดไป)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9cfbad33-847f-46cb-a72a-12533d8f86d8",30,30000,16,"1.  ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“แบบ filing”) ต้องเป็นผู้ออกโทเคนดิจิทัลซึ่งได้แก่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”)\n\n2.  งบการเงินและงบการเงินรวมที่เปิดเผยในแบบ filing ต้องเป็นไปตามที่หลักเกณฑ์กำหนด\n\n3.  การยื่นแบบ filing กรณีการเสนอขายโทเคนดิจิทัลแบบกลุ่ม (shelf filing) \n(1) กรณีการเสนอขายใน shelf ครั้งแรก : ให้ยื่นแบบ filing ในส่วนรายการข้อมูลพื้นฐาน (filing-base) และส่วนรายการข้อมูลเกี่ยวกับราคา (filing-pricing) \n(2) กรณีการเสนอขายใน shelf ครั้งถัดไป : ให้ยื่นแบบ filing ในส่วนรายการข้อมูลเกี่ยวกับราคา (filing-pricing) และส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement) (ถ้ามี)\nทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับแบบ filing เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน และรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลแบบ filing ในส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement) อาจพิจารณาประกอบกับคู่มือสำหรับประชาชน การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลส่วนรายการข้อมูลเพิ่มเติม (filing-supplement) ที่แยกจากแบบ filing ส่วนอื่นที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. \n\nหมายเหตุ\n* กรณีแบบ filing หรือเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จะแจ้งความบกพร่องของแบบ filing ให้ผู้ยื่นแบบ filing ทราบ หากผู้ยื่นแบบ filing ไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนแบบ filing และเอกสารหลักฐานประกอบแบบ filing นั้นแก่ผู้ยื่นแบบ filing","2025-10-01T09:46:08"],
    [4247,"9dc4d159-e2e5-4728-abd2-db416ffaa96f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9dc465c9-e09c-4372-898e-f7b026231cc8",180,0,36,"1.  ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทมหาชนจำกัด\n\n2.  ผู้ยื่นคำขอจะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (“ศูนย์ซื้อขายสัญญา”) เมื่อแสดงให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เห็นได้ว่ามีคุณสมบัติดังต่อไปนี้\n\n2.1  มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทในวันที่ยื่นคำขอ และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทก่อนวันที่ได้รับใบอนุญาต\n\n2.2  แสดงได้ว่าจะมีความสามารถในการประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญา\n\n2.3  มีกรรมการและผู้บริหารที่มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยพิจารณาจากประวัติการทำงาน รวมทั้งมีความสามารถและประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบการ\n\n2.4  แสดงได้ว่าจะมีระบบงานและบุคลากรที่มีความพร้อมในการประกอบการ และ\n\n2.5  แสดงได้ว่าสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (“สำนักหักบัญชีสัญญา”) ซึ่งจะให้บริการระบบการชำระหนี้ในศูนย์ซื้อขายสัญญาที่จะจัดตั้งขึ้น ได้รับใบอนุญาตหรืออยู่ระหว่างยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีสัญญาจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“คณะกรรมการ ก.ล.ต.”)\n\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการออกใบอนุญาตประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า\n\nการตรวจสอบเอกสาร\n1. ผู้ที่ประสงค์จะประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด \n\n2. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ และตรวจสอบการกรอกข้อมูลในแบบคำขอและความถูกต้องครบถ้วนตามรายการเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ \n\n3. กรณีเอกสารถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมีหนังสือรับคำขอและระบุวันที่เริ่มพิจารณา \n\n4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ผู้มายื่นคำขอที่ไม่ได้มาด้วยตนเองแต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทนหากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอ\n\nสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน ให้ดำเนินการตาม 3.","2025-10-01T09:52:32"],
    [4248,"9ddec49b-f20a-49ff-beb9-c1750f9223a5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินกองทุนส่วนบุคคล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","974ccdb2-5091-423e-a585-468f76a6a2cf",90,70000,5,"1 ผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นสถาบันการเงินดังต่อไปนี้\n  (1) ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน\n  (2) บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n  (3) บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต\n  (4) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ\n\n2 ผู้ยื่นคำขอ ต้องยื่นคำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน เพื่อแสดงว่าผู้ยื่นคำขอ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด\n\n3 ผู้ยื่นคำขอ จะได้รับความเห็นชอบต่อเมื่อแสดงได้ว่ามีฐานะทางการเงินตามลักษณะที่กำหนด ไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมาย แสดงได้ว่าจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน และมีความพร้อมด้านบุคลากร\n\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้รับฝากทรัพย์สิน ของกองทุนส่วนบุคคล \n\nหมายเหตุ\n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2025-10-01T09:26:46"],
    [4249,"9e5db04a-6393-4d59-8c77-a9825847b33f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีต่างประเทศ (กรณีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9e5d7aad-39a9-46f4-8147-3ce31a4a5bce",75,50000,10,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้สอบบัญชีต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 30/2558 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่างประเทศ ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558\n2. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีที่สามารถสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น\nในการสอบบัญชีของกิจการที่เป็นบริษัทต่างประเทศที่ประสงค์จะเสนอขายหุ้นหรือที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้น\nต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในประเทศไทย ต่อเมื่อแสดงให้สำนักงาน ก.ล.ต. เห็นได้ว่าสามารถทำการสอบบัญชี สำหรับบริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์ซื้อขายในกระดานหลัก (main board) ของตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ โดยชอบด้วยกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ของต่างประเทศ และมีประสบการณ์การสอบบัญชีของบริษัทดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดในการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 7 ของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 30/2558 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่างประเทศ ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะเริ่มนับระยะเวลาเพื่อดำเนินการพิจารณาคำขอความเห็นชอบนับแต่วันที่คำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้วซึ่งมีรายละเอียดของขั้นตอนตามที่กำหนด \nหมายเหตุ: \n*    กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น  ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเองแต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่า เป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอให้เป็นผู้ลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานดังกล่าวด้วย\n**  กรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์และคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมี e-mail แจ้งรายการเอกสารที่บกพร่องหรือไม่ครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม\n*** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:28:21"],
    [4250,"9e5f2d41-d504-44a4-9e43-bb911fb19092","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีต่างประเทศ (กรณีทั่วไป)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9e5f1fe7-8f60-47b4-8a99-1aa27ff5c9b0",240,200000,11,"1. ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้สอบบัญชีต่างประเทศ\n2. ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีที่สามารถสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น\nในการสอบบัญชีของกิจการที่เป็นบริษัทต่างประเทศที่ประสงค์จะเสนอขายหุ้นหรือที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้น\nต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในประเทศไทย ต่อเมื่อแสดงให้สำนักงาน ก.ล.ต. เห็นได้ว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเรื่องดังนี้\n (1) สามารถทำการสอบบัญชีได้ตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่างประเทศ\n (2) สังกัดสำนักงานสอบบัญชีที่มีการบริหารคุณภาพ และมีบุคลากรตามที่กำหนด\n (3) มีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชี รวมทั้งไม่มีลักษณะต้องห้าม ทั้งนี้ รายละเอียดในการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่างประเทศในกรณีทั่วไป เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 8 ของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 30/2558 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีต่างประเทศ ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558\n3. สำนักงาน ก.ล.ต. จะเริ่มนับระยะเวลาเพื่อดำเนินการสอบทานข้อเท็จจริงและพิจารณาคำขอความเห็นชอบ\nนับแต่วันที่คำขอและเอกสารประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีรายละเอียด ของขั้นตอนตามที่กำหนด \nหมายเหตุ: \n*   กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายใน\nระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอนั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ได้มายื่นคำขอด้วยตนเองแต่มอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้มายื่นคำขอแทน หากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง\nไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้มายื่นคำขอแทนต้องมีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ยื่นคำขอให้เป็นผู้ลงนามในบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานดังกล่าวด้วย\n**  กรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์และคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะมี e-mail แจ้งรายการเอกสารที่บกพร่องหรือไม่ครบถ้วนพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม\n*** สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการจนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว","2025-10-01T09:27:32"],
    [4251,"9f24b623-2509-4f7c-8e74-44ea2ab0d832","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขออนุญาตให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการ (outsource) ในงานเกี่ยวกับการตรวจสอบและสอบทานข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (due diligence) ของผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","9f24a6d8-b555-4237-811e-df87915144a2",30,0,9,"1.  ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“ICO portal”) ที่จะมอบหมายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบและสอบทานข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (“due diligence”) ให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดำเนินการ (“outsource”) โดยการมอบหมายงานเกี่ยวกับ due diligence ผู้ยื่นคำขอจะสามารถ outsource งาน due diligence ดังกล่าวได้บางส่วนโดย outsource ได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ระหว่าง (1) ด้าน Business เช่น ข้อมูลผู้ออกเสนอขายโทเคนดิจิทัล แผนธุรกิจ โครงการโทเคนดิจิทัล เป็นต้น หรือ (2) ด้าน Technology ได้แก่ ชุดรหัส (source code) ในสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) หรือกลไกอื่นที่นำมาใช้ทดแทน smart contract ในแต่ละโครงการ รวมถึงห้าม outsource ช่วงงานดังกล่าว และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการ outsource ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการให้ความเห็นชอบ\nผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล \n\n2.  ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขออนุญาต outsource ในงานเกี่ยวกับ due diligence พร้อมแสดงเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ก่อนการดำเนินการ \n\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการให้ความเห็นชอบผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล\n\nหมายเหตุ \n* วิธีการยื่นคำขอ : ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือในระบบสำหรับยื่นคำขอหรือแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์เข้าระบบออนไลน์ (“ระบบ E-SUBMISSION”) และส่งผ่านระบบ E-SUBMISSION\n\n** กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอและ\nยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบ E-SUBMISSION ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป","2025-10-01T09:40:21"],
    [4252,"9fa3212a-0302-4ddc-a2e1-c5bf25af59b3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (ทั้งกรณีขอครั้งแรกและขอต่ออายุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9fa3070a-78f8-48ae-bc41-453b03d88c69",45,500000,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1 ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการประกอบธุรกิจ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาทางด้านการบัญชี หรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย\n2 ผู้ยื่นคำขอต้องมีคุณสมบัติตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน ดังนี้\n 2.1 มีสายงานที่รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ชัดเจน\n 2.2 มีหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ชัดเจน รัดกุมและเพียงพอ ทำให้เชื่อถือได้ว่าสามารถ ควบคุมให้การปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษาทางการเงินเป็นไปตามมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพและไม่ก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางผลประโยชน์\n 2.3 ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงินกำหนด\n 2.4 กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบงานด้านที่ปรึกษาทางการเงิน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน\n 2.5 มีผู้ควบคุมการปฏิบัติงานอย่างน้อย 1 คนซึ่งปฏิบัติงานเต็มเวลา โดยต้องเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”)\n 2.6 เป็นผู้มีรายชื่อจดทะเบียนกับชมรมในการประกอบธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน (ชมรมหมายถึง ชมรมวาณิชธนกิจภายใต้ การจัดการของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย)\n\nทั้งนี้ รายละเอียดในการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงินเป็นไปตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน\n\nหมายเหตุ \n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยื่นคำขอหรือแบบ (“ระบบอิเล็กทรอนิกส์”) และส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป\n\n***ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน ซึ่งรวมถึงเอกสารการจ่ายชำระค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2025-10-01T09:00:09"],
    [4253,"9fa9329f-ca46-42c7-bd8e-ff8f8cef0ad7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบประกอบกิจการอื่นเป็นรายกรณีของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","9fa92c37-5bc9-4f4f-a4ee-e069ee7b73d4",60,0,2,"1) ผู้ยื่นคำขอต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (รวมเรียก ผู้ประกอบธุรกิจ) ที่ประสงค์\nจะประกอบธุรกิจอื่นที่มิใช่ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเภทที่ได้รับอนุญาตเป็นรายกรณี \nโดยให้ผู้ยื่นคำขอให้ข้อเท็จจริงพร้อมทั้งหารือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนยื่นคำขอ \nและมีรายละเอียด ดังนี้\n1.1) บริษัทหลักทรัพย์จะต้องขออนุญาตคณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประกอบกิจการอื่นที่มิได้อนุญาตเป็นการทั่วไป\n1.2) ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานในการประกอบกิจการอื่นที่มิได้อนุญาตเป็นการทั่วไป\n\n2) ผู้ยื่นคำขอต้องยื่นคำขอประกอบกิจการอื่นเป็นหนังสือต่อสำนักงาน โดยให้ระบุรายละเอียด ดังนี้ \n2.1)\tกรณีเป็นกิจการอื่นที่เป็นกิจการที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า \nหรือเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล สถานที่ ระบบงาน หรือเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วของ\nผู้ประกอบธุรกิจให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ (โปรดระบุ)\n(1)\tชื่อประเภทกิจการอื่นที่ประสงค์จะดำเนินการ\n(2)\tรูปแบบการประกอบกิจการอื่น/รายละเอียดลักษณะกิจการ\n(3)\tเหตุผลในการประกอบกิจการอื่น \n(4)\tกำหนดเวลาที่ต้องการจะเริ่มประกอบกิจการอื่น\n(5)\tความพร้อมในการประกอบกิจการอื่น\n(6)\tผู้ประกอบธุรกิจรับรองว่า ยังคงมุ่งประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นกิจการหลัก\n\n2.2)\tกรณีเป็นกิจการเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) \n(1)\tเช่นเดียวกับข้อ 2.1 (3) (4) (5) (6)\n(2)\tมีการเข้าลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของธุรกิจเงินร่วมลงทุน\n(3)\tมีการจำกัดสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจตามข้อ 2.2 (2) แต่ละธุรกิจ โดยเมื่อนับรวมสัดส่วนการลงทุนของ\nผู้ประกอบธุรกิจโดยตรงในธุรกิจดังกล่าวแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของส่วนของผู้ถือหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจ\n(4)\tไม่เป็นธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้ดำเนินการเอง (same entity)\n(5)\tไม่มีบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจในตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น เข้าไปบริหารจัดการงานประจำวัน (day to day operation) ในธุรกิจเงินร่วมลงทุน หรือในธุรกิจที่ธุรกิจเงินร่วมลงทุนเข้าลงทุนตามข้อ 2.2 (2)\n\n3) ในการยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นเอกสารและหลักฐานโดยครบถ้วนตามที่สำนักงานกำหนด\n\n4) การตรวจสอบเอกสาร* \n4.1 ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบคำขออนุญาตประกอบกิจการอื่นที่นอกเหนือจากการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้\n4.2 สำนักงานจะตรวจสอบว่าแบบคำขอดังกล่าวได้รับการลงนามโดยผู้มีอำนาจผูกพันผู้ยื่นคำขอหรือไม่ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารหลักฐานที่แนบมาด้วย\n4.3 หากเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน สำนักงานจะออกหนังสือรับคำขอ และระบุวันที่เริ่มพิจารณาคำขอ\n4.4 หากคำขอหรือเอกสารหลักฐานที่แนบมานั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น สำนักงานและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามในบันทึกข้อบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหลักฐาน  ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง  \nนอกจากนี้ สำนักงานจะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมจนครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5) ผู้ยื่นคำขอจะได้รับความเห็นชอบให้ประกอบกิจการอื่นต่อเมื่อคณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือสำนักงานพิจารณาแล้ว\nเห็นว่า การประกอบกิจการอื่นมีเหตุจำเป็น สมควร และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อ การประกอบธุรกิจธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งเป็นกิจการหลัก และผู้ยื่นคำขอปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด\n\nทั้งนี้ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการประกอบกิจการอื่นที่มิใช่ธุรกิจหลักทรัพย์ในประเภทที่ได้รับอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการประกอบธุรกิจอื่นของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า","2025-10-01T08:52:08"],
    [4254,"9fa32e04-28bb-46e6-9139-08ed28c6ab3d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอความเห็นชอบเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน (ทั้งกรณีขอครั้งแรกและขอต่ออายุ)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9fa32488-34f1-49d4-9caf-f3244444f64a",45,10000,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nผู้ยื่นคำขอจะต้องมีคุณสมบัติตามประกาศว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน ดังนี้\n(1) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะตามประกาศว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน\n(2) ผ่านการทดสอบและผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ชมรมกำหนดโดยความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) (ชมรมหมายถึง ชมรมวาณิชธนกิจภายใต้การจัดการของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย)\n\nทั้งนี้  รายละเอียดในการให้ความเห็นชอบผู้ควบคุมการปฏิบัติงานมีรายละเอียดตามที่กำหนดในประกาศว่าด้วย การให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน\n\nหมายเหตุ \n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยื่นคำขอหรือแบบ (“ระบบอิเล็กทรอนิกส์”) และส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป\n\n***ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน ซึ่งรวมถึงเอกสารการจ่ายชำระค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2025-10-01T09:00:53"],
    [4255,"9fa335e5-8817-4bee-869d-7a56f61ad7fb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมบุคคลที่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบงาน ด้านที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9fa3326c-6e15-4145-91a1-ffb76e9174c3",15,0,4,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบงานด้านที่ปรึกษา\nทางการเงิน และผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน ให้ยื่นแบบ FA-3 พื่อแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมนั้นต่อสำนักงาน ก.ล.ต.\nภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม\n\nทั้งนี้ รายละเอียดในการพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไป ที่รับผิดชอบงานด้านที่ปรึกษาทางการเงินและผู้ควบคุมการปฏิบัติงานที่เพิ่มเติมมีรายละเอียดตามที่กำหนดในประกาศ\nว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน\n\nหมายเหตุ \n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยื่นคำขอหรือแบบ (“ระบบอิเล็กทรอนิกส์”) และส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป\n\n***ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2025-10-01T09:53:35"],
    [4256,"9fa35e2d-38e5-481c-b43b-d357ad5ec1fa","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การขอกลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หลังจากที่เคยขอระงับการปฏิบัติหน้าที่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9fa355b7-1a06-4ec4-9f5b-1294579a5b6e",15,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาตที่ปรึกษาทางการเงินที่ประสงค์กลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หลังจากที่เคยขอระงับการปฏิบัติหน้าที่ ให้แจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”)  โดยให้แสดงรายละเอียดการแก้ไขเหตุแห่งการระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะของที่ปรึกษาทางการเงินเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากข้อมูลที่เคยยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ หากสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่แจ้งทักท้วงภายใน 15 วันนับแต่วันที่เอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนให้ที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้ตั้งแต่วันที่พ้นระยะเวลาทักท้วงดังกล่าวเป็นต้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดในการพิจารณาคุณสมบัติของที่ปรึกษาทางการเงินจะต้องเป็นไปตามประกาศว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงินมีรายละเอียดตามที่กำหนดในประกาศว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงิน\n\nหมายเหตุ \n\n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต. จัดไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยื่นคำขอหรือแบบ (“ระบบอิเล็กทรอนิกส์”) และส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป\n\n***ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2025-10-01T08:51:24"],
    [4257,"9fa36ec7-ba44-4aa8-9683-adefbfe7ac0b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์","การแจ้งขอระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","9fa363c4-7c0b-4454-ac8f-c18928e44eed",15,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nในกรณีที่ที่ปรึกษาทางการเงินรายใดประสงค์จะระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินตามประกาศนี้ ให้ที่ปรึกษาทางการเงินรายนั้นแจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่วงหน้าหรือภายใน 15 วันนับแต่วันที่ระงับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงรายการของงานที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ (ถ้ามี) และการดำเนินการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจมีต่อลูกค้าดังกล่าว\n\nหมายเหตุ \n \n*วิธีการยื่นคำขอ: ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นแบบตามที่กำหนดในคู่มือนี้ (ถ้ามี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) จัดไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยื่นคำขอหรือแบบ (“ระบบอิเล็กทรอนิกส์”) และส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์\n\n**กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนสำนักงาน ก.ล.ต. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว หากผู้ยื่นคำขอยื่นเอกสารที่ขาดตามที่ระบุ และสำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับคำขอไว้พิจารณาต่อไป\n\n***ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ยื่นแบบได้จัดทำคำขอถูกต้องและแนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนตามที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชน","2025-10-01T09:53:13"],
    [4258,"94e56e2d-564e-4c34-8ae8-c1720c70f380","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (ชีวิต) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-1bcc-46ff-ba3d-b32766e83af0",90,15000,5,"นักคณิตศาสตร์ประกันภัยมีหน้าที่รับรองรายงานประจำปีการคำนวณความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งบริษัทประกันภัยต้องนำส่งสำนักงาน คปภ. โดยผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนด    ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) จะต้องเป็นสมาชิกระดับเฟลโลของสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย","2022-04-06T22:52:46"],
    [4259,"94e56e2d-540c-4275-b1f9-13c36c5bab15","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-1910-4d14-a7d7-ac73aadce627",1,300,9,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากตัวแทนที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทนประกันชีวิต ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4260,"94e56e2d-67fa-4774-b34a-3451276e8621","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-3123-4827-8c50-6e877930d137",1,5000,10,"ผู้ที่จะยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย สามารถตรวจสอบคุณสมบัติก่อนยื่นคำขอได้จากประกาศคณะกรรมการ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การขึ้นทะเบียน และการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย การตรวจสอบและประเมินวินาศภัยที่ต้องดำเนินการโดยผู้ประเมินวินาศภัย พ.ศ. 2552 โดยมีคุณสมบัติดังนี้    1. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้        (1)  ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม (แล้วแต่กรณี) และต้องมีประสบการณ์ทางด้านการประเมินความเสียหายต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี        (2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรืออนุปริญญา หรือปริญญาตรี หรือเทียบเท่า และต้องมีประสบการณ์ทางด้านการประเมินความเสียหายต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าห้าปี        (3)   สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่า และต้องมีประสบการณ์ทางด้านการประเมินความเสียหายต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าเจ็ดปี    2. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้        (1)  เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ        (2)  เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หรือความผิดตามมาตรา 90/1 หรือมาตรา 90/2 เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต        (3)  เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือที่ปรึกษาของบริษัทประกันภัย               (4)  อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย        (5)  เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยในระยะเวลาห้าปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต    3. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต้องผ่านการอบรมจากสำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือสถาบันที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยรับรอง               การยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย              แบบฟอร์มการยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย (แบบ ปม.1) สามารถติดต่อขอรับแบบฟอร์มได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) หรือ Download จากเว็บไซด์ www.oic.or.th  และยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต่อนายทะเบียน สำนักงาน คปภ.           การพิจารณาการให้ใบอนุญาต การอนุญาต การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินวินาศภัย    1. ตรวจสอบคุณสมบัติ และตรวจสอบหลักฐาน ตามประกาศของคณะกรรมการ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การขึ้นทะเบียน และการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย การตรวจสอบและประเมินวินาศภัยที่ต้องดำเนินการโดยผู้ประเมินวินาศภัย พ.ศ. 2552  โดยคุณสมบัติและหลักฐานต้องถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้    2.  ชำระค่าธรรมเนียม  5,400 บาท (ค่าคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย 400 บาทและค่าใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 5,400 บาท)    3.  นายทะเบียนออกใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย (ใบอนุญาตมีอายุ 2 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต)    4.  เมื่อได้รับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินวินาศภัยแล้ว สามารถที่จะตรวจสอบรายชื่อผู้ประเมินวินาศภัยได้จาก Website ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)  ที่ www.oic.or.th    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                  ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4261,"94e56e2d-58e9-43b7-9e22-664ba653561b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-1ece-4867-a7d7-e7180e86a5aa",1,800,6,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องจากการซื้อประกันภัย จากตัวแทนที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทนประกันชีวิตผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในกำหนดสองเดือนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงาน คปภ. หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงาน คปภ. ประกาศกำหนด โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4262,"94e56e2d-71e2-4001-a21e-fbb71390e422","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัย ระบบออนไลน์ (E-Service) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-3dd1-451d-a5d7-f3d344aeb4b0",1,800,4,"บริษัทประกันภัย/นายหน้านิติบุคคล/ธนาคาร ที่ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัยประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตระบบออนไลน์ ให้ตัวแทน/นายหน้าประกันภัย ในสังกัด ให้ทำรายการต่ออายุใบอนุญาตผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. (E-Service) ภายในกำหนดสองเดือนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยตัวแทน/นายหน้าประกันภัยในสังกัดที่ประสงค์ต่ออายุใบอนุญาต ต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงาน คปภ. หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงาน คปภ. ประกาศกำหนด การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งที่ 1 , 2 มีอายุ 1 ปี ต่ออายุใบอนุญาต ครั้งที่ 3 และครั้งต่อๆไปมีอายุ 5 ปี","2021-11-17T13:39:28"],
    [4263,"94e56e2d-5b57-4ad8-b128-afffe8dc57c2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-21bc-4e8c-9f01-b07bbeccdac9",1,300,7,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากนายหน้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้นายหน้าประกันชีวิต ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชี้ช่องให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4264,"94e56e2d-79a0-4858-bb91-988d25b6cbe3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การแจ้งชื่อตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต(วินาศภัย) เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-46b5-4d87-8c6b-1c096da5355b",2,0,1,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนมิให้ถูกรบกวน หรือสร้างความรำคาญใจจากการเสนอขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ จึงกำหนดให้ผู้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยจะต้องเป็นตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต (วินาศภัย) ที่ได้รับอนุญาตจากบริษัทให้เสนอขายผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น โดยบริษัทต้องแจ้งชื่อตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต (วินาศภัย) ให้ทางสำนักงาน คปภ. ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตจากบริษัท","2021-11-17T13:39:28"],
    [4265,"94e56e2d-5de4-4355-bdbe-c3c4d51bb3e2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-24d6-4c4f-9f95-67bd096dc4c0",1,800,6,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องจากการซื้อประกันภัย จากนายหน้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้นายหน้าประกันชีวิตผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในกำหนดสองเดือนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงาน คปภ. หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงาน คปภ. ประกาศกำหนด โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4266,"94e56e2d-84f9-43fb-add1-5f182e8d89a2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การออกใบอนุญาตให้นิติบุคคลเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย (เมื่อผ่านการทดสอบความรู้) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-50d6-4b83-9462-da5efd872309",6,10000,1,"ต้องผ่านการทดสอบความรู้ (สัมภาษณ์) และชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้นิติบุคคลเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย เรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4267,"94e56e2d-604b-4a99-8300-433854ad4a93","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-27b6-4aa5-b7cf-a15fcb0026e5",1,300,7,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากนายหน้าที่มีคุณภาพมีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้นายหน้าประกันวินาศภัย ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชี้ช่องให้บุคคลทำสัญญาประกันวินาศภัยกับบริษัท ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4268,"94e56e2d-8d45-4f3b-87da-d6cdb5d231d4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขออนุญาตรับเสี่ยงภัยไว้เองเกินกว่าร้อยละ 10 ของเงินกองทุน[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-5a64-4734-b82d-13480506919f",61,0,7,"ตามพระราชบัญญัติ ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ห้ามบริษัทประกันวินาศภัยรับประกันวินาศภัยเกินกว่าจำนวนดังต่อไปนี้       รับประกันอัคคีภัยรายเดียวหรือหลายรายรวมกัน เพื่อวินาศภัยอันเดียวกันภายในเขตพื้นที่นายทะเบียนกำหนดไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินกองทุน   รับประกันวินาศภัยยานพาหนะทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และบุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในยานพาหนะนั้น และการประกันภัยค้ำจุ้นเพื่อวินาศภัยอันเดียวกัน ทั้งนี้ โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยแต่ละยานพาหนะเกินกว่าร้อยละสิบของเงินกองทุน   รับประกันวินาศภัยอื่นนอกจาก (ก) หรือ (ข) โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยรายหนึ่งเกินกว่าร้อยละสิบของเงินกองทุน      ในกรณีที่มีการประกันต่อตาม (ก) (ข) หรือ (ค) โดยมีผลบังคับพร้อมกับการรับประกันวินาศภัย มิให้นับจำนวนเงินที่เอาประกันภัยต่อเข้าอยู่ในจำนวนที่กำหนดตาม (ก) (ข) หรือ (ค)    ผู้ยื่นคำขออนุญาตเป็นบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และให้หมายรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย    ทั้งนี้ การยื่นขออนุญาตต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน ดังนี้       หนังสือขออนุญาตรับเสี่ยงภัยไว้เองเกินร้อยละ 10 ของเงินกองทุน   รายละเอียดประเภทการประกันภัย พร้อมเหตุผลความจำเป็นที่จะรับเสี่ยงภัยไว้เองเกินกว่าร้อยละ 10 ของเงินกองทุน   การวิเคราะห์งบกำไรขาดทุนย้อนหลัง 5 ปี โดยให้แสดง TCA และ CAR Ratio ด้วย (รับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย)   การวิเคราะห์ผลการรับประกันภัย(ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี) (รับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย)   การประมาณการกระแสเงินสดล่วงหน้า 12 เดือนทั้งในกรณีรับเสี่ยงภัยเกินและไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินกองทุน (รับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย)              การทดสอบภาวะวิกฤต(Stress Testing)ทั้งในกรณีรับเสี่ยงภัยเกินและไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินกองทุน โดยให้กำหนดสถานการณ์ทดสอบดังนี้       อัตราส่วนความเสียหาย( Loss Ratio) เพิ่มขึ้นร้อยละ 50    เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหายสูงสุดหรือ    Stress to failure            (รับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย)       กรณีบริษัทสาขาต่างประเทศต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ :       งบการเงินรวมกิจการและอันดับความน่าเชื่อถือ(Credit rating) ของบริษัทแม่ 5 ปีย้อนหลัง    หนังสือสัญญาการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทแม่    วิธีการบันทึกบัญชีระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทสาขา            หมายเหตุ :       กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา หรือหากภายหลัง ตรวจสอบพบว่า รายละเอียดของเอกสารประกอบการพิจารณาไม่สมบูรณ์ ผู้ยื่นคำขอจะจัดส่งเอกสารเพิ่มภายในระยะเวลาที่ผู้รับคำขอกำหนด   หนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4269,"94e56e2d-62dd-4fd9-9f7a-0a4e5eecbe9a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-2abd-4ba2-b8c4-05edbb645827",1,800,6,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องจากการซื้อประกันภัย จากนายหน้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้นายหน้าประกันวินาศภัยผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในกำหนดสองเดือนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดย ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงาน คปภ. หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงาน คปภ. ประกาศกำหนด โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4270,"94e56e2d-6557-4bed-b898-825dbc4b12b8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-2dd2-4d25-aa1e-772c46c0b96a",1,300,9,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากตัวแทนที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทนประกันวินาศภัย ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันวินาศภัยกับบริษัท ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4271,"94e56e2d-900d-4868-8efe-5f6c11d2c622","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขออนุญาตเอาประกันภัยต่อเกินกว่าความเสี่ยงสุทธิ(Net amount at risk)[N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-5e23-43ea-ab8d-0849dd552dc4",61,0,7,"ตามประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกันภัยต่อของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2561 ข้อ 11 ในกรณีที่บริษัทจะเอาประกันภัยต่อ (outward reinsurance) ให้บริษัทเอาประกันภัยต่อได้เฉพาะจำนวนความเสี่ยงภัยสุทธิ (net amount at risk) เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน    ผู้ยื่นคำขออนุญาตเป็นบริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และให้หมายรวมถึงสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต    ทั้งนี้ การยื่นขออนุญาตต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน ดังนี้       หนังสือขออนุญาตเอาประกันภัยต่อเกินกว่าความเสี่ยงภัยสุทธิ พร้อมเหตุผล ความจำเป็น และความเห็น ของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) /กรรมการผู้จัดการใหญ่   สรุปสาระสำคัญของผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิต/สัญญาเพิ่มเติม/บันทึกสลักหลัง เบี้ยประกันภัย ช่องทางการจัดจำหน่าย และวิเคราะห์ความเสี่ยงหลักก่อนการเอาประกันภัยต่อของแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต   ผลการวิเคราะห์สัญญาประกันภัยต่อ ความสอดคล้องของสัญญาประกันภัยต่อกับกลยุทธ์การบริหารการประกันภัยต่อของบริษัท ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ (Residual Risk) ของบริษัทภายหลังการประกันภัยต่อ วัตถุประสงค์ของสัญญาประกันภัยต่อ ข้อควรพิจารณาและข้อควรระวังของสัญญาประกันภัยต่อ พร้อมแนบร่างสัญญาประกันภัยต่อ   ข้อมูลผู้รับประกันภัยต่อพร้อมหลักฐาน อาทิ ชื่อ ที่อยู่ ประเทศที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจ ฐานะการเงิน อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน(CAR Ratio) อันดับความน่าเชื่อถือพร้อมหลักฐานที่ออกโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สำนักงาน คปภ. ยอมรับ เป็นต้น (ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี)   ผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Testing) เปรียบเทียบก่อนและหลังการทำประกันภัยต่อ กรณีสถานการณ์ฐาน (Base scenario) และ self-select scenario โดยเลือกปัจจัยความเสี่ยงหลักที่มีผลกระทบต่อแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เอาประกันภัยต่อ โดยมีกรอบเวลาในการประมาณการ 1 ปี ภายหลังสัญญาประกันภัยต่อเริ่มต้นความคุ้มครอง พร้อมทั้งอธิบายวิธีการและสมมติฐานที่ใช้ในการกำหนดค่าพารามิเตอร์ที่ใช้ในการทดสอบแต่ละสถานการณ์   ประมาณการจำนวนความเสี่ยงภัยสุทธิ (NAR)แต่ละปีตามกรมธรรม์ พร้อมทั้งเทียบสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อกับจำนวนความเสี่ยงภัยสุทธิในแต่ละปี   ความเห็นของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Review) ต่อความเหมาะสมของสัญญาประกันภัยต่อ      หมายเหตุ :       กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา หรือหากภายหลัง ตรวจสอบพบว่า รายละเอียดของเอกสารประกอบการพิจารณาไม่สมบูรณ์ ผู้ยื่นคำขอจะจัดส่งเอกสารเพิ่มภายในระยะเวลาที่ผู้รับคำขอกำหนด   หนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว      ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4272,"94e56e2d-6a85-4f47-88d3-44d25a44d0df","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย (N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-3456-40d7-9aee-fd1f92d1f757",1,3000,7,"ผู้ที่จะยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย สามารถตรวจสอบคุณสมบัติก่อนยื่นคำขอได้จากประกาศคณะกรรมการ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การขึ้นทะเบียน และการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย การตรวจสอบและประเมินวินาศภัยที่ต้องดำเนินการโดยผู้ประเมินวินาศภัย พ.ศ. 2552              ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต้องผ่านการอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือสถาบันที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยรับรอง              การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย    แบบฟอร์มการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย (แบบ ปม.2) สามารถติดต่อขอรับแบบฟอร์มได้จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) หรือ Download จากเว็บไซด์ www.oic.or.th และยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยต่อนายทะเบียน สำนักงาน คปภ.           การพิจารณาการต่ออายุให้เป็นผู้ประเมินวินาศภัย                       1. ตรวจสอบคุณสมบัติ และตรวจสอบหลักฐาน ตามประกาศของคณะกรรมการ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การขึ้นทะเบียน และการขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย การตรวจสอบและประเมินวินาศภัยที่ต้องดำเนินการโดยผู้ประเมินวินาศภัย พ.ศ. 2552  โดยคุณสมบัติและหลักฐานต้องถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้                      2. ชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตผู้ประเมินวินาศภัย 3,000 บาท                      3. นายทะเบียนจะต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย (ใบอนุญาตมีอายุ 2 ปี)                      4. เมื่อได้รับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินวินาศภัยแล้ว สามารถที่จะตรวจสอบรายชื่อผู้ประเมินวินาศภัยได้จาก Website ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)  ที่ www.oic.or.th      หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา         ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว           ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4273,"94e56e2d-6d0a-4caa-aed7-2ec8636e6acb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การรับรองสถาบันให้เป็นผู้อบรมผู้ขอรับ หรือขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย และหลักสูตรการอบรมที่จะได้รับการขึ้นทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d42-377d-42f7-b8ff-ae44d1d310ad",20,0,13,"เพื่อให้ผู้ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินวินาศภัย และผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัย ต้องผ่านการอบรมจากสำนักงาน หรือสถาบันที่สำนักงานรับรอง ซึ่งสถาบันที่สำนักงานให้การรับรองต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขโดยมีคุณสมบัติและการใช้หลักสูตรตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขการรับรองสถาบันให้เป็นผู้อบรมผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินวินาศภัยและหลักสูตรการอบรมที่จะได้รับการขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2553 (https://www.oic.or.th/sites/default/files/content/4636/1023-7894.pdf)    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา         ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว           ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว           **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4274,"94e56e2d-6f7d-4fde-8702-eabfdb40cb3e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-3a93-4d42-a293-74b96b407561",1,800,5,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องจากการซื้อประกันภัย จากตัวแทนที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทนประกันวินาศภัยผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในกำหนดสองเดือนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงาน คปภ. หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงาน คปภ. ประกาศกำหนด โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4275,"94e56e2d-9252-4a4c-8ab8-5b82a68d5b8a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การแจ้งเปลี่ยนแปลงนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย เข้า/ออกสังกัดนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-60eb-47cf-8466-6fc09bfff1af",3,0,1,"เพื่อเป็นการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน จากการชี้ช่องขายกรมธรรม์ประกันภัยของนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ที่กระทำการแทนนิติบุคคล จึงกำหนดให้นิติบุคคลต้อง แจ้งนายทะเบียนเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นิติบุคคลเปลี่ยนแปลงนายหน้าประกันภัย","2021-11-17T13:39:29"],
    [4276,"94e56e2d-748b-4ce9-9219-74a1075eb255","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิตขายกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked Life Policy) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-40d1-4290-8c06-5aabe9a4fc89",1,0,2,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากตัวแทน/นายหน้าประกันภัยที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต ที่จะขายกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked Life Policy) ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4277,"94e56e2d-be3e-421e-bfc5-40be34f1c154","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขออนุญาตซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์/การขออนุญาตก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-ad2c-4e50-bea9-e7241950220c",50,0,4,"-","2021-11-17T13:39:29"],
    [4278,"94e56e2d-773d-4e13-99df-4d87fe6f81f7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทน/นายหน้าขายกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life Insurance) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-43f7-4818-bb65-17e86dd01b62",1,0,2,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากตัวแทน/นายหน้าประกันภัยที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทน/นายหน้าประกันชีวิต ที่จะขายกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life Insurance) ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:28"],
    [4279,"94e56e2d-c57e-49d8-8ebe-621d73e11c33","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (วินาศภัย) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-b6dc-4a07-b369-328cc456d7c8",90,9000,3,"นักคณิตศาสตร์ประกันภัยมีหน้าที่รับรองรายงานประจำปีการคำนวณความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งบริษัทประกันภัยต้องนำส่งสำนักงาน คปภ. โดยผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนด    ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้องต่ออายุใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยภายใน 2 เดือนก่อนใบอนุญาตหมดอายุ","2022-04-06T22:52:46"],
    [4280,"94e56e2d-7cfe-4c83-8fa0-35dc6f7a56b7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย ประเภทนิติบุคคล (การยื่นขออนุมัติวัตถุประสงค์) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-4a52-4cd3-83f0-b7094898eb19",7,0,5,"นิติบุคคลที่จะขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้     1 เป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชน์ บริษัทมหาชนจำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด หรือสถาบันการเงิน       2 มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย      3มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย       4 มีผู้ถือหุ้นได้ใช้เงินในหุ้นแล้ว หรือมีทุนชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท แล้วแต่กรณี       5 ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจในการจัดการกิจการนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องเข้ารับ    การทดสอบความรู้ อย่างน้อยสองคน       6 มีพนักงานหรือลูกจ้างที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต/วินาศภัย เป็นผู้ทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าว       7 ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนูญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยในระยะเวลาห้าปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4281,"94e56e2d-7fcb-4d85-91aa-4f5a4ad5a4ec","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย ประเภทนิติบุคคล (หลังจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-4d93-4a0e-acdf-4dfcef11e946",25,0,14,"นิติบุคคลที่จะขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้     1 เป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชน์ บริษัทมหาชนจำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด หรือสถาบันการเงิน     2 มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย     3 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย     4 มีผู้ถือหุ้นได้ใช้เงินในหุ้นแล้ว หรือมีทุนชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท แล้วแต่กรณี     5 ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจในการจัดการกิจการนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องเข้ารับการทดสอบความรู้ อย่างน้อยสองคน     6 มีพนักงานหรือลูกจ้างที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต/วินาศภัย เป็นผู้ทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าว     7 ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนูญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยในระยะเวลาห้าปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4282,"94e56e2d-87cc-4746-aaaf-74ecd374e8dc","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย ประเภทนิติบุคคล ในรูปกระดาษ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-53e8-4d6a-8684-4ac9ca1463e1",10,20000,7,"นายทะเบียนจะต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยได้ เมื่อผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือนายทะเบียนครบถ้วน    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4283,"94e56e2d-c7e2-4763-8895-60f67f463a10","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (ชีวิต) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-ba0a-4b1e-8216-9194ba6dbfd6",90,9000,3,"นักคณิตศาสตร์ประกันภัยมีหน้าที่รับรองรายงานประจำปีการคำนวณความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งบริษัทประกันภัยต้องนำส่งสำนักงาน คปภ. โดยผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนด    ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้องต่ออายุใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยภายใน 2 เดือนก่อนใบอนุญาตฯหมดอายุ","2022-04-06T22:52:46"],
    [4284,"94e56e2d-8a56-42a7-9129-72c2eb2243f1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การยื่นขอรับความเห็นชอบ อัตโนมัติ (File and Use) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d42-56ba-4521-943a-0564b33f1a5b",2,200,6,"1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต กรมธรรม์ประกันภัย / เอกสารประกอบ / เอกสารแนบท้าย ที่บริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นไปตามแบบและข้อความที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบ  2. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต อัตราเบี้ยประกันภัย ที่บริษัทกำหนด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน  หมายเหตุ **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้ที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 1 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:28"],
    [4285,"94e56e2d-94c5-4182-91b6-0ed430247343","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย ประเภทนิติบุคคล ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิคส์ หรือระบบการส่งรายงานทางอิเล็คทรอกนิคส์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-63eb-4629-9764-50e9e9b3ec77",10,20000,7,"นายทะเบียนจะต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยได้ เมื่อผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือนายทะเบียนครบถ้วน    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4286,"94e56e2d-976e-4ea3-8ba3-c59387bc5145","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย ประเภทนิติบุคคล (กรณีขาดต่ออายุใบอนุญาตและขอรับใบอนุญาตใหม่) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-671d-4b8e-88cc-7eef16b5e4fd",25,0,11,"นิติบุคคลที่จะขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้     1 เป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชน์ บริษัทมหาชนจำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด หรือสถาบันการเงิน   2 มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย   3 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย   4 มีผู้ถือหุ้นได้ใช้เงินในหุ้นแล้ว หรือมีทุนชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท แล้วแต่กรณี   5 ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจในการจัดการกิจการนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องเข้ารับการทดสอบความรู้ อย่างน้อยสองคน  6 มีพนักงานหรือลูกจ้างที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต/วินาศภัย เป็นผู้ทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าว  7 ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนูญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัยในระยะเวลาห้าปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4287,"94e56e2d-9a1f-4f26-988b-bb2cc9b752c2","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การเลิกประกอบธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-6a0c-429f-b115-22549a31dc10",3,0,3,"นิติบุคคลที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ให้แจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันจดทะเบียนยกเลิกวัถตุประสงค์เป็นนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย พร้อมส่งคืนใบอนุญาตต่อนายทะเบียน    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4288,"94e56e2d-9ca2-4249-a242-dfd183ede7e6","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","นิติบุคคลแจ้งนายทะเบียนเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นิติบุคคลเปลี่ยนแปลง ผู้จัดการสาขา หรือผู้บริหารสาขา/รายการที่จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-6d19-4c81-a7e9-a7aa0f97a2bc",3,0,2,"นิติบุคคลที่จะเปลี่ยนแปลงผู้จัดการสาขาหรือผู้บริหารสาขา หรือเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนที่จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ต้องแจ้งนายทะเบียนเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นิติบุคคลเปลี่ยนแปลง    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4289,"94e56e2d-9f22-4d78-996f-8510ea1c1a40","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","นิติบุคคลแจ้งนายทะเบียนยินยอมให้ตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินฝากสำหรับการรับหรือจ่ายเบี้ยประกันภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-7053-4639-bd49-2b058706f06f",2,0,2,"นิติบุคคลต้องจัดให้มีบัญชีเงินฝากสถาบันการเงินสำหรับรับหรือจ่ายเบี้ยประกันภัย แยกจากบัญชีที่ใช้ในการดำเนินการอื่น ๆ และต้องทำหนังสือแจ้งต่อสถาบันการเงินแสดงความยินยอมให้นายทะเบียนตรวจสอบข้อมูลบัญชี พร้อมส่งสำเนาหนังสือแสดงความยินยอมต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เปิดบัญชี    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4290,"94e56e2d-a197-490b-8bb6-33e2192f1e3c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายและแผนการประกอบธุรกิจนายหน้าประกันภัย (นิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-7390-463b-933e-784aabeef94a",15,0,2,"นิติบุคคลที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแนวนโยบายและแผนการประกอบธุรกิจ หรือแผนภาพแสดงขั้นตอนการปฏิบัติงาน ระบบงาน บุคลากร และเทคโนโลยีที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ให้ยื่นหนังสือขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียนพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4291,"94e56e2d-a424-45df-b6af-8b2862af48f1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การเปลี่ยนแปลง เพิ่ม หรือลดบัญชีเงินฝากสถาบันการเงินสำหรับการรับหรือจ่ายเบี้ยประกันภัย (นิติบุคคล) (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-76df-4bd9-ad02-060da82b0511",4,0,2,"นายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องจัดให้มีบัญชีเงินฝากสถาบันสำหรับการรับหรือจ่ายเบี้ยประกันภัย และการเปลี่ยนแปลง เพิ่ม หรือลดบัญชีเงินฝากจะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ    หน้าประกันชีวิต/วินาศภัย ต้องจัดให้มีบัญชีเงินฝากสถาบันสำหรับการรับหรือจ่ายเบี้ยประกันภัย และการเปลี่ยนแปลง เพิ่ม หรือลดบัญชีเงินฝากจะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน","2021-11-17T13:39:29"],
    [4292,"94e56e2d-a6aa-4ba3-bd32-3abc411ffc47","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขึ้นทะเบียน/การต่ออายุการขึ้นทะเบียน เป็นนายหน้าประกันชีวิตขายกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ของนิติบุคคล (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-7a20-46a8-9962-1c87a7a8bdab",3,0,4,"ต้องมีพนักงานที่เป็นนายหน้าประกันชีวิตที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากนายทะเบียนให้ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ เป็นพนักงานของนิติบุคคล และเฉพาะพนักงานดังกล่าวเท่านั้นที่จะทำหน้าที่ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์หรือในนามนิติบุคคล    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว   **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4293,"94e56e2d-a925-4aca-a9c7-23dbab0675e8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-7d43-402b-bfb9-2b60fd7784d7",1,200,6,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องจากการซื้อประกันภัย จากตัวแทนที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทนประกันวินาศภัยผู้ประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียนภายในกำหนดสองเดือนก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากสำนักงาน คปภ. หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงาน คปภ. ประกาศกำหนด โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4294,"94e56e2d-ab91-4bfa-8c2b-3cceb2cd81af","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-8036-4b7c-9528-bffeb22c083e",1,200,6,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากนายหน้าที่มีคุณภาพมีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้นายหน้าประกันวินาศภัย ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชี้ช่องให้บุคคลทำสัญญาประกันวินาศภัยกับบริษัท ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4295,"94e56e2d-ae04-4211-8805-09fc0ff91e39","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-8326-46d8-b92a-520fa4646ce0",1,200,6,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากนายหน้าที่มีคุณภาพมีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้นายหน้าประกันชีวิต ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชี้ช่องให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4296,"94e56e2d-b045-4cdc-bc32-e8c2b3ade987","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-8646-4d00-a058-b22714eff429",1,200,6,"เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในอันที่จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องจากการซื้อประกันภัยจากตัวแทนที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานจรรยาบรรณในวิชาชีพ จึงกำหนดให้ตัวแทนประกันชีวิต ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด    หมายเหตุ ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว   ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4297,"94e56e2d-b2b5-41d3-b841-9f4e61efdbd9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัยและแบบและข้อความ แบบปกติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d42-8956-4fba-80a5-9fd5ba726391",31,200,4,"ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2551 มาตรา 29 และมาตรา 30 กำหนดให้บริษัทประกันชีวิตยื่นขอรับความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัยและแบบและข้อความจากนายทะเบียน ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้บริษัทสามารถนำกรมธรรม์ประกันชีวิตไปขายได้ จึงให้บริษัทยื่นขอรับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยให้ปฏิบัติบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศ คปภ./ประกาศนายทะเบียน/คำสั่งนายทะเบียน และแนวทางปฏิบัติได้ระบุไว้ในเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ.    (http://www.oic.or.th/th/industry/company/supervision/371/1)    หมายเหตุ   ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                       ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                       ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                       ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4298,"94e56e2d-b512-4b51-8c59-3689aa4c56a9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอความเห็นชอบนำสินทรัพย์ลงทุนไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d42-8e4c-4da3-a475-ee10d900dc5d",21,0,2,"ประกาศว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัยกำหนดว่าห้ามมิให้บริษัทนำสินทรัพย์ลงทุนไปก่อภาระผูกพันใดๆ เว้นแต่ ได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้    1. การยื่นขอความเห็นชอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด และต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของระบบงาน และบุคลากรในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่น    2. มีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเป็นระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4299,"94e56e2d-b769-41c3-8cbd-88a2c4bda5a7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัยและแบบและข้อความ แบบอัตโนมัติ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d42-a305-4660-a595-d07caf8ae3cc",1,200,4,"ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2551 มาตรา 29 และมาตรา 30 กำหนดให้บริษัทประกันชีวิตยื่นขอรับความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัยและแบบและข้อความจากนายทะเบียน ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้บริษัทสามารถนำกรมธรรม์ประกันชีวิตไปขายได้ จึงให้บริษัทยื่นขอรับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยให้ปฏิบัติบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศ คปภ./ประกาศนายทะเบียน/คำสั่งนายทะเบียน และแนวทางปฏิบัติได้ระบุไว้ในเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ.     (https://www.oic.or.th/th/industry/company/supervision/371/1)    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                       ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                       ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว","2021-11-17T13:39:29"],
    [4300,"94e56e2d-b9ba-47df-8ba3-494822a2fd69","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การยื่นขอรับความเห็นชอบทั่วไป(ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)(N)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d42-a690-44f7-8602-6c9d01be8139",205,200,10,"1.หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต กรมธรรม์ประกันภัย / เอกสารประกอบ / เอกสารแนบท้าย ที่บริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นไปตามแบบและข้อความที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบ  2.หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต อัตราเบี้ยประกันภัย ที่บริษัทกำหนด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน  หมายเหตุ **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้ที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4301,"94e56e2d-bc19-4cd3-af54-6cd58444e195","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัยและแบบและข้อความ แบบยูนิตลิงค์และยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d42-a9ea-4371-bdfc-f2ea1d15d417",61,200,6,"ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2551 มาตรา 29 และมาตรา 30 กำหนดให้บริษัทประกันชีวิตยื่นขอรับความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัยและแบบและข้อความจากนายทะเบียน ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้บริษัทสามารถนำกรมธรรม์ประกันชีวิตไปขายได้ จึงให้บริษัทยื่นขอรับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยให้ปฏิบัติบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศ คปภ./ประกาศนายทะเบียน/คำสั่งนายทะเบียน และแนวทางปฏิบัติได้ระบุไว้ในเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ.    (https://www.oic.or.th/th/industry/company/supervision/371/1)    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา                       ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว                       ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว                       ** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4302,"94e56e2d-c088-4a39-93f8-6c64198c8dad","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอรับใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย  (วินาศภัย) [N]","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-b02a-4673-8757-fcd8f09a7b3f",164,15000,8,"นักคณิตศาสตร์ประกันภัยมีหน้าที่รับรองรายงานประจำปีการคำนวณความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งบริษัทประกันภัยต้องนำส่งสำนักงาน คปภ. โดยผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนด    ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้                - สำเร็จการศึกษาทางคณิตศาสตร์ประกันภัยตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนดจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง และปฏิบัติงานด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือสถิติที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ              - เป็นสมาชิกระดับเฟลโลของสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย","2022-04-06T22:52:46"],
    [4303,"94e56e2d-c2ca-4686-8f85-55daaeb3e70f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การยื่นขอรับความเห็นชอบแบบต่ออายุ (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d42-b3a6-4c10-9019-7422d6d48fea",39,200,13,"1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต กรมธรรม์ประกันภัย / เอกสารประกอบ / เอกสารแนบท้าย ที่บริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นไปตามแบบและข้อความที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบ  2. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาต อัตราเบี้ยประกันภัย ที่บริษัทกำหนด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน  หมายเหตุ **กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐาน ร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา  ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  **ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้ที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4304,"94e56e2d-ca2d-4306-949d-863d82c3662d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอความเห็นชอบลดทุนจดทะเบียน (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-bd37-4aa7-8a53-237cab101802",66,0,6,"การขออนุญาตซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์/การขออนุญาตก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ ต้องยื่นขอความเห็นชอบจากนายทะเบียน และมีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน ตามมาตรา 33(2) แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และมาตรา 31(3) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเป็นระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4305,"94e56e2d-cc88-42fe-8c8e-d4df93f6d557","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอความเห็นชอบเกี่ยวกับการลงทุนประกอบธุรกิจอื่น (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-c0b0-4ede-a08d-ffd93ede2022",40,0,6,"ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 30 กันยายน 2556 และประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต/ประกันวินาศภัยพ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 กำหนดให้บริษัทจะลงทุนประกอบธุรกิจอื่นใด ได้เฉพาะที่ประกาศกำหนด และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศ    1. การยื่นขอความเห็นชอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด และต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของระบบงาน และบุคลากรในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่น    2. มีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเป็นระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4306,"94e56e2d-ce9f-49fe-baf5-fdfad2a0367c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอความเห็นชอบให้ใช้สถานที่เป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการข้อมูล สถานที่เก็บเอกสาร และสถานที่ฝึกอบรมที่เกี่ยวกับกิจการของบริษัท (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-c401-4d54-b11f-5e88595de42a",28,0,5,"การใช้สถานที่เป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการข้อมูล สถานที่เก็บเอกสาร และสถานที่ฝึกอบรมที่เกี่ยวกับกิจการของบริษัทบริษัทประกันภัย ต้องยื่นขอความเห็นชอบจากนายทะเบียน ตามมาตรา 8 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และมาตรา 7 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535                กำหนดให้การใช้สถานที่เป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการข้อมูล สถานที่เก็บเอกสาร และสถานที่ฝึกอบรมที่เกี่ยวกับกิจการของบริษัท ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน และมีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเป็นระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4307,"94e56e2d-d14f-49fd-828f-20c50c473687","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขอความเห็นชอบซื้อ/ขาย ทรัพย์สินกับกรรมการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัท (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-c751-4941-bb5d-82d860ee078a",28,0,4,"มาตรา 31 (17) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และมาตรา 33 (16) แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ห้ามมิให้บริษัทกระทำการขายหรือให้อสังหาริมทรัพย์ใดๆ หรือสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่นายทะเบียนกำหนดแก่กรรมการบริษัท หรือซื้อทรัพย์สินจากกรรมการบริษัท ทั้งนี้ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัทตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทและได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน    หมายเหตุ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน จะกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา    ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับเป็นระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    ** ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4308,"94e56e2d-d39e-48a0-9d64-50f1197a420d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การขออนุญาตเปิดสอบนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดา (รอบพิเศษ)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d42-ca93-446f-8b26-71b69a2b6377",3,200,1,"บริษัท/ธนาคาร ที่มีใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยประเภทนิติบุคคลประสงค์จะขอเปิดสอบรอบพิเศษให้กับพนักงานในสังกัดนอกเหนือตารางสอบที่ประกาศกำหนดไว้ล่วงหน้า จะต้องยื่นหนังสือลงนามโดยกรรมการผู้จัดการหรือผู้ได้รับมอบอำนาจขอเปิดสอบต่อสำนักงาน คปภ.ภาค/สำนักงาน คปภ.จังหวัดก่อนวันที่ประสงค์จะให้จัดการสอบไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ    ** กรณีคำขอหรือรายการเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และไม่อาจแก้ไข/เพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร/หลักฐานร่วมกัน พร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไข/เพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับคำขอจะดำเนินการคืนคำขอและเอกสารประกอบการพิจารณา   ** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     ** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     **ทั้งนี้จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2021-11-17T13:39:29"],
    [4309,"94e56e2d-d63f-4be1-a55c-f7f1627f6a8d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การให้ความเห็นชอบเป็นหน่วยงานจัดอบรม และแผนการจัดอบรม รายละเอียดหลักสูตรอบรมเพื่อขอรับ ขอต่ออายุใบอนุญาต ประเภท การประกันชีวิต (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d42-cdd8-4af9-ad1a-881df922afc0",10,0,8,"ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักสูตรและวิธีการ การอบรมความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต สำหรับผู้ขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต พ.ศ. 2556 กำหนดว่า    การจัดอบรมหลักสูตรขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต/ ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 เป็นต้นไป ให้กระทำได้โดยสถาบัน สมาคม หรือองค์กร ดังต่อไปนี้    1. สถาบันประกันภัย    2. สถาบันอุดมศึกษา    3. สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน    4. สมาคมประกันชีวิตไทย    5. สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย    6. บริษัทประกันชีวิต    7. สถาบันหรือองค์กรที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ         &ldquo;สถาบันอุดมศึกษา&rdquo; หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ    &ldquo;สถาบันหรือองค์กรที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ&rdquo; ตามข้อ 7 ข้างต้น มีคุณสมบัติ ดังนี้    1. เป็นสถาบันหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์การจดทะเบียนประกอบธุรกิจจัดให้มีการศึกษาอบรม     ด้านการประกันภัยเพื่อการพัฒนาธุรกิจประกันภัยและวิชาชีพประกันภัยที่ชัดเจน    2. มีทีมวิทยากรประจำ และ/หรือ ทีมวิทยากรภายนอกที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ทางด้านการประกันภัย      ตลอดจนวิทยากรหลักจะต้องมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่วิทยากร    3. มีการดำเนินงานด้านการพัฒนาบุคลากรในธุรกิจประกันภัยมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 4 ปี (นับแต่วันที่      จดทะเบียนประกอบธุรกิจฯ)    4. มีข้อมูลเชิงประจักษ์จากภาคธุรกิจประกันภัย หรือสถาบันวิชาการ และ/หรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง      ที่รับรองการดำเนินจัดอบรมหลักสูตรต่าง ๆ  การสัมมนาเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อ      พัฒนาบุคลากรประกันภัย ว่าจัดได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ     5. มีการจัดสถานที่จัดอบรมที่เหมาะสม พร้อมภาพถ่าย","2021-11-17T13:39:29"],
    [4310,"94e56e2d-d8b1-4980-81ad-8f1a80ed1fdc","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การให้ความเห็นชอบแผนและรายละเอียดหัวข้อการสัมมนา เพื่อนับเป็นชั่วโมงการอบรม  ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป  (์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d42-d133-4afa-841f-220ed030238d",33,0,3,"ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักสูตรและวิธีการ การอบรมความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต สำหรับผู้ขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต  พ.ศ. 2556 กำหนดให้ &ldquo;หน่วยงานที่จัดอบรม หมายความว่า สถาบันประกันภัยไทย สถาบันอุดมศึกษา สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย บริษัทประกันชีวิต รวมทั้งสถาบันหรือองค์กรที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ&rdquo;    ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักสูตรและวิธีการ การอบรมความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต สำหรับผู้ขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 กำหนดว่า &ldquo;การเข้ารับการสัมมนาในวิชาที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย ภายในระยะเวลา 5 ปี ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุให้นับเป็นจำนวนชั่วโมงการอบรมเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป ได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 15 ชั่วโมง กรณีตัวแทนประกันชีวิต และไม่เกิน 25 ชั่วโมง กรณีนายหน้าประกันชีวิต ทั้งนี้ ผู้จัดสัมมนาต้องแจ้งแผนการจัดสัมมนาและรายละเอียดหัวข้อการสัมมนาให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก่อนการจัดสัมมนา เพื่อให้สำนักงานให้ความเห็นชอบก่อน หากสำนักงานไม่มีการทักท้วงภายใน 10 วันทำการ ซึ่งนับจากวันที่สำนักงานได้ประทับตราลงรับจากสารบรรณกลางและได้รับเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนแล้ว  ให้ถือว่าหน่วยงานได้รับความเห็นชอบแผนการจัดสัมมนาและหัวข้อสัมมนาแล้ว&rdquo;","2021-11-17T13:39:29"],
    [4311,"94e56e2d-db1b-462b-979e-758b7dabba3c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การให้ความเห็นชอบแผนและรายละเอียดหัวข้อการสัมมนา เพื่อนับเป็นชั่วโมงการอบรม ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกัน วินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d42-d46b-43ca-9223-04351c1328bc",40,0,3,"ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักสูตรและวิธีการ การอบรมความรู้เกี่ยวกับการประกันวินาศภัย สำหรับผู้ขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันวินาศภัย  พ.ศ. 2556 กำหนดให้ &ldquo;หน่วยงานที่จัดอบรม หมายความว่า สถาบันประกันภัยไทย สถาบันอุดมศึกษา สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทยบริษัทประกันวินาศภัย รวมทั้งสถาบันหรือองค์กรที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ&rdquo;    ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักสูตรและวิธีการ การอบรมความรู้เกี่ยวกับการประกันวินาศภัย สำหรับผู้ขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 กำหนดว่า &ldquo;การเข้ารับการสัมมนาในวิชาที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย ภายในระยะเวลา 5 ปี ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุให้นับเป็นจำนวนชั่วโมงการอบรมเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย นายหน้าประกันวินาศภัย ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป  ได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 15 ชั่วโมง กรณีตัวแทนประกันวินาศภัย และไม่เกิน 25 ชั่วโมง กรณีนายหน้าประกันวินาศภัย ทั้งนี้ ผู้จัดสัมมนาต้องแจ้งแผนการจัดสัมมนาและรายละเอียดหัวข้อการสัมมนาให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก่อนการจัดสัมมนา เพื่อให้สำนักงานให้ความเห็นชอบก่อน หากสำนักงานไม่มีการทักท้วงภายใน 10 วันทำการ ซึ่งนับจากวันที่สำนักงานได้ประทับตราลงรับจากสารบรรณกลางและได้รับเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนแล้ว ให้ถือว่าหน่วยงานได้รับความเห็นชอบแผนการจัดสัมมนาและหัวข้อสัมมนาแล้ว&rdquo;","2021-11-17T13:39:29"],
    [4312,"94e56e2d-dd94-4d4b-9586-515cd0420980","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย","การให้ความเห็นชอบเป็นหน่วยงานจัดอบรม และแผนการจัดอบรม รายละเอียดหลักสูตรอบรมเพื่อขอรับ ขอต่ออายุใบอนุญาต ประเภท การประกันวินาศภัย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d42-d7b4-4096-b8fa-1c6f2508bc3a",20,0,4,"ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักสูตรและวิธีการ การอบรมความรู้เกี่ยวกับการประกันวินาศภัย สำหรับผู้ขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันวินาศภัย พ.ศ. 2556 กำหนดว่า    การจัดอบรมหลักสูตรขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย / ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 เป็นต้นไป ให้กระทำได้โดยสถาบัน สมาคม หรือองค์กร ดังต่อไปนี้    1. สถาบันประกันภัย    2. สถาบันอุดมศึกษา    3. สมาคมประกันวินาศภัยไทย    4. สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย    5. บริษัทประกันวินาศภัย    6. สถาบันหรือองค์กรที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ    &ldquo;สถาบันอุดมศึกษา&rdquo; หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ    &ldquo;สถาบันหรือองค์กรที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ&rdquo; ตามข้อ 6 ข้างต้น มีคุณสมบัติ ดังนี้    1. เป็นสถาบันหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์การจดทะเบียนประกอบธุรกิจจัดให้มีการศึกษาอบรม     ด้านการประกันภัยเพื่อการพัฒนาธุรกิจประกันภัยและวิชาชีพประกันภัยที่ชัดเจน    2. มีทีมวิทยากรประจำ และ/หรือ ทีมวิทยากรภายนอกที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ทางด้านการประกันภัย      ตลอดจนวิทยากรหลักจะต้องมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่วิทยากร    3. มีการดำเนินงานด้านการพัฒนาบุคลากรในธุรกิจประกันภัยมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 4 ปี (นับแต่วันที่      จดทะเบียนประกอบธุรกิจฯ)    4. มีข้อมูลเชิงประจักษ์จากภาคธุรกิจประกันภัย หรือสถาบันวิชาการ และ/หรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง      ที่รับรองการดำเนินจัดอบรมหลักสูตรต่าง ๆ  การสัมมนาเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อ      พัฒนาบุคลากรประกันภัย ว่าจัดได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ     5. มีการจัดสถานที่จัดอบรมที่เหมาะสม พร้อมภาพถ่าย","2021-11-17T13:39:29"],
    [4313,"95d92518-4f54-40b9-a460-c65a6f2fef2d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง แบบทั่วไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-8682-4a74-a611-ec635c1c5c36",106,1.5,1,"1.  ระยะเวลาการอนุญาต อายุใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง มีรายละเอียดดังนี้        \n1.1  ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สองที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง ระยะเวลาการอนุญาต ให้กระทำได้ตลอดระยะเวลาที่ยังคงให้บริการ        \n1.2  ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ระยะเวลาการอนุญาต 15 ปี  \n  \n2.  คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้        \n2.1 เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม        \n2.2 ไม่เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ตามคำสั่งศาล หรือถูกศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายอันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้หรือบุคคลที่สามซึ่งแต่งตั้งโดยเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่บริหารแทนกรรมการชุดเดิม หรือเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือถูกศาลพิพากษา        \n2.3 ไม่เป็นผู้ถูกศาลมีคำพิพากษาและมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีเหนือทรัพย์สินของผู้ขอรับใบอนุญาตด้วยประการใดตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิิจารณาความแพ่งอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล        \n2.4 กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริการจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์        \n2.5 กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ดังกล่าวในนิติบุคคลที่เคยถูก กสทช. เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอันเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลนั้น หรือโดยเหตุที่บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการ หรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนัั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตภายในระยะเวลาสองปีก่อนการขอรับใบอนุญาต        \n2.6 ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้ากฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายในระยะเวลาสองปีก่อนการขอรับใบอนุญาต        \n2.7 ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือถูกฟ้องคดีและศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาในความผิดที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน        \n2.8 ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูก กสทช. พิจารณาให้สิ้นสุดการอนุญาต อันเนื่องมาจากการไม่เปิดให้บริการที่ได้รับอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนการขอรับใบอนุญาต        \n2.9 คุณสมบัติอื่นๆ ตามที่ กสทช. กำหนด    \n\n3. วิธีการขอรับใบอนุญาต          \n3.1 ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบคำขอรับใบอนุญาตที่กรอกข้อมูลครบถ้วน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานและข้อมูลตามที่กำหนด และเอกสารที่บันทึกลงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดส่ง ณ สำนักงาน กสทช. หรือทางไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จะตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนิติบุคคล ได้แก่ หนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ประกอบการพิจารณาการยื่นคำขอรับใบอนุญาตด้วย         \n3.2 ชำระค่าดำเนินการตามอัตราที่ กสทช. กำหนดไว้ในประกาศเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม  ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จะรับคำขอรับใบอนุญาตเมื่อได้ตรวจสอบว่าผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการตามข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ครบถ้วนแล้ว    \n\n4.  ระยะเวลาและวิธีการพิจารณาในการออกใบอนุญาต          \n4.1 สำนักงาน กสทช. จะพิจารณาตรวจสอบแบบคำขอและเอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาตให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ หากปรากฏว่าเอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการอนญาตไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เพียงพอ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานที่จำเป็นเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานที่จำเป็นเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง          \n4.2 เมื่อได้รับเอกสารหลักฐานที่จำเป็นถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอต่อการพิจารณา สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการดังนี้ \n     (1) สำนักงาน กสทช. จะเสนอคำขอรับใบอนุญาตและข้อวิเคราะห์ความเหมาะสมของการประกอบกิจการโทรคมนาคมให้ กสทช. พิจารณาภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารถูกต้อง ครบถ้วนและเพียงพอ               \n     (2) กสทช. จะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่สำนักงาน กสทช. เสนอคำขอรับใบอนุญาตและข้อวิเคราะห์ความเหมาะสมของการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยสำนักงาน กสทช. จะมีหนังสือแจ้งผลการอนุญาตแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตต่อไป \n     (3) กรณีที่ กสทช. พิจารณาเห็นควรให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขคำขอรับใบอนุญาต ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่แก้ไขภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หรือตามระยะเวลาที่ กสทช. กำหนด เพื่อให้ กสทช.พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง \n     (4) ให้ใบอนุญาตมีผลนับแต่วันที่ กสทช. พิจารณาอนุญาต  ทั้งนี้ ในกรณีที่การพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน กสทช. จะแจ้งการขยายระยะเวลาการพิจารณาต่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้สองครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน   \n \n5. การต่ออายุใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตแบบที่สาม        \n5.1 ผู้รับใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อ 6 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และไม่เคยถูก กสทช. พิจารณาว่ากระทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในลักษณะที่สำคัญหรือร้ายแรงในเรื่องเกี่ยวกับการแข่งขัน การกำกับดูแล หรือประโยชน์สาธารณะ หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการโทรคมนาคมนั้น        \n5.2 ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามที่ กสทช. กำหนดก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 180 วัน พร้อมส่งหนังสือรับรองตนเองตามที่สำนักงาน กสทช. กำหนด ข้อมูลด้านเทคนิคและเทคโนโลยี และข้อมูลด้านแผนธุรกิจ แผนการเงิน และแผนการลงทุนของการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต และชำระค่าดำเนินการตามอัตราที่ กสทช. กำหนด ทั้งนี้ กรณีที่มีเหตุจำเป็น ผู้รับใบอนุญาตอาจขอต่อายุใบอนุญาตล่วงหน้าได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนดในวรรคหนึ่ง แต่ไม่เกิน 3 ปี ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยผู้รับใบอนุญาตจะต้องชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงเหตุจำเป็นดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตจะได้รับอนุญาตไม่เกินระยะเวลาการอนุญาตที่เคยได้รับอยู่เดิมนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุ \n5.3 กสทช. จะพิจารณาและสำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตทราบภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยวิธีการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตให้นำความในข้อ 8 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประก?","2023-06-28T10:45:14"],
    [4314,"95fab8ad-c68f-467b-babb-6b0c129089cb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การพิจารณาอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม และการพิจารณาอนุญาตให้ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก เครื่องวิทยุคมนาคม ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d44-2f5d-4cc5-8229-09427c4c0b2c",13,0,8,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nเงื่อนไข\n\n1. ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะขออนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม และการพิจารณาอนุญาตให้ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก เครื่องวิทยุคมนาคม ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือ\nนิติบุคคลตามกฎหมายกำหนด หรือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ หรือผู้ที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ให้ใช้งานในกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ไว้แล้ว\n\n2. ให้ยื่นหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้อง โดยให้ทำหนังสือขออนุญาตฯ ลงนามโดยหัวหน้า\nส่วนราชการ / หัวหน้าส่วนองค์กร หรือผู้ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติหน้าที่แทน แล้วแต่กรณี\n\n3. การดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเข้าใช้งานในระบบข้อมูลการดำเนินการ กรอกรายละเอียดคำขอตามแบบที่กำหนด และแนบเอกสารหลักฐานที่รับรองความถูกต้องในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ยื่นคำขอ\nมีหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องก่อนส่งคำขอและเอกสารหลักฐานเข้าในระบบข้อมูลการดำเนินการ\n\nหมายเหตุ\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n    1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n    1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่\nและผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ / วิธีการอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป ทั้งนี้ ในหนังสือนำส่งขอให้ระบุข้อความด้วยว่า ในกรณีที่ทาง สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบพบว่า เอกสารไม่ครบถ้วน ข้าพเจ้ายินดีที่จะแก้ไขเอกสารให้ครบถ้วนภายใน (ระบุจำนวนวัน) วัน นับแต่วันที่ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากสำนักงาน กสทช. โดยถือวันตามไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ\t\n\n3. หากผู้ยื่นขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ \nเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2023-06-28T11:08:13"],
    [4315,"96134fb7-8d61-4c8b-bebe-749f9c840962","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การเสนอผังรายการ และการแจ้งเปลี่ยนแปลงผังรายการ สำหรับผู้ทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็ม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d43-bd4a-4b09-a875-8800fdca5f1b",18,0,6,"ผู้ทดลองออกอากาศจะต้องยื่นผังรายการที่จะออกอากาศ และแสดงรายละเอียดสัดส่วนรายการตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ต่อคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ\n\nเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงผังรายการ\n\nผู้ทดลองออกอากาศ ต้องยื่นเปลี่ยนแปลงผังรายการ ดังนี้\n\n     (1) กรณีเปลี่ยนแปลงผังรายการทั่วไป ให้ผู้ทดลองออกอากาศ ยื่นข้อมูลผังรายการและเอกสารประกอบที่ต้องการเปลี่ยนแปลงต่อคณะกรรมการพิจารณาก่อนทำการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า 15 วัน\n\n     (2) กรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ภัยพิบัติ หรือมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนด ผู้ทดลองออกอากาศอาจดำเนินรายการที่แตกต่างจากผังรายการหลักที่คณะกรรมการเห็นชอบแล้วได้ แต่ต้องแจ้งเหตุผล ความจำเป็น และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงผังรายการ\n\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณียื่นผังรายการด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นผังรายการและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับผังรายการและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นผังรายการและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณียื่นผังรายการทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันถัดไป\n\n3. หากยื่นไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนผังรายการและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่พิจารณาผังรายการ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณา จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า","2023-06-28T10:43:41"],
    [4316,"961346bc-0f7a-4df3-bc6d-7721696cc9d5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การเปลี่ยนแปลงชื่อสถานี หรือที่ตั้งห้องส่งของผู้ทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็ม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-c4c8-4ced-9ab1-adfeac1b5434",82,0,10,"เพื่อให้การทดลองออกอากาศตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็ม มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลง ชื่อสถานี หรือที่ตั้งสถานีของผู้ยื่นคำขอต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามข้อ 21 ของประกาศฯ\n\nหมายเหตุ \n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณา","2023-06-28T10:43:33"],
    [4317,"96137c68-bd77-4fee-9314-27c38a0cefd7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การส่งเครื่องวิทยุคมนาคมของกลางตรวจพิสูจน์ (ด้านกิจการโทรคมนาคม)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d43-cb51-4772-9b39-68ded11b8c8c",5,0,3,"เมื่อมีการกระทำความผิดในคดีตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมเจ้าพนักงานตามกฎหมายจะตรวจยึดเครื่องวิทยุคมนาคมและส่งตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริงเพื่อใช้ในการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\nผู้ส่งเครื่องวิทยุคมนาคมของกลางตรวจพิสูจน์\n1. เจ้าหน้าที่ตำรวจ\n2. เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ที่ได้รับมอบอำนาจ\n\nวิธีการยื่นขอ\n      (กรณีเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการโทรคมนาคม) ส่งเครื่องวิทยุคมนาคมของกลาง ณ อาคาร 3 ชั้น 1 ส่วนห้องปฏิบัติการทดสอบ สำนักเทคโนโลยีและมาตรฐานโทรคมนาคม (ทท.) สำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400","2023-06-28T11:09:12"],
    [4318,"96138b72-176b-4a0b-bd91-af3e0d957336","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ รับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-7746-4341-83b5-444ab48700bd",1,200,5,"1. ผู้ประกอบการ (บุคคล/นิติบุคคล)\n\n  1.1 ผู้ประสงค์จะรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา จะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.2) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n\n      1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า)\n\n      1.1.2 สำเนาทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นร้านค้า)\n\n      1.1.3 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการค้าเครื่องวิทยุคมนาคม (กรณีเป็นนิติบุคคล) ซึ่งออกให้ไม่เกินสามเดือนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบการจดทะเบียน\n\n      1.1.4 เอกสารอื่นใดที่จำเป็นแก่การพิจารณาออกใบอนุญาตตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. เห็นสมควร (ถ้ามี) \n\n      1.1.5 หนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนาม ติดอากรแสตมป์ 10/30 บาท จำนวน 1 ฉบับ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ จำนวน 1 ฉบับ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ฉบับ (กรณีไม่มายื่นด้วยตนเอง)\n\n*หมายเหตุ : สำเนาเอกสารต้องลงลายมือชื่อรับรองทุกฉบับ\n\n  1.2 ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาตตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ ดังนี้\n      1.2.1 ยื่นผ่าน e-mail : erlicensing@nbtc.go.th โดยขั้นตอนการดำเนินการ แบบออนไลน์ มีขั้นตอนดังนี้\n           1.ตรวจสอบเอกสาร 20 นาที\n           2.พิจารณาสรุปความเห็นและแจ้งชำระเงิน 10 นาที\n           3.พิจารณาออกใบอนุญาต 10 นาที\n           4.พิจารณาลงนาม 5 นาที\n      1.2.2 ยื่นได้ที่ สำนักงาน กสทช. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค\n\n  1.3 การรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากมีการรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา โดยไม่ได้รับใบอนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498","2023-06-28T10:49:18"],
    [4319,"9615df16-731b-4c19-b905-cda3432aa8ec","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","กระบวนการการขอรับใบอนุญาตทดลองทดสอบ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-e168-4695-852c-4493ce939bbd",106,62500,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1.   หลักเกณฑ์           \n\n     \n     1.1   ต้องมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการทดลองหรือการทดสอบการใช้คลื่นความถี่ตามตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ หรือตามแผนความถี่วิทยุ หรือตามข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ          \n    \n     1.2   การทดลองหรือการทดสอบต้องมีระยะเวลาการดำเนินการชั่วคราวและจำกัดการใช้คลื่นความถี่โดยต้องไม่ให้บริการต่อสาธารณะหรือบุคคลอื่นทั่วไปในลักษณะที่เป็นการประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์          \n     \n     1.3   การทดลองหรือการทดสอบต้องเป็น อุปกรณ์ โครงข่าย หรือระบบที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือคลื่นความถี่ใหม่ หรือมีมาตรฐานโทรคมนาคมใหม่ หรือการใช้งานใหม่ในราชอาณาจักรไทย          \n     \n     1.4   การทดลองหรือการทดสอบต้องดำเนินการตามหลักวิชาการ รวมทั้งมีการตรวจสอบและประเมินผล          \n     \n     1.5   ผู้ยื่นขอทำการทดลองหรือการทดสอบต้องแสดงถึงความสามารถ และความพร้อมทั้งในทางเทคนิคและบุคลากร          \n     \n     1.6   การทดลองหรือการทดสอบต้องไม่มีวัตถุประสงค์อันขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือนโยบายแห่งรัฐ          \n     \n     1.7   การทดลองหรือการทดสอบต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวนอันเกินสมควรต่อโครงข่ายหรือสถานีวิทยุคมนาคมอื่น เว้นแต่เป็นกรณีการทดลองหรือการทดสอบการรบกวน    \n\n2. ประเภทของการทดลองหรือการทดสอบ          \n     2.1   การทดลองหรือการทดสอบในห้องปฏิบัติการโทรคมนาคมที่มีระบบป้องกันการแพร่กระจายของคลื่นความถี่หรือในพื้นที่ที่ปราศจากการรบกวน          \n\n     2.2   การทดลองในกิจการวิทยุคมนาคม          \n\n     2.3   การทดลองหรือการทดสอบในกิจการโทรคมนาคม    \n\n3.   ระยะเวลาการอนุญาต          \nใบอนุญาตมีอายุไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และอาจขอต่ออายุได้แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 270 วัน    \n\n4.   เงื่อนไขภายหลังจากการได้รับอนุญาต          \n\n     4.1   เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการทดลองหรือการทดสอบ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ          \n     4.2   เจ้าหน้าที่จัดส่งใบอนุญาตและเงื่อนไขในการอนุญาตให้แก่ผู้รับใบอนุญาตภายหลังจากที่ประธาน กสทช. ลงนามในใบอนุญาต    \n\nหมายเหตุ    \n1.   กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชนต่อไป    \n\n2.   กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสาร หรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน    \n\n3.   พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n\n4.   ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือประชาชนจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n\n5.   สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ    \n\n6.   สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า    \n\n7.   ชำระค่าธรรมเนียม          \n\n     7.1   สำนักงาน กสทช. สำนักการคลัง (ลย.) เลขที่ 87 พหลโยธินซอย 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 12.00 น. และ 13.00 - ก่อนเวลา 16.30 น.          \n     7.2   กรณีชำระค่าธรรมเนียมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อ นิติบุคคล / หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้มายังสำนักงาน กสทช.","2023-04-25T16:30:52"],
    [4320,"9615ee72-5c21-4e88-9419-16ffe96b4b2e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอเปลี่ยนแปลงชื่อช่องรายการโทรทัศน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-ef53-45d2-8277-0aed7d974bbe",90,500,12,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- ผู้มีสิทธิยื่นคำขอจะต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ เท่านั้น  \n- ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในใบอนุญาตโดยเคร่งครัด (สามารถสืบค้น)    \n\nเงื่อนไขได้ทาง https://broadcast.nbtc.go.th/tv/เงื่อนไข)  \n- ผู้ยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อช่องรายการต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้     \n1) ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงชื่อช่องรายการให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า ผ่านช่องทางของช่องรายการและช่องทางอื่นในลักษณะที่สามารถให้ผู้ใช้บริการรับทราบได้อย่างทั่วถึงไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อช่องรายการ     \n2) ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ที่ได้รับใบอนุญาต     \n3) ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงผังรายการและประเภทของรายการ     \n4) ต้องมีเหตุผลประกอบการขอเปลี่ยนแปลง     \n5) กรณีปรากฏประวัติการออกอากาศที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎหมายหรือเงื่อนไขการอนุญาตด้านเนื้อหารายการหรือด้านการคุ้มครองผู้บริโภค จะเปลี่ยนแปลงชื่อช่องรายการไม่ได้จนกว่าเรื่องร้องเรียนจะเป็นที่ยุติ    \n\nการชำระค่าธรรมเนียม   \n1. สำนักงาน กสทช. (สำนักการคลัง) เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0 2271 0151 ต่อ 374 ระยะเวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง) ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด หรือ     \n2. กรณีชำระค่าธรรมเนียมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดย การชำระค่าธรรมเนียม ระบุชื่อบัญชี สำนักงาน กสทช. บัญชีที่ 1 ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักพหลโยธิน ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 799-2-96140-0 / ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน/ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน    \n\nหมายเหตุ   \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง         \n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป         \n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน     \n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลุกฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนพนักงานเจ้าหนาที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในเวลาทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป     \n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป     \n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     \n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าพิจารณาแล้วเสร็จ     \n7. ติดต่อสอบถามโทร 0 2670 8888 หรือ อีเมล์ broadcast.nbtc@gmail.com","2023-06-28T10:42:21"],
    [4321,"9615f198-b604-4d81-a99c-2d264061e51c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอยกเลิกการประกอบกิจการโทรทัศน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-f316-4be4-8f8b-e212459b1a63",90,0,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- ผู้มีสิทธิยื่นคำขอจะต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ เท่านั้น    \n- ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 14 (30) ข้อ 19 และ ข้อ 21    \n- ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในใบอนุญาตโดยเคร่งครัด (สามารถสืบค้นเงื่อนไขได้ทาง https://broadcast.nbtc.go.th/tv/เงื่อนไข) ข้อ 10    ผู้ยื่นคำขอยกเลิกประกอบกิจการต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้    \n- เงื่อนไขการแจ้งยกเลิกการประกอบกิจการ  กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ มีความประสงค์ยกเลิกการให้บริการ ให้แจ้งความประสงค์ต่อ กสท. ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนวันที่ประสงค์ยกเลิกการให้บริการ พร้อมทั้งระบุเหตุผลการยกเลิกการให้บริการ และแจ้งมาตรการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดต่อผู้ใช้บริการ    \n\n- เงื่อนไขการยกเลิกการประกอบกิจการ (วันสิ้นสุดการออกอากาศ) ดังนี้    \n1) กรณีคำร้องขอยกเลิกการประกอบกิจการมิได้ระบุวันที่จะยกเลิกการประกอบกิจการ (วันสิ้นสุดการออกอากาศ) ไว้ให้ถือวันที่ที่ประชุม กสท. มีมติเป็นวันที่ผู้ประกอบกิจการยกเลิกการประกอบกิจการ (วันสิ้นสุดการออกอากาศ)    \n2) กรณีคำร้องขอยกเลิกการประกอบกิจการระบุวันที่จะยกเลิกการประกอบกิจการ (วันสิ้นสุดการออกอากาศ) ไว้ในคำร้องขอให้ผู้ประกอบกิจการยกเลิกการประกอบกิจการ (สิ้นสุดการออกอากาศ) ตามวันที่ระบุไว้ในคำร้องขอนั้น    \n- เงื่อนไขภายหลังมีมติอนุญาตให้ยกเลิกการประกอบกิจการ  ผู้ได้รับอนุญาตฯ ต้องดำเนินการเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ต่อไป    หมายเหตุ  \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง        \n   1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป        \n    1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน    \n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลุกฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนพนักงานเจ้าหนาที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในเวลาทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป    \n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป    \n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าพิจารณาแล้วเสร็จ    \n7. ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ 0 2670 8888 หรือ อีเมล์ broadcast.nbtc@gmail.com","2023-06-28T10:41:52"],
    [4322,"9615f678-7b58-441f-81a0-376fed0cfe27","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การยื่นคำขอรับใบอนุญาตสำหรับกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ใช้คลื่นความถี่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-f6f4-4755-9b62-9fb173b65b84",55,5000,18,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555    \n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2557    \n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล พ.ศ. 2556    \n\nเงื่อนไขการเป็นผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตสำหรับกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ใช้คลื่นความถี่          \n          ผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตสำหรับกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ต้องเป็นผู้ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พิจารณาอนุญาตว่าจะได้รับสิทธิเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล หรือผู้ชนะการประมูลที่จะได้รับสิทธิให้เป็นผู้รับใบอนุญาต ซึ่งจะต้องดำเนินการขอใช้บริการโครงข่ายโทรทัศน์กับผู้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มีมติให้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับใบอนุญาต และดำเนินการยื่นคำขอขอรับใบอนุญาตสำหรับกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ ภายในระยะเวลา 15 วันนับแต่ดำเนินการขอใช้บริการโครงข่ายโทรทัศน์สิ้นสุดลง          \n          โดยการยื่นคำขอรับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ ต้องดำเนินการตาม ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล พ.ศ. 2556 และประกาศว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล    \n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง        \n   1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป        \n   1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป     \n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลุกฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนพนักงานเจ้าหนาที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในเวลาทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป     \n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป     \n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว     \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว     \n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าพิจารณาแล้วเสร็จ     \n7. ขั้นตอนการดำเนินการเจ้าหน้าที่อาจยื่นขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลา ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555     \n8. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฏหมายทุกหน้า     \n9. ติดต่อสอบถาม 0 2670 8888 หรือ อีเมล์ broadcast.nbtc@gmail.com","2023-06-28T10:42:37"],
    [4323,"9616bc5e-707a-43c3-afe2-64a287e8c868","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การตรวจสอบลักษณะทางวิชาการของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ (ด้านกิจการโทรคมนาคม)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d43-fd6f-4b91-87e1-e3bfa4660964",5,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nเงื่อนไข\n\nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ\n\n1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือ \n\n2. เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n\n  - ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ\n\n3.ในกรณีผู้ยื่นขอเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์วิทยุคมนาคม จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม\n\nวิธีการยื่น \n\n       ยื่นคำขอ (แบบ มท.03) ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ ณ อาคาร 3 ชั้น 1 สำนักเทคโนโลยีและมาตรฐานโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร10400 วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่สำนักงาน กสทช. กำหนด) ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น.","2023-06-28T11:08:29"],
    [4324,"9616ff64-6b67-4047-8d11-66ea7590c7db","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การยกเลิกการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็ม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d43-fa66-4e4a-91bf-5cc8ba994caa",18,0,4,"กรณีผู้ทดลองออกอากาศมีความประสงค์จะยกเลิกการทดลองออกอากาศด้วยตนเอง ตามข้อ 32(4) แห่งประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็ม ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ\n\nหมายเหตุ \n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณา จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า","2023-06-28T10:42:29"],
    [4325,"961739f8-4f5d-4b98-9a99-4f81b0a623d4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานรับสมัครหน่วยงานจัดอบรมหลักสูตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-4c19-45dd-ad05-c49b563dd7db",9,0,4,"หน่วยงานที่จะขออนุญาตเพื่อจัดอบรมตามวรรคหนึ่งต้องเป็นหน่วยงาน ดังต่อไปนี้\n\n   1. สถาบันอุดมศึกษาที่มีการสอนในระดับปริญญาด้านนิเทศศาสตร์หรือสื่อสารมวลชน\n\n   2. รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์\n\n   3. หน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรและเหมาะสม\n\n** หน่วยงานดังกล่าว หากประสงค์จะจัดการอบรมให้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการพร้อมรายละเอียด ดังนี้\n     1. สถานที่จัดอบรม\n     2. วิทยากรที่มีคุณวุฒิเหมาะสมและมีความรู้ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตลอดจนวิชาที่อบรมเป็นอย่างดี","2023-06-28T10:50:38"],
    [4326,"96174083-6a5e-4abe-bcdf-038caa267185","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-5334-41a8-8b91-a1ff9d9a9355",82,500,10,"หลักเกณฑ์\n\n1. ยื่นคำขอใช้คลื่นความถี่ต่อ กสทช. โดยใช้แบบคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์สำหรับให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ ส่วนที่ 1 และลงนามรับรองการยื่นขอใบอนุญาตในส่วนที่ 5 ตามที่กำหนดแนบท้ายประกาศ กสทช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ปส. 04)\n\n2. ต้องระบุรายละเอียด ข้อมูลเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมที่สะท้อนถึงวัตถุประสงค์ของการใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการในแต่ละประเภทบริการรวมถึงการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะด้วย \n\n3. ผู้ขอรับใบอนุญาตที่คณะกรรมการพิจารณาว่าจะได้รับสิทธิให้เป็นผู้รับใบอนุญาต มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้\n\n  (1) ดำเนินการขอใช้บริการโครงข่ายโทรทัศน์กับผู้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติให้ได้รับสิทธิให้เป็นผู้รับใบอนุญาต\n\n  (2) ดำเนินการตามประกาศ กสทช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ภายใน 15 วัน นับแต่ระยะเวลาตามข้อ (1) สิ้นสุดลง\n\nเงื่อนไข\n\n1. การเปิดรับคำขอเพื่ออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เป็นไปตามที่นโยบายของรัฐบาล (คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) กสทช. และแผนแม่บทการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์กำหนด\n\n2. การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการประเภทบริการทางธุรกิจ จะคัดเลือกด้วยวิธีการประมูล ซึ่งจะประกาศกำหนดขั้นตอน ระยะเวลา และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะเป็นการทั่วไป\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 15 วันทำการ พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า\n\n8. ชำระค่าธรรมเนียม\n\n  8.1 สำนักงาน กสทช. สำนักการคลัง (ลย.) 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-ก่อนเวลา 16.30 น.\n\n  8.2 กรณีชำระค่าธรรมเนียมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช.","2023-06-28T10:43:48"],
    [4327,"96174f26-b718-4c60-a6bd-da9c6d7a14ad","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ ค้า หรือค้าเพื่อการซ่อมแซมซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-631b-4587-a0e9-6ee6d38c86e1",1,125,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต ให้ ค้า/ค้าเพื่อซ่อม ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม\nรายละเอียด \n1. ผู้ประกอบการ (บุคคลธรรมดา)/ร้านค้า\n   1.1 ลงทะเบียนผ่านระบบ Service Portal\n   1.2 กรณี ขอใบอนุญาต ค้า เลือกหัวข้อ “กิจการวิทยุคมนาคม” และเลือก “ใบอนุญาตให้ ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม\n  1.3 กรณี ขอใบอนุญาต ค้าเพื่อการซ่อมแซม เลือกหัวข้อ “กิจการวิทยุคมนาคม” และเลือก “ใบอนุญาตให้ ค้าเพื่อการซ่อมแซม ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม\n  1.4 เลือก “ดำเนินการ”\n  1.5 กรอกแบบฟอร์มตามขั้นตอนในระบบให้ครบถ้วน\n  1.6 อัพโหลดเอกสาร ดังนี้\n      1.6.1 สำเนาทะเบียนพาณิชย์\n      1.6.2 สำเนาบัตรประชาชน\n      1.6.3 แผนที่สถานที่ตั้งร้านค้า\n      1.6.4 ใบอนุญาตให้ ค้า/ค้าเพื่อการซ่อมแซม ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม (ฉบับเดิม) กรณีต่ออายุ\n  1.7 ยืนยันความถูกต้อง\n  1.8 เลือก “ส่งคำขอ” เลือกข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ และกดยอมรับ ส่งคำร้องสำเร็จ\n  1.9 สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการได้ “ตรวจสอบสถานะคำขอ”\n  1.10 เมื่อสถานะขึ้นว่า “ใบนำฝาก” ให้ลูกค้าตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และสแกน QR CODE ชำระเงิน หลังจากชำระเงินไม่เกิน 3 วันทำการ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดใบเสร็จและใบอนุญาตผ่านระบบได้\n2. ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล)\n  2.1 ลงทะเบียนผ่านระบบ Service Portal\n  2.2 ยื่นมอบอำนาจสำหรับนิติบุคคล\n      2.2.1 เลือกหัวข้อ “ยื่นคำขอการมอบอำนาจสำหรับนิติบุคคล”\n      2.2.2 เลือก “รับบริการที่” และกด “ดำเนินการ”\n      2.2.3 กรอกแบบฟอร์มตามขั้นตอนในระบบให้ครบถ้วน\n      2.2.4 อัพโหลดเอกสาร ดังนี้\n             2.2.4.1 หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วน)\n             2.2.4.2 สำเนาบัตรประชนชนผู้มอบอำนาจ\n             2.2.4.3 สำเนาบัตรผู้รับมอบอำนาจ\n             2.2.4.4 หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือรับรองนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 90 วัน) (กรณีกรรมการยื่นเองไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ)\n             2.2.4.5 กด “ถัดไป” และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และกด “ส่งคำขอ” เลือกข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ และกด “ยอมรับ” ส่งคำขอสำเร็จ\n             2.2.4.6 กดติดตามสถานะคำขอเมื่อขึ้นว่า “เมื่อขึ้นว่าเสร็จสิ้น” ให้ยื่นคำขอใบอนุญาต “ค้า/ค้าเพื่อซ่อม” ต่อไป\n  2.3 กรณี ขอใบอนุญาต ค้า เลือกหัวข้อ “กิจการวิทยุคมนาคม” และเลือก “ใบอนุญาตให้ ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม\n  2.4 กรณี ขอใบอนุญาต ค้าเพื่อการซ่อมแซม เลือกหัวข้อ “กิจการวิทยุคมนาคม” และเลือก “ใบอนุญาตให้ ค้าเพื่อการซ่อมแซม ซึ่งเครื่องวิทยุ คมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม\n  2.5 เลือก “ดำเนินการ”\n  2.6 กรอกแบบฟอร์มตามขั้นตอนในระบบให้ครบถ้วน\n  2.7 อัพโหลดเอกสาร ดังนี้\n      2.7.1. หนังสือรับรองนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 90 วัน)\n      2.7.2. แผนที่สถานที่ตั้งร้านค้า\n      2.7.3. ใบอนุญาตให้ ค้า/ค้าเพื่อการซ่อมแซม ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใดๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม (ฉบับเดิม) กรณีต่ออายุ\n  2.8 ยืนยันความถูกต้อง\n  2.9 เลือก “ส่งคำขอ” เลือกข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ และกดยอมรับ ส่งคำร้องสำเร็จ\n  2.10 สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการได้ “ตรวจสอบสถานะคำขอ”\n  2.11  เมื่อสถานะขึ้นว่า “ใบนำฝาก” ให้ลูกค้าตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และสแกน QR CODE ชำระเงิน หลังจากชำระเงินไม่เกิน 3 วันทำการ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดใบเสร็จและใบอนุญาตผ่านระบบได้","2023-06-28T10:49:41"],
    [4328,"9618e835-3f0e-404b-b455-9c29826318b7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การให้อนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกระบวนการออกใบอนุญาตแบบอัตโนมัติ (ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d44-5467-4ec5-9eea-d6228edf9923",8,1.5,7,"บริการโทรคมนาคมที่สามารถให้อนุญาตตามกระบวนการอัตโนมัติ (Automatic License) ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง คือ บริการโทรคมนาคมที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประสงค์จะให้บริการผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมของตนเองที่มีอยู่เดิมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่มีการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมใหม่เพิ่มเติมเป็นการเฉพาะเพื่อการให้บริการดังกล่าวทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จะพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตแบบอัตโนมัติ ในกรณีการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้บริการตามที่ปรากฏในภาคผนวก ข ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม\n\n1. ระยะเวลาการอนุญาต\n\n  ระยะเวลาการอนุญาตสำหรับการเพิ่มบริการโทรคมนาคมภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง มีรายละเอียดดังนี้\n\n   1.1 ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สอง ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง ระยะเวลาการอนุญาตให้กระทำได้ตลอดระยะเวลาที่ยังคงให้บริการ\n\n   1.2 ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ระยะเวลาการอนุญาตให้มีระยะเวลาการอนุญาตตามระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามอยู่เดิม\n\n2. คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต\n\n  ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้\n\n    1) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม\n\n    2) ไม่เป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามคำสั่งศาล หรือถูกศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายอันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้หรือบุคคลที่สามซึ่งแต่งตั้งโดยเจ้าหนี้ทำหน้าที่บริหารแทนกรรมการชุดเดิม หรือเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือถูกศาลพิพากษา\n\n    3) ไม่เป็นผู้ถูกศาลมีคำพิพากษาและมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีเหนือทรัพย์สินของผู้ขอรับใบอนุญาตด้วยประการใดตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันเกี่ยวดัวยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล\n\n    4) กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์\n\n    5) กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ดังกล่าวในนิติบุคคลที่เคยถูก กสทช. เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอันเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลนั้น หรือโดยเหตุที่บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตภายในระยะเวลาสองปีก่อนการขอรับใบอนุญาต\n\n    6) ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า กฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ความผิดเกี่ยวกับ เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายในระยะเวลาสองปีก่อนการขอรับใบอนุญาต\n\n    7) ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือถูกฟ้องคดีและศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาในความผิดที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน\n\n    8) ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูก กสทช. พิจารณาให้สิ้นสุดการอนุญาต อันเนื่องมาจากการไม่เปิดให้บริการที่ได้รับอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนการขอรับใบอนุญาต\n\n    9) คุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่ กสทช. กำหนด\n   \n3. วิธีการขอรับอนุญาต\n\n ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบคำขอรับใบอนุญาตที่กรอกข้อมูลครบถ้วน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานและข้อมูลตามที่กำหนด และเอกสารที่บันทึกลงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดส่ง ณ สำนักงาน กสทช. หรือทางไปรษณีย์ตอบรับ ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จะตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนิติบุคคล ได้แก่ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ประกอบการพิจารณาการยื่นคำขอรับใบอนุญาตด้วย\n\n  กรณียื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม 1 อาคาร 2 ชั้น 2) เปิดให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. (พักเที่ยง)\n\n  โทรศัพท์ : 02 670 8888 โทรสาร : 02 271 4267www.nbtc.go.th\n\n  (หมายเหตุ : สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า)\n\n  กรณียื่นคำขอทางไปรษณีย์\n\n  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เลขที่ 87 ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400\n\n  (หมายเหตุ : สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า)\n\n4. ระยะเวลาและวิธีการพิจารณาในการขออนุญาต\n\n 4.1 สำนักงาน กสทช. จะตรวจสอบแบบคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหลัักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาตให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ หากปรากฏว่าเอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาตไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วน หรือไม่เพียงพอ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานที่จำเป็นเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานที่จำเป็นเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง\n\n 4.2 เมื่อได้รับเอกสารหลักฐานที่จำเป็นถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอต่อการพิจารณา สำนักงาน กสทช. จะเสนอคำขอรับใบอนุญาตเพื่อให้ประธาน กสทช. ทราบและเห็นชอบเงื่อนไขในการอนุญาต ภายในระยะเวลา 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ และจะส่งเงื่อนไขในการอนุญาตให้แก่ผู้รับใบอนุญาตต่อไป\n\n 4.3 ให้การขออนุญาตมีผลนับแต่วันที่ประธาน กสทช. เห็นชอบเงื่อนไขในการอนุญาต","2023-06-28T10:46:48"],
    [4329,"961984ae-4a3c-4423-9681-20b580889e7d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขออนุมัติผังรายการและการแจ้งเปลี่ยนแปลงผังรายการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-e4f7-4225-b312-d771d41b456b",78,0,7,"- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555\n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2557\n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2556\n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2557\n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ฉบับที่3) พ.ศ. 2557\n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการ พ.ศ. 2556\n- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556\n- เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์\n\nเงื่อนไขผู้ยื่นขออนุมัติผังรายการหลักหรือเปลี่ยนแปลงผังรายการ\n\n1. เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ หรือ\n\n2. เป็นผู้มีสิทธิประกอบกิจการตามบทเฉพาะกาลแห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ตามประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์\n\nเงื่อนไขการยื่นขออนุมัติผังรายการหลักหรือเปลี่ยนแปลงผังรายการการยื่นขออนุมัติผังรายการหลักประจำปี\nผู้รับอนุญาตต้องยื่นผังรายการหลักอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ก่อนออกอากาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน\nการยื่นขอเปลี่ยนแปลงผังรายการ\n\n1. กรณีเปลี่ยนแปลงผังรายการ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนทำการเปลี่ยนแปลงผังรายการ\n\n2. กรณีเปลี่ยนแปลงผังรายการจากเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ภัยพิบัติหรือมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนด ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงผังรายการ\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลุกฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนพนักงานเจ้าหนาที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในเวลาทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. ติดต่อสอบถาม โทรศัพท์ 0 2670 8888, 0 2271 7600 ต่อ 5326 อีเมล์ program.nbtc@gmail.com","2023-06-28T10:42:10"],
    [4330,"99ae8678-bf68-41e2-a669-97e89cd324cf","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การยื่นคำขอรับใบอนุญาตสำหรับกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-eb98-4e8d-86b7-e8c94f1f2a6f",115,250000,18,"- ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 16       \nเงื่อนไข        \n      ผู้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตใหม่ล่วงหน้าอย่างน้อย 180 ก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ พร้อมส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการออกใบอนุญาตตามที่กำหนด   \n       เงื่อนไขในการยื่นคำขอ         \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง         \n   1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป      \n   1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป         \n  2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลุกฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนพนักงานเจ้าหนาที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในเวลาทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป          \n 3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป       \n 4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว       \n 5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว       \n 6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าพิจารณาแล้วเสร็จ       \n 7. ขั้นตอนการดำเนินการเจ้าหน้าที่อาจยื่นขอขยายระยะเวลาต่อคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลา ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555         \n 8. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฏหมายทุกหน้า         \n 9. ติดต่อสอบถาม โทรศัพท์ 0 2271 7600 ต่อ  5167, 5169 / อีเมล์ broadcast.nbtc@gmail.com","2023-08-03T11:13:16"],
    [4331,"9aa1fedf-8904-4034-97e6-486ca7444924","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","คู่มือการใช้สิทธิตามมาตรา 39 วรรคแรก","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-adcf-4b90-a2ab-262c101e182a",30,0,3,"ด้วยในการขอใช้สิทธิตามมาตรา 39 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการใช้สิทธิในการปักหรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อ หรือติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใดในการให้บริการโทรคมนาคม หรือเรียกว่า หลักเกณฑ์สิทธิแห่งทาง ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาสิทธิแห่งทาง (กพส.) เป็นผู้ทำหน้าที่พิจารณาแผนผังแสดงรายละเอียดของลักษณะทิศทางและแนวเขต ประกอบคำร้องขอ และกำหนดอัตราค่าตอบแทนและค่าเสียหายในการปักหรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อ หรือการติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใดในการให้บริการโทรคมนาคม รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การวิเคราะห์ผลกระทบในเบื้องต้น กำหนดหลักการ และวิธีคิดคำนวณ ค่าตอบแทนและค่าเสียหายเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือทรัพย์สินทั้งในส่วนของผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ดูแล หรือเจ้าของ หรือผู้ครอบครองที่ดินหรือทรัพย์สินเสนอต่อ กสทช.\n\nทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและสร้างความเข้าใจในการยื่นเอกสารการขอใช้สิทธิตามมาตรา 39 วรรคแรก ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและครบถ้วน จึงได้จัดทำระบบฐานข้อมูลการปฏิบัติงานด้านสิทธิแห่งทาง (E-Doc) ขึ้น เพื่อให้ผู้ขอใช้สิทธิสามารถยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาผ่านระบบฐานข้อมูลฯ โดยไม่ต้องนำส่งเอกสารกระดาษให้ สำนักงาน กสทช. พร้อมทั้งสามารถตรวจเช็คสถานะการพิจารณาของสำนักงาน กสทช. สำเนาหนังสือแจ้งผลการให้ความเห็นชอบ ซึ่งทำให้ลดการใช้กระดาษ สะดวก สามารถยื่นเอกสารได้ผ่าน Web Site ของสำนักงาน กสทช. https://row.nbtc.go.th/\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนต่อไป\n\n2. กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 15 วัน ระบบจะดำเนินการยกเลิกคำขอในระบบอัตโนมัติ\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว \n\n7. ผู้ยื่นคำขอใช้สิทธิต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สอง ที่มีโครงข่าย และแบบที่สาม ที่มีโครงข่าย\n\n\n\n *ผ่านระบบเท่านั้น\n\n\n\n **กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบสิทธิแห่งทาง) สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป","2023-12-14T09:51:25"],
    [4332,"9bab9783-424b-4355-ab73-ba4891fb821a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การให้ความเห็นชอบสัญญาอันเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ทำกับรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ หรือบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d43-8da4-4766-8bb5-3daf83a0a77a",40,0,3,"1. ผู้รับใบอนุญาตจะทำสัญญากับรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศและบุคคลหรือนิติบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกสัญญาหรือความตกลงดังกล่าว จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. ก่อน ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ\n\n2. ผู้รับใบอนุญาตต้องส่งสำเนาสัญญาที่จะทำกับต่างประเทศให้สำนักงาน กสทช. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนการทำสัญญาเพื่อขอความเห็นชอบจาก กสทช. พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการทำสัญญา\n\n3. การพิจารณาเป็นไปตามประกาศ กทช. เรื่อง การขอความเห็นชอบสัญญาอันเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ทำกับรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ หรือบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ พ.ศ. 2549\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยสำนักงาน กสทช. และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 1 วันทำการ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากไม่ดำเนินการสำนักงาน กสทช. จะส่งเรื่องคืนต่อไป\n\n3. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า\n\n4. สำนักงาน กสทช. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 2 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ สำนักงาน กสทช.จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T11:13:06"],
    [4333,"9baba908-b61e-4a5c-8c83-5e63f036e0ee","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","ข้อเสนอการให้บริการโทรคมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการเป็นการล่วงหน้าที่มีข้อกำหนดบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d43-9114-4bec-a548-188c598d6aba",60,0,3,"1. สัญญาระหว่างผู้รับใบอนุญาตกับผู้ใช้บริการโทรคมนาคม โดยการกำหนดสัญญาหรือเงื่อนไขใด ๆ เกี่ยวกับการให้บริการโทรคมนาคม รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือเงื่อนไขดังกล่าว จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กสทช.\n\n2. บริการโทรคมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ผู้ให้บริการจะได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. เป็นการล่วงหน้า\n\n3. การพิจารณาเป็นไปตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 \n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n   1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n   1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยสำนักงาน กสทช. และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 1 วันทำการ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากไม่ดำเนินการสำนักงาน กสทช. จะส่งเรื่องคืนต่อไป\n\n3. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า\n\n4. สำนักงาน กสทช. จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-05-28T11:13:15"],
    [4334,"9cb13ac8-f58d-4bfe-a80e-93282b62155b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","แบบสัญญาให้บริการโทรคมนาคม","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d43-8a1a-4f3d-acb5-220ac4d99008",60,0,2,"1. ผู้ให้บริการต้องจัดส่งแบบสัญญาให้ กสทช. พิจารณาล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 60 วัน\n\n2. การพิจารณาเป็นไปตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยสำนักงาน กสทช.และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 1 วันทำการหากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน กสทช.จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ หากไม่ดำเนินการ สำนักงาน กสทช. จะส่งเรื่องคืนต่อไป \n\n3. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า\n\n4. สำนักงาน กสทช.จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ สำนักงาน กสทช.จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ","2024-08-13T11:17:34"],
    [4335,"9e3b70a4-b816-4b96-b4ff-4d964016bd5a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การพิจารณาข้อเสนอการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d43-9bb6-47c4-b52a-7e2280402576",76,0,3,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม หรือ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม\n\n2. นำส่งเป็นเอกสารประกอบการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือ นำส่งเมื่อมีการปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อเสนอฯ\n\n3. ข้อเสนอฯ ต้องเป็นเอกสารแสดงเจตนาเสนอให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ที่มีเงื่อนไขในเชิงพาณิชย์และเทคนิคที่ชัดเจนและเพียงพอ โดยต้องประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อยตามที่ประกาศ กสทช. เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2556 พร้อมทั้งเอกสารประกอบข้อเสนอฯ ต้องเป็นเอกสารที่แสดงหลักการและวิธีการคำนวณอัตราค่าตอบแทน (ดูรายการเอกสารหลักฐานประกอบ)\n\n4. การพิจารณาเห็นชอบข้อเสนอฯ เป็นไปตาม\n\n 4.1 พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n\n 4.2 พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม\n\n 4.3 ประกาศ กสทช. เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2556\n\n 4.4 ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม\n\n 4.5 ประกาศ กสทช. เรื่อง อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่เป็นอัตราอ้างอิง\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n 1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n 1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T14:02:58"],
    [4336,"9e437258-b3ae-424e-bda6-617f548cd2b3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การให้ความเห็นชอบแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-b1c3-4a3c-a8f5-864aac397a97",61,0,2,"1. ผู้มีหน้าที่ขอความเห็นชอบแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556 (ประกาศฯ) คือ\n\n   ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555\n\n(ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก)\n\n2. ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่กำหนดในคู่มือนี้โดยจะพิจารณาให้ความเห็นชอบแบบสัญญาเมื่อได้มีการยื่นเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว\n\n3. ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกมีหน้าที่ต้องจัดทำแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกให้สอดคล้องกับรูปแบบและเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดและต้องนำส่งแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำแบบสัญญาดังกล่าวไปใช้ในการให้บริการกับผู้ใช้บริการตามข้อ 6 ของประกาศ\n\n4. ในกรณีผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกนำแบบสัญญาที่มิได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. หรือที่ขัดหรือแย้งกับประกาศดังกล่าวไปใช้ในการให้บริการ ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศ กสทช. ว่าด้วยการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามข้อ 7 ของประกาศฯ\n\n5. ขั้นตอนและระยะเวลาการพิจารณาให้ความเห็นชอบแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาแล้วเสร็จในการพิจารณาคำขอหรือคำร้องเรียนด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมโดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอและยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:37:58"],
    [4337,"9e7551ba-6a22-47bc-bf67-da85ba60472a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขออนุญาตใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-7e7c-40e2-ad77-cfa0d3d96cb0",112,3.2,9,"การขออนุญาตใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563\n\n\nเงื่อนไขการยื่นคำขอ\n\n1. หลักเกณฑ์การใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ ใช้บังคับกับ\n\n 1.1 ผู้ประสงค์จะใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการประกอบกิจการซึ่งให้บริการดาวเทียมสื่อสารแก่บุคคลอื่น\n\n   1.2 ผู้ประกอบกิจการดาวเทียมต่างชาติที่ประสงค์จะประกอบกิจการซึ่งให้บริการดาวเทียมสื่อสารในประเทศไทย\n\n ทั้งนี้ ผู้ขอรับอนุญาตตามข้อ 1.1 และ 1.2 จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์หรือกิจการกระจายเสียงตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการวิทยุโทรทัศน์ แล้วแต่กรณี\n\n2. คุณสมบัติของผู้รับขอรับอนุญาต\n\n 2.1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยโดยมีสถานประกอบการในประเทศไทย\n\n2.2 เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการดาวเทียมต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องตามนโยบายที่รัฐกำหนด\n\n3. วิธีการยื่นคำขอ\n\n 3.1 ผู้ยื่นคำขอรับการอนุญาตต้องมายื่นคำขอและเอกสารหลักฐานด้วยตนเอง ณ สำนักกิจการดาวเทียมสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เลขที่ 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-ก่อนเวลา 16.30 น. พร้อมทั้งชำระค่าพิจารณาคำขอรับอนุญาตในอัตรา 10,000 บาทพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มให้แล้วเสร็จภายในวันที่ยื่นคำขอ\n\n 3.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือประชาชน และจะดำเนินการพิจารณากลั่นกรองเพื่อจัดทำรายงานการวิเคราะห์ความเหมาะสมของการอนุญาต เพื่อเสนอให้กสทช. พิจารณาภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารคำขอรับอนุญาตครบถ้วน\n\n 3.3 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง หรือไม่เพียงพอ พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอรับอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เพิ่มเติมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n 3.4 พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อการพิจารณาแล้ว\n\n 3.5 ขั้นตอนดำเนินการตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n 3.6 สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอจะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า\n\n4. การแจ้งผลการพิจารณา สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับอนุญาตทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จเมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน\n\n5. การชำระค่าธรรมเนียม สามารถยื่นชำระได้ที่สำนักงาน กสทช. สำนักการคลัง (ลย.) เลขที่ 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-ก่อนเวลา 16.30 น.\n\n6. อายุการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.\n\n7. การต่ออายุอนุญาต กรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุการอนุญาตจะต้องยื่นคำขอต่ออายุและชำระ\nค่าดำเนินการคำขออนุญาตตามที่ระบุไว้ในคู่มือนี้ พร้อมแจ้งเหตุผลความจำเป็นในการต่ออายุเพื่อเสนอต่อ กสทช. ประกอบการพิจารณาก่อนวันที่การอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี และในระหว่างดำเนินการพิจารณาต่ออายุการอนุญาตให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตจนกว่าจะได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากสำนักงาน กสทช.\n\n8. ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ","2025-04-22T13:44:49"],
    [4338,"9e7570df-4e6d-44e1-967d-6a2e71e5d492","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขออนุญาตใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-d5a4-4bfe-96e8-28c8ccfde31c",226,0.25,27,"การขออนุญาตใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของประเทศไทย ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอและในการพิจารณาอนุญาต\n\n1. ประเภทของสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนีั้\n  1.1 สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้น\n  1.2 สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์\n  ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมเพื่อใช้ในการให้บริการเชิงพาณิชย์ จะต้องได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม\n\n2. คุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาต\n  2.1 ผู้ขอรับอนุญาตเพื่อใช้ในการให้บริการเชิงพาณิชย์ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้\n      1) เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n      2) มีสถานประกอบการในประเทศไทย\n      3) ต้องมิใช่เป็นคนต่างด้าวยตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว\n\n  2.2ผู้ขอรับอนุญาตเพื่อใช้ภารกิจของหน่วยงานหรือเพื่อใช้งานเฉพาะกิจ โดยไม่ใช้เพื่อการให้บริการเชิงพาณิชย์ ต้องมีคุุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n     1) เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ\n     2) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และต้องมิใช่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว\n\n3. วิธีการยื่นคำขอ\n  3.1 กรณียื่นคำขอรับอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้น ผู้ขอรับอนุญาตยื่นคำขอรับอนุญาตและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม พร้อมเอกสารการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอและการวางหลักประกันการดำเนินการสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ หรือเพื่อใช้ในภารกิจของหน่วยงานหรือเพื่อใช้งานเฉพาะกิจโดยไม่ใช้เพื่อการให้บริการเชิงพาณิชย์ (ยกเว้น การดำเนินการเพื่อการวิจัยและการศึกษา หรือเป็นการใช้งานที่ไม่แสวงหากำไรของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ) \n  3.2 กรณียื่นคำขอรับอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ ผู้รับอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโครจรดาวเทียมขั้นต้น แจ้งความประสงค์ในการแจ้งจดทะเบียนต่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรขั้นสมบูรณ์ โดยจัดส่งเอกสารหลักฐานและข้อมูลทางเทคนิคสำหรับการแจ้งจดทะเบียนข่ายงานดาวเทียม\n  3.3 ให้ยื่นคำขอรับอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้น และคำขอรับอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ โดยยื่นรายการเอกสาร หลักฐานประกอบคำขอรับอนุญาตฯ ที่ปรากฏตอนท้ายของคู่มือประชาชนนี้ ทั้งนี้ สามารถยื่นคำขอรับอนุญาตพร้อมเอกสารและหลักฐานฯ ณ สำนักกิจการดาวเทียมสื่อสาร (ดบ.) สำนักงาน กสทช. หรือยื่นผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ satellite@nbtc.go.th\n\n4. เงื่อนไขการยื่นคำขอและการอนุญาต\n\n  4.1 เงื่อนไขการยื่นเอกสารหลักฐานและข้อมูลคำขอรับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้นเป็นไปตามข้อ 9 โดยมีแบบรายละเอียดในภาคผนวก ก และกรณีขอรับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ แบบรายละเอียดเป็นไปตามภาคผนวก ข ท้ายประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม\n  4.2 เงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม\n\n5. ระยะเวลาการอนุญาต\n  5.1 การอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้น มีระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับวิทยุของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (Regulatory Period) หรือจนกว่าข่ายงานดาวเทียมที่ขอรับอนุญาตจะได้รับสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์\n  5.2 การอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโครจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ มีระยะเวลาการอนุญาตไม่เกิน 20 ปี นับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตจะสามารถใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ได้ตั้งแต่วันที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศได้บันทึกข้อมูลข่ายงานดาวเทียมไว้ในทะเบียนความถี่หลักระหว่างประเทศ (Master International Frequency Register - MIFR)\n  5.3 ผู้รับอนุญาตที่ประสงค์จะขอยกเลิกการใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้น จะต้องขออนุญาตต่อ กสทช. ล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ก่อนยุติการใช้งาน และผู้รับอนุญาตที่ประสงค์จะขอยกเลิกการใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์จะต้องขออนุญาตต่อ กสทช. ล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 4ปี ก่อนยุติการใช้งาน\n\n\nหมายเหตุ\n1. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n2. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง หรือไม่เพียงพอต่อการพิจารณา สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผู้ขอรับอนุญาตให้จัดส่งเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ผู้ขอรับอนุญาตจะต้องจัดส่งเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน กสทช. โดยสำนักงาน กสทช. จะไม่เสนอคำขอรับอนุญาตนั้นต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาจนกว่าจะได้รับเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วน\n3. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับอนุญาตทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ กสทช. มีมติอนุญาต\n4. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า","2025-04-22T13:44:56"],
    [4339,"9e77b9b3-038b-4863-a87a-9b0b340d5266","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขออนุญาตเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า/การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บ ค่าบริการล่วงหน้า ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d43-a297-413e-91cd-5a879a79e373",75,0,18,"การเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. ก่อน โดยผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องยื่นคำขอพร้อมเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาตามที่ประกาศกำหนดไว้ ทั้งนี้ สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า\n\nหมายเหตุ\n\n1. ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ หรือที่สำนักงาน กสทช. โดยตรงโดยสำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความถูกต้องครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สำนักงาน กสทช. จะมีหนังสือเพื่อแจ้งข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบต่อไป\n\n2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมระยะเวลาที่สำนักงาน กสทช. กำหนด พนักงาน เจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว\n\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง ระยะเวลาการพิจารณาคำขอหรือคำร้องเรียนในกิจการโทรคมนาคม โดยจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า คำขอพร้อมเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาถูกต้องครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในประกาศเรียบร้อยแล้ว\n\n5. สำนักงาน กสทช. จะพิจารณาคำขออนุญาตเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า/การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าให้แล้วเสร็จ และเสนอเรื่องต่อ กสทช. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ สำนักงาน กสทช. ได้คำขอพร้อมเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาครบถ้วน\n\n6. กสทช. จะพิจารณาคำขออนุญาตเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า/การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สำนักงาน กสทช. ได้เสนอเรื่องต่อ กสทช. พิจารณา\n\n7. กรณี กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. ไม่อาจพิจารณาคำขออนุญาตเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า/การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อ 5 หรือข้อ 6 สำนักงาน กสทช. จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลาพร้อมเหตุผล โดยให้ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. ขยายระยะเวลาพิจารณาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดระยะเวลา\n\n8. หากผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. ในการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า หรือการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม จะต้องเผยแพร่หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าเป็นการทั่วไปและแจ้งให้ผู้ใช้บริการทุกรายทราบ ตามแนวทาในการดำเนินการซึ่งระบุในหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าที่ได้รับความเห็นชอบจาก กสทช. โดยหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าจะเริ่มมีผลใช้บังคับอย่างน้อย 30 วัน นับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมได้ประกาศเผยแพร่เป็นการทั่วไป","2025-04-22T13:45:10"],
    [4340,"9e796155-85a4-4ea8-b947-482146152184","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับการจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคมสำหรับการให้บริการระบบ Internet of Things (IoT)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d44-3f2e-46a4-95f5-ba411f507e77",38,0,2,"2.1 ผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเลขหมาย จะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้\n     2.1.1 ผู้รับใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตในการให้บริการระบบ Internet of Things (IoT) ตามประกาศหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง\n     2.1.2 หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการวิทยุคมนาคมภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภารกิจการให้บริการสาธารณะประโยชน์ต่างๆ\n     2.1.3 ผู้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นการชั่วคราวในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ\n2.2 วิธีการยื่นคำขอ \n     2.2.1 ชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามช่องทางดังต่อไปนี้\n\t(1) ชำระเงินสดที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 \n\t(2) ชำระโดยการสแกนจ่ายพร้อมเพย์ ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2\n\t(3) ชำระโดยบัตรเครดิต ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 โดยผู้ขอรับการจัดสรรต้องรับภาระในการเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร\n\t(4) ชำระโดยแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1”\nทั้งนี้ กรณีการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) ให้ผู้ขอรับการจัดสรรติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม อาคาร 2 ชั้น 3 เพื่อขอรับ “ใบนำส่งเงิน” ก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอ\n\t(5) ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยสั่งจ่ายบัญชี “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1” ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 799-2-96140-0 และให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช. ทางไปรษณีย์ระบุข้อมูลจ่าหน้าซองจดหมาย เรียน เลขาธิการ กสทช. (สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม) เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 3\n\t(6) ชำระผ่านใบแจ้งยอดชำระเงิน (Bill Payment) ในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS)  \n     2.2.2 ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายรวมถึงเอกสารประกอบคำขอตามแบบคำขอรับการจัดสรรและแบบรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคำขอเลขหมายโดยอาจยื่นผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามรูปแบบและแนวทางที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (ยื่นแบบคำขอผ่านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS) โดยลงทะเบียนเข้าใช้ที่ https://nms.nbtc.go.th หรือยื่นแบบคำขอ ณ สำนักงาน กสทช. หรือจัดส่งทางไปรษณีย์)\n\n2.3 กสทช. จะจัดสรรเลขหมายโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา\n      2.3.1 เหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการใช้เลขหมายสำหรับรองรับการให้บริการเลขหมายโทรคมนาคมสำหรับบริการระบบ Internet of Things (IoT) ระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ (Machine to Machine)\n      2.3.2 จัดสรรเลขหมายตามลำดับคำขอและเอกสารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สำนักงาน กสทช. ได้รับโดยจัดสรรตามลำดับกลุ่มเลขหมาย และมีการพิจารณาบนพื้นฐานของการบริหารจัดการเลขหมายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และความเหมาะสมและความเป็นไปได้ทางเทคนิค \n             ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายไม่สามารถเลือกกลุ่มเลขหมายหรือหมายเลขได้\n      2.3.3 ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่\n      2.3.4 จัดสรรเลขหมายเป็นกลุ่ม \n\t  (1) เพื่อใช้สำหรับบริการที่มีการเชื่อมต่อโครงข่ายกับผู้ให้บริการรายอื่น (Public Network) จัดสรรกลุ่มละ 10,000 เลขหมาย\t\n\t  (2) เพื่อใช้สำหรับบริการภายในโครงข่ายตนเอง (Private Network) จัดสรรกลุ่มละ 10,000 เลขหมาย โดยเมื่อได้รับการจัดสรรแล้วสามารถขยายจำนวนหลักออกไปได้ แต่เมื่อ\nรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินจำนวน 14 หลักตามแผนเลขหมายโทรคมนาคม\n      2.3.5 หลักเกณฑ์การพิจารณาอื่นตามที่ กสทช. กำหนด\n\n2.4 กรณีเป็นผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายตามข้อ 2.1.1 กสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เว้นแต่มีเหตุจำเป็น กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้\n\t\tกรณีเป็นผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายตามข้อ 2.1.2 กสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลา ให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการวิทยุคมนาคม\n\t\tกรณีเป็นผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายตามข้อ 2.1.3 กสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลา การได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นการชั่วคราวในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ","2025-04-22T13:45:32"],
    [4341,"9e79a56e-e11c-4408-9385-b3ca758b730e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับการจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคมสำหรับงานด้านเทคนิคของโครงข่ายโทรคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d44-580d-400a-a24f-aac5716928c8",38,0,2,"2.1\tผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเลขหมาย จะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้\n\t2.1.1\tผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง\n\t2.1.2\tหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการวิทยุคมนาคมภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภารกิจการให้บริการสาธารณประโยชน์ต่างๆ\n\t2.1.3\tผู้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นการชั่วคราวในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ\n\n2.2\tวิธีการยื่นคำขอ\n\t2.2.1\tชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามช่องทางดังต่อไปนี้\n\t(1) ชำระเงินสดที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 \n\t(2) ชำระโดยการสแกนจ่ายพร้อมเพย์ ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2\n\t(3) ชำระโดยบัตรเครดิต ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 โดยผู้ขอรับการจัดสรรต้องรับภาระในการเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร\n\t(4) ชำระโดยแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1”\nทั้งนี้ กรณีการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) ให้ผู้ขอรับการจัดสรรติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม อาคาร 2 ชั้น 3 เพื่อขอรับ “ใบนำส่งเงิน” ก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอ\n\t(5) ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยสั่งจ่ายบัญชี “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1” ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 799-2-96140-0 และให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช. ทางไปรษณีย์ระบุข้อมูลจ่าหน้าซองจดหมาย เรียน เลขาธิการ กสทช. (สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม) เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 3\n\t(6) ชำระผ่านใบแจ้งยอดชำระเงิน (Bill Payment) ในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS)\n\n\t2.2.2 ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายรวมถึงเอกสารประกอบคำขอตามแบบคำขอรับการจัดสรรและแบบรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคำขอเลขหมายโดยอาจยื่นผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามรูปแบบและแนวทางที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (ยื่นแบบคำขอผ่านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS) โดยลงทะเบียนเข้าใช้ที่ https://nms.nbtc.go.th หรือยื่นแบบคำขอ ณ สำนักงาน กสทช. หรือจัดส่งทางไปรษณีย์)\n\n2.3\tกสทช. จะจัดสรรเลขหมายโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา\n\t2.3.1\tเหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการใช้เลขหมาย\n\t2.3.2\tจัดสรรเลขหมายตามความจำเป็น ตามลำดับคำขอที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สำนักงาน กสทช. ได้รับ โดยจัดสรรตามลำดับกลุ่มเลขหมาย และมีการพิจารณาบนพื้นฐานของความเป็นไปได้ทางเทคนิคตามแผนเลขหมายโทรคมนาคม ความคุ้มค่าในการใช้งานเลขหมาย รวมทั้งการใช้ทรัพยากรร่วมกันบนพื้นฐานความเป็นไปได้ทางเทคนิค \n\t\tกรณีมีเหตุจำเป็น กสทช. อาจกำหนดให้ผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายให้หน่วยงานอื่นใช้ร่วมกัน หรือหากผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายประสงค์ให้หน่วยงานอื่นใช้งานร่วมกัน จะต้องได้รับการอนุญาตจาก กสทช. ก่อน ผู้ขอรับการจัดสรรจะแสดงความจำนงขอเลือกเลขหมายมิได้\n\t2.3.3\tส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่\n\t2.3.4\tหลักเกณฑ์การพิจารณาอื่นตามที่ กสทช. กำหนด\n\n2.4\tกรณีเป็นผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายตามข้อ 2.1.1 กสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เว้นแต่มีเหตุจำเป็น กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้\n\t\tกรณีเป็นผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายตามข้อ 2.1.2 กสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลาให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการวิทยุคมนาคม\n\t\tกรณีเป็นผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายตามข้อ 2.1.3 กสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลาการได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นการชั่วคราวในพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ","2025-04-22T13:46:57"],
    [4342,"9e79bd03-24ce-406f-957e-940cac85dad7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d44-373e-47e6-bcad-f2e568832f65",38,0,2,"2.1\tผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเลขหมาย ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นทั้งที่ไม่แสวงหากำไรและแสวงหากำไร\n\n2.2\tวิธีการยื่นคำขอ\n\t2.2.1\tชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามช่องทางดังต่อไปนี้\n\t(1) ชำระเงินสดที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 \n\t(2) ชำระโดยการสแกนจ่ายพร้อมเพย์ ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2\n\t(3) ชำระโดยบัตรเครดิต ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 โดยผู้ขอรับการจัดสรรต้องรับภาระในการเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร\n\t(4) ชำระโดยแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1”\nทั้งนี้ กรณีการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) ให้ผู้ขอรับการจัดสรรติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม อาคาร 2 ชั้น 3 เพื่อขอรับ “ใบนำส่งเงิน” ก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอ\n\t(5) ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยสั่งจ่ายบัญชี “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1” ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 799-2-96140-0 และให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์\nที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช. ทางไปรษณีย์ระบุข้อมูลจ่าหน้าซองจดหมาย เรียน เลขาธิการ กสทช. (สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม) เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 3\n\t(6) ชำระผ่านใบแจ้งยอดชำระเงิน (Bill Payment) ในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS)\n\t2.2.2\tผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายรวมถึงเอกสารประกอบคำขอตามแบบคำขอรับการจัดสรรและแบบรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคำขอเลขหมายโดยอาจยื่นผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามรูปแบบและแนวทางที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (ยื่นแบบคำขอผ่านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS) โดยลงทะเบียนเข้าใช้ที่ https://nms.nbtc.go.th หรือยื่นแบบคำขอ ณ สำนักงาน กสทช. หรือจัดส่งทางไปรษณีย์)\n\tกรณีการยื่นคำขออนุญาตใช้งานเลขหมายร่วมกัน ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเป็นผู้ยื่นคำขออนุญาตใช้เลขหมายร่วมกัน พร้อมยื่นเอกสารประกอบคำขอของผู้ขอใช้ร่วม และเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอ\n\n2.3\tกสทช. จะจัดสรรเลขหมายโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา\n\t(1) เหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการใช้เลขหมายของผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมาย รวมถึงความพร้อมและความสามารถในการนำเลขหมายไปให้บริการแก่ประชาชนโดยคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ\n\t(2) ความสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานประเภทต่าง ๆ\n\t    (2.1) เลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น ๓ หลัก ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ ดังนี้\n\t          (2.1.1) การใช้เป็นเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ\n                  (2.1.2) การรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เหตุด่วนเหตุร้าย เหตุเพลิงไหม้ ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน\n\t    (2.2) เลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น ๔ หลัก ใช้สำหรับการรับแจ้งเหตุ การรับแจ้งเพื่อให้บริการ หรือการให้ข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไป\n        (3) พิจารณาให้มีการใช้เลขหมายร่วมกันระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกัน เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรเลขหมาย เว้นแต่ในกรณีที่ กสทช. เห็นว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เพิ่มมากขึ้นต่อผู้ใช้บริการและการบริหารจัดการการใช้งานเลขหมายของผู้ขอรับการจัดสรร\n\t(4) กรณีที่ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายเป็นผู้ที่ กสทช. พิจารณาอนุมัติการขอคืนเลขหมายใดที่ได้รับการอนุมัติจัดสรรไปแล้ว หากมีความต้องการขอรับการจัดสรรเลขหมายอีกครั้งหนึ่ง จะต้องเว้นระยะเวลา 1 ปี นับแต่ กสทช. มีมติอนุมัติรับคืนเลขหมายเดิม โดยให้ใช้เลขหมายเดิมที่เคยได้รับการจัดสรรหากเลขหมายดังกล่าวยังคงว่างอยู่ เว้นแต่ในกรณีที่ กสทช. เห็นว่าเป็นการดำเนินการเพื่อภารกิจพิเศษ ความมั่นคงของรัฐ การทหารและผู้นำประเทศ หรือใช้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน\n\t(5) กรณีที่ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายเป็นผู้ที่ กสทช. พิจารณา ดังนี้\n\t    (5.1) ระงับการใช้งานเลขหมายเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดจากที่จัดสรรไว้ก็ได้ โดยผู้ได้รับการจัดสรรจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้ ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n\t\t  (5.1.1) มิได้นําเลขหมายตามที่ได้รับอนุญาตออกให้บริการโดยไม่มีเหตุอันสมควร\n\t\t  (5.1.2) นําเลขหมายที่ไม่ได้รับอนุญาตออกให้บริการ\n\t\t  (5.1.3) ไม่แจ้งยืนยันการใช้งานเลขหมายหรือไม่รายงานสถานการณ์ใช้เลขหมายที่ได้รับอนุญาต ตามที่สํานักงาน กสทช. กําหนด\n\t\t  (5.1.4) ผู้รับการจัดสรรเลขหมายไม่ชําระค่าธรรมเนียมเลขหมายตามระยะเวลาที่กําหนด กสทช. จะระงับการใช้งานเลขหมายที่จัดสรรไว้เป็นการชั่วคราว หรือพิจารณายกเลิกการใช้เลขหมายได้ ตามแนวทางที่ กสทช. กําหนด\n\t   (5.2) ถอนคืนเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้นเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดจากที่จัดสรรไว้ก็ได้ ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้\n\t\t  (5.2.1) มีการใช้เลขหมายนอกวัตถุประสงค์หรือขอบเขตที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.\n\t\t  (5.2.2) ไม่มีการเปิดใช้เลขหมายที่ได้รับการจัดสรรจาก กสทช. ภายในหกสิบวันนับตั้งแต่วันที่ผู้ได้รับการจัดสรรมีหนังสือยืนยันยอมรับเงื่อนไขการอนุมัติจัดสรรเลขหมายและชําระค่าธรรมเนียมเลขหมาย กรณีเป็นผู้มีหน้าที่ชําระค่าธรรมเนียมเลขหมาย โดยไม่มีเหตุอันสมควร\n\t   (5.3) มีคำสั่งอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการใช้เลขหมาย\n\t\tผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายดังกล่าวจะไม่สามารถยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายได้อีก เป็นระยะเวลา ๑ ปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการระงับหรือถอนคืนเลขหมายจากสำนักงาน กสทช.\n\t(6) ไม่นำเลขหมายไปใช้ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน\n\t(7) การจัดสรรเลขหมายให้จัดสรรตามความจำเป็น ตามลำดับคำขอที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่ สำนักงาน กสทช. ได้รับ โดยเรียงตามลำดับกลุ่มเลขหมายและหมายเลข รวมทั้งมีการพิจารณาบนพื้นฐานของความเป็นไปได้ทางเทคนิคตามแผนเลขหมายโทรคมนาคม ทั้งนี้ ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายไม่สามารถเลือกหมายเลขได้ เว้นแต่ในกรณีที่ กสทช. เห็นว่าเป็นการดำเนินการเพื่อภารกิจพิเศษ ความมั่นคงของรัฐ การทหารและผู้นำประเทศ หรือใช้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน\n\n2.4    กสทช. จะพิจารณาจัดสรรเลขหมายตามลำดับความสำคัญ ดังต่อไปนี้\n\t(1) เพื่อกิจการบรรเทาสาธารณภัย สาธารณประโยชน์ และหน่วยรับแจ้งเหตุฉุกเฉินของสถานพยาบาลต่างๆ เป็นต้น\n\t(2) เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ\n\t(3) เพื่อให้บริการประชาชนในกรณีเร่งด่วน หรือเหตุฉุกเฉินเฉพาะกิจ\n\t(4) เพื่อใช้ในการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น\n\t(5) เพื่อบริการสำหรับสถานศึกษา ศาสนสถาน ศูนย์บริการชุมชน และหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่สังคมหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เลขหมายโทรศัพท์ในการให้บริการประชาชน\n\t(6) เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์โดยอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชน\n2.5    กสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายจนกว่าผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายจะขอคืนเลขหมายหรือ กสทช. ถอนคืนเลขหมาย\n2.6    ผู้ขอรับการจัดสรรต้องยืนยันยอมรับเงื่อนไขการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น และชำระค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งมติ กรณีผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายที่ได้รับแจ้งการอนุมัติจัดสรรเลขหมายไม่ยืนยันยอมรับเงื่อนไขการอนุมัติจัดสรรเลขหมายหรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมเลขหมายกรณีเป็นผู้มีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมเลขหมาย ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายดังกล่าว จะไม่สามารถยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายได้อีกเป็นระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุมัติจัดสรรเลขหมายจาก สำนักงาน กสทช.\n2.7    ผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมาย จะต้องปฏิบัติตามหมวด 5 เลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น ส่วนที่ 3 สิทธิและหน้าที่ของผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้นและผู้ให้บริการเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้นและส่วนที่ 4 การคืน การโอน การระงับ และการถอนคืนเลขหมายโทรศัพท์แบบสั้น ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัด","2025-04-22T13:53:31"],
    [4343,"9e79db4e-3716-41f1-bc31-f1e2b9400947","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์ประจำที่ เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เสียงผ่านอินเทอร์เน็ตแบบใช้เลขหมาย (VoIP)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d44-4fa1-4591-9ad6-d8cda5f4c33f",38,0,2,"2.1\tผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเลขหมาย จะต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ \n\t\t2.1.1\tเป็นผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง และจะต้องมีสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมรายใดรายหนึ่งแล้ว\n\t\t2.1.2\tเป็นผู้รับใบอนุญาตที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน และจะต้องมีสัญญาการขายส่งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง\n\t\t2.1.3\tเป็นผู้รับใบอนุญาตที่ให้บริการโทรศัพท์เสียงผ่านอินเทอร์เน็ตแบบใช้เลขหมาย (VoIP) และจะต้องมีสัญญาตามประกาศหรือหลักเกณฑ์ว่าด้วยเรื่องการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้รับใบอนุญาตรายใดรายหนึ่งแล้ว\n\n2.2\tผู้ได้รับการจัดสรรที่มีการใช้เลขหมายอยู่ และประสงค์ขอรับการจัดสรรเลขหมายเพิ่มเติม สามารถยื่น\nคำขอรับการจัดสรรเลขหมายได้ โดยจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ดังนี้\n\t\t2.2.1\tกรณีบริการโทรศัพท์ประจำที่ จะต้องใช้เลขหมายไปแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของจำนวน\nเลขหมายที่ได้รับจัดสรรสำหรับจังหวัดนั้นๆ\n\t\t2.2.2\tกรณีบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือบริการโทรศัพท์เสียงผ่านอินเทอร์เน็ตแบบใช้เลขหมาย (VoIP) จะต้องใช้เลขหมายไปแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของจำนวนเลขหมายที่ได้รับจัดสรรทั้งหมดทั่วประเทศ\n\t\tทั้งนี้ การใช้เลขหมาย หมายถึง เลขหมายที่มีการเปิดใช้บริการอยู่จริงของเดือนที่ผ่านมาก่อนยื่นคำขอรับจัดสรร โดยในส่วนของเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้การใช้เลขหมายรวมถึงเลขหมายที่ยุติการใช้และถูกห้ามนำออกใช้เป็นเวลาสี่สิบห้าวัน\n\t\t2.2.3\tเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรอื่นตามที่ กสทช. กำหนด\n\n2.3 วิธีการยื่นคำขอ \n\t\t2.3.1 ชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามช่องทางดังต่อไปนี้\n\t(1) ชำระเงินสดที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 \n\t(2) ชำระโดยการสแกนจ่ายพร้อมเพย์ ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2\n\t(3) ชำระโดยบัตรเครดิต ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 โดยผู้ขอรับการจัดสรรต้องรับภาระในการเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร\n\t(4) ชำระโดยแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1”\nทั้งนี้ กรณีการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) ให้ผู้ขอรับการจัดสรรติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม อาคาร 2 ชั้น 3 เพื่อขอรับ “ใบนำส่งเงิน” ก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอ\n\t(5) ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยสั่งจ่ายบัญชี “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1” ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 799-2-96140-0 และให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช. ทางไปรษณีย์ระบุข้อมูลจ่าหน้าซองจดหมาย เรียน เลขาธิการ กสทช. (สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม) เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 3\n\t(6) ชำระผ่านใบแจ้งยอดชำระเงิน (Bill Payment) ในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS)  \n\t\t2.3.2 ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายรวมถึงเอกสารประกอบคำขอตามแบบคำขอรับการจัดสรรและแบบรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคำขอเลขหมายโดยอาจยื่นผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามรูปแบบและแนวทางที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (ยื่นแบบคำขอผ่านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS) โดยลงทะเบียนเข้าใช้ที่ https://nms.nbtc.go.th หรือยื่นแบบคำขอ ณ สำนักงาน กสทช. หรือจัดส่งทางไปรษณีย์)\n\n2.4\tกสทช. จะจัดสรรเลขหมายโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา\n\t\t2.4.1\tเหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการใช้เลขหมาย\n\t\t2.4.2\tความพร้อมและความสามารถในการนำเลขหมายไปให้บริการแก่ประชาชน\n\t\t2.4.3\tเพื่อให้ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายมีจำนวนเลขหมายเพียงพอต่อความต้องการใช้งานในอนาคตสูงสุดคราวละไม่เกินหนึ่งปี ทั้งนี้ การพิจารณาจะคำนึงถึงจำนวนเลขหมายที่ยังคงเหลือของผู้ขอรับการจัดสรรด้วย\n\t\t2.4.4\tจัดสรรเลขหมายให้เป็นไปตามลำดับคำขอและเอกสารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สำนักงาน กสทช. ได้รับ โดยจัดสรรตามลำดับกลุ่มเลขหมาย และมีการพิจารณาบนพื้นฐานของการบริหารจัดการเลขหมายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ตามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ทางเทคนิค รวมถึงการบริหารจัดการเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นเลขหมายสวย ทั้งนี้ ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายไม่สามารถเลือกกลุ่มเลขหมายหรือหมายเลขได้ (กรณีที่มีการขาดแคลนเลขหมาย กสทช. อาจกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิเศษเป็นรายกรณีสำหรับการจัดสรรเลขหมายดังกล่าวก็ได้)\n\t\t2.4.5\tการพิจารณาจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเติมจะคำนึงถึงจำนวนเลขหมายเพิ่มขึ้นสุทธิที่ผ่านมา และแผนธุรกิจที่คาดว่าจะดำเนินการในอนาคตเป็นสำคัญ\n\t\t2.4.6\tการจัดสรรเลขหมายจะจัดสรรเป็นกลุ่ม โดยมีจำนวนเลขหมายที่ว่างในหนึ่งกลุ่มของแต่ละประเภทบริการ ดังนี้\n\t\t\t(1)\tบริการโทรศัพท์ประจำที่ กลุ่มละ 1,000 เลขหมาย\n\t\t\t(2)\tบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มละ 10,000 เลขหมาย ทั้งนี้ กสทช. จะจัดสรรเลขหมายที่ว่างตามหลักเกณฑ์วิธีการคืนและการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไม่เต็มกลุ่ม ตามข้อ ๑๖ และ ๒๒ ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม ตามมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 7/2565 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 \n\t\t\t(3)\tบริการโทรศัพท์เสียงผ่านอินเทอร์เน็ตแบบใช้หมายเลข (VoIP) กลุ่มละ 1,000 เลขหมาย\n\t\t2.4.7\tหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรอื่นตามที่ กสทช. กำหนด\n\n2.5\tกสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เว้นแต่มีเหตุจำเป็น กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้\n\n2.6\tผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายจะต้องปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในหมวด ๓ ส่วนที่ ๓ สิทธิและหน้าที่ของผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์ประจำที่ เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เสียงผ่านอินเทอร์เน็ตแบบใช้เลขหมาย (VoIP)","2025-04-22T13:47:10"],
    [4344,"9e79e2ba-2279-4a04-a972-4c6674fab098","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d44-235a-4367-a463-b821d9779c2f",38,0,2,"2.1\tผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเลขหมาย จะต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองที่ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ\n\t\tกรณีขอรับจัดสรรเลขหมายจำนวน 5 หลัก รูปแบบ 00X 0Y หรือ 10Y 0Y ผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเลขหมายต้องเป็นผู้ได้รับการจัดสรรเลขหมายจำนวน 3 หลัก รูปแบบ 00X หรือ 10Y ด้วย\n\n2.2\tวิธีการยื่นคำขอ \n\t\t2.2.1 ชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามช่องทางดังต่อไปนี้\n\t(1) ชำระเงินสดที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 \n\t(2) ชำระโดยการสแกนจ่ายพร้อมเพย์ ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2\n\t(3) ชำระโดยบัตรเครดิต ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 โดยผู้ขอรับการจัดสรรต้องรับภาระในการเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร\n\t(4) ชำระโดยแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1”\nทั้งนี้ กรณีการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) ให้ผู้ขอรับการจัดสรรติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม อาคาร 2 ชั้น 3 เพื่อขอรับ “ใบนำส่งเงิน” ก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอ\n\t(5) ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยสั่งจ่ายบัญชี “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1” ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 799-2-96140-0 และให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช. ทางไปรษณีย์ระบุข้อมูลจ่าหน้าซองจดหมาย เรียน เลขาธิการ กสทช. (สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม) เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 3\n\t(6) ชำระผ่านใบแจ้งยอดชำระเงิน (Bill Payment) ในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS)  \n\t\t2.2.2 ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายรวมถึงเอกสารประกอบคำขอตามแบบคำขอรับการจัดสรรและแบบรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคำขอเลขหมายโดยอาจยื่นผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามรูปแบบและแนวทางที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (ยื่นแบบคำขอผ่านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS) โดยลงทะเบียนเข้าใช้ที่ https://nms.nbtc.go.th หรือยื่นแบบคำขอ ณ สำนักงาน กสทช. หรือจัดส่งทางไปรษณีย์)\n\n2.3\tกสทช. จะจัดสรรเลขหมายโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา\n\t\t2.3.1\tเหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการใช้เลขหมาย รวมถึงความพร้อมและความสามารถในการนำเลขหมายไปให้บริการแก่ประชาชน\n\t\t2.3.2\tจัดสรรเลขหมายตามความจำเป็น ตามลำดับคำขอที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สำนักงาน กสทช. ได้รับ รวมทั้งความเป็นไปได้ทางเทคนิคตามแผนเลขหมายโทรคมนาคม โดยผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายจะแสดงความจำนงขอเลือกเลขหมายมิได้\n\t\t2.3.3\tหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรอื่นตามที่ กสทช. กำหนด\n\n2.4\tกสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เว้นแต่มีเหตุจำเป็น กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้","2025-04-22T13:53:23"],
    [4345,"9e79ead5-da36-4f00-aed1-3044fed50baa","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับการจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการพิเศษที่มีเลขหมายนำกลุ่ม 4 หลัก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d44-3b52-4290-bf6d-defb5fe69db2",38,0,2,"2.1\tผู้มีสิทธิขอรับการจัดสรรเลขหมาย จะต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง\n\t\tกรณีขอรับการจัดสรรเลขหมายเพิ่มเติม จะต้องใช้เลขหมายไปแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบ (70%) ของเลขหมายที่ได้รับจัดสรรไปแล้ว (การใช้เลขหมาย หมายถึง เลขหมายที่มีการเปิดใช้บริการอยู่จริงของเดือนที่ผ่านมาก่อนยื่นขอรับการจัดสรร)\n\n2.2    วิธีการยื่นคำขอ \n\t\t2.2.1 ชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามช่องทางดังต่อไปนี้\n\t(1) ชำระเงินสดที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 \n\t(2) ชำระโดยการสแกนจ่ายพร้อมเพย์ ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2\n\t(3) ชำระโดยบัตรเครดิต ที่เคาน์เตอร์ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 โดยผู้ขอรับการจัดสรรต้องรับภาระในการเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร\n\t(4) ชำระโดยแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1”\nทั้งนี้ กรณีการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอตามข้อ (1) ถึงข้อ (4) ให้ผู้ขอรับการจัดสรรติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม อาคาร 2 ชั้น 3 เพื่อขอรับ “ใบนำส่งเงิน” ก่อนดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการพิจารณาคำขอ\n\t(5) ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยสั่งจ่ายบัญชี “สำนักงาน กสทช. บัญชี 1” ธนาคารกสิกรไทย สาขาพหลโยธิน ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 799-2-96140-0 และให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช. ทางไปรษณีย์ระบุข้อมูลจ่าหน้าซองจดหมาย เรียน เลขาธิการ กสทช. (สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม) เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 3\n\t(6) ชำระผ่านใบแจ้งยอดชำระเงิน (Bill Payment) ในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS)  \n\t\t2.2.2 ผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายยื่นคำขอรับการจัดสรรเลขหมายรวมถึงเอกสารประกอบคำขอตามแบบคำขอรับการจัดสรรและแบบรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งยื่นหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคำขอเลขหมายโดยอาจยื่นผ่านระบบงานอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามรูปแบบและแนวทางที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (ยื่นแบบคำขอผ่านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคม (Numbering Management System : NMS) โดยลงทะเบียนเข้าใช้ที่ https://nms.nbtc.go.th หรือยื่นแบบคำขอ ณ สำนักงาน กสทช. หรือจัดส่งทางไปรษณีย์)\n\n2.3\tกสทช. จะจัดสรรเลขหมายโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา\n\t\t2.3.1\tเหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการใช้เลขหมาย\n\t\t2.3.2\tความพร้อมและความสามารถในการนำเลขหมายไปให้บริการแก่ประชาชน\n\t\t2.3.3\tจัดสรรเลขหมายตามความจำเป็น ตามลำดับคำขอที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สำนักงาน กสทช. ได้รับ รวมทั้งความเป็นไปได้ทางเทคนิคตามแผนเลขหมายโทรคมนาคม โดยผู้ขอรับการจัดสรรเลขหมายจะแสดงความจำนงขอเลือกเลขหมายมิได้\n\t\t2.3.4\tหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรอื่นตามที่ กสทช. กำหนด\n\t\t2.3.5\tการจัดสรรเลขหมายจะจัดสรรเป็นกลุ่ม โดยมีจำนวนเลขหมายว่างในหนึ่งกลุ่ม กลุ่มละ 100 \nเลขหมาย\n\n2.4\tกสทช. จะอนุญาตให้ใช้เลขหมายตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เว้นแต่มีเหตุจำเป็น กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้","2025-04-22T13:47:03"],
    [4346,"9e7b76f5-a6ca-4c17-8d47-9a9840df6d13","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (กรณีที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง) ตามกระบวนการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตแบบทั่วไป","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d44-437c-46e0-b6c5-ab3f7fb82323",90,0,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n    \n1) ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก ก.   \n\n2.) บริการโทรคมนาคมที่กำหนดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแบบอัตโนมัติมีรายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก ข\n\n3) ระยะเวลาในการอนุญาต ใบอนุญาตแบบที่หนึ่งและแบบที่สองสามารถให้บริการได้ตลอดระยะเวลาที่ยังคงให้บริการ ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จะเปลี่ยนใบอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตทุก ๆ 5 ปี หากตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้รับใบอนุญาตยังคงให้บริการอยู่ และไม่มีการกระทำผิดเงื่อนไขในการอนุญาตในช่วงเปลี่ยนใบอนุญาต   \n\n4) กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง /กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์       \n   4.1 กรณีการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนเพียงพอ และชำระค่าดำเนินการครบถ้วนตามที่ประกาศกำหนดเรียบร้อยแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป       \n   4.2 กรณีการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เพียงพอ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวภายในระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป   \n\n5) เอกสารหลักฐานที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองความถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า   \n\n6) ชำระค่าธรรมเนียม       \n   6.1 สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 เคาร์เตอร์สำนักการคลัง (ลย.) 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 12.00 น. และ 13.00 - ก่อนเวลา 16.30 น.       \n   6.2 กรณีชำระค่าธรรมเนียมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช.   \n\n7) สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุม กสทช. พิจารณาบริการ และทราบการให้ใบอนุญาต/การเพิ่มบริการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ หากครบกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ       \n\nภาคผนวก ก       \nคุณสมบัติผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม      \n\n1. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม      \n\n2. ไม่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (กรณีใบอนุญาตแบบที่สอง)      \n\n3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย      \n\n4. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ดังกล่าวในนิติบุคคลที่เคยถูก กสทช. เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอันเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลนั้น หรือโดยเหตุที่บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตภายในระยะเวลาสองปีก่อนการขอรับใบอนุญาต      \n\n5. บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม หรือกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ภายในระยะเวลาสองปีก่อนการยื่นคำขอรับใบอนุญาต      \n\n6. ไม่เป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามคำสั่งศาล หรือถูกศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้หรือบุคคลที่สามซึ่งแต่งตั้งโดยเจ้าหนี้ทำหน้าที่บริหารแทนกรรมการชุดเดิม หรือเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือถูกศาลพิพากษา      \n\n7. ไม่เป็นผู้ถูกศาลมีคำพิพากษาและมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีเหนือทรัพย์สินของผู้ขอรับใบอนุญาตด้วยประการใดตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล      \n\n8. กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไววางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย      \n\n9. ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาต ต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า กฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในระยะเวลาสองปีก่อนการยื่นขอรับใบอนุญาต      \n\n10. ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือถูกฟ้องคดีและศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน      \n\n11. ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูก กสทช. พิจารณาให้สิ้นสุดการอนุญาต อันเนื่องมาจากการไม่เปิดให้บริการที่ได้รับอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนการยื่นขอรับใบอนุญาต","2025-04-22T13:41:08"],
    [4347,"9e7bb4dc-694e-44c7-899d-cba2218db90b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (กรณีที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง) ตามกระบวนการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตแบบอัตโนมัติ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","979b2010-214c-47d8-8036-c45ab730c857",7,0,12,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n1. ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม รายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก ก.\n2. บริการโทรคมนาคมที่กำหนดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแบบอัตโนมัติ มีรายละเอียดปรากฏตามภาคผนวก ข\n3. ระยะเวลาในการอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตแบบที่หนึ่งและแบบที่สองสามารถให้บริการได้ตลอดระยะเวลาที่ยังคงให้บริการ    ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จะเปลี่ยนใบอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตทุก ๆ 5 ปี หากตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้รับใบอนุญาตยังคงให้บริการอยู่ และไม่มีการกระทำผิดเงื่อนไขในการอนุญาตในช่วงเปลี่ยนใบอนุญาต\n4. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง /กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์\n   4.1 กรณีการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนเพียงพอ และชำระค่าดำเนินการครบถ้วนตามที่ ประกาศกำหนดเรียบร้อยแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n   4.2 กรณีการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เพียงพอ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวภายในระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาต โดยให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n5. เอกสารหลักฐานที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองความถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฏหมายทุกหน้า\n6. ชำระค่าธรรมเนียม\n   6.1 สำนักงาน กสทช. อาคาร 2 ชั้น 2 เคาน์เตอร์สำนักการคลัง (ลย.) 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00 - ก่อนเวลา 16.30 น.\n   6.2 กรณีชำระค่าธรรมเนียมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช.\n7. สำนักงาน กสทช.จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ประธาน กสทช. ทราบและลงนามในใบอนุญาต/ทราบการเพิ่มบริการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ หากครบกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n  ภาคผนวก ก\n  คุณสมบัติผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม\n1. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม\n2.ไม่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (กรณีใบอนุญาตแบบที่สอง)\n3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n4. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ดังกล่าวในนิติบุคคลที่เคยถูก กสทช. เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอันเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลนั้น หรือโดยเหตุที่บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตภายในระยะเวลาสองปีก่อนการขอรับใบอนุญาต\n5. บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาต ไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม หรือกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ภายในระยะเวลาสองปีก่อนการยื่นคำขอรับใบอนุญาต\n6. ไม่เป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามคำสั่งศาล หรือถูกศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้หรือบุคคลที่สามซึ่งแต่งตั้งโดยเจ้าหนี้ทำหน้าที่บริหารแทนกรรมการชุดเดิม หรือเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือถูกศาลพิพากษา\n7. ไม่เป็นผู้ถูกศาลมีคำพิพากษาและมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีเหนือทรัพย์สินของผู้ขอรับใบอนุญาตด้วยประการใดตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล\n8. กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\n9. ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาต ต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า กฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในระยะเวลาสองปีก่อนการยื่นขอรับใบอนุญาต\n10. ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือถูกฟ้องคดีและศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน\n11. ผู้ขอรับใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูก กสทช. พิจารณาให้สิ้นสุดการอนุญาต อันเนื่องมาจากการไม่เปิดให้บริการที่ได้รับอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมตามประกาศที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนการยื่นขอรับใบอนุญาต\n\n   ภาคผนวก ข\nบริการที่จะอนุญาตแบบอัตโนมัติ\n1.บริการโทรคมนาคมที่ผู้ประสงค์จะให้บริการไม่มีการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อการให้บริการดังกล่าว\n2.บริการโทรคมนาคมที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประสงค์จะให้บริการผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมของตนเองที่มีอยู่เดิมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่มีการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมใหม่เพิ่มเติมเป็นการเฉพาะเพื่อการให้บริการดังกล่าว\nทั้งนี้ ประเภทบริการโทรคมนาคมมีดังต่อไปนี้\n  1. บริการอินเทอร์เน็ต\n    1.1 บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายทางสาย\n       1.1.1 บริการอินเทอร์เน็ตแบบ Narrowband (Dial-Up Modem)\n       1.1.2 บริการอินเทอร์เน็ตแบบ Broadband (Dial-Up Modem)\n       1.1.3 บริการอินเทอร์เน็ตแบบ xDSL (xDSL Modem)\n       1.1.4 บริการอินเทอร์เน็ตแบบสาสายเช่า (Leased Line)\n       1.1.5 บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (FTTx)\n    1.2 บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายไร้สาย\n      1.2.1 บริการอินเทอร์เน็ตแบบ WiFi\n           1) ย่านความถี่วิทยุ 2.4 GHz กำลังส่ง (E.I.R.P) ไม่เกิน 100 มิลลิวัตต์\n           2) ย่านความถี่วิทยุ 5.150 - 5.350 GHz กำลังส่ง (E.I.R.P) ไม่เกิน 0.2 วัตต์\n           3) ย่านความถี่วิทยุ 5.470 - 5.725 GHz กำลังส่ง (E.I.R.P.) ไม่เกิน 1 วัตต์\n           4) ย่านความถี่วิทยุ 5.725 - 5.850 GHz กำลังส่ง (E.I.R.P) ไม่เกิน 1 วัตต์\n      1.2.2 บริการอินเทอร์เน็ตแบบให้บริการผ่านโครงข่ายคลื่นความถี่ ได้แก่ โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบรวมผึ้ง (Cellular)\n      1.2.3 บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม รวมถึงบริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินโดยสาร\n   2. บริการเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice Over Internet Protocol - VoIP)\n     2.1 แบบคอมพิวเตอร์ถึงคอมพิวเตอร์ (PC to PC)\n     2.2 แบบคอมพิวเตอร์ถึงเครื่องโทรศัพท์ ที่ไม่ใช้เลขหมายโทรศัพท์ในการให้บริการ (PC to Phone)\n     2.3 แบบคอมพิวเตอร์ถึงเครื่องโทรศัพท์ ที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์ในการให้บริการ (Phone to Phone)\n  3. บริการ Colocation, Dedicated Server, Backup Server, Virtual Private Server, Web Hosting และ Mail Hosting\n  4. บริการ EDI (Electronic Data Interchange)\n  5. บริการบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (International Calling Card - ICC)\n  6. บริการมูลค่าเพิ่มการบันทึกและส่ง (Store-and-Retrieve Value-Added Service)\n    6.1 บริการติดตามยานพาหนะ\n       6.1.1 บริการ GPS Tracking\n       6.1.2 บริการ Vessel Monitoring System (VMS)\n       6.1.3 บริการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียมสำหรับการติดตามเรือประมง และเรือทุกชนิดที่เกี่ยวเนื่องกับการประมง (ERS/EM)\n    6.2 บริการ Cloud Computing (เฉพาะการให้บริการ Cloud ที่ผู้ให้บริการมีการจัดหาบริการโครงข่ายโทรคมนาคมมาให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ)\n  7. บริการโทรสารอิเล็กทรอนิกส์\n  8. บริการ Forward Call\n  9. บริการ Video Conference\n  10. บริการออดิโอเท็กซ์ (Audiotext Service)\n  11.บริการวิทยุสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (Radio over Internet Protocol - RoIP)\n  12.บริการขายต่อบริการโทรคมนาคม\n     12.1 บริการวงจรเช่า หรือบริการช่องสัญญาณเช่า (Leased Circuit/ Channel Service)\n         12.1.1 บริการภายในประเทศ\n              1) บริการคู่สายเช่าดิจิทัล (Digital Subscriber Line - xDSL)\n              2) บริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Serviced Digital Network Service - ISDN)\n              3) บริการ Asynchronous Transfer Mode (ATM)\n              4) บริการคู่สายเช่า หรือวงจรเช่า (Leased Line)\n              5) บริการ Frame Relay\n              6) บริการ Multi - Protocol Label Switching (MPLS)\n              7) บริการอีเทอร์เน็ต (Ethernet Service)\n              8) บริการ Dark Fiber\n              9) บริการโครงข่ายส่วนตัวเสมือนจริง (Virtual Private Network - VPN) ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่\n              10) บริการโครงข่ายส่วนตัวเสมือนจริงแบบ Virtual Private LAN Service (VPLS)\n              11) บริการโครงข่ายส่วนตัวเสมือนจริงที่ใช้ Internet Protocol (Internet Protocol Virtual Private Network - IP VPN)\n              12) บริการขายต่อบริการชุมสายอินเทอร์เน็ต (National Internet Exchange - NIX)\n              13) บริการ SIP Trunk\n         12.1.2 บริการระหว่างประเทศ\n               1) บริการวงจรเช่าส่วนบุคคลระหว่างประเทศ (International Private Leased Circuit - IPLC)\n               2) บริการขายต่อบริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศ (International Internet Gateway - IIG)\n      12.2 บริการโทรคมนาคมเพื่อสาธารณะ (Public Switched Telecommunication Service)\n          12.2.1 บริการภายในประเทศ\n               1) บริการโทรศัพท์ประจำที่ (Fixed Line)\n               2) บริการโทรศัพท์สาธารณะ\n               3) บริการขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่\n               4) บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (Mobile Virtual Network Operator - MVNO) ระดับ Thin หรือ Medium\n               5) บริการ General Packet Radio Service (GPRS)\n               6) บริการมูลค่าเพิ่ม (Value Added Service - VAS) - บริการส่งข้อความสั้น (Short Message Service - SMS)\n               7) บริการอินเทอร์เน็ต\n           12.2.2 บริการระหว่างประเทศ\n                1) บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (International Direct Dialing - IDD)\n        12.3 บริการขายต่อบริการอื่น ๆ\n            12.3.1 บริการ Trunked Radio\n                 1) บริการ Digital Trunked Radio\n                 2) บริการ Analog Trunked Radio\n                 3) บริการ Analog/Digital Conventional Trunked Radio\n            12.3.2 บริการบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (International Calling Card - ICC)\n            12.3.3 บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ใช้จานสายอากาศขนาดเล็ก (Very Small Aperture Terminal - VSAT)\n            12.3.4 บริการรับ - ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมแบบ Transmission Platform\n            12.3.5 บริการรับ - ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจากสถานีแม่ข่าย (Satellite Uplink/ Downlink Service)\n   13. บริการขายส่งบริการโทรคมนาคม\n       13.1 บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (Mobile Virtual Network Operator - MVNO) ระดับ Thin หรือ Medium\n       13.2 บริการ Mobile Virtual Network Aggregator (MVNA)\n       13.3 บริการขายส่งบริการโทรคมนาคมที่ผู้รับใบอนุญาตได้รับอนุญาตอยู่แล้ว\n   14. บริการโทรศัพท์ธรรมดา โดยผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์ประจำที่และโทรศัพท์เคลื่อนที่\n   15. บริการโทรศัพท์ผ่านเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรภายในประเทศ/ระหว่างประเทศ\n   16. บริการโทรคมนาคมอื่น ๆ ที่ กสทช. กำหนด","2025-04-22T13:41:15"],
    [4348,"9e7b6f12-f1d5-4a07-932b-7a6dc6b97f34","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอสิ้นสุดใบอนุญาต หรือการยกเลิกบริการของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (กรณีที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-d8fe-4c16-a22d-4056c1f68c9a",60,0,5,"1. กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง มีความประสงค์จะขอสิ้นสุดใบอนุญาตหรือขอยกเลิกบริการที่ได้รับอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแจ้งความประสงค์ต่อ กสทช. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน โดย กสทช. อาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติก่อนก็ได้ ทั้งนี้ การยกเลิกบริการหมายถึง การยกเลิกบริการที่ได้รับอนุญาตบางบริการเท่านั้น ไม่ได้ขอสิ้นสุดใบอนุญาต\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง / กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์\n    2.1 กรณีการยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนเพียงพอ พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับหนังสือและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n    2.2 กรณีการยื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เพียงพอ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตจัดส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าว พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดพนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป เรียบร้อยแล้ว\n3. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้รับใบอนุญาตทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ","2025-04-22T13:41:21"],
    [4349,"9e81bfc3-9bcf-441e-8be5-71847885c5d5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การอนุญาตให้ดำเนินการอื่นใดนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สําคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-a9f9-4bff-a9a6-2a45937c0b26",71,0,3,"1. ตามที่ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สําคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 (ประกาศฯ) ได้กำหนดให้รายการโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสดตามที่กําหนดไว้ในภาคผนวกของประกาศฯ นี้ ถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ภายใต้การให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปเท่านั้น (ตามข้อ 3 ของประกาศฯ) และการดำเนินการอื่นใดนอกเหนือจากที่กําหนดดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ก่อน นั้น\n\n2. การยื่นคำขออนุญาตดังกล่าวข้างต้นจะต้องแสดงรายละเอียดให้ชัดเจนถึงเรื่องที่ต้องการขออนุญาต ข้อเท็จจริง เหตุผลและความจำเป็นในการขออนุญาต พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานประกอบตามรายละเอียดที่ได้แสดงไว้ตามคำขออนุญาต\n\nหมายเหตุ\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความถูกต้องครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:45:17"],
    [4350,"9e81d6f5-63a3-439f-b0ff-27c7da195b79","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การอนุญาตให้ออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้วยตนเอง (ด้านกิจการโทรคมนาคม)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d44-1fea-4d2b-8585-3adc511bf1aa",20,1000,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักการและเหตุผล\n\n       ตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ข้อ 29 ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้วยตนเอง โดยต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ และตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ครั้งที่ 31/2551 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2551 ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้ออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้วยตนเอง และเห็นชอบให้เลขาธิการ กสทช. เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาการอนุญาตให้ผู้ประกอบการออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้วยตนเอง ในกรณีที่เอกสารหลักฐานครบถ้วน และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว โดยได้ออกประกาศประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขประกอบการอนุญาตให้ออกเครื่องหมายการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน เครื่องโทรคมนาคม และอุปกรณ์ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561\n\n      การขออนุญาตออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้วยตนเอง ผู้ยื่นขอจะต้องเป็นผู้ประกอบการ (หมายถึง ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้นำเข้า) ที่มีภาระรับผิดชอบต่อเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ยื่นขอออกเครื่องหมาย\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\n 1. คุณสมบัติผู้ยื่นขอ\n\n   1.1 เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n \n   1.2 เป็นผู้ประกอบการที่มีภาระรับผิดชอบตามกฎหมายต่อเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานแล้ว และประสงค์จะออกเครื่องหมายแสดงการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานด้วยตนเอง โดยมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้\n       - เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ (ผู้ผลิต)\n      - เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือตราอักษร (brand name)\n      - เป็นบริษัทสาขาในประเทศไทย\n      - เป็นผู้ได้รับสิทธิให้ผลิต ค้า หรือจำหน่ายจากผู้ผลิตในต่างประเทศ (authorized dealer)\n   \n   1.3 ได้รับรหัสประจำตัวของผู้ประกอบการ (supplier code) ที่ออกโดยสำนักงาน กสทช.\n   \n   1.4 ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมโดยถูกต้อง\n\n2. เงื่อนไขการอนุญาตเป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขประกอบการอนุญาตให้ออกเครื่องหมายการได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคม และอุปกรณ์\n\nวิธีการยื่นคำขอ\n\n1. ผู้ยื่นขอมีหนังสือแจ้งความประสงค์ที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล พร้อมเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ประกอบการพิจารณา ยื่นต่อสำนักงาน กสทช.\n\n2. ผู้ยื่นขออาจยื่นขออนุญาตด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ก็ได้\n\n3. สถานที่จัดส่งเอกสาร: สำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร10400 วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่สำนักงาน กสทช. กำหนด) ตั้งแต่เวลา 08.30 -12.00 น. และ 13.00-16.30 น.","2025-04-22T14:02:51"],
    [4351,"9e83dbb9-9c95-4b6b-908a-2037bf7de733","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การรับรองเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d44-01a6-4c1b-8d0f-571f03515111",3,5,6,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    \n\n1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย  หรือ     \n\n2. เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย    หมายเหตุ : ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ    \n\n3. ในกรณีผู้ยื่นขอเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์วิทยุคมนาคม จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม    \n\n4. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายเครื่องรับ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์เพื่อให้บุคคลอื่นนำไปใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการใช้รับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ด้วย        \n\nวิธีการยื่นคำขอ        \n\nยื่นคำขอ (แบบ มส.02) ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ ณ สำนักรับรองมาตรฐานวิศวกรรมในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) (ตึกข้างอาคาร 4 อาคารไกล่เกลี่ยเดิม) สำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ซอยพหลโยธิน 8 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่สำนักงาน กสทช. กำหนด) ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น.    \n\nหมายเหตุ    \n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง        \n   1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือ       \n   1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน    \n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบตวามครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือพลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องบยื่นนเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป    \n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป    \n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ    \n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:53:58"],
    [4352,"9e81ceb9-d6d7-4846-ace9-44566de26c2a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอเพิ่มเติมการให้บริการ/ประเภทการให้บริการ/ขอบเขตพื้นที่การให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-2952-40b8-b318-eaac367cebd3",119,2000,5,"ผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ เพิ่มเติมการให้บริการ ประเภทการให้บริการ ขอบเขตพื้นที่การให้บริการ ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) ก่อนการให้บริการ\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. กรณีที่ผู้ใช้บริการมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n2. กรณีที่ผู้ใช้บริการส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ จะเริ่มนับระยะเวลาในการยื่นคำขอ ณ วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักการอนุญาตประกอบกิจการโครงข่าย สิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องวิทยุคมนาคม (ขส.)ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ในการรับคำขอและตรวจสอบคำขอ ได้รับเอกสารและลงลายมือชื่อรับเอกสารดังกล่าว โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารภายใน 15 วันทำการ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ใช้บริการทราบภายใน 15 วันทำการ หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n\nหมายเหตุ\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2025-04-22T13:38:31"],
    [4353,"9e83e001-6073-4414-b0c7-2594ce436e38","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การจดทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","จดทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d44-056d-4612-9270-9536baff8a2d",3,5,7,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ\n\n1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือ \n\n2. เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n\n- ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ\n\n จะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ\n\n3. ในกรณีผู้ยื่นขอเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์วิทยุคมนาคม จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม\n\n4. ในกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายเครื่องรับ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์เพื่อให้บุคคลอื่นนำไปใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการใช้รับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ด้วย\n\nวิธีการยื่นคำขอ\n\nยื่นคำขอ (แบบ มส.01) ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ :\n\nกรณียื่นด้วยตนเอง\n\nณ สำนักงาน กสทช. (สำนักรับรองมาตรฐานวิศวกรรมในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์) เลขที่ 87 ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม)ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่สำนักงาน กสทช. กำหนด) ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น.\n\nกรณียื่นทางไปรษณีย์\n\nสำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือ\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบตวามครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือพลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องบยื่นนเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:53:45"],
    [4354,"9e83e256-8f03-4d33-b5b7-5e7a15406ca0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การยื่นแบบรับรองตนเองของผู้ประกอบการ (กรณีเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d44-1061-46a2-a00e-d958d5749def",1,0,5,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ    \nคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ    \n1.  เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย  หรือ     \n2.  เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย         \n-  ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ    \n\nวิธีการยื่นคำขอ    \nกรณียื่นด้วยตนเอง    \n1. กรณีเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์        \nยื่นแบบรับรองตนเองของผู้ประกอบการ (Supplier&rsquo;s Declaration of Conformity : SDoC) ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ ณ ตึกข้างอาคาร 4 อาคารไกล่เกลี่ยเดิม สำนักรับรองมาตรฐานวิศวกรรมในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ \nสำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่สำนักงาน กสทช. กำหนด) ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น.    \n\nกรณียื่นทางไปรษณีย์    \nสำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400    \n\nหมายเหตุ  \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง        \n   1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดัง  กล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือ        \n   1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน    \n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบตวามครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือพลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องบยื่นนเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป    \n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป    \n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ    \n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:53:51"],
    [4355,"9e83e38b-1200-4b49-a365-408053e64ee3","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d44-149b-4754-9886-58c2b195c84d",15,0,10,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nเป็นนิติบุคคลตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้      \n       เป็นสถาบันการศึกษาของภาครัฐหรือเอกชนที่ทำการเปิดสอนด้านวิชาชีพ หรือด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสื่อสาร โทรคมนาคม หรือครุศาสตร์อุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคม หรืออิเล็กทรอนิกส์ และผ่านการรับรองหลักสูตรจาก สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจเกี่ยวข้องหรือสามารถดำเนินการทดสอบเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง เป็นนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือ อิเล็กทรอนิกส์ มีบุคลากรหลัก ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทดสอบและผู้รับรองรายงานผลการทดสอบ โดยบุคลากรหลักต้องผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับการทดสอบเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงสำหรับการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงจากสำนักงาน กสทช. ผู้ทดสอบต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาไฟฟ้า หรือสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ผู้รับรองรายงานผลการทดสอบต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสื่อสาร หรือโทรคมนาคม หรืออุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสื่อสาร หรือโทรคมนาคม     \nหมายเหตุ  \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง    \n   1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือ    \n   1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน  \n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบตวามครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือพลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป  \n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป  \n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว  \n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว  \n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ  \n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า    \n\nเป็นนิติบุคคลตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้                           \n1. เป็นสถาบันการศึกษาของภาครัฐหรือเอกชนที่ทำการเปิดสอนด้านวิชาชีพ หรือด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสื่อสาร โทรคมนาคม หรือครุศาสตร์อุตสาหกรรม ด้านโทรคมนาคม หรืออิเล็กทรอนิกส์ และผ่านการรับรองหลักสูตรจาก สำนักงานปลัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ด้านการอุดมศึกษา) หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ หรือ\n2. เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจเกี่ยวข้องหรือสามารถดำเนินการทดสอบมาตรฐานทางเทคนิค หรือ\n3. เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์ \n4. มีบุคลากรหลักซึ่งประกอบด้วยผู้ทดสอบและผู้รับรองรายงาน โดยบุคลากรหลักต้องผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับการทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำจากสำนักงาน\n    4.1 ผู้ทดสอบและผู้รับรองรายงานต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องไม่เป็นบุคคลคนเดียวกัน มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย \n    4.2 ผู้ทดสอบต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาไฟฟ้า หรือสาขาอิเล็กทรอนิกส์\n    4.3 ผู้รับรองรายงานต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสื่อสาร หรือโทรคมนาคม หรืออุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสื่อสาร หรือโทรคมนาคมหรือที่เกี่ยวข้อง หรือครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิตสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสื่อสาร หรือโทรคมนาคมหรือที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับภาคีวิศวกรพิเศษ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงไฟฟ้าสื่อสาร งานพิจารณาตรวจสอบ ประเภท และขนาดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต \n\nผู้ทดสอบและผู้รับรองรายงานตาม (4) มีรายชื่อภายใต้การขึ้นทะเบียนของหน่วยทดสอบได้เพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ สำนักงานอาจไม่พิจารณารายชื่อผู้ทดสอบและผู้รับรองรายงานที่เคยมีประวัติกระทำการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของคณะกรรมการสำหรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ\n\nหน่วยทดสอบต้องมีเครื่องมือสำหรับการทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคซึ่งได้รับการสอบเทียบ และทวนสอบครั้งล่าสุดเป็นระยะเวลาไม่เกินสองปีจากห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สาขาไฟฟ้าและความถี่ หรือได้รับการรับรองหรือยอมรับจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตามมาตรฐาน มอก. 17025 สาขาไฟฟ้าและความถี่ ตามบัญชีรายการเครื่องมือขั้นต่ำที่ใช้ในการทดสอบมาตรฐานทางเทคนิค ตามที่กำหนดในภาคผนวก ค แนบท้ายประกาศนี้              \nการเป็นหน่วยทดสอบ ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนการเป็นหน่วยทดสอบ","2025-04-22T13:53:38"],
    [4356,"9e85797d-a188-4ac7-944f-e1ca16356d5f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การอนุญาตให้จำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อรับติดตั้ง เครื่องรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-348b-4aa9-87bc-b438e12bc014",3,300,7,"ผู้ขออนุญาตจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อรับติดตั้ง เครื่องรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก จะต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช.หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจาก กสทช. ตามมาตรา 70 พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. กรณีที่ผู้ใช้บริการมายื่นคำขอด้วยตนเอง ณ ที่ทำการ \n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรกนิกส์ (bsradio@nbtc.go.th) สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังจากเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:38:46"],
    [4357,"9e8570e6-0e0d-48c7-83de-78e0d570fb0f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (กรณียื่นขอใหม่)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-25a9-4633-888d-30306cb9509c",119,2000,9,"ผู้ที่ประสงค์จะให้บริการโครงข่ายด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสทช.) โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมทั้งระบุเขตพื้นที่ให้บริการที่ประสงค์จะดำเนินการให้ชัดเจน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ก่อนการให้บริการ\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. กรณีที่ผู้ใช้บริการมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n2. กรณีที่ผู้ใช้บริการส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ จะเริ่มนับระยะเวลาในการยื่นคำขอ ณ วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักการอนุญาตประกอบกิจการโครงข่าย สิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องวิทยุคมนาคม (ขส.) ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ในการรับคำขอและตรวจสอบคำขอ ได้รับเอกสารและลงลายมือชื่อรับเอกสารดังกล่าว โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารภายใน 15 วันทำการ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ใช้บริการทราบภายใน 15 วันทำการ หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n\nหมายเหตุ\n\n** พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n** ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n** ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ","2025-04-22T13:38:38"],
    [4358,"9e8582c7-ad53-4336-9ba6-91d699ee729a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-4f7f-47ab-ae43-9e36de3bcea2",122,500,9,"เงื่อนไข\n\n1. การเปิดรับคำขอ เป็นไปตามที่นโยบายของรัฐบาล (คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) หรือ กสทช. และแผนแม่บทการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์กำหนด\n\n2. กรณีที่ กสทช. พิจารณาเห็นสมควรออกใบอนุญาตตามที่ยื่นคำขอ ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตได้รับอนุญาตให้มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและตั้งสถานีวิทยุคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมด้วย ทั้งนี้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ระบุในคำขออนุญาต โดยผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 15 วันทำการ พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า\n\n7. ชำระค่าธรรมเนียม\n\n  7.1 สำนักงาน กสทช. สำนักการคลัง (ลย.) 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-ก่อนเวลา 16.30 น.\n\n  7.2 กรณีชำระค่าธรรมเนียมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ให้นำส่งหลักฐานการชำระมาพร้อมกับเอกสาร โดยระบุชื่อนิติบุคคล/หน่วยงาน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ประสานงานและหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ มายังสำนักงาน กสทช.","2025-04-22T13:39:00"],
    [4359,"9e85886f-3788-4edd-8627-65b16561dfbe","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ผลิตหรือนำเข้า นำออกเครื่องรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก และใบอนุญาตให้ทำหรือนำเข้า นำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ใด ๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม ที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อสำรองจำหน่ายทั่วไป หรือสำรองจำหน่ายแก่หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. แล้วเท่านั้น","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-3bc5-41bd-8713-0efa94d24fd3",15,0,14,"ผู้ขออนุญาตผลิตหรือนำเข้า นำออกเครื่องรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก และใบอนุญาตให้ทำหรือนำเข้า นำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์ใด ๆ ของเครื่องวิทยุคมนาคม ที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อสำรองจำหน่ายทั่วไป หรือสำรองจำหน่ายแก่หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. กรณีที่ผู้ใช้บริการมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ หรือทางไปรษณีอิเล็กทรอนิกส์ (bsradio@nbtc.go.th) สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังจากเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:39:12"],
    [4360,"9e85bf73-0db2-47ba-bbb8-36376a8e833e","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอยกเลิก การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-1e8f-485f-9918-6e98d5db2963",112,0,8,"การสิ้นสุดการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ มี 3 กรณี คือ \n1. ครบกำหนดตามระยะเวลาการอนุญาตให้ประกอบกิจการ \n(ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ มีอายุ ไม่เกิน 15 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต) \n      1.1 หากประสงค์ดำเนินการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ต่อ ให้ยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ กรณีใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ \n      1.2 หากไม่ประสงค์ดำเนินให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ต่อ ไม่ต้องดำเนินการใด \n2. กสทช. มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากปฏิบัติผิดเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดต่อผู้ใช้บริการภายหลังการสิ้นสุดการอนุญาตให้ประกอบกิจการ \n3. ผู้รับใบอนุญาตแจ้งยกเลิกการประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาต ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดก่อนเลิกกิจการ \n      3.1 ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งเหตุแห่งการยกเลิกการประกอบกิจการ และ\n      3.2 ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดมาตรการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดต่อผู้ใช้บริการภายหลัง สิ้นสุดการอนุญาตให้ประกอบกิจการ โดย กสทช. ให้ความเห็นชอบล่วงหน้าก่อนยกเลิกการประกอบกิจการ และ\n      3.3 ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนดก่อนยกเลิกการประกอบกิจการ\n\nเงื่อนไข : \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์หรือ ผ่านเมล์ FACILITY.BC@NBTC.GO.TH สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายใน 15 วันทำการ พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n6. เมื่อครบกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือแล้ว หาก กสทช. ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุกๆ 7 วัน จนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:38:24"],
    [4361,"9e859198-ce2a-4d7d-b8b9-14a5fb0700af","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","พิจารณาอนุญาตให้ยกเลิกการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์  สำหรับให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d43-2d51-4b2f-9c65-af917f3c00c1",119,0,4,"หากประสงค์จะเลิกการให้บริการก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ จะต้องแจ้งเหตุการบอกเลิกประกอบกิจการพร้อมทั้งกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการให้คณะกรรมการเห็นชอบล่วงหน้าก่อนเลิกกิจการ โดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนดก่อนเลิกกิจการ\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. กรณีที่ผู้ใช้บริการมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังจากเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n5. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:39:57"],
    [4362,"9e85c988-c685-44a0-b51b-e339e99d5cd4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การออกใบอนุญาตเพื่อให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงและโทรทัศน์ /ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-1782-49a7-9c40-c35e14083662",112,250000,12,"1. กรณียื่นขอรับใบอนุญาตใหม่\nผู้ที่ประสงค์จะให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมทั้งระบุประเภท และเขตพื้นที่ให้บริการที่ประสงค์จะดำเนินการให้ชัดเจน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ก่อนการให้บริการ\n\n2. กรณีใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ\nผู้รับใบอนุญาตต้องยื่นแบบคำขอรับใบอนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อยเก้าสิบวันแต่ไม่เกินสองปีก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ\n\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n1. กรณีที่ผู้ใช้บริการมายื่นคำขอด้วยตนเอง ทั้งนี้ ควรโทรติดต่อสอบถามก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้อธิบายและ ช่วยทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ที่หมายเลข 1200 หรือ 02 670 8888 ต่อ 5418,5417,5416\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์หรือ ผ่านเมล์ FACILITY.BC@NBTC.GO.TH  สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังจากเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:38:53"],
    [4363,"9e85e21f-c095-4d39-830c-dd6ad5da4a60","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคม สำหรับใช้ในอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน - Unmanned Aerial Vehicle : UAV","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","94e56d43-7aeb-451e-b950-b5ff2a88bcfb",7,200,7,"1. ผู้ประกอบการ\n\n  1.1 ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะทำ (ผลิต/ประกอบ) นำเข้า จำหน่าย หรือซ่อมแซมเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ต้องได้รับใบอนุญาตให้ทำ นำเข้า และ/หรือ ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม (กรณีทำ นำเข้า ยื่นแบบคำขอได้เฉพาะที่ คท. เท่านั้น)\n\n  1.2 เครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินที่ทำ (ผลิต/ประกอบ) นำเข้า หรือจำหน่าย และใช้งานเป็นการทั่วไปในประเทศได้ ต้องใช้คลื่นความถี่และกำลังส่งตามที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป (ข้อ 4)\n\n  1.3 ผู้ประกอบการต้องแสดงความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิคเกี่ยวกับคลื่นความถี่และกำลังส่ง โดยกรอกเอกสารแบบรับรองตนเองของผู้ประกอบการ (Supplier Declaration of Conformity : SDoC) พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง การตรวจสอบรับรองมาตรฐานของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่สำนักมาตรฐานและเทคโนโลยีโทรคมนาคม\n\n  1.4 การนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินเพื่อการใช้งานเป็นการทั่วไป จะต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้า โดยยื่นขออนุญาตนำเข้าพร้อมแนบเอกสารแบบรับรองตนเองของผู้ประกอบการ (Supplier Declaration of Conformity : SDoC) และเอกสารที่เกี่ยวข้องที่สำนักการอนุญาตและกำกับวิทยุคมนาคม\n\n  1.5 กรณีเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ที่ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้า\nซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2561 เป็นต้นมา ให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง การนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม และประกาศ กสทช. เรื่อง การค้าเครื่องวิทยุคมนาคม หากมีการนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมก่อนได้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเปรียบเทียบคดีตามพระราชบัญญัติ\nวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498\n\n2. ผู้ครอบครอง (บุคคล/นิติบุคคล)\n\n  2.1 ผู้ครอบครองอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินสำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน กสทช. ที่สำนักการอนุญาตและกำกับวิทยุคมนาคม และสำนักงาน กสทช. ภาค/เขต โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้\n\n      2.1.1 ผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินที่ใช้คลื่นความถี่และกำลังส่งถูกต้องตามที่ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป ให้ขึ้นทะเบียนโดยกรอกคำขอขึ้นทะเบียนและแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมทั้ง สำเนาหลักฐานการซื้อขาย ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี จากผู้ขาย เอกสารแสดงลักษณะทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ หรือสำเนาเอกสารแบบรับรองตนเองของผู้ประกอบการ (Supplier Declaration of Conformity : SDoC) จากผู้จำหน่าย/ผู้นำเข้า\n\n      2.1.2 ผู้ครอบครองอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินสำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป เมื่อขึ้นทะเบียน\nกับสำนักงาน กสทช. แล้ว จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497\n\n      2.1.3 ผู้ครอบครองที่นำเข้าอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินสำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป ที่มีลักษณะเป็นของใช้ส่วนตัว (Personal Effects) เป็นการชั่วคราว โดยมิได้มีจุดประสงค์ในเชิงพาณิชย์ และจะนำออกนอกราชอาณาจักรเมื่อหมดความจำเป็น ต้องยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยาน\nซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับการใช้งานเป็นทั่วไป (คท.30) พร้อมแบบรับรองตนเองของผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับการใช้งานเป็นการชั่วคราว (Owner Declaration of Conformity) (แบบ คท.32) เช่น การใช้งานประเภทสื่อสารมวลชน หรือการถ่ายทำภาพยนตร์ของทีมงานชาวต่างชาติ การใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินในงานวิจัยและพัฒนา\n\n      2.1.4 กรณีชาวต่างชาติที่นำเข้ามาใช้ในลักษณะของใช้ส่วนตัว (Personal Effects) เป็นการชั่วคราว ให้ยื่นแบบคำขอขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับการใช้งานเป็นทั่วไป (แบบ คท.30) พร้อมยื่นแบบรับรองตนเองของผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับการใช้งานเป็นการชั่วคราว (Owner Declaration of Conformity) (แบบ คท.32)","2025-04-22T13:41:36"],
    [4364,"9e878efd-758d-4f26-ba00-9b4d26edc36c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การให้ความเห็นชอบแบบสัญญาแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดําเนินรายการ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d43-b55d-4b46-9fe9-8df4fa5fc5a3",41,0,2,"1. ผู้มีหน้าที่ต้องส่งสัญญาแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการเพื่อให้สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย คือ ผู้ได้รับใบอนุญาตตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ที่ใช้คลื่นความถี่ที่ประสงค์จะทำสัญญาแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการ\n\n2. ผู้ที่ประสงค์จะทำสัญญาแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการต้องยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนดในคู่มือนี้ โดยจะพิจารณาให้ความเห็นชอบแบบสัญญาเมื่อได้รับเอกสาร หลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว\n\n3. ผู้ที่ประสงค์จะทำสัญญาแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการต้องจัดทำสัญญาให้สอดคล้องกับกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำสัญญาตามแบบ คู่มือ ตัวอย่างสัญญาแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการ\n\n4. ในกรณีที่นำแบบสัญญาที่ไม่ได้รับความเห็นชอบหรือไม่สอดคล้องตามกฎหมายหรือประกาศไปใช้ ถือว่าเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์\n\n5. ขั้นตอนและระยะเวลาการพิจารณาให้ความเห็นชอบแบบสัญญาแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่องการกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาแล้วเสร็จในการพิจารณาคำขอหรือคำร้องเรียนด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของ คำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:38:05"],
    [4365,"9e87befe-f259-4a6f-bb1b-dcde0a10be53","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การยื่นขอรับการพิจารณาลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","94e56d43-980e-412f-ba2b-eb0b926564b2",90,0,4,"หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณา     \n1. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ (ประเภทบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์) สามารถยื่นเอกสารเพื่อขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีได้ตามอัตรา หลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบนี้ ต่อสำนักงานฯ ภายใน 30 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมทั้งนำส่งเอกสารสำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์และสำเนาสัดส่วนรายการ     \n2. การลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีพิจารณาจากสัดส่วนรายการข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยวิธีการพิจารณาเป็นไปตามประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่องแนวทางการพิจารณาและคำนวณสัดส่วนรายการข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเพื่อการขอยกเว้นหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสำนักที่เกี่ยวข้องด้านการพิจารณาผังรายการเป็นผู้ดำเนินการ    \n\nหมายเหตุ  \n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง    \n   กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป    \n   กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน    \n2. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว    \n3. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว    \n4. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบ      \n5. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า    \n6. เอกสารประกอบ      \n  1) แบบคำขอรับการพิจารณาลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต        \n  2) สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์        \n  3) สำเนาผังรายการที่ได้มีการออกอากาศจริง        \n  4) แบบแสดงสัดส่วนรายการเพื่อการขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี    \n      - คำอธิบายถึงแนวความคิดหลัก วัตถุประสงค์ของรายการ กลุ่มเป้าหมายผู้ชมผู้ฟัง วิธีการนำเสนอหรือวิธีการดำเนินเรื่อง เรื่องย่อหรือบทคัดย่อ รวมถึงภาพอ้างอิง ตัวอย่างภาพของรายการ เป็นต้น    \n      - รายงานการประเมินประเภทของรายการและสัดส่วนการออกอากาศ รายการข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือผลการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผล ด้านรายการ หรือเอกสารหลักฐานอื่นใด ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นรายการข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ","2025-04-22T13:45:03"],
    [4366,"9e898925-7825-49ba-9fc3-5bfc5a1000e1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกบัตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-45c0-497c-ae57-5476efa45c21",2,200,5,"หลักการ\n\n1. ในกรณีที่บัตรผู้ประกาศฯ หมดอายุ ให้ดำเนินการยื่นขอรับบัตรผู้ประกาศใหม่ภายในหกสิบวันก่อนวันที่บัตรผู้ประกาศเดิมหมดอายุ\n\n2. ยื่นคำขอทางออนไลน์ ผ่านระบบ One Stop Service/OSS (OSS.nbtc.go.th) ของสำนักงาน กสทช. เท่านั้น \n\n3. ค่าใช้จ่ายในการออกบัตรผู้ประกาศฉบับใหม่ จำนวน 200 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)\n\nเงื่อนไข\n\nผู้มีบัตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สามารถดำเนินการยื่นขอรับบัตรผู้ประกาศใหม่ได้ภายในหกสิบวันก่อนวันที่บัตรผู้ประกาศเดิมหมดอายุ\n\n4. สถานที่ชำระค่าธรรมเนียมและค่าปรับ\n\n    4.1 สำนักงาน กสทช. สำนักการคลัง (ลย.) 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-ก่อนเวลา 16.30 น.\n\n    4.2 ทาง Bill Payment ที่ระบบ OSS ออกให้ โดยผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารที่สำนักงาน กสทช. กำหนด","2025-04-22T13:44:42"],
    [4367,"9e898b0c-998f-48b5-828a-fec6e641e0ba","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานดำเนินการทดสอบเพื่อรับบัตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักกำกับผัง เนื้อหารายการ และพัฒนาผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-48fa-40fe-b313-c09aa2449ee8",9,1000,2,"1. คุณสมบัติของผู้สมัครทดสอบ         \n  1.1 มีสัญชาติไทย         \n  1.2 มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์         \n  1.3 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรม         \n  1.4 ต้องเป็นผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ระดับสูง ตามประกาศ กสทช. เรื่อง การอบรมและทดสอบเพื่อรับบัตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2556     \n\n2. กำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบ ให้เป็นไปตามประกาศที่เกี่ยวข้อง     \n3. ชำระค่าธรรมเนียม         \n   3.1 สำนักงาน กสทช. สำนักการคลัง (ลย.) 87 พหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 12.00 น. และ 13.00 - ก่อนเวลา 16.30 น.         \n   3.2 ทาง Bill Payment ที่ระบบ OSS ออกให้ โดยผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารที่สำนักงาน กสทช. กำหนด      4. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:44:36"],
    [4368,"9e8e0bcb-abcb-4da3-8976-17dcff506322","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตพนักงานวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-73e6-4f95-9218-865da3a9844f",1,200,11,"1. พนักงานวิทยุคมนาคมประจำสถานีวิทยุคมนาคมสมัครเล่น (สำนักการอนุญาตวิทยุคมนาคม 2, สำนักงาน กสทช. ภาค/เขต)\n1.1 ผู้ประสงค์จะเป็นพนักงานวิทยุคมนาคมประจำสถานีวิทยุคมนาคมสมัครเล่นจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.2) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ \n1.1.2 แสดงประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น/ขั้นกลาง/ขั้นสูง\n     - แสดงใบอนุญาตฉบับเดิม (กรณีเคยขออนุญาตแล้ว)\n1.1.3 แสดงบัตรประจำตัวสมาชิกสมาคม หรือหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสมาคมที่ กสทช. รับรองให้ทำหน้าที่เป็นสถานีวิทยุคมนาคมสมัครเล่นควบคุมข่ายประจำจังหวัด\n1.1.4 รูปถ่ายขนาดใดก็ได้ (หน้าตรง,ไม่สวมหมวก/แว่นตาดำ)\n1.1.5 หนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนาม ติดอากรแสตมป์ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีไม่มายื่นด้วยตนเอง)\n\n2. พนักงานวิทยุคมนาคมประจำสถานีวิทยุคมนาคมในเรือ\n2.1 ผู้ประสงค์จะเป็นพนักงานวิทยุคมนาคมประจำสถานีวิทยุคมนาคมในเรือจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.2) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n2.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า)\n2.1.2 แสดงประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุคมนาคมประจำสถานีวิทยุคมนาคมในเรือประเภทเดินเรือในน่านน้ำไทย\n2.1.3 รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว\n2.1.4 หนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนาม ติดอากรแสตมป์ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีไม่มายื่นด้วยตนเอง)\n\n3. พนักงานวิทยุคมนาคมประเภททั่วไปประจำเรือ (GOC) / พนักงานวิทยุคมนาคมประเภทจำกัดเขตเดินเรือทะเล (ROC)(สำนักการอนุญาตวิทยุคมนาคม 1, สำนักงาน กสทช. ภาค/เขต) ต้องเข้าสู่กระบวนการอบรมและสอบ หลักสูตรปกติ (กรณียื่นขอใหม่) และหลักสูตรทบทวนความรู้ (กรณีต่ออายุ) ผ่านระบบ OSS ของสำนักงานกสทช. เท่านั้น (https://oss.nbtc.go.th)\n\n4. พนักงานวิทยุคมนาคมในเรือประเภทเดินเรือในน่านน้ำไทย (สำนักการอนุญาตวิทยุคมนาคม 1, สำนักงาน กสทช. ภาค/เขต)\n\n5. ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาต ได้ที่ สำนักงาน กสทช. สำนักงานใหญ่ และส่วนภูมิภาค ตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้\n\n6. การกระทำหน้าที่เป็นพนักงานวิทยุคมนาคมประจำสถานีวิทยุคมนาคมสมัครเล่น และประจำสถานีวิทยุคมนาคมในเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากฝ่าฝืนพนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498\n\nหมายเหตุ : ประกาศนียบัตรและใบอนุญาตออกในรูปแบบ Passbook และมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับกรมการปกครองเรียบร้อยแล้ว","2025-04-22T13:41:49"],
    [4369,"9e8f6ddc-1a82-425f-aa0c-09c763278868","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงขอบเขตการอนุญาตของคลื่นความถี่ที่จัดสรรไว้เดิม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-6d4f-4c8e-8ba7-5a1928c7f407",164,200,7,"วิธีการยื่นคำขอ\nให้ยื่นหนังสือขอรับการพิจารณาการอนุญาตให้ขยายข่ายสื่อสารตั้งสถานีวิทยุคมนาคม และการพิจารณาอนุญาตให้ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก เครื่องวิทยุคมนาคม ในกิจการโทรคมนาคม พร้อมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนและถูกต้อง \n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\n1. ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะขอรับการพิจารณาการอนุญาตให้ขยายข่ายสื่อสารตั้งสถานีวิทยุคมนาคม และการพิจารณาอนุญาตให้ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก เครื่องวิทยุคมนาคม ในกิจการโทรคมนาคม จะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลตามกฎหมายกำหนด หรือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือผู้ที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ให้ใช้งานในกิจการโทรคมนาคมไว้แล้ว\n\n2. กรณีมีการตั้งสถานีวิทยุคมนาคมอยู่ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ บริเวณใกล้เคียงสนามบิน ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 จะต้องแนบหนังสือยินยอมการอนุญาตให้ตั้งสายอากาศของสถานี/สถานีประจำที่แม่ข่ายจากกรมการบินพลเรือนด้วย\n\nหมายเหตุ\n\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบเป็นหนังสือ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 1 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-04-22T13:41:28"],
    [4370,"9e91975e-6b1c-47eb-b9bf-71a94758642f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การอนุญาตให้ยกเว้นการดําเนินการเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลําดับบริการโทรทัศน์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-a621-4371-af79-94bdd11b48d3",105,0,3,"1. ตามที่ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลําดับบริการโทรทัศน์ (ประกาศฯ) ได้กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตหรือได้รับใบอนุญาตตามประกาศ กสทช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ซึ่งให้บริการแก่ผู้รับใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ต้องเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (ตามข้อ 5 ของประกาศฯ) อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น อาจขอยกเว้นการดำเนินการดังกล่าวได้ โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ก่อน ทั้งนี้ ต้องแจ้งเหตุผลและความจําเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นั้น\n\n2. การยื่นคำขออนุญาตดังกล่าวข้างต้นจะต้องแสดงรายละเอียดให้ชัดเจนถึงเรื่องที่ต้องการขออนุญาต ข้อเท็จจริง เหตุผลและความจำเป็นในการขออนุญาต พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานประกอบตามรายละเอียดที่ได้แสดงไว้ตามคำขออนุญาต\n\nหมายเหตุ\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความถูกต้องครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วันทำการ นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า\n\n8. ในกรณีที่มีคำขอในเรื่องที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ได้อนุมัติในหลักการไว้แล้ว สำนักงาน กสทช. จะรับคำขอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำขอ และแจ้งผลของคำขอ ให้แล้วเสร็จในระยะเวลา 105 วันทำการ","2025-04-22T13:45:25"],
    [4371,"9e8fd781-0a44-4e9e-8c3b-8777b2d910c4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ ตั้ง สถานีวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-5fc5-46e0-a06a-e9a1fe6d746e",7,2000,18,"1. 1. ผู้ประกอบการ /บุคคล /นิติบุคคล\n1.1 ผู้ประสงค์จะ ตั้ง สถานีวิทยุคมนาคมจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.2) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า)\n1.1.2 เอกสารแสดงที่ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม\n1.1.3 หนังสือยินยอมให้ตั้งสถานี (กรณีตั้งสถานีวิทยุคมนาคมในสถานที่ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์)\n1.1.4 เอกสารการทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการตั้งสถานีวิทยุคมนาคม (กรณีตั้งสถานีวิทยุคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม)\n1.1.5 แบบรายงานระดับการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของสถานีวิทยุคมนาคม (กรณีตั้งสถานีวิทยุคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม)\n1.1.6 หนังสืออนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย (กรณีตั้งสถานีวิทยุคมนาคมในเขตปลอดภัยเดินอากาศ)\n1.1.7  กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำแทนให้ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง\n\n1.2 ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาต ได้ที่ สำนักงาน กสทช. สำนักงานใหญ่ และส่วนภูมิภาค ตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้\n\n1.3 การตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากพบว่ามีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498","2025-04-22T13:41:56"],
    [4372,"9e93e515-f571-4e7f-8371-a810d5b801eb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การยื่นรับรองตนเองของผู้ประกอบการ (กรณีเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการโทรคมนาคม)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-d157-4aab-9aea-9f3f2433d5d6",6,450,5,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ\n1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือ\n2. เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n  - ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ\nวิธีการยื่นคำขอ\n  - ยื่นแบบคำขอ และเอกสารแนบ ที่อีเมล : standard@nbtc.go.th","2025-04-22T14:02:36"],
    [4373,"9e93fd4c-c00e-4774-a454-14aedd350dfc","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การรับรองเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-ce45-45c6-b0f1-bf629604ed90",10,5000,10,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ\n  1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย \n  2. เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n    -ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ\n  3. ในกรณีผู้ยื่นขอเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์วิทยุคมนาคม จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม","2025-04-22T14:02:44"],
    [4374,"9e95f90a-ac81-4fed-b749-f90e4155bef1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การจดทะเบียนเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-c7fe-4d5f-9cec-340e64796745",8,1000,10,"คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ\n  1. เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือ \n  2. เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย\n     - ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ\n  3. ในกรณีผู้ยื่นขอเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมหรืออุปกรณ์วิทยุคมนาคม จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม\nวิธีการยื่น \n   - ยื่นคำขอ และเอกสารแนบ ที่ อีเมล : standard@nbtc.go.th","2025-04-22T13:54:04"],
    [4375,"9e97d351-b6bd-4b12-ab9d-2e09ec62abbe","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ มี เครื่องวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-5991-4f08-9780-43c0ff143b3c",1,200,3,"1. ผู้ประกอบการ /บุคคล /นิติบุคคล\n1.1 ผู้ประสงค์จะ มี เครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.2) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า)\n1.1.2 เอกสารยินยอมให้มี/ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมระหว่างผู้ค้ากับผู้ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใ ช้คลื่นความถี่\n1.1.3  กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำแทนให้ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง\n\n1.2 ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาต ได้ที่ สำนักงาน กสทช. (สำนักงานใหญ่และส่วนภูมิภาค) ตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้\n\n1.3 การมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากพบว่ามีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498","2025-04-22T13:42:17"],
    [4376,"9e97e8da-5b52-40e0-b2d3-a2d151f88805","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ ใช้ เครื่องวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-5ca9-42ff-a8bb-22e126c8c08a",1,20,4,"1. 1. ผู้ประกอบการ /บุคคล /นิติบุคคล\n1.1 ผู้ประสงค์จะ ใช้ เครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.2) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า) \n1.1.2 เอกสารยินยอมให้มี/ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมระหว่างผู้ค้ากับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให ้ใช้คลื่นความถี่\n1.1.3 แบบรายงานระดับการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของสถานีวิทยุคมนาคม (กรณีใช้เครื่องวิทยุคมนาคมติดตั้ง ณ สถานีวิทยุคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม)\n1.1.4 กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำแทนให้ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง\n1.1.5 หนังสืออนุญาตของสำนักงาน กสทช. ที่อนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม\n\n1.2 ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาต ได้ที่ สำนักงาน กสทช. สำนักงานใหญ่ และส่วนภูมิภาค ตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้\n\n1.3 การใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากพบว่ามีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498\n\n**รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นและคลื่นความถี่ประชาชนสามารถดูได้ตามภาพประกอบ","2025-04-22T13:44:28"],
    [4377,"9ea38be3-db88-4489-b1d0-223b6ac969c7","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การยื่นคำขอใบอนุญาตให้จัดตั้งหน่วยตรวจสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ การยื่นคำขอเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงขอบข่ายการให้บริการทดสอบที่ได้รับอนุญาต และการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","94e56d43-81fd-482d-a4dc-6f855e0f368c",106,60000,13,"1. ผู้ขอรับใบอนุญาตได้จัดส่งแบบคำขอที่กรอกรายละเอียด พร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ และชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอขอรับใบอนุญาต การยื่นคำขอเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงขอบข่าย หรือการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต แล้วแต่กรณี แล้วเสร็จ\n\n2. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีสถานที่ตั้งของห้องปฏิบัติการทดสอบอยู่ในประเทศไทย\n\n3. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ซึ่งมีการดำเนินงานที่สอดคล้องตามข้อกำหนด ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน มอก. 17025-2561 ในขอบข่ายการให้บริการทดสอบที่ขอรับใบอนุญาต ในกรณีของการขอรับใบอนุญาตเป็นหน่วยตรวจสอบประเภทที่หนึ่ง หรือได้รับการรับรองระบบงาน (accreditation) จากระบบการรับรองห้องปฏิบัติการทดสอบ (Thai Laboratory Accreditation Scheme: TLAS) ภายใต้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ว่ามีความสามารถตามข้อกำหนดในมาตรฐาน มอก. 17025-2561 ในขอบข่ายการให้บริการทดสอบที่ยื่นขอรับใบอนุญาต ในกรณีของการขอรับใบอนุญาตเป็นหน่วยตรวจสอบประเภทที่สอง\n\n4. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย\n\n5. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่พ้นระยะเวลาหกเดือนแล้ว\n\n6. ผู้ตรวจสอบ (ของหน่วยตรวจสอบที่ขอรับใบอนุญาต) ที่มีหน้าที่ควบคุมกิจกรรมการทดสอบต้องมีประสบการณ์ในการทดสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ในขอบข่ายการให้บริการทดสอบที่ยื่นขอรับใบอนุญาต ไม่น้อยกว่าสองปี และต้องผ่านการฝึกอบรมและมีความรู้ความเข้าใจในระบบคุณภาพของหน่วยตรวจสอบ ตามมาตรฐาน มอก. 17025-2561 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า\n\n7. ผู้ตรวจสอบ (ของหน่วยตรวจสอบที่ขอรับใบอนุญาต) ที่มีหน้าที่ดำเนินการทดสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ต้องมีความรู้ความเข้าใจ และความชำนาญทางเทคนิคในการทดสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ตามมาตรฐานทางเทคนิคหรือข้อกำหนดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง ในขอบข่ายการให้บริการทดสอบที่ยื่นขอรับใบอนุญาต และต้องผ่านการฝึกอบรมและมีความรู้ความเข้าใจในระบบคุณภาพของหน่วยตรวจสอบ ตามมาตรฐาน มอก. 17025-2561 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า\n\n8. ผู้ตรวจสอบ (ของหน่วยตรวจสอบที่ขอรับใบอนุญาต) ต้องไม่เคยดำเนินการ หรือร่วมดำเนินการทดสอบ หรือรายงานผลการทดสอบโดยไม่สุจริต จนเป็นเหตุให้หน่วยตรวจสอบต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพราะการกระทำดังกล่าว\n\n9. หน่วยตรวจสอบที่ขอรับใบอนุญาตต้องมีจำนวนของผู้ตรวจสอบที่มีหน้าที่ควบคุมกิจกรรมการทดสอบ และจำนวนของผู้ตรวจสอบที่มีหน้าที่ดำเนินการทดสอบ ในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 1:5\n\n10. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีบุคลากรหลัก ซึ่งประกอบด้วย ผู้จัดการคุณภาพ ผู้จัดการวิชาการ และผู้ตรวจสอบที่มีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานทางเทคนิคหรือข้อกำหนดทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ในขอบข่ายการให้บริการทดสอบที่ยื่นขอรับใบอนุญาต และในหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ กสทช. ประกาศกำหนด\n\n11. ในกรณีการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ทั้งนี้ในระหว่างการดำเนินการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในฐานะผู้รับใบอนุญาตจนกว่าจะได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากสำนักงาน","2025-04-22T14:02:29"],
    [4378,"9ea3932b-47fd-4b92-95aa-bf5c4f69570c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ (ด้านกิจการโทรคมนาคม)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-e830-4383-ba0d-8a28c745327b",11,20000,13,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\n\nเงื่อนไข    \n1.  คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ         \n    1.1  เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย  หรือ          \n    1.2  เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย          \n-  ในกรณีของนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศ หรือมีสถานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะต้องมีตัวแทนที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ยื่นขอ         \n    1.3  ต้องได้รับใบอนุญาตให้ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม                      \n\n2.  สำนักงานรับดำเนินการทดสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ตามขอบข่ายการให้บริการทดสอบที่ระบุไว้ในประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง ขอบข่ายการให้บริการทดสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์    \n\n3.  ต้องเป็นเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ไม่มีการดัดแปลงใดๆ ให้ผิดแผกไปจากที่ระบุไว้ในเอกสารแสดงลักษณะทางเทคนิคของผู้ผลิต     \n\nวิธีการยื่นคำขอ ยื่นคำขอพร้อมเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ประกอบ ณ  อาคาร 3 ชั้น 1 ส่วนห้องปฏิบัติการทดสอบ สำนักเทคโนโลยีและมาตรฐานโทรคมนาคม (ทท.) สำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอย 8 (สายลม)  แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่สำนักงาน กสทช. กำหนด)  ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น.","2025-04-22T14:02:22"],
    [4379,"9eb21234-8e13-4a15-a054-b1a0e30449da","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การขอขยายขอบเขตการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมในเขตพื้นที่บริการที่ได้รับอนุญาตแล้ว","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-1b12-4961-bac2-b1c91b69eb1d",90,0,12,"ผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสิ่งอำนวยความสะดวกมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมขอบเขตหรือพื้นที่การให้บริการ ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก่อนการให้บริการ\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\nกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสิ่งอำนวยความสะดวกมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมขอบเขตหรือพื้นที่การให้บริการ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสิ่งอำนวยความสะดวกจะต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ก่อนการให้บริการทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555\n\nหมายเหตุ\n1. กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n2. กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน หากผู้ใช้บริการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป\n3. กรณีที่ผู้ใช้บริการส่งคำขอและเอกสารหลักฐานมาทางไปรษณีย์ หรือ ผ่านเมล์ FACILITY.BC@NBTC.GO.TH จะเริ่มนับระยะเวลาในการยื่นคำขอ ณ วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักการอนุญาตประกอบกิจการโครงข่าย สิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องวิทยุคมนาคมซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ในการรับคำขอและตรวจสอบคำขอ ได้รับเอกสารและลงลายมือชื่อรับเอกสารดังกล่าว\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n6. ทั้งนี้ จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายทุกหน้า","2025-04-22T13:38:16"],
    [4380,"9fb9ab78-b636-4e19-be4f-863c973a0fa1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การส่งเครื่องวิทยุคมนาคมของกลางตรวจพิสูจน์ (ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์)","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","94e56d44-1836-46f4-bba0-3cb7c352571d",3,0,3,"หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต\nหลักการและเหตุผล\n\nเมื่อมีการกระทำความผิดในคดีตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมเจ้าพนักงานตามกฎหมายจะตรวจยึดเครื่องวิทยุคมนาคมและส่งตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริงเพื่อใช้ในการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\nผู้ส่งเครื่องวิทยุคมนาคมของกลางตรวจพิสูจน์\n\n1. เจ้าหน้าที่ตำรวจ\n\n2. เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ที่ได้รับมอบอำนาจ\n\nวิธีการยื่นขอ\n\n\n\t(กรณีเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์) ส่งเครื่องวิทยุคมนาคมของกลาง ณสำนักงาน กสทช.(สำนักรับรองมาตรฐานวิศวกรรมในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) (ตึกข้างอาคาร 4 อาคารไกล่เกลี่ยเดิม))เลขที่ 87 ซอยพหลโยธิน 8 ถนน พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ : 0 2271 7600 ต่อ 6001 โทรสาร : 0 2271 7400\n\t\nหมายเหตุ\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือ\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบตวามครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือพลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องบยื่นนเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-08-29T09:56:54"],
    [4381,"9f92f031-bec6-45d5-be81-83a93686b341","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","การพิจารณาการจัดสรรคลื่นความถี่ ในกิจการวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-69c6-4215-a086-5f76fa662437",44,0,5,"- ยื่นหนังสือขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ ในกิจการวิทยุคมนาคม พร้อมเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนและถูกต้อง\n\n\nเงื่อนไขในการยื่นคำขอ\n\n  ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อใช้ในกิจการวิทยุคมนาคม จะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือนิติบุคคลตามกฎหมายกำหนด หรือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือผู้ที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ให้ใช้งานในกิจการวิทยุคมยาคมไว้แล้ว\n\nหมายเหตุ\n1. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมายื่นคำขอด้วยตนเอง\n\n  1.1 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ในคู่มือต่อไป\n\n  1.2 กรณียื่นคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม โดยพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอร่วมลงนามในบันทึกดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน\n\n2. กรณีที่ผู้ยื่นคำขอส่งคำขอและเอกสารหลักฐานทางไปรษณีย์ สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจความครบถ้วนของคำขอและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมกำหนดระยะเวลาที่จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ภายในวันทำการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่ได้รับเอกสารภายหลังเวลา 15.00 น. จะดำเนินการแจ้งภายในวันทำการถัดไป\n\n3. หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะจัดทำหนังสือเพื่อคืนคำขอและเอกสารหลักฐานดังกล่าวให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่อไป\n\n4. พนักงานเจ้าหน้าที่จะยังไม่พิจารณาคำขอ และยังไม่นับระยะเวลาดำเนินงาน จนกว่าผู้ยื่นคำขอจะดำเนินการแก้ไขคำขอหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนตามบันทึกความบกพร่องนั้นเรียบร้อยแล้ว\n\n5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว\n\n6. สำนักงาน กสทช. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 5 วันทำการ (ไม่เกิน 7 วัน) นับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว หากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะแจ้งเป็นหนังสือให้ทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ\n\n7. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ จะต้องรับรองสำเนาเอกสารถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ทุกหน้า","2025-08-14T09:38:41"],
    [4382,"9f92f740-d7bf-496f-bbdf-c1fc52b95929","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ ทำ ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-5688-4281-a39e-17c806a6e694",1,100,7,"1. ผู้ประกอบการ (บุคคล/นิติบุคคล)\n\n 1.1 ผู้ประสงค์จะ ทำ เครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.1) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n 1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า)\n 1.1.2 เอกสารข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมที่แสดงรายละเอียดย่านความถี่วิทยุและกำลังส่ง\n\n   1.1.3 บัญชีแสดงรายการอุปกรณ์ที่จะนำมาทำเป็นเครื่องวิทยุคมนาคม\n\n 1.2 ผู้ประสงค์จะทำเครื่องวิทยุคมนาคม (กรณีเพื่อสำรองจำหน่าย/เพื่อตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน) ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และจะต้องยื่นคำขอซื้อเครื่องหมายการได้รับการตรวจสอบรับรองมาตรฐานเครื่องวิทยุคมนาคม (Label) ตามจำนวนเครื่องวิทยุคมนาคมที่ขออนุญาตทำในคราวเดียวกัน\n\n 1.3  ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาตตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ ดังนี้\n      1.3.1 ยื่นผ่าน e-mail : erlicensing@nbtc.go.th โดยขั้นตอนการดำเนินการ แบบออนไลน์ มีขั้นตอนดังนี้\n           1.ตรวจสอบเอกสาร 20 นาที\n           2.พิจารณาสรุปความเห็นและแจ้งชำระเงิน 10 นาที\n           3.พิจารณาออกใบอนุญาต 10 นาที\n           4.พิจารณาลงนาม 5 นาที\n      1.3.2 ยื่นได้ที่ สำนักงาน กสทช. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค\n\n 1.4 การทำเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากมีการทำเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498","2025-08-14T09:39:05"],
    [4383,"9f930e4a-d5c7-4e9f-be65-43e3b0d65c40","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ นำเข้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-6650-41ca-8ac6-7a7ccd59484f",5,100,12,"1. ผู้ประกอบการ (บุคคล/นิติบุคคล)\n\n  1.1 ผู้ประสงค์จะ นำเข้า เครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.1) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n\n      1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า)\n\n      1.1.2 สำเนาทะเบียนพาณิชย์ (กรณีเป็นร้านค้า)\n\n      1.1.3 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการค้าเครื่องวิทยุคมนาคม (กรณีเป็นนิติบุคคล) ซึ่งออกให้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบการจดทะเบียน\n\n      1.1.4 สำเนาใบอนุญาตให้ค้าเครื่องวิทยุคมนาคม\n\n  1.2 ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาตตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ ดังนี้\n      1.2.1 ยื่นผ่าน e-mail : erlicensing@nbtc.go.th โดยขั้นตอนการดำเนินการ แบบออนไลน์ มีขั้นตอนดังนี้\n           1.ตรวจสอบเอกสาร 20 นาที\n           2.พิจารณาสรุปความเห็นและแจ้งชำระเงิน 10 นาที\n           3.พิจารณาออกใบอนุญาต 10 นาที\n           4.พิจารณาลงนาม 5 นาที\n         \n      1.2.2 ยื่นได้ที่ สำนักงาน กสทช. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค\n\n  1.3 การทำเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากมีการทำเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498","2025-08-14T09:38:58"],
    [4384,"9f930f55-de7e-408d-97eb-332b68bb38db","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","งานออกใบอนุญาตให้ นำออก ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d43-70a6-4e6a-b769-38258dd7a035",5,100,13,"1. ผู้ประกอบการ (บุคคล/นิติบุคคล)\n\n  1.1 ผู้ประสงค์จะ นำออก เครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่สำนักงาน กสทช. กำหนด (แบบ คท.1) พร้อมเอกสาร ดังนี้\n\n      1.1.1 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่กฎหมายบัญญัติให้ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (กรณีบุคคลธรรมดา หรือร้านค้า)\n\n      1.1.2 หนังสือรับรองการนำออก (กรณีเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการของรัฐ)\n\n  1.2 ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ยื่นแบบคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและแนบเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการอนุญาตตามที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ ดังนี้\n      1.2.1 ยื่นผ่าน e-mail : erlicensing@nbtc.go.th โดยขั้นตอนการดำเนินการ แบบออนไลน์ มีขั้นตอนดังนี้\n           1.ตรวจสอบเอกสาร 20 นาที\n           2.พิจารณาสรุปความเห็นและแจ้งชำระเงิน 10 นาที\n           3.พิจารณาออกใบอนุญาต 10 นาที\n           4.พิจารณาลงนาม 5 นาที\n      1.2.2 ยื่นได้ที่ สำนักงาน กสทช. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค\n\n  1.3 การนำออกเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากมีการทำเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเปรียบเทียบคดีโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามคำสั่ง กทช. ที่ 10/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498","2025-08-14T09:38:49"],
    [4385,"95ffd391-31d2-4104-9af7-100769391ee4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การกันเขตจัดประโยชน์ในที่ดินที่ตั้งวัด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-77ef-4612-90c4-338b274387da",7,0,5,"1. วัดทำหนังสือขอความเห็นชอบตามลำดับชั้น (อาจมีหนังสือผู้ขอใช้ที่ดินประกอบ) เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด  2. ยื่นเอกสาร ณ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดที่วัดตั้งอยู่  3. หนังสือแจ้งวัตถุประสงค์ขอกันเขตจัดประโยชน์ ผ่านจังหวัดและเจ้าคณะจังหวัด ตามลำดับชั้น  4. สำเนาหลักฐานที่ดินแผนผังแสดงสภาพภายในวัดทั้งหมดจะต้องถูกต้องตามมาตราส่วนและแสดงบริเวณที่ขอกันเขตจัดประโยชน์ในแผนผังให้ชัดเจน แผ่นบันทึกข้อมูล บันทึกรายละเอียดบริเวณเสนาสนะของวัดทั้งหมด และบริเวณที่จะขอกันเขตจัดประโยชน์","2022-04-06T22:46:27"],
    [4386,"95ffd391-334b-48a9-b700-fbd591d894d1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การเก็บรักษาโฉนดที่ดินในกรุงเทพมหานคร","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-7a64-40b6-9442-b2ed0b92354f",4,0,2,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4387,"95ffd391-362d-408c-aa14-1d3529c98683","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอเช่าที่ดินและอาคารรายใหม่ของศาสนสมบัติวัด (ศบว.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-7eda-4a07-9fa3-2bd820f75c56",20,0,4,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4388,"95ffd391-3794-4bd9-a682-2aedf047a364","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอใช้อาคารสถานที่ (สถาบันพระสังฆาธิการ)","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว)","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-811d-4fdf-8141-8b5e279459c2",16,0,1,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4389,"95ffd391-3916-48a8-a6e5-7bea1de679f8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอใช้อาคารสถานที่ (สำนักงานพุทธมณฑล)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-8363-4cd9-a0c2-7e702ec089c7",5,0,1,"1. กรณีขอลดหย่อนค่าบำรุงสถานที่อยู่ในความอนุญาตของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ    2. กรณีเก็บค่าบำรุงสถานที่ตามที่กำหนดอยู่ในความอนุญาตของผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑล    3. ระยะเวลาการให้บริการตามคู่มือเริ่มนับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอได้ตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหลักฐานแล้วเห็นว่าครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชน    4. เมื่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือผู้ได้รับมอบหมาย อนุญาตหรือไม่อนุญาตแล้ว ให้แจ้งผู้ยื่นความจำนงขอใช้อาคารสถานที่ทราบภายใน 1 วัน","2022-04-06T22:46:27"],
    [4390,"95ffd391-3cea-4fb3-a26e-8f0b9241a66f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอต่อสัญญาเช่าที่ดินและอาคารศาสนสมบัติวัด (ศบว.) สัญญานานปี","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-87ba-4d24-81e8-16142f8142ae",29,0,5,"สัญญาเช่านานปี หมายถึง สัญญาเช่าที่มีระยะเวลาการเช่าเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อจัดทำสัญญาเช่าแล้ว ต้องนำไปจดทะเบียนเช่าที่สำนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538","2022-04-06T22:46:27"],
    [4391,"95ffd391-4468-4d11-a13a-ffb12cd48736","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอใบรับรองประกาศนียบัตร กรณีสูญหาย/ชำรุด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-8e5b-49c0-8486-9c39a642f546",1,0,4,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4392,"95ffd391-4676-4d92-a07e-717835299a2f","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-9090-4c68-87be-d1e2e8dafab4",3,0,8,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4393,"95ffd391-4acd-484b-893d-368db65bd067","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอแปลประกาศนียบัตรเป็นภาษาอังกฤษ","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-950c-40ad-8355-7824b532516b",1,0,4,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4394,"95ffd391-4c78-4950-a73c-e34446d80435","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอมติมหาเถรสมาคม เพื่อให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-9743-4850-9b74-81f5ff400af1",17,0,8,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4395,"95ffd391-4e3e-4672-818f-735325c7d3b4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอรับการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-9974-466c-8472-c60f1cb355d2",3,0,8,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4396,"95ffd391-34bb-4e35-b270-da369a447ee5","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอเช่าที่ดินและอาคารรายใหม่ของศาสนสมบัติกลาง (ศบก.)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-7ca3-4747-9956-8291691f9caf",21,0,6,"1. ผู้ขอรับบริการจะต้องเป็นผู้มีสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งเอกสารประกอบต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน    2. ผู้ขอรับบริการสามารถขอรับแบบฟอร์มเอกสารประกอบการยื่นคำขอได้ที่สำนักงาน หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสารได้ที่ www.onab.go..th  (ไปที่หน้าแรก &gt;&gt;&gt; บริการสำนักพุทธ &gt;&gt;&gt; คู่มือ/แบบฟอร์มต่างๆ )    3. กรณีการลงไปรังวัดตรวจสอบเขตเช่า ผู้ขอรับบริการจะต้องระบุหมายเลขโทรศัพท์ หรือที่อยู่ที่ถูกต้อง และสามารถติดต่อได้ ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสะดวกในการนัดหมาย    4. ผู้ขอรับบริการจะต้องไม่เป็นที่อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องหรือมีการดำเนินคดีความกับทางวัด หน่วยงานรัฐ หรือผู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว    5. ศาสนสมบัติ หมายถึง ทรัพย์สินของพระศาสนาทั้งที่เป็นสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ มี 2 ประเภท คือ       ศาสนสมบัติกลาง (ศบก.) หมายถึง การให้เช่าที่ดิน/อาคารของศาสนสมบัติกลางในเขตกรุงเทพมหานคร                 ศาสนสมบัติวัด หมายถึง (ศบว.) กรณีนี้หมายถึง การที่วัดมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัดผลประโยชน์แทน","2022-04-06T22:46:27"],
    [4397,"95ffd391-571e-4e83-8ed5-3dc4ccd9b337","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอรับนิตยภัต","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-a47a-459b-8da1-42db6b6e76f2",4,0,8,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4398,"95ffd391-5a53-4967-8b8b-5806adb07f72","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอหนังสือนำวีซ่าของพระภิกษุ/สามเณรไทย","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-a8f5-47be-8cf0-2fa1ce8b53d7",2,0,2,"การขอหนังสือนำวีซ่าของพระภิกษุ/สามเณรไทย    พระภิกษุสามเณรจะต้องได้รับอนุมัติให้เดินทางไปต่างประเทศตามที่มติสำนักงานคณะกรรมการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศตภ.) หรือมติมหาเถรสมาคม (มส.) ระบุประเทศไว้เท่านั้นจึงจะสามารถยื่นคำร้องขอหนังสือนำวีซ่าไปต่างประเทศได้","2022-04-06T22:46:27"],
    [4399,"95ffd391-5bd9-4f56-8b55-2293a9af123c","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอหนังสือรับรองการขออนุญาตพำนักอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (การต่ออายุวีซ่า)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-ab21-448c-99da-16091446a31d",3,0,8,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4400,"95ffd391-5daf-4df7-9c84-6ba37c416eb0","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","95ffd33a-ad5a-45e8-806c-fb8b928547cc",19,0,10,"1. สถานที่ตั้งโรงเรียน ต้องตั้งอยู่ที่วัดที่อนุญาตจัดตั้ง หรือที่ธรณีสงฆ์ของวัดที่ขออนุญาตจัดตั้ง หรือที่ดินของมูลนิธิทางพระพุทธศาสนา หรือที่ราชพัสดุ กรณีที่ดินของมูลนิธิทางพระพุทธศาสนาหรือที่ราชพัสดุจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษร    2. แผนที่โดยสังเขป ให้แสดงตำแหน่งที่ตั้งโรงเรียน บริเวณใกล้ชิดและถนนหนทางหรือแม่น้ำลำคลองที่ใช้ไปมาติดต่อกับทางหลวงให้ชัดเจน ให้ผู้ที่ไม่รู้จักสถานที่ ดูแผนที่แล้วสามารถเดินทางไปหาสถานที่ถูกต้องและสะดวก    3. แผนผังที่ตั้งโรงเรียนที่มีหลายห้อง ให้แสดงการแบ่งห้องชั้นล่างชั้นบนเป็นหลังๆไป ให้แสดงที่ตั้ง ประตู หน้าต่างให้ชัดเจนทุกห้อง และถ้าช่องที่ให้ไว้นั้นไม่พอ ให้ทำแผนผังแนบการบรรยายต่างหากกับให้บรรยายประกอบลักษณะตัวโรงเรียนด้วย    4. การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียน สมควรกำหนดตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนให้ชัดเจนพร้อมทั้งความหมายของตราสัญลักษณ์ เพื่อสะดวกแก่การขออนุญาตให้ตราประจำโรงเรียน    5. การยื่นแบบขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ให้จัดทำอย่างน้อย 2 ชุดโดยส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 1 ชุด และให้จัดเก็บไว้ที่โรงเรียนเป็นหลักฐาน 1 ชุด","2022-04-06T22:46:27"],
    [4401,"95ffd391-731c-4d35-ad43-077e7abdec9b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ/สังคม","95ffd33a-c7b7-4648-bbba-b8d047c62f93",40,0,13,"1. วัดร้างนั้นอยู่ในสภาพที่สมควรเป็นที่อยู่อาศัยและจำพรรษาของพระภิกษุ            2. มีประชาชนในละแวกใกล้เคียงจำนวนมากพอที่จะทำนุบำรุงให้วัดเจริญได้            3. ตั้งอยู่ห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร  เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร            4. มีที่ดินพอที่จะขยายให้วัดเจริญได้ซึ่งไม่น้อยกว่า 6 ไร่  เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น             5. เจ้าคณะปกครองสงฆ์เจ้าสังกัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง พิจารณาเห็นสมควร             6. มีชื่อปรากฏในทะเบียนวัดร้าง            7. ภิกษุที่จะเข้าอยู่ในวัดร้าง ที่จะยกขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุต่อไปนั้น ต้องมีจำนวน 4 รูปขึ้นไป และต้องอยู่ ณ วัดร้างนั้นเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ปี มาแล้ว","2022-04-06T22:46:27"],
    [4402,"95ffd391-7870-43d7-aa32-6b1b89ed6ca8","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การยืม คัด ถ่าย เอกสารสิทธิ์ที่ดินวัด","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-ce65-42b2-8e75-a09625951f97",1,0,4,"-","2022-04-06T22:46:27"],
    [4403,"95ffd391-74d4-4cee-9944-2d08f0ed9fcc","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อื่นๆ (เช่น การออกผลการวิเคราะห์ / ให้ความเห็นชอบ)","บริการทั่วไป","95ffd33a-c9f4-49b4-b0ad-627e925b10c2",45,0,7,"วัดราษฎร์ที่สมควรยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง นอกจากเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช หรือพระบรมวงศานุวงศ์ทรงสร้างทรงปฏิสังขรณ์ หรือทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือเป็นวัดที่รัฐบาลสร้างแล้ว ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้              1. เป็นวัดที่เป็นหลักฐาน โดยมีเสนาสนะถาวรหรือมีปูชนียวัตถุที่เป็นโบราณสถาน หรือโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ            2. เป็นวัดที่มีการปกครองเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการศึกษาพระปริยัติธรรม และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เป็นหลักฐาน            3. มีการพัฒนาวัด และมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน            4. มีพระสงฆ์จำพรรษาตั้งแต่ 20 รูปขึ้นไป ติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี ถึงปีปัจจุบัน            5. เป็นวัดสำคัญของท้องถิ่น หรือเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของทางราชการเป็นประจำ หรือเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์            6. วัดต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป            7. เจ้าคณะปกครองสงฆ์จนถึงเจ้าคณะใหญ่ นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาเห็นสมควรให้ขอยกฐานะวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง","2022-04-06T22:46:27"],
    [4404,"992c541d-2f5e-4a16-b05c-a69cdc9f8008","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขออนุญาตสร้างวัด (ในกรุงเทพมหานคร) N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c5136-6986-47d5-832a-d8a6f02ae23e",180,0,1,null,"2025-07-24T10:25:31"],
    [4405,"992c5564-395e-4d14-ae8f-2c20a99904f4","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การรวมวัด N","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c54d3-d3b0-419d-a6c9-17547a299b4f",180,0,null,null,"2025-07-24T10:30:33"],
    [4406,"992c56e7-db05-4534-89a3-f7174a0be480","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การย้ายวัด N","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c5653-11a6-438e-bab9-ab9fcd5f3422",180,0,1,null,"2025-07-24T10:29:51"],
    [4407,"992c5846-2bcf-4adb-885b-b4b82fb819ad","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การยุบเลิกวัด N","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c5753-7226-4d6e-a50e-ba671f769c62",180,0,1,null,"2025-07-24T10:30:10"],
    [4408,"992c5a4b-371a-4e70-88a1-495d1294db06","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา N","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c5950-9a58-42e3-a94a-34135e0bb313",356,0,1,null,"2025-07-24T10:25:09"],
    [4409,"992c5b35-d989-47fe-a3a7-11ca837daf14","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอเปลี่ยนแปลงชื่อวัด N","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c5aaf-64e3-418b-98e6-5a4b66ab296e",90,0,1,null,"2025-07-24T10:20:31"],
    [4410,"992c5c32-a833-4265-9e3b-be81bf4c331d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขึ้นทะเบียนวัดเก่าตกสำรวจ N","กระบวนงานบริการที่ให้บริการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น (กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน)","ขึ้นทะเบียน","บริการทั่วไป","992c5bb2-dd58-43ef-8db3-5b353116da85",90,0,1,null,"2025-07-24T10:27:19"],
    [4411,"992c5e03-0cc6-41a6-b447-a7b7daeab791","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การรับรองสภาพวัดในกรุงเทพมหานคร N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c5d73-f376-4e16-be1c-e259a518b262",7,0,1,null,"2025-07-24T10:31:00"],
    [4412,"992c5f04-1623-4665-99ca-eb8be5055f0b","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การคัดสำเนาหนังสือ และประกาศต่างๆ N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","992c5e84-187c-4828-ab7c-53ba218271cd",7,0,1,null,"2025-07-24T10:27:45"],
    [4413,"993db771-a8ed-4772-8ab0-cad2110836c9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอโอนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติกลาง (ศบก.) สัญญานานปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","993da366-ca46-4f6a-b48c-f61c948aa876",1,0,7,"-","2025-07-24T10:06:53"],
    [4414,"993dd975-5da9-495c-9da6-5c2a7246cf61","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอโอนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติวัด (ศบว.) สัญญานานปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","993dcc69-eb16-49bd-b788-12bf904aaf2d",1,0,10,null,"2025-07-24T10:26:54"],
    [4415,"993debc3-f5ca-410b-8ef0-d54c52cea554","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอโอนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติกลาง (ศบก.) สัญญารายปี/ราย 3 ปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","993ddf0a-c8d3-4eb3-8e85-e07fa2e1c65e",1,0,9,null,"2025-07-24T10:26:06"],
    [4416,"993dfe1c-051a-47db-82ed-feaa74d41736","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอโอนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติวัด (ศบว.)  สัญญารายปี/ ราย 3 ปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","993dedd7-ef79-48a1-90ba-7b4d1321779c",1,0,10,null,"2025-07-24T10:26:32"],
    [4417,"993e0403-00d1-4a4a-91c0-7e8cc187792d","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การเบิกเงินผลประโยชน์วัด N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","993de878-8817-434c-9134-fd5a59fda533",20,0,5,"1. วัดทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยผ่านความเห็นชอบจากเจ้าคณะพระสังฆาธิการตามลำดับชั้น\n2. สำนักงานศาสนสมบัติตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและรายได้ของวัด \n   กรณีมียอดเบิกเกิน 500,000 บาท นำเรื่องเรียนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อเสนอคณะกรรมการ พศป. มีมติให้ความเห็นชอบ \n   กรณีมียอดเบิกไม่เกิน 500,000 บาท นำเรื่องเรียนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขออนุมัติเบิกจ่ายเงินให้วัดได้เลย\n3. สำนักงานศาสนสมบัติ นำมติคณะกรรมการ พศป. มาเพื่อขออนุมัติเบิกจ่ายเงินให้วัด \n4. แจ้งให้วัดรับทราบ เพื่อดำเนินการรับเงิน","2025-07-24T10:29:28"],
    [4418,"993e1867-d2ba-4e71-a73c-9c7fab9e11a6","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การต่อสัญญาเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติกลาง (ศบก.)  สัญญารายปี/ราย 3 ปี N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","993e179f-fc4b-42cd-8779-3d9ed03bf691",1,0,4,null,"2025-07-24T10:28:07"],
    [4419,"9941a567-3a2a-4850-9ad2-111819703ac9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การต่อสัญญาเช่าที่ดินและอาคารศาสนสมบัติวัด (ศบว.) สัญญารายปี/ราย 3 ปี N","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9941a32f-4881-4440-ba2a-2874602db11b",1,0,4,null,"2025-07-24T10:28:52"],
    [4420,"9947a056-3d60-4481-890a-79790f2e5af9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอต่อสัญญาเช่าที่ดินและอาคารศาสนสมบัติกลาง (ศบก.) สัญญานานปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","99479816-4760-4873-982b-e149b97db72d",1,0,9,null,"2025-07-24T10:16:54"],
    [4421,"9947be00-74df-4bf6-8344-3e72a23f51d1","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอรับเช่าสืบแทนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติกลาง (ศบก.) สัญญารายปี/ราย 3 ปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9947b4f4-1156-4cb6-bc69-b58e0a589376",1,0,10,null,"2025-07-24T10:21:57"],
    [4422,"9947f4d7-57d5-495e-bcb4-d48b06c9e610","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอรับเช่าสืบแทนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติวัด (ศบว.) สัญญารายปี/ราย 3 ปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9947e5f2-a737-47a2-bfce-79737664afb3",1,0,11,null,"2025-07-24T10:22:57"],
    [4423,"9947f976-0925-44e8-b793-ca41b648963a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอรับเช่าสืบแทนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติกลาง (ศบก.) สัญญานานปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9947f632-1ab5-42a1-bc9f-030c166e7616",1,0,10,null,"2025-07-24T10:21:16"],
    [4424,"994817a6-c79f-4a6d-a55e-670a972adaee","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอรับเช่าสืบแทนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารของศาสนสมบัติวัด (ศบว.) สัญญานานปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","9948133b-3817-434d-998e-54dcd86f1e24",1,0,10,null,"2025-07-24T10:22:33"],
    [4425,"994a0cca-6480-48cc-bf3c-8989e27b13fb","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอนำสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารไปทำสัญญาผูกพันการกู้ยืมเงินกับธนาคารของศาสนสมบัติกลาง (ศบก.) นานปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","994a068c-f50f-45a2-8cfa-1ba3c46971c3",1,0,9,null,"2025-07-24T10:19:45"],
    [4426,"994a1758-1348-4a28-a129-1ae07b100d63","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขอนำสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารไปทำสัญญาผูกพันการกู้ยืมเงินกับธนาคารของศาสนสมบัติวัด (ศบว.) นานปี N","กระบวนงานที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน","อนุมัติ","บริการทั่วไป","994a0e9f-a299-41f6-9323-c473b073a0a6",1,0,null,null,"2025-07-24T10:20:07"],
    [4427,"9f771a30-d9d1-4708-b55a-989c11e561e9","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ","การขออนุญาตตั้งวัด (์N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","97fc2b2d-b4fd-4318-a498-8df379b86a81",45,0,11,"1.  สถานที่ตั้งวัดและเสนาสนะ จะต้องเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสถานที่ตามแผนที่ แผนผัง และเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดนั้น ต้องมีเสนาสนะสิ่งปลูกสร้างแล้วเสร็จ (ตามเงื่อนไข) เป็นหลักฐานมั่นคง เหมาะสมที่จะเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์  2.  ชื่อวัด ในการเสนอรายงานขอตั้งวัด จะต้องระบุชื่อวัดที่ขอตั้ง พร้อมชี้แจงเหตุผลประกอบในรายงานขออนุญาตตั้งวัด ให้ชัดเจน กะทัดรัด เข้าใจง่าย มีความหมาย และชื่อที่ขอตั้งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตามลำดับ    3.  จำนวนพระภิกษุจำพรรษา ไม่น้อยกว่า 4 รูป และให้เสนอชื่อผู้จะเป็นเจ้าอาวาส พร้อมด้วยอายุ พรรษา สังกัดวัดเดิม (ตามหนังสือสุทธิ) โดยพระภิกษุที่จะเป็นเจ้าอาวาสต้องมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน โดยต้องมีอายุ 5 พรรษาขึ้นไป  4.  ผู้ขอตั้งวัดจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด กรณีเป็นบุคคลอื่นจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน  5.  เอกสาร หลักฐาน ทุกฉบับที่ประกอบเรื่องต้องเป็นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน  6.  เมื่อมหาเถรสมาคมเห็นชอบ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติประกาศตั้งวัดอย่างใดแล้วถือว่าเด็ดขาด","2025-07-24T13:35:14"],
    [4428,"94e56e25-60f2-4ffd-bcd4-9cd625448634","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานราชบัณฑิตยสภา","การขออนุญาตจัดพิมพ์และเผยแพร่สิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์  ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และสื่ออื่น ๆ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-0f70-41fb-80b1-f32420e16e06",3,0,3,"หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของเอกชน นิติบุคคล หรือบุคคลใด ๆ ที่ขออนุญาตนำสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่ออื่น ๆ ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นผู้สร้างสรรค์ หรือเป็นเจ้าของ นำไปทำซ้ำ ดัดแปลง เพื่อเผยแพร่ สำหรับการนำไปใช้ที่มิได้หวังผลเชิงพาณิชย์และธุรกิจ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และต้องเป็นงานที่ไม่ใช่เป็นความลับ หรือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเผยแพร่ หรือด้วยเหตุอื่นใด","2021-11-17T13:39:23"],
    [4429,"94e56e25-6332-4811-9c19-27ec0b17142a","PUBLISHED","หน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง","สำนักงานราชบัณฑิตยสภา","การขออนุญาตใช้สิทธิในการจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาผลิตขึ้นเพื่อเผยแพร่และจำหน่าย (N)","กระบวนงานบริการที่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว","อนุญาต/ออกใบอนุญาต/รับรอง","บริการทั่วไป","94e56d38-1261-4872-b42e-2ed5f3617c35",15,0,8,"ผู้ประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพในการรับจ้างพิมพ์และจำหน่ายหนังสือ ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานราชการ ไม่เป็นผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษทางอาญา หรือให้รับผิดในทางแพ่งในคดีเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์หนังสือ และต้องมีผลงานในการจัดพิมพ์หรือจำหน่ายหนังสือ โดยนำหลักฐานหรือตัวอย่างงานดังกล่าวมาแสดงประกอบการพิจารณา","2021-11-17T13:39:23"]
]}
